รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
-------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ มีรายชื่อผู้ขอปรึกษาดังต่อไปนี้ครับ แต่ละท่านกรุณา รับทราบลำดับเพื่อจะได้มาหารือไม่ขาดช่วงจังหวะครับ นางมนพร เจริญศรี นายพีรเดช คำสมุทร นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นายศักดินัย นุ่มหนู นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา นายสงวน พงษ์มณี นายคารม พลพรกลาง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายสำลี รักสุทธี นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ นายวัน อยู่บำรุง นางสาวชนก จันทาทอง นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นายสฤษดิ์ บุตรเนียร นายระวี มาศฉมาดล นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นายนภดล แก้วสุพัฒน์ นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายจีรเดช ศรีวิราช นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ก็ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ๒ นาที พยายามรักษาเวลานะครับ ท่านแรกเชิญครับ นางมนพร เจริญศรี🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก จากคำสั่งคณะ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับ ของกฎกระทรวงที่มีการปล่อยเสรีนำเข้าขยะรีไซเคิล (Recycle) ประเภทกระดาษและ ขวดพลาสติก ท่านประธานคะ นั่นก็หมายความว่ากฎหมายที่ออกมานั้นทำให้ผู้ประกอบการ รับซื้อของเก่าหรือว่าคนยากคนจนที่มีอาชีพเก็บขยะขายเศษพลาสติกก็พลอยลำบากไปด้วย จากเดิมวันหนึ่งที่เก็บเศษกระดาษ เก็บเศษขยะหรือขวดพลาสติกไปขายที่ร้านขายของเก่า วันละ ๓-๔ ซาเล้งก็ได้เงินประมาณวันละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท หรือสูงสุดก็วันละ ๕๐๐ บาท พอที่จะมาเยียวยาค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่งลูกเรียน แต่พอประกาศของรัฐบาลออกมาแบบนี้แล้ว ที่เคยเก็บได้วันละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทก็เหลือวันละไม่ถึง ๑๐๐ บาท ก็ไม่เพียงพอในการที่จะ ใช้จ่ายในครัวเรือนให้ลูกหลานไปโรงเรียน หรือว่าซื้ออาหารประกอบชีวิตเพียงพอในภาวะ เศรษฐกิจแบบนี้ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าขณะนี้ชาวบ้าน แม้กระทั่งชาวรากหญ้าก็ลำบากค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์เดือดร้อน เรื่องของการออกโฉนดที่ดิน ดิฉันขอฝากไปว่าขณะนี้กรมที่ดินได้ใช้ดาวเทียมอาร์ทีเค (RTK) ในการที่จะออกสำรวจที่ดินจะทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าการใช้ดาวเทียมสำรวจนั้น ยังไม่สามารถทั่วถึง เพราะกรมที่ดินได้สั่งการมาจากส่วนกลางไม่ได้เข้าใจปัญหาแล้วก็พื้นที่ ทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ก็ขอฝากกรมที่ดินได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับ ความห่วงใยต่อผลกระทบวิกฤติจากไวรัสโคโรนา (Virus Corona) หรือวิกฤติอู่ฮั่น ท่านประธาน ปัญหาธุรกิจการท่องเที่ยวตอนนี้เลื่อนลงยังไหลไม่หยุดเลย ไม่ใช่กระทบแต่นักท่องเที่ยวจีน เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศด้วย และไม่ได้กระทบต่อนักท่องเที่ยว ต่างประเทศเท่านั้นยังลามไปถึงนักท่องเที่ยวในประเทศด้วย ตอนนี้วิกฤติในการท่องเที่ยวนี้ เดือดร้อนมาก ภาคท่องเที่ยวเป็นภาคที่จุนเจือธุรกิจของภาคเกษตรและภาคพาณิชย์ลูกหลาน เกษตรกรอยู่ในภาคนี้มาก นางสาววิชุพรรณ ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ให้ข้อมูลว่าในช่วงแค่ ๓ วัน ที่ผ่านมาหลังจากที่มีการประกาศวิกฤติอู่ฮั่น จังหวัดกระบี่มีการยกเลิกเที่ยวบิน ๑๐๐ เที่ยวบิน สูญเสียนักท่องเที่ยวมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้ ททท. ยังประเมินว่าอีก ๓ เดือนที่จะ ไปจากวันนี้ครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปประมาณ ๒ ล้านคน สร้างผลกระทบมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกเหนือจากนโยบายที่รัฐบาลเสนอมาเมื่อผ่าน ครม. อาทิตย์นี้ ที่ผ่านมา ดิฉันขอเสนอมาตรการเพิ่มเติม ๓ ประการ🔗
๑. เพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยว โดยปล่อยอัตราเงินกู้ร้อยละ ๒ และให้ยกเว้นการจ่ายเงินต้นเป็นเวลา ๑ ปี สำหรับโรงแรมและบริษัทท่องเที่ยวที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย🔗
๒. เยียวยาภาคธุรกิจท่องเที่ยวโดยการจัดงบประมาณให้พนักงานในธุรกิจ ท่องเที่ยวยกระดับทักษะการบริการทางด้านภาษา เน้นการท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืน🔗
๓. ให้จัดประชุมสัมมนาวิชาการ สัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชน ระดมความคิดเพื่อให้ประเทศไทยได้พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือไปยังท่านรัฐมนตรีถึงมาตรการเสริมครั้งนี้ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านบ้านโป่ง ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลย เรื่องการพังทลายของตลิ่งแม่น้ำเลย แล้วก็มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อบ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสาน ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งกั้นแม่น้ำเลย โดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ ๒ ฝั่งริมแม่น้ำเลยได้ใช้น้ำ ในการอุปโภคบริโภคให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วเพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งในระยะยาว จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการสร้างเขื่อนยางกั้นน้ำเลยบริเวณบ้านท่ามะนาว ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นความเดือดร้อนของผู้ใช้ทางเส้นถนนเลย-นาด้วง บริเวณ กิโลเมตรที่ ๒๙-๓๒ ช่วงภูข้าวซึ่งเป็นทางลง ถ้ามีฝนตกถนนจะลื่นเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง แล้วก็มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งโดยเฉพาะในช่วงของเวลากลางคืน จึงขอความกรุณา ท่านประธานได้ประสานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมได้กรุณาติดตั้งไฟส่อง สว่างแล้วก็ทำเครื่องหมายเตือนเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่อไป ขอบพระคุณท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอปรึกษาหารือในเรื่องภัยแล้งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกับทุกพื้นที่ วันนี้ชาวบ้านชำโสม หมู่ที่ ๑๐ ชาวบ้านคลองกลาง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับร้องเรียนผ่านมายังท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกฤษฎากรณ์ สุริยวงษ์ ว่าในช่วงเดือนนี้จะขาดแหล่งน้ำดิบธรรมชาติที่จะนำมาผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ขาดแคลน ไม่พอเพียงต่อการอุปโภคบริโภค แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์บุรี ก็ได้แก้ไขบรรเทาเฉพาะหน้าเป็นปี ๆ ไป ด้วยวิธีที่ ๑ คือขอความร่วมมือจากกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต ๓ จังหวัดปราจีนบุรี ได้จัดเครื่องสูบน้ำระยะทางไกลมาเติม ระบบน้ำประปา หมู่ที่ ๑๐ และหมู่ที่ ๑๑ ซึ่งห่างไปถึง ๕ กิโลเมตรได้รับงบประมาณปีละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท วิธีที่ ๒ บรรทุกน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำที่ใกล้เคียงมาโดยตลอด ๒ หมู่บ้านนี้เพื่อบรรเทา ๘๐๐ ครัวเรือน ๑,๕๐๐ คน บรรทุกน้ำวันละ ๔๐ เที่ยว ใช้งบประมาณถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาทเป็นการชั่วคราว จึงขอกราบเรียนมายังท่านประธานสภา ที่เคารพได้ผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขยายเขตการประปา ไปยัง ๒ หมู่บ้านนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ๘๐๐ ครัวเรือนถึง ๑,๕๐๐ คน ได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างถาวรต่อไป กราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปท่านระวี มาศฉมาดล ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ กระผมมีเรื่องที่จะขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องขอเสนอให้เร่งสร้างสนามบินแห่งที่ ๒ ของเกาะสมุย ตามข้อเรียกร้องของคณะกรรมการภาคประชาชน ๗ ตำบล ปัจจุบันเกาะสมุย มีสนามบินแห่งเดียวมาตลอดเกือบ ๒๐ ปีแล้ว เป็นสนามบินเอกชนที่มีปัญหาเรื่องราคา ค่าโดยสารที่แพงมากมาโดยตลอด ภาพต่อไปจะเป็นการแสดงราคาตั๋วในช่วงนี้นะครับ🔗
ปรากฏว่าไม่ว่าจะจองในวันไหน ก็ราคาประมาณ ๕,๔๙๐ บาททุกไฟลต์ (Flight) บิน บางช่วงราคาสูงถึง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ต่อเที่ยว ที่เปรียบเทียบกับสายการบินโลว์ คอสต์ (Low cost) ที่เดินทางไปจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ราคาประมาณ ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้น ส่งผลทำให้การท่องเที่ยวของเกาะสมุยจะได้ เฉพาะคนที่มีฐานะดีเท่านั้นที่จะเดินทางมาได้ เพราะเฉพาะไปกลับอย่างเดียวก็ราคาเกิน ๑๐,๐๐๐ บาทแล้ว เทียบกับการไปเที่ยวจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้เพียงพอ สำหรับการท่องเที่ยวทุกอย่าง สภาพเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเกาะสมุยได้หดหายไปอย่างมาก ในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา โรงแรม ๓ ดาวของชาวสมุยได้ทยอยปิดทยอยประกาศขายกิจการ เพราะว่าแม้ขนาดช่วงไฮ ซีซัน (High season) ห้องพักก็ยังไม่เต็ม และในขณะนี้ในช่วงที่ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ระบาด การท่องเที่ยวของสมุยกำลังจะเริ่มเงียบหายตายสนิท ดังนั้นแนวทางที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเกาะสมุยที่ดีที่สุดก็คือสร้างสนามบิน แห่งที่ ๒ ที่สายการบินโลว์ คอสต์ (Low cost) สายการบินเช่าเหมาลำสามารถจะลงจอด ที่สมุยได้ในราคาธรรมดา ให้คนไทยทั่วไปสามารถมาเที่ยวเกาะสมุยได้ ดังนั้นการสร้าง สนามบินแห่งที่ ๒ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด อาจจะดีกว่าแนวคิดในการสร้างสะพานข้าม เกาะสมุยด้วยซ้ำไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. ขอค่าตอบแทน เนื่องจากสมาชิก อปพร. ได้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นบางครั้ง เพราะบางครั้ง ต้องตื่นแต่เช้ามาบริการดูแลลูกหลานข้ามถนนไปโรงเรียน ตอนเย็นก็จะมาดูแลลูกหลาน ข้ามถนนกลับบ้าน บางครั้งถ้ามีงานสีดำหรืองานกฐินหรืองานผ้าป่า พี่น้อง อปพร. ก็จะต้อง ออกมาดูแล บุคคลกลุ่มนี้น่าเห็นใจเงินค่าตอบแทนก็ไม่มี สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กำลังจะพิจารณาให้ค่าตอบแทนแต่ก็ต้องตกไปเพราะเปลี่ยนรัฐบาล ขอฝากท่านประธาน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือกระทรวงมหาดไทยช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับ พี่น้อง อปพร. ด้วยครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งท่านได้ทำงาน ให้กับพี่น้องประชาชนและทำงานให้กับราชการทุกกระทรวง ฝากท่านประธานช่วยดูแล เรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วยครับ และขอค่าตอบแทนเพิ่มให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะพวกเขาทำงานมามาก ฝากท่านประธาน ไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย🔗
ส่วนเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ช่วงนี้พริก หอม กระเทียม จังหวัดศรีสะเกษ กำลังเริ่มออกเยอะเพราะว่าราคาตกต่ำมาก พริกสดราคาต้นทุนกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ราคา ท้องตลาดกิโลกรัมละ ๑๒-๑๓ บาท ส่วนหอมแดงราคาต้นทุนกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ราคา ปัจจุบัน ๑๐ บาท ฝากท่านประธานไปยังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยดูแล พืชผลทางการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อน และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับ จัดสรรถังดับเพลิงเพื่อติดไว้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในยามจำเป็น แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถังดับเพลิงก็มีชำรุดทรุดโทรม มีการใช้งานแล้วแต่ก็ไม่มีงบประมาณในการที่จะเติมสารเคมี รวมไปถึงในอีกหลายชุมชนหรือเกือบจะทุกชุมชนที่ดิฉันได้รับร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ ปทุมวัน บางรัก สาทร และอีกหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องหาบหาม ที่ติดไว้ในชุมชนก็ไม่มีงบประมาณในการที่จะซ่อมบำรุงรักษาซ่อมแซมให้ใช้การได้ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้กว่าที่รถดับเพลิงจะเข้าไป โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ชั้นในที่มีชุมชนแออัด ที่มีบ้านเรือนที่ติดกันมากไฟก็ลุกลามสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ดังนั้นดิฉันจึงขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดสรรถังดับเพลิง ให้กับชุมชนในกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงซ่อมแซมซ่อมบำรุงเครื่องหาบหามให้พร้อมใช้งานได้ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเจนวิทย์เข้ามาแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เมืองนักปราชญ์และพระธาตุทองคำ ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานอยู่เรื่องเดียว ก็คือปัญหาความเดือดร้อนจากการใช้ถนนสามแยกเขาศูนย์-บ้านปลายเส ด้วยขณะนี้ประชาชน ที่ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาบนถนนลาดยางสายสามแยกเขาศูนย์-บ้านปลายเส ได้รับความ เดือดร้อนอย่างหนักจากสภาพถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ระหว่างหมู่ที่ ๙ ถึงหมู่ที่ ๑๐ ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ ๑๐ ได้ชำรุดและ เสียหายเป็นอย่างมาก การใช้รถสัญจรไปมาไม่สะดวกไม่ปลอดภัยสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ โดยปัญหาสภาพที่ชำรุดเสียหายเป็นปัญหามาอย่างยาวนานแล้วและได้ทวีความรุนแรงเรื่อย ๆ แต่องค์การบริหารส่วนตำบลไม้เรียงไม่ได้ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมแต่อย่างใด โดยอ้างว่า สาเหตุที่ไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมนั้นเนื่องจากอยู่ระหว่างการถ่ายโอนไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมจึงขอเรียกร้องไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ได้ตรวจสอบการถ่ายโอนถนนดังกล่าวโดยขอให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ตั้งงบประมาณปรับปรุงถนน เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอกราบเรียนท่านประธานหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากนายแจ่ม จันทร์มา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๓ ตำบลทุ่งทอง อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ขอให้ช่วยสร้างสะพาน คสล. ขยายให้กว้างขึ้น เนื่องจากของเก่าได้ชำรุดบกพร่องและมีขนาดเล็ก เพื่อเป็นทางสัญจรให้กับพี่น้องประชาชน และนักเรียนในหมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ ของตำบลที่กล่าวข้างต้น ให้กระทรวงมหาดไทยและ กรมชลประทานดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายจำปี เหล่าปาสี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลลำเหย จังหวัดนครปฐม ขอให้สร้างถนนลาดยางจากหมู่ที่ ๑๓ ตำบลทุ่งทอง จังหวัดนครสวรรค์ถึงบ้านวังกะทะ หมู่ที่ ๘ ตำบลวังงิ้ว จังหวัดพิจิตร ระยะทาง ๕ กิโลเมตร เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนเป็นถนนลูกรังเดิมและเวลาหน้าฝนมีความเดือดร้อนมาก ขอให้ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมโดยทางหลวงชนบทช่วยดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดนครปฐม ตำบลหินมูล อำเภอบางเลน ขอให้ช่วยซ่อมประตูน้ำที่ตำบลหินมูล อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ที่ชำรุด เสียหายเป็นเวลานานทำให้น้ำที่จะไหลเข้าแปลงนาของเกษตรกรไม่สามารถไหลลงได้ทำให้ น้ำที่ไหลมาเพื่อที่จะเข้าแปลงเกษตรกรไหลลงแม่น้ำชีทั้งหมด จึงขอให้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์โดยกรมชลประทานช่วยดำเนินการซ่อมประตูน้ำเพื่อแก้ไขความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนด้วยขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนายศักดินัย นุ่มหนู🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมและเพื่อน ส.ส. คุณญาณธิชา บัวเผื่อน ขออภัยที่เอ่ยนาม ส.ส. จันทบุรี เขต ๓ แล้วก็ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาเกษตรเขต ๖ ตลอดจนพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนผลไม้ได้มีการมาร่วมหารือกันถึงปัญหาจากกรณีที่กรมวิชาการเกษตรนั้นถูกตัดงบไป ๖๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมันมีภารกิจสำคัญของ สวพ. ๖ ที่จะต้องทำการขึ้นทะเบียนจีเอพี (GAP) ให้กับพี่น้องชาวสวนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกครับ โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด จากข้อมูลเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีอยู่ ๒๐,๐๐๐ กว่าแปลง ซึ่งปัจจุบันนี้เท่าที่ได้เรียนถามทาง ผอ. ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต ๖ นั้น ตอนนี้มี ๓๐,๐๐๐ กว่าแปลงที่รอการขึ้นจีเอพี (GAP) อยู่ ซึ่งความสำคัญของมันก็คือหากว่า พี่น้องชาวสวนไม่สามารถจะขึ้นทะเบียนจีเอพี (GAP) ได้นั้นไม่สามารถที่จะส่งผลไม้ของเรา ออกไปขายยังประเทศจีนหรือประเทศอื่น ๆ ได้ เพราะฉะนั้นอยากที่จะได้ให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์หรือทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการที่จะได้จัดสรรในเรื่องของงบประมาณ ที่จะได้ช่วยให้กับสำนักงานวิจัยและพัฒนาเกษตรเขต ๖ นั้นได้มีงบประมาณในการที่จะได้ ขึ้นทะเบียนจีเอพี (GAP) ให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ๓ จังหวัดนี้ ในขณะนี้ สวพ. ๖ เอง ก็พยายามที่จะได้ช่วยตัวเองด้วยการที่จัดทอดผ้าป่าจีเอพี (GAP) ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ซึ่งก็คงจะได้แค่เพียงบางส่วน ฉะนั้นอยากให้ทางรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร ที่จะให้ทางกรมวิชาการได้มีงบประมาณในการที่จะขึ้นทะเบียนจีเอพี (GAP) ให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ชาวสวนผลไม้ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ คน กทม. ได้เจออยู่เป็นประจำก็เป็นเรื่องของการรื้อถอนของซากสิ่งก่อสร้าง เช่นเสาอันนี้ ภาพประกอบใน กทม. ก็จะเหลือไว้เป็นตออย่างนี้ อันนี้ในเขตของดิฉันซึ่งเป็นเขตท่องเที่ยว ด้วยซ้ำและเมื่อไม่กี่วันก่อนก็มีผู้สูงอายุได้สะดุดหกล้มไป🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการเคหะ ดิฉันได้รับร้องเรียนมาจากพี่น้องผู้ที่อยู่อาศัย ในแฟลตการเคหะว่าอยากจะได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมตึกที่ชำรุด เนื่องจากว่าหลาย ๆ จุด ด้วยกัน อย่างเช่นราวบันไดแทบจะทุกแฟลตเลยที่ราวบันไดชำรุด ซึ่งราวบันไดนี้ผู้สูงอายุต้องใช้ ในการสาวขึ้นบันได นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องของบ่อเกรอะที่เต็มตันเหม็นแทบจะทุกแฟลต เช่นกัน ยิ่งหน้าฝนจะส่งกลิ่นเหม็นมากแล้วก็ไหลออกมาเป็นเรื่องที่น่าอุจาดตามาก🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องอมตะเกิดขึ้นตลอดก็คือเรื่องของหนู หนูเยอะมากค่ะ ทุกแฟลต ซึ่งหนูเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคแล้วก็เป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาตลอดของชาวแฟลต การเคหะ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอหารือท่านประธาน เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ในการใช้เส้นทางคมนาคม โดยสืบเนื่องจากว่าถนนสาย ๒๐๕๐ ซึ่งเป็นถนน ๔ ช่องจราจร เชื่อมระหว่างอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านอำเภอเหล่าเสือโก้ก ผ่านอำเภอตระการพืชผล ผ่านอำเภอกุดข้าวปุ้นถึงอำเภอเขมราฐ ซึ่งเป็นถนนสายหลักมีพี่น้องประชาชนใช้รถ เป็นจำนวนมาก ผมจึงอยากจะขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยเหลือ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ก่อสร้างสัญญาณไฟจราจรจำนวน ๒ จุด จุดที่ ๑ แยกบ้านแต้ใหม่ อำเภอเหล่าเสือโก้กเพื่อแยกไปอำเภอตาลสุมแล้วก็อำเภอดอนมดแดง จุดที่ ๒ คือแยกเข้า ศูนย์ราชการอำเภอเหล่าเสือโก้ก🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ยกระดับถนนที่มีระดับที่ต่ำเนื่องจากพอถึงฤดูฝนน้ำจะท่วมขัง รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีอยู่ ๒ จุด จุดที่ ๑ บริเวณทางเข้าบ้านเอื้ออาทร เขตเทศบาลตำบลตระการพืชผลนะครับ จุดที่ ๒ คือบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลน้องหญิง เขตเทศบาลตำบลตระการพืชผล🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้สร้างสะพานลอยข้ามถนนบริเวณตลาดสด สถานีขนส่ง อำเภอตระการพืชผล🔗
เรื่องสุดท้าย ขอฝากถนนสาย ๒๑๓๔ จากอำเภอตระการพืชผลถึงอำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ช่วงบ้านดอนงัว ตำบลไหล่ทุ่ง อำเภอตระการพืชผล ถึงบ้านสี่แยกคูณสวรรค์ ตำบลนาสะไม อำเภอตระการพืชผล ถนนผิวจราจรชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก ขอฝาก ท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประเด็นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานก็คือเรื่องการพัฒนา และการสร้างดิจิทัล แพลตฟอร์ม (Digital platform) แห่งชาติ ให้เป็นของคนไทยอย่างแท้จริง ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว สาธารณสุข การขนส่ง การเงินการธนาคารไปจนถึง ระบบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเนื่องจากแพลตฟอร์ม (Platform) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ประชาชนใช้กูเกิล (Google) เฟซบุ๊ก (Facebook) ยูทูบ (YouTube) ไลน์ (Line) อะเมซอน (Amazon) ไปจนถึงอาลีเพย์ (Alipay) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ของต่างชาติทั้งสิ้น การที่เราไม่ได้มีแพลตฟอร์ม (Platform) เป็นของตัวเองทำให้เราต้องสูญเสียความสำคัญ ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติใน ๓ ประเด็นหลักต่อไปนี้ ๑. การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภค ข้อมูลการค้า การทำธุรกรรมไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคทางด้านสังคม การทะเลาะเบาะแว้งกันนั้นทำให้แพลตฟอร์ม (Platform) ของต่างชาตินั้นสามารถวิเคราะห์ ถึงข้อมูลในประเทศไทยได้ทั้งหมด จึงเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง🔗
ประเด็นที่ ๒ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ด้านสังคม เพราะเราจะถูกแทรกแซงและครอบงำทางวัฒนธรรมได้โดยง่าย ไปจนถึงเป็นเครื่องมือโจมตี ทางไซเบอร์ (Cyber) โดยที่รัฐไม่สามารถควบคุมดิจิทัล แพลตฟอร์ม (Digital platform) ดังกล่าวได้เลย🔗
ประเด็นที่ ๓ เราจะสูญเสียการควบคุมการบริหารการจัดการทางด้านเศรษฐกิจ อย่างสิ้นเชิง กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นดีอีเอส (DES) กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ จำเป็นที่จะต้อง เปลี่ยนกระบวนการบริหารการจัดการใหม่ทั้งหมด ส่งเสริมภาคเอกชนให้เป็นผู้สร้างระบบ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม (Digital platform) ให้เป็นของคนไทยรวมถึงยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลัง ออกกฎหมายที่ทันสมัยกับระบบเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในซอยประชาราษฎร์ ๘ และ ๑๐ ผ่านไปยังผู้ว่า กทม. และผู้เกี่ยวข้องในการทำอีไอเอ (EIA) คือตอนนี้มีการก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่บริเวณทางเชื่อมถนนประชาราษฎร์ซอย ๘ และ ๑๐ มีการก่อสร้างที่ฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบหลายประการ ทางชุมชนได้รวมตัวกัน แล้วไปร้องที่สำนักงานเขตห้วยขวางและทางเขตได้มีการออกมาตรวจสอบแล้วและเป็นจริง ดังนั้นจึงสั่งให้โครงการระงับการก่อสร้างก่อนจนกว่าจะได้มีการแก้ไขและปฏิบัติตามผลกระทบ สิ่งแวดล้อมให้ครบถ้วน แต่ปัจจุบันโครงการก็ยังไม่ได้แก้ไขแล้วก็ยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อ โดยที่ทางเขตก็ยังเพิกเฉยที่จะยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ในบริเวณโดยรอบ เช่น ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างจำนวนมาก การจราจรติดขัด มีเสียงดัง จากการก่อสร้างทั้งกลางวันและกลางคืนเลยนะคะ พื้นที่โดยรอบมีแรงสั่นสะเทือน อาคาร ของพี่น้องประชาชนที่บริเวณใกล้เคียงมีการทรุดตัวแตกร้าว จึงผ่านท่านประธานช่วยสั่งการ ให้เข้าช่วยเหลือบริเวณชุมชนนี้ อนึ่งโครงการนี้มีการทำอีไอเอ (EIA) แล้วแต่ว่าได้รับร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนว่าเป็นการทำอีไอเอ (EIA) ที่ไม่ชอบค่ะ เพราะว่าเอาชื่อของบุคคลอื่น ที่ไม่ได้อยู่ในชุมชนเข้ามาเห็นชอบในโครงการจำนวนมาก จึงขอให้มีการตรวจสอบการทำงาน ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในการศึกษาการทำอีไอเอ (EIA) นี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับข้อร้องทุกข์จากประชาชนเรื่องที่มีหนังสือลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ๕.๔ จังหวัดราชบุรี ที่ สธ ๐๔๒๒.๓.๔/๒๔๖ ขอความเห็นชอบให้ปิดสำนักงานหน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ ๕.๔.๓ ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ทั้งที่ปัจจุบันสำนักหน่วยควบคุมโรคติดต่อแห่งนี้มีการใช้งานและอยู่คู่กับท้องถิ่น มานานกว่า ๓๐ ปี ดูแลและช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรียให้กับประชาชน ทั้งใกล้และไกล พื้นที่ภาพรวมเป็นผืนป่าชนบทเสียส่วนใหญ่ จากหนังสือแจ้งเหตุผลว่า ศูนย์แห่งนี้มีเจ้าหน้าที่เพียง ๑ คนไม่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้และยังระบุให้ชาวบ้าน ไปตรวจรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ห่างไกล ทั้งยังได้ย้ายเจ้าหน้าที่ที่เหลือเพียง ๑ คน ให้ไปอยู่อำเภอสวนผึ้งเพื่อให้มาดูแลประชาชนที่ร้องเรียนในอำเภอปากท่อ หลังจากที่ ประชาชนทราบเรื่องก็กังวลว่าหากปิดศูนย์ควบคุมโรคแห่งนี้แล้วเวลาที่ชาวบ้านรู้สึกเจ็บป่วย ขึ้นมาจะไม่มีที่พึ่งพิงและดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด ดิฉันขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ การมีศูนย์คอยเฝ้าระวังผู้ป่วยดีอยู่แล้ว เมื่อมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอควร เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ต้องเพิ่มบุคลากรเข้าไปให้เพียงพอ ขอให้ช่วยพิจารณา เรื่องดังกล่าวนี้ด้วยเพื่อเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนต่อไปขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ต้องขอท่านประธานได้กรุณาส่งเรื่อง การเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ตอนนี้ ขั้นตอนเหลือเฉพาะการขอใช้ที่ดินจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ถ้าสร้างเสร็จจะทำให้ชาวบ้านในจังหวัดลำพูนได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๒ ขณะนี้โครงการของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เรื่องน้ำกินน้ำใช้ กำลังติดปัญหาอยู่ที่การขอใช้ที่ดินหลวง อยากจะให้ทางสภาส่งเรื่องไปยัง กระทรวงมหาดไทยให้เร่งดำเนินการให้หาแนวทางร่วมกันว่าเราจะลดขั้นตอนและเร่งให้ เกิดประโยชน์กับประชาชนได้อย่างไร ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสภาผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากถนนสาย ๒๒๕๖ ชัยบาดาล-ด่านขุนทด ช่วง กม. ที่ ๒๔ ถึง กม. ที่ ๒๘ ซึ่งถนนดังกล่าวมีทางแยกหลายแยก เช่น สี่แยกลำพญาไม้ แยกเขาสมโภชน์ แยกซับเค้าแมว เป็นทางลาดชันขึ้นเขากระทิง ระยะทาง ๔ กิโลเมตร เป็นทางที่รถบรรทุกใช้ขนส่งสินค้าเกษตรจำนวนมาก แต่เส้นทาง ดังกล่าวเป็นทางเนินสูงชันขึ้นไปทำให้รถบรรทุกเคลื่อนตัวได้ช้า ระยะทาง ๔ กิโลเมตร คือรถแซงกันไม่ได้ รถปิกอัพรถอะไรต้องรอ เป็นทาง ๒ ช่องจราจร อยากให้กรมทางหลวง ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร ขณะเดียวกันถ้ารถบรรทุกน้ำหนักที่วิ่งลงมาจากเขา จากด่านขุนทด ลงมาชัยบาดาลซึ่งเป็นทางลงเขายาวถึงบ้านโนนอ่างรถจอดแช่อยู่ อาจจะต้องรอเลี้ยวขวา เพื่อเข้าทางหมู่บ้าน รถบรรทุกที่มาเร็วเบรกไม่ทันก็อาจจะชนได้ จึงขอแจ้งความเดือดร้อน ของชาวบ้านให้ท่านประธานทราบในข้อนี้ ขอให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรในทางหลวงเส้นนี้ ให้แขวงการทางลพบุรีที่ ๒ ลำนารายณ์ได้ดำเนินการออกแบบจัดสรรงบประมาณด้วยครับ🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ คือถนนหมายเลข ๒๐๕ ในตลาดลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ช่วงสี่แยกเข้าสถานีรถไฟซึ่งเป็นที่สัญจรมากมายของพวกคน ใช้รถใช้ถนน แล้วก็อีกทางหนึ่งเป็นแยกเข้าโรงพยาบาลลำนารายณ์ อยากจะขอเป็นสี่แยก เป็นไฟแดงช่วงนี้ กราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตนำเรียน หารือเรื่องภัยแล้ง ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ภัยแล้งเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนทั่วภาคอีสาน ขอภาพด้วยนะครับ🔗
เมื่อไม่กี่วันมานี้ก็ได้มีโอกาส ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของท่านชัย ชิดชอบ ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ดแต่ไปเรียน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ก็มีพรรคพวกเพื่อนฝูง เขาได้ส่งเรื่องอ่างเก็บน้ำสนามบินเก่าซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำ ของอำเภอประโคนชัยที่ใช้อุปโภคบริโภค รวมทั้งใช้ในการทำน้ำประปาของอำเภอประโคนชัย ต้องเรียนว่าขณะนี้สภาพที่เห็นเป็นสภาพปัจจุบัน เพจ (Page) ที่นี่ประโคนชัยได้ส่งให้มารวม กับทางพื้นที่ได้ส่งมาด้วยว่าอยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร่งอาจจะเป็นการขุดลอก มีงบประมาณดำเนินการขุดลอกเพื่อให้เป็นที่สำหรับเก็บน้ำ จะเห็นว่าเวลาที่อยู่ในช่วงหน้าฝนนี้ เราไม่เก็บน้ำเลย ภาพล่างเป็นภาพของอำเภอสตึกแม่น้ำมูลเดือนมกราคมสภาพเป็นอย่างที่เห็น เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมตัวรับแล้วก็ช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งของจังหวัดบุรีรัมย์ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอนำเรียนหารือท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องด้วยดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนจำนวน ๘๙ ครัวเรือน ในพื้นที่ดำเนินโครงการแก้มลิงวังทองแดงในตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง และในตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการก่อสร้างโครงการแก้มลิงในพื้นที่จำนวน ๒,๒๖๓ ไร่ เป็นโครงการที่ดีมากต้องขอขอบคุณหน่วยงาน แต่ในขณะเดียวกันการก่อสร้าง ได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินเป็นเวลา ขณะนี้ได้ดำเนินโครงการไปแล้ว ๑ ปี ๔ เดือน แต่ข้อตกลง ในเบื้องต้นหลังจากที่ได้เริ่มดำเนินโครงการภายใน ๖ เดือนจะต้องจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้กับ ประชาชน ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ดังกล่าวการดำเนินงานได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ในขณะนี้ประชาชนยังไม่ได้รับค่าเวนคืนแต่อย่างใด บางรายก็ได้มัดจำ ที่ดินใหม่เพื่อก่อสร้างบ้านเรือน บางรายค่ารื้อถอนก็มีปัญหาในการกู้ยืมต่าง ๆ จึงขอเร่งรัด ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยในส่วนของสำนักงานก่อสร้างชลประทานที่ ๔ นั้นได้เร่งรัด ในการดำเนินการจ่ายค่าที่ดินค่าเวนคืนตลอดจนปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการ โครงการดังกล่าวจึงเร่งรัดมา ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนท่านประธาน เมื่อปี ๒๕๖๑ เรามีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือการช่วยเหลือทีมหมูป่า อะคาเดมี (Academy) ที่วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ท่านประธานครับ จากปี ๒๕๖๑ มาจนถึงตอนนี้ปี ๒๕๖๓ รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เท่าที่ผมทราบมามีงบแค่ศึกษา วางแผนแค่ ๑๗ ล้านบาท🔗
ผมเรียนท่านประธานว่าภาพที่ผมจะ ให้เห็นจะขอเรียนท่านประธานว่าเรามีนักท่องเที่ยวจากหลักพันเดี๋ยวนี้เป็นหลักล้าน เป็นรายได้ ที่เข้าประเทศอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นก็ได้รับการร้องเรียนจากทาง ส.จ. ชัยยนต์ ศรีสมุทร ท่าน ส.จ.อนุภาส ปฏิเสน และท่าน ส.ท.บรรจง ณ ลำพูน บอกว่าอยากจะให้มีการสร้างที่พัก สำหรับบริการนักท่องเที่ยว ขออนุญาตฝากรายละเอียดทั้งหมดให้ท่านประธานด้วยนะครับ เพราะว่ามีแผนงานการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ อยากจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานถึงการเกิดภัยแล้ง ในจังหวัดเชียงราย ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำแม่คำ แม่น้ำรวก แม่น้ำสายแล้งมากเหมือนกับ ที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ คนได้นำเสนอนะครับ จังหวัดเชียงรายเองผมได้รับการร้องเรียน จากทางผู้ช่วยของผมคือคุณชาญชัย แสนรัตน์ อยู่ที่ตำบลเกาะช้าง ตำบลเวียงพางคำ และตำบลศรีเมืองชุม เขาบอกว่าจังหวัดเชียงรายมี ๑๕ อำเภอและ ๗๗ ตำบล ๖๕๒ หมู่บ้าน ที่เดือดร้อน กราบเรียนท่านประธานว่าการแก้ปัญหาไม่ใช่หมายถึงว่าจะเอางบ ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท ไปให้จังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ครับ การใช้วิธีที่ถูกต้องผมเรียน ท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาลว่าเราควรจะต้องให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ส่วนท้องถิ่น มีการปลูกฝายต้นน้ำ มีการทำชลประทานหยด หรือแม้กระทั่งการเก็บกักน้ำไว้ใช้ เพราะว่าปีนี้ เป็นปีที่แล้งมาก แล้วเราเองจะมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำกิน น้ำอุปโภคบริโภค ขอให้ท่านประธาน ได้ฝากถึงฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม จีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากว่า จังหวัดพะเยามีปัญหาที่สำคัญคือการขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำทำให้ไม่สามารถบริหาร จัดการน้ำอย่างเป็นระบบได้จากสาเหตุหลายประการ ซึ่งผมเคยนำมาอภิปรายไปหลายครั้ง จังหวัดพะเยามีปริมาณน้ำค่อนข้างดีโดยเฉพาะลุ่มน้ำอิงมีปริมาณ ๑,๓๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปี แต่มีศักยภาพเก็บได้เพียง ๒๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เหลือ ๑,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องไหลจากลุ่มน้ำอิงผ่านแม่น้ำโขงลงสู่ทะเลอย่างน่าเสียดาย ท่านประธานครับ ลุ่มน้ำอิง มีแหล่งต้นน้ำสำคัญคือหนองเล็งทราย อำเภอแม่ใจ มีพื้นที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ มีต้นกำเนิด ก่อเกิดมาจากดอยหลวงไหลรวมกันเป็นแหล่งน้ำอิงแล้วไหลสู่กว๊านพะเยา หนองเล็งทราย วันนี้มีสภาพที่ตื้นเขินกักเก็บน้ำได้เพียงแค่ ๕ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทางชลประทานให้ ข้อมูลว่าหากมีการปรับปรุงร่องน้ำโดยรอบก็จะเก็บน้ำได้ถึง ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรสามารถ เติมน้ำให้กับกว๊านพะเยาในฤดูแล้งผ่านประตูระบายน้ำสู่อำเภอดอกคำใต้ อำเภอภูกามยาว และอำเภอจุน ทำให้ช่วยเหลือด้านการเกษตรในเขตอำเภอเหล่านี้อีกหลายหมื่นไร่ ไม่กี่วัน ที่ผ่านมาท่านธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่ สำรวจตรวจสอบเพื่อหาแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบไปแล้ว จึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลให้รีบดำเนินการแก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บน้ำทั้งหลาย ทั้งหนองเล็งทราย และกว๊านพะเยาเพื่อให้เกษตรกรชาวนาชาวไร่ได้มีความมั่นคงในอาชีพเพราะน้ำคือชีวิต ของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสำลี รักสุทธี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมหาสารคาม ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รีบเร่งสร้างถนนตามโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จังหวัดมหาสารคามเชื่อมต่อระหว่างทางหลวงชนบทและทางหลวงเลี่ยงเมือง หมายเลข ๒๐๘ ถนนศรีรัตนโกสินทร์ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร กว้าง ๑๐ เมตร เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จากการสัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายเขตพื้นที่การใช้น้ำประปา ด้วยชาวบ้านเขามโนรมย์ หมู่ที่ ๙ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีความต้องการขยายเขตพื้นที่การใช้น้ำประปา ส่วนภูมิภาคเพราะน้ำที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้ง ๒ เรื่องดังกล่าวขอฝากผ่าน ไปยังกระทรวงมหาดไทยได้ดูแลแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากขอหารือถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว สืบเนื่องจากหลายเหตุปัจจัย ไล่เรียงตั้งแต่อันที่ ๑ นั่นก็คือค่าเงินบาทที่แข็งตัวเกินไปเป็นระยะเวลายาว และล่าสุดนั่นก็คือ เหตุการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) นอกจากนั้นยังมีการแพร่ระบาด ของไข้หวัดนกเอชไฟว์เอ็นวัน (H5N1) รวมทั้งดูเหมือนจะมีการแพร่ระบาดของเอชวันเอ็นวัน (H1N1) ในอีกหลายพื้นที่ในเอเซีย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีการประเมินว่าจะทำให้ส่งผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกของประเทศไทยเป็นมูลค่าถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะฉุด จีดีพี (GDP) ของประเทศได้ลดลงถึง ๑ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ เป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอชื่นชมกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการดำเนินการบริหารจัดการอย่างดีเยี่ยม หากแต่มิติ ในการแก้ไขปัญหาท่องเที่ยวต้องใช้มากกว่ามิติสาธารณสุข สิ่งหนึ่งที่จะต้องรีบทำและเร่งทำ ก็คือการแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย บนท้องถนน เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา นายเคซังนักวิ่งชาวญี่ปุ่นรถชนบาดเจ็บสาหัสที่เมืองไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคมที่ผ่านมา นายออม เซบอม นักปั่นเยาวชนเกาหลีถูกชนตายที่แม่ริม หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นต่างประเทศบางฉบับถึงกับเขียนว่าปั่นมาทั่วโลกมาจบที่ประเทศไทย เรื่องนี้ต้องเร่งแก้ไข ผมสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานกระทรวงมหาดไทยที่จะเสริมสร้าง ความปลอดภัยบนท้องถนน แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นนั่นก็คือจะทำอย่างไรถึงจะเชื่อมโยงสิ่งนั้น มาสู่การเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการท่องเที่ยว เพื่อที่จะบรรเทาความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการเผยแพร่ของโรคระบาดและรวมไปถึงค่าเงินบาทที่แข็งตัว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ เขต ๔ จังหวัดปทุมธานี ผมมีเรื่องที่จะหารืออยู่ ๓ เรื่องครับ เป็นปัญหาเก่าในเรื่องของน้ำประปาในเขตเทศบาลลำสามแก้ว เทศบาลคูคต และนครรังสิต ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าน้ำประปาไหลอ่อนมาเป็นเวลานานมากแล้วและไม่ได้รับ การแก้ไข ขอให้ท่านผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคช่วยกระชับแล้วก็ไปดูแลแก้ไขให้ด้วย🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องของถนนเสมาฟ้าครามในเขตเทศบาลคูคต และเทศบาลลำสามแก้วนะครับ มีปัญหาการจราจรที่ติดคับคั่งมาเป็นเวลานานแล้ว เรื่องนี้ ผมก็ได้หารือในสภาไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ว่ากรมทางหลวงชนบทก็ยังไม่ได้กระชับพื้นที่ ไม่ได้ ดูแลแก้ไขให้ดีขึ้นนะครับ ขอให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท และองค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ เทศบาลที่เกี่ยวข้องช่วยกันดำเนินการด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับกฎหมายของกรมสรรพากรที่ออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ ๖๒๙ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นเรื่องการปรับลดการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา ๔๐ (๗) (๘) ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จากเดิมได้มีการหักค่าใช้จ่ายได้ ในส่วนประมาณ ๖๐-๘๕ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ปรับลดการหักค่าใช้จ่ายเหลือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๐ (๗) และ (๘) และในประกาศฉบับนี้ผมดูว่า มันเป็นกฎหมายที่มีผลย้อนหลังที่มีโทษทางอาญา มันไม่น่าใช้บังคับได้ แต่รัฐบาลก็ละเลย และได้เก็บภาษีประชาชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนถึงปัจจุบันนี้เก็บเงินมาก็เยอะ แล้วถ้าเกิดว่า ต้องมีการคืนภาษีให้ประชาชนรัฐบาลจะเอาเงินส่วนไหนไปคืน ผมเลยฝากให้กรมสรรพากร และกระทรวงการคลังช่วยพิจารณาพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ต่อไปครับ นายวัน อยู่บำรุง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย ใจถึงพึ่งได้ ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนถึงท่านประธาน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างตรงถนนพรหมราษฎร์หลังวัดบางบอนนะครับ ซึ่งเป็นถนนทางลัดเชื่อมต่อระหว่างถนนพระราม ๒ ซอย ๑๐๐ กับถนนพระราม ๒ ซอย ๘๒ และถนนเอกชัย ถนนพรหมราษฎร์แห่งนี้เป็นถนนหนึ่งที่มี ๑ ช่องทางไปกลับหรือรถวิ่ง สวนกันนะครับ ไม่มีไหล่ทาง กลางคืนมืดมากเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์และ จักรยานของชาวบ้านที่ใช้สัญจรในถนนดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง จึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังการไฟฟ้านครหลวงให้ติดตั้งไฟแสงสว่างให้มีความสว่างในการมองเห็นให้ชัดเจน🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องกลิ่นและสุขอนามัยของตลาดกลางสินค้า สัตว์น้ำกรุงเทพ-บางบอนหรือสะพานปลานะครับ ซึ่งตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงถนนเอกชัย ตรงแยกบางบอน ๓ เขตบางบอน เนื่องจากตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ำแห่งนี้จำหน่ายอาหาร ประเภทของทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งทั่วบริเวณ และยังส่งผลให้ เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนลื่นล้มเสียหลักไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์จากน้ำเมือก คาวปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่หยดลงมาจากรถที่บรรทุกขนส่งของผู้ซื้อและผู้ขายลงสู่ผิวจราจร ทำให้ถนนลื่นรถเสียหลักลื่นล้มชนกันได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อย ๆ แม้กระทั่งเสาไฟฟ้าสัญญาณ จราจรไฟเขียวไฟแดงยังโดนรถชนเสียหายมาแล้วหลายครั้ง ขอฝากท่านประธานประสานงาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่เขตบางบอนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวปารีณามาแล้วเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเรื่องของการก่อสร้างประปาหมู่ที่ ๓ ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เนื่องจากประปาหมู่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลบางโตนด มีการก่อสร้างเมื่อประมาณ ปี ๒๕๓๐ หรือปี ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นโครงการสร้างงานในชนบทหรือ กสช. ซึ่งการสร้างตรงที่ดิน บริเวณนี้เป็นที่ดินส่วนตัวของคุณสุธี แจ่มยวง แล้วก็ไม่ได้มีการทำหนังสืออุทิศเนื่องจาก เชื่อใจกันแต่ได้มีการทำบันทึกระหว่างกำนันทองเจือ ท่านผู้ใหญ่สุชิน ศรวัฒนา และคุณสุธี แจ่มยวง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินว่าจะให้ใช้ที่ดินนี้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต่อมาเจ้าของที่ดิน คือคุณสุธีได้นำที่ดินดังกล่าวไปประกันตัวผู้ต้องหา แล้วผู้ต้องหาหนีศาลก็เลยยึดที่ดินดังกล่าว แล้วก็มีการขายทอดตลาด ซึ่งต่อมาก็มีคุณชูชัยซึ่งเป็นคนตลาดล่างก็ไปซื้อที่ดินดังกล่าวนี้ ที่ศาลโดยไม่ทราบมาก่อนว่ามันมีประปาของหมู่บ้านอยู่บนที่ดินบริเวณดังกล่าวซึ่งทางอำเภอ และชาวบ้านได้ไปขอไกล่เกลี่ย ซึ่งคุณชูชัยก็อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ ๑๐ ปี ซึ่งประมาณกลาง ปี ๒๕๖๖ นี้ก็จะครบกำหนดการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์บนที่ดินส่วนตัว ซึ่งต้องขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการประสานงบประมาณซึ่งตอนนี้ ทาง อบต. ได้ทำแบบที่จะก่อสร้างประปาในพื้นที่ที่เป็นสาธารณะของ อบต. เพื่อเตรียมจะ สร้างไม่ให้น้ำขาด ถ้าเกิดปี ๒๕๖๖ ไม่มีที่ดินสร้างน้ำก็จะขาดทันที ก็ฝากท่านประธานด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ขุดลอกหนองแซง ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนบ้านหนองแอก ตำบลบ้านผือ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่าน้ำประปาไม่พอใช้ น้ำเพื่อการเกษตร ไม่เพียงพอเกิดขึ้นจากแหล่งน้ำหนองน้ำแซงซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกันประมาณ ๓ หมู่บ้าน มีความตื้นเขิน ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทานให้ช่วยเข้าไปขุดลอก เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนลูกรังไม่เคยได้รับการปรับปรุง เป็นถนนเส้นทางจากบ้านนาฮำ ตำบลเฝ้าไร่ เชื่อมไปยังบ้านแบง บ้านศรีวิไล ตำบลหนองหลวง เป็นถนนที่เดินทางเชื่อมระหว่าง ตำบลสู่ตำบล ระยะทาง ๘ กิโลเมตร เคยเป็นลูกรังอย่างไรทุกวันนี้ก็ยังเป็นลูกรังเหมือนเดิม ถนนเส้นนี้ประชาชนใช้มาแล้ว ๓๐-๕๐ ปี จึงเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด หนองคายให้เข้าไปช่วยแก้ไขและปรับปรุงด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ต่อขยายถนนคอนกรีตเป็นถนนเส้นทางจากบ้านนามน ตำบลเซิม ไปยังบ้านโนนสีทอง ตำบลโพธิ์ ระยะทางประมาณเพียงแค่ ๕ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้บางช่วง เป็นลูกรัง บางช่วงเป็นถนนคอนกรีต ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังองค์การ บริหารส่วนจังหวัดหนองคายเข้าไปช่วยแก้ไขขยายให้เป็นถนนคอนกรีตตลอดเส้นทาง เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้นำเรียนหารือท่านประธานเรื่องของการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำคลองกลาย อย่างเร่งด่วนค่ะ คลองกลายมีระยะทางกว่า ๗๐ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน แต่คลองกลาย ๑ ปีจะเจอวิกฤติ ๒ รอบค่ะ คือวิกฤติน้ำป่าไหลหลาก แล้วก็วิกฤติน้ำแห้ง น้ำแล้ง ช่วงคลองกลาย ๗๐ กิโลเมตรพาดผ่าน ๒ อำเภอด้วยกัน อำเภอนบพิตำ ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ ลงมาถึง อำเภอท่าศาลา ตำบลสระแก้ว ตำบลตลิ่งชันและตำบลกลาย โดยพื้นที่การเกษตรที่อาศัยอยู่ บริเวณ ๒ ฝั่งคลองกลายกว่า ๒๐๐ ตารางกิโลเมตร พืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญก็คือทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือมังคุด การจัดการบริหารน้ำคลองกลาย เราอยากเห็นการจัดการทั้งระบบค่ะท่านประธาน เพราะตอนนี้ในช่วงน้ำแล้งต้นน้ำ ปลายน้ำ ตอนนี้ชาวบ้านต้องแย่งกันใช้น้ำต่อท่อกันมา บ้านไหนมีศักยภาพมากก็มีปั๊มสามารถไป เลี้ยงพืชเศรษฐกิจของตนเองได้ แต่เมื่อต้นน้ำขาดน้ำส่งผลยังปลายน้ำท่านประธานคะ ทำให้ น้ำทะเลหนุนสูง ตอนนี้กว่าระยะ ๑๘ กิโลเมตรแล้ว ดังนั้นจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ชลประทาน ๑๕ และชลประทานท้องถิ่น ได้ร่วมกับชาวบ้านได้ร่วมกันทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองกลายแล้วค่ะ แต่ขาดการสนับสนุน เนื่องจากการแก้ปัญหาต้องทำทั้งระบบ ต้องทำทั้งส่วนเล็ก ๆ ต้นน้ำ รักษาป่า ทำอ่างเก็บน้ำ เล็ก ๆ เพื่อดูแลหมู่บ้าน และยังต้องทำเรื่องของกันน้ำทะเลหนุน จึงอยากให้ทางรัฐบาลได้ ลงพื้นที่แก้ปัญหาคลองกลายอย่างเร่งด่วนค่ะ เพราะรายได้ของพื้นที่ดังกล่าวต่อปีมูลค่าสูงถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณพีรเดช คำสมุทร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอฝากไปยังกระทรวงคมนาคม เนื่องจากว่าสนามบินแม่ฟ้าหลวง เรามีเส้นทางเดินทางจากสนามบินไปยังอำเภอเชียงแสน ระยะทางเราทำถนน ๔ เลน แล้วก็สวยงามเพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน โดยปกติจะมีนักท่องเที่ยวจีน ข้ามไปคิงส์ โรมัน เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนวันละประมาณ ๕,๐๐๐ คน แต่ปัจจุบัน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เหลือเพียงวันละ ๑๐-๑๕ คนเท่านั้น สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานก็คือมันถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องพิจารณาการสร้าง สะพานถาวรระหว่างประเทศไทยในอำเภอเชียงแสนข้ามไปยังประเทศลาวตรงเขตเศรษฐกิจ พิเศษของประเทศจีน คิงส์ โรมัน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างที่ ส.ส.วิสาร ได้พูด คือมันตื้นเขิน มีโอกาสที่นักท่องเที่ยวโดยสารแล้วก็ไปเจอพวกโขดหินแล้วทำให้เรือล่ม อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนเราหายไปก็ได้ครับ เนื่องจากมีความอันตราย แล้วอีกอย่างหนึ่ง คือเมื่อเราทำที่เป็นด่านถาวรเราจะสามารถตรวจโรคได้ดีกว่านี้🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือฝากไปยังกระทรวงการคลังครับ ถึงเวลาที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจ พิเศษในเขตอำเภอแม่สายและเชียงแสน เราควรจะต้องมีสินค้าปลอดภาษีอากรในแอเรีย (Area) ก็คือดิวตีฟรี (Duty Free) เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากอำเภอแม่สายปกติค้าขายสินค้า จากจีนเดี๋ยวนี้ส่งทางอินเทอร์เน็ตหมดแล้ว แต่เราขาดอย่างเดียว เราขาดสินค้าปลอดภาษี อากรในบ้านเราครับ ก็ฝากท่านประธานเท่านี้ครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗
ท่านประธานสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่ยังประสบพบเจออยู่ ในปัจจุบันก็คือเรื่องโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ระบาดส่งผลให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ถดถอยลงไป ผมจึงอยากจะเสนอแนวทางให้กับรัฐบาลแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเบื้องต้นครับ คือขอเสนอ ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแนวทางนำเงินสะสมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางส่วน มาใช้แก้ปัญหา โดยการนำประชาชนไปศึกษาดูงานที่เมืองหลักหรือเมืองรอง ซึ่งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอยู่ ๗,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ หากใช้งบประมาณก็อยู่ประมาณที่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อแห่ง ก็จะมีเงินหมุนเวียนในส่วนนี้อยู่ราว ๆ ๑,๔๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นได้ จึงอยากจะเสนอให้กับทางรัฐบาลแก้ไข ปัญหาในส่วนนี้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ขอชื่นชม ท่านสมาชิก ท่านมีวุฒิภาวะในการรักษาเวลาทุกท่านนะครับ ขอขอบพระคุณ ผมขอให้เวลา สมาชิกมาลงชื่อ รอนิดเดียวนะครับ จวนจะครบแล้วครับ องค์ประชุมวันนี้ต้อง ๒๔๙ ท่าน ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อแล้ว ๒๓๖ ท่าน ขอสมาชิกรอนิดเดียวนะครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ บัดนี้มีผู้มาลงชื่อแล้ว ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุม ระเบียบวาระในวันนี้🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
ผมเรียนที่ประชุมทราบว่าขณะนี้มีเรื่องค้างพิจารณาอยู่ในวาระ ๑๑๖ เรื่อง ตามที่ได้เรียนไว้เมื่อวาน เมื่อวานก็ผ่านไป ๓ เรื่อง วันนี้ถ้าเราบริหารเวลาให้ดี เราอาจจะไปถึง วาระเรื่องหนี้สินครู ซึ่งสมาชิกได้เสนอไว้ ๔ ญัตติ ขอเรียนให้ทราบว่าญัตติวันนี้ประเดี๋ยว ญัตติที่ ๕.๒ เรื่องของท่านอาจารย์ปิยบุตร ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต หลังจากนั้น ก็จะเป็นญัตติอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ ๓ ญัตติถัดไปจากนั้นจะมีอยู่ ๓ ญัตติที่ทำนองเดียวกัน คือเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยรวมกัน เป็นของนางกรณิศแล้วก็ของคุณสมเกียรติ มีของคุณบุญสิงห์ ๓ ฉบับ หลังจากนั้นก็จะเป็นกลุ่มที่ ๔ ที่เราแบ่งไว้เป็นญัตติเกี่ยวกับ เรื่องหนี้สินครูของคุณปรีดา บุญเพลิง ของคุณสำลี รักสุทธี ของคุณประกอบ รัตนพันธ์ ของคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ของคุณเกษมศุภรานนท์ ของคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร มีทั้งหมด ๖ ญัตติ ท่านสมาชิกบริหารเวลาให้ดีเราอาจจะผ่านญัตติสำคัญที่ผลงานของท่านได้ ผมก็เลย ขอเรียนว่าอยู่ที่การอภิปรายถ้าเราใช้เวลาให้เหมาะสมก็สามารถดำเนินการไปได้ ต่อไป จะเป็นญัตติที่ ๕.๒🔗
๕.๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
คุณจุลพันธ์เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านต้องเรียนต่อท่านประธาน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานได้ดำเนินการ ในการประชุมในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็พยายามที่จะดำเนินการพิจารณาญัตติ ที่ยังค้างคาในสภา ซึ่งตอนแรกได้มี ๑๐๐ กว่าญัตติเกือบ ๒๐๐ ญัตติ ตอนนี้เราก็เดินหน้าไป ผมว่าเกือบได้ครึ่งทางแล้ว แต่เนื่องด้วยญัตติที่เข้าสู่สภาในวันนี้โดยเฉพาะเรื่องแรก เรื่องของ ญัตติศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ผมเข้าใจว่าเป็นญัตติ ที่มีความสำคัญ แล้วก็พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจมาก ก็อยากจะกราบขอ ท่านประธานว่าให้มีความอะลุ่มอล่วยโดยเฉพาะในเรื่องของเวลา เพราะเพื่อนสมาชิก ที่ลงรายชื่อไว้เพื่อเตรียมอภิปรายก็มีการเตรียมข้อมูลกันมาเป็นอย่างดี ถ้าท่านประธาน จะกรุณาก็ให้อภิปรายได้จนจบสิ้นกระบวนความโดยไม่กำหนดเวลาจะเป็นประโยชน์กับสภา แล้วก็เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ🔗
สำหรับผู้เสนอญัตติ จะไม่กำหนดเวลา แต่ผู้อภิปรายนั้นก็จะกำหนดเวลาไม่เกินท่านละ ๑๐ นาที เดิมกำหนดไว้ ๗ นาที แต่หารือท่านรองประธานแล้วเราจะอะลุ่มอล่วยกันไว้ไม่เกิน ๑๐ นาที แต่ผู้เสนอ อภิปรายเจ้าของญัตติจะอนุญาตให้ แต่อย่างไรก็ตามก็มิใช่ว่าไม่คำนึงถึงเวลาเลย อันนี้ก็อยู่ ที่คุณภาพของการอภิปรายก็อนุญาตได้ เชิญเจ้าของญัตติครับ🔗
ท่านประธานครับ เพื่อให้จบกระแสความ ถ้า ๑๐ นาที ตามที่ท่านประธานดำริทางฝั่งนี้โอเค (OK) เป็นเวลาที่เหมะสม เพียงแต่ว่า มีบางท่าน เช่น ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ ต้องขอกราบความกรุณาท่านได้เตรียมข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์ก็อาจจะใช้เวลามากกว่าสักเล็กน้อย ๒๐-๒๕ นาที อาจจะมีบางท่านที่ได้ กราบขออภัยนะครับ🔗
ถือ ๑๐ นาทีเป็นหลัก แล้วก็กรณีที่จำเป็นก็จะอนุโลมเท่าที่เห็นว่าสมควรครับ เชิญท่านปิยบุตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ผมและเพื่อนสมาชิก จากพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ นายเอกภพ เพียรพิเศษ พลโท พงศกร รอดชมภู นายคารม พลพรกลาง นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ พวกเราได้ร่วมกันเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้รัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต พวกเราได้เสนอญัตติ ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และวันนี้ก็ได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ในเอกสารที่เรา เสนอญัตติไปได้บันทึกเอาไว้อย่างนี้ว่าแม้ปัจจุบันรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะใช้บังคับแล้ว และมีการดำเนินกระบวนการตามรัฐธรรมนูญไปตามลำดับ มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเพื่อทยอย กลับเข้าสู่ระบบปกติ อย่างไรก็ตามไม่เป็นที่แน่เสมอไปว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะดำรงอยู่ได้ โดยไม่ถูกกองทัพรัฐประหารหรือฉีกรัฐธรรมนูญได้อีก เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้นพบว่า มีรัฐธรรมนูญถาวรจำนวนมากประกาศใช้ระบบรัฐสภากลับมาเข้าสู่ระบบปกติ แต่ท้ายที่สุด ก็ต้องสิ้นสุดลงบ่อยครั้งเมื่อเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ ตราบใดที่เรายังไม่สามารถปฏิรูป กองทัพ ตราบใดที่เรายังไม่สามารถหาแนวทางป้องกันการรัฐประหารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็มีโอกาสอยู่เสมอที่จะเกิดรัฐประหารขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา นี่จึงเป็นที่มาของญัตตินี้ที่สมาชิก จากพรรคอนาคตใหม่ได้เข้าชื่อร่วมกันเสนอ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ เขียนเอาไว้สอดคล้องต้องกันหมดว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมายใด หรือการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญจะใช้บังคับมิได้ ในขณะเดียวกันประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ก็เขียนเอาไว้ว่าผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง ประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจ บริหารหรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือแบ่งแยก ราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำ ความผิดฐานเป็นกบฏต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ในเมื่อตัวบทกฎหมาย ทั้งในระดับรัฐธรรมนูญเองก็ดี ทั้งในระดับประมวลกฎหมายอาญาก็ดี เขียนเอาไว้แบบนี้ แต่ทำไมในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยกลับมีรัฐประหารที่ทำสำเร็จเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง หลายหน วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๖ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรก ของประเทศไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกางดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราและปิดประชุม สภาผู้แทนราษฎรและรวบอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียว สมัยนั้นสื่อสารมวลชนเรียกกันเล่น ๆ ว่า นี่ไม่ใช่ดิมอคราซี (Democracy) แต่กลายเป็นโมโนคราซี (Monocracy) ล้อชื่อพระยา มโนปกรณ์นิติธาดามา นั่นคือการรัฐประหารครั้งแรกในประเทศไทย แต่รัฐประหารครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากกองทัพ แต่เกิดจากนายกรัฐมนตรีตราพระราชกฤษฎีกาที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ งดใช้รัฐธรรมนูญและยึดสภาเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว หลังจากนั้นวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๗๕ พระยาพหลพลพยุหเสนาจึงตัดสินใจนำกองทัพเข้ายึดอำนาจการปกครองอีกครั้งหนึ่งเพื่อนำ รัฐธรรมนูญวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ กลับมาใช้อย่างเต็มที่ นำระบบรัฐสภากลับมาใช้ใหม่ พูดง่าย ๆ นั่นก็คือการยึดอำนาจเพื่อสถาปนาระบบรัฐธรรมนูญกลับมาใหม่อีกครั้งหลังจาก พระยามโนปกรณ์นิติธาดารัฐประหารไปก่อนหน้านั้น หลังจากนั้นประเทศไทยก็เริ่มเข้าสู่ วงจรแห่งการรัฐประหาร วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ คณะนายทหารชุดหนึ่งนำโดย พลโท ผิน ชุณหะวัณ ยศในวันนั้น ต่อมายึดอำนาจเสร็จก็กลายเป็น จอมพล พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำคณะนายทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองของรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ หลังจากนั้น วันที่ ๖ เมษายน ๒๔๙๑ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำรัฐประหารเงียบด้วยการเขียนจดหมายน้อย ๑ ฉบับไปขู่ท่านควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีเวลานั้นว่าให้ลาออก แล้วท่านควง อภัยวงศ์ ก็ลาออก หลังจากนั้นวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ จอมพล ป. พิบูลสงคราม รัฐประหาร ยึดอำนาจตัวเองเพื่อจะฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๙๒ ทิ้ง และนำรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ กลับมาใช้ใหม่ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม แล้วเชิญจอมพล ถนอม เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็ส่งมอบอำนาจต่อให้กับ จอมพล สฤษดิ์ อีกครั้งหนึ่ง วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ถนอม เป็นรัฐบาลที่เป็นพวกเดียวกันเองแต่ยึดกันเอง วัตถุประสงค์ไม่มีอะไรหรอกครับ ต้องการให้ จอมพล สฤษดิ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีและต้องการฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๗๕ ทิ้ง และประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ซึ่งมีมาตราที่พวกเรารู้จักกันดีคือมาตรา ๑๗ ที่สามารถประหารชีวิตคนได้โดยคำสั่งของ จอมพล สฤษดิ์ หลังจากนั้นประเทศไทยก็พยายาม จะค่อย ๆ กลับคืนสู่ระบบปกติ มีความพยายามในการทำรัฐธรรมนูญที่เขียนกันยาวที่สุด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ ๒๕๑๑ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างกันทั้งหมด ๙ ปี ผมมีโอกาสไปดูรายงานการประชุมร่างกันยาวนานมากครับ มีการประชุมกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปีหนึ่งประมาณ ๒-๓ ครั้ง ยื้อกันไปเรื่อย ๆ จนในท้ายที่สุดประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เองที่ท่านประธาน ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี ๒๕๑๒ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ไปสักพักหนึ่ง จอมพล ถนอม ก็เข้ากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เป็นรัฐธรรมนูญแห่งการสืบทอดอำนาจ จอมพล ถนอม กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเปิดสภาไปได้สักพักเริ่มทนฤทธิ์เดชของ สภาผู้แทนราษฎรไม่ไหว คนเคยเป็นแม่ทัพนายกอง เคยเป็นนายทหารใหญ่มีแต่ชี้นิ้วสั่งการ วันหนึ่งกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเจอสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเกิดเลือกตั้งทนไม่ไหว ยึดอำนาจตัวเองอีกรอบหนึ่งในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ หลังจากนั้นเราเกิดเหตุการณ์ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เราทำรัฐธรรมนูญ ๒๕๑๗ ในท้ายที่สุดก็เกิดรัฐประหารอีกแล้วครับ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นโศกนาฏกรรมฆ่าหมู่กันกลางมหานคร กลางทุ่งสนามหลวง หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นก็เชิญท่านอาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร กลับมา เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์ธานินทร์ปกครองประเทศไปสักพักหนึ่งด้วยระบบความคิด ที่ต้องการปฏิรูปแช่แข็งประเทศ ๔ บวก ๔ บวก ๔ ๑๒ ปีประเทศไทยไม่ต้องมีการเลือกตั้ง แต่ในท้ายที่สุดฝ่ายอนุรักษ์นิยมชนชั้นนำก็มองว่าวิธีคิดแบบท่านอาจารย์ธานินทร์นั้นอาจจะ เป็นอันตรายมากกว่าเดิม ก็เลยกลับมายึดอำนาจและผ่อนผันการเมืองไทยให้กลับเข้ามาสู่ ระบบปกติมากยิ่งขึ้น มีการรัฐประหารวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐ แล้วก็เริ่มทยอยปล่อย นักโทษการเมืองออกมา เราเข้าสู่ประชาธิปไตยที่เรียกกันว่าแบบครึ่งใบ คือมีการเลือก ตั้งแต่ในท้ายที่สุดรัฐบาลนายกรัฐมนตรีก็มาจากทหาร จาก พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และต่อด้วย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เรียกกันว่าประชาธิปไตยครึ่งใบก็ประคับประคองกัน มาได้ จนกระทั่ง พลเอก เปรม วางมือ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี พลเอก ชาติชาย ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๓๑ บริหารประเทศไปสักพักหนึ่งเกิดเหตุ รัฐประหารวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ นำโดย พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ในชื่อ รสช. บิดาของแม่ทัพนายทหารบก ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน คือ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจในวันนั้นหลังจากนั้นก็มีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทยเริ่มมีความคิดอยากจะปฏิรูปการเมืองกันขึ้นจนครั้งที่สุดเราได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นของขวัญ แล้วก็เริ่มเดินหน้าเข้าสู่ปฏิรูปการเมือง ในท้ายที่สุดเกิดรัฐประหาร อีกแล้วในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นำโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ในชื่อของ คปค. แล้วเราก็ทำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้กันมาสักพักหนึ่งก็เกิดรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยคณะ คสช. นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผมว่ามานี้ รัฐประหารทั้งหมด ๑๓ ครั้ง พบว่ามีรัฐประหาร ๑๒ ครั้งทำโดยกองทัพ ทำโดยนายทหาร ทำโดยผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพต่าง ๆ มีเพียง ๑ ครั้งที่รัฐประหารโดยพระราชกฤษฎีกา นั่นคือรัฐประหารครั้งแรกในประเทศไทย รัฐประหารทั้ง ๑๓ ครั้งในประเทศไทย ๑๒ ครั้ง เป็นการยึดอำนาจการปกครองและมี ๑ ครั้งที่ยึดอำนาจเพื่อสถาปนาเอารัฐธรรมนูญวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ กลับมาใช้ใหม่ คือยึดเพื่อเอาระบบรัฐธรรมนูญกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๑๓ ครั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นเป็นที่น่าแปลกใจว่าในเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมาย สูงสุด ในเมื่อประมวลกฎหมายอาญาเขียนเอาไว้ชัดว่าใครฉีกรัฐธรรมนูญ ใครล้มล้าง การปกครองคนนั้นจะต้องถูกประหารชีวิต คนนั้นจะต้องถูกจำคุกตลอดชีวิตมีความผิดฐานกบฏ ในราชอาณาจักร แต่ทำไมประเทศไทยกลับมีรัฐประหารบ่อยครั้ง คิดเป็นค่าเฉลี่ยคือทุก ๆ ๖ ปีเศษ เราจะเจอรัฐประหาร ๑ ครั้ง ท่านประธานครับ รัฐประหารในภาษาต่างประเทศ ในทางตำรา ในทางสื่อสารมวลชนที่เขาเรียกกันทั่วไปเวลาแปลคำศัพท์คำนี้ เราเรียกกันว่า กูเดตา (Coup d’etat) กูเดตา (Coup d’etat) เป็นศัพท์ภาษาฝรั่งเศสแต่ตอนนี้ใช้กันเป็นสากลแล้ว ทุกประเทศ เขาใช้ตรงกันว่าถ้าพูดถึงรัฐประหารคือกูเดตา (Coup d’etat) กูเดตา (Coup d’etat) เป็นการ ผสมคำ ๒ คำ คำว่า กู (Coup) ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่ากระแทก ตี ทุบ ส่วนเดตา (d’etat) แปลว่า สเตต (State) หรือรัฐ นั่นก็คือการตี การกระแทก การทุบเข้าไปที่รัฐ เมื่อเราถอด คำศัพท์เป็นภาษาไทยเราเลยแปลว่ารัฐประหารหรือการกระทำที่ประหารชีวิตของรัฐนั้นทิ้ง รัฐประหารก็คือยึดอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างฉับพลัน ทันทีทำแล้วจบในตัว ทำแล้วยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในทันที ประเทศไทยเรา รัฐประหารกันมาหลายครั้งหลายหนแล้วก็มีความพยายามจะทำรัฐประหารหลายครั้งหลายหน แล้วไม่สำเร็จกลายเป็นกบฏก็มี รัฐประหารที่สำเร็จก็มี ทั้งหลายทั้งปวงข้ออ้างที่คณะรัฐประหาร นำมาใช้อยู่สม่ำเสมอนั้นวนเวียนกันอยู่ไม่กี่ข้อครับ🔗
ข้อ ๑ รัฐบาลในเวลานั้นมีพฤติกรรมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีกลุ่มบุคคล พยายามบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ใช้กันบ่อยคือเรื่องของ ภัยคอมมิวนิสต์กำลังคุกคามประเทศ เหตุผลอีกข้อหนึ่งนำมาใช้กันในระยะหลัง ๆ นั่นก็คือ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลเวลานั้น เหตุผลหนึ่งซึ่งใช้กันในสมัยก่อนและปัจจุบัน ไม่ค่อยกล้าใช้แต่เป็นเหตุผลที่แฝงไว้อยู่นั่นก็คือรัฐบาลมีความขัดแย้งกับกองทัพ เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้วนเวียนกันอยู่ในคำประกาศเวลายึดอำนาจทุกครั้งไป เราก็จะเข้าสู่ลูป (Loop) เดิม ๆ เวลายึดอำนาจเกิดขึ้นนายทหารเข็นรถถังกันออกมาแล้วก็ไปยึดสถานีโทรทัศน์ ๑ ช่อง ไปยึดสถานที่สำคัญ ๆ แล้วก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกัน แล้วก็บอกว่าบัดนี้ยึดอำนาจไว้ได้หมดแล้ว ให้ทุกคนอยู่ในความสงบ หลังจากนั้นก็จะไปฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญทิ้ง แล้วก็ปกครองประเทศโดยไม่มีรัฐธรรมนูญ สักพักหนึ่งก็จะออกรัฐธรรมนูญชั่วคราวขึ้นมา ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้ล่ะจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจคณะรัฐประหารในการสืบทอดอำนาจ ต่อไปแล้วก็ไปทำรัฐธรรมนูญถาวร ถ้าอยากอยู่ยาวก็จะดึงเวลารัฐธรรมนูญชั่วคราวให้นาน ถ้าอยู่สั้นหน่อยรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ชั่วคราวจริง ๆ แล้วก็ใช้ถาวร พวกเขาก็เอารัฐธรรมนูญ ถาวรนั้นเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ เมื่อเราดูวัฏจักรวงจรของรัฐธรรมนูญไทย ชั่วคราวกับถาวรประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๗๕ ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๘๘ แต่ปรากฏว่าเรามีชีวิตอยู่กับรัฐธรรมนูญชั่วคราว เรามีชีวิตอยู่กับระบบ รัฐประหารมากกว่าการมีชีวิตอยู่ในระบบรัฐธรรมนูญถาวรหรือรัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตย นี่คือปัญหาเรื้อรังของประเทศไทย จริง ๆ แล้วถ้าเราลองดูสิ่งที่นักวิชาการในทางรัฐศาสตร์ พยายามจะเรียกกันว่า วงจรอุบาทว์หรือวิเชียส เซอเคิล (Vicious circle) คือมีวิกฤติเกิดขึ้น ทหารออกมายึดอำนาจ เมื่อทหารออกมายึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ ใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ทำรัฐธรรมนูญถาวร เสร็จแล้วก็ไปเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จประคองกันไปสักพักหนึ่งมีวิกฤติอีก แล้วกลับมายึดอำนาจใหม่ ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำรัฐธรรมนูญชั่วคราว ทำรัฐธรรมนูญถาวร เลือกตั้ง วิกฤติ รัฐประหาร วนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนักวิชาการรัฐศาสตร์บอกว่านี่คือวงจร อุบาทว์ที่สิงสถิตอยู่ในประเทศไทย พี่น้องประชาชนคนไทยจำนวนมากใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีความรู้สึกว่ารัฐประหารเป็นเรื่องปกติ รัฐประหารเป็นยาสามัญประจำบ้าน เวลาปวดหัว ไปซื้อพาราเซตามอล (Paracetamol) เวลามีวิกฤติก็ไปเรียกรัฐประหารออกมา มีความรู้สึก ว่ารัฐประหารเป็นเรื่องปกติในชีวิต ทุก ๆ ๖ ปี ทุก ๆ ๗ ปี เดี๋ยวก็เวียนมาอีก ทั้งที่รัฐประหาร เป็นการกระทำผิดกฎหมาย รัฐประหารเป็นอาชญากรรมสูงสุดต่อแผ่นดิน รัฐประหาร เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อพัฒนาการของประชาธิปไตย รัฐประหารเป็นเรื่องแปลกประหลาด เป็นเรื่องพิเศษเป็นเรื่องยกเว้น แต่ ณ วันนี้เราเกิดความรู้สึกนอร์มอลไลเซชันออฟกูเดตา (Normalization of coup d'etat) นี่คือมีความรู้สึกว่าทำให้รัฐประหารเป็นเรื่องปกติ วันนี้อยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็มาอีก ถ้ามาเมื่อไรพวกเราก็แยกย้ายกลับบ้านไปพักผ่อนเดี๋ยววันหน้า กลับมามีรัฐธรรมนูญถาวรพวกเราเพื่อนสมาชิกแห่งนี้ก็ไปลงเลือกตั้งกันใหม่ แล้ววันหน้า เขายึดอีกถือว่าเป็นวาเคนซี (Vacancy) พักผ่อนของพวกเรา เดี๋ยววันหน้ายึดใหม่เรากลับมาอีก ยึดใหม่ปุ๊บกลับมาเลือกตั้งเราก็กลับมาอีกวนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คืออาการที่เราอยู่กับมัน จนคุ้นชินโดยเราไม่รู้ตัว ทั้ง ๆ ที่มันเป็นอนันตริยกรรม แต่เราอยู่กับมันจนคุ้นชินโดยไม่รู้ตัว ทั้งหลายพวกนี้เอาเข้าจริง ๆ แล้วผมอยากจะชี้ชวนให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชน ที่ฟังอยู่ทางบ้านลองพิจารณาดูว่าในท้ายที่สุดวงจรรัฐประหาร วงจรอุบาทว์ที่เรียก ๆ กันนี้ เอาเข้าจริงมันคืออะไร เรามักจะบอกกันว่าการรัฐประหารมีความจำเป็นต้องทำเพราะเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง หาทางออกไม่ได้ เรามักจะบอกว่ารัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อเกิดความแตกแยกของคนในชาติ เรามักจะบอกว่านักการเมืองเป็นคนไม่ดี ดังนั้นทหารจำเป็นต้องเข้ามายึดอำนาจปกครอง ประเทศเพื่อปฏิรูปการเมือง นี่คือข้ออ้างที่วนอยู่แล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนำซ้ำบางคนไปไกล กว่าเดิมบอกว่ารัฐประหารต้องเกิดขึ้น เพราะคนไทยไม่รู้จักประชาธิปไตยดีพอ เพราะคนไทย ปกครองกันเองในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ต้องให้ทหารเข้ามาเซ็ตติง (Setting) จัดตั้ง รูปแบบการปกครองให้ใหม่ทุกครั้งไป ความเชื่อแบบนี้เป็นมายาคติ แล้วเป็นมายาคติที่ทำให้ เรามีความรู้สึกว่ารัฐประหารเป็นเรื่องปกติจะเกิดขึ้นอีกสักครั้งก็ไม่เป็นไร เอาเข้าจริงวงจร อุบาทว์ที่หมุนเวียนกันไปตลอด ๘๘ ปี หลังจากเราสถาปนาประชาธิปไตย เอาเข้าจริงแล้ว รัฐประหารที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งเป็นการตัดตอนพัฒนาการของประชาธิปไตยครับ มันตัดตอน ตรงไหนครับ วันที่รัฐประหารเกิดขึ้นวันแรกเราจะไม่ค่อยรู้สึกว่ามันส่งผลร้าย เราไม่ค่อยเห็น การต่อต้านรัฐประหารหรอกครับ เราไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์ที่ประชาชนออกไปลุกฮือขึ้นไป ต่อต้านไม่ให้รัฐประหารเกิดขึ้นหรอกครับ เราก็รู้สึกว่ามันเกิดแล้วก็ไม่มีอะไรก็ถือว่าเป็นช่วง พักยกกันไปช่วงหนึ่งแล้วเดี๋ยวก็กลับมาใหม่ นานบ้าง สั้นบ้าง ยาวบ้างแล้วแต่สถานการณ์ เรามักจะคุ้นชินกันแบบนี้ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วรัฐประหารส่งผลร้ายระยะยาว ส่งผลร้าย ระยะยาวเรื่องอะไรบ้างครับ ๑. นี่คือการสถาปนาระบบที่ให้ทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ในทางการเมือง นี่คือการสถาปนาระบบให้รัฐไทยเป็นรัฐทหารมากยิ่งขึ้น นี่คือการเปิดโอกาส ให้ทหารได้เข้ามาปกครองประเทศ ซึ่งประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยจะยอมไม่ได้ เป็นอันขาด ยังมีผลร้ายเรื่องอะไรอีกครับ ยังมีผลร้ายในเรื่องของโครงสร้างในทางเศรษฐกิจ เวลารัฐประหารอยู่อำนาจยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นสมัยจอมพล สฤษดิ์ ลองไปดูสิครับ แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจแบบสมัย จอมพล สฤษดิ์ นั้นในท้ายที่สุดประเทศไทยได้การพัฒนา ไปในทิศทางแบบใด เรารับการสนับสนุนงบประมาณจำนวนมากจากสหรัฐอเมริกาในนาม ของการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่การพัฒนานั้นในท้ายที่สุดผลพวงยังตกอยู่ทุกวันนี้ นั่นก็คือ สร้างความเหลื่อมล้ำ เช่นเดียวกันรัฐประหาร ๕๗ ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกัน เราสามารถเห็นได้เลยว่ากลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้รับผลประโยชน์จำนวนมาก จากการรัฐประหารครั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ยังไม่นับถึงเรื่องการออกกฎหมายกฎกติกาต่าง ๆ ยกเว้นให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่อยู่ ตลอดเวลา วันนี้เราไม่เห็นมันหรอกครับ แต่เมื่อผ่านไป ๒๐ ปีเรามองย้อนกลับมานักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าโมเดล (Model) ทางเศรษฐกิจของ ประเทศไทย การปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทยเดินไปในทิศทางใดหลังจากเราปล่อยให้ รัฐประหารอยู่อำนาจอย่างยาวนาน เช่นเดียวกันครับ เราบอกว่ารัฐประหารนั้นเขาเข้ามา ปราบคอรัปชัน เขาเข้ามาปราบโกง แต่ในท้ายที่สุดคณะรัฐประหารกี่ชุดต่อกี่ชุดที่เข้ามา เมื่อจากไปก็มีปัญหาเรื่องของคอร์รัปชันอยู่เสมอ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงแก่อนิจกรรม ในตำแหน่ง หลังจากนั้นก็เกิดการฟ้องร้องคดีความกันเต็มไปหมด ระหว่างภรรยาต่าง ๆ ของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และก็ถูก จอมพล ถนอมใช้มาตรา ๑๗ ยึดทรัพย์ จอมพล ถนอม เมื่อออกจากตำแหน่งอีกเช่นกันก็ถูกรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ยึดทรัพย์อีกเช่นเดียวกัน พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ เมื่อออกจากตำแหน่งเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินสมัยนั้นเราไม่มี การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินแต่มารู้ก็เพราะว่าภรรยาของท่านมีการฟ้องร้องเรียกมรดกกัน ครั้งนี้ก็อีกเช่นเดียวกัน ทุกวันนี้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน แม้จะเปิดบ้างไม่ยอมให้เปิดบ้าง มีข้ออ้างต่าง ๆ นานา แต่เชื่อผมเถอะครับว่าในท้ายที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปเรามองย้อนกลับมา เราก็จะเห็นว่าการยึดอำนาจนั้นไม่ใช่เป็นเครื่องมือในการปราบโกง แต่การยึดอำนาจ การรัฐประหารแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้คณะนายทหารกลุ่มหนึ่งเข้ามาครองอำนาจและ ทุจริตคอร์รัปชัน ใช้ผลประโยชน์ต่าง ๆ มีผลประโยชน์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ปราบโกงนั้น ในท้ายที่สุดก็จะปราบไม่สำเร็จ และในท้ายที่สุดก็จะได้การคอร์รัปชันในรูปแบบใหม่ ๆ และเป็นการคอร์รัปชันที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เช่นเดียวกันรัฐประหารเราบอกว่า ทำลายเรื่องอะไรอีก มาวันแรกเราอาจจะดีใจว่าเข้ามาจัดการแก้ปัญหาได้ แต่เอาเข้าจริง ๆ มันกลับสร้างความขัดแย้งความแตกแยกร้าวลึกลงไปอีกเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมาหลายครั้งเราก็เห็นแล้วว่าการรัฐประหารเพื่อต่อต้านการสู้กับภัยคอมมิวนิสต์ ในท้ายที่สุดส่งผลอะไร เราส่งผลให้ผลักดันคนที่ก้าวหน้านิสิตนักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาว คนก้าวหน้าต้องไปอยู่ในป่า ต้องออกจากระบบการต่อสู้การเมืองในประเทศไทยในระบบ ออกไป ต้องหันเหไปเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกเขา อาจจะไม่ศรัทธา ไม่นิยมก็ได้ แต่ในเมื่อปราบปราม บีบคั้น กดขี่กันแบบนี้ ก็เหลือทางเลือกเดียว ก็คือต้องหาทางเข้าไปสู่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเพื่อต่อสู้กับรัฐไทย แล้วผลเสีย ผลร้ายที่ตามมาคืออะไร เกิดความแตกแยกกันภายในชาติเยอะกว่าเดิมอีก แล้วในท้ายที่สุด ก็ต้องออกนโยบายชวนกันกลับเข้ามาสู่ประเทศไทย กลับเข้ามาต่อสู้กันในระบบการเมือง ปกติตามนโยบาย ๖๖/๒๓ ครั้งนี้ก็อีกเช่นเดียวกัน รัฐประหารเกิดขึ้นก็มีผู้ลี้ภัยทางการเมือง ออกไปจำนวนมาก เกิดความแตกแยกกันขึ้นมากกว่าเดิม แน่นอนบนพื้นผิว บนพื้นระนาบ ที่ปรากฏให้เราเห็นเราอาจจะบอกว่านี่คือความสงบ แต่ในท้ายที่สุดความคิดของผู้คนก็ยังคง แตกแยกแตกต่างกันอยู่นั่นเอง ตรงกันข้ามมันจะยิ่งแตกแยกลงไปลึกขึ้น ๆ เพราะเขาไม่มี โอกาสแสดงออกต่อผู้มีอำนาจว่าเขาไม่เห็นด้วยกับคุณ เขาไม่เห็นด้วยกับระบบที่คุณมา เขาไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ แต่คุณใช้กำลังเข้าปราบปรามห้ามจำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่เปิดพื้นที่ทางการเมืองแบบใหม่ ๆ ให้เลย อย่างนี้ความแตกแยกก็ยิ่งฝังลงไปลึกมากขึ้นอีก ความไม่พอใจที่ฝังตัวกันมาไว้ต่อเนื่องหลายสิบปีมันถูกซุกขยะไปไว้ใต้พรมเพราะเกรงกลัว อำนาจเผด็จการในบางช่วงบางตอนเท่านั้นเอง เห็นไหมครับท่านประธาน นี่คือหนังม้วนเดิม ที่วนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศไทยอยู่เสมอ ทีนี้เราจะจัดการตัดวงจรรัฐประหาร ที่เราเรียกกันว่าวงจรอุบาทว์ออกไปจากประเทศไทยได้อย่างไร เอาเข้าจริง ๆ แล้ววงจรนี้ มันคือการตัดตอนพัฒนาการประชาธิปไตย ประชาธิปไตยกำลังเริ่มเดินหน้า แล้วผู้มีอำนาจ เริ่มมีความคิดว่าประชาชนจะเริ่มตื่นรู้มากขึ้น ประชาชนจะรู้ว่าเสียงของเขามีความหมาย เพียงใด ประชาชนเริ่มเรียกร้องอะไรต่าง ๆ จากรัฐ ประชาชนรู้แล้วว่ามีอำนาจ เริ่มคุมไม่อยู่ ก็จะยึดอำนาจตัดตอนบอนไซพัฒนาการประชาธิปไตยแบบนี้อยู่ร่ำไป เอาเข้าจริงแล้ว รัฐประหารที่เกิดขึ้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประชาชนคนไทยบอกว่าไม่รู้ประชาธิปไตยหรอกครับ แต่ปัญหามันกลับตาลปัตรครับ เพราะประชาชนคนไทยรู้จักประชาธิปไตยเห็นคุณค่า ของประชาธิปไตย เชื่อมั่นในอำนาจของประชาชน เชื่อว่าอำนาจของประชาชนกำหนด ชะตากรรมประเทศได้กำหนดอนาคตของเขาได้ เพราะเขาเป็นแบบนี้ล่ะครับผู้มีอำนาจ ถึงไม่ยอมปล่อยให้ประชาธิปไตยเดินต่อ และอาวุธสุดท้ายที่เขาเลือกใช้ก็คือการรัฐประหาร ยึดอำนาจตัดตอนประชาธิปไตย ท่านประธานครับ แล้วเราจะหาทางป้องกันมันได้อย่างไร ญัตตินี้เราเสนอเข้ามาก็มีเพื่อน ๆ หลายคนแล้วก็สื่อสารมวลชนก็มาพูดคุยกับผมบอกว่า นักวิชาการบางท่านก็มากระซิบข้างหูผมบอกว่าญัตติแบบนี้เป็นญัตติที่เพ้อฝัน เป็นญัตติ ที่อุดมคติ เพราะในท้ายที่สุดคุณป้องกันมันอย่างไร ป้องกันให้ตายเดี๋ยวมันก็เกิดอีกอยู่ดี แต่ผมคิดว่าญัตตินี้เป็นเรื่องสำคัญครับ จะเพ้อฝันหรือไม่ก็ตาม จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม แต่เป็น เรื่องสำคัญเพราะนี่คือโอกาสที่เราได้พูดคุยกันเรื่องรัฐประหารในสภาผู้แทนราษฎร พูดคุยกัน เพื่อจะหาทางป้องกันมัน แนวทางการป้องกันรัฐประหารจากการศึกษาของผมทั้งในกฎหมาย ของประเทศไทยเอง ทั้งในกฎหมายของต่างประเทศ ทั้งในประสบการณ์ของต่างประเทศ ที่เขาเคยมีรัฐประหารมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางประเทศมีเยอะกว่าเราอีก แต่วันนี้เขาไม่มีรัฐประหาร เกิดขึ้นอีกแล้ว วันนี้แม้เขาจะมีวิกฤติการณ์ทางการเมือง วิกฤติทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่เรียก ทหารออกมายึดอำนาจอีกแล้ว ทหารอยู่ในกรมในกองกลายเป็นทหารมืออาชีพ เราไปศึกษา ดูมาครับ แล้วก็พบว่าวิธีการป้องกันการรัฐประหารให้อย่างเด็ดขาดชะงักมีอยู่หลากหลายวิธี เรื่องแรกคือการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย หลักการประชาธิปไตยยืนยันว่า รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือทหาร เดอะ ซูเพรมมะซี ออฟ ซิวิลเลียน กัฟเวิร์นเมนต์ (The Supremacy of Civilian Government) รัฐบาลพลเรือนต้องอยู่เหนือทหาร มิใช่ให้ทหาร ขี่คอรัฐบาลพลเรือน เพราะเมื่อไรก็ตามทหารมาขี่คอรัฐบาลพลเรือน รัฐบาลพลเรือนจะ ไม่กล้าทำอะไรเลย วันไหนทำอะไรที่ไม่ถูกใจกองทัพ กองทัพก็ขู่ กองทัพก็ตบเท้า กองทัพ ก็ส่งจดหมายน้อย กองทัพก็โทรศัพท์ไปบอกนายกรัฐมนตรีให้ลาออก กองทัพก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ให้นายกรัฐมนตรีลาออก ถ้าไม่ออกก็ยึดอำนาจ ดังนั้นถ้าเราสถาปนาหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือทหารไม่ได้ นั่นก็หมายความว่ารัฐบาล พลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหลายทั้งปวงอยู่ในอำนาจด้วยใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ตลอด วัน ไหนไปเดินเหยียบเท้านายพลสักคนหนึ่งคุณอาจโดนยึดอำนาจก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็น เรื่องสำคัญ ซึ่งการปฏิรูปกองทัพนั้นเดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญเป็นนายพลมาก่อนจะมาให้ความรู้เรื่องพวกนี้เหล่านี้ได้ว่าการปฏิรูปกองทัพ ให้ทันสมัยเพื่อให้สอดคล้อง และจะทำให้กองทัพไม่ออกมารัฐประหารอีกต้องทำอย่างไร🔗
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของมาตรการในทางรัฐธรรมนูญและเป็นมาตรการ ในทางกฎหมาย ผมขออนุญาตพูดถึงกฎหมายก่อน กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ เมื่อสักครู่นี้ ผมอ่านประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ความผิดฐานกบฏในราชอาณาจักรให้ที่ประชุม แห่งนี้ฟังไปแล้ว แต่เราก็สงสัยกันมาโดยตลอดว่ารัฐประหารกัน ๑๓ ครั้งแล้วทำไมมาตรา ๑๑๓ มันหายไปไหน มาตรา ๑๑๓ ไม่เคยถูกยกเลิก อยู่ในระบบกฎหมายไทยตลอด แต่ทำไม ไม่มีโอกาสใช้ ไม่มีโอกาสจับคณะรัฐประหารมาดำเนินคดี ปัญหาเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน เวลาเขายึดอำนาจเสร็จปุ๊บเขาตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เขาอยู่ด้วยอำนาจทางกายภาพ ถ้าหาก เขายังไม่ออกรัฐธรรมนูญหรือออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเขาเอง นั่นแสดงว่าความผิดยังอยู่ ใช่ไหมครับ เขายังมีความผิดฐานกบฏอยู่ แต่ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนผู้เสียหายต่าง ๆ ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจต่าง ๆ ได้ลองไปฟ้องศาลกันดูครับ พอไปฟ้องศาลว่าช่วยจับ คณะรัฐประหารชุดนี้ที่เป็นกบฏมาดำเนินคดีให้หน่อย ปรากฏศาลของประเทศไทยจะมองว่า คนที่มาฟ้องนั้นไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่รับฟ้อง กรณีเกิดขึ้นครั้งแรกก็คือสมัยท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ที่ไปฟ้อง จอมพล ถนอมจากการยึดอำนาจในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านบุญเกิด หิรัญคำ ท่านอนันต์ ภักดิ์ประไพ ๓ ส.ส. ไปฟ้องศาลอาญาว่า จอมพล ถนอม มีความผิดฐานกบฏในราชอาณาจักร โดยอ้างว่าตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสียหายเพราะตัวเองเป็นผู้แทนของราษฎรและเมื่อยึดอำนาจแล้วก็ทำให้สภาหายไปเป็น ผู้เสียหาย แต่ปรากฏว่าศาลได้วางแนวไว้ว่าไม่ใช่ผู้เสียหาย ศาลไม่รับฟ้อง แล้วหลังจากนั้น นายอุทัย พิมพ์ใจชน นายบุญเกิด หิรัญคำ นายอนันต์ ภักดิ์ประไพ เจออะไรครับ เจอคำสั่ง มาตรา ๑๗ ของจอมพล ถนอมเอาไปเข้าคุก จอมพล ถนอม ออกคำสั่ง มาตรา ๑๗ เอา ๓ คนนี้ไปเข้าคุก มันเลยกลับตาลปัตรที่สุดว่าคนยึดอำนาจทำความผิดเป็นกบฏ ในราชอาณาจักร มี ส.ส. ๓ คนไปฟ้องศาล ศาลบอกไม่ใช่ผู้เสียหาย ดังนั้นเลยเจอผู้ยึดอำนาจ ออกคำสั่งเอามันไปติดคุกเลยครับ คนทำผิดกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินไม่ติดคุก คนกำลัง ต่อสู้กับคนทำผิดกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินติดคุกแทนครับ นี่คือเกิดขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๑๔ และจนกระทั่งได้รัฐบาลท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ถึงมีออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ให้ทั้ง ๓ คนออกจากคุก รอบล่าสุดก็มี ปี ๒๕๔๙ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร ไปฟ้องศาล เหมือนกัน ศาลเขาบอกว่าไม่ใช่ผู้เสียหาย ปี ๒๕๕๗ ไปฟ้องศาลเหมือนกัน คุณพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และคณะไปฟ้องศาลเหมือนกัน ศาลบอกไม่ใช่ผู้เสียหาย แล้วถ้าเราไปริเริ่มกับตำรวจ ไปริเริ่ม กับอัยการล่ะครับ ลองไปให้ตำรวจเขาร้องทุกข์กล่าวโทษเริ่มต้นที่ตำรวจ เริ่มในชั้นอัยการ แล้วส่งไปศาลดูสิตามกระบวนวิธีพิจารณาความอาญา กว่าจะไปถึงวันนั้นคนที่ยึดอำนาจก็จะ ออกคำสั่ง ออกประกาศ ออกพระราชบัญญัติหรือออกรัฐธรรมนูญชั่วคราวนิรโทษกรรม ตัวเองไปหมดแล้ว แล้วเมื่อวันนั้นเรื่องไปถึงศาล ศาลก็จะบอกว่ายกฟ้องเหมือนกันเพราะว่า มีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เวลาเขานิรโทษกรรมเขาเขียนกันแบบไม่อายนะครับ เขาเขียนบอกว่าการกระทำใดที่เป็นความผิดในวันยึดอำนาจให้ถือว่าไม่ผิด แสดงว่ารู้อยู่แล้ว ว่าที่เขาทำนั้นเขาผิด แต่เวลาที่เขายึดอำนาจที่ผิดให้บอกว่าไม่ผิดนะครับ นี่ยิ่งกว่าไม้กายสิทธิ์ เสกอะไรก็ได้ ทำผิดกฎหมายเสร็จยึดเสร็จ เขาบอกว่าตัวเองไม่ผิดทำกันแบบนี้ร่ำไป เราจึง พูดคุยกันเสมอว่ารัฐประหารยึดอำนาจเมื่อไรยึดสำเร็จตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ยึดไม่สำเร็จ กลายเป็นกบฏรอถูกดำเนินคดี ถ้าประเทศไทยอยู่กันแบบนี้นั่นคือจะใช้กำลังตัดสินอย่างเดียว ทีนี้ครับผมมีข้อเสนอในเรื่องนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ในเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ตรงที่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเดินทางไปฟ้องศาลอาญาบอกว่าคณะรัฐประหารมีความผิด ฐานกบฏในราชอาณาจักร ศาลบอกไม่ใช่ผู้เสียหาย ดังนั้นเราเขียนลงไปเลยครับเป็นมาตรา ๑๑๓/๑ เขียนลงไปให้ชัดเลยว่าประชาชนคนไทย ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นผู้เสียหายในคดีกบฏ ในความผิดฐานกบฏ ในราชอาณาจักร ถ้าเป็นแบบนี้ศาลท่านจะบอกไม่ใช่ผู้เสียหายไม่ได้แล้ว ต่อไปนี้ยึดอำนาจ เกิดขึ้นปุ๊บผมเดินทางไปฟ้องศาลแน่นอนนะครับ และจะบอกผมไม่ใช่ผู้เสียหายไม่ได้แล้ว กฎหมายบอกว่าเป็นผู้เสียหาย แล้วศาลท่านก็จะวินิจฉัย นี่คือวิธีการแก้ข้อที่ ๑ ทีนี้พอศาล พิจารณาคดีแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาของประเทศไทยก็ยืนยันตรงกันหมดว่ายึดอำนาจ เสร็จแล้วเป็นรัฏฐาธิปัตย์สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๙๐ จนถึงปัจจุบันก็อธิบายแบบนี้ตลอดเวลา ว่ายึดอำนาจสำเร็จแล้ว จริง ๆ แล้วผมเคยศึกษาวิจัยเขียนหนังสือไว้หลายเล่มเกี่ยวกับ เรื่องศาลกับการรัฐประหารว่าศาลในต่างประเทศเขามีวิธีเขียนเหตุผลในคำวินิจฉัยอย่างไร ในการเอาคณะรัฐประหารมาดำเนินคดี แต่ในศาลไทยนั้นยังยึดถือแบบเดิมมาโดยตลอด คือยึดอำนาจเสร็จแล้วเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าเป็นแบบนี้ลองทดลองดูไหมครับเราเขียน ในรัฐธรรมนูญลงไปเลยครับ เขียนลงไปสักมาตราหนึ่ง สักวรรคหนึ่งให้ชัดว่าห้ามมิให้องค์กร ตุลาการยอมรับการยึดอำนาจการรัฐประหารนั้นเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เขียนล็อกเอาไว้อย่างนี้เลย อีกมาตรการหนึ่งในทางกฎหมาย รัฐธรรมนูญควรจะต้องรับรองสิทธิและหน้าที่ของปวงชน ชาวไทยในการต่อต้านรัฐประหาร ผมเอาตัวแบบมาจากรัฐธรรมนูญประเทศหนึ่งนะครับ รัฐธรรมนูญประเทศกรีซซึ่งมีรัฐประหารบ่อยครั้งหลังจากเขากลับสู่ระบบประชาธิปไตยได้ เขาเขียนในมาตราสุดท้ายบอกว่าปวงชนชาวกรีซที่เขาเรียกกันชาวเฮลเลนิก (Hellenic) มีสิทธิ ไม่ใช่แค่สิทธิด้วยนะครับ มีหน้าที่ด้วยครับ มีสิทธิและหน้าที่ในการต่อต้านการแย่งชิง อำนาจสูงสุดของประชาชนไปโดยทุกวิธีการ เขาเขียนแบบนี้นะครับ แล้วนอกจากนั้นยังเขียน ต่อไปว่าในวันที่ระบบปกติกลับเข้ามาเราฟื้นฟูระบบประชาธิปไตยกลับเข้ามาใหม่ให้ดำเนิน คดีอาญาต่อคณะรัฐประหารทันทีโดยไม่มีอายุความ เขาประกาศไว้ในรัฐธรรมนูญแบบนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้คือมาตรการทางกฎหมาย มาตรการในทางรัฐธรรมนูญ ผมพูดมาถึง ตรงนี้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็จะบอกว่าเพ้อฝันอีกแล้วเพราะว่าเขา ยึดอำนาจเมื่อไรเขาฉีกทิ้งทันที พอเขาฉีกทิ้งปุ๊บแล้วจะเหลือกฎหมายอะไรให้เราไปเล่นงาน คณะรัฐประหารก็ฉีกทิ้งหมด ฉีกทิ้งหมดยิ่งคุณเขียนเดี๋ยวผมก็ฉีกเยอะขึ้น คุณเขียนไว้ กี่มาตราป้องกันการรัฐประหารไว้ ยึดอำนาจเมื่อไรฉีกทิ้งหมด ฉีกทิ้งหมด ฉีกทิ้งหมด แต่อย่างน้อยที่สุดวันหนึ่งถ้าเรากลับเข้าสู่ระบบปกติเรายังมีหมุดหมาย เรายังมีสัญลักษณ์ เรายังมีตัวบทรัฐธรรมนูญ ตัวบทกฎหมายที่รับรองเอาไว้อยู่ และเมื่อนั้นเราหาวิธีการ ดำเนินคดีกับคนยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่งก็ไม่สายจนเกินไป ในท้ายที่สุดเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมไปดูประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของหลากหลายประเทศที่เขามีรัฐประหารเกิดขึ้น บ่อยครั้งแล้ววันนี้ไม่มีแล้วจะยุติรัฐประหารได้อย่างเด็ดขาดสิ้นเชิง จำเป็นต้องมีการรื้อฟื้น เอาผู้ก่อการรัฐประหารมาขึ้นศาลมาดำเนินคดีในศาลและลงโทษให้ศาลที่มีคำพิพากษาลงโทษ สักครั้งหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อไรครั้งหนึ่งรัฐประหารจะไม่มีอีกเลย นี่เกิดขึ้นแล้วที่ประเทศอาร์เจนตินา ที่ประเทศกรีซ ที่ประเทศฝรั่งเศส ที่ประเทศเกาหลีใต้ ที่ประเทศตุรกี เขาทำกันมาแล้วครับ พอเอาคณะผู้ก่อการทั้งหลายกลับมาดำเนินคดีและลงโทษในความผิดฐานกบฏ หลายท่าน เป็นนายพลอายุ ๗๐ ปี ๘๐ ปี ๙๐ ปีแล้วต้องกลับมาขึ้นศาลแล้วถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตบ้าง จำคุกในช่วงเวลาหลาย ๆ ปี พอทำอย่างนี้เกิดขึ้นนายทหารรุ่นน้องทั้งหลายก็จะพึงสังวรได้ ว่ายึดอำนาจเมื่อไรหมดอำนาจลงไปแล้วถูกดำเนินคดีได้ตลอดเวลา ถ้าเราทำแบบนี้ได้ ผมมั่นใจจริง ๆ ว่าประเทศไทยจะไม่มีรัฐประหารอีกเลย นายทหารจะกลับเข้าไปสู่กรม กองและเป็นนายทหารมืออาชีพ ท่านประธานครับมีอีกวิธีหนึ่งเช่นเดียวกันคือมาตรการ ในทางระหว่างประเทศ ประเทศในแอฟริกาจำนวนมากเป็นประเทศที่แข่งกับประเทศไทย ในการทำยอดรัฐประหาร เวลาบันทึกกินเนสส์บุ๊ค (Guinness book) บันทึกสถิติกันว่า ประเทศไหนรัฐประหารเยอะนี่ประเทศที่เป็นคู่แข่งเราส่วนใหญ่เป็นประเทศในแอฟริกา แต่ตอนนี้หลายประเทศดูเหมือนว่าของเราจะแซงแล้วและอาจจะแซงได้อีกในไม่กี่ปี เพราะว่า ประเทศในแอฟริกาตอนนี้มีรัฐประหารเกิดขึ้นปรากฏว่าทำไม่สำเร็จ ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีความพยายามรัฐประหารหลายครั้งแต่ทำไม่สำเร็จ เขาทำไม่สำเร็จส่วนหนึ่งเพราะว่าองค์กร ที่ชื่อว่าแอฟริกัน ยูเนียน (African Union) เป็นสหภาพของประเทศในแอฟริการวมกัน เขาเข้มงวดกวดขันกับเรื่องนี้มาก ถ้าเกิดรัฐประหารขึ้นมาในประเทศใดอยู่ไม่ได้ ไม่มีใครคบ ประเทศในแอฟริกาจะช่วยกันรุมบอยคอต (Boycott) ไม่คบครับ จนไปต่อไม่ได้ เพราะว่า เขาไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ลำพังในทวีปนั้นโดยที่เพื่อนไม่คบเลยก็เป็นมาตรการแซงชัน (Sanction) มาตรการกดดันกันในทางระหว่างประเทศนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เวลารัฐประหารเกิดขึ้นมักจะมีการใช้อำนาจเผด็จการ จำกัดสิทธิและเสรีภาพ หลายครั้งหลายหนก็มีการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนที่ลุกขึ้นมา ต่อต้าน วิธีการหนึ่งซึ่งในทางระหว่างประเทศเขาคิดค้นกันขึ้นมา นั่นก็คือกำหนดให้ความผิด ต่อมวลมนุษยชาติยกระดับให้เป็นความผิดอาญาระหว่างประเทศแล้วตั้งศาลเฉพาะขึ้นมา ชื่อว่าศาลอาญาระหว่างประเทศตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตามธรรมนูญกรุงโรม หลายประเทศไปให้สัตยาบันรับรองอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศไว้ การรับรองอันนี้ไว้ มีประโยชน์อย่างไร มีประโยชน์ตรงที่ว่าผู้มีอำนาจในแต่ละช่วง ในแต่ละเวลาของแต่ละประเทศ หากคุณปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน หากคุณทำผิดอาญาต่อมนุษยชาติ แม้คุณจะนิรโทษกรรม ตัวเองให้ตายอย่างไร คุณก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของศาลอาญาระหว่างประเทศ วันนี้เผด็จการ จำนวนมากจากหลากหลายประเทศถูกดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศอยู่ ถ้าเกิด แบบนี้อย่างน้อยที่สุดคนที่มีอำนาจจะต้องยับยั้งชั่งใจว่าจะเข่นฆ่าประชาชน จะปราบปราม ประชาชนไม่ได้ ประเทศไทยเราพูดเรื่องนี้กันมาหลายสิบปี แต่ในท้ายที่สุดเราก็ยังไม่ให้ สัตยาบัน มักจะอ้างกันว่าเพราะประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข ดังนั้นลงนามไม่ได้ จากการสำรวจพบว่าประเทศที่มีรูปของรัฐแบบราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขจำนวนมากก็ให้สัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรม ยอมรับ อำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา ประเทศสเปน ประเทศสวีเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศเหล่านี้ให้การรับรองหมดครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงมีโอกาสที่จะป้องกันการรัฐประหาร การใช้อำนาจเผด็จการ เข่นฆ่าประชาชนโดยใช้กลไกของศาลอาญาระหว่างประเทศเข้ามาช่วยได้ ทั้งหมดที่ผมพูดไป ก็จึงเป็นวิธีการป้องกันรัฐประหารทั้งในรูปแบบของการปฏิรูปกองทัพทั้งในรูปแบบของ มาตรการในทางรัฐธรรมนูญ มาตรการในทางกฎหมาย และมาตรการในทางระหว่างประเทศ แต่ทั้งหลายทั้งปวงครับ ท่านประธาน สิ่งที่จะสำคัญที่สุดและจะเป็นยารักษา ยาที่จะกำจัด ไม่ให้รัฐประหารกลับมาเกิดขึ้นอีกในประเทศไทย สำคัญที่สุดไม่ใช่พวกมาตรการทางกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องแค่เพียงการปฏิรูปกองทัพเท่านั้น แต่นั่นคือการสร้างความคิดแบบใหม่ การสร้าง ความคิด ความเชื่อ จิตสำนึกแบบใหม่ให้กับประชาชนคนไทย ให้กับนักการเมืองไทย ให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้กับข้าราชการทั้งหมด ถ้าหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันหนึ่ง พวกเราประชุมกันอยู่มีการยึดอำนาจแล้วพวกเราพร้อมใจกันต่อต้านรัฐประหาร ผมเชื่อว่า คณะรัฐประหารทำไม่สำเร็จ ถ้าวันใดวันหนึ่งการรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วพี่น้องประชาชน คนไทยพร้อมใจกันต่อต้านรัฐประหารการรัฐประหารก็จะไม่สำเร็จ ถ้าวันใดวันหนึ่งมีการ รัฐประหารเกิดขึ้น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนทั้งหมดพร้อมใจกันต่อต้าน คณะรัฐประหาร รัฐประหารก็จะไม่มีวันทำได้สำเร็จ ถ้าวันใดวันหนึ่งมีรัฐประหารเกิดขึ้น สื่อมวลชนพร้อมใจกันต่อต้านรัฐประหารการรัฐประหารก็จะไม่มีวันสำเร็จได้ ดังนั้นความสำคัญ ต้องขจัดความคิดมายาคติ ความเชื่อออกไปจากพี่น้องประชาชนคนไทยให้ได้ว่ารัฐประหาร คือยาวิเศษ รัฐประหารคือเรื่องปกติในสังคมไทย เราต้องคิดให้ได้ว่ารัฐประหารเป็นเรื่องผิด รัฐประหารเป็นเรื่องที่ในฐานะพลเมืองคนไทยทั้งหลายต้องออกไปต่อต้านอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ถ้าไม่คิดว่าสู้เพื่อตัวเอง คิดว่าสู้เพื่อลูกหลาน สู้เพื่ออนาคตประเทศไทย เพื่อไม่ให้ประเทศไทย กลับมามีรัฐประหารอีก🔗
ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมพูดไปในสภาแห่งนี้ก็เพื่อจะนำมาสู่ บทสรุปตรงนี้ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมย้ำประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสภาแห่งนี้ ตลอดรอบเกือบปีที่ผ่านมาว่า สภาผู้แทนราษฎร ณ เวลานี้เป็นเพียงองค์กรเดียวที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีแต่พวกเราเท่านั้นละครับที่อยู่ในสภาแห่งนี้ที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีแต่พวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้เท่านั้นละครับที่เป็นผู้แทน ของราษฎรอย่างสมเกียรติ มีศักดิ์ศรีเต็มภาคภูมิเพราะประชาชนเลือกเรามา ดังนั้นการเสนอ ญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันรัฐประหารในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็เพื่อจะเปิดโอกาสอันดียิ่งให้กับผู้แทนราษฎรทุกท่านในสภาแห่งนี้ได้พินิจพิจารณา และตัดสินใจร่วมกันว่าพวกเรามีจุดยืนกับรัฐประหารอย่างไร พวกเราพร้อมจะป้องกัน รัฐประหารไม่ให้เกิดขึ้นอีกอย่างไร และอย่างน้อยที่สุดก็เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญครับว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปักธงขึ้นแล้วว่าเราจะร่วมกันศึกษาหาแนวทางป้องกัน การรัฐประหาร ผมขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ช่วยกันลงมติให้ความเห็นชอบ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันการรัฐประหารเพื่ออนาคตของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลานไทย เพื่ออนาคตของประชาธิปไตยไทย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านเจ้าของญัตติท่านได้ใช้เวลาในการอภิปรายประมาณ ๔๑ นาทีนะครับ ให้โอกาสท่าน เต็มที่เพราะว่าท่านเป็นเจ้าของญัตตินะครับ แต่ว่าขณะนี้มีผู้เข้าชื่อกันทั้งหมด พรรคร่วม ฝ่ายค้านมีเข้าชื่อทั้งหมด ๒๒ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาลเข้าชื่อทั้งหมดที่ส่งมาแล้วนะครับ อาจจะมีทยอยมาอีก ๗ ท่าน เพราะฉะนั้นรวมทั้งหมดก็ประมาณ ๒๙ ท่าน ช่วงหลังนี้ ที่เราสามารถอภิปรายได้โดยทั่วถึง ผมเรียนเพราะว่าประสบการณ์สมัยก่อนเราขอพูดสัก ๒๐ คน ได้พูดสัก ๑๐ คนก็เก่งแล้วครับ แต่ช่วงหลังอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ท่านสมาชิกควรจะ มีส่วนได้รับความชื่นชมก็คือการรู้จักกำหนดเวลานะครับ ถ้าทุกคนพูดคนละ ๔๐ นาที เพื่อนก็ไม่มีโอกาสได้พูดเวลามันก็หมด เพราะฉะนั้นผมต้องขอบคุณพวกเราที่พยายาม รักษาเวลา ซึ่งที่ขอมาทั้งหมดขณะนี้ ๑๐ นาที มีท่านเดียวที่ขอ ๒๐ นาทีคือท่านวันมูหะหมัด นอร์ มะทา ซึ่งก็อนุโลมให้ท่านครับ แต่ว่าถ้าไม่ถึงท่านเห็นว่าซ้ำ จบก่อน ก็แล้วแต่ท่านครับ นอกจากนั้นก็มีขอ ๗ นาที ก็อนุโลมว่าท่านจะใช้ ๗ นาทีหรือ ๑๐ นาทีก็อนุโลมท่านนะครับ เพราะได้กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน ๑๐ นาที ซึ่งถ้าเราให้ทุกคนได้พูดทั้งหมดในวันนี้ก็คงจะ ถึงตอนเย็น ผมจะพยายามให้โอกาสทุกท่านได้มีโอกาสได้อภิปรายนะครับ โดยทุกคนรักษา วุฒิภาวะเรื่องเวลาของท่าน ต่อไปขออนุญาตให้ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาติ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานและผู้เสนอญัตติ คือท่านอาจารย์ปิยบุตรเป็นอย่างมากครับ ที่ได้เสนอญัตติเพื่อให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาและป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นในอนาคต ซึ่งผมคิดว่าถ้าผมไม่ขึ้นพูดในวันนี้เท่ากับ ผมไม่ได้สนใจในการที่คณะรัฐประหารที่ปล้นอำนาจของประชาชนออกไปจากสภาของเรา ทุกครั้งไป ซึ่งผมคิดว่าถึงแม้เราจะไม่สามารถได้ป้องกันอย่างเต็มที่แต่การที่เรามาพูดถึง ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเข้าใจว่าการรัฐประหารที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างเดียว อาจจะมีหลายฝ่ายที่ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราเปิดใจกว้างมาร่วมกันศึกษาว่าความผิดที่เกิดขึ้นนั้นเราจะช่วยกันแก้ไข ไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นในประเทศของเราต่อไปครับ เวลาเกิด รัฐประหารขึ้นครั้งใดท่านประธานและพวกเราก็จะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกยึดอำนาจไป ยึดหน้าที่ ของเราไปทั้ง ๆ ที่เรามาโดยกฎหมายที่ประชาชนจำนวนหลายสิบล้านคนเลือกเข้ามา แต่คณะผู้ยึดอำนาจใช้กำลังและคนไม่มากเท่าไรก็มายึดอำนาจเราไป🔗
ในประการที่ ๒ หลังจากยึดอำนาจแล้วเพื่อจะสร้างความชอบธรรมให้กับ ผู้ยึดอำนาจแล้วก็รัฐประหารก็มักจะโจมตีสถาบันรัฐสภาของเรา นักการเมืองทั้งหลายว่า ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วคณะรัฐประหารก็มักจะอ้างเข้ามาเพื่อที่จะปฏิรูปการเมือง และท่านประธานยืนมาในสภานี้ ๕๐ ปี ผมก็ ๔๐ ปี เคยเห็นไหมครับว่าคณะรัฐประหารนั้น ได้ปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง หลายครั้งหลายคราวได้ทำลายหลักการของประชาธิปไตย มากมายแล้วก็ขยายอำนาจของคณะรัฐประหารออกไปเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง กระผม เชื่อว่าสภานี้ถ้าเปิดใจกว้างพูดอย่างจริงแล้วความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากรัฐประหารนั้น กลุ่มแรก ๆ ก็คือสมาชิกรัฐสภาและนักการเมืองทั้งหลายที่ถูกเอาบาปมาใส่พวกเรา ประชาชนทั่วไปก็ได้รับผลกระทบมากเช่นเดียวกัน ซึ่งผมก็คงจะใช้เวลาพูดไปเล็กน้อย และด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ใช้เวลาเกินไปและจะพยายามให้จบก่อน เวลาเสียด้วยซ้ำไป เพราะว่าท่านผู้อภิปราย ผู้เสนอญัตติท่านอาจารย์ปิยบุตรนั้นได้พูด ในรายละเอียดมากพอสมควรแล้วผมก็จะไม่กล่าวซ้ำในประเด็นที่ไม่จำเป็นครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของการรัฐประหารนั้นมีหลายท่าน ได้กล่าวถึงว่ามันคืออะไร ผมอยากจะเอานักวิชาการบางท่านที่เขาศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วเป็นคนที่มักจะเขียนเรื่องของการรัฐประหารกับการเมืองอยู่ในหลายครั้ง ท่านอาจารย์ สุรชาติ บำรุงสุข ท่านก็ให้ความหมายว่ารัฐประหารคือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ที่ไม่เป็นไปตามกติกา พวกเราเข้ามาตามกติกา แต่เวลาเขาจะเปลี่ยนแปลงเขาก็เลิกกติกา และไม่ปฏิบัติตามกติกา ผมยังคิดว่าปล่อยได้อย่างไร เราคงจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ไปมากกว่านี้ เพราะเขามาด้วยรถถัง เขามาด้วยอาวุธที่พวกเราให้งบประมาณเขาไป ท่านประธานครับ ทหารนั้นเราสร้างไว้เพื่อป้องกันประเทศจากอริราชศัตรูและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ เรามีกฎหมายอนุญาตให้ทหารมีอาวุธได้ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีอาวุธนานาชนิดด้วยภาษี ของพี่น้องประชาชน เราไม่เคยมีกฎหมายฉบับใดนะครับว่าเอาภาษีของประชาชนและอาวุธ ที่สภานี้อนุมัติให้ซื้อแต่ละปีนั้นเพื่อมาทำปฏิวัติและรัฐประหาร และผมคิดว่าถ้าคนมีอาวุธ อยากจะมีอำนาจแล้วทำเหมือนกับคณะทหารที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารในบ้านเมืองของเรา ๑๓ ครั้งภายในระยะเวลา ๘๗ ปี เฉลี่ยแล้วประมาณ ๗ ปีต่อครั้ง นี่เราเพิ่งผ่านมา ๕ ปี เข้าปีที่ ๖ ปีหน้าจะเป็นปีที่ ๗ ถ้าหากว่าจิตใจของผู้ถืออาวุธไร้สำนึกว่า ที่มีอาวุธที่ได้รับอนุญาตนั้นเพราะเป็นทหาร มีหน้าที่ป้องกันประเทศและสร้างความมั่นคง ของประเทศ ไม่ได้ให้มายึดสภา ยึดอำนาจ ตั้งพวกพ้องของตัวเองเป็นคณะผู้บริหารประเทศ มันเป็นการเอาเปรียบองค์กรอื่น ๆ ในบ้านเมืองของเราสิ้นเชิง เพราะองค์กรอื่นไม่มีอาวุธ มากมายอย่างกับทหาร อาวุธนั้นก็ไม่ใช่ทหารสร้างเอง เป็นภาษีอากรของพวกเราที่สร้างไปให้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านอาจารย์ปิยบุตรพูดนั้นก็ถูกต้องแล้ว ทำอย่างไรเราถึงจะมีกฎหมาย เพื่อป้องกันและลงโทษผู้ที่ถืออาวุธโดยได้รับอนุญาตให้ถืออาวุธไม่ให้ทำรัฐประหาร แล้วถ้าทำได้ใคร ๆ ก็อยากทำ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับทหารในหลายประเทศ เขาบอกว่าเขาเองเป็นทหารก็อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีอยากจะเป็นรัฐมนตรี อยากจะ มีอำนาจ เช่นเดียวกับนายทหารของประเทศไทย แต่ผมถามว่าแล้วทำไมไม่ทำล่ะ เขาบอกว่า ทำไม่ได้เพราะกฎหมายก็อย่างหนึ่งไม่อนุญาต🔗
อันที่ ๒ ประชาชนเขาไม่ยอมรับ ฉะนั้นเราจึงเห็นได้ว่าการปฏิวัติรัฐประหาร มันเกือบจะสูญพันธุ์แล้ว แม้แต่ที่อาจารย์ปิยบุตรที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่านอกจากประเทศไทย แล้วที่ทำการปฏิวัติบ่อย ๆ คือประเทศในแอฟริกา ในตอนนี้เราก็ไม่ค่อยได้ยิน ประเทศ ในแอฟริกาได้ทำการรัฐประหารเพราะประชาชนไม่ยอมรับ แล้วหลายท่านระดับพลเอก ระดับนายทหารก็ถูกขังคุกหรือไปประหารชีวิต แม้แต่ประเทศในเอเชียก็ขึ้นศาลไปหลายคน ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อถึงประเทศเหล่านั้นนะครับ แต่ท่านก็คงทราบว่ากำลังขึ้นศาลทหารอยู่ ๒-๓ นายพล โดยประชาชนเขาไม่ยินยอม บางครั้งก็ต้องไปตามจับในต่างประเทศเสียด้วยซ้ำ อีกท่านหนึ่งครับ นักวิชาการคืออาจารย์ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ บอกว่าการรัฐประหารนั้น เป็นการเข้ายึดอำนาจรัฐโดยฉับพลันและยังผิดกฎหมายครับ อันนี้เราไม่ได้พูดกันอย่างเดียว นักวิชาการทั้งหลายผมว่าทุกสถาบันคงมองเห็นว่าการรัฐประหารนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ยอมรับ แล้วรับไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะพูดซ้ำว่าสาเหตุของ การเกิดรัฐประหารในประเทศไทยนั้นมีจากอะไรบ้างนะครับ🔗
ในประการแรก ผมคิดว่าเป็นการแย่งอำนาจเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ทั้ง ๆ ที่ ผิดกฎหมายแล้วก็ไม่ได้รับมอบหมายจากประชาชนเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง🔗
ประการที่ ๒ อันนี้ก็สำคัญมากครับ ซึ่งต้องกล่าวซ้ำย้ำที่อาจารย์ปิยบุตร ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่าที่เป็นแรงจูงใจที่สำคัญก็คือว่าทำแล้วไม่ผิด หรือผิดก็สามารถจะออก กฎหมายนิรโทษกรรมตนเองได้ ผมคิดว่าถ้าใครมีโอกาสเช่นนี้เขาก็ไม่พลาดโอกาสนั้นไป เพราะทำแล้วไม่มีความผิด ถ้าผิดก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราลองดูสิครับว่าตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมานะครับ จากทุกพรรคการเมือง และอาจจะมีบุคคลภายนอกเข้ามาดูว่าเราจะมีวิธีทางของการป้องกันอย่างไรได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นแนวคิดเพื่อการศึกษาและเพื่อการป้องกัน แล้วถ้าหากสภาของเราซึ่งเป็นสภาของประชาชน เราได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แม้แต่จะคิดป้องกันประชาชนไม่ให้ถูกปล้นอำนาจ แม้แต่จะคิดป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา ประณามเราอย่างไม่ถูกต้องเราก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิด ผมคิดว่ามันเป็นการที่จะเรียกอย่างไรดี เราถูกกระทำทุกอย่าง ผมเพียงแต่ขอให้เรามาช่วยกันคิดครับ หามาตรการแม้ถ้าสิ่งนั้น มันเป็นความผิดของเราเป็นองค์ประกอบ เราก็ต้องกล้าที่จะชี้แนะและเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น ในอนาคตเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็หวังว่าจะได้รับความกล้าหาญและความคิดริเริ่ม จากผู้แทนของประชาชนเพื่อป้องกันประชาชนไม่ให้ถูกทำร้ายหรือปล้นอำนาจต่อไปครับ🔗
ประการที่ ๓ ผมคิดว่าเนื่องจากการศึกษาทางด้านการเมืองของเรายังมีน้อย เพราะฉะนั้นก็ควรจะได้ส่งเสริมให้เรื่องการศึกษาความเป็นประชาธิปไตย ให้การศึกษา ในทุกระดับ รวมทั้งสถาบันการศึกษาของทหารก็ควรจะให้การศึกษาว่าประชาธิปไตยมันเป็น อย่างไร และอำนาจที่มาทำรัฐประหารนั้นมันเป็นอำนาจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรที่จะดำเนินการ ต่อไป และประเทศทั้งหลายเขาก็ไม่นิยมทำกัน ในประการที่ ๓ นั้นผมคิดว่าประเทศเรา ยังขาดสถาบันทางการเมืองที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แม้แต่เราเคยมีครับเขาเรียกว่า สภาพัฒนาการเมืองของประชาชน แต่ในการปฏิวัติคราวที่แล้วก็ยกเลิกสภาพัฒนาการเมือง ของประชาชนนี้สิ้นไป อันนี้ก็เป็นหนทางหนึ่งเป็นการเรียนรู้ให้ประชาชนซึ่งเลือกตั้งจาก องค์กรทั้งหลายเช่นเดียวกับสภานี้ แต่เขาเป็นสภาของภาคประชาชน เขาจะได้ทำงานควบคู่ กับสภาของเรา แต่ถูกผู้ที่ทำรัฐประหารก็เห็นว่าไม่มีประโยชน์แล้วก็ไม่อยากจะเห็นประชาชน มีส่วนร่วมทางการเมือง อันหนึ่งผมเคยมีความหวังว่าสถาบันของสภาที่สนับสนุนจัดตั้งขึ้นมานี้ คือสถาบันพระปกเกล้า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่ตั้งตอนแรกว่า สถาบันพระปกเกล้าน่าจะ เป็นสถาบันทางการเมืองที่ปกป้องรักษาประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการในทุกรูปแบบ เพราะเป็นสถาบันทางการเมืองที่ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยของรัฐสภา ของประชาชน แต่ผมก็ต้องผิดหวังว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นสถาบันพระปกเกล้าของเราได้ให้ การส่งเสริมประชาธิปไตยเพียงน้อยนิด บางครั้งก็ไปรับใช้เผด็จการ เพราะอยากจะมีอำนาจ ผมคิดว่าท่านประธานในฐานะที่เป็นประธานสถาบันพระปกเกล้าควรจะพิจารณาปรับปรุง แนวทางการดำเนินการของสถาบันพระปกเกล้าให้เป็นสถาบันที่รักประชาธิปไตย ปกป้อง ประชาธิปไตย แทนที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนเผด็จการ🔗
ท่านประธานครับ อีกประการสำคัญที่เกิดเหตุรัฐประหารในประเทศของเรา ก็คือว่าผู้ที่ทำรัฐประหารนั้นเมื่อทำแล้วได้อำนาจ ได้ประโยชน์แล้วก็สามารถส่งเสริม พวกพ้องได้รับประโยชน์อย่างที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้กล่าวขึ้น แต่ผู้ที่ได้อำนาจเหล่านั้น ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นกลุ่มนายทุน ขุนศึกทั้งหลาย แล้วที่บอกว่าจะ พัฒนาประเทศ จริง ๆ ก็ไม่ได้พัฒนา นอกจากพัฒนาเพียงบางกลุ่ม แล้วท่านจะเห็นว่า เมื่อคนเหล่านั้นหมดอำนาจไปอย่างที่ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ในสมัย จอมพล สฤษดิ์ หรือว่า จอมพล ถนอม และคนอื่นก็ดีครับ หลังจากถูกตรวจสอบแล้วปรากฏว่าร่ำรวยมหาศาล พวกพ้องก็ได้ประโยชน์เยอะแยะ เงินทองของประชาชนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราควรจะหาทาง ป้องกันให้ได้ แล้วก็ไม่ควรจะให้เขาได้อำนาจ เพราะอำนาจแล้วเขาได้ประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ของประชาชนโดยสรุปท่านประธานครับ ผลเสียของรัฐประหารนั้น เอาสรุปสั้น ๆ ว่า🔗
ประการแรก ก็คือว่าอำนาจอันชอบธรรมของประชาชนที่เป็นหนึ่งในอำนาจ อธิปไตยของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นก็ถูกปล้นไป อย่างน้อยอำนาจอธิปไตย ของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บางครั้งก็ล่วงละเมิดไปถึงฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการด้วย อำนาจนี้ เป็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ของประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผลเสียอย่างมาก ก็คือว่าทุกอำนาจถูกปล้นไปโดยบุคคลที่ถืออาวุธที่เราอนุญาตให้ถืออาวุธ แต่ว่าใช้ใบอนุญาต ของเรานั้นมาปล้นอำนาจของเราเอง เพราะฉะนั้นเราไม่กล้าแม้แต่จะศึกษาคนที่ปล้นอำนาจ ปล้นอำนาจได้อย่างไร ผมคิดว่ามันเกินเหตุไป แล้วผมคิดว่าเสียเวลาของประชาชน เสียความหวังของประชาชนที่มอบให้กับเรา🔗
ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อมีการรัฐประหารครั้งใดหรือทุกครั้ง ต่างชาติเขาไม่ยอมรับ เราจะเห็นว่าเขาก็ไม่คบกับเรา ไม่ทำการค้าขายกับเรา แล้วก็ไม่ยอม อำนาจเรา แล้วก็บีบจนกระทั่งว่าประเทศเราเสียหายในทางเศรษฐกิจอย่างย่อยยับเกือบทุกครั้ง เราต้องยอมรับด้วยการกระทำอันนั้น ผมคิดว่าไม่ได้ไปกล่าวร้ายเลย แม้แต่การท่องเที่ยว ในระยะแรกของการรัฐประหาร ผมคิดว่าเป็นปีเขาก็ไม่กล้ามาเที่ยว เขาก็คิดว่าจะไปทำไม ในเมื่อประเทศวุ่นวาย จลาจล มีทหารเข้ามายึดอำนาจ การลงทุนก็ลดลงหรือเกือบไม่มี กลับตรงกันข้ามนักลงทุนในประเทศเราเองเมื่อเห็นเขาไม่มาแล้ว ก็ต้องไปลงทุนที่อื่น ที่มีโอกาสน้อย เขายังคิดต่อไปว่าไม่ใช่คราวที่แล้วรัฐประหารแล้วตอนนี้เป็นประชาธิปไตย เขาก็ยังติดว่าเมื่อไรจะมีรัฐประหารอีก เขายังเลือกประเทศอื่นจะดีกว่าที่เลือกประเทศไทย นี่คือผลร้ายอันสำคัญยิ่ง มันก็ฉุดความเจริญของประเทศที่จะไปข้างหน้าอย่างน่าเสียดาย ท่านประธานครับ แม้แต่ในอาเซียน (ASEAN) ขณะนี้ผลร้ายที่เกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารนี้ เราตามเขาไม่ทัน อย่าไปเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย แม้แต่ประเทศเวียดนาม และบางประเทศเราถดถอยไปมาก ถ้านึกถึงความเจริญเติบโตเศรษฐกิจแล้วการลงทุนอะไร ต่าง ๆ🔗
ประการสำคัญก็คือว่าได้สร้างความสับสนต่อการเรียนรู้ การศึกษาของ ประชาชนในประเทศนี้คือว่าประชาธิปไตยคืออะไร ใครมีอำนาจในด้านนิติบัญญัติ ใครมีอำนาจในด้านบริหาร ใครมีอำนาจในด้านตุลาการ เพราะว่าท่านประธานคงเข้าใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมขอพูดสัก ๒ นาที แนวคิดที่จะป้องกันรัฐประหารในอนาคตนั้น ท่านประธานครับ อันแรกที่เราพูดถึงกันแล้วคงจะมีคนกล่าวถึงก็คือว่าเราคงต้องศึกษา แล้วสร้างกฎหมายที่สามารถปฏิบัติได้คือป้องกันรัฐประหาร รายละเอียดผมคิดว่าเราพูดใน กรรมาธิการ🔗
ประการที่ ๒ เราคงต้องสร้างทหารอาชีพ ที่จริงแล้วผมก็มีความเคารพทหาร ผมถือว่าทหารคือผู้มีเกียรติ ผู้ป้องกันประเทศ แต่ต้องเป็นทหารอาชีพ ไม่ใช่ทหารการเมือง ทหารอาชีพคืออะไร ทหารอาชีพคือทหารที่เชื่อฟังและจงรักภักดีต่อรัฐหรือผู้ปกครอง ประเทศ ไม่ใช่มายึดอำนาจจากผู้ปกครอง เพราะหน้าที่ทหารนั้นคือต้องปฏิบัติตามนโยบาย ของรัฐ ในประการที่ ๒ ผมคิดว่าเราคงต้องเข้าใจทหารเช่นเดียวกัน เราควรจะเพิ่มเงินเดือน ทหารชั้นผู้น้อย ให้สวัสดิการในฐานะที่เขาดูแลประเทศด้านหนึ่ง แล้วให้เขามีความสามารถในช่วงที่เขาเป็นทหารนั้นเพื่อเอาความสามารถนั้นไปช่วยประชาชน ในยามจำเป็น แต่ขณะเดียวกันเมื่อทหารนั้นพ้นจากราชการทหารเกณฑ์ก็ดี ที่รับราชการ ทหารก็ดี เขาต้องไปมีอาชีพได้ไม่ต้องรอปฏิวัติรัฐประหารแล้วก็สบาย ให้เขามีอาชีพที่ดี ให้สวัสดิการที่ดี ทหารก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เราบอกว่าเราต้องสร้างทหารอาชีพที่ดีของประเทศ🔗
ประการต่อมา ทหารที่ดีนั้นก็คือเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อสร้างความมั่นคง และการพัฒนาของประเทศ ประการสำคัญที่สุดก็คือว่าทหารที่เป็นทหารอาชีพนั้นต้อง เป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่ทหารเข้ามาเพื่อจะเป็นรัฐมนตรีเพื่อจะเป็นโน่นเป็นนี่ ช่วงปฏิวัติ ที่ผ่านหรือปฏิวัตินี้ท่านลองไปอ่านดูว่าประธานรัฐวิสาหกิจหรือบอร์ดวิสาหกิจอะไรทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย การบินไทย หรืออื่น ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ในขณะนี้ต้องเป็นพลเอกหรือเทียบเคียง นี่มันอะไรกันครับ ประเทศนี้มันเป็น ของใคร เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าเข้ามาแล้วเพื่อแสวงหาอำนาจ เพื่อแบ่งผลประโยชน์ให้ พวกพ้องและสืบทอดอำนาจต่อไป ท่านประธานครับ ผมก็คงจะจบเพียงแค่นี้ แต่ก็อยากจะ ฝากพวกเราทั้งหลายว่าผู้ที่ถืออาวุธที่เราให้อาวุธเขานั้นเราควรจะจำกัดการอนุญาตให้เขา ใช้อาวุธภาษีของเรา ภาษีของประชาชนทำหน้าที่ที่ควรจะเป็น ไม่ใช่มาปล้นอำนาจ ยึดอำนาจ ขยายอำนาจต่อไป เพราะฉะนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาของเราคงจะได้อภิปรายแล้วคงจะ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาหาแนวทางอย่างเป็นกลางว่าการรัฐประหารนั้นไม่ดี เป็นการปล้นอำนาจประชาชนแล้วเราควรจะยุติกันอย่างไร ถึงแม้เมื่อมีข้อยุติแล้วต่อไป ข้างหน้าเกิดขึ้นอีกก็เป็นเรื่องที่เราต้องมอบให้คนข้างหน้าเขาคิดกันต่อไป แต่อย่างน้อยที่สุด เรามีจิตสำนึกว่าเรามาเพื่อรักษาประชาธิปไตยของประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมจะสลับ แต่ว่าขอให้แต่ละฝ่ายได้ถัวเฉลี่ยกันไปเพราะว่าฝ่ายรัฐบาลมี ๗ ท่าน ฝ่ายค้านมีอยู่ ๒๒ ท่าน ให้ฝ่ายค้านได้พูดสัก ๓ ท่าน แล้วเดี๋ยวสลับฝ่ายรัฐบาล ต่อไปท่าน พลโท พงศกร รอดชมภู ท่านขอไว้ ๑๐ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลโท พงศกร รอดชมพู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคต ในการอภิปรายครั้งนี้จำเป็น จะต้องใช้คลิปภาพ ต้องขออนุญาตท่านประธานด้วย เนื่องจากว่ามีการอ้างอิงถึงผลงาน ทางวิชาการและวิจัยจากต่างประเทศหลายท่านด้วยกันนะครับ🔗
ประเด็นแรกที่เราจะทำการ อภิปรายกันก็คือเราจะพูดกันเรื่องอะไรบ้าง เรื่องการรัฐประหารนี้ขออนุญาตตั้งเป็นประเด็น อยู่ ๔ เรื่องด้วยกัน ก็คือสาเหตุของการรัฐประหาร ลักษณะของเผด็จการและการสืบทอด อำนาจ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ปากท้องเนื่องจากการรัฐประหารแล้วก็แนวทาง การแก้ไขกลับคืนสู่ประชาธิปไตย🔗
เรื่องแรก สาเหตุของการรัฐประหาร มันมีเรื่องใหญ่ ๆ อยู่ ๒ เรื่องก็คือ จากประวัติศาสตร์หรือเงื่อนไขต่าง ๆ กับการที่เราเป็นประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย จากประวัติศาสตร์จะมี ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือเป็นประเทศที่หลังจากพ้นจากการเป็น อาณานิคมแล้วก็ยังชินอยู่กับการใช้อำนาจในการแย่งชิงอำนาจกันอยู่ หรือเป็นประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตยพอสมควรอย่างประเทศไทยเรา แต่ว่ามีเงื่อนไขบางประการซึ่งสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดไปแล้ว นั่นคือการมีเงื่อนไขในการรัฐประหารซ้ำได้ก็จะเกิดการ รัฐประหารบ่อย อีกเรื่องก็คือการเป็นประเทศเปลี่ยนผ่าน ถ้าเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ หรือประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงจะต้องมองไป ที่ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ มันคืออะไร มันไม่ใช่การเลือกตั้งที่บางทีมีการหลอกกัน ประเทศบางประเทศตั้งไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งโน่นนี่นั่น แต่สุดท้ายแล้วมันเป็นการซ่อนรูปของเผด็จการไว้ ดังนั้นการเลือกตั้งทุกครั้งก็จะต้องเป็น การเลือกตั้งเสรีเป็นธรรมและมีความหมาย ในหลายประเทศผู้ที่ลงเลือกตั้งโดนคดีก่อนจะ ลงเลือกตั้ง ผู้ที่ลงไปสมัครรับเลือกตั้งบางทีโดนตีในเขตเลือกตั้งเลย เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ เกิดเฉพาะในเอเชียเกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในอเมริกาใต้ ในแอฟริกาด้วยครับ ดังนั้นเราจะต้องตั้งเป้าที่จะยกเลิกการรัฐประหารด้วยการเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ก็คือ อำนาจของประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยนั้นขออภัยครับ ต้องเป็นของประชาชน คือมีมาจาก ประชาชนเท่านั้น แล้วก็อำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ ต้องยึดโยงต่อประชาชน ก็คือการปกครอง โดยประชาชน ทั้งหมดเพื่อประชาชน เราจึงจะพ้นจากกับดักการรัฐประหารได้นะครับ🔗
จากนี้ขออนุญาตที่จะไปเริ่มในการนำผลงานวิจัยจากต่างประเทศมาแนะนำ กับเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ท่านแรกก็คือนายแลร์รี เจย์ ไดมอนด์ เขาพูดถึงลักษณะ ของเผด็จการแล้วก็การสืบทอดอำนาจ เริ่มต้นเลยนะครับ เผด็จการหรือการสืบทอดอำนาจ ในการรัฐประหารก็จะบอกว่าระบอบเก่าหรือรัฐบาลเก่าไม่ดีอย่างไร อย่างประเทศไทยเรา ก็จะเห็นชัดเจนว่าจะมี ๒-๓ เรื่อง อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การล้มล้างสถาบัน การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือการบ่อนทำลายความเป็นอิสระของศาล เรื่องนี้สำคัญมาก คำว่า ยึดอำนาจสำเร็จเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นี่เป็นเงื่อนไขสำคัญให้ประเทศไทยมีโอกาสรัฐประหาร ซ้ำบ่อยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือบ่อนทำลายความอิสระของสื่ออื่น ๆ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็คือควบคุมสื่อด้วยการปล่อยสื่อจากของรัฐบาลที่ฝ่ายรัฐประหาร ยึดอำนาจไว้ได้เท่านั้น จากนั้นก็ขยับออกไป ขยายตัวไปยังอินเทอร์เน็ต สื่อโซเชียล (Social) ต่าง ๆ เพื่อควบคุมระบบการสื่อสารของประชาชนให้อยู่ในมือของตนเอง ของคณะรัฐประหาร รวมทั้งภาคประชาสังคมต่าง ๆ ที่เราจะพบเห็นว่าในหลาย ๆ ประเทศนั้นผู้ที่เคลื่อนไหว เพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวเพื่อปากท้องประชาชนจะถูกจับ ถูกดำเนินคดี จากนั้นก็ข่มขู่ ภาคธุรกิจต่าง ๆ ให้อยู่ในค่ายหรือในซุ้มของฝ่ายรัฐประหาร แล้วใครที่อยู่ในฝ่ายรัฐประหาร เป็นนายทุนก็จะร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็ขยายเพื่อมองไปถึงอนาคตว่าจะสืบทอดอำนาจ อย่างไร ขยายอำนาจผ่านระบบราชการไปถึงประชาชนทุกหน่วย ผมเปรียบเทียบเหมือนกับ เป็นเอสเอส (SS) หรือหน่วยเกสตาโพ (Gestapo) ของเยอรมัน ที่จะตรวจสอบว่าใครเคลื่อนไหว อะไรอย่างไร แล้วก็จะมีการจับกุมคุมขังหรือการลงโทษต่าง ๆ จากนั้นก็เตรียมการจะ สืบทอดอำนาจด้วยการเลือกตั้งจอมปลอม ด้วยการเขียนเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์ต่อ ผู้รัฐประหารนะครับ ใช้อำนาจในการควบคุมหน่วยการเลือกตั้งต่าง ๆ แล้วก็ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ หลายประเทศอยู่ถึง ๓๐-๔๐ ปี อย่างประเทศนิการากัวไม่ว่าจะซ้ายจัดขวาจัด ไม่ว่าจะ ซานดินิสตา (Sandinista) หรือว่าคอนทรา (Contra) ต่างก็ใช้กระบวนการแบบนี้เพื่อที่จะ ยืนหยัดอยู่ในอำนาจยืนยาว ลักษณะของเผด็จการสุดท้ายจะพูดอยู่ ๔ เรื่องเหมือนกันหมด เรื่องที่ ๑ บอกว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้น แต่ปรากฏว่ามันกลายเป็นเรื่องที่ ๒ ก็คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้อำนาจตกอยู่ในเครือข่ายของตนเอง จากนั้นจะจำกัดอำนาจในการเข้ามา มีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนทุกกลุ่ม และประการสุดท้ายก็จะให้สัญญาบอกว่าจะ แก้กฎหมายหลาย ๆ ฉบับ ของเราก็เป็นร้อยนะครับ และบอกว่าการแก้กฎหมายนี้จะสร้าง ความเชื่อมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต พูดถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะได้ยินเสียงเพลง แว่ว ๆ มาว่าเราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แผ่นดินที่งดงามจะกลับคืนมา ๖ ปีแล้ว มันเป็นธรรมชาติของการรัฐประหาร ผมเรียนให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบเกิดในทุกประเทศ ทั่วโลกครับ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย🔗
ต่อไปอีกหนึ่งการวิจัยของคุณอีริค เมเยอร์สัน พูดถึงนักการเมืองบนหลังม้า พูดง่าย ๆ คือถือดาบมาด้วย พูดถึงเรื่องการรัฐประหารแล้วก็การพัฒนา เขาพยายามที่จะ ศึกษาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ มาจนถึงปัจจุบันคือปี ๒๐๑๕ ไม่กี่ปีมานี้เองรวมถึง ประเทศไทยด้วย เขาก็พบว่าใน ๙๔ ประเทศ ๔๕๗ กรณี เขาพบว่าการรัฐประหารมีผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างสำคัญ ก็ขออนุญาตยกกราฟมาให้ดู เป็นภาพฉายเป็นเรื่องของกราฟมาให้ดูว่า ถ้าในด้านซ้ายมือด้านบนถ้าเป็นประเทศที่เคยชิน กับการมีประชาธิปไตยอยู่บ้างแล้วเศรษฐกิจจะเจริญตามจุดไข่ปลา แต่เมื่อปีที่ศูนย์ก็คือ ปีที่เกิดรัฐประหารเศรษฐกิจจะตก ถ้ารัฐประหารสำเร็จเศรษฐกิจตก รัฐประหารไม่สำเร็จ เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ แต่ถ้าเป็นประเทศที่เป็นระบบเผด็จการอยู่แล้วหรือมีการช่วงชิงอำนาจ ในกลุ่มตัวเอง ไม่ว่าจะรัฐประหารสำเร็จหรือไม่สำเร็จผลเท่ากันก็คือเศรษฐกิจตกต่ำเหมือนกัน ถ้ามาดูภาพรวมของทุกประเทศในโลก จุดไข่ปลาบนและล่างก็คือจีดีพี (GDP) ของแต่ละประเทศ เมื่อเฉลี่ยแล้วก็จะพบว่าการรัฐประหารจะมีการขึ้น ๆ ลง ๆ ของด้านเศรษฐกิจ แต่ถ้าแยก เป็นกลุ่ม กลุ่มที่เป็นอำนาจนิยมมากหน่อยก็คือมีความเคยชินกับการใช้กำลัง ช่วง ๔-๕ ปีแรก ดูเหมือนจะเจริญเติบโตขึ้นทางเศรษฐกิจ เพราะว่าประชาชนเชื่อว่าเปลี่ยนผู้ปกครอง จากเดิมที่ไม่ได้เลือก คนใหม่น่าจะดีกว่า แต่สุดท้ายเนื่องจากโครงสร้างของระบบรัฐประหารเอง ก็ทำให้เศรษฐกิจนี้ตก แล้วถ้าเกิดเป็นแบบประชาธิปไตยที่เคยชินมานานพอสมควรจะมีแต่ การตกอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นวิธีการที่เราจะคืนสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มีนักวิจัยคนหนึ่ง ก็คือ ยีน ชาร์ป ซึ่งเป็นเจ้าของสำนักการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงซึ่งมีชื่อเสียงมากในโลกนี้ ท่านก็บอกว่าเราต้องทวนความคิดเห็นแนวทางของเผด็จการ โดยการชี้ให้เห็นว่าเผด็จการนั้น หรือระบบการรัฐประหารนั้นไม่ก่อประโยชน์ ไม่มีความชอบธรรมเพราะดึงคนที่เคยสนับสนุน คนที่เคยคิดว่าถ้าใช้อำนาจแล้วจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ถอนตัวออกมา แล้วผู้ที่เป็นมือเป็นเท้า ให้แก่ระบบรัฐประหารต้องถอนตัวออกมาเพราะเห็นว่าทำไปไม่ได้ช่วยประชาชน ทรัพยากร ที่เคยจ่ายให้เป็นเงินเป็นทอง เป็นผลประโยชน์จะเริ่มถอนตัว อำนาจบารมีคือทรัพยากร ที่มองไม่เห็นอาจจะต้องลดลง และสุดท้ายก็คืออำนาจลงโทษของฝ่ายราชการ ยกตัวอย่าง เช่น ตำรวจ ทหาร ศาล คุก กลับสู่ความยุติธรรม ตรงนี้ล่ะครับจะทำให้ระบอบเผด็จการ ไม่สามารถอยู่ได้ ผมอยากจะพูดในช่วงท้ายนิดหนึ่ง เราพูดถึงประเด็นในการมีรัฐประหาร แล้วและวิธีการแก้ไขแล้ว มาดูสามัญสำนึกของการรัฐประหาร อันนี้ก็มาจากท่านโรเบิร์ต ลุตทวาค (Robert Luttwak) หนังสือคู่มือการรัฐประหาร เขาบอกว่าเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ นักรัฐประหารก็ชอบครับ เห็นว่าเป็นประโยชน์แต่ในช่วงท้ายของพารากราฟเขาบอกไม่ว่า อย่างไรก็ตามมันขัดแย้งกับการรักษาอำนาจ รัฐประหารนั้นเป้าหมายคือการมีเสถียรภาพ ทางการเมือง นั่นแปลว่าเขามองการเมือง การรักษาอำนาจ การรักษาเก้าอี้ การที่จะอยู่ใน เก้าอี้ไปนาน ๆ สำคัญกว่าทุกอย่าง ดังนั้นเมื่อการรัฐประหารต้องการอะไรครับ เขาพูดเสมอ เขาต้องการความสงบราบคาบ การสมยอม แต่จากการวิจัยที่ผ่านมาท่านคงจะเห็นแล้วว่า มันไม่ได้ก่อให้เกิดความสุข ไม่ได้สร้างความเจริญทางด้านเศรษฐกิจให้ประชาชนแม้ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเจริญ การแก้ไขปัญหาปากท้องจะมีเสียงเจี๊ยวจ๊าว เสียงบ่น เสียงรำคาญบ้าง แต่มันก็สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจชัดเจนจากการวิจัยตลอด ๗๐ ปีที่ผ่านมา แต่ความสงบไม่ได้ช่วยให้เกิดความสุขขึ้นมาได้ ดังนั้นขออนุญาตขอเชิญชวน เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้ช่วยกันกรุณาสนับสนุนญัตตินี้ มิฉะนั้นแล้วเราจะอยู่ในการปกครอง ที่อยู่ในแฮชแท็ก (Hashtag) นี้ก็คือคำว่า สงบเถิดประชา ปวงข้าจะปกครอง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านที่รักษาเวลา ตามลำดับชื่อที่ส่งมาต่อไปคุณขจิตร ชัยนิคม ไม่อยู่นะครับ ขอไปคุณคารม พลพรกลาง ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผม ในเวลาสัก ๑๐ นาที ผมอยากจะเรียนว่าผมมีความภูมิใจที่ได้อภิปรายสนับสนุนญัตติ ของอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตตินี้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมไม่ได้รังเกียจ ทหาร เพื่อนผมเป็นสิบโทก็มี สิบเอกก็มี นายพลก็มี แต่สิ่งที่ผมได้ประสบพบเห็นในตอนที่ผม เป็นเด็ก ทุกครั้งที่ผมฟังเพลงมาร์ช (March) ฟังเพลงที่เวลาทหารยึดอำนาจ ผมมีความรู้สึกว่า ทหารคือคนที่เข้ามาแก้ปัญหา พอผมโตขึ้นมาอีกสักเล็กน้อยผมก็ได้แลเห็นครับว่าทำไมทหาร จึงเป็นพระเอกขี่ม้าขาวทุกครั้ง ทั้งที่ก็ขี่รถถังมาเป็นม้าสีเขียว ผมพอจะรับรู้อะไรได้บ้าง ผมสงสัยหนักครับว่าทำไมประเทศเราจึงมีการยึดอำนาจเป็นระยะ ๆ เหมือนการวางแผนไว้ ผมพอมีความรู้ทางกฎหมาย ผมเรียนกฎหมายชั้นปริญญาตรี สักครู่อาจารย์ปิยบุตรพูดแล้ว ความผิดฐานกบฏล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ เป็นความผิดฐานกบฏ ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจคณะผู้ยึดอำนาจ ก็นิรโทษกรรมตัวเอง ทุกครั้งก่อนยึดอำนาจอย่างที่ผู้อภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่าก็อ้างสารพัด บ้านเมืองนี้มันขัดแย้ง อ้างสารพัดว่านักการเมืองฉ้อฉลทุจริต สุดท้ายคนที่เข้ามาก็สร้างสิ่ง ที่ไม่แตกต่างจากที่กล่าวหาเขา ท่านประธานที่เคารพ ทหารก็เป็นสิ่งที่คงอยู่กับประเทศนี้ แล้วก็มีความจำเป็นต้องมีทหารดี ๆ ผมเคยขึ้นรถเมล์ตอนว่าความแรก ๆ ผมเห็นทหาร ชั้นผู้น้อยโหนรถเมล์ บ้านอยู่เล็ก ๆ ผมเห็นทหารที่มาขับแท็กซี่ ทหารที่ไม่มีรายได้ แต่พอ เรามาเห็นทหารที่ตีกอล์ฟ ทหารมีบ้านหลังราคาไม่รู้กี่ล้าน มีรถยี่ห้อดี ๆ ทุกชนิด ทหาร เข้ามาแล้วก้าวก่ายข้าราชการประจำ ยกตัวอย่างคนที่เคยเป็นโฆษก ศอฉ. ข้ามหัวเขาไปเป็น อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นี่ก็คือบทบาทของทหารที่ยึดอำนาจ น้องของทหาร🔗
ท่านคารมพยายาม หลีกเลี่ยงไปบุคคลที่ ๓ นะครับ🔗
ขออนุญาตนิดหน่อยครับ เลี้ยวลงชมดอกไม้นิดหน่อยครับท่านประธาน คนที่เป็นน้องของคนยึดอำนาจขาดการประชุม ถ้าเป็น ส.ส. ขาดมากมายอย่างนั้นเขาปลด แต่คนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยึดอำนาจ ทำได้ท่านประธานครับ ผมก็พยายามเรียนรู้การยึดอำนาจว่ามีใครสนับสนุน รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ เขียนครับชั่วคราวปี ๒๕๕๗ นี่ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ของปี ๒๕๖๐ ก็เขียนครับ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน แต่ถ้า ไปลองดูในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขาเขียนนิดเดียวบอกว่าพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนี้ ผ่านสมาชิกสภานิติบัญญัติ ตุลาการทางฝ่ายคณะรัฐมนตรีแล้วก็ศาล ปี ๒๕๖๐ ก็เขียน เช่นเดียวกันครับ แล้วยังเขียนว่าคนยึดอำนาจก็เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยเช่นกันครับ ผมจึงมีความสงสัยว่าที่ทหารยึดอำนาจได้เพราะเหตุว่ามีนักกฎหมาย นักกฎหมายที่ร่ำเรียน มาจากเมืองนอก ไปร่ำเรียนหลักกฎหมายมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ แต่เวลาเข้าเมืองไทยมันผิดไปอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าที่ทหาร ยึดอำนาจได้มาถึง ๑๓ ครั้ง ไม่ว่าจะย้อนไปตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ก็มีนักเรียนนอกเป็นคนที่อุ้มชู ทหารมา เพราะฉะนั้นวันนี้การที่มีญัตตินี้เข้าสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ มันจึงต้องมา ทวงถามว่าที่การทำรัฐประหารเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ ท่านประธานเป็นนักกฎหมายที่ผมชื่นชม ด้วยความจริงใจ ท่านมีเพื่อนเป็นตุลาการ เป็นนักกฎหมายที่อยู่ในระดับบนของประเทศนี้ แต่ท่านเลือกที่จะเดินเส้นทางเลือกตั้ง อันนี้ต้องกราบไหว้กันได้ แต่เมื่อมีการรัฐประหาร เกิดขึ้น ผมนั่งอยู่ในห้องกรรมาธิการพยายามตามอาจารย์ปิยบุตรอภิปราย เวลาคดีนี้ไปที่ศาล อยากจะบอกว่าศาลไม่เคยใยดีกับประชาชน ศาลสมคบคิดในคำสั่งของคณะรัฐประหาร อันนี้คือตามคำพิพากษาศาลฎีกา ผมมีหลายฉบับ อันนี้ไม่ได้กล่าวหา🔗
ท่านคารมต้องระวังครับ สถาบันศาล🔗
ก็คงจะระมัดระวังละครับ แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนครับ แต่นี่คือความจริงผมรับผิดชอบในคำอภิปรายของผม ถ้าศาลแม้แต่ องค์คณะหนึ่งองค์คณะใดกล้าหาญชาญชัยที่จะปฏิเสธอำนาจมาจากการรัฐประหาร ประเทศนี้ จะไม่มีการยึดอำนาจอีกแล้ว ตั้งแต่ฎีกาที่ไม่ถึง ๒๕๐๐ มาถึงปัจจุบันนี้ คำพิพากษาฎีกา ก็ยืนหลักนี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็เขียนเลี่ยง ๆ บอกว่าประชาชนชาวไทยมีสิทธิปกป้องอำนาจที่ได้มาโดยไม่เป็นในทางวิถีทาง รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยบอกนะครับว่าพวกผมจะเอาปืน เอาหนังสติ๊กมาสู้กับรถถังได้ไหม ไม่บอกครับ คนเขียนไม่ใช่ทหารแน่นอนนักกฎหมายครับ ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อขออนุญาตท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอยากให้สนับสนุนญัตตินี้ ด้วยความเคารพครับ จะกราบท่านสมาชิกขอลงคะแนนให้ตั้งกรรมาธิการนี้ แม้ว่าตั้งไปแล้ว หลายคนบอกว่าอาจจะป้องกันไม่ได้หรอก แต่มันเป็นการยืนยันครับว่าเราต้องแสดงออก อย่างชัดเจนว่าเราไม่เอาการยึดอำนาจในเวลาที่เหลืออยู่สักเล็กน้อย ผมจะปิดท้ายด้วย คำอภิปรายที่ผมได้สังเกตในประเทศไทยนี้ว่าประเทศไทยนี้มีจังหวัดทหารบก ผมไม่รู้ว่า มีกี่จังหวัด ทุกจังหวัดเป็นจังหวัดทหารบกหมดเลย จังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด จังหวัดทหารบก สุรินทร์ ประเทศนี้ถามจริง ๆ ว่าปกครองด้วยทหารหรือปกครองด้วยอะไร เวลาทหารเข้ามา ในอำนาจก็บอกว่าทหารจำเป็นต้องรักษาบ้านเมืองความมั่นคงดูแลภัยสาธารณะ แล้วตำรวจ กับ ปภ. เอาไว้ที่ไหนครับ นี่คือประเทศรัฐพันลึก นี่คือประเทศที่สร้างโครงสร้างไม่กล้าเขียน การต่อต้านการยึดอำนาจนอกระบบไว้ในหลักสูตรชั้นประถม กว่าที่คนไทยจะรู้ว่าการยึดอำนาจ มันไม่ควรเกิดขึ้นต้องชั้นปริญญาตรี ชั้นปริญญาตรีต้องมีความรู้มีความสนใจในเรื่องปัญหานี้ ถึงจะรู้ เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันก้าวมาขนาดนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ก็อยากจะขอความเมตตา ขอให้ท่านได้ยืนยันว่าอาชีพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ได้เฉพาะเวลาที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ ถ้ามียุบสภาก็เร็วกว่านั้น แต่ทหารเข้ามาครับ เขากำหนดเอาเขาจะอยู่กี่ปี เขาชี้เอาว่าเขาจะให้ใครเป็นใครผมอยากจะเรียนว่าผมอยากจะให้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อศึกษา เพราะผมเชื่อโดยส่วนตัวว่าการยึดอำนาจนั้นไม่มีประโยชน์เลย มีนายพลรวย จากการยึดอำนาจไม่กี่คน มีนายพลที่ขึ้นมาสู่ตำแหน่งโดยใช้วิธีการนอกระบบเท่านั้นถึงจะ ข้ามศีรษะเพื่อนไปยืนอยู่ในแถวหน้าในตำแหน่งที่เบอร์ต้น ๆ ของกองทัพบก ท้ายที่สุด ก็อยากจะเรียนว่าอำนาจที่มาโดยไม่ชอบ อำนาจที่มาโดยนอกระบบเป็นอำนาจที่ไม่ยั่งยืน แล้วก็เมื่อท่านไปท่านก็จะไปโดยที่ไม่มีคำสรรเสริญเยินยอ แล้วก็ถือว่าท่านที่เกี่ยวข้องกับ การยึดอำนาจจะต้องถูกตรวจสอบ คดีต้องไม่มีอายุความ จะต้องถูกยึดทรัพย์ใครที่สมคบคิด ต้องถูกดำเนินคดีทั้งนักกฎหมายและใครทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากนะครับ ก็รักษาเวลา ๑๐ นาที แต่ว่าต้องระวังเรื่องสถาบันอื่น โดยเฉพาะสถาบันศาลต้องหลีกเลี่ยง ต่อไปท่านแรกของฝ่ายรัฐบาลนะครับ ท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เดิมผมได้ขออนุญาตท่านประธานไว้ ๑๕ นาที แต่ว่าเมื่อท่านประธานตั้งกติกาว่า ๑๐ นาที ก็ยินดีนะครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
อาจจะเลยนิดหน่อยก็เผื่อ ประเด็นมันอาจจะล้นลงมาก็ขออนุญาตไว้เป็นเบื้องต้นก่อน ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมขออภิปรายตามมติของวิป (Whip) รัฐบาลนั่นก็คือไม่สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาแนวทางป้องกันมิให้เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นความจริงครับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับของประเทศไทย เขียนป้องกันการรัฐประหารทั้งสิ้น มีบทลงโทษชัดเจนทุกฉบับ เรื่องใครรัฐประหาร ใครล้มล้าง รัฐธรรมนูญมีโทษประหารชีวิตครับ แต่ว่าถ้าดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา มีการปฏิวัติทั้งหมด ๑๓ ครั้ง ในขณะเดียวกันก็ไปดูประวัติศาสตร์การเป็นกบฏ นั่นก็คือปฏิวัติไม่สำเร็จ ๑๓ ครั้งเหมือนกัน เท่ากันอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการที่เราจะไปเขียนหรือจะไปตั้งญัตติเพื่อศึกษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ผมว่าเป็นการเสียเวลาเปล่าล่ะครับ เพราะการรัฐประหารนี้มันเกิดขึ้นหลายคนก็บอกว่า มันเกิดจากมันเหมือนดีเอ็นเอ (DNA) ของประเทศไทยครับ จะเขียนอย่างไรก็มีคนฉีก ฉีกแล้วก็สถาปนาเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์แล้วก็นิรโทษกรรมตัวเอง แล้วก็ไม่สามารถที่จะลงโทษ ไม่สามารถที่จะให้ใครตรวจสอบได้ และคนที่ปฏิวัติรัฐประหารแม้แต่ปฏิวัติไม่สำเร็จ แล้วมาเป็นกบฏ ท่านประธานลองดูสิครับ ๑๓ ครั้ง ไม่มีเลยที่จะถูกลงโทษตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายแพ้ ส่วนใหญ่ก็นิรโทษกรรมภายหลัง รัฐบาลก็นิรโทษกรรมให้ บางส่วนก็หนีไปต่างประเทศแล้วสุดท้ายก็กลับมา การหนีไปต่างประเทศฝ่ายรัฐบาล ในขณะนั้นก็อำนวยความสะดวกให้ด้วยซ้ำไป มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่กบฏถูกประหารชีวิต นั่นก็คือกบฏ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๐ พลเอก ฉลาด หิรัญศรี เป็นหัวหน้าคณะ ท่านไปดูว่าทำไม ต้องประหารชีวิตก็ต้องไปดูว่าเหตุการณ์ในขณะนั้นก็มีการยิง ผบ. คนหนึ่งคือ พลตรี อรุณ ทวาทศิน เลยเป็นที่มา จริง ๆ ครั้งนั้นถ้าหากว่าไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ผมเชื่อว่าก็ไม่มี การประหารชีวิตอีกครับ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีญัตตินี้ขึ้นมาเพราะว่า มันเปล่าประโยชน์สำหรับการป้องกันรัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าดูสาเหตุของ การปฏิวัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีอยู่ ๔ สาเหตุใหญ่ ๆ มาจาก ๑. อ้างนักการเมือง นักการเมืองชัดเจนที่สุดล่ะครับเป็นจำเลยของการปฏิวัติทุกยุคทุกสมัยทั้ง ๆ ที่ในสังคม นักการเมืองมีนักการเมืองดีและนักการเมืองเลว นักการเมืองที่ลุอำนาจ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็ต้องยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ท่านประธานเองก็เคยใช้ ตอนเป็นนายกรัฐมนตรีท่านประธานก็เคยใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถ้าผมจำได้ จำไม่ผิด ตอนนั้นเลขาธิการพรรคของท่านประธานถูกข้อหาคดีซุกหุ้น คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสิทธิ ๕ ปี ท่านประธานก็ยอมรับ แต่ว่าพอมีนายกรัฐมนตรี หลังจากท่านประธาน มีคดีซุกหุ้นก็เลยเป็นที่รู้ครับ🔗
คุณเทพไทครับเดี๋ยวข้อมูล จะผิดพลาดเสียหายกับเขานะครับ เป็นคดีแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ถูกต้อง🔗
อันเป็นเท็จครับ คดีทรัพย์สิน ป.ป.ช. ไม่ใช่ซุกหุ้น แต่ว่าต่อมาเป็นคดีซุกหุ้นแล้วก็มีการวิ่งเต้นแทรกแซงองค์กรอิสระ นี่ก็เป็นสาเหตุของนักการเมือง ๒. ก็คือประชาชน ประชาชนในบางช่วงบางขณะก็ต้อง ยอมรับความจริงว่าเรียกร้องให้มีการรัฐประหารจนถึงยุคนี้บางคนยังคิดถึง จอมพล สฤษดิ์ พออะไรวุ่นวายขึ้นมาสักหน่อยก็เรียกหา จอมพล สฤษดิ์ อยากให้หวนยุค จอมพล สฤษดิ์ กลับคืนมา วันปฏิวัติบางครั้งท่านประธานก็เห็นว่าประชาชนเอาดอกกุหลาบแดงไปให้กับ นายทหารบนรถถัง ๓. เป็นเพราะนายทหาร นายทหารบางช่วงท่านประธานก็คงทราบ พอมีการโยกย้ายที่ผิดโผออกมาหรือไม่ได้ดั่งใจ หรือนายทหารที่อยากจะได้อำนาจก็เข้ามา คุมอำนาจ เข้ามายึดอำนาจ ๔. ผมคิดว่าหลายคนก็โทษถึงดวงเมือง บอกว่าเพราะดวงเมือง ประเทศไทยก็คู่กับการรัฐประหาร คู่กับทหาร นี่คือสาเหตุครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะดูรูปแบบของการปฏิวัติที่ผ่านมาก็คือมี ๑. การปฏิวัติโดยใช้กำลัง ใช้รถถัง เมื่อก่อนมีครับท่านประธาน ๒. ปฏิวัติเงียบ ปฏิวัติเงียบหมายความว่าเป็นการจี้ ให้นายกรัฐมนตรียุคนั้นออกจากตำแหน่ง ถ้าหากว่าดูปฏิวัติเงียบถ้าเห็นก็มีอยู่สัก ๒ ครั้ง ปี ๒๔๙๑ คณะนายทหารบังคับให้นายควง อภัยวงศ์ ออกจากนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๒๓ ที่กลุ่มยังเติร์กไปบังคับให้ พลเอก เกรียงศักดิ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี อันนี้ถือว่า เป็นการปฏิวัติเงียบ ส่วนปฏิวัติตัวเองอันนี้ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน ปฏิวัติตัวเองมีอยู่ ๓ ครั้ง คือ จอมพล ป. ปฏิวัติตัวเอง ๑ ครั้ง จอมพล ถนอม กิตติขจร ปฏิวัติตัวเอง ๑ ครั้ง แล้วก็ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ปฏิวัติรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ก็ถือว่าเหมือนกับ ปฏิวัติตัวเองด้วยซ้ำเพราะว่ารัฐบาลธานินทร์ก็มาจากการปฏิวัติของ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ส่วนการปฏิวัติไม่ใช้กำลังคือปฏิวัติของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่คือถือว่าทันสมัยมาก เรียกแกนนำทั้ง กปปส. เรียกแกนนำ นปช. เรียกแกนนำกลุ่มพรรคการเมืองทั้งหมดเข้าไป อยู่ที่สโมสรกองทัพบกแล้วก็ปิดประตูแล้วก็ประกาศยึดอำนาจจบเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการปฏิวัติประเทศไทยพัฒนาขึ้นมาถึงขนาดว่าปฏิวัติโดยไม่ต้องใช้กำลังแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าจริง ๆ สาเหตุของการปฏิวัติที่ชัดเจนที่สุด ในสมัย คมช. ซึ่งผมคิดว่าจะหมดแล้วตั้งแต่ รสช. ปี ๒๕๓๕ เราห่างเหินมา ๑๔ ปี เราคิดว่า คงจะจบแล้วล่ะ แต่ว่าพอปี ๒๕๔๙ คณะปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลในยุคนั้นท่านให้ เหตุผล ๔ ข้อ ๑. เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน เพราะประชาชนแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย มีสีเสื้ออันนี้ชัดเจน ๒. จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง มีการเผยแพร่ข่าวในลักษณะเช่นนี้ ๓. แทรกแซงองค์กรอิสระ อันนี้ก็ชัดครับ ๔. มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นในรัฐบาล เพราะฉะนั้นการปฏิวัติทุกยุคทุกสมัยมีอยู่ ๒ เรื่องเท่านั้นที่เป็นประเด็นหลัก นอกจากนั้น เป็นประเด็นรอง คือ ๑. การทุจริตเกิดขึ้น ผมคิดว่าเป็นปัญหาละเอียดอ่อน ๒. ปัญหาปากท้อง ข้าวยากหมากแพง อันนี้ก็เป็นสาเหตุของการปฏิวัติในอดีต ถามว่าเราจะป้องกันการปฏิวัติได้ อย่างไร ผมต้องเรียนกับท่านประธาน ๑. ต้องปฏิรูปกองทัพ ผมคิดว่าต้องลดโครงสร้างของ กองทัพ นายทหารถ้าดูการปฏิวัติทั้งหมด ๑๓ ครั้งนี้กองทัพบกทั้งสิ้นเลยครับท่านประธาน ในบางยุคบางสมัยผู้บัญชาการทหารบกใหญ่กว่ามีอำนาจมากกว่านายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำไป ก็ต้องลดให้เล็กลง แล้วก็ให้การศึกษากับทหาร เรื่องจิตสำนึกประชาธิปไตยควรจะมีหลักสูตร ในโรงเรียนเตรียมทหารนักการเมือง อันนี้เราก็ต้องปรับปรุง นักการเมืองก็ต้องปรับตัว เหมือนกันเพราะนักการเมืองเป็นเหยื่อของการปฏิวัติ พวกเราในสภาทั้งหมดก็ต้องปรับตัว ๓. ผมคิดว่าต้องปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนต่อต้านไม่เห็นดีเห็นงามกับการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะฉะนั้นทั้งหมดผมคิดว่าการรัฐประหารที่เกิดขึ้นมันเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ทั้งมุมกว้าง เรื่องสิทธิเสรีภาพ วันไม่มีผู้แทนราษฎรประชาชนเดือดร้อนประชาชนจะพึ่งใคร กระทู้ถามก็ถามไม่ได้ มี สนช. ถามว่าประชาชนจะให้ สนช. ตั้งกระทู้ถามหารือแบบท่านประธาน อนุญาตให้หารือปัญหาความเดือดร้อนนี้ได้หรือไม่ ก็ไม่มีครับ เรื่องเศรษฐกิจการลงทุน ต่างชาติความเชื่อมั่นไม่มี เรื่องทางสังคม การตรวจสอบ การถ่วงดุลไม่มีเลยในยุคปฏิวัติ อันนี้ชัดมากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมสรุปเลยครับ อย่างไรก็แล้วแต่ผมไม่เห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะผมเชื่อมั่นว่าระบอบประชาธิปไตยย่อมดีกว่าเผด็จการ ทุกรูปแบบ และไม่มีประเทศไหนที่เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าด้วยการปกครองในรูปแบบเผด็จการ มีแต่ประชาธิปไตยเท่านั้น การป้องกันรัฐประหารผมจึงเห็นว่าไม่ควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมา เพราะผมเชื่อว่ารัฐประหารเป็นเรื่องของคนบ้าอำนาจ ภาษาการเมืองเขาบอกว่าเป็นวงจรอุบาทว์ ภาษาอังกฤษเขาบอกว่าวิเชียส เซอเคิล (Vicious circle) ภาษาราชการบอกว่าเป็นนิสัยอันถาวร ภาษาชาวบ้านเขาบอกว่าเป็นสันดานครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนะครับ ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ หลังจากนั้นจะเป็นท่านธีรัจชัย พันธุมาศ แล้วก็ประเสริฐ จันทรรวงทอง ก่อนจะสลับไปที่อีกฝั่งนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต่อญัตติการเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิด การรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ของท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ ขออนุญาต ท่านประธานว่าผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แล้วผมเห็นด้วยกับผู้อภิปรายทุกท่านที่อยู่ใน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกเว้น ขออนุญาตท่านเทพไทที่ผมเห็นตรงข้ามครับ เรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่าการรัฐประหาร ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมจะมีชาร์ต (Chart) อยู่แผ่นเดียว แต่อยากให้กรรมาธิการกับพี่น้องประชาชนดูตามผมไปตลอดนะครับ🔗
ชาร์ต (Chart) แผ่นเดียวนี้จะบอกอะไร ให้เยอะแยะเลย ท่านประธานครับ กองทัพนี่แน่นอนว่าเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ผมไม่ได้บอกว่ามีครั้งไหน อย่างไร แต่ผมจะขออนุญาตท่านประธานพูดที่ผมมีส่วนเกี่ยวข้อง และอยู่ในเหตุการณ์นะครับ ในการรัฐประหารเมื่อ ๒ ครั้งหลังสุดก็คือเมื่อปี ๒๕๔๙ และ ปี ๒๕๕๗ กองทัพใช้วิธีให้โอกาสทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ เดินขบวน ปล่อยให้มีการปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดสถานที่ราชการ ปิดสนามบิน และที่สำคัญ ก็คือมีการปิดทำเนียบรัฐบาลและมีการชัตดาวน์ (Shutdown) กรุงเทพฯ ผมรู้สึกได้ว่า ในขณะนั้นกองทัพไม่เคยให้ความสนใจหรือความร่วมมือเลย ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ผมเองอยู่ในเหตุการณ์ที่ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมมีโอกาสเข้าไป ประชุมสภาความมั่นคง ผมเรียนว่าวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือท่านชัยเกษม นิติสิริ ท่านบอกให้ ผบ.ทบ. ขณะนั้นก็คือ พลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีขณะนี้ ถ้าท่านจะปล่อย ให้บ้านเมืองมันวุ่นวายอย่างนี้ ถ้าท่านมั่นใจว่าท่านรับผิดชอบบ้านเมืองได้ ท่านยึดอำนาจ ไปเลยครับ ท่านยึดไปเลย เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าบ้านเมืองเราอยู่ไม่ได้ ผมเรียน ท่านประธานว่าขณะนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีแผนการก่อการ รัฐประหารอย่างแน่นอน โครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการถ่ายทอดอำนาจอย่างชัดเจน จาก คสช. ท่านจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะมีการเผด็จการรัฐสภา การแต่งตั้ง ส.ว. ให้มีอำนาจ เท่ากับ ส.ส. มีบทเฉพาะกาลให้ ส.ว. สามารถจะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และองค์กรอิสระ ท่านก็แต่งตั้งครับ ที่สำคัญคืออะไรครับ มีการบล็อก (Block) อำนาจการเลือกตั้งท้องถิ่นไว้ หมดเลยครับ และการกำหนดการเลือกตั้งเลื่อนแล้วเลื่อนอีกไป ๖ ครั้ง มีการเลือกตั้ง ผลออกมาพิลึกพิลั่น มีพรรคขยับพรรคเขย่ง มีคนเข้าคนออกอย่างที่ท่านประธานเห็นครับ ท้ายที่สุดครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานด้วยความเป็นห่วงเป็นกังวลอย่างยิ่งเลยครับ ผมมีโอกาสได้เจอเพื่อน ๆ ที่เป็นทหาร เขาได้บอกว่าหลังจากรัฐประหารปี ๒๕๕๗ เพื่อไม่ให้ เสียของ เขาบอกว่ามันมีการตั้งทหารอดทนครับ คำว่า ทหารอดทน จะมีคนที่จบโรงเรียน นายร้อยมีสัก ๓ คน ๕ คน แต่ว่าในกลุ่มฝ่ายค้านทุกคนเลย โดนติดตามครับ ทหารอดทนนี่ เขามีการแข่งกันในระหว่างกองทัพ ในระหว่างแม่ทัพภาค มีการฝึก มีการทรหด จริง ๆ แล้ว เป้าหมายก็คือหมายถึงว่าหากมีเหตุการณ์บ้านเมืองขึ้นมาเมื่อไรจะต้องถูกบล็อก (Block) โดยทหารเหล่านี้ทันที ผมเรียนท่านประธานว่าข่าวสารข้อมูลที่ผมได้นี่ผมภาวนาว่าไม่ใช่ เรื่องจริง เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าคนในชาติ กองทัพก็ดี หรือฝ่ายการเมืองก็ดี จะมีส่วนขัดแย้งกันตั้งแต่เริ่มต้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเคารพนับถือสถาบัน จปร. จปร. นี่แต่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ผมว่าทหารปัจจุบันนี้ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ เป็นทหารอาชีพ เป็นทหารที่มี การพัฒนาเป็นประชาธิปไตย แต่มีทหารเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ที่คิดแบบนี้ เรียนท่านประธานว่า สาเหตุที่ผมจะต้องพูดก็คือว่าตั้งแต่ที่ท่านประธานเห็นในอดีตมันจะมีขบวนการ ในอดีตมันจะ มีขบวนการนะครับ สมัยก่อนเราก็จะมีนักธุรกิจไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า คหบดี นายแบงก์ใหญ่ เป็นนายทุนเข้ากับพวกขุนศึก เขาเรียกว่านายทุนกับขุนศึกครับ แต่พอหลังจากนั้นมาเดี๋ยวนี้ ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ เขามีการเกี่ยวดอง มีการผสมผสานกันรุ่นต่อรุ่น กลายเป็นว่าขณะนี้ ผู้นำกองทัพที่แสวงหาอำนาจโดยมิชอบและมาโดยไม่โปร่งใส มีการวางแผนกันอย่างชัดเจน นั่นหมายถึงว่าพอถึงเวลาขึ้นมา ขณะนี้ท่านประธานเห็นได้ว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศ ๑ ใน ๘ ประเทศหลังจากปี ค.ศ. ๒๐๐๐ ที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ท่านประธานจะเห็นครับ ว่าประเทศที่รัฐประหารส่วนใหญ่ก็อยู่ในประเทศที่ด้อยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นแอฟริกา ในอเมริกาใต้ แต่ประเทศไทยเราเสียโอกาส อย่างที่ท่านสมาชิกพวกเราหลายท่านได้อภิปราย ผมว่าการรัฐประหารไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีเลย ๖ ปีที ๆ บ้านเมืองกำลังจะเจริญเติบโตปรากฏว่า เศรษฐกิจทรุด เศรษฐกิจมีปัญหา ขณะนี้ผมเรียนถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ท่านรู้ หรือยังครับ พอท่านรัฐประหารมาแล้วเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ท่านจะรับผิดชอบประเทศชาติ ไหวหรือไม่ครับ เรามีปัญหาทั้งเกี่ยวกับเรื่องนักท่องเที่ยว เรื่องไข้หวัด ปอดโคโรนา (Corona) และถึงเวลานี้ผมว่าเศรษฐกิจประเทศไทยล้าหลังกว่าหลาย ๆ ประเทศในอาเซียน (ASEAN) ด้วยซ้ำไป ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมต้องให้การยกย่องอย่างที่ท่านอาจารย์ปิยบุตร กับท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ที่ได้กรุณาบอกว่าขบวนการเหล่านี้มันมีการแทรกแซง ไม่ว่า จะเป็นองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตุลาการ ผมว่าถ้าอันแรกผมเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ ทำอย่างไรครับ ประเทศไทยเราทุกคนเป็นคนไทย ทุกคนมีความรัก มีความสามัคคีกัน แต่ถ้ามีโอกาสได้พบปะพูดคุยแล้วก็ทำความรู้จักกันในกรณีที่เราจะ ทำอย่างไรให้ประเทศชาติอยู่รอด ทำให้ประเทศชาติเจริญ ผมมั่นใจว่าถ้าเราตั้งกรรมาธิการ ชุดนี้สิ่งที่เราจะได้นั่นก็คือเราจะมีโอกาสได้ทำให้ทหารได้รับรู้ว่าการป้องกันประเทศนั้น มันไม่ได้อยู่ในอำนาจที่กองทัพจะนำพาไปอย่างเดียวนะครับ สิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือว่า ณ วันนี้ เราเห็นชัด ๆ ว่ายิ่งมีการปฏิวัติรัฐประหารบ่อย ๆ คนที่จะได้อำนาจ คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือ คนที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ ๆ ที่อยู่เคียงข้างกับผู้มีอำนาจขณะนี้ ขณะนี้ประเทศไทยเศรษฐกิจ สิ้นหวังครับ รัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย มีแต่จะเอื้อประโยชน์กับคนรวย คนรวยก็รวยยิ่งขึ้น คนจนก็ยิ่งจนลงครับ นั่นเป็นสาเหตุที่กระผมเองคงจะต้องขออนุญาตหยิบยกที่ท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ลงให้สัมภาษณ์ในเอนไควเรอร์ (Enquirer) ผมเชื่อว่าทุกคนมีวิจารณญาณครับว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผมอยากเรียนฝากท่านประธานไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านเตรียมการไว้ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้เคยทำไว้ตั้งแต่สมัยปราบม็อบ (Mob) การเมือง ปราบม็อบ (Mob) ที่ปิดถนน แต่ว่าในขณะที่เป็นสมัยท่านอภิสิทธิ์ท่านปราบเต็มที่ ท่านเอาจริงเอาจังและถึงกับมีคนเสียชีวิต แต่ในขณะที่ ปี ๒๕๕๗ ท่านไม่ให้ความร่วมมือเลย ท่านก็วางแผนจากการที่ออกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราเห็นชัดเลยครับว่าท่านจะต้องสืบทอด อำนาจและจะอยู่ต่อไปอีก แต่ท่านอยู่ต่อไปแล้วพี่น้องประชาชน ชาวบ้านสามารถกินดีอยู่ดี มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ภัยไม่แล้ง ท่านแก้ปัญหาได้ ผมยินดีครับ แต่ว่าขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ถ้าเกิดรัฐประหาร เกิดการปฏิวัติ เศรษฐกิจประเทศชาติก็จะตกต่ำแล้วก็ดิ่งลงเป็นอย่างนี้ครับ และท้ายที่สุดผมว่าความจริงคือความจริงครับ อีกสักระยะหนึ่งประวัติศาสตร์ประเทศชาติ ก็จะต้องแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านทำผิดมา ท่านมีอะไรร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ อย่างไร พี่น้องประชาชนคงจะได้รับรู้รับทราบต่อไปครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าผมสนับสนุน ที่จะให้ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ อย่างน้อย ๆ เราจะได้ศึกษาหารือกันว่าทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหา ไม่ให้กองทัพแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ของคนที่แสวงหาอำนาจโดยไม่ชอบ โดยการปฏิวัติรัฐประหาร และเปลี่ยนทัศนคติของคนที่เรียนอยู่โรงเรียนนายร้อย จปร. แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเองครับ ที่คิดแบบนี้ อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบและขอให้มีการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องส่งเสริม การศึกษา ส่งเสริมความเข้าใจกันระหว่างภาคประชาชนกับทหาร กับพี่น้องประชาชนอย่าให้ มีความแตกแยกมากไปกว่านี้ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขอประทานกราบเรียนท่านประธานครับ เกี่ยวกับ ญัตติขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันมิให้เกิดการรัฐประหาร ขึ้นในอนาคตนั้น ผมได้ขออนุญาตท่านประธานไว้ ๒๐ นาที แต่ท่านประธานกรุณาให้ผม ๑๐ นาที ลดลงครึ่งหนึ่ง แต่พยายามจะให้อยู่ในเวลา ถ้าเกิดเกินบ้างเล็กน้อยขอความกรุณา ท่านประธานด้วยในส่วนนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการในการศึกษา ทำไมละครับ การรัฐประหารหมายถึงการใช้กำลัง เปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลโดยฉับพลัน โดยวิถีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ การรัฐประหารของประเทศไทยเรามีทั้งหมด ๑๓ ครั้ง ทุกครั้งที่มีการรัฐประหารนั้นจะมีการ นิรโทษกรรมให้แก่คณะผู้รัฐประหารเองทุกครั้งไป ช่วงแรก ๆ ประมาณ ๒๐ ครั้งก็จะใช้ ระดับพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด ๒๐ กว่าครั้งในส่วนนี้ ช่วงหลัง ๆ ใส่เนื้อหา การนิรโทษกรรมมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายฉบับจนกระทั่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันก็มีเนื้อหาในการนิรโทษกรรมการกระทำใด ๆ ของรัฐประหารไม่เป็นความผิดในส่วนนี้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้มีการปล่อยให้ระบบกฎหมายของเรานั้นเปิดโอกาส ให้นิรโทษกรรมและไม่สามารถเอาผิดคณะรัฐประหาร ไม่มีทางที่การรัฐประหารจะหยุดได้ ในประเทศไทยจะเป็นอย่างนี้เลย แนวคำพิพากษาของศาลฎีกาด้วยความเคารพจริง ๆ ได้มีการรับรองว่าผู้รัฐประหารนั้นเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหลังจากที่รัฐประหารแล้วทั้งที่ ไม่ได้มาโดยวิถีการที่ถูกต้องตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ สามารถล้มล้างรัฐธรรมนูญ กำหนดกฎหมายใหม่ สร้างกฎหมายใหม่และปกครองประเทศ ประเทศเราอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ เราไม่เคยถ่วงดุลกันเลยตามหลักประชาธิปไตยแบบสากล ถ่วงดุลเฉพาะอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหาร แต่อำนาจตุลาการเป็นอำนาจพิเศษ ซึ่งอยู่ นอกเหนือจากการถ่วงดุล ผมเห็นว่าสิ่งที่จะแก้ไขตรงนี้ได้นั่นก็คือเราจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ให้มีการถ่วงดุล การเกิด การดำรงอยู่ การจากไปของผู้ที่ดำรงตำแหน่งในตำแหน่งตุลาการ ไม่ว่าระดับไหนจะต้องสามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้โดยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ให้ตรงกับประเทศสากลในระบอบประชาธิปไตย ถ้าเป็นอย่างนั้นผมเชื่อว่าอำนาจตุลาการ จะมองเห็นอำนาจที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้วแนวคำพิพากษาต่าง ๆ ที่รับรองนั้น จะหายไป ถ้าไม่มีการรับรองการรัฐประหารไม่มีใครกล้าละครับ มันเป็นกบฏ ถ้าฝ่ายตุลาการ กล้าหาญผมเชื่อว่าตรงนั้นเป็นบุญของประเทศที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ในต่างประเทศมีประเทศที่ทำสำเร็จ ผมจะยกตัวอย่างสัก ๒ ประเทศ ประเทศแรกคือประเทศเกาหลีใต้ เกาหลีใต้มีที่กวางจูมีการใช้กำลังปราบปรามประชาชน เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๓ จบแล้วมีคนตายสูญหายกว่า ๒,๐๐๐ คน ซึ่งต่อมาได้มีการ ดำเนินคดีกับอดีตประธานาธิบดี ๒ คน คือท่านชุน ดูฮวาน กับโรห์ แตวู พร้อมกับพรรคพวก แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เห็นว่าการกระทำเกิดขึ้นในการรัฐประหารที่สำเร็จไม่ควรถูกกลับนำมา พิจารณาเพื่อลงโทษ ต่อมาได้มีการออกกฎหมายเพื่อพิจารณาเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตย ที่เมืองกวางจูเป็นกฎหมายพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับประธานาธิบดีทั้งสองและพวกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทั้งสองต่อสู้ว่าเป็นกฎหมายย้อนหลัง แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสามารถกระทำได้ โดยให้เหตุผลว่าความไม่ชอบด้วยกฎหมายของการรัฐประหารเป็นอันตรายร้ายแรงจะต้อง ทำให้สังคมคลายความเคลือบแคลงสงสัยนี้ จากนั้นทั้งสองประธานาธิบดีก็ถูกจำคุก ท่านหนึ่ง โดนจำคุก ๑๗ ปี อีกท่านหนึ่งโดนจำคุกตลอดชีวิต ต่อมามีการนิรโทษกรรมหลังจากนั้น ๒ ปี หลังจากนั้นประเทศเกาหลีใต้ไม่เคยมีการรัฐประหารอีก ประเทศที่ ๒ คือประเทศตุรกี ในปีเดียวกันนั้นการรัฐประหารวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๓ ประเทศตุรกีได้ถูกปกครอง โดยคณะรัฐประหารชื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ นำโดยนายคีนาน เอฟรอน กรณีอย่างนี้ ได้ทำให้ประเทศไทยมีกำหนดบทนิรโทษกรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕ ว่าการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหรือรัฐบาลที่ตั้งขึ้นโดย คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติต้องรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง หรือกฎหมายใด เนื่องจาก การกระทำใด ๆ ของคณะรัฐมนตรีมั่นคงแห่งชาติรัฐบาลไม่อาจทำได้ เหมือนกันเป๊ะกับ การรัฐประหารในประเทศไทย หลังจากนั้นประเทศตุรกีถูกรัฐประหารครั้งนั้นมี ๓ ปี มีเสียชีวิต ๕,๐๐๐ คน ถูกจำคุก ๖,๐๐๐ คน ต่อมาวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓ ได้มีการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้ยกเลิกมาตรา ๑๕ คือเรื่องของการนิรโทษกรรมนั้นไป สมาคมนักกฎหมายในประเทศสิ่งที่บุคคลดังกล่าวได้มีการดำเนินคดีกับนายพล ประธานาธิบดี ดังกล่าวแล้วต่อมาก็ถูกคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นี่เป็นช่องทางครับที่เห็นว่า ถ้ารัฐประหารเราแก้ไขยกเลิกรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมสามารถดำเนินคดีได้ เพียงแต่ต้องอาศัยความร่วมมือของฝ่ายตุลาการ ต้องตัดสินในทางที่ช่วยให้ฝ่ายรัฐประหาร ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ นี่คือวาระที่ ๑ กราบเรียนและขอความกรุณาให้เราแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีการถ่วงดุลอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการให้ตรงกับประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ในระบอบประชาธิปไตย🔗
ประการที่ ๒ การปฏิรูปกองทัพ ผมเห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่าน แต่แง่มุมผม ลงรายละเอียดนิดหน่อยก็คือเราควรปฏิรูปกองทัพ ไม่ควรให้มี จปร. อันเดียวที่เติบโตถึง นายพล อาจจะมีมาจากนักเรียนปริญญาตรี อาจจะมีจากอาสาสมัครทหารขึ้นต่อคุมกำลังได้ จะได้ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน ยังมีอีกหลายเรื่องเดี๋ยวคงมีท่านใดพูดต่อ การกระจาย อำนาจจริง ๆ ผมจะพูดเยอะกว่านี้นะครับ การกระจายอำนาจควรจะมี การกระจายอำนาจ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศอินโดนีเซีย การกระจายอำนาจ กระจายคน กระจายเงิน เหล่านี้มันทำให้และมีการเลือกตั้งประชาชนในแต่ละท้องถิ่นต่าง ๆ อำนาจจากส่วนกลาง ไม่สามารถที่จะใช้เต็มที่ เนื่องจากว่าถ้ารวมอำนาจแบบเดิมเขาเรียกใช้อำนาจบังคับบัญชา สามารถล้วงลูกมีคำสั่งปลดโยกย้ายข้าราชการได้ แต่ถ้ากระจายอำนาจเขาเรียกอำนาจ กำกับดูแล ดูได้เฉพาะความไม่ชอบด้วยกฎหมายของที่กำกับดูแลเท่านั้นเอง ถ้ารัฐบาล ที่ยึดอำนาจมาสั่งก็จะสั่งไม่ถนัดเพราะไม่มีอำนาจบังคับบัญชา กรณีอย่างนี้ก็จะทำให้รัฐบาล ที่ยึดอำนาจไม่สามารถคุมอะไรได้โดยง่ายในทั่วประเทศ รัฐบาลที่มาจากหน่วยงานองค์กร ท้องถิ่นสามารถที่จะต่อต้านรัฐประหารได้ เขาจะไม่สามารถทำได้🔗
ประการที่ ๔ คิดว่าเราควรต้องตัดวงจรผู้ช่วยเหลือการรัฐประหารและที่สำคัญ ทั้งก่อน ขณะ และหลังรัฐประหาร รัฐประหารจะตั้งคนไปอยู่ในองค์กรหน่วยงานที่ช่วยเหลือ ตัวเอง ไม่ว่าหน่วยงานทางวินิจฉัยกฎหมาย ตัวนักกฎหมายที่รับใช้ได้ทุกคน ทั้งฝ่ายอธิปไตย เผด็จการมีหาช่องทุกอย่างตีความเพื่อสืบทอดอำนาจ หาช่องในการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจะ สืบทอดอำนาจและป้องกันรัฐประหาร เอาคนไปอยู่องค์กรต่าง ๆ เพื่อวินิจฉัย ฝ่ายรัฐประหาร สืบทอดอำนาจไม่ผิด ทุกเรื่องช้า แต่ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐประหารผิดทุกเรื่อง เร่งรัดได้ทุกกรณี ตามความต้องการของคณะรัฐประหาร เราพี่น้องประชาชนจะต้องตรวจสอบใช้กลไกโซเชียล มีเดีย (Social media) ที่ในยุคปัจจุบันนั้นเปิดโปง ความที่เขาทำนั้นไม่ชอบอย่างไร เป็นรายคน ไม่ใช่รายคณะ เอารูปรายคน ครอบครัวเขามีใครบ้าง มีลูก มีเมียอย่างไรบ้าง อยู่บ้านแถวไหน เปิดให้เขาเห็น ญาติพี่น้องมีใครบ้าง เอาให้ไม่สามารถอยู่แถวบ้านได้ ไปซื้ออาหารแม่ค้าตลาด ไม่ยอมให้ซื้อ ให้ไม่มีความชอบธรรม ไม่มีที่ยืนในสังคม ถ้าทำอย่างนี้ได้พี่น้องประชาชน ช่วยกันประณามคนเหล่านี้ ญาติพี่น้องลูกหลานลูกภรรยาเขาก็จะกดดันให้คนเหล่านี้ไม่กล้า ที่จะทำสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อสนับสนุนการรัฐประหาร นั่นก็คือทำให้การรัฐประหารนั้นหมดไป ไม่กล้า ไม่มีคนช่วย เพราะการรัฐประหารต้องอาศัยข้าราชการ บุคคลมาช่วยในการยึดอำนาจ ครั้งแรก ถ้าเป็นอย่างนี้ เป็นวัฒนธรรมอย่างนี้ ผมเชื่อว่าคนที่จะช่วยรัฐประหารถึงแม้ได้ ลาภยศสรรเสริญอย่างใดก็ไม่สามารถมีความหมายเพราะเขาไม่มีที่ยืนในสังคม🔗
ประการสุดท้าย ก็คือในเรื่องของตัวของนักการเมืองเอง นักการเมืองเอง ควรที่จะทำตัวให้เป็นที่เคารพของประชาชน ไม่เป็นช่องว่างให้กับคณะรัฐประหารมาอ้างได้ เช่น ๑. คอร์รัปชัน เป็นข้อทุกครั้งเลยครับคอร์รัปชัน มีคอร์รัปชันก็เอาเหตุในการรัฐประหาร การปฏิบัติตน อย่างเช่น งูเห่าไม่จริงใจกับพรรคก็ไม่ควรจะทำ การไปสร้างความปั่นป่วน ในการประชุมสภาหรือในกรรมาธิการที่บอกสร้างความเสื่อมให้คนมองแล้ว ส.ส. ไม่ได้ทำ อะไรเลยที่ประชาชน แต่ไปสร้างความปั่นป่วน ไม่สามารถประชุมสภาได้ ไม่สามารถทำงานให้ประชาชนได้ ก็ไม่ควรทำ การไปใช้อำนาจบาตรใหญ่ที่ไปคุยกับข้าราชการต่าง ๆ ก็เป็นความเสื่อมทั้งสิ้น ต่อนักการเมืองที่เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ผมเรียนอย่างนี้นะครับยังมีอีกหลายเรื่อง เพราะผมถูกจำกัดในเรื่องเวลา ผมจึงต้องขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคตครับ🔗
ขอบคุณที่รักษาเวลาครับ ต่อไปท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญกรณีต่อต้านการยึดอำนาจหรือการรัฐประหาร ผมมีเหตุผลและความจำเป็น เนื่องจาก การรัฐประหารนั้นเกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง เป็นการทำลายระบบ นิติรัฐ ทำลายระบบนิติธรรม นอกจากนั้นแล้วสังคมโลกก็ยังไม่ให้การยอมรับ ส่งผลต่อระบบ เศรษฐกิจอีกหลายอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยมีการรัฐประหารมาแล้ว ๑๗ ครั้ง ถือได้ว่าสูงสุดในประเทศในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) และสูงเป็นอันดับ ๔ ของโลก เมื่อปี ๒๕๖๐ สื่อระดับโลกอย่างวอชิงตันโพสต์ (Washington post) เคยวิจารณ์ประเทศไทย บอกว่าในปี ๒๕๖๐ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราเสี่ยงเป็นลำดับที่ ๒ ในโอกาสที่จะเกิด การปฏิวัติรองจากประเทศบุรุนดี ซึ่งเป็นประเทศในแถบแอฟริกา เพราะฉะนั้นเมื่อได้มาดู รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แล้วไม่เห็นข้อความใดที่แสดงออกให้เห็นถึงการปกป้องรัฐธรรมนูญ หรือป้องกันการรัฐประหารแต่อย่างไร แต่รัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ ก็ยังพอกล่าวถึงได้อยู่บ้าง ว่ายังมีในมาตราหนึ่ง มาตรา ๖๘ ในเรื่องของสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ส่วนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นไม่ได้เขียนไว้แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ภายหลังการรัฐประหารทุกครั้งจะมีการออกประกาศ ออกคำสั่งหรือออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้องแม้กระทั่งการออกรัฐธรรมนูญเพื่อการนิรโทษกรรม คณะผู้ก่อการรัฐประหารว่าไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด ผมจะขอยกตัวอย่างกฎหมาย ๓ ฉบับ ให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบว่าการยึดอำนาจเมื่อปี ๒๕๔๙ และการยึดอำนาจปี ๒๕๕๗ นั้น มีกฎหมายที่ออกมา ๓ ฉบับ และเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง🔗
ฉบับแรก ก็คือว่า พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เกิดจาก หลังการรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลต้องเป็นไป ตามรูปแบบของคณะกรรมการ ๗ คน กรรมการ ๗ คน ประกอบด้วย ฝ่ายการเมือง ๒ คน คือรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กรรมการอื่น เป็นทหารทั้งสิ้น อีก ๕ คน ท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้การแต่งตั้งนายพลในโลกนี้ตามหลักสากล เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเอง นอกจากนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๔๓ ยังกำหนดให้อำนาจในการบริหารงานของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย เรื่องของงบประมาณไปอยู่ที่สภากลาโหม ทีนี้สภากลาโหม มีองค์ประกอบ ๒๕-๒๘ คน ใน ๒๕-๒๘ คนมี ๒ คนที่เป็นฝ่ายการเมืองก็คือรัฐมนตรีว่าการ กับรัฐมนตรีช่วยว่าการ นอกนั้นเป็นฝ่ายทหารทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่แปลกใจเลย ที่เห็นกองทัพเขาซื้ออาวุธกันได้อย่างสบายใจ เพราะว่าอาศัยความเห็นชอบแค่ระดับ สภากลาโหมในการพิจารณาเรื่องงบประมาณแผ่นดินในเรื่องต่าง ๆ🔗
กฎหมายฉบับที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนก็คือ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ปี ๒๕๕๑ กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ เป็นกฎหมายที่เพิ่มบทบาทของทหาร สามารถเข้าไปแทรกแซงในกิจการของพลเรือน ได้อย่างเต็มรูปแบบ เดิม กอ.รมน. นั้นมีภารกิจด้านความมั่นคงที่เป็นภารกิจที่ปกติแล้ว จะทำในเมื่อหน่วยงานอื่นเกินความสามารถของหน่วยงานนั้นเขาทำไม่ได้ถึงค่อยมาทำ แต่วันนี้ กอ.รมน. มาทำงานทุกอย่าง แม้กระทั่ง พ.ร.บ. จราจร แม้กระทั่งเรื่องที่ดิน แม้กระทั่งเรื่องอะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ คสช. ยังได้ประกาศ มาตรา ๔๔ เพิ่มอำนาจ กอ.รมน. นอกจากจะมีความมั่นคงในราชอาณาจักรแล้วยังเพิ่ม เรื่องของการป้องกันสาธารณภัยอีกทางหนึ่ง ส่งผลให้ กอ.รมน. เดิมเป็นหน่วยงานหนึ่ง ในเรื่องความมั่นคงกลายเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องของความมั่นคง แทรกแซงทุกหน่วยงาน หมายถึงภารกิจทางด้านการเมืองก็เข้ามายุ่ง ท่านสมาชิกหลายท่านได้บอก นอกจากนั้นแล้ว เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ยังเข้ามาเกี่ยวพันอีกทางหนึ่ง🔗
กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ กฎอัยการศึก ปี ๒๔๕๗ กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยมีการแก้ไขปรับปรุงมาก่อน เป็นกฎหมาย ที่เปิดทางไปสู่การรัฐประหาร ในมาตรา ๔ ผู้ที่มีอำนาจในการประกาศกฎอัยการศึกให้ ผู้บัญชาการทหาร ณ ที่นั้น ๆ เป็นผู้ประกาศแล้วค่อยแจ้งนายกรัฐมนตรีทราบภายหลัง ท่านประธานครับ เข้าใจได้ สมัยก่อนความจำเป็นเร่งด่วนในโลกการสื่อสารเป็นไปด้วยช้า แต่ในสมัยนี้การสื่อสารในโลกโซเชียล (Social) เป็นไปด้วยเร็ว แต่กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่เคยมี การแก้ไขแต่อย่างใด🔗
กฎหมาย ๓ ฉบับที่ผมได้กราบเรียนเพิ่มอำนาจให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก การรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ คสช. สามารถยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งประชาชน ได้อย่างง่าย ทหารสามารถสืบอำนาจได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยกลไกของรัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบมาเพื่อตนเอง นำไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคหนึ่งภายใต้ คสช. เพื่อเป็น ฐานในการสืบทอดอำนาจ การสร้างสถานการณ์ที่เรียกว่า ทฤษฎีสมคบคิดสร้างความวุ่นวาย ให้เกิดขึ้นในประเทศเพื่อประกาศกฎอัยการศึก แล้วอ้างว่าถ้าไม่ปฏิวัติประเทศจะไปไม่รอด ซึ่งเป็นเหตุผลที่น่าละอายใจและเห็นแก่ตัวเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ไม่มีใครในประเทศของเรา จะรับประกันได้ว่าจะไม่มีการรัฐประหารอีก แม้กระทั่งนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติเขายัง เกรงกลัวในเรื่องการมาลงทุนในประเทศยังมีความกังวลอยู่ เพราะการรัฐประหารคือการใช้ อำนาจเผด็จการของบุคคลคนเดียว รัฐบาลที่เกิดจากการรัฐประหารนั้นในอดีตที่ผ่านมา หลายคณะ หลายชุด ไม่เคยนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้ เพราะฉะนั้นผมต้องเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผู้นำประเทศของเราในวันนี้ก็มีการเกิดมาจากการัฐประหาร แล้วก็มีการสืบทอดอำนาจมาอย่างต่อเนื่อง ประเทศเราจะเป็นอย่างไรก็ดูผู้นำประเทศ เพราะฉะนั้นแล้วกระผมเห็นด้วยวันนี้มีการยกญัตตินี้ขึ้นมา กระผมเห็นด้วยกับการที่จะให้ สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารอีก อย่างน้อย ๆ ที่สุดต้องมีการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน ให้มีบทบาทมากขึ้นเหมือนกับ ในนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกได้ยกตัวอย่างของประเทศตุรกีขึ้นมา ที่บอกว่ามีการรัฐประหารแล้วมีกลุ่มพี่น้องประชาชนได้ออกมาต่อต้านการปฏิวัติ ซึ่งถือได้ว่า การปฏิวัติครั้งนั้นก็ไม่สามารถกระทำได้สำเร็จ ท่านประธานครับ การรัฐประหารมีสาเหตุ หลายอย่าง จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ไม่สมควรเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลง แต่ละรัฐบาลที่ผ่านมานั้นขอให้เป็นการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนเพียงอย่างเดียว พี่น้องประชาชนศรัทธาพรรคการเมืองพรรคไหนให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ว่า มีคณะบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้อำนาจในการยึดประเทศและอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา เข้าข้างตนเอง และนำพาประเทศนี้ไปสู่วิกฤติในหลาย ๆ อย่างในอนาคต กระผมจึงเห็นด้วย กับญัตตินี้และขอเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาแนวทางในการป้องกัน การรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประเสริฐ รักษาเวลา ต่อไปสลับไปที่ท่านวีระกร คำประกอบ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ ญัตติของท่านอาจารย์ปิยบุตร เรื่องศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารอีกในอนาคต ผมเห็นความตั้งใจอันดีของท่านผู้เสนอญัตติเรื่องนี้ แล้วก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ที่ได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่พูดทั้งหมดถูกหมด แต่การที่จะแก้ไข ไม่ให้เขารัฐประหารได้โดยท่านจะใช้กฎหมายก็ดี มันก็ทำกันมาไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านประธาน ก็ทราบดีรัฐธรรมนูญทั้งปี ๒๕๔๐ ทั้งปี ๒๕๕๐ ห้ามเด็ดขาดเลยเรื่องจะเปลี่ยนแปลง การปกครองรัฐประหาร เขียนไปในกฎหมายสูงสุดของประเทศแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ อย่าว่า แต่จะมาตั้งกรรมาธิการศึกษาเลย เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญท่านก็ปฏิวัติได้ ท่านเขียนรัฐธรรมนูญ แก้เสีย การปฏิวัติถือว่าให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทำได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเรามาวิเคราะห์ข้อเท็จจริง กันดีไหมครับว่าในประเทศไทยสาเหตุของการรัฐประหารจริง ๆ ถ้าพูดถึงในอดีต ๑๓ ครั้ง ที่การรัฐประหารเกิดขึ้น ครั้งแรก ๆ ก็เป็นการแย่งชิงอำนาจกันในระหว่างคณะราษฎร์ทั้งหลาย ท่านก็อยากได้อำนาจท่านมีส่วนในล้มล้างระบอบการปกครองแล้วท่านก็อยากได้อำนาจ อยากเป็นนายกรัฐมนตรีกันอยากเป็นอะไรกัน ต่อมาในยุคปี ๒๕๐๐ เกิดการระหองระแหง วัดรอยเท้ากัน ความจริงเขาใช้คำว่า รอยตีน สมัยท่าน จอมพล สฤษดิ์ วัดรอยเท้าคุณพ่อ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อันนั้นก็ต่อสู้กันในเรื่องของอำนาจ จนกระทั่งมาถึงยุคท่านถนอม ประภาส ซึ่งก็ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ มาจนถึงปี ๒๕๑๔ จนกระทั่งมีการ เรียกร้องประชาธิปไตยโดยนิสิตนักศึกษา ผมก็อยู่ในบริเวณราชดำเนินด้วยในวันนั้นก็หลบ ลูกปืนกันวุ่นวาย ขอเรียนกับท่านว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองในแต่ละครั้งมันเป็นไปตาม วิถีของประเทศไทย ไม่ใช่วัฒนธรรมเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ดี ผมเองไม่ชอบในเรื่องของการ รัฐประหารเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติถอยหลัง เราไม่ชอบ แต่วันนี้ญัตติมันอยู่ที่ว่าเราจะ แก้ไขปัญหาไม่ให้มีรัฐประหารในอนาคตกันได้อย่างไร ไม่ใช่เป็นญัตติที่มานั่งด่าคนนั้นว่าคนนี้ ต่อว่าต่อขานกันหรือก้าวล่วงไปถึงคนนั้นคนนี้ เราควรมองสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย สังคมไทยยุคหลัง ๆ การเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือการปฏิวัติรัฐประหารในช่วงหลัง ๆ เป็นเรื่องที่น่าศึกษาแล้วควรจะดูในช่วงหลัง ๆ ในช่วงแรก ๆ มันเป็นการเปลี่ยนแปลง จนถึง วันที่ ๑๔ ตุลาคม ผมว่ามันตัดไปฉากหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านั้นการรัฐประหารเป็นเรื่องของ การแย่งชิงอำนาจกันระหว่างบุคคลภายในกองทัพกันเอง หลังจากวันที่ ๑๔ ตุลาคมเป็นต้นมา ลักษณะของการรัฐประหารมันจะเป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนว่าเป็นเฉพาะเรื่องเฉพาะราว บางครั้งเรามีการพัฒนาประชาธิปไตยมาจนดีมากเลยหลังจากวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นต้นมา แล้วก็มาจนถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เราเริ่มพัฒนามาอย่างถูกทาง จะเห็นได้ว่า เรามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุดและ มาถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้ง ๒ ฉบับนี้เขียนไว้ป้องกันไม่ให้มีรัฐประหาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่น่าเกิดขึ้นอีกต่อไปแล้วถ้าดูตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็อยากจะบอกว่า🔗
ข้อที่ ๑ กฎหมายไม่สามารถแก้ไขได้เรื่องที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านจะไป เขียนพระราชบัญญัติ ออกพระราชบัญญัติห้ามมีการรัฐประหารก็ผ่านสภาได้แน่นอนครับ แต่พอถึงเวลาจะรัฐประหารก็ต้องรัฐประหารก็ต้องเกิดขึ้น ในช่วงของปี ๒๕๔๙ ซึ่งมีการ ยึดอำนาจ ความจริงอยากจะพูดถึงปี ๒๕๓๔ นิดหนึ่งนะครับ ท่านสุนทร คงสมพงษ์ ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ ถ้ามองตอนนั้นท่านประธานก็จะคงเห็น เหมือนผมว่าประเทศกำลังไปดี ๆ ประเทศท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย เปลี่ยนสนามรบเป็น สนามการค้า ดูแล้วประเทศไปดี เศรษฐกิจกำลังไปคล่อง ที่ดินขึ้นกันวูบวาบ ๆ หมด ทุกคน เก็งราคา เก็งกำไรสารพัดเก็งกันหมด แล้วอยู่ ๆ เขาปฏิวัติทำไม เป็นการปฏิวัติครั้งเดียว ที่ผมนั่งนึกแล้วนึกอีกผมก็มองไม่ออกว่าเขาปฏิวัติทำไมนอกจากความต้องการอำนาจส่วนตัว มาจนถึงท่านสนธิยิ่งหนักใหญ่เลย ปี ๒๕๔๙ ปฏิวัติท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมเอง ในช่วงนั้นพอดีก็ทำงานอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็อยู่ใกล้ชิดท่าน ท่านทักษิณเขามีความเชื่ออยู่อย่างว่าชาตินี้ไม่มีปฏิวัติอีกแล้ว ผมพยายาม เตือนแกหลายครั้งว่าเขาจะเอาแล้วนะพี่นะ เขาจะเอาแล้วนะพี่นะ แกบอกไม่มีทางหรอก การปฏิวัติหมดแล้วล้าสมัยไม่มีใครเขาบ้าทำกันแล้ว ผมบอกว่าเชื่อผมเถอะบรรยากาศมันให้ แน่นอนเลย บรรยากาศการเมืองผมเองท่านประธานอยู่วงการการเมืองมาก่อนผม แต่ผมเป็น การเมืองมาตั้งแต่เกิด เห็นการเมืองมาตั้งแต่เกิดเลย อยู่กับพ่อมาก็เห็นการเมืองมาตั้งแต่เกิด จะเห็นรถถังวิ่งผ่านหน้าบ้านบ้านพักผู้แทนราษฎรแถวหน้าวชิระก็จะวิ่ง วิ่งก็แปลว่าปฏิวัติแล้ว วิ่งแล้วก็วิ่งอีก วิ่งแล้วก็วิ่งอีก พอวิ่งทีผมก็ต้องกลับไปอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ทีเพราะบ้านพัก ผู้แทนราษฎรเขาไม่ให้ใช้ก็กลับไปอยู่จังหวัดนครสวรรค์ มันก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้ แต่อยากจะ เรียนท่านว่าในช่วงของการปฏิวัติท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเพราะท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่เชื่อจะมีการปฏิวัติ ที่สำคัญคือท่านบอกว่าคุณสนธิ บุญยรัตกลิน ท่านเป็นคนเลือกมาเอง ก่อนหน้าที่จะมีสภากลาโหม ก่อนหน้าที่จะมีพระราชบัญญัติการจัดระเบียบกลาโหม พ.ศ. ๒๕๔๙ ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นคนเลือกท่านสนธิ บุญยรัตกลิน ขึ้นเป็นแม่ทัพบกเอง ท่านไม่เชื่อเลยว่าจะมีการปฏิวัติ ท่านพูดใช้คำง่าย ๆ ว่าผมตั้งเขามากับมือเขาจะมาปฏิวัติผม ได้อย่างไร อันนี้ละครับก็อยากจะเรียนท่านเบื้องหลังว่าเป็นอย่างนี้ ส่วนการปฏิวัติ ปี ๒๕๕๗ ก็ต้องบอกกับหลายท่านที่บอกว่าน้อง ๆ รุ่นใหม่จะบอกว่าเราต้องทำการบอยคอตต์ (Boycott) ไม่ให้พวกที่ยึดอำนาจทั้งหลายไปเดินจ่ายตลาดได้ให้ขว้างใส่เลย ให้รังเกียจ ก่อนเขาจะปฏิวัติ ทุกครั้งเขาต้องทำบรรยากาศให้มันน่าปฏิวัติก่อน จะเห็นได้ว่าปฏิวัติทุกครั้งไม่มีหรอก ประชาชนจะเขวี้ยงก้อนหินใส่ทหาร มีแต่ยื่นดอกไม้ให้ทหารทุกครั้ง การปฏิวัติเริ่มตั้งแต่ คราวที่แล้วก็เริ่มตั้งแต่ กปปส. เขาขึ้นเวที ลุงกำนันแกขึ้นเวทีปุ๊บ โดยสัญชาตญาณนักการเมือง อย่างผมที่อยู่นานพอสมควรก็เห็นชัดเจนว่าเอาแล้วยาวแน่ ปฏิวัติแน่ เศรษฐกิจแย่ยาวแน่ ผมทำบ้านจัดสรรขายผมต้องทำบ้านจัดสรรราคาถูกทันทีเลย คุณลุงแกขึ้นเวทีช่วงบ่ายเย็น วันนั้น ผมนั่งเขียนแบบเลยบ้านราคาถูกเพราะดูแล้วเศรษฐกิจแย่แน่ ผมก็เขียนแบบบ้าน ตั้งแต่เย็นวันนั้นไปเสร็จตี ๑ ก็เรียนให้ท่านทราบว่าเขาจะจัดทำบรรยากาศของการปฏิวัติ เสียก่อน หลักการสำคัญที่สุดที่การปฏิวัติทุกครั้งสำเร็จก็คือท่านจะไปอ้างประเทศตุรกีปฏิวัติ ไม่สำเร็จคนตาย มันคนละประเทศกัน ประเทศไทยสำคัญที่สุดก็คือทหารจบมาจาก จปร. เขามีความเป็นพี่เป็นน้อง เขามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แตกแยกกัน การจะปฏิวัติ เขาก็จะคุยกันในหมู่พี่น้องเขาล่ะว่าสมควรปฏิวัติหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะแก้ไขการปฏิวัติผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ นอกจาก ไม่เกิดประโยชน์แล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นอันใดว่าตั้งแล้วคุณจะทำอะไรกัน ตั้งแล้ว มันจะไปเกิดประโยชน์อันใดที่จะห้ามเขาปฏิวัติได้ สิ่งที่สำคัญในการเมืองไทยผมกลับมองว่า ต้องดูบรรยากาศ ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวเพราะเป็นวัฒนธรรมของไทย การเมืองแบบไทย ๆ ต้องมีการผ่อนสั้นผ่อนยาว ไม่ใช่ว่าจะดึงดันนิรโทษสุดซอย ผมเองไปพูดกับท่านโดยตรงเลย บินไปหาแล้วบอกว่าพี่บรรยากาศไม่ได้อย่าทำ ถ้าทำแล้วปฏิวัติแน่ ก็เรียนท่านทราบว่าการที่ จะแก้ไขการรัฐประหารคือต้องรู้จักวัฒนธรรมของการเมืองไทย ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรจะผ่อนสั้น เมื่อไรควรจะผ่อนยาว ขอบคุณครับ🔗
เนื่องจากมีสมาชิกเสนอ เข้ามาเพิ่มเติมนะครับ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็เสนอเพิ่มขึ้นเป็น ๒๗ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล เสนอเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐ ท่าน เพราะฉะนั้นก็เลยต้องขอร้องท่านผู้อภิปรายต้น ๆ ว่าต้องดูเวลา พยายามรักษาเวลาเพื่อเพื่อน ๆ ช่วงปลายจะได้มีโอกาสอภิปรายเต็มที่ครับ ท่านขจิตร มาแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาการป้องกันการปฏิวัติรัฐประหาร ท่านประธานครับ ขอสรุปชัดเจนลงไป ว่าการปฏิวัติรัฐประหารแต่ละครั้ง ถ้าหลายท่านไม่ค่อยสะดวกที่จะฟังนัก แต่ภาษาชาวบ้าน ก็คือปล้นอำนาจจากประชาชน เป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามกฎหมาย ทุกฉบับ ถ้าเขียนกฎหมายลงโทษได้ก็คือประหารชีวิต ๗ ชั่วโคตร เสียบหัวประจานถ้าเป็น โบราณ ยิ่งการปฏิวัติรัฐประหารโดยคนที่มีอำนาจอาศัยอำนาจจากกระบอกปืน ซึ่งปืน ที่มีอำนาจที่มีล้วนแต่รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนทั้งสิ้น แปลว่าอยู่ในการพึ่งพาอาศัย ใช้ชีวิตโดยใช้ภาษีประชาชน แล้วเอาอำนาจนั้นมาปล้นอำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชน เป็นความผิดมหันต์ในทางกฎหมาย เอาล่ะถ้ามีใครบางคนหรือหลายกลุ่มหรือทั่วประเทศ จะยอมรับบ้างว่ามันเป็นวิถีเป็นวงจรที่หลายคนบอกว่าคือวงจรอุบาทว์การปกครองประเทศ ในฐานะที่อยู่ในประเทศนี้ก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้ คนที่ยอมรับได้ก็ยอมรับไป ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ยอมรับได้เพราะผมไม่รู้ว่าผมจะไปอยู่ประเทศอะไรอีก ก็เลยจำยอมรับอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่ใช่ว่าเห็นด้วย เพราะฉะนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หมายความว่าทั้งมีผู้แทน ทั้งมีคนได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติยึดอำนาจ ผลพลอยได้ ผลกระทบที่เลวร้ายถึงชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน มีจำนวนมากมายในประเทศนี้ที่ยังทุกข์ยากลำบากสูญเสียลูก สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งเกิดจากการยึดอำนาจ เวลาสั้น ๆ แค่นี้ก็อยากสรุปว่า ผมมีข้อสรุปในการปกครองประเทศไทยซึ่งยึดอำนาจมาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เคยมีผลงานที่ประสบความสำเร็จทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเลยทั้งในอดีตและปัจจุบัน คณะสุดท้ายที่ยึดอำนาจพอยึดอำนาจเสร็จก็อารมณ์ดีแต่งเพลงให้สัญญาประชาชนจะ คืนความสุขอีกไม่นาน การยึดอำนาจผ่านไปแล้ว ระยะนี้อยู่ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านแต่เป็น นายกรัฐมนตรีคนเดียวกันกับที่ยึดอำนาจจากประชาชนโดยวิธีการที่ไม่ถูกตามครรลอง ของรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับคนที่ยึดอำนาจแล้วยังมีอำนาจอยู่วันนี้โดยการสืบทอดอำนาจนั้นจะมาโดย วิธีใดก็ตาม แต่ผมขอท้าไปเลยได้ไหมว่าเวลานี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ท่านบอกว่ามาจาก ระบอบประชาธิปไตย ผมขอท้าทายท่านได้สร้างมาตรการป้องกันการยึดอำนาจอีกในอนาคต ได้ไหม ทำเลย ท่านออกกฎหมายหรือว่าตั้งกองกำลังพี่น้องประชาชนอาสาสมัครที่จะป้องกัน การยึดอำนาจ เพราะว่าใครก็ตามที่มายึดอำนาจประเทศนี้ในเวลานี้ไม่สามารถสร้างความเจริญ และการยอมรับได้ ทั้งในประเทศไทยและในอารยประเทศ ท่านประธานที่เคารพเราท่าน และพี่น้องประชาชนต่างก็รู้กันว่าแนวโน้มการปกครองวันนี้ประชาธิปไตยเท่านั้นเป็นที่ยอมรับ ทั่วโลก ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจเขาต้องได้ตัดสินใจในทุกสถานการณ์ไม่ว่าสถานการณ์ อะไรเกิดขึ้นมีการสร้างสถานการณ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อการปฏิวัติใครก็รู้สมาชิกท่านที่อภิปราย ลงไปแล้วท่านก็ยืนยัน ผมก็เห็นอย่างนั้นประชาชนก็เห็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากจะ มีการเขียนกฎหมายไว้ให้ชัดเจนเสียนอกจากรัฐธรรมนูญยังมีกฎหมายที่เขียนไว้ให้ชัดเจน เป็นที่รับรู้กับประชาชนว่าใครยึดอำนาจต่อไปนี้มีความผิดประหารชีวิตแล้วก็ยึดทรัพย์สิน ทั้งหมด แล้วก็เขียนไว้ด้วยว่ารัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่ใช่จะเป็นรัฐบาลตอนหาเสียง จากประชาชนมาเท่านั้น พอยึดอำนาจไม่มีปฏิกิริยาการต่อสู้กับเผด็จการเลยก็ต้องเขียน ให้เป็นความผิดของรัฐบาลที่ถูกยึดอำนาจด้วย ที่ละเลยต่อการปกป้องอำนาจอธิปไตย โดยนำพาประชาชนได้ต่อสู้กับคนยึดอำนาจ ท่านที่เป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้ถ้าท่านบอกว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยท่านเขียนกฎหมาย กำหนดมาตรการเลยว่า ใครยึดอำนาจขอให้พี่น้องประชาชนอาสาสมัครทุกหมู่บ้านวันนี้พรุ่งนี้ทำเลยใครยึดอำนาจ ต้องถูกกระบวนการประชาชนพิทักษ์รักษาอำนาจนั้นแล้วประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับ เผด็จการนั้นต้องได้รับการรับรองโดยกฎหมายต้องได้รับการเชิดชูว่าเป็นบุคคลที่พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตยของประเทศชาติเป็นบุคคลที่รู้จักว่าอำนาจอธิปไตยของประชาชน ต้องถูกละเมิดไม่ได้ ยิ่งบุคคลที่อยู่ในอำนาจใช้อาวุธ ใช้กำลัง ใช้อำนาจที่ได้จากประชาชน กินภาษีของประชาชนทุกวันถึงเวลาไม่ยอมให้ประชาชนใช้กระบวนการประชาธิปไตย แก้ปัญหาประเทศชาติ ผมเท่าที่ศึกษามาไม่มีประเทศใดในโลกที่เจริญรุ่งเรืองและประชาชน อยู่ดีกินดีจากการยึดอำนาจ ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีประชาชนอยู่ดีกินดีมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ล้วนเป็นประเทศที่แก้ปัญหาโดยระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งไม่มีอะไรที่ไม่มีประโยชน์ ไม่มีอะไรที่จะเป็นประโยชน์สำหรับคนยอมจำนนถึงแม้วันนี้ผมไม่ได้หนีออกจากต่างประเทศ ในเวลาเขายึดอำนาจ แต่ผมไม่ใช่เห็นด้วยกับคณะยึดอำนาจ ผมอยู่ด้วยความคิดว่าผมเป็น ผู้อาศัยเวลานี้เป็นรอยต่อระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ ถึงเวลาแล้วที่ต้องระดมความเห็น ของคนทั้งชาติ ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรืออยู่ฝ่ายรัฐบาลเราต้องร่วมมือ เพื่อตั้งกลุ่มบุคคลที่สั่งสมประสบการณ์ทางทหาร พลเรือนและผู้เสียชีวิตและสูญเสียจาก การยึดอำนาจแต่ละยุคแต่ละสมัยให้มาเขียน ศึกษาหาวิธีป้องกันอย่างชัดเจน อย่ายอมจำนนกับอำนาจเผด็จการถึงขนาดลุกออกมาว่ามันเป็นอย่างนี้ มันเป็นความอัปยศ ที่จะส่งทอดไปให้ลูกหลานว่าประเทศนี้ไม่ใช่ประเทศที่เจริญท่านคิดอย่างนั้นหรือ ท่านกล้า พูดหรือว่าประเทศนี้ไม่ต้องปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยให้มันเวียนว่ายตายเกิดอย่างนี้ล่ะ คิดว่าถูกแล้วหรือความคิดอย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วย ผมยังยืนยันว่าหากมีชีวิตอยู่ทุกชีวิตทุกวันเวลา ผมพร้อมที่จะเข้าร่วมกับการต่อต้านเผด็จการในรูปแบบซึ่งเป็นกระบวนการของประชาชน และรูปแบบที่ถ้าจะมีกฎหมายรองรับเพื่อให้ประชาชนสามารถเคลื่อนไหวต่อต้านป้องกัน ระบบเผด็จการมาจากการปฏิวัติ การรัฐประหาร การยึดอำนาจได้นั่นคือสิ่งที่สวยงามที่สุด ในเวลาที่จะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลง ในเวลาที่จะก้าวไปสู่ประชาธิปไตยในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ทราบว่าท่านประธานมีความรู้สึกอย่างไรในการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ ที่อยู่ในวังวนของการรัฐประหารซ้ำ ๆ ซาก ๆ เฉลี่ยทุก ๆ ๖ ปี และเป็นประเทศที่มีรัฐประหาร บ่อยที่สุดเป็นอันดับ ๔ ของโลกรองจากประเทศโบลิเวีย ประเทศซูดาน แล้วก็ประเทศอิรัก สำหรับดิฉันแล้วประชาชนไม่ควรจะสิ้นหวังและไม่ควรจะก้มหัวให้กับเผด็จการอีกต่อไป เพราะว่ารัฐประหารสำหรับดิฉันคือสิ่งแปลกปลอมที่น่าอับอายเป็นความอัปยศน่ารังเกียจ ของโลกประชาธิปไตยสมัยใหม่ ท่านประธานคะ อีกประการหนึ่งดิฉันคิดว่านักการเมือง อย่างพวกเราไม่ควรจะยอมทอดตัวลดตัวไปนั่งร้านให้เผด็จการขึ้นสืบทอดอำนาจแม้ว่าจะ เป็นเผด็จการที่ผ่านการฟอกตัวมาจากการเลือกตั้งแล้วก็ตาม เพราะกติกาการเลือกตั้งเป็น กติกาที่ไม่เป็นธรรมและเป็นสิ่งที่เขาเขียนขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องเท่านั้น ดิฉันจึงขอวิงวอนให้เพื่อนพี่น้องในสภาแห่งนี้ เพื่อนผู้แทนราษฎรขอให้ท่านได้รวบรวม ความกล้าหาญตัดสินใจด้วยความกล้าหาญที่จะสนับสนุนยกมือให้กับญัตตินี้ เพื่อพิสูจน์ว่า พวกท่านคือตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยจริง ๆ เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนที่เลือกท่านมาเห็นว่าท่านไม่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มทุนหรืออำมาตย์ หรือกองทัพ มีเรื่องที่น่าสนใจก็คือทำไมรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นซ้ำซากนี้ถึงได้ ประสบความสำเร็จมากกว่ารัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นในโลกท่านประธานทราบไหมคะ เรื่องที่น่าสนใจก็คือแนวโน้มการเกิดรัฐประหารในโลกแห่งนี้มีลดลงและการเกิดรัฐประหาร มีอัตราความล้มเหลวมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศซูดาน การทำรัฐประหาร ๑๓ ครั้ง มีอัตราความสำเร็จเพียง ๕ ครั้ง ส่วนประเทศอิรักทำรัฐประหาร ๒๙ ครั้ง สำเร็จเพียง ๔ ครั้ง เฉลี่ยแล้วมีความสำเร็จประมาณ ๑ ใน ๗ แล้วอะไรที่เป็นสิ่งเกื้อหนุนให้การทำรัฐประหาร ในประเทศเราประสบความสำเร็จอย่างนั้น การรัฐประหารที่ทำลายนิติรัฐ ทำลายเศรษฐกิจ และสังคมอย่างประเมินค่าไม่ได้ อันนั้นยังเห็นเป็นรูปธรรม แต่สิ่งที่เห็นไม่เป็นรูปธรรม แต่มันอยู่ในจิตใจแล้วก็กดขี่ความรู้สึกของประชาชน ก็คือการรัฐประหารได้ทำร้ายจิตวิญญาณ เสรีที่มนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีพึงจะมี เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเอกสาร ๗๓ หน้า ใครทราบบ้างเอกสาร ๗๓ หน้านี้จะมีผลกับชีวิตของพวกเราไปอีกนาน ๒๐ ปี สิ่งนั้นเรียกว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจาก คสช. ที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่าคนที่ร่าง ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนี้ล้วนเป็นคนที่ คสช. แต่งตั้งขึ้นมาทั้งสิ้น ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แบ่งเป็นทั้งหมด ๖ ด้านด้วยกันค่ะ ด้านที่ให้ความสำคัญสูงสุด ก็คือด้านความมั่นคง เป็นที่น่าเสียดายนะคะว่ายุทธศาสตร์ชาติไม่ได้กล่าวถึงความมั่นคงของ สถาบันการเมืองเลย ทั้ง ๆ ที่สถาบันการเมืองอย่างพรรคการเมืองเป็นหัวใจหลักในประเทศ ที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่ว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีเน้นระบุไปที่ความมั่นคงของ กองทัพ เน้นไปที่การเสริมสร้างความมั่นคงขีดความสามารถ ส่งเสริมศักยภาพและความพร้อม ทุกอย่างทั้งทางด้านคน เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ดิฉันอยากให้มียุทธศาสตร์ชาติ ด้านที่ ๗ เกิดขึ้นมา ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางการเมือง ป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง จากกองทัพ และป้องกันการรัฐประหาร ท่านประธานคะ คสช. เป็นคณะรัฐประหารที่อยู่ใน อำนาจนานเป็นลำดับ ๒ รองจากยุคเผด็จการ จอมพล สฤษดิ์ จอมพล ถนอม เมื่อปี ๒๕๐๑ ถึงปี ๒๕๑๖ ด้วยข้ออ้างดั้งเดิมตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ข้ออ้างดั้งเดิม ๓ ข้อที่คณะรัฐประหาร คณะแล้วคณะเล่าในประเทศไทยอ้างเพื่อทำรัฐประหารก็คือปัญหาการเมืองถึงทางตัน ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง ปัญหาการมีความวุ่นวายขัดแย้งจากการเดินขบวน การจลาจล ซึ่งมาถึงวันนี้แล้วท่านประธานคะ ยังมีใครที่ไม่ทราบอีกว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ว่าจะ เป็นปัญหาว่าการเมืองถึงทางตัน เป็นทางตันที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเจตนาทั้งสิ้น การที่พยายาม ทำให้ผู้คนในประเทศเข้าใจว่าการรัฐประหารไม่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลว ความตกต่ำ แล้วก็ปัญหาเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องไม่จริง เพราะว่าโลกยุคนี้ความสัมพันธ์ของระบบการเมือง และสภาวะความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออกนะคะ เพราะนานาชาติให้ความสำคัญที่จะไม่ติดต่อค้าขายหรือทำสัญญาการค้ากับประเทศ ที่มีพัฒนาการทางการเมืองย้อนหลัง มีพัฒนาการทางการเมืองถดถอยเหมือนอย่างประเทศ ของเรา ผลกระทบที่ตามมาก็คือขีดความสามารถทางการค้าของประเทศเราลดลง อยากจะ บอกในที่นี้ว่าการรัฐประหารยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้วในสภาวการณ์ของโลกให้แย่หนัก เข้าไปอีก โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ ตัวเลขของการทุจริตคอร์รัปชันหลังการ รัฐประหารถูกปรับให้สูงขึ้น มีหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรม สาเหตุเพราะอะไรคะท่านประธาน เพราะว่าพลเรือนและภาคประชาสังคมของเราไม่มีอำนาจ ไม่มีกลไกที่จะตรวจสอบกองทัพ อย่างเพียงพอ กองทัพไทยสร้างอิทธิพลขยายทางเศรษฐกิจแผ่ครอบคลุมไปทั้งประเทศ กองทัพมีบทบาทในการถือครองสื่อ คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์จำนวนมากทำให้มีช่องทางที่จะ ควบคุมข่าวสารในสังคมของเรา เจ้าของที่ดินรายใหญ่มากกว่า ๕ ล้านไร่คือใครคะท่านประธาน กองทัพบกค่ะ กองทัพบกมีที่ดินในครอบครองประมาณ ๕ ล้านไร่ ซึ่งสาธารณชนไม่สามารถ ตรวจสอบได้ว่านำไปใช้ประโยชน์ในทางใดได้บ้าง ในขณะที่ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีได้มีหลายจุด ที่กำหนดกรอบจริยธรรมของนักการเมืองเอาไว้อย่างแน่นหนารัดกุมอยู่ในทุก ๆ ส่วน แต่ว่า ไม่ได้มีการพูดถึงจริยธรรมของกองทัพหรือแม่ทัพนายกองนะคะ ในโลกที่การสู้รบด้วยกำลัง ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ยุคที่เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) ตอนนี้ ๑๐ ประเทศ ได้พ้นยุคของการสะสมอาวุธมาถึงยุคการส่งเสริมตลาดการค้าแล้ว ดิฉันคิดว่าการเปิดโอกาส ให้สังคมของเราได้มีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องมีการรัฐประหารมา ขัดจังหวะ การเติบโต การพัฒนาของประชาธิปไตยจะทำให้คนไทย ดิฉันเชื่อมั่นในศักยภาพ ของคนไทยว่าคนไทยมีศักยภาพที่จะเรียนรู้ มีศักยภาพที่จะถอดบทเรียนจากการเลือกตั้ง แต่ละครั้งโดยธรรมชาติแล้วก็จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องใจร้อน แล้วก็ด่วนมาใช้ข้ออ้างต่าง ๆ ในการยึดอำนาจ ผลการสำรวจของดุสิตโพลล์เมื่อปี ๒๕๖๑ พบว่าคนไทยยังมองระบอบ ประชาธิปไตยในแง่ดี และคนไทยยังเห็นคุณค่าของการเลือกตั้ง ฉะนั้นตรงนี้เป็นข้อยืนยัน และเป็นข้อพิสูจน์ว่าเรายังมีความหวังที่จะพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยไปได้นะคะ การล้มล้างรัฐบาลพลเรือนที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาอย่างง่ายดายด้วยการแอบส่งเสริม ให้มีการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายอย่างไม่จำกัด แล้วสมคบกันเอามาเป็นข้ออ้างและเป็นเหตุ แห่งการยึดอำนาจไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไปแล้วในสังคมนี้ ไม่ว่าการเลือกตั้งเราจะได้คนชั่ว เรียกว่าคนชั่วได้ไหมคะที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กัน ไม่ว่าเราจะได้คนไม่ดีหรือไม่ว่าจะได้ใคร เข้ามาเมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ มีประสบการณ์ซ้ำ ๆ ประชาชนก็จะรู้เท่าทันแล้วก็จะไม่เลือกอีก เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวล มาตรฐานใหม่ของสังคมย่อมจะถูกพัฒนาถูกสร้างขึ้นเรื่อย ๆ วาทกรรมชวนเชื่อและการควบคุมประชาชนในประเทศด้วยความกลัว การพรากเอาเสรีภาพ ไปจากประชาชนเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการรัฐประหารทุกครั้งนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่า ไม่สามารถทำได้อย่างยั่งยืนอีกต่อไป ดิฉันคิดว่ากองทัพถึงเวลาแล้วที่จะต้องหยุดใช้วิธีคิด หยุดใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้ามาจัดการกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแบบโลกยุคเก่า กองทัพจะต้องหยุดขยายขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเองจากการป้องกันภัยคุกคามจาก นอกประเทศมาเป็นภัยคุกคามจากภายใน และขอให้หยุดทำเกินหน้าที่ด้วยการเข้ามา พยายาม เข้ามาจัดระเบียบสังคมซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของท่าน สุดท้ายดิฉันไม่ปฏิเสธความสำคัญของกองทัพ ในโลกยุคอดีตที่การใช้กำลังสู้รบในสมัยนั้นยังเป็นสิ่งจำเป็น แต่ดิฉันอยากวิงวอนขอร้อง ให้กองทัพได้ใคร่ครวญพิจารณาและยอมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ปล่อยให้ระบอบ ประชาธิปไตยไทยได้เติบโตด้วยการเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง อย่าเข้ามาตัดตอนพัฒนาการ ของมัน ดิฉันสนับสนุนการตั้งญัตตินี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในประเทศไทย ในอนาคต ขอบคุณค่ะ🔗
หมดเวลา แล้วนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วยท่านศุภชัย ใจสมุทร แล้วก็ ท่านจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๓ ท่านเตรียมตัวเลยนะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ ท่านอนุรักษ์คงออกมาจากห้องอาหารไม่ทัน ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านศุภชัย ใจสมุทร เลยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธาน ผมว่าท่านประธานกับผมเราก็คงเหมือนกันคือไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร หลายปีที่ผ่านมาจำกันได้ว่าท่านประธานกับผมลงบนถนนต่อต้านการรัฐประหารด้วยกัน ต่อต้านกองทัพด้วยกันในช่วงเวลานั้น แต่สิ่งที่ต้องยอมรับความเป็นจริงสำหรับประเทศไทย ของเราก็คือในวันที่ท่านประธานหรือผมเองเกิดมายุคนั้นเรามีนายกรัฐมนตรีที่มียศจอมพล เราท่องคำขวัญวันเด็กที่ลงชื่อโดยนายกรัฐมนตรีที่มียศจอมพลนำหน้า จากวันนั้นปี ๒๔๗๕ ที่มีการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ก็เป็นการร่วมกันระหว่างกองทัพกับพลเรือน สิ่งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาจนถึงวันนี้ สิ่งที่จะต้องตั้งคำถามก็คือบริบทการปกครองของประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้มีการยกขึ้นมามันเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือว่าวันนี้ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ประเทศไทยไม่กล้าที่จะบอกว่าเรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เต็มใบ บางช่วงเวลามีอยู่ครึ่งใบ เป็นคำที่เราไม่สามารถอธิบายให้กับชาวต่างชาติได้ยินได้ฟัง ว่าระบอบประชาธิปไตยของเราแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร สิ่งที่ต้องยอมรับความจริง ในประเทศไทยในยุคย้อนไปไม่กี่ปีนี้ก็ต้องยอมรับว่าหลังจากที่เรามีการเลือกตั้งโดยอาศัย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ช่วงเวลานั้นมีการตั้งคำถามว่าระบอบประชาธิปไตยหรือการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย โดยรัฐบาลยุคนั้นเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงหรืออาศัยเสียงข้างมากในรัฐสภา นี่คือ สิ่งที่ตั้งคำถามกันมาโดยตลอดและสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือว่าในขณะที่มีผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง แล้วมาเป็นผู้บริหารประเทศก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นนักการเมืองเป็นกลุ่มที่ออกมาต่อต้าน การทำหน้าที่ในสภาก็ส่วนหนึ่ง แต่ความจริงที่ปรากฏประเทศไทยจารึกกันไว้เป็นประวัติศาสตร์ ก็คือว่ามีการชุมนุมทางการเมือง และการชุมนุมทางการเมืองนั้นประชาชนไม่เคยที่จะเดินไป ชุมนุมอยู่ข้างถนนหรือบนถนนโดยลำพังของประชาชน ด้วยความรู้สึกเดือดร้อนแล้วอยาก เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ความจริงในประเทศไทยก็คือมีผู้สูญเสียอำนาจหรือผู้ที่ไม่มีอำนาจ ซึ่งเป็นนักการเมืองนั่นล่ะที่นำประชาชน ประชาชนเหล่านั้นถูกนำโดยนักการเมือง วันนี้ เราต้องยอมรับความจริงว่าการจัดการชุมนุมทางการเมืองของประเทศไทยทุกครั้งทุกคราว เป็นการชุมนุมโดยการนำของนักการเมืองหรือกลุ่มการเมืองผู้สูญเสียอำนาจแล้ววังวนนั้น มันก็ยังดำรงอยู่ ต้องยอมรับว่าประเทศไทยสิ่งที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๙ ที่มีการยึดอำนาจรอบนั้น ถ้าพี่น้องประชาชนที่ได้เห็นตอนนั้นก็จะพบว่ารถถังออกมาและมีดอกกุหลาบไปเสียบอยู่ ที่ปากกระบอกรถถัง เอาแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) ไปให้ผู้ยึดอำนาจ ด้วยความรู้สึกว่า ประชาชนเรียกร้องให้มีการยึดอำนาจ ความจริงเป็นอย่างไร เป็นความต้องการของประชาชน หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งหลายท่านได้มีการอภิปรายไปเมื่อสักครู่ก็คือมีเหตุผล อันสำคัญก็คือบ้านเมืองอยู่ในจุดที่ไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้ เป็นจุดอับทางการเมือง เป็นเรื่องที่การใช้กระบวนการทางรัฐสภาไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ นั่นคือช่วงที่กองทัพ เข้ามาดำเนินการยึดอำนาจ แน่นอน รอบที่ผ่านมาอีกรอบหนึ่ง ปี ๒๕๕๗ กรณีก็ไม่แตกต่าง จากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีตใกล้ ๆ ก็คือปี ๒๕๔๙ ก็คือกองทัพต้องเข้ามาแก้ไขปัญหา คำถาม ก็คือว่าทำไมนักการเมืองถึงไม่ใช้กระบวนการทางรัฐสภาในการแก้ไขปัญหากัน ประเทศอื่น มีการขึ้นไปเขย่าลากเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ผมไม่เคยเห็น แต่ประเทศไทย มีเหตุการณ์อย่างนั้น มีเหตุการณ์ที่ทำให้สะท้อนว่าในที่สุดแล้วกระบวนการทางรัฐสภา หรือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยอาศัยรัฐสภาไม่สามารถเคลื่อนไปได้ แล้วทหาร ก็เข้ามายึดอำนาจ ผมอยากจะตั้งคำถามท่านที่จะไปศึกษาเรื่องนี้ต่อถ้าจะมีการตั้งกรรมาธิการ ก็คือท่านแน่ใจหรือว่าท่านศึกษาเสร็จ ได้ผลการศึกษามาแล้วจะไม่มีการยึดอำนาจอีกต่อไป ประเด็นมันก็คือว่าผมพูดในฐานะที่ผมเป็นนักการเมือง ผมคิดว่าถ้าเราไม่สร้างเงื่อนไข ให้เกิดขึ้นจนกองทัพมีช่องว่างเข้ามายึดอำนาจในแต่ละคราวไม่ว่าปี ๒๕๔๙ ก็ดี ปี ๒๕๕๗ ก็ดี ผมไม่เชื่อว่ากองทัพจะเข้ามายึดอำนาจ ผมได้เห็นเบื้องหลังหลายสิ่งหลายประการ ได้สัมผัส ผมคิดว่าผมเป็นคนหนึ่งในสภาแห่งนี้ที่เข้าไปสัมผัสกับกระบวนการชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสีใดก็ตามครับ อยู่สีนั้นจนกระทั่งสีนั้นไม่ชอบ อยู่สีนี้จนกระทั่งสีนี้ก็เกลียด นี่คือสภาพความเป็นจริง แต่ในที่สุดความเสียหายก็คือประเทศเสียหาย และผมยังยืนยันว่า วันนี้มองต่อไปข้างหน้า ถ้าพวกเรานักการเมืองสามารถที่จะสร้างความเข้มแข็งในระบบ รัฐสภาของเราไม่ก้าวก่ายอำนาจอื่นไปเกินสมควร ผมว่ารัฐประหารก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นต่อไป ในอนาคต การลดเงื่อนไขของการเปิดโอกาสให้การรัฐประหารมีอย่างเดียวในมุมมองของผม ก็คือเราจะต้องไม่เปิดช่องว่างจากสภาแห่งนี้ เราต้องทำหน้าที่ของเราอยู่ในกรอบ อยู่ในขอบเขตของเรา ผมไม่เชื่อว่าทหารส่วนใหญ่ ต้องการยึดอำนาจ ผมยังเชื่อว่าวันนี้ทหารเป็นทหารอาชีพ และผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะ พูดคุยกันในฐานะความเป็นทหารอาชีพ เปิดหัวใจคุยกัน ผมเชื่อว่าท่านก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะมายึดอำนาจอีกต่อไป มันอยู่ที่พวกเราจะสร้างความเข้มแข็งของเราเองในที่ของเราแห่งนี้ ในสภาอันศักดิ์สิทธิ์ของเราที่เราอ้างว่ามีที่มาจากพี่น้องประชาชน ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ในอดีตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ถ้าพวกเราผนึกกำลังกัน ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ร่วมกัน ทำงานกันโดยเคารพในแต่ละฝ่ายกันอย่างเอาจริงเอาจัง ผมว่าเราสามารถที่จะเดินหน้า ประคับประคองประชาธิปไตยของเราไปได้ มันไม่มีอยู่จริงหรอกครับว่าเราศึกษาแล้วจะทำให้ การยึดอำนาจไม่มี มันไม่มีทางเป็นไปได้ครับที่จะบอกว่าจะให้ศาลท่านไปเปลี่ยนคำตัดสิน คำพิพากษาเรื่องอำนาจอธิปไตยของผู้ยึดอำนาจว่าการยึดอำนาจเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ สุภาษิตตั้งแต่สมัยโรมันก็มีมาตั้งนานแล้ว ที่บอกว่าถ้าเสียงปืนดังกฎหมายก็นั่งลง สิ่งนี้เป็น สิ่งที่พวกเราก็รับรู้กันมา เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราที่จะต้องนั่ง ผมว่าวันนี้ถ้าเรามีมุมมองกัน ว่าถ้ากองทัพ ถ้ามองในเชิงรัฐศาสตร์ กองทัพก็เป็นกลุ่มผลประโยชน์หรืออินเทอร์เรสต์ กรุ๊ป (Interest group) ผมว่ามันอยู่ที่การบริหารจัดการของภาครัฐบาลนี่ละครับ ของภาคที่นี่ละครับ สภาที่นี่ ในการที่จะทำความเข้าใจกับกองทัพ ร่วมมือทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ผมไม่คิดว่า กองทัพยุคใหม่ซึ่งเป็นทหารอาชีพจะมีวิธีคิดในการที่จะเข้ามายึดอำนาจอีก ผมว่าพวกเรา อย่าพยายามคิดว่าเขาตั้งหน้าตั้งตามายึดอำนาจ มองเขาเป็นมิตร ผมมีเพื่อนเป็นนายทหาร จำนวนมากมายได้สัมผัส ผมรู้ว่าเขาเองเขาก็รักชาติบ้านเมืองในฐานะที่เป็นนายทหาร ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ วันนี้ถ้าเราให้การสนับสนุนกองทัพ ทำความเข้าใจกับ กองทัพ พูดจาเปิดอกกัน ให้กองทัพเข้ามา ไม่ใช่เป็นการแทรกแซง แล้วก็ให้เขายอมรับ ในรัฐบาลพลเรือน ให้ทหารเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนรัฐบาลพลเรือนที่มาจากประชาธิปไตย ผมว่าตรงนั้นเขาก็ยินดีครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงที่เมตตายังเรียกอีกครั้งหนึ่งค่ะ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องเมืองสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานก็คงทราบดีเพราะว่าอยู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงกันนะคะ ดิฉัน สนับสนุนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกัน ไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคตเพราะอะไร อำเภอสว่างแดนดินนั้นเป็นเมืองของนักสู้ เป็นดินแดนที่มีเกียรติประวัติอันยาวนานและกล่าวขานกันทั้งแผ่นดินว่าเป็นแผ่นดินของ นักต่อสู้ นักอุดมการณ์ นักประชาธิปไตย จนเป็นตำนานสืบสานถึงปัจจุบันถึงการต่อสู้กับอำนาจ เผด็จการของคณะปฏิวัติรัฐประหารซึ่งต้องแลกด้วยชีวิต เลือดเนื้อ วิญญาณและน้ำตากับ การให้คงไว้ซึ่งประชาธิปไตยไว้ให้ลูกหลานสืบไป วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๔ เมื่อ ๕๙ ปีที่แล้ว ครู ๒ คนที่ไม่ยอมก้มหัวให้คณะปฏิวัติรัฐประหารในขณะนั้นชื่อว่า จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และมาตรา ๑๗ ในคราวรัฐประหาร พุทธศักราช ๒๕๐๐ สั่งประหารชีวิตครู ๒ คนที่สนามบิน อำเภอสว่างแดนดิน ครูท่านนั้น ครูครอง จันดาวงศ์ วีรบุรุษสว่างแดนดิน และครูทองพันธ์ สุทธิมาศ ครูครอง จันดาวงศ์ นั้นเคยเป็น ส.ส. ๑ สมัยด้วยนะคะ ถูกประหารชีวิตกลางแจ้งที่ลานสนามบินอำเภอสว่างแดนดิน ซึ่งเป็นความเจ็บช้ำ บอบช้ำ เหลือที่จะช้ำของคนอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หัวหน้าคณะปฏิวัติในขณะนั้นเป็น จอมพลและมีมาตราครองอำนาจ คือมาตรา ๑๗ ดิฉันอยากให้เทียบเคียงกันดูสิว่าปัจจุบันนั้น คือมาตราที่เท่าไร แม้นจะไม่ได้เป็นจอมพลแต่หัวหน้าคณะปฏิวัติในขณะที่ผ่านมาไม่กี่ปีนั้น เป็นทหารดุจเดียวกัน นั่นภาพที่ครูครอง จันดาวงศ์ และครูทองพันธุ์ สุทธิมาศ เข้าหลักประหาร ชูมือขึ้นโดยไม่ร้องขอชีวิตเลย ครู ๒ คนเดินเข้าลานประหารชีวิต ถูกลิขิตด้วยรัฐประหาร ปืนขานใส่ มาตรา ๑๗ เจ็บปวดรวดร้าวใจ เลือดนองไหลเต็มร่างในสว่างแดนดิน ๕๙ ปีผ่านไป ใครเจ็บปวด อำนาจขมวด ขมวดร้ายไม่เคยสิ้น และรัฐประหารยังผลาญเผาเงาแผ่นดิน ลือจะสิ้นสิทธิเสรีที่ไกลปืน ปืน ๙๐ นัดรัวใส่ร่างครู ๒ คน ขณะที่ก่อนกระสุนจะลั่นใส่ร่าง ของครู ๒ คนนั้นครูครอง จันดาวงศ์ ได้เอ่ยขึ้นเป็นวลีเด็ดจนถึงปัจจุบันนี้ ๕๙ ปีมาแล้วว่า เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ที่ต้องหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตมากล่าวอ้าง เนื่องเพราะการรัฐประหารของเผด็จการทหารน่าจะจบสิ้นไปตั้งแต่นมนานกาเลมาแล้ว แต่ความเป็นจริงยังมีการรัฐประหารมาโดยตลอดจากปี ๒๔๗๕ ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยซึ่งปัจจุบัน ๘๘ ปีมีการรัฐประหาร ครั้งแล้วครั้งเล่า ขอชาร์ต (Chart) ด้วยค่ะ🔗
๑๓ ครั้ง ล่าสุดวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เกิดรัฐประหาร ดิฉันอยากให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้ายและมาตราที่ทำลายล้างกันเอง เผ่าพันธุ์เดียวกันที่ชื่อว่า ไทย คือมาตรา ๔๔ ควรหายไปจากประเทศไทย แม้จะรู้ว่าไม่มี กฎเกณฑ์ใด ๆ ที่จะล้อมรั้วอำนาจซ้อนอำนาจไม่ให้เหลิงอำนาจที่จะยืนยันได้ว่าจะไม่มีการ ปฏิวัติอีกในอนาคต ยังเรียกร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าขอให้มีการตั้งกรรมาธิการ พิจารณาเถิด เพราะว่ามันจะเป็นทรัพย์เสรี สิทธิเสรีภาพแก่ลูกหลานสืบไป ท่านประธาน ที่เคารพคะ หลังการรัฐประหารทุกครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งประเทศ ถูกย่ำยี ลิดรอน ทุกยุคทุกสมัย ประเทศสูญเสียโอกาสดี ๆ ทุกด้านทั้งด้านการค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว ใครก็หวาดหวั่นกับความไม่มั่นคงของสิทธิเสรีภาพในประเทศไทย เศรษฐกิจแย่ลงมาก แม้กระทั่งมีประชาธิปไตยในทุกวันนี้เป็นประชาธิปไตยที่สืบทอดอำนาจ ก็ยังไม่สามารถจะฟื้นคืนชีวิตของประชาชนนั้นยากเย็นแสนเข็ญน่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่างชาติไม่ให้เครดิตกับรัฐบาลทหาร ไม่น่าเชื่อถือ ไม่เกิดความเชื่อถือ ไม่เชื่อมั่น การออกกฎหมายนั้นข้ามหัวประชาชน มองไม่เห็นประชาชนชนชั้นใดออกกฎหมายก็เพื่อ ชนชั้นนั้น นี่เป็นเรื่องจริงเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้ว เขาเจริญรุดหน้าทุกด้าน การคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพงดงามยิ่งนัก เกิดความเท่าเทียม และเสมอภาคทุกด้าน ประชาชนอยู่ดีกินดี หน่วยงานของรัฐรับฟังเสียงประชาชนกฎหมาย ก็ยึดโยงกับประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ขณะที่เรามีประชาธิปไตยเต็มใบ ขณะที่เรามีความงอกงามในด้านประชาธิปไตย ประชาชนไปติดต่องานราชการในอำเภอ แม้นใส่รองเท้าหูคีบก็ได้รับการต้อนรับจากข้าราชการอย่างดีเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันนี้นั้น เสียงสะท้อนเป็นอย่างไรบ้างคะ นั่นคือการเกิดชนชั้นที่มีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนจะมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันคืออยากเห็นอำนาจของประชาชน เป็นใหญ่ในแผ่นดินตามครรลองของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยากให้ สมาชิกทั้งหลายได้ร่วมกันสร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็งโดยประชาชนและเพื่อประชาชน ช่วยกันสร้างหลักเกณฑ์ที่เข้มแข็งเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข และป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ดั่งเช่นครูครองที่เปล่งวลีก่อนถูก ประหารชีวิตกลางแจ้งตรงสนามบิน อำเภอสว่างแดนดิน ว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตย จงเจริญ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ แล้วก็ตามด้วยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แล้วก็ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภา กทม. เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองแขม แขวงหนองค้างพลู เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ ผมได้เตรียมเนื้อหามาทั้งหมด ๒๐ นาที แต่ว่าผมได้ถูกตัดไปก็ไม่เป็นอะไรครับ ๑๐ นาที ผมก็จะตัดเนื้อหาออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะเข้าเนื้อหาเลยว่าการรัฐประหารของเรา ๑๓ ครั้งที่ผ่านมาอาจจะสรุปออกมาได้เป็น โมเดล (Model) อยู่ ๒ โมเดล (Model) ๑. โมเดล (Model) ก็คือแบบไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ อย่างในกรณีของสมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มีการยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ แล้วก็ตั้งนายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะจัดการเลือกตั้ง แต่นัยก็คือ ยึดอำนาจเพื่อตัวเอง หรืออย่างในกรณีประการที่ ๒ เป็นการรัฐประหารแบบฉีกรัฐธรรมนูญ ในสมัยจอม พลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีการยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ ประกาศ ใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรใช้อยู่ ๙ ปีแล้วมีมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๗ ก็คือ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีโดยมติ ครม. จะสั่งการกระทำการใด ๆ ก็ได้ ยิงเป้าก็ได้ครับ เอาเรื่องผิดเป็นเรื่องถูก เรื่องถูกเป็นเรื่องผิดก็ได้ อย่างเช่นในกรณีอย่างที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ต้องขอบคุณท่านครับที่เอารูปมาขึ้นในสภาแห่งนี้ ถูกยิงครับ เป็นอดีต ส.ส. และเป็นครู ที่ทำการต่อต้านการรัฐประหารถูกยิงครับ ก่อนที่จะถูกยิงเป้าก็ลั่นวาจาว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ อีกเคส (Case) หนึ่งก็คือ ถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ เอาธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรหลักการแนวคิดหลักในทางปฏิบัติ เหมือนกับจอมพล สฤษดิ์ มีมาตรา ๑๗ เหมือนกันครับ ใช้อย่างไรครับ ก็จับกลุ่มเรียกร้อง รัฐธรรมนูญ ๑๓ คน ออกคำสั่งคณะปฏิวัติ ๓๖/๒๕๑๕ จำคุกนายอุทัย พิมพ์ใจชน ๑๐ ปี อนันต์ ภักดิ์ประไพ บุญเกิด หิรัญคำ คนละ ๗ ปีครับ นี่อย่างไรการใช้อำนาจตามมาตรา ๑๗ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ใช้โมเดล (Model) การรัฐประหารของ จอมพล สฤษดิ์ และ จอมพล ถนอม ใช่หรือไม่ ไอดอล (Idol) ท่านใช่ไหมครับ ดังนั้น สิ่งที่ผ่านมาก็คือว่าเราก็ย้อนกลับไปสิ คิดเพลงที่เราได้ยินกัน คืนความสุขให้ประเทศไทย เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นานแผ่นดินจะดีในไม่ช้า ตบท้ายครับ ความสุขจะคืนมา ประเทศไทย ผมถามว่าวันนี้ปฏิรูปอะไรบ้าง ปรองดองอะไรบ้าง ล้มเหลวหมด แม่น้ำ ๕ สาย สุดท้ายเป็นอย่างไร ได้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ๒ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นมันจึงต้อง ถามกันในสภาแห่งนี้ว่าแล้วสังคมไทยได้ประโยชน์อะไรจากการรัฐประหาร ๕ ปีที่ผ่านมา ผมว่ามันไม่ใช่การคืนความสุข แต่มันคือการคืนอำนาจและบทบาทให้กับกองทัพ เข้ามา มีอำนาจขยายอำนาจในการเมืองไทย ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องกายภาพที่ใช้อาวุธ ใช้รถถัง แต่ในปัจจุบันเขาใช้กลไกองค์กรมาสร้างฐานอำนาจทางการเมืองไว้ในโครงสร้างสถาบัน ทางการเมืองของไทย โดยเฉพาะผมจะยกตัวอย่างการขยายอำนาจก็ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ขยายบทบาทกองทัพ กอ.รมน. ต้องยุบครับ โดยเฉพาะในมาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๑/๒ และ มาตรา ๑๓/๑ มาตรา ๑๓/๒ ไปเพิ่มสัดส่วน เพิ่มตำแหน่งที่ไม่ควรเข้าไปอยู่ใน กอ.รมน. ภาค และ กอ.รมน. จังหวัด เช่น คุณเอาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด อธิบดีอัยการภาค อธิบดีอัยการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานราชการทั้งหลายไปนั่งอยู่อันเดอร์ (Under) ภายใต้ กอ.รมน. เป็นอย่างไร ทำอย่างนี้ไม่ได้ครับ แล้วภารกิจของหน่วยงานนั้น ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการที่คุณเอาอัยการตำรวจเข้าไป แล้วคุณวิษณุคุณเป็นที่ปรึกษา คสช. นักกฎหมาย ก็เอาอัยการตำรวจเข้าไปนั่งอันเดอร์ (Under) กอ.รมน. แล้วถามว่าอัยการ ตำรวจ เขาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และผมจะเชื่ออย่างไร พี่น้องประชาชนจะเชื่ออย่างไรว่า การตัดสิน การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมจะเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส มีการชี้นำ หรือไม่ หรือในกรณีขึ้นเงินเดือนให้ตุลาการศาลทหาร อัยการทหาร วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สนช. ที่ คสช. ตั้ง เพิ่มเงินเดือนให้ตุลาการศาลทหาร อัยการทหารหรือการเพิ่ม เงินเดือนให้กับคณะทำงาน คสช. ๒,๐๐๐ กว่าคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าน่าเกลียดที่สุด วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ สนช. ลงมติออกกฎหมายพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี ก็หมายความว่า สรุปใจความก็คือเปิดทาง ให้นายพลทั้งหลายเข้าไปเทียบตำแหน่งอธิบดีในหน่วยงานราชการอื่นได้ แล้วถามว่าต่อไป ท่านจะได้เห็นปรากฏการณ์อะไร นายพลไปนั่งอยู่ในกรรมการองค์กรอิสระเพราะคุณสมบัติ ในองค์กรอิสระบอกว่าคนที่จะเข้ามาสรรหาต้องมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี และทำอย่างไร นี่เห็นไหมครับว่าสิ่งที่รัฐประหารที่ผ่านมาทำอะไรไว้กับบ้านเมืองของพวกเราบ้าง ดังนั้น วิธีการแก้ที่ผมพูดไป เช่น กอ.รมน. รวมถึงพระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหมก็ต้องแก้ครับ โยกย้าย ผบ.ทบ. พวกนี้ต้องให้อยู่ในอำนาจของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎอัยการศึก ก็ต้องแก้ จากเดิมที่ให้เครื่องมือเป็นอำนาจของผู้บัญชาการทหารบก ต้องเอากลับมาให้ นายกรัฐมนตรีโดยรัฐบาลพลเรือนในการประกาศใช้กฎอัยการศึก ผมมีเวลาน้อยนะครับ ผมก็ต้องเข้าสู่บทสรุปและความจำเป็น จะบอกว่าทำไมผมจึงจะต้องสนับสนุนในการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็รัฐประหารเรามีทั้งหมด ๑๓ ครั้ง ไม่ได้มีแค่ครั้ง ๒ ครั้ง เฉลี่ย ๖-๗ ปีมีการรัฐประหาร ๑ ครั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุผลที่ผมสนับสนุน คือ🔗
๑. รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ ตอนที่พวกเราถวายสัตย์ปฏิญาณ ถ้าพวกท่าน จำกันได้ ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เรากล่าวเอาไว้ว่าในสภาแห่งนี้ บอกข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ คำว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ขยายความก็คือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ทุกมาตรา เอาเฉพาะหมวดสำคัญ อย่างเช่น บททั่วไปในมาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข🔗
๒. ข้อบังคับจริยธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการก็บอกไว้ ทุกอันครับ🔗
๓. ที่ผ่านมาพวกเราตั้งคณะกรรมาธิการมาเยอะแยะมากมายในสภาแห่งนี้ ศึกษาปัญหาหนี้สิน ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเกษตรกร การเก็บภาษี และอีกหลายเรื่อง แล้วทำไมล่ะเราจะตั้งอีกสักคณะหนึ่งในสภานี้ไม่ได้ ก็เพราะว่ารัฐประหารคือสิ่งที่ทำลาย โครงสร้างสถาบันทางการเมืองของไทย แล้วทำไมเราต้องปฏิเสธครับ🔗
ประการต่อมาก็คือว่าผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก นักการเมืองอาวุโสหลายท่าน ผมจะยึดมั่นในระบบรัฐสภา แต่ผมก็จะปฏิบัติตาม และผมคิดว่าท่านชวน หลีกภัย นี่ละ ท่านประธานรัฐสภาของพวกเราด้วยความเคารพอย่างยิ่งอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยกล่าวไว้ว่าจะยึดมั่นในระบบรัฐสภา สุดท้ายไม่ว่าปลายทางต่อให้ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ เท่าที่ผมฟังเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายก็ทราบครับ ตั้งไป บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไป สุดท้าย ก็ฉีกครับ แต่ปลายทางจะเป็นอย่างไร ผมว่าไม่ใช่สาระสำคัญ สำคัญคือว่ารัฐประหารคือสิ่งที่ ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับระบบรัฐสภา ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสภาผู้แทนราษฎร จะมีเหตุผลอะไร จะยกเหตุผล ยกเมฆ ยกฟ้า ยกดินอะไรที่บอกว่าเราจะปฏิเสธเพื่อที่จะไม่ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ ดังนั้นผมต้องสนับสนุนตั้งกรรมาธิการชุดนี้เถอะครับ เอาเข้ามาเพื่อที่จะศึกษาว่าเราจะ มีกลไกอย่างไรที่จะยุติการรัฐประหารได้ แล้วพวกท่านผู้ก่อการต้องคิดให้ดีนะผมนี่ ๒๙ ปี วันหน้าต่อไปอีก ๑๐ ปี ผมก็ ๓๙ ปี ผมยังอยู่อีกนาน ผมจะยืนยันแล้วยึดมั่นในระบบรัฐสภา แบบนี้ บอกลูก บอกหลาน บอกเพื่อนพ้องของผมและเพื่อนสมาชิกต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านสาทิตย์รอหลังจากท่านชวลิตนะครับ บังเอิญเอกสาร สลับกันหลายแผ่น🔗
กราบเรียนท่านประธาน ตกลงผมอภิปราย🔗
ท่านชวลิต เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทาง ป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคตของท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ ท่านประธานครับ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการอีกทางหนึ่งก็คือการเสนอร่างกฎหมาย ในการต่อต้านการรัฐประหาร ร่างกฎหมายฉบับนั้นได้เสนอต่อท่านประธานสภาเรียบร้อยแล้ว ก็คงรอการบรรจุระเบียบวาระตามขั้นตอนต่อไป กระผมได้ค้นข้อมูลสถิติการรัฐประหาร ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่กระผมก็อยากจะขอย้ำว่าประเทศไทยมีการรัฐประหารถึง ๑๓ ครั้ง มีกบฏ ๑๑ ครั้ง ซึ่งเมื่อรวมทั้งการรัฐประหารและกบฏเข้าด้วยกันจะมีถึง ๒๔ ครั้ง เฉลี่ยแล้ว ๔ ปีต่อครั้ง สะท้อนอะไรครับท่านประธาน สะท้อนว่าการเมืองของเมืองไทยนั้นไม่มั่นคง ไม่มีเสถียรภาพ ไม่เป็นอารยะแต่เป็นอนารยะ ใช้กำลังเข้าตัดสินไม่ใช้อำนาจประชาชนซึ่งเป็นอำนาจอธิปไตย ที่แท้จริง ถ้าการรัฐประหารเป็นเรื่องดีเป็นเรื่องที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ป่านนี้ ประเทศไทยก็คงเป็นมหาอำนาจของโลกไปแล้วเพราะมีการปฏิวัติรัฐประหารบ่อยเหลือเกิน แต่ตรงกันข้ามการปฏิวัติรัฐประหารครั้งใด ประเทศกลับถอยหลังเข้าคลองตามหลังเพื่อนบ้าน ไม่ทันยิ่งการปฏิวัติรัฐประหารครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคมที่ผ่านมาในปี ๒๕๕๗ ยิ่งเห็นชัดเจนว่าประเทศชาติเสื่อมทรุด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้เป็นผลพวง มาจากการปฏิวัติรัฐประหารอย่างแน่นอนที่ทำให้ประเทศไม่ได้รับความเชื่อมั่น การปฏิวัติ รัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สร้างความเสียหายกับประเทศมากกว่าการปฏิวัติ หลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะท่านอยู่ยาวแล้วท่านไม่ได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ และเหตุผลที่อ้างในการปฏิวัติรัฐประหารเลย เช่น การปฏิรูปประเทศไม่มีความคืบหน้าใด ๆ การปรองดองไม่มีความจริงใจในการดำเนินการสร้างความปรองดองแต่อย่างใด การปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันแทนที่จะลดลงกลับเพิ่มขึ้น เห็นได้จากองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ จัดอันดับประเทศไทยลดลงจากลำดับที่ ๙๖ ของโลกเป็นลำดับที่ ๙๙ ของโลก ได้คะแนน ๓๖ คะแนนจากคะแนนเต็มร้อย ประการสำคัญที่สุดครับ คณะรัฐประหารยังวางกติกาต่อ ท่ออำนาจให้ตนเองและพวกพ้องได้อยู่ในอำนาจต่อ เห็นได้จากการกำหนดกติกาให้การเลือกตั้ง เป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้มีพรรคการเมืองต่าง ๆ มาก ไม่มีทางที่จะมีพรรคการเมืองใด ได้เสียงข้างมากท่านก็สามารถเลือกช้อป (Shop) ได้ตามสบาย ๒. คณะรัฐประหารแต่งตั้ง ส.ว. เอง และให้มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ประการนี้ผูกขาดการต่อท่ออำนาจ ของคณะรัฐประหาร ต่างประเทศเขามองออกครับว่าระบบการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพเขาจึง ไม่มาลงทุน นอกจากไม่มาลงทุนแล้วยังย้ายฐานหนีจึงมีแต่การลงทุนลม ไม่มีการลงทุนจริง ถ้าระบบการเมืองยังเป็นอยู่เหมือนเช่นในปัจจุบัน ประเทศไทยก็จะเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย อย่างแน่นอน กระผมจึงขอฝากกรรมาธิการวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินการอยู่ใน ขณะนี้โปรดหาหนทางแก้รัฐธรรมนูญให้การเมืองมีเสถียรภาพเป็นประชาธิปไตยและขอฝาก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ท่านจะมีวิป (Whip) รัฐบาล แต่ท่านเป็นผู้แทนที่มาจาก ประชาชน อย่าลืมว่าประชาชนเขากำลังเดือดร้อนในปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างหนัก อย่าเพลินกับอำนาจวาสนาและเงินตราจนลืมประชาชนที่กำลังทุกข์ยาก ท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นประเทศเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ขณะนี้ความเชื่อมั่นประเทศด้อยค่าลงเรื่อย ๆ เพราะหลังรัฐประหารและมีการเลือกตั้งทั่วไป นายกรัฐมนตรีเป็นคนคนเดียวกันนี่ ๖ ปี เข้าไปแล้วสะท้อนว่าท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้เลย โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง เมื่อพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าการปฏิวัติรัฐประหารสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ และประชาชน เราซึ่งเป็นผู้แทนควรตอบแทนประชาชนที่ลงคะแนนให้เรา ร่วมมือกันเป็น หนึ่งเดียวในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ขณะเดียวกันในญัตติของอาจารย์ปิยบุตรครั้งนี้ผมขอเสนอความเห็น ไม่ว่าจะตั้งกรรมาธิการ ได้หรือไม่ก็คือ ๑. ผู้ปฏิวัติทุกครั้งที่ผ่านมาล้วนเป็นทหาร อย่างไรก็ตามเราเห็นใจทหารอาชีพ ทหารมีธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญอยู่ประการหนึ่งก็คือการถวายสัตย์ปฏิญาณ ทหารจะยึดมั่น การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญทุกฉบับ ที่ผ่านมากำหนดไว้ว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข กระผมเห็นว่าเพื่อเป็นการป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารควรมีถ้อยคำในการ ถวายสัตย์อยู่ข้อหนึ่งว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่ทำการปฏิวัติรัฐประหารการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งกระผมมั่นใจว่าหากมีการถวายสัตย์ เช่นนี้จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก🔗
ประการที่ ๒ กระผมเห็นว่าศาลควรปฏิรูปตัวเอง เป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบัน ศาลฎีกายุคใหม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จะเห็นได้ว่า ประธานศาลฎีกาได้ปฏิรูปการบริการประชาชนของศาลประการหนึ่งในหลายประการก็คือ การพิจารณาการให้ประกันตัวผู้ต้องหาในวันหยุดราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอยกตัวอย่างเคยมีคำวินิจฉัยของผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อยได้ปฏิเสธอำนาจคณะรัฐประหาร ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๕๒ ซึ่งกระผมขอยกมาเพียงบางส่วน ดังนี้ การได้อำนาจ ในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยเท่ากับ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ หากศาลรับรองอำนาจของบุคคล หรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้วเท่ากับศาลไม่ได้ รับใช้ประชาชนเป็นการละเลยหลักยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ความเห็นส่วนตน ดังกล่าวเป็นของท่านกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้พิพากษา ซึ่งแสดงความเห็นส่วนตนไว้ในคำพิพากษา อย่างกล้าหาญ เพียงแต่ท่านเป็นเสียงส่วนน้อย บัดนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ประเทศไทย เราไม่ทันโลกเขาแล้ว เราไม่ควรที่จะเป็นกบอยู่ในกะลาต่อไปอีก ผมขอเรียกร้องให้ศาลปฏิรูป ตนเองเพื่อประชาชน ประเทศชาติ และตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและขอรบกวนเพื่อนสมาชิก ได้มีความเห็นในแนวทางประชาธิปไตยโดยพร้อมเพรียงกัน ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แล้วก็ตามด้วยคุณพรรณิการ์ วานิช คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร และท่านสงวน พงษ์มณี เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ผมอยู่สภานี้มา ๒๐ กว่าปี ๗ สมัยนะครับ ต้องถือว่านี่เป็นครั้งแรก ๆ ที่เราได้มีการลุกขึ้นวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ทั้ง ๆ ที่เราบอกว่ายุคนี้บางคน เขาบอกว่าเป็นยุคสืบทอดอำนาจบ้าง เป็นยุคที่ประชาธิปไตยครึ่งใบบ้าง แต่ก็ต้องนับว่านี่เป็น ปรากฏการณ์ที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลง ความจริงแล้วก็มีคนเขียนเอาไว้แล้วผมก็คิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ ในหนังสือกำเนิดและความเป็นมาของการปฏิวัติ ซึ่งเขียนโดย อาจารย์ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ประทานโทษที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านศึกษาเรื่องการปฏิวัติ มาตั้งแต่ยุคครั้งกรีก ครั้งโรมัน จนกระทั่งมาถึงยุคปัจจุบัน รวมทั้งในประเทศไทยและ ต่างประเทศนั้น สิ่งหนึ่งที่ท่านสรุปเอาไว้ก็คือว่าการรัฐประหารในประเทศไทยหลังวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งก่อให้เกิดคนที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยออกมาแสดงความคิด ความเห็นนั้น สิ่งหนึ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไปก็คือบัดนี้การเมืองไทยกลายเป็นกิจการสาธารณะ ที่ไม่อาจผูกขาดได้โดยบุคคลหรือกลุ่มเฉพาะอีกต่อไป ผมว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นใหม่ ที่เกิดขึ้นและเป็นประเด็นที่เราในสภาควรที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดจากัน อย่างไรก็ตามต่อญัตติ ที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอนั้นผมได้นั่งรับฟังมาโดยตลอด เราวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการปฏิวัติ รัฐประหาร เราพูดถึงข้อเสียของการปฏิวัติรัฐประหารและเรื่องของเผด็จการ แต่สิ่งหนึ่งที่เรา ควรจะแยกในเรื่องปฏิวัติรัฐประหารก็คือการได้มาซึ่งอำนาจกับการใช้อำนาจ แน่นอนครับ การปฏิวัติรัฐประหารนั้นไม่ได้เป็นการได้มาซึ่งอำนาจโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ถือเป็น การเปลี่ยนแปลงตัวผู้ปกครองแบบหนึ่งซึ่งรุนแรงใช้กำลัง ในอดีตที่มีการศึกษากันไม่ว่ายุคใด ก็ตามในโลก จะกรีก จะโรมัน จะในยุโรป หรือกระทั่งในประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีการปฏิวัติ เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตทั้งนั้น เพียงแต่ประเด็นที่เราหยิบยกขึ้นมาในวันนี้นั้นเมื่อเราพูดถึงการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทย เราหยิบยกบางเหตุการณ์ขึ้นมาเราพูดถึงสถิติ แต่เราต้องไม่ลืมเหตุการณ์ที่เป็นจริง ๒ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยนั้น เพราะการปฏิวัติครับ ในหนังสือศึกษารัฐสยาม รัฐไทยของเบเนดิกท์ แอนเดอร์สัน เขียนไว้ ชัดเจนด้วยซ้ำไปโดยอ้างถึงนักวิจัยตะวันตกคนหนึ่งว่าการปฏิวัติยุค ๒๔๗๕ คณะผู้ก่อการ คิดไปถึงขั้นเปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์ แต่จะด้วยเหตุใดก็ตามตรงนั้นไปไม่ถึงก็กลายเป็น ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ดังนั้นการพูดถึงการปฏิวัติต้องพูดให้ครบ และรอบด้าน แล้วอย่าลืมครับ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นการปฏิวัติโดยมวลชนแบบหนึ่ง แม้ไปไม่ถึงการยึดอำนาจ ดังนั้นเราต้องพูดให้ครบทุกด้าน การได้มาซึ่งอำนาจกับการใช้ ซึ่งอำนาจนั้นเป็นคนละเรื่องกันครับ🔗
แต่ประเด็นที่ผมกำลังจะอภิปรายก็คือว่าในเวลาที่เรากำลังวิพากษ์วิจารณ์ การปฏิวัติรัฐประหารพูดถึงทหาร บางคนไปไกลถึงขนาดสร้างสมมุติฐานว่ากลุ่มทหารนั้น คิดที่จะยึดอำนาจอยู่ตลอดเวลา ยามที่คนมีความรู้ฉลาดขึ้นก็หาเหตุที่จะมาปฏิวัติ คำถาม ก็จะมีต่อไปอีกว่านอกเหนือจากเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ก็คือเรากำลังวิพากษ์วิจารณ์การปฏิวัติ รัฐประหารด้วยสายตาของใคร เราใช้สายตาของนักการเมืองมองผู้ที่มาปฏิวัติยึดอำนาจ ฝ่ายการเมืองด้วยกันหรือเรามองจากสายตาของประชาชนผู้อยู่ภายใต้อำนาจการปกครอง ไม่ว่าได้มาโดยวิธีใดก็ตามผมว่าต่างกัน ประชาชนมองนักการเมืองกับประชาชนที่มองคนที่มา ยึดอำนาจในแต่ละสถานการณ์ก็แตกต่างกัน ในบางครั้งประชาชนก็ยอมรับนักการเมืองว่า เป็นคนที่ทำเพื่อประชาชน บางครั้งนักการเมืองถูกกล่าวหาว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน เป็นคนคอร์รัปชัน เป็นคนที่เอาอำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ในเวลาเดียวกันกับที่คนรัฐประหาร ยึดอำนาจก็ถูกมองว่าถูกต้องแล้วจึงต้องเข้ามาหยุดยั้งอำนาจที่ไม่ถูกต้อง บางครั้งก็มองว่า เป็นคนใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าเรากลับทิศทางเสียมามองด้วยสายตา ของประชาชนเราจะเห็นเรื่องเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารที่ชัดเจนขึ้น ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่าในสายตาของประชาชนนั้นเมื่อมองนักการเมืองกับฝ่ายของทหารนั้นก็เสมือนเป็น คู่ขัดแย้ง เพราะฉะนั้นการมองด้วยด้านใดด้านหนึ่งนั้นมันจึงไม่ครบถ้วน ผมเรียนท่านประธาน ว่าในอดีตนั้นก็มีการศึกษาเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร ข้อเท็จจริงอันหนึ่งที่ยอมรับกันก็คือ ไม่มีการปฏิวัติที่สำเร็จใดไม่มีเงื่อนไข เวลาเราศึกษาการเมืองเราอ้างเพลโต (Plato) เราอ้าง อริสโตเติล (Aristotle) แต่ลองไปดูงานเขียนของเพลโต (Plato) อันหนึ่งเขาพูดถึงการปฏิวัติ รัฐประหาร เขาพูดถึงปฏิวัติว่ายอมรับความจริงว่ากลุ่มอำนาจที่อยู่ในอำนาจย่อมไม่ยอมลง จากอำนาจและเสียอำนาจให้แก่กลุ่มตรงข้ามอย่างง่าย ๆ จนกว่าอีกฝ่ายจะใช้กำลังอำนาจ จริง ๆ เข้ามาทำการโค่นล้มหรือแสดงให้ประจักษ์ว่าอำนาจของรัฐบาลนั้นไม่เหลือแล้ว กรณีนี้ คือฝ่ายหนึ่งเห็นว่ารัฐบาลที่เป็นอยู่ในขณะนั้นจะต้องเปลี่ยนแปลงเพลโต (Plato) บอกว่า เขาพยายามค้นหาคำตอบให้แก่ความรุนแรงในการเมือง เขาพบว่าการใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ หรือโค่นล้มอำนาจรัฐนั้นป้องกันได้ด้วยการที่รัฐนั้น ๆ จะต้องรักษาและทำความยุติธรรม ในรัฐนั้นให้มีมาตรฐานอันเป็นสากลหนึ่งเดียวอย่างแข็งขันขึ้นมาได้ ข้อสรุปของเพลโต (Plato) ก็คือรัฐที่ไม่มีความยุติธรรม มีความโน้มเอียงที่จะนำไปสู่การมีความรุนแรงภายในประเทศ และมีการแทรกแซงทางการเมืองด้วยความรุนแรงด้วยเช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า เงื่อนไข ไปดูงานเขียนที่เป็นงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า บางท่านที่ศึกษาไว้เป็น งานค้นคว้าอิสระเมื่อปี ๒๕๕๐ เขียนถึงสาเหตุของการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทย ในเงื่อนไขเดียวกัน เราต้องไม่ลืมเช่นเดียวกันครับว่ารัฐบาลบางยุคที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ใช้อำนาจจนเกินเลยขอบเขตที่ตนเองมีโดยไม่รับผิดชอบ เช่น การเข้าไปแทรกแซงองค์กร ต่าง ๆ รวมถึงองค์กรที่เป็นฝ่ายยุติธรรมเหล่านี้เป็นต้น การใช้อำนาจบางครั้งของรัฐบาลที่มา จากคณะรัฐประหารหรือปฏิวัติก็เช่นเดียวกันครับก็ใช้เกินเลยขอบเขตจนกระทั่งมีการต่อต้าน เกิดขึ้น ดังนั้นการป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารนั้นจึงต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความจริงเสียก่อน การกล่าวหากันไปมามีคนหนึ่งที่พูดไว้ชัด ในเวลาที่ทหารยึดอำนาจแล้วกล่าวหานักการเมืองเลว ประทานโทษเอ่ยนามท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านก็บอกว่าท่านก็ยอมรับนักการเมือง ก็มีทั้งดีและเลว ในเวลาเดียวกันทหารก็มีทั้งดีและเลวเช่นเดียวกับทุกอาชีพ นี่คือความจริง แต่หน้าที่ของเราในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการยึดอำนาจหรือเปลี่ยนแปลงโดยวิธีการ ที่ไม่ถูกต้องก็คือการขจัดเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในทางการเมืองที่จะอ้างได้ว่านำไปสู่การปฏิวัติ รัฐประหารด้วยความรุนแรง ผมเรียนท่านประธานว่าในหนังสือที่มีการศึกษากันนั้นได้พูดถึง พัฒนาการใหม่ ๆ หลังการรัฐประหารในยุคหลัง นั่นคือการเกิดขึ้นมาของกระบวนการ ภาคประชาชนที่รัฐธรรมนูญยอมรับในฐานะของการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเพื่อต่อต้าน รัฐบาลที่แม้ว่ามาด้วยการเลือกตั้งโดยชอบธรรมนั้นเมื่อรัฐบาลนั้นไม่เอาธรรมเป็นอำนาจ แต่เอาอำนาจเป็นธรรม การเกิดขึ้นของกระบวนการภาคประชาชนเหล่านี้ในหนังสือฉบับนี้ เขียนถึงทุกฝ่าย เนื่องจากเขาเขียนปี ๒๕๕๐ เขาเขียนถึงทั้งฝั่งพันธมิตรและฝั่ง นปช. ว่าเป็น กระบวนการภาคประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านกับอำนาจรัฐโดยตรง และผมเชื่อว่า กปปส. ในยุคหลังก็ด้วยเช่นเดียวกัน การมองปรากฏการณ์อย่างชัดเจนเหล่านี้และการมองสาเหตุ ที่แท้จริงของการปฏิวัติรัฐประหารโดยไม่ชี้หน้าโทษใครคือการมองกลับมาที่ตนเองและการ ทำหน้าที่ของตนเอง ในเวลาที่เราเรียกร้องให้ต้องปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปศาลก็แล้วแต่เรากำลัง คิดถึงอำนาจหน้าที่การใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเราเองอย่างที่ประชาชนเขามองหรือไม่ครับ ผมจึงเรียนว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่ดีที่ถกเถียงกันแต่ต้องมองความเป็นจริงและกว้างขวางด้วย เราอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการเฉพาะไปศึกษากรรมาธิการสามัญของสภา อย่างกรรมาธิการด้วยเรื่องพัฒนาการทางการเมืองก็สามารถที่จะพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ได้ ฉะนั้นการให้ข้อมูลด้านใดด้านหนึ่งโดยการโจมตีอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มองความเป็นจริงนั้น อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจที่บิดเบี้ยวได้ ดังนั้นเราต้องมองความเป็นจริงของการเมืองไทย อย่างเป็นจริงและมองจากสายตาของประชาชน นั่นล่ะเราจึงจะได้ความจริงว่าสังคมนี้ควร เดินไปในทิศทางอย่างไร แม้คำพูดว่าสังคมใดที่ปกครองระบอบเผด็จการไม่เจริญอย่าลืม ประเทศจีนการมาจากการยึดอำนาจโดยคอมมิวนิสต์และปกครองถึงปัจจุบันเศรษฐกิจ เป็นอย่างไร บางประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยก็ไม่เหมือนกัน ทุกประเทศมีทุกแบบครับ เพราะฉะนั้นมองจากความเป็นจริง มองจากคุณธรรมทั้งผู้ปกครอง และผู้ถูกปกครองด้วยนี่คือความจริงครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพรรณิการ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวพรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะการรัฐประหารเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรของเราพูดกันไปหลายท่านแล้ว ไม่ได้ส่งผลเสียต่อประเทศ ทำลายประเทศในจุดใดจุดหนึ่งดิฉันถือว่าการรัฐประหารเหมือน ไวรัสเอชไอวี (Virus HIV) ทำให้ร่างกายภูมิคุ้มกันอ่อนแอบกพร่องลงทั้งระบบ แล้วอาการ ของโรคก็จะปรากฏแล้วแต่ตรงไหนอ่อนแอมากอ่อนแอน้อย ในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา พูดกันไปมากแล้วผลกระทบของรัฐประหารต่อเศรษฐกิจความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างขึ้น ระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศไทย สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ถูกลิดรอนศักดิ์ศรี ของคนไทยที่ถูกย่ำยีเสรีภาพสื่อที่กลายเป็นกระบอกเสียงเผด็จการมากกว่าเป็นปากเสียง ให้กับคนเล็กคนน้อยในสังคม แต่อาการของโรค ความป่วยไข้ของประเทศไทยอันเกิดจาก ไวรัสรัฐประหารที่ยังไม่มีใครพูดถึงมาก ก็คือจุดยืนที่ตกต่ำย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ของประเทศไทย ในเวทีโลกอันเกิดจากวงจรอุบาทว์ของระบอบรัฐประหาร ดิฉันเติบโตมาในทศวรรษที่ ๑๙๙๐ ช่วงพุทธศักราช ๒๕๓๐ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีศักดิ์มีศรีในเวทีโลก ประเทศไทย เคยพลาดการเป็นเสือตัวที่ ๕ ของเอเชียมาแล้วจากรัฐประหารยุค รสช. หลังดิฉันเกิดไม่กี่ปี จากนั้นมาก็เหมือนกับว่าทุกคนในประเทศไทยมีฉันทามติร่วมกันแล้วว่ารัฐประหารจะเป็น ประวัติศาสตร์จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เราก้าวข้ามผ่านจุดนั้นมาแล้วเหมือนกับหลายประเทศ ในแอฟริกา หลายประเทศในลาตินอเมริกา แล้วเราจะกลายเป็นผู้นำพาอาเซียน (ASEAN) ไปสู่ความเป็น ภูมิภาคที่พัฒนาแล้ว ดิฉันเกิดและเติบโตมาในยุคที่ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเบรเคิล ออฟ โฮป (Brecle of hope) เป็นประทีปแห่งความหวังของภูมิภาค เป็นผู้นำด้านประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน องค์กรระหว่างประเทศต้องมีสาขาใหญ่ประจำเอเชียอยู่ในประเทศไทย สื่อมวลชนหลายสำนักมีสำนักงานใหญ่ของอาเซียน (ASEAN) ของเอเชียอยู่ในประเทศไทย ประเทศเราเป็นผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัย ประเทศเราเป็นผู้ที่ก่อตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN) และเป็นที่เชิดหน้าชูตาในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ว่าเป็นผู้นำของภูมิภาค ดิฉันเติบโตมา ในยุคที่เราเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ดิฉันเติบโตมาในยุค ที่ประเทศเราเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก (APEC) ดิฉันเติบโตมาในยุคที่ประเทศเรา ก้าวหน้าถึงขั้นมีคนไทยไปนั่งเป็น ผอ. องค์การการค้าโลก ไปนั่งเป็นเลขาธิการการประชุม สหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนาหรืออังก์ถัด (UNCTAD) เราก้าวหน้าในเวทีโลก ถึงขั้นที่ว่าเราส่งตัวแทนของประเทศไทยชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ นี่คือประเทศไทย ในยุคที่ดิฉันเติบโตขึ้นมา แล้วอยู่ ๆ ก็เกิดรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ หลังจากนั้นการต่างประเทศ ของไทยที่รุ่งเรือง บทบาทประเทศไทยที่เป็นผู้นำของภูมิภาคก็ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ การต่างประเทศ ของไทยแทนที่จะใช้นโยบายทางการทูต การเจรจาต่อรองระหว่างประเทศเพื่อปกป้อง ผลประโยชน์ของคนไทย ส่งเสริมผลประโยชน์ของคนไทย กลับกลายเป็นเพียงเครื่องมือไล่ล่า ทางการเมือง ไล่ล่านักการเมืองคนเดียว เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติไปเจรจาต่อรอง ในเวทีไหน ทูตไทยทีมไทยแลนด์มีหน้าที่ก็คือเจรจาต่อรองทำอย่างไรก็ได้เอาตัวนักการเมือง คนนั้นมาลงโทษในประเทศไทย ความสูญเปล่าทางนโยบายต่างประเทศเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลายปี พอประเทศกำลังจะเข้าที่เข้าทางพ้นจากความวุ่นวายทางการเมืองก็เกิดรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ทีนี้หนักเลยค่ะ ทำไมถึงหนัก ทุกครั้งที่มีรัฐประหารเกิดขึ้นท่านอย่าลืมว่าโลก ก้าวไปข้างหน้าแล้วทุกครั้งที่วันเวลาผ่านไปรัฐประหารเป็นสิ่งน่ารังเกียจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในประชาคมโลก เมื่อประเทศไทยยังทำสิ่งน่ารังเกียจนี้ซ้ำซาก ก็พูดแก้ตัวได้ยากขึ้นในเวทีโลก แล้วรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ มันยากลำบากยิ่งกว่าตอน ปี ๒๕๔๙ นั่นก็คือมีภารกิจอยู่ยาว เมื่อจะมีภารกิจอยู่ยาวท่านก็มีภารกิจตามมาว่าจะแก้ตัวอย่างไรในเวทีโลก ๕ ปีของ คสช. ๒ ปีแรกทูตไทยเสียเวลาไปกับการแก้ต่างแก้ตัวว่าทำไมต้องมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ในประเทศไทย อีก ๓ ปีให้หลังทำอะไรทราบไหมคะ แก้ตัวว่าทำไมเลื่อนเลือกตั้ง ถามว่า แล้วทำไมต้องทำอยู่แค่นั้น เพราะว่าไปที่ไหน ท่านก็พูดจาได้ไม่เต็มปาก เพราะว่าเป็นประเทศ ที่มีรัฐบาลทหารไม่เป็นที่ยอมรับในเวทีโลกที่เป็นอารยประเทศ เท่านั้นไม่พอนายกรัฐมนตรี ไปพูดกับผู้นำโลก อย่างเช่นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น อย่างเช่นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แล้วพูดในเวทีสหประชาชาติว่าจะเลือกตั้งวันนั้นวันนี้ สุดท้ายเลื่อนไป ๕ ครั้งกว่าจะได้ เลือกตั้ง การระหว่างประเทศของไทยก็ไม่ต้องทำอะไรหรอกค่ะ นอกจากคอยแก้ต่างว่า ตกลงจะเลือกตั้งเมื่อไรกันแน่ ตกลงเมื่อไรจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตย พูดง่าย ๆ เกือบ ๒๐ ปี ที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ถึงรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ แล้วมาจนถึงปัจจุบันการทูต การระหว่างประเทศของไทยสูญเปล่าครึ่งหนึ่งไปกับการไล่ล่า ตกเป็นเครื่องมือไล่ล่าแก้แค้น ทางการเมือง อีกครึ่งหนึ่งตกอยู่กับวังวนของการแก้ต่างแก้ตัวว่าตกลงรัฐประหารทำไม เมื่อไรจะเลือกตั้ง แล้วเมื่อท่านวางแผนจะอยู่ยาวท่านก็ต้องเล่นเกมเสี่ยงนั่นก็คืออิงแอบ กับมหาอำนาจที่ไม่ใช่ฝั่งเสรีนิยม แต่เป็นฝั่งเผด็จการอำนาจนิยมทำลายดุลความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศที่นักการทูต นักการระหว่างประเทศของไทยรู้ดีว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการ ดำเนินนโยบายต่างประเทศให้ได้ผลสำเร็จ ถ้าท่านนึกภาพไม่ออกว่าเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา จุดยืนไทยในเวทีโลกตกต่ำลงขนาดไหน ท่านคิดง่าย ๆ แบบนี้ค่ะ ก่อนรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ประเทศไทยส่งแคนดิเดต (Candidate) ชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ หลังรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งใน ๓๘ ประเทศที่ถูกเลขาธิการสหประชาชาติขึ้นบัญชี ประณามว่าเป็นประเทศเชน ฟูลสเทต (Chain full state) ประเทศที่น่าละอายเนื่องจาก ละเมิดคุกคามนักสิทธิมนุษยชนและผู้ทำงานร่วมกับสหประชาชาติ จากก่อรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ถึงหลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ เราตกต่ำกันมาขนาดนี้เพราะอะไร ก็เพราะเมื่อไม่มี รัฐบาลที่มาจากการชอบธรรม เมื่อรัฐประหารกันอยู่เรื่อย ๆ เกียรติภูมิประเทศตกต่ำลงไป เรื่อย ๆ ท่านก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบหงอ หงอก็คือกลัว เพื่อนไม่คบ ทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองได้รับการคบหาสมาคม ยอมเจรจาแบบเสียเปรียบ เสียศักดิ์ศรีไม่พอท่านเสียอะไรอีกคะ ท่านเสียสิ่งที่เรียกว่า ดิปโพลเมติก เลฟเวอร์เรจ (Diplomatic leverage) ศักยภาพในการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศมันสำคัญอย่างไร ท่านมีความสัมพันธ์กับต่างประเทศทำไมก็เพื่อปกป้องคนไทย พอท่านหงอไม่มีศักยภาพ ในการเจรจาต่อรองเพราะเป็นรัฐบาลมีปมด้อย เป็นรัฐบาลเผด็จการ ท่านจะไปขอโควตาข้าว ท่านก็ได้น้อยกว่าประเทศที่เป็นคู่แข่ง ท่านจะไปขอให้ประเทศต้นน้ำแม่น้ำโขงเปิดเขื่อน ก็ไม่กล้าเกรงใจเขาเพราะพึ่งใบบุญเขาอยู่ ท่านจะขอเอาคนไทยกลับจากอู่ฮั่นก็เกรงใจอีก กลัวจะกระทบความสัมพันธ์ สุดท้ายหงอไปหมด ประนีประนอมผลประโยชน์ของคนไทยกับ การได้รับการยอมรับของรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม นี่ก็คือเกือบ ๒๐ ปี เกือบ ๒ ทศวรรษ ของความสูญเปล่าในการระหว่างประเทศของประเทศไทย แต่ถามว่าเราจะกลับมาเป็น ที่เชิดหน้าชูตาได้ไหม ทำได้ค่ะ ทำอย่างไร ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดีอยู่แล้ว เราเคยเป็นผู้นำ ในภูมิภาคก็ต้องกลับมาเป็นผู้นำได้อีก ภูมิรัฐศาสตร์ของเราได้เปรียบหลายประเทศ มีพื้นฐาน ทางด้านเศรษฐกิจทรัพยากรที่ดี สิ่งที่ต้องมีคืออะไร การต่างประเทศในอุดมคติสิ่งที่ควรจะเป็น สำหรับรัฐบาลไทยก็คือนโยบายภายในกับภายนอกที่สอดคล้องกัน นโยบายภายในที่มีนิติรัฐ มีประชาธิปไตย นโยบายภายนอกที่เคารพหลักการสากลอย่างหลักสิทธิมนุษยชนทำตนเป็น ที่พึ่งพาได้ของประเทศเพื่อนบ้าน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทำแบบนี้จะทำให้จุดยืนของประเทศไทย กลับมาอยู่ในฐานะที่น่าพอใจในเวทีโลกได้ จะทำแบบนี้สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก็คือยุติระบอบรัฐประหาร ซ้ำซาก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านเห็นถกเถียงกันเยอะว่าถ้านักการเมือง ไม่คอร์รัปชันก็ไม่มีหรอกรัฐประหาร ดิฉันคิดว่าประเทศนี้ยอมรับมานานแล้วว่าคอร์รัปชัน ทำลายผลประโยชน์ชาติ มีกลไกต่อต้านคอร์รัปชัน กลไกป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชัน เกิดขึ้นมากมายอยู่แล้วในประเทศนี้ แต่สิ่งที่ไม่มีก็คือกลไกต่อต้านรัฐประหาร จึงถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศนี้ควรจะมีกลไกต่อต้านการรัฐประหาร ควรจะมีสภาผู้แทนราษฎรที่ริเริ่มทำหน้าที่นี้ สุดท้ายดิฉันฝากไปถึงทหารค่ะ ขออีก ๓๐ วินาที ดิฉันก็เชื่อว่าทหารที่ดีมีทหารที่เป็นอาชีพมี ท่านพูดว่ารักชาติดิฉันก็เชื่อ แต่มาร่วมกันช่วยทำสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าท่านรักชาติเหมือนกับดิฉัน ไม่ใช่ไปชี้หน้าคนอื่นว่าชังชาติเพื่อให้ท่านดูว่าตัวเองเป็นคนรักชาติ แต่ทำหน้าที่ทหารมืออาชีพ แล้วปล่อยให้นักการทูตทำหน้าที่มืออาชีพปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย เกียรติภูมิศักดิ์ศรี ของคนไทยจะกลับมาในเวทีโลกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในเรื่องผลร้ายหรือผลกระทบ ที่เกิดจากการรัฐประหารมาจำนวนหลายท่านพอสมควร แต่ผมมีเหตุผลที่ต้องการอภิปราย เนื่องจากว่าต้องการสนับสนุนว่าทำไมจึงจำเป็นจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา และป้องกันการรัฐประหารในอนาคต ก่อนอื่นก็ต้องขอออกตัวเสียก่อนว่าพวกเราหรือพวกผม ทั้งหมดไม่มีความอคติต่อกองทัพและทหารที่เป็นกำลังพลในกองทัพ เพราะชาติบ้านเมืองนี้ มีความจำเป็นจะต้องมีกองทัพไว้ปกป้องอริราชศัตรู รักษาอธิปไตยของชาติ แต่ก็อยากจะฝากไปถึงนายทหารยุคใหม่ว่าโลกแห่งสงครามปัจจุบันมันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ผมสมมุติตัวอย่างว่าอาจจะเอามาจากการดูภาพยนตร์ก็ได้ สมมุติว่าที่มันเกิดเหตุในปัจจุบันนี่ มันเป็นสงครามเชื้อโรค แล้วเราซื้ออาวุธ รถถัง ปืนใหญ่ เรือดำน้ำมาไว้มันป้องกันได้ไหม เขตพรหมแดนมันไม่สามารถป้องกันขีปนาวุธที่ยิงระดับข้ามทวีปได้แล้ว นี่คือสิ่งที่ทหาร จะต้องไปคำนึงในสิ่งที่ต้องทำหน้าที่ในการที่จะป้องกันชาติบ้านเมืองในอนาคตอย่างไร ความจำเป็นมีมากน้อยแค่ไหน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้คิดกัน แต่ว่าการที่จำเป็นจะต้องศึกษา ในเรื่องของการป้องกันการรัฐประหารเหมือนกับคนเป็นโรคนะครับท่านประธาน ประเทศไทย ป่วยด้วยโรครัฐประหารมาหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่เสียใจหรือว่าอาจจะเสียดายบางเรื่อง ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าไม่ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการ ก็เหมือนกับปฏิเสธการศึกษาค้นคว้า ต้นเหตุแห่งโรคว่าเราจะป้องกันได้อย่างไรในอนาคต ผมจินตนาการไปถึงปี ๒๖๐๐ ว่าคน รุ่นนั้นสภาแห่งนี้ การเมืองไทยในขณะนั้นไม่ควรจะเจอสภาพที่เราเจอกันอยู่ในปัจจุบัน คนยุคนั้นควรจะอยู่ในท่ามกลางสิทธิเสรีภาพ การแสดงออกความคิดเห็น แต่กว่าจะค้นหาว่า ในปี ๒๖๐๐ เราไม่อยากจะทำให้ศตวรรษที่กำลังอยู่อยู่นี้มันสูญหายไปเฉย ๆ ในฐานะที่ เข้ามาเป็นนักการเมืองในรัฐสภา แต่การเมืองไทยและการรัฐประหารเราจะดูถ้าเป็นทฤษฎี ทางการเมืองการปกครองนี้จะบอกว่าทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง เราเห็นแต่ข้างบน แต่เราไม่ยอม ค้นลึกไปข้างล่างว่ามันใหญ่โตขนาดไหน นั่นคือปัญหาของเราที่จะเอามาแก้ปัญหาของชาติ บ้านเมืองในอนาคตปี ๒๖๐๐ ผมไม่ได้คาดหวังเพื่อปัจจุบัน เพราะไม่สามารถที่จะทำได้ ภูเขาน้ำแข็งมันมีอยู่อย่างไร แต่อีกอย่างหนึ่งที่ต้องค้นหาก็คือเมื่อเราต้องการศึกษาและ แก้ปัญหาอันนี้มันต้องหาต้นเหตุและที่มาของเหตุด้วย การรัฐประหารทุกครั้งที่ผ่านมา มันไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ ปรากฏการณ์ทุกปรากฏการณ์ในโลกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าก็มีที่มา แต่สิ่งหนึ่งที่มันเป็นปัญหาสำหรับบ้านเมืองเราที่ศึกษากันค้นพบ ก็คือการสร้างความชอบธรรมกับการรัฐประหาร การให้ความชอบธรรมกับการรัฐประหาร และสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารนี่คือเขาน้ำแข็งที่อยู่ข้างล่าง แน่นอนครับการเมือง คือการพยายามที่จะรักษาอำนาจและการช่วงชิงอำนาจ แต่ที่ผ่านมามันเกิดเหตุทุกครั้ง ที่อำนาจมาจากประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ พี่น้องเพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ ลองสังเกตดูว่าเมื่อไรก็ตามที่อำนาจทางการเมืองที่มาจากประชาชนเริ่มแสดงศักยภาพ ออกมาก็จะมีกลุ่มคนสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร สร้างความชอบธรรมให้เกิดการ รัฐประหารแล้วก็สร้างวัฒนธรรมให้ผู้นำในการรัฐประหารเป็นพระเอก ซึ่งมันควรจะเขียน ในปี ๒๖๐๐ ว่าคือผู้ร้าย เพราะผมไม่ได้หวังในช่วง ๑๐ ปี ๒๐ ปีนี้ เด็กรุ่นหลังคงต้องมา เขียนกันเองประวัติศาสตร์ยุคนั้น แต่เราต้องเริ่มต้นให้ได้ว่าเราจะเริ่มต้นในการศึกษาและค้นพบปัญหามันให้ได้ และเอามาเป็น บทเรียนเข้าสู่โรงเรียน เข้าสู่สถาบันการศึกษา สร้างจิตสำนึกที่มีความรู้สึกว่าฉันคือคนนะ ฉันคือมนุษย์ที่เกิดมาเหมือนกับคนอื่นและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน นี่คือสิ่งที่ จะต้องดำเนินการให้ได้ การศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างมาตรฐาน สร้างวัฒนธรรม สร้างบรรทัดฐาน ให้กับสังคมว่าที่แล้วมาของการรัฐประหารมันคือความเลวร้ายของแผ่นดิน มันคือผู้ร้าย ไม่ใช่พระเอก ถ้าหากเราย้อนกลับไปปี ๒๕๐๐ ก่อนที่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะยึดอำนาจ มันมีการกระทำอย่างหนึ่งที่เราเห็นว่าเป็นการช่วงชิงอำนาจและพยายามทำลายกันคือ การบอยคอตต์ (Boycott) การเลือกตั้ง โจมตีฝ่ายที่มีอำนาจว่าโกงกิน คอร์รัปชัน จำเป็น ต้องรัฐประหาร นี่คือวาทกรรมที่สร้างว่าจำเป็นต้องรัฐประหาร วาทกรรมที่สร้างให้เห็นเป็น รูปธรรมอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๔๙ ก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ความจำเป็นในการรัฐประหาร ทั้ง ๆ ที่มีกระบวนการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร เพราะในเวลานั้นอำนาจที่มาจาก ประชาชนเริ่มแสดงออกถึงความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แล้วย้อนกลับมาใกล้ ๆ ปี ๒๕๕๗ ก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ศึกษาให้พบครับว่ามีการสร้างเงื่อนไขไหมให้เกิดการรัฐประหาร แล้วเอาผู้นำในการรัฐประหารมาเป็นพระเอก เป็นฮีโร (Hero) นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินจริง ถ้าเราไม่ศึกษาให้พบแล้วบอกกล่าวให้เป็นบทเรียนของเยาวชนในอนาคตแล้วเราจะแก้ปัญหา การรัฐประหารได้อย่างไร ขอแค่ศึกษาก็ยังไม่ให้ แค่นี้หรือครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ และที่สำคัญที่สุด ความชอบธรรมของการรัฐประหาร ณ เวลานี้เราก็เห็นกันอยู่ ทุกคนรู้ว่า นี่คือการสืบทอดอำนาจ ผมก็ได้แต่คาดหวังว่าในปี ๒๖๐๐ จะมีนักการเมืองและพรรคการเมือง มีความละอายพอที่จะไม่รับตำแหน่งที่มาจากการสืบทอดอำนาจครับ ผมขออนุญาตพูดกับ ท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี แล้วก็ตามด้วยท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร และท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ท่านนิยม เวชกามา แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเลยครับ เชิญท่านสงวน🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาส ท่านประธานครับ นั่งฟังมาตั้งแต่เช้าอย่างพินิจพิเคราะห์หลายมุม หลายมิติที่ท่านสมาชิกได้แสดงทัศนะ ในเรื่องรัฐธรรมนูญ ในเรื่องอำนาจในเวทีนี้ ผมเองจะมองในมิติอื่นท่านประธานครับ มิติที่ผมว่า คือมิติทางปรัชญาการเมืองแบบบ้าน ๆ ความหมายคืออะไรครับท่าน ความขัดแย้งก่อนการตาย ของคนเรา ก่อนที่พวกเราจะตายกันแล้วขัดแย้งกันเรื่องว่าเราเห็นด้วยกับการรักษาสิทธิ ของพลเมืองอย่างไร คน ๒ กลุ่มก็ขัดแย้งกัน ใน ๒ กลุ่มมีตั้งแต่คนจนสุดถึงคนรวยสุด เหมือนกันทั้ง ๒ ฝ่าย เกิดแย่งชิงอำนาจกัน ความขัดแย้งที่ ๒ ก็คือความขัดแย้งหลังการตาย ก็รุนแรงเหมือนกัน เกิดสงครามเหมือนกัน นั่นคือสงครามศาสนา ท่านครับ ทั้ง ๒ เรื่องนี้ มันคือคำตอบว่าทำไมสภาแห่งนี้ควรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องเหล่านี้ แต่ฟังแล้วนี่ ทางฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนจะไม่เห็นด้วย ผมก็คิดว่าการวิเคราะห์ให้เห็นภาพว่าการยึดอำนาจ ไม่ดีอย่างไรก็เป็นอีกมิติหนึ่ง แต่ผมจะมองว่าเนื้อหาของมันจริง ๆ คืออะไร ท่านครับ ถ้าเราจะพูดมันต้องแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนใหญ่ ส่วนที่ ๑ เรื่องการยึดอำนาจ มันทำลายอะไร และมันสร้างอะไร ส่วนที่ ๒ กระบวนการยุติธรรมที่จะมาแก้ปัญหาควรจะ ดำรงอยู่อย่างไร ทั้ง ๒ อันนี้ต้องพูดให้เห็นภาพ ท่านประธานครับ ท่านครับ มีแต่ชนชั้นกลาง ที่มั่นคงเท่านั้นที่จะเป็นผู้นำการต่อต้านการยึดอำนาจ ชนชั้นกลาง กลุ่มทุนและการกระจาย อำนาจมันคืออาวุธสำคัญในการต่อต้านการยึดอำนาจ เราเป็นนักการเมืองที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ต้องดูว่ามีกฎหมายฉบับใดที่พยายามจะทำลายชนชั้นกลาง เราต้องคิดแก้ไข กฎหมายภาษี ท่านเห็นไหม ออกมาปุ๊บทำลายเกษตรกรภาคอุตสาหรรม ๑. คือที่ปลูกยาสูบตายเลย บุหรี่ไทยแพงเท่าเดิมขึ้นไป ๖๐ บาท บุหรี่ที่แพงที่สุดลดลงมา ๖๐ บาท องค์กรผลิตยาสูบ ได้กำไรปีหนึ่ง ๘,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๘๐๐ ล้านบาท ทำลายหมดเลยพลังเหล่านี้ วันนี้ยึดอำนาจคราวนี้สมบูรณ์แบบจริง ๆ วันนี้เราไม่มีนักการเมืองท้องถิ่นอีกแล้ว ในวันนี้ เรามีอะไรในชนบท เรามีนายก มีสมาชิกท้องถิ่น เขาไม่ใช่นักการเมืองท้องถิ่นอีกแล้ว เขาเป็นข้าราชการการเมืองของ คสช. เขาอยู่ตามคำสั่งนั้น ไม่เลือกตั้งเขาก็มีเงินเดือนกิน เขาทำงาน ไม่ได้ทำงานน้อยหน่อยก็ไม่เป็นอะไร การลุกขึ้นสู้ของคนกลุ่มนี้จึงไม่มีในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมพูดเรื่องนี้เขาทำลายอะไรไปบ้าง ทำลายกระบวนการพัฒนาการผลิต ของประชาชน ทำลายกระบวนการจัดสรรทรัพยากร ทำลายกระบวนการตรวจสอบเพื่ออะไร เพื่อจะอยู่ยาว เพื่อจะประคับประคองตัวเอง อยู่เพื่ออะไรครับ เขาเรียกว่ากดขี่ทางการเมือง เพื่อสะสมทุนทางเศรษฐกิจ วันนี้ไม่มีชนชั้นสูงและชนชั้นต่ำที่จะต่อสู้กัน มันไม่ใช่ ทั้ง ๒ กลุ่ม ความคิดมีองค์ประกอบเหมือนกันมันเป็นเรื่องของความเชื่อ ความเชื่อกำหนดวิธีคิด วิธีคิด กำหนดวิธีทำงาน เราวางตรงนี้ไว้เท่านี้ก่อน เหลือเวลา ๕ นาที กลับไปดูเรื่องกระบวนการ ยุติธรรม ท่านครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้เขียนใหม่ในบททั่วไปบทแรกนะครับ บทที่ ๑ มาตรา ๓ เหมือนกันว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ตั้งแต่ปี ๒๔๙๐-๒๕๔๐ มาจาก ประชาชน ปี ๒๔๗๕ อำนาจอธิปไตยก็เป็นของพลเมืองเป็นของราษฎรเหมือนกันกับปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาที่เป็นแนวปฏิบัติว่าใครยึดอำนาจมา คนนั้นก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ หมายความว่าคำพิพากษานั้นอยู่หลังปี ๒๔๙๐ แน่นอน เพราะอะไร เพราะว่าอำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน เหมือนโตโยต้า (Toyota) มาจากประเทศญี่ปุ่น ใครซื้อมาก็เป็นสมบัติของคนนั้น ใครแย่งชิงมา ใครปล้นมา ใครไปขับก็เป็นสมบัติของคนนั้น เพราะมาจากเฉย ๆ แต่ถ้าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ประชาชนรู้สำนึกอย่างนี้ ใครจะยึดอำนาจมามันก็ยังเป็นของประชาชน กฎหมายต้องลงโทษได้ สิ่งนี้จะแก้อย่างไร ผมเห็นการวางแนวทางของศาลฎีกาไว้ว่าเราไม่สามารถจะฟ้อง ป.ป.ช. ได้ ในที่สุดศาลฎีกา มีการประชุมใหญ่ก็ตกลงว่าในกระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. ถ้าไม่ชอบฟ้องได้รับฟ้องได้ วันนี้ถ้าศาลฎีกานำเรื่องนี้มาประชุมใหญ่แล้วมีมติอย่างไร มันจะเป็นทิศทางของการป้องกัน การรัฐประหารครับ ท่านครับ สังคมไทยต้องเรียนรู้ร่วมกันเรื่องหนึ่ง เราพูดเรื่องสิทธิและ เสรีภาพอย่างสนุกสนาน จริง ๆ ไม่ใช่ท่าน ถ้าเราพูดเรื่องสิทธิ เราต้องพูดเรื่องหน้าที่ ไมโครโฟนนี้เป็นสิทธิของผม ใครอย่ามาแย่ง ทุกคนมีหน้าที่ที่จะไม่แย่งของผมมันถึงจะมีสิทธิ ที่แท้จริง สิทธิต้องคู่กับหน้าที่ เรามีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น การยึดอำนาจเป็นการละเมิด สิทธิอย่างร้ายแรง แล้วเสรีภาพคู่กับอะไรครับ คู่กับกฎหมายและวินัย เราต้องใช้เสรีภาพอย่างมีวินัย วันนี้เราใช้ เสรีภาพเกินเหตุก็เป็นประชาธิปไตยเฟ้อ ถ้าประชาชนรับรู้เรื่องเหล่านี้ใครจะปฏิวัติ คุณปฏิวัติปุ๊บชนชั้นกลางลุกขึ้นสู้ทันทีเลย ผมศึกษาจากฮ่องกง คนไทยที่เป็นนักวิเคราะห์ ทางการเมืองสอบตกหมดเลย วันนี้เป็นอย่างไรครับ เขาไปไหนไม่ได้ท่านประธาน เขาต้องสู้ เพราะอะไร ชนชั้นกลางเขาลุกขึ้นสู้มา กลุ่มทุนเขาก็สู้กัน มีผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ผมนับถือ บอกว่าสงครามโลกแบบเดิมจะเกิดยากเพราะนายทุนมันลงไปหมด นายทุนไปลงกับฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ไปหมดเลย ทุนก็จะเป็นการถ่วงดุลในการใช้กำลัง ผมคิดว่าในสภาแห่งนี้มีความจำเป็น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราชื่นชม มันไปพลาดตรงไหนท่านประธาน พลาดตรงมาตราสุดท้าย ไม่ใช่คนเขียนรัฐธรรมนูญเขียนผิด เพราะองค์กรที่เสพอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่ยอมแก้ไข ไม่ยอมทำตามรัฐธรรมนูญในมาตราสุดท้าย บอกว่าถ้าเมื่อไรใช้รัฐธรรมนูญไป ๕ ปี เราเชื่อว่าเขตอำนาจขององค์กรต่าง ๆ จะล้ำกันไปล้ำกันมาให้ทุกองค์กรมาเสนอแก้ ไม่มีใครกล้าแก้เพราะกอดอำนาจตัวเองไว้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แล้วเราจะแก้ตรงนี้ อย่างไรครับ วันนี้ผมไม่เชื่อว่าท่านจะให้ตั้งเพราะท่านกลัวการตรวจสอบ วันนี้ทุกคนต้อง พยายามแก้กฎหมายที่ละเมิดสิทธิของชนชั้นกลาง ทำลายชนชั้นกลาง เราต้องสามารถ นำการเคลื่อนไหวขนย้ายข้อมูลแบบใหม่เข้ามาต่อสู้กับอำนาจที่เป็นอยู่ ผมไม่เชื่อว่าจะ ไม่ชนะ ผมพูดแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร แล้วก็ตามด้วยท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ แล้วก็ท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จักรพันธ์ พรนิมิตร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ในญัตตินี้คือเรื่องการขอให้สภาได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคต ผมได้ฟังตั้งแต่ช่วงเช้า แม้จะไม่ได้รับฟังทุกท่านที่อภิปรายแต่ว่าก็เป็นส่วนมากเนื่องจากมีภารกิจในห้องกรรมาธิการ สามัญด้วยนะครับ เท่าที่ผมฟังตั้งแต่เช้าก็มีความเป็นห่วงอยู่บางประการ อันที่ ๑ ก็คือว่า จริง ๆ แล้ว ณ ขณะนี้เรายังอยู่ในขั้นตอนของการอภิปรายกันว่าจะเห็นควรให้ตั้งหรือไม่ให้ ตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าว อย่างไรก็ตามเท่าที่ฟังตั้งแต่ช่วงเช้าก็ได้รับทราบข้อมูลจาก เพื่อน ๆ สมาชิกที่อาจจะไม่ครบถ้วน หรือผมคิดว่าถ้าหากถึงขั้นตั้งกรรมาธิการแล้วมีข้อมูล แต่เพียงด้านเดียวหรือว่าข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนดังกล่าวการตั้งกรรมาธิการดังกล่าวก็อาจจะ ไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อสภาแห่งนี้ ความจริงเมื่อตอนเช้าต้องขออนุญาตนะครับ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านได้อภิปราย และท่านพูดอยู่ประโยคหนึ่งช่วงท้ายผมก็อยากให้เป็นเช่นนั้น ท่านบอกว่าการตั้งกรรมาธิการ ดังกล่าวขอให้มีความเป็นกลางในการศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงได้อย่างรอบด้านครบถ้วน ถ้าหากว่าผมสื่อสารผิดจากที่ท่านพูดไปต้องกราบขออภัยด้วยครับ แต่เท่าที่ผมฟังจับความได้ ในช่วงท้ายท่านก็พูดเช่นนั้น ผมก็คิดว่าแนวทางนั้นเป็นแนวทางที่ถูกครับท่านประธาน เนื่องจากการรัฐประหารเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อสังคม ไม่ใช่เฉพาะสังคมการเมืองของเรา ไม่ใช่เฉพาะคน ๕๐๐ คนที่นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ แต่ว่ากระทบกับประเทศทั้งประเทศ สังคมแล้วก็มีการกระทบไปถึงรุ่นอื่น ๆ ด้วยที่จะตามเรามานะครับ เมื่อมันมีความสำคัญ อย่างนี้ผมคิดว่าการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง ทั้งในระดับที่ประชุม ณ ขณะนี้ หรือถ้าหาก ว่าสภามีมติที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวก็ยิ่งต้องมีการศึกษาข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน จริง ๆ ผมยกตัวอย่าง ๒-๓ ประเด็นครับท่านประธาน แม้แต่การรัฐประหารที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปตั้งแต่เช้า ในขณะนี้แม้แต่วงการวิชาการ ของบ้านเราก็ยังระบุไม่ตรงกันเลยว่ามีจำนวนกี่ครั้งกันแน่ หลายท่านพูดว่าการรัฐประหาร ในประเทศของเรานั้นมีจำนวน ๑๓ ครั้ง แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่ามีงานวิชาการ ที่ระบุว่ามีมากกว่า ๑๓ ครั้ง ครั้งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ในวันที่เรา เรียกว่าวันเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร นักวิชาการ งานวิชาการ ไม่ใช่เฉพาะ ในประเทศไทยแต่ว่าต่างประเทศด้วย ก็ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันนั้นถือเป็น รูปแบบหนึ่งของการรัฐประหาร นี่ก็เป็นข้อมูลที่สำคัญ ถ้าหากว่าเราจะตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาข้อมูลที่ป้องกันการรัฐประหารในอนาคต ข้อมูลพวกนี้ก็ต้องอยู่ในการศึกษา ของคณะกรรมาธิการด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมไปสืบค้นที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารหรือว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ อันหนึ่งที่เป็นหลักฐานที่อาจจะ เรียกว่ามีน้ำหนักพอสมควรในการที่จะพิจารณาว่าแม้ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันนั้น ก็ถือเป็นการรัฐประหารก็คือเมื่อปี ๒๔๗๗ ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงสละราชสมบัติ ในวันนั้นพระองค์ทรงมีพระราชหัตถเลขาที่พูดถึงเหตุผล ในการที่ทรงสละราชสมบัติ ผมขออนุญาตอ่านครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านประธานเชื่อไหมว่า พระราชหัตถเลขาส่วนนั้นก็ตั้งอยู่หน้าห้องประชุมอันทรงเกียรติของเราแห่งนี้นี่เอง พระราชหัตถเลขาในความตอนนั้นมีข้อความว่า ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลาย ของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียง อันแท้จริงของประชาราษฎร อันนี้ก็เป็นหลักฐานที่สำคัญอันหนึ่งที่ผมกล่าวไว้เมื่อสักครู่ว่า ทำให้มีงานวิชาการหลายชิ้นที่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ของการรัฐประหาร ซึ่งคงไม่ใช่ที่ที่จะมาอภิปรายโต้เถียงกันว่าถูกผิดอย่างไรในที่ประชุมแห่งนี้ เพียงแต่ผมคิดว่าก็เป็นข้อมูลสำคัญถ้าหากเราจะศึกษาเรื่องแบบนี้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ประเด็น พวกนี้ก็ต้องอยู่ในการศึกษาเหล่านั้นด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะชี้ครับท่านประธาน ความจริงเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็พูดไปตั้งแต่เช้า มีคำพูดคำหนึ่งในแวดวงรัฐศาสตร์ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นวงจร ในการเมืองบ้านเรา และจริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะบ้านเรานะครับ เกิดขึ้นในหลายประเทศ ที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาทางการเมือง ที่ผ่านมาในอดีตก็คือที่เขาเรียกกันว่าวงจรอุบาทว์ คือมีรัฐบาลประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง จากนั้นมีการทุจริตคอร์รัปชันหรือความชอบธรรม ในการบริหารแผ่นดินก็จะมีการยึดอำนาจ หลังจากนั้นก็มีการตั้งรัฐบาล มีการเลือกตั้งอย่างนี้ วนเวียนกันไป ที่เขาเรียกสรุปง่าย ๆ ที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้พูดไปเมื่อเช้าก็คือวงจรอุบาทว์ วงจรอุบาทว์นี่ละครับที่สำคัญ เพราะว่าเท่าที่ผมฟังจากเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ผมก็คิดว่าเราอาจที่จะเลือกพิจารณาเฉพาะด้านเกินไปเพราะคำว่า วงจร ก็บอกอยู่ แล้วว่ามันมีองค์ประกอบมากกว่า ๑ แน่นอน แต่เท่าที่ผมฟังส่วนใหญ่เพื่อน ๆ ก็จะอภิปราย ในแง่ของบทบาทของกองทัพในการยึดอำนาจรัฐประหาร แต่จริง ๆ แล้วสิ่งสำคัญที่เป็น องค์ประกอบสำคัญของวงจรอุบาทว์ดังกล่าวนอกเหนือจากกองทัพก็คือพวกเราที่เป็น นักการเมืองกันเอง ในหลายครั้งที่เกิดการยึดอำนาจสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือว่ามีปัญหา ความชอบธรรม ทั้งในระดับรัฐบาลที่มีความไม่ชอบธรรมในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็น การไร้ธรรมาภิบาลหรือการขาดประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ หรือแม้แต่ในสภา ของเราเองที่เป็นสภานิติบัญญัติ เรื่องของความไม่ชอบธรรมในการออกกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งผมไม่จำเป็นต้องยกขึ้นมาพูดแล้วนะครับ เพราะว่าทุกท่านก็ทราบกันดีอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งที่เรียกว่าวงจรอุบาทว์ หากว่าจะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องการรัฐประหาร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ต้องถูกศึกษาไป พร้อม ๆ กันด้วย เพราะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้นนะครับ นอกเหนือจากนั้นนะครับท่านประธาน ในช่วงสมัยหลังมานี้มีนักวิชาการบางท่านด้วยซ้ำ ที่พูดถึงเรื่องนอกจากวงจรอุบาทว์ ก็พูดถึงเรื่องของสภาพของรัฐที่ล้มเหลว ท่านประธาน คงเคยได้ยิน หรือรัฐที่ผุกร่อนนะครับ รัฐที่ล้มเหลวจากภาษาอังกฤษก็คือเฟล สเทต (Failed state) รัฐที่ผุกร่อนก็คือสเทต ดีเคย์ (State decay) ก็คือรัฐที่ขาดความชอบธรรม ขาดประสิทธิภาพ ขาดอำนาจอธิปไตยในการที่จะดำเนินการ บริหารประเทศให้เป็นไปตามปกติ สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสิ่งที่อยู่ใน วงจรอุบาทว์ขึ้น และในที่สุดนำไปสู่การรัฐประหารยึดอำนาจ อย่างนี้ก็สามารถที่จะนำมา ศึกษาได้ อันนี้เป็นงานวิชาการที่เกิดขึ้นไม่ถึง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าการศึกษาทางด้านนี้ มีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ครับท่านประธาน ในส่วนของที่ท่านสมาชิกได้พูด เรื่องบทบาทของกองทัพ ผมเองก็คิดว่าบางส่วนบางยุคสมัยก็จริงอย่างที่ท่านว่า แต่เราต้อง ไม่ลืมว่าในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เรามีรัฐธรรมนูญมา ๘๐ ปี เราต้องไม่ลืมว่ามีช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงระยะยาวพอสมควรที่ไม่ได้มีแค่บริบทภายในประเทศของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิด การรัฐประหาร แต่มีบริบทของการเมืองระหว่างประเทศด้วย ยุคตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ก็จะมีความชัดเจนเรื่องความแตกต่างทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง โลกที่ถูกแบ่งออกเป็น ฝ่ายเสรีประชาธิปไตยนำโดยมหาอำนาจประเทศหนึ่ง และโลกที่เรียกกันว่าค่ายคอมมิวนิสต์ สังคมนิยมอีกขั้วหนึ่งนำโดยมหาอำนาจอีกประเทศหนึ่ง เรียกได้ว่าจะทั้งโลกถูกแบ่งออกเป็น ๒ ค่าย ไม่อยู่ค่ายใดก็ค่ายหนึ่ง หาประเทศที่เป็นกลางยากและน้อย ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับ การรัฐประหารส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งในประเทศของเรานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งไม่ใช่ เฉพาะประเทศเราเท่านั้น แต่ถ้าเราไปดูประเทศเพื่อนบ้านเราในอาเซียน (ASEAN) ประเทศ ในเอเชีย ประเทศในแอฟริกา เขาก็จะตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากพวกเรา หลายครั้ง หลายกรณี ถ้าเราไปดูรัฐประหารเกิดขึ้นจากการสนับสนุนของประเทศที่เรียกตัวเองว่าเป็นมหาอำนาจ ทางด้านเสรีประชาธิปไตยด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่ปฏิเสธยาก แล้วก็ควรที่จะต้อง นำมาศึกษาด้วย ถ้าหากเราจะเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ประเด็น ของผมก็คือเราคงไม่สามารถที่จะไปชี้นิ้วว่าใครคนใดคนหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งต่อเรื่อง ของการรัฐประหารได้ แต่เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ของทุกองค์กร ทุกสถาบัน ในสถาบันการเมืองของพวกเรา แล้วก็ถ้าหากว่าที่ประชุมแห่งนี้จะได้พิจารณาข้อมูลที่ผม อภิปรายประกอบเพื่อตัดสินใจว่าควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้หรือไม่ หรือถ้าตั้งแล้วก็ ขอฝากประเด็นต่าง ๆ ที่ผมได้อภิปรายไว้เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาต่อไปด้วย กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเกษมสันต์ มีทิพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการรัฐประหารทำให้ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่ไม่พัฒนา ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ประเทศไทย มีการรัฐประหารเกิดขึ้น ๑๓ ครั้ง มีความพยายามในการทำรัฐประหารหรือกบฏเกิดขึ้น ๑๒ ครั้ง ผมไม่เชื่อว่าการรัฐประหารปี ๒๕๕๗ จะเป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้ายตราบใดที่เรายัง ไม่แก้ไข เตรียมการป้องกันก็ย่อมที่จะมีโอกาสเกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคตได้ทุกเมื่อ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหยุดยั้งการรัฐประหารหรือการพยายามทำรัฐประหารที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคต ปัจจัยที่ทำให้เกิดการรัฐประหารมีหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ ทหาร ศาล และประชาชนที่ไร้อำนาจ ข้ออ้างในการทำรัฐประหารก็เป็นข้ออ้างเดิม ๆ เช่น มีความพยายามในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ บ้านเมืองไม่สงบ อันเนื่องมาจาก เกิดการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การรัฐประหาร อ้างว่ามีการคอร์รัปชันของนักการเมือง กองทัพมีอำนาจเสมือนรัฐซ้อนรัฐที่รัฐบาลพลเรือนมิอาจควบคุมหรือสั่งการได้อย่างแท้จริง กองทัพมีอำนาจในการสั่งการเป็นของตนเองโดยไม่ต้องรออนุมัติจากรัฐบาลเหมือนประเทศ ที่ไม่เคยมีการรัฐประหาร อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย หรือประเทศจีน กองทัพมีอำนาจในการประกาศใช้กฎอัยการศึกซึ่งเป็นกฎหมายอายุร้อยกว่าปียุครัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ โดยมิต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลพลเรือน ในบางยุคกองทัพยังสามารถข่มขู่รัฐบาลพลเรือนได้ ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย หรือประเทศจีนที่กองทัพมีขีดความสามารถในการรบสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก แต่กองทัพ ของประเทศเหล่านั้นไม่มีอำนาจในการข่มขู่รัฐบาลของตนได้ ลองให้รัฐบาลพลเรือนไทยปฏิรูปกองทัพ ปลดนายพลที่พัวพันกับการคอร์รัปชัน แล้วนำนายพล ขึ้นศาลเหมือนรัฐบาลประเทศจีนสิครับ รับรองได้ว่าไม่นานจะเกิดการสร้างกระแสนำไปสู่ การยึดอำนาจของรัฐบาลพลเรือนนั้นอย่างแน่นอน อำนาจโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม ยังเป็นไปอย่างประหลาด แทนที่ปลัดกระทรวงกลาโหมจะมีอำนาจสูงสุด รองลงมาเป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแต่กลับกลายเป็นผู้บัญชาการทหารบกที่มีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง เพราะมีกำลังทหารในมือมากที่สุด รองลงมาเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพอื่น ซึ่งในอารยประเทศ ต่าง ๆ ผู้นำรัฐบาลจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตำแหน่งทหารประจำการสูงสุดจะเป็น เสนาธิการทหารร่วมมีหน้าที่คอยให้คำแนะนำกับผู้บริหารประเทศ แต่ไม่มีอำนาจในการสั่งการ อำนาจของกองทัพบกยังครอบคลุมไปถึงการควบคุมข้าราชการฝ่ายพลเรือน ผ่านโครงสร้าง กอ.รมน.ที่กระจายครอบคลุมไปยังภาคต่าง ๆ โดยมีแม่ทัพภาคทำหน้าที่ควบคุมข้าราชการ ฝ่ายพลเรือนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. ภาค นอกจากนี้กองทัพบกยังมีสถานีโทรทัศน์ เป็นของตนเอง สถานีวิทยุทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยึดอำนาจทุกครั้ง และทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจจะมีทหารจากหน่วยต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ทำหน้าที่ รับผิดชอบเข้าควบคุมโครงสร้างขั้นพื้นฐานของประเทศ ทั้งด้านสื่อสาร ไฟฟ้า พลังงาน ในเขตรับผิดชอบของหน่วย และมีที่ตั้งของหน่วยทหารที่เอื้อต่อการยึดอำนาจของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น ม.พัน ๔ รอ. ซึ่งเป็นกองพันรถถังหลักที่ถูกใช้ในการยึดอำนาจของประชาชน ทุกครั้งที่มีที่ตั้งอยู่หน้ารัฐสภาแห่งนี้ หากมีลุงคนใหม่ที่ต้องการยึดอำนาจประชาชนอีกครั้ง เพียงสั่งให้เคลื่อนรถถังหลักออกมาปิดทางเข้าออก ยึดสภา ยึดทำเนียบรัฐบาล ส่วนที่เหลือ แยกย้ายไปยึดสถานที่สำคัญต่าง ๆ เหมือนที่เคยทำมา พร้อมกับหน่วยทหารที่กระจายอยู่ใน กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางอำนาจรัฐก็สามารถยึดอำนาจประชาชนได้แล้ว ศาลหรือ อำนาจตุลาการก็พิพากษารับรองอำนาจให้กับการรัฐประหารทุกครั้ง ไม่มีคณะรัฐประหารใด หรือคณะที่พยายามทำการรัฐประหารใดถูกลงโทษและได้รับโทษตามที่ระบุไว้รัฐธรรมนูญ ประชาชนซึ่งไร้อำนาจไม่มีที่พึ่งในการปกปักรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยของตนเอง ความจริง ที่ควรเป็นคือเมื่อมีการยึดอำนาจประชาชนเกิดขึ้น หากศาลพิพากษารับรองอำนาจให้กับ คณะรัฐประหารถือเป็นตัวการร่วมในการทำรัฐประหารด้วย คดีที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร ต้องไม่มีอายุความ ทั้งหมดทั้งมวลมาจากสิ่งที่ไม่เคยได้มีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญหรือว่า ต้องเป็นคำประกาศที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นคำประกาศอันเป็นบทนิรันดร์ที่มิอาจ ถูกฉีกทิ้งได้ด้วยอาวุธหรือการยึดอำนาจใด ๆ ต้องมีการรณรงค์ให้ทหาร ศาล และประชาชน ทุกคนในประเทศมีสำนึกที่จะปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนทุกลมเข้าออกด้วยชีวิต ในคำประกาศนั้นต้องระบุไว้ว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมในการต่อต้านการยึดอำนาจ ของประชาชนด้วยวิธีการใด สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียน การ์ตูน ป้ายอักษร ป้ายโฆษณา เพลง ภาพยนตร์ ละคร ต้องช่วยสร้างสำนึกเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างถาวรให้ได้ หากทำได้ อย่างที่ผมแนะนำ รับรองได้ว่าการพยายามทำการรัฐประหารในอนาคตจะไม่มีทางทำสำเร็จ ได้แน่นอน เพราะทุกคนในประเทศไม่ยอม ท่านประธานครับ ผมขอถามผ่านท่านประธาน ขอถามไปยังเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ หากเกิดการรัฐประหารขึ้น ในอนาคต ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกจะทำอย่างไรในฐานะตัวแทนประชาชน จะยืนหยัด ปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนไว้ได้อย่างไร ท่านประธานเอง เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านในฐานะตัวแทนอำนาจของประชาชนก็ถูกยึดอำนาจปลดจากหน้าที่ไปด้วย เพราะประเทศไทยมีโอกาสที่จะเกิดการรัฐประหารหรือการพยายามทำรัฐประหารในอนาคต ขึ้นได้ตลอดเวลา ลุงคนเก่าไป ลุงคนใหม่มา วิ่งไล่ไม่หมดเป็นอยู่อย่างนี้วนเวียนซ้ำซาก ประเทศชาติไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ผมจึงขอวิงวอนขอร้องให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติแห่งนี้ สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกัน การรัฐประหารและหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ผมขอแนะนำให้เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเสนอชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็น คณะกรรมาธิการด้วย เพราะไม่มีใครมีความรู้ในการป้องกันการรัฐประหารได้ดีไปกว่า อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารอีกแล้วครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเสนอโดย ท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ ทำไมผมถึงเห็นด้วย ผมมีเหตุมีผลครับ หลายคน บอกว่าจะตั้งไปทำไม ตั้งไปแล้วก็เสียเวลาเปล่า ทำไม่ได้ ท่านประธานครับ อย่ายอมจำนน ผมมีเหตุมีผล มีข้อเสนอ ทำได้ท่านประธานครับ วันนี้ที่มันเกิดขึ้นหลายคนก็ยอมรับกันว่า ที่มันมีปัญหา ที่ประชาชนเป็นคนยากคนจน ลำบากยากแค้นวันนี้ก็เพราะการรัฐประหาร การรัฐประหารทุกคนรู้แล้ว ทำมาแล้ว ๑๒ ครั้ง รัฐประหารครับ ปฏิวัติ ๑ ครั้ง ปีนี้เป็นปีที่ ๘๘ จากปี ๒๔๗๕ มาปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยไม่เดินไปไหน เดินหน้าถอยหลัง เดินหน้าถอยหลัง เพราะความขาดประชาธิปไตย กราบเรียนว่าวันนี้บ้านเมืองต้องเดินหน้า แต่ต้องมีเหตุมีผลว่า ทำอย่างไรถึงจะไม่มีปฏิวัติ ถามว่าแค่เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเดียวห้ามไม่ได้หรอกครับ ผมจึงเสนอว่าวันนี้รัฐธรรมนูญจะ ๒๐ ฉบับแล้ว รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับถาวร แล้วจะเกิด ฉบับที่ ๒๑ ถ้าหากตั้งให้คณะกรรมาธิการไปศึกษาแล้วออกเป็นรัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่ง ขึ้นมา หลายท่านก็บอกว่าถ้าทำได้ พลเอก ประยุทธ์ ต้องมาเป็นกรรมาธิการด้วย ผมเห็นด้วย เพราะท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นวิบากกรรมครับ ต้องมาชดใช้กรรม ผมถึงขอกราบเรียนว่าตั้งแต่ยุคที่ผ่านมา วันนี้เกิดวาทกรรมว่าฉ้อฉลทางวิชาการ ฉ้อฉลทางประชาธิปไตย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ท่านประธาน ที่ผมว่าฉ้อฉลเพราะว่าวันนี้รัฐบาลจาก คสช. วันนี้มาเป็นรัฐบาลยุคปัจจุบัน นำโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีใครไปแตะว่าบ้านเมืองยากจน ประชาชน ลำบาก เพราะการก่อหนี้ก่อสินของรัฐบาลนี้มหาศาล รู้กัน แต่ไม่มีสถาบันไหนทำการวิจัย บอกว่าบ้านเมืองยากจนเพราะรัฐบาลไปก่อหนี้ก่อสิน แต่ในยุคก่อนแตะไม่ได้หรือครับ ท่านนายกทักษิณ ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี นักวิชาการ นักประชาธิปไตยออกมาสั่นสะเทือนเลยบอกประชานิยม สถาบันวิจัยบอกไปไม่ได้แล้ว ประเทศ เอาเงินมาแจกชาวบ้าน ประชานิยม วันนี้แจกไหม อันนี้ต้องคิดเป็นประเด็นหลัก เสียก่อนก่อนที่จะเดินต่อไป เพราะฉะนั้นยุคนี้อยู่ดีกินดีไหมแจกขนาดนี้ ไม่มีครับ ถามได้ ทั้งหมดพี่น้องบ้านผมจังหวัดสกลนครภาคอีสาน ผมจึงบอกว่านักประชาธิปไตยทั้งหลาย นักวิชาการทั้งหลายออกมาบอกทีอย่าฉ้อฉล ทำการวิจัยเลยว่ามันไปไม่ได้แล้วบ้านเมือง ต้องแก้ การแก้รัฐธรรมนูญ การทำการวิจัยตัวนี้ ต้องช่วยกันออกมาคิดท่านประธาน ไม่ใช่หลบหัวอยู่ เป็นที่รู้กันว่าอำนาจอันยิ่งใหญ่ คือประชาชน เป็นอำนาจของประชาชน ท่านทำทุกวันนี้ใช้อำนาจประชาชน เพราะฉะนั้นต้อง คิดช่วยกันว่าใครออกมารัฐประหาร ใครมาก่อการ เป็นความผิดล้มล้าง ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร ผิดกฎหมายท่านประธานล้มล้าง ประหารชีวิต แต่วันนี้ไม่มีครับท่านประธาน บอกเลย ใครนำรัฐประหารครับ ผบ.ทบ. ผบ. เหล่าทัพ ปลดหมดคนกลุ่มนี้ เขียนลงไปแล้วให้ประชาชน เป็นผู้ตัดสิน ให้ประชาชนทั้งหมดทั้งประเทศตั้งกติกาให้เขาเลยว่าให้เขาออกมา ถ้าใครกล้า ออกมาจับ ผบ. เหล่าทัพเหล่านี้ผู้นำในการปฏิวัติรัฐประหารจ่ายคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อวัน ออกมาทั้งประเทศ โดยเฉพาะ ส.ส. เราในสภาเขายึดอำนาจรัฐประหารอย่าเฉย ช่วยกันออกมาครับ พี่น้องบ้านผมต่อสู้ไม่ว่าจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม ภาคอีสาน ผมต้องยกย่องเขานะต่อสู้เผด็จการในยุคนั้น ๔ อดีตรัฐมนตรีถูกฆ่ากลางกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายถวิล อุดล นายจำลอง ดาวเรือง นายเตียง ศิริขันธ์ นักรบ ขุนพลภูพาน ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมากมาย แต่วันหนึ่งการต่อสู้กับเผด็จการทำให้ เขาจบสิ้นชีวิตอย่างอเนจอนาถ ทุกคนเป็นรัฐมนตรี ทุกคนเป็น ส.ส. ครับ ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานฝากไปว่าถ้าจะแก้ไขไม่ให้มีการปฏิวัติต้องตั้งกติกามาให้ชัดเจนแล้วอำนาจ ทั้งหลายแหล่ซึ่งอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าศาล ไม่ว่าตุลาการทั้งหลายอย่าสนับสนุน ที่สำคัญต้อง ยึดประชาชนเป็นหลัก ให้ประชาชนออกมาเลยทั้งประเทศ ตั้งรางวัลให้เขาว่าถ้าใครออกมา จับหัวหน้าคณะรัฐประหารไล่ลงมาตั้งแต่ ผบ. เหล่าทัพ เพราะทุกวันนี้รู้กันอยู่ว่าคนที่นำ ในการรัฐประหารทุกครั้งคือ ผบ.ทบ. ตามด้วย ทัพเรือ ทัพอากาศ ทัพบก ทหาร ตำรวจ บุคคล เหล่านี้ต้องได้รับโทษเท่าเทียมกันโดยประชาชนนั่นละเขาเป็นอำนาจยิ่งใหญ่ของเขา ผมถึง กราบเรียนว่าการสืบทอดอำนาจวันนี้ท่านประธานครับ ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทุกคน ปฏิเสธไม่ได้ครับ อำนาจเผด็จการไม่เคยทำให้บ้านเมืองเจริญเป็นที่รู้กัน ยึดอำนาจมา ทุกคนเป็นเผด็จการเพียงแต่ว่าการเดินทางของเผด็จการเหล่านี้เดินในลักษณะไหน สรุปแล้ว คือเผด็จการ ผมจึงต้องยกย่องกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นผู้นำอีสานบ้านผม ท่าน ๔ รัฐมนตรีล้วนเป็น ส.ส. ทั้งนั้น เดินนำหน้าเหล่าทัพทั้งหลายเพื่อต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ ถึงแม้วันนี้บุคคลเหล่านั้น จะสิ้นชีวิตไปด้วยมือเผด็จการ เราลูกหลานรุ่นหลังอย่าให้มันเงียบไป บ้านผมนายเตียง ศิริขันธ์ สร้างอนุสาวรีย์อยู่บนภูพานเลยไปดูได้ ถ้ำเสรีไทย ตั้งตระหง่านว่าบุคคลคนนี้คือคนต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตย มีงานทุกปีเป็นการเคารพคารวะ เขาเป็นนักสู้ต่อสู้เผด็จการ วันนี้ถ้าเราจะ ทำแบบเดียวกันนี่ละ ประชาชนคนไทยซึ่งมีอำนาจ ซึ่งวันนี้อำนาจของเผด็จการยืมไปแล้ว เอามาใช้ต้องให้อำนาจเขาเลยท่านประธาน ทำเหมือนจังหวัดสกลนครทำให้นายเตียง ศิริขันธ์ ใครตายเพราะถูกอำนาจเผด็จการลงโทษให้ทำอนุสาวรีย์ให้ ที่สำคัญบุคคลกลุ่มนี้ใครก็ตาม ผมพูดนี้ ตั้งรางวัลไว้เลยว่าใครออกมา ส.ส. ให้ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาทว่าไปเป็นแกนนำในการต่อสู้ เผด็จการกลุ่มนี้ ประชาชนตั้งไว้เลยว่าคนละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ทุกคนออกมา จับหัวหน้ารัฐประหารผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่าไปสนับสนุน ผมถึงต้องยกย่องคนกลุ่มนี้ ท่านประธานครับ จิตวิญญาณต้องมี ผมถึงกราบเรียนท่านประธานขอร้องว่าญัตติฉบับนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีและต่อต้านเผด็จการอย่างชัดเจนครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แล้วก็ตามด้วยท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านสำลี รักสุทธี แล้วก็ท่านนิยม บุญวิเศษ เชิญครับ ท่านอิสระครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่เราจะไปพูดถึงคำว่า รัฐประหาร ผมคิดว่ามีอีกคำหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้อง หยิบยกขึ้นมาพูดในสภาแห่งนี้และสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึงนั่นก็คือคำว่า ประชาธิปไตย ผมเองเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนประชาธิปไตยอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะโดยส่วนตัวผมเชื่อ อย่างที่หลายๆ คนในโลกนี้เชื่อว่าเป็นระบอบที่แย่น้อยที่สุด แต่เมื่อพูดถึงคำว่า ประชาธิปไตย คนส่วนใหญ่ยังให้คำนิยามของคำว่า ประชาธิปไตยไม่ถูกต้อง คำนิยามของคำว่า ประชาธิปไตย ในสำหรับความคิดของคนหลายคนเป็นประชาธิปไตยเพียง ๔ วินาทีที่หีบเลือกตั้ง นั่นหมายถึง เป็นประชาธิปไตยเพียงแค่ขั้นตอนในการเข้ามาสู่อำนาจหรือการเลือกตั้งแต่ไม่ได้พูดถึง ประชาธิปไตยหลังจากที่เข้ามาสู่อำนาจแล้ว ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งของปัญหา ประเทศไทยในปัจจุบัน ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะนั่นคือเรากำลังพูดถึงประชาธิปไตยเพียงแค่ รูปแบบ แต่ไม่ได้พูดถึงประชาธิปไตยในเนื้อหาสาระ ประชาธิปไตยเพียงแค่รูปแบบที่ว่า โดยที่ไม่ดูเนื้อหาสาระนั่นก็คือการเข้ามาสู่อำนาจแล้วยังต้องมีความเป็นประชาธิปไตย เราจึง ได้เห็นการละเมิดอำนาจประชาธิปไตยไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายบริหารที่พยายามจะทำหน้าที่เป็น ฝ่ายตุลาการเสียเอง จากตัวอย่างอย่างเช่นการจัดการเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ หรือที่เราได้เห็นว่าเมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องการที่จะทำหน้าที่เป็นตุลาการเสียเอง ในการที่จะผ่านกฎหมายซึ่งทำให้บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้รับโทษหรือพ้นโทษ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในความเห็นของผม ผมใช้คำว่าประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ แล้วเมื่อใดก็ตามที่เรา มีประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือคำว่า รัฐประหาร ซึ่งรัฐประหารนี้เองเป็นส่วนหนึ่งของวงจรที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า วิเชียส เซอร์เคิล (Vicious circle) หรือวงจรอุบาทว์ อย่างที่ท่านผู้เสนอญัตติ ท่านอาจารย์ปิยบุตร ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ท่านได้กรุณาฉายภาพให้สภาแห่งนี้ได้เห็นแล้ว แต่ในส่วนของผม ผมอยากจะขอลงไป ในรายละเอียดเพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้เห็นภาพของวงจรที่ว่านี้ได้ชัดเจนมากขึ้นว่าวงจรนี้ ประกอบด้วยอะไรบ้าง วงจรนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากสิ่งที่เรียกว่าการเข้ามา การเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ยุติธรรม นั่นก็คือจะทำให้เราได้มาซึ่งนักการเมืองทุจริต เมื่อเราได้มาซึ่งนักการเมืองทุจริต สิ่งที่ตามมานั่นก็คือนักการเมืองเหล่านั้นก็จะต้องมาเอาทุนคืน เอาทุนคืนอย่างไร เอาทุนคืน ให้เร็วที่สุด เมื่อเอาทุนคืนให้เร็วที่สุดเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จะเกิดการแบ่งคนออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์ และกลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่เสียประโยชน์ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ ก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เอาทุนคืนเร็วที่สุดและอยู่ในสภาพนี้นานที่สุด ในขณะที่กลุ่ม ที่เสียประโยชน์ก็จะต้องทำทุกวิถีทางเช่นกันที่จะให้พ้นจากสภาพนี้เร็วที่สุดเหมือนกัน คำว่า ทุกวิถีทางที่ว่าจึงหมายถึงการทำการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา เมื่อไรก็ตามที่การเมืองไม่ได้อยู่ แต่ในสภาแต่ไปอยู่นอกสภา การควบคุมความสงบเรียบร้อยก็เกิดขึ้นได้ยาก เมื่อปราศจาก ความสงบเรียบร้อยจึงสร้างความชอบธรรมให้อำนาจพิเศษเข้ามาบริหารจัดการเพื่อที่จะ นำพาประเทศพ้นจากทางตัน แต่อำนาจพิเศษที่ว่านี้เมื่อเข้ามาแล้วไม่ได้มีการปฏิรูปการเมือง อย่างเป็นรูปธรรม จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ วงจรนี้ก็กลับไปเริ่มใหม่นั่นก็คือการเลือกตั้ง ก็ไม่ได้สุจริตยุติธรรม เราก็ได้นักการเมืองแบบเดิม ชุดเดิม หรือในหลายกรณีผู้ทำรัฐประหารชุดนั้นเองกลับเลือกใช้วิธีที่ตนเองเข้ามาทำรัฐประหาร เข้ามาสู่การเมือง นั่นก็คือเป็นการเข้ามาโดยไม่สุจริต ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้จึงเป็นวงจรที่เรียกว่า วงจรอุบาทว์ที่ว่านี้ นั่นก็เป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ผมตัดสินใจที่จะก้าวเข้ามาสู่การเมือง เพราะผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะหยุดวงจรนี้ แต่วงจรที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นวงจรวงกลม เรขาคณิตทั่วไปที่ตัดตรงไหนก็หยุดได้🔗
แต่วงจรที่ว่านี้ถ้าให้ผมเรียก ผมเรียกมันเป็นเสมือนกับสัตว์ในเทพนิยายกรีกที่เรียกว่าอุโรโบรอสหรือตามรูปที่ปรากฏ บนหน้าจอนี้ ภาษาไทยเรียกง่าย ๆ ก็คืองูกินหาง รัฐประหารเป็นเพียงแค่หางของงู ถ้าต้องการ จะฆ่างูตัวนี้ต้องฆ่าที่หัวของงูนั่นก็คือการทุจริตการเลือกตั้ง จุดที่เข้ามาสู่อำนาจต้องเข้ามา โดยสุจริตยุติธรรม ดังนั้นในส่วนของผม ท่านประธานครับ ผมไม่ขอให้สภาแห่งนี้สนับสนุน หรือไม่สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะศึกษาเรื่องนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าอีก ๑๐ กรรมาธิการ ๒๐ กรรมาธิการก็ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหา จะหยุดยั้งรัฐประหารได้ แต่ถ้าผมมีโอกาสจะขอสภาแห่งนี้ได้สักอย่างหนึ่ง ผมอยากขอให้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สภาชุดที่ ๒๕ ชุดนี้กล้าไหมที่จะบอกว่าจะไม่โกงเข้ามาและจะเข้ามา ไม่โกง ถ้าคุณกล้าพูดแบบนี้กันทุกคนทั้ง ๕๐๐ คน ผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะไม่สร้างความชอบธรรม ให้กับรัฐประหาร และจะหยุดยั้งรัฐประหารได้อย่างถาวรขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณที่พรรคอนาคตใหม่ได้บรรจุรายชื่อผมเป็นผู้อภิปรายด้วยในญัตติของอาจารย์ปิยบุตร เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิด การรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต สิ่งที่จะนำเสนอในวันนี้เป็นเรื่องที่หลาย ๆ ท่านก็พูดมา บางส่วนแล้ว ผมจะขอนำเสนอถึงอนาคตมากกว่าอดีต นี่คืออนาคตครับ ในใจความที่อยู่ใน มือถือผมมันเป็นสดของไลฟ์ (Live) ที่กำลังอยู่ที่ผมกำลังออก มีคอมเมนต์ (Comment) หนึ่ง เขียนรัฐประหารคืออาชญากรที่ร้ายแรงที่สุดค่ะ มันคือการที่คนกลุ่มหนึ่งเอาเงินภาษี ประชาชนที่หล่อเลี้ยง จุด จุด จุด มาบีบเอาอำนาจของประชาชนไป โลกมันเปลี่ยนแล้ว ท่านประธาน การดิสรัปต์ (Disrupt) ไม่ใช่ว่าจะมีเฉพาะในภาคธุรกิจหรือในโลกที่เป็นปกติ โลกการเมืองก็ถูกดิสรัปต์ (Disrupt) เมื่อเร็ว ๆ นี้พระราชบัญญัติงบประมาณก็ถูกดิสรัปต์ (Disrupt) ด้วยเทคโนโลยี เห็นไหมครับ ถ้าอย่างนั้นมันต้องเปลี่ยน โพลิทิคัล วิว (Political view) ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโพลิทิคัล นิว นอร์มัล (Political new normal) ที่กำลังจะเกิดขึ้น จากการพังทลายของระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจากอำนาจที่ถูกยึดไปของกลุ่มคน บุคคลที่กระทำการจะ ๑๓ ครั้ง ๑๒ ครั้ง หรือใครบอกว่าจะ ๑๗ ครั้งอะไรก็ตามมันผ่านไปแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่ากลัวอนาคตครับ ตะเกียงดวงใหม่จุดขึ้นแล้ว จุดขึ้นที่สภาแห่งนี้ โดยอาจารย์ปิยบุตรครับ ญัตติแห่งนี้จะผ่านไม่ผ่านไม่ใช่สำคัญ แต่ผมบอกได้ว่าขณะนี้ ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่รับรู้ได้แล้วครับ มันถูกจุดไปด้วยประกายแสงเล็ก ๆ ไม่ว่าท่านจะเห็นต่างอย่างไรในสภาแห่งนี้มันก็เกิดการจุดติดแล้วนะครับ จะเป็นด้วยหลักการ อะไรก็ตาม เพราะที่ผ่านมาแน่นอนว่ามันทำลายระบบเศรษฐกิจ ไม่ต้องบอกนะครับว่าขณะนี้การลงทุน การบริโภค การส่งออกเจ๊งไปหมด ประกอบกับ สภาพแวดล้อมภายนอกที่เกิดขึ้นโรคระบาดที่เข้ามา สงครามการค้าก็ดี อะไรก็ดี ที่ทำให้ ประเทศเรา แล้วยิ่งภายในเราเป็นอย่างนี้ท่านครับ จบครับ ดังนั้นจะเห็นว่ารูปแบบใหม่ ที่จะเกิดขึ้นเพื่อสร้างแนวการป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกครับ ต้องค้นหา สาเหตุ สรรพสิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ การจะดับทุกข์ได้ก็ต้องดับที่เหตุครับ พระพุทธองค์ กล่าวไว้ให้พวกเราได้รับรู้รับทราบกันมามากแล้ว การทำรัฐประหารมักจะอ้าง เมื่อสักครู่นี้ หลายท่านก็อ้างอีกแล้วว่ารัฐบาลโกง โกง โกง โกง โกง นักการเมืองโกง โกง โกง โกง โกง เข้ามาโกง ใครมาโกงหมด ก็นั่นคือเหตุผลที่จะทำเพื่อหาเหตุ ท่านกลับไปดูว่าสิ่งที่จะเป็น มาตรการของผม ๒ มาตรการ ๖ ประเด็นที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้นะครับ ที่จะให้หยุดยั้ง การรัฐประหารเพราะโลกมันเปลี่ยนชัดเจน กลุ่มลูกค้าใหม่คือประชาชนคนที่จะเกิดขึ้นใหม่ ก็ต้องเปลี่ยน การเมืองเก่า ๆ มันเอาต์ (Out) แล้ว เลิกไปแล้ว หมดเวลาแล้ว ขณะนี้ที่ท่าน บอกว่า ๔ นาทีในคูหานั้นมันไม่ใช่แล้วครับ ออนไทม์ (On time) ประชาธิปไตยออนไทม์ (On time) แล้ว มันอยู่บนจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ทั้งหมดแล้ว ถ้ารัฐประหารยังอยู่อีก สิ่งที่ท่านจะไม่เคยเห็นที่เรียกว่านิวนอร์มัล (New normal) มันจะเกิดขึ้น ความปกติใหม่ จะเกิดขึ้นทันทีบนโลกใบใหม่ ผมจะบอกให้เลยว่านั่นสิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ขณะนี้ทุกเวลา ทุกนาที ไม่เชื่อไปดูคอมเมนต์ (Comment) ก็ได้ขณะนี้ว่าคอมเมนต์ (Comment) เขียนว่า อะไรบ้าง สาเหตุที่จะทำให้การรัฐประหารนี้หมดไป สิ่งแรกหลายท่านพูดมาแล้วแต่ผมจะพูด นิดเดียว ผมเป็นอดีตนักเรียนทหาร หลาย ๆ คนไปดูประวัติก็ได้ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เคยรับรู้ รับทราบของการก่อรัฐประหารหลายครั้งในชีวิต แล้วก็เห็นรูปแบบหลาย ๆ รูปแบบจากคน ที่อยู่ใกล้ จากคนที่อยู่ด้วยกัน จากคนที่เป็นผู้บังคับบัญชา จากเพื่อนที่สร้างเจตนาของการ ทำรัฐประหาร ผมไม่ขอกล่าวครับ แต่จะบอกว่าสิ่งที่สำคัญคือกำลังรบที่ทำคงตกไปไหนไม่ได้ คนที่เป็นกำลังรบก็คือกองทัพชัดเจน เพราะว่าเหตุเกิดจากผล จะเห็นได้ว่าถ้าผลมันทำให้ เกิดจากสาเหตุนั้นก็คือกำลังรบที่จะมายึดอำนาจด้วยกองทัพทั้งหมด ในกองทัพนั้นมันเป็น สาเหตุที่ถึงเวลาแล้วที่จะต้องถอยหลังกลับเข้าบ้าน แล้วก็เป็นส่วนสำคัญว่าคงจะต้องศึกษาใหม่ เฟกนิวส์ (Fake News) ที่เกิดขึ้นบนกำลังรบใหม่ที่ปรากฏอยู่บนโซเชียล (Social) ทั้งหมดนั้น จะถูกดิสรัปต์ (Disrupt) โดยคนรุ่นใหม่ต่อไปนี้ หลาย ๆ ท่านอาจจะรบบนอาวุธชนิดใหม่ แต่อนาคตอาวุธชนิดใหม่นั่นคือความคิด ความคิดของคนรุ่นใหม่แม้กระทั่งคนในนี้ก็ตาม ในสภาแห่งนี้ก็ยังจะต้องสร้างความคิดนั้นเกิดขึ้นมา ประชาธิปไตยเติบโตมากพอแล้วตอนนี้ หยุดครับ รัฐประหารคงจะต้องหยุดแล้วแน่นอนครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมบอกว่าต้องกลับบ้าน ทหารกลับเข้ากรม กอง ทหารศึกษารูปแบบสงครามชนิดใหม่ได้แล้ว ทหารต้องเป็นกำลังรบ ที่สมาร์ต (Smart) ทหารควรจะหยุดได้แล้ว โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๒ วรรคสอง ที่เขียนไว้ว่ากำลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย ถอยกลับไปครับ ไม่ต้อง มายุ่งเกี่ยวครับ ภาคประชาชน ภาคเอกชนเขาพร้อมที่จะพัฒนาประเทศแล้ว กลับเข้ากรม กองได้แล้วครับ หาทางแก้รัฐธรรมนูญเสีย และสิ่งที่จะบอกว่าจะช่วยซัปพอร์ต (Support) ในเรื่องของการทำให้รัฐประหารหยุดได้ดีที่สุดคือใคร คนไทยครับ คนไทยด้วยกันเลิกทะเลาะกัน ความคิดต่างบนสภาแห่งนี้เป็นความงดงามทั้งหมด พรรคผมเองมีความคิดนี้มาโดยตลอดครับว่าทุกคนมีความคิดต่างแต่ต้องอยู่ด้วยกันครับ เพื่อสร้างประเทศ สร้างอำนาจ สร้างความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นบนฉันทามติเดียวกันและ อยู่ร่วมกันให้ได้ ระบบนายทุนคงต้องเข้าใจครับ ทุนใหญ่ฟังอยู่ขณะนี้ออนไทม์ (On time) บนโลก วอร์รูม (War room) ที่อยู่ที่สำนักงาน จุด จุด จุด ทุกแห่ง กำลังมองอยู่ว่า พรรคอนาคตใหม่ทำอะไรอยู่ อีกอาทิตย์เดียวหรือ ๒ อาทิตย์ก็จะรู้ผล นั่นคือสิ่งที่กำลังจะ จุดไฟดวงต่อไปถ้ายังทำอยู่ อย่าใช้อำนาจที่เกินอำนาจ อำนาจที่อยู่ในเงามืด ถ้าอย่างนั้น กองทัพหรือผู้มีอำนาจที่มีอาวุธควรจะหยุด เปิดหูเปิดตา รับความจริงที่ถูกต้อง ความจริง ที่ถูกต้องจากประชาชน ยอมรับฟังเสียงต่าง อดทนเพื่อร่วมเดินไปในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง แล้วเอาไปลดความคิดแบบเดิม ๆ ได้แล้ว ถ้ายังมีอยู่อีกต่อไปท่านกำลังทำลายความรู้สึกที่ดีและระบบเศรษฐกิจของชนชั้นล่างของคน ในประเทศส่วนใหญ่และจะเป็นการตอกย้ำ จะเป็นการบังเกิดขึ้นใหม่ที่จะอุบัตินิวนอร์มัล (New normal) ความปกติใหม่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณครับ อย่ากลัวอนาคตครับ🔗
ขอบคุณครับ หมดเวลาครับ ต่อไปเชิญท่านชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายกรณีเพื่อนสมาชิก นำโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และผู้ร่วมเสนอญัตติ ขอให้สภาได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ผมขีดเส้นใต้นะครับ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีความภาคภูมิใจ เป็นที่สุดตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นครั้งแรกเป็นประวัติศาสตร์ของสภา แห่งนี้ที่มีญัตติเรื่องทำนองนี้เข้ามา ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเห็น ด้วยอย่างยิ่งที่ควรจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปพิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ ผมมีเหตุผล เหตุผลเรื่องที่ ๑ เป็นเพราะตัวญัตติเอง เหตุผลเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของหน้าที่และอำนาจ ของตัวกรรมาธิการวิสามัญ และเหตุผลเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีเกียรติยศของความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระบบ รัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลในเรื่องตัวญัตติมันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัย กรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปพิจารณาศึกษาเนื่องจากมันเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง มีความซับซ้อน มีความหลากหลาย หลากหลายมิติมากที่เข้ามาเกี่ยวข้องมันเป็นระบบการเมืองของประเทศ เกี่ยวข้องทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง เทคโนโลยี สารสนเทศ เกี่ยวทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นความหลากหลายอย่างนี้ส่งให้กรรมาธิการสามัญ พิจารณาศึกษายังไม่พอเลยครับ สถาบันการศึกษาไปศึกษาวิจัยยังไม่พอครับ มีแต่สภาเรา เท่านั้นที่สามารถรวบรวมเอาคนหลากหลายที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาด้วยอำนาจและหน้าที่ของกรรมาธิการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ สามารถที่จะเรียกทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามารวบรวมให้เป็นหนึ่งได้ และนำผลการศึกษานั้นให้เป็น ประโยชน์ ในกรรมาธิการวิสามัญผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ รัฐบาล ควรจะถือเป็นโอกาสที่ดีในการที่จะสร้างความปรองดอง ความรัก ความสมัครสมานสามัคคี ส่งบุคคลที่หลากหลายเข้ามาเป็นกรรมาธิการ ญัตตินี้เป็นการศึกษาครับท่านประธาน ทำไมรัฐบาลต้องกลัว เป็นการศึกษา เอาสิ่งที่เกิดขึ้น ในอดีต ปัจจุบัน เพื่ออนาคต ไม่ได้ไปพิจารณาสอบสวนหรือสอบข้อเท็จจริงเอาผิดกับใคร ไม่ได้เอาผิดกับใครครับ แต่เอาสิ่งนั้นมาเป็นตัวตั้งเป็นมาตรฐานในการพิจารณาเพื่อจะหา สิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกครับ แม้ฟังแล้วท่านจะไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ แต่โอกาสนี้ เป็นศักดิ์ศรีของสภาเรา ถ้าสภาเราภาคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีมาตรการไปป้องกัน ไม่ให้เกิดรัฐประหาร ผมว่าอย่ามาเป็นผู้แทนราษฎรดีกว่าครับ อย่ามาเป็นผู้แทนราษฎรครับ ไปเป็นขี้ข้าใครก็ได้โดยไม่ต้องเป็นผู้แทนราษฎร ถ้าเป็นผู้แทนราษฎรแล้วเป็นขี้ข้าคนนี่ถือว่า เสียศักดิ์ศรีของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ อย่างนั้น สิ่งที่ผมเรียนท่านประธานไปนั่นเป็นเหตุผลเบื้องต้นที่ควรจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ และที่สำคัญท่านประธานครับ หลายท่านบอกว่าตั้งไปไม่เกิดประโยชน์อันใด อย่างไรเขา ก็ยึดอำนาจได้ รัฐประหารได้ ท่านประธานครับ แม้เราไม่มีเครื่องมืออยู่ในมือแล้วจะคาดว่า เขาจะหยุดยั้งได้อย่างไร อย่าไปคาดหวังว่าศึกษามาแล้วเขาจะยุติเรื่องการรัฐประหารคาดหวัง เพียงว่าสภาเราได้สร้างประวัติศาสตร์มีผลการศึกษาเรื่องนี้เอาไว้ให้เป็นเรื่องที่ลูกหลาน ได้ชื่นชม ใช้เป็นหลักฐานทางวิชาการ ใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง สักวันหนึ่งเขาอาจจะ หันมามองแล้วหยิบไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ สักวันหนึ่งครับ ไม่มีใครอยากที่จะเป็นคนที่สังคม ประณามและรังเกียจไปตลอดชีวิตละครับ แม้เขาตายไปแล้วส่งให้ลูกให้หลาน เขาก็หวังให้ ลูกหลานเขาอยู่ในสังคมที่ดีมีผู้ยอมรับนับถือ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ ความเป็นมนุษย์เป็นบุคคล ที่มีใจดีกันทุกคน แต่สภาพบังคับสภาพแวดล้อมกำหนดให้เขาเป็นอย่างนี้ก็ด้วยความเข้าใจ หลายท่านผมฟังท่านอภิปรายแล้ว ใจท่านคิดอย่างหนึ่งแต่สิ่งที่ท่านพูดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เห็นใจมากครับ ผมเข้าใจว่าเราต้องทำหน้าที่ต่างกัน ท่านมีหน้าที่สนับสนุน ผมมีหน้าที่คัดค้าน ผมก็ทำหน้าที่ผม ด้วยความเคารพท่านประธาน ผลการศึกษาที่ปรากฏขึ้นมาถ้ามีการศึกษา สิ่งที่ผมอยากเห็นครับ อยากเห็นว่าผลการศึกษาของกรรมาธิการบอกถึงสภาพปัญหาทั้งหมด ที่เป็นสภาพปัญหาที่แท้จริง หลายคนถกเถียงกันว่า ๑๓ ครั้ง ๒๕ ครั้ง ก็ไปศึกษาให้ชัดครับ อะไรคืออะไรไม่ต้องมาถกเถียงกัน เป็นผลการศึกษาของสภาของเรา สาเหตุของปัญหา หลายท่านพูดมาเยอะมากไปศึกษาให้ชัดว่าสาเหตุของปัญหาแท้จริงคืออะไรครับ จริงหรือว่า มันเป็นสาเหตุที่พูดกันมา เป็นเพราะเรื่องของล้มล้างการปกครอง เป็นเพราะเรื่องของทุจริต คอร์รัปชัน เป็นเพราะความสงบ วุ่นวายจริงหรือ ไปศึกษาให้ลึกสิครับว่าแท้จริงประเทศนี้ ต้องการให้ประชาชนมีอำนาจในการปกครองตัวเองจริงหรือไม่ ต้องการให้ประชาชนมีอำนาจ อธิปไตยจริงหรือเปล่าอย่างนี้ไปศึกษามา ท่านประธานครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลายท่าน พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ไปจัดการศึกษามาให้ดีที่สุด เม็ดเงิน ที่สูญเสีย โอกาสที่สูญเสีย และที่สำคัญแนวทางการแก้ปัญหา อาจารย์ปิยบุตรผู้เสนอญัตติ ได้พูดไว้เป็นแนวทางที่ชัดเจน ๔-๕ ประเด็น ก็นำเอาอันนั้นไปเป็นผลการศึกษา ท่านสงวน พงษ์มณี พูดชัดมากก็เอาไปเป็นผลการศึกษา เพราะฉะนั้นผลกระทบเหล่านี้เขียนออกมา ให้ชัดเจน ขออีก ๑ นาทีครับ แล้วที่สำคัญแนวทางการแก้ปัญหานี้ผมอยากเห็นว่าไปพิจารณา ดูไหมว่าระบบการเมืองที่เป็นอยู่ปัจจุบันมันเป็นประชาธิปไตยจริงไหม มันเป็นมูลเหตุของ การรัฐประหารจริงหรือไม่ ระบบการเมืองที่สอดคล้องเหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขคืออะไรสำหรับเมืองไทย ท่านประธานครับ บทบาท หน้าที่ของกองทัพ รัฐประหารทุกครั้งคือทหารครับ ไปศึกษาดูว่าบทบาทหน้าที่ของกองทัพ ในการที่จะปกป้องสถาบันสูงสุดของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย์ควรจะเป็นอย่างไร การปกป้องประเทศเป็นอย่างไร แยกกันได้ไหม อะไรต่าง ๆ พวกนี้ควรจะมีในผลการศึกษา ท่านประธานครับ สุดท้ายสำคัญที่สุดเรื่องของการศึกษาคือเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตย ถ้าผลการศึกษานี้ชี้บอกเป็นกลไกที่จะนำสู่การปฏิบัติได้ว่าวัฒนธรรมประชาธิปไตย ที่มันจะเริ่มตั้งแต่ฐานรากของครอบครัวมันควรจะมีกลไกอย่างไร ผมว่าตรงนั้นมันจะสร้างพลังให้กับอำนาจภาคประชาชน ขณะนี้ประชาชนไม่มีอำนาจครับ เขาเลยยึดอำนาจได้ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจแต่เขาเอาอำนาจไปได้ แต่ไม่มีกลไกมารองรับ เพราะฉะนั้นผลการศึกษาต้องมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะกรรมาธิการที่จะนำสู่การปฏิบัติคือกลไกการต่อต้านรัฐประหาร ที่เป็นรูปธรรม โดยสรุปท่านประธานครับ ควรตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษาอย่าให้เกิด สิ่งที่เราไม่คาดคิดครับ เหมือนกับเราปกป้องไม่ให้ตั้งกรรมาธิการเรื่องมาตรา ๔๔ จนกระทั่ง มีเรื่องของการลงมติซ้ำ มีเรื่องงูเห่าเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มาทำลายสภาเราแล้วเราจะเสียใจ เพราะสิ่งเหล่านั้นเขาวางไว้ให้เราไปติดหล่มเรากลับจะกลายเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตยเอง เขาไม่ต้องรัฐประหารครับ เพราะเขาบอกว่าก็คุณทำลายประชาธิปไตยไปแล้วคุณจะมาเอาอะไร แล้วเราจะเสียใจครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณสำลี รักสุทธี เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสได้เป็น ส.ส. แล้วที่ภูมิใจมากกว่านั้นก็คือผมได้พูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูด นั่นก็คือเรื่องของการต่อต้าน การรัฐประหาร ผมเองเป็นครูอยู่ในห้องเรียนสอนเด็กในเรื่องประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น ประชาธิปไตยในสายเลือด ประชาธิปไตยในสำนึก ประชาธิปไตยสีขาว ผมได้ผ่านมาทั้งนั้น สอนเด็กไม่ให้เห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงถือว่าผมโอกาสดี แล้วก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ปิยบุตรที่คิดเรื่องนี้ ผมเองก็ไม่คิดว่าท่านจะ คิดเรื่องนี้ได้ขึ้นมา ถือว่าเป็นการจุดประกายที่สำคัญให้เวทีแห่งนี้เป็นเวทีเพื่อถ่ายทอดให้ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบว่ารัฐประหารมีผลเสียอย่างไร หลายท่านให้เหตุผลไป มากแล้วครับ ผมถือว่าครอบคลุมรอบด้านพอสมควร ผมเองเขียนเมื่อสักครู่นี้ ต้องการจะพูด ให้แหวกจากท่านอื่นก็เลยขออ่านนะครับ เหตุที่ไม่ควรมีรัฐประหาร🔗
๑. สร้างความเสียหายให้แก่สังคม ประเทศชาติและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ยิ่งใหญ่จริง ๆ รัฐประหารแต่ละครั้ง🔗
๒. เป็นการไม่เคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ🔗
๓. เป็นการคอร์รัปชันทั้งอำนาจ สิทธิ เสรีภาพทุกอย่างของประชาชน🔗
๔. แสดงถึงการขาดมโนธรรมสำนึก อันนี้อย่าหาว่าผมใช้คำที่รุนแรงนะครับ ผมถือว่าผู้ที่เข้ามารัฐประหารนั้นเป็นการทำลายหลายสิ่งหลายอย่างทั้งสิทธิเสรีภาพ ทั้งกฎหมาย เศรษฐกิจ ผมจึงใช้คำว่า ขาดมโนธรรมสำนึก ไร้รับผิดชอบชั่วดีต่อหลักมนุษยธรรม คำว่า หลักมนุษยธรรม ก็คือหลักธรรมที่มีในมนุษย์ทุกคนได้ทำลายลงหมด🔗
๕. เป็นการกระทำที่น่าละอายทั้งแก่วงศ์ตระกูล ประชาชนไทยและประชาชนโลก🔗
๖. เป็นการกระทำที่ไม่สมควรเอาอย่าง เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน🔗
๗. เป็นการกระทำที่ควรได้รับการประณามจากผู้คน ประชาชนผู้ที่มีมโนธรรม สำนึกทุกเพศวัย🔗
๘. แสดงถึงการอ่อนแอต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลสตัณหาอวิชชาที่เข้ามา ครอบงำทำให้เกิดความอยาก🔗
๙. เป็นการทำลายหลักการอันสำคัญของประเทศและไม่ให้การเคารพ ทุกสถาบันหลักของชาติ🔗
๑๐. เป็นการแสดงถึงการลุแก่อำนาจ ความมักใหญ่ใฝ่สูงที่อยากได้อำนาจมา ด้วยความไม่ชอบธรรม🔗
ต่อไปวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ซึ่งญัตตินี้ต้องการให้เป็นเช่นนั้น🔗
๑. ปฏิรูปกองทัพให้เป็นกองทัพประชาชน เป็นกองทัพที่มีฐานทหารอาชีพ เป็นหลัก เป็นกองทัพที่ส่งเสริมและเกื้อหนุนให้เป็นทหารประชาธิปไตยเป็นสำคัญ🔗
๒. ปฏิรูปหลักสูตรทหารใหม่ที่ว่าด้วยการเมืองการปกครองให้มีเนื้อหาปลูกฝัง แนวคิดทหารใหม่ให้เห็นคุณค่าของรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เทิดทูน รัฐธรรมนูญยิ่งกว่าชีวิต ใครคิดร้ายต่อรัฐธรรมนูญทหารจะต้องออกมาปกป้องหวงแหน ยิ่งกว่าชีวิต🔗
๓. ปฏิรูปความคิด ทัศนคติ อุดมการณ์ทหารให้มีสาระการเรียนรู้ที่ระบุให้ ทหารท่องก่อนเรียนประจำว่า เราจะไม่ปฏิวัติ เราจะไม่รัฐประหาร การรัฐประหารเป็นสิ่งชั่วร้าย ที่ทหารไม่ควรทำ ไม่มีในมโนธรรมสำนึก ถ้าข้าพเจ้าปฏิวัติรัฐประหารให้ข้าพเจ้ามีค่าต่ำ ยิ่งกว่าสุนัขหลายพันเท่า อันนี้จะต้องให้ท่องอยู่ประจำนะครับ🔗
๔. ต้องมีตัวบทกฎหมายระบุไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน ให้มีส่วนห้ามทหาร เข้ามารัฐประหาร เช่น ห้ามทหารยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าทางใด ห้ามคบค้าสมาคมกับ คนในตระกูลที่ทำรัฐประหาร ถ้าทำรัฐประหาร แม้จะฉีกรัฐธรรมนูญไปแล้วก็ให้ประชาชน สามารถสาปแช่งก่นด่าได้นานถึงเจ็ดชั่วโคตร🔗
๕. ควรปลูกฝังอุดมการณ์ประชาธิปไตยให้เยาวชนมีมโนธรรมสำนึกว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งชั่วร้ายที่ควรร่วมกันต่อต้านทุกวิถีทาง🔗
๖. ห้ามทหารเข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เพราะนั่นเป็นมูลเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ทหารเข้าไปสู่ฐานอำนาจนอกระบบที่เป็นเชื้อให้อยากมีอำนาจทางการเมืองต่อไป🔗
๗. นักการเมืองจะต้องพร้อมใจไม่ยอมรับการกระทำรัฐประหารทุกวิถีทาง แม้ตนจะได้เปรียบหรือได้ประโยชน์จากการรัฐประหารก็ตาม🔗
๘. เมื่อมีปัญหาทางการเมือง นักการเมืองจะต้องแสวงหาทางออกทางการเมือง ร่วมกัน อย่าเรียกทหารเข้ามา นั่นคือการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง แม้จะมีปัญหา ก็เลือกแล้วเลือกอีกจนเกิดตกผลึกทางการเมือง🔗
๙. ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทั้งการเมืองและทหารจะต้องเคารพสิทธิการตัดสินใจ ของประชาชน ไม่อ้างประชาชน ประเทศชาติเพื่อผลประโยชน์ของตน🔗
๑๐. ทหารจะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง ให้ถือว่าทหาร เป็นข้าราชการของประชาชน ต้องอยู่ภายใต้อำนาจที่มาจากประชาชน นั่นก็คือรัฐบาลพลเรือน🔗
๑๑. ข้อนี้สำคัญนะครับ สร้างป่าช้าทรราช ป่าช้าทรราชก็คือโดยนำชื่อทหาร พวกที่ปฏิวัติรัฐประหารไปไว้ในสุสานป่าช้าเดียวกัน สร้างบอร์ด (Board) ขนาดใหญ่ให้ประชาชน ไปเขียนคำสาปแช่งได้ตลอดเวลาครับ🔗
ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมานี้อย่าหาว่าผมมองไปในแง่ร้ายครับ เพราะว่า ผมไม่มีอคติกับทหารคนใดคนหนึ่งเป็นการส่วนตัว แต่นี่ผมพูดหลักการที่ผมเป็นครูสอน ประชาธิปไตยมานานนะครับ ท่านประธานครับ เวลาอันน้อยนิดนี้นะครับ สุดท้ายผมขอฝาก บทกลอนให้ได้คิดนะครับ รัฐประหารน่าละอายขายขี้หน้า แม้อ้างว่าการเมืองทำเรื่องวุ่น อ้างปราบโกงฉ้อฉลถอนต้นทุน แท้ใจคุณกระหายในปกครอง รักชาติเหลือล้ำน้ำลายไหล ปฏิวัติทีไรโกงได้คล่อง ทรัพย์สินมากมายเพิ่มก่ายกอง อย่างนี้ต้องร่วมกันอัดรัฐประหาร ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านนิคม บุญวิเศษ จะอภิปรายนะครับ ขอแจ้งท่านสมาชิกได้ทราบล่วงหน้าเผื่อจะได้ เตรียมตัวนะครับ จากท่านนิคมแล้วก็เป็นท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ แล้วตามด้วยท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ท่านคำพอง เทพาคำ ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคต ท่านประธานครับ ผมถือว่าเป็นครั้งแรก เป็นโอกาสดีที่สภาผู้แทนราษฎรเราโดยเฉพาะพวกเรา เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราเป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาธิปไตย เรามาจาก การเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าหลายท่านเห็นดีว่าประเทศไทยควรจะปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมไม่เชื่อว่า ส.ส. ในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านก็ตามคงไม่อยากให้ประเทศไทยมีการรัฐประหารอีกในอนาคต ผมเชื่ออย่างนั้นครับ และในวันนี้ก็หวังว่า ส.ส. ทุกคนที่มาจากการเลือกตั้งโดยสุจริตยุติธรรมน่าจะทำหน้าที่ อย่างมีศักดิ์ศรีเพื่อพี่น้องประชาชน การรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ถามว่าเป็นผลดี หรือผลร้ายแก่ประเทศชาติ ผมขอพูดถึงที่ผ่านมาก่อนว่าการรัฐประหารนั้นส่งผลเสียอย่างไร แน่นอนครับ ทุกอย่างจะต้องมีคนเสียกับมีคนได้ คนที่มีผลประโยชน์ ได้ประโยชน์จากการ รัฐประหารถามว่ามีไหม ต้องตอบว่ามีครับ ผมเชื่อว่ามี โดยเฉพาะหลายท่านที่ส่งเสริม สนับสนุนการรัฐประหารมีครับ ผลประโยชน์เกิดขึ้นมหาศาลซึ่งเราไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่การรัฐประหารที่ผ่านมานั้นประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยครับ โดยเฉพาะกลุ่ม ที่เสียประโยชน์ชัด ๆ ก็คือประชาชนผู้ยากจน เพราะคนที่มารัฐประหารนั้นไม่ใช่ตัวแทน ที่แท้จริงของประชาชน ย่อมรัฐประหารเพื่ออะไร เพื่ออำนาจของตัวเองเท่านั้น เมื่ออยู่อำนาจ แล้วเกิดการเสพติดครับ เสพติดเหมือนติดยาบ้าครับ ติดอำนาจ ติดผลประโยชน์ทั้งหลาย อยู่ในอำนาจแล้วไม่อยากจะออกไปจากอำนาจนี้ ฉะนั้นการรัฐประหารไม่มีผลดีกับประเทศชาติ แม้แต่นิดเดียว ถ้ามีผลดีถามว่าประเทศอื่น ต่างชาติเขามีรัฐประหารหรือไม่ ผมเชื่อว่าเคยมี หลัง ๆ นี้จะไม่ค่อยมีแล้ว ประเทศไทยเรายังมีอีก ทั้ง ๆ ที่เราเคยเชื่อตลอดเวลาว่าเราจะ ไม่มีรัฐประหารอีกแล้ว สุดท้ายก็ยังมีเหมือนเดิม ครั้งสุดท้ายคือวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ครั้งนั้นก็มีการยึดสื่อ ก็ส่งทหารไปยึดสื่อก่อน สื่อสถานีโทรทัศน์นี่ละครับ ไปยึดสื่อ ๔-๕ วัน แล้วก็ปิดสถานีวิทยุ ปิดสถานีโทรทัศน์ เกิดผลเสียหาย ซึ่งสถานีเหล่านี้ วิทยุเหล่านี้ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องใด ๆ เลย แต่ก็ต้องมาโดนกระทบจากการยึดอำนาจที่ผ่านมา ส่งผลให้ คนเหล่านี้โดยเฉพาะคนจัดรายการจำนวนมาก วิทยุมีประมาณ ๑๐,๐๐๐ คลื่น คนจัดรายการ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คนตกงาน เห็นไหมครับ ธุรกิจรายเล็กรายน้อยที่อาศัยช่องทางในการ โฆษณาเป็นอย่างไร เสียหายหมดครับ สถานีเคยเก็บค่าโฆษณาได้ เก็บไม่ได้ ทีวีเช่นเดียวกัน มายึดทีวีแล้วปิดทีวี ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เจ๊งระเนระนาด ทุกวันนี้ก็ไม่สามารถที่จะ ลืมตาอ้าปากได้ นี่คือผลกระทบอีกมุมหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึง ผมบอกได้เลยว่า การยึดอำนาจเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำอย่างไรจึงจะไม่มีการยึดอำนาจ เพราะที่ผ่านมามีการยึดอำนาจ เพราะอะไรครับ เพราะคนยึดอำนาจสุดท้ายก็ไม่มีกฎหมายใดที่จะเอาผิดได้ เห็นไหมครับ ถ้าเกิดยึดอำนาจแล้วผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ มีหน่วยงานองค์กรที่สามารถเอาผิด คนเหล่านี้ได้ ผมเชื่อว่า ไม่มีใครกล้าที่จะยึดอำนาจแล้วก็รัฐประหารอีก แต่ที่ผ่านมาไม่มีใคร สามารถเอาผิดคนเหล่านี้ได้เลย หน่วยงานเราสามารถมีไหม จริง ๆ มีครับ ประเทศไทย ปกครองระบอบประชาธิปไตยเรามี ๓ องค์กร นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ๓ หน่วยงานนี้ แต่สุดท้ายไม่มีหน่วยงานใดเลยที่จะสามารถบังคับใช้กฎหมายเอาผิดคนเหล่านี้ได้ ฉะนั้น ผมจึงคิดว่าถ้าเรามีกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาหาข้อมูล หาทางแก้ไข ผมเชื่อว่าแก้ได้ โดยเฉพาะ เมื่อเช้านี้ได้ฟังอาจารย์ปิยบุตรท่านได้มีแนวทางในการแก้ไขได้ ถ้าเกิดเรามีคณะกรรมาธิการ มาจากหลากหลาย มาจากฝ่ายรัฐบาล มาจากฝ่ายค้านและมาจากองค์กรอื่นที่มีความรู้ ความสามารถ มาช่วยกันคิดหาแนวทาง หาวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้น มันเป็นประโยชน์กับใคร เป็นประโยชน์กับพวกเราเอง เป็นประโยชน์กับประชาชน ประเทศชาติ โดยเฉพาะพี่น้องลูกหลานเหลนโหลนเรานะครับ เราต้องการให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ถูกไหมครับ เพื่อลูกหลานของพวกเรา ผมจึงอยากให้สภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ที่มีอยู่ช่วยกัน พิจารณาอยากให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้เกิดขึ้นในสมัยนี้ ซึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์จารึก ไว้ว่าประเทศไทย รัฐบาลไทย ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ โดยมีการตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหาเรื่องนี้เพื่อที่จะป้องกันแก้ไขปัญหาการรัฐประหาร ในอนาคตนี้เกิดขึ้น มันก็จะเป็นประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ดีงาม จริง ๆ แล้วที่เราต้องมาพูดกัน ในวันนี้เราต้องการให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าครับท่านประธาน เพราะการรัฐประหาร ที่ผ่านมาส่งผลให้เศรษฐกิจเราพังพินาศ โดยเฉพาะภาษีของพี่น้องประชาชนโดนผลาญไป โดยไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ทุกวันนี้ประเทศไทยเราเดินตามหลังอาเซียน (ASEAN) ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ เราเคยเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าอาเซียน (ASEAN) แต่ ๔-๕ ปีที่ผ่านมามาถึงปีนี้เราอยู่ท้าย ๆ จริง ๆ ท่านประธานครับ เราสูญเสียโอกาส สูญเสียเวลา โดยเฉพาะประชาชนยากจนเหลือเกิน คนตกทุกข์ได้ยากทั้งแผ่นดินตอนนี้ มีไม่กี่ตระกูล มีไม่กี่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากการรัฐประหารในครั้งนี้ ผมขอวิงวอน ทุกหน่วยงาน ทุกกรม กอง โดยเฉพาะ ส.ส. พวกเราที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนช่วย ทำหน้าที่ให้สมกับท่านเป็นตัวแทนของประชาชนจริง ๆ เรามาช่วยกันตั้งกรรมาธิการชุดนี้ ขึ้นมาเพื่อศึกษาหาแนวทาง ผมเชื่อว่ามีแนวทางหลายแนวทางซึ่งเป็นแนวทางที่ผมเชื่อว่า หลายท่านต้องยอมรับ เพราะว่าเราเองไม่ได้มาด้วยการบังคับกัน เรามาช่วยกันเถอะนะครับ มีแนวทางหลายแนวทาง ผมเองขอฝากไว้เพียงเท่านี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วอยากจะเสนอ แต่จะไม่เสนอในตอนนี้นะครับ จริง ๆ แล้วมันมีข้อเสนอหลายอย่างที่จะสามารถทำให้การ ปฏิวัติรัฐประหารในอนาคตจะไม่มี ไม่เกิดขึ้นนั้น มีแนวทางหลายแนวทาง หลายท่านก็ได้ พูดไปแล้ว ส่วนข้อเสนอแนะผมก็จะเสนอแนะให้กับกรรมาธิการชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เกิดขึ้นในวันนี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ เชิญครับ อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ ยังเข้ามาไม่ทันนะครับ ก็เชิญท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาคะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ธัญจะขอมาอภิปรายเกี่ยวกับการสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญการศึกษา การป้องกันรัฐประหารไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต สำหรับการอภิปรายวันนี้ธัญขอใช้ชื่อว่า รถถังและดอกไม้นะคะ ย้อนกลับไปรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ ภาพในสื่อสารมวลชนที่ออกมา เราก็จะเห็นรถถังแล้วก็ดอกไม้ผ่านออกมาสู่มวลชนมากมายนะคะ เป็นรัฐประหารที่ไม่ได้ มีการเสียเลือดเสียเนื้อและการสื่อสารของทหารก็ออกมาบอกว่าเราได้นำพาประเทศของเรา พ้นจากความวุ่นวายก้าวสู่ความสงบเรียบร้อยแล้ว ในรัฐประหารครั้งนั้นถ้าเรามองหยาบ ๆ ในสังคมของเรา เราแบ่งคนออกได้เป็น ๒ กลุ่ม คนกลุ่มแรกคือคนที่เห็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทน แสดงความรักความห่วงใยของทหาร และคนอีกกลุ่มหนึ่งก็เห็นความรุนแรงของรถถังว่า รถถังนั้นก็คืออาวุธสงครามที่เราใช้เข่นฆ่ากัน เสียงของคนกลุ่มที่ ๒ นั้นค่อนข้างเงียบหายไป ในหน้าสื่อมวลชนนะคะ แล้วตลอด ๑๓ ปีจากวันนั้นจนถึงวันนี้ความขัดแย้งก็ยังมีมากขึ้น และทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ประชาชนทั้ง ๒ ฝ่ายแบ่งออก ในขณะ ๑๓ ปีที่ผ่านมานั้น คลื่นใต้น้ำที่เกิดขึ้นก็ค่อย ๆ ลืมตาแล้วก็แสดงให้เห็นว่ารับรู้ว่าดอกไม้นั้นไม่สามารถที่จะ เกิดขึ้นจากความรุนแรงได้ค่ะท่านประธาน ความขัดแย้งระหว่างดอกไม้กับรถถัง ความรุนแรง ของอาวุธสงครามนั้นมันคือการหล่อเลี้ยงความขัดแย้งหรือเปล่า เพราะอย่างที่ทราบกัน ถ้าประชาชนทะเลาะกันคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือเผด็จการค่ะท่านประธาน รัฐประหาร กลับมาอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๕๗ ด้วยเหตุผลเดิม ๆ เหตุผลคือเราต้องการความสงบ ต้องการ จัดระเบียบความวุ่นวายของการเมือง และที่สุดการฉีกรัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประชาชน ไม่สามารถเปิดปากวิพากษ์วิจารณ์ได้ หลาย ๆ ท่านที่นี่ค่ะท่านประธานคงจะเคยได้ยินคำว่า รัฐประหารนั้นเท่ากับการข่มขืน มีคอลัมนิสต์ มีนักเขียนตามเพจ (Page) ต่าง ๆ ได้พูดถึง การรัฐประหารเท่ากับการข่มขืน เหยื่อถูกปิดปาก โดยไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือเลย ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเหยื่อ ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ ซ้ำร้ายนะคะ ยังเปิดรับปากกระบอกปืนให้ล่วงละเมิดสิทธิของตัวเอง การศึกษาครั้งนี้ธัญต้องการศึกษา เกี่ยวกับว่าอะไรทำให้คนกลุ่มนี้จึงยอมรับรัฐประหาร เราไม่ได้ศึกษาคนที่คิดต่างทางการเมือง เพราะคำถามของธัญใหญ่มากกว่านั้นคืออะไรทำให้คนคิดว่าการรัฐประหารนั้นชอบธรรม ทำให้สิ่งที่ไม่ชอบธรรมกลายเป็นเรื่องที่ชอบธรรม ธัญต้องการให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในการศึกษา มองสังคมให้ลึกลงไปแล้วว่าจริง ๆ เรามีความรุนแรงที่แฝงในดอกไม้ที่เป็น บ่อเกิดในการยอมรับรัฐประหารหรือไม่ อยู่ในวัฒนธรรมรอบ ๆ ตัวเราหรือไม่ มันทำให้ เรารู้สึกว่ารัฐประหารนั้นไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะว่าเราถูกล่วงละเมิดทางความคิด ทางกาย ทางวาจา ด้วยกระบอกปืนเรื่อยมา ท่านประธานค่ะ ธัญอยากจะเรียนให้ทุกท่าน ในที่นี้ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยได้ลองนึกดูว่าตั้งแต่วัยเด็กนั้น สมมุติฐานของธัญจะเป็น จริงไหมว่าเราถูกล่วงละเมิดด้วยกระบอกปืนอย่างไร เริ่มจากวัยเด็กของเรา เราเคยตั้งคำถาม หรือไม่ว่าทำไมกรมทหาร ค่ายทหารจึงเปิดให้ครอบครัวพาลูกเข้าไปในกิจกรรมวันเด็ก ไปสัมผัสอาวุธปืน ทั้ง ๆ ที่เป็นความรุนแรง นั่นคืออาวุธสงคราม มันแยบยลหรือไม่ที่ใช้ ความรุนแรงนั้นผ่านความรักของพ่อแม่เราที่บอกต่อ ๆ กันมาและจะบอกต่อ ๆ กันไปว่า นี่ความดีงาม ท่านคิดว่าสุมมติฐานอันนี้เป็นความจริงหรือไม่ การให้ความหมายของคำว่า ระเบียบวินัยที่ผิดเพี้ยนไป การเรียนแบบท่องจำ การยืนเข้าแถว การยืนตากแดด การตัดผมสั้น กระโปรงยาวใต้เข่ากี่เซนติเมตร กางเกงสั้นเหนือเข่ากี่เซนติเมตร คำถามคือว่าแล้วประชาชน คนไทยนั้นมีระเบียบวินัยจริงหรือไม่ นี่ก็คือสังคมที่เป็นอำนาจนิยม ที่กำลังจะบอกว่านี่คือ ระเบียบวินัยที่คนไทยจะต้องเรียนรู้ แต่จริง ๆ แล้วมันอาจจะเป็นการควบคุมเราทั้งกาย วาจา ใจ จากภายนอกสู่ภายในทำให้เราไม่สามารถที่จะคิดเองได้ เด็กไทยกล้าถามอะไร ผู้ใหญ่บ้าง เด็กไทยเป็นคนที่ไม่กล้าถามใช่ไหมคะ หรือการศึกษาที่สร้างความเป็นเราและ ความเป็นอื่น เราคือพระเอก เขาคือผู้ร้าย เรามีคำว่าต่างด้าว ต่างชาติ และจะเกิดอะไรขึ้น เวลาที่มีผู้มีอำนาจนั้นใช้ความเป็นเราและความเป็นอื่น ตัวอย่างเช่น ฉันเป็นคนดี เธอเป็น คนชังชาติ วาทกรรมเหล่านี้ก็จะถูกปลุกขึ้นมาในสมองกับการเรียนรู้ของเราตั้งแต่เด็ก ๆ นี่คือ ความรุนแรงแฝงในดอกไม้หรือเปล่า ถ้าเราศึกษาแล้วว่านี่คือความรุนแรงที่แฝงในดอกไม้นั้น เราก็อาจจะปรับเปลี่ยนการศึกษาของเราให้เป็นรู้จักเราและรู้จักเขา ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ ทำให้เราทุกคนบนโลกใบนี้เคารพกันอย่างเท่าเทียม หรือวัฒนธรรมเรื่องเล่าในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิทาน บทเพลง ละคร ถ้าหากเราเทียบการข่มขืนเท่ากับรัฐประหารแล้วนั้น เราเคยสังเกตหรือไม่ว่าสังคมไทยก็มีคนที่คอยเฝ้าดูละครน้ำเน่าที่รอให้พระเอกข่มขืนนางเอก เฝ้ารอด้วยความซาบซึ้ง ซาบซ่าน เฝ้ารอว่าเมื่อไรจะเสร็จสมอารมณ์หมาย และเมื่อพระเอก สามารถข่มขืนนางเอกได้แล้วก็จะรู้สึกเป็นสุข อบอุ่น ได้รับการดูแล เรื่องเล่าต่าง ๆ เหล่านี้ในสังคมไทยนั้นส่งเสริมสิทธิมนุษยชนหรือไม่ มันคือความรุนแรง ที่แฝงในดอกไม้หรือไม่ ข่มขืนเพราะรัก แต่นั่นคือการตัดโอกาสทางเลือกแล้วทำให้เราตกอยู่ ใต้อำนาจของผู้ที่ใช้กำลังกับเรา นี่คือสมมติฐานที่ธัญอยากที่จะศึกษาในคณะกรรมาธิการ วิสามัญด้วย🔗
แล้วสมมติฐานของธัญอีกประเด็นหนึ่งนะคะ มิติทางเพศ บทบาททางเพศ ในสังคมไทยนั้นมีส่วนในการรัฐประหารหรือเปล่า อย่างวาทกรรม เช่น ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ความสัมพันธ์อำนาจอันนี้ระหว่างเพศ ถ้าเราขยายไปสู่ระดับชาติ มองชาติเป็นผู้ชาย มองประชาชนเป็นผู้หญิง เราก็ต้องเดินตามผู้นำแล้วไม่มีทางเลือกเองได้ ใช่หรือไม่คะท่าน จากคำบอกเล่าต่าง ๆ ชายเป็นช้างเท้าหน้า หญิงเป็นช้างเท้าหลังสู่ความ เป็นระดับชาติก็คือการเดินตามเผด็จการแลห้ามแตกแถว ที่ยกมาทั้งหมดนี้คือธัญมองว่า เป็นสมมติฐานที่ธัญอยากที่จะศึกษาในคณะกรรมาธิการวิสามัญการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกัน รัฐประหารไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต ท่านประธานคะ การเมืองคือเรื่องของการช่วงชิงพื้นที่ ของอำนาจและการช่วงชิงความหมายของภาษาที่ถ่ายทอดในสังคมเราว่าอุดมการณ์ความรุนแรง หรืออุดมการณ์ของดอกไม้นั้นจะถูกแทรกซึมจนส่งผลต่อความคิด วาจา และการปฏิบัติ ของคนในสังคม ความรุนแรงในภาษาคือกรอบความคิดที่สร้างการรับรู้ต่าง ๆ แล้วกักขังเรา ให้อยู่ที่เดิมวนเวียนผลิตซ้ำอยู่ในความรุนแรง เหมือนรัฐประหารที่เหมือนละครน้ำเน่าที่วนซ้ำ มาถึง ๑๓ ครั้งในประเทศไทย การที่เราบอกต่อ ๆ กันมา แล้วก็บอกต่อ ๆ กันไปโดยไม่ได้ ตั้งคำถาม ธัญคิดว่าการรื้อสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในสังคมไทยในขณะนี้ค่ะท่านประธาน การตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์มากต่อการเมืองไทยแล้วก็ประชาชน หากเราจะช่วงชิงนิยามของความมั่นคงที่ฝ่ายทหารมักจะใช้ในการรัฐประหาร ธัญอยากจะ ให้ประชาชนทุกคนคิดว่าจริง ๆ แล้วความมั่นคงที่จริงแล้วไม่ใช่เป็นการซื้ออาวุธ ลงทุนไป กับอาวุธ แต่ความมั่นคงนั้นคือสันติภาพระหว่างเรา และนั่นคือเราจะมอบดอกไม้ให้กัน ด้วยความจริงใจ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกษิดิ์เดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออภิปรายเรื่องของให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทาง การป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ผมไม่ได้เห็นด้วยหรือไม่ได้ขัดแย้ง อะไรเกี่ยวกับเรื่องการเสนอญัตติในครั้งนี้ แต่กำลังจะมาพูดในภาพรวมในฐานะนักรัฐศาสตร์ อาจจะดูไม่ค่อยเหมือน แล้วก็อยากออกตัวก่อนว่าไม่ใช่พวกคลั่งเผด็จการด้วย ในมุมมอง ของนักรัฐศาสตร์ในเชิงรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง วิชารัฐศาสตร์นั้นจะมุ่งเน้นในเรื่อง ของการปรับกระบวนวิชาอยู่ตลอดเวลาให้สอดคล้องกับแนวทางความคิดทางวิทยาศาสตร์ แนวทางประจักษ์นิยม ซึ่งเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นในกระแสโลก นักรัฐศาสตร์คือนักวิทยาศาสตร์ ที่พยายามแสวงหาความเข้าใจของธรรมชาติ ของการเมืองการปกครอง นิยามของรัฐศาสตร์ ทั่ว ๆ ไปที่หลาย ๆ คนพอจะทราบ รัฐศาสตร์ก็คือว่าด้วยเรื่องของการศึกษา เรื่องของรัฐ ในเรื่องของการปกครองในการปกครองบ้านเมืองโดยมีรัฐเป็นองค์กรหลัก ๆ มุมมองในฐานะ นักรัฐศาสตร์ก็จะมองในเรื่องของการเมืองการปกครองว่าวิชารัฐศาสตร์นั้นมีเรื่องของปรัชญา ทางการเมือง ทฤษฎีทางการเมืองอุดมการณ์ว่าด้วยการเมืองมากมาย แล้วก็มีทฤษฎีวิธีการ เปรียบเทียบการเมืองระหว่างประเทศที่จะส่งผลดีกับการปกครองในแต่ละประเทศว่าจะ มีความเหมาะสมแต่อย่างไร การเมืองในอนาคตส่วนมากนักรัฐศาสตร์ก็จะใช้การศึกษา ประวัติศาสตร์ของการเมืองมาเป็นตัวกำหนดการเมืองในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ส่วนมากนักรัฐศาสตร์ก็จะใช้การศึกษาประวัติศาสตร์ของการเมืองไปเป็นตัวกำหนดการเมือง ในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทั่วทุกประเทศก็จะใช้วิธีแบบนี้กัน เราทราบดีครับประเทศไทย ของเราการปกครองในระบอบประชาธิปัตย์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นข้อตกลง ของพวกเราชาวไทยทุกคนว่าเราจะอยู่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบนี้แล้วก็ มีธรรมนูญที่เป็นแบบนี้ ผมถึงมองว่าในส่วนของการปกครองบ้านเมืองในทางรัฐศาสตร์มีนิยาม ที่สั้นมาก คือการปกครองบ้านเมืองอย่างไรก็ได้ที่ประชาชนจะมีความสุข อันนี้สั้นมากเลย ฉะนั้นไม่ว่าจะปกครองระบอบไหนก็ตามแต่ถ้าส่งผลให้ประชาชนในประเทศมีความอยู่ดีกินดี และมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบอบอะไรก็ตามแต่นอกเหนือจากประชาธิปไตยก็สามารถ ทำได้ เพราะในโลกาภิวัตน์ในโลกแห่งนี้ไม่มีอะไรที่จีรัง การพัฒนาการเมืองก็เฉกเช่นเดียวกัน ก็มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ🔗
สำหรับระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบหนึ่งซึ่งบริหารรัฐมาจากเสียงข้างมาก ของประชาชนที่เลือกผู้แทนราษฎรอย่างพวกเรามา แล้วก็มาใช้สิทธิใช้เสียงในฐานะตัวแทน เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ ซึ่งเสียงข้างมากในรัฐบาลบางรัฐบาลก็อาจจะขาดธรรมาภิบาล เพียงพอ อาจจะเป็นรัฐบาลประโยชน์นิยมซึ่งก็ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นการปกครองที่ดีที่สุด การศึกษาประชาธิปไตยแบบไทย ๆ มีการเปรียบเทียบหลายหน่วยงานได้ศึกษาว่าประชาธิปไตย แบบตะวันตกเปรียบเทียบกับประชาธิปไตยแบบไทยก็มีผลการศึกษาวิจัยแล้วว่าจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยในส่วนภูมิภาคนี้ก็เหมาะกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ แบบบ้าน ๆ เรา ฉะนั้นผมถึงไม่ค่อยอยากจะหยิบยกในเรื่องของประชาธิปไตยแบบตะวันตก มาเป็นกรอบความคิดเป็นทฤษฎีให้กับบ้านเรามากมายนัก🔗
ส่วนเรื่องของการปฏิวัติก็เป็นส่วนหนึ่งของกลไกทางการเมือง ซึ่งมันไม่สามารถ ถอดออกจากการเมืองการปกครองได้ ถ้าเราจะมาศึกษาผมก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรแต่แค่คิดว่า เหตุที่เกิดจากการปฏิวัติเนื่องจากว่ารัฐไม่สามารถบริหารจัดการราชการได้ ไม่สามารถสั่งการ หน่วยงานได้ อำนาจรัฐไม่สามารถดำเนินการได้ เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง เกิดวิกฤติ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐและประชาชน จึงทำให้มีเหตุต้องทำการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถ้าเป็นทหารเขาเรียกปฏิวัติ ถ้าประชาชนมาล้มรัฐบาลสุดแล้วแต่จะเลือกกัน ในยุคนั้น เราก็รู้เขาเรียกว่ากระแสการเมืองโลกที่มักจะทำอย่างนี้เสมอ ดังนั้นนักการเมืองส่วนใหญ่ จะใช้วิธีแบบนี้กันเพื่อจะล้มรัฐบาล ซึ่งผมมองว่าในส่วนตัวก็พอ ๆ กันเพียงแต่วันนี้ใครอยู่ มุมไหนแค่นั้น เหตุของการปฏิวัติก็มีส่วนหนึ่งในการใช้อำนาจรัฐในรัฐบาลมุ่งเน้นแก่ผลประโยชน์ ส่วนตัวโดยขาดธรรมาภิบาลและขาดเจตนาทำเพื่อส่วนรวม ไม่ว่ารัฐบาลไหน และที่ผ่านมา แบ่งสีแบ่งฝ่ายกันบางคนจำได้ อยู่กันไม่ได้ ไม่ใช่แค่นักการเมือง ประชาชนทุกหมู่เหล่า เป็นอย่างนี้หมด เกิดความแบ่งแยกรุนแรงแล้วก็แนวความคิดการบริหารบ้านเมืองถึงทางตัน ทำไมผมต้องพูดอย่างนี้เพราะมันใส่ร้ายกันครับ ใส่ร้ายกันทุกวัน เปิดทีวี (TV) ก็มีเสื้อแดง เสื้อฟ้า เสื้อเหลืองบ้าง ซึ่งสังคม ณ วันนั้นถ้ากลับไปมองถึงแล้วมันไม่จรรโลงโลกเหมือนวันนี้ บางคนอาจจะมองว่าวันนี้เรามีรัฐบาลเป็นรัฐบาลเผด็จการ บางทีสุดแล้วแต่จะคิด แต่ส่วนตัว ผมมองว่าเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งแล้วก็จะสามารถนำพาประเทศชาติฝ่าวิกฤติไปได้ ณ วันนั้น มันมีเหตุปัจจัยหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงองค์กรอิสระหลายคน พูดมา ผมมองว่าสิ่ง ๆ นี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด โดยเฉพาะองค์กรศาล องค์กรที่มีผลต่อการ อยู่รอดของรัฐบาล ซึ่งส่อถึงความไม่เป็นธรรมในทางการเมืองอย่างรุนแรง ผมมองว่าหลาย ๆ เรื่องปัจจัยหลาย ๆ อย่างทำให้เราต้องมีการปฏิวัติรัฐประหาร ส่วนตัว ผมมองว่าในรัฐบาลที่ผ่านมาเก่งทุกรัฐบาลแต่มีอีโก (Ego) สูง ถ้ารัฐบาลที่เก่งเรื่องเศรษฐกิจ มาออกนโยบายอะไรอีกรัฐบาลหนึ่งที่ชอบอีกแบบหนึ่งก็จะไม่รับนโยบายที่ดีของเขามาปฏิบัติ เรามักจะเห็นอยู่เสมอว่าการออกแนวนโยบายในการบริหารราชการมักจะทำในแบบที่เป็น การนิยมชมชอบในมุมของตัวเอง ซึ่งผมมองว่าประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์มากมายจากตรงนี้ ส่วนตัวผมมองว่ารัฐบาล คสช. มีความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองพอสมควร หลังจากที่ผ่านมา ผมเองมีผลกระทบโดยตรง ในอดีตเคยเป็นผู้แทนในระดับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ๒ สมัย แล้วก็โดนผลจากการปฏิวัติรัฐประหารทำให้ผมตกงานเพราะว่า คสช. นั้นได้มี สก. สรรหาเข้ามาแทนที่ ซึ่งผมไม่ปฏิเสธนะครับว่า ณ วันนั้นการปฏิรูปประเทศไทย การชัตดาวน์ (Shutdown) ประเทศไทยมันต้องเริ่มจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นก่อนนะครับ เพราะว่า รูปแบบการใช้อำนาจที่อาจจะมองว่าไม่ค่อยโปร่งใสในเรื่องกรุงเทพมหานคร หรืออาจจะมองว่า ไม่ค่อยถูกต้องนัก ซึ่งผมมองว่าด้วยความเป็นธรรมผมก็มองในแง่ดีนะครับ ก็ให้โอกาสรัฐบาล ในยุคนั้นเข้ามาดำเนินการชัตดาวน์ (Shutdown) ประเทศไทย แต่ในส่วนสตาร์ตอัป (Startup) ผมไม่ได้เน้นว่าจะต้องเร็วเท่าไรเพราะผมมองเห็นถึงความแตกแยกของการแบ่งสีเลือกฝ่าย มันจะส่งผลให้เขาทำงานยากขึ้น เพราะฉะนั้นการปฏิรูปประเทศในวันนั้น การทำทุกอย่าง เพื่อลดความแตกแยกของประชาชนทำอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองสงบมันต้องใช้เวลา อันนี้เป็น สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะอภิปรายให้ท่านสมาชิกมองในแง่ดีของการปฏิวัติแล้วก็การปฏิรูป ประเทศในช่วงนั้น ส่วนการรีสตาร์ต (Restart) ก็มีผล เราพอทราบกันดีในฐานะนักการเมือง รัฐบาล คสช. สิ่งที่ผมชอบที่สุดแล้วก็ยังประทับใจอยู่จนถึง ณ วันนี้คือการออกยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เพราะว่าในส่วนของนักการเมือง อดีตนักการเมืองท้องถิ่นจะมองเลยว่าทุกยุคทุกสมัย ของรัฐบาลเมื่อเข้ามาแล้วชอบเอานโยบายรัฐบาลเก่าที่ดีโละทิ้งไปหมดและเอานโยบายของ ส่วนตัวที่อาจจะเป็นส่วนตัวจริง ๆ มาใช้ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมกับประเทศชาติครับ แล้วก็ในยุทธศาสตร์ชาติลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ เพิ่มอำนาจในการตรวจสอบ ผมว่ามันแฟร์ (Fair) กับทุกฝ่ายนะครับ ในส่วนของผม เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ยังเห็นว่า ณ วันนี้การพัฒนาทางการเมืองจะเกิดขึ้นจากพวกเราถ้าเราสร้างสรรค์กันแล้วตั้งใจทำงาน และอย่างน้อยที่สุดผลดีจากการปฏิวัติพวกท่านก็อาจจะไม่อยากที่จะเสียบบัตรแทนกัน รู้จักใช้อำนาจรัฐของการเป็นนักการเมืองในทางสร้างสรรค์ ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม นี่ละครับ จะได้ไม่ต้องมีการปฏิวัติอีก ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่าน ท่านคำพอง ท่านจิรัฏฐ์ ท่านรังสิมันต์ นะครับ เชิญท่านคำพองครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณ ท่านประธานครับ เรื่องของการก่อรัฐประหารถ้าจะเป็นการก่อรัฐประหารที่คลาสสิก (Classic) ที่สุดน่าจะเป็นของนโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) แต่ก็ถูกสมาชิกรัฐสภา ของฝรั่งเศสสมัยนั้นตะโกนด่าว่าสารเลว นักรัฐศาสตร์ก็ได้ให้คำนิยามว่าการรัฐประหาร เป็นความเลวร้ายที่จำเป็นสำหรับประเทศด้อยพัฒนา ข้อเท็จจริงในประเทศไทยสารพัดข้ออ้าง ที่จะยกมาอ้างเพื่อที่จะทำการก่อรัฐประหาร เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มผู้ก่อการ ที่จริงกลุ่มคณะผู้ก่อรัฐประหารหรือพวกที่ก่อรัฐประหารมันไม่มีเฉพาะทหาร มันมีพลเรือน บางกลุ่มเข้าไปร่วมไม้ร่วมมือด้วย และที่สำคัญก็คือว่าที่จริงแล้ววิกฤติการณ์ทางการเมือง ในประเทศไทยที่ผ่านมาสามารถที่จะใช้กระบวนการปกติ กระบวนการทางการเมืองแบบปกติ หรือกลไกที่มีอยู่เข้ามาแก้ไขปัญหาได้ แต่เราก็ไม่ทำกัน เราไม่ใช้กัน แต่คณะก่อรัฐประหาร ก็มักจะมีเล่ห์กลปิดทางแล้วก็บอกว่ามันเป็นทางตันแล้วก็ลงมือกระทำการก่อรัฐประหาร อย่างสะดวกโยธินทุกครั้ง ท่านประธานครับ เมื่อก่อรัฐประหารสำเร็จพวกนี้มักจะกระทำการ ที่ไปไกลกว่าที่พวกเขาประกาศไว้ตั้งแต่ต้น การสืบทอดอำนาจ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพล ผิน ชุณหะวัณ รัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่าหลายครั้งก็สืบทอดอำนาจอย่างยาวนาน หาวาระไม่มีเลยนะครับ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สืบทอดอำนาจจนตายไปข้างหนึ่งครับ จนตัวท่านก็ตาย จอมพล ถนอม กิตติขจร ดองกับครอบครัวสืบทอดอำนาจจนถูกขับไล่ การก่อรัฐประหาร ปี ๑๙๒๐ นี้ก็สืบทอดอำนาจจนเบื่อไปเอง เลิกไปเอง เลิกไปบอกว่า พอแล้วว่าอย่างนั้นครับ รสช. ก็พยายามที่จะสืบทอดอำนาจแต่ถูกขับไล่เสียก่อน สำหรับ คสช. ก็ถือว่าคณะของท่านสืบทอดอำนาจได้สำเร็จ แต่ว่าก็ขอให้พยายามอยู่ให้ได้นะครับ ถ้าประชาชนไม่ขับไล่เสียก่อน การก่อรัฐประหารนี้มันเป็นการขัดขวางเขาเรียกว่าขัดขวาง การพัฒนาการของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ เป็นการยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้ รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพื่อปูทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ทุกอย่างจบลงภายใน ๕ วัน แล้วก็ ๖ เดือน แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น คือเป็นการประนีประนอมของระบอบเก่ากับระบอบ ใหม่แบบลงตัว อันนี้ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ชัดเจนครับ แต่การรัฐประหาร ๑๓ ครั้งก็ทำให้ พัฒนาการประชาธิปไตยตลอด ๘๐ ปีที่ผ่านมา การปูทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ๘๐ ปี ที่ผ่านมาล้มเหลว และมันเป็นมรดกบาปที่จะตกทอดไปให้ถึง ๑๐๐ ปีของปี ๒๔๗๕ ก็คือ ปี ๒๕๗๕ หรืออีก ๑๒ ปีครับ การรัฐประหารไม่ใช่แค่การยึดอำนาจแต่มันเป็นการชิงอำนาจ ครองอำนาจ ใช้อำนาจ แล้วก็หวงอำนาจ หนักเข้าก็หลงอำนาจ พวกก่อรัฐประหารมักจะ ประกาศอย่างอหังการว่าข้าพเจ้าจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เราคือรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าเราเข้าใจ ตรงกันนะครับว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การที่จะได้มาซึ่งอำนาจมันก็ต้อง ปวงชนชาวไทยเป็นผู้มอบให้ แต่การที่ก่อรัฐประหาร การที่จะคืนอำนาจให้กับปวงชนชาวไทย มีหลายครั้งเราต้องสูญเสียสิทธิเสรีภาพชีวิตเลือดเนื้อของประชาชนเพื่อแลกเอาอำนาจ อธิปไตยกลับคืนมา การใช้อำนาจของรัฐบาล รัฐประหารที่ขาดการตรวจสอบ ที่เป็นนโยบาย หลายครั้งสร้างความเสียหายไม่ใช่เฉพาะในประเทศนะครับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สมัยหนึ่งเราต้องดำเนินนโยบายตามประเทศสหรัฐอเมริกา หลังรัฐประหารเราต้องกระโจน เข้าร่วมกับสงครามเกาหลี สงครามลับอเมริกาในลาวอย่างไร้เหตุผลที่ถูกต้อง หลายเรื่องท่านประธานที่เราไม่สามารถที่จะนำมาเสนอในเวลาอันจำกัดในสภาคงจะต้อง มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบคอบครบถ้วนเพื่อที่จะให้เป็น หลักสำคัญในการที่จะป้องกันการก่อรัฐประหาร ท่านประธานที่เคารพ ในอนาคตเราอาจจะ พิสูจน์ว่าความเห็นของนักรัฐศาสตร์ที่บอกว่าการรัฐประหารเป็นความเลวร้ายที่จำเป็น สำหรับประเทศด้อยพัฒนา ประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนาหรือครับท่านประธาน มาถึงวันนี้แล้วถ้าไม่ใช่เราก็คงจะถึงเวลาที่พวกเราจะไม่ยอมให้การก่อรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ในประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราตลอดกาล การศึกษาการป้องกันไม่ให้มีการก่อรัฐประหาร เกิดขึ้นผมก็เห็นด้วยในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาทำการศึกษาในครั้งนี้ขอบคุณ ท่านประธาน🔗
ท่านจิรัฏฐ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ต้องการจะชี้ให้เห็นว่าภัยแล้วก็โทษของ การทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นกับประเทศคืออะไร แต่ด้วยความที่ผมมีเวลาแค่เพียง ๑๐ นาที จากที่ผมเตรียมเนื้อหาไว้ ๒๐ นาที ผมต้องขออภัยที่จะต้องตัดเนื้อหาช่วงแรกออกแล้วก็จะ สรุปสั้น ๆ ว่าประชาชนหรือว่าพลเมืองที่มีคุณภาพมันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนา ประเทศให้เจริญก้าวหน้าเพื่อที่จะทัดเทียมกับนานาอารยะ ในขณะที่ผลวิจัยจากหลายสำนัก ท่านประธานรวมถึงการวัดความฉลาดรู้หรือที่เรารู้จักในชื่อพิซา (PISA) ที่คะแนนเราต่ำลงมาก ต่ำจากครั้งก่อนเยอะพอสมควรซึ่งชี้ให้เห็นว่าเยาวชนไทยรวมถึงสังคมไทยด้วยมีความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ต่ำ ไม่คิดเป็นระบบขาดการคิดเชิงวิพากษ์ขาดความสามารถในการแยกแยะ ความจริงออกจากความเชื่อ ซึ่งมันสะท้อนถึงคุณภาพพลเมืองซึ่งตรงนี้น่าเป็นห่วงจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งรับราชการครูเป็นครูประถมศึกษาที่สอนวิชาสังคม เขาบอกว่ากลัวที่สุดเลยคือกลัวว่าเด็กจะถามเวลาที่เขาสอนไปถึงบทที่ว่าด้วยอำนาจอธิปไตย เขาบอกว่าเขาไม่รู้เขาจะตอบนักเรียนว่าอย่างไร ในเมื่อประเทศชาติไม่ได้เป็นเหมือนในตำรา และในเมื่อเด็กเกิดความสงสัยท่านประธานสังคมภายใต้อำนาจรัฐประหารกลับตอบเยาวชน เหล่านี้ว่ามันคือความรักชาติ มันคือความขัดแย้ง มันคือการเสียสละ มันคือความมั่นคง มันคือความสามัคคี ชุดคำตอบจะวนไปวนมาอยู่แค่นี้ไม่ไปไหน ซึ่งถ้าเราวิเคราะห์ดูจริง ๆ แล้ว เราก็จะรู้สึกได้เลยว่านี่เป็นเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล มันเป็นเหตุผลวิบัติที่ถูกยัดเยียด อย่างต่อเนื่องเมื่อระยะเวลาผ่านไป เหตุผลวิบัติเหล่านี้ถูกยัดเยียดอยู่ฝ่ายเดียว สังคมก็จำเป็น ที่จะต้องปรับตัวให้กับเหตุผลวิบัติเหล่านี้รับมันให้ได้แล้วก็อยู่กับมันให้ได้ สุดท้ายแล้วสังคม จะยอมรับไปเองโดยธรรมชาติ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมจะอภิปรายว่าตรรกะวิบัติหรือว่า เหตุผลวิบัติเหล่านี้ แน่นอนมันเป็นตัวที่ฉุดรั้งการพัฒนาของชาติ แต่มันมาจากไหนแล้วใคร เป็นผู้สร้างมัน ใครเป็นผู้ผลิตแล้วคอยป้อนมันสู่สังคมอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ขอยกตัวอย่างสิ่งที่ได้ยินมาจากในทีวี (TV) ซึ่งเยาวชนทั่วไปก็หาดูได้ บุคคลท่านหนึ่งเป็นผู้นำ ในคณะรัฐประหารในอดีตกล่าวไว้ว่าเราต้องทำให้ต่างประเทศเข้าใจว่าเราเป็นประชาธิปไตย เดี๋ยวเขาจะคิดว่าเราเป็นประเทศเผด็จการ แต่เราจำเป็นต้องยุติความขัดแย้ง เพราะฉะนั้น เราไม่ได้ปฏิวัติ แต่ว่าเราใช้อำนาจในการปกครองประเทศโดยการปฏิวัติ ฉะนั้นทุกคนต้อง เข้าใจตามนี้ว่าเราปกครองด้วยประชาธิปไตย เราไม่มีอย่างเดียวคือไม่มีการเลือกตั้งนอกนั้น แล้วก็มีมาตรา ๔๔ ไว้แก้ปัญหา ท่านประธาน ประโยคเพียง ๓ บรรทัดนี้แฝงตรรกะวิบัติไว้ เต็มไปหมด แต่ไม่ใช่เวลาที่ผมจะมานั่งชี้ว่าตรงไหนวิบัติตรงไหนไม่วิบัติ เพราะสิ่งที่น่าสนใจ คือถ้าเราดูคลิป (Clip) นี้อีกครั้งหนึ่งน้ำเสียงของผู้ที่พูดท่านที่กำลังพูดประโยคเมื่อสักครู่นี้อยู่ เขาไม่ได้เชื่อแบบนั้นจริง ๆ หรอกครับ น้ำเสียงเขาไม่ได้มั่นใจเลยที่พูดออกมา เขารู้อยู่แล้วว่า สิ่งที่พูดมันผิดธรรมชาติ ทำไมต้องบิดเบือนความจริง บิดเบือนให้กลายเป็นตรรกะวิบัติแบบนี้ สุดท้ายก็พาท่านกลับมาที่ประเด็นจนได้ว่าการทำรัฐประหารนี่ล่ะครับ เมื่อผิดกฎหมายสูงสุด ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วมีโทษถึงประหารชีวิต เพราะฉะนั้นคณะรัฐประหารจำเป็นที่จะต้องสร้าง ความชอบธรรมให้ตนเองด้วยการพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง สร้างกรอบความคิด ใหม่ ๆ ที่ผิดเพี้ยน อ้างเหตุผลเพียงด้านเดียวแล้วก็ไปโยงเอากับจริยธรรม ความรู้สึกที่มันเป็น เรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกประชาชน บวกกับอำนาจของตัวเองที่สามารถยัดเยียดข้อมูล ได้ฝ่ายเดียว ปิดปากผู้เห็นแย้งได้ สุดท้ายแล้วเขาพยายามทำให้มาตรฐาน หรือบรรทัดฐานเดิม ของสังคมมันดูคลุมเครือที่สุดเพื่อที่อำนาจการวินิจฉัยหรือดุลพินิจจะอยู่กับเขา มันคือ การเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง ท่านประธานครับ ความคิดหรือว่าไอเดีย (Idea) มันมหัศจรรย์ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันสร้างสำเร็จแล้วมันเอาออกยาก อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว นี่คือภัยเงียบ ที่ลอบทำร้ายชาติเราอย่างช้า ๆ แต่มีประเด็นน่าสนใจอย่างหนึ่ง ลักษณะของคนที่มีความคิด วิบัติแบบนี้เหมือนกันหมดอย่างหนึ่งคือว่าคนแบบนี้จะไม่กล้าดีเบส (Debase) เขาจะไม่กล้าสู้ ด้วยเหตุและผล ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวลองดู พ.ร.บ. เกณฑ์ทหารแบบไม่บังคับของพรรคอนาคตใหม่ เข้าว่าจะมีดีเบส (Debase) เกิดขึ้นสักแค่ไหน ท่านประธานครับ ผมอยากชี้ให้เห็นว่านอกจาก ที่จะต้องสร้างความชอบธรรมแล้วเขายังใช้ตรรกะวิบัติทำอะไรบ้าง อย่างแรกเขาใช้ตรรกะวิบัติ ในการเลี่ยงประเด็นตอบคำถาม แปลไทยเป็นไทยก็คือแถนั่นล่ะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นคำว่า ไม่มีหรอกทหารรับใช้แค่ยืมตัวมา อีกอย่างครับ เบื่อผมแต่ผมไม่เบื่อคุณเพราะคุณเป็นคนไทย เวลาที่มีคนบอกว่าเบื่อเรา ผมคิดว่าเราควรจะถามกลับว่าทำไมถึงเบื่อเรา แต่ท่านพูดแบบนี้ มันเป็นการจบประเด็น ผมก็คิดว่าผู้พูดก็ฉลาดพอสมควรที่จะไม่ต้องถกเถียงต่ออะไรอีกครับ การชี้แจงหรือว่าการเปิดเผยข้อมูล การแสดงข้อเท็จจริงมันเป็นวิธีการเดียวที่เราจะหักล้าง เวลามีคนมากล่าวหาว่าเราทุจริตไม่โปร่งใส ไม่ใช่การให้หน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระมาให้รางวัล โปร่งใส หน่วยงานโปร่งใสยอดเยี่ยมหรืออะไรอย่างนั้น มันไม่ได้ตอบคำถามที่มีการกล่าวหาว่า เขาทุจริตเลย🔗
เรื่องที่ ๒ สิ่งที่คณะรัฐประหารทำ ตรรกะวิบัตินี้เขาพยายามทำให้ตัวเอง กลายเป็นความชอบธรรม ยกตัวอย่างเช่นคำที่ว่า ทหารคือผู้เสียสละ ทหารคือผู้ที่ทำเพื่อชาติ ซึ่งตรรกะวิบัติแน่นอน เพราะว่าไม่ว่าหมอ วินมอเตอร์ไซค์ คนกวาดถนน ทุกคนก็ทำเพื่อชาติ ทั้งนั้น คำว่า อย่าเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ ถ้าแน่จริงไปรบสิ ท่านประธานครับ ถ้าผมเป็นหมอ ผมจะถามกลับว่าถ้าแน่จริงท่านไปผ่าตัดหัวใจวันนี้เลยไหม มันวิบัติไปหมด อะไรอีกครับ ทำไมต้องสร้างความขัดแย้ง ทำไมไม่ช่วยกัน ผมทำคนเดียวก็ไม่ไหวหรอก เอาแต่ถาม นายกรัฐมนตรีไม่ทำอย่างโน้น ไม่ทำอย่างนี้ ไม่ทำอย่างนั้น เอาแต่สร้างความขัดแย้ง มาช่วยกันสิ ถ้าไม่มาช่วยกัน ถ้าท่านไม่ช่วยผมคิด ไม่ช่วยผมแก้แล้วมันจะทำได้ไหม คือท่านพูดแบบนี้ท่านเอาตำแหน่งรัฐมนตรีให้ผมสักตำแหน่งได้ไหมเดี๋ยวผมจะช่วย คือมันเป็นระบบรัฐสภา การตรวจสอบ ยิ่งมีการตรวจสอบแค่ไหนประสิทธิภาพการทำงาน มันก็ดีขึ้นแค่นั้น มันถึงมีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมไม่เข้าใจตรรกะนี้เท่าไร🔗
เรื่องที่ ๓ คือการใช้ทำลายคู่แข่งทางการเมือง ท่านประธานครับ วันหนึ่ง ถ้าเราอ่านสมุดพกลูกเรา คุณครูเขียนมาบอกว่าลูกเราเป็นเด็กร่าเริง แจ่มใส มนุษยสัมพันธ์ดี เป็นที่รักของเพื่อน ๆ แต่บางครั้งก็คุยเล่นมากไปหน่อยเวลาที่ครูสอน เราจะทำอย่างไรครับ เราจะรวมกลุ่มกับพ่อแม่เพื่อนคนอื่นตั้งกลุ่มต่อต้านลัทธิชังลูกตัวเองไหม หรือเราจะสอนลูก เราจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าลูกเราทำตรงไหนดี ตรงไหนไม่ดี ถ้าเราสอนลูก เราวิพากษ์วิจารณ์ลูก เราจะเรียกว่าเป็นพวกชังลูกตัวเองไหมครับ เช่นกันอีกเรื่องหนึ่ง การพยายามแก้ไขกฎหมาย ตามขั้นตอนกระบวนการที่กฎหมายให้สิทธิกับผู้แทนราษฎรไว้ มันเป็นการล้มล้างการปกครอง อย่างไรครับ ทำไมตรรกะนี้มันถูกทำให้กลายเป็นสิ่งที่ผิดขึ้นมา การบอกว่าจะสนับสนุนยึดมั่น ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองอย่างไรครับ ผมไม่เข้าใจครับ ผมคิดว่าควรจะเห็นใจกันบ้างเพราะว่าผมไม่สามารถแสดงความรักต่อชาติ ด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญได้ ในเมื่อผมไม่มีเงินไปซื้อปืนเยอะแยะขนาดนั้น นี่ล่ะครับคือตัวอย่าง ของการทำลายคู่แข่งโดยใช้ตรรกะวิบัติ แต่โชคดีครับ ถึงแม้ท่านจะพยายามแค่ไหนก็ตาม ประวัติศาสตร์ก็บอกเราไว้แล้วว่าประชาชนไม่ได้โง่ ประชาชนเขาสร้างผู้นำของเขาเองเสมอ ๑ ปีที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าเขาสร้างผู้นำของเขาเองอยู่ ผู้นำของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพก่อนที่ผมจะจบขอย้อนไปนิดหนึ่งว่าเมื่อ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้ว ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเราชอบบอกว่าผมเป็นอนาคตของชาติ ผมจะเป็น คนที่พัฒนาชาติในอนาคตทำให้ชาติเจริญก้าวหน้าแข่งกับต่างประเทศได้ ผ่านมา ๓ ทศวรรษ วันนี้ผมอายุ ๓๒ ปี มีโอกาสได้มาเป็นผู้แทนราษฎร แต่คนรุ่นผมไม่ต้องมาพัฒนาอะไรหรอกครับ คนรุ่นผมไม่ต้องคิดจะพัฒนาต่อยอดอะไรทั้งสิ้น เพราะต้องมัวแต่มานั่งแก้ปัญหาที่ทุกท่าน ทิ้งเอาไว้ ด้วยความเคารพครับ ด้วยความเคารพจากใจจริง ๆ ผมต้องพูดว่าท่านปล่อยให้ ประเทศมันเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร พวกท่านปล่อยให้ประเทศมันล้าหลังขนาดนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงมาเป็นภาระความรับผิดชอบของคนรุ่นผม ถ้าผมไม่ทำวันนี้มันจะกลายไปเป็นภาระ ความรับผิดชอบของคนรุ่นลูกผม ซึ่งก็คือรุ่นหลานของท่าน ถ้ารุ่นลูกผมเขาถามผมว่าทำไม ไม่ทำ ผมจะตอบเขาอย่างไร สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากเชิญชวนสมาชิกทุกท่าน มาร่วมกันหาวิธีการป้องกันรัฐประหาร อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้มันตกไปถึงรุ่นลูกเรารุ่นหลาน ของท่าน มาช่วยกันโหวตให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อรักษาความถูกต้อง ความคิด ที่เป็นเหตุเป็นผล เพราะมันจะดูวิบัติในวิบัติถ้าเกิดว่าผู้แทนราษฎรไม่ปกป้องรักษาประชาธิปไตย แล้วมันจะดูอกตัญญูมาก ๆ เลยถ้าเกิดว่าคนที่มาจากประชาธิปไตยไม่ปกป้องประชาธิปไตย ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้วต้องบอกว่าอยากจะเชิญชวนให้มาร่วมกัน หลักเหตุผลสำคัญ ตรรกะวิบัติทั้งหลายอย่าปล่อยให้คนไหน หรือว่าบุคคลไหน คณะไหนมาตีกินว่าตัวเองเป็น ผู้เสียสละ เพราะการทำรัฐประหารมันคือกบฏ ไม่ใช่ฮีโร่ (Hero) ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านรังสิมันต์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขอหารือ กับท่านประธานนิดเดียวก่อนที่จะเริ่มอภิปราย พอดีผมได้มีโอกาสปรึกษากับท่านปกรณ์วุฒิ ซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคเหมือนกัน ด้วยความที่ว่าเราได้ปรึกษากันว่าเนื้อหาสาระที่เราจะ มีการอภิปรายน่าจะมีความใกล้เคียงกันแล้วเราก็เข้าใจว่าโดยเวลาของสภาแห่งนี้มีไม่เยอะ เราอยากจะปรึกษาท่านประธานว่าท่านปกรณ์วุฒิท่านจะถอนแล้วก็อาจจะขอเวลาให้ผมเพิ่ม มานิดหนึ่งได้ไหมครับท่านประธาน หารืออย่างนี้ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณ ท่านประธานครับที่ให้เวลาและขอบคุณท่านปกรณ์วุฒิที่ได้มอบเวลาให้กับผม ถ้าผมพูดว่า ในอนาคตเราจะมีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกครั้ง แล้วผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะพยักหน้า พร้อมเพรียงกัน ทุกคนเห็นตรงกันว่าการรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกเป็นแน่แท้การรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ทุกคนคงเห็นตรงกันและนี่คือเป็นที่มา ของกระผมในฐานะที่เป็นผู้แทนของราษฎรที่จะต้องสนับสนุนญัตตินี้เพื่อป้องกันไม่ให้การ รัฐประหารเกิดขึ้นอีกต่อไป โดยทั่วไปการเมืองการปกครอง ผู้ที่จะเข้ามาปกครองประเทศได้นั้น จะต้องอาศัยความชอบธรรมจากบางสิ่งบางอย่าง บางครั้งเราก็ต้องอาศัยความชอบธรรม จากประชาชน แต่บางครั้งก็มีคนบางกลุ่มคิดว่าการกดขี่ การข่มเหงนั้นก็คือความชอบธรรม อย่างหนึ่ง ซึ่งต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าในปัจจุบันนั้นการเลือกวิธีการ อย่างหลังคือการใช้การกดขี่ข่มเหงนั้นไม่ได้รับความยอมรับ ไม่ได้รับความชอบธรรมอีกต่อไป ซึ่งตลอด ๘๗ ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา เราอาจจะ ผ่านรัฐประหารหลายครั้ง ผ่านรูปแบบที่ใช้กำลังพลทหารเข้ายึดครองประเทศหลายครั้ง แต่ก็ต้องย้ำกันชัด ๆ ว่าวันนี้คุณค่าสูงสุดที่เป็นคุณค่าที่เรายึดถืออยู่ตลอดเวลาคือคุณค่า แบบประชาธิปไตยที่ผู้ปกครองจะต้องได้รับอาณัติความชอบธรรมจากประชาชน แม้ว่าเรา จะเห็นตรงกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างของการใช้อำนาจอธิปไตยจะต้องยึดโยงไปกับประชาชน เรากลับพบว่าวิธีคิดนี้ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยของเราประสบความสำเร็จของการมีระบอบ ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เหตุผลหนึ่งที่มันเป็นแบบนั้นมีหลายประการครับ ประการแรก ที่มีความสำคัญคือองค์กรตุลาการ องค์กรศาล อย่างที่ทุกคนทราบนะครับการรัฐประหาร เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำที่ขัดต่อ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ซึ่งมาตรานี้กำหนดโทษสูงสุดนั่นคือการประหารชีวิต หากกฎหมายนี้สามารถบังคับใช้ได้อย่างบรรลุผล สิ่งที่เราจะต้องเห็นในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั่นคือการที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องขึ้นต่อศาลและอาจจะมีคำพิพากษา ประหารชีวิต วันนี้ท่านจะไม่เป็น พลเอก ประยุทธ์ แต่ท่านจะเป็น น.ช. ประยุทธ์ อย่างที่ทุกท่าน ทราบว่าเครื่องมือกฎหมายที่เราใช้กันอยู่นั้นมีปัญหา แล้วไม่สามารถใช้บังคับได้จริงเพราะว่า ส่วนหนึ่งองค์กรตุลาการ องค์กรศาลได้มีคำพิพากษารองรับมาโดยตลอดว่าคณะรัฐประหาร ที่ยึดอำนาจแล้วนั้นย่อมมีอำนาจในการปกครองและออกกฎหมายบังคับใช้ต่อประชาชน สาเหตุที่มันเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าองค์กรตุลาการก็ดันไปยอมรับทำให้คณะรัฐประหาร กลายเป็นผู้มีอำนาจอธิปไตย อย่างล่าสุดครับท่านประธาน มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเขาได้ร้อง เป็นคดีไปยังศาล เขาขอให้ศาลพิพากษาให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ แต่ปรากฏว่าศาลยกฟ้อง โดยอ้างว่า พลเอก ประยุทธ์ นั้นเป็นรัฏฐาธิปัตย์ กลายเป็นว่า ๖๐ กว่าปีนับตั้งแต่วันแรก ที่เรามีคำพิพากษาทำนองนี้ประเทศไทยไม่ไปไหนเลย ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย การรับรอง สถานะของคณะรัฐประหารโดยองค์กรตุลาการไทยยังคงเหมือนเดิม ในแง่นี้มันย่อมแสดง ให้เห็นว่าลำพังคณะรัฐประหารเพียงกลุ่มเดียวย่อมไม่สามารถสถาปนาสร้างอาณาจักร คณะรัฐประหารได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องมีองค์กรตุลาการมาคอยรับใช้ มาคอยรับรองด้วย ผมต้องเรียนต่อประธานด้วยความเคารพว่าในการรัฐประหารหลายครั้งประชาชนในฐานะ ที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ทำอะไร เขาทำครับ แต่ทุกครั้งที่เรามีการ รัฐประหารแทนที่จะปล่อยให้ประชาชนเขาได้ใช้เครื่องมือเครื่องไม้ที่เขามีตามรัฐธรรมนูญได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ปรากฏว่าองค์กรอย่างองค์กรตุลาการที่มีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาไว้ อำนาจอธิปไตยของประชาชนกลับไม่ยอมทำหน้าที่ตรงนี้ แล้วไปอุดปากประชาชนว่า คณะรัฐประหารนี่ล่ะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด กล้าดีอย่างไร ท่านกล้าดีอย่างไรที่จะมาบอกว่า ประชาชนเขาไม่มีอำนาจอธิปไตย และอำนาจอธิปไตยนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ถูกปิดตัวลงหลังจากที่มีการยึดสถานีวิทยุต่าง ๆ โดยคณะรัฐประหาร นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น คณะรัฐประหารเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถสร้างอาณาจักรรัฐประหารได้ครับท่านประธาน มากไปกว่านั้นพูดถึงศาลเพียงลำพังคงไม่เป็นธรรมเสียเท่าไร เราต้องพูดถึงสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ด้วย ผมถามจริง ๆ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้ท่านผ่านการรัฐประหารมา กี่ครั้ง ปรากฏว่ามีคณะรัฐประหารเข้ามาถือกระดาษแผ่นเดียวแล้วบอกว่า ต่อไปนี้สภาผู้แทนราษฎรเลิกไป เรายอมรับครับ เราคือคนที่มาจากการเลือกตั้ง เราคือคนที่ ประชาชนเขาบอกอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะเป็นปากเป็นเสียงให้กับพวกเขา แต่รัฐประหารทีไร เรากลับบ้าน เอาล่ะผมไม่ว่าคนที่ถูกจับกุม คนที่ถูกจี้ถูกเป็นตัวประกันผมไม่ว่า แต่คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสถานะนั้นท่านทำอะไร ท่านปล่อยให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้อย่างไรโดยที่ไม่ได้ ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ปล่อยให้ทหารสั่งพวกเราเหมือนเป็นพลทหารได้อย่างไร ผมเชื่อว่า ประชาชนไม่อยากยอมรับการรัฐประหาร พวกเขาไม่อยากให้สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล ที่เขาเลือกมาถูกโค่นล้มโดยใครก็ไม่รู้ ไม่อยากให้กติกาที่ประชาชนเขาไปมีส่วนร่วมกันมา ถูกทำลายโดยที่กติกาที่มาแทนที่คือกติกาที่คนไม่กี่คนร่างมา องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เรามีหลายองค์กร ถามว่าพวกท่านเคยใช้อำนาจที่ท่านมีซึ่งเป็นการใช้อำนาจแทนที่ประชาชน ในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ท่านใช้อำนาจเหล่านี้อย่างไรบ้าง ไม่มีเลย นี่คือเหตุผล ว่าทำไมระบอบรัฐประหารมันจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นแบบนี้หลายครั้ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมคิดว่าเท่าที่ฟังจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านดูรู้สึกท้อถอยไม่รู้จะป้องกัน การรัฐประหารอย่างไร วันนี้ผมเลยอยากจะชวนท่านนั่งไทม์แมชชีน (Time machine) กลับไปดูประวัติศาสตร์ ไปดูต่างประเทศว่าเขาทำกันอย่างไร🔗
ผมขอยกกรณีแรกคือกรณีประเทศสเปน ประเทศสเปนเป็นกรณีที่คลาสสิก (Classic) หลังยุคเผด็จการ นายพล ฟรังโก (Franco) เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๑๙๘๑ ปรากฏว่า มีพันโท อันโตนิโอ เตเฮโร (Antonio Tejero) และสมาชิกของกองกำลังรักษาความมั่นคง อีก ๒๐๐ นาย บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาจับรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภามากกว่า ๓๕๐ คน เป็นตัวประกัน เพื่อล้มล้างรัฐบาลพลเรือนและจัดตั้งรัฐบาลเผด็จการทหาร ปรากฏว่ากษัตริย์ ฮวน คาร์ลอส (Juan Carlos) ได้ออกมาประกาศต่อต้านความพยายามก่อรัฐประหารโดยตรัสว่า สถาบันไม่อาจยอมรับการกระทำใด ๆ อันเป็นการแทรกแซงรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ได้รับการรับรองจากประชาชนชาวสเปนได้ พร้อมรับสั่งให้ทุกภาคส่วนทำทุกทางเพื่อรักษา ระบอบรัฐธรรมนูญเอาไว้ให้ได้ จนในท้ายที่สุดคณะรัฐประหารก็ยอมมอบตัว🔗
กรณีที่ ๒ คือกรณีของประเทศฟิจิ ในปี ๒๐๐๐ มีการรัฐประหาร ปรากฏว่า ศาลสูงของประเทศฟิจิได้วินิจฉัยว่ารัฐประหารยังไม่สำเร็จและแม้รัฐประหารจะไม่มีการลุกฮือ ต่อสู้ทั้งประเทศของประชาชน เพราะกองทัพได้เอากำลังทหารควบคุมเอาไว้ก็ตาม แต่มันไม่ได้ หมายความว่าผู้คนจะยอมรับว่าการรัฐประหารนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ศาลฟิจิได้แนะนำว่า วิธีการวัดที่ดีที่สุดคือการเลือกตั้ง หากคณะรัฐประหารได้รับการเลือกตั้งกลับมาก็แสดงว่า ประชาชนนั้นยอมรับ คณะรัฐประหารจะคิดเอาเองไม่ได้จนทำให้คณะรัฐประหารในเวลานั้น ต้องยอมรับให้มีการเลือกตั้งและนำรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกไปแล้วกลับมาใช้ใหม่🔗
หรืออีกกรณีหนึ่งคือกรณีของประเทศฝรั่งเศส ในปี ๑๙๕๘ ก็มีความพยายาม ในการทำรัฐประหาร ปรากฏว่าชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) ซึ่งเป็นวีรบุรุษสงครามโลก ในขณะนั้นได้ตัดสินใจเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อสู้และเป็นผลทำให้การรัฐประหาร ครั้งนั้นสิ้นผลไป ไม่ประสบความสำเร็จ ท่านประธานครับ นี่คือกรณีของต่างประเทศเป็น กรณีที่แสดงให้เห็นว่าการรัฐประหาร มันก็สามารถล้มเหลวได้ ผมเลยอยากจะลองเสนอว่าถ้าเป็นประเทศไทยของเรา ถ้าปรากฏว่า ค่ายทหารที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสภายึดอำนาจเราอีกครั้งเราจะทำกันอย่างไร ผมอยากจะเสนอ อย่างนี้ครับ สมมุตินะครับ สมมุติว่าท่านประธาน ท่านสุชาติ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน เรียกประชุมสภา เราไม่ต้องคุยกันเรื่องอื่นครับ ไม่ต้องเอาเรื่องรายงานมาพูด คุยกันเรื่องเดียว เราปฏิเสธการรัฐประหารแล้วให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งในวันนี้ช่วยกัน ลงมตินี้โดยปฏิเสธอำนาจรัฐประหาร เป็นตัวอย่างให้กับองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ผมเชื่อว่า โอกาสที่เราจะได้เห็นรัฐประหารครั้งสุดท้ายมันจะมาถึง และผมเชื่อว่าการป้องกันรัฐประหาร โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่พวกเรามีก็จะเป็นไปได้ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการป้องกัน การรัฐประหารโดยอาศัยองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นมันเป็นไปได้อย่างแน่นอน ผมก็สนับสนุน ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อศึกษาเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมพูดมาถึงตรงนี้ ผมพูดถึงเรื่องของศาล ผมพูดถึงเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา มีอีกองค์กรหนึ่ง ที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงเหมือนกัน จะไม่พูดถึงไม่ได้เด็ดขาด องค์กรนี้คือสถาบันกองทัพ หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ เกียรติศักดิ์ของกองทัพได้ตกต่ำลงมากก็เพราะว่า เกิดจากการแทรกแซงของกองทัพในการทำรัฐประหารและพยายามสืบทอดอำนาจจนนำไป สู่การสังหารโหดกลางเมือง สังคมไทยในเวลานั้นท่านประธาน เชื่อว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จะเป็นบทเรียนที่สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยปลอดการรัฐประหาร แต่ปรากฏว่าในอีก ๑๔ ปี ต่อมาเรากลับคิดผิด เพราะทหารกองทัพได้พิสูจน์แล้วว่าอย่างน้อยก็บางส่วนของพวกท่าน มีความคิดอยู่ตลอดเวลาต่อการเข้ามารัฐประหารและเป็นนายกรัฐมนตรี กลายเป็นว่ามี คนจำนวนหนึ่งที่ต่อไปนี้เข้าโรงเรียนนายร้อยแล้วก็คิดว่าสงสัยอนาคตของข้าพเจ้าจะไม่ได้ จบอยู่ที่เป็น ผบ.ทบ. แต่อาจจะเป็นถึงนายกรัฐมนตรีด้วย ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้อง แก้ปัญหาที่ต้นตอ ต้นสายการรัฐประหารคือการปฏิรูปกองทัพด้วย เราต้องดับฝันนายทหาร บางคนฝันเอาทั้งวันทั้งคืนว่าอนาคตข้างหน้าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และไม่มีทางอื่นที่เราจะ สามารถทำได้ นั่นก็คือการปฏิรูปกองทัพและกระบวนการหนึ่งที่เราจะต้องทำเพื่อนำไปสู่ การปฏิรูปกองทัพและผมขอเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าเราจำเป็นต้องมีการปรับปรุง แก้ไขกฎอัยการศึกที่วันนี้ให้อิสระกับกองทัพในการใช้อำนาจของตัวเองโดยไม่มีขีดจำกัด และไม่มีกรอบ ซึ่งเป็นผลที่ทำให้เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ ผมจะสรุปอย่างนี้ว่าผมอยากให้ท่านผู้มีเกียรติ ผมรู้ว่าพวกท่านต้องฟัง มติวิป (Whip) เพราะผมเองก็เป็นวิป (Whip) ผมรู้ว่าลึก ๆ แล้วพวกท่านเห็นด้วยกับผมนั่นละ แต่เพราะการมาเป็นพรรคการเมืองบางเรื่องมันก็พูดไม่ได้ บางเรื่องมันก็แสดงออกไม่ได้ แต่ผมถามท่านนิดเดียว ถามมโนธรรมสำนึกของตัวท่านเอง จะมีวันไหนที่ท่านสามารถ ทำบางสิ่งบางอย่างให้ถูกต้อง ผมว่าวันนี้คือโอกาสและอีกวันหนึ่งคือตอนที่เราอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมอยากให้พวกท่านนั่ง กับตัวเองอยู่กับตัวเองแล้วคิดถึงมโนธรรมสำนึกที่ตัวเองมีว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกและคือสิ่งที่ผิด วันนี้อำนาจอยู่ในมือท่านแล้ว วันนี้โอกาสอยู่ในมือท่านแล้ว ประเทศนี้จะเป็นประเทศ ที่ปลอดรัฐประหาร ประเทศนี้จะเป็นประเทศที่ไม่มีการปฏิวัติโดยคณะรัฐประหารอีกต่อไป วันนี้อำนาจอยู่ในมือของพวกเราอยู่ที่ตัวท่าน อยู่ที่ตัวผม อยู่ที่พวกท่านทุกคนที่จะทำให้วันนี้ เป็นเรื่องราวที่ถูกต้องหรือเป็นเรื่องราวที่ผิด แล้วประวัติศาสตร์จะจดจำพวกท่านในฐานะ ของคนที่เป็นวีรบุรุษที่ทำให้ประเทศไทยไม่กลับไปสู่วังวนแบบเดิม ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปอีก ๔ ท่านนะครับ ท่านสนอง พรรคภูมิใจไทย คุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม กับท่านคมเดช ไชยศิวามงคล เชิญท่านสนองครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพ ต่อญัตติของเพื่อนสมาชิกที่เสนอที่เรากำลังแสดง ความคิดเห็นกันอยู่ กระผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา แห่งนี้คนหนึ่ง ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าจะถามว่าตัวผมเองเห็นด้วยไหมกับการปฏิวัติ เห็นด้วยไหมกับการรัฐประหาร ตอบด้วยความภาคภูมิใจว่าเราไม่เห็นด้วย นอกจากไม่เห็นด้วย ก็ยังรังเกียจอีก เพราะอะไรครับ เพราะชีวิตทางการเมืองของผมตั้งแต่ระดับท้องถิ่น สมาชิก สภาเทศบาล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จนถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราล้วนแล้วแต่ มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้ามา อย่างไรก็ตาม ครับท่านประธานถึงจะรังเกียจอย่างไรผมอยากให้มองให้รอบด้าน เขาบอกว่าเหรียญย่อมมี ๒ ด้านครับ คำพังเพยของคนโบราณเขาพูดเอาไว้ว่าถ้าไม่มีไฟก็ไม่มีควัน ปรบมือข้างเดียว มันก็ไม่ดัง ถามว่าการปฏิวัติการรัฐประหารเป็นการปฏิบัติที่ชอบธรรมหรือไม่ ต้องยอมรับว่าไม่ แต่ในสังคมไทยเรากับสังคมต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศที่หลายท่านได้ยกตัวอย่างมานั้น สังคมของเราแตกต่างกัน ในยุโรปบางประเทศที่มีการปฏิวัติรัฐประหารมีการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็เกิดมาจากผู้ที่มีอำนาจสูงสุดเสวยความสุขมากเกินไปประชาชนอดอยาก ลำบาก หิวโหย ทนไม่ได้ก็เกิดการรัฐประหารขึ้นมา มีการล้มล้างการปกครอง แต่ประเทศไทยของเราไม่ใช่ครับ พระมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์นั้น พระองค์ท่านเสด็จไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้สังคมไทยของเรานั้นเป็นอีกสังคมหนึ่งที่เรายึดมั่น เพราะฉะนั้นในการรัฐประหารนั้น มันประกอบไปด้วยหลายอย่างด้วยกัน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะอย่าง เฉพาะด้าน ด้านการปกครองประเทศ หรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านั้นตามที่หลายคนได้ ตั้งประเด็นเอาไว้ ท่านประธานครับ ขอกราบเรียนว่าผมจะไม่ยกตัวอย่างไปไกล เอา ๒-๓ ครั้ง ที่ผ่านมาที่คนไทยเขายังจำได้ สังคมยังไม่ลืม ปี ๒๕๔๙ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐประหาร ถ้าการรัฐประหารมันเลวร้ายจริง ๆ เราจะไม่มองเห็นภาพว่ามีพี่น้องประชาชน มีคนเอาดอกไม้ไปมอบให้ รั้วของชาติทหาร ที่ยืนประจำรถถัง เขาก็มีการต่อต้าน เพราะอะไรครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่ผมสนับสนุนการรัฐประหาร เพียงแต่อยากให้ศึกษา ถ้าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็ควรจะศึกษาไปให้ถึงว่าก่อนรัฐประหารมันมีอะไร จะต้องศึกษา ไปถึงต้นเหตุก่อนที่จะมีรัฐประหารด้วย การปกครองขณะนั้นเป็นอย่างไร สังคมของเรานั้น สงบสุขดีแล้วหรือ มีการเข่นฆ่าทะเลาะเบาะแว้งกัน จนกระทั่งครั้งสุดท้าย ปี ๒๕๕๗ ไม่ใช่ จะรัฐประหารเลยนะครับ มีการเรียกเข้าไปในสโมสรกองทัพบกให้ประชุมถึง ๒ วัน วันแรก ประชุมกันเสร็จตกลงกันไม่ได้เอากลับไปนอนคิด ๑ วันแล้วกลับมาขอคำตอบพรุ่งนี้ พอมา อีกวันหนึ่งวันที่ ๒ ก็บอกว่าจะยุบสภาหรือไม่ยุบ บอกไม่ยุบ ถ้าไม่ยุบผมก็ยึด เพราะสังคม มันเดินต่อไม่ได้ครับ เราต้องยอมรับตรงนี้ต่างหากครับ ฉะนั้นผมว่าขออย่างนี้ได้ไหมครับ ถ้าจะศึกษากัน นอกจากจะศึกษาการป้องกันการปฏิวัติแล้วต้องศึกษาไปถึงคนใช้อำนาจ ทางการเมืองด้วยว่าคนใช้อำนาจทางการเมืองเกินเลยไปหรือเปล่า คนใช้อำนาจทางการเมือง ถูกต้อง เป็นธรรม มีธรรมาภิบาลแล้วหรือยัง ถ้าผมเชื่อแน่ได้ว่าถ้าการเมืองของเราไม่เปิด ประตูให้ไม่มีใครมาปฏิวัติได้ ผมเห็นด้วย ถ้าเราไม่เปิดประตูให้เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต พี่น้องประชาชนอยู่ดีมีสุข ใครปฏิวัติคนนั้นก็ตายนั้นล่ะ จะต้องมีพี่น้องประชาชน มาต่อต้าน ไม่ใช่เอาดอกไม้ไปมอบให้ ตรงนี้ครับผมจึงอยากให้มองภาพนี้ถึง ๒ ด้าน ถามว่า ผมเห็นด้วยไหมกับการปฏิวัติ ไม่เห็นด้วยครับ แต่บางครั้งเราต้องยอมรับในความเป็นจริงว่า การใช้อำนาจในทางปฏิวัตินั้นเป็นอำนาจที่เด็ดขาด ผลงานที่ออกมาต้องยอมรับว่ารัฐบาล ในปัจจุบันทำไม่ได้หลายอย่าง แต่เมื่อมีอำนาจในการปฏิวัติเขาสามารถทำได้ สิ่งที่ดีก็มีครับ สิ่งไม่ดีก็มี เพราะฉะนั้นถ้าจะศึกษาในเรื่องนี้ กรรมาธิการจะตั้งหรือไม่ก็ตาม ถ้าตั้งต้องศึกษา ให้รอบด้าน เราอย่าไปมองเหรียญด้านเดียวนะครับ อย่าไปมีความคิดในทางลบว่าการปฏิวัติ รัฐประหารนั้นจะชั่วร้ายเสมอไป บางครั้งการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย การใช้อำนาจ ที่ไม่เป็นธรรม ขาดธรรมาภิบาลใช้อำนาจเกินขอบเขตนั่นจะยิ่งร้ายกว่าการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะสังคมของเราเรียนรู้ในเรื่องนี้มามากแล้ว ผมขอฝากประเด็นนี้ให้คณะกรรมาธิการ ถ้าจะมีการตั้งได้ศึกษาให้รอบคอบ ได้ศึกษาให้รอบด้าน แล้วประโยชน์สุขทั้งหลายจะเกิดขึ้น กับบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอประสงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ได้นำญัตติเรื่องนี้ให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาเพื่อป้องกัน รัฐประหารในอนาคต ทำไมละครับท่านประธานที่เคารพ ถ้าไม่มีการศึกษาเลยปล่อยกันไป อย่างนี้ ท่านครับคนที่แต่งงานในวันนี้ เกิดลูกในวันนี้เป็นผู้ชายครับ แล้วก็ให้เขาเรียนหนังสือ ไปถึงมัธยมศึกษา ให้เข้าโรงเรียนทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนนายร้อย จปร. เชื่อว่า อีก ๕๐ ปีเขายึดอำนาจได้ครับ เขาทำรัฐประหารได้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำไมละครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าอย่างนี้ครับ เพราะเรามีความเหลื่อมล้ำมากในระบบของเรา ระบบของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนิติบัญญัติ ตุลาการ บริหาร นั่นก็เหลื่อมล้ำมากมายแล้ว เอาฝ่ายบริหารบ้าง ความเหลื่อมล้ำทางการเมืองนี้นะครับ ความเหลื่อมล้ำทางการปกครอง มันสูงมาก ข้าราชการที่มีอำนาจสูงสุด ข้าราชการทหาร เขามีทั้งกฎหมาย มีทั้งทุกสิ่งทุกอย่าง ในมือ ข้าราชการทางอัยการมีกฎหมายอย่างเดียว ข้าราชการทางฝ่ายปกครองมีมหาดไทย ข้าราชการทางการเงินก็กระทรวงการคลัง พูดถึงอำนาจของฝ่ายข้าราชการทหาร พูดถึง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ทหารเขียนไว้เกือบทุกฉบับ มีทั้งทางอ้อมและทางตรง ทหารมีหน้าที่ ป้องกันประเทศและพัฒนาประเทศ เรื่องพัฒนาประเทศนี้หมายถึงเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เศรษฐกิจทำได้ทุกอย่างครับ ท่านคงทราบว่าทหารทำได้ทุกอย่างจริง ๆ ตั้งน้ำมัน ฟอกหนัง ทีวี (TV) ทุกช่องได้หมด เพราะว่ามีอำนาจตามกฎหมายจริง ๆ ทางการเมืองยิ่งสูงใหญ่ ทางการเมืองมีกฎหมายหลายอย่างที่อยู่ฝ่ายทหารเหลือเกินว่าทหารอยู่เหนือการเมืองจริง ๆ เรามีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เหมือน รัฐบาลซ้อนรัฐบาล ท่านแม่ทัพบกเป็น ผอ. กอ.รมน. ทั้งประเทศ แม่ทัพภาคที่ภาค จังหวัด ที่จังหวัด เห็นไหมว่าเหนือรัฐบาลที่มาจากประชาชน เรามีพระราชบัญญัติแต่งตั้งข้าราชการ พระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหม เราตั้งแม่ทัพบก แม่ทัพเรือ และแม่ทัพอากาศ เราต้อง มีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยบุคคลเหล่านี้ มีเพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาจาก ประชาชนเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลที่มาจากประชาชนสามารถ ปกครองเขาได้ นี่ละครับท่านประธานที่เคารพ อำนาจเหล่านี้เป็นอำนาจสูงสุดที่มีอยู่ตลอดมา ยังไม่ทิ้งไปเลย ปลดก็ไม่ได้ ถอดก็ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะไม่มีการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ก็ต้อง ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เข้าใจในเรื่องนี้ ได้กระจายอำนาจของเขา ไม่ใช่ให้รู้แต่สิทธิหน้าที่ เรามีสิทธิไปโรงพยาบาลรักษาฟรี ๓๐ บาท หมอมีหน้าที่ แต่เขาไม่เข้าใจเรื่องอำนาจเลย ไม่มีใครสอนเขา ท่านประธานครับ เรียนไม่ได้ ในเรื่องอำนาจไม่มีใครรู้ พี่น้องประชาชน ไม่ทราบว่าอำนาจของเขาก็คือผลประโยชน์ ถ้ามีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรของเขามาเป็น รัฐบาลผลประโยชน์อยู่ที่เขา เงินทองไปอยู่ที่เขาจากภาษีอากรนี่ละ แต่เมื่อไรอำนาจถูกแย่งไป อยู่ที่ผู้มีอำนาจในการแย่งนั้น เขาไม่เข้าใจจริง ๆ เรื่องนี้ และเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ เพราะเราต้องฝืนวัฒนธรรมประเพณีหลายอย่างที่มีความเชื่อกันมา ท่านประธานที่เคารพ ท่านเชื่อไหมในชนบทหรือพี่น้องประชาชนเราเขาจะต้องสอนลูกหลาน บอกลูกเรียนให้เก่ง ๆ นะ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน นี่เขาสอนอะไร เขาสอนให้ยอมรับว่า มีผู้ปกครองเขาถูกปกครอง คนมีบุญเท่านั้นที่มาปกครอง แม้กระทั่งการศึกษาในมหาวิทยาลัย ในอุดมศึกษาเราสอนแต่อาชีพ สอนมาเป็นแพทย์ เป็นวิศวะ เป็นข้าราชการ แต่ไม่เคยสอน ในอาชีพที่มาเป็นอำนาจต่อรองเลย ไม่เข้าใจการเมืองเลย เข้าใจก็ไม่ถ่องแท้ เรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญครับ เป็นเรื่องการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารได้ ถ้าพี่น้องประชาชนได้ เข้าใจสิ่งนี้อย่างลึกซึ้ง คือเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามศาสตร์พระราชา คือเข้าใจในเรื่องของความรู้ เมื่อรู้แล้วก็จะมาเปลี่ยนแอททิทูด (Attitude) คือเปลี่ยนนิสัยของตัวเองก็ถึงขั้นแพรกทิส (Practice) ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญถ้าพี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ต่อไปก็ยากแล้ว ในการที่จะแก้ไขอะไร จะแก้กฎหมายหรือเขาไม่ยอมแก้ เพราะไม่มีพี่น้องประชาชนมา สนับสนุนก็ทำไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ การให้ความรู้ต่อพี่น้องประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ท่านประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ท่านพูดไว้ครับว่าถ้าเราจะปฏิวัติประชาธิปไตยก็อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ปัจเจกแต่ละคนได้เข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วก็แก้ไขปัญหาได้ มาช่วยกันร่วมมือ ท่านเชื่อไหมละ ถ้าพี่น้องประชาชนเราเข้าใจในเรื่องอำนาจของเขา เมื่อมีคนยึดอำนาจไปเขาเพียงแต่ขับรถมา แค่คนละคัน ๒ คัน สักหมื่นคันมาจอดที่อนุสาวรีย์แล้วเดินกลับบ้าน เขาจะทำอะไรครับ ในต่างจังหวัดทุกคนขับรถไปเลยที่ศาลากลางจอดไว้สัก ๕๐ คัน ๑๐๐ คัน แล้วก็กลับบ้าน จะทำอย่างไรครับ เรื่องอย่างนี้อยู่ที่สำนึกของพี่น้องประชาชนที่ต้องเข้าใจ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราในฐานะที่เป็นนักการเมือง หรือหน้าที่ผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายก็ต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือ ๑. ให้ความรู้ ต่อพี่น้องประชาชน ๒. เรื่องทฤษฎีแห่งอำนาจ ถ้าเราป้องกันระบบอุปถัมภ์ที่จะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าการจะเป็นนักเรียนนายร้อยก็ไม่ควรไปรวมกลุ่มหรือสนับสนุนให้ทั้งประเทศ สอนวิชาทหาร ใคร ๆ จะขออนุญาตก็ได้เหมือนในต่างประเทศ เหมือนคณะแพทยศาสตร์ แต่ก่อนมีแค่ศิริราชกับจุฬาเท่านั้นล่ะ เดี๋ยวนี้มีทั่วไปแล้วเขาก็มาแข่งขันกันว่าใครสอบ ใบประกอบโรคศิลป์ได้ก็เป็นแพทย์ได้ เหมือนกันสอนอย่างนี้ก็มีการแข่งขันกัน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้วที่สำคัญที่สุดบางสิ่งบางอย่างต้องแก้ไข ดูอย่างตำรวจอย่างนี้ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นกองทัพไม่ได้ต้องบริการประชาชน ถ้าเป็นกองทัพก็เป็นเครื่องมือ ยึดอำนาจทุกครั้งไป ต้องกระจายอำนาจต่อไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำคัญ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจในอำนาจของเขาทุกวิถีทาง แล้วก็ต้องซ้ำ ๆ ซาก ๆ ท่านประธานที่เคารพ เราดูเถอะครับพุทธศาสนิกชน ผมขออภัยที่พูดถึงศาสนา สอนศีล ๕ มา ๒,๕๐๐ ปีแล้ว แต่ยังสอนต่อไปเพราะเข้ายังไม่ถึงรู้แค่โนวเลจด์ (Knowledge) แต่ไม่ สามารถจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้จึงไม่เกิดการปฏิบัติครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ นี้ ผมจึงดีใจ ที่ท่านได้เสนอญัตติเรื่องนี้มา ก็ขอกราบเรียนว่าต้องศึกษากันต่อไป มิฉะนั้นเราจะแก้ไขอะไร ไม่ได้เลยครับ ลูกหลานเรา พวกเราก็อายุกันมาก ๆ แล้ว แต่อย่าลืมว่าลูกหลานของเรา จะต้องแทนเรา เป็นผู้แทนราษฎรแทนเรา เป็นนายกรัฐมนตรีแทนเรา เป็นท่านประธานแทน ท่านประธานที่นี่ละครับ เป็นผู้ว่าแทน ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พี่น้องประชาชนจึงสำคัญที่สุด เป็นหน้าที่ของฝ่ายเราที่เป็นนักการเมืองของฝ่ายประชาธิปไตย จะต้องทำเรื่องอย่างนี้ลึกซึ้ง ต้องให้เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจแล้วจะเกิดปัญหา ๒ ฝ่าย ถ้าไม่เข้าใจ ยกตัวอย่างว่าทำไมยึดอำนาจ แล้วทำไมศาลไม่จัดการ ทุกคนเอ๊ะ ทำไมอย่างนั้น ศาลก็จัดการได้ แต่พวกนี้เขายุบศาล เขาตั้งศาลใหม่ครับ เขามีอำนาจ พี่น้องประชาชนไม่สามารถมาร่วมมือร่วมใจทำไม่ได้จริง ๆ จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือ จะเอาวุฒิสมาชิกให้หมด ๒๕๐ คนหรือ มันก็ผิดอยู่แล้ว รัฐธรรมนูญของเรา ๒๕๐ คน มีข้าราชการประจำ ๕-๖ คน เมื่อสัก ๒-๓ เดือน มีคนขึ้นลิฟต์ แล้วพกอาวุธเข้ามา เขาก็ถูกจับแล้วก็ปิดลิฟต์ ท่านทราบไหม เวลาประชุมวุฒิสภาหรือว่า ประชุม ส.ส. เรานี้ วุฒิสมาชิก ๖ คนเขานำกองทัพเข้ามาเลย คนหนึ่งเอาเรือมา บกมา อากาศมา ท่านที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ เพื่อพวกผู้ที่รักประชาธิปไตยทั้งหลายได้แก้ไข แล้วก็มีส่วนร่วมก็จะสำเร็จเรียบร้อยได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญครูมานิตย์🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ถ้าไม่ลุกขึ้นมาอภิปราย ญัตติของอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ในวันนี้ชีวิตการเป็นผู้แทนนี้ล้มเหลวเสมือนเป็น พระบวชแล้วไม่ได้เข้าพรรษา เพราะว่าตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ถึงวันนี้ ผมกับท่านประธาน แต่จริง ๆ ผมเป็นนักการเมืองรุ่นน้องประธานหลายต่อหลายปี ผมโดน ปฏิวัติไป ๒ ครั้ง แล้วนำมาซึ่งความนอนผวาอยู่เป็นประจำ เอาละครับวันนี้จะไม่พูดเรื่องของ ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือการศึกษาว่าอันไหนดี อันไหนล้มเหลว อันไหนไม่ชอบ แต่อยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าวันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมาย ประเทศไทยเข้าไปถึงปี ๒๕๔๐ จริง ๆ ใจจริงผมอยากขอเสนอเปลี่ยนแปลงญัตติของอาจารย์กนกด้วย แต่ด้วยความเกรงใจ อาจารย์ปิยบุตรด้วย เพราะอาจารย์ท่านจบดอกเตอร์ (Doctor) ผมเป็นดอก (Doc) อยู่บ้านนอก เป็นครูอยู่บ้านนอก ผมอยากจะเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอเสนอญัตติด่วน เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความชัดเจนว่า ทำไมต้องทำรัฐประหาร เพราะทำกันมาบ่อย ที่ท่านเสนอขึ้นมา พูดกันมาเมื่อสักครู่ทั้งฝ่ายผม และฝ่ายเพื่อนร่วมห้อง ผมว่ามันเป็นปลายเหตุ เสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อสีน้ำเงิน มันเป็นปลายเหตุ ผมจึงอยากวิงวอน ท่านเชื่อผมเถอะครับ มาตรา ๔๔ เราพลาดโอกาสกับ การตั้งมาแล้ว จริง ๆ ไม่รู้จะกลัวทำไม ความกลัวมันทำให้เสื่อม ความกลัวมันจะทำลาย นายของท่านเอง พอถึงวันหนึ่งแล้วนายท่านจะโดนเปลื้องผ้าให้สังคมเห็นว่านี่ศึกษาเพื่อเป็น ประวัติศาสตร์ให้เด็กรุ่นหลังได้เรียน มันเหมือนวิทยานิพนธ์เล่มใหญ่ควบคู่กับรัฐธรรมนูญ เราทำวิจัยมาเยอะแยะประเทศไทยหมดเงินหมดทอง แม้กระทั่งเรื่องนี้แต่เป็นเรื่องของ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่วันนี้ถ้าเราได้ตั้งหลากหลายเราจะรู้ ผมไม่ย้อนตัวเลข ยกตัวอย่าง เริ่มตั้งแต่รุ่นของ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ปฏิวัติโดย พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ รุ่นของ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร พันตำรวจโทวันนี้โดนปลดแล้วครับ เอาแต่ ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร โดน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ปฏิวัติ ตอนนั้นผมเป็นผู้แทน มารุ่นนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำโดยลุงตู่ผมที่เป็นนายกรัฐมนตรีทุกวันนี้ ผมไม่โทษท่าน ทำไมผมไม่โทษผมจะพูดต่อไปว่าผมชอบหรือไม่ชอบ ผมอยากรู้แก่นสารรากเง้าจริง ๆ ว่า ทำไมคุณปฏิวัติ ทหารไม่พอใจเรื่องอะไร มีเหตุผลเรื่องอะไร กองทัพไม่ได้เงินสนับสนุนซื้ออาวุธ ใช่ไหม หรือไปรังแกกองทัพ นักธุรกิจไม่พอใจเรื่องอะไร ทหารไม่พอใจเรื่องอะไร ประชาชน ไม่พอใจเรื่องอะไร นักศึกษาไม่พอใจเรื่องอะไร ยุคของ พลเอก ชาติชาย ทำให้ละเอียดเป็น วิทยานิพนธ์ให้เขาเรียนรู้ว่าต่อไปถ้าเราผิดพลาดเรื่องนี้แล้วโดนปฏิวัติอีก มาถึงยุคของทักษิณ เหมือนกันทำไมต้องโดนปฏิวัติเพราะบริหารประเทศใช้ไม่ได้ใช่ไหม เพราะบริหารประเทศเก่ง ใช่ไหม ไปตั้งกองทุน ๓๐ บาทมีปัญหาใช่ไหม ไปทำกองทุนหมู่บ้านมีปัญหาใช่ไหม เราจะได้ รู้รากเหง้า มารุ่นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เราก็จะได้เห็นอีก เธอรับจำนำข้าวใช่ไหม ชาวนา ไปเข้าแถวกันที่ ธ.ก.ส. ไม่มีข้าว ไม่มีเงิน ไม่ได้เบิกเงินเพราะอะไร นี่เราได้เห็นรากเหง้าหมด เรามาอยู่ที่ปลายเหตุ กปปส. กปปส. ก็เพื่อนผม พวกกันทั้งนั้นมานั่งในสภาวันนี้ก็เต็มไป ด้วยเสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อสีน้ำเงิน เสื้อสีเหลืองก็ไม่เห็นเรามีอะไร นอกจากคนที่บาดเจ็บ ขึ้นศาล ตอนเช้าเพื่อนผมก็ไปศาลผมก็ไปให้กำลังใจ นี่ กปปส. อาทิตย์หน้าก็ตัดสินอีก ถึงการประหารชีวิตกันทั้งหมด ถามว่าได้อะไรขึ้นมาเจ็บป่วย ล้มเจ็บ แต่เรายังไม่เคยคิดจะ ศึกษาเลยว่าที่มาที่ไปมันเพราะอะไรที่เขาปฏิวัติกัน ที่เขาต้องการกันจะได้จัดหรือจะได้มา แบ่งกันให้ถูก รัฐธรรมนูญจะได้เขียนขึ้นใหม่ ทหารบริหาร ๔ ปี พลเรือน ๔ ปีก็มาว่ากันมันจะ ได้เตรียมตัว ผมเป็นผู้แทน ๔ ปีนี้ไม่ต้องหาเสียงต่อ ไม่ต้องลงพื้นที่เพราะรู้แล้วว่าเที่ยวหน้า โดนแน่ ๔ ปีหน้าก็ให้เขาไป อีก ๔ ปีต่อไปก็เตรียมกลับเข้ามาอีกก็ไปหาเสียงในช่วงนั้น ได้พักผ่อน นี่ผมศึกษารากเหง้า นี่คือผมยกตัวอย่างครับ แต่ไม่ใช่เรื่องจริงท่านอาจจะขัดขืน ในใจ แต่ผมอยากเห็นข้อเท็จจริงเท่านั้นเองว่าทำไมต้องปฏิวัติเพราะวันหนึ่งลุงผมนี่ละครับ ลุงตู่ท่านพูด ผมชอบฟังท่านนะ ผมเป็นแฟนลุงตู่ตัวจริง วันหนึ่งลุงตู่บอกว่าผมเพิ่งคิด ๒-๓ วันที่เห็นมีปัญหา กลัวเลือดเนื้อจะเต็มถนนราชดำเนิน เต็มถนนอักษะ พออีกเที่ยวหนึ่ง ท่านบอกว่าคิดกันไว้นานแล้ว มันคืออะไร มันแปลว่าอะไร ส่วนลุงสนธิยังไม่เคยได้คุยกัน ส่วนลุงสุนทรผมไม่ทัน ผมก็อยากรู้จริง ๆ ว่าบ้านนี้เมืองนี้ทางฝ่ายผู้มีอำนาจก็คือกองทัพ อันนี้เราต้องยอมรับ ผมยอมรับครับ เพราะว่าถ้าผมไม่ยอมรับไม่ได้หรอกครับ เพราะถ้าเป็น พลเรือนมันไปซื้อเรือดำน้ำไม่ได้ แต่กองทัพซื้อได้ แล้วคนที่ปฏิวัติที่ผมเอ่ยชื่อมา ๓ คน ย้อนหลังท่านประธานเห็นไหมครับไม่มีสิบตรีเลย มีแต่พลเอกกันหมด อันนี้เราก็ต้องยอมรับ แต่ผมสนใจก็คือเรื่องปัญหารากเหง้า ให้ย้อนหลังไปวันนี้ผมไม่ย้อน แล้วละครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะไปทะเลาะเรื่อง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เขาทำมาเสร็จสิ้นแล้ว รัฐธรรมนูญก็แก้แล้ว มาตรา ๒๗๙ ก็รองรับแล้วว่าการปฏิวัติไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีประโยชน์ แต่อยากรู้จริง ๆ ว่าจะได้เชิญอย่างน้อย ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะได้ไปเชิญทหาร ยุคเก่า ๆ เหมือนยุค พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สอบถามว่าตาวันนั้นทำไม เขาปฏิวัติ เราอาจจะได้ข้อมูลดี ๆ เข้ามา หรือไปถามนักธุรกิจที่มีส่วนร่วมในวันนั้นว่าทำไม เขาปฏิวัติ หรือยุคของบิ๊กบัง วันนี้ถามท่านไม่ได้ก็ไปหลอกถามเมียท่านว่าทำไม พลเอก สนธิ ปฏิวัติ บางทีท่านอาจจะเผอเรอบอกภรรยาท่านก็ได้ เราก็จะได้เรียนรู้แล้วก็จะได้ศึกษาจาก กลุ่มนักธุรกิจในวันนั้นมันก็จะเป็นวิทยานิพนธ์อย่างน้อย ๆ เด็กได้อ่าน ผมไม่ห้ามหรอกครับ ถ้าจะปฏิวัติอีกเที่ยวหน้าพวกผมไม่มีสิทธิห้าม ลำพังผมคนเดียวขนาดเขาปฏิวัติเสร็จแล้ว ก็นอนแอบอยู่บนยอดไม้เป็นเดือน เพราะหน้าบ้านก็เต็มไปด้วยสีที่ไม่ค่อยถนัดตา ผมไม่ห้าม จะปฏิวัติพรุ่งนี้ก็ปฏิวัติ มะรืนนี้ก็ปฏิวัติ แต่ถ้าปฏิวัติเที่ยวนี้ผมฟ้องนายชวนแน่เพราะแก ออกบัตรประจำตัวสมาชิกให้ผม ๔ ปี ผมต้องอยู่ครบ ถ้าไม่ครบผมร้องศาลปกครองแน่ ฉะนั้นผมอยากจะเรียนฝากเพื่อนที่มาเป็นผู้แทน หลายเรื่องเราเสียโอกาสประวัติศาสตร์ ในการทำบันทึกในการเรียนรู้ วันนี้ไม่ได้มีอะไร ท่านเชื่อผมเถอะครับว่าช่วยกันทำในฐานะ ที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นตัวแทนของชาวบ้าน แล้วก็ไม่รู้ว่าเที่ยวหน้า เราจะได้กลับกันมาอีกหรือไม่ ผมเองพูดมากบางทีก็อาจจะโดนบล็อก (Block) โดนโน่นโดนนี่ พวกท่านก็ไม่รู้จะได้กลับกันมาอีกหรือไม่ แต่วันนี้เราได้โอกาสทำเป็นวิทยานิพนธ์เล่มใหญ่ ๆ สักเล่มเพื่อเป็นอนุสรณ์ก็ได้นะครับ ผมไม่ได้พูดถึงอนุสรณ์ก่อนตายนะครับท่านประธาน แต่พูดอนุสรณ์ว่าเด็กรุ่นหลังจะได้เรียนรู้ว่าปัญหาการปฏิวัติของบ้านของเมืองในประเทศไทย ที่มากัน ๑๐ กว่าครั้ง แต่ไม่ต้องเอาตั้งแต่รุ่นแรกการเปลี่ยนแปลงการปกครองมันไกลไป เอาที่จะถึงกันไว ๆ เพราะบางทีมีขัดแย้งกันในสภาอะไรนิดหน่อยจับปฏิวัติอีกแล้ว จะยุบ ยุบ ยุบ อย่าเลยครับ ได้ ๘ เดือนเอง กฎหมายในสภาก็ยังไม่ได้ทำเลย วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมากเลย กรรมาธิการก็ตั้งแต่กรรมาธิการมะเล๊าะเต๊าะแต๊ะ กรรมาธิการเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ตั้งเลย เรื่องน้ำ พรุ่งนี้ก็หนี้สินครู ที่ผ่านมาก็เรื่องมะเล๊าะเต๊าะแต๊ะทั้งนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่มันเป็น ประวัติศาสตร์ ไม่ได้เรื่องให้คนศึกษาย้อนหลัง แล้วเรื่องปกป้อง ถ้าเราทำวิทยานิพนธ์ไว้ อย่างน้อย ๆ ลูกของพวกท่านที่มีอำนาจในการทำปฏิวัติรัฐประหารมาได้อ่าน พออ่านเสร็จ เขาจะได้ดึงพ่ออย่าเด้อผมไปอ่านวิทยานิพนธ์แล้วเศรษฐกิจมันพัง การเมืองมันพัง การศึกษา มันพัง ป๊าอย่า ขอเถอะงานนี้ป๊า แต่อันนี้ลูกก็ไม่รู้พอปฏิวัติก็ปฏิวัติกันเลย ก็จะได้ศึกษา หลายเรื่อง เช่น โรงเรียนอย่างนี้อาจจะต้องแยกเหล่า โรงเรียนเตรียมทหารไม่มี ใครอยาก เป็นนายร้อย จปร. ก็สอบนายร้อย จปร. ใครอยากเป็นตำรวจก็สอบ ใครอยากเป็นทหารเรือ ก็สอบ เพราะถ้าเป็นเตรียมอุดมเรียนร่วมรุ่นส่วนใหญ่แล้วก็รุ่นนั้นละครับยืนแถวหน้า แล้วก็ปิดทีวี (TV) สีดำ เอาแล้วครับเก็บเสื้อผ้า ผมกับท่านประธานก็พร้อมกัน ท่านประธาน ก็เก็บที่บ้าน ผมก็เก็บที่บ้านผม เห็นมาบ่อย ท่านประธานครับ ผมไม่อยากขัดใจท่านประธาน เมื่อท่านประธานให้เวลาแค่นี้ผมก็จะอภิปรายแค่นี้ครับ แต่ท้ายสรุปผมวิงวอนเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนเราสักครั้งเถอะครับ ไม่มีใครเสียหายหรอกการตั้งคณะกรรมาธิการในการศึกษา เรียนรู้สิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วผมก็ไม่ได้มั่นใจว่าการปฏิวัติหรือการปกครองในรูปแบบพิเศษ ที่ผ่านมามันเลวร้าย การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยมันดีทุกอย่าง บางทีมันผสมผสาน เอามาบูรณาการแล้วค่อย ๆ ปรับปรุงในการพัฒนาประเทศ นี่คือหัวใจในการพัฒนาประเทศ ยิ่งกว่ายุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ที่หลายท่านมาพูดอีกครับ ผมไปดูแล้ว ๒๐ ปี ในเรื่องการศึกษา ในฐานะเป็นครูไม่เดินหน้าเลยครับวันนี้ยังเขียนว่างเปล่า ว่างเปล่า ว่างเปล่า อันนี้ละครับ มันจะได้เป็นคล้าย ๆ กับว่าแผนแม่บทตัวจริงของประเทศไทยที่จะขยายไปตามทิศทาง ของเรื่องต่าง ๆ ไม่รู้ละครับเที่ยวนี้ผมสนับสนุนมาก แล้วก็จะเป็นประวัติศาสตร์เรกคอร์ด (Record) ผมตายก็นอนตาหลับแล้วครับถ้าได้ศึกษาเรื่องนี้ เรื่องการศึกษาในเรื่องของการปฏิวัติเพราะไปไกลแล้ว วันนี้ผมไปรับทูตเคนยาหรือตัวแทน จากประเทศเคนยา คำแรกเลยที่เขาพูดกับท่านสมชาย พลเอก สมชาย พี่ผม ดีใจด้วยนะ ที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย พูดอย่างนี้อย่างไรครับ ท่านประธาน ฉะนั้นผมฝากเพื่อน วิงวอนลองเราใช้ มาตรา ๘๘ เหมือนกับมาตราอื่น ๆ บ้าง ถ้าท่านไม่ยอมใช้กับผม มาตรา ๘๘ วันหลังผมอาจจะไม่ให้ท่านใช้ มาตรา ๘๘ กับผมบ่อย ๆ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานผมคิดว่าได้ตั้งกรรมาธิการกันแน่นอนครับเรื่องนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านคมเดช🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ท่านประธานครับ เกือบปีหนึ่งเต็ม ๆ ที่มีการเลือกตั้ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๒๗๙ มาตรา ๑๖ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ผลของการดำเนินการในการใช้กฎหมายไม่ได้ทำ ให้ประเทศดีขึ้นมาเลย การตั้งรัฐบาลใช้เวลาถึง ๖ เดือนเต็ม ๆ ท่านประธาน ๑๙ พรรค จนถึงวันนี้กฎหมายงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ยังไม่คลอดเลย ท่านดูผลสิครับ ปฏิวัติมา ๕ ปี เข้าปีที่ ๖ มันเกิดอะไรขึ้นท่านประธาน อันนี้คือข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมว่ามันไม่ต้องไปอ้างกล่าวย้อนหลังในอดีตมากมาย เอาแค่ช่วงปฏิวัติ ๕ ปีแล้วใช้กฎหมาย ฉบับนี้ประเทศไทยติดลบไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง สังคม ยาเสพติดเต็มประเทศ ความมั่นคงคิดถึงท่านอานันท์ ปันยารชุน ท่านบอกว่าสงบแต่ไร้อนาคต การเมืองกับเศรษฐกิจยิ่งชัดเจน จุดหนึ่งที่มีการปฏิวัติท่านประธาน มันมีการประยุกต์ การปฏิวัติได้แตกต่างกับยุคก่อน ๆ มาก อย่างเช่นท้องถิ่น ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งเมืองพัทยา ทั้งเทศบาล ทั้งสภาตำบล จริง ๆ หมดวาระไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๔ ปี แต่ว่ายังใช้ เงินภาษีของชาวบ้านเข้าไปหล่อเลี้ยงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕ ปี ตก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรเลย ไปดำเนินการตรงนี้ เพื่อสืบทอดอำนาจขึ้นมา ให้รัฐบาลอยู่ได้ ส.ว. ๒๕๐ คนไม่ต้องเลือกตั้ง เลือกนายกรัฐมนตรีได้ ตั้งรัฐบาล ๖ เดือน อีก ๖ เดือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ท่านประธานครับ ญัตตินี้มีคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยหลากหลายในแนวคิดของผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์เพราะว่าจากการปฏิวัติ ถึง ๑๓ ครั้งด้วยกัน มันไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรเลย การร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญถึง ๒๐ ฉบับ ถ้าวิธีการนี้ดีท่านประธานครับ ร่างฉบับแรกประเทศไทยก็เจริญแล้วล่ะครับ ไม่ต้องร่างมาถึง ๒๐ ฉบับ ปฏิวัติถึง ๑๓ ครั้ง แต่ส่วนหนึ่งผมอยากให้แนวคิดท่านประธานกับท่านสมาชิก กับท่านพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมได้ศึกษาทำการวิจัยดูในการปฏิวัติของประเทศไทย ปัญหาใหญ่มันอยู่กับเรื่องผลประโยชน์ เราอาจจะมองคาบเกี่ยวกันระหว่างต้นเหตุกับปลายเหตุ แต่ต้นเหตุจริง ๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์ล้วน ๆ เลย ตัวอย่างเช่น ๕ ปีที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อ ทรัพย์สิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสามารถกำไรถึง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นมา ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกบริษัทมหาชนเติบโตมาหมด แต่คนจน ๑๔ ล้านบาท ลำบากยากเข็ญลำบากจนและจะจนต่อไปอีก เพราะว่ากฎหมายต่าง ๆ มันถูกล็อกไว้ทั้งหมด ตามที่ผมวิเคราะห์ดูและได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในหลาย ๆ ด้านท่านประธานครับ มีจุดหนึ่ง ที่อยากนำเสนอก็คือผมว่าประเทศไทยถูกปิดบังเรื่องพลังงานไว้ เว็บไซต์ (Website) ทุกเว็บไซต์ (Website) ของประเทศไทยเกี่ยวกับพลังงานทั้งหมด ถ้าเราเข้าไปดูจะเขียนว่า ปิดปรับปรุง เงินตัวนี้สามารถหมุนเวียนทำเงินให้ประเทศได้ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านล้านบาท ท่านประธาน ปตท. บางจาก ไทยออยส์ ได้ศึกษาดูในหลากหลาย มีสารตัวหนึ่งเขาเรียก น้ำท่า สามารถเอามาปรับปรุงพัฒนาเป็นน้ำมัน น้ำมันก๊าซ น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินมาเป็นเม็ดพลาสติก มาทำเป็นเสื้อ มาทำเป็นยางมะตอย และปุ๋ยเคมี มันสามารถทำให้มีกำไรเกิดขึ้นได้มากกว่าที่จะมากลั่นน้ำมันถึง ๒๐ เท่า มันก็เลยถูกล็อกไว้ ในลักษณะนี้ ไม่ว่าแก๊ส น้ำมัน ดีบุก เหมืองทองต่าง ๆ ถูกล็อกถูกปิดข้อมูลไว้หมด ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการปฏิวัติ ผมว่ามุมมองหนึ่งมันเกิดจาก ผลประโยชน์ล้วน ๆ ต้องตีโจทย์ให้แตก จับจุดจับประเด็นให้ถูก ถ้าเราจะแก้ในแนวทาง ของด้านกฎหมายมันถูกแก้ไขมานานแสนนาน ๗๐ กว่าปี ผมว่ามันไม่ได้ผล ลองเช็ก (Check) รายละเอียดดูเต็ม ๆ โดยเฉพาะทางกรรมาธิการพลังงานและหรือสมาชิกอื่น ๆ ดูตัวเว็บไซต์ (Website) ที่ควรเช็ก (Check) ก็คืออยู่ต่างประเทศทั้งหมด เห็นข้อมูลส่วนหนึ่ง ทุก ๆ ปีบริษัทมหาชนจะออกมาประกาศตัวเลขกำไรจากการเป็นสัมปทานของประเทศไทย ว่าได้กำไรสูงที่สุดในโลก ต้นทุนเป็นโลว์คอส (Low cost) ทั้งหมด แต่ถูกปิดบังไว้ ภาษีไม่ทราบ เก็บเท่าไร แต่ส่วนหนึ่งได้ข้อมูลมาอย่างเหมืองทอง ทองออกจากประเทศปีละ ๕,๐๐๐ ตัน แต่เก็บค่าภาคหลวง ๓๐๐ ล้านบาทคุ้มกันที่ไหน ต่างประเทศเขาต่อสู้เกี่ยวกับด้านพลังงาน เขาออกกฎหมายมาเลยว่าขอเก็บภาษีด้านพลังงาน ๙๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป พูดง่าย ๆ ว่าต่อสู้กับต่างชาติ ไล่ต่างชาติออกไปเลย ไม่ต้องมาทำสัมปทาน ไม่ต้องมา กินบ้านกินเมือง ไม่ต้องเอาทรัพยากรของประเทศไปขายในลักษณะนี้ มันถูกปิดบังไว้ในแนวนี้ ข้อมูลตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่พูดไม่ได้เลยวันนี้เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไรก็ต้องพูดเรื่องนี้ ถือว่าเป็นประเด็นแรก มันไม่น่าจะจนประเทศไทย ใช้เงินไป ๑๗ ล้านล้านบาท การปฏิวัติ หนี้สิน ๗.๒ ล้านล้านบาท ขาดดุล ๕ ปีซ้อน คนจน ๑๔.๕ เงินเหลือ ๑๓ ล้านบาทกว่า เงินฝาก เงินออม แต่จนแล้วจนอีกจนแล้วจนแบบซ้ำซาก ยาเสพติดเต็มประเทศ ท่านครับ ผมเหลือเวลาอีก ๒ นาที ผมว่าลองตีโจทย์ตรงนี้ให้แตก ตีโจทย์เกี่ยวกับผลประโยชน์ให้แตก ที่ผมอ้างไปคือเรื่องพลังงานส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งผมจะปิดท้ายด้วยร้านสะดวกซื้อที่ผมคิด ขึ้นมาคือบิ๊กซี (Big C) แม็คโคร (Makro) โลตัส (Lotus) ทั้งหมดสามารถมีเงินหมุนเวียน ถึง ๒ ล้านล้านบาทต่อปี แต่ที่เราจะแก้ไขผมเคยเสนอทางพรรคไว้หลายพรรคคงจะไม่สนใจ ก็คือลองออกนโยบายมาเลยเอาที่ดินหลวงให้ชาวบ้าน ๒. เอาสถานที่ประกอบการเอาเงินหลวง ทำสถานที่ประกอบการให้ชาวบ้าน ๓. เอาเงินทุนให้ชาวบ้าน ๔. เอาคนไปพัฒนา และ ๕. เอาเทคโนโลยีไป เพราะร้านสะดวกซื้อทั้งหมดอยู่ได้กับค่าเช่า ค่าเช่าร้านทอง ค่าเช่าแบงก์ ค่าเช่าล็อตเตอรี่ ค่าเช่าและหรือต่าง ๆ ถ้าเปิดขึ้นมาปั๊บอยู่ได้หมดครับ ใช้แนวทางนี้เลียนแบบเพื่อขอส่วนแบ่งการตลาดร้านสะดวกซื้อ ทั้งหมด และประชาชนจะเห็นว่าประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาด มีกำไร มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมมั่นใจว่าแนวทางแก้ไขแนวนี้จะเป็นชอยส์ (Choice) หนึ่งที่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกประเด็น และตรงจุด ความคิดในการแก้ไขกฎหมายก็คงเป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธาน ฝากทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ไม่ควรจะล็อก ไม่ควรจะตีตกไป ขอให้สมาชิกตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาพิจารณาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการปฏิวัติในครั้งนี้ครับ🔗
ตอนนี้ มีท่านสมาชิกอภิปรายทั้งหมด ๓๕ ท่าน ได้รับการประสานจากวิป (Whip) ว่ายังมีญัตติ สำคัญมาก มีท่านสมาชิกยังต้องการอภิปรายอีกหลายท่านมากจากรายชื่อที่ให้มายังต้องการ เพิ่มอีก เพราะถือว่าจะตั้งหรือไม่ตั้งไม่เป็นอะไรครับ แต่ขอท่านสมาชิกได้มีโอกาสอภิปราย ในความอัดอั้นตันใจ หรือข้อเสนอแนะ ดังนั้นผมขอนำไปพิจารณาต่อในวันพุธหน้าก็แล้วกัน วันนี้พอสมควรแล้วครับ ปิดประชุมครับ🔗