รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
-------------------------
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกขอเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วยท่านระวี มาศฉมาดล เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอนำเอาเรื่องปัญหาความเดือดร้อนมาบอกกล่าวท่านประธานสภา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการครับ ไม่ใช่บอกเฉย ๆ นะครับ🔗
เรื่องแรก บ้านผมก็เป็นปัญหายิ่งกว่าบ้านท่านประธานคือไฟฟ้า วันนี้ไฟฟ้า ลำบากมากพี่น้องในบ้านผม เพราะกติกาบอกว่าท้องถิ่นต้องอุดหนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ ตำบลเชียงสือ ๕๙ หมู่บ้าน วัดอีก ๓ แห่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้ อันนี้เป็นข้อมูลที่รับแจ้งจาก ปลัดเทศบาลตำบลเชียงสือ ท่านสันธญาครับ🔗
ต่อมาครับ ตำบลบ้านโพน บ้านนาจาน ตำบลบ้านโพน อำเภอโพนนาแก้ว คือเรื่องไฟฟ้าเหมือนกัน พี่น้องบ้านผมไม่มีไฟฟ้าใช้ ครั้งแรกว่าไปอยู่พื้นที่เกษตรความจริง เป็นหมู่บ้านแล้วล่ะ ทำการเกษตรเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ทำไร่ ทำนา เลี้ยงหมู ผมไปดูแล้ว โดยเฉพาะนายสุนทร แก้วเคน อดีตข้าราชการบำนาญ เลี้ยงหมูเป็นร้อยตัวแต่ไม่มีไฟฟ้า ต้องลากไฟฟ้าจากบ้านตัวเองออกไปกว่า ๓ กิโลเมตร🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องแยกไฟแดงอยู่หน้าโรงเรียนบ้านด่านม่วงคำเกิดอุบัติเหตุ บ่อยมาก และทางแยกไปอำเภอวังยาง จังหวัดนครพนมก็เหมือนกัน ฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านระวี มาศฉมาดล แล้วตามด้วยท่านเรวัต วิศรุตเวช นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กระผมมีเรื่อง ที่จะขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในปัญหาการแก้หนี้สินครู ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมพัฒนาครูไทยได้มาร้องเรียนกับผมถึงเรื่องความเดือดร้อนของครู ทั่วประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนานจากปัญหาหนี้โครงการ ช.พ.ค. ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ปกครองและนักเรียนประมาณ ๔๕ ล้านคน ปัญหาหนี้สินครู ถึงขั้นวิกฤติ ครูถูกยึดบ้าน ยึดทรัพย์ เครียดจนต้องหนีหนี้ เครียดจนป่วย คุณภาพชีวิตตกต่ำ แล้วถึงขั้นฆ่าตัวตาย ๓ ราย เพราะหาทางออกไม่ได้ ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ต้นสังกัด หักเงินเดือนครูไปใช้หนี้ เหลือที่ให้ใช้จ่ายเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ครูที่เกษียณอายุแล้ว มีภาระหนี้สินมากขึ้น เนื่องจากรายได้ตอนที่ทำงานอยู่กับรายได้ตอนที่ได้รับเงินบำนาญ มันน้อยลง ขณะเดียวกันธนาคารออมสินกำลังจะทำการยึดทรัพย์ ยึดบ้าน ทั้งครูลูกหนี้ และครูที่เป็นผู้ค้ำประกัน ทั้ง ๆ ที่ครูที่เป็นผู้ค้ำประกันก็มีฐานะพอจะผ่อนจ่ายได้ แต่ธนาคาร ออมสินก็ไม่ยอมจะยึดทรัพย์ท่าเดียว กระผมจึงขอร้องเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีต้องลงมา ดูแลการแก้ไขหนี้สินครูทั้งระบบโดยรีบด่วน ต้องตั้งคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินครูแบบบูรณาการ จากหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มิฉะนั้นจะส่งผลต่อการปฏิรูปการศึกษา เพราะครูทั้งประเทศ ขาดขวัญและกำลังใจเหลือแต่ความท้อแท้มองไม่เห็นอนาคตของตนเองแล้วจะมีกำลังใจอะไร ที่จะมาสอนให้เด็กนักเรียนเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ แล้วขอรบกวนให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วย แจ้งธนาคารออมสินให้ช่วยพิจารณาผ่อนผันการชำระหนี้และชะลอการยึดบ้าน ยึดทรัพย์ ของครูผู้ค้ำประกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเรวัต ตามด้วยท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ โรคปอดอักเสบ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ก็เหมือนแขกผู้มาเยือนที่เรายังไม่รู้จักกันดี เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาที่จะต้องทำความรู้จักกัน จึงมีข้อมูลใหม่เรื่อย ๆ เกี่ยวกับไวรัส ตัวนี้ออกมานะครับ แล้วก็มีเหตุผลว่าทำไมผมถึงจำเป็นต้องหารือในเช้าวันนี้ทั้งที่ได้มีการ ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเมื่อวันพุธที่ ๒๙ ท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ตรงกับเวลาในประเทศไทย ประมาณ ๒ นาฬิกา ๓๗ นาที นายทีโดรส อัดฮานอม กีบเรีเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้แถลงการณ์ตัดสินใจจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีนว่า เข้าองค์ประกอบของสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว หลังจาก การประชุมของคณะกรรมการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ซึ่งเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ ท่ามกลางหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสที่ลุกลามไปประเทศต่าง ๆ มากกว่า ๑๘ ประเทศ โดยกล่าวว่า ขอจงโปรดเข้าใจว่าการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่การโหวต ไม่ไว้วางใจประเทศจีน แต่เป็นความกังวลอย่างใหญ่หลวงที่สุดของเราคือความเป็นไปได้ ที่ไวรัสจะแพร่ลุกลามไปยังประเทศอื่น ๆ ที่มีระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ ทั้งนี้การประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเท่ากับเป็นการเปิดสำหรับทางออก ของคำแนะนำแก่ทุกประเทศโดยมีเป้าหมายป้องกันหรือลดการระบาดข้ามพรมแดน ซึ่งอาจ ทำให้มีการกำหนดข้อจำกัดที่เกี่ยวกับการเดินทางและการค้าต่าง ๆ ตามมา ซึ่งคำประกาศ ดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการออกคำแนะนำต่าง ๆ ชั่วคราวถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ ประเทศทั้งหลายทั่วโลก และในนั้นรวมถึงการยกระดับการเฝ้าระวังการเตรียมความพร้อม รับมือและมาตรการต่าง ๆ สำหรับการควบคุมการระบาด ขอเวลานิดเดียวครับท่านประธาน เป็นเรื่องสำคัญสุดระดับโลก🔗
ท่านเรวัต ไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ🔗
ขอนิดเดียวท่านประธานครับ ผมจึงมีข้อเสนอแนะให้ถือเป็นข้อหารือไปยังรัฐบาลว่า ในวันนี้องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับ โรคปอดอักเสบโคโรนาไวรัส (Coronavirus) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลโปรดบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและดำเนินมาตรการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน🔗
สุดท้ายครับ ผมยังขอย้ำเตือนว่าผมปรารถนาเพียงให้คำแนะนำและเสนอแนะ ข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือวิตกกังวล จนกลายเป็นความเครียด🔗
ขอบคุณครับ ท่านครับ ต่อไปเชิญท่านกษิดิ์เดชครับ ตามด้วยท่านธีรัจชัย พันธุมาศ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการจราจร เส้นทางบนทางด่วนฉลองรัชลงพัฒนาการ เดิมทีถ้าเราตรงไปสามารถขึ้นทางด่วนได้อีกแล้วก็ เลี้ยวขวาไปทางคลองตันหรือว่าจะเลี้ยวขวาไปทางเส้นเพชรบุรีตัดใหม่ แล้วถ้าจะเลี้ยวซ้าย ก็ไปพัฒนาการ ปัจจุบันถูกเจ้าหน้าที่พนักงานจราจรบังคับให้เลี้ยวซ้ายตลอดเพื่อจะไปกลับรถ พัฒนาการซึ่งไกลมากก่อให้เกิดรถติดเป็นจำนวนมาก การจราจรลักษณะนี้มีการทดลองใช้มา ไม่น้อยกว่า ๔ เดือน แล้วก็มีผู้ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมก็ไปสำรวจตรวจสอบ ดูแล้วก็เป็นความจริงครับ รถติดหนาแน่นมากแล้วก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลตรงนี้ เป็นเรื่องเป็นราว ก็ฝากวอนถึงผู้เกี่ยวข้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจตรวจสอบ อีกสักครั้งหนึ่งแล้วบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการจราจรกำหนดเส้นทางใหม่ วิธีแบบใหม่ ๆ ซึ่งไม่ใช่วิธีแบบนี้นะครับ หลายท่านไปส่งลูกไปโรงเรียนร้องเลยว่าตั้งแต่แก้ไข ปัญหาการจราจรแบบนี้แล้วเขาส่งลูกไปโรงเรียนไม่ทัน ซึ่งไปทางเพชรบุรีตัดใหม่ ทองหล่อ ก็วอนฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธีรัจชัย ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากการที่กระผมได้ลงพื้นที่ที่ได้รับร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่สายไหมและคันนายาว กรุงเทพมหานคร ถึงสภาพการจราจร ที่ติดขัด และได้พูดคุยกับสารวัตรจราจรสถานีตำรวจนครบาลสายไหมพบว่าระยะทาง จากซอยสายไหม ๓๕ ถึงซอยสายไหม ๕๖ ประมาณ ๗๐๐ เมตรนั้นการจราจรบริเวณนั้น ติดขัดเป็นอย่างมากทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น เนื่องจากมีซอยหลักถึง ๒ ซอย รวมถึงปั๊มน้ำมัน ขนาดใหญ่ หมู่บ้านและโรงเรียนอีก ๓ แห่ง ทางสถานีตำรวจนครบาลสายไหมจึงได้ทำการ ติดกล้องวงจรปิดและใช้วิทยุสื่อสารกันระหว่าง สน. สายไหมกับ สน. คันนายาวเพื่อให้สามารถ ปล่อยรถได้อย่างต่อเนื่อง โดยทาง สน. สายไหมต้องจัดหางบประมาณกันเอง ซึ่งยังไม่สามารถ แก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุม จึงต้องการให้มีสัญญาณไฟจราจรบริเวณปากซอยสายไหม ๓๙ และ ๕๖ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ทำเรื่องขอสัญญาณไฟจราจรแยกสายไหม ๕๖ ไปยังสำนักงานจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จนบัดนี้ยังไม่ได้รับ การติดตั้งไฟสัญญาณจราจรดังกล่าว ขอฝากท่านประธานไปยังสำนักงานจราจรขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเร่งรัดติดไฟสัญญาณจราจรตรงปากซอยสายไหม ๓๙ และ ๕๖ เพื่อลดปัญหาจราจรครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ ตามด้วยท่านผ่องศรี แซ่จึง🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอรบกวนหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยหารือมาแล้ว ท่านประธานครับ แต่ไม่คืบหน้าเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างถนน ๔ ช่องทางจราจรเป็นการขยายถนนหลักถนนเดิม บริเวณชุมชนหนาแน่น ตลาดลำนาว ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน เรียนท่านประธานครับ ว่าถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของการทางกระบี่ ทุกปีงบประมาณ การทางกระบี่ ไม่เคยดูแลถนนที่อยู่ในอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณส่วนใหญ่ไปตก ที่จังหวัดกระบี่ ผมเลยขอความเป็นธรรมกับท่านประธานว่าทำอย่างไรให้การทางกระบี่มาดูแล ถนนที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่อยู่ในความรับผิดชอบของการทางกระบี่ด้วยนะครับ เส้นนี้ชาวบ้านเขาร้องทุกข์มาหลายครั้งแล้วครับ ท่านนายอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กราบขอความกรุณาผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มา ๑ ครั้งแล้วยังไม่สำเร็จ ขอให้ท่านประธาน ให้ความเมตตากับพี่น้องชาวอำเภอบางขันนะครับ ทำถนน ๔ เลนช่องทางจราจรในชุมชน หนาแน่นตลาดลำนาวแล้วก็ติดไฟแดงที่หน้าโรงเรียนบางขันวิทยา ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายมาก เด็กไปโรงเรียนก็ข้ามถนน ก็ฝากท่านประธานเพื่อที่จะส่งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทางกระบี่ช่วยดูแลบางขันด้วย ถึงแม้ว่าบางขันจะเป็น ลูกเมียน้อยแต่เขาน้อยใจมาก กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผ่องศรี แล้วตามด้วยท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เชิญท่านผ่องศรีครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีประเด็นเดียวที่จะปรึกษาหารือท่านก็คือ ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออก เอกสารสิทธิให้กับประชาชน เป็นกระทู้ที่ ๐๗๓ ร และให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา🔗
ดิฉันได้รับหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓ ตามที่หนังสืออ้างถึง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งสำเนา กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิ ของนางผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เพื่อนายกรัฐมนตรี ตอบในราชกิจจานุเบกษาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๖๕ ดังความแจ้งแล้วนั้น ทางสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีขอเรียนว่าเนื่องจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูล จึงยังไม่สามารถตอบชี้แจงกระทู้ดังกล่าวภายในเวลา ที่กำหนด ๓๐ วันตามข้อบังคับ จึงเรียนมาเพื่อทราบ🔗
ข้อบังคับ ข้อ ๖๕ วรรคสอง ระบุว่าจะต้องแจ้งข้อขัดข้องและต้องแจ้งด้วยว่า จะตอบได้เมื่อใด ดิฉันคิดว่ายังตกประเด็นที่สำคัญ ดิฉันถามกระทู้นี้ พี่น้องดิฉันรอคอยอยู่ เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นการผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๖๕ วรรคสอง ขอปรึกษาหารือท่านประธานด้วย จะได้ชัดเจนว่าพี่น้องดิฉันจะได้รับฟังคำตอบเมื่อใด ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านผ่องศรีครับ เดี๋ยวผมมอบหมายให้ทางฝ่ายประชุมเขารับไปปรับถ้อยคำให้มีความชัดเจน มากยิ่งขึ้น ต่อไปเชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แล้วตามด้วยท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี เชิญคุณวันเพ็ญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๕ ปัจจุบันเป็นถนน ๒ เลนตรงนี้ เป็นทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในการใช้เส้นทาง ในช่วงนี้เนื่องจากว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวจำนวนปีละ ๒ ล้านคนขึ้นไป ประกอบกับ ประชาชนในพื้นที่มีอีกประมาณเกือบ ๑ ล้านคนเศษ เพราะฉะนั้นก็อยากจะได้ทางเลือก ในการแก้ปัญหาการจราจรในช่วงวันหยุด ตอนนี้วันหยุดเริ่มมีปัญหาตามสี่แยกรถจะติด ก็อยากจะให้ขยายเส้นทางถนนสาย ๒๒๗๕ ตั้งแต่อำเภอวิเชียรบุรีจนถึงอำเภอเมืองให้เป็น ๔ ช่องการจราจรตลอดเส้นทาง🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือถนนทางหลวงหมายเลข ทล ๑๑๓ ได้รับนโยบายโครงการ ที่จะขยายเป็น ๔ เลนตลอดเส้นทาง แต่ปัจจุบันหยุดการก่อสร้างและไม่มีงบประมาณ มาดำเนินการต่ออีกไม่มากแล้วนะคะ จากตำบลท่าข้ามผ่านตำบลชนแดนไปสู่อำเภอเมือง ที่เขารัง ตรงนี้ก็อยากจะให้ช่วยดูว่าจะขยายให้เป็น ๔ เลนได้ตลอดเส้นทางตรงนี้เพื่อเป็น ทางเชื่อมกับเส้นทางหมายเลข ๒๑ ได้อย่างไร ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้ดู🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คืออยากให้หางบประมาณในการขุดลอกคลองยาง อ่างเก็บน้ำ บ้านคลองยาง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นภารกิจของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย แต่ทราบว่าปีนี้ภัยแล้งมีเยอะมาก ๆ เพราะฉะนั้นถ้ามีโครงการที่แก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งก็อยากจะให้ช่วยดูในส่วนของตรงนี้เข้าไป ได้รับงบประมาณในการขุดลอก🔗
ทีนี้มีอีกเรื่องหนึ่งขออนุญาตเพิ่มเติม คือผู้สูงอายุและผู้พิการและประชาชน ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลศาลาลาย ขอให้ธนาคารกรุงไทยได้เพิ่มตู้เอทีเอ็ม (ATM) สำหรับ ในการกดใช้เงิน แล้วก็มีเรื่องของขยายเขตไฟฟ้า อันนี้ดิฉันจะขออนุญาตเพิ่มเติมเอกสาร ไปให้ท่านนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ คุณวันเพ็ญครับ ขอเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่าเรามีเวลาท่านละ ๒ นาที ขอให้ ท่านสมาชิกเราเตรียมเนื้อหาสาระให้มันพอกับ ๒ นาที ทดสอบก่อนก็ได้ครับ ก่อนที่จะมาพูด เพราะเข้าใจท่านว่าทุกคนมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาสะท้อนต่อสภาเรา เพื่อจะเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่เวลามีจำกัด ท่านประธานชวนเข้มงวดในเรื่องนี้มาก เชิญท่านโชติพิพัฒน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนกับโครงการงดใช้ถุงพลาสติกของรัฐบาลนะครับ เรียนท่านประธาน ตั้งแต่วันแรกของปี วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ จนถึงวันนี้วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ครบระยะเวลา ๑ เดือนพอดีกับโครงการงดให้งดรับถุงพลาสติกอย่างเป็นทางการ และจริงจัง หรือเรียกกันทั่วไปเป็นภาษาอังกฤษว่าเอฟเวอรีเดย์ เซย์โน ทู พลาสติก แบ็กส์ (Everyday say no to plastic bags) โดยงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วต่าง ๆ นานาทั่วประเทศ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตชมเชยรัฐบาลถึงแรงผลักดันให้เกิดการงดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลด ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ขออนุญาตตำหนิติเตียนเรื่องการเตรียมความพร้อมศึกษาปัญหา มาตรการวิธีการก่อนที่จะประกาศงดใช้ถุงพลาสติก เพราะโครงการดังกล่าวสะท้อนผลกระทบ ไปยังทางไม่ค่อยดีหลายเรื่อง เนื่องจากเป็นการรีบเร่งเกินไปไม่มีมาตรการรับให้ประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการถุงพลาสติก แต่มีประโยชน์กับกลุ่มนายทุน ผู้ประกอบการขายสินค้า โดยเฉพาะรายใหญ่ที่สามารถลดต้นทุนจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยไม่ต้องลงทุน ถุงพลาสติก ไม่ต้องซื้อจากโรงงานอีกต่อไป จึงทำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจโครงการดังกล่าว เอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุน กล่าวคือนายทุนผู้ผลิตถุงพลาสติกต่าง ๆ ประสบปัญหาด้านธุรกิจ และประชาชนเจอะเจอปัญหาไม่สะดวก การปรับตัวในความเคยชินมากมาย ชุลมุนวุ่นวาย เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขออนุญาตเสนอทางรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญพันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ตามด้วยคุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมใคร่ขอเสนอการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดจันทบุรี เรากำลังประสบปัญหาอยู่ ซึ่งปัจจุบันนี้ในจังหวัดจันทบุรีเรามีปริมาณน้ำฝนเป็นจำนวนมาก คือ ๓,๒๐๐ มิลลิเมตรต่อปี แต่ก็ยังมีภัยแล้งอยู่เหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า การเก็บกักน้ำจังหวัดจันทบุรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเราสามารถเก็บกักน้ำได้เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ส่วนอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นไหลลงสู่ทะเลหรือไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเรา ผมอยากจะให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเพิ่มยุทธศาสตร์ที่ ๗ ก็คือยุทธศาสตร์ในการ เก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเก็บกักน้ำไว้หน้าผิวดินหรือใต้ผิวดินโดยระบบธนาคาร น้ำใต้ดินก็ตาม ท่านประธานครับ ผมอยากเสนอให้กรมชลประทานช่วยสร้างอ่างเก็บน้ำ ไม่ว่า จะเป็นที่คลองตาพลาย อำเภอสอยดาว คลองเครือหวาย อำเภอโป่งน้ำร้อน หรือคลองสะตอ ที่อำเภอขลุง คลองปรือ คลองตาหลิ่ว คลองตารอง คลองจันตาแป๊ะ คลองกระสือใหญ่ คลองวังหิน และคลองทับนครก็ตามนะครับ และกรมพัฒนาพลังงานของกระทรวงพลังงาน ช่วยสร้างอ่างเก็บน้ำที่อ่างคีรีซึ่งทำให้มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการอีก ๒๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำทุ่งเพลตอนบน หรือผันน้ำจากโครงการโป่งน้ำร้อนนะครับ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานช่วยนำเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่ให้ ๔ อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอมะขาม อำเภอเมือง อำเภอคิชฌกูฏ และอำเภอแหลมสิงห์เกษตรกร มีน้ำใช้อย่างพอเพียงเพื่อที่จะใช้ในการอุปโภคบริโภค แล้วก็ใช้ในการที่ทำการเกษตร ซึ่งผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นเงาะ ทุเรียน มังคุด ลำไยก็ตามต้องการใช้น้ำเป็นอย่างมาก กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่เคารพมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ตามด้วยคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอนำเรียนหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าแสงสว่าง ถนนทางหลวง🔗
๑. ไฟฟ้าแสงสว่างถนนทางหลวงชนบท มค. ๒๐๐๔ ช่วงแยกถนนทางหลวง หมายเลข ๒๓ ข้างวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีวิทยาเขตมหาสารคาม ซึ่งพี่น้องตำบลเขวา อำเภอเมือง ตำบลหนองกุง อำเภอแกดำ ใช้เส้นนี้ในการสัญจรเป็นประจำ ซึ่งทำให้เกิดอันตราย จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อลดอุบัติเหตุ🔗
๒. ไฟฟ้าแสงสว่างถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓ เป็นถนนหลักจังหวัดมหาสารคาม เชื่อมไปยังจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ไฟฟ้าแสงสว่างทั้ง ๒ ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ในเขตเมืองช่วงเรือนจำจังหวัดมหาสารคามถึงบ้านเชียงเหียน ช่วงบ้านเขวา ตำบลเขวา ทำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตหลายครั้ง จึงขอให้กรมทางหลวงดำเนินการแก้ไข🔗
๓. ไฟฟ้าแสงสว่างถนนทางหลวง มค. ๒๓๘๐ ช่วงทางแยก ทล. ๒๐๔๐ บ้านหนองปลิง ตำบลหนองปลิง ถึงบ้านขอนแก่น ตำบลวังแสง อำเภอแกดำ ลักษณะถนนเป็น ๒ ช่องจราจรแบบสวนเลน ไฟฟ้ามืดมากทำให้มีอุบัติเหตุและพี่น้องประชาชนเกิดอันตราย ซึ่งทั้งหมดทั้ง ๓ เรื่องเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างก็นำเรียนว่าในงบประมาณยุทธศาสตร์ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งยุทธศาสตร์ของการสร้างโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำน้อย เกินไปก็คือประมาณแค่ ๑.๗ เปอร์เซ็นต์เอง ส่วนยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสของประเทศ ตั้ง ๙๗ เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากเกินไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป คุณกรณิศครับ ตามด้วยคุณกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ คลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องสัญญาณไฟจราจร ของเขตคลองเตยและวัฒนา ก่อนอื่นดิฉันขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านอัศวิน ขวัญเมือง ที่ท่านได้นำงบประมาณของกรุงเทพมหานครจำนวน ๑๔ ล้านบาท มาปรับปรุงถนน ทางรถไฟสายปากน้ำเก่า ซึ่งตอนนี้เสร็จสิ้นแล้วเป็น ค.ส.ล. อย่างดีค่ะ เนื่องจากว่าพอถนนเสร็จแต่ว่ามันยังไม่สมบูรณ์ค่ะท่านประธาน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีความตั้งใจมาก ๆ เลยในการที่จะมาพัฒนาตรงบริเวณนี้ตามนโยบายของท่านคือนาว (Now) เสร็จเรียบร้อย แต่ว่ามันยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากว่ายังขาดไฟสัญญาณจราจรทำให้ มีอุบัติเหตุค่อนข้างจะบ่อยครั้ง มีคนเสียชีวิตอยู่บริเวณนี้บ่อยครั้ง เพราะว่าถนนวิ่งสบาย ก็เลยทำให้คนขับรถค่อนข้างจะเร็ว เพราะว่าตรงบริเวณนี้มีทั้งวัดก็คือวัดสะพาน โรงเรียน วัดสะพาน และชุมชนสวนอ้อย ๓ จุดด้วยกัน ดิฉันอยากขอนำเสนอท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ท่านช่วยติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน วัดสะพานและหน้าชุมชนสวนอ้อยด้วยค่ะ ส่วนอีกที่หนึ่งตรงหน้าบริเวณล็อก ๔, ๕, ๖ ซึ่งใกล้กับมัสยิด ซึ่งจริง ๆ ดิฉันได้พูดในสภามาหลายครั้งแล้ว จริง ๆ มีหลายหน่วยงานด้วยกัน ในการที่จะต้องประสานเพื่อขอติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ก็เลยจะฝากกรุงเทพมหานคร ช่วยติดตามให้ด้วยนะคะ ส่วนอีกที่หนึ่งคือบริเวณหน้าปากซอยเจริญสุขตรงถนนพระราม ๔ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับตลาดคลองเตยเป็นทางโค้ง ซึ่งก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ยิ่งช่วงเวลาเช้ามืด เราไม่มีสัญญาณไฟจราจรตรงนี้จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ๆ ค่ะท่านประธาน ก็เลยฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการด้วยนะคะ อีกบริเวณหนึ่งคือเขตวัฒนาก็ขอติดตั้ง ไฟสัญญาณจราจรคือตรงบริเวณปรีดี ๔ ซึ่งเป็นทางเข้ามัสยิดบางมะเขือ ซึ่งก็จะมีโรงเรียน สุเหร่าบางมะเขือด้วยเหมือนกันค่ะท่านประธาน ขอให้ท่านช่วยติดตามแล้วก็ติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจรให้กับเขตคลองเตยและวัฒนาด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านกิตติชัย ตามด้วยท่านเทพไท เสนพงศ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ขอนำความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องมาปรึกษาหารือ ดังต่อไปนี้🔗
เรื่องแรกครับท่านประธาน ปัญหาที่ดินทำกินในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นปัญหา มายาวนานหลายหน่วยงานราชการทั้งลงพื้นที่ ทั้งสำรวจ ทั้งเก็บข้อมูล ทุกอำเภอมีปัญหา เช่นนี้หมด ผมได้รับเอกสารร้องเรียนตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมาเป็นปึก ๆ น่าน้อยใจครับ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ไม่มีการจัดสรร ไม่มีการแบ่งหรือแจกที่ดิน ทำกินให้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรแต่อย่างใด ฝากทุก ๆ หน่วยงานแก้ไขปัญหานี้ด้วย🔗
เรื่องต่อไปพ่อแม่พี่น้องประชาชนฝากติดตามเรื่องเงินคืน ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของโครงการชิมช้อปใช้ ปกติเงินจะเข้าวันที่ ๑๕ มกราคม แต่วันนี้สิ้นเดือนแล้ววันที่ ๓๑ เงินยังไม่เข้า ฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องถัดไปท่านประธาน สืบเนื่องจากปัญหาภัยแล้งในจังหวัดฉะเชิงเทรา พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรไม่มีน้ำในการทำนา บางพื้นที่ได้รับการแก้ไข หลายหน่วยงาน ขยันขันแข็งรีบแก้ไขให้พี่น้องประชาชน แต่มีบางพื้นที่น้ำไม่สามารถไปถึงได้พ่อแม่พี่น้อง ได้รับความเดือดร้อนนาข้าวแห้งตาย ฝากรัฐบาลช่วยเยียวยาพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรด้วย สืบเนื่องจากปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกัน น้ำดิบที่จะทำน้ำประปาในหลายพื้นที่ขาดแคลนครับ ฝากทุก ๆ หน่วยงานแก้ไขปัญหานี้ให้จังหวัดฉะเชิงเทราด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเทพไท ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากผมเองเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญปลดล็อก กระท่อม ก็ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่บริโภคพืชกระท่อมอยู่ว่าตอนนี้ระหว่าง ที่เราศึกษาเรื่องปลดล็อกกระท่อมเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังกวดขันในการจับกุมเหมือนเดิม นั่นก็คือค้นที่ตัวถ้าไม่เจอที่ตัวกำลังเคี้ยวอยู่ก็จะล็อกคอให้คายออกมาเพื่อจะใช้เป็นของกลาง ในบางโรงพัก ก็เดือดร้อน ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็อยากจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำกับไปยังโรงพักต่าง ๆ ว่าใช้ดุลพินิจแล้วก็อนุโลมให้สำหรับคนที่กินกระท่อมหรือว่า พกกระท่อมคนละไม่เกิน ๑๕ ใบ หรือ ๒๐ ใบ ประเภท ๔ คูณ ๑๐๐ ประเภทขนกันเป็น คันรถเป็นธุรกิจ อันนี้ต้องใช้การบังคับใช้กฎหมายตามปกติอันนี้ไม่ว่ากัน อันนี้ก็เป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จริง ๆ จากที่ผมไปพบพี่น้องที่กินกระท่อมอยู่ ที่ร้านกาแฟหรือสภากาแฟส่วนหนึ่ง แล้วก็ส่วนหนึ่งที่มาร้องทุกข์ที่บ้าน ซึ่งบ้านผมก็เปิด ๒๔ ชั่วโมงให้พี่น้องประชาชนมาร้องทุกข์ได้ เว้นแต่ผมอยู่ในพื้นที่อาจจะไม่เจอพวกผม เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่าพวกผมพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปิดบ้านหนีใคร สำหรับพี่น้องประชาชน พร้อมที่จะเปิดบ้าน ๒๔ ชั่วโมง พวกผมจะไม่มีการดรามา (Drama) ไม่มีการจัดฉากเพื่อให้ สื่อประโคมข่าวเพื่อหวังคะแนน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
โอเค (OK) ครับ ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ ตามด้วยท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๓ ข้อ🔗
ข้อ ๑ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขุดคลองส่งน้ำเชื่อมอ่างเก็บน้ำสำคัญ ๔ อ่างเก็บน้ำซึ่งเรียงรายอยู่รอบเชิงเขาเขียวของ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ คืออ่างเก็บน้ำท่าขาม บ้านนกเขาทอง มาอ่างเก็บน้ำห้วยอีเกิ้ง อ่างเก็บน้ำซับจันทร์แดงจนถึงห้วยอีง่องระยะทางประมาณ ๑๒ กิโลเมตร กรมทรัพยากรน้ำ เคยสำรวจและศึกษาเรื่องนี้ไว้แล้ว การก่อสร้างดังกล่าวจะเป็นการกระจายน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ลำปะทาวซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำอ่างเก็บน้ำลำปะทาวระบายน้ำเข้าสู่ตำบลนาหนองทุ่ม ตำบลช่องสามหมอ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ คลองส่งน้ำที่บ้านหนองแดงใหญ่ ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นการระบายน้ำเข้าสู่ตำบลช่องสามหมอ ตำบลโคกมั่งงอย ตำบลห้วยไร่ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงได้ก่อสร้างได้ปรับปรุงถนนทางหลวงแผ่นดิน สายหนองแวง บ้านนายม ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านแท่น ซึ่งจะเป็นระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ขอให้ปรับปรุงเป็นถนนผ่านชุมชนเมืองพร้อมระบบระบายน้ำและไฟฟ้า ส่องสว่างจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ ตามด้วยท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากความเดือดร้อน ของชาวตำบลศิลาทิพย์ หมู่ ๑๑ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มีความเดือดร้อนเรื่องถนน ที่มีโรงงานต่าง ๆ มาสร้างอย่างมากมายในซอยนี้ คือซอย ๑๒๕ แยกจากถนนสาย ๒๑ ชัยบาดาล หล่มสัก ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนนที่มีผู้สัญจรไปมาอย่างมากมาย มีโรงงานที่มาตั้งอยู่ ในพื้นที่หลายโรงงาน เช่น บริษัท เบทาโกร บริษัท สหฟาร์ม บริษัท คาร์กิลล์ จำกัด เงินลงทุน ที่ลงทุนมาแล้วเป็นพันล้านบาท แต่ถนนสายนี้การขนส่งวัสดุต่าง ๆ ที่จะเข้าโรงงาน และขนส่งผลิตภัณฑ์ที่จะส่งสู่ตลาดมันเป็นไปด้วยความยากลำบากมีแต่ฝุ่นละอองมากมาย อยากจะให้ทางรัฐบาล หรือทางการ หรือทางจังหวัดช่วยดูแลหาทางทำงบประมาณให้มีถนน เส้นที่สะดวกสบายขึ้นไป ระยะทางไม่ไกลประมาณ ๓,๐๐๐ เมตร หรือว่า ๓ กิโลเมตรกว่า ๆ เพราะว่าคือเงินลงทุนรัฐบาลไปเกลี้ยกล่อมให้นักลงทุนมาลงทุนเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยการ ทิ้งขว้างเขาอยู่นี่คืออาจจะไม่เป็นธรรมสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่มาลงทุน จึงขอความเห็นใจ จากทางรัฐบาลช่วยหางบประมาณในการก่อสร้างถนนเส้นนี้ด้วยครับ แล้วอีกทางคือ อบต. นิคมลำนารายณ์ได้รับความเดือดร้อนจากถนนเข้าทางตลาดนัดค้าวัวลำนารายณ์ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ก็ขอทางลาดยางที่ดี ๆ เข้าสู่เส้นนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ตามด้วยนางสาวกวินนาถนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องเดินทางมาให้ ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการในสภา หรือคณะอนุกรรมาธิการในสภาซึ่งไม่สามารถ เบิกค่าใช้จ่ายค่าเดินทางได้ ผิดกับหนังสือเชิญไปยังข้าราชการ เขาสามารถเบิกต้นสังกัดได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านประธานช่วยพิจารณาระเบียบการเบิกจ่ายให้กับภาคประชาชนด้วย มิฉะนั้นเราก็จะถูกเลือกปฏิบัติ ภาคประชาชนก็จะเหมือนถูกละเลย การมาให้ข้อเท็จจริง ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ สถาบันนิติบัญญัติของเราจะต้องเป็นสถาบันประชาธิปไตย ที่ประชาชนพึ่งพาได้หวังได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สภาพัฒนาการเมืองอยู่ในสถาบันพระปกเกล้าซึ่งท่านประธาน เป็นผู้บังคับบัญชาขั้นสูงสุด ที่ผ่านมาโดยโดนคำสั่ง คสช. พวกเผด็จการกดทับทำให้ สภาพัฒนาการเมืองไม่สามารถดำเนินงานกิจกรรมได้ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านรีบเร่งดำเนินการ ให้สภาพัฒนาการเมืองมีบทบาทในการพัฒนาประชาธิปไตยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้เร่งรัดศึกษาปัญหาการก่อสร้างสะพานข้ามคลองทุ่งนางดำ เชื่อมระหว่างหมู่ที่ ๓ บ้านเกาะอีถึงบ้านทุ่งนางดำ หมู่ที่ ๕ ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี ซึ่งประชาชน เดือดร้อนมากที่จังหวัดพังงา🔗
สุดท้าย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดินตอนนี้อยู่ในสื่อโซเชียล (Social) ประชาชนให้ความสนใจมากว่าคู่สมรสสามารถเดินทางไปต่างประเทศและเบิกจ่ายได้ ภาคประชาชนฝากผมมาให้พูดในสภาว่าขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้โปรดทบทวนระเบียบ ให้คู่สมรสของท่านเดินทางไปราชการและเบิกเงินหลวงได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอชี้แจงคุณประเสริฐพงษ์นิดเดียวนะครับ ประชาชนที่ทางกรรมาธิการเชิญมาร่วมให้ข้อมูลนี้ ได้ทราบจากทางฝ่ายเลขานุการว่าไม่ได้จ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงต่อครั้งต่อวันแต่ว่าจ่ายเป็นค่าพาหนะ ในการเดินทางกิโลเมตรละ ๔ บาท แต่ว่าพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชี้แจงจะต้องเก็บข้อมูล หลักฐานในการเดินทางไว้ แต่ถ้ามาเป็นหมู่คณะ เป็นรถตู้เป็นอะไรก็เบิกจ่ายได้เพียงคนเดียว อย่างนี้ดีไหมครับ🔗
ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเป็นข้อมูลไม่ได้โต้แย้งท่านประธานนะครับ ผมคิดว่าข้อเท็จจริง มันจะเป็นการขัดแย้งกับที่ท่านประธานแจ้งผมมาเพราะว่าผู้ที่ร้องเรียนผ่านผมมาก็คือ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ซึ่งมีหนังสือเชิญท่านเป็นข้าราชการแต่ประชาชนที่มากับ ท่านนายแพทย์ก็เป็นประชาชนได้รับหนังสือเชิญ แต่พอมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เขาก็ยืนยันว่า ไม่สามารถเบิกได้ครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์อย่างนี้แล้วกันครับ ผมจะให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับท่านเพื่อ จะได้เกิดความเข้าใจกันนะครับ เชิญท่านกวินนาถ ตามด้วยท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับการอนุมัติให้เทศบาลเมืองหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สามารถที่จะจัดทำบัตรประชาชนเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งตอนนี้ทางเทศบาลเมืองหนองปรือประกอบด้วย ๔๓ ชุมชน มีประชากรพักอาศัยอยู่ราว ๆ ๘๐,๐๐๐ ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนคนที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งผมเอง ก็ได้ไปดูที่เทศบาลเมืองหนองปรือมาแล้วปรากฏว่าทางเทศบาลได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ อำนวยความสะดวกในการทำบัตรประชาชนให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว และตอนนี้ก็สามารถ ที่จะดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรได้ หากเราสามารถที่จะกระจายอำนาจจากอำเภอ ให้กับเทศบาลเมืองหนองปรือให้ทำบัตรประชาชนให้กับประชาชนได้ ตรงนี้ก็จะลดภาระของ อำเภอบางละมุงลงไปได้ ซึ่งอำเภอบางละมุงเองก็มีเขตรับผิดชอบอยู่ ๖ ตำบล ซึ่งถือว่า มีประชากรที่จะต้องดูแลหลายคน อีกส่วนหนึ่งประชาชนที่ไปใช้บริการก็ไม่ต้องเสียเวลา ไปทั้งวันด้วย ก็ฝากเรื่องนี้ผ่านไปยังท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อนุมัติ งบประมาณส่วนหนึ่งและอนุมัติให้สามารถดำเนินการได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณรังสรรค์ตามด้วยคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมมีข้อห่วงใย จากทางนายสุกิจ ตุ่นวงค์ กำนันตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และเป็นกำนันยอดเยี่ยม แหนบทองคำของจังหวัดลำพูน ได้มีข้อห่วงใยว่าคำขวัญของกระทรวงมหาดไทยที่ให้พวกเขา บำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องราษฎร พวกเขาจำขึ้นใจและนำมาปฏิบัติใช้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะ ข้อราชการอะไรต่าง ๆ ที่ทางกระทรวง กรมต่าง ๆ ได้สั่งการมายังพวกเขา พวกเขาน้อมรับ และยินดีนำมาปฏิบัติเป็นอย่างดี อย่างเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานเรื่องยาเสพติดก็ทำมาแล้ว อยู่ด่านเฝ้าระวัง ๑๐ วันอันตรายช่วงเทศกาลต่าง ๆ ก็เสียสละมาทำ แต่วันนี้ถ้ามองดู ค่าตอบแทนที่ให้พวกเขาที่เป็นขวัญกำลังใจซึ่งกำนันได้อยู่ ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้านได้อยู่ ๘,๐๐๐ บาท ผู้ช่วยสารวัตรแพทย์ได้เพียง ๕,๐๐๐ บาท ดังนั้นถามว่ามันคุ้มไหม ไม่ต้องมาพูดเรื่องความคุ้มค่า แต่ว่าเรื่องการเสียสละของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีสูงกว่านั้น อย่างวันนี้ไฟป่าเริ่มมีอีกแล้วทางจังหวัดลำพูนต้องเฝ้าระวังไฟป่า ๙๐ วัน ไฟป่าเกิดที่ไหน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องเดินเท้าขึ้นไปดับ ดังนั้นผมอยากเห็นรัฐบาล ช่วยมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยสารวัตรแพทย์ด้วยขึ้นค่าตอบแทนให้เขา กำนันให้ไปเลย ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องมาขึ้นทีละ ๒๐๐ บาท ทำให้ทะเลาะกันคนนั้นได้คนนี้ไม่ได้ ถ้าจะขึ้น ๆ ให้ครบถ้วนทั่วหน้าทุกคนจะเป็นประโยชน์ กับพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณยศวัฒน์ ตามด้วยคุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ผมจะขอหารือท่านประธานซึ่งเป็นความเดือดร้อน ต่อเนื่องจากการที่ผมได้หารือไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็คือปัญหาในเรื่องของราคาอ้อยที่จะส่ง ผลกระทบกับสถานการณ์ปัจจุบันก็คือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบนั้นก็เพราะว่า นอกจากปัญหาใหญ่ที่ชาวไร่อ้อยต้องเผานั่นก็เพราะว่าเพื่อเป็นการลดต้นทุน แต่สาเหตุ ที่ต้องหารือในวันนี้ก็เพราะว่าการเผาอ้อยนอกจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ผมได้พูดถึงแล้ว ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเปลวไฟหรือกากอ้อยที่ยังมีเปลวไฟไปหล่นลงบ้านประชาชน โดยเฉพาะผมหารือไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเมื่อ ๓ วันที่ผ่านมาก็คือวันที่ ๒๘ มกราคม เหตุเกิดอยู่ที่ตำบลอุโลกสี่หมื่น หมู่ที่ ๕ ซึ่งเจ้าของบ้านชื่อนายกิตติ เห็นทองดี ได้มาร้องเรียน กับผมว่าวันนี้โจรปล้นบ้าน ๑๐ ครั้งไม่เท่ากับไฟไหม้บ้านเพียงครั้งเดียว ผมเชื่อว่าเป็นสิ่ง ที่พวกเรารู้กัน แล้วก็อยากที่จะให้ทางรัฐบาลผู้เกี่ยวข้องนั้นได้เล็งเห็นว่านอกจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้ว ปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ไม่ใช่เพียงรายแรกครับ เมื่อเช้า ผมดูข่าวจากหลาย ๆ ช่องก็ได้รับผลกระทบจากตรงนี้เช่นกัน และผมก็เข้าใจชาวไร่อ้อย เป็นอย่างดีว่าทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำลง เพราะวันนี้ราคาอ้อยยังไม่ได้ความชัดเจนว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ทางรัฐบาลนั้นวางเพื่อที่จะเยียวยา ความชัดเจนเป็นอย่างไร ผมขอฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐพล ตามด้วยท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ถ้าอ่านผิดขออภัยนะครับ ไม่ทราบว่า เจ้าหน้าที่พิมพ์ถูกไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่องให้บรรจุร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ไว้ในแผนปฏิรูป ประเทศ เพราะผมได้ทราบข้อมูลและได้รับข้อกังวลใจจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ว่าวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้จะถูกถอดออกจากความไม่เร่งด่วนในความคิดเห็นที่มองว่าไม่เร่งด่วน แต่พวกเรามองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและเร่งด่วนมาก เหตุผลที่จะสนับสนุนว่าทำไมถึงเร่งด่วน และไม่ควรที่จะถูกถอดออกจากแผนปฏิรูปประเทศ ตามนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกร่างออกจากทุกภาคส่วนของประชาชน🔗
ประเด็นที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยึดโยงจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ และอนุสัญญาต่าง ๆ ที่รัฐไทยมีต่อทั่วโลก🔗
ประเด็นสุดท้าย เป็น พ.ร.บ. ที่ตอบโจทย์และตอบสนองปัญหาพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ หลาย พ.ร.บ. หลายมติ ครม. ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ความสมดุล ความทัดเทียมกัน ขจัดความเหลื่อมล้ำและความยั่งยืน อยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้หมด ฉะนั้นจึงเป็นฉบับที่ควรที่จะบรรจุไว้ในแผนปฏิรูปประเทศและสังคม ในยุทธศาสตร์ประเทศต่อไป อีกประเด็นสำคัญคือยูเอ็น (UN) สหประชาชาติ จัดประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย อยู่ใน ๓๘ ประเทศ ที่มีชื่อประเทศไทยอยู่ในนี้ด้วย เรื่องสิทธิมนุษยชนและความเหลื่อมล้ำ ผมอยากเห็นประเทศไทยหลุดพ้นจาก ๓๘ ประเทศที่เป็นประเทศที่น่าละอาย จึงขอฝาก ความหวังว่าวันที่ ๔ นี้จะถูกบรรจุอยู่ในแผนปฏิรูปต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพีระวิทย์ ตามด้วยคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม ในโอกาสที่ได้กลับเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. เป็นครั้งที่ ๒ สมัยที่ ๒ ในสภาชุดนี้ ก็เฝ้าดูถึงเรื่อง ปัญหาค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งผมเป็นชาวจังหวัดสระบุรีโดยกำเนิด ตลอดระยะเวลา ที่เฝ้าดูเหตุการณ์ ปัญหาของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่จังหวัดสระบุรีนั้นเกิดมาจากหมอกควัน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโรงโม่หิน โรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก เป็นปัญหาที่ไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ประกอบกับปัญหาที่เกิดจากภาคเกษตรกร อาทิเช่น การเผาไร่อ้อย เผาไร่ ข้าวโพด และปัญหาต่าง ๆ อีกมากมาย ผมขอชื่นชม ส.ส.สมบัติ ส.ส.กัลยา ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ที่ได้ลงพื้นที่ให้การดูแลมาโดยตลอด ในส่วนตัวผมคิดว่าการที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ ซึ่งค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมเองก็เพิ่งจะเคยได้ยินมาในปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นเด็ก ๆ ผมไปเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค ผมก็เจอแต่ปัญหาฝุ่นละอองมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น ค่าของฝุ่นละอองมีที่จังหวัดสระบุรีมานานแล้วและเป็นปัญหาระดับชาติจนบางครั้งคิดว่า น่าจะเป็นปัญหาระดับโลก แต่ผมมองว่าค่าของฝุ่นละอองที่จะป้องกันได้คือการใช้ภาคเกษตรกร เข้ามาช่วย อาทิเช่นการที่จะช่วยกันขุดเจาะน้ำบาดาลแล้วเกษตรก็จะได้นำการเจาะ น้ำบาดาลมาทำเป็นสปริงเกอร์ (Sprinkler) เพื่อที่จะให้ความชุ่มชื่นต่อพืชผลทางการเกษตร และที่สำคัญตอนนี้ใกล้จะถึงฤดูมะม่วงแล้วหากยังเกิดปัญหาฝุ่นควันเยอะขนาดนี้ ปีนี้มะม่วง ราคาคงจะแพงยิ่งขึ้นเพราะว่ามะม่วงจะไม่มี สมัยก่อนเข้าจะบอกว่าฝนจะตกในช่วงนี้ก็คือ เป็นฝนชะช่อมะม่วงเพื่อที่จะทำให้ชะฝุ่นละอองลง แต่ตอนนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เราอาจจะ ไม่มีมะม่วงอร่อย ๆ จากจังหวัดสระบุรีได้กินกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพรเทพ ตามด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี เขต ๒ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย มีความเสียหายกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้กับสายไฟแรงต่ำและสายสื่อสารที่วางพาด บนเสาไฟฟ้าแรงสูงในเขตอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี แล้วก็ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่หย่อนและตกลงใกล้พื้นเดินเกะกะไม่เป็นระเบียบ การไฟฟ้ามีหน้าที่ จ่ายไฟแล้วก็ต้องไปดูแลระบบในการเดินด้วย บางที่เถาวัลย์ดึงสายไฟตกมาที่พื้นทำให้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกรงจะเป็นอันตราย อยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยช่วยไปดูแล นอกจากจะจ่ายไฟให้ดีแล้วท่านต้องดูแลระบบสายไฟ ต้องเดินให้ดีอย่าเกะกะไปพาดผ่านหน้าบ้านคนแล้วตกไปถึงพื้นพี่น้องประชาชนได้รับอันตราย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของบริษัทขนส่ง กระทรวงคมนาคม ท่านประธานครับ ประชาชนและผู้ประกอบการเดินรถเดือดร้อนจากการที่กระทรวงคมนาคมเอาท่ารถตู้ต่าง ๆ ต่างจังหวัดในแต่ละอำเภอไปรวมกัน ซึ่งแต่ละท่าห่างไกลจากชุมชน ประชาชนเดินไปต้อง เสียค่ารถ เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมและเกิดการแย่งชิงผู้โดยสารในท่านั้น ๆ เหมือนกับมีขาใหญ่ในที่นั้น ๆ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ กระทรวงคมนาคมต้องดูแล ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการเดินรถซึ่งทำงานให้กับกระทรวงคมนาคม เป็นเรื่องเก่าที่ผม เคยแจ้ง ผมไม่อยากให้เรื่องซ้ำซากมีตัวชี้วัดไหมครับ กระทรวงคมนาคม อะไรที่มันซ้ำซาก ขอให้ได้แก้ไข ยังนิ่งอยู่ ท่านจะดำเนินการอย่างไรช่วยแจ้งให้ทราบด้วย ขอบคุณท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณแนนครับ ตามด้วยคุณอับดุลอายี สาแม็ง🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหลัก ๆ อยู่ ๒ เรื่องจะฝากหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗
เรื่องแรก สำนักงานที่ดินอำเภอพิบูลมังสาหารค่ะท่านประธาน ปัญหา ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือว่าขณะนี้มีชาวบ้านต้องบอกว่าจำนวนเป็นหลายร้อยคนมาร้องเรียน กับดิฉันว่าได้ทำการรังวัดที่ดิน ได้ทำการจ่ายค่าธรรมเนียมทุกอย่างหมดแล้วเหลือเพียงแต่ การออกโฉนด ซึ่งระยะเวลาเท่าที่ฟังมาในแต่ละรายนี้ไม่ใช่ระยะเวลาเป็นเดือน บางราย ๔-๕ ปี รายที่สั้นที่สุดเท่าที่ดิฉันรับทราบมาก็คือประมาณ ๑ ปี ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือแต่โฉนดอย่างเดียว ทางชาวบ้านก็ได้สอบถามไปแล้วได้รับคำตอบเพียงแต่ให้รออย่างเดียว ก็เลยต้องฝากทางท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าในเรื่องการออกโฉนดซึ่งเป็นสิ่ง ที่จำเป็นที่สุดของชาวบ้านจะต้องให้รอไปนานขนาดไหน ไม่ใช่เฉพาะอำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอใกล้เคียงที่ต้องใช้สำนักงานที่ดินของอำเภอพิบูลมังสาหารด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาต่อเนื่อง จริง ๆ ไม่ใช่ปัญหาท่านประธาน เป็นเคส (Case) ต่อเนื่องตั้งแต่ผู้ประสบอุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้วที่จังหวัดอุบลราชธานี เงินที่ได้รับดูแลก็คือครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท แต่แรกได้รับกันหมดเรียบร้อยทุกหลังคาเรือน เหลือเพียงแต่เป็นเงินชดเชยในการซ่อมแซมบ้านที่จะผ่านองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ว่าได้สำรวจไปแล้วเมื่อ ๒-๓ เดือนก่อนขณะนี้ก็ยังเงียบหาย ทางผู้ที่ประสบเหตุซึ่งเขา ก็ออกเงินส่วนตัวในการซื้อของเข้ามาในบ้าน หรือแม้กระทั่งซ่อมแซมบ้าน ประตูบ้านอะไรก็ตาม แต่ได้สอบถามท่านประธานว่าที่ได้ไปสำรวจแล้วนั้นเมื่อไรจะมีการเข้ามาดูแลในส่วนตรงนี้ จากการที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้ไปสำรวจเอาไว้แล้วก็ให้สัญญาเอาไว้ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอับดุลอายี ตามด้วยนางสาวศรีนวล บุญลือ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เขต ๓ อยู่ในพื้นที่ของอำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ครั้งที่ผ่านมา ผมก็ได้เคยหารือกับท่านประธานแล้วเมื่อครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่าภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ สนามบินที่อำเภอเบตงก็จะเปิดใช้บริการแล้ว แต่ว่าถนนโครงข่ายที่ให้เกิดความสะดวก ในการที่จะเข้าไปสู่สนามบินเบตงยังไม่เรียบร้อย ในช่วงแรกที่มีการหารือกับประธานสภาว่า โครงข่ายของทางหลวงแผ่นดินของถนนสาย ๔๑๘ ด้านขวาประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ทราบว่า ได้บรรจุเป็นแผนงานของกรมทางหลวงไปแล้ว วันนี้ก็ขอหารือเพิ่มเติมกับท่านประธานว่า เนื่องจากมีทางหลวงแผ่นดินที่จะเชื่อมต่อเข้าสู่สนามบินให้เชื่อมกับสาย ๔๑๐ ของสายเดิม ที่เป็นสายหลักแล้ว ที่ กม.๑๗ แยกซ้ายไปจากเดิม ๒ ช่องทางจราจรให้เป็น ๔ ช่องทางจราจร ประมาณ ๘ กิโลเมตรเศษ🔗
อันที่ ๒ อยากจะหารือเรื่องภัยแล้ง เนื่องจากว่าปีนี้ที่มีการคาดหมายว่า ภัยแล้งมันจะมาก่อนแล้วก็จะใช้ระยะเวลาที่ยาว ในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลาส่วนใหญ่ ก็เป็นพื้นที่ทางด้านการเกษตรซึ่งน่าจะมีผลต่อพี่น้องประชาชนที่มีอาชีพด้านการเกษตร ซึ่งขณะนี้ชาวสวนยางกำลังผิดหวังกับราคายางพาราที่ราคาตกต่ำเป็นอย่างมากก็จะมีการ เปลี่ยนอาชีพเป็นสวนทุเรียน ก็มีการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนไปในเขตพื้นที่ของต้นน้ำทำให้ มันมีปัญหาเรื่องต้นน้ำด้วยก็อยากจะหารือท่านประธานเพื่อประสานงานไปที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมชลประทาน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำ เพื่อเตรียมการในเรื่องนี้ก่อนที่ภัยแล้งจะมาถึง ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรีนวล ตามด้วยคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือทางท่านประธาน ที่ผ่านมานี้เคยมาพูดในสภาไปครั้งหนึ่งเกี่ยวกับถนนหมู่ที่ ๑๔ บ้านโป่งน้อยเก่าเชื่อมกับ โป่งน้อยใหม่ แล้วเชื่อมไปที่หมู่ ๑๒ บ้านขุนวัง พอดีทางกรมทางหลวงชนบทได้เข้าสำรวจ พื้นที่เรียบร้อยแล้วจะมีโครงการลงแต่มีปัญหากับกรมป่าไม้ ตอนนี้การดำเนินการล่าช้าไป แล้วถนนหนทางก็ชำรุดทรุดโทรมการสัญจรไปมาลำบาก เวลาลงพื้นที่ชาวบ้านหรือว่า ประชาชนในพื้นที่จะร้องเรียนมาโดยตลอดว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาเวลาไหน เดือนไหนและปีไหนก็ขอให้เร่งดำเนินการด่วน เพราะว่าเวลาฝนตกถนนยากลำบากมาก เวลาประชาชนเจ็บไข้ได้ป่วยจะมาโรงพยาบาลบางครั้งก็เสียชีวิตกลางทางก็มี ดังนั้นอยากจะ ขอเรียนฝากทางท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วนด้วยเจ้า ขอขอบพระคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วยนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตไม่ต่างจาก สมาชิกท่านอื่น ปัญหาเรื่องภัยแล้งยิ่งใหญ่มากครับ ขณะนี้ในจังหวัดเชียงรายมีหนองหลวง อยู่ที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย หนองหลวงแห่งนี้เป็นหนองน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด ประวัติความเป็นมานั้นก็คือเขาบอกว่าเคยมีปลาไหลเผือกแล้วก็เป็นลูกพญานาค ชาวบ้าน จับกินเสร็จแล้วปรากฏว่าก็เลยเกิดอาเพศเป็นพันกว่าปี🔗
ขณะนี้มีอยู่ ๘ เกาะครับ ปรากฏว่า แห้งแล้งหมดเลยครับ ในบรรดาเกาะเหล่านั้นมีแหล่งท่องเที่ยว มีเสาวิหาร มีวัดวาอารามเก่า ๆ อยู่จำนวนมาก ผมขอบคุณท่านนายกประเวช ราชชมภู นายกเทศมนตรีตำบลสิริเวียงชัย และผู้ใหญ่บ้าน บัวจันทร์ เครือตา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหนองหลวง หมู่บ้านเหล่านี้เป็นหมู่บ้าน นวัตวิถี แต่ว่าขณะนี้เป็นที่น่าเสียดายก็คือคุณดรัณภพ อินตาพรหม ซึ่งเป็นทีมงานของผม ได้เข้าไปตรวจดูเมื่อเช้าวันนี้เอง ท่านประธานเห็นไหมครับ อันนี้คือฝายเก็บน้ำใช้ไม่ได้เลย ที่สำคัญก็คือเหตุการณ์ต่าง ๆ มันเกิดจากดินสไลด์ (Slide) ถล่มทลายและมีผักตบชวาเข้าไป กีดขวางเน่าเสีย และที่สำคัญก็คือขณะนี้สิ่งสวยงามซึ่งชาวอำเภอเวียงชัยได้เคยตั้งใจไว้ว่าจะ อุทิศหนองน้ำเหล่านี้ให้เป็นหนองน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย แต่ปรากฏว่า ขณะนี้กรมประมงก็ดีซึ่งมีแหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่ใหญ่ที่สุดถือว่าเพาะปลาบึก เพาะพันธุ์ปลา ที่แพร่หลายให้กับพี่น้องในจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือ ปรากฏว่า ๕ ปีที่ผ่านมามีการ ปฏิวัติรัฐประหาร อ่างเก็บน้ำหนองน้ำเวียงชัยแห่งนี้ได้ถูกละเลยและไม่มีการดูแลเยียวยาเลย ก็ขอท่านประธานว่าขอให้ได้ช่วย ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ำ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย มช หรือแม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เตรียมจะไปศึกษาหารือ เกี่ยวกับการทำแหล่งน้ำแห่งนี้ให้กลับคืนมามีชีวิตเหมือนดังเดิมของพี่น้องในจังหวัดเชียงราย ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพัชรินทร์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลค่ะ เรื่องของถนนคนเดิน อันดับแรกต้องขอบคุณทางรัฐบาลที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรม ถนนคนเดินทั่วทั้ง ๗๖ จังหวัด รวมถึงหลายเขตในกรุงเทพมหานคร ทางดิฉันและ ส.ส. กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ได้มีโอกาสพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่นำร่อง ของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นสีลม เยาวราช ถนนข้าวสาร ก็ได้รับการชื่นชมมาว่า ช่วยส่งเสริมรายได้ของคนในท้องถิ่นด้วยให้มีเงินไหลเวียน รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบพ่อค้า แม่ค้าจากการจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้าของกรุงเทพมหานคร ก็มีช่องทางในการที่จะทำมา ค้าขายมากขึ้น ดิฉันจึงอยากจะสนับสนุนอยากให้รัฐบาลได้จัดทำโครงการนี้ขยายพื้นที่ เพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพราะว่าเป็นการเชื่อมโยงกับนโยบายที่ทางรัฐได้แถลงไปแล้ว แล้วก็ยกตัวอย่างในพื้นที่ดิฉันเองก็มีร้านอาหารมากมาย มีผลิตภัณฑ์ชุมชนไม่ว่าจะเป็นแถวถนนจันทน์ ตลาดสะพาน ๒ สะพาน ๓ ซอยเซ็นหลุยส์ หรืออีกหลายที่ที่อาจจะไม่ได้กล่าวถึง ก็อยากจะให้ทางรัฐได้จัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะเป็น ศูนย์กลางให้พ่อค้าแม่ค้าแล้วก็ผู้บริโภคได้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยกัน🔗
อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเสนอแนะนะคะ นั่นคือในเรื่องของการให้ใช้ภาชนะ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรืออย่าง สวทช. เองมีจัดทำรถเข็นขายอาหารต้นแบบที่ไม่ว่าจะ เป็นการพัฒนานวัตกรรมการทำอาหารโดยไร้ควัน การมีดักกรองไขมัน นวัตกรรมเหล่านี้ เราก็มาใช้กับโครงการเหล่านี้ได้เพื่อที่จะให้พื้นที่มีความสะอาด มีระเบียบวินัยแล้วก็ไม่สร้าง ความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาประชุมจำนวน ๒๖๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม แล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
เราประชุมวันนี้ก็ถือว่าเป็นการประชุมกรณีพิเศษนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ สำหรับการพิจารณาเรื่องที่ค้างพิจารณาในวันนี้จะเป็น การพิจารณากลุ่มญัตติที่ค้างการพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินจำนวน ทั้งสิ้น ๑๔ ฉบับ ประกอบด้วย🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา หามาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนอย่างครบถ้วนเป็นระบบโดยเสนอ ให้เป็นนโยบายวาระแห่งชาติ ซึ่งศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เป็นผู้เสนอ🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินแก่ราษฎร ซึ่งนายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอ🔗
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เป็นผู้เสนอ🔗
๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กับคณะเป็นผู้เสนอ🔗
๕. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร ซึ่งนายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ🔗
๖. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษามาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่ดินป่าไม้ของประเทศ ซึ่งนายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ🔗
๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน และการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ซึ่งนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และ นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอ🔗
๘. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งนางผ่องศรี แซ่จึง และนายสิงหภณ ดีนาง เป็นผู้เสนอ🔗
๙. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร ซึ่งนางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะเป็นผู้เสนอ🔗
๑๐. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ซึ่งนายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้เสนอ🔗
๑๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินของประชาชนและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งนายสฤษดิ์ บุตรเนียร และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เป็นผู้เสนอ🔗
๑๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาเรื่องการออกเอกสารสิทธิและที่ดินทำกิน ซึ่งนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ🔗
๑๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรทับซ้อนในเขตที่ดินของรัฐและการแก้ไขปัญหา ที่ดินทั่วประเทศ ซึ่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้เสนอ🔗
๑๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร ซึ่งนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้เสนอ🔗
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องในทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณาร่วมกันนะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ปัญหาที่ ๒ ความขัดแย้งในเรื่องของแนวเขตที่ดิน แนวเขตที่ดินที่ประกาศ อย่างเป็นทางการนั้น ได้มีการประกาศต่างกรรมต่างวาระจึงมีความไม่ชัดเจน มาตราส่วนต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนกัน สุดท้ายแล้วเกิดการทับซ้อนของแนวที่ดินแล้วเกิดข้อพิพาทระหว่างแนวเขต ที่ดินขึ้น ระหว่างรัฐกับประชาชนโดยเฉพาะ ระหว่างที่สาธารณะกับที่เอกชนเป็นต้น🔗
ปัญหาที่ ๓ การกระจายการถือครองที่ดิน ที่ดินของเรานั้นส่วนใหญ่ตกอยู่กับ คนบางกลุ่มเท่านั้น ท่านประธานครับ ร้อยละ ๕๐ ของที่ดินในประเทศของเรา ประชาชน ที่ถือครองนั้นมีไม่ถึง ๑ ไร่ ในขณะที่ที่มากกว่า ๕ ไร่นั้นมีเพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ถ้าพูดให้ถึงที่สุดที่ดินขนาดมากถือครองโดยคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ นี่เป็นปัญหาเรื่องการกระจายการถือครองที่ดิน🔗
ปัญหาที่ ๔ การไร้ที่ทำกิน ผู้มาลงทะเบียนที่ไม่มีที่ทำกินมีจำนวนกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ราย สภาพความเป็นจริงที่ดินที่นำมาจัดสรรนั้นเป็นที่ดินที่มีสภาพไม่เหมาะสม ขาดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นทำไม่ได้อย่างเต็มที่ และยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนาพื้นที่เหล่านั้นก็มีความล่าช้า การดำรงชีวิตของประชาชน เป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงส่งผลให้การจัดสรรที่ดินที่รัฐจัดให้กับประชาชนนั้น ไม่เกิดประโยชน์ตามเจตนารมณ์ที่ควรจะเป็น🔗
ปัญหาที่ ๕ การไม่ทำประโยชน์ในที่ทำกินหรือการใช้ที่ทำกินไม่เต็มศักยภาพ ท่านประธานทราบไหมว่าในวันนี้พื้นที่นาร้างของประเทศมีมากกว่า ๑ ล้านไร่ เนื่องจาก เจ้าของที่ดินไม่ยอมให้เช่าที่ดินที่เกิดจากบทบัญญัติของกฎหมายควบคุมค่าเช่าที่ดิน เพื่อการเกษตรเป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ที่ดินของเราไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้กับ การพัฒนาเศรษฐกิจและเทศชาติของเรา🔗
ปัญหาที่ ๖ การถือครองที่ดินขนาดใหญ่ วันนี้การถือครองที่ดินขนาดใหญ่ ในลักษณะที่เป็นโฉนดกว่า ๒๐๐ ไร่นี้ ตั้งแต่ ๒๐๐ ไร่ขึ้นไปมีถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ น.ส. ๓ ที่มากกว่า ๒๐๐ ไร่มีถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการถือที่ดินดังกล่าวขนาดใหญ่นี้ มีผลอย่างยิ่งกับประเทศไทยของเรา แล้วก็มาตรการที่เราพยายามจะแก้ไขไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของภาษีก้าวหน้าก็ยังไม่มีผลสำเร็จ🔗
ปัญหาที่ ๗ ที่เป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาการบริหารจัดการ ปัญหา ของเรานั้นส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ หรือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กับบุคคลบางกลุ่มที่มีการร้องเรียนมากกว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาว ประเทศไทย ขาดแผนการใช้ที่ดินที่เป็นกรอบการใช้ที่ดินของประเทศ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือประเทศไทย ไม่มีผังประเทศว่าเราต้องการเห็นประเทศไทยของเราเป็นอย่างไรตลอดไปแบบยั่งยืน และทำให้คนไทยในอนาคตในรุ่นต่อ ๆ ไปสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุข ในเวลาเดียวกัน รักษาสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ได้ องค์กรต่าง ๆ ของรัฐมีกฎหมายต่าง ๆ แตกต่างกันหลายฉบับ ทำให้ไม่สามารถที่จะนำมาเป็นองค์รวมในการแก้ไขปัญหา ได้อย่างครอบคลุมในการบริหารที่ดินของประเทศ จากปัญหาดังกล่าวท่านประธานครับ เมื่อเราไปดูถึงสาเหตุที่มาของความขัดแย้งในเรื่องของการจัดการที่ดิน🔗
ประการแรก จะพบว่านโยบายของรัฐไม่มีเอกภาพ สิ่งที่เราพูดกันเสมอก็คือ วันหนึ่งนโยบายหลายปฏิบัติ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัตินโยบายของรัฐบาลก็จะมีวิธีการ และมาตรการที่แตกต่างกันไป ไม่มีเอกภาพ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหา การกำหนดนโยบายของรัฐมีหลักเกณฑ์มาก เช่นหลักเกณฑ์ในเรื่องเวลา ตัวที่เราพูดกันมาก ก็คือ พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่เราพูดถึงเรื่องของการครอบครองที่ดินแล้วก็ออกกฎหมายหลังจากนั้น นี่ก็เป็นปัญหาครับ โดยเฉพาะในเรื่องของป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ ในเกณฑ์วิชาการ มีการทับซ้อนของพื้นที่บางส่วนที่มีเอกสารสิทธิจึงทำให้พื้นที่ป่าของเรามีผู้ถือครองที่ดิน กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปจนยากแก่การที่จะตรวจสอบแนวเขต แล้วปัญหาที่ว่านั้นก็มีความถูกต้อง มากน้อยเพียงใด ก็ยังไม่มีใครสามารถที่จะชี้ชัดได้🔗
สาเหตุประการที่ ๒ คือการขาดเครือข่ายของระบบข้อมูลที่ดินครับ สาเหตุ เกิดจากระบบข้อมูลที่ดินนั้น โดยเฉพาะระบบแผนที่ที่แต่ละหน่วยงานใช้นั้นมีมาตราส่วน ที่แตกต่างกัน บางหน่วยงานใช้แผนที่ ๔๐๐๐ บางหน่วยงานใช้ ๑ : ๕๐๐๐ เมื่อมีการตรวจสอบแนวเขตจึงทำให้ เกิดการดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า ป่าทับคน หรือบางครั้งก็คนทับป่า เป็นต้น จึงต้องใช้เวลายาวนานมากในการพิสูจน์การถือครอง การใช้เวลายาวนานนี้ในการที่จะพิสูจน์ทราบนั้นก็มักจะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่เรา ไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันสมควร เกิดการสะสมของปัญหาที่มากขึ้นแล้วก็รุนแรงมากขึ้น ระบบข้อมูลที่ดินของหน่วยราชการต่าง ๆ ยังไม่ได้เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน จึงทำให้ เกิดการอ้างที่เกิดประโยชน์เฉพาะบางส่วนและนำไปสู่ปัญหาแก้ไขไม่ได้🔗
สาเหตุประการที่ ๓ ก็คือมาตรการการควบคุมการใช้ที่ดินไม่มีประสิทธิภาพ ยังมีที่ดินที่เหมาะสมอีกมากมายเพื่อการเกษตร แต่ถูกทิ้งร้างไว้ไม่ใช้ประโยชน์จำนวนมาก แต่มีประชาชนบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ที่มีการสงวนคุ้มครองเพื่อการทำมาหากิน สิ่งเหล่านี้ ก็เกิดปัญหาขึ้น ข้อเสนอแนะในเรื่องของภาษีก้าวหน้า ภาษีที่ดินที่ได้ออกมาบ้างแล้วก็ยัง ไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม การใช้ที่ดินในพื้นที่ราบสูงหรือพื้นที่สูงชัน พื้นที่ ที่มีความลาดเทโดยไม่มีการอนุรักษ์ดินแล้วก็น้ำที่เป็นพื้นที่ผิวดินตอนบน จึงทำให้ในฤดูฝน ที่มีการชะล้างทำลายล้างแล้วก็เกิดการสไลด์ (Slide) ของดินและเกิดความเสียหายตามที่เราเห็น เป็นประจำ🔗
สาเหตุประการที่ ๔ ที่สำคัญคือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่มีส่วนในการบริหาร จัดการที่ดิน ทั้งนี้เพราะรัฐพยายามป้องกันและลดความขัดแย้งด้วยวิธีการต่าง ๆ มาโดยตลอด แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะว่ารัฐเป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ได้เข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น🔗
จากเหตุผลดังกล่าวทั้งหมด ผมอยากจะขออนุญาตที่จะชี้กับท่านประธาน ให้เห็นว่าการดำเนินงานของภาครัฐที่ไม่สำเร็จนั้นมันมีกลไกที่เป็นปัญหาในหลายเรื่อง เช่น กระบวนการพิสูจน์สิทธิเพื่อการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทนั้นมีความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ ไม่มีพื้นที่รองรับประชาชนและชุมชนที่จะเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่สงวน หวงห้าม รวมทั้ง มีการต่อต้านและคัดค้านของประชาชนกันเอง การขาดบุคลากรและงบประมาณที่เพียงพอ ในการดำเนินงาน การขาดการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังและต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลย การปฏิบัติหน้าที่ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการที่จะแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบก็ปรากฏให้เห็น เช่นเดียวกัน และที่สำคัญก็คือเป็นผลทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ หวงห้ามนั้นมีจำนวนมาก ทั้งนี้ปัญหาความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมในสังคมนั้น ก็มีลักษณะที่รัฐไม่สามารถที่จะแก้ไขได้โดยลำพัง การมุ่งประโยชน์ในการป้องกันและสงวน รักษาที่ดินของรัฐเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชน นี่เป็นแนวคิดที่เป็น ปัญหา การขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและการรับรองสิทธิของประชาชน ชุมชนในการจัดการที่ดินร่วมกับภาครัฐก็เป็นสิ่งที่ขาดแคลนหรือไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นจากเหตุผลและการวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าวผมขออนุญาตสรุปกับท่านประธาน ว่าปัญหาที่ดินทำกินมีความหลากหลายมิติ หลากหลายด้าน ตั้งแต่การบุกรุกที่สงวนหวงห้าม ของรัฐ แนวเขตที่ดินทำกินที่เห็นต่างกัน การกระจายการถือครองที่ดิน การไร้ที่ทำกิน ของประชาชน การไม่นำประโยชน์ที่ดินหรือการใช้ที่ดินไม่เต็มศักยภาพ การถือครองที่ดิน ขนาดใหญ่ของคนจำนวนน้อยจนถึงการบริหารจัดการที่ดินของประเทศหรือภาครัฐ ทั้งหมดนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขด้วยแนวคิดที่รวบยอดหรือที่เรียกในภาษาวิชาการว่าโฮลิสติก แอปโพรช (Holistic approach) ถ้าเราไม่มองปัญหาเป็นองค์รวมและค้นหาแนวทาง ตลอดจน มาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างครบถ้วนเช่นกล่าวนี้ เราก็จะไม่มีวันที่จะแก้ไขปัญหาได้ ผมคิดว่าหมดเวลาแล้วสำหรับการแก้ไขปัญหาเป็นส่วน ๆ เป็นชิ้น ๆ ที่เราทำมาในเวลา หลายสิบปี มันไม่ได้แก้ปัญหาครับท่านประธาน มันกลับสะสมปัญหาและสร้างปัญหาใหม่ ให้เกิดขึ้น ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมจึงเห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินคือการแก้ไข ปัญหาพื้นฐานของความเป็นธรรมทางสังคม การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินคือการดึงศักยภาพของ ที่ดินและความยากจนของเกษตรกรออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เดินไปข้างหน้า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินคือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อความเข้มแข็ง ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเพื่อการสร้างอนาคต ของคนไทยทุกคน ด้วยเหตุผลดังกล่าวครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาตเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนอย่างเป็นระบบและให้เป็นวาระของชาติตามที่ ได้นำเสนอท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ โดยเฉพาะเรียนเจ้าของญัตตินะครับ ถึงแม้จะไม่มีข้อบังคับว่าการนำเสนอญัตติ ใช้เวลากี่นาทีก็ตาม แต่เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกยื่นญัตติทั้งหมดถึง ๑๔ ญัตติ แล้วก็คิดว่า ท่านสมาชิกเราให้ความสนใจที่จะอภิปรายเรื่องนี้จำนวนมาก ฉะนั้นขอพวกเราได้นำเสนอ แบบสั้นกระชับเพื่อที่จะได้ให้สำเร็จลุล่วงโดยรวดเร็ว ต่อไปเป็นญัตติที่ ๒🔗
ญัตติที่ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินแก่ราษฎร (นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอ)🔗
(เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๕.๒-๕.๑๑ ค้างมาจากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒🔗
เนื่องจากว่า ในญัตติที่ ๕ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา การออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ) ได้รับทราบว่าท่านสาคร เกี่ยวข้อง นั้นป่วยไม่สามารถที่จะมานำเสนอญัตติด้วยตัวเองได้ จึงขอมอบหมายให้ท่านธีรภัทร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อร่วมเสนอญัตติที่ ๕ ด้วย ให้เป็นผู้นำเสนอ แทน ฉะนั้นท่านธีรภัทรก็เสนอญัตติทั้ง ๒ ญัตติด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้หนึ่งร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒๐ ท่าน ขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินแก่ราษฎร กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยปัญหาปัจจุบันที่ดินทำกินของประชาชนที่มีอยู่เป็นอันมาก และการที่ราษฎรไม่มีที่ดินทำกิน เป็นของตนเองเพื่อการยังชีพและอยู่อาศัย และทั้งที่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และยังไม่มี การออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชน เป็นต้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการถือครองสิทธิ ในที่ดิน โดยไม่มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันอย่างทั่วถึง รวมถึงการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างราษฎรด้วยกัน หรือราษฎรกับรัฐอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาครัฐขาดการบูรณาการที่ดีจึงทำให้เกิดปัญหา ในการประสานงานและปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกหลายประการ ซึ่งทำให้ขาดประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน และเกิดความไม่เป็นธรรมในการครอบครองที่ดิน ปัญหาดังกล่าวจึงถือเป็นปัญหาที่สำคัญ อย่างยิ่งที่ควรพิจารณาศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนเป็นระบบต่อไป ท่านประธานครับ ญัตตินี้ ผมได้เสนอไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมสมาชิกที่ได้ มีการเสนอญัตตินี้เพิ่มเข้ามาอีก แล้วผมก็ขออนุญาตในขณะนี้เช่นเดียวกัน ขอเสนอญัตติด่วน ของท่านสาคร เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านไม่สามารถมาประชุมได้ในวันนี้เพราะว่าท่านป่วย และขณะนี้ แพทย์ก็ต้องให้ท่านพักผ่อน จังหวะบังเอิญมาตรงกับวาระของเราเข้ามาทันที ผมขอเสนอญัตติ ของในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่านสาคร🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
ญัตติของท่านสาครเสนอเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎร🔗
ด้วยปัจจุบันราษฎรในทุกพื้นที่ของประเทศประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อน เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิและที่ดินทำกิน เนื่องจากราษฎรได้อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ เกษตรกรทำกินมานานแล้วแต่ยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินให้แก่ราษฎร ที่ดินบางแห่ง ได้มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินเพื่อออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร ที่เคยครอบครองอยู่เดิม และในบางพื้นที่ถูกหน่วยงานของรัฐกล่าวหาว่าบุกรุกทั้ง ๆ ที่อาศัยทำกิน มาก่อนเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการถือครองสิทธิในที่ดินโดยไม่มี ความเสมอภาคและเท่าเทียม รวมทั้งการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ของรัฐยังไม่ชัดเจนทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างมาก การไม่ได้รับสิทธิในที่ดินของตนเองก็จะทำให้ ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้เป็นปัญหาสำคัญส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่และการดำรงชีพของประชาชน จึงขอให้มีการพิจารณาศึกษาและหาแนวทาง แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์แก่ราษฎรต่อไป กระผมจึงขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนการเสนอญัตติทั้งตัวกระผมและของท่านสาคร เกี่ยวข้อง ไปในคราวเดียวกันครับ🔗
ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินก็คงจะได้เห็นแล้วว่าปัญหาเรื่องนี้ เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายในสภาหลายครั้งแล้วว่าปัญหานี้ปัจจุบัน การแก้ไขยังดำเนินการไปได้อย่างล่าช้า ผมมีการอภิปราย มีการหารือ มีการตั้งกระทู้ถาม ไปยังฝั่งรัฐบาลเพื่อให้มีการดำเนินการเร่งรัดในส่วนนี้ให้เร็วขึ้น ท่านประธานครับ ประเทศไทย มีพื้นที่กว่า ๓๒๐ ล้านไร่ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ที่การทำการเกษตร แต่ปัจจุบัน พื้นที่เหล่านี้ยังมีปัญหาในการทับซ้อน ราษฎรบางส่วนยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน บางส่วน มีการออกเอกสารไปแล้วถึง ๑๐๐ กว่าล้านไร่ ในปัจจุบันนี้ที่ดินเหล่านี้ยังมีปัญหาอยู่ ซึ่งมาตรการในการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมาของเกือบทุกรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา แต่ปัญหาก็ยังมีการต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบันตั้งใจที่บรรจุยุทธศาสตร์ในการ แก้ปัญหาของความเหลื่อมล้ำด้วยการนำเรื่องของที่ดินนี้เข้ามาแก้ปัญหาด้วย แต่กระผม เห็นว่าปัญหานี้น่าจะได้มีการเพิ่มเติมข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะภาคส่วนจากภาคประชาชน ซึ่งผมเป็นตัวแทนเข้ามาเสนอเพื่อให้คณะกรรมการและรัฐบาลได้นำไปปรับปรุงและแก้ไข เพิ่มเติมเพื่อให้พี่น้องประชาชนซึ่งยังไม่ได้รับสิทธินี้สามารถมีสิทธิในที่ดินได้เร็วขึ้น ท่านประธานครับ🔗
๔๐๐๐ เป็นมาตรฐานเดียวกันให้เสร็จ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งเรียกว่า วันแมป (One Map) วันแมป (One Map) ก็คือว่าเป็นการบูรณาการของ หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีปัญหาในการออกแบบมาตราส่วนของที่ดิน เราจะพบเห็นว่าหน่วยงาน เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ละหน่วยงานมีอัตราส่วนในการออกแบบแผนที่ ของตัวเองนั้นต่างไป ผมขอบคุณรัฐบาลที่ได้มีการเสนอและนำนโยบายเรื่องการใช้ วันแมป (One Map) โดยการใช้มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ มาดำเนินการครับ ซึ่งในขณะนี้ทราบว่า ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยเกือบเสร็จสิ้นแล้ว แล้วหวังว่ามาตราส่วนขณะนี้เมื่อมีการทับซ้อน เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ขอให้มีการบูรณาการอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบ พื้นที่ไหน🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะขอแนะนำไปยังกรรมาธิการถ้าหากมีการตั้งขึ้นก็คือว่า ขอให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้และครอบครองที่ดินของรัฐให้มีความเป็น เอกภาพและมีความต่อเนื่องชัดเจนในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ รัฐบาลได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน ซึ่งเรียกว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเกิดขึ้นเพื่อเป็นการบูรณาการหน่วยงาน เหล่านี้มาด้วยกัน แต่สิ่งที่ผมยังเห็นแล้วว่าแม้มีการตั้งหน่วยงานเหล่านี้แทนที่ว่าจะทำให้ มีการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วขึ้น แต่ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าหน่วยงานเหล่านี้ แม้มีการบูรณาการด้วยกันแล้ว จัดตั้งเป็นคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รัฐบาลได้แต่งตั้งให้ มีคณะกรรมการถึง ๔ คณะ คณะอนุกรรมการในการขับเคลื่อน มีคณะอนุกรรมการจัดการ หาที่ดินซึ่งมีกรมป่าไม้เป็นผู้ดำเนินการ คณะอนุกรรมการในการจัดที่ดินซึ่งมีหน่วยงาน อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินเป็นผู้ดำเนินการ คณะอนุกรรมการส่งเสริม และพัฒนาอาชีพมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าร่วม มีคณะอนุกรรมการระดับที่ดินจังหวัดซึ่งเรียกว่า คทช. จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และมีหน่วยงานต่าง ๆ เป็นผู้ให้การสนับสนุน ท่านประธานครับ แต่กลายเป็น ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้การขับเคลื่อนหลายอย่างนี้ล่าช้า เพราะการบูรณาการของแต่ละหน่วยงาน การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเวลานัดหมายในการประชุมเพื่อขับเคลื่อน จะเห็นได้ว่าขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานมันมีปัญหาซ้ำซ้อนและเกิดความล่าช้า แทนที่ว่า สามารถที่จะทำเป็น วันสต็อป (One Stop) ไปจุดเดียวครับ กลายเป็นว่าการจัดคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติซึ่งมีอนุกรรมการมากขนาดนี้ ผมคิดว่า มันทำให้งานล่าช้า ซึ่งทำให้ปัญหาเกิดขึ้นทำให้โครงการของรัฐบาลไม่สามารถเป็นไปตาม อย่างที่รัฐบาลตั้งใจ ยกตัวอย่างมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ อนุมัติให้มีการจัด ที่ดินทำกินในเขตชุมชนในแบบแปลงกรรมสิทธิ์รวม โดยมีเป้าหมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๓ เป็นโครงการ ๖ ปี ดำเนินการใน ๙๑๙ พื้นที่ ๗๐ จังหวัดและ ๑.๕ ล้านไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ ป่าสงวนประมาณ ๑.๔ ล้านไร่ แล้วก็มีป่าชายเลนพวกนี้รวมกันประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็ประมาณ ๑.๕ ล้านไร่ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผลของการดำเนินงานตามแผนงานของ กทช. ปรากฏว่าภายในปี ๒๕๖๒ รวมในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราสามารถจัดคนลงพื้นที่ได้เพียง ๔๘,๐๔๕ ราย ใน ๗๐ จังหวัดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๔๔๒,๕๔๕ ไร่ เฉลี่ยท่านประธานใน ๕ ปี ปีหนึ่งทำได้แค่ประมาณ ๘,๐๐๐ คน เพราะมีผู้ได้รับเอกสารนี้เพียง ๔๐,๘๔๕ คนภายใน ๕ ปี ๘,๐๐๐ ต่อ ๑ ปี ท่านประธานขณะนี้มีผู้ประสงค์ที่จะต้องการเอกสารสิทธิเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนหรือตัวเลขอาจจะมากกว่านี้อาจจะถึง ๑ ล้านคนด้วยซ้ำ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงไป ท่านประธานครับ ถ้าเราทำได้เพียงแค่ปีละ ๘๐,๐๐๐ คน เป้าหมาย ตรงนี้ผมคิดว่ามันต้องใช้เวลากันเกือบเป็น ๑๐๐ ปี จึงขอให้กระบวนการที่ท่านตั้งใจในการ ที่จะดำเนินการทำ คชก. ขอให้มีการบูรณาการจริง ๆ หน่วยงานไหนที่มีการทำงานซ้ำซ้อน หรือสามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้ในระหว่างเดียวกันโดยไม่ต้องรอหน่วยอื่น การจัดหา ที่ทำกินหน่วยงานอีกบางส่วนก็คือขอให้ทำการคำนวณว่าเราจะต้องออกเอกสารสิทธิชนิดใด ให้เกษตรกรไม่ว่าจะเป็นโฉนดหรือว่าจะเป็น สทก. หรือว่าจะเป็นสิทธิในที่ทำกินอย่างเช่น ส.ป.ก. เป็นต้น ขอให้ดำเนินการไปพร้อมกันได้ในขณะที่เราดำเนินการสำรวจ เพราะเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าในแต่ละปีที่ผ่านมาหน่วยงานแต่ละหน่วยงานมีการได้รับการร้องขอของราษฎร ในแต่ละพื้นที่ว่าเขาประสงค์จะทำอะไรกันอยู่แล้ว หน่วยงานเหล่านี้สามารถบูรณาการทำได้เลย เป็นวัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop service) และสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายของ รัฐบาล ๑.๕ ล้านไร่ภายใน ๖ ปี เป็นไปได้ ข้อเสนอที่ ๓ ของผมขอให้มีการจัดทำเอกสารสิทธิ เพื่อจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำในที่ดินทำกิน ท่านประธานราษฎรเขาบอกผมเองเพียงแต่ว่า ตัวเขาเองวันนี้ความหวังสุดท้ายของเขาในชีวิตก็คือว่าขอให้มีเอกสารตราครุฑอย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า เอกสารตราครุฑ ก็คือขอให้เป็นเอกสารของทางราชการเพื่อเขาจะได้ทำกินบนพื้นที่นั้น อย่างถูกกฎหมาย อย่างเป็นประชาชนคนไทยเต็มตัว ตรงนี้คือความหวังของเขา คำว่า ตราครุฑ นั่นก็คือราชการ ถ้าเขาได้มีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในมือมันเป็นทรัพย์สินชิ้นหนึ่งของเขา ในชีวิต มันมีคำพูดว่าเอกสารอย่างนี้ประชาชนเมื่อได้รับมาแล้วมันไม่มีวันสูญหายไปไหน สิ่งเหล่านี้มันเป็นความภาคภูมิใจของคนที่ได้รับและวันนี้ยังมีคนอีกจำนวนมากที่รอรับ เอกสารชิ้นลักษณะอย่างนี้ที่มีตราครุฑจะเป็นการกล่าวชื่ออะไรก็ได้ขอให้เขาได้มี ไม่ว่าจะเป็น เอกสารมาในนามของโฉนด สทก. หรือแม้แต่ ส.ป.ก. ขอให้เขาได้รับในช่วงชีวิตหนึ่ง ของคนเราขอให้มีเอกสารชิ้นนี้อยู่ในมือในเรื่องที่ผมได้เสนอไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้น การที่จะทำให้เขาได้มีเอกสารเหล่านี้อยู่ในมือก็ขอให้มีการดำเนินการอย่างเช่นให้หน่วยงาน กรมที่ดินได้ดำเนินการออกเอกสารโฉนดที่ดินให้ผู้ได้รับการครอบครองเอกสารสิทธิ เช่น ส.ค.๑ น.ส.๓ หรือเอกสารชนิดอื่น อย่างเช่นที่ก่อนหน้านี้เคยมี ภ.บ.ท. ซึ่งราษฎร ได้เสียภาษีกันในช่วงเวลาผ่านมาเป็นหลาย ๆ ๑๐ ปีแล้วก็มีการหยุดเมื่อมีการดำเนินการ เพื่อปฏิรูปที่ดินในปัจจุบัน เอกสารเหล่านี้สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยให้หน่วยงาน อย่างเช่นกรมที่ดินดำเนินการรังวัดขอให้เอกสารเหล่านี้ได้มีโอกาสถึงมือของประชาชนในเร็ววัน ส่วนที่ ๒ ขอให้มีการออกโฉนดชุมชนให้ชุมชนที่ได้อยู่อาศัยและในที่ดินทำกินของรัฐมาก่อน สามารถขอสิทธิในที่ดินทำกินดังกล่าว โดยการออกโฉนดชุมชนเพื่อทำการเกษตรกรรม และอยู่อาศัยโดยอาศัยหลักในการจัดของชุมชนร่วมกัน โดยมีรัฐเป็นผู้สนับสนุน🔗
ส่วนที่ ๓ ขอให้มีการยกระดับสิทธิในเอกสารสิทธิประเภทต่าง ๆ ของ ประชาชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เพื่อเข้าถึงแหล่งทุนและดำเนิน กิจกรรมเพื่อประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบัน ส.ป.ก. เราใช้เฉพาะพื้นที่ในทางพาณิชย์ เราไม่สามารถที่จะนำเอกสารชิ้นนี้ไปรับประกันในส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น ธนาคารเป็นเงินกู้ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงที่ดินของตัวเองได้ ก็คงขอเพิ่มสิทธิประโยชน์ในส่วนนี้เพื่อให้ เอกสารสิทธิ อย่างเช่น ส.ป.ก. ได้มีประโยชน์มากขึ้น อย่างน้อยที่สุดคนถือเอกสารสิทธิ อย่าง ส.ป.ก. สามารถไปขอกู้เงินธนาคารได้หรือแม้แต่ค้ำประกัน อาจจะมีคนหรือผู้คน ในครอบครัวของตัวเองที่ทำผิดกฎหมายก็ขอให้เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันของคน เช่นนี้ได้ ยกตัวอย่าง ๒ อย่างนี้ ผมคิดว่าคนที่รับเอกสารสิทธิอย่างเช่น ส.ป.ก. ก็จะพึงพอใจ🔗
ข้อที่ ๔ เร่งรัดให้มีการจัดการโครงการธนาคารที่ดินโดยออกกฎหมายรับรอง ดำเนินการธนาคารที่ดิน สามารถจัดหาที่ดินทั้งการจัดซื้อและรับที่ดินจากหน่วยงานของรัฐ และท้องถิ่นนำมาจัดสรรที่ให้กับผู้ไม่มีที่ดินทำกิน สามารถทำกินในรูปแบบของโฉนดชุมชน รวมทั้งให้เงินกู้ยืมแก่ผู้ทำกินในที่ดินโฉนดชุมชน และที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ที่ได้รับสิทธิ ในที่ดินทำกินนั้น ตรงนี้ธนาคารที่ดินก็เป็นนโยบายหนึ่ง ซึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนามเลยว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคของผมเป็นผู้ริเริ่มไว้ ปัจจุบันนี้ธนาคารที่ดินไม่ได้รับการขับเคลื่อนมาก จะเห็นได้ว่างบประมาณได้ถูกตัดทอนลงไป แต่ตัวนี้ได้มีผลสัมฤทธิ์มาแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยท่านอดีตรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้นำนโยบายโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดินนำมาใช้และสัมฤทธิ์ผลมาแล้ว จึงขอให้ยกเป็นตัวอย่างถ้าเราได้ศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดนครปฐม ชุมชนคลองยาง ขอให้ได้ไปรับการศึกษาและเอาตัวอย่างของโครงการนี้มาทดสอบดู และบรรจุเข้าไปในเงื่อนไข ของการให้สิทธิที่ดินของราษฎรก็สามารถจะดำเนินการได้ เพราะเป็นตัวอย่างของโครงการ ที่ได้รับความสำเร็จมาแล้ว นี่ละครับคือประเด็นทั้ง ๓ เรื่อง แล้วก็มีข้อย่อย ๔ เรื่อง ที่จะฝาก ไปกับคณะกรรมาธิการถ้าหากได้มีโอกาสแต่งตั้งผมและท่านสาคร รวมทั้งเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน จึงขอเสนอญัตติมาเพื่อให้สภาพิจารณาได้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณา ผมและเพื่อนสมาชิกขอสนับสนุนญัตติที่ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านธีรภัทรนะครับ ต่อไป🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิ (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญท่านสิริพงศ์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมได้ขอเสนอยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิ ร่วมกับท่าน ส.ส. ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน และการออกเอกสารสิทธิ🔗
ด้วยปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนเป็นปัญหา ที่มีมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกสมัยจะถูกนำขึ้นมาอภิปราย เป็นปัญหาแรก แต่ก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่าง ๑. ที่สาธารณประโยชน์ ชุมชนโนนป่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ประชาชนประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน และการออกเอกสารสิทธิที่แม้ในบางพื้นที่ได้มีการกำหนดแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ โนนป่ายางใหม่จาก ๔,๑๒๕ ไร่ เป็น ๑,๕๓๔ ไร่ แต่ในปัจจุบันประชาชนก็ยังไม่สามารถ ออกเอกสารสิทธิในที่ดินได้ และในบางพื้นที่ก็ได้รับการอนุญาตก่อสร้างให้ตั้งเป็นวัดตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ แต่ก็ยังไม่สามารถขอออกโฉนดเพื่อนำไปขอพระราชทานวิสุงคามสีมาได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีปัญหาแนวเขตพื้นที่ที่ไม่ชัดเจนเมื่อประชาชนเข้าทำกินในพื้นที่ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จับกุมและดำเนินคดีอีกหลายรายครับ ปัญหาเช่นนี้มีเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดกาญจนบุรี และในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ การเสนอญัตติครั้งนี้ ของผมนั้นไม่ได้เสนอเป็นครั้งแรก ผมได้เคยเสนอญัตตินี้มาแล้ว ๑ ครั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๑ ในการเป็น ส.ส. สมัยแรกของผม และจากการเป็นกรรมาธิการในครั้งนั้นเราก็ได้ หนังสือเล่มนี้ คิดว่าท่านประธานจำได้เพราะตอนนั้นท่านประธานเป็นประธานกรรมาธิการ วิสามัญคณะนี้เช่นเดียวกัน เราพยายามศึกษาหาแนวทางที่จะแก้ปัญหาให้กับคนไทย ทั้งประเทศในเรื่องปัญหาที่ทำกิน ผมโชคร้ายครับ ผมเป็น ส.ส. ในสมัยแรกนั้นแค่ ๑๑ เดือน หลังจากนั้นผมก็ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ผ่านมา ๑๒ ปีได้กลับมาเป็น ส.ส. อีกครั้งหนึ่ง แต่ปัญหาที่เราศึกษากันคราวที่แล้วน่ามหัศจรรย์มาก ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ผมก็ลอง เอากลับมาอ่านดูว่าตอนนั้นเราไปดูอะไรกันบ้าง กรรมาธิการของเราทำงานอะไรกันบ้าง เราลงทุกพื้นที่ เราไปถามทุกปัญหา เราหาข้อสรุปให้กับทุก ๆ พื้นที่ สำหรับจังหวัดศรีสะเกษ ข้อสรุปในการแก้ปัญหาคราวนั้นเราบอกว่าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าประชุมร่วมกับ ประชาชนและคณะกรรมการ กบร. หรือคณะกรรมการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐร่วมกัน ผ่านมา ๑๒ ปี ปัญหานั้นไม่ได้รับการแก้ไข และผมเห็นปัญหานั้นยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และปัญหานี้ก็กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย ผมลองมาไล่เลียงขั้นตอนการทำงาน ของ กบร. ลองดูว่า กบร. เขาทำงานกันอย่างไร ก็ต้องเรียนว่าปัญหาที่ทำกินนั้นมันเป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในตัวบทกฎหมายกับความเชื่อ ของประชาชน เพราะประชาชนส่วนมากที่มีปัญหาในเรื่องที่ทำกินเขาเชื่อว่าเขาอยู่อาศัย เขาทำกินในสถานที่แห่งนั้นมาก่อนที่กฎหมายจะประกาศ ความล่าช้ามันเกิดจากอะไรครับ ผมก็มาลองดูต่อ กบร. ก็มีวิธีตรวจสอบสิทธิต่าง ๆ นานา มีหลายขั้นตอนครับ ไม่ว่าจากการ ที่เรียกบุคคลที่เป็นพยาน บุคคลที่อยู่ที่ข้างเคียงมาให้ข้อมูลมาชี้แนวเขตให้ และท้ายที่สุด การพิสูจน์สิทธิที่ กบร. ต้องทำนั้นก็คือการส่งไปตรวจดูภาพถ่ายทางอากาศ พอไปดูถึง ภาพถ่ายทางอากาศผมก็ต้องเรียนท่านประธานว่าผมดู เราเรียนจบขนาดนี้เราไปดูวิธีทำงาน เราก็ยังงงครับ การดูภาพถ่ายทางอากาศเขาก็ต้องตั้งผู้ชำนาญการอีกชุดหนึ่งขึ้นมาดูภาพถ่าย ทางอากาศ ดูแผนที่จากทหารอากาศที่เขาทำภาพถ่ายทางอากาศมาโดยการทำระวาง ๕๐๐๐๐ ขยายขึ้นมาจาก ๑ : ๕๐๐๐๐ ให้เป็น ๑ : ๔๐๐๐ แล้วมาทำจุด หาแนวเขต ทำจุดเสร็จก็ย่อกลับไปให้เป็น ๑ : ๕๐๐๐๐ ใหม่ แค่วิธีย่อขยายสัดส่วนผมเชื่อว่า มันเกิดความคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน อย่าว่าแต่ให้นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญมาอ่านแผนที่เลย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้าวันนี้ท่านประธานเขียนแผนที่สัก ๑ ใบ แล้วก็บอกว่าให้พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านถือแผนที่ใบแบบเดียวกัน สำเนาเหมือนกันไปคนละใบ แล้วลองไปกำหนดเขตดูสิว่าขนาดเขตรัฐสภากว้างยาวเท่าไร ผมก็เชื่อว่าแต่ละท่านถือออกไป ก็กลับมา แผนที่ที่ออกมาได้ไม่เหมือนกันเช่นเดียวกัน ฉะนั้นผมจึงคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จะต้องฝาก ท่านกรรมาธิการที่จะตั้งในคณะต่อไปนี้ เราต้องหลุดพ้นวนเวียนจากปัญหานี้ให้ได้ สิ่งที่ผมจะ เสนอให้กรรมาธิการพิจารณาคือการพิจารณาทำแผนที่ใหม่ วันนี้ท่านจะได้ยิน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านพูดในทำนองเดียวกันว่าแผนที่ที่ประเทศไทยใช้นั้น เยอะเกินไป มีทั้งแผนที่ของป่าไม้ ทั้งแผนที่ของปฏิรูปที่ดิน ทั้งแผนที่ของกระทรวงมหาดไทย แล้วทั้งหมดคนละสเกล (Scale) หมดเลยครับ โลกเรามันไม่ได้แบนครับท่านประธาน โลกเรา มันกลม ลำพังแค่ถ่ายภาพจากอากาศทำจากกลม ๆ ให้มันแบนมันก็คลาดเคลื่อนแล้ว มาย่อมาขยายส่วนมาทำพิกัดที่ต่างกันแล้วเอามาทับซ้อนกันเป็นขนาด ๙ คูณ ๙ มันย่อม คลาดเคลื่อนแน่นอน วันนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะครับ เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นเยอะ ๑๐ ปีที่แล้ว ประชาชนเขาไม่มีโอกาสเห็นครับว่าบ้านที่เขาอยู่เป็นแบบไหน เขาไม่รู้จักว่ากูเกิล เอิร์ธ (Google Earth) เป็นอย่างไร แต่วันนี้โลกมันเล็กลง ชาวบ้านเขามีโอกาสได้เห็น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีหากมีกรรมาธิการแก้ปัญหานี้ขึ้นมา จะเป็นโอกาสที่จะทำให้มันเป็นวาระ ร่วมกันว่าประเทศไทยนั้นควรจะมีแผนที่แค่แผนที่เดียว สิ่งหนึ่งจากการเป็นกรรมาธิการ คราวที่แล้วผมได้รับฟัง มันเห็นได้เลยว่าทุกหน่วยงานไม่มีใครสั่งใครได้วันนี้ถ้าชาวบ้านไปรุกล้ำ ที่ของป่าไม้หรือมีความคลางแคลงใจในสิทธิ เราไปสั่งป่าไม้ไม่ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดไปสั่ง ป่าไม้ไม่ได้ วันนี้ถ้าเขาคิดว่าเขาไปรุกล้ำที่ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก. มาครอบเขาเอาไว้เราก็ไปสั่ง เขาไม่ได้ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่ในการแก้ปัญหานี้เราต้องแยกปัญหาออกมา ป่าไม้ชุดหนึ่ง ส.ป.ก.ชุดหนึ่ง ที่สาธารณประโยชน์อีกชุดหนึ่ง แยกออกให้ชัดเจน กรรมาธิการไม่ควรจะเอา ปัญหาเหล่านี้มารวมกันต่อให้อยู่ในจังหวัดเดียวกันก็ตามแต่ ท่านประธานครับ ผมยัง มีความเห็นว่า กบร. ในแต่ละจังหวัดเขาควรจะมีสิทธิในการคัดค้านหน่วยงานเบื้องบนได้ มากกว่านั้น ในระบบการสั่งการของรัฐราชการไทยเราสั่งจากบนลงล่าง ปัญหาหนึ่งที่ผม จะยกให้ฟังก็คืออำเภอวังหินเป็นอำเภอที่ประชาชนอาศัยทำกิน มีผู้มีเอกสารสิทธิที่เรียกว่า น.ส.๓ วันหนึ่ง ส.ป.ก. ประกาศเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. คลุมทั้งอำเภอ พอประกาศว่าคลุมทั้งอำเภอ มันเป็นอย่างไรคนที่ได้ น.ส.๓ ซึ่งมีสิทธิสูงกว่า ส.ป.ก. คนมี น.ส.๓ คือคนที่จะสามารถ ไปขอรังวัดออกโฉนดได้ แต่สิทธิที่เขาจะมีจาก น.ส.๓ เขาต้องกลับไปเป็น ส.ป.ก. ซึ่งกลายเป็นที่หลวงแต่ให้เขาอาศัยทำกิน ฉะนั้นผมจึงเห็นว่า กบร. ควรจะมีบทบาท และหน้าที่และมีอำนาจในการคัดค้านทัดทานหรือข้อเสนอของ กบร. จังหวัด เมื่อเสนอ สู่ส่วนกลางควรจะมีน้ำหนักมากกว่านี้ สิ่งเหล่านี้ควรจะได้รับการแก้ไขในกรรมาธิการชุดนี้ ที่จะเกิดขึ้น เพราะปัญหาอย่างที่ท่านทราบกันดีวันนี้เจ้าหน้าที่รัฐต้องการที่จะรักษากฎหมาย ทำตามกฎหมายให้ได้มากที่สุด ในขณะที่ประชาชนเขาก็ต่อสู้ตามความเชื่อของเขา วันนี้หาก เราไม่แก้ปัญหานี้มันจะยังคงมีปัญหาต่าง ๆ ตามมา วันนี้ท่านก็จะเห็นในบางพื้นที่ที่เรา ไม่ประกาศเขตให้มันชัดเจนก็จะมีประชาชนกลุ่มหนึ่งขอเรียกว่ากลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตนว่า เป็นผู้ยากไร้เข้าไปบุกรุกเข้าไปยึดครองแล้วก็แบ่งล็อกแล้วก็ขาย ขายเสร็จได้เงินเรียบร้อย ก็บุกรุกที่หลวงแปลงต่อ ๆ ไป ฉะนั้นเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ก็คือการต้องรีบพิสูจน์สิทธิ์ ให้ได้เร็วที่สุด อีกทั้งถ้าหากเราไม่รีบพิสูจน์สิทธิในวันนี้มันยังเป็นช่องทางให้คนบางพวก มากลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่รัฐ ผมมั่นใจว่าหากกรรมาธิการของเราในคราวนี้ทำงานอย่างเป็นระบบ เอาปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมาผมหวังว่าจะไม่ได้หยิบเฉพาะเล่มปี ๒๕๕๑ อย่างเดียวเพื่อเป็น การประหยัดเวลา เราต้องเอาของหลาย ๆ ปีมาดูด้วยกันแล้วเรามาช่วยกันสังเคราะห์ว่า ในกรรมาธิการชุดนี้เราจะร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ทำกินได้อย่างไร ผมเชื่อว่ากรรมาธิการ ของเราที่เราจะตั้งในครั้งนี้จะเป็นชุดแรกที่จะสามารถแก้ปัญหาที่ทำกินให้กับประชาชนได้ ทั้งประเทศ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญ ท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน🔗
หลักการ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่องปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย🔗
เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศประสบปัญหา ในเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เป็นปัญหาที่สะสมมานานและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตามลำดับจนกลายเป็นปัญหาหลักระดับชาติควบคู่ไปกับปัญหาหนี้สินของเกษตรกรครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาตั้งแต่ สมัยบรรพบุรุษ อย่างเช่น ประชาชนพื้นที่จังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอโคกสำโรง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอหนองม่วง และอีก ๑๐ อำเภอ ประชาชนในพื้นที่ประสบความ เดือดร้อนจากการที่รัฐไล่ประชาชนออกนอกพื้นที่ทำกินโดยไม่รับการเยียวยาทั้ง ๆ ที่พื้นที่ ดังกล่าวนั้นรัฐบาลไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยในที่ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ ล้วนแต่เกิดขึ้นมามีระยะเวลายาวนาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ แต่อย่างใด ทำให้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และความมั่นคงของการดำรงชีวิตของพี่น้อง ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ข้อมูลประกอบในการพิจารณานั้น🔗
๑. ที่ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยมี กรมป่าไม้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่🔗
๒. ป่าชายเลน พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบพื้นที่🔗
๓. กรมป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๕๘๔ โดยมีกรมป่าไม้ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่🔗
๔. เขตปฏิรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่🔗
๕. ที่ดินสาธารณะประโยชน์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมีนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกัน สำหรับการบริหารจัดการมีกรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ🔗
๖. มีนิคมสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อครองชีพ ปี ๒๕๕๑ โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่🔗
๗. นิคมสร้างตนเองตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการคุ้มครองอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขต นิคมสร้างตนเอง พ.ศ. ๒๕๓๔ และฉบับแก้ไขที่ ๒ ปี ๒๕๓๕ โดยมีกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ🔗
๘. ที่ราชพัสดุตามพระราชบัญญัติที่ดินราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมีกรมธนารักษ์ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สถานการณ์ในการทำมาหากินนั้นไม่มีเอกภาพ การบริหารจัดการพี่น้องประชาชนถูกไล่ที่เป็นประจำ ในขณะเดียวกันนั้นพี่น้องเกษตรกร ได้อาศัยอยู่ที่ทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษโดยที่ที่ดินนั้นแม้แต่สถานที่สร้างวัดสร้างมาหลายชั่วคน ผุพังซ่อมแซมมาตลอดก็ยังเป็นที่ทางราชการ ราชการไม่สามารถออกเป็นเอกสารในที่ทำกินได้ จะถูกไล่ที่อยู่เสมอถ้าหากว่าทางการหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่ให้ความเป็นธรรม ดังนั้นญัตติ ที่ผมเสนอนั้นอยากเห็นการบูรณาการในการจัดที่ทำกินให้พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ อย่างมีความเสมอภาค เนื่องจากวันนี้พี่น้องประชาชนเกิดมาแล้วไม่มีที่ทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัย จะให้เขาไปอยู่ที่ไหนครับประเทศไทย จะให้เขาไปอยู่ที่ไหน อยู่ในป่าก็ไม่ได้ อยู่ป่าเตียน ก็ไม่ได้ อยู่ที่ว่างเปล่าก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรจะมีจิตผวาอยู่เสมอ วันดีคืนดี ก็มีเจ้าหน้าที่ของรัฐมาไล่ออกจากพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าถ้าหากยังปล่อยให้ ที่ดินที่ว่างเปล่าอยู่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะมีความสุขได้อย่างไร เมื่อประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลจะนั่งอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเห็น สภาแห่งนี้ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและหาแนวทางจัดระบบ จัดที่ทำกิน จัดที่อยู่อาศัยให้พี่น้องราษฎรได้อยู่อย่างมีความสุข ไม่ใช่ว่าตื่นมาพรุ่งนี้เช้าใครจะมาไล่ที่ สิ่งต่าง ๆ เห็นอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งผมได้เคยยื่นญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา สภาสมัยนั้น ก็ยุบบ่อยเลยทำงานไม่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นตัวนี้เมื่อมีโอกาสมาครั้งนี้ก็อยากให้สภาแห่งนี้ ได้ช่วยกันพิจารณาหาทางแก้ไขให้พี่น้องประชาชนได้อยู่อย่างมีความสุข ถ้าหากท่านประธาน มีความสุขอยู่คนเดียว ประชาชนอีกจำนวนมากไม่มีความสุขจะอยู่ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษามาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่ดินป่าไม้ของประเทศ (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญคุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการแก้ไข ปัญหาที่ดินทำกินและที่ดินป่าไม้ของประเทศ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายญัตติในวันนี้ เพราะว่าปัญหาที่ดินป่าไม้ ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องยาวนานและยังเป็นปัญหา อยู่ในขณะนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีที่ดินทำกิน ที่ดินทั้งหมดของประเทศถึง ๓๒๐ ล้านไร่ และมีประชากรถึง ๗๐ ล้านคน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะมองว่ามากก็ไม่มากแต่ว่าก็ไม่น้อย หากเปรียบเทียบกับบางประเทศจะพบว่ามีบางประเทศพื้นที่น้อยกว่าประเทศไทยและ มีประชากรมากกว่าประเทศไทย แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลน ความยากจนและความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกินก็มีหลายประเทศ และบางประเทศ มีพื้นที่ใหญ่กว่าเรา ประชาชนน้อยกว่าเราก็ยังมีปัญหาที่ดินทำกิน แต่สำหรับประเทศไทยแล้วต้องยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาที่ดินทำกินยังเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สาเหตุสำคัญที่เป็นสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหาที่ดินทำกิน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าการถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรมนี่ก็เป็นปัญหา ที่สำคัญ บางคนมีที่ดินมากเกินไป บางบริษัทเอกชนมีที่ดินมากเกินไป บางคนมีที่ดิน น้อยเกินไป และคนจำนวนมากไม่มีที่ดินแม้แต่จะอยู่อาศัย นี่คือปัญหาความไม่เป็นธรรม ในการถือครองที่ดินนะครับ เพราะเราครอบครองที่ดิน ถือครองที่ดินโดยเสรี ไม่มีการจำกัด การถือครองที่ดินเหมือนบางประเทศ🔗
เรื่องที่ ๒ ไม่มีการโซนนิง (Zoning) ที่ดินของประเทศที่มีความเหมาะสม และศักยภาพของที่ดินนะครับ เราไม่เคร่งครัดในเรื่องว่าที่ใดควรเป็นป่าและจำนวนเท่าใด ที่ใดเป็นที่ทำกินทางการเกษตรอยู่ตรงไหนและจำนวนเท่าไร ตรงไหนควรเป็นที่อยู่อาศัย และตรงไหนควรเป็นที่อุตสาหกรรม เราก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากมาย ปัญหาการสูญเสีย ที่ดินในเรื่องของโซนนิง (Zoning) ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียที่ดินที่เกิดปัญหานี้ไม่น้อยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาระเบียบและข้อกฎหมาย กราบเรียนท่านประธานครับว่า กฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินได้ โดยสรุปก็คือไม่สามารถตอบโจทย์ ปัญหาที่ดินป่าไม้และปัญหาที่ดินทำกินได้แต่อย่างใด กฎหมายที่มีอยู่มีช่องโหว่ให้บางคน หาผลประโยชน์ได้ผลประโยชน์จากกฎหมายที่ดินที่มีอยู่และภาษีที่ดินที่เราใช้อยู่ในขณะนี้ ก็ไม่เหมาะสม ไม่ทันสมัย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินได้ การใช้ที่ดินที่ไม่เป็น ศักยภาพก็เป็นปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เพราะประเทศไทยมีตัวเลขรายงานบอกว่าเราใช้ที่ดิน เพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เราทิ้งร้างที่ดินไว้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น สวนยางพารา พื้นที่ใต้สวนยางพารามีมากมายเราสามารถปลูกพืชสมุนไพร ปลูกเครื่องเทศได้แต่ว่า เราก็ปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ รวมทั้งนาข้าวนอกฤดูกาลเรายังสามารถทำอะไรได้มากมาย แต่ว่า เราก็ไม่ได้ทำให้เต็มศักยภาพ ปัญหาที่ดินป่าไม้เกิดจากการเพิ่มของประชากร ซึ่งเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่รับทราบทั่วไปครับ จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นมาต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่ม ต้องการ ที่ทำกินเพิ่ม ต้องการที่พักผ่อนหย่อนใจ ต้องการพื้นที่สีเขียว ต้องการพื้นที่ป่ามากยิ่งขึ้น อันนี้เป็นหลักทั่ว ๆ ไปนะครับ และสำคัญที่สุดก็คือเราได้สูญเสียที่ดินป่าไม้ ที่ดินทำกิน จากนโยบายของรัฐหลายนโยบายที่ผ่านมา ครั้งหนึ่งในปี ๒๕๒๔ เราสูญเสียที่ดินป่าไม้ ที่ดินทำกินจากการจัดหมู่บ้านชายแดนตามนโยบายป้องกันประเทศ ป้องกันตนเอง เราจัดหมู่บ้านป้องกันตนเองไทย-ลาว ไทย-พม่า ไทย-มาเลเซีย รวมทั้งหมด ๒๔ หมู่บ้าน จำนวนพื้นที่ที่สูญเสียไปกับโครงการนี้มากมายทีเดียว เรามาสูญเสียที่ดินป่าไม้ในโครงการ การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพของกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็อีกหลายสิบล้านไร่ นี่ก็ถือว่าเป็น การสูญเสียที่ดินทำกิน ที่ดินป่าไม้ในปี ๒๕๑๑ เราสูญเสียที่ดินทำกิน ที่ดินป่าไม้จาก ส.ป.ก. ปี ๒๕๑๘ เพราะกรมป่าไม้ได้มอบที่ดินให้ ส.ป.ก. ไป ๔๔ ล้านไร่ ส.ป.ก. จัดสรรได้ ไม่มากครับ แต่ว่าส่งคืนกรมป่าไม้เพียง ๘ ล้านไร่ ที่เหลือมีการบุกรุกและไม่เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของ ส.ป.ก. มีการปล่อยปละละเลยเป็นจำนวนมาก เราสูญเสียที่ดินจากมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เจ้าหน้าที่ไปสอบสวนสิทธิ ขณะนี้ ยังไม่เสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ปล่อยให้คนที่บุกรุกที่ดินโดยไม่ชอบยังครอบครองและขยาย มากยิ่งขึ้น นี่ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียที่ดินสำคัญอีกโครงการหนึ่ง เราได้สูญเสียที่ดินทำกิน ที่ดินป่าไม้ในโครงการนิคมสร้างตนเอง ในปี ๒๕๑๑ จำนวนถึง ๔๔ แห่ง ๓ ล้านกว่าไร่ ซึ่งถือว่า เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญเช่นกัน เราสูญเสียที่ดินป่าไม้ ที่ดินทำกินจากการทุจริตของ เจ้าหน้าที่รัฐไปจำนวนมากมาย นี่ต้องยอมรับครับ มีรายงานจาก ป.ป.ช. เมื่อปี ๒๕๖๑ ว่า มีเรื่องร้องเรียนมีเรื่องที่ ป.ป.ช. รับเรื่องเข้ามาพิจารณาเรื่องปัญหาการหาประโยชน์จากเรื่อง ที่ดินถึง ๑๔,๓๔๘ เรื่อง ซึ่งไม่น้อยเลยนะครับ🔗
อีกตัวอย่างหนึ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหาผลประโยชน์จากเรื่องที่ดิน ทำกิน ปรากฏรายงานของ สตง. เมื่อปี ๒๕๕๙ ว่ามีการจัดทำโครงการนาบันไดในพื้นที่ จังหวัดน่าน โครงการ ๒๑๙ ไร่ สตง. รายงานบอกว่าทำจริงเพียง ๖๒ ไร่ โครงการดำเนินการ ขุดปรับแต่งพื้นที่ ๒๒๐ ไร่ ทำจริง ๕๘ ไร่ โครงการติดตั้งระบบน้ำเข้าสู่นาของโครงการ นาขั้นบันไดที่จังหวัดน่าน พื้นที่ ๒๒๑ ไร่ ทำจริง ๕๘ ไร่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผู้รับผิดชอบในโครงการนี้คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คนที่ทุจริตเรื่องนี้ ตามรายงานของ สตง. ยังมีอำนาจวาสนาอยู่ในกระทรวงจนถึงขณะนี้ครับ ไม่มีการสอบสวน เอาจริงการทุจริตในครั้งนี้แต่อย่างใด รวมทั้งเราได้สูญเสียพื้นที่ทำกินพื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ สวนป่าของประเทศ พื้นที่สวนป่าของประเทศมีมากมายครับ แต่ขณะนี้เหลือที่เป็นสภาพป่า อยู่น้อยมาก ปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุกจนไม่สามารถที่จะส่งมอบคืนไปให้หน่วยงานอื่น ได้เลยครับ เช่นพื้นที่สวนป่าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแล มีการให้ส่งมอบ ไปยังกรมป่าไม้ ส่งมอบไม่ได้ กรมป่าไม้ไม่รับ เพราะว่าไม่เหลือสภาพป่าอยู่ ปล่อยปละละเลย ให้มีการเข้าบุกรุกทำลาย เราได้สูญเสียพื้นที่ป่าโดยการปล่อยปละละเลยให้มีการเสื่อมโทรม หลายพื้นที่ ยกตัวอย่าง ม่อนแจ่ม ภูทับเบิก ซึ่งเป็นข่าวคราวอยู่ในขณะนี้ เรียนท่านประธาน ว่าม่อนแจ่มไม่ได้มีความผิดเพียงเดือนนี้หรือปีนี้นะครับ ความผิดนี้เกิดต่อเนื่องมาหลายสิบปี แต่ข้าราชการที่ปล่อยปละละเลยก็ยังอยู่ได้อย่างมีความสุขจนถึงวันนี้ วันนี้ม่อนแจ่มเป็น ปลายทางเท่านั้นเอง ผมจึงขออนุญาตได้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น หลังการพิจารณาเรื่องนี้ว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่ดินป่าไม้ ๑. ตามข้อเสนอของ เพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้าผม คือต้องจัดทำแนวเขตพื้นที่ป่าให้ครบถ้วนเรียบร้อย ซึ่งมีไม่มากแล้วนะครับ แนวเขตป่าเหลือไม่เท่าไรแล้ว เพราะว่าป่าส่วนใหญ่ก็มีแนวเขตเป็น แนวธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าไม่สามารถจัดทำแนวเขตป่าให้ครบถ้วน ชัดเจน ปัญหาที่ดินทำกิน ก็ไม่มีวันที่จะจบสิ้นลงได้ ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐก็ยังเป็น ความขัดแย้งต่อไป ๒. ต้องจัดทำโซนนิง (Zoning) ขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ว่าที่ใดเป็นที่ทำกิน ที่ใดเป็นที่อยู่อาศัย ที่ใดเป็นที่อุตสาหกรรม ที่ใดเป็นที่ส่วนกลางสาธารณะ พื้นที่ป่า พื้นที่ สีเขียวต้องมีความชัดเจน ๓. ต้องทบทวนแก้ไขโครงการรัฐในหลาย ๆ โครงการที่ผ่านมา รัฐมีโครงการหวังที่จะแก้ปัญหาที่ดิน แต่ว่าบางปัญหามีการทุจริต บางคนได้โครงการรัฐ เกือบทุกโครงการ แต่ว่าได้เสร็จแล้วก็ขาย แล้วก็สร้างปัญหาใหม่ อยากให้กรรมาธิการ ได้พิจารณาศึกษาทบทวนโครงการ สทก. ของกรมป่าไม้ โครงการตามมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เข้าไปดู ส.ป.ก. อยากให้กรรมาธิการไปศึกษาเรื่องนิคมสร้างตนเอง อยากให้ คณะกรรมาธิการเข้าไปดูสหกรณ์ พื้นที่สหกรณ์การเกษตร ผมจึงขอฝากให้ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาทบทวนการใช้พื้นที่ของส่วนราชการ บางส่วนราชการมีพื้นที่ไม่ใช้ประโยชน์มากมาย อยากให้เอาพื้นที่ที่ราชการครอบครองเอาไว้ มาให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์เช่นพื้นที่ทหาร ผมคิดว่าทหารครอบครองพื้นที่ ไว้จำนวนหลายล้านไร่ ที่ใช้ประโยชน์ก็เป็นความจำเป็นที่ทหารต้องใช้ แต่ว่าหลายพื้นที่ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ควรจะคืนกลับมาสู่รัฐ แล้วก็เข้ากระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับ พี่น้องประชาชน ที่ดินหลังสัมปทาน หลายพื้นที่ที่มีการสัมปทานที่ดินแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สัมปทานป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็นสัมปทานขุดเหมืองแร่ พื้นที่ ๒ อย่างนี้มีการไปออกเอกสารสิทธิ ที่จริงแล้วการสัมปทานก็คือการเข้าไปทำประโยชน์บนที่รัฐ แต่ว่าหลังจากใช้ประโยชน์ บนพื้นที่รัฐเสร็จคนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าของสัมปทาน หลายพื้นที่ไปออกเอกสารสิทธิ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษาเรื่องพื้นที่หลังสัมปทานว่ามีการออกเอกสารสิทธิ มากน้อยแค่ไหน ทั้งสัมปทานป่าชายเลน ทั้งสัมปทานขุดเหมืองแร่ ที่เรียกว่า ขุมเหมือง🔗
สุดท้ายอยากให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับที่ดิน จำนวนมากมายหลายโครงการอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตแล้วก็มีการครอบครองที่ดินโดยมิชอบ ญัตตินี้ จึงเสนอมาเพื่อมุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้เกิดความเหมาะสม ญัตตินี้มีความมุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้รับ ความเดือดร้อนน้อยลง และญัตตินี้หวังแก้ไขไม่ให้ข้าราชการและกลุ่มบุคคลหาผลประโยชน์ จากที่ดินของรัฐ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ฉบับต่อไป🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน และการออกเอกสารสิทธิที่ดิน (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และ นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณหมอจาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กระผมและคณะคือนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันเสนอญัตติและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยได้ร่วมกันรับรองและสนับสนุน ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน และการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ผมขออนุญาตทำตามคำแนะนำของท่านประธานนะครับ คือได้อ่านญัตติก่อน กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร🔗
หลักการ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน และการออกเอกสารสิทธิที่ดิน🔗
เหตุผล ด้วยปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินของประชาชน และปัญหาการออก เอกสารสิทธิในที่ดินเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชน ทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและประกอบกอาชีพ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพ ด้านเกษตรกรรมที่ต้องอาศัยที่ดินเป็นปัจจัยหลักในการผลิตในภาคเกษตร ซึ่งในปัจจุบัน พบว่าประชาชนเป็นจำนวนมากและเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ทั้งที่อยู่อาศัย มาตั้งแต่บรรพบุรุษ หรือต้องเช่าที่ดินทำกิน อีกทั้งยังประสบปัญหาการสูญเสียที่ดินทำกิน ให้กับสถาบันการเงิน โดยสาเหตุของปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนเกิดจาก หลายสาเหตุ เช่น ปัญหาความล้มเหลวของการจัดระบบจัดการที่ดินโดยรัฐ ปัญหาระบบ การกระจายการถือครองที่ดินทำกิน ปัญหาการไม่ยอมรับรองสิทธิของประชาชนที่ได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ ประเภทต่าง ๆ ทำให้มีการผลักดันและขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ ซึ่งถูกกำหนดเป็น แนวเขตของรัฐเป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะ ผู้ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกิน เป็นของตนเอง ถึงแม้จะเสียภาษีบำรุงท้องที่แต่ไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิให้แต่อย่างใด แล้วส่งผลไปถึงการที่ไม่สามารถนำที่ดินไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ยืมเงินเพื่อนำมา เป็นต้นทุนเพื่อเพิ่มพูนมูลค่าในการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพได้ สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินอย่างเสมอภาพ การขาดประสิทธิภาพ ในการจัดการและการใช้ทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและ ประชาชน ซึ่งเรายังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดินและความมั่นคง ของประเทศในทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องปัญหาที่ดินทำกินและการออก เอกสารสิทธิที่ดิน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ แล้วข้อ ๕๐ เหตุผลและรายละเอียดจะชี้แจงในที่ประชุมสภาครับ🔗
ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทำกินนั้น ในฐานะช่วงที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรตั้งแต่สมัยแรก พ.ศ. ๒๕๓๘ แล้วต่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ พ.ศ. ๒๕๔๔ พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนอย่างมาก ได้ดำเนินการทุกวิถีทาง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความที่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอญัตตินี้ถึง ๑๓ ญัตติ นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าทุกท่านได้รับ ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนสะท้อนปัญหาให้เกิดขึ้น ให้พวกเราได้แก้ไขปัญหา พอผมจะเสนอญัตตินี้พี่น้องในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดมหาสารคามดีใจ เพราะว่า นี่เป็นเวทีที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้ร่วมพิจารณาเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นจริงก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่บรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย อยู่มาก็ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ บางครั้งก็อ้างว่าเป็นที่ทุ่งทำเลเลี้ยงสัตว์ อย่างที่อำเภอกันทรลักษ์ เป็นที่ทุ่งสวาโหมเป็นที่สาธารณะเก่า บางครั้งก็บอกเป็นป่าเสื่อมโทรม แต่ทั้งหมดนี้ ต้องพิจารณาโดยบริบทของความเป็นจริง ป่านั้นไม่เคยมีป่าเลย พี่น้องประชาชนอยู่กันมา ตั้งแต่บรรพบุรุษ มีหน่วยราชการมาสร้าง มาตั้ง อบต. บางครั้งมีอำเภอก็ได้ทำมาตลอด ซึ่งความเป็นจริงตรงนี้เป็นความตั้งใจที่พี่น้องประชาชนอยากเห็นว่าเขาอยู่และทำอย่างไร เขาถึงจะได้เอกสารสิทธิ โดยเฉพาะบางครั้งพอเราดำเนินการไปก็มีการประกาศ ส.ป.ก. มาครอบทั้งอำเภอบ้าง คนที่อยู่เก่าก็ไม่ได้อยากได้ ส.ป.ก. หรือแม้กระทั่งที่แก้ไข ส.ป.ก. นั้น เป็นความที่ประชาชนอยากจะได้โฉนดเนื่องจากจะเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาได้เอกสารสิทธิ เป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มและสามารถนำไปเข้าธนาคารเพื่อหาเม็ดเงินมาสร้างทำมาหากินได้ ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ จึงขอสรุปว่า ๑. ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่การครอบครองที่ดินแต่ไม่มี เอกสารสิทธิ การออกเอกสารสิทธิที่มิชอบ การออกเอกสารสิทธิที่ทับซ้อนระหว่างประชาชน การออก ส.ป.ก. ครอบที่อยู่ก่อน การสูญเสียที่ดินให้กับสถาบันการเงินหรือนายทุน ปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนโดยเฉพาะที่อยู่ตามแนวเขตแดน พอเขาอยู่แล้วที่แนวเขตแดนนั้นอัตราส่วนก็ไม่ชัดเจน แผนที่วันแมป (One Map) ๑ : ๔๐๐๐ ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ปัญหาความล้มเหลวของการจัดการที่ดินของรัฐ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในการถือครองที่ดิน ปัญหาการไม่รับรองสิทธิ แล้วที่สำคัญก็คือผมจะแยกเป็น ๒ กรณี🔗
กรณีแรก ก็คือกรณีที่เขาอยู่บ้านในชุมชนซึ่งไม่ได้เป็นป่าเสื่อมโทรมแล้วก็ อยู่มานาน ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเรามองภาพรวมเราน่าจะบริหารจัดการโดยสอบสวน สืบสวน ดูตั้งแต่เขาอยู่มาเมื่อไร แล้วกฎหมายที่จะมาออกทีหลังก็คงจะต้องถือว่าต้องยกสิทธิให้กับ เขาก่อน แต่ถ้าไม่ออกปล่อยไปเรื่อย ๆ ก็ควรจะจัดการให้เขามีสิทธิในการที่อยู่ในที่ดิน ไม่ว่าจะอ้างเป็นที่สาธารณะเก่า ทุ่งทำเลเลี้ยงสัตว์ เป็นหนอง หรือว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม ต้องบริหารจัดการตรงนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือที่อยู่ตามแนวเขตแดนระหว่างที่จะเป็นป่า ซึ่งเป็น ป่าอนุรักษ์ก็ดี ป่าเสื่อมโทรมก็ดี หรือของกรมป่าไม้ก็ดี ตรงนี้ต้องแบ่งให้ชัดเพราะประเด็น ที่เกิดปัญหาอยู่ต่อเนื่องก็คือถูกขับไล่ บางครั้งถูกจับก็มาปรึกษาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การที่ไม่มีที่ดินทำกินแล้วยังถูกจับบ้านแตกสาแหรกขาด พ่อบ้านต้องอยู่ในที่ถูกจับกุมคุมขัง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหาอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งสิ้น ๕๑๓,๑๑๕ ตารางกิโลเมตร เป็นจำนวนไร่ทั้งสิ้น ๓๒๐.๗ ล้านไร่ แบ่งเป็น🔗
๑. ที่อุทยาน วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตอนุรักษ์ ทั้งหมด ๗๑ ล้านไร่ ถือเป็น ๒๒ เปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่ามากจริง ๆ🔗
๒. พื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งยังไม่ได้แก้ไขกับที่ทับซ้อนกับที่อนุรักษ์เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๖๔ ล้านไร่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒ หน่วยงานนี้ ๔๒ เปอร์เซ็นต์🔗
๓. ที่ดิน ส.ป.ก. ๓๓.๗ ล้านไร่ คิดเป็นจำนวน ๑๐.๕ เปอร์เซ็นต์🔗
๔. ที่ราชพัสดุ ๘.๑ ล้านไร่ คิดเป็น ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ได้ จำแนกอีก ๑๗ ล้านไร่ ๕.๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรวมแล้วทั้งสิ้นที่กล่าวนั้น ๖๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เหลือที่เป็นโฉนดจริง ๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๒๗ ล้านไร่🔗
ดังนั้นจะเห็นว่าจุดที่เหลื่อมกันระหว่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไม่ว่าจะเป็น ป่าเสื่อมโทรม ไม่ว่าจะเป็นแนวเขตแดน หรือที่ที่สามารถปรับปรุงให้ประชาชนที่อยู่ก่อน โดยคิดถึงบริบทและความจริง เราไม่ได้สนับสนุนว่าให้ออกแล้วเขาจะไปบุกรุก อันนั้นคนละกรณี เพราะฉะนั้นคือต้องดำเนินตามกฎหมาย แต่เราดูคนที่บริสุทธิ์คนที่อยู่แล้วก็ตั้งใจทำมาหากิน ก็คือคนที่ทำถูกกฎหมายนั่นละ จะไม่ค่อยได้รับอะไร ต้องรอ ดังนั้นผมต้องเรียนว่าทั้งหมด ที่เห็นนี่เราสามารถจัดสรรได้ ขณะนี้มีการจัดระเบียบเขาเรียกว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ ที่เรียกว่า คทช. ซึ่งต้องเรียนว่าคณะกรรมการชุดนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นชุดแรกที่ทำ แล้วก็มีคณะกรรมการนั้นได้ปรับปรุงใหม่เมื่อปี ๒๕๖๒ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ผมขออนุญาต นำเรียนว่ามีข้อแตกต่างแล้วแก้ไขอย่างไรบ้าง ด้วยอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอำนาจ มาตรา ๑๑ (๘) พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยได้ตั้งกรรมการ ที่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ และได้แก้ไขเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ ซึ่ง ๒ คณะกรรมการนี้ก็คือคณะกรรมการ ที่ปรับปรุงใหม่ จะเรียนว่าคณะกรรมการชุดเดิมมีกรรมการทั้งสิ้น ๒๕ คน ชุดใหม่มี ๒๑ คน ครั้งแรกมีการกำหนดนโยบาย ๗ ข้อ อำนาจนั้นซึ่งถือว่ายังไม่ดูแลในเรื่องของการรับฟัง ความคิดเห็น ไม่ได้ดูถึงว่าจะแก้ไขปัญหา ก็มีการตั้งปรับปรุงใหม่เป็นชุดใหม่ซึ่งมีคณะกรรมการ ทั้งหมด ๒๑ ท่าน ก็คงจะถือว่าไม่อุ้ยอ้าย ไม่เยอะเกินไป คณะกรรมการชุดนี้ซึ่งจะมีช่องว่าง ที่ผมจะขออนุญาตนำเรียนคือข้อ ๔ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการกระจายการถือครอง ที่ดินอย่างเป็นธรรม และตามรูปแบบการจัดที่ดินในลักษณะของแปลงรวมนะครับ อันที่ ๒ ข้อ ๕ คือเรื่องของการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และยังมีข้อ ๑๓ มาตรา ๑๓ ที่บอกว่าให้ดำเนินการจัดทำนโยบายแผนบริหารจัดการที่ดิน ต้องฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แล้วก็มีตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาอีก ๙ คณะ แต่ว่าอย่างที่ผมเรียนคณะอนุกรรมาธิการ ๙ คณะ ก็คิดว่าอาจจะทำงานล่าช้าเกินไป ถ้าเรามีช่องว่างที่จะมีในการเสนอนโยบายต่าง ๆ ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนว่า ต้องช่วยกัน เราจะเป็นแกนกลาง เป็นเจ้าภาพหลัก ดูสภาพของที่ดินทั้งหมด ๓๒๐ ล้านไร่ ที่ดินที่เป็นโฉนด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๒๑ ล้านไร่ ปรากฏว่าใช้จริงแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นที่ดินรกร้างถือครองอยู่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็มีการเสนอว่าถ้าเราเอา ที่ดินแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้นให้ประชาชนได้เช่าในราคาถูก ได้ทำมาหากินนั้น จะเพิ่มเรื่องเศรษฐกิจถึง ๑๒๗,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการเพิ่มให้ประชาชนได้มีสิทธิในที่ดินทำกิน ส่วนที่ทำกินนั้นปรากฏว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนนั้นมีที่ดินแค่ไม่ถึงไร่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมากกว่า ๑๐๐ ไร่เป็นต้นไป ดังนั้นเกิดความเหลื่อมล้ำการบริหารจัดการ ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนเขาก็รอคอย พอรู้ว่าคณะกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นมาโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด โดยความกรุณาของท่านประธานได้จัดการบรรจุวาระขึ้นมา อยากให้ ได้ดำเนินการแบ่งเป็น ๑. ก็คือผู้ซึ่งอยู่ในที่อยู่ก่อนตั้งแต่บรรพบุรุษไม่มีการออกเอกสารสิทธิ หรือออกเอกสารสิทธิก็ไปออก ส.ป.ก. ให้เขา แก้ไขตรงนี้ครับ ๒. ที่อยู่ตามแนวเขตแดน ๓. ผู้ที่อยู่ในที่ราชพัสดุที่อื่น ๆ สามารถมาจัดสรรให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และ ๔. ก็คือ ที่ดินที่อยู่ในส่วนของที่ครอบครองอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้ใช้นำมาเป็นประโยชน์ โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ก็ขอนำเรียนว่าวันนี้ไม่ว่าจะเป็นในเขตผม อำเภอขุนหาญ ที่เทศบาล เมื่อช่วงที่ผมเป็นเขตใหญ่ ๓ คนนั้น ของ ส.ส.ธีระ ก็มีปัญหา เขตผมอำเภอกันทรลักษ์ ก็มีปัญหา และคิดว่าน่าจะเจอกันแทบทุกพื้นที่ วันนี้จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อเป็น ประโยชน์เป็นคุณูปการ และขอให้กรรมาธิการวิสามัญได้ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่เขารอคอยความหวังอยู่ครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ฉบับต่อไป อันดับที่ ๘ นะครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิ (นางผ่องศรี แซ่จึง และนายสิงหภณ ดีนาง เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญคุณผ่องศรีครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไข เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิ ท่านประธานคะ ด้วยปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนเป็นปัญหาที่มีมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกสมัยจะถูกนำมาอภิปรายเป็นปัญหาแรก ๆ ของการประชุม แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ประชาชนทั่วไปยังคงประสบปัญหากับ เรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งในบางพื้นที่ได้มีการกำหนดแนวเขต ที่ดินสาธารณประโยชน์ไว้ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ประชาชนก็ยังไม่สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้ บางพื้นที่ยังมีประเด็นที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับแนวเขต พื้นที่ไม่ชัดเจน เมื่อประชาชนเข้าไปทำกินในพื้นที่จะถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จับกุมและดำเนินคดีเนื่องจากบุกรุกพื้นที่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน และยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของประเทศ จึงเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ และขออธิบาย เหตุผลต่อไปค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย แม้แต่ที่ดิน ที่ทำประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมันเป็นความมั่นคงของชีวิต มันเป็น ความภาคภูมิใจของคนที่เป็นเจ้าของ แต่ ณ วันนี้ยังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะ ในเขตพื้นที่ของดิฉันถ้าจะว่าไปแล้วปัญหามันก็จะมีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้นเอง ก็คือคนทับป่า หรือป่าทับคน แต่วันนี้ในพื้นที่เขต ๘ จังหวัดศรีสะเกษของดิฉันเองได้รับเรื่องร้องเรียนมาก เป็นตำบลเลยนะคะ เช่น ตำบลหนองบัวดง ตำบลหนองแค เกือบทุกหมู่บ้านเลยนะคะ ตำบลส้มป่อย พวกเหล่านี้เขาจะอยู่มานานมากค่ะท่านประธาน มีหลักฐานวัดวาอาราม ที่เขาไปตั้งอยู่ คือเขาเข้าไปอยู่ก่อน พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ ค่ะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ มันก็ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องการเรียกร้องสิทธิ และวันนี้ประเทศไทย เราเดินมาถึงจุดนี้แล้วท่านประธาน รัฐบาลประกาศว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว เราประกาศเราจะเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ แต่ว่าในเรื่องของที่ดินทำกิน ในเรื่องของน้ำ ในเรื่อง ปัญหาต่าง ๆ ที่ยังรุมเร้าพี่น้องประชาชน เรายังไม่ไปถึงไหนหรอกค่ะท่านประธาน ดิฉันก็เลย อยากนำเสนอว่าในการแก้ปัญหาเหล่านี้ควรจะต้องจริงจังสักทีหนึ่ง ดิฉันเป็นกรรมาธิการ สามัญคณะที่ดิน สัปดาห์ที่แล้วได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ในเรื่องของการ กำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐที่เราเรียกกันว่า วันแมป (One Map) เพราะว่าพี่น้องประชาชน ที่รู้เรื่องก็หวังพึ่งว่าวันแมป (One Map) จะช่วยคลี่คลายปัญหาในเรื่องของกำหนดเขตพื้นที่รัฐ และจะทำให้ประชาชนมีความหวังในการออกเอกสารสิทธิ แม้แต่ ส.ส. พวกเราหลายท่าน ก็ยังหวังว่าโครงการนี้จะทำให้ ส.ส. แก้ปัญหาช่วยพี่น้องประชาชนในเรื่องของที่ดินทำกิน ในเรื่องขอบเขตของที่ดินรัฐ ในเรื่องที่เราได้เชิญมานั้นเราขอความคืบหน้าในการจัดทำ แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ ปัญหาข้อเท็จจริงที่พบในการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ หรือในวงเล็บที่เรียกว่า วันแมป (One Map) ปัญหาข้อกฎหมายที่ส่งผลต่อการดำเนินการ จัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แนวทางในการดำเนินการกรณีนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ ๔๐๐๐ นี้ มาตราส่วนจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานนี้หรือไม่ แต่ปัญหาก็ยัง เยอะแยะมากมาย ท่านประธานคะ ปัญหาที่เกิดขึ้น คนทับที่ ที่ทับคน ดิฉันคิดว่าเราจะต้อง เรียงร้อยปัญหา เราจะต้องจัดลำดับ อะไรที่เป็นปัญหาเร่งด่วนคิดว่าจะต้องจัดทำก่อนเลย เช่น เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ก่อน อยู่ก่อนกฎหมายทุกฉบับจะเข้าไป กฎหมายที่ดินมีเยอะนะคะ แล้วมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเยอะมาก เยอะจนเราวิตกกังวลว่า ทำไปทำมาแล้วมันกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเองใช่ไหมที่เรายังตกลงกันไม่ได้ ที่ยังคุยกัน ไม่จบในเรื่องของมาตราส่วน ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องของขอบเขตงาน เพราะว่า พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้หรอกนะคะ เขารอรับ แล้วดิฉันก็เชื่อว่าเวลาจะนาน แค่ไหนก็ตามแต่ถ้าให้เขารออย่างมีความหวังว่ามันจะต้องจบแน่นอน จะต้องออกเอกสารสิทธิ ได้ในกรณีที่เขามีสิทธิอย่างเต็มที่ แล้วก็ไม่อยากให้อ้างว่าทำไมไม่เอา ส.ค.๑ มาแจ้งในช่วงที่ เขาให้แจ้ง ท่านประธานคะ สมัยที่ให้แจ้ง ส.ค.๑ นั้นดิฉันเชื่อว่าประกาศที่ศาลากลาง พี่น้องดิฉันอยู่ ๓๐-๔๐ กิโลเมตร แล้วตอนนั้นรถมอเตอร์ไซค์จะมีหรือเปล่า รถประจำทาง จะมีแค่ไหนอย่างไร แล้วที่สำคัญก็คือเจ้าหน้าที่รัฐได้บอกเขาหรือเปล่า ได้ประชาสัมพันธ์ อย่างทั่วถึงไหมว่าถ้ามี ส.ค.๑ หรือมี น.ส.๓ คุณจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้น เมื่อเวลาผ่านไปถ้าติดประกาศอยู่ที่ศาลากลางก็จะมีสักกี่คนล่ะคะท่านประธานที่จะได้ไปดู ได้ไปรู้ เพราะฉะนั้นเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็บอกว่าทุกคนจะต้องรู้กฎหมายปฏิเสธไม่ได้ ทุกคนไม่รู้กฎหมายนะ ไม่รู้ออกเมื่อไร อย่างไร ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้น แต่ข้อเท็จจริงจริง ๆ มันไม่ใช่ พี่น้องเรายังจะต้องได้รับการประชาสัมพันธ์บอกกล่าวอย่างชัดเจนโดยเฉพาะ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับเขา เรื่องที่ดินเป็นเรื่องสำคัญอยู่มาเป็นร้อยปีค่ะท่านประธาน ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครเอาคืนแน่นอน ไม่มีใครสามารถจะไปไล่เขาออกจากที่ตรงนั้นได้แน่นอน เพราะถ้าไล่เกิดเรื่องแน่เพราะว่ามันเยอะมาก แต่เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เขาได้รับ ประโยชน์จากตรงนั้น ได้รับประโยชน์ ได้รับสิทธิที่เขาอยู่มาตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย วัดบ้านหนองบัวดงนี่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๐ กว่านะคะท่านประธาน ตำบลหนองบัวดง ตำบลด่าน ตำบลเมืองคง ตำบลส้มป่อย ตำบลเป๊าะ หลายหมู่บ้านเลยดิฉันไม่อยากเอ่ยถึง หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน หนองแค หลักด่าน หนองจอก ทับสวายอะไรประมาณนั้น เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรจึงจะจัดการให้คนเหล่านี้ได้รับสิทธินี้ก่อน ในการแก้ปัญหาคณะกรรมาธิการ ถ้าจะตั้งขึ้นต้องศึกษาเรื่องนี้แล้วก็จัดการแยกเลยว่าอะไรที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องคัดแยก ออกไปก่อน ดิฉันยังเชื่อว่าประชาชนที่เขาอยู่ก่อนกฎหมายทุกฉบับน่าจะได้รับการดูแลก่อน ให้สิทธิเขาก่อนเลย เมื่อแยกออกมาแล้วปัญหาอื่น ๆ ค่อยว่ากันไป ปัญหาป่าไม้ พ.ร.บ. ป่าสงวน หรือแม้แต่กฤษฎีกา ส.ป.ก. ก็น่าจะได้ ของอำเภอดิฉันจังหวัดศรีสะเกษเป็นการ ประกาศพระราชกฤษฎีกาทั้งอำเภอเลยนะคะท่านประธาน แล้วเวลาเสนอพระราชกฤษฎีกา ปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดิน ๒ ฉบับ ๑๑ อำเภอก็มีท้องที่ตำบลโจดม่วง หนองบัวดง ศิลาลาด ตำบลด่าน หนองแค บัวหุ่ง เมืองแคน เมืองคง ไผ่ หนองอึ่ง หนองหมี ราษีไศล ตำบลคูซอด น้ำคำ หญ้าปล้อง หนองไผ่ หนองครก หมากเขียบ อำเภอเมือง ตำบลขะยูง อุทุมพรพิสัย ตำบลทุ่งสว่าง ตำบลธาตุ ตำบลบุสูง ตำบลบ่อแก้ว ตำบลดวนใหญ่ ตำบลวังหิน ตำบลโพนยาง ตำบลศรีสำราญ อันนี้วังหิน ตำบลตำแย ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. .... แล้ว ๑.๒ ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ ตำบลกฤษณา ตำบลสำโรงตาเจ็น ตำบลหัวเสือ ตำบลโคกเพชร ตำบลใจดี ตำบลศรีสะอาด ตำบลปราสาท ตำบลกันทรารมย์ ตำบลห้วยสำราญ ตำบลโสน ตำบลห้วยใต้ ตำบลปรือใหญ่ ตำบลศรีตระกูล อำเภอขุขันธ์ ตำบลตูม ตำบลสะพุง ตำบลเสื่องข้าว ตำบลศรีโนนงาม ตำบลสีแก้ว ตำบลสระเยาว์ ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ ตำบลหนองยาง ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบญจลักษ์ ตำบลเขิน อำเภอน้ำเกลี้ยง ตำบลตระกาจ ตำบลภูเงิน ตำบลจานใหญ่ ตำบลกุดเสลา ตำบลสวนกล้วย ตำบลกระแซง ตำบลหนองหญ้าลาด น้ำอ้อม สังเม็ก ขนุน เวียงเหนือ ทุ่งใหญ่ มีกันทรลักษ์ มีขุนหาญ มีภูสิงห์ แล้วคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ส่งร่างคืนเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ ให้ ส.ป.ก. เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาตามขั้นตอนใหม่ อีกครั้งเนื่องจากมีปัญหาดังนี้ค่ะท่านประธาน การตรวจสอบแนวเขตทับซ้อนกับเขตป่าสงวน แห่งชาติของกรมป่าไม้🔗
ข้อ ๒ ส.ป.ก. จะเพิ่มแปลงที่ดินเอกชนที่ได้ดำเนินการจัดซื้อแล้วจำนวน ๕ แปลงและมีแผนการซื้อที่ดินเอกชนเพิ่ม ข้อ ๓ ที่ดินอำเภอเมือง ศรีสะเกษและวังหิน เป็นพื้นที่ที่แตกต่างจากการโซนนิง (Zoning) จะต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมปัญหาอุปสรรค ปัญหาที่ท่านตอบมาก็คือการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดินฉบับใหม่ ส.ป.ก. จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งได้ กำหนดแนวทางว่าก่อนเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางให้ได้ข้อยุติเสียก่อนว่าแนวเขต ดำเนินการตามร่างกฎหมายกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเป็นแนวเขตที่สามารถเข้าดำเนินการได้ และไม่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ได้กำหนดไว้เป็นพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมายอื่น และข้อ ๒ แนวเขตปฏิรูปที่ดินในแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกายังมีปัญหาทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมพัฒนาที่ดิน ขั้นตอนนี้จะต้อง ใช้ระยะเวลามากค่ะท่านประธาน ส.ป.ก. ไม่สามารถเร่งรัดได้🔗
ข้อ ๓ ปัญหาแนวเขตในการปกครอง อันนี้เป็นปัญหาเมื่อประกาศพระราช กฤษฎีกาคลุมทั้งอำเภอในเขตอำเภอราษีไศล ศิลาลาด บึงบูรพ์ โพธิ์ศรีสุวรรณ ยางชุมน้อย เหมือนขนมชั้น ๓ ชั้นเลยค่ะ แต่ชั้นที่สำคัญที่สุดในเบื้องต้นก็คือ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งตัวนี้สำคัญที่สุดเลย และพระราชบัญญัติป่าไม้ก็ซ้อนเข้ามาเป็นชั้นที่ ๒ แล้วก็ ส.ป.ก. ก็มาเป็นชั้นที่ ๓ ท่านประธานคะ ดิฉันก็พยายามในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญยังคิดว่าน่าจะจบได้ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือ ถ้าจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ตาม ดิฉัน คิดว่าเรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องน้ำ ไม่แพ้เรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และไม่แพ้เรื่องโคโรนา ไวรัส (Coronavirus) เพราะว่าอันนี้เป็นความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน ขอให้เขาได้ภาคภูมิใจว่าเขาอยู่มาเป็นร้อยปีให้เขาได้มีสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิ ได้รับโฉนด ที่ดินเพื่อเป็นของขวัญให้กับเขา แล้วเขาจะได้มีความสุขอย่างแท้จริง จะได้ไม่นอนหวาดผวา ว่าเขาจะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะจบตรงนี้ดิฉัน ขอให้ทุกท่านได้ดูบนจอนะคะ🔗
ท่านอ่านดูบนจอ อันนี้เป็นพระราชดำรัส ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในป่าสงวนซึ่งทางราชการได้ขีดเส้นไว้ว่าเป็นป่าสงวน หรือป่าจำแนก แต่ว่าเราขีดเส้นไว้กับประชาชนที่อยู่ในนั้นแล้ว เราจะเอากฎหมายป่าสงวน ไปบังคับคนที่อยู่ในป่าที่ยังไม่ได้สงวนแล้วพึงไปสงวนทีหลัง โดยขีดบนเศษกระดาษก็ชอบกลอยู่ แต่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็กลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายไป ถ้าดูตามกฎหมายเขาก็ฝ่าฝืนเพราะตรามาเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่ว่าถ้าตามธรรมชาติ ใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมายก็คือผู้ที่ขีดเส้นนั่นเอง เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อน เขามีสิทธิในทางเป็นมนุษย์ หมายความว่าทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุก กฎหมายบ้านเมือง พระราชดำรัสนี้ วังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๖ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไป เป็นลำดับที่ ๙🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร (นางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณบุญรื่นครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส. จังหวัดขอนแก่น ได้นำเสนอญัตติเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออก เอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร🔗
เหตุผลมีอยู่ว่า ด้วยปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินและปัญหาการออกเอกสารสิทธิ เป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลายาวนานส่งผลกระทบแก่ราษฎร ทั้งในด้าน ที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม ซึ่งในปัจจุบันพบว่าราษฎรจำนวนมาก และเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองทั้ง ๆ ที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้ ต้องเช่าที่ดินทำกิน อีกทั้งยังประสบปัญหาการสูญเสียที่ดินให้กับนายทุน โดยสาเหตุของ ปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินอย่างนี้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาความล้มเหลวของระบบ การจัดที่ดินของรัฐ ปัญหาระบบการกระจายถือครองที่ดินทำกิน ปัญหาการไม่ยอมรับ เอกสารสิทธิของราษฎรที่ได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ทำให้มีการผลักดันและขับไล่ราษฎรออกจากพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดเป็นแนวเขตของรัฐ ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ราษฎรโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพทางการเกษตร ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ถึงแม้จะมี การเสียภาษีบำรุงท้องที่แต่ก็ไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิให้แต่อย่างใด และส่งผลไปถึง การที่ไม่สามารถนำที่ดินไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาเป็นต้นทุน หรือเพื่อเพิ่มพูนมูลค่าในการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพได้ สะท้อน ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการถือครองสิทธิในที่ดินอย่างเสมอภาค การขาดประสิทธิภาพ ในการจัดการและการใช้ทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและ แก่ราษฎร ท่านประธานที่เคารพคะ ปัญหามากมายที่เกี่ยวกับปัญหาการจัดการที่ดินของรัฐ พี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศรวมทั้งพี่น้องจังหวัดกาฬสินธุ์ของดิฉันเกือบทั้งจังหวัด ที่ได้รับความเดือดร้อน รายละเอียดที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายมาแล้ว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนกันทั้งสิ้น ดิฉันจะไม่ขออภิปรายเพิ่ม ดิฉันจึงขอเสนอญัตติให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
(ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒)🔗
เชิญนายแพทย์ประสงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย พร้อมด้วยคุณธนพร โสมทองแดง ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงความเหลื่อมล้ำในประเทศ ของเรานี้ ความเหลื่อมล้ำทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหลื่อมล้ำในทรัพย์สินในการถือครองที่ดิน ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้ อย่างมาก ประชาชนหรือเกษตรกรไม่สามารถทำประโยชน์ในที่ดินจากการกระจายรายได้ ของปัญหาที่ดินอย่างรุนแรง การที่โครงสร้างรายได้มีการกระจุกตัวในกลุ่มคนจำนวนน้อย จึงมีผลทำให้ผู้ที่มีอำนาจการซื้อสูงและนำเงินเหล่านี้มาใช้ในการกว้านซื้อที่ดินจากเกษตรกร ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยมีที่ดินไม่ถึง ๑ ไร่ ในขณะที่คนร้อยละ ๑๐ มีที่ดินกว่า ร้อยไร่ รัฐบาลละเลยการแก้ปัญหาธุรกิจผูกขาดและไม่บังคับการใช้กฎหมายการแข่งขัน ทางการค้า ทำให้รายได้กระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจเพียงน้อยรายเท่านั้น ได้นำไปสู่ปัญหา การกว้านซื้อที่ดินอย่างมาก ซึ่งการกว้านซื้อที่ดินลักษณะนี้ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากร ได้เลยครับ การกว้านซื้อที่ดินทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น การที่ที่ดินราคาสูงขึ้นทำให้เกษตรกร ที่ถือครองที่ดินอยู่ต้องเผชิญกับค่าเสียโอกาสในที่ดินที่มีมูลค่าสูง เกษตรกรจำนวนมาก ต้องขายที่ดินเพื่อเก็บทรัพย์สินไว้ในรูปอื่นแทนจึงไม่มีที่ดินที่จะทำกินต่อไปนะครับ จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ประชาชนผู้ยากจนทั้งหลายมีปัญหากับภาครัฐอย่างมากมาย ดังตัวอย่าง ๒-๓ ตัวอย่างดังนี้🔗
๑. ข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่อ่างเก็บน้ำชลประทาน เขตสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมและสำนักงานธนารักษ์เขตพื้นที่จังหวัดนครพนมกับพวก ดำเนินการจัดรังวัดแนวเขตอ่างเก็บน้ำชลประทานตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด รุกล้ำเข้ามาในบริเวณที่ดินที่เป็นที่นาของราษฎรผู้ทำมาหากินมานานแล้วประมาณ ๒๐๐ กว่าไร่เศษ ทำให้ราษฎรผู้ถูกร้องเรียนเดือดร้อน ปัญหาที่เกิดในจังหวัดนครพนม อีกแห่งหนึ่งคืออำเภอท่าอุเทน บ้านห้วยพระ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยุ่งยากเหมือนกันเพราะว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินร่วมกับนายทุนออกเอกสารสิทธิทับที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นห้วย หนอง คลอง บึง ทางสาธารณะ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน🔗
๒. การอออกเอกสารสิทธิมากกว่าเอกสารที่ดินเดิมก็ทำให้ที่ดินของประชาชน หายไป🔗
๓. ประชาชนก็ถูกขับไล่ออกมาเพราะว่าเมื่อฟ้องแล้วก็แพ้สู้ไม่ได้เพราะว่า เจ้าหน้าที่ไปร่วมกับฝ่ายนายทุนทั้งหมด🔗
หลังการเลือกตั้งครั้งนี้เราเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งก็มีกลุ่มที่เรียกว่า กลุ่มสมัชชาคนจนได้นำเรื่องนี้เข้ามาปรึกษาแล้วก็รวมกลุ่มกันก็ได้เชิญพรรคการเมือง หลายพรรครวมทั้งพรรคที่เป็นรัฐบาลและพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ประกอบด้วยพรรคประชาชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ เขาไปประชุมที่บ้านโนนสมบูรณ์ อำเมืองเมือง จังหวัดบึงกาฬ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เดือดร้อนของชาวบ้านทั้งหลาย จึงมีความจำเป็น ที่ต้องมาเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็เรื่องของบ้านกุดทิง บ้านกุดทิงก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งมีที่การออก หนังสือสำคัญที่หลวงเมื่อปี ๒๔๗๒ เป็นที่สาธารณะเขตหวงห้ามออกเมื่อครั้งที่แล้ว แต่มาออกใหม่เป็นหนังสือสำคัญที่หลวงคือ น.ส.ล. เมื่อปี ๒๕๔๔ ก็ผิดไปมาก ประชาชน เดือดร้อนมาก และประชาชนที่เดือดร้อนมาก็คือเมื่อมีคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๔ ปี ๒๕๕๗ ก็มีคำสั่งให้นายอำเภอไปดำเนินการในเรื่องนี้ ประชาชนถูกขับไล่ถูกจับแล้วก็มีการฟ้องร้อง มีการบอกว่าให้รับสารภาพ เมื่อรับสารภาพแล้วก็จะไม่มีเรื่องราวอะไร ปรากฏว่ารับสารภาพแล้ว ก็ต้องเสียที่ดินแล้วก็ต้องถูกดำเนินคดีเป็นผู้แพ้ต่อไป ก็ต้องออกจากที่นั่น ซึ่งตอนหลังชาวบ้าน ก็ไม่ยอมก็ไปศึกษาว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเป็นการวัดผิดหรือเปล่า ก็ปรากฏว่าวัดผิดไป เพราะเหตุที่ว่าน้ำมันมีเพิ่มขึ้นเมื่อมีฝายน้ำที่บ้านกุดทิงนี้ แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรทั้งสิ้นเพราะว่า เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร หน่วยงานที่เป็นคณะทำงานก็ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้แล้วก็ ไม่ได้ช่วยเหลือเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ตัดสินโดยศาลแล้ว ทั้ง ๆ ที่เขาแก้ปัญหาได้แต่พยายาม ไม่แก้ปัญหา สามารถแก้ได้โดยการใช้ระเบียบเพิกถอน น.ส.ล. ปี ๒๕๒๙ ก็แก้ปัญหานี้ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำนะครับ อีกแห่งหนึ่งก็คือการเข้าไปในบ้านหนองหล่ม บ้านหนองหล่มเนื้อที่เดิม ตามที่ทะเบียนหวงห้ามเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์จดไว้ ๑๕๐ ไร่ มาเปลี่ยนแปลงเป็น ๖๙๕ ไร่ ก็เลยไปทับที่ดินเขา ๓๐๐ กว่าไร่ ประชาชนก็เดือดร้อนอีกเหมือนกัน ถูกฟ้องร้อง แต่ก็สู้ไม่ได้ เรื่องกุดทิงอีกครั้งหนึ่ง กุดทิงเป็นที่สาธารณประโยชน์ชาวบ้านก็หากินในลุ่มน้ำ แต่อยู่ ๆ โดยเหตุที่มีการประกาศว่าเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ซึ่งแรงมากครับ กฎหมายห้ามล่าสัตว์ เขาต้องไปแจ้ง จะไปหากินของในป่าก็ทำไม่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อนจริง ๆ ในเรื่องนี้เพราะ จะต้องถูกจับดำเนินคดีกันหมดนะครับ ซึ่งปัญหาทั้งหลายเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วเกิดมาตลอดยาวนานแล้ว ผมทราบว่าแต่ละครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีสภาผู้แทนราษฎรปัญหาเรื่องนี้ได้เข้าสภา ทุกครั้งไปแต่ก็ไม่มีการแก้ไขอะไร ทั้ง ๆ ที่ทางราชการ รัฐบาลทุกครั้งก็มีการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งได้เริ่มต้นตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองก็มีมาตลอด มีมาเรื่อย ๆ ในการที่จะ พยายามแก้ไขทั้งหลาย ครั้งหลังสุดมีประกาศใช้ พ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยอาศัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ มาตรา๘๑ ที่ว่า ให้รัฐพึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ และสิทธิเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงโดยการปฏิรูปที่ดินและวิธีการอื่น ๆ รัฐก็พยายามแก้ไขเรื่องนี้ การจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดที่ดิน ในรูปนิคมสหกรณ์และนิคมสร้างตนเอง พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ การจัดที่ดินตาม พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ การจัดที่ดินในรูปสิทธิ ทำกินตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ แต่ก็ปรากฏว่านายทุน นักธุรกิจ นักการเมืองบางกลุ่ม ผู้มีอำนาจบางกลุ่มใช้ช่องว่างในการบริหารจัดการในที่ดินของรัฐ เข้าไปถือครองเสียเอง ท่านประธานครับ การดำเนินการยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจาก กระบวนการพิสูจน์สิทธิเพื่อแก้ไขข้อพิพาทมีความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับการปฏิรูปตามโครงสร้าง การจัดที่ดินตามเจตนารมณ์ ของกฎหมาย และคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับคนจนและเกษตรกรรายย่อย คดีพิพาทเรื่องที่ดิน การจัดทรัพยากรที่เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในชั้นพิจารณาของศาลให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องต่อสู้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่สมควรจะออกให้เขาด้วย ในค่าใช้จ่ายเพราะว่าชาวบ้านไม่มีทุนรอน การต่อสู้ทุกครั้งก็แพ้ทุกครั้งครับ การปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมเพื่อส่งผลถึงความเป็นธรรม ควรปรับปรุงประมวลกฎหมายที่ดิน กฎหมายป่าไม้ให้มีเอกภาพแล้ววางหลักการของกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรม จัดทำหลักเกณฑ์การกระจายอำนาจของการจัดการทรัพยากรและการมีส่วนร่วม ของประชาชนให้เกิดความเป็นธรรมทางนิเวศ ควบคู่กับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และสังคม จัดทำกฎหมายวิธีพิจารณาคดีที่ดินป่าไม้เพื่อให้การพิจารณาคดีที่ดินมีมาตรฐาน เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เข้าถึงงานรวดเร็ว สะดวก ใช้วิธีพิจารณาคดีที่หลากหลาย การเดินเผชิญสืบ การนำระบบไต่สวนที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมชุมชนมาประกอบ การตัดสินคดี การเจรจาไกล่เกลี่ยโดยคนกลาง ตลอดจนการให้มีการกลั่นกรองคดีระดับชุมชน ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาล พัฒนาระบบการฟ้องคดีสาธารณะโดยให้ประชาชน สามารถฟ้องคดีได้และรัฐฟ้องคดีอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยประชาชนหรือชุมชน ตื่นตัวในการรักษาทรัพยากรของชาติมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ โดยสรุปแล้วนะครับ กระผมว่าเรื่องเหล่านี้ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากเย็นอะไรแต่กลายเป็นเรื่อง ยากเย็น เพราะว่า ๑. การปกครองของเราในระดับของเจ้าหน้าที่นั้นรู้สึกว่าธรรมาภิบาล มันจะน้อยลง มีเรื่องการฉ้อฉล มีเรื่องการเข้าไปร่วมกับนายทุนมากขึ้น เพราะว่าถ้าพูดกัน ตรง ๆ ที่ดินที่ประชาชนเขาอยู่ก่อนก็ควรจะให้เอกสารสิทธิเขา ถ้าเข้าไปอยู่ทีหลังที่รัฐบาล ประกาศเป็นเขตหวงห้ามหรือเขตเอกสารที่ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่ควรจะให้เข้าไปอยู่ก็ออกมา แต่รัฐบาลก็ควรจะหาที่ให้เขาด้วยนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเหตุที่ว่า ในเรื่องของการแก้ไขก็คือการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่เท่านั้นเป็นเรื่องส่วนสำคัญที่สุด เรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ต่อนายทุนนี่ควรจะลบไปให้ได้ แล้วที่สำคัญที่สุด เราปกครองแบบประชาธิปไตยแล้ว กระผมได้กราบเรียนแล้วว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์คนมีที่ไม่ถึง ๑ ไร่ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์มี ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนที่เดือดร้อน ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็ฝากพี่น้อง ประชาชนที่เดือดร้อนในเรื่องอย่างนี้ ก็เลือกดูพรรคการเมืองสิครับ ที่อาสาเข้ามาช่วยแก้ไข ในเรื่องนี้ มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ไม่มาหลอกเรา เราเอาอย่างนี้ละครับ เราถึงจะแก้ไข บ้านเมืองของเราได้ พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนที่มาจากราษฎรก็จะดำเนินการเรื่องนี้ อย่างจริงจัง แต่การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น ลำดับที่ ๑๑🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินของประชาชนและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน (นายสฤษดิ์ บุตรเนียน และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณสฤษดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงที่ได้มีส่วนอภิปราย ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทำกินของ ประชาชนและออกเอกสารสิทธิ🔗
หลักการและเหตุผล ด้วยปัจจุบันประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ มีปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน การออกเอกสารสิทธิ ปัญหาเรื่องสำคัญที่สุดของประเทศ คือผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรขาดที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการเกษตรกรรม ทำให้ประชาชนนั้นไม่มีที่ดินอาจจะต้องเช่าเขาหรือบุกรุกที่ของรัฐในที่ต่าง ๆ เพื่อจะอยู่อาศัย และทำกินโดยไม่ถูกกฎหมาย ประชาชนส่วนหนึ่งต้องไปบุกรุกป่าไม้ บุกรุกที่ของส่วนราชการ ทำให้เกิดกรณีพิพาทหรือปัญหาที่มีมาโดยตลอดระหว่างประชาชนกับรัฐ โดยมีคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติคือ คทช. ได้ทำหน้าที่จัดทำนโยบายและวางแผนบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรของประเทศเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติและกำหนดแนวทาง หามาตรการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน เพื่อให้มีความเสมอภาคและคำนึงถึงการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก โดยการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชน ดังนั้นเห็นสมควรว่าในโอกาสนี้ซึ่งปัญหาที่ดินเป็นปัญหามาโดยตลอด และสมควรที่จะเป็นวาระแห่งชาติ และได้มีการยกถกประเด็นกันมาโดยตลอดว่าราษฎรนั้น ขาดที่ดินทำกิน ขาดความเหลื่อมล้ำ แม้แต่ขณะนี้ราชการได้พยายามหาแนวทางที่จะจัดสรร ที่ดินทำกินให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องภายใต้ภารกิจของหลายหน่วยงานครับ ได้จัดที่ดิน ในรูปแบบของนิคมสร้างตนเอง นิคมสหกรณ์หรือการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร แต่ในสภาพ ความเป็นจริงครับ ที่ดินที่จัดให้เกษตรกรนั้นอาจจะมีสภาพที่ไม่เหมาะสมบ้าง ขาดการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาที่ดินด้วยความล่าช้า จึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนครับ วันนี้ผมในฐานะของการมีส่วนร่วมในการที่จะอภิปรายในวันนี้ ผมอยากยกประเด็นที่ชัดเจน และเป็นโครงสร้างที่จะนำมาเสนอ ที่จะนำนโยบายเรื่องที่ดินทำกินของรัฐบาลที่มีนโยบายที่ดี ๒ โครงการ โดยจะนำมาทั้งจุดเด่น จุดด้อยและข้อเสนอแนะที่จะเกิดขึ้น เผอิญผมโชคดีครับ ที่ ๒ โครงการนี้ได้เกิดอยู่ในเขตเลือกตั้งของผม นั่นคืออำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โครงการแรกคือ ๑. โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล คทช. ของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติคือ คทช. ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยของท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติที่จัดที่ดินทำกินให้กับ ประชาชนโดยเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ให้ที่อยู่อาศัยประชาชนคนละ ๑ งาน ที่ทำกิน ๓ งาน โดยมีกรอบความคิดต้องการให้ประชาชนผู้ยากไร้มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย แก้ปัญหา ความยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ๒. ให้ประชาชนในชุมชนนั้นมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อสนองตอบต่อยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ให้ประชาชนอาศัยอยู่ร่วมกันแบบสหกรณ์ ป้องกัน การเปลี่ยนมือและสามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือพัฒนาจัดสาธารณูปโภคพื้นฐาน ส่งเสริม อาชีพจัดการตลาด เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ จากหลักการและเหตุผลนั้นผมเชื่อว่าอ่านแล้วมันดีครับ ดีถึงขั้นดีมาก ๆ แต่ผมขอใช้ ภาษาอังกฤษสักนิดหนึ่งกระบวนการหลักการใด ๆ ก็ตามพีดีซีเอ (PDCA) พี (P) คือแผนพัฒนา นโยบายดีอย่างไรก็ตามตอนที่นำไปสู่การปฏิบัติคือตอนไปลงสู่การปฏิบัตินำนโยบายไปใช้ เห็นจุดอ่อนและจุดแข็งอย่างมากมายที่รัฐบาลพยายามนะครับ โครงการนี้รัฐพยายาม ดีใจ ตรงที่ว่าเป็นโครงการแรกน่าจะเป็นโครงการแรก ๆ ของประเทศไทยด้วยที่ไปลงอยู่ตรงนั้น และรัฐบาลก็พยายามตั้งใจจริงครับ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ จนป่านนี้ที่ดินก็แจกประชาชน ไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ การขับเคลื่อนเป็นไปด้วยความล่าช้า ด้วยอุปสรรคต่าง ๆ ผมอยากจะบอกว่าอุปสรรคที่เกิดขึ้น ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ตั้งแต่ ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็พยายามนำเอานโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่เราบอกว่าเราจะแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก เราจะพยายามทลายทุกข้อจำกัด ของปัญหา เราจะไม่พูดถึงปัญหา เราจะพูดแต่โอกาส วันนี้โชคดีที่ที่ดินของ คทช. มีนโยบาย ที่ดีงามอยู่แล้ว ผมจะพยายามต่อยอดครับ ต่อยอดที่จะนำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีแบบใดบ้าง จากจุดประสงค์ผมเชื่อว่าอุปสรรคอยู่ที่ว่าตั้งแต่ คทช. ตั้งขึ้นมานำที่ดินไปแจกให้ประชาชน ครอบครอง นโยบายจุดประสงค์ได้เคยคุยกันไหม ได้เคยนำสู่รัฐบาลไหม ได้นำลงสู่ผู้ปฏิบัติไหม ประชาชนที่รับเข้าใจไหมว่าที่ดินนี้เอาไปทำอะไร หน่วยราชการเข้าใจไหมว่าการบูรณาการ คืออะไร ดังนั้นอุปสรรคที่ลงไปสู่ประชาชน ๒ ปีผ่านไป จนป่านนี้ก็ยังทะเลาะกันไม่จบว่าใคร จะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ใครเป็นหน่วยงานที่ลงไปปฏิบัติ ผมก็พยายามใช้ความรู้ความอ่าน ที่มีอยู่ของผู้แทนราษฎรที่จะรวบรวมคุยกับประชาชน พยายามที่จะนำความรู้ให้ประชาชน ด้วยความรู้ต่าง ๆ ด้วยคุณสมบัติที่ดีเด่นของสังคมไทย จุดแข็งของเราครับ เรามีวัฒนธรรม ที่ดีงาม มีน้ำใจ ช่วยเหลือ เราจึงมาลงแขกกันสิ มาสร้างบ้านด้วยทุนของประชาชนที่น้อยนิด ดังนั้นโครงการนี้ถ้ารัฐบาลให้ความจริงจังลดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นำสื่อสาร หรือแจ้งวัตถุประสงค์เป้าหมายให้ชัดเจนให้ทุกคนเข้าใจทั้งผู้ปฏิบัติและประชาชน วันนี้ เราก็ได้พยายามใช้แรงงานของประชาชนร่วมกันสร้างบ้านอย่างประหยัดกระเหม็ดกระแหม่ จนสร้างไปได้หลายหลังแล้วครับด้วยน้ำมือของชาวบ้าน ซึ่งก็พยายามที่จะดูแลกันครับ🔗
ข้อที่ ๒ ที่เห็นอุปสรรคปัญหาคือการคัดเลือกบุคคลเข้าในที่ดินทำกิน ก็อยากให้มีการชัดเจน มีคุณสมบัติที่ดี มีการคัดกรอง เพราะเท่าที่ประชาชนอยู่ในวัยที่จะ เริ่มต้นนั้นควรจะไม่เกิน ๕๐ ปี แต่นี่ประชาชนไม่ทราบว่าได้สิทธิอย่างไร ดังนั้นประชาชน ที่เกิน ๖๐-๗๐ ปี สมควรแล้วหรือที่จะเข้าไปทำกินหรือเป็นที่อยู่อาศัยหรือขัดวัตถุประสงค์ อย่างไรบ้าง ดังนั้นโครงการนี้ผมเชื่อว่าเป็นนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินทำกิน แห่งชาติเป็นนโยบายที่ดีครับ แต่ขอให้นำอุปสรรคหรือปัญหาต่าง ๆ เข้ามาแก้ไขเพื่อจะให้ โครงการนี้บรรลุไปสู่โครงการต่อไป จึงเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ได้โปรดส่งเรื่องนี้ หรือให้ทางรัฐบาลได้ลงไปสิครับ วันนี้อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กำลังรอคอย ความหวังที่จะสร้างโครงการนี้ให้สำเร็จและจะได้เป็นต้นแบบโครงการของโครงการอื่น ๆ ที่จะจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชุมชนต่อไปในอนาคต🔗
ส่วนโครงการที่ ๒ ที่ผมจะนำเสนอและเป็นโครงการอีกโครงการหนึ่งที่เชื่อว่า เป็นโครงการที่ดีมาก ๆ ด้วยอีกโครงการหนึ่งของ ส.ป.ก. เพราะโครงการนี้ถ้ามีการต่อยอดดี ๆ จะเป็นการสนองตอบต่อยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นกระบวนการศึกษาเรื่องการเรียนรู้ ตลอดชีวิต เรื่องออนไลน์ เรื่องการประดิษฐ์นวัตกรรม สมาร์ต ฟาร์ม (Smart Farm) ๕ จี (5G) หรือเรื่องอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต นั่นคือโครงการเยาวชนครับ โครงการสร้างเยาวชนพัฒนา เกษตรกรที่จะให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าไปดำเนินการจัดสรรที่ดิน ตอนนี้รุ่นที่ ๑๕ เกิดที่ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีครับ รุ่นที่ ๑๓ ๑๔ ๑๕ อบรมเสร็จไปเป็นปี ๆ แล้ว แต่การจัดสรรที่ดินก็อยู่ที่กระบวนการครับ อาจจะล่าช้า อุปสรรคปัญหาต่าง ๆ อาจจะอ้างว่างบประมาณขาดแคลน ขาดทุนทรัพย์ โครงการนี้เราถือว่าปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อโครงการปฏิรูปที่ดิน ได้ทำมาหลายโครงการจนมาถึงโครงการนี้โครงการที่ ๑๕ การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร สำหรับเยาวชนที่จบการศึกษาภาคบังคับกำลังก้าวเข้าสู่เยาวชนของชาติเป็นพลังของชาติต่อไป ผมเล็งเห็นว่าถ้าประชาชนรุ่นใหม่ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็พยายามผลักดัน ให้ลูกได้รับการศึกษาขั้นสูงและเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อไม่อยากให้ลำบากยากแค้นเหมือนกับ พ่อแม่ในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นหวังว่าในโอกาสโครงการเหล่านี้เป็นโครงการเพื่อเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาถือครองที่ดินอาจจะกลับสู่ไร่นาก็ได้ เพราะมีการศึกษา ผมถือว่า โครงการนี้เป็นโครงการซึ่งจะสร้างความหวังให้กับเด็กเยาวชน จึงขอนำเสนอว่าเมื่อ ส.ป.ก. มีโครงการหนึ่งที่ดีอยู่แล้ว มีหลักการ เหตุผล อุปสรรคที่ดี จึงขอนำเสนอในประเด็นหลัก ๆ ที่จะขอให้แก้ไขด้วยว่าเป็นไปได้ไหม ณ ขณะนี้การนำสู่การปฏิบัติ อย่างเช่นตอนนี้เกษตรกร ที่หลักการดีมากครับ มีการอบรม มีการคัดกรองของ ส.ป.ก. อายุประมาณ ๑๘-๔๕ ปี ให้ที่ดินประมาณ ๔ ไร่ ปลูกที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ๔ ไร่ ที่อยู่อาศัยประมาณ ๒ ไร่ ซึ่งถือว่า เป็นจำนวนที่มากพอ มีการคัดกรอง มีการอบรม ตรงนี้ผมถือว่ามีการให้ความรู้เกษตรกร มีหลักสูตร เพียงแต่ว่าหลักสูตรนั้นอาจจะไม่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ควรจะมีการ ปรับปรุงหลักสูตรบ้าง เพราะเหตุว่าเกษตรกรลงพื้นที่แต่ละที่นั้นปัญหาต่าง ๆ ก็มี อย่างเช่น ดิน สภาพของดิน สภาพของสิ่งแวดล้อมก็ไม่เหมือนกัน ขอให้ปรับปรุงหลักสูตร🔗
อีกอันหนึ่งที่เป็นปัญหาก็คือควรมีการพัฒนาสาธารณูปโภค เพราะเยาวชน คนรุ่นใหม่นั้นอาจจะเพิ่งเริ่มต้น เริ่มสร้างฐานะ อาจจะมีทรัพย์ไม่เพียงพอต่อการที่จะลงทุน ดังนั้นถ้าหากเป็นโครงการนี้ถ้ารัฐบาลได้มองเห็นความสำคัญนะครับ ได้โอกาสกับเยาวชน ของชาติที่จะเข้าสู่ความมั่นคงนั้น ผมถือว่ามันเป็นโอกาสที่จะให้เด็กรุ่นใหม่ซึ่งมีความรู้ อยู่แล้ว ๑. ได้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต เดี๋ยวนี้สังคมเราเป็นสังคมออนไลน์ ความรู้สามารถ หาได้ทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลา เยาวชนสามารถจะสร้างนวัตกรรม ทำสมาร์ต ฟาร์ม (Smart farm) ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินจำนวนมาก ๆ เพียง ๔ ไร่ ปลูกบ้านถึง ๒ งาน อันนี้ก็เป็นโอกาส ที่จะเริ่มสร้างครอบครัว ในอนาคตอาจจะเป็นการสร้างนวัตกรรมหรือสร้างอุตสาหกรรม โดยเฉพาะปีนี้และเป็นยุคของดิจิทัลนะครับ เราสู่เกษตรกรรมหลักน่าจะมีการส่งเสริมครับ ให้เยาวชนของชาติมีโอกาสที่จะนำความรู้ความสามารถ เริ่มสร้างฐานะต่อไป ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เรื่องของอุปสรรคและข้อเสนอแนะที่ผมจะนำเสนอกับรัฐบาลครับ🔗
๑. การสร้างเกษตรกรนั้นควรจะให้มีการอบรมให้ความรู้ นี่สำคัญมาก ๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ที่ดิน ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาลงสมัคร เขาก็ไม่เข้าใจว่าจะนำที่ดินไปทำอะไร ประโยชน์อย่างไร🔗
๒. การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานต้องสร้างถนน แหล่งน้ำและกระจายน้ำ เข้าสู่พื้นดิน จาก ๒ โครงการที่ผมเห็นอยู่ล้วนแล้วแต่ไม่มีการบูรณาการ ต่างคนต่างทำ มีแต่รับภารกิจ แล้วก็ตอบคำถามเดียวกันคือไม่มีงบประมาณ ประชาชนก็รอไป รอแล้วรออีก เวลามันชดเชยไม่ได้นะครับ🔗
๓. การบูรณาการอย่างที่บอกทุกภาคส่วนนั้นต่างคนก็ต่างเกี่ยงกัน ประชุม แล้วก็ประชุม เสร็จแล้วก็ตำหนิชาวบ้านว่าไม่กระตือรือร้น ท่านครับ ชาวบ้านตาดำ ๆ หาเช้ากินค่ำ หาเช้ากินค่ำพรุ่งนี้จะกินตรงไหน จะมีเวลาตรงไหนไปติดต่อราชการ น่าจะให้ องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งใกล้ที่สุดเป็นแกนกลาง เป็นผู้จัดการดูแลประสานงาน ใช่ครับ ทุกคนคงไม่รู้ทั้งหมด แต่ประสานได้ครับ ที่จะช่วยเหลือชาวบ้านให้ติดต่อได้ การจัดที่ดินนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมากมาย ท่านผู้รู้ทางด้านที่ดินเขาบอกว่าสัก ๒ ไร่กว่าถึง ๓ ไร่ ก็เป็นการเพียงพอแล้ว อีกอันหนึ่ง ที่สำคัญมากต้องมีการประเมินติดตามที่บอกว่าพีดีซีเอ (PDCA) ก็เช่นเดียวกัน เรามีนโยบาย ลงไปแล้วก็ต้องนำสู่การปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วก็ต้องมีการติดตามของหน่วยราชการ ว่าทำอย่างไรให้ขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร และมีผู้เป็นแกนกลางหรือผู้จัดการที่ดินเพื่อที่จะ ให้มีการสนองตอบและวกกลับว่าอะไรคือปัญหาเพื่อจะแก้ไขต่อไป นั่นการติดตามครับ ดังนั้นในโอกาสที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นความสำคัญโดยเฉพาะที่ดิน และอีกเรื่องสำคัญ มาก ๆ คือเรื่องน้ำ ถ้าประเทศไทยสามารถจัดการ ๒ เรื่องนี้ได้ เรื่องน้ำกับที่ดิน ผมยังเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง ใครจะบอกว่าประเทศไทยยากจนก็ตาม ผมเชื่อว่าประเทศไทยถ้าจัดการกันดี ๆ แล้วเป็นประเทศที่ร่ำรวย มีทรัพยากรธรรมชาติ มีมนุษย์ที่เข้มแข็ง มีน้ำใจที่ดีงาม ดังนั้นเหมาะที่สุดแล้วครับ ถึงโอกาสนี้ รัฐสภาแห่งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อบริหารจัดการเรื่องที่ดิน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เรื่องต่อไปเป็นลำดับที่ ๑๒ ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระ เสนอเข้ามาหลังจาก ๑๑ เรื่องนี้ เสนอแล้วนะครับ🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเรื่องการออกเอกสารสิทธิและที่ดินทำกิน (นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณณัฏฐ์ชนนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาครับ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกได้ยื่นญัตติ ๑๓ ญัตติ ผมเองก็เป็นผู้ยื่นหนึ่งในนั้นครับ วันนี้ญัตติ ที่ผมจะนำเรียนท่านประธานก็คือขอให้มีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ความไม่ชัดเจนที่ดินของรัฐ การประกาศเขตที่ดินสาธารณะ ทับซ้อนที่ดินของประชาชน ความไม่ชัดเจนในแผนที่ และอื่น ๆ อีกหลายปัญหา แม้ปัจจุบัน ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคการปรับปรุงแผนที่ระบบบูรณาการ มาตรา ๑ : ๔๐๐๐ หรือวันแมป (One Map) ได้จัดทำหลักเกณฑ์การปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถ แก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนได้ อีกทั้งประชาชนที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก ยังขาดความเข้าใจเรื่องเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินประเภทต่าง ๆ และเชื่อว่าตนมีสิทธิ ครอบครองที่ดินนั้นโดยชอบธรรม ตลอดจนปัญหาที่เกิดจากการประกาศเขตหวงห้ามที่ดิน หรือเขตป่าสงวนจากภาครัฐที่มักเป็นการประกาศภายหลังที่ประชาชนได้เข้าถือครองและ ทำกินเป็นเวลานาน จึงเกิดปัญหาในการขอคืนพื้นที่และเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ ของรัฐและประชาชนอยู่เรื่อยมา นอกจากนี้การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นการออกครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง เช่นทั้งอำเภอส่งผลให้การเข้าไปดำเนินการเพื่อให้เกิด การพัฒนาพื้นที่บางส่วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก หากต้องการยกเลิกบางส่วนต้องทำ เป็นมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ท่านประธานครับ ญัตติที่ยื่นไปอาจจะดูยืดยาวไปหน่อย เป็นข้อสรุปสั้น ๆ เป็นข้อ ๆ ให้กับ เพื่อนสมาชิกและพี่น้องที่ติดตามฟังอยู่ก็คือ🔗
ข้อที่ ๑ ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่🔗
ข้อที่ ๒. ความไม่ชัดเจนของเขตที่ดินของรัฐ🔗
ข้อที่ ๓. การประกาศเขตที่ดินสาธารณะทับซ้อนที่ดินของประชาชน🔗
ข้อที่ ๔.ความไม่ชัดเจนในแผนที่🔗
ข้อที่ ๕ การออกพระราชกฤษฎีกา เขตปฏิรูปที่ดินหรือว่า ส.ป.ก. คลุมพื้นที่ โดยวงกว้าง นี่คือประเด็นทั้งหมด ผมเองก็ดีใจมากที่ท่านบอกว่าผมมายื่นหลัง ผมยื่นวันที่ ๒๙ มกราคม ซึ่งตรงกับวันเกิด ผมภูมิใจมากมาทำหน้าที่ ส.ส. มีความตั้งใจอยู่หลายเรื่อง ๕๐๐๐๐ การเข้ามาสำรวจของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาขณะนั้น สร้างผลกระทบเป็นปัญหาเรื้อรังมาเพราะอะไร โดยเฉพาะที่เขาใหญ่รอยต่อจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมา ปรากฏว่าคณะสำรวจของสหรัฐอเมริกามาถ่ายแผนที่ทางอากาศ หลังจากนั้นก็มีแผนที่ของกรมที่ดิน แผนที่ของกรมป่าไม้ แผนที่ของอุทยาน ท่านประธาน ครับ แต่ละหน่วยงานมาตราส่วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อหน่วยงานแต่ละหน่วยงาน ไปสำรวจ ไปดำเนินการจับกุม ดำเนินการชี้แนวเขตก็เลยไปอ้างแผนที่สหรัฐอเมริกาในอัตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ท่านรู้ไหมครับ อัตราส่วนเหล่านี้แค่ขีดเดียวระยะทางไปเป็น ๑๐ กิโลเมตร มันก็เลยเกิดปัญหาในช่วงรอยต่อระหว่างแนวป่า แนวอุทยาน วันนี้ผมเอง ๔๕ ปี มีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่อุทยาน มีความคุ้นเคยกับ เจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติ ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่พนักงานที่ดิน ท่านประธานสภาที่เคารพ บุคคลเหล่านี้กลัวอะไร กลัวมาตรา ๑๕๗ การละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ก็เลยเห็นการบังคับ ใช้กฎหมาย มีการจับกุม มีการไล่ออกจากพื้นที่เพราะมีกฎหมายบังคับให้เขาดำเนินการ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ปัญหาของเราก็คือแผนที่ต้องมีวันแมป (One Map) ภาพรวมทั้งหมด ในเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องเอกสารสิทธิมีการพูดกันมาอย่างยาวนาน ตอนผมเด็ก ๆ ที่อำเภอจะนะบ้านผมนี้แทบจะไม่มีเอกสารสิทธิ ย้อนหลังมาเกือบประมาณ ๓๐ ปี ถึงจะมี การออกโฉนด มีเดินสำรวจ มีการออก ส.ป.ก. แสดงว่าย้อนหลังไปปี ๒๕๑๘ ประเทศไทย โดยส่วนใหญ่ไม่ได้มีเอกสารสิทธิ วันนี้ที่เกิดปัญหาขึ้นเพราะอะไรครับ พี่น้องประชาชนบุกรุก พี่น้องประชาชนเข้าไป ทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ของรัฐ มติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ นี่ก็คือเป็นปฐมบท ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่ดินของรัฐ ท่านประธานสภาที่เคารพ มติ ครม. ในปี ๒๕๔๑ บอกว่าจะให้พี่น้องเกษตรกรที่บุกรุกพื้นที่อุทยาน ป่าไม้ เขตห้ามล่าเป็นพื้นที่ของรัฐทั้งหมด จะไปสำรวจ จะให้ชะลอการจับกุม มีการพิสูจน์สิทธิห้ามซื้อขายและห้ามเปลี่ยนอาสิน คำว่า เปลี่ยนอาสิน หมายถึงอะไรครับ ถ้ามีสวนยางพาราอยู่โค่นไม่ได้ถ้ามีสวนมะพร้าวหมดอายุ โค่นไม่ได้ นี่ก็คือมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน เราเรียกว่า มติ ครม. ๒๕๔๑ ท่านประธานสภา ที่เคารพ ปัญหาก็เรื้อรังมาตลอด ปรากฏว่าการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากมีการปฏิวัติพวกเราจำได้ดี นอกจากที่จะดำเนินการในเรื่องของทางการเมือง ก็มีการดำเนินการในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ปรากฏว่า คสช. ประกาศ มติ คสช. ๖๖/๒๕๕๗ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ระยะเวลาไม่เกิน ๑ เดือนหลังจากปฏิวัติ คสช. ให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติ รายละเอียดของคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ว่าอย่างไร เรื่องการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติจะไม่ให้กระทบกับผู้ยากไร้ จะไม่ให้กระทบกับ ผู้ไม่มีที่ทำกิน และจะดำเนินการทวงคืนผืนป่า ทวงคืนพื้นดินของรัฐจากนายทุน เห็นไหม ภาพที่เราเห็นก็คือหน่วยงานของป่าไม้ อุทยาน ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังไปดำเนินการให้ นายทุนออกจากพื้นที่ นี่ก็คือคำสั่งของ คสช. ๖๖/๒๕๕๗ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หลังจากคำสั่งนี้ออกมาการแก้ปัญหายังไม่สะเด็ดน้ำ ปรากฏว่ามติ ครม. วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กำหนดให้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐ สำรวจที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ทั้งหมดเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ดินของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกว่าปี ๒๕๔๑ มติ ครม. คำสั่ง คสช.ปี ๒๕๕๗ และมีมติ ครม. ปี ๒๕๖๑ ผมจะแยกเป็น ๒ ก้อนให้เข้าใจง่าย ๆ🔗
ก้อนที่ ๑ เกษตรกร ประชาชนที่ไปบุกรุกพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ของรัฐ ก่อนวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ก่อนหน้าครับให้สำรวจทั้งหมด ให้คนจน คนรวยได้สิทธินั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนายทุน ไม่ว่าคุณจะเป็นเกษตรกร รัฐบาลให้สิทธิที่คุณครอบครองทั้งหมด หลังจากปี ๒๕๔๑ และไม่จำกัดจำนวนไร่ แสดงว่ามติ ครม. ปี ๒๕๔๑ ให้สิทธิเยอะครับ เป็นโอกาส เป็นทางเลือก เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลในขณะนั้นที่หลายคนบอกว่า มาถูกทาง แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาอะไรได้ครับท่านประธาน🔗
ก้อนที่ ๒ ระหว่างปี ๒๕๔๕-๒๕๔๗ คือคำสั่ง คสช. หลายคนสงสัยว่า ปี ๒๕๔๑-๒๕๔๕ มันหายไปไหน ๔ ปี ทำไมยกเว้น เพราะมีการสำรวจทางดาวเทียม ปี ๒๕๔๕ เป็นการสำรวจใหม่ก็เลยใช้ปี ๒๕๔๕ เป็นเกณฑ์จนถึงคำสั่ง คสช. ปี ๒๕๔๗ โดยให้ผู้ที่ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินไม่เกิน ๒๕ ไร่ เข้าไปดำเนินการ ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้การตรวจสอบคุณสมบัติของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ไปใช้ประโยชน์มีคณะกรรมการ ชุดหนึ่งระดับจังหวัดมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สิ่งเหล่านี้ที่ผมได้นำเรียนท่านประธาน เพื่อบอกไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าวันนี้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาใหญ่มาก เป็นปัญหาเรื่องเทคนิค เป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องอธิบายชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้าน ท่านประธานสภาที่เคารพ สิ่งที่เราตกใจ มากที่สุดคือวันนี้พี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจว่าเอกสารสิทธิที่เขามีสิทธิคืออะไร วันนี้ในพื้นที่ บ้านผม ภ.บ.ท. ๕ ชาวบ้านนึกว่าเป็นเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ชาวบ้านก็นึกว่าเป็นเอกสารสิทธิ สิ่งเหล่านี้วันนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะลุกขึ้นมาอภิปรายในประเด็น โดยภาพรวมพื้นที่ต่าง ๆ ผมเองวันนี้จะขอลงในรายละเอียดในพื้นที่ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ เห็นภาพรวม ผมอยู่ในจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดใหญ่ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๘ ท่าน ประชากรประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ผมโชคดีที่อยู่ในจังหวัดใหญ่ พื้นที่ของผมติด ๓ จังหวัดชายแดน จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส แต่ความโชคร้าย ของพวกผมคืออะไรครับ พื้นที่ส่วนใหญ่ใน ๔ อำเภอ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย พื้นที่สีแดงมีเอกสารสิทธิน้อยมากครับ โดยเฉพาะโฉนดที่ดินและ ส.ค. วันนี้ท่านประธานสภาที่เคารพ ในเขตพื้นที่สงขลา ในเขตเลือกตั้งผมมีพื้นที่อะไรบ้างครับ เขตอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างที่อำเภอนาทวีขึ้นชื่อครับ ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นต้นน้ำ ของอำเภอนาทวีและอำเภอจะนะ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีที่อำเภอสะบ้าย้อยไหลมา ที่อำเภอเทพาเป็นต้นน้ำให้กับ ๒ อำเภอ มันเกิดอะไรขึ้นครับ นอกจากสร้างผลกระทบให้กับ หมู่บ้านตำบลที่อยู่บริเวณรอยขอบอุทยานทั้ง ๒ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องจังหวัดยะลา อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี และอำเภอสะเดา จะมีข้อพิพาทกับอุทยานตลอดเวลา วันนี้สิ่งที่ผมได้นำเรียนว่ามติ ครม. จะเป็นตัวไปแก้ปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นก่อนที่ผมจะลุกขึ้นมา อภิปรายผมสอบถามหัวหน้าอุทยานว่าท่านมีปัญหาในเรื่องของการปฏิบัติงานหรือไม่ ท่านพร้อมที่จะให้ประชาชนได้มีเอกสารสิทธิ ได้มีที่ทำกินหรือไม่ เขาบอกเขาพร้อม แต่มันติดในเรื่องของปัญหาครับ ในเรื่องของเขตป่าไม้ เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตห้ามล่า🔗
คุณณัฏฐ์ชนนครับ ไม่อยากทำลายสมาธินะครับ แต่ว่าพอสมควรนะครับ ได้ให้โอกาสเต็มที่ไม่ใช่เกินเหตุไป พอสมควรครับ🔗
ได้ครับ ในเขตห้ามล่าของอำเภอจะนะ ก็ยังมีปัญหา ดังนั้นวันนี้สุดท้ายผมจะถามท่านว่าใครจะแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้กับ เกษตรกรได้ ท่านนายอำเภอใช่หรือไม่ครับ ไม่ใช่ครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดใช่หรือไม่ครับ ไม่ใช่ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ครับ ไม่ใช่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ครับ ก็ไม่ใช่อีกครับ คนที่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ก็คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสภาแห่งนี้ในการแก้กฎหมาย ในการตรากฎหมายในเรื่อง ของที่ดินให้กับเกษตรกร ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ญัตติลำดับ ต่อไปก็เป็นลำดับที่ ๑๓ นะครับ เป็นญัตติที่เสนอเมื่อวันที่ ๒๙ เช่นเดียวกัน แต่เอกสาร ได้แจกแล้วนะครับ🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรทับซ้อนในเขตที่ดินของรัฐและการแก้ไขปัญหาที่ดินทั่วประเทศ (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณพิธาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาที่ดินทำกินของ ราษฎรทับซ้อนในเขตที่ดินของรัฐและการแก้ไขปัญหาที่ดินทั่วประเทศ ปัญหาความขัดแย้ง กรณีชุมชนในเขตป่าเป็นข้อพิพาทมายาวนานระหว่างประชาชนกับหน่วยรัฐหรือที่อาจ เรียกว่ากฎหมายป่าทับคน ส่งผลกระทบให้กับชุมชนจำนวนมากกลายเป็นผู้อยู่อาศัย อย่างผิดกฎหมายและเกิดปัญหาความขัดแย้งที่ดินป่าไม้รุนแรง ชุมชนเหล่านี้เป็นผู้ที่ ถูกกล่าวโทษหรือถูกตีตราว่าเป็นผู้บุกรุกทำลายป่าเข้าไม่ถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา และระบบชลประทาน สำหรับการดำเนินการของภาครัฐในรัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลต้องการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยจากที่ลดลงร้อยละ ๓๑ ในปัจจุบันรัฐบาลจึงกำหนดแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๔๐ ภายใน ๑๐ ปี ซึ่งเกิดผลกระทบมีการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับที่ดิน ทำกินของประชาชน ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามาตรฐานการดำเนินคดีของการบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินของรัฐยังเป็นที่กังขาต่อความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชน เนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากกว่า ๘๐,๐๐๐ คดีต้องมีความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ ประชาชนต้องเผชิญ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทบต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง จึงขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางบรรเทา ทุเลา และเยียวยาปัญหาความขัดแย้งที่ดินทำกินเพื่อที่จะ ส่งผลต่อให้กับรัฐบาลในการดำเนินการต่อไป สำหรับหัวข้อที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ชื่อว่า จินตนาการใหม่กับที่ดินไทยครับท่านประธาน ผมจะใช้เวลาไม่มากในการอภิปรายไปถึงอดีต ปัจจุบัน แล้วก็อนาคตของการจัดการที่ดินของบ้านเรา จะคิดไปถึงข้างหน้าได้เราก็ต้องเข้าใจ ปัจจุบันก่อน เราจะเข้าใจปัจจุบันได้เราก็ต้องมองย้อนหลังไปอดีตว่าที่ผ่านมาวิธีการจัดการ ปัญหาที่ดินของประเทศเราเป็นอย่างไรครับ ในอดีตที่ผ่านมาย้อนหลังไป ๑๒๔ ปีที่แล้ว พุทธศักราช ๒๔๓๙ กรมป่าไม้ถูกจัดตั้งครั้งแรกโดยมีเจ้ากรมหรืออธิบดีเป็นคนอังกฤษ แนวทางในการจัดการป่าไม้และที่ดินในประเทศไทยจึงมีกลิ่นอายหรือมีแนวคิดจากตะวันตก นอกจากนั้นกรมเจ้าท่าคนแรกที่เป็นคนอังกฤษชื่อ มิสเตอร์เอช เอ สเลด(Mr.H.A. Slade) ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เชิญเขามาเป็นที่ปรึกษา นอกจากนั้นก็ยังจะมีชาวสแกนดิเนเวีย ประเทศเดนมาร์ก ประเทศสวีเดนเข้ามาศึกษาปัญหาที่ดินและป่าไม้ในประเทศไทยในช่วงนั้น ซึ่งสาระสำคัญจากคำแนะนำของชาวอังกฤษและชาวสแกนดิเนเวียคือการสร้างแผนจัดการป่า เพื่อที่จะรวมศูนย์อำนาจกลับมาจากเจ้าเมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือ จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าเมืองในสมัยนั้นมีโอกาสที่จะค้าขายกับ ต่างประเทศรัฐบาลไทยในขณะนั้นจึงมีความตั้งใจที่จะรวมสวนกลับมาที่รัฐบาล ซึ่งเนื้อหา ใจความสำคัญของคำแนะนำคือให้รัฐบริหารป่าแนวอนุรักษ์ บริหารแนวอรรถประโยชน์นิยม จากหน้าประวัติศาสตร์ของกรมป่าไม้เองเขียนไว้ดังนี้ คำต่อคำเลยครับ รัฐควรจัดการป่าไม้ เสียเองไม่ควรปล่อยให้มือของเอกชนคนใดคนหนึ่ง ฉะนั้นป่าไม้สักอันมีค่าของประเทศไทยควรโอนมาดูแลควบคุมของรัฐบาลโดยสิทธิขาด ซึ่งก็คือความคิดในสมัยนั้นว่ารัฐเป็นเจ้าของสัมปทาน แล้วก็ควรได้ประโยชน์สูงสุดจากป่าไม้ ที่ประเทศไทยมี ต่อมาปี ๒๔๘๔ พ.ร.บ. ป่าไม้ฉบับแรกได้กำเนิดขึ้น และนิยามของป่าไม้ ที่อยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนั้นเขียนไว้ว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ดินที่ยังไม่ได้มีบุคคลได้มา ตามกฎหมายที่ดินถือว่าเป็นป่าไม้ เพราะฉะนั้นที่ดินที่ไม่ใช่ของรัฐที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ในปี ๒๔๘๔ นับว่าเป็นป่าหมดทั้งประเทศ ต่อมาปี ๒๕๐๒ รัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ดอกเตอร์จอร์จ ดี รูโฮล (Dr.George D Ruhle) เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกาจากสำนักงานอุทยานของสหรัฐอเมริกามาช่วยวางแผน การจัดการอุทยานในประเทศไทยซึ่งวิธีคิดหรือวิธีบริหารอุทยานในสมัยนั้นของสหรัฐอเมริกา มีหนังสือบันทึกไว้ว่ามีกลิ่นอายของความเป็นสงครามเย็น มีสไตล์ (Style) ที่เหมือนทหาร และอาจจะมีความเหยียดเชื้อชาติอยู่ในนั้น ซึ่งนี่ก็เป็นแนวทางวิธีคิดของสหรัฐอเมริกา ในสมัยปี ๒๕๐๔ ทำให้ พ.ร.บ. อุทยานฉบับแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นในปี ๒๕๐๔ ต่อมา ปี ๒๕๐๗ พ.ร.บ. ป่าสงวนเกิดขึ้นครับ เปลี่ยนจากการให้สัมปทานกับต่างประเทศมาเป็น ให้สัมปทานในท้องถิ่นแทน รัฐไทยกลายเป็นผู้รับเหมาสัมปทานใหญ่ เริ่มมีการจัดโซนนิง (Zoning) ป่าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นป่าเศรษฐกิจ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปลูกยูคาลิปตัส นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปลูกสวนยาง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปลูกปาล์ม เพราะฉะนั้นตั้งแต่ ปี ๒๔๓๙ มาจนถึงปี ๒๕๐๗ ป่าไม้ในภาคเหนือผ่านการสัมปทานมา ๒ ครั้งครับท่านประธาน สัมปทานที่มาจากต่างประเทศและสัมปทานที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นสภาพป่าแทบจะไม่เหลืออีกแล้ว ปี ๒๕๑๖ สัมปทานอีสานเริ่มขึ้นรวมถึงภาคใต้ เกิดการใช้ป่าอย่างไม่คำนึงถึงการอนุรักษ์ จนกระทั่งถึงปี ๒๕๓๒ ถ้าทุกท่านยังจำกันได้เกิดเหตุดินถล่มที่ภาคใต้น้ำท่วมในเขตที่ไม่เคย ท่วมมาก่อน มีท่อนซุงลอยลงมาทำให้มีกระแสต้านจากสังคมและสัมปทานนั้นก็หยุด การสัมปทานไป ปี ๒๕๓๔ รัฐบาลสมัยชาติชาย ชุณหะวัณ ตั้งคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน ให้กับคนยากจนในเขตป่าสงวนเสื่อมโทรมหรือที่เรียกว่า คจก. ก็มีแนวคิดในการที่จะแยกคน ออกจากป่าเพื่อที่จะเป็นการเปิดทางให้พืชเชิงเดี่ยวซึ่งมีข้าวโพดมากขึ้น มียางมากขึ้น มียูคาลิปตัสมากขึ้น เป็นการแยกคนออกจากป่าอีกทีหนึ่ง ปี ๒๕๔๐ ประชาชนโต้กลับ โดยเสนอสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการผ่าน พ.ร.บ. ป่าชุมชน แต่สาระสำคัญก็ถูกตัดออกไป เมื่อกฎหมายผ่านมาสามารถใช้ได้กับแค่ป่าสงวนที่เสื่อมโทรม แต่ป่าที่เหลืออีกทั้งประเทศ ไม่สามารถที่จะใช้สิทธิชุมชนในการบริหารได้ ต่อมาปี ๒๕๕๗ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง คำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ ๖๖ หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าแนวคิดทวงคืนผืนป่าเพื่อที่จะให้เป้าหมาย ในการที่มีป่าเพียงแค่ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ กลับมาเป็นที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์อีกครั้ง และทั้งหมดนี้คือ แนวทางในอดีตของเราในการจัดป่าไม้ของไทยด้วยความคิดแบบตะวันตก แบบสแกนดิเนเวีย แบบอังกฤษ แบบสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเป็นปัญหาจนมาถึงทุกวันนี้ พอมาถึงสถานการณ์ ปัจจุบัน สถานการณ์ตอนนี้เลยเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและความยุติธรรม จาก ๓๒๐ ล้านไร่ ในประเทศไทยเป็นของรัฐ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ อีก ๔๓ เปอร์เซ็นต์เป็นของเอกชนที่มีโฉนด เพียงไม่กี่เจ้า ถ้าเราเอาที่ของรัฐซึ่งกระจัดกระจายอยู่ ๗-๘ กระทรวง ทั้งหมดมารวมกันวันนี้ ประเทศไทยจะมีพื้นที่ ๔๖๔ ล้านไร่ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงเรามีเนื้อที่อยู่แค่ ๓๒๐ ล้านไร่ แต่ถ้าเกิดเราเอาแผนที่ที่เป็นของรัฐเอามารวมกันแล้วมาบวกกันที่ดินงอกครับ งอกจาก ๓๒๐ กลายเป็น ๔๖๔ ล้านไร่ นี่คือปัญหาที่หมักหมมสะสมมาในอดีต ถ้าเราเอาภาคเอกชนที่รวยที่สุด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มาเปรียบเทียบกับคนที่ยากจนที่สุด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย อัตราการครองกรรมสิทธิ์ต่างกัน ๘๕๓ เท่า คนรวยที่สุด ในประเทศไทย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีเนื้อที่รวมกัน ๙๕ ล้านไร่ คนยากจนที่สุดในประเทศไทย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รวมกันมีเนื้อที่ ๖๘,๐๐๐ ไร่ เอา ๙๕ ล้านไร่ หารด้วย ๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในการถือครองที่ดินของเอกชนคือ ๘๕๓ เท่า นอกจากนั้นความพยายามที่จะแยกคนออกจากป่าก็ยังมีผลพวงตามมาเป็นคดีความ มากกว่า ๘๐,๐๐๐ คดี สงสัยว่าจะเป็นคดีอันดับ ๒ รองจากคดียาเสพติดที่จะต้องทำให้ พี่น้องประชาชนมีปัญหา มีข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน ทั้งนี้ทั้งนั้นสิทธิที่ดินทำกิน ไม่ควรที่จะเป็นอาชญากรรมในประเทศนี้ การที่มีการสนธิกำลังเข้าไปปราบประชาชน เหมือนเป็นศัตรูควรจะยุติได้แล้ว คดีความต่าง ๆ ควรที่จะยุติได้แล้ว ในขณะที่ประชาชน ถูกทวงคืนผืนป่า แต่เอกชน นายทุนกลับได้รับการอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นเหมือง ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เหมืองที่จังหวัดมุกดาหาร เหมืองปูนที่ทับกวาง ๓,๓๐๐ ไร่ เหมืองถ่านหินที่อมก๋อย ๒๘๔ ไร่ ทุกวันนี้ยังได้รับการอำนวยความสะดวกในการเข้าใช้พื้นที่ ป่าสงวนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถ้าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสามารถ ใช้ที่ดินได้ถึง ๕๐ ปี ถ้าเป็นอีอีซี (EEC) สามารถใช้ที่ดินได้ถึง ๙๙ ปี แต่ถ้าเกิดเป็นพี่น้อง ประชาชนที่มาจากเขตอุทยานใช้ที่ดินได้แค่ ๒๐ ปี ความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ความอยุติธรรม เหล่านี้ควรที่จะยุติได้แล้ว มันสวนกระแสการพัฒนาของโลกที่ยั่งยืนอย่างสิ้นเชิง ในโลก ใบใหม่ทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิมนุษยชนต้องเป็นของคู่กันแบบที่แยกออกจากกันไม่ได้ หมดยุคแล้วกับการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในนามของคำว่า อนุรักษ์ โลกกำลังเปลี่ยนไป ประเทศไทยก็จะต้องเปลี่ยนทางในการบริหารจัดการทรัพยากรด้วยเช่นเดียวกัน ในโลก แห่งอนาคตแนวคิดจะต้องเปลี่ยนจากคำว่า ป่าปลอดคน หรือถ้าจะพูดให้ชัดกว่านั้นก็คือ ป่าปลอดคนจน ให้กลายเป็นเราต้องมาปลูกคนเพื่อที่จะไปปลูกป่าต่ออีกทีหนึ่ง ในการที่เราจะ พูดถึงอนาคต ในการที่เราจะพูดถึงจินตนาการใหม่ ผมขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) ในการ ฉายภาพสิ่งที่อยู่ในหัวผมมาให้กับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ดูครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ในขณะที่ผ่านมาเรากำลัง ทวงคืนผืนป่าจากพี่น้องประชาชน เราไม่เคยหันกลับมามองดูตัวเองเลยว่าที่ดินของรัฐ มีมากมายขนาดไหน เราไม่เคยหันกลับไปมองเลยว่าที่ดินที่มาจากนายทุนมีมากเท่าไร เราไม่เคยหันกลับไปมองเลยว่าที่ดินที่มาจากทหารตอนนี้เป็นเท่าไร ท่านประธานคงจำได้ว่า ในอดีต ปี ๒๔๓๙ เราได้รับอิทธิพลการบริหารที่ดินจัดการป่าไม้จากสแกนดิเนเวีย อย่างเช่น ประเทศสวีเดน ประเทศเดนมาร์ก อธิบดีป่าไม้คนแรกของเราคือคนอังกฤษ ปี ๒๕๐๒ อุทยานจากประเทศสหรัฐอเมริกามาช่วยเรื่อง พ.ร.บ. อุทยาน ทุกวันนี้ประเทศที่เราเคย นับถือว่าเป็นต้นแบบในการพัฒนาอยู่ที่ตรงไหนแล้ว เรามาดูสไลด์ (Slide) นี้กันครับ คำถาม ที่เกิดขึ้นว่ารัฐไทยในขณะที่เราทวงคืนผืนป่าจากชาวบ้าน รัฐไทยมีสัดส่วนที่ดินในประเทศ ที่มากเกินไปหรือไม่ คำตอบอยู่ในสไลด์ (Slide) นี้ครับ ทุกวันนี้รัฐไทยถือครองที่ดินถึง ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้มันกลับมาที่คำถามว่าชาติคืออะไร ชาติคือประชาชนหรือว่าชาติคือรัฐ ชาติคือขอบเขต หรือจิตวิญญาณของคน หรือสิทธิมนุษยชน สิทธิที่ดินทำกินของคนที่อยู่ใน ประเทศในขณะที่เราเคยนับหน้าถือตาประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนี้ที่ดินที่ครอบครอง โดยรัฐลดลงมาเหลืออยู่ที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เราเคยนับหน้าถือตาประเทศสวีเดน หรือสแกนดิเนเวียที่ดินของรัฐเขาลงมาเหลือแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เราเคยได้อธิบดี ป่าไม้คนแรกเป็นคนอังกฤษที่ดินที่ครอบครองโดยรัฐเหลืออยู่เพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ คำถาม ที่ผมมีต่อท่านประธานและผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและรัฐบาล รัฐไทยจะมีที่ดินเยอะแยะ มากมายที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างนี้ไปทำไม เมื่อเราดูกันที่ที่ดินแล้วเรามาดูเรื่องป่าไม้ต่อครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ในขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าอยู่ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนการถือครองป่า ของประเทศไทยเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ มี ๒.๕ ล้านไร่ที่เคยเป็นป่าชุมชนที่เคยพูดไป เมื่อปี ๒๕๔๐ แต่โดยมากโดยรวมการบริหารจัดการที่ดินและป่าก็ยังมารวมอยู่ที่รัฐไทย อีกด้วยการบริหารแบบนี้ ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมป่าไม้ที่มีมูลค่าให้กับเศรษฐกิจไทย อยู่ที่ ๐.๐๐๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) พอเรามาดูกราฟตรงกลางคือของประเทศสวีเดน ที่เคยมาสอนเราว่าควรที่จะรวมศูนย์การจัดการที่ดินให้เด็ดขาดอยู่ที่รัฐคนเดียว ทุกวันนี้ป่า ของประเทศสวีเดนถูกครองด้วยเอกชน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นิติบุคคล ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐวิสาหกิจ ๑๔ เปอร์เซ็นต์มีเป็นของชาติพันธุ์ คนสวีเดนก็มีชาวซามีเป็นชาวชาติพันธุ์เหมือนกัน มีโอกาส ได้พื้นที่ในประเทศสวีเดน ๒ เปอร์เซ็นต์ เขามีเขตวัฒนธรรมพิเศษของเขาเลยว่าคนชาติพันธุ์ ก็เป็นคนสวีเดนเหมือนกันมีที่ดินใช้ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ขวาสุดเราไปดูที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เคยมาสอนเรื่องอุทยานของเราว่าจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทหาร มีกลิ่นอายของ ความเป็นสงครามเย็นและต้องเหยียดเชื้อชาติในสมัยก่อน ๓๕ เปอร์เซ็นต์เป็นของเอกชน ไปแล้วครับ ๓๑ เปอร์เซ็นต์เป็นของรัฐบาลกลาง บริษัท มลรัฐ แน่นอนมีการกระจายไม่ได้อยู่ แค่รัฐบาลกลางและไปสู่ท้องถิ่น ที่สำคัญชาวอินเดียนแดงที่เคยโดนย้ายออกจากเยลโล สโตน (Yellow stone) ตอนนั้น ทุกวันนี้มีที่ดินเป็นของตัวเองเรียบร้อย ๓ เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็น ชัดเจนว่าโลกที่ชาวตะวันตกเคยมาสอนวิธีการบริหารให้กับพวกเรา แต่ทุกวันนี้เขาเปลี่ยนแปลง วิธีการบริหารไปเรียบร้อยแล้ว ความก้าวหน้าในการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชน ในการบริหารพวกนี้ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว🔗
สุดท้ายครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไป จินตนาการใหม่ของผมก็คือการที่มอง ไปถึงปลายทางของอุโมงค์ว่าในการที่เราจะปฏิรูปที่ดิน ในการที่เราจะคิดตามแนวทางของ คทช. ในการที่เราจะคิดถึงความยุติธรรมในการกระจายที่ดินเราต้องมีภาพที่บอกขึ้นมาว่า ภายใน ๒๐ ปี ประเทศไทยหน้าตาควรจะเป็นอย่างไร ถ้าทางฝั่งซ้ายมือเราเห็นสถานการณ์ ปัจจุบันของที่ดิน ที่ดินประเทศไทยเป็นของรัฐมากกว่าครึ่ง ๕๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นของเอกชน ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้เมืองไทยมีป่าไม้ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เป็นป่าไม้ของรัฐ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นของชุมชน ๑ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เราขาดหายไปในการที่เราจะบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคม เรื่องของทรัพยากร เรื่องของสิ่งแวดล้อมในเรื่องของเศรษฐกิจ คือเราต้องเพิ่มความเป็นเอกชนและความเป็นชุมชนขึ้นมา ถ้ารัฐบาลไทยตรวจสอบแล้วดูว่า ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ที่ดินอีกต่อไป กระทรวงกลาโหมมีที่ดินอยู่ ๕ ล้านไร่ ที่ดินราชพัสดุ บวกที่ดินของกระทรวงมหาดไทยรวมกัน ๑๐ ล้านไร่ ส.ป.ก. ๓๐ ล้านไร่ ถูกนายทุนเอาไป ๑๒ ล้านไร่ อันนี้รองเลขาธิการ ส.ป.ก. บอกกับผมเองว่า ๑๒ ล้านไร่ของ ส.ป.ก. ทุกวันนี้ อยู่ในมือของนายทุน ถ้าเราดึงทั้งหมดกลับมา ๕ บวก ๑๐ บวก ๑๒ รวมกันเป็น ๒๗ ล้านไร่ ครบตามที่ คสช. ต้องการพอดีเลย ครบพอที่รัฐบาลต้องการพอดีเลย เปลี่ยนเป็นป่าสหกรณ์ ให้หมด เปลี่ยนเป็นป่าชุมชนให้หมด ที่ดินรัฐมีน้อยไม่จำเป็นต้องมีเยอะขนาดนั้น รัฐบาลอื่น เขามีน้อยกว่าเราตั้งเยอะ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ให้เป็นเอกชนเหมือนเดิม ๔๓ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เป็นของชุมชนก็ได้ ป่าไม้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีอยู่ที่เหลือเอาที่รัฐบาลมาช่วยทั้งหมดไม่ต้อง รบกวนพี่น้องประชาชนเป็นของเอกชน ๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นของชุมชนอีกสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ รวมกันก็จะได้สิ่งที่รัฐบาลได้ เป็นการปลูกคนเพื่อที่จะให้คนไปปลูกป่าอีกทีหนึ่ง แล้วทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ ต่อไปจะมีการอภิปรายจาก พรรคอนาคตใหม่ที่จะลงรายละเอียดแต่ละเรื่องที่ผมได้กล่าวเกริ่นไปแล้ว ผมขอใช้เวลา ของสภาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไป ก็เป็นญัตติใหม่ เอกสารได้แจกแล้วนะครับ ลำดับที่ ๑๔ ของคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณครูมานิตย์ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนที่มาจากรากหญ้าคนหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมเคยกล่าว ในสภาหลายครั้งว่าในชีวิตของการเป็นผู้แทนของผม ผมอยากเห็นอยู่ ๒-๓ เรื่องเท่านั้นครับ ที่สำคัญ เรื่องแรก ก็คือเรื่องการจัดการศึกษาที่ให้โอกาสกับเด็กชนบทได้มีโอกาสใกล้เคียงกับสังคม ป่าคอนกรีต เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของปัญหายาเสพติดที่ได้รับการดูแลจากผู้มีอำนาจรัฐ หรือผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องที่จะปราบปรามให้กับเด็กเยาวชนในวันนี้ และปัญหาเรื่องที่ ๓ ก็คือ ปัญหาของความยากจน ในการทำปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ ปี ๒๕๕๗ ผมยังคิดว่า มันไม่ได้มีอะไรเสียเลยนะครับ ในหลายเรื่องมีดี แต่สิ่งที่ผมคาดหวังไว้ ๒ เรื่อง ผมผิดหวัง เรื่องแรกก็คือเรื่องของการปราบยาเสพติดก็ไม่ได้มีอะไรที่มันจะกระเตื้องขึ้นไป แต่ผม จะไม่กล่าวเพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นญัตติเรื่องที่ดิน เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาในเรื่องของการ จัดการที่ทำกินให้กับผู้ยากไร้หรือผู้ที่มีที่ดินแล้วที่ยังขาดเอกสารสิทธิ ทำไมที่ผมกล่าวเช่นนี้ ในเบื้องต้นจริง ๆ ผมเห็นมีการสั่งไปโค่นป่ากันที่จังหวัดเลย จังหวัดสุรินทร์เยอะแยะมากมาย กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็บอกว่าจะเอามาจัดสรร แต่ในหลาย ๆ ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างนี้ไม่มี ทั้ง ๆ ที่ว่าเป็นที่ดินในลักษณะเดียวกันที่คนไปบุกรุกก็กลายเป็นรูปของฟันหลอ ดังมาปรากฏให้เห็น ทุกวันนี้ผมไม่ได้กระแนะกระแหนใครนะครับ แต่ท้ายที่สุดความจริง มันก็ต้องเกิด ผมเชื่อท่านประธานว่าคงคิดเหมือนผมเพราะท่านประธานเป็นคนที่ผมให้ ความสำคัญมาก ๆ แล้วก็มีจุดยืนที่มั่นคงว่าวันนี้เราได้เห็นอะไรชัดเจน ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์มาจากภาคอีสาน ภาคอีสานมีปัญหามากในเรื่องของที่ทำกิน ในเรื่องของที่อยู่อาศัย บางครั้งเราจะเห็นว่าคนที่เดินทางมากรุงเทพฯ ยกขบวนกันมาเรียกร้อง ขอทวงสิทธิในฐานะที่เขาเกิดมาเป็นคนไทยแต่เขาไม่ได้รับโอกาสในการบริหารการจัดสรร ทรัพยากรของประเทศไทยให้กับเขาบ้างเพราะเขาเป็นคนจน จึงได้ชื่อว่าสมัชชาคนจนบ้าง ม็อบ (Mob) คนจนบ้าง บางครั้งเขาไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับการเมือง เขามาในเรื่องของปัญหา ปากท้องของเขาจริง ๆ ผมได้เคยไปสัมผัสเขาในจุดที่เขามาแล้วได้เห็นความน่าสงสารของเขา ว่าเขาไม่มีโอกาส คนเหล่านี้เขาเกิดมาในประเทศไทย บางคนวันนี้ที่ทำกินสัก ๑ ไร่ก็ไม่มี เขาก็ไม่ได้มีโอกาสจริง ๆ ก็เป็นลูกจ้างทำงานรายวัน วันละ ๑๐๐-๒๐๐ บาทพอประทังชีวิต แต่คนที่มีก็มีมากอย่างมหาศาลมีที่เป็นของตัวเองที่เป็นโฉนด ที่เป็น น.ส.๓ ก็มากมายแล้ว ดังที่ผู้อภิปรายคนก่อนได้อภิปรายเป็นตัวเลขไว้ ผมจะไม่กล่าวถึงตัวเลขแล้วเพราะในเอกสาร ก็มีตัวเลขไว้พร้อม นอกจากมีเป็นของตัวเองแล้วยังเช่าที่จากของรัฐและบางคนก็ไม่เช่าอีกครับ ๔,๐๐๐ บ้าง ๑ : ๕,๐๐๐ บ้าง ผมอยากเห็น วันนี้รัฐบาลตั้งหน่วยงานขึ้นมาแล้วก็ทำแผนที่มาตราส่วนอันเดียว แล้วก็มีหน่วยงานเดียว ออกไปสำรวจตรวจสอบ ยกกรณีตัวอย่าง คนที่มีที่ดินตั้งแต่รุ่นทวดจนถึงรุ่นปู่ รุ่นพ่อ รุ่นลูก มีที่ดินก่อนการประกาศ กฎหมายที่ดินอีก ก่อนปี ๒๔๗๙ อีก แต่เขาไม่ได้ไปแจ้งในวันนั้นเพราะเป็นคนไม่รู้หนังสือ ที่อยู่ในชนบทเพราะเป็นรุ่นทวด จนกระทั่งถึงวันนี้พอกฎหมายที่ดินออกมาเขายังอยู่บนที่ดิน ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ พอท้ายที่สุด รัฐบาลนี่ล่ะครับ ผมไม่กล่าวอะไรลึกว่ารัฐบาลไหนหรอก เพราะว่าทุกรัฐบาล แต่ก็เป็นข้อมูลจริง ๆ มา พ.ศ.หนึ่งเช่น พ.ศ. ๒๕๓๖ ก็ไปประกาศ ที่ทั้งหมดเป็นที่ ส.ป.ก. โดยอาศัยอะไรครับ ประกาศหมดทั้งอำเภอ โดยบอกว่ายกเว้นที่ไหน ที่เป็นโฉนด ที่ไหนเป็นที่สาธารณะที่ขึ้นทะเบียน ที่ไหนเป็นที่ของเอกชนที่เหลือให้เป็นที่ ส.ป.ก. ปรากฏว่าที่เขาสร้างบ้านอยู่ ที่เขาทำกินอยู่กลายเป็นที่ ส.ป.ก. ไปโดยปริยาย เพราะความมักง่ายของรัฐที่ขึ้นเครื่องบินแล้วก็ถ่ายรูปทางอากาศ แล้วก็เห็นป่านี่เขียวไปหมด โดยไม่ลงไปดูในพื้นที่ว่าพี่น้องเขาทำมาหากินอยู่ พี่น้องเขามีบ้านกันอยู่แต่ไม่ได้อยู่เป็น กลุ่มชุมชนใหญ่ วันนี้ก็คาราคาซังมาโดยที่เขาไม่สามารถที่จะมาออกเอกสารสิทธิได้ ไม่สามารถที่จะมาขึ้นทะเบียนเป็นโฉนดหรือเป็น น.ส.๓ ได้ นี่เป็นประเด็น ๆ หนึ่ง🔗
ประเด็นที่ ๒ คนที่ไม่มีจริง ๆ วันนี้เรามีที่เสื่อมโทรมและป่าเสื่อมโทรม อะไรมากมาย ทำไมไม่ทำให้เขาเช่า พอเป็นคนจนนี่ไปบุกรุก แจ้งข้อกล่าวหา จับปุ๊บติดปั๊บ จริง ๆ ไม่กี่ไร่หรอก ๕ ไร่ ๗ ไร่ เราจะเห็นเป็นข่าวมาโดยตลอดแม้กระทั่งว่าพระไปตั้ง สำนักสงฆ์ จับเย็นนี้คืนนี้ไม่ให้ประกันถือว่ารุกป่า แต่คนที่มีฐานะมีความพร้อมมีรูปลักษณ์ สัณฐานที่ดีในสังคมมีเท่าไรก็ไม่มีปัญหา จะเอาเรื่องกันมาก็จนถึงที่สุดส่งให้กฤษฎีกา ตีความบ้าง กฤษฎีกาตีความแล้วตีความอีกก็ยังไม่เสร็จ นี่ความเหลื่อมล้ำที่เห็นในสังคมไทย มันกลายเป็นพีระมิดที่แหลม เมื่อก่อนยังเป็นพีระมิดที่ทู่ ๆ อยู่ครับ แต่วันนี้กลายเป็นพีระมิด ที่แหลมเพราะว่าสังคมมันเกิดความเหลื่อมล้ำกันมากเกินไป ผมก็อยากเห็นหน่วยงาน สักหน่วยงานตั้งขึ้นมาไม่ใช่ว่า คตช. อะไรเมื่อสักครู่นี้ คณะกรรมการจัดสรรที่ดินเหมือนกับ เป็นนิคมหรือเป็นสหกรณ์มันทำไม่ได้ครับ เพราะวันนี้ที่ดินไม่ได้เป็นแปลงใหญ่ ที่ตรงไหน ที่ชาวบ้านไปรุกอยู่ก่อนแล้ว แล้วไปสอบเป็นคนจนจริง ๆ ไม่มีฐานะจริง ๆ ก็ให้เขาทำเช่าเถอะ กำหนดมาสิครับกี่ไร่ ไม่จำเป็นต้องเฉพาะเป็นของ ส.ป.ก. ยิ่ง ส.ป.ก. วันนี้ชื่อนาย ก จริงอยู่ แต่ว่าที่ดินเป็นของเศรษฐีหมดแล้ว เพียงแต่ให้นาย ก ถือหลักไว้ แต่เจ้าของทุนที่ไปลงทุน ทำธุรกิจเป็นกลุ่มทุนทั้งหมด นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรแล้วก็แก้ปัญหาให้ ผมกลับมาเรื่องเช่า วันนี้ทำไมไม่ให้เขาเช่าครับ แทนที่จะไปจับเขา ให้เขาเช่าไร่ละ ๒๐ ไร่ละ ๓๐ ต่อปี อย่างน้อยข้อที่ ๑ เขาได้รักษาที่ดินไม่ให้มีการบุกรุก ทำแนวเขตที่ชัดเจน ให้เขาเช่า ข้อที่ ๒ ก็สนับสนุนเขาต่ออาจจะให้ปลูกป่า ให้รางวัลเขา ปีนี้ป่าที่ถาวร ต้นไม้ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพาะไปให้ขึ้นมาสูงกี่เมตร จะให้เมตรละเท่าไร เซนละเท่าไร ความกว้างเท่าไร ก็เป็นการช่วยเหลือคนจน เพราะเรื่องที่ทำกินนี่มันเป็นเรื่องของการผูกพัน ระหว่างคนจนจริง ๆ ครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลวันนี้เป็นรัฐที่มีอำนาจยังค่อนข้างเต็มที่สมบูรณ์ได้ทำเป็นองค์กร ๆ หนึ่ง ที่เอามารวมให้หมด กรมป่าไม้เอามา ที่ราชพัสดุเอามา ชลประทานเอามานะครับ ที่ดินไหน ที่ทางรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วจัดสรรให้กับชาวบ้านเสีย แต่เหมือนที่ผมว่าล่ะครับท่านประธาน ต้องเป็นชาวบ้านที่ยากจนจริง ๆ ที่ดินแปลงไหนที่เขาได้อยู่ก่อน พ.ศ. ไหน ๆ ก็ให้เขาไปเสีย เมื่อพิสูจน์เสร็จแล้ว ไปตั้งหน่วยงานตามอำเภอ ตามจังหวัด เหมือนจังหวัดสุรินทร์ผม ผมไม่อยากพูดแล้ว ทุกอำเภอ โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งผม ผมเข้าไปแต่ละครั้งเขาแทบจะ ไม่พูดถึงกันเลยเรื่องบัตรต่าง ๆ ครับ เพราะเขาถือว่าไม่ได้เป็นความมั่นคงกับชีวิตเขา บัตรสวัสดิการต่าง ๆ ผมไม่พูดต่อเพราะเดี๋ยวหาว่าผมเหน็บแนมอีก แต่เขาอยากได้ทรัพย์ ที่มั่นคงของเขาครับ ทองคำเขายังไม่อยากได้เลย เขาอยากได้เอกสารสิทธิที่เป็นสมบัติของเขา อย่างน้อย ๆ ก่อนเขาตายเขาก็จะได้ให้ลูกให้หลานเขาไว้ต่อ เกิดมาชาติหนึ่งเขาก็ยังมีมรดก ในทรัพย์สินแผ่นดินไทยในฐานะที่เขาเป็นคนไทยสัญชาติไทย ผมก็เลยขึ้นมาเรียกร้องในวันนี้ เพราะผมอยากเห็นรัฐบาลได้รีบเร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายฉบับไหนที่ประกาศผ่านมาแล้ว กฎหมายทำด้วยประชาชน ทำด้วยสภาหรือทำด้วยยุคไม่ใช่สภา เราก็แก้ด้วยคน แก้ด้วยสภา อะไรที่เป็นการบีบบังคับ เป็นการสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยแล้วยกเลิกเถอะ ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ยากจน ผมไม่รู้ว่าตัวเลขจะเท่าไร แต่เท่าที่รู้ ๆ จากการสำรวจ บัตรคนจนมี ๑๔,๖๐๐,๐๐๐ ใบ หรือ ๑๔,๖๐๐,๐๐๐ คน นั่นก็คือบัตรคนจน ผมเชื่อแน่ว่า ในคนจนเหล่านี้นั้นไม่มีใครอยากเลือกเกิดมาจนหรอกครับ แต่เขาไม่สามารถเลือกได้ เขาต้องเผชิญหน้ากับชีวิตต่อไป ฉะนั้นบทสรุปของผม ท่านประธานเตือนผมด้วยมารยาทแล้ว ผมเข้าใจครับ ผมก็อยากฝากประการที่ ๑ รัฐบาลให้มีความจริงจัง จริงใจในการแก้ปัญหา เรื่องที่ทำกินให้กับพี่น้องในการออกเอกสารสิทธิ สำรวจเอกสารสิทธิ สอบสวน สอบถามคนที่มี ที่ทำกินมาก่อน คนที่มีที่ดินมาก่อน เมื่อเป็นข้อเท็จข้อจริงอย่างไร ได้ความกระจ่างชัดอย่างไร ก็ออกสารสิทธิให้เขาเสีย กฎหมายสำคัญ ๆ ที่ไปครอบงำเขา ไปสร้างกฎเกณฑ์ให้เขา ไปสร้างเงื่อนไขให้เขา ที่เป็นปัญหาให้เขาก็ยกเลิกเสีย กลับมาดูคนจนมาก ๆ หน่อยเถอะ วันนี้ประเทศไทยความเหลื่อมล้ำมันมากจริง ๆ จนผมนึกถึงเพลงหนึ่งว่า คนจนมีสิทธิไหมครับ กับประเทศนี้ ก็ขอฝากไว้ครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครูมานิตย์นะครับ ก็จบทั้ง ๑๔ ญัตตินะครับ ได้เปิดโอกาสให้เจ้าของญัตติได้อภิปรายเต็มที่เลยนะครับ ต่อไป ก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกซึ่งขณะนี้มีเสนอชื่อมาทั้งหมด ๒๖ ท่าน ขอมา ๑๐ นาที มีท่านหนึ่งขอมา ๕ นาที ผมถือโอกาสเรียนอย่างนี้นะครับ ผมขอให้โอกาสพวกเราทุกคน ๒๖ ท่าน แต่ขอลดมา ๗ นาทีนะครับถือว่าเต็มที่ เพราะว่าคำนวณเวลาแล้วเราสามารถ ที่จะลงมติได้ก่อน ๖ โมงถ้าเรายึดอันนี้ ส่วนประเด็นอะไรที่เพื่อนสมาชิกเห็นว่าซ้ำก็ลดลงไป เพราะว่าท่านเจ้าของญัตติเสนอรายละเอียดมาก แล้วรายละเอียดเหล่านั้นที่จริงสามารถ เสนอได้ในชั้นกรรมาธิการ แต่ว่าได้เปิดโอกาสให้เพราะว่าจะได้มีโอกาสได้แสดงความเห็น แล้วก็เป็นข้อเท็จจริง เป็นข้อมูลที่ผมเชื่อว่าทุกคนประสบปัญหาคล้าย ๆ กันในแต่ละจังหวัด ของแต่ละท่านมันเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อและเป็นปัญหาที่เป็นมานานแล้ว แล้วก็ทุกพรรค ทุกฝ่ายพยายามแก้ปัญหานี้ก็ให้โอกาสสมาชิก เพราะฉะนั้นต่อไปนี้จะให้โอกาสสมาชิก แต่ขอพวกเราได้เคารพเวลานะครับไม่เกิน ๗ นาที ท่านผู้ใดที่เตรียมข้อมูลเอกสารมาก็ขอ ตัดลดเวลา ซึ่งก็เป็นความสามารถอันหนึ่งในการย่อความนะครับ ผมขอให้โอกาสท่านสมาชิก ทั้ง ๒๖ ท่านครับ ท่านที่ ๑ ท่านมานพ คีรีภูวดล ขอเชิญครับ ๗ นาทีนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ เรื่องที่ดินป่าไม้เป็นปัญหาที่ยาวนานผมเองก็มีส่วน ในการมาเรียกร้องตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวลิต นายกรัฐมนตรีบรรหาร รวมถึง ท่านประธานตอนที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ทีนี้ผมจะขออนุญาตใช้เวลาเพื่อให้ เห็นภาพในพื้นที่ว่าปัญหาที่มันอยู่ยาวนานมันมาจากสาเหตุอะไร ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑🔗
ปัญหาที่ดินป่าไม้ภาคเหนือ โดยทั้งหมดจะเป็นพื้นที่ภูเขา เป็นต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน เพราะฉะนั้นเป็นเขตพื้นที่ที่จะต้อง มีการรักษาป่าต้นน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมดอยู่มาก่อน อันนี้คือข้อมูลที่ผมได้มาจากเอกสารทางราชการ พื้นที่ป่าสงวน ๑๒ ล้านไร่ มีพี่น้องประชาชน อาศัยอยู่ ๔.๘ ล้านคน ๑.๒ ล้านครัวเรือน ๑๒,๐๐๐ ชุมชน อันนี้ทั้งประเทศ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ๕ ล้านไร่ มีคนอยู่ประมาณ ๒ ล้านคน ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ๕,๐๐๐ ชุมชน ในเขตอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเขตอุทยาน เขตสงวนคุ้มครอง เกือบ ๒ ล้านไร่ เกือบ ๔,๐๐๐ ชุมชน แล้วก็พื้นที่ป่าชายเลน ๘๐๐ ชุมชน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ แต่อันนี้ รูปของผมยกมาเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เราจะเห็นจุดต่าง ๆ ที่อยู่จุดสีแดง อันนี้คือที่ตั้งของ ชุมชน ชุมชนเหล่านี้อยู่มาพร้อมกับจังหวัดเชียงใหม่เมื่อ ๗๐๐ ปี เพราะฉะนั้นการที่กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่ได้ประกาศทับลงไป คนเหล่านี้อยู่อย่างไม่ชอบ กฎหมายทันที อยู่อย่างผู้ผิดกฎหมายทันที เพราะฉะนั้นจะไม่มีสิทธิที่จะได้รับเอกสารหรือว่า สิทธิที่ทำกิน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่ออยู่แบบไม่ชอบกฎหมาย ท่านประธานผมขออนุญาต อธิบายตรงนี้ให้ชัดเจนนิดหนึ่ง การเข้าถึงงบประมาณของรัฐไม่ว่าจะกระทรวงไหนไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงได้เลย เพราะว่าเมื่อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายงบประมาณ ของรัฐไม่สามารถดำเนินการได้ หลาย ๆ งบประมาณของรัฐบาล จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องส่ง งบประมาณคืนประมาณเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท พื้นที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่อยู่ในเขตป่า อย่างนี้ งบประมาณเหล่านี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป่าไม่สามารถที่จะเข้าถึงงบประมาณ เพราะฉะนั้นคุณภาพชีวิตหรือว่าต้นทุนในการใช้ชีวิตจะสูงกว่าพี่น้องคนทั่วไปศักยภาพ ที่จะแข่งขันเพราะว่าต้นทุนมันต่ำก็ขาดโอกาสและวงจรก็จะวนไปวนมา ก็ประท้วงเรียกร้อง ขัดแย้งไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่แก้ที่สาเหตุมันก็จะไม่จบ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมอยากให้เห็นพื้นที่ครับ อันนี้โดยเป้าหมายผมคิดว่าสมาชิกหลายคนได้อภิปรายไปแล้วว่า เราต้องการให้เกิดระบบสิทธิการมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นก็คือว่าที่ผ่านมาเวลาทำงานก็คือ ทำโดยไม่มีส่วนร่วม โดยกรมใด โดยกระทรวงหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากให้เห็นก็คือว่า เราจำเป็นจะต้องแยกเป็น ๒ เรื่องให้ออก เรื่องที่ ๑ คือเรื่องข้อมูล เรื่องที่ ๒ คือเรื่องระบบสิทธิ ที่ผ่านมาเราเอามาปนกันครับ พอมาปนกันมันเถียงกันตลอดเลยครับว่าสิทธินี้ไม่ได้ สิทธินี้ ไม่ได้มีปัญหา สิ่งที่ผมอยากจะให้เห็นคือระบบข้อมูลให้ชัดเจนหลังจากนั้นคือค่อยพิจารณาว่า ระบบสิทธิที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ในประเทศไทยมันมีรูปแบบสิทธิกี่รูปแบบ และรูปแบบไหน ที่ควรจะเป็น หรือจำเป็นจะต้องคิดรูปแบบสิทธิใหม่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งคนและป่า คุณภาพชีวิต กระบวนการมีส่วนร่วม ผมได้เสนอไปแล้ว ทำเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่ได้ ต้องมีปกครอง ต้องมีหน่วยงานหลาย ๆ ฝ่ายเข้ามาทำงาน และที่สำคัญ คือใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้หน่วยข้างบนลงไปไม่มีทางที่จะประสานงานได้ อันนี้ประสบการณ์ ที่ผมทำงาน สไลด์ (Slide) ต่อไปเนื่องจากว่าผมมีเวลาน้อยนะครับ อันนี้คือรูปแบบตัวอย่าง รูปแบบตัวอย่างที่จอมทองที่บ้านหลวงครับ ชาวบ้านไม่รอแล้วครับ ใช้คำว่า หนังสือรับรองการใช้ที่ดิน หน้าตาคล้าย ๆ โฉนด มีกติกา มีกฎระเบียบ มีนายก อบต. มีกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายลุ่มน้ำ มีผู้ใหญ่บ้านเซ็น ถ้ามีการบุกรุกจะขอคืน อันนี้ชัดเจน หมดเลยครับท่านประธาน อันนี้ตัวอย่างที่ตำบลดอยแก้วที่อำเภอจอมทอง เหมือน ๆ กันเลย อันนี้ประเด็นทั้งหมดที่ผมพยายามจะให้เห็นคือวันนี้ภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมกับท้องที่ ท้องถิ่นและข้าราชการในพื้นที่ไม่รอกระบวนการแล้วครับ เพราะว่ารอมานาน แต่ว่าบทเรียน ประสบการณ์ชุดนี้ผมเข้าใจว่ามีความสำคัญ ถ้าหากว่าเราใช้กระบวนการอย่างมีส่วนร่วม แล้วก็ใช้เครื่องมือ เครื่องมือความรู้จากภายนอกและความรู้จากท้องถิ่นมาผสมผสานกัน และออกแบบกลไกในการทำงานที่มันมีประสิทธิภาพ กระบวนการที่เราทำผมเข้าใจว่า จะเป็นต้นแบบ พื้นที่ของพี่น้องเครือข่ายที่ให้ผมมาพูดในวันนี้มีความพร้อม มีความยินดีที่จะ เชิญท่านประธานหรือผู้ที่สนใจมาดูว่าเรามีกระบวนการอย่างไร พื้นที่ตรงนี้เราตั้งเป้าหมายว่า การบุกรุกอยู่ที่ศูนย์เปอร์เซ็นต์ และระบบสิทธิเราก็ยังยืนยันว่าถ้าเป็นระบบสิทธิแบบปัจเจก ถ้าเป็นโฉนดหลาย ๆ พื้นที่ก็กลัวครับ ท่านประธานครับ กลัวว่าพี่น้องของเราจะไม่รักษาที่ดิน เราจำเป็นจะต้องคิดระบบเชิงซ้อนขึ้นมาว่าสิทธิตรงนี้ไม่สามารถที่จะให้คนใดคนหนึ่งใช้ได้ เราจำเป็นจะต้องออกแบบสิทธิ ๒ ระบบ ทั้งของชุมชนแล้วก็ของบุคคลครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณมานพครับ ที่รักษาเวลา ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข หลังจากนั้นจะเป็นนายแพทย์สุรวิทย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ปัญหาที่ดินถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับประชากรประเทศไทย เพราะว่าเป็นพื้นฐาน ที่เขาจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำมาหากินประกอบอาชีพ รวมถึงการใช้เอกสารสิทธินี้เขาหา แหล่งเงินทุน ปัจจุบันประเทศไทยมีที่ดินที่เป็นเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดที่ดินหรือ น.ส.๓ อยู่ ๑ ใน ๓ ของพื้นที่ประเทศไทย ที่เหลือก็เป็นพื้นที่ป่า ส.ป.ก. ที่ธนารักษ์ ที่ทหารหรือที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมขอพูดถึงบริบทจังหวัดที่ผมอยู่คือจังหวัดตาก จังหวัดตากถือว่าเป็นจังหวัด ที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของภาคเหนือรองจากจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น มีพื้นที่ติดกับ จังหวัดอื่น ๆ ๙ จังหวัดและ ๑ ประเทศ พื้นที่ขอบชายแดนนะครับ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า อยู่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ฉะนั้นปัญหาที่สำคัญที่สุดของประชากร ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ประชากรจังหวัดตากเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขา อยู่ในดอยซึ่งอยู่มาก่อน บางแห่งก็อยู่มาก่อนการครอบครองของพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ต่าง ๆ ฉะนั้นปัญหาใหญ่สำคัญที่สุดของการออกเอกสารสิทธิของจังหวัดตากก็คือมีพื้นที่อยู่ใน พื้นที่ป่า ในอดีตการบุกรุกป่าถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะมีความสำคัญแล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ สำหรับคนจังหวัดตาก แต่ปัจจุบันปัญหาที่สำคัญที่สุดของคนที่อยู่ในป่าคือปัญหาการทับซ้อน ของที่ดินป่าไม้และที่ทำกินของประชาชน โชคดีที่มีนโยบายของ ฯพณฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยรัฐบาลที่แล้วคือนโยบาย คทช. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คือนโยบาย เหล่านี้ก็มีการขับเคลื่อนไปพอสมควร แต่การขับเคลื่อนหลาย ๆ อย่างไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ค่อนข้างจะมีปัญหา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอาจจะมีกำหนดขอบเขตชัดเจน คือต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ตอนนี้หลาย ๆ หน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในพื้นที่ก็เริ่มดำเนินการ แต่ตอนนี้รองบประมาณของส่วนราชการอยู่ครับ เพราะว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เรายังไม่ผ่าน ส่วนที่มีปัญหาอีกอันก็คือของกรมป่าไม้ ในพื้นที่เขตป่าสงวนนั้นละครับ วันนี้เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ได้ลงพื้นที่แต่ก็ติดปัญหาด้วยเช่นกัน ก็คือปัญหางบประมาณที่จะใช้ลงปฏิบัติพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง เป็นอะไรต่าง ๆ ตอนนี้เท่าที่ผมทราบมากรมป่าไม้ไม่ได้จัดเรื่องนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ ต้องอาศัยใช้เงินตัวอื่นมาช่วย ก็อยากจะฝากกรมป่าไม้เรื่องนี้ด้วย และที่สำคัญการทำงานของทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ที่เข้าไปปฏิบัติงานเรื่อง คทช. ก็คือการสื่อสารกับ ประชาชนในพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าชาวเผ่าปกาเกอะญอ หรือว่าชาวเผ่าม้ง หรือชนเผ่าต่าง ๆ เขาอยากได้ที่ดินเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เพราะว่าเขา ขาดโอกาสสิทธินี้มานาน แต่ปัญหาที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปคือการสื่อสาร การทำความเข้าใจ กับประชาชน เพราะประชาชนหลาย ๆ คนยังติดภาพการทวงคืนผืนป่าอยู่ เขาก็กลัวว่า ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้เหล่านี้จะมายึดที่ของเขาไป การสื่อสารถ้าเกิดไม่เข้าใจนิดเดียวมันจะ ทำให้คำพูดบางคำพูดทำให้ชาวบ้านกลัวและไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ฉะนั้น ก็อยากจะฝากให้เจ้าหน้าที่ใช้ความประนีประนอมแล้วก็พูดคุยในหลักการ ต้องทำความเข้าใจ กับชาวบ้านให้ได้ว่ามันเป็นนโยบายที่ดี และถ้าเกิดออกนโยบาย คทช. แล้วจัดสรรเอกสารสิทธิ ตามลำดับแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิกลุ่มหรือว่าบุคคลแล้วเขาจะได้ประโยชน์อะไร จากเอกสารสิทธิเหล่านี้ เรื่องนี้ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติด้วย🔗
สำหรับปัญหาการออกเอกสารสิทธิของโฉนดที่ดิน โดยกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน ปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินเป็นไปด้วยความล่าช้ามาก มีออกตารางการรังวัด ของที่ดินไม่ต่อเนื่อง ปีเว้นปีบ้าง ปี ๒ ปีบ้าง ล่าสุดมีการออกหนังสือของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๒ จะมีการรังวัดเอกสารสิทธิของประเทศไทย ปรากฏว่ามีไม่กี่จังหวัด ไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด เฉพาะจังหวัดตากผมก็ไม่ครอบคลุมทุกอำเภอ ฉะนั้นประชาชน ที่เขารอคอยในการรังวัดเอกสารสิทธิในการจะออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน เขาก็รอแล้วรอเล่า แล้วก็มีเลื่อนแล้วเลื่อนเล่า ฉะนั้นก็อยากจะให้กรมที่ดินไปดูจัดสรรการออกเอกสารสิทธิ ให้เท่าเทียมแล้วก็ให้มีความทั่วถึงกัน🔗
ที่ดินอีกประเภทหนึ่งคือที่ดินที่อยู่ในเขตสหกรณ์นิคม สมาชิกสหกรณ์นิคม ส่วนใหญ่จะมีปัญหาทับซ้อนของพื้นที่ป่าสงวนมีจำนวนมากหลายหมื่นแปลง เอกสารเหล่านี้ สหกรณ์ออกให้เขาเป็น กสน. ๕ แต่เวลาเขาจะยื่นออกโฉนดก็เป็นไปได้ยาก สิ่งเหล่านี้ อยากจะให้ทางรัฐบาลเหลียวแลด้วย ส่วน ส.ป.ก. ผมเชื่อว่าตอนนี้ ส.ป.ก. ได้ทำแผนที่ จะออกระเบียบ แก้กฎหมายตามระเบียบก็ต้องรองบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ถ้าหากเกิดว่า มีการแก้กฎหมาย ส.ป.ก. ได้ตามระเบียบที่ถูกต้องก็สามารถแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ สิ่งเหล่านี้ที่ผมพูดไปก็ถือว่าการตั้งญัตติในเรื่องนโยบายของที่ดิน การออกเอกสารสิทธิ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านที่ยื่นสภาให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเห็นด้วยและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณหมอสุรวิทย์ครับ หลังจากนั้นก็คุณจีรเดชนะครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในเรื่องแก้ปัญหา การออกเอกสารสิทธิ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยกระผมขอแยกประเด็นที่พบดังนี้🔗
ประเด็นแรก มีประชาชนทั้งหมู่บ้านได้ครอบครองที่ดินในหมู่บ้านมานาน มีเป็นสัดส่วนของใคร ๆ แยกกันอยู่หลายชั่วอายุคน แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ บางแห่งก็บอกว่าเป็นที่สาธารณะ จึงออกเอกสารสิทธิไม่ได้ ประวัติความเป็นมาของการอยู่อาศัย บางแห่งราษฎรได้รับการจัดสรรจากทางราชการ ให้ไปอยู่เพื่อแก้ปัญหา เช่นที่อยู่เดิมอาจจะถูกไฟไหม้ ที่อยู่เดิมอาจจะถูกน้ำท่วม ที่อยู่เดิม ก็อาจจะแห้งแล้งจึงจัดให้อยู่บนพื้นที่ อาจจะเป็นพื้นที่โคกเลี้ยงสัตว์อะไรทำนองนี้ตามภาษา ของอีสานให้อยู่กัน ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ตามแต่จะกำหนดอยู่กันมาหลายชั่วอายุคน แต่ไม่สามารถ ออกเอกสารสิทธิได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่จังหวัดชัยภูมิที่มาร้องเรียนผ่านกระผม เช่นที่บ้าน ดอนไข่ผำ ตำบลหนองขาม อำเภอคอนสวรรค์ เกือบ ๒๐๐ ครอบครัว บ้านโนนทองหลาง ตำบลช่องสามหมอ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ บ้านใหม่พัฒนา ตำบลชีลอง อำเภอเมือง ชัยภูมิ ร้องเรียนมานาน เราก็ช่วยมานานแต่ยังไม่สำเร็จ การจะแก้ไขให้สำเร็จได้ต้องเป็น ระดับนโยบาย ต้องเป็นการตรากฎหมายที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาลักษณะ เช่นนี้ไม่เฉพาะจังหวัดชัยภูมิจะสามารถแก้ปัญหาได้ แล้วก็เชื่อว่ามีอยู่ในแทบทุกจังหวัด จะช่วยราษฎรได้มาก จำเป็นที่ฝ่ายบริหารจะต้องหาวิธีในระดับนโยบาย ระดับออกกฎหมาย แก้ปัญหาดังกล่าว จะปล่อยให้ไปร้องเรียน ส.ส. ไปดูไปหาอำเภอคงไม่สำเร็จ🔗
ปัญหาที่ ๒ การประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมพื้นที่ทั้งอำเภอ เมื่อปี ๒๕๓๖ ซึ่งสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ขณะนี้ผ่านมาเกือบ ๓๐ ปี พื้นที่ที่เคยเป็นเขต ส.ป.ก. ในสมัยนั้นกลายมาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย มาเป็นโรงงาน พื้นที่ก่อสร้างโรงงาน เป็นที่ทำกิน ที่ไม่มีสภาพป่าเหลืออยู่สมควรจะได้ยกเลิก แล้วก็ทราบว่าทาง ส.ป.ก. เองก็ให้ความสำคัญ กำลังดำเนินการในเรื่องนี้ ผมอยากกราบเรียนประสบการณ์ที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้ว เคยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาปรับแนวเขต ส.ป.ก. ในหลายอำเภอที่จังหวัดชัยภูมิ หลังจากนั้น ก็สามารถที่จะนำพื้นที่ที่อยู่นอกเขต ส.ป.ก. ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวออกเป็นโฉนด ออกเป็นเอกสารสิทธิได้ ขณะนี้กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พร้อมกับ ส.ส.ชัยภูมิ ทั้งหมดเราก็ได้ยื่นเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดำเนินการสำรวจ ดูพื้นที่ ส.ป.ก. ในจังหวัดชัยภูมิทั้งหมดว่ามีตรงไหน พื้นที่ใด อำเภอใด ตำบลใดเป็นพื้นที่ ที่หมดสภาพการเป็น ส.ป.ก. เพื่อที่จะให้ทางจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนคือขอออกเป็น พระราชกฤษฎีกาปรับแนวเขต ส.ป.ก. ใหม่ เพื่อที่จะให้โอกาสพี่น้องประชาชนที่ครอบครอง พื้นที่ดิน ส.ป.ก. ที่หมดสภาพ ส.ป.ก. แล้ว เพื่อนำมาออกเป็นเอกสารสิทธิต่อไป🔗
เรื่องที่ ๓ ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ที่ชายเขตหรือแนวรอบเขตภูเขา ที่ราษฎรก็อยู่มานานเหมือนกัน ๒๐-๓๐ ปี ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ บางแห่งเขาบอกว่าเป็น พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บางแห่งบอกว่าเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ที่จังหวัดชัยภูมิก็มีที่อำเภอคอนสวรรค์ ที่ตำบลห้วยไร่ ตำบลช่องสามหมอ ซึ่งอยู่ชายภูเขาภูแลนคา ตำบลนาหนองทุ่มอีกตำบลหนึ่ง ชายเขาภูแลนคา สำหรับที่ภูผาแดง เขาภูผาแดงก็มีตำบลแก้ง ที่อำเภอแก้งคร้อ ที่อยู่ในสภาพ ปัญหาเดียวกันที่อำเภอบ้านแท่น ก็มีตำบลหนองคู ตำบลบ้านเต่า ตำบลสระพัง อยู่ในเขต ภูเขาภูเม็ง ชายขอบภูเขาภูเม็ง ตำบลสามสวนอยู่ภูตะเภา แนวทางแก้ไขดังกล่าวนี้ต้องเป็น ระดับนโยบาย ต้องเป็นนโยบายสำรวจว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นชายเขาที่ควรจะสงวนไว้หรือว่า ควรจะเปิดโอกาสให้ราษฎรก็ต้องเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นมา🔗
เรื่องที่ ๔ คือที่ดินตกหล่นตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในหมู่บ้านที่มีเอกสารสิทธิกัน เกือบทั้งหมดแล้วแต่ว่ามีบางครอบครัวบางพื้นที่บอกว่าเป็นที่ดินตกหล่น ไม่มี น.ส.๓ ไม่มี การเดินสำรวจ ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ สอบถามกันก็ทราบว่าเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนั้น ยังถือว่าเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ประกาศครอบคลุมไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เมื่อใดที่มีการยกเลิก หรือปรับกฎหมายในเรื่องของ ส.ป.ก. จึงจะสามารถนำไปออกเอกสารสิทธิได้ ผมเห็นว่าปัญหา ดังกล่าวนี้เป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม จึงขอสนับสนนุให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหาแนวทางแก้ปัญหาปัญหาขาดที่ดินทำกิน ปัญหาการออกเอกสารสิทธิซึ่งจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณจีรเดช ศรีวิราช หลังจากนั้นก็จะเป็นคุณณัฐพลนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ หลายเดือนที่ผ่านมานั้นผมได้หารือไปแล้วครั้งหนึ่งถึงปัญหาการขาดแคลนเอกสารสิทธิ ในที่ดินทำกินของราษฎร เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลในอดีตที่ออกกฎหมายมาบังคับใช้ โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง ขาดความละเอียดรอบคอบในการสำรวจตรวจสอบพื้นที่ทำให้เกิด ผลกระทบ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนแทบทุกพื้นที่ของประเทศ เป็นปัญหา และอุปสรรคทั้งด้านการพัฒนาและการประกอบอาชีพ ตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ที่เขาพึงจะได้รับ จากนโยบายและมาตรการความช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งปัญหานี้หมักหมมอยู่ในสังคมไทย มานานทุกยุคทุกสมัยทุกรัฐบาล จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ แล้วเป็นธรรม ทำให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรขาดโอกาสทั้งการพัฒนาและการส่งเสริม คุณภาพชีวิตเพราะถูกจำกัดสิทธิในการรับความช่วยเหลือต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นไม่สามารถ รับการช่วยเหลือจากนโยบายการรับซื้อผลผลิต การจ่ายค่าชดเชยจากภาครัฐ โครงการ ประกันราคาและไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินต่าง ๆ จะรับ ทำนิติกรรมเฉพาะที่ดินที่มีเอกสารสิทธิของทางราชการเท่านั้น จึงทำให้พี่น้องประชาชน ต้องหันไปพึ่งพาทุนนอกระบบจากนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่แทน นี่คือสาเหตุหนึ่ง ซึ่งทำให้เกษตรกรไทยขาดความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินเพราะว่าที่ทำกินที่อยู่อาศัย ยังไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ทั้ง ๆ ที่ทำมาหากินในที่ดินของเขามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ขอให้พวกเขาได้รับเอกสารสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายมีความภาคภูมิใจเหมือนคนไทยทั่วไป ในจังหวัดพะเยาของผมนั้นมีปัญหาแทบทุกพื้นที่ทุกอำเภอ ซึ่งผมเองเคยเสนอไปแล้วครั้งหนึ่ง เช่นที่ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง มีพี่น้องอาศัยอยู่ในพื้นที่มากว่าร้อยปี ด้วยมติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๑ มีการขีดเขตป่าสงวนแบ่งพื้นที่โดยการกำหนดลุ่มน้ำชั้นต่าง ๆ ตามความสูงชัน ของพื้นดินโดยไม่สำรวจตรวจสอบตามสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยและ ที่ดินของราษฎรถูกทางราชการประกาศกฎหมายควบคุมเป็นของราชการ ที่ดินที่อยู่อาศัย ที่เป็นหมู่บ้านชุมชนดั้งเดิมจึงถูกกฎหมายประกาศทับซ้อนกลายเป็นพื้นที่ป่าสงวน เป็นของ อุทยาน เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แล้วแบบนี้จะให้พวกเขาไปอยู่ที่ไหน สร้างความเดือดร้อน มาหลายสิบปีก็ยังไม่มีทีท่าจะได้รับการแก้ไข เช่นเดียวกับหลายพื้นที่หลายแห่งที่ลงทุนลงแรง ไปปลูกพืชผลทางการเกษตรมาหลายปีต้องถูกตัดทิ้งทำลายอย่างน่าเสียดาย ท่านประธานครับ กฎหมายที่โบราณล้าหลังไม่แก้ไขปรับปรุงให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมก็จะสร้าง ความยากลำบากให้กับผู้คนทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาทางด้านต่าง ๆ ทั้งโครงสร้าง พื้นฐานและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การสร้างถนนหนทางแหล่งน้ำ ปักเสาไฟฟ้า สร้างโรงเรียน สถานบริการทางด้านสาธารณสุข เป็นต้น เนื่องจากก่อนที่จะมีการประกาศกำหนดเขตไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่หมู่บ้านชุมชนแหล่งน้ำ ออกจากเขตนั้น ๆ จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาได้ ขออนุญาตจากป่าไม้ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตหรือมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ล่าช้าและใช้เวลานาน ท่านประธานครับ ในอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยาก็เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างบ้านดอนตัน ตำบลบ้านถ้ำ พี่น้องชาวบ้านได้อาศัย ได้ทำกินมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษปู่ย่าตายายก็ยังไม่ได้รับ เอกสารสิทธิมาจนทุกวันนี้ ชาวบ้านเล่าว่าในยุคของนายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้มีการออก สทก.๑ ให้ ให้ทำกินคนละไม่เกิน ๑๕ ไร่ หลังจากนั้นรัฐบาลต่อมาได้เรียกคืน แล้วบอกว่าจะออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนดให้ใหม่ จากวันนั้นมาถึงวันนี้ล่วงเลยมากว่า ๔๐ ปี ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นในเขตพื้นที่อำเภอเชียงม่วนก็มีปัญหาเช่นเดียวกันครับ ทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน บางแปลงไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ บางแปลงมีเอกสารสิทธิใบจอง หรือ น.ส.๒ บางแปลงมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์แต่ไม่สามารถออกโฉนดในที่ดินได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้ชิดติดกับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม ซึ่งปัญหา ในพื้นที่อำเภอเชียงม่วนมีมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ การที่ประเทศไทย ของเรานั้นพัฒนาไปอย่างเชื่องช้า ผู้คนอยู่ด้วยความยากลำบาก ส่วนหนึ่งมาจากความล้าหลัง ของกฎหมายที่ไม่ปรับปรุงแก้ไข ยกตัวอย่างกฎหมาย ส.ป.ก. ๔-๐๑ ซึ่งออกมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๘ มีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษตรกรรมเป็นหลักอันมีระเบียบที่ออกมาเพื่อยืดหยุ่น เช่น การสร้างที่พักอาศัย สร้างโรงเรือนเพื่อแปรรูปผลผลิตหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรเท่านั้น แต่ในพื้นที่พิเศษเช่นมหาวิทยาลัยพะเยาที่เป็นสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ ที่ตั้งในพื้นที่ ส.ป.ก. ของตำบลแม่กา วันนี้เลยกลายเป็นชุมชนเมือง เป็นย่านธุรกิจการค้า เป็นหอพัก เป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งกฎหมาย ส.ป.ก. ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม ทำให้เสียโอกาสทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก พื้นที่ ส.ป.ก. หลายแห่งจึงไม่เอื้อให้สามารถ พัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สูงขึ้นกว่าการทำการเกษตรได้ ดังนั้นทุกเรื่องราวที่ผมได้กล่าวขึ้นมา ในเบื้องต้นจึงเป็นที่มาของเหตุผลในการอภิปรายสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์สุขของชาวบ้านและความเจริญก้าวหน้า ของการพัฒนาประเทศ ขอให้รัฐบาลรีบเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังให้สำเร็จแล้วเสร็จ ในรัฐบาลนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เป็นคนแรกที่เกินเวลาครับ ต่อไปท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ หลังจากนั้นเป็นท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน รักษาเวลานะครับ เชิญท่านณัฐพลครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ที่เรากำลังอภิปรายนี้คือเรื่องญัตติปัญหาที่ดิน ดินที่ใช้ทำกิน ดินที่ใช้ อยู่อาศัย ดินที่ใช้ในการออกเอกสารสิทธิต่าง ๆ ในฐานะผู้แทนราษฎรจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมขออภิปรายในมิติของกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนี้ มนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ยืนตามแรงโน้มถ่วง ของโลกที่จะต้องยืน จะต้องอาศัยอยู่บนดินครับ น่าจะแยกประเภทดินออกเป็น ๓ ประเภท ๑. ดินที่มีเอกสารสิทธิที่อยู่ในเมือง อันนั้นมีปัญหาน้อย ประเภทที่ ๒ คือดินที่ยังไม่มีความชัดเจน อย่าง ส.ป.ก. หรือหน่วยงานไหนจะรับผิดชอบ อันนั้นยังที่จะคุยกันได้ แต่ดินอีกประเภทหนึ่ง ที่มีปัญหาอยู่คือดินของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่อยู่ในสถานะประเภทที่ ๑ ที่ ๒ ที่ผ่านมาเลย จึงเป็นปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับประเทศไทย ดินแบบนี้ พื้นที่ดินแบบนี้คือปัญหาที่เป็น พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีปัญหาอยู่ ผมอยากเล่าชีวิตผม ผมเกิดมาที่เขาค้อท่ามกลาง ความขัดแย้งเรื่องที่ดินบวกกับภาวะสงครามภายนอกที่เข้ามาเรากระโดดเข้าไปเป็นผู้ขัดแย้ง ในการขัดแย้งเรื่องที่ดินและต่อสู้ในเรื่องที่ดิน แต่หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวกันหมดแล้วเราไม่มีสิทธิในที่ดินที่เราเคยต่อสู้มาเลยนะครับ ยกตัวอย่างในการต่อสู้ของการรักษาอธิปไตยที่ดินของประเทศไทย พี่น้องม้งเรามี ๖ กองร้อย ต่อสู้ ณ วันนี้ช่วยรัฐบาลต่อสู้กับอริราชย์ภัยศัตรูที่มาจากนอกประเทศ ณ วันนี้ที่ดินของเขา ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย ยกตัวอย่างประเด็นที่ ๒ ผู้ที่หลงเข้าไปอยู่ในป่าหรือผู้ที่เรียกว่า ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่มีมติ ๖๖/๒๓ จะให้ผู้หลงผิดหรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยกลุ่มนี้กลับไป อยู่ภูมิลำเนาเดิม ณ วันนี้ยังไม่มีที่อยู่ยังกลับไปอยู่ในภูมิลำเนาเดิมไม่ได้เลย ยกตัวอย่าง ปัญหาที่คาราคาซังมาจนถึงทุกวันนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ ยกตัวอย่างภูทับเบิก ม่อนแจ่ม หรือภูชี้ฟ้า การบูรณการในการแก้ปัญหามิติของคนเมืองหรือหน่วยงานรัฐจะมองเป็นภัย เป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่าอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ชีวิตของเขาอยู่ในพื้นที่ก่อน พ.ร.บ. และเขาอยู่มา เป็นร้อยปีด้วยซ้ำไป จะปลูกผักปลูกกะหล่ำปลีมีปัญหาเรื่องสารพิษ จะทำเป็นที่พักผ่อน เรื่องการท่องเที่ยวทุบทิ้งบอกไม่ตรงวัตถุประสงค์ นี่คือปัญหาทั้งหลายแหล่ที่แก้ไม่ได้หรือไม่รู้ว่า จะแก้อย่างไร จึงถือโอกาสนี้นับเป็นมิติฤกษ์ยามอันดี เห็นด้วยนะครับ ขอสนับสนุนกับ การมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องที่ดินทุกอย่างที่จะต้องบูรณาการในวันต่อไป🔗
ปัญหาอีกมิติหนึ่งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่สรุปโดยรวม ๆ พอที่จะให้พวกเรา ได้เห็นภาพชัด ๆ คือปัญหาการออกกฎหมาย ไม่ว่ามิติในของมติ ครม. ที่ออกมาแล้วกดทับ ไม่เข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาไม่ครบถ้วน🔗
ประเด็นที่ ๒ การประกาศ กระทรวง กรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ไม่ใช่ประกาศ เพื่อที่จะปลดล็อกปัญหา แทนที่จะปลดล็อกกลายเป็นไปล็อกให้ชีวิตของเขาทำอะไรไม่ได้🔗
ประเด็นที่ ๓ พ.ร.บ. ป่าไม้ อุทยานต่าง ๆ โดยเฉพาะการประกาศ พ.ร.บ. ป่าไม้ อุทยานล่าสุด ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ภายใน ๒๔๐ วันไม่มีทางหรอกครับท่านประธาน ว่าจะสำรวจหมดทั้งประเทศนี้ แล้วล็อกที่ ๒ ที่จะทำล็อกให้แน่นและทำให้ชาวบ้านที่มีพื้นที่ ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นใช้สิทธิหรือมีสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่ได้เลย คือจะต้องเป็น ผู้เช่าตลอดไปไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า นี่คือปัญหาที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องคนไทย ที่มีพื้นที่อยู่มายาวนานเป็นเจ้าของสิทธิตรงนั้นมายาวนานจะถูก พ.ร.บ. ฉบับนี้ล็อกด้วย ตัวของมันเอง นี่คือเป็นปัญหาของระบบการบริหารจัดการอยู่ในขณะนี้นะครับ🔗
ประการที่ ๒ การยึดหลักกฎหมายควรที่จะยึดหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ เขียนไว้อย่างชัดเจนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในเรื่องที่ดินควรที่จะให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตดั้งเดิม ตามวิถีชีวิตอัตลักษณ์ที่เขามีสิทธิที่จะใช้ชีวิตตามกฎหมาย และปฏิญญาต่าง ๆ ที่รัฐไทยได้ทำสัญญากับต่างประเทศไว้กับองค์การสหประชาชาติไว้นะครับ🔗
ผมจึงอยากจะฝากประเด็นอีกข้อหนึ่งคือการออกกฎหมายในมิติต่าง ๆ ควรที่จะเป็นมิตรกับประชาชน ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องมองการดูแลพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าป่าไม้ ไม่ว่าที่ดินแบบบูรณาการ ไม่มองเป็นชาวเขา ชาวป่า ชาวเรา แล้วมองพวกเราคือ คนไทย พี่น้องไทย พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนตระหนักในเรื่องนี้และเห็นคุณค่า ของทรัพยากรป่าไม้และที่ดินอย่างดี เพียงแต่ขาดเจ้าหน้าที่ ขาดระบบ ขาดการบริการ ขาดการดูแลมาเป็นมิตรซึ่งกันและกันในการช่วยเหลือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เราพร้อมและเรายินดีที่จะเดินไปด้วยกันจับมือไปด้วยกัน โดยที่ไม่ทิ้งให้พี่น้องชาติพันธุ์มีปัญหาทิ้งไว้ข้างหลัง ผมจึงสนับสนุนให้พวกเราและตัวผมเอง พร้อมที่จะร่วมในการช่วยเหลือในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาเรื่องที่ดิน ขอขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ รับทราบเวลา พอดีครับ ขณะนี้เหลือผู้อภิปรายทั้งหมดที่เสนอความจำนงมาก็ถอนไป ๑ ท่าน เหลือ ๒๕ ท่าน แต่ว่าได้อภิปรายมาแล้ว ๕ ท่าน ท่านที่ ๖ ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ญัตติที่ผมได้ยื่นต่อรัฐสภาก็คือเป็นเรื่อง ของปัญหาที่ดินที่ทำกินแล้วก็การออกเอกสารสิทธิ วันนี้ผมเองก็จะขอยกตัวอย่างโดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัญหาในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีในเรื่องของที่ดินทำกิน แล้วก็ที่อยู่อาศัยครับ เมื่อกล่าวถึงที่ดินของประเทศไทยขออนุญาตว่าพื้นที่ของประเทศไทยเรานั้นมีทั้งหมด โดยประมาณ ๕๑๐,๓๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เพราะฉะนั้นในจังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่ ที่ใหญ่เป็นลำดับที่ ๓ ของประเทศไทย ซึ่งมีเนื้อที่อยู่ที่ประมาณ ๑๙,๔๗๓ ตารางกิโลเมตร หรือว่า ๑๒,๐๐๐ ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่อย่างที่ผมบอกไปเมื่อข้างต้นว่าลำดับที่ ๓ ประกอบไปด้วยจังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย ๑๓ อำเภอ แล้วก็ปัจจุบันมีประชากร ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปรากฏว่าพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ เป็นภูเขา เป็นแม่น้ำลำธารซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ในเขตของป่าสงวนแห่งชาติ แล้วก็ป่าอนุรักษ์นั้นมีเนื้อที่อยู่ประมาณ ๘ ล้านไร่ เป็นที่ราชพัสดุที่ใช้ในราชการทหาร ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรหรือที่พวกเรา เรียกว่า ส.ป.ก. ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วจะเหลือที่ดินที่ประชาชนสามารถที่เอกสารสิทธิ เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินเพียงประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ในขณะเดียวกันเนื้อที่ที่ดินของ ประเทศเราแน่นอนไม่มีทางที่จะงอกเงยขึ้นได้ แต่จำนวนประชากรบ้านเราของประเทศเรา ไม่มีวันที่จะลดลงมีแต่ที่จะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาจึงเกิดขึ้น ที่ดินนับว่า เป็นปัจจัยสำคัญเพราะว่าจำเป็นที่จะต้องใช้คู่ขนานในการทำกินของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาในธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศของเราที่เป็นประเทศเกษตรกรรม กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขอแบ่งประเด็นปัญหาที่ดินของจังหวัดกาญจนบุรี มีด้วยกันอยู่ ๔ ประเด็นด้วยกัน🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แล้วก็ป่าอนุรักษ์ตามที่ผมได้นำเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าวันนี้ปัญหาดังกล่าวในที่ดินที่อยู่ ในเขตป่าสงวนนั้นมีจำนวนโดยประมาณ ๘ ล้านไร่ ซึ่งรอคอยการพิสูจน์สิทธิ การครอบครอง ว่าใครที่ทำประโยชน์ก่อน ใครมาก่อนหรือว่ามาหลังการประกาศการใช้กฎหมายกำหนด เขตป่าสงวนแห่งชาติหรือเขตป่าอนุรักษ์จึงทำให้เกิดปัญหาการพิสูจน์สิทธิการครอบครอง เกิดขึ้น แล้วก็เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ขอย้อนกลับไปก็ประมาณ ๒๒ ปีที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มีมติให้ความเห็นชอบกับมาตรการแล้วก็แนวทางการแก้ไขปัญหา ที่ดินในพื้นที่ป่าแล้วก็ให้ดำเนินการต่อไป ซึ่งในขณะนั้นปรากฏว่าผลการพิสูจน์สิทธิแล้วก็การครอบครองตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จนถึงวันนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ๒๒ ปีแล้ว กำลังจะเข้าสู่ปีที่ ๒๓ วันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ ทำให้ประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตของป่าเกิดปัญหา เกิดความไม่มั่นใจ จากการที่รอคอยพิสูจน์สิทธิมานาน แสนนานเหลือเกิน ประชาชนเหล่านั้นที่อาศัยอยู่จึงฝากผมทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่จะไม่ได้อยู่ใน เขตพื้นที่ความรับผิดชอบของการเป็นผู้แทนของผม ฝากผมมายังรัฐบาล โดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประชาชนได้รับฟังมาตลอด ว่ารัฐบาลในยุคของเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะแก้ไขปัญหา แล้วก็โดยเฉพาะในเรื่องของ ที่ดินทำกิน อันนี้ขอฝากไปยังในส่วนของทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เหลืออีกนิดหนึ่งครับ ในการพิสูจน์สิทธิครับ🔗
ประเด็นปัญหาที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของที่ทำกิน แล้วก็ที่อยู่อาศัยเช่นกัน แต่ว่า อยู่ในเขตของการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือว่าในเขตของ ส.ป.ก. นั่นเอง ในเขตของ ส.ป.ก. ในจังหวัดกาญจนบุรีมีอยู่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ปัญหาแล้วก็สิ่งที่เป็น ประเด็นใหญ่ ๆ มีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน ในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มีความละเอียดอ่อนที่ต้องสอบปากคำบุคคล ซึ่งดำเนินการต่อขาดงบประมาณ ปัญหาที่ ๒ ก็คือการพิสูจน์สิทธิครอบครองทำประโยชน์ ในกรรมสิทธิ์ของที่ดินเพื่อที่จะให้กับประชาชน ซึ่งในขณะนี้ผลการพิสูจน์สิทธิการครอบครองยังมีความล่าช้าและยังไม่เสร็จสิ้นก็จะคล้าย ๆ กับ ประเด็นแรก เพราะฉะนั้นผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรับผิดชอบสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้กรุณา เร่งรัด แล้วก็ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่พร้อมงบประมาณ เพื่อที่จะไปพิสูจน์แล้วก็ดำเนินการ ออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนครับ🔗
ประเด็นปัญหาที่ ๓ เป็นปัญหาในส่วนของเขื่อนศรีนครินทร์ อันนี้ผมยังไม่เกิด เช่นเดียวกันครับ ขออีกสักนิดครับ ก็เป็นในเรื่องของที่ดินทำกิน ขออนุญาตท่านประธานว่า ตรงนี้ยังมีหลายอำเภอด้วยกัน โดยเฉพาะในส่วนของอำเภอศรีสวัสดิ์ที่ประชาชนประมาณ ๙๐๐ กว่าครัวเรือน ที่ยังรอเอกสารสิทธิในเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ แล้วสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ในเขตของผมเป็นข้อพิพาทกันระหว่างที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยในเขตราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์ ในราชการทหารซึ่งครอบคลุมอยู่ ๙ อำเภอ โดยประวัติความเป็นมาเมื่อเริ่มมีพระราชกฤษฎีกา การหวงห้ามที่ดินของท้องที่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอวังขนาย อำเภอพนมทวน อำเภอวังกะ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๑ ในส่วนนี้มีเนื้อที่ประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ว่า อยู่ในเขตของจังหวัดกาญจนบุรี ๓ ล้านไร่ แล้วก็อยู่ในเขตจังหวัดราชบุรีคือจอมบึงครับ🔗
พอแล้ว เกินไป ๑ นาทีครับ ที่ผมเรียนเตือนนี้ไม่มีอะไรนะครับ🔗
อย่างนั้นขอสรุป ๑ นาทีครับ🔗
พอแล้วครับ🔗
ขอสรุปว่าอยากจะให้เร่งเพื่อปากท้อง ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนครับ🔗
ที่ผมเตือนนี่ไม่ใช่อะไรครับ ประชาชนเป็นคนบอกว่าผู้แทนบ้านเขาไม่ดี ผมถามว่าเพราะอะไร พูดเกินเวลา คือไม่น่าเชื่อ เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นคนก็จับตาดู เพราะฉะนั้นก็เตือนพวกเราด้วยความปรารถนาดีว่า อย่าให้ชาวบ้านเขารู้สึกว่าเราเป็นคนที่ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์นะครับ ก็เข้าใจทุกคนมีปัญหา ที่อยากจะแสดงข้อเท็จจริงผมเข้าใจครับ ต่อไปท่านอภิชาติ ศิริสุนทร แล้วหลังจากนั้น ก็จะเป็นท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ก็ขอเรียนเรารักษาเวลานะครับ แต่ว่าถ้ามันจำเป็นจริง ๆ ก็ยินดีอนุโลมให้ครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติเรื่องปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิ โดยผมจะขอเน้นประเด็นไปที่ที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนที่ทับซ้อนอยู่กับที่ของรัฐ หรือทับซ้อนอยู่กับพื้นที่ป่า ความขัดแย้งในการจัดการที่ดินหรือการจัดการป่ามีมายาวนาน ระหว่างรัฐกับประชาชน โดยรัฐมีความต้องการที่จะได้พื้นที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกรคืน เพื่อฟื้นฟูป่า ในขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกรก็ต้องการพื้นที่เพื่อทำการเกษตรและที่อยู่อาศัย ดังนั้นเรื่องนี้มีความยืดเยื้อมายาวนาน ท่านประธานครับ คำนิยามคำว่าป่าไม้ตามที่สมาชิก พรรคอนาคตใหม่ คือ ส.ส.พิธาได้กล่าวไป เป็นคำนิยามที่รัฐใช้ในการออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อยึดคืนพื้นที่ของพี่น้องประชาชน คำนิยามคำว่าป่าไม้ปรากฏขึ้นครั้งแรกใน พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งกำหนดคำนิยามไว้ว่าป่าหมายถึงที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้สิทธิตามกฎหมาย ที่ดิน ดังนั้นก็หมายความว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่ดิน ที่ดินตรงนั้น ถึงแม้ประชาชนจะอยู่ก่อนที่ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ออกหรือนโยบายต่าง ๆ ออก ก็ถือว่าเป็นป่าไม้ และเป็นที่ดินของรัฐ นี่เป็นปัญหาครับ คำนิยามนี้เป็นปัญหาที่รัฐออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อที่ ยึดแย่งยื้อที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนคืนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะ เป็นชนเผ่าต่าง ๆ ที่เขาอยู่มานานเป็นร้อย ๆ ปีตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่เขาไม่มีสิทธิที่จะได้ กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินเนื่องจากว่าเขาอยู่ไกลหรือกลไกในระบบราชการ ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิให้เขาได้ แต่ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ออกมา พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติออกมาหรือนโยบายต่าง ๆ ออกมาทำให้สูญเสียที่ดินไป โดยปริยาย นี่คือปัญหาครับ และผมอยากจะกล่าวให้เห็นพัฒนาการทางนโยบายที่ไปกระทบ สิทธิต่อพี่น้องประชาชนสั้น ๆ สัก ๒ นโยบาย🔗
นโยบายแรก แนวคิดในการไล่คนออกจากป่าที่เขาบอกว่าเอื้อประโยชน์ต่อ เอกชนเกิดขึ้นและชัดเจนที่สุดก็คือปี ๒๕๓๔ ตามโครงการในรัฐบาลในขณะนั้นออกโครงการ ที่เรียกสั้น ๆ ว่า โครงการ คจก. หรือโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่พี่น้องราษฎรที่ยากไร้ ในเขตป่าสงวนเสื่อมโทรม โดยรัฐพยายามเอาพี่น้องที่เคยอยู่ในที่ดินเดิมออกจากพื้นที่ดินเดิม เพื่อไปจัดสรรพื้นที่ดินทำกินใหม่ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีมาตรการในที่ดินใหม่ในการรองรับ ในครั้งนั้น ปรากฏว่าไม่สามารถปฏิบัติการตามโครงการนี้ได้อย่างเป็นจริงและเกิดผลกระทบต่อพี่น้อง อย่างวงกว้างและมหาศาล โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในภาคอีสานโดนกันถ้วน ๆ หน้า จนถึง ขนาดพี่น้องต้องลุกออกมาเรียกร้องถึงกรรมสิทธิ์เหล่านี้ จนทำให้รัฐบาลได้ยกเลิกโครงการไป แต่มิหนำซ้ำครับยังมีโครงการระลอกที่ ๒ ซึ่งเร็ว ๆ หมาด ๆ ล่าสุดคือโครงการทวงคืนผืนป่า หลังจากที่คณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจและรัฐบาล คสช. ก็ได้ออกนโยบายการทวงคืนผืนป่า และได้ออกคำสั่ง ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๖๔ และฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ ให้อำนาจกับทหารและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปยึดครองแย่งพื้นที่ดินเกษตรกร โดยอธิบายว่าเป็นการทวงคืนผืนป่า และต้องการที่จะให้ป่ามีเพิ่มขึ้น ท่านประธานครับ นโยบายนี้แทนที่จะไปยื้อยุดฉุดกระชาก ที่ดินจากพี่น้องนายทุนผู้ที่ร่ำรวย ผู้ที่มีที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่กลับกันเราก็เห็นนโยบายนี้ ทำร้ายพี่น้องประชาชนและขับไล่พี่น้องประชาชนเสียส่วนใหญ่ การปฏิบัติตามนโยบายนี้เท่าที่มองเห็น เท่าที่เห็นตามสื่อก็เป็นการปฏิบัติการที่ไร้มาตรฐาน หรือพี่น้องหลายท่านบอกว่าเป็นการปฏิบัติสองมาตรฐาน เน้นแต่กับพี่น้องประชาชน ผู้ยากจนไร้ที่ดินทำกินสำหรับคนที่ร่ำรวยที่ยึดที่ดินทำกินละเว้นการปฏิบัติ อันนี้คือ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครับ ดังนั้นเรื่องที่ดินทำกินถึงเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องนโยบายรัฐที่กระทบ สิทธิกับพี่น้องประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข กฎหมายที่ล้าหลัง กฎหมายที่ไม่ทันกับ ภาวการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองต้องมีการแก้ไข สิทธิการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนเจ้าของพื้นที่ดินทำกินต้องให้สิทธิและอำนาจของเขาในการจัดการ พื้นที่ดินทำกินของเขาด้วย ดังนั้นผมคาดหวังว่าการจัดการที่ดินครั้งใหม่ การบริหารจัดการ ที่ดินแก้ปัญหาที่ดินครั้งใหม่นี้ควรจะต้องทบทวนสิ่งเก่า ๆ และนำไปสู่บทสรุปและให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการนั่นถึงจะหมายถึงการแก้ไขปัญหาทุกองคาพยพยอมรับ และพี่น้องประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ ผมขอฝากเพื่อนสมาชิกและขอสนับสนุนว่านโยบาย หรือการตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้ขอให้พวกเราสมาชิกทุกท่านให้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกองคาพยพไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลหรือพี่น้องประชาชนร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการแก้ไขปัญหา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และหลังจากนั้นท่านขจิตร ชัยนิคม ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ต้องยอมรับว่าปัญหาที่ดินทำกินในวันนี้เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับพี่น้องประชาชนคนไทยมาตลอด หลายสิบปีแล้วเราก็ยังแก้ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นปัญหากับพื้นที่ทับซ้อนที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ประกาศไว้ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชายเลน ผลกระทบจากการที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ในที่ดินได้สร้างความเดือดร้อนอย่างมหาศาลให้กับพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่างเช่นเมื่อไม่มี เอกสารสิทธิในที่ดินไม่ว่าจะใช้เพื่อทำกินหรือว่าจะใช้เพื่ออยู่อาศัยวันนี้ทำให้การเข้าถึงสิทธิ ขั้นพื้นฐานทำได้ยาก ในบางที่ไม่ว่าจะขอน้ำขอไฟก็ยังยากยังลำบากหรือว่าจะนำไปใช้เป็น หลักทรัพย์ในการกู้เงินกับธนาคารก็ทำไม่ได้ท่านประธานครับ นอกจากนั้นก็ยังทำให้พื้นที่ และพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะใช้ที่ดินตัวเองในการทำมาหากินได้อย่างเต็มที่ ในจังหวัดสตูล พี่น้องที่มีอาชีพปลูกยางพาราเมื่อถึงเวลาต้นยางมีอายุแก่เต็มที่แล้วต้องโค่นเพื่อจะปลูกใหม่ ทดแทนก็โค่นไม่ได้เพราะว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะโดนดำเนินคดีตามกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ ยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดสตูลพื้นที่น้ำตกวังสายทอง หรือว่า ล่องแก่งวังสายทองที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงในคนที่เข้าไปเที่ยว ในจังหวัดสตูลเพราะว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ และที่สำคัญจะมีอากาศที่วันนี้ต้องบอกว่า เป็นพื้นที่ที่มีอากาศดีที่สุดบริสุทธิ์ที่สุดพื้นที่หนึ่งของประเทศไทยนะครับ วันนี้พัฒนายากมาก เพราะอะไรครับ เพราะว่าไม่มีเอกสารสิทธินี่ล่ะครับ จะของบประมาณมาพัฒนาก็ลำบาก คนเอกชนจะเข้ามาลงทุนก็เสี่ยงทำยากมาก อย่าว่าแต่จะสร้างสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และปลอดภัย แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ในบางพื้นที่ยังไม่มีครับ พื้นที่สำคัญด้วยนะครับ เพราะไม่สามารถที่จะตั้งเสากระจายสัญญาณในพื้นที่ได้นะครับ เราลองคิดภาพดูง่าย ๆ ว่า ถ้าเราเข้าไปเที่ยวในพื้นที่แล้วเกิดอุบัติเหตุและต้องการใช้โทรศัพท์ในการขอความช่วยเหลือ ถ้าไม่มีโทรศัพท์เราจะทำอย่างไรผมก็ยังนึกภาพไม่ออกก็เลยเป็นอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสุดท้ายเรื่องนี้สำคัญมากพอ ๆ กันนั่นก็คือประเด็นเรื่องนี้ จะทำให้เป็นการสร้างความแตกแยกระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับพี่น้องประชาชน เพราะว่า พี่น้องประชาชนเองก็ต้องต่อสู้เพื่อพื้นที่ของตัวเอง ต่อสู้เพื่อปากท้องของตัวเอง ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ต้องรักษากฎหมายที่ได้รับมอบหมายมา มันก็เลย สร้างปัญหาในหลายพื้นที่ให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความขัดแย้งกัน ในจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของผมและท่าน ส.ส.พิบูลย์ รัชกิจประการ ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหา ที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิจำนวนมาก มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ตำบลป่าแก่บ่อหิน ตำบลทุ่งหว้า ปาล์มพัฒนา น้ำผุด ควนกาหลง ทุ่งนุ้ย และยังมีพื้นที่ทับซ้อน กับป่าสงวน เช่น ตำบลน้ำผุด ตำบลแหลมสน ตำบลนาทอน รวมไปถึงพื้นที่ที่เป็นชายเลน ซึ่งกระจายอยู่ในหลายอำเภอทั่วทั้งจังหวัด เช่น อำเภอละงู อำเภอทุ่งหว้า อำเภอเมือง และอำเภอท่าแพ ก่อนที่ผมจะขยับไปพูดในเรื่องวิธีการแก้ไข วันนี้ผมต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ที่ร่วมทำงานด้วยกันมา ท่านหัวหน้าวิศาล กิตติประโยค รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ สำนักงานสภาเกษตรจังหวัดสตูล หัวหน้าบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาบรรทัด ท่าน ผอ.ยรรยง กางการ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๓ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมกันทำงานแก้ปัญหานี้มาโดยตลอด ในการแก้ปัญหา สำหรับตัวผมเองผมยังมองว่ายังเห็นแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแสงเทียน จุดเล็ก ๆ ก็ตาม แต่ผมก็ยังหวังและยังเชื่อว่าเราจะแก้ปัญหานี้ได้ ผมขออนุญาตแบ่งวิธีการ แก้ปัญหาออกเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ อ้างอิงตามพื้นที่ที่มีปัญหานะครับ สำหรับพื้นที่ที่เป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ บอกว่าให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สำรวจการถือครองที่ดิน โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ สำหรับพื้นที่ที่เป็นอุทยานแห่งชาติ มาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชสำรวจการถือครอง ที่ดินของประชาชนที่อาศัยหรือทำกินอยู่ในอุทยานแห่งชาติ ทั้ง ๒ แห่งนี้ให้ทำให้เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ประกาศบังคับใช้ สุดท้ายเป็นพื้นที่ป่าสงวน และป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ข้อ ๑๕ พื้นที่เป้าหมาย และกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภทให้ตั้ง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือว่า คทช. ขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ในพื้นที่เหล่านี้ นี่คือแสงสว่างที่ผมได้พูดถึงและผมยังหวังอยู่ลึก ๆ ว่าจุดตรงนี้จะสามารถ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนได้ ผมเองก็ต้องขอบคุณที่รัฐบาลได้ออก หลักเกณฑ์เหล่านี้มาแก้ปัญหา แต่ต้องยอมรับว่ายังมีจุดที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่มากเพราะว่า ยังขาดงบประมาณอยู่ รวมไปถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญก็ยังขาดอยู่ที่จะเข้ามาปฏิบัติ ภารกิจนี้ให้ลุล่วง เมื่องบประมาณไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ กรอบเวลาที่เราวางไว้ ๒๔๐ วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ก็จะไม่ทันไปโดยปริยาย นี่คือ ปัญหานะครับ ผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่วันนี้ผมได้นำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาพูดในสภาแห่งนี้ พี่น้องประชาชนกำลังเจอปัญหาแบบนี้มานาน หลายสิบปี ผมอยากจะวิงวอนต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าอยากจะขอให้มีการขยายกรอบเวลาในการ แก้ปัญหาเพิ่มเติม รวมไปถึงอยากจะให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมลงไปแก้ปัญหานี้ด้วย ถ้างบของกระทรวงไม่พออยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีจัดงบกลางลงไปแก้ปัญหาโดยตรง เพื่อให้พี่น้องเหล่านี้ได้มีที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมายสักที แล้วได้ตื่นจากฝันร้ายที่ฝัน มาตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณขจิตร ชัยนิคม หลังจากนั้นจะเป็นท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ ขอเชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและกรรมสิทธิ์ที่ดินที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเพราะว่ามันเป็นปัญหาที่อยู่มายาวนานคู่กับชาติไทย คู่กับรัฐไทย คู่กับประชาชนไทย ผมไม่หวังว่ารัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาลอย่างเดียวจะแก้ได้ ผมมีความหวังว่า ประชาชนทั้งชาติไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พูดถึงปัญหานี้เพื่อย้ำว่ายังเป็น ปัญหาอยู่แล้วก็หาแนวทางการแก้ไข สิ่งที่ผมอยากจะพูด ผมไม่อยากพูดถึงพื้นที่ สถิติต่าง ๆ ที่หลายท่านพูดแล้ว ผมอยากจะย้ำว่าการแก้ปัญหาที่ดิน ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ปัจจุบันยังแก้ไม่ได้ เรื่องเล็กเขาประกาศ เมื่อปี ๒๕๕๓ บอกให้ใครมี ส.ค.๑ ให้มาแจ้งแล้วจะออกเอกสารสิทธิให้ ที่เขตเลือกตั้งผม อำเภอสร้างคอม ที่อยู่จังหวัดมหาสารคาม อำเภอเพ็ญ ยังไม่ได้ออกให้เลยครับ รังวัดตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ จนกระทั่งปัจจุบัน อยู่ที่อำเภอพิบูลรักษ์มาทำที่ดินอยู่ที่อำเภอหนองหานก็แก้ยังไม่ได้ ออกยังไม่ได้ ดีว่าอยู่ที่สาขาทุ่งฝนแล้วบ้านดุงไม่มีปัญหานี้ครับ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องใหญ่ก็คือต่อไปนี้ผมเรียกร้องให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ท่านอย่าวนกับปัญหาเลยครับ การอภิปรายทั้งหมดได้สะท้อนปัญหาของชาติไทย ของพี่น้อง ประชาชนไทยครบถ้วนแล้ว ผมอยากให้ท่านเวลาเป็นกรรมาธิการให้ไปหาว่าท่านจะแก้กฎหมาย ฉบับไหนให้มันเป็นประโยชน์กับประชาชน แล้วมุมมองที่ท่านจะต้องมองในการแก้ปัญหา เรื่องนี้ถ้ายังมองเรื่องเดิม ถ้าท่านยังมาพูดว่าประชาชนบุกรุกป่า แก้ไม่ได้ครับ เพราะมันไม่ตรง กับความจริงครับ ถ้าท่านจะดูว่าประชาชนอยู่เมื่อไร ท่านต้องไปดูที่เขาตั้งหมู่บ้าน ท่านครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่ อบต. ป่าเลา มีราษฎรมาร้อง เขาอยู่ตั้งแต่ปี ๒๔๖๐ ครับ ป่าไม้ประกาศเขต ปี ๒๔๘๔ เขาอยู่ก่อน แต่ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติป่าไม้ก็ตาม พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติก็ตาม เวลาออกกฎหมายคนเขียนกฎหมายเขาก็เคารพ ประชาชน เขียนเหมือนว่าที่ดินประชาชนจะได้รับการเคารพ เขาก็เขียนเหมือนหลายท่านบอก พระราชบัญญัติป่าไม้บอกว่า ป่า หมายถึงที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน เขียนก็ดูสวย เคารพสิทธิประชาชน อันนี้ตั้งแต่ปี ๒๔๘๔ เป็นต้นมา ซึ่งหลังจากประชาชน เข้าไปอยู่แล้วแน่นอน ไม่ต้องพิสูจน์อะไร ประชาชนอยู่ก่อนนั้น พระราชบัญญัติอุทยาน แห่งชาติเริ่มทยอยออกประกาศคุ้มครองตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ นี่ก็มาหลังประชาชนแน่นอน แต่ว่า ประชาชนต้องเป็นผู้พิสูจน์ครับ แล้วประชาชนจะสู้อะไรได้กับอำนาจรัฐ เพราะฉะนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขาก็บอก ที่ดินที่จะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ กำหนดต้องเป็นที่ดินที่ไม่อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือคุ้มครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใด ก็เขียนดูเหมือนจะเคารพประชาชน🔗
ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงประชาชนหมู่บ้านเดียวกัน บรรพบุรุษ เขาคนหนึ่งเขาไปจองออก ส.ค.๑ เขามีสิทธิออกโฉนด อยู่ที่ติดกันป่าเดียวกัน บรรพบุรุษ เขาไม่ได้ไปทำ ส.ค.๑ เขาก็ไม่ได้ เขาก็กลายเป็นเขตป่าเพราะเขาไม่มีสิทธิตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นทางแก้มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น ข้อที่ ๑ มุมมองจะต้องบอกว่ารัฐบุกรุกที่ประชาชน ต้องตั้งข้อหาอย่างนี้ก่อน เพราะฉะนั้นที่ประชาชนตั้งหมู่บ้านอยู่ก่อนที่ประกาศเขตป่า ต้องได้รับสิทธิทั้งหมด เท่านี้ปัญหาจะถูกแก้ไขเกินครึ่งหนึ่ง ผมมีความเชื่อว่ารัฐบุกรุก ที่ประชาชนอยู่ ประชาชนอยู่ก่อน ท่านต้องเคารพความเป็นอยู่ ประเทศนี้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคนไทย ต้องยอมรับความเป็นคนไทย ความเป็นพลเมืองไทยก่อน รัฐต้องเป็นคนพิสูจน์ว่าเข้าไปทีหลังเขา ต้องให้สิทธิเขา ไม่ใช่ให้ประชาชนทุกข์ยากลำบากอยู่แล้วจะไปจ้างทนายที่ไหนมาพิสูจน์ เพราะฉะนั้นที่ดินป่าไม้ ที่อยู่อาศัย เป็นเรื่องเศร้ามาก ที่ อบต. ป่าเลา จังหวัดเพชรบูรณ์ พี่น้องประชาชน ๑๒๖ คนมาร้องที่สภานี้ ผมเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ท่านรู้ไหม คนที่รับมรดกจากพ่อแม่เขาอยู่มาชั่วอายุแล้วก็ตายไปแล้วเขาก็อยู่ต่อจน ๖๐-๗๐ ปี ต้องถูก เข้าคุกเพราะว่าอยู่ที่บ้านตัวเอง เพราะบ้านตรงนั้นไม่มีกรรมสิทธิ์มาก่อน นี่อย่างไรครับ สภาพอย่างนี้มันเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เกาะหลีเป๊ะ บรรพบุรุษไป ต่อสู้ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ สงคราม เสร็จแล้ววันนี้ถูกอุทยานแห่งชาติหลีเป๊ะโดยกองทัพเรือไล่ดำเนินคดี ขึ้นไปจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีเรื่องนี้ ขึ้นไปจังหวัดเชียงรายก็มี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์มีหมด นี่คือประเทศไทย อย่างไรครับ การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อไปนี้ไม่ต้องพูดว่าประชาชนบุกรุกที่รัฐ ต้องพูดว่ารัฐบุกรุกประชาชนไปออกกฎหมายทับที่ประชาชน ภารกิจไม่ใช่ผลักให้ประชาชน เป็นคนแก้ รัฐบาลต้องไปแก้ อุทยานแห่งชาติประกาศแล้วต้องทำเขตก่อน นี่ประกาศแล้ว บอกว่ามาตรา ๘ ของอุทยานบอกว่าให้เจ้าหน้าที่รัฐไปปักป้ายหรือทำเครื่องหมายแสดง เขตอุทยานไว้ตามสมควร ตามสมควรเพราะไม่ทำ ไม่มีงบประมาณให้เขาเสร็จแล้วมันก็บุกรุก แล้วก็คุกคามกันทุกวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ หลังจากนั้นก็จะเป็นท่านคำพอง เทพาคำ นะครับ ขอเชิญ ท่านคงกฤษครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นกระผมก็ต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้ยื่นญัตติในการเสนอตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินทั้งหมดนะครับ ซึ่งในประเทศไทยของเรา ก็มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ประสบปัญหากับที่ดินทำกินไม่ว่าจะเป็นกรณีเข้าไปทำกิน หรือทำการครอบครองที่ดินทำกินไม่ได้รับเอกสารสิทธิ หรือปัญหาการครอบครองที่ดิน ที่มีปัญหาทับซ้อนระหว่างเจ้าของที่ดินทำกินกับภาครัฐ หรือปัญหาที่มีการสะสมมานานเลย เป็นปัญหาใหญ่นั่นคือเป็นปัญหาที่ทำกินทับซ้อนกับอุทยานหรือเขตป่าที่ประชาชนเข้าไป ทำมาหากินหรือเข้าไปทำเรื่องของเกษตรกรต่าง ๆ เมื่อพูดถึงปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าแล้ว กระผมขออนุญาตยกตัวอย่างจังหวัดระนอง ตรงนี้เป็นข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดระนอง ก็พบว่าจังหวัดระนองมีพื้นที่ทั้งหมด ๒,๐๖๑,๒๗๘ ไร่ โดยพื้นที่รวมของจังหวัดระนองทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วมีการประกาศให้เป็นเขตป่าทั้งสิ้น ทั้งหมด ๑๓ ป่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติอีก ๙ แห่ง รวมถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และห้ามล่าสัตว์ เนื้อที่รวมประมาณ ๑,๒๐๙,๒๕๐ ไร่ นั่นแสดงถึงว่ากึ่งหนึ่งของจังหวัดระนอง ที่ประชาชนหรือพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระนองสามารถเข้าไปทำประโยชน์หรือเข้าไป ถือครองสิทธิให้ถูกต้องตามกฎหมายได้นะครับ แต่ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วที่ดิน ของจังหวัดระนองโดยรวมแล้วพื้นที่ทั้งหมดที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้นจะมีประมาณแค่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขออนุญาตยกตัวอย่างปัญหาที่ดินทำกินที่มีปัญหาที่ไปทับซ้อนกับ เขตป่าเลน นั่นคือที่ผมได้เคยหารือกับสภามาแล้วครั้งหนึ่ง นั่นคือที่ดินการจัดหาประโยชน์ ทำกินนะครับ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ให้เทศบาลเมืองระนองจัดหาประโยชน์ ทั้งหมด ๔๘๔ ไร่ ซึ่งวันนี้ก็เป็นปัญหาที่สะสมมานานไม่ได้รับการแก้ไขโดยที่ว่ามีมติ ครม. ให้ระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วพื้นที่ป่าหรือที่ผมได้กล่าวนำเรียน เมื่อสักครู่นี้มีการทำมาหากิน มีการประกอบอาชีพแพปลา ประมง อาคารพาณิชย์ บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย แล้วก็มีทั้งโรงแรมด้วยเช่นกัน ซึ่งมีการประกาศในส่วนนี้แล้วก็ทำให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมดเลยในส่วนนี้ ผมเลยขอกราบนำเรียนว่าในส่วนที่ผมได้หารือ ที่ผ่านมาในเรื่องเกี่ยวกับเอกสารสิทธิหรือในเรื่องของที่ดินเช่าแล้ว ในส่วนนี้ก็ยังมีปัญหา ที่ดินทำกินในเขตป่าเลนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือออกเอกสารสิทธิแต่อย่างใด มีถนนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการไม่ว่าจะมีสาธารณูปโภคต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่มี เอกสารสิทธิด้วยเช่นกัน ในส่วนนี้ผมขออนุญาตพูดถึงแค่อำเภอเมืองระนอง แต่ในส่วนของ จังหวัดระนองทั้งอีก ๔ อำเภอไม่ว่าจะเป็นอำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น อำเภอกะเปอร์ และอำเภอสุขสำราญก็ยังมีปัญหา ไม่ว่าจะมีการประกาศเป็นที่ น.ส.ล. หรือเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งต่าง ๆ แล้วที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ว่ามีเจตนาว่าประชาชนชาวจังหวัดระนอง จะไปบุกรุกที่ป่า แต่ที่ทราบมาหลังจากที่ผมได้ลงพื้นที่สัมผัสกับชาวบ้านมาโดยตรงนะครับ ชาวบ้านบอกว่า เขามาอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศเขตป่าด้วยซ้ำในส่วนนี้ จึงขอฝากท่านประธานในส่วนที่ ขอความอนุเคราะห์หรือขอความช่วยเหลือในส่วนที่ให้รีบดำเนินการแก้ไขช่วยประชาชน ชาวจังหวัดระนองด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรตรงนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณทางหน่วยรัฐบาล โดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มีการออกพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือ คทช. ให้กับจังหวัดระนองพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศ แล้วก็ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งผมก็ทราบว่าเป็นข่าวดีของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระนอง เมื่อวานนี้เองครับ วันที่ ๓๐ มกราคม ทราบมาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านก็ได้สั่งให้ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีและท่านอธิบดีกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งท่านอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดระนอง หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระนองในส่วนนี้ได้หาทางช่วยเหลือในที่ดินที่ผม ได้เคยหารือเมื่อสักครู่นี้หรือที่ได้นำเรียนเมื่อครั้งต้นนี้ก็คือที่ดินแปลง ๔๘๔ ไร่เมื่อสักครู่นี้ โดยข้อสรุปในส่วนนี้ก็เป็นข้อสรุปที่เป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระนองของผม นั่นคือสามารถที่จะให้กรมธนารักษ์เข้ามาดูแลแล้วก็จัดบริหารที่ดินชุมชนตามกฎหมายต่อไป ตรงนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา แล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ประชาชน ผมก็ดีใจนะครับที่ว่ายังมี ทางรัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตขอฝากแนวทางแก้ไข ในการที่จะช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระนองและพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศนะครับ ๑. มีการพิจารณาหรือทบทวนมติคณะรัฐมนตรีอีกครั้งในที่ดินแปลงต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันได้ เปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ๒. ขอให้มีการทบทวนแผนแม่บท ในทุกระดับ โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจสังคมควบคู่กับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป ๓. ขอให้มีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่อการแก้ไข ปัญหาการขัดแย้งในที่ดินทำกินภาคประชาชน ๔. ขอให้ออกโฉนดชุมชนในที่ดินส่วนกลาง ตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้มีโฉนด พ.ศ. ๒๕๒๓ ข้อ ๔ ๕. ขอให้เพิ่ม วัตถุประสงค์ในการจัดที่ดิน ส.ป.ก. สามารถให้ทำประโยชน์อย่างอื่นนอกจากทำการเกษตรกร ๖. ขอให้กรมธนารักษ์ออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้องนะครับ ถ้าเป็นไปตามที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ก็จะเป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระนอง แล้วก็ทั่วประเทศไทยด้วย ผมจึงเห็นด้วยให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ท่านรักษาเวลาไว้ดีครับ ต่อไปเป็นท่านคำพอง เทพาคำ หลังจากนั้นก็จะเป็นนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ขอเชิญ ท่านคำพองครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ดินที่ทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิเป็นปัญหาที่มีมานาน แต่ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหานี้ยิ่งแก้ก็ยิ่งจะหนักหนาสาหัส มิหนำซ้ำการบังคับใช้กฎหมาย บางฉบับก็ไปก่อปัญหาใหม่ให้กับชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนอย่างกรณีของ การประกาศเขตอุทยาน ซึ่งก็ไปทับที่อยู่อาศัยที่ทำกินของประชาชน โดยไม่มีการพิสูจน์ แนวเขตและการที่ชุมชนดั้งเดิมเหล่านั้นจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขตหรือชี้แนวเขต อีกอย่างก็คือการออกประกาศหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของ ประชาชน โดยที่ประชาชนเจ้าของที่ดินดั้งเดิมนี้กว่าจะรู้ตัวก็ได้มีการเข้าไปยื่นเอกสาร เพื่อที่จะออกเอกสารสิทธิเวลาผ่านไป ยกตัวอย่างอย่างกรณีประกาศ น.ส.ล. เลขที่ ๑๔๖๒๒ ก็ไม่มีระวางนะครับ ตั้งอยู่ในตำบลเปือย อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี ในสมัยนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ จำนวน ๔,๒๓๑ ไร่ ก็ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่ก็มีเอกสาร มีหลักฐาน ที่ปรากฏมาเป็นร้อย ๆ ปี ตั้งแต่ปี ๒๔๕๐ แต่ก็ไม่สามารถที่จะยื่นเป็นเอกสารให้สามารถ ออกเอกสารสิทธิได้ แล้วก็ไม่มีใครกล้าที่จะให้การเซ็นรับรองได้ก็คาราคาซังกันจนถึงทุกวันนี้ พี่น้องชาวเลอาศัยอยู่กับชายทะเล อาศัยอยู่กับเกาะมาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคนเหมือนกัน พยานหลักฐานเรื่องของหลุมฝังศพของบรรพชนก็แพ้หลักฐานของทุนที่ทำขึ้นมาใหม่ครับ แล้วชาวเลก็ถูกเบียดขับตกทะเลไปไม่มีที่ยืน ท่านประธานครับ พื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำในภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดชัยนาท การทำนาเกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นการเช่า และที่เจ็บปวดมากกว่านั้นก็คือการเช่าที่ของตัวเองซึ่งหลุดมือไป ด้วยความล้มเหลวในการประกอบอาชีพ ด้วยภาระหนี้สิน ค่าเช่าถือว่าเป็นต้นทุนแรก ๆ ๒,๐๐๐ บาทต่อรอบการทำนา ถือว่าเป็นต้นทุนตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว ราคาข้าวเกวียนละ ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ได้ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว ก็ถือว่าการทำนา ที่ภาคกลางเป็นการขาดทุนตั้งแต่เริ่มต้น นี่ก็เป็น ๓-๔ ตัวอย่าง ที่ผมยกมาให้เห็นถึงว่า มันเป็นปัญหาเป็นสาเหตุแห่งความยากจนของคนที่ต้องอาศัยที่ทำกิน นอกจากนั้นยังมีปัญหา เรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งปรากฏเกิดขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีความจริงจัง ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกปัญหา แม้ว่าบางทีเราอาจจะต้องถึงกับปรับโครงสร้าง ในระดับกฎหมายเพื่อที่จะให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทั้งระบบ เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะ ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะศึกษาเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หลังจากนั้นก็เป็นนายดนัย มะหิพันธ์ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิ ท่านประธานคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันจะมาขอเป็นตัวแทน คนเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเชื่อว่าวันนี้ที่ดิฉันพูดเขาคงยังไม่ได้ยิน เพราะว่าเขาคงไปทำมาหากิน อยู่ในทะเลไกล ดิฉันจะขอพูดถึงกรณีของชาวเกาะลันตา ชาวเลที่เราเรียกว่า ชาวอูรักลาโว้ย ชาวอูรักลาโว้ยเป็นชนกลุ่มน้อยประมาณไม่ถึงพันกว่าคนอาศัยอยู่ที่เกาะลันตา อูรักลาโว้ย อูรัก แปลว่า คน ลาโว้ย แปลว่า ทะเล อูรักลาโว้ยคือคนเล หรือชาวเล หรือชาวไทยใหม่ มีประวัติศาสตร์ว่าเขาอยู่ที่นี่มายาวนานมาก ท่านประธานคะ นามสกุลชาวเลของพวกดิฉัน เป็นนามสกุลพระราชทานนะคะ ที่เกาะลันตามีนามสกุลทะเลลึก นามสกุลช้างน้ำ ที่จังหวัดภูเก็ต มีนามสกุลประมงกิจ ที่จังหวัดสตูลมีนามสกุลหาญทะเล เป็นคนไทยค่ะ มีบัตรประชาชน แล้วก็ร่อนเร่อยู่ในทะเลมานานมาก ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑ ค่ะ🔗
เมื่อบริบทมันเปลี่ยนไป เมื่อก่อนคนเลก็อยู่ในน้ำ ร่อนเร่สร้างสิ่งที่เรียกว่าขนำ หาปลาแล้วก็กลับมาในที่ที่เคยอยู่ นาน ๆ ครั้ง ส่วนมากจะเป็นการทำพิธีกรรมต่าง ๆ สไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ ค่ะ บริบท เปลี่ยนแปลงไปคนเลต้องทำมาค้าขายมากขึ้น มาศึกษาเข้าสู่ระบบที่ต้องทำ แต่คนเล ค้นพบว่าตัวเองไม่มีที่ดินทำกิน ที่ดินที่เป็นป่าชายเลนที่เคยอยู่ก็กลายเป็นที่ดินของนายทุน เมื่อต้นปีก่อนดิฉันได้เข้าไปหาชาวเล สไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ ดิฉันได้รับรายงานว่าชาวเล มีปัญหาหนักมากเพราะว่ากรมเจ้าท่าใช้กฎหมายขับไล่ชาวเลออกนอกพื้นที่และทำลาย สิ่งปลูกสร้างภายใน ๖๐ วัน ต้องทำลายให้หมด ชาวเลสับสนแล้วก็ไม่มีทางออก โดยเฉพาะ เขาไม่มีการศึกษามากนัก สไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๓ ชาวเลมีปัญหามากมาย ปัญหาความไม่มั่นคง ในที่อยู่อาศัย ปัญหาที่ดินทำกินในทะเล ปัญหาสุสานและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ปัญหาการศึกษา ภาษา วัฒนธรรมที่ถูกทำลาย แต่โชคดีที่นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งของพรรคดิฉันคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เห็นประโยชน์ความสำคัญของงานนี้ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓รัฐมนตรี มีมติเห็นชอบหลักการฟื้นฟูชีวิตชาวเลตามแนวทางการจัดทำพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษของชาวเล ด้วยการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ให้ชาวเลสามารถประกอบกิจกรรมหาทรัพยากรได้ แต่ปัญหาก็คือว่าทุกวันนี้ชาวเลก็ถูกกฎหมายใหม่มาจัดการอีก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เราค้นพบว่าพื้นที่ของชาวเลมีการปักหมุด แล้วก็มีการขอโฉนดชุมชนในปี ๒๕๕๓ เรียบร้อยแล้ว และมติเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ นี้ก็ได้คุ้มครองชาวเลไว้ด้วย เพราะฉะนั้นชีวิตชาวเล ของดิฉันก็อยู่บนเส้นด้าย เหมือนกับเป็นช้างที่อยู่ในตะกร้อแล้วก็ถูกเตะไปเตะมาระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าจะเป็น อย่างไร สไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๔ ดิฉันจะถามว่าเมื่อชาวเขาไม่ได้อยู่บนภูเขา แล้วชาวเลก็ไม่ได้ อยู่ริมทะเลแต่ว่าเป็นคนเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับสิทธิที่อยู่บนแผ่นดินเกิดด้วยกันอย่างเท่าเทียม เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องหยิบยื่นโอกาสที่เท่ากันให้กับคนไทยทุกคน สำหรับชาวเลที่ดิน ริมทะเลเพื่อได้อยู่อาศัยได้รักษาเรือไว้หมายความว่าชาวเลไม่เหมือนชาวบก กลางคืนจะต้อง ลุกขึ้นมาขยับเรือเพราะน้ำขึ้นน้ำลง ฉะนั้นเรือกับชาวเลผูกติดกัน ย้ายชาวเลขึ้นไปข้างบน ย้ายชาวเขาลงมาข้างล่างเป็นปัญหามาก สำหรับชาวเลที่ดินริมทะเลเพื่อได้อยู่อาศัย ทะเล เพื่อได้รักษาเรือแล้วฝังร่างตัวเองได้ในแผ่นดินเกิดคือความมั่นคง คือศักดิ์ศรีของชีวิต และดิฉันเองจะขอยืนเคียงข้างชาวเล ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านนายดะนัย มะหิพันธ์ หลังจากนั้นก็เป็นท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เรามาได้ครึ่งทางแล้ว ถ้าเพื่อนสมาชิกรักษาเวลาอย่างนี้ก็ไม่เกิน ๕ โมงก็ลงมติได้ครับ เชิญท่านดะนัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย กับหลาย ๆ ท่านที่ได้เสนอที่จะให้มีกรรมาธิการศึกษาเรื่องการให้มีเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน ซึ่งผมได้เคยเรียนเรื่องนี้กับท่านประธานในที่ประชุมเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเลือกตั้งของผม ซึ่งมีอำเภอเสนางคนิคม อำเภอชานุมาน และอำเภอปทุมราชวงศาที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องของที่ดินทำกิน เนื่องจากเมื่อปี ๒๕๕๗ ที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายแล้วก็มีนโยบายที่จะยึดคืนที่ทำกินทั้งหมด ซึ่งเป็นความเดือดร้อน ในขณะนั้น แล้วผมก็ได้เสนอว่าที่จริงรัฐบาลจะต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องจำเป็น มาถึงตอนนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ เขาน่าจะเกิดความเชื่อมั่น แล้วเกิดความมั่นใจว่าสภาแห่งนี้เห็นความสำคัญในเรื่องของที่ดินทำกิน ท่านประธานครับ วันนี้แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ แต่ถ้าพี่น้องประชาชนมีที่สำหรับที่จะให้เขาพอได้ทำมาหากินประทังชีวิตเขายังมีความมั่นใจ ในการที่จะเป็นคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ แต่เนื่องจากว่าเมื่อเขาไม่มีความเชื่อถือเชื่อมั่น ในสถานที่ที่เขาอยู่ ไม่ทราบว่าวันไหนจะถูกยึด ไม่ทราบว่าวันไหนจะถูกขับไล่ อันนี้ล่ะครับ ที่เป็นปัญหาเป็นประเด็นให้เขาไม่เกิดความมั่นใจในการเป็นอยู่ ดังนั้นวันนี้เมื่อหลาย ๆ ท่าน ได้มองเห็นความสำคัญตรงกันผมคิดว่าพี่น้องประชาชนน่าจะวางแผนชีวิตได้ว่าต่อไปนี้ที่ดิน ที่เขามีอยู่เขาจะทำอะไรถึงจะทำให้ชีวิตของเขาเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องกลัว ว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้จะต้องถูกถอนทิ้ง ถูกตัดทิ้ง ไม่ต้องกลัวว่าบ้านที่ปลูกอยู่จะถูกรื้อถอน คิดว่าสิ่งที่ทุกท่านได้อภิปรายในวันนี้น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พี่น้องคนไทยที่อยู่ในชนบท รู้สึกเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เกิดความมั่นใจในสภาแห่งนี้ว่าจะช่วยผลักดัน ให้พวกเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นคงพร้อมที่จะต่อสู้กับความทุกข์ยากลำบากในปัญหา ของชีวิตในอุปสรรคต่าง ๆ ต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุวาระนี้ แล้วผมเอง ก็เห็นด้วยว่าเรื่องนี้น่าจะมีการดำเนินการโดยเร่งด่วน เพราะว่าการศึกษานั้นผมเชื่อว่า ศึกษามาครบแล้วเพียงแต่เราจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเร่งด่วนเพื่อพี่น้องประชาชน ต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ หลังจากนั้นก็เป็นนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จากนั้นก็เป็น ท่านดำรงค์ พิเดช เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธาน ท่านสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนญัตติ เพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อทำการศึกษาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ที่ดินป่าไม้ และเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ ในประเทศไทยนั้นมีที่ดิน ทั้งสิ้น ๓๒๐ ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ เหลือเพียง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่เป็นชุมชนสิ่งปลูกสร้าง ๕.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันรัฐบาลยังบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับที่ดินของประเทศไทยได้ยังไม่มีประสิทธิภาพ สืบเนื่องจากว่าเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ดังนี้🔗
๑. ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเหลื่อมล้ำของปัญหาที่ดินนั้นเหลื่อมล้ำทั้งเรื่อง ของการถือครองเอกสารสิทธิและการถือปริมาณที่ดิน คนจนจำนวนมากไม่มีที่ดิน บางท่าน ก็มีที่ดินไม่เพียงพอ คนฐานะดีก็มีที่ดินมากเกินไปและที่สำคัญไม่นำมาใช้ประโยชน์🔗
๒. มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย มีหน่วยงาน กระทรวงและกรมที่ดูแลกฎหมายที่ดิน จำนวนมาก จึงขาดการบูรณาการในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดิน แต่ดีใจที่มี พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน🔗
๓. ก็คือปัญหาเรื่องของการทับซ้อนที่ดินของรัฐและเอกชน รวมทั้งเอกชน ด้วยกันเองก็ซ้อนทับกัน อันนี้ก็เป็นปัญหา🔗
ต่อไปก็เรื่องปัญหาการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นปัญหาที่ ๔ เรื่องของผังเมืองว่าพื้นที่ใดควรจะใช้ประโยชน์เพื่อระบบนิเวศที่ดีที่สุด และเพื่อความคุ้มค่า และยั่งยืนในการใช้ที่ดินให้มากที่สุด อันนี้ก็เป็นปัญหา เรื่องนโยบายของที่ดินนั้นปัจจุบันนี้ พื้นที่ใดควรจะเป็นอุตสาหกรรม พื้นที่ใดควรจะเป็นเกษตรกรรมก็ยังไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างที่จังหวัดระยอง พื้นที่อำเภอปลวกแดงเป็นอุตสาหกรรมเกือบทั้งเมืองแล้วนะครับ แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิอยู่ ซ่อนอยู่ในพื้นที่นั้นจำนวนมาก สิ่งนี้ก็เป็นปัญหา ที่นำเรียนในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อที่ท่านประธานจะได้ฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นนั้นนำไปพิจารณาศึกษา ผมขอเสนอแนะเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะครับ🔗
ข้อที่ ๑ ขอให้ประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่นั้น ได้กันพื้นที่ป่าออกไป เสียก่อน พื้นที่ป่าในปัจจุบันนี้มีเพียง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เคยมีพื้นที่ป่าที่ลดลงไปต่ำที่สุดถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เมื่อปี ๒๕๐๔ ขอประทานโทษ ในปี ๒๕๐๔ เคยมีพื้นที่ป่าที่มากที่สุดถึงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เคยมีพื้นที่ต่ำที่สุดในปี ๒๕๔๑ เหลือเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้น สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชชินีนาถ สิริกิติ์ ท่านทรงปรารภ ท่านทรงมีพระราชเสาวนีย์ เรื่องนี้ แล้วก็โชคดีตอนนั้นมีท่านนายกรัฐมนตรี ชื่อชวน หลีกภัย ท่านมีโครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ก็ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นจาก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๔๑ ขึ้นมาจนถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปัจจุบันนาทีนี้ตกมาแล้วเหลือ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ จะต้องกันพื้นที่ป่าให้คืนกลับไปกลายเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์โดยเร็ว ตรงนี้ต้องกันพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่ออกไปเป็นป่าเสียก่อนนะครับ ทีนี้ ๓๒๐ ล้านไร่นั้น เมื่อกันพื้นที่ป่าออกไปแล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑๒๘ ล้านไร่ จึงจำเป็นจะต้องเอาพื้นที่ที่เหลือหักพื้นที่เอกชนออกไป อีก ๙๐ ล้านไร่ ก็เหลือพื้นที่ที่รัฐบาลจะได้จัดสรรให้ราษฎรไปทำกิน ซึ่งพื้นที่ที่ยังเหลื่อมล้ำ กันอยู่ตรงนี้ก็คือพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่ที่เป็นการถือครองของรัฐบาลที่จะต้องรีบเร่งบูรณะ ให้เกิดพื้นที่ป่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว วิธีการฟื้นฟูพื้นที่ป่านั้นก็คือการที่ทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ปลูกป่าที่เป็นต้นไม้ ป่าที่เป็นป่าดั้งเดิม ป่าธรรมชาติที่มีความทนแล้งแล้วก็มีความทน ธรรมชาติได้ ไม่สามารถที่จะปลูกไม้ที่ไม่ใช่ไม้ประจำถิ่นนะครับ แล้วก็จัดให้พี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกป่านั้นมีรายได้โดยมีเทคนิคในการวัดขนาดต้นไม้ที่สูง ๑๓๐ เซนติเมตรขึ้นไป แล้วก็ จ่ายเป็นรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ว่าให้ทางราชการนั้น จัดให้ราษฎรได้เช่าระยะยาว อาจจะ ๓๐ ปีราคาเช่าที่ต่ำ ๆ อันนี้ก็คือเป็นวิธีหนึ่ง แต่สำคัญ ก็ต้องให้ราษฎรในส่วนที่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ที่เจริญแล้วต้องออกให้เป็นเอกสารสิทธิ เช่นเป็นโฉนดเพื่อที่จะได้มีความมั่นคง แต่ในพื้นที่ใดที่รัฐบาลหวงห้ามไว้ที่จะเป็นพื้นที่ ป่าสงวนที่จะเอาไว้ปลูกป่า รัฐบาลก็จะต้องให้เกษตรกรนั้นได้มีเอกสารสิทธิที่สามารถ ค้ำประกันในชั้นศาลได้ ค้ำประกันการกู้เงินมาลงทุนได้ด้วย ก็ขอฝากทางรัฐบาลได้พิจารณา เรื่องนี้ว่าการมีเอกสารสิทธิก็ต้องมีเอกสารสิทธิในสิ่งที่ไม่กระทบต่อเรื่องของพื้นที่ป่า และพื้นที่ที่จะต้องกันไว้ ขอให้มีเอกสารสิทธิที่มีความมั่นคงในเรื่องของฐานะทางการเงิน และการกู้เงินด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่ดิฉันเข้ามาทำงานเป็น ส.ส. ดิฉันก็ได้รับทราบว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่ดิน เป็นจำนวนมาก เป็นปัญหาที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ดิฉันขอยกตัวอย่าง ปัญหาที่ดินในเขตพื้นที่ของดิฉัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ดินที่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทำให้ ขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาและไม่มีถนนเป็นเวลานานกว่า ๔๐ ปีแล้ว หมู่บ้านที่ว่านี้คือหมู่บ้านคลองพอก หมู่บ้านคลองกลาง ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว และหมู่บ้านโชคดี ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี พื้นที่คลองพอกนั้นเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวได้รับ อนุญาตให้อยู่ตามมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ หากพูดถึงป่าแล้วทุก ๆ ท่าน น่าจะจินตนาการเห็นภาพว่าเป็นสภาพป่าที่มีความเขียวขจีใช่ไหมคะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในพื้นที่ตรงนั้นไม่ได้มีสภาพความเป็นป่าแล้วจะเรียกว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมก็ได้ค่ะ มองไป ก็จะเห็นแต่ที่ดินของชาวบ้าน ดิฉันอยากจะชวนทุกท่านที่อยู่ในที่แห่งนี้ลองจินตนาการ หลับตาดูนะคะ แล้วจินตนาการภาพว่าถ้าบ้านเราไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเตารีด ไม่มีหม้อหุงข้าว ไม่มีไวไฟ (WiFi) ใช้ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ จะเป็นอย่างไรคะ ท่านประธานคะ นี่ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แล้วท่านคงคิดไม่ถึงว่าในประเทศนี้ จะยังมีพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ใช่ไหมคะ จากที่ดิฉันเล่าให้ฟังถึงหมู่บ้านคลองพอก คลองกลาง และหมู่บ้านโชคดีที่ไม่มีไฟฟ้าใช้นั้น มีพื้นที่และมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ และมีผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน อ้างอิงเอกสารร้องเรียนที่ส่งถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ดิฉันได้อ่านมา เด็ก ๆ จะต้องทำการบ้าน จะต้องอ่านหนังสือด้วยวิธีการจุดเทียน มีคนป่วย นอนติดเตียงที่ต้องใช้ออกซิเจนที่ไม่ได้รับความสะดวกจากการที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ๒๐ ปีที่ผ่านมา เคยได้โซลาเซลล์ (Solar cell) จากรัฐบาลค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปโซลาเซลล์ (Solar cell) นั้น ก็เสียหาย ยังไม่แค่นั้น ท่านประธานคะ ลองนึกภาพดูว่าถ้าหากใช้โซลาเซลล์ (Solar cell) สมมุติว่าเป็นพัดลม พัดลมก็จะหมุนแรงในตอนเย็นและจะค่อย ๆ หมุนอ่อนลงในช่วงเวลาดึก ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นพยายามติดต่อร้องเรียนไปหลาย ๆ หน่วยงานทั้งการไฟฟ้า อำเภอ เทศบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และแม้แต่กระทั่ง อดีตรัฐมนตรีก็เคยลงพื้นที่ไปแล้วแต่ว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว หน่วยงานของรัฐก็ตอบกลับมาคำเดียวว่าไม่สามารถนำไฟฟ้าเข้าไปได้ เพราะที่ดินตรงนั้น อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ท่านประธานคะ ปัญหาที่ดินที่อยู่ในเขตนี้ทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่ใช่แค่ไม่ได้รับความสะดวกในชีวิตประจำวันเท่านั้นค่ะ แต่ยังทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การที่ไม่มีโฉนดที่ดินก็จะไปกู้เงินไม่ได้ ถ้าเกิดว่าขาดเงินเขาจะต้อง หันไปกู้เงินนอกระบบหรือแม้แต่การขออนุญาตขุดสระน้ำ ขุดบ่อบาดาลในพื้นที่ของตัวเอง ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับการอนุญาต แล้วลองคิดดูว่าปีนี้ประสบภัยแล้งหนักชาวบ้านจะทำอย่างไร ยังไม่เท่านั้นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดท่านประธาน ในเขตพื้นที่นี้ยังมีปัญหาในเรื่องของช้างป่าอีก มืดก็มืดไฟก็ไม่มีทำให้ชาวบ้านในพื้นที่นี้ถูกช้างป่าเหยียบตายไปแล้ว นอกจากนั้นดิฉันยัง อยากจะให้ความสำคัญอีกเรื่องหนึ่งค่ะ คือเรื่องการปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดของคนที่อยู่ ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ว่าเป็นผู้บุกรุกป่า การนำความเจริญ การนำไฟฟ้าเข้าไปนั้นทำให้พวกเขา เหล่านั้นบุกรุกป่าเพิ่ม จากการลงพื้นที่ของดิฉันพบว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้บุกรุกป่าเพิ่มค่ะ มีแต่จะช่วยปกป้องป่าเพราะว่าเป็นคนที่อยู่ใกล้ป่ามากที่สุดและป่าเปรียบเสมือนบ้านของเขา พี่น้องประชาชนในเขตป่าอนุรักษ์ก็เป็นคนไทยมีสิทธิที่จะเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเท่าเทียมกับประชาชนคนอื่น ๆ หากประชาชนที่มีปัญหานี้ได้รับการแก้ไขจะทำให้ เขามีความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น และหากชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่มีศักยภาพที่จะพัฒนา ในด้านของการท่องเที่ยวจะทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่ต้อง ใช้ชีวิตที่แอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดอีกต่อไป ดิฉันมั่นใจว่าปัญหาเรื่องที่ดินนี้ไม่ได้มีเฉพาะ ในเขตพื้นที่ของดิฉันเท่านั้นแต่มีทั่วทั้งประเทศ จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ของประชาชน ต่อด้านเศรษฐกิจและผลกระทบอื่น ๆ ตามมา รัฐบาลในทุกสมัยเมื่อเข้ามา บริหารประเทศก็จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แม้แต่กระทั่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็ประกาศต่อประชาชนว่าจะเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ ให้กับพี่น้องประชาชนแก้ไขปัญหาทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐกับที่ดินของประชาชน อย่างเร่งด่วน เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นก็ยังดำเนินไปตามปกติยังแก้ไขใด ๆ ไม่ได้เลย หากพวกเราที่อยู่ตรงนี้ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดทั้งสองอำนาจ ในประเทศนี้ยังแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้แล้ว ท่านอย่าหวังว่าจะมีใครที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เลย เราเป็นคนเขียนกฎหมายขึ้นมาดังนั้นหากปัญหานี้ต้องแก้ไขด้วยการแก้กฎหมายหรือบัญญัติ กฎระเบียบใหม่ ๆ ขึ้นมาก็จะมีแต่พวกเราเท่านั้นที่แก้กฎหมายได้ อย่าให้ชาวบ้านต้องรอ การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินจากรุ่นสู่รุ่นเลยค่ะ ตายไปแล้วยังต้องฝากให้ลูกหลานสานต่อ ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับ พี่น้องคนไทยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ท่านดำรงค์ พิเดช หลังจากนั้นก็เป็นท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา แล้วก็มีท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ท่านประธานครับ วันนี้มาคุยกันเรื่องป่า ส่วนใหญ่ก็มีปัญหาเรื่องชาวบ้านชาวช่องทั้งหลาย ที่เข้าไปทำกินในพื้นที่โดนจับกุมบ้างอะไรบ้างสะเปะสะปะ ส่วนใหญ่ก็อยากจะมีหลักฐาน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ากรมป่าไม้ กรมอุทยานตั้งมายังไม่เคยมีการตัดป่าสงวนแห่งชาติ ไปออกหลักฐานใด ๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้จะเป็นหมู่บ้าน ถึงแม้จะเป็นอำเภอก็ไม่เคยมีปรากฏ นอกจากการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ วันนี้ผมเรียนอย่างนี้นะครับ การแก้ปัญหาคนรุกป่า ผมก็เรียนไปกับผู้ใหญ่ไม่รู้กี่ท่านแล้วว่าวันนี้ป่าสงวนแห่งชาติเขามีไว้เพื่อเช่า เศรษฐีเช่า ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ทำไมเช่าได้ แล้วคนจนทำไมงานสองงานเช่าไม่ได้ ก็พอดีรัฐบาล มาจัด คทช. ที่ทำกินเป็นแปลงใหญ่ แต่อย่าลืมว่าการทำกินบุกรุกป่าเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อย ๑ งานบ้าง ๕ ไร่ ๗ ไร่ สะเปะสะปะไป เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีอะไรดีเท่ากับการให้เช่าป่าไร่ละ ๑๐ บาทก็ได้ การบุกรุกป่าทั่วประเทศแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน อย่างภาคเหนือปัญหาหนัก เพราะเป็นเรื่องชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยรุกจากยอดเขาลงมาทำกินปลูกพืชปลูกผักอะไรก็แล้วแต่ ส่วนภาคอีสานส่วนใหญ่ก็อยู่ขอบ ๆ ในอุทยานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่ภาคใต้อดีตที่ผ่านมา ไม่เอาต้นไม้ซอยเข้าไปปลูกยางพาราต่าง ๆ แต่ปัจจุบันทำไม้ด้วย และเป็นพื้นที่ที่ปลูกยางพารา มากที่สุด ๕.๓ ล้านไร่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานในภาคใต้ ข้าวโพด ๓.๖ ล้านไร่ เฉพาะพืชผล ๒ ตัวนี้เกือบ ๙ ล้านไร่ นอกจากนี้ก็มีมันสำปะหลัง ๑ ล้านกว่าไร่ อ้อย ๑ ล้านกว่าไร่ ปาล์มน้ำมันอีก ๕๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ พืชเกษตรเหล่านี้ประมาณ ๑๒ ล้านไร่ วันนี้การบุกรุก ๒ กรมฟาดเข้าไป ๑๘ ล้านไร่ อีก ๖ ล้านไร่เป็นพืชสวนอย่างอื่น ที่บอกว่า ๖ ล้านไร่ ๕ ล้านไร่ ไม่ใช่ครับ ของจริง ๆ ตัวเลขจริง ๆ ที่ผมยืนยันวันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลผมดูแล้ว เขาก็พยายาม คือทุกคนการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใครก็อยากช่วยชาวบ้านทั้งนั้น แต่การช่วยก็ต้องคำนึงคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย คน ๖๐ ล้านคนเขาก็เดือนร้อน วันนี้เราต้อง รู้ว่าต้นน้ำลำธาร ปิง วัง ยม น่าน ในอดีตที่ผ่านมาที่มีอายุมาก ๆ เราจะเห็นว่าลอยกระทง น้ำยังไหลเต็มหมด วันนี้แห้งหมด แห้งไม่พอยังปนด้วยสารเคมีเต็มไปหมด ลำห้วย ลำธาร ซอกเล็กซอกน้อยแห้งไปหมดอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นไข่แดง ๗๓ ล้านไร่ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลหล่อเลี้ยงน้ำทั้งประเทศ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน น้ำหมดอยู่ไม่ได้นะครับ ประเทศไทยไม่มีหิมะ ไม่สามารถจะหาอะไรมาทดแทนได้ น้ำทะเลท่านคุ้มไหมสูบมาไม่มีทาง วันนี้ถ้าผมเก็งไม่ผิดพลาดเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ท่านจะเห็นประชาชนภาคอีสานไปกองกันอยู่แม่น้ำโขง ทั้งคนทั้งสัตว์เลี้ยงจะเต็มไปหมด เพราะต้นน้ำมันแห้งไปหมด การทำลายป่าไม่หยุดไม่ยั้ง ปีหนึ่งไม่รู้กี่แสนไร่ ป่าไม้ยึดมาก็ยึดมาเป็นรูปคดีแต่ยังไม่ได้ทุนคืน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐ไร่ เพราะฉะนั้นภาพรวมของประเทศวันนี้เราต้องคิดวิธีเพิ่มป่าอย่างไร การเพิ่มป่าผมก็บอกแล้ววันนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อนเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไปให้เขาปลูก รัฐให้เงินปลูก ๓ ปี ๗ ปีเลิก ถอยหลังกลับมา ๒๐ ปีเขาฟันทิ้งหมด ปลูกกะหล่ำปลีหมด ท่านไปดูที่เปียงหลวง เชียงดาว ไม้สนที่คุ้มครองปลูกมา ๒๐-๓๐ ปี วันนี้เหลือเป็นไร กะหล่ำปลีหมด รัฐสูญเสียเงินแล้วไม่มีใครรักษา การปลูกป่าที่ดีวันนี้คือคนปลูกจะต้องได้เงิน จากการปลูกป่าและมั่นคงถาวร ท่านดูประเทศเวียดนาม ประเทศคอสตาริกา ประเทศเวียดนาม เขาก็มีชนกลุ่มน้อยแล้วผ่านสงครามมาเหมือนกัน วันนี้ภูเขาหัวโล้นเขาต้นไม้เขียวหมด สิ่งที่เขาปลูกข้าวโพด ปลูกกะหล่ำปลีเพื่อความอยู่รอดของเขา ต้นไม้วันนี้เราให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพาะกล้าไม้มีความสูง ๘๐ เซนติเมตร ถึง ๑ เมตร ในกล้าไม้ ๑๗๑ ชนิดที่กรมป่าไม้กำหนด เอาไปให้ชนกลุ่มน้อยที่เขาโค่นปลูกป่า วันนี้เราเอาปิง วัง ยม น่าน ต้นน้ำลำธารก่อน โดยคิดค่าโลกร้อนให้เขาเป็นรายปี ไร่ละ ๑๐๐ ต้น ที่ความสูง ๑.๓๐ เมตร เขาจะมีรายรับตลอดชีวิตของเขาแต่ละปี แต่ละปี แต่ละปี เขาจะรักต้นไม้ เป็นชีวิตจิตใจ ดีกว่าไปปลูกลิ้นจี่ ลำไย กะหล่ำปลี ข้าวโพด เทียบกันไร่ต่อไร่เขาจะมีรายได้ มากกว่า ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ต้องเผาป่า ไม่ต้องอพยพเคลื่อนย้าย ไม่ต้องไปยุ่ง เพราะต้นไม้ เหล่านี้อาศัยธรรมชาติ ท่านปลูกแค่ ๔ เดือน ฝนชะรากเดินแล้วไม้ป่าพวกนี้ แต่เราจะต้อง เพาะกล้าไม้ให้มีความสูงที่ได้มาตรฐาน ๘๐ เซนติเมตร ถึง ๑ เมตร คือเป็นกล้าค้างปี ท่านต้องการเพิ่มป่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ๑๒๘ ไร่ วันนี้ ๑๐๒ ไร่ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ขาดอีก ๒๖ ล้านไร่ ทำอย่างไรครับ ถ้าไปให้ปลูกอย่างนี้ไม่มีทางหรอก ไม่มีใครยอมให้พื้นที่ ปลูกป่าหรอกครับ เขาหัวโล้นก็จริงแต่มีเจ้าของหมด ท่านจะต้องให้เขาปลูกแล้วต้นไม้เป็นเงิน สำหรับเขา เขาจะรักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ถ้าไม่พอเอามาป่าสงวน ที่ให้เช่าทั้งหลายให้เขาปลูก ที่เช่าสามารถตัดได้ แต่ท่านยังไม่ตัดท่านก็ได้เป็นเงินตลอดชีวิต ถ้าไม่พอเอาพื้นที่ สทก. มา เอามาจากกรมป่าไม้ ๓๐ กว่าล้านไร่ แบ่งมาสัก ๖-๗ ล้านไร่ เขาไม่อยากปลูกอ้อย ไม่อยาก ปลูกข้าวโพด ไม่อยากปลูกมันสำปะหลัง เพราะถึงเวลาราคาตกต้องเผาไร่ ต้องใช้สารเคมี ท่านปลูกประดู่ มะค่า เทียบจำนวนไร่กับอ้อยกับมันสำปะหลังท่านจะได้ค่าปลูกต้นไม้ คิดมาเป็นเงินมากกว่าสิ่งเหล่านี้ โดยสำนักวิจัยกรมป่าไม้เป็นผู้คิด ซื้อสิอย่างนี้ แก้ง่าย แต่ไม่ทำกัน เรามัวแต่ไปจับ ไปบังคับให้ปลูกแล้วเลิก ๕ ปีย้อนหลังเลิก ๘ ปีย้อนหลังเลิก เขาก็ไปโค่นทิ้งหมด เพราะต้นไม้ไม่ให้คุณค่าอะไรเขาเป็นของหลวง แต่ปากท้องเขาต้องกิน เขาก็ต้องหาพืชอย่างอื่นทดแทนเพื่อเป็นเงินเป็นทอง ข้าวโพดบ้าง อะไรบ้าง แต่ถ้าต้นไม้ เป็นรายได้รายปีเขาจะไม่ไปทำอย่างอื่นแล้ว กอดอยู่กับต้นไม้ตลอด ผมก็มีคำแนะนำแค่นี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิยม พรรคเพื่อไทย ท่านประมวล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านเบญจา พรรคอนาคตใหม่ ท่านเกียรติ พรรคภูมิใจไทย เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ญัตติทั้ง ๑๔ ของผู้แทนราษฎรผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะปัญหาใหญ่ คือเรื่องที่ทำกิน ผมอ่านดูทั้ง ๑๔ ญัตติ ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน คือเรื่องที่ทำกิน เพียงแต่ปัญหาบางอย่างอาจจะแตกต่างกัน บ้านผมสกลนครอีสานเหมือนกัน ก็มีปัญหาเรื่องที่ทำกินและมีมานานแล้ว เรียกว่าปัญหาโลกแตก เพราะฉะนั้นทั้ง ๑๔ ญัตติ ไปตั้งกรรมาธิการ ผมก็อยากเห็นว่ากรรมาธิการฝากทั้ง ๑๔ ญัตติ อย่าไปคิดแต่เรื่องเก่า คิดเรื่องใหม่เลยว่าทำอย่างไรจะแก้กฎหมาย ๑๐ กว่าฉบับเกี่ยวกับป่าไม้ เกี่ยวกับที่ดิน อย่าเอาเปรียบชาวบ้าน ท่านประธานครับ ปัญหาที่เราเขียนกฎหมายในรัฐธรรมนูญอ้างมาตรา ๗๗ ไว้ชัดเจนว่า การเขียนกฎหมายต้องสอบถามชาวบ้าน ท่านไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ให้สอบถามชาวบ้านและออกเท่าที่จำเป็น แต่ในกฎหมายทั้ง ๑๐ กว่าฉบับ ปรากฏว่าเป็นกฎหมายที่เอาเปรียบชาวบ้านทั้งนั้น ผมอ่านให้ท่านประธานฟังนิดเดียว มาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ หลายคนอ้างถึงปี ๒๕๔๐ เขียนไว้วันนี้ ผิดหมดครับ เขียนบอกว่าฐานความผิดนั้นเข้ายึดครองคนสร้างกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นการทำลายป่าทำให้เสียสภาพที่ดิน ที่หิน ที่ทราย ผิดหมดครับ เพราะฉะนั้นพวกไป หาเห็ดหาอะไรผิดหมด ติดคุกเห็นหรือไม่ แต่พวกอยู่บนเขาไม่ติดเพราะมีบารมี อันนี้ประชาชน เสียเปรียบ ที่บ้านผมก็มีลักษณะแบบนี้เพียงแต่เป็นแบ่งเขตของผมพวกหมู่บ้านรอบหนองหาร ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ท่านประธาน เพราะว่าแถวนั้นติดพระราชกฤษฎีกา เขตหนองหาร พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๔ ก็เขียนในแนวเดียวกันล่ะท่านประธาน เอาเปรียบไปหมดเลย เขตหนองหารเขียนไว้อย่างนี้ผมไปอ่านดูแล้ว คือบริเวณน้ำท่วมถึงเขียนแบบนี้มาได้อย่างไร ออกไม่ได้สักอันวันนี้ เพราะในสมัยก่อนไม่มีชลประทาน ไม่มีประตูน้ำ เวลาน้ำหลากมาถึงทุกที่ แต่เวลาแห้งแล้งแล้งลงมาเป็นไม่รู้กี่กิโล ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าแตกต่างในลักษณะ ส่วนพวกที่อยู่ในภูเขาวันนี้มีอยู่ ๒ เรื่อง เขตอุทยานแห่งชาติ กับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในอำเภอภูพานของผม ๔-๕ ตำบลออกเอกสารสิทธิไม่ได้เพราะเหตุนี้ ผมเห็นในตำบลโคกภูเป็นที่ตั้งของอำเภอภูพานออกเอกสารสิทธิไม่ได้หรอกท่านประธาน เพราะเป็นป่าสงวนกับเขตอุทยาน ในสมัยหนึ่งเมื่อ ๓๐ ปี ชาวบ้านฆ่าผู้ช่วยอุทยานตายเลยนะ ในการไล่ออกจากที่ดิน ผมถึงบอกว่าอันนี้เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาโลกแตกก็เป็นความหวังว่า ถ้าคณะกรรมาธิการชุดนี้เข้าไปทำรัฐบาลจะรับฟังหรือไม่ ผมเห็นทำมาหลายรอบแล้ว เรื่องที่ดินนี้ ตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนมา ๑๐ กว่าปี เขายึดอำนาจไป ๖ ปี มันก็แบบนี้ท่านประธาน ทำไปแล้วก็ไม่เห็นใครแก้อะไร ผมจึงเป็นห่วงว่านี่เสียเวลาเปล่าหรือไม่ ฝากท่านประธานว่า คณะกรรมการชุดนี้อยากเห็นจริง ๆ ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ทีนี้บ้านผมบางตำบล บางอำเภอ แบบอำเภอโพนนาแก้ว อำเภอกุสุมาลย์ ตำบลบ้านโพน บ้านนาจาน บ้านหนองอีเลิง ออกเอกสารสิทธิไม่ได้เพราะเหตุใด เขาบอกว่าทำเลเลี้ยงสัตว์ ดูเอาเถอะท่านประธาน บอกทำเลถึงเลี้ยงสัตว์ พูดขึ้นมาเฉย ๆ แบบนี้ก็ออกไม่ได้แล้ว อันนี้คือกฎหมายเขียนเอาชนะ ชาวบ้าน ชาวบ้านสู้ไม่ได้ครับ ก็เป็นความหวังกรรมาธิการชุดนี้เข้าไปทำ รัฐบาลรับไว้ด้วย ไม่ใช่ทำมาเกือบตาย ๑๒๐ วัน ๓๐ วัน ๖๐ วัน ๙๐ วัน สุดท้ายเหลว ผมถึงว่าปัญหาโลกแตก วันนี้รัฐบาลไม่มีทางออก ไล่พระตอนนี้สำนักสงฆ์ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ในป่าสงวน อะไรนี้ถูกไล่บอกว่าต้องออก ท่านประธานครับ รู้หรือไม่ครับว่าป่าทุกวันนี้อยู่ได้เพราะ พระตั้งสำนักสงฆ์ ใครมาทำอะไรไม่ได้ ท่านไปดูที่บ้านผมเห็นชัด ๆ ใกล้ตัวเมือง ภูผาแด่นเอย วัดหนองไผ่ ป่าหนองไผ่เอย วัดดอยธรรมเจดีย์เอย ป่าเต็มไปหมดเดี๋ยวนี้ เพราะพระไม่ให้ คนมาตัดต้นไม้ ใช้กุศโลบายต้นไม้ใหญ่ ๆ เอาจีวรมาห่มไว้ ใครมาตักบาตรต้องไปขอหวย อันนี้เป็นกุศโลบาย ท่านไม่ต้องมาไล่หรอกพระกลุ่มนี้ป่าอยู่ได้เพราะพระ อันนี้คือประการหนึ่ง ผมเห็นในหลายเรื่องที่เอาเปรียบกันเพราะกฎหมายเขียนไม่ถามประชาชน ไปถามจาก หน่วยงานรัฐ ผมจึงบอกว่า ๑๐ กว่าฉบับของกฎหมายเกี่ยวกับป่า เกี่ยวกับที่ดินป่าสงวน ทั้งหลายไปแก้ในบางอย่าง มันเป็นปัญหาโลกแตกที่ผมเล่ามาแล้วว่าใครบุกใคร ประชาชน บุกป่าหรือราชการบุกประชาชนทำให้มันแจ้ง ประธานครับ อย่าให้มันคาราคาซังอยู่เหมือนทุกวันนี้ ถ้าตราบใดยังทำอยู่แบบนี้แก้ปัญหา ไม่ได้ละครับ มันปัญหาโลกแตก อยู่เฉย ๆ ไปบ้านแถวกุสุมาลย์บอกว่าทำเลเลี้ยงสัตว์ ผมยังงง อยู่เฉย ๆ บอกทำเลเลี้ยงสัตว์ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ ต้องเข้าใจนะท่านประธาน ที่ดินทำกิน ท่านประธานเป็นเศรษฐีไม่เป็นไร แต่พี่น้องบ้านผมที่ดินเป็นชีวิตจิตใจของเขา อย่างน้อย ก่อนจะตายมีที่ดินพอให้แมวดิ้นตายได้ก็พอแล้ว ผมเอาแค่นี้ละครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านประมวลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานถึงปัญหาที่ดินทำกินซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ ของประเทศ เรามาเป็นผู้แทนทุกสมัยมีคณะกรรมการสามัญหรือวิสามัญชุดนี้อยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้แก้ปัญหา เพราะฉะนั้นรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ดินทำกินเป็นอย่างมากเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน จึงมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติซึ่งออกมาตาม พ.ร.บ. คณะกรรมการ นโยบายแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันนี้ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานพูดเฉพาะปัญหาในเขตพื้นที่ผมคือเรื่องปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในเขตนิคมสหกรณ์บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ ๑๖๐,๐๐๐ ไร่ เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เป็นป่าเขาไชยราช ป่าคลองกรูด และป่าพุน้ำเค็ม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว อยู่ติดสาย ๔ คือถนนเพชรเกษมระหว่างอำเภอทับสะแกจนไปถึงอำเภอบางสะพานน้อย พื้นที่ ๒ ข้างทางซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญ ซึ่งมีพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เต็มพื้นที่ แต่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นการทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะทำได้เต็มที่ ไม่ว่า การพัฒนาของหน่วยงานต่าง ๆ ในการทำถนน ในการขยายเขตไฟฟ้า เพราะพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติซึ่งเราได้ดำเนินการแต่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ นี้ สามารถที่จะ ดำเนินการแก้ปัญหาให้พี่น้องที่อยู่ในเขตนิคมสหกรณ์ทั่วประเทศได้ โดยมีพระราชบัญญัติ จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ปี ๒๕๑๑ ซึ่งรัฐมีอำนาจจัดสรรที่ดินของรัฐให้กับราษฎร เป็นการตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นมาเพื่อตราเป็นการจัดตั้งนิคมสหกรณ์หรือจัดตั้งนิยม สร้างตนเอง ซึ่งมีเคส (Case) เป็นตัวอย่างแล้วคือนิคมสหกรณ์ชะแวะ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งได้เพิกถอนป่ามาตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ และจัดตั้งเป็นนิคมสหกรณ์ถูกต้อง ตามกฎหมายและเพื่อออกเอกสารสิทธิ ออกอย่างไรท่านประธานทราบไหม ตอนนี้กรมป่าไม้ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โดยให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นประชุมสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยขอความเห็นชอบจากประชาชน ในพื้นที่เพื่อให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ขออนุญาตใช้จากกรมป่าไม้ เมื่อกรมป่าไม้อนุญาตให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ออกหนังสือ ป.ส.๒๓ คำว่า ป.ส.๒๓ นี้คือเป็นหนังสือรับรองที่กรมป่าไม้ ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่นิคมสหกรณ์ในพื้นที่นั้น ๆ และหลังจากนั้น คณะกรรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติสามารถที่จะวางแผนวางนโยบายเพื่อออกเอกสารสิทธิ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ ออกอย่างไร หลังจากที่ผมว่าดังกล่าวข้างต้นแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ ก็สามารถสั่งหน่วยงานต่าง ๆ กรมป่าไม้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ไปดำเนินการ ดำเนินการ อย่างไรครับ เพื่อเพิกถอนป่า หลังจากกรมป่าไม้เสนอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีเพิกถอนป่า คณะรัฐมนตรีก็เพิกถอนป่า เพราะฉะนั้นหลังจากเพิกถอนป่าก็ออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อจัดสรรที่ดินให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นตาม พ.ร.บ. ของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ เมื่อถูกต้องตามหลักการที่ผมว่าอย่างนั้นแล้วก็สามารถตั้งนิคมสหกรณ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อนิคมสหกรณ์ถูกต้องตามกฎหมายได้ เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็สามารถไป ดำเนินการจัดสรรพื้นที่ต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวโดยการออก กสน.๓ และหลังจากออก กสน.๓ เสร็จ ก็ออก กสน.๕ เมื่อเสร็จจาก กสน.๕ แล้วก็สามารถออกเป็น โฉนดที่ดินได้ ดังที่ผมกล่าวมาแล้วว่านิคมสหกรณ์ชะแวะที่อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ตอนนี้ก็ยังออกโฉนดยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก่อนที่จะ ถึงจุดนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินี้ได้ดำเนินการ ประชุมและสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทุกหน่วยงานได้แก้ปัญหาพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ อย่างเช่นปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นิคมสหกรณ์ก็ไม่สามารถรับสิทธิ ต่าง ๆ ได้ตามนโยบายรัฐบาล ไม่ว่าประกันรายได้ยาง ไม่ว่าประกันรายได้ปาล์ม ผมก็อยากเรียกร้อง ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินี้ได้สั่งการให้ประชุมเพื่อวางแผนให้กรมต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ อย่างเช่นกรมป่าไม้ให้ออกหนังสือรับรอง ป.ส.๒๓ ที่ผมกล่าวไปแล้วข้างต้นนี้ ให้กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ประกาศในพื้นนี้ว่ามีหนังสือ ป.ส.๒๓ และพี่น้องเกษตรกรที่ประกอบอาชีพอยู่ตรงนั้นจะได้รับค่าชดเชยต่าง ๆ เหมือนกับพี่น้อง ที่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ถ้าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแก้ปัญหา ผมคิดว่าแก้ได้ถ้าจริง ถ้าเอาจริง เพราะส่วนใหญ่ที่ดินที่ผมกล่ามาแล้ว ข้างต้นนี้ไม่ได้เป็นที่ดินที่อยู่ในป่า ที่ดินอยู่ลึก เพราะที่ดินอยู่ในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชน มีทั้งวัด มีทั้งโรงเรียน มีทั้งหน่วยงานราชการ โรงพัก บางแห่งมีอำเภอ มีตลาดอยู่ในที่ดิน ป่าสงวนเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียกร้องถึงรัฐบาลโดยผ่านท่านประธานไป ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นมาก็ขอให้ดำเนินการแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรโดยผ่าน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติซึ่งระดับจังหวัดก็มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ มีมาตลอด ผมกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าถ้าสภาของเราเข้มงวดกวดขันหรือเอาจริงเอาจัง โดยการผ่านนโยบายของรัฐบาลเราก็สามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนของเราในพื้นที่ได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านเบญจาเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันและคณะเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินในทุกมิติอย่างครบถ้วน อย่างเป็นระบบ และบรรจุ ให้เป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ ท่านประธานคะ ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานาน อีกทั้งการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินก็เป็นปัญหาเรื่องระดับชาติเกิดขึ้นในหลายรัฐบาลมาแล้ว ดิฉันรู้สึกโกรธทุกครั้งที่มีการพูดเรื่องปัญหาที่ดินและผังเมืองซ้ำไปวนไปวนมา แต่การแก้ปัญหา ก็ยังไม่เคยสามารถแก้ได้สักที ๕๐ ปีผ่านไปแล้ว มีการออกกฎหมายลิดรอนสิทธิประชาชน จับประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยติดคุกไปก็แล้ว แต่การแก้ปัญหาก็เหมือนวนอยู่ที่เดิมแล้วก็ กลับมาเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ทุกครั้ง ดิฉันเกิดและโตมากับโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern seaboard) ในภาคตะวันออก ดิฉันก็ได้เห็นการต่อสู้เรื่องที่ดินที่ทำกินของพี่น้องประชาชน มาตลอด ปัจจุบันปัญหาเหล่านั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) กำลัง จะเข้ามาทดแทนเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ เหมือนหนังเก่าแต่เป็นหนังม้วนเก่าที่กำลังเข้ามา รีเมก (Remake) อีกด้านหนึ่งก็คือรัฐบาลไม่เคยสนใจและไม่เคยได้ทำเลยก็คือการทบทวน บทเรียนกับหนังเรื่องก่อนว่ามีผลเสียอย่างไร ทั้งเรื่องที่ดิน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานคะ อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern seaboard) ซึ่งในยุคของรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มีวรรคทองหนึ่งที่ติดหูมากว่า โชติช่วงชัชวาล ดังมากในสมัยนั้น การเปลี่ยนเมือง จากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรมนำมาซึ่งผลกระทบอย่างวงกว้างอย่างเห็นได้ชัด ข้อเท็จจริงคือมีประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่นกัน คงไม่มีใครในที่นี้ที่ไม่รู้จักนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและท่าเรือแหลมฉบัง ถ้าเราลองกูเกิล (Google) ดู เราก็จะทราบว่าเกิดผลกระทบเลวร้ายอะไรบ้างในพื้นที่เหล่านั้น แม้กระทั่งเวลานี้ ๔๐ ปีผ่านไปแล้วคำถามสำคัญก็คือคนข้างล่าง คนตัวเล็กตัวน้อยและประชาชนได้อะไร จากอภิมหาโครงการที่ต่อยอดจากความโชติช่วงชัชวาลไปสู่มหานครแห่งอนาคตนี้ ในปัจจุบัน สิ่งที่ดิฉันยังเห็นอยู่ ดิฉันยังเห็นประชาชนจำนวนหนึ่งในแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีที่ยังไม่ได้รับ การเยียวยา ๔๐ กว่าปีผ่านไปแล้ว เปลี่ยนรัฐบาลมาหลายสมัยชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับค่าเวนคืน จนเป็นปัญหามาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ค่ะ🔗
ตำบลห้วยโป่ง ตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง เกิดปัญหาความเดือดร้อน เกี่ยวกับที่ดินซึ่งรัฐได้ประกาศเป็นเขตหวงห้ามตาม พ.ร.ก. ประกาศเขตหวงห้าม ปี ๒๔๙๒ แต่ประชาชนได้เข้ามาครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่นี้มาก่อนปี ๒๔๗๓ พื้นที่นี้เป็นเขตหวงห้าม มีจำนวนประมาณ ๔๓,๐๐๐ กว่าไร่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ๘,๐๐๐ กว่าครัวเรือน และมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ๓๒,๐๐๐ กว่าคน🔗
ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลแสมสารมีมากกว่า ๗,๐๐๐ คนค่ะ เป็นพื้นที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ประชาชน ในพื้นที่อาศัยอยู่ที่นี่มายาวนานนับร้อยปี มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค.๑ แล้วก็ที่ดินตรงนี้ มีปัญหาข้อพิพาทกับฐานทัพเรือมากว่า ๕๐ ปี ปัจจุบันเราก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ค่ะ ในขณะที่พื้นที่อีอีซี (EEC) ได้เปิดโอกาสให้มีการเช่าที่ดินได้ชั่วลูกชั่วหลาน ๙๙ ปี เปิดโอกาส ให้นักลงทุนมาลงทุนโดยไม่ต้องเสียภาษี เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติมาซื้อห้องชุดได้ยกตึก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่น่าเศร้าเสียใจมาก โมเดล (Model) แบบนี้ ให้สิทธิพิเศษแบบนี้แบบอีอีซี (EEC) กำลังจะเคลื่อนย้ายไปไว้ในภาคใต้แล้วใช้ชื่อมันว่า จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรม ก้าวหน้าแห่งอนาคต ต้องถามก่อนว่าอนาคตของใคร อนาคตของนายทุนหรือว่าอนาคต ของประชาชน เป็นเรื่องน่าเศร้าอีกครั้งค่ะ ที่พื้นที่เขตเศรษฐกิจเหล่านี้ประชาชนคนไทย กลับถูกไล่ที่ค่ะ อย่างน้อยเขาก็อาจจะได้เช่าแค่ ๓-๕ ปี แต่ก็ต้องมีการต่อสัญญาทุก ๆ ปี แต่นายทุนต่างชาติกลับได้เช่าพื้นที่ ๙๙ ปีค่ะ🔗
ท่านประธานคะ พื้นที่บริเวณเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เกษตรกรที่เคยเช่าที่ดินทำเกษตรและทำประมงมายาวนาน พื้นที่นี้ถูกยกเลิกสัญญาเช่าโดยทันที เมื่อนิคมอุตสาหกรรมเข้ามาตั้งในพื้นที่เกษตรชั้นดีที่พวกเขาทำกินกันมาตลอดชั่วอายุคน🔗
อำเภอพานทอง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่นี้ มีคนพยายามกำลังจะปั้นให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม แต่พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ผลิตข้าวปลาอาหาร ให้คนทั้งประเทศกินและเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาหารส่งออกนำรายได้เข้าสู่ประเทศด้วยค่ะ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีชาวประมงมากกว่า ๑,๐๐๐ คนที่กำลังจะถูกทำลายอาชีพ จากนโยบายรัฐที่กำลังส่งเสริมเรื่องการถมทะเลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนค่ะ🔗
ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง มีประชาชนมากกว่า ๑,๐๐๐ คนค่ะ คนเหล่านี้กลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยไปแล้ว ไร้ที่ทำกิน ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่และได้รับ ผลกระทบจากผังเมืองที่ไม่มีประชาชนมีส่วนร่วมด้วยเลย ผู้ได้รับความเดือดร้อนตามแนว เวนคืนที่ดินรถไฟฟ้าความเร็วสูงมีไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ครัวเรือน และมีประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนมากกว่า ๑๖,๐๐๐ คนแน่ ๆ ที่ผ่านมาสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุดของผังเมืองก็คือ การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา ๔๔ เพื่อยกเลิกผังเมืองเดิมและให้อำนาจกับคณะกรรมการ ผังเมืองใหม่ ถ้าที่ดินคือชีวิต ผังเมืองคือหัวใจค่ะ การออกแบบวางเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ควรจะแบ่งที่อย่างไร รัฐบาลควรจะเรียนรู้จากผลจาก อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern seaboard) เป็นต้นมา และเดิมทีพื้นที่อุตสาหกรรมกับพื้นที่ชุมชนก็แยกจากกันโดยมีบัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) กันเอาไว้ แต่พอเศรษฐกิจขยายตัวค่อนข้างดีผังเมืองก็ได้ถูกแก้ไขและ ให้ขยายไปทับพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ทั้งหมดนี้โรงงานจะไปตั้งอยู่ตรงไหนก็ได้ โรงงานอุตสาหกรรม สามารถไปตั้งอยู่ข้างบ้านท่านได้ทุกที่เลยค่ะ นี่คือการออกแบบหัวใจที่ทำให้ชีวิตมีปัญหา จริง ๆ ผู้ที่ต้องเรียนรู้และแก้ไขคือรัฐบาลที่บอกว่าจะเข้ามาปฏิรูปประเทศค่ะ เรามีทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา ๔๔ และสุดท้ายสิ่งที่ออกมาคืออะไร คือการยกเลิกกระบวนการจัดทำ ผังเมืองและมีการจัดทำผังเมืองที่คณะกรรมการกำหนดเอง ดิฉันไม่เห็นประโยชน์ของ การเสียเวลาไปมากกว่า ๕ ปี แต่มีสภาปฏิรูป ๒ สภาไปเพื่ออะไร ดิฉันขอสรุปว่าเราทุกคน ในที่นี้มักจะพูดกันอยู่เสมอและทราบกันดีว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคนเท่า ๆ กัน มีประชาชนคนไทยอาศัยอยู่ในพื้นที่ของการพัฒนาเหล่านั้น เขาส่งเสียงตะโกนบอกเสียง ของเขาว่าเขาไม่เคยขัดขวางการพัฒนา ไม่เคยขัดขวางความเจริญเลยค่ะ เขาเห็นด้วย และเขาต้องการให้พื้นที่ที่เขาอยู่มีความเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยกับ การพัฒนาที่ไม่นับรวมพวกเขา ขอสรุปว่าดิฉันอยากจะเชิญชวนสมาชิกทุกท่านร่วมกัน สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและออกแบบผังเมือง เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินในทุกมิติอย่างครบถ้วนเพื่อคำนึงถึงประชาชนทุกคน เพื่อช่วย ออกแบบชีวิตและหัวใจให้กับพวกเขาและดิฉันอยากจะขอบอกว่าพื้นที่เหล่านี้ประชาชน ส่งเสียงตะโกนของเขาว่าเขาลำบากมากขนาดไหน เราต้องไม่ยอมปล่อยให้เสียงตะโกน ของพี่น้องประชาชนดังเบาไปกว่าเสียงกระซิบของนายทุนนะคะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านเกียรติเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ท่านสมาชิกในสภาหลายท่านได้อภิปรายเรื่องกฎหมายญัตติเรื่องปัญหาที่ทำกิน กระผม ในพื้นที่จังหวัดลพบุรีก็มีอยู่จำนวนมากที่เป็นพื้นที่ ภบท.๕ พื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งหมด ซึ่งราษฎร ทุกคน ชาวบ้านทุกคนประสบปัญหาอย่างเช่น อำเภอชัยบาดาล มี ๑๗ ตำบล ๑๗ ตำบลนี้ มีพื้นที่ ภบท.๕ อีกทั้ง ๑๐ ตำบล เหลือ ๗ ตำบลที่มีพื้นที่โฉนด น.ส.๓ อยู่ อำเภอท่าหลวง มีทั้งหมดทุกพื้นที่ที่เป็น ส.ป.ก. ไม่มีจุดไหน มีบางจุดเท่านั้นเองที่ว่าเป็นโฉนด ไม่ทราบว่า ความแตกต่างอย่างไร อำเภอลำสนธิทั้งหมดมี ๖ ตำบล มี ๕ ตำบลที่มีพื้นที่เป็นพื้นที่ ภบท. มี ๑ ตำบลที่เป็นพื้นที่มีโฉนด โคกเจริญ สระโบสถ์ พัฒนานิคมก็เช่นกัน ทั้งหมดนี้ ๖ อำเภอ เป็นพื้นที่ที่มีเป็น ภบท.๕ เกือบทั้งหมด เกือบครอบคลุมทั้งอำเภอ ทีนี้รัฐบาลผมก็ไม่ทราบคือ ว่าชาวบ้านมาอยู่ก่อน อยู่ก่อนป่า มาบุกรุกป่า แต่ชาวบ้านเขาบอกเขามาอยู่ราว ๗๐-๘๐ ปี ทุกคนที่มาอยู่เขาก็ได้สร้างบ้านสร้างอะไรอยู่ วันดีคืนดีก็มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ ของรัฐเข้ามาบอกว่าอันนี้คือบุกรุกป่า ท่านประธานลองไปดูหรือว่าให้เจ้าหน้าที่ไปดูในพื้นที่ ของจังหวัดลพบุรี พื้นที่ป่าสักต้นก็ไม่มีนะครับ นอกจากป่าไม้ซับลังกาที่เป็นพื้นที่ป่าอยู่ ที่ชาวบ้านช่วยกันรักษา และมีหน่วยรักษาป่าซับลังกาอยู่ นอกจากนั้นเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ เพาะปลูกเป็นพื้นที่เรียบ ไม่มีต้นไม้สักต้น มีไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ไม่ทราบว่าคือเป็นพื้นที่ป่า ได้อย่างไร ชาวบ้านเขาบอกว่าเขามาอยู่ได้ตกประมาณราว ๗๐-๘๐ ปีแล้ว และเป็นพื้นที่ป่า มีบางอำเภอ เช่น อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ พื้นที่ว่าการอำเภอ มีโฉนด อำเภอท่าหลวง ที่ว่าการอำเภอยังไม่มีโฉนด ไม่มีอะไร และสถานีตำรวจก็ไม่มี ท่านลองนึกสภาพดูว่าคือพื้นที่ ที่ไม่มีโฉนดเขาสร้างสถานที่ราชการเขาสร้างขึ้นมาแล้ว ธนาคารก็มี วัดก็มี โรงเรียนก็มี เป็นการก่อสร้างขึ้นมาคือจะทำอย่างไรในข้อกฎหมายนี้เพราะชาวบ้านทุกคนต่างมีความคิด ที่ว่าเราอยู่ในพื้นที่นี้มานานแล้ว ทำไมถึงได้รับสิทธิไม่เท่ากัน แล้วมีอยู่ปีหนึ่งที่ทางส่วนราชการออกมาสนับสนุนโครงการให้ปลูกป่าและปลูกต้นสัก บอกชาวบ้านบอกให้ปลูกต้นสักปลูกต้นอะไรต่ออะไรเพื่อต้องการตัดไม้ขายได้ พอถึงเวลา ต้นสักเติบโตออกมาขายได้ ช่วงนี้เขาบอกว่าเป็นที่ของเขตป่าสงวนห้ามตัด ถ้าตัดมีความผิด อันนี้ไม่ทราบว่ารัฐบาลหลอกประชาชนหรือประชาชนฟังผิดที่รัฐบาลพูดขึ้นมาว่าคือให้ ปลูกป่าได้ ปลูกป่าเสร็จแล้วขายได้ เพราะว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่เป็นใบ ภทบ.๕ ท่านบอกว่าปลูกไม่ได้ปุ๊บชาวบ้านก็จะได้ไม่ปลูก คือหลอกให้ชาวบ้านปลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็บอกว่าตัดไม่ได้ ตัดไม่ได้ก็กลายเป็นป่า ปลูกต้นยูคาลิปตัสก็ตัดไม่ได้ ปลูกต้นอะไร ก็ตัดไม่ได้ ตอนนี้ชาวบ้านที่ปลูกอ้อย ปลูกอะไรต่ออะไรทั้งหมดประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่อำเภอชัยบาดาล ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของอำเภอท่าหลวงแล้วก็ประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ของอำเภอลำสนธิ อำเภอโคกเจริญ ที่อยู่ในเขตป่าสงวนทั้งหมด ทีนี้รัฐบาลจะทำอย่างไร กับชาวบ้านที่เขาไปทำมาหากินอยู่ด้านการเกษตร อยากทราบว่าชาวบ้านจะต้องทำอย่างไร ถึงจะไม่ให้ถูกจับในการเข้าไปทำมาหากิน แล้วมีอีกอย่างหนึ่งท่านประธาน คือรัฐเคยบอกว่า พื้นที่ถ้าเกิดว่าไปเช่ากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเช่ากรมป่าไม้ ทางอำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง แล้วก็อำเภอลำสนธิ อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญก็ได้ไปเช่าแล้ว เช่าเสร็จแล้วมันมีปัญหาอยู่ว่าเมื่อการเช่าไปเสร็จเรียบร้อย เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาเขาก็บอกว่าเขาเลิกเช่าแล้ว เลิกให้เช่า แล้วชาวบ้านเขาก็ทำมาหากินตลอด อันนี้หมายความว่าอย่างไร เพราะผมไม่เข้าใจว่าคือระเบียบของรัฐแล้วก็ความแน่นอนของรัฐ จะให้ชาวบ้านทำอย่างไร มาเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ซึ่งจังหวัดลพบุรีที่กระผมอยู่นี้เป็น พื้นที่ที่เรียบแล้วไม่มีภูเขา ป่าไม้ก็ไม่มี ยังนึกน้อยใจว่าไปดูจังหวัดเลย จังหวัดเชียงใหม่ หรือว่า จังหวัดอะไรต่าง ๆ ที่มีภูเขามีอะไรอยู่ ทำไมเขามีป่าไม้มีภูเขาสูงขนาดนั้น พื้นที่ลาดชัน กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ของเขาออกโฉนดได้ ทำไมจังหวัดลพบุรีของเราถึงออกโฉนดไม่ได้ เป็นกฎ ที่ไม่เท่าเทียมกัน ผมจึงขอเรียกร้องความเป็นธรรมแล้วก็ขอให้สภาแห่งนี้พิจารณาญัตติที่ดิน ทำกินที่อยู่อาศัยและการออกเอกสารสิทธิให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและ ของชาวบ้านทุกจังหวัดไม่ใช่จังหวัดลพบุรีจังหวัดเดียว เพราะเรื่องนี้ความเดือดร้อนมันตกอยู่ กับประชาชนทุกคนที่ทำการเกษตรด้วยความบริสุทธิ์ใจครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ต่อไปนะครับ ท่านสมชาย พรรคอนาคตใหม่ ท่านเสมอกัน พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านคารม พรรคอนาคตใหม่ และท่านประกอบ รัตนพันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านสมชายครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมได้อภิปรายเรื่องนี้เพื่อสนับสนุนญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและเอกสารสิทธิ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย เอกสารสิทธิ มันเป็นเรื่องเดียวกัน นอกจากนั้นถ้าเรามองในประเด็นของทั้งส่วนของประชาชนและส่วนของรัฐ มันสัมพันธ์ไปถึงสิ่งแวดล้อม มันสัมพันธ์ไปถึงสังคมวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย แน่นอนครับ เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาเอกสารสิทธิ และปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นมหากาพย์ มันเหมือนกับมหากาพย์ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เรื่องที่ดินก็เป็นเรื่องที่เป็นประเด็น และประเด็นที่จะต้องพูด ก็คือประเด็นของความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่มีโอกาสทางการเมือง ที่มีโอกาสในการกำหนด นโยบาย และกลุ่มที่มีโอกาสในการแย่งชิงทรัพยากรยิ่งผ่านยุค พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ท่ามกลางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ออกมาหลายแผนแล้ว แต่สิ่งหนึ่ง ที่เราปรากฏเห็นก็คือวันนี้สภาพของการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างผู้มั่งมีทั้งหลายที่พยายาม เบียดขับทรัพยากรไปจากมือของประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ เราจึงเห็นบางคน บางครอบครัว บางสกุลครองที่ดินหรือครอบครองที่ดินเป็นแสนไร่ ขณะที่คนเป็น ๑๐ ล้านคนไม่มีทำกิน มันเกิดอะไรขึ้นครับ ความขัดแย้งและการแย่งชิงทรัพยากรไม่พอระหว่างคนมั่งมีกับคนจน แต่วันนี้มันลงมาด้วยครับ รัฐไทยก็ลงมาแย่งทรัพยากรกับประชาชนผ่านนโยบายที่เป็นกฎหมาย ผมขอยกตัวอย่าง เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมว่ารัฐได้เข้ามาแย่งทรัพยากร เรื่องอีอีซี (EEC) ที่รัฐไทยยอมลงทุน เป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทเพื่อที่จะเชิญนักลงทุนมาลงทุนในประเทศแล้วยกภาษีให้ ขับไล่ พี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่แบบเราเก็บของเสียทิ้งไปนอกบ้านไม่แยแส ที่จะยกประเด็น วันนี้ก็คือเรื่องราวของอุทยานแห่งชาติเขาบูโดและสุไหงปาดี ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็น เขตอุทยานแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๔๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมว่าในพื้นที่ ที่มีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาบูโดและสุไหงปาดีมีพี่น้องอยู่กันประมาณ ๗,๐๐๐ ครัวเรือน และที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติได้ไปทับซ้อน ที่ทำกินของพี่น้องประชาชนประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ นั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหาว่ารัฐได้มอง ประชาชนอย่างไร อำนาจทางการเมืองที่เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดในเชิงนโยบายพี่น้อง ที่อยู่ในพื้นที่เทือกเขาบูโด เขตอุทยานแห่งชาติเขาบูโดและสุไหงปาดีร่ำไห้รวมตัวกันเพื่อที่จะ ตั้งเป็นขบวนการของเขาในการที่จะต่อรองกับเจ้าหน้าที่รัฐและอำนาจรัฐว่าช่วยดูแลเขาด้วย ถามว่าพื้นที่มันเป็นอย่างไรละครับ นี่คือพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่เขาอยู่กันมาเป็นร้อยปี โดยเฉพาะมีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ามีมัสยิดที่มีอายุประมาณ ๓๐๐ ปี รุ่นราวคราวเดียวกับ มัสยิดกรือเซะที่จังหวัดปัตตานี แต่วันนี้เขาอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่ที่โคตรตระกูล เขาอยู่มาเป็นร้อยปีกลายเป็นผู้บุกรุก และกำลังว้าเหว่รอการแก้ปัญหา ฉะนั้นการหาทางออก การแก้ปัญหาที่ทำกินที่อยู่อาศัยในเอกสารสิทธิเรากำลังกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำ อันดับหนึ่งของโลกเพราะเรามองคนจนหรือชาวบ้านแบบของเหลือใช้ในบ้านคนรวยที่พร้อม จะขว้างทิ้งเมื่อไรก็ได้ คนจนทั่วประเทศจึงถูกเบียดขับด้วยนโยบายและกฎหมายของรัฐ ที่มีกลุ่มคนจำนวนน้อยที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย วันนี้ก็เช่นกันครับ คนกลุ่มนี้ก็อาจจะเป็น ส่วนหนึ่งที่มีอำนาจทางการเมืองอยู่ การตั้งคณะกรรมาธิการในการที่จะแก้ไขปัญหาพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศที่มีประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องหาทางออก เพื่อพาประเทศและคนไทยไปข้างหน้าอย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านเสมอกัน🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ทั้งหมดวันนี้ ๑๔ ญัตติมีผู้ร่วมอภิปรายเสนอและสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนไม่รู้อีกจำนวนเท่าไร ทุก ๆ ท่าน ได้พูดกันถึงปัญหาที่ได้พบกัน ในวันนี้การอภิปรายของผมจะขอพูดถึงปัญหาให้น้อยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าแต่ละท่านที่อภิปรายวันนี้ปัญหาก็จะไม่ต่างกันมาก ในวันนี้ผมจะขอเสนอ มุมมองในเรื่องของการปฏิบัติในการแก้ไข แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเฉพาะในพื้นที่ของผม ให้ท่านฟังสักเล็กน้อย อำเภอด่านช้างซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอำเภอ ที่ใหญ่ที่สุดมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ ไร่ เปรียบเทียบก็ประมาณใกล้ ๆ ๑,๒๐๐ ตารางกิโลเมตร หลาย ๆ ท่านอาจจะนึกไม่ออกว่าใหญ่ขนาดไหน ก็ใหญ่กว่าประเทศสิงคโปร์ สักประมาณ ๑.๕ เท่า ใหญ่กว่าจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดสมุทรสาครรวมกันเนื้อที่พอ ๆ กับจังหวัดสมุทรปราการทั้งจังหวัดนี่คือแค่อำเภอเดียว แต่อำเภอนี้มีพี่น้องประชาชนประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนเศษ แต่ที่น่าตกใจคืออะไร ทั้งอำเภอมีการออกโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ถึง ๒๐๐ ฉบับ เนื้อที่ทั้งหมด ๑,๐๐๐ กว่าไร่ มีเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ประมาณแสนไร่เศษ เหลือเนื้อที่อีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ที่เป็นพื้นที่ป่าไม้ เป็นพื้นที่อุทยาน ตรงนี้ละครับที่เป็น ปัญหา อำเภอด่านช้างมีแม้กระทั่งชนเผ่าชาติพันธุ์ แต่เป็นคนไทยแท้มีบัตรประชาชน มีสิทธิ ลงคะแนนได้ คนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่มีที่ดินทำกิน วันนี้ที่ผมจะพูด หลายท่านพูดกันแล้ว ว่าเรามีคณะกรรมการ คทช. มีคณะกรรมการแต่ว่ายังไม่ได้เริ่มกันเลย เริ่มแต่ศึกษายังไม่ได้ มีอะไรปฏิบัติ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดกันมากที่สุดก็คือวันแมป (One Map) ทุกวันนี้ผมไม่แน่ใจว่า เรามีวันแมป (One Map) นี้กี่แมป (Map) ทหาร ๑ แมป (Map) กรมที่ดิน ๑ แมป (Map) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๑ แมป (Map) กรมป่าไม้ ๑ แมป (Map) ผมอยากจะขอเสนออย่างนี้ อยากจะให้มีวันแมป (One Map) จริง ๆ แล้วก็เลือกง่าย ๆ เลย ขอย้ำเลยเอาอันที่ภาครัฐเสียผลประโยชน์มากที่สุด เพราะอะไรเพราะการที่ถ้าเกิดภาครัฐ เสียผลประโยชน์มากที่สุดจะลดความขัดแย้งกันในระหว่างภาคประชาชนด้วยกันเอง ถ้าเกิด เราปล่อยให้ภาครัฐได้ผลประโยชน์มากที่สุดคนที่เสียผลประโยชน์มากที่สุดก็คือภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฟ้องข้อพิพาททับเขตกัน ไม่ว่าจะฟ้องว่าเป็นคนรุกป่าหรือป่ารุกคน ช่างมันเถอะ ครับตรงนี้ในเมื่อ ๆทุกตารางนิ้ว ทุก ๆ พื้นที่ ทุก ๆ ไร่ เราก็อยากจะทำเพื่อประชาชนอยู่แล้ว อยากจะขอเสนออย่างนี้ เราลองได้ไหมกันพื้นที่ป่าสมบูรณ์ก่อนเลย ขีดไว้เลยว่าป่าสมบูรณ์ มีอยู่เท่าไรตรงไหน พื้นที่เขตทหารตรงไหน พื้นที่ราชการตรงไหน ที่เหลือเราค่อยมาไกล่เกลี่ย จะได้เกิดปัญหาข้อพิพาทระหว่างประชาชนน้อยที่สุด เพราะตราบใดที่ประชาชน ๒ ฝ่าย เกิดข้อพิพาทกันแล้วตัดสินยาก ถ้าเกิดเป็นภาคประชาชนกับภาครัฐ ขอย้ำว่าเป็นประชาชน ไม่ใช่กลุ่มนายทุน หนักนิดเบาหน่อยเราก็ถือโอกาสเสียว่าไม่เป็นไร รัฐก็เสียสละให้ ประชาชน ก็จะได้มีที่ทำกิน ประชาชนมีที่ทำกินทำการเกษตรได้ ประชาชนจะมีฐานะ มีฐานะปลอดหนี้ ปลอดสินประเทศก็จะเจริญ จีดีพี (GDP) ก็จะโตขึ้น และที่สำคัญปัญหาก็จะมาถึงพวกเรา ทุกคน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะมาถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๕๐๐ คนนี้ก็จะน้อยลง พวกเราก็จะได้มีเวลาไปทำงานในภาคนิติบัญญัติได้มากขึ้น นี่คือ ข้อเสนอในเรื่องของวันแมป (One Map) ของผม ลำดับถัดไปผมอยากจะให้รัฐเปลี่ยนมุมมอง นิดหนึ่ง ทุกวันนี้เรามีพื้นที่ป่าสงวน บางที่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ แต่บางที ใช้ผิดประเภท ยกตัวอย่างบางจังหวัดที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามพื้นที่ที่ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ ให้ทำการเกษตร แต่กลับไปทำที่พัก ไปทำสถานที่ท่องเที่ยว ผมว่าตรงนี้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ถ้าไม่ได้รุกล้ำเกินจากเอกสารสิทธิที่เขาได้มา ผมว่าเราน่าจะปล่อยให้เขาทำ เขาทำรีสอร์ต (Resort) มีรายได้ เสียภาษีให้ชุมชน เสียภาษีท้องถิ่น จะกลับไปให้เขาไปทำการเกษตร ซึ่งทุกวันนี้ก็ประสบปัญหาราคาเกษตรตกต่ำจนไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ผมว่ามันอาจจะ ไม่เหมาะสม มีอีกหลาย ๆ ที่ที่ป่าสงวนที่เรายึดมาเราทำใจสักหน่อยได้ไหมครับ เราทำใจว่า ต่อไปนี้จะไม่มีแล้ว เรามีอยู่แค่นี้ เรากล่ำกลืนฝืนกินนิดหนึ่ง อย่าไปคิดว่าต่อไปจะโกง ยึดมาให้หมด เปลี่ยนจากการทำลายเปลี่ยนเป็นเปิดประมูลสัมปทานจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ผมว่าน่าจะดีกว่า หลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ จังหวัดโดนบุกรุกป่าสงวน ปลูกปาล์มบ้าง ปลูกยางบ้าง ทุก ๆ วันนี้ประเทศไทยเรารณรงค์เรื่องป่าไม้กัน เรารณรงค์ให้ปลูกต้นไม้กัน ปลูกป่า แต่พอเป็นป่าที่ประชาชนรุกเข้าไปปลูกต้นไม้เหมือนกันครับ ยางก็ถือเป็นไม้ยืนต้น แต่สุดท้ายเราไปตัดทิ้ง เปลี่ยนจากการตัดทิ้งเปลี่ยนเป็นเปิดประมูลสัมปทานดีไหมครับ เก็บรายได้เข้ารัฐแล้วเราก็ล้อมกรอบ เรานับกันว่าหลังจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว ขอให้ไม่มีจริง ๆ เรื่องนี้ไม่ยากครับ บอกได้เลยครับ อยู่ที่ข้าราชการเป็นหลัก ถ้าข้าราชการทุกคนปฏิบัติ ตามกฎหมาย ใช้ข้อบังคับ ใช้ข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผมเชื่อว่ามันจะไม่มีการบุกรุกอีก ที่ผ่านมาทุกอย่างมีกฎหมายหมด เพียงแต่ว่าข้าราชการไม่ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มันเลยทำให้มีช่องโหว่ จริง ๆ มุมมองเรามันมีแค่นี้ถ้าเกิดอยากจะให้ทุก ๆ คน ฝากไปถึง รัฐบาลด้วยว่าถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองว่าจะไม่มีการโกงกันอีก ดีกว่าที่ว่าเราจะคิดปล่อยไว้ ทำแบบนี้เดี๋ยวก็โกง ทำแบบนี้ก็โกง ทุกประเทศมีการโกง ทุกประเทศมีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่จะมากจะน้อยอันนั้นขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนในประเทศนั้น ๆ เราต้องไว้ใจคนไทยเราด้วยกันเอง เราต้องทำใจว่ามันมีการโกงแน่ เราจะทำอย่างไรให้ว่า โกงน้อยที่สุดแล้วก็รักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด สุดท้ายนี้ผมขอสนับสนุนให้มี การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านคารมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเสนอมุมมองของผมเพื่อสนับสนุนญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่ทำกิน ปัญหาที่ดินของรัฐ การแก้ไขปัญหา ที่ดินทั่วประเทศ ท่านประธานเคยไปสุวรรณภูมิท่านรู้ไหม สุวรรณภูมิที่จังหวัดสมุทรปราการ กับสุวรรณภูมิที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่ดินต่างกันมาก สุวรรณภูมิที่จังหวัดร้อยเอ็ด ๕๐,๐๐๐ สุวรรณภูมิที่จังหวัดสมุทรปราการผมไม่ทราบเท่าไร เผอิญไม่มีที่อยู่ตรงนั้น ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่ผมฟังราคาประเมินที่ดินที่สีลมตารางวาละ ๑ ล้านบาท แล้วผมออกไปบ้านนอก ไปเอาโฉนดที่ดินมาประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนที่รู้จักเป็นลูกความบ้าง ไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท ต้องหลายโฉนดถึงจะประกันตัวได้ ท่านรู้ไหมว่าทุ่งกุลาร้องไห้บ้านผม ร้องมากี่ปีแล้วครับ หัวเราะยังไม่ได้เลย ตอนนี้สะอื้นอยู่ ท่านรู้ไหมว่าปัญหาเหล่านี้คือปัญหาที่รัฐขาดความจริงใจ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกาศ ๖๖ ปี ปัญหาที่ดินยังต้องมาพูดอยู่ กราบเรียน ท่านประธานว่าปัญหาที่ดินจริง ๆ คือความเหลื่อมล้ำของประเทศนี้ เส้นทางจากแยกสีคิ้ว วิ่งไปจังหวัดบุรีรัมย์ที่จะไปงานท่านชัย ท่านดูโรงงานใหญ่ ๆ ของบริษัทใหญ่ ๆ กี่ร้อยไร่ กี่พันไร่ตั้งบริษัทอยู่ ที่ดินนั้นทำไมคนรวยมีได้ ข่าวออกมาทำไมบางคนมีที่ดิน ๑๖ ตารางวา ข้าราชการบางคนกว่าจะเก็บเงินซื้อที่ดิน ๑๖ ตารางวา ๒๐ ตารางวา ๒๔ ตารางวาหาไม่ได้เลย ทำงานจบยังไม่มีเงินที่จะปลดภาระจำนองบ้านได้ ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาที่สะท้อนถึง การบริหารจัดการที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับประเทศนี้ ประเทศไทยซึ่งคนไทยเป็นเจ้าของ ท่านลองดูนะครับ ผมอภิปรายหลายครั้งปัญหาของที่ดินที่มันทับซ้อนอยู่คือความไม่จริงใจ ในการกระจายความเจริญสู่ต่างจังหวัด สู่บ้านนอก สู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทุกคนวิ่งเข้ามา กรุงเทพมหานคร ที่ดินกรุงเทพมหานครก็มีราคาสูงขึ้นเพราะมันเจริญ ที่ดินต่างจังหวัด เฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านมาตรงนี้ก็อยากจะอภิปรายด้วยความจริงใจในฐานะที่เป็น ส.ส. เป็นเรื่องที่วันนี้อยากจะเห็นสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ถึงมันจะไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่กระจายความเหมาะสม ความเสมอภาคให้ประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าจะว่ากันแล้วมันน่าน้อยใจครับ น้อยใจตรงที่คนที่พยายามอยากจะมีบ้านสักหลังมันยาก แต่บางคนมีบ้านเป็นสิบ ๆ หลัง มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคผมบอกว่าที่ดินของรัฐสูงที่สุดในโลก ที่ดินกรมธนารักษ์ ที่ดินทหาร ที่สาธารณประโยชน์ ที่ทำเล ที่ น.ส.ล. ผมเคยเป็นทนายความ ผมเห็นสิ่งเหล่านี้ รัฐให้ชาวบ้าน ให้ประชาชนไม่ว่าจะเป็นชาวนา ข้าราชการ เขาเก็บภาษีส่ง ให้ท่านเลี้ยงท่านแต่ว่าท่านไม่ได้ดูแลประชาชน คสช. เข้ามาบอกว่าจะปฏิรูปหรือครับ ปฏิรูปคอร์รัปชันหรือปฏิรูปเรื่องที่ดิน เข้ามาไปตัดต้นยางเขา ไปทำร้ายคนที่เขาปลูกรีสอร์ต (Resort) ซึ่งถูกผิดไม่ทราบ ๕ ปีทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเหตุว่ารัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ไม่มีทางครับ ไม่มีทางที่จะเข้าใจหัวอกของคนจน เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาสที่จะนำเรียน ท่านประธานแล้วก็ในเวลาเพียง ๗ นาที ผมอยากจะบอกด้วยเสียงดัง ๆ ว่าถ้าสภาเราจริงจัง กับญัตตินี้ ร่วมมือร่วมใจกันผมก็เชื่อว่าขณะนี้ที่สดับตรับฟังก็คงได้ข้อสรุปแล้วว่าเห็นไป ทำนองเดียวกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็อยากจะเรียนว่าปัญหาจริง ๆ คือที่มันทับซ้อนกัน ผมเคย ทำคดี บางครั้งบอกว่าชาวบ้านเขาบุกรุกป่าสงวน เวลาขึ้นศาลไปศาลบอกว่าเอาแผนที่ มาทาบดูหน่อย พอแผนที่มันชัดก็บอกว่าสู้ไม่ได้แล้วจะสู้ไปทำไม รับสารภาพ ชาวบ้านติดคุก อย่างเดียว หน้าสนามบินบุรีรัมย์ป่าโคกโจดผมก็เคยทำ ชาวบ้านเข้าไปอยู่ในที่ป่าซึ่งเขาก็ไม่รู้ สุดท้ายถูกดำเนินคดี บ้านผมอำเภอสุวรรณภูมิ ในอำเภอสุวรรณภูมิยังออกโฉนดไม่ได้เลย ถามว่ารัฐจะเอาที่ดินไปทำอะไร ที่เขตทหารห้ามเข้านะครับ เขตทหารห้ามเข้า เข้าได้เฉพาะ ทหาร ๕ ล้านไร่ จังหวัดในประเทศไทยเป็นจังหวัดทหารบกทั้งนั้น ทหารจะเอาที่ไปทำอะไรเยอะ ทหารเอาที่พอเหมาะพอดีนำที่ดินเหล่านี้มาจัดสรรให้กับประชาชนมันจะเป็นอะไรไป ท่านจะ ทำสนามยิงปืน สนามทดลองอาวุธ ท่านจะเอาเป็นค่ายทหารก็เอาไป อีกเป็นล้าน ๆ ไร่เอามาให้ ประชาชนหน่อยได้หรือไม่ครับ🔗
สุดท้ายท่านประธานก็กราบขอบพระคุณครับ แต่ผมอยากจะเรียนครับว่า ถ้าเราไม่สำเหนียก ถ้าเรามัวแต่ว่าคนจนคือทำมาหากินเลี้ยงพวกเราสักวันหนึ่งคนที่รวย คนที่มีที่ดินเยอะๆ อยู่ไม่ได้ครับ ทรัพย์สินทุกอย่างเอาไปไม่ได้หรอกครับมันก็ตกไปสู่แผ่นดิน ฉะนั้นวันนี้คือต้องแบ่งปัน ญัตติที่นำเสนอเข้ามาจึงเป็นญัตติที่ควรจะถูกทำเป็นเรื่องเป็นราว ผมเชื่อว่าเรื่องนี้พูดมาในสภาหลายชุดแต่ในสภาชุดนี้ผมมีโอกาสผมอยากจะสะท้อนปัญหาว่า คนจนคือคนไทยต้องได้รับการดูแลเป็นอันดับแรกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประกอบครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมยินดีมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมพูดในสภา ในเรื่องปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและ การออกเอกสารสิทธิ ท่านประธานครับ เรื่องนี้สภาเราทุกยุคทุกสมัยได้นำเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาพูด แต่แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องได้สำเร็จ ครั้งนี้อีกครั้งหนึ่งครับ ผมหวังว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราจะตั้งในวันนี้คงจะนำปัญหา ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำกินมาแก้ไข ถึงแม้ว่าไม่สำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็คงจะเป็นการเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรม ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนของเราเกี่ยวกับที่ทำกินนั้นผมแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทครับ ประเภทที่ ๑ ไม่มีที่ทำกินเลยครับ ประเภทนี้ท่านประธานครับ ไปเช่าที่ทำกิน ไปทำแบ่ง ผลประโยชน์กันหรือไปรับจ้างอาชีพอื่น บุคคลพวกนี้ท่านประธานเป็นบุคคลที่เราต้องเร่งรัด ในการช่วยเหลือเพราะเป็นพี่น้องประชาชนที่ยากจนกลุ่มยากจนมากที่สุด รัฐบาลทำอย่างไร ที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน ผมขออนุญาตกราบเรียนประธานไปยัง คณะกรรมาธิการว่าวันนี้เรามีที่ดินที่หมดสภาพป่า วันนี้เรามีที่ดินที่ได้รับการสัมปทาน และหมดสัมปทานเยอะแยะหมดเลย แต่รัฐไม่สามารถที่จะนำที่ดินตรงนี้มาจัดสรรให้กับ พี่น้องที่ยากไร้จริง ๆ ผมกราบเรียนว่าจริง ๆ เรามีหลายวิธีครับ ไม่จำเป็นต้องให้เอกสารสิทธิ เพียงแต่เขาเช่าที่ทำกินก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ยากไร้เขาได้ดีขึ้น ผมเลยกราบเรียนท่านประธานที่เคารพไปยังคณะกรรมาธิการว่าฝากให้ดูแลพี่น้องกลุ่มนี้เป็น กลุ่มแรก คือคนที่ไม่มีที่ทำกินเลย ในขณะที่รัฐมีที่รกร้างว่างเปล่า มีที่เลิกสัมปทานไปแล้ว เยอะแยะหมดเลยครับ แต่ก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการที่เหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ยากจนได้ ท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่เขามีที่ทำกิน แต่ที่ทำกินนั้นอยู่ใน ที่ของรัฐ ซึ่งขณะนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าราษฎรบุกที่รัฐ หรือรัฐบุกที่ราษฎรก็เป็นปัญหาอยู่ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเกิดว่าพิสูจน์ได้ว่าราษฎรบุกที่รัฐ คือพี่น้องประชาชนไปบุกรุกป่า ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าเราอย่าไล่เขาออกจากป่าครับ แต่ให้เขาอยู่ในป่าอย่างสมเหตุสมผล โดยที่ให้เขาเช่าที่ตรงนี้สมมติว่าท่านประธานอยู่ที่ป่ามีที่ทำกิน ๒๐ ไร่ ปลูกยางพารา ปลูกปาล์ม หรือทำสวนผลไม้ รัฐอาจจะให้ท่านประธานเช่าที่เลยครับ เช่าที่ ๒๐ ไร่ตรงนี้ ทำอาชีพต่อไป อย่างน้อยที่สุดพี่น้องประชาชนเขาได้อุ่นใจว่าเขาได้ทำมาหากินบนพื้นที่ ที่ถูกต้อง ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่น่าจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับพี่น้องประชาชนที่ทำมาหากิน ในพื้นที่ของรัฐให้เขาเช่าเลยครับ แต่ไม่ต้องให้แพงท่านประธานครับ ในราคาที่ถูกที่เขาอยู่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเขาสำนึกว่าที่ตรงนี้เป็นที่ของรัฐให้เขาได้ประกอบอาชีพอย่างมีความสุข ไม่ใช่ว่าเขาปลูกยางได้ ๒-๓ ปีแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไปตัดยาง ไปโค่นยาง ไปฟันยางเขา ถ้าอย่างนี้ ผมคิดว่ามันเกิดการกระทบกระเทือนน้ำใจของคนยากจนเป็นอย่างมากรัฐไม่ควรทำอย่างนั้น🔗
กลุ่มที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มนี้มีเอกสารครับ แต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ คำว่า มีเอกสาร เช่น มีเอกสารสิทธิที่แสดงการเสียภาษีที่ดิน บภท.๖ หรือ น.ส.๓ หรือ สค.๑ แต่ยังไม่มีโฉนด กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่รัฐควรเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ในที่ดินคือโฉนดให้เขา ท่านประธานครับ ผมได้ไปศึกษาข้อเท็จจริงไปถามที่ดินจังหวัด หลายจังหวัดบอกว่าทำไมมันช้ามาก การออกเอกสารสิทธิช้ามากทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชน มี น.ส.๓ มี สค. หรือมีเอกสารถือครองที่ดินในพื้นที่นอกเขตป่า เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่มี วันนี้มีศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ท่านประธานเชื่อไหมทั่วประเทศมี ๑๒ ศูนย์ บวกกับ ๓ ศูนย์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดภาคใต้ของผมมี ๒ ศูนย์ คือศูนย์ ที่จังหวัดกระบี่ดูแลจังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ ศูนย์ที่ ๒ อยู่ที่จังหวัดสงขลา ดูแลจังหวัดสงขลากับจังหวัดนครศรีธรรมราช ในภาคใต้ ๒ ศูนย์ ๑๔ จังหวัด ท่านคิดว่า พอหรือครับ ๑๐ ชาติผมคิดว่าก็ยังไม่สามารถที่จะออกโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องได้ ทำไมรัฐไม่เร่งรัดขยายกำลังเจ้าหน้าที่ ขยายศูนย์ให้มากที่สุดเพื่อให้พี่น้องได้มีเอกสารสิทธิ ในที่ดิน ถ้าพี่น้องมีเอกสารสิทธิในที่ดิน เขาสามารถนำเอกสารสิทธิในที่ดินไปทำอะไร ได้เยอะแยะหมดเลยครับ จำนำ จำนอง ไปเปลี่ยนมาเป็นเงินในการลงทุนก็น่าที่จะต้องดูแล เพราะฉะนั้นผมฝากเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าต้องดูแลคน ๓ ประเภทนี้ คือ ๑. คนที่ไม่มีที่ทำกินเลย ๒. คนที่ทำมาหากินในพื้นที่รัฐ ๓. คนที่มีที่นอกเขตพื้นที่รัฐ แต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ทำให้เขาครบเลย ด้วยความเคารพขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๕ ท่านสุดท้าย แล้วก็คงจะปิดการอภิปรายแล้ว ท่านประทวน พรรคพลังประชารัฐ ท่านเกษมสันต์ พรรคอนาคตใหม่ ท่านชลน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านพิสิฐ พรรคประชาธิปัตย์ และท่านอนุรักษ์ พรรคเพื่อไทย เชิญท่านประทวนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประทวน สุทธิอำนวยเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหา ที่ดินทำกินอันนี้ครับ สืบเนื่องจากพื้นที่ในตำบลโคกตูมกับตำบลดีลังเป็นพื้นที่ทำกินในนิคม สร้างตนเองจังหวัดลพบุรี สร้างขึ้นมาตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๓ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบก และท่านเป็นอธิบดี ในเรื่องของกรมประชาสงเคราะห์ด้วย ที่ดินทำกินดังกล่าวนี้มีเจตนารมณ์ก็คือจัดระเบียบ ของสังคมความแออัดในกรุงเทพมหานคร แล้วก็กำหนดพื้นที่ให้ประชาชนได้ไปอยู่ใน การนิคม กระบวนการออกเอกสารสิทธิก็คือต้องใช้ พ.ร.บ. ในส่วนของพระราชบัญญัติ เพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็ดำเนินการในเรื่องเอกสารสิทธิก็ว่ากันไป ได้ดำเนินการ ออกเอกสารสิทธิใน น.ค.๓ ของทางการนิคมออกไปจนมากระทบใน พ.ศ. ๒๕๔๘ ทางทหาร แจ้งว่าทำหนังสือทางกรมที่ดินให้ระงับการออกโฉนดที่ดินด้วยไปติดกับในเรื่องเขตหวงห้าม ของทหาร พ.ศ. ๒๔๗๙ ห้ามไม่ให้ทำการก็เกิดพื้นที่ทับซ้อนกัน การแก้ปัญหาในระดับนั้น ก็คือทางนิคมก็ได้มีหนังสือหารือไปยังทหาร ทางทหารได้ทบทวนแล้วก็คืนพื้นที่ดังกล่าวมา ให้ทางการนิคม แต่ปัญหาพื้นที่ดังกล่าว ๒,๓๔๔ ไร่ ในเขตโคกตูมดำเนินการต่อไปไม่ได้ ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการใช้สิทธิในเรื่องของโฉนดที่ดินด้วยประเด็นนี้ก็เกิดปัญหา เกิดความเหลื่อมล้ำ ทางกำนัน ทางผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งเทศบาลก็ได้ผลักดันมาตลอดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่สามารถแก้ได้ เรื่องติดอยู่อย่างนี้ครับท่าน ติดที่กรมธนารักษ์ กรมธนารักษ์จะต้องดำเนินการทำเรื่องไปยังกฤษฎีกาแล้วผ่านเรื่อง ไปยังในส่วนของ ครม. เพื่อเพิกถอนสร้างเป็นพระราชกฤษฎีกาหวงห้าม พ.ศ. ๒๔๗๙ ก่อน หลังจากนั้นถึงจะดำเนินการส่งมอบมาให้ทางการนิคมเพื่อออกโฉนดและดำเนินการแก้ไข ออกโฉนด อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน ผมจึงเห็นว่าการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญในส่วนของที่ดินทำกินนี้ไปตอบโจทย์กับปัญหาพื้นที่จังหวัดลพบุรีหลายตำบลด้วยกัน ก็เลยมีความคิดว่าถ้าตั้งกรรมาธิการชุดนี้แล้วนำเรื่องนี้ไปขับเคลื่อน ไปหาข้อเท็จจริงศึกษา ประเด็นต่าง ๆ แล้วดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวลพบุรี ผมเห็นควรสนับสนุนตั้งกรรมาธิการคณะนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกษมสันต์ ใช้พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ไหมครับ เจ้าหน้าที่เตรียมให้ด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานครับ การประกาศพื้นที่ป่าไม้ทับพื้นที่ ของพี่น้องประชาชนเป็นปัญหาที่พูดกันมานาน และมีความพยายามในการแก้ไขปัญหา มาโดยตลอด ผมคิดว่าเป็นวาระแห่งชาติที่พวกเราต้องแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องให้สำเร็จให้ได้ ปัญหาแต่ละพื้นที่ก็มีความยากสลับซับซ้อนแตกต่างกัน แต่ปัญหาที่ผมจะนำเสนอน่าจะเป็น ปัญหาที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องได้ง่ายที่สุด คือปัญหาพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำวังทอง ที่ได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ในปี ๒๕๐๙ ขอภาพสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
จากเส้นสีฟ้าเป็นแม่น้ำวังทอง ฝั่งซ้ายของแม่น้ำวังทองคือลูกศรที่ชี้ลงมาด้านล่าง พื้นที่ที่ถูกประกาศทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีในเขตรอบเส้นสีส้ม ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มไม่มีความลาดชันของ พี่น้องอยู่ในนั้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ อยู่ในพื้นที่ที่ถูกประกาศนี้ด้วย โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาส ได้คัดค้านด้วยเหตุผลใด ๆ ก็แล้วแต่ กลายเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ป่า ต้องเช่าพื้นที่ของตนเอง ที่อยู่มาตั้งแต่บรรพชน เลื่อนสไลด์ (Slide) ไปเรื่อย ๆ ได้เลยนะครับ ในรูปแบบของสหกรณ์ ตอนนี้สัญญาที่สหกรณ์ทำไว้กับกรมป่าไม้ได้หมดลง เกิดปัญหาในพื้นที่อย่างมาก พี่น้องเกษตรกร ต้องการจีเอพี (GAP) เพื่อส่งออกพืชผลทางการเกษตรก็ไม่สามารถขอได้ เพราะอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน อยู่ในฐานะผู้บุกรุกป่า โครงการงบประมาณต่าง ๆ ที่ลงไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ในพื้นที่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นพื้นที่ป่าสงวน ติดปัญหาทุกอย่างกลายเป็นคอขวด ของปัญหา สร้างความยากลำบากให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก สไลด์ (Slide) ต่อไป อันนี้จะเป็นบ้านเกิดผมซึ่งอยู่ในพื้นที่ด้วย ซึ่งเป็นบ้านเนินสะอาด ตำบลท่าหมื่นราม อำเภอวังทอง โชคดีที่หมู่บ้านที่เป็นบ้านเกิดผม ตอนนี้คือได้โฉนดไปแล้ว แต่พื้นที่ของพี่น้องอีกหลายหมู่บ้าน หลายตำบลในอำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปรางยังไม่ได้สิทธิในที่ดินของตนที่อยู่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ผมไม่เชื่อว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากอากาศ ทุกคนทุกหมู่บ้านต้องมีรากเหง้า ต้องมีที่มา แล้วผมยืนยันว่าพี่น้องที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวอยู่อาศัยกันมาไม่ต่ำกว่าร้อยปี เพราะแน่นอนตอนเด็กผมเห็นยายทวดผม ปัจจุบันยายผมอายุ ๘๐ กว่าปี ยายทวดผมก็ต้อง อายุเกิน ๑๐๐ ปี แล้วผมก็เชื่อว่ายายทวดผมก็ต้องมีรากเหง้าของยายทวดต่อไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหานี้และเมื่อ มีกรรมาธิการแล้วผมอยากให้กรรมาธิการลงไปดูพื้นที่อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง ที่เป็นปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ผมและทีมงานจะพากรรมาธิการลงพื้นที่ดูด้วยตนเองเลยว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม เป็นพื้นที่ที่ไม่มีความลาดชันแล้วเป็นพื้นที่ที่พื้นที่ข้างเคียง ก็มีโฉนด ปัญหานี้ต้องแก้ไขให้พี่น้องครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ คุณหมอชลน่านเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสผม ๗ นาที ที่จะได้ อภิปรายสนับสนุนและเห็นด้วยกับการที่เพื่อนสมาชิกเสนอญัตติทั้งหมด ๑๔ ญัตติเพื่อให้ สภาได้พิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปพิจารณาศึกษาถึงปัญหาที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรทุกสมัย ได้เห็นความสำคัญและนำมาเป็นการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นชุดที่ ๒๔ ที่ผ่านมา ชุดที่ ๒๓ ชุดที่ ๒๒ ชุดที่ ๒๑ ๕ สมัยที่ผ่านมาศึกษาทุกสมัย เพราะฉะนั้นผมเองเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ แต่สิ่งที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังกรรมาธิการเป็นข้อเสนอ🔗
เรื่องที่ ๑ อยากจะให้กรรมาธิการชุดนี้ได้ไปทบทวนและนำผลการศึกษา อย่างน้อยของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ชุดที่ ๒๓ หรือชุดที่ ๒๒ มาพิจารณาศึกษา ทบทวน สำคัญคือศึกษาว่าผลการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ของกรรมาธิการเมื่อผ่านไปยัง รัฐบาลแล้วทำไมนำสู่ปฏิบัติไม่ได้ มีปัญหาอุปสรรคอะไร🔗
๔๐๐๐ หรือเพื่อนสมาชิกพูดถึงเรื่องวันแมป (One Map) ๑ : ๔๐๐๐ มีปัญหาตรงไหน อย่างไร🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนสมาชิกพูดกันไปเยอะครับ กรรมาธิการน่าจะมีผลการศึกษาว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องมีปัญหาอุปสรรคอะไร ควรจะปรับแก้ เรื่องอะไร โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญหรือในมาตราที่สำคัญ เช่นกฎหมายป่าชุมชนที่ออกมา บังคับใช้แล้วไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นตัวอย่างที่อยากจะเห็น ในรายงานการศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่อยากจะฝากกรรมาธิการไปช่วยศึกษา มาตรการที่นำมาใช้อยู่ขณะนี้ อย่างเช่น มาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือที่เราเรียกว่า คทช. เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ที่มีที่ดินที่ทำกินที่อยู่ในพื้นที่ป่า พื้นที่พิเศษต่าง ๆ คทช. เป็นความหวังว่าทำไมการดำเนินการ ของ คทช. ถึงมีปัญหา ทำไมถึงล่าช้า ทำไมถึงดำเนินการไม่ได้มีข้อจำกัดอยู่ตรงไหน อย่างไร ตรงนี้ฝากไปให้กรรมาธิการช่วยไปดูด้วย ศึกษาในรายละเอียดเลยจะมีการปรับแก้แนวทาง การทำงานของ คทช. อย่างไร น่าจะเป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดนี้ สิทธิการเช่า สิทธิการถือครองที่ดินที่ไม่ค่อยพูดถึงกัน แต่มีเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะอดีตอธิบดีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านดำรงค์ พิเดช ได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ มันเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดที่พี่น้องประชาชนจะมีสิทธิในการถือครองที่ดินและได้สิทธิ การสนับสนุนจากรัฐ ผมยกตัวอย่างเช่น ยางพาราในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ขณะนี้เป็นสีชมพู รอในการที่จะเยียวยาชดเชย สีเขียวได้ไปแล้ว สีชมพูได้มีสิทธิการเช่า ได้สิทธิเท่ากับใบสีเขียว จะไม่มีการแบ่งแยก อันนั้นยกตัวอย่าง ก็ฝากกรรมาธิการไปดูว่าจะทำอย่างไรให้สิทธิการเช่า เป็นที่ยอมรับ เป็นที่นิยมของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะรายแปลงเล็กแปลงน้อยขณะนี้ ภาคเอกชนรายใหญ่ ท่านครับสามารถเช่าได้ ๓,๐๐๐ ไร่ ๔,๐๐๐ ไร่ เป็นแสนไร่ภาคเอกชน เช่าได้ แต่พี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อยไม่สามารถเช่าได้ ไปดูครับว่าจะปรับแก้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากให้กรรมาธิการชุดนี้นำไปเป็นผลทางการศึกษา เป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดน่าน เรียกว่า โครงการรักษ์ป่าน่าน โครงการนี้เป็นโครงการ พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระองค์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับจังหวัดน่านมาก ทรงรับเป็นองค์ประทานโครงการ โครงการนี้ มีความพิเศษอย่างไรครับ เป็นโครงการพิเศษที่ถือว่าเป็นการบริหารพื้นที่พิเศษ รูปแบบพิเศษ ไม่ตัดเสื้อโหลครับท่านประธาน มาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมาใช้ไม่ได้ในพื้นที่เฉพาะ โครงการนี้ออกมาลักษณะเป็นการบริหารพื้นที่หรือในรูปแบบพิเศษ เราได้ยินว่า น่าน แซนด์ บ็อกซ์ (Nan Sandbox) คำว่า น่าน แซนด์บ็อกซ์ (Nan Sandbox) นี้ คำว่า แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ในภาษาอังกฤษ ขออนุญาตท่านประธานที่ใช้ภาษาอังกฤษ มันหมายถึงโครงการ ที่ใช้การพัฒนารังสรรค์นวัตกรรมที่เป็นรูปแบบใหม่เฉพาะพื้นที่นั้น ๆ จังหวัดน่านกำลัง ดำเนินการโครงการนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา พระองค์ทรงเสด็จเป็นประธานเปิดงานทุกปีที่มีการทบทวน การประเมินผล อยากจะให้กรรมาธิการไปศึกษาว่านำรูปแบบนี้มาใช้ได้หรือไม่ในการที่จะ จัดสรรที่ดินที่ทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้สำคัญที่สุด รักษาป่าอย่างน้อยร้อยละ ๗๒ อีกร้อยละ ๒๘ เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ที่เขาอยู่ตรงนั้นทำมาหากินได้ ๑๘ เปอร์เซ็นต์หรือร้อยละ ๑๘ ให้ราษฎรที่ทำกินอยู่ฟื้นฟูป่า โดยการปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นไม้เศรษฐกิจต้นไม้ใหญ่มีสิทธิทำกิน ทำมาหากินได้ เป็นการพาณิชย์ ได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้แต่ยังคงเป็นพื้นที่ของป่าสงวนอยู่ครับ เป็นการผสมผสานรักษาความสมดุลระหว่างป่ากับคน คนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการสร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ นั่นหมายความว่าคนอยู่กับป่าได้อย่างสมดุล อันนี้คือสิ่งที่อยากให้ กรรมาธิการไปศึกษา โดยเฉพาะโครงการนี้เป็นโครงการแรกที่มีภาคประชาชน ภาคเอกชนชน และภาครัฐทำงานร่วมกัน ภาครัฐทุกหน่วยงานท่านประธานครับ ยกตัวอย่างที่จังหวัดน่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กองทัพบกเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จังหวัดน่าน และภาคเอกชนคือธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้สนับสนุนทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ หวังว่า ถ้ากรรมาธิการไปศึกษาไปดูงานในพื้นที่ผมคิดว่านี่จะเป็นประโยชน์เอามาใช้ในพื้นที่เฉพาะ ถ้าขยายได้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมาก ไม่ต้องตัดเสื้อโหล ไปดูเป็นพื้นที่เฉพาะ แล้วทำโครงการแบบบริหารพื้นที่พิเศษลักษณะของแซนด์บอกซ์ (Sandbox) ฝากท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการครับ ผลการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ถ้านำไปสู่การปฏิบัติได้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านพิสิฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ดินนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครก็ตามที่เรียนเศรษฐศาสตร์ ก็จะรู้ว่าที่ดินเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องของแรงงานและ เรื่องของเทคโนโลยี ปัญหาที่ดินในบ้านเราก็คงจะมีมากมายอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้กล่าวนะครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่มีปัญหาที่หมักหมมมาช้านานด้วยกัน เมื่อวานนี้เรามีการพิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ผมก็พยายามจะเปิดดูว่าแผนปฏิรูปประเทศที่เราทำกันมามากมายมีเรื่องที่ดินสักแค่ไหน ก็ไม่พบครับ ผมอาจจะหาไม่เจอ ผมก็มีความรู้สึกว่าเรื่องที่ดินจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ต้อง มีการปฏิรูปขนานใหญ่ ถ้าเราสามารถทำได้มันจะปลดล็อกประเทศไม่ให้ติดกับดักที่เป็นอยู่ ทุกวันนี้ทำให้ประชาชนมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน เพราะว่ามีผลทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของเศรษฐกิจแน่นอนเรื่องของการมีที่ทำกิน เรื่องของ ประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรก็จะเป็นผลที่จะเกิดขึ้นได้ เรื่องของสังคม ความเหลื่อมล้ำ หรือความยากจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความเหลื่อมล้ำเกี่ยวกับทรัพย์สินก็อาจจะ ปลอดล็อกได้ในส่วนนี้ ขณะเดียวกันเรื่องของสิ่งแวดล้อมหลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้วครับ ที่ดินของเรายังเป็นต้นน้ำเป็นแหล่งผลิตน้ำจืดของประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าเราสามารถทำได้ ผมก็เชื่อว่าประเทศไทยก็อาจจะมีโอกาสที่จะขยายตัวในทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้า ทางสังคมได้อีกมาก ฉะนั้นผมจึงให้การสนับสนุนกับการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาเรื่องนี้ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะขอพูดเพื่อฝากกรรมาธิการก็คือเรื่องของมติ ครม. ที่ได้เคยมีขึ้นเมื่อวันที่ ๓ สิงหาม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นช่วงที่มีรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ดูแลอยู่ ในวันนั้นมีมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับ ที่ดินอย่างน้อย ๆ ก็ ๒ ประการด้วยกัน ในหัวข้อที่เกี่ยวกับนโยบายการฟื้นฟูวิถีชีวิต ชาวกะเหรี่ยง เรื่องที่ดินเป็นหัวข้อที่อยู่ภายใต้หัวข้อการจัดสรรทรัพยากรที่บอกว่า เพิกถอน พื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นพื้นที่ป่าไม้อนุรักษ์ป่าสงวนซึ่งทับซ้อนกับที่ดินและที่อยู่อาศัย ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่มีข้อเท็จจริงจากการพิสูจน์อย่างเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าได้อยู่อาศัย ดำเนินชีวิตและใช้ประโยชน์ในที่ดังกล่าวเป็นเวลานาน หรือก่อนที่รัฐจะประกาศกฎหมาย หรือนโยบายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปดำเนินการ ผมก็พยายามจะติดตามสอบถามจากผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนผม ที่ออมก๋อยซึ่งก็เป็นชาวกะเหรี่ยงยืนยันว่าผ่านไป ๑๐ ปี มติ ครม. นี้ก็ไม่ได้มีการดำเนินการ แต่อย่างใด ผมก็ขออนุญาตฝากท่านกรรมาธิการที่จะมีการดูเรื่องที่ดินได้โปรดนำเรื่องนี้ ไปดูแลด้วยนะครับ🔗
อีกข้อหนึ่ง ข้อ ๑.๔ เขียนว่าอย่างนี้ครับ ส่งเสริม สนับสนุนและยอมรับ การใช้ประโยชน์ในพื้นที่และการจัดการของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม เช่นการออกโฉนดชุมชน โดยมอบให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดำเนินการ เช่นกันนะครับ ๒ ประการนี้เป็นเรื่องของที่ดิน ก็ขออนุญาตฝากกรรมาธิการได้โปรดดูแลด้วย ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นการเรียกร้องให้มีการ ออกเอกสารสิทธิแต่เป็นการเรียกร้องให้สิทธิในการทำกิน ซึ่งจริง ๆ แล้วชุมชนชาวกะเหรี่ยง เขาก็พยายามที่จะแก้ปัญหาของตนเองโดยได้ดำเนินการในเรื่องของการประกาศเขตพื้นที่ วัฒนธรรมของตนเอง ดูแลในเรื่องของการจัดการชุมชนตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมก็อยากจะให้ รัฐได้โปรดให้การสนับสนุนด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอนุรักษ์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องที่ดินทำกินมันมีทุกจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารในพื้นที่ผมนี่ เมื่อคราวที่แล้วที่ผมได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมก็แก้ปัญหาได้ ๑ ตำบล ๑ ตำบลนั้นเป็นหมู่บ้านทหารผ่านศึก ตำบลดงหมู อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร โครงการนี้เป็นโครงการหมู่บ้านทหารผ่านศึกให้ทหารผ่านศึกที่ไปรบมาแล้วก็ไม่มีทำกิน ให้ครอบครัวละ ๑๕ ไร่ แต่พอโครงการออกไปทำอะไรเสร็จแล้วสรุปแล้วที่หมู่บ้านทหารผ่านศึก กลายเป็นที่อยู่ในที่ป่าไม้ก็เลยทำอะไรไม่ได้ ก็อยู่กันมาตั้งหลายสิบปีแล้วก็อยู่ในบ้านดงหมู ทั้งหมู่บ้านมีทั้งวัด มีทั้งโรงเรียนทุกอย่างหมดครับ ผมก็ได้นำกรมทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้าไปตรวจสอบ ฉะนั้นแสดงว่าหมู่บ้านทหารผ่านศึกอยู่มาก่อน พ.ร.บ. ป่าไม้ ทางรัฐบาลก็เลยออกเอกสารสิทธิให้จบไปแล้ว คือหมู่บ้านทหารผ่านศึก ตำบลดงหมู อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร แต่ในจังหวัดมุกดาหารในเขตพื้นที่ผมยังมีอีกหลาย หมู่บ้านที่ยังมีข้อพิพาทกับทางราชการก็คือตำบลดงเย็น อำเภอเมือง ตำบลดงเย็น อำเภอเมืองนี่ทั้งตำบล ตอนนี้เป็นเทศบาลตำบลดงเย็นแล้วทั้งเทศบาลตำบลดงเย็นนี่อยู่ใน ที่ป่าไม้หมด ฉะนั้นมันเป็นไปได้อย่างไร อีกที่หนึ่งเป็นตำบลสามขา อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พี่น้องประชาชนอยู่มา ๒๐๐ ปีแล้ว อยู่มา ๒๐๐ ปีป่านนี้ยังไม่ไปมาถึงไหน ทำอะไรก็ไม่ได้ก็อ้างว่า ๒๐๐ ปีชาวบ้านอยู่ ไม่มีเอกสารสิทธิ ฉะนั้นผมว่าสภาผู้แทนราษฎรเราทุกรัฐบาลก็ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาแก้ปัญหา ที่ดินทุกรัฐบาล แก้ได้มากได้น้อยมันก็อยู่ที่ใครจะเข้าถึงรัฐบาลหรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้น ท่านลองดูว่าถ้าเรายังมัวมาพูดแต่เรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกินมันไม่จบ เพราะแต่ละที่ก็ต้อง ออกกฎหมายแต่ละฉบับไม่เหมือนกัน ตั้งแต่เช้าผมนั่งฟังการเสนอแนะการออกเอกสารสิทธิ ผมไม่เห็นมีใครแนวคิดเหมือนผม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าถ้าผมคิดนะครับ ผมแก้ปัญหา นำไป เสนอต่อทางกรรมาธิการวิสามัญก็ได้ ฉะนั้นผมว่าถ้าผมเข้าไปเป็นกรรมาธิการแต่มันเต็มแล้ว ผมก็ไม่ได้เป็น แต่ว่าผมเสนอแนะไปว่าวิธีคิดของผม ผมว่าปัญหาทั้งหมดมันก็เป็นปัญหา ระหว่างประชาชนกับรัฐ แต่ละที่จะมีปัญหาแตกต่างกันไปเพราะเป็นที่ป่าไม้บ้าง ที่ ส.ป.ก. บ้าง ที่อะไรบ้างเยอะแยะมันแตกต่างกันไป ถ้ากรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ออกข้อกำหนดว่า ใครยอมรับว่าที่ดินอยู่ในที่ของหลวงก็เอามาเข้าโครงการ อันนี้พูดถึงทั้งประเทศเลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดมุกดาหาร มาเข้าโครงการ เข้าโครงการเราอาจจะให้กำหนดสัก ๖๐ วัน พอเข้าโครงการเสร็จกรมที่ดินมีระบบจีพีเอส (GPS) อยู่แล้วว่าใครอยู่ตรงไหน ฉะนั้นใครเข้า โครงการก็ออกเอกสารสิทธิให้เขาเลยเป็นที่ราชพัสดุ ไม่ได้เป็นที่ราษฎรครับ เป็นที่ราชพัสดุ แต่ให้เจ้าของที่อยู่ที่เข้าโครงการนั้นทำกิน ทำกินไปมีระยะเวลา ๑๐๐ ปี ข้าราชการที่จะไป ออกเอกสารพวกนี้พอออกมาเป็นที่ราชพัสดุเขาก็ไม่กลัวเพราะออกเป็นที่หลวง แต่ถ้าแต่ละที่ จะไปเถียงเพื่อจะชนะหรือไปฟ้องร้องกันเพื่อจะชนะราชการ ไม่มีประชาชนฟ้องแล้วชนะ ราชการได้ เพราะเอกสารพวกนี้ หรือว่าข้อกำหนด ข้อระเบียบของทางราชการประชาชน สู้ไม่ได้อยู่แล้ว ฟ้องส่วนใหญ่จะแพ้หมด ฉะนั้นถ้าออกไปตามโครงการที่ผมว่าพอออกเป็น เอกสารสิทธิแล้ว เป็นที่ราชพัสดุแล้วก็ให้เขาทำกินไป ๑๐๐ ปี ฉะนั้นราษฎรก็จะเอาที่ที่ได้ สิทธิการเช่า ๑๐๐ ปีไปจำนองได้ ไปเปลี่ยนแปลงเป็นทุนได้ ไปเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรได้หมด ฉะนั้นพื้นที่ในจังหวัดมุกดาหาร ผมสอบถามทุกที่ที่มีที่ดินทำกินและมีปัญหาพิพาทกับ ราชการทุกคนเอาหมด เอาตามที่ผมเสนอแนะหมดว่าเอาเลยเขาก็ยอมจะเข้าโครงการ แล้วก็มารังวัดกันแล้วออกเป็นที่ของราชพัสดุไปเลย แต่ว่าต้องให้เขากินไป ๑๐๐ ปีนะ พอครบกำหนด ๑๐๐ ปี ถ้าเขาจะเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ จะต้องมาขอทางราชการ เพราะบางทีอนาคตที่ตรงนั้นมันอาจจะเจริญครับ การเปลี่ยนแปลงที่ทำกินให้เป็นที่อย่างอื่น ก็จะต้องให้ราชการอนุญาต ฉะนั้นวิธีการเช่าต้องแพงขึ้นถ้าเป็นเชิงพาณิชย์ ฉะนั้นผมเรียนว่า ถ้าทำอย่างที่ผมกราบเรียนนี้ได้ผมเชื่อว่าจะแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปัจจุบัน นี้ให้หมดไป ดังนั้นประกาศแล้วก็เป็นไปตามที่ผมเรียนนั้น ผมว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อสภา เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง สภาก็จะไม่ต้องมาตั้งกรรมาธิการ แก้ปัญหาที่ดินแห่งชาติขึ้นมาอีกแล้ว ฉะนั้นใช้โดยวิธีนี้ เขาเรียกว่ามองโดยสังคมรวมครับ อย่างที่ที่พูดมานี่เป็นการพูดแต่ล่ะที่แต่ละอัน แต่วิธีเสนอแนะไม่เหมือนกัน แต่ผมเสนอแนะว่า ถ้าออกเป็นที่ราชพัสดุแล้วทางราชการก็สบายใจ ออกไปแล้วก็ยังเป็นของหลวงอยู่ แต่ก็ขอให้ ชาวบ้านที่อยู่นั้นได้ทำกินไป ชาวบ้านก็สบายใจว่ามีที่รั้วรอบขอบชิดสามารถเอาเอกสารนั้น ไปดำเนินการจำนองธนาคารเอาเงินมาทำทุนทำอะไรได้หมดครับ อันนี้ผมก็กราบเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะนำข้อคิดนี้ ทำได้ไม่ได้ก็ลองดูครับ ผมเชื่อว่าทุกคนอาจจะมีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ว่าในความคิดของผมนั้น ผมเชื่อว่า มันถูกต้องส่วนหนึ่งหรืออาจจะมีวิธีขัดระเบียบแก้ไขอย่างไรก็สามารถไปปรับปรุงให้เป็นไป ตามที่ผมเสนอแนะนั้นได้เพื่อจะเป็นประโยชน์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ก่อนลงมติ ผู้เสนอหรือเจ้าของญัตติมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีก ๑ ครั้ง ท่านจะใช้สิทธิไหมครับ อาจารย์กนก เจ้าของญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย🔗
ขออาจารย์กนกก่อนนะครับ แล้วท่านอุบลศักดิ์ เชิญอาจารย์กนกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะกล่าวสรุปญัตติที่ผมได้นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานครับ จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกตลอดเวลาจนถึงขณะนี้ต่างยืนยัน ร่วมกันว่าที่ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงของประเทศ และในเวลาเดียวกันสมาชิกของเรา ก็ได้พูดกันถึงปัญหาของการต่อสู้เพื่อจะแย่งชิงที่ดินทำกิน ซึ่งมีการขยายตัวของปัญหา แล้วก็มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้การแก้ไขมีความยุ่งยากมากขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับ เป้าหมายและเจตนารมณ์ที่เพื่อนสมาชิกได้แสดงไว้ในที่ประชุม แห่งนี้ชี้ชัดว่าการถือครองที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ว่าจะเป็นโดยรัฐ ประชาชน เอกชน ชุมชนหรือพื้นที่ป่าหรือที่สาธารณะใด ๆ ต่าง ๆ ก็ตามนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความพอดี มีความสมดุลเพื่อที่จะเป็นหลักประกันของความเป็นธรรมและความชอบธรรมของสังคม และของประเทศชาติเพื่อที่จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน แล้วก็คุณภาพที่ดี ของประเทศ ความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงของทุก ๆ คนและชาติบ้านเมืองของเรา และเพื่อให้เกิดความสงบสุขและความสมานฉันท์ของคนไทยและทุกคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดิน ของเรา ผลลัพธ์ที่เราหวังว่าจะเกิดขึ้นก็คือผังประเทศที่จะเป็นกรอบของการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติและทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทยไม่ว่าจะภาษาใด ชาติพันธุ์ใด ความเชื่อศรัทธาใด ประเพณีวัฒนธรรมใดก็ตาม ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนจึงจำเป็น ที่จะต้องเป็นวาระแห่งชาติ เพราะคนไทยทุกคนมีส่วนได้เสียร่วมกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุผล ดังกล่าวครับ ที่ประชุมแห่งนี้จึงมีความคิดว่าน่าจะต้องมีการปรับแนวคิดและแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาที่ทำกินใหม่ นั่นหมายความว่าจะต้องมองปัญหาอย่างเป็นองค์รวม ด้วยแนวคิดที่รวบยอด มีมาตรการการแก้ไขอย่างครบถ้วนและที่สำคัญกล้าที่จะตัดสินใจ ในเรื่องที่พอดีและสมดุลกับทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาที่ทำกินเราต้องการที่จะ ดึงศักยภาพของที่ดินของคนยากคนจนของเกษตรกรโดยเฉพาะออกมาให้เป็นประโยชน์ กับชาติบ้านเมือง เราอยากเห็นการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม เราอยากเห็น ความเป็นธรรมในสังคม เราอยากเห็นการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าและที่สำคัญ เราอยากเห็นอนาคตที่ดีของคนไทยทุกคน ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งหมดนี้ ผมจึงเห็นชอบที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน อย่างครบถ้วนและเป็นระบบครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ในฐานะผู้เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไขปัญหา พี่น้องเกษตรกรขาดที่ทำกิน ไร้ที่อยู่อาศัย ผมได้นั่งฟังมาตั้งแต่ต้นต้องกราบขอบพระคุณ ผู้ที่ยื่นญัตติทั้ง ๑๔ ญัตติ และผู้ที่ได้อภิปรายร่วมสนับสนุนมาในทิศทางเดียวกัน ผมขอเสนอ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ในที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนขอมติของญัตติทั้ง ๑๔ ฉบับ เสนอให้ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญและมีท่านสมาชิกขอให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพราะว่าญัตติทั้งหมดไม่มีสมาชิกท่านใด คัดค้านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อใช้ข้อ ๘๘ ประธานต้องถามที่ประชุมว่าสมาชิกท่านใด มีความเห็นแตกต่างจากการตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าทุกท่านเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ถือว่าเป็นมติของที่ประชุมที่จะให้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาพิจารณาปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ต่อไปขอเชิญเสนอจำนวนกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ จังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนเสนอคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จำนวน ๔๙ ท่าน ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ขอผู้รับรองครับ ผู้รับรองครบนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๔๙ ท่าน มีท่านใดมีความเห็นตั้งในจำนวนแตกต่างจากนี้ไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๔๙ ท่านนะครับ รัฐบาลจะใช้สิทธิไหมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ ในที่ดินในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๒ ท่าน ๑. นายประภัตร โพธสุธน ๒. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ๓. นายพงศ์บุณย์ ปองทอง ๔. นายณรงค์ สืบตระกูล ๕. นายนภดล ตันติเมฆิน ๖. นางวิไลรัตน์ อักษรพันธ์ ๗. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๘. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๙. นายดำรงค์ พิเดช ๑๐. นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ๑๑. นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ๑๒. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ที่เหลือ ๓๗ ท่าน ก็เป็นของพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ๑. นายพีระเพชร ศิริกุล ๒. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นายฉลาด ขามช่วง ๕. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๖. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๗. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๘. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๙. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม และ ๑๐. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ ครบนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน นางพรรณศิริ กุลนาถศิริ จังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐจำนวน ๙ ท่านดังนี้ ๑. นายจีรเดช ศรีวิราช ๒. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ๓. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๔. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๕. นายสมพงษ์ โสภณ ๖. นายสมบัติ อำนาคะ ๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๘. นายอนุชา น้อยวงศ์ และ ๙. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ๒. นายมานพ คีรีภูวดล ๓. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๔. นายประยงค์ ดอกลำไย ๕. นายชัน ภักดีศรี และ ๖. นายอลงกรณ์ อรรคแสง ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่านดังต่อไปนี้ ๑. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ๒. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๔. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอ รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาที่ดินในสัดส่วนโควตาพรรคภูมิใจไทย ด้วยกันทั้งหมด ๔ ท่านครับ ๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๒. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๓. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๔. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ ดอกเตอร์สวาท สุทธิอาคาร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน นางคชาภรณ์ รุ่งหิรัญรักษ์ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ครบ ๔๙ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อทบทวนอีกครั้ง เพื่อความถูกต้อง🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จำนวน ๔๙ ท่าน ๑. นายประภัตร โพธสุธน ๒. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ๓. นายพงศ์บุณย์ ปองทอง ๔. นายณรงค์ สืบตระกูล ๕. นายนภดล ตันติเมฆิน ๖. นางวิไลรัตน์ อักษรพันธ์ ๗. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๘. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๙. นายดำรงค์ พิเดช ๑๐. นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ๑๑. นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ๑๒. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๓. นายพีระเพชร ศิริกุล ๑๔. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๕. นายนิรมิต สุจารี ๑๖. นายฉลาด ขามช่วง ๑๗. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๑๘. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๙. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๒๐. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๒๑. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๒๒. นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์ ๒๓. นายจีรเดช ศรีวิราช ๒๔. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ๒๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๒๖. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๒๗. นายสมพงษ์ โสภณ ๒๘. นายสมบัติ อำนาคะ ๒๙. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๓๐. นายอนุชา น้อยวงศ์ ๓๑. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๓๒. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ๓๓. นายมานพ คีรีภูวดล ๓๔. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๓๕. นายประยงค์ ดอกลำไย ๓๖ นายชัน ภักดีศรี ๓๗ นายอลงกรณ์ อรรคแสง ๓๘. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๓๙. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๔๐. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๔๑. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๔๒. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๔๓. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๔๔. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๔๕. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๔๖. นายสรชัด สุจิตต์ ๔๗. นายสวาท สุทธิอาคาร ๔๘. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๔๙. นางคชาภรณ์ รุ่งหิรัญรักษ์🔗
กรรมาธิการ ๔๙ ท่าน ครบถูกต้องนะครับ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแล้ว ขอเชิญกำหนดระยะเวลา ในการพิจารณาจะใช้เวลากี่วัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลาในการทำการศึกษา จำนวน ๙๐ วัน🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
มีท่านสมาชิกเสนอใช้ระยะเวลาในการพิจารณา ๙๐ วัน มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ให้กรรมาธิการใช้เวลาภายใน ๙๐ วัน เป็นการจบการพิจารณาญัตติทั้ง ๑๔ ฉบับ ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี🔗
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมขอปิดการประชุม ขอขอบพระคุณ ทุกท่านครับ🔗