รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
--------------------
เรียนท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อ และเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณสมหญิง บัวบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ ดิฉันได้นำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและความต้องการของพี่น้องประชาชนเพื่อจะแก้ปัญหา เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิตอยู่🔗
ปัญหาแรก คือหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตอนนี้ภัยแล้งเข้ามา กระหน่ำซ้ำ ความต้องการของพี่น้องประชาชนคืออยากได้ไฟฟ้าและบ่อน้ำขนาดเล็ก ซึ่งบ่อน้ำ ขนาดเล็กเป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจะไปทำการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ในที่ไร่ที่นา ของตัวเอง เนื่องจากว่าไฟฟ้าต้องรออนุมัติยากและลำบากในการที่จะได้ไฟฟ้าอยากจะขอ ความกรุณาท่านประธานได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การดูแลพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันเคยนำเรื่องนี้เสนอต่อสภา ไปครั้งหนึ่งแล้ว บ้านหนองแคน หมู่ที่ ๖ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ มีน้ำจำนวนมาก แต่น้ำเป็นสีแดงตามภาพและมีตะกอนมาก ตอนนี้เครื่องกรองน้ำในหมู่บ้านนี้ ใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ชาวบ้านต้องการให้ทางรัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือเร่งด่วน ตอนนี้ตื่นเช้ามา นักเรียนจะไปโรงเรียนไม่ได้ต้องไปรอน้ำจากการบริจาคของหน่วยงานแต่ละวัน วันละ ๒ คันรถ ไม่เพียงพอต่อประชากรในหมู่บ้าน ๗๐๐ คน ๖๘๕ ครอบครัว สิ่งที่เราต้องการขณะนี้คือ ๑. ระบบกรองน้ำ ๒. ถังเก็บน้ำใส ๓. ระบบสูบน้ำพร้อมอุปกรณ์ไฟฟ้าติดตั้งให้ใช้งานได้ ตอนนี้ เดือดร้อนจริง ๆ เพราะได้หารือมาครั้งหนึ่งแล้วก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หวังว่าท่านประธาน จะให้ความกรุณาประสานงานนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เนื่องจากว่าผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายมนูญ ศิริธรรม รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้จัดทำแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาในที่ดินสาธารณะ สิทธิพลเมืองใช้ร่วมกันแปลงทุ่งม่วงงาม หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขออนุญาตให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชในการ ก่อสร้างปรับปรุงและพัฒนาสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งที่ดิน แปลงนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เข้าไปสร้างสนามกีฬาเมื่อปี ๒๕๔๘ และแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๑ ทุกวันนี้มีพี่น้องประชาชนเข้าไปใช้ร่วมจำนวนวันละ ๑,๐๐๐ คน และใช้เป็นสนามกีฬาที่มาตรฐานในภาคใต้ใช้ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ แต่เนื่องจาก ติดข้อระเบียบกฎหมายบางอย่างไม่สามารถเข้าไปพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากจะนำเรียนผ่านไปทางประธานสภาไปถึง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ทำแผนที่และรังวัด ให้เรียบร้อยว่าที่ดินแปลงนี้เป็นแผนที่อย่างไรแล้วก็จะได้ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้วย ฝากนำเรียนท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทยด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แล้วก็ตามด้วยคุณนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะ วันนี้ธัญมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่อง เรื่องที่ธัญได้รับแจ้งจากประชาชนนั้นก็คือการละเมิดของรัฐที่กระทำ ต่อประชาชน ธัญจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ🔗
เรื่องแรก คือการร้องเรียนจากประชาชนว่าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้นำภาพถ่าย ของคนไข้ไปใช้โดยไม่ได้รับการยินยอม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแล้วยังละเมิดต่อ คำประกาศรับรองสิทธิและพึงปฏิบัติต่อผู้ป่วย ณ ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๑๒ การละเมิดสิทธิ ส่วนบุคคล แล้วยังละเมิดต่อคำประกาศรับรองสิทธิและพึงปฏิบัติต่อผู้ป่วย ณ ที่ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ ข้อ ๖ ผู้ป่วยนั้นมีสิทธิที่จะปกปิดข้อมูลของตนเองค่ะ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องเกี่ยวข้องกับการเลือกปฏิบัติทางเพศโดยไม่เป็นธรรม โดยมีประชาชนร้องเรียนสถานีตำรวจชุดสืบสวนจับกุมของสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ต่อผู้ต้องหารายหนึ่งที่โพสต์ (Post) เกี่ยวกับการรับราชการของพลทหารบุคคลข้ามเพศและ มีการแจ้งการดำเนินการทางคดี แต่พฤติกรรมของชุดจับกุมนั้นพนักงานสอบสวนนั้นกระทำ ต่อผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศโดยขาดมิติ ความเข้าใจและการคำนึงถึง เรื่องเพศ จึงอยากจะขอสอบถามแนวทางของอนาคตของพนักงานตำรวจว่าควรจะมีแนวทาง ปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไปหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี ๒๕๕๘ มาตรา ๑๗ การกำหนดนโยบายกฎระเบียบ ประกาศ มาตรการโครงการหรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานรัฐ เอกชน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีลักษณะ ที่เลือกปฏิบัตินั้นจะกระทำโดยมิได้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรศิษฎ์ และตามด้วยคุณมนตรี ตั้งเจริญถาวร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่ผมอยากจะหารือกับท่านประธานเป็นเรื่องของสิ่งที่ขอยึดเหนี่ยวจิตใจพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดสตูล นั่นก็คือเรื่องของศาสนาครับ โดยจังหวัดสตูลเองเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่สวยงามและยั่งยืน ผมและท่าน ส.ส.พิบูลย์ รัชกิจประการ ก็ได้รับ การร้องเรียนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดว่าคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ได้ทำเรื่องของบก่อสร้างขยายอาคารที่ทำการอิสลามประจำจังหวัดเนื่องจากที่ทำการเดิมนั้น ค่อนข้างมีพื้นที่ที่ค่อนข้างคับแคบ เวลาจะทำพิธีหรือว่ามีภารกิจต่าง ๆ พื้นที่ก็ไม่เพียงพอ ก็ได้ยื่นเรื่องมา ๒-๓ ปีแล้ว ล่าสุดจนถึงตอนนี้เรื่องก็ยังเงียบยังไม่มีอะไรขยับ นอกจากนั้น ในส่วนของวัดก็เช่นกันครับ คณะกรรมการวัดอาทรรังสฤษฎิ์ อำเภอละงู ก็ได้ทำเรื่องขอบูรณะ โรงครัวซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ยื่นเรื่องไปตอนนี้ก็ยังเงียบเหมือนกัน ผมจึงอยากจะฝาก ท่านประธานส่งเรื่องนี้ต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้มีการติดตามความคืบหน้า ของทั้ง ๒ โครงการนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ ในส่วนของประชาชนเราก็ต้องดูแล ในส่วนของ ผู้นำเราก็ต้องดูแล คือเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมไปถึง อปพร. และพี่น้อง ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ น้ำไม่ไหลไฟไม่สว่าง งูเข้าบ้าน ก็ต้องคอยดูแลครับ คิดอะไรไม่ออกก็บอกเจ้าหน้าที่เหล่านี้ แต่กลับกันครับพอมาดู สวัสดิการเมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบนั้นก็ต้องบอกได้ว่าสวนทางกันจึงอยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาเรื่องเหล่านี้ให้มีความเหมาะสม มากขึ้นด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณมนตรี และตามด้วยคุณประกอบ รัตนพันธ์ นะครับ เชิญคุณมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มนตรี ตั้งเจริญถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย มีข้อหารือ ๑ เรื่องครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ตำบลบางตะไนย์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้จัดหาสถานที่ออกกำลังกายลานกีฬาเป็นที่พักผ่อน โดยกระผมได้ลงพื้นที่เห็นพื้นที่บริเวณใต้สะพานพระราม ๔ ฝั่งตำบลบางตะไนย์ ซึ่งเป็นระหว่าง ตอม่อใต้สะพานเป็นพื้นที่ว่างสามารถนำมาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ โดยการ ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นลานกีฬาและสถานที่พักผ่อนได้เหมือนกับใต้สะพาน ถนนชัยพฤกษ์ ตัดกับถนนราชพฤกษ์จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพื้นที่นี้อยู่ใน ความดูแลของกรมทางหลวงชนบท จึงขอนำเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบครับ และตามด้วยท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานวันนี้กระผมขอหารือท่านประธานเรื่องสำคัญสัก ๑ เรื่อง คือเนื่องมาจากว่าพี่น้อง ชาวตำบลนาไม้ไผ่และพี่น้องชาวตำบลเขาขาวได้ร้องเรียนกับผม ๑ เรื่อง คือเนื่องมาจากว่า พี่น้องชาวตำบลนาไม้ไผ่ พี่น้องชาวตำบลเขาขาวได้ร้องเรียนกับผมเพื่อที่จะให้ช่วยประสาน ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชก่อสร้างถนนเส้นช่องเขาลูกช้าง ระยะทาง ๒,๙๖๐ เมตร ถนนเส้นนี้เชื่อม ๒ ตำบลครับ พี่น้องชาวตำบลเขาขาวสัญจรเดินทางไปยัง ตำบลนาไม้ไผ่ใช้เวลาเพียงนิดหน่อย ระยะทางไม่ถึง ๓ กิโลเมตรแต่ถ้าเกิดไม่มีถนนเส้นนี้ พี่น้อง ๒ ตำบลนี้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒๐ นาที ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นพี่น้องเขาเดือดร้อนมาก อยากให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ก่อสร้างเป็น ถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีตเพื่อย่นระยะทางในการติดต่อเดินทางของพี่น้อง ๒ ตำบล กราบเรียนท่านประธานว่าถนนเส้นนี้มีอุปสรรคนิดหน่อยเพราะว่าเป็นพื้นที่ป่าของอ่าวกลาย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนเพื่อเป็นผลประโยชน์ของพี่น้องราษฎร พี่น้องประชาชนก็ขอให้ ทางกรมป่าไม้ได้พิจารณาเพื่ออนุญาตให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ก่อสร้างถนนเส้นนี้ด้วย เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและถนนเส้นนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากบนยอดเนิน ดูทิวทัศน์ของอำเภอทุ่งสง แล้วก็เป็นพื้นที่ที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ ก็ขอความเมตตาท่านประธาน เพื่อประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวิวัฒน์ชัย ตามด้วยคุณสาธิต อุ๋ยตระกูล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง เพื่อบอก กล่าวไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๑ นายเสวียน บุญทะสิม สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเสืองข้าว ได้ร้องทุกข์มาว่าพี่น้องประชาชนในตำบลเสืองข้าว หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ และ หมู่ที่ ๑๐ นั้น ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากประปาในหมู่บ้านนั้นได้ชำรุดเสียหาย ได้ร้องขอไปยังองค์การ บริหารส่วนตำบลเสืองข้าวให้แก้ไข ผลปรากฏว่าร้องขอไปปีที่ ๑ ปีที่ ๒ ปีที่ ๓ ก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไข เหตุผลก็เนื่องจากว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสืองข้าวได้มีข้อพิพาทกับ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเสืองข้าว จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ไขได้ ได้มีการร้องขอ ไปยังนายอำเภอศรีรัตนะ ศูนย์ดำรงธรรม แล้วก็ทางท้องถิ่นจังหวัด แต่ผลปรากฏว่าก็ยังไม่มี การแก้ไขจึงถือโอกาสนี้นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ซึ่งเอกสารผมจะได้นำส่งท่านประธาน และที่สำคัญที่สุด ก็คือข้อบัญญัติขององค์การบริหารส่วนตำบลนี้ก็ยังไม่ผ่าน🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าได้รับการร้องทุกข์จากผู้นำหมู่บ้านหลายตำบล ในอำเภอเบญลักษ์และอำเภอศรีรัตนะ อำเภอไพรบึง อำเภอพยุห์ ว่าขณะนี้น้ำในห้วย หนอง คลอง บึง ได้เหือดแห้งหายไปส่งผลกระทบให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรม ในเขตพื้นที่ ๓ อำเภอ จึงขอให้ท่านประธานบอกกล่าวไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมจะส่งเอกสารผ่านไปทางท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสาธิต ตามด้วยคุณฐิตินันท์ แสงนาค เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมทางหลวง ทางหลวงจังหวัดเพชรบุรี กระทรวงคมนาคมนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ของบประมาณก่อสร้างและออกแบบสะพานข้ามแยกและทางลอด ทางหลวงหมายเลข ๔ บริเวณแยกนิคม ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ กม. ที่ ๑๘๒+๑๘๒🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงออกแบบและก่อสร้างสะพานข้ามแยกและ ทางลอดทางหลวงหมายเลข ๔ แยกหุบกะพง ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กม. ที่ ๑๘๗+๖๐๗🔗
เรื่องที่ ๓ ของบประมาณก่อสร้างสะพานข้ามแยกและทางลอด ทางหลวง หมายเลข ๓๗ ถนนบายพาส (Bypass) กม. ที่ ๑๐+๕๒๓ ตำบลสามพระยา แยกห้วยตาแปด อำเภอชะอำ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมทางหลวงออกแบบและก่อสร้างสะพานข้ามแยกบ้านช้าง แทงกระจาด ถนนบายพาส (Bypass) ทางหลวง ๔. อำเภอชะอำ ให้กรมทางหลวงออกแบบ ก่อสร้างสะพานข้ามแยกบ้านช้างแทงกระจาด ถนนบายพาส (Bypass) ทางหลวงหมายเลข ๓๗ กม. ๑๖ บวก ๘๓๓ ตำบลชะอำ และ ๕. อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เรื่องของบประมาณ ขยายทางก่อสร้าง ถนนลาดยาง บ้านท่าซิก บ้านเขาลูกช้าง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ทางหลวงหมายเลข ๓๔๑๐ กม. ๓–กม. ๑๔ บวก ๕๐๐ ระยะทาง ๑๑.๕ กิโลเมตร จาก ๒ เลน (Lane) เป็น ๔ เลน (Lane) นะครับ ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านตำบลท่าไม้รวก ตำบลกลัดหลวง ตำบลเขากระปุก แล้วอีกหลายหมู่บ้านได้ใช้สัญจรอยู่จึงมีปริมาณรถที่มากแล้วก่อให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยทั้ง ๕ โครงการนี้ ผมขอนำเสนอกรมทางหลวงเพื่อของบประมาณดูแล ชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนถึงความปลอดภัยของพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรี และนักท่องเที่ยว ที่สัญจรผ่านจังหวัดเพชรบุรีไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อไป🔗
เชิญคุณฐิตินันท์ ตามด้วยนางสาวกุลวลี นพอมรบดี ท่านฐิตินันท์เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง ท่านประธานครับระยะเวลา ๒-๓ เดือนมานี้ผมไม่มีเรื่องหารือ ท่านประธานมาเลย เนื่องจากว่าทางเทศบาลนครขอนแก่น และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน เจ้าหน้าที่ขอภาพด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ จังหวัดขอนแก่นคือ เมืองสมาร์ต ซิตี (Smart City) ต้นแบบของเมืองไทย จะเห็นได้ว่าถนนที่ท่านเห็นอยู่ในภาพนี้ ชื่อว่าถนนศรีจันทร์ ซึ่งเป็นถนนหลักของเมืองขอนแก่น บริเวณที่ตั้งตัดกับถนนรอบเมือง จะเห็นว่ามีเสาไฟฟ้าบางส่วน จะใช้คำว่าโผล่ขึ้นมาก็ไม่ได้ครับ จะเห็นกันว่าตั้งอยู่ริมถนน แทนที่อยู่บนฟุตพาท (Footpath) ถนน เสาไฟฟ้าตรงนี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ล่าสุด การไฟฟ้าได้เอาสีดำสีเหลืองมาทาไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้มองเห็น แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหา ปลายเหตุ การแก้ปัญหาต้นเหตุก็คือต้องย้ายเสาไฟฟ้าพวกนี้ขึ้นไปอยู่บนฟุตพาท (Footpath) เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย ผมฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เทศบาลนครขอนแก่นหรือผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเอง จังหวัดขอนแก่นถือว่าเป็นสมาร์ต ซิตี (Smart City) ต้นแบบของเมืองไทยโดยเฉพาะเรื่อง การจราจรสมาร์ต โมบิลิตี (Smart Mobility) ซึ่งจะมีรถไฟฟ้ารางเบาใช้เป็นจังหวัดแรก ของเมืองไทย อย่าให้ภาพอย่างนี้ปรากฏให้เห็น ถนนเส้นนี้เป็นถนนหลักของเมืองขอนแก่น ฝากท่านประธานไปถึงผู้รับผิดชอบให้รีบดำเนินการให้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อเชิญคุณกุลวลี ตามด้วยท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากว่าดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคณะครูและผู้ปกครอง โรงเรียนวัดอมรินทราราม ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ถึงปัญหาอาคารเรียน ๒ ชั้น ที่อายุเก่าแก่มากกว่า ๓๐ ปี เกิดการทรุดตัวและมีรอยร้าว ซึ่งตอนนี้ก็ได้อพยพเด็ก นักเรียนไปเรียนอีกอาคารหนึ่ง ซึ่งทั้งโรงเรียนมีอาคารแค่อาคารเดียว ท่านประธานคะ เด็กนักเรียน ๓๐๐ กว่าคนนั้นต้องไปเรียนอยู่ที่อาคารเดียวซึ่งสภาพค่อนข้างที่จะแออัด โดยโรงเรียนนี้อยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลหลักเมือง ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดพิจารณาจัดสรร งบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ให้กับเด็ก ๆ ด้วย แล้วในอนาคตโรงเรียนนี้ก็จะ ขยายแผนการเรียนการสอนจากประถมศึกษาปีที่ ๖ ไปถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงชนบทจัดสรรงบประมาณการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง บนถนน รบ. ๔๐๓๘ พิกัดเริ่มตั้งแต่หน้าเซเวนอีเลฟเวน (7-Eleven) เทศบาลตำบลหลุมดิน ประมาณกิโลเมตร ๔ จนถึงหน้าวัดประเสริฐราษฎร์รังสรรค์วิทยา ตำบลหนองกลางนา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ประมาณกิโลเมตรที่ ๙ เนื่องจากว่าปัจจุบันถนนเส้นนี้ใช้ไฟฟ้าแสงสว่างของ ทาง อบต. และเทศบาลซึ่งไม่เพียงพอ บ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุและเกิดการจี้ปล้นกันค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงชนบทจัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง บนถนน รบ. ๔๐๐๔ พิกัดทางเข้าหมู่บ้านรวกขวางจนถึงทางเข้าวัดหนองตาหลวง ตำบลหินกอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เส้น รบ. ๔๐๐๔ นี้ค่อนข้างยาว ด้านนี้จะวิ่งไปจนถึงวงเวียนห้วยไผ่ ซึ่งก็จะโหว่แค่ช่วงนี้ หินกอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เส้น รบ. ๔๔๐๔ นี้ค่อนข้างยาว ด้านนี้จะวิ่งไปจนถึง วงเวียนห้วยไผ่ ซึ่งก็จะโหว่แค่ช่วงนี้ที่ยังไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งสามารถที่จะวิ่งไป ทางจอมบึง โพธารามได้ ซึ่งฝั่งนี้ก็ยังไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างเช่นกัน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกิตติศักดิ์ ตามด้วยนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอนำเรียนหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดมหาสารคามก็คือเรื่องน้ำ ซึ่งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข🔗
๑. คือการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยแอ่ง ห้วยแอ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีพื้นที่ ๒,๖๐๐ ไร่ ความจุประมาณ ๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่การเกษตรครอบคลุม ๒๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุม ๒ จังหวัด จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดร้อยเอ็ด มีตำบลโนนภิบาล ตำบลหนองกุง อำเภอแกดำ ตำบลท่าตูม ตำบลห้วยแอ่ง อำเภอเมืองมหาสารคาม แล้วก็ ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอศรีสมเด็จ และตำบลแคนน้อย ตำบลสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ปัจจุบัน พื้นที่อ่างเก็บน้ำมีเพียง ๔.๙ ล้านลูกบาศก์เมตรจาก ๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ขอให้ กรมชลประทานซึ่งทราบว่าอยู่ในเขตชลประทานจังหวัดร้อยเอ็ดดำเนินการแก้ไขโดยด่วน🔗
๒. คือปัญหาภัยแล้ง ขอให้มีการขุดลอกลำห้วยสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ ตำบลราษฎร์พัฒนา ตำบลเกิ้ง ตำบลตลาด ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม ขอให้ขุดลอก ลำห้วย ๔ ลำห้วย ก็คือลำห้วยหนองขี้เป็ด ลำห้วยกุดซุย ลำห้วยหนองฤทธี ลำห้วยกุดอ้อ เนื่องจากมีความตื้นเขินแล้วก็ทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็จังหวัดมหาสารคามเป็น จังหวัดที่ไม่มีต้นทุนเกี่ยวกับเรื่องน้ำ แล้วก็มีอ่างเก็บน้ำไม่กี่แห่ง ฝนตกน้ำก็ท่วมแล้วก็ไม่มีที่เก็บน้ำ ก็นำเรียนว่าในพื้นที่นี้เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน มีความจุทุกอ่างเกิน ๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็อยากให้กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินแก้ไขต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพัชรินทร์ ตามด้วยคุณศักดินัย นุ่มหนู นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวชุมชนการเคหะบ่อนไก่ เขตปทุมวันค่ะ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจาก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนการเคหะบ่อนไก่ ซึ่งชุมชนนี้มีประชากรกว่า ๑๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีอาคารสูงอยู่หลายอาคาร บางตึกสูงถึง ๑๒ ชั้น แต่ถูกละเลยในเรื่องของลิฟต์มีสภาพ ที่ชำรุดทรุดโทรมขาดการบำรุงรักษา อาคารเหล่านี้ก็มีทั้งผู้สูงอายุแล้วก็มีทั้งผู้ป่วยติดเตียง ทำให้ค่อนข้างที่จะลำบากในการที่จะขึ้นลง แล้วก็มีในเรื่องของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งดิฉันได้เคย หารือท่านประธานไปหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการใด ๆ เป็นเรื่องต้นไม้ใหญ่ บริเวณรอบ ๆ ของชุมชน เคยมีการล้มทับบ้านเรือนเสียหาย แต่โชคดีที่ยังไม่ล้มทับคน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อยากจะขอให้ดำเนินการส่วนนี้ด้วยรวมไปถึงไฟฟ้าส่องสว่าง มีหลายจุด ที่ไฟมืดซึ่งอาจจะเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดอันตรายเกิดอาชญากรรมกับพี่น้องประชาชนได้🔗
และสุดท้ายเป็นเรื่องของการลอกท่อในพื้นที่ของชุมชนนี้ ไม่ได้รับการลอกท่อ อย่างต่อเนื่องทำให้เมื่อเวลาที่มีฝนมาก็เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ดิฉันจึงอยากจะขอให้ ทางหน่วยงานเข้ามาดำเนินการลอกท่อก่อนหน้าฝนที่จะเข้ามา จึงอยากขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังการเคหะให้ดำเนินการทั้ง ๔ เรื่องนะคะ เรื่องลิฟต์ เรื่องต้นไม้ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง และการลอกท่อค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศักดินัยครับ ตามด้วยคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ จังหวัดตราดบ้านผมถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ๔ ตัว เศรษฐกิจหลักประกอบไปด้วย เรื่องประมง ประมงสถานการณ์ ณ เวลานี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ๔ ตัว เศรษฐกิจหลัก ประกอบด้วยเรื่องของประมง ประมงสถานการณ์ ณ เวลานี้ก็อยู่ในสภาพที่พี่น้องชาวประมง เดือดร้อน ย่ำแย่ ก็ถือว่าวิกฤติกันพอสมควรทีเดียวครับ🔗
ตัวที่ ๒ ก็คือเรื่องการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตราด ก็คือเกาะช้าง เกาะกูด ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ทรุดโทรมเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งพี่น้องสมาคมต่าง ๆ เรื่องของการท่องเที่ยวก็เผชิญกับภาวะวิกฤติพอสมควร อีกตัวหนึ่งคือเรื่องของราคายางพารา ซึ่งต้องบอกว่าตกต่ำมาอย่างต่อเนื่องสำหรับเรื่องของราคายาง พี่น้องเกษตรกรยางพารา ก็เดือดร้อนครับ🔗
อีกตัวหนึ่งที่เป็นตัวหลักก็คือเรื่องของผลไม้ ซึ่งที่ผ่านมานั้นก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ ที่พี่น้องชาวสวนพึงพอใจครับ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ฤดูกาลของการเก็บเกี่ยวที่ใกล้เข้ามา เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ออกมา เป็นจำนวนมาก ต่อสถานการณ์ที่ไวรัสระบาดอยู่ในขณะนี้ ผมอยากที่จะได้เรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการเพื่อที่จะได้รองรับในการแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้า ที่จะต้องถูกส่งออกไปได้หรือไม่ได้นั้นยังเป็นเรื่องที่ยังต้องเป็นห่วงหรือวิตกกังวลกันอยู่ แล้วก็ การที่จะต้องเตรียมการตลาดรองรับ การที่จะกระจายสินค้า มิฉะนั้นแล้วตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของจังหวัดตราดพี่น้องชาวสวนทางภาคตะวันออกด้วยก็จะเผชิญกับภาวะวิกฤติเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลแก้ไขโดยเร่งด่วนเพื่อมิให้เกิดสภาวะความทุกข์ยาก ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวตราดและพี่น้องชาวภาคตะวันออก ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านเกษม อุประ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากว่าผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันมีปัญหามากในเรื่องของโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือโรคโคโรนา (Corona) เนื่องจากถ้ารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาไม่ไปประกาศเพื่อให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของการควบคุมโรคระบาดจะมีผลต่อเนื่อง ไปถึงการท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปของฝรั่ง เขากลัวว่าจะเป็นการติดโรคระบาด จากประเทศอื่น ๆ ได้🔗
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่ในจังหวัดกระบี่มีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและกลุ่มเด็กนักเรียน ผู้ปกครองได้ร้องเรียนผมมาในเรื่องของพื้นที่ ในเรื่องหวยหุ้นวันหนึ่ง ๔ รอบ เพราะฉะนั้นวันหนึ่ง จะมีเงินหมุนเวียนในการขายหวยหุ้นไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท ถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อวัน ๔ รอบ เพราะฉะนั้นการให้หวยหุ้นไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ กระทรวงการคลัง ในพื้นที่และช่อง ๙ ในการถ่ายทอด อันนี้ก็ต้องขอในการควบคุมเพื่อที่จะให้ พี่น้องประชาชนในฐานรากเข้าถึงหวยหุ้นได้น้อยลง🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่ ในเรื่องของการพักหนี้ผู้ยากไร้ เกษตรกร และข้าราชการชั้นผู้น้อย และชนชั้นกลาง ขออนุญาตพูดกันบอกว่าในส่วนของ หอการค้าน่าจะมีการพักหนี้ในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยสัก ๑ ปี เพื่อที่จะบรรเทาในเรื่อง ของภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาก อันนี้ก็ขอฝากเรียนท่านประธานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านเกษม ตามด้วยคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนครครับ เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่อยู่อาศัยกับพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ เนื่องจากเดิมใช้แผนที่โดยการระบบรังวัด แต่ปัจจุบันใช้ภาพถ่ายทางอากาศ และใช้จีพีเอส (GPS) จับพิกัดพื้นที่ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำเคลื่อนจากจุดเดิมทำให้เกิด ความวิตกกังวลหวาดกลัว กลัวว่าที่ดินซึ่งปู่ย่าตายายได้อาศัยมา ๑๐๐-๒๐๐ ปี จะถูกยึดจะ ถูกจับกุมคุมขัง จึงฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการชี้แจงแก้ไขปัญหาเพื่อให้คนกับป่าอยู่ได้อย่างมีความสุขด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เส้นทางสัญจรสายบ้านนาแต้ ดอนคำ ตำบลนาแต้ อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร ซึ่งอันเดิมนั้นเป็นถนนลาดยางแต่ปัจจุบันได้เสียหายโดยสิ้นเชิง และผมเคย ได้นำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมแห่งนี้แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงจากทางหลวงชนบท บอกว่าได้โอนถนนสายนี้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ได้แจ้งว่าไม่มีงบประมาณและผมได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งคนเก่าได้เกษียณไปแล้ว คนใหม่มาท่านบอกว่าจะดำเนินการแก้ไขซึ่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แวว ฤดูฝนก็กำลังใกล้เข้ามา ผมจึงฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและทางหลวงชนบทแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยเร่งด่วนด้วยครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณอาดิลัน ตามด้วยคุณมณฑล โพธิ์คาย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอนำปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยางเรื่องสถานการณ์โรคใบร่วงในยางพาราจากเชื้อรา ชนิดใหม่ เพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ท่านประธานครับ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๒ มีเหตุใบร่วงในยางพาราจากเชื้อราชนิดใหม่ระบาดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ มีความเสียหายเป็น เนื้อที่รวมประมาณ ๗๗๒,๐๐๐ ไร่ ชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปัญหาดังกล่าวนี้ ประมาณ ๘๑,๐๐๐ กว่าราย จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือจังหวัดนราธิวาสจำนวน เนื้อที่ประมาณ ๗๓๒,๐๐๐ ไร่ โรคใบร่วงในยางพาราสายพันธุ์ใหม่นี้กำลังซ้ำเติมเกษตรกร ชาวสวนยางซึ่งปัจจุบันนี้ราคายางก็ตกต่ำอยู่แล้ว และส่งผลกระทบให้กับเกษตรกรขาดรายได้ โรคดังกล่าวนี้ทำให้ใบร่วงเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลงประมาณ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้รายได้แต่ละครัวเรือนลดน้อยลง ปัจจุบันคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการเกษตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อิสมะแอ เจ๊ะหลง และทีมงานวิจัยได้วิจัยได้คิดค้นสารชีวะภัณฑ์ในการควบคุมและรักษาโรคดังกล่าว ได้แล้ว และได้มีการร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่างในการวิจัยแล้วก็ใช้ กับแปลงสาธิตและได้ผลแล้ว แต่จากการนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวต่อต้นสังกัด ของการยางแห่งประเทศไทยเองกลับไม่ได้รับการดูแล กลับไม่ได้รับข้อมูลหรือแนวทาง การแก้ปัญหาที่ชัดเจนไม่มีงบประมาณในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน จึงฝากทาง ท่านประธานโปรดมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและในส่วนรายละเอียดผมจะนำเสนอ เป็นเอกสารเรียนให้กับท่านประธานต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณมณฑล ตามด้วยท่านอิสสระ สมชัย นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้ พรรคอนาคตใหม่ ขอหารือท่านประธานเรื่องทางเดิน คสล. ที่ชุมชนคลองปักหลักพัฒนา ทางเดิน คสล. แห่งนี้ที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ในการสัญจรไปมา ประมาณ ๓๐ ปีแล้ว ทาง คสล. แห่งนี้มีความกว้างประมาณ ๑.๒๐ เมตร และที่สำคัญคือ ไม่มีราวสะพานกั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่พี่น้องประชาชนจะเดิน ที่ผ่านมาทาง คสล. แห่งนี้ ได้มีประชาชนและลูกหลานในชุมชนได้ตกคลองเสียชีวิตมาแล้ว ๑ ราย และที่ตรงใต้สะพาน เชื่อมถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออกถนนหมายเลข ๙ ได้มีการสร้างค่อมทางเดิน คสล. แห่งนี้จากพื้น คสล. ถึงคานสะพานมีความสูงเพียง ๑.๕๐ เมตร ซึ่งเป็นปัญหาในการสัญจรไปมาและที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนในชุมชนแห่งนี้ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ชนคานใต้สะพานเสียชีวิตตกน้ำไปแล้ว ๒ ราย เพราะฉะนั้นเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือสำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานครให้มาช่วยปรับปรุงและพัฒนาหรือสร้างทางเดิน คสล. ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ให้มาช่วยปรับปรุงและพัฒนาหรือสร้างทางเดิน คสล. แห่งนี้ขึ้นใหม่ให้มีความกว้างกว่าเดิม และให้มีราวสะพานกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุให้พี่น้องประชาชนตกลงไปในน้ำอีกต่อไป ให้ตลอดแนว ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านอิสสระครับ ตามด้วยคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีข้อหารือที่จะกราบเรียน ท่านประธานสภาเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเนื่องจากการขาดแคลนน้ำ อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ซึ่งได้รับการร้องเรียนมารวม ๓ จังหวัดดังต่อไปนี้นะครับ จังหวัดอุบลราชธานีผมได้รับการร้องเรียนจากนายวีระ รูปคม อดีตผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี มีลำห้วยขนาดใหญ่ ๓ แห่ง ได้แก่ ลำห้วยชาทุง ลำห้วยกระจีน และลำห้วยบังโกย ลำห้วย ทั้ง ๓ แห่งนี้น้ำไหลผ่าน ๔ อำเภอ คืออำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทรไปตกที่ลำน้ำโขง ลำห้วยทั้ง ๓ แห่งนี้ประชาชนอาศัยทำการเกษตรมาตลอด ปัจจุบันถ้าเป็นฤดูแล้งจะไม่มีน้ำในลำห้วย นายประสาน พฤกษชาติ ผอ. สำนักชลประทานที่ ๗ นายสัมพันธ์ เดือนศิริรัตน์ ผอ. โครงการชลประทานอุบลราชธานี ได้ให้ช่างไปทำการสำรวจ เบื้องต้นและเสนอว่าควรสร้างประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ปากห้วยทั้ง ๓ แห่ง และทำฝายน้ำล้น เป็นขั้นบันไดตลอดความยาวของลำห้วยจะสามารถแก้ไขน้ำให้กับประชาชนได้ตลอดปี🔗
จังหวัดที่ ๒ คือจังหวัดขอนแก่น ได้รับการร้องเรียนจากนายวุฒิพงศ์ ศุภรมย์ ว่าอ่างเก็บน้ำที่ใช้ทำการประปาของเทศบาลอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น อ่างเก็บน้ำหนองบัว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และลำห้วยโปร่งแจ้ง ทั้ง ๓ แห่งนี้ขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก นายวุฒิพงศ์ได้นำนายประวัติ ผอ. ชลประทานจังหวัดขอนแก่น และทางการปกครองจังหวัด ไปทำการสำรวจเบื้องต้นแล้ว ต้องการให้ทางรัฐบาลหาทางช่วยเหลือต่อไป🔗
จังหวัดที่ ๓ คือจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการร้องเรียนจากนายภูมิสิทธิ์ มาประจงค์ นายชาญชัย โตพฤกษา แจ้งว่าหนองพลวงตั้งอยู่ที่ตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย มีเนื้อที่ ประมาณ ๔๐ ไร่ ประชาชนได้ใช้น้ำแห่งนี้ทำการเกษตรกว่า ๑,๕๐๐ ไร่ ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน ฤดูแล้งไม่มีน้ำ ขอให้ชลประทานจัดงบประมาณเพื่อดำเนินการขุดลอกให้กับราษฎรต่อไป รายละเอียดแต่ละโครงการนี้กระผมจะมอบให้ทางท่านประธานเพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวันนิวัติตามด้วยคุณนัทธี ถิ่นสาคู นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอชนบท เนื่องจาก ถนนเชื่อมระหว่างตำบลโนนพะยอม และตำบลวังแสง ในเขตพื้นที่อำเภอชนบท เส้นทางจาก บ้านห้วยแร่ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ จนถึงหมู่บ้านบ้านโซ่งจนถึงถนนเส้นบ้านโซ่ง วังแสง ซึ่งผมได้เคย หารือไปแล้วครั้งแรก ระยะทางทั้งหมด ๑๐ กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นถนนลูกรังเป็นเส้นทางสำคัญ ที่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ใช้ลำเลียงผลผลิตการเกษตร จึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องอำเภอเปือยน้อย ขอให้ปรับปรุงถนนการเกษตร ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างบ้านวังหิน หมู่ที่ ๒ ตำบลสระแก้ว ไปจนถึงบ้านห้วยแร่ หมู่ที่ ๗ ตำบลวังม่วง ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นถนนลูกรัง เส้นทางดังกล่าวตัดผ่านไร่มัน ไร่อ้อย เป็นทางลัดไปสู่ตัวอำเภอ นักเรียนนักศึกษาใช้เดินทางเป็นประจำ จึงขอฝากท่านประธานครับ🔗
เรื่องสุดท้ายเรื่องของพี่น้องอำเภอหนองสองห้อง ขอให้ปรับปรุงถนนหมายเลข ขก. ๓๐๒๕ และถนนหมายเลข ขก. ๓๐๒๐ ตั้งแต่บ้านไทยนิยม หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองสองห้อง ไปจนถึงบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ ๖ ตำบลดอนดู่ ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันเป็นถนนดิน เดินทางสัญจรลำบากมากเกรงว่าถ้าเข้าหน้าฝนแล้วจะยิ่งเดินทางลำบากมากยิ่งขึ้น ขออนุญาต ฝากท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนัทธีตามด้วยคุณเอกการ ซื่อทรงธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นัทธี ถิ่นสาคู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำเรียน สภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งปีที่แล้วนั้นสามารถทำรายได้ให้กับประเทศถึงกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สภาพ ณ ปัจจุบันสิ่งที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ก็คือโรงแรมหลายโรงแรม ในขณะนี้ได้ปิดตัวลงแล้วทั้ง ๆ ที่ช่วงสภาพ ณ ปัจจุบันสิ่งที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ก็คือโรงแรม หลายโรงแรมในขณะนี้ได้ปิดตัวลงแล้ว ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซัน (High season) รถบัส รถตู้ที่จดทะเบียนในจังหวัดภูเก็ต ๘,๐๐๐ กว่าคัน ณ ปัจจุบันนี้ได้ออกวิ่งบริการนักท่องเที่ยว เพียงวันละไม่เกิน ๒๐ คันเท่านั้น เรือนำเที่ยวไม่ต้องพูดถึงจอดนิ่งสนิทอยู่เทียบท่าเพราะไม่มี ชาวจีนใช้บริการคิงเพาเวอร์ (King power) แหล่งชอปปิง (Shopping) ขนาดใหญ่ แล้วก็ มีทุนสำรองค่อนข้างเยอะ ขณะนี้ปิดตัวไปแล้ว ทั้งหมดนี้คือผลพวงของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตนั้นได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่สามารถจัดการเรื่องของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดติดเชื้อไวรัสจากจังหวัดภูเก็ต ไม่มีผู้เสียชีวิต ด้วยโรคนี้ในจังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตปลอดภัยจากโรคนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สภาพที่เกิดขึ้น ตอนนี้ผู้ประกอบการ พนักงานกำลังจะตาย ตายทั้งเป็นครับ แล้วก็ตายยกครัวด้วยจากผลพวง ของโรคนี้ สิ่งที่ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตต้องการในขณะนี้ก็คือต้องการที่จะได้รับการจัดสรร งบพิเศษหรืองบลงทุนฉุกเฉินเพื่อพยุงให้เกิดความอยู่รอด ณ นาทีนี้ผมนึกใครไม่ออกว่าใคร ที่จะสามารถจัดการได้อย่างทันท่วงทีนอกจากคนที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเอกการ ตามด้วยคุณรังสิมา รอดรัศมี นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ทางสำนักงานเทศบาลตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ได้ทำหนังสือร้องเรียนมายังผมเพื่อไต่ถามความคืบหน้าโครงการถนนจำนวน ๔ โครงการคือ โครงการปรับปรุงซ่อมผิวจราจรแอสฟัลท์ติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) รหัสทางหลวง ท้องถิ่น พร.ถ. ๑๐-๐๐๑ ๑๐-๐๐๒ ๑๐-๐๐๓ ทั้ง ๓ ตอนนี้เป็นถนนสายบ้านมหาโพธิ์ ถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ พร.ถ. ๑๐-๐๐๔ ถนนสายบ้านสุฮันถึงบ้านต้นห้า ถนนทั้ง ๔ โครงการเป็นเส้นทางถนนสายหลักที่นักศึกษาใช้เดินทาง มาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นเส้นทางลำเลียงพืชผลการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ และยังเป็นเส้นทางลัดของ ประชาชนทั่วไปที่เดินทางไปยังอำเภอลอง จังหวัดแพร่ ปัจจุบันผิวจราจรเกิดชำรุดทรุดโทรม สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของราษฎร ผู้ที่สัญจรได้ ผมขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับปรุงผิวถนนเพื่อการสัญจรอย่างสะดวก และปลอดภัยครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของภัยพิบัติน้ำกัดเซาะตลิ่งพังในพื้นที่บ้านผาหมู หมู่ที่ ๘ ตำบลร้องกวาง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ในช่วงน้ำหลากที่ผ่านมานั้นได้ทำให้ตลิ่งบริเวณ ดังกล่าวพัง และทำให้น้ำทะลักเข้ามาในสวนไร่นาของเกษตรกรเกิดความเสียหายในวงกว้าง หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีปัญหานี้จะทวีความรุนแรงขึ้นครับ หากพ้นช่วงน้ำแล้ง การซ่อมแซมอาจเป็นไปได้ยาก กรณีนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนถือว่าเป็นผลกระทบจากภัยพิบัติ ทางเกษตรกรในพื้นที่มีความประสงค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับปรุงและซ่อมแซมตลิ่ง เพื่อจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวรังสิมา ตามด้วยนางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบอาชีพขับเรือพานักท่องเที่ยวทางน้ำ🔗
เนื่องจากเสาไฟสมัยก่อนจะอยู่ ริมตลิ่ง แต่ตอนนี้ตลิ่งมันพัง เสาไฟก็เลยเลื่อนมาอยู่กลางคลอง ตามคลองต่าง ๆ เวลาเรือขับ พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุและสายไฟอยู่ติดกับน้ำเลย ก็ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปย้ายเสาไฟขึ้นไปบนตลิ่งนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือผักตบชวาและต้นไม้ที่อยู่ ๒ ฝั่งคลอง การสัญจรไปมาไม่ได้รับ ความสะดวก ดิฉันไปหาเสียง ดิฉันติดเป็นชั่วโมงเลยค่ะ กว่าจะออกได้ไม่สามารถออก ๒ ฝั่งคลองการสัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวก ดิฉันไปหาเสียงนี่ดิฉันติดเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะ ออกได้ ไม่สามารถออกได้เลยต้องเอามีดไปฟันแล้วก็จะเต็มลำคลองนี่แทบจะทุกคลองเลย เพราะฉะนั้นก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำจัดขยะแล้วก็ต้นไม้ ๒ ฝั่งคลองมีปริมาณมาก แล้วก็ทำให้เรือไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และอีกอันหนึ่งคือสิ่งที่รุกล้ำลำน้ำ ก็จะมีสิ่งก่อสร้าง บางคลองก็จะเอาเสาไปปักเพื่อที่จะดักปลา เพราะฉะนั้นก็จะทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจร ไปมาอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ แล้วคลองนี้ก็ตื้นเขินก็อยากให้ขุดลอกคลองเพื่อเรือที่สามารถ พานักท่องเที่ยวจะได้ไม่ไปติดขอนไม้หรือว่าเวลาน้ำแห้งไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ก็ช่วยให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นกรมเจ้าท่าได้ไปดำเนินการในสิ่งนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณรังสิมา เอาภาพหาเสียงเมื่อปีที่แล้วมาแสดงใช่ไหมครับ🔗
ท่านคะ อันนี้หาเสียง แต่ปัจจุบัน มันก็ยังเป็นอย่างนี้เหมือนเดิมค่ะ🔗
ผมแซวเล่น เฉย ๆ ครับ🔗
กลัวท่านจะเข้าใจผิดว่าปีหนึ่งแล้ว มันผ่านไปแล้ว🔗
ต่อไปเชิญ นางสุภาภรณ์ครับ ตามด้วยนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จากคุณนุชนารถ สว่างอภัย และพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านมั่นคง เคหสถานราศรีธรรม ซึ่งเป็น โครงการสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ตั้งอยู่ในซอยเพชรเกษม ๔๘ แยก ๔-๗ แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันนี้ขึ้นอยู่กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. นั่นเอง ด้วยสภาวะปัจจุบันนี้เศรษฐกิจมีการถดถอยทำให้พี่น้องประชาชนนั้นมีความยากลำบาก ในการที่จะทำมาหากินเพื่อให้รายได้นั้นเหมาะสมกับรายจ่าย จึงก่อให้เกิดสภาวะของการติดหนี้ ค้างหนี้ ซึ่งโครงการนี้จะมีการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานราศรีธรรม แล้วเก็บเงินจากสมาชิก เพื่อที่จะส่งยอดเงินไปให้เป็นค่าบ้านและค่าที่ดินให้กับทาง พอช. และจากการร้องทุกข์ของ พี่น้องประชาชน ดิฉันจึงได้ไปหาข้อมูลว่าลักษณะแบบนี้บ้านมั่นคงนั้นในประเทศไทยมีอยู่ถึง จำนวน ๑,๒๐๐ กว่าโครงการ มีพี่น้องกว่า ๑๘,๐๐๐ ครัวเรือน และเพื่อเป็นการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนและช่วยลดปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้อง ซึ่งขณะนี้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดำเนินการพักชำระหนี้ให้กับ พี่น้องกลุ่มนี้เป็นระยะเวลา ๓ ปี เพื่อที่จะให้พี่น้องนั้นได้มีโอกาสพัฒนาต่อไปค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ คุณไพลินครับ ตามด้วยคุณละออง ติยะไพรัช นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันเองมีข้อหารือผ่านไปยังท่านประธานสภา ๒ ประเด็นด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ แล้วก็ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากท่านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ท่านกรีฑา เข่งสมุทร ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาเกลือได้ร้องทุกข์ถึงดิฉันเรื่องเกี่ยวกับกำลังพลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสาขา เนื่องจากสถานีตำรวจภูธรสาขามีต้องดูแลทั้งหมด ๒ ตำบล ๑๒ หมู่บ้าน มีจำนวนประชากร ๔๙,๐๐๐ คน เขตรับผิดชอบดูแลทั้งหมด ๘๔ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ค่อนข้างห่างไกลกัน ดังนั้นคนในพื้นที่ตำบลนาเกลือได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของอัตรา ตำรวจที่ไม่สามารถเข้าไปดูแลประชาชนได้ ซึ่งประเด็นนี้ชาวบ้านได้ร้องทุกข์มาผ่านดิฉันเอง ว่าตำรวจเองมีน้อยแล้วก็ไม่ได้เข้าไปในเขตหมู่บ้าน ดังนั้นดิฉันเองก็ได้ปรึกษาหารือไปยัง ท่านผู้กำกับ ซึ่งท่านก็ได้ชี้แจงมาแล้วว่ากำลังพลตำรวจ ณ ปัจจุบันมีทั้งหมด ๓๑ คน ซึ่งตรงนี้ จะพยายามที่นำตำรวจเข้ามาดูแล ดิฉันเองอยากที่จะขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอจำนวน อัตรากำลังพลตำรวจเพิ่มมากขึ้นค่ะเพื่อที่จะมารองรับความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งค่ะ สถานีตำรวจภูธรสาขา ณ ปัจจุบันทรุดโทรมและไม่สามารถไป อยู่อาศัยได้ ทาง สภ. อ. ต้องมาเช่าอาคารพาณิชย์ ดังนั้นขอเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของบประมาณลงมาสร้างสถานีตำรวจหลังใหม่ให้กับพื้นที่ตำบลสาขา ขอนำเรียนเรื่องนี้ผ่าน ไปยังท่านประธานสภาค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณละอองนะครับ ตามด้วยคุณธนยศ ทิมสุวรรณ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันจะหารือท่านประธานในเรื่องของปัญหาก็คือภัยแล้งนะคะ พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะ ในพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงรายเองก็ได้ประกาศเขตภัยพิบัติเรื่องของภัยแล้ง เมื่อวานนี้ แต่ปัญหาก็คือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการที่จะตัดสินใจในการใช้ วิจารณญาณว่าส่วนไหนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ดิฉันขอยกตัวอย่างนะคะ ทุกวันนี้ท้องถิ่นจะขนน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนในการบริโภคด้วย แต่ท้องถิ่น ไม่สามารถที่จะซื้อท่อน้ำในการที่จะเอาน้ำมาใช้ในท้องถิ่นได้ อันนี้เป็นปัญหาในเรื่องของ การบริหารจัดการ ดิฉันอยากจะฝากไปที่กระทรวงมหาดไทยว่าการผ่อนปรนในการที่จะให้ อำนาจท้องถิ่นในการทำงานนี้อาจจะช่วยให้กับพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนได้แก้ไข ปัญหาได้ไวขึ้น🔗
และปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนนะคะ ถนนม่วงหมูสี หมู่ ๗ ตำบลจันจว้าใต้ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ตอนนี้เป็นหินคลุกแล้วก็ในภาวะแบบนี้ฝุ่นละอองเต็มไปหมด ดิฉันอยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยโดยผ่านท้องถิ่นช่วยในการทำถนนให้กับพี่น้องเกษตรกร และเมื่อวานนี้เองดิฉันไปประชุมพรรคแล้วก็ได้นั่งคุยกับแท็กซี่ปัญหาของแท็กซี่คนนี้คือว่า ในเรื่องของอายุการใช้มิเตอร์ของแท็กซี่ ตอนนี้แท็กซี่เองปัญหาของเขาคือในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของผู้โดยสารก็ไม่ค่อยมี แล้วก็อายุของการใช้มิเตอร์จากเดิม ๙ ปีก็จะหมดอายุ แล้วก็ ทางแท็กซี่เองเห็นดิฉันไปประชุมพรรค ก็ฝากมาว่าอยากจะให้กระทรวงคมนาคมโดยขนส่งทางบก ขยายการใช้มิเตอร์ของแท็กซี่จาก ๙ ปีเป็น ๑๒ ปี ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธนยศนะครับ ตามด้วยคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องปัญหาไฟไหม้ป่าในเขตพื้นที่จังหวัดเลย ทั้งอุทยานแห่งชาติภูเรือ และภูกระดึง กินเนื้อที่กว่า ๓,๔๐๐ ไร่ ปัญหาไฟป่าของจังหวัดเลยเกิดจากปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตกเป็นระยะเวลาเกือบ ๔ เดือน ทำให้สภาพอากาศและสภาพพื้นดินแห้งแล้ง สุ่มเสี่ยง ต่อการเกิดไฟ ปัญหาไฟอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเกิดจากฝีมือมนุษย์ ทั้งนี้เราควรมี วิธีป้องกันและเตรียมพร้อมให้รัดกุม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแนวป้องกันไฟป่า การให้ความรู้ แก่นักท่องเที่ยวในการเยี่ยมชมอุทยาน และที่สำคัญคือแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่จำนวนของเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์อีกทั้งสวัสดิการก็ยังไม่เหมาะสมกับปัญหาและภาระงาน ดังนั้นผมจึงขอความกรุณาท่านประธานสภาทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จากที่ผมได้ลงพื้นที่อำเภอท่าลี่ อำเภอเชียงคาน และอำเภอวังสะพุง ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้นำชุมชนเกือบทุกหมู่บ้านว่าตอนนี้จังหวัดเลยประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภค เดือดร้อนเป็นอย่างมาก บางหมู่บ้านไม่ใช่แค่จะไม่มีน้ำใช้ น้ำจะกินยังไม่มี ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดเข้าไปดูแลพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ จึงขอความกรุณา ท่านประธานทำหนังสือไปถึงกระทรวงมหาดไทยให้สั่งการไปยังส่วนราชการในจังหวัดเลย เข้าไปดูแลและหาทางช่วยเหลือปัญหาผู้มีผลกระทบอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ตำบลดอนศิลา อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะ พี่น้องในตำบลบ้านดอนเหนือ หมู่ที่ ๑๖ และหมู่ที่ ๗ สันม่วงคำ และหมู่ที่ ๘ บ้านดอน เนื่องจากว่ามีข่าวคราวออกทีวี (TV) เมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องโรงรับซื้อลานยาง ของสถานที่ซึ่งไม่ระบุนาม ผมเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนเขาได้รับปากเอาไว้ว่า เขาจะทำชั่วคราว ที่สำคัญก็คือไม่มีการขออนุญาต ไม่มีการทำประชาคม🔗
และที่สำคัญก็คือได้รับปากกับชาวบ้าน ว่าจะเคลื่อนย้าย แต่ปรากฏว่า ๒ ปีแล้วครับ ชาวบ้านที่ดอนศิลาเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องกลิ่น เรื่องอากาศหายใจไม่ได้เลย ต้องเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ชาวบ้านได้ไปร้องเรียนทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ดำรงธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ ผมเรียน ท่านประธานว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้มีอิทธิพลที่ไปรับซื้อยางซึ่งเป็นบริษัท ที่ไม่ได้รับการอนุญาต ไม่มีใบอนุญาตสักอย่างเลย แต่ทำความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน แต่เขาขอว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะขอความช่วยเหลือจากสภาผู้แทนราษฎรของเรา และถ้าหากไม่ได้เขาจะทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ฝากท่านประธานว่าขอให้เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดได้ช่วยเถอะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะเดือดร้อน ถึงพระเนตรพระกรรณ สิ่งที่สำคัญก็คือพี่น้องประชาชนที่มีอายุ เด็ก คนชรา เดือดร้อน อย่างที่ประธานเห็นนะครับ เดือดร้อนมา ๓ ปีแล้ว ปีนี้ปรากฏว่าก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ เลย จังหวัด อำเภอเอาไม่อยู่ครับ เพราะว่าเบื้องหลังบริษัทนี้มีผู้มีอิทธิพลเข้าไปดูแล เข้าไปจัดการ ไม่ว่าจะฟ้องศาลหรือว่ามีคดีต่าง ๆ ก็เสร็จสิ้นไปทุกอย่างนะครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดาครับ ตามด้วยนางสาวธนพร โสมทองแดง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ปรีดา บุญเพลิง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเรื่องการพัฒนา แหล่งน้ำในชุมชน ขณะนี้ปัญหาการพัฒนาแหล่งน้ำมีปัญหาอย่างมากมาย โดยเฉพาะห้วย หนอง คลอง บึงที่ตื้นเขิน ปัญหาที่ตามมาก็คือการจะเอาดินที่ห้วย หนอง คลอง บึงไปทิ้งในที่อื่น มีปัญหาในเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำเป็น ปัญหาและอุปสรรคในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น หนองหนึ่งที่จะขุดลอกปรากฏว่าที่ทิ้งดินไม่มี ถ้าจะเอาไปทิ้งก็อยู่ไกลมีปัญหา ชาวบ้านอยากได้ดินไปถมที่เพื่อที่จะสร้างบ้านก็ทำไม่ได้ และให้ซื้อดินในราคาแพง เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานเพื่อเป็นการแก้ปัญหานั่นก็คือ ขอให้มีการกระจายอำนาจเรื่องนี้ไปให้ท้องถิ่นและท้องที่เป็นผู้ดำเนินการให้ชาวบ้านซึ่งเขา เป็นเจ้าของหนองได้มีการประชุมตกผลึกในการที่จะเอาดินไปทิ้งที่ไหนโดยรัฐไม่ต้องลงทุน ถ้าเขาอยากได้ดินก็ให้ชาวบ้านเขาประชุมกันแล้วตกลงว่าหนองนี้เขาจะขายดิน ขายได้แล้ว เอาเงินตัวนี้ไปพัฒนาหมู่บ้านของเขามันก็จะทำให้รัฐไม่ต้องลงทุน เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหา สิ่งนี้ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนโดยรัฐไม่ต้องลงทุน เพียงแต่กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ได้มีโอกาสดูแลพื้นที่ของเขามันถึงจะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน จึงขอเรียนผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลกฎระเบียบและแก้ไขปัญหาโดย ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ดำเนินการในการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณธนพรครับ ตามด้วยคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โดยเรื่องนี้รัฐบาลที่ผ่านมาได้กำหนดไว้ว่า ให้มีการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมืองหลายคนพูดว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือหลังเลือกตั้ง ดิฉันไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจในการปฏิรูปประเทศทางด้านการเมือง หรือไม่ เรามีผู้แทนที่ไม่เคารพเสียงประชาชนที่เลือกมา โยกไปย้ายมาจนทำให้ไม่มีจุดยืน แสดงให้เห็นการปฏิรูปตามแผนที่เขียนไว้ไม่ได้ผล ดิฉันทราบข่าวมาว่าคณะกรรมการปฏิรูป ด้านการเมืองไม่มีสภาพเป็นกรรมการแล้ว หลายคนลาออกไปเป็น ส.ว. หลายคนไปลงเลือกตั้ง สรุปว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำอย่างไรกันแน่ อย่าบอกนะคะว่าการปฏิรูปทำสำเร็จแล้ว เพราะกฎหมายปฏิรูปประเทศด้านการเมืองยังไม่มีความคืบหน้า ดิฉันจึงฝากท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้มีความชัดเจนในเรื่องปฏิรูปด้านการเมืองหรือว่าเห็นด้วยกับ การเมืองแบบเก่าที่เคยรังเกียจเสียแล้ว จึงไม่มีความคืบหน้าในการปฏิรูปการเมืองดังกล่าว ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ คุณวัชรพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ฝากไปถึงทางรัฐบาล คือท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานสภาที่เคารพ ขณะนี้ที่จังหวัดนครราชสีมา โคราชบ้านผมได้เกิดเหตุในเรื่องของภัยแล้งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด ๒๔ ตำบล ท่านประธานทราบไหมว่าวันนี้ ๑๒ ตำบล มีปัญหา เรื่องภัยแล้ง สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้วทางลำตะคอง ได้มีการดำเนินงานปล่อยน้ำ เพื่อจะไปช่วยเหลือพี่น้องในเขตอำเภอโนนสูง ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ เดือน แต่ใน ๒ เดือน ที่ผ่านมานั้นทำให้พี่น้องเกษตรกรที่อยู่บริเวณ ๒ ฝั่งของลำตะคองได้พากันทำนาปรังเป็นจำนวน ถึงหมื่นกว่าไร่ซึ่งเกิดเหตุอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันในวันนี้ที่อำเภอเมืองเดือดร้อนน้ำจะต้อง ดึงน้ำจากลำตะคองมาที่โคราชในเขตอำเภอเมืองเป็นระยะทางถึง ๑๑๐ กิโลเมตร เราได้เปิดน้ำ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ผ่านพ้นมาถึงวันนี้ ๙ วันแล้ว จนกระทั่งพรุ่งนี้น้ำถึงจะมาถึงในตัวเมืองโคราช ผมจึงมีเรื่องฝากไปถึงทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำอย่างไร ที่ท่านจะมีการบัญชาสั่งการให้ทางอำเภอหรือพี่น้องชาวตำบลต่าง ๆ ได้ช่วยกันครับ หยุดทำ เกษตรกรรมก่อนอย่างน้อยให้มีน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค ๒. อยากจะให้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ เร่งด่วนในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ขาดน้ำให้เตรียมรถเตรียมขุดเจาะ บ่อบาดาลโดยเร่งด่วน และอย่างที่ ๓ ที่ผมอยากจะฝากไปก็คือทำอย่างไรที่จะให้มีกระบวนการ ในการประชุมหารือกันกับผู้ใช้น้ำ ไม่อย่างนั้นแล้วผมเชื่อมั่นว่าอีกประมาณเดือนเศษ ๆ ก็จะเกิด การแย่งชิงน้ำและเป็นปัญหากับพี่น้องประชาชน จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๓๖๑ ท่าน เมื่อสักครู่นี้ภาพหน้าจอถือว่าครบองค์ประชุม แล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ท่านสมาชิกก่อนจะมีการถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ผมขอเรียน ให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะขอให้ไปดำเนินการถามและตอบ ในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ที่ห้องประชุมหมายเลข ๒๐๓ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป วันนี้ท่านประธานชวน หลีกภัย กรุณาให้เกียรติไปนั่งเป็นประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๕๕ ส. (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ขณะนี้ท่านรัฐมนตรี ก็เข้าสู่ห้องประชุมแล้ว เชิญท่าน ส.ส.ชวลิตได้ถามกระทู้เลยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอนาแก อำเภอปลาปาก อำเภอวังยาง และ ๓ ตำบลของอำเภอเมืองนครพนมนั่นก็คือ ตำบลบ้านผึ้ง ตำบลกุรุคุ และตำบลวังตามัว ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณา เสียสละเวลามาตอบกระทู้ถามสดด้วยตนเอง ผมมีประเด็นที่จะสอบถามนโยบายการให้ ความเป็นธรรม เพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนในการถูกดำเนินคดี และเรียกค่าเสียหายฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ และนโยบายการรักษาป่า คนกับป่าจะพึ่งพา อาศัยกันและกันอย่างไร โดยมีสาระที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรีดังนี้🔗
ด้วยมีอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ๒ สามีภรรยา ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ซึ่งเป็น ราษฎรหมู่ที่ ๑๒ ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ได้เดินทางมาร้องเรียนกับ กระผมที่สำนักงานอำเภอนาแกว่าได้รับหมายศาล นัดให้ไปศาลจังหวัดนครพนมในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ที่จะถึงนี้เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายจากคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติภูผายล ในท้องที่ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก โดยคุณลุง คุณป้า ๒ สามีภรรยาได้เข้าไปแผ้วถางป่า เป็นเนื้อที่เพียง ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เรียก ค่าเสียหายกับคุณลุง คุณป้า ๒ สามีภรรยาดังนี้🔗
๑. ค่าเสียหายจากการทำให้อุณหภูมิอากาศเพิ่มขึ้นหรือฐานทำให้โลก เกิดภาวะโลกร้อนคิดเป็นเงิน ๑๑,๒๒๓ บาท🔗
๒. ค่าเสียหายจากปริมาณน้ำที่ระเหยไป ๔,๓๓๒ บาท🔗
๓. ค่าเสียหายจากปริมาณดินที่สูญหายไป ๑,๕๘๐ บาท🔗
๔. ค่าเสียหายจากปุ๋ยเอ็นพีเค (NPK) ที่สูญหายไป คิดเป็นปุ๋ยไนโตรเจน จำนวน ๒,๒๗๕ บาท ปุ๋ยโพแทสเซียมจำนวน ๖๙ บาท ปุ๋ยฟอสฟอรัสจำนวน ๓๘๘ บาท รวมเป็นเงิน ๑๙,๘๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับตั้งแต่วันที่จำเลยบุกรุก ในปี ๒๕๕๔ รวมเป็นเงิน ๓๒,๒๒๔.๐๔ บาท กระผมเห็นว่าเป็นการเรียกค่าเสียหาย ที่ค่อนข้างจะทันสมัยมากและน่าจะเป็นคดีแรก ๆ ของประเทศไทยที่ปรากฏต่อสาธารณะ เพียงแต่มาเรียกค่าเสียหายจากคนยากคนจนที่แผ้วถางที่ดินที่ติดกับพื้นที่ทำกินของตนเอง เพียง ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ท่านประธานครับ ผมได้ถามความเป็นมาของการถูกดำเนินคดี ได้ข้อมูลโดยสรุปดังนี้ครับ🔗
หลังจาก ๒ สามีภรรยาออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทยตามนโยบายรัฐบาล ในขณะนั้น ได้ออกมาจับจองที่ดินทำกินที่หมู่ ๑๒ ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก เป็นพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เนื้อที่ ๕ ไร่ ในช่วงเกิดเหตุในปี ๒๕๕๔ ผู้ร้องได้แผ้วถางที่ดินซึ่งมีพื้นที่ ติดกันกับที่ดินทำกินของตนเองเพื่อปลูกกล้วยซึ่งเป็นเนื้อที่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ได้ถูก เจ้าหน้าที่อุทยานจับกุมขณะขุดดินเพื่อปลูกกล้วย ได้ของกลางมีจอบ ๑ ด้าม มีด ๑ เล่ม และขวาน ๑ ด้าม ถูกฟ้องศาลดำเนินคดีฐานแผ้วถางป่า บุกรุกป่า ศาลจังหวัดนครพนม พิพากษาคดี ปี ๒๕๕๗ ตัดสินลงโทษจำคุก ๙ เดือน ปรับ ๑๒,๐๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุกแค่ ๔ เดือนครึ่ง ปรับ ๖,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอ การลงโทษ เมื่อจำเลยชำระค่าปรับจำนวน ๖,๐๐๐ บาท ก็คิดว่าคดีสิ้นสุดแล้ว แต่ปรากฏว่า มีหมายศาลให้ ๒ สามีภรรยาไปชำระค่าเสียหายดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวแจ้งว่ายากจน ไม่มีเงิน ชำระค่าเสียหาย ในขณะนี้มีรายได้จากการเกษตรเล็ก ๆ น้อย ๆ รายได้หลักคือเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ จึงมาร้องขอความเป็นธรรมจาก ส.ส. ว่าการเรียกค่าเสียหายจากคนยากคนจน ซึ่งรุกล้ำเข้าไปแผ้วถางที่ดินทำกิน เนื้อที่ที่ดินที่ติดกันกับที่ทำกินเดิมเพียง ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ดังกล่าว รัฐถึงกับเรียกค่าเสียหายที่ทำให้เกิดโลกร้อน คิดค่าปุ๋ยเอ็นพีเค (NPK) ที่สูญหายไป เชียวหรือ ชาวบ้านตัดพ้อมาและขอความช่วยเหลือมา จึงขออนุญาตถามคำถามแรกดังนี้ครับ🔗
๑. การเรียกค่าเสียหายกรณีมีผู้บุกรุกเข้าไปแผ้วถางที่ดินของรัฐฐานทำให้ เกิดภาวะโลกร้อน ฐานทำให้น้ำและดินเสียหายและฐานทำให้ปุ๋ยเอ็นพีเค (NPK) สูญหาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายไปแล้วกี่คดี ผลคดีเป็นอย่างไร และได้ดำเนินการโดยเสมอหน้ากันหรือไม่ ทั้งผู้บุกรุกรายใหญ่ รายเล็ก รายน้อย เพราะปัจจุบันมีข่าวการบุกรุกที่ดินของรัฐทั่วประเทศหลายรายบุกรุกเป็นหลักร้อย หลักพันไร่ ทั้งก่อสร้างอาคาร ขุดสระน้ำ ทำถนน ไม่ทราบว่าในภาพรวมของประเทศนั้นได้ ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐโดยคิดค่าเสียหายฐานทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ดินและน้ำ เสียหาย ปุ๋ยเอ็นพีเค (NPK) สูญหายเหมือนที่คิดค่าเสียหายกับคนยากคนจนหรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามแรกครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการเสียค่าปรับ การที่มีพี่น้องเกษตรกรเข้าไปบุกรุกแล้วก็มีการเผา ในบางพื้นที่แล้วก็โดนดำเนินคดีจนเสร็จสิ้นไปแล้ว แล้วก็ปรากฏว่ามีการเรียกความเสียหาย เพิ่มขึ้นอีก ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าจำนวนคดีแล้วก็ปริมาณเงิน ที่เกิดขึ้นที่มีค่าเสียหายเรียกนั้น ต้องกราบขออภัยยังเตรียมข้อมูลให้ไม่ทันเพราะผมเพิ่งทราบ แต่ว่าเดี๋ยวภายในวันนี้ผมจะรวบรวมข้อมูลแล้วก็ส่งให้กับท่านสมาชิกผ่านท่านประธาน แต่กรณีเรื่องการที่มีการฟ้องร้องเช่นนี้ ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า เราไม่ได้เลือกปฏิบัติ ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เลือกปฏิบัติ จะเป็นยากดีมีจน จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ จะเป็นใครที่ใดก็แล้วแต่ถ้าหากว่าโดนจับได้จะมีการดำเนินคดีทั้งนั้น โดย พ.ร.บ. ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ในมาตรา ๙๗ ได้บอกว่าผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย ให้เกิดความสูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหายหรือเสียหายไป ดังนั้น ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ ที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นั้น ขอยืนยันผ่านท่านสมาชิก ผ่านท่านประธานครับว่าเราดำเนินคดีกับทุก ๆ ท่าน ทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็แล้วแต่ถ้าหากถูกจับได้เราดำเนินคดี แล้วเมื่อคดีทางอาญาหมดไปแล้ว ก็จะมีการฟ้องร้องว่าจะมีทั้งจำหรือปรับ ซึ่งในกรณีของที่อำเภอนาแกที่ผมได้ทราบข่าวมา ก็คือเรื่องโทษจำนั้นมีการรอลงอาญา ส่วนโทษปรับก็ได้มีการดำเนินการกันไปเรียบร้อยแล้ว พอคดีอาญาเสร็จก็จะต้องมีการดำเนินคดีตามคดีแพ่ง ตามมาตรา ๙๗ ที่ผมได้กล่าวไป เมื่อสักครู่ เพราะว่าพอคดีแพ่งเสร็จก็จะฟ้องร้องค่าเสียหายทางเชิงแพ่ง พอต่อจากเชิงแพ่ง เสร็จแล้วก็จะมีคดีทางปกครองอีก ถ้าหากว่ามีการก่อสร้างก็ต้องมีการรื้อถอนกันไป แต่ทั้งนี้ ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าในกรณีพี่น้องเกษตรกรที่ฝากร้องเรียน มายังท่านสมาชิกนั้น ถ้าหากว่าอยู่ในกรณีที่ว่าเป็นผู้ที่ยากไร้หรือไม่สามารถที่จะอยู่ในสถานะ ที่จ่ายค่าปรับได้ด้วยพื้นที่แค่ประมาณ ๑ ไร่กว่า ๆ นี้เราสามารถประนีประนอม สามารถ เจรจากันได้ โดยทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เราก็จะทำเรื่อง ขอหารือไปยังกระทรวงการคลังในการที่จะขอประนีประนอม เพราะว่าที่ผ่านมาได้รับทราบ จากเจ้าหน้าที่ที่ชี้แจงว่ามีหลายกรณีที่ได้มีการประนีประนอมยอมความกันไป คือมีความผิด แต่ว่าก็สามารถประนีประนอมเรื่องค่าเสียหายกันได้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องไฟป่า ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ยกตัวอย่างเช่นกรณีล่าสุดที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงก็จะเกิดจากการที่พี่น้องประชาชน บางส่วนเข้าไปเผาป่าเพื่อหาของป่า แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าพอเข้าไปเผาแล้วไม่สามารถที่จะ ควบคุมปริมาณไฟหรือว่าบริเวณที่เกิดไฟไหม้ได้ อย่างเช่นที่ภูกระดึงพอถึงเวลาปุ๊บ พอเผา จากข้างล่างลูกไฟหรือว่าสะเก็ดไฟนั้นจะปลิวตามลมเพราะว่าตามหลักแล้วความร้อนจะลอย ขึ้นข้างบน เศษไฟหรือเปลวไฟปลิวขึ้นข้างบน พอไปติดข้างบนอย่างเช่นที่ภูกระดึงนั้นซึ่งมีสน อยู่เป็นจำนวนมากก็ติดไฟแล้วก็ลามกันไปโดยรวดเร็ว ดังนั้นเวลามีการเผาเกิดขึ้นเราถือว่า เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะหนักหนาสากรรจ์มาก ถ้าหากควบคุมไม่ได้ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมา เราได้เห็นแล้วไม่ว่าจะเป็นในประเทศออสเตรเลียหรือในประเทศต่าง ๆ ที่พอเกิดไหม้นิดเดียว แล้วลามไปเกือบครึ่งประเทศ ดังนั้นทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราให้ความสำคัญกับการที่มีพี่น้องประชาชนเข้าไปเผา ไม่ว่าจะเผาเพื่อเก็บของป่า หรือเผา เพื่อมีเจตนาใดก็แล้วแต่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในกรณีที่ท่านสมาชิกได้สอบถามมา ก็ขอยืนยันว่า ถ้าหากว่าไม่สามารถอยู่ในศักยภาพที่จะจ่ายค่าปรับได้นั้นก็จะสามารถประนีประนอม เรื่องเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายได้ ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านชวลิตครับ🔗
ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับที่กรุณาได้ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของการประนีประนอม ขอเรียนข้อมูลในส่วนนี้ว่าไม่ใช่เนื้อที่ ๑ ไร่ครับ เพียง ๑ งาน ๖๐ ตารางวา แล้วก็ในส่วนของการที่เข้าไปแผ้วถางนั้นไม่ได้เผาป่า ไปขุดดินด้วยจอบเพื่อที่จะปลูกกล้วย สำหรับกรณีที่เกิดเหตุที่ภูกระดึงนั้นกระผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะต้องลงโทษให้หนักทั้งคดีอาญาแล้วก็ในเรื่องการเรียกค่าเสียหาย เพราะตรงนั้น ยิ่งเกิดภาวะโลกร้อนอย่างหนักเลยกับประเทศของเรา🔗
ในคำถามที่ ๒ ในวันที่ ๑๖ มีนาคมที่จะถึงนี้คุณลุงคุณป้า ๒ สามีภรรยา จะเดินทางไปศาลจังหวัดนครพนมตามนัด แต่ทั้ง ๒ ท่านบอกว่าไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาทเศษแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะว่าลำพัง จะใช้จ่ายประจำวันแต่ละวันยังย่ำแย่ จึงมาขอความช่วยเหลือและคำแนะนำพร้อมกับถามว่า ค่าเสียหายที่ทำให้โลกร้อนชาวบ้านจะลงแรงช่วยกันปลูกต้นไม้ หาต้นไม้ธรรมชาติไปปลูก ทดแทนได้หรือไม่ ส่วนค่าเสียหายจากการที่ปุ๋ยเอ็นพีเค (NPK) สูญหายไปจะเอาขี้วัวขี้ควาย ไปใส่ในพื้นที่ที่เคยบุกรุกแทนเงินค่าเสียหายจะได้หรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของกระผมก็ได้จัด ทนายอาสาซึ่งเป็นผู้ช่วย ส.ส. ของผมชื่ออาจารย์ปรเมษฐ์ ปัญญาดิลกพงษ์ ไปศาลทั้งเป็น เพื่อนและให้คำแนะนำในการไปศาลในวันดังกล่าว จึงขอทราบนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่า จะผ่อนคลายปรับเปลี่ยนวิธีชดใช้ค่าเสียหายได้หรือไม่ อย่างไร เพราะคงจะมีกรณีเช่นนี้ ทั่วประเทศอีกจำนวนมาก ขออนุญาตสอบถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา อย่างที่ได้ตอบไป เบื้องต้นว่าต้องขออนุญาตเรียนเจตนาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปจ้องที่จะไปหาเรื่องหรือว่าไปเอาผิดเอาอะไรกับพี่น้องประชาชนครับ ถ้าตรงไหนเราสามารถที่จะทำให้เกิดความลงตัวได้เรายินดี ทั้งนี้ทั้งนั้นตาม พ.ร.บ. ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมกำหนดมาทำให้เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายแพ่ง ถ้าหากว่าไม่ดำเนินการ ถ้ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็จะโดนฟ้องหาว่าละเว้น การปฏิบัติหน้าที่มาตรา ๑๕๗ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่ผมได้กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็นเจตนาดี ต้องกราบขออภัยเมื่อสักครู่ที่ฟังคลาดเคลื่อนที่เพียงแค่ ๑ งานกว่าแล้วก็ไม่ได้มีการเผา ต้องกราบขออภัยท่านชวลิตผ่านท่านประธาน แล้วก็ขอยืนยันว่าทุกอย่างนั้นเราสามารถมา ประนีประนอมกันได้ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปเรียกว่าดำเนินคดีหรือทำความเดือดร้อนให้มากขึ้น กับพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ดังนั้นในวันที่ ๑๖ มีนาคมที่ทาง ๒ ท่านจะไปขึ้นศาล เพื่อไปเกี่ยวกับเรื่องคดีแพ่งดังกล่าวนั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ยินดีที่จะมานั่งเจรจาแล้วก็จะทำเรื่องไปยัง กระทรวงการคลังเพื่อที่จะดูว่าสามารถประนีประนอมยอมความกันได้อย่างไร เพราะว่า ที่ทำมาทั้งหมดนั้นทำตามตัวบทกฎหมายเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ของเราโดนดำเนินคดีภายหลัง แต่ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้ยากไร้ไม่สามารถที่จะมีเงินมาชำระค่าปรับ ๓๒,๐๐๐ กว่าบาทได้ ผมเชื่อว่าการประนีประนอมนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ยังมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
คำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
เป็นคำถามในเรื่องนโยบายคนจะอยู่กับ ป่าอย่างไร ทั้งการปลูกป่า รักษาป่า หาเก็บของกินจากป่า รักษาป่าได้ รักษาสิ่งแวดล้อมได้ ท่านประธานครับ จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ชายแดน แต่ไม่น่าเชื่อว่าในอดีต ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครพนมถึง ๑๗ ครั้ง จนจังหวัดนครพนม ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ จัดทำหอเฉลิมพระเกียรติที่ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม ตรงพื้นที่ทรงงานและทรงประทับแรม ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ๑๗ ครั้ง ที่เสด็จจังหวัดนครพนมปรากฏว่า ๕ ใน ๑๗ ครั้งได้เสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่อำเภอนาแก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในขณะนั้นว่าเป็นพื้นที่สีแดง ผมอ่านและศึกษาจดหมายเหตุที่เสด็จ ทั้ง ๑๗ ครั้ง โดย ๕ ใน ๑๗ ครั้งที่เสด็จอำเภอนาแกมีโครงการพระราชดำริตามมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสด็จอำเภอนาแกครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ที่บ้านโพนดู่ ตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับป่าโดยทรงแนะนำส่วนราชการว่าอาจพิจารณา ความเหมาะสมในการจัดตั้งหมู่บ้านเป็นลักษณะหมู่บ้านป่าไม้ ซึ่งมีนโยบายให้ราษฎรที่เป็น สมาชิกเป็นผู้ปลูกป่า รักษาป่าและหาประโยชน์จากป่าครับ นอกเหนือจากการทำอาชีพ เกษตรกรรมหลักจะเห็นได้ว่าในหลวงของเราทรงมีพระเนตรพระกรรณกว้างไกลที่ทรงเห็นว่า คนมากขึ้น ประชาชนมากขึ้นแต่พื้นที่ทำกินมีน้อยลง ป่าลดน้อยลง คนจะอยู่กับป่า รักษาป่า และได้ประโยชน์จากป่าร่วมกันอย่างไร จึงขอทราบว่าเมื่อเวลาผ่านมากว่า ๓๐ ปี กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้น้อมนำพระราชดำริดังกล่าวไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ทั้งคนทั้งป่า รักษาป่า รักษาระบบนิเวศ ในลักษณะที่เป็นหมู่บ้านป่าไม้บ้างหรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามสุดท้ายครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ต้องขอขอบคุณท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ที่ถามคำถาม อันนี้เป็นคำถามสำคัญเลยครับ การที่คนจะอยู่กับป่าได้ ต้องขอเรียนยืนยันว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ดำเนินนโยบาย ได้เดินตามรอย เบื้องพระยุคลบาทอย่างเข้มงวด ปัจจุบันรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านให้มีนโยบายเกี่ยวกับ คทช. ขึ้นมา คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ โดยการที่ จะมอบสิทธิในการทำกินให้กับพี่น้องประชาชน ขอย้ำว่าเป็นสิทธิในการทำกิน แต่ว่าไม่ใช่ กรรมสิทธิ์ในที่ดิน พี่น้องประชาชนที่อยู่ภายใต้โครงการ คทช. นั้นจะสามารถมีที่ดินทำกิน และที่ดินที่พี่น้องเกษตรกรทำกินนั้นจะสามารถตกทอดไปยังลูกหลานได้แต่ว่าไม่สามารถ เปลี่ยนมือ ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อื่นได้ เงื่อนไขของ คทช. อีกประเด็นที่สำคัญก็คือ ผู้ที่ได้ คทช. ไปแล้วนั้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่ท่านได้ไปจะต้องปลูกป่า ป่าที่ท่านปลูกนั้น จะต้องมีทั้งไม้ระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นยางป่าเอย ไม่ว่าจะเป็นต้นตะเคียน มาเป็นไม้ระดับกลาง ไม้ระดับพุ่ม การที่จะครอบคลุมบริเวณผืนดินเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น พื้นที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่พี่น้องประชาชนเกษตรกรได้ไปภายใต้โครงการ คทช. นั้น จะต้องไปปลูกป่าด้วย ดังนั้น พื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ในวันนี้ เมื่อวันก่อนท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังจังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน ที่จังหวัดน่านท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการมอบพื้นที่ คทช. ๔๒,๕๐๐ ไร่ให้กับพี่น้องเกษตรกร กว่า ๓,๐๐๐ คน เกือบ ๔,๐๐๐ คน ๔๐,๐๐๐ ไร่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ๓๔ ๒,๕๐๐ ไร่อยู่ใน พื้นที่ลุ่มน้ำ ๑๒ ซึ่งทั้ง ๓,๐๐๐ คน เกือบ ๔,๐๐๐ คนนั้น ได้พื้นที่ไป ๔๒,๕๐๐ ไร่นั้นได้สิทธิ ในการทำกินไป แล้วก็ ๔๒,๕๐๐ ไร่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่ได้ไปจะต้องไปปลูกป่า ตามคันนาบ้าง ตามขอบเขตของพี่น้องประชาชนบ้าง แล้วพื้นที่ที่เหลือก็จะทำการเกษตร ตามที่พี่น้องประชาชนทำตามกันมา ดังนั้นแนวทางนี้จะเป็นแนวทางที่สืบสานพระปณิธาน ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ในการที่จะให้คนอยู่กับป่าหรือว่าหมู่บ้านป่า ในการที่จะให้คนนั้น ดูแลป่า เพราะว่าคนที่จะดูแลป่าได้ดีที่สุดผมเชื่อว่าท่านสมาชิกคงทราบดีแล้ว คงจะไม่มีใคร ดูแลได้ดีไปกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั่นเอง ดังนั้นวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เราขอยืนยันว่าการทำนโยบาย คทช. ของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเราได้ ดำเนินการตามนโยบายให้คนนั้นได้อยู่กับป่า อันนี้ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้ ตั้งกระทู้ถามนี้ขึ้นมาครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็ถือว่าการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ก็จบนะครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ที่กรุณาให้เกียรติทางสภาเรา ต่อไปครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๐๕๖ ส. (นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรี ทับสุวรรณ และขอเชิญท่านรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคร่วมพลังประชาชาติไทย วันนี้ดิฉันมีประเด็นที่จะขอถามกระทู้ถามสดต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในประเด็นการปิดโรงงานเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ประกาศยุติการขายและผลิต รถเชฟโรเลตในประเทศไทยภายในปี ๒๕๖๓ ข่าวนี้ดิฉันคิดว่าสร้างความสนใจกับคนไทย อย่างมาก ไม่ใช่เพราะว่าห่วงกังวลว่าคนใช้รถยี่ห้อนี้แล้วจะไม่ได้ซื้อรถยี่ห้อนี้ในประเทศไทย อีกต่อไป ไม่ได้ห่วงว่าศูนย์บริการหลังการขายจะมีไหม เพราะดิฉันเชื่อว่าย่อมมีการส่งต่อไปได้ แต่เป็นความรู้สึกห่วงของคนที่เป็นแรงงาน โดยเฉพาะพื้นที่ของโรงงานนี้อยู่ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่อีอีซี (EEC) และพื้นที่นี้ก็เป็นที่คาดหวังว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีการลงทุน มีการจ้างงาน ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่ปิดกิจการและเลิกจ้างงาน ดิฉันทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทราบว่าเมื่อวานนี้ท่านมอบที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรี ดอกเตอร์จักษ์ พันธ์ชูเพชร ไปพบกับผู้บริหารบริษัทที่จังหวัดระยอง แล้วก็มีข่าวออกมาว่าบริษัทเขาพูดว่าให้คำสัญญา ที่จะดูแลช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดจำนวนที่มากกว่ากฎหมายแรงงานไทย กำหนด ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงดิฉันก็สบายใจ แต่ดิฉันก็ยังอดที่จะห่วงกังวลไม่ได้ว่าเรื่องเหล่านี้ มีคำถามมากมายในใจของดิฉัน แล้วคิดว่าหลายท่านก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน ดิฉันขอกราบเรียน ท่านประธานสภาเพื่อฝากถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าอะไรคือ สิ่งที่บริษัทชดเชยให้กับแรงงานที่ถูกปลดออกมากกว่ากฎหมายไทยบ้าง นี่คือคำถามข้อแรก และข้อที่ ๒ คือ แม้ว่าจะมีการชดเชยแต่ปัญหาที่สำคัญคือแรงงานเหล่านี้ไม่ควรที่จะว่างงาน ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านดูแลกระทรวงแรงงาน ท่านได้มีการเตรียมตัวในเรื่องของ ตำแหน่งงานให้พวกเขาอย่างไรบ้าง หรือกระทรวงแรงงานจะสามารถเข้าไปเจรจากับบริษัท เกรท วอล มอเตอร์ส ที่เข้ามาซื้อกิจการของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้หรือเปล่า เท่าที่ทราบเขาเป็นบริษัทที่ผลิตรถยนต์เอสยูวี (SUV) และปิกอัป (Pickup) ของประเทศจีนในระดับต้นของประเทศ เขาจะสามารถรับแรงงานเดิมให้ได้มากน้อยเพียงใด ฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ๒ คำถามก่อนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขออนุญาตตอบคำถามของท่าน ส.ส. ดังต่อไปนี้ ข่าวนี้ข่าวการซื้อโรงงานทั้งโรงงานออกมาโดยคนทั่วไปไม่ทราบเพราะว่าเป็นการซื้อขายระหว่าง กลุ่มใหญ่ของโลก ๒ กลุ่ม กลุ่มจากประเทศสหรัฐกับกลุ่มจากประเทศจีน ธรรมดาแล้ว การเจรจาลักษณะนี้จะไม่มีการบอกให้คนทราบจนกว่าจะตกลงกันได้ เพราะถ้าเผื่อตกลงกัน ไม่ได้ ข่าวออกมาแล้วตกลงกันไม่ได้เสียหายทั้งคู่โดยไม่ได้อะไรขึ้นมา ตอนนี้ตกลงกันได้แล้ว กลุ่มจีเอ็ม (GM) อยู่ที่เมืองไทย เขาก็เป็นตัวนำที่จะแถลงเรื่องการซื้อขายครั้งนี้ อยากขอเรียน อันแรกเลยที่เราเป็นห่วงที่สุดก็คือว่ากลุ่มใหญ่ ๆ อย่างนี้เขาก็ต้องให้ชดเชยตามกฎหมาย ของเราแน่นอน แต่ทางกลุ่มจีเอ็ม (GM) ได้ยืนยันครับว่าจะให้คนงานทุกคนได้รับการชดเชย อีก ๔ เดือนนอกเหนือจากการที่ได้รับชดเชยปกติตามกฎหมายแรงงานไทย อันนี้ผมเข้าใจว่า เหตุหนึ่งคงอยากจะให้มีการขาดตอน เพราะจีเอ็ม (GM) ท่านก็ทราบดีเป็นบริษัทกลุ่มอเมริกา รถยนต์พื้นฐานเขามีไว้วิ่งทางไกล วิ่งข้ามประเทศ และใช้วิ่งทางตรงไม่ได้เลี้ยวไปเลี้ยวมา แต่รถยนต์ที่ผลิตจากกลุ่มยุโรปหรือกลุ่มเอเชียโดยเฉพาะกลุ่มจีนเป็นรถที่คล่องแคล่วว่องไว คนงานจะชินหรือสามารถมาผลิตได้แค่ไหนก็คงต้องดูกัน ระยะเวลาที่เขาให้คนงานออกนั้น ก็นานเหมือนกันนะครับ ๓ เดือน ๖ เดือน เขาก็คงต้องดูว่าคนงานคนไหนเขาเอามาใช้ได้ คนไหนเขาต้องชดเชยออกไป แต่ไม่ว่าใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่ารับไว้ต่อ รับไว้ใหม่ ในศัพท์จริง ๆ หรือไม่รับก็จะได้ชดเชยอีก ๔ เดือน ต่างจากที่กฎหมายกำหนด อันนี้ขอตอบในคำถามแรก ดังนี้ครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณอนุสรีครับ คำถามต่อครับ🔗
ขอถามคำถามข้อที่ ๒ ว่า ทางกระทรวงแรงงานจะสามารถเข้าไปเจรจากับบริษัท เกรท วอล มอเตอร์สให้เขาได้รับ คนงานบางส่วนเข้าไปทำงานต่อได้หรือไม่ นี่คือคำถามข้อที่ ๒ นะคะท่านรัฐมนตรี กับข้อที่ ๓ ดิฉันขอเพิ่ม แม้ว่าในเรื่องของที่จีเอ็ม (GM) หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส เขายุติในการที่จะผลิต หรือขายในประเทศไทยแล้ว มันอาจจะไม่ได้ใช่หมายถึงแค่บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ที่เป็นสิ่งที่ต้องป้อนให้กับโรงงานจีเอ็ม (GM) เช่น อุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นล้อ ยาง หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ตรงนี้กระทรวงแรงงาน จะเข้าไปช่วยดูหรือเข้าไปสำรวจหรือไม่ว่าบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับเจนเนอรัล มอเตอร์ส เขาจะได้รับการดูแลอย่างไร เขาจะได้รับผลกระทบแค่ไหน อย่างไรด้วย ขอถามเพิ่ม ๒ ข้อ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรี🔗
เรียนท่านประธานครับ ทันทีที่กระทรวงได้ยินข่าวก็ได้ให้อธิบดีกรมจัดหางานกับที่ปรึกษา กระทรวงเดินทางลงไปทันทีเพื่อไปพูดกับทางจีเอ็ม (GM) ว่าจะดูแลคนงานเราเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบอย่างที่เรียนไว้ว่าจะให้ชดเชยและดูแล มีเวลานานพอสมควรในการออก ส่วนทางบริษัท เกรท วอล มอเตอร์ส เรากำลังติดต่ออยู่เขาไม่ได้เป็นบริษัทอยู่ที่นี่ เขาผลิต รถยนต์ไม่เหมือนกับจีเอ็ม (GM) เพราะว่าอย่างที่ได้เรียนไว้ เป็นรถที่คล่องแคล่วกว่าและ เข้าใจว่าจะมาผลิตรถไฟฟ้าเสียด้วยซ้ำ แต่ว่าพูดถึงสถานการณ์แรงงานของประเทศไทย กระทรวงก็ทำการจัดหางาน งานว่าง เปิดดูได้ในคอมพิวเตอร์ กูเกิล (Google) สมัครงานได้เลย ไม่ต้องไปหา เปิดโทรศัพท์มือถือท่าน กระทรวงแรงงานท่านก็สมัครงานได้เลย เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม มีงานว่างอยู่ ๗๖,๐๐๐ งาน พร้อมที่จะรับผู้ที่ต้องการทำงาน ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ มีอยู่ ๙๔,๔๔๐ งานที่สามารถรับได้ ปกติจะมีการบรรจุงานได้วันหนึ่งจาก ๕๐-๒,๐๐๐ ราย มากน้อยแต่ละวันแล้วแต่การติดต่อ เรื่องยานยนต์เองตำแหน่งงานที่ว่างอยู่เวลานี้ในระดับแรงงานนะครับ ไม่ใช่ฝ่ายจัดการ ทั่วประเทศไทยมีอยู่ ๑๕,๐๐๐ ตำแหน่ง แล้วก็ที่อยู่ในอีอีซี (EEC) ในเขตนี้ ๒,๕๓๖ ตำแหน่ง ในการหางานทางกระทรวงแรงงานสามารถประสานติดต่อให้ได้นะครับ ไม่น่าจะมีปัญหา การที่จะหางานใหม่ ถ้าต้องมีการฝึกอบรมเราก็มีศูนย์อยู่ ๓ ศูนย์ ฝึกอบรมเอไอ (AI) ฝึกอบรม การใช้เครื่องจักรสมัยใหม่อยู่ในเขตอีอีซี (EEC) แล้วก็มีอยู่อีก ๒๐ แห่งทั่วประเทศไทย สำหรับการที่เราจะเตรียมพร้อมแค่ไหน ในโรงงานที่จะป้อนจีเอ็ม (GM) จะมีปัญหาอะไรไหม ก็ลำบากอยู่เหมือนกันเพราะว่า ๒ เครือนี้ผลิตรถไม่เหมือนกัน ใช้ของไม่เหมือนกัน แต่เรียน ให้ได้ทราบเพียงแต่ว่าจีเอ็ม (GM) นั้นที่ผลิตขายอยู่ในประเทศไทยเป็นเพียงร้อยละ ๒ ของรถยนต์ทั้งหมด ฉะนั้นปัญหากับอุตสาหกรรมคงมีไม่มากนัก ก็จะมีปัญหากับแรงงาน บางคนที่ต้องถูกออกจากงาน เราก็จะได้พยายามติดต่อประสานงานให้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่าน ส.ส. ยังมีอะไรอีกไหมครับ🔗
ต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ท่านช่วยทำให้ดิฉันคิดว่าคนไทยหลายคน รวมทั้งแรงงานก็สบายใจและ คลายกังวลขึ้นว่าอย่างน้อยเขาคงต้องมีตำแหน่งงานที่รองรับก็อยากจะขอสรุปฝากท่านไว้ เท่านั้นว่าพื้นที่อีอีซี (EEC) เป็นพื้นที่ที่รัฐบาลเคยประกาศว่าจะเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าด้วย แต่แรงงานส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะมีความชำนาญในการประกอบรถยนต์แบบเชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นแล้วนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางอุตสาหกรรมการผลิตด้านอื่น ๆ ที่จะเข้ามาลงทุน ในไทยดิฉันก็คิดหวังว่าทางกระทรวงแรงงานก็คงจะมีแผนงานในการฝึกอบรมทักษะฝีมือ แรงงานในการรับต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของคุณอนุสรี ทับสุวรรณ แล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านจัตุมงคล โสนกุล ที่ให้เกียรติสภาเรา🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๕๗ ส. (นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ฉะนั้นจึงแจ้งท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ว่าถ้าหากท่านยังประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๔ เรื่อง การส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคเหนือปลูกบุก เพื่อเป็นสินค้าทางการเกษตร (นายมานพ คีรีภูวดล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓)🔗
บัดนี้ ท่านรัฐมนตรีวราวุธก็มานั่งในห้องประชุมแล้ว เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ถามได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ความตั้งใจที่ผมตั้งกระทู้ถามกับท่านรัฐมนตรีในเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นความพยายามที่พวกเรา จะต้องช่วยกันเพื่อที่จะพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของพวกเราในพื้นที่ โดยเฉพาะทรัพยากร ความหลากหลายชีวภาพเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อที่จะสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมมีเวลาเท่าไรครับ ท่านประธานครับ ๑๕ นาที ใช่ไหมครับ🔗
ท่านถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ไม่กำหนดเวลา เอาให้เหมาะสมครับ เชิญครับ🔗
ครับ ทีนี้อย่างนี้ครับ เรื่องบุกนี่ ผมขออนุญาตเจ้าหน้าที่ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ให้ผมด้วยนะครับ🔗
เรื่องบุกนี่ผมเข้าใจว่าทุกท่าน คงทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นพืชท้องถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งหมดในโลกนี้ครับ นักวิชาการ ได้สำรวจไปแล้ว บุกมีจำนวนประมาณ ๙๐ ชนิด ชนิดที่มีความจำเป็นและมีความต้องการ ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยามีประมาณ ๓-๔ ชนิด ปรากฏว่า ๓-๔ ชนิดนี้ ๓ ชนิดอยู่ในประเทศไทย และเป็นความต้องการของตลาดโลกในแง่ของอุตสาหกรรมอาหาร และยา ตลาดที่ต้องการเยอะที่สุดคือตลาดประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ยุโรป สารในหัวบุกนี่ โดยเฉพาะบุกที่ประเทศไทยมีอยู่คือบุกไข่หรือบุกเนื้อทราย มีสารตัวหนึ่งที่ในวงการแพทย์ก็ดี ในวงการอุตสาหกรรมก็ดี เขาว่าเป็นสารที่ไปทดแทนแป้งที่ไม่มีน้ำตาล โดยเฉพาะอุตสาหกรรม ทางอาหารและยาที่จะไปลดน้ำหนักหรือผู้คนที่สนใจสุขภาพ พืชตัวนี้จะเป็นดาวรุ่งในการ ที่จะเป็นพืชต้นทางที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมอาหารและยา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่า มันเป็นโอกาส ที่ผ่านมาเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่ที่นักวิชาการระบุไว้แล้วว่ามีอยู่ประมาณ ๓-๔ จังหวัดในภาคเหนือที่มีศักยภาพในการเติบโตของบุก ที่มีศักยภาพในการผลิตคือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และทางภาคกลางก็คือจังหวัดกาญจนบุรี มีผู้ประกอบการของไทยได้มาตั้งโรงงานขนาดเล็กที่อำเภอแม่สอดแล้วส่วนหนึ่งก็รับซื้อ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สิ่งที่สำคัญคือผมคิดว่าถ้าในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ความจำเป็น ในระดับโลกก็คือประมาณ ๑๒,๐๐๐ ตันต่อปี เฉพาะประเทศจีนเป็นผู้ส่งออกประมาณ ๔,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นความต้องการตรงนี้มีความต้องการจำนวนมาก แล้วก็มีแนวโน้ม ที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ อันนี้คือประเด็นในแง่ของข้อมูลเรื่องของคุณค่าทางอาหารและยา ทีนี้โอกาสของประเทศไทยอย่างไร ท่านประธานครับ ชนิดสายพันธุ์ที่เป็นความต้องการของโลก ปรากฏว่าอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก แล้วก็จังหวัดกาญจนบุรี ทำอย่างไรเราจะพัฒนาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพตรงนี้ เป็นการพัฒนาฐานเศรษฐกิจจากฐานราก เป็นโอกาสที่การพัฒนาทรัพยากรตัวนี้จะทำให้ คนในพื้นที่ท้องถิ่นจริง ๆ คนที่อยู่ในชนบทที่ห่างไกลแต่โชคดีที่เขามีศักยภาพและมีโอกาส ที่สามารถที่จะปลูกพืชตัวนี้ได้ ทีนี้ในแง่ของนิเวศครับ คือผมอาจจะคุยยาวแล้วก็อาจจะถาม คำถามเดียวไปเลยครับท่านประธาน ในแง่ของระบบนิเวศ บุกเป็นพืชที่จะต้องอาศัยร่มไม้ ไม้ใหญ่ บุกเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มีการขยายสายพันธุ์ด้วยลูกที่อยู่ในใบนี่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็คือถ้าเทียบกับพืชเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของพืชพลังงานคือข้าวโพด ข้าวโพดจะเป็นการปลูกที่จะต้องถางป่าออกให้หมด แล้วจะต้องเติมพวกอินทรียวัตถุ เคมี ไม่ว่าปุ๋ย ไม่ว่ายา เป็นการปลูกพืชที่ทำลายป่า เป็นการปลูกพืชที่ทำให้เกษตรกรจะต้องใช้ อาศัยต้นทุนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าปุ๋ย ค่ายา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เรา มีโอกาส ๒ เรื่องนี้ ๒ ด้าน ในประเด็นนี้ทันที🔗
อันที่ ๑ ก็คือการสร้างเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรความหลากหลายชีวภาพ จากคนในพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตป่า ซึ่งมีความสูงประมาณเกิน ๑,๐๐๐ เมตร หรืออยู่ระหว่าง ๘๐๐ เมตรขึ้นไป ที่ต่ำเกินไปก็ไม่สามารถจะขึ้นได้ โดยเฉพาะในสายพันธุ์ที่เป็นความต้องการ ของตลาดโลก ขณะเดียวกันเกษตรกรที่ปลูกบุกจะต้องปลูกต้นไม้ไปด้วย ต้องรักษาระบบนิเวศ เพื่อที่จะให้พืชบุกมีความเกื้อกูลกันระหว่างระบบนิเวศ ถ้าหากว่าประเทศเรา รัฐบาลของเรา หน่วยงานของเรามีความพยายาม มีการออกแบบเชิงระบบในการสนับสนุนและพัฒนา หัวบุกเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่เฉพาะ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ ผมว่าโอกาส ของการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ของประเทศก็ดี หรือว่าอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศ ที่จะไปทำอาหารและยาก็จะเติบโตมากขึ้น โดยอาศัยศักยภาพของพื้นที่🔗
ประเด็นสำคัญอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสำคัญการที่คนและป่า คนจะอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน จะมีเศรษฐกิจ มีปากมีท้องที่อิ่มแล้วก็ดูแลรักษาป่าด้วย ดูแลป่า ต้นน้ำให้กับคนภาคกลางด้วย รักษาระบบนิเวศที่มันไม่มีเคมีด้วย ตามความต้องการ ความใฝ่ฝัน ของคนทั้งประเทศ ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นโอกาสที่จะต้องนำเสนอ ปัญหาสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าบุก การที่ผมจะต้องขอให้ท่านรัฐมนตรีมาช่วยกันหาทางออก เรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ต้องขอท่านรัฐมนตรีช่วยมาตอบแล้วก็ช่วยกันหาทางออกก็คือบุก ในนิยามความหมายของกฎหมาย ไม่ว่ากฎหมายป่าสงวน กฎหมาย พ.ร.บ. ป่าไม้อะไรก็ดี บุกนี่ถือว่าเป็นของป่าครับท่านประธาน เพราะว่าในนิยามความหมายคำว่าของป่าคือว่า ของที่มันขึ้นอยู่ในป่า ไม่ว่าจะเป็นดอก จะเป็นใบ จะเป็นหัว หรือจะเป็นสัตว์ป่า อื่น ๆ ครับ อันนี้คือของป่า ปัญหาก็คือว่าที่ผ่านมาในพื้นที่ ชุมชนได้ตั้งเป็นวิสาหกิจ มีนโยบายของ จังหวัดและมีโครงการพระราชดำริ ได้พยายามขยายพันธุ์ รวบรวมสายพันธุ์ที่ดีเพื่อที่แจกจ่าย ให้เกษตรกร ปรากฏว่าราคาบุกมันดีครับท่านประธาน การขนย้ายข้ามจังหวัดก็ดีเพื่อที่จะได้ ราคาที่ดีขึ้นก็เป็นปัญหาเพราะคำว่าบุกถูกตีความหมายโดยดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ถือกฎหมาย ก็เลยไม่สามารถที่จะทะลุทะลวงไปว่าเราจะพัฒนาพืชเศรษฐกิจตรงนี้ให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ทางเลือกของพื้นที่🔗
ท่านมานพ น่าจะถามได้แล้วนะครับ🔗
ได้ครับ ท่านประธานครับ🔗
เพราะเดี๋ยว ท่านอธิบายหมดแล้วท่านรัฐมนตรีไม่มีอะไรจะตอบ🔗
ขอบคุณมากครับ ก็คือประเด็น ของผมคือว่าเป็นการขอหาทางออกช่วยผมด้วย ช่วยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยครับว่า เราจะมีวิธีการปลดล็อกหรือละเว้นคำว่า หัวบุก ออกจากของป่าได้อย่างไรนะครับ ในกฎกระทรวง หรืออำนาจช่องทางไหนนะครับ หากเราละเว้นหรือว่ายกเว้น ขออนุญาตครับท่านประธาน ใช้คำว่า ยกเว้น นะครับ หรือว่าไม่ให้คำว่า บุก เป็นของป่า มันจะเป็นโอกาสของคนพื้นที่ เป็นโอกาสของการพัฒนาเศรษฐกิจและที่สำคัญคือเป็นโอกาสของการรักษาสายพันธุ์บุก ที่ดีที่สุดในโลกในประเทศเรา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านมานพ คีรีภูวดล กรณีเกี่ยวกับเรื่องบุกนะครับ การที่จะปลดล็อกบุกออกจากบัญชีที่เป็นของป่า ก่อนอื่นต้องเรียนว่าผมเห็นด้วยกับท่านมานพเลยนะครับว่าบุกนั้นปัจจุบันได้รับความนิยม เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารลดความอ้วน ผมเอง ก็เคยทานนะครับ แต่ยังไม่ค่อยเวิร์ก (Work) เท่าไรนะครับ มีเป็นทั้งสมุนไพรเรื่องเกี่ยวกับ ทำเครื่องสำอาง ประเทศจีนเป็น ๑ ในลูกค้ารายใหญ่ของเรา แน่นอนครับ อย่างที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าบุกมันโตในป่าเพราะว่ามันต้องอยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ ในปัจจุบันนั้น คงต้องแบ่งเป็น ๒ ส่วนก่อนว่าบุกที่อยู่ในป่ากับบุกที่ปลูกได้ ถ้าพูดถึงประเด็นที่ท่านสมาชิก ท่านมานพเมื่อสักครู่ได้สอบถามว่ามีการส่งเสริมให้อย่างไรนั้น ต้องเรียนครับว่าในส่วนของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปัจจุบันนั้นได้ดำเนินการภายใต้โครงการส่งเสริม การปลูกพืชสมุนไพรหรือบุกไข่นี่นะครับ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ได้รับการผ่อนผันตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ปัจจุบันนั้นมีการจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกบุกอยู่ทั้งหมด ๒๕ กลุ่ม มีสมาชิก ๙๐๐ กว่าราย และทำการปลูกบุกในพื้นที่ทำกินของราษฎรที่อยู่ในเขตของป่าอนุรักษ์ มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่นอยู่ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ไร่ นั่นคือในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช🔗
ส่วนประเด็นของกรมป่าไม้ก็ได้ดำเนินการภายใต้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่โครงการนั้นจะได้รับการยกเว้นตามมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ให้สามารถดำเนินการปลูก เก็บ นำออกผลผลิตที่เกิดขึ้นภายในโครงการได้ ดังนั้นถ้าหากว่าเกษตรกรท่านใดเข้าร่วมโครงการสร้างป่าสร้างรายได้นั้นก็จะสามารถปลูกบุก แล้วก็นำเอาไปขายได้เท่าที่ต้องการ🔗
ทั้งนี้กลับมาประเด็นเรื่องบุกที่อยู่ในป่า ปัจจุบันนั้นก็ต้องแบ่งเป็น ๒ ส่วนอีก อันนี้ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่สอบถามประเด็นเรื่องบุกมาก็ทำให้ผมเองได้รับความรู้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันนั้นขออนุญาตแบ่งพื้นที่เป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกเป็นในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในส่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นั้นจะยังไม่สามารถ เข้าไปเก็บได้ เพราะปัจจุบันภายใต้ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปลายปีที่แล้วนั้นขณะนี้เรากำลังร่างกฎหมายลูกอยู่ และเมื่อกฎหมายลูกสำเร็จแล้วเราก็จะสามารถอนุญาตให้พี่น้องประชาชนเข้าไปเก็บของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุกนี่ครับ เข้าไปได้ แต่ว่าการเข้าไปเก็บนั้นจะต้องมีการคำนวณเสียก่อน เจ้าหน้าที่อุทยานจะต้องคำนวณเสียก่อนว่าศักยภาพของป่าผืนนั้นหรืออุทยานแห่งนั้น เหล่านั้นมีศักยภาพในการผลิตบุกได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะเป็นที่มาว่าแต่ละปี ๆ จะให้ โควตาในการเก็บบุกออกมาได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งภายในปี ๒๕๖๓ คาดว่าระเบียบดังกล่าว จะเสร็จเรียบร้อยลง แต่พอมาในส่วนพื้นที่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ ถ้าเป็นในพื้นที่ของ กรมป่าไม้นั้นจะสามารถเข้าไปเก็บของในป่าได้ ไปเก็บได้เลย พี่น้องประชาชนสามารถเข้าไป เก็บได้ ส่วนเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตจากผู้ที่รับซื้อมาจากประชาชน พี่น้องชาวบ้านที่มีขนถ่ายกันบนถนนแล้วก็ไปเช็ก (Check) กับที่โรงงานว่ามีใบอนุญาต หรือไม่ ดังนั้นจะไม่มีการเข้าไปจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านที่เก็บหาบุกในป่าแต่อย่างใด ฉะนั้น จะแบ่งเป็น ๒ พื้นที่ พื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งภายในปี ๒๕๖๓ นี้จะเรียบร้อย แล้วก็พื้นที่ของกรมป่าไม้ ทั้งนี้ต้องขออนุญาตเรียนว่าการที่เข้าไปเก็บบุก ต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าแน่นอนครับความหลากหลายทางชีวภาพและทำให้พี่น้อง ประชาชนนั้นสามารถนำเอาผลิตผลทางป่าไปต่อยอดได้ สร้างรายได้ได้นั้นล้วนแล้วแต่ เป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ท่านให้การสนับสนุนอยู่ตลอด จึงเป็นที่มาของการตั้งโครงการ คทช. ขึ้นมา แต่ว่าการที่จะ เก็บของป่าวันนี้มีความต้องการเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก เมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อมูลมาจะมีโควตา ยกตัวอย่างเช่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะมีโควตาสามารถนำบุกออกมาได้ปีละ ๘๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมหรือประมาณ ๘๐๐ ตัน ในขณะที่จังหวัดตากจะมีโควตาอยู่เพียงแค่ ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมเท่านั้นเพราะว่าการบริหาร จัดการการสำรวจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นอาจจะยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ดังนั้นเวลา นำเอาบุกออกมาขายบางครั้งคนจะเอาบุกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปสวมแล้วก็ไปขายที่ จังหวัดตากเพราะว่าต้นทุนต่างกัน ที่จังหวัดตากจะสามารถขายได้ราคาดีกว่า แต่ถ้าหากว่า เราไม่คำนวณศักยภาพของป่าในแต่ละพื้นที่ว่าแต่ละปี ๆ ป่าจะสามารถผลิตบุกได้เท่าไร แล้วปล่อยให้พี่น้องประชาชนเข้าไปเก็บบุกโดยที่ไม่มีโควตาหรือว่าปลดล็อกบุกออกจาก นิยามคำว่าของป่าเมื่อไรนั้นทุกคนจะเข้าไปเก็บบุกกันหมด พอเก็บกันออกมาเสร็จปุ๊บ ระบบนิเวศจะเปลี่ยน พอระบบนิเวศเปลี่ยนปุ๊บผมเชื่อว่าท่านสมาชิกคงจะนึกภาพออกว่า สิ่งต่าง ๆ ภายในป่านั้นก็จะเปลี่ยนไป ที่สำคัญในวันนี้มีชาวต่างชาติบางคนได้มากว้านซื้อบุก ต้นเล็กหรือที่เรารู้จักกันว่าไข่บุกนั้น ในการที่พอซื้อไปแล้วจะพยายามเอาไปเพาะพันธุ์ เอาไป ขยายพันธุ์ อันนี้ก็คงต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับว่าชาวบ้านต้องระวัง ให้ดีว่าเวลามีใครมาขอซื้อบุกที่เป็นไข่บุกหรือว่าบุกต้นกล้าต้นเล็กก็อย่าไปขายให้เขา เพราะว่าพอขายไปแล้วเขาจะเอาไปพยายามเพาะพันธุ์ ไปพยายามขยายพันธุ์ โดยที่ในที่สุด อีก ๕ ปี ๑๐ ปีจากนี้ เมื่อต่างประเทศเขาสามารถเพาะของเขาเองได้แล้ว ไม่ต้องง้อตลาด ของประเทศไทยแล้ว เขาสามารถเพาะ ๓ สายพันธุ์ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ เพาะเองได้แล้ว ความสำคัญของประเทศไทยของตลาดไทยจะหมดไปทันที ดังนั้นวันนี้ต้อง ขอเรียนว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราเห็นความสำคัญของการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติเราอย่างยั่งยืน แน่นอนครับเราต้องการเห็นพี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี เราต้องการเห็นการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ว่า ความยั่งยืนของเศรษฐกิจดังกล่าวนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมปริมาณบุกที่จะถูก นำออกมาจากป่า🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญก็คือว่าเมื่อเอาของป่าออกมาเยอะ ๆ แล้วสัตว์ป่า ที่จะกินอาหารในป่า แน่นอนว่าจะต้องมีสัตว์บางชนิด อาจจะเป็นช้างหรือเป็นสัตว์อย่างอื่น กินบุกเหล่านี้เป็นอาหาร เมื่อเอาออกมาหมดแล้วถามว่าสิ่งที่จะตามมาคืออะไรครับ ท่านประธาน ก็คือช้างจะออกมากินของของคน เพราะเวลาคนไม่มีกินคนไปเอาของป่าออกมา แต่พอถึงเวลาช้างไม่มีกินหรือสัตว์ป่าไม่มีกิน เขาจะเริ่มออกมากินของของคน ดังนั้นถ้าหากว่าเราไม่ควบคุมปริมาณของป่าที่เราเอาออกมา จากป่าให้ดีเสียแล้ว ปัญหาที่จะตามมาก็คือว่าสัตว์ที่อยู่ในป่านั้นจะออกมากินของของคน นี่เป็นประเด็นที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราให้ความสำคัญพอกันครับ🔗
ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นะครับ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงยังไม่สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อให้บุกนั้นเป็นพืช ที่ได้รับการยกเว้นหรือเป็นพืชที่ถูกกำหนดมิให้เป็นของป่าตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องป่าไม้ หรือป่าสงวนแห่งชาติได้ในขณะนี้ เพราะว่าเราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับความยั่งยืน ของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเรา แต่แน่นอนครับ ปากท้องของพี่น้องประชาชน มีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่ถ้าหากว่าพี่น้องเกษตรกรหรือว่าพี่น้องชาวบ้านที่ไปเก็บบุกเหล่านี้ เข้ามานั้น เขาเรียกว่ารวมตัวกันและสามารถผนึกกำลังกันได้ขึ้นราคาบุก เพราะว่าถ้าเกิด เป็นที่ต้องการขนาดนี้ ผมเชื่อว่าแพงแค่ไหน ประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนหรือว่า ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างไรเขาก็ต้องรับซื้อ ซึ่งปริมาณและคุณภาพนั้นก็ยังคงอยู่ ที่สำคัญ อย่าเอาของเรียกว่าที่เป็นต้นกำเนิดของบุกนั้นไปให้กับต่างประเทศ เพราะถ้าเขาไปเพาะได้ ความสำคัญของประเทศไทยเราก็จะหมดไป ขออนุญาตตอบคำถามท่านสมาชิก ท่านมานพ คีรีภูวดล ไว้เพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านมานพ มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ถามเลยนะครับ🔗
คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ประเด็นของผม ผมคิดว่าเราต้องแยกบุกที่อยู่ในป่ากับบุกที่จะเอาไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ในพื้นที่ทำกิน แต่เนื่องจากว่าพื้นที่ทำกินยังไม่มีเอกสารสิทธิ อยู่ในเขตป่าซึ่งอยู่มาก่อน ที่กฎหมายประกาศ เพราะฉะนั้นประเด็นคำถามของผมอยู่ตรงนี้ ใจของผมคือผมไม่อยาก ไปรบกวนบุกที่อยู่ในป่าจริง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในเขตป่าสงวนและเขตอุทยาน เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ส่งเสริมให้มีการปลูกในพื้นที่เกษตรกรซึ่งอยู่ในเขตป่าลุ่มน้ำชั้น ๑ ชั้น ๒ ก็ดี ชั้น ๒ ชั้น ๓ ก็ดี หรือพื้นที่เกษตรกร ๔.๗ ล้านไร่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนส่วนหนึ่งและอยู่ในเขตอุทยาน ส่วนหนึ่งนะครับ ประเด็นของผมอยากจะให้ปลดล็อกก็คือว่าให้ปลดล็อกและให้ไปอยู่ใน เขตพื้นที่การปลูกเป็นการปลูกโดยเกษตรกร ไม่ใช่ว่าไปเอาบุกในป่า เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ข้อเท็จจริงตอนนี้ คือตอนนี้มันมีการขายระหว่างชายแดน ซึ่งมีกลุ่มทุนจากต่างประเทศ ไปรับซื้อที่ชายแดน เพราะเราไม่มีระบบที่ชัดเจน ประเด็นของผมคือถ้าหากว่าเราสามารถ ที่จะปลดล็อกหรือว่ามีการควบคุม หรือมีการส่งเสริมในเขตพื้นที่ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า เป็นพื้นที่ผ่อนปรนหรือว่าพื้นที่ คทช. อะไรพวกนี้นะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าสายพันธุ์บุกจะได้รับ การอนุรักษ์ฟื้นฟู จะได้รับการส่งเสริม ที่สำคัญคือเป็นการปลูกและค้าขายที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องหลบ ไม่ต้องซ่อน แล้วก็เป็นการเปิดการค้าแบบเสรีระหว่างในประเทศและมีระบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ พัฒนาชุมชนก็จะสามารถที่เข้าไป ส่งเสริมได้เต็มที่🔗
ทีนี้คำถามที่ ๒ เพื่อไม่ให้มีการไปรบกวนป่าที่เป็นป่าจริง ๆ บุกที่อยู่ในป่าจริง ๆ ให้ดำรงอยู่ไว้ แล้วก็ให้เป็นการรักษาสายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์แท้ ๆ ระดับโลกนี่นะครับ เราจะมีแนวทางในการส่งเสริมบุกในพื้นที่ที่เป็นของเกษตรกรอยู่แล้วอย่างไร เพราะที่ผ่านมา เนื่องจากดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ท่านประธานครับ เวลาจะขนย้ายไปเขาก็เหมาว่าเป็นของป่า หมดเลย ระบบการออกแบบ ระบบทะเบียน ระบบสมาชิก ระบบการคำนวณ แล้วก็ขึ้นเป็น ระบบวิสาหกิจหรือระบบสหกรณ์ ในพื้นที่ของเกษตรกรที่ไม่เหลือสภาพความเป็นป่าแล้ว ท่านมีแนวทางที่จะสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่ปลูกบุกในพื้นที่เกษตรกรที่ไม่เป็นสภาพป่าแล้ว เพื่อที่จะเกิดพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้นนะครับ ในระยะสั้นท่านจะทำอย่างไร ในระยะกลาง จะเป็นอย่างไร ในระยะยาวจะเป็นอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา ขออนุญาตตอบ ประเด็นเรื่องการส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ของแต่ละพื้นที่ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านมานพว่าการปลูกของพี่น้องเกษตรกรนั้น วันนี้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องที่ทำกินนั้น เมื่อสักครู่ได้ตอบท่านสมาชิกเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง คทช. วันนี้เราก็ยังเน้นอยู่ว่ารัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเน้นในการที่จะมอบพื้นที่ทำกิน ให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ แน่นอนครับ เมื่อไปปลูกแล้วพี่น้องเกษตรกรในแต่ละพื้นที่เมื่อได้ที่ดินไปแล้ว การจะปลูก อะไรเอย ไม่ว่าจะเป็นพืชผลชนิดใด หรือแม้แต่ปลูกบุกนั้นแน่นอนก็จะได้รับการดูแล เมื่อสักครู่อย่างที่ผมได้เรียนไปว่า ถ้าหากว่าอย่างในส่วนของกรมป่าไม้มีโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ถ้าหากว่าพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่ของพี่น้องเกษตรกรเข้ามาอยู่ในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ที่ดูแลโดยกรมป่าไม้นั้น ผมเรียนว่าท่านจะปลูกบุกเท่าไร อยากจะปลูกแค่ไหน เราให้ปลูกเต็มที่ เพราะว่าถ้าหากเป็นบุกที่ปลูกนั้นก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกว่ามันไม่กระทบ กับระบบนิเวศภายในป่า และถ้าหากว่าปลูกของดีได้ แน่นอนเราก็อยากให้ปลูกเพื่อที่ว่า พี่น้องเกษตรกรนั้นจะได้มีรายได้ที่ดีขึ้น ดังนั้นถ้าหากอยู่ในพื้นที่ที่รัฐบาลให้การยอมรับ อย่างเช่น โครงการสร้างป่าสร้างรายได้หรือพื้นที่ คทช. ที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เราจะเร่งในการที่จะดำเนินการมอบพื้นที่กว่า ๑.๘ ล้านไร่ ภายในปี ๒๕๖๓ นั้นให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศภายใต้โครงการ คทช. เมื่อได้ คทช. แล้วก็จะเป็นบทบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ในการที่จะจัดสรรคนลงไปในพื้นที่แล้วก็หาสาธารณูปโภค หาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการที่จะปลูก ไม่ว่าจะเป็นบุกหรือว่าจะเป็นพืชชนิดใดก็ตาม และถ้าหากว่าเป็นบุกที่อยู่ใน พื้นที่ที่พี่น้องประชาชนปลูกภายใต้ เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกต้องตามที่รัฐบาลได้แจ้งเอาไว้ ผมเรียนได้ว่าอันนี้เราไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าที่เราต้องควบคุมเบื้องต้นนั้น เพราะว่าปัจจุบัน บุกส่วนใหญ่นั้นจะยังมาจากที่ป่าอยู่ แต่ถ้าหากว่ามาจากพื้นที่ที่พี่น้องเกษตรกรปลูกนั้น อันนี้เราก็เข้าใจแล้วก็ไม่ได้ขัดขวาง ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไร แต่ส่วนที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ ได้บอกว่าเวลาเจ้าหน้าที่จับแล้วก็เหมาไปหมดว่าเป็นของปลูกของป่าอะไรอย่างนั้นครับ อันนี้ขออนุญาตรับเป็นการบ้าน แล้วก็จะไปกวดขันกับเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ กรมป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการที่จะตรวจสอบแหล่งที่มา ของบุกดังกล่าวให้ละเอียดว่าเป็นบุกที่ปลูกโดยพี่น้องเกษตรกรหรือว่าเป็นบุกที่เอามาจากป่า กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก จบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๑ ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาเรา ต่อไปเป็น🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๕ เรื่อง ปัญหาการจัดการเรียนการสอนและ การให้ความสำคัญกับวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม (นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็เข้าห้องประชุมมาแล้วครับ ต่อไปเชิญคุณพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ได้ถามเลยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์นี้ ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมงานบุญตักบาตรพระ ๑๐,๐๐๐ รูปที่โคราช ดิฉันเห็นสีหน้าและแววตาของผู้ที่สูญเสียญาติพี่น้องจากโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญไปทั่วโลก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์นั้น ทำให้ดิฉันอดนึกถึงคำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ ขณะนี้สังคมเราวินาศแล้วหรือยังคะ เราจะปล่อยให้มันหนักหนาสาหัสเพิ่มขึ้น ๆ หรือเราจะช่วยกันแก้ปัญหาดีค่ะ ในเมื่อเราก็คือ ที่พึ่งที่หวังของประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาต่าง ๆ นั้นถูกถาโถมมาทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าปัญหาภัยธรรมชาติ น้ำท่วม น้ำแล้ง พิษของเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง ยาเสพติด เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ปัญหาครอบครัว การเลี้ยงดูบุตรหลาน และการละเมิดทางเพศ ความก้าวร้าวของเด็กวัยรุ่น เยาวชน ดิฉันคิดว่าเป็นมหันตภัยร้ายแรงที่สุดแล้วก็น่ากลัวที่สุด ที่รุกคืบคลานคุกคามมาสู่สังคมไทยอย่างเต็มรูปแบบแล้วนะคะ เพียงแต่เราจะยอมรับกัน หรือไม่เท่านั้นเองว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาที่เรียกว่า วิกฤติของสังคม หรือฝรั่งเขาเรียกว่า โซเชียลไครซิส (Social crisis) อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่โคราชนั้นสะท้อนอะไรบ้างคะ รัฐบาลได้ถอดบทเรียนออกมา หรือเปล่าว่ามันสะท้อนให้เห็นอะไร แล้วเราก็จะไม่ตำหนิ แล้วเราก็จะไม่ว่ากัน แต่เราต้องมา ช่วยกัน ช่วยกันแก้ปัญหาไปด้วยกัน ดิฉันก็จะพูดว่าสะท้อนมันให้เห็นอะไร🔗
ข้อที่ ๑ สะท้อนให้เห็นภาวะวิกฤติของผู้นำในสังคมไทย🔗
ข้อที่ ๒ สะท้อนให้เห็นระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึกลงไปถึงสังคมไทย🔗
ข้อที่ ๓ สะท้อนถึงวิกฤติคอร์รัปชันที่เป็นปัญหาใหญ่ของสังคม นับว่า เป็นวิกฤติขั้นรุนแรง แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะหนักขึ้น ๆ นะคะ🔗
ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะมีการเลียนแบบกัน ความรุนแรงของปัญหาก็จะ สลับซับซ้อนมากขึ้นตามกำลังและความสามารถในการหาอาวุธยุทโธปกรณ์มาใช้ทำลาย ล้างกัน ทั้งนี้และทั้งนั้นมันมีเหตุและสาเหตุมาจากอะไร สาเหตุที่สำคัญก็คือขาดศีลธรรม จริยธรรมอย่างยิ่งยวดในสังคมไทย แล้วทางแก้ไขจะทำอย่างไร มีทางออกไหมคะหรือว่า จะปล่อยลอยแพประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้เผชิญกับยถากรรมต่อไปโดยไร้ทิศทางแบบมืดมน ท่านประธานที่เคารพ ทุกปัญหามีทางแก้แล้วก็มีทางออก ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม พวกเราไม่ได้นิ่งเฉยแล้วก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เราระดมสรรพกำลังทางด้านสมอง มาช่วยกันคิด ช่วยกันหาว่าเราจะทำอย่างไร เรารวมมาทุกแขนง ทุกสาขา ได้เชิญเจ้าหน้าที่ ของภาครัฐจากกระทรวงศึกษาธิการมาให้ข้อมูลการเรียนการสอนวิชาศีลธรรม ดิฉันขอบอก ตรง ๆ เลยว่าฟังแล้วอ่อนใจ แต่ดิฉันก็ยังไม่ใจอ่อนก็จะเดินหน้าต่อไป เพราะว่าเวลาเรียนนั้น เท่าที่ตามหลักสูตรทำไว้ล็อกสเปก (Lock spec) ด้วยเวลาหมดเลย แล้วก็จะเน้นทางด้าน ฮาร์ดสกิล (Hard skill) มากกว่าซอฟต์สกิล (Soft skill) ซอฟต์สกิล (Soft skill) นี่ล่ะจะเป็น ทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม แต่ไม่ได้รับความสนใจให้ความสำคัญเลยถึงได้เกิดปัญหา ต่าง ๆ พอเกิดปัญหาปั๊บ ไม่มีปัญญา ไม่มีสมองที่จะไปใช้การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ปัญหานั้น ก็ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ขาดทักษะทางด้านบริหารอารมณ์และทักษะทางด้านการสื่อสาร คิดวิเคราะห์การแก้ปัญหาไม่เป็น เพราะว่าเราไม่เคยฝึก เราไม่เคยมีพื้นฐานทางด้านนี้มาก่อน การที่จะมีซอฟต์สกิล (Soft skill) ได้จะต้องอาศัยประสบการณ์การฝึก การลงมือทำ การเรียนรู้ นอกห้องเรียนเป็นหลัก อยู่ดี ๆ จะให้ขับรถเป็นโดยที่ไม่ฝึกมันเป็นเรื่องยาก จิตใจและอารมณ์ ต้องผ่านการฝึกการอบรมมาก่อนมันถึงจะเป็น โลกเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจะยึดอยู่ตามแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้ว มันเป็นยุคดิจิทัลแล้ว เราก็จะต้องเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้กับคนวัยรุ่นให้ได้เรียน ให้ได้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และไม่นำความทุกข์มาให้กับผู้บริสุทธิ์คนอื่น ๆ ดังนั้นดิฉันขออนุญาตถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการดังนี้นะคะ🔗
รู้สึกว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการมานะครับ🔗
ขอโทษนะคะ พอดีไม่ค่อยคุ้นกัน🔗
ข้อ ๑ ท่านปรับปรุงหลักสูตรเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศาสนา ปี ๒๕๕๑ ให้เราได้ไหมคะ คือสาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคมออกมาตั้งเป็นกลุ่มสาระเรียนรู้ในชื่อ ศาสนา ศีลธรรม วัฒนธรรม และให้มีเวลาเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า ๘๐ ชั่วโมงต่อปีในทุกระดับชั้นให้พวกเราได้ไหมคะ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล เกี่ยวกับ เรื่องการเรียนการสอนวิชาศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม รวมไปถึงหน้าที่พลเมืองวัฒนธรรม ที่อยากให้มีจำนวนชั่วโมงเพิ่มขึ้นในหลักสูตรการเรียนการสอน ก่อนอื่นต้องเรียนท่านพรเพ็ญ ว่าเรื่องศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมืองเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับการเรียกร้องให้บรรจุ กลับมามากขึ้นในหลักสูตรการเรียนการสอนมากที่สุดในทุกเรื่องที่ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมา แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเราทุกคนเห็นปัญหานี้เหมือนกัน และผมก็คิดว่าในการที่เราจะ เดินไปข้างหน้า ท่านพรเพ็ญก็พูดเองว่าเราต้องเดินไปแบบใหม่ เรายึดแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้ว เราต้องเอาเรื่องของดิจิทัล เรื่องของการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนมาใช้เมื่อปี ๒๕๐๓ ถ้าเผื่อท่านย้อนไปถึงตอนที่เรามีหลักสูตรที่เข้มข้น ๘๐ กว่าชั่วโมง ตอนนั้นมันเป็นการเน้น เนื้อหาแบบคอนเทนต์เบส (Content based) เดี๋ยวนี้การเรียนการสอนก็ปรับเปลี่ยนไป เราเปลี่ยนมาเป็นการเรียนการสอนอิงมาตรฐานหรือว่าสแตนดาร์ดเบส (Standard based) ในอนาคตเราคงต้องมีการปรับไปเป็นคอมพีเทนซีเบส (Competency based) หรือสมรรถนะ ฐานสมรรถนะของนักเรียน แต่การที่เราปรับหลักสูตรต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าเราควรที่จะ ปรับในเรื่องสำคัญ ๆ เพียงแต่เราต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ วันนี้ผมไม่ได้คิดว่า โรงเรียนไม่ได้สอนเรื่องของศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมหรือหน้าที่พลเมือง เพียงแต่วิธีการสอน วิธีการนำเสนออาจจะไม่สามารถจูงใจ ไม่สามารถเข้าไปถึงจิตใจของเด็กนักเรียนในปัจจุบันได้ วิธีนี้ก็เป็นแนวทางที่เราต้องมาปรับ เราต้องหาทางที่จะผสมผสานทำให้เด็กนักเรียนในโลกยุค ดิจิทัลรับรู้หรือว่ารับทราบแนวทางที่ควรจะเป็น ฉะนั้นแทนที่ผมจะเพิ่มชั่วโมง ผมคิดว่า ถ้าหากเราสามารถนำการเรียนการสอนที่เหมาะสมให้คุณครู ให้ผู้บริหารโรงเรียนได้เห็นถึง แนวทางที่จะทำให้เด็ก ๆ มีความเข้าใจมากขึ้น มีความสนใจมากขึ้น น่าจะเป็นสิ่งที่เราน่าจะ เพิ่มมากกว่าที่เราจะกลับไปเพิ่มชั่วโมง ในขณะที่เรากำลังบอกว่าลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ผมว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่จะเป็นตัวอย่างนะครับ ผมยกตัวอย่างในกรุงเทพมหานคร แต่ก่อนนั้นมีโครงการที่เรียกว่าโตไปไม่โกง การสอนโครงการโตไปไม่โกง ผมทราบดีครับ เพราะว่าผมได้เห็นการทำโครงการนี้ ซึ่งอันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องของหน้าที่พลเมืองแล้วก็ เรื่องศีลธรรม ปรากฏว่าในกรุงเทพมหานครวิธีการสอนของเขาก็คือนำข้อมูลต่าง ๆ หรือว่า คอนเทนต์ (Content) ต่าง ๆ เข้ามาใส่เป็นวิดีโอพรีเซนเทชัน (Video presentation) หรือว่าการนำเสนอผ่านสื่อ เด็ก ๆ มีความสนใจมากขึ้น เพราะผู้แสดงเป็นดาราที่เขาชื่นชอบ หรือว่านิยม ในขณะเดียวกันข้อมูลที่นำเสนอก็เป็นเรื่องที่เขาสนใจในวัยของเขา ในวิธีการ ของเขา ฉะนั้นผมตอบสั้น ๆ เลยครับว่าปรับแน่นอนในกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องของ สาระที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม เพียงแต่ว่า จะขออนุญาตปรับเป็นวิธีการสอน วิธีการนำเสนอเพื่อให้เด็กและเยาวชนในยุคนี้มีแรงจูงใจ ที่จะสนใจในเรื่องสำคัญ ๆ ที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ ก็ขอยืนยันว่าอย่างไรเราคงปรับ แต่ว่าคงไม่ไปเพิ่มในส่วนของชั่วโมง ณ ขณะนี้ ส่วนการทำคอมพีเทนซีเบส (Competency based) หรือว่าฐานสมรรถนะของนักเรียนถ้าหากว่ามีความเหมาะสมที่จะเพิ่มชั่วโมงในเรื่อง การสอนเหล่านี้ทางผมก็ยินดีรับข้อเสนอนี้ไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณพรเพ็ญ มีอะไรซักถามเพิ่มเติมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ฟังคำตอบของ ท่านรัฐมนตรีแล้ว ดิฉันก็ยังไม่ประสบความพอใจเพราะว่าถ้าการเรียนการสอนเป็นแบบเดิม ให้เวลาน้อยโดยธรรมชาติเด็กจะเรียนเพื่อสอบ สอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าชั่วโมงน้อยหน่วยกิต มันก็น้อยเด็กก็จะไม่ค่อยให้ความสนใจ เราต้องให้ทั้งเวลาแล้วก็ให้ทั้งการพัฒนาที่มันดีขึ้น มิฉะนั้นมันก็จะอยู่ในอีหรอบเก่า เราทำมาตั้งนานแล้วปัญหามันก็พอกพูนขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้ว ถ้าจะแก้ แก้ให้มันตรงเป้าเลย ไม่ต้องไปอีหลักอีเหลื่อ ไม่ต้องมาครึ่ง ๆ กลาง ๆ เอาให้เหมือน สมัยที่ท่านประธานและดิฉันเป็นเด็ก ๆ เราถูกปลูกฝังมาด้วยกันใช่ไหมคะ แล้วเราถึงได้ มีจริยธรรม ศีลธรรมที่ดีงามมันต้องหล่อหลอมมาเรื่อย ๆ จะเอาเวลาสั้น ๆ ไปทำดิฉันคิดว่า ไม่สำเร็จค่ะ ก่อนที่จะมากไปกว่านี้ดิฉันก็ขอให้ท่านให้ความสำคัญว่าเราต้องการเด็กที่เก่ง และดี ถ้าเป็นเด็กเก่งแล้วไม่ดีมันก็เกิดปัญหาขึ้นอย่างที่เราเห็นอย่างทุก ๆ วันนี้ค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรจะตอบเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตตอบเพิ่มเติมให้ความชัดเจนตามคำตอบเมื่อสักครู่นะครับ ผมให้ความสำคัญ กับคุณครูที่จะมาสอนเรื่องต่าง ๆ ของเด็กนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศีลธรรม จริยธรรมหรือว่า วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ ผมคิดว่าในกระบวนการการศึกษาไทยเราต้องให้อาวุธคุณครู เพิ่มเติมขึ้นต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้คุณครูมีพลังในการสอนมากขึ้น ปรับในเรื่องสื่อ การเรียนการสอนเพื่อให้คุณครูได้มีความทันสมัยสามารถจูงใจเด็ก ๆ ได้ เมื่อสักครู่ท่านพูดถึง อยากให้เด็กเก่ง ผมอยากนำเสนอวิธีในการปฏิรูปหรือพัฒนาต่อยอดของกระทรวงศึกษาธิการ ผมอยากจะใช้คำว่า เก่งเป็นครู แทนที่จะใช้คำว่า ผิดเป็นครู ผมอยากให้ครูเก่งครับ ครูเก่ง ก็จะสามารถสอนในเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ แล้วก็จะสามารถสอนในแนวทาง ที่ทำให้เด็กสมัยนี้มีความสามารถเหมือนท่าน ส.ส. ท่านประธานในอดีตโดยที่ไม่ต้องมาย้อน แล้วก็ใช้เวลาชั่วโมงที่เท่าเดิม ผมคิดว่า ณ ปัจจุบันการเรียนการสอนก็เปลี่ยนไป ถ้าหากว่า เก่งเป็นครู ครูเก่ง คนเก่งมาเป็นครู ครูเก่งก็จะสอนเด็กให้เก่งขึ้น ฉะนั้นในการทุ่มเทของ กระทรวงศึกษาธิการเราหวังว่าชั่วโมงที่เราจะเพิ่มขึ้นจะสามารถเพิ่มไปในการพัฒนาคุณครู ให้คุณครูมีความสามารถเพิ่มขึ้นแล้วก็มีอาวุธเพิ่มขึ้น ก็หวังว่าจะกลับมาสู่เด็กและเยาวชน ของเราครับ อย่างไรก็ตามผมก็น้อมรับในเรื่องของชั่วโมงที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ ถ้าหากว่า เรามีความสามารถในการขยับวิชาประวัติศาสตร์ลดลงบ้าง ซึ่งอยู่ในสาระเดียวกันกับศีลธรรม จริยธรรมและศาสนานี้เดี๋ยวผมไปให้ทางคณะกรรมการหลักสูตรการศึกษาพิจารณาดูครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็คงจบนะครับ ท่านจะมีอะไรอีกไหมครับ ก็ตอบกันค่อนข้างจะชัดเจนแล้วครับ เอาอีกสั้น ๆ นะครับ🔗
ไหน ๆ มีโอกาสไม่ยาวค่ะ ดิฉันหวังว่า มันคงไม่สายเกินไปที่ดิฉันจะได้เห็นทั้งคนเก่งและคนดี คนเก่งบางทีมันเก่งแต่ใช้ความเก่ง ของตัวเองไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่คนดีนี่สิเป็นสิ่งที่มาจากจิตใจ คือความเก่งพัฒนาได้ แต่คนดีมันต้องสร้างมันต้องทำไว้ตั้งแต่ต้น ดิฉันขอให้คำนึงถึงเรื่อง ซอฟต์สกิล (Soft skill) เพราะว่าเป็นสิ่งที่จะนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน มาใช้กับสังคมให้อยู่ ด้วยกันอย่างมีความสุข ดิฉันขอพูดครั้งสุดท้ายว่าถ้าเผื่อเราไม่ช่วยกันโอกาสที่เราจะเห็น สังคมดียาก ดิฉันขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไว้ ณ ทีนี้ด้วยว่าเราจะต้องช่วยกัน สิ่งที่ดิฉันขอมันไม่ใช่หนักหนาสาหัสเลย เมื่อเราอยู่ในภาวะ ที่เปรียบเสมือนกับแสงสว่างที่มันริบรี่แล้วเราก็จะช่วยให้เกิดความสว่างให้มากขึ้น เมื่อเราสว่าง โลกมันก็จะสว่างด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ก็คงจบแล้ว กระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ ของคุณพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ต่อไป🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๘ เรื่อง เร่งรัดการเลือกตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ (นายประเสริฐ บุญเรือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มานั่งในห้องประชุมแล้ว ขอเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง ถามเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามของผมเข้าก่อนที่จะปิดสมัยประชุม ในวันที่ ๒๘ นี้ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ได้มาตอบกระทู้ถามด้วยตนเอง จริง ๆ แล้วผมเดินออกมาจากหลังห้องประชุมมีคนบอกว่า มีกระทู้ถามของท่านหรือเปล่า ผมตอบว่าเป็นกระทู้ถามของผม แล้วใครมาตอบ ผมก็บอกว่า ท่านรัฐมนตรีก็คงมาตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการมาตอบ เขาก็บอกว่าถามถูกคนแล้ว ถ้าถาม อีกคนหนึ่งก็จะตอบว่าไม่รู้เรื่อง อันนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ขอบคุณท่านที่ได้มาตอบ เพราะว่าวันนี้ถ้าท่านมาตอบคนทั่วทั้งประเทศก็รอฟังอยู่ ซึ่งเป็นกระทู้ถามที่คนติดตาม รอฟังว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ๕-๖ ปีนั้นทำไมยังไม่เลือกตั้ง เพราะว่าเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ๑ ปี เกือบจะ ๑ ปีแล้ว แต่ว่าเลือกตั้งท้องถิ่นโดนแช่แข็งไว้ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นได้รับการต่อวีซ่า (VISA) ขึ้นมา บางคนตั้งแต่ ท่านปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมา ปี ๒๕๕๗ จนถึงปี ๒๕๖๓ เกือบ ๖ ปีมานี้ บางคนได้ต่ออายุ เกือบจะ ๖ ปีแล้วไปบวกอีก ๔ ปี ปัจจุบันก็เท่ากับว่าอยู่ในตำแหน่งเกือบ ๑๐ ปี นี่คือเหตุผล ที่ผมได้ตั้งคำถามขึ้นมาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นอย่างไร เพราะท่านต้องตอบเพื่อให้ความกระจ่าง เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะปิดสภาออกไปแล้วพวกผมก็ต้องออกพื้นที่ พี่น้องประชาชนก็ได้ถามว่า จะมีเลือกตั้ง ส.จ. เลือกตั้ง อบต. เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นจะเลือกวันไหน หลายคนก็ตอบ ไม่ได้ว่าจะเลือกวันไหน เพราะว่าตั้งแต่ปฏิวัติมาบอกว่าจะปรับปรุงปฏิรูปองค์กรต่าง ๆ โดยใช้ มาตรา ๔๔ ดำเนินการว่าจะยุบ ข่าวมาก็บอกว่าจะยุบองค์การบริหารส่วนจังหวัด ยุบ อบต. ประชากรไม่เกิน ๖,๐๐๐ ยุบไปรวมกัน ประชากรไม่ถึง ๖,๐๐๐ หรือ ๑ อำเภอ ๑ ท้องถิ่น เป็นลักษณะนี้ ข่าวมาอยู่ตลอด ก็เลยมีความกังวลว่าจะเลือกวันไหนแท้ ๒-๓ อาทิตย์ก่อน ก็เห็นท่านยังส่งหนังสือเข้าไปบอกเตรียมความพร้อม แต่ว่ากรอบดำเนินการยังไม่มีว่าจะ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กฎหมายออกมา ๖ ฉบับ อบต. ก็เป็น อบต. เหมือนเดิมครับ เทศบาลก็เป็นเทศบาลเหมือนเดิม องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็เป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่สิ่งที่ได้มาว่าจะมีการแก้ไข ปรากฏว่าแก้ไขไปแก้ไขสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จากหมู่บ้านละ ๒ คนไปเหลือ ๑ คน จากอายุของผู้บริหารท้องถิ่นหรือสภาท้องถิ่นต่าง ๆ จากเคยกำหนดอายุ ๒๐ กว่าปีขึ้นมา ไปกำหนด ๓๕ ปีขึ้นไป ซึ่งเหมือนกับว่าถ้าดูแล้ว มันเหมือนกับว่าล้าหลังเกินไป ซึ่งประเทศที่เขาพัฒนาประชาธิปไตย แล้วความเจริญเกิดขึ้น ในกระบวนการการเลือกตั้งอายุ ๓๔ ปีได้เป็นนายกรัฐมนตรีคือประเทศฟินแลนด์ นั่นคือ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในสภาวะลักษณะนี้ท่านประธาน สภาวะลักษณะนี้ความจริงสิ่งที่ผ่านมา ๕-๖ ปีก็เข้าใจว่ารัฐบาลมีปัญหา และเมื่อมีปัญหาแล้วทำอย่างไรจะให้เม็ดเงิน ณ ปัจจุบัน ซึ่งหายากอยู่แล้วอยู่ในประเทศไทยของเรา จะมีเม็ดเงินมหาศาลเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่เราต้องทำก็คือเม็ดเงินอยู่ทั่วประเทศไทย และถ้าท่านใช้อำนาจตามที่ผมบอกมานี้ และสิ่งนี้ผมจะชี้ให้ท่านเห็นว่าเม็ดเงินตรงนี้มันอยู่ตรงไหน ก็ขอให้ทางที่ฉายสไลด์ (Slide) ก็ฉายให้ดูนะครับว่า🔗
ผมเขียนว่ากรุงเทพมหานครที่มีเลือกตั้ง ส.ก. พัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยาคิดคร่าว ๆ ในอัตราที่ดำเนินการในระบบ ๒ แห่ง คิดเฉลี่ยอัตราแห่งละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็รวมเป็น ๒,๐๐๐ ล้านบาท เทศบาลนคร ๓๐ แห่ง จำนวนสมาชิกเฉลี่ยแห่งละ ๒๔ คน ๓๐ คูณ ๒๔ ๗๒๐ คน ค่าจัดการเลือกตั้งแห่งละ ๑๐ ล้านบาท รวมอยู่ที่ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ค่ารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเดี๋ยวนี้เขายังไม่กำหนด แต่ว่าผมใช้เกณฑ์เก่า เกณฑ์เก่าคือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไปคูณ ๗๒๐ คน ใน ๓๐ แห่ง เท่ากับ ๑๔๔ ล้านบาท รวม ๔๔๔ ล้านบาท อันที่ ๒ เทศบาลเมือง มี ๑๘๔ แห่ง จำนวน สมาชิก ๑๘ คน คูณ ๑๘๔ แห่ง เท่ากับ ๓,๓๑๒ คน ค่าจัดการเลือกตั้งคิดอัตราเฉลี่ย ๑๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ค่ารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๓๑๒ คน คูณ ๒๐๐,๐๐๐ เท่ากับ ๖๐๐ กว่า เท่ากับ ๒,๕๐๐ แต่สิ่งที่ตัวเลขมันโดดขึ้นไป ก็คือเทศบาลตำบล ๒,๒๓๖ แห่ง สไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประเสริฐ น่าจะถามได้แล้วนะครับ🔗
ท่านประธานถามได้อย่างไร ข้อมูล มันยังไม่ครบ🔗
ท่านเป็นคนถาม🔗
ท่านดูข้อมูลก่อนสิครับ ท่านประธาน🔗
เดี๋ยวนะครับ ท่านประเสริฐฟัง ท่านต้องเป็นคนถาม ท่านรัฐมนตรีจะเป็นคนให้ข้อมูลครับ🔗
ผมโน้มน้าวท่านรัฐมนตรี🔗
เพราะว่า กระทู้ถามนี้จะต้องไม่มีลักษณะการอภิปราย🔗
ผมเข้าใจครับ ผมอ่านมาแล้วครับ ขึ้นจอมาให้หน่อยครับ🔗
เอาสรุป ๆ แล้วกันนะครับ และถามท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีตอบแล้วไม่ชัดเจนก็ค่อยถามครับ🔗
ผมจะถามท่านรัฐมนตรีอีกไม่กี่บรรทัด ไม่กี่นาทีก็จบ ผมถามเพิ่ง ๖ นาที บางคนถาม ๑๐ นาที พูดเป็น ๑๐ นาที องค์การบริหาร ส่วนตำบลตัวเลขไปไหน ดูองค์การบริหารส่วนตำบล ๒,๓๐๐ แล้วองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาสไลด์ (Slide) ที่ ๓ รวมทั้งหมดประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็คือในระบบ แต่ถ้า มีการแข่งขันกันขึ้นไป หมู่บ้านละ ๒ คน หรือ ๓ คน ตัวเลขมันก็จะเพิ่มขึ้น ถ้าเพิ่มขึ้นไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ปั๊บถ้ามันหมุน ๖ รอบ มันเท่ากับ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือระบบปกติ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นผมยกตัวอย่างในการเลือกตั้งแต่ละครั้งตัวเลข มันไม่อยู่ขนาดนี้ มันจะเป็น ๒ เท่า ๓ เท่า จากสิ่งที่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นในประเทศไทยนี้ ถ้าเอาตรงนั้นไปคูณออกมามันจะมีเงินอยู่ทั้งหมดประมาณเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ถ้าทำอย่างนั้นท่านใช้อำนาจขึ้นมานี้ผลที่ได้รับรัฐก็ไม่ได้ควักสักบาท ไม่ต้องคิดเรื่องเงินว่า ให้ต่างชาติเอาไปเที่ยว สร้างงาน สร้างรอยยิ้ม กระตุ้นเศรษฐกิจเกี่ยวกับสื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ สานงานระยะสั้น สานงานให้แรงงานระยะสั้น ๓ เดือน ๔ เดือน เพราะเขาจะต้องไปติดตาม ผู้สมัคร และอยู่ในพื้นที่ในหมู่บ้านต่าง ๆ ก็จะมีเสียงอึกทึกครึกโครมเพราะอะไร เพราะเป็นการหาเสียง รถโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ออกไป พี่น้องก็เกิดอะดรีนาลีน (Adrenaline) มันหลั่งในร่างกายมีความชุ่มชื้นในหัวใจ นี่คือสิ่งที่ต้องการที่สำคัญที่สุดต่างประเทศเขาจะ มองว่าเราเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นผมจึงถามท่านรัฐมนตรีว่า ๑ ท่านมีแนวคิดว่าจะให้มีการ เลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมขอเรียนตอบข้อซักถาม ในกรณีเรื่องของการเลือกตั้งที่ยังดำเนินการล่าช้าอยู่ เนื่องจากหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่แล้วก็มีการดำเนินการที่จะต้องร่างกฎหมายที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้เอ่ยถึงเมื่อสักครู่นี้ คือการออกกฎหมายที่เราเรียกว่ากฎหมายจัดตั้ง อปท. ทุกรูปแบบ ๕ ฉบับคงไม่ต้องพูด รายละเอียด อีกฉบับหนึ่งที่สำคัญคือ พ.ร.บ. การเลือกตั้งทั้งหมดนี้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ทั้งกฎหมายจัดตั้งก็เป็นอย่างที่ท่านว่าส่วนใหญ่จะเป็นการแก้คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหลัก แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิก อบต. อย่างที่ท่านได้กรุณาเรียนแล้ว ได้มีการแก้ไข ส่วนใหญ่เฉพาะตรงนั้นนะครับ ยังไม่ได้ไปแก้กฎหมายเรื่องเกี่ยวกับประมวลกฎหมาย อปท. ซึ่งขณะนี้กำลังร่างอยู่ ก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราพอทราบว่าจะมีการยกฐานะ อบต. หรือไม่ และจะมีการควบรวมหรือไม่ยังอยู่ในประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือ ความคืบหน้าด้านกฎหมาย คราวนี้สรุปแล้วกฎหมายทั้ง ๖ ฉบับ รวมทั้งกฎหมายเลือกตั้ง ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วก็มาพูดถึงเรื่องของการเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไร ในการเลือกตั้งนั้น โดยกฎหมายการกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นใดนั้นเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี แจ้งให้คณะกรรมการเลือกตั้งทราบ เพื่อจะได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น คำตอบตรงนี้คือคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรีเป็นคนกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด เมื่อใด โดยแจ้งให้ กกต. ทราบ กกต. ก็จะไปประกาศ ทีนี้มันก็มีประเด็นว่าแล้วทำไมยังไม่ประกาศ อันเนื่องมาจากพอออก กฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทาง กกต. เองก็มีหน้าที่จะต้องไปดำเนินการ อันนี้ผมขออนุญาตตอบแทน กกต. เพราะไม่อย่างนั้นตอบแล้วมันขาดตอนไป ผมตอบแทน คร่าว ๆ เรื่องหน้าที่ของ กกต. ว่าหลังจากที่มีกฎหมาย พ.ร.บ. การเลือกตั้งแล้วภายใต้ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง กกต. ไปออกระเบียบ ๑๐ ระเบียบด้วยกัน ซึ่งเป็นระเบียบสำคัญ ๆ ทั้งนั้นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยเฉพาะ ผมขอยกตัวอย่างที่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย จะเป็นระเบียบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง เพราะว่าอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งนั้น เป็นของ กกต. ก็ตาม แต่จะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง แล้วเขาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบงบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายยกตัวอย่างให้ฟังว่า จะต้องเอามาจากระเบียบของ กกต. ที่ออก จึงจะถอดออกมาเป็นงบประมาณที่จะใช้ก็จะมา ตั้งเป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายเป็นข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่จะไปเลือกตั้ง สรุปตอนนี้ว่าระเบียบออกเสร็จแล้วนะครับ ขณะนี้ระเบียบของ กกต. ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมจะหยุดในเรื่องของ กกต. ในที่สุดแล้วก็ออกระเบียบให้จบสิ้นหมดครับ ในบางส่วนนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยจะต้องเอาไปใช้ต่อ เช่นที่ผมเรียนแล้วเรื่องของการออกเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกระดับนะครับ🔗
กลับมาเรื่องของกระทรวงมหาดไทย เนื่องมาจากการเลือกตั้งนั้นรูปแบบ ขององค์กรปกครองท้องถิ่นมีกฎหมายกำหนดให้ใช้ยอดจำนวนราษฎร หลักฐาน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครอง สำนักทะเบียนกลางได้ประกาศ จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ นอกจากนั้นยังมีเรื่อง อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองจะต้องสำรวจหมู่บ้าน ทั่วประเทศทั้งหมดว่าหมู่บ้านใดมีจำนวนราษฎรไม่ถึง ๒๕ คน ถ้าหมู่บ้านใดมีจำนวนราษฎร ไม่ถึง ๒๕ คน จะต้องทำการรวมหมู่บ้าน ต้องมีการทำประชาคมแล้วรวมหมู่บ้านให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๑ มกราคม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วโดยจังหวัด อำเภอ ได้สำรวจแล้วประกาศรวมหมู่บ้านที่มีราษฎรไม่ถึง ๒๕ คน โดยรวมกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ ติดต่อกันเป็นเขตเลือกตั้งใน ๔๑ จังหวัด ๑๐๙ อำเภอ ๑๒๘ ตำบล ๒๐๓ หมู่บ้าน ทั้งหมด ๑๕๐ เขตเลือกตั้ง ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วก่อนสิ้นเดือนมกราคมก็กลับมาว่าในส่วนของ กกต. เองก็ยังมีงานที่จะต้องทำหลังจากที่ออกระเบียบไปแล้ว ผมคงยกตัวอย่างเท่านั้น เช่น จะต้องมีจัดแผนเลือกตั้ง มีการอบรมคน ที่สำคัญคือแบ่งเขตเลือกตั้ง อันนั้นเป็นหน้าที่สำคัญ ที่ทาง กกต. ต้องดำเนินการ ในขณะนี้ถ้า กกต. ดำเนินการเสร็จสิ้นหมดเรียบร้อยแล้วก็จะ เป็นขั้นตอนของการหารือกับทาง ครม. ว่าจะกำหนดรูปแบบใด เมื่อไร อย่างไร ในขณะนี้ คงรอว่าจะมาประสานหลังจากที่ทราบแล้ว ครม. มีมติว่าจะเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบใด เมื่อใดแล้ว กกต. ต้องไปดำเนินการภายใน ๖๐ วันก็ยังมีปัญหาอีก ๑ เรื่อง ที่อยากจะเรียนให้ทราบก็คือเรื่องของงบประมาณที่ผมได้เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องจัดแล้วก็จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้สำรวจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศก็ได้ข้อมูลมาทั้งหมดเลย เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้มีความพร้อม ใน ๗,๘๕๒ แห่ง มีความพร้อมทั้งสิ้น ๗,๗๐๒ แห่ง คงมีอีก ๑๕๐ แห่งที่ยังไม่มีความพร้อมด้านงบประมาณ คงพอสรุปให้ฟังง่าย ๆ ก็คือในขณะนี้ยังอยู่ ในช่วงต้นปีงบประมาณ รายได้จัดเก็บของท้องถิ่นเอง เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินที่รัฐบาล จัดเก็บแล้วแบ่งให้นี่ก็ยังไม่พอเพียงที่จะใช้จ่ายเป็นงบประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่มีความสามารถที่จะจัดการเลือกตั้งได้ใน ๑๕๐ แห่งนี้ อย่างไรก็ตามมันก็มีหนทาง ที่จะทำได้ถ้ารัฐบาลจะประกาศให้มีการเลือกตั้งก็มีหนทาง ๒ หนทาง ๑. ก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทำเรื่องผ่านกระทรวงมหาดไทยขอใช้งบกลางของรัฐบาล หรืออย่างที่ ๒ ก็คือ ใช้เงินสะสมหรือทุนสำรองเงินสะสมซึ่งมีหนทางที่จะทำได้ที่จะจัดการเลือกตั้งได้ ทั้งหมด ก็เป็นเรื่องเรียนให้ทราบถึงการลำดับการทำงานแล้วก็ความพร้อมของการเตรียมการเลือกตั้ง ตามลำดับครับ🔗
ขอเชิญ ท่านประเสริฐ บุญเรือง ถามครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอถาม คำถามที่ ๒ ว่าท่านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐมนตรี ท่านมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการเพราะว่าท่านได้ดูแลในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูแลกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ท่านมีแนวคิดว่าจะกำหนดกรอบระยะเวลาหรือโรดแมป (Road map) ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ในช่วงระยะ ปี ๒๕๖๓ นี้ครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ อันนี้คงจะพอพูดได้ เพราะว่าเนื่องจากมีภารกิจที่กระทรวงมหาดไทย ต้องดำเนินการ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าเราต้องสำรวจจำนวนราษฎรในวันที่ ๓๑ ธันวาคม และต้องดูหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นคำตอบแล้วต้องทำเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ประกาศหลังจากนี้ไม่ได้ ถ้าประกาศหลังจากนี้ต้องไปเลือกตั้งปี ๒๕๖๔ ผมจึงได้คำตอบมา ไม่เป็นทางการว่าต้องมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปี ๒๕๖๓ นะครับ แต่จะรูปแบบใดผมขออนุญาตว่าคงเป็นหน้าที่ ครม. แต่ผมมีข้อเรียนให้ทราบสักเล็กน้อยว่า จะเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดก็จะต้องไปโยงกับเรื่องของงบประมาณอีก เพราะว่า การเลือกตั้งแต่ละรูปแบบ ผมขอยกของ กทม. กับของพัทยาออกไป เพราะไปเลือกซ้อน กับของรูปแบบอื่นได้ แต่เข้าใจว่า อบจ. เทศบาล และ อบต. นั้นคงจะเลือกพร้อมกันไม่ได้ คงจะเลือก ๓ รูปแบบ ส่วน กทม. กับพัทยาทับกับอันใดอันหนึ่งได้ ปัญหาก็คือว่าถ้าเรา เลือกไปแล้ว กกต. ต้องการที่จะเว้นแต่ละรูปแบบ ๒ เดือน เพื่อจะทำตามอำนาจหน้าที่ ของ กกต. ซึ่งเป็นรายละเอียดของ กกต. ก็จะมีปัญหาทันทีว่าถ้าเลือกรูปแบบสุดท้ายเลย เดือนกันยายนก็อาจจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณอีก ก็จะต้องไปดูทางกฎหมายว่าถ้ามันใช้ เงินสะสมได้ก็ดันเข้าไปเก็บเป็นเงินสะสมแล้วก็ขอใช้เงินสะสมหรืออย่างไร ก็ต้องเป็น ข้อหารือ อันนี้เรียนให้ทราบ แต่ที่ผมเรียนท่านได้ก็คือว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๓ เพราะว่าจำนวนราษฎรได้ดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้ว รวมหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว ถ้า กกต. หารือมาก็คงจะพร้อมครับ🔗
ท่านประเสริฐ มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
ก็ไม่ได้เป็นคำถามครับท่านประธาน ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ความกระจ่าง เพราะว่าผมก็จะออกพื้นที่ ผมก็จะมีคำตอบให้ พี่น้องประชาชนว่าท่านก็ยืนยันกรอบการดำเนินการหรือข้อมูลอะไรต่าง ๆ ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว หรือเป็นส่วนใหญ่ และท่านก็ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๓ นี้ ผมในฐานะเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชนอยากแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดไปนั้น ก็ถือว่าเป็นการยืนยันและให้ผู้ที่จะเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ระดับใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมากที่สุดนั้นก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ มีความหวังและท่านที่รักษาการอยู่ก็จะได้รู้กรอบการดำเนินการว่าจะปฏิบัติตัวเช่นไรครับ กราบขอบคุณท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ก็ถือว่า จบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ ของท่านประเสริฐ บุญเรือง นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาเราครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ซึ่งได้มีการดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ห้องประชุม หมายเลข ๒๐๓ ไปแล้วนะครับ🔗
เราก็เริ่มห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของเรานะครับ เรียนเพื่อที่ประชุมได้รับทราบถึงลักษณะกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับข้อบังคับปัจจุบันนี้ก็คือกระทู้ที่มีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคลหรือสมาชิกระบุว่าให้ตอบในห้องกระทู้ถามให้ถือเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งประธานจะกำหนดให้มีการถามและตอบในห้องกระทู้ได้ครั้งละกี่กระทู้ ก็เป็นไปตามที่ประธาน กำหนด วันนี้เรากำหนดไว้ ๖ กระทู้ แต่เลื่อนไป ๔ เรื่อง เหลือ ๒ กระทู้ ลักษณะกระทู้ก็เหมือนกับ กระทู้ทั่วไปเพียงแต่ข้อบังคับกำหนดว่ากระทู้นี้จะต้องถามและตอบให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที ลักษณะกระทู้ทั่วไปก็ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซากหรือลักษณะเป็นการอภิปราย ถามตอบกระทู้ก็เช่นเดียวกันครับ ความจริงท่านสมาชิกผู้อาวุโสทราบดีอยู่แล้ว แต่ว่าเพื่อผู้ที่รับฟัง จะได้รับทราบถึงเงื่อนไข ระเบียบด้วย กระทู้ถามวันนี้ที่กำหนดไว้ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น ขอเรียนว่าเนื่องจากมีการขอเลื่อน ผมขอไล่ไปและเรียนให้ทราบนะครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๕ เรื่อง ขอขยายศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาบาล พัทลุง (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
ประสานมาว่ามาตอบครับ แต่ขอเลื่อนไปเป็นลำดับสุดท้ายเนื่องจากติดภารกิจ จึงขอสลับกระทู้ถามวาระที่ ๑.๓.๑ ไปนะครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๖ เรื่อง ถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย (มอเตอร์เวย์อ่าวไทย) (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ ขอเลื่อนไปนะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๗ เรื่อง การออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ทำกิน (นายประกอบ รัตนพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ ขอเลื่อนไปนะครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๘ เรื่อง ผลักดันการเปิดทำวีซ่าชายแดน ไทยเมียนมาร์ (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ ขอเลื่อนไปนะครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๙ เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับการอนุญาตให้ รถขนสินค้าจากต่างประเทศเข้ามายังด่านของประเทศไทย (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเลื่อนไปนะครับ🔗
มาวาระที่ ๑.๓.๖ ซึ่งเป็นกระทู้สุดท้าย แต่เนื่องจากจำเป็นต้องเลื่อนมาก่อน วาระที่ ๑.๓.๑ จึงขออนุญาตให้กระทู้ถามที่ ๑.๓.๖ ได้เริ่มก่อนนะครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๕๐ เรื่อง การผลักดันเปิดด่านการค้า ชายแดน (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ จึงได้ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุน ให้ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๑. นายชยชัย แสงอินทร์ ๒. นางสาวพิมพ์อัปสร บริบูรณ์รัตน์ ๓. ร้อยโท สุกฤษฎิ์ อาชวคุณ ขออนุญาตให้เชิญเข้ามาได้และขออนุญาต ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเข้าฟังการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๔ ท่าน ๑. นายกร ศิรินาม ๒. นายประสพพร จันทนบุบผา ๓. นายกิตติวัฒน์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ๔. นายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์ สำหรับคนนอกนั้นผมจะไม่เสียเวลาอ่านให้ฟังว่าระเบียบเป็นอย่างไรเข้าใจว่า ท่านสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ถามอธิบายให้ท่านฟังแล้ว ไม่ต้องแสดงความดีใจ เสียใจ ไม่แสดงการชอบ ไม่ชอบ และไม่แสดงอะไรที่ไม่ขัดแย้งต่อความเรียบร้อยในห้องประชุม ขอเชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอทำหน้าที่ผู้แทน ปวงชนชาวไทยเพราะว่าเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐและกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ประเทศและการปฏิรูปประเทศ ได้รับมอบหมายจากกิจการชายแดนไทยมา ก็ขอเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันนี้จุดผ่านแดนซึ่งมีแนวตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดตาก จังหวัดระนอง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนทางฝั่งจังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม ไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ก็มีจุดผ่านแดนธรรมชาติที่ประชาชนไปมาหาสู่กันค้าขายอยู่ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ปัจจุบันนี้สภาพการติดต่อระหว่างประเทศแทบจะไม่มีพรมแดนแล้ว แต่เมื่อเราไปดูชายแดน ของประเทศไทยโดยเฉพาะที่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงราย มีจุดผ่านแดนจากประเทศไทย ไปประเทศเมียนมาร์แล้วสามารถผ่านไปยังประเทศมหาอำนาจถึงประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศและปัจจุบันนี้ยิ่งประเทศจีนมาสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ในประเทศ เพื่อนบ้านทำให้สถานการณ์ขณะนี้เราได้รับการเสนอจากสมาคมหอการค้าไทยว่าควรจะมีการ เปิดจุดผ่านแดนซึ่งเคยเปิดเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๔๓ มา ๒๐ ปีนี้ยังไม่ได้ขยับเลยนะครับ ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าเป็นคำถามซึ่งเป็นคำถามเดียวไปเลย ก่อนว่ามาถึงปีนี้ซึ่งมูลค่าการค้าขายชายแดนและการค้าขายผ่านจุดผ่านแดนหมายความว่า อาจจะภายในประเทศแล้วผ่านจุดผ่านแดนเป็นจำนวนมหาศาลมากขณะนี้มีตัวเลขสถิติ ประมาณ ๑.๓ ล้านล้านทั่วทั้งหมด เลยมีคำถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ท่านมีนโยบายที่จะเปิดจุดผ่อนปรนทางธรรมชาติจากจังหวัดเชียงใหม่ที่จุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง อำเภอเวียงแหง จุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็จุดผ่อนปรน ทางธรรมชาติบ้านวาเล่ย์ อำเภอพบพระ และช่องทางธรรมชาติบ้านเปิ่งเคลิ่ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง ที่ถามหมายความว่าจุดที่เคยเป็นจุดผ่อนปรนอยู่แล้วทั้ง ๒ จังหวัดนี้ ๔-๕ แห่ง กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะเปิดจุดผ่อนปรนเหล่านี้เพื่อให้ประชาชนได้ไปมาหาสู่ แล้วทำการค้ากันในภาวะอย่างนี้เพื่อให้เศรษฐกิจของชายแดนดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องของการเปิดจุดผ่านแดนนั้นในการปฏิบัตินั้นก็ต้องไปอ้างกฎหมาย ก่อนว่ามีมติ ครม. รองรับไว้แล้วในการเปิดจุดผ่านแดนนั้นก็จะต้องมีการพิจารณาในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็พอสรุปได้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของความพร้อมพื้นที่ ความพร้อม เจ้าหน้าที่ ประชาชนที่อยู่ที่นั่น สภาพความมั่นคงด้านนั้นมีความเรียบร้อยหรือไม่ ประการใด ผมขอเพิ่มเติมในข้อพิจารณาว่ามีจุดผ่านแดนหลาย ๆ แบบด้วยกัน ในบางแบบนั้นก็จะต้องดู ความจำเป็นว่าควรต้องอยู่แบบใด เพราะว่าการเปิดจุดผ่านแดนมันจะตามมาด้วยค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นจุดผ่อนปรนก็มีค่าใช้จ่ายต่ำระดับหนึ่ง ถ้าเป็นจุดผ่านแดนสูงขึ้นมาก็จะมีค่าใช้จ่ายมาก ก็ต้องดูว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนตามลำดับไปครับ อย่างไรก็ตามถ้าเป็น นโยบายของรัฐบาลแล้วถ้าพื้นที่มีความพร้อมแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยไม่มีปัญหา เรื่องความมั่นคง เช่น ในเรื่องของการปักปันเขตแดน เรื่องของความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ รัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสภาความมั่นคงแห่งชาติ เราจะมี คณะอนุกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องการพิจารณาเปิดระงับหรือปิดจุดผ่านแดนประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะไปถึงคำถามทั้ง ๒ ข้อเมื่อสักครู่นี้ ๒ พื้นที่ก่อนที่จะไป ผมขอพูดถึงจุดผ่านแดน ของประเภทต่าง ๆ ก่อน อันดับแรกคือจุดผ่านแดนถาวร ที่เราเรียกจุดผ่านแดนถาวร จุดนี้ ก็จะเป็นการตกลงของระหว่าง ๒ ประเทศ จุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนทั้ง ๒ ประเทศได้ ไปมาหาสู่กันรวมทั้งบุคคลจากประเทศที่ ๓ สามารถเข้าออกได้ พูดง่าย ๆ ว่าที่นี่ใช้พาสปอร์ต (Passport) ได้ สามารถผ่านเส้นทางแล้วเข้าไปในส่วนลึกของประเทศทั้ง ๒ ประเทศได้ เรียกว่า จุดผ่านแดนถาวร ผมลืมเรียนไปว่าการจะเปิดทั้งสิ้นจะต้องเป็นความเห็นชอบของทั้ง ๒ ประเทศ เราเห็นชอบคนเดียวไม่ได้ครับ เขาก็ต้องพร้อมด้วย เราบอกว่าเราเข้าไปในประเทศของเขา เขาบอกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ ตม. ก็เปิดไม่ได้ ดังนั้นต้องเป็นความยินยอมของทั้ง ๒ ประเทศ เพราะเราเข้าไปถึงประเทศของเขา🔗
จุดผ่านแดนประเภทที่ ๒ จุดผ่านแดนชั่วคราว อันนี้จะเป็นการผ่อนผัน ให้มีการผ่านแดนเฉพาะกิจ เฉพาะชั่วคราวเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีอยู่ ๒ แห่ง คือที่ด่านเจดีย์สามองค์ และที่หนองเอี่ยน ที่ด่านเจดีย์สามองค์ก็เป็นการท่องเที่ยว ที่หนองเอี่ยนนั้นที่ตรงอรัญประเทศ ก็เพื่อการก่อสร้างจุดผ่านแดนแห่งใหม่ที่ไปหนองเอี่ยน🔗
จุดผ่านแดนประเภทที่ ๓ คือจุดผ่อนปรนเพื่อการค้า อันนี้ล่ะครับมีความจำเป็น อย่างยิ่งเพราะว่าส่วนใหญ่จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดน ที่อยู่ติดกันระหว่าง ๒ ประเทศไปมาหาสู่ ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ ทำได้ง่ายแล้วไม่เป็นภาระ ทางด้านงบประมาณมาก แล้วการดำเนินการก็สามารถดำเนินการได้ง่าย เมื่อผ่านขั้นตอนแล้ว รัฐบาลเห็นชอบแล้วผ่านคณะกรรมการของ สมช. แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศ ได้เลยที่จะเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า อันนี้ใช้ได้ดี🔗
ส่วนสุดท้ายคือจุดผ่อนปรนพิเศษ อันนี้มันมีปัญหาเกิดขึ้นคือเราไม่สามารถ เปิดจุดผ่านแดนได้ยังไม่พร้อมก็จะมีการใช้จุดผ่อนปรนพิเศษ ผมยกตัวอย่างที่เราทำมาแล้ว ๑ แห่งเท่านั้นในประเทศไทยคือที่ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เราต้องยอมให้ทำขณะนั้น เรายังไม่มีการปักปันเขตแดน อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ประเทศก็เห็นพ้องต้องกันว่าการค้าขาย ไปมาหาสู่กันตรงนี้จำเป็นก็เลยมีข้อตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้นก็ทำจอยต์ ดีเทล เซอร์เวย์ (Joint Detail Survey) ก่อนเพื่อจะให้รู้ว่าแนวเขตแดนอยู่ตรงไหน แล้วก็เปิดเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษ ปรากฏว่าหลังจากที่ทำแล้วทางสหภาพเมียนมาร์ไม่ลงนามจอยต์ ดีเทล เซอร์เวย์ (Joint Detail Survey) ขณะนี้นโยบายของรัฐบาลโดย สมช. ก็ไม่เห็นด้วยในการที่จะเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษนี้อีก ก็จะมี ๒ รูปแบบที่ว่าน่าจะเหมาะสมที่สุดก็คือจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่อนปรนทั้งเพื่อการค้า และเพื่อท่องเที่ยวก็มี สำหรับคำถามจุดผ่อนปรนที่บ้านหลักแต่ง เวียงแหง เชียงใหม่และกิ่วผาวอก อยู่ติดกัน โดยประมาณถ้าผมจำไม่ผิดอยู่ใกล้ ๆ กัน ตามสภาพจริง ๆ แล้วทั้ง ๒ ด่านก็เปิด ทำการแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ แต่เนื่องจากในปี ๒๕๔๕ มีเหตุการณ์ในสหภาพเมียนมาร์คงจะ เอ่ยนามได้เพราะว่าเป็นเรื่องที่ปรากฏจริง ทางรัฐบาลเมียนมาร์ได้ระงับการผ่านเข้าออกตลอดจน การค้าขายสินค้าบริเวณดังกล่าวจนปัจจุบันนี้สิ่งที่พอจะสังเกตได้อย่างหนึ่งคือพื้นที่ดังกล่าว ฝั่งตรงข้ามกับประเทศไทยมีกำลังทั้งกลุ่มของรัฐบาลพม่า ทหารรัฐบาลพม่า กองกำลังของว้า และกองกำลังรัฐฉานถึง ๒-๓ กองกำลังอยู่ที่นั่น ทางเมียนมาร์ก็เลยปิดจนถึงบัดนี้ คำว่า ปิดนั้นคือระงับการสัญจรข้ามไปมา แต่สถานะยังเปิดอยู่ ยังไม่มีการปิดสถานะนี้ยังเปิดอยู่ แต่ทางเมียนมาร์นั้นไม่มีความพร้อม หลังสุดเลยฝ่ายไทยพยายามผลักดันอยู่ตลอดเวลา โดยผ่านคณะกรรมการหลายระดับด้วยกันถ้าเป็นระดับจีบีซี (GBC) รัฐมนตรีเรา แล้วก็มีจีบีซี (GBC) รัฐมนตรีต่างประเทศ และในพื้นที่ก็จะมีแม่ทัพภาคคืออาร์ดีซี (RDC) จนถึงทาวน์ชิป (Township) ของเมียนมาร์พยายามผลักดันที่จะเปิด แต่ทางฝ่ายเมียนมาร์ก็แจ้งว่ายังไม่มี ความพร้อมด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ผมจึงกลับมาถึงปัญหาแรกว่า🔗
เก็บเวลาไว้ตอบครั้งที่ ๒ ด้วยนะครับ ท่านเหลือ ๓ นาทีครับ ๒ นาทีเศษ🔗
ไปด่านพบพระ อุ้มผางยิ่งแปลกใหญ่นะครับตรงนี้ อุ้มผางอยู่ข้างบนและของพบพระอยู่ด้านบนและอุ้มผาง อยู่ด้านล่าง เหตุผลที่จะเปิดตรงนี้นัยว่าต้องการให้ประชาชนคนไทยเดินทางสะดวกตรงนี้ เหตุผลที่ผมอยากเรียนง่าย ๆ ก็คือว่าตรงนี้ถ้าจะเปิดจากจุดนี้แล้วข้ามไปจุดโน้นมันต้องเป็น จุดผ่านแดนถาวรเท่านั้นเพราะถ้าเป็นจุดอย่างอื่นมันต้องเข้าและออกทางเดิม จุดผ่อนปรน ต้องออกไปแล้วเข้าทางเดิมแต่ท่านต้องการออกจากพบพระแล้วไปที่อุ้มผาง มันจะเป็น จุดผ่านแดนทันที ท่านลองดูสภาพตรงนี้ว่าไม่น่ามีความพร้อมทั้ง ๒ ฝ่าย อันนี้ผมเรียนว่า ถ้าเหตุผลตรงนั้นน่าจะยาก ก็เพราะว่าจะต้องเป็นจุดผ่านแดน และจุดผ่านแดนอยู่ติดกัน เพื่อเหตุผลเราทางเมียนมาร์จะเป็นอย่างไรผมไม่แน่ใจ ท่านเชิญต่อครับ🔗
ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าสภาพที่ปิดนั้นมันผ่านมาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ทีนี้สภาพ มันเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งฝั่งประเทศ ฝากท่านไปทบทวนอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าทางเราได้เชิญ เสนาธิการกองกำลังผาเมืองและผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารม้าที่ ๔ กองกำลังผาเมือง ซึ่งเขาดูแลเรื่องความมั่นคงอยู่ มีความเห็นตรงกันทั้งของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งส่งรองผู้ว่า และส่งพ่อค้ามา ทางฝ่ายทหาร ทั้งความมั่นคงมีความเห็นเขายินดีถ้าหากจะมีการเปิด สภาพ มันต่างจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้ข้อมูลในวันนี้ ขอฝากท่านไปเพราะ ผมไม่มีเวลาที่จะทำเกี่ยวกับกระทู้นี้มากครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากท่านก็คือเรื่องทางฝั่งจังหวัดหนองคายมีจุดผ่อนปรน อยู่ที่บ้านหม้อ หมู่ที่ ๘ อำเภอศรีเชียงใหม่ ในฝั่งตรงข้ามจะเป็นเวียงจันทน์ เมืองศรีโคตรบอง ซึ่งผมไปดูเป็นจุดผ่อนปรนแต่มีการค้าขายผ่านชายแดนจำนวนค่อนข้างมากแล้วโดยเฉพาะ กับทางสาธารณรัฐประชาชนลาว เวลานี้เราส่งสินค้าออกไปประมาณ ๕๓,๐๐๐ ล้านต่อปี เราสั่งซื้อเขามาประมาณ ๙,๖๒๐ ล้านบาท ในช่องที่เหมาะสมคือช่องที่ผ่านบ้านหม้อ อำเภอ ศรีเชียงใหม่ ผ่านไปเมืองศรีโคตรบองและไปยังเวียงจันทน์อยากจะให้เปิดเป็นด่านถาวร เพราะว่าจะสามารถขนส่งสินค้าได้ปริมาณมากกว่าปัจจุบัน ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดูแล ตรงนี้และมีนโยบายอย่างไร จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนถาม กลับไปเมื่อสักครู่ ยืนยันว่าที่เวียงแหงกับกิ่วผาวอกนี้ยังเปิดอยู่ สถานะยังเป็นจุดผ่อนปรนอยู่ แต่ทางเมียนมาร์ไม่ให้ผ่าน ไม่ใช่เรา ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่ายังเป็นอยู่ โดยไม่ต้องทำอะไร เขาเป็นอยู่แล้ว แต่ทางเมียนมาร์ไม่พร้อมที่จะให้สัญจรข้ามแดน ผมเรียนย้ำว่าเราประกาศเอง คนเดียวไม่ได้ เราไม่ได้ปิดทุกอย่างยังเป็นอยู่ ทุกอย่างยังเป็นอยู่แต่คุณไปบังคับให้เขาเปิดไม่ได้ ผมเรียนย้ำ ผมตอบเคลียร์แล้ว ท่านลองไปทบทวนฟังดูผมตอบเคลียร์ว่ายังเป็นจุดผ่อนปรน ทางการค้าทั้ง ๒ แห่งอยู่ ยังเป็นอยู่ แต่เมียนมาร์ไม่พร้อมที่จะให้เปิด เราหารือหลายครั้งทุกครั้ง ที่มีการประชุมชายแดนเราหารือเขาไม่ให้เข้า🔗
ท่านยืนยันว่าฝั่งเราพร้อม🔗
ไม่ใช่ฝั่งเรา พร้อมครับ เราไม่ได้ปิดเลย ยังคงมีสถานะจุดผ่อนปรนทางการค้าอยู่ทั้ง ๒ แห่ง ส่วนตรงนี้ ผมอธิบายชัดแล้วถ้าจะเป็นจุดผ่านแดนนี้ตอนนี้ยังไม่มีการริเริ่ม ถ้าจะริเริ่มก็คงต้องประชุม ฝ่ายเรากันก่อนว่ามันเหมาะสมเพียงใดเพราะผมเรียนแล้วว่าจุดผ่านแดนถาวรมีค่าใช้จ่ายมาก มันมีเจ้าหน้าที่ ตม. เจ้าหน้าที่ทุกอย่างมันมากแต่มันเหมาะสมที่จะเปิดหรือยังตรงนั้น ความพร้อมพื้นที่อะไรหลายอย่าง ตอบ ๒ อัน กลับมาที่นี่ก็เช่นเดียวกันเรื่องความพร้อมก็ยังไม่มี แต่เนื่องจากว่าถ้ายังมีความเปลี่ยนแปลงว่ามันมีการค้ามากขึ้นและจำเป็นก็จะรับไปพิจารณา ที่จะลองตั้งเรื่องขึ้นไปแต่ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทยเป็นคนตัดสิน มันจะต้องมีการประชุมถึง ระดับรัฐบาลแล้วจะต้องเข้า ครม. ด้วย ผมอนุมัติเองไม่ได้แต่ว่าต้องประชุมตอนจะเข้า ครม. ทางฝ่ายตรงข้ามทางประเทศเพื่อนบ้านต้องตกลงด้วยแล้วพร้อมด้วยจึงจะทำได้ จึงจะเข้ามาได้ เราเปิดคนเดียวไม่ได้ครับ🔗
ท่านใช้เวลาหมดพอดี แต่ว่า คุณขจิตรก็ควรใช้เวลาเหลืออยู่ ๔ นาที ถ้ามีอะไรข้องใจอนุญาตครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าในจุดผ่านแดนที่บ้านหม้อผมได้ส่งคณะข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม คือสาธารณรัฐประชาชนลาวทางฝั่งโน้นนักธุรกิจเมืองศรีโคตรบอง คือท้าวศรีธน ซึ่งได้พบปะกัน กับคณะของผมเขายืนยันแล้วก็พอผมไปเยี่ยมด่านเขาจะชี้ให้ผมดูฝั่งโน้นซึ่งมองเห็นว่า ตรงนั้นท้าวศรีธนเขามาสร้างจุดผ่านแดนให้รัฐบาลซึ่งเตรียมที่จะเปิดเป็นการถาวรแล้ว เขาพร้อมแต่เขาบอกเราว่าแล้วแต่พวกเราจะคุยกับรัฐบาล เสร็จแล้วพอเขากลับมาแต่ว่า ได้รับการรายงานจากทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ข้อมูลอาจจะไม่เหมือน บอกทำนอง ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าฝั่งโน้นยังไม่ตกลง ข้อมูลของรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายผมว่า ฝั่งเรามีความพร้อมแต่ฝั่งทางโน้นยังไม่มีความพร้อมครับ ซึ่งข้อมูลผมกลายเป็นคนละเรื่อง แต่ว่าไม่เป็นไร ข้อมูลผิดกันไม่เป็นไรแต่เรียนท่านให้ทราบไว้เพราะว่าในสถานการณ์อย่างนี้ ทีนี้ในเรื่องที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดตากที่ท่านรัฐมนตรีเรียนท่านประธานว่าสถานการณ์ เขาไม่เปิด เดี๋ยวผมไปตรวจสอบดูอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าจาก ๒๐ ปี จากปี ๒๕๕๔ ที่เราปิดมานี้ สถานการณ์ประเทศเมียนมาร์มันเปลี่ยนไปมากอย่างที่ทุกคนทราบไม่น่าจะอยู่ในสภาพเดิม ตามที่ท่านได้เรียนกับท่านประธาน เพราะ ๒๐ ปีเรื่องการต่อสู้ในพม่ามันยุติมากแล้วและ การเปลี่ยนแปลงอย่างที่เรารับทราบข่าวสารมันเปิดประเทศคนละลักษณะ แล้วก็รับความเห็น ท่านไปเพื่อที่จะไปตรวจข้อมูลตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง🔗
ท่านรัฐมนตรีรับไปแล้วกันครับ🔗
ผมขอยืนยันว่า สถานะของด่านยังเป็นอยู่ พม่ายังไม่ให้เข้า อย่างไรก็ตามถ้าท่านแจ้งว่าพื้นที่ผมก็มีหนทาง ที่จะลองดูแก้ปัญหา แต่ผมเรียนยืนยันว่าเมื่อการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๖๒ ของอาร์บีซี (RBC) เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพม่าแจ้งว่ายังไม่พร้อม แต่ผมจะรอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ลองคุยกับเขา ถ้าเขาพร้อมลองให้เขาไปผลักดันทางฝ่ายทหารเพราะว่าเราไม่ได้ปิด เขาไม่ให้ คนผ่านเข้าออกเฉย ๆ สถานะยังมีทั้ง ๒ แห่ง กลับมาที่อุ้มผางผมก็จะรับไปดู แต่ผมเรียนว่ายาก เพราะจุดผ่านแดนมันติดกันเพราะท่านต้องการข้ามอีกแห่งหนึ่งไปแล้วไม่กลับมาที่แห่งหนึ่ง แต่กลับออกไปอีกแห่งหนึ่งมันเป็นจุดผ่านแดนแล้วมันอยู่ติดกันในความจำเป็นตรงนี้ผมไม่ทราบ กลับไปอีกครั้ง เมื่อสักครู่ท่านพูดผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ท่านนี้เป็นผู้แทนพื้นที่มาท่านบอกว่า พร้อมท่านพูดก็พร้อมผมไม่ได้บอกว่า ๒ คนนี้พร้อม ผมบอกว่ารัฐบาลทั้ง ๒ ฝ่ายต้องพร้อม ไม่ใช่ต่างกันนิดหนึ่ง เราจะตั้งเรื่องขึ้นไป แต่ถ้าเราถามเขาทางรัฐบาลเขาบอกไม่น่า หรือฝ่ายรัฐบาล เราบอกว่าไม่น่า ตรงข้ามของเวียงจันทน์มีปัญหาเรื่องความพร้อมที่ดินด้วย เพราะถ้าจะเป็น ด่านถาวรก็จะต้องมีพื้นที่ที่เราเรียกว่าซีไอคิว (CIQ) ที่จะใช้ไม่ใช่น้อยผมทราบอย่างนั้น แต่ผมจะ ไม่ไปปฏิเสธหรืออะไร ผมรับไปว่าจะไปให้ทางพื้นที่ลองเสนอมาที่ความพร้อมของ ๒ ฝ่ายแค่ไหน อย่างไร พอขึ้นมาแล้วผมจะเดินไปตามขั้นตอนให้ แต่ความพร้อมที่ผมบอกนี้คุณตอบอย่างนั้น ไม่ได้ต้องขึ้นมาข้างบนแล้ว กระทรวงการต่างประเทศเขาถามไปแล้วตรงโน้นเขาต้องตกลงด้วย นั่นคือความพร้อมที่ผมบอก ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ใช่พื้นที่บอก ไม่ใช่🔗
สมควรแก่เวลาแล้วเกินไป ๒ นาที🔗
ขอนิดหนึ่งนะครับ🔗
พอนะครับ ฝากไว้ก็แล้วกัน🔗
คือเรื่องที่บอกว่าความพร้อมของรัฐบาล ผมมีหน้าที่สะท้อนความพร้อมในชายแดนจริงแล้วก็ฝากท่านที่อยู่ในฐานะรัฐบาลต้องลงไป ดูพื้นที่การเปลี่ยนแปลงด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณที่มาตอบกระทู้นะครับ ขอบคุณคุณขจิตรผู้ตั้งกระทู้🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๔๕ เรื่อง ขอขยายศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาบาล พัทลุง (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
ในการนี้ได้ขออนุญาตให้ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสาธารณสุขมาให้ข้อมูลในการตอบกระทู้คือนางเกวลิน ชื่นเจริญสุข ๒. นางณัฏฐิณา รังสินธุ์ ขอเรียนท่านสมาชิกนริศ อาวุโสทราบดีอยู่แล้ว แต่ว่าเรียน เพื่อให้ครบประเด็นว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ต้องถามแล้วก็ตอบให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ๒๐ นาที แล้วลักษณะกระทู้ก็เหมือนกระทู้ทั่วไปอันหนึ่งก็คือต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย อันนี้ก็เรียนเพื่อทราบ ส่วนบุคคลภายนอกไม่มีนะครับ กรณีนี้ก็ขอเชิญท่านนริศครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง ขอขยายศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาบาลพัทลุง🔗
สืบเนื่องด้วยโรงพยาบาลพัทลุงซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด ๔๔๕ เตียง อยู่ใจกลางจังหวัดพัทลุง มีเนื้อที่ ๓๗ ไร่ ๑๐ งาน ปัจจุบันศูนย์อุบัติเหตุของโรงพยาบาล มีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ไปมาจึงทำให้จำนวน ผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ศูนย์เกิดความคับแคบแออัดไม่เพียงพอ ที่จะรองรับการให้บริการกับผู้ป่วยสร้างความลำบากเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเครื่องมือแพทย์ ก็ไม่เพียงพอต่อการรักษา ดังนั้นหากโรงพยาบาลพัทลุงได้รับการสนับสนุนให้มีการดำเนินการ ก่อสร้างขยายศูนย์อุบัติเหตุก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดังที่ทางรัฐบาลและกระทรวง สาธารณสุขได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัย ประชาชนพร้อมทั้งสนับสนุนดำเนินการ ทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนสุขภาพดี ช่วยสร้างเศรษฐกิจของประเทศ กราบเรียนท่านประธาน เพิ่มเติมก่อนที่จะถามคำถามที่ ๑ ว่าจำนวนของผู้ป่วยในโรงพยาบาลพัทลุงนี้แม้ว่าพวกเราจะ ได้ใช้ความพยายามที่จะมีตึกที่จะรองรับผู้ป่วย แต่อย่างไรก็ตามความเป็นจริงก็คือยังคับแคบ จนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะผู้ป่วยซึ่งมาจากอุบัติเหตุถ้าดูจากสถิติพบว่าจำนวนผู้ประสบอุบัติเหตุ เพิ่มมากขึ้น ตัวเลขในปี ๒๕๖๓ เป็นตัวเลขยังไม่มีอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์เพราะยังไม่ถึง สงกรานต์ในปี ๒๕๖๓ แต่ว่าปีใหม่ก็มีตัวเลขแล้วแต่จะเห็นแนวโน้มว่าอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงแม้ว่าขนาดจังหวัดจะเล็กประชาชนไม่มาก แต่ว่าจำนวนอุบัติเหตุ ใกล้เคียงกับจังหวัดใหญ่ ผมจึงขออนุญาตได้สอบถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีนโยบาย ที่จะดำเนินการสนับสนุนให้โรงพยาบาลพัทลุงได้ขยายศูนย์อุบัติเหตุเพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น หรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จากคำถามท่านนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งให้ความสนใจเรื่องโรงพยาบาลที่พัทลุงและเน้นไปในเรื่อง ของห้องอีอาร์ (ER) เรื่องฉุกเฉินก็เรียนอย่างนี้ว่าในส่วนแผนของกระทรวงสาธารณสุขเราจะ มีการพัฒนาโรงพยาบาลประจำจังหวัดเป็นโรงพยาบาลที่มีห้องอีอาร์ (ER) ที่ครบสมบูรณ์แบบ โดยตามแผนเราจะนำร่องไปทั้งหมด ๒๑ โรงพยาบาลในปีนี้ เริ่มเดือนธันวาคมหลังจากนั้น ก็จะขยายไปอีก ๑๗ แห่ง เป็นกลุ่มที่ ๒ ก็จะเริ่มวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ แล้วปีถัดไปก็จะทำให้ครบ ทั้งหมด แต่ละโรงพยาบาลก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่หลักก็คือว่าตัวห้องฉุกเฉินนี้ ก็จะต้องมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ๒. ก็คือว่าต้องมีความปลอดภัย สำหรับบุคลากรที่ทำหน้าที่ตามที่เราได้ปรากฏข่าวว่าในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์กำลัง ทำงานหรือว่ามีเรื่องเขาเรียกว่าเรื่องต่อเนื่องจากเหตุทะเลาะวิวาทแล้วก็มายังห้องฉุกเฉิน อันนี้เราจำเป็นต้องมีระบบเขาเรียกดับเบิล ดอร์ (Double doors) ที่ป้องกันการเกิดเหตุ ในส่วนของพัทลุงก็เรียนว่าแผนที่เป็นประโยชน์ในกรณีห้องฉุกเฉินมี ๒ ส่วนด้วยกัน แผนที่ทำ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะไปส่งเสริมงานด้านฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุขจัดงบปี ๒๕๖๓ ได้มีการแผนจัดซื้อเครื่องติดตามการทำงานสัญญาณชีพแบบเคลื่อนที่จำนวน ๒ เครื่องให้กับ โรงพยาบาลพัทลุง ส่วนงบประมาณปี ๒๕๖๔ ตอนนี้อยู่ในช่วงที่จัดทำงบประมาณขาขึ้น ขณะนี้ ทางจังหวัดก็ได้ทำแผนมาที่ผู้ตรวจเขตสุขภาพเรียบร้อยแล้วก็จัดทำส่งไปสำนักงบประมาณ แล้วก็คือแผนจัดซื้อระบบแม่ข่ายสั่งการรักษาทางไกล เราเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าเอโอซี (AOC) อันนี้มันเป็นระบบอย่างนี้ครับ คล้าย ๆ เป็นเทเลเมดิซีน (Telemedicine) หมายความว่า ตัวรถฉุกเฉินจะมีอุปกรณ์สำหรับถ่ายทอดสด สมมุติรับคนป่วยได้รับอุบัติเหตุตั้งแต่นาทีแรก ที่เอาขึ้นรถจะถ่ายทอดสดไปยังคล้าย ๆ เฟซไทม์ (Facetime) ไปยังโรงพยาบาล ตัวโรงพยาบาล ก็จะมีทีมแพทย์ มีกรุ๊ป (Group) เลือดมีรายละเอียดพร้อมแล้วพอนำส่งผู้ได้รับอุบัติเหตุไปถึง ห้องฉุกเฉินนี้ก็มีการเตรียมความพร้อมไปแล้วก็จะดำเนินการรักษาได้อย่างทันท่วงทีและรวดเร็ว อันนี้ป้องกันการเสียชีวิตได้ ลดการเสียชีวิตได้จากอุบัติเหตุ ซึ่งอันนี้ของพัทลุงอยู่ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งผมเคยไปตรวจงานที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เขาทำระบบนี้แล้วก็มีตัวเลขปีหนึ่งเขาลด การเสียชีวิตของการเกิดอุบัติเหตุได้จำนวนสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่พอสมควร เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในส่วนของโรงพยาบาลพัทลุง ถ้ามี ๒ ส่วนนี้ก็จะทำให้ห้องฉุกเฉินได้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องภาพรวมเดี๋ยวขอตอบคำถามที่ ๒🔗
เชิญท่านนริศครับ ถามได้ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ จังหวัดพัทลุง สำหรับเรื่องตึกอุบัติเหตุนอกจากว่าคับแคบ ผู้ป่วยมาก คนเจ็บมากแล้ว อุปสรรคหนึ่งก็คือ โรงพยาบาลพัทลุงตั้งอยู่ในใจกลางเมือง การสัญจรไปมาติดขัดทั้งวัน พัทลุงไม่มีบายพาส (By pass) เหมือนจังหวัดท่านประธาน มีถนนเส้นเดียวติดขัดตลอดเวลา ใช้เวลามาก บางที ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตได้จากการสัญจรไปมากว่าจะถึงโรงพยาบาล ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรี อย่างนี้ได้ไหมครับ มีหลายจังหวัดมีแนวคิดยกเฉพาะศูนย์อุบัติเหตุออกมาไว้ที่ที่เหมาะสม เช่น ถ้าจังหวัดพัทลุงก็มาไว้ที่บริเวณถนนเอเชียศูนย์กลางที่ทุกอำเภอ ๑๑ อำเภอมาได้ ในจังหวัดพัทลุงขณะนี้มีการพูดคุยกันว่ามีโรงเรียนอยู่ใกล้เมืองโรงหนึ่งอยู่ติดกับถนนเอเชีย ชื่อโรงเรียนวัดอัมพวนารามหรือว่าวัดส้มตรีดไม่เข้าไปในเมืองอยู่ริมเมืองสามารถทำได้ หลายจังหวัด โรงพยาบาลก็อยู่ที่โรงพยาบาล แต่ตึกอุบัติเหตุนี้สร้างขึ้นมาใหม่เลยเหมือนกับ บางจังหวัดผมคิดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนต่อผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเพราะเราจะ ดูแลเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุเป็นสำคัญตรงนี้น่าจะแก้ไขปัญหาการสูญเสียชีวิตได้มากกว่านี้ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้หรือไม่เพราะหากว่าการขยายตามข้อ ๑ ที่ผมกราบเรียนสอบถาม ไปแล้วไม่สามารถทำได้หรือว่ามีปัญหา ผมคิดว่าทางเลือกที่ ๒ ก็คือการที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ ในที่ใหม่ที่ไม่อยู่ในใจกลางเมืองน่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ จึงขอถามรัฐมนตรีว่าในข้อ ๒ ก็คือถ้ารัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามข้อ ๑ ทางเลือกข้อที่ ๒ เป็นไปได้หรือไม่ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอตอบท่านนริศเลยนะครับว่าความจริงถ้าในสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนนี้เป็นเรื่องเดียวกับการลดการแออัดคือเราจะพยายามแยกส่วนการใช้ห้องฉุกเฉินออกมา เรามีแผนแล้วเราดำเนินการสั่งการเรื่องของคลินิกนอกเวลา ซึ่งผู้ป่วยธรรมดาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับ ห้องฉุกเฉิน อันนี้ก็เป็นนโยบายที่สามารถทำได้เลยในขณะนี้ซึ่งมีบุคลากรเท่านี้ มีงบประมาณ เท่านี้ เรียนท่านนริศว่ากระทรวงสาธารณสุขการจัดการทำงบประมาณก็มีปัญหาในข้อจำกัด เรื่องงบประมาณพอสมควร เราแบ่งเขตสาธารณสุขออกเป็น ๑๒ เขต ถ้าจะดูเรื่องงบพัฒนา เราจะมีงบอยู่ประมาณเขตละ ๘๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาท ๑ เขตมีประมาณ ๘ จังหวัด รู้สึกว่าเขตท่านนริศมีประมาณ ๘ จังหวัด ก็ต้องแบ่งกันแล้วแต่ศักยภาพของแต่ละโรงพยาบาล ผมเรียนว่าตามวิสัยทัศน์ของท่านนริศ กระทรวงสาธารณสุขเราได้มีการทำแผนนี้ จัดทำ แผนขยายศูนย์อุบัติเหตุแยกเฉพาะเหมือนที่ท่านว่านี้ เราจัดทำแผนปี ๒๕๖๕ ที่จะเริ่มทำ โรงพยาบาลก็จะเป็นการก่อสร้างตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน ๕ ชั้น จะเริ่มปี ๒๕๖๕ ประกอบด้วย ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ห้องตรวจผู้ป่วยนอก แผนกศัลยกรรม หอผู้ป่วยอุบัติเหตุ หอผู้ป่วยหนัก ศัลยกรรม ห้องผ่าตัด ผมเรียนท่านนริศว่าตัวตึกผมยังไม่ให้ความสำคัญเท่าไร แต่ผมให้ ความสำคัญเรื่องความเชี่ยวชาญของบุคลากรซึ่งถ้ามีทีมที่สมบูรณ์และมีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ทันสมัยแน่นอนที่สุดถ้ามันแออัดหนาแน่นก็ต้องขยายออกมาเป็นพิเศษ แต่ว่าขณะนี้ กระทรวงได้จัดทำแผนที่พัทลุงที่แยกตึกอุบัติเหตุแล้วปี ๒๕๖๕ ถ้ามองระยะเวลาก็อาจจะ ช้าเกินไปแต่ว่าถ้าตามเหตุการณ์ที่ท่านให้ข้อมูลมา อย่างไรก็ตามผมจะลงไปดูว่าในส่วนไหน ที่ทำได้ อย่างเช่นปีนี้ปี ๒๕๖๔ ขาขึ้นผมก็ลงไปดูที่สุราษฎร์ ผมก็ลงไปดูของท่านสาคร เกี่ยวข้อง เพราะเนื่องจากว่าโรงพยาบาลนั้นเขาเรียกแยกพิเศษเป็นยุทธศาสตร์ทางทะเล เพราะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะที่จังหวัดกระบี่ เพราะฉะนั้นเราก็จัดทำงบประมาณ ให้เขาเป็นพิเศษแต่ว่าในเรื่องจังหวัดพัทลุงนี้เดี๋ยวผมจะลงไปดูเป็นพิเศษว่าถ้ามันปี ๒๕๖๕ แต่ว่าถ้าปี ๒๕๖๔ ก็ส่งตัว แผนก็ส่งสำนักงบประมาณไปแล้วแก้ไขคงจะยากแล้ว🔗
ที่จริงก็หมดแล้วนะครับ แต่ว่าท่านนริศใช้เวลาไปสั้น ๆ ยังมีเวลาอยู่ เชิญอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ฝากรัฐมนตรีว่าผมได้รวบรวมข้อมูลความจำเป็นครับ ความต้องการของทุกโรงพยาบาล ในจังหวัดพัทลุงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ การแก้ไขอุบัติเหตุของทุกโรงพยาบาล ในจังหวัดพัทลุง เดี๋ยวผมจะมอบรัฐมนตรีเพื่อเอาไปพิจารณาดำเนินการครับ ขออนุญาต ท่านประธานว่าในจังหวัดพัทลุงพวกเราได้พยายามพูดคุยและออกแบบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าจะให้โรงพยาบาลแต่ละโรงพยาบาลที่จริงก็ใกล้เคียงกับนโยบายท่าน เป็นโรงพยาบาลเฉพาะ ไปเลย เช่น โรงพยาบาลที่คนป่วยเป็นมะเร็งต้องไปอยู่โรงพยาบาล เพราะว่าโรงพยาบาล เหล่านี้ครองเตียงยาวก็ไปอยู่อีกที่หนึ่ง บรรยากาศดี ๆ หน่อย ไปนอนฟื้น นอนรอ โรงพยาบาล แยกเป็นโรงพยาบาลศูนย์กระดูกสักอีกอำเภอหนึ่ง ถ้ามีกระดูกสักอำเภอหนึ่งหรือโรงพยาบาล ที่เกี่ยวกับโรคผิวหนังอยู่สักโรงพยาบาลหนึ่งเป็นโรงพยาบาลคล้าย ๆ เฉพาะทางเลย เพราะว่า พัทลุงไม่ไกลกันครับ ๑๑ อำเภออยู่ใกล้เคียงกันมาก ๑๐ กว่ากิโลเมตรมีอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าคนเป็นโรคผิวหนังจะไปอีกสักอำเภอหนึ่งซึ่งมีหมอเชี่ยวชาญด้านผิวหนังอยู่ผมคิดว่า น่าจะเป็นไปได้และจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมาก ลดการแออัดโรงพยาบาลในเมือง🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องโรงพยาบาลตะโหมด ซึ่งผมเคยหารือไว้ในสภาว่าขอให้ เป็นโรงพยาบาล ๖๐ เตียง คือโรงพยาบาลตะโหมดอยู่ใจกลางระหว่างเมืองพัทลุงกับหาดใหญ่ แต่ว่าขณะนี้ถ้าใครป่วยขึ้นมาต้องส่งผู้ป่วยเข้าเมืองก่อน ถ้าป่วยหนักก็ย้อนกลับไปหาดใหญ่ ผมอยากได้ให้โรงพยาบาลตะโหมดเป็นโรงพยาบาลศูนย์ของ ๔-๕ อำเภอ คือกงหรา ตะโหมด ป่าบอน ปากพะยูน บางแก้ว คือส่งผู้ป่วยมาที่ตะโหมด ถ้าอาการหนักมากก็กลับหาดใหญ่ เลยไม่ต้องมาพัทลุง แล้วก็ข้ามตะโหมดไปหาดใหญ่ซึ่งผมคิดว่าน่าจะสะดวกต่อพี่น้องประชาชน ในจังหวัดพัทลุงทางตอนใต้กับอีกเรื่องหนึ่งมีที่จอดรถของทุกโรงพยาบาลขณะนี้แออัดมาก ผมคิดว่ามันมีที่อยู่ระหว่างโรงพยาบาลกับที่ของทางหลวง มันมีช่องว่างอยู่ช่วงนั้นอยากให้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ขอใช้พื้นที่จากกระทรวงคมนาคมให้เป็นที่จอดรถสำหรับผู้ป่วย จะได้ลดการแออัดด้านการจราจรด้วยครับ ขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาให้ผมได้มีโอกาสให้ผมตั้งกระทู้นี้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีรับทราบ เชิญครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานครับ เรียนว่าจะรับความเห็นของท่านไปนะครับแต่อาจจะต่างกันบ้างเนื่องจากว่า ปกติโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลที่รับทุกเรื่องไว้เพราะว่าโรงพยาบาลศูนย์จะมีโหนด (Node) เพื่อลดการบริหารไปยังตำบลต่าง ๆ แต่ว่าเงื่อนไขของท่านนริศนี้ตะโหมดมันอยู่ใกล้หาดใหญ่ ซึ่งปกติถ้าส่งต่อไปหาดใหญ่นั้นก็เป็นข้อเท็จจริงหนึ่งที่ต้องมานั่งคุยกัน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอเรียนท่านประธานด้วยว่าเรื่องที่จอดรถจริง ๆ ขณะนี้กลายเป็น คุณภาพการรักษาไปด้วยแล้ว จริง ๆ ไม่ใช่ แต่ว่าขณะนี้เวลาญาติไปเยี่ยมคนป่วยหรือว่าเวลา ไปใช้บริการโรงพยาบาลในเมืองโดยเฉพาะในเมืองหาที่จอดรถไม่ได้ก็ไม่พอใจก็รู้สึกว่าคุณภาพ การรักษาไม่ดี แต่ในทางกลับกันเราของบเรื่องที่จอดรถในโรงพยาบาล ในอำเภอเมืองไปที่สำนัก งบประมาณ ขณะนี้เขาไม่ค่อยให้เขาจะตัด เขาบอกว่าไม่เกี่ยวกับการรักษาแต่ผมก็จะไป ดีเฟนด์ (Defend) ว่าสำหรับโรงพยาบาลในเมืองนั้นที่จอดรถสำคัญมากเพราะว่าทั้งผู้ป่วย ทั้งครอบครัว ทั้งคนมาเยี่ยมอันนี้เป็นหัวใจ แต่ว่าขณะนี้ผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกับ ท่านปลัดว่าถ้าทำพีพีพี (PPP) ได้หมายความว่าให้เอกชนมาลงทุนเพราะงบเรามีจำกัด ในโรงพยาบาลเมืองในแต่ละจังหวัดถ้าเขาให้เอกชนลงทุนให้เขาเก็บค่าจอดรถถ้ามันสามารถ ดูจุดคุ้มทุนและมีกำไรพอสมควรก็อยากจะทำวิธีนั้นมันจะได้เร็ว แต่ขณะเดียวกันยังมีปัญหา ว่ามันไปเก็บแพงไม่ได้เพราะส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านซึ่งอันนี้ต้องไปคำนวณดูว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่ผมอยากจะทำเรื่องนี้จะได้เร็ว ไม่ต้องรองบประมาณของรัฐครับ🔗
ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ ท่านนริศและท่านรัฐมนตรีช่วยสาธิต ปิตุเตชะ ที่กรุณามาตอบวันนี้เราตั้งไว้ว่า ๖ กระทู้ เลื่อนไป ๔ กระทู้ เหลือ ๒ กระทู้ ก็ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่มาเสียดายเวลาที่ผ่านไปก็จบการพิจารณา กระทู้ถามแยกเฉพาะสำหรับวันนี้นะครับ ขอปิดการประชุมในส่วนนี้ครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อแจ้งให้ที่ประชุม รับทราบเรื่องซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระและเรื่องรับทราบตามระเบียบวาระที่ ๒.๓ เกี่ยวกับ การพิจารณาของวุฒิสภาแล้วก็ขอนำเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ เพื่อตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงและการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของกรรมาธิการขึ้นมา พิจารณาก่อน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสภา ซึ่งก็คงจะใช้เวลาในการพิจารณา ไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระคือ รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณาและลงมติ ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วจึงขอแจ้งให้ ที่ประชุมได้รับทราบ🔗
๒.๓ รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานผลการดำเนินการ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันอังคารที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ประชุม ได้พิจารณาและรับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายเกษม อุประ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากนายเกษม อุประ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยนะครับว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะตามข้อบังคับ เชิญตัวแทน พรรคเพื่อไทย🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตนะครับ🔗
ครับ เวลาเหลือ🔗
วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายคุยกันแล้ว ถ้าย้อนกลับไปก็จะมีเลือกตั้งซ่อม ซึ่งทางท่าน ส.ส.สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็จะเข้ามาในสัดส่วน กรรมาธิการสามัญคณะนี้ครับ ก็เลยอยากจะขออนุญาตท่านประธานในการเสนอนายสมศักดิ์ คุณเงิน เป็นกรรมาธิการสามัญคณะสวัสดิการการสังคมแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองครับ🔗
ในกรรมาธิการ สวัสดิการสังคมไม่ใช่สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เป็นข้อตกลงของวิป (Whip) แล้ว มีผู้รับรอง ถูกต้อง ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นใช่ไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมแทนตำแหน่งที่ว่าง ก็คือท่านสมศักดิ์ คุณเงิน นะครับ🔗
๗.๒ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะว่า ลาออก (นายนพดล ปัทมะ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายนพดล ปัทมะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการจึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบ ประทุษร้ายประชาชนแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือ นายศุภณัฐค์ น้อยโสภณ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือคุณศุภณัฐค์ น้อยโสภณ ก็เอาตามที่ท่านมนพรเสนอนะครับ เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทน ต่อไป🔗
๗.๓ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง (นายชัย ชิดชอบ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายชัย ชิดชอบ ได้ถึงแก่อนิจกรรม จึงเป็นอันพ้น จากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๒) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ฉะนั้นจึงขอเชิญตัวแทนพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อกรรมาธิการ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ ผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยคือนายสวาป เผ่าประทาน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือนายสวาป เผ่าประทาน ต่อไป🔗
๗.๔ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา การข่มขืนกระทำชำเรา และการล่วงละเมิดทางเพศ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร)🔗
ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน และกระทำชำเรา และการล่วงละเมิดทางเพศ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็น กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอชื่อ กรรมาธิการแล้วพร้อมทั้งผู้รับรองด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน กระทำชำเรา และการล่วงละเมิดทางเพศ พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
เมื่อไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือคุณสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ นะครับ🔗
สุณัฐชา ครับท่านประธาน🔗
สุณัฐชา🔗
โล่สถาพรพิพิธ🔗
สุณัฐชานะครับ ต่อไป🔗
๗.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เพื่อให้การศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบอันจะทำให้ เกิดการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด จะมีท่านสมาชิกท่านใดอภิปรายแสดงความคิดเห็นหรือไม่ครับ🔗
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการวิสามัญได้ยื่นเสนอขอขยายมา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ผมขอเรียนปรึกษาท่านประธานครับ พอดีวันอังคารตามสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายสมชาติ ธรรมศิริ ได้ยื่นหนังสือลาออกกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จึงขออนุญาตท่านประธานขอเสนอกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ🔗
ในสัดส่วนของ🔗
ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เรื่องการเสนอให้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างต้องรอหนังสือจากประธาน คณะกรรมาธิการแจ้งเข้ามาถึงท่านประธานก่อนนะครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นก็รอคราวหน้า🔗
คงต้องรอครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป🔗
๗.๖ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เนื่องจาก มีข้อมูลเป็นจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายภาคส่วน ซึ่งจำเป็นต้องรับทราบข้อมูล อย่างรอบด้านเพื่อให้การพิจารณามีความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการแก้ไข ปัญหาดังกล่าว นี่คือทางกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ได้เสนอขอขยายเวลาอีก ๙๐ วัน ไม่ทราบว่าจะมีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายแสดงความคิดเห็นอะไรหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้มีการขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตรง ๗.๕ ท่านประธานครับ เดี๋ยวเราก็จะมีการปิดสมัยประชุม ผมทราบ จากท่านอนันต์ประธานว่าได้ส่งเรื่องมาแล้ว และไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหรือยัง ผมกลัวเขาจะเสียสิทธิ เพราะพรรคเศรษฐกิจใหม่ก็มีอยู่เพียงแค่ท่านเดียว แล้วในสัดส่วน ก็มีน้อยอยู่แล้ว ไม่อยากให้เขาขาดประโยชน์ครับ🔗
ท่านประธาน อนันต์อยู่ไหมครับ ท่านประธานวิป (Whip) ต้องประสานกันแล้วก็ค่อยแจ้งมาแล้วกันครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของ การเสนอรายชื่อแทนตำแหน่งที่ว่างของพรรคเศรษฐกิจใหม่นั้น กราบเรียนท่านประธานครับ เรามีโอกาสในเช้าวันพรุ่งนี้ก่อนเข้าระเบียบวาระก็จะมีการเข้าสู่การแจ้งเพื่อทราบอีก ๑ ครั้ง ท่านประธานก็อาจจะใช้จังหวะนั้น แต่ต้องประสานท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ให้เร่งในการส่งหนังสือมายังท่านประธานเพื่อที่การดำเนินการเป็นไปโดยความเรียบร้อยครับ🔗
เป็นข้อเสนอ ที่น่ารับฟังนะครับ ท่านวิรัชเอาตามนั้นนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้าน ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องด้วยการประชุมของเรามีเวลา เหลือในวาระปกติอีกเพียงแค่ ๒ วัน คือวันนี้และวันพรุ่งนี้ ในขณะที่ญัตติซึ่งค้างพิจารณา มี ๒ เรื่อง และมีร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีความสำคัญรออยู่ ผมจึงอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ในการขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมเพื่อจะขอเลื่อนระเบียบวาระดังต่อไปนี้🔗
ขอเลื่อนทั้งหมดมาก่อนเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ เรื่องแรก เป็นเรื่องด่วนที่ ๑ ถึงเรื่องด่วนที่ ๔ เป็นญัตติด่วน เรื่อง ขอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา การกราดยิงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง ๔ ญัตติ มาเป็นลำดับแรก🔗
ลำดับที่ ๒ เรื่องค้างพิจารณาที่ ๕.๑ ซึ่งเราพิจารณากันมา ๓ อาทิตย์แล้ว คือญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกัน ไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต🔗
ลำดับที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ต่อด้วยเรื่องคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จที่ ๔.๑ และ ๔.๒ นะครับ ๔.๑ รายงานการพิจารณาเรื่องการทบทวนกระบวนการพิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงาน อัยการ ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณา และเรื่อง ๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบจากประกาศคำสั่ง คสช. ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนเป็นผู้เสนอเช่นเดียวกัน เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับท่านประธาน แล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุด ใน ๒ วันสุดท้ายของสมัยประชุมปกติของเราในสมัยประชุมนี้ และนอกจากนั้นท่านประธาน เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยหารือกันระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ในวันนี้เราเหลือเวลาประชุม อีกประมาณ ๕ ชั่วโมง ถ้าเราสามารถเข้าสู่ญัตติเรื่องของการกราดยิงที่โคราชได้นี้ก็น่าจะ ใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ชั่วโมงไม่น่าเกินครับ เราก็จะเข้าสู่ญัตติเรื่องของการป้องกันปฏิวัติ รัฐประหารของท่านปิยบุตรต่อ เนื่องด้วยญัตติเรื่องการป้องกันปฏิวัติรัฐประหารเป็นญัตติ ซึ่งมีความสำคัญและเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะฝั่งรัฐบาลเองหรือฝั่งฝ่ายค้านเองให้ความสำคัญ ก็ขอเลื่อนการลงมติในเรื่องนี้เป็นวันพฤหัสในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่ทุกคนจะได้กลับไปคิดทบทวน แล้วก็กลับมารวมกันในช่วงเช้าเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบกับ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องของการป้องกันปฏิวัติ ก็ขอท่านประธานได้โปรดพิจารณา แล้วก็ขอผู้รับรองในญัตติการเลื่อนวาระครั้งนี้ด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา จริง ๆ แล้วในฐานะที่เป็นตัวแทนของวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลก็ได้มี การพูดคุยกับท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แล้วเราก็เห็นถึงความตั้งใจ ของสภาแห่งนี้ที่จะพิจารณาญัตติที่มีความสำคัญ แล้วก็ตัวร่างพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญ ต่อรัฐบาลด้วย ทางรัฐบาลก็ยินดีไม่ขัดข้องครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เมื่อวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นไปในทางเดียวกัน ก็คงไม่มีปัญหาถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ในการที่ท่านจุลพันธ์เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน ตามที่ท่านจุลพันธ์ได้เสนอต่อที่ประชุมครับ ญัตติด่วนที่เราจะพิจารณากันก็คือ เรื่องด่วนที่ ๑ ถึงเรื่องด่วนที่ ๔🔗
เรื่องด่วน🔗
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการกราดยิง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิด เหตุการณ์อีก (นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๗ สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง วันพุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติเกี่ยวกับ เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยได้มีสมาชิกเสนอญัตติด้วยวาจา เพื่อขอให้ที่ประชุมพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) จำนวน ๒ ท่าน คือ🔗
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการกราดยิง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิด เหตุการณ์อีก ซึ่งนายวัชรพล โตมรศักดิ์ เป็นผู้เสนอ🔗
๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาเหตุกราดยิง ที่โคราชเพื่อเสนอแนะให้ทางรัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ซึ่งนายโกศล ปัทมะ เป็นผู้เสนอ และมีญัตติซึ่งเสนอเป็นหนังสืออันมีลักษณะเป็นทำนองเดียวกัน และที่ประชุมเห็นชอบ ให้นำมาพิจารณาร่วมกันอีกจำนวน ๒ ฉบับ คือ ๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาควบคุมป้องกันเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบอย่างเป็นระบบ ซึ่งนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ ๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาการถอดบทเรียนกรณีการเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ เมื่อผู้เสนอญัตติได้แถลงเหตุผลและได้มีสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรแล้ว ประธานของที่ประชุมในขณะนั้นคือท่านสุชาติ ตันเจริญ เห็นว่ายังคงมีผู้แจ้งความประสงค์อภิปรายอีกเป็นจำนวนมาก จึงได้สั่งปิดประชุม เพื่อมาพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ดังต่อไปนี้ได้อภิปราย เชิญท่านพรชัย อำนวยทรัพย์ ผมขอแจ้งไว้ครั้งละ ๔ ท่าน ท่านพรชัย อำนวยทรัพย์ ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ และท่านไพลิน เทียนสุวรรณ เชิญท่านพรชัย อำนวยทรัพย์ ครับ ท่านพรชัย อยู่ไหมครับ ตั้งตัวทันไหมครับ ท่านพรชัยไม่พร้อม คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อยู่ไหมครับ เชิญคุณอมรัตน์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดนครปฐม ท่านประธานคะ โศกนาฏกรรมที่โคราชคือยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้น เหนือมหาสมุทรให้เราเห็นเท่านั้นเอง ๑๐ กว่าวันที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรียังคงหลีกเลี่ยง ที่จะไม่ยอมตอบคำถามและเสียงเรียกร้องของประชาชน ในการแสดงความรับผิดชอบ และความคาใจของคนทั้งประเทศที่ท่านปฏิบัติกับผู้บังคับบัญชาของท่านอย่าง ๒ มาตรฐาน ครั้งหนึ่งตอนที่ท่านเป็นหัวหน้า คสช. ท่านเคยใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ปลดผู้ใต้บังคับบัญชา คือผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยข้อหาให้รับผิดชอบกรณีที่มีคดีข่มขืนฆ่าเด็กหญิงอายุ ๑๓ ปีบนโบกี้รถไฟ แต่ท่านไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับ ผบ.ทบ. ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์กราดยิง ที่โคราชมีความรุนแรงมากมายกว่าหลายเท่า ท่านผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยแน่นอน ท่านไม่ได้เป็นคนที่ลงมือข่มขืนเด็กหญิงคนนั้นด้วยตัวเองเหมือนกับที่ท่าน ผบ.ทบ. ไม่ได้เป็น คนที่ลงมือกราดยิงด้วยตัวเองเช่นเดียวกันค่ะ สำหรับท่าน ผบ.ทบ. ดิฉันเห็นว่าการที่ท่านจะ ปกป้องชาติได้ ท่านจะต้องมีความสามารถปกป้องคลังอาวุธในค่ายทหารให้ได้เสียก่อน ถึงวันนี้ดิฉันก็ยังเรียกร้องความรับผิดชอบจาก ผบ.ทบ. ท่านสมควรจะรับผิดชอบตาม มาตรฐานสากลคือการลาออกเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรง รุนแรงที่สุด และเป็นข่าวไปทั่วโลกนะคะ ดิฉันคิดว่าอายุราชการที่เหลืออยู่อีก ๘ ปี คุ้มค่า กับการที่ท่านจะแสดงสปิริต (Spirit) และสร้างมาตรฐานที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมนี้ต่อไป ด้วยการลาออกค่ะ กองทัพคงจะไม่ได้มีแต่ท่าน ผบ.ทบ. ผู้นี้ผู้เดียวที่มีความสามารถนะคะ ยังคงมีความรู้ความสามารถอีกมากมายที่จะมาทำงานแทน ดิฉันเป็นห่วงเหตุการณ์ หลังโศกนาฏกรรม ความสามารถในการถอดบทเรียนของรัฐบาลจะมีประสิทธิภาพแค่ไหนในการรับมือกับ เหตุการณ์ทำนองนี้ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ห่วงเรื่องการฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ไม่ใช่เฉพาะ สภาพจิตใจของผู้ที่ประสบเหตุเท่านั้น แต่หมายถึงสภาพจิตใจของประชาชนโดยรวม ทั่วประเทศที่ได้รับความหวั่นไหวหวาดกลัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ของรัฐบาลที่จะมีต่อรัฐบาลนี้อีกต่อไปให้กลับคืนมาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะขณะนี้ ที่มีปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้าและการที่ท่านไม่สามารถแก้ปัญหาใด ๆ ได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องฝุ่นพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ปัญหาไวรัสโคโรนา (Virus Corona) และปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ทุกวันนี้ ประชาชนมีความผิดหวังในฝีมือการบริหารงาน ของรัฐบาลชุดนี้อย่างต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพ แถลงการณ์ ๒ แถลงการณ์ของท่าน นายกรัฐมนตรี และผบ.ทบ. ๒ วันติดต่อกัน เป็นแถลงการณ์ที่ขาด ๆ เกิน ๆ ไม่ได้แสดง ความมีภาวะผู้นำ เป็นการไม่รู้จักกาลเทศะ คนหนึ่งออกมาแถลงการณ์ด้วยการยิ้มแย้ม แจ่มใส แต่อีกคนหนึ่งมาสะอื้นไห้จนทำให้ประชาชนสับสนวุ่นวายไปหมด การเข้าปล้นอาวุธ โดยง่ายและใช้เวลาอีก ๒ ชั่วโมงครึ่งหลังจากนั้น ออกจากค่ายทหารโดยที่ไม่มีการติดตาม ไม่มีการใช้แผนสำรองฉุกเฉินของกองทัพเพื่อจะมาสกัดเหตุให้ทัน ถ้าการสกัดเหตุให้ได้ทัน ความเสียหายจะลดน้อยไปกว่านี้มาก และที่สำคัญท่าน ผบ.ทบ. ท่านได้หลงลืมหรือตั้งใจ ละเลยที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์หลังจากออกค่ายทหารแต่ยังเดินทางไม่ถึงห้างเทอร์มินอล ๒๑ คือเหตุการณ์กราดยิงที่วัดอีก ๙ ศพ ตรงนี้ดูเหมือนท่านตั้งใจจะไม่พูดถึง มีเพียงเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจเท่านั้นที่มีปืนพกสั้นไปต่อกรกับผู้ร้ายที่มีอาวุธสงคราม โดยคนในค่ายทหาร ทั้งหมดไม่ได้ติดตามมาอย่างทันท่วงที เหตุการณ์ความสูญเสียจะน้อยกว่านี้มากถ้ากองทหาร มีการสื่อสารและมีการติดตามผู้ก่อเหตุออกมาทันที่ตอนก่อเหตุในวัด ๙ ศพ ดิฉันไม่อยากจะ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาของชาติด้วยการคิดที่จะสร้างภาพยนตร์สงครามปีละเรื่อง อย่างที่ท่านบอกนะคะ การฟื้นฟูศรัทธาที่ประชาชนจะมีต่อประเทศ ต่อกองทัพ ไม่ได้เกิดจาก การสร้างหนังภาพยนตร์สงครามเพื่อปลุกใจคน ภาพยนตร์สงครามปลุกใจให้คนรักชาติได้ จริงหรือคะ มีแต่จะสร้างความรุนแรงและประวัติศาสตร์ภาคประชาชน ดิฉันอยากทราบว่า หายไปไหนคะ ประวัติศาสตร์ภาคประชาชน ประชาชนเป็นคนสร้างชาติและเป็นคนก่อร่าง สร้างแผ่นดินนี้มาไม่ใช่เฉพาะทหารหรือกองทัพ ดิฉันคิดว่าท่านและกองทัพไม่ควรจะตรึง ความสำคัญของสถาบันตัวเองไว้ให้นานที่สุด และจะต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ปัจจุบัน ท่านต้องยอมรับว่าโลกปัจจุบันความสำคัญของกองทัพแบบในอดีตมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้มีความจำเป็นอีกแล้ว และโลกที่ไร้พรมแดนในปัจจุบันก็ไม่ได้แบ่งเส้นด้วยเส้นทาง ภูมิศาสตร์เหมือนเดิม ทุกคนติดต่อเชื่อมโยงกันและเราเป็นพลเมืองโลก ขณะนี้ดิฉันคิดว่า สังคมเรามีฉันทามติร่วมกันแล้วว่าถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจัง อะไรคือต้นเหตุ ของปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้นในกองทัพ ดิฉันคิดว่าวัฒนธรรมแบบเจ้าขุนมูลนายคือต้นเหตุ ที่สำคัญในการเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกองทัพ เกิดการกดขี่ เกิดการหาประโยชน์ ทับซ้อนในกองทัพ สิ่งนี้จะต้องได้รับการเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่ไปพบกับญาติและ ครูบาอาจารย์ของผู้ก่อเหตุ ก็คือผู้ก่อเหตุกราดยิงที่โคราชคนนี้เป็นคนมีสัมมาคารวะ รักครอบครัว เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วทำไมเหตุอะไรที่ทำให้คนที่มีธรรมชาติเช่นนี้ เปลี่ยนแปลงเป็นฆาตกรที่ใจโหดขนาดนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะการกดขี่กดทับ ดิฉันขอเสนอให้ การทำงานของทหารเป็นทหารอาชีพ และล้มเลิกระบบเจ้าขุนมูลนายออกไปจากกองทัพ ให้นิยามคำว่า ยศชั้น เปลี่ยนไป โดยยศชั้นคือการแตกต่างกันทางบทบาทหน้าที่เท่านั้นนะคะ🔗
หมดเวลา แล้วนะครับ🔗
ดิฉันได้ทราบว่ามีการเปิด บริจาคเป็นเงิน ขออีกสักครู่ค่ะ ดิฉันได้ทราบว่ามีการบริจาคเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ในกรณีโศกนาฏกรรมที่โคราช ซึ่งดิฉันคิดว่าควรจะเป็นความรับผิดชอบของกองทัพแต่เพียง ผู้เดียว ในเมื่อเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเวลา ๖ ปี กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในกำกับ ของกระทรวงได้รับเงินงบประมาณทะลุ ๑ ล้านล้านบาทไปแล้ว ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหน แต่งบกลาโหมก็เพิ่มขึ้นทุกปีค่ะท่านประธาน งบประมาณที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ งบกลางลดลง งบประมาณพัฒนาเศรษฐกิจลดลง แต่งบกลางและงบสำรองฉุกเฉิน งบกระทรวงกลาโหม กลับเพิ่มขึ้นอย่างสวนทางกัน แม้แต่นักวิชาการในต่างประเทศที่เชี่ยวชาญด้านการทหาร ก็ยังระบุว่าการจัดงบประมาณกระทรวงกลาโหมในประเทศไทย สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา หรือประเทศมาเลเซีย เพราะทุกประเทศ งบกระทรวงกลาโหมล้วนลดลงนะคะ🔗
คุณอมรัตน์🔗
แต่ของไทยกลับเพิ่มขึ้นอีก ๑๗.๕ เปอร์เซ็นต์🔗
คุณอมรัตน์ หมดเวลาแล้วนะครับ🔗
นิดหนึ่งค่ะ ดิฉันอยากให้ ผู้นำประเทศของเรา รวมทั้งนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ทบ. ได้ศึกษาความสำเร็จและเรียนรู้ ภาวะผู้นำและนำมาปฏิรูปตัวเองก่อนที่จะปฏิรูปกองทัพและก่อนที่จะปฏิรูปประเทศชาติ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่านสมาชิก ขอให้คำนวณเนื้อหาสาระพอเหมาะกับเวลาด้วยครับ เพราะมีท่านสมาชิกยื่นความประสงค์ ที่จะอภิปรายในประเด็นนี้อีกหลายท่านในญัตตินี้อีกจำนวนมากครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ได้อภิปรายประกอบญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาธิปัตย์ คือท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาการถอดบทเรียนกรณีการเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา และพร้อมด้วย ญัตติของเพื่อนสมาชิกอีกหลายญัตติ ทั้งนี้เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุ ตามหลักอริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนานั้น กล่าวว่าทุกสิ่งย่อมมาแต่เหตุ และร่วมกันเสนอแนะแนวทางการป้องกัน แก้ไขมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขอออกตัว นิดหนึ่งในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่มีปัญญาอันน้อยนิด ขอใช้หลักของพฤติกรรมศาสตร์ ในการวิเคราะห์ปัญหานี้ ส่วนเรื่องสาเหตุอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่านได้กล่าวไว้ ค่อนข้างจะครอบคลุมอยู่แล้วนะครับ ตามหลักของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างจากสัตว์นั้น ก็คืออยู่ที่ภาวะจิตใจสูงครับ การที่มีจิตใจสูงนั้นก็เนื่องจากมนุษย์มีศาสนา และทุก ๆ ศาสนา ก็สอนให้มนุษย์นั้นมีสติ มีความยับยั้งชั่งใจในการจะกระทำกิจการใดในหลักศาสนาพุทธนั้น ตั้งแต่คิดตั้งแต่พูดและตั้งแต่การกระทำ คงต้องยอมรับว่าผู้กระทำความรุนแรงในกรณีนี้นั้น มีมูลเหตุมาจากความโกรธ ส่วนเหตุจูงใจให้เกิดความโกรธนั้นมาจากอะไร อันนี้ก็ยากที่จะ วิเคราะห์ได้ในข้อมูลปัจจุบันนี้ เมื่อโกรธแล้วมีสติเหตุการณ์นั้นก็ยุติลงไป ด้วยตัวของเขาเอง ที่มีกลไกทางจิตที่เป็นปกติ แต่เมื่อขาดสติก็ย่อมทำให้เกิดพัฒนาความโกรธไปเป็นความอาฆาต ความพยาบาท ความจองเวรจากจิตใจก็มาสู่วาจาและทางกายเป็นต้น ในกรณีนี้ผู้กระทำ ถ้าผมจะวินิจฉัยต้องเป็นผู้ขาดสติ แต่ทำไมผู้ขาดสติจึงยิงปืนแม่นทำไมถึงมีสมาธิ มีสติ แล้วก็สามารถกระทำการต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ก็ต้องบอกว่าตามหลักศาสนาพุทธนั้น สติก็มีสัมมาสติ และมิจฉาสติ กรณีนี้ก็ต้องถือว่าเป็นมิจฉาสติมีสติที่มิชอบและทำความเสียหายให้เกิดขึ้นตามมา และสังคม ควรจะหันมาเจริญสติในทุก ๆ ภาคส่วน เพราะผลผลิตของข้าราชการก็ดีหรือประชาชนก็ดี ในสังคมไทยสามารถที่จะทำให้ผู้ที่ขาดสติและขาดสติต่อเนื่องกันได้ยาวนาน ต่อเนื่องกัน เป็นเวลานับสิบชั่วโมงได้นี้ก็ต้องถือว่าพื้นฐานทางจิตใจนั้นสังคมได้บ่มเพาะไว้อย่างไร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องกระทำวิสามัญฆาตกรรมเพื่อหยุดยั้งความรุนแรงที่อาจจะ เกิดขึ้น ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ต่อผู้บาดเจ็บและครอบครัว ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ไว้ทุกข์ในสัปดาห์ที่แล้ว การขาดสติ กับบุคคลที่มีอาวุธก็ย่อมเกิดความเสียหาย รุนแรงและรุนแรงมากถึงขนาดว่าไม่น่าเชื่อว่าจะ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กระผมขอวิงวอนให้รัฐบาลซึ่งเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินได้ร่วมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถอดบทเรียนกรณีนี้เพื่อส่งเสริมให้มีการเจริญสติโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เน้นหนักข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีสติมากกว่าคนปกตินะครับ เป็นประเด็นดังนี้นะครับ🔗
๑. ขอให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่าง ๆ ที่มีข้าราชการและกำลังพล ที่มีอาวุธ จัดให้มีการฝึกเจริญสติแก่ข้าราชการและกำลังพลกองทัพเนื่องจากเป็นผู้มีอาวุธ ร้ายแรง หากขาดสติจะสร้างความเสียหายเป็นอันมาก🔗
๒. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม บรรจุหลักสูตรการเจริญสติแก่นักเรียนนักศึกษาเพื่อให้นักเรียน นักศึกษามีความยับยั้งชั่งใจในการกระทำการใด ๆ เมื่อมีความทุกข์ความโกรธเกิดขึ้นนะครับ🔗
๓. ขอให้กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดงบประมาณ โครงการเพื่อส่งเสริมการเจริญสติแก่พี่น้องประชาชน🔗
๔. ขอให้สำนักงานข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. ซึ่งดูแลข้าราชการทั่วประเทศ จัดทำแผนงานโครงการเพื่อให้ข้าราชการฝึกเจริญสติในข้าราชการทุกกระทรวง🔗
๕. ขอให้กระทรวงแรงงานซึ่งมีผู้ใช้แรงงานจำนวนหลายล้านท่านจัดโครงการ ฝึกเจริญสติแก่ผู้ใช้แรงงาน🔗
๖. ขอให้สังคมทุกภาคส่วนเร่งส่งเสริมการเจริญสติ หาไม่แล้วหลวงพ่อ พุทธทาสภิกขุซึ่งท่านเคยกล่าวไว้ว่าศีลธรรมถ้าไม่กลับมาโลกาจะวินาศ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับคุณหมอ ต่อไปนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้นำเสนอไว้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ตรงกับวันมาฆบูชานั้นเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศรวมถึงทั่วโลกด้วยครับ มีการติดตามข่าวคราวเพราะเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ในประเทศไทย ผมจะไม่ลงไปในรายละเอียดแต่จะขออภิปรายในบางส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มูลเหตุจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก็เป็นที่ทราบกันดีว่าจ่าจักรพันธ์ ถมมา นั้น เป็นข้าราชการทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกงเงินทอนจากการซื้อบ้านจัดสรร ในโครงการช่วยเหลือข้าราชการทหารชั้นผู้น้อยของกองทัพบกซึ่งนอกจากที่จะถูกโกงแล้วก็ ยังถูกกดขี่ข่มเหงตามข่าวคราวเป็นการกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรง ตั้งแต่เข้าไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาแล้วกลับถูกสั่งขัง ถูกลงโทษกักขัง และถูกตัดเงินเดือน ยังมีหลายคำพูดที่บีบคั้นจนจ่าจักรพันธ์ ถมมา ได้กระทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด ได้ยิงผู้บังคับบัญชา แล้วก็ได้ยิงผู้ที่มีศักดิ์เป็นแม่ยายของผู้บังคับบัญชาซึ่งผมจะไม่เอ่ยชื่อ ก็กราบเรียนว่า สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ที่กองทัพบกก็ดี รัฐบาลก็ดี ควรจะได้ศึกษาดู เท่าที่ผมทราบไม่ใช่เกิดขึ้น เฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ยังมีหลายที่ครับ โครงการบ้านสวัสดิการข้าราชการทหาร ชั้นผู้น้อย ลองไปสืบดูที่จังหวัดนครนายก จังหวัดลพบุรี คลองสาม คลองสี่ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ผู้ที่เป็นโต้โผนำเรื่องดังกล่าวไปจัดการ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ ลองติดตามดูเหตุการณ์ ดังกล่าว ข้าราชการทหารชั้นผู้น้อยเป็นผู้มีระเบียบวินัย ไปถามตอนนี้ ร้องเรียนตอนนี้ก็คง ไม่กล้าครับ แต่ก็ฝากไว้คือเรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนว่าเป็นความหละหลวมของการที่สถานที่ ที่เป็นความมั่นคงที่สำคัญของประเทศคือที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ ๒ ทำไมจึงหละหลวม เสียงปืนดังขึ้น ๑ นัด น่าจะต้องมีรถไซเรน (Siren car) อะไรต่าง ๆ มีทีมงานที่พร้อมจะออกแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที เสียงปืนที่ยิงทหารที่เฝ้าด่านอยู่ เข้าไปยิง เพื่อที่จะเข้าไปเอาอาวุธจนได้ออกมาจากค่ายทหารไปสู่วัด ระยะทางอีก ๕ กิโลเมตร ยังไม่มี ข่าวคราวว่ากองทหาร หน่วยทหารกองทัพภาคที่ ๒ ได้ออกติดตามสกัดแก้ไขปัญหา นี่คือ ความหละหลวมครับ โดยปกติแล้วทีวี (TV) วงจรปิดน่าจะมีผู้บังคับบัญชาคอยดูอยู่ว่า ขณะนั้นด่านที่ ๑ ด่านที่ ๒ ด่านที่ ๓ มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติหรือไม่ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว จะมีหน่วยใดเข้าไป มีแผนไหมครับ มีแผนดังกล่าวไว้หรือไม่ ทำไมวันนั้นจึงหละหลวมขนาดนี้ ไปยิงที่วัด ออกจากวัดมายิงตำรวจ กองตำรวจในจังหวัดนครราชสีมามีไหมชุดที่จะปฏิบัติการ ฉุกเฉินต่าง ๆ ก็ไม่มีข่าวคราว นี่คือความหละหลวมในเรื่องที่ ๒🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการที่จะปฏิรูปกองทัพ น่าจะต้องใช้โอกาสนี้ เวลานี้ ในการปฏิรูปกองทัพ เพราะว่าในแผนปฏิรูปประเทศไม่มีแผนปฏิรูปกองทัพ ท่านอาจจะดู คนอื่น ทหารอาจจะมองคนอื่น เห็นความไม่ดีของคนอื่น แต่ไม่เคยมองตัวเอง เพราะฉะนั้น เป็นโอกาสดีที่จะปฏิรูปกองทัพ🔗
เรื่องที่ ๔ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ขอเรียนว่าคนจังหวัดชัยภูมิ เป็นคนที่มีนิสัยโอบอ้อมอารีอยู่ในศีลกินในธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องปกติของ คนจังหวัดชัยภูมิ มีหลายคนมาพูดว่าจ่าจักรพันธ์เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ ผมเรียนว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ยิงกราดคนครั้งนี้ ถึงแม้จ่าจักรพันธ์เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ แต่สาเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากจ่าจักรพันธ์เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ แต่จ่าจักรพันธ์ได้ก่อเหตุขึ้นเพราะเป็นทหาร ชั้นผู้น้อยที่ถูกกดขี่ข่มเหงน้ำใจ ถูกโกงอย่างรุนแรง จนได้ปฏิบัติการรุนแรงไป นี่คือสิ่งที่ ผมอยากกราบเรียนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิว่าคนจังหวัดชัยภูมิเป็น คนดี มีความโอบอ้อมอารี เป็นคนที่ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ด้วยความรับผิดชอบทุกอย่างครับ ก็กราบเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบในโอกาสนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณหมอครับ อย่าไปทำให้เข้าใจว่าคนจังหวัดไหนจะเป็นอย่างนั้น ต้องแยกให้ออกตัวบุคคล ประชาชน ในพื้นที่เขาทุกจังหวัดก็เป็นคนดี เราอย่าไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น ต่อไปท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดพิษณุโลก ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่โคราชอีกครั้งหนึ่งด้วยครับ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ฮีโร (Hero) ทุกคนที่ให้การช่วยเหลือประชาชน ขอให้กำลังใจครอบครัวญาติของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้กำลังใจชาวโคราชให้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยความเข้มแข็ง โศกนาฏกรรมที่โคราชเป็นโศกนาฏกรรมที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนผู้บริสุทธิ์จากการกราดยิงครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศ จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องหามูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ ก่อนที่จะพูดถึงมูลเหตุอยากจะขออธิบายว่ามูลเหตุ ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ก่อเหตุที่ไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ แต่มูลเหตุจะทำให้เรา รู้ว่าอะไรที่ทำให้คนธรรมดาหลุดออกจากความเป็นมนุษย์เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ไร้ ซึ่งเหตุผล พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกแถลงข่าวในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและครอบครัวของผู้บังคับบัญชา จากการซื้อขายบ้านผ่านโครงการเงินกู้สวัสดิการทหาร มีนายทหารตั้งแต่ระดับนายพล ไปจนถึงนายพันเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการ ซึ่งตรงกับแหล่งข่าวอื่นที่ว่าผู้ก่อเหตุถูกโกงเงิน เมื่อทวงถามก็ถูกลงโทษ ถูกดองเวร ถูกหักเบี้ยเลี้ยง โดนสั่งขัง โดนกักบริเวณ ไม่สามารถ ขอความช่วยเหลือจากใครได้ในกระบวนการเรียกร้องความเป็นธรรมปกติของหน่วยงาน ซึ่งน่าจะเป็นมูลเหตุหลักในการก่อเหตุครั้งนี้ สำนักข่าวช่องอมรินทร์ได้ทำรายงานข่าวว่า มีนายทหารที่เกี่ยวข้องบางรายเป็นทั้งเจ้าของโครงการเอง จัดหาผู้รับเหมาเอง รวมทั้งเป็น นายหน้าจัดหาทหารเข้าโครงการเองมานานมากกว่า ๒๐ ปี สำนักข่าวช่อง ๓ ทำรายงานข่าว ได้สัมภาษณ์ทหารนายหนึ่งซึ่งให้ข้อมูลว่าตนก็กู้ผ่านโครงการ อทบ. เหมือนกับผู้ก่อเหตุ เป็นวงเงิน ๑.๕ ล้านบาท เพื่อนำมาต่อเติมบ้านและได้รับการติดต่อให้ใช้บริการธุรกิจ จากผู้พันรายหนึ่ง แต่กลับถูกโกงเงินไปมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยได้เงินเพียง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นทหารผู้นั้นโกรธและเครียดมากเกือบตัดสินใจก่อเหตุเหมือน จ่าจักรพันธ์ แต่พ่อแม่ได้เตือนสติและได้ห้ามไว้ได้ นายทหารดังกล่าวได้ให้ข้อมูลคาดว่า มีทหารชั้นผู้น้อยถูกโกงในลักษณะนี้นับพันราย โดยเฉพาะที่โคราชไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ ราย ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ฟังตัวเลขนี้ให้ดีครับ ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ ราย เป็นตัวเลข ที่น่าตกใจมากนะครับ และผมคิดว่าเราจะต้องหาทางแก้ไขก่อนที่จะเกิดเหตุซ้ำ เรื่องของ การเตรียมความพร้อมที่จะต้องเผชิญต่อเหตุวิกฤติ ผมเป็นคนชอบยกตัวอย่างท่านประธาน ครั้งที่แล้วผมถามว่าหากเราไม่ตั้งคณะกรรมาธิการป้องกันการรัฐประหาร แล้วถ้าหากมีการ รัฐประหารเกิดขึ้น ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกจะปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชน ได้อย่างไรในฐานะตัวแทนของประชาชน ครั้งนี้ผมก็จะถามท่านประธานกับเพื่อนสมาชิก เหมือนกันว่าหากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกต้องเผชิญกับเหตุกราดยิงอย่างที่เกิดขึ้น ที่โคราชจะปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้มีโอกาสรอดพ้นจากสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด ในเมื่อ ประเทศไทยไม่เคยตระหนักและไม่เคยมีการซักซ้อมให้กับประชาชนเลย เรื่องการเพิ่ม ขีดความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่เหมือนกันครับ ต้องเพิ่มขีดความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่ ในการช่วยเหลือตัวประกันที่มีสถานการณ์ที่คนร้ายมีขีดความสามารถในการใช้อาวุธไม่แพ้ เจ้าหน้าที่ มีอาวุธสงครามหนักในการก่อเหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาในการควบคุมเหตุเป็นเวลา ยาวนานให้ปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่และตัวประกัน ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นตลอดครับ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นมา ในอดีต ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากธรรมชาติหรือว่าเกิดขึ้นจากมนุษย์โดยที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ก็แล้วแต่ ควรที่จะมีอนุสรณ์เพื่อที่ระลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่สูญเสียจากเหตุการณ์นั้น ๆ เพื่อที่จะเป็นการที่ไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เราจะไม่ซุกปัญหาไว้ ใต้พรมครับ มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น ปี ๒๕๓๓ ได้เกิดเรือล่มขึ้นทำให้อาจารย์ และนักศึกษาวิทยาลัยสาธารณสุขเสียชีวิต ๓๘ ราย เหตุการณ์แก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรี ปี ๒๕๓๓ ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๘๙ ราย บาดเจ็บ ๔๔ ราย เหตุการณ์รถบรรทุกวัตถุระเบิด ระเบิดที่จังหวัดพังงาทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๒๐๐ ราย เหตุการณ์โรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม ปี ๒๕๓๖ ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑๓๗ ราย เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ ปี ๒๕๓๖ มีผู้เสียชีวิต ๑๘๘ ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า ๕๐๐ ราย เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับ ปี ๒๕๕๒ มีผู้เสียชีวิต ๕๘ ราย ไม่นับรวมโศกนาฏกรรมทางการเมืองที่เราไม่เคยรำลึกถึง ผมสงสัยว่าเราทำไมเลือกที่จะไม่จำที่จะรำลึกเพื่อที่จะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เพื่อที่จะหา แนวทางป้องกัน ไม่นับรวมโศกนาฏกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ลืมเด็กไว้บนรถ ถามว่า ในกระทรวงศึกษาธิการมีวิชาบังคับให้โรงเรียนต่าง ๆ สอนให้เด็กเล็กเอาตัวรอดจากการถูกลืมไว้ ในรถแล้วหรือยัง ถึงแม้ว่าการรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายจะเป็นความทรงจำที่เจ็บปวด เหมือนกับการจมอยู่ในความทุกข์ ไม่เป็นการปล่อยวาง แต่ว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็ง สร้างความตระหนักเพื่อไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมาประเทศไทยเลือกที่จะซุกปัญหาต่าง ๆ ไว้ ใต้พรมเพื่อที่จะให้ลืม ๆ กันไป ท่านประธานครับ ผมขอเสนอท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ให้สร้างอนุสรณ์สถานหรือสร้างอนุสรณ์เพื่อที่จะให้เราทุกคนรำลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป จากเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ ในอดีต เพื่อให้เราได้ตระหนักและหาแนวทางป้องกันไม่ให้ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกในอนาคต สุดท้ายครับท่านประธาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงเวลาที่จะต้อง ปฏิรูปกองทัพ ถึงเวลาที่รัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาจะต้องปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจัง เพื่อให้กองทัพได้ดีขึ้น โปร่งใส และตรวจสอบได้ ผลประโยชน์ต่าง ๆ ของกองทัพจะต้อง ถูกนำขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ จัดสรรปันส่วนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ตรงไปตรงมากับทหาร ทุกชั้นยศ โดยเฉพาะชีวิตความเป็นอยู่ของทหารชั้นผู้น้อย พร้อมทั้งขัดเกลาจิตใจกำลังพล ให้รักประชาธิปไตย รักประชาชน และสำนึกในบุญคุณของประชาชน เชื่อเถอะครับว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของทหารชั้นผู้น้อยดี เพราะพ่อของผมก็เป็นทหารชั้นผู้น้อย และตัวผม ก็เป็นลูกของทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งเหมือนกัน ขอบคุณท่านประธานมาก ๆ ครับ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก ช่วยรักษาเวลานะครับ ประชาชนจับตาดูท่านอยู่ ต่อไปท่านสมคิด เชื้อคง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายญัตติ ที่ท่านโกศล ปัทมะ ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้เสนอ แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ความจริงเรื่องนี้เราพูดกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แล้วก็เกิดเหตุการณ์ยังสด ๆ อย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดคุย ได้พูดจากันเป็นแนวทางคล้าย ๆ กัน เพราะฉะนั้น วันนี้ภาพรวมทั้งหมดก็คงไปลงที่กองทัพบก ถ้าผมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลชุดนี้หรือว่า ในกองทัพบก ผมก็คงถือโอกาสนี้ล่ะครับ มาปรับปรุง มาปฏิรูปเสีย ไม่มีโอกาสไหนดีเท่านี้แล้ว อย่าเขิน อย่าอายตัวเอง มาทำให้มันถูก น้ำตาช่วยไม่ได้หรอก มาร้องไห้ ต้องจัดการครับ อะไรถูกก็บอกว่าถูก ไม่ยาก วันนี้กองทัพบกและกองทัพอื่น ๆ ก็กินบุญเก่า พอบอกว่าปฏิรูป กองทัพ หลายท่านอาจจะบอกว่าผู้แทนราษฎรทางนี้ไม่รักกองทัพ ไม่จริงหรอกครับ ผมว่า พี่น้องประชาชนรักกองทัพ ทหารอาชีพเยอะแยะ เหตุการณ์ที่โคราชผมเห็นและดูในคลิป (Clip) แล้วเศร้าใจ เวลามันตั้งมากมายในการที่จ่าคนหนึ่งไปยิงที่จะเอากระสุน มันมีเวลา ผมเห็นที่ยิงกุญแจแล้วไปเอา นี่หรือครับกองทัพไทย กองทัพไทยที่มีอาวุธเป็นหัวใจหลักที่จะไปรบปกป้องประเทศชาติ ปกป้องอาวุธตัวเอง ยังไม่มีระบบเลย แล้วจะเชื่อได้อย่างไร แล้วทีสร้างบ้านหรู ๆ ร้อยล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท ทำไมทำได้ กับอีแค่เรื่องของคลังอาวุธที่ให้ทันสมัยทำไม่ได้หรือ ทำบ้านนายพล นายพัน เยอะแยะ บ้านรับรองทีละ ๒๐๐ ล้านบาท ผมก็เคยเห็น ทีละ ๘๐ ล้านบาทก็มี แต่คลังอาวุธ ไม่มีระบบป้องกันเลย มันเหลือเชื่อครับท่านประธาน ถ้าใครเป็นรัฐบาลเรื่องนี้ต้องไปดูแล เหตุที่มันเกิดมันไม่ใช่ระยะทางน้อย ๆ เกิดที่บ้านถนนหักกว่าจะอ้อมมาเอาอาวุธที่คลัง ๒๒ ริมถนน ๓๐๔ อ้อมมาสุรธรรมพิทักษ์เพื่อที่จะไปวัดป่าศรัทธารวม ก็ยิงกันอยู่ ตำรวจไม่กี่คน ก็เสียชีวิต แล้วก็วิ่งผ่านโรงเรียนบุญวัฒนาออกขวามือไปออกถนนสายโชคชัย-โคราช ความจริง ต้องโทษตำรวจด้วย เรื่องนี้ถ้าสกัดกั้นตรงบริเวณทางรถไฟก็ได้ เพราะเขาไม่ได้ออกตรงมา ถ้าออกตรงมาผ่านค่ายสุรนารีแล้วก็จะวิ่งผ่านสนามกอล์ฟสโมสรร่วมเริงไชยเข้าซ้ายมือไป บ้านผู้ว่าราชการจังหวัด ขวามือเป็นศาลากลางจังหวัด ดีนะไม่วิ่งมาฝั่งนั้นไม่บุกไปบนศาลากลาง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่ากองทัพได้หละหลวมมาก วิ่งผ่าน ๒ ค่าย แต่ไม่มีทหารคนไหน วิ่งออกมาบอกตำรวจ พอกัน ผมก็ให้กำลังใจทุกคนตำรวจเขาก็ทำเต็มที่ แต่ไม่มีหน่วยที่จะ สกัดกั้นเลยหรือครับ เอาละเหตุการณ์มันเกิดมาแล้วเราก็พูดได้ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือว่า เวลาเกิดเหตุการณ์แรง ๆ เราก็มองว่าไปโทษคนนั้น คนนี้ ผมโทษทั้งระบบ วันนี้กองทัพบก ต้องเริ่มนับ ๑ ใหม่ อย่าอายตัวเองที่จะทำให้ถูก อย่าอายครับ ทำให้ถูกเลย ยิ่งวันนี้บอกว่า มีปัญหาเรื่องกรมสวัสดิการกองทัพบกจัดบ้าน จัดอะไรก็แล้วแต่ ผมทราบนะครับเรื่องบ้าน บางบ้านอยู่กันจนเกษียณ อยู่กันจนตายก็มี ถ้าคนในกองทัพบกรู้จักอาย รู้จักเขิน เอาแค่เขิน ก็พอต้องปฏิบัติตามระเบียบ ถ้าอย่างนั้นก็บอกว่าเกษียณแล้วผมอยู่ได้ ทำคุณประโยชน์ให้ ประเทศชาติ ก็ไม่ว่ากันหรอกอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเกษียณก็อยู่จวนสิครับ ออกไปทำไมล่ะ นายอำเภอเกษียณต้องอยู่อำเภอสิ ผอ.โรงเรียนเกษียณขออยู่บ้านตลอดชีวิตสิ มันเป็นตัวอย่างที่ดีหรือเปล่า ผมเชื่อว่าผู้บริหารกองทัพบกถูกต่อว่ามากมาย ท่านถือโอกาสนี้ มาปรับปรุงแก้ไข ไม่ต้องไปเกรงใจครับว่ารุ่นนั้น รุ่นนี้ เอาเป็นเรื่องเป็นราว แล้วผมก็เชื่อว่า พี่น้องประชาชนให้เกียรติกองทัพบก ผู้บัญชาการกองทัพบกต้องทำให้สมกับเป็นผู้นำกองทัพ ไม่ต้องเกรงใจรุ่นพี่รุ่นน้องหรอกครับ อะไรผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก แล้วท่านก็จะเดินในถนน อย่างสง่างาม ผมบอกหลายครั้งกองทัพไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องเกณฑ์ทหารทีละแสนคนหรอกครับ เกณฑ์สัก ๓๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ คนก็เหลือเฟือแล้ว จะเอาไปทำไมเยอะแยะ แล้วก็เกิดเหตุ อย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นกองทัพต้องสร้างศักดิ์ศรีให้ทหารตัวเอง ไม่ใช่ทหารรับใช้ ไม่ใช่ทหาร อยู่ใต้บังคับบัญชาแบบกดขี่กัน สร้างกติกาให้ถูกต้อง ให้มันถูกกติกาเหล่านั้นจะสร้างศักดิ์ศรี ให้กองทัพ ท่านเดินออกมาข้างนอกใครก็เคารพ แต่วันนี้เชื่อว่าเห็นใจทหารที่เป็นทหารอาชีพ เกิดเหตุมาจากอะไร เกิดมาจากทหารบางกลุ่มนึกว่าตัวเองเป็นเทวดาทำอะไรก็ได้ วันดีคืนดี ยึดอำนาจก็ได้ เพราะฉะนั้นทหารต้องกลับกรมกองแล้วทำตัวเป็นทหารอาชีพ สร้างมิติใหม่ ให้กองทัพเป็นกองทัพอาจจะปรับตัวเองเคลื่อนตัวอย่างเร็ว เพราะว่าโลกมันไปไกล ๔.๐ แล้ว ยังเอากุญแจปิดคลังอาวุธอยู่ มันน่าจะมีระบบอะลาร์ม (Alarm) ที่เตือนภัยได้แล้ว เอารถ ออกมาก็ยังไม่พูดกันเลย เรื่องนี้เป็นปลีกย่อย แต่เรื่องใหญ่คือระบบของท่านอย่างที่ผมพูด เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานเรียนไปยังผู้นำของรัฐบาลหรือคนในรัฐบาลหรือคนในกองทัพ ทำให้ตัวเองสำคัญต่อประเทศนี้ ผมก็เชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็จะให้ความสำคัญต่อท่าน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมคิด รักษาเวลาครับ ต่อไปท่านเรวัต วิศรุตเวช ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความเสียใจ อย่างยิ่งกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช และในโอกาสเดียวกันนี้ ผมขอแสดงความเสียใจจากการจากไปของนายแพทย์หลิว จื้อหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล อู่ฉาง ในเมืองอู่ฮั่นครับ เมื่อเช้าวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ จากโรคติดเชื้อโควิด ๑๙ (COVID-19) หลังจากที่ได้อุทิศตนทุ่มเทในการช่วยรักษาผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นแพทย์คนที่ ๒ ที่เสียชีวิตต่อจากนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง ซึ่งเคยส่งสัญญาณให้เฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ (Virus COVID-19)🔗
คุณหมอครับ ไกลไปแล้ว กระมังครับ🔗
จะเข้าเรื่องแล้วครับ ก็กราบเรียน ให้ทราบครับว่าขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ก็กลับมาดูที่ประเทศ ของเราว่าวันนี้ประชาชนคนไทยพี่น้องประชาชนทั้งหลายต้องเผชิญกับปัญหาอะไรบ้างครับ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ครับ โควิด ๑๙ (COVID-19) แล้วต่อไปที่โคราช ๒๐ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนอยู่ในภาวะตึงเครียดตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาจนเข้านอนในทุกวัน จากโควิด ๑๙ (COVID-19) เป็นเชื้อไวรัส (Virus) แต่โคราช ๒๐ เป็นพาราไซต์ (Parasite) และเป็นเหตุการณ์ ที่ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่มีภาพยนตร์เรื่องพาราไซต์ (Parasite) จากประเทศเกาหลีใต้ หรือในประเทศไทยเรียกภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าปรสิต (Parasite) และได้รับรางวัลปาล์มทองคำ ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลสูงสุดในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ประเทศฝรั่งเศส พาราไซต์ (Parasite) คืออะไรครับ พาราไซต์ (Parasite) คือสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการอาศัยและ แพร่พันธุ์อยู่ภายในหรือภายนอกสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ซึ่งได้นำมาเปรียบเทียบกับคนในภาพยนตร์ เรื่องนี้ครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถ่ายทอดอะไรครับ ได้ถ่ายทอดถึงปัญหาของความเหลื่อมล้ำ ทางชนชั้น ทางฐานะ สถานะที่แตกต่างกันของสังคมในประเทศเกาหลีใต้แต่ความเหลื่อมล้ำนี้ ก็มีอยู่ในเกือบทุกประเทศมากน้อยต่างกัน รวมทั้งประเทศไทยด้วยครับ ซึ่งประเทศไทยจัดว่า เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมากประเทศหนึ่งครับ และปัญหานี้ก็ได้ระเบิดออกมาเป็น เหตุการณ์ที่โคราชครับ ที่ต้นเหตุนั้นมาจากความเหลื่อมล้ำของนายทหารที่มีสถานะสูงกว่า เอารัดเอาเปรียบผู้ใต้บังคับบัญชาและแน่นอนว่านี่เป็นเพียงเหตุการณ์เดียวที่ได้ระเบิดออกมา จนกระทั่งทำให้สังคมนั้นตื่นตระหนกตกใจ แต่ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายเหตุการณ์รออยู่ที่จะ ระเบิดในลักษณะที่รุนแรงเช่นนี้ในอนาคต ความเหลื่อมล้ำนี้นับวันมีจะถ่างกว้างมากขึ้น ท่านประธานครับ และมีอยู่ในทุกสถานะ ทุกอาชีพ ถ้านายพลทหารคนหนึ่งสามารถมีรายได้ ๗๐-๘๐ ล้านบาทต่อคน ย่อมแตกต่างราวฟ้ากับดินถ้าเทียบกับผู้ใต้บังคับบัญชา ในอาชีพอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน แทนที่เราจะช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำลงทั้งรัฐ ทั้งผู้มีอำนาจ และนายทุน ที่มีฐานะดีกว่าและได้เปรียบในสังคมไปร่วมกันขยายความเหลื่อมล้ำให้ถ่างกว้างมากขึ้น ผมจึงขอทำนายไว้เลยครับว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งความรุนแรงจะต้องเกิดและมีขึ้นอีก อย่างแน่นอนในอนาคตครับ เพียงแต่ผมไม่ทราบว่ามันจะเป็นรูปแบบใดเท่านั้นเองครับ ดังนั้นเราควรจะช่วยกันลดช่องว่างของการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์กราดยิงโคราช หรือผมขอเรียกว่าเป็นโคราช ๒๐ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายไปแล้วในหลายประเด็น ผมจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่อภิปรายซ้ำและจะไม่ลงรายละเอียด แต่ขอเสนอเป็นหลักการและความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเลยครับ🔗
ประการแรก ผมขอให้ทุกกองทัพ ทุกหน่วยงาน มีมาตรการที่รัดกุมที่จะไม่ให้ เกิดเหตุการณ์การปล้นปืนจากคลังอาวุธของทหารได้อีกครับ แล้วก็มาตรการเชิงนโยบาย ไม่เพียงพอครับ ควรจะต้องเร่งพัฒนาวิธีการรักษาความปลอดภัยให้ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็น สิ่งที่ควรจะทำมากกว่าไปซื้อเรือดำน้ำ เรือเหาะ จีที ๒๐๐ (GT200) ถ้าได้ย้อนไปดูประวัติศาสตร์ หรือสถิติตลอดเวลาหลายสิบปี ไม่พบเลยครับว่าเคยเกิดภัยคุกคามที่จำเป็นต้องใช้อาวุธ ยุทโธปกรณ์ลักษณะดังกล่าวนี้ ทำให้มีคำถามจากประชาชนตามมาอีกว่าท่านใช้งบประมาณ กระทรวงกลาโหมสมควรหรือไม่ ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โปรดดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกระดับให้เพียงพอ รวมทั้งเรื่องการทำธุรกิจในค่ายทหาร เรื่องการวิ่งเต้นโครงการต่าง ๆ เรื่องการเอาเปรียบผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นโดยสรุป ก็คือว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในขณะนี้คงต้องนำไปสู่การปฏิรูปกองทัพครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ แม้ว่าจะมีเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่ผมถ้าไม่พูดเรื่องนี้ก็ดูจะขาดสาระที่สำคัญจริง ๆ เลย ผมขอพูดเรื่องนี้สั้น ๆ แล้วกันครับ คือการแสดงท่าที รวมทั้งกิริยามารยาทในโอกาสต่างๆ ของผู้นำประเทศนั้น ผมคิดว่ามันเป็น เรื่องที่สากลมาก ๆ และผู้นำทุกประเทศเขาก็ทราบกันดีครับ ท่านประธานครับ ผมจะขอพูด ไม่ว่าจะเป็นคนเดียวที่จะพูดในเรื่องนี้ก็ตาม ผมขออนุญาตทำสัญญาณมือ อันนี้คือมินิฮาร์ต (Mini heart) จริง ๆ ผมอาจจะชมว่าท่านนายกรัฐมนตรีนี่น่ารักที่ส่งสัญญาณนี้ แต่อยากจะ บอกว่าท่านไม่ทราบแล้วก็ไม่มีใครบอกให้ท่านทราบเท่านั้นเองว่าเขาส่งสัญญาณมินิฮาร์ต (Mini heart) กันในบรรยากาศของความสนุกสนานครึกครื้นรื่นเริง อย่างเช่น ในงานเลี้ยง เนื่องในโอกาสต่าง ๆ แล้วก็มีการถ่ายภาพร่วมกัน โดยทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ต (Mini heart) แต่ไม่ใช่ในเหตุการณ์ของความสูญเสียโศกเศร้าที่ท่านต้องแสดงการไว้อาลัยและให้เกียรติ ต่อผู้วายชนม์ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณอย่างยิ่ง ผมเป็นคนหนึ่งที่ขอสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาของท่านโกศล ปัทมะ และท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เกี่ยวกับเรื่องกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่โคราช มีหลายเรื่องที่ท่านสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ส่วนของผมนั้นจะขออนุญาตไม่ซ้ำประเด็น ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ สิ่งที่ผ่านมาผมว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และทั่วโลก ก็มีความรู้สึกร่วมกับพี่น้องคนไทยว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ในวันศีลยิ่งใหญ่เลย มาฆบูชา แต่ที่สำคัญก็คือเรียนท่านประธานว่าประเด็นที่ผมจะเรียนก็คือเรื่องของผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ถือว่าขณะนี้ท่านเป็นที่ฮอตฮิต (Hot hit) เป็นไอดอล (Idol) ของเน็ต (Net) แล้วก็พี่น้องประชาชนก็ยกย่องท่าน ผมคนหนึ่งนะครับต้องขออนุญาต ให้กำลังใจว่าตัวท่านเองจริง ๆ แล้วท่านเหลือเวลาราชการอีกไม่กี่เดือน ท่านไม่ไปก็ยังได้ครับ แต่ว่ามีน้อง ๆ ตำรวจหลายคนก็ยกย่องชมเชยท่านว่าท่านเป็นผู้นำหน่วยแล้วก็กล้าสละ แล้วก็ไปด้วยตนเอง แต่ผมเรียนท่านประธานว่ามีบุคคลที่เราควรจะยกย่องอีกหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนายตำรวจชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บ้านผมมี พลตำรวจโท ตระกูล ทาอาษา คนนี้ยศก่อนเสียชีวิตเป็นร้อยตำรวจเอกครับ แต่ว่าต้องเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนถามท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็คือขณะนี้ท่านได้ทำแผนที่จุดเกิดเหตุหรือยังครับ พี่น้องประชาชนทั่วไปยังสงสัยว่าสมัยก่อนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผอ. กอล์ฟปล้นทองที่จังหวัดลพบุรี หรือแม้คดีเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไร ท่านก็ออกมาแถลงข่าวและมีการทำจุดเกิดเหตุทุกอย่าง แต่ว่า ที่โคราชเทอร์มินอล ๒๑ ยังไม่มีครับท่านประธาน ผมขออนุญาตสไลด์นะครับ🔗
ผมเรียนท่านประธานว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่โคราชไม่ใช่เหตุการณ์ปกติธรรมดาและผู้ก่อเหตุผมต้องเรียนว่าเขาต้องมียุทธการ หรือยุทธวิธี ผมจะเรียนว่าทั้งหมดที่เกิดเหตุ ท่านสังเกตเห็นว่ามีการยิงคู่กรณีตาย ๒ ๗ ๑ และหลังจากนั้นจะมีฆ่าผู้ที่เฝ้าอาวุธเป็นทหารอีก ๑ นาย และหลังจากนั้นออกมาอีก ๙.๔ กิโลเมตรวัดป่าศรัทธาธรรม ขออนุญาตไม่ใช่เว็บ (Web) นี้ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ไม่ใช่นะครับ อันแรกครับ และหลังจากนั้นก็จะมีคนร้ายไปกราดยิง ที่วัดอีก ๙ ศพ แล้วไปที่เทอร์มินอล ๒๑ อีก ๒๐ เจ็บ ๕๐ คน เรียนท่านประธานว่าถ้าเราดู ทั้งหมด ผมเรียนว่าผมอาจจะดูหนังมาก แต่ผมได้ถามพี่ ๆ พรรคพวกเพื่อนที่เป็นนายทหาร ยุทธการ เขาบอกว่าวิธีการอย่างนี้เป็นวิธีการยุทธศาสตร์ วิธีการยุทธการที่ผู้ก่อเหตุต้องการ ที่จะวางแผนให้ตำรวจนี้กระจายตัวไปแต่ละที่ แต่ทำไมวันนั้น ผบ.ตร. ก็รู้อยู่แล้วว่ามีอาวุธหนัก แต่ทำไมท่านปล่อยให้ลูกน้องท่านลงไป ทำไมท่านไม่เตรียมการให้พร้อมหรือว่ามีการเจรจา จนกระทั่งทุกวันนี้คนก็ยังไม่มั่นใจว่าผู้ที่เสียชีวิตในเทอร์มินอล ๒๑ โดยสาเหตุอะไร ตายก่อน หรือตายหลังคนที่ก่อเหตุ ท่านประธานครับ เวลาน้อยผมขออนุญาตผ่านไปเรื่องนี้ก็คือ ขอ ผบ.ตร. ว่า🔗
เรื่องที่ ๑ จุดเกิดเหตุ ท่านต้องรีบแถลงว่าเรื่องราวคดีมีเหตุการณ์เป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงท่านต้องรีบแถลง🔗
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตผ่านไปถึงท่าน ผบ.ทบ. ท่าน พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผมถือว่าท่านเป็นบุคคลผู้นำหน่วยได้ดี และหลังเกิดเหตุท่านออกมารับผิดชอบ ทุกวันนี้ ท่านก็ได้โยกย้าย พันเอก พันโท เมื่อวานก่อนก็ย้ายพันเอกที่พระราชวังเดิม แต่ปรากฏว่า สื่อต่างประเทศไม่เชื่อครับ เขาบอกว่าเป็นการแสดงหรือเปล่า ที่สำคัญผมเรียนว่าอยากให้ ท่านประธานได้เห็นภาพ ๒ อัน มีท่านประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อสักครู่ภาพที่ออกมา ให้เห็น ตอนนั้นท่านก็เสียใจแล้วก็ตอนเกิดเหตุมีการกราดยิงเด็กที่อเมริกาเมื่อปี ๒๕๕๕ จะเหมือน ๆ กับท่าน ผบ.ทบ. เลยครับ ผมก็มั่นใจว่าท่าน ผบ.ทบ. ท่านเสียใจจริง ๆ แล้ว ท่านก็น้อยอกน้อยใจจริง ๆ ที่เหตุการณ์เหล่านี้ แต่ท่านประธานครับ ผมเสียใจกว่านั้นก็คือว่า อาวุธที่เอามายิงพี่น้องประชาชนนี้มาจากภาษีอากรพวกเรา ผมนี่น้อยใจมากว่าอาวุธหนัก ๆ อาวุธดี ๆ อาวุธร้ายแรงทั้งหลายทำไมยิงแต่คนไทย อาวุธจากภาษีพวกเรายิงพวกเรากันเอง ผมอยากให้ท่านเห็นว่าพี่น้องประชาชนที่ล้มตาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง ต่างๆ ก็มีเหตุการณ์แบบนี้ แต่อาวุธก็เป็นอาวุธที่มาจากภาษีพวกเรา ผมเรียนท่านประธาน ต่อว่าอยากขอท่าน ผบ.ทบ. ผมไม่ขออย่างอื่น ท่านไม่ต้องไปตรวจสอบจีที ๒๐๐ (GT200) และไม่ต้องไปตรวจเรือเหาะ เพราะนอกเหนือเขตอำนาจตอนสมัยที่ท่านยังมารับราชการ ผมขอว่าครั้งนี้ท่านตั้งชุดเฉพาะกิจที่เป็นคณะกรรมการจากคนนอกได้ไหม เอากรณีเดียวเลย เอากรณีเกี่ยวกับเรื่องบ้านสวัสดิการ เพราะว่าขณะนี้มีเรื่องยิ่งสาวยิ่งลึก ยิ่งสาวยิ่งหนักครับ ผมไปฟังข่าวแล้วก็มีข่าวข้อเท็จจริง ก็คือเดี๋ยวนี้มีทหารผี หนักกว่านั้นก็คือฝึก ๓ เดือน ปล่อยกลับบ้าน ยึดบัตรเงินเดือน ถึงเวลาขึ้นมากองพัน ๑ กองพัน เหลือครึ่งเดียว เงินเหล่านี้ ไปอย่างไรครับ ที่สำคัญคือประชาชนคนไทยจะนอนตาหลับหรือครับ เดี๋ยวนี้ทหารพวกเรา ฝึกแค่ ๓ เดือน กองพันหายไปครึ่งหนึ่ง เงินเหล่านี้อยู่ที่ใคร ผมเรียนขอร้องท่าน ผบ.ทบ. เถอะครับว่าท่านตรวจสอบเรื่องราวเหล่านี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นที่โปร่งใสไว้เนื้อเชื่อใจของพี่น้อง ประชาชนให้ได้ ผมเรียนว่ายิ่งมีข่าวบอกว่าจะต่ออายุราชการท่าน ผบ.ทบ. ผมเรียนตรง ๆ ว่า ไม่สนับสนุน เรียนท่านว่าท่านจะถูกหลอก สิ่งที่ดีที่สุดอยากขอเรียนเชิญท่าน พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ท่านลองไปถามท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านเหลือเวลาอีก ๗ เดือน จากนี้ไป เหลือไม่กี่เดือนแล้ว ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยคนต่อไปได้แน่นอน ภาษาอังกฤษ ท่านก็ดี การตัดสินใจท่านก็เฉียบขาดแต่ท่านต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ ตอนนี้ลาออกไป สมัคร ส.ส. อย่ายึดอำนาจ ที่สำคัญก็คือทางฝ่ายรัฐบาลไม่มีใครลาออก มาปรึกษาฝ่ายค้าน เดี๋ยวเราจะหาวิธีให้มาจากการเลือกตั้งสง่างามกว่าครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ รักษาเวลา ต่อไปท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่จะขอสนับสนุนในญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ในประเด็นนี้ เวลาก็มีแค่ ๗ นาที พยายามจะทำให้เร็วที่สุดโดยเฉพาะการอภิปรายในวันนี้ วันนี้ก็จะไม่พูดซ้ำในเรื่องของที่ต้องตอกย้ำในเรื่องของความเหลื่อมล้ำความอยุติธรรม ผลประโยชน์ซับซ้อน การกดทับในชนชั้นหรือสาเหตุอื่น ๆ ต่าง ๆ แต่มันคือระเบิด มันระเบิด ที่เกิดขึ้นที่กองทัพ มันสะสมมานานมันเลยบึ้มขึ้นมา และเป็นระเบิดที่ไม่เคยมีในเหตุการณ์ เช่นนี้มาก่อน เพราะเราต้องรวมแสดงพลังของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแสดงความคิดเห็น มันถึงเวลาแล้วที่สภาแห่งนี้จะต้องนำเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ แล้ววันนี้ผมมีสไลด์ (Slide) เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ว่าก่อนที่จะเข้าสไลด์ (Slide) เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น มันเกิดจากรัฐบาล ต้องตระหนักในเรื่องของการทบทวนผู้นำหน่วย ระบบงาน มันเป็นกรณีที่มนุษย์คนหนึ่ง กลายพันธุ์เป็นแอกทีฟ ชูตเตอร์ (Active shooter) ภาษาอังกฤษเขาว่าอย่างไร ตามหลัก พฤติกรรมศาสตร์ของอาชญาวิทยาว่าในการเกิดขึ้นพฤติกรรมของมนุษย์ที่กลายออกไปจาก แรงกดดันต่าง ๆ และวันนี้มีคำสำคัญครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
เขตทหารห้ามเข้า นี่ครับปมของมัน เป็นคำสำคัญที่ท่านประธานคงเคยได้ยินนะครับว่าเขตทหารห้ามเข้า นั่นคือส่วนสำคัญว่าในช่วงที่ผ่านมาเราจะพบว่าเหยื่อที่ถูกฆ่าจากสถานที่เกิดเหตุแล้วฆาตกร หรือคนที่ขณะนั้นเป็นเพียงฆาตกรธรรมดาใช้ปืนธรรมดาเข้าไปก่อเหตุจากวัตถุประสงค์หรือ จิตใต้สำนึกที่เขาต้องการมีเท่านั้นเอง แต่แล้วตำรวจมาระงับเหตุแล้วตามไป หายเข้าไปครับ เขตทหารห้ามเข้า อย่าเข้ามา ทหารทำอะไรครับ ๓๐ นาทีในเขตนั้นแล้วมันหยิบอะไรครับ ท่านเห็นไหมครับว่าหยิบอาวุธสงครามพร้อมกระสุนหรือเครื่องกระสุนคมกระสุนขนาดนี้ มันบาดทำลายในพื้นที่ที่เรียกกว่า สงคราม มันไม่ใช่อยู่ในที่สาธารณะหรือที่คนทั่วไปจะได้พบ ได้เห็นบ้าง มันถึงกลายเป็นระเบิดของกองทัพที่เกิดขึ้น มันคงสะสมมานานแล้ว สิ่งที่สำคัญ ระเบิดนี้มันไม่ใช่ระเบิดแค่เท่านั้น ระเบิดมาจากความลึกของคนในกองทัพ ระเบิดมาจาก เจ้าหน้าที่ของในกองทัพ เหยื่อก็เป็นคนในกองทัพ อาวุธก็เป็นคนในกองทัพ ผู้บริสุทธิ์ บางส่วนก็เป็นคนในกองทัพ เห็นไหมครับว่าและที่มาของคมกระสุนก็อยู่ในกองทัพครับ นั่นคือสิ่งที่เป็นประเด็น ๆ หนึ่ง ในส่วนของผมมี ๓ ประเด็นที่สำคัญก็คือคมอาวุธสงคราม ประหัตประหารชีวิตประชาชนบริสุทธิ์ได้อย่างไร เพราะว่ากองทัพไม่ใช้แผนเผชิญเหตุ ใช้แผนเผชิญเหตุเป็นเพียงตัวหนังสือเท่านั้น ไม่มีผู้รับผิดชอบ ไม่มีนายทหารเวรที่จะดูแล ติดต่อใครไม่ได้ครับ เพราะว่าคนที่จะสั่งการกลายเป็นเหยื่อไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นคมกระสุนนี้ มันว่อนไปด้วยอาวุธเอ็ม ๖๐ (M60) เอ็ม ๖๐ (M60) มีหลายประเภท แต่รุ่นล่าสุดนี้เบามาก ก็เป็นภาษีของใครครับ ภาษีของพวกเราเอง เราคงจะต้องรู้ว่าภาษีพวกนี้อยู่ที่ไหน แล้วก็สิ่งที่ มันเป็นอันซีน (Unseen) เขตทหาร ตำรวจเข้าท้องที่ไม่ได้ ต้องเบรก (Break) เอี๊ยดหน้ารั้วเขต เข้าไปจัดการอะไรไม่ได้ แล้วมันก็กลายเป็นแดนสนธยาแล้วก็ปรากฏว่าการขนรถยานพาหนะ ที่ใช้ออกไปประหัตประหารโดยเป็นแอกทีฟ ชูตเตอร์ (Active shooter) ครับ มันจึงทำให้เกิด การประหัตประหาร ถ้าอย่างนั้นความรับผิดชอบตรงนี้มันอยู่ที่ใครไม่ต้องบอก นั่นล่ะครับที่ผมเขียนว่าเขตทหารห้ามเข้าอย่างชัดเจน มันต้องทบทวนเรื่องของการเก็บดูแล รักษาเครื่องกระสุนอาวุธปืนอย่างมหาศาล มันแค่เอารถชนแล้วก็ยิง รปภ. คนเดียวตาย คงไม่ใช่ครับ เพราะใช้เวลาตั้งนานและรู้เหตุด้วยว่าจะต้องจัดการอย่างไร แต่แผนเผชิญเหตุ เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือครับ ผมจะสรุปนะครับว่าขอภาพลงไปเลยครับ ผู้นำเหล่าทัพทุกแห่ง แม้กระทั่งผมเองเคยเป็นผู้นำในระดับกองบังคับการ เราจะรู้ครับ เราเคยเรียนรู้ว่า ซีพีเอกซ์ (CPX) ท่าน ซีพีเอกซ์ (CPX) คือคอมมานด์ โพสต์ เอ็กเซอไซส์ (Command post exercise) เราจะฝึกกันว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วหน้าที่ของใครจะต้องทำอะไร ที่ไหน แล้วผมก็ชื่นชมครับ ผบ. ตำรวจ ได้ทำหน้าที่ที่ดี แต่ขาดไปอย่างเดียวครับ ขาดไปในเรื่องกำหนดเพรส รีลีส (Press release) ทุกคนจะไปเรียนที่ประเทศควอนติโก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปเรียน เรื่องเมเจอร์ เคส (Major case) ในการสืบสวนคดีในเรื่องของการอี-แว๊กซ์ (e-Wax) คนที่จะ เป็นเหยื่อออกจากที่เกิดเหตุ กันที่เกิดเหตุ ทำได้ดีครับ แต่สุดท้ายทุกอย่าง ผมอยากจะฝาก ในเรื่องของประเด็นคือขอสดุดีตำรวจกล้าที่พร้อมพลีชีวาเพื่อประชา มิใช่แค่ตำรวจที่เสียชีวิต แค่ ๓ คนเท่านั้น ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ รปภ. และคนที่ยังรอดอยู่ครับ ดูแลเขาอย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องการเป็นห่วง และจะฝากว่ากองทัพต้องดูแลประชาชน เปิดได้นะครับ เขตทหารห้ามเข้าควรเป็นเขตประชาชนเข้าได้โดยสะดวก ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรักษาเวลาดีนะครับ ต่อไปท่านคารม พลพรกลาง ผมเรียนสมาชิกเพื่อได้เตรียมตัวนะครับ เพราะเดี๋ยวจะได้รู้ว่า มีเหลืออยู่กี่ท่าน สมาชิกที่มีความประสงค์จะไปทานอาหารจะได้ปรับตัวได้ เวลาจะใช้เท่าไร หลังจากท่านคารมก็จะมีท่านปกรณ์วุฒิ ท่านอนุรักษ์ ท่านเท่าพิภพ แล้วก็มีเสนอมาใหม่ครับ ท่านชลน่าน แล้วก็มีของเดิมของทางฝ่ายรัฐบาลที่ยังไม่ได้พูดเลยก็คือท่านวิรัชครับ ขอเชิญ ท่านคารมครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมก็รอ คุณหมอเรวัตก็มาขออนุญาต เนื่องจากว่าติดภารกิจก็ได้อนุญาตให้ท่านพูดก่อน ในเวลาสั้น ๆ ๗ นาที ผมจะรักษาเวลา ตามปกติที่ผมทำแล้วก็ไม่ค่อยจะเลยเวลา ผมเสียใจกับเหตุการณ์กับทุกคนที่สูญเสียในโคราช ผมผ่านโคราชตั้งแต่เกิดจนวันนี้ก็ยังผ่านโคราชเพื่อมาบ้านที่กรุงเทพมหานคร ผมจะพูดไม่ซ้ำ ประเด็นในเรื่องนี้กับใครเท่าที่ฟังมายังไม่ซ้ำ ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปยังประชาชน ที่ฟังอยู่ว่าประเทศเรามันไม่มีรัฐที่รู้หน้าที่หรอกครับ ผมติดตามนายกรัฐมนตรีที่พูดวันที่ไป ผมไม่ได้ไปวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมท่านนายกรัฐมนตรี และผมก็ไม่เห็นด้วยกับที่ ผบ.ทบ. จะมาเอาเรื่องที่ดินมาแม้ว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้ วันที่ผมอภิปรายญัตติป้องกัน รัฐประหารนี้ ผมบอกครับ ท่านไปกรอเทป (Tape) ดูได้ ผมบอกว่าคนจนจะมีที่ดิน ๕๐ วา มันยาก แต่คนรวยมีที่ดิน ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ สุดท้ายมันเป็นโดยที่ผมไม่ใช่หมอดู แต่มันตรง เพราะผมซาบซึ้งในความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้อย่างยิ่ง🔗
ประเด็นต่อมาที่ผมวกกลับไปถึงนายกรัฐมนตรีกับ ผบ.ทบ. ผมไม่เห็น ความชัดเจนในการที่จะบอกว่าเมื่อเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น รัฐมีหน้าที่ปกป้องประชาชน ถ้าไม่อย่างนั้น ส.ส. ที่นั่งอยู่สภานี้ ข้าราชการที่นั่งอยู่สภานี้ ต้องพกปืนครับ ต้องมีกองกำลัง มาป้องกันตัวเองครับถ้ารัฐไม่รู้หน้าที่ เพราะอาวุธของประเทศไทยติดอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) และผมจะจ่ายเงินภาษีให้นายกรัฐมนตรีกับ ผบ.ทบ. ทำไม ถ้ารักษาความสงบ เรียบร้อยให้ประชาชนไม่ได้ เป็นคำถามที่ละเลย ผมผ่านเหตุการณ์ ปี ๒๕๕๓ ที่ราชดำเนิน ที่ราชประสงค์ คนใจไม่แข็งพออยู่กับอาวุธสงครามผ่านไม่ได้หรอกครับ ผมผ่านมาทั้งหมด ผมอาจจะโชคดีที่ผมมาเป็น ส.ส. ได้เพราะไม่โดนอะไร เพราะว่าไม่ได้เข้าไปอยู่ในจุด ที่อันตราย เหตุใช้กระสุนจริงนี้ผมทำคดีทหารยิงประชาชนมาครับ จึงซาบซึ้งดีครับว่าอันนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐนะครับ แต่คุณทำกับประชาชน อันนี้ที่ปกป้องจากค่ายสุรธรรมพิทักษ์จนถึงเทอร์มินอล ๒๑ ห่าง ผมอาจจะไม่บอกระยะทาง แต่ผมก็ผ่านตรงนั้นบ่อย การหยุดยั้งไม่ได้เราตำหนิได้บ้างสำหรับสิ่งที่มันอาจจะมองว่า คนที่ทำผิดเขาเตรียมตัว ท่านประธานครับ ทหารคนที่ยิงเป็นเพียงจ่า เขาเรียนรู้ยุทธวิธีมา เขาจึงซึมซับระบบทหารมา คนที่ถูกตำหนิมากที่สุดโดยที่ไม่มีคนพูดถึงคือใคร คือแม่ทัพภาค ๒ คนไม่พูดถึงเลย ทั้งที่ความจริงคนแรกที่ต้องถูกฟ้อง ท่านประธานเป็นนักกฎหมาย ท่านไปดู พ.ร.บ. ละเมิดของเจ้าหน้าที่ปี ๒๕๓๙ เรื่องนี้วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดนครราชสีมา ท่านไปจ่ายเงิน ข้าราชการได้ ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาท ประชาชนเท่าที่ฟังมาเงินบริจาค ๑ ล้านบาท ข้าราชการ ๑ ล้านบาท ที่ภาคใต้เสียชีวิตได้ ๗ ล้านกว่าบาท ถามว่าเงินชดเชยความเสียชีวิต ได้ไหม ไม่ได้ แต่ถามว่าเหมาะสมไหม ชีวิตมีผลกระทบกับครอบครัวเยอะมาก ผมยังเห็นว่า เรื่องนี้กองทัพบกต้องรับผิดชอบโดยหน้าที่และค่าเสียหาย ผมอยากให้มีผู้เสียหาย อันนี้ไม่ใช่ การยุให้ฟ้องรัฐ เพื่อจะบอกว่ารัฐทำอะไร ทำไมไม่มียุทธวิธีหยุดยั้ง เพราะฉะนั้นถ้าเกิด เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีกที่อื่น ผมพูดผมเป็น ส.ส. ผมค่อนข้างระมัดระวัง แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากจังหวัดลพบุรีมาโคราชมาเมื่อวานที่พญาไท เมื่อวานผมอยู่พญาไท ผมเดินไปไหน หนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะเหตุอะไร เพราะว่ายุคนี้มันเลียนแบบได้ เราจะห้ามได้หรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ผมเรียนด้วยความเคารพท่านประธานแล้วก็ประชาชนที่ฟังอยู่ว่า ถ้ารัฐไม่มี การป้องกันบริหารจัดการที่ดี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสุดท้าย เรื่องนี้ก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจโคราช และประเทศนี้ คำถามจึงมีว่าเมื่อเรามีทหารเยอะ มีทหารไว้ทำไม มีนายพลไว้ตีกอล์ฟหรือ ไม่ทุกคนแต่ว่ามีแน่นอน มีนายพลไว้ทำอะไรครับ มีนายพลไว้ชี้หน้าว่านักการเมืองไม่ดี หรือครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรวันนี้ผมต้องทวงถาม เรื่องนี้ถ้าเกิดที่ต่างประเทศ ประเทศไทย ฟ้องประเทศไม่ได้ เพราะประเทศเราไม่ใช่รัฐตามกฎหมายมหาชน แต่ฟ้องกองทัพบกเป็น นิติบุคคลได้ แล้วก็ควรฟ้องแม่ทัพภาค ๒ ผบ.ทบ. และนายกรัฐมนตรี เพราะว่านายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเวลาที่เหลืออยู่ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้น ๒ อย่าง จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปกองทัพที่เพื่อน ๆ สมาชิกพูดไปเห็นด้วย เพราะถ้าไม่อาศัยจังหวะเวลานี้ก็ไม่มีจุดเริ่มต้นที่ดีได้🔗
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่อยากนำเสนอไปยังรัฐบาลว่านี่คือปัญหาความเหลื่อมล้ำ ระหว่างที่เกิดเรื่องนี้ในขณะที่เรากำลังติดตามเรื่องที่จังหวัดนครราชสีมาในวันที่ ๘ นั้น เกิดเหตุการณ์บ่าย ๓ โมงไปจบวันรุ่งขึ้น ผบ.ตร. ได้รับคำชื่นชมก็เป็นหน้าที่ของท่าน แต่ว่า เราจะรู้อย่างหนึ่งว่าคนที่มีหน้าที่จริง ๆ เพราะคนกระทำผิดเป็นทหารใช้อาวุธทหาร แต่ว่า ไม่เห็นความชัดเจนในการที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ มีแต่ว่าผมทำเต็มที่ นายกรัฐมนตรี ทำเต็มที่ ผมถามว่าท่านทำเต็มที่ทำได้แค่นี้จะดูแลประชาชนพวกเราได้อย่างไร จะดูแล ท่านประธาน พวกผมได้อย่างไร นี่ไม่ใช่ก่อการร้าย นี่คือทหารในค่าย ท้ายที่สุดถ้ามีทหาร เยอะแล้วทำงานได้เพียงเท่านี้ คำถามคือว่าทหารมีคุณภาพไหม ระบบประเทศนี้ที่เราใช้เงิน ทุ่มเทกับความมั่นคงเพื่อประเทศนี้ เพื่อให้เขามั่นใจว่าคนเดินถนนจะปลอดภัยจะพึ่งอะไรได้ แล้วก็ไม่อยากจะเห็นเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาหรือที่ไหน ๆ ทั้งนั้น ขอบคุณท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านคารมครับ รักษาเวลาไว้ครับ ต่อไปท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนอื่นคงขอเป็นตัวแทนอีกคนหนึ่งที่แสดงความเสียใจ ต่อผู้ประสบเหตุและผู้สูญเสียทุกท่าน แล้วก็เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานกัน อย่างขันแข็ง แล้วก็วันนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงความเคารพต่อผู้สูญเสีย ด้วยการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎร โดยการนำเสนอมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคตหรือว่า ถ้าหากเกิดขึ้นในเหตุสุดวิสัยอันใดก็ตาม เราควรจะมีมาตรการที่พร้อมรับมือกับมันได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในการอภิปรายของผมในวันนี้ก็คือระบบที่เรียกว่า เซลล์บรอดแคสติง (Cell broadcasting) เพื่อนำมาใช้แจ้งเตือนเหตุการณ์ฉุกเฉินโดยผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) อธิบายโดยคร่าว ๆ ระบบเซลล์บรอดแคสติง (Cell broadcasting) คือเป็นระบบที่เราสามารถ ส่งเอสเอ็มเอส (SMS) โดยระบุพื้นที่ที่จะส่งตามสิ่งที่เรียกว่าเซลล์ไซต์ (Cell site) หรือว่า เสาสัญญาณที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นระบบนี้สามารถทำให้เราส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เตือนประชาชนโดยระบุเป็นตำบล อำเภอหรือจังหวัดหรือแม้กระทั่งส่งให้ทุกคนทั่วประเทศ ที่มีโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่หรือไม่ใช่นวัตกรรมอะไรเลยนะครับ มันมีมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วนะครับ หลาย ๆ ท่านหรือท่านประธานเองก็อาจจะเคยเจอที่เวลา เราเดินเข้าห้างสรรพสินค้าแล้วมีเอสเอ็มเอส (SMS) เด้งเข้ามาเป็นโปรโมชัน (Promotion) ของร้านในห้างสรรพสินค้านั้น ๆ นี่ล่ะครับคือการเซลล์ บรอดแคสติง (Cell broadcasting) ที่จะเลือกส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ไปตามเสาสัญญาณที่อยู่ในห้างสรรพสินค้านั้นโดยเฉพาะ ผมได้เผยแพร่เรื่องนี้ลงในทวิตเตอร์ (Twitter) ส่วนตัวของผมเอง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ อย่างล้นหลาม มีผู้ตอบกลับข้อความมาเกือบร้อยข้อความผมจะยกตัวอย่างการใช้ระบบนี้ ในต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ผมได้ข้อมูลมาจากประชาชนที่ตอบกลับข้อความในทวิตเตอร์ (Twitter) ของผม ประเทศญี่ปุ่นเวลามีพายุเข้าจะมีการแจ้งสถานการณ์ล่าสุดผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) อยู่อย่างต่อเนื่อง มีการเตือนแผ่นดินไหวโดยที่โทรศัพท์ของทุกคนจะดังแม้ว่าจะ ปิดเสียงอยู่ก็ตาม อันนี้ถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต่อให้คุณปิดเสียง เสียงก็จะดัง หลับอยู่ตี ๒ แผ่นดินไหวโทรศัพท์ก็จะดัง เขาถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินมาก ๆ ที่สำคัญเวลานักท่องเที่ยวไทย ไปเที่ยวเขาจะได้เอสเอ็มเอส (SMS) เป็นภาษาไทยด้วยครับ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศจีน และประเทศไต้หวัน นอกจากเรื่องภัยธรรมชาติ ทุกวันนี้มีการแจ้งสถานการณ์ของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) ทุกวัน ที่ประเทศนอร์เวย์ช่วงหน้าร้อนลมแรงจะมี เอสเอ็มเอส (SMS) เตือนว่าอาจเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย ให้เตรียมป้องกัน เช่นการงดการย่าง บาร์บีคิวในที่สาธารณะหรืออย่าใช้น้ำเกินความจำเป็นเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้หากเกิดเพลิงไหม้จริง ๆ นี่คือกรณีที่ยังไม่เกิดเหตุอะไรเลยเขาแจ้งเตือนกันแล้วครับ ที่ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย แจ้งเหตุไฟป่าผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) พร้อมส่งพิกัดจีพีเอส (GPS) ของจุดเกิดเหตุ ที่รัฐอื่น ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการแจ้งเหตุต่าง ๆ ผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) เช่น น้ำท่วม แก๊สรั่ว รถคนร้ายกำลังหลบหนี ส่งมาพร้อมกับรูปของรถคนร้าย แจ้งประกาศเด็กหายผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) อันนี้คือที่ต่างประเทศเขาใช้กันมานานแล้วนะครับ กลับมาดูที่ประเทศไทยอย่างที่ผม บอกว่าไม่ใช่เราไม่มี เรามีครับ มีประชาชนส่งรูปให้ผมดูเหมือนกันว่าตอนเทศกาลหยุดยาว ก็จะมีเอสเอ็มเอส (SMS) ส่งมาบอกว่าคุณกำลังอยู่บนถนนเส้นไหน มีจุดพักรถตรงจุดไหนบ้าง ส่งพิกัดจีพีเอส (GPS) มาให้ มีจุดไหนที่เปิดช่องทางพิเศษบ้าง แสดงว่าเรามีแล้วและจริง ๆ เราสามารถใช้ได้ทันทีด้วย ทีนี้ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงแค่ไหนที่จะผลักดันให้ระบบนี้ สามารถใช้กับเหตุการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบและสามารถสั่งการเตือนประชาชนได้ทันท่วงที ในระดับนาที อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราช การใช้การสั่งการ การอนุมัติหลายต่อหลายทอด แบบระบบราชการทั่วไปคงไม่สามารถทำได้ทันท่วงทีได้ ถ้าเรามีการวางระบบที่สามารถทำได้ รวดเร็วในระดับนาทีก็อาจจะป้องกันเหตุเหล่านี้และแจ้งเตือนเหตุเหล่านี้ได้ มีความเห็น ในรีทวิต (Retweet) ที่น่าสนใจที่ตอบกลับมา เขาบอกว่าตอนที่เขาไปต่างประเทศและเขาได้รับ การแจ้งเตือนแบบนี้ ความรู้สึกของเขาก็คือรัฐบาลของเขาให้ความสำคัญกับชีวิตประชาชน ตอนนี้ผ่านเหตุการณ์นี้มาสัปดาห์กว่า ๆ แล้ว ผมยังไม่เคยเห็นความคิดเห็นหรือแนวทางใด ๆ ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าจะป้องกันเหตุเหล่านี้ในอนาคตอย่างไร ถ้าเกิดเหตุอีกเราจะรับมือ มันอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลพูดมาตลอดและให้ความสำคัญกับมันก็คือความสงบและความมั่นคง แต่ความมั่นคงของชาติมันคือความมั่นคงของประชาชน ความมั่นคงของชีวิตประชาชน มันคือการที่เขาได้รู้ว่าเขาจะออกไปและสูดอากาศที่เป็นพิษหรือเปล่า มันคือการที่เขาได้รู้ว่า กำลังจะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นและเขาจะสามารถรับรู้มันได้อย่างไร ความมั่นคงของประชาชน มันคือการที่ได้รู้ว่าสถานที่ใดที่ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของเขาแล้วก็ชีวิตของคนที่เขารัก ถึงแม้วันนี้โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นมาแล้วและผ่านไป แต่ยังมีสิ่งที่พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลสามารถทำได้ แล้วสิ่งนั้นมันไม่ใช่การกล่าวคำขอโทษ มันไม่ใช่การบีบหยดน้ำตาครับ มันคือการกระทำ การกระทำที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่าความปลอดภัยในชีวิตของ พวกเขามันยังมีค่าอยู่ในสายตาของพวกท่านอยู่บ้างนะครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ รักษา เวลาไว้ดีครับ ต่อไปท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ กราดยิงที่โคราชเป็นเรื่องที่สะเทือนใจของคนทั้งประเทศ และเป็นเรื่องที่จะต้องถอดรหัสลับ ของกองทัพออกมาให้ได้ว่าทำไมการกดทับ กดดันจนแรงระเบิดขนอาวุธสงครามมายิง ผู้บริสุทธิ์ได้มากขนาดนี้ ก่อนอื่นดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ญาติมิตร ของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดทั้งมวล โศกนาฏกรรมที่โหดร้ายคนไทยทุกคน พูดถึงเรื่องนี้อย่างสุดสะเทือนใจ กราดยิงที่โคราช ความโหดร้ายและความสะเทือนขวัญ ครั้งนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย แค่ประชาชนถามคนละ ๑ คำถามว่า ทำไม ทำไม และทำไม ๖๗ ล้านคำถามจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะกระสุนที่เจาะร่างแต่ละคนมันคืออาวุธสงคราม ทราบข้อมูลตามประสาชาวบ้านว่าปืนยิงรถถัง แล้วเมื่อนำไปยิงที่ร่างมนุษย์ ร่างมนุษย์ เนื้อมนุษย์จะทนทานได้อย่างไร ดิฉันตั้งคำถามแทนประชาชนคนไทยทั่วประเทศไปที่กองทัพ🔗
ข้อ ๑ จากข่าวผู้ก่อเหตุเป็นทหารชั้นผู้น้อยก่อเหตุ ดังนั้นต้องมีการสอบสวน ชั้นลึกว่าทำไมฆ่าผู้บังคับบัญชา หรือที่เขาพูดกันว่าชนชั้นในกองทัพนั้นมีอยู่จริง ไพร่ ทาส ในยุค ๒๐๒๐ ยังไม่เลือนหายไป เพราะถ้าไม่กดทับ กดดันมาก ๆ จะไม่เกิดเหตุกรณีสะเทือน ขวัญโหดร้าย โหดเหี้ยมไร้ความเป็นมนุษย์ฆ่าผู้บริสุทธิ์ล้มตายอย่างกับใบไม้ร่วง ไปทวงเงิน แล้วยังสั่งขัง ตัดเบี้ยเลี้ยง อันนี้จริงเท็จอย่างไร อย่าปิดปากพยานแวดล้อมนะคะ ตราบใด ที่การกดดันทหารชั้นผู้น้อย การกดทับไว้เวลามันระเบิดมันแรงและลุกลามถึงผู้บริสุทธิ์ ผู้ใหญ่ในกองทัพเปิดใจรับรู้ความรู้สึกของลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา และให้ตระหนักอยู่ ตลอดเวลาว่าทุกคนคือมนุษย์ค่ะ🔗
ข้อ ๒ ค่ะท่านประธาน ในประเทศนี้ทุกคนฉงนในการปฏิบัติการของฆาตกร ว่าการปล้นปืน การขับรถฮัมวี่ (Humvee) ออกมาปฏิบัติการอย่างรวดเร็วง่ายดาย ขนอาวุธ ออกมายังไม่มีระบบเตือนภัยใด ๆ ไม่มีการสกัดกั้นจากหน่วยงานเลย การสกัดกั้นกลับเป็น ตำรวจ และทหารในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ในขณะนั้นไม่มีใครตามมา ไม่มีการเตือนภัย ไม่มี การสกัดกั้น ถ้ามีสิ่งที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมด ประชาชนผู้บริสุทธิ์จะไม่ล้มตายมากขนาดนี้ ลูกของใครใครก็รัก แม่ใครใครก็หวง สามีใคร ใครก็อยากมีอ้อมกอดที่อบอุ่นและอยู่ด้วยกัน ตลอดชีวิต ท่านประธานที่เคารพคะ ๓ คน พ่อ แม่ ลูกก่อนเขาจะตายยังให้นมลูกอยู่เลย สะเทือนใจขนาดไหน แล้วใครจะเผาศพใคร นี่คือเรื่องหนึ่งค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องการโยงใยการจัดสรรที่ดิน ที่บอกว่าทหารชั้นผู้น้อยได้ประโยชน์ จากสวัสดิการการเช่าช่วง การเอาเงินหลวง เอาที่หลวงมาจัดสรรเป็นกระบวนการนั้น เป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่ และกระทรวงอื่นทำได้ไหม แล้วถ้าทำตรงไปตรงมาให้เขาได้ เราให้อย่างบริสุทธิ์ใจ ทหารชั้นผู้น้อยจะไปฆ่าผู้บังคับบัญชาทำไม ท่านประธานคะ หยาดน้ำตา ทั่วโลกาจากห่ากระสุน จากต้นทุนความเหลื่อมล้ำชอกช้ำเหลือ จากมนุษย์ผุดเดรัจฉาน ซาตานเนื้อ คมกระสุนเถือถากไถ่ไม่ใยดี ถามทำไม ทำไมในโคราช เพลิงปีศาจจากกลทัพ กลับเป็นผี ผู้บริสุทธิ์ตายกองทัพไทยแก้ไขทันที อย่าให้มีไพร่กับนายในค่ายกล แรงกดดัน ของทหารชั้นผู้น้อยกลายเป็นผีห่าซาตานในห้างสรรพสินค้า ริมถนนที่ผ่านวัดศรัทธารวม กลายเป็นสมรภูมิเลือดเดือดพล่านและโศกสลด ทุกอย่างเป็นบทเรียนที่ประเมินค่ามิได้ กองทัพไทยรับปากกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ไหมว่าต้องชดใช้ไม่ใช่เยียวยา กองทัพไทย ต้องชดใช้ไม่ใช่เยียวยา แล้วรับปากกับคนในประเทศทั้งประเทศได้ไหมว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก เราจะไม่สูญเสียอย่างเปล่าดาย แม้นวัวหายแล้วล้อมคอก ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ ผมจะขอเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เพื่อนสมาชิกได้ ยื่นญัตติเกี่ยวกับการป้องกันเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเกิดขึ้นที่โคราชหรือที่เราเรียกว่าเหตุการณ์ กราดยิงโคราช ก่อนอื่นเลยผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ ที่แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าหากมันเกิดขึ้นในเขตผม ผมคงเสียใจ อย่างยิ่ง หลายท่านก็ได้อภิปรายเสนอแนะเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับกองทัพไปแล้ว แต่ผมอยาก ป้องกันเหตุการณ์นี้ที่ภาษาอังกฤษเขาจะเรียกว่าแมส ชูตติง (Mass shooting) หรือการยิงหมู่ ซึ่งหลายครั้งในต่างประเทศเกิดขึ้นบ่อย อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ หรือว่าประเทศออสเตรเลีย แต่หลายประเทศก็มีการรับมือ โดยส่วนใหญ่ปัญหาเหล่านี้ก็จะ เป็นสาเหตุจากสภาวะจิตไม่ปกติบ้าง มีความสิ้นหวังบ้าง มีความเกลียดชังบ้าง แต่ที่มีคล้าย ๆ กัน ก็คือความหาได้ทั่วไปของอาวุธปืน จริงอยู่ครับ ความรุนแรงจากอาวุธปืนในประเทศไทย เราอาจจะมองข้ามไปนาน เราอาจจะไปมองภัยบนท้องถนนยามช่วงสงกรานต์มากกว่า ผมก็ถือโอกาสนี้ให้ข้อมูลกับท่านประธานและสมาชิกว่าประเทศไทยก็มีความรุนแรงของปืน ติดอันดับโลกเหมือนกัน ๑๕ ต่อ ๑ กระบอก ต่อ ๑๐๐ คน เป็นจำนวนนะครับ คือเดินมา ๑๐๐ คน มีคนมีปืนอยู่ ๑๕ กระบอก ซึ่งสาเหตุการตายจากการฆาตกรรมในประเทศไทย เป็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นผลมาจากอาวุธปืน คิดเป็น ๔.๔๕ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เป็นอันดับ ๒ ในอาเซียน (ASEAN) รองจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งประเทศไทยเองก็เคยเป็น อันดับ ๑ เมื่อ ๓ ปีก่อน โดยอยู่ที่ประมาณ ๗ คน ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ คน เป็นอันดับประมาณ ทอปเทน (Top 10) ของโลก จริงอยู่ครับ วัฒนธรรมไทยเราก็รู้กันดี เสียหน้าไม่ได้ครับ บางที ล้อ ๆ กันเสียหน้า ขับรถปาดหน้ากันนี่อาจจะถึงขั้นเสียชีวิต ผมไม่ได้ต่อต้านการถือครอง อาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากผมเองก็ไปขอใบ ป.๓ มาเช่นกัน เพราะผมก็อยากมีไว้ ป้องกันตัว เพราะว่าอาวุธปืนก็ต้องบอกตามตรงว่ามันทำให้เราอุ่นใจในการปกป้องทรัพย์สิน หรือคนที่เรารัก หรือตัวเราเอง แต่ในทางกลับกันความรุนแรงของอาวุธปืนมันก็ทำให้โจรย่ามใจ แล้วก็รู้สึกว่ามีพลังอำนาจเช่นเดียวกัน กฎหมายควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทยก็มีอยู่หลายอย่างนะครับ การพกพาไปไหนมาไหน ยากมากนะครับ แต่การขอใบอนุญาตผมว่าเรายังพัฒนาปรับปรุงได้อีกก็อยากเสนอแนะไป ที่ท่านประธานไปยังรัฐบาลครับ การตรวจเช็ก (Check) ประวัติอาชญากรรมเราทำอยู่แล้ว แต่ผมอยากให้เพิ่มว่าการตรวจเรื่องของจิตเวชด้วยนะครับว่าคนที่มาขอซื้อหรือถือครอง อาวุธปืนมีสุขภาพจิตดีอยู่หรือเปล่า แล้วเราควรเว้นระยะเวลาไว้พอสมควรครับ ไม่ใช่ขอวันนี้ ยิ่งทำเร็วได้เร็วเหมือนหน่วยราชการอื่น ต้องเว้นไว้บ้าง ไม่ใช่โกรธใครมาก็จะมาขอปืน วันนี้ พรุ่งนี้ได้ใบไปซื้อ ยิงเลย อย่างนี้ก็ต้องเว้นระยะไว้บ้าง และที่สำคัญเรายังขาดก็คือการอบรม ในการใช้อาวุธปืน ทั้งความปลอดภัยต่าง ๆ หลักความปลอดภัยคือไม่ให้ถือปืนไปยังบุคคล ถึงแม้ปืนไม่มีลูกให้ทำกับปืนเหมือนปืนมีลูกตลอดเวลา เราควรจะมีโรงเรียนสอนการยิงปืน หรือการถือครองปืนเหมือนใบอนุญาตขับขี่รถก็เป็นไปได้ การพิสูจน์ว่ามีที่เก็บปลอดภัย เพียงพอ มีที่ล็อกเพียงพอ เพราะว่าอุบัติเหตุหลายครั้ง ความสูญเสียหลายครั้งก็เกิดจาก การเก็บปืนโดยไม่ล็อก เด็กเอามาเล่น ยิงก็ตาย การให้ใบอนุญาตก็ควรจะต่อสัก ๒ ปีครั้ง เพื่อจะมาเช็ก (Check) สุขภาพจิตกันบ้างหรือให้มีการมาดูว่าเรายังโอเค (OK) อยู่หรือเปล่า ปืนในประเทศไทยมีอยู่ ๑๐ ล้านกระบอก ท่านประธานทราบไหมครับว่าใน ๖ ล้านกระบอก เป็นปืนที่มีทะเบียน อีก ๔ ล้านกระบอกเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียนหรือว่าปืนเถื่อน เดี๋ยวขอรูป ที่ผมขอไปหน่อยนะครับ🔗
ปืนในประเทศไทยครับ ปืนเถื่อนครับ รูปนี้เลยครับท่านประธาน ผมเปิดทวิตเตอร์ (Twitter) แฮชแท็ก (Hashtag) ปืนเถื่อน ขึ้นมาเลยครับ กล็อก ๑๗ (Glock 17) ๙ มม. ขายนัดชมของจังหวัดชลบุรีก็มี หรือภาพต่อไป อันนี้เป็นปืนธรรมดาที่ทั่วไป ๙ มม. ที่พกไปไหนมาไหนได้ อย่างนี้ก็มีปืนยาว เป็นคลังแสง อันนี้ก็เลือกชอปปิง (Shopping) ได้ตามใจ ออนไลน์ (Online) นี่ดีไม่ดีนะครับ ผมลองไปเปิดเว็บ ชอปปิง อีคอมเมิร์ซ (Web Shopping e-Commerce) ดียังไม่มี ผมกลัวว่า วันหนึ่งมันจะมีหรือเปล่านะครับ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบด้วยครับ ขอรูปสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ หรือบางทีไม่ได้มาจากเถื่อนธรรมดา เป็นการเก็บรักษาไม่ดี ของคนในกองทัพที่ค่อนข้างปิด เราจึงควรจะปฏิรูปกองทัพครับ ในข่าวนี้ พันเอกมีชื่อบนกล่อง เป็นผู้รับกระสุนเอ็ม ๑๖ (M16) กลับจากใต้ การรั่วไหลของอาวุธยุทธภัณฑ์จนมาเป็นปืนเถื่อน ก็มีปัญหาเช่นกัน ทางแก้เราก็มีอยู่ครับ ทางแก้เราหลายครั้งที่เราเคยมีการนิรโทษกรรมตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๕๗ โดยการที่ให้ผู้ถือครองปืนเถื่อนนำปืนมาคืนกับหลวงโดยไม่ผิด ที่ประเทศออสเตรเลียก็เคยมีเหตุการณ์กราดยิงเหมือนกัน รัฐบาลประเทศออสเตรเลียบอกว่า โอเค (OK) เราจะนิรโทษกรรม เอาปืนเถื่อนมาส่งรัฐ มาส่งหลวงโดยเขาออกสตางค์ให้ด้วยครับ การที่เรามีปืนเถื่อนหรือปืนเยอะเกินไปมันก็เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการที่เราจะมีเหตุการณ์น่า เศร้าอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ด้วยความเคารพครับ ผมก็อยากเห็นประเทศนี้ทุกคนมีสิทธิที่จะ ป้องกันตัวเองได้ แต่สิทธินั้นก็ต้องได้มาด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ และมีการตรวจสอบ ก็อยากให้เหตุการณ์ที่โคราชเป็นครั้งสุดท้ายขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะลง ในประเด็นญัตติ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสักนิดหนึ่งครับ ใน ๒ ญัตติที่เราจะอภิปราย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าขณะนี้มีผู้จะอภิปรายอยู่ทั้งหมด ๘ ท่าน ญัตตินี้ ๒ ท่าน หมายความว่าหลังจากผมแล้วก็มีท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล แล้วก็อีกญัตติหนึ่ง ต่อต้านรัฐประหารก็มี ๖ ท่าน มีผู้สรุปญัตติอีก ๑ คน ผมก็เรียนหารือ ท่านประธานว่าถ้าเราปล่อยเวลาไปตามนี้ก็น่าจะจบอีกประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็จะจบก่อนเวลา ประมาณชั่วโมงครึ่ง เพื่อเวลาให้เหมาะสม ถ้าท่านประธานจะกรุณานะครับ ก็อาจจะ พิจารณาเพิ่มเวลาให้กับผู้อภิปรายสักเล็กน้อยต่อคน เช่นเป็น ๘ นาทีหรือ ๙ นาทีก็จะเวลา ประมาณ ๒ ชั่วโมงก็น่าจะปิดการอภิปรายได้พอดีครับ เรื่องลงมติเราตกลงกันแล้วใน ๒ ฝ่าย ว่าเราจะไปลงมติวันพรุ่งนี้ สำหรับญัตติรัฐประหารฝากท่านประธานพิจารณาครับ🔗
คุณหมอครับเราก็ดำเนินมา ด้วยดีตั้งแต่ต้นนะ อย่ายกเว้นเลยครับ🔗
ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับเพียงเป็น ข้อหารือ ท่านประธานที่เคารพครับสำหรับญัตติที่เพื่อนสมาชิกเสนอเป็นเรื่องด่วนด้วยวาจา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตามข้อบังคับ ข้อ ๕๑ (๑) เรื่องของเหตุกราดยิงที่โคราช วันนี้เป็นเรื่อง ที่ค้างพิจารณาอยู่ อยู่ระหว่างการพิจารณา ท่านประธานกรุณาเอามาบรรจุอยู่ในระเบียบวาระ ด้วยความเคารพท่านประธานครับผมขออนุญาตนำญัตติทั้ง ๔ ญัตติมาอภิปรายเพิ่มเติม เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปบ้างแต่ยังไม่ลงรายละเอียด ประเด็นที่เป็น รายละเอียดแล้วผมจะไม่ขออนุญาตอภิปรายเนื่องจากเพื่อนสมาชิกก็อภิปรายไปพอสมควร มีข้อเสนอแนะ มีเหตุผลสงวนญัตติอย่างดียิ่ง🔗
เรื่องที่ ๑ การสูญเสียครั้งนี้แน่นอนครับในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนพี่น้องประชาชน ท่านประธานได้กรุณานำพวกเราขึ้นยืนไว้อาลัยให้กับผู้ที่สูญเสียไป โดยเฉพาะผู้เสียชีวิต แต่การสูญเสียครั้งนี้ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ตาย ๓๐ บาดเจ็บ ๕๘ ภาวะสูญเสียทั้งของผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจสังคมมีอีกมากมาย เพราะฉะนั้นประการแรกสุดผมขอให้การสูญเสียครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ที่จะนำไปสู่การแก้ไขที่ดีขึ้น หลายคนพูดครับถอดบทเรียนเหตุการณ์ทั้งหมด หลายคนพูดถึง การปฏิรูปกองทัพน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการแก้ไขเปลี่ยนแปลง🔗
เรื่องที่ ๒ สิ่งที่ไม่ค่อยได้พูดกันมากมายนักแต่ผมขออนุญาตเน้นย้ำกับ ท่านประธานผ่านไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลเรื่องแผนเผชิญเหตุ แผนเผชิญเหตุ ในการเข้าไปควบคุมสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนไม่มีแผนเผชิญเหตุ การตัดสินใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ชัดเจนว่าจะเป็นการก่ออาชญากรรมธรรมดาหรือเป็นภาวะฉุกเฉิน ภาวะวิกฤติไม่มีการตัดสินใจ อันนี้คือสิ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสีย ผู้นำหรือผู้บังคับบัญชา ต้องกล้าที่จะตัดสินใจว่าพฤติการณ์พฤติกรรมอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องอาชญากรรมธรรมดา มันเป็นภาวะฉุกเฉิน เป็นภาวะวิกฤติ พฤติการณ์พฤติกรรมเป็นลักษณะการก่อการร้าย ไม่ต้องอายที่จะประกาศเรื่องก่อการร้ายเพราะมันเกิดขึ้นจริง แค่มีคนเอามีเอาระเบิดไปวางไว้ ที่ศาลก็มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ก่อการร้ายครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นต้องกล้า ถ้ากล้าประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน กล้าประกาศเรื่องนี้เป็นการก่อการร้ายทุกอย่างตามมามันจะ เป็นการแก้ไขที่ถูก นั่นเป็นเรื่องที่ ๒ ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการเยียวยา การชดเชย เหตุการณ์ผ่านมา ๑ สัปดาห์ กองทุนเยียวยาจากการบริจาคของพี่น้องภาคประชาชน ภาคเอกชน ๘๐ กว่าล้านบาทครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราหลายท่านยินยอมที่จะให้เงินเดือนหรือเงินส่วนตัวบริจาค แต่เราบริจาคได้แค่ ๓,๐๐๐ บาท เพราะอะไรครับ เพราะคุณไม่ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน ผมบริจาคได้แค่ ๓,๐๐๐ บาท เพราะเป็นงานประเพณี ถ้าเกินกว่านั้นพวกเราก็ผิดครับ พรรคเพื่อไทยเอง ส.ส. ทุกคนช่วยกันบริจาคผ่านท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง นำไปสู่ ที่โคราชภายในวันที่ ๑๖ เพราะปิดบริจาคไปแล้วได้เงินเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ได้แค่นั้นครับ การเยียวยาภาคเอกชนเราทำไป พี่น้องประชาชนช่วยกัน สิ่งที่ต้องพิจารณา ภาครัฐครับ ความรับผิดชอบเยียวยาของภาครัฐผมไม่ได้ยินข่าวว่าจะต้องทำอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นเขามีสิทธิ ที่จะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ เงินงบกลางครับสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณกำลังจะผ่านทำไมไม่เอามาจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ตามหลักตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบและกฎเกณฑ์ ไม่มีครับ อย่าทึกทักเอาเงินบริจาค ของพี่น้องประชาชนไปเยียวยาและหายนะครับ การเยียวยาที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องพูดกัน ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ว่า ณ วินาทีที่กระสุนเกิดขึ้นเขาเป็นฆาตกร เขาไม่ใช่ทหาร เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ อย่าพูดอย่างนั้น หมอคนหนึ่งรักษาทำให้คนไข้ตาย ญาติฟ้อง คนไข้ฟ้องกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขต้องจ่ายครับ จ่ายเสร็จทำอย่างไร ท่านประธานครับ ไปไล่เบี้ยเอากับ ผู้ก่อความเสียหาย กับแพทย์ผู้ทำความเสียหายนั้น เหมือนกันท่านประธานครับ ก็ต้องฟ้อง กองทัพบก เสียหายเท่าไรไปไล่เบี้ยเอากับผู้ก่อการ ถ้าผู้ก่อการไม่มีก็ว่าไปตามระเบียบ นั่นเป็นสิทธิของญาติของผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เสียหาย เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือแม้กระทั่ง เรื่องของผู้ประกอบการที่สูญเสียทางด้านธุรกิจหรือเศรษฐกิจ🔗
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ ระบบการสื่อสารครับ เพื่อนสมาชิกแนะนำไว้ดี เรื่องการส่งข่าวแจ้งเตือนต่าง ๆ ระบบการสื่อสารทั้งหมดถ้าไม่ใช่แผนเผชิญเหตุที่เป็นการ ก่อการร้ายหรือภาวะฉุกเฉินจะไม่มีมาตรการเข้าไปควบคุม มันจะเป็นการปล่อยปละละเลย ไม่ว่าสื่อกระแสหลัก โซเชียลมีเดีย (Social media) ปล่อยข่าวออกมามั่วกันไปหมดจนบางคน บางพวก บางกลุ่มทึกทักว่าเป็นเพราะระบบสื่อสารนี่ละทำให้เกิดการสูญเสีย ต้องมีการแก้ไข ต้องมีการปรับปรุง🔗
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ เรื่องความรับผิดชอบครับ ความรับผิดชอบเป็น เรื่องสำคัญมาก แต่สิ่งที่เราเห็นขณะนี้เงียบครับ นายกรัฐมนตรีไม่เคยออกมาที่จะบอกว่า จะต้องรับผิดชอบอะไร เพียงแต่บอกว่าเป็นห่วงเรื่องการเลียนแบบ กล่าวแสดงความเสียใจ แสดงภาพอะไรต่าง ๆ ที่ถูกด่าเต็มบ้านเต็มเมือง อันนั้นไม่ใช่ความรับผิดชอบ ในแต่ระดับชั้น ของผู้บังคับบัญชาต้องมีครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่พูดสักคำ ผบ.ทบ. พูด ผมต้องขอบคุณเขา แม้เขาจะบอกว่าเขาไม่ลาออก แต่เขายินดีรับผิดชอบในสิ่งที่เป็นข้อเสนอ โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพ แม่ทัพภาคที่ ๒ ผมขอเวลาอีก ๑ นาที ท่านประธาน ทำอะไร ไม่มีการแสดงภาวะผู้นำความรับผิดชอบพวกนี้ออกมาเลย ในเหตุการณ์อย่างนี้ต้องทำครับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นการบริหารภาวะวิกฤติคนที่จะสื่อสารได้ดีที่สุดคือผู้นำสูงสุด คือนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีครับ เพราะไม่ได้ประกาศเป็นภาวะวิกฤติหรือภาวะฉุกเฉิน🔗
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องความรับผิดชอบของฝ่ายสภาเรา ผมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วอย่าให้เหตุการณ์เหล่านี้มันหายไปแล้วไม่ได้อะไร เกิดขึ้นมา ผมบอกไปตั้งแต่ต้นว่าความสูญเสียทั้งหมดมันจะเป็นที่มาของการก่อเกิดของการ แก้ไขและพัฒนา การปฏิรูปกองทัพจำเป็นครับ มีการพูดกันเยอะ การถอดบทเรียนทั้งหมด มีความจำเป็น ถ้าสภาเราไม่มีรายงาน ไม่มีผลการศึกษาเรื่องนี้ถือว่าเป็นการสูญเปล่ามาก ผมเลยเรียกร้องท่านประธานด้วยความเคารพ ขอเสนอเพิ่มไปในญัตติ ๔ เรื่องนี้ ๔ เรื่องนี้ พูดได้แต่เพียงว่าหามาตรการส่งให้รัฐบาล เป็นญัตติที่ถอดบทเรียน เป็นญัตติที่พิจารณา ศึกษาเหตุการณ์แล้วก็ส่งแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นระบบให้รัฐบาลไป แต่สิ่งหนึ่ง ณ วันนี้ ถ้าพูดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไม่เสนอแน่นอนครับ แต่เมื่อมันเป็นญัตติที่ค้างมาเป็นญัตติด่วน วันนี้สิ่งที่จำเป็นผมอยากให้สภาแห่งนี้ช่วยกันตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาศึกษา สอบข้อเท็จจริงแล้วถอดบทเรียนทั้งหมดออกมา การปฏิรูปกองทัพอยู่ในนั้นครับ การปฏิรูป กองทัพอยู่ในการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วนำมาเสนอต่อสภา ผมว่าจะเป็นสิ่ง ที่เกิดประโยชน์สูงสุด เรียกร้องท่านประธานด้วยความเคารพ อยากให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณา ฝากไปยังท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลด้วยนะครับ ฝากพิจารณาในข้อนี้ ผมว่าพวกเราได้ทุกส่วนได้ทุกฝ่าย ที่สำคัญคือได้บทเรียนมาแล้วทำให้บทเรียนนี้เกิดประโยชน์ สูงสุดกับประเทศชาติบ้านเมือง ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้นำเสนอใน ๖ เรื่อง ที่ผ่านมา ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับคุณหมอ ท่านวิรัชเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตท่านประธานขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจต่อบรรดาในส่วนของญาติมิตร พ่อแม่ และลูก ๆ และพี่น้อง ทุก ๆ คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ไม่มีใครเคยคิดหรอกครับว่าจะมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในจังหวัดใหญ่ ๆ เป็นเหตุการณ์ที่ไปเกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ว่าได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วครับ มันเกิดจากในส่วนที่มีคนเดียวเท่านั้นเองที่เจอใครก็ฆ่า เจอใครก็ยิง แต่ตรงนั้นก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาหาวิธีการในการที่จะต้องแก้ไขกันในอนาคต แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถ้าเผื่อไล่เทียบไปแล้ว ไล่วันเวลาไปแล้วก็อยู่ประมาณ ๘-๙ วัน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสักครู่ที่ผู้อภิปรายคือคุณหมอชลน่านได้ถามถึงเรื่องเงินเยียวยา โดยเฉพาะในส่วนของภาครัฐบาล เมื่อเช้านี้ผมเองต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมาแล้วก็ติดตามเกี่ยวกับ เรื่องเงินเยียวยาในส่วนที่ภาครัฐบาลได้จัดส่งมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้นำไปมอบให้กับผู้เสียหาย เกือบทั้งหมด โดยถัวเฉลี่ยแล้วที่ผมได้ดูตัวเลขแล้วได้สอบถามทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของภาครัฐบาล โดยถัวเฉลี่ยแล้วจะอยู่ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ทางจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ตั้งบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล ๒๑ ได้เปิดรับบริจาค ในการบริจาคทั้งหมดได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้น ๘๙,๙๓๖,๖๓๓.๔๓ บาท ตรงนี้เป็นเงินที่มาจาก พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เมื่อเช้าผมก็ได้เรียนถามทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านแม่ทัพ ตลอดจนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ ถามว่าตัวเลขแต่ละตัวเลขนั้นมาจากที่ใดกันบ้าง ซึ่งผมเองก็ได้เห็นในบัญชีว่าเป็นตัวเลขที่มาจากบรรดาพี่น้องประชาชนในประเทศไทย เกือบทั้งหมดเลย สูงสุดมีถึง ๒ ล้านบาท ในขณะที่มีในส่วนของที่เล็ก ๆ เป็นเงินบาท เงินสิบ ก็มีเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดต้องปิดรับศูนย์บริจาค และเมื่อเช้า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้นำรวมในส่วนที่จะต้องเอาเงินทั้งหมดที่ไปมอบให้กับผู้ที่เสียชีวิต จากเงินส่วนบริจาค ในส่วนของรัฐบาลประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้ส่งมอบไปยังผู้เสียหาย เสร็จสิ้นแล้ว แต่ในส่วนของเงินบริจาคซึ่งวันนี้ก็มีการถามกันมากว่าจะถึงมือผู้ที่เสียหาย วันไหนกันแน่ ก็ปรากฏว่าเมื่อเช้านี้ได้มาทำวิธีการตกลงกัน บางคนพ่อเสียชีวิต แม่ไม่อยู่ เหลือแต่ลูก ลูกอยู่ในความอนุเคราะห์ของใครต้องมาไล่เลียงกัน เพราะกลัวว่าเงินเหล่านี้ จะไม่ถึงกับผู้ที่ได้รับในส่วนที่เป็นลูกหลานที่แท้จริง หรือบุพการีที่แท้จริง เพราะฉะนั้นในส่วนที่ ผู้เสียชีวิตเมื่อเช้านี้จำนวน ๒๗ ราย ได้แบ่งเป็นรายละ ๒,๔๓๗,๐๐๐ บาท เอาเลขกลม ๆ เป็นจำนวนเงินประมาณ ๖๕ ล้านบาท ในส่วนของที่พิการถาวรและรุนแรง คือหมายความว่า อาจจะพิการตลอดชีวิตมี ๓ ราย ก็ได้ประมาณรายละ ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท และพิการถาวร แบบปานกลางมี ๑ ราย รายละ ๓ ล้านบาท บาดเจ็บหนัก ๑๗ ราย รายละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท บาดเจ็บปานกลาง ๑๖ ราย รายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท บาดเจ็บเล็กน้อย ๓๑ ราย ในส่วนนี้ ก็รายละประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ยังมีในส่วนของวันนี้ก็ทราบว่าในแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสำนักพุทธศาสนา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม ในส่วนตรงนี้ก็นำไปมอบให้แต่ละผู้ที่ได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะพิการ หรือเสียชีวิตก็มีอัตราตามที่ทางราชการกำหนด ผมต้องขอบคุณบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ท่านนายกรัฐมนตรี ทราบได้สั่งการเบื้องต้นเลย ได้มอบให้ท่านรองอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้เดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ท่านผู้บัญชาการตำรวจ คือท่านจักรทิพย์ ชัยจินดา ได้สั่งการให้ในส่วนของผู้บัญชาการทหารบก ก็คือพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ได้เดินทางไปตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเผื่อใครเคยเข้าไปในส่วน ของศูนย์การค้าแห่งนี้ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ถือว่าเป็นระบบที่ทันสมัย ก็คือเข้าประตูไปก็เป็น บันไดเลื่อน ขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติมครับ เป็นบันไดเลื่อน แล้วในส่วนบันไดเลื่อน ที่เลื่อนลงไป เราต้องยอมรับว่าคนที่ได้กระทำการอันรุนแรงเช่นนี้มีความรู้ มีความสามารถ แล้วก็มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ เขาไปปักหลักอยู่ตรงที่เขาเรียกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ที่ลงไปชั้นใต้ดิน ที่ทั่ว ๆ ไปก็คือชั้นแอลจี (LG) ในส่วนตรงนี้ท่านประธาน ใครผ่านไป ใครผ่านออกจะต้องโดนสาดกระสุนใส่ วันนั้นเราไม่ทราบเลยว่าเรามีลูกหลาน ของคนโคราชไปเล่นในส่วนของสนามเด็กเล่นของเด็กที่อยู่ข้างบนกี่คน มีเด็กไปเรียนพิเศษ กวดวิชาอยู่ในห้างเทอร์มินอล ๒๑ กี่คน แล้วประชาชนคนทั่วไปอยู่ในระหว่างช่วงที่วันหยุด พาลูกพาหลานมาจากต่างอำเภอ ตรงนั้นละครับสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทำอย่างไรที่จะเซฟ (Safe) ชีวิตลูกหลาน ตรงนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเลยได้ตั้ง ผบ. เหตุการณ์ ก็คือท่านจักรทิพย์ ชัยจินดา ให้มาดูแลให้มากำกับ แล้วในขณะเดียวกันให้ผู้บัญชาการทหารบกให้คอยมาดูแล สนับสนุนทุกสิ่งทุกอย่าง วันนั้นต้องยอมรับครับ ผมเองก็อยู่แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเพราะว่า เราไม่ใช่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ คอยฟังเขาดู แต่สิ่งที่ได้ยิน และได้ยินระดับผู้บัญชาการ เหตุการณ์พูดบ่อยที่สุดก็คือทำอย่างไรที่บรรดาลูกหลานของเราที่อยู่บริเวณตรงนั้นทั้งหมด จะบาดเจ็บหรือไม่ได้รับผลกระทบจากในเรื่องนี้ ตี ๓ ตี ๔ ท่านประธานครับค่อย ๆ ขนลงมา ทีละชุด ๆ ชุดละ ๕๐ ชุดละ ๑๐๐ จากตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ค่อย ๆ ออกด้านหลัง ยอดทั้งสิ้น เกือบ ๒,๐๐๐ คน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือมีผู้ที่เสียชีวิตที่อยู่ในห้างอีกหลายคน เมื่อเช้านี้ผมเองก็มีโอกาสได้เดินทางไปพร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นทั้งหมด ตอนนี้ ในส่วนของฟู้ดแลนด์ (Foodland) ในส่วนของผู้ที่ก่อการเสียชีวิตอยู่ตรงนั้นเขาก็ยังปิดกันอยู่ เพราะถ้าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ไปที่จังหวัดนครราชสีมาหรือไปที่ห้างแห่งนี้ ได้ถามว่า ในตอนช่วงเย็น ๆ เป็นอย่างไร ปรากฏว่าเงียบเหงาหมดครับ ไม่มีอะไรเลย คนก็กลัว แต่สิ่งหนึ่ง ที่คนโคราชพยายามบอก พยายามสื่อมาบอกก็คือจะพยายามลืมเหตุการณ์ทั้งหมดให้เร็วที่สุด อยากจะฟื้นฟูความรู้สึก วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปที่จังหวัดนครราชสีมา ท่านได้บอกว่า ท่านได้แบ่งรับความทุกข์ของพี่น้องชาวโคราช ท่านได้แบกเอามา ไม่ว่าจะเป็นงานศพกี่งาน ท่านไปครบ และในขณะเดียวกันก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ องคมนตรีไปเป็นประธานในงานศพเกือบทุกงาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปร่วมงานศพทุกงาน แม้กระทั่งงานที่จัดอยู่ในแต่ละจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดราชบุรี หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็ตามที วันนี้ที่จังหวัดนครราชสีมาถามอันเดียวว่าวันนี้เราเหลืออะไร เราทำพิธีในส่วนการดำเนินการที่บายศรีสู่ขวัญของคนโคราช ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนคนโคราชมาร่วมประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คน วันนี้เราก็จะทำ อย่างไรที่จะให้คนโคราชลืมเหตุการณ์ในส่วนตรงนี้ แต่ก็มีคำถามที่ถามและฝากให้ผมมาถาม ก็คือฝากถามหน่วยงานราชการสักนิดหนึ่งเถอะ ทำอย่างไรที่จะต้องมีการทบทวนในส่วนที่ เกี่ยวกับเรื่องผู้ที่ดูแลอาวุธทั้งหมดทั้งปวง ทำอย่างไรจะมีมาตรการในการป้องกันส่วนตรงนี้ ให้ดีขึ้น ส่วนที่ ๒ ที่เขาบอกมาบอกว่าให้ทบทวนถ้าเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ การจะ ทำอย่างไรที่การออกข่าวในระหว่างที่เกิดวิกฤติการณ์ต่าง ๆ จะป้องกันอย่างไร เพราะวันนี้ เราก็ได้เห็นว่า🔗
ท่านวิรัชสรุปได้ครับ สรุปเลยครับ🔗
สำหรับอาชญากรในส่วนตรงนี้ ท่านประธานครับ เป็นอาชญากรที่ใช้โทรศัพท์ไป เฟซ (Face) สดไปด้วยตลอด ขณะเดียวกัน ในส่วนตรงนี้ก็ออกอากาศแล้วก็ดู ดูจากไหนท่านประธาน ดูจากข่าวที่สถานีต่าง ๆ ได้บอก ตอนนี้ตั้งสไนเปอร์ (Snipers) อยู่จุดโน้น จุดนี้ เขารู้หมด เขาเห็นหมด ตรงนี้ก็คือสิ่งที่จะ ต้องแก้ไข ผมเองก็ขออนุญาตท่านประธาน ก็คือขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านผู้บัญชาการตำรวจ แม่ทัพกองทัพภาคที่ ๒ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ และเจ้าหน้าที่เกือบทุก ๆ คน ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ผมได้อนุญาต ให้ท่านวิรัชได้พูดเกินเวลาไปนะครับ เพราะว่าก่อนนั้น ๓ ท่าน ได้ถอนไป ก็เลยถึงท่านวิรัช คนเดียว แต่โดยที่ได้อนุญาตให้สมาชิกได้อภิปรายทุกท่านที่ขอมานะครับ เพราะฉะนั้นถือว่า เราจบโดยสมาชิกที่แสดงความจำนงได้มีโอกาสได้อภิปรายทุกท่านแล้ว แต่โดยที่ญัตตินี้เป็น ญัตติที่ผู้เสนอญัตติขอให้มีมติส่งเรื่องไปยังรัฐบาล เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นสิทธิของเจ้าของญัตติ ที่จะสรุปก่อนที่จะลงมติครับ เจ้าของญัตติผู้ใดที่จะขออภิปราย ท่านเทพไทเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะผู้เสนอ ญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการถอดบทเรียนกรณีเหตุการณ์กราดยิง ที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และคุณอิสสระ สมชัย ในเบื้องต้น คุณอัครเดชได้เป็นผู้อภิปรายนำญัตติไปแล้ว วันนี้ในฐานะผู้เสนออีกคนหนึ่งก็จะขอใช้สิทธิ ต่อท่านประธานในการอภิปรายปิดญัตติของกระผม เรียนกับท่านประธานว่ากรณีเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาทำให้เราได้รับบทเรียนมากมาย ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็ว่าได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอนที่สุดล่ะครับ เกี่ยวข้องกับกองทัพ แล้วก็ความเปลี่ยนแปลง ที่มากที่สุดในขณะนี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกองทัพ ผมดีใจที่ได้เห็นกองทัพได้ออกมา เคลื่อนไหวและแสดงท่าทีเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน ผบ.ทบ. ท่าน พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ วันนี้ท่านพูดถูกใจผมมากเลยครับ ท่านบอกว่าใครทำอะไรไว้ต้องรับผล ตรงกับ คำสุภาษิตคำบาลี ท่านประธานครับ กัมมุนา วัตตะตี โลโก ต้องเรียนกับท่านประธานว่าตั้งแต่ผมรู้จักกับท่าน ผบ.ทบ. ท่านนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เหตุการณ์ ศอฉ. เคยอยู่ห้องทำงานกับท่าน เคยนั่งเคยนอนในห้องเดียวกับท่านที่ราบ ๑๑ จนถึงท่านมาเป็น รุ่นน้องที่ วปอ. วันนี้การแสดงท่าทีของท่านไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย ต้องเรียนกับท่านประธาน เช่นนั้นจริง ๆ ครับ ท่านออกมาประกาศว่าปัญหาหมักหมมที่เกิดขึ้นในกองทัพ แล้วก็กองทัพ เป็นแดนสนธยาที่ใคร ๆ ก็เข้าไปตรวจสอบยาก แต่วันนี้ท่านเปิด ท่านประธานครับท่านเปิด ก็คือว่าท่านเปิด คอล เซ็นเตอร์ (Call Center) ร้องทุกข์ ทุกคนร้องเรียนได้ และท่านก็กำลัง ที่จะปฏิรูปผลประโยชน์ของกองทัพเรื่องธุรกิจ ก็ต้องยอมรับอีกเช่นเดียวกันว่าทั้งกองทัพ มีผลประโยชน์มีธุรกิจจำนวนมาก ท่าน ผบ.ทบ. เสนอปฏิรูปกองทัพเรื่องผลประโยชน์ ๑ ข้อ ผมจะเสนอเพิ่มเติมให้กับท่าน ผบ.ทบ. อีก ๒ ข้อเป็น ๓ ข้อครับ ข้อแรก เรื่องการปฏิรูป ผลประโยชน์ในธุรกิจ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าธุรกิจของกองทัพมีจำนวนเยอะมากเลย ที่ท่าน ผบ.ทบ. จะต้องเข้าไปปฏิรูป แรกสุดก็คือทีวีช่อง ๕ ครับท่านประธาน ถ้าหากว่าใคร ติดตามข่าวการโยกย้ายในกองทัพจะเห็นได้ว่าหลายคนจับตามองว่าใครคือ ผอ. ช่อง ๕ เพราะ ผอ. ช่อง ๕ คือมือเศรษฐกิจของท่าน ผบ.ทบ. และก็เป็นอย่างนี้คู่กันมาโดยตลอดครับ เพราะฉะนั้นแหล่งเงินแหล่งทองก็คือสถานีโทรทัศน์ช่อง ๕ อีกส่วนหนึ่งก็คือวิทยุทหารกับ คลื่นเอฟเอ็ม (FM) ท่านประธานก็ได้ยินได้เห็นว่ามีการประมูลกันจำนวนมาก แล้วประมูลกัน คลื่นละหลาย ๆ ล้านบาท แข่งขันกันประมูลแล้วก็มีข่าวลือกันทั้งบนโต๊ะใต้โต๊ะเยอะแยะกัน ไปหมดครับท่านประธาน🔗
ส่วนที่ ๒ เรื่องสนามกอล์ฟ สนามกอล์ฟก็ต้องยอมรับว่าสนามกอล์ฟกองทัพ ไม่ใช่เฉพาะที่บางเขนนะครับท่านประธานมีเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค ที่มีกองทัพอยู่ มีสนามเกือบทุกจังหวัด มีสนามที่มีการทำประกอบธุรกิจภายใต้สนามกอล์ฟ ของกองทัพ มีโรงแรม มีสถานที่ตากอากาศเยอะแยะ สวยงาม หรูหรา อย่างดีติดทะเล นี่ก็คือเป็นแหล่งผลประโยชน์ครับ รัฐวิสาหกิจครับท่านประธาน รัฐวิสาหกิจของกองทัพ ต้องเรียนกับท่านประธานว่ามีทั้งหมด ๕ แห่งครับ องค์การแก้ว องค์การฟอกหนัง องค์การ แบตเตอร์รี่ องค์การทอผ้า องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป นี่คือรัฐวิสาหกิจของกองทัพของ ทหารนะครับ แล้วก็ในยุค คสช. ต้องเรียนกับท่านประธานว่าในยุค คสช. ประเทศไทยเรา มีรัฐวิสาหกิจประมาณ ๕๖ แห่ง แล้วมีทหารเข้าไปนั่งในรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ๔๐ รัฐวิสาหกิจ แล้วก็ไปเป็นประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ๑๖ แห่งครับท่านประธาน นี่ก็คือแหล่งทำมาหากิน แหล่งหาประโยชน์เช่นเดียวกันครับ ๔ โครงการสวัสดิการทหารเยอะมากครับท่านประธาน ที่มีปัญหาอยู่ ที่เป็นข่าวอยู่นี่ก็โครงการสวัสดิการเรื่องสร้างบ้าน เรื่องการจัดทำบ้านจัดสรร ขายที่ดิน นี่ไม่รวมไปถึงโครงการขายอาวุธปืนนะครับท่านประธาน ปืนสวัสดิการเยอะมากเลย โครงการปืนสวัสดิการของหน่วยนั้นของหน่วยนี้แล้วก็สวมชื่อ สวมบัญชีให้บุคคลภายนอก เข้าไปซื้อ โครงการที่ ๕ โครงการนายหน้าขายอาวุธ ค้าอาวุธ เราก็จะเห็นข่าววิพากษ์วิจารณ์ ตามสื่อมวลชน ทุกครั้งที่กองทัพซื้ออาวุธ ซื้อรถถัง ซื้อเรือดำน้ำ ซื้อเครื่องบินซื้ออะไรก็แล้วแต่ กระแสข่าวเรื่องนายหน้าค้าอาวุธค่าคอมมิชชัน (Commission) เยอะมาก มาถึงเรื่องเกี่ยวกับ งบค่าตอบแทน ค่าตอบแทนแล้วก็งบที่เกี่ยวกับการจัดหารถประจำตำแหน่งในปี ๒๕๖๓ นี่สด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ ผมได้ข้อมูลจากรีพอร์ตเตอร์ (Reporter) ทั้งหมดนี่ทุกกระทรวง ทบวง กรม ท่านประธานดูครับ กระทรวงกลาโหมของทหารเราใช้เกี่ยวกับรถติดตามงบประมาณ ทั้งหมด ๕๕๐ ล้านบาท ขณะที่กระทรวงอื่น ๆ ๑๓ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทสูงสุด ๒๘ ล้านบาท แค่นั้นท่านประธานครับ เยอะมาก แล้ววันที่เราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีคนที่มาจากการเลือกตั้งท่านประธานก็จะ เห็นขบวนของรถตรากงจักรมีรถนำ มีรถติดตาม มีรถประกบเยอะมากที่สุด เพราะฉะนั้น ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมต้องมีงบประมาณ ๕๐๐ กว่าล้านบาทในการจัดการเรื่องค่าตอบแทน รถประจำตำแหน่งหรือขบวนของนายทหารในกองทัพ เรื่องที่น่าแปลกใจที่สุดแล้วผมคิดว่า ไม่มีใครจะทำได้เรื่องผลประโยชน์ในกองทัพ ผมคิดว่าท่านประธานคงรู้ดีเรื่องงบราชการลับ งบราชการลับต้องเรียนท่านประธานว่าตรวจสอบไม่ได้จริง ๆ เพราะว่ามันเป็นงบลับครับ ท่านประธานก็มีประสบการณ์ในปี ๒๕๔๐ ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน ก็ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านประธานก็มีงบราชการลับที่กองทัพ ให้ท่านเดือนหนึ่งผมคิดว่าคงหลายแสนบาท แต่ผมทราบว่าท่านประธานก็ไม่ได้ใช้ ไม่ได้ใช้ ท่านประธานก็คืนกลับ คืนกลับให้มาเป็นกองทุนให้กับลูกหลาน บุตรหลานของคนในกองทัพ ผมต้องถามกับท่านประธานว่าจะมีใครสักกี่คนที่จะเหมือนกับท่านประธาน ผมยังไม่เคยเห็น อ้อยเข้าปากช้างแล้วจะดึงคืนมาได้ หรือว่าให้ไปแล้วโดยไม่มีการตรวจสอบ เพราะว่าเป็น เงินราชการลับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องปฏิรูปเช่นเดียวกันครับท่านประธาน🔗
ส่วนที่ ๒ ผมอยากจะให้ปฏิรูปก็คือเรื่องปฏิรูปกำลังคนครับท่านประธาน เราอยากจะเห็นกองทัพที่เราพูดว่าจิ๋วแต่แจ๋ว เราไม่อยากจะเห็นกองทัพเทอะทะหรือใหญ่โต แต่ว่าไม่มีประสิทธิภาพ เรื่องอะไรครับท่านประธาน เรื่องกำลังพลรถนายพลท่านประธาน ผมพอที่จะมีความรู้อยู่บ้างเพราะไปเรียน วปอ. มีเพื่อนเป็นนายพลเยอะ เราต้องยอมรับว่า กองทัพเรามีนายพลเยอะที่สุดในกองทัพไทย แล้วนายพลที่มีลูกน้องน้อยแล้วก็ไม่มีงานทำ มีแต่โต๊ะทำงานเยอะเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายพลที่ประจำ แล้วถ้าหานายพลเขาบอกว่า ถ้าหานายพลในกองทัพไทยได้ไม่ต้องไปหาที่กอง บก. ไหนหรอกครับไปที่สนามกอล์ฟครับ เขวี้ยงก้อนหินไปในสนามกอล์ฟเจอหัวนายพล เยอะมากท่านประธาน ส่วนที่ ๒ ที่กำลังพล ที่จะลดก็คือเรื่องการเกษียณอายุราชการที่ท่าน ผบ.ทบ. ออกมาบอกว่าเกษียณราชการแล้ว ต้องออกจากค่ายทหาร อันนี้ผมอยากจะพูดมานานมากแล้วพูดก่อนที่ ผบ.ทบ. คนนี้จะพูดอีก เพราะผมเห็นท่านประธาน ผมไปอยู่ในราบ ๑๑ ผมเห็นบ้านหลังใหญ่โตเป็นบ้านอดีตแม่ทัพ นายกองอยู่ในนั้นทั้งนั้นครับ อยู่กันเต็มนายพลอยู่บ้านเดี่ยว นายสิบ นายจ่าอยู่แฟลตครับ แล้วก็ต้องยอมรับว่าใครอยู่ปั๊บเกษียณแล้วก็ไม่ออกหรอกครับก็อยู่อย่างนั้น ไม่ว่าระดับไหน ท่านประธานก็ไปดูได้ว่าแฟลตทหารนี่ก็เยอะเลยว่ามีทหารที่เกษียณแล้วก็ยังไม่ออกไป เพราะฉะนั้นส่วนที่ ๓ ที่อยากจะให้ปฏิรูปก็คือเรื่องปฏิรูปของสถานที่หรือค่ายทหารครับ วันนี้ท่าน ผบ.ทบ. ได้โอนกิจการที่เป็นธุรกิจให้กับกรมธนารักษ์เข้าไปจัดการในบางส่วน ผมอยากจะเสนอว่าเรื่องเกี่ยวกับที่ดินของกองทัพทั้งหมดอยากจะให้โอนไปที่กรมที่ดิน ของราชพัสดุ ฉะนั้นท่านประธานจะเห็นว่าในกรุงเทพมหานครหน่วยงานที่มีที่ดินมากที่สุด ในกรุงเทพมหานครก็คือ ๑. กองทัพ ๒. การรถไฟ แล้วก็ในส่วนของกองทัพไม่ต้องดูไกล ละแวกรัฐสภาเรามีทั้งหมด ๑๖-๑๗ หน่วยของกองทัพ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า หน่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่อยู่ในเมืองที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าเราควรที่จะ ย้ายออกนอกเมืองไปต่างจังหวัด เช่นอะไรบ้างถ้าท่านประธานขับรถผ่านสะพานแดงมา ท่านประธานจะเห็นกรมสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธอยู่กลางเมืองครับ เราไม่มั่นใจเลยว่ามันจะ ระเบิดวันไหนหรือใครจะไปปล้นกรมสรรพาวุธแล้วไปยิงกับใครอีกเหมือนกับที่โคราชอาจจะ เกิดขึ้นได้อีก ทำไมเราไม่ย้ายออกไปต่างจังหวัด กรมทหารรถถังต่อสู้อากาศยานเยอะแยะเลย จริง ๆ รถถังต้องไปไว้ชายแดนครับท่านประธานเพื่อที่จะป้องกันอริราชศัตรู แต่นี่ก็มาอยู่ใน กลางเมือง🔗
ส่วนที่ ๓ ผมคิดว่าเราต้องปฏิรูปสถานที่ค่ายทหารที่อยู่ในเมืองที่ไม่เกี่ยวข้อง กับภารกิจในเมืองไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยราชการที่ถวายรักษาความปลอดภัย แล้วก็เป็นสถานที่ ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจอื่น ๆ ควรที่จะยกให้สร้างศูนย์ราชการหรือสวนสาธารณะ ในวันนี้ ศูนย์ราชการเรากำลังหาสถานที่ที่จะสร้างกระทรวง ทบวง กรม ที่ให้มันอยู่ใกล้ใกล้ชิดกัน แต่ว่าเราก็มีที่แต่ไม่ทำเพราะฉะนั้นผมเลยเสนอ ทั้งหมดข้อเสนอ ๓ ข้อนี้ผมอยากจะเสนอ ต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อให้นำข้อเสนอของผมทั้ง ๓ ข้อเพื่อไปพิจารณาปรับปรุง แก้ไขต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านวัชรพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตได้กราบขอบคุณทางท่านสมาชิกของทั้งสภา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้ยื่นญัตติโดยเฉพาะในเรื่องเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช ผมเป็น ผู้หนึ่งที่ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๑) ด้วยเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ไม่เคยปรากฏขึ้นในพื้นที่ของประเทศไทยเลย และที่สำคัญที่สุดก็คือได้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนถึง ๓๐ ราย ในจำนวน ๒๗ รายนั้นเป็นทหาร เป็นตำรวจ เป็นพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสังเวยชีวิตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในการที่ ผมเองได้เสนอญัตตินี้เข้าสู่สภาแห่งนี้ก็เพื่ออยากที่จะให้ถอดบทเรียนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปเป็นบทเรียนในการที่จะแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา อีกต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเป็นผู้แทนจากจังหวัดนครราชสีมา จากวันที่ ๘ วันที่ ๙ ที่เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นในเวลา ๑๗ ชั่วโมง มีคำถามมากมายที่ผมเองนั้น ได้มาพูดคุยในสภาแห่งนี้แล้ว แต่หลังจากที่ผมเองได้มีโอกาสได้อภิปรายในเรื่องญัตติที่เสนอ ผมกลับไปสู่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพี่น้องประชาชนหลายท่านคาใจและที่สำคัญที่สุดก็คือ ความหวาดผวา ท่านประธานทราบไหมครับ ถึงแม้วันนี้รัฐบาลจะมีการเยียวยาไม่ว่าจะเป็น ในทางจังหวัดที่ได้เปิดรับในการบริจาค แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเยียวยา แต่ความเจ็บปวด ความหวาดระแวง ความหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ผมเชื่อมั่นว่า ต้องใช้ระยะเวลาอีกยาว ผมจะขอสรุปสั้น ๆ เพื่อที่จะสรุปประเด็นในการยื่นญัตติของกระผม ต่อท่านประธานเพื่อเป็นข้อเสนอให้กับรัฐบาลในฐานะที่ผมได้นำเรื่องต่าง ๆ จากครอบครัว ของผู้สูญเสีย จากผู้บาดเจ็บและจากคำถามคาใจของพี่น้องประชาชน เพราะนับจากนี้ไป ในวันที่ ๘ และวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ของทุกปีจะเป็นวันแห่งความทรงจำของพี่น้องชาวโคราช ที่ไม่มีวันลืมเลือน แต่อยากจะให้วันที่ ๘ และวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่มีการปฏิรูป มีการปฏิวัติในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ท่านครับ เรื่องที่ผมอยากจะฝากเป็น ประเด็นที่ผมเคยพูดเอาไว้อยากจะสรุปก็คือเรื่องการถอดบทเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้มีข้อสงสัยในประเด็นที่ว่าถ้าผู้ร้ายได้ฆ่าผู้บังคับบัญชากับบุคคล ที่ว่าเป็นแม่ยาย ถ้าไม่มีการมาปล้นอาวุธแล้วเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ คงไม่มีคำถามนี้ครับ อยากจะถามและให้ทางรัฐบาลได้เคลียร์ (Clear) ปัญหาตรงนี้ให้กับ พี่น้องชาวโคราชได้หายข้องใจและสังคมด้วยว่าทำไมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่ไปปล้นอาวุธ จนไปถึงห้างเทอร์มินอล ๒๑ เป็นเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง จึงไม่มียุทธการหรือยุทธวิธี หรือการสกัดกั้นใด ๆ เลย อยากที่จะเห็นทางกองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแถลง และมาพูดคุยให้หายคาใจ🔗
อย่างที่ ๒ การเยียวยาที่ทางรัฐบาลได้เยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนและ ที่สำคัญที่สุดก็คือทางจังหวัดที่ได้รวบรวมเงินบริจาคเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๘๙,๙๓๖,๖๓๓ บาท ผมได้รับการฝากมาของญาติผู้เสียชีวิตและพี่น้องประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งครอบครัว ฝากให้ผมมาเป็นตัวแทนกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลและกราบขอบพระคุณไปทางจังหวัด โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่ได้ช่วยเหลือสนับสนุนให้กับผู้ที่ได้ สูญเสียชีวิต ครอบครัวผู้สูญเสียชีวิตและครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเยียวยาในครั้งนี้คงจะมีหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป🔗
ในประเด็นที่ ๓ ผมอยากฝากเป็นประเด็นสุดท้ายก็คือการเตรียมความพร้อม ในเรื่องของการป้องกันภัยอย่างเร่งด่วนครับ เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าท่านประธาน ทราบไหมว่าวันนี้ผมไปตามห้างสรรพสินค้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ถ้าใครเห็นคนที่ใส่ชุดทหาร เข้ามาในห้างเป็นชุดพลางคนจะหวาดระแวงครับ คนจะหวาดกลัว ทำอย่างไรที่เราจะต้อง ปรับภาพลักษณ์ตรงนี้ในการที่จะไม่ให้เหตุการณ์ต่าง ๆ นี้เกิดขึ้นอีก ก็คือการที่ทางหน่วยงาน ต่าง ๆ ของทหารและหน่วยงานภาครัฐจะต้องหาวิธีการในการที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับ พี่น้องประชาชนได้กลับคืนมา🔗
ท้ายที่สุดขอฝากเป็นประเด็นสุดท้ายก็คืออยากจะให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการ ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะให้คนทั้งประเทศไทยได้รู้ว่าจังหวัดนครราชสีมาของเราปลอดภัย มีงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่สำคัญที่สุดก็คือเร่งเยียวยาในเรื่องของจิตใจในเรื่องของความหวาดผวา🔗
สุดท้ายครับ ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ ขอบพระคุณสภาแห่งนี้และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่ได้หลั่งไหลน้ำใจไปสู่จังหวัดนครราชสีมา ขอขอบคุณครับ🔗
คุณหมอจาตุรงค์จะสรุป ไหมครับ ของท่านโกศล ปัทมะ หมอจาตุรงค์เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอญัตติ และมีญัตติของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านโกศล ปัทมะ พรรคเพื่อไทยได้เสนอญัตติด้วยวาจา เป็นอันว่าพรรคเพื่อไทยนั้นได้เสนอ ญัตติทั้ง ๒ ญัตติในเรื่องของความรุนแรงของการกราดยิงที่โคราช และให้หามาตรการในการ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่งจากการสูญเสีย ซึ่งถือว่า เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่จากชีวิตคนบริสุทธิ์ จากผู้ที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดจนทหารหาญ และผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าในเรื่องของการสูญเสียครั้งนี้นั้น เป็นเรื่องที่สะเทือนใจเป็นขวัญกำลังใจที่เราสะเทือนใจมาก การที่เกิดขึ้นตรงนี้นั้นเราเสียดาย เวลาที่เกิดขึ้นในห้วงเวลา ๑๗ ชั่วโมงนั้นถ้าสามารถทำอะไรให้สั้นลงแล้วสามารถช่วยชีวิต พี่น้องคนไทยที่สูญเสียให้ได้มากที่สุดนั้นนั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในห้วงเวลา ๑๗ ชั่วโมงที่เกิดขึ้น ในเวลาที่ดำเนินการนั้นเสียดายเวลาจริง ๆ ที่สำคัญก็คือชีวิตของคนบริสุทธิ์เราเสียดายมาก ๆ เอาอะไรมาแลกกับชีวิตกับความทุพลภาพเจ็บป่วยไม่ได้แน่นอน🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการรับผิดชอบ ผมต้องเรียนว่าผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง ก็คือกองทัพ ตั้งแต่เริ่มต้นของการที่มีการเอาอาวุธมาจากกรมจากหน่วยอาวุธที่มาเป็นอาวุธ ในการกราดยิงตรงนี้ต้องมีการตรวจสอบดูแล ผมต้องเรียนว่าผู้รับผิดชอบกองทัพต้องทำให้ เกิดความโปร่งใส สิ่งที่อยู่ในความเคลือบแคลงในความระแวงของพี่น้องประชาชนต้องทำให้ ประชาชนได้เห็น เรากลับไปในพื้นที่ทุกคนถามแล้วก็รอฟังคำตอบ รอการปฏิรูป รอการแก้ไข ของกองทัพในทุกมิติ สิ่งนี้จะต้องถือว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นเราต้องแก้ไขในเรื่อง ของการเตรียมความพร้อมในมาตรการ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมเป็นแพทย์ในเรื่องของมาตรการทั้งก่อน ก็คือความเครียดที่เรียกว่า เกิดความเครียดแล้วเอาต์เบรก (Outbreak) ขึ้นมา อิโมชันนัล เอาต์เบรก (Emotional outbreak) ซึ่งถือว่าเครียดสุดขีดทำอะไรก็ได้โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล แล้วปัญหาตามมาก็คือ โลกภยันตภัยหลังเครียด โพสทัวเมติก สเตรส ดิสออเดอร์ (Posttraumatic stress disorder) ที่มีหน่วยของเราไปช่วยในเรื่องของการแพทย์ ในเรื่องของการรักษาหน่วยวิกฤติของกายภาพ จิตเวชบำบัดเข้าไปช่วย ทีนี้ประเด็นก็คือเราคงต้องมองต่อจากนี้ไปถึง ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน เพราะคนที่เห็นต่อหน้าเห็นสภาพจริง ๆ กับคนที่เกิดเหตุการณ์เขาจะเครียดสะสม เราอย่าประมาท และตรงนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ก็มีเหตุการณ์ถือว่ามีการใช้ความรุนแรง ต่อมาอีก ๒ เหตุการณ์ที่เป็นข่าวอยู่ แต่ก็โชคดีที่มีผู้สูญเสียชีวิตน้อยกว่าที่เหตุการณ์ตรงนี้ นี่คือทุกคนกลัวผลของภาวการณ์เลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดูเรื่องสื่อ ในเรื่องของการเห็น แล้วก็กระทำรุนแรง แล้วเขาก็เอามาเป็นบทเรียนคิดว่าตรงนี้คนอื่นคิดเหมือนเขา เขาถึงทำได้ สุดท้ายที่ต้องขอบคุณก็คือผู้ที่ช่วยกันเยียวยา โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ เพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยและทุกคนที่ได้เยียวยาได้อภิปรายและชาวจังหวัดนครราชสีมา และคนไทยทั้งประเทศ แต่การเยียวยานั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่ผมอยากจะบอกคือการเยียวยา ทรัพยากรมนุษย์ คือบุคคล คือลูกหลานที่เขาจะเติบโตมา เขากำพร้าพ่อ กำพร้าแม่ กำพร้า ผู้ปกครอง หรือเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่จะต้องดูแลลูก ตรงนี้สำคัญที่สุดชีวิตของเพื่อนมนุษย์ สำคัญที่สุด ดังนั้นต้องเยียวยาตรงนี้ต่อเนื่องไปจนถึงเขาจบการศึกษา หรือต่อเนื่องไปจน เขาสามารถทำงานได้ ดูแลพ่อแม่หรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ต้องถือว่าเราต้องช่วยกันเยียวยา ในเรื่องของเม็ดเงินนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการต่อเนื่อง และไม่อยากให้ ไม่ต้องการเห็น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกต่อไปในประเทศไทยครับ ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบคุณท่านประธานที่เราได้ร่วมกันอภิปรายตรงนี้ หวังว่า ข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ได้ดำเนินการนี้ส่งต่อไปรัฐบาล แล้วถ้าเป็นไปได้รัฐบาลจะต้อง มีมาตรการเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ต่อเนื่องให้กับประเทศ ต้องขอกราบขอบพระคุณมาก ท่านประธานครับ🔗
คุณหมอพูดแทนญัตติ ของท่านโกศลด้วยใช่ไหมครับ เจ้าของญัตติได้มีโอกาสสรุปแล้วนะครับ ผมขอเรียนว่า อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าคือเราก็ได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบโดยไม่ดูดายต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เราได้มีโอกาสอภิปรายเรื่องนี้ถึงแม้ว่าประเด็นจะเป็นเหตุการณ์เดียว แน่นอนว่า ผู้อภิปรายอาจจะซ้ำกันบ้าง แต่ว่าเป็นการให้แสดงความรู้สึกรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงความมีน้ำใจที่เรามีต่อผู้เสียหาย สภาเราก็ได้ยืนไว้อาลัยในวันแรกสำหรับประชาชน ผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผมยินดีที่เราไม่หลงประเด็นไปตำหนิคนชัยภูมิเพราะ ชาวชัยภูมิเขาเป็นคนดีเราอย่าเอากรณีใดกรณีหนึ่งไปเหมา เพราะผมเคยบอกว่าเราก็เคย ถูกตำหนิ นักการเมืองไม่ดูอย่างโน้นอย่างนี้ ผมก็เคยบอกกับผู้ที่วิจารณ์ว่าอย่าเหมา ทุกสังคม มีคนดีและคนร้ายเสมอ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะถือโอกาสเรียนว่าเราต้องแยก ให้ออก อย่าให้ชาวชัยภูมิซึ่งเขาเป็นคนดีต้องเสียน้ำใจ ก็ดีที่สภาเราไม่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมา ให้มีปัญหานะครับ เรื่องการช่วยเหลือนั้นผมขอเรียนว่าเราก็ช่วยกันตามกำลังที่เราทำได้ พวกผมก็เช่นเดียวกันช่วยบริจาคเงินเท่าที่เราสามารถจะทำได้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้อง ของเราที่นั่น เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างนี้ มันเป็นความเสียหายที่รุนแรงมาก สภาได้ใช้เวลามีค่ายิ่งนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนบัดนี้ เพราะฉะนั้นภาระต่อไปนี้เป็นภาระ ที่สมาชิกจะต้องแสดงเจตนาว่าจะส่งไปให้รัฐบาลพิจารณาหรือไม่ ในเบื้องต้นก่อนลงมติผมก็ต้องถามว่าท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่นะครับ เพราะถ้าสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นเราก็สามารถใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นั่นก็คือถือว่า สมาชิกให้ความเห็นชอบในการส่งมติทั้งหมดนี้ไปยังรัฐบาลต่อไป🔗
สมาชิกเห็นด้วยนะครับ เราไม่ต้องลงมตินะครับ เพราะฉะนั้นญัตติของเราก็ถือว่าจบทั้ง ๔ ญัตติที่สมาชิกได้เสนอ และสมาชิกได้อภิปรายโดยทั่วถึงนะครับ ก็ส่งเรื่องทั้งหมดไปยังรัฐบาลครับ จบวาระนี้นะครับ วาระต่อไป เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ญัตติ เรื่องเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาก็ต้องเรียนว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อภิปราย ก็เต็มไปด้วยความเข้าใจในสถานการณ์และไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก การใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นั้นผมเห็นชอบด้วย เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ส่งเรื่องไปยังรัฐบาล แต่ผมมีข้อคำถามที่จะ เรียนปรึกษาท่านประธาน ในระหว่างการอภิปรายมีสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงกระบวนการ ในการปฏิรูปกองทัพ มีสมาชิกคือท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว จากพรรคเพื่อไทยได้เสนอ สภาแห่งนี้ว่าเราควรจะมีการส่งเรื่องของการปฏิรูปกองทัพไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือสามัญสักชุดหนึ่งระหว่างการอภิปรายก็จะถามท่านประธานว่ากระบวนการในสภาแห่งนี้ เราจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องของข้อเสนอนั้น จะต้องเป็นญัตติแยกใหม่หรืออย่างไรครับ🔗
เราถือญัตติเป็นหลักนะครับ ๔ ญัตติขออะไรเราก็ต้องขอมติที่ประชุมอย่างนั้น ส่วนความเห็นนั้นก็ออกได้ คุณหมอชลน่าน เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการมันทำไม่ได้ เพราะเจ้าของญัตติไม่ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ว่าประเด็นที่มีการอภิปรายตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนวันนี้มีเรื่องปรับปรุงกองทัพ ผมก็ได้ยิน ซึ่งเมื่อเราส่งเรื่องให้รัฐบาล เราก็ส่งเรื่องเหล่านี้ไปด้วยครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ก็จะเรียนต่อท่านประธานว่าเมื่อท่านประธาน ดำริเช่นนั้นแล้วพวกเราปฏิบัติตามครับ แล้วก็ทางฟากฝั่งฝ่ายค้านเองก็มีความพร้อมครับ เราก็จะใช้สมาชิกที่มีอยู่ของพวกเรายื่นญัตติเพื่อนำเสนอการปฏิรูปกองทัพเป็นญัตติที่จะ เตรียมไว้สำหรับเข้าในการพิจารณาในสมัยประชุมหน้า กราบขอบคุณครับ🔗
ทำได้ครับ ต่อไปนะครับ โดยที่ได้มีมติเลื่อนระเบียบวาระ เมื่อจบเรื่องจังหวัดนครราชสีมาแล้วเราก็ไปเรื่องที่ท่านจุลพันธ์ เสนอไว้นะครับ เรื่องที่ค้างพิจารณา ๕.๑ ญัตติป้องกันการรัฐประหาร ซึ่งได้มีการอภิปรายมา เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน เพื่อพิจารณาให้จบในวันนี้ ก็ขอนำเข้าสู่ ๕.๑ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต🔗
โดยท่านปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะเป็นผู้เสนอ ได้มีการเสนอภิปรายกันมา หลายท่านแล้ว วันนี้ก็ยังมีรายชื่อผู้ที่ขออภิปราย ผมขออนุญาตดังต่อไปนี้ครับ มีท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านสุเทพ อู่อ้น ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี นางสาวเบญจา แสงจันทร์ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ คุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ คุณสุทัศน์ เงินหมื่น ทั้งหมด ๑๓ ท่านที่มีรายชื่อ อยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นก็ถือหลักท่านละ ๗ นาทีเหมือนเดิมนะครับ แล้วก็ถ้ามีความจำเป็น ที่ท่านสมาชิกไม่จบก็ต่อเนื่องได้ ก็อนุโลมไม่เกิน ๑๐ นาที ผมขอเชิญท่านแรก ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
ต้องกราบประธานโทษครับ ท่านประธาน ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน ขอเป็นคนต่อไป เป็นคนที่ ๒ ได้ไหมครับ🔗
ขอเป็นคนที่ ๒ นะครับ ถ้าอย่างนั้นขอเชิญท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก่อนนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากชาวบางขุนเทียน วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน เรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานครับ ถามว่าทำไมวันนี้สภาเราถึงต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาแนวทางป้องกันเรื่องนี้ ถ้าคำตอบของทุกท่านต้องตอบในใจผมคิดว่าหลาย ๆ ท่าน ในที่แห่งนี้น่าจะมีคำตอบใกล้เคียงกัน ตั้งแต่มีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองในประเทศไทยมา ประเทศไทยผ่านการรัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุก ๆ คนในที่แห่งนี้ก็ผ่านการรัฐประหารมาแล้วหลายครั้งเช่นกัน และการเกิดรัฐประหารบ่อยครั้งขึ้นในบ้านเราทำให้หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว วันนี้พวกผมและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้นำญัตตินี้เข้ามา สู่สภาเป็นครั้งแรกเพื่อให้ระบบนิติบัญญัติของเราได้ทำงานขับเคลื่อนและปกป้องการทำงาน ของพวกเราในระบบรัฐสภา สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนว่าระบอบรัฐสภา ของเราจะแก้ปัญหาแก่พี่น้องประชาชนได้ แต่การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรคำตอบ ของทุกคนในคำถามนี้ไม่ได้ตอบในใจอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว แต่ทุกคนต้องตอบต่อหน้า สภาแห่งนี้ ตอบต่อท่านประธานผ่านไปยังประชาชน และคำตอบของทุกคนจะปรากฏว่าวันนี้ ใครกี่คนที่รักและหวงแหนและปกป้องกระบวนการสภาของเรา ท่านประธานครับ ผลพวง จากการเกิดเหตุการณ์รัฐประหารนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อนสมาชิกได้กล่าวมาแล้วเนื่องจากญัตตินี้ เป็นญัตติต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว ฉะนั้นผลพวงต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้บอกไปแล้ว โดยส่วนตัวเพราะฉะนั้นผมจึงมาบอกว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้มันเกิดขึ้นจริงให้ได้ พวกผมพูดท่ามกลางความฝันว่ากรรมาธิการนี้จะเกิดและแก้ปัญหาได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราทุก ๆ คนจะเห็นด้วย เห็นพ้องต้องกันว่าเราต้องป้องกัน แนวทางการรัฐประหาร ท่านประธานครับผมเกิดในปี ๒๕๓๓ ผมเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง ในระบอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอายุ ๒๘ ปี ชีวิตผมผ่านรัฐประหารมาแล้ว ๒ ครั้ง ช่วงที่เกิดรัฐประหารครั้งแรกผมอยู่ชั้น ปวช.๑ ในขณะนั้นยังไม่รู้ครับว่าเหตุการณ์คืออย่างไร นั่งรถจากบ้านมาที่โรงเรียนก็มีรถทหารปิดหน้าโรงเรียนแล้วบอกให้น้องกลับบ้านเสีย เราไม่รู้ หรอกครับว่าในวันนั้นเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากชีวิตของผมนั่นคือครั้งแรก ตอนเด็ก ๆ เคยได้ยิน คำกล่าวที่ว่าทหารคือรั้วของชาติและเราก็ภาคภูมิใจอย่างนั้นมาตลอด ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเปรียบเสมือนว่าประเทศไทยคือบ้านหลังใหญ่ สมาชิกประชาชนทุกคนคือสมาชิกในบ้าน บ้านหลังใหญ่อย่างนี้จะอบอุ่นได้เมื่อมีรั้วที่เข้มแข็ง ทหารก็เปรียบเสมือนรั้วของบ้านประเทศไทย ส่วนตำรวจอาจจะเปรียบได้จากเหตุการณ์นี้ ก็เป็นเพียงกำแพงที่ดูแลความสงบสุขแบ่งกั้นประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ไว้ในบ้านหลังนี้ให้อยู่ อย่างสงบ แต่สุดท้ายครับความคิดที่ว่าทหารเป็นรั้วของชาติผมกลับเจอรั้วของชาติมาพาด ผ่านห้องเรียน มาพาดผ่านห้องครัว แล้วถามว่าสมาชิกในบ้านหลังนี้จะอยู่อย่างสงบสุข จะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร ถ้าผมจะเข้าห้องเรียนผมต้องปีนกำแพงเข้าไป วันนี้มันเป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนคนหลาย ๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาว่าทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ในกระบวนการต่าง ๆ เนื่องจากว่าทุกครั้งที่มีการปฏิวัติรัฐประหารก็จะมีผลพวงเล็ก ๆ ฝังไว้ ให้กับประชาชนได้รับรู้เสมอ ความลำบากครั้งนี้จะยากแค่ไหนผมอยากให้ท่านลองครับว่า ท่านสร้างรั้วไว้กลางบ้านท่านจะลำบากอย่างไร ประชาชนตอบในใจได้เลย แล้ววันนี้เรามา ถามหากันว่าบ้านหลังใหญ่ของเราจะอยู่กันต่อไปอย่างไร เวลามีน้อยครับ ผมจึงไม่ขออธิบาย อะไรมาก แต่สิ่งที่อยากจะขอคือขอเพื่อนสมาชิกรุ่นพี่ทุก ๆ ท่านในระบอบรัฐสภาจากใจจริง วันนี้ถ้าเกิดไม่ยืนเคียงข้างอำนาจและหันมายืนเคียงข้างความถูกต้อง เรามาจากประชาชน ด้วยกันทุก ๆ คน เราผ่านระบอบการเลือกตั้งที่ประชาชนมอบหมายให้เราเป็นตัวแทน ของประชาชนหลาย ๆ คน เราต้องมาทำหน้าที่เพื่อปกป้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งระบอบนี้ และคณะกรรมาธิการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเกิดขึ้นจากความมีส่วนร่วมจากทุก ๆ คนครับ ผมจึงขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านได้โปรดเห็นด้วยกับญัตตินี้ ถึงแม้วันนี้จะไม่มี การโหวตนะครับ แต่เมื่อมีการโหวตเมื่อไรฝันของผมอาจจะลม ๆ แล้ง ๆ แต่ผมขอที่จะพูด ในสภาแห่งนี้ว่าเราต้องร่วมด้วยช่วยกันครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ คน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านวิรัตน์ พร้อมนะครับ เชิญนะครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ผมขออภิปราย เหตุและผลของการจะสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาป้องกันการทำรัฐประหาร ในอนาคต ท่านประธานครับทุกครั้งที่เกิดรัฐประหารสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นก็คือผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือระบบเศรษฐกิจ ธนาคารจะควบคุม และเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อโดยทันที นี่ก็เข้มงวดมา ๖ ปีแล้ว ชาวบ้านก็จะตายกันหมดแล้ว ความเชื่อมั่นถ้าไม่มีการลงทุนก็ไม่เกิด การบริโภคก็จะตกต่ำ เศรษฐกิจก็จะย่ำแย่ตลอดไป ต่อไป ถ้าการทำรัฐประหารสามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง ๘๗ ปีของประชาธิปไตยไทย ก็คงไม่มีคนจน ๑๔.๕ ล้านคนหรอกครับท่านประธาน คงหมดไปแล้ว ท่านประธานครับ ๔๐ ปีก่อนประเทศไทย ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลี ประเทศสิงคโปร์ ถ้าท่านประธาน จำได้ระบบเศรษฐกิจเราไม่ต่างจากเขามากมายเท่าไรนักเลย ประมาณระนาบเดียวกันครับ วันนี้ประเทศอื่นเขาไปถึงไหนกันแล้ว แต่เรายังคงวนเวียนอยู่กับการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ท่านผู้นำหัวหน้าคณะปฏิวัติจะพาเราอยู่ข้างหลังเอง เดินตาม ท้ายประเทศพม่า ประเทศลาวในอนาคต ถ้าเรายังวนเวียนอยู่กับการทำรัฐประหารนะครับ ที่จริงในปี ๒๕๓๕ เราได้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง คือรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านเป็นทหารนักประชาธิปไตย ท่านลงเลือกตั้งจริง ๆ ไม่ได้แอบ ๆ ลงแบบลง จริง ๆ เลยนะครับ แบบนั้นเขาเรียกว่าชาติชายทหารอย่างแท้จริง พลเอก ชาติชาย ใช้นโยบาย เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ขณะนั้นเราคิดว่าเราจะเป็นเสือตัวที่ ๕ ของเอเชียด้วยซ้ำไป เสือทางด้านเศรษฐกิจ แต่ว่าฝันก็สลายเพราะว่า พลเอก ชาติชาย ถูก พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจ ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงสาเหตุทำไมจึงมีการทำรัฐประหาร ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาทุกครั้งที่ยึดอำนาจทหารก็จะอ้างสาเหตุเพราะนักการเมือง แต่ท่านประธานมันก็เป็น เรื่องจริง เพราะถ้ายึดอำนาจเขาก็ต้องอ้างกล่าวหาว่าเขาไม่ดี มันก็เป็นเรื่องธรรมดา จะไปชมว่า เขาดีจะได้อย่างไร แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุเพราะใคร เพราะทหารหรือเพราะนักการเมืองกันแน่ ถ้าถามว่าการเมืองใช่ไหม บางคนจะต้องตอบว่าใช่ มีบางส่วนบางคนก็ตอบว่าใช่ แต่แน่นอน การเมืองมีระบบตรวจสอบ มีการถ่วงดุลอำนาจ ๔ ปีทำไม่ดีประชาชนก็ไม่เลือก ประชาชน ได้เรียนรู้และมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ แต่ว่าการทำรัฐประหารทุกครั้งทหารก็จะ อ้างสาเหตุ มีเหตุผลทุกครั้ง ถ้าเรายอมรับเหตุผลของการทำรัฐประหาร ผมคิดว่าเราก็จะต้อง มีรัฐประหารตลอดเท่าที่มีประเทศไทย แต่ถ้าถามว่าการรัฐประหารเป็นเพราะทหารใช่ไหม ผมตอบเลยว่าใช่ ผมว่า ๘๗ ปีเวลาไม่สามารถพัฒนาประชาธิปไตยกองทัพได้เลยแม้แต่น้อย เวลามีน้อยผมจะต้องข้ามไปบางส่วน การทำรัฐประหารเราจะป้องกันรัฐประหารได้อย่างไร เคยเขียนในรัฐธรรมนูญก็เขียนมาแล้ว สุดท้ายเมื่อรัฐประหารก็ฉีกรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เกิดผลอะไร ทั้งสิ้น ไม่ได้มีประโยชน์ ข้อหาล้มล้างการปกครองเป็นกบฏก็มีอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ก็ใช้บังคับกับคณะรัฐประหารไม่ได้ คงใช้ได้กับกบฏที่ยึดอำนาจ ไม่สำเร็จเท่านั้นถึงจะใช้ได้ ที่จริงในพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม มาตรา ๘ (๓) ได้กำหนดอยู่แล้วว่าอำนาจหน้าที่ของทหารให้ปกป้องการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้ง ๆ ที่เขียนไว้เป็นอำนาจหน้าที่ ที่จะต้องทำ แต่ทหารเองนั้นก็ยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นคนฉีกเอง เป็นคนทำลายเอง ในความเห็นของผมการป้องกันการรัฐประหารคือจะต้องปฏิรูปกองทัพ ควรกระจายอำนาจ กองทัพ ยกเลิกผู้บัญชาการเหล่าทัพเสียให้หมด น่าจะแก้ปัญหาได้ในอนาคต🔗
สุดท้ายผมเรียนว่าเผด็จการกับประชาธิปไตยเป็นของที่คู่ขนานกันไม่สามารถ บรรจบกันได้ ผมหวังว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่มาจากระบอบประชาธิปไตยขอให้ ทุกท่านร่วมกันสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและป้องกันการทำรัฐประหาร ในอนาคต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขให้ยั่งยืนต่อไปอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณท่านวิรัตน์ครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมเกิดปี ๒๕๑๘ ตอนนี้อายุ ๔๔ ปี ก่อนที่ผมจะรู้ความ ก็มีการรัฐประหารหลายครั้งแล้ว แต่ว่าประสบการณ์ที่ผมเจอ ประสบการณ์ที่ผมคิดว่าผมจำได้ แล้วก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้กับรัฐประหารครับ รัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๔ เป็นการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ปี ๒๕๓๔ ผมอยู่มัธยมปลาย หลังจากนั้นก็คือว่าประธาน กระแสการเรียกร้องประชาธิปไตย ในห้องประชุมนี้ แล้วก็ที่อยู่ที่บ้านคงจำกันได้ การเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ปรากฏการณ์ธงเขียวปรากฏไปทั่วประเทศเพื่อที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการ บริหารบ้านเมืองผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมจะพูดในฐานะที่ผมเติบโตในยุค ที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ในบรรยากาศการ ที่มีสังคม มีประเทศชาติที่มีประชาธิปไตยสิทธิและเสรีภาพในการนำเสนอ ในการรวมกลุ่ม ในการมีพื้นที่กลางที่จะนำเสนอความคิด นำเสนอทางออก ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนบ้านนอก ชายขอบ แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญของสังคมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาเจอกัน เราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีกฎหมายที่เกิดจากภาคประชาชนเสนอนี้เยอะแยะมากมาย มีกลไก ความร่วมมือของภาคประชาชนและส่วนราชการต่าง ๆ มากมาย เรามีพื้นที่กลาง เรามีพื้นที่ เวทีร่วมกัน ตั้งแต่พี่น้องภาคที่มาจากทรัพยากร คนจนในเมือง คนที่อยู่ในอุตสาหกรรม รวมถึง พี่น้องข้าราชการคนเล็กคนน้อยเขามีเครื่องไม้เครื่องมือเขามีกลไก เขามีช่องทางที่จะรวมตัวกัน ที่จะสื่อสาร เพราะว่าระบบของมันคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เปิดโอกาส อันนี้คือบรรยากาศ ผมเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. ป่าชุมชน แล้วก็ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาสมัยนั้นขออนุญาตได้เอ่ยนาม ได้ไปลงพื้นที่ที่ผมทำงานไปรับ เรื่องราวว่าประชาชนคิดอะไรกับเรื่องของทรัพยากรแล้วการมีส่วนร่วม ประชาชนคิดอย่างไร ว่าการที่จะทำให้ฐานทรัพยากร แล้วก็ความเป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างไรครับ เพราะอะไร ท่านประธานรู้ไหมครับ เพราะว่าเรามีกติกากลางที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย การรัฐประหารที่เกิดขึ้น ๒ ครั้งหลัง ๆ สิ่งที่ตามมาคืออะไร ท่านประธานทราบไหมครับว่า การเมืองภาคประชาชนหายไปเลย การที่จะมีพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมตัวกัน จะต้องมีเวทีจะต้องนำเสนอ จะต้องทำการวิจัย จะต้องสังเคราะห์ข้อมูลร่วมกับส่วนราชการ กลไกเหล่านี้หายไปหมดเลย เราจะเห็นในตัวชี้วัดก็คือดูจากกฎหมาย กฎหมายที่ออกในยุค ของรัฐประหารที่มีการรัฐประหาร แล้วก็มีการตั้งรัฐบาลขึ้นมาผมไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับไหน ที่พูดถึงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพี่น้องประชาชนกลุ่มไหนก็ตามแต่ ผมไม่เคยเห็นนโยบายอะไร ที่มาจากกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากเรียกร้องในห้องประชุมนี้ ผมอยากจะขอให้ท่านสมาชิกช่วยกันสนับสนุนในการตั้งกรรมาธิการ เพื่อที่จะศึกษาป้องกัน การรัฐประหารในอนาคต ท่านประธานในประเทศในอารยประเทศมีประเทศไหนบ้างที่ใช้ วิธีการ ที่ใช้เครื่องมือที่ใช้ยุทธวิธีในการรัฐประหารและพัฒนาประเทศ และเป็นตัวอย่างว่า มีการพัฒนาประเทศ อยากจะถามในที่ประชุม อยากจะถามท่านประธานเลยว่ามีตัวอย่าง ประเทศไหนช่วยบอกตัวอย่างให้ผม ผมเห็นแต่ตัวอย่างที่มีการยุติไม่ให้มีการรัฐประหาร ไม่ว่า จะเป็นประเทศเกาหลีหรือประเทศอื่น ๆ สร้างกลไกการตรวจสอบ สร้างกลไกการมีส่วนร่วม เพื่อไม่ให้มีการรัฐประหาร วันนี้ประเทศเหล่านี้ไปไกลขนาดไหน ทุกท่านก็ทราบไม่ว่าจะเป็น เรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม เรื่องคุณภาพชีวิตผมว่า เขาไปไกล เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันในชีวิตการทำงานของผม ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหน ผมยืนยัน ว่ากระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการประชาธิปไตยคือคำตอบในการพัฒนาประเทศชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐประหารไม่ใช่คำตอบในการที่จะเดินหน้าประเทศไทย ผมพูด ในฐานะคนที่อยู่ในบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมมีโอกาสได้ใช้สิทธิ ผมมีโอกาสได้ใช้พื้นที่ ผมมีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับคนหลาย ๆ กลุ่ม ที่มีเครื่องมือที่เราเรียกว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ผมเห็นการเติบโตทางความคิด ผมเห็นการเติบโตทางพัฒนาการการมีส่วนร่วมต่าง ๆ มันไปได้ไกล ถึงแม้ว่าจะมีข้อถกเถียง จะมีความคิดต่าง แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ระบอบประชาธิปไตยคือ พื้นที่กลางของคนทุกคน ไม่ว่าคุณจะรวยจะจน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในภาคไหน ไม่ว่าคุณจะเป็น เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ไหน ยังเป็นพื้นที่กลางที่จะแสดงความคิดเห็น ยังเป็นพื้นที่กลางที่จะนำไปสู่ การขยับยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอให้ที่ประชุมช่วยกัน สนับสนุนเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของตัวเราเองและลูกหลานของเรา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปสลับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ ครับ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมจะขอใช้เวลาไม่นานในการอภิปราย เพื่อไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการ รัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต การที่ผมอภิปรายไม่เห็นด้วยที่จะไม่ให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ก็ไม่ใช่หมายความว่าผมนั้นจะสนับสนุนการปฏิวัติเพราะว่าผมเองนั้นก็เป็นคนหนึ่งที่มาจาก กระบวนการประชาธิปไตย มาจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน มาจากพี่น้องประชาชน ใช้สิทธิมาเลือกให้ผมมาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นผมจึงเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้าน การปฏิวัติรัฐประหาร ผมเองท่านประธานต้องกราบเรียนก่อนครับว่าที่ผมไม่เสนอให้มีการตั้ง เพราะว่าการรัฐประหารนั้นผิดกฎหมายครับ ผิดรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ผู้ที่ทำการรัฐประหาร กฎหมายก็ระบุไว้ว่ามีโทษถึงประหารชีวิต ฉะนั้นกฎหมายนั้นก็ระบุข้อห้ามในการรัฐประหาร อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาการรัฐประหารในประเทศไทยนั้นก็เป็นการอ้างความชอบธรรมมาจาก การทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง มาจากความวุ่นวายทางการเมืองเนื่องจากมีการออกมา ประท้วงบนท้องถนน ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมานั้นเป็นข้ออ้างของผู้ที่ออกมาปฏิวัติ รัฐประหารแล้วก็เข้ามาสู่อำนาจรัฐ ท่านประธานครับ แน่นอนครับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ไม่มีใครเห็นด้วยที่จะให้มีการรัฐประหาร แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นอย่างที่ผมได้กราบเรียนว่า เป็นเหตุผลที่ผู้ที่มาปฏิวัตินั้นก็จะเป็นข้ออ้างในการที่จะมาทำการรัฐประหาร แล้วก็เข้าสู่อำนาจรัฐ ท่านประธานสิ่งที่ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้ทำก็คือการสร้างกระบวนการทางประชาธิปไตย ที่ถูกต้อง ผมเชื่อครับว่ากระบวนการทางประชาธิปไตยที่ถูกต้องนั้นจะสามารถป้องกันการ รัฐประหารได้ เพราะอะไรครับ เมื่อกระบวนการทางประชาธิปไตยมีปัญหา ทางผู้ที่ใช้อำนาจ ก็สามารถที่จะใช้กระบวนการนั้นในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ผ่านการ คืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนก็คือให้มีการเลือกตั้งใหม่ หลายประเทศครับท่านประธาน ที่เวลามีปัญหานั้นกระบวนการประชาธิปไตยสามารถที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับการเมืองได้ โดยผ่านกระบวนการการคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ฉะนั้นสิ่งสำคัญ ที่ผมอยากจะเห็นก็คือการที่เรานั้นสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการทางประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้งที่สุจริตยุติธรรม ท่านประธานครับ การเลือกตั้งถ้ามีการซื้อสิทธิขายเสียง ก็จะนำมาเข้าสู่อำนาจรัฐโดยการเป็นทุนทางการเมือง เป็นการผูกขาดทางการเมืองในลักษณะ ของการเข้ามาทุจริตเชิงนโยบาย เข้ามาทุจริตคอร์รัปชันก็จะทำให้เกิดการต่อต้านจากพี่น้อง ประชาชน ก็ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้น เกิดการออกมาประท้วงเป็นข้ออ้าง ให้นักปฏิวัติได้ทำการออกมารัฐประหาร ท่านประธานสิ่งที่สำคัญที่ผมอยากจะให้เกิดขึ้นนั้นก็คือการให้กระบวนการทางประชาธิปไตยนั้น ได้เดินไปด้วยกลไกของกระบวนการของเขาเอง ก็คือเมื่อมีความวุ่นวายทางการเมืองก็นำไปสู่ การยุบสภาแล้วก็เลือกตั้ง เลือกตั้งไปครับ เลือกตั้งจนเราได้รัฐบาลที่มีความสุจริตและยุติธรรม เข้ามาบริหารประเทศ ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่ให้มีการรัฐประหาร แล้วก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการป้องกันการรัฐประหาร เพราะมันไม่ใช่เป็นวิธีการ แก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง และการแก้ไขปัญหาการรัฐประหารที่ถูกต้องนั้นก็คือการส่งเสริมให้ มีกระบวนการทางประชาธิปไตยที่สุจริต การเข้ามาสู่อำนาจรัฐด้วยการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรมไม่ให้เกิดการคอร์รัปชัน ดังนั้นขอกราบเรียนท่านประธานอยากให้สภาแห่งนี้ได้ มีการส่งเสริมให้มีกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ถูกต้องแล้วก็ใสสะอาดบริสุทธิ์เพื่อให้ได้ รัฐบาลที่มีคุณธรรมจริยธรรมมาบริหารประเทศเพื่อป้องกันการรัฐประหาร กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมได้อภิปราย ขอบคุณท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ ที่ได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาและป้องกันการทำรัฐประหารในอนาคต เมื่อความอยุติธรรมกลายเป็นกฎหมาย การลุกขึ้นต่อต้านจึงเป็นหน้าที่ ท่านประธานครับ เมื่อประชาชนกล้าหยัดยืน ดาบหอก กระบอกปืนก็หวาดหวั่น กฎหมายฤากฎหมาต้องฝ่าฟัน เรามิหวั่นรวมจิตกล้าฝ่าข้ามไป เรามิหวั่นรวมจิตกล้าฝ่าข้ามไป การทำรัฐประหารถือว่าเป็นกบฏแน่นอนครับท่านประธาน อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้วครับว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดก็ได้ มีการตราไว้แต่ไม่สามารถเอาผิดคณะเหล่านี้ได้ การทำรัฐประหารถือเป็นกบฏต่อประชาธิปไตย กบฏต่ออำนาจของพี่น้องประชาชน การทำรัฐประหารถือเป็นเครื่องมือของชนชั้นปกครอง ในขณะที่ประชาธิปไตยคือเครื่องมือของเราพี่น้องประชาชน การทำรัฐประหารก็เพื่อตอกย้ำ ความกลัวของพวกเขาเหล่านั้น เพราะพวกเขากลัวว่าการอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน เพราะพวกเขากลัวความฉลาดของพี่น้องประชาชน เพราะพวกเขากลัวว่าพี่น้องประชาชน จะไม่รัก เพราะพวกเขากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะพวกเขากลัวคนเท่าเทียมกันครับ เราจึงใคร่จะบอกกับพวกเขาเหล่านั้นว่าอย่ากลัวอนาคตครับ เพราะนี่คือกฎของธรรมชาติ ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราหยุดมันไม่ได้ครับ ในส่วนประเด็นของความเสียหาย ความเลวร้ายจากการทำรัฐประหารผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงจะซาบซึ้งกันพอสมควรแล้ว หลังจากการทำรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ก่อนหน้านั้นยางพารากิโลกรัมละ ๘๐ บาท พี่น้องของเรา บอกว่าอยู่กันไม่ได้ ต้องเอา ๑๒๐ บาท หลังจากรัฐประหารสำเร็จแล้วไม่เคยถึง ๘๐ บาท แม้แต่วันเดียวครับท่านประธาน แล้วก็การปฏิรูปบอกว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หลังจาก รัฐประหารเสร็จเรียบร้อยเราได้โจรห้าร้อยมาเป็นนายกรัฐมนตรีครับท่านประธาน นี่ใช่ไหม การปฏิรูป ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนเราเชื่อเหมือนกันไหมครับว่า คนเท่าเทียมกัน ๑ คน ๑ ชีวิต ๑ สิทธิ ๑ เสียง ไม่ใช่ ๑ เท่ากับ ๒๕๐ เราเชื่อเหมือนกันไหมว่า รัฐสวัสดิการ เศรษฐกิจ ปากท้อง การศึกษา การมีงานทำ คุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีนั้น ต้องมีรัฐบาลที่มาจากเรา และรัฐบาลก็ต้องทำเพื่อเรา เรามีความเชื่อเหมือนกันไหมว่าชีวิตเราอนาคตเราอนาคตลูก ๆ หลาน ๆ ของเรานั้นเราคิดเอง เราเลือกเองเรากำหนดเองได้ และนี่คือสังคมที่เป็นประชาธิปไตย สังคมแห่งความหวังเราคือเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตแม้ว่าพวกเขาพยายามจะฝังกลบเราก็ตาม เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการทำรัฐประหารในอนาคตไม่ว่าด้วยกระบอกปืน รถถัง หรือกฎหมายแบบอภินิหารก็ตามก็จะทำไม่สำเร็จดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมาบ้างแล้ว ไม่ว่า จะเป็นแบบประเทศสเปนกษัตริย์ออกมาประกาศต่อต้านการทำรัฐประหาร ประเทศฟิจิ ศาลไม่รับรองการทำรัฐประหาร ประเทศฝรั่งเศสประชาชนร่วมกันต่อต้านการทำรัฐประหาร เราเชื่อว่าประเทศไทยก็ทำได้ท่านประธาน และที่สุดแล้วก็จะไม่มีการทำรัฐประหารขึ้นอีก ในอนาคต กระผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา และป้องกันทำรัฐประหารในอนาคต ผมไม่ได้หวังลึก ๆ หรอกว่าเพื่อนสมาชิกจะเห็นด้วย หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ผมเห็นด้วยแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ครับ และเชื่อว่าชาตินี้เราจะไม่เจอกับ การทำรัฐประหารอีกขอบคุณท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ผมมีข่าวดี และข่าวร้ายมากราบเรียนท่านประธาน ข่าวดีคือเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขมาถึง ๘๘ ปีแล้วนะครับ เหลืออีก ๑๒ ปีก็จะครบ ๑ ศตวรรษแล้วครับ ข่าวร้ายใน ๘๘ ปีนั้นถูกยึดอำนาจไปเสียครึ่งหนึ่งเกือบ ๆ ๔๐ ปีครับ ถูกรัฐประหารถูกยึดอำนาจ ตระกูลผมท่านประธานได้รับประสบการณ์ตรงเลยหลังจาก มีการปฏิวัติสยามปี ๒๔๗๕ หลังจากนั้น ๒๕ ปีคุณพ่อผมสิบเอก บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ลงสมัครรับเลือกตั้งปี ๒๕๐๐ มาวางมือทางการเมืองปี ๒๕๓๙ เกือบ ๆ ๔๐ ปี ถามว่าทำหน้าที่ กี่ปี ๒๐ ปีแค่นั้น ทำหน้าที่ในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐ สมัย ๒๐ ปีเท่านั้น ผมลงสมัครรับเลือกตั้งปี ๒๕๓๙ หลังจากที่คุณพ่อผมวางมือทางการเมือง ถึงวันนี้ปี ๒๕๖๓ เป็นผู้แทนมาแล้ว ๕ สมัย ทำหน้าที่จริง ๆ ๑๐ ปีเท่านั้น นอกนั้นยึดอำนาจ ถูกยุบพรรค เพิกถอนสิทธิ นี่ละครับวงจรอย่างนี้ผมประสบมาด้วยตนเอง แล้วผมกราบเรียนท่านประธาน ถ้าวงจรอุบาทว์ยังอยู่อย่างนี้ วงจรอุบาทว์ยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพรัฐธรรมนูญว่าเป็นฉบับที่เท่าไร ถามว่ามันเป็นอย่างนี้เพราะอะไร ท่านประธานที่เคารพลองไปศึกษาดูรัฐธรรมนูญหรือธรรมนูญ การปกครองแผ่นดินชั่วคราว วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ ตั้งแต่นั้นเขียนมาเรื่อยคำปรารภ คำปรารภของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นเรื่องที่สอนประวัติศาสตร์ทางการเมืองเป็นอย่างดี ถามว่าเรื่องการศึกษาใช่ไหมรอบประชาธิปไตยเราถึงล้มลุกคลุกคลานขนาดนี้ ความไม่พร้อม ของประชาชนใช่ไหมเราจึงล้มลุกคลุกคลานขนาดนี้ ท่านประธานดูรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๔๗๕ เขียนไว้ว่าจนบัดนี้มีการศึกษาสูงขึ้นแล้วปี ๒๔๗๕ จนบัดนี้มีการศึกษาสูงขึ้นแล้ว มีข้าราชการที่ประกอบด้วยวุฒิปัญญาสามารถนำประเทศชาติ ของตนในอันที่จะไปสู่สากลอารยะแห่งโลก สวัสดี นี่เขียนไว้ในคำปรารภนะครับ เราพร้อมทั้ง ๒ ส่วน การศึกษาของประชาชน ความพร้อมของข้าราชการ ๘๘ ปีเขียนไว้อย่างนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ไปดูรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นฉบับที่ดีที่สุด ถ้าเขียนหลังจากที่ประชาชน ปฏิวัตินี้มันจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๑๗ ปี ๒๕๑๗ เขียนไว้อย่างนี้ เมื่อกาลเวลาล่วงมาประชาชนได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น มีความรู้ มีความคิดอ่าน ทางการเมืองดีขึ้นจึงมีความตื่นตัวและปรารถนาที่จะมีเสียงในการปกครองประเทศด้วยตนเอง เห็นไหมครับ และที่ดีอีกฉบับหนึ่งคือปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ นายกรัฐมนตรีชื่อ นายบรรหาร ศิลปอาชา ปฏิรูปทางการเมือง เขียนไว้อย่างนี้ครับ ปี ๒๕๔๐ โดยที่ประเทศได้มีรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขมาเป็นเวลา ๖๕ ปีแล้วในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้มีการยกเลิก แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญหลายครั้ง แสดงว่ารัฐธรรมนูญย่อมมีการแก้ไขได้ นี่ล่ะครับที่มาของรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน จนคนสุพรรณบุรีเขียนเป็นบทกลอนไว้ว่าอย่างนี้เลย สุพรรณบุรีมีพระสงฆ์ เป็นสังฆราช มีฆราวาสเป็นนายกรัฐมนตรี มีหมอฉีดยาเป็นประธานรัฐสภา มีทหารกล้า เป็นองคมนตรี ยกย่องกันอย่างนี้ไว้ ท่านประธานครับ เปรียบเทียบครับว่าหลังทหารปฏิวัติ เขาเขียนคำปรารภไว้ว่าอย่างไร หลังทหารปฏิวัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๑ เขียนไว้อย่างนี้ว่า ถ้าจะให้การปกครองประเทศไทยเป็นโดยเรียบร้อยและจะมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญมั่นคงถาวรใช้แล้วจะต้องสร้างรากฐานระบอบนั้นโดยพัฒนาการศึกษาและ เศรษฐกิจ เห็นไหมครับ การศึกษาไม่พร้อมแล้ว ปี ๒๕๑๑ ดูปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันครับ เขียนไว้ ชัดเจนครับว่าสาเหตุที่มันต้องล้มเลิกรัฐธรรมนูญไปเพราะว่าทุจริต ฉ้อฉล บิดเบือน อำนาจ ขาดแคลนนำไปสู่อะไร ต้องแก้ไขอะไรครับ ปฏิรูปการศึกษา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น โดยสรุปแล้วไม่ใช่ประเด็น การศึกษาไม่ใช่ประเด็นแน่นอน ความไม่พร้อม เพราะว่าผู้มีอำนาจ ผู้ชนะเท่านั้นจึงมีสิทธิบันทึกประวัติศาสตร์ ท่านประธานถามว่าแล้วอยู่ตรงไหน ขออนุญาต เรียนท่านประธานครับ อยู่ตรงนี้รัฐธรรมนูญทุกชุดทุกฉบับเราฝังชิป (Chip) ไว้ในจิตวิญญาณ ประชาชนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนปวงชนทุกคนเหมือนกับเงินในกระเป๋าเรา เหมือนทรัพย์สินในกระเป๋าเราต้องฝังชิป (Chip) ในเรื่องนี้ให้ได้ว่าอำนาจนั้นเป็นของเรา อย่าให้ใครใช้ปากกระบอกปืนมาแย่งจากเราไป ท่านประธานผมขอเวลาอีกสักนิดหน่อย สัก ๑๐ นาที เหลืออีก ๓ นาทีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องแก้เมื่อฝังชิป (Chip) แล้วเอาอะไรคืนมาก่อนครับ เอาหมุด หมุดทองเหลืองที่มันหายไปมันเคยหายไปปีหนึ่งแล้ว ปี ๒๕๐๓ มันหายไปครั้งหนึ่งแล้ว ถามว่าหมุดนั้นเขียนว่าอย่างไร หมุดเขียนไว้อย่างนี้ครับ ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร์ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญ ของชาติ อำนาจอธิปไตยอยู่ที่เราครับ ผมยืนอยู่ในสภาแห่งนี้ได้ก็เพราะว่าหมุดตรงนี้ มันก่อให้เกิดรัฐธรรมนูญ แค่นี้พอไหม ยังไม่พอครับ สิ่งที่จะเรียกร้องต่อไปฝังชิป (Chip) ต่อไปว่าการเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับชาติหรือการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นอำนาจของเราที่เราจะเลือกผู้ปกครองของเรา วันนี้กระทู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ การเลือกตั้งท้องถิ่น ทำไมไม่คืนให้เขา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าต้องเข้า ครม. ท่านก็เป็นหนึ่งใน ครม. ถามว่าหมู่บ้าน ๒๕ คนมันสำรวจยากนักหรือครับ กดทีเดียวก็ได้แล้ว ทุกจังหวัด เอาคืนให้เขาอำนาจนี้ ๓. ท่านบอกปฏิรูปกองทัพ ผมฝากด้วย ปฏิรูปการศึกษา ระบอบประชาธิปไตยในกองทัพด้วยครับ ท่านมีระเบียบมีวินัยแล้วก็มีประชาธิปไตยได้ด้วย นอกจากนั้นผมมีคำกล่าวไม่ใช่ทหารเท่านั้น เราต้องรู้ตัวเองด้วย คำกล่าวของบุคคลสำคัญ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสของเราได้กล่าวไว้อย่างนี้ว่า เตือนนักการเมืองนะครับ ท่านกล่าวที่บ้านพักในนครกวางโจว ประเทศจีน ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ปกครอง โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ประชาธิปไตยที่เราเห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่โดยประชาชนแต่ว่า ขาดหลักการเพื่อประชาชน เพราะพวกชนะเลือกตั้งมักละทิ้งหลักการเพื่อประชาชนไปเสีย กลายเป็นเพื่อตนเองและเพื่อพวกพ้องไปครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เราก็มีส่วนสำคัญ อย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ คำกล่าวของรัฐบุรุษอาวุโสท่านนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่านกล่าวไว้อีกคำหนึ่งและผมอยากจะให้ในฐานะที่เป็นมหาบุรุษของยูเนสโก (UNESCO) ของโลกเลยนะครับ ยูเนสโก (UNESCO) ตั้งให้ ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ข้าพเจ้ายังไม่มีประสบการณ์ แต่เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ข้าพเจ้ากลับไม่มีอำนาจ ผมอยาก ให้เป็นคำกล่าวสุดท้าย ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นกับคนหรือพรรคใดในสภานี้ในวันที่ ๒๑ เลยครับ เพราะท่านเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งทางการเมืองในขณะนี้ นี่คือส่วนหนึ่งที่จะต้องส่งเสริม ความเข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย ผมกล่าวมาถึงตรงนี้คงสรุปได้ครับว่าผมจะสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนญัตตินี้ครับ เพราะเรามีกรรมาธิการอีก ๒ คณะ ๑. คณะกรรมการพัฒนา พรรคการเมืองเป็นคณะกรรมการสามัญ และอีกคณะหนึ่งก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในขณะนี้ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องที่จะไปดำเนินการ ขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปท่านสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วน แรงงาน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการอภิปรายเกี่ยวกับญัตติการที่จะตั้งคณะ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับรัฐประหาร ผมในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงานที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ มามากกว่า ๓๐ ปี เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมในการก่อตั้งองค์กรสหภาพแรงงาน จากผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๙ ที่มีการรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสภาพการเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ มีผลถดถอยทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเอง ในฐานะผู้ใช้แรงงานผมอยากสะท้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ชมอยู่ทางบ้าน วันนี้รัฐประหาร ดีจริงคงทำให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ๒๐-๓๐ ล้านคนนั้นดีขึ้นแล้ว และสิ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เมื่อมีรัฐประหารเข้าไปแทรกแซงในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรสหภาพแรงงาน เห็นได้ชัดเจน จากที่คณะกรรมการบอร์ดประกันสังคมที่บริหารเงินในส่วนของประกันสังคมที่มีลูกจ้าง นายจ้าง และภาครัฐ มีการใช้มาตรา ๔๔ ในการแต่งตั้งบอร์ดประกันสังคม และมีผลมาถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการที่จะดำเนินการเลือกตั้งจากตัวแทนของผู้ประกันตน ผลสืบเนื่องมาจากรัฐประหาร ทั้งนั้น ทั้งหมด ทั้งสิ้น แล้วถามว่าถ้ารัฐประหารจริงแล้วทำไมไม่ใช่ มาตรา ๔๔ สั่งให้รัฐบาลสมทบเงินที่คงค้าง อีก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นระบบของประชาธิปไตยคือ ระบบที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีการรวมตัวตั้งสหภาพแรงงานโดนการแทรกแซง เพราะโดยระบบ สหภาพแรงงานต้องมีการประชุมหารือ โดยเฉพาะกฎหมายกำหนดว่าต้องมีการประชุมปีละ ๑ ครั้ง เพื่อที่จะให้สมาชิกมาทำการตรวจสอบในเรื่องการบริหารจัดการ แต่เมื่อมีรัฐประหาร เกิดขึ้น เมื่อมีการจัดประชุมรวมตัวกันของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องบอกว่า เป็นการรวมตัวกันขัดกับ คสช. ถามว่าเมื่อพี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสรวมตัวกันที่จะแสดงสิทธิ เรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้จากการทำงานให้กับผู้ประกอบการแล้วจะใช้เวทีไหน สิ่งเหล่านี้ โดนกดทับที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด พี่น้องครับวันนี้แม้กระทั่งในระบบของการปรับค่าจ้างที่ผ่านมา ที่มีในเรื่องการบริหารจัดการโดยเผด็จการ เราไม่ได้รับการพิจารณาปรับในเรื่องนี้ต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าผมเองเป็นตัวแทนของพี่น้องคนงานที่เข้ามาทำงานในรัฐสภาแห่งนี้ มีการติดตาม ผลักดันจนมีการให้ติดตามเรื่องงบประมาณในเรื่องของประกันสังคมจากภาครัฐที่ติดค้างอยู่ เพิ่มขึ้นมา ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระบบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะเป็นตัวยึดโยงเหนี่ยวนำคัดค้าน ระบบประชาธิปไตยให้เกิดความเป็นธรรม เห็นได้อย่างเมื่อเรารวมตัวกันวันที่ ๑ พฤษภาคม วันแรงงานเรามีสิทธิที่จะเรียกร้องปีละ ๑ ครั้ง ที่มาชูป้ายนำเสนอปัญหาสะท้อนความเดือดร้อน ให้กับนายกรัฐมนตรีให้กับผู้บริหารประเทศ แต่โดนทหารยึดป้ายเก็บป้ายไม่ให้เรามีสิทธิ รวมตัวเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราโดนกดทับในช่วงของเผด็จการเข้ามาครอง ถามว่า ไม่เปิดโอกาสให้เราแสดงเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนพี่น้องผู้ใช้แรงงาน พี่น้อง นักศึกษาเองก็พยายามที่จะเข้ามาร่วมรณรงค์ให้ผู้บริหารประเทศได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกดทับ แม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์วิน (Win) แท็กซี่ อาชีพอิสระก็โดนคุกคามด้วยการบริหารจัดการ ในระบบประชาธิปไตยมีส่วนเอี่ยวในการที่จะเข้าไปหาผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ถามว่า พี่น้องผู้ใช้แรงงานในประเทศนี้ลองติดตามดู ระบบประชาธิปไตยที่เรามีพรรคการเมือง ถึงแม้พรรคการเมืองที่มีการหาเสียงไว้ในวันนี้ยังไม่ได้ประกาศหรือปฏิบัติตามการหาเสียง ก็ยังดีที่เรามีสิทธิในการติดตาม แต่ถามว่าในช่วงเผด็จการเราจะมีโอกาสเสนอได้อย่างไร นั่นอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่อยากจะเห็นก็คือเรื่องของพรรคการเมืองที่หาเสียงกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานไว้ ก็ควรปฏิบัติตาม เพราะตัวชี้วัดในคราวหน้าพี่น้องแรงงานโดยเฉพาะผมเป็นตัวแทนได้สื่อ ในสภาแห่งนี้แล้วว่าคนที่หาเสียงกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นในวันนี้ผมก็จะ พยายามสะท้อนและจะนำเสนอปัญหาที่มีการฝากมาให้กับผมได้นำเสนอในรัฐสภาแห่งนี้ ในเรื่องของแนวปฏิบัติ ๔ แนว ในเรื่องของการที่จะให้รัฐบาลนำเสนอนั่นก็คือ🔗
๑. การกระจายอำนาจลากถอนในเรื่องการบริหารจัดการชีวิตประชาชน เพื่อการตรวจสอบความเป็นเจ้าของประเทศนี้🔗
๒. สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเพื่อพี่น้องมีชีวิตที่ปลอดภัย มีความมั่นคง เพื่อให้ประชาธิปไตยมีความหมาย🔗
๓. การปกครองด้วยนิติรัฐ นิติธรรม ลบล้างในเรื่องของการรัฐประหาร ยกเลิก มาตรา ๔๔ คำสั่ง คสช. เพราะเป็นอนุสรณ์เผด็จการในชีวิตประจำวัน🔗
๔. ลดความแตกต่างระหว่างชนบท ชนเมือง กระจายอำนาจให้ไปสู่พี่น้อง ประชาชน เพราะทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นของพี่น้องที่มาจากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกมากระจุกตัวอยู่ในเมืองมาทำงานเพื่อที่จะหาเงิน ถามว่าถ้าเกิด เรามีการกระจายอำนาจ กระจายอุตสาหกรรมไปสู่พื้นภาคที่ผมได้กล่าวไปแล้ว พี่น้องประชาชน ได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัว ทำงานอยู่ใกล้บ้าน มีโอกาสที่จะสร้างในเรื่องของครอบครัวที่อบอุ่น มีเงินที่จะยังชีพ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบประชาธิปไตย ระบบการกระจายอำนาจ จะเป็นระบบที่ทำให้ประเทศนี้มีความมั่นคง มีความเจริญ ถามว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศ พี่น้องผู้ใช้แรงงานยังมีรายได้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีพเลี้ยงครอบครัว ใน ๑ วันที่การทำงาน ต้องทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง เพราะว่าในระบบสากลการทำงาน ๘ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมงแรก คือการทำงาน ๘ ชั่วโมงที่ ๒ คือการเรียนรู้พัฒนาตนเอง ๘ ชั่วโมงที่ ๓ คือการพักผ่อน ขออนุญาตต่ออีกสักนิดครับ คือการผักผ่อน แต่สภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่สามารถ ทำอย่างนั้นได้ เพราะในเรื่องของกระจายในเรื่องของอุตสาหกรรมไปสู่ท้องถิ่นไม่มี มารวมตัว กระจุกอยู่ในเมือง บ้านเช่า ข้าวซื้อ สิ่งเหล่านี้เป็นภาระ จึงต้องทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง สิ่งที่กดทับอยู่ และทำให้ในเรื่องการขยายการเจริญเติบโตของพี่น้องประชาชนลดน้อยลง นั่นก็คือการเกิด วันนี้เข้าสู่วัยชราภาพแล้วนะครับ ถ้าเกิดเราไม่ส่งเสริมให้วัยเจริญพันธุ์มีการ ขยายพันธุ์ประเทศนี้ต่อไปแล้วจะมีวัยทำงานมาจากไหน สิ่งเหล่านี้เป็นระบบ เป็นเกี่ยวเนื่อง ที่จะต้องมีการสร้าง โดยสรุปแล้วก็คือต้องฝากให้รัฐสภาแห่งนี้ช่วยผลักดันให้ประเทศนี้ มีรัฐสวัสดิการเพื่อเลี้ยงดูคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตาย ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป สมาชิกที่จะอภิปรายนะครับ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ พรรคภูมิใจไทยนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ สำหรับญัตตินี้เพื่อศึกษาป้องกันการทำรัฐประหาร ก็เป็นที่แน่ชัดนะครับว่าการทำรัฐประหาร ไม่เป็นที่ยอมรับกับนานาอารยะ และเมื่อทำรัฐประหารแล้วเกิดอะไรขึ้น หลายคนทราบดี แม้กระทั่งทีวี (TV) ที่เด็ก ๆ อยากจะดูการ์ตูน พวกเราอยากจะดูข่าวสารเนื้อหาสาระก็มีการ ยัดเยียด ถ้าดูในโซเชียล (Social) ก็จะเห็นเยอะเลยว่ามีภาพเด็ก ๆ เอาเท้าไปป้ายหน้าจอทีวี (TV) ท่านไม่รู้สึกอายบ้างหรือครับผู้ทำรัฐประหาร และวินัยของทหารก็บอกกันชัดนะครับ ลองไปเปิดดูสิครับ ห้ามกล่าวคำเท็จ แต่ก่อนรัฐประหารทุกคนบอกกันหมด ท่านผู้บัญชาการ ทหารบกเทียบเท่าตำแหน่งอธิบดีไม่ทำ ทำแล้วจะเกิดความเสียหายและต่างชาติไม่ยอมรับ แล้วประเทศชาติจะถอยหลัง สุดท้ายก็จมปลัก ดักดาน ล้าหลัง อายนานาอารยประเทศ ท่านกล่าวคำเท็จครับ ถ้าตั้งญัตตินี้จะมีการศึกษา จะได้เกิดการปรากฏในหนังสือในเอกสาร นอกจากคำอภิปรายของพวกผมว่าบรรดานายทหาร บรรดาข้าราชการมีคำโกหกอะไรบ้าง หรือตอแหลเรื่องอะไร หรือปลิ้นปล้อนเรื่องอะไร หลังรัฐประหารออกค่านิยม ๑๒ ประการ ให้ประชาชน หนึ่งในนั้นก็คือบอกให้พวกเราเคารพกฎหมาย แต่คนที่ออกค่านิยม ๑๒ ประการ ทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ตัวเองทำผิดเสียเอง ไม่มีหลักธรรมาภิบาลแล้วมีหน้า มาสอนคนอื่น รากฐานประชาธิปไตยครับ ไปดูที่ อบต. ไปดูที่เทศบาล ไปดูที่ อบจ. สิครับ เขามาจากการเลือกตั้ง เขาบริหาร เขาเคารพเสียงประชาชน ต่อให้มีข่าวเรื่องการโกง ต่อให้ มีข่าวเรื่องการทุจริตหรือมีการทุจริตคอร์รัปชันก็จะมีกลไกของกฎหมาย กลไกของภาครัฐ กลไกการตรวจสอบเข้าไปดำเนินการ ไม่เช่นนั้นผมยกตัวอย่างว่าถ้ามี อบต. หนึ่งมีข้อสงสัย ว่ามีการทุจริต อยู่ ๆ ผบ. พัน. ร. ๑๕ พัน. ๑ บ้านผมเสนอหน้าถือปืนไปปล้นอำนาจบอกว่า ฉันจะบริหาร อบต. เอง ท่านว่ามันเมกเซนส์ (Make sense) ไหมครับ มันทำได้ไหมครับ นี่เช่นเดียวกันในระดับประเทศ ผมคิดว่าอยากเชิญชวนให้ท่านประธานเข้าไปสอนกฎหมาย ในโรงเรียนทหาร โดยเฉพาะท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านเจ็บปวดที่สุดกับการบริหาร ประเทศ และท่านเป็นสมาชิกรัฐสภาท่านพูดเสมอว่าท่านเคารพระบบรัฐสภา ผมเชื่อว่า ท่านเจ็บปวดที่สุด เสียดายที่ท่านไม่ได้นั่งตรงนี้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมเชื่อว่าท่านฟังผม ผมอยากให้ท่านอาสาเข้าไปสอนกฎหมาย อาสาเข้าไปสอนความคิดในระบอบประชาธิปไตย ในโรงเรียนของทหาร เพราะ ๕๐ ปีที่ท่านเคยบอกผมว่าท่านเคยอยู่ในสภาแห่งนี้มาท่านน่าจะเจ็บปวดที่สุด แต่อย่าลืม ก่อนทำรัฐประหารจะมีการบอยคอต (Boycott) การเลือกตั้งของพรรคการเมืองหนึ่งเสมอไป ดูประวัติศาสตร์ได้เลย ผมเชื่อว่าถ้าหลายพรรคการเมืองที่ลุกขึ้นอภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่า นักการเมืองจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง แล้วจะต้องเคารพความเป็นประชาธิปไตย ไหนละครับ ที่ท่านทำที่ผ่านมาท่านบอยคอต (Boycott) การเลือกตั้ง ท่านสร้างประเด็นท่านร่วมมือกัน เกิดอะไรขึ้นก็ไม่อยากจะเอ่ยถึง แต่ว่าสื่อโซเชียล (Social) ทุกวันนี้ตามกันทันหมดละครับ ปี ๒๕๓๕ มีการเสียชีวิตมีการเสียเลือดเนื้อบอกว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันเห็นอะไร ผมอยากให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านลองทบทวน โดยเฉพาะคน ที่ผ่านเหตุการณ์พฤษภา ๓๕ ที่ผ่านมาเมื่อปฏิวัติ ปี ๒๕๕๗ มีกฎหมายออกมา ๔๐๐ กว่าฉบับ โดย คสช. แล้วดูสิครับกฎหมายและ พ.ร.บ. แร่ พ.ร.บ. บริหารจัดการน้ำ สารพัดกฎหมาย ที่เกิดปัญหาทุกวันนี้ และกลายเป็นขี้ให้พวกเราจะต้องตามแก้ ตามแก้ปัญหาของประเทศนี้ ขอชาร์ต (Chart) นิดหนึ่งครับ ผมมีแผ่นภาพ ๒ ภาพครับ🔗
ดูข้ออ้างของเขาสิครับ มีความขัดแย้งความคิดทางการเมืองอย่างรุนแรง นี่เอามาจากทหารเลยนะครับ ท่านไม่เคย เรียนกฎหมาย ท่านไม่เคยเรียนรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยหรือครับ เขาไม่สอนหรือครับว่า เมื่อมีเหตุการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงเขาให้ประชาชนเป็นคนตัดสินผ่านการเลือกตั้ง นั่นคือวิธีคิดแบบสันติวิธีที่สุด ไม่ใช่เอาวิธีคิดลากปืนมา อายพวก อบต. อายท้องถิ่นเขาสิครับ ท่านเก่งมาจากไหนมาบริหารประเทศ แล้วท่านก็มีข้ออ้างเยอะแยะดูในชาร์ต (Chart) สิครับ ระบบการเลือกตั้งถูกต่อต้านอย่างกว้างขวาง ใครละครับที่ออกไปต่อต้าน และใครละครับ ไม่เคารพสิทธิการเลือกตั้งของคนอื่น ขอความอายจงเกิดกับเขาด้วย ดูสิครับอ้างปัญหา การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นคดีความอยู่ในชั้นศาลก็ทำไปสิครับข้อกฎหมายมี ผมอยากเรียกร้อง ไปยังบรรดาตุลาการทั้งหลายด้วยครับ สุภาษิตกฎหมายผมอยากให้เปลี่ยน เมื่อเสียงปืน ดังขึ้นนักกฎหมายต้องลุกขึ้นสู้ครับ ท่านอายไหมครับที่ทำให้บ้านเมือง ท่านเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้บ้านเมืองเราจมปลักดักดานล้าหลังมาทุกวันนี้ สุภาษิตกฎหมายจะต้องเปลี่ยนแปลง ผมรณรงค์นะครับบรรดาตุลาการทั้งหลาย เพราะท่านเป็นคนสอนเป็นคนบอกพวกเราเองว่า จะต้องใช้สิทธิทางศาล แต่ไม่น่าเชื่อครับ ตุลาการบางคนเป็นอดีตอาจารย์ผมไม่เคารพสิทธิ ทางศาลกับสนับสนุนรัฐประหารด้วย เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าอายไม่น่าเกิดขึ้นครับ สุดท้าย พรุ่งนี้ก็จะมีการลงมติ ๕๐ ปีของท่านประธานชวน หลีกภัย ที่เจ็บปวดกับการรัฐประหาร แต่ท่านเคารพระบบรัฐสภา ผมอยากให้ท่านประธานชวน หลีกภัย ลงมานั่งโหวตเห็นด้วยกับ การศึกษาญัตติป้องกันการรัฐประหารครั้งนี้ ผมอยากให้ท่านประธานปัจจุบันนั่งเป็นรอง พรุ่งนี้ในช่วงที่มีการกดโหวต และผมเชื่อว่าท่านจะเรียกศรัทธาความเป็นนักประชาธิปไตย ที่ท่านกล่าวอ้างเสมอในพรรคของท่านกลับคืนมาได้แน่นอน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านณัฏฐ์ชนนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาครับ แนวทาง ศึกษาป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคต รายละเอียดผมจะเล่าให้ฟังครับ วันนี้สิ่งที่ ผมต้องลุกขึ้นมาอภิปรายมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ ผมมีโอกาสต้อนรับเยาวชนจากจังหวัดยะลา และประชาชนจากอำเภอจะนะ สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดคือเล่าเรื่องประชาธิปไตย สิ่งที่ผมภูมิใจ มากที่สุดก็คือรัฐสภาแห่งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธานสภาในการต้อนรับคณะเหมือนกับผม ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นที่นี้ก็คือการใช้รัฐสภาสัปปายะสภาสถานแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่คนไทยภูมิใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราถือว่า ที่นี่ผมไม่อยากให้คณะรัฐประหารใช้ห้องประชุมแห่งนี้ออกกฎหมายที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ในอนาคต ท่านประธานครับ เพื่อให้เข้าใจง่ายวันนี้เราใช้ ๒ คำก็คือปฏิวัติกับรัฐประหาร ปฏิวัติเกิดขึ้น ครั้งเดียวในประเทศไทยปี ๒๔๗๕ ก็คือการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองและเปลี่ยนแปลง ผู้บริหาร ทีนี้เรามาดูการรัฐประหารครับ การรัฐประหารคือการยึดอำนาจโดยใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญใช้รัฐธรรมนูญปัจจุบันหรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เราจะใช้พ่วง ๒ คำปฏิวัติ รัฐประหาร แต่สิ่งที่ถูกต้องก็คือรัฐประหารตามญัตติตัวนี้ ท่านประธานครับ การทำรัฐประหาร ถ้าไม่สำเร็จก็จะเป็นกบฏ มีโทษติดคุกและมีโทษทางอาญา นี่ก็คือโทษทางกฎหมาย วันนี้ ประเทศไทยมีการรัฐประหารตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ ถึงปี ๒๕๕๗ มีทั้งหมด ๘๑ ปี เฉลี่ยแล้ว ๖ ปี ครั้งหนึ่งจะมีการรัฐประหาร สิ่งที่ผมจะนำเรียนในวันนี้คือการรัฐประหารมีผลกับ ๓ เสาหลัก เสาหลักที่ ๑ ก็คือฝ่ายบริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีโดนฆ่าทางการเมือง คณะรัฐมนตรีโดนฆ่า ทางการเมืองโดนยึดอำนาจ เสาหลักที่ ๒ ฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานคนแรกเลยโดนฆ่า ทางการเมือง เมื่อมีการรัฐประหารพวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็โดนฆ่าทางการเมือง พ่วงไปยังวุฒิสมาชิก ท่านจะเห็นว่าวันนี้เป็นการล้มล้างระบบ ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อีกเสาหลักหนึ่งก็คือฝ่ายตุลาการยังคงเดิม สิ่งที่พวกเราได้รับผลกระทบถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการทำลายระบอบและเป็นการทำลายอนาคต ข้อที่ ๔ ผลพ่วงจากการรัฐประหารก็คือ การฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ทำไมประเทศนี้มีการฉีกกันง่าย ฉีกกันครั้งแล้วฉีกกันครั้งเล่า มีการร่างขึ้นมาใหม่ มีทั้งผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น วันนี้เราเรียกร้อง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะอะไรครับ เพราะการร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เน้นเป้าหมายสูงสุด ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วิธีในการป้องกันรัฐประหารผมสรุปได้ ๖ ข้อ🔗
ข้อที่ ๑ ให้กลุ่มที่มีศักยภาพในการรัฐประหารเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ใครครับที่มีศักยภาพ ทหารครับ คุณต้องรู้บทบาท ต้องรู้หน้าที่ว่ารั้วของชาติหน้าที่ของทหาร ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายคุณต้องไปทำอะไร🔗
ข้อที่ ๒ รัฐบาลบริหารประเทศให้มีธรรมาภิบาลนะครับ นี่ก็คือเป็นหน้าที่ ของคณะรัฐมนตรีโดยการนำของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศให้เกิดคำว่า ธรรมาภิบาล🔗
ข้อที่ ๓ ในการรัฐประหารทุกครั้งนะครับ สิ่งที่คณะรัฐประหารนำมาอ้างก็คือ การทุจริต🔗
ข้อที่ ๔ ลดความขัดแย้งแตกแยกทางเศรษฐกิจสังคมและการเมือง🔗
ข้อที่ ๕ หมายถึงพวกเราฝ่ายนิติบัญญัติต้องรู้จักบทบาทหน้าที่สร้างความศรัทธา ให้กับประชาชนนะครับ และทุกสิ่งทุกอย่างให้จบในสภาอย่าออกไปข้างถนนสภาแห่งนี้จะเสื่อม หรือไม่เสื่อมครับ อยู่ที่พวกเรา🔗
ข้อที่ ๖ ข้อนี้สำคัญมาก วันนี้เราขาดอะไร ขาดสปิริต (Spirit) สปิริต (Spirit) ทางการเมืองต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้จักอดทน และรู้จักรอคอย วันนี้ถ้านักการเมืองรู้จัก สปิริต (Spirit) เหล่านี้ รู้จักรอคอย ผมคิดว่าเหตุการณ์การรัฐประหารคงไม่เกิดขึ้น ท่านประธาน สภาที่เคารพครับ เรื่องการป้องกันรัฐประหารนะครับ ถ้าเราป้องกันรัฐประหารได้จะเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงาน ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถออกกฎหมาย และแก้กฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนและเป็นกฎหมายที่ทันสมัย องค์กรยุติธรรมและองค์กรอิสระ ทางกฎหมายมีอิสระในการผดุงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชน ท่านประธานปราการเหล็ก ปราการที่ป้องกันการรัฐประหารที่ดีที่สุดคืออะไรครับ ประชาชนครับ ดังนั้นทั้ง ๓ ฝ่าย ไม่ว่า จะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง และเสื่อมศรัทธา เพราะนี่คือต้นตอของการทำรัฐประหารจริง ๆ ขอบคุณมากครับ🔗
มีท่านสมาชิก อภิปรายทั้งหมด ๑๐ ท่านแล้วนะครับ เหลืออีก ๓ ท่าน คือท่านกัญจน์พงศ์ ท่านเบญจา และท่านสุทัศน์ เชิญท่านกัญจน์พงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมอยากจะมาแสดงเหตุผลแล้วก็เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ไปร่วมกันกับเพื่อน ๆ สมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ทุกท่านครับว่าทำไมผมถึงเห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาแนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการ รัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต เริ่มกันที่พื้นฐานก่อนเลยครับ คำว่า รัฐประหาร เป็นการผสมกัน ระหว่าง ๒ คำ คือรัฐกับคำว่าประหาร รัฐประกอบด้วย ข้อ ๑ ประชากร ข้อ ๒ คือเขตแดน ข้อ ๓ คือรัฐบาลและมีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง ส่วนคำว่า ประหาร ถ้าเป็นคำนาม หมายความว่า การฆ่า การผลาญ ถ้าเป็นคำกริยาหมายความว่า ทำให้ตาย เมื่อนำ ๒ คำนี้ มารวมกัน หมายความว่า การทำให้รัฐตาย สิ่งทั้ง ๓ อย่างที่อยู่ในองค์ประกอบของรัฐก็คือ จะตายไปด้วย ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงใช้คำนี้ในตอนเริ่มต้น แต่ผมคิดว่ามันเป็นคำที่มีความหมาย ในเชิงลบในตัวเองอยู่แล้ว คำว่า ประหาร ไม่ว่าจะอยู่ในคำด้วยอะไรก็จะเป็นเชิงลบทั้งหมด จากนั้นผมอยากจะเล่าให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านฟังว่ารัฐประหารของประเทศไทยอาจจะ น่าเบื่อนิดหนึ่งแต่จำเป็นต้องเล่า เพราะจะได้เกิดกระบวนการเรียนรู้กัน เราเกิดรัฐประหาร ครั้งแรก วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๖ ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๗๖ ครั้งที่ ๓ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ เมษายน ๒๔๙๑ ครั้งที่ ๕ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ ครั้งที่ ๖ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ ครั้งที่ ๗ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ ครั้งที่ ๘ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ครั้งที่ ๙ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐ ครั้งที่ ๑๑ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ ครั้งที่ ๑๒ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ครั้งที่ ๑๓ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทำไมผมถึงต้องไล่เหตุการณ์มาทั้งหมด เพราะว่า จริง ๆ มันคือไทม์ไลน์ (Timeline) ของชีวิตคน ตัวผมเองเกิดปี ๒๕๒๐ ระหว่างที่ผมอายุ ประมาณ ๖ เดือน เกิดรัฐประหารครั้งแรกในชีวิตผมแล้ว จากนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ผมอายุ ๔๒ ปี ผมผ่านการรัฐประหารมาแล้วทั้งหมด ๔ ครั้ง ผมรู้สึกว่าเบื่อหน่าย ผมรู้เลยว่าตัวนี้ ไม่ใช่กระบวนการที่เหมาะสมกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตย แต่ท่านประธานรู้ไหมครับ ผมอยากยกตัวอย่างของบุคคลที่ผมเคารพรัก ๒ ท่าน ท่านแรก คือท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ ท่านเกิดเมื่อปี ๒๕๐๑ ตลอดชีวิตท่านผ่านการรัฐประหารมาแล้ว ๗ ครั้ง และอีกท่านหนึ่ง ด้วยความเคารพท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านเกิดเมื่อปี ๒๔๘๑ ผ่านการรัฐประหารมาแล้ว ๑๑ ครั้ง ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าขนาดผมซึ่งผ่านการรัฐประหารมาแค่ ๔ ครั้ง ผมยังแทบจะ ทนไม่ได้กับการที่มีอำนาจนอกระบบมาจัดการกับอำนาจสูงสุดของประเทศของเราอย่างนี้ คนจำนวนมากในห้องนี้ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ผ่านการรัฐประหารมาไม่มากก็น้อย ดังนั้น สภาผู้แทนราษฎรของเรามีขึ้นมาเกิดจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนที่เขามอบอำนาจ มาให้เราที่จะใช้อำนาจแทนเขา แต่ปรากฏคำว่า วงจรอุบาทว์ ที่เราได้ยินกันทุกคนที่มีการ พูดถึงการรัฐประหาร มีการรัฐประหารเข้ามาแทรกแซงอยู่ในกระบวนการประชาธิปไตย ทำให้อะไรครับ ทำให้การพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทยไม่มีการต่อเนื่อง เหมือนกับโดนตัดตอนอยู่ตลอดเวลา มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไรครับ ผมวิงวอน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนช่วยกันผลักดัน ในการที่จะไม่ให้เกิดรัฐประหารอีกในอนาคต สิ่งที่เราขาดหายไปคืออะไรครับ ที่ผมมาเล่าว่า รัฐประหารมีกี่ครั้ง เกิดเมื่อวันที่เท่าไร เดือนอะไร ปีอะไร เพื่อจะให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และการถอดบทเรียน ถ้าเรามีกระบวนการการเรียนรู้และการถอดบทเรียนผมว่ามันจบตั้งแต่ ครั้งที่ ๑ ไปแล้วครับท่านประธาน ทุกวันนี้ผ่านมาถึง ๑๓ ครั้ง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มต้นในกระบวนการที่จะถอดบทเรียนโดยสภาผู้แทนราษฎร ของเรานี่ละครับ จะต้องเป็นผู้ให้ยาเข็มแรกต่อโรคร้ายที่เราเรียกว่าการรัฐประหาร เพื่อให้ การพัฒนาประชาธิปไตยเป็นไปอย่างมีระบบแล้วต่อเนื่อง นั่นคือสิ่งที่ผมยกเหตุผลมาในการ ที่จะเห็นด้วยกับการให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันการรัฐประหาร ในอนาคต และผมหวังว่าการรัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จะเป็นการรัฐประหาร ครั้งสุดท้ายของสังคมไทยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ครับต่อไปท่านเบญจาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางสาวเบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันและคณะเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อที่จะศึกษาพิจารณาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานคะ ตั้งแต่เด็กจนโตในสถาบันศึกษาสอนแล้วปลูกฝังพวกเราว่าประเทศไทย ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบที่พลเมืองเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยใช่ไหม เป็นการปกครองของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น เรากับตกอยู่ภายใต้ของรัฐบาลที่มาจากทหารโดยการรัฐประหาร แล้วกับมีสมาชิกในที่นี้ บางส่วนเห็นด้วยกับการที่ให้ทหารมีอำนาจเหนือประชาชน ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าเราไม่มี หลักประกันอะไรเลยที่จะไม่เกิดรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคตไม่มีหลักประกันอะไรเลยที่จะ บอกว่าการรัฐประหารในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาจะเป็นครั้งสุดท้าย จริง ๆ แล้ว ดิฉันก็อาจจะกล่าวได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีการรัฐประหารเกิดขึ้นด้วยอีกครั้ง เพราะว่าขณะนี้ เรามีตัวแทนของนายทหาร นายพลเหล่าทัพเข้ามานั่งเป็น ส.ว. แล้วก็มีอำนาจอยู่ในองค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ มีสภาแต่งตั้งที่มาจากทหารนั่งอยู่เต็มสภา ซึ่งเราน่าจะเรียกรัฐเหล่านี้ว่า รัฐทหารไปแล้วนะคะ หรือเราอาจจะเรียกว่ารัฐบาลทหารเกณฑ์ เพราะว่ามีการเกณฑ์ทหาร เข้ามานั่งอยู่ในสภาเยอะแยะมากมาย ขณะนี้เรามียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่มาจากการออกแบบ ของรัฐทหาร เรามีรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐทหารผ่านการเห็นชอบจากกองทัพ เรามีโอกาส เกิดรัฐประหารได้เสมอตราบใดที่กองทัพในฐานะผู้ถืออาวุธ และศาลในฐานะผู้ที่ถือกฎหมาย ยังไม่ได้รับการปฏิรูปอย่างจริงจัง และเวลานี้เวลาที่เราจะคุยกันเรื่องการปฏิรูปกองทัพ เราต้อง ไม่คุยกันแค่ในมิติที่ว่าการย้ายออกจากบ้านพักทหารหลังเกษียณ หรือการส่งคืนที่ดินทหาร คืนให้กับกองคลัง แต่เราต้องพูดถึงเรื่องธุรกิจภายในกองทัพด้วย ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากโรงแรม สนามกอล์ฟ รายได้จากสนามมวย สนามม้าปั๊มน้ำมัน ร้านค้า แล้วกิจการสโมสร หรือรีสอร์ต (Resort) ต่าง ๆ ที่เราคงต้องพูดว่าทหารมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในทุกธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น และอาจจะมากกว่านี้ ธุรกิจเหล่านี้เราไม่เคยตรวจสอบได้เลย ทหารไม่เคยเข้าสู่กระบวนการ ตรวจสอบเหล่านั้นได้เลยค่ะที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยสรุปบทเรียนในทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร เพราะเราจะเห็นหลังจากนั้นทั้งนายพลแล้วนายทหารต่าง ๆ ในกองทัพก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น อย่างมากมาย ตัวอย่างการรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาเรามีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ๘๑ คน ที่นั่งอยู่สภาแล้วพบว่าหลังจากได้หมดสิ้นอายุ เราพบว่ามีทรัพย์สินเฉลี่ย ท่านละเกือบ ๘๐ ล้านบาทต่อคน ท่านประธานคะนี่เราเห็นอะไรคะ เราเห็นการทำธุรกิจในกองทัพ และเราเห็นการรัฐประหาร ทุกครั้งในกองทัพมีทรัพย์สินที่เพิ่มมากขึ้น ทุกครั้งที่เราจะตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรคะ ค่ายทหารห้ามเข้า นี่คือสิ่งที่ติดป้ายไว้ด้านหน้าและเราไม่เคยสามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบ ภายในกองทัพได้เลย นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของประวัติศาสตร์ เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้วที่เรา ไม่มีโอกาสไหนที่จะเหมาะสมเท่ากับโอกาสตอนนี้อีกแล้วนะคะ ที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาและพิจารณาเรื่องนี้ ดิฉันขอเชิญชวนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในที่นี้ ให้เห็นประโยชน์ของประชาชนมากกว่าที่จะเห็นผลประโยชน์ของเหล่าทหารเพื่อให้ สมาชิกทุกท่านในที่แห่งนี้ และสมาชิกที่ประชาชนเลือกมาได้เห็นว่าท่านควรที่จะต้องทำ เพื่อพวกเขา สถาปนาเกียรติและศักดิ์ศรีของท่านในสภาแห่งนี้ ดิฉันจะจดจำว่าท่านใดโหวต ในการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการตั้งญัตติพิจารณาศึกษาเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาในเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ก็อยากจะฝาก สมาชิกทุกท่านในที่แห่งนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญครับ ท่านสุทัศน์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เสียดาย ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านคงไม่ได้นั่งอยู่ข้างบน ไม่ทราบว่าท่านได้ฟังอยู่หรือไม่ ผมรู้จัก ท่านประธานชวน หลีกภัย เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เป็นวันที่ท่านประกาศต่อต้าน รัฐประหารในการเล่นงิ้วการเมืองในสมัยนั้นโด่งดังมากครับ ในสมัยนั้นท่านจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นสภามหาวิทยาลัย ในปี ๒๕๑๒ ท่านอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ และเปิดโปงการทุจริตจนได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ความหวังของพวกเรา ถึงเวลานี้ท่านมานั่งเป็นประธานรัฐสภานอกจากจะหวังให้ท่านต่อต้านการรัฐประหารแล้ว ยังหวังที่จะให้ท่านพากันสู้กับรัฐประหาร หากมีรัฐประหารเกิดขึ้นในอนาคตพวกเราอยู่ที่นี่ ผมเชื่อว่าทุกท่านไม่เห็นชอบด้วยในรัฐประหาร ทำอย่างไรเราจึงจะพากันลุกสู้ ทำอย่างไร ท่านประธานชวนจึงจะมาออกหนังสือเชิญพวกเรามาประชุมเพื่อเป็นการต่อสู้กับรัฐประหาร ไม่ใช่แค่การต่อต้าน ท่านประธานผมเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมดที่นี่ไม่มีใครเห็นด้วยกับการรัฐประหาร ไม่มีใครเห็นด้วยกับการเผด็จการ การพัฒนาการเมืองของไทยนั้นเป็นลักษณะวงจรอุบาทว์ กล่าวคือหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญก็มีการเคลื่อนไหวของประชาชนของพรรคการเมือง มีการเลือกตั้ง มีรัฐสภา จากนั้นก็มักจะมีวิกฤติทางการเมืองก่อให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร และมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รูปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าหากเราออกกฎหมายมา ออกรัฐธรรมนูญมา บอกว่าใครทำรัฐประหารนั้นก็จะต้องมีโทษ ผมเชื่อว่าเขาก็คงไม่กลัว เขาคงจะฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง มีคำพิพากษาฎีกา ที่ ๑๑๕๓-๑๑๕๔/๒๔๙๕ และ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ ซึ่งนักกฎหมายหลายคนมีความหวังหรือความเชื่อว่าหากมีคดีเกี่ยวกับการฟ้องผู้ทำรัฐประหาร ขึ้นไปสู่ศาลฎีกา ท่านผู้พิพากษารุ่นใหม่อาจจะกลับคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวให้ถือว่า การดำเนินการทำรัฐประหารนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแล้วก็ลงโทษไม่ใช่ได้รัฏฐาธิปัตย์เหมือน แนวคำพิพากษาดังกล่าว นั่นก็คือความหวังซึ่งไม่รู้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารนั้นผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งก็คือเราจะต้องดูสาเหตุเหมือนกัน ที่ผ่านมาหลายครั้งการรัฐประหารมักจะเกิดขึ้นเพราะ ๑. การแย่งอำนาจกันในระหว่างกลุ่ม ผู้มีอำนาจ ขณะเดียวกันเมื่อมีการแย่งอำนาจแล้วบางครั้งฝ่ายการเมืองของเราก็เป็นเหยื่อให้ ตกเป็นจำเลย ถูกกล่าวหา แล้วก็กล่าวหาแล้วก็อ้างเหตุปฏิวัติ ท่านประธานครับ ปี ๒๔๙๐ ท่านจอมพล ผิน ชุณหะวัณ ได้ทำการรัฐประหาร ท่านควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ไม่ได้มีความบกพร่องอะไรเลยก็ยังทำรัฐประหารได้ เป็นการแย่งอำนาจกัน คณะก่อการหลัง ปี ๒๔๗๕ ก็มีการแย่งอำนาจกันโดยท่านจอมพล ป แยกตัวออกมา เมื่อท่าน จอมพล ป ได้อำนาจก็มีการคุมมือซ้าย มือขวา ซึ่งเป็นขุนพลของท่าน ไม่ได้ก็เกิดการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๐๐ ท่านจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ถึงแก่อสัญกรรมในขณะที่ อยู่ในตำแหน่ง ผลของการอยู่ในตำแหน่งของท่านก็ทำให้เกิดการยึดทรัพย์ ท่านจอมพล ถนอม ก็ทำให้เกิดการยึดทรัพย์ ส่วนหนึ่งก็มักจะมาอ้างฝ่ายการเมือง แต่ฝ่ายการเมืองของเราบางครั้ง ก็มีส่วนเหมือนกัน เช่นในการปฏิวัติตนเองของท่านจอมพล ถนอม ในขณะนั้นเมื่อปี ๒๕๑๔ ก็มีการกล่าวอ้างว่า ส.ส. มีการยุ่งกับการจัดสรรงบประมาณกับการพิจารณางบประมาณแล้วก็ ปฏิวัติตนเอง ส่วนหนึ่งในการใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็มีการกล่าวอ้างว่าฝ่ายการเมืองนั้น ใช้อำนาจในทางการเมืองแทรกแซงองค์กรอิสระ ทุจริตมีการลงโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการลงโทษข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และรัฐมนตรีหลายท่าน เพราะฉะนั้นในส่วนที่ฝ่ายการเมือง ก็ต้องพึงระวังเหมือนกัน อย่าให้เขามาเป็นข้ออ้างในการที่จะทำปฏิวัติรัฐประหาร แน่นอนที่สุด ถ้าหากพี่น้องประชาชนหรือฝ่ายการเมืองของเรามีความสำนึกว่าจะต้องลุกขึ้นต่อสู้ ผมเชื่อว่า ไม่มีใครกล้าที่จะทำการปฏิวัติ ซึ่งการที่จะมีสำนึกขึ้นต่อสู้นั้นเราจะต้องมีความสำนึก ในวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ วัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยคือจะต้อง มีความศรัทธาในมนุษย์ว่าสามารถที่จะใช้เหตุ ใช้ผล ในการชี้แจงข้อสงสัย เชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐาน มีจิตใจที่เป็นนักกีฬา เคารพในหลักยุติธรรม ซึ่งถ้าหากให้การศึกษาเช่นนี้ปลูกฝังเยาวชน ปลูกฝังประชาชนเช่นนี้ ประชาชนคงไม่ยอม หากมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้น ท่านประธานในญัตติของท่านอาจารย์ปิยบุตรนี้ ผมเห็นด้วย ในส่วนที่ให้สภาศึกษาโดยกรณีป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต แต่ขณะเดียวกัน ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมศึกษาดูแล้วว่าถ้าหากมีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วแทนที่จะรวดเร็วกลับล่าช้า ผมเห็นการทำงานของท่านอาจารย์ ปิยบุตรในการพิจารณาศึกษากรณีผลกระทบจากประกาศคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งส่งเข้าไปศึกษาในคณะกรรมาธิการสามัญ คือคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนใช้เวลาเพียง ๒ เดือนเสร็จสิ้นแล้วส่งรายงานเข้าสภา ซึ่งคาดว่าจะเข้าสภา ในสัปดาห์หน้าและผมเห็นด้วยถ้าจะให้ส่งประเด็นนี้ไปให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน หรือคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง โดยไม่ใช่สภาส่งไป โดยสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการคณะดังกล่าวนั้นยกเรื่องขึ้นมาปรึกษาหารือแนวทางเดียวกัน กับญัตติดังกล่าวนี้ก็จะทำให้รวดเร็วมากกว่าที่จะมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิก ได้อภิปรายกันครบทั้ง ๑๓ ท่าน ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดจะอภิปรายเพิ่มก็ถือว่าเป็นการยุติ การอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติได้สิทธิในการอภิปรายสรุปได้อีก ๑ ครั้ง ก่อนจะลงมติ ซึ่งที่ประชุมเราได้ตกลงกันไว้ว่าเราจะลงมติในวันพรุ่งนี้หลังจากเปิดประชุม เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา จะมีข้อปรึกษาหารือ ต่อจากข้อปรึกษาหารือเราก็จะลงมติกันเลย เพราะฉะนั้นอยากจะถามอาจารย์ปิยบุตรว่าท่านจะสรุปพรุ่งนี้ก่อนลงมติไหม ท่านจุลพันธ์ ก่อนเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ จากการที่วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้หารือกัน ท่านอาจารย์ปิยบุตรได้แสดงความจำนงที่จะอภิปรายสรุปในเช้าวันพรุ่งนี้ก่อนการลงมติครับ วันนี้ก็ประชุมมาเป็นเวลาพอสมควร ผมว่าท่านประธานอาจจะพิจารณาในการปิดการประชุมได้🔗
ยินดีครับ ให้อภิปรายสรุปก่อนลงมติหลังจากปรึกษาหารือ เพราะพรุ่งนี้เปิดประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วก็มีการปรึกษาหารือ หลังจากนั้นเราจะลงมติ อาจารย์ปิยบุตรจะเป็นผู้สรุปอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ประชุมกันพอสมควรแล้วครับ กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ขอปิดประชุมครับ🔗