unknown · · 588 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๑๓.๐๕ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระประธานจะอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ ในวันนี้มีรายชื่อเพื่อจะได้เตรียมตัวดังต่อไปนี้ นายโกศล ปัทมะ นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ นายนิคม บุญวิเศษ นายสุชาติ ภิญโญ นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ นายเอกภพ เพียรพิเศษ นายมานะ โลหะวณิชย์ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ นายนพพล เหลืองทองนารา นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ นางเทียบจุฑา ขาวขำ นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายศิริพงษ์ รัสมี นายสาคร เกี่ยวข้อง พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา นายประกอบ รัตนพันธ์ นายสุชาติ อุสาหะ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายอภิชา เลิศพชรกมล นายภราดร ปริศนานันทกุล นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา นายสุรทิน พิจารณ์ นายเทพไท เสนพงศ์ นายจักรพันธ์ พรนิมิต นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ผมเรียนว่าถ้าไม่มีเหตุขัดข้องก็จะไล่ไปตามลำดับ ที่เรียนไว้เพื่อสมาชิกจะได้เตรียมตัวและขอพวกเราได้ทำอย่างสัปดาห์ที่แล้วก็คือรักษาเวลา ได้ดีเที่ยวที่แล้ว อย่าให้เกินเวลาที่กำหนดไว้ ขอเรียนเชิญคุณโกศล ปัทมะ ก่อนครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา ขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าทางจิตใจหรือโอกาสในการทำมาค้าขาย โดยเฉพาะ ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างรวดเร็วจนไม่อาจจะทำใจได้ จากโศกนาฏกรรมที่จังหวัด นครราชสีมา ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกท่านที่ร่วมกันยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะขอให้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมอย่างเหมาะสม ๒. ตรวจสอบและหามาตรการป้องกันเพื่อมิให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย ไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยในการห้ามมิให้เกิดขึ้น แต่ต้องมีมาตรการ ที่สามารถทำให้เหตุร้ายยุติลงให้รวดเร็วที่สุดเพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น ให้ประชาชน ไม่ต้องหวาดระแวงอีกต่อไป ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านท่านประธานสภาครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปนายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ครับ🔗

นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สระแก้ว

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว พรรคพลังประชารัฐ กระผมอยากจะเรียนปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องได้รับการร้องเรียน จากสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้ว คือ นายชาตรี เขียนโพธิ์ เรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ของตำบลป่าไร่ ซึ่งเป็นตำบล ๑ ใน ๔ ของจังหวัดสระแก้วที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษตามมติ คณะกรรมการนโยบายจากพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ฉบับที่ ๑/๒๕๕๘ ตรงนี้มีการยกเลิก เขตป่าสงวนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ เพื่อมาสร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในการดูแลของที่ราชพัสดุ และกรมธนารักษ์ อยากจะกราบเรียนว่านิคมอุตสาหกรรมนี้สร้างเพื่อที่จะให้เกิดฮับ (Hub) ของประเทศไทยเป็นรอยต่อระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ถ้าตรงนี้สร้างแล้ว มีงบลงทุนไปแล้วประมาณเป็นพันล้านบาทหลายเรื่องมีทั้งด่านศุลกากร มีอะไรพร้อม แต่ที่ดิน บริเวณรอบนอกของพื้นที่ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากที่ดินเองมีเขตพื้นที่เป็นป่าสงวนยังติดปัญหา หลายอย่างรวมทั้งมีเขตพื้นที่ที่ยังตกสำรวจอยู่ อยากจะเร่งให้ดำเนินการเรื่องที่ดินรอบนอก เพื่อให้เกิดความเจริญและเกิดการพัฒนาของพื้นที่ให้มากที่สุด จึงกราบเรียนมายังท่านประธาน แล้วก็มีปัญหาเรื่องที่ดินของทหารอีกนิดหนึ่งที่เคยขอใช้อยู่ในปี ๒๕๓๖ นี้ การขอใช้พื้นที่ ของหมู่บ้าน ปชด. นี้ก็ได้หมดวาระลงไปแล้ว ประชาชนเองก็คัดค้านในการที่จะให้ทหาร ของกองทัพเข้ามาใช้ต่อนะครับ อยากกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังกรมที่ดินให้ออกมา ช่วยรังวัดแล้วก็ฝากไปที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธานปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ และการวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจอมทอง เรียนท่านประธานสภาครับ อย่างที่ทราบกันโดยทั่วไปในปัจจุบันแนวทางของข้าราชการที่ดีต้องเป็นข้าราชการยุคใหม่ ต้องคิดใหม่ทำใหม่เพื่ออนาคต ยึดมั่นผลประโยชน์อันสูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรก ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตจอมทอง เขต ๒๓ กรุงเทพมหานคร ข้าพเจ้าในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนดังกล่าวได้รับหนังสือร้องเรียน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจอมทอง ที่ล่าช้าไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่นปัญหาเรื่องท่อระบายน้ำ และตัดต้นไม้เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพในพื้นที่เขต รวมถึงปัญหาการจัดเก็บขยะมูลฝอย เป็นต้น และมีแนวโน้มว่าผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคนปัจจุบันคนที่ ๑ จะเป็นผู้อำนวยการเขต จึงอาจเกิดปัญหาระบบอุปถัมภ์พวกพ้องมิตรสหายเพื่อประโยชน์ สะดวกต่อการเลื่อนตำแหน่ง หรือไม่ อย่างไรก็ตามขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจอมทองคนที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ ที่จะต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าพฤติกรรมหน้าที่ราชการ เพราะไม่เช่นนั้นนอกจากจะถือเป็น ความผิดฐานไม่วางตัวเป็นกลางทางการเมืองตามมาตรา ๘๒ (๙) แล้วอาจจะเป็นความผิด วินัยฐานไม่รักษาชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนไม่ให้เสื่อมเสียตาม มาตรา ๘๒ (๑๐) ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ชุมชนร่วมพัฒนาสินอนันต์ ถนนเลียบวารี ๕๕ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ เขตหนองจอกมีระยะทางอยู่ ๒ กิโลเมตร ซึ่งมีการก่อสร้างตามที่ภาพปรากฏ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

มีการก่อสร้างมาแล้วประมาณเกือบ ๓๐ ปี แต่ในขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้าไปดำเนินการแต่อย่างใดทั้งสิ้น พี่น้อง ชาวชุมชนก็เลยมาดำเนินการกันเองในชุมชน ด้วยการช่วยกันลอกท่อระบายน้ำ ขณะนี้ ตามภาพฝนยังไม่ตกนะครับ หน้าแล้งในขณะนี้เพียงแต่น้ำไหลออกมาก็ยังท่วมขนาดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าฝนตกแล้วพี่น้องไม่สามารถจะสัญจรไปมาได้ในระยะทาง ๒ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นฝากไปถึงหน่วยงานกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบด้วย ในเรื่องของการลอกท่อระบายน้ำในถนนเลียบวารี ๕๕ ของสำนักงานเขตหนองจอกตามภาพ ที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗

สุดท้ายขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวพี่น้องที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้สูญเสียบุคคลที่รักและเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้อง ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศก็คงต้องแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีทหารใช้อาวุธสงครามฆ่าพี่น้องประชาชนคนโคราช ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติที่เสียชีวิตของคนรักในครอบครัว แล้วขอประณามผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ อีกทั้งขอขอบคุณรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ท่าน ผบ.ตร. ผู้ว่าวิเชียร และผู้ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเหยื่อจากการกระทำของจ่าคลั่งปืนโหดในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอดสงสัยไม่ได้แล้วก็ไม่เข้าใจเรื่องที่กองทัพนั้นมักพูดอยู่เสมอ โปรดฟังอีกครั้งนะครับ มักจะพูดอยู่เสมอ คำว่า เสมอ ขีดเส้นใต้ ภารกิจหลักของกองทัพ คือเน้นความมั่นคงของประเทศ แล้วทำไมล่ะครับ จ่าคลั่งปืนโหดปล้นอาวุธปล้นได้มากขนาดนี้ ปล้นได้ง่ายขนาดนี้ นี่มาคนเดียวท่านประธาน ถ้ามา ๓๐-๔๐ คน ไม่ขนรถถังไปหมดกองทัพ หรือครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไปโคราชบ้านผม เดินให้กำลังใจโบกไม้โบกมือ ทำนิ้วสัญลักษณ์มินิฮาร์ต (Mini heart) ให้สัมภาษณ์ว่า การรักษาความปลอดภัยทำดีอยู่แล้ว ไม่ได้หละหลวมแต่อย่างใด ท่านประธานครับ ผมถามท่านประธาน ถ้าไม่หละหลวมจะเกิด เหตุการณ์แบบนี้หรือครับ กองทัพพูดอยู่เสมอ อะไร ๆ ก็เรื่องของกองทัพไม่ได้เกี่ยวกับประชาชน แล้วทหารกับทหารทำธุรกิจขัดผลประโยชน์กัน ยิงกัน แล้วชาวบ้านเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ท่านไปยิงชาวบ้านตาย อย่างนี้นี่ชาวบ้านเกี่ยวด้วยกับกองทัพไหมครับ จึงนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สังคายนาได้หรือยังครับกองทัพ ทำได้หรือยัง ให้โปร่งใส ให้เป็นที่พึ่งของประชาชน แล้วข้อสำคัญตรวจสอบได้ ท่านประธานครับ ฝากเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ต่างชาติเขาจับตามองประเทศไทยเราอยู่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขออนุญาตคุณสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน ในเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมา ๓ เรื่องครับ🔗

ประธานชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์ แหลมพระนาง จังหวัดกระบี่ ได้ร้องเรียนมาถึงปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่อ่าวไร่เลย์ เนื่องจาก อ่าวไร่เลย์ได้ใช้น้ำบาดาลมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว และในขณะนี้น้ำบาดาลเหล่านั้น ก็มีความเค็มสูงมาก อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาค ขอให้ทาง การประปาส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตการประปาโดยประสานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ กรมเจ้าท่า เพื่อขยาย เขตประปาไปสู่อ่าวไร่เลย์เพื่อมีการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แล้วก็ทำรายได้ให้ประเทศชาติ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ขอหารือไปยังการก่อสร้างท่าเทียบเรือของอ่าวโละซามะ ซึ่งจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริเวณเกาะพีพี บริเวณอ่าวมาหยา ได้มีความเป็นห่วงมากจากการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ปิดอ่าวมาหยา เพื่อฟื้นฟูธรรมชาตินั้น และจะก่อสร้างท่าเทียบเรือด้านหลังคืออ่าวโละซามะเพื่อทดแทน ในการเดินทางเข้าสู่อ่าวมาหยา อาจจะทำให้กระทบต่อธรรมชาติปะการังใต้น้ำและสิ่งแวดล้อม อื่น ๆ อีกมากมาย ขอให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ทบทวนในการสร้าง ท่าเทียบเรือบริเวณอ่าวโละซามะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินได้ขยายช่องจราจรถนน ๔๐๓๔ กระบี่-เขาทอง เป็น ๔ ช่องจราจร เพราะว่าบริเวณที่ถนน ๔๐๓๔ ไปสู่แหล่งท่องเที่ยว ในจังหวัดกระบี่ที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นอ่าวนาง คลองม่วง ทับแขก และท่าปอมคลองสองน้ำ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ยังไม่ได้เข้ามานะครับ ต่อไปเชิญคุณจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ครับ🔗

นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากปัญหาของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขณะนี้ ซึ่งถือว่ายังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาในเรื่องของสุขภาพ ร่างกายเราถ้าได้รับฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สะสมมาก ๆ ก็อาจจะ ทำให้เกิดปัญหาโรคต่าง ๆ จนอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต อันนี้ประเด็นแรก🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจก็จะทำลายโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ของประเทศ วันนี้อย่างที่เราทราบดีครับว่าปัญหาของประเทศนั้นอยู่ที่รายได้ทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ในพื้นที่ของกระผมนั้นมีฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมดูจากค่าสถิติของจังหวัดลำปางที่ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ในปี ๒๕๖๒ สถิติสีส้มอยู่ที่ ๙ วัน สีแดงอยู่ที่ ๑ วัน แต่ว่า ในปี ๒๕๖๓ สีส้มอยู่ที่ ๒๕ วัน สีแดง ๑๐ วัน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงอยากจะเรียนว่า ศาลากลางจังหวัดลำปางนั้นอยู่ใกล้ดอยพระบาทเลยครับ เดินทางไปไม่ถึง ๒ กิโลเมตร แต่การบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ นั้นผมถือว่าไร้ประสิทธิภาพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะฝากให้รัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

และอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ปัญหาในเรื่องของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ผมได้รับ หนังสือจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อยากขอเสนองบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือในการซ่อมแซมงบประมาณ ๓,๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ของกระผมใน ๒ ประเด็นด้วยกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ เกษตรกรชาวสวนลำไยประสบภาวะขาดทุนจากการที่รัฐบาลจีน งดการติดต่อและงดการนำเข้าลำไยซึ่งเกี่ยวกับโรคโคโรนา (Corona) ซึ่งเป็นที่ทราบดี ทำให้ ลำไยของพี่น้องเกษตรกรเกิดความเสียหายและไม่มีการเก็บเกี่ยวนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีมีความเดือดร้อนและเป็นห่วง ในเรื่องของภัยแล้งซึ่งคาดว่าปีนี้จะแล้งเร็ว และคาดว่าจะแล้งนานกว่าปีก่อน ๆ นะครับ ทำให้ผลไม้ซึ่งกำลังใกล้จะออกสู่ตลาด เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เป็นต้น ไม่มีน้ำ เพียงพอแก่ความต้องการนะครับ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ นับหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งในการนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งท่านรับปากด้วยความเป็นห่วงว่าจะเริ่มทำฝนหลวงหรือว่าฝนเทียม อย่างต่อเนื่องและอย่างด่วนในวันที่ ๑๗ นี้นะครับ ต้องขอขอบคุณด้วย🔗

ประเด็นที่ ๓ ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาภัยแล้งในจังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืน และถาวรนะครับ โดยการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อเก็บน้ำฝนซึ่งมีปริมาณที่มากเพียงพอนะครับ ซึ่งปัจจุบันนั้นสามารถเก็บกักได้เพียง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนที่เหลือไหลลงสู่ทะเล ต้องขอเรียนว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและเพื่อที่จะเป็นการเก็บกักน้ำไว้ เพื่อบรรเทาภัยแล้งให้กับจังหวัดจันทบุรีได้อย่างถาวรและยั่งยืนนะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๑ เรื่อง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าหมู่บ้านวังสัมพันธ์ หมู่ที่ ๓ ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มาร้องเรียนผม เนื่องจากว่ามีอ่างเก็บน้ำห้วยค้อเหนือซึ่งได้ทำโครงการไว้แล้วเมื่อปี ๒๕๔๔ เมื่อปี ๒๕๔๔ ได้มีงบประมาณสนับสนุนมา ๓๐ ล้านบาท เพื่อให้อ่างเก็บน้ำนี้พี่น้องประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ทำการเกษตรและเพื่อบริโภคด้วย แต่ตั้งแต่ปีนั้นจนมาถึงปัจจุบันนี้ ๑๙ ปีแล้ว ปรากฏว่าอ่างเก็บน้ำนี้ไม่มีท่อส่งน้ำ ไม่มีคลองชลประทาน ทางหมู่บ้านได้มีการขอโครงการ ไปหลายครั้งจนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีงบประมาณไปให้ แล้วผู้ที่รับผิดชอบก็อ้างว่าปีนี้ได้แน่นอน สุดท้ายก็ไม่ได้ครับท่านประธาน ก็ทำให้ประชาชนเดือดร้อนขาดน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะ กลุ่มหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงทำการเกษตรปลูกข้าว ปลูกข้าวโพดแล้วก็ผักต่าง ๆ ขาดแคลนน้ำ ในหน้าแล้ง จึงมาร้องที่พรรคพลังปวงชนไทยให้ผมมาสื่อถึงสภาเพื่อให้ท่านประธานช่วยเหลือ ในการบอกกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยด่วน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องซึ่งเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องแรก เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของอำเภอทุ่งสงและอำเภอบางขัน เพราะว่าช่วงนี้ฝนทิ้งช่วงพี่น้องหลายตำบลขาดน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอำเภอบางขัน ตำบลบ้านนิคม ซึ่งเป็นที่สูงไม่สามารถเจาะบ่อบาดาลได้ วันนี้พี่น้อง ประมาณ ๙๖๐ ครัวเรือนได้พบกับวิกฤติขาดน้ำกินน้ำใช้ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียน ท่านประธานไปยังกรมชลประทานเพื่อที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยการทำฝ่ายน้ำล้น บ้านก่องิ้ว หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านนิคม ซึ่งครอบคลุมน้ำ ๕ หมู่บ้าน คือหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๖ หมู่ ๘ และหมู่ ๙ เรื่องที่ ๒ โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหนือคลองซาครอบคลุมตำบลบ้านนิคม อำเภอบางขันและตำบลบางดี อำเภอห้วยยอดซึ่งครอบคลุมในพื้นที่หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๗ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๒ หมู่ ๑๓ ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในอำเภอทุ่งสงและอำเภอบางขัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พี่น้องครอบครองมานานมีสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น ส.ค. แต่ไม่สามารถที่จะ ออกโฉนดที่ดินได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยช่วยเร่งรัด ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อเข้าใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์ในทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่าน สุชาติ ภิญโญ🔗

นายสุชาติ ภิญโญ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๔ พรรคเพื่อไทย สิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับชาวจังหวัดนครราชสีมาเป็นสิ่งที่สะเทือนใจพวกเราเป็นอย่างยิ่งครับ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำของผู้ที่เราหวังว่าเขาจะเป็นผู้ที่ปกป้องพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ทำทำให้รู้ว่าการกระทำของนายทหารคนดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดบกพร่อง ของผู้บังคับบัญชา ซึ่งก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทหารไม่น่าที่จะปล่อย ให้บุคคลคนนี้ออกมาเข่นฆ่าประชาชนได้เลย ทั้งที่มีระยะเวลาที่อยู่ในค่ายทหารเป็นเวลานาน สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีผู้รับผิดชอบ ชีวิต ทรัพย์สิน ความเสียหายของพี่น้องประชาชนยาก ที่จะอธิบาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเด็ก ต่อนักเรียน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทหารไทยสามารถ ยับยั้งไม่ให้เกิดได้ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ ต้องมีผู้รับผิดชอบ ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลรับผิดชอบสิ่งนี้โดยนึกถึงความเสียหาย ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก สิ่งที่ผมอยากจะฝากและสะเทือนใจพวกเราอย่างยิ่งก็คือว่าระบบการเรียนการสอนของทหาร ทำไมถึงทำให้จิตใจเขาโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ มันต้องทบทวนและต้องทำอะไรไหม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อที่จะ ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับประเทศเราอีก อาวุธมีไว้สำหรับต่อสู้กับศัตรู หรือท่านเห็นว่า พี่น้องประชาชนคือศัตรูของท่าน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุชาติ อุสาหะ ครับ🔗

นายสุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมขอหารือ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดเพชรบุรีถึงกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาคครับ เนื่องจากว่าอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี มีโรงงานขนาดใหญ่ ในพื้นที่จำนวนประมาณ ๒๐ โรงงาน มีแรงงานต่างด้าว ณ วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดเพชรบุรีแจ้งมา ๑๒,๙๕๔ คน อันนี้คือตามกฎหมายนะครับ แล้วก็ยังมีแรงงานแฝงอยู่อีกพอสมควร ขณะนี้ได้เกิดปัญหาในเรื่องของน้ำประปาขาดแคลน ทั้งอำเภอเขาย้อยต้องเปิดปิดเป็นเวลา แล้วก็เดือดร้อนไปถึงส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอ โรงพัก หรือแม้กระทั่งในส่วนของท้องถิ่นต่าง ๆ ปัญหาขณะนี้ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า การที่เรามีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ขณะนี้จำนวนหลายหมื่นคน ปริมาณของแรงงานต่างด้าว ที่อยู่ในอำเภอเขาย้อยพอ ๆ กับพี่น้องชาวอำเภอเขาย้อยทั้งอำเภอเลยขณะนี้ ก็ทำให้ สาธารณูปโภคของรัฐที่มีอยู่ไม่เพียงพอแล้วก็เกิดปัญหาสืบเนื่องมา เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ผมก็หารือไปครั้งหนึ่งนะครับ แต่การแก้ปัญหาของการประปาส่วนภูมิภาคดูจะล่าช้ามาก ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านทางกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค อันดับแรกเลยครับ ต้องเร่งจัดหาแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติมเป็นเรื่องด่วนเลย เพราะว่าในส่วนของ ประปาเขาย้อยใช้น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้ก็ไม่ได้ปล่อยมาทาง จังหวัดเพชรบุรีสักเท่าไร เพราะต้องเอาไปผลักดันน้ำเค็มด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องแก้ไข เร่งด่วนขณะนี้ก็อยากจะให้การประปาจัดหาแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติม แล้วก็เร่งรัดในเรื่องของ การจ่ายน้ำให้เป็นไปตามกำหนดที่ควรจะเป็น ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ ในวันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่จะปรึกษา ก็คือเรื่องการส่งสินค้าผ่านแดน ผัก ผลไม้ ท่านประธานครับ จังหวัดนครพนมแต่ก่อนนี้ ก็มีสินค้าผ่านแดนปีละประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมีสะพานแล้วสินค้าผ่านแดนเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีผลไม้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนผู้ค้าก็ต้องส่ง ไปทางนี้ครับ เพราะส่งไปประเทศลาว ประเทศเวียดนามและไปสู่ประเทศจีน แต่มาวันหนึ่ง วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ มีคำสั่งจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรบอกว่าห้ามส่งทางนี้ เพราะมีข้อตกลงกับประเทศจีนไว้ เมื่อปี ๒๕๐๐ กว่า ก่อนที่สะพานอันที่ ๓ ได้เกิดขึ้นว่าจะต้องส่งทางด้านจังหวัดมุกดาหาร ด้านจังหวัดมุกดาหารคือปลายทางเส้นทางเส้นที่ ๙ ไปลาว ไปเวียดนามแล้วก็ขึ้นไปจีน ที่เมืองโหย่วอี้กวน อันนี้เป็นเส้นที่ ๓ ปรากฏว่าเส้นทางทั้งหมดประชาชนก็เดือดร้อน เพราะส่งไม่ได้เขาเสียเวลาไป ๔-๕ วัน แต่ความไม่ยอมก็ทำให้มีข้อตกลงว่าขอชะลอไว้ก่อน การชะลอไว้นี่พี่น้องประชาชนก็ยังไม่เข้าใจเพราะกลัวว่าถ้าชะลอไว้จะเป็นอย่างไรก็ได้เพราะ คำว่า ชะลอ ก็เหมือนที่ชะลอเรื่องสารพิษไว้ประชาชนก็ยังเกรงกลัวอยู่นะครับ ยังเกรงใจอยู่ เขาก็เลยร้องมาเพื่อมาฟ้องท่านประธานเพื่อให้ท่านประธานช่วย กราบเรียนท่านประธานว่า ทางที่จะไปส่งสินค้านั้นมีอยู่ ๓ ทางด้วยกัน คือ ๑. เส้นที่ ๘ จากจังหวัดนครพนมขึ้นเหนือไป เมืองโหย่วอี้กวน เส้นที่ ๒ คือเส้นที่ ๑๒ จากนครพนมไปหลักซาว ท่าแขกไปเมืองเวียดนาม ไปสู่เมืองโหย่วอี้กวน เส้นที่ ๓ ก็คือเส้นที่ ๙ ประชาชนเดือดร้อนก็เลยมาฟ้องผม ก็ฝากท่านประธานด้วยว่า ช่วยทำอย่างไรให้ตกลงกันได้เสียทีไม่ต้องไปยืดเยื้อต่อไป เพราะเขากลัวว่าถ้าหลังจากตอนนี้ สินค้าผ่านไม่ได้เลยเพราะว่าโรคอู่ฮั่นนี้ แต่เขาก็กลัวว่าหลังจากที่ทางกระทรวงสาธารณสุข เราก็ดำเนินการได้ดีแล้ว โรคมันจะลดลงเขากลัวว่าจะไปกลับอย่างเดิมอีก การค้าขายก็คงจะ ทำไม่ได้ ซึ่งทั้งนี้ทางประเทศจีนก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะว่าประเทศจีนเขาก็ต้องการสินค้า ที่สะดวกเร็วแล้วมีผลที่ดี ก็ฝากท่านประธานด้วยครับ เพื่อดำเนินการไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่าให้ช่วยดำเนินการตัดสินใจเร็ว ๆ ด้วย เพราะได้รองรับหลังจากที่เขาเปิดด่านแล้ว ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านวัชรพล โตมรศักดิ์🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องประเด็นสำคัญที่ต้องหารือ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๘ ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก็ได้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว ผมจะขอสรุปเพียงสั้น ๆ เนื่องจาก ตอนแรกอยากจะยื่นเป็นกระทู้ถามสด แต่เนื่องจากว่าได้มีพรรคพวกหลายท่านที่อยากจะ ยื่นกระทู้ถามสด ก็เลยอยากขออนุญาตท่านประธานเอาไว้ก่อน ณ เวลานี้ ก็คือผมอยากจะ ขอความกรุณาเมตตาจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอยื่นเป็นญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อที่จะได้ นำเรียนเรื่องต่าง ๆ มาพูดคุยกันในสภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้เหตุการณ์ต่าง ๆ จะจบสิ้นลงแล้ว แต่วันนี้หลังจากที่เหตุการณ์จบสิ้น ผมอยากจะให้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกหน่วยงานนั้น จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะหาทางไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ วันนี้คนโคราชทั้งหมดอยู่อาการโศกเศร้า ขวัญผวา และที่สำคัญที่สุดก็คือทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เศรษฐกิจก็ดี แล้วพี่น้องประชาชนในจังหวัดก็ดีวันนี้เราร้องถาม ถึงเหตุผลและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตในเบื้องต้นในการหารือครั้งนี้ กราบเรียนไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอให้ความกรุณาได้สนับสนุนในญัตติด่วนที่ผมจะ ขออนุญาตนำเสนอต่อสภาในโอกาสต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาไว้ในรายการต่อไปนะครับ ต่อไปคุณวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ครับ🔗

นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และผู้ที่สัญจรใช้รถใช้ถนน หมายเลข ๓๕๘๔ ช่วงตลาดบางใหญ่เก่าถึงการไฟฟ้าบางใหญ่ เรียนท่านประธานฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่นเพื่อลงไปแก้ไขปัญหาถนน หมายเลข ๓๕๘๔ ๒ ข้างทางมีการถมที่ปิดทางระบายน้ำทำให้น้ำท่วมขังผิวการจราจรทำให้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ไขโดยการวางท่อระบายน้ำ ๒ ข้างทางตลอดแนว เพื่อมีฟุตพาท (Footpath) เอาไว้ใช้ประโยชน์ อีกทั้งยังได้ขยายผิว การจราจรได้อีกทางหนึ่งเพื่อให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมีบ่อนการพนันเป็นจำนวนมากและตู้ม้า และการพนันออนไลน์ (Online) รายวันและราย ๑๕ วันอยู่ในเว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับการร้องเรียนมา กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านอภิชา เลิศพชรกมล ครับ🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ที่ห้างเทอร์มินอล ๒๑ และนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ผู้ที่เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีได้ทรงรับ ผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไว้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของประเทศ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนที่เคยมาเที่ยวทุกคนหวาดผวาไม่มีใครที่จะกล้าออกมา ทุกคนยังกลัวอยู่ ห้างสรรพสินค้าที่เคยเดินกันอย่างเนืองแน่น การจราจรที่เคยติดขัด จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ถนนยังโล่งอยู่ ทุกคนยังไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาเที่ยว ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรจะมีมาตรการใด ๆ ที่จะมาช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในห้างแล้วก็อยู่บริเวณในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การหาแหล่งเงินทุนที่จะมาช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้า การยื่นงบดุลการเงินประจำปี ๒๕๖๒ มีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยยืดระยะเวลาการยื่นได้ การดูแลผู้ประกอบการให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการทำธุรกิจออนไลน์ (Online) ควรจะช่วยพ่อค้า แม่ค้า สิ่งที่สำคัญที่สุด กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ก็ควรที่จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้โคราชเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว ให้เป็นระยะเวลาอย่างต่อเนื่องประมาณอย่างน้อยสัก ๑ ปี กระทรวงที่สำคัญที่สุดอีกกระทรวงหนึ่งก็คือกระทรวงการคลัง มีมาตรการเยียวยาอย่างไร ให้กับพ่อค้า นักธุรกิจชาวจังหวัดนครราชสีมาได้บ้าง จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะช่วยเหลือพ่อค้า นักธุรกิจชาวจังหวัดนครราชสีมา ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ ท่านเอกภพ เพียรพิเศษ ครับ🔗

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนของประชาชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ๒ เรื่อง เป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำที่ได้รับการดูแลอย่างไม่เท่าเทียมกันนะครับ🔗

เรื่องแรก ในขณะที่เขตเทศบาลเชียงรายกำลังพูดถึงเรื่องของการจัดระเบียบ สายไฟ การจัดระเบียบสายสัญญาณต่าง ๆ ที่ระเกะระกะ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ ในขณะเดียวกันในเขตอำเภอเมืองเช่นกันกลับมีพื้นที่ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งได้แก่ ที่บ้านผาลั้ง บ้านกกน้อย ตำบลห้วยชมภู บ้านอาดี่ บ้านอาเกอะล่าง บ้านอาเกอะบน บ้านจะต๋อเบอ บ้านยะฟู บ้านลอบือ บ้านขุนน้ำแม่ยาว บ้านห้วยชมภู และบ้านสองแควพัฒนาที่ตำบลแม่ยาว จะเห็นว่าจำนวนเยอะมากทีเดียวที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้ง ๆ ที่หมู่บ้านเหล่านี้ที่ผมเอ่ยชื่อมานี้ อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเพียงแค่ ๒๐-๓๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง สาเหตุที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็เพราะว่าพื้นที่ตรงบริเวณนั้นถูกประกาศว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ ทั้งที่เมื่อสืบประวัติของชุมชน ตรงนั้นแล้ว ปรากฏว่าบางหมู่บ้านอาศัยอยู่กันมานานกว่า ๕๐ ปี บางหมู่บ้านอาศัยอยู่กันมา กว่าร้อยกว่าปี ผมจึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการขยายเขตไฟฟ้าให้เข้าสู่หมู่บ้านเหล่านี้ อย่างเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของผู้นำชุมชนที่อยู่ในเขตเทศบาล ซึ่งเขาเหล่านั้นปฏิบัติ หน้าที่เปรียบเสมือนผู้ใหญ่บ้าน แต่เขากลับไม่ได้ค่าตอบแทนและสวัสดิการใด ๆ เหมือนกับ ที่ผู้ใหญ่บ้านได้รับ ผมก็เลยอยากจะขอให้มีการปรับเรื่องของสวัสดิการและค่าตอบแทนให้ ผู้ที่ทำงานเพื่อสังคมกลุ่มนี้ให้เท่าเทียมกันกับผู้ใหญ่บ้านในฐานะที่ทำงานเหมือนกันด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธานสั้น ๆ ผมได้รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดอ่างทองผ่านทางเพจ (Page) แจ้งข่าวสารอ่างทอง เรื่องทางเข้าโรงพยาบาลอ่างทอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดแต่ทางเข้าค่อนข้างที่จะคับแคบ ทำให้พี่น้องประชาชนที่เข้าไปรับบริการทางการแพทย์เดินทางเข้าไปลำบาก แล้วที่สำคัญ ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย จึงได้ขอความกรุณาท่านประธานส่งเรื่องให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๒ ที่โรงพยาบาลอ่างทองเช่นเดียวกันครับ จุดพักคอยรถประจำทาง บริเวณหน้าโรงพยาบาลทั้ง ๒ ฝั่งฟากถนนขณะนี้ไม่มีจุดพักคอย เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ที่มารับบริการทางการแพทย์ไม่สามารถที่จะมีจุดพักคอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนเขาต้อง ยืนตากฝนอยู่หน้าโรงพยาบาลทำให้เกิดความไม่สะดวกกับพี่น้องประชาชน ผมได้หารือกับ แขวงการทางอ่างทอง ซึ่งทางแขวงการทางอ่างทองได้ประสานงานแล้วก็ได้ออกแบบสำรวจ เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รองบประมาณจากทางกระทรวงคมนาคม ก็อยากจะให้ท่านประธาน ช่วยเร่งรัดไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่งดำเนินการ เป็น ๒ เรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้ ๒๐ วินาที เพื่อแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ที่สูญเสียกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อม ๆ กับร่วมส่งกำลังใจให้กับผู้ที่สูญเสียกับครอบครัวผู้สูญเสีย อยากจะส่งไปทางรัฐบาลอยากจะให้เหตุการณ์นี้ให้รัฐบาลตระหนักและเรียนรู้กับเหตุการณ์ และพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลียนแบบเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีก ผมเชื่อว่าไม่มีใคร อยากเห็นเหตุการณ์รุนแรงอย่างนี้เกิดขึ้นซ้ำสองครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ ท่านมานะ โลหะวณิชย์ ครับ🔗

นายมานะ โลหะวณิชย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานเพียง ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรกได้รับการร้องเรียนจากคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ พี่น้องประชาชนว่าทางโรงเรียนบ้านคลองเจริญ อาคารเรียนนั้นชำรุดทรุดโทรม เป็นอาคารไม้ ซึ่งก่อสร้างมาเป็นระยะเวลา ๕๐-๖๐ ปีแล้ว ทางคณะผู้อำนวยการก็ได้ของบประมาณ ต่อเนื่องมาตลอดแต่ก็ยังไม่สำเร็จ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ🔗

เรื่องที่ ๒ ต้นน้ำชีก่อเกิดกำเนิดที่อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งหล่อเลี้ยงพี่น้อง ชาวอีสาน ความยาวของลำน้ำชี ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่ท่านประธานครับ ต้นลำน้ำชีตอนนี้ ที่อำเภอหนองบัวแดงแห้งขอด เมื่อปี ๒๕๕๑ กรมเจ้าท่าก็ไปขุดลอกเพื่อให้น้ำนอนคลอง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ นั้นจนปัจจุบันก็ไม่มีการไปขุดลอก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่า ได้เอางบประมาณลงไปขุดลอกด้วย🔗

สุดท้ายครับ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ก็เช่นกันเป็นต้นน้ำ ทั้งลำน้ำพรม ลำน้ำเชิญ แล้วลำน้ำทิกก็แห้งแล้งเช่นกันเป็นต้นน้ำ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานได้เร่ง ดำเนินการขุดลอกเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำใช้ในการเกษตรต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย เขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันจะขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาในส่วนของ การร้องเรียนเรื่องฝุ่นละอองที่เป็นผงปูนมาจากแพลนต์ (Plant) ปูนที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีเครื่องจักรที่เสียงดังมาจากแพลนต์ (Plant) ปูนเหล่านั้น ทั้งยามวิกาล ที่รบกวนประชาชนโดยรอบ สาเหตุเกิดมาจากแพลนต์ (Plant) ปูนที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ทั้ง ๕๐ สำนักงานเขต เป็นสถานที่ที่ก่อให้เกิดพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) และพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็คือฝุ่นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ซึ่งเกิดความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน แล้วก็กระทบ สิ่งแวดล้อมในภาพรวม ทั้งฝุ่นนี้ยังปลิวกระจายไปโดยทั่ว ไม่ว่าจะเป็นคอนโด (Condo) หรือบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เรือนเคียงก็กระทบหมด แล้วที่สำคัญสูดดมกลิ่นฝุ่นปูนเหล่านี้ เข้าสู่ร่างกายก็เป็นส่วนที่กระทบให้เกิดปัญหากับสุขภาพในอนาคตค่ะ เสียงที่ดังจากเครื่องจักรกลซึ่งเป็นการทำในส่วนของเสียงที่ดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งตรงนี้ต้องขอให้กรุงเทพมหานครเข้ามาดูแลในเรื่องของเสียงด้วยนะคะ รวมไปถึงในเรื่อง ของรถบรรทุกที่วิ่งเข้าออกตลอดเวลาแต่ไม่มีการล้างล้อรถ ก็ทำให้ฝุ่นแล้วก็ดินแล้วก็หินตก เกลื่อนกลาดบริเวณถนนเป็นอย่างมาก แล้วในบางส่วนก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วย วิธีแก้ไข ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังกรุงเทพมหานครให้มีการช่วยกำชับตรวจตราแพลนต์ (Plant) ปูนเหล่านั้น เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ฝุ่นเหล่านั้นควรจะมีการพ่นละอองน้ำ รอบ ๆ อาคารหรือในส่วนของรอบรั้ว รวมไปถึงกองหิน กองดิน กองทรายก็ควรจะมีการพ่นน้ำ อยู่ตลอดเวลาด้วย ควรจะมีกำแพงหรือว่าสแลนต์ (Slant) กั้นสูงเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นกระจาย ทั่วไป ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณจรัส คุ้มไข่น้ำครับ🔗

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เรื่องปัญหาค่าเวนคืนที่ดินตามโครงการเพื่อก่อสร้างการท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ผ่านมาแล้ว ๔๒ ปีครับท่านประธาน แต่ขณะนี้พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน และการจ่ายค่าเวนคืนแต่อย่างใด ดังนั้นจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการตรวจสอบและดูแลในส่วนของพี่น้องประชาชน ซึ่งล่าสุดนี้ได้มีมติในที่ประชุมโดยผู้ตรวจการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต ๙ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งหมดให้ความเห็นชอบในการช่วยเหลือเป็น ๒ แนวทางคือ ๑. จัดสรรที่อยู่อาศัยให้ใหม่ ไม่ห่างไกลจากพื้นที่เดิมสามารถประกอบอาชีพได้ ๒. ให้การช่วยเหลือเป็นเงินให้เพียงพอ เพื่อจัดหาที่อยู่เอง ตามหลักฐานเอกสารดังกล่าวได้ร่วมลงนามเห็นชอบโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เวลาผ่านไปบัดนี้พี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน และค่าเวนคืนใด ๆ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ดูแล แก้ไขประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ เรื่องแรกคือน้ำแล้งที่จังหวัดยโสธร หมู่ที่ ๑ บ้านโซง หมู่ที่ ๒ บ้านเหล่าโป่ หมู่ที่ ๘ บ้านโซง บ้านสว่าง บ้านทุ่งมน ปกติบริเวณนี้เนื้อที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ ปัจจุบันเจาะน้ำแล้ว ๒๕ เมตรยังไม่มีน้ำเลย จึงฝากไปที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เมตตาไปเจาะบาดาลให้มันเพิ่มขึ้น🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำแล้งอีกครับ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธรเหมือนกัน ที่บ้านเวินชัย ตำบลผือฮี อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร พี่น้องต้องการให้สร้างฝายน้ำล้น ปกติแม่น้ำชีมันมีน้ำที่จะไหลไปสู่แม่น้ำโขงทุกปี ตรงนี้เวลาฝนตกน้ำท่วมแต่เวลาแล้งน้ำไม่มี พี่น้องจึงขอให้กรมชลประทานไปสร้างฝายน้ำล้นเพื่อที่จะกักน้ำใช้ในหน้าแล้ง ท่านประธาน ที่เคารพครับฝากไปที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

เรื่องที่ ๓ ก็น้ำแล้งอีก ท่านประธานที่เคารพ ที่ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เดี๋ยวนี้บริเวณข้างถนนต้นข้าวได้เหลืองตายไปหมดแล้ว พี่น้องฝากมาว่าถ้ามีน้ำใหม่ พี่น้องจะไถแล้วก็ดำนาใหม่เพื่อจะได้ปลูกข้าวครับ ฝากไปที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายนพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะนำปัญหาของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย น่าเห็นใจมากก็คือผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากจังหวัดกำแพงเพชร เพราะกำแพงเพชรเป็นแหล่งปลูกอ้อยลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย นั่นก็คือว่ามันมีในเรื่องของผลประโยชน์ในการแบ่งปันระหว่างโรงงานน้ำตาล กับเกษตรกร คือปัจจุบันใช้อัตรา ๗๐ : ๓๐ แต่อย่าลืมว่าในอัตรา ๗๐ : ๓๐ นี้เป็นการแบ่งรายได้ แต่เฉพาะสิ่งที่เป็นน้ำตาลอย่างเดียว แต่ว่าปัจจุบันนี้อ้อยต้นหนึ่งที่ปลูกขึ้นมาแล้ว แล้วส่งให้ โรงงานมันจะมีผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากน้ำตาลนั่นคือทั้งกากอ้อยแล้วก็กากน้ำตาล ก็คือโมลาส (Molasses) นั่นล่ะ ๒ อย่างนี้เดี๋ยวนี้โรงงานหลาย ๆ แห่ง โรงงานน้ำตาลเขามีโรงไฟฟ้าเอง นำสิ่งเหล่านี้ทั้งกากอ้อย กากน้ำตาลไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในโรงงานเอง แล้วถ้าเหลือก็ส่งขายให้การไฟฟ้า เพราะฉะนั้นรายได้ตรงนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างกากทั้งหลาย กากน้ำตาล กากอ้อยทำไมเกษตรกรถึงไม่ได้รับผลประโยชน์ ณ ตรงนี้ อยากจะให้คณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลแห่งชาติแล้วก็รัฐบาลได้ตระหนักและก็ให้ความใส่ใจว่าผลประโยชน์นี้เป็น สิ่งที่ไม่ใช่โรงงานจะได้ฝ่ายเดียวเกษตรกรควรจะต้องได้ด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่งปัจจุบันนี้แม้ว่า จะมีโครงการ มีการสนับสนุนให้มีโรงไฟฟ้าชุมชนโดยการเอาใบอ้อยมาเป็นเชื้อเพลิง ใบอ้อย เราต้องยอมรับกันว่ามีคุณภาพดีทีเดียว ผมอยากนำเรียนรัฐบาลว่าทำไมจะต้องไปส่งเสริม ซึ่งมันยุ่งยาก ทำไมไม่บอกโรงงานน้ำตาลให้เขาช่วยรับซื้อใบอ้อย ไม่ต้องมาเริ่มนับ ๑ ๒ ๓ ใหม่ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและผู้รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการแบ่งปันผลประโยชน์ ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ และขออภัย อ่านชื่อนพพลผิดนะครับ ขออภัยด้วยครับ ต่อไปครับท่านเทพไท เสนพงศ์🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีการโพสต์ ยูทูบ (Post YouTube) ท้าทายมายังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาทวงถามกรณีแก้ไข เรื่องการจับความเร็ว ซึ่งคลิป (Clip) นี้มีคนเข้าชมประมาณเกือบล้านคนแล้วครับ ผมก็เลยจะ นำเรียนกับท่านประธานว่ามีการพูดถึงเรื่องสะดุ้งทั้งสภา ส.ส. เจอตอกหน้าหงายแล้วก็พูดถึง อีกเฟซบุ๊กหนึ่งก้าวใหม่เดินไปด้วยกัน เราอยากเห็นนักการเมืองสักคนพรรคไหนก็ได้ลุกขึ้นพูด แล้วเสนอญัตติด่วน เรื่องขอยกเลิกส่วนแบ่ง พ.ร.บ. จราจรขนส่งเนื่องจากส่วนแบ่งค่าปรับ อาจจะเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านเพื่อหวังแบ่งค่าปรับนอกเหนือจากเงินเดือนและ เบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการ ซึ่งเป็นการพาดพิงมายังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนว่า กำลังทำอะไรอยู่ไม่กล้าพูดถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมก็อยากจะเรียนว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ผมเข้าไปดูที่เขาพาดพิงไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย กรณีที่ จะเปลี่ยนเรื่องจะให้การจับความเร็วเป็น ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ท่านรัฐมนตรีได้พูดไว้ หลังจากวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ก็ได้พูดว่า ๑ เดือนจะคลอดกฎหมาย ถนน ๔ เลน (Lane) วิ่งได้ไม่เกิน ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่ำกว่า ๙๐ วิ่งเลน (Lane) ขวา ไม่ได้ ซึ่งในขณะนี้ชาวบ้านก็ทวงถามมาเรื่องนี้ ผมก็เลยรับคำท้าจากคลิป (Clip) เหล่านี้ มาเรียนกับท่านรัฐมนตรีนะครับว่าเมื่อชาวบ้านทวงถามแบบนี้ก็อยากจะให้รัฐมนตรีได้เร่งรัด ผมทราบว่าอาจจะต้องประกาศเป็นกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ. ทางหลวงซึ่งเป็นความเดือดร้อน ของประชาชนจริง ๆ ก็อยากจะให้ท่านทำตามนโยบายที่ท่านให้ไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติจากจังหวัดปัตตานี ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนถึงปัญหาความต้องการของพี่น้อง โดยเฉพาะในประเด็นปัญหา ของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ นำเรียนและขอให้ทางกระทรวงศึกษาธิการช่วยในกรณีดังต่อไปนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษา ปี ๒๕๔๖ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ในปัจจุบัน🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือให้มีการอบรมครูสอนศาสนาทั้งระบบที่มีอยู่จำนวน ๕,๐๐๐ คน เพื่อสามารถนำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือให้ศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษา สำนักงานศึกษาธิการ ภาค ๗ จังหวัดยะลา ซึ่งมีหนึ่งเดียวในประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการในการพัฒนาหลักสูตร และอบรมครูสอนศาสนาทั้งระบบ🔗

ท่านประธานครับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่นักเรียนเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ได้รับการพัฒนาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน จึงทำให้มีปัญหา ว่าหลักสูตรอิสลามศึกษาปี ๒๕๔๖ ยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขและใช้หลักสูตรนี้มาเป็นระยะเวลา ๑๗ ปีแล้ว ทั้งที่ต้องปรับปรุง ๑๐ ปีต่อครั้ง กระผมจึงเรียนเพื่อให้ทางกระทรวงพิจารณา ต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตหารือในเรื่องของสาธารณูปโภคในเขตพื้นที่🔗

เรื่องแรก เรื่องความปลอดภัยของถนนจรัญสนิทวงศ์ สืบเนื่องจากที่ผ่านมา ทาง รฟม. ได้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ตลอดทั้งสาย ปัจจุบันสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งคืนพื้นที่ แต่ข้อเท็จจริงก็คือมีการใช้รถใช้ถนน ทุกวันจากพี่น้องประชาชนบริเวณนั้น ในขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อก่อสร้างโครงสร้างของ รถไฟฟ้าไปแล้วทำให้รูปแบบหรือพื้นที่หลายพื้นที่เปลี่ยนไป บางจุดเคยมีสะพานลอยก็ไม่มี บางจุดเคยเป็นทางม้าลายแต่ปัจจุบันหายไป บางจุดมีอุโมงค์ทางลอดของรถยนต์ทางสี่แยก แต่ว่าขึ้นมาปุ๊บจะเจอทางม้าลาย ซึ่งก็เป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนครับ จึงขออนุญาตให้ทางกรุงเทพมหานครร่วมกับทางตำรวจในพื้นที่และ รฟม. ประชุมหารือกัน สรุปจุดที่เสี่ยงอันตรายต่าง ๆ บนถนนจรัญสนิทวงศ์ทั้งสายแล้วก็รีบเร่งดำเนินการแก้ไขให้ พี่น้องประชาชน โดยรายละเอียดของจุดต่าง ๆ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานทางเอกสาร อีกทีนะครับ🔗

ถัดไปบนถนนจรัญสนิทวงศ์เช่นกัน ขอให้ทางกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการ ช่วยปรับปรุงกายภาพของอุโมงค์ทางลอด ๒ อุโมงค์ ก็คืออุโมงค์ทางลอดแยกบางพลัดกับ แยกบรมราชชนนีให้มีมาตรฐานเดียวกับอุโมงค์ทางลอดแยกท่าพระเพื่อให้เป็นความปลอดภัย กับพี่น้องประชาชน🔗

สุดท้ายติดตาม ๒ เรื่อง ซึ่งผมได้เคยหารือที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้วเมื่อหลายเดือน ที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ขอทวงถามอีกครั้งก็คือขอความคืบหน้าอุโมงค์ทางลอด แยกไฟฉาย ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะหยุดก่อสร้างไป แล้วก็ถามไปหลายเดือนแล้วไม่ได้รับ คำตอบจาก กทม. สุดท้ายคือขอให้ กทม. ได้เร่งผู้รับเหมาดำเนินการเขื่อนคลองกระท้อนแถว ให้แล้วโดยเร็ว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนมาหารือกับท่านประธาน ดังนี้ค่ะ🔗

สืบเนื่องจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญพี่น้องประชาชนชาวไทย ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมาที่ผ่านมาที่มีเหตุการณ์ทหารคลั่งได้ยิงผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต และยังแย่งชิงอาวุธที่ค่ายสุธรรมพิทักษ์นำไปก่อเหตุต่อเนื่องในวัดป่าศรัทธารวม รวมทั้ง ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ โดยการยิงประชาชนที่บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากที่ได้ทราบ ตามข่าวสาร ท่านประธานคะ หนึ่งในผู้ที่เสียชีวิตนั้นมีพลทหารชื่อ เมธา เลิศศิริ พลทหารแบงก์ เป็นเหยื่อกระสุนทหารกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่คลังอาวุธถูกยิงเสียชีวิตทันทีในการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะปลดประจำการในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้นะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงกลาโหมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการความช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนและพลทหารเมธา เลิศศิริ และครอบครัว ซึ่งพลทหารเมธา เลิศศิริ มีบุตรชาย อายุ ๔ ขวบ อาศัยอยู่กับปู่ทวด ย่าทวดที่บ้านลาดหอคำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเด็กคนนี้กำพร้าพ่อ ตอนนี้อายุ ๔ ขวบ อยู่กับย่าทวด ก็ขอฝากว่าให้พิจารณาเรื่องทุนการศึกษาและอาชีพในอนาคตของเด็กด้วย ขณะเดียวกันคุณแม่ของพลทหารนี้มีครอบครัวอยู่ที่ประเทศอังกฤษอยากจะขอรับหลานไป อุปการะเลี้ยงดูที่ประเทศอังกฤษ เขาบอกว่าด้วยลำพังตัวเขาเองที่จะขออนุญาตก็คงเป็น ที่ยากลำบากเขาจะขอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ช่วยเหลือด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องจากว่าได้รับการร้องเรียนจากท่านเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ต่าง ๆ ขณะนี้ยังมีสำนักสงฆ์อีกเป็นจำนวนมากที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังไม่ได้สำรวจ ประกาศให้เป็นวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้ง ๆ ที่บางแห่งนั้นได้ก่อสร้างมา ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปีแล้ว จากการที่ไม่ได้ประกาศแต่งตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายทำให้ทางวัด สำนักสงฆ์ได้เสียสิทธิประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนต่าง ๆ จากรัฐ รวมไปถึงเงินค่านิตยภัต เช่นเงินตอบแทนเป็นค่านิตยภัตประจำเดือนของเจ้าอาวาส วัดในต่างจังหวัดนั้นยากลำบาก เพราะว่าจะต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟบางวัดแทบจะไม่มี ไม่เหมือนวัดในเมือง อยากให้ทางสำนัก พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้วางหลักเกณฑ์ในการสำรวจจะวางหลักเกณฑ์อย่างไรให้เหมาะสม เพื่อให้สำนักสงฆ์ต่าง ๆ ได้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะเป็นการสร้างกุศลเป็นการทำบุญ ร่วมกับบรรดาพี่น้องประชาชนในฐานะที่เรานับถือศาสนาพุทธ ไม่อย่างนั้นเท่ากับว่าเราทนดู ของเถื่อนอยู่ในสายตา อยู่ในกลางเมืองอย่างที่เป็นอยู่ บางแห่งอยู่ในที่ ส.ป.ก. บางแห่งอยู่ใน ป่าสงวน ซึ่งเสื่อมโทรมแล้วก็ประกาศยกเลิกไปแล้วแต่ยังไม่สามารถที่จะจัดตั้งได้ ขอฝาก ท่านประธานไปถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของวัดวาอารามต่าง ๆ ที่ขอมานี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอโทษท่านประธานด้วยที่เมื่อตอนต้นชั่วโมง ผมประชุมวิป (Whip) รัฐบาลเลยทำให้มาช้าสักนิดหนึ่ง กราบขอโทษท่านประธานด้วยครับ ก่อนอื่นต้องขอไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงผู้บริสุทธิ์ที่โคราชและเป็นกำลังใจ ให้ผู้บาดเจ็บให้ปลอดภัยและหายโดยเร็ว ขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวราชบุรีส่งกำลังใจให้พี่น้อง ชาวโคราชด้วยครับ🔗

เรื่องแรก ขอนำปัญหาของพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี กราบเรียน ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลหนองกบว่าปัจจุบันมีการสร้าง สะพานข้ามทางรถไฟรางคู่บริเวณวัดหนองกบ หมู่ที่ ๓ ซึ่งสะพานดังกล่าวพี่น้องประชาชนได้ดูแบบก่อสร้างแล้วไม่เหมาะสมกับรถมอเตอร์ไซค์ และคนเดินข้ามเนื่องจากมีความลาดชัน จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณา ทำอุโมงค์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้มอเตอร์ไซค์และการเดินเท้าที่สะดวกปลอดภัย เนื่องจากเป็นบริเวณชุมชนมีทั้งวัด โรงเรียน บ้านพักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก เพื่อไม่ให้กระทบกับวิถีชีวิตชุมชนและความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าหัวคลองบริเวณสี่แยกไฟแดง หุบกระทิง ตำบลเบิกไพร ไม่มีการ์ด (Guard) กันตกที่ไหล่ทางในบริเวณดังกล่าว กลัวเป็น อันตรายต่อพี่น้องประชาชน เนื่องจากจุดนี้มีการสัญจรของพี่น้องประชาชนในแต่ละวัน เป็นจำนวนมาก จึงขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาทำการ์ด (Guard) กันตกให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมได้สนับสนุนตลาดวิถีชีวิตชุมชนชาวจีน ฮากกาหรือจีนแคะมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เนื่องด้วยชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชน จีนแคระที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ชื่อว่าบ้านห้วยกระบอก จึงขอให้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้สนับสนุนการทำ อาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอขอบคุณนะครับ วาระปรึกษาวันนี้ก็มีสมาชิกใช้เวลาเกินไปบางท่านนะครับ แต่ก็อนุโลม เข้าใจถึงความอัดอั้น บางเรื่องก็เปิดโอกาสให้ แต่ว่าขอบคุณสมาชิกที่รักษาเวลานะครับ เวลาเป็นของพวกเราทุกคน🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๔ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยที่มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๓๔๑ ท่าน ซึ่งในวาระต่อไปเป็นวาระกระทู้ถามต้องการองค์ประชุมเพียง ๑ ใน ๕ เท่านั้น แต่ว่า เมื่อมีสมาชิกมาแล้ว ๓๑๑ ท่าน ผมขออนุญาตเปิดประชุมนะครับ เรื่องที่พวกเราจะหารือกัน ต่อไปเอาไว้หลังจากกระทู้ถามจบนะครับ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการตำแหน่งที่ว่าง ขยายเวลา ของกรรมาธิการที่ขอมา หลังจากนั้นเราค่อยเสนอญัตติที่เราต้องการต่อไป กระทู้ถามวันนี้ ขออนุญาตเรียนว่าสำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะจะมีการประชุมต่างหาก ท่านรองประธานสภา ทำหน้าที่ในห้อง ๒๐๓ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

กระทู้ถามวันนี้ก็ขออนุญาตเรียนว่าสำหรับกระทู้แยกถามแยกเฉพาะก็จะมี การประชุมต่างหาก ท่านรองประธานสภาทำหน้าที่ในห้อง ๒๐๓ นะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

ซึ่งเป็นวาระต่อไปนี้ก็มี ๓ กระทู้ ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีได้มาแล้วนะครับ กระทู้ถามสดทั้ง ๓ เรื่อง ก็เป็นเรื่องเดียวกันแต่เข้าใจว่าแต่ละท่านจะถามคนละประเด็นกัน ขอเรียนแม้ว่าท่านเจ้าของกระทู้ถามจะเป็นผู้อาวุโสนะครับ แล้วก็เข้าใจระเบียบดีอยู่แล้ว แต่ขออนุญาตเรียนว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจาแต่ละกระทู้ให้ถามได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องถามตอบให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ๓๐ นาที อันนี้เรียนท่านรัฐมนตรีไว้ด้วยครับ เพราะเราจะแบ่งเวลากันฝ่ายละครึ่ง เพราะฉะนั้นบริหารเวลาให้ได้มิฉะนั้นสาระอาจจะ ไม่ครบถ้วนในตอนท้าย เว้นแต่การประชุมครั้งใดกระทู้ถามสดน้อยกว่า ๓ กระทู้ก็ให้ขยาย เวลาออกไปได้ แต่ครั้งนี้มี ๓ กระทู้ แล้วก็มีรัฐมนตรีมาทั้ง ๓ ท่าน ในคำถามเดียวกันอาจจะ ต้องอาศัยรัฐมนตรีไม่ใช่เฉพาะท่านเดียวนะครับ ถ้าเป็นคำถามที่เกี่ยวกับรัฐมนตรีหลายท่าน ก็อนุญาต รัฐมนตรีได้กรุณาบริหารเวลากันเองนะครับ🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๑ ส. (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเชิญท่านถามได้เลยครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๕๖ เรื่อง เหตุการณ์ทหารคลั่งยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตที่จังหวัดนครราชสีมา ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่เสียดายเป็นอย่างยิ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบเองได้ ท่านเดินทางไปราชการที่จังหวัดน่านเพื่อไปปลูกป่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบจิตใจคน ทั้งประเทศที่ถูกต้องแล้วท่านต้องมาตอบเอง ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ สะเทือนขวัญ โศกนาฏกรรมที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชน ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ๓๐ ราย บาดเจ็บ ๕๘ ราย ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ชาวโคราชและคนไทยทั้งประเทศต่างเศร้าสลดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น รุนแรงที่สุดในประเทศ ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และกระทบกระเทือนจิตใจ ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศและคนโคราช ก่อนอื่นสภาแห่งนี้จะต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน และต้องขอขอบคุณท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่านที่ได้ปฏิบัติ หน้าที่อย่างเต็มกำลัง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนทำให้เหตุการณ์ได้คลี่คลายด้วยดี เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา สิ้นสุดเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น รวมเป็นเวลา ๑๗ ชั่วโมงเศษครับ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน สาเหตุที่ยาวนานอาจจะเกิดจากสาเหตุเรื่องแรกก็คือจากการที่คนร้ายมีอาวุธสงครามแล้วก็ มีความชำนาญอย่างยิ่งในการใช้อาวุธสงคราม นอกจากนั้นแล้วยังเกิดจากความหละหลวม ของกองทัพในการขาดประสิทธิภาพปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นโดยไม่ระงับเหตุไว้ก่อน จึงทำให้เหตุการณ์บานปลายลุกลามจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้เดินทางไปที่โคราชในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ หลังจากที่เหตุการณ์ได้สงบลงแล้ว เป็นการเดินทางหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ๑๗ ชั่วโมง ๔๗ นาที ทั้ง ๆ ที่ท่านควรจะเดินทางไปโดยเร็วในทันทีที่ทราบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเพื่อไป บัญชาการด้วยตนเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปถึงโคราชแล้วยังมีกิริยาต่าง ๆ ที่แสดงออกถึงความไม่เหมาะสมขาดซึ่งภาวะผู้นำ เพราะขณะที่ชาวโคราชนั้นยังอยู่ในภาวะ เศร้าโศกเสียใจ ท่านกลับทักทายพี่น้องประชาชนด้วยการทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ต (Mini heart) โบกมือทักทายพี่น้องประชาชน ทำอย่างกับเหมือนต้องการที่จะเบี่ยงเบนประเด็นเรื่องดังกล่าว โดยไม่อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามนี้ถามต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เนื่องจากสาเหตุว่าเป็นเรื่องสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ ผู้ก่อเหตุเป็น ทหารในกองทัพ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธของกองทัพ มูลเหตุเกิดจากความขัดแย้งของคน ในกองทัพ แล้วทำไมต้องให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย ผมเข้าใจดีครับ ท่านประธาน ทหารมีทั้งทหารดีและทหารเลว คนไหนดีก็ว่ากันไป คนไหนเลวก็ต้องรับผิด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ความสามารถของกองทัพและของรัฐบาลในการ แก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด สามารถคุ้มครอง และสร้างความมั่นใจให้กับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ตอนเกิดเหตุใหม่ ๆ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ เรื่องที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ภาคราชการเองไม่มีการแจ้งเตือนภัยร้ายแรงให้กับพี่น้องประชาชน ทราบแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่คนที่แจ้งข่าวคนแรกต้องเป็นภาคราชการที่จะต้องให้ประชาชนได้รับรู้ วันที่เกิดเหตุการณ์ประชาชนต้องอาศัยข่าวทางไลน์ (Line) เฟซบุ๊ก หรือดูทีวี (TV) ช่องต่าง ๆ ผมต้องขอขอบคุณสื่อทีวี (TV) หลายช่องที่ได้ถ่ายทอดในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยรัฐทีวี ช่อง ๓๒ ได้ถ่ายทอดตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ ทำไมรัฐบาลไม่ถ่ายทอดโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยหรือทีวีพูล (TV Pool) ผมมีความแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่มีคนร้ายยิงคนทั่วโคราชประชาชนกลับไม่ทราบข่าวสารแต่อย่างใด ถ้ามีการถ่ายทอด จะเป็นการแจ้งข่าวเตือนภัยร้ายให้กับประชาชนได้รับทราบเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเส้นทางคมนาคมที่พี่น้องประชาชนที่ต้องหลีกเลี่ยง🔗

ข้อสังเกตอันที่ ๒ หลังจากเกิดเหตุไม่มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ขึ้นมาเพื่อเผชิญเหตุแต่อย่างใด ไม่มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชน ครอบครัวผู้เสียหายไม่รู้ว่าจะไปแจ้งเหตุแจ้งอะไรที่ไหนในโคราช ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่เกิดนั้นถ้ากองทัพสามารถหยุดเหตุร้ายได้ตั้งแต่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ประชาชน ก็ไม่ต้องมาเสียชีวิต ถ้าคนร้ายไม่สามารถเดินทางไปที่ห้างเทอร์มินอลได้ หยุดเหตุจากในวัดแล้วประชาชน ก็ไม่ต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก ผมมีเรื่องที่อยากกราบเรียนก็คือว่าสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึง ความหละหลวมของกองทัพและการขาดประสบการณ์จนทำให้หลายคนมองว่าถึงเวลาแล้ว หรือยังที่ต้องปฏิรูปกองทัพ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อเป็นการกระชับเวลาผมขออนุญาต เข้าสู่คำถามที่ ๑ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการถามคำถามเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่🔗

คำถามข้อที่ ๑ ทำไมรัฐบาลไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมีประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นกลางเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของประเทศในย่านเศรษฐกิจ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นจะทำให้หน่วยงานทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือพลเรือน เขาสามารถมาร่วมกันป้องกันแก้ไขปราบปราม และระงับยับยั้งในการช่วยเหลือประชาชนได้ คนร้ายใช้อาวุธสงครามออกมายิงประชาชน ในย่านศูนย์การค้าอย่างบ้าคลั่ง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ประเมินสถานการณ์ในเรื่องนี้ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในชีวิต โดยมองว่าเรื่องนี้ เป็นการก่ออาชญากรรมธรรมดาสามารถใช้อำนาจกฎหมายตามปกติได้ จึงได้มอบให้ ผบ.ตร. ซึ่งเป็น ผบ. เหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาธรรมดา ประกอบกับท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางไปด้วยตนเองเลยไม่เห็นสถานการณ์จริงทำให้ การตัดสินใจในครั้งนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้แสดงกราฟิก (Graphic) เพื่อชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ แต่เป็น เหตุการณ์ที่มีความรุนแรงที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วมีความชอบธรรมที่จะดำเนินการแต่รัฐบาลไม่ทำ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ จุดที่ ๑ เริ่มจากบ้านพันเอกมีผู้เสียชีวิต ๒ ราย บาดเจ็บ ๑ ราย จากนั้นคนร้ายได้เดินทางไป จุดที่ ๒ ที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์อยู่ในบริเวณกองทัพภาคที่ ๒ ภายในค่ายมีจุดตรวจเข้าออก อย่างหนาแน่น มีทหารเฝ้าคลังอาวุธ มีทหารประจำจุดสำคัญต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้วยังเป็น ที่ทำงานเป็นบ้านพักของทหารอีกเป็นหมื่น ๆ นาย คนร้ายใช้เวลาอยู่ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ผมเข้าใจว่าประมาณ ๕๐ นาทีในการชิงอาวุธสงคราม ชิงรถ แล้วก็ยิงเจ้าหน้าที่เสียงดังกึกก้อง ทั้งกองทัพภาคที่ ๒ แต่ดูเหมือนไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครสนใจเลยท่านประธาน ไม่มีแม้กระทั่ง สัญญาณไซเรน (Siren) เตือนภัยหรือวิทยุแจ้งสกัดคนร้ายแต่อย่างใด จากนั้นคนร้ายได้มายัง จุดที่ ๓ ก็คือวัดป่าศรัทธารวม ตรงจุดนี้ผมทราบจากพระลูกวัดว่าคนร้ายอยู่ในวัดประมาณ ๖๐ นาที ไล่ยิงชาวบ้านที่เข้าออกบริเวณวัดเนื่องจากไปทำบุญวันมาฆบูชา เป็นวันมาฆบูชา เลือดเสียชีวิตไป ๙ ศพ จุดสุดท้ายคนร้ายได้มุ่งไปยังเทอร์มินอลจุดที่ ๔ ซึ่งเชื่อว่าจุดที่ ๔ นั้น จะต้องตามไปสังหารคนอีกหลายคน ท่านประธานครับ จากจุดที่ ๔ ไปยังห้างเทอร์มินอลนั้น มีระยะทางประมาณ ๖.๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางผมไปทดสอบด้วยตัวเองประมาณ ๓๐ นาที มีไฟแดงอยู่ ๙ จุด เพราะฉะนั้นการที่คนร้ายจะเดินทางไปได้รวดเร็วนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ ระยะเวลาเดินทางจากบ้านพันเอกจนไปถึงเทอร์มินอลเป็นระยะ ๒๓.๕ กิโลเมตร คนร้าย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง ๔๐ นาที ถ้าสามารถสกัดคนร้ายได้จบที่ค่าย คนอีก ๙ คนในวัดก็ปลอดภัย ถ้าสามารถสกัดคนร้ายจบที่วัดป่าได้คนในห้างก็ปลอดภัย ค่ายทหารห่างจากวัดไม่นานครับ ใช้เวลาเดินทาง ๑๐ กว่านาที ถ้ามีการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินกองกำลังทุกฝ่ายก็สามารถเข้าระงับเหตุ แต่ปรากฏว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นที่ได้ เข้ามาป้องกันแต่อย่างเดียว เหตุใดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ซึ่งเชื่อว่ามีระบบความปลอดภัยสูงสุด จึงไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุร้ายภายในค่ายได้ ไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างมากขึ้น จึงเป็นคำถามข้อแรกของกระผม ทำไมรัฐบาล จึงไม่ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ในสภาวะฉุกเฉิน นั่นเป็นคำถามข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้ถามครับ ก่อนอื่นในฐานะมาตอบกระทู้ถามในวันนี้และผู้แทนรัฐบาล ผมขอแสดง ความเสียใจอย่างยิ่งต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ตลอดจนขอให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นได้หายเป็นปกติและใช้ชีวิต ได้ตามปกติโดยเร็ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งนะครับ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีได้ทรงกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานรับศพผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตลอดจนพระราชทานพิธีสวดพระอภิธรรมทุกวันและพระราชทาน เพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมีกำหนดประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพระหว่างวันที่ ๑๓-๑๗ กุมภาพันธ์ ตามภูมิลำเนาของแต่ละท่าน พร้อมกันนี้ทรงรับสั่งให้รัฐบาลนั้นได้ดำเนินการ ให้ความช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ที่มีต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ รวมทั้งพสกนิกรชาวไทยทุกคน นอกจากนั้นสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงปรารภห่วงใยผู้ที่ประสบเหตุ ผู้สูญเสียได้ทรงประทาน ผ้าไตร ๑ ไตร พร้อมด้วยมีพระบัญชาโปรดให้จัดสิ่งของเป็นมูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท ประทาน ให้แก่ทายาทของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้เสียชีวิต แล้วก็ช่วยบำเพ็ญกุศลศพทุกราย ท่านประทานเหรียญพระรูปแล้วก็จัดสิ่งของมูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท ประทานแก่ผู้บาดเจ็บ ทุกรายด้วยเช่นกัน สำหรับในส่วนของรัฐบาลกราบเรียนท่านประธานว่าในปัจจุบันนี้ก็ได้ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ ประชาชน ครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บในเรื่องการจัดพิธี การดูแล การเยียวยา ซึ่งจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข ที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เกิดขึ้นแล้วก็ถือว่าเป็น สิ่งสำคัญที่หน่วยงานทุกคน พวกเราทุกคนจะนำไปที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกนะครับ ซึ่งวันนี้มีกระทู้ถามหลาย ๆ ข้อที่จะถามเรื่องนี้ซึ่งผมเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันสะเทือน ความรู้สึกของพวกเราทุกคน โดยเฉพาะประชาชนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผมเองจบครั้งแรก ก็บรรจุที่จังหวัดนครราชสีมาเช่นเดียวกัน🔗

ขออนุญาตเรียนคำถามแรกที่ท่านถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำไมถึงไม่ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน เรียนว่าในวันนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้รับ การรายงานตลอด ท่านก็ได้สั่งการมาที่ผมแล้วก็ผู้บัญชาการทหารบกให้ติดตามสถานการณ์ แล้วผมก็ได้ไปในพื้นที่เพื่อไปติดตามสถานการณ์และไปประเมินสถานการณ์ในพื้นที่กับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วก็มีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือกันว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นสถานการณ์ตรงนี้นั้น มีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ อย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ ที่จะเข้าไปควบคุมเหตุการณ์ในช่วงที่เทอร์มินอล ๒๑ ได้หรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนของการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นมันก็จะมีขั้นตอนของการดำเนินการตามขั้นตอนสถานการณ์ ขั้นตอนการควบคุมสถานการณ์ เมื่อเราได้พิจารณาแล้วว่าในขั้นนี้จะให้ทางผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาตินั้นได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เข้าไปควบคุมสถานการณ์ เข้าไปดำเนินการ ในเรื่องของการเข้าปฏิบัติการต่อผู้ก่อเหตุ ก็ได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเรื่องสถานการณ์ ตลอดเวลาให้ทราบว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามในช่วงนั้น ผมก็ได้รับคำสั่ง ให้มีการสั่งการให้เตรียมกำลังพร้อมที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้มีเตรียมทำเอกสาร ที่จะประกาศแล้วก็เตรียมกำลังว่าถ้าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วในแต่ละขั้นตอน จะใช้กำลังอะไรเข้าไปจัดการต่อไป ผมเรียนว่าในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินนั้นอาจจะทำให้สถานการณ์นั้นบานปลายแล้วก็อาจจะมีผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น จะทำอย่างไรให้สถานการณ์นั้นได้ยุติได้โดยเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ประมาทว่า ถ้าสถานการณ์ขยายไปแล้วจะมีกำลังในส่วนไหนให้เข้ามาเพิ่มเติมอย่างไร ขออนุญาตเรียนว่า ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกคนนั้นได้มีการประสานการปฏิบัติ ได้มีการวางแผน เพื่อที่จะทำให้ประชาชนที่อยู่ในเทอร์มินอล ๒๑ ปลอดภัยมากที่สุด เริ่มตั้งแต่ชั้น ๖ ชั้น ๕ ชั้น ๔ ชั้น ๓ ลงมาที่เราจะให้ประชาชนออกมา สุดท้ายไปอยู่ที่ชั้นแอลจี (LG) ข้างล่าง ซึ่งมีประชาชนติดอยู่จำนวนหนึ่ง มีติดอยู่ที่ฟิตเนส (Fitness) ประมาณ ๕๐ กว่าคน ค่อย ๆ ทยอยกันออกมา ซึ่งผู้ก่อเหตุนั้นก็อยู่ในพื้นที่เนื่องจากว่ามันเป็นฟู้ดคอร์ต (Food court) แล้วก็มีเชลฟ์ (Shelf) มีกั้น มีต่าง ๆ นั้นทำให้เขาสามารถที่จะใช้การซ่อนพรางได้ ประชาชน ส่วนหนึ่งก็หลบเข้าไปอยู่ในห้องเย็น ซึ่งผู้ก่อเหตุนั้นก็อยู่ตรงหน้าห้องเย็น แล้วก็พยายามที่จะ ให้ประชาชนนั้นปลอดภัยมากที่สุด ในการดำเนินการก็มีการวางแผนละเอียดว่าจะทำอย่างไร ได้รับการสั่งการจากท่านนายกรัฐมนตรีว่าให้ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วต้องไม่ให้เกิดผลกระทบมากที่สุดถ้าไม่จำเป็น เราก็วางแผนละเอียด การดำเนินการก็สามารถที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ได้เสร็จเด็ดขาด ประมาณเวลา ๐๘.๕๐ นาฬิกาของวันที่ ๙ ในตอนเช้า ขออนุญาตเรียนในขั้นตอนการปฏิบัติ เรื่องของการใช้กำลัง ซึ่งมันเป็นหลักการขั้นตอนการใช้กำลัง การเข้าปฏิบัติการต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐ ถามครั้งที่ ๒ ท่านมีเวลาอยู่ ๓ นาที ๒๒ วินาที เชิญนะครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการตอบไม่ค่อยตรงคำถาม แต่ไม่เป็นอะไร ผมว่าท่านตัดสินใจผิดพลาดครั้งนี้นะครับ ถ้าท่านไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน🔗

คำถามข้อที่ ๒ ของผมก็คือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ วันนี้ยังไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าโศกนาฏกรรม ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ อยู่ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ความขัดแย้งระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ที่มองว่ามีความเอารัดเอาเปรียบกันในปัญหาของเรื่องผลประโยชน์ในเรื่องที่ดินของกองทัพ เป็นความเหลื่อมล้ำที่หยั่งรากลึกมาเป็นระยะเวลานานในระบบราชการของประเทศไทย หลังจากนั้นแล้วสาเหตุเกิดมาจากความบกพร่อง หละหลวม ปล่อยปละละเลยในการดูแล รับผิดชอบคลังอาวุธ ขาดความรัดกุม ในขณะที่โลกได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะ แต่กองทัพไทย ก็ยังไม่ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้แต่อย่างใด ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมองแต่เพียงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ไม่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้าง กองทัพแต่อย่างใด ผมว่าท่านไม่ได้มีความเหมาะสมในการที่จะนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ และที่ ผบ.ทบ. ออกมาแถลงข่าว ไม่ใช่เป็นการแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด เป็นการออกมาขอโทษ เป็นการออกมาแสดง ความเสียใจ ซึ่งยังไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของคำถามข้อที่ ๒ ของผมว่า การสูญเสียครั้งนี้ ใครต้องรับผิดชอบ ถ้าเป็นต่างประเทศเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เขาลาออกไปตั้งนานแล้วละครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลังจากที่ได้เกิดเหตุแล้วก็ได้ มีการสั่งการให้ทุกหน่วยได้สอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระดับกองทัพภาคที่ ๒ หน่วยปฏิบัติ ทั้งหมด แล้วกองทัพบกก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทั้งหมด ตรงไหนมีข้อบกพร่อง ตรงไหน ที่ผิดพลาด ใครกระทำผิดตรงไหน อย่างไร จะต้องมีการดำเนินการ ในส่วนของระบบการรักษา ความปลอดภัยคลังอาวุธ ต้องกราบเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกทุกท่านครับว่า ในระบบเรื่องการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธกระสุนของหน่วยนั้น หน่วยให้ความสำคัญ และกองทัพให้ความสำคัญมาก มีระบบการรักษาความปลอดภัย มีการจัดเวรยามตลอด ๒๔ ชั่วโมง กราบเรียนท่านประธานว่าผู้ก่อเหตุนั้นก็เป็นกำลังพลในหน่วยนี้ แล้วผู้ก่อเหตุนั้น ก็เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับกองรักษาการณ์อยู่หน่วยนี้ รู้ดีว่าแต่ละหน่วยนั้นมีภารกิจจะทำ อะไร มีอาวุธอยู่ตรงไหน มีกระสุนอยู่จำนวนเท่าไรที่จะไปเผชิญเหตุที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้ คลังกระสุนอยู่ตรงไหน ใครเข้าเวรยาม ซึ่งผู้ก่อเหตุนั้นก็อยู่ในหน่วยนี้แล้วก็รู้ดี เขาก็ใช้ความรู้ ตรงนั้นประกอบกับว่าเขามีทักษะในการใช้อาวุธค่อนข้างสูง ในการเข้าควบคุมสถานการณ์นั้น ก็ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ตามขั้นตอน มีชุดเผชิญเหตุเข้าไป แต่เนื่องจากว่าเมื่อเข้ามา ที่กองรักษาการณ์แล้วเขาทราบว่าปืนเล็กยาวอยู่ตรงไหน กระสุนอยู่ตรงไหน เข้ามาแล้วก็เอาปืน เอากระสุนตรงนั้นไป ก็ทำให้ชุดเผชิญเหตุที่จะเข้าไปปฏิบัติการนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธี ปรับเปลี่ยนวิธีการในการดำเนินการ แล้วเขาไปสังหารน้องแบงก์ เมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านและผมก็รับข้อเสนอของท่านที่พลทหารแบงก์เป็นเวรรักษาการณ์อยู่ เขาสังหารแล้วก็ ใช้ปืนยิงกุญแจแล้วก็เอาปืนไป แล้วก็ไปที่คลังกระสุน เนื่องจากว่าการจัดระบบคลังนั้น จะแยกกันระหว่างคลังอาวุธกับคลังกระสุนเพื่อไม่ให้อยู่ด้วยกัน เขารู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วเข้าไป ดีว่ามีการสกัดกั้นทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วก็ชุดเผชิญเหตุของหน่วยด้วย ทำให้เขาไม่สามารถ ที่จะไปเอากระสุนของเอ็ม ๖๐ (M60) ซึ่งถ้าเขาได้ไปแล้วก็จะทำให้ประสิทธิภาพสูงกว่า ปืนเล็กยาวที่เขาใช้ปฏิบัติการ ทั้งหมดก็มีการติดตามสกัดกั้นตลอด ท่านจะเห็นในข่าวที่วัด ตำรวจก็ไปสกัดกั้น เอารถไปขวางก็ยิงตำรวจเสียชีวิต ๑ นาย อาสาสมัคร ๑ นาย ทั้งหมดนี้ ก็มีการสกัดกั้นตามแผน แต่ประเด็นที่ท่านถามว่า ประเด็นที่ ๑ ต่อเนื่อง ขออนุญาตเรียนว่า ในยามปกติในการจัดหน่วยนั้นก็จะมีชุดเผชิญเหตุเป็นหลัก ในการจัดที่จะมีกำลัง หมวด หมู่ กองร้อย กองพันนั้น ก็มีข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการจัดกำลังอีกเช่นเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วจะต้องจัดกำลังอย่างไร มีขั้น มีตอนการปฏิบัติ แต่เนื่องจากว่า ผู้ก่อเหตุนั้นเป็นกำลังพลในหน่วยนี้แล้วก็รู้ดีว่าสิ่งต่าง ๆ อยู่ที่ไหน อย่างไร ทำให้การแก้ไข สถานการณ์นั้นค่อนข้างที่จะเสี่ยงต่อกำลังพลเองด้วย และกำลังพลบาดเจ็บก็ต้องส่งกำลังพล บางส่วนเข้ารักษาพยาบาล ทำให้การตัดสินใจในการแก้ปัญหาในการที่จะจัดกำลังเพิ่มเติม ก็ทำให้ระยะเวลาในการที่จะแก้ปัญหาที่ท่านบอกว่ายาวนานนั้น แต่ว่ามันไม่ได้ยาวนาน ถึงขนาดหลายชั่วโมงจากวัดป่าศรัทธารวมที่จะไปเทอร์มินอล ๒๑ ก็มีการสกัดกั้นอย่างต่อเนื่อง ขออนุญาตตอบคำถามในประเด็นที่ ๒ เท่านี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐ คำถามที่ ๓ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง จริง ๆ แล้วในคำถามที่ ๒ ผู้ร้ายอยู่ในค่ายใช้เวลานานพอสมควร แล้วก็ค่ายนี้มีด่านตรวจเข้าออก เสียงปืนต้องดังลั่นทั่วค่าย แล้วคนร้ายใช้เวลาอยู่ในค่าย นานพอสมควร ผมแปลกใจจริง ๆ ท่านประธาน ตามจุดแยกต่าง ๆ ทหารเวรมีประจำการหมด แต่ไม่มีใครสนใจ ใส่ใจในเรื่องนี้ เสียงไซเรน (Siren) เตือนภัยก็ไม่มีในค่ายในกองทัพภาคที่ ๒ เสียใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน🔗

คำถามข้อ ๓ เป็นข้อสุดท้าย ผมขอถามว่ารัฐบาลมีนโยบายและมาตรการ ในการป้องกันภัยร้ายในที่สาธารณะอย่างไร โดยนโยบายที่จะถามเป็นนโยบายใน ๒ ลักษณะ ในแง่ของกองทัพจำเป็นต้องมีการทบทวนในเรื่องของการเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความรัดกุม กว่านี้หรือมีมาตรการอื่นใดอีกหรือไม่ เพราะอาวุธสงครามนี้เป็นอาวุธร้ายแรง ทหารคนเดียว สามารถเข้าไปปล้นคลังอาวุธในกองทัพได้ ผมถือว่าระบบที่เกิดขึ้นเป็นระบบที่อ่อนแอ เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นในภาคประชาชนเอง ประชาชนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีความรู้การปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื่อต้องเผชิญเหตุร้าย รัฐบาลต้องให้ความรู้เขาในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องของเงินเยียวยา ทราบว่าท่านพิจารณาอยู่ก็ขอให้พิจารณาด้วยความเหมาะสม🔗

ผมถามอีกคำถามหนึ่ง ผู้เสียหายบางรายเสียชีวิต บางรายมีความบาดเจ็บ ร่วม ๑๐๐ ราย เขาจะไปฟ้องร้องขอความเป็นธรรมในทางแพ่งหรือทางอาญาจากใครได้ครับ ไปฟ้องกองทัพได้หรือไม่ ท่านกรุณาตอบด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีมีเวลาอยู่ ๓ นาที เชิญครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สำหรับเรื่องของความรัดกุมในเรื่องของการควบคุมคลังอาวุธ คลังกระสุนนั้นที่ผมเรียนแล้วว่าในปัจจุบันนั้นเราก็มีระบบที่ค่อนข้างรัดกุมอยู่แล้ว แต่ว่า ผู้บัญชาการทหารบกก็ได้สั่งการ แล้วทางกระทรวงกลาโหมเองก็ได้สั่งการเพิ่มเติมไปว่า ก็ให้ไปเพิ่มมาตรการให้มากขึ้น ก็อาจจะต้องใช้มาตรการอะไรที่เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องภาคประชาชนที่ท่านถาม ตรงนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นการถอดบทเรียนบทเรียนหนึ่งว่าต่อไปนี้ถ้าเกิดสถานการณ์แบบนี้แล้ว การให้ความรู้ กับประชาชนในเรื่องของหากเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่สาธารณะแล้ว ประชาชนควรจะ มีวิธีการ หลักการปฏิบัติอย่างไร ผมว่าเรื่องนี้ต้องขอบคุณ แล้วจะต้องมีการสร้างการรับรู้ ให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วไปครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ท่านถามว่าเรื่องของการฟ้องร้อง ตรงนี้ก็อยู่ในเรื่องของคดีแพ่ง ก็คิดว่าทางผู้เสียหายถ้าจะดำเนินการฟ้องร้องก็คงจะต้องดูเรื่องข้อกฎหมาย กระผมเอง ไม่แน่ใจว่าจะตอบท่านไปแล้วจะถูกต้องหรือไม่ แต่ว่าการดำเนินการก็อยู่ที่ว่าในทางกฎหมาย ฟ้องแพ่งนั้นจะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร ก็ต้องเป็นข้อกฎหมายนี้นะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณท่านผู้ถาม แล้วท่านรัฐมนตรี ท่านดูแลเวลา ท่านประเสริฐมีอะไรครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธาน ผมขออนุญาต ปรึกษาหารือกับท่านประธานสักเล็กน้อย ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีทุกท่านครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนโคราช ผมขออนุญาตปรึกษาท่านประธาน เพื่อเป็นเกียรติ แก่ผู้เสียชีวิต ผมอยากให้ท่านประธานให้สภาแห่งนี้ได้กรุณายืนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้กำหนดเวลาแล้วครับ ให้กระทู้ถามจบครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วจะเชิญสมาชิกเข้ามา ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้วครับ ต่อไป🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๕๓ ส. (นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเชิญนะครับ ไม่อธิบาย เพิ่มเติมนะครับว่าเราใช้เวลา ๓๐ นาทีทั้ง ๒ ฝ่าย ช่วยดูแลเวลาครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้ให้โอกาสผมตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ในวันนี้ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาตอบคำถามในวันนี้ จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดเป็นเหตุการณ์ที่เราทุกคน ไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านก็คงทราบกันดีอยู่แล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๘-๙ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งรายละเอียดเพื่อนสมาชิก ก็ได้ลงรายละเอียดไปพอสมควร ผมก็จะขอพูดอย่างคร่าว ๆ ในเหตุการณ์นี้ก็ปรากฏว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ กราดยิงใส่ประชาชนทุกคน ที่อยู่ตรงหน้าทำให้เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๓๐ ราย มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก ๕๘ คน ผู้เสียชีวิตมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา จากเหตุการณ์นี้เราสูญเสียเด็กเล็ก เด็กนักเรียน ผู้ที่เป็นกำลังหลักที่จะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ เราสูญเสียบุคลากรผู้เป็นกำลังสำคัญ ของประเทศ เราสูญเสียเสาหลักและหัวหน้าครอบครัวหลายต่อหลายท่าน จากเหตุการณ์นี้ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดในจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา จากเหตุการณ์นี้ผมรู้สึกเสียใจแล้วขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุก ๆ ท่านนะครับ ถึงแม้ในวันเกิดเหตุผมจะไม่ได้ อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็ได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงเย็น วันเสาร์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ จนกระทั่งมีการวิสามัญคนร้ายในเช้าวันถัดมาครับ จากเหตุการณ์นี้ เป็นโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ได้สร้างน้ำตา สร้างเสียงร้องไห้และสร้างความหวาดกลัวและความสะเทือนขวัญอย่างมากต่อพี่น้องชาว โคราชและประชาชนทั่วทั้งประเทศ จนทำให้ตอนนี้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้สึก หดหู่และสะเทือนใจอย่างยิ่ง จากวันพระใหญ่ซึ่งเป็นวันมาฆบูชาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันสำคัญที่พุทธศาสนิกชนทุกท่านต่างพร้อมใจกันใส่ชุดขาวเพื่อที่จะออกไปทำบุญ เป็นวันเสาร์ที่พี่น้องประชาชนจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว กับเกิดเหตุการณ์วิปริตทำให้ วันเสาร์วันนั้นกลายเป็นวันเสาร์สีดำของคนทั้งประเทศ จากเหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นได้มีการโพสต์ (Post) ข้อความทางโซเชียล มีเดีย (Social media) ในพฤติกรรมที่ว่าจะลอกเลียนแบบพฤติกรรมของคนร้ายหลายต่อหลายครั้ง จากความสูญเสีย ความเสียใจของคนทั้งชาตินำมาซึ่งคำถาม ซึ่งผมอยากจะถามทางรัฐบาล ถามทางท่านรัฐมนตรี ๓ ประเด็นด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ🔗

เรื่องที่ ๒ จะเป็นเรื่องของการเยียวยาครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต🔗

เรื่องที่ ๓ จะเป็นมาตรการป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้นอีก ในอนาคตนะครับ🔗

ผมขอเริ่มที่คำถามแรกนะครับ จากที่ผมได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมผู้ป่วย ผู้ที่ได้รับ บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้หลายท่านยังอยู่ในอาการสาหัส หลายท่านสามารถที่จะกลับไปพัก รักษาตัวที่บ้านได้ แต่ยังมีอีกหลายท่านที่กลัวว่าจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ เพราะว่า ได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง หลายท่านที่เป็นเสาหลักของครอบครัวก็กลัวว่าจะสูญเสียการงาน สูญเสียรายได้ และนอกจากนี้ยังมีเด็กเล็กและผู้สูงวัยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ผมจึงอยากทราบว่าทางรัฐบาลจะมีมาตรการในการดูแลรักษา ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ในเรื่องของการชดเชยสูญเสียรายได้ตรงนี้อย่างไร ซึ่งนอกจากจะมีการดูแลในส่วนของ ทางร่างกายแล้ว ทางด้านจิตใจผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะนั้นก็ได้รับความหวาดกลัวแล้วก็ได้รับ ผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างมาก ก็อยากทราบว่าตรงนี้ทางรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไร ที่จะให้กำลังใจกับผู้เคราะห์ร้าย รัฐบาลจะสามารถแบ่งเอาความทุกข์ออกจากอกของ พี่น้องประชาชนได้อย่างไร อันนี้คือคำถามที่ ๑ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขออนุญาตให้ถาม ข้อที่ ๒ เลยได้ไหมครับ เพราะว่าจะได้ต่อเนื่องครับ ถามข้อที่ ๒ เรื่องเยียวยา เชิญนะครับ เดี๋ยวผมจะตอบทั้งเยียวยาด้วยเลยครับ ขออนุญาตท่านสมาชิกถามข้อที่ ๒ ได้เลยครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

คำถามข้อที่ ๒ เป็นคำถามในส่วนของ ผู้เคราะห์ร้ายคือผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ขออนุญาตเล่านิดหนึ่งครับ คือจากเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้บริสุทธิ์ถึง ๒๙ ราย ซึ่งใน ๒๙ รายนี้อย่างที่เรียนไปให้ทราบก็คือมีทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติควบคุมสถานการณ์ในวันนั้น ในกรณีที่ผู้เสียชีวิต เป็นหัวหน้าครอบครัวจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าทางรัฐบาลจะดูแลส่งเสียบุตรของบุคคลเหล่านั้น ให้ได้รับการศึกษาจนกระทั่งจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต ในขณะปฏิบัติหน้าที่นอกจากจะมีการปรับเพิ่มยศและเงินชดเชยหรือสวัสดิการอื่น ๆ ให้แล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะมีการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ได้รับเงินชดเชยมากขึ้น ยกตัวอย่าง โดยการเอาเงินเดือนของผู้เสียชีวิตคูณให้จนกระทั่งเกษียณอายุราชการหรือว่า รัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยาพิเศษเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างไร คำถามที่ ๒ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๒ ส่วนครับ ในเรื่องของการเยียวยาและการดูแลครอบครัวผู้ที่สูญเสียชีวิตแล้วก็ผู้ที่บาดเจ็บ ขออนุญาต เรียนว่าในเรื่องของที่ผมได้กราบเรียนขั้นต้นแล้วนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสำหรับทั้งครอบครัว ผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บนั้นก็อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้งหมด แต่ว่าในส่วนของรัฐบาลนั้น กราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญที่สุดในขณะนี้ทั้งในเรื่องของการเยียวยา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและทางอ้อมด้วยไม่ว่าจะเป็นผู้เสียชีวิต ญาติ และทายาท รวมถึงเรื่องของธุรกิจ เรื่องของมาตรการเยียวยาในส่วนภาพรวมทั้งหมดด้วย โดยท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาให้ ตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยสำนักปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการพิจารณานอกเหนือไปจากการสำรวจสิทธิที่พึงได้รับทางกฎหมาย อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระเบียบของกรมบัญชีกลาง ระเบียบของกระทรวงการคลังที่จะมีเม็ดเงิน ชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นข้าราชการประชาชนทั่วไป ตลอดจนสิทธิภายใต้การดูแล ของกรมสิทธิและคุ้มครองเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้หากผู้ได้รับผลกระทบนั้นเป็นลูกจ้างแรงงานหรือแรงงาน ก็ได้รับการชดเชยจากสำนักงานประกันสังคมตามแต่ละกรณี แต่ละสิทธิที่ได้รับแตกต่างกันไป ตามอายุการจ้างงานของแต่ละบุคคล ขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ ก็พร้อมที่จะนำมาตรการช่วยเหลือ เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทุนการศึกษา เรื่องการจ้างงาน การเยียวยา รวมทั้งการดูแล ผลกระทบด้านจิตใจได้สั่งการให้ตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้วให้กรมสุขภาพจิตได้เข้าไปพูดคุยกับ ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บรวมถึงการจัดกิจกรรมหรือพิธีอะไรต่าง ๆ ที่จะเป็นการสร้าง ขวัญกำลังใจให้กับประชาชนผู้สูญเสียทั้งในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา โคราชของเรา แล้วก็ในจังหวัดอื่นที่ประชาชนเหล่านั้นได้อยู่ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการ ได้ไปดูรายละเอียดการช่วยเหลือให้ครบถ้วน การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเบื้องต้นก็มีธนาคารของรัฐแสดงความจำนงที่จะช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนแล้ว เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ นอกจากนี้ในส่วนของธนาคาร พาณิชย์และภาคเอกชน พวกสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย ก็ได้มีการหารือกันถึง มาตรการช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ในส่วนของกองทัพก็ได้กำหนดแนวทางที่จะเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ทั้งในร่างกายและจิตใจ กองทัพเองก็จะจัดกำลังพลนั้นไปเยี่ยมเยียนดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวกำลังพล ประชาชนที่บาดเจ็บ ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ไปดูสิ่งใดที่เขาเหล่านั้น ต้องการหรือต้องการที่จะให้ทางกองทัพได้ช่วยเหลืออะไรก็จะติดตามช่วยเหลือในเรื่องของ ทั้งสภาพความเป็นอยู่ เรื่องของการดำรงชีวิตอยู่ เรื่องจิตใจด้วยนะครับ ส่วนทหารที่เสียชีวิต และบาดเจ็บนอกจากจะดูแลตามระเบียบสวัสดิการแล้วก็จะได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือ เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ กองทัพจะพิจารณาที่จะรับทายาทเข้ารับราชการตามคุณวุฒิหากมี ความประสงค์ ส่วนทายาทที่ยังเรียนไม่จบ กองทัพจะช่วยไปดูแลในเรื่องการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะเข้าไปดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียโอกาสจากการประกอบอาชีพ สำหรับในส่วน ของกระทรวงต่าง ๆ ที่จะไปดูแล เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จะมีการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน เป็นเงินอุดหนุนช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต กรณีได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตรงนี้จะเร่งรัดในการที่จะมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บโดยเร็ว การช่วยเหลือ ในระยะยาวก็มีการช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัว เงินสงเคราะห์เด็กสำหรับบุตรผู้เสียชีวิต ที่กำลังเรียนอยู่ในวัยเรียน การฝึกอาชีพ ทุนการศึกษาและสำคัญก็คือว่าจะติดตามผลหลังการ ช่วยเหลือด้วย กระทรวงยุติธรรมก็เช่นเดียว ก็จะมีเรื่องของค่าตอบแทน เรื่องการจัดงานศพ เรื่องอุปการะการเลี้ยงดูเงินเยียวยาขั้นต่ำ ทุกหน่วยงานมีกฎหมายที่จะให้รองรับในเรื่องของ การช่วยเหลือก็พร้อมที่จะปฏิบัติแล้วก็ได้รับการสั่งการว่าให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด โดยมีคณะกรรมการจะพิจารณาแล้วก็ดำเนินการเพิ่มเติมในบางส่วนให้ด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ติดใจจะถามต่อไหมครับ เชิญครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบขอบคุณท่านประธานนะครับ ขออนุญาตถามคำถามที่ ๓ ต่อเนื่องเลย ก็เป็นเรื่องของมาตรการการป้องกัน ในฐานะที่ผม เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา และผมก็เชื่อว่าทุก ๆ ท่านก็มีความเห็น เป็นเช่นเดียวกัน คือเราอยากเห็นโศกนาฏกรรมแบบนี้เป็นเหตุการณ์เดียวและเหตุการณ์ สุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะว่าตอนนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนหวาดกลัว หวาดระแวง มากที่สุดก็คือเรื่องของพฤติกรรมลอกเลียนแบบ ซึ่งตอนนี้ในโลกของสังคมออนไลน์ (Online) ในโซเชียล มีเดีย (Social media) มีผู้ใช้บางคนได้มีการโพสต์ (Post) ชื่นชมการกระทำของคนร้าย บางคนก็ยกว่าเป็นต้นแบบ ยกให้เป็นไอดอล (Idol) อยากจะทำตาม ล่าสุดได้มีการโพสต์ (Post) ข้อความข่มขู่หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครปฐม จังหวัดชลบุรี และอีกหลาย ๆ จังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย ผมอยากจะทราบว่าตรงนี้ทางรัฐบาลจะมีมาตรการ ป้องกันอย่างไร เพราะว่าตรงนี้ทำให้พี่น้องประชาชนตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว หวาดระแวง และรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยได้อย่างไรว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคตและจะมีบทลงโทษ อย่างไรกับผู้ที่กระทำการข่มขู่ โพสต์ (Post) ข้อความทางโซเชียล มีเดีย (Social media) แบบนี้ นี่คือคำถามสุดท้ายครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นกระผมขออนุญาตเรียนในส่วนของ กองทัพที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับว่ากองทัพก็จะเน้นมาตรการป้องกัน มิให้เกิดในลักษณะเช่นนี้อีก กำลังพลในกองทัพเองก็เสียใจ ผมว่ามากกว่าทั่วไปเพราะว่า เป็นความรู้สึกที่กำลังพลนั้นไปก่อเหตุ เหล่ากองทัพเองก็จะต้องมีมาตรการกำชับ มีมาตรการ ที่ให้เข้มข้นมากขึ้นที่จะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก สำหรับในเรื่องสาธารณะนั้น ตามที่ท่านได้กล่าวว่าในพฤติกรรมของการเลียนแบบแล้วก็ก่อให้เกิดความหวาดระแวง หวาดกลัวและอาจจะทำให้ผู้ที่มีความชอบ แล้วก็อาจจะทำให้ผู้ที่มีความชอบเรื่องความรุนแรงนั้นไปดำเนินการนะครับ ตรงนี้รัฐบาลเอง ก็ได้มีการสั่งการให้กระทรวงดีอี (DE) นั้นได้ติดตามตลอดในโซเชียล (Social) แล้วก็ได้มีการ ดำเนินการจับกุมผู้ที่มีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดลักษณะแบบนั้นได้ ๒ ราย อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวในเรื่องของการดูแลสมาชิกในครอบครัว ที่มีพฤติกรรมรุนแรงและพวกติดเกมทั้งหลาย จากข้อมูลของผู้ก่อเหตุนั้นก็มีลักษณะที่ชอบ เล่นเกมแล้วก็ชนะทุกครั้งที่เล่น แล้วก็ขณะที่อาจจะเป็นคนเงียบขรึมเก็บความรู้สึกอย่างนี้ เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกในครอบครัวก็ต้องช่วยกันดูแลว่าสมาชิกในครอบครัวนั้น มีพฤติกรรมอย่างไรที่จะทำเรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของการสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนไปในที่สาธารณะ ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันกรณีถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นก็จะลดความรุนแรงและ ลดการสูญเสียได้นะครับ แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น อีกครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ ท่านสมาชิกและท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านได้ใช้เวลาไปประมาณครึ่งหนึ่ง กระทู้ถามต่อไป🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๕๔ ส. (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเชิญท่านวิโรจน์ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ เมื่อสักครู่ผมได้ยิน คำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการแล้วผมตกใจที่ท่านโทษเกมอีกแล้ว ถ้าท่านยังโทษเกม แบบนี้ท่านจะแก้ปัญหาไม่ได้เลย เพราะมูลเหตุและปมของความขัดแย้งมาจากที่ดินราชพัสดุ จากที่ดินราชพัสดุ ๑๒.๕ ล้านไร่ กองทัพครอบครองไว้ถึงร้อยละ ๖๐ คือ ๗.๕ ล้านไร่ ซึ่งเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะปี ๒๕๕๙ กรมธนารักษ์ได้สำรวจแล้วและพบว่ากองทัพมีการใช้ ที่ดินราชพัสดุผิดวัตถุประสงค์ และหลายส่วนนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ และไม่นำส่งเงินแผ่นดิน แต่ปรากฏครับ ผมเข้าใจว่าคงไม่มีการแก้ไขปัญหา จนในที่สุด มีเครือญาติตามข่าว เข้าไปเกี่ยวพันกับการจัดสรรที่ราชพัสดุเพื่อจำหน่ายให้กับนายทหาร ชั้นผู้น้อย มีข้อมูลตามที่ปรากฏเป็นข่าวระบุว่ามีการนำเอาเงินส่วนต่างจากการกู้เงินสวัสดิการ และปมเงินส่วนต่าง ๔๐๐,๐๐๐ บาทนี่ละเป็นมูลเหตุให้เกิดความขัดแย้งเกิดความคับข้อง หมองใจจนกลายเป็นความคับแค้น และผู้ก่อเหตุรายนี้พยายามทวงถามความเป็นธรรม จากผู้บังคับบัญชามาโดยตลอด และผู้บัญชาการทหารบกก็ยอมรับว่าปมเรื่องที่ดินราชพัสดุ เป็นปมขัดแย้ง ผู้ก่อเหตุทวงถามแต่เงินไม่ได้ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวระบุว่าหนำซ้ำยังถูกลงโทษ สั่งขัง หักเบี้ยเลี้ยงอยู่ตลอด มันสะท้อนว่ากระบวนการร้องทุกข์ กระบวนการให้ความเป็นธรรม ในกองทัพไม่อาจให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาและทหารชั้นผู้น้อยได้ จนทำให้เกิด ความคับแค้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบสร้างปีศาจตนหนึ่งขึ้นมา และปีศาจตนนี้กองทัพ เป็นคนสร้างขึ้นมาเองจากข่าวน่าตกใจครับ วันนี้ระบุว่าผู้ที่ได้รับความเสียหายเป็นทหาร ชั้นผู้น้อยน่าจะมีมากเป็น ๑,๐๐๐ ราย เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ และนายกรัฐมนตรีก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่ดินราชพัสดุไม่สามารถขายได้ ตามข่าวบอกไม่ขายแต่ให้เช่า ระยะยาว แล้วต่ออายุเช่าไปเรื่อย ๆ และยังให้สวมสิทธิการเช่าได้อีก สุดยอดจริง ๆ ถ้าเป็น อย่างนั้นนะครับ🔗

คำถามข้อที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีครับ มีการเอาที่ราชพัสดุซึ่งเป็นที่แผ่นดินนำไป จัดสรรขาย โดยคนที่จัดสรรขายมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพเป็นระดับผู้บังคับบัญชาจริง หรือไม่ มีการประเมินหรือยังว่ามีทหารชั้นผู้น้อยตกเป็นเหยื่อจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ในครั้งนี้มากขนาดไหน มีที่ดินราชพัสดุถูกนำไปจัดสรรแบบผิดกฎหมายในลักษณะนี้มาก เพียงไร นี่คือคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกครับ อันดับแรก ขอเรียนก่อนว่าโครงการที่ผู้ก่อเหตุที่มีปัญหากับเรื่องของค่านายหน้าก็ตาม จากซื้อก็ตาม มิใช่เป็นโครงการเอาที่ราชพัสดุมาใช้ในโครงการนี้ เรื่องที่ราชพัสดุขออนุญาตเรียนว่าสำหรับ โครงการบ้านธนารักษ์เป็นความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับกองทัพบกโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการและลูกจ้างประจำให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เน้นไป ที่เป้าประสงค์ ความมุ่งหมายก็คือส่งเสริมข้าราชการชั้นผู้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นการ บำรุงขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แล้วพื้นที่ราชพัสดุก็ไปดูว่าในพื้นที่ที่กองทัพบกนั้น มิได้ใช้ประโยชน์แล้ว แล้วก็โอนให้กับกรมธนารักษ์ดำเนินการ ก็เป็นความร่วมมือระหว่าง กองทัพบกกับกรมธนารักษ์ แล้วก็ไปให้กับผู้ที่เช่า กำลังพล ไม่เฉพาะทหารเท่านั้นที่เช่า ก็มีข้าราชการพลเรือนในพื้นที่ก็มาเช่าด้วยนะครับ เป็นเช่าพื้นที่ ส่วนการสร้างบ้านนั้น ก็แล้วแต่ว่าผู้เช่าพื้นที่ของกรมธนารักษ์นั้นจะไปตกลงกับบริษัท จะไปหาสินเชื่อที่ไหน จากธนาคารอย่างไร แล้วก็ไปจ้างบริษัทไหนมาสร้าง แต่การสร้างนั้นก็จะเป็นแบบที่ตกลงกัน ว่าจะใช้ในแบบที่ลักษณะเดียวกัน สร้างแล้วก็ไม่สามารถซื้อขายได้ แต่ให้ทายาทได้สิทธิได้ แล้วก็จ่ายค่าเช่าให้กรมธนารักษ์ ที่ผมเรียนว่าไม่ใช่โครงการที่ผู้ก่อเหตุที่เกิดปัญหาขึ้น สำหรับโครงการที่ผู้ก่อเหตุที่กล่าวว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นั้นเป็นลักษณะที่เจ้าของ โครงการบุคคลภายนอก เป็นที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ เป็นที่ทั่วไปแล้วก็ไปกู้เงิน เนื่องจากผู้ก่อเหตุ เป็นสมาชิก เรียกว่า อทบ. ก็คือลักษณะเป็นออมทรัพย์ของกองทัพบก ซึ่งถ้าเป็นสมาชิกแล้ว เขาก็สามารถที่จะกู้ได้ในระดับหนึ่งก็คือว่ายศไม่เกินจ่าสิบเอกแล้วแต่เงินเดือนที่เหลือด้วย ได้สูงสุดก็คือประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็อยู่ที่ว่าเขาไปกู้เพื่อเอาไปสร้างบ้าน แต่เขาต้อง มีที่ดินอยู่แล้ว ซึ่งที่ดินนั้นไม่ใช่ที่ดินราชพัสดุ แต่เนื่องจากว่าเขากู้จากกองทัพบกไปจริง แต่ว่า เวลาเขาไปตกลงในเรื่องการสร้างบ้านนั้นเขาก็ไปตกลงกับเจ้าของโครงการตามที่เป็นข่าวนั่นเอง ส่วนรายละเอียดนั้นก็เป็นเรื่องของระหว่าง ๒ คนจะมีนายหน้าอย่างไร ทีนี้ว่าเกี่ยวข้องกับ ใครอย่างไร เกี่ยวข้องกับนายทหารคนไหน ที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่าได้ตั้งคณะกรรมการ สอบสวนทั้งในระดับกองทัพเอง ระดับกองทัพบกแล้ว รวมทั้งในจุดอื่น ๆ ด้วย ถ้ามีเหตุการณ์ แบบนี้ที่ท่านกล่าวว่าประมาณ ๑,๐๐๐ คนนั้น ก็ได้สอบสวนหมดแล้วว่าจะเป็นอย่างนั้นจริง หรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตตอบในข้อที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิโรจน์ถามครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ปัญหา ทั้งหมดก็คืออยู่ที่ความโปร่งใสในกองทัพที่วันนี้พวกผมและประชาชนเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูป และสร้างความโปร่งใสในกองทัพ ล่าสุดผมดีใจครับ ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้บัญชาการ ทหารบก พลเอก อภิรัชต์ ท่านระบุอย่างนี้ว่าท่านจะล้างบางธุรกิจทหารในเวลา ๓ เดือน โดยท่านบอกด้วยในตอนหนึ่งว่า รับรองว่าเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ตั้งแต่นายพลยันพันเอกไม่มีงานทำแน่หลายคนและผมไม่สนด้วยเพราะรู้ข้อมูลลึก ผมเติบโต กับความที่รู้สึกว่ามันไม่ถูกหลาย ๆ อย่าง จริง ๆ ประโยคนี้ที่ท่านเผยมานี่เข้าข่ายละเว้น การปฏิบัติหน้าที่แล้วนะครับ เพราะแสดงว่าท่านทราบอยู่ก่อนแล้ว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการท่านทราบไหมครับ ท่านทราบ อยู่ก่อนแล้ว แต่เพิ่งจะมาตื่นตัวเอาตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมดีใจที่วันนี้ท่านผู้บัญชาการ ทหารบกและทางท่านรัฐมนตรีด้วย เห็นดีกับความโปร่งใสภายในกองทัพ ความโปร่งใสไม่ใช่ แค่การเปิดเผยตัวเลขข้อมูลครับ แต่เป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความเป็นธรรม เพราะว่า หากองค์กรไหนที่ขาดความโปร่งใสแล้วก็จะแอบมีการหาผลประโยชน์ พอมีผลประโยชน์ เกิดขึ้นก็จะเกิดเครือข่ายผลประโยชน์ เกิดมาเฟียผลประโยชน์ พอมีมาเฟียผลประโยชน์ก็จะ เกิดการเอารัดเอาเปรียบ พอมีการเอารัดเอาเปรียบ ประชาชนและผู้ใต้บังคับบัญชานี่ล่ะครับ ที่ตกเป็นเหยื่อ และสุดท้ายก็เกิดความคับแค้นใจจนสร้างความสูญเสียแบบที่เป็นอยู่นี้ พอฝุ่น ใต้พรมมันเยอะ ๆ ท่านมองไปท่านก็เห็นฝุ่น เพราะมันตุง ๆ อยู่ แต่จะรื้อท่านก็ไม่กล้าเพราะกลัว ฝุ่นจะคลุ้ง แต่อย่างไรครับ วันนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้แดนสนธยาในกองทัพ ถูกทำความสะอาดเสียที เรื่องนี้ ๓ เดือนที่ท่าน ผบ.ทบ. ว่า ผมก็อยากรู้รายละเอียด แต่ว่า การแก้ไขที่ดีที่สุดผมอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานว่าแก้ไขพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา ๖๑ วรรคสอง ซึ่งผมได้ดำเนินการยื่นไปแล้ว ให้ตัดเสีย ในส่วนที่ให้ทำข้อตกลงไว้นั้นเป็นอย่างอื่นกรณีที่ไม่ต้องนำส่งเงินนอกงบประมาณให้แก่ กระทรวงการคลัง เราช่วยกันตัด โดยที่ไม่ต้องไปทำเอ็มโอยู (MOU) อะไรกันที่สภาตรวจสอบ ไม่ได้ ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ นี่คือแนวทางสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อท่าน ผบ.ทบ. ผมว่า น่าจะรายงานให้ท่านรัฐมนตรีทราบแล้วว่า ๓ เดือนท่านจะทำอะไรในการสร้างความโปร่งใส และเคลียร์ (Clear) ผลประโยชน์สีเทา ๆ ที่ทำให้กองทัพประสบกับปัญหาในวันนี้ ท่านทราบ ไหมว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร ประชาชนอยากจะทราบครับว่าจะเคลียร์ (Clear) อย่างไร ๓ เดือนนะครับ เป็นคำถามที่ ๒🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรี🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ นะครับ ปัจจุบันนี้ต้องเรียนว่าในเรื่องของ การดำเนินการของกองทัพในเรื่องของกิจการต่าง ๆ ขอเรียนว่าแต่ละกิจการนั้นมีความมุ่งหมาย มีความมุ่งประสงค์ในการที่จะดำเนินการในแต่ละกิจกรรม ซึ่งการดำเนินการก็ดำเนินการ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีความตกลงกับกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดรายได้ ขึ้นมาแล้วเพื่อให้ที่ท่านผู้ถามได้ถามนะครับว่ามีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น กองทัพก็ได้หารือ ร่วมกับกระทรวงการคลังในการที่ดำเนินการให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ ตั้งแล้วก็จะมีการพิจารณาในเรื่องของระเบียบและจะมีการประสานงานลงนามร่วมกันกับ กระทรวงการคลังจัดเป็นสวัสดิการแล้วก็บางส่วนก็จะกลับเข้าไปอยู่กระทรวงการคลังนะครับ ก็จะนำส่งรายได้กระทรวงการคลังนั่นเอง และบางส่วนก็อาจจะขอกลับมาเพื่อเป็นสวัสดิการ ของราชการกองทัพต่อไป ก็จะดำเนินการให้มีความชัดเจน มีความโปร่งใสและสามารถที่จะ ตรวจสอบได้นะครับ ขออนุญาตเรียนท่านผู้ถามครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิโรจน์ถามได้อีกครั้ง เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ เป็นคำถามสุดท้ายครับ หลังจากการที่ประชาชนได้ฟังคำชี้แจงจากท่านผู้บัญชาการทหารบก ในประเด็นที่ท่านจะไม่ลาออกนี่ผมก็เคารพ ผมเชื่อว่าประชาชนทุกคนก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ผมจะไม่เปรียบเทียบกับกรณีของผู้บัญชาการทหารบก ควอน โอ ซุง ของประเทศเกาหลีใต้ ที่ลาออกเพื่อรับผิดชอบกรณีการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์คนหนึ่ง ผมจะไม่เปรียบเทียบกับ การลาออกของ นางโทโมมิ อินาดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศญี่ปุ่น ในกรณีที่ปกปิดข้อมูล ผมจะไม่เปรียบเทียบกับกรณีการขอย้ายตนเองของ พลโท พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาค ๔ กรณีตากใบ ผมก็จะไม่เปรียบเทียบกับกรณีที่นายกรัฐมนตรี ใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๗๙/๒๕๕๗ ปลดผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย นายประภัสร์ จงสงวน ในกรณีที่พนักงานการรถไฟไปก่อคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถาม สังคมเอง แต่จุดที่ประชาชนฟังแล้วไม่สบายใจมาก ๆ ก็คือท่าน ผบ.ทบ. ให้เหตุผลของการ ไม่ลาออกว่าสิ่งที่ผู้ก่อเหตุกระทำไม่ใช่ภารกิจของกองทัพ แต่ผู้ก่อเหตุกระทำไปด้วยเหตุผล ส่วนตัว และไปเทียบเคียงกับกรณีข้าราชการขนยาเสพติดและถูกตำรวจวิสามัญ ซึ่งกรณีนี้ ต่างกันโดยสิ้นเชิง การที่ข้าราชการไปค้ายาเสพติดแล้วถูกวิสามัญนั้นเกิดจากความโลภ ของเขาเอง อาวุธที่ใช้ก็เป็นอาวุธของเขาเอง ยานพาหนะที่ใช้ก็เป็นยานพาหนะส่วนตัว ของเขาเอง แต่กรณีนี้กองทัพจะอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะปมขัดแย้งก็เกิดจาก การเอารัดเอาเปรียบของผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา อาวุธ ยานพาหนะก็เกิดจาก การปล้นค่ายทหารแล้วมาใช้ทำร้ายประชาชน และที่สำคัญทหารก็ยังสามารถที่จะอยู่ในวิสัย ที่จะสกัดกั้นได้ทั้งที่ในค่ายและที่ในวัดที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้ว่ามีเวลาถึงชั่วโมงเศษ ซึ่งต่างจากการค้ายาบ้าที่กองทัพไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะทำอะไร ถูกไหมครับ กรณีนี้ทำให้ ประชาชนตกใจครับว่ากองทัพจะรับผิดชอบกับผู้เสียหาย ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ หรือไม่ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการพูดดีมาก ท่านประธานครับ ท่านพูดแต่คำว่า เน้นย้ำ ท่านพูดแต่คำว่า เร่งรัด ท่านพูดแต่คำว่า ใส่ใจ แต่ผมยังไม่เห็นตัวเลข ไม่เห็นวงเงิน ไม่เห็นว่า เมื่อไรจะจ่าย จะจ่ายด้วยเงินเท่าไร อย่างช้าเมื่อไร สิ่งเหล่านี้ประชาชนถามอยู่ตลอดครับ ผมจากการที่อ่านข่าวพบว่าตอนนี้ผู้เสียชีวิตที่ได้รายละ ๓๐๐,๐๐๐ บาทมาจากเงินบริจาค ซึ่งผมไม่ได้ติดใจ การบริจาคดีเป็นการแสดงน้ำใจของพี่น้องประชาชน แต่นั่นควรเป็นสิ่ง ที่สมทบจากเงินก้อนหลักที่มาจากความจริงใจของรัฐบาล แต่พอผมอ่านข่าวผู้เสียชีวิต ตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พุทธศักราช ๒๕๔๔ ผู้เสียชีวิตได้ ๑๑๐,๐๐๐ บาท ผู้บาดเจ็บค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และการชดเชยรายได้เดือนละ ๙,๗๕๐ บาท คำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำ สำหรับคนที่ไม่ได้ประกอบอาชีพมีค่าตอบแทน ความเสียหาย ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมันไม่พอหรอกครับ ผู้เสียหาย ผู้เสียชีวิตเขามีทายาท เขามีคนที่รักที่เขาต้องดูแลและเขายังต้องการใช้เงินในการฟื้นฟูร่างกายเขาอีกในจำนวน ที่มากกว่านี้🔗

คำถามที่ ๓ ผมอยากจะถามจริง ๆ และผมคาดหวังตัวเลข คาดหวังคำตอบ ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่การใช้คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษหรือโวหารในการตอบครับท่านประธาน ผมถามอย่างนี้ครับ เป็นคำถามแพ็ก (Pack) การรักษาพยาบาลที่กองทัพบกจะดูแลนั้น มีวงเงินหรือไม่ มีวงเงินเท่าไร จะดูแลนานแค่ไหน จำนวนเงินที่จะชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตนั้น เท่าไร ผู้บาดเจ็บเท่าไร เงินที่จะให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตและดูแลเรื่องทุนการศึกษาเท่าไร ดูแลกี่ปี ที่สำคัญเงินเหล่านี้จะจ่ายได้อย่างช้าไม่เกินวันที่เท่าไร เดือนอะไร ปีพุทธศักราชอะไร ท่านลงเวลาได้จะขอบพระคุณ และที่สำคัญผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการยืนยันว่า กรณีนี้เมื่อเวลาผ่านไปแล้วท่านรับปากได้หรือไม่ว่าเงินชดเชยต้องมากเพียงพอ และมากพอ ที่จะไม่ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้เสียชีวิตทายาทของเขาต้องมาฟ้องร้องจากกองทัพ ผมขอการรับปากจากลูกผู้ชายวันนี้ในสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมขออนุญาตตอบคำถามที่ ๓ ของท่านสมาชิกครับ เรื่องเงินชดเชยหรือเงินตอบแทนตามระเบียบในส่วนของข้าราชการต้องเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้ก็คือเงินงบประมาณจะให้ตอบว่าจะต้องให้ภายในกี่วัน วันที่เท่าไรนั้นก็คงจะตอบยาก ก็ตอบว่าจะใช้คุณศัพท์ก็คือกองทัพเอง นโยบายสั่งการมาก็คือจะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด นั่นเอง เพราะฉะนั้นขั้นตอนวิธีการงบประมาณก็เป็นไปตามขั้นตอนของการเบิกจ่ายนั่นเอง🔗

ส่วนเรื่องของคณะกรรมการที่มีสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวผม ขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตอบนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่จะ ตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในส่วนของคณะกรรมการอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราเรียกว่า คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนมาในคราวที่แล้วเราได้นำเงินส่วนนี้ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดอุบลราชธานีที่ประสบสาธารณภัยจากพายุโพดุล และคาจิกิ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้ดูจากข้อบังคับแล้วสามารถที่จะมาจ่ายกับการเกิดสาธารณภัย ที่เกิดจากบุคคลกระทำขึ้น ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการได้ประชุมกันเมื่อวานแล้วก็ได้นำเรื่องนี้ เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นบัญชาของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่จะให้คณะกรรมการ ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อรวบรวมทั้งหมดว่ามีส่วนใดของส่วนราชการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่โคราชครั้งนี้ ในส่วนของคณะกรรมการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยซึ่งผมกำกับดูแลอยู่ขอเรียนว่าในเบื้องต้นเราได้ประชุมกันแล้ว เราคาดการณ์ว่า จำนวนเงินเราจะพิจารณาจากคณะกรรมการซึ่งกำลังตั้งขึ้นมาใหม่ ซึ่งผมยืนยันว่าไม่น้อย เยอะเลยนะครับ แล้วคาดการณ์ว่าถ้ากรรมการชุดนี้ใช้เงินตรงนี้ได้ไม่น่าจะเกิน ๗-๑๐ วัน สามารถจะจ่ายให้กับผู้ที่เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากนะครับ ก็ขอบคุณเจ้าของกระทู้ถามแล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับที่ตอบกระทู้ถาม เราจบกระทู้ถามสด ด้วยวาจานะครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป วาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป มี ๓ กระทู้ถาม แต่รัฐมนตรีขอเลื่อน ๑ กระทู้ถาม เนื่องจากติดภารกิจสำคัญนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๒ เรื่อง การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ในสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ (นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓)🔗

ขอเชิญท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเรียนว่ากระทู้ถามนี้หลังจากรัฐมนตรีตอบแล้วก็ถามได้อีก ๑ ครั้งนะครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณามาให้คำตอบกับกระทู้ถามที่กระผมจะถาม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการศึกษาของประเทศ เพราะเราทราบกันดีว่ามหาวิทยาลัยเป็นแหล่งของ การเรียนรู้ เป็นแหล่งของการทำวิจัยและเป็นแหล่งที่เรามีการผลิตบัณฑิตขึ้นมา ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็พยายามจะส่งเสริมสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยของตนมีความก้าวหน้า มีการจัดอันดับ แร็งกิง (Ranking) โดยสถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคิวเอส (QS) หรือไทม์ ไฮเออร์ เอดูเกชัน (Time higher education) ก็ตาม ของไทยเราเองก็มีการจัดการในเรื่องของคุณภาพของ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่นกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานี่อันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ค่อนข้างที่จะไม่ก้าวหน้าเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ที่เขาได้ให้ความสำคัญแล้วก็ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ได้มีความโดดเด่นขึ้นมาครับ กระผมก็อยากจะเห็นประเทศไทยของเราได้มีการดูแลส่งเสริมในเรื่องนี้ โดยทาง สกอ. เอง ที่ผ่านมาก็ได้มีความพยายาม เช่น ได้จัดทำโครงการเอสเพ็ก (SPEC) ๒๐๐ ซึ่งก็มีมหาวิทยาลัย หลายแห่งโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นทางด้านของคณะแพทยศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับ ในการได้เกียรติคุณในส่วนนี้นะครับ🔗

อีกด้านหนึ่งที่ สกอ. ได้จัดทำก็คือเรื่องของ มคอ. มคอ. ก็คือกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติที่กระทรวงได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะต้องส่ง หลักสูตร จะเป็นหลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรปรับปรุงนะครับ แล้วก็ต้องส่งสาระสำคัญต่าง ๆ เช่น วัตถุประสงค์ โครงสร้าง เหล่านี้เป็นต้น ให้ สกอ. เพื่อรับทราบและเห็นชอบ แล้วอันนี้ ก็มีการประกาศออกมาเป็นเกณฑ์ในปี ๒๕๕๘ แล้วก็ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ก็ได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้มีการส่งข้อมูลโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ครับ ที่เรียกว่าเชโค (CHECO) ผมจึงขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา ที่ตั้งใหม่นี้นะครับได้จัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรต่าง ๆ ที่ได้มีการเห็นชอบ ไปจากบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ เกือบ ๒๐๐ แห่งทั่วประเทศว่าหลักสูตรต่าง ๆ เหล่านี้ มีการปรับปรุงให้ทันสมัยทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมของเทคโนโลยีและความต้องการ ของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ที่ท่านรัฐมนตรี ก็เป็นผู้ผลักดันท่านหนึ่งครับ อยากจะขอให้ท่านได้กล่าวให้ชัดเจนนะครับว่าหลักสูตรต่าง ๆ ที่ได้ส่งมาให้ สกอ. ตรวจเหล่านี้มีหลักสูตรใดที่มีล้น มีเกิน แล้วไม่น่าจะต้องทำอีกนะครับ หรือในทางกลับกันมีหลักสูตรประเภทใด หน่วยงานใดที่ยังขาดแคลนที่เรายังต้องการอีกมาก ขออนุญาตสอบถามเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เรื่องของมหาวิทยาลัย เรื่องที่ท่าน ส.ส. ได้นำเสนอมานั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ทราบกันดีว่าการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ศตวรรษ ๒๑ นั้น สิ่งที่สำคัญคือเรื่องทุนมนุษย์ ซึ่งมหาวิทยาลัยเองก็เป็นด่านหน้าของการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) มีเรื่องสำคัญที่อยากกราบเรียนก่อนที่จะพูดถึงรายละเอียดใน ๒-๓ ประการ ณ วันนี้ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องมีการยกเครื่องมหาวิทยาลัยครั้งใหญ่ หรือจะขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่า รีอินเวนทิง ยูนิเวอร์ซิตี (Reinventing University) แล้ววันนี้เรามีการจัดงบประมาณที่เรียกว่าเป็นกองทุนพัฒนาอุดมศึกษาขึ้นมาสำหรับเตรียมการ ปี ๒๕๖๔ นั้นจำนวน ๑๐,๒๕๐ ล้านบาท เพื่อจะยกเครื่องมหาวิทยาลัยครับว่าในอนาคตนั้น มหาวิทยาลัยจะต้องตอบโจทย์เรื่องของพลวัตของการเปลี่ยนแปลงของโลก เรื่องของการ ที่มหาวิทยาลัยจะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของชาติอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้ประเด็นสำคัญก็คือ มหาวิทยาลัยในอนาคตจำเป็นจะต้องสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ มหาวิทยาลัยจะมีอยู่ ๓ ลู่วิ่ง ด้วยกัน ลู่วิ่งที่ ๑ คือมหาวิทยาลัยที่จะต้องไปสู้กับโลก แข่งขันกับเรื่องขององค์ความรู้และ ที่ล้ำหน้าในระดับโลก มหาวิทยาลัยส่วนที่ ๒ จะต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นในเรื่องของการ พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม อุตสาหกรรมต่าง ๆ แล้วมหาวิทยาลัยส่วนที่ ๓ คือมหาวิทยาลัย ที่จะเน้นในเรื่องของการพัฒนาเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยที่จะไปเน้นในเรื่องของการพัฒนา ท้องถิ่น แต่พร้อม ๆ กับเรื่องของการที่จะยกเครื่องมหาวิทยาลัยนั้นเราคิดว่าส่วนที่สำคัญ ก็คือการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเหลือเกินนะครับ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยในอนาคตนั้น ทิศทางจะออกมามีหลักสูตรอยู่ ๒ แบบด้วยกัน แบบแรกเราเรียกว่าเป็นหลักสูตรที่เป็นดีกรี โปรแกรม (Degree program) ก็คือยังมีปริญญาบัตรอยู่ แต่แบบที่ ๒ ซึ่งจะมีแนวโน้มที่จะ มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือที่เรียกว่าเป็นนอน ดีกรี โปรแกรม (Non degree program) ก็คือเป็นหลักสูตรที่ไม่ต้องการปริญญาแต่เป็นการเน้นในหลักสูตรระยะสั้น ๆ ที่จะตอบโจทย์ ที่จะไปยกระดับทักษะ หรือว่าเรื่องของวิชาชีพต่าง ๆ ให้มากขึ้น อันนี้เป็นทิศทางที่เรากำลังดำเนินไป แต่พร้อม ๆ กันนั้นมหาวิทยาลัยก็จะต้องถูกปลดล็อก เพราะว่ามหาวิทยาลัยเองนั้นในการทำงานตัวเองต้องปรับ แต่พร้อมกันนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือ ตัวกระทรวง อว. หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมนั้น ก็จำเป็น จะต้องทำตัวให้กลายเป็นผู้ที่จะทำให้มหาวิทยาลัยนั้นเกิดความคล่องตัวขึ้นมา ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาอย่างน้อยใน ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านอาจารย์พิสิฐได้พูดถึงเรื่องของ มคอ. หรือที่เราเรียกว่า กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาตินั้น ณ วันนี้ มคอ. มีทั้งหมดอยู่ ๗ ขั้นตอน คือ มคอ. ๑-๗ นั้น ณ วันนี้ มอค. ๓-๗ นั้นเราได้ให้มหาวิทยาลัย เป็นคนจัดการ เพราะฉะนั้นมันจะไม่มีภาระของมหาวิทยาลัยที่จะต้องมาติดต่อกับทางด้าน ของกระทรวงในส่วนนี้ ส่วน มคอ.๒ นั้นกำลังเร่งให้มีการทำงานที่เร็วขึ้น มคอ.๑ เกี่ยวข้อง กับเรื่องของวิชาชีพต่าง ๆ กำลังอยู่ในประเด็นหารือบางวิชาชีพ อันนี้คือเรื่องของ มคอ. ที่มีการปลดล็อก ผมจะขอกราบเรียนว่าเราได้ประกาศใช้ไปแล้วเป็นสำคัญ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรต่าง ๆ ณ วันนี้นั้น กกอ. เพิ่งได้มีการอนุมัติแอปพรูฟ (Approve) เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานี้ และกำลังที่จะประกาศใช้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีการปรับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการที่จะให้ อำนาจนั้นไปอยู่ที่ตัวของสภามหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะขออนุญาต กราบเรียนในรายละเอียด ก็คือในระดับปริญญาตรีนั้นเรื่องการศึกษาที่เราเรียกว่าเจนเอด (Gen-ed) ก็คือการศึกษาที่จะเพิ่มพูนในเรื่องของทักษะการใช้ชีวิต เป็นเรื่องของที่ ณ วันนี้ เรามีการปลดล็อกให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๒๔ ชั่วโมง แต่เรื่องของเจนเอด (Gen-ed) หรือเรื่องของการศึกษาที่จะทำให้คนนั้นมีความรู้ความเข้าใจโลกที่กว้างขึ้นนั้น จริง ๆ แล้วเป็นนโยบายที่ทางกระทรวง อว. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะมีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ ๒๑ นั้นคงไม่ใช่แค่เรื่องของการมีอาชีพ แต่เป็นเรื่องของ การอยู่กับคนอื่นอย่างปกติสุข มีความเข้าใจโลกมากขึ้นอย่างไร และในส่วนที่ ๒ หลักสูตร ในอนาคตจะต้องเป็นหลักสูตรที่ไม่ใช่เป็นของคณะใดคณะหนึ่ง หรือของสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง เพราะฉะนั้นการเรียนข้ามหลักสูตรจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ตรงนี้เราได้มอบ ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นคนพิจารณาเรื่องนี้เอง โดยที่ไม่ต้องเข้ามาผ่านทางด้านของ สกอ. ในปัจจุบัน🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือการยกระดับสมรรถนะของอาจารย์ โดยเฉพาะอาจารย์ใหม่ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่เดิมมานั้นมีเขียนเอาไว้ว่าจะต้องมีทักษะในเรื่องของการใช้ภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเท่าไร ๆ นั้น ณ วันนี้เราได้ให้ทางสภามหาวิทยาลัยของแต่ละแห่ง เป็นผู้กำหนดมาตรฐานของส่วนนี้เอง🔗

เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะกราบเรียนทางท่านประธานสภา ก็คือเรื่องการควบคุม คุณภาพ นอกเหนือจากการที่เรามีสิ่งที่เราพูดถึงตัวของเชโค (CHECO) ก็คือเรื่องของการที่มี การติดต่อออนไลน์ (Online) จากทางมหาวิทยาลัย ณ วันนี้ภาระต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเอาหลักสูตรทั้งหมดมานั่งพิจารณาที่กระทรวงอีกต่อไป แต่เราใช้ระบบออนไลน์ (Online) ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน ๑ อาทิตย์ในการที่จะพิจารณาหลักสูตร และหลายหลักสูตร จากนี้ไปถ้ามหาวิทยาลัยนั้นทำตามมาตรฐานจริง เราจะใช้วิธีการโพสต์ ออดิต (Post audit) คือการตรวจสอบทีหลัง โดยที่จะให้หลักสูตรนั้นดำเนินต่อไปก่อนและเราค่อยมาทำการ ตรวจสอบทีหลัง🔗

เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือการควบคุมคุณภาพของหลักสูตรที่เราเรียกว่า เป็นเชคิวเอ (CHE QA) ก็คือเรื่องของควอลิตี แอสชัวรันซ์ (Quality assurance) นั้น ก็เป็น สิ่งที่จะสร้างความมั่นใจว่าหลักสูตรนั้น ๑. ตอบโจทย์โลกในปัจจุบัน ๒. มีความรวดเร็วและ สามารถปรับเปลี่ยนได้ พร้อมกันนั้นก็ยังสามารถรักษาคุณภาพที่จะตอบโจทย์ในเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานสภามาที่นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญถามได้อีกครั้งครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ข้อมูลกับสภาในเรื่องของการทำงาน แต่เผอิญผมได้เคย เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยมา ๓ แห่ง ก็ได้สอบถามไปยังสภามหาวิทยาลัยเหล่านั้นว่า ที่ผ่านมานั้นการจัดการเรื่อง มคอ. ต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ผมก็ต้องขออภัยท่านรัฐมนตรี ที่ต้องให้ความจริงว่าสิ่งที่ท่านพยายามจะทำเป็นหลักการที่ดูดีมาก แต่พอขั้นปฏิบัติมันติดขัด ไปหมด ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยแห่งที่ ๑ ที่ผมถามไป เขาบอกว่า มคอ.๒ ที่ท่านบอกว่า เป็นอันที่ยังไม่ได้ปลดล็อก เขาบอกว่าปี ๒๕๖๐ เขาส่งเป็นข้อมูล เป็นกระดาษเป็นแฟ้มไป แล้วก็เก็บไว้โดยที่ สกอ. ไม่ได้ทำอะไร จนกระทั่งต้นปี ๒๕๖๑ ก็ส่งกลับมาแล้วก็บอกให้เขา คีย์ (Key) เข้าระบบเชโค (CHECO) ที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าเป็นระบบออนไลน์ (Online) เมื่อสักครู่นี้เขาก็คีย์ (Key) เข้าไป จนป่านนี้หลักสูตรทั้งหมดที่เขาคีย์ (Key) ไปยังไม่ได้ผ่าน ความเห็นชอบ ก็คือในหลักเขาต้องเห็นชอบ ถึงแม้ว่าวันนี้เขาสามารถสอนได้ แต่ปรากฏว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีหลักสูตรที่ได้คีย์ (Key) เข้าไปแล้ว แล้ว สกอ. ก็ยังไม่ตอบมามีแต่บอก ให้แก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ แก้ไขเป็นเรื่องตัวเลข แก้ไขเป็นเรื่องของเวิร์ดดิง (Wording) แต่ไม่ได้ มีเนื้อหาสาระอะไร นี่คือมหาวิทยาลัยแห่งที่ ๑ แล้วเขาก็เป็นห่วงว่าลูกศิษย์ที่จบผ่านไป ๓ ปี จบกันแล้ว ถ้าไปสอบเข้า ก.พ. ก็จะมีปัญหาว่า ก.พ. จะไม่สามารถตั้งเงินเดือนให้เพราะว่า หลักสูตรนี้ สกอ. ยังไม่ได้เห็นชอบ อันนี้คือตัวอย่างของมหาวิทยาลัยแห่งที่ ๑ ซึ่งทุกหลักสูตร ที่เขาส่งไปยังไม่ได้รับการรับทราบและเห็นชอบ มหาวิทยาลัยแห่งที่ ๒ ที่ผมเป็นกรรมการอยู่ ก็สอบถามมาเช่นกัน ปัญหาเดียวกันครับ มีอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นปริญญาตรี ก็บอกว่ายังไม่ได้ เห็นชอบ มหาวิทยาลัยสุดท้ายที่ผมถามไปอยู่ในกรุงเทพมหานครนี้เองเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียง ปรากฏว่ามีที่ยังติดอยู่ถึง ๔๑ หลักสูตร ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพยายามทำในเรื่องออนไลน์ (Online) ก็ดี ในเรื่องของการปลดล็อก มคอ.๓ มคอ.๔ มคอ.๕ มคอ.๖ มคอ.๗ ซึ่งก็เพิ่งทำไปเดือนที่แล้ว อันนี้ต้องขอบคุณมาก ที่ได้ช่วยเขา แต่ว่า มคอ.๒ เป็นตัวที่ยังไม่ได้ก้าวหน้าอะไร อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่านโยบายที่ท่านตั้งไว้มีปัญหาในทางปฏิบัติ ขณะเดียวกันสิ่งที่ท่านพูดถึงเรื่องการจัดทำในการที่จะยกเครื่อง ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า ควรจะต้องมี จริง ๆ แล้วตอนที่ท่านตั้งกระทรวงใหม่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้พูดในสภามหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งว่าผมก็เป็นห่วงแล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเกิดประโยชน์จริง เพราะจะทำให้บิวรอคระซี (Bureaucracy) ยิ่งมากขึ้น แล้วผมก็เห็นว่าท่านก็มีบุคลากรเพิ่มขึ้นในงบประมาณปี ๒๕๖๓ ผมคิดว่าท่านควรจะต้องปล่อยให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงให้เขาดูแลตัวเขาเองได้ อย่าให้ต้อง มีกระบวนการขั้นตอนมากมายที่จะทำให้เขาล่าช้า เพราะการที่ท่านทำให้หลักสูตรต่าง ๆ นี้ เปลี่ยนแปลงได้ยาก เพราะต้องคีย์ (Key) เข้า คีย์ (Key) ออก ก็ทำให้เขาไม่อยากเปลี่ยน หลักสูตร แล้วท่านเองก็บอกว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องพยายามจัดระบบต่าง ๆ ประเด็นที่ท่านพูดถึงเรื่องของนอน ดีกรี โปรแกรม (Non-degree program) ผมเองก็ได้รับ ข้อมูลมาว่าประกาศที่ท่านประกาศไปในเรื่องไลฟ์ลอง เลิร์นนิง (Lifelong learning) ว่า สามารถสะสมหน่วยกิจได้นี้ พอปฏิบัติจริง เจ้าหน้าที่เขาก็งงว่าจะไปติดเรื่อง มคอ. หรือเปล่า เพราะในส่วนของ มคอ. จะมีการเขียนผูกไว้ว่าจำนวนอาจารย์ จำนวนหนังสือในห้องสมุด จะต้องมีเท่าไร ที่นั่งต้องมีเท่าไร นี่คือตัวอย่างของความยุ่งยากในทางปฏิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น หรือเรื่องของเจนเอด (Gen-ed) ที่ท่านพูดถึงว่าจะเปิดทางให้มีการปฏิบัตินี้ เขาก็มีคำถามกลับ ถ้าหากตอนสอบเข้า ๒ ปีแรกยังไม่ระบุว่าอยู่สาขาอะไร แล้วก็จะมีข้อจำกัดกับตัว มคอ. ที่ท่านบังคับให้เขาต้องทำ เพราะ มคอ. ต้องระบุชัดเลยครับว่าเป็นหลักสูตรอะไร เรียนสาขา อะไร เหล่านี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มันเป็นปัญหาในเชิงปฏิบัติที่ผมฝากท่านว่าท่านอาจจะต้อง เอาใจใส่มากขึ้นในการไปตรวจตราว่านโยบายดี ๆ ที่ท่านคิดไว้ถึงเวลาจริง ๆ มันมีข้อติดขัด ประการใดบ้าง สำหรับเรื่องของการให้มีซอฟต์ สกิล (Soft skill) ผมก็อยากจะขออนุญาต ให้ข้อมูลว่าผมเองสมัยที่เป็นคณบดีของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งก็ได้พยายามที่จะจัดระบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของหลักสูตรที่เรียกว่ากิจกรรมนักศึกษา ระบบที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เป็นระบบที่ให้เรียนโดยสมัครใจ คือนักศึกษาสามารถลงจะเป็น ๑ หน่วยกิต ๒ หน่วยกิต หรือ ๓ หน่วยกิตก็ได้เป็นแบบสมัครใจ แต่ที่ผมทำผมเป็นแบบบังคับ เพราะอะไรถึงบังคับ เพราะผมคิดว่านักศึกษาแต่ละคนได้มีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จริง ๆ แล้ว เขาจ่ายเงินส่วนตัวเขาน้อยมากไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือส่วนใหญ่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นเขาควรจะต้องมีจิตอาสา ผมจึงได้บังคับให้นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยคณะนี้จะต้องไปทำกิจกรรมนักศึกษา เช่น ไปช่วยชาวบ้าน ไปปลูกป่า ไปบ้านคนชรา ไปช่วยชุมชน ไปสอนหนังสือ เหล่านี้เป็นต้น แล้วก็เป็นคะแนนเก็บไว้ว่าจะต้อง ผ่านหลักสูตรนี้ แล้วก็ต้องทำงานเป็นทีมก็จะเกิดซอฟต์ สกิล (Soft skill) ขึ้นมาในกลุ่มก้อน ของเขา อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยากขออนุญาตฝากไปยังท่านได้โปรดพิจารณาส่วนนี้ครับ🔗

อีกประการหนึ่ง ผมคิดว่าประเทศไทยทุกวันนี้เราเป็นประเทศที่เปิดมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวมาปีละ ๔๐ ล้านคน ๒ ใน ๓ ของพลเมืองไทย เพราะฉะนั้นจะต้องมีการสัมผัส รู้จักผู้คนต่างด้าว ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องมีการฝึกคนของเรา ให้มีการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษเป็นสื่อที่สำคัญ มันมีความแตกต่างกันระหว่าง สิ่งที่เรียกว่าหลักสูตรอิงลิช โปรแกรม (English program) กับอินเตอร์เนชันนัล โปรแกรม (International program) อิงลิช โปรแกรม (English program) ก็คือสอนด้วยภาษาอังกฤษ แต่คนเรียนเป็นคนไทยหมด ขณะที่อินเตอร์เนชันนัล โปรแกรม (International program) เราหมายถึงว่าการสอน สอนเป็นภาษาอังกฤษและคนเรียนเป็นคนต่างชาติมาปนด้วยครับ ผมอยากจะให้เกิดอันหลังเพราะว่าการที่มีแต่เด็กไทย นักเรียนไทยอยู่ในห้องครูสอนเป็น ภาษาอังกฤษก็จะถูกเด็กบังคับให้พูดเป็นภาษาไทยในที่สุด เพราะฉะนั้นจริง ๆ การที่มี นักศึกษาต่างชาติสักคนหนึ่งอยู่มันเป็นการฝึกให้เด็กได้มีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษนะครับ ผมมีข้อมูลให้เห็นนะครับว่า🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิสิฐถามนะครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ก็จะขอถามท่านว่าได้มีนโยบาย ส่งเสริมเรื่องอินเตอร์เนชันนัล โปรแกรม (International program) อย่างไรบ้างครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ คำถามที่ท่านอาจารย์พิสิฐ ได้ยกประเด็นขึ้นมานั้นจะขอเรียนเป็น ๓-๔ เรื่องดังต่อไปนี้นะครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ เรื่องของการที่มีนโยบายออกไปและในทางการปฏิบัตินั้น ยังมีข้อติดขัดอยู่ เป็นส่วนที่เดี๋ยวจะขอรับไปจัดการในส่วนนี้ เพราะว่าอย่างที่ทราบกันดีครับ บางทีนโยบายออกไปว่ามหาวิทยาลัยสามารถทำเองได้ มีมหาวิทยาลัยบางส่วนกลับไม่กล้า ที่จะทำก็ยังพยายามที่จะใช้ยึดบรรทัดฐานเดิม ซึ่งในส่วนนี้คงจะต้องใช้ในเรื่องของการสื่อสาร เรื่องของการทำความเข้าใจให้มากขึ้น ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ก็คือเรื่องการที่ตัวภาระ ต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยนั้นมี ผมมีโอกาสได้หารือไม่ใช่แค่เชิญประชุมอธิการบดีเท่านั้นแต่ว่า เชิญประชุมกับนายกสภาทั่วทั้งประเทศก็มีประเด็นเดียวกัน นอกจากเรื่องของธรรมภิบาล ของมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังมีเรื่องของการที่ว่าทางกระทรวงยังมีในลักษณะที่เป็นเรกกูเลเตอร์ (Regulator) ในลักษณะที่ยังมีกฎระเบียบต่าง ๆ เยอะแยะ ซึ่งในส่วนนี้นั้นผมได้รับมา และกำลังจะค่อย ๆ ปลดล็อกไปว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ระบบของกฎระเบียบที่หยุมหยิม ไม่ได้ตอบโจทย์นั้นคลายตัวลงอย่างไร พร้อมกันนั้นผมไม่ได้มีแค่การประชุมกับอธิการบดี แต่ได้มีโอกาสคุยกับรองอธิการบดีใน ๓ ฝ่ายด้วยกัน ในเรื่องกิจการนักศึกษาซึ่งจะไปพูดถึง เรื่องของกิจกรรมนักศึกษา เรื่องของรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย แล้วก็รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการนั้น ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าในเรื่องของกิจกรรมนักศึกษาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสอดรับกับเรื่องของซอฟต์ สกิล (Soft skill) ที่ท่านอาจารย์พิสิฐได้พูดถึง เราจึงมีโครงการที่เราเรียกว่ายุวชนสร้างชาติ โดยที่ให้นักศึกษานั้นสามารถเรียนรู้กับชีวิตจริง โลกของความเป็นจริง ไม่ใช่แค่เรียนรู้ในห้องเรียน ดังนั้นแทนที่เขาจะไปอยู่กับชนบท หรืออะไร เพียงแค่เวลา ๑ อาทิตย์ ๒ อาทิตย์นั้น เราให้เวลา ๑ เทอมเลย เป็นเวลาประมาณ ๔-๕ เดือน ที่เขาจะต้องไปทำงานพัฒนาชนบทอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยที่มีการจับเป็นกลุ่มเป็นทีม ซึ่งจะต้องเป็นนักศึกษาของหลาย ๆ คณะในลักษณะของการทำงานข้ามศาสตร์ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็สอดรับกับเรื่องของเจนเอด (Gen-ed) จะสอดรับกับเรื่องของการพัฒนาซอฟต์ สกิล (Soft skill) การสอดรับกับเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาเพื่อที่จะออกมาในเชิงประสบการณ์ มากกว่าที่จะเป็นทฤษฎีในห้องเรียน ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ ก็คือเรื่องของลิเทอเรซี (Literacy) หรือความฉลาดรู้ที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ นั้น ผมได้มีโอกาสประกาศออกไปว่า อย่างน้อยใน ๔ เรื่องสำคัญที่เราเรียกว่าลิเทอรีซี (Literacy) ที่เราเรียกว่าความฉลาดรู้นั้น ใน ๔ เรื่องด้วยกัน ๑. ก็คือเรื่องของดิจิทัล เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษาอังกฤษเราอาจจะยังไม่ได้พูดถึงภาษาที่ ๓ เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องไฟแนนซ์เชียล ลิเทอเรซี (Financial literacy) ก็คือเรื่องของความฉลาดรู้ทางการเงินเพื่อจะบริหารการเงิน เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องของความฉลาดรู้ทางสังคม หรือที่เราเรียกว่าโซเชียล ลิเทอรีซี (Social literacy) ซึ่งในส่วนนี้หลายส่วนเราพยายามที่จะโยกย้ายการเรียนรู้ที่อยู่ในห้องเรียน หรือว่าอยู่ใน รั้วมหาวิทยาลัยออกมาสู่การเรียนรู้ในชีวิตจริง ผ่านประสบการณ์ชีวิตพร้อม ๆ กับการปลูกฝัง ในความฉลาดรู้ทั้ง ๔ ด้าน ในเรื่องของอินเตอร์เนชันนัล โปรแกรม (International program) ที่ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการที่เราจำเป็นจะต้องไปสู่จุดนั้น เพียงแต่ว่า ณ วันหนึ่ง เราก็จะต้องมีในเรื่องของความสมดุลระหว่างความเป็นไทย ความเป็นคนไทย ความเป็นสากล ในเวลาเดียวกัน ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแล้วก็เป็นเรื่องที่มีความลึกซึ้ง ทิศทาง คงต้องไปสู่เรื่องของอินเตอร์เนชันนัลไลเซชัน (Internationalization) อย่างที่ท่านอาจารย์พิสิฐ ได้พูดถึง แต่เรื่องการสร้างสมดุลของความเป็นมนุษย์ของเขาจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นจุดเน้นจึงจะไปเน้นในเรื่องของซอฟต์ สกิล (Soft skill) เรื่องของการที่เรียนรู้จากชีวิตจริง เรื่องของการที่เราจะสามารถที่จะทำให้เขามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร ก็จะต้องเป็นสิ่งที่ จะต้องปรับให้เกิดความสมดุลในส่วนนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ถาม และท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๑ เรื่อง ขอทราบผลการหาเงินกู้ส่วนที่ขาดดุล จำนวน ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท และการจัดการงบประมาณในส่วนดังกล่าว (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ของ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หลังกระทู้ถามนี้จบแล้วผมขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้ามานะครับ เพราะเราจะได้ยืนไว้อาลัย ขอเชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้บรรจุวาระนี้กระทู้ถามนี้ให้เป็นกระทู้ถามทั่วไป แล้วขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณา รับกระทู้ถามนี้มาตอบ ไม่อย่างนั้นผมก็คงไม่ได้มายืนพูดตรงนี้แล้วได้ถามท่าน ผมได้ถามท่าน ในห้องกระทู้แยกเฉพาะไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ไม่ใช่เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มากล่าวแถลงกรอบงบประมาณ ในเอกสารเล่มนี้ของงบประมาณที่ผ่านไปแล้วและมีปัญหาอยู่นี้ โดยกล่าวคำแถลงในเอกสาร โดยในคำแถลงนี้บอกว่าจะต้องมีคำแถลงที่เกี่ยวข้องกับการหาเงินใช้หนี้ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาตรา ๑๑ เพราะว่าในเอกสารเล่มนี้ปรากฏว่าในหน้า ๕๘ ผมเคยพูดไว้แล้วว่าท่านบอกว่า ท่านแถลงในเอกสารซึ่งตามกฎหมายแล้วในมาตรา ๑๑ ของวิธีงบประมาณจะต้องแถลงคือ พูดที่นี่ พูดตรงนั้น แต่ท่านบอกว่าคำแถลงวิธีหาเงินตามมาตรา ๑๑ มันปรากฏอยู่ในเล่มเขียว ผมถือมาเป็นพยานและผมก็ไปเปิดดูในเล่มเขียว ในเล่มเขียวนี้มันมีแค่คำนำครับ มีแค่ ๕ ส่วน ส่วนที่ ๑ คืองบประมาณรายรับ ส่วนที่ ๒ คือประมาณการรับจำแนกตามงบประมาณรายได้ ส่วนที่ ๓ คือประมาณการรายได้จำแนกตามหน่วยงาน ส่วนที่ ๔ ก็คือคำชี้แจงประมาณการรายได้ ส่วนที่ ๕ คือสถิติการจัดเก็บรายได้ ไม่มีวิธีการหาเงินเลยครับ แล้วท่านเอาที่ไหนมาพูด ในหนังสือเล่มนี้อยู่ในหน้า ๕๘ ของเอกสารคำแถลง ผมก็เลยงง ผมเลยต้องตั้งกระทู้ถามวันนี้ เพราะว่าสภาแห่งนี้ได้ผ่านมติร่างพระราชบัญญัตินี้ไปแล้วโดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้ผ่านแล้วก็เป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะต้องใช้เงิน .๓.๒ ล้านล้านบาท แล้วก็ดำเนินนโยบาย แบบขาดดุล และกำหนดด้วยนะครับว่าการขาดดุลนั้นมีรายได้สุทธิคือ ๒.๗ ล้านล้านบาท และขาดดุล ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในคำอธิบายไม่ได้อธิบายไว้ แล้วประกอบกับ คำว่าสภาแห่งนี้จะต้องมาทบทวนกันใหม่อีกเพราะอะไร เพราะเหตุที่จะต้องทบทวนกันใหม่ ผมบอกเลยเพราะว่ามันมีสาเหตุครับ สาเหตุมาจากไหนครับ สาเหตุมาจากการป่วนของ เทคโนโลยีที่โลกเทคโนโลยีในดิจิทัลที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะการป่วนที่เกิดขึ้นในระบบจะเห็นว่า เกิดจากเทคโนโลยีที่นำมาใช้แล้วก็เกิดปัญหาในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ มีเอกสารที่ตอบมา จากประธานศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นผล อันนี้คือผลสัมฤทธิ์ของการป่วนทางเทคโนโลยี เป็นผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏชัดครับก็เปรียบเสมือนใบเสร็จ แต่ผมไม่อ่านในรายละเอียดครับว่า เอกสารที่ลงวันที่ ๗ ที่ตอบท่านประธานมาจากประธานศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร เดี๋ยวคงจะ มีรายละเอียด แต่ตรงนี้มันเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงถึงสัมฤทธิ์ผลของการเปลี่ยนแปลงทางด้าน เทคโนโลยีอย่างมากมาย และมันจะดิสรัปต์ (Disrupt) ในระบบการเมืองตลอดไป ตราบใด ที่เรายังต้องใช้เทคโนโลยี นอกจากนั้นแล้วสิ่งสำคัญก็คือการถูกดิสรัปต์ (Disrupt) พวกนี้เป็น เรื่องของการที่พวกเราเองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องร่วมกัน แต่ผมจะถามไปถึงเรื่องของ ประเด็นก็คือเรื่องว่าการดิสรัปต์ (Disrupt) มันจะเป็นเรื่องของต่อไปคือเทคโนโลยีนี้ไม่ได้ ใช้ที่นี่ครับ ที่กระทรวงการคลัง เรามีอีบิดดิง (e-Bidding) ที่ใช้แล้ว แล้วก็เป็นปัญหาสำคัญมาก อีบิดดิง (e-Bidding) นี้ เรายังตรวจอะไรไม่ได้เลยครับว่าเงินที่ผ่านปีงบประมาณไปแต่ละปี ใช้ครบถ้วนหมด ผลสัมฤทธิ์ตรงเป้าหมายตรงเคพีไอ (KPI) อย่างไรหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่อง ที่น่าสนใจแล้วมันอาจจะถูกดิสรัปต์ (Disrupt) ด้วยในอนาคต ดิสรัปต์ (Disrupt) อย่างไร รู้กันครับ รู้กันในระหว่างผู้ประมูลในอีบิดดิง (e-Bidding) ต่าง ๆ นานา ข้อมูลถูกล้วง ข้อมูล ถูกควักเอาไปจากระบบ อันนั้นไม่ว่ากันครับ อันนั้นเป็นเรื่องของกระทรวงที่จะต้องไปตรวจสอบ แต่สิ่งสำคัญอนาคตเราก็จะมีอิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาใช้ในสภาพัฒน์ก็คือ อีเมนเซอร์ (e-MENSCR) ระบบการตรวจสอบงบประมาณที่จะเกริ่นมาใช้ ได้งบประมาณแล้ว ท่านประธานครับ แล้วคงจะต้องถูกนำมาใช้อย่างแน่นอน เราก็คงต้องศึกษาว่าเทคโนโลยีนี้ มันจะดิสรัปต์ (Disrupt) เราอีกหรือเปล่า หลาย ๆ ท่านมาจากทุกเขตเลือกตั้ง ท่านก็คงต้อง ติดตามงบประมาณในอีเมนเซอร์ (e-MENSCR) ตัวเทคโนโลยีนี้มันจะดิสรัปต์ (Disrupt) เรา อย่างต่อเนื่อง นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังบอกว่าการดิสรัปต์ (Disrupt) เกิดขึ้นในเทคโนโลยีจนบังเกิดผลต่อ งบประมาณนี้แล้ว ผมก็เลยถามเป็นคำถามแรกว่าเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๓ เมื่อจะมีผลใช้บังคับหลังจากพรุ่งนี้นะครับ เพราะพรุ่งนี้เราจะต้องลงมติ อีกรอบหนึ่งตามใบเสร็จใบนี้ที่เป็นผลจากการถูกดิสรัปชัน (Disruption) ทางเทคโนโลยีว่า เมื่อมีผลใช้บังคับ รัฐบาลจะนำเงินงบประมาณที่เสนอในส่วนของเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท มาจากที่ไหน ด้วยวิธีการใด ๆ และเมื่อไร เป็นคำถามแรก ครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ประธานสภาที่เคารพ ท่าน ส.ส. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านที่ได้กรุณาตรวจสอบ ในเรื่องของการหาเงินและการใช้เงินของรัฐบาล ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องการใช้จ่ายเงินหรือแม้กระทั่งการหาเงินของรัฐบาลว่า เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้ว รัฐบาลจะนำเงินงบประมาณที่เสนอในส่วนเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาทมาจากที่ใด ด้วยวิธีใด และเมื่อไร ผมขอกราบเรียนชี้แจงต่อท่านสุพิศาล ถามว่า ด้วยวิธีการใด ก็คงจะตอบว่าด้วยวิธีการกู้เงิน มาจากที่ใดก็คงจะเรียนว่ามาจากการกู้เงิน โดยวิธีการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อขายให้แก่สถาบันการเงินและกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิต ตลอดจนสถาบันธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ส่วนที่ถามบอกว่าเมื่อใด ก็เรียนว่าการกู้เงิน ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้นผู้ที่จะดำเนินการจัดสรร หาเงินหรือกู้เงินจำนวนนี้ก็เป็นหน้าที่ของสำนักบริหารหนี้สาธารณะของกระทรวงการคลัง หรือที่เรียกชื่อย่อ ๆ ว่า สบน. สบน. ก็จะเป็นผู้ที่จะดำเนินการตามเครื่องมือของ สบน. ที่มีอยู่นะครับ โดยหลัก ๆ ก็จะมีเครื่องมืออยู่ ๔ ตัว ตัวแรกผมได้กราบเรียนไปแล้วก็คือ การออกพันธบัตรเพื่อขายสถาบัน การขายสถาบันนั้นปกติดอกเบี้ยก็จะประมาณ ๑.๕-๓.๕ โดยให้ประกาศเชิญชวนและให้สถาบันแต่ละแห่งยื่นซองประกวดว่าสถาบันใดหรือกองทุนใด ที่ให้ราคาดอกเบี้ยต่ำที่สุดตามห้วงเวลาที่เราต้องการนั้น สบน. ก็จะออกพันธบัตรเพื่อขายให้ เครื่องมือตัวที่ ๒ ก็คือพันธบัตรออมทรัพย์ พันธบัตรออมทรัพย์นั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริม การออมให้กับประชาชน คือการออกพันธบัตรรายย่อยขายให้แก่ประชาชน ซึ่งอายุพันธบัตร ก็จะอยู่ประมาณ ๓ ปี ๕ ปี ๗ ปี ถึง ๑๐ ก็จะมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ ๑.๗-๔.๕ เครื่องมือตัวที่ ๓ ก็คือตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งก็เป็นเครื่องมือเอาไว้สำหรับกู้เงินในระยะช่วงสั้น ๆ อายุไม่เกิน ๑ ปี แล้วก็สามารถชำระคืนก่อนกำหนดได้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็ประมาณ ๑.๓-๒.๑ ตัวที่ ๓ ก็คือเป็นสัญญากู้เงิน ตัวนี้ก็จะเป็นสัญญากู้เงินระยะยาว แล้วก็สามารถคืน ก่อนกำหนดได้เพื่อเป็นประโยชน์ว่าเมื่อใดที่รัฐบาลมีเงินเหลือก็จะคืนเงินเหล่านี้ไป อันนี้ก็คือ เป็นเครื่องมือ🔗

ส่วนถามว่าแล้วจะหาเงินนั้นเมื่อไร ก็ต้องตอบว่าการใช้เงินหรือการบริหารเงิน ก็จะเป็นเรื่องของสำนักงบประมาณที่จะเป็นคนจัดรวบรวมเงินเพื่อส่งให้หน่วยรับงบประมาณ ให้เอาไปใช้ตามภารกิจ เพราะฉะนั้นทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก็คือ สบน. ก็จะจัดสรรเงิน ตามเครื่องมือ ๔ ตัวที่ผมได้กราบเรียนแล้ว ความต้องการของสำนักงบประมาณตามช่วงเวลา ที่สำนักงบประมาณแจ้งแก่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะแล้วสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ก็จะจัดสรรเงินที่กู้มาตามเครื่องมือต่าง ๆ ส่งให้สำนักงบประมาณเพื่อกระจายไปยังหน่วยรับ งบประมาณเพื่อที่จะไปพัฒนาบ้านเมือง หรือจะไปทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัติงบประมาณ ที่ได้แสดงไว้อย่างที่ท่านสุพิศาลได้แจ้งไว้นั้นเอง ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ถามได้อีก ๑ ครั้ง เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมก็ต้องถามต่อไปในข้อ ๒ และข้อ ๓ ที่ผมขอถามไว้ก็ขอรวบเป็นข้อเดียวกันเป็นข้อ ๒ แต่ก่อนที่จะถามนั้นก็คงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าในครั้งต่อไปนะครับ ประมาณเดือนกรกฎาคม ที่จะถึงนี้ก็คงฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านควรจะมาแถลงวิธีการหาเงินด้วยคราวหน้า ผมจะจ้องดูตรงโต๊ะนั่นล่ะว่าท่านจะพูดไหมว่าท่านจะแถลงเรื่องนี้หรือเปล่า ที่ผ่านไป ก็ผ่านไปแล้วครับ ผมว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมายก็ไม่เป็นอะไรครับ มันผ่านไปแล้ว เพราะว่าการแถลงนี่มันเป็นสาระสำคัญ แต่ผมจะพูดต่อไปว่าปีหน้าท่านก็จะตั้งอีกครับ เป็นหนี้อีก จากวงเงินที่จะตั้งกรอบไว้ ๓.๓ ล้านล้านบาท ก็จะเป็นหนี้อีก ๕๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็คงเป็นเรื่องข้างหน้า แต่ผมจะฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีท่านคงจะต้อง พึงระมัดระวังในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง มาตรา ๔๙ ถึงมาตรา ๖๐ เป็นส่วนสำคัญ มาตรา ๔๙ ถึงมาตรา ๖๐ พูดถึงเรื่องอะไร พูดถึงเรื่องการดำเนินงานของกระทรวงการคลัง ว่าจะต้องการหาเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจะต้องทำไมครับ ต้องสอดคล้องกับ สถานะของเงินคงคลังโดยคำนึงถึงประมาณการรายได้และแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ ในแต่ละช่วงเวลา หากระหว่างปีสามารถเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการหรือเบิกจ่ายรายได้ ต่ำกว่าประมาณการให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดวงเงิน เงินกู้ก็ได้ตามความเหมาะสม เหลืออีก ๗-๘ เดือน เงินจะใช้หมดหรือเปล่า จำเป็นจะต้องเอาเงินกู้อันนี้มาใช้หรือเปล่า ผมว่าท่านอาจจะต้องไปทบทวนในประเด็นนี้ สิ่งสำคัญคือต้องพึงระมัดระวังถึงผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยเฉพาะยึดโยงต่ออะไรครับ ยึดโยงต่อตัวเคพีไอ (KPI) ตัวเป้าหมายและสิ่งสำคัญคือผลผลิตหรือโครงการที่จะต้องใช้ก็ให้คำนึงถึงว่าเม็ดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะต้องแตะให้ได้ครับ มิติของอะไร ของเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ เชิงเวลา และเชิงค่าใช้จ่าย ต้องให้ครบถ้วน ไม่อย่างนั้นการใช้เงินผมว่าไม่สะเด็ดน้ำ ก็คงจะ ลดทอนหรือตัดลงไปก็ได้เพราะว่าจะปรับวงเงินไปตามผู้มีอำนาจครับ ผู้มีอำนาจก็คงเป็น สำนักงบประมาณ จึงจะเป็นคำถามที่จะถามในข้อนี้ว่า ในการนำเงินกู้จำนวนดังกล่าวมาจ่าย จะนำไปใช้ในหน่วยรับประมาณใดเพื่อสร้างผลผลิตหรือโครงการใดที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๒ และที่สำคัญ คือรัฐบาลเป็นหนี้เงินกู้ในภาพรวมของประเทศจำนวนเท่าใด ขอทราบวิธีการหาเงินมาใช้หนี้ เงินกู้ดังกล่าวด้วยวิธีใด เมื่อไรที่คาดว่าจะหมดหนี้เงินกู้ดังกล่าวนี้ได้ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณ ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาลนะครับ จากคำถามที่ว่าขณะนี้รัฐบาลมีเงินกู้อยู่เท่าไร ก็ขอเรียน ชี้แจงว่าเงินกู้สำหรับการที่จะมาช่วยในการที่ขาดดุลงบประมาณ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ขณะนี้มีเงินกู้รวมที่กู้มาโดยตลอดนั้นรวมอยู่ที่ ๔.๑๙ ล้านล้านบาท และเงินกู้รวมทั้งสิ้น เงินกู้รวมทั้งสิ้นนั่นหมายถึงว่ารัฐวิสาหกิจและเงินกู้อื่น ๆ รวมอยู่ที่ ๖.๙ ล้านล้านบาท ถือเป็นสัดส่วน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ตามกฎหมายที่มีซิลลิง (Ceiling) อยู่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังต้องถือว่ายังอยู่ในวินัยการเงินการคลัง และยังอยู่ในวินัยที่ต่ำอยู่ ยังมีความปลอดภัยสูงอยู่นะครับ🔗

ส่วนถามว่าแล้วรัฐบาลจะนำเงินจากที่ไหนมาชำระเงินกู้เหล่านี้ ขอเรียนว่า ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังนั้นกำหนดให้รัฐบาลจัดสรรเงินมาชำระเงินกู้เหล่านี้ ในปีละร้อยละไม่ต่ำกว่า ๒.๕ ของเงินงบประมาณ ซึ่งในปี ๒๕๖๓ นั้นรัฐบาลได้ตั้งไว้ถึง ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๘๙,๖๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะชำระเงินกู้เหล่านี้นะครับ ก็คงตอบ ในข้อที่ ๒ ตามนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามนะครับ กระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๓ นั้น ตามที่เรียนไว้แล้วก็คือว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมขอเลื่อนไปตอบในวันพุธที่ ๑๙ นะครับ เป็นกระทู้ถามของท่านมานพ คีรีภูวดล เราใช้เวลากระทู้ถามประมาณ ๓ ชั่วโมง รวมทั้งที่ปรึกษาด้วยก็ใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้าสู่วาระต่อไปนะครับ ตามที่ผมได้เรียนไว้ก็ขอเชิญสมาชิกเข้ามาในห้องประชุม เพื่อร่วมยืนไว้อาลัยนะครับ🔗

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๘ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ เสียชีวิตเป็นจำนวนมากแล้วก็บาดเจ็บหลายคน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติและไม่เคยปรากฏ มาก่อน เพื่อแสดงความไว้อาลัยแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เสียชีวิต ผมขอเชิญชวนพวกเราทั้งหลายได้ร่วมยืนไว้อาลัย ๑ นาทีนะครับ ขอเชิญครับ🔗

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาที)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากนะครับ เชิญนั่งครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน ประธานในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุมครับ จากนี้ไปก็จะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๓ เรื่อง ปัญหาการเข้าซื้อกิจการ มหาวิทยาลัยเอกชนของไทย (ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒)🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นางอรสา ภาววิมล รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา ๒. นางอภิชญา กิจเจา นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักประสานและส่งเสริมกิจการอุดมศึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผมก็ได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม จำนวน ๓ ท่าน ๑. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ๒. นายภาณุวัฒณ์ จารุกิจ ๓. นายอรรฆพันธ์ อภิรักษ์พงศ์ ทั้งนี้ก็ขอแจ้งให้ผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมได้ทราบ ต้องขอความร่วมมือ จากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาฟังการประชุม ขอความกรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบของ สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อที่ ๔ ซึ่งกำหนดว่าผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และในระหว่างฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องรักษา มารยาทและประพฤติตนให้เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ใน ความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ ที่กระทำ การใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในขณะเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรห้ามใช้เครื่องมือวัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นเขตห้องการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเข้าสู่ กระทู้ถาม ขอเชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ถามครับ และขอเชิญท่านรัฐมนตรี เตรียมตอบ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะตั้งกระทู้ถามในเรื่องของการเข้าซื้อกิจการมหาวิทยาลัยเอกชนของไทย โดยจะขออนุญาตตั้งคำถาม ๓ คำถามรวดเดียว ทีเดียวเพื่อสะดวกในการที่จะตอบนะครับ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันนี้บทบาทของจีนได้ขยายตัวเข้ามาในภูมิภาคของเรา อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ในประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน หรือแม้กระทั่งในการศึกษาก็ตาม แล้วเราก็พบว่าวันนี้มหาวิทยาลัยของไทยก็มีสภาวะที่มีปัญหาคือการขาดแคลนนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยเอกชน จึงทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนจำเป็นจะต้องอยู่รอดก็เปิด ประตูที่จะรับเอกชนจีนที่จะเข้ามามีบทบาทและส่งนักศึกษาจีนเข้ามา จากสภาพดังกล่าวนี้ เองถ้าย้อนกลับไปดูประเด็นสำคัญก็จะพบว่าประเทศจีนมีนโยบายใหญ่ที่เราเรียกว่า ๑ แถบ ๑ เส้นทาง หรือ วันเบลต์ วันโรด (One belt One road) ที่เข้ามามีบทบาทในการขยาย อิทธิพลของจีนเข้ามาในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชียของเรา ผ่านการลงทุนในการสร้างเครือข่ายระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ (Logistic) ต่าง ๆ ทั้งในทางน้ำแล้วก็ทางบกอย่างกว้างขวาง ซึ่งบทบาทดังกล่าวนี้เองส่งผลทำให้จีนเข้ามา เริ่มต้นในการดำเนินกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้าการลงทุนเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิภาคของเรา อย่างเช่นในวันนี้เราจะเห็นว่าธุรกิจทางด้านอาหาร ธุรกิจผลไม้ ธุรกิจการ ท่องเที่ยว ธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสารสนเทศหรือไอที (IT) บริษัทของจีนได้เข้ามาในภูมิภาคนี้ แล้วก็ในประเทศไทยของเราอย่างมากมาย แล้วก็การทำธุรกิจตรงนี้เองแน่นอนบริษัทจีน เหล่านั้นก็ต้องการแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านั้นที่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นมันก็เกิดปรากฏการณ์ควบคู่กันมาในช่วง ๕-๖ ปี ที่ผ่านมาคือมีนักศึกษาจีนเข้ามาเรียนอย่างกว้างขวางในประเทศไทยของเรา แล้วก็เข้ามา มากขึ้นในอัตราเพิ่มที่น่าตกใจ แล้วที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือเมื่อพบนักศึกษาเหล่านี้จบแล้ว มีจำนวนเยอะมากไม่กลับประเทศ หลายคนแต่งงานกับคนไทย บางคนก็ไม่ได้แต่งงาน แต่ก็ตั้งบริษัททำธุรกิจ ท่านประธานก็คงจะทราบว่าวันนี้ถ้าไปดูแถวเวิ้งนครเกษมร้านค้า ซึ่งเคยเป็นของคนจีนในยุคแรก วันนี้เป็นของคนจีนยุคใหม่ที่จบจากมหาวิทยาลัยของไทย อยู่ค่อนข้างมาก แล้วนักธุรกิจเหล่านี้ก็เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางในทางธุรกิจแล้วก็ เป็นเครือข่ายที่เป็นระบบทีเดียว อาจจะเรียกว่าถ้าไม่ระมัดระวังแล้วก็จะนำไปสู่การผูกขาด ถ้าไม่อยู่ในระบบนี้ก็ไม่สามารถจะทำธุรกิจกับจีนได้เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นจากสภาพการณ์ ที่เกิดขึ้นก็ได้มีเอกชนของจีนได้เข้ามาประสานกับมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยแล้วก็ได้มีการ ซื้อกิจการเอกสารของไทยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไปแล้ว ๒-๓ แห่ง แล้วในมหาวิทยาลัย เหล่านั้นก็มีนักศึกษาจีนเขามาอย่างมหาศาลมากมาย การเรียนการสอนก็เปลี่ยนเท่าที่ได้ ฟังข้อมูลบางแห่งหลักสูตรก็ไม่ต้องเรียนภาษาไทยเลยเป็นภาษาจีนหมดเลย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของมหาวิทยาลัยของไทยที่ได้กำหนดไว้ และยิ่งไปกว่านั้น ที่สำคัญก็คือว่ามีบริษัทจีนแล้วก็นักศึกษาจีนบางส่วนที่มีฐานะแล้วมาเรียน บริเวณรอบ ๆ มหาวิทยาลัยตึกแถวเหล่านั้นคนจีนซื้อหมดเลยท่านประธาน คนจีนซื้อหมดเลยเปิดร้านค้า คอฟฟี ช็อป (Coffee shop) ร้านขายของอะไรต่าง ๆ มากมายจนแทบจะกลายเป็นไชนาทาวน์ (Chinatown) ไปแล้วในมหาวิทยาลัยเหล่านั้น ซึ่งตรงนี้เองมันเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่ามันไม่ใช่ เป็นเรื่องของการที่นักศึกษามาเรียนในประเทศไทยแล้ว มันเกิดกระบวนการสร้างระบบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับจีนขึ้นในประเทศไทย ผ่านนักศึกษาจีนที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยดังกล่าว จากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้เอง ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องมาทบทวน ผมขออนุญาตเรียนที่ผมตั้งกระทู้ถามนี้ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วยกับจีนแล้วก็ รังเกียจประเทศจีน ไม่ใช่ แต่ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องเข้ามาดูว่าการเข้ามาของประเทศจีน ในลักษณะที่เราเห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีส่วนในการที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ของเราในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสมมติว่าประเทศจีนซึ่งทุนเขาหนามาก ผมคิดว่าสร้าง มหาวิทยาลัยเอกชนของเขา แล้วบริษัทเอกชนของเขา ผมคิดว่าซื้อมหาวิทยาลัยเอกชนของเรา ทุกแห่งก็ยังซื้อได้ แล้วการที่จีนอ้างว่ามีนักศึกษาของเขาปีละหลายล้านคนที่เข้าเรียนไม่ได้ ผมคิดว่าเขาสร้างโรงพยาบาลอู่ฮั่นภายในไม่ถึง ๑๐ วันเขาสร้างมหาวิทยาลัยได้ผมคิดว่า ภายในไม่เกิน ๓ เดือนด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นรัฐบาลจีนก็ไม่เลือกที่จะทำอันนี้ แต่เปิดให้กับ นักศึกษาจีนแล้วก็บริษัทเอกชนของจีนเข้ามาเทกโอเวอร์ (Take over) กิจการมหาวิทยาลัย เอกชนของไทย ตรงนั้นผมคิดว่ามันมีส่วนที่เราไม่ควรจะมองข้ามไปว่าสัมพันธ์กับนโยบาย ใหญ่ในเชิงยุทธศาสตร์ของจีนที่เข้ามาในภูมิภาคนี้หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นถ้าสมมติฐานนั้น เป็นจริงผมคิดว่ามันจะกระทบกับประเทศไทยในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย หรือระบบการศึกษาโดยตรง การค้าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นเราก็ได้เห็นแล้ววันนี้ในภาคเหนือ พอพูดถึงล้งลำไยก็จะกลายเป็นล้งจีนทั้งหมด แล้วก็ดำเนินกิจการทุกอย่าง แล้วทุกอย่าง พอสภาพสวนลำไยเสียหายแล้วจีนก็เลิกกลับบ้านแล้วก็ทิ้งที่ดินที่แข็ง ต้นลำไยที่ออกลูกไม่ได้ แล้วให้กับคนไทยที่จะฟื้น และเราก็ฟื้นไม่ได้จริง ๆ แล้วในขณะนี้ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ด้วยเช่นกัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่าเราจะต้องพิจารณา ควบคู่ไปด้วยไม่ใช่เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยแต่เพียงอย่างเดียว นั่นหมายความว่าแม้กระทั่ง ของความมั่นคง ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าผมได้พบด้วยตัวเองคือมหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งในภาคเหนือ เอกชนของจีนเสนอเข้ามาเปิดหลักสูตรขับโดรน (Drone) แล้วก็ส่งโดรน (Drone) เข้ามา ถ้าท่านประธานจำได้เมื่อประมาณสัก ๒-๓ ปีที่แล้วจะส่งโดรน (Drone) เข้ามาหลายร้อยเครื่องให้กับมหาวิทยาลัยแห่งนั้น แล้วก็ให้นักศึกษาไทยไปขับโดรน (Drone) ทั่วภาคเหนือเลย ความหมายตรงนี้คือการเก็บข้อมูลทางการวิจัยครับท่านประธาน แล้วผมอยู่ ในเหตุการณ์นั้น ผมก็พูดกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยแห่งนั้นว่าท่านทำอันนี้ไม่ได้ อันนี้คือ การเอาข้อมูลทางด้านธรรมชาติวิทยาของประเทศไทยไปให้กับจีนในราคาที่ถูกมาก อย่างนี้ เป็นต้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาต ท่านกนกไม่อยากขัดจังหวะท่าน แต่ว่าท่านเหลือเวลา ๒.๓๑ นาที ต้องถามแล้ว🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ผมกำลังจะถาม ๓ คำถามแล้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลและความเป็นห่วงดังกล่าวนี้เอง ผมจึงขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมว่า🔗

คำถามที่ ๑ ท่านมีวิธีการตรวจสอบการเข้าถือหุ้นและการเข้าซื้อกิจการ มหาวิทยาลัยของจีนว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร แล้วก็มีพฤติกรรมไปอย่างที่ผม เป็นห่วงหรือไม่อย่างไร นั่นคือคำถามที่ ๑🔗

คำถามที่ ๒ ก็คือว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีมาตรการในการที่จะแก้ไขผลกระทบทางสังคมทางเศรษฐกิจแม้กระทั่งความมั่นคงที่ผมได้ กล่าวไปแล้วจากการเข้ามาจัดการศึกษาของจีนในมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่จะทำให้เรารักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติของเราไว้ได้🔗

คำถามสุดท้ายก็คือกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีมาตรการที่จะควบคุมการบริหารการจัดการศึกษาของจีนในมหาวิทยาลัยเอกชนของไทย ให้ได้คุณภาพตามเจตนารมณ์ของการตั้งมหาวิทยาลัยในประเทศไทย หมายความว่านักศึกษา ที่มาเรียนก็ต้องมีความรู้สึกที่ดีกับประเทศไทย มีความหวังดีกับประเทศไทย เข้าใจคนไทย แทนที่จะใช้มหาวิทยาลัยเป็นเครื่องมือเพื่อการหาประโยชน์จากประเทศไทยตามที่กราบเรียน ไปแล้วก็ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางใน ๓ ประเด็นนี้ที่จะแก้ไขปัญหา และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติของเราอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี สุวิทย์ครับ🔗

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้อง ขอประทานโทษที่คราวที่แล้วมีการเลื่อนการตอบกระทู้ถามไป เนื่องจากติดภารกิจ ต้องขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์กนกที่ได้นำประเด็นสำคัญนี้มาคุยกัน ผมอยากเรียน ในภาพรวมสั้น ๆ ก่อนว่าเรื่องของจีนนั้นอย่างที่เราทราบกันก็คือเป็นเรื่องของการที่เขาเริ่ม จะมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งมาจากความมักง่ายของพวกเรากันเองไม่ว่า ตอนที่ผมเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยที่อยู่กระทรวงพาณิชย์ เรื่องล้งจีนก็เกิดแล้ว แล้วก็ตามมาด้วย เรื่องของทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างนี้เป็นต้น ก็คิดว่าในเรื่องของการศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งมิติที่มาจาก การขยายอิทธิพลอันนี้เราก็คงตรงไปตรงมาในส่วนนี้ ประเด็นสำคัญก็คือว่า ๑. ทางจีนเอง อย่างที่บอกเขาก็คงจะมีในส่วนที่ทั้งโดยสภาพธรรมชาติที่เขาบอกว่ามีจำนวนมหาวิทยาลัย จำกัด ดังนั้นเขาถึงต้องให้ส่วนที่เหลือไปศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งอันนี้ไม่ได้เกิดปรากฏการณ์ แค่ประเทศไทย อย่างในประเทศอังกฤษหรือว่าในยุโรปหลายประเทศก็เกิดปรากฏการณ์ เดียวกันที่จะมีนักศึกษาจีนเป็นจำนวนมากอยู่ในมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งนั่นคือ เรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ พร้อมกันนั้นผมก็เชื่อว่าอาจจะมีในเรื่องของจุดประสงค์ทางธุรกิจ หรือว่าอะไรที่เป็นผลพวงตามมาก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับท่านอาจารย์กนกในเรื่องนี้ ผมคิดว่า อย่างนี้ครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ แต่เรื่องที่ ๒ ในสภาวะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยก็คือเรากำลังเผชิญ กับภาวะที่เรียกว่าสังคมสูงวัย เพราะฉะนั้นคนก็เรียนมหาวิทยาลัยน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมสูงวัยเริ่มเห็นผลชัดในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา แต่อีกเรื่องหนึ่งก็ต้องมองในด้านบวกก็ต้อง ขอชมเชยทางมหาวิทยาลัยเอกชนที่เขามองว่าเหตุที่เกิดสังคมสูงวัยทุกคนหดตัวลงเขาจึงต้อง ไปหาตลาดต่างประเทศหลายมหาวิทยาลัย บางมหาวิทยาลัยก็ไปตั้งหลักอยู่ที่ประเทศพม่า หรือว่าประเทศในอาเซียนแต่บางส่วนก็ไปเอาจากจีนมา แต่อย่างที่บอกว่าจากประเทศจีนมา มีอยู่ ๒ วิธี เอาแบบมักง่ายก็คือผ่านโบรกเกอร์ (Broker) แล้วก็มาบริหารจัดการ อีกส่วนหนึ่ง คือแบบที่ระยะยาวหน่อยก็คือว่าเขาค่อนข้างที่จะทำเป็นเรื่องราว อย่างมากก็คือเป็นในลักษณะ ของการจอยต์ โปรแกรม (Joint program) กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนสรุปคร่าว ๆ ก็คือ ณ วันนี้ในแง่ของบริบทของนักศึกษาจีน มีประมาณเป็น ๑๐,๐๐๐ คน มหาวิทยาลัยหลักที่เป็นเอกชน มหาวิทยาลัยแรกรับเกือบ ๓,๐๐๐ กว่าคนแล้ว ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็เรียนอย่างนี้ว่าที่เราเช็คกันดูในหลักสูตร ที่เขาเปิดมามีอยู่ ๓ หลักสูตรด้วยกันโดยส่วนใหญ่ ๑. คือเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษก็คือ สำหรับคนจีนที่พอมีฐานะหน่อย แล้วเขาอยากจะมาเรียนในบริบทของประเทศไทยนี้ ส่วนที่ ๒ คือหลักสูตรที่เป็นภาษาไทย ส่วนที่ ๓ คือหลักสูตรที่เป็นภาษาจีน ตรงนี้ก็เป็นสิ่ง ที่อยากจะเรียนแบ็กกราวด์ (Background) ให้ทางท่านประธานได้ทราบไว้ในส่วนต่อมาสิ่งที่ ผมคิดว่ามีอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่น่าเป็นห่วง อันที่ ๑ ก็คือเรื่องที่ว่าพอมหาวิทยาลัยบางแห่ง เขาอ่อนแอ เพราะฉะนั้นจีนเองก็อยากจะเข้ามาจะเรียกว่าการครอบงำหรืออะไรก็ตาม ก็จะมาในลักษณะของการซื้อกิจการ นี่คือประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าผลพวงอย่างที่ ท่านศาสตราจารย์กนกได้พูดไว้ก็คือผลพวงจากการที่เขามาศึกษาในเมืองไทยแล้วเขาไม่กลับ แล้วก็มาทำมาหากินบ้าง ผมว่าเป็น ๒ ประเด็นเท่าที่ฟังดู ผมอยากเรียนตอบใน ๒ ประเด็น คร่าว ๆ ดังต่อไปนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องของการถ้ามองในแง่กฎหมาย ผมคิดว่าตรงนี้จริง ๆ มันจะต้อง เป็นในเรื่องของกิจการซื้อกิจการหรืออะไรก็ตามไม่ใช่เรื่องของกระทรวง อว. โดยตรง หรือกระทรวงการอุดมศึกษาโดยตรง เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะต้องมีการเช็ก (Check) ดูว่าสัดส่วนของผู้ถือหุ้นในบริษัทนิติบุคคลผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้ง มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แล้วก็มีการถือครอง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมีการถือครองโดยผู้ถือหุ้น ชาวไทยแล้วก็ต่างด้าวมีสัดส่วนเท่าไร ซึ่งตรงนี้ก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจต่างด้าว ของปี ๒๕๔๒ เรื่องที่ ๓ ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรามีข่าวเรื่องนี้ขึ้นมาทางกระทรวง อว. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเราตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพราะว่าได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีไปด้วยว่า เรามีคณะทำงานขึ้นมา เราได้ร่วมมือกับทางด้านของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช็ก (Check) ดู ผลการตรวจสอบพบว่าการถือหุ้นในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมีชาวจีนเข้ามาถือครองหุ้น ๒ แห่ง แต่ไม่ได้ถือครองหุ้นเกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำหนดเอาไว้ อันนี้ก็คือ โดยนิตินัยโดยอะไรผมคิดว่าก็คงจะยังเป็นเรื่องที่อยู่ในกฎหมายนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านศาสตราจารย์กนกได้ถามถึงว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเราจะมี การบริหารจัดการมาตรการแก้ไขอย่างไร ขอเรียนไว้ว่าตอนนี้เราทำงานกันเป็น ๗ หน่วยงาน ทำงานร่วมกัน ๗ หน่วยงานนี้ก็จะมีตัวกระทรวง อว. เอง โดย สกอ. ณ ตอนนี้เราดูแลกำกับ สิ่งที่มีความสำคัญที่เป็นหน้าที่ของเราโดยตรงก็คือเรื่องของมาตรฐานกับเรื่องของคุณภาพ ของการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หน่วยงานที่ ๒ ก็คือกรมพัฒนาธุรกิจ การค้าอย่างที่ได้กราบเรียนไว้ในเรื่องของการเช็ก (Check) ดูว่ามันมีการถือหุ้นแทนหรือที่เรา เรียกว่า นอมินี (Nominee) ของนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตหรือไม่ ๓. ก็คือทางกระทรวง ต่างประเทศท่านประธานก็คือกรมการกงสุล ซึ่งจะมีการกำหนดรูปแบบของเอกสารที่สถาบัน ศึกษาเอกชนจะออกให้กับนักศึกษาต่างประเทศเพื่อจะเข้ามา ตรงนี้เราพยายามที่จะออกให้ มันมีมาตรฐานเดียวกัน แล้วก็ง่ายต่อการตรวจสอบในการที่จะลดการปลอมแปลงเอกสาร ต่าง ๆ เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางกรมการกงสุลได้จัดการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว หน่วยงานที่ ๔ ก็คือ เรื่องของสำนักงานตรวจสอบคนเข้าเมืองเพื่อจะให้มีการบังคับใช้ตามกฎหมาย แล้วตำรวจ ก็มีการเฝ้าดูว่ามีหนังสือจีนที่ลักลอบทำงานหรือไม่ ที่สำคัญก็คือตัวของสภาความมั่นคง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วเราก็ทำงานกันโดย ๗ หน่วยงาน บางเรื่อง เป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะออกไปสู่สาธารณชนได้ก็เป็นเรื่องที่เราเฝ้าติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่นักศึกษาเองจบแล้วยังทำงานต่อเป็นเรื่องที่เรากำลังเฝ้าระวังในเรื่องนี้กันอยู่🔗

ส่วนเรื่องที่ ๓ ที่ท่านได้พูดถึงว่าจะทำอย่างไรให้มีการควบคุมการบริหาร จัดการเพื่อให้ได้คุณภาพตามเจตนารมณ์การศึกษาของไทย เรามีอยู่ ๖-๗ มาตรการสำคัญ อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลผู้รับใบอนุญาตโดย อว. ในส่วนที่ ๒ เราสามารถ ควบคุมในระดับของการถือหุ้นอาจจะเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ แต่ว่าพอเรื่องของการ ตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือผู้ทรงคุณวุฒินั้นเป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้วมากกว่า กึ่งหนึ่งจะต้องเป็นสัญชาติไทย อย่างนี้เป็นต้น แล้วที่สำคัญก็คือเรื่องของรับทราบการแต่งตั้ง อธิการบดีของมหาวิทยาลัยก็ตามเกณฑ์ต่าง ๆ ก็เป็นไปตามที่เราได้กำหนดไว้ เรื่องต่อมา ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญก็คือเรื่องของการบริหารการเงินแล้วก็บัญชีเป็นเรื่องที่เรา จะต้องเข้าไปดู ซึ่งปัจจุบันเราก็ได้เข้าไปดูในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แล้วก็เรื่องของกรอบมาตรฐาน เกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษาแล้วก็การประกันคุณภาพเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยของทาง อว. กราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทั้งเชิงเศรษฐกิจแล้วคืนความมั่นคง แล้วก็เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องมีการทำงานเชิงบูรณาการของหลายกระทรวง พร้อมกันนั้น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว. เราก็ได้พยายามที่จะยึดตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่ง ณ วันนี้ ในชั้นต้นเท่าที่ดูมายังไม่มีอะไรที่แปลกแยกไปจากที่ควรจะเป็น แต่เป็นเรื่องที่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ กราบเรียนท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ รัฐมนตรี ท่านกนกมีอะไรจะถามอีกไหม ถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเวลาสั้น ๆ ตรงนี้ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง ทีนี้ประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญ ก็คือว่าทางกระทรวงมี พ.ร.บ. การจัดการศึกษาอุดมศึกษาเอกชนอยู่ ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ มันล้าหลังมากกับบริบทที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการกำกับและตรวจสอบต่าง ๆ ก็อยากขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางที่จะรื้อ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่อย่างไร ในความเห็นส่วนตัวก็อยากเสนอให้ท่านรัฐมนตรีรื้อ พ.ร.บ. นี้ใหม่ก็ขออนุญาตเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จริง ๆ แล้ว ท่านรัฐมนตรีเหลือเวลาอีก ๔ วินาที แต่เพื่อประโยชน์ของการศึกษา ผมอนุญาตให้ตอบ เกินเวลาได้บ้างเล็กน้อย เชิญครับ🔗

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ต้องเรียนว่า ณ วันนี้อย่างที่เราทราบ กันดีว่าโลกมันเปลี่ยนเร็วมาก ขณะที่ พ.ร.บ. หลาย พ.ร.บ. ยังไม่ทันกับโลก ทาง อว. พอดีมีการ ตั้งคณะกรรมการอยู่คณะหนึ่งที่เราเรียกว่าเป็นคณะกรรมการปฏิรูปการอุดมศึกษาที่ตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็แต่งตั้งท่านอาจารย์ศักรินทร์แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในนั้นมีหน้าที่ ในการที่จะปลดล็อก เพราะว่าเนื่องจากว่าเราเป็นกระทรวงใหม่ แล้วก็ พ.ร.บ. บางอัน มันก็เขย่งกันอยู่ เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องที่ไม่ทันสมัยเป็นเรื่องที่ไม่ตอบโจทย์ ในปัจจุบันจะเอาเข้าคณะกรรมการชุดนี้ ตอนนี้อาจารย์บวรศักดิ์เองแล้วก็อาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ก็คอยดูในเรื่องของตัวกฎหมายต่าง ๆ หรือกฎระเบียบที่ไม่ทันสมัย ก็คิดว่าตามที่ ท่านศาสตราจารย์กนกได้เสนอแนะมาผมคิดว่าเดี๋ยวจะเอาเรื่องของ พ.ร.บ. อุดมศึกษา ภาคเอกชนเข้าไปทบทวน ส่วนว่าออกมาแล้วจะเป็นอย่างไรก็คงจะเข้าสู่โพรเซส (Process) ปกติของทางสภาต่อไป🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือเป็นการถาม ตอบกระทู้แยกเฉพาะ กระทู้ที่ ๑ ของวันนี้จบสมบูรณ์ต้องขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ท่านสุวิทย์ เมษินทรีย์ ขอบคุณท่านมากที่ให้เกียรติห้องกระทู้ถามเฉพาะ ของพวกเรา🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๓ เรื่อง การวางแผนช่วยเหลือ ชาวนาที่ขาดแคลนน้ำปลูกข้าวในอีก ๒ เดือนข้างหน้า สำหรับพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หน จังหวัดสุพรรณบุรี (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓)🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายน้ำมนต์ งามปัญญา หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เจ้าเจ็ด บางยี่หน ๒. นายประยูร เย็นใจ ผู้เชี่ยวชาญกรมชลประทานด้านจัดสรรน้ำ ก็น่าเห็นใจ ถ้าถามเรื่องขาดแคลนน้ำเลื่อนมาหลายอาทิตย์แล้ว ข้าวก็น่าจะตายไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ถ้าวันนี้ ได้เลื่อนได้อีกต้องให้ท่านณัฐวุฒิตามไปถามรัฐมนตรีที่จังหวัดสุพรรณบุรีไปถามกันที่นั่นเลย ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเตรียมตอบกระทู้แล้วก็เชิญ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณถามเลยครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายมีเวลาฝ่ายละ ๑๐ นาที ขอบคุณครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องจากว่า ทุ่งเจ้าเจ็ดบางยี่หนซึ่งเป็นทุ่งรับน้ำของกรมชลประทานซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานีเป็นหนึ่งใน ๑๓ ทุ่งรับน้ำของกรมชลประทาน ในฤดูน้ำหลากของทุกปี แต่ปรากฏว่าในปีนี้น้ำน้อยไม่ท่วมทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หน ดังนั้นพี่น้อง เกษตรกรชาวนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งประกอบไปด้วยตำบลจระเข้ใหญ่ ตำบลไผ่กองดิน ตำบลองครักษ์ ตำบลกฤษณา ตำบลสาลี และตำบลตะค่า ในเขตพื้นที่ อำเภอบางปลาม้า รวมทั้งในพื้นที่อำเภอสองพี่น้องประกอบไปด้วยตำบลบ้านช้างและ ตำบลบางตาเถร จึงได้ทำนากันในพื้นที่นี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เมื่อลงมือทำนาไปแล้วปรากฏว่า น้ำลดลงทุกวัน ๆ ละ ๑๐ เซนติเมตร๑๐ เซนติเมตร ๑๐ เซนติเมตร จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผมได้ประสานงานแม้แต่ท่านรัฐมนตรีก็กรุณาช่วยผม มีอยู่คลองหนึ่งคือ คลองศาลเจ้า หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลสาลีไปออกวัดเสาธงไปออกบึงคาก็ประสานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็ประสานไปยังผู้อำนวยการวีระชัย ที่โครงการเจ้าเจ็ด บางยี่หน ผู้อำนวยการวีระชัย จิตบรรเทา ท่านก็สั่งเรือกำจัดผักตบชวาไปขุดลอกคลองดังกล่าวทันที พี่น้องเกษตรกรชาวนาเขาก็ขอบคุณมาด้วย เพราะว่าน้ำสามารถไหลไปในท้ายคลองได้ ทำให้ เกษตรกรมีน้ำมาช่วยชาวนาได้ในขณะนั้น รวมทั้งท่านดนยา วรรณทอง หัวหน้าโครงการ ท่านก็ประสานงานกับกลุ่มผู้ใช้น้ำต่าง ๆ ว่าทำอย่างไรจึงจะจัดเวรกันสูบน้ำเข้ามาในพื้นที่ ดังกล่าวด้วย รวมทั้งท่านรุ่งโรจน์ พึ่งอ่อน หัวหน้าจัดสรรน้ำโครงการเจ้าเจ็ด บางยี่หน ก็ได้ประสานงานทุกฝ่าย รวมทั้งท่านรองอธิบดีทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ท่านก็ช่วยประสานงาน จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าสถานการณ์ในทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หนพี่น้องเกษตรกรชาวนามีผลอย่างไรบ้างในพื้นที่ดังกล่าว กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีประภัตรตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ผู้ถามกระทู้และพี่น้องข้าราชการ ผมจะต้องบรรยายเล็กน้อยเพื่อให้ได้มองเห็นภาพว่าระบบส่งน้ำในเขตของลุ่มน้ำเจ้าเจ็ด บางยี่หน เป็นอย่างไร ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งที่ทุกคนมีความเข้าใจและเห็นใจ แล้วผมต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ที่มีความตั้งใจและเอาใจใส่ถึงปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็บ บางยี่หนนั้นเป็นทุ่งรับน้ำที่ใหญ่ เนื้อที่รวมกับบางส่วนของจังหวัดอยุธยาแล้วเกือบ ๑ ล้านไร่ไม่ใช่น้อย เฉพาะเขตของเจ้าเจ็ด บางยี่หนซึ่งเป็นการทำนาเรียกว่านาปรังก็ว่าได้ เพราะว่าการทำนาของลุ่มน้ำท่าจีนแล้วก็ เจ้าพระยาจะไม่เหมือนกัน ในส่วนตอนบนของลุ่มน้ำท่าจีนเขาจะทำก่อน แล้วพอถึงหน้าน้ำ น้ำก็จะมารวมเป็นท้องกระทะที่เขตเจ้าเจ็ด บางยี่หน ดังนั้นน้ำตรงนี้ก็เป็นน้ำติดพันมาจาก ฤดูฝนด้วย แล้วก็ถึงเวลาน้ำหลากด้วย ดังนั้นชาวบ้านก็ใช้โอกาสที่ทุกคนก็ทราบดีว่าปีนี้ น้ำน้อย แต่ก็ต้องทำนาเป็นอาชีพของเขา ดังนั้นเมื่อเดือนธันวาคมท่านก็ทำนาไปเป็นส่วนใหญ่ ในขณะนี้ ท่านถามว่าปริมาณเป็นอย่างไร คือลุ่มน้ำเจ้าเจ็ด บางยี่หนจะรับน้ำจากแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำท่าจีนก็จะส่งน้ำโดยผ่านคลองเจ้าเจ็ด บางยี่หนส่งไปยังอำเภอเสนาไปลุ่มน้ำคือแม่น้ำ เจ้าพระยา เพราะอีกสายหนึ่งก็จะมีน้ำมาจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ซึ่งตรงนี้เป็นน้ำที่ปริมาณ มากทิ้งลงมายังแม่น้ำท่าจีน แล้วก็ห่างจากจุดที่ทิ้งน้ำ ๒ กิโลเมตรก็จะมีจุดสูบน้ำที่ส่งน้ำมายัง คลองพระยาบันลือ ตรงนี้จะส่งน้ำมาประมาณ ๔๒ กิโลเมตรเพื่อมาเข้าแม่น้ำเจ้าพระยามาดัน น้ำเค็ม น้ำเค็มจะดันขึ้นมาถึงเขตจังหวัดปทุมธานีเลย ดังนั้นคลอง ๒ สายขนาบทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หน ก็เป็นความคิดที่ชาวบ้านเห็นว่ามีน้ำมาอย่างนี้ก็ต้องทำนา ผมก็เห็นใจเขาต้องทำนา ขอตอบว่าน้ำพอไหม ในขณะนี้น้ำพอ พอที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และเป็นหน้าที่ ของกรมชลประทาน เพราะเป็นฤดูการทำนาของเขา เพราะเขาไม่ได้ทำแบบผิดฤดู เพราะว่า เขาต้องทำหลังจากที่ตอนบนทำแล้ว ตอนนี้น้ำพอไหม ทางชลประทานได้ชี้แจงว่าน้ำพอ เพราะเราทราบว่าการเก็บเกี่ยวของนางวดนี้จะเก็บเกี่ยวเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนนี้ส่วนหนึ่ง ปริมาณใช้น้ำก็จะลดน้อยลงไป ทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หนก็จะมีข้าวอยู่ประมาณ ๑๐๕,๐๐๐ ไร่ ๑๐๕,๐๐๐ ไร่ ในเดือนกุมภาพันธ์จากชลประทานไปสำรวจมาก็จะเก็บเกี่ยวประมาณ ๗๐,๐๐๐ ไร่ ก็จะเหลือเดือนมีนาคมอีกประมาณ๓๕,๐๐๐ ไร่ ผมคิดว่าปริมาณน้ำตรงนี้ คงจะพอช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้พอเพียงจนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ทั้งแปลงเลย อันนี้ขอตอบ ให้พี่น้องเกษตรกรและท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้เข้าใจว่าน้ำเรามีเพียงพอที่จะทำให้พี่น้องเก็บเกี่ยว จนถึงเดือนมีนาคมได้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐวุฒิ มีอะไรจะสอบถามอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรี เป็นข่าวดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในทุ่งเจ้าเจ็ด บางยี่หนในปีนี้ ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีต่อไป ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ขณะนี้น้ำเพียงพอ โดยเฉพาะน้ำที่นำมาจากโครงการเขื่อนวชิราลงกรณ์ผ่านฝายยางที่ตำบล จระเข้สามพัน อำเภออู่ทองลงคลองสองพี่น้องมาออกที่ประตูบางสาม ลงแม่น้ำท่าจีน สูบเข้าพระยาบันลือ น้ำเพียงพอ ถ้าน้ำเพียงพอครั้งนี้เก็บเกี่ยวไปแล้ว ถามว่าชาวนาจะทำต่อ มีน้ำเพียงพอไหมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิถามว่าปีนี้เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว จะมีน้ำทำนาหรือไม่ ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนว่าไม่น่าจะเสี่ยงครับ เพราะอะไรครับ ปริมาณน้ำตอนนี้ทุกคนทราบดีว่าเป็นระยะที่ฝนทิ้งช่วง แล้วอุตุนิยมวิทยาก็พูดชัดเจนว่า ปีนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นโอกาสที่จะมีน้ำมาช่วยเหลือยากมากครับ การที่จะทำนาปีในเดือนพฤษภาคมผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ทำกันหรือเปล่า เพราะทุกคน ก็ห่วงว่าปริมาณน้ำคงจะไม่พอ ก็อยากจะขอฝากพี่น้องเกษตรกรอย่าเพิ่งเสี่ยงเลยเพราะว่า เก็บเกี่ยวเที่ยวนี้แล้วขอให้หยุดก่อน ถ้ามีปริมาณน้ำหรือว่าพายุเข้ามามีน้ำฝนตกลงมาเพิ่มขึ้น เราจะประกาศว่าทำได้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐวุฒิ ยังมีอะไรข้องใจอีกไหมครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ขออนุญาตท่านประธาน ขอเรียนถามว่าเขาหยุดทำนาได้ แต่เขาหยุดรับประทานไม่ได้ เขาหยุดที่จะเลี้ยงครอบครัว ไม่ได้ เขาจำเป็นจะต้องมีรายได้ ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงระยะ ๓-๔ เดือนก่อนที่จะทำนารุ่นต่อไป ฯพณฯ รัฐมนตรี รวมทั้งรัฐบาล มีอะไรที่จะไปช่วยเหลือเขา สนับสนุนเขาในช่วงที่ยังไม่มีอาชีพใน ๓-๔ เดือนข้างหน้า ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจพี่น้องเกษตรกรต้องอยู่ด้วยการทำมาหากิน แล้วปีนี้ทุกคนเหมือนกันหมดฝนทิ้งช่วงแล้วก็ทำกินกันยากมาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้ ฝากเรื่องนี้ให้ผมช่วยดูแล จึงเกิดโครงการส่งเสริมอาชีพแล้วก็หารายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศในวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรียกว่าเงินต้น ๑ ล้านบาท ดอกเบี้ย ๑๐๐ บาท ๑ ปี ระยะกู้ ๓ ปี คราวนี้เราก็มาดูแล้วถ้าขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วประเทศเลย ภาคอีสานก็ดี ภาคเหนือก็ดี ภาคกลางก็ดี น้ำไม่มีเราก็ส่งเสริมให้มีอาชีพทางด้านปศุสัตว์ เวลานี้ปศุสัตว์ เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงแกะ เลี้ยงแพะ เลี้ยงไก่พื้นบ้านทุกอย่าง หมูด้วยก็ได้รับความตื่นตัว แล้วพี่น้องก็ยินดีที่จะเข้าโครงการนี้ในส่วนเจ้าเจ็ด บางยี่หนเป็นทุ่งรับน้ำ ผมอยากจะเสนอ อย่างนี้ได้ไหมให้พี่น้องเกษตรกร เพราะระยะสั้น ๓-๔ เดือนเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นน้ำมา พื้นที่ท่านก็ไม่มี อยากจะส่งเสริมให้เลี้ยงไก่พื้นเมืองซึ่งเรามีตลาดรองรับหรือเป็ดไข่ วันนี้ เป็ดไข่ขาดหลายล้าน วันหนึ่งเป็นล้านฟอง อยากจะฝากท่านณัฐวุฒิไปประชาสัมพันธ์เลยว่า ถ้าพี่น้องหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วอยากจะมีรายได้เสริมทำอาชีพรัฐบาลมีเงินกู้ให้ล้านละร้อย ที่เขาเรียกว่าล้านละร้อย ยินดีนะครับ โดยจัดให้พี่น้องจับกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน ๑๐ ราย เรามีวงเงินถึง ๑๐ ล้านต่อ ๑ กลุ่ม ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หนี้เสียก็กู้ได้ แต่ต้องจัดกลุ่ม เป็นวิสาหกิจชุมชน เราก็ส่งเสริมอาชีพ เช่น ไก่ เราประกันราคาเลยมีไก่ชน ตัวผู้ก็ไปเล่นกันได้ ตัวเมียก็ขาย ๑ กิโลกรัมเวลานี้เราขายไปเขมรวันละ ๕๐,๐๐๐ ตัว เขมรก็ซื้อประมาณ ๑๐๐ บาทเศษ แต่ถ้าเป็นพื้นบ้านก็ ๙๐ บาทเราซื้อได้ เราก็จะรวมส่งไปให้กับตลาดทางด้านเขมร ๒. เป็ดไข่เรารับประกันอยู่ที่ ๓.๖๐ บาท ถ้าพี่น้องเกษตรกรรับไปเลี้ยงบ้านละ ๒,๐๐๐ ตัว วันหนึ่งก็ได้รายได้หลายพันบาท แล้วก็เป็ดไข่รับไปวันรุ่งขึ้นไข่ได้เลย ไม่ต้องมาเลี้ยงตัวอ่อน ไม่ต้องไปไล่ทุ่ง ผมอยากจะฝากให้ท่านไปประชาสัมพันธ์ในเขตบางปลาม้าในเขตสองพี่น้อง ลาดบัวหลวง จังหวัดอยุธยาได้หมด โครงการนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอยากจะให้ผมออกมา ประชาสัมพันธ์แล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ ดังนั้นก็ฝากว่าหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว หันมาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่โดยมีราคาประกันครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการถามตอบกระทู้🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตถ้าสนใจโครงการจะไปติดต่อใครอย่างไรท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ก็ให้จัดกลุ่มกันในหมู่บ้านไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย แล้วไปพบกับเกษตรตำบลหรือเกษตรอำเภอ เพื่อขอจดเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเกษตรอำเภอเขาก็รับปากเลยว่าเขาจะจดให้เสร็จสิ้นภายใน ๗ วัน โดยมีนโยบายอย่างไร แล้วก็ ธ.ก.ส. เขาจะเขียนแผนธุรกิจให้ทุกอย่างและทุกคน มีความเข้าใจกันหมดแล้ว ผู้ปฏิบัติงานก็อยากจะฝากให้ไปเริ่มได้เลยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมถามเพื่อ เกษตรกรทั่วทั้งประเทศว่าโครงการนี้ไม่ได้ทำขึ้นเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรีทั้งประเทศใช่ไหมครับ ท่านตอบใส่ไมค์หน่อยครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ ตอนนี้ บางจังหวัดที่เราพูดกันคิก ออฟ (Kick off) เริ่มแล้ว อย่างภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสกลนครไปแล้ว ผมไปด้วยตนเอง ทางภาคใต้ก็จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง ภาคเหนือก็ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายที่ไปคิก ออฟ (Kick off) แล้ว จังหวัดสุโขทัย เวลานี้วัวราคา ๑๐๐ กว่าบาท ผมก็ดีใจที่เกษตรกรได้รับเงินแล้วราคาวัวที่เขาเลี้ยงอยู่เวลานี้ ๔ เดือนขายได้เลย เรียกว่าโคขุน โครงการนี้ ๔ เดือนจะได้เงินทุกโครงการโดยมีราคาประกัน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๒ ถือว่าสมบูรณ์เกษตรกรได้ประโยชน์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน และขอบคุณท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอบคุณมากครับ ขอเรียน ที่ประชุมและผู้ตั้งกระทู้ถามว่าเนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะตามระเบียบวาระ ๑.๓.๔ ด้วย ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้และการทำงานของท่านรัฐมนตรี ผมจึงขอสลับการถามตอบกระทู้ถามโดยขอนำกระทู้ถามที่ ๑.๓.๔ ขึ้นมาพิจารณาถามตอบ ก่อนกระทู้ที่ ๑.๓.๓ ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ ต่อไป🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๑ เรื่อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของชาวประมง ๒๒ จังหวัด (นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓)🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องของ กรมประมงเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายบรรจง จำนงศิตธรรม รองอธิบดีกรมประมง ๒. นายพัฒนพงศ์ ชูแสง หัวหน้ากลุ่มทะเบียนและ อนุญาตทำการประมง ๓. นายไกสฤษดิ์ พูลพาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มควบคุมการนำเข้าส่งออก และปัจจัยการผลิต ๔. นายสมชาย วิบูลย์พันธ์ หัวหน้ากลุ่มตรวจสอบแหล่งประมง ๕. นาย ยานยนต์ สราญรมย์ นิติกรชำนาญการพิเศษ ขอเชิญท่านพรเทพ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เตรียมตอบ เชิญท่านพรเทพครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๔๑ เนื่องจากทราบว่า มีหลายหน่วยงานที่จะต้องตอบ แต่ท่านกรุณาให้ท่านรัฐมนตรีมาตอบ ก็ขอบคุณท่านครับ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง ๒๒ จังหวัด ตามที่การประมงแห่งประเทศไทย ร่วมกับชาวประมง ๒๒ จังหวัดชายทะเลได้สะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อนจากการออก กฎหมายระเบียบประกาศและมาตรการต่าง ๆ ซึ่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอาชีพประมง ตลอดจนธุรกิจต่อเนื่องซึ่งแม้ว่าได้มีการประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขกับตัวแทนของ กระทรวงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนดังที่มีปัญหาอยู่ ซึ่งผลให้มีการรวมตัวกันไป ที่กระทรวงเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ เพื่อยื่นหนังสือให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาตรงนี้ ผมขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจะได้ถาม ๒ ข้อตามระยะเวลาที่ผมได้มีอยู่ อาชีพประมง เป็นอาชีพที่อยู่กับคนไทยมานานน่าเห็นใจมาก แล้วก็การติดต่อสื่อสารก็ไม่ดี เพราะพี่น้อง บางท่านก็ไม่ได้อยู่บนบกเหมือนเรา ออกทะเล ๑๐ วัน ๑๕ วัน เขาก็เลยจะต้องเจอปัญหา ก็เลยจะมาฝากว่าผมจำเป็นต้องเรียนท่านก่อน เพราะวันนี้มันเป็นกฎหมายเข้าไปแล้ว มีผลต่อการบังคับใช้แล้ว ในการออก พ.ร.ก. ๒๕๕๘ ซึ่งตอนนั้นคงเป็นมาตรา ๔๔ ที่ออกมาก่อน ออกมาผมก็กังวลใจได้ ครอบคลุมความคิดเห็นของชาวประมงครบหรือยัง เดี๋ยวนี้มีอีไอเอ (EIA) มีผลกระทบต่อพี่น้องหลายท่าน เป็นห่วงตรงนี้เพราะประชาชนไม่ทราบเลยแล้วก็ปัญหาเยอะ นำเรียนถามท่านรัฐมนตรีต่อไป และกฎหมายไอยูยู (IUU) ซึ่งศึกษาแล้วไอยูยู (IUU) นี่คือ ๑. เขาบอกว่าเราไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการเดินเรือก็ว่ากันไป ๒. ไม่มีการรายงานตัวยู (U) ตัวที่ ๒ แล้วยู (U) ตัวที่ ๓ ว่าเราไม่ห้ามเดินเรือในพื้นที่อนุรักษ์ หรือการเดินเรือที่ไม่ปรากฏ สัญชาติ คือตรงนี้ก็จะมาเรียบเรียงถึงที่ผมจะได้นำเรียนถามท่านต่อไป ซึ่งกฎหมายไอยูยู (IUU) นี่ออกมามีผลกระทบต่อประมง ๘๐,๐๐๐ ลำ วันนี้ทราบว่าเหลืออยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าลำเอง เดี๋ยวขอข้อมูลทางกระทรวงชี้แจงอีกทีหนึ่ง มันเป็นการหายไปตั้งหลายหมื่นลำอย่างนี้ เป็นนโยบายรัฐบาลหรือเปล่าครับ ที่ต้องการลดเรือเพื่อไม่ให้ไปกระทบกระเทือนต่อทรัพยากร แต่ถ้าไม่ใช่วันนี้เรือมีผลกระทบคือต้องจอดแล้ว ส่วนหนึ่งถูกอายัดเรือนั่นอาจจะผิดหลักเกณฑ์ การอนุญาตต่าง ๆ ผมก็งงว่าวันนี้บางท่านก็ยื่นเพื่อขอชดเชยเยียวยาใช่ไหมครับ ๓๕๐ กว่าลำ ได้รับการเยียวยาแล้วอีก ๑,๐๐๐ ลำกำลังขออยู่ และอีกกี่พันลำกำลังจะขออยู่ซึ่งอันนี้ทราบว่า ติดขัดเรื่องงบประมาณ ซึ่งผมก็งงช่วงนั้นทำไมถ้ามันผิดจริงนิรโทษกรรมเรือไม่ได้หรือครับ เพื่อให้เขาออกมาทำ มันกลายเป็นเรือเถื่อน เรือเถื่อนก็ต้องอยู่ตรงนั้นตลอด อันนี้ผมเรียนถาม เพื่อเป็นความรู้เพราะมันเลยผ่านมาแล้ว วันนี้มันถึงขั้นที่เขาจะมาขอยื่นเยียวยาให้ทางรัฐบาล ได้ช่วยเหลือแล้ว กฎหมายไอยูยู (IUU) ที่ออกมาควบคุมลงโทษมีกฎระเบียบลงโทษชาวประมง แรงไปหรือเปล่า โอเวอร์ แอ็กชัน (Over action) มากไปหรือเปล่าครับ บางกรณีเห็นมีกฎหมาย บางข้อปรับไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท มันเรื่องอะไรทำไมต้องตั้งสูง เขากำหนดเราหรือเปล่าเราต้อง ปรับมากมายขนาดนั้น แล้วชาวประมงตอนนี้อาชีพก็แย่มาก มันมีหรือเปล่าครับช่วยบอก แล้วจำเป็นไหมที่เราจะต้องปรับแบบนั้น แค่ไม่ต้องมากเขาก็กลัวกันขนลุกแล้วครับ🔗

ข้อต่อไปมีแต่ข้อห้ามและข้อกำหนดไม่มีสิทธิการดูแลให้กับชาวประมงเลย น้อยไป ซึ่งกายภาพกำหนดมันก็ขัดกับวิถีชีวิตของเขา ประมงมีเรือประมงชายฝั่งกับเรือพาณิชย์ เอากฎหมายเรื่องเครื่องกับรถสิบล้ออยู่ด้วยกันมันอาจจะไม่เหมือนกันก็ฝากเป็นข้อมูลให้ ทางกระทรวงได้ดูว่าเป็นไปได้ไหมที่จะแยกการพิจารณาระหว่างเรือเล็กกับเรือพาณิชย์🔗

ข้อต่อไปนี่เป็นการให้ข้อมูลท่านก่อนเดี๋ยวจะถามท่านตามที่ผมเรียนถามท่านไป เราควรมีการเยียวยาไหมครับ การรับรองสิทธิประโยชน์ให้กับชาวประมงมีไหมครับ อย่างเช่น ดูแลเรือเหมือนรถอย่างนี้ มีประกันต่าง ๆ เคยคิดเลยถึงดูแลเขาไหมครับ ตั้งกองทุนเรื่องน้ำมัน เราหาน้ำมันที่ราคาถูกให้เขาได้ไหม เพราะว่าต้นทุนเขาสูง ถ้ามีข้อมูลก็ช่วยบอกผมหน่อย ทั้งหมดก็เลยเกิดคำถามที่จะเรียนถามทางรัฐบาลอยู่ ๒ ข้อ🔗

ข้อแรกรัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขผลกระทบที่เกิดจากการออกพระราชกำหนด ประมง ปี ๒๕๕๘ รวมทั้งกฎระเบียบประกาศแล้วมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องการ แยกการประมงชายฝั่งกับประมงพาณิชย์ที่ผมเรียนไว้ก่อนว่ามันควรจะมีความคิดจะแยก จากกันไหมเพื่อให้พิจารณาแก้ไขให้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนขอทราบรายละเอียดเรื่องที่ ๑🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีประภัตร🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติต้องขอบคุณท่าน ส.ส. พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผมเข้าใจแล้วก็ขอชมเชยที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย พี่น้องชาวประมงอย่างจริงจังอย่างนี้ สมแล้วครับที่เป็นผู้แทนราษฎรที่จะต้องนำปัญหาต่าง ๆ มาปรึกษาหารือและหาทางแก้ไขให้เขา ผมเรียนอย่างนี้ได้ไหมว่าผมเองนั้นอยากเห็นของจริง เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสก็จะไปดูสภาพ เพราะผมมาวันนี้ตอบแทนรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ผมขอทำความเข้าใจกับท่านก่อน เรือประมงที่ท่านพูดมี ๒ ประเภท ประเภทพื้นบ้านกับพาณิชย์ คือต้องทำความเข้าใจอันนี้ให้ถูกต้องก่อนว่า ๒ ประเภทนี้ มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร คือ ๑. ถ้าต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส ไม่เกิน ๒๘๐ แรงม้า เรียกว่า ประมงพื้นบ้าน แล้วก็สามารถทำประมงได้ในรัศมี ๓ ไมล์ทะเลหรือเกินกว่านั้นก็ได้ถูกไหม ส่วนเรือประมงพาณิชย์ต้องมีมากกว่า ๑๐ ตันกรอสแล้วก็มากกว่า ๒๘๐ แรงม้า แต่ไม่สามารถ เข้ามาทำการประมงในรัศมี ๓ ไมล์ทะเล ดังนั้นผมต้องทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกเสียก่อน ว่าเข้าใจดังนี้ถูกต้อง🔗

ประการที่ ๑ ที่ท่านถามว่ารัฐบาลเมื่อออก พ.ร.ก. ๒๕๕๘ ก็เกิดผลกระทบ อย่างรุนแรง การปรับตัวของประมงปรับไม่ทันเลย มันสืบเนื่องมาจากการค้ามนุษย์ด้วย ดังนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดย พ.ร.ก. ล้างทั้งหมดเลยทั้งฉบับ ซึ่งชาวประมง รับไม่ได้ ผมเข้าใจและเห็นใจทำให้การประมงของไทยเสียหายไปหมด การเสียหายครั้งนี้ ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยผมก็เข้าใจ เพราะท่านอยู่กับพี่น้องชาวประมง ส่วนที่ท่านเรียนถามว่า หยุดหรือยังในการที่ดำเนินการเกี่ยวกับกฎระเบียบต่าง ๆ ก็ขอตอบว่าเราหยุดแล้ว หยุดเลย ตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษา พ.ร.ก. ด้วยซ้ำว่าที่ออกไปเมื่อปี ๒๕๕๘ นั้นมีผลกระทบอย่างไร ต้องแก้ไขอย่างไร ตามที่ท่านบอกว่าพี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องชาวประมงเดินทางมา เมื่อเดือนธันวาคมได้มายื่น ๑๑ ข้อ ผมอยากให้ท่านถามมาก่อนว่าต้องการอย่างไร เชิญครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านพรเทพครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ผ่านทางท่านรัฐมนตรี ในเรื่องแรกก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีได้ช่วยกรุณาให้ความชัดเจนว่า อย่างน้อยปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประมงจะไม่เพิ่มเติม ไปกว่านี้ เนื่องจากว่ามันเกี่ยวกับหลายกระทรวง ต้องขออนุญาตท่านด้วยในนั้นอ้างถึง หลายกระทรวงมาก ทช. ก็พูดถึง เจ้าท่าก็พูดถึง ประมงก็พูดถึง กองทัพเรือก็พูดถึง หน่วยปีโป้อะไร ก็โอเคครับ🔗

ในเรื่องที่ ๒ จากการที่ประมง ๒๒ จังหวัดกว่า ๑๐,๐๐๐ คนที่เดินทางไป ที่กระทรวงแล้วก็ยื่นหนังสือ ๑๑ ประเด็นให้รัฐบาลว่าจะสามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้อง หรือไม่ นี่คือคำถามนะครับ ในนั้นมีแจ้งเข้าไปทางกระทรวงคงทราบแล้วมีทั้งหมด ๑๑ ข้อ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตไล่ตามนี้ได้ไหม ไม่รบกวนเวลาพยายามจะให้ไวท่านประธาน🔗

ข้อแรกเขาบอกขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมด หยุดการออกกฎระเบียบไว้ก่อน คำสั่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมง ไม่ให้มาเพิ่มเติม เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีก็ได้นำเรียนแล้วว่าตอนนี้หยุดเรื่องการออกกฎระเบียบ เพิ่มเติมอยู่ นี่ข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ เสนอแก้ไขกฎหมาย พ.ร.ก. การประมง ปี ๒๕๕๘ และแก้ไขเพิ่มเติม โดยเร่งด่วน และในช่วงที่มีการประชุมสภานิติบัญญัติอันนี้ก็คงจะที่เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่า สั่งการให้ทุกหน่วยงานได้ไปทบทวนในส่วน พ.ร.ก. ที่ออกไปแล้ว🔗

ข้อ ๓ ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว โดยขอให้รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณจำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ ในการที่จะ นำเรือประมงออกนอกระบบ เมื่อสักครู่นี้นำเรียนว่าจากที่มีอยู่วันนี้ก็ ๒-๓ ปี สภาพเรือ เขาก็คงจะเหมือนกับให้ทางรัฐบาลเยียวยา แล้วก็เพิ่งทราบมาว่าเพิ่งซื้อไปได้แค่ ๒๕๐ ลำ แล้วก็ยื่น ๑,๐๐๐ ลำยังไม่ได้แล้วมีต่อคิวอีก ก็ถามประเด็นนี้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เท่าที่ดำเนินการไปแล้ว แล้วก็ส่วนที่จะต้องดำเนินงานต่อไปท่านกรุณาตอบเป็นข้อ ๆ หรือว่า ให้ผมทีเดียวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทีเดียวเลย ครับ เพราะท่านพรเทพก็เหลือเวลาแค่นาทีเศษ ๆ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ข้อ ๑.๔ ขอให้รัฐบาลเร่ง อันนี้เป็นเวลาของท่าน ต้องขออนุญาตท่านด้วย พอดีผมช่วยในการอ่าน ขอให้รัฐบาลเร่งรัด การช่วยเหลือชาวประมงในโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับชาวประมงโดยด่วน ก็คือเรื่องโครงการสินเชื่อที่จะช่วยเหลือชาวประมงได้🔗

ข้อต่อไปให้กรมประมง กรมจัดหางาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการอนุญาต ให้ใช้กฎหมายมาตรา ๘๓ แห่ง พ.ร.ก. การประมง ปี ๒๕๕๘ ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แรงงานประมงโดยเร่งด่วน🔗

ข้อ ๖ ขอให้ยกเลิกการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงที่เป็นอยู่🔗

ข้อ ๗ เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติดวีเอ็มเอส (VMS) เช่นการชักชวนให้เรือประมงขนาดต่ำกว่า ๓๐ ตันกรอสก็ลองติดวีเอ็มเอส (VMS) ฟรี🔗

ข้อ ๘ ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศโดยทันที เพราะว่า สินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาย่อมทำให้ตลาดของประมงในไทยเรามีปัญหา ทำให้เกิดปัญหา ราคาตกต่ำลง เพราะมีการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแบบเสรีไร้การควบคุม มันเต็มห้องเย็นหมดแล้ว หมายถึงการนำเข้าสินค้าแบบเสรีควรจะหยุดไว้ก่อน ดังนั้นจึงต้องแก้ไขระเบียบกรมประมงเดิม ที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเข้าสัตว์น้ำได้เสรีและมีมาตรการปกป้องสัตว์น้ำ ภายในประเทศ🔗

ข้อ ๙ พิจารณาเพิ่มวันทำการประมงให้กับพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ โดยเร่งด่วน เพราะทำให้เกิดปัญหาการประมงอาชีพขาดทุนมา ๔-๕ ปีแล้ว เนื่องจากว่า มีการกำหนดให้ทำการประมงได้ไม่ทั้งปี🔗

ข้อ ๑๐ ขอให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซล (Diesel) สำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องและราชอาณาจักรทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้บริษัท จำหน่ายน้ำมันบังคับให้ชาวประมงต้องจ่ายผ่านบัตรฟลีตการ์ด (Fleet card) ซึ่งจะทำให้สร้าง ความเดือดร้อนให้กับชาวประมง🔗

ข้อ ๑๑ ขอให้มีการทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากชาวประมงที่ถูกบังคับ การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม โดยการตั้งกรรมการ อันนี้ที่ท่านเรียนแล้ว🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธาน และขอบคุณอย่างยิ่งท่าน ส.ส. พรเทพที่ได้เอาปัญหาอย่างจริงจัง ของพี่น้องชาวประมงมาสอบถามวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมขอเรียนท่าน อาจจะครบบ้าง ไม่ครบบ้าง เพื่อทำความเข้าใจให้พี่น้องชาวประมงซึ่งขณะนี้เป็นห่วงและยังฟังอยู่ได้ทราบว่า เรื่องการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.ก. ปี ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขกฎระเบียบนี้เราได้สั่งชัดเจนเลยว่าต้อง ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขอย่างเด็ดขาดและให้ดำเนินการเลย อันนี้เราดำเนินการอยู่แล้ว🔗

ข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าให้การแก้ไขเพิ่มเติมเร่งด่วนในการตั้งคณะกรรมการ สมาคมประมง พิจารณาอย่างนี้ เราร่างกฎหมาย พ.ร.ก. ที่แก้ พ.ร.ก. ครั้งนี้เรามีคณะทำงาน ร่วมกับสมาคมประมงร่างกฎหมายขึ้นมาแล้วมี ๑๘ มาตรา ๓ มาตรานั้นเป็นของเรือประมง พื้นบ้าน ๑๕ มาตราเป็นของประมงพาณิชย์ ดังนั้นคณะทำงานได้ผ่านแล้ว เมื่อผ่านแล้ว ต้องไปเข้าคณะกรรมการเฉพาะกิจการทำประมงผิดกฎหมาย เราต้องมีคณะกรรมการ เฉพาะกิจ ตอนนี้ร่างเสร็จแล้ว ๑๘ มาตราต้องไปเข้าคณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เร่งรัดให้ เรือประมงที่ออกนอกระบบให้ซื้อเรือ คืออย่างนี้เมื่อปี ๒๕๖๒ ได้มีการขึ้นทะเบียนซื้อเรือ ๓๐๕ ลำ ใช้งบประมาณไป ๗๖๔ ล้านบาท ระยะที่ ๒ มีเรือประมงได้เข้าชื่อแล้วก็เสนอ ที่อยากจะขายเรือให้กับรัฐบาล ฟังให้ดีนะตรงนี้มากจริง ๆ ๒,๗๖๘ ลำ ซึ่งจะต้องใช้งบ ๗,๑๔๓ ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณก็บอกว่าเงินไม่มี เสนอไปแล้วอันนี้ตามที่พี่น้อง ชาวประมงต้องการเสนอขาย ๒,๗๖๘ ลำ ดังนั้นได้รับการพิจารณามาปี ๒๕๖๒ เพิ่มเติมมาให้ซื้อได้อีก ๒๖๓ ลำ ใช้เงินทั้งหมด ๑,๒๖๕ ล้านบาท ทีนี้ก็ยังเหลืออีก ๒,๕๐๐ ลำ ตรงนี้ที่เราก็บอกว่าให้กรมประมงไปศึกษาพิจารณากลับเข้ามาใหม่ ว่าจะแบ่งเป็นขั้นเป็นตอนได้กี่ระยะ ผมก็เห็นใจเรือยิ่งเก็บก็ยิ่งพังแล้วยิ่งไม่ได้ออกไปทำมาหากิน แล้วยิ่งไม่มีการเยียวยา ผมก็บอกกรมประมงไปแล้วว่าต้องไปศึกษาเรื่องนี้มาให้ชัดเจนว่า ผลกระทบที่เราออก พ.ร.ก. คราวที่แล้วทำให้ระบบประมงของเราเสียหายไปหมดจะทำอย่างไร อันนี้เรากำลังให้เขาศึกษามาซึ่งร่วมกับสมาคมประมง แล้วที่ท่านถามว่าให้เสริมสภาพคล่อง การช่วยเหลือพี่น้องเรือประมง คณะกรรมการได้ตั้งงบขึ้นไป ๑๐,๓๐๐ ล้านบาท ๑๐,๓๐๐ ล้านบาท โดยผ่าน ธ.ก.ส. แล้วก็ออมสินโดยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ต่อปี แต่ว่าให้ทางประมงออก ๔ เปอร์เซ็นต์ ทางรัฐบาลช่วยเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้อยู่ขั้นดำเนินการอยู่แล้ว เงินที่เสริมสภาพคล่อง ๑๐,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลช่วยดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ปี ๒๕๕๘ ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน คณะกรรมการแล้วรัฐบาลได้เร่งเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการ นโยบายบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ผ่อนปรนแล้ว เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ เขาเรียกว่าคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ปัญหาการทำประมง เหมือนกัน อันนี้ได้รับผ่อนปรนแล้วก็เหลือจะเสนอ ครม. เท่านั้นเองก็จะได้รับการผ่อนปรน แน่นอน🔗

เรื่องที่ท่านถามว่าการจ่ายเงินผ่านบัญชีอันนี้ทางกรมประมงก็แก้ไขไปแล้วว่า ไม่ต้องจ่ายเงินโดยผ่านบัญชีแล้วใช้การ์ด (Card) ไม่มีแล้ว ก็ให้จ่ายเป็นการ์ด (Card) ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรืออย่างไรผมจำไม่ผิดอีก ๗๐ ก็ไปจ่ายกันเอง เพราะว่าบางส่วนมีการจ่าย ล่วงหน้ากันไปแล้ว ส่วนเรื่องเด็กอายุ ๑๖ ปีเราก็อนุญาตให้ไปฝึกงานได้บนเรือ เรือประมง ที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอส ไม่ต้องติดวีเอ็มเอส (VMS) อันนี้แน่นอนนโยบายไม่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องติดแล้ว ข้อ ๘ ให้หยุดนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเข้ามาอันนี้ผมเห็นด้วย เพราะมัน มีผลกระทบแน่นอนทุกอย่างอาชีพของคนไทยถ้าเราทำอยู่แม้แต่พืชไร่ของต่างประเทศเข้ามา ก็ตกหมด อันนี้ก็เหมือนกันผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่าน ส.ส. ร้องขอให้เข้มงวด วันนี้เราสั่งไป แล้วเรามีด่านทั้งหมดใน ๒๗ ด่าน เราสั่งอย่างเข้มงวดเลยว่าต้องตรวจเอกสารในการที่จะ นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำให้จริงจังตรวจโรคด้วย ไม่ใช่ว่าเขากันแบบเสรีเหมือนก่อน ตอนนี้เรา เอาจริงจัง ถ้าท่าน ส.ส. เจอการดำเนินการที่ไม่ดีท่านเสนอมาได้เลยเรายินดีที่จะรับไป ดำเนินการให้อย่างจริงจังด้วย เราก็ไม่ชอบที่เอารัดเอาเปรียบกันอย่างนี้ ส่วนวันทำประมง เดิมนั้นตาม พ.ร.ก. กำหนดไว้ ๒๔๐ วัน ตอนนี้เราเพิ่มให้เป็น ๒๗๐ วันแล้ว ปีหนึ่งให้ทำได้ ถึง ๒๗๐ วัน ดังนั้นชาวประมงอาจจะดำเนินการออกไปหาปลาได้เพิ่มขึ้น แต่มันก็มีข้อฝากไว้ นิดหนึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณสัตว์เหมือนกัน ถ้าเราทำกันไม่หยุดเลยผมก็ถามกรมประมงว่า เป็นอย่างไรเขาบอกว่าสัตว์มันลดน้อยลงไปจับไม่ได้ แต่พอลดจำนวนวันแล้วสัตว์ต่าง ๆ ก็โตขึ้น แล้วก็มีมากขึ้นก็ฝากท่าน ส.ส. ไปทำความเข้าใจด้วย การใช้น้ำมันดีเซล (Diesel) สีเขียวโดยผ่าน บัตรฟลีตการ์ด (Fleet Card) เราก็ผ่อนผันไปแล้วขณะนี้ไม่ต้องใช้แล้ว ข้อสุดท้ายที่ท่านเป็น ห่วงมากก็คือผลกระทบที่ออก พ.ร.ก. คราวที่แล้วทำให้ชาวประมงเดือดร้อนมากรัฐบาลได้ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา ๒ ชุด ชุดที่ ๑ เรียกว่าคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหา การทำประมงผิดกฎหมายขึ้นมาดำเนินการแก้ไขให้ท่าน แล้วอีกชุดหนึ่งคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาทั้งแรงงาน ทั้งการประมงและทุกอย่างด้วย อันนี้ตั้งขึ้นมาเรียบร้อยแล้วครับขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่จริงก็หมด คำถาม🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ขออนุญาตสัก ๑ นาทีครับ ผมขอบคุณท่านประธานสภามากที่เมตตากรุณาสนใจปัญหาประมง เพราะว่ายาวเหลือเกิน ตั้งแต่จังหวัดชลบุรีจนถึงจังหวัดนราธิวาส แล้ววันนี้ก็ไม่มีคนมาพูด ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่ง ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อยู่ตรงนั้นเองก็ได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีเยียวยาพูดให้ ชาวประมงได้เข้าใจมากขึ้น ผมก็จะไปประชาสัมพันธ์ให้ท่าน แต่อย่างไรก็ตามปัญหาท่าน ก็แก้ไปได้เยอะแต่ยังมีปัญหาบางส่วนที่ยังมีปัญหาบางส่วนที่ยังไม่จบผมได้ติดตามต่อไป ที่ผมต้องนำเรียนอย่างนี้ วันนี้ผมเจอท่านผมดีใจมาก เหมือนกับว่ามันฉีดยา ผมมีอีกช็อต (Shot) หนึ่งยื่นญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับของพรรคเพื่อศึกษาตรงนี้อีกทีอาจจะขอ ไปหาข้อมูลความรู้จากท่านอีกทีหนึ่ง🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลาแล้ว แต่อย่างนี้เทปบันทึกที่บันทึกเอาไว้วันนี้หลังจากปิดประชุมจะเอาไปฉาย เพราะฉะนั้นท่าน ส่งสัญญาณให้พี่น้องประชาชนทางภาคใต้ดูได้เลย การตอบกระทู้ถามของท่านรัฐมนตรี เรื่องประมงผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเฉพาะจุด ฉะนั้นถ้าหากว่ายังไม่เคลียร์ (Clear) หรืออะไร ท่านทำเป็นกระทู้ถามทั่วไปยื่นที่สภาใหญ่ก็ได้🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานผมยื่นญัตติไว้ แล้วคงรอจะเข้าครั้งต่อไป เพียงแต่วันนี้ได้รับกระทู้ถามแยกเฉพาะเลยขออนุญาตมาพูดสั้น ๆ กับท่านก่อน ผมอยากให้ข้อมูลทั้งหมดถ้าเป็นไปได้ขอข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ได้ส่งให้ผมทราบ ไม่ทราบจะได้หรือเปล่า บางทีผมยังตอบไม่ครบเผื่อจะได้ช่วยท่านประชาสัมพันธ์อีกทีหนึ่ง วันนี้ปัญหาประมงเยอะเหลือเกิน ขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งและท่านนายกรัฐมนตรี ที่กรุณามอบหมายท่านรัฐมนตรีมาตอบเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวประมงขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒน์ศักดิ์ ที่เอาปัญหาพี่น้องประชาชนเข้ามาสู่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเรา ในขณะเดียวกันก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธนที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้ถามของพวกเรา ผมกับท่านก็คงจะเจอกันอยู่เป็นประจำ ต่อไป🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๙ เรื่อง มาตรฐานอาหารฮาลาล (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งมาว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงสาธารณสุข คือท่านรัฐมนตรี สาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ครับ ๑. นางเกวลิน ชื่นเจริญสุข รองผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข ๒. นายพิทยา สร้อยสำโรง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กองบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๓. นางสาวชณัญนิศา เลิศสุโภชวณิชย์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักสุขาภิบาล อาหารและน้ำ กรมอนามัย ๔. นางศิริพร แก้วเจริญ นักวิชาการสาธารณสุข ปฏิบัติการ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ในโอกาสนี้ขอเรียนเชิญท่านอาดิลัน เตรียมถาม กระทู้ แล้วขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านสาธิต ปิตุเตชะ เตรียมตอบ กระทู้ถาม เชิญคุณอาดิลัน เรามีเวลาฝ่ายละ ๑๐ นาที🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้กระทู้ถามแยกเฉพาะของผมได้เข้ามาสอบถาม กระทู้ถามในห้องประชุมแห่งนี้ และวันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขที่ได้มาตอบข้อมูล เจตนารมณ์ในการยื่นกระทู้ถามครั้งนี้ เพราะว่าในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและทางศาสนามีพี่น้องที่นับถือ ศาสนาอิสลาม พี่น้องนับถือศาสนาพุทธและอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวปราศจากความขัดแย้ง ใด ๆ มาโดยตลอดในเรื่องของศาสนาในอดีต ในส่วนของเรื่องอาหารที่ผมขออนุญาตขึ้นต้น เรื่องว่าเรื่องมาตรฐานอาหารฮาลาล เพราะมาตรฐานอาหารฮาลาลนั้นความจริงอาหารฮาลาล คืออาหารที่ได้รับอนุมัติ ขออนุญาตผมได้ยื่นขออนุญาตใช้พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ทางฝ่ายโสตนำขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ความหมายของอาหารฮาลาลคืออาหาร อนุมัติหรืออาหารที่มุสลิมหรืออาหารที่ระบุว่าฮาลาลหรือด้วยถ้อยคำหรือสิ่งอื่นที่แสดงว่า มีความหมายเช่นเดียวกับสามารถที่จะให้คำจำกัดความได้ว่าเป็นอาหารที่ประกอบอาหาร ดังกล่าวนั้นไม่มีสิ่งใดหรือผลิตภัณฑ์ใดที่มาจากสัตว์ซึ่งในทางนิติศาสตร์ อิสลามไม่อนุมัติ ให้เป็นอาหารแก่มุสลิมหรือเป็นสัตว์ที่ไม่ถูกเชือดแบบหลักการอิสลาม ความหมายฮาลาล ซึ่งผมได้ขออนุญาตมอบรายละเอียดเอกสารฉบับตามที่ขึ้นทางหน้าจอให้กับทางท่านผู้ชี้แจง ทางท่านรัฐมนตรีด้วย ผมไม่แน่ใจว่าได้มอบให้ท่านหรือยัง🔗

ประการที่ ๒ คือเป็นอาหารที่ไม่มีองค์ประกอบใดที่เมื่อพิจารณาแล้วพบเป็น นายิสคือสิ่งที่ต้องห้ามตามหลักนิติศาสตร์อิสลาม🔗

ประการที่ ๓ จะต้องไม่ปรุงหรือผ่านกระบวนการหรือผลิตโดยการใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่ปนเปื้อนด้วยสิ่งที่ถือว่าเป็นนายิสตามนิติศาสตร์อิสลามในระหว่างการปรุง การผ่านกระบวนการหรือการเก็บหรือการขนส่งโดยประมาณนี้ เหตุผลที่ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ เนื่องจากว่าในพื้นที่ภาคใต้ในโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่มีพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามต้องเข้ารับ การรักษาจำนวนมาก ไม่น้อยไปกว่าพี่น้องที่นับถือศาสนาพุทธหรือต่างศาสนิก เรื่องของ อาหารที่ทางโรงพยาบาลจัดขึ้นที่มอบให้กับคนไข้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขเป็นเงื่อนไขความไม่เข้าใจกันเรื่องของผู้ที่ศรัทธาตามหลักความเชื่อ ของแต่ละศาสนา เดิมทีเดียวนั้นโรงพยาบาลผมขออนุญาตอ้างถึงโรงพยาบาลศูนย์ยะลา โรงพยาบาลศูนย์ยะลานั้นเดิมทีเดียวมีอาหารที่ในอดีตมีอาหารที่บางครั้งมีการส่งอาหาร ที่มีการปนเปื้อนของเนื้อสุกรด้วย สมัยก่อนในอดีต แล้วก็มีการเรียกร้องว่าขอให้ตรวจสอบ ท้ายที่สุดในขณะนั้นเมื่อในอดีตหลายสิบปีมาแล้ว จึงเป็นที่มาของการยกเลิกเนื้อสุกร ในการปรุงอาหารในโรงพยาบาลและยกเลิกเนื้อวัวในการปรุงอาหารด้วยเพื่อให้มีความรู้สึก ว่าทุกคนได้รับความเป็นธรรม เพราะว่าบางท่านนับถือศาสนาพุทธก็จะไม่ทานเนื้อด้วย ไม่ทานเนื้อวัว แล้วก็ไม่ทำเนื้อวัวเป็นการปรุงอาหาร ไม่เอาเนื้อวัวกับเนื้อสุกรเข้ามา แล้วก็มี การปรุงอาหารมาโดยตลอด ภาชนะในการใช้ทราบว่าเราก็จะมีการล้างภาชนะถาดหลุมของ โรงพยาบาลโดยการใช้สบู่ดิน ซึ่งเป็นการล้างภาชนะตามหลักการอิสลามต้องไม่ให้มีนายิส ที่ว่าเมื่อสักครู่นี้ปนเปื้อนสิ่งที่ต้องห้ามในการรับประทาน ใช้สบู่ดินในการล้างทุกมื้อ ภาชนะ ทุกชิ้นของโรงพยาบาลก็ไม่มีปัญหาอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ต่อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมาทราบว่า น่าจะมีการเสนอให้มีการจัดทำครัวจัดทำอาหารสำหรับพี่น้องที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งเชื่อว่า ในอนาคตอาจจะต้องมีการนำเนื้อสุกรเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารด้วย แล้วก็ เริ่มมีการพูดถึงมากในพื้นที่ ผมก็เป็นห่วงเดี๋ยวจะมีคนนำเอาไปหยิบเป็นประเด็นความขัดแย้ง ในพื้นที่โดยใช่เหตุก็รีบนำมาเสนอเพื่อจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบเพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้อง ในพื้นที่ว่าถ้ากรณีที่มีการจัดทำครัวที่แยกเป็นครัวพุทธ ผมขออนุญาตสั้น ๆ มีครัวฮาลาล อย่างที่ว่าความหมายคืออะไรนิยามเมื่อสักครู่ที่ผมได้นำเรียนที่ประชุมแห่งนี้แล้วกับครัวพุทธ ผมกลัวว่าถ้าหากมีการดำเนินการดังกล่าวแล้วหากเราไม่ได้มีกระบวนการในการจัดการ ที่เข้มข้นในการกำหนดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ผมเกรงว่าถ้าเกิดมีความผิดพลาดขึ้นมา และมีผู้ไม่หวังดีนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะกล่าวอ้างความแตกแยกในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้จะเป็นประเด็นที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เบื้องต้นขอถามท่านรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุขว่ามีนโยบายจัดการความต้องการให้มี ครัวพุทธและครัวมาตรฐานฮาลาลในโรงพยาบาลอย่างไร และหากมีนโยบายแยกครัวพุทธ และครัวมาตรฐานฮาลาล แล้วได้กำหนดมาตรการควบคุมกระบวนการผลิต กระบวนการส่งต่อ อาหารแก่ผู้ป่วยอย่างไรเพื่อให้มีค่าความผิดพลาดเป็นศูนย์ ขอทราบรายละเอียด🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาถามคำถามในเรื่องของมาตรฐาน อาหารฮาลาล ซึ่งต้องเรียนว่าผมจะขอตอบในแง่ของภาพรวมก่อนว่ากระทรวงสาธารณสุข เรามีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะให้โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนที่มีการ นับถือศาสนาอิสลาม การกระจายตัวของโรงพยาบาลที่จะต้องมีการทำอาหารให้ผู้ป่วย แยกอาหารมาตรฐานฮาลาลอยู่ให้การบริการมากที่สุด ซึ่งขณะนี้เรามีโรงพยาบาลในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุขที่มีการแยกครัวมาตรฐานฮาลาลอยู่ทั่วประเทศทั้งหมด ๘๕ โรงพยาบาล มีจำนวนที่หนาแน่น แล้วก็ให้บริการกระจายไปตามโรงพยาบาลชุมชนก็จะมีจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา สงขลา รวมทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยที่มีจำนวนมากนั้น เนื่องจากว่าจังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้มีพี่น้องมุสลิมพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผมยกตัวอย่างเช่น จังหวัดนราธิวาสจะมีโรงพยาบาลศูนย์หนึ่ง โรงพยาบาลชุมชน ๑๒ แห่ง จังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลศูนย์หนึ่ง โรงพยาบาลชุมชน ๙ ยะลา โรงพยาบาลศูนย์หนึ่ง โรงพยาบาลพื้นที่ ๑ โรงพยาบาลชุมชน ๖ สงขลา โรงพยาบาลศูนย์หนึ่ง พื้นที่ ๑ และโรงพยาบาลชุมชน ๑๑ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโรงพยาบาลศูนย์หนึ่ง โรงพยาบาลพื้นที่ ๑ แล้วก็โรงพยาบาล ชุมชน ๒ ตัวเลขนี้หมายความว่าในโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลจะต้องมีการทำอาหารฮาลาล แยกออกมาเป็นพิเศษทั้งครัวทั้งผู้ดำเนินการ ทั้งผู้ส่งอาหารโดยเฉพาะ โดยมาตรฐานที่ท่าน ได้เรียนว่ามาตรฐานฮาลาลก็คือไม่มีสิ่งใดที่มาจากสัตว์ต้องห้ามเจือปนรวมทั้งภาชนะคน ๒ ส่วนนี้ไม่ว่าจะเป็นหลักเรื่องสุกรหรือสุนัขที่เป็นเอกสาร มาตรฐานนี้ก็อยู่ในการดำเนินการ ขอทุกโรงพยาบาลที่แยกครัวเป็นพิเศษ แยกคนทำเป็นพิเศษ แยกอาหารเป็นพิเศษ พอทำอาหารเสร็จก็จะถูกลำเลียงส่งไปยังผู้ป่วยในทุกโรงพยาบาล จากนี้กระทรวงสาธารณสุข เราได้เพิ่มมาตรการในแง่ของอาหารปลอดภัยของกรมอนามัยเข้าไปด้วยก็คือหลักการเรื่องการ จัดการสุขาภิบาลอาหารประกอบผู้ป่วยในโรงพยาบาลเรื่องอาหารปลอดภัยเชื้อโรค พยาธิ และสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เรามี ๕ หลักเกณฑ์ ๑. สถานที่ สถานที่ต้องสะอาดผ่าน การรับรอง อาหารสด เนื้อสด ผักสด ภาชนะอุปกรณ์ ภาชนะอุปกรณ์ในส่วนของกรมอนามัย ๑. ต้องสะอาดแต่ในเรื่องมาตรฐานฮาลาลก็คือต้องเป็นภาชนะที่ไม่สัมผัสกับพุทธศาสนาอื่น สัตว์และแมลงนำโรค รวมทั้งผู้สัมผัสอาหารด้วย ทั้งหมดเป็นมาตรฐานที่ชัดเจน ทีนี้เข้ามาถึง คำถามท่านว่ามาตรฐานเป็นศูนย์ ผมเรียนว่ามาตรฐานซึ่งจะถูกกำกับโดยคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัด และการจะไปออกมาตรฐานเป็นใบประกอบการฮาลาลก็ต้องไปขึ้นกับ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในลำดับชั้นมีการกำกับโดยโรงพยาบาล อีกชั้นหนึ่งในนโยบายของกระทรวง แต่ในตัวมาตรฐานจริง ๆ ก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัดซึ่งต้องมาคอยตรวจสอบว่าการดำเนินการของหน่วยบริการของเรา ปฏิบัติการถูกต้องหรือเป็นศูนย์หรือไม่ อันนี้ก็คิดว่าเป็นศูนย์นั่นหมายถึงว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อมั่นว่าในหน่วยปฏิบัติน่าจะกำชับให้เกิดการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะเนื่องจากว่า มันเป็นเรื่องศาสนามันเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนของจิตใจ ความละเอียดอ่อนของ การที่แต่ละคนมีความเชื่อในลัทธิศาสนานั้น ๆ เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย ที่ชัดเจนว่าต้องดำเนินการตามนโยบายอย่างชัดเจน หวังว่าในขณะนี้ถ้าตามข้อมูลเดิม ของท่านเมื่อหลายปีก่อนที่จังหวัดยะลาที่ท่านบอกว่ามีเรื่องนั้นแต่ว่าในขณะนี้ท่านก็ยังไม่มี หลักฐานใช่ไหมว่าในการปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขนั้นยังไม่ได้มีข้อผิดพลาด หรือสิ่งเจือปนใด ๆ ทั้งสิ้นก็ขอเรียนตอบในคำถามแรกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน มีคำถามที่ ๒ ไหมเชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานผมยังเรียน ยืนยันกับทางท่านรัฐมนตรีว่าผมไม่ได้บอกว่าตอนนี้มีความผิดพลาด แต่ผมเป็นห่วงว่าตอนนี้ จะมีการจัดทำครัวพุทธแล้วผมกลัวว่าอนาคต จริง ๆ มีในคำถามที่ ๑ จะมีคำถามย่อย กระบวนการส่งต่ออาหารแก่ผู้ป่วย เพราะว่าเวลาเราทำในทางปฏิบัติ ท่านรัฐมนตรีครับ โรงพยาบาลคนไข้แออัดมากนอนที่ระเบียงแล้วมีการย้ายสถานที่ไปเรื่อย ๆ เพราะว่าคนไข้ รายใหม่ออกจากห้องฉุกเฉินก็มาเข้าห้องตึกที่ผู้ป่วยและจะมีการเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ ผมเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดตรงนี้ในการส่งต่ออาหาร ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านประธานผมใช้สิทธิ เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าข้อ ๒ ผมยังไม่ได้เริ่ม เพราะว่าท่านรัฐมนตรียังตอบไม่หมดในข้อ ๑ กระบวนการส่งต่ออาหารแก่ผู้ป่วย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือท่านจะถาม อย่างไรก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขเวลา🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ครับ กระบวนการส่งต่ออาหารเพราะว่า เวลาส่งผมเชื่อว่าต้องมีเจ้าหน้าที่ ๒ ชุดที่จะเข็นรถที่ปิดภาชนะอย่างดี ต้องกันแมลงที่จะมา ตอมอาหารไปส่งและตรงนั้นตรงที่ส่งต่อให้กับคนไข้แต่ละเตียง ๆ ตัวคนไข้เตียงมุสลิมหรือ พุทธ ถ้าเป็นไปได้ถ้าท่านมีข้อมูลอยากจะให้นำเรียนเพื่อความสบายใจ ผมจะได้ไปบอกพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้วางมาตรการเรียบร้อยแล้วว่าได้ดำเนินการ อย่างไรบ้าง นี่คือคำถามที่ท่านยังไม่ได้ตอบผมในข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ ผมจะถามต่อเลยว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายอย่างไรในการ สร้างมาตรฐานระบบอาหารว่าทำชุดเดียวแต่เป็นอาหารที่ทุกศาสนาสามารถจะบริโภคได้ โดยไม่ผิดหลักการศาสนา อาหารชุดเดียวเป็นมาตรฐานเดียว ไม่ใช่ฮาลาลก็ได้แต่เป็นอาหาร ที่ทุกศาสนาใช้ได้หมดไม่ผิดหลักการศาสนา ได้มีแนวทางที่จะดำริแนวทางอย่างนี้หรือไม่ อาหารที่ทุกศาสนาทานได้ที่ไม่ใช่ฮาลาลก็ได้ อิสลามก็ทานได้ไม่ผิดหลักการ ศาสนาพุทธ ก็ทานได้ ศาสนาคริสต์ก็ทานได้ ศาสนาฮินดูก็ทานได้ เพราะมันจะมีอาหารที่เราสามารถจะ ปรุงแต่งได้ หรือมีแนวทางในการที่จะจัดสรรอาหาร ครัวพุทธ ครัวมุสลิม ครัวอิสลามอย่างไร นี่คือข้อซักถามที่ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบ แต่อยากฟังคำตอบในส่วนของกระบวนการ ส่งต่ออาหารนิดหนึ่งถ้าท่านเตรียมข้อมูลไว้ ผมใช้สิทธิในเวลาขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็ขอเข้าไปสู่คำถามแรกที่ยังไม่ได้ตอบ ผมมั่นใจว่าการส่งต่อ หรืออาจจะมีข้อสงสัยว่าคือกระบวนการตั้งแต่โรงครัวที่ทำแยกมาแล้ว การส่งก็จะเอาอาหาร ใส่รถเข็นไปสู่ผู้ป่วย รถเข็นมาตรฐานคือต้องแยกไม่ใช่เอาพุทธใส่เข้าไปในรถเข็นอันนั้น ทำไม่ได้ อันนี้ต้องเป็นอาหารที่ทำจากครัวฮาลาลโดยเฉพาะแล้วก็ส่งไปยังผู้ป่วยที่เป็นเพื่อนมุสลิม คือถ้ามีปะปนก็ต้องเรียนว่าอันนั้นทำไม่ได้ ทำผิด เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ามีหลักฐานผมก็จะย้ำว่า สิ่งเหล่านี้เรายังถือปฏิบัติตามนี้อย่างเคร่งครัด แต่ถ้าท่านพบว่ามันมีปัญหานี้รบกวนแจ้งมาที่เรา เราจะดำเนินการ นี่ถือว่าเป็นการทำผิดนโยบายที่เรากำกับดูแลว่าอันนี้เป็นความละเอียดอ่อน ที่ต้องทำอย่างเคร่งครัด ส่วนการส่งต่อเราเชื่อว่าทั้งตัวผู้ส่งตัวรถตัวอาหารต้องนำไปสู่ผู้ป่วย ด้วยกฎของฮาลาลที่ไม่ปะปน ต้องแยกออกมาอย่างชัดเจนอันนี้เป็นเรื่องที่เรากำกับอยู่ ส่วนเรื่องที่ท่านมีข้อเสนอเดี๋ยวผมไปดูแต่ว่าผมยังสงสัยว่าอาหารที่ทำแล้วบริโภคได้ทุกศาสนา ซึ่งมันจะเป็นข้อจำกัดในการยากหรือเปล่าว่ามันจะปะปนกันหรือไม่ เช่นคนทำเป็นภาชนะ ซึ่งทั้งคนทั้งภาชนะถ้าเกิดมันไปปะปนกันไม่ได้แยกออกมาเป็นพิเศษของศาสนาอิสลาม โดยตรงจะเป็นปัญหาอย่างไรหรือไม่ แต่ว่าขอคำแนะนำที่เป็นภาพชัดเจนว่าทำแบบไหน ถึงจะทำได้เผื่อเราจะได้ไปศึกษาแล้วสามารถประหยัดทั้งพื้นที่ประหยัดทั้งคนได้ แต่ขณะนี้ เรายอมที่จะใช้คนมากขึ้น ผมเรียนว่าผมเพิ่งไปที่จังหวัดสงขลาที่เทพามาไปที่โรงพยาบาล ที่เทพา ที่นั่นเจ้าหน้าที่ร้อยละ ๘๐ เป็นมุสลิม ท่านสุรินทร์พาผมไป ทุกคนก็กังวลในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่ต้องให้ความระมัดระวังแล้วก็ย้ำเรื่องนโยบายให้ชัดเจนว่าต้องทำ ตามมาตรฐานของฮาลาล🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ท่านประธานผมขอใช้สิทธินิดเดียว🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเพิ่มให้อีก ๑ นาทีแล้วกัน🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธาน อย่างที่ผมบอก ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่าเหตุที่ต้องเรียนถามกระทู้ถามวันนี้เพราะเราเป็นห่วงในพื้นที่ มาตรการ ในการส่งต่ออาหารที่ว่าเจ้าหน้าที่แยกผมทราบแยกแน่ เพราะว่าต้องแยกครัวแยกรถเข็น ตอนนำส่งฝากทางกระทรวงสาธารณสุขช่วยเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติด้วยตอนนำส่ง เพราะเตียงมันจะไหล เพราะเตียงจะเข็นไปเรื่อยเพราะว่าคำว่าเข็นไปเรื่อยของผมหมายถึงว่า มันย้ายที่ได้ เพราะว่าจะมีคนไข้เข้ามาทดแทนตลอดเวลา โรงพยาบาลศูนย์ยะลามีคนไข้มาก จริง ๆ ถ้าเกิดมีโอกาสไปเยี่ยมท่านไปเห็นอาคารโรงพยาบาลศูนย์ยะลาไม่พอ ตอนนี้อาคาร สร้างใหม่ ตรงอาคารสร้างใหม่ก็ยังไม่ได้เปิดใช้งาน ทราบว่าเราจะได้งบสร้างอาคารใหม่เพิ่มอีก ๑ อาคารด้วย ก็ยินดีกับโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเพราะมีคนไข้มาก ฝากในประเด็นนี้เรื่อง การส่งมอบอาหารของเจ้าหน้าที่กับคนไข้แต่ละคนกลัวจะสลับ ผมเกรงว่าจะมีคนนำไปใช้ เป็นประเด็น เพราะในการแยกครัวต้องใช้งบประมาณค่อนข้างจะสูงมาก แยกครัว แยกภาชนะ ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ถ้าเกิดว่าเราสามารถจะทำเป็นอาหารชุดเดียวและสามารถ จะบริโภคได้ทุกศาสนาก็จะเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งคำแนะนำตรงนี้ผมเชื่อว่าคณะกรรมการของ คณะกรรมการอิสลามหรือหน่วยงานเกี่ยวกับอาหารน่าจะให้คำแนะนำได้ว่าอาหารชนิดใด ที่ทุกศาสนาทานได้และทุกศาสนาสามารถบริโภคโดยไม่ผิดหลักการ ขอบคุณท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรี🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ขอเรียน ๒ ประเด็นสั้น ๆ ผมรับไป แต่มี ๒ ประเด็นที่ชี้แจงก็คือผมเรียนท่านไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ที่หนาแน่นแออัดทุกโรงพยาบาลศูนย์ในประเทศนี้ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ของท่านประธานเอง ก็แออัดถึงจะทำดีแค่ไหน เพราะว่าอะไรเพราะเราใช้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ครับ ผมจังหวัดนครพนม🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ทุกจังหวัด ในประเทศไทยอันนี้เรื่องหนึ่ง🔗

ส่วนเรื่องมาตรฐานแน่นอนย้ำว่าการตรวจสอบนี่สำคัญที่ผมพูดถึงเทพา ที่มีเจ้าหน้าที่รวมทั้งแพทย์เป็นมุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์เขาจะเป็นผู้ตรวจสอบให้กับเราอย่างดี แต่ขณะนี้ผมยังไม่เห็นข้อมูลที่เล็ดลอดเข้ามาว่ามีปัญหาเรื่องนี้อยู่ ยังไม่มีครับ อย่างไรก็ตาม ก็จะพยายามที่จะควบคุมให้มันดีที่สุดในแง่ของอาหารฮาลาลที่จะมีกับพี่น้องมุสลิม🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี เสนอแนะท่านอาดิลันนิดเดียว เวลาเข้าห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะท่านอาดิลัน ต้องขันเกลียวในการนำเสนอให้กระชับนิดหนึ่ง เพราะมีเวลา ๑๐ นาทีเองไม่เหมือนห้องใหญ่ ฉะนั้นท่านจะยืดยาดลีลาอยู่ไม่ได้แล้วนะครับ ท่านมีอะไรก็ต้องพูด ๆ ไปเลย หรือไม่ก็เขียน มาเลยอ่านเลยมันจะได้กระชับ แต่ว่าทุกกระทู้ถามหรือทุกญัตติของท่านอาดิลันดีมาก มีเนื้อหาสาระตลอดไม่ว่าจะอยู่ในห้องแยกเฉพาะหรือห้องประชุมใหญ่ท่านก็มีคุณภาพที่ดีมาก ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและท่านอาดิลัน ขอบคุณมากครับ ต่อไป🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๒ เรื่อง การขยายทางเข้าทางลอด อุโมงค์เป็น ๔ ช่องจราจร บริเวณทางเข้าออกถนนมิตรภาพ ซอยเทศบาล ๙ เทศบาลเมืองปากช่อง (นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ได้ จึงได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านรัฐมนตรี อธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ครับ ๑. นายชวลิต ลุผลแท้ วิศวกรเชี่ยวชาญ สำนักแผนงาน กรมทางหลวง ๒. ว่าที่ร้อยเอก ณัฏฐพร บัวผุด วิศวกรโยธาชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมการขนส่งทางราง ๓. นายสรยุทธ มาลัย วิศวกรอำนวยการศูนย์โครงการก่อสร้าง ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย ๔. นายกฤษดา มัชฌิมาภิโร วิศวกรกำกับการกองก่อสร้างเขต ๒ ศูนย์โครงการก่อสร้าง ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย ผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม คือนางสาววัชราภรณ์ ระเวงจิตร์ ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุม กรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ด้วย ซึ่งกำหนดว่าผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และในระหว่างฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรต้องรักษามารยาทและประพฤติตนให้เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำ ของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียง หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในขณะเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพบันทึกเสียงหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก นี่เป็นระเบียบการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการประชุม ได้ทราบ ต่อไปขอเชิญคุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เป็นผู้ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านอธิรัฐเตรียมตอบกระทู้ เชิญครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ท่านรัฐมนตรี ส.ส.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่เคารพ ท่านครับเรื่องของผม มีอยู่ว่าการสร้างรถไฟรางคู่สายมาบกะเบาเชื่อมต่อไปยังชุมทางจิระ จังหวัดนครราชสีมา การที่ทำโครงการดังกล่าวได้ผ่านที่เทศบาล ๙ ผ่านใจกลางเมืองปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ถนนเดิมนั้นเป็นถนนแผ่นดินสาย ๒๒๔๓ วิ่งเชื่อมโยงกันกับ ๒๔๒๒ เป็นทางหลวงแผ่นดิน ที่พี่น้องประชาชนชาวปากช่องและชาวต่างจังหวัดใช้จำนวนมาก เขาสร้างเป็นอันเดอร์พาส (Underpass) นั่นก็คือรถไฟทางคู่อยู่ข้างบน ส่วนข้างล่างนั้นเป็นทางหลวง ๒ เส้น ซึ่งเป็น ทางหลวงแผ่นดินที่ตัดผ่านกัน ปกติแล้วไม่มีการสร้างอุโมงค์ ๒ เส้นนี้ให้ลงใต้อุโมงค์ แล้วรถไฟอยู่ข้างบน รถมันติดมาก ทุกวันนี้มีรถอ้อยที่เป็นรถพ่วง รถดิน แล้วก็รถหนักทั้งนั้น เลยที่วิ่งผ่าน ๒ เส้นนี้ แล้วจับมารวมกันแล้วลงใต้อุโมงค์ ถนนเส้นดังกล่าวนั้นเป็นถนน ยุทธศาสตร์ผ่านไปจังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี และทุกจังหวัดในเขตจังหวัดทางภาคเหนือ รถมาก บังเอิญวันนี้ผมต้องขอประทานอภัยจริง ๆ ว่าผมต้องเรียนเชิญท่านนายกคมกฤษณ์ ลิ้มปัญญาเลิศ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านสมาชิกสภาเทศบาลท่านประธานชุมชนเตรียม พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) และเอกสารข้อมูลต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ไม่ทราบว่าไปรษณีย์ ได้ส่งเอกสารมาให้ผมล่าช้าเมื่อวานนี้เอง ผมจึงเตรียมตัวมาไม่ทันก็เลยเกรงว่ากระทู้ถาม ของผมจะตกไป ก็เลยมาตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะเสียก่อนตอนนี้ ท่านครับ การก่อสร้าง เขาไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์แต่อย่างใด แล้วยุคที่ก่อสร้างเป็นยุค คสช. ไม่ได้ตกลงให้ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องรับทราบแต่อย่างใด สร้างเอา ๆ แล้วพี่น้องประชาชน เขาเกรงว่ามันจะต้องติดแล้วก็จะสร้างความไม่ปลอดภัยให้ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชน วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาผมได้เข้าประชุมมีรถไฟมีบริษัทรับเหมา หน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมที่เทศบาลเมืองปากช่องวันนั้นมีท่านนายอำเภอด้วย ปรากฏว่าเขาตกลงว่าเข้าอุโมงค์ต้องเข้า ๒ เลนแล้วก็ออก ๒ เลน พอออกจากอุโมงค์แล้ว รถอ้อยกำลังส่งขึ้นมาแล้วก็ต้องเลี้ยวโดยที่ไม่มีไฟแดงแล้วก็ออกไปเลย พี่น้องประชาชนเขา ก็ลงทำสัตยาบัน ทำสัญญาร่วมกันรับรู้ร่วมกันแต่ปรากฏว่าผมไปดูในพื้นที่จริงก็ยังเหมือนเดิม เหมือนกับแก้ไขโดยตีบังเกอร์ตรงกลางออก เข้า ๑ ออก ๒ แล้วมารวมข้างบนที่จะไปทาง หนองกะจะ เทศบาล ๙ ขึ้นมาเป็นสวนทางกันเหมือนเดิม ผมเกรงว่าจะไม่เกิดความปลอดภัย เพราะรถอ้อย รถหนักวิ่งเท่านั้นที่จะไปกลับลำในอุโมงค์ ไม่สามารถที่จะสร้างความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมจึงมีคำถามข้อแรกว่าเขายังไม่ได้แก้ไขเลย แล้วตกลงว่า ที่ทำสัญญาไว้ที่เทศบาลวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ เขาทำสัญญาว่าจะเข้า ๒ ออก ๒ ตอนนี้ยังไม่ได้ชัดเจนว่าแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าจะทำตามที่เราตกลงแล้วก็เซ็นสัตยาบันว่า วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ทำเข้า ๒ ออก ๒ ก็ยังไม่มีการแก้ไข จึงถามท่านตัวแทนของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านอธิรัฐว่ามีการแก้ไขหรือมีมาตรการอย่างไร ที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณที่ทางท่าน ส.ส. เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนนของอำเภอปากช่อง เพราะเขาถือว่าท่านก็เป็น ส.ส. คุณภาพคนหนึ่งนำปัญหาของพี่น้องมาร้องเรียนตลอดถือว่ารักษาผลประโยชน์ให้พี่น้อง จากที่ท่านผู้ถามกระทู้ได้ถามมาเรื่องมติที่ประชุมวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ผมก็ได้รับ รายงานเหมือนกันว่าตอนนั้นศูนย์ดำรงธรรมก็ได้เชิญทั้งผู้แทนก็มีทั้งการรถไฟ ผู้คนที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมทั้งหมด แล้วมติที่ประชุมก็ออกมาเหมือนอย่างที่ท่านว่าก็คือขอทำเป็นเข้า ๒ ออก ๒ ให้เป็น ๔ ช่องจราจร แต่ก็ยืนยันว่าอันนั้นเป็นมติในที่ประชุมว่าอยากให้การรถไฟปรับเป็น แบบนั้น แต่ทางการรถไฟเราไม่ได้ไปสัญญาว่าเราจะทำได้หรือไม่ แต่อย่างไรพอหลังจาก เหตุการณ์วันนั้นทางการรถไฟก็ได้มอบให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพิจารณาแนวทางการแก้ไข ปัญหาตามมติที่ประชุม ซึ่งพอได้มอบหลายส่วนไปศึกษาข้อมูลทางการรถไฟก็มีความคิด ก็คืออยากจะปรับเป็นเข้า ๒ ออก ๒ เหมือนอย่างที่ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามบอก เพียงแต่ว่ามันติด ข้อจำกัดหลายอย่างเลย อย่างแรกต้องบอกก่อนเลยว่าเหมือนอย่างที่ท่านบอกว่าโครงการนี้ ดำเนินการก่อสร้างมาแล้ว ก็คือของเดิมเป็นถนน ๒ ช่องจราจรก็คือเข้า ๑ ออก ๑ อันนี้ก็คือ ตามแบบที่เขาออกไว้แล้ว และรายงานอีไอเอ (EIA) ก็ได้กำหนดรูปแบบไว้ตามสัญญาจ้าง ก่อสร้างเป็นการก่อสร้างทางลอด ตามสัญญาก็ดำเนินการไปแล้วกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หากให้ มีการแก้ไขปรับแบบในตอนนี้ก็ต้องมีความจำเป็นก็ต้องทุบโครงสร้างผนังและพื้นที่ทำไปแล้ว เพื่อเพิ่มขยายช่องทางจราจร อันนี้ส่วนแรกเลยต้องทุบใหม่ทำใหม่มีเรื่องงบประมาณเข้ามา เกี่ยวข้องก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน🔗

เรื่องต่อไปก็คือต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปรับแบบก่อสร้าง รวมถึง ระยะเวลาในการก่อสร้างก่อสร้างโครงการสร้างรถไฟทางคู่ก็จะต้องขยับออกไปก็จะต้องเพิ่มขึ้น เพราะว่ามันกระทบทั้งหมดท่านทุบข้างล่างมันก็กระทบข้างบน ข้อจำกัดข้อต่อไปก็คือ ก็ต้องเริ่มกระบวนการในการกำหนดราคาเบื้องต้นเพื่อให้พื้นที่เวนคืนเพียงพอในการก่อสร้าง ทางลอด ๔ ช่องจราจร ต้องเรียนว่าของเดิมพื้นที่เวนคืนเราเตรียมไว้สำหรับ ๒ ช่องจราจร ถ้าต้องมาเริ่มกระบวนการใหม่อันนี้ก็ต้องยืดระยะเวลาออกไปพอสมควรเลย เพราะว่าก็จะ ส่งผลกระทบมาก เพราะว่าการให้ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้จนกว่าจะได้ พื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดแล้วก็จากการประเมินค่าก่อสร้างรวมค่าเวนคืนอะไรทั้งหมดก็ต้องใช้ งบประมาณอีกกว่า ๑๕๘ ล้านบาท🔗

ประการต่อไปการปรับแบบก่อสร้างทางลอดเป็น ๔ ช่องจราจรก็จะส่งผล กระทบต่อการสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงในช่วงเขตเทศบาลปากช่อง อย่างไรก็ตามที่ได้ คุยกับทางการรถไฟถึงแม้ว่าเราจะทำเป็น ๔ ช่องจราจรไม่ได้ก็คือในเบื้องต้นก็คือการรถไฟ ก็ได้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาแล้วพบว่าก็สามารถเปลี่ยนจาก ๒ เพิ่มมาเป็น ๓ จราจร โดยที่อันนี้ไม่กระทบกับงบประมาณ ไม่กระทบกับระยะเวลาก่อสร้างที่ต้องเพิ่มขึ้น แล้วก็ ไม่กระทบต่อการเวนคืน ซึ่งตรงนี้สามารถดำเนินได้ทันที เป็นการที่ว่าเราต้องโกออน (Go on) ไปก่อน ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนถ้าวันข้างหน้าสร้างไปแล้วมีปัญหาหรือติดมีอุบัติเหตุ ตรงไหน เดี๋ยวตรงนั้นทางกระทรวงคมนาคมก็จะพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอีกครั้งหนึ่ง🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านศิรสิทธิ์🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนโคราช พรรคเพื่อไทย ผมฟังท่านรัฐมนตรีพูดก็หมายความว่า การก่อสร้างนั้นมันมีมติจากชาวบ้านก็ตาม แต่การก่อสร้างไม่สามารถทำได้ เนื่องจากว่า ต้องทำตามแบบและต้องใช้งบมาก ต้องเพิ่มงบอีกใช่ไหม แล้วผมถามเป็นคำถามที่ ๒ ว่า พี่น้องประชาชนที่มีอุโมงค์ลักษณะเดียวกันกับอำเภอปากช่อง นั่นก็คืออำเภอบัวใหญ่ ทุกครั้ง ที่มีฝนตกและน้ำมันท่วม ถ้าน้ำมันท่วมท่านมีมาตรการอย่างไรในการที่จะแก้ไข🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ปัญหาดังกล่าวเดี๋ยวผมก็จะขออนุญาตรับไว้เป็นข้อมูลให้ทางการรถไฟ ชี้แจงต่อไป ในส่วนของอำเภอปากช่องทางลอด ทางการรถไฟก็แจ้งมาว่าตอนนี้ได้มีการ ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟรูปตัวยู (U) ในบริเวณวัดเขาไทรสายัณห์ซึ่งห่างจากทางลอด ดังกล่าวประมาณ ๑ กิโลเมตร พร้อมถนนเชื่อมเพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับประชาชน ในการสัญจรซึ่งจะสามารถช่วยลดปริมาณการจราจรบริเวณทางลอดดังกล่าวได้และทำให้ การจราจรเคลื่อนตัวได้สะดวก กราบเรียนผมเข้าใจผมก็มาจาก ส.ส. เขตเหมือนกับท่านผู้ถาม กระทู้ว่าความต้องการของชาวบ้าน แต่ตอนนี้เผอิญโครงการเราดำเนินการไปแล้ว ถ้ามีการคุยกัน ตั้งแต่เริ่มต้นมันก็ยังแก้ไขได้ ถ้าท่านจะมาแก้ไขตอนนี้ นั่นก็หมายความว่าโครงการที่กำลัง ทำอยู่ก็ต้องหยุดชะงักไป หยุดชะงักไปเกิดปัญหาอะไรขึ้นปัญหาการจราจรมันก็ต้องคาอยู่ อย่างนั้นเขาก็ต้องมาออกแบบกันใหม่เวนคืนกันใหม่หมด ทุบของเก่าสิ้นเปลืองงบประมาณ สร้างกันใหม่ซึ่งระยะเวลากว่าจะเสร็จผมก็ตอบไม่ได้ ถ้าตามแผนเดิม ปี ๒๕๖๕ ก็เสร็จแล้ว ถ้าทำใหม่หมดแล้วถ้าเราไม่สร้างต่อ เราหยุดไว้ที่เดิมแล้วไม่ได้งบประมาณมาหมายความว่า มันก็จะไปเรื่อย ๆ มันยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แต่ที่ผมเรียนว่าถ้ามี ความเดือดร้อนอะไรภายหลังต่อมาทางกระทรวงคมนาคมโดยทั้งการรถไฟ กรมทางหลวง ก็จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มที่ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

อันนี้เป็นคำถามสุดท้าย คำถาม ที่ท่านบอกว่าแก้ไขไม่ได้เพราะต้องใช้เงินอีก ๑๕๘ ล้านบาท แล้วต้องรื้อต้องทุบลำบากมาก แก้ไม่ได้ ถ้าพูดถึงวันข้างหน้าในอนาคตมันมีปัญหา ไม่มีอะไรมาการันตีได้ท่านประธานครับ ท่านมีโอกาสไปปากช่องผมจะมารับท่านแล้วไปดูตรงนี้มันทรมานมากรถมันติดเยอะมาก ทุกวันนี้ไม่มีอุโมงค์มันผ่านแทบไม่ได้ ผมก็ไม่เชื่อในสายตาตัวเองว่าเราเป็นคนปากช่อง ปากช่องมันโตเร็วมากครับ สายเส้นนี้วิ่งไป ๔๐-๕๐ กิโลเมตรก็เป็นจังหวัดลพบุรีแล้วครับ ออกไปทางเหนือไม่มีอุโมงค์ตรงนี้ก็ติดแล้วครับ แล้วถ้าสร้างอุโมงค์ติดแน่นอนรถอ้อยลงไป ในอุโมงค์ แล้วที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีทางกลับรถเกือกม้าที่วัดเขาไทรสายัณห์ ที่ท่านพูดนั้น เขาให้แต่รถเล็กไป แต่ปัญหานั่นคือรถใหญ่ที่บรรทุกอ้อยจะไปกลับลำในอุโมงค์มันไม่สามารถ ที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้เลย แต่ก็เอาเถอะครับ ผมเข้าใจว่าสร้าง ไปแล้วแต่อดที่จะห่วงใยพี่น้องประชาชนไม่ได้ ก็ไม่มีคำถามที่จะถามแล้วครับ ถ้าท่านบอกว่า ทำไปก่อนแล้วเดี๋ยวมีอะไรจะให้กระทรวงคมนาคมมาแก้ไข ก็หวังเหลือเกินขออย่าให้ มีปัญหา เพราะทุกวันนี้หาอยู่หากินลำบากเหลือเกินครับขอบคุณท่านประธานท่านใส่ชุด ที่บ่งบอกถึงความไว้อาลัยกับพี่น้องประชาชนอำเภอทุกอำเภอในเขตจังหวัดนครราชสีมา และท่านรัฐมนตรี ผมก็ไม่เข้าใจว่าหาอยู่หากินก็ลำบาก เมื่อสักครู่ไปกรรมาธิการทหารก็ไล่ ที่ ชลประทานก็ไม่น้อยหน้าก็ไล่พี่น้องประชาชนเขาน้อย หนองจาน หนองคู ออกจากพื้นที่ มีหมายศาลมาแปะลำบากเหลือเกินวินาทีนี้ยังทะเลาะกับทหาร นอกเรื่องสักนิดหนึ่งยังไม่พอ นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่อยาก ให้นอกเรื่องเอาเรื่องในประเด็น🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ผมสื่อให้รู้ว่าตอนนี้พี่น้องประชาชน เขาลำบากยังมาถูกทหารยิงอีกก็ไม่มีคำถามที่จะถามแล้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่จริงก็ไม่อยาก จะให้ท่านศิรสิทธิ์บอกว่าถูกทหารยิง คือผมไม่ได้เข้าข้างอะไรใคร คือถ้าบอกว่าทหารยิง หมายถึงภาพรวมคือเป็นทหารทั้งหมด แต่มันเป็นเพียงคน ผมอยากจะว่าเสียสติหรือเปล่า คลั่งคนเดียว แต่ก็เป็นทหารอยู่แต่ว่าออกมาคลั่งคนเดียว มันจะตีรวมว่าถูกทหารยิงทั้งหมด คงไม่ใช่แล้ว ผมเลยต้องขออนุญาตนิดหนึ่งไม่อยากจะให้บันทึกเอาไว้ท่านถอนว่าทหารยิง เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนที่เป็นทหารบางคน🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ผมขอถอนคำว่า ทหารยิง ครับ แต่ท่านประธานผมอดที่จะคิดไม่ได้เข้าไปในคลังแสง แต่งชุดทหารแล้วก็เอาชุดทหารมายิง แล้วรถก็รถทหาร ขอถอนคำพูดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือเข้าไปก็จริง อยากให้ท่านศิรสิทธิ์ว่าคนไทยทุกคนเจ็บปวดไม่แพ้กัน ไม่เฉพาะคนโคราชหรอกครับ ผมอยู่ จังหวัดนครพนมผมก็น้ำตาร่วง ฉะนั้นผมไม่อยากจะให้มันเกิดความเข้าใจผิดกันมากยิ่งขึ้น ถ้าไปสรุปว่าทหารยิงมันก็หมายถึงว่าทหารตั้งใจหรือเจตนาไปยิงประชาชน แต่มันเป็นทหาร ที่คลั่งเพียงคนเดียวแล้วก็ไปเอาอาวุธปืนก็ไม่ใช่ไปเอาธรรมดา มันก็ฆ่าคนแล้วเข้าไปเอา ใช่ไหมครับ ยิงกุญแจ ยิงประตูเข้าไปเอาอะไรต่าง ๆ ผมว่าเราให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดขยายความขัดแย้ง แทนที่เรื่องอย่างนี้เราต้องช่วยกันแก้ไข ปัญหา แต่ว่าอะไรที่มันหมักหมมอยู่ในตรงนั้นมันไม่ดีเราจะปล่อยผ่านเลยไม่ได้หรอกครับ มันต้องหาวิธีการแก้ไขต่อไป ต้องขอบคุณในความหวังดีและห่วงใยก็อยากจะให้ทาง ส.ส. โคราชทุกท่านได้เข้าใจว่าคนไทยทั้งประเทศอยู่ในอาการไม่ต่างกัน เราก็เจ็บปวดรวดร้าว เสียอกเสียใจไม่แพ้กันเข้าใจท่าน ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ ผมเชื่อว่าข้อเสนอ ดี ๆ ของท่านทางกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะการรถไฟคงจะเอาไปพิจารณาในการที่จะ ดำเนินการแก้ไขต่อไป ผมว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบเขาคงไม่ไปหลับหูหลับตาให้มันเกิดความ เสียหายกับพี่น้องประชาชนต่อไปผมเชื่ออย่างนั้น ดีแล้วท่านเสนอเรื่องนี้เข้าสู่สภาเรา ห้องประชุมตรงนี้ก็เสมือนห้องประชุมใหญ่มีบทบาทมีความขลังมีความศักดิ์สิทธิ์อันเดียวกัน แล้วเย็นนี้หลังจากปิดประชุมใหญ่ก็จะเอาเทปตรงนี้ออกรายการทางช่อง ๑๐ ให้พี่น้องประชาชน ได้รับฟังต่อไป ขอขอบคุณท่านศิรสิทธิแล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๓ เรื่อง โครงการก่อสร้างรถไฟทางสายคู่ กรุงเทพมหานคร-ปาดังเบซาร์ (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ได้จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ครับ ๑. ว่าที่ร้อยเอก ณัฏฐพร บัวผุด วิศวกรโยธาชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมการขนส่งทางราง ๒. นายสรยุทธ มาลัย วิศวกรอำนวยการ ศูนย์โครงการก่อสร้างฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย ๓. นายกฤษดา มัชณิมาภิโร วิศวกรกำกับการกองก่อสร้างเขต ๒ ศูนย์โครงการก่อสร้าง ฝ่ายโครงการพิเศษ และก่อสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเตรียมถามตอบกระทู้ในห้องประชุมได้เลย เชิญครับท่านนริศ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องกราบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาบรรจุกระทู้ถามของผมในวันนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาให้เกียรติ ตอบกระทู้ถามในวันนี้ ผมจะถามเพียงคำถามเดียวแล้วก็จะมีการฝากข้อสังเกตท่านรัฐมนตรี ไว้ท้ายกระทู้ถามนี้🔗

สืบเนื่องจากว่าเส้นทางคมนาคมจากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ภาคใต้ มีเส้นทางหลักเส้นทางเดียวคือเดิมเป็นถนนเพชรเกษม แต่ช่วงหลังเป็นถนนเอเชียเส้นเดียวกัน แล้วหากมีภัยพิบัติน้ำท่วมก็ตัดขาดจากกรุงเทพมหานคร แต่ว่ารัฐบาลหลายรัฐบาลรวมทั้ง รัฐบาลชุดนี้มีดำริมีนโยบายมีแผนงานโครงการที่จะทำเส้นทางขึ้นมานอกเหนือจากเส้นทางเดียว ที่มีอยู่ โดยเฉพาะรถไฟซึ่งคนใช้กันมามากกว่า ๑๐๐ ปี แล้วในพื้นที่ภาคใต้เส้นทางรถไฟจะ ทำให้บ้านเมืองในภาคใต้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทางรถไฟก็จำเป็นจะต้อง มีการพัฒนาขึ้น รถไฟรางเดียวยังตอบสนองต่อพื้นที่ไม่พอ ตอบสนองต่อเศรษฐกิจที่เติบโต ไม่พอ ขณะนี้เข้าใจว่าโครงการรถรางคู่ซึ่งเป็นความหวังของคนภาคใต้รัฐบาลมีดำริมีโครงการ แล้วจะถึงนครปฐมถึงหนองปลาดุกถึงหัวหินถึงประจวบคีรีขันธ์และมีโครงการถึงชุมพร ชุมพรแค่ครึ่งหนึ่งของภาคใต้แต่ว่าหลังจากนั้นไปยังสุราษฎร์ธานี ไปยังทุ่งสง ไปยังพัทลุง และหากตรงไปก็ไปถึงปาดังเบซาร์ชายแดนของไทยกับประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นการค้าชายแดน มีการค้าขนาดใหญ่รองรับอยู่ตรงนั้น ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า โครงการต่อเนื่องจากที่มีอยู่แล้วที่มีอยู่แค่ชุมพรต่อไปจะมีโครงการรถไฟรางคู่ต่อไปถึง ภูมิภาคอื่น ในภูมิภาคนี้ถึงจังหวัดอื่น ๆ ที่กราบเรียนแล้วคือสุราษฎร์ธานี ทุ่งสง พัทลุง สงขลาและไปถึงชายแดนปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซียจะดำเนินการเมื่อไรอย่างไร เป็นคำถามเดียวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบ ก่อนที่รัฐมนตรีตอบผมก็ข้องใจถามท่านนริศเหมือนกันว่ารถไฟทางสายคู่ กับรถไฟทางคู่สายอันเดียวกันหรือเปล่า🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

อันเดียวกันครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วทำไมต้อง เขียนสลับกันอย่างนี้🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

เป็นศัพท์แสงเสียงทางวิชาการไม่ทราบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ศัพท์แสง หรือเขียนผิดสลับที่หรือเปล่า🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

เจ้าหน้าที่สภาเป็นผู้ยกร่างเขาค้นมาว่าใช้ศัพท์นี้🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบด้วยถ้าไปเขียนผิดก็เขียนแก้ให้มันถูกแล้วกัน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับ รถไฟทางคู่สายกรุงเทพมหานคร-ปาดังเบซาร์ ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. นริศ ที่ท่านมีความเป็นห่วงใยพี่น้องสัญจรทางภาคใต้ จากแผนพัฒนาประเทศ ๒๐ ปีของรัฐบาล หรือจะเป็นแผนพัฒนาของกระทรวงหรือทุกแผนงานก็ต้องกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเราได้ ให้ความสำคัญกับการคมนาคมเป็นอย่างมาก ไม่เฉพาะภาคใดภาคหนึ่งเรากระจายทุกภาค แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะทางถนนอย่างเดียวไม่ว่าจะเป็นทางรางหรือทางน้ำที่กำลังจะเริ่มให้มัน มีการขยายไปตามแผนที่ได้วางไว้ แล้วก็แผนงานรถไฟรางคู่จากกรุงเทพมหานครถึงปาดังเบซาร์ ถือว่าเป็นการพัฒนาทางคู่ในโครงข่ายทางรถไฟปัจจุบันเพื่อสามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพทั้งด้านความปลอดภัย ประหยัดเวลา รวมทั้งสามารถขนส่งสินค้าได้ มีประสิทธิภาพและศักยภาพโดยสามารถเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ของประเทศได้ อย่างเป็นระบบ แล้วอย่างที่ท่านผู้ถามกระทู้ได้บอกมาแล้วว่าที่ผ่านมาแผนงานส่วนหนึ่ง ได้ดำเนินการไปแล้วซึ่งแผนงานทั้งหมดต้องเรียนว่าเรามีทั้งหมด ๖ แผนงาน ๓ แผนงาน ได้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ผมขออนุญาตไล่ไปเลยนะครับ ลำดับแรกก็คือช่วงก่อสร้าง รถไฟทางคู่นครปฐม-หัวหิน อันนี้ก็อยู่ระหว่างการก่อสร้างดำเนินการไปแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าช่วงนี้ก็จะเปิดบริการได้ปี ๒๕๖๔ ช่วงที่ ๒ ก็คือช่วงหัวหินไปประจวบคีรีขันธ์อันนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเหมือนกัน คาดว่าเปิดบริการได้ภายใน ปี ๒๕๖๓ ช่วงที่ ๓ คือจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไปถึงจังหวัดชุมพร อันนี้ก็อยู่ในระหว่าง การก่อสร้าง อันนี้อยู่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์คาดว่าเปิดบริการได้ภายในปี ๒๕๖๔ แล้วก็ จากกระทู้ที่ท่านถามก็คือว่าหลังจากนี้มีต่อไหม ช่วงต่อไปช่วงที่ ๔ ก็คือเป็นช่วงที่ชุมพรไปยัง สุราษฎร์ธานี อันนี้อยู่ในขั้นตอนที่นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติโครงการแล้วก็พิจารณา อีไอเอ (EIA) ถ้าตามแผนที่กระทรวงคมนาคมได้วางไว้ก็น่าจะเปิดบริการได้ปี ๒๕๖๖ แล้วก็ ช่วงต่อไปช่วงที่ ๕ ก็คือช่วงจากสุราษฎร์ธานีไปถึงหาดใหญ่-สงขลา อันนี้ก็เช่นเดียวกันก็อยู่ ในช่วงนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติโครงการแล้วก็พิจารณาอีไอเอ (EIA) กำหนดเปิด บริการก็น่าจะปี ๒๕๖๗ ช่วงที่ ๖ ก็คือช่วงหาดใหญ่ไปถึงปาดังเบซาร์ อันนี้ก็รอนำเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติโครงการ ปีที่เปิดบริการก็คาดว่าน่าจะประมาณปี ๒๕๖๗ ขออนุญาต ชี้แจงตอบคำถามเบื้องต้นครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนริศครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ขอบคุณท่านประธาน ผมหมดคำถาม แต่ว่า ขออนุญาตฝากข้อสังเกตกับรัฐมนตรี จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่เราได้กำหนดยุทธศาสตร์ว่า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนริศ ขอเวลานิดเดียว เนื่องจากว่าทางห้องประชุมใหญ่จะมีการเชิญชวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยืนไว้อาลัยกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง พอที่ประชุมใหญ่ท่านประธาน เชิญในห้องประชุมใหญ่ยืนไว้อาลัย ผมก็จะเชิญพวกเราพักการประชุมสัก ๑ นาทีเพื่อร่วมไว้ อาลัยด้วยกัน ช่วงนี้ก็เชิญท่านนริศต่อเลยครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ขอบคุณท่านประธานครับ จังหวัดพัทลุงเรา กำหนดว่าเราอยากให้จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองที่อยู่อาศัย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้น ก็ขอพักการประชุม ฟังการประชุมในห้องประชุมใหญ่ครับ🔗

พักประชุมเวลาเวลา ๑๕.๕๐ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๕๑ นาฬิกา🔗

เชิญท่านนริศ ต่อเลยครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

จังหวัดพัทลุงได้กำหนดยุทธศาสตร์จังหวัด เป็นเมืองที่อยู่อาศัยและเป็นเมืองที่ประชาชนอยู่และมีความสุขที่เราเรียกว่าเมืองสโลว์ทาวน์ (Slow Town) และจังหวัดพัทลุงก็กลายมาเป็นจังหวัดท่องเที่ยวจากที่เรากำหนดว่าเป็นเมือง สโลว์ทาวน์ (Slow Town) เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองรองที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นอันดับ ๑ ในบางเดือน แต่ไม่เคยเป็นอันดับ ๒ จังหวัดพัทลุงกำลังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นดาวรุ่ง แต่ว่า สิ่งที่จังหวัดพัทลุงเราก็พยายามแก้ปัญหาภายในจังหวัด เราพยายามพัฒนาจังหวัดแต่ว่า สิ่งที่คนพัทลุงทำไม่ได้เกินศักยภาพทั้งท้องถิ่นทั้งพวกผมก็คือโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นถนน ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าขอท่านได้กรุณาสั่งให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ได้ศึกษาความเป็นไปได้และหากมีความเป็นไปได้ก็กรุณาจัดตั้งงบประมาณสำหรับโครงการ ขอแผนที่ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

เส้นที่ ๑ คือกลาง ๆ ที่มีเส้นแดงสุดเป็นถนนเอเชีย ที่เป็นถนนเส้นเดียวผ่ากลางเมืองจังหวัดพัทลุง เส้นนี้ใช้ได้ดีจนถึงขณะนี้เป็นเส้นเดียว เส้นที่ ๒ ที่เป็นคู่ตรงกลางนั้นมีทางรถไฟ ถ้าเรามีอีกสักเส้นคือมีถนนคู่ไปกับทางรถไฟซึ่งไม่ต้องเวนคืนเลย สามารถก่อสร้างได้และผมคิดว่าถ้าเริ่มก่อสร้างได้จากกรุงเทพมหานครไปยังปาดังเบซาร์ หรือไปยังสุไหงโก-ลก จะเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่ก่อสร้างได้เลยโดยไม่ต้องเวนคืนเพราะ เป็นที่รถไฟ เป็นเส้นที่ ๒ ที่คนพัทลุงต้องการ เส้นที่ ๓ เส้นสีเหลือง เส้นสีเหลืองเป็นถนนเลียบ ทะเลสาบ ขออนุญาตเอาเส้นสีเขียวก่อน เส้นสีเขียวล่างสุดเป็นถนนแยกจากตำบลโคกทราย ไปยังท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา เส้นนี้เป็นเส้นที่ถนนขนาด ๒ ช่องจราจรเท่านั้นเอง ซึ่งขณะนี้ เส้นทางเส้นนี้มีรถบรรทุกสินค้า รถน้ำมันไปยังท่าเทียบเรือน้ำลึกเป็นจำนวนมาก ถ้าได้ขยาย เป็นสี่ช่องจราจรซึ่งเข้าไปรองรับกับรถบรรทุกซึ่งบรรทุกสินค้าและน้ำมันในท่าเทียบเรือน้ำลึก เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่มาก เส้นสุดท้ายเส้นเลียบทะเลสาบเส้นสีเหลือง เส้นนี้ทางหลวงชนบท ได้ออกแบบไว้แล้วโดยให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะสถาปัตยกรรมออกแบบ เส้นนี้ ความยาว ๘๐ กิโลเมตร เริ่มจากทะเลน้อยผ่านตัวเมืองริมทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบพัทลุง ไปยังสงขลาผ่านอำเภอควนขนุน อำเภอเมือง อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว อำเภอปาก พะยูน แล้วไปจังหวัดสงขลา เส้นนี้ก็จะเป็นเส้นที่สนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงและ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกแบบไว้สวยมาก ถ้าเส้นนี้เสร็จ ใช้งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทจะเป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทย นี่ครับที่ออกแบบไว้แล้ว มีถนนและมีสะพานที่สวยงาม มีที่ขายสินค้าของพี่น้องประชาชนติดกับทะเลสาบเป็นถนน ที่สวยงามมาก ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีได้กรุณาในส่วนที่เป็นโครงการใหม่ก็ให้ศึกษา ความเป็นไปได้ในส่วนที่ศึกษาความเป็นไปได้แล้วขอให้ท่านรัฐมนตรีกรุณาได้จัดตั้งงบประมาณ ให้กับจังหวัดพัทลุงเพื่อถนน ๓-๔ เส้นทางนี้🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี มีอะไรจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เรื่องนี้ เดี๋ยวทางกระทรวงคมนาคมก็จะขอรับข้อเสนอไปพิจารณา ขอบคุณท่าน ส.ส.นริศที่ท่านได้ นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูดในห้องประชุม ณ แห่งนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถือว่าเป็นการ จบกระทู้ถาม ที่ ๑.๓.๖ เรื่อง โครงการก่อสร้างรถไฟทางสายคู่กรุงเทพมหานคร-ปาดังเบซาร์ ความจริงถึงพัทลุงเลย ถือว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ผมต้องขอบคุณ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ให้เกียรติ กระทู้ถามแยกเฉพาะพวกเรา ขอบคุณทุกท่าน แล้ววันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถาม แยกเฉพาะทั้ง ๖ กระทู้ ถือว่าได้ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ผมขอบคุณ ทุกท่านครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่จะไประเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับว่าถ้าไม่ขัดข้องอะไร ผมขอนำระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องการตั้งกรรมาธิการในตำแหน่งที่ว่างลง รวมทั้งที่กรรมาธิการขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาโดยลำดับ จึงจะขออนุญาตที่ประชุม ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างยื่นผมขออนุญาตนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๗.๑ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำ ทั้งระบบแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง โดยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่ง ที่ว่างเนื่องจากสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๑๓) ตำแหน่งที่ว่างนี้เป็นกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผู้เสนอได้รับการเสนอเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ🔗

๗.๒ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมแทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายเกษม อุประ และนางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร)🔗

โดยประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายเกษม อุประ และนางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างนี้เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมผู้รับรองด้วยครับ พรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ รายชื่อ คือ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เข้าไปแทนที่กรรมาธิการการสวัสดิการสังคมที่ว่างอยู่ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีปัญหาไหมครับ ถ้าไม่มีปัญหาก็ถือว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เสนอแทนคุณจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร เชิญเลยครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีของคุณจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ที่ได้ลาออก จากกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมแทนตำแหน่งที่ว่างลง ประกอบกับสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลดลง ๑ ตำแหน่ง จึงให้ทางท่านมงคลกิตติ์ได้เสนอไปแล้วเมื่อสักครู่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่นี้เป็นสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ครับ เดิมเป็นสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ แต่พอดีพรรคประชาธิปัตย์ได้มีบุคคลลาออกแล้วเมื่อคิดสัดส่วนใหม่ ก็ทำให้ตำแหน่งสัดส่วนของกรรมาธิการนั้นลดลงไป ๑ ที่นั่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่นี้เรียกพรรคเพื่อไทย🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ได้เสนอพรรคไทรักธรรม ที่เข้ามาแทนใหม่นะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

เมื่อสักครู่คือท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นพรรคเพื่อไทย เชิญเลยครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วน รายชื่อกรรมาธิการทดแทนตำแหน่งที่ว่างสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยขอความกรุณาท่านประธาน ขอเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้าครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เลื่อนไปก่อนนะครับ เฉพาะตำแหน่งนี้เลื่อนไปก่อนครับ🔗

๗.๓ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชนแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายนพดล ปัทมะ)🔗

เป็นตำแหน่งของนายนพดล ปัทมะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ เป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) นะครับ อันนี้เป็นสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ขอเชิญเสนอกรรมาธิการ เชิญเลยครับ ไม่พร้อมขอเลื่อนไปก่อนได้นะครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาขอเลื่อนการแต่งตั้งเป็นสัปดาห์หน้าเช่นกัน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเลื่อนการแต่งตั้ง กรรมาธิการชุดนี้ไปก่อนในส่วนของพรรคเพื่อไทยนะครับ🔗

๗.๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไข ปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓🔗

เรื่องนี้ต้องขออนุญาตจากที่ประชุมนะครับ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่น จากที่กรรมาธิการขอหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องถือว่า ที่ประชุมอนุญาตให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา การข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศขยายเวลาในการพิจารณาศึกษาออกไป อีก ๙๐ วันนะครับ วาระต่อไป🔗

๗.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการ การชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่อง ดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓🔗

เรื่องนี้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีหนังสือแจ้งว่าขอขยายเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน เนื่องจากมีข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่จะต้อง พิจารณาศึกษาเพื่อคณะกรรมาธิการจะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน และเพื่อให้การศึกษา บรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เรื่องนี้ก็ต้องขออนุมัติที่ประชุม ถ้าที่ประชุม ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ในการขยายเวลาออกไป ๖๐ วันนะครับ มีขอเพิ่มมาอีกกรรมาธิการชุดหนึ่ง🔗

๗.๖ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน โดยประธานได้มีหนังสือแจ้งว่าขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓🔗

เนื่องจากมีข้อมูลที่จะต้องพิจารณาศึกษาเป็นจำนวนมาก และต้องพิจารณา เป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประธาน คณะกรรมาธิการได้เสนอเรื่องมาเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ คือเมื่อวานนะครับ เพราะฉะนั้น ก็บรรจุในวาระนี้ไม่ทันนะครับ อย่างไรก็ตามเมื่อเสนอเข้ามาเพื่อกรรมาธิการจะได้ทำงาน จึงขออนุญาตจากที่ประชุมนี้ขยายระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาออกไป ๖๐ วัน อันนี้ ก็เช่นเดียวกัน ก็คือต้องขอความเห็นชอบจากสภาครับ ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็นขัดแย้ง เป็นอย่างอื่น ผมขอให้ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้กรรมาธิการชุดนี้ขยายเวลาพิจารณาศึกษา ออกไปอีก ๖๐ วัน อันนี้มีทั้งหมด ๖ วาระ ในระเบียบวาระที่ ๗ มี ๖ เรื่องที่จะขออนุญาต ที่ประชุมครับ ก็จบระเบียบวาระที่ ๗🔗

ระเบียบวาระต่อไป ผมทราบว่าจะมีการเสนอญัตติก็เลยคิดว่าก่อนที่เราจะแจ้ง เรื่องเพื่อทราบทั้งที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระและไม่บรรจุระเบียบวาระ ขอท่านสมาชิกทราบ ว่าจะมีการเสนอญัตติก็เชิญนะครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ทุกท่านคงทราบดี ขออนุญาตเดี๋ยวค่อย เสนอใหม่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต้องกราบขอบพระคุณท่านวัชรพลที่ได้ให้ความกรุณานะครับ เนื่องด้วย สภาแห่งนี้เรากำลังจะยื่นเสนอญัตติด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๑) แล้วก็ เป็นญัตติซึ่งมีความสำคัญและเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน แต่เนื่องด้วยทางสภายังมีญัตติ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา คือญัตติการศึกษาแนวทางการป้องกันแก้ไขการรัฐประหาร ในอนาคต เราไม่อยากจะให้ญัตตินี้มีปัญหาหรือว่าตกไป เนื่องด้วยมีญัตติอื่นเข้ามาแทรกกลาง ก็ต้องขอความกรุณาที่ประชุมใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๘๔ เรื่องงดเว้นข้อบังคับการประชุม โดยขอเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๕ และข้อ ๕๘ ครับ ขอที่ประชุมรับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ความจริงแล้ววาระที่เรา พิจารณาค้างอยู่ยังไม่ถึงนะครับ แต่เราสามารถเสนอเร่งด่วนได้ เรื่องนั้นไม่ได้ตกไปหรอกครับ ถึงเรื่องด่วนเข้ามาก็ไม่ได้ตกไป เพราะเรื่องระเบียบวาระที่ค้างไปนานก็ยังมีอยู่ แต่เมื่อเสนออย่างนี้ ก็ไม่ขัดข้องนะครับ เชิญดำเนินการต่อครับ ที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าต้องการเสนอญัตติด่วน หรือต้องการให้ดำเนินการไปตามระเบียบวาระก็จะดำเนินการไป เรื่องเพื่อทราบนั้นอาจจะ ต้องใช้เวลาบ้างเล็กน้อย เพราะว่ามีเรื่องที่สมาชิกอาจจะต้องการอภิปราย เชิญเลยครับ ต้องการให้นำเรื่องอะไรมาพิจารณา เชิญ ผมได้รับการติดต่อก่อนขึ้นมาว่าจะขอให้สมาชิก ได้เสนอญัตติด่วน ก็ยินดีที่สนองตอบความต้องการนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานครับ ต่อกรณี ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาให้มีการเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๘๔ เว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๕ และข้อ ๕๘ เพื่อนำเอาญัตติด่วนที่ให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ขึ้นมาพิจารณา ๒ ญัตติ ที่เราได้มีการประสานกันไว้ ประเด็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ มันเป็นความเห็นต่างของสภานี้ เรื่องของญัตติที่เราพิจารณาค้างไว้ หรือกำลังอยู่ในขั้นการพิจารณาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานได้ปิดประชุมไปขณะที่ ยังไม่มีการปิดอภิปราย แล้วก็นัดหมายให้เพื่อนสมาชิกมาพิจารณาต่อในสัปดาห์นี้ การตีความ ในเรื่องนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรามีข้อกริ่งเกรงพอสมควรที่จะ ถูกยื่นตีความว่าญัตติที่เสนอค้างอยู่จะตกไปหรือไม่ เหตุการณ์นี้สภาเราช่วยกันวินิจฉัย ในเหตุการณ์อดีตที่ผ่านมาเราก็ป้องกันโดยการมีมติให้เว้นข้อบังคับด้วยเสียงของที่ประชุมนี้ ๒ ใน ๓ ของสมาชิกที่มาประชุม อันนั้นผ่านพ้นไปด้วยดี ก็เอาเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณา ที่เป็นญัตติ เอามาพิจารณาได้ แล้วก็รักษาญัตติว่าด้วยการต่อต้านการรัฐประหารไว้ การตีความตรงนี้ ประเด็นที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ แล้วเรื่องญัตติรัฐประหาร มันเป็นญัตติที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา ไม่ได้เป็นเรื่องค้างพิจารณา การบรรจุระเบียบวาระ ด้วยความเคารพท่านประธาน ฝ่ายสภาเราบรรจุในเรื่องค้างพิจารณา โดยข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องที่ค้างพิจารณาเมื่อนำสู่การพิจารณาแล้วมีการพิจารณาค้างอยู่จะต้องพิจารณาต่อเนื่อง ควรนำเรื่องนั้นขึ้นมาเป็นเรื่องด่วนครับ ควรเป็นเรื่องด่วนแล้วก็พิจารณาต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้น จะมีปัญหาว่าเราเอาเรื่องด่วนมาพิจารณาแซงญัตติที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ก็เลยเป็นประเด็น ที่ต้องกราบเรียนครับว่าอยากให้ท่านประธานดำเนินการตามข้อบังคับ ก็คือให้เพื่อนสมาชิก ได้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วก็ลงมติ ๒ ใน ๓ เว้นข้อบังคับ แล้วก็ดำเนินการเสนอญัตติ ซึ่งญัตติมี ๒ ญัตติครับมีข้อตกลงกับทางวิป (Whip) รัฐบาลว่าจะเอาญัตติเรื่องความเห็น ของเราต่อกรณีกำหนดบังคับของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการให้ทำหน้าที่ของเรามาพิจารณาก่อน ซึ่งใช้เวลาสั้นมากท่านประธาน ฝากท่านประธานได้กรุณาพิจารณากราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อผู้ควบคุมเสียงได้หารือ เรื่องนี้กันแล้วก็แจ้งให้ผมทราบ ผมก็ตั้งคำถามแบบที่หมอถาม ว่าญัตติของท่านอาจารย์ปิยบุตร จะเป็นอย่างไร ในที่สุดถกกันก็ลงเอยว่าอันนั้นอยู่ในเรื่องค้างพิจารณา อันนี้เป็นวาระเรื่องด่วน ซึ่งสามารถทำได้ ซึ่งก็เห็นว่าถ้าสมาชิกมีความประสงค์จะเอาเรื่องด่วนขึ้นมาก่อนเรื่องนั้น ก็ยินดีให้ทำได้ แต่ว่าเรื่องค้างพิจารณาก็คือเรื่องค้างพิจารณา ซึ่งก็ยังต้องดำเนินการต่อไป เมื่อจบเรื่องนี้ เมื่อวานนี้ผมก็คุยกับท่านอาจารย์ปิยบุตรเรื่องนี้ว่าท่านก็อยากว่าถ้าสมมุติ เรื่องเพื่อทราบมันจบเร็ว ท่านก็ยินดี แต่ว่าถ้าเราพิจารณาเรื่องเพื่อทราบก็จะใช้เวลา บังเอิญ เราไม่ได้คิดถึงเรื่องญัตติด่วนเมื่อวาน เราคิดแต่เรื่องเพื่อทราบกัน ซึ่งถ้าหากว่าสมาชิก ต้องการยกเว้นข้อบังคับตามที่เสนอมาก็แล้วแต่ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างไร ถ้าที่ประชุม ไม่ขัดข้อง วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นร่วมกัน ท่านวิรัชได้ตกลง ผู้ควบคุมเสียงได้ตกลงกัน ท่านวิรัชได้ตกลงกันอย่างไรครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมเองได้คุยก็ตามที่ตกลงครับท่านประธาน ก็ให้เขาเลื่อนขึ้นมาก่อนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เลื่อนญัตติด่วนใช่ไหมครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ญัตติด่วน โดยขอยกเว้น ข้อบังคับ ข้อ ๑๘๔🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ในส่วนนี้ก็ได้คุยกัน ตอนแรก ก็บอกว่าไม่จำเป็น แต่เพื่อความสบายใจของเขาก็ยกเว้นข้อบังคับ ก็ไม่ขัดข้องนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอมติ ที่ประชุม ก็ต้องนับใช่ไหมคุณหมอครับ ต้องนับจำนวนสมาชิก แล้วต้องได้ ๒ ใน ๓ ของผู้ที่ลงมติ จำนวนสมาชิกที่ไม่อยู่ ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอมติ ถ้าประธานสภาขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอ ญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกในที่ประชุม ก็ให้งดใช้ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นต้องนับองค์ประชุมครับ เชิญคุณหมอครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน จากคำวินิจฉัยของท่านประธานแล้วก็เพื่อไม่ให้เป็น การเสียเวลา ผมเคารพคำวินิจฉัยของท่านประธาน ก็ไม่จำเป็นที่จะไปตรวจสอบองค์ประชุม แล้วก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๘๔ ในการยกเว้นข้อบังคับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องขอมติ อนุญาตให้เสนอญัตติด่วนได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ ขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗

(ผู้เสนอญัตติด่วนไม่มีเอกสารประกอบการพิจารณา)
นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพยิ่งที่อนุญาตให้ผมได้เสนอญัตติให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๕๔ (๑) ท่านประธานที่เคารพ เป็นเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณาเรื่องการปฏิบัติตามการกำหนดบังคับ ผมเน้น ท่านประธานด้วยความเคารพ การปฏิบัติตามการกำหนดบังคับในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ออกเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการให้ถูกต้องในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ เฉพาะวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ แล้วก็ส่งร่างที่แก้ไขที่ถูกต้องแล้วให้กับสมาชิกวุฒิสภาพิจารณาต่อไป แล้วก็มีคำสั่งให้รายงานผลการปฏิบัติตามกำหนดบังคับให้ศาลรัฐธรรมนูญทราบภายใน ๓๐ วัน เป็นประเด็นที่ผมอยากให้สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาว่าเราควรปฏิบัติตามอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าต้องเสนอเป็นเรื่องที่ให้สภา พิจารณาเป็นเรื่องด่วน ด้วยเหตุผล ๒ ประการ🔗

ประการที่ ๑ เรื่องนี้หลังจากมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งมาถึงสภา ลงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นำเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร พูดถึงคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อกัน ๒ คำร้อง คำร้องแรก ๙๐ คน คำร้องที่ ๒ ๘๔ คน ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในการตราพระราชบัญญัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่าตราขึ้นชอบ หรือถูกต้องโดยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านประธานครับ เหตุผลข้อที่ ๑ ที่ผมนำเรียนท่านประธาน คือท่านประธานได้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเป็นวาระพิเศษ และนัดหมาย ให้เพื่อนสมาชิกได้เข้ามาร่วมพิจารณาในวันพรุ่งนี้ เลยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่กระผมเอง และสมาชิกฝ่ายค้านได้ร่วมปรึกษาหารือกันว่าอยากให้สภาช่วยกันพิจารณาว่าเราควรจะปฏิบัติ ตามการกำหนดบังคับของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเหตุผลที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่ากำหนดบังคับ ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้สภาดำเนินการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งอยู่ในหน้าที่ และอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมันเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีครับ ในประกาศศาลรัฐธรรมนูญก็เขียนว่าเป็นการเกิดขึ้นในครั้งแรกไม่เคยเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เลยเป็นเรื่องสำคัญ เราในฐานะเป็นผู้ถูกบังคับ ถูกกำหนดบังคับให้กระทำมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่เราจะต้องมาร่วมกันพิจารณาว่าเราจะดำเนินการอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ในเหตุผลของผม ที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงเหตุถึงผลว่าผมมีความเห็น เป็นอย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ๓ อำนาจ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ อำนาจบริหาร ๓ อำนาจอธิปไตยจะต้องมีการตรวจสอบและมีการถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน มีความสมดุลในการใช้อำนาจนั้นให้เท่าเทียมกันไม่มีหนักไม่มีเบา เพราะฉะนั้น ก้อนเส้า ๓ ก้อนเดี๋ยวจะประคองอำนาจอธิปไตยที่อยู่บนยอดพีระมิดตรงนั้นไม่ได้ มันจะมีการ ล้มเหลว มีการถูกทำลายไป เพราะฉะนั้นผมเองก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าข้อเสนอผมเอง ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเอง ไม่เห็นด้วยที่จะต้องปฏิบัติตามการกำหนดบังคับของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นของผม ท่านประธานที่เคารพ มันหมิ่นเหม่มากต่อการละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมจะขอให้ความเห็นบนพื้นฐานของความสุจริต บนพื้นฐานของความสุจริตตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ ข้อ ๑๐ บทบัญญัติ มาตรา ๓๘ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านข้อบังคับข้อกำหนด ข้อ ๑๐ นะครับ🔗

ในข้อ ๑๐ กำหนดให้ห้ามบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายตามคำสั่ง หรือวิจารณ์คำสั่งศาล หรือคำวินิจฉัยศาลโดยไม่สุจริต ผมขีดเส้นใต้ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน โดยไม่สุจริต หรือใช้ถ้อยคำหรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี ปลุกปั่น ยุยง หรืออาฆาตมาดร้าย เพราะฉะนั้นถ้ากระผมเองเผอเรอด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านประธานกรุณาได้ตักเตือนผมด้วยเพราะผมเองมีเจตนาสุจริตจริง ๆ ที่จะให้เหตุให้ผลกับ การที่ผมไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติตามการกำหนดบังคับของศาลรัฐธรรมนูญ🔗

ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะให้เหตุผลผมขออนุญาตท่านประธานกล่าวถึง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประกาศของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕/๒๕๖๓ กับคำวินิจฉัย ส่วนกลางยังไม่ออกครับ คำวินิจฉัยส่วนตนเราก็ยังไม่เห็นแต่มีเอกสารเป็นหนังสือ ส่งจาก ศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ มาถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นการสรุปคำวินิจฉัย โดยย่ออยู่ ๒ หน้ากระดาษที่ส่งมาให้พวกเรา แล้วก็ทางฝ่ายสภาได้กรุณาสำเนาวางไว้ ให้กับสมาชิกทุกท่านด้วยความเคารพแล้วในการพิจารณา โดยสรุปครับท่านประธาน คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม🔗

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องพฤติการณ์ พฤติกรรม ของสมาชิกที่ลงคะแนนแทนกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ผิดต่อหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๑๔ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องทำหน้าที่โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือการครอบงำใด ๆ ต้องเป็นอิสระ แล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ ที่เราได้ปฏิญาณตนว่าเราจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ธำรงรักษาไว้ซึ่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทุกประการ ที่สำคัญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ ๑ เสียง สมาชิกมีสิทธิลงคะแนน ๑ คะแนน เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๘๐ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตรงนั้นศาลวินิจฉัยว่าเป็นการทำหน้าที่ไม่สุจริต ขัดหลักนิติธรรม หรือไม่สอดคล้องกับ หลักนิติธรรม ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ นั่นเป็นประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ โดยสรุป ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ ไม่ตกไปทั้งฉบับ แค่ตกไปบางส่วน เฉพาะวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกตของกรรมาธิการ ศาลรัฐธรรมนูญก็ให้เหตุผลว่า สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลคือยกเอาข้อเปรียบเทียบหรือว่า คำร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๘๔ ท่าน ซีกฝ่ายค้านที่ส่งคำร้องไปวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคหนึ่ง (๑) การตรานี้ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยยกคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี ๒๕๕๖ ตามคำวินิจฉัยที่ ๑๕ ถึงคำวินิจฉัยที่ ๑๘/๒๕๑๖ แล้วก็ คำวินิจฉัยที่ ๓ ถึงคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๕๗ เรื่องของการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็ การยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงินกู้มาเปรียบเทียบ คำวินิจฉัยตรงนั้นผู้ร้องมีความประสงค์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เห็นว่าคำวินิจฉัยขณะนั้นร้องว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้พระราชบัญญัติ โดยเฉพาะคำวินิจฉัยที่ ๓-๔/๒๕๕๗ ตกไปทั้งฉบับ ด้วยเหตุ ๑. ข้อความหรือบทบัญญัติไม่ชอบ ๒. หรือตราโดยไม่ชอบที่มีการเสียบบัตรแทนกัน กรณีตรงนั้นมีคำวินิจฉัย แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งพฤติการณ์แห่งคดี แล้วก็ตัวบทกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ท่านบอกมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญก็เลยให้เหตุผลว่า การดำเนินการ ตราพระราชบัญญัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีในวาระรับหลักการ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในชั้นการพิจารณาในวาระ ๒ ในชั้นกรรมาธิการก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่มีปัญหาเรื่องของการพิจารณาในวาระ ๒ และวาระ ๓ ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ ก็บอกว่าให้มีผลเฉพาะตรงที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ🔗

เรื่องที่ ๓ ศาลรัฐธรรมนูญอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ ให้ศาลมีอำนาจกำหนดบังคับไว้ในคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้คู่กรณีนำไปสู่การปฏิบัติ ก็เลยเอาอำนาจนั้นมากำหนดบังคับให้ สภาผู้แทนราษฎรเราไปดำเนินการให้ถูกต้องในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ ในวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกตของกรรมาธิการ อันนั้นคือ สิ่งที่เป็นคำวินิจฉัยโดยคร่าว ๆ โดยสรุปของผมที่นำเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานครับ จากคำวินิจฉัยนี้ผมเองมีความเห็นกับท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องปฏิบัติตามการกำหนดบังคับในคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญให้เรามาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เฉพาะวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกต เหตุที่ผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพราะอะไรครับ🔗

ประการที่ ๑ กระผมเห็นว่าเป็นความเห็นบุคคล เป็นความเห็นส่วนตัว โดยสุจริตครับ ไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ผมเคารพครับว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจวินิจฉัยตัวบทกฎหมายหรือร่างกฎหมายว่าชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่สิ่งที่กระผมได้ตรวจสอบดูคำร้องของเราที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคหนึ่ง (๑) เข้าชื่อกัน ๑ ใน ๑๐ ๘๔ คน แล้วก็ ๙๐ คนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ การวินิจฉัยถ้าดูตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ในเรื่องของการวินิจฉัย ถ้าไปดู ในวรรคสามของมาตรา ๑๔๘ ขออภัยท่านประธานครับ เขียนไว้อย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ผมขีดเส้นใต้คำว่า หรือ เลย ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป เน้นย้ำครับ ๑. ตราโดยไม่ชอบตกไป ถ้าวินิจฉัยว่าตราโดยไม่ชอบ ๒. ข้อความขัดหรือแย้งบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นสาระสำคัญตกไป วรรคสี่ก็ไม่เขียนรองรับอีกถ้าไม่ใช่สาระสำคัญ ก็ให้ตกไปเฉพาะข้อความนั้นเท่านั้นเอง ประเด็นนี้เองก็เป็นเรื่องที่ผมก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งมาให้เรามีการพิจารณา แยกส่วนในกระบวนการตราพระราชบัญญัติเหมือนกับวินิจฉัยข้อความซึ่งไม่เคยปรากฏมา ในคำวินิจฉัยใด ๆ และที่สำคัญในอดีตก็มีการพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องตราบทบัญญัติ ของกฎหมาย ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมาอย่างน้อย ๙ ฉบับ ๙ เรื่อง ๑๐ ฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ผมขอยกตัวอย่างไม่เอาทั้ง ๙ ฉบับครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๒/๒๕๕๑ ว่าตราโดยไม่ชอบ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ มีสมาชิก สนช. มาลงชื่อเข้าประชุม ๒๑๒ คน ครบองค์ประชุม เปิดประชุมได้ แต่เวลาลงมติมีผู้เข้ามาอยู่ในที่ประชุมแค่ ๘๖ คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ศาลก็ใช้เป็น เหตุว่านี่คือกระบวนการตราพระราชบัญญัติไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย ให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันตกไป ทั้ง ๙ เรื่องนี้เป็นอันตกไป ร่างพระราชบัญญัติว่า ด้วยป่าชุมชนก็เป็นอันตกไปเพราะกระบวนการตราไม่ชอบ อันนี้เป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา ในอดีต ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นการที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้วินิจฉัยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคสาม ผมขอนำเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ไม่ได้หมิ่นประมาทหรือไม่ได้ละเมิดต่อศาล ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้🔗

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในเรื่อง ต่อไป การออกข้อกำหนดหรือข้อบังคับ หรือกำหนดบังคับในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ให้องค์กรใด ๆ กระทำตามรัฐธรรมนูญ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในมาตรา ๗๔ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ เขียนให้อำนาจไว้ก็จริง แต่ถ้ามาดูข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญในข้อ ๔๔ ข้อ ๔๕ ก็เขียนรองรับเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน ในข้อ ๔๔ เขียนไว้ว่าถ้าปรากฏความว่าศาลพบหรือคู่กรณียื่นคำร้องหรือหน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระหรือแม้แต่สภาพบว่ามีการไม่ดำเนินการเป็นไปตามการบังคับก็ให้แจ้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีคำวินิจฉัยให้ดำเนินการตามการบังคับนั้น นั่นหมายความว่าหน่วยงาน ของรัฐสภาเองหรือบุคคลที่อยู่ในการบังคับเป็นผู้มีหน้าที่ไปดำเนินการบังคับให้คู่กรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ในคดีรัฐธรรมนูญเป็นผู้ไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดบังคับมาบังคับ ให้ฝ่ายนิติบัญญัติไปดำเนินการในอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติมันก็เป็นเสมือนว่า ฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภาผู้แทนราษฎรเป็นคู่กรณีในคดีรัฐธรรมนูญนั้น ซึ่งด้วยข้อเท็จจริง สภาผู้แทนราษฎรของเราไม่ได้เป็นคู่กรณี สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด การกระทำผิด เกิดขึ้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ไปดำเนินการเสียบบัตรแทนกัน เพราะฉะนั้น ถ้ามีการไต่สวนสอบข้อเท็จจริงแล้วศาลรัฐธรรมนูญควรจะให้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ไปบังคับให้คู่กรณีนั้นดำเนินการคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่ามันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าการออกกำหนดบังคับของศาลรัฐธรรมนูญตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ น่าจะเกินขอบข่ายที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ผมไปตรวจสอบบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตามอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๑๐ มีอยู่ ๓ เรื่องท่านประธานครับ เรื่องที่ ๑ มีหน้าที่ในการวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของตัวบทกฎหมายและร่างกฎหมาย เรื่องที่ ๒ วินิจฉัยเรื่องหน้าที่และอำนาจขององค์กรต่าง ๆ และเรื่องที่ ๓ ก็เป็นไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ เช่นมาตรา ๑๔๘ ผมไปตรวจสอบในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญว่ามีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใดที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญไปออกการกำหนด มาบังคับให้สภาผู้แทนราษฎรไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ซึ่งเรื่องนี้เราถือกันมากนะครับ เป็นการถ่วงดุลระหว่าง ๓ อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจของปวงชนชาวไทย อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการต้องมีการถ่วงดุลกัน ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาต ยกตัวอย่างว่าเราเองไม่เคยล่วงละเมิดหรือก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของฝ่ายตุลาการ ยกตัวอย่าง รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๙ ในการสอบข้อเท็จจริงของกรรมาธิการ สามารถเรียกเอกสาร สามารถเรียกบุคคลเข้ามาสอบข้อเท็จจริงได้ มีข้อยกเว้นห้ามเรียกผู้พิพากษา ตุลาการ ซึ่งปฏิบัติในหน้าที่ของเขาในการพิพากษาอรรถคดีตรงนี้เราไม่ก้าวล่วงเลยครับ แม้แต่มีเรื่อง เข้าสู่สภาในการพิจารณาถ้าเรื่องนั้นอยู่ในศาลเราจะไม่พิจารณาเพราะเราเคารพว่าจะเป็น การล่วงละเมิดหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของศาลของเขา แม้แต่องค์กรอิสระก็ห้าม ไม่ให้เราไปก้าวก่าย ห้ามไม่ให้ก้าวล่วงเข้าไป หน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แล้วแต่กรณี ตรงนี้เราก็ถือเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันมาตลอดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น การถ่วงดุลอำนาจระหว่าง ๓ อำนาจ ตุลาการ บริหาร และนิติบัญญัติจะต้องมีการถ่วงดุลกัน ฝ่ายนิติบัญญัติเรา เราได้แต่งตั้งฝ่ายบริหารในระบบรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติเรารัฐสภา โดยวุฒิสภาให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มันจะมีการถ่วงดุลกันอย่างนี้นะครับ ฝ่ายบริหารเองมีการถ่วงดุลกับเรา ถ้าเราทำผิดต่อฝ่ายบริหารไปด้วยกันไม่ได้ ฝ่ายบริหาร ก็ใช้อำนาจหน้าที่เขาในการยุบสภาได้ ต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นการถ่วงดุลกัน เพราะฉะนั้น ด้วยความเคารพท่านประธานครับ การใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ ในการออกกำหนดมาบังคับใช้ให้พวกเราทำหน้าที่ในด้านนิติบัญญัติของเรา ผมคิดว่าเป็นการกระทำนอกเหนือจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อเสนอที่จะนำเรียนท่านประธานว่าในญัตตินี้เราควรจะต้องดำเนินการอย่างไร🔗

เรื่องที่ ๑ ผมมีข้อเสนอครับว่าสภาควรจะมีความเห็นว่าเราไม่ควรปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมติ เป็นความเห็นของสมาชิกแห่งนี้ แล้วส่งให้ท่านประธานไปปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญตามข้อบังคับหรือข้อกำหนด ที่ ๔๔ และ ๔๕ เพราะเขาให้นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ไปดูว่า ถ้าองค์กรก็ดี หน่วยงานของรัฐก็ดี หรือบุคคลที่ต้องบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัตินี่หัวหน้าหน่วยงานสามารถดำเนินการสั่งให้องค์กรเหล่านี้ไปบังคับให้เขาดำเนินการได้ แล้วก็แจ้งให้ศาลรัฐธรรมนูญทราบ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ การแสดงออกอย่างนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างอำนาจตุลาการและอำนาจนิติบัญญัติ เราไม่ได้ ขัดขืนครับ แต่เราก็มีความเห็นว่าในสิ่งที่ศาลได้ดำเนินการมานั้นมันนอกเหนือจากบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ🔗

ข้อเสนอข้อที่ ๒ ถ้าจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ผมเสนอกับท่านประธานว่าสภาแห่งนี้ควรเสนอให้พิจารณาครบทั้ง ๓ วาระครับ นั่นหมายความว่าเริ่มเสนอใหม่ในวาระ ๑ เลย พิจารณาต่อในวาระ ๒ ในชั้นกรรมาธิการ วาระ ๓ ลงมติ พวกเราฝ่ายค้านท่านประธานครับ กราบเรียนด้วยความเคารพว่าเราไม่เคย ติดใจเลยว่าการพิจารณา ๓ วาระรวดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้โดยตั้งกรรมาธิการเต็มสภา เราก็ภูมิใจแล้วก็เต็มใจที่จะช่วย เพราะเราเองเราเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ความเดือดร้อนของหน่วยงานราชการที่ไม่มีตัวงบประมาณไปใช้จ่าย ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญอ้าง เป็นการอ้างเหตุผลว่าจำเป็นที่จะต้องมีงบประมาณไปใช้ก็เลยต้อง วินิจฉัยว่าให้เสียเป็นบ้างส่วนในการตรา เรายินดีครับ เราไม่เคยขัดขวางเลยในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี จริงอยู่ครับ ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ เราพิจารณาวาระ ๒ วาระ ๓ แต่เป็นหน้าที่และอำนาจของเราที่เราจะพิจารณาวาระ ๑ ก็ได้ประกอบกันไป การพิจารณาในวาระ ๑ วาระ ๒ วาระ ๓ ท่านประธานครับมันก็เป็นไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถามว่า ครม. เสนอเข้ามานี่ ครม. ต้องรับผิดชอบอะไร ในความเห็นผมนะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ตกไปหรือโมฆะทั้งฉบับมันไม่ใช่ความรับผิดชอบ ของฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายบริหารกับฝ่ายสภาไม่ได้ขัดแย้งกันเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจาก ความปรารถนาดีของสมาชิกส่วนหนึ่งที่อยากให้เห็นงบประมาณผ่าน ผมเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าสมาชิกส่วนนั้นเกิดจากซีกรัฐบาลไปดำเนินการในการเสียบบัตรแทนกัน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็เลยทำให้เป็นเรื่องที่เป็นความจำเป็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ออกข้อกำหนดมาบังคับเรา ฝ่ายค้านไม่เคยคิดจะถ่วงครับ ไม่เคยคิดจะถ่วงเรื่องงบประมาณ ด้วยเหตุผลนี้ผมเองก็เลยกราบเรียนท่านประธานว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเอาเรื่องนี้ มาเป็นญัตติให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วนในวันนี้ ไม่อยากให้ไปเกิดในวันพรุ่งนี้ด้วยนะครับ เพราะพรุ่งนี้เข้าวาระพิเศษในการพิจารณางบประมาณแล้ว ถ้าเอาเรื่องนี้มาพูดกันนี่เราก็จะ ถูกประณาม ถูกกล่าวหาว่าไปขัดขวางการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ทำให้งบประมาณ ล่าช้า ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธานวิป (Whip) และวิป (Whip) รัฐบาลที่เห็นความสำคัญ ว่าเราต้องการแยกเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ข้อตัดสินของสมาชิกในสภาแห่งนี้ ถ้าเสียงข้างมากจะปฏิบัติตามการกำหนดบังคับของ ศาลรัฐธรรมนูญเองผมไม่ติดใจครับ แต่ความเห็นเสียงข้างน้อยของผม และผมเข้าใจว่า เพื่อนสมาชิกจะลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนในประเด็นนี้ด้วย เราเห็นว่าเราไม่สามารถที่จะ เห็นชอบกับการปฏิบัติตามนี้ได้ มันก็เลยเป็นที่มาด้วยความเคารพท่านประธานครับ กราบเรียนไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาล ในการพิจารณางบประมาณวันพรุ่งนี้กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าเราไม่ขัดขวางครับ เรายินดีด้วยที่จะมาเป็นองค์ประชุมให้ท่านเปิดประชุม ได้เข้าสู่การพิจารณา แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาตัวร่างพระราชบัญญัติแล้วด้วยความเห็นของเราที่ไม่เห็นด้วยกับ คำสั่งนั้นเราขออนุญาตที่จะไม่ร่วมพิจารณา เราเชื่อมั่นครับว่าเสียงรัฐบาลมีมากพอที่จะ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณให้จบให้เร็วได้ตามที่ท่านมีความปรารถนา เราก็ให้กำลังใจ อยากช่วยท่านแต่ว่าเมื่อเรามีประเด็นอย่างนี้แล้วมันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ และที่สำคัญถ้าพวกเรามาร่วมพิจารณามันก็เริ่มกระบวนการพิจารณา ในวาระ ๒ ในสภาผู้แทนราษฎรใหม่ สิทธิของสมาชิกที่แปรญัตติเอาไว้ สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นเอาไว้ก็มีสิทธิที่จะพิจารณาได้ จะสอบถามได้ ก็ยิ่งทำให้ตัวร่าง พ.ร.บ. งบประมาณเนิ่นช้าออกไป เพราะฉะนั้นฝ่ายค้านเอง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เราเต็มใจให้เสียงข้างมากพิจารณาได้อย่างเต็มที่ผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณเพื่อจะนำ งบประมาณไปใช้ เราสนับสนุนท่านในเรื่องนี้ ถ้าท่านไม่เห็นกับคำอภิปรายของผม แต่ถ้าท่าน เห็นกับคำอภิปรายของผมครับ เริ่มต้นตั้งแต่วาระ ๑ ใหม่ โดยใช้เหตุผลว่าเป็นร่างที่พิจารณา เสร็จแล้ว ไม่ต้องไปทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ในการรับฟังความเห็นอ้างเหตุผลเก่าได้ เอาร่างที่ผ่านสภาส่งเข้าสู่วาระ ๑ เรารับหลักการ พิจารณา ๓ วาระรวดแล้วก็ส่งไปให้ วุฒิสภา ถ้าทำอย่างนี้ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกเรากริ่งเกรงว่าจะมีการตีความว่าไม่ชอบ ด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่งหรือไม่ ว่ามันเกิน ๑๐๕ วัน คำว่าเกิน ๑๐๕ วันยังตามหลอกหลอนพวกเราอยู่ ท่านประธานครับ แม้ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำวินิจฉัย ตามคำร้องของ ส.ส. ๙๐ ท่านที่เสนอคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ได้ใช้เป็นคำร้องหลักเลยนะครับว่า กระบวนการร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ขัดหรือแย้งกับหลักการการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ หรือไม่ ข้อ ๒ หากมีปัญหาจะทำให้ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตกไปทั้งฉบับหรือเฉพาะบางมาตราที่มีปัญหา และกรณีนี้จะถือว่า สภาพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่เสร็จภายใน ๑๐๕ วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ ตรงนี้ละครับ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ตอบ ไม่ตอบเลย แล้วก็คำร้องอันที่ ๓ จะดำเนินการ ในแต่ละกรณีต่อไปอย่างไร อันนี้ศาลตอบแล้ว ให้กลับไปทำให้ถูกต้องในวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกต🔗

ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ท่านประธานครับ การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ตอบ เรื่องของระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ นี่มันเป็นประเด็น ถ้าพรุ่งนี้สภาเริ่มต้น การพิจารณาตามคำสั่งหรือข้อกำหนดบังคับของศาลรัฐธรรมนูญว่าให้เราพิจารณาอาจจะมี เสียงทักท้วงว่าถ้าเรายอมรับเช่นนั้นแสดงว่ากระบวนการตราพระราชบัญญัติยังไม่ครบถ้วน ยังไม่แล้วเสร็จจึงต้องมามีการลงมติกันใหม่ ตีความอย่างนั้นเลยท่านประธาน เพราะศาลสั่งปุ๊บ ท่านเอามาสู่การปฏิบัติ ก็ตีความว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเกิน ๑๐๕ วัน เมื่อเกิน ๑๐๕ วัน ทางออกสภาแห่งนี้วันพรุ่งนี้นะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเสนอเสียงข้างมากเลยครับ ให้นำเอาร่างที่เรารับหลักการคือร่างของ ครม. ที่ยังไม่ได้พิจารณาส่งให้วุฒิสภาไปเลย เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดการตีความเรื่องว่าชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ หรือไม่ ไม่ต้องเอาร่างที่เราแก้ไขครับ อันนั้นเป็นทางออกทางหนึ่งที่ผมเห็นว่าพอที่จะเป็นไปได้ มีการพิจารณา เขาบอกว่าทำให้ถูกต้องในวาระ ๒ วาระ ๓ แต่เราอาจจะมีความเห็นว่า การถูกต้องมากกว่าเมื่อเราพิจารณาแล้วตีความว่าเกิน ๑๐๕ วัน เพราะฉะนั้นตามสภาพบังคับ ๑๔๓ ต้องส่งให้วุฒิสภาในร่างที่ไม่เสร็จนั้นก็จะเป็นการแก้ปัญหา ข้อเสนออันต่อไปครับท่านประธาน ผมอยากให้สภาของเราได้พิจารณาเรื่องของการบังคับใช้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ ที่ให้อำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญออกกำหนดบังคับมาบังคับสภาผู้แทนราษฎรในการทำหน้าที่ของพวกเราว่า ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ผมเสนออย่างนี้เสนอด้วยความเขิน เพราะว่า เราส่งไป ผู้วินิจฉัยก็คือศาลรัฐธรรมนูญ แต่ตัวบทกฎหมายว่าอย่างนั้นก็จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เราจะได้มีข้อบันทึกในการวินิจฉัยนั้น หรือการไม่ได้รับคำวินิจฉัยนั้นให้เป็นหลักฐานเอาไว้ว่า เราได้ดำเนินการถึงที่สุดแล้ว เมื่อมีคำวินิจฉัยอย่างไรเราก็ต้องยอมรับเพราะคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๑๑ ถือว่าเป็นเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมใช้เวลาสภาพอสมควรอยากกราบเรียนท่านประธานว่า โดยสรุปญัตติที่ผมเสนอให้สภาช่วยกันพิจารณาหาแนวทางการปฏิบัติว่าจะปฏิบัติตาม การออกกำหนดบังคับในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้เราปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ ของเราหรือไม่อย่างไร ซึ่งความเห็นผมได้สรุปไปแล้วว่าไม่ควรและมีทางออกอย่างไรได้นำเรียน ท่านประธานไปแล้ว กราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านปิยบุตร แสงกนกกุล เชิญครับ🔗

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ ผมขอใช้เวลา ในที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายสนับสนุนญัตติที่เพื่อนสมาชิกคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเข้ามาในการอภิปรายในวันนี้ครับ เป็นกรณีปัญหาของคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วก็จะหารือกันถึงแนวทางการปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรของเราว่าจะดำเนินการ ต่อเนื่องกันไปอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันพรุ่งนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานแบบนี้ว่า สิ่งที่พวกเรากำลังจะทำเป็นสิ่งที่มีความถูกต้องชอบธรรมอย่างยิ่ง เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยออกมาแล้วมีผลโดยตรงต่อพวกเราคือสภาผู้แทนราษฎร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยมาแล้วสภาผู้แทนราษฎรย่อมมีสิทธิอย่างชอบธรรมเต็มที่ที่จะเอาคำวินิจฉัยนั้น มาพิจารณาร่วมแล้วตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมเรียนว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องของการไปล่วงละเมิดอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นแดนอำนาจ ของใครของมัน ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็วินิจฉัยของท่านไปทางพวกเราเองก็เอาคำวินิจฉัย มาดูว่าเราจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยกันอย่างไร แล้วก็อำนาจที่เรามีอยู่นี้คืออำนาจนิติบัญญัติ ในขณะเดียวกันอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญมีก็เป็นส่วนหนึ่งของอำนาจตุลาการศักดิ์และสิทธิ เท่าเทียมกัน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่เหนือสภาผู้แทนราษฎรนะครับเรายืนอยู่ในระนาบ เดียวกันหนำซ้ำความชอบธรรมทางประชาธิปไตยของพวกเรามีสูงกว่าด้วย เพราะพวกเรา มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตอภิปรายไล่เลียงไปแบบนี้ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อย ท่านประธานถ้าอาจจะเกินสักเล็กน้อย ผมต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ เพราะว่าตามที่ได้คุยหารือกับทางวิป (Whip) รัฐบาล เอาไว้ว่าญัตตินี้ทางซีกฝ่ายค้านจะอภิปรายประมาณ ๓-๔ ท่าน และใช้เวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง คิดว่า ๖ โมงเย็นจบ แล้วได้พูดญัตติเรื่องกรณีโคราชแน่นอน ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ เรื่องหลักการของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาล ที่พิเศษไม่ได้เหมือนกับศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง คือศาลยุติธรรมกับศาลปกครอง เขาเป็นศาลที่เขตอำนาจทั่วไป แต่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเฉพาะเจาะจง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ก็เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญเวลาวินิจฉัยแล้วมันมีผลผูกพันเด็ดขาด ผูกพันทุกองค์กร อานุภาพของคำวินิจฉัยศาลรับธรรมนูญมันสูงส่งมากครับ เพราะวินิจฉัย แล้วเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร ถ้าเกิดเราไม่ตีกรอบจำกัดอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเลย ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรก็ได้จะหยิบเรื่องนั้นมาวินิจฉัยอย่างไรก็ได้อยู่ในเขตอำนาจตน หรือไม่ไม่รู้หยิบมาวินิจฉัย หรือเอามาวินิจฉัยแล้วจะออกคำบังคับอย่างไรก็ได้ โดยที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเอาไว้เลย แบบนี้จะเกิดอันตรายขึ้นก็คือศาลรัฐธรรมนูญจะมี อำนาจสูงที่สุดในแผ่นดินนี้ ดังนั้นหลักการทั่วไปของทุก ๆ ประเทศที่นำความคิด นำรูปแบบ ศาลรัฐธรรมนูญไปใช้จะเป็นแบบนี้หมดครับ เรารับไอเดีย (Idea) มาจากประเทศเยอรมนี เขามีหลักอ่านเป็นภาษาเยอรมันคือ เอนูมิลาซียอนพรินซีฟ (Enumerationsprinzip) แปลว่า เขตอำนาจต้องเฉพาะเจาะจง ดังนั้นรัฐธรรมนูญพูดว่าศาลมีอำนาจแค่ไหน มีแค่นั้น ขยายกว่านี้ไม่ได้ ต่างกับศาลยุติธรรมครับ ศาลยุติธรรมเวลาเขาออกคำบังคับในคำพิพากษา เขาสั่งโน่นสั่งนี่ได้เต็มไปหมดเพราะมันมีผลเฉพาะคู่กรณีที่ไปขึ้นศาลกันโจทก์ จำเลย แต่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมันมีผลต่อทั้งระบบรัฐธรรมนูญทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญถูกกระทบหมด ดังนั้นจึงต้องจำกัดอำนาจเอาไว้เช่นนี้ ทีนี้ประเด็นปัญหาอยู่ตรงไหนครับ กรณีที่เกิดขึ้นครับ สมาชิกจากฝ่ายรัฐบาลส่วนหนึ่งได้ยื่นคำร้องไป สมาชิกจากฝ่ายค้านส่วนหนึ่งได้ยื่นคำร้องไป เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยส่งไปตามช่องทางของมาตรา ๑๔๘ (๑) มาตรา ๑๔๘ (๑) นั่นคือเรื่องของกระบวนการตรวจสอบเป็นการตรวจสอบความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติในประเด็นเรื่องอะไรบ้าง มันมีการตรวจสอบ ความชอบรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติอยู่ ๒ เรื่อง นั่นคือตรวจสอบกระบวนการตรา กับอันที่ ๒ คือตรวจสอบเนื้อหา กรณีคำร้องของ ส.ส. ซีกรัฐบาลและคำร้องของ ส.ส. ซีกฝ่ายค้าน ที่ส่งไปนั้นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ผ่านสภา ผ่านไปโดยมีกระบวนการตราที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ คือเราตรวจเฉพาะ กระบวนการตรา แล้วถ้ามาตรา ๑๔๘ (๑) ส่งไป ส่งไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจได้แค่ไหน เพียงใดครับ มาตรา ๑๔๘ วรรคสามเขียนเอาไว้ชัดเจนครับ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ อันนี้อันที่ ๑ นะครับ หรือตราขึ้น โดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ อันที่ ๒ ในกรณีที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญให้ร่าง พ.ร.บ. นั้นตกไป ในกรณีที่ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญให้ร่าง พ.ร.บ. นั้นตกไป ผมสรุปให้เพื่อนสมาชิกและ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านให้เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ครับ ตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติ ตรวจได้ทั้งเนื้อหา ตรวจได้ทั้งกระบวนการตรา ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญบอกกระบวนการตรา ไม่ชอบจะตกไปทั้งฉบับ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าเนื้อหาไม่ชอบจะต้องเป็นเนื้อหาที่เป็น สาระสำคัญเท่านั้น ถ้าเนื้อหาไม่สำคัญก็ตกเป็นบางมาตรา แต่ถ้าเนื้อหาสำคัญไปทั้งฉบับ ดังนั้นประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน คำร้องของทั้งซีกฝ่ายค้านและซีกรัฐบาล ส่งไปคือขอตรวจสอบกระบวนการตรา และศาลรัฐธรรมนูญก็ยืนยันเองครับในเอกสารข่าว ที่ ๕/๖๓ ที่ส่งมาให้พวกเรา เขียนเอาไว้ชัดเจนครับในวรรคแรก ผลการพิจารณาคดีนี้ไม่มี ประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อความหรือเนื้อหา คงมีประเด็นแต่เพียงวินิจฉัย เรื่องกระบวนการตราเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันด้วยตัวเองนะครับว่าเรื่องนี้ตรวจเฉพาะ กระบวนการตรา ไม่ตรวจเนื้อหา ทีนี้พอตรวจกระบวนการตราแล้วอย่างไรต่อครับ อ่านดู ต่อไปครับ ท่านก็เขียนบอกว่ากรณีเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. ๑ ท่านนั้นเป็นการออกเสียง ลงคะแนนที่ไม่สุจริตทำให้ผลการลงมติไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ขีดเส้นใต้นะครับ และไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ คือศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัย ไปแล้วในส่วนนี้ว่าการเสียบบัตรแทนกัน ๑ ท่านทำให้กระบวนการตรากฎหมายฉบับนี้ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทีนี้ถ้าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญผลมันต้องเป็นอย่างไรครับ ผลมันก็ต้อง เป็นไปตามมาตรา ๑๔๘ วรรคสาม คือตกไปทั้งฉบับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญท่านอธิบายต่อครับ ท่านอธิบายต่อว่าปัญหาว่าร่างนี้จะตกหรือไม่ตกทั้งฉบับ ท่านเห็นว่ากรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ เรื่องสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. แต่ย่อหน้าที่ ๑ ของเอกสารข่าวยืนยันชัดเจนว่าเรื่องนี้ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ตรวจเนื้อหาครับ ดังนั้นเนื้อหาจะสำคัญไม่สำคัญไม่เกี่ยวครับ เพราะท่าน ไม่ได้ดูเนื้อหา ท่านดูแต่กระบวนการตรา และถ้าดูกระบวนการตราแล้วท่านบอกว่าเสียบบัตร แทนกันเท่ากับกระบวนการตราไม่ชอบ ผลที่ตามมาเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยครับต้องตกทั้งฉบับ เอาล่ะ ท่านอ้างขึ้นมาบอกว่านอกจากนี้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติต้องได้กฎหมาย ฉบับนี้ไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในที่นี้ไม่มีใครขัดข้องครับ ทุกท่านยืนยันชัดเจนแน่นอนว่ากฎหมายงบประมาณแผ่นดินต้องใช้ แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแบบนี้มันเกิดปัญหาลักลั่นกันเองครับ ด้านหนึ่งท่านเปิดหัวมาแล้วว่าท่านดูกระบวนการตรา แล้วท่านก็บอกมาต่อว่ากระบวนการตรา ไม่ชอบ แต่พอถึงจะตกไปท่านบอกไม่ตกครับ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๘ วรรคสาม ยืนยันเอาไว้ว่าถ้ากระบวนการตราไม่ชอบเมื่อไรต้องตกทั้งฉบับ จริง ๆ มันมีทางแก้อยู่นะครับ ผมเข้าใจว่าเสียงข้างน้อย ๔ ท่านตามข่าวลือที่ออกมาในหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะในท้ายที่สุด เรายังไม่เห็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เราเห็นแต่เอกสาร ๒ แผ่นที่ส่งมาเลยไม่รู้ว่าใครเห็น อย่างไรในตุลาการ ๙ ท่าน แต่มีข่าวออกมาว่ามีเสียงข้างน้อย ๔ ท่านบอกว่าให้เดินหน้า ให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ได้เลย ผมคิดว่าประเด็นนี้น่าสนใจครับ มันน่าสนใจตรงนี้ครับ ผมก็ไปดูบ้านอื่นเมืองอื่นเวลาเขามีปัญหาลงคะแนนไม่ชอบกันแบบนี้เขาแก้กันอย่างไร เขานับแบบนี้ครับ เขาดูว่าเสียงข้างมากที่ได้คะแนนไปได้เท่าไร มีเสียงที่ผิดพลาดบกพร่อง เออเรอ (Error) กี่เสียง สมมุติในคำนี้มี ๑ ใบใช่ไหมครับ หัก ๑ คะแนนออกครับ ถ้าหัก ๑ คะแนนออกเสียงข้างมากยังชนะอยู่ดี ก็ถือว่าประกาศใช้ได้ต่อครับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้พิจารณาแบบนี้ ท่านไปอ้างเรื่องเหตุผลความจำเป็นของชาติบ้านเมืองต้องมี งบประมาณ จริง ๆ เรื่องมันง่ายนิดเดียวครับ ท่านยืนยันได้เลยว่าเสียบบัตรแทนกันผิด แต่การผิด ๑ ใบไม่ได้กระทบต่อมติ ไม่ได้กระทบมติต่อเสียงข้างมาก จบแล้วนายกรัฐมนตรี ก็ทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ พวกเราไม่ต้องมาปวดหัวกันวันนี้นะครับ ดังนั้นพอเรื่องเป็นแบบนี้ แล้วอย่างไรต่อครับ ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็เดินต่อเนื่องไปอีกครับ ไปหยิบมาตรา ๗๔ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ นี้ ผมสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ เนื่องมาจากว่าตอนที่ผมเป็นอาจารย์ประจำอยู่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมรับผิดชอบบรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาคดี รัฐธรรมนูญในระดับปริญญาโท และผมเป็นคนเอาเรื่องนี้มาสอนนักศึกษา แล้วนักศึกษาก็เอา ไปพูดไปคุยกันแล้วเขาก็มาบอกผมว่ามีแนวโน้มว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ออกมาแล้วงวดนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะเอาความคิดนี้ไปใช้ ไปให้อำนาจแก่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมสอนมากับมือเองเรื่องนี้ทำศึกษาวิจัยเขียนบทความเอาไว้ด้วยนะครับ ดังนั้นจะอธิบาย ท่านแบบนี้ครับ บทบัญญัติมาตรา ๗๔ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้คืออะไร บทบัญญัติเรื่องนี้เรารับอิทธิพลมาจากกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสและอิตาลีครับ ผมเป็น คนทำมาบรรยายในระดับปริญญาโทเอง คือเขาเรียกว่าวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยสงวนการตีความเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่น มีกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาสู่ศาลครับ ศาลวินิจฉัยว่า กฎหมายฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเอากฎหมายนี้ไปใช้ต้องใช้แบบใด ตีความแบบใด ตามเงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญวางเอาไว้ ภาษาฝรั่งเศสสักนิดหนึ่งครับ เขา เรียกกันว่าเซอร์ ลา เคเสต เด็ง เทอร์เพอร์เทชัน (Sur la cassette d’interpretation) อันนี้ ผมสอนมากับมือเลย แล้วลูกศิษย์ผมเอาไปพัฒนากันอยู่ในศาลแล้วก็ไปแนะนำตุลาการกัน จนเกิดเป็นความคิดนี้ขึ้นมา คือต่อไปนี้เวลาศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัย วินิจฉัยเสร็จแล้ว ท่านแถมเงื่อนไขให้ได้ เช่น กฎหมายนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เวลาองค์กรต่าง ๆ เอากฎหมายนี้ ไปใช้ต้องตีความตามแนวที่ศาลรัฐธรรมนูญวางเอาไว้ ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ เวลาวินิจฉัยเรื่องร่าง พ.ร.บ. เป็นการเผชิญหน้ากับอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจนิติบัญญัติ พวกเรามาจากการเลือกตั้งของประชาชน เวลาพวกเราตราออกไปแล้วเป็นกฎหมายถือว่า เป็นเจตจำนงทั่วไปของประชาชนออกมาเจเนอรัล วิว (General will) เป็นเจตจำนงทั่วไป ของประชาชนที่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ออกมา เวลาศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าตก ตกไป ตกไป ตกไป นานวันเข้ามันก็เผชิญหน้ากับฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชน เขาก็เลยคิดค้นเทคนิคว่าอย่างนี้ปล่อยให้กฎหมายมันผ่านไปครับ แต่ผ่านไปภายใต้เงื่อนไข คุณเอาไปใช้คุณต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขการใช้การตีความแบบนี้ นี่คือเจตนารมณ์ที่ถูกต้อง ที่มาตรา ๗๔ เอามาใช้ ทีนี้ปรากฏว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญไทย ประวัติศาสตร์กฎหมายรัฐธรรมนูญไทยที่ศาลรัฐธรรมนูญเอาอำนาจแบบนี้มาใช้เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ครับ มาตรา ๗๔ เขาเขียนแบบนี้ครับท่านประธาน เขาเขียนว่า ภายใต้ บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลหากมีความจำเป็นจะต้องบังคับให้ เป็นไปตามคำวินิจฉัย ให้ศาลมีอำนาจกำหนดคำบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล โดยอาจกำหนดให้มีผลไปในอนาคตขณะหนึ่งขณะใดหลังอ่านคำวินิจฉัย หรืออาจกำหนด เงื่อนไขหรือมาตรการในการบังคับอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ตามความจำเป็นหรือสมควร ตามความเป็นธรรมแห่งกรณี มาตรา ๗๔ เขียนแบบนี้หมายความว่าอะไร เวลาศาลวินิจฉัย ศาลแถมเงื่อนไขให้ได้ เวลาศาลวินิจฉัยศาลอาจจะบอกว่าคำวินิจฉัยฉบับนี้ยังไม่มีผล ไปมีผล นับตั้งแต่อ่าน ไม่ได้มีผลถอยหลังหรือไปมีผลในอีก ๓ เดือนข้างหน้า ศาลยืดได้หดได้แบบนี้ ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมแก่กรณี เพื่อคุ้มครองคนสุจริต เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะต่าง ๆ ที่อาจจะเสียหายได้ หากศาลวินิจฉัยว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจึงเปิดช่องให้ ศาลได้ใช้ดุลพินิจแบบนี้ เราก็นำมาใช้ แต่คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่สำคัญที่สุดของมาตรา ๗๔ อยู่ตรงวรรคหนึ่งเลยครับ ย่อหน้าที่ ๑ ถ้อยคำที่ ๑ เลย คือคำว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ หมายความว่าอย่างไรครับ คือศาลจะใช้มาตรา ๗๔ ต้องใช้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคสาม ใหญ่กว่ามาตรา ๗๔ มาตรา ๑๔๘ วรรคสาม ในรัฐธรรมนูญบอกว่าอะไรครับ ถ้ากระบวนการตราไม่ชอบ ตกทั้งฉบับ ไม่มีเป็นอย่างอื่น กระบวนการตราไม่ชอบ ตกทั้งฉบับ แต่ปรากฏว่าท่านเอามาตรา ๗๔ มาใช้เพื่อบอกว่า มันไม่ตกนะ แถมฝากเงื่อนไขต่าง ๆ เอาไว้เต็มไปหมดให้พวกเรามาโหวตวาระ ๒ วาระ ๓ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพื่ออธิบายตรงนี้ให้เป็นหลักฐานในทาง วิชาการเอาไว้ เพราะผมกังวลใจจริง ๆ ตอนที่นักศึกษาผมมาคุยว่ามีความคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะเอาระบบกฎหมายฝรั่งเศส อิตาลีมาใช้แบบนี้ เขากังวลมากว่าตัวตุลาการหรือตัวพนักงาน คดีต่าง ๆ ที่อยู่ในศาลรู้และเข้าใจดีแล้วหรือยังว่าอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตรงนี้เขาให้ใช้กัน แบบไหน อย่างไร ปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ ท่านประธานจะจบแล้วครับ อีกนิดเดียว🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

จะจบแล้วครับ ท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ ขออนุญาตนิดเดียวท่านประธานครับ ตามที่ตกลงกับวิป (Whip) รัฐบาล ไว้ว่าไม่เกิน ๖ โมงญัตติโคราชได้เข้าแน่นอนครับ ขอบคุณครับ ทีนี้ท่านประธาน ผมขออนุญาต สรุปแบบนี้ครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้นั่งประชุมกันในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ แล้วก็มีมติออกมา แล้วก็ส่งเอกสารข่าวมาให้เรา ๕/๖๓ จริงๆ แล้วถ้าท่านอ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าคำวินิจฉัยของศาลให้มีผลในวันอ่าน นั่นก็คือศาลรัฐธรรมนูญต้องอ่าน แต่ว่า มีข้อยกเว้นว่ากรณีคดีใดที่ไม่มีผู้ถูกร้อง ก็คือคดีแบบพวกเรานี่ ขอให้ศาลตรวจสอบว่า กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เขาเรียกว่าคดีไม่มีผู้ถูกร้อง ให้ศาลแจ้งคำวินิจฉัยของศาล ส่งมาให้แก่ผู้ร้อง จนวันนี้คือผมไม่แน่ใจว่าทางสภาของเราได้หนังสือแจ้งจากศาลรัฐธรรมนูญ หรือยัง อาจจะได้มาแล้วคงจะเอามาให้ดูพรุ่งนี้ แต่ทุกวันนี้เราเห็นจากเอกสารข่าว ๒ หน้า ทุกวันนี้เราจะมานั่งอภิปรายกัน เรายังไม่เห็นคำวินิจฉัยครับ เรายังไม่เห็นเลยครับว่า คำวินิจฉัยส่วนตนของ ๙ ท่านเป็นอย่างไร ก็ได้แต่คาดเดาตามที่หนังสือพิมพ์เขียนข่าวมาว่า มีข่าวหลุดออกมาว่าเป็น ๕ : ๔ ปัญหามันเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน คือนี่ยังดีนะครับ มีเอกสารข่าวออกมา ผมเกรงจริง ๆ ว่าถ้าปฏิบัติกันแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ วันหน้าประธาน ศาลรัฐธรรมนูญใช้วิธียกหูโทรศัพท์หาท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรบอกวินิจฉัยเสร็จแล้ว คือแบบนี้มันก็เกินไป ถูกไหมครับ มันควรจะต้องมีวัตถุแห่งคดี วัตถุก็คือคำวินิจฉัยมาให้ พวกเราดูก่อน เราจะได้รู้ว่าเราจะเดินหน้าต่อแบบใด นี่องค์กรตุลาการนะครับท่านประธาน ไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล นี่คือองค์กรตุลาการ ไม่ใช่คณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น ต้องมีคำวินิจฉัยให้เราดูบ้าง เราจะได้รู้ว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านปิยบุตร สรุปได้แล้วนะครับ🔗

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ คือผมคิดว่า อภิปรายน่าจะเป็นประโยชน์นะครับ แต่ถ้าท่านประธานเร่งผมจะปิดให้ก็ได้ เพราะว่ามันก็ยังอยู่ ในเงื่อนไขที่ตกลงกับวิป (Whip) รัฐบาลเอาไว้ ผมเรียนแบบนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมให้เวลา อาจารย์เลยมาตั้ง ๕ นาทีแล้วนะครับ สรุปได้แล้วครับ🔗

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

จะสรุปแล้วครับ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ศาลรัฐธรรมนูญมีภารกิจที่สำคัญ คือการคุ้มครองรัฐธรรมนูญ รักษาความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ กำเนิดขึ้นมาได้อย่างไรครับ กำเนิดขึ้นมาได้เพราะรัฐธรรมนูญก่อตั้งขึ้นมา รัฐธรรมนูญ ให้กำเนิดศาลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมามันเกิดจากอำนาจชนิดที่เราเรียกว่า อำนาจ สถาปนารัฐธรรมนูญ ภาษาฝรั่งเขาเรียก คอนสติติวเอ็น พาวเวอร์ (Constituent power) หรือปูอัวกองสติตูออง (Pouvoir constituant) คืออำนาจที่ตั้งรัฐธรรมนูญขึ้นมา หลังจากนั้น รัฐธรรมนูญก็จะไปตั้งศาลรัฐธรรมนูญต่อ ดังนั้นอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญมีนั่นเล็กกว่า รัฐธรรมนูญ คือถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญคุณไม่มีวันมีศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีวันมีอำนาจ ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่อาจใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญได้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่อาจฆ่าแม่ตัวเองได้ ไม่อาจฆ่ารัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นการใช้อำนาจต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญต้องอยู่ภายใต้ ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ด้วยความสุจริตใจแบบนี้ครับท่านประธาน กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านวินิจฉัยมาแบบนี้โดยเอามาตรา ๗๔ มาใช้แบบผิดที่ผิดทาง ใช้โดยไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคสาม มันทำให้เกิดปัญหา วันข้างหน้าผมเกรงจริง ๆ ว่า ถ้าสถานการณ์ยังเดินกันเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อไปศาลรัฐธรรมนูญจะใช้และตีความรัฐธรรมนูญ จนวันหนึ่งขึ้นมาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสภาพการที่ไม่พึงประสงค์ ศาลรัฐธรรมนูญ จะกลายเป็นคนผูกขาดการตีความ มันผูกขาดจริง ๆ ครับ เพราะตีความเสร็จมันมีผลผูกพัน ทุกองค์กร นานวันเข้า ๆ ศาลรัฐธรรมนูญจะขึ้นไปอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ จะกลายเป็นซุปเปอร์ (Super) รัฐธรรมนูญอีกทีหนึ่ง แล้วทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้นมันเป็นอันตรายต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ หลักการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ผมทราบดีครับ วันนี้ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิกคุณหมอชลน่านหรือผม หรือเพื่อนสมาชิกท่านอื่นอภิปรายไปให้ตายเปลี่ยนคำวินิจฉัยไม่ได้ครับ คำวินิจฉัยออกมาแล้ว แต่อย่างน้อยที่สุดในที่ประชุมแห่งนี้ พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้ง เราต้องยืนยันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีศักดิ์ศรี มีสิทธิ มีเกียรติยศเทียบเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครใหญ่กว่าใครยืนระนาบเดียวกัน ท่านวินิจฉัยมาแล้ว เราก็มีสิทธิที่จะเอาคำวินิจฉัยนั้น มาอภิปรายพูดคุยกันว่าเราจะหาทางเดินหน้าแก้ปัญหาต่ออย่างไร ด้วยความเคารพต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนี้อย่างสิ้นเชิงครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ🔗

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานแสดงความเห็นเรื่องญัตติด่วนพิจารณาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในกรณี เสียบบัตรแทนกัน ในกระบวนการตราพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ซึ่งเสนอโดย คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ต้องเรียนกับท่านประธานเลยครับว่า ผมเองได้รับเอกสารจาก ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเอกสารใบเดียว แต่ผมคิดว่าอ่านแล้วก็เข้าใจได้เลยท่านประธาน เพราะว่าเป็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำสั่งตามที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ยื่น แล้วในคำสั่งนั้นก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการลงมติในวาระ ๒ และวาระ ๓ แล้วก็ให้ตกไปเฉพาะการลงมติวาระ ๒ และวาระ ๓ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ต่อญัตติของหมอชลน่านก็คือว่าจะพิจารณาคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ผมอยากเรียนกับท่านประธานในประเด็นนี้ผมขอแยกเป็น ๒ ประเด็น ก็คือเรื่องคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเรียนว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ วรรคสาม เขียนได้ชัดเลยครับว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันต่อรัฐสภา ต่อคณะรัฐมนตรี ต่อศาล ต่อองค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ อันนี้แน่นอนที่สุดเมื่อมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ นี้ มีบทบัญญัติไว้เราก็ต้องเคารพ แล้วก็ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการใช้ดุลพินิจของศาล อันนี้ก็ต้องเคารพ เมื่อเรายื่น เรามีมติ แล้วเราก็ยื่นเรื่องนี้ให้ศาลวินิจฉัย เมื่อศาลวินิจฉัยออกมาแล้วว่าวาระ ๒ วาระ ๓ ข้อสังเกตของกรรมาธิการตกไปเพราะกระบวนการตราไม่ถูกต้องอันนี้ก็ต้องยอมรับ ต้องเคารพในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ คือโดยส่วนตัวผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้ ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นที่จะยื่นเรื่องนี้ให้กับศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะประเด็นที่ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นก็เป็นการยื่นเรื่องกระบวนการการตรา เรื่องกรณีการเสียบบัตรแทน เรื่องการเสียบบัตรที่ไม่ถูกต้อง กรณีเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นกระบวนการภายในของสภาผู้แทนราษฎร ของฝ่ายนิติบัญญัติ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่เราแบ่งแยกอำนาจ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารอำนาจตุลาการ แยกออกชัดเจน แต่พอเมื่อเกิดปัญหาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจนิติบัญญัติ เราก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขกันเองได้ จริง ๆ ประเด็นนี้ ผมเรียนกับท่านประธานเลยนะครับว่า ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถวินิจฉัยได้เลย ว่ากระบวนการตราและมีการเสียบบัตรแล้วก็ไม่ถูกต้องเราจะทำอย่างไรต่อ ผมเชื่อว่าท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย มีความเป็นกลางให้ความเป็นธรรม และท่านก็มีประสบการณ์อยู่ในสภานี้มาเป็นเวลา ๕๐ ปี ท่านสามารถที่จะตัดสินใจได้ครับ แต่หลายครั้งในการตัดสินใจเรื่องภายในของสภาผู้แทนราษฎรของเรา คนของเราไม่ยอมรับกัน ก็อ้างว่าเข้าข้างฝ่ายโน้นบ้างถ้าถูกใจ ถ้าหากว่าตัดสินเข้าข้างตัวเองเป็นที่ถูกใจก็ชอบ ก็นิยม ชมชอบ ถ้าไม่ถูกใจก็วิพากษ์วิจารณ์ ผมอยากเรียนว่าถ้าเราเป็นแบบนี้สภาเราก็ไม่ต่างอะไร กับกบเลือกนายครับท่านประธาน คือมีปัญหาปั๊บก็ส่งให้กับศาลรัฐธรรมนูญ มีอะไรปั๊บ มีปัญหาขัดแย้งก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่เนื้อหาในการส่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีความจำเป็น เราตัดสินใจเราอะไรกันได้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมก็เชื่อว่าต่อไปศาลรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับอาจารย์ ปิยบุตรพูดละครับท่านประธาน จะเป็นองค์กรที่มีอำนาจ เป็นองค์กรที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นองค์กร ที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เพราะอะไรครับ เพราะพวกเราครับ เพราะพวกเราไม่สามารถที่จะ แยกแยะได้ว่าประเด็นใด เรื่องใดที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องใดที่เรามาจัดการกันเองได้ ภายในองค์กรของเรา อันนี้ก็เหมือนกันครับ กรณีที่เราเสียบบัตรแทนกันแล้วก็มีปัญหา เรื่องเสียบบัตร แล้วก็มีการตรวจสอบ ผมเห็นชอบกับความเห็นของท่านประธานชวน หลีกภัย ที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในสภาผู้แทนราษฎร การตรวจสอบก็ยื่นไปให้ มอบไปให้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ก็มีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้วที่จะตรวจสอบกิจการ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้แล้วก็มีการ ตรวจสอบ ถ้าหากว่าข้อมูลไม่สลับซับซ้อนไม่มีอะไรมากผมคิดว่าคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถตรวจสอบได้ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมเห็นนะครับว่า วันที่ท่านประธานชวน หลีกภัย นำเสนอเรื่องการตรวจสอบการกดบัตรของคุณขจิตร ชัยนิคม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ตรวจสอบให้ ให้ความเป็นธรรม อันนี้ ก็เช่นเดียวกันถ้าหากว่าท่านประธานยื่นมาที่คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ให้ความเป็นธรรมได้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนกับ ท่านประธานไว้เป็นข้อสังเกตว่าในอนาคตข้างหน้า ในโอกาสต่อไปผมก็อยากจะให้เพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตระหนักถึงความสำคัญขององค์กรของเราว่าปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้เกิดขึ้นในฝ่ายนิติบัญญัติเราควรจะจัดการกันเอง ไม่ควรที่จะยืมมือ หรือให้ใคร ให้คนนอกองค์กรมาจัดการ มาสะสางปัญหา มิฉะนั้นเราก็จะไม่มีความสำคัญ เราสำคัญที่สุด ผมคิดว่าสำคัญกว่าหน่วยงานอื่นใดเพราะที่นี่คือศูนย์รวมอำนาจอธิปไตยของ ปวงชนชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ๕๐๐ คน มาจากการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชน องค์กรอื่น ๆ ที่สถาปนามาที่ได้มาโดยการสรรหา โดยอะไรทั้งสิ้นก็ไม่ได้ ยึดโยงกับประชาชนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากเรียนกับท่านประธาน แล้วก็ฝากเรียน ไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ในโอกาสต่อไปถ้าสภาผู้แทนราษฎรของเรามีปัญหาอะไรก็ตาม ที่เป็นปัญหาภายใน เป็นปัญหาวิธีการ เป็นปัญหากระบวนการไม่ใช่เป็นปัญหาเนื้อหาสาระ ที่จะต้องวินิจฉัย ผมอยากจะนำเรียนกับท่านประธานว่าขอให้ท่านประธานได้โปรดใช้ดุลพินิจ และตัดสินใจลงไปได้เลย และผมก็เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับการวินิจฉัยของประธาน สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเราต้องให้ความเคารพในฐานะที่เป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัช จะอภิปรายหรือมีอะไรหารือ เชิญครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานก็เพราะว่าผมมาเกี่ยวอยู่กับในเรื่องนี้ เกือบทั้งหมดก็คือ ผมได้ทำหนังสือถึงท่านประธานชวน หลีกภัย เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ผมเลยต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้มาอภิปรายเพื่อจะขออนุญาตขัดแย้ง กับท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้ แต่ต้องเรียนท่านประธานว่าขอบอกที่มาที่ไปนิดหนึ่งเท่านั้น ครับท่านประธานว่า ในส่วนทั้งหมดผมได้เรื่องขอให้นำส่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ผมนำหนังสือ ส่งไปวันที่ ๒๒ มกราคม ในข้อความของผมทั้งหมดที่ขอให้ท่านประธานชวนได้เสนอไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญก็คือ🔗

๑. ถามว่าในส่วนกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ขัดหรือแย้งกับหลักการการออกเสียงลงคะแนนตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ หรือไม่🔗

๒. ถ้าหากขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ จะถือว่าร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตกไปทั้งฉบับ หรือเฉพาะมาตรา ที่ได้มีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนและลงมติแทนผู้อื่น ทั้งในกรณีนี้จะถือว่า สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไม่แล้วเสร็จภายใน ๑๐๕ วัน ตามมาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่🔗

๓. หากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตกไปทั้งฉบับ หรือเฉพาะมาตราที่มีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตน และลงมติแทนผู้อื่น จะต้องดำเนินการในแต่ละกรณีอย่างไร ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านก็ได้นำหนังสือถึง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ กราบเรียนท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ กับคณะ แล้วก็ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณา หลังจากนั้นก็จะมี ๒ ฉบับที่เราเห็นกันอยู่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ท่านอาจารย์ปิยบุตรได้ อภิปรายเมื่อสักครู่ก็คือข่าวสำนักงานของศาลรัฐธรรมนูญ อีกใบหนึ่งต้องเรียนท่านประธาน ว่าก็เป็นใบหนังสือที่เจ้าหน้าที่ได้นำถ่ายซีร็อกซ์ (Xerox) แล้วก็มาแจ้งให้พวกเราได้ทราบ ในรายละเอียดก็คือเป็นหนังสือของศาลรัฐธรรมนูญ ทำถึงระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคหนึ่ง (๑) ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นบ้านเลขที่ โทรสาร ในรายละเอียด ที่อยู่ ตามที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องรวม ๒ คำร้อง โดยขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคหนึ่ง ว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตราขึ้นไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการพิจารณาลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มีผลให้ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตกไปเฉพาะการพิจารณาลงมติ ในวาระ ๒ วาระ ๓ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ของวุฒิสภา แต่การพิจารณาออกเสียงลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ ๑ ขั้นรับหลักการและการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการก่อนเสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ในวาระ ๒ ให้ดำเนินการไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ จึงไม่เสียไปโดยกำหนด คำบังคับให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการพิจารณาลงมติในวาระ ๒ วาระ ๓ ข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้วเสนอให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมทั้งให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติ ตามคำบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๔ จึงแจ้งมายังท่านเพื่อทราบ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ถ้าเผื่อหนังสือ ๒ ฉบับนี้ในส่วนข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กับในส่วนของที่ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งมายังพวกเราอีกฉบับหนึ่ง ผมก็ต้องถือว่าฉบับนี้ เป็นฉบับที่ถูกต้องแล้วก็ต้องมีคำบังคับก็ต้องปฏิบัติตาม ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ มาตรา ๒๑๑ วรรคท้าย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ท่านประธานครับ ที่ผมได้ขออนุญาต ท่านประธานก็คือได้นำมาอ่านเพื่อจะยืนยันว่าในส่วนนี้ก็มีผลผูกพันกับรัฐสภา ขอเพียงแค่นี้ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ที่จริงถ้าอยู่ในคิวต้องเป็นท่านสุทิน คลังแสง แต่ว่าท่านขจิตรจะอภิปรายก่อนใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๗๑ เมื่อสักครู่นี้ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านเทพไทอภิปรายถึงเรื่องของกิจการสภา มีข้อความตอนหนึ่ง กล่าวถึงผมว่ากรณีท่านขจิตร ชัยนิคม ก็ได้ให้ความเป็นธรรมกรณีเสียบบัตรแต่ว่าไม่ได้อธิบาย ถ้าไม่อธิบายถ้าพูดไว้แค่นั้นผมเสียหาย เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงว่า กรณีที่เกิดขึ้น ภาษาชาวบ้านว่าผมได้ถูกทั้งสื่อทั้งประชาชนเข้าใจว่าผมเป็นงูเห่าเพราะว่า ไปกดแสดงตนตอนที่พรรคมีมติให้ออกจากที่ประชุม ท่านประธานครับ คณะกิจการสภา ซึ่งผมได้ร้องไปในหลาย ๆ ส่วน ทั้งเลขาธิการ ทั้งท่านประธานก็รับปากว่าจะดำเนินการ ตรวจสอบ แล้วผมกับท่านไพจิต ศรีวรขาน ก็ยื่นคณะกรรมาธิการกิจการสภา คณะกรรมาธิการ กิจการสภาได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาตรวจสอบว่าใครกดบัตรแทนผม คำว่า ให้ความเป็นธรรมนี้ผมไม่ทราบว่าให้ขนาดไหน คำตอบก็คือว่า ๑. ผมไม่ได้กดบัตรแสดงตน ด้วยตนเองในวันที่ ๔ ธันวาคมนั้น และผมก็ไม่ได้ให้บัตรใครไปกดแทนตามคำเล่าลือว่า มีการเอาบัตรไปซื้อ เจ้าหน้าที่ชี้แจงกับกรรมาธิการกิจการสภาว่าผมไม่ได้เบิกบัตรสำรองแล้ว บัตรจริงผมเสียบไว้ที่นี่ ที่หมายเลข ๑ แล้วท่านไพจิต ท่านนิยม ก็นั่งนี่เหมือนวันนี้ล่ะ แล้วท่านนิยม ท่านไพจิตก็ไปยืนยันว่าเห็นบัตรผมอยู่ตรงนี้ การเสียบบัตรไว้เป็นเรื่องปกติ ของผู้แทนไม่ใช่เรื่องที่ผมลืม แต่เป็นที่น่าเสียใจว่าสภานี้ได้ยืนยันว่าผมไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ผมไม่ได้โหวต อันนี้ชัดเจน แต่ว่ากลไกของสภาไม่ว่ากล้องอะไรก็ตาม ระบบทั้งหมดของสภาเป็นที่น่าสงสัยว่าตรวจสอบ ไม่ได้ว่าใครมากดแทนผม ตรวจสอบไม่ได้แม้กระทั่งว่าในช่องนี้หมายเลข ๑ ที่ผมนั่งอยู่นี่ มีใครมากดบัตรแสดงตนได้บ้าง แม้ว่าสภาจะเห็นรูปคนที่นั่งอยู่ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ใครได้กดบัตรแทนผม ก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับ ข้อเสนอผมไปว่าระบบการกดบัตรแทนหรือเสียบบัตรแล้วให้มากดบัตรนี่ควรจะยกเลิก หรือว่าใช้วิธีการใหม่โดยการสแกน (Scan) นิ้ว โดยไม่สามารถที่จะทำแทนกันได้ ซึ่งหลังจากที่ เกิดกรณีผมก็เกิดกรณีมากมายในเรื่องการกดบัตรแทนกันซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้ แม้พิสูจน์ได้ก็ไม่รู้ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ก็ต้องขออธิบายเพิ่มเติมเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้รับทราบ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตร ชัยนิคม ใช้สิทธิพาดพิงก็ถือว่าได้อธิบายพอสมควร ต่อไปท่านสุทิน คลังแสง เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ต่อญัตติที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้เสนอและได้อภิปรายกันอยู่ ผมเรียนว่านาน ๆ มีทีไม่ค่อยได้มีครับ นาน ๆ มีที ก็คิดว่าน่าจะต้องได้พูดได้คุยกันบ้างพอสมควรก็ใช้เวลาไม่มาก เหตุที่นาน ๆ มีทีก็เพราะว่า ความผิดอย่างนี้ไม่ค่อยเกิด เกิดไปแล้วก็ไม่ค่อยได้ยื่นไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ พิพากษามาแล้วก็ไม่ค่อยจะมีคนเห็นต่างหรือเห็นแย้ง หรือมีเห็นแล้วก็ไม่มีคนที่คิดว่าจะต้อง ลุกขึ้นมาพูดมาคุยบ้าง ก็มีแต่ก้มหน้าก้มตาแล้วก็รับกันไป วันนี้ต้องขอชื่นชมคุณหมอชลน่าน ที่ได้ดำริริเริ่มแล้วก็คิดที่จะเสนอญัตตินี้เข้ามา ผมไม่ได้เรียกว่าเป็นความกล้าหาญนะครับ เรียกว่าเป็นความจำเป็นที่คุณหมอต้องทำ ชื่นชมคุณหมอที่ได้พูดคุยในเรื่องยืนบนหลักการ ถ่วงดุลอำนาจ ยืนบทศักดิ์ศรีแล้วก็ตระหนักในความเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ชื่นชมและขอบคุณ อาจารย์ปิยบุตรที่ได้อธิบายถึงตรรกทางกฎหมายที่องค์คณะใดก็ตามที่พิพากษาควรคิด ควรพิจารณา เพราะอย่างไรครับท่านประธาน เหตุที่ผมต้องชื่นชมทั้ง ๒ ท่านที่ต้องหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาให้สภาได้พิจารณากันบ้างมีไม่น้อยที่ศาลตัดสินพิพากษาคดีแล้วทราบว่า ผิด มายอมรับผิดย้อนหลัง เคยยุบพรรคเขาแล้วมาบอกทีหลังว่ายุบผิดด้วยก็มี ปลดนายกแล้ว มาพูดทีหลังว่าปลดผิดก็ยังมี เพราะฉะนั้นการที่องค์กรใดชี้ขาดตัดสินมาแล้ว ถ้ายังพอมีอำนาจ หรือช่องที่เราจะได้แสดงความคิดความอ่านได้โดยไม่ผิดหลักกฎหมายแล้วชอบที่จะทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องตระหนักว่าเราคือฝ่ายนิติบัญญัติ นิติบัญญัติคือคนที่ออกกฎหมายครับ ศาลใด ๆ ก็ยังมาตัดสินตามที่เราบัญญัติกฎหมายขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่ควรจะแม่นกฎหมายที่สุด รักษากฎหมายที่สุดคือคนที่ออกกฎหมาย ไม่ใช่ คนตัดสินกฎหมายด้วย เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญตัดสินโดยกฎหมายที่ฝ่ายนิติบัญญัติ คือพวกเราออกไป เมื่อเราบัญญัติกฎหมายไปแล้วเขาตัดสินมาแล้วถูกผิด หรือมีข้อกังวลใจ ใด ๆ ฝ่ายออกกฎหมายชอบธรรมอย่างยิ่งที่จะลุกขึ้นมาแล้วพูดคุยท้วงติงแสดงข้อกังวล อย่างน้อยที่สุดคนที่จะตัดสินต่อไปนี้ หรือต่อไปในข้างหน้าจะต้องคิดให้มากว่าคนเขียน กฎหมายเขาคิดแบบนี้ เจตนารมณ์แบบนี้ คนตัดสินจะต้องคำนึงถึงบ้าง จะต้องขอบคุณ ท่านเทพไทเหมือนกันว่าท่านก็ให้ข้อคิดดี โดยเฉพาะก็ดูเหมือนว่าท่านจะรักษาศักดิ์ศรีสภา ไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะไปองค์กรอื่นว่ากันข้างในอันนี้เห็นใจ แต่อย่างไรก็ตามเราก็คงต้องแยกแยะ กรณีว่าถ้ามันเล็ก ๆ ก็ไม่ ใหญ่ ๆ ก็ไป ถ้าเล็ก ๆ เราทำกันได้ก็ทำ ถ้ามันเกินความจำเป็นจริง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญเขาก็มีไว้เพื่อวินิจฉัยโดยการนี้ก็ต้องใช้บริการเขา สำคัญอยู่ที่ว่าคนที่รับเรื่องเราไปพิจารณาแล้วนี่พิจารณาบนหลักการที่ถูกต้องไหม โดยสาระ ยึดหลักตามที่ฝ่ายนิติบัญญัติเขียนให้ไปหรือเปล่า แล้วก็ข้อสำคัญที่สุดดูเหมือนคุณหมอชลน่าน และหลายคนจะกังวลมาก แล้วคนที่เป็นสมาชิกนิติบัญญัติต้องลุกขึ้นมาพูดบ้างก็คือขอบเขต ของอำนาจ ถ้าวันใดมีการล่วงล้ำก้ำเกินขอบเขตอำนาจแล้ว นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ มันไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีนะผมต้องขออนุญาตว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรี แต่มันเป็นเรื่องที่จะต้อง รักษาหลักนิติธรรม หลักนิติธรรมถ้ามันเซเมื่อไรประเทศก็เซ เซเมื่อไรประโยชน์มันตกถึง ประชาชนแน่นอน กระทบประชาชนแน่นอน ยิ่งแล้วนี่ ๕ ปี ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ เราพูดถึงประเทศ เราเซกันมากก็เพราะหลักนิติธรรมนี่ล่ะ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยข้อนี้มา ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่เราไม่ค่อยสบายใจขอใช้คำว่า กังวลใจ ผมไม่ใช้คำว่า ผมไม่เห็นด้วยหรือคัดค้าน ไม่สบายใจและกังวลใจที่จะปฏิบัติตาม เรื่องของการเอามาตรา ๑๔๘ ไปตีความ อาจารย์ปิยบุตรพูดไว้ดีมาก ถ้าตกมันก็ควรตกทั้งฉบับ ไม่ใช่ตกเป็นท่อน ๆ เอาล่ะ รายละเอียดไม่พูดเพิ่ม แต่เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งซึ่งเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกสั่งมา ให้ปฏิบัติ แล้วเราก็ลังเลว่าจะปฏิบัติอย่างไร ก็คือเรื่องของมาตรา ๑๔๓ เรารอที่จะปฏิบัติ แต่ข้อนี้สิ่งซึ่งศาลควรพูด ควรวินิจฉัยแล้วชี้นี่ไม่พูด เราก็ลังเลคืออะไรครับ รัฐธรรมนูญ บัญญัติว่ากระบวนการบัญญัติพระราชบัญญัติงบประมาณ กระบวนการสภาผู้แทนราษฎร และกระบวนการสมาชิกวุฒิสภา ๑๐๕ วันต้องจบ จบที่ ๑๐๕ วัน แต่วันพรุ่งนี้ที่เราจะพิจารณา มันไม่ใช่ ๑๐๕ วันนะครับ มันเกินแล้ว พอเกินแล้วเราก็ลังเล พวกผมเองก็อยากจะเข้าปฏิบัติ หน้าที่แต่ศาลกลับไม่บอกตัวนี้เลยว่าทำได้ไม่ได้ เกินแล้วมันชอบหรือไม่ชอบที่จะทำ อย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ควรพูด เราก็ผิดหวังไม่เห็นพูดมา แต่มาตรา ๑๔๘ เขาพูด เพราะฉะนั้นกราบเรียน ว่าทั้งคุณหมอชลน่านก็ดี อาจารย์ปิยบุตรก็ดี หรือรวมทั้งคุณเทพไทก็ตาม ผมเชื่อว่าที่เรา หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดนี่เรายินดีที่จะปฏิบัติตามนะ แต่จะปฏิบัติอย่างไร ญัตติของคุณหมอ ที่ถามมานี้คือเราจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือคำวินิจฉัยอย่างไร เราจะได้สบายใจ เพราะฉะนั้น ๑. ๑๐๕ วัน นี่มันเกินหรือยัง แล้วก็เรื่องพิจารณาแล้วก็ตัดสินว่ามันไม่โมฆะ แต่ให้ทำใหม่ มันอย่างไรชอบกล แล้วให้ทำใหม่เป็นท่อน ๆ อย่างนี้เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะทำไปเลยหรือครับ เราไม่มีความคิดหรือมีความอ่าน หรือคิดที่จะลุกขึ้นมาถาม หรือแย้งเลยหรือ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าผ่านไปถึงศาลรัฐธรรมนูญผมต้องขอความเห็นใจ ให้กับเพื่อนสมาชิก ที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดวันนี้ก็ด้วยความที่ว่าเรากังวลใจ แล้วยิ่งมาถึงเรื่อง ของการละเมิดเรากังวลใจว่าล่วงล้ำก้ำเกินอำนาจหรือเปล่า เพราะเราเองสภาผู้แทนราษฎร ช่วงหลังมานี่ผมรู้สึกนะท่านประธาน ศักดิ์ศรีมันน้อยลง แล้วก็มีหลายองค์กรที่ล่วงล้ำก้ำเกิน อำนาจเรามาเรื่อย แล้วถ้าเราไม่พูดอะไรบ้าง ถ้าเราปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อย ก้มหน้าก้มตาทำไปเรื่อย ตามคำสั่งนี่ กระดาษแผ่นเดียว ๒ แผ่น ส่งมาก็ว่ากันไปเรื่อยนี่ ผมว่าต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะมีคำสั่ง หรือชี้มาให้เราทำอะไรบ้าง แล้วอำนาจประชาชนมันอยู่ตรงไหน เราก็คือตัวแทนประชาชน เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรพูดแล้วชื่นชมทั้ง ๒ ท่าน เราก็เลยเห็นว่า การอภิปรายวันนี้ ญัตติวันนี้ไม่ต้องมีมติก็ได้ ถ้ามีมติเป็นทางใดทางหนึ่งแล้วอาจจะสุ่มเสี่ยง กับเพื่อนสมาชิก เราจึงหวังเพียงว่าเสนอแล้วได้ขึ้นมาพูดมาคุยเป็นข้อสังเกตในสภา ศาลจะได้ยิน องค์กรต่าง ๆ จะได้ยิน ประชาชนจะได้ยินว่าสภาผู้แทนราษฎรคิดเป็นนะ แล้วก็มีภูมิรู้ด้วยที่จะ วินิจฉัยหลักการบัญญัติกฎหมายได้ เรามีภูมิรู้ เราก็มีภูมิปัญญาที่จะทำได้ ท้ายที่สุดการอภิปรายวันนี้ หลายท่านที่พูดวันนี้ก็นำเรียน ท่านประธาน บันทึกไว้ในที่ประชุม ท่านประธานจะวินิจฉัยว่าควรนำส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ อย่างไร สุดแท้แต่วินิจฉัยของท่านประธาน แต่สิ่งที่พวกผมพบแล้วว่าแนวปฏิบัติ ที่จะต้องปฏิบัติต่อคำวินิจฉัยครั้งนี้ก็คือเราเองยินดีให้ความร่วมมือ ไม่ขัดขวางคำสั่ง ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลพรุ่งนี้ที่จะพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ โดยไม่ขัดขวาง ยินดีให้ งบประมาณฉบับนี้ผ่านได้โดยง่าย สมกับเจตนารมณ์ที่ประชาชนรอคอย สมกับความตั้งใจ รัฐบาลที่อยากจะให้ผ่าน เพียงแต่พวกเราอาจจะขอแสดงออกว่า เราแสดงอย่างอื่นไม่ได้ คัดค้านไม่ได้ ทำหนังสือโต้แย้งไม่ได้ เพียงแต่เราจะไม่ขอร่วมประชุมด้วย การไม่ร่วมประชุมด้วย ก็คงจะส่งสัญญาณให้รู้ แต่ไม่กระทบกับงานที่รัฐบาลอยากทำแน่นอน ไม่กระทบกับ ผลประโยชน์ที่ประชาชนอยากได้ แล้วยิ่งจะได้เร็วด้วย พรุ่งนี้เราลงชื่อให้ แล้วถ้าเราไม่อยู่ ร่วมประชุมท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ เปิดทางให้ท่านสะดวก ครึ่งวันผ่านได้ ประชาชนปรบมือ เราดีใจ แต่ถ้าเราอยู่ด้วย ทำได้ไหม ทำได้ แต่เราไม่อยากให้กระบวนการนี้ผ่านไปโดยเรา ฝืนหลักการ ไม่อยากให้ผ่านไปด้วยโดยเราทำผิดหลักการหรือร่วมกระทำผิด หรือยอมรับ ในสิ่งซึ่งเราคิดว่ายังกังวลใจอยู่ เพราะฉะนั้นจึงขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน เราขอบคุณ ล่วงหน้าที่จะคิดว่าเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติแล้วจะได้มาแสดงออกด้วยกันในกรอบและ บทบัญญัติที่เราน่าจะทำได้ ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสุทินครับ ต่อไปท่านศุภชัย ใจสมุทร เชิญครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมจะขออนุญาตในการที่อภิปรายในญัตตินี้ด้วย เหตุผลก็คือว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ลงชื่อ ในคำร้องของท่านประธานวิป (Whip) คือท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อท่าน ในการที่จะเสนอต่อท่านประธานสภาให้นำเรื่องนี้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้ฟังมาเมื่อสักครู่อาจจะทำให้ประชาชน เกิดความเข้าใจผิดไปว่าเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มของท่านวิรัชเท่านั้นหรือ ที่ได้มีการยื่นคำร้องต่อท่านประธานเพื่อให้ส่งเรื่องนี้ไปให้ทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ความเป็นจริงแล้วกรณีนี้นอกจากท่านวิรัชและคณะซึ่งมีจำนวน ส.ส. รวม ๑๐๙ ท่าน ก็ยังมีคำร้องของท่านผู้นำฝ่ายค้านคือท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ ส.ส. ของท่านอีก ๘๔ คน และท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ก็ได้มีการยื่นคำร้องนี้ไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วย ฉะนั้นข้อเท็จจริงตรงนี้ก็แปลว่าแท้จริงแล้วพวกเราที่นี่ ทั้งไม่ว่าปีกฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็มีความเห็นตรงกันในเรื่องนี้ ในสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ มันเป็นประเด็น ที่เราควรจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในการที่จะให้ ศาลวินิจฉัย นั่นแปลว่าเรายอมรับในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และผมไม่คิดว่าเรื่องนี้ มันจะเป็นเรื่องของการที่พวกเราจะมีการถูกล่วงล้ำก้ำเกินเข้ามาในแดนอำนาจของพวกเรา แต่เป็นเรื่องที่พวกเราได้ยื่นไปยังองค์กรหนึ่งที่เรียกว่าศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กร ในรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการวินิจฉัยเรื่องที่เราได้เสนอให้กับท่านไป และประเด็นสำคัญที่สุดก็คือว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องไปวินิจฉัยแล้วท่านก็ได้ใช้ อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๗๔ ซึ่งตรงนี้เป็นกลไกปกติที่ศาลจะต้องบอกว่าหลังจากท่านวินิจฉัยเรื่องของ ความชอบ ไม่ชอบอย่างไรแล้วจะต้องมีกลไกอะไรต่อมา สิ่งนี้เขาเรียกว่าคำบังคับ ก็คือหลังจากวินิจฉัยแล้วก็ต้องบอกว่าพวกเราจะต้องทำอะไรต่อ นี่คือประเด็น ผมคิดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านทำเกินหน้าที่หรือเกินอำนาจ หรือเข้ามา ยุ่งเกี่ยวกับอำนาจของพวกเรา สิ่งที่ผมเรียนกับท่านประธานก็คือเมื่อปรากฏว่าพวกเอง ยอมรับให้ท่านเป็นผู้วินิจฉัยมันเป็นเรื่องของความชอบของพระราชบัญญัติฉบับนั้น ตอนนี้ เหมือนว่าเรากำลังจะหลงประเด็นเรื่องของการเสียบบัตร ไม่เสียบบัตร เสียบแทนกันจะต้อง วินิจฉัยกันเองหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องเสียบหรือชักเข้า ชักออกเรื่องของบัตรช่องนี้ แต่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของกฎหมายที่เราพิจารณา ซึ่งศาลท่านก็ได้ให้คำวินิจฉัยและได้บอกเราว่าเราควรจะต้องทำอะไรต่อ เพราะฉะนั้นถ้าถาม ผมว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เราไม่เข้าใจเกิดความสงสัยไหมว่าสิ่งเหล่านี้มันจะชอบหรือไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ ความเห็นของผมอาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวผู้ด้อยความรู้ ทางกฎหมายไม่มากไม่มาย แต่ผมคิดว่าเราสามารถที่จะดำเนินการตามที่ศาลท่านมีคำวินิจฉัย ออกมาตามมาตรา ๗๔ ที่ท่านใช้อำนาจ แล้วผมคิดว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นสิ่งที่เราพึงจะต้องทำให้แล้วเสร็จ วันนี้เราไม่ควรจะคิดอะไรให้มันเกิดสลับซับซ้อน หรอกครับ เพราะจริง ๆ แล้วสิ่งที่เรายอมรับอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่ารัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัด ตามมาตรา ๒๑๑ ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาด มันผูกพันพวกเรา ผูกพัน รัฐสภา เมื่อมีคำบังคับท่านบอกมาตามมาตรา ๗๔ วิธีพิจารณาความของท่านว่าจะต้อง ดำเนินการอย่างไร เพียงแต่เราปฏิบัติกันตามนั้น ถ้าท่านบอกว่าวาระ ๒ วาระ ๓ ต้องลงมติ กันใหม่ ก็เพียงแต่เมื่อเราบรรจุเข้ามาเป็นวาระแล้วพรุ่งนี้เราก็พิจารณาตามสิ่งที่เราจะต้องทำ ก็แค่นั้นละครับ ก็เรียงไปทีละมาตรา สมาชิกก็ลงมติกันที่ละมาตราจนกระทั่งให้มันเสร็จสิ้น ไม่เห็นมีความสลับซับซ้อนอะไรเลย ผมว่าจริง ๆ วันนี้ก็ต้องเรียนด้วยความเคารพครับว่า เมื่อท่านเอง ผม พวกเราเอง ทางฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ได้ยื่นต่อประธานสภา เพื่อให้ยื่น ต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยก็แปลว่าเราพร้อมที่จะยอมรับผลการวินิจฉัย ผมไม่อยากจะพูด ว่าวันนี้ด้วยความเคารพในความเห็นของท่านสมาชิก ไม่ใช่ว่ามีความรู้สึกว่าถ้าวินิจฉัยมาแล้ว ถูกใจเรา เราก็ยึดบอกว่าเห็นดี เห็นชอบ ชอบแล้ว สาธุ แต่ถ้าไม่ชอบเรากับมีความรู้สึกว่า เราไม่ควรจะปฏิบัติตาม ผมว่าไม่ใช่เป็นวิถีที่เราควรจะต้องทำในฐานะที่เราเป็นอำนาจหนึ่ง คืออำนาจนิติบัญญัติ ถ้าเราบอกว่าถ้าเรามีอำนาจ ๓ อำนาจ มีศาล มีนิติบัญญัติ มีฝ่ายบริหาร แล้วมันมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน วันนี้เมื่อเรายอมที่จะให้เขาเป็นคนวินิจฉัยเรา เรากลับ จะไม่ยอมหยิบเอาเลือกเอาว่าอันไหนที่ชอบก็เอามาวินิจฉัยที่เขาวินิจฉัยบอกจะเอาตามนั้น แต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่เอา ผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ จริง ๆ แล้วแน่นอน เรื่องนี้มันก็เป็นความยุติธรรม อย่างหนึ่ง ท่านอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของความไม่ยุติธรรมที่ศาลมาวินิจฉัยแล้วทำให้ มันอาจจะเสียไปบางประการ แต่เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นศาลไหนก็ตามถ้าท่านได้อ่านหนังสือ ได้เห็นหนังสือที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เรื่องเวนิสวาณิช ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ท่านได้ทรงแปล มาจากเรื่องเมอร์เชนต์ ออฟ เวนิส (Merchant of Venice) คำนั้นก็ยังดำรงอยู่ คือเขาบอกว่า ในกระแสแห่งยุติธรรมา ยากจะหาความเกษมเปรมใจ วันนี้ต้องพยายามเกษมเปรมใจหน่อยครับ เราเพียงแต่ทำหน้าที่ของเรา สิ่งที่เขาส่งมาแล้วให้เราปฏิบัติไม่มีความสลับซับซ้อน ผมว่า เราเดินหน้าต่อในการที่จะเร่งในการที่จะลงมติแต่ละมาตราที่จะนำเข้าเสนอในการพิจารณา กันพรุ่งนี้ให้มันเป็นไปตามลำดับ แล้วในที่สุดมันก็ผ่านพ้นเรื่องนี้ไป ขอได้โปรดเถิดครับ ผมอยากให้พวกเราได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยเอง ยืนยัน พรุ่งนี้เราจะปฏิบัติหน้าที่กันอย่างสมบูรณ์ที่สุด เพื่อพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ จากญัตติในวันนี้จะเห็นว่ามีอยู่ ๒ ฝ่าย ท่านสมาชิกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเราจำเป็นที่จะต้องสามารถ ที่จะเข้ามาอธิบายความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญ นั่นก็เพราะว่า ในเรื่องของดุลอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เราไม่เคยมีการถ่วงดุลกันอย่างแท้จริง เราไม่เคยมีการตรวจสอบกันอย่างแท้จริง ฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าเราควรจะเชื่อฟังโดยดุษฎี ศาลรัฐธรรมนูญสั่งอย่างไรก็ต้องทำตามนั้นปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเร็วที่สุด อีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่า เราควรที่จะตรวจสอบดูว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ การที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๔ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกในการออกคำสั่ง แล้วให้สภาเราดำเนินการแก้ไขวาระ ๒ วาระ ๓ ของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ นั้นกฎหมายลูก เราทราบดีครับว่าเป็นกฎหมายที่ด้อยกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่เอาตรงนี้มาบังคับพวกเรา สิ่งเหล่านี้หลายท่านอภิปรายไปแล้วผมยังเห็นว่าเราควรที่จะตรวจสอบเพื่อเตือน เพื่อให้เห็นว่า อำนาจนิติบัญญัติซึ่งมาจากประชาชนนั้นเราควรที่จะมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิพอที่จะโต้แย้ง ไม่ให้อำนาจตุลาการที่ขยายขอบเขตอำนาจเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด สิ่งนี้ผมคิดว่า เราควรจะทำเพื่อจะสะท้อนกลับไป ถึงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญจะไม่บอกให้ถ่วงดุลอำนาจโดยตรง แต่เราก็ตรวจสอบได้ในส่วนนี้🔗

เรื่องที่ผมจะต้องพูดต่อไปก็เป็นเรื่องของตัวคำพิพากษา คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญตามข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาเขาบอกว่าสำคัญนะครับ การกระทำ โดยไม่สุจริตใช้สิทธิออกเสียงลงมติแทนผู้ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมนั้นเป็นการละเมิดหลักการ พื้นฐานของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ในอาณัติ มอบหมายใด ๆ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดแย้งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ และปรากฏว่ามีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนลงมติแทนย่อมมีผลเป็นการออกเสียง ลงคะแนนไม่สุจริตทำให้ผลการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ในวันเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ที่เราอภิปรายไปในสภาเมื่อก่อนหน้ากระผมนั้นเราพูดแต่เรื่องของความชอบ ไม่ชอบของที่เราจะปฏิบัติตาม แต่เราไม่พูดถึงต้นเหตุเลยครับ สาเหตุจริง ๆ ศาลวินิจฉัย ไปแล้วว่ามันไม่สุจริตมันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่เราไม่เคยพูดถึงว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เราจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้สภาแห่งนี้มีการลงมติสอดบัตรแทนกันและลงคะแนน แทนกันอีก ในอดีตปี ๒๕๕๖ เราเคยมี ๑ ครั้ง เรื่องการแก้ไขที่มาของ ส.ว. ก็มี ๑ ครั้ง ปี ๒๕๕๗ เราก็มี ๑ ครั้ง เรื่อง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒ ล้านล้านบาท ซึ่งกรณีนั้นศาลตัดสินว่าทุจริต การสอดบัตรแทนกันทุจริต แต่กรณีนี้มีความแตกต่างนะครับ ศาลใช้คำว่า ไม่สุจริต ซึ่งดีกรี ความทุจริตกับไม่สุจริตนั้นแตกต่างกัน สิ่งที่ผมกล่าวตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะกระผมเอง ได้รับมอบหมายจากพรรคอนาคตใหม่ให้ยื่นญัตติด่วนหนังสือลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนกรณีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรกดบัตรแทนกันในการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ผมยื่นเป็นญัตติด่วนนะครับ เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าเป็น เรื่องเร่งด่วนและสภาผู้แทนราษฎรก็รับเรื่องเร่งด่วนขึ้นมาเพื่อตั้งวาระพิเศษขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ แต่ทำไมสาเหตุของการทำให้กฎหมายฉบับนี้มีปัญหา และศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยและ ให้เราต้องมาทำตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ผมถูกโต้แย้งจากท่านประธานสภา ว่าอย่างไรครับ บอกว่าญัตตินี้ไม่ใช่ญัตติด่วน แล้วส่งไปลำดับที่ ๖.๑ ในวาระ ๖.๑ วาระ ๕ มีทั้งหมด ๑๑๓ วาระ ๖.๑ ก็อย่างน้อย ๆ ๑๑๔ วาระ หรือ ๑๑๕ วาระ โอกาสที่จะเข้ามา พิจารณาสภาแห่งนี้ไม่มีเลย ผมถามท่านประธานที่เคารพว่าเราจะเอาอย่างนั้นหรือครับ เราจะปล่อยให้กระบวนการอย่างนี้เกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ และไม่ตรวจสอบอะไรกันเลย ผมเชื่อว่าการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้อง วางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับข้อที่ ๙ (๑) แต่ถามว่าผู้ที่มีเหตุสงสัยว่า มีการเสียบบัตรและกดบัตรแทนกันนั้นเป็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ซึ่งท่านประธานก็อยู่ ฝ่ายรัฐบาล ทั้งท่านรองและท่านประธานทั้งหมด แล้วทำไมจะไม่ให้ตรวจสอบครับ ไปเขี่ยออก ให้ไปอยู่ท้ายลำดับที่ร้อยกว่า แล้วเมื่อไรจะได้พิจารณา แล้วจะทันต่อสถานการณ์อย่างนี้ หรือไม่ แล้วทำไมท่านถึงเร่งรีบนักที่จะเอาร่างพระราชบัญญัติเข้ามาในวาระ ๒ วาระ ๓ ทันทีทันใดที่มีหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญ เหล่านี้มันเป็นข้อสังเกต ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกว่าท่านวางตัวปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง หรือไม่ เพื่อจะหาความจริงหรือไม่ โดยหลักแล้วสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถ้าเราจะมีศักดิ์ศรีจริง ๆ เป็นที่ยอมรับนับถือจริง ๆ เราควรที่จะทำของเราให้ดี ทำสภาเราให้ดีครับ ทำสภาของเราให้ น่าเชื่อถือ อะไรที่ดูแล้วเป็นที่สงสัยแก่ประชาชน แต่ตรงนี้ไม่ได้สงสัยนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าไม่ชอบ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ทำไมไม่กวาดบ้านให้สะอาดละครับ ท่านเทพไท เสนพงศ์ บอกว่าเราควรจะดูแลกันเอง ผมเห็นด้วย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ทำไมไม่ทำครับ เราเขี่ยไป ท่านประธานบอกว่าจะไปให้ประธานกิจการสภาดูแล ท่านก็ปฏิเสธมาแล้วว่า ไม่อยากทำ จะเอาไปให้คณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบตอนนี้ ก็ยังไม่ได้ตั้ง จะส่งให้ ป.ป.ช. ถามว่า ป.ป.ช. จะรับไหม ก็เป็นบุคคลภายนอกเขาก็ไม่รับ เพราะเขาเขียนว่าไม่สุจริต ไม่ใช่ทุจริต ป.ป.ช. ป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ นั่นคือเรื่องทุจริต แต่นี่ศาลรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่สุจริต แล้วถามว่าเราจะไม่ทำอะไรกันหรือ เราจะไม่มีมาตรการอะไรหรือที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ผมเห็นว่าผมไม่ได้รับ ความเป็นธรรมและพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากท่านประธานที่เตะลูกออก ผมใช้คำว่า เตะลูกออกนะครับ เขี่ยจากญัตติด่วนไป แทนที่จะพิจารณาคู่ขนานกับกรณีของ วาระเร่งด่วนที่ท่านบรรจุขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗

(นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธีรัจชัย ขออนุญาตมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายครับ ข้อ ๖๙ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็น ที่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่ ซึ่งวันนี้ขณะนี้เรากำลังอภิปรายญัตติเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เราจะต้องปฏิบัติตาม แต่ตอนนี้ผู้อภิปรายกำลังอภิปรายเรื่องของการที่ผู้อภิปรายนั้นไปยื่น ญัตติด่วน แล้วท่านประธานนั้นได้วินิจฉัยว่าญัตตินี้ไม่ได้เป็นญัตติด่วน ฉะนั้นการที่ผู้อภิปราย อภิปรายอยู่จึงไม่ได้อยู่ในประเด็นที่เป็นญัตติด่วนที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยื่นมาให้สภา ได้พิจารณา จึงขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธีรัจชัย จริง ๆ แล้วถ้าจะวินิจฉัยว่าการอภิปรายของท่านธีรัจชัยอยู่นอกประเด็นก็คงไม่ใช่ มันเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวเนื่องกัน แต่ผมก็อยากจะให้ท่านธีรัจชัยเอาประเด็นที่เรากำลังพิจารณาคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักแล้วกันนะครับ อย่าออกไปไกลมาก ที่จริงแล้วผมก็รอให้ท่าน พูดจบแล้วก็คงจะต้องขอชี้แจงบ้างเล็กน้อยเพราะว่าท่านพาดพิงถึงประธานเหมือนกันนะครับ เชิญท่านธีรัจชัยอภิปรายต่อ เหลือเวลา ๑ นาทีกับ ๕๙ วินาที เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ตัวผมเองนั้นก็ขอเรียนว่าไม่ได้พูดนอกญัตติเพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญที่มาให้เรานั้นปฏิบัติตามแล้วผมพูดถึงไปแล้วว่าผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในอะไรบ้างบางส่วน และเห็นด้วยกับผู้อภิปรายฝ่ายค้าน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าควรจะพิจารณาคู่ขนาน ไม่ควรเอาเฉพาะเรื่องเดียวและเร่งรัดในการทำเรื่องเดียว เพราะเรื่องนี้ต้องทำสภาเราให้เป็นศักดิ์ศรี เป็นเกียรติภูมิ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ในส่วนของตัวข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สภาผู้แทนราษฎร ในส่วนที่ ๒ การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นสมาชิกและกรรมาธิการ ข้อ ๑๑ บอกว่าสมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎรและไม่กระทำ การใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๒ เขาบอกว่าสมาชิกและกรรมาธิการต้องปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เที่ยงธรรม มีความเป็นอิสระเพื่อรักษาซึ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ข้อ ๒๒ สมาชิกและกรรมาธิการจะต้องแสดงความรับผิดชอบเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง หรือผิดพลาดตามสมควรแก่กรณี ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของเรามี ถามว่าเรามีไว้ ทำไมครับ เรามีไว้เพื่อควบคุมจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการปฏิบัติ ตัวบกพร่องผิดพลาด ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้เรียบร้อยแล้ว ทำไมสภาผู้แทนราษฎร ถึงไม่สนใจใยดี ปล่อยเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่กระทำอย่างนั้นหรือครับ ดังนั้น ที่ผมอภิปรายตรงนี้ผมไม่อยากจะให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้พิจารณาเฉพาะเรื่องเดียว คือเรื่องของการกระทำตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ควรให้ตรวจสอบสมาชิกที่กดบัตร แทนกันด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาต ชี้แจงท่านธีรัจชัยนิดหนึ่ง เนื่องจากท่านพาดพิงการวินิจฉัยหรือการทำงานของประธานสภา อยากจะเรียนว่าตั้งแต่ผมเป็นรองประธานทำงานร่วมกับท่านชวน หลีกภัย และท่านสุชาติ ตันเจริญ มา ผมเรียนกับท่านสมาชิกทุกท่านว่า ท่านประธานและรองประธานทั้ง ๒ ท่าน เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยความเป็นกลางจริง ๆ แม้แต่ความรู้สึกของผมเวลาผมมา นั่งบนบัลลังก์ ถึงแม้พวกท่านสมาชิกจะพูดถึงบ้างในช่วงแรก ๆ แต่ผมอยากจะเรียนเปิดใจว่า ผมมีความรู้สึกเหมือนกับผมบวชเป็นพระ เวลามานั่งอยู่ตรงนี้จริง ๆ พวกเราต่างก็ทำหน้าที่ ของแต่ละคน แต่ละฝ่าย ท่าน ส.ส. ก็ทำหน้าที่ของ ส.ส. ประธานสภาก็ทำหน้าที่ของ ประธานสภา กรณีญัตติของท่านธีรัจชัย ผมเชื่อว่าท่านประธานได้วินิจฉัยอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ได้เตะถ่วง ไม่ได้เขี่ยออก แต่เป็นการบรรจุ เพียงแต่ว่าญัตติทุกญัตติมันมีความหมาย มันมีความสำคัญทั้งหมด ท่านพิจารณาย้อนหลังสิครับ ทุกสัปดาห์ที่ผ่านมาเราพิจารณาญัตติ หรือท่านประธานสั่งให้มีการประชุมจัดญัตติเป็นหมวดหมู่เร่งรัดในการพิจารณา ปัญหา ทุกปัญหาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอเข้ามาล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งนั้น เพราะมันเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนที่จะต้องเร่งรัดในการแก้ไข เรื่องเสียบบัตรแทนกัน แค่ข่าวออกไปสภาผู้แทนราษฎรเราก็อายมากแล้ว อย่างไรก็ยังบรรจุ อยากให้ท่านธีรัจชัย ได้เข้าใจด้วยนะครับว่าท่านประธาน รองประธานทำหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง จริงอยู่ครับ ห้ามไม่ให้ผมไปสังกัดพรรคการเมืองมันไม่ได้หรอก ห้ามไม่ให้ท่านประธานชวนไม่สังกัด พรรคการเมืองไม่ได้ แต่เวลาทำหน้าที่เราไม่เคยไปคิดถึงเรื่องพรรค ขอให้เข้าใจตรงนี้เพื่อเรา จะได้เดินต่อนะครับ ต่อไปเชิญท่านวิเชียร ชวลิต ครับ🔗

นายวิเชียร ชวลิต แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ ในญัตติที่สมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายและพิจารณา🔗

ประการแรก อยากจะเรียนว่าผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อธิบาย ได้กล่าวแล้วว่า การที่เราส่งประเด็นของการที่เรามีปัญหาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณานั้นก็เกิดจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้พิจารณาและใช้สิทธิตามมาตรา ๑๔๘ ในรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งให้ศาลพิจารณา คณะของเราถึง ๓ คณะได้ร่วมกันลงชื่อ ผมก็อยู่หนึ่งในรายชื่อของคณะที่นำโดยท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ท่านประธานวิป (Whip) นำส่งให้ท่านประธานได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยสภาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเราก็บอกว่า เมื่อส่งแล้ว ศาลวินิจฉัยอย่างไรเราก็ต้องถือปฏิบัติตามนอกจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว โดยหลักการหรือหน้าที่ของเราถ้าเราไม่เห็นว่าคนอื่นจะวินิจฉัย หรือผู้ที่จะใช้อำนาจวินิจฉัย วินิจฉัยแล้วเราไม่เชื่อเราก็คงจะไม่ส่ง แล้วก็การที่เราลงชื่อร่วมกันก็เป็นการยอมรับว่าเราจะ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และที่สำคัญผมอยากจะเรียนว่าก็มีหลายท่านถามว่าแล้วทำไม เราไม่พิจารณาเราเอง ผมเรียนว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยแล้ว เรายังมีญัตติแล้วก็มีข้อโต้แย้งได้ ผมก็เลยไม่มั่นใจว่าถ้าเราจะเลือก ทางเลือกแบบที่เราได้พูดกัน ก็คือทำไมเราวินิจฉัยเอง แม้แต่มีองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญเรายังโต้แย้งเลย เพราะฉะนั้นถ้าหากเราวินิจฉัยเอง ผมก็ไม่มั่นใจว่าเราจะ ปฏิบัติได้ไหม เราจะถือปฏิบัติตามที่เราวินิจฉัยหรือไม่อันนี้ก็เป็นคำถามที่อยากจะย้อนกลับ ในประเด็นเรื่องของใครจะวินิจฉัย ทีนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ก็จะมีคำถามต่อไปว่า แล้วบทบัญญัติในมาตรา ๑๔๓ ในรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ให้สภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณให้เสร็จภายใน ๑๐๕ วัน ผมก็เรียนว่าโดยความเห็นส่วนตัว ในมาตรา ๑๔๓ เมื่อเราพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วก็นำส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป ผมเชื่อว่ามาตรา ๑๔๓ มีสภาพบังคับเสร็จสิ้นไปแล้ว เพราะว่าเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๔๓ ที่บังคับนั้นไม่ต้องการ ให้สภาถ่วงการพิจารณาหรือทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนั้นล่าช้า จึงได้มีกำหนดเวลา กำหนดไว้ว่าต้องทำให้เสร็จภายใน ๑๐๕ วัน เพราะฉะนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าการพิจารณาของสภาในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญให้พิจารณาในวาระ ๒ วาระ ๓ ใหม่นั้น รวมทั้งข้อสังเกตด้วยก็เป็นสิ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องรับมาปฏิบัติ เพราะอะไร เพราะว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็น เด็ดขาด แล้วที่สำคัญชัดเจนมากเขียนไว้ว่ามีผลผูกพันต่อรัฐสภา ถ้าเราในฐานะของผู้ปฏิบัติ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เราเองถือว่าเป็นสภาที่ได้รับมอบฉันทานุมัติหรือเป็นผู้แทน ของปวงชนชาวไทย เราบอกว่าเราจะไม่ปฏิบัติตาม ผมก็ไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นตัวอย่างของ ผู้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร แล้วที่สำคัญผมไม่อยากจะใช้เวลากับสภามากนัก อยากเรียนว่าบังเอิญเมื่อเช้าผมไปออกรายการมองรัฐสภา แล้วก็มีคำถามจากพี่น้องประชาชน ถามเข้ามาว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ ที่จะพิจารณาเป็นพิเศษในวันพรุ่งนี้ หรือวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั้นจะพิจารณา ใช้เวลานานไหม จะพิจารณาอย่างไร ผมก็ได้เรียนอธิบายผ่านไปทางรายการโทรทัศน์ว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณถือเป็นภาระหน้าที่ของเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการเพราะอะไร เพราะพระราชบัญญัติงบประมาณ ไม่ใช่เป็นพระราชบัญญัติหรือเป็นกฎหมายทางการเงินที่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จริง ๆ เป็นกฎหมายการเงินที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน เพราะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในเวลานี้ก็เลยมีคำถามว่าสิ่งที่เราจะ พิจารณาแล้วการดำเนินการจะเรียบร้อย จะเสร็จสิ้นหรือไม่ อย่างไร ผมก็เรียนแถลงไปว่าหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่จะต้องทำหน้าที่พิจารณา บัญญัติกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายสำคัญที่สุดของสภาก็คือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นผมก็เรียกร้องแล้วก็เรียนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนมีหน้าที่ที่จะดูแลแล้วก็พิจารณากฎหมายให้แล้วเสร็จ และนอกจากนั้นพี่น้องประชาชน ยังดูพวกเราอยู่ตลอดเวลาว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกนั้นจะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สุจริตและรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากน้อยขนาดไหน ซึ่งผมอยากจะเรียนว่า พี่น้องประชาชนได้สอบถามไปถึงกระบวนวิธีในการใช้บัตรลงคะแนนและการดำเนินการอื่น ๆ ซึ่งพวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่จะแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเราตั้งใจและปฏิบัติหน้าที่ อย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริตให้กับพี่น้องประชาชนเห็น เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ นั้นสามารถผ่านสภาและส่งให้วุฒิสภาพิจารณาและ สามารถนำทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายให้เสร็จสิ้นโดยเร็วต่อไป เพราะฉะนั้นท้ายที่สุด ผมอยากจะเรียนว่าผมมีความเห็นว่าสภาแห่งนี้สมควรจะปฏิบัติหน้าที่แล้วก็ทำหน้าที่ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ ตามที่พวกเราผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชารัฐรวมกันยื่นญัตติ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความตามมาตรา ๑๔๘ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีความเห็นว่า ในส่วนของพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ซึ่งได้ผ่านสภาไปแล้ว แต่ก็มีข้อขัดข้อง ในเรื่องของการเสียบบัตรซึ่งก็ได้เสนอความเห็นต่อท่านประธานสภาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยตามมาตรา ๑๔๘ (๑) นั้น ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำบังคับหรือจะเรียกว่าคำวินิจฉัย ออกมาตามที่พวกเราได้เห็นกันทั้งหมดนี่ล่ะครับ การที่จะตีความกฎหมาย แน่นอนว่าก็สุดแท้ แต่ผู้ที่จะมีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาต้องตีความกัน ผมเองเคารพท่านอาจารย์ปิยบุตร ในฐานะที่ท่านเป็นนักกฎหมายมือหนึ่งคนหนึ่งในแผ่นดินไทยทีเดียวนะครับ ท่านก็ได้วินิจฉัย ออกมาในแนวหนึ่งซึ่งฟังดูแล้วก็คือจะต้องไปเริ่มต้นในวาระ ๑ กันใหม่ แต่ว่าหลาย ๆ ท่าน ที่ได้อภิปรายไปดังเช่นท่านวิเชียร ชวลิต ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านเองก็ได้อยู่ในวงการ ที่ต้องใช้กฎหมาย ต้องตีความกฎหมายในฐานะผู้ปฏิบัติ ครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นปลัดกระทรวง มหาดไทย เป็นปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งแน่นอนว่าในระดับ ปลัดกระทรวงอย่างท่านวิเชียร ชวลิต ก็ย่อมจะต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านการตีความ ในการใช้กฎหมายให้ถูกต้อง การที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความออกมา ๑. ก็คือการตราขึ้น โดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งกล่าวถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ นั้น ซึ่งท่านบอกแล้วว่ามันไม่ถูกต้องเฉพาะในวาระ ๒ และวาระ ๓ ซึ่งพี่น้องประชาชนทางบ้าน อาจจะไม่ทราบ ในวาระ ๑ ก็คือการพิจารณาในขั้นรับหลักการในสภาผู้แทนราษฎรว่ารัฐบาล ต้องการใช้งบ ๓.๒ ล้านล้านบาท หรือ ๓,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเอาไปใช้เพื่อเอาไปพัฒนา ประเทศอย่างไรบ้าง ต้องการให้เกิดความผาสุกแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างไร เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมาแถลงต่อสภาเราก็ลงมติในขั้นรับหลักการ แน่นอนในครั้งนั้นไม่ได้ มีส่วนใดที่มีข้อตำหนิได้เลย การพิจารณาในวันนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย ผ่านวาระ ๑ ไป ดังที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ออกมาเช่นนั้น แต่บังเอิญในส่วนของวาระ ๒ ในขั้นกรรมาธิการ อยากจะกราบเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนทางบ้านว่าผมเอง ก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการงบประมาณ เราพิจารณากัน ๓๙ วัน ๓๙ คืนนะครับท่านประธาน เฉพาะเรื่องงบประมาณ ๓๙ วัน ๓๙ คืน ตั้งแต่ ๙ โมงเช้า หลายท่านคงจะทราบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สภาซึ่งนั่งอยู่ถึง ๕ ทุ่ม บางครั้งถึงเที่ยงคืน เราพิจารณากันจนกระทั่ง หลายคนสุขภาพเสียไปเยอะ ผมเองก็แย่เป็นหวัดตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ก็ยังฟืดฟาด ๆ อยู่อย่างนี้ เพราะไม่ได้พักผ่อนเลย กรรมาธิการงบประมาณทำงานอย่างหนักกัน ๓๙ วัน ๓๙ คืนแล้วก็ ส่งเรื่องมาสู่สภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาในวาระ ๒ ในวาระ ๒ มากราบเรียนสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีการลงมติรายมาตรา มาตรา ๑ ผ่านไป จนถึงมาตรา ๓๓ ก็ดันมีการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งเป็นเรื่องข้อบกพร่องเฉพาะตัว ก็แน่นอนละครับว่าศาลรัฐธรรมนูญจึงได้เขียนว่า ไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในวาระ ๒ และวาระ ๓ วาระ ๓ ก็เช่นเดียวกันในขั้นที่เรา เรียกกันว่า เห็นชอบทั้งฉบับซึ่งอาจจะมีการแก้ไขถ้อยคำบ้าง ในการลงมติทั้งฉบับก็ลงมติไม่มี อะไรบกพร่อง ก็มีอยู่ท่านหนึ่งที่เดินทางไปต่างประเทศดันมีชื่อในการออกเสียง ซึ่งก็ยังไม่มีการ สอบกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัตร อาจจะเกิดจากระบบอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากอะไรก็สุดแท้แต่ เราตอบไม่ได้ แต่ว่าข้อเท็จจริงแล้ววันนั้นในการลงมติไม่มีเสียงค้านเลย พระราชบัญญัติทั้งสภา มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านงบประมาณไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศรอคอยงบประมาณ บอกกันตรง ๆ ว่า เศรษฐกิจแย่เพราะเหตุสารพัดเรื่อง ภัยแล้งนี่เป็นตัวหลัก และที่สำคัญคืองบประมาณแผ่นดิน ไม่ได้ใช้มาตั้งกี่เดือนแล้วท่านประธานลองนับ ๑ ปี กับอีก ๔ เดือนเข้าไปแล้ว ๑ ปีกับ ๔ เดือน ซึ่งปกติงบประมาณต้องออกมาทุกปี เมื่อเงินไม่มีอัดฉีดไป ๓.๒ ล้านล้านบาทตลาดวันนี้ เงียบเหงา เงียบเหงามาก ทั่วประเทศไทย จังหวัดนครสวรรค์นี่แย่เลยเงียบเหงา แล้วก็มาเจอ ในเรื่องของไข้หวัดไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เข้ามาอีก ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายเกลี้ยง ไม่เหลือเลย ตรุษจีนผมก็โดนไปแย่เลยครับจังหวัดนครสวรรค์ ปีนี้คนน้อยไปหน่อย ทั้ง ๆ ที่ เขาก็จัดกันยิ่งใหญ่มาก อย่างไรก็ตามพี่น้องทุกท่านรอคอยงบประมาณตัวนี้ แม้กระทั่งชาวบ้าน โทรมาถามว่าเมื่อไรจะออกค่าเกี่ยวข้าวให้ชาวนา ชาวนาจะตายแล้ว ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร งบประมาณจะผ่านเมื่อไรก็ยังไม่รู้ วันนี้จึงอยากเรียนท่านว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญท่านกรุณา วินิจฉัยออกมาอย่างนี้ มีคำบังคับว่าขอให้มาเริ่มกันในวาระ ๒ วาระ ๓ กันก็สมควรที่จะต้อง ฟังคำวินิจฉัย คำตัดสินของท่าน ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๑๑ ซึ่งกล่าวว่าคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ขอย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่เราให้ท่านมอบหมายให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาตีความ เมื่อเขาตีความมีคำวินิจฉัย มีคำบังคับออกมาให้เราเริ่มกันในวาระ ๒ วาระ ๓ เราก็สมควร จะทำตามท่าน ก็เห็นใจท่านอาจารย์ปิยบุตรก็ดี และฝ่ายค้านทุกท่านก็ดี ที่ท่านก็หวังดีเห็นต่อ ศักดิ์ศรีของสภา แต่วันนี้คงไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีอย่างเดียว ความจริงศักดิ์ศรีของสภาก็ตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วที่มีองค์กรอิสระ มีศาลรัฐธรรมนูญ อะไรเกิดขึ้นสภาก็เล็กลงไปเยอะ เมื่อก่อนอำนาจของสภาเยอะ แต่ว่าตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อำนาจสภาก็ถูกแบ่งไปให้ องค์กรอิสระ วันนี้องค์กรอิสระถ้าดูไปก็เหมือนใหญ่กว่าพวกเรา แต่ว่าจริง ๆ ก็ศักดิ์ศรีเท่ากัน เป็นบทบัญญัติที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ เพียงแต่ว่าคนละหมวด หมวดหนึ่งว่าด้วย สภาผู้แทนราษฎร หมวดหนึ่งว่าด้วยวุฒิสภา หมวดหนึ่งว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ หมวดหนึ่ง ว่าด้วยศาลปกครองอะไรอย่างนี้ ทุกหมวดมันก็มีคุณค่าเท่ากัน มีศักดิ์ศรีเท่ากัน ในความรู้สึก ของผมทุกส่วนก็มีศักดิ์ศรีเท่ากัน ไม่ได้ทำให้พวกเรามีศักดิ์ศรีน้อยกว่าเดิมแต่อย่างใดครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าเราคงจะต้องเคารพรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ต้องเคารพ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องให้เรามาพิจารณาในวาระ ๒ และวาระ ๓ ใหม่ ซึ่งวันพรุ่งนี้ ก็จะเข้าแล้วครับ ขอความร่วมมือพี่น้องทั้งสภา เพื่อนสมาชิกทั้งสภามาช่วยกันพิจารณา ในวันพรุ่งนี้ อย่าไปเกี่ยงว่าเป็นรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล มันของพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิโรธ สุนทรเลขา เชิญครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ขอบคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ผม นิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ผมจะขอนำเสนอแนวคิดในส่วนตัวของผมว่าตามญัตติที่ทางผู้ทรงเกียรตินั้นได้ยื่นว่าจะปฏิบัติ อย่างไรกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งกลับมายังสภา ผมจะขอเริ่มด้วยประเด็นสั้น ๆ เพียงครึ่งนาทีว่าศาลรัฐธรรมนูญถือกำเนิดเกิดมาเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ และผูกพันไปถึงทุกองค์กรที่จะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยในวาระ ๒ วาระ ๓ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้สภานั้นนำกลับมาให้สภาดำเนินการใหม่นั้น ผมถือว่าศาลไม่ได้วินิจฉัยว่าการเสียบบัตร แทนกันนั้นมีความผิดแต่ประการใด ท่านคงจะหาในข้อบังคับของสภาไม่เจอ ไม่มีข้อบังคับใด เขียนว่าการเสียบบัตรแทนกันนั้นกระทำมิได้หรือรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าการเสียบบัตรนั้น จะผิดรัฐธรรมนูญในมาตราใด ท่านก็ยังกังขาในส่วนตรงนี้ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ ฉะนั้น เมื่อการเสียบบัตรไม่มีความผิดตามข้อบังคับ ศาลท่านคงเห็นว่ากระบวนการลงคะแนนในวันนั้น อาจจะไม่ถูกขั้นตอนท่านจึงได้ให้นำ พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้กลับมายังสภาให้ดำเนินการ ให้ถูกต้องตามวาระ ๒ วาระ ๓ เสมือนหนึ่งว่า พ.ร.บ. งบประมาณนี้ท่านไม่ได้วินิจฉัยนะครับว่า เป็นโมฆะ ฉะนั้นตามมาตรา ๗๔ นั้น ออกมาเพื่ออะไรครับ เจตนารมณ์ออกมาตรา ๗๔ มา เพื่อไม่ให้ประเทศชาติถึงทางตันเหมือนในอดีต เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้วก็ไม่มีคำว่า ดำเนินการอย่างไรต่อไป ให้องค์กรที่ผูกพันนั้นดำเนินการหรือปฏิบัติอย่างไรต่อไป เจตนารมณ์ ตามมาตรา ๗๔ นั้น เป็น พ.ร.บ. วิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ถ้าอย่างนั้นถ้าเป็นวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว มาตรา ๗๔ ย่อมใหญ่กว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญทุกมาตรา แต่ถ้าเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วเป็นกฎหมายแม่ กฎหมายหลักก็ใหญ่กว่าเรื่องอื่นทุกมาตราเช่นกัน ฉะนั้นในกรณีนี้ผมขอกราบเรียนท่านว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญให้นำกลับมาวาระ ๒ วาระ ๓ นั้น ตามมาตรา ๑๔๓ อายุความนั้น มันสะดุดหยุดอยู่ หมายความว่าเงื่อนเวลานั้นในการดำเนินการ ๑๐๕ วัน มาตรา ๑๔๓ นั้น มันสะดุดหยุดอยู่ในวาระ ๒ และวาระ ๓ มันไม่ได้เดินต่อไป เพราะศาลสงสัยว่ากระบวนการ น่าจะไม่ถูกต้อง ฉะนั้นในความคิดเห็นผมนะครับว่าจะอ้างมาตรา ๑๔๓ ของศาลรัฐธรรมนูญว่า เกิน ๑๐๕ วันนั้นหาใช่ไม่ ผมจึงมีความเห็นว่าสภาแห่งนี้ควรจะดำเนินการตามวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่สนใจที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับญัตติด่วนที่เสนอเข้ามาโดยคุณหมอชลน่าน ก็หมดแล้วครับ อยากจะหารือท่านชลน่านอีกสักครั้งหนึ่งครับว่าท่านจะสรุปญัตตินี้อย่างไร ขอความคิดเห็นเพื่อที่จะเดินหน้าต่อได้ครับ เชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณท่านประธานที่กรุณา ให้ผมได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับในการที่จะสรุปญัตติ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่าญัตตินี้ผมเสนอให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน เรื่อง ให้สภาพิจารณา การปฏิบัติตามการกำหนดบังคับหรือคำบังคับในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าจะปฏิบัติ อย่างไร ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ทั้งมีข้อเสนอ มีข้อเห็นต่างว่าไม่ต้องดำเนินการ อย่างไร เห็นว่าคำสั่งหรือคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญชอบแล้วก็ให้ปฏิบัติไปตามนั้น มีสมาชิก บางส่วนเห็นว่าควรจะนำข้อเสนอข้อสังเกตที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายส่งไปให้ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นประมุขขององค์กรของเราได้พิจารณาว่าท่านจะดำเนินการ อย่างไร ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญ ข้อ ๔๕ และข้อ ๔๔ ท่านประธานครับ ให้อำนาจประมุขขององค์กรนั้น ๆ พิจารณาว่าจะแจ้งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติของคู่กรณีที่มีคำสั่งบังคับนั้นหรือไม่อย่างไร อันนั้นเป็นข้อพิจารณาครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมไม่ประสงค์จะให้สภาแห่งนี้มาลงมติครับ เพราะว่าเราได้ความเห็น ความเห็นทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยควรจะส่งไปด้วยให้ท่านประธาน พิจารณาที่จะดำเนินการต่อไป ผมกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่มี ความคิดความเห็นที่หลากหลายแตกต่างกัน อันนี้คือความสวยงามของสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เป็นตัวแทนอำนาจนิติบัญญัติที่เป็นอำนาจอธิปไตยใน ๓ อำนาจของพี่น้องประชาชน แม้ว่าความเห็นของเราจะต่างกันแต่จุดมุ่งหมายเราคืออันเดียวกัน เราต้องการทำให้ศักดิ์ศรี ของสภา ต้องการให้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ต้องการให้องค์กรที่เกี่ยวข้องอยู่ในหน้าที่และ อำนาจของตัวเองเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกันเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยให้ สูงสุด ตรงนั้นเป็นเป้าหมายสูงสุดครับท่านประธาน แม้คำอภิปรายของสมาชิกบางท่านอาจจะ ดูเหมือนขัดแย้งกัน มีข้อคำถาม เช่นอาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อใดที่ว่า เสียบบัตรแทนกันมิได้ ถ้าท่านไปดูในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตามประกาศของศาลรัฐธรรมนูญ เขาก็เขียนมาให้ ข้อ ๘๐ วรรคสาม ท่านไปอ่านดู เขียนไว้ชัด การเสียบบัตรกระทำแทนกันมิได้ การวินิจฉัยว่ากฎหมายลูกจะใหญ่กว่ากฎหมายแม่หรือไม่ก็เป็นความเห็นของสมาชิกแต่ละท่าน อันนี้เราเคารพกันครับ แต่โดยหลักแล้วรัฐธรรมนูญใหญ่ที่สุด ไม่มีกฎหมายใดที่จะใหญ่ว่า รัฐธรรมนูญไม่มี มาตรา ๕ ครับท่านประธาน ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้บังคับ มิได้ครับ รวมถึงการกระทำด้วยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอบคุณท่านประธานครับ มิประสงค์จะให้ลงมติเพียงแต่รับเอาความเห็นของเพื่อนสมาชิกเราส่งไปให้ท่านประธาน พิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณหมอชลน่านนะครับ ผมว่าพอนะครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ท่านประธานครับ นิดเดียวเพื่อความเข้าใจ ตรงกัน ในข้อบังคับด้วยนะครับท่านประธาน เพราะท่านประธานวินิจฉัยข้อบังคับด้วย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญสั้น ๆ ครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ข้อ ๘๐ วรรคสาม เขียนว่าอย่างไร ไม่ได้บอกเสียบบัตรแทนกันมิได้ แล้วข้อ ๗๔🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วนะครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ไม่ได้เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็น วิธีปฏิบัติ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้ว เรื่องข้อบังคับท่านสมาชิก🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

เพราะฉะนั้นวิธีปฏิบัติมันเหมือน ข้อบังคับ ข้อ ๗๔ นั้นไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีความผิดอะไรนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ก็ไปเปิดดู อ่านเองก็แล้วกันนะครับข้อบังคับ พอแล้วครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็น ความเข้าใจตรงกันพี่น้องประชาชนที่ฟังจะได้เข้าใจนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตตินี้ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้ที่ประชุมพิจารณาแล้วรวบรวม ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาส่งความเห็น ดังกล่าวของที่ประชุมสภาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๔ และข้อ ๔๕ ต่อไป ต่อไปผมจะหารือ ที่ประชุมว่าจะรวบรวมส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ส่งความเห็นดังกล่าวของที่ประชุมสภาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หารือที่ประชุมนะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยัง ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาส่งความเห็นดังกล่าวของที่ประชุมไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไปนะครับ🔗

จบการพิจารณาญัตติด่วนของคุณหมอชลน่าน ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก มีสมาชิกเสนอญัตติเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ ที่ประชุมพิจารณาเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับ ท่านสมาชิกมีอะไรไหมครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ ผมจะขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมเกริ่นนำนี่เสร็จ ถ้าเป็นเรื่องเดียวกันก็ค่อยเสนอเข้ามาประกบแล้วกัน เนื่องจาก มีสมาชิกเสนอญัตติเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อขอให้ ที่ประชุมพิจารณาเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) และเนื่องจากยังมีญัตติซึ่งยังไม่ได้ บรรจุระเบียบวาระอีกจำนวน ๒ ฉบับ คือ🔗

๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาควบคุมป้องกัน เหตุการณ์การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบอย่างเป็นระบบ ซึ่งนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ🔗

๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการถอดบทเรียน กรณีการเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ🔗

ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึงขอนำมาพิจารณารวมกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เดี๋ยวขอท่านแรกก่อนนะครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุลพันธ์ จะหารือใช่ไหมครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

มิได้ครับ คือกระบวนการที่ท่านประธาน กำลังทำอยู่ผมเห็นว่าขัดต่อข้อบังคับการประชุมและระเบียบวาระการประชุม จริง ๆ แล้ว มีเพื่อนสมาชิกทั้งจากพรรคฝั่งฝ่ายค้าน ท่านโกศล ปัทมะ จากทางฝั่งรัฐบาล ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ท่านเตรียมที่จะเสนอญัตติด้วยวาจา ด้วยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๑) ถ้าเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติด้วยวาจาแล้วจะนำเอาญัตติที่มีการเสนอแต่ว่ายังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระมาประกบนี่ผมเห็นชอบด้วย แต่กระบวนการที่ท่านประธานได้ขานเมื่อสักครู่นี้ ด้วยญัตติที่มีเพื่อนสมาชิกนำเสนอเป็นเอกสารแล้วจะนำมาพิจารณาเลยมันจะเป็นการเลื่อน ระเบียบวาระโดยท่านประธาน ฉะนั้นจะต้องมีการเสนอโดยวาจาจากเพื่อนสมาชิกก่อนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปว่าสงสัย เป็นความเข้าใจผิดของผมเองนะครับ เพราะนึกว่าตอนนั้นเป็นการเสนอเอาไว้แล้วนะครับ แต่ว่าเมื่อท่านสมาชิกจะเป็นผู้เสนอด้วยวาจา ก็เชิญเลยนะครับ🔗

(ญัตติด่วนเสนอด้วยวาจา ไม่มีเอกสารประกอบการพิจารณา)
นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมต้องขออนุญาตที่จะเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญของคนโคราชและคนไทย ทั้งประเทศ รวมไปถึงคนต่างประเทศ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ผมกล้าที่จะรับรองได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดการสูญเสียซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยในผืนแผ่นดินไทย จากบุคคลเพียงคนเดียวมีปัญหาในเรื่องส่วนตัวกับผู้บังคับบัญชาแต่สามารถที่จะก่อเหตุ เดินทางจากจุดที่เกิดเหตุจุดแรกไปถึงห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑เป็นระยะทางร่วม ๓๐ กิโลเมตร และมีผู้ล้มตายจำนวนถึง ๒๙ คน รวมคนร้ายด้วยเป็น ๓๐ คน และบาดเจ็บ จำนวน ๕๘ คน แต่สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันได้จบลงแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเองได้ยื่นญัตติด่วน ด้วยวาจาก็เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น วันนี้คนโคราชและคนไทยทั้งประเทศผมเชื่อมั่นว่า หวาดผวา แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกบนผืนแผ่นดินไทย เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อจะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้รับเกียรติจากพี่น้องสมาชิกจากโคราช จำนวน ๑๔ ท่าน โดยเฉพาะ ท่านโกศล ปัทมะ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านอยู่ฝ่ายค้านที่ท่านจะร่วมเสนอญัตตินี้ รวมไปถึงการที่จะให้ท่านสมาชิกทั้งสภาได้แสดงความคิดเห็น ผมเชื่อมั่นครับว่าสิ่งนี้ทุกท่าน อยากจะแสดงความคิดเห็นเพื่อส่งต่อไปทางรัฐบาลให้ดำเนินการในการถอดบทเรียนและ ไม่ให้เกิดขึ้น จึงขออนุญาตได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา กระผมขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามีสมาชิกเสนอญัตติเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ที่ประชุมพิจารณาเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) และเนื่องจากยังมีญัตติซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระอีก ๒ ฉบับที่ผมได้แจ้งไปเมื่อสักครู่ ของท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผมเห็นว่าเป็นญัตติที่มีเนื้อหา ทำนองเดียวกันนะครับ เชิญครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ และเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย เช่น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุชาติ ภิญโญ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ มีความสะเทือนใจเหตุการณ์ เกิดขึ้นที่โคราช อย่างเช่น ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ได้กล่าวไปให้ที่ประชุมรับทราบ ดังนั้น ผมจึงขอเสนอให้สภาพิจารณาญัตติด่วนคือเรื่องเหตุการณ์กราดยิงที่โคราชเพื่อหาแนวทาง และมาตรการในการดูแลควบคุมการเผชิญเหตุ การเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในอนาคต ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่จะเสนออีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ต่อไป🔗

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาควบคุมป้องกันเหตุการณ์ การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบอย่างเป็นระบบ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญคุณหมอ จาตุรงค์ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยที่ได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาความควบคุมป้องกันเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ อย่างเป็นระบบโดยมีผู้รับรอง อาทิเช่น ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านสุชาติ ภิญโญ ท่านโกศล ปัทมะ ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ และจังหวัดมหาสารคาม ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ท่านภณณัฏฐ์ และอีกหลาย ๆ ท่านที่มีความเห็นเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตทำตาม คำแนะนำของท่านประธานสภา ท่านชวนนะครับ ท่านประธานครับ🔗

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น อาทิ เหตุการณ์กราดยิงใจกลางเมืองจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายสิบราย ยังความเศร้าโศกเสียใจกับคนไทยทั้งประเทศ ประเด็นปัญหาเกิดมาจากความสูญเสียทรัพย์สินหรือสถานภาพทางสังคม ความเครียดสะสม จากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกง ดูถูกเหยียดหยาม ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัวและไม่มีทางแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดความเครียดสะสมนำไปสู่การเกิด ความเครียดฉับพลันจนถึงที่สุดเมื่อเกิดเครียดฉับพลันจะเกิดระเบิดอารมณ์ที่เรียกว่าอิมเมอร์ ชันนัล เอาต์เบรก (Immersional outbreak) จนไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ ของตัวเองได้ โดยจะไม่มีการใช้เหตุผลแต่จะใช้ความรุนแรงและก่อให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จากปัญหาดังกล่าวนั้นควรมีมาตรการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเฉพาะบุคคล ที่ใช้อาวุธควรจะมีการเปิดสายด่วนหรือมีผู้ให้คำปรึกษา มีการจัดทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ ให้ผู้ประสบภาวะวิกฤติหรือทีมวิกฤติสุขภาพ ที่เรียกว่าเมนทัล เฮลท์ ไครซิส แอสเซสเมนต์ แอนด์ ทรีตเมนต์ ทีม (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) เอ็มซีเอทีที (MCATT) ให้เข้าดูแลจิตใจประชาชน อย่างเร่งด่วน โดยแบ่งการประเมินสภาพเป็น ๓ ระยะ โดยเฉพาะในระยะฉุกเฉินหรือผู้อยู่ใน ความเครียดสูงเพื่อป้องกันเหตุร้ายล่วงหน้าและเพื่อก่อให้เกิดการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเมื่อเกิด เหตุการณ์แล้วอาจเกิดโรคเครียดภายหลังที่เรียกว่าโรคเครียดภายหลังภยันตราย ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าโพสต์ ทรอแมติก สเตรส ดิสออเดอร์ (Post-Traumatic Stress Disorder) พีทีเอสดี (PTSD) สิ่งที่ต้องดำเนินการคือการเยียวยาด้านจิตใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลายฝ่ายด้วยกัน อย่างเช่น ผู้ประสบเหตุ ผู้สูญเสีย ญาติผู้สูญเสีย และคนที่ได้รับข่าวสารมากเกินไปจากสื่อ ความรุนแรงต่าง ๆ จึงเห็นควรจัดระบบการทำงานเกี่ยวกับพื้นฐานฟื้นฟูจิตใจโดยกรมสุขภาพจิต ทั้งนี้หากเมื่อเหตุการณ์เลวร้ายมีการเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการศึกษาควบคู่ควบคุมป้องกันเหตุการณ์การใช้ ความรุนแรงอย่างเป็นระบบและส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดต่าง ๆ จะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ต้องมีผู้รับรองไหมครับท่านประธาน เสนอเป็นญัตติ ผมเสนอด้วยเอกสารครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เสนอด้วยเอกสาร ก็ไม่น่าจะมี ไม่จำเป็นต้องมีผู้รับรองครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบแล้ว ใช่ไหมครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นึกว่าจบแล้ว เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ผมเองและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความเสียใจแล้วก็มีความรู้สึกเป็นการสูญเสียโศกนาฏกรรม ครั้งนี้ของประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เรามีมา ความสูญเสียตรงนี้ผมและคณะดังที่ ท่านประธานสภาให้พวกเราได้ยืนสงบนิ่งและได้ระลึกถึงผู้สูญเสีย ผู้บริสุทธิ์ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผมเองในฐานะที่เป็นแพทย์ ผมจะเน้นย้ำไปในเรื่องของการป้องกันควบคุมการรักษาจากการเกิดก่อนหลังเพื่อจะได้ไม่ให้ มีเหตุการณ์เฉกเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย หลายคนมีความกังวลว่าจากเหตุการณ์ที่เห็น ในสื่อทุกคนกังวลว่าจากที่สื่อเสนอบ้าง เห็นจากการมีรูปภาพบ้างจะทำให้เกิดพฤติกรรม เลียนแบบกับคนที่มีแนวพฤติกรรมแบบนี้ซึ่งมีความกังวล ทุกคนก็อยากให้สภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราได้มีโอกาสพิจารณาศึกษาและหาข้อสรุปในการแก้ไขป้องกันเพื่อจะให้รัฐบาล รับไปดำเนินการ ผมต้องขออนุญาตนำเรียนว่าสาเหตุจากการสูญเสียนั้นมีผู้เสียชีวิต ๓๐ ท่าน มีผู้บาดเจ็บ ๕๘ ท่าน อันดับแรกต้องขอชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ภาครัฐโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ราชการในส่วนของความมั่นคง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันเยียวยา ท่านประธานครับ พี่น้องคนไทยพอทราบข่าว ตั้งแต่วันที่ ๘ จนถึงวันที่ ๙ ทุกคนนั้นใจจรดใจจ่อเอาใจช่วยว่าผู้ซึ่งถูกเป็นตัวประกันนั้นออกมา ได้หรือยัง พ้นไหม เขาจะช่วยส่งกำลังใจให้ทุกคนรอดพ้นเพราะนี่คือคนไทยทั้งประเทศที่เป็น กำลังใจให้กับผู้ที่ประสบภาวะเช่นนี้ ถ้าไม่ได้เจอกับครอบครัวตัวเองหรือกับตนเองผมคิดว่า จะไม่ทราบอารมณ์ของคนที่กังวลใจและส่งกำลังใจให้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ประสบ🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมต้องเรียนว่าสาเหตุ สาเหตุนั้น ๑. เราคงต้องดูตั้งแต่ก่อนเข้า รับราชการ ๒. ขณะเรียน ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่และขณะที่ทำงาน ตรงนี้ถ้าทางด้านจิตแพทย์นั้น ก็ต้องบอกว่าภาวะสะสมนั้นเครียด เครียดสะสมไปเรื่อย ๆ เครียดจากอะไรครับ เครียดจาก การทำงาน เครียดจากภาวะการสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง เครียดจากภาวะที่สูญเสียสภาพ ทางสังคม ซึ่งจะนำไปสู่อะไรครับ ก็คือความโกรธแค้น ถูกดูถูก ถูกโกง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งหมดนี้เป็นฟางเส้นสุดท้าย ผมเชื่อว่าจุดที่ทำให้เครียดสะสมจนถึงจุดขีดสุดฟางเส้นนั้นขาด เขาเรียกว่าอีโมชันนัล เอาต์เบรก (Emotional outbreak) ก็คือภาวะที่ระเบิดอารมณ์โดยไม่ได้ ฟังเหตุผล คิดแต่เรื่องของความรุนแรง และความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากบริบทหรือว่า พื้นฐานของคนใดคนหนึ่งที่ผู้กระทำ เช่น ถ้าพื้นฐานเขาเคยชอบความรุนแรง มีการจับอาวุธ มีการใช้อาวุธ มีการดูวิดีโอเกี่ยวกับการทำร้ายกราดยิงก็จะทำให้พื้นฐานของความรุนแรงนั้น เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ และอันที่ ๒ ก็คือสภาพแวดล้อม เพราะฉะนั้นสภาพแวดล้อมที่เกิด ถ้าสภาพแวดล้อมมีแต่เรื่องของสงครามการยิงตลอดมันก็จะทำให้จิตใจเกิดความเครียด หรือสเตรส (Stress) มากขึ้น🔗

ประเด็นถัดมาก็คือเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วท่านประธานครับ เราก็น่าเป็นห่วง ๒ เรื่อง คือเรื่องแรกเลยเราคงต้องดูว่าผู้ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่มีผลกระทบจริง ๆ คือผู้บริสุทธิ์ ซึ่งพวกเราเป็นห่วงมาก ผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวเดินผ่านมาก็สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ผู้ที่เห็น ต่อหน้า โดยเฉพาะไม่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์แต่เห็นจัง ๆ ก็มีโอกาสเกิดสภาพจิตใจแล้วก็ ความเครียดและเกิดโรคตามมาได้ และที่สำคัญก็คือเป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมการเข้าถึงอาวุธนั้น ทำง่าย ๆ เพราะว่าอาวุธนั้นจากที่เราทราบกันอยู่เอาอาวุธมาขนาดนี้เป็นการเข้าถึงที่ทำให้ เกิดความเรียกว่ามันเสี่ยงที่จะทำให้ก่ออาชญากรรมกราดยิงได้มากขนาดนี้ ต้องเรียนว่า ในส่วนของผู้ที่ดูแลนั้นก็มีสภาพที่เรียกว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้แล้วโรคที่จะเกิดก็คือ โรคที่เกิดจากภยันตรายหลังเกิดก็คือใช้คำว่าโพสต์ ทรอแมติก สเตรส (Post-Traumatic Stress) ซึ่งตัวนี้มันทำให้เกิดอะไรบ้างครับ เครียด เครียดแบ่งเป็น ๓ ระยะ ถ้าเครียด แบบรวดเร็วมากฉับพลันภายใน ๒ สัปดาห์ก็อาจจะเป็นโรคจิตได้ หลังจากนั้นระยะกลาง ก็คือตั้งแต่แรกจนถึง ๓ เดือน และสุดท้าย ๓ เดือนเป็นต้นไป เพราะฉะนั้นก็ต้องขอชื่นชม ทางทีมงานของคณะแพทย์ งานนี้ต้องบอกว่าคณะแพทย์เป็นพระเอกในการส่งทีมงาน ที่เข้าไปดูในเรื่องของการดูแลเรื่องของสุขภาพจิตที่เรียกว่าเอ็มซีเอทีที (MCATT) นอกจาก ด้านสุขภาพจิตแล้ว ในด้านฝ่ายกายนั้นอันนี้ต้องขอชื่นชมเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นหมอผ่าตัด แพทย์ที่ดูแลทั้งโรงพยาบาลทุกส่วน ทุกคนทุ่มเท พยาบาล เจ้าหน้าที่ หรือไปดมยา เจ้าหน้าที่ ทุกคน ตลอดจนบุคลากรที่มีส่วนตรงนี้ต้องขอชื่นชมว่าทำให้การแก้ไขสถานการณ์นั้น ผ่านไปด้วยดีนะครับ🔗

ถัดมาก็คือข้อเสนอแนะที่ผมจะนำเรียนว่า ๑. ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ เร่งด่วนที่จะต้องรีบเยียวยา เยียวยาทั้งสภาพในด้านของปัจจัยเรื่องครอบครัว เรื่องเงิน เรื่องจิตใจ เรื่องอาชีพ เรื่องลูกจะมีเรียน ขาดผู้ปกครอง ขาดพ่อแม่ ตรงนี้ต้องรีบเยียวยา ทั้งหมดผู้มีผลกระทบ ๒. ก็คือเรามีคำพูดว่าจากที่คนร้ายเห็นหรือเรามีการเสนอภาพคนร้าย ชื่อคนร้ายหรืออะไรต่าง ๆ มาก ๆ มันทำให้การจดจำแล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้น เราจะต้องเสนอผู้ซึ่งเป็นวีระบุรุษคือผู้ที่สูญเสียและผู้ที่สละในการช่วยเหลือคือเจ้าหน้าที่ นั่นคือสิ่งซึ่งเราควรต้องเคารพ ๓. ก็คือเรื่องของให้เปิดช่อง เปิดช่องอะไรครับ เหมือนกับ น้ำกำลังพวยแก้ว ถ้าคนที่มีความเครียดเราก็ต้องมีการให้เขารับฟัง ให้เขามีกิจกรรมอื่น เปิดช่องให้เขาได้มีโอกาสได้มีส่วนระบายเพื่อจะได้ไม่เกิดความเครียดที่ทำให้เกิดการสูญเสีย อย่างนี้ นักอาชญาวิทยาในต่างประเทศก็มีการออกข่าวแจ้งเตือนเสมอว่าการเสนอข่าวคนร้าย การรายงานสดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สะเทือนขวัญจะทำให้เกิดพฤติกรรมที่เลียนแบบก็ไม่ควร ซึ่งในอเมริกาในต่างประเทศก็มีอยู่ตลอดเวลา วันนี้ผมเชื่อว่าการทำงานตรงนี้เป็นการทำงาน ที่พวกเราต้องร่วมกันและเราไม่อยากให้มีเหตุการณ์เฉกเช่นนี้เกิดขึ้น พวกเราคนไทยต้องก้าว ไปด้วยกันในการดูแลตั้งแต่สภาพจิตตั้งแต่เขาเกิด ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ต้องช่วยกันดูแล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วเมื่อเหตุการณ์อย่างนี้แล้วเราต้องเป็น กำลังใจให้กันและกัน ผมต้องขอแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่งในการสูญเสียของพี่น้อง และพวกเรา โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ ในท้ายที่สุดนี้ก็ขอเป็นกำลังใจและขอให้ พวกเราได้ร่วมมือกันในการก้าวเดินไปเพื่อประเทศไทยของเรา ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป🔗

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการถอดบทเรียนกรณี การเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม วัชรพล ครับ ขออนุญาตเมื่อสักครู่นี้ผมได้เสนอญัตติเพื่อขอผู้รับรอง แต่ยังไม่ได้อภิปรายประกอบครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นึกว่าท่าน เสนอเรียบร้อยไปแล้ว เชิญครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ผมเข้าใจดีครับ เนื่องจากสอบถาม ฝ่ายเลขาธิการก็บอกว่าให้เสนอญัตติก่อนหลังจากที่เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้เห็นชอบถึงอภิปราย ผมขอประทานโทษท่านประธานด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอนที่ท่านเสนอ แล้วมีผู้รับรองแล้วท่านก็อภิปรายต่อได้เลย🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานว่าผมขอเสนอให้จบไปเลยแล้วอภิปราย ทีเดียวได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะไม่อย่างนั้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชรพล ผมขอให้ท่านอภิปรายต่อจากท่านอัครเดชนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผมเสนอแต่ว่า ผมยังไม่อภิปรายครับ เดี๋ยวผมจะให้เกียรติท่านที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาอภิปรายก่อนครับ ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมพร้อมด้วยผู้ร่วมเสนอญัตติ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการถอดบทเรียนกรณีการเกิดเหตุการณ์กราดยิง ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้ร่วมเสนอญัตติอีก ๒ ท่านก็คือ ท่านอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ท่านเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รวมแล้วมีผู้รับรองญัตติ อีก ๕ ท่าน ก็คือท่านรังสิมา รอดรัศมี ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดกระบี่ และท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ขอเสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎร ศึกษาบทเรียนกรณีการเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร จากเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงผู้บังคับบัญชาและญาติถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีเข้ามา ในตัวเมืองกราดยิงผู้คนรายทางก่อนเข้าไปซ่อนตัวในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีการจับบุคคลในห้างเป็นตัวประกันและถึงแม้จะสามารถวิสามัญ ฆาตกรรมผู้ก่อเหตุจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ได้แล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสร้าง ความสะเทือนขวัญแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตถึงจำนวน ๓๐ ราย และมีผู้บาดเจ็บถึงจำนวน ๕๘ ราย เหตุการณ์กราดยิงในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน สร้างความเศร้าสลดกระทบกระเทือนต่อจิตใจและถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญที่ประชาชน ผู้บริสุทธิ์เจ้าหน้าที่และเด็กต้องมาเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ใน ความสนใจของพี่น้องประชาชนและกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาล ดำเนินการศึกษาการถอดบทเรียนกรณีการเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อศึกษาถึงต้นเหตุของปัญหาที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้ รวมทั้งหามาตรการ ป้องกันการเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีกตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่า ท่านอัครเดชอภิปรายต่อให้จบเลยครับ และท่านวัชรพลก็ค่อยนำเสนออภิปรายต่อจากนี้🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านวัชรพลคงไม่ว่าผมนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ว่าครับ ประธานเป็นคนสั่งครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุน ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาถอดบทเรียนกรณีเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเศร้าโศก เสียใจ และกระทบกระเทือนจิตใจต่อพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อช่วงบ่าย ที่ผ่านมาก็ได้มีเพื่อนสมาชิกได้ตั้งกระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้แล้ว เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่กระผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็เพื่อนร่วมสภาแห่งนี้จะได้ร่วมกัน อภิปรายศึกษาหาแนวทางเพื่อเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาดำเนินการหามาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ การกราดยิงที่โคราชหรือที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตถึง ๓๐ ศพ บาดเจ็บถึง ๕๗ ราย ในจำนวนนี้ยังมีผู้ที่บาดเจ็บสาหัสอีกถึง ๕ ราย ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย เป็นครั้งแรก จึงเป็นที่กระทบกระเทือนจิตใจของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ ครั้งนี้ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมระดับโลกที่ผมเองนั้นซึ่งได้ยินพี่น้องประชาชนได้พูด ได้เล่า ได้สะท้อนความรู้สึกมาแล้ว จึงได้หารือกับเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชุมพรรค จึงได้มีมติร่วมกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นจะได้นำเรื่องนี้ มาอภิปรายหารือกัน เพื่อที่จะได้นำความรู้สึกของพี่น้องประชาชนนั้นมาให้รัฐบาลได้รับทราบ แล้วก็ได้พิจารณาหามาตรการป้องกันด้วย ท่านประธานครับ ช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมาหลังจาก เกิดเหตุการณ์แล้ว กระผมในฐานะผู้แทนราษฎรได้ลงพื้นที่ พี่น้องประชาชนนั้นได้แสดงความ คิดเห็นถึงข้อห่วงใยที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างมากมาย มีความเห็นที่หลากหลาย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงอยากจะนำความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชน และความห่วงใยนั้นมาเล่าสู่กันฟังในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ที่ผู้แทนราษฎรจะได้ นำความเห็นของพี่น้องประชาชนนั้นมาแลกเปลี่ยนกัน ให้รัฐบาลได้รับไปดำเนินการแก้ไข ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายในการตั้งข้อสังเกตที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการไปพิจารณานั้น มีถึง ๕ ประเด็นด้วยกัน🔗

ประเด็นแรก พี่น้องประชาชนมีความสงสัยว่าจากการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ที่ผู้ก่อเหตุซึ่งเรานั้นก็ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ ได้มีการปฏิบัติการ ก่อเหตุขึ้นตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกาโดยประมาณ หลังจากผู้ก่อเหตุได้ไปปล้นปืนที่ค่ายทหาร ในจังหวัดนครราชสีมาเวลาประมาณ ๑๕.๓๗ นาฬิกา หลังจากนั้นเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ได้ออกจาก ค่ายไปก่อเหตุที่วัดป่าศรัทธารวม หลังจากนั้นเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถึงห้างแล้วก่อเหตุนอกห้าง หลังจากนั้นเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ผู้ก่อเหตุสามารถเข้าไปยึดห้างได้ที่ห้างเทอร์มินอล ๒๑ ท่านประธานครับ จากที่ผมไล่เลียงปัญหามากว่าที่เจ้าหน้าที่ จะสามารถตรึงพื้นที่ได้ ก็คือเวลา ๑ ทุ่มครับ เวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา ๓ ชั่วโมงก่อนที่จะยึดห้าง ๔ ชั่วโมงก่อนที่ทหารและตำรวจจะสามารถมาตรึงพื้นที่ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน มีความสงสัยว่าเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างนี้ ที่ผู้ก่อเหตุนั้นเป็นทหาร มีอาวุธสงครามร้ายแรง ออกมาอยู่บนพื้นที่สาธารณะ บนท้องถนนในที่สาธารณะ ในห้างสรรพสินค้าที่มีพี่น้องประชาชน จำนวนมาก แล้วก็ก่อเหตุมารายทาง ๓-๔ โมง พี่น้องประชาชนมีคำถามถึงผู้ที่รับผิดชอบว่า ทำไมถึงปล่อยให้ผู้ก่อเหตุนั้นไปก่อเหตุได้ในห้างสรรพสินค้า ทั้ง ๆ ที่มีเวลาถึง ๔ ชั่วโมง ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้ถ้าเรามีแผนเผชิญเหตุที่มีมาตรฐาน แล้วก็มีประสิทธิภาพ พี่น้องประชาชน เชื่อว่าความสูญเสียในชีวิตของพี่น้องประชาชนจะไม่มากมายขนาดนี้ ฉะนั้นตรงนี้จึงเป็น คำถามว่า ทำไมกองทัพบกจึงไม่ดำเนินการจัดการกับผู้ก่อเหตุนี้อย่างทันท่วงที เป็นสิ่งที่ทาง กองทัพบกจะต้องรับความสงสัย การตั้งข้อสังเกตของพี่น้องประชาชนไปดำเนินการแก้ไขไม่ให้ เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก ผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ผู้ก่อเหตุนั้น คือทหารที่กินภาษีของพี่น้องประชาชน การก่อเหตุก็ใช้อาวุธปืน กระสุน รถยนต์ของทหาร ที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน และการเป็นทหารได้รับการฝึกก็มาจากเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชน การเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญมากกว่ากรณีอื่น ๆ และผู้ที่ก่อเหตุ ประกอบอาชีพอื่นครับท่านประธาน ฉะนั้นผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ บนผืนแผ่นดินไทย ผมก็เชื่อเช่นกันว่าทหารทุกคนก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เหมือนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่กองทัพ รวมถึงกระทรวงกลาโหมจะต้องมา หามาตรการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาอีก การปล้นอาวุธปืน อาวุธสงครามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุใด กองทัพจึงยังคงปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้ คือปล้นอาวุธสงครามออกมาได้อีก จึงถึงเวลา ที่เราจะต้องปฏิรูปกองทัพให้อยู่ในการควบคุม ให้มีการควบคุมของอาวุธสงคราม ที่มีคลังอาวุธ อยู่ใจกลางเมือง ท่านประธานครับ การที่มีคลังอาวุธอยู่ใจกลางเมืองนั้นจะต้องมีมาตรการ ที่รัดกุมกว่านี้ เพราะอะไรครับ เพราะมีพี่น้องประชาชนนั้นอยู่กันเป็นจำนวนมากเป็นชุมชน ไม่เหมือนกับชายแดนที่มีผู้คนที่ห่างไกลจากชายแดน ฉะนั้นการมีคลังอาวุธอยู่ใจกลางเมือง กองทัพจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการเบิกจ่ายอาวุธ และควบคุมอาวุธสงครามมากกว่านี้ ท่านประธานครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เมื่อคนร้ายได้มาถึงห้างสรรพสินค้าที่มีผู้คนมาใช้บริการมากมาย ซึ่งเป็นวันเสาร์ ท่านประธานลองนึกภาพครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อนของครอบครัว เป็นวันที่พี่น้องประชาชนนั้นพาลูก พาหลาน พาคนที่เรารักมาพักผ่อน มาซื้อสินค้า มากินอาหาร ครอบครัวได้มาพร้อมหน้าพร้อมตา มีความสุข แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่ที่เรามาอภิปรายกันวันนี้เพื่อต้องการ จะหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต และขอเป็นครั้งสุดท้ายในแผ่นดินไทย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ หลังจากที่มีการควบคุมตัวประกัน พี่น้องประชาชนที่ติดค้างอยู่ในห้างสรรพสินค้า ผู้ก่อการร้ายสามารถรู้ความเคลื่อนไหว ของเจ้าหน้าที่ได้ทั้งหมด สามารถรู้ว่าเจ้าหน้าที่นั้นกำลังจะทำอะไร สามารถรู้ว่าเจ้าหน้าที่นั้น จะทำอย่างไรในการติดตามตัวคนร้าย มีการยิงกล้องวงจรปิด มีการกราดยิงในจุดที่พี่น้อง ประชาชนไปหลบซ่อนอยู่ เพราะอะไรครับ เพราะมีสื่อมวลชนบางสำนักมีการไลฟ์ (Live) สด ทำให้ผู้ก่อเหตุนั้นสามารถรู้ ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนที่หลบซ่อนอยู่ในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวได้ ทั้ง ๆ ที่ทางกระทรวงเอ็มดีอีเอส (MDES) ได้ทำการบล็อกเฟซบุ๊กของผู้ก่อเหตุแล้วก็ตาม ตั้งแต่เวลา ๑ ทุ่ม แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังใช้มือถือของพี่น้องประชาชนที่โดนสังหารอย่างโหดเหี้ยม เอามือถือนั้นมาติดตามการรายงานสดของสื่อมวลชนบางสำนัก ทำให้เกิดความสูญเสียของ พี่น้องประชาชนและเกิดความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วก็ทหาร ที่เข้าทำการควบคุมสถานการณ์ในค่ำคืนนั้น ท่านประธานครับถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้อง ปฏิรูปการทำงานของสื่อมวลชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสถานการณ์ที่มีความร้ายแรง เราจะปล่อยให้สื่อมวลชนนั้นทำหน้าที่โดยเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่แล้วก็ตัวประกันอย่างนี้อีก ในอนาคตไม่ได้หรอกครับ มีเพียงสื่อบางสำนักที่ทำอย่างนี้ แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ กับเจ้าหน้าที่ครับ จึงมีสมาคมหรือชมรมผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อนั้นจำนวนมากออกมาท้วงติง แล้วก็ตำหนิสื่อมวลชนด้วยกันเองครับท่านประธานหลังจากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาหามาตรการออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบในการให้สื่อมวลชนนั้น ได้ทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแล้วก็เจ้าหน้าที่เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ เกิดความปลอดภัย ฉะนั้นตรงนี้จึงขอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาศึกษาแนวทางในการดำเนินการ แต่ว่าสื่อมวลชนที่ดีก็เป็นกำลังใจให้นะครับท่านประธาน มีเพียงบางสำนักที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไป🔗

ประเด็นที่ ๓ มีการตั้งข้อสังเกตของพี่น้องประชาชนว่าการกดดันของบุคคล ที่ต้องการให้เหตุการณ์นั้นยุติโดยเร็ว โดยไม่ได้พิจารณาถึงความปลอดภัยของตัวประกัน หรือผู้ที่ติดค้างอยู่ในห้าง หลายคนคาดหวังว่าเหตุการณ์นี้ควรจะต้องจบโดยเร็ว แต่ลืมนึกไปว่า การที่ไปกดดันให้เจ้าหน้าที่นั้นสามารถที่จะปิดฉากหรือควบคุมสถานการณ์ได้เร็ว ๆ นั้น จะเป็นอันตรายต่อตัวประกันและพี่น้องประชาชนที่ถูกผู้ร้ายนั้นควบคุมตัวอยู่ ฉะนั้นสิ่งนี้ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลนั้นจะต้องออกมาชี้แจงว่าเมื่อเวลาเกิดเหตุร้ายแรงอยู่การที่เราไปเร่งรัด ให้เจ้าหน้าที่นั้นจะต้องปิดคดีหรือปิดงานปิดจ็อบ (Job) โดยเร็วนั้นบางทีมันไม่ได้เป็นผลดีต่อ พี่น้องประชาชน ไม่ได้เป็นผลดีต่อตัวประกัน ท่านประธานครับในต่างประเทศบางทีมีการควบคุม ตัวประกันกันทีหนึ่งข้าม ๒ เดือน ๓ เดือน แต่พอถึงเวลาแล้วจบแล้วตัวประกันปลอดภัย ฉะนั้นการที่เราไปเร่งและกดดันให้เจ้าหน้าที่สามารถที่จะปิดคดีหรือปิดจ็อบ (Job) นั้นได้ โดยเร็วนั้นจึงไม่อาจจะเป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนครับ ฉะนั้นจึงขอให้การเกิดเหตุการณ์ แบบนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นได้มีรูปแบบของผู้บัญชาการเหตุการณ์ และผู้บัญชาการ เหตุการณ์นั้นผมเข้าใจว่ามีครับ แต่ว่าต้องเคารพ พี่น้องประชาชนนั้นก็ต้องเคารพการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ด้วย จะเอาความรู้สึกเอาความนึกคิดของตัวเองเป็นตัวตั้งว่าทำไม ๑๐ ชั่วโมงแล้ว ยังไม่เสร็จ ๑๒ ชั่วโมงแล้วยังไม่จบ ทำไม ๑๕ ชั่วโมงแล้วยังไม่เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็กดดันครับ บางครั้งการที่จบช้าอาจจะปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนมากกว่าการที่จบเร็ว ฉะนั้นสิ่งนี้ จึงเป็นที่ตั้งข้อสังเกตของพี่น้องประชาชนว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ ควรจะต้องมีการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนว่าความเหมาะสมในเรื่องของเวลาในการที่จะบรรเทา สถานการณ์หรือควบคุมสถานการณ์นั้นต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องการสื่อสาร ที่รัฐบาลในขณะนั้นจะต้องรับมาพิจารณาดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ มีการวิเคราะห์ถึงความผิดปกติทางจิตของ ผู้ก่อเหตุครับ จึงควรมีการทบทวนการเข้ามารับราชการทหารของบุคคลที่ประสงค์จะเข้ามาสู่ การรับราชการในกองทัพ ท่านประธานครับ วันนี้กองทัพไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศมีอาวุธสงคราม มีอาวุธร้ายแรง พี่น้องประชาชนเห็นรูปก็ตกใจครับ สะเทือนใจ เพราะอะไร เพราะว่ากระสุนปืนที่ยิงเข้าไปนั้นร้ายแรงมากครับท่านประธานทะลุแม้กระทั่ง แผ่นสแตนเลส (Stainless) ที่ประตูหนา ๆ ฉะนั้นการที่คนจะมารับราชการทหารที่มีส่วน ในการที่จะมาใช้อาวุธสงครามหรืออาวุธร้ายแรงนั้นถึงเวลาแล้วครับที่กองทัพจะต้องมา ทบทวน ไม่ว่าใครที่จะเข้ามารับราชการทหารจะรับใครก็ได้ โดยเฉพาะท่านประธานครับ วันนี้ทหารเกณฑ์ถึงเวลาต้องมาพิจารณาทบทวนแล้ว วันนี้บอกว่าทหารเกณฑ์ยังมีความจำเป็น ต้องเกณฑ์ทหารอยู่ก็เกณฑ์ครับ แต่การทบทวนหลักเกณฑ์ของการรับทหารเกณฑ์นั้นต้องมี การปรับปรุงครับ วันนี้เราเห็นมีการเอาทหารเกณฑ์มาถืออาวุธเฝ้าค่าย เฝ้าหน้าหน่วยทหาร แล้วถ้าเกิดเรารับคนที่มีสภาพทางจิตใจที่จะไม่พร้อมหรือมีความบกพร่องทางจิตเข้ามา ถืออาวุธปืนอยู่แล้วก่อเหตุแบบนี้อีก ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จะอยู่ตรงไหนครับ ฉะนั้นจึงถึงเวลาแล้วท่านประธานครับ ที่เราจะต้องทบทวนการเกณฑ์ทหาร ถ้าเห็นว่ามีความจำเป็นการเกณฑ์ทหารยังมีความจำเป็นอยู่เราก็พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ ของคนที่จะเข้ามาไม่ใช่เราเน้นแต่ปริมาณว่าต้องเอาทหารเกณฑ์ผลัดหนึ่งกี่ร้อยคน โดยไม่ได้ คำนึงถึงคุณภาพ วันนี้ถึงเวลาแล้วท่านประธานครับ โลกเข้าไปสู่โลกดิจิทัล ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ผมคิดว่าการเกณฑ์ทหารนั้นจะต้องมาทบทวนพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ว่า วันนี้จะต้องเป็นสมาร์ต อาร์มี (Smart army) ไม่ได้เน้นแต่ตัวบุคคลจำนวนคนที่จะเข้ามา เป็นทหารเกณฑ์ จะต้องเน้นคุณภาพของคนด้วย เพราะอะไร เพราะทหารนั้นถืออาวุธสงคราม อาวุธร้ายแรง ฉะนั้นคนที่มาเป็นทหารเกณฑ์นั้นจะต้องเป็นคนที่มีคุณภาพ ไม่มีความผิดปกติ ทางจิตครับ ท่านประธานครับ กระบวนการที่ผมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสภาพทางจิต ของทหารที่จับอาวุธสงครามนั้นไม่ใช่เฉพาะทหารเกณฑ์อย่างเดียว ทุกหลักสูตรไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายสิบ ต้องทบทวนใหม่หมด เป็นการปฏิรูปกองทัพอย่างแท้จริง แล้วผมก็เรียกร้องให้มีการปฏิรูป วันนี้หลายคนออกมาว่าการเรียกร้องให้กองทัพมาปฏิรูป ในขณะนี้เป็นการโหนกระแส ไม่ใช่หรอกครับท่านประธาน มันเป็นความชอบธรรมในระดับหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้กองทัพนั้นเกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง เพราะวันนี้ เราก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างนี้แล้ว สถานการณ์แบบนี้จึงเป็นสิ่งที่เราจะต้องผลักดันให้ กองทัพนั้นได้มีการปฏิรูปอย่างจริง ๆ จัง ๆ ท่านประธานครับ🔗

ประเด็นที่ ๕ ซึ่งเป็นประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ท่าน ผบ.ทบ. ก็ได้ออกมาแถลง แล้วท่านเองก็ได้แถลงถึงมาตรการในการที่จะสร้างธรรมาภิบาลในกองทัพ หยุดสิ่งที่เป็นสีเทาทั้งหมดของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ เรื่องของค่ายมวย เรื่องของสนามกอล์ฟ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ท่าน ผบ.ทบ. ก็คือท่านพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ท่านได้แถลงข่าว ผมก็เห็นด้วยที่ท่าน ผบ.ทบ. นั้นบอกว่ากองทัพเป็นองค์กรที่ศักดิ์สิทธิ์ ผมเห็นด้วยครับ เรามีชาติบ้านเมืองมาอย่างมั่นคงสงบสุขมาถึงทุกวันนี้ เพราะเรามีกองทัพ ที่เข้มแข็งคิดถึงประโยชน์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนอย่างแท้จริง จึงทำให้เรามีชาติบ้านเมืองมาได้ถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าสิ่งที่ท่าน ผบ.ทบ. แถลงนั้นและทางกองทัพ ไม่สามารถจัดการได้ กองทัพก็จะไม่สามารถเป็นที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงขอเรียกร้องและเป็นกำลังใจให้ท่านผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการตามที่ ท่านได้แถลงกับสื่อมวลชน เพราะนั่นคือสัญญาประชาคมที่กองทัพได้มีไว้กับสังคมและ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ สุดท้ายผมคิดว่าข้อสังเกตทั้ง ๕ ข้อนี้จะเป็นประโยชน์กับ รัฐบาลและกองทัพในการนำไปหามาตรการแล้วก็ถอดบทเรียนในการหามาตรการไม่ให้ เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างนี้อีก อย่างที่ผมได้กราบเรียนว่าขอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ในแผ่นดินไทย🔗

สุดท้ายกระผมขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ให้ผู้บาดเจ็บได้ปลอดภัยและหายโดยไว ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ พี่น้องที่ประสบเหตุร้ายพร้อมทั้งพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทุกท่านที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจและเสี่ยงกับชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กู้ภัย อาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล พี่น้องประชาชนทุกท่านที่มีส่วนร่วมทุกคนและขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น ครั้งสุดท้ายในแผ่นดินไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนออีก ๒ ท่านใช่ไหมครับ เชิญผู้เสนอครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ซีกรัฐบาลทั้งหมด ๑๖ พรรคที่ท่านได้ให้ความกรุณาผมเป็นผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เกี่ยวกับเรื่องของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองย่าโม และเป็น โศกนาฏกรรมที่ในชีวิตของคนไทยทั้งประเทศไม่เคยมีใครคิดหรอกครับว่าจะเกิดขึ้นได้ ในการที่ผมได้เสนอญัตติ ผมเองนั้นมิอยากที่จะพูดเพื่อเป็นการซ้ำเติมกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือว่า ให้กระทบกระเทือนจิตใจกับผู้ใดผู้หนึ่ง แต่ด้วยเจตนาและความตั้งใจที่ผมนำเสียงสะท้อน จากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมครอบครัวของผู้สูญเสีย ทุกคนในจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนครอบครัวผู้สูญเสียเรามีคำถามและมีประเด็นปัญหา ที่อยากจะนำเสนอไปสู่รัฐบาลที่ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมานั้น ได้เกิดขึ้นอีกบนผืนแผ่นดินไทย ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่ผมกราบเรียนท่านมีทั้งหมด ๔ ลำดับเหตุการณ์ จากบุคคลเพียงคนเดียวที่เป็นจ่าทหาร ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้น เพียงจุดเดียวที่จุดเริ่มต้น วันนี้คงไม่มีใครนำสิ่งเหล่านั้นได้มาพูดในสภาผู้แทนราษฎร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจุดที่ ๑ ลามไปจุดที่ ๒ จุดที่ ๓ และจุดที่ ๔ คือเทอร์มินอล ๒๑ มันเหนือความคาดหมายของคนที่เป็นทหารรับใช้ชาติ มันเหนือความคาดหมายของจิตใจมนุษย์ ถ้าเราพูดตามประสาที่ฟังกันก็คือสติแตก เหมือนกับชีวิตนั้นไม่มีความเป็นมนุษย์อยู่ในจิตใจ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๘ นับเนื่องจากเวลาที่เริ่มต้นในเวลาบ่าย ๓ โมง หรือเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ไปสิ้นสุดในวันที่ ๙ ในเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา รวมระยะเวลาทั้งสิ้น ๑๗ ชั่วโมง ใน ๑๗ ชั่วโมงแห่งความเจ็บปวดของพี่น้องชาวโคราชแห่งความหวาดผวา และความเห็นอกเห็นใจของคนไทยทั้งประเทศและคนต่างประเทศ ผมขออนุญาตเรียงลำดับ เพื่อที่จะสะท้อนปัญหาและคำถามที่ผมคาใจที่พี่น้องชาวโคราชคาใจเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งในการที่ จะให้ทางซีกของรัฐบาลได้นำไปเป็นบทเรียนอันสำคัญ และจะต้องหาทางเยียวยาแก้ไขไม่ให้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นที่บ้านเลขที่ ๑๘๗ หมู่ที่ ๓ บ้านถนนหัก ตำบลหนองจะบก อำเภอเมือง คนร้ายได้นัดหมายพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหากับผู้สูงอายุท่านหนึ่งกับผู้บังคับบัญชา แล้วก็บุคคลอีกท่านหนึ่ง แต่ผลการเจรจาไม่ทราบเป็นอย่างไร ได้มีการฆาตกรรมยิงทั้งหมด ๓ คน ตายไป ๒ คนในจุดแรก เหตุการณ์น่าจะจบตรงนั้นครับ คนร้ายหนีหรือยอมมอบตัว แต่ไม่ใช่ครับ แต่ที่นับจากนี้ไป ในจุดที่ ๒ ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อที่ผู้ก่อเหตุวกกลับมาที่กองพัน สรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ตำบลโพธิ์กลางห่างจากบ้านถนนหักมาตรงจุดตรงนี้ประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร มาทำไม ครับท่านประธาน มายึดอาวุธที่ บก. กองรักษาการของกองพันสรรพาวุธ แล้วห่างจากจุดนั้น ไปอีก ๕๐๐ เมตร ซึ่งเป็นคลังอาวุธ คนร้ายได้ขับรถเก๋งไปปล้นอาวุธ และในขณะเดียวกัน ได้ไปเปลี่ยนถ่ายรถจากรถเก๋งใส่รถฮัมวี่ (Humvee) ซึ่งในความสงสัยของพี่น้องประชาชนว่า มีกุญแจเสียบไว้อยู่ แค่นั้นยังไม่พอครับในจุดนี้ได้มีการฆ่าพลทหารไป ๑ คน แล้วเดินทาง ต่อไปยังคลังกระสุนที่ห่างออกไปอีกประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ไปปล้นกระสุนครับ ต่อจากจุดนี้ ได้ไปจุดที่ ๓ ที่เป็นจุดที่พี่น้องชาวโคราชสงสัยและตัวผมเองสงสัยว่าทำไม ในขนาดระยะทาง จากกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ ไปจนถึงวัดป่าศรัทธารวมที่มีผู้เสียชีวิต ๙ คน ทำไม ยุทธการหรือยุทธวิธีต่าง ๆ ตั้งแต่คนร้ายได้สังหารผู้บังคับบัญชา แม่ยาย มาปล้นอาวุธ มาปล้นกระสุนใช้เวลาประมาณเกือบ ๔๐ กว่านาที และระยะเส้นทางจากตำบลโพธิ์กลางมา จนถึงเขตพื้นที่วัดป่าศรัทธารวมคืออำเภอหัวทะเล ไม่ใช่เป็นเส้นทางถนน ๔ เลนเลยครับ เป็นถนน ๒ เลนที่มีการสัญจรไปมาที่มีรถคับคั่ง คนร้ายขับรถฮัมวี่ (Humvee) พร้อมด้วย กระสุนอาวุธทางสงคราม ขับรถเข้ามาเผอิญวันนั้นเป็นวันพระใหญ่วันมาฆบูชาทางวัด เปิดประตูหลัง คนร้ายขับรถเข้าไปในวัดแล้วขับกลับมาจอดห่างจากประตูหลังไป ๒๐ เมตร เตรียมกระสุนอาวุธ ผมได้ไปสอบถามพระเณรที่อยู่ในวัด เพราะผมเป็นคนตำบลหัวทะเล ติดอยู่ที่วัดป่าศรัทธารวม ท่านประธานทราบไหมครับคนร้ายใช้เวลาอยู่ในนั้นเกือบ ๔๐ นาที มีการบรรจุกระสุนเข้าอาวุธแต่ละชนิดแล้วโยนไปตามป่าเพื่อรออะไรครับ ยิงพี่น้องประชาชน เด็กเล็กที่มาจากโรงเรียนไม่ทราบอีโหน่อีเหน่ ยิงเสร็จแล้วรถมอเตอร์ไซค์ล้มไปข้างทาง ตามไปยิงซ้ำที่หัว ซ้ำร้ายไปกว่านั้นพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาที่ต้องสังเวยชีวิตตรงนี้ รวมทั้งตำรวจด้วย ๙ ชีวิต นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยเป็นประเด็นแรกว่าทำไมในเมื่อคนร้าย ปล้นอาวุธ ปล้นสิ่งต่าง ๆ ก่อเหตุเกิดขึ้นนับเวลาประมาณเกือบชั่วโมงจึงไม่มีการดำเนินการในการสกัดจับเลย ทั้ง ๆ ที่ในขณะเดียวกันตำรวจที่ไประงับเหตุที่วัดป่าศรัทธารวมเขาไม่ได้รับแจ้งจากทางทหาร เขาได้รับแจ้งจากทางพระ เณรที่โทรไปแจ้ง นี่คือสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องคาใจ ต่อจากนั้นคนร้าย ได้เดินทางต่อจากวัดป่าศรัทธารวมผ่านถนนสายหัวทะเลโชคชัยเป็นถนน ๔ เลน ข้ามสะพาน ทางรถไฟเข้าสู่ตัวเมืองเลาะตามถนนคูเมืองโคราช จุดเหล่านี้ทำไมไม่มีการสกัดกั้น ปล่อยให้ คนร้ายเดินจากวัดป่าศรัทธารวมไปจนถึงห้างเทอร์มินอล ๒๑ เป็นระยะทางเกือบ ๑๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ นอกเหนือจากนั้นที่เดินทางไปถึงห้างเทอร์มินอล ๒๑ สิ่งที่รันทดใจที่สุด ก็คือคนร้ายได้กราดยิงพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาสู่ห้างสรรพสินค้าท่านคงทราบข่าว ดูข่าว จากทางทีวี (TV) แม้กระทั่งรถที่วิ่งมาฝั่งตรงกันข้ามก็ถูกกระสุนลูกหลงตายคาที่ เพราะอาวุธ ที่ใช้เป็นอาวุธทางสงคราม ต่อจากนั้นคนร้ายได้หนีไปด้านหลัง ขับรถไปด้านหลังไปเจอ ถังแก๊สยิงใส่ถังแก๊ส ขับรถเข้าไปในที่จอดรถชั้นใต้ดินไปเจอรถเก๋งผ่านมายิงรถเก๋งจนกระทั่ง ระเบิดตายคาที่ แล้วเข้าไปชั้นล่างใต้ดินของห้างเทอร์มินอล ๒๑ เรื่องทั้งหมดที่กราบเรียนมานี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น ๒๙ ราย ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นข้าราชการตำรวจ เป็นทหาร และที่ช้ำใจ ไปกว่านั้นเด็กเล็กอายุเพียง ๒ ขวบ คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ คนบริสุทธิ์ถูกกราดยิงโดยที่เหมือนกับ คนที่มันเหี้ยมโหดเกินกว่าที่จะพูดถึง ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเองได้ ตั้งญัตติสดด้วยวาจาเพื่อจะกราบเรียนไปถึงทางรัฐบาล🔗

ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะกราบฝาก ปัญหาที่เกิดขึ้นอยากที่จะเห็นทางรัฐบาล ได้ออกมาเคลียร์ (Clear) ปัญหาเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนโคราชและคนไทยทั้งประเทศ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศและพี่น้องชาวโคราชนั้นได้รับทราบถึงความเป็นมา ของที่มาที่ไป ต้องเคลียร์ (Clear) ครับ วันนี้คนโคราชหวาดผวา วันที่เกิดเหตุที่ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล ๒๑ ท่านประธานรู้ไหมครับ เฟกนิวส์ (Fake news) ออกไปตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นห้างเซนทรัล ห้างเดอะมอลล์ พากันวิ่งหนีแตกตื่นกันไปหมด วันนี้ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้นแทบจะไม่มีคนเดินเขากลัวกันไปหมด เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องดำเนินการในการที่ จะต้องให้มีการเคลียร์ (Clear) ปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดจากอะไร การที่ทุกคนรับทราบข่าวว่า นายทหารท่านนี้ จ่าทหารท่านนี้เกิดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจนกระทั่งเกิดเป็นแรงกดดัน แรงแค้นขึ้นมา จริงเท็จแค่ไหนถ้าเจอแล้วต้องดำเนินการจัดการให้สิ้นกระบวนความเพื่อให้ กระจ่างชัดต่อสังคม ไม่ให้มีการเกิดขึ้น🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้เป็นบทเรียน ที่จะต้องมีการนำยุทธวิธีถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทำไมถึงพูดอย่างนี้ครับ ท่านประธานทราบไหมครับ จังหวัดนครราชสีมาผมมีกองทัพภาคที่ ๒ ที่เป็นทหาร มีกองบินหนึ่งที่เป็นทหารอากาศ อยู่ในเขตเมืองครับ อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างที่ ท่านประธานวิป (Whip) ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านวิรัชพูด ถ้าเกิดคนร้ายไปจี้เอาเครื่องบิน นี่ไปเอากระสุน ไปเอาอาวุธ มีคนคุมอยู่ ๒ คน แล้วถ้าเกิดไปจี้เครื่องบินได้อะไรจะตามมา เพราะฉะนั้นบทเรียนครั้งนี้ ผมอยากจะเห็นกองทัพในทุกภาคส่วนได้นำมาแก้ไข มาปรับปรุง🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมอยากจะเห็นยุทธวิธี การเกิดเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่ลำดับแรก ที่ผมเรียนท่านประธานไปจุดที่ ๒ ที่กองพันสรรพาวุธ เวลาก็ ๔๐ กว่านาที กว่าจะมาถึงที่วัดป่า ที่หัวทะเลก็กินเวลาไปชั่วโมงเศษ ถ้ามันมียุทธวิธี มีการแจ้งเตือน มีการบอกกล่าวคงไม่มี คนสูญเสียชีวิตถึง ๙ ท่าน เพราะนายตำรวจที่ไปเฝ้า ไปกักถนน ไปดูแลเด็กเขาไม่รู้เรื่องครับ คนร้ายผ่านมาเห็นเข้าก็ยิงเข้าไปในรถ ผมไม่อยากเอาภาพมาให้เห็น กระสุนเต็มไปหมดทั้งรถ แล้วฉลาดยิงด้วย ยิงแต่ที่กระจก มิหนำซ้ำเปิดประตูไปยิงซ้ำ ยุทธวิธีตรงนี้ต้องมีการแก้ไขครับ ถ้าไม่แก้ไขมันก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น🔗

ประเด็นที่ ๔ ผมอยากจะให้มีการรีบดำเนินการในการเยียวยา วันนี้ผมดีใจ เป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นนายกรัฐมนตรี ได้เห็นรัฐมนตรี ได้เห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็น พี่น้องชาวโคราชภายใต้การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการตั้งรับบริจาค มีคนบริจาค ณ ขณะนี้ ๔๐-๕๐ ล้านบาทแล้ว หลังจากเกิดเหตุได้เพียง ๑ วัน ในวันรุ่งขึ้นในช่วงกลางคืน ก็ได้มีการไว้อาลัยที่ลานย่าโม ไม่คาดคิดครับคนโคราชนับหลายพันคน แม้กระทั่งในเวลา ขณะนี้ที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ หรือแม้กระทั่งจุดเกิดเหตุต่าง ๆ มีพี่น้องประชาชน ได้นำดอกไม้ไปไว้อาลัย เขียนคำไว้อาลัย จนกระทั่งทางจังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และพี่น้องชาวโคราชจะนำดอกไม้เหล่านั้นไปสร้างเป็นอนุสรณ์สถานให้กับบุคคลผู้จากไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกบางท่านที่ได้ยื่นกระทู้ถามที่อยากจะเห็นรัฐบาล ได้ดำเนินการในการเยียวยาอย่างเร่งด่วน ถึงแม้มันจะชดเชยความเสียหายที่เขาสูญเสียไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจต่อคนที่บริสุทธิ์ที่สูญเสีย บางครอบครัวหมดสิ้น ไม่เหลือเลยแม้แต่คนเดียว🔗

ลำดับต่อไปครับ ที่ผมอยากจะขอร้องท่านประธานเป็นลำดับสุดท้าย โคราช เราวันนี้ขวัญผวา เศรษฐกิจย่ำแย่ ในภาวะขณะนี้ทุกอย่างมีปัญหาหมด ผมอยากเห็นรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานต่าง ๆ ได้พยายามหาวิธีการในการที่จะจัดกิจกรรม ต่าง ๆ ลงไปสู่จังหวัดนครราชสีมา ในขณะเดียวกันผมอยากจะเห็นพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ได้หลั่งไหลให้กำลังใจกัน นี่คือฝันร้ายที่มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ผมอยากจะเห็นแรงน้ำใจ ที่มีอยู่ของพี่น้องชาวไทยให้ได้กำลังใจกับคนโคราชที่อยู่ในช่วงวิกฤติของความอกสั่นขวัญแขวน ที่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท้ายที่สุดนี้ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทั้งสภาครับ ผมหวังเป็น อย่างยิ่งว่าท่านคงจะได้นำเสนอแนวคิดเห็นเพื่อที่จะเป็นการส่งต่อให้กับทางรัฐบาล ไม่อยาก ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออีก ๑ ท่าน เชิญท่านผู้เสนอครับ🔗

(ญัตติด่วนเสนอด้วยวาจา ไม่มีเอกสารประกอบการพิจารณา)
นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายและเป็นห่วงเป็นใย โดยเฉพาะพี่น้อง ชาวจังหวัดนครราชสีมาและพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดเช่นนี้ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนที่กระผมเสนอไม่มาก สัก ๒-๓ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ กระผมไม่เคยคิดเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตกระผม พี่น้องชาวโคราช และพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศจะได้พบกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าสลด เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยและในจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นบ้านเกิดของกระผม ทุกท่าน คงทราบรายละเอียดจากสื่อมวลชน จากเพื่อนสมาชิกแล้วว่ามีนายทหารที่ถูกพร่ำสอนว่า สามารถเสียสละชีวิตเพื่อชาติทุกเมื่อทุกเวลานายหนึ่งตัดสินใจยิงผู้บังคับบัญชาและคู่กรณี ทำการปล้นอาวุธสงคราม ฆ่า ทำร้ายเพื่อนร่วมหน่วยและนำอาวุธของหน่วยมาก่อเหตุยิง ประชาชนผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติร่วมแผ่นดินอย่างมากมาย โดยการฆ่าเพราะอยากฆ่า ทำการยิงเพราะอยากยิง ซึ่งไม่หวั่นแม้กฎหมายบ้านเมืองและการกระทำไร้มนุษยธรรม อย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ หดหู่ และสะเทือนใจ ไม่ว่าเฉพาะพี่น้องชาวโคราช แต่สะเทือนใจพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทุกท่านคงทราบรายละเอียดดีอยู่แล้วว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุของทหารคนนี้มีปัญหากับ ผู้บังคับบัญชาเรื่องหนี้สินและถูกกดดันเรื่องผลประโยชน์ในหน่วย ดังนั้นกระผมจึงอยากให้ เพื่อนสมาชิกช่วยกันหาหนทางว่าเราจะแก้ปัญหาโครงสร้างของระบบราชการไทยได้อย่างไร ผมเชื่อครับว่าทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่เฉพาะกองทัพมีลักษณะให้ผู้บังคับบัญชาสามารถ ใช้อำนาจกดดันและหาผลประโยชน์กับผู้ใต้บังคับบัญชาและสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ทำตามความต้องการของตนเอง เพราะอะไร เพราะเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนเราได้รับ การร้องเรียนบ่อยจากข้าราชการชั้นผู้น้อย แต่ถ้าหากหน่วยงานใดมีผู้นำที่มีธรรมาภิบาล หน่วยงานนั้นมีความสุขครับ รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ถ้าหน่วยงานใดผู้นำไม่มี ธรรมาภิบาลแล้วคงนำมาสู่ปัญหาที่บานปลายอย่างที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ผมจึงฝาก ให้ท่านสมาชิกช่วยกันอภิปรายแล้วก็ศึกษาเรื่องโครงสร้างของระบบราชการไทย🔗

ประเด็นที่ ๒ กระผมขอเสนอสภาแห่งนี้เพื่อได้ถกแถลงว่าการบริหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพมีความหละหลวมหรือไม่ แต่ในกรณีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่จังหวัดนครราชสีมานี้เกิดจากคนภายในก็อาจจะเป็นเรื่องยากลำบากในการป้องกันของ เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาการ เพราะการเข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามเป็นคนในหน่วยด้วยกันเอง แต่ในเมื่อ มีเสียงปืนเกิดขึ้นมีการปล้นกระสุนเกิดขึ้น ทำไมถึงปล่อยให้ผู้ก่อเหตุนำอาวุธออกจากหน่วยได้ และนำไปก่อเหตุ ไม่ว่าที่วัดป่าศรัทธารวมและห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ ดังนั้นถึงเวลา หรือยังที่ทุกหน่วยจะต้องหามาตรการและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกันทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนคลางแคลงใจ พี่น้องประชาชนเสียใจนะครับว่า การเอาปืนเอาอาวุธออกไป ก่อเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผมเชื่อครับว่ากองทัพบก กระทรวงกลาโหม และท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความเคลือบแคลงใจเหมือนกัน แต่ที่ผมมีความสงสัยมากกว่านั้น คือช่วงระยะเวลา ระยะทางเกิดเหตุแต่ละจุดใช้เวลา ๔๐-๕๐ นาที และแต่ละจุดห่างกันกว่า จุดละ ๑๐ กิโลเมตร แต่ทำไมเหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่สามารถยับยั้งหรือทำให้ความเสียหาย อยู่ในครอบเขตวงจำกัดแคบ ๆ ได้ ทำไมแผนเผชิญเหตุถึงไม่ถูกนำมาปฏิบัติ ดังนั้นผมเห็นว่า สภาแห่งนี้จะต้องถกแถลงหามาตรการป้องกันความเสียหายและจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ นำมาปฏิบัติได้อย่างทันท่วงทีและทำอย่างไรให้พี่น้องอยู่อย่างไม่หวาดระแวง🔗

ประเด็นที่ ๓ ที่สำคัญเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้ที่สูญเสียอวัยวะ และจะกลายเป็นผู้ทุพลภาพอย่างถาวรในอนาคต และผู้ได้รับกระทบทางจิตใจการทำมาค้าขาย จะเยียวยาและช่วยเหลือเขาอย่างไร ผมทราบดีว่ารัฐบาลและหน่วยงานหลายหน่วยงาน ได้กำลังดำเนินการอยู่ แต่ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้เราควรจะมีส่วนร่วมในการพิจารณา หามาตรการช่วยเหลือครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและเป็นธรรม ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ การยื่นญัตติด่วนในครั้งนี้ของกระผม ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของบ้านเมือง และผมไม่ต้องการล่าแม่มดหาคนรับผิดชอบ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราชไม่เคยเกิดขึ้น ณ ที่ใดในประเทศไทย หลายครอบครัวต้อง สูญเสียคนที่รัก หลายครอบครัวมีสมาชิกที่ได้รับบาดเจ็บและบางคนจะต้องกลายเป็น คนพิการอย่างถาวรจากการสูญเสียอวัยวะ หลายครอบครัวที่ประสบเหตุได้รับผลกระทบ ทางจิตใจ หลายครอบครัวได้รับผลกระทบทางธุรกิจ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าสภาแห่งนี้ไม่ว่า ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ควรจะร่วมแรงร่วมใจกันศึกษาหาแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ เช่นนี้ต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกในประเทศไทย ผมขอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายและช่วยกัน ศึกษาเพื่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการ สุดท้ายผมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ยุติปัญหานี้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ อาสาสมัครและที่สำคัญคือสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาราช พยาบาลที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านวิเชียร จันทรโณทัย ที่ทุ่มเท ที่หาทางเพื่อที่จะแก้ไขหาทางที่จะเยียวยา หาทางที่จะ ปรับสภาพจิตใจของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบและพี่น้องชาวนครราชสีมาที่หวาดระแวงอยู่ ผมขอไว้อาลัยกับผู้สูญเสีย ผมขอแสดงความห่วงใยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผมว่าสภาแห่งนี้ จะต้องช่วยกันเยียวยาหัวใจของพี่น้องชาวโคราชและพี่น้องทั้งประเทศ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ญัตติ ทั้ง ๔ ฉบับเจ้าของได้เป็นผู้อภิปรายก่อนและได้จบหมดแล้ว ๔ ท่านนะครับ เนื่องจาก มีท่านสมาชิกเสนอรายชื่อที่จะขออภิปรายในญัตติ มีฝ่ายค้าน ๑๗ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๑๑ ท่าน ทั้งหมด ๒๘ ท่าน ผมขอปรึกษาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ ให้ท่านละสัก ๗ นาที แต่ถ้าติดพัน ต่อเนื่องก็จะอนุโลมให้นะครับ ถึง ๑๐ นาที ท่านอิสสระมีอะไรครับ🔗

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นผู้หนึ่งที่เสนอญัตตินี้ร่วมกับ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ แล้วก็คุณเทพไท เสนพงศ์ เพราะฉะนั้นจะขอใช้สิทธิอภิปรายด้วย🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตามข้อบังคับ ผู้เสนอหลายท่านก็จริงแต่มีสิทธิอภิปรายได้คนเดียวเป็นผู้อภิปรายก่อน ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้ คนที่เขามีรายชื่อมาก่อนสักระยะหนึ่งแล้วผมจะอนุญาตท่านนะครับ🔗

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาต ที่จะเชิญท่านสมาชิก ๔ ท่านแรกก่อนนะครับ ท่านสำลี รักสุทธี ท่าน เกษม ศุภรานนท์ ท่านลินดา เชิดชัย และท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญท่านสำลีครับ🔗

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ถือว่าทำร้ายจิตใจคนทั้งประเทศ คำว่า ทำร้ายจิตใจ ผมไม่ได้ไปลงโทษ หรือมองผู้ที่ก่อเหตุในทางที่ร้ายนะครับ ผมถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีองค์ประกอบอยู่หลายประการ ซึ่งมีคนที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นจำนวนมาก ท่านครับ เราไม่ปรารถนาที่จะให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยที่ถือว่าเป็นเมืองพุทธ แล้วคนที่ก่อเหตุเองก็เป็นทหารอยู่ในระเบียบวินัย เหตุใดเขาจึงก่อเหตุเช่นนี้ขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่อง ที่ใครอยากจะทำ ไม่ใช่เรื่องที่ใครต้องการที่จะให้ตนเอง ตระกูลของตนเองต้องมัวหมอง เกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้นะครับ ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าเป็นเหตุที่เขาถูกกดทับ ถูกกดดันในรอบด้าน จึงก่อเหตุเช่นนี้ขึ้นได้ แล้วขณะที่เขาก่อเหตุนั้นผมคิดว่าเขาคงจะคิดไปถึงคนที่ก่อเหตุก่อนเขา ซึ่งไม่ใช่ทหารก็มีปืนที่ไม่ร้ายแรงเท่ากับเขาก็ทำได้ ๓ ศพ คิดว่าเขาเป็นทหารแล้วก็มีปืน ที่รุนแรงก็คงจะต้องทำให้มากกว่านั้น ผมกลัวครับกลัวว่าเมืองไทยจะมีลัทธิเอาอย่าง กลัวว่า คนต่อไปจะต้องเป็น ๙๐ ศพ ก็มีนายแพทย์ที่พูดผ่านไปแล้วว่าจะต้องหาทางแก้ไขแล้วก็ เยียวยา หาทางป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ เราได้คุยกันว่าจะต้องพูดในประเด็นที่ไม่ซ้ำกัน เรื่องที่บอกว่าระยะทางเท่านั้น เท่านี้ อะไร เท่านั้นเท่านี้ หลายท่านพูดไปแล้วนะครับ ผมเองอยากจะพูดถึงเรื่องสวัสดิการในกองทัพบก ซึ่งในหน่วยงานต่าง ๆ ราชการต่าง ๆ ก็จะมีคล้าย ๆ กัน นั่นก็คือจะมีเรื่องของสวัสดิการอยู่ ในกองทัพบกก็มีสวัสดิการเขาเรียกว่ากรมสวัสดิการกองทัพบก ซึ่งมีหน้าที่ต้องดูแล มีหน้าที่ ต้องจัดสวัสดิการให้บุคลากร นั่นคือทหารในสังกัด คำว่า สวัสดิการ เป็นชื่อที่ดี เป็นชื่อที่เพราะ เป็นชื่อที่ฟังแล้วรู้สึกดี แต่ทำไมในกรมสวัสดิการหรือในหน่วยงานที่จัดสวัสดิการให้ข้าราชการ ในสังกัดนั้น เหตุใดจึงมีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นอยู่แทบจะทุกหน่วยงาน แม้แต่หน่วยงานที่ผมสังกัด นั่นก็คือครูก็มีเหตุการณ์เช่นนี้เช่นเดียวกัน นั่นก็คือการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส การบริหารงาน ที่นำมาซึ่งคำครหานินทา พูดง่าย ๆ ก็คือมีการทุจริตคดโกงนั่นเองนะครับ ในหน่วยงาน ที่เรียกว่ากรมสวัสดิการทหารบกนั้นมีหลายอย่างที่รับผิดชอบ มีหลายอย่างที่ต้องทำนะครับ เช่นยกตัวอย่าง มีการจัดร้านสวัสดิการในหน่วยทหาร จัดการสโมสรทหาร จัดการกีฬาภายใน จัดการให้ความบันเทิง การพักผ่อน และจัดการสงเคราะห์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอันเกิดจาก การตาย การบาดเจ็บ หนี้สิน การประสบเคราะห์กรรม จัดส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นอกหลักสูตรของกองทัพบก และที่สำคัญครับ ข้อนี้ผมถือว่าเป็นข้อที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นนั้นก็คือจัดการ ส่งเสริมการสร้างหลักฐานทางเศรษฐกิจในครอบครัว ได้แก่ การออมทรัพย์และการจัดให้ มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ผมขอย้ำคำนี้ครับ คำว่า การให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ตรงนี้ คือที่มาของโครงการนี้ครับ แต่ผมก็ยังสงสัยว่าเหตุใดจึงนำเอาที่ราชพัสดุมาจัดเป็นโครงการ ขายให้ทหารชั้นผู้น้อย สวัสดิการเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่งาม แต่ในสิ่งที่ดี สิ่งที่งามนั้นมันมีก้อนเงิน ก้อนใหญ่ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด ตรงคำว่าสวัสดิการนี้จะมีหลาย ๆ คนอยากเข้าไปเป็นกรรมการ อยากไปนั่งเป็นบอร์ด (Board) อยู่ตรงนี้ เพราะว่ามีส่วนในการใช้เงินจำนวนมาก นั่นก็คือ การจัดสวัสดิการให้แก่ข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้น แล้วก็ เป็นสิ่งที่น่าคิดว่าตามที่ข่าวลงไปว่าบ้านจำนวน ๑ ล้านบาท เหตุใดจึงไปกู้ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นว่าต้องมีเงินเหลือใช่ไหมครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ ในส่วนของข้าราชการครูพวกผมนั้นส่วนใหญ่กู้เท่ากันกับจำนวนบ้าน หรือต่ำกว่าเสียด้วยซ้ำ อย่างบ้านราคา ๑ ล้านบาท ก็จะกู้ได้สัก ๙๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็หาเงินเพิ่มให้เต็มจำนวน ไม่ทราบว่าหน่วยงานทหารทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากจะฝากหน่วยงานทหารที่เกี่ยวข้องดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้ไปดูแล ให้ไปจัดการปรับปรุง แก้ไขหาทางพัฒนาหน่วยงานนี้ให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น🔗

สุดท้ายนะครับ คงจะไม่มีเวลาอธิบายอะไรไปมาก ก็อยากจะฝากเพื่อไม่ให้ มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ผมในฐานะที่มาทางแนวกลอน ขอฝากเป็นบทกลอนตบท้าย เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการให้ทหารชั้นผู้น้อยนะครับ เลือดและน้ำตาประชาราษฎร์ ที่ทหาร ของชาติกราดปืนใส่ ถูกเอาเปรียบเหยียบทับคับแค้นใจ จึงระบายสิ่งกดทับกับสังคม มีใครเล่า อยากทำกรรมเช่นนี้ สวัสดิการว่าดีใยขื่นขม ใครเล่าคือต้นตอก่อเงื่อนปม ค่านิยมอำนาจ พาพลาดพัง วอนผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองนี้ ทำอย่างไรไม่ให้มีมาอีกครั้ง หยุดต้นตอก่อภัยให้จริงจัง สร้างความหวังให้ทหารทุกด้านดี ให้กินอิ่มนอนอุ่นบุญทหาร สวัสดิการด้านใดให้เต็มที่ เอาเปรียบเหยียบค่าอย่าให้มี ขอเท่านี้เพียงพอขอได้ไหม อยากจะให้หน่วยงานทหาร หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ไปดูแลเรื่องสวัสดิการทหาร อย่าให้มีการเอารัดเอาเปรียบจนเกิดเหตโศกนาฏกรรม อย่างนี้ขึ้นอีกเลยครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านเกษมครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้เกียรติและ อภิปรายปัญหาของชาวโคราชในวันนี้ ผมเองอยู่ในเขต ๑ จังหวัดนครราชสีมา อยู่ในเขต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขตเทศบาลนครราชสีมา ๙๐ ชุมชน แล้วก็โพธิ์กลาง แล้วก็หนองไผ่ล้อม แล้วก็หนองจะบก ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของกระผมครับ ผมเสียใจมากที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอบพระคุณเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปราย แล้วก็ได้ชี้แนะให้กำลังใจ ก่อนอื่นผมขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานรับศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ เหตุการณ์ทั้งหมด ถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์ เราจะรู้ว่าทหาร เป็นผู้ที่เสียสละที่สุด ตำรวจก็เสียสละที่สุด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เสียสละที่สุด คุณหมอ ก็เสียสละที่สุด แล้วที่ไม่ได้เอ่ยถึง ประชาชนในวันนั้นไม่ได้หลับได้นอนตลอดเหตุการณ์ครับ อยากกราบเรียนว่าเหตุเกิดขึ้นที่ตำบลหนองจะบกของกระผม หมู่ ๓ เสร็จสรรพแล้วข้ามฟาก มาสรรพาวุธ แล้วจะมีทางลัดเลาะออกหลังค่าย ถ้าเราจะพูดอย่างนั้นอย่างนี้ กล่าวโจมตีทหาร ผมขออนุญาตว่าท่านลองดูความจริง เขาชำนาญทางมาก ออกด้านหลังค่ายไปจุดที่ ๓ จุดแรก ก็คือหมู่ ๓ ที่พวกเราได้เอ่ยถึงกัน คือหมู่ ๓ หนองจะบก บ้านถนนหักนั่น ๓ ศพ แล้วก็ มาปล้นปืนที่สรรพาวุธ ๒๒ แล้วก็ทำร้ายยิงทหาร พลทหาร แล้วก็ปล้นอาวุธไป เต็มแม็ก ท่านประธาน สะพายแล่ง มีระเบิด รถฮัมวี่ (Humvee) พร้อมกระทำทุกอย่างด้วยความอ้างว่า ป้องกันตัวเอง ไปที่วัดป่าศรัทธารวม ตรงนั้นสะเทือนใจ ผมอยากจะนำเรียนเพราะหลานชาย ของเพื่อนสุรสีห์ โดนยิงอยู่ ม.๒ ที่ขาก่อน ยิงผมทำไม ยิงผมทำไม พูดไม่พอขาดคำยิงหัวอีก ที่วัดป่าศรัทธารวมของจุดที่ ๓ ตำบลหัวทะเล แล้วก็แม่ค้าแม่ขายอยู่พีเอกซ์ (PX) ไปทำบุญ อยู่ที่วัดก็เสียชีวิตอีก เป็นคนที่ผมเคารพนับถือทั้งนั้นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เคยไปซื้อผัก เคยไปซื้อผลไม้ เคยไปซื้อของในตลาดพีเอกซ์ (PX) ในค่ายทหาร แต่ก็เสียชีวิตแล้ว พวงหรีด เราต้องไปแสดงความเสียใจ ความเมตตา ขอวิงวอนท่านประธานกรุณาอย่ากล่าวตำหนิทหาร ถ้าท่านไปยืนหน้าเทอร์มินอล ๒๑ ตอนเช้าวันที่ ๙ ท่านจะเห็นว่าอันตรายมากชั้นแอลจี (LG) ท่านประธานครับ มันมีบันไดลงบันไดเดียว ลงไปก็โดนสอย หน่วยอรินทราชโดนไป ๒ ศพ ท่านลองลงไปสิ เหตุการณ์ที่เกิดอย่าไปกล่าวโทษทหารเลย ตำรวจเลย ผู้ว่าราชการจังหวัด ของผมเลยท่านวิเชียร แล้วก็ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ แล้วก็แม่ทัพภาค ๒ ท่านธัญญา ท่านอยู่ในเหตุการณ์ทั้งคืน แล้วรองนายกรัฐมนตรีของกระผมคือท่านอนุทิน อยู่กับหมอ ตลอดทั้งคืน แล้วก็อยู่จนสว่างใครบอกว่าทำไมไม่รีบดำเนินการ ทำไมไม่รีบนั่นรีบนี่ ไม่ได้ครับ เพราะว่าในห้องเย็นมีคนของเราอาศัยอยู่เยอะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราน่าจะมาหลอมรวมน้ำใจ แล้วก็เป็นพลังช่วยกันแก้ปัญหาของชาติ กราบเรียนด้วยความเคารพว่าพี่น้องที่สูญเสียไป ทั้งหมด ๒๙ คน รวมทั้งผู้ร้ายด้วย ๓๐ คน เป็นพี่น้องของเราทั้งนั้นเลย ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ของกระผม และลุงป๊อก ท่านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไปเยี่ยม ทำไมล่ะตำรวจ ทำไมคุณไม่เข้าไปช่วยป้องกัน ผมเข้าไปช่วยแล้วครับ ไปกันคนออก โดนยิงครับ อันนี้คือสภาพที่เป็นจริงครับ เพราะฉะนั้น เราอยู่ในสภานี้ผมต้องกราบขอบพระคุณพี่น้องเพื่อนสมาชิกในสภาที่ท่านได้กรุณาแสดง ความคิดเห็นอย่างมีข้อคิดกับพวกเรา ตำรวจแล้วก็ยังอีก ๒๙ ศพ ท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนอีก ๒ คนยังร่อแร่ ไปดูไปเยี่ยมเถอะ ยิงที่หัวครับ ๓ วัน ยังไม่รู้เรื่องเลย คุณหมอโรงพยาบาลมหาราช คุณหมอสุรัตน์บอกว่าท่าน ส.ส. จบเหมือนไม่จบ ผมต้องคอยดูแลตลอดและอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราอยู่ในสภาพจริง อย่างในภาพเห็นท่าน ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีมนัญญา ท่านเสียสละเวลาไปเยี่ยม ก็บอกว่าโดนยิงขา นี่ละครับความเมตตากรุณาสิ่งเหล่านี้เราลืมไม่ได้บุญคุณของทหาร ของตำรวจ ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ของพี่น้องประชาชนและคุณหมอ และคนที่เกี่ยวข้องที่ผมไม่ได้ เอ่ยถึงในวันนั้น มันเป็นวันที่โหดร้ายที่สุด เพื่อนผมสุรสีห์ที่นั่งอยู่ข้างหลังบอกว่าทำอย่างไร จะเอาวิญญาณลงหม้อแล้วก็ไปถ่วงทะเลไม่ให้ผุดให้เกิด ผมบอกจะขนาดนั้นเลยหรือ นี่คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวโคราชของเรา อยากกราบเรียนว่าทุกคนเสนอถอดบทเรียน ทุกคน เสนอแก้ไขปัญหา เราขอขอบคุณจริง ๆ และเราไม่คาดคิดว่าคนจะใจร้ายไส้ระกำ คนจะโหดร้าย ขนาดนี้ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ที่เกิดเหตุอยู่ในโคราช เสียใจ แล้วก็เสียใจมากขวัญและกำลังใจยังไม่อยู่ ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ยังไม่ได้หลับได้นอนเท่าไร ก็เรียนว่าเราน่าจะพร้อมหน้าพร้อมตากันมาช่วย พี่รู้ สองน้องรู้ หนึ่งมาช่วยกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่แก้ปัญหาแล้วก็ถอดบทเรียนอย่าให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอีกครับ ผมเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในวันเสาร์นี้ก็จะพระราชทาน เพลิงศพโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมอบอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ก็ขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านด้วยความเคารพ ขอบคุณท่านประธานและขอขอบคุณ เพื่อน ๆ พรรคพลังประชารัฐที่ให้กำลังใจกัน ด้วยความเคารพครับ เศร้าสลดจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านลินดาครับ🔗

นางลินดา เชิดชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ลินดา เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ดิฉันขอเวลาท่านสมาชิกไม่นาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญกับคนโคราช เป็นอย่างมาก ดิฉันในฐานะคนโคราชขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับ ครอบครัวของผู้สูญเสียและคนโคราชทุกท่าน ดิฉันขอตั้งข้อสังเกต ๓ ประเด็นที่พิจารณาแล้ว สำคัญกับกองทัพ ดิฉันคิดว่ายังมีทหารในกองทัพไทยที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับทหาร ผู้ก่อเหตุร้ายที่โคราชนี้อีกไม่น้อย นั่นคือแรงกดดันที่เป็นระเบิดเวลาแอบฝังตัวรอการระเบิด เพื่อทำร้ายประชาชนตาดำ ๆ ได้ตลอดเวลา เพื่อเป็นการรีบตัดไฟแต่ต้นลมและไม่ให้เกิดลัทธิ เอาอย่าง ดิฉันอยากจะขอให้ผู้มีอำนาจกรุณารีบกลั่นกรองอย่างละเอียดรอบคอบและรวดเร็ว ในการแก้ปัญหาเรื่องของระบบในกองทัพ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ดิฉันและคนไทยทุกคนเข้าใจดีว่า เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย และเป็นเหตุสุดวิสัยของกองทัพบกที่จะควบคุมได้และไม่มีใคร ตำหนิกองทัพบกได้เลย แต่เมื่อมามองถึงมาตรการการป้องกันและการแก้ไขเหตุเฉพาะหน้า ที่กองทัพจะต้องมีและปฏิบัติให้ได้ทันทีทันใดโดยอัตโนมัตินั้น ดิฉันและประชาชนอีกไม่น้อย มีคำถามในใจว่าการปล่อยให้ผู้ก่อเหตุหลุดไปถึงวัดป่าศรัทธารวมและทำร้ายคนเสียชีวิตถึง ๙ คนโดยไม่มีการสกัดกั้นจากทหารเลย กองทัพก็ยากที่จะอธิบายต่อสังคมได้ แต่การปล่อย ให้ผู้ก่อการร้ายเคลื่อนตัวหลุดยาวเลยไปถึงศูนย์การค้าใจกลางเมืองและทำร้ายประชาชนได้ จำนวนมากขนาดนั้น แสดงถึงความหละหลวมของระบบตรวจสอบย้อนกลับและความไม่แน่นอน ของระบบป้องปราม ตลอดจนการละเลยต่อความพร้อมในระบบป้องกันตอบโต้อย่างรวดเร็ว ของความมั่นคงของทหารอ่อนแอเป็นอย่างยิ่งด้วยสังคมไทยและสังคมโลกที่เปลี่ยนไป ในปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงสมควรต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างสูงโดยตรงและอย่างยิ่ง การที่ท่าน ผบ.ทบ. ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทุกข์ร้อนเพราะเหตุกดดันจากผู้บังคับบัญชาและการกดดันอื่น ๆ แจ้งตรงมายังท่าน ผบ.ทบ. นั้น ดิฉันตระหนักดีว่าด้วยระบบปกครองและระเบียบวินัย ทางทหารที่ยังคงต้องรักษาอย่างเคร่งครัด มิอาจยกเลิกได้โดยเด็ดขาด และทำให้ดิฉันเชื่อว่า ไม่มีผู้น้อยรายใดกล้าร้องเรียน หรือหากมีข้อร้องเรียนก็อาจจะถูกกลั่นกรองด้วยระบบ และตกอยู่ในลิ้นชักไม่ถึงท่าน ผบ.ทบ. แล้วที่น่าเห็นใจคือผู้ร้องเรียนอาจได้รับผลสะท้อน กลับไปถึงตัวอย่างมิอาจรู้ตัวโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยค่ะ ดิฉันจึงขอความคาดหวังไปยังกองทัพว่า จะเป็นไปได้ไหมเพื่อความโปร่งใสกองทัพใจถึงและใจกว้างพอที่จะยินยอมให้มีองค์กรกลาง ที่รวมตัวจากทุกภาคส่วนอย่างโปร่งใส เพื่อเป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้น้อยและกลั่นกรอง พร้อมส่งถึงมือท่าน ผบ.ทบ. โดยตรง โดยเป็นการรับประกันได้ว่าเสียงร้องเรียนของผู้น้อย ระดับล่างได้ดังไปถึงท่าน ผบ.ทบ. หรือนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในระดับบนจริง ๆ ที่ดิฉันกล่าวมา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดซ้ำสองขึ้นได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านเทพไทเชิญครับ🔗

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้เสนอญัตตินี้ด้วยนะครับ จริง ๆ ผมก็อยากจะทำความเข้าใจท่านประธานอีกนิดหนึ่งว่า ผมจองเวลาไว้ ๒๐ นาที ก็เลยแบ่งว่าตอนแรกจะอภิปรายสัก ๑๐ นาที แล้วจะขอใช้สิทธิ ตอนปิดญัตติในฐานะเจ้าของญัตติอีกสัก ๑๐ นาที แต่ว่าเมื่อประธานพยายามรวบรัดได้สัก ๗ นาที ก็จะพยายามบริหารเวลา แต่ว่าขอสงวนสิทธิที่จะพูดในตอนสรุปญัตติ ซึ่งผมมีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นครับ ประเด็นของเหตุเกิดขึ้นที่นครราชสีมาต้องเรียนกับท่านประธานว่า ในช่วงวันหยุดผู้แทนราษฎรก็คงลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชน แต่เมื่อได้รับทราบข่าวว่า มีการยิงกันใช้อาวุธสงครามในลักษณะเช่นนี้ทำให้พวกผมตกใจเลยล่ะครับ ประชาชนก็ตกใจ เพราะเรื่องแบบนี้เราเคยได้ยินเฉพาะที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ในประเทศไทยเรายังไม่เกิดขึ้น ว่ารุนแรงขนาดนั้น แต่ว่าพอมาเกิดขึ้นในประเทศไทยเราก็คิดอันดับแรกเลยคิดว่ามันก็คงจะ เกี่ยวกับคนที่กระทำก็เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิต คือเชื่อว่าถ้าหากไม่มีปัญหาทางจิตคงจะไม่มีใคร ทำแบบนี้ได้ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม ๒. ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศไทยเรื่องการบังคับใช้ หรือการมีอาวุธในครอบครอง ทั้ง ๒ ส่วนนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ผมเลยมีมุมมองต่อเหตุการณ์นี้เพื่อเสนอไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาลว่า ควรจะพิจารณาในมุมมองที่ต่างจากคนอื่น ผู้อื่น ผมเชื่อว่าแนวทางออกที่ผมอยากจะเสนอ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือว่า เรื่องอาวุธในประเทศไทยเราต้องควบคุมอย่างจริงจัง วันนี้ต้องยอมรับ ว่าประเทศไทยเราซื้อหาอาวุธง่ายพอ ๆ กับไปซื้อปลาทูเค็มในตลาด มีมาตรการที่ออกมา เอื้ออำนวยให้กับการครอบครองอาวุธเป็นจำนวนมาก แล้วทุกคนก็อยากจะมีอาวุธป้องกันตัว ทุกคนก็อ้างว่าถ้าไม่มีอาวุธป้องกันตัวเดี๋ยวโจรผู้ร้ายเข้ามาทำร้ายแล้วจะเอาอะไรป้องกันตัว นี่ก็เป็นเหตุผลของคนที่อยากมีอาวุธเลยทำให้มีอาวุธเต็มบ้านเต็มเมือง ผมอยากจะเสนอ มุมมองเรื่องการมีอาวุธของคนเพราะคนที่พกอาวุธแต่ว่ามีปัญหาทางจิตก็ไม่ต่างอะไรกับคนบ้า ที่พกปืนครับท่านประธาน เพราะแนวทางของผมผมอยากจะเสนอก็คือ ๑. ผมคิดว่าการที่จะ ให้ใครมีอาวุธไปครอบครองหรือมีใบอนุญาต เจ้าของอาวุธ ผมคิดว่าไม่เฉพาะใบอนุญาตที่ไปขอ ต่อกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือนายอำเภอเซ็นแล้วก็ไปซื้อที่ร้านขายปืนได้ มันต้องมีใบตรวจ สุขภาพจิตด้วย แนบเรื่องสุขภาพจิตว่าเขามีจิตพร้อมที่จะมีอาวุธในครอบครองหรือไม่ครับ ๒. ผมคิดว่าต้องตรวจสอบสภาพจิตกับบุคคลที่ใช้อาวุธเป็นประจำ นั่นก็คือตำรวจ ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรหน่วยพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธ ท่านประธานก็จะได้เห็น มีข่าวเป็นประจำว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตำรวจยิงผู้บังคับบัญชาตายที่โรงพัก ในกรณีนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ กรณีของทหารที่โคราชนี่ก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่านี่จำเป็นที่จะต้องตรวจ สุขภาพจิตคนเหล่านี้อย่างน้อย ๓ ปี ๑ ครั้ง ถ้าได้ปีละ ๑ ครั้งก็ยิ่งจะเป็นการดีเพื่อจะได้ยืนยัน ว่ามีสุขภาพจิตดีพอที่จะครอบครองอาวุธได้ ๓. เรื่องการพกพาอาวุธของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ควรที่จะให้อยู่ในหน้าที่ที่ปฏิบัติเท่านั้น บางคนเลิกจากหน้าที่แล้วท่านประธานก็เห็นครับ ยังพกพาอาวุธอยู่แล้วก็ไปกินเหล้า ไปงานเลี้ยงเกิดเมาขึ้นมาบันดาลโทสะยับยั้งจิตใจอารมณ์ ไม่อยู่ก็ใช้อาวุธปืนนั้นยิง ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้อยู่นอกชุดข้าราชการอยู่แล้ว ๔. ผมคิดว่า การเข้มงวดเรื่องการออกใบอนุญาตพกพา อันนี้สำคัญมาก ทุกคนใฝ่ฝัน เวลามีปืนแล้วทุกคน ใฝ่ฝันที่อยากจะได้ใบอนุญาตพกพาทั่วราชอาณาจักร ถ้าไม่ทั่วราชอาณาจักรก็ทั่วจังหวัด แล้วก็ไปให้นายอำเภอ ไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเซ็น ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เซ็น นายอำเภอ บางคนก็เซ็น บางจังหวัดบางคนก็มีค่าใช้จ่ายมีตั๋วให้เลยใบละ ๑๐,๐๐๐ บาท ใบละ ๒๐,๐๐๐ บาท ใบละ ๓๐,๐๐๐ บาท มีแบบนี้ เลยออกกันมาแพร่หลายครับท่านประธาน ๕. ผมคิดว่าเรื่องบทลงโทษ บทลงโทษการพกพาอาวุธที่เขาเรียกผิดบ่าหรือไม่มีใบอนุญาตพก หรือว่าปืนเถื่อน อันนี้ต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มข้นและต้องมีโทษหนัก และลงโทษ อย่างน้อยก็ต้องให้จำคุกเพื่อให้เป็นการเข็ดหลาบในการที่จะพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะครับ🔗

ข้อ ๖ ผมอยากเสนอก็คือเรื่องโครงการซื้อขายอาวุธปืน ท่านประธานก็เห็น ปืนสวัสดิการมีหน่วยงานเยอะมาก หน่วยงานตำรวจ หน่วยงานทหาร หน่วยงานกระทรวง มหาดไทย หน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ เปิดโครงการสวัสดิการซื้อขายอาวุธปืน จริง ๆ แล้ว คนในหน่วยงานนั้นก็ไม่ได้ซื้อหรอกครับ สวมให้คนอื่นซื้อแทนกันบ้างอะไรบ้าง แล้วก็เป็น ที่มาหาประโยชน์กันจากโครงการเหล่านี้ เพราะฉะนั้นโครงการเหล่านี้ผมสังเกตดูว่าแพร่หลาย อยู่มากในหน่วยราชการแล้วก็ไม่สามารถที่จะยกเลิกหรือไปขัดขวางเหล่านี้ได้ เพราะอะไรครับ เพราะโครงการเหล่านี้อนุมัติโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในหน่วยราชการทั้งสิ้น ถ้าเป็นของกรมต่าง ๆ ก็ระดับอธิบดี ถ้าหากว่าของกระทรวงอย่างน้อยรัฐมนตรีก็เห็นชอบด้วย เลยทำให้มีการทำธุรกิจ ในการซื้อขายอาวุธปืนผ่านโครงการสวัสดิการของหน่วยงานราชการ เลยเป็นที่มาของการมีอาวุธ แพร่หลายในประเทศไทย เพราะฉะนั้นปัจจัยที่ผมอยากจะเสนอในช่วงนี้ก็คือว่าต้องควบคุม เรื่องด้านอาวุธไม่ให้มีการฟุ่มเฟือยและมีมากจนเกินไป ต้องควบคุมคนที่พกพา คนที่ครอบครอง คนที่เป็นเจ้าของอาวุธในเรื่องสุขภาพจิตด้วย ผมคิดว่าอันนี้เป็นข้อเสนอที่อยากจะนำเรียน ไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๔ ท่าน ท่านจุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย ท่านปิยบุตร พรรคอนาคตใหม่ ท่านพิมพ์รพี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านไพลิน พรรคพลังประชารัฐ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุกราดยิงในโคราช ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตถึง ๓๐ คน บาดเจ็บอีกกว่าครึ่งร้อย ท่านประธานครับ เป็นเหตุซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดแล้วก็ รู้สึกตื่นตระหนก เหตุการณ์นี้เราเคยเห็นในต่างประเทศมามาก วันนี้มันมาเกิดในประเทศเรา สิ่งที่เราต้องระมัดระวังต่อไปก็คือเหตุการณ์เหล่านี้ในต่างประเทศมีบทเรียนที่เห็นได้ชัดว่า เป็นเหตุการณ์ที่มักจะมีการทำซ้ำ มีการลอกเลียนแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราต้องระมัดระวัง แล้วก็การอภิปรายในสภาเองหรือว่าการให้ข่าวตามสื่อสารมวลชนเองก็ต้องมีการระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และที่สำคัญก็คือต้องป้องกันไม่ให้มันมีโอกาสเกิดขึ้นอีก ในอนาคต ผมต้องเรียนว่าปัญหาครั้งนี้กองทัพไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ สนิมเกิดจากเนื้อในตนครับท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นจากกองทัพและมีทางผู้บัญชาการ ทหารบกออกมาร่ำไห้ต่อสื่อมวลชนขอโทษในเหตุการณ์ อันนี้เข้าใจครับ แต่สิ่งที่ท่านได้แถลง ต่อสื่อมวลชนนั้น จริง ๆ แล้วในมุมมองของผม ผมมองว่านั่นคือการยอมรับว่าภายในกองทัพ มีปัญหาจริง ๆ ปัญหาเรื่องการเอารัดเอาเปรียบระหว่างทหารชั้นผู้ใหญ่กับทหารชั้นผู้น้อย เรื่องการทุจริตเรื่องเงินกู้สวัสดิการ เรื่องการทุจริตเรื่องการขายที่ดินอะไรต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มที่จะผุดตามมาจนกระทั่งพี่น้องประชาชนให้ความสนใจ นี่ก็คือสาเหตุหนึ่งที่พี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศจำนวนมากเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพเพื่อที่ในอนาคตเหตุการณ์ เหล่านี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้สิ่งที่จะอภิปรายวันนี้ ผมพยายามที่จะหาทางออกเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น แน่นอนว่าหลายท่านก็ได้ อภิปรายไปแล้วในเรื่องของการเข้ามาดูแล โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ที่เสียชีวิต ผู้ที่บาดเจ็บ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ มิได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการยิงกันเท่านั้น แต่หมายถึงผู้ที่มี ความเกี่ยวเนื่องในกระบวนการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน ในพื้นที่โคราชหรือทั่วประเทศก็ตามทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผลกระทบทางจิตใจ เราต้องหาวิธีการเข้าไปดูแลรักษา แน่นอนคนที่เสียชีวิตคนที่บาดเจ็บเราต้องมีการชดเชย เป็นตัวเงินเป็นการช่วยเหลือ เป็นสวัสดิการต่าง ๆ แต่พี่น้องประชาชนทั่วไปก็ควรจะต้อง มีช่องทางในการที่จะเข้าไปดูแลรักษาโดยเฉพาะในเรื่องของสภาพจิตใจต่าง ๆ ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้แน่นอนผมเชื่อว่าสังคมให้ความสนใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนมากอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมจะอภิปรายกับท่านประธานในวันนี้ ผมต้องเรียนว่าเป็นเรื่อง ที่ในต่างประเทศเป็นการปฏิบัติที่ปกติในประเทศไทยเราละเลยมาพอสมควร ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าบุคลากรไม่ว่าที่เราจะเรียกว่าทหารหรือตำรวจก็ตามเหล่านี้เป็นคนที่รัฐบาล เป็นคนที่ประชาชนคนไทยทุกคน เราสนับสนุนเขาผ่านทางเงินภาษีอากร รัฐบาลสนับสนุน เขาผ่านทางงบประมาณ สร้างให้เขาเป็นนักรบ เป็นคนที่ใช้อาวุธสงคราม เป็นคนที่ปฏิบัติ ภารกิจแทนเราในบางภารกิจที่เราไม่สามารถทำได้ ในเรื่องของการปกปักษ์รักษาพื้นที่ดินแดน ของประเทศไทยในการที่จะต่อสู้กับอริราชศัตรู ในต่างประเทศมีการศึกษามานานแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ปัญหานี้เขาเรียกว่า เป็นโรคโพสต์ ทรอมา (Post trauma) ก็คือ เป็นสภาพทางจิตที่ได้รับผลกระทบจากการที่อยู่ในเหตุการณ์ที่มีความตึงเครียดรุนแรง เช่น ไปรบมามีเพื่อนร่วมรบเสียชีวิตไปต่อสู้กับศัตรู ใช้อาวุธปืนยิงเขาเสียชีวิตอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันเป็นเหตุที่เกิดขึ้นแล้วทำให้คนจิตใจเริ่มมีความกระด้าง มีความรุนแรง เห็นค่าในชีวิตของ ประชาชนคนอื่นด้อยค่าลง อันนี้เป็นเรื่องปกติครับ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยเราไม่มีกระบวนการ ในการไปดูแลและรักษา ในต่างประเทศผมต้องเล่าให้ท่านประธานฟัง เช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ในกรณีที่มีการจับโจรผู้ร้ายถ้าเกิดว่าตำรวจวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายสักคนหนึ่ง แน่นอน เป็นคนผิดครับ สุดท้ายตำรวจที่ดำเนินการก็ต้องเข้าไปรับการบำบัดในระดับหนึ่ง ต้องเข้าไปนับจำนวนชั่วโมง เพื่อที่จะไปพบกับจิตแพทย์ มิได้หมายความว่าเขามีโรคจิต แต่หมายความว่าสิ่งที่เขาผ่าน มันเป็นความรุนแรงซึ่งมีความจำเป็นจะต้องได้รับการเยียวยาและบำบัดเพื่อปรับสมดุล ในจิตใจของเขาให้กลับสู่สภาพปกติ วันนี้ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัด ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกิด จากการที่คนร้ายไปรบมา ได้รับการฝึกหนัก หรือว่าเป็นเรื่องของการโดนคดโกงในเรื่องการ ทำธุรกรรมภายในกองทัพเองก็ตาม ความเครียดเหล่านี้มันสะสมจนกระทั่งวันหนึ่งระเบิดขึ้น วันนี้เราจะต้องให้ความสำคัญกับการเยียวยารักษาบุคลากร ซึ่งแน่นนอนครับ เรามอบหมาย ภารกิจให้เขาแล้วเขามีอำนาจตามกฎหมายในการที่จะใช้อาวุธสงคราม ในการที่จะใช้อาวุธ เดินไปเดินมาได้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารก็ตาม เมื่อเขาไม่สามารถที่จะรับการความกดดัน ที่เกิดได้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม สุดท้ายสติหลุดก็เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นโคราช ท่านประธาน วันนี้ตัวอย่างมันเห็นได้ชัด ดูอย่างที่โคราช นายสิบ ๑ คน สติหลุดในเรื่องของความกดดัน จากการทำงาน จากการโดนคดโกง ผลคือพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ๓๐ คน มีผู้บาดเจ็บอีก ๕๗ คน เกือบ ๖๐ คน ในขณะที่ถ้าเกิดเป็นนายพลสักคนหนึ่ง อย่างเดียวกันครับไม่สามารถ ควบคุมสภาพจิตใจเพื่อที่จะให้อยู่ในกรอบ ในร่องในรอยได้ สุดท้ายปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมา เป็นผู้นำกองทัพนี่ ปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมาผลกระทบคือสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน อีก ๗๐ ล้านคน โดนปล้นไปนี่ก็เปรียบเทียบได้ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กระบวนการในการที่ จะเข้าไปเยียวยารักษาสภาพจิตใจของกำลังพลเหล่านั้น ผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็น นายร้อย นายสิบ จนกระทั่งถึงนายพล ทั้งหมดนี้ต้องได้รับการตรวจรักษาครับ ก็หวังว่าสิ่งที่ เราได้อภิปรายในสภากันในวันนี้จะได้นำส่งไปยังรัฐบาล ไปหาทางแก้แล้วก็ป้องกันในอนาคต ไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงเลวร้ายอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่โคราชเกิดขึ้นได้อีกในที่ใด ๆ ก็ตามของประเทศไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก เชิญท่านปิยบุตรครับ🔗

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายถึงกรณีโศกนาฏกรรมที่จังหวัดนครราชสีมา ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเศร้าสลด และไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนต่างให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง อย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่การเศร้าสลดเสียใจและการให้กำลังใจนั้นต้องแยกแยะ ออกจากเรื่องการวิเคราะห์ถึงสาเหตุต้นตอของปัญหาและการหาแนวทางแก้ไข หลายท่าน ได้พูดไปแล้วว่าเรื่องนี้มีหลากหลายเรื่องมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย มาตรการจัดการเรื่องความปลอดภัย เรื่องการปฏิรูปกองทัพ เรื่องของการเยียวยา เรื่องของ มาตรการดูแลว่าสื่อจะถ่ายทอดข่าวออกไปในลักษณะแบบใด ตลอดจนเรื่องของการเยียวยา บาดแผลทางจิตใจด้วย แต่ผมขออนุญาตจำเพาะเจาะจงเฉพาะประเด็นปัญหา เรื่องปฏิรูป กองทัพครับ ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้เห็นท่านพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการ ทหารบกได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าท่านจะเร่งดำเนินการปฏิรูปกองทัพ จัดการสะสางปัญหา ภายในกองทัพ ท่านประกาศชัดเจนว่า ๘ เดือนที่เหลือท่านจะทำเต็มที่ พรรคอนาคตใหม่ เรามีนโยบายตั้งแต่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งคือเรื่องปฏิรูปกองทัพ ดังนั้นผมและเพื่อนสมาชิก พรรคอนาคตใหม่เอาใจช่วยและพร้อมที่จะสนับสนุนให้ความร่วมมือกับท่านผู้บัญชาการ ทหารบกในการปฏิรูปกองทัพให้สำเร็จ มีข้อเสนอหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บรักษา อาวุธยุทโธปกรณ์ เรื่องของที่ดินทหาร เรื่องของค่ายทหารที่อยู่ในเมืองมีความเป็นไปได้ไหม ที่เราจะย้ายค่ายทหารออกไปจากเมือง เรื่องของกองทัพต้องยกเลิกการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ต่าง ๆ เพราะนี่ไม่ใช่พันธกิจหลักของกองทัพ กองทัพอาชีพไม่จำเป็นต้องทำเรื่อง สนามม้า สนามมวย ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องทีวี (TV) วิทยุโทรทัศน์ ไม่จำเป็นต้องประกอบธุรกิจ ให้ผู้อื่นเช่าที่ดิน เรายังมีเรื่องของการยกเลิกการเกณฑ์ทหารภาคบังคับเปลี่ยนเป็นระบบ สมัครใจ มีมาตรการดูแลสวัสดิการนายทหารชั้นผู้น้อย ผมขออภิปรายจำเพาะเจาะจงอยู่ เรื่องเดียวคือเรื่องเกี่ยวกับมาตรการตรวจสอบกองทัพไม่ให้กองทัพกลายเป็นแดนสนธยา ที่ใคร ๆ ก็เข้าไม่ถึง ตรวจสอบไม่ได้ ในต่างประเทศครับ ต้นแบบประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ คือประเทศเยอรมนีซึ่งเขาผ่านวิกฤติจากสงครามครั้งที่ ๒ มา เขาจึงต้องมาจัดการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ เขามีคณะกรรมการชุดหนึ่งเป็นตำแหน่งที่เราเรียกว่าผู้ตรวจการกองทัพ รัฐสภาเป็นคนตั้งครับ ผู้ตรวจการกองทัพทำหน้าที่อะไรครับ ทำหน้าที่ ๑. ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ และ ๒. พิจารณาเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ของนายทหารชั้นผู้น้อย ทุกวันนี้ระบบวินัยทหารบอกว่า ให้ว่ากันเอง เป็นเรื่องภายในของกองทัพ ศาลปกครองมีการยกเว้นเขตอำนาจการดำเนินการ ทางวินัยทางทหารนะครับ คือถ้าคุณไม่พอใจคุณก็ร้องเรียนไปข้างในหรือเต็มที่ก็ไปศาลทหาร ส่วนใหญ่ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็ไม่กล้าที่จะทำหรอกครับ วันนี้ผมเห็นข่าวบอกว่าผู้บัญชาการ ทหารบกบอกพร้อมจะเปิดช่องทางให้นายทหารชั้นผู้น้อยร้องเรียนขึ้นมา แต่ผมเรียนว่า วิธีการตรวจสอบที่ถูกต้องจำเป็นต้องเอาองค์กรภายนอกเข้าไปตรวจสอบด้วย ประเทศไทย จึงจำเป็นต้องสร้างผู้ตรวจการกองทัพขึ้นมาครับ ไม่ใช่แค่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ แต่เป็นหลักประกันให้นายทหารชั้นผู้น้อยเวลาเขามีเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ที่เขาถูกกระทำ จากผู้บังคับบัญชาของเขา เขาจะได้ไปร้องเรียนในช่องทางนี้ เพราะถ้าร้องเรียนไปยัง ผู้บังคับบัญชาให้ตายก็ไม่มีทางสำเร็จนะครับ ผมว่านี่ก็เป็นจุดหนึ่ง เพราะต้องไม่ลืมนะครับว่า นายทหารด้านหนึ่งก็เป็นพลเมืองครับ แต่เขาเป็นพลเมืองที่ไปประกอบอาชีพทหาร เขาเป็น พลเมืองที่ไปใส่เครื่องแบบของการเป็นทหาร ดังนั้นเขามีความเป็นพลเมือง เขามีสิทธิ และเสรีภาพติดตัวเขาอยู่เหมือนกัน ผมขอแบบนี้ท่านประธานครับ เนื่องจากเวลาน้อย จำเป็นต้องข้ามขั้นตอนไป เมื่อโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นครับท่านประธาน ผู้นำจะมีภาวะผู้นำ หรือไม่เราพิสูจน์กันตอนนี้ ในต่างประเทศเวลาเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาผู้นำจะแสดงบทบาท จะแสดงออกซึ่งความเสียใจอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา จะเป็นผู้นำในการไว้อาลัย เป็นผู้นำ ในการกล่าวให้เกียรติแก่ผู้ตาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็คงไม่ได้ตั้งใจ แต่ท่านไม่แสดงออกถึงการแบ่งปันซึ่งความโศกเศร้ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ผู้นำที่ดีจำเป็น จะต้องเป็นผู้นำที่พร้อมจะเข้าใจและแบ่งปันความรู้สึก ความทุกข์ของพี่น้องร่วมชาติ แต่ว่า เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไม่สามารถแสดงออกในเรื่องเหล่านี้ได้ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถามว่า แล้วท่านจะเข้าใจพวกเขาได้อย่างไร ดังนั้นครับท่านประธาน ช่วงเวลาที่เหลืออีก ๒ นาทีนี้ ผมขออนุญาตใช้เวลาของที่ประชุมแห่งนี้สร้างธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้องครับ ธรรมเนียม ปฏิบัติที่ถูกต้องก็คือเมื่อเกิดโศกนาฏกรรมเราต้องมีพื้นที่สาธารณะพูดถึงเหยื่อที่ถูกกระทำ เราต้องมีพื้นที่สาธารณะที่จะเอ่ยถึงชื่อของเหยื่อต่าง ๆ ที่เขาถูกกระทำเพื่อการไว้อาลัย แสดงความเสียใจให้เกียรติและยอมรับนับถือเขา ทุกวันนี้จนถึงวันนี้ผ่านไปหลายวันไม่มีเลย เต็มที่ก็มีข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ดังนั้นผมขอใช้เวลาที่เหลือพูดถึงเหยื่อบางรายจากเหตุการณ์ ครั้งนี้ นายเอกวิน อินทนน อายุ ๑๘ ปี เป็นนักศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรม วิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นกำลังหลักของครอบครัวครับหลังเรียนจบ แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าห้างเทอร์มินอล ๒๑ ทำให้ครอบครัวของเขาสูญเสียพี่ชายคนโต ของบ้านไป ดาบตำรวจ ชัชวาลย์ แท่งทอง อายุ ๕๐ ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองนครราชสีมา เมื่อดาบตำรวจชัชวาลได้รับการแจ้งเหตุให้เข้าไปช่วยสกัดคนร้ายยิงประชาชนในบริเวณ วัดป่าศรัทธารวม ดาบตำรวจชัชวาลย์ขับรถยนต์สายตรวจเข้าสกัดจับคนร้ายทันทีและถูกยิง เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ดาบตำรวจชัชวาลย์คือตำรวจคนแรกที่เข้าสกัดคนร้ายไม่ให้หนี ดาบตำรวจชัชวาลย์มีบุตรสาว ๑ คน คือน้องเหมยเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ คุณพัชรา จันทร์เพ็ง หรือคุณตุ๊ก เป็นคนกาฬสินธุ์แต่มารับราชการอยู่ที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เดินทางมา จังหวัดนครราชสีมาพร้อมสามีเพื่อรอร่วมงานเลี้ยงรุ่น แต่ครูตุ๊กและเพื่อนก็ถูกยิงเสียชีวิต ขณะรถผ่านบริเวณวัดป่าศรัทธารวม เด็กชายรัชชานนท์ กาญจนเมธี หรือน้องเจมส์บอนด์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ อายุ ๑๓ ปี ถูกยิงเสียชีวิตขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ตามถนนจากการทำกิจกรรมที่โรงเรียน ครอบครัวเขาบอกไว้ว่าน้องรัชชานนท์หรือน้องเจมส์ บอนด์เป็นคนที่มีนิสัยร่าเริง เป็นเด็กน่ารัก ไม่ดื้อ ไม่ซน พ่อของเขาบอกเอาไว้อย่างนี้ครับ อยากดูแลเขาให้ดีกว่านี้แต่เขาไม่มีโอกาสแล้ว อำนาจ บุญเอื้อ พนักงานรักษาความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ มีลูกสาวอายุ ๑๐ ปี อำนาจได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ โดยไม่เกรงกลัวอันตราย เป็นหนึ่งในวีรบุรุษที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในห้างจนตัวเอง ต้องเสียชีวิต พลทหารเมธา เลิศศิริ หรือแบงค์ อายุ ๒๒ ปี สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์เป็นคนที่เฝ้าคลังอาวุธ แล้วถูกคนร้ายยิงเพื่อเอาอาวุธออกไปใช้ก่อการ คุณอภิกษณาภา ขันผักแว่น อายุ ๔๕ ปี เป็นพยาบาลโรงพยาบาลมหาราช เธอเป็นเสาหลักของครอบครัวขณะเกิดเหตุหลบอยู่ในห้องแช่เย็น กับลูกสาวจนกระทั่งคนร้ายมาเจอแล้วยิงเสียชีวิต เธอเอาร่างของเธอเข้าไปเป็นเกาะกำบัง ให้กับลูกสาวของเธอ ส่วนลูกสาวของเธอนั้นถูกยิงบาดเจ็บที่ขาแล้วจนวันนี้ก็ยังมีอาการหลอน อยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้าย คุณอธิวัฒน์ พรมสุข หรือน้องเดียร์ อายุ ๑๘ ปี นักศึกษา ปวช. ปี ๓ เป็นน้องชายคนเล็กของครอบครัว น้องเดียร์ต้องการที่จะจบการศึกษาสูง มีหน้าที่ การงานทำที่ดีคอยดูแลพ่อแม่ น้องเดียร์ก็มาหลบอยู่ที่ห้องเย็นเหมือนกันเมื่อได้ยินเสียงคนร้าย เดินมาเคาะประตูพยายามจะเข้ามาในห้อง น้องเดียร์แสดงความกล้าหาญด้วยการใช้กำลัง ของตนเองนั้นดันประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้คนร้ายเข้ามา สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวคนร้ายพังเข้ามาแล้วก็ ยิงเสียชีวิต ยังมีอีกหลายท่านไม่ว่าจะเป็นจิรวัฒน์ รัดกลาง วันชัย เวชวรรณ์ ทัศนะ หริรักษ์ ร้อยเอก ศิริวัฒน์ แสงประสิทธิ คุณพัชรา จันทร์เพ็ง ชญาภา แสงครบุรี เภสัชกรหญิงนริศรา โชติกลาง อริยา กลีบเมฆ จักรพันธ์ ชิพิมาย พีระพัฒน์ พลาสาร ศรัญพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี ตระกูล ทาอาษา เพชรรัตน์ กำจัดภัย สมเกียรติ วิชชุปัญญาพาณิชย์ กรรณิการ์ การบรรจง สุริยะ ลิมป์รัชตามร ปภัชญา นวลรักษา ปรมะ ลิมป์รัชตามร พันเอก อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ อนงค์ มิตรจันทร์ ทั้งหมดคือเหยื่อที่เสียชีวิตและยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายชื่อเหยื่อที่ผมอ่านไปบางส่วนนี้จะเป็นเหยื่อ ที่เกิดขึ้นกับโศกนาฏกรรมทำนองนี้เป็นครั้งสุดท้าย พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศจะต้อง ไม่ประสบพบเจอกับโศกนาฏกรรมแบบนี้ ถึงเวลาแล้วต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหาครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณพิมพ์รพีครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เลวร้าย ที่เกิดขึ้นที่โคราชที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีคนไทยไม่ค่อยมีความสุขค่ะ ท่านประธานเรามีปัญหา ต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่วิกฤติพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ล่าสุดคือวิกฤติอู่ฮั่น แล้วสัปดาห์นี้ก็มี ความเสียใจที่เกิดขึ้นที่โคราช ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาสาเหตุหลักที่ต้องต่อจิกซอว์ (Jigsaw) ให้ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหรือเยียวยา คือสภาพจิตใจหรือว่าสภาพปัญหาของสุขภาพจิต ของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอแนวคิดในการตรวจสุขภาพจิตฟรีให้กับประชาชน แต่น้ำหนักดูไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไร ดิฉันขออนุญาตนำมาเสนออีกครั้งหนึ่งเพราะดิฉันว่า มันมีความจำเป็นแล้วก็มีความสำคัญมาก ท่านประธานคะ ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมเราถึงต้องใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพจิต ดิฉันสามารถหาประเด็นสนับสนุนได้ประมาณ ๓ ประเด็น🔗

ข้อแรกคือความเข้าใจต่อการตรวจสุขภาพจิตของคนไทยมีทัศนคติที่เป็นลบ เราชอบคิดว่าคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตเป็นคนไม่ปกติ เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างทัศนคติ ประชาชนก็เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง🔗

ข้อที่ ๒ คือช่องทางโลกในการสื่อสารออนไลน์ (Online) สมัยนี้พัฒนาไปเร็วมาก จนกระทั่งมันสร้างความแปลกแยกระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสารอาจจะเข้าใจกันผิดไปบ้าง หรือมีความรุนแรงมากขึ้น🔗

ข้อที่ ๓ สภาพเศรษฐกิจและสังคมมันเปลี่ยนแปลงไปมาก สภาพเศรษฐกิจ ที่เข้าไปถึงยุคที่เรียกว่ายุคล่มสลายหรือสมัยของดิสรัปชัน (Disruption) ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ไปหมด คนที่ไม่เปลี่ยนจะถูกเปลี่ยน ประชาชน เศรษฐกิจมีปัญหา สภาพสังคมเกิดทัศนคติ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าโพลาไรเซชัน (Polarization) คือแบ่งเป็น ๒ ขั้ว ชอบหรือไม่ชอบ เกลียดหรือไม่เกลียด ถ้าคิดว่าตัวเองถูกคนอื่นจะเป็นฝ่ายผิดเสมอ ทุก ๆ อย่างสร้างปัญหากับ สภาพจิตของประชาชน เรามีโรคใหม่ ๆ ที่ได้ยินมากขึ้นคือโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ (Bipolar) หรือที่เรียกว่าอารมณ์แปรปรวน ทุก ๆ อย่างนี้ทำให้ประชาชนเรามีความทุกข์ค่ะ ดิฉันขอเสนอ แนวทางแก้ไข ๔ ประการนะคะ🔗

ข้อแรก คือเราควรสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนว่ามีความจำเป็นจะต้อง ตรวจสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วก็เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง ท่านประธานคะ ถึงเวลาหรือยังคะที่คนไทยจะมีโอกาสได้ตรวจสุขภาพจิตฟรีปีละ ๑ ครั้ง เช่น การตรวจสุขภาพจิตนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแลประชาชนให้มีความสุขขึ้นเรื่อย ๆ🔗

ข้อที่ ๒ รูปแบบการตรวจสุขภาพจิตที่จะทำได้ สามารถทำในสื่อออนไลน์ (Online) ให้มีการตรวจสอบที่ทำได้ง่าย ให้สร้างทัศนคติที่ดี เช่น สามารถตรวจสอบสภาพ จิตใจตัวเองได้ว่าวันนี้รู้สึกไม่สบายใจลองทำแบบทดสอบดูสิว่าสภาพจิตใจเราปกติดีหรือเปล่า ถ้าเป็นไปได้ท่านประธานคะเราบรรจุลงไปในหลักสูตรเลยว่าในการศึกษานี้ควรจะเข้าใจ เรื่องสุขภาพจิต แล้วก็บรรจุในเรื่องของสวัสดิการแรงงาน สวัสดิการของพนักงาน🔗

ข้อที่ ๓ คือควรจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ดูแลสุขภาพจิตของประชาชนเข้าไป ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เก็บข้อมูลกันอย่างจริงจัง ติดตามอาการผู้ป่วย รวมที่สำคัญที่สุด คือให้ความสำคัญกับจิตแพทย์ แพทย์ที่ดูแลเรื่องสุขภาพจิตของประชาชน ผลิตแพทย์พวกนี้ ให้มากขึ้นเพื่อดูแลประชาชน เพราะว่าโรคพวกนี้มันจะทวีความรุนแรงแล้วก็สำคัญมากขึ้น🔗

ข้อที่ ๔ เราควรจะมีบิ๊ก ดาต้า (Big data) คือเก็บข้อมูลสุขภาพจิตของประชาชน เพื่อการติดตามผู้ป่วย วิเคราะห์ วิจัยปัญหาทางสังคม เชื่อมโยงในทุก ๆ ภาคที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายและสำคัญที่สุดท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากให้กองทัพบกประสานกับกรมสุขภาพจิต ให้มีการทดสอบสุขภาพจิตของกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ทุก ๆ ๓ เดือน เพื่อคัดกรองให้คนที่ไม่พร้อมในการใช้อาวุธ ให้คนที่ไม่พร้อมในการทำความเสี่ยงนี้ มีความเสี่ยง ในการนำอาวุธไปก่อเหตุให้รุนแรงได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้การทำงานของกองทัพนั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านประธานคะเราอาจจะรู้สึกว่านี่คือวัวหายล้อมคอกหรือเปล่า แต่ดิฉันมั่นใจว่าถ้าเรากั้นคอกนี้อย่างแข็งแรงและมั่นคง ประชาชนก็จะมีความสุขมากขึ้น เหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ นี้ก็อาจจะบรรเทาได้มากขึ้นค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน ท่านเพชรดาว โต๊ะมีนา ท่านอิสสระ สมชัย ท่านนิคม บุญวิเศษ และท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เชิญคุณหมอเพชรดาวครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทุกความสูญเสีย ในเหตุการณ์ที่โคราช ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำงานอย่างหนัก แล้วยัง ขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้บาดเจ็บ และชาวโคราชทุกคนค่ะ ๕ วันที่ผ่านไป ผ่านไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ตระหนกตกใจ ใจจดใจจ่อกับข่าวกับการติดตามข่าวสาร ท่านประธานสภาเมื่อต้น ๆ ท่านได้กล่าวแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ และไม่เคยเกิดมาก่อน ในประเทศไทย ฉะนั้นมีคำถามมากมายเรื่องของผู้ก่อเหตุ สาเหตุการก่อเหตุ การนำเสนอข่าว การสื่อสารในภาวะวิกฤติ ระบบคลังอาวุธ การถอดบทเรียน หยิบเอาความผิดพลาดเพื่อเป็น บทเรียนและนำเรื่องดี ๆ มาบันทึกเพื่อวางแนวทางปฏิบัติเร่งเยียวยาแก้ไขหาวิธีป้องกัน ในอนาคต ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายในประเด็นเดียว นั่นก็คือประเด็น ในเรื่องของสุขภาพจิต ทำไมคนคนหนึ่งสามารถก่อเหตุ มีข้อคำถามมากมายเรื่องของผู้ก่อ เหตุว่ามีความผิดปกติทางด้านจิตใจหรือไม่ ติดเกมหรือเปล่า เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ความเครียดรุนแรงของเขานั้นมีสาเหตุจากอะไร ตัวตนของผู้ก่อเหตุบุคลิกภาพ สภาพทางจิตใจ สาเหตุของการก่อเหตุ คนคนหนึ่งถูกกระทำอะไรมาก่อนหรือเปล่าจนกลายเป็น สภาพที่จนตรอก คับแค้นจนสมองส่วนคิดชั้นสูงหยุดการทำงาน ที่เหลือคือสัญชาตญาณ และอารมณ์ล้วน ๆ ค่ะ พื้นฐานของผู้ก่อเหตุ ความเจ็บป่วยในอดีต ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิด ความคิดความรุนแรง เคยเกิดหรือไม่ เขาเคยมีการจัดการกับปัญหาที่เคยเกิดขึ้นนั้นอย่างไร ทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวข้างต้นนั่น ก็คือไซโคโลจิคัล ออทอปซี (Psychological autopsy) หรือภาษาไทยที่เรียกว่า ชันสูตรศพ เชิงจิตวิทยา ดิฉันต้องขออาศัยผู้เชี่ยวชาญไม่เฉพาะจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เท่านั้นนะคะ แต่ต้องรวมทั้งตำรวจ พนักงานสอบสวน หน่วยงานต้นสังกัดของผู้ก่อเหตุร้าย จากหลากหลายหน่วยงาน ต้องมาวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการก่อเหตุ วิเคราะห์สถานการณ์ วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุทุกอย่างนั่นคือชันสูตรศพเชิงจิตวิทยา ซึ่งดิฉันเน้นมากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เหตุการณ์คล้าย ๆ กัน ดิฉันเคยมีประสบการณ์ ตรงในพื้นที่ปลายด้ามขวานมา ๑๕ ปีของเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๕๒ อดีตทหารพรานกราดยิงคนละหมาดในมัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอปาร์แยอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส มีผู้เสียชีวิต ๑๐ คน บาดเจ็บ ๑๒ คน แล้วยังมีเหตุการณ์ที่กำลังพล บุกทำร้ายผู้บังคับบัญชา เหตุการณ์ที่กำลังพลเครียดต้องยิงเพื่อนร่วมงานและยิงตัวเอง เสียชีวิตมาหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นข่าวค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต มีท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงนะคะว่า กลุ่มกำลังพลมีการดูแล สภาพปัญหาสุขภาพจิตอย่างไรก่อนที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ ขณะปฏิบัติหน้าที่และหลังปฏิบัติหน้าที่ ควรมีการดูแลสุขภาพจิตอย่างครบวงจร ดิฉันเคยทำงานสมัยที่เป็นผู้บริการศูนย์สุขภาพที่ ๑๒ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำงานร่วมกันกับ ผบ.ฉก. ทหารพราน หลาย ๆ หน่วยค่ะ แต่ไม่ง่ายเลยที่พลเรือนจะทำงานกับกำลังพลต้องได้รับอนุญาตนะคะว่ามีการประเมินจิตใจ ในแต่ละระดับอย่างไรบ้าง ดิฉันมีตัวอย่างดี ๆ ค่ะ ของโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี กับศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี เขามีการทำงานวิจัยค่ะ ซึ่งน่าสนใจมากเป็นรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งทางใจของทหารก่อนที่จะออกภาคสนาม และขณะที่ปฏิบัติงานในภาคสนามก็จะมีเสนารักษ์ทหารเป็นที่ปรึกษา แล้วจะมีเพื่อนที่จะเป็น คู่บัดดี้ (Buddy) ทหาร เป็นเพื่อนที่ดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน และทราบว่าในปีนี้จะมีโปรแกรม (Program) ที่สำคัญมากนั่นก็คือเน้นผู้บังคับบัญชาให้รู้ว่าต้องมีการควบคุมตนเองอย่างไร เป็นเซลฟ์ คอนโทรล (Self control) และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารูปแบบดี ๆ ที่มีการนำร่องไป แล้วผ่านงานวิจัยไปแล้ว โรงพยาบาลค่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ ๓๗ แห่งจะนำรูปแบบนี้ไปใช้ เพื่อเป็นการป้องกันดูแลกำลังพลอย่างเป็นระบบ ประเทศเป็นบ้านทหารเป็นรั้วค่ะ ฉะนั้นข้อมูล จากการอภิปรายญัตติด่วนในครั้งนี้จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติถือว่าเป็น ประโยชน์ต่อการทำงานของรัฐบาล ต่อโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอิสสระเชิญครับ🔗

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมเสนอญัตติเกี่ยวกับ โศกนาฏกรรมที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ ผมได้ติดตามฟังเพื่อน ๆ สมาชิกผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายแสดงความรู้สึก ผมก็ไม่แตกต่างจากท่านทั้งหลายครับ โดยเฉพาะเมื่อเช้านี้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ทุกคนก็ได้ยืนไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตทั้ง ๓๐ คน บางท่านก็หลีกเลี่ยง ที่จะไปพูดว่าตาย ๒๙ คน อีก ๑ คนที่ ๓๐ เป็นผู้ก่อเหตุ ท่านประธานครับ ความจริงแล้ว ผมเห็นใจผู้ก่อเหตุด้วยซ้ำไป เพราะอะไรหรือครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ นึกอยากจะ ฆ่าคนก็หยิบปืนไปฆ่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เท่าที่ผมได้ติดตามข่าวนี้ปรากฏว่าเขาได้รับ แรงกดดันอย่างหนักจากผู้บังคับบัญชานะครับ จนกระทั่งมันทนไม่ไหว หลายสื่อลงใช้คำพูด ที่แรงถึงขั้นว่า หมาจนตรอกเห็นไหม เมื่อมันไม่มีทางไปมันก็ต้องหันมาสู้ ไม่ว่าผู้ที่จะสู้จะเป็น ผู้บังคับบัญชาหรือไม่ อันนี้เป็นอุทาหรณ์อย่างหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการการทหารในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ติดตามมาตลอด เรื่องทหาร ผมเห็นหลังเกิดเหตุแล้ว ผมนั้นไม่ได้โทษตำรวจ ไม่ได้โทษทหารที่เข้าไปแก้ไข สถานการณ์ จนกระทั่ง ๑๗ ชั่วโมงกว่าจะจบลงได้ ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่ก่อเหตุนั้นมีอาวุธร้ายแรง อยู่ในมือ ขนาดนั้นยังทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เชี่ยวชาญในการปราบเรื่องนี้คือหน่วยอรินทราช เสียชีวิตทั้ง ๒ คน นี่ครับผู้มีความเชี่ยวชาญแท้ ๆ และจุดที่ผู้ก่อเหตุไปใช้ปักหลักในการต่อสู้ คือเทอร์มินอล ๒๑ อันนั้นกักขังคนไว้จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าเป็นตัวประกัน เพราะฉะนั้นการที่จะ เสี่ยงเข้าไปทำอย่างผลีผลามโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผมเชื่อว่าการตาย จะมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งซึ่งผมขอให้กำลังใจตำรวจ ทหาร ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ทำให้สามารถหยุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ด้วยการทำวิสามัญ ฆาตกรรมกับผู้ก่อเหตุ ผมเห็นท่านผู้บัญชาการกองทัพบก ผบ.ทบ. พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ท่านได้มาพูดเหมือนกับแสดงความรับผิดชอบว่าไม่ต้องไปตำหนิทหาร ขอให้มาว่าที่ท่านคนเดียว เรื่องนี้มันไม่ใช่ที่ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียว มันจะต้องว่ากันทั้งระบบเลย เพราะอะไร เพราะการรับผิดชอบโดยการขอรับผิดคนเดียวอย่างนี้มันล้าสมัยไปแล้ว การดูแล ทหารกองทัพมีคนหลายพัน หลายหมื่น หลายแสนคนนั้น ลำพังคนเดียวไม่สามารถจะดูแล อย่างทั่วถึงหรอกครับ เว้นแต่จะมาสร้างระบบใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้น สิ่งซึ่งท่านพูด อันหนึ่งที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ท่านบอกว่าจะล้างบางธุรกิจค่ายทหารภายใน ๓ เดือน ผมอยากได้ยินคำพูดคำนี้ ไม่ใช่เฉพาะจาก ผบ.ทบ. ครับ จาก ผบ.ทอ. ก็ควรจะพูดอย่างนี้ ผบ.ทร. ก็ควรจะพูดอย่างนี้ หรือแม้กระทั่ง ผบ.สส. ก็ควรจะพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็นทหารแอบแฝงหากินจากเงินงบประมาณของทางราชการ เป็นนายหน้าก็หลายเรื่อง เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุที่กองทัพบกแล้วก็บอกว่าจะล้างบาง ที่กองทัพบก ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่ามันไม่ใช่เรื่องลึกลับ ก่อนหน้านี้ เคยได้ยินใช่ไหมครับ ไปตั้งบริษัทในค่ายทหาร ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างในค่ายทหาร แล้วก็ เซ็นสัญญารับเหมาในค่ายทหาร เคยได้ยิน แสดงว่ามันมีมานานแล้ว เพิ่งจะมาตื่นตัวก็ตอน มีการฆ่ากัน ยิงกัน อยากจะฝากไปถึงทั้ง ๓ กองทัพ ไม่ใช่เฉพาะกองทัพบก ทั้ง ๓ กองทัพ รวมทั้ง ผบ.สส. ด้วยครับว่าท่านควรจะไปดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ระบบนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เอาเปรียบนายทหารชั้นผู้น้อยยังมีอยู่ในกองทัพ ผมเคยสอบถามเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง การหาธุรกิจจากการรับเหมาก่อสร้างหรือทำธุรกิจแอบแฝงในกองทัพ แม้กระทั่งเรื่องเบี้ยเลี้ยง ของนายทหารชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะระดับพลทหารก็ดี หรือแม้กระทั่งทหารพรานก็ดีครับ ท่านลองไปถามดูได้เลยว่าจริง ๆ เขาได้รับเท่าไร และตัวเลขออกจากสำนักงบประมาณให้ เบี้ยเลี้ยงทหาร ให้เบี้ยเลี้ยงทหารพรานต่อหัวเท่าไร ไปถึงปลายทางเท่าไรสิ่งเหล่านี้ผมอยาก จะให้เป็นประเด็นสำหรับกองทัพจะไปดูแลด้วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานจริง ๆ เพราะเวลาเกิดเหตุแต่ละครั้งนั้นเชื่อไหมครับ นายทหารมืออาชีพไม่ค่อยได้รับอันตรายครับ คนที่ตายทางบ้านผมเอาธงชาติคลุมมาจากภาคใต้ก็ดีจากชายแดนก็ดี มีแต่ทหารพรานกับ พลทหารทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเลยไม่อยากจะให้เกิดมีการเอารัดเอาเปรียบกับ นายทหารชั้นผู้น้อย อยากจะให้ท่านมีการปรับปรุงแก้ไขทั้งระบบ เมื่อแก้ไขทั้งระบบมันเกิด ความเป็นธรรมแล้ว ปัญหาอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้สร้างความ เสียหายทำให้ประชาชนทั้งประเทศเสียขวัญและกำลังใจ ตกใจ ไม่คิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้ จะเกิดขึ้นในประเทศเรา เคยเห็นเฉพาะในต่างประเทศ มีการฆ่ากัน ฆ่าหมู่ ฆ่าอะไรต่าง ๆ เพิ่งจะเกิดเหตุครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าเราลำดับเหตุการณ์ดี ๆ จะพบว่าเริ่มต้นจากผู้บังคับบัญชากับ ผู้ใต้บังคับบัญชาคู่กรณีกันแค่นั้นเอง แต่เพราะว่าเหตุการณ์นี้ผมเข้าใจว่าจะมีการสะสม ความกดดันภายในจิตใจมานาน มันเลยลามบานปลายไป อยากจะฝากกองทัพให้พิจารณา เรื่องนี้ด้วยว่าให้มีการปรับปรุงทั้งระบบ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนิคมครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ก่อนที่ผมจะอภิปรายในเวลาจำกัดนี้ กระผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัว ผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ แล้วผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วก็ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่าน ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่เป็นญาติพี่น้องได้มีกำลังใจ ในการต่อสู้ชีวิต แล้วก็ฟื้นฟูชีวิต ฟื้นฟูจิตใจให้สู่สภาพเดิมในเร็ววันนี้ ท่านประธานที่เคารพ เราก็ได้มีการอภิปรายเรื่องนี้มากันหลากหลาย ผมก็ขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ในบางอย่างที่อาจจะไม่มีการพูดในที่ประชุมนี้ ก่อนอื่นผมขอพูดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าคนคนหนึ่งที่เป็นคนปกติไม่ใช่โจรผู้ร้ายสามารถกราดยิงคนได้ ขนาดนี้แสดงว่าถูกความกดดัน เกิดการไม่ได้รับความเป็นธรรม กดขี่ โดนโกง เหยียดหยาม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนไม่มีทางออกเกิดความเครียด จนเกิดความรุนแรงได้ถึงกับฆ่าคนได้ ๒๙ คน แล้วบาดเจ็บเกือบ ๖๐ คน เป็นเหตุการณ์ที่ช็อกโลก เป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าพี่น้องทุกคนในประเทศไทยนี้ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น เราเองก็ตาม จะหาวิธีป้องกันกันอย่างไร ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะผู้ใต้บังคับบัญชา หลายท่านน่าจะมีความกดดัน ไม่เฉพาะเรื่องนี้ บางครั้งผมได้ยินผู้ใต้บังคับบัญชาโดนโกง ค่าเบี้ยเลี้ยง ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็ขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องนี้ก็มาถึงเรื่องของการบริหารจัดการ ผมเชื่อครับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพบกเองก็คงจะมีการบริหารจัดการใหม่ โดยเฉพาะที่ผ่านมานั้นหลายท่าน ได้พูดไปแล้วว่าความหย่อนยานในการดูแลคลังอาวุธ แล้วก็มาตรการต่าง ๆ ที่มีการก่อการร้าย หรือมีเหตุการณ์เหล่านี้ ประเทศไทยเราอาจจะยังไม่เคยมีเหตุการณ์เหล่านี้ ผมจึงเสนอว่า ควรจะมีการฝึกแล้วก็จำลองเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา สมมุติฐานขึ้นมาว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นอีกจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้รุนแรงมากเท่านี้ โดยเฉพาะเมืองนอก เขามีทั้งเฮลิคอปเตอร์ มีการสั่งการอย่างรวดเร็วโดยผู้บังคับบัญชา ไม่ต้องรอประกาศภาวะฉุกเฉิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะจัดการได้อย่างทันทวงที ประเทศไทยเราอาจจะยังไม่เคยเจอ ผมคิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่อยากให้เกิดอีก เพราะฉะนั้นควรจะมีวิธีการป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมานี้เราก็ได้มีการโทษ โดยเฉพาะสื่อสารมวลชนก็เป็นจำเลยของสังคม จริง ๆ สื่อสารมวลชนทุกแขนง เขาก็พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เสนอข่าวตรงไปตรงมา ทันสถานการณ์เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างทันท่วงที แต่เหตุการณ์นี้ผมไม่โทษ สื่อมวลชน ผมโทษฝ่ายข่าวของภาครัฐมากกว่า ภาครัฐควรจะมีการบริหารจัดการสื่อสารมวลชน หรือข่าวให้เป็นกลาง ควรมีการถ่ายทอดข่าวเฉพาะกิจ ก็คือรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยภาครัฐเป็นผู้เสนอข่าวเอง เกาะติดสถานการณ์เสนอข่าวตรงไปตรงมาให้ประชาชนรับทราบ แล้วก็เพื่อเตือนให้ประชาชนที่อาจจะได้รับความไม่ปลอดภัยให้ปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้ ภาครัฐไม่มีการรวมการเฉพาะกิจ ไม่มีการเสนอข่าว ถือว่าการข่าวของภาครัฐค่อนข้างจะแย่ ใช้ไม่ได้ ก็อยากจะให้ไปปรับปรุง เพราะว่าการเสนอข่าวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะข่าวทุกช่อง ก็มีหน้าที่ในการเสนอข่าว แล้วก็ขายข่าว เราจะไปโทษเขาไม่ได้ครับเป็นเรื่องปกติ เพราะว่า ประชาชนอยากจะทราบว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร ฉะนั้นเราต้องโทษข้าราชการ โทษข่าว ของภาครัฐมากกว่านะครับ🔗

เรื่องต่อไปครับ ผู้ที่จะรับผิดชอบเราก็จะถามหากันตลอดเวลาว่าใครจะเป็น คนรับผิดชอบ จริง ๆ แล้วเหตุการณ์เหล่านี้ผู้รับผิดชอบสูงสุดก็คือนายกรัฐมนตรี รองลงมา ก็คือผู้บัญชาการทหารบกแล้วก็รองแล้วก็ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ครับ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอะไร ท่านเดินทางไปในเหตุการณ์ผมทราบดี แต่ท่าทีของท่านนั้นไม่ได้โศกเศร้าเสียใจอะไร ท่านก็แสดงท่าทีออกมาทำให้หลายท่าน ก็ตั้งคำถามว่าทำไมนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเราถึงเป็นแบบนี้นะครับ ท่านก็ให้เหตุผลว่า ท่านแสดงออกมาเพื่อให้กำลังใจก็ว่ากันไปนะครับ แต่แนวทางที่ผมอยากจะเสนอก็คือว่า การเยียวยา ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์แล้วเราจะทำอย่างไรให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะญาติพี่น้อง ที่โศกเศร้าเสียใจอยู่นี้ อย่างน้อยก็ลดภาระของคนเหล่านี้ก็คือการเยียวยา การเยียวยานั้น อยากให้ภาครัฐให้การเยียวยาอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์แล้วในจำนวนที่มากพอ อาจจะ ช่วยกัน ตอนนี้ผมทราบว่ามีเอกชนหลายคนที่ช่วยกันบริจาคเงินจำนวนเกือบร้อยล้านบาทแล้ว ก็ขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ช่วยกัน โดยเฉพาะพี่น้องหลาย ๆ ท่านที่ไปบริจาคเลือดก็แสดงว่า คนไทยถึงเวลาสถานการณ์แบบนี้พวกเราก็สามัคคีกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็ถือว่าเป็น เรื่องที่ดีครับ🔗

อย่างไรก็ตามครับ ผมขอเสนออีกประการหนึ่งว่าควรจะมีการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งเราได้พูดกันมานานเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ทำเร็วขึ้น การปฏิรูปกองทัพนั้นอาจจะ ใช้เวลาพอสมควร แต่สิ่งที่จะทำได้ง่ายที่สุดก็คือการปฏิรูปผู้นำกองทัพครับท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ปฏิรูปผู้นำกองทัพเอาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารจัดการเรื่องนี้ นะครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก ถึงแม้จะมีเหตุเกิดขึ้นก็สามารถที่จะกำชับเวลา แล้วก็สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ไม่ล่าช้าเหมือนเหตุการณ์นี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ นายอำเภอชวลิตครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดเดียวครับท่านนายอำเภอ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าวันนี้ผมได้บอก ให้บรรดาสมาชิกที่ต้องการอภิปรายเกี่ยวกับญัตติเรื่องของจังหวัดนครราชสีมา บางท่าน มีคิวอยากจะพูดแต่เนื่องจากวันพรุ่งนี้ท่านประธานก็คงทราบว่าเราจะต้องเตรียมการในการที่ จะต้องโหวตและดูแลงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ บางส่วนก็กลับไปก่อน ถ้าเผื่อท่านประธานดู ในรายชื่อยังเหลือเยอะเลย แล้วผมก็ยังแจกงานไปว่าใครจะพูดเรื่องอะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะ เรื่องค่าชดเชยหรือค่าฟื้นฟูอะไรต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมเกริ่นท่านประธานไว้ก่อนก็ได้ว่า อย่างน้อย ๆ ต้องไม่น้อยกว่าในส่วนที่ทัวร์จีนที่เคยมาประเทศไทย นี่ยกตัวอย่างนะครับ ในขณะเดียวกันก็ทราบว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วันนี้ก็ได้รับเงินบริจาค ๓๐ ล้านบาทแล้ว ในส่วนตรงนี้เราแยกประเด็น แตกประเด็น แตกประเด็นจนไปถึงว่าทำไมท่านนายกรัฐมนตรี ไปช้าแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ทำสัญญาณอะไรต่าง ๆ เตรียมพูดไว้หมดทุกท่านครับ แต่เนื่องจากว่าตอนนี้ ๓ ทุ่ม ท่านประธานบอกว่าไม่เกิน ๓ ทุ่ม ผมดูนาฬิกาก็เริ่มเลยมาแล้ว ก็ขอกรุณาท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอท่านชวลิตอีกท่านหนึ่งก็แล้วกันนะครับ ท่านสุดท้ายเพราะเชิญไว้แล้ว ก็คงจะพอสมควร ท่านชวลิตครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาต เรียนท่านประธาน ญัตตินี้เป็นญัตติที่สำคัญแล้วญัตตินี้ผมก็นั่งรอมา คราวนี้ต้องเรียน ท่านประธานนะครับว่าที่ท่านประธานวิป (Whip) แสดงทัศนะมาอย่างนี้ ผมเรียนนะครับว่า ผมส่วนตัวจะพูดไม่ได้อยู่ที่ท่านบอกเรื่องค่าเยียวยา พอมาถึงตอนนี้ท่านขึ้นมาท่านบอกว่า ท่านชวลิตพูดเสร็จจะปิดทำนองนั้น ผมไม่เห็นด้วยเพราะเหตุว่าจะดึกไปบ้าง แต่เรื่องนี้ท่าน ก็กำชับเวลาแล้วจะมาบอกว่าพูดซ้ำกันท่านก็ดูสมาชิกของท่านพูดซ้ำทั้งนั้น แต่ผมนี่ไม่ซ้ำ เพราะฉะนั้นถ้าตัดผมหรือตัดคนที่เหลือ ผมไม่เห็นด้วย กราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ปิดการอภิปราย หมายถึงว่าจะนำไปพิจารณากันในครั้งต่อไป ไม่ใช่การปิดการอภิปราย เพราะฉะนั้นยังมีเวลา ยังมีท่านสมาชิกต้องการจะอภิปรายอีกเกือบ ๒๐ ท่าน อย่างไรคืนนี้ ก็ไม่จบหรอกครับ เพียงแต่ว่าขออนุญาตยกไปในครั้งต่อไป ขอท่านชวลิตอีกท่านหนึ่งนะครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอคารวะดวงวิญญาณของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์มหาวิปโยคที่โคราช เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และขอแสดง ความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ตลอดจนขอเป็นกำลังใจในการยืนหยัดต่อสู้ ต่อปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้งส่วนหน้า และฝ่ายสนับสนุนที่ทุ่มเททำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ ท่านประธานครับ เหตุการณ์มหาวิปโยคที่เกิดขึ้นไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อนเลย จึงเกิดอาการช็อก ตื่นตระหนกกันทั่วประเทศ เวลามีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศเราก็วิพากษ์วิจารณ์ กันว่าใจคอของผู้ก่ออาชญากรรมทำด้วยอะไร แต่มาบัดนี้เหตุการณ์ร้ายแรงนี้มาเกิดขึ้น ในประเทศไทยเสียเองอย่างเหลือเชื่อ จึงเกิดอาการช็อก ช็อกทั้งคนไทย ช็อกทั้งโลก ทั้งประเทศ ที่สำคัญกระทบกับสังคมไทยอย่างกว้างขวางและสะเทือนใจอย่างหนัก สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนประชาชนจึงควรมีส่วนในการถอดบทเรียนรับฟังความเห็นจากตัวแทน ประชาชนอย่างกว้างขวางเพื่อนำข้อสังเกตไปปรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอเสนอเป็นข้อสังเกตต่อเหตุการณ์นี้ไว้ ๕ ประการ ดังนี้🔗

ประการแรก กองทัพควรปฏิรูปตนเองอย่างขนานใหญ่อย่างพลิกแผ่นดิน เริ่มตั้งแต่หลักคิดในการฝึกอบรม การดูแลกำลังพลอย่างคนในครอบครัว โดยยึดกฎระเบียบ และอิงหลักมนุษยธรรม ในอดีตเราจะเห็นข่าวการซ่อมทหารเกณฑ์ปางตาย และถึงขั้น ตับแตกตายก็มีข่าวอยู่เป็นครั้งคราว สะท้อนหลักคิดในการฝึกที่ควรมีการเปลี่ยนแปลงให้ ทันยุคทันสมัยและเคารพสิทธิมนุษยชน🔗

ประการที่ ๒ หน่วยที่ใช้อาวุธสงครามที่มีคลังแสง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ควรปฏิรูประเบียบปฏิบัติการเก็บรักษาอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ให้ได้อย่างเป็น มาตรฐาน ปลอดภัย ทันสมัย นี่ขนาดทหารคนเดียวยังสามารถเอาทั้งรถ ทั้งอาวุธปืนหลายชนิด พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากไปก่อการร้ายได้ ถ้าเป็นอริราชศัตรูเข้ามาก่อวินาศกรรม คลังแสงเราไม่วายวอดหรืออย่างไร กองทัพต้องเข้มงวดมากกว่านี้หลาย ๆ เท่า🔗

ประการที่ ๓ ขอเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงภัย ถึงปัญหาเหตุการณ์ร้าย ที่เกิดขึ้น และจะหาทางป้องกันร่วมกันในอนาคตอย่างไร กระผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตไว้ ดังนี้ เริ่มตั้งแต่ครอบครัว ผมหันมาดูแลครอบครัวตัวเองก่อน โดยผมได้อธิบายให้หลานฟังว่า เราต้องสร้างนิสัยที่ไม่สร้างความรุนแรง ถ้าชอบเล่นเกมเกมนั้นจะต้องไม่มีการยิงกัน รบราฆ่าฟัน กันแบบเลือดท่วมจอ เพราะอาจสร้างนิสัยชอบความรุนแรง ชมชอบการทำลายล้าง ซึ่งหลาน ก็รับฟังและเชื่อฟัง ในระดับชุมชนโบร่ำโบราณรุ่นพ่อรุ่นแม่ ปู่ย่าตายายเราได้ปฏิบัติสืบทอด กันมาก็คือในการสร้างสรรค์สังคมร่มเย็นเป็นสุข โดยใช้หลักเกื้อกูลกันในสังคม นั่นคือบ้าน วัด โรงเรียน หรือที่เรียกกันว่าบวร ศาสนิกอื่นก็เป็นโบสถ์เป็นมัสยิด บ้าน วัด โรงเรียนมีอยู่ ในทุกชุมชน อาจเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบก็จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจประชาชนโดยเฉพาะ เยาวชนให้คิดดี พูดดี ทำดี กระผมอยากเห็นภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคราชการจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย ใช้ศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม กล่อมเกลาจิตใจประชาชนและเยาวชน นี่คือการป้องกัน ระยะยาวที่สังคมควรตระหนักร่วมกันเพราะสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับเมืองไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองพุทธก็ได้เกิดขึ้นแล้วดังที่เราได้เห็นกันอยู่ ในระดับชาติประชาชนคนไทยควรมีฉันทามติ ร่วมกันในการร่างกฎหมายที่อาจจะเป็นประชามติว่าประเทศไทยจะไม่มีการใช้ความรุนแรง ในการปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป พรรคเพื่อไทยได้เสนอร่างกฎหมายป้องกันการรัฐประหาร ต่อท่านประธานสภาไว้แล้ว รอการบรรจุระเบียบวาระตามขั้นตอนต่อไป เราอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าการใช้ความรุนแรงในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด เพราะเป็นการสร้างตัวอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชนของเรา🔗

ในประการที่ ๔ ทหาร ตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ได้รับสิทธิ ได้รับ การเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ ทั้งการเลื่อนยศ เลื่อนเงินเดือน สิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุด้วยผล แต่ขอให้ทำให้เร็ว ความเดือดร้อนในครอบครัวไม่รอใคร สำหรับประชาชนทั่วไปที่บาดเจ็บล้มตายโดยไม่ใช่เกิดจากภัยธรรมชาติก็ไม่น่าจะเอาระเบียบ เยียวยาผู้ประสบภัยธรรมชาติมาปรับใช้ กรณีนี้ควรมีมาตรการโดยมีมติ ครม. ออกมายกเว้น ระเบียบปฏิบัติเป็นพิเศษ🔗

ในประการสุดท้ายประการที่ ๕ ความรับผิดชอบทางการเมือง กรณีทหาร ชั้นผู้น้อยที่ก่อเหตุร้ายไปลักชิงวิ่งราวก็เป็นความผิดส่วนตัว ผู้บริหารคงไม่ต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง แต่เหตุการณ์มหาวิปโยคที่โคราชผมขออีกสักนาทีหนึ่ง แต่เหตุการณ์มหาวิปโยค ที่โคราช ทหารชั้นผู้น้อยได้ปล้นอาวุธของทางราชการหลายรายการเป็นอาวุธสงครามทั้งสิ้น นับเป็นความหละหลวมของระบบรักษาความปลอดภัยในการกำกับดูแลของกระทรวงกลาโหม ดังนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยง มิได้ ในต่างประเทศที่เป็นอารยะคงไม่ต้องพูดถึง ป่านนี้ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบ ทางการเมืองไปแล้ว ในอดีตพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้ใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๗๙/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ปลดผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยพ้นจากตำแหน่ง สาเหตุที่ปลดก็เพราะมีพนักงานการรถไฟไปฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย ๑๓ ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสาร ในขบวนรถไฟ ผู้ว่าการรถไฟต้องรับผิดชอบเมื่อเทียบเคียงคดีกันแล้วเหตุการณ์ก่อการร้าย ของทหารนายหนึ่งในการสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่โคราชทั้งตายและบาดเจ็บจำนวนมาก ความเสียหายเทียบกันไม่ได้เลยถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีสำนึกรับผิดชอบ ทางการเมืองต่อบ้านเมืองต่อประชาชน ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง ขอขอบคุณ ครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมี ท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปราย ๒๐ ท่าน แล้วก็คงจะมีมากกว่านี้อีก ผมขออนุญาตนำไป พิจารณาในการประชุมคราวต่อไปนะครับ วันนี้ต้องขอปิดประชุมก่อนครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๒๖ นาฬิกา