unknown · · 242 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๒๕ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนะครับ ยังไม่เปิด🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าการประชุมสภา ท่านประธานได้สั่งเปิดประชุม เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แต่ไม่ทราบว่าทําไมสมาชิกไม่ได้อ่านภาษาไทยหรืออย่างไร หรือไม่ได้อ่าน การเรียกประชุมไม่มาห้องประชุมตามเวลา นอกจากนี้แล้วยังมีการ เรียกประชุมกรรมาธิการ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม กระผมอยากขอว่า ถ้าไม่จําเป็นอย่าประชุมกรรมาธิการในวันที่มีประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือถ้าหาก จําเป็นต้องมีก็ควรจะเป็นเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา นี่คือข้อเสนอของกระผม กราบเรียน ท่านประธานสภาเพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ ท่านสมาชิกที่มาตามเวลานะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขออนุญาต ให้สมาชิกปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ของระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ นะครับ ผมขออนุญาตประกาศรายชื่อท่านสมาชิกล่าสุดที่ปรับปรุงมา ๓๐ ท่าน ดังต่อไปนี้ เพื่อจะได้เตรียมตัวนะครับ นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี นายจักรัตน์ พั้วช่วย นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายสุรทิน พิจารณ์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นายเทพไท เสนพงศ์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายจีรเดช ศรีวิราช นางสาวชนก จันทาทอง นางสาวศรีนวล บุญลือ นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายมณฑล โพธิ์คาย นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นายขวัญเลิศ พานิชมาท นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา นางสาวจิราพร สินธุไพร นางสาวรังสิมา รอดรัศมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสมพงษ์ โสภณ นายนิคม บุญวิเศษ นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ขอพวกเราได้ตรงเวลา ๒ นาทีนะครับ ใครที่เขียนมา อ่านแล้วอ่านไม่จบใน ๒ นาที จบแล้วก็ส่งเอกสารมานะครับ ผมดําเนินการให้ตามที่ ท่านต้องการ ต่อไปขอเชิญนางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องนํามาปรึกษาหารือท่านประธาน ทั้งหมด ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการร้องขอก่อสร้างหอประชุมใหม่ของอําเภอวารินชําราบ ดิฉันได้รับการร้องขอมาจากท่านประธานชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ของอําเภอวารินชําราบ คือท่านกํานันสมชาย ประถาวร ท่านได้ขอเรื่องการก่อสร้างหอประชุมอําเภอหลังใหม่ แทนหลังเก่าที่ชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากได้มีการก่อสร้างหอประชุมหลังเก่า มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๐ ซึ่งได้ใช้งานมาทั้งหมด ๔๓ ปี ระยะเวลาผ่านไปอําเภอวารินชําราบ เป็นอําเภอที่เจริญรวดเร็วมาก และรองรับการขยายตัวของผู้มาใช้บริการ ทําให้การประชุม กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือการใช้งานนั้นไม่พอเพียงสําหรับจํานวนประชาชนที่มาใช้บริการ ดังนั้นดิฉันจึงปรึกษาหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามาดูแล และได้โปรดจัดสรรงบประมาณเพื่อได้รับการก่อสร้าง หอประชุมหลังใหม่ของอําเภอวารินชําราบ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอไฟฟ้าส่องสว่างถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๑๓ เส้นทางนาส่วง-นาเยีย อําเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากประชาชนและบุคลากร ทางการแพทย์ของอําเภอนาเยียที่ได้ใช้บริการตรงนี้อยากได้ไฟฟ้าส่องสว่างในถนนเส้นนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจักรัตน์ พั้วช่วย ไม่อยู่นะครับ ขออนุญาตไปคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เรื่องแรกก็คือ บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ขอเป็นลูกจ้างประจํา อีกตําแหน่งหนึ่งก็คือ นักจัดการทั่วไป ขอเป็นชํานาญการพิเศษ บุคลากรเหล่านี้เป็นบุคลากรที่สังกัดกระทรวง สาธารณสุข ทํางานอยู่กระทรวงสาธารณสุขประมาณ ๔๐ ปี แต่ว่าต้องต่อสัญญาทุกปี ๆ เพราะมติคณะรัฐมนตรี จากลูกจ้างประจํามาเป็นลูกจ้างชั่วคราว ไม่มีความมั่นคงต่อชีวิต อยากจะขอเป็นลูกจ้างประจําด้วย แค่ลูกจ้างประจําเท่านั้น โควิด-๑๙ (COVID-19) บุคลากร เหล่านี้ก็เป็นแนวหน้าในการที่จะอยู่ใกล้คนป่วย ถ้ามีการเจ็บป่วยติดต่อบุคลากร ทางการแพทย์เหล่านี้ติดต่อก่อนเพื่อนเลย เพราะฉะนั้นจึงขอเป็นลูกจ้างประจํา ฝากไปที่ กระทรวงสาธารณสุข และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือปัญหาน้ําเค็ม ปัญหาน้ําเค็มบ้านโนนตาเถร หมู่ที่ ๑๐ ตําบลหนองเม็ก อําเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น แต่ก่อนน้ําก็ไม่เค็มพอมาแล้งปีนี้ น้ํากลายเป็นน้ําเค็ม ดื่มก็ไม่ได้ ไปทําอย่างอื่นก็ไม่ได้ ทั้งอุปโภคบริโภคไม่ได้เลย ร้อยโท ทนงชิต บุญทน เป็นคนร้องเรียนมา อยากจะฝากไปที่กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย และกรมทรัพยากรน้ําบาดาลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมตตาเข้ามาดูแลด้วย ฝากท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมจะหารือท่านประธาน เนื่องจากว่าขณะนี้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจังหวัดศรีสะเกษหรือจังหวัดข้างเคียง ขณะนี้ ฤดูฝนกําลังย่างเข้ามาแล้ว ถนนรอยต่อเชื่อมระหว่างตําบลกับตําบล อําเภอกับอําเภอ ซึ่งอยู่ ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นขณะนี้ได้ชํารุดเสียหาย ได้หารือ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลายครั้งและหลายสมัย แต่ผลปรากฏว่าก็มีแต่หินคลุก หินลูกรัง อยู่เป็นประจํา เพราะฉะนั้นจึงขอหารือท่านประธานว่าทําอย่างไรจึงจะดําเนินการปัญหา เรื่องการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยการทําเป็นถนนคอนกรีต หรือถนนลาดยาง🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับภัยแล้ง เนื่องจากว่าได้หารือเมื่องบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าย่างเข้าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ งบประมาณก็สูงขึ้น ๆ แต่ผลปรากฏว่าสิ่งที่ผู้แทนราษฎรได้หารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นั้นกลับไม่ได้รับ การเหลียวแลและดูแลแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสนี้นําเรียนท่านประธานเพื่อบอกกล่าว ไปยังกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นกระทรวงหลัก แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้โปรดเร่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือการหารือของผู้แทนราษฎรนั้นผลปรากฏว่าเป็นการ ตอบกลับไปให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละคนได้รับทราบนั้นนานเหลือเกิน เมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมาผมเพิ่งได้รับการตอบรับจากคําหารือของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมหารือ เดือนกุมภาพันธ์แต่เพิ่งได้รับวันจันทร์ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวิวัฒน์ชัย มากครับ ผมเรียนให้ทราบว่าผมก็ทราบแต่ว่าทางสภาผู้แทนราษฎรจะตอบไปทันที ที่ทางฝ่ายบริหารแจ้งมา ต่อไปนางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ครับ🔗

นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมี ๒ เรื่อง ที่อยากจะขออนุญาตหารือกับท่านประธาน🔗

เรื่องแรก ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนในช่วงปิดสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงที่ประเทศไทยกําลังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ดิฉันและ ส.ส. เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ในอําเภอไทรโยคและอําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้นําอุปกรณ์การแพทย์ไปมอบที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบล หรือ รพ.สต. ทุกแห่งใน ๒ อําเภอนี้ด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. นั้น เป็นด่านหน้าที่จะต้องเผชิญกับกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ด้วยจํานวนบุคลากร ที่มีจํากัด จึงต้องทํางานกันด้วยความเข้มแข็งและความทุ่มเทเป็นอย่างมาก ดิฉันจึงเห็นว่า บุคลากรกลุ่มนี้โดยเฉพาะในตําแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขควรได้รับการพิจารณา เพื่อให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการประจําพร้อมกับบุคลากรที่ทํางานในโรงพยาบาลค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนกลุ่มโอทอป (OTOP) ของตําบลลุ่มสุ่ม อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ชาวบ้านมีการทําผลิตภัณฑ์ จากไม้ไผ่เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ไม้ไผ่จากป่ากลายเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาชีพ ของคนในชุมชน และเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชนที่สามารถนํามา ปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ยังสามารถทําได้หลากหลายกลุ่มวัย ทั้งวัยทํางานที่ว่างงาน แรงงาน ผู้สูงอายุที่ยังมีกําลัง โดยหากทําเป็นกลุ่มอาชีพในชุมชนก็จะสามารถเกิดวิสาหกิจชุมชนต่อไป ดิฉันคิดว่าคนกลุ่มนี้ควรได้รับการดูแลจากภาครัฐในการช่วยเหลือด้านเงินทุนจากกองทุน รับงานไปทําที่บ้านของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และสามารถให้บุคคลเหล่านี้ เข้ามาตรา ๔๐ ของประกันสังคม เพื่อได้รับความคุ้มครองสิทธิ ซึ่งจะเป็นการดูแลแรงงาน นอกระบบอย่างครบวงจร ดิฉันจึงอยากขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาด้วยค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ผมได้นําคําเรียกร้องของท่าน ส.ข. สุประวีณ์ น้อยสุขยิ่ง นายฐากูร ลีลาวาปะ และ นายต้นศักดิ์ ใหลสุวรรณ ทีมงานของผมที่ดูแลในพื้นที่อยู่ว่าประชาชนในเขตคลองสาน เขตธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) รบกวนให้ทาง กทม. ได้ไปฉีดพ่นฆ่ายุงและทําลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อีกทั้งขอให้ กทม. ขุดลอกคูคลองหลายสายในเขตด้วย เพราะว่าเต็มไปด้วยขยะมูลฝอย และบางแห่งตื้นเขินทําให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงพาหะนําโรคเช่นกัน🔗

เรื่องที่ ๒ บริเวณถนนเจริญนคร มีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองทําให้พื้นผิวถนน ทั้งเส้นขรุขระ แล้วก็เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนนไปมาอย่างมาก ถ้าขับมอเตอร์ไซค์แบบผม แทบจะล้มได้ง่าย ๆ เลย รบกวนผู้เกี่ยวข้องช่วยไปซ่อมแซม เข้าใจอยู่ว่าต้องรอให้รถไฟฟ้าเสร็จ แต่ซ่อมแซมให้มันปลอดภัยกว่านี้เพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะฝากคือตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ประชาชนก็ลําบาก หลายคนก็อาจจะมัวเมาหลงไปเข้าบ่อนการพนัน ช่วงนี้ก็มีบ่อนการพนันเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อนไก่เกิดขึ้นในเขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่อยู่เยอะ ฝากตํารวจและ ฝ่ายปกครองเข้าไปดูด้วยว่าบ่อนเหล่านี้เปิดได้อย่างไร ใครอยู่เบื้องหลังกันแน่ อย่าซ้ําเติม ประชาชนโดยปล่อยให้อบายมุขเหล่านี้อยู่เลย ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ เด็กนักเรียน คนแก่ คนชรา ครูอาจารย์ว่าได้รับความเดือดร้อนด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ซึ่งได้สร้างแล้วเสร็จเปิดใช้ มากว่า ๓๐ ปี ปัจจุบันนี้ยังไม่มีรถเมล์วิ่งประจําทางบริการให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งสร้าง ความลําบากให้กับพี่น้องประชาชน ปัจจุบันถนนเส้นนี้มีโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จํานวน ๔ โรงเรียน มีวัด ๓ วัด มีชุมชนเกิดขึ้นมากมาย มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้น หลายโครงการ การเดินทางต้องอาศัยรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นการสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายและสร้างความลําบากให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยสั่งการทาง ขสมก. เร่งแก้ไขทั้ง ๒ ปัญหา โดยเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่มีข่าวปรากฏเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ อาทิ เมลออนไลน์ (Mail Online) และบีบีซีนิวส์ (BBC News) กรณีซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ในประเทศอังกฤษได้เก็บผลิตภัณฑ์สินค้ามะพร้าวจากประเทศไทย เพื่อไม่จําหน่าย ทําให้เกิดผลกระทบกับการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศไทยนั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าการที่เอาลิงกังมาเก็บมะพร้าว แล้วเกิดผลกระทบการส่งผลิตภัณฑ์มะพร้าวออกต่างประเทศนั้น เป็นวิถีชีวิตของ พี่น้องประชาชนคนไทยที่ใช้ลิงกังซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองและเราได้เลี้ยงหรือเพาะพันธุ์มาตั้งแต่ ตัวเล็ก ๆ แล้วเอามาฝึกหัดในการเก็บมะพร้าวซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมมานั้น ผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าให้รีบดําเนินการประชุมหาข้อสรุปเพื่อแก้ไข ข้อครหาต่าง ๆ ว่า🔗

ประเด็นที่ ๑ เราใช้ลิงกังที่เอามาขึ้นมะพร้าวนี้เราไม่ได้ทรมานสัตว์ เราเลี้ยง เหมือนกับเป็นสมาชิกครอบครัวคนหนึ่ง เราดูแลเหมือนกับลูกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้น การทรมานสัตว์เราไม่มีในวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกรไทยหรือของคนไทยในการใช้ลิงกัง ที่มาเก็บมะพร้าว🔗

ประเด็นที่ ๒ การใช้ลิงกังเก็บมะพร้าวในปัจจุบันนี้น้อยมาก ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะส่วนใหญ่เป็นมะพร้าวที่อายุเกิน ๕๐ ปี ส่วนใหญ่จะใช้คนสอยเพื่อจะได้ ปริมาณผลผลิตได้มากกว่า มะพร้าวเราผลิตได้ปีหนึ่งประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตัน เราใช้ปีหนึ่ง ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นเรานําเข้าประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน สิ่งที่เรา นํามะพร้าวเข้ามาเพื่อผลิตทํากะทิสําเร็จรูปและส่งออกต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยว่าประเด็นแรกเรารีบสรุป ข้อสรุปเพื่อเสนอไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่มีข้อสงสัยกับเราที่ต่างประเทศ ให้แก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ประเด็นที่ ๒ กราบเรียนรัฐบาลว่าช่วยดูแลเรื่องราคามะพร้าวด้วย อย่าถือผลกระทบตรงนี้ทําให้มะพร้าวราคาตกต่ํา ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ๒ นาทีต่อจากนี้ไปเป็น ๒ นาทีที่หารืออย่างมีความหมายยิ่งสําหรับการศึกษาในประเทศนี้ นั่นก็คือสระน้ําในโรงเรียนครับ สระน้ําในโรงเรียนเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของ การจัดการเรียนการศึกษา นอกจากเรื่องของการปลูกผัก เลี้ยงปลาแล้ว ยังใช้ในการ อุปโภคบริโภค ขณะนี้สระน้ําทุกโรงเรียนแห้งเกือบหมดแล้วโรงเรียนไม่มีงบประมาณ ในการขุดลอก เพราะทางกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้จัดไปในงบที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ส่วนใหญ่ไปเน้นเรื่องอาคาร เรื่องอย่างอื่นขอกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการด้วย ครั้นจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือ เทศบาลเข้าไปขุดก็ไม่สามารถที่จะกระทําได้เนื่องจากว่าผิดระเบียบ แต่ความจําเป็นในการ ใช้น้ํานี่ท่านประธานก็รู้อยู่แล้วว่าน้ําคือชีวิต แล้วน้ําก็เป็นองค์ประกอบที่สําคัญ นอกจาก ในชุมชนแล้วในโรงเรียนก็ถือว่าสําคัญ ผมไปดูมาหลายโรงเรียน วันไหนที่เป็นวันหยุดผมก็จะ ไปเยี่ยมโรงเรียน เช่นผมไปเยี่ยมที่โรงเรียนแตลศิริวิทยา ตําบลแตล อําเภอศีขรภูมิ มีเด็กนักเรียนอยู่ ๓๐๐ กว่าคน เป็นโรงเรียนมัธยมประจําตําบล พอน้ําในโรงเรียนไม่พอทีนี้ก็ไปรบกวนน้ําของชุมชน ไปเอาน้ําในหมู่บ้านของบ้านหนองขวาง สระน้ําหนองเป็ด หมู่ ๑๘ ตําบลแตล จนหมด แล้วโรงเรียนอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมแค่ยกเป็นเคส (Case) ตัวอย่าง ผมถึงอยากมาเรียกร้อง มาขอความเห็นใจจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยากให้เขตการศึกษานั้น ได้ให้ทางโรงเรียนที่ต้องการของบประมาณเพื่อนําไปขุดลอกหรือขุดสระที่มาเตรียมการนําน้ํา มาใช้ในการอุปโภคบริโภค หรือใช้ในการเกษตร ในการสอน ได้ดําเนินการจัดงบลงไปเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ของเด็กนักเรียน แล้วก็ไม่ต้องรบกวนชุมชนอีก ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณจีรเดช ศรีวิราช เชิญครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกํานันพลเทพ เนติธรรมรัตน์ และพี่น้องประชาชน ตําบลผาช้างน้อย อําเภอปง จังหวัดพะเยา บอกเล่าถึงปัญหาการขออนุญาตใช้พื้นที่ ที่ล่าช้าทําให้งบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จํานวน ๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท ต้องตกไป หลังจากที่รอคอยมาหลายสิบปี นี่คือความเจ็บปวด จากความเชื่องช้าและขั้นตอนมากมายของระบบราชการไทย ทําให้พี่น้องต้องเสียโอกาส มาจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่เส้นทางสายนี้เดิมทีเป็นถนนตรวจการของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีการ แผ้วถางเพื่อสร้างถนนหนทางใหม่แต่อย่างใด และพี่น้องชาวบ้านก็ได้สอบถามไปหลายครั้ง จนถึงวันนี้ เวลานี้ ยังไม่มีคําตอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าจะอนุญาตหรือไม่ ขอฝากหนังสือถึงท่านประธานเพื่อสอบถามเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมได้ติดตามท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าไปสํารวจพื้นที่โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําแม่เมาะ ตําบลปง อําเภอปง จังหวัดพะเยา ซึ่งกรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณไว้แล้ว และมีความพร้อมสามารถ ดําเนินการได้ทันที หากได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่และโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดําริ ขอไปตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ นับถึงวันนี้ผ่านมา ๒๔ ปี ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดําเนินการได้ ผมเองก็เป็น เพียง ส.ส. ตัวแทนชาวบ้านไม่มีอํานาจหน้าที่ในการบริหาร ทําได้เพียงมาบอกกล่าว ถึงความทุกข์ยากผ่านท่านประธาน สะท้อนปัญหาให้รัฐบาลนําไปแก้ไขเท่านั้น ขอฝาก ๒ เรื่องนี้ ถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โปรดพิจารณารีบเร่งดําเนินการ แก้ปัญหาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดพิษณุโลกตอนนี้เกิดขึ้นในตําบลวัดพริก หมู่ ๕ แถววัดหล่ม เพราะเป็นกรณีที่ดินสาธารณะทับซ้อนกับการออกเอกสารของประชาชน เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเป็นมหากาพย์เพราะเป็นความผิดพลาดจากรัฐเอง ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ เป็นการออกรังวัดที่มีความคลาดเคลื่อน มีข้อมูลหลายข้อมูลที่ประชาชนกับภาครัฐ เห็นไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรจะต้องมีการแก้ไข สืบเนื่องอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่ามีการออกจดหมายจากทางตําบลวัดพริกให้ชาวบ้านออกจากที่ดินสาธารณะนี้ ภายใน ๙๐ วัน ดังนั้นเราจึงเห็นว่าควรจะต้องตั้งกรรมการขึ้นมา อยากจะขอให้ มีการตั้งกรรมการจากทางจังหวัดเพื่อรวบรวมเอกสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ และให้ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดออกหนังสือด่วน เพื่อให้ประชาชนยังไม่ต้องออกจากพื้นที่สาธารณะ จนกว่าจะมีการพิสูจน์หลักฐานให้เรียบร้อยก่อน เรื่องนี้ได้ส่งเข้าไปที่คณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เกรงว่าจะไม่ทันและชาวบ้านต้องออกจาก พื้นที่ภายใน ๙๐ วัน ดังนั้นจึงขอให้ทางสภาช่วยเร่งเรื่องนี้ด่วนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ โรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลกตอนนี้มีความเดือดร้อนมาก จากเรื่องมาตรการนิวนอร์มัล (New normal) ที่ทางภาครัฐมีคําสั่งให้มีการกํากับดูแล มาตรฐานทางสาธารณสุขให้กับนักเรียนและคุณครูนะครับ แต่มาตรการต่าง ๆ และภาระงาน ต่าง ๆ นี้ไม่ได้มาพร้อมกับงบประมาณจะต้องดึงเงินต่าง ๆ ที่เป็นงบอุดหนุนเข้าไปจัดการ ทําให้ตอนนี้โรงเรียนต่าง ๆ ประสบปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่ายจํานวนมากต้องระดมทุน จากผู้ปกครอง ซึ่งเป็นการซ้ําเติมไปที่ผู้ปกครองอีกครั้งหนึ่งนะครับ อีกทั้งโรงเรียนเอกชน ได้หนังสือจาก สช. ให้ลดค่าเทอม ทั้งที่โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ทําให้โรงเรียนเอกชนที่ไม่ต่างกับเอสเอ็มอี (SMEs) ในประเทศไทยที่กําลังประสบปัญหาอยู่ ตอนนี้จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นและต้องลดค่าเทอม อันนี้จึงเห็นว่าควรต้องมีการ แก้ไขครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวศรีนวล บุญลือ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ได้รับหนังสือจากราษฎร หมู่ ๕ บ้านแม่สะป๊อก หมู่ ๖ บ้านแม่มูด หมู่ ๗ บ้านห้วยหยวก หมู่ ๙ บ้านสบวิน หมู่ ๑๑ บ้านห้วยโป่ง หมู่ ๑๕ บ้านใหม่วังผาปูน และหน่วยงานราชการในพื้นที่ของตําบลแม่วินโซนล่าง ได้รับปัญหาความเดือดร้อน การขาดแคลนน้ํา น้ําแล้ง ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ําเพื่อการอุปโภคและบริโภค และมีผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยวการขี่ช้างและล่องแพ โดยสาเหตุเกิดจากตําบลแม่วิน ยังขาดแคลนแหล่งเก็บน้ํา ดังนั้นข้าเจ้าขอความเมตตาจากท่านประธานไปยังรัฐบาล และประสานงานไปยังกรมชลประทาน เร่งช่วยออกแบบก่อสร้างอ่างเก็บน้ําแม่ตูบพร้อมกับ ท่อส่งน้ําให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยเจ้า🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ครับ🔗

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่องจากดิฉัน เคยหารือไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ถึงเรื่องค่าตอบแทนให้กับประธานชุมชน และคณะกรรมการชุมชน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทั้งที่คณะกรรมการชุมชนและ ประธานชุมชนทํางานเหมือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ไม่เคยได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น และในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา ประธานชุมชนและคณะกรรมการชุมชน ก็ทํางานหนักร่วมกับ อสม. โดยการเป็นหน้าด่านที่สําคัญในการคัดกรอง เฝ้าระวัง ระดับชุมชนส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลง จึงอยากฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้ความชัดเจนในการดูแลค่าตอบแทนให้กับประธานชุมชน และกรรมการชุมชนเพื่อเป็นขวัญและกําลังใจต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ และผู้เกี่ยวข้อง ถึงมาตรการที่จะให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนชาวจีนที่จะมา ลงทุนในประเทศไทยว่ารัฐบาลมีมาตรการอย่างไรที่จะเปิดให้นักลงทุนสามารถเข้ามาลงทุน ในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลําพูนที่มีนักลงทุนชาวจีนเข้ามาซื้อ ลําไย ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สําคัญและนักลงทุนชาวจีนก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการ ของรัฐบาล หากรัฐบาลยังไม่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามารับซื้อลําไย จะทําให้ พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกลําไยทั้งจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลําพูนได้รับความเดือดร้อน อย่างมาก จึงฝากท่านประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง ให้ความชัดเจนในการ ออกมาตรการให้นักลงทุนเข้ามาเพื่อช่วยเรื่องเศรษฐกิจให้สามารถหมุนเวียนต่อไปได้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ขอข้ามไปผู้ที่มีความพร้อมนะครับ คุณมณฑล โพธิ์คาย🔗

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงบางบอนและแขวงดอกไม้ มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอหารือ ต่อท่านประธาน ด้วยกรุงเทพมหานครมีพระราชบัญญัติการจัดตั้งชุมชนที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของสํานักงานพัฒนาสังคมของกรุงเทพมหานคร จากข้อมูลการจัดตั้งชุมชน ของกรุงเทพมหานครมีชุมชนที่ถูกต้องจํานวน ๒,๐๖๗ ชุมชน ซึ่งชุมชนเหล่านี้จะมี งบประมาณในการดูแลตามระเบียบของกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การสนับสนุนในการพัฒนาชุมชน แต่ในกรุงเทพมหานครยังมีชุมชนที่ไม่ถูกต้อง ที่ไม่ได้รับการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติของกรุงเทพมหานครอีกเป็นจํานวนมาก ซึ่งชุมชน เหล่านี้ก็ไม่ได้รับการดูแลหรือไม่ได้รับการสนับสนุนใด ๆ จากกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก เป็นชุมชนที่ไม่เข้าเกณฑ์ที่กรุงเทพมหานครได้วางไว้ หรือการสนับสนุนด้านการบริการ สาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้า น้ําประปา ถังขยะ หรือการบริการอื่น ๆ ในพื้นที่ของผม ในกรุงเทพมหานครนี้ยังมีชุมชนที่เป็นชุมชนที่ไม่ถูกต้องอีกเป็นจํานวนมาก ซึ่งพี่น้องประชาชน ที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนเหล่านี้มีความลําบาก มีฐานะยากจน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ใช้แรงงานหรือส่วนมากเก็บขยะขาย ซึ่งบางครอบครัวไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นถึงจะยากจนหรือลําบากเพียงใด ในฐานะที่เป็นคนไทยก็ยังเสียภาษีให้กับ กรุงเทพมหานครตลอดมา แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครเลย จึงอยากให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบกรุงเทพมหานครได้หาแนวทาง ในการแก้ไข หรือในการช่วยเหลือชุมชนนอกระบบเหล่านี้ให้มีที่อยู่อาศัย หรือมีความมั่นคง ในชีวิตต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องกราบเรียน ท่านประธาน ๓ เรื่อง เนื่องจากว่าได้รับคําร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เลือกตั้ง🔗

เรื่องที่ ๑ สะพานกลับรถยนต์บริเวณสถานีตํารวจตําบลคลองไผ่ ตั้งอยู่ บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ กิโลเมตรที่ ๘๖-๘๗ เนื่องจากว่าสะพานแห่งนี้ถ้าสร้างแล้ว จะเป็นการลดอุบัติเหตุ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตเป็นจํานวนมากผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม🔗

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องอ่างเก็บน้ําบ้านหนองโสน หมู่ ๑๑ บ้านหัวนา ตําบลหนองตะไก้ อําเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอ่างเก็บน้ําแห่งนี้ใช้ทําน้ําประปา ปัจจุบันตื้นเขิน แล้วก็เดิมกรมชลประทานเคยมาขุด ปัจจุบันนี้ไม่มีน้ําเนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง ขอท่านประธานได้ประสานงานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนหลายหมู่บ้านบริเวณนั้นจะได้ใช้ประโยชน์🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องการขุดลอกบึงกุ่มพะยา ตําบลบึงอ้อ อําเภอขามทะเลสอ ในเรื่องนี้ผมเองได้รับคําร้องทุกข์จากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลบึงอ้อว่า บึงกุ่มพะยานั้นปัจจุบันประสบปัญหาภัยแล้ง จึงขอความอนุเคราะห์ท่านประธาน ประสานงานไปยังกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการออกแบบก็ดี เรื่องการรับการสนับสนุนในการก่อสร้างก็ดี กราบขอบคุณ ท่านประธานมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ครับ🔗

นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนาพร เกษเมธีการุณ จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่อง หารือท่านประธาน ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากกํานันสมศักดิ์ พานิชกุล และชาวบ้านเมืองเพชร หมู่ ๘ ตําบลหินดาด อําเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องด้วยสระน้ําหนองโกรกกระโดน สระลูกนี้มีเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ เมื่อปี ๒๕๖๐ ได้รับ งบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นํางบประมาณมาขุดให้ ๕๐ ไร่ เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอที่จะขุดเต็มถึง ๑๐๐ ไร่ แต่การขุดลอกสระลูกนี้ผู้รับจ้างได้นําดินมาทิ้งในสระซีกที่ไม่ได้ขุด คือทิ้งภายในสระ ด้านที่ไม่ได้ขุด และที่สําคัญก็คือดินที่ทิ้งนั้นปิดทางน้ําทําให้น้ําไหลเข้าสระไม่ได้ จึงอยาก ร้องขอผ่านท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ําช่วยดําเนินการขุดดินออกจากทางน้ํา และขยายสระเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๔ หมู่บ้าน ซึ่งใช้น้ําสระลูกนี้🔗

ประเด็นที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านหนองตาโยย หมู่ ๖ ตําบลทองหลาง อําเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านใหญ่มีพี่น้องประชาชน ปลูกบ้านอยู่ ๒ ฝั่งถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ การสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน ๒ ฝั่งถนนนั้น ยากลําบากมาก เนื่องจากจุดกลับรถนั้นไกลมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเจ็บป่วยหรือนําผู้ป่วย ให้ถึงมือแพทย์อาจจะไม่ทันกาล ดิฉันจึงขอความอนุเคราะห์กรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม ช่วยทําจุดกลับรถให้ใกล้กับหมู่บ้านนี้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวเขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ กับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ บ่อนการพนัน เมื่อสักครู่ ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ได้พูดถึง แล้วแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ชุกชุมจริง ๆ ในสถานการณ์ตอนนี้ ด้วยพิษเศรษฐกิจจากโควิด-๑๙ (COVID-19) จึงฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องพูดชื่อ สน. ไม่ต้องพูดชื่อพื้นที่ในการ ปรึกษาหารือนี้ แต่ขอให้นายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล เราพร้อมให้ข้อมูลทุกประเด็น🔗

เรื่องที่ ๒ มาตรการการเปิดเทอมของนักเรียน นักศึกษา จากที่เห็นการเลื่อน การเปิดเทอมในแต่ละครั้งเราก็หวังว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีมาตรการใด ๆ มารองรับ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา แต่จากการรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ชาวเขตบางขุนเทียน วันนี้กระทรวงศึกษาธิการไม่มีมาตรการใด ๆ เลยที่จะมาช่วยเหลือ สถานการณ์วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) กับน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา จึงฝากให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ช่วยมอบอุปกรณ์ ป้องกันให้กับน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนแสมดํามีโครงการที่จะพัฒนาในปี ๒๕๖๔ อยู่แล้ว แต่ถนนซอย ของถนนแสมดําทุกซอยสถานการณ์ตอนนี้เป็นถนนดิน ถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ตอนนี้มีฝนตกทุกวัน เพราะฉะนั้นการเข้าออก การไปมาหาสู่ตอนนี้ลําบากมาก ขอให้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานครก็ดีเร่งพัฒนาถนนซอยของถนนแสมดํา ทุกซอยให้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องนี้ได้ปรึกษาหารือไปเมื่อสมัยประชุมแรก เรื่องสะพานลอย ๓ จุด ในถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับคําตอบ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรุงเทพมหานครตอบทําได้ไม่ได้อย่างไร ผมจะได้นําเรียนกับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประเด็นหารือวันนี้เป็นเรื่องสันดอนทรายขนาดใหญ่กลางอ่าวปัตตานี ที่อาจเป็นเหตุให้ประมงพื้นบ้านจับปลาได้น้อยลง ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาดังกล่าว เนื่องจากสันดอนทรายกลางอ่าวปัตตานีเกิดขึ้นจากโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานี ปี ๒๕๖๐ กลุ่มชาวบ้านเชื่อว่าจะได้ประโยชน์จากการขุดลอกครั้งนี้ประมาณ ๔ เรื่อง🔗

เรื่องแรกช่วยให้การเข้าออกของเรือประมงขนาดเล็กได้สะดวกขึ้น แต่พบว่า เข้าออกลําบาก เกิดจากเรือติดสันดอนทรายที่จมอยู่ใต้ผิวน้ําชาวบ้านมองไม่เห็น บางทีติดอยู่เกือบ ๔ ชั่วโมง และบางลําก็เกิดการพลิกคว่ํา🔗

เรื่องที่ ๒ การจ้างงานชาวบ้านในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมกับโครงการ เช่น เฝ้าเครื่องจักรบ้าง หรืออื่น ๆ แต่ก็ไม่มีเลย🔗

เรื่องที่ ๓ ช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรทางน้ําให้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็พบว่า สันดอนทรายขนาดใหญ่ไปถมทับแหล่งที่ชาวบ้านจับปลากะตัก ปลากระบอก ปลาดุกทะเล จับปลาได้น้อยลงจากที่เคยจับได้วันละ ๒๐ กิโลกรัม เหลือแค่วันละ ๑-๒ กิโลกรัมเท่านั้น🔗

เรื่องที่ ๔ แก้ไขปัญหาเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม เมื่อเดือนที่แล้วได้มี การพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบมาว่าขอเวลา ๓ เดือน เพื่อที่จะนําสันดอนทราย ดังกล่าวไปทิ้งทะเลนอก ห่างจากชายฝั่งประมาณ ๙-๑๐ กิโลเมตร ตามแบบที่กําหนดไว้ แต่แรก ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังกรมเจ้าท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งบประมาณครั้งนี้ มากกว่า ๖๖๔ ล้านบาท ต้องมีกระบวนการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง การทําสัญญา ดังกล่าว เมื่อปี ๒๕๖๐ ได้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร เราอยากให้อ่าวปัตตานีเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานชาวปัตตานีต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตหารือ ในวันนี้ก็คือกรณีที่ดินราชพัสดุของแปลงนิคมโรคเรื้อนแม่ลาว สืบเนื่องจากมีการประกาศ ในอําเภอเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๘๒ ได้ประกาศไว้ว่าให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งเป็น บริเวณนิคมแม่ลาว ทิศเหนือจรดแม่น้ําลาว ทิศใต้จรดที่ราบว่างเปล่า ทิศตะวันตกติดถนนสาย ๓ และทิศตะวันออกจรดป่าสูง ท่านประธานครับ ปี ๒๕๔๒ สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประเทศไทยยังเป็นประเทศสยามอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องราวต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลง ไปมากมายเลย ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานใช้สไลด์ (Slide) นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ที่ทั้งหมดมีการออก น.ส.ล. หนังสือ สําคัญสําหรับหลวง ปี ๒๔๙๘ เมื่อ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๘ แต่ในระหว่างปี ๒๕๐๑-๒๕๐๘ พี่น้องประชาชนมีการคัดค้านและมีการตั้งคณะกรรมการประนีประนอม ที่สําคัญก็คือ มีหลักฐานชัดเจนก็คือวัดนิคมแม่ลาวมีการตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๑ ในวัดดังกล่าวมีอุโบสถ มีอาคารอเนกประสงค์ มีโรงเรียน มีสถานที่ราชการเยอะแยะ เพราะฉะนั้นเห็นได้ชัดเจนว่า มีการรอนสิทธิ แล้วก็รุกที่ชาวบ้านอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ ผมขอท่านประธานดูสไลด์ (Slide) อีกครั้งหนึ่ง ประเด็นปัญหาที่จะขออนุญาตอํานาจท่านประธานเพื่อส่งให้ คณะกรรมการ ก็คือว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นมหากาพย์และเป็นความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ณ วันนี้มีการตกลงว่าจะขอใช้ที่ราชพัสดุซึ่งกันไว้เป็นของนิคมแม่ลาว ๑,๑๐๐ กว่าไร่ ชาวบ้านเดือดร้อน ขณะนี้การให้เช่าจากราชพัสดุก็แพง เสียเงินเยอะแยะ มากมาย ขออนุญาตทางกระทรวงการคลังได้โปรดอนุเคราะห์ช่วยเหลือเนื่องจากมีภาวะ โควิด (COVID) ส่วนด้านนอกที่ดินอีก ๗,๐๐๐ กว่าไร่ มีการกันออกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถึงวันนี้พี่น้องประชาชนซึ่งมีโฉนด มี น.ส. ๓ ปรากฏว่าไปจํานองจํานําอะไรไม่ได้เลย ที่สําคัญก็คือเดือดร้อนลูกหลานไม่สามารถจะไปกู้ธนาคารได้ ขออนุญาตส่งเอกสารทั้งหมด ให้ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปคุณเทพไท เสนพงศ์ ครับ🔗

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากมีการเปิดเรียนใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งผมก็ทราบปัญหาว่าผู้ปกครองนักเรียน บางท่านก็ยังบ่นกันว่าไม่มีเงินที่จะซื้ออุปกรณ์การเรียนหรือชุดนักเรียนให้กับลูกหลาน ที่เข้าเรียนหนังสือ ซึ่งผมก็แปลกใจว่าโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพในยุคของรัฐบาล อภิสิทธิ์หายไปไหน ทําไมผู้ปกครองจึงมีปัญหาเหล่านี้ ตามกระแสข่าวท่านประธานก็คงเห็นว่า มีการนําลูกไปขโมยชุดนักเรียนในห้าง หรือแม้กระทั่งชุดนักเรียนตากไว้ก็ถูกขโมยไป อันนี้ก็เป็นปัญหาของผู้ปกครองในยามที่มีโควิด (COVID) จริง ๆ ผมได้เสนอไปยังรัฐบาล แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าน่าจะจัดเยียวยาให้กับนักเรียนหรือผู้ปกครอง ผ่านโรงเรียนไปบริหารจัดการคนละ ๑,๐๐๐ บาท ๓ เดือน ๓,๐๐๐ บาท ไม่มากสําหรับ การช่วยอนาคตของชาติ แต่ว่าจนถึงวันนี้ก็ยังนิ่งเฉย ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ว่าในท่ามกลาง ที่มีปัญหาเช่นนี้ก็โชคดีที่ยังมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ตั้งขึ้นในสมัยท่านประธาน เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ผมได้ข่าวว่าท่านผู้จัดการกองทุนการศึกษาได้ออกมาบอกว่า จะช่วยเยียวยาผู้ปกครอง โดยปีนี้จะตั้งงบประมาณประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ปล่อยกู้ยืม ให้กับนักเรียน ซึ่งจากปีก่อน ๒๘,๐๐๐ บาท ก็จะให้กับนักเรียนมัธยมปลายคนละ ๑,๒๐๐ บาท เป็น ๑,๘๐๐ บาท แล้วก็ตามลําดับไป ปวส. ปวช. ก็เพิ่ม ๖๐๐ บาท ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้ระดับหนึ่ง แต่ว่านั่นก็ต้องเป็น ภาระที่จะต้องใช้คืนในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ารัฐบาลช่วยเยียวยาคนละ ๓,๐๐๐ บาท ก็เป็นการให้เปล่าไม่ต้องจ่ายคืน ผมเลยนําเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ครับ🔗

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้แทนราษฎรของพี่น้อง ประชาชนจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรกเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจาก ท่านฉลวย ขันจํานงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลไทรใหญ่ และ ท่านไพฑูรย์ ยนต์อยู่ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลคลองขวาง ซึ่งพี่น้องประชาชน ได้ร้องเรียนในเรื่องภัยแล้ง เนื่องจากลําคลองที่เป็นคลองแนวตั้งฉากกับคลองหลักคือ คลองพระยาบันลือและคลองพระพิมล ซึ่งคลองในแนวตั้งฉากนี้จะรับน้ํามาส่งตามคลองสาขา เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ในการเพาะปลูกทางด้านเกษตรกรรม สืบเนื่องจากภัยแล้ง ที่ผ่านมา ทําให้เห็นถึงร่องรอยของคลองว่ามีสิ่งปฏิกูล ไม่ว่าจะเป็นโคลนท่วมใต้ท้องคลอง ทําให้คลองนั้นไม่สามารถเก็บน้ําได้มาก ในหน้าแล้งก็ไม่มีน้ําที่จะใช้ในการเกษตร ในหน้าฝน น้ําหลากล้นตลิ่ง ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการในการลอกคลองต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในอําเภอไทรน้อยและ อําเภอบางบัวทอง เนื่องจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๕ บางกรวย-ไทรน้อย ตอนนี้การจราจรคับคั่ง พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อาศัย การเดินข้ามถนนตอนนี้อันตรายมาก จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง ได้สํารวจตรวจสอบออกแบบสะพานลอยคนข้าม เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้มี ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ในการที่จะสัญจร ก็อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกระทรวงคมนาคมเร่งตรวจสอบและแก้ไขต่อไป กราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมพงษ์ โสภณ ครับ🔗

นายสมพงษ์ โสภณ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม สมพงษ์ โสภณ เขต ๔ จังหวัดระยอง พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ เมื่อเดือนก่อนก็มีจับกุมเรื่องบ่อนการพนันที่จังหวัดระยอง ก็คงเป็นที่ทราบดีเพราะว่า เป็นข่าวใหญ่โต วันนี้ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ก็คิดว่าคงจะมีเรื่องจริง เพราะฉะนั้นที่จังหวัดระยองจับกุมโดยฝ่ายปกครอง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับ ดีเอสไอ (DSI) ไปร่วมกันจับกุม ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองที่ไปร่วม จับกุมแล้วก็ขอบคุณดีเอสไอ (DSI) ที่ลงไปดําเนินการในครั้งนี้จนเกินขอบเขตอํานาจแล้วก็ ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าดีเอสไอ (DSI) มีขอบเขตอํานาจอยู่แค่ไหน แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ดําเนินการก็ยังมีผู้ไปดําเนินการ ต่อมาท่านผู้การก็โดนคําสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่ ก็ไปนั่งจิบกาแฟ แต่ตอนนี้ก็ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม สัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้ลงพื้นที่ ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนเขาก็มีเรื่องแจ้งผมมาอีกว่าท่าน ส.ส. ทราบไหมครับว่า ณ ขณะนี้ยังมีบ่อนการพนันที่เปิดให้เล่นกัน ก็คิดว่าท่านผู้การคงไม่ทราบว่ามีบ่อนการพนัน ในพื้นที่ แล้วตอนนี้ก็ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ต้องฝากท่านประธานไปยัง ท่านผู้การให้ลงไปดําเนินการในเรื่องนี้โดยเด็ดขาด รวมทั้งดูแลในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดระยองด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณขวัญเลิศ พานิชมาท🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด (COVID) นั้นกระจายเป็นวงกว้าง ซึ่งส่งผล กระทบในทุก ๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ทุกสาขาอาชีพ แต่ในวันนี้ผมขอพูดถึง กลุ่มคนที่ต้องหยุดงานก่อนแต่กลับมาทํางานทีหลัง กลุ่มสถานบันเทิง สถานประกอบการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ (Karaoke) สําหรับเจ้าของร้านนั้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าเช่า เรายัง พอเข้าใจได้ ไหนยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลพนักงานอีก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีรายได้มากว่า ๓ เดือนแล้ว กลุ่มคนที่ทํางานภาคกลางคืนที่เราควรใส่ใจดูแล เช่น พวกพนักงานเสิร์ฟ นักดนตรี นางโชว์ และอีกหลากหลายอาชีพที่ต้องทํามาหากิน ในช่วงกลางคืน ตอนนี้พวกเขากลับคิดว่าทําไมจึงเข้าไปถึงสิทธิประโยชน์เหมือนสาขาอื่น ๆ ทําให้พวกเขาคิดว่าตนเองนั้นเป็นประชาชนชั้นสองทั้ง ๆ ที่คนกลางวัน หรือกลางคืน ล้วนแต่เป็นคนทํามาหากินสุจริตและเป็นคนเหมือน ๆ กัน ช่วงที่ผ่านมาผมได้ไปแจกถุงยังชีพ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หลายครั้งที่ต้องเจอกับกลุ่มคนพวกนี้นอนซุกตัวอยู่ในห้องเช่า ซึ่งภายในห้องมีเพียงน้ําเปล่าไว้ดื่มกินประทังชีวิต บางคนก็ไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะหิว ใครที่พอมีเงินเก็บก็สามารถเอาตัวรอดได้ แต่คนส่วนใหญ่ที่มีชีวิต แบบหาเช้ากินค่ํา มีชีวิตแบบวันต่อวัน เขารอความหวังว่าจะได้กลับมาทํางานในสักวัน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงาน เขารอความหวังว่าจะได้กลับไปทํางานในวันไหน สักวันหนึ่ง ได้แต่รอความหวังจากคําสั่งที่ประกาศออกมาแต่ละฉบับ ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจน ผมจึงอยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าควรหันมาดูแลเยียวยากลุ่มคนทํางาน ภาคกลางคืนบ้าง ซึ่งหลายคนตอนนี้ก็ถูกลอยแพให้ออกจากงานไปแล้ว ให้พวกเขาได้รับรู้ถึง ข้อมูลข่าวสาร สิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับมากกว่านี้ ซึ่งหลาย ๆ คนบอกกับผมว่าทํางาน บริการทั้งชีวิต เดินหางานก็ยากลําบาก ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะต้องเปลี่ยนจากอาชีพ เด็กเสิร์ฟไปเป็นโจร ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเยียวยากลุ่มคน พวกนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประสิทธิ์ มะหะหมัด ครับ🔗

นายประสิทธิ์ มะหะหมัด กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ มะหะหมัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตท่านประธาน เรียนถึงปัญหาของคนกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับเรื่องถนนและคลองถนนรามคําแหง หลายคนรู้จัก เคียงคู่อยู่กับคลองที่หลายคนรู้จักคือคลองแสนแสบ ผมขออนุญาต ที่จะเรียนท่านประธานว่าถนนรามคําแหงตั้งแต่รามคําแหง ๑ จนถึงถนนรามคําแหง ๑๘๕ หรือเกินไปกว่านั้นจนถึงถนนสุวินทวงศ์อยู่เคียงคู่กับคลองแสนแสบ อยากจะเรียน ท่านประธานว่าถนนรามคําแหงในช่วงของเขตสะพานสูงก็คือช่วงของรามคําแหง ๑๒๗/๒-๑๘๕ โดยประมาณ ถนนทั้ง ๒ ฝั่งนั้นยังไม่มีทางเท้าและท่อระบายน้ําที่สวยงาม เหมือนเขตบางกะปิและเขตมีนบุรี จากการปรึกษาหารือประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าตอนนี้ถนนรามคําแหงนั้นมีการทํารถไฟฟ้าสายสีส้ม ผมเรียนด้วยความรักและความเป็นห่วงของประชาชนในเขตสะพานสูงและผู้ที่ใช้เส้นทางนี้ ในการสัญจรไปมานั้น เรียนถามว่ากรุงเทพมหานครเมื่อไรจะทําฟุตพาท (Footpath) ทางเท้าและท่อระบายน้ําให้เหมือนเขตบางกะปิ ซึ่งอยู่ก่อนเขตสะพานสูงและเขตมีนบุรี ซึ่งต่อจากเขตสะพานสูง ก็หมายความว่าเขตสะพานสูงช่วงระยะทางที่ผมว่าคือประมาณ ๕ กิโลเมตรนั้น ยังไม่มีท่อระบายน้ําและฟุตพาท (Footpath) ทางเท้า หารือว่าการคุยกัน ระหว่าง รฟม. กับกรุงเทพมหานครได้ปรึกษาหารือกันว่าเมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มเสร็จ จะดําเนินการทําท่อระบายน้ําและฟุตพาท (Footpath) ทางเท้า ตรงนี้ผมไปดูในงบประมาณ ก็ยังหาไม่เจอแต่คิดว่ามี ก็ฝากท่านประธานถึงผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงใด คงจะต้องดําเนินการทําท่อระบายน้ําและฟุตพาท (Footpath) ทางเท้าในช่วงที่ยังขาดอยู่ ระหว่างเขตบางกะปิและเขตมีนบุรี คือเขตสะพานสูงครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นค่ะ🔗

ประเด็นแรก ปัญหาการถ่ายโอนภารกิจตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและ ขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งที่ผ่านมา มีการโอนภารกิจการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่นถนนในพื้นที่ชนบทให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่ไม่โอนงบประมาณให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ ทําให้ท้องถิ่นหลายแห่ง ประสบปัญหาในการก่อสร้างและซ่อมบํารุงรักษาถนน ในความดูแลขององค์การบริหาร ส่วนตําบลหนองทัพไทย อําเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ปรากฏว่าถนนจากสามแยก บ้านหนองยาง หมู่ ๔ ตําบลหนองหมื่นถ่าน อําเภออาจสามารถ ถึงสี่แยกบ้านหัวนา หมู่ ๖ ตําบลหนองทัพไทย อําเภอพนมไพร ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ซึ่งได้รับการถ่ายโอนภารกิจตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ แต่ได้รับงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ ไม่เพียงพอต่อการบํารุงรักษาถนน ทําให้ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมบ่อสัญจรไปมา ลําบาก จึงขอให้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจมาดูแลให้เพียงพอต่อภารกิจ หากไม่สามารถจัดสรรให้เพียงพอได้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาโอนภารกิจเส้นทางนี้คืน กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ที่มีศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจจะได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกหลายแห่งทั่วประเทศที่ประสบปัญหา ในลักษณะเดียวกัน ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอรองรับภารกิจ เช่น การก่อสร้างถนน การพัฒนาแหล่งน้ํา จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดําเนินการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยด่วนค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาถนนจากบ้านหนองปักษา หมู่ ๗ ตําบลหนองทัพไทย อําเภอพนมไพร ถึงบ้านขมิ้น หมู่ ๑๓ ตําบลเด่นราษฎร์ อําเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ซึ่งชํารุดทรุดโทรมมาหลายปีสัญจรไปมาลําบาก จึงขอนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เร่งรัด ดําเนินการก่อสร้างและบํารุงรักษาถนนเส้นทางนี้โดยเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ เขตพระนคร เขตป้อมปราบ เขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของการป้องกันอัคคีภัยในเขต กรุงเทพมหานคร เนื่องจากแต่เดิมนั้นทางกรุงเทพมหานครมีการจัดซื้อถังดับเพลิง ให้กับพี่น้องในชุมชน ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีการจัดซื้อมาเกือบ ๑๐ ปี ได้แล้วค่ะ ซึ่งที่มีอยู่นั้นก็ใช้ไปแล้วบ้าง ชํารุดบ้าง ดิฉันเคยหารือกับท่านประธานไปแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้รับการแจ้งกลับมาว่าอยู่ระหว่างการจัดซื้อ แต่ตอนนี้ล่วงเลยไป ๖-๗ เดือนแล้วค่ะ ดิฉันยังไม่เห็นถังดับเพลิงของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครเลย ชาวบ้านมีความ กังวลใจกันมาก อยากจะมีถังดับเพลิงมาติดตั้งเพื่อความอุ่นใจและห่างไกลจากอัคคีภัย ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานอีกครั้งหนึ่งผ่านไปยังกรุงเทพมหานครช่วยเร่งจัดซื้อถังดับเพลิง ให้กับ ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานครได้แล้วค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรกปัญหาภัยแล้ง ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนศิลา ตําบลวัดหลวง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่าขาดแหล่งน้ําเพื่อผลิตน้ําประปา และใช้เพื่อการเกษตรเป็นแหล่งน้ําหนองโง้ง ซึ่งมีพื้นที่ ๙๘ ไร่ มีประชาชนใช้งานร่วมกัน ๕ หมู่บ้าน ประชาชนใช้ร่วมกันหลายร้อยครอบครัว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นฤดูฝนก็ตาม แหล่งน้ําเพื่อผลิตน้ําประปาและใช้เพื่อการเกษตรก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี ดิฉันจึงนําเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้าไปแก้ไขและบรรเทาทุกข์ ให้กับประชาชนตําบลวัดหลวง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้นของ จังหวัดหนองคาย เดิมเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นั้นกระทรวงการคลังได้ขึ้นภาษีแบบ ก้าวกระโดดธุรกิจยาเส้นสูงถึง ๒,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ และมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนให้กับวงจรยาเส้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้ปลูก แม้กระทั่งผู้ซื้อ ตอนนี้ยาเส้นค้างสต็อก (Stock) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ๑,๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ยังไม่สามารถ จําหน่ายได้ เดือนตุลาคมนี้จะเป็นฤดูกาลใหม่ไม่รู้จะปลูกไปขายให้ใคร ของเก่าก็ขายไม่ได้ ดิฉันจึงนําเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีว่าการขึ้นภาษีแบบก้าวกระโดด มีผลบังคับใช้ทันที สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นธรรมหรือไม่ และขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าไปแก้ไขและบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเป็น ส.ส. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบันร่วม ๒๐ ปีแล้ว ดิฉันก็ได้มา อภิปรายเรียนท่านประธานว่าพี่น้องชาวสมุทรสงคราม โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากฟาร์มเลี้ยงหมูที่จังหวัดราชบุรีปล่อยน้ําเสียลงมาที่จังหวัด สมุทรสงครามโดยที่ไม่ได้รับการบําบัด พูดมาจะ ๒๐ ปีแล้ว ดิฉันได้ยื่นญัตติไว้ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อที่จะหาแนวทางการแก้ไข แต่ว่าญัตติของดิฉันก็ยังอยู่อีกไกล แต่ขณะนี้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ปลากะพงตายหมด ปลาสลิดตาย หอยตาย ปูทะเลตาย ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามท่านก็ได้หาแนวทางการแก้ไขโดยเอาอีเอ็ม (EM) ไปใส่ในน้ํา แล้วก็ขุดลอกคูคลอง เก็บผักตบชวากับนายก อบต. แล้วก็สมาชิก อบต. ของตําบลแพรกหนามแดง แต่ว่าไม่ได้แก้ปัญหาที่ถาวร ต้องแก้ปัญหาจากต้นน้ําคือ จังหวัดราชบุรี การที่จะปล่อยน้ําเสียลงมาก็จะต้องบําบัดก่อน แต่นี่ไม่มีการบําบัดแล้วก็ ไม่มีการได้แก้ไขเลยเป็นระยะเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด หรือว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะโครงการ ชลประทานนี่จะต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาและเอาจริงเอาจัง ดําเนินการทางด้านกฎหมาย สั่งปิดโรงงานที่แอบลักลอบทิ้งน้ําเสีย โดยเฉพาะน้ําขี้หมูที่ไม่ได้รับการบําบัดลงมาในจังหวัด สมุทรสงคราม ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ ครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นําหนังสือในการขอให้รื้อย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิม บริเวณสะพานเหลืองเขตปทุมวันออก เพื่อที่จะพัฒนาพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งศาลเจ้าแม่ทับทิมนับว่าเป็นมรดกทาง ประวัติศาสตร์แล้วก็วัฒนธรรม ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนในพื้นที่มายาวนานกว่า ๑๐๐ ปี รวมทั้งยังมีความสําคัญทางด้านสถาปัตยกรรม เปรียบเสมือนสิ่งที่บันทึกเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์เอาไว้ จึงอยากขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากจะขอให้ได้ทบทวนแล้วก็พิจารณา อีกครั้งในการที่จะขอให้รื้อย้ายศาลเจ้าแห่งนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่หากการที่จะพัฒนาเมือง ของเราจะควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างศาลเจ้าแม่ทับทิมที่อยู่ควบคู่กับ ประชาชนคนไทยมายาวนาน🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอติดตามเรื่องสัญญาณไฟคนข้าม บริเวณถนนเจริญราษฎร์ ระหว่างชุมชนบ้านแบบและชุมชนโรงน้ําแข็งกับทางกรุงเทพมหานคร🔗

เรื่องสุดท้าย ขอติดตามเรื่องการทาสีทางม้าลายบริเวณถนนเจริญเวียง หน้าชุมชนสีเวียงก่อนถึงโรงพยาบาลเลิดสินกับทางกรุงเทพมหานครเช่นกันค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุดท้ายคุณจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือประเด็นที่ ๑ ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาดูแลรักษาถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ตั้งแต่ บริเวณเชิงสะพานพระราม ๗ จนถึงเขตทวีวัฒนาในฝั่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในสภาพที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ยวดยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง ที่ชํารุดเสียหาย ผิวจราจร รวมทั้งในช่วงฤดูฝนก็จะมีน้ําขังในหลายจุด ซึ่งทําให้เกิดอุบัติเหตุและก่อให้เกิดอันตราย แก่ผู้สัญจรไปมาทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งในส่วนของฝั่งกรุงเทพมหานครและฝั่งของจังหวัดนนทบุรี ขอให้ รฟท. ได้ดําเนินการดูแลให้เรียบร้อยด้วย🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอให้กรุงเทพมหานครได้พิจารณาการก่อสร้างสะพานคนเดิน เพื่อเชื่อมระหว่างสวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ถนนบางขุนนนท์ในเขตบางกอกน้อย เชื่อมข้ามคลองบางกอกน้อยไปยังบริเวณวัดนายโรง เขตบางกอกน้อยเช่นกัน เพื่อเป็นการ เปิดสถานที่พักผ่อน ออกกําลังกาย แล้วก็พัฒนาแหล่งการท่องเที่ยวที่จะเชื่อมต่อจากปากคลอง บางกอกน้อยไปยังบริเวณริมคลองบางกอกน้อยทั้ง ๒ ฝั่ง🔗

ประเด็นสุดท้าย ในช่วงปิดโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ผมได้ขอให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเรื่องเงินอุดหนุนอาหารเสริมประเภทนมให้กับศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ ซึ่งปรากฏว่าในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้มีคําสั่งอย่างน้อยในกรุงเทพมหานคร ให้ศูนย์เด็กเล็กจัดหาอาหารกลางวันและนมให้กับเด็กก่อนที่จะเปิดโควิด (COVID) อย่างไรก็ตามพบปัญหาว่าศูนย์เด็กเล็กเหล่านั้นจําเป็นจะต้องหางบประมาณเพื่อจัดหาอาหาร และนมให้กับเด็กด้วยตัวเอง จึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาจัดสรร งบประมาณเพื่อช่วยเหลือทางด้านงบประมาณให้กับศูนย์เด็กเล็กเหล่านั้น ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านสุดท้ายของฝ่ายค้าน ท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชุมชนบ้านศรีดอนชัย หมู่ ๑๐ ตําบลทุ่งแล้ง อําเภอลอง จังหวัดแพร่ กระผมได้มอบหมายให้ผู้ช่วยดําเนินงานและ คณะกรรมการบริหารพรรคได้ลงพื้นที่เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการที่นางสมหวัง มาเรียน ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านยื่นหนังสือร้องทุกข์ปัญหาเรื่องไม่มีเอกสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย เนื่องจากว่าหมู่บ้านนี้อาศัยกันมายาวนาน ๘๐ ปีแล้ว ยังไม่มีเอกสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเลย แต่ทําไม ที่ดินฝั่งตรงข้ามได้รับเอกสิทธิ์ น.ส. ๓ เนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่มาหลายสิบปีแล้ว🔗

เรื่องที่ ๒ นางดา นําพล ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านยื่นหนังสือร้องทุกข์ปัญหาเรื่อง ระบบชลประทานในหมู่บ้าน เนื่องจากปัจจุบันนี้มีแม่น้ํายมเป็นแม่น้ําสายหลัก และมีคลอง ส่วนย่อยแยกผ่านบ้านศรีดอนชัยเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค แต่เนื่องจากว่าไม่สามารถสูบน้ํา จากคลองแยกจากแม่น้ํายมได้ เนื่องจากเครื่องสูบน้ําชํารุดผุพัง แล้วก็ท่อส่งน้ําก็ชํารุดเสียหาย ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ไม่สามารถสูบน้ําได้ จึงขอความกรุณาท่านประธานช่วยสั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวบ้านเป็นการเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องความเดือดร้อนของคณะกรรมการพรรคพลังปวงชนไทย ไม่มีห้องทํางาน ผมกราบขอความกรุณาจากท่านประธานช่วยสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาห้องทํางานให้พรรคพลังปวงชนไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการช่วยรับเรื่องนี้ด้วยนะครับ ครบทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ🔗

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๖ คน🔗

ขณะนี้ก็มีผู้มาลงชื่อ ๒๘๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขออนุญาตเปิดประชุม ขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ปรึกษาหารือทั้ง ๓๐ ท่าน ที่ส่วนใหญ่รักษาเวลาด้วยดี แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ข้อบังคับ ขอความร่วมมือต่อไปก็คือ สวมหน้ากากนะครับ สมาชิกที่ไม่อภิปรายให้ความร่วมมือกับด้านสาธารณสุขคือ สวมหน้ากาก ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ในวันนี้อย่างที่เราทราบก็จะไม่มีกระทู้ถาม เพราะว่าจะเลื่อนไปพรุ่งนี้ทั้งหมด แต่ว่าก่อนที่จะเริ่มวาระเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ผมขออนุญาตว่าเนื่องจากได้มี ประธานคณะกรรมาธิการในชุดต่าง ๆ ที่ขออนุญาตขยายเวลาในการทํางานออกไปดังต่อไปนี้🔗

๗.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ด้วยเหตุผลว่า เนื่องจากเกิดสถานการณ์การระบาดไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) จึงเป็นปัญหา และอุปสรรคต่อการดําเนินงานในด้านต่าง ๆ ประกอบกับมีข้อมูลจํานวนมากทําให้ ต้องพิจารณาศึกษาให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ ครบถ้วนสมบูรณ์ และสามารถใช้ประโยชน์ จากพืชเหล่านั้นอย่างรอบด้าน ขออนุญาตขยายเวลาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ออกไปอีก ๓๐ วัน🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้ขยายเวลา🔗

๗.๖ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการ ชําระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่อง ดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้รายงานว่าเนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการชําระหนี้ การดําเนินมาตรการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) และต้องรับทราบข้อมูลข้อคิดเห็น ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคด้านการบริหารจัดการการชําระหนี้ของกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้การพิจารณาศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสมาชิกไม่เห็น เป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมอนุมัตินะครับ🔗

๗.๗ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วม ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสําหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ขอขยายระเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗

เรื่องนี้ถ้าไม่ผ่านวันนี้ก็จะเกินกําหนดเวลา เรื่องนี้ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้รายงานว่าเนื่องจากมีข้อจํากัดก็จริงและข้อกฎหมายจํานวนมากที่เกี่ยวข้อง กับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงจําเป็นต้องรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งศึกษาผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ สามารถนําข้อมูลพร้อมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะได้อย่างถูกต้องครบถ้วน อันจะเป็น ประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ จึงขอขยายระยะเวลาออกไป ๖๐ วัน นับแต่ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗

นายวีระกร คําประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ🔗

นายวีระกร คําประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

ผม วีระกร คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ อยากกราบเรียนท่านประธานว่าการที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้กรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนั้น เมื่อเข้าพิจารณาลงลึก ในรายละเอียดซึ่งเราแยกเป็น ๓ อนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการทางด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน คณะอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข คณะอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวกับการเกษตรและพันธุ์พืช ทั้ง ๓ คณะได้พิจารณาอย่างลึกซึ้ง ลงในรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่น คณะอนุกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน ได้พิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ประเด็นภาพรวมการประเมินผลกระทบหลังจาก ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ๒. ประเด็นการค้าสินค้า รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าประเด็น ฟรีโซน (Zone) และกฎถิ่นกําเนิดสินค้า ๓. ประเด็นการค้า บริการ การลงทุนและ การเข้าเมืองชั่วคราวสําหรับนักธุรกิจ ๔. ประเด็นการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ๕. ประเด็น การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขก็ได้พิจารณาประเด็น ที่สําคัญต่าง ๆ ลึกซึ้งมาก ไม่ว่าจะเป็น ๑. ประเด็นทางด้านการบังคับเหนือสิทธิบัตรหรือ คอมพัลซอรี ไลเซนซิง (Compulsory Licensing) ซีแอล (CL) ๒. ประเด็นการเชื่อมโยง ข้อมูลสิทธิบัตรกับการขึ้นทะเบียนตํารับยาหรือเพเทนต์ลิงก์เกจ (Patent Linkage) ๓. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฝากจุลชีพตามบูดาเปสต์ทริตตี (Budapest Treaty) ๔. ประเด็นที่เกี่ยวกับผลกระทบทางด้านอาหาร เครื่องสําอาง และเครื่องมือแพทย์ สุรา และยาสูบ ๕. ประเด็นที่เกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนหรืออินเวสเตอร์ สเตต ดิสพิวต์ เซตเทิลเมนต์ (Investor state dispute settlement) ไอเอสดีเอส (ISDS) ๖. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางสาธารณสุขและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุข ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องของการเกษตร และพันธุ์พืช คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ข้อแตกต่าง ระหว่างอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่หรือยูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) กับพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชของไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒. ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญายูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) ๓. ผลกระทบด้านเกษตร พันธุ์พืชตามข้อตกลงซีพีทีพีพี (CPTPP)🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวีระกรครับ ไม่มีสมาชิกคัดค้านครับ🔗

นายวีระกร คําประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

อยากจะกราบเรียน ท่านว่าการที่ให้ ๓๐ วัน กับการพิจารณาครอบคลุมกว้างขวางขนาดนี้เป็นไปไม่ได้เลยครับ จากการที่เราได้ขอเพิ่มอีก ๖๐ วัน ดูแล้วเหมือนกับเราอาจจะไม่ได้ทําอะไรในช่วง ๓๐ วัน แต่จริง ๆ เราทํามากครับ ยิ่งทําก็จะยิ่งเห็นข้อที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม จึงขอกราบเรียนสภา ได้โปรดอนุมัติด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านสมาชิกผู้ใด คัดค้านในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นถือว่าที่ประชุมอนุมัตินะครับ ขยายระยะเวลาการศึกษา ของกรรมาธิการชุดนี้ออกไปอีก ๖๐ วัน ทั้ง ๓ คณะ ที่ประชุมอนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้ เชิญท่านวิรัชครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ผมเองไม่ได้ขัดข้อง ท่านประธานครับ ในส่วนของ ๗.๗ ในการศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลง ที่ครอบคลุมซีพีทีพีพี (CPTPP) และเมื่อสักครู่ก็ได้ฟังในส่วนของท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ชี้แจง แต่เท่าที่รับทราบมาในเบื้องต้นก็คือทางฝ่ายรัฐบาลจะนํา ความเห็นในส่วนนี้จะเตรียมทําเอ็มโอยู (MOU) ในช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคม ก็เลยอยากเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าจะเป็นไปได้ไหม ที่มีผลการศึกษาส่วนหนึ่งส่งไปให้รัฐบาลเพื่อประกอบการพิจารณาในการทําเอ็มโอยู (MOU) ก็ต้องเรียนถามท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้นอกวาระแล้วนะครับ อย่างไรก็ขออนุมัติก่อน อันนั้นเป็นเรื่องภายในก็แล้วกันนะครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้ขัดข้องครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ที่ผมขออนุญาตท่านประธานยืนขึ้นพูดก็เนื่องจากสาเหตุนี้ครับ🔗

นายวีระกร คําประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายวีระกร คําประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วีระกร คําประกอบ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมาธิการครับ อยากกราบเรียนว่าก็เห็นถึงความจําเป็นของรัฐบาลที่จะต้อง แจ้งความจํานงหรือแจ้งเจตจํานงเบื้องต้นที่จะขอเข้าเจรจากับซีพีทีพีพี (CPTPP) ซึ่งเราคง จะต้องส่งอย่างน้อยก็ประมาณสัก ๗ วัน ก่อนวันที่ ๕ สิงหาคมที่จะถึงนี้ รัฐบาลควรจะต้องส่งเจตจํานงไปแล้วเพื่อที่เขาจะได้บรรจุเข้าการประชุมของซีพีทีพีพี (CPTPP) ซึ่งจะประชุมกันแค่ปีละครั้ง แต่อย่างไรก็ตามทางกรรมาธิการไม่ได้ขัดข้อง ถ้ารัฐบาลจะมีความประสงค์เดินหน้าแสดงเจตจํานงที่จะเข้าไปร่วมซีพีทีพีพี (CPTPP) ซึ่งเป็น สิทธิของรัฐบาลและเป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐบาล ถ้าเห็นเป็นความจําเป็นก็เดินหน้าไปก่อน ส่วนกรรมาธิการเมื่อสรุปเสร็จแล้วเราจะรีบส่งตามไปให้ทันทีเพื่อเป็นข้อเจรจา ซึ่งจะมี การยืดหยุ่น หรือจะมีการยกเว้น หรือจะมีการขอไม่ปฏิบัติข้อนั้นข้อนี้เป็นข้อเจรจานี่ เราจะรีบส่งไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพื่อให้รัฐบาลเอาไปเป็นข้อเจรจาต่อรองต่าง ๆ กับ ซีพีทีพีพี (CPTPP) ต่อไปครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานประจําปี ๒๕๖๒ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา🔗

โดยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ วันอังคารที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน ประจําปี ๒๕๖๒ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้ว จึงขอแจ้ง ที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ และรายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สํานักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒🔗

เข้าใจครับ🔗

พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

เพราะว่าผมเตรียม ไว้เยอะพอสมควร ทีนี้ในประเด็นนั้นก็คงเป็นเรื่องของเนื้อหาและเป็นเนื้อหาที่สําคัญ ในวาระ ๒.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ และรายงาน การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สํานักงาน กสทช. และ เลขาธิการ กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ ซึ่งมี ๓ หน่วยงาน ไม่ใช่แค่ กสทช. อย่างเดียว ทีนี้เข้าเรื่องครับท่านประธาน ผมขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ในเอกสารทั้ง ๒ เล่ม ที่จัดทํามาสวยงามครับ แล้วก็มีรูป มีระเบียบดีครับ แต่สิ่งที่ผมติดใจในรายงานนี้ อย่างมาก ผมขอเกริ่นนิดเดียว คือสถานการณ์การจ่ายเงินงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ของ กสทช. โดยเฉพาะงบที่จ่ายในโครงสร้างงบมีอยู่ ๔ โครงสร้างด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของ งบรายจ่ายสําหรับ กสทช. และสํานักงาน กสทช. แล้วก็รายจ่ายโครงการ แล้วก็งบกลาง แล้วก็เงินจัดสรรของกองทุน เน้นคําว่ากองทุน ท่านคณะกรรมการข้างบนจําไว้เลย กองทุน ๕,๕๔๙ ล้านบาท แล้วก็จ่ายไปแล้ว ๕,๐๐๐ ล้านบาทนิด ๆ ก็คือ ๙๐.๔๔ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่สําคัญในรายงานเล่มนี้จะมีการพูดถึงความก้าวหน้าของ ๕ จี (5G) ผมจะเกริ่นไว้ตรงนี้ นิดเดียวว่าใน ๕ จี (5G) นี้ก็จะมีการประมูล โดยเฉพาะคลื่นที่ต้องใช้คือ ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๑,๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็ ๒,๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็ ๒.๖ กิกะเฮิรตซ์ ใน ๕๖ ใบอนุญาต ก็ประมาณ ๑๖๐,๐๕๗ ล้านบาท ซึ่งคาดว่าปี ๒๕๖๓ จะได้ประมาณสัก ๕๔,๖๕๔ ล้านบาท นั่นคือการคาดเดา ท่านดูว่าสิ่งที่เกิดเมื่ออดีต หลายคนคงอาจจะต้องประท้วงผม ก็ต้องอ่าน หนังสือเล่มนี้มาก่อนถึงจะประท้วงนะครับ แต่ผมต้องพูดครับ ดูงบที่หน้า ๙ หมายเหตุ หน้า ๙ มีเงินยืมตามมาตรา ๕๒ (๖) ที่ขีดเส้นในปี ๒๕๖๒ ไม่มีเงินยืม แต่ปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา มีการปรับปรุงจาก ๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๘,๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ว่าไม่มี ถ้าอ่านถัดไป หน้า ๑๔๑ นี่คือเหตุอันควรฉงนครับ รัฐบาลชักดาบ ใครชักดาบผมไม่อยากเอ่ยนามครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงผม ดูหน้าที่ปรากฏอยู่ในเอกสารจะมี ๙,๗๐๐ ล้านบาท บอกว่า เงินยืมของมาตรา ๕๒ (๖) งวดปัจจุบัน ๕,๗๐๐ กว่าล้านบาท เงินแผ่นดินครับ เงินก้อนนี้ เป็นเงินมาจากไหนครับ เดี๋ยวผมจะเล่าต่อไปครับว่าเงินก้อนนี้มาจากไหน แล้วก็ในหน้านี้ ก็มีการอธิบายชัดเจนครับ ถ้าหลาย ๆ ท่านไม่ได้อ่านท่านอาจจะไม่ได้สงสัยว่า ๙,๗๐๐ ล้านบาท ใครยืม ใครเอาไปใช้ และใครสั่งให้ชักดาบ นี่คือสาระสําคัญของการอภิปรายตรงนี้ และผมฝากบอร์ด (Board) ของ กสทช. ด้วยกลับไปดูนะครับ ใช่ครับว่าเป็นกฎหมาย ที่ต้องทํา แต่กฎหมายนั้นธรรมาภิบาลอยู่ตรงไหนครับ พ่อสั่งให้แม่ไปยืมเงินลูก แล้วบอก ไม่ต้องใช้ ยกไป และอาจจะทําอีกเมื่อมีการยึดอํานาจอีกครั้งหนึ่ง ดูสไลด์ (Slide) แผ่นนี้ครับ ท่านประธาน เขียนไว้เลยว่าเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ หัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ออกคําสั่งที่ ๔/๒๕๖๒ ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ปี ๒๕๕๗ เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหา การประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ข้อ ๑๖ เพื่อประโยชน์แห่งแผ่นดิน การบริหารงบประมาณแผ่นดินให้กระทรวงการคลัง ไม่ต้องส่งเงินคืนในส่วนที่เหลือ นี่แหละ ๙,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งยืมจากกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่นําไปใช้แทนเงินกู้บางส่วน สําหรับโครงการในการพัฒนาการบริหารจัดการน้ํา และระบบ การขนส่งระยะเร่งด่วน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ และประกาศ ของ คสช. ฉบับที่ ๘๐/๒๕๕๗ เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายขององค์กรนี้ แล้วก็บอกว่า มีผลในส่วนที่เป็นเงินของกระทรวงการคลังยืมที่ค้างชําระ ผมไม่ทราบว่ามีบริษัทไหนที่ปล่อย ถ้าเป็นธุรกิจภาคเอกชนมีคนมาชักดาบ ๙,๗๐๐ กว่าล้านบาทจะทําอย่างไร ผมไม่เข้าใจ เหมือนกันครับ แต่นี่เป็นองค์กรของรัฐที่ถือ คงต้องก้มหน้าก้มตาบอกว่าที่ค้าง ๙,๗๐๐ ล้านบาทให้เป็นศูนย์ มาได้อย่างไรครับ คําสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ปีที่แล้ว คําสั่งนี้ ในข้อ ๑-๑๕ เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาการประมูลคลื่น ๘๙๕-๙๑๕ เมกะเฮิรตซ์ และ ๙๕๐-๙๖๐ เมกะเฮิรตซ์ และจูงใจเรื่อง ๗๐๐-๒,๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ที่จะใช้ ๕ จี (5G) นั่นคือประเด็น แต่เสียบเขาครับ ข้อ ๑๖ เสียบครับในคําสั่งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหา ที่เกิดขึ้นเลย แต่บอกว่านี่ไม่ต้องใช้เงิน บอกให้กระทรวงการคลังไม่ต้องส่งเงินที่เป็นหนี้คืน ๙,๗๐๐ ล้านบาท ผมก็ยกประโยชน์ให้ โดยอ้างวัตถุประสงค์ว่ากองทุนในมาตรา ๕๒ (๖) ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๓ เดิม ยังไม่ได้มี (๖) เพิ่งมี (๖) เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๗ นี้เอง ในบันทึกนี้มีการยืมเงินกันจากวงเงิน ๑๔,๓๐๐ ล้าน บาท เพื่อไปใช้แทนบางส่วน พูดง่าย ๆ ว่าเอาไปพัฒนาประเทศ แต่ผมยังไม่รู้เลยผลพัฒนา ประเทศที่ผ่านมาที่ยืมไปใช้ในระบบทรัพยากรน้ํา และขนส่งทางด่วน ในมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ แล้วกระทรวงการคลังยืมมา เมื่อปี ๒๕๕๘ ได้ผลอย่างไร อันนี้คือ ประกาศของ คสช. ที่เติมลงไปใน ข้อ ๖ ส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับ กระทรวงการคลังสามารถยืมกองทุน กองทุนนี้เงินเยอะมากเลย สตช. กําลังยืมอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมว่าไม่รู้จะถูกแฮก (Hack) แบบนี้หรือเปล่า แต่ถ้าจะแฮก (Hack) คราวหน้า ต้องยึดอํานาจครับ แต่คําสั่งนี้ยังอยู่ ข้อนี้ที่บอกว่าส่งเสริมสนับสนุนให้งบประมาณกับ กระทรวงการคลังสามารถยืมเงินจากกองทุนนี้มาสนับสนุนรัฐอันเป็นประโยชน์สาธารณะได้ ถ้ารัฐบาลจะยืมอีกก็ได้ กระทรวงการคลังยืมได้ แต่ต้องมีคนมายึดอํานาจแล้วก็สั่งยกหนี้ไป ถึงจะทําถูกต้องตามกฎหมาย สรุปงบประมาณ คสช. ไม่ได้รับคืนเพราะมีกฎหมายกําหนด ช่วยตอบผมด้วยว่ากําหนดแล้วท่านคิดอย่างไร เรื่องธรรมาภิบาลว่าอํานาจมหัตนี้ บิ๊กเพาเวอร์ (Big power) ผมเรียกว่าอํานาจมหัต เพราะว่าบิ๊กดาต้า (Big data) เขาบอกว่าข้อมูลมหัต ก็เลยใช้อํานาจมหัตแทน ในสถานการณ์จ่ายเงินที่ผ่านมา ท่านระมัดระวังเรื่องมาตรา ๙ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือไม่ กราบเรียนว่าจะเป็นปัญหา ในอนาคตหรือเปล่า ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านผู้ชี้แจง ประมวลไว้เดี๋ยวไว้ตอบพร้อม ๆ ก็ได้นะครับ ต่อไปท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางนา เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายรายงานของคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งส่งมาใน ปี ๒๕๖๒ ทั้ง ๒ เล่ม ในนี้มีด้วยกันอยู่หลายหัวข้อ แต่ผมจะพูดถึงในส่วนของการกํากับดูแล การประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๖ เรื่องหลัก ๆ ผมจะขอพูดเพียงแค่ ๑ เรื่องเท่านั้น คือเรื่องที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องพบเจอทุก ๆ วัน ตั้งแต่ออกจากบ้าน ไปที่ทํางาน แล้วก็กลับมาบ้าน แทบจะทุก ๆ ๑๐๐ เมตร จะต้องพบเจอปัญหาของสิ่ง ๆ นี้ นั่นก็คือการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนําสายสื่อสารลงดิน ในรายงานทั้ง ๒ ฉบับ สรุปสอดคล้องกันว่าทาง กสทช. ได้ดําเนินการไปแล้ว ๑๐๖ เส้นทาง รวมเป็นระยะทาง ๒๗๕ กิโลเมตรทั่วประเทศ แต่ถ้าแบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็ดําเนินการไป ๒๔ เส้นทาง ๒๗.๒๑ กิโลเมตร ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถ้าตีเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว น่าจะยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของเส้นทางในถนนสายหลักและถนนสายรองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ผมจะพูดถึงในส่วนของกรุงเทพมหานครเท่านั้น ที่ผมเป็นผู้แทนอยู่แล้วก็มี ข้อมูลในด้านนี้ ทางกรุงเทพมหานครเองก็ได้เปิดตัวโครงการที่จะนําสายสื่อสารลงดินร่วมกับ ทาง กสทช. เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งเป้าหมายว่าจะทําให้ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองไร้สายภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ในปีหน้าที่จะถึง ก็เหลืออีก ไม่ถึง ๑ ปีเต็มแล้วนะครับ ผมก็เอาใจช่วยแล้วก็คาดหวังว่าจะทําได้ตามเป้าหมาย นี่ก็ผ่านมา เกินครึ่งทางแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป้าหมายของทาง กสทช. ที่จะดําเนินการเรื่องนี้สอดคล้อง และเป็นไปตามที่ กทม. ตั้งเป้าหมายไว้หรือเปล่า เพราะรายงานนี้ไม่ได้ลงรายละเอียด เพียงแต่บอกถึงสิ่งที่ทํามาของปี ๒๕๖๒ ทาง กทม. เองก็ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จํากัด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการเอาสายลงท่อดิน ซึ่งมีระยะทางทั้งหมด ที่จะดําเนินการ ๒,๔๕๐ กิโลเมตร เหลือเวลาอีกประมาณไม่ถึง ๑ ปี ผมก็คาดหวังว่า จะดําเนินการได้ตามเป้าหมาย ในรายงานฉบับนี้ผู้ที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานมีข้อเสนอแนะว่า ทาง กสทช. ควรจะกํากับให้ผู้ประกอบการจัดการเรื่องท่อควรจะทําระบบอินเทอแรกทิฟ (Interactive) เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยรายอื่น ๆ สามารถเข้าไปดูคาพาซิตี (Capacity) ของท่อนั้น ๆ เพื่อป้องกันการกีดกันของผู้ประกอบการรายใหม่ ผลประโยชน์ก็จะตก สู่ประชาชนผู้บริโภคด้วยครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทั้งหมดผมพูดถึงในส่วนของการนํา สายไฟฟ้าลงดิน จะพูดเผื่อถึงเพื่อนสมาชิกที่เคยหารือกับท่านประธานไปแล้วว่าการทํา สายไฟฟ้าลงดินควรจะคํานึงถึงความปลอดภัยของประชาชนด้วย ที่ ส.ส. วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม ได้หารือไปแล้วว่าในพื้นที่เขาทําให้ การสัญจรและประชาชนได้รับอันตราย ก็อยากให้ระมัดระวังทางด้านนี้ด้วย อีกส่วนหนึ่ง ที่ยังไม่ได้พูดถึงก็คือการจัดระเบียบสายสื่อสารที่ในนี้ระบุว่าเมื่อเจอสายสื่อสารที่รกรุงรัง และเป็นอันตรายนั้น ทาง กสทช. ก็จะดําเนินการมัดรวมให้เรียบร้อย เพียงแต่ว่าถ้าเข้าไปตรวจสอบจริง ๆ แล้วแทบจะทุก ๆ ๑๐๐ เมตรก็จะเจอสายที่มีปัญหา เกะกะ ม้วนเป็นวง พันเสาไฟบ้าง ต้นไม้บ้าง หลาย ๆ ที่ก็จะเรี่ยราดอยู่ที่พื้นถนนเลยด้วยซ้ํา ในกรุงเทพมหานครก็ยังมีรถบรรทุก รถขนาดใหญ่วิ่งอยู่ตรงนี้ก็เป็นปัญหา รวมถึงรถขยะของ กทม. เองก็เป็นรถขนาดใหญ่ก็มีปัญหาหลาย ๆ ครั้งที่ทางประชาชนในพื้นที่ผมร้องเรียนมา ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาที่ติดอันดับท็อปไฟว์ (Top five) ที่แจ้งมาที่ผม อยากให้ทาง กสทช. ที่เป็นคนกํากับดูแลผู้ประกอบการโทรคมนาคมตรงนี้จัดทํามาตรการหรือระเบียบ ที่เข้มงวดให้กับผู้ที่มาติดตั้งสายใหม่ อันนี้พูดถึงในที่ไม่ใช่ถนนสายหลักหรือสายรอง ที่นําสายลงดิน อันนี้พูดถึงสายซอยย่อยหรือในซอยบ้านที่มีปัญหาอยู่ให้กํากับดูแลที่ติดตั้งใหม่ รวมถึงเข้าไปซ่อมแซมให้ดําเนินการอย่างดี ไม่ใช่ว่าสักแต่จะมาทําแล้วก็สร้างปัญหาตามมา ทีหลัง ควรจะต้องรับทราบด้วยซ้ํา ควรจะต้องแต่งเครื่องแบบให้รู้ว่าจากผู้ประกอบการ รายไหน เพราะว่าประชาชนผู้รับบริการเราไม่ได้คํานึงถึงแค่ราคาหรือคุณภาพหรือ แบนด์วิดท์ (Bandwidth) เท่านั้น เราดูด้วยว่าผู้ประกอบการรายใดที่ทําประโยชน์ให้กับ สังคมที่ไม่เอารัดเอาเปรียบสังคมที่ทําเรื่องพวกนี้ ฝากเรื่องนี้แล้วก็คาดหวังว่าเป้าหมาย ของกรุงเทพมหานครที่ร่วมมือกับ กสทช. ที่จะเป็นมหานครไร้สายให้ได้ภายใน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ จะดําเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ครับ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในรายงาน ผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ ซึ่งความต่อเนื่องจากการปฏิบัติงานของ กสทช. ในปี ๒๕๖๒ จนถึงในปัจจุบันก็ยังมีผลกระทบต่อเนื่องไปในอนาคต ซึ่งในบทสรุปผู้บริหาร ๒ ข้อที่สําคัญที่ผมจะขอเน้น ในประเด็นแรกก็คือการกําหนดนโยบายด้านการบริหาร คลื่นความถี่ให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและการดําเนินการเกี่ยวกับกิจการ ดาวเทียมเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ในประเด็นนี้เป็นประเด็น ที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศนั้นมีความ เกี่ยวพันกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ของ กสทช. ในการดําเนินการเกี่ยวกับกิจการอวกาศ ซึ่งในวันนี้ทาง กสทช. มีอํานาจหน้าที่ในการดูแล ในเรื่องของดาวเทียมสื่อสาร กระผมคิดว่าเป็นการทรานซิชัน (Transition) หรือการเปลี่ยนผ่าน ที่สําคัญที่จะเข้าสู่กิจการอวกาศ ซึ่งทาง กสทช. ก็ได้ให้ความสําคัญในเรื่องของการสนับสนุน การพัฒนากิจการอวกาศในเรื่องของการสนับสนุนโครงการยูโซ (USO) ให้กับการสร้าง ดาวเทียมขนาดเล็ก ซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรดําเนินการต่อไป เนื่องจากกิจการ อวกาศนั้นเป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ตัวใหม่ของโลกและของทุกประเทศ ในประเทศไทยนั้น ก็ยังไม่ได้มีการเตรียมการในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งคนรุ่นใหม่ก็จะต้องมีการเตรียมการในเรื่อง ของบุคลากรอาชีพใหม่ ๆ ดังนั้นผมคิดว่าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่กิจการอวกาศนั้น ทาง กสทช. ก็ควรที่จะมีการเตรียมในเรื่องของงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาการวิจัย และการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมใหม่นี้ทางด้านกิจการอวกาศ ซึ่งผมขอฝากทาง กสทช. ให้ดําเนินการเตรียมการในเรื่องนี้ในปีต่อไปด้วย ในประเด็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยี ๕ จี (5G) ซึ่งอยู่ในบทสรุปผู้บริหารด้วยนั้น การประมูล คลื่นความถี่ ๕ จี (5G) ก็ได้สําเร็จเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกเราคงได้เห็นการประมูล คลื่นความถี่สําเร็จได้แล้วก็จริง แต่การประมูลคลื่นความถี่นั้นมีรายได้เข้ารัฐอย่างมหาศาล ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงความสําเร็จของการบริหารคลื่นความถี่ของ กสทช. เพราะเป็น จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ แต่ความสําเร็จของการบริหารคลื่นความถี่ที่แท้จริงนั้น คือการสร้าง โครงข่ายไปสู่ธุรกิจ ไปสู่ประชาชน ให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ดังนั้น กสทช. ยังต้องติดตามผลการประมูลคลื่นความถี่ หลังจากการประมูลนั้นจะมีการวางโครงข่าย ในทุกคลื่นความถี่ ผมมีความห่วงใย เนื่องจากการประมูลที่ผ่านมานั้นมีผู้ประกอบกิจการ โทรคมนาคมที่เป็นรัฐวิสาหกิจถึง ๒ บริษัท ทั้งแคท (CAT) และทีโอที (TOT) ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่แคท (CAT) กับ ทีโอที (TOT) ได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่จาก กสทช. ด้วยการประมูล ดังนั้น กสทช. ควรที่จะติดตามโดยใกล้ชิด เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารโครงการของ รัฐวิสาหกิจนั้นอาจจะไม่มีความคล่องตัวเหมือนกับบริษัทเอกชน ที่ กสทช. เคยปฏิสัมพันธ์ ในการกํากับดูแลมาโดยตลอด ผมจึงมีความห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ที่บริษัทแคท เทเลคอม (CAT Telecom) ได้รับไปนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของ การเจริญเติบโตในระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีของคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ก็ขอฝากทาง กสทช. ช่วยกํากับดูแลโดยใกล้ชิด และควรที่จะมีการช่วยทําให้ระบบนิเวศของคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นอื่น ๆ นั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ในเรื่องของ การประมูลคลื่นความถี่มีความสําคัญ รัฐบาลมักจะมองเห็นรายได้จากการประมูล แต่อย่างที่ ผมได้กล่าวไปแล้วว่าความสําเร็จในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่แท้จริงคือมูลค่าทางเศรษฐกิจ มูลค่าคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้น กสทช. จะต้องมุ่งเน้นในการกํากับดูแลอย่างใกล้ชิด ในทุกคลื่นความถี่ สิ่งที่ผมเป็นกังวลอีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายก็คือ การประมูล คลื่นความถี่ในย่านต่อ ๆ ไป คือย่านของ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งในขณะนี้คลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์นั้นอยู่ในย่านของ เอกซ์เทนเดด ซีแบนด์ (Extended C Band) ซึ่งเป็นการ ประกอบกิจการด้านดาวเทียมอยู่กับบริษัท ไทยคม จํากัด ที่กําลังจะหมดสัญญาสัมปทาน ในปีหน้าคือในเดือนกันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งในเรื่องนี้ทาง กสทช. จะต้องให้ความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ เป็นคอร์แบนด์ (Core Band) ที่สําคัญ แทบจะสําคัญ ที่สุดในระบบนิเวศของระบบ ๕ จี (5G) ผมอยากให้ทาง กสทช. ได้เตรียมการในเรื่องของ แผนการประมูลหรือจะประมูลหรือไม่ อย่างไร ให้ชัดเจน และที่สําคัญคือคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์นั้น มีความเกี่ยวข้องกับผลกระทบของประชาชนในการใช้กิจการดาวเทียม ในการให้บริการดาวเทียมในย่านซีแบนด์ (C Band) ซึ่งอาจจะมีผลกระทบในเรื่องของ การให้บริการดังกล่าว จึงขอให้ทาง กสทช. ได้ศึกษาในภาพจริงว่าจะต้องมีการเยียวยา ประชาชนอย่างไร ซึ่งก็คงจะเป็นภารกิจที่สําคัญในปีต่อ ๆ ไปที่ กสทช. คงจะต้อง ให้ความสําคัญอย่างมาก ผมขอขอบคุณท่านประธาน และขอฝากท่านประธานไปยัง กสทช. ให้ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน ติดตามการทํางานของรัฐบาล ทุกหน่วยงาน ท่านประธานที่เคารพ กรมไปรษณีย์โทรเลขที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี้ ผมชอบเรียก แบบนี้นะครับ แต่ก่อนอยู่ซอยสายลมก็ทํามาค้าขายเกี่ยวกับธุรกิจของรัฐบาล เกี่ยวข้องกับ คลื่นความถี่ ตั้งแต่เอชเอฟ (HF) วีเอชเอฟ (VHF) ยูเอชเอฟ (UHF) จนกระทั่งมาสู่ระบบ ดิจิทัล (Digital) ในปัจจุบัน เราก็คาดหวังว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติคณะกรรมการ ของ กสทช. ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นปัจจุบันนี้จะสามารถทําให้เกิดความคุ้มค่า ไม่ได้ไปเข้า กระเป๋าใครคนใดคนหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้รวยจนลืมบ้านเลขที่เหมือนคนบางคนที่ถูกกล่าวหา ในสังคม ที่ผมกล่าวอย่างนี้ ถ้าท่านคีย์ (Key) คําว่าปัญหาของ กสทช. ท่านจะเห็นเลยขึ้นใน กูเกิลเสิร์ซ (Google search) เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ใช้จ่าย อย่างสุรุ่ยสุร่าย แล้วก็เงินประมูลต่าง ๆ การใช้เงินผ่านกองทุนวิจัยซึ่งผมเป็นประธาน คณะกรรมาธิการที่ดูแลเกี่ยวกับกองทุนทั้งประเทศเคยเรียก กสทช. มาชี้แจงในที่ประชุม ก็ยังไม่เคลียร์ (Clear) หลายประเด็น คณะอนุกรรมาธิการก็กําลังติดตามตรวจสอบ อย่างใกล้ชิดว่า กสทช. หรือกรมไปรษณีย์โทรเลขเดิมท่านได้ทําอะไรที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติมากน้อยขนาดไหน คลื่นความถี่ในปัจจุบันนี้หลายท่านคงจะรู้ว่า รัฐเป็นเจ้าของจะไม่สามารถให้กับเอกชนได้ ยกเว้นการทําสัญญาที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐ อันไหนที่ขาดดุล อันไหนที่ขาดทุนหรือเสียประโยชน์ต่อรัฐ คณะกรรมการของบอร์ด กสทช. หรือใครก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องท่านต้องพึงสํานึกไว้ว่าท่านกําลังเล่นกับเงินภาษีของ พี่น้องประชาชน เดี๋ยวผมลงรายละเอียดมีหลายเรื่องที่ต้องอธิบายให้กับสังคมเข้าใจ เพราะที่ผ่านมาตลอด ๖ ปีหลังการปฏิวัติรัฐประหารแดนสนธยาเรียกพี่นะครับ สมัยก่อน เขาบอกว่าเข้าซอยสายลมที่กรมไปรษณีย์โทรเลข ถนนพหลโยธิน ซอย ๘ เขาบอกว่า ไปแดนสนธยา แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นคณะกรรมการกิจการ กสทช. ปัจจุบันนี้ ประชาชน ก็คาดหวังว่าท่านจะทําได้ดีและชี้แจงต่อสังคมไทยได้ เดี๋ยวผมไล่เลียงทีละประเด็นว่า ท่านผู้ที่นั่งอยู่ข้างบนต้องชี้แจงให้กับประชาชนทราบนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ เงินกองทุนวิจัยและพัฒนาถ้าเกิดท่านประธานดูในเล่มนี้ จะเห็นได้ว่ามีความผิดปกติบ้าง เดี๋ยวท่านก็ชี้แจงแล้วกันเท่าที่ผมกล่าวนี้ เงินสะสม ปี ๒๕๖๑ มี ๔,๗๑๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ๔,๘๖๔ ล้านบาท แล้วทําไมจิรายุแตกต่างอะไร อย่างไรหรือ ไม่แตกต่างหรอกท่านประธานครับ แต่พอมาดูปี ๒๕๖๑ ที่เป็นรายได้ ท่านประธานฟังผม ให้ดีนะครับ ตัวเลขค่อนข้างคลาสสิก (Classic) รายได้มีทั้งหมดประมาณ ๑,๖๕๓ ล้านบาท แต่ปรากฏว่ามีรายจ่ายประมาณ ๑๐,๘๕๐ ล้านบาท อันนี้อยู่ในเล่มนี้ผมก็นั่งดูไปเรื่อย ๆ ก็พอจะเห็นอยู่ว่าทําไมตัวเลขแปลก ๆ หน้า ๑๔๓ ในรายงานของเขาปรากฏว่าเราไปดู รายละเอียด ปี ๒๕๖๑ ทําไมใช้เงินเก่งจัง ตอนนั้นอยู่ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้นํา คสช. ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยนั่งบนบัลลังก์มีแต่ป้ายชื่อนั่นแหละครับ ก็เลยแปลกใจว่าทําไม คสช. เราไม่มีคณะกรรมาธิการตรวจสอบ เราไม่มีฝ่ายประชาธิปไตย ที่จะไปตรวจสอบจึงใช้เงินมือเติบกันขนาดนี้เลยหรือ เดี๋ยวท่านช่วยชี้แจงหน่อยนะครับ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ พอปี ๒๕๖๒ เบาหน่อยเพราะว่าเทกระจาดไปแล้ว เมื่อปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ นี่ใช้ไปประมาณ ๑,๒๙๒ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนไม่ค่อยรู้หรอกว่าหน่วยงานนี้ทําอะไร หน่วยงานนี้ก็คือเจ้าของคลื่น คลื่นอยู่ใน อากาศครับ สมัยก่อนเขาใช้รหัสมอร์ส (Morse) ใช้คลื่นแบบไฮฟรีเควนซี (High Frequency) เอชเอฟ (HF) เคาะกัน ถอดรหัสกันไป แล้วขยับมาเป็นเวรี ไฮ ฟรีเควนซี (Very High Frequency) ก็เอาไปเป็นวิทยุเอฟเอ็ม ๘๗.๕ (FM 87.5) เหมือนคลื่นรัฐสภาแบบนี้ หลังจากนั้นก็ทําไปถึงยูเอชเอฟ (UHF) อัลทรา ไฮ ฟรีเควนซี (Ultra High Frequency) จนกระทั่งไปถึงระบบดิจิทัล (Digital) คนที่นั่งอยู่บนนี้ดูแลผลประโยชน์ของชาติอยู่นะครับ คําถามของผมในฐานะฝ่ายค้านก็คือว่าเราจะให้ความไว้วางใจเขาได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าท่านเข้าข้างประชาชนผมยินดีด้วย ก็จะปรบมือให้กับทุก ๆ ท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่ท่านประธานไปดูในงบรายงาน หน้า ๑๔๓ ท่านประธานอาจจะหยิบตามผม ท่านอาจจะ ไม่ค่อยได้สังเกต ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน ปี ๒๕๖๑ บรรทัดแรกไม่มี แต่บรรทัดที่ ๒ ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานคือค่าทดแทน ชดใช้ หรือค่าตอบแทน ตามคําสั่งหัวหน้า คสช. อะไรล่ะครับ เดี๋ยวท่านอธิบายหน่อยเถอะอยากรู้ ปี ๒๕๖๑ ไม่มี ปี ๒๕๖๒ มี ปี ๒๕๖๓ ไม่มีแน่นอน เพราะมีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนเดิม ในข้อนี้ค่าใช้จ่ายตามคําสั่งหัวหน้า คสช. เป็นค่าทดแทน ชดใช้ และค่าตอบแทน เป็นเงิน ๓,๗๕๕ ล้านบาท สร้างโรงเรียนได้ เกือบ ๑,๕๐๐ หลัง เด็กยากจนมีเงินที่จะไปโรงเรียน มีนมโรงเรียน มีชุดโรงเรียนใส่ได้ มากมาย ท่านประธานที่เคารพ นี่คือคําถามที่ กสทช. ต้องตอบครับ🔗

ประเด็นต่อมา กองทุนวิจัยและการพัฒนา เดี๋ยวนี้ชอบใช้กองทุนที่เป็น นิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคลกันเยอะครับ ผมเป็นประธานกรรมาธิการเรียกสอบ จนเพลีย ตอบไม่ได้ บางที่ก็ส่งสัญญาแบบเอาลิควิดเปเปอร์ (Liquid paper) ลบมาให้ กรรมาธิการ อันนี้ติดคุกนะครับ บางแห่งก็ส่งมาแบบกลัว ๆ กล้า ๆ อ้างโน่นอ้างนี่ ผมจะบอก ท่านประธานอย่างนี้ว่าเรื่องของกองทุนท่านช่วยชี้แจงหน่อยว่า เปิดโทรทัศน์ทีไรเดี๋ยวเห็น สสส. โฆษณาเข้าพรรษาบ้าง เดี๋ยวเห็นกองทุนใช้รถใช้ถนนบ้าง เดี๋ยวเห็น กสทช. ใช้กันบ้าง ไหนล่ะบูรณาการ ยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูปประเทศ ต่างคนต่างทําครับ เพราะว่าถือเงินกองทุน ไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ ก็ซื้อกันกระจายเลยครับ ไม่ว่ากันถือว่าเป็นการสนับสนุน ก็ยังดียังคืนเงินให้กับพี่น้องประชาชนผ่านสื่อสารมวลชน ผ่านระบบต่าง ๆ ป้ายโฆษณา ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็ยังดี แต่อย่าไปเก็บต๋ง ได้ยินมาว่าพอมีเหมือนกันครับ ท่านประธาน ผมใช้เวลานิดเดียวครับ เป็นประโยชน์ ประเด็นต่อมากองทุนที่ท่านใช้เงินกัน จํานวนมากท่านต้องชี้แจงกับสังคม🔗

เรื่องต่อมาเรื่องการติดตามตรวจสอบเรื่องของการร้องเรียน ผมเป็นพ่อบ้าน ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด ค่าโทรศัพท์ผมจ่าย ค่าน้ํา ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ไวไฟ (WiFi) ผมจ่ายครับ ภรรยาของผมก็จะดูแลเรื่องลูก เรื่องค่าใช้จ่ายของลูก ผมก็จะเห็นตลอดเวลาว่าระบบโทรศัพท์ที่เราถูกเก็บสตางค์ ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) วันดีคืนดีเสาล้มอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่บ้านใช้ไม่ได้ครับ ปรากฏว่าโทรศัพท์ไปแจ้งบริษัท ก ข ค ง ไม่เอ่ยนาม ๓ วันกว่าจะมา บ้างก็ ๕ วัน แต่เวลามาเก็บบิล (Bill) สิ้นเดือนครับ เก็บ ๓๑ วันเต็ม อันนี้ กสทช. ท่านทําอะไรครับ เรื่องร้องเรียนผมก็เห็นมีเยอะแยะมากมาย อันนี้เรื่องพื้นฐานแบบประชาชน อันนี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้ต้องพิจารณาครับ🔗

ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าทุกวันนี้จะมีทั้งโลกดิจิทัล (Digital) และอะนาล็อก (Analog) ถ้าท่านประธานไปตามห้างสรรพสินค้าก็จะมีว. แดง เห็น ไหมครับ รถเข้ามาแล้ว โน่นนี่นั่น สั่งก๋วยเตี๋ยว สั่งอะไรกันเยอะแยะ สมัยก่อนมนุษย์ คิดเทคโนโลยีอะไรมากไม่ได้ครับ ไปซอยความถี่ไม่ได้ครับ ๑ เมกะเฮิรตซ์ ซอยได้จริงก็ ๐.๕ เขาเรียกชิป (Chip) ความถี่กัน พอใกล้กันปุ๊บก็จะเฟส (Phase) หากัน พยายามจะคิดค้น จนกระทั่งมีดิจิทัล (Digital) แต่ กสทช. ท่านไม่เคยไปคิดถึงอะนาล็อก (Analog) ที่เคยเกิดขึ้น ในประเทศไทยและยังใช้อยู่ในปัจจุบันคลื่นความถี่วิทยุที่เป็นย่านโลว์แบนด์ (Low Band) อะไรต่าง ๆ ที่เป็นคลื่นเอชเอฟ (HF) ที่เขาเรียกกันว่า ว. แดง ผมรู้ว่าท่านรู้จัก ทุกวันนี้มีอยู่ ๘๐ กว่าช่อง แล้วใช้กันทั้งประเทศ สั่งก๋วยเตี๋ยว รปภ. อะไรกันมั่วไปหมด ท่านพัฒนาไหม เดี๋ยวท่านช่วยตอบหน่อย ท่านใส่โทนสเคลช์ (Tone squelch) ที่เรียกว่าดีทีเอ็มเอฟ (DTMF) ไหม วิธีการพูดปุ๊บคนนี้ได้ยิน ผมคุยกับท่านประธาน ท่านประธานได้ยินผม คนอื่นไม่ได้ยิน พัฒนาไปถึงไหน ไม่ใช่เอาแต่จะเก็บสตางค์แต่ค่าสัมปทาน ประมูลคลื่นความถี่ โน่นนี่นั่น อันนั้นรายใหญ่ใช่ไหม รายเล็กท่านทําไหม ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้ตํารวจเขาไม่ ค่อยใช้วิทยุวีเอชเอฟ (VHF) ที่เราพกหลังตุง ๆ กดความถี่ซินทิไซเซอร์ (Synthesizer) แล้วกดตัวเลขไป สมัยก่อนใช้แร่ใช้บิดต๊อก ต๊อก ต๊อก จะเปลี่ยนความถี่ก็ต้องใช้แร่ แต่ปัจจุบันเขาใช้กดที่เราเรียกว่าสังเคราะห์ความถี่ คําถามคือตั้งแต่เลยความถี่ของการบิน ๑๓๗ เมกะเฮิรตซ์ ขึ้นมา ไปจนถึงปัจจุบันนี้เกือบ ๒๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ท่านได้พัฒนาปรับปรุงอะไร ไปบ้าง เพราะทุกวันนี้โรงพัก ตํารวจ หรือหน่วยงานราชการเขาใช้วิธีการอย่างไรครับ เขาใช้ลักษณะเหมือนคลื่นความถี่ที่เป็นโทรศัพท์เหมือนใช้ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) เครือข่าย โรงพักคันนายาว โรงพักนิมิตรใหม่แถวบ้านผมเขาใช้ระบบนี้ครับ แต่คลื่นความถี่ พวกนี้มีเยอะแยะมากมาย แล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร คําถามคือนอกจากท่านจะเก็บเงิน ค่าสัมปทานต่าง ๆ ท่านได้บริหารจัดการแก้ไขเรื่องเหล่านี้หรือยัง🔗

ประเด็นสุดท้ายที่เป็นเรื่องสําคัญมากซึ่งคนในประเทศนี้อาจจะทราบ และไม่ทราบ ซึ่งผมต้องใช้เวลาในการอภิปรายครับท่านประธาน เนื้อล้วน ๆ ก็คือว่า ปี ๒๕๕๙ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์นี่แหละ ที่มีเงินเมื่อสักครู่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดี๋ยวท่านชี้แจงนะครับ มีคําสั่งให้กระทรวงดีอี (DE) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผมไม่ได้ว่ารัฐมนตรีปัจจุบัน คุณบีเป็นคนปัจจุบัน อาจจะไม่เกี่ยวข้องแต่ท่านต้องไปตรวจสอบด้วย ที่ผมบอกต่อไปนี้ก็คือเรื่องของเน็ตประชารัฐ ชื่อคุ้น ๆ ไหมครับ นี่คิดกันมาตั้งแต่ ก่อนตั้งพรรคแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ก็คือเน็ตประชารัฐ เพราะฉะนั้นผมบอกท่านประธาน อย่างนี้ กระทรวงดีอี (DE) มอบหมายให้ทีโอที (TOT) คือบริษัทในเครือของดีอี (DE) ก็คือ องค์การโทรศัพท์เดิมแหละครับ ชื่อฝรั่งทีโอที (TOT) ให้ไปบริหารจัดการอยู่ประมาณ ๒๔,๗๐๐ จุดในต่างจังหวัด ที่จังหวัดตรังท่านประธานลองสอบถามคนในหมู่บ้านดู เวลาจะกด กู๊ดมอร์นิง (Good morning) ตอนเช้ากับท่านประธาน กดไปนี่วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง วนอยู่อย่างนี้ โหลด (Load) แค่กู๊ดมอร์นิง (Good morning) ตอนเช้า เน็ตประชารัฐในต่างจังหวัดครับ เดี๋ยวผมจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเรียก กสทช. มาอธิบายในที่ประชุม และทีโอที (TOT) ซัดกันนัวครับ ประชาธิปไตยถึงดีกว่าพวกเผด็จการตรงนี้แหละครับ มีระบบตรวจสอบของ ประชาชน ๕-๖ ปีไม่เคยมีใครรู้ ปี ๒๕๕๘ คสช. ให้เงินไปประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้กระทรวงดีอี (DE) และทีโอที (TOT) ทํา อ้าว แล้วบอก กสทช. เกี่ยวอะไรด้วย เกี่ยวก็คือว่า เป็นงบผูกพันต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ไปจนถึงปี ๒๕๖๗ หลังจากนั้นกระทรวงดีอี (DE) กับทีโอที (TOT) ทํา เป้าประสงค์ประมาณ ๔๐,๐๐๐ เขาแบ่งกลุ่ม เป็นอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่ห่างไกล ประเภทที่ห่างไกล หมู่บ้าน ที่พอมีถนนหนทาง พอมีเสาไฟฟ้า พอมีโทรศัพท์เข้าไป กับประเภทที่ ๒ ๔,๐๐๐ จุด ประเภทเกรดซีบวก (C+) อันนี้คือ ๔,๐๐๐ จุด ประเภทต้องเดินเท้าเข้าไป ผ่านที่กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ทําเสาบ้าง ไม่ให้ทําบ้าง นี่พัฒนาประเทศไทยปฏิรูป ก่อนการเลือกตั้ง แค่จะเอาเสาพาดผ่านเขตอุทยานเข้าไปให้กับประชาชนยังทําไม่ได้เลย สุดท้ายโดยสรุปก็คือว่ากระทรวงดีอี (DE) กับทีโอที (TOT) ทําไม่พอ คสช. ตอนนั้น บอกอย่างไรครับ ให้คณะท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่นี่ กสทช. เป็นผู้ทําเน็ตประชารัฐอีกครับ คําถามก็คือว่าคณะ กสทช. กรมไปรษณีย์โทรเลขเดิมที่นั่งอยู่นี่ท่านมีเครื่องมือหรือครับ ท่านมีรถที่จะไปตั้งเสาหรือครับ ท่านมีสายหรือครับ ก็เกิดยี่ปั๊ว ซาปั๊ว สุดท้าย กสทช. ไปจ้าง ทีโอที (TOT) แบบนี้ก็มี ผมถึงบอกว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในช่วง ๕-๖ ปีที่เราไม่รู้มาก่อน กระทรวงดีอี (DE) ให้ทีโอที (TOT) ทํา องค์การโทรศัพท์ทําเพราะมีเครื่องมือ มีเสา มีโทรเลข มีอะไรแต่ก่อน กสทช. ไม่มีอะไรเลยแต่ได้รับงาน สุดท้ายทําไม่ได้ก็ไปจ้างทีโอที (TOT) ทํา ถามบนบัลลังก์ว่าจริงไหม แล้วปรากฏว่าผมเรียกมาชี้แจงในที่ประชุม กสทช. รับงานทําเน็ต ชายขอบ ในกลุ่มซี (C) หรือภาษาโบราณว่าพวกขอบขัณฑสีมาภาษาโบราณ ต้องเดินทุ่งกัน ๓ วัน ๓ คืนกว่าจะถึงประมาณนั้น ก็มีอยู่จํานวนประมาณ ๔,๐๐๐ กว่ายูนิต (Unit) ไปทําอะไรบ้าง ๑. ไปตั้งหมู่บ้าน ๓,๐๐๐ กว่า แต่สมมุติว่านี่คือศาลาหมู่บ้าน ท่านประธานเดินไปแค่ข้างนอกนี่ หลุดแล้วนะ อยู่ประมาณสัก ๔๐-๕๐ เมตร เพราะฉะนั้นท่านประธานนึกภาพดูเวลาเราจะเข้า อินเทอร์เน็ต (Internet) ต้องไปหาบ้านผู้ใหญ่ ต้องเดิน แล้วต่างจังหวัดเราก็รู้ ท่านประธาน อยู่จังหวัดตรัง ท่านประธานก็รู้ว่าแต่ละบ้านห่างกันขนาดไหน ชุมชนไกลกันขนาดไหน ไม่ได้แบบบ้านผมคลองสามวานี่เจริญ แล้วคนกรุงเทพฯ เขาก็ใช้มือถือ เขาไม่ได้ไปใช้ เน็ตประชารัฐหรอก กู๊ดมอร์นิง (Good Morning) ไปกินกาแฟได้ ๒ ถ้วย มายังโหลด (Load) ไม่จบเลย ที่ผมจะบอกท่านประธานก็คือว่าเขาเอาไปทําหมู่บ้าน ๓,๐๐๐ ไปทําโรงเรียน ๑,๒๐๐ มีที่โรงพยาบาลอีก ๑๐๗ ศูนย์ยูเอสโอ (USO) ก็คือห้องเรียนก็จะมีอินเทอร์เน็ต (Internet) ติดอยู่ในห้องเรียน เด็กไปโรงเรียนถึงจะใช้ได้ ประมาณ ๗๐๐ กว่า นี่แผนต่อเนื่อง จนถึงปี ๒๕๖๗ ที่ผมอยากจะถามท่านทั้งหลายที่บนบัลลังก์ ถ้าท่านทําไม่ได้ท่านก็เลิกเถอะ ปรากฏว่าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กสทช. ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี้เพิ่งบอกเลิกสัญญาทีโอที (TOT) ในกรณีที่ไปทําเน็ตชายขอบ วันนี้จึงเกิดปัญหาครับ และท่านประธานทราบไหมว่า คณะ กสทช. แห่งนี้ ผมชอบเรียกกรมไปรษณีย์สายลมนี่ ท่านยังไม่ได้จ่ายเงินทีโอที (TOT) ค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) เลย เพราะไม่ได้มีการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ คําถามก็คือว่าท่านเอากฎหมายตัวไหนมาใช้ล่ะครับ กสทช. ที่ท่านบอกว่าทีโอที (TOT) ประเทศนี้ไม่ใช่ของ คสช. ไม่ใช่ของ พลเอก ประยุทธ์ ที่จะไปชี้ว่าเอาสตางค์ไป จ่ายไปก่อน เดี๋ยวอั๊วจ่ายให้ ปรากฏว่าวันนี้ทีโอที (TOT) จ่ายเงินที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนที่ไปใช้บริการโทรศัพท์ ของเขา ไปใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เขา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท กสทช. ให้ทีโอที (TOT) กระทรวงดีอี (DE) ให้ทีโอที (TOT) จ่ายเงินไปก่อน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท คําถามคือแบบนี้ ก็ได้ด้วยหรือ สรุปรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้สนใจเรื่องเน็ตประชารัฐอะไรหรอก แค่ทําเพื่อหาเสียงหรือเปล่า วันนี้พี่น้องท่านอยู่ในต่างจังหวัดท่านลองไปตรวจสอบดูเลยว่า เน็ตประชารัฐแถวบ้านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. สท. สจ. ส.ส. ท่านลองเอา โทรศัพท์มือถือโลว์เทค (Low-tech) ของท่าน หรือจะไฮเทค (High-tech) ของท่านไปลอง กดดูว่าสามารถเข้าได้ไหม แล้วผมถามว่าคนที่เขาอยู่ชายขอบที่ท่านบอกว่าทําไม่ได้ ทีโอที (TOT) ไม่อยากทํา พูดง่ายคือ ๆ ทีโอที (TOT) ก็งอแง ก็พี่เล่นให้ผมจ่ายสตางค์ไปก่อน สุดท้ายทีโอที (TOT) ก็เลยถูกบอกเลิกสัญญาโดย กสทช. คณะนี้ครับ ฝ่ายค้านทําการบ้านมา หลากหลาย แต่วันนี้อภิปรายเล็ก ๆ เพื่อเตือนสติท่านว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน ท่านใช้สภาแห่งนี้ท่านได้มาชี้แจงแล้วท่านช่วยกรุณาไปทําเถิด และท่านใช้ ระบอบประชาธิปไตยที่มีคณะกรรมาธิการช่วยท่านศึกษา ผมจะขึ้นไปที่จังหวัดตาก แต่ผมไม่บอกอําเภอไหน ผมจะไปลองทําคลิป (Clip) ให้ท่านประธานได้ดูเลย มาให้สภา เห็นว่าจิรายุไปแล้วเน็ตชายขอบที่ว่านี่ใช้ได้จริงไหม🔗

คําถามต่อไปรายงานต่าง ๆ ที่ท่านทํานี่คือเงินของประชาชนทั้งนั้น คลื่นความถี่เป็นของชาติ เป็นทรัพยากรของชาติ ท่านต้องจัดสรรและบริหารความถี่ อย่างเป็นธรรม นี่คือเขียนไว้ในกฎหมายชัดเจนตั้งแต่ประเทศนี้เกิดขึ้นมา แต่สุดท้าย กสทช. ไม่ได้ตอบอะไรให้กับสังคม นอกจากที่ท่านเขียนกันมาเล่มหนา ปลูกต้นไม้ ซีเอสอาร์ (CSR) หน่วยงานไหนก็ชอบทํากัน ก็เพราะว่าจ่ายเงินง่าย จ้างออร์แกไนเซอร์ (Organizer) มาทํา รายละ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท รายละ ๘๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ทําสัก ๑๐ บริษัท ทําจุดโน้นจุดนี้ ผมรําคาญมากกับซีเอสอาร์ (CSR) ขององค์กรของรัฐ คือผูกขาดอยู่แล้ว มีใครจะไปแข่ง กับท่าน ท่านจะไปโฆษณาอะไรนักหนา สร้างภาพลักษณ์อะไรนักหนา ท่านไม่ได้ขายกะปิ น้ําปลา ที่จะต้องสร้างแบรนด์ (Brand) เอาเงินเหล่านี้มาบริหารจัดการแล้วคืนให้กับ ประชาชนในรูปแบบความเร็วของอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ไหม ทุกวันนี้ ๓๐ ดาวน์โหลด (Download) เท่านี้ อัปโหลด (Upload) เท่านี้ ลองไปใช้จริงใช้ไม่ได้หรอกครับ สุดท้าย ปลายทางท่านต้องตอบคําถามผม ๑. ปัญหาเรื่องการพัฒนาคลื่นความถี่ที่เป็นระบบ อะนาล็อก (Analog) เก่า ตั้งแต่คลื่นเอชเอฟ (HF) ไฮ ฟรีเควนซี (High Frequency) ไปจนถึง เวรี ไฮ ฟรีเควนซี (Very High Frequency) วีเอชเอฟ (VHF) และอุลตรา ไฮ ฟรีเควนซี (Ultra High Frequency) ในปัจจุบันนี้ ท่านพัฒนาไปถึงไหน เพื่อให้เอกชนได้ขับเคลื่อน เดินหน้าได้ มี ๘๐ ช่องท่านซอยไปได้อีกกี่ช่อง แล้วท่านเปิดให้กับประชาชนได้ใช้ฟรีขนาดไหน เพราะคลื่นพวกนี้ใช้ฟรีครับ ซื้อ ว. มาก็ใช้ได้ แล้วคลื่นความถี่ทางราชการที่ไม่ได้ใช้แล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบัน การเข้ารหัสทางความลับมีสูง ตํารวจร้อยละ ๘๐ ถ้าไม่ใช่โรงพัก ต่างจังหวัดใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่านแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้อย่างไร🔗

คําถามที่ ๓ เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ท่านลงในนี้เป็นการประจาน ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. เก่าคืออะไร ท่านต้องตอบรัฐสภาให้ได้ว่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท หมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่เงินท่าน พลเอก ประยุทธ์ เป็นเงินภาษี ของประชาชน เป็นคลื่นความถี่ของชาติ และกองทุนพัฒนาที่ท่านบอกว่าท่านใช้สตางค์ ท่านทําอะไรบ้าง แล้วเป็นประโยชน์ด้านไหน คนจะมาประมูลกับท่านมากขึ้นหรือครับ หรือว่าคนจะชอบ กสทช. เห็นแล้วยิ้มแป้นมีความสุข เพราะฉะนั้น ๔-๕ ประเด็น ที่คณะชุดนี้ต้องตอบรัฐสภาครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มีอีก ๒ ท่าน ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับ รายงานผลการดําเนินการของ กสทช. ซึ่งต้องบอกว่าเป็นประจําว่าทาง กสทช. นั้นมีรูปเล่ม ที่อ่านง่าย ข้อมูลข้างในก็เยอะพอสมควร ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้สิ่งที่ผมจะพูดนั้น ผมจะพูดในแง่มุมของผู้บริโภคเสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วทุกวันนี้โลกเราเล็กลงเรื่อย ๆ เนื่องจาก การสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ทําให้พวกเราสามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย มากยิ่งขึ้น แต่ก่อนอื่นที่ผมจะพูด ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนิดเดียว ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ รายงานของปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ที่เรากําลังพูดคุยกันอยู่ในวันนี้ ผมต้องบอกว่า กสทช. เป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญ มีความสําคัญทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งภารกิจ มิติต่าง ๆ นั้นต้องบอกว่าละเลยไม่ได้ และวันนี้ต้องขอบคุณที่ทางผู้บริหาร กสทช. นํารายงานฉบับนี้เข้ามาที่สภา ให้พวกเราที่เป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทยได้ช่วยกัน เสนอแนะ ได้ช่วยกันตรวจสอบ ผมยกตัวอย่างกลับไปเมื่อตอนที่มีการประมูลทีวีดิจิทัล (TV Digital) ซึ่งตอนนั้นถ้าจําไม่ผิดในประเทศไทยตื่นตัวกันมาก มีทั้งผู้ประกอบการได้เข้าร่วม ประมูลและผลการประมูลแต่ละบริษัทก็ประมูลกันในราคาที่แพงมาก ๆ โดยการประเมิน ราคากลางของวันนั้นส่งผลกระทบมายังวันนี้ เราจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล (TV Digital) หลาย ๆ ช่อง ตอนนี้เขาไปไม่ได้ครับ เขาปิดตัวลง สรุปสุดท้ายท้ายสุดคนที่ เสียผลประโยชน์มากที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่เขาควรจะมีช่องหลากหลายให้เขาได้ รับดูรับชม ติดตามข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารเรื่องการศึกษา เรื่องการบันเทิง วันนี้ช่องที่ พี่น้องประชาชนคนไทยพึงมีลดลงครับ ดังนั้นผมฝากกลับไปในอนาคตข้างหน้าผมเชื่อว่า ในเรื่องสําคัญ ๆ ก็จะมีการประมูลคลื่นต่าง ๆ ความถี่ต่าง ๆ ก็ขอให้รักษาสมดุล ให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ ให้รัฐอยู่ได้ และให้พี่น้องประชาชนไม่สูญเสียผลประโยชน์🔗

ประเด็นถัดไป ก็คือเรื่องประมูลคลื่นมือถือ ผมไม่แน่ใจว่าจะแพงขนาดไหน สุดท้ายแล้วถ้าประมูลมาแพง ผู้ประกอบการเขาก็จะต้องไปเอากําไรกับผู้บริโภค ผู้ใช้มือถือ ผู้ที่ต้องการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นภารกิจของ กสทช. จะต้องกํากับดูแลโครงสร้างของอัตรา ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกย่านความถี่ ผมยกตัวอย่าง ผมเชื่อว่าวันนี้ทั่วประเทศไทยมือถือในแต่ละเจ้าคุณภาพสัญญาณไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าดูจากภารกิจแล้วท่านจะต้องเป็นคนกํากับให้ทุกที่ที่ประเทศไทยทุกมุม ทุกหลืบ มีสัญญาณมือถือที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารของพี่น้องประชาชน พอคุณภาพ ใกล้เคียงกันแล้วทางผู้ประกอบการเขาก็จะไปแข่งขันในเรื่องของการบริการ ในเรื่องของ โพรโมชัน (Promotion) อันนั้นก็ว่ากันไป เรื่องนี้คือเรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้ นอกจากนี้ มีเรื่องที่ผมอยากจะสอบถามท่าน ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะไม่ใช่ภารกิจหลักของท่าน แต่ท่านก็น่าจะออกมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมได้ ทุกวันนี้มีบางบริษัท ยกตัวอย่าง บริษัทประกัน บริษัทที่ขายสินค้าออนไลน์ (Online) โทรศัพท์มาขายประกัน โทรศัพท์ มาขายสินค้ากับผม โทรศัพท์มาขายสินค้ากับพรรคพวกของผม โดยที่เราไม่ทราบเลยว่า บริษัทเหล่านี้เอาเบอร์ของเรามาจากไหน เพราะส่วนตัวแล้วเวลาเราไปทําธุรกิจ ธุรกรรมต่าง ๆ เราก็ค่อนข้างที่จะปิดข้อมูลส่วนตัวโดยเฉพาะในเรื่องของเบอร์โทรศัพท์ไว้ ถ้าท่านแก้ไข ปัญหาตรงนี้ได้ ผมเชื่อว่าท่านจะตัดความรําคาญของพี่น้องประชาชนได้พอสมควรนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะนํากราบเรียน นั่นก็คือเรื่องที่มีความสําคัญ เรื่องที่กําลังจะเปลี่ยนผ่านจาก ๔ จี (4G) เป็น ๕ จี (5G) ด้วยความเคารพครับ ผมไม่แน่ใจว่า มีการประมูลแบ่งสรรคลื่นความถี่แล้วจะมีผลกระทบต่อค่าบริการที่พี่น้องประชาชน ลูกค้าจะต้องใช้เกี่ยวกับ ๕ จี (5G) หรือไม่ แน่นอนว่า ๕ จี (5G) จะช่วยส่งเสริมการติดต่อ สื่อสารของพี่น้องคนไทยให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น รวดเร็วยิ่งขึ้น ดาวน์โหลด (Download) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถส่งถ่ายข้อมูลปริมาณมาก ๆ ได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น ผมเข้าใจว่า ๕ จี (5G) ก็จะเร็วกว่า แรงกว่าประมาณ ๗-๒๐ เท่าด้วยกัน แล้วก็จะสามารถรองรับจํานวน ผู้ใช้เพิ่มขึ้นได้ถึง ๑๐ เท่า ยกตัวอย่าง เมื่อก่อนในพื้นที่ ๑ ตารางกิโลเมตร ก็จะครอบคลุม พี่น้องประชาชนใช้โทรศัพท์ ใช้สัญญาณได้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเป็น ๕ จี (5G) จาก ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็จะโดด ขึ้นมาเป็น ๑ ล้านคน ในพื้นที่ปริมาณที่เท่ากัน และ ๕ จี (5G) นี้จะมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าขายออนไลน์ (Online) ก็ดี โดยเราจะต้องโฟกัส (Focus) ไม่ใช่เฉพาะใน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล หรือหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ เราจะต้องจัดสรรความถี่และคุณภาพ ของการบริการ ๕ จี (5G) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ทุกคน จะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแข่งขันในการทําธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องความปลอดภัย ที่ทาง กสทช. จะต้องออกมาตรการในการป้องกันข้อมูลที่รั่วไหลของผู้ใช้ อย่างที่พวกเรา ได้ทราบกันว่า ๕ จี (5G) เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ๆ อุปกรณ์รองรับผมก็เชื่อว่ายังไม่สามารถ รองรับ ๕ จี (5G) ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็มีคําถามว่าประเทศไทยพร้อมหรือไม่ อุปกรณ์ รุ่นเก่า ๆ จะรองรับ ๕ จี (5G) ได้ดีขนาดไหน หรือว่าถ้ารองรับได้คุณภาพและความเสถียร ของการใช้งานจะเป็นเช่นไร ความเป็นส่วนตัว การรักษาความปลอดภัยที่ผมได้นําเรียน ไปแล้วจะเป็นอย่างไร ราคาแน่นอนจะต้องเป็นราคาที่ยุติธรรมและทุกคนจับต้องได้ เพราะว่า คลื่นความถี่ต่าง ๆ เป็นทรัพยากรของประเทศ เป็นทรัพยากรของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคน ดังนั้นผมขออนุญาตฝากทาง กสทช. ขอให้ท่านช่วยรักษาสมดุลระหว่างรัฐ ระหว่าง ผู้บริโภค ระหว่างผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้บริโภค ซึ่ง ณ วันนี้เขาอาจจะมีช่องทางในการ เรียกร้องน้อย และวันนี้ผมก็ได้ยินเพื่อนสมาชิกได้พูดไปว่าเวลาที่มีปัญหาค่าบริการต่าง ๆ เขาก็โดนคิดเต็มเหมือนเดิม ก็อยากจะฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้บริหาร กสทช. ให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออภิปราย เรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ หลังจากที่ปีที่แล้วกระผม ก็ได้ยืนขึ้นเพื่ออภิปรายในเรื่องนี้ ในครั้งนี้ก็มีรายงานความคืบหน้าหลายประการครับ แต่ด้วยเหตุผลเวลาอันจํากัด ผมจะขออภิปรายในบางประเด็น ผมจะขอย้อนไปในเรื่อง ข้อกฎหมาย กสทช. เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ มี พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ จึงมี กสทช. เกิดขึ้น ในขณะที่มีคณะกรรมการ กสทช. ผู้ประกอบการวิทยุ ผู้ประกอบการ โทรทัศน์ทั้งหลายเราก็มีความรู้สึกดีใจว่า กสทช. จะเป็นคนที่มีอํานาจในการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ให้กลุ่มผู้ประกอบการวิทยุ แต่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา ๙ ปี กับคณะกรรมการ กสทช. ชุดนี้ ซึ่งท่านได้สิทธิการต่ออายุมาจากคําสั่งพิเศษของ คสช. ระยะเวลา ๙ ปี ยังไม่มี วิทยุคลื่นใดที่ได้รับใบอนุญาตที่เป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ ได้แค่ใบทดลองประกอบกิจการวิทยุ เท่านั้น แต่เนื่องจากว่า กสทช. ชุดนี้ ก็มีอํานาจมากมาย วิทยุทั้งหลายก็ไม่มีความสามารถ ในการต่อสู้เรียกร้องต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นไรครับ เป็นเรื่องอดีตที่ผ่านมา แต่ผมอยากจะให้ คณะกรรมการชุดใหม่ที่จะมีการสรรหาอย่าลืมช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย ผมสังเกตดู คณะกรรมการชุดนี้จะมุ่งเน้นในการพัฒนาเรื่องโทรคมนาคมมากกว่าเรื่องวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ ท่านอาจจะคิดว่าการประมูลคลื่นของฝ่ายโทรคมนาคม ได้เงินจํานวนมหาศาล แต่ท่านอย่าลืมว่าท่านได้มีการประมูลคลื่นโทรทัศน์มาแล้ว คลื่นดิจิทัล (Digital) ท่านปล่อยให้กลุ่มโทรทัศน์เหล่านี้ที่ประมูลคลื่นในราคาที่ค่อนข้างจะ แพงมาก ปล่อยให้คนกลุ่มเหล่านี้ล้มหายตายจาก นั่นหมายถึงว่าไม่มีการพัฒนา ไม่มีการวิจัย ไม่มีการช่วย ทั้ง ๆ ท่านมีเงินกองทุน กองทุนวิจัย กองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ท่านไม่สามารถที่จะนําเงินกองทุนเหล่านี้มาวิจัย แล้วก็ช่วยเหลือวิทยุและโทรทัศน์ ทําให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่ประกอบการมาตั้งแต่ต้น เจ๊ง ล้ม ขาดทุน แต่ท่านมามุ่งเน้นเรื่องโทรคมนาคมเป็นหลัก ท่านอาจจะบอกว่ามีการเปลี่ยนผ่าน ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม อาจจะมีการหลอมรวม เข้าด้วยกัน ซึ่งอาจจะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นอะไร อันนั้นเป็นเรื่องอนาคต แต่อย่าลืมว่า ผู้ประกอบการที่เขาลงทุนไปแล้ว ท่านก็อย่าลืมคนเก่าคนแก่ เราก็ต้องทํางานให้ทุกมิติ ให้ครอบคลุมตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายได้เขียนกํากับไว้ว่าท่านจะต้องมาส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ อย่าลืมในส่วนที่ผมได้อ่านในหน้า ๙๘ ซึ่งเป็นการ บริหารกองทุนและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ผลการดําเนินงานของท่านผมอ่านดูแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าท่านใช้เงิน ผิดประเภทหรือเปล่า ท่านบอกว่าท่านใช้เงินในด้านของการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทโทรคมนาคม แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ และแผนแม่บทในการจัด ให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน โดยการจัดสัมมนากลุ่มย่อย จัดสัมมนากลุ่มย่อยแล้วได้อะไร อันนั้นคือผมไม่ทราบ ในด้านที่ ๒ ด้านการจัดสรรเงินกองทุน ด้านที่ ๒ ผมเห็นท่านเขียน ออกมาว่าท่านจัดสรรเงินกองทุนไว้ ๔ ประเภท ผมจะยกตัวอย่างประเภทที่ ๓ คือโครงการ หรือการดําเนินการที่ กสทช. ประกาศกําหนดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน จํานวน ๒ โครงการ ก็คือใช้เงินก็ไม่มาก ๘๙ ล้านบาทเศษ ได้แก่ โครงการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ชิงแชมป์ประเทศไทยของหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ จํานวน ๓๐ ล้านบาท และโครงการ จัดตั้งศูนย์ทดสอบ ๕ จี (5G) ท่านนําเงินกองทุนวิจัยพัฒนามาเป็นโครงการประกวด เพลงลูกทุ่ง ผมไม่แน่ใจว่าใช้เงินกองทุนนี้ผิดประเภทหรือไม่ ด้านที่ ๓ ด้านการดูแลรักษา เงินกองทุน เห็นไหมครับ ท่านบอกว่าท่านมีรายได้ทั้งสิ้นเป็นจํานวนเงิน ๑๐,๓๗๑ ล้านบาทเศษ ส่วนใหญ่เป็นการรับเงินจากใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ใบอนุญาตประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ จํานวน ๘,๒๕๘ ล้านบาทเศษ รวมทั้งดอกเบี้ย ๒,๑๑๒ ล้านบาท ท่านได้นําเงินกองทุนนี้ไปใช้จ่าย ๙,๘๙๐ ล้านบาท โดยเป็นการจ่าย ในโครงการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท และอีกจํานวน ๓,๗๐๐ ล้านบาท เป็นการให้สํานักงาน กสทช. ยืมเงินเพื่อชดเชยให้ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่ขอคืนใบอนุญาตก่อนกําหนดตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ในขณะที่กองทุนยังมีภาระผูกพัน ตามสัญญาโครงการอีกจํานวนหนึ่ง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ดังนั้นกองทุนมีเงินคงเหลือ หลังภาระผูกพัน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นจํานวนเงิน ๔,๓๕๙ ล้านบาทเศษ กองทุนได้นําเงินไปฝากธนาคารพาณิชย์ไว้ นี่แหละคือเงินกองทุน พอเหลือแล้วนี่ กองทุน หรือ กสทช. เองก็ไม่ได้นําเงินส่งแผ่นดิน ผมไม่แน่ใจว่าเงินเหล่านี้ที่อยู่เป็นเงินนอกงบประมาณ อยู่หน่วยงานต่าง ๆ มีจํานวนมาก รวมทั้ง กสทช. ด้วย ซึ่งมีเงินจํานวนมาก ผมอยากจะเรียน ผ่านท่านประธานว่าการทํางานของคณะกรรมการ กสทช. ผมเชื่อว่าท่านก็มีความตั้งใจ ในการทํางานนะครับ แต่เนื่องจากว่างานมันเยอะ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าท่านมี หน้าที่ในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ แล้วก็โทรคมนาคม อยากให้ ท่านได้ดูแลทุกมิติให้ครอบคลุม ไม่อยากให้เน้นไปทางใดทางหนึ่ง แล้วก็ขอให้ใช้เงินงบประมาณของแผ่นดิน และเงินที่ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จํานวนมาก หรือการเก็บค่าประมูลคลื่นต่าง ๆ จํานวนมากเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้มากที่สุด และส่วนที่เหลือขอให้ส่งเป็นเงินแผ่นดินครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านไตรรัตน์ เชิญเลยครับ🔗

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ไตรรัตน์ รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ขออนุญาตตอบคําถามทีละท่านนะครับ🔗

ท่านผู้ทรงเกียรติท่านแรก ท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านถามว่าตัวเลข ๙,๗๐๐ ล้านบาท ที่กระทรวงการคลังยืม ทําไมไม่ปรากฏในงบการเงิน ทั้งนี้เนื่องจากว่าตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นตัวเลขที่เราใช้จากเงินกองทุน กทปส. ของเรา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่ คสช. ออกมาว่าให้กระทรวงการคลังยืม เพราะฉะนั้นในตัวเลข ๙,๗๐๐ ล้านบาท ที่ทาง คสช. มีคําสั่งมาว่าไม่ต้องให้กระทรวงการคลังยืม จึงไม่ปรากฏ ในงบการเงินของเราเพราะเป็นตัวเลขในกองทุนวิจัยและพัฒนา🔗

ท่านสมเกียรติสอบถามเกี่ยวกับเรื่องจัดระเบียบสายสื่อสาร กสทช. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง กทม. แล้วก็ผู้ประกอบการ จัดทํา แผนสายสื่อสารลงดิน ถ้าถนนหลักจะเป็นลงดิน ถ้าถนนด้านในจะเป็นรวบร้อย ก็ได้ทําแผน ทุกปี สําหรับที่ท่านฝากมาเราจะบรรจุอยู่ในแผนปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ต่อไป ซึ่งเราได้คํานึงถึงความปลอดภัยเราจะกําชับทางโอเปอเรเตอร์ (Operator) ในการจัดทํา สายลงดินแล้วก็รวบร้อยให้เรียบร้อย จะต้องมีการแจ้งประชาชนล่วงหน้าว่าจะทําถนน เส้นไหน ทําระยะเวลากี่วัน แล้วก็บริเวณไหน แล้วก็จะกําชับเรื่องการแต่งกายให้สุภาพ ให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นผู้มาทํางาน🔗

สําหรับท่านเศรษฐพงศ์ ขออนุญาตขอบคุณที่ท่านได้ชี้แนะนะครับ เรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เกี่ยวกับดาวเทียม ๓,๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ขณะนี้เราได้มีการตั้ง คณะทํางานขึ้นมาเตรียมการคลื่น ๓,๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ เพื่อมาดูทางด้านกิจการโทรคมนาคม โดยเฉพาะ ๕ จี (5G) ซึ่งทางด้านเทคนิคจะมี ๓ ข้อ ที่เราจะทํา ๑. ทางด้านเทคนิคก็คือ การศึกษาว่าตัว ๓,๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์นี้จะเป็นการรบกวนกันระหว่างกิจการดาวเทียมกับ กิจการโทรคมนาคมหรือไม่ ต้องใช้การ์ดแบนด์ (Guard band) เท่าไร ซึ่งอันนี้ทาง คณะทํางานกําลังศึกษาอยู่ ๒. การดําเนินการสํารวจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากจานดํา กับประชาชนว่าจะมีทั้งหมดกี่ครัวเรือน แล้วเราจะต้องเยียวยาอย่างไร และ ๓. ที่เรากําลัง ศึกษาก็คือการเตรียมการเรื่องการประมูลคลื่น ๓,๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ก็คือกําลังร่าง หลักเกณฑ์และประกาศต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งคณะทํางานคาดว่าแผนดังกล่าว แล้วก็ผลการดําเนินงานจะเสนอ คสช. ได้ภายในสิ้นปี แล้วก็จะเริ่มประมูลได้ประมาณปีหน้า🔗

สําหรับท่านจิรายุ ที่สอบถามเรื่องงบ ๓,๗๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เป็นตาม คําสั่ง คสช. ที่ให้ กสทช. ชดเชยค่าใบอนุญาตกับทีวีดิจิทัล (TV Digital) ๗ ช่องรายการที่ เขาขอคืนใบ ซึ่งทางกองทุนก็ได้ให้ยืมเงินไปก่อน แล้วเดี๋ยวพอประมูล ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ที่โอเปอเรเตอร์ (Operator) ที่ประมูลไปจ่ายค่าประมูล ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ก็จะนําเงิน เข้ากองทุน สําหรับเรื่องการประมูลคลื่น อันนี้เราต้องดําเนินการตาม พ.ร.บ. ที่กําหนดให้เรา การประมูลคลื่น จริง ๆ งานจัดสรรคลื่นนอกจากมีประมูล มีบิวตีคอนเทสต์ (Beauty contest) แล้วก็มีอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ด้วยกฎหมายบังคับให้เราต้องใช้การประมูล แต่เราก็กํากับดูแลทางด้านราคาว่าผู้ประมูลไปแล้วไม่สามารถที่จะไปกําหนดราคาแพง เกินจริงให้กับผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเราจะมีแคป (Cap) ราคาค่าใช้จ่ายต่อนาที ต่อวินาทีอยู่🔗

สําหรับเรื่องคุณภาพการให้บริการ เราก็มีประกาศหลักเกณฑ์ต่าง ๆ มาตรฐาน ในการให้บริการ อย่างไรก็ตามเราก็จะรับเรื่องที่ท่านฝากมาให้กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) กําชับดูแลเรื่องการให้บริการที่ถูกต้อง ส่วนเอสเอ็มเอส (SMS) กวนใจ เราก็มีดอกจัน ๑๓๗ (*137) ที่คอยให้ประชาชนได้กด เพื่อไม่ต้องการให้มีเอสเอ็มเอส (SMS) กวนใจ หรือว่ามีโทรศัพท์ที่ไม่ต้องการให้เข้ามา ซึ่งสามารถประสานกับโอเปอเรเตอร์ (Operator) ได้ ส่วนการใช้คลื่นความถี่เรามีการควบคุมกัน ทั้งประเทศ โดยเรื่อง ๕ จี (5G) ที่เปลี่ยนผ่านจาก ๔ จี (4G) เป็น ๕ จี (5G) เรากําหนดไว้ว่า ผู้ที่ประมูล ๕ จี (5G) ไปได้ล่าสุดจะต้องใช้ในอีอีซี (EEC) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในปีแรก ส่วนถ้าทั่วประเทศ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๒ ปี แล้วก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๔ ปี ที่จะต้อง ให้ประชาชนสามารถใช้ ๕ จี (5G) ได้🔗

ส่วนเรื่องเน็ตประชารัฐที่มีท่านผู้มีเกียรติถามมา เรามีการแบ่งสัดส่วนกัน แล้วก็ไม่ทับซ้อนกัน โดยที่กระทรวงดีอี (DE) ทําเน็ตประชารัฐประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ส่วน กสทช. ทําประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ซึ่งของ กสทช. เราเรียกว่าโครงการบริการ โทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือว่ายูโซ (USO) แต่ที่ท่านสอบถาม เมื่อสักครู่น่าจะเป็นของทางกระทรวงดีอี (DE) เน็ตประชารัฐ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมีอธิบายเพิ่มเติมอะไร ไหมครับ ถ้าไม่มี ที่ประชุมยังติดใจจะสอบถามอะไรไหมครับ คุณจิรายุเชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ คือท่านตอบเหมือนตอบให้มันผ่าน ๆ เวทีนี้ไปจะได้กลับบ้าน ผมถามว่าเงินที่ คสช. เอาไปจะสั่งให้ท่าน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ตอบบอกว่าเดี๋ยวเขา จะใช้คืน ท่านเป็นเจ้าหนี้ที่น่ารักมาก เมื่อไรไม่รู้ ไม่ตอบสภา ท่านต้องพูดให้ชัดสิครับ ตอบแบบนี้เงินพวกผม เงินพี่น้องประชาชน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วท่านตอบบอก เดี๋ยวเขาก็ใช้คืน อันนี้ท่านต้องตอบให้ชัดนะครับ เรื่องประมูลคลื่นผมไม่ได้ติดใจก็เป็นเรื่อง ของท่าน เรื่องของกองทุนท่านยังไม่ได้ตอบว่าเงินที่เข้าไปในกองทุนเยอะแยะมากมาย มหาศาลท่านเอาไปทําอะไร ท่านบอกให้ผมอ่านในเล่ม ในเล่มมันไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร มากมายว่าเอาไปทําอะไร เรื่องการใช้คลื่นความถี่ที่ผมยกตัวอย่าง คลื่นเอชเอฟ (HF) วีเอชเอฟ (VHF) ยูเอชเอฟ (UHF) ไม่ได้เกี่ยวกับการประมูลคลื่นดิจิทัล (Digital) อะไรที่ท่าน พูดเลย ท่านก็ไม่ได้ตอบ ทรัพยากรของชาติมีอยู่เยอะแยะมากมาย ท่านนั่งกันเต็มบัลลังก์ แต่ตอบอยู่คนเดียว ท่านก็ควรจะตอบให้กับพี่น้องประชาชนได้ชื่นใจ เรื่องของเน็ตประชารัฐ ผมก็ไม่ได้โง่ แต่ผมก็ไม่ได้ฉลาดมาก คําถามผมก็คือว่า กสทช. ท่านรับงานมาสมัย คสช. แล้วท่านไปทําเน็ตประชารัฐ รถกระเช้าที่ไปตอกเสาไฟฟ้าท่านมีไหม เจ้าหน้าที่ที่ไปขึงสาย ท่านมีไหม องค์การโทรศัพท์หรือว่าทีโอที (TOT) เขามีหมดแล้ว คําถามผมก็คือแล้วทําไม เมื่อท่านทําไม่ได้ท่านจึงไม่ปฏิเสธ และท่านก็ไปจ้างทีโอที (TOT) ทํา นี่ไม่ได้ตอบเลย ตอบผมว่าเป็นของกระทรวงดีอี (DE) ผมก็พูดชัดว่ากระทรวงดีอี (DE) เขาก็ใช้ทีโอที (TOT) ทํา แต่ส่วนหนึ่งเขาก็ให้ท่านทํา ถามว่าท่านไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้แล้วท่านไปทํา สุดท้ายท่าน ก็ไปบอกทีโอที (TOT) แล้วเน็ตประชารัฐจะทําได้อย่างไร หรือว่าผมถามไม่ตรงคําตอบ หรือว่าท่านตอบไม่ตรงคําถาม ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจิรายุให้เกียรติ ผู้มาชี้แจงด้วยครับ เชิญท่านรองเลขาธิการมีอะไรเพิ่มเติม หรือท่านใดจะชี้แจง เชิญครับ🔗

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรียนท่านประธาน และท่านจิรายุ สําหรับเรื่องคลื่นความถี่ผมขออนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นายเสน่ห์ สายวงศ์ ชี้แจงเรื่องอะนาล็อก (Analog) แล้วก็ดิจิทัล (Digital) สําหรับเรื่องการคืนใบอนุญาตของ ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ขออนุญาตให้ท่านรองเลขาธิการ ภักดี มะนะเวศ เป็นผู้ชี้แจง สําหรับเรื่องกองทุนวิจัย อันนี้เงินงบประมาณที่เข้ากองทุนมาจากเงินยูโซ (USO) หรือเงินหักจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่โอเปอเรเตอร์ (Operator) ใช้ เราจะไปกําหนดว่า สําหรับยูโซ (USO) ให้ส่งเข้ากองทุน ซึ่งเงินจํานวนดังกล่าวเราใช้เพื่อสําหรับทุนวิจัยและพัฒนา สําหรับผู้ที่จะมาขอทุนจากเราที่เราประกาศตามโครงการต่าง ๆ ว่าในแต่ละปีเราต้องการ ที่จะพัฒนาทางด้านไหน ก็สามารถมายื่นขอทุนได้ ผมขออนุญาตท่านประธาน ให้ท่านรองภักดีชี้แจงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธาน ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ผมขอตอบคําถามท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ในส่วนของการยืมเงินนี่ ผมขอเท้าความว่าเรามีการนําคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเดิมใช้ในทีวีดิจิทัล (TV Digital) เพื่อนํามาประมูล ซึ่งได้เงินไปประมาณสัก ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ อย่างไรก็ตามในห้วงเวลา ที่ผ่านมาเรามีความจําเป็นจะต้องมีการดําเนินการชดเชยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการคืน ใบอนุญาต นอกจากนี้ก็มีเกี่ยวกับเรื่องของการปรับโครงข่ายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการย้ายคลื่น ดังนั้นเงินที่จะนํามาจ่ายชดเชยทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นเงินมาจาก ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี้ ซึ่งทางผู้ประกอบการจะนํามาชําระเมื่อคลื่นนั้นมีความพร้อมจะใช้งานใน ๕ จี (5G) ที่ผ่านมา ก็อาจจะมีการล่าช้าบ้างในช่วงของโควิด (COVID) ในการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตามเขาจะมา ชําระประมาณวันที่ ๑๕ มกราคม ปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นเงินที่ยืมมาบางส่วนเราก็ยืมจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ตามคําสั่งของ คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ซึ่งเมื่อได้เงินจาก การประมูลแล้วเงินทั้งหมดก็จะถูกนํามาใช้คืนแล้วก็เข้ากองทุน ในเบื้องต้นขอเรียนท่านเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้จะชี้แจงอีกท่านหนึ่ง เชิญครับ🔗

นายเสน่ห์ สายวงศ์ ผู้อํานวยการสํานักบริหารคลื่นความถี่

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกนะครับ ผม เสน่ห์ สายวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากสํานักงาน กสทช. ผมขออนุญาตให้ข้อมูลในส่วนของการใช้คลื่นความถี่ ของท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขออนุญาตตอบแยกเป็น ๒ ส่วน ในส่วนของ ว. แดง หรือที่เรา เรียกกันในศัพท์ก็คือซีบี ๒๔๕ (CB-245) จริง ๆ แล้วก็คือทาง กสทช. ได้เพิ่มความถี่ให้ จากเดิมที่บอกว่าเป็น ๘๐ ช่อง เพิ่มไปเมื่อปี ๒๕๖๑ ตอนนี้ก็คือมีการใช้งาน ๑๖๐ ช่องแล้ว ก็คือให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น แล้วยังไม่อนุญาตให้ใช้ดิจิทัล (Digital) ในขณะนี้ ให้ใช้แต่อะนาล็อก (Analog) ด้วยเหตุผลที่ว่าได้มีการหารือกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว จะมีประเด็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) มีหลายเทคโนโลยีให้เลือก แล้วแต่ละเทคโนโลยี ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ นั่นคือประเด็นหนึ่ง แล้วอีกประเด็นหนึ่งคือเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) สามารถกําหนดผู้รับฟังได้ ทําให้อาจจะไม่ถูกวัตถุประสงค์ที่เราต้องการให้เปิดย่านนี้เป็นย่าน ที่สามารถใช้งานเป็นการทั่วไป อย่างไรก็ตามในส่วนของวิทยุสื่อสารทั่วไปในย่านเอชเอฟ (HF) วีเอชเอฟ (VHF) แล้วก็ยูเอชเอฟ (UHF) ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถามถึง ด้วยว่า กสทช. มีแผนหรือได้เตรียมการสนับสนุนให้เปลี่ยนจากเทคโนโลยีอะนาล็อก (Analog) เป็นดิจิทัล (Digital) อย่างไร ทาง กสทช. มี ๒ ส่วน ก็คือว่าขอให้ผู้ใช้คลื่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ มีหน่วยงานเอกชนเพียงเล็กน้อย ทําการลดแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ของตัวเอง ก็คือเพื่อให้มีจํานวนช่องเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า นั่นคือส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าสนับสนุนให้เปลี่ยนจากเทคโนโลยีอะนาล็อก (Analog) เป็นดิจิทัล (Digital) เนื่องจากว่าการใช้งานเป็นการใช้งานเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว นั่นคือการใช้งานภายในหน่วยงาน ของตนเอง จึงไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ในส่วนของการลดแบนด์วิดท์ (Bandwidth) หรือเพิ่มขนาดช่องจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี ๒๕๖๓ แล้วก็ในส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานก็ได้ทยอยเปลี่ยน ตัวอย่างเช่นสํานักงานตํารวจ แห่งชาติก็ได้ทยอยปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากอะนาล็อก (Analog) เป็นดิจิทัล (Digital) แล้ว แต่เนื่องจากว่าเป็นโครงข่ายใหญ่จําเป็นต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาในการดําเนินการ ค่อนข้างนาน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านขจิตร เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมนั่งฟังการอภิปรายรับทราบ รายงานของ กสทช. ประกอบกับคําร้องเรียนจากสถานีวิทยุชุมชนหลายแห่งมากในประเทศ แล้วก็ผมดูรายงานของท่านทราบว่าขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในระหว่างการทดลอง เราก็ทดลองมา ๗-๘ ปีตั้งแต่ตั้งแล้ว คําว่าทดลองของนี่ผมหมายความว่าไม่น่าจะเกิน ๑-๒ ปีก็ตัดสินว่าจะให้ เขาออกกระจายเสียงได้หรือไม่ บังเอิญผมไม่ได้ติดตามรายละเอียดในกฎหมายหรือข้อบังคับ ของท่าน ผมเลยต้องการถามภาพรวมแทนพี่น้องวิทยุชุมชน ซึ่งเราถือว่าการใช้เสียงทาง วิทยุชุมชน เพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นเรื่องที่ กสทช. จะต้องทําให้เสร็จก่อน เพราะเป็น ประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงของประเทศชาติ แต่ท่านได้ละเลย ผมอยากถามว่า ระยะเวลาการทดลองตามกฎหมายหรือข้อบังคับของท่านมีเวลาที่จะพ้นการทดลองไหม ท่านจะทดลองไปอีกกี่ปี ๒๐ ปีหรือครับ นี่ข้อที่ ๑ ท่านให้เขายื่นเพื่อที่จะทําอะไรต่าง ๆ ดูจํานวนนี่มีเป็นร้อย แต่วิทยุชุมชนทั่วประเทศมีเป็นหมื่น🔗

ผมถามข้อที่ ๒ ว่ากฎเกณฑ์ของท่านเอื้ออํานวยประโยชน์ให้แก่คนที่จะทํา การกระจายเสียงเพื่อชุมชนหรือเปล่า เพื่อสาธารณะหรือเปล่า เพราะเหมือนว่าพอมี กสทช. แล้วเป็นการสกัดกั้นการใช้วิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชน อันนี้ข้อที่ ๒ ท่านเคยประเมินเกณฑ์ ของท่านหรือเปล่า🔗

ข้อที่ ๓ ผมถามลึกไปในรายละเอียดแต่ละกรณี ผมเคยถามแล้วครั้งหนึ่ง คือกรณีวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ หรือสถานีวิทยุเสียงธรรมของหลวงตามหาบัว เขาทําอยู่ถ้าเกิดคณะท่านทําเขาดําเนินการต่อไม่ได้ ตอนนี้ได้สิ้นสุดไปแล้ว แปลว่าไม่ให้ ออกเลย หรือว่าหาวิธีการจะส่งเสริมกันอย่างไร เรื่องพระพุทธศาสนาของวัดพระธรรมกาย ดีเอ็มซี (DMC) เหมือนกันหายไปเพราะอะไร มีการหาช่องทางที่จะให้การกระจายเสียง ในระดับที่กว้างมากทั่วประเทศทําได้ไหม หรือว่าท่านมาออกให้เฉพาะชุมชน ให้คลื่นความถี่ สั้น ๆ แล้วจะแก้อย่างไรกับปัญหาที่เคยดําเนินการได้ก่อนที่จะมีคณะท่าน พอมีคณะท่าน กลายเป็นเครื่องสกัดกั้นเรื่องเหล่านี้🔗

ข้อที่ ๔ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ซึ่งผมเคยถามในที่นี้แล้ว แล้วก็ฝากท่านบอกว่า ให้ท่านส่งมาแล้วก็เอามาให้ผม ผมอยากได้ข้อมูลนี้แต่ถึงวันนี้ผมยังไม่ได้ ผมทวงอีก ในกฎหมายของท่านผมเป็นกรรมาธิการตั้งแต่ฉบับแรกเขียนไว้ว่าท่านต้องเอาให้กับกองทุน พัฒนาสื่อของท่าน นี่อันที่ ๑ อันที่ ๒ ท่านต้องจัดรายได้เรื่องการผลิตและการส่งเสริม เทคโนโลยีทางการศึกษา เรื่องส่งเสริมเทคโนโลยีทางการศึกษาเดี๋ยวนี้ท่านได้จัดให้ไหม โดยเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าอะไรตามหลักเกณฑ์นี่ท่านได้จัดหรือไม่ในปี ๒๕๖๒ แล้วปี ๒๕๖๓ ยังจัดให้หรือเปล่า จํานวนเท่าไร ตั้งแต่ตั้งจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ นี่คือคําถาม สุดท้ายครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้นะครับ สําหรับคําถามเรื่อง เน็ตชายขอบ และเน็ตทางไกล ขออนุญาตให้ท่านรองเลขาธิการสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน ซึ่งกํากับดูแลทางด้านโทรคมนาคมเป็นผู้ตอบ ส่วนของท่านขจิตรที่สอบถามเรื่องใบอนุญาต วิทยุกระจายเสียง ขออนุญาตให้ท่านรองเลขาธิการภักดีเป็นผู้ตอบ สําหรับงบประมาณกองทุน เพื่อการศึกษา ขออนุญาตเรียนในชั้นต้นว่าตั้งแต่กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา สํานักงาน กสทช. ได้จัดสรรเงินจนถึงปี ๒๕๖๒ เป็นจํานวนเงิน ๒๕๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๓ เราได้จัดสรรให้อีก ๒๑๐ ล้านบาท ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ภายในกรอบ อํานาจของท่านครับ🔗

นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม สุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน เป็นรองเลขาธิการทางด้าน กิจการโทรคมนาคม ต่อข้อซักถามของท่านจิรายุในเรื่องของเน็ตประชารัฐกับเน็ตชายขอบ แล้วก็อินเทอร์เน็ต (Internet) ทางไกล ผมต้องเท้าความนิดหนึ่ง โครงการทั้งหมดมีอยู่ ๓ โครงการ คือ เน็ตประชารัฐเป็นของ กระทรวงดีอี (DE) ตามคําสั่ง คสช. ก็ให้เราทําในเรื่องของเน็ตชายขอบก็คือ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน เน็ตชายขอบ ก็คือเน็ตชายขอบที่อยู่ห่างไกลจริง ๆ ที่อยู่ชายขอบของ ประเทศ ถัดเข้ามาก็จะเป็นเน็ตห่างไกลที่เกิดขึ้นอีก ๑๕,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ที่เกิดขึ้นที่ให้เรา ทําต่อเนื่องจากกระทรวงดีอี (DE) และถัดเข้ามาก็คือเน็ตประชารัฐของกระทรวงดีอี (DE) ทั้ง ๓ ส่วนจะไม่มีความซ้ําซ้อนกันเกิดขึ้นเพราะถ้าชายขอบจะอยู่ห่างไกลเลย เน็ตประชารัฐ อยู่ใกล้ในตัวเมือง เน็ตห่างไกลก็จะออกไปอีกกระเถิบออกไปนิดหนึ่ง เพื่ออะไร เพื่อให้ ประชาชนได้เข้าถึงทางด้านกิจการโทรคมนาคมทั้งหมดในประเทศไทยที่เกิดขึ้น อันนี้ต้อง เรียนก่อน มี ๓ โครงการ ในโครงการที่ ๑ กับโครงการที่ ๒ ก็คือเน็ตห่างไกลกับเน็ตชายขอบ จะเป็นของ กสทช. ที่เป็นคนดูแล เน็ตประชารัฐจะเป็นของกระทรวงดีอี (DE) ต่อข้อกังวล ของท่าน ใช่เลยครับ กสทช. ไม่ได้มีมือมีไม้เหมือนกับกระทรวงดีอี (DE) ที่มีทีโอที (TOT) กับ แคท (CAT) แต่ กสทช. ได้ดําเนินการโดยการประมูลหาผู้รับเหมามาดําเนินการ โดยใช้ อีบิดดิง (e-Bidding) ของกรมบัญชีกลาง ตามระเบียบทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็ได้ผู้รับเหมามา ทีโอที (TOT) ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน ที่ผมบอกว่าอยากให้แยกกัน โครงการ อื่น ๆ เราไม่ได้มีปัญหา ในโครงการอื่น ๆ เราดําเนินการไปแล้วเราเปิดวายฟาย (WiFi) หมู่บ้าน ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติท่านได้กล่าวมามี ๔ บริการที่เกิดขึ้นใน ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน จริง มีตั้งแต่วายฟาย (WiFi) มีตั้งแต่ รพ.สต. มีตั้งแต่ยูโซเน็ต (USO NET) แล้วก็มีโครงการต่าง ๆ อีก ๑ โครงการ ซึ่งของทีโอที (TOT) ที่เรายกเลิกไปต้องเรียนตามตรง ว่าทีโอที (TOT) มีปัญหาเฉพาะในเรื่องการสร้างยูโซเน็ต (USO NET) ของเราที่เกิดขึ้น แต่ในผู้รับเหมารายอื่นก็ไม่ได้มีปัญหากับเรา ในบริการอื่น ๆ ของทีโอที (TOT) เราก็ให้เปิด อย่างเช่น วายฟาย (WiFi) ในหมู่บ้านนั้น ๆ ที่เกิดขึ้นเราก็ให้เปิดบริการไป เพียงแต่ว่า โครงการก่อสร้างของยูโซเน็ต (USO NET) ไม่สามารถที่ตรวจรับได้ตามโครงการและมีความ ล่าช้า จึงเป็นที่มาของการที่เราต้องมีการปรับแล้วก็มีการยกเลิกสัญญาเกิดขึ้น แต่ในผู้รับเหมาอื่น ๆ เราก็มีโพรเซส (Process) ของเรา แล้วก็มีการตรวจรับ แล้วก็เปิด ให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งใน ๓,๙๒๐ หมู่บ้านนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราดําเนินการไป คาดว่าจะประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์กว่าที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ในวายฟาย (WiFi) ในเน็ตห่างไกลที่ ๑๐,๐๐๐ กว่าจุดที่เราต้องทํา ประมาณ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ บางที่เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ตามสัญญาในบางภูมิภาคนะครับ ตัวนี้ก็จะเป็นที่หนึ่งที่เราเปิดบริการให้กับประชาชน ได้ใช้งานไป ผมเชื่อได้ว่า อัตราความเร็ว ๓๐/๑๐ ของเราใช้งานได้ ไม่ได้หมุนติ้วแน่ครับ นําเรียนท่านประธานสภาผ่านไปทางสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ในข้อมูลในส่วนของ เน็ตประชารัฐกับเน็ตห่างไกลที่เกิดขึ้นทั้งหมดครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการสายงานกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ขออนุญาตตอบคําถามท่านขจิตรนะครับ เหตุที่เรายังจําเป็นต้อง มีการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากปัจจุบันการถือครองคลื่น ได้มีคําสั่งในวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ ขยายเวลาออกไปอีก ๕ ปี ซึ่งจะครบกําหนดในวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๕ ทาง กสทช. เองก็ได้มีการวางแผนไว้ว่าจะมีการเรียกคืนคลื่นและมาจัดสรร ได้อย่างเหมาะสมนะครับ อย่างไรก็ตามในกรณีที่ท่านกล่าวถึงวิทยุชุมชน วิทยุสาธารณะ และวิทยุธุรกิจต่าง ๆ ที่ปัจจุบันนี้ก็ได้มีการทดลองอยู่ทั้งสิ้นนี่ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าราย ก็มีทั้งที่สามารถดําเนินการต่อไปได้และที่ยุติไป อย่างไรก็ตามในประเด็น ของสถานีทางด้านศาสนานี่ขอนําเรียนว่าทาง กสทช. เองก็มีนโยบายที่จะส่งเสริม ในการเผยแพร่ศาสนาอยู่แล้ว โดยปัจจุบันนี้ได้มีสถานีทางด้านศาสนาอยู่ทั้งสิ้นประมาณ ๔๓๐ สถานี ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ ๓๘๘ สถานี ศาสนาคริสต์ ๓๑ สถานี ศาสนาอิสลาม ๑๑ สถานี จะเห็นได้ว่าศาสนาพุทธมีถึงอยู่ประมาณร้อยละ ๙๐ จะเห็นได้ว่าศาสนาพุทธมีอยู่ประมาณร้อยละ ๙๐ ส่วนในเรื่องทางด้านการศึกษานอกจาก กองทุนที่เราให้แล้ว ในส่วนของทางด้านทีวีในช่วงโควิด (COVID) ทาง กสทช. ก็ได้มี การจัดสรรช่องประมาณ ๑๗ ช่องให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการไปให้การศึกษา กับประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เรานําคลื่นมาใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษา อีกประเด็นหนึ่ง จึงขอนําเรียนให้ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติรับทราบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ พอสมควรแล้วกระมังครับ ท่านจิรายุใช้เวลามากกว่าคนอื่นไปแล้ว อนุญาตแต่ว่าขอให้ดูเวลา ด้วยครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ได้ครับท่านประธาน สั้น ๆ นิดเดียวครับ ถ้าเกิดท่านไม่ได้ชี้แจงแบบเมื่อสักครู่นี้ผมก็จะไม่ตอบโต้อะไร เพียงแต่ว่า เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิดว่าจิรายุอย่ามามั่ว ผมถามท่านว่าปี ๒๕๕๙ ครม. ของ คสช. มีมติที่ให้ท่านทําหมู่บ้านตามแผนยูโซ (USO) แปลเป็นไทยก็คืออินเทอร์เน็ต (Internet) ในห้องเรียน ในห้องเรียนทั้งหมดประมาณ ๔๔,๐๐๐ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่เป็นอะไร ระบอบนั้น สั่งอะไรก็ได้หมด แต่คําถามก็คือว่าวันนี้ท่านเป็นเจ้าของคลื่นท่านบริหารราชการแผ่นดิน โดยใช้ทรัพยากรของชาติมาบริหารเหมือนกับอัฐยายซื้อขนมยาย ท่านเจ้าของคลื่นเอง ท่านก็ลงไปทําเอง แล้วสุดท้ายท่านทําไม่ได้ท่านก็ไปจ้างทีโอที (TOT) สุดท้ายก็มีปัญหา ก็ไปบอกเลิกทีโอที (TOT) ผู้เสียประโยชน์คือประชาชน ผมจึงฝากท่านประธานบันทึกไว้ ในสภาว่าต่อไปนี้กระทรวงใดก็แล้วแต่หมดยุคปฏิวัติรัฐประหารไปแล้ว ผ่านยุค คสช. ไปแล้ว กระทรวงใดจะทําอะไรก็ต้องดูคนด้วย กสทช. ก็เหมือนคนที่ไม่มีเครื่องมือ กสทช. มีหน้าที่ เยอะแยะมากมาย แต่ไม่ได้มีหน้าที่ไปติดเน็ตชายขอบ ประเด็นของผมมีเท่านี้ครับ ก็เลยอยากจะฝากเรียนบันทึกไว้ในรัฐสภาว่าต่อไปนี้ถ้าท่านไม่มีไม้ ไม่มีค้อน ไม่มีอุปกรณ์ ท่านก็จงใช้องค์กรต่าง ๆ ของรัฐซึ่งมีมากมายในการดําเนินงาน เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ขอบพระคุณท่านผู้ชี้แจงทุกท่านครับ วาระเพื่อทราบนี้ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗

๒.๓ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒)🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้กระผมได้ลุกขึ้นอภิปรายในวาระรับทราบรายงานความคืบหน้า ในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เป็นคนแรก ก่อนอื่นกระผมเองต้องกราบขอบคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้เกียรติสภาอย่างยิ่งในฐานะตัวแทน ของคณะรัฐมนตรี ที่ได้มาร่วมรับฟังในการรายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปในครั้งนี้ ซึ่งเป็น ข้อทักท้วงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราทุกครั้งที่รับทราบรายงานฉบับนี้ได้ตั้งข้อสังเกต ผ่านท่านประธานไป เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสําคัญ แล้ววันนี้กระผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ กระผมจะพูดประเด็นนี้เป็นประเด็นหลักเลย รายงานความคืบหน้าในการ ดําเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รอบเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ตามเอกสารที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งมา โดยสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศ ได้จัดทํารายงานส่งให้สภา กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าวันนี้ในการพิจารณาวาระนี้ที่ประชุมของกรรมการประสานงาน ร่วมพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคปวงชนชาวไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากจะมากราบเรียนท่านประธาน โดยมอบหมายให้กระผมเอง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว มาเป็นตัวแทนของกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน มากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในฐานะเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี และทุก ๆ ท่านที่ได้กรุณาให้เกียรติสภามาชี้แจงในรายงานฉบับนี้ สิ่งที่ผมจะพูดกับ ท่านประธานในการอภิปรายนี่เป็นความลําบากใจอย่างยิ่งแต่จําเป็นต้องกราบเรียน เพราะเป็นมติของที่ประชุมร่วมของกรรมการประสานงานวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ถือว่าจัดทําได้สมบูรณ์แบบ ในลักษณะของรูปเล่มและ ตัวรายงาน เนื้อหาสาระก็เป็นไปตามที่ถูกบังคับไว้ให้เป็นตามพระราชบัญญัติแผน และขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ หมวด ๑๖ ว่าด้วยการ ปฏิรูปประเทศ และรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ วรรคแรก แต่สิ่งที่กรรมการประสานงาน พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นนี่เราพิจารณารายงานนี้อย่างน้อย ๓ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นสิ่งที่พวกเราต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และฝ่ายที่เป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการชุดนี้ด้วยความเคารพ ด้วยความเกรงใจด้วยว่าเราไม่สามารถ ที่จะพิจารณารับทราบรายงานฉบับนี้ได้ในครั้งนี้จริง ๆ เราให้โอกาสท่านทํางานนําเสนอต่อ รัฐสภา เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรมาอย่างน้อย ๒-๓ ครั้ง สิ่งที่เป็นประเด็นที่เราไม่อาจ รับทราบได้ เรื่องที่ ๑ รายงานฉบับนี้ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูป ประเทศ มาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๖๑ แล้วไปเขียนย้ําในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ซึ่งเป็น บทเฉพาะกาล สิ่งที่เขียนให้ชัดในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่ง บรรทัดท้าย ๆ เขียนว่าคณะรัฐมนตรี ต้องแจ้งความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๓ เดือน ไม่ใช่ทุกรอบ ๓ เดือน ไม่ใช่ทุกรอบ ๑ ปี รายงานที่สภาแห่งนี้เป็นฝ่ายตรวจสอบ รับทราบการทํางานของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายปฏิบัติจะถูกระบุไว้ในกฎหมายของแต่ละ หน่วยงานเลยว่ารอบการรายงานจะเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง รายงานการตรวจสอบสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เขาก็อ้างตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา ๗๗ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอ่านให้ท่านประธานได้รับทราบ ให้สํานักงานทํารายงานการปฏิบัติงานประจําปีเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบภายใน ๒๑๐ วัน นับแต่วัน สิ้นปีงบประมาณ ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการที่คณะกรรมการมอบหมาย และผู้มาแถลงรายงานดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย เห็นไหมครับ เขาเขียนชัดว่าใครจะต้องทํา ใครจะมารายงาน รายงานอย่างไร รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เขียนชัด คณะรัฐมนตรีต้องเสนอ ต้องรายงาน ต้องแจ้งความคืบหน้า วันนี้พออนุโลมได้ กระผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติสภา เพราะถ้าท่านไม่มาประเด็นที่กระผมตั้งข้อสังเกตมาตลอด ก็คือว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่ได้ ให้เกียรติสภามาตลอด ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ที่จะต้องเข้าสู่สภา เห็นสภาเป็นตรายางตลอด เห็นว่า สามารถแสตมป์ให้ท่านได้ตลอด ท่านประธานที่เคารพ รายงานปฏิรูปประเทศเป็นหมุดหมาย ที่สําคัญ และเป็นข้ออ้างที่ท่านใช้เข้ามาในการยึดอํานาจจากรัฐบาลพลเรือนมาบริหาร ประเทศ จริงอยู่ครับ เข้าสู่การเลือกตั้งหลังจากยึดอํานาจไป กระผมต้องขออนุญาตบอกกับ ท่านประธานว่าเราไม่สามารถที่จะรับทราบรายงานฉบับนี้ แต่สิ่งที่ท่านเมินเฉย เพิกเฉยกับ การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัตินี่ท่านต้องรายงานความคืบหน้าต่อเราทุก ๓ เดือน แต่สิ่งที่ แย่ที่สุดในรายงานฉบับนี้คือผลงานการปฏิบัติ ปฏิรูปอะไรครับ เขียนมา ๑๒ ด้าน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่มีความคืบหน้าอะไรเป็นรูปธรรมตามตัวชี้วัด ตามหมุดหมาย ตามเป้าหมายให้เห็นเลย ในรายงานนี้บอกเพียงแต่ว่าขณะนี้ ครม. กลับไปปรับทบทวนแผน ท่านต้องมีแผนให้พวกเรา แล้วก็ดูว่าความก้าวหน้าเป็นอย่างไร ทําอะไรบ้างปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินท่านทําอะไร เป็นลักษณะงานประจําที่เขียนไว้ในนี้ทั้งหมดเลย เป็นข้ออ้าง เพราะฉะนั้นตราบใดถ้าผลงานเชิงผลสัมฤทธิ์ไม่เกิดขึ้น กระผมว่าท่านอย่าเอามา รายงานให้สภาทราบให้เสียเวลาดีกว่า สภาแห่งนี้เป็นสภาที่ทรงเกียรติมาจากตัวแทน พี่น้องประชาชนครับ ท่านรายงานต่อสภาคือรายงานต่อประชาชน ถ้าไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีผลงานอย่าได้มารายงานต่อสภาดีกว่า อย่าได้เห็นสภาเป็นตรายาง แต่วันนี้ผมยอมรับ มองไปครับ ท่านบอกก็ตรายางจริง ๆ ดูสิโหรงเหรงมาก ไม่มีใครสนใจ ปฏิรูปประเทศแม้แต่ ซีกรัฐบาล ส.ส. ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจเลย มีอยู่ไม่กี่คน เพราะฉะนั้นพวกกระผมเอง ไม่สามารถที่จะรับทราบรายงานฉบับนี้ได้ ท่านจะถอนหรือไม่ถอนไม่รู้ครับ แต่พวกเรา ขออนุญาตไม่รับทราบ เราจะมีมาตรการของสภาเราเองที่จะไม่รับทราบ ท่านประธาน ที่เคารพ สิ่งที่ท่านอ้างมาตลอดว่าจะปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง จะปฏิรูปประเทศเพื่อให้ พี่น้องประชาชนมีเป้าหมายชัดเจนว่าประเทศต้องสงบสุข สามัคคี ปรองดอง พัฒนาอย่าง ยั่งยืน สมดุลระหว่างจิตใจและวัตถุ เพื่อสังคม เพื่อประชาชน เขียนชัด แต่สิ่งที่ได้ไม่มีอะไรสักอย่างครับ จริงอยู่ครับท่านบอกว่าหลังจากรัฐธรรมนูญท่านไปออก กฎหมายแผนและขั้นตอนการปฏิรูป เก่งมากครับ รัฐธรรมนูญประกาศใช้วันที่ ๖ เมษายน วันที่ ๒๖ กรกฎาคมออกเป็นกฎหมายแล้ว แต่ออกกฎหมายแล้วทําไมล่าช้าอย่างนี้ นี่ปี ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ได้รูปได้รอย ได้เรื่องราวอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าว่ากัน สําหรับวาระนี้พวกกระผมในฐานะซีกฝ่ายค้านไม่สามารถให้การตรวจสอบ ไม่สามารถให้การ รับรองรายงานฉบับนี้ได้ ไม่ใช่ดื้อครับ แต่ว่าไม่ได้จริง ๆ กระผมอยากกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของท่านต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่ทําอะไรจริง ๆ ก็ถอนออกไปเสีย อย่ามาอ้างว่าเป็นเรื่องในการปฏิรูป ไปแก้รัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ อย่าเขียนเข้ามา แค่เขียนเข้ามาก็ตราหน้าตัวท่านเองแล้วทําไม่ได้ ทําไม่สําเร็จ เพราะฉะนั้น วันนี้ซีกฝ่ายค้านเรามีมติเป็นเอกฉันท์เราไม่ขอรับทราบ เราไม่ขอรับรู้ และเพื่อนสมาชิกผม จะขอบอกกับท่านประธานว่าด้วยสภาลักษณะแบบนี้เราจะขอตรวจสอบในการทําหน้าที่ของ สภาด้วยครับ กระผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกผมจะขึ้นมาว่า เราจะตรวจสอบอย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้เป็นวาระที่รัฐบาล เสนอมาตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านมีความคิดเห็นอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญครับ🔗

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้มากล่าวรายงานความคืบหน้าในการดําเนินการ แต่เมื่อสักครู่พอดีท่านประธานให้อภิปรายไปแล้ว ผมไม่ทราบว่าจะต้องกล่าวรายงานต่อ หรือเปล่าครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีความเห็นที่ท่านชลน่าน ไม่ยอมรับเรื่องนี้อย่างไร จะพิจารณารับไปดูหรือว่ายืนยันอย่างไร ท่านทําได้ครับ สภามีหน้าที่ ทําตามที่กฎหมายกําหนดเอาไว้ครับ🔗

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมขออนุญาต ให้ทางคณะกรรมการปฏิรูปเป็นผู้ตอบเลยได้ไหมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมการปฏิรูป ท่านมีอะไรไหมครับต่อประเด็นที่ท่านสมาชิกได้พูด เชิญเลยครับ🔗

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ผม นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ เรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องการรายงานตามมาตรา ๒๗๐ ทุก ๓ เดือน ทางสํานักงานเอง ก็ได้กําหนดวงรอบของการรายงานไว้ทุก ๓ เดือน ก็คือถ้าอย่างรายงานฉบับนี้ในช่วง เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ พอสิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ทางหน่วยราชการ จะต้องรายงานความคืบหน้าเข้ามา เราให้เวลาหน่วยงานประมาณ ๑ เดือน ในการรายงาน ผลการดําเนินงานเข้ามา แล้วจากนั้นสํานักงานจะมีการประมวลรวบรวมสรุปผลการดําเนินงาน ทุกอย่างและนําเสนอคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นก็จะมีความล่าช้าจากกําหนดไปประมาณ ๑ เดือน หรือ ๒ เดือน แล้วจากนั้นก็จะเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบและส่งรายงานที่สภา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการกําหนดวงรอบเป็นลักษณะนี้มาตลอด อีกฉบับหนึ่งก็คือในช่วง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมก็เป็นลักษณะเดียวกัน ขณะนี้กําลังรอเข้าคณะรัฐมนตรีใน วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ในช่วงวงรอบระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ กราบเรียน ท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าเรากําหนดรอบการรายงานเอาไว้ ลักษณะนี้ เนื่องจากว่ากฎหมายเองก็กําหนดไว้ ๓ เดือน แต่เนื่องจากรายงานการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๑ ด้าน มีข้อมูลค่อนข้างเยอะทําให้ต้องใช้เวลาในการที่จะรวบรวมและรายงาน ก็ต้องกราบ ขออภัยด้วยนะครับ ที่รายงานมาแล้วอาจจะมีความล่าช้าบ้าง เรียนท่านประธานสภาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้ชี้แจงก็คงจะชี้แจง ตามรายงานนะครับ แต่ว่าประเด็นที่หมอชลน่านพูดก็คือว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานไปว่ารัฐธรรมนูญระบุว่าต้องรายงาน ให้สภารับทราบทุก ๓ เดือน ผมยกกฎหมายหลายฉบับเปรียบเทียบให้ท่านประธานฟังว่า การรายงานกฎหมายจะระบุไปในแต่ละส่วนราชการหรือฝ่ายปฏิบัติที่จําเป็นต้องรายงาน ต่อสภา เขาจะเขียนว่าในรอบปีให้จัดทํารายงานเสนอ หรือรอบ ๓ เดือนให้จัดทํา รายงานเสนอ แต่ว่ารัฐธรรมนูญเขียนระบุชัดเจนรายงานทุก ๓ เดือน ไม่ได้บอกรอบ ๓ เดือน จริงอยู่วิธีปฏิบัติท่านอาจจะเอาเนื้องานรอบ ๓ เดือน แต่หน้าที่ท่านต้องมาแจ้งพวกเรา ทุก ๓ เดือน อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมพูดมาตลอด และที่สําคัญเมื่อไม่ให้ความสําคัญนี่ เนื้อหาสาระไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน หลักใหญ่คือตัวผลการปฏิรูป ผลการปฏิรูปที่เรา ไม่เห็นปรากฏอยู่ในตัวรายงานเลย ก็เหมือนกับว่าคุณมาอ้างเท่านั้นเองว่าจะปฏิรูปประเทศ แล้วก็ให้เรามาเป็นตรายางรับทราบว่าคุณทํา แต่คุณไม่ได้ทําอะไรเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ก็ยอมรับไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผมเกรงใจ ท่านรัฐมนตรี ต้องขออภัยจริง ๆ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ผมทําหน้าที่ของผมในฐานะเป็น ฝ่ายตรวจสอบ ต้องขออนุญาตคณะกรรมการที่มานั่งรายงาน ผมไม่ได้มีอคติหรือความแค้น ส่วนตัวอะไรกับทุกท่านนะครับ แต่จําเป็นต้องทําหน้าที่อย่างนี้จริง ๆ ท่านทําดีของท่านแล้ว แต่ว่าภาพรวมไม่ได้ ซึ่งเพื่อนผมครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผมขอพาดพิง เขายิ่งแค้นมากกว่าผม เขาก็จะลุกขึ้นครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครูมานิตย์ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ซึ่งได้รับฉันทานุมัติจากวิป (Whip) ฝ่ายค้าน หลายพรรคได้มากล่าวชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานครับ รายงานแผนการปฏิรูป ประเทศที่นํามาเสนอ ๒-๓ ครั้ง ไม่ได้มีอะไรคืบหน้า ผมจะเปรียบเทียบนิดเดียวครับ ไม่ได้ออกนอกเรื่องครับ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ล้อมาจากปี ๒๕๖๓ พวกเราก็มาแสตมป์ วันนี้ก็จะแสตมป์อีกแล้ว ก็ยังไม่เห็นความก้าวหน้าอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ได้บอกเมื่อคืนวันที่ ๑๗ มิถุนายนว่าต่อไปนี่เป็นโลกของนิวนอร์มัล (New normal) จะมีการเปลี่ยนแปลง วันนี้พอมาดูแผนการปฏิรูปก็ดี ยุทธศาสตร์ชาติก็ดี ก็ยังไม่มีอะไรที่มี ความคืบหน้าที่จะเป็นมรรค เป็นชิ้น เป็นผล ฉะนั้นพวกผมรับไม่ได้ที่อยู่ ๆ แล้วจะให้เรามา อภิปรายผ่านแล้วผ่านอีกให้ผ่านไปตามกระบวนการ ความชอบธรรมเกิดกับรัฐบาล ผมขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีเทวัญ และคณะสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมรู้ว่าท่านต้องมา ทําหน้าที่เพราะรัฐบาลมอบให้ท่าน แล้วรัฐบาลก็เสนอเข้ามาโดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นถ้าพวกท่านไม่ถอน ผมต้องใช้มติกันแล้วล่ะครับ เพราะว่าวันนี้พวกผมไม่สามารถ พิจารณาในเรื่องนี้ได้ ผมจะให้ตรวจสอบองค์ประชุม แล้วก็วันนี้เอาจริงครับ เนื่องจากว่า ผมอยากให้ผู้แทนฝ่ายรัฐบาลได้มาฟังข้อเท็จจริงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองไว้เป็นเบื้องต้นก่อนครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นับองค์ประชุมใช่ไหมครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ มีผู้เสนอ นับองค์ประชุม มีผู้รับรองนะครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายดํารงค์ พิเดช แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอแสดงตน บัตรหายครับ หมายเลข ๑๒๘ นายดํารงค์ พิเดช ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้นับเลยนะครับ ขอเชิญเข้ามาประชุมก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ขอเวลาเพื่อนสมาชิกสักพักใหญ่ ๆ เข้าใจว่าหลายท่านกําลังประชุมอยู่ในห้องกรรมาธิการ เมื่อสักครู่นี้ผมโทรศัพท์ไปเช็ก (Check) หลายห้องในกรรมาธิการก็ยังไม่ทราบว่าตอนนี้ สภากําลังจะมีการตรวจสอบองค์ประชุม ขอความกรุณาด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ ให้เวลาครับ สมาชิกที่ไม่ทราบว่าเรียกเพราะอะไร นึกว่าลงมติ ก็เรียนให้ทราบว่ามีท่านสมาชิก คุณครูมานิตย์เสนอขอนับองค์ประชุมนะครับ ก็เลยจําเป็นต้องเรียกเพื่อให้สมาชิกเข้ามา แสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภาคภูมิ บูลย์ประมุข หมายเลข ๒๖๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ ยังไม่ได้นับ องค์ประชุมครับ เชิญพวกเราเข้ามานะครับ ขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยนะครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิรัชครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นด้วยความเคารพ ท่านผู้มีเกียรติ โดยเฉพาะท่านครูมานิตย์ ซึ่งเราก็ทราบดีอยู่ว่าวันนี้เรามีการประชุม ในส่วนของคณะกรรมาธิการ ถ้าจะเทียบไปแล้วก็ไม่ต่ํากว่า ๓๐ คณะ แล้วในขณะเดียวกัน ก็มีการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญเตรียมการในส่วนของงบประมาณ วันนี้บรรดา สมาชิกส่วนมากก็อยู่ในนี้เกือบหมดครับ ครูมานิตย์อยู่ตรงไหนไม่ทราบ หรือเดินออกไป ข้างนอก ถ้าเผื่ออย่างไรขออนุญาตช่วยถอนด้วยได้ไหมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ วันนี้ก็จะเป็นวาระเพื่อทราบเกือบทั้งหมดนะครับ เดิมเราบรรจุไว้สัปดาห์ละประมาณ ๓-๔ เรื่อง แต่ว่าตอนหลังมีสมาชิก เช่นท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ท่านขอว่าให้บรรจุไว้ให้หมด เพื่อสมาชิกจะได้ดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง สภาก็ทําตามคําแนะนําก็บรรจุไว้หลายเรื่อง ถ้าไม่มี ข้อขัดข้องก็จะพิจารณาไปเรื่อย ๆ เพื่อให้จบ แล้วเรามีวาระเรื่องอื่นที่สําคัญเช่นเดียวกัน เช่น วาระคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเป็นผลงานโดยตรงของท่านสมาชิกซึ่งสามารถผ่าน เรื่องเหล่านั้นไปได้ ก็จะเป็นผลงานท่านสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการแต่ละชุด กรณีนี้ก็เป็น เรื่องเพื่อทราบตามกฎหมายเท่านั้นเอง ที่กําหนดไว้ว่าเรื่องอะไรบ้างที่จะต้องรายงาน ให้สภาทราบ เราก็รับทราบ ไม่ได้มีการลงมติ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่สมาชิกมีสิทธิซักถาม จึงได้มีเจ้าหน้าที่มาเตรียมสําหรับการอธิบายแต่ละเรื่อง ช่วยบอกเพื่อน ๆ เข้ามา ถ้าพร้อมแล้ว จะได้แสดงตนเพื่อนับองค์ประชุม เชิญครูมานิตย์ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ผมเข้าใจบริบท ของสภาหมดครับ แต่เรื่องนี้พวกเราฝ่ายค้านเรารับไม่ได้จริง ๆ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่จะ ทําไว้ในอนาคตกับเด็กรุ่นหลังอีกหลายสิบปี ฉะนั้นอยากเห็น ครม. อยากเห็นเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาช่วยกันพูด ช่วยกันติติง แล้วอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ในแผนการปฏิรูปให้ทันกับยุคปัจจุบัน ผมไม่ใช่คนเกเรนะครับท่านประธาน ผมก็อยู่สภานี้ มานานพอสมควร ผมก็อยากเห็นเพื่อนฝูงที่เป็นผู้แทนราษฎรด้วยกัน ๕๐๐ คน ที่เรามาจาก ชาวบ้านมาช่วยกัน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครูมานิตย์ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านมีสิทธิ ผมเองให้ความเคารพกับสมาชิก ท่านมีสิทธิ ไม่มีใครตําหนิอะไร ท่านมีสิทธิที่จะ เสนอญัตติหรืออะไรก็ตามสิทธิของท่าน เมื่อนับองค์ประชุมนั่นก็เป็นสิทธิ ไม่มีใครว่าอะไรครับ เพราะเป็นหน้าที่เราต้องมาประชุมอยู่แล้วครับ กรรมการประสานงานแต่ละพรรครายงาน ความพร้อมหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะได้ประกาศเพื่อให้เราได้แสดงตน ผมขอสมาชิกเพื่อ ตรวจสอบองค์ประชุมตามที่คุณครูมานิตย์ได้เสนอ เพราะฉะนั้นก็ขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ อยู่ระหว่างแสดงตนครับ ยังไม่ได้ปิดการแสดงตน สมาชิก แสดงตนได้จนกว่าจะพร้อม ถ้าองค์ประชุมครบก็ประชุมต่อ ถ้าองค์ประชุมไม่ครบก็ประชุม ต่อไม่ได้ เราถือองค์ประชุมเป็นสําคัญ🔗

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานครับ ผม ธรรมนัส พรหมเผ่า หมายเลข ๑๕๗ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อยู่ระหว่างแสดงตน ท่านสมาชิกใครที่บัตรมีปัญหาหรือที่กดบัตรมีปัญหา กรุณาประกาศครับ ให้เวลาครับ🔗

นายกฤติเดช สันติวชิระกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล หมายเลข ๐๐๘ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อีกสักครู่รายชื่อ ผู้แสดงตนทั้งหมดก็จะปรากฏ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ มีเพื่อนยังอยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการกันหลายท่านครับ ขอความกรุณาท่านประธาน ช่วยรอด้วยนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รอครับ แล้วก็ใครที่ แสดงตนแล้วอย่าประกาศซ้ํานะครับ มิฉะนั้นจะมีปัญหาตามมาทีหลัง ในอดีตมีปรากฏอยู่ เพราะฉะนั้นจะมีปัญหาประวัติของท่าน ถ้าได้แสดงตนแล้วได้กดบัตรแล้วอย่าไปประกาศชื่อ อีกครั้งหนึ่งซึ่งจะซ้ําครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานครับ ผม สมศักดิ์ เทพสุทิน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข ๓๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ ให้เวลาสมาชิกแสดงตนอยู่นะครับ ท่านที่ยืนอยู่ข้างหลังไม่มีที่นั่งก็หาที่นั่งนะครับ อย่ายืน ให้เกะกะเลยครับ ไม่กดก็ไม่เป็นไรแต่หาที่นั่งครับ ไม่ใช้สิทธิแสดงตนไม่เป็นอะไร แต่หาที่นั่ง อย่ายืนให้เกะกะครับ🔗

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ชาญวิทย์ วิภูศิริ หมายเลข ๐๙๔ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึก ด้วยนะครับ ผมให้เวลาอีก ๕ นาที ถ้าไม่ครบก็ไม่ครบครับ ถ้าครบก็ครบครับ เพราะฉะนั้น สมาชิกที่ยังไม่ได้แสดงตนกรุณาแสดงตน วาระที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้เป็นวาระเพื่อทราบ ไม่ได้มีประเด็นว่าต้องลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพียงเพื่อทราบครับ🔗

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ท่านประธานครับ ผม นายอันวาร์ สาและ หมายเลข ๔๘๑ ขอแสดงตนด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ทราบดีว่าสมาชิก ไม่ได้ตั้งหลักก็ไม่นึกว่าจะมีการนับองค์ประชุม ไม่ได้เตรียมตัวก็เลยขอให้เวลาสักนิดหนึ่ง เพื่อความสะดวกของเขาครับ ให้เวลาแล้วถ้ายังไม่ครบเขาก็ตําหนิเราไม่ได้ครับ อีก ๒ นาทีครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนท่านประธานว่า การนับองค์ประชุมผมขอให้ท่านใช้วิธีการขานชื่อได้ไหมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ ยังไม่ได้นับ ครั้งแรกครับ ไม่ต้องไปขานชื่อหรอกครับ เพราะว่าชื่อจะปรากฏ ไม่ได้ปกปิดอะไร อีก ๑ นาทีครับ🔗

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สรอรรถ กลิ่นประทุม หมายเลข ๓๙๖ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ให้เวลาครบ ๕ นาที แล้วนะครับ ผมขอให้พวกเราแสดงตน เพราะเดี๋ยวจะปิดการแสดงตน สมาชิกพร้อมนะครับ🔗

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอปิดการแสดงตนครับ มีสมาชิกที่แสดงตนขณะนี้ ๒๒๖ ท่าน มีรายชื่อเพิ่มที่ประกาศมาด้วยเป็น ๒๓๑ ท่าน🔗

องค์ประชุมต้อง ๒๔๔ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุม ก็ประชุมต่อไม่ได้ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๓.๐๗ นาฬิกา