unknown · · 668 lines

(เนื่องจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๓๓ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ขอความกรุณาท่านสมาชิก ได้ช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ ผมขออนุญาตแจ้งรายชื่อให้ท่านสมาชิกได้รับทราบทีละ ๔ ท่านแล้วกัน ท่านประธานวิป (Whip) ท่านวิรัชมีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ไม่อยากจะใช้เวลาในช่วงที่เข้าระเบียบวาระการประชุม เรียนท่านประธานว่าเมื่อวานเรามีการนับองค์ประชุม ในช่วงที่มีการนับองค์ประชุมมีการประชุม ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ และคณะอนุกรรมาธิการมากเลย ปรากฏว่ามีอยู่ประมาณ ๔ ห้อง ที่ไม่ทราบอะไรเลย ทั้งเสียงกดออด ทั้งอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ยินเลยครับ แล้วก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปแจ้งว่าขณะนี้ห้องใหญ่มีการนับคะแนน นับองค์ประชุม หรือกระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใด ผมจึงเรียนถามท่านประธานว่าเราจะแก้ไขวิธีการในลักษณะนี้อย่างไร เพราะท่านประธานคงทราบเมื่อวานมีการประชุมคณะกรรมาธิการเกือบทั้งหมดเลย บางครั้ง ที่มายังไม่ได้เซ็นชื่อเลย มาถึงก็กดลิฟต์ ลิฟต์ก็ช่างเป็นใจเหลือเกินถ้าขึ้นมุมนี้ได้แค่ชั้น ๔ ถ้าไปขึ้นอีกมุมหนึ่งถึงจะถึงห้องประชุมคณะกรรมาธิการ เป็นลักษณะอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอเรียนถาม แล้วก็ให้ท่านประธานบอกทางเจ้าหน้าที่ว่าจะหาวิธีการแก้ไข อย่างไร🔗

ข้อที่ ๒ ระบบเสียงที่อยู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถจะทราบ ได้เลยว่าตอนนี้ห้องประชุมใหญ่กำลังทำอะไร นี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญครับ ส่วนการนับองค์ประชุม ก็เป็นสิทธิครับ อันนี้ผมไม่ได้เกี่ยงเลย แต่เห็นว่าขณะที่เราประชุมหรือบรรดาเพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในห้องไม่มีใครเตือน ใครแจ้ง ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อข้อหารือ ของท่านวิรัชผมได้ทราบแล้วก็เข้าใจนะครับ แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎรจะได้หาแนวทาง แก้ไขในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรา เมื่อวานก็ได้ทราบว่ามีการประชุมในห้องประชุมคณะกรรมาธิการหลาย ๆ ห้อง อยากฝากท่านเลขาธิการปรึกษาหารือกันว่าจะหาแนวทางแก้ไขอย่างไร ในกรณีที่มีการนับ องค์ประชุม หรือมีการโหวต หรือมีการลงมติ ทุกห้องจะต้องได้รับรู้ รับทราบ จะได้หาทาง แก้ไขต่อไป ขอบคุณท่านวิรัชครับ ท่านขจิตรมีอะไรหรือครับ เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในเรื่องเดียวกันกับที่ได้ปรึกษา ท่านประธานมาแล้ว ผมอยากขอความกรุณากราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อมีการประชุม ที่ห้องประชุมใหญ่ก็แสดงว่าความสำคัญอยู่ที่นี่อันดับ ๑ แล้วผมขอความกรุณาท่านประธาน ว่าใครที่ไม่สนใจจะอภิปรายหรือรับทราบก็เป็นสิทธิของแต่ละท่าน แต่ผมขอความกรุณา ท่านประธานเป็นพิเศษว่าในคนที่เขาสนใจติดตามงาน เมื่อมีวาระแจ้งเพื่อทราบ ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนด เช่นในเรื่องความก้าวหน้าของการปฏิรูปประเทศไม่ใช่เรื่องไม่สำคัญ เป็นเรื่องสำคัญ สมาชิกท่านใดจะไม่สนใจหรือมีภารกิจอื่น เห็นภารกิจอื่นสำคัญกว่า ผมก็เคารพ แต่ถ้าผมเห็นความสำคัญของการปฏิรูปประเทศ การติดตามงานในระดับชาติ ซึ่งมีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจน ผมขอความกรุณาท่านประธานว่าอย่าใช้วิธีการว่า ๕ นาที ๗ นาที คนที่สนใจอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรสมมุติว่ามี ๕ ท่านก็ควรจะปล่อยเวลาให้เขา สนใจเขาพูด ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศ ให้พูด ๕ นาที ท่านให้พูดทำไมครับ ได้ประเด็นเดียว แต่การปฏิรูปประเทศขยายวงไปทั่ว สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นแม่งาน ทำงานยิ่งใหญ่มาก เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาท่านประธานให้ดูจำนวนคน ที่จะพูด สมมุติว่ามี ๒-๓ ท่าน ท่านให้คนละ ๕ นาทีได้อย่างไรครับ ขอความกรุณาท่าน เป็นพิเศษนะครับ ขออนุญาตท่านประธานพูดตรงไปตรงมา เพราะดูเสมือนว่าคนที่ทำหน้าที่ ประธานอยากจะให้ผ่านเร็ว ๆ เหลือเกินเวลารับทราบ ผมขอความกรุณาท่านนะครับ บางเรื่อง ที่เขียนไว้ในกฎหมายทำนองว่ารับทราบแล้วก็ผ่านไป ผมไม่ว่าครับ แต่บางเรื่องเขาเขียน ในรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องรับทราบ บางครั้งก็บอกเสนอให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาอย่างนี้ เป็นเรื่องสำคัญ ขอความกรุณาท่านให้เวลาที่เหมาะสมด้วยครับ ไม่ใช่อะไรก็ ๕ นาที ๗ นาที บางทีผู้ที่แจ้งยังไม่ลุกขึ้นเลยครับบอกผ่านวาระไปแล้ว ผมขอความกรุณาท่านอย่าใช้สภานี้ เป็นเหมือนสภาตรายาง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอเข้าใจแล้วครับ ท่านขจิตร เชิญท่านสุพิศาล เอาสั้น ๆ ก่อนนะครับ หรือถ้าเผื่อจำเป็นก็เอาไว้ตอนใครที่ ได้สิทธิหารือก็ลุกขึ้นพูดตอนนั้นก็ได้ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภา ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นเรื่องเดียวกันกับท่านประธาน วิป (Whip) แล้วก็ท่านขจิตรด้วยครับ ในสาระนี้ผมจะปรึกษาหารือตั้งแต่คราวที่แล้ว สภาเรา วางแนวนโยบายว่าเราจะมุ่งสู่ความเป็นดิจิทัลพาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) เมื่อสักครู่ ผมก็ได้กรอกแบบฟอร์มสัมภาษณ์เป็นตัวหนังสือไปแล้ว และเขียนคอมเมนต์ (Comment) ไว้เยอะแยะ แต่ทีนี้สิ่งสำคัญคือที่ท่านประธานวิป (Whip) ได้ถามว่าจะทำอย่างไร กราบเรียน วิธีของผมครับ ผมออกจากห้องนี้ผมก็เปิดทีวีพาร์เลียเมนต์ (TV Parliament) สด แล้วผม ก็เอาหูฟังเสียบอยู่ห้องไหนผมก็เห็นหมด หรือจะเปิดเป็นวิทยุรัฐสภาก็ได้ครับ เสียบหูไว้ จะดีเลย์ (Delay) ประมาณสัก ๕ นาที ๑๐ นาที อันนี้เป็นอันหนึ่งที่ผมคิดแทก ติก (Tactic) เวลาผมอยู่นอกห้องแถว ๆ นี้จะรู้ว่าห้องนี้ประชุมอย่างไร อันนั้นเป็นประเด็นหนึ่ง🔗

แต่สิ่งที่ผมจะหารือท่าน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ คือ ๕ นาที ๗ นาทีมันน้อยมาก แล้วประเด็นที่รัฐธรรมนูญกำหนดนี่ผมสนับสนุนท่านขจิตรเต็มที่เลยครับว่าอย่างต่ำ ๆ ก็ต้อง ๑๕ นาที ไม่น้อยกว่านี้ เพราะว่าประเด็นหนึ่งยากมาก ให้ผมสรุปก็ลำบากอยู่แล้ว🔗

ประเด็นถัดไปเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขณะนี้เราต้องการเป็น ดิจิทัลพาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) ผมอยากให้มีการถ่ายทอดห้องประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญ เช่นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือคณะกรรมาธิการทุกห้องลงใน แพลตฟอร์ม (Platform) ของสภา ที่ท่านไปเปิดเมื่อวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๓ ที่มีไลน์ (LINE) มีเฟซบุ๊ก (Facebook) มียูทูบ (YouTube) ท่านให้ทีมรัฐสภาไปถ่ายทอดแล้วทำเป็นคลิป (Clip) พอไลฟ์ (Live) สดจะทำให้ทุกคนได้เห็น อย่างเช่นขณะนี้ห้องประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ กำลังประชุมเรื่องอะไรอยู่ ผมสามารถเปิดคลิป (Clip) ของรัฐสภาที่ถ่ายทอดสดตรงช่วงนั้นดูได้ และสามารถเก็บเข้าไปไว้ในช่องดูย้อนหลังได้ อันนี้จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มาก และได้สื่อสารความรู้จากรัฐสภาด้วยครับ ท่านใช้อำนาจตามหลักเกณฑ์ ข้อ ๑๐๗ อยู่ในนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทิน คลังแสง ครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิกหารือ ก็ถือว่าเป็นความตั้งใจที่ดีที่อยากจะให้สภาทำงาน อย่างมีคุณภาพ กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ผมมีส่วนเกี่ยวข้องก็เลยกราบเรียนอย่างนี้ว่า การนับองค์ประชุมจะไม่มีบ่อยครั้ง นาน ๆ จะมีครั้งหนึ่ง พวกเราเองซึ่งเป็นฝ่ายค้านก็เลือกเอา กรณีที่จำเป็นจริง ๆ แล้วก็คิดว่าแลกกับการไม่ประชุมแล้วประชาชนได้ประโยชน์ เช่นเมื่อวานนี้ถ้าหากว่าอะไรเกิดจากเมื่อวานนี้ หลายฝ่ายก็จะได้ตระหนักว่าการปฏิรูปประเทศ เป็นเรื่องสำคัญรัฐบาลก็จะต้องเร่งรีบปฏิรูป สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องให้ความร่วมมือ เข้ามาฟัง🔗

ทีนี้กรณีที่มีข้อเสนอที่อยากจะให้ท่านเลขาธิการไปปรับการสื่อสารที่ส่งไปยัง ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญจริง ๆ ถ้าจะพิจารณาให้ เห็นข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อวานนี้ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านกรุณากดออด แล้วก็เรียก รอดีเลย์ (Delay) ไป ๒๐ นาที ให้เวลาเกือบ ๒๐ นาทีแต่เราไม่มากัน ทีนี้พอไม่มาแล้ว ไปตรวจสอบพบ ซึ่งวันนี้ปรากฏหน้าสื่อมวลชนว่าไม่ลงเวลากันเสียเป็นส่วนใหญ่ การไม่ลงเวลา ถือได้ว่าคงไม่มาประชุม เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาให้ถูกจุดจริง ๆ เรื่องห้องประชุม คณะกรรมาธิการอาจจะไม่ใช่เรื่องเดียว ความรับผิดชอบตระหนักต่อเรื่องที่สำคัญจริง ๆ นั่นเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดที่ทุกคน ทุกพรรคจะต้องตระหนัก แล้วก็หามาตรการกระตุ้นเตือนสมาชิก จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความปรารถนาดี ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสุทิน คลังแสง ครับ ผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ แล้วก็อยากฝากไปถึง พี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วยเหมือนกันว่าเมื่อวานนี้ผมสังเกตในห้องประชุมก่อนเสนอ นับองค์ประชุม ท่านสมาชิกเราก็มากพอสมควร ความจริงก็เป็นสิทธิของสมาชิกทุกท่าน ที่อยากเสนอแนะให้มีการนับองค์ประชุมได้ แต่ว่าความรับผิดชอบต่อองค์ประชุม ในความเข้าใจของผม ผมคิดว่าน่าจะเป็นความรับผิดชอบของ ส.ส. ทุกคนร่วมกันนะครับ ฉะนั้น พวกเราใช้จิตสำนึกพิจารณาดูเอาเองก็แล้วกันนะครับว่า การที่จะให้สภาสามารถเดิน ไปได้ พิจารณาแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองได้ อะไรที่ไม่ถูกไม่ต้องเราก็สามารถพูดกัน ในที่ประชุมก็จะสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ท่านวิรัชมีอะไรไหมครับ เพราะว่าถ้าพูดซ้ำ ๆ เดิม ๆ ผมว่าน่าจะพอแล้วกระมังครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องเดียวกันครับ รับรองผมพูด ไม่ซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกพูดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาสั้น ๆ แล้วกันนะครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผม อายุมาก กระผมเห็นสภานี้มาเกือบจะก่อนทุกคน มีอาวุโสกว่าผม ๕-๖ คน กระผมไม่เคยเห็น เลยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้ได้ผ่านกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมมากมาย ไม่มี แต่ละปีก็มีแต่ญัตติเพื่อทราบ มีแต่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะปฏิรูปการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปีหนึ่งมีแค่ ๒ สมัยประชุม แต่ละสมัยประชุม แค่นับวันและผลงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมเราไม่ย่นระยะเวลาพักเหลือแค่ ๒ เดือน ประชุมครั้งละ ๔ เดือน แล้วทำไมเราไม่เปลี่ยนแปลงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจาก อาทิตย์ละ ๒ วันเป็นอาทิตย์ละ ๔ วัน ให้ท่านไปหาประชาชน ๓ วัน และแบ่งออกเป็น อย่างนี้ครับ วันแรกประชุมเรื่องนิติบัญญัติ เรื่องกฎหมายล้วน ๆ ท่านเห็นไหมครับกฎหมาย ที่ค้างอยู่อันดับที่หลายร้อย ที่ผมเสนอมา ๓-๔ ฉบับ อยู่ที่หลายร้อยแล้ว สภานี้หมดแล้ว จะได้พิจารณาหรือไม่ ถ้าพิจารณาตามญัตติตลอดเวลา วันที่ ๒ เป็นการประชุมเกี่ยวกับญัตติ วันที่ ๓ ก็เป็นเรื่องเพื่อทราบ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง เราตั้งคณะกรรมาธิการฟุ่มเฟือยเหลือเกินครับ ฟุ่มเฟือยมาก ๆ คณะหนึ่งตั้ง ๔๙ คน ค่าเบี้ยประชุมแต่ละครั้ง ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้ง ๑๐๐,๐๐๐ บาท คนเป็นประธานก็พยายามที่จะประชุมอย่างไรให้มีองค์ประชุม ก็วิ่งขึ้นวิ่งลง แล้วประชุม คณะกรรมาธิการในวันที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นี่คือที่เราต้องปฏิรูปการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลาหรือยังครับ กระผมรอมาแล้ว ๗๐ ปี อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรครับ วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ท่านออกไปเยี่ยมประชาชน ก็เพียงพอครับ ขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพที่ได้ให้โอกาสกระผมได้พูด กระผม อัดอั้นมา ๗๐ ปีแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านวิรัชนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมว่าการหารือนอกรายการขอจบแล้ว เพราะเรื่อง เดียวกันซ้ำ ๆ ผมอยากให้ท่านสมาชิกที่ลงชื่อเพื่อที่จะหารือได้เริ่มต้นการหารือเลยนะครับ ผมว่าพอแล้วครับ ท่านประเสริฐพงษ์ ถ้าจะยกมือหารือกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ คนที่มีชื่อ ที่จะหารือในรายการก็ไม่ได้เริ่มต้นสักที ผมให้ท่านประเสริฐพงษ์เป็นท่านสุดท้ายสั้น ๆ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรื่องที่จะให้ติดตามเพื่อให้คณะกรรมาธิการแต่ละห้องทราบง่ายนิดเดียวครับ ให้ติดระบบไฟ ซึ่งไม่รบกวนเสียง เวลาประธานกดออดปั๊บไฟกระพริบทุกห้องแล้วหลายคนก็เห็น ง่ายนิดเดียว เป็นข้อเสนอแนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็รับเอาข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่อไป ผมขออนุญาตแจ้งท่านผู้ที่จะเข้าหารือ ล่วงหน้า ๑ คน เท่านั้นเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา เพราะว่าท่านสมาชิกมีรายชื่อเป็นผู้หารือก็คงจะเตรียมตัวมาแล้ว ลำดับแรก เชิญท่านมานะ โลหะวณิชย์ แล้วก็ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญท่านมานะครับ🔗

นายมานะ โลหะวณิชย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

สืบเนื่องด้วยหมู่บ้านวังตอตั้ง หมู่ที่ ๑๑ คุ้มดอนจำปา ตำบลนางแดด อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พี่น้องประชาชน ๔๔ หลังคาเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ถึงแม้ว่า การไฟฟ้าจะให้งบประมาณครัวเรือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วก็โดยประมาณ ๒ ล้านบาท แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอหนองบัวแดงได้ประมาณการทั้งหมด ๔ ล้านบาทเศษ ส่วนต่างที่เหลือก็ให้องค์การบริหารส่วนตำบลนางแดดเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ตำบลนางแดด อบต. ก็ไม่มีงบประมาณ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ตัดสินใจ เร่งดำเนินการครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผู้ปกครองเรียกร้องอยากให้มีการก่อตั้งวิทยาลัยการอาชีพที่อำเภอ หนองบัวแดง เพื่อที่จะให้โอกาสลูกหลานได้เรียนวิชาชีพได้ใกล้ขึ้น และเป็นประโยชน์สำหรับ อำเภอใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอเกษตรสมบูรณ์และอำเภอภักดีชุมพล และเทศบาล ตำบลหนองบัวแดงก็ได้จัดทำประชาคมในหมู่บ้านหลวงศิริ ให้ใช้พื้นที่สาธารณะ จำนวน ๑๗ ไร่ เรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับช่วงนี้ภัยแล้ง อยากให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งดำเนินการทำฝนเทียมที่อำเภอหนองบัวแดง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอคอนสาร และอำเภอภักดีชุมพล ถือว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งถ้ากรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งดำเนินการก็จะช่วยให้พี่น้องประชาชนทำงานสะดวกขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ตามด้วยนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นะครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผมมีเรื่องจะหารือเนื่องจากได้รับการร้องเรียน จากประชาชน ๓๐๐ ครัวเรือนผ่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว นายสมศักดิ์ กุลบุตร และนายสุนทร คมคาย ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเขาไม้แก้ว เรื่องที่ดิน หนองกระเดาทราย เป็นที่ดิน นสล. หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง จำนวน ๑,๐๖๑ ไร่ ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๗ ตำบลเขาไม้แก้ว และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ที่ดินดังกล่าวได้นำมาจัดสรรให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน ตามนโยบาย คทช. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ประมาณ ๓๐๐ ครัวเรือน ที่ดินดังกล่าว ได้รับการรังวัดเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ อีกทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เขาไม้แก้วได้รับงบประมาณจากมูลนิธิอุทกพัฒน์มาพัฒนาแหล่งน้ำ โดยประสานงานให้ กองทัพบกมาขุดในปี ๒๕๖๓ งบประมาณ ๒๔ ล้านบาท บนเนื้อที่ ๕๕ ไร่ และในอนาคต จะมีการขุดเพิ่มอีก ๓ ลูก รวมเป็น ๑๗๐ ไร่ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อประชาชน เป็นอย่างมาก ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน และก่อให้เกิดความเสมอภาค อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ สภาอาชีพ บนพื้นฐานของทรัพยากรท้องถิ่น และพัฒนาการท่องเที่ยววิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อรองรับคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ โควิด-๑๙ (COVID-19) ให้มีอาชีพ สร้างชุมชนเข้มแข็งต่อไป ดังนั้นจึงกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดเร่งรัดกระบวนการดำเนินงาน เพื่อช่วยให้ประชาชนกว่า ๓๐๐ ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากที่ทำกินมีอาชีพและขยายพื้นที่การเกษตรอินทรีย์ ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุทธวรรณ ตามด้วย พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ เชิญคุณสุทธวรรณครับ🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล สัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักเรียนและผู้ปกครองในจังหวัดนครปฐมเรื่องทรงผมนักเรียน ในหลาย ๆ กรณี ซึ่งขณะนี้มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ ออกมาแล้ว ในข้อ ๔ ระบุไว้ชัดเจนว่านักเรียนชายและหญิงจะไว้ผมสั้นหรือยาว ก็ได้ และในข้อ ๗ ยังได้บอกว่าโรงเรียนสามารถวางระเบียบได้ ซึ่งต้องไม่ขัดกับระเบียบ ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ในความเป็นจริงคือมีหลาย ๆ โรงเรียนยังไม่แก้ไขระเบียบให้เป็นไปตามกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม จัดประชุมเพื่อแก้ไขระเบียบนี้ โดยการเชิญผู้เข้าร่วมประชุมหลายฝ่าย ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น แต่ในการประชุมมีนักเรียนแค่ ๖ คน จาก ๓๐ กว่าคน คือลงมติอะไรก็แพ้อยู่ดี และเมื่อ ระเบียบออกมาก็ไม่ได้ให้นักเรียน ม. ต้น ไว้ผมยาว ซึ่งก็ขัดกับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีเช่นนี้ยังมีปัญหาอีกมากมายหลายโรงเรียน ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนในเขตของดิฉัน ที่ผ่านมาอย่างเช่นโรงเรียนยางชุมน้อยพิทยาคม จังหวัดศรีสะเกษ ครูตัดผมนักเรียน จนนักเรียนเกิดความอับอายและไม่กล้าไปโรงเรียน อีกทั้งยังมีการข่มขู่ บูลลี (Bully) จนนักเรียนอาจจะลาออก ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนเคยชี้แจงว่ากฎระเบียบของโรงเรียน ห้ามไว้ผมยาวเกินติ่งหู จะเห็นได้ว่าทางโรงเรียนไม่ได้สนใจระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการเลย ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการทำโทษ นักเรียน ยังมีให้เห็นอยู่ทุกวัน ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีรับปากแล้วว่าจะส่งหนังสือเตือน โรงเรียนทั่วประเทศ จึงอยากขอให้ท่านจริงจังกับเรื่องนี้และเร่งทำความเข้าใจกับทุกโรงเรียน ให้ปฏิบัติตามกฎของกระทรวงด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตรี ทรงกลด ตามด้วยท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗

พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพอย่างสูง ผม พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เรื่องที่ผมจะขอหารือท่านประธานก็คือขอให้สภาผู้แทนราษฎรส่งเสริม สนับสนุน รับซื้อ ผลผลิตเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิก (Organic) ของเกษตรกรมาใช้ในการประกอบอาหาร ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติและข้าราชการรัฐสภา รวมถึงประชาชนที่มาสภาด้วย ได้บริโภคอาหารปลอดภัยจากสารเคมี ทั้งปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า สารเร่งเนื้อแดง ฮอร์โมนเร่งผลผลิต ถ้าเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานของรัฐส่งเสริม สนับสนุน รับซื้อผลผลิต ของเกษตรกรทั้งประเทศนำมาขายให้หน่วยงานของรัฐเพื่อประกอบอาหาร ทำให้ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่สภาพเดิม เป็นผลดีต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ จะเป็นอีกทางหนึ่งในการลดใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อประชาชน เกษตรกรที่ทำเกษตร อินทรีย์หรือออร์แกนิก (Organic) จะได้มีกำลังใจในการเพิ่มผลผลิตต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ด้วยเรื่องถนน ไฟฟ้า ไฟสัญญาณจราจร และเรื่องอื่น ๆ ของอำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง อำเภอนาคู และอำเภอห้วยผึ้ง ซึ่งอยู่ในเขต ของจังหวัดกาฬสินธุ์ มีคำถามว่าทำไมเรื่องถนนหนทาง ไฟฟ้าแสงสว่างต้องไปอยู่ในความดูแล ต้องไปขึ้นอยู่กับแขวงทางหลวงสกลนครที่ ๑ เพราะทำให้เกิดปัญหา ดังนี้ ๑. ยากต่อการประสานงาน เช่น เรื่องการเชื่อมถนน ไฟดับ น้ำท่วม ๒. กระทบต่อความรู้สึกของคนกาฬสินธุ์ที่ต้องไปอยู่ ในเขตบริการของแขวงทางหลวงสกลนครที่ ๑ ๓. ขาดโอกาสในการเข้าถึงงบประมาณพัฒนา จังหวัดที่เพิ่มเติมจากงบฟังก์ชัน (Function) เช่น ไฟถนน สัญญาณไฟจราจรจุดตัดทางแยก ถนนเปรมพัฒนา สาย ๒๒๙๑ ที่อยู่บ้านนาตาหลิ่ว อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ๒. สัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกบ้านกุดสิมคุ้มใหม่ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ๓. ไฟส่องสว่าง ถนนสายสมเด็จ-กุฉินารายณ์ แยกบ้านโนนสมควร และทางไปตำบลหนองอีบุตร อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔. ไฟฟ้าส่องสว่าง แยกบ้านนา ไคร้ แยกไปแหล่งท่องเที่ยวโฮมสเตย์ (Homestay) บ้านโคกโก่ง และตำบลเหล่าไฮงาม ๕. ไฟฟ้าส่องสว่างจุดตัดสามแยกวิทยาลัยเทคนิคเขาวง และเทศบาลตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ ตรงนี้ เป็นสิ่งที่น่าอาย เพราะว่าจากถนนทางหลวงแผ่นดินไม่มีไฟฟ้าสักต้น แต่ว่าอีกแยกหนึ่งที่แยกไป ทางหลวงชนบทมีไฟฟ้าสว่างไสว ตรงนี้ที่แยกเข้าวิทยาลัยเทคนิคเขาวง ดังนั้นจึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้พิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการดูแลเรื่องที่ผมได้กล่าว ให้ท่านประธานทราบด้วย กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วยท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ด้วยผู้ใหญ่กิตติเวช จันทร์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๗ บ้านไผ่ล้อม ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี แจ้งว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวประสบปัญหาไฟฟ้าดับอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนลมแรง ๆ ไฟฟ้าก็จะดับ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความเสียหาย ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ต้องอาศัยไฟฟ้าส่องสว่าง ก็จะได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ทั้งนี้สาเหตุเนื่องจากเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าไปตั้งอยู่ กลางดงต้นไม้ ไปตั้งอยู่กลางดงกอไผ่ เมื่อลมแรงฝนตกลงมาต้นไม้โยก ต้นไผ่โยกก็จะเสียดสี กับเสาไฟฟ้าบ้าง สายไฟฟ้าบ้าง ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าดับ และบางครั้งเกิดประกายไฟ อาจจะเกิดไฟไหม้ได้ กระผมจึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธานได้โปรดกรุณาทำหนังสือถึง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จัดสรรงบประมาณไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย โดยย้ายเสาไฟฟ้าไปตั้ง ริมถนนตลอดซอย จากบ้านนายสมศักดิ์ ชุนดี บ้านเลขที่ ๑๑๕ ถึงถนนสายวัดไผ่โรงวัว-บางยี่หน ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ขอได้ดำเนินการโดยด่วนด้วย กรอบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ตามด้วยท่านพรชัย อำนวยทรัพย์ ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพยายามที่จะผลักภาระ การติดตั้งระบบการสื่อสารติดตามเรือเร็วสปีดโบ๊ต (Speedboat) ที่ผู้ประกอบการ นำนักท่องเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่าง ๆ ฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งระบบเดิมเป็นระบบเอไอเอส (AIS) ดีอยู่แล้ว เป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ปรากฏว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพยายามที่จะเอาบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท (CAT) จะเอาระบบดีทีอาร์เอส (DTRS) ไปบังคับใช้ ซึ่งเดิมกรมเจ้าท่าบังคับให้ติดตั้งระบบ ที่ติดตามเรือได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะเก็บค่าใช้จ่ายในการเข้าอุทยานแห่งชาติ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเปิดเผย ค่าใช้จ่ายในการเข้าเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ เพราะที่ผ่านมามีระบบการตรวจสอบที่ยังหละหลวม และมีการตรวจพบว่ารายได้ในบางปีมีการเหลื่อมล้ำ มีเขย่งจากเดิม ๕๐ ล้านบาท พอปีถัดมา ขยับเป็นหลักร้อยล้าน เป็นต้น ก็อยากให้มีการตรวจสอบตรงนี้🔗

เรื่องสุดท้าย ก็คือขอให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งมีมาตรา ๑๖ ที่ภาครัฐจะต้องผลักดันให้กับกลุ่มชาวบ้าน กลุ่มชุมชน ชายฝั่งให้สามารถได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งกฎหมายออกมาเมื่อปี ๒๕๕๘ แล้วก็มี การออกระเบียบ ปี ๒๕๖๐ จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีระเบียบรองรับให้ชุมชนชายฝั่งได้รับ เงินอุดหนุนหรือได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อดำเนินการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ชายฝั่งเลยครับ ขอกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพรชัย ตามด้วยท่านภาควัต ศรีสุรพล ครับ🔗

นายพรชัย อำนวยทรัพย์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พรชัย อำนวยทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบเนื่องจาก สถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังได้ระบาดไปเกือบทั่วประเทศแล้ว ในขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ระบาดไปใน ๒๒ จังหวัด คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัส ใบด่างมัน สำ ป ะ ห ลั ง เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๒ วงเงิน ๒๘๖ ล้านบาท โดยได้จ่ายเป็น ๒ กิจกรรม คือ ๑. จ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่เกิดโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง ๒. จ่ายค่าทำลาย แต่ไม่ตอบโจทย์ครับท่านประธาน เพราะว่าการจ่ายเงินชดเชยนั้นล่าช้ามาก ไม่สามารถจูงใจ ให้เกษตรกรคิดทำลายการเกิดโรคไวรัสใบด่าง ทำให้เกิดการระบาดไปทั่วประเทศ อย่างมากมาย วันนี้หยุดไม่อยู่ครับ โรคไวรัสใบด่างเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีตัวยารักษาเหมือนกับ โควิด-๑๙ (COVID-19) เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการในการจ่ายเงินชดเชย แล้วก็ขอให้จ่ายเงินชดเชยในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิด้วย เพราะว่าเกษตรกรที่ปลูก มันสำปะหลังในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิไม่ได้รับสิทธิเช่นนี้ แล้วก็ขอให้จ่ายเงินชดเชย ค่าทำลายกับค่าเสียหายนั้นไปพร้อม ๆ กัน ประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ข้อสุดท้าย ขอให้ทางการนั้นได้กวดขันเข้มงวดในการขนถ่ายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังข้ามพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดไปมากกว่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาควัต ศรีสุรพล ตามด้วยท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ🔗

นายภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภาควัต ศรีสุรพล จังหวัดขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธาน อยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรก เนื่องด้วยโรงพยาบาลอำเภอเวียงเก่าและโรงพยาบาลอำเภอหนองนาคำ ได้เปิดให้บริการมาแล้วหลายปี มีพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่บริการประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน มีอาคารให้บริการเพียงตึกเดียว ปัจจุบันยังไม่มีอาคารผู้ป่วยใน ผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล จำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลภูเวียง ซึ่งทางโรงพยาบาลภูเวียงก็เกิดปัญหาพื้นที่ ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ เนื่องจากปกติก็มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ซ้ำยังต้องมา รองรับผู้ป่วยจากทั้ง ๒ แห่งอีก ส่งผลให้เกิดความแออัด ผมจึงอยากเรียนท่านประธานสภา ฝากติดตามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณสร้างอาคาร ผู้ป่วยในให้กับโรงพยาบาลทั้ง ๒ แห่งอย่างเร่งด่วน🔗

อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของโรงพยาบาลเวียงเก่าปัจจุบันยังไม่มีระบบประปา ผิวดิน จึงต้องนำระบบประปาบาดาลมาใช้ ซึ่งเกิดปัญหาในเรื่องของตะกอนและความเค็ม ของน้ำ ส่งผลให้วัสดุครุภัณฑ์เกิดความเสียหาย ในการนี้ทางโรงพยาบาลอำเภอเวียงเก่า ได้ทำโครงการขอขยายเขตประปาจากอำเภอภูเวียง โดยขอสนับสนุนผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของผมว่า มีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามรายชื่อที่ผมได้ส่งไปให้ท่านประธานได้ทราบ จะมาช่วย ขุดบ่อน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ขอเพียงค่าดำเนินการเป็นเงินสมทบ อาศัยช่วงที่ ชาวบ้านกำลังลำบากจากวิกฤติภัยแล้ง ทำให้พี่น้องหลงเชื่อโอนเงินค่าดำเนินการ เสียหาย กว่า ๑๐๐ ราย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ของชาวบ้าน ผมฝากความห่วงใยถึงพี่น้อง โปรดระมัดระวัง และฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ หาทางในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรณเทพ ตามด้วยท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ แปลงแรกนั้นเป็นที่ดินที่อยู่ในหมู่ที่ ๘ ตำบลหนองปรือ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งพี่น้องเกษตรกรนั้นเข้าถือยึดครอง เพื่อทำประโยชน์ก่อนปี ๒๕๐๐ แล้วก็ได้มีการยื่นคำร้องขอเอกสารสิทธิกับทางที่ดิน โดยตลอด เนื่องจากว่าที่ดินแปลงดังกล่าวนั้นเป็นที่ดินที่ไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ที่ ที่อยู่ในเขตป่าไม้ เขตปฏิรูป แต่ก็ไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ ไม่ว่าจะมีการร้องขอไปกี่ครั้ง ซึ่งกระผมเองก็ได้ปรึกษาหารือกับทางกรมที่ดินพร้อมด้วยที่ดินจังหวัด กรมที่ดินเห็นด้วย จะตั้งงบประมาณในการเดินสำรวจออกโฉนดให้ได้ แต่ในส่วนของที่ดินจังหวัดบอกว่า จำนวนผู้ที่มาร้องเรียนนั้นน้อยเกินไป เนื่องจากว่ามีแค่ ๔๐ กว่าครอบครัว ทำให้กระผม ต้องเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีได้โปรดกรุณาออกเอกสารสิทธิให้กับ พวกเขาด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นแปลงที่ดินที่อยู่ในเขตตำบลท่าบุญมี หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๑ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี เป็นที่ดินที่เป็น น.ส. ๓ ก ที่อยู่รายรอบที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ไม่มีการกำหนดแนวเขตที่แน่นอนคือไม่มีการปักหมุด เพียงแต่บอกว่าทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันตก ติดหรือจรดอยู่กับเขตใด ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๐๐ และได้มีการยื่น คำร้องที่จะขอเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนด แต่ปรากฏว่าทางนายอำเภอ รวมถึงท่านนายก ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่กล้าที่จะเซ็นรับรองแนวเขตให้ จึงขอกราบเรียนฝากท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอภิชาติ ตามด้วยท่านอิสสระ สมชัย ครับ🔗

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาท่านประธานเพื่อติดตามเรื่องที่เคยปรึกษาท่านประธานเมื่อประมาณ ๖ เดือน ที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัญหาการจัดการจราจรและการออกแบบวิศวกรรมการจราจรบริเวณ สี่แยกบ้านธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งสี่แยกแห่งนี้เป็นจุดตัดของทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒ อุดรธานี-สกลนคร-นครพนม และทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๓๔๗ ที่เข้าสู่ ตัวเมืองสกลนคร สี่แยกแห่งนี้เป็นสี่แยกที่รองรับเส้นทางการคมนาคมโลจิสติกส์ (Logistics) ของเออีซี (AEC) จากขบวนรถบรรทุกที่มาจากด่านจังหวัดนครพนม ปริมาณรถที่ใช้ใน แต่ละวันนับหมื่นราย มีผิวจราจรที่สะดวก ช่องจราจร ๖ เลน (Lane) เมื่อรวมกับเส้นทางคู่ขนาน ชุมชนที่มีข้างละ ๒ ช่องทางก็รวมเป็น ๑๐ ช่องจราจร รถสามารถวิ่งไปมาได้โดยสะดวก แต่เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกบ้านธาตุนาเวง เป็นจุดซึ่งมีการออกแบบที่ทำให้มีเกาะกลางถนน บริเวณหัวมุมสี่แยกให้ถนนคู่ขนานชุมชนวิ่งย้อนสวนกลับมาในเส้นทาง ทำให้ช่องทาง การจราจรของทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒ ทางที่จะเลี้ยวซ้ายเมื่อมาจากจังหวัดอุดรธานี มุ่งเข้าสู่จังหวัดนครพนมติดขัด จึงเรียนมาเพื่อให้ทางท่านประธานสภาได้ประสานไปยังอธิบดี กรมทางหลวงดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเกาะกลางถนนตรงนี้ออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสสระ ตามด้วยท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับการร้องเรียนจากนายธนดล จำรักษา อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสกลนคร เขต ๖ ว่าหนองบ่อกอกเป็นหนองน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ มีพื้นที่ครอบคลุม ๒ อำเภอ ๒ จังหวัด คือจังหวัดนครพนม ที่ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า และที่จังหวัดสกลนคร ที่บ้านเม่นใหญ่ ตำบลอากาศ อำเภออากาศอำนวย ประชาชน ทั้ง ๒ อำเภอ ๒ จังหวัดใช้น้ำจากน้ำหนองบ่อกอกทำการเกษตรตลอดมา ปัจจุบันมีสภาพ ตื้นเขิน ไม่มีน้ำใช้ตลอดปี ต่อมารัฐบาลได้ทำการขุดลอกหนองบ่อกอก เฉพาะฝั่งตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทำให้ประชาชนจากฝั่งจังหวัดนครพนมมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง ตลอดปี ส่วนฝั่งบ้านเม่นใหญ่ ตำบลอากาศ อำเภออากาศอำนวย รัฐบาลไม่ได้ทำการขุดลอก หนองบ่อกอกฝั่งนี้ยังคงมีสภาพตื้นเขิน ในฤดูแล้งไม่มีน้ำใช้สอย ราษฎรบ้านเม่นใหญ่ ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการขุดลอกหนองบ่อกอกฝั่งจังหวัดสกลนคร ที่บ้านเม่นใหญ่ ตำบลอากาศ อำเภออากาศอำนวย เพื่อให้ประชาชนฝั่งจังหวัดสกลนครได้มีน้ำใช้ตลอดปี ต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับการร้องเรียนจากนายเชวงศักดิ์ พลลาภ อดีตผู้สมัคร ส.ส. มหาสารคาม เขต ๑ ว่าราษฎรบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านใกล้เคียง ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้รับความเดือดร้อนทุกปี เนื่องจากขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน เนื่องจากฝนทิ้งช่วง ราษฎรเสนอให้กรมชลประทาน สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านเชียงเหียน เพื่อสูบน้ำจากห้วยคะคางซึ่งมีน้ำตลอดปี มาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร โครงการชลประทานจังหวัดมหาสารคาม ได้ทำโครงการ เข้าแผนก่อสร้างในปี ๒๕๖๔ และนายเชวงศักดิ์ได้นำโครงการเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ ราษฎรตำบลเขวาต้องการทราบความคืบหน้าว่าได้รับสนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๖๔ หรือไม่ จึงขอเรียนท่านประธานได้โปรดแจ้งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอนแรกผมก็งงนึกว่าท่านอิสสระเป็น ส.ส. จังหวัดสกลนคร🔗

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ กระผมเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อครับ เพราะฉะนั้นกระผมสามารถรับฟังเรื่องราว ของประชาชนได้ทั่วประเทศครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านทำถูก แล้วละครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ ตามด้วยท่านฐาปกรณ์ ครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมมีประเด็นหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗

ประเด็นแรก การกำหนดวันตรวจเลือกเกณฑ์ทหาร ปี ๒๕๖๓ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องจากว่าผมได้รับทราบข้อมูลมาว่าในพื้นที่อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส และอำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทางสัสดี จังหวัดนราธิวาสได้กำหนดวันเกณฑ์ทหารตรงกับวันที่ ๓๑ กรกฎาคม และวันที่ ๑ สิงหาคม ในหลายพื้นที่ ท่านประธานครับ ๒ วันดังกล่าวถือว่าเป็นวันสำคัญของศาสนาอิสลาม เนื่องจากว่าทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้วันที่ ๒๑ กรกฎาคมนี้มีการดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันฮารีรายอ อีดิ้ลฟิตรี ซึ่งจะตรงกับวันที่ ๑๐ ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ซึ่งเป็นปี ฮิจเราะห์ศักราช ดังนั้นผมเกรงว่าเมื่อดูดวงจันทร์แล้ววันฮารีรายอ อีดิ้ลฟิตรีจะตรงกับวันที่มี การเกณฑ์ทหาร ๒ วันที่ผมกล่าวถึง จึงอยากให้มีหนังสือถึงสัสดีจังหวัดให้ทบทวนยกเลิก กำหนดวันเกณฑ์ทหารใหม่ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าตามที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนได้มีหนังสือขออนุญาตจากประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดสตูล ขอนำแบบเรียนหรือตำราที่เป็นภาษาไทย ที่ใช้ในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือโรงเรียนตาดีกามาเผยแพร่ใช้ในจังหวัดอื่น ๆ รวมทั้งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากให้มีการทบทวน เพราะว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบเรียนหรือตำรา ในโรงเรียนตาดีกาเขาใช้ภาษามลายู ภาษายาวีเป็นเวลา ๑๐๐ กว่าปี อยากให้มีหนังสือ ถึงหน่วยงานที่ผมกล่าวถึงให้มีการทบทวน แล้วก็ฟังความเห็นของครูผู้สอนและนักเรียน ที่เรียนในโรงเรียนตาดีกาว่าเขามีความต้องการหรือไม่ เพียงใด แต่เท่าที่ผมทราบก็คือ เขาไม่ต้องการ อยากให้คงความเป็นอัตลักษณ์ภาษามลายู ภาษายาวีต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านฐาปกรณ์ ตามด้วยท่านอาภรณ์ สาราคำ ครับ🔗

นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ฐาปกรณ์ กุลเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๖ พรรคพลังประชารัฐ จะขอหารือกับท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพระประแดง🔗

เรื่องแรก ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๑๑๓ เป็นถนน ที่มีรถขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนมาก แล้วทุกครั้งที่มีฝนตกหนักมักเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง เป็นเวลานาน เป็นปัญหาที่กระผมได้หารือไว้ครั้งที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแขวงการทางสมุทรปราการให้เร่งดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไขดำเนินการลอกท่อ ซึ่งไม่ได้ลอกท่อมาเป็นเวลานานมากแล้ว เป็นปัญหาทำให้ เวลาฝนตกเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน🔗

เรื่องที่ ๒ หมู่ที่ ๑๘ ตำบลบางพึ่ง ชุมชนบ้านปากลัด เกิดปัญหาในการสัญจร เนื่องจากถนนในชุมชนซึ่งเป็นถนนหลักที่ใช้สัญจรมีตะแกรงเหล็กอยู่ตรงกลางระหว่างถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการสัญจรในชุมชนเหล่านั้น จึงอยากประสานกับท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้มีการแก้ไขปรับปรุงถนนดังกล่าวให้เกิดความปลอดภัย ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชุมชนบ้านปากลัดและชุมชนข้างเคียงที่ใช้ถนนนี้ในการสัญจร ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอาภรณ์ ตามด้วยท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ🔗

นางอาภรณ์ สาราคำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดิฉันได้รับการร้องเรียนถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านดงบาก ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนชำรุด ถนนเส้นนี้เริ่มจาก บ้านโนนสวรรค์ ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ประชาชนสัญจรไปมาตลอดเวลา มีหลายหมู่บ้าน มีหลายตำบล ถนนเส้นนี้เป็นเส้นสำคัญมากเพราะมีผู้สัญจรไปมาหลายหมู่บ้าน ประมาณ ๒๐๐ คนต่อวัน ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมานานหลายปีเนื่องจากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาแก้ไขซ่อมแซม แต่อยู่ได้ไม่นานก็ชำรุดอีก จึงทำให้ ชาวบ้านที่สัญจรไปมามีความลำบากมาก เมื่อปีที่ผ่านมากำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ได้มีการประชุมแสดงความคิดเห็น ได้ออกเงินกันคนละนิดคนละหน่อย รวบรวมได้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท นำไปซื้อปูนซีแพค (CPAC) เพื่อมาหยอดตามถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แต่อยู่ได้ไม่นานก็ชำรุดอีก จึงทำให้ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมาก ดิฉันจึงขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาเส้นทางนี้ให้กับพี่น้องชาวอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมบูรณ์ ตามด้วยท่านมุกดา พงษ์สมบัติ นะครับ🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๓ พื้นที่เขตเลือกตั้ง อำเภอคูเมือง อำเภอพุทไธสง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ อำเภอลำปลายมาศ อีก ๒ ตำบล ตำบลโคกสะอาด และตำบลเมืองแฝก ขอกราบเรียนท่านประธานหารือเกี่ยวกับปัญหาของ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่พบปัญหาเรื่องภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการขอฝนหลวงจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อน้ำประปาและทำการเกษตร การประปาส่วนภูมิภาค สาขาบุรีรัมย์ คาดว่าอีกประมาณ ๒ เดือนน้ำประปาก็จะหมด ซึ่งประเด็นนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็พยายามหาแหล่งน้ำ สำรองให้กับพื้นที่ ในส่วนของนาข้าว จังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่การเกษตร ๖.๔ ล้านไร่ แล้วก็มี นาข้าวอยู่ประมาณ ๓ ล้านไร่ ซึ่งในนาข้าว ๓ ล้านไร่มีผลกระทบคือน้ำไม่พออยู่ประมาณ ๒ ล้านไร่ ฉะนั้นการทำฝนเทียมจะมีความจำเป็นกับพี่น้องชาวนา แล้วก็ประชาชนที่ใช้ น้ำประปาอย่างยิ่งครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล หน่วยงาน ที่รับผิดชอบเรื่องของการขุดลอกฝายกั้นน้ำและยกระดับน้ำ จุดที่ ๑ ขุดลอกและยกระดับน้ำ ทำฝายกั้นน้ำเพื่อน้ำประปาของตำบลหนองเยือง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ของลำสะแทด จุดที่ ๒ ที่ลำสะแทดอีกก็คือที่ตำบลบ้านจาน เพื่อที่จะทำฝายยกระดับน้ำ เอาน้ำเข้าเก็บ ยังอ่างสาธารณะของตำบลมะเฟือง ในส่วนของการประปาของตำบลมะเฟือง ตำบลบ้านจาน จะได้ใช้ จุดที่ ๓ ขุดลอกลำพังชู ตำบลบ้านยาง หมู่ที่ ๑๑ บ้านยางนกคู่ เพื่อที่จะระบายน้ำ ในช่วงเกิดอุทกภัยลงลำน้ำมูล แล้วก็ยกระดับทำเป็นประตูระบายน้ำ เพื่อเก็บน้ำในช่วงปลาย ฤดูฝน ทั้ง ๓ ส่วนนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมีการเตรียมการ มีการขุดลอก มีการทำฝายกั้นกักเก็บ ซึ่งขณะนี้ในภาพรวมของจังหวัดบุรีรัมย์ปริมาณน้ำฝนยังไม่เพียงพอกับความต้องการของ พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะนาข้าวมีความจำเป็นที่จะต้องขอฝนหลวงไปช่วยสนับสนุน🔗

อีกส่วนหนึ่งก็คืออยากจะกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับการสร้างธนาคารน้ำและการปลูกป่า เพื่อเป็นการอนุรักษ์น้ำไว้ใต้ดิน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ เลยเวลามา ๑ นาทีเศษแล้ว เอาไว้หารือรอบต่อไปแล้วกันนะครับ🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ตามด้วยท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๔ ท่านประธานคะ ต้องกราบขอบพระคุณที่ให้โอกาสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันมีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากตำบลโนนท่อนได้รับหนังสือร้องเรียนจากท่านกำนันธวัชชัย เรื่องน้ำประปา บ้านทรัพย์เจริญ หมู่ ๑๐ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ไม่มีน้ำประปาอุปโภคบริโภค น่าสงสารมาก บางครอบครัวก็มีกำลังทรัพย์เพื่อเจาะน้ำบาดาลใช้ได้ บางครอบครัวไม่มีเลย เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงหน่วยงานที่ รับผิดชอบคือการประปาส่วนภูมิภาคได้ขยายประปาให้แก่พี่น้องประชาชนในบ้านทรัพย์เจริญ ด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอความอนุเคราะห์ไฟฟ้าแสงสว่าง ถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ขก ๕๐๑๒ ซึ่งช่วงระยะกิโลเมตรที่ ๒๔-๒๖ ผ่านบ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ ๒ บ้านวังน้ำทิพย์ หมู่ที่ ๑๐ บ้านโนนเจริญ หมู่ที่ ๔ และสี่แยกน้ำตกธารสวรรค์-ถ้ำหมูบ ไปถึงบ้านโนนหัวช้าง หมู่ที่ ๘ เป็นชุมชนที่มีราษฎรหนาแน่น ไม่มีความปลอดภัย มีการสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุ บ่อยมาก เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ดูแล พี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความเดือดร้อนต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เรียนท่านประธานว่าบางครั้งต้องขอบคุณหน่วยงานที่ให้ความสำคัญ แต่บางหน่วยงาน ไม่ปฏิบัติหรือไม่มีหนังสือตอบรับเลย ซึ่งดิฉันเรียนว่าดิฉันเคยหารือไปแล้ว แต่ไม่มีการตอบรับ จากหน่วยงาน เพราะฉะนั้นร้องขอผ่านท่านประธานไปถึงทางหลวงชนบทขอนแก่น ให้ความสำคัญแก่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ และตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู นะครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือท่านประธานไปยังสำนักงบประมาณขอให้เร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่องการจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรจากปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง🔗

ท่านประธานที่เคารพ การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้มีมติให้จ่ายเงินชดเชยและค่าทำลายต้นมันสำปะหลังจากการระบาดของโรคใบด่าง มันสำปะหลัง วงเงิน ๒๔๘ ล้านบาท ตามมาตรการของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการ มันสำปะหลัง เพื่อไม่ให้โรคระบาดใบด่างมันสำปะหลังแพร่ระบาดออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่บัดนี้เป็นระยะเวลา ๘ เดือนแล้วเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเงิน เพราะสำนักงบประมาณอ้างว่าติดขัดในระเบียบบางประการ และในปัจจุบันโรคระบาดนี้ ได้มีการระบาดในพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง ก็ได้มีแนวทางในการทำลายเช่นเดิม แต่กระผมเกรงว่าเกษตรกรจะไม่ให้ความร่วมมือครับ เพราะเขาไม่มั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินจากรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหาย อย่างร้ายแรงต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง รวมถึงระบบ เศรษฐกิจของประเทศ เพราะประเทศไทยของเราส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง เป็นอันดับ ๑ ของโลกติดต่อกันหลายปี กระผมจึงขอให้ท่านประธานได้แจ้งไปยังสำนักงบประมาณ ขอให้เร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการ จ่ายเงินชดเชยและค่าทำลายมันสำปะหลังอย่างเร่งด่วนที่สุด ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัย ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอหารือกับ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวสวนทุเรียน นั่นก็คือเรื่องของการตัดทุเรียนที่ด้อยคุณภาพหรือว่าทุเรียนอ่อนนั่นเอง มีการตัดและส่งออก ทุเรียนที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งมีปัญหาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงต้น ๆ ของฤดูการเก็บเกี่ยว ในปี ๒๕๖๒ ปีที่แล้วนี้ในภาคตะวันออกมีการส่งทุเรียนไปยังประเทศจีนมีมูลค่าถึง ๕๘๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็นมูลค่าของการส่งออก ๓๑,๘๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในปี ๒๕๖๓ ปีนี้ เรามีการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนเพิ่มขึ้นเกินกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ตัน เนื่องจากว่าเรามี พื้นที่ในการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาก็คือว่าประเทศเรายังขาดการดูแลในการควบคุม คุณภาพให้ได้มาตรฐาน ยังมีการตัดและส่งออกทุเรียนด้อยคุณภาพอยู่เป็นประจำ ซึ่งเราคิดว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องได้รับการแก้ไข มิฉะนั้นแล้วจะเป็นการทำลายความเชื่อมั่น เป็นการทำลายตลาดการส่งออก เป็นผลที่ทำให้ราคาของตลาดปลายทางตกต่ำ แล้วก็มีผล ย้อนกลับมาถึงพี่น้องเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบของราคาตกต่ำนี้ไปด้วย ที่สำคัญปัจจุบันนี้ ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ของเราเองก็มีประเทศเพื่อนบ้านของเราปลูกทุเรียน มีการขยาย พื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นั่นก็หมายความว่าเราจะมีตลาดคู่แข่ง ที่เพิ่มมากขึ้นหากเราไม่รักษามาตรฐานของทุเรียนไทยไว้ให้มีคุณภาพ เราอาจจะสูญเสีย ตลาดที่สำคัญนี้ไปได้ เพราะฉะนั้นขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการ ออกมาตรการควบคุมโดยเร่งด่วน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรต่อไป ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ตามด้วยท่านณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ๓ เรื่องที่จะขอให้ท่านประธานสภาได้ประสานส่วนราชการดำเนินการแก้ไขครับ🔗

เรื่องแรก ทางลูกจ้างประจำปัจจุบันนี้เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วจะไม่ได้รับ สิทธิค่ารักษาพยาบาล จึงขอให้ผมมาร้องเรียนให้รัฐบาลได้พิจารณาสิทธิในการเบิก ค่ารักษาพยาบาลหลังจากเกษียณอายุราชการสำหรับลูกจ้างประจำ ขอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณา ดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาความแตกแยกของครูเนื่องจากหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ว ๒๑/๒๕๖๐ ซึ่งปัจจุบันเกณฑ์นี้ทำให้ครูต้องประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยกันเอง ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ข้าราชการครู อาจารย์ด้วยกัน จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ใหม่ครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายมนัส ใจเจน ประธานสภาเทศบาล ตำบลกระจับ ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงเกาะกลางถนนและไหล่ทางของ ถนนเพชรเกษม บริเวณหมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง เนื่องจากต้นไม้บดบัง ทัศนวิสัยในการขับขี่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา นอกจากนี้บริเวณนี้ เป็นด่านแรกของจังหวัดราชบุรีที่จะเข้ามาในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เป็นเขตรอยต่อระหว่าง จังหวัดนครปฐม เมื่อหลุดเขตจังหวัดนครปฐมแล้วเข้ามาในพื้นที่จังหวัดราชบุรีถือว่าเป็นหน้า เป็นตา จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้พัฒนาเกาะกลางนี้ให้เป็นหน้าเป็นตาของ พี่น้องชาวราชบุรีด้วยครับ ขอเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องผ่านไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพงษ์ ตามด้วยท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก กระผมได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องประชาชนตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยท่านกำนันยงค์ หาญยุทธ กำนันตำบลปัว ขอฝากให้ท่านประธานช่วยประสาน กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการติดตามใบขออนุญาตรับรองพื้นที่ปรับปรุงซ่อมแซม ถนนสายโรงพักเก่าที่มีสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งต้องบอกว่าแทบจะไม่เหลือ แอสฟัลติก (Asphaltic) บนผิวถนนแล้วด้วยซ้ำครับ ซึ่งทางเทศบาลตำบลปัวได้ตั้งงบประมาณ ในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ นี้ไว้แล้ว แต่ว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ราชพัสดุที่ทาง สภ. ปัวเป็นผู้ใช้ ทางพี่น้องตำบลปัว ก็ได้ทำหนังสือขออนุญาตไปยัง สภ. ปัว แต่ก็ไม่สามารถอนุญาตให้ได้ ก็ได้ทำหนังสือไปยัง กองบัญชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับเลย ทำให้กลัวว่า จะช้าเกินไป แล้วก็ทำให้งบประมาณของเทศบาลที่ได้ตั้งไว้แล้วตกไป ไม่สามารถดำเนินการ ได้ทันในปีงบประมาณนี้ เลยขอให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาประสานไปยังกองบัญชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ช่วยรับรองพื้นที่ให้แก่พี่น้องประชาชนและเทศบาลตำบลปัว โดยเร็วด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องโรงพัก ที่ สภ. ปัว จังหวัดน่าน สภาพทรุดโทรม ไม่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณมาหลายปีแล้ว ขอให้ท่านได้ช่วยประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างโรงพักใหม่ให้กับ สภ. ปัวด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกษิดิ์เดช ตามด้วยท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ครับ🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ความเดือดร้อนของพ่อค้าแม่ขายตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพมหานคร ทั้งในส่วนของตลาดเสื้อผ้า แล้วก็ในส่วนของตลาดต้นไม้ สืบเนื่องมาจากเวลาทำการเดิม ปิด ๑ ทุ่ม ตอนนี้มาตรการโควิด (COVID) ทำให้ปิดหกโมงเย็น ทำให้ผู้ค้าแม่ขายเดือดร้อน ยิ่งในส่วนของตลาดต้นไม้เดิมทีวันอังคารเขาจะมีการลงต้นไม้ เปิดตั้งแต่ตีห้าปิดเที่ยงคืน ตอนนี้ก็หกโมงเย็นเหมือนกัน ฉะนั้นการค้าขายที่นี่ลำบากเนื่องจากว่าช่วงนี้เป็นช่วง มาตรการผ่อนปรน จึงเรียนปรึกษาท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดเร่งพิจารณา ให้มีการผ่อนปรนการเปิด ปิดให้เป็นในรูปแบบเดิมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สอบถามความคืบหน้าโครงการในอนาคตของการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย จริง ๆ แล้ว มีทั้งหมด ๔ โครงการ แต่โครงการที่ติดปัญหาคือโครงการ ระบบทางด่วน ขั้นที่ ๓ สายเหนือ ตอนเอ็น ๒ (N2) เชื่อมวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก และส่วนทดแทนเอ็น ๑ (N1) ก็คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลนั่นเอง เดิมทีนั้นเป็นโครงสร้างตอม่อ เกษตร-นวมินทร์ เส้นทางนี้ประมาณ ๑๗.๒ กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่แครายถึงแยกลำสาลี หลายท่านจะสงสัยว่าทำไมถึงติดขัดปัญหา เพราะเดิมทีเป็นทางด่วนลอยฟ้าธรรมดา ตอนนี้เรามีในเรื่องของรถไฟฟ้าระบบรางเดี่ยว ๒ ทางเข้าไปด้วยก็เลยมีการปรับแบบเพื่อที่จะ ขออนุมัติ แล้วก็ทำอีไอเอ (EIA) ต่อ จึงเรียนมาเพื่อสอบถามความคืบหน้า ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรพล ตามด้วยท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องสำคัญและจำเป็นที่ต้องนำเรียนหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ เนื่องด้วยปัจจุบันเป็นฤดูฝน รวมทั้งสภาพแวดล้อมและสภาพ ภูมิอากาศของประเทศไทยร้อนมาก ทำให้ร่างกายของประชาชนส่วนมากไม่แข็งแรง แล้วก็มี สัดส่วนของโรคภัยไข้เจ็บที่สูงขึ้น ท่านประธานครับ อสม. ถือเป็นกลุ่มหรือองค์กรที่ใกล้ชิด กับประชาชนมากที่สุด รู้ปัญหาความต้องการของประชาชนในชุมชนเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในตำบลที่สามารถให้บริการแก่ประชาชน ขั้นพื้นฐานได้อย่างทันท่วงที แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่น่าสลดใจคือความพร้อมของอุปกรณ์ กลับมีไม่เพียงพอต่อการให้บริการต่อประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นหนึ่งในความตั้งใจในการ ทำงานของผมคือต้องการที่จะผลักดันให้มีการมอบเครื่องมือขั้นพื้นฐานทางการแพทย์ เบื้องต้นก็คือเครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องตรวจเจาะน้ำตาลในเลือด เครื่องวัดคลื่นหัวใจ ให้แก่ อสม. ทุกหมู่บ้านของผมทั้ง ๓ อำเภอ รวม ๒๖๑ หมู่บ้าน ที่มีประชากรรวม ๑๖๒,๑๐๐ คน เพื่อเป็นการติดอาวุธในการทำงาน และขอให้พิจารณา เพิ่มค่าตอบแทนให้เหล่า อสม. ทั่วประเทศด้วย จากผลงานที่สร้างชื่อให้ประเทศไทย ด้วยผลงานของเหล่าฮีโร่ (Hero) อสม. กับการรับมือโควิด-๑๙ (COVID-19) บวกกับ งบมากมายมหาศาลที่รัฐมีอยู่ในมือเชื่อมโยงกับความปลอดภัยและสุขภาพของคนไทย ผมจึงมองว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมากที่จะต้องมอบให้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงสาธารณสุขในการประสานต่อไปด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอเรียกร้องให้มีการสำรวจและติดตามคนไทยเพิ่มเติม ที่ยังตกค้างอยู่ในต่างประเทศในช่วงของการระบาดโควิด (COVID) จากการลงพื้นที่ของผม ผมได้รับการร้องเรียนและได้รับการขอความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จากครอบครัวที่ไปทำงาน ไปเรียนหนังสือยังต่างประเทศมีการตกค้างอีกจำนวนมาก เช่น นายธรภัทร ดวงแก้วเรือน ลูกชายแม่ปวีณา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ไปทำงาน อย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ประเทศเกาหลี แต่ยังตกค้างและอยู่อย่างลำบาก เป็นต้น จึงใคร่ขอให้ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขได้เข้าไปโอบอุ้มช่วยเหลือคนไทยเราเป็นพิเศษ ในกรอบของความถูกต้องและความปลอดภัย ผมในฐานะกรรมาธิการการต่างประเทศที่มีบทบาท ในการต้องดูแลคนไทยทั่วโลก และในฐานะคนไทยขอเรียกร้องให้คนไทยทุกคนต้องได้กลับบ้าน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านนริศ ตามด้วยท่านคำพอง เทพาคำ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้จัดงบประมาณปรับปรุงขยายหอประชุม ประจำอำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอปากพะยูน ๓ อำเภอในจังหวัดพัทลุง เพราะว่า หอประชุมเดิมคับแคบ ชำรุด และมีความต้องการใช้มาก เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีโรงแรม แต่อย่างใด ให้ปรับปรุงเครื่องเสียง ไฟฟ้า แอร์คอนดิชัน (Air-condition) ครุภัณฑ์ที่ใช้ใน ห้องประชุม🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงถนนแหล่งชุมชนที่บ้านหนองธง อำเภอป่าบอน บ้านตะโหมด อำเภอตะโหมด หน้าที่ว่าการอำเภอกงหรา แล้วก็หน้าที่ว่าการ อำเภอปากพะยูน เพราะมีชุมชนหนาแน่น การจราจรติดขัด🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขุดลอกแหล่งน้ำเพื่อเป็นการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง พื้นที่บริเวณจากคลองสะพานหยี อำเภอเขาชัยสน มาจนถึง คลองพญาโฮ้ง อำเภอกงหรา🔗

เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงคมนาคมก่อสร้างถนนเลียบทะเลสาบพัทลุง เชื่อมโยงกับถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) เลียบชายฝั่งอ่าวไทยจากกรุงเทพมหานคร ถึงจังหวัดนราธิวาส ซึ่งผมได้ตั้งกระทู้ถามไว้แล้ว แต่ว่าถนน ๒ เส้นนี้ มีความจำเป็นสำหรับ คนใต้ และมีความจำเป็นสำหรับจังหวัดพัทลุง แต่ไม่ได้เชื่อมกัน จึงขอให้กระทรวงคมนาคม ได้ออกแบบให้ถนนเลียบทะเลสาบสงขลา มีความยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ออกแบบต่อ ให้เชื่อมกับถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ซึ่งมาจากกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีการก่อสร้าง เป็นช่วง ๆ เป็นระยะแล้ว ถ้ามีการเชื่อมต่อกันจะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ อย่างมากมาย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง และตามด้วยท่านปัญญา จีนาคำ ครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือ ท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของผู้ประกอบการรายย่อยในการรับซื้อยางประสบปัญหา สภาพคล่องคือรับซื้อและขายยางแล้วไม่ได้เงินที่อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี อยากจะให้ผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าถึง ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาล นำมาให้เพื่อเป็นสภาพคล่องผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมก็เข้าไปแก้ไขแต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือการยกเลิกสหกรณ์การเกษตรพลังสามัคคีสตรีลุ่มน้ำโขง ซึ่งเขาทำโรงสี แล้วก็ทำข้าวอินทรีย์ อันนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ไปให้คำแนะนำเขาในการ ยกเลิกสหกรณ์ ซึ่งก็มีการชำระบัญชี ทีนี้ปัญหาก็คือว่าคณะกรรมการและสมาชิกบางส่วน ถูกดำเนินคดี แทนที่จะไปดำเนินคดีเขากรมส่งเสริมสหกรณ์ควรให้เขาทำแผนฟื้นฟู เพื่อเขาจะได้สามารถดำเนินการต่อไปได้🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วครับ ใช้เวลานานมากแล้ว เป็น ๒๐-๓๐ ปี พี่น้อง ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ ฉะนั้นอยากจะเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบเข้าไปดำเนินการ ติดขัด ปัญหาหรือข้อกฎหมายตรงไหนก็รีบดำเนินการหาทางแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้ระยะเวลาในการ แก้ไขปัญหาที่ดินของพี่น้องยืดเยื้อยืดยาวไปกว่านี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปัญญา ตามด้วยท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ครับ🔗

นายปัญญา จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปัญญา จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพียง ๑ เรื่องคือม่วงก๋อน ท่านอาจจะ ไม่เข้าใจว่าม่วงก๋อนคืออะไร ม่วงก๋อนคืออ่างเก็บน้ำขนาดกลางของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ที่ บ้านสันติชล หมู่ที่ ๕ ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจะรับน้ำได้ ๑,๑๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์ ๑,๗๐๐ ไร่ จะเป็นการป้องกันอุทกภัย และภัยแล้งทั้ง ๒ อย่างได้เป็นอย่างดี เมื่อภัยแล้งนั้นน้ำจะแห้งไม่เหลืออะไรเลย พืชผล ก็ทำไม่ได้ ถ้าอุทกภัยน้ำไหลจากภูเขาที่สูงชันมากก็จะท่วมทั้งหมด เกิดเหตุการณ์ขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๘ น้ำท่วมใหญ่ที่อำเภอปาย ทำให้ข้าวของชาวบ้านเสียหายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องใช้ต่าง ๆ บ้านช่องระเนระนาดเต็มถนนไปหมด ต้องใช้การกู้ อยู่ประมาณ ๑ ปี ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเข้าไปตั้งสำนักงานชั่วคราวที่อำเภอปาย เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยเหตุนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทานในช่วงนั้นก็เห็นว่า ถ้าปล่อยไปอย่างนี้อำเภอปายจะเสียหายอย่างร้ายแรงมากกว่านี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปสู่อำเภอปายอยู่ตลอดเวลาในขณะนี้ได้มีการศึกษาโครงการตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา กับกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ได้เสนอไปแล้ว ๗ ปียังไม่อนุมัติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเสนอไปแล้ว ๓ ปียังไม่อนุมัติ ช่วงนี้ทางกรมชลประทาน ก็สนับสนุนเงินไปตลอดเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน ปีนี้ก็สนับสนุนไปอีก ๔๘๐ ล้านบาท ปรากฏว่าไม่ได้ใช้ จังหวัดอื่นคงจะได้รับผลพวงนี้ต่อไป ผมอยากจะฝากเรื่องนี้แก่ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาดูแลจังหวัดแม่ฮ่องสอนเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ แล้วก็ตามด้วยนางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ครับ🔗

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี ขอปรึกษาหารือกับทาง ท่านประธานว่าด้วยปัญหาการนำเข้าขยะพลาสติกหรือเศษพลาสติกจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเศษพลาสติกชนิดอัดก้อนหรือในรูปแบบใดก็ตาม ได้สร้างความเดือดร้อน ต่อมลพิษและสิ่งแวดล้อมโดยรวม ขอเกริ่นก่อนว่าเมื่อประมาณ ๒ ปีก่อนได้มีการนำเข้า ขยะพลาสติกจากต่างประเทศเข้ามาเมืองไทยอย่างมหาศาล นั่นเป็นเพราะว่าหลายประเทศนั้น ปิดการนำเข้าขยะ จึงทำให้ขยะส่วนเกินมาโผล่ในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) รวมถึง ประเทศไทย จากตัวเลขในการนำเข้าขยะพลาสติกพุ่งสูงถึง ๕๕๐,๐๐๐ ตัน ทั้ง ๆ ที่ ในปี ๒๕๖๐ นั้นมีการนำเข้าเพียง ๖๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นเอง จึงเป็นกระแสต่อต้านการนำเข้า ขยะพลาสติก ทางกรมโรงงานจึงระงับการออกใบอนุญาตนำเข้าทั้งหมด แต่ยังติดเรื่อง ใบอนุญาตเก่าที่ยังค้างอยู่และจะหมดอายุภายในวันที่ ๓๐ กันยายนนี้ ทำให้มีการเร่งรีบ นำเข้าตามโควตาที่ผู้นำเข้ามีอยู่ รวมถึงการลักลอบนำเข้าขยะจนมีตัวเลขพุ่งสูงขึ้นมาแบบผิดปกติ เป็นการขออนุญาตนำเข้ามากถึง ๖๕,๐๐๐ ตัน หรือมากกว่า ๒๖,๐๐๐ ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาของราคาขยะรีไซเคิล (Recycle) ตกต่ำ ทำให้แรงจูงใจในการรีไซเคิล (Recycle) ยิ่งน้อยลง ขัดต่อนโยบายของรัฐที่รณรงค์ให้ประชาชน คัดแยกขยะ ดังนั้นจึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออก ต้องออกมาตรการว่าด้วยพลาสติกที่นำเข้ามาจะต้องแปลงเป็นสินค้าและส่งออกทั้งหมด โดยไม่กระทบต่อตลาดอุตสาหกรรมในประเทศ และจะต้องสนับสนุนการใช้พลาสติกรีไซเคิล (Recycle) ภายในประเทศในการผลิตสินค้า เพื่อพยุงราคาให้กลไกของรีไซเคิล (Recycle) อยู่ได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำ เช่น การให้เครดิต ภาษีสำหรับผู้ผลิตที่ใช้เม็ดรีไซเคิล (Recycle) เช่นเดียวกับพลาสติกชีวภาพที่หักค่าใช้จ่าย ได้ถึง ๒ เท่า เป็นต้น ช่วยเร่งรีบในการดำเนินการก่อนทุกอย่างจะสายด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกวินนาถ ตามด้วยนางสาวธนภร โสมทองแดง ครับ🔗

นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ ผมจะขออนุญาตพูดถึงในเรื่องการสร้างขวัญกำลังใจให้กับคณะบุคคลซึ่งช่วยเหลือภาครัฐ ในส่วนของท้องถิ่นมาเป็นระยะเวลาหลายปี ผมกำลังพูดถึงคณะกรรมการชุมชนทั่วประเทศ เท่าที่เราทราบกันดีในพื้นที่ที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็จะมีคณะกรรมการชุมชนที่ถือว่า เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือท้องถิ่น นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในชุมชน ของเขามาบอกต่อท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด รวมไปถึงร่วมกันสร้าง แผนพัฒนาท้องถิ่นด้วย และเมื่อไม่นานนี้ในเรื่องการสร้างมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ทางกระทรวงมหาดไทยเองได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งกับทางผู้ใหญ่บ้าน กำนันให้ช่วยเหลือดูแล ในพื้นที่ของตนเอง แต่ในที่ที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ให้คณะกรรมการชุมชนหรือผู้แทน ของชุมชนนั้น ๆ เป็นผู้ช่วยเหลือดูแล จะเห็นได้ว่าบทบาทของคณะกรรมการชุมชน ในประเทศไทยเราในหลาย ๆ พื้นที่ค่อนข้างจะมีบทบาทสำคัญ แต่คณะกรรมการชุมชนเหล่านี้ ไม่มีเบี้ยเลี้ยง ไม่มีค่าตอบแทนในการเดินทาง ผมจึงอยากจะเสนอว่าคณะกรรมการชุมชนที่เป็น จิตอาสามาช่วยภาครัฐในด้านท้องถิ่นต่าง ๆ อยากจะให้ทางภาครัฐเห็นใจเขา ให้กำลังใจเขา โดยขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณากำหนดค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการชุมชน ทั่วประเทศ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธนภร ตามด้วยคุณภาดาท์ วรกานนท์ ครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ ร้องเรียนมาจากชาวบ้าน หมู่ที่ ๓ บ้านห้วยหินเขียน ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ผ่านนายวศิน สิริเกียรติกุล อดีตผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย เขต ๑ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า ๓๐ หลังคาเรือน ถนนในหมู่บ้านชำรุด ทรุดพัง ไม่มีใครที่ไหน เข้าไปดูแลและซ่อมบำรุงให้ ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปที่ อบต. คลองยา ถูกปฏิเสธว่าพื้นที่ ดังกล่าวนี้ไม่อยู่ในความดูแลของเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยา ชาวบ้านได้ตามไปที่เขต พื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเรื่องนี้ไม่เคยเสนอมาที่เขตพื้นที่นี้ ในเบื้องต้นชาวบ้านได้เรี่ยไรเงินกันได้ ๓๐,๐๐๐ บาท จ้างรถมาซ่อมถนนเพื่อใช้สัญจรชั่วคราวค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ร้องเรียนมาจากชาวบ้าน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านช้างแหก ตำบลพรุดินนา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ได้รับความเดือดร้อนจากการถมที่ห้วยสาธารณประโยชน์ และปลูกต้นปาล์มขวางทางน้ำไหล เมื่อถึงฤดูฝนจะทำให้น้ำเอ่อนองเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ชาวบ้านได้ร้องเรียนมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ แต่ไม่มีการ แก้ไขเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้น ดังนั้นดิฉันจึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัด กำชับให้แก้ไขให้พี่น้องทั้ง ๒ อำเภออย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ครับ🔗

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี เขตพญาไท เขตจตุจักร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือที่อยากจะขอ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือหน่วยงาน สผ. หรือสำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากที่ดิฉันได้ไปลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากพี่น้องในเขตพื้นที่พญาไท และทราบว่า ปัจจุบันพื้นที่ในเขตพญาไทนี้ประชาชนมีความกังวลอย่างยิ่งในเรื่องของการก่อสร้างอาคาร สผ. แห่งใหม่ที่จะมีการรื้อถอน แล้วก็ก่อสร้างใหม่ในพื้นที่เดิม โดยเป็นการก่อสร้างอาคาร ๒ อาคาร พร้อมที่จอดรถ ๒๐๐ คัน ซึ่งอาคารนี้ไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) เนื่องจากเป็นอาคารก่อสร้างของรัฐ ดังนั้นสิ่งที่ชาวบ้านกังวลมาก ๆ ก็คือว่า ผลกระทบหลาย ๆ อย่างที่จะตามมาจากการก่อสร้างตั้งแต่ขั้นตอนการรื้อถอนจนถึง การก่อสร้างอาคารจนเสร็จ ปัญหาหลาย ๆ อย่าง เช่น ๑. ปัญหาการสัญจรของรถบรรทุก ที่ใช้ในการก่อสร้าง เนื่องจากสภาพทางกายภาพของถนนเป็นถนนที่กว้างประมาณแค่ ๔ เมตร รวมถึงปกติจะมีตลาดนัด ทำให้ประชาชนสัญจรลำบากอยู่แล้ว ๒. ปัญหาการรื้อถอน และการก่อสร้างที่แน่นอนว่าอาจจะก่อให้เกิดการทรุดตัวของที่พักอาศัยบริเวณรอบ ๆ อาคาร ๓. ความกังวลในเรื่องของมลภาวะต่าง ๆ ที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) เรื่องการก่อสร้างนอกเวลา รวมถึงเรื่องเสียงดังต่าง ๆ ที่ชาวบ้าน บริเวณนี้มีความกังวลมาก ๆ ดังนั้นดิฉันจึงขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน สผ. ถึงเรื่องการพิจารณามาตรการป้องกันผลกระทบต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๔ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกที่หารือในวันนี้ก็ครบสมบูรณ์แล้วนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาประชุมแล้ว จำนวน ๓๕๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุม ตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ สืบเนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือ แจ้งว่าในวันอังคารที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เป็นวันหยุดชดเชยเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องประชุมในวันพุธที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ดังนั้น ผมจึงขอบรรจุ ระเบียบวาระกระทู้ถามในวันนี้ ทั้งนี้เพื่อความพร้อมของคณะรัฐมนตรีในการมาตอบ และของท่านสมาชิกในการตั้งกระทู้ถามด้วยนะครับ🔗

สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะขอให้ไปดำเนินการถามและตอบ ในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือบริเวณชั้น ๑ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งมีท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นประธานนะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๖๔ ส. (นายองอาจ วงษ์ประยูร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ติดภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็น ในคราวประชุมครั้งถัดไป แจ้งให้ที่ประชุม และท่านองอาจ วงษ์ประยูร ได้รับทราบนะครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านองอาจ มีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้กระผมเป็นผู้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นปัญหาเร่งด่วน เรื่องความทุกข์ยากของพี่น้องชาวนา ในภาคกลางเดือดร้อนกันขยายเป็นวงกว้าง ๑๐ กว่าจังหวัด วันนี้กระผมเตรียมตัวไว้ ตั้งแต่เช้า ไม่มีปัญหาผมรอได้ แต่ชาวนาในภาคกลางเขารอไม่ได้ เรื่องการขาดแคลนน้ำ เป็นปัญหาใหญ่และเขาเดือดร้อน อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการท่านติดภารกิจ ท่านก็มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประภัตร โพธสุธน เท่าที่ทราบมาท่านก็ไม่ว่าง ท่านบอกว่าท่านอยู่จังหวัดสุพรรณบุรี เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้เป็น ภารกิจหลักที่สำคัญ แล้วก็ชาวนาเดือดร้อนมาก อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าให้เห็นความสำคัญของสภาว่าสภานั้นมีไว้สำหรับดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน อยากให้ท่านรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ที่รอ ถ้าเลื่อนไปกระผมไม่ทราบว่าจะได้ถามกระทู้ถามในอาทิตย์หน้าอีกไหมครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านองอาจนะครับ ก็ได้รับปากแล้ว อย่างที่ประธานได้แจ้งให้ทราบว่าปกติคณะรัฐมนตรี จะประชุมในวันอังคาร แต่ว่าบังเอิญติดภารกิจสำคัญที่ไม่อาจจะประชุมได้ คณะรัฐมนตรี ต้องเลื่อนมาประชุมในวันพุธ ฉะนั้นผมคิดว่ารัฐมนตรีก็คงมีนัดหมายล่วงหน้าว่าวันอังคาร ปกติประชุม ครม. วันพุธตอบกระทู้ถาม วันพฤหัสบดีท่านรัฐมนตรีคงจะไม่ได้ดูตาราง นัดหมายว่าต้องตอบกระทู้ถามในวันนี้ ฉะนั้นจึงเรียนให้ท่านทราบนะครับ ได้มีหนังสือ ขอเลื่อนการถามตอบกระทู้ถามมา🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๐๖๕ ส. (นายสมชาย ฝั่งชลจิตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี คือท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านติดภารกิจสำคัญ จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ฉะนั้นผมจึงขอเชิญท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร เตรียมถามกระทู้ถาม แล้วก็ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เตรียมตอบ เชิญท่านสมชายถามได้เลยครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอขอบคุณ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่ให้ความกรุณาและให้เกียรติ กับการตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้ เพราะว่าประเด็นในวันนี้เป็นประเด็นที่อาจจะเกี่ยวพัน กับเรื่องความมั่นคง อาจจะเกี่ยวพันกับความรู้สึก และอาจจะเป็นประเด็นซึ่งอาจจะถือว่า เป็นการเด็ดดอกไม้กระเทือนถึงดวงดาวก็ได้ เพราะพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาในพื้นที่อำเภอจะนะและหลาย ๆ อำเภอที่มีความเกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หลังจากมีการเลือกตั้งไม่นาน ก่อนที่จะมีการตั้งรัฐบาลในสภาแห่งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกับโครงการที่เรียกว่าจะนะเมืองต้นแบบก้าวหน้า หรืออาจจะตั้งชื่อ อะไรก็ตามที่เป็นการโน้มน้าวถึงการพัฒนาอุตสาหกรรม และกำหนดให้จะนะเป็นเมืองอุตสาหกรรม ก้าวหน้า นั่นคือมติ ครม. ก่อนที่จะมีการตั้งรัฐบาลในสภาแห่งนี้มีลักษณะช่วงชิงและรวดเร็ว เสียเหลือเกิน เพราะว่าตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน งานราชการพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้อำนาจกับ ศอ.บต. ไว้มากมายมหาศาล พ.ร.บ. นี้ออกเมื่อปี ๒๕๕๓ แน่นอนครับ ถ้าย้อนกลับไปดูก็หลังจากที่กองทัพได้ช่วยรัฐบาล ในเวลานั้นขอคืนพื้นที่กรุงเทพฯ และผลตอบแทนก็คือ พ.ร.บ. บริหารราชการแผ่นดินเหมือนกับ ยก ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ในมือของ กอ.รมน. และ พ.ร.บ. นี้ได้มอบอำนาจมากมาย มหาศาลในการกำหนดแนวทางโดยเอาส่วนของความมั่นคงไปรับผิดชอบวางแผนทางเศรษฐกิจ ด้วยอาศัยมาตรา ๑๐ ของ พ.ร.บ. นี้ นี่คือที่มาของสิ่งที่ผมจะถามในวันนี้ แต่ว่าก่อนที่จะถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมผ่านท่านประธานสภาอยากจะให้พี่น้องทั่วประเทศ ได้เห็นความเป็นจะนะจากสไลด์ (Slide) เสียก่อนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

จะนะคือแผ่นดินที่มีความบริสุทธิ์ มีความสวยงาม แล้วก็เป็นแหล่งทำมาหากินของพี่น้องคนยากคนจน จะนะในฝั่งทะเลเป็นพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและเป็นต้นธารของห่วงโซ่อาหารในอ่าวไทย แต่วันนี้ที่จะนะกำลังจะถูกบอกว่าสิ่งแวดล้อมแบบนี้พี่น้องไม่ควรจะเก็บเอาไว้ เอาความเจริญรุ่งเรือง แบบอุตสาหกรรมซึ่งพร้อมที่จะผลิตอากาศเสีย น้ำเสียให้กับพื้นที่เหล่านี้ นี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดปัญหา ระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ศอ.บต. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการ รับฟังความคิดเห็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ แน่นอนครับ ไม่ได้เกิดมาจากความเรียกร้องต้องการ ของประชาชน แต่เป็นความต้องการของคณะรัฐมนตรีผ่านการเสนอของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา จากบนไปสู่ล่าง แล้ววันนี้ ศอ.บต. ก็พยายามที่จะรับฟังความคิดเห็นว่าเห็นด้วย ทั้ง ๆ ที่รายละเอียด ของโครงการ เป้าหมายและความต้องการของพี่น้อง ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภาคใต้เป็นอย่างไร ผมจึงอยากจะถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมผ่านท่านประธานสภาว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่กำลังดำเนินการอยู่และที่จะดำเนินการในวันที่ ๑๑ กรกฎาคมนี้ ใช้สำหรับไปทำอะไร และการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ ๑๑ นี้จะใช้เพื่อประกอบการพิจารณา ให้โครงการดำเนินไปหรือไม่ และถ้าขัดแย้งกับสิ่งที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาทำอยู่ก็คือ การพูดถึงการวางผังเมืองรวม ซึ่งใช้งบประมาณไปประมาณ ๑๕ ล้านบาท ในการทำผังเมืองสงขลา ถ้าขัดแย้งกันกระบวนการทั้งหลายที่ทำอยู่นี้จะไปแก้ปัญหาอะไร แล้วสามารถเอาไปใช้ประโยชน์อะไร และที่สำคัญผมอยากจะถามย้ำอีกว่า ศอ.บต. ได้ใช้แนวทาง แนวคิด หรือกฎหมายอะไรมารับฟัง ความคิดเห็น หรือใช้งบประมาณจากส่วนไหนมาไปทำเรื่องนี้ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่เป็น ความต้องการของเอกชน ไม่ใช่โครงการของรัฐ อยากจะถามว่า ศอ.บต. มีบทบาทหน้าที่ และมีอำนาจกระทำตามกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบ กระทู้ถามในเรื่องนี้ ก่อนที่จะเรียนตอบคำถามของท่านสมาชิก ผมขออนุญาตเรียนถึงบทบาทหน้าที่ ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. ตามที่ท่านได้กล่าวก็คือ ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้าที่คือเป็นหน่วยงานหลักที่จะบูรณาการในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นระบบและมีเอกภาพ🔗

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ศอ.บต. เองนั้นถ้าพูดถึงในเรื่องของการจัด ตาม พ.ร.บ. แล้วก็จะเป็นส่วนราชการพลเรือน แต่ว่าไม่ได้เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ขออนุญาตเรียนว่าในอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ตามพระราชบัญญัตินั้นได้กำหนดให้มี อำนาจในการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแผนปฏิบัติการ และดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยการบูรณาการทุกหน่วยงาน การดำเนินการที่ผ่านมา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ในเรื่องโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเริ่มดำเนินการใน ๓ เมืองหลัก ได้แก่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยได้กำหนดให้ เมืองที่ ๔ อำเภอจะนะนั้นเป็นเมืองคู่ขนานของการพัฒนา ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในช่วงระยะเวลา ๒ ปีแรกการดำเนินการในการพัฒนา ๓ เมืองหลักนั้นประเมินแล้ว ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ ในส่วนของเรื่องการค้าชายแดน เรื่องของการท่องเที่ยว ที่เพิ่มมากขึ้น เรื่องการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีการประเมินว่า ในการดำเนินการนั้นเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นก็น่าจะขยายไปสู่เมืองที่ ๔ ซึ่งอำเภอจะนะ นั่นเอง เป็นการดำเนินการคู่ขนานในการพัฒนา โดยมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเรียนให้ทราบ เห็นชอบหลักการในการขยายผลโครงการ เมืองต้นแบบที่อำเภอจะนะให้เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ขออนุญาต เรียนว่าในส่วนของเป้าหมายการดำเนินการนั้นเป็นการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ที่จะเชื่อมโยงและพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา พหุนิยมทางการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสิ่งที่สำคัญที่ได้ดำเนินการก็คือว่าต้องคำนึงถึงการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการที่จะทำให้การดำเนินการบริหารราชการ ในส่วนของการกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่ และสิ่งสำคัญก็คือว่าต้องเป็นไปตามความต้องการ ของประชาชน🔗

ตอบคำถามท่านว่าการรับฟังความคิดเห็นนั้นได้ใช้ไปทำอะไร ต้องขออนุญาต เรียนว่าในการรับฟังความคิดเห็นนั้น มติคณะมนตรี เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ให้ทาง ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการเรื่องการพัฒนาในพื้นที่ เชิญชวนให้ประชาชนได้เสนอ ข้อคิดเห็นเพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลประกอบในการที่จะดำเนินการทั้งหมด ความเห็น ของประชาชนนั้นไปสู่การที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบกับ การดำเนินการตามความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ในการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนนั้น ศอ.บต. ได้กำหนด ๔ ช่องทางในการแสดงความคิดเห็น ช่องทางที่ ๑ เป็นการ แสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ช่องทางที่ ๒ เป็นการแสดงความคิดเห็นในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เดิมได้กำหนดในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงนั้นมีสถานการณ์โควิด (COVID) ก็ได้กำหนดให้เลื่อนมาเป็นวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ช่องทางที่ ๓ เป็นการแสดงความคิดเห็นในส่วนของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์บริการประชาชนของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และช่องทางที่ ๔ เป็นการ แสดงความคิดเห็นโดยใช้วิธีการสำรวจ สัมภาษณ์เป็นรายบุคคล ซึ่งใน ๓ ช่องทางนั้น ได้ดำเนินการและได้ข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ช่องทางที่ ๒ คือการรับฟังความคิดเห็น ในลักษณะจัดเวทีการรับฟัง ผมขออนุญาตเรียนว่าในการดำเนินการนั้นเป็นไปตามขั้นตอน ตามอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในส่วนรายละเอียดการดำเนินการคิดว่าท่านสมาชิกคงจะได้ถามต่อไปครับ ผมขออนุญาตตอบในประเด็นคำถามที่ ๑ เท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมชาย คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่ตอบคำถาม ทีนี้มันมีประเด็นในเชิง ยุทธศาสตร์ ๓ เมืองที่ท่านรัฐมนตรีตอบมานั้นไม่มีอุตสาหกรรมหนัก แต่ที่อำเภอจะนะ ถูกกำหนดโดยอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งเป็นที่หวาดหวั่นของพี่น้องประชาชนไม่ใช่แต่อำเภอจะนะ แต่สิ่งแวดล้อมทั้งหลายมันเกี่ยวพันกัน มิติแห่งความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อม น้ำทะเล อากาศ ไม่ได้บอกว่าทำที่จะนะ เกิดที่จะนะ แล้วมันจะอยู่ที่จะนะ ทะเลอ่าวไทย ถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรี หรือท่านประธานสภาเดินทางไปบนเครื่องบินในตอนค่ำคืนจะเห็นว่าเรือประมงในเขตพื้นที่ ชายฝั่งภาคตะวันออกไม่ได้อยู่ที่ชายฝั่งมาบตาพุดและแหลมฉบังเลย มันกินพื้นที่ออกไปไกล เป็น ๑๐๐ กิโลเมตร นั่นแสดงว่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกหายไปแล้ว หายไปด้วยเหตุอะไรหลายท่านก็เข้าใจได้ แต่ในท้องทะเลไทยมีการหมุนเวียนของน้ำจากใต้ ขึ้นเหนือ จากจังหวัดสงขลามาจังหวัดนครศรีธรรมราช มาจังหวัดชุมพร มาจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้ววงจรมันก็เลี้ยวรอบอ่าวไทย นี่คือความอุดมสมบูรณ์ของมัน อุตสาหกรรมหนักที่จะลงไปที่อำเภอจะนะตามแผนงาน โครงการของ ศอ.บต. ภาพความรู้สึก ของพี่น้องที่อยู่กับทะเล พี่น้องที่อยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของพื้นทะเล ท่านลองนึกภาพดู ถ้าท่านมีบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่แห่งหนึ่ง แล้วเกิดมีคนข้าง ๆ บอกว่าฉันจะทำโรงเผาขยะ ท่านจะอยู่อย่างไร สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาที่สุดก็คือมีมติ ครม. มาก่อนที่จะให้มารับฟัง ความคิดเห็น นี่คือการบริหารประเทศแบบอำนาจรัฐรวมศูนย์และบังคับว่าประชาชน จะต้องเอาตามที่ฉันต้องการ ประชาชนเป็นขยะหรือครับที่ท่านจะเขี่ยเมื่อไรก็ได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมต้องการก็คือการรับฟังความเรียกร้องต้องการของพี่น้องประชาชนพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตาม พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เขากำหนดยุทธศาสตร์ไว้ในกฎหมายและระเบียบของ ศอ.บต. ด้วย โดยเฉพาะ ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ วิถีชีวิต และความเรียกร้องต้องการของประชาชน ท่านละเลยยุทธศาสตร์ที่จะไปสร้างสันติสุขและความสามัคคี ผมอยากจะดูภาพว่าวันนี้ มันเกิดความขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชน ๒ ฝ่าย และนี่อาจจะเป็นประเด็นที่เด็ดดอกไม้ กระเทือนถึงดวงดาว ฝ่ายความมั่นคงของรัฐควรจะดู สิ่งที่ผมอยากจะถามวันนี้ก็คือว่า ๑. อาจจะนำไปถึงการยกเลิกคำสั่งที่กำหนดให้อำเภอจะนะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อุตสาหกรรมก้าวหน้าที่เอาอุตสาหกรรมหนักไปลงได้หรือไม่ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องตั้งคำถาม แต่ตั้งคำถามไว้สำหรับการปฏิบัติการได้จริง นั่นก็คือวันที่ ๑๑ นี้ ตามมาตรา ๓๑ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะที่มีส่วนในการรับผิดชอบ ต่อความมั่นคงของประเทศ เลื่อนการรับฟังความคิดเห็นหรือยกเลิกมติ ครม. ในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และไปเริ่มรับฟังความคิดเห็นว่าประชาชนมีความต้องการในการพัฒนาพื้นที่ของเขา อย่างไรก่อน ความคิดเห็นควรจะมาก่อนความต้องการของรัฐส่วนกลาง นี่ละแสดงถึงความเป็น อำนาจรัฐรวมศูนย์ และที่สำคัญประเทศนี้กำลังยก ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ในกำมือ ของ กอ.รมน. ประชาชนเหมือนกับวัตถุอย่างหนึ่งที่ถูกเขี่ยเมื่อไรก็ได้ ผมจึงบอกว่า ในวันที่ ๑๑ นี้มันอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ของ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉินของรัฐบาล ท่านเองที่อ้างโควิด (COVID) ไว้ สถานการณ์ตอนนี้ที่ผมบอกว่าจะเป็น การเด็ดดอกไม้กระเทือนถึงดวงดาว เพราะว่า ศอ.บต. กำลังใช้อำนาจบาตรใหญ่ส่งเจ้าหน้าที่ ฝ่ายความมั่นคงไปกดดันต่อพี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการบริหารจัดการ การรับฟังความคิดเห็นแบบที่ ศอ.บต. ทำอยู่ ไม่มีใครอยากจะขัดขวางการพัฒนาที่ทำให้ชีวิต พี่น้องประชาชนดีขึ้น แต่เมื่อเขาไม่มีความรับรู้และไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของเขา เขาย่อมแสดงออก ทำไม ศอ.บต. เตรียมเจ้าหน้าที่ในวันที่ ๑๑ และกำลังปฏิบัติการอยู่ เลือกเฉพาะคนที่เห็นด้วยเข้าสู่การรับฟังความคิดเห็น ถ้าผมพูดแบบตรงไปตรงมา ระหว่างลูกผู้ชายชาติทหารแบบท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมไม่นักเลงนี่ ภายใต้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ควรจะให้โอกาสเลื่อนไปก่อน แล้วค่อยมาว่ากันในวิธีการที่ใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ใช้อาจารย์มหาวิทยาลัย ใช้สถาบันการศึกษา ใช้ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน แล้วจึงจะพูดถึงหลักแห่งสันติภาพ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เราใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องมือไหม ผมจึงถามว่าท่านเลิกการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ได้ไหม🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมชาย ท่านเหลือเวลานาทีเศษ ๆ ฉะนั้นท่านรีบถามคำถามเลยนะครับ เดี๋ยวเสียเวลา🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจึงถามว่าท่านจะเลื่อน การรับฟังความคิดเห็นในวันที่ ๑๑ กรกฎาคมนี้ได้หรือไม่ แล้วไปเริ่มกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นที่ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด หรือท่านจะยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ได้หรือไม่ แล้วกลับไปสู่ กระบวนการที่เรียกว่าเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา เริ่มต้นจากข้างล่างได้หรือไม่ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในประเด็นคำถามที่ ๒ ก่อนอื่นขอเรียนท่านประธานว่าในการดำเนินการนั้นคงไม่ใช่เป็นลักษณะบังคับนะครับ ในการรับฟังความคิดเห็น ขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องโครงการปัจจุบันนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ของการรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการในภาพรวมทั้งระบบว่าประชาชนในพื้นที่นั้นมีความคิดเห็น อย่างไร ในการดำเนินการต่อไปจะต้องมีกระบวนการในการดำเนินการตามขั้นตอนอีก หลายขั้นตอน ในส่วนของการดำเนินการที่จะกำหนดคนที่เข้ามารับฟังความคิดเห็น ขออนุญาตเรียนตรงนี้ว่าไม่ได้เลือกเฉพาะคนที่เห็นด้วยนะครับ ในส่วนของการดำเนินการนั้น จะเป็นการรับฟังทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ที่มีข้อสังเกต ผู้ที่มีข้อคิดเห็น ผู้ที่มีข้อห่วงใย ทั้งในผู้ที่ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จะมีการรับฟังทั้งหมด แล้วก็ในส่วนของ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นก็จะไม่มีผลต่อการดำเนินการ จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าไปมีส่วนร่วม แล้วก็ไม่ได้ใช้เจ้าหน้าที่อะไรไปกดดันทั้งสิ้น ในการดำเนินการที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่นั้นก็คือเรื่องของการรักษาความปลอดภัย เรื่องของ การอำนวยความสะดวก เรื่องของการรักษาระยะห่าง ที่จะทำให้การรับฟังความคิดเห็นนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าโครงการนี้ ในขั้นตอนของการรับฟังนั้นยังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการทั้งระบบ จะมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการตามภาระหน้าที่ต่อไป คงไม่ใช่ที่จะรับฟังเพียงครั้งนี้ แล้วก็จะจบการดำเนินการ จะมีกระบวนการตามขั้นตอน จะเข้าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการต่อไป ซึ่งมีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะไปดูแล และที่ผมเน้นย้ำไว้แล้วในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้การดำเนินโครงการหรือจะไม่ดำเนินโครงการ อย่างไรก็ตามจะต้องเป็นไปด้วย ความต้องการของประชาชนเป็นหลัก ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมชาย เหลือเวลาอยู่ ๔๒ วินาทีครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร ก็ต้องถามว่ากระบวนการที่เริ่มต้นมาไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม จะนำไปสู่ความถูกต้องชอบธรรมได้อย่างไร และที่สำคัญที่สุดวันนี้ก็คือสร้างความแตกแยก ในพื้นที่ด้วยความที่ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่เข้าใจ สิ่งที่เป็นข้อเสนอจากส่วนกลางไปว่าต้องการอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เราเป็นข้อกังวลมาก ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้ ปัญหาภาคใต้ยังไม่จบ ถ้าพยายามที่จะเขียนเขี่ยร่องรอยอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอขอบคุณในข้อห่วงใย ของท่านสมาชิกในการดำเนินการนะครับ ตรงนี้จะส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ คือ ศอ.บต. ในการดำเนินการ ต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าในการดำเนินการ พัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเพื่อให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพื่อจะมีเรื่องของการลงทุน เพื่อการศึกษาที่ดีขึ้น มีการจ้างงานในพื้นที่ ราษฎรในพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้จะได้มีงานทำในพื้นที่ ไม่ต้องไปหางานทำในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเขาจะได้มีเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น มีการกินดีอยู่ดีในพื้นที่ ข้อห่วงกังวลอะไรต่าง ๆ ที่ประชาชนในพื้นที่หรือท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านได้ให้ข้อมูลนั้น ผมจะส่งต่อไปยังหน่วยปฏิบัติในพื้นที่คือ ศอ.บต. ให้ได้รับ ข้อมูลที่ท่านได้เสนอและตั้งคำถามในวันนี้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่กรุณาให้เกียรติสภาเราเข้ามาตอบชี้แจง ท่านสมาชิก ต่อไป🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามสด ที่ ๐๖๖ ส. (นายปรีดา บุญเพลิง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗

ขอเชิญท่านปรีดา บุญเพลิง เตรียมถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขณะนี้ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้เข้าประจำที่แล้ว ขอเชิญท่านปรีดาครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอตั้งกระทู้ถามสด ด้วยวาจา ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรา ๑๕๐ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เรื่องวิกฤติองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือที่เรียกสั้น ๆ และเข้าใจง่ายก็คือองค์การค้า ของ สกสค.🔗

ท่านประธานที่เคารพ องค์การค้าของ สกสค. จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยใช้ชื่อว่าองค์การค้าของคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ โดยมีวัตถุประสงค์คือ ๑. เพื่อจัดหาผลประโยชน์ให้แก่คุรุสภา ๒. เพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่การศึกษาของชาติ โดยมีทุนประเดิมจากการยืมเงินจาก ๑. กรมการศาสนา ๒. คณะลูกเสือ แห่งชาติ เป็นเงินจำนวน ๑ ล้านบาท องค์การค้าของคุรุสภาจึงมีภารกิจในการผลิต จำหน่าย และพัฒนาหนังสือ สื่อการเรียนการสอน ตรงตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ โดยยึดมั่น และปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งด้วยดีตลอดมา โดยมิได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากการดำเนินงานจากรัฐบาลหรือหน่วยงานใด ขอเน้นย้ำว่า ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากการดำเนินงานจากรัฐบาลและหน่วยงานใดแม้แต่สตางค์แดงเดียว และสามารถดำเนินกิจการจนมีผลกำไร จึงได้จัดสรรผลกำไรสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ให้กับคุรุสภาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นต้นมา และจัดสรรอีกส่วนหนึ่งให้กับหน่วยงาน ในกระทรวงศึกษาธิการควบคู่กันตลอดมา🔗

ต่อมามีพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ และโอนงานองค์การค้าของคุรุสภาเป็นองค์การค้าของ สกสค. มีผู้อำนวยการและรักษาการ ผู้อำนวยการ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันมี ๑๕ คน ผมได้เฝ้าติดตาม การบริหารงานของผู้บริหารองค์การค้าของ สกสค. มาโดยตลอด ได้ทนเห็นพฤติกรรม การฉ้อฉลที่ส่อทุจริตการบริหารงานในองค์การค้าของ สกสค. จนไม่สามารถจะรับได้ เพราะมีการใช้อำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์มาโดยตลอด การบริหารที่ประสบภาวะขาดทุน ของฝ่ายบริหารองค์การค้าของ สกสค. จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ ต่อมาองค์การค้า ของ สกสค. ประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นมา การขาดทุนสะสมเป็นผลมาจากการถูกแทรกแซงจากอำนาจทางการเมืองและข้าราชการ ระดับสูงในคณะกรรมการ นำมาสู่การทุจริตเชิงระบบและเชิงนโยบาย และมิได้รับการแก้ไข อย่างจริงจัง ปล่อยปละละเลย ไม่ติดตาม ตรวจสอบ ปล่อยให้มีการทุจริตในหลาย ๆ โครงการ จนกระทั่งถึงปัจจุบันองค์การค้าของ สกสค. ได้ทำการกู้ยืมเงินจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ซึ่งยืมเงินจากกองทุนพิเศษ ช.พ.ค. ที่เป็นรายได้จากดอกเบี้ยของครูที่จ่ายให้กับธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินจ่ายคืนจากดอกผลที่จ่ายไปร้อยละ ๕๐ สตางค์ถึง ๑ บาท ดังนี้ มีรายการกู้เงิน ทั้งหมดจำนวน ๗ ครั้งขององค์การค้าของ สกสค. ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๙ จำนวน ๕๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ จำนวน ๖๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๑ จำนวน ๔๔๕ ล้านกว่าบาท ครั้งที่ ๔ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๒ จำนวน ๖๖๐ กว่าล้านบาท ครั้งที่ ๕ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ จำนวน ๔๐ ล้านกว่าบาท ครั้งที่ ๖ วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ จำนวน ๖๗๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๗ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๓ จำนวน ๒๒๓ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓,๑๓๐ ล้านบาท ในจำนวนนี้การยืมครั้งที่ ๑ จาก สกสค. ได้นำเงินจำนวนนี้เข้าสู่ระบบบัญชีขององค์การค้า ของ สกสค. ครั้งที่ ๒ ถึงครั้งที่ ๗ เงินที่กู้ทั้งหมดไม่ได้นำเงินเข้าสู่ระบบขององค์การค้าของ สกสค. สำนักงาน สกสค. ได้รับเงินจากกองทุนพิเศษของ ช.พ.ค. นำไปจ่ายให้กับเจ้าหนี้ โดยตรง โดยองค์การค้าของ สกสค. ไม่ได้เป็นคนกู้เงินโดยตรง สิ่งนี้ที่ทำให้มองเห็นว่า การกู้ยืมเงินโดยทั่วไปสัญญาเงินกู้ในจำนวนนี้ไม่ผ่านบัญชีขององค์การค้า สกสค. การกู้เงิน บางสัญญามีการออกเช็คถือจ่าย สั่งจ่ายโดยตรงไปยังเจ้าหนี้ขององค์การค้าของ สกสค. ๓. เมื่อไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเงินการรับเงินผ่านบัญชีขององค์การค้าของ สกสค. แล้ว อยากทราบว่าเป็นการผิดระเบียบหรือไม่ ถึงเวลาทวงหนี้จะทวงหนี้กับใคร ผมขอเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลาการทางการศึกษาว่า🔗

ข้อ ๑ ท่านจะดำเนินการตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด เริ่มตั้งแต่องค์การค้าของ สกสค. ประสบภาวะการขาดทุนสะสมมาจนถึงปัจจุบันเป็นเงิน ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่🔗

ข้อ ๒ จากมติคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ในคราวประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๖๓ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน ๙๖๑ คน ตามคำสั่งองค์การค้าของ สกสค. ที่ ๘๕/๒๕๖๓ เรื่อง ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้า ของ สกสค. สั่ง ณ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ขออนุญาตให้ท่านได้ทราบนี่คือคำสั่งของเลขาธิการ กศน. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. คือนายดิสกุล เกษมสวัสดิ์ จากคำสั่งดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ชอบด้วยหลักคุณธรรม รวมทั้งหลักการบริหารตามขั้นตอนของระเบียบและแบบแผนของ องค์การของรัฐหรือไม่ และขอให้ทบทวนยกเลิกคำสั่งขององค์การค้าของ สกสค. ที่ ๘๕/๒๕๖๓ โดยทันที🔗

ข้อ ๓ ขอเรียนถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน กรรมการ สกสค. ว่าท่านคิดจะขายที่ดินขององค์การค้าของ สกสค. ที่โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าวมาใช้หนี้ และจะยุบองค์การค้าของ สกสค. หรือไม่ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบครับ🔗

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ปรีดา บุญเพลิง ที่ได้ให้ความสนใจ แล้วก็ห่วงใยการบริหารจัดการ ขององค์การค้า สกสค. ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ขออนุญาตตอบ ๓ ข้อที่ท่าน ส.ส. ปรีดา ได้พูดถึงนะครับ แต่ก่อนจะตอบขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งถึงข้อมูลเบื้องต้นขององค์การค้า วันที่ผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในช่วงแรก ๆ ต้องยอมรับว่า องค์การค้า สกสค. เป็นหน่วยงานที่มีเรดแฟลก (Red flag) หรือว่าธงแดง เพราะว่ามีการขาดทุน อย่างต่อเนื่อง อย่างที่ท่าน ส.ส. ปรีดาได้พูดถึงว่ามีการโอนองค์การค้าจากคุรุสภามาที่ สกสค. ถ้าหากดูตัวเลขจากกราฟที่ขึ้นมาจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการเปิดเสรีในการพิมพ์หนังสือ ๒-๓ ปีแรกไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะว่าทางเอกชนอาจจะไม่มีความเข้าใจเพียงพอถึงการแข่งขัน แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการแข่งขันเข้ามาอย่างต่อเนื่ององค์การค้า สกสค. ขาดทุนมาตลอด และขาดทุนเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าผู้บริหารเข้ามาดูตัวเลขตรงนี้ก็ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง จริง ๆ แล้วถ้ามีประสบการณ์การทำงานก็สามารถตัดสินใจได้ทันที แต่ทีนี้การพิมพ์หนังสือ มีเรื่องที่เกี่ยวข้องก็คือนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งผมต้องเรียนตามตรงว่าในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าไปดูกิจการขององค์การค้า ได้กำชับให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปดูว่าจะมี ทางแก้ไขพลิกฟื้นหรือทำให้ธุรกิจนี้สามารถแข่งขันได้ในโลกแห่งการพิมพ์หรือไม่ อย่างไร ๑ ปีที่ผ่านมาได้เห็นแล้วครับว่าการพิมพ์หนังสือถึงแม้ว่าจะมีจำนวนมาก แต่ระยะเวลา ในการพิมพ์ไม่น่าจะเกิน ๒ เดือน การจัดส่งไม่น่าจะเกิน ๑ เดือนครึ่ง การจ่ายเงิน รับเงิน ก็น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ ๒ เดือน ฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการขององค์การค้า สกสค. มีความ เข้าใจในบริบทของการบริหารจัดการอย่างมั่นคงแล้วก็ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างครับ🔗

ตอบท่าน ส.ส. ปรีดาในข้อ ๒ การที่มีการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ขององค์การค้า สกสค. ผมต้องเรียนท่านว่าเป็นเรื่องที่ลำบากใจมาก ๆ จริง ๆ แล้วทางกระทรวงศึกษาธิการ พยายามจะไม่ให้ข้อมูลฟุ่มเฟือย เพราะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่วันนี้ในสภาเป็นโอกาสที่เราจะได้เอาข้อมูลมาดูกัน ผมต้องเรียนว่าผู้ที่ถูกเลิกจ้างทุกคน ๙๖๑ คนจะมีผู้ที่ได้รับชดเชย ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ๑๒ คน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑ ล้านบาท ๓๖๕ คน ๑ ล้านบาทถึง ๒ ล้านบาท ๔๑๓ คน ๒ ล้านบาทถึง ๓ ล้านบาท ๑๒๖ คน ๓ ล้านบาทขึ้นไป ๔๕ คน ต้องยอมรับว่าเป็นเงินจำนวนมาก ทางคณะกรรมการ ขององค์การค้า สกสค. ได้ให้ความเชื่อมั่นว่าในการที่จะเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดต้องคำนึงถึง ความถูกต้องทางด้านกฎหมาย มีการประกาศล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย ๓๐ วัน และในขณะที่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทันทีเพราะว่ามีการประกาศเลิกจ้างเดือนสิงหาคม ทางคณะกรรมการขององค์การค้าก็ได้จ่ายเงินชดเชยบางส่วนให้พนักงานถูกเลิกจ้างทันที คนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความมั่นใจ ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่จะสามารถดำเนินชีวิตไปได้ไม่แตกต่างจากที่เป็นพนักงาน อย่างที่ผมเรียน ให้ทราบเป็นการตัดสินใจที่ลำบากสำหรับคณะกรรมการ แต่เป็นการตัดสินใจที่พยายาม รักษาไว้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา หรือว่า สกสค. ซึ่งเป็นองค์กรแม่ขององค์การค้า สกสค.🔗

ทีนี้ผมขออนุญาตตอบคำถามข้อ ๑ ที่ท่านถามว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิดที่ทำให้องค์การค้าเป็นหนี้ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่ หลังจากที่เห็นตัวเลขทั้งหมดได้เอาตัวเลขที่เป็นหนี้ จะเป็นหนี้ และทรัพย์สินมาดู ติดตามแน่นอนครับ สืบสวนสอบสวนแน่นอนครับ เราต้องหาที่มาที่ไปว่าเกิดอะไรขึ้น ในองค์กรนี้ ก็คงไม่ง่ายครับ เพราะถ้าเผื่อง่าย ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราคงไม่ประสบภาวะขาดทุน อย่างต่อเนื่องแบบนี้ ในการใช้หนี้ที่มีอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทต้องยอมรับว่าวิธีการหนึ่งของ สกสค. ก็คือเอาสินทรัพย์ตีราคามาชดใช้หนี้ของ สกสค. ส่วนความเหมาะสมในราคา ขั้นตอน ผู้อำนวยการองค์การค้าคนใหม่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไปเมื่อไม่กี่วันมานี้จะนำเสนอแผน ที่เหมาะสม และหาทางทำให้ สกสค. มีความมั่นคงในเรื่องของการได้รับคืนหนี้จากองค์การค้า สกสค. อย่างแน่นอน ขออนุญาตตอบ ๓ คำถาม ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านปรีดา ถามครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ให้ความมั่นใจ คำถามข้อ ๑ เรื่องการทุจริตเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ควรจะมีโดยเด็ดขาด เพราะว่าเป็นกระทรวงแม่แบบ เป็นกระทรวงต้นแบบที่จะต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีที่จะดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามจากคำตอบว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมา มีการสะสมเรื่อย ๆ นั่นก็คือการละเว้นในแต่ละยุค แต่ละสมัย อยากจะเห็นความรวดเร็ว ในการบริหารงาน อยากจะเห็นการจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่ใช่ปล่อยไว้ให้ยาวนาน อีกต่อไป🔗

ส่วนข้อ ๒ คำตอบที่เลิกจ้างเจ้าหน้าที่วันที่ ๑ สิงหาคม ที่จริงแล้วองค์การค้า มีเจ้าหน้าที่อยู่ ๑,๐๓๕ คน เลิกจ้าง ๙๖๑ คน ลบเหลือแล้ว ๗๔ คน หลังวันที่ ๑ สิงหาคมมี ๗๔ คน ที่จะดูแลองค์การค้าให้แก้ปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้ได้ ผมไม่เชื่อมั่น และวันที่ ๓๐ กันยายนนี้ ดูสถิติแล้ว ดูตัวเลขแล้วจะมีเกษียณอายุอยู่ประมาณ ๖๐ คน จะเหลือจริง ๆ อยู่ ๑๔ คน ขณะนี้มีงานพิมพ์ ซึ่งองค์การค้ารับงานพิมพ์มาทั้งหมด ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท องค์การค้า ของคุรุสภามีแท่นพิมพ์ในการที่จะจัดพิมพ์ ก็มีการอ้างว่าเครื่องพิมพ์มันเก่าแล้วไม่สามารถ ที่จะดำเนินการได้ ก็เอาไปพิมพ์ที่โรงพิมพ์ข้างนอก การพิมพ์กับภาคเอกชนมันส่อเจตนาใน การบริหารจัดการ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้กำกับเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วก็จริงใจ เจ้าหน้าที่ ๙๖๑ คนที่โดนกระทบ จากตัวเลขที่รัฐมนตรีได้เสนอว่าอายุเท่านี้จะได้เงินเท่านี้ ๆ ผมมองว่า มันเป็นการล่อใจให้คนออกจากงาน แล้วปัญหาที่มันเกิดขึ้นสะสมมายาวนานไม่ใช่ความผิด ของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทำงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชามาตลอด ผิดถูกไม่ทราบ เพราะว่านโยบายขององค์การค้าของ สกสค. เปลี่ยนได้ทุกวินาที ตามบริบทการบริหารงาน ของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ทั้ง ๒ องค์กรนี้คิดที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วหรือไม่ แล้วก็อยากจะเรียนฝากด้วยนะครับว่าด้วยความเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ หาทางออกที่ดีที่สุดในการที่จะดูแลเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันก่อร่างสร้างองค์การค้าของคุรุสภา ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๓ จนมาเป็น สกสค. ในปี ๒๕๔๖ ถึงวันนี้อายุขององค์การค้า ของ สกสค. และคุรุสภามีอายุร่วม ๗๐ ปี และจะมาล่มสลายภายใต้การบริหารของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ชื่อท่านณัฎฐพล ผมไม่เชื่อว่าจะล่มสลายได้ ผมเชื่อมั่น ในการบริหารงาน ฝากไว้นะครับ อย่าให้เป็นอย่างที่หลายคนเขาคิด พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นต้นมา ถึงวันนี้ภายใต้การกู้เงินจากกรมการศาสนาและคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติมา ๑ ล้านบาท รัฐไม่ได้จ่ายแม้แต่สตางค์แดงเดียว ใช้เงินมาตลอด แล้วดูแลกระทรวงศึกษาธิการมาตลอด ดูแลคุรุสภามาตลอด ถึงวันนี้จากที่ไม่เคยเป็นหนี้มาเป็นหนี้ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะอยู่เฉย ๆ ส่วนหลังไม่ได้รับผิดชอบแล้วมากระทบเจ้าหน้าที่ คือสิ่งที่ผมรับไม่ได้ อยากจะเรียนฝากนะครับ ขอให้การบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นต้นแบบให้กับครูบาอาจารย์ ให้เป็นต้นแบบ ของพี่น้องประชาชน การทุจริตครั้งนี้ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เรื่องเล็ก ขอให้ทำ ให้ประชาชนได้เห็นการแก้ปัญหาตรงนี้ให้เร็วที่สุด ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบครับ🔗

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสอีกครั้งในการที่จะให้ข้อมูล ผมเรียนท่าน ส.ส. ปรีดา บุญเพลิง ในเรื่องของการบริหารงานต่อไป ผมไม่ได้มีความตั้งใจและคณะกรรมการ ก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะยุบองค์การค้า สกสค. เพียงแต่ต้องการทำให้ประสิทธิภาพในการแข่งขัน มีมากขึ้น ผมเรียนตรง ๆ ครับ จากจำนวนพนักงาน ๑,๐๖๕ คน ได้เข้าไปดูการบริหารจัดการ แล้วก็ภาวะของการแข่งขันในการพิมพ์หนังสือ การขายหนังสือ ขายเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ผมคิดว่าจากจำนวนคน ๑,๐๖๕ คนน่าจะบริหารจัดการได้ด้วยคนประมาณ ๑๒๕ คน เพราะในปัจจุบันการขายหนังสือ การขายสินค้าอะไรต่าง ๆ ระบบออนไลน์ (Online) เข้ามา เกี่ยวข้อง ระบบบัญชีที่มีความทันสมัย รวดเร็ว การเก็บเงินโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็มี ความแข็งแรงมากขึ้น และองค์การค้าก็ต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการที่จะขับเคลื่อนองค์การค้า ให้ทันสมัย ทันกับคู่แข่ง ส่วนพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีความสนใจจะกลับมาทำงานที่องค์การค้า ผมคิดว่าเพื่อความแฟร์ (Fair) ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ เพียงแต่ต้องรับสภาพว่าการที่จะเป็น พนักงานขายอัตราเงินเดือนจะอยู่ในอัตราที่เหมาะสมกับทักษะที่มีความจำเป็น ทั้งในเรื่อง ของการทำบัญชี ความคล่องตัวในระบบดิจิทัล (Digital) หรือว่าระบบคอมพิวเตอร์ก็มีความจำเป็น ถ้าพนักงานท่านใดสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์การค้าที่จะขับเคลื่อนไป ในภายภาคหน้าก็ยินดีครับ และควรจะพิจารณาเป็นลำดับต้น ๆ ต้องเรียนท่านว่าในการที่จะ พลิกองค์กรที่มีหนี้ประมาณ ๖,๗๐๐ ล้านบาทให้กลับมาอยู่ในแดนบวกก็ต้องใช้ความรู้ ความสามารถพอสมควรสำหรับผู้อำนวยการองค์การค้า ซึ่งในการขับเคลื่อนก็คงต้องใช้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ ทุนต่าง ๆ ซึ่งผมมั่นใจว่าถ้าหากเราให้โอกาสองค์การค้าในช่วงเวลา ๑ ปีจากนี้ไปผู้บริหาร สามารถวางแผนที่ชัดเจนได้ ภายในระยะเวลาไม่นานเราก็น่าจะทำให้องค์การค้าสามารถฟื้น กลับมาเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง อย่างที่ท่าน ส.ส. ปรีดาได้มีการพูดถึงในเบื้องต้น ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ถือว่าการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านปรีดา บุญเพลิง ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการก็จบนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ ต่อไปเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๑๗๒ เรื่อง ปัญหาจากการจัดทำรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอ (EIA) (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๑๗๓ เรื่อง ปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในเขต กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก (นายศิริพงษ์ รัสมี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คือท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน ฉะนั้นขอเชิญ คุณศิริพงษ์ รัสมี เตรียมถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้เตรียมที่จะตอบกระทู้ถาม เชิญท่านศิริพงษ์ครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก เขต ๑๗ กรุงเทพมหานคร วันนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มาตอบกระทู้ถาม เรื่องน้ำประปาขาดแคลนในเขตกรุงเทพมหานครโซน (Zone) ตะวันออก กรุงเทพมหานครโซน (Zone) ตะวันออก หมายถึง เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา และเขตหนองจอก แต่เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา ในเรื่องของ การขาดแคลนน้ำประปาหรือว่าน้ำประปาเดินยังไม่ถึงก็มีจำนวนไม่มากเท่าไรนัก ยกตัวอย่างเช่น เขตมีนบุรีก็ขาดอีกเพียง ๑ เส้นทางเท่านั้น เขตคลองสามวาก็ ๒-๓ เส้นทาง แต่เขตหนองจอก ที่ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในวันนี้ เรียนกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าเขตหนองจอกได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำประปาในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งการประปานครหลวง ไม่สามารถจะจ่ายน้ำประปาอย่างทั่วถึงให้กับพี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตหนองจอก โดยเฉพาะพื้นที่เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ที่กว้างที่สุดใน ๕๐ เขตถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร อดีตเขตหนองจอกมีคลองอยู่ ๑๐๐ กว่าคลอง พี่น้องประชาชนในอดีต ๒๐-๓๐ ปีที่แล้ว จะใช้น้ำในคลองในการบริโภค ใช้ในการเกษตร แล้วก็ใช้ในสิ่งต่าง ๆ แต่ปัจจุบันวิถีชีวิต ของพี่น้องเขตหนองจอกได้เปลี่ยนไปเนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรม มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ในระบบอุตสาหกรรมและระบบการเกษตร ในเรื่องของการเกษตรก็มียาที่ใช้ฆ่าหญ้าบ้าง ใช้ฆ่าแมลงบ้าง ปล่อยลงไปในคลองก็จะเป็นสารพิษ น้ำที่ทิ้งจากหมู่บ้านที่ปล่อยลงมาบ้าง เพราะฉะนั้นในวันนี้มีความจำเป็น ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องเขตหนองจอก เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศคงต้องสะท้อนปัญหาถึงท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ในวันนี้กรุงเทพมหานครเป็นการบริหารราชการแบบพิเศษ เป็นเมืองหลวง ของประเทศไทย เขตหนองจอกอยู่ชายแดนของกรุงเทพมหานคร ทิศเหนือติดกับจังหวัดปทุมธานี ติดกับจังหวัดนครนายก ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ติดกับเขตลาดกระบัง เพราะฉะนั้นจะอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานคร ด้วยความรักและด้วยความเป็นห่วงภาพลักษณ์ ของประเทศไทย สมมุติว่าถ้ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปพูดที่ต่างประเทศว่ากรุงเทพมหานคร น้ำประปายังไม่มีใช้ เสียหาย ผมไม่อยากให้ภาพตรงนี้มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นระยะเวลา ผ่านมาหลายสิบปีผมขออนุญาตชื่นชมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในปัจจุบันนี้ ก็คือท่านถาวร เสนเนียม ในปี ๒๕๕๒ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีถาวรได้ทำเอ็มโอยู (MOU) กับกรุงเทพมหานครร่วมกับ การประปา เพื่อที่จะนำเงินของกรุงเทพมหานครร่วมกับการประปามาช่วยเหลือพี่น้อง ในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกหลายๆ เขตด้วยกัน ขึ้นอยู่กับสำนักงานประปาสาขามีนบุรี หลังจากปี ๒๕๕๒ มาการขับเคลื่อนในการเดินท่อประปาเป็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจเท่าไรนัก นั่นอาจจะหมายถึงคนที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่อยู่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตหนองจอกซึ่งเป็นเขตชายแดนของกรุงเทพมหานครไม่ได้นำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องที่ไม่มีน้ำบริโภคหรือน้ำบริโภคเป็นน้ำในคลองซึ่งมีแต่สารพิษ อาจจะไม่ได้นำปัญหามายังสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขออนุญาตสะท้อนปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ของกรุงเทพมหานครเพื่อที่จะให้ท่านประธานแล้วก็รัฐมนตรีได้ให้ความร่วมมือในวันนี้ สำหรับกระทู้ถามของผมในวันนี้จะมีอยู่ ๓ ข้อด้วยกัน แต่ขออนุญาตถามแค่ ๒ ครั้ง🔗

คำถามข้อที่ ๑ ขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ในวันนี้ เรื่องของการขาดแคลนน้ำประปาในกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตหนองจอกที่ขาดแคลนในปัจจุบันนี้ท่านจะดำเนินการอย่างไร เพราะว่ากรุงเทพมหานครเป็นหัวใจของประเทศไทยทั้ง ๗๐ กว่าจังหวัด อันนี้เป็นคำถามแรก🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ผมจะขออนุญาตถามรวมไปทีเดียวเลย จะถามครั้งนี้ แล้วก็อีกครั้งหนึ่ง เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าสำนักงานประปา สาขามีนบุรีได้สำรวจเส้นทางไว้แล้ว แต่ยังรองบประมาณในการสนับสนุนอยู่ ๒๐ เส้นทาง ด้วยกัน อย่างพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่ขึ้นเมื่อสักครู่นี้ สำหรับประปาในพื้นที่เขต หนองจอกจะมีอยู่ ๑๘ เส้นทางด้วยกันที่ยังไม่ได้สำรวจ แต่ที่สำรวจไปแล้วมีอยู่ ๒๐ เส้นทาง จะขอความกรุณาจากสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๒๐ เส้นทางนี้ขอให้ท่านสนับสนุนการดำเนินการก่อสร้าง สงสารผู้เฒ่าผู้แก่ สงสาร พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เขตหนองจอก น้ำประปาถือว่าเป็นหัวใจหลัก ในครั้งนี้ขอฝากท่าน ด้วยแล้วกัน ส่วนเส้นทางที่ยังไม่ได้สำรวจมีอยู่ประมาณ ๑๘ เส้นทาง ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้สำนักงานประปาเขตมีนบุรีได้เร่งสำรวจเพื่อที่จะหาเม็ดเงิน หรือว่าปัจจัยในการสนับสนุน เพื่อที่จะให้พี่น้องเขตหนองจอกหรือกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออกทั้ง ๔-๕ เขตได้มีน้ำประปาใช้ ฝากท่านรัฐมนตรีเบื้องต้นนี้ตรงนี้แล้วกันนะครับ ขออนุญาตคำถามที่ ๒ ผมจะถามแค่ ๒ ครั้งนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ถามของท่านศิริพงษ์ รัสมี ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่องการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในเขต กทม. ฝั่งตะวันออก🔗

กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำประปาขาดแคลนในเขตนครหลวงคือในเขตกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออกนั้น การประปานครหลวงซึ่งมีพื้นที่บริการใน ๓ จังหวัดก็คือกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนี้การประปานครหลวงเอง ได้ดูแลเรื่องการผลิตน้ำประปาให้เพียงพอกับความต้องการ ให้ทั่วถึง และให้ได้มาตรฐาน ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เพราะฉะนั้นภารกิจหลักก็คือทำอย่างไรก็แล้วแต่ ต้องผลิตน้ำให้เพียงพอ กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมเองเข้ามา รับหน้าที่ในการกำกับการประปานครหลวงก็ได้ให้นโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายขอบ ซึ่งเข้าใจว่ายังขาดแคลนอยู่ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเขตมีนบุรี เขตหนองจอก ตลอดไปถึง เขตลาดกระบัง ย่านนั้นยังมีหลายพื้นที่ที่ยังมีความต้องการน้ำประปา เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ที่ผ่านมากระผมเองได้มีโอกาสลงไปในพื้นที่เขตหนองจอก แล้วก็ไปดูตามที่ได้รับการร้องขอ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะทราบว่าในปี ๒๕๖๓ นี้การประปานครหลวง สำนักงานประปาสาขามีนบุรีได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น ๗ เส้นทาง ใช้เงินใน ๗ เส้นทาง จำนวน ๖,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ก็ได้เตรียมไว้สำหรับรองรับ ๒๐ เส้นทางที่ท่านถามเมื่อสักครู่นี้ กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า การประปานครหลวงได้เตรียมงบประมาณไว้ในส่วนนี้อีก ๒๐ เส้นทาง คิดว่าจะเร่งรัดให้เสร็จ ภายในปี ๒๕๖๔ ครับ ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านศิริพงษ์ ถามคำถามสุดท้ายครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ได้จัดเตรียมงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ แล้วก็ ขอขอบคุณย้อนหลังไปของงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ในช่วงที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๓ เราได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประปาสาขามีนบุรีเป็นอย่างดีในการ ดำเนินการก่อสร้าง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นชุมชนหมู่บ้านโกลเด้นแลนด์ สำนักงานประปา สาขามีนบุรีได้ไปวางท่อแล้วก็เดินท่อใหม่ ใช้จำนวนเงินประมาณสัก ๔ ล้านกว่าบาท ถ้าจำไม่ผิด ในครั้งนั้นท่านสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์ รองผู้ว่าการประปานครหลวง (บริการด้านตะวันออก) ได้ลงไป แล้วก็เรียกพี่น้องในหมู่บ้านโกลเด้นแลนด์มารับทราบเกี่ยวกับงบประมาณ แล้วก็ สิ่งต่าง ๆ ผมขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงครับ🔗

ส่วนที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่านปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปา นครหลวง ท่านได้มาในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พูดคุย ร่วมกับกรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทยในเรื่องของน้ำประปาที่ขาดแคลนของ กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ท่านก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี🔗

ส่วนที่ ๓ ท่านมานัสน์ ช้างน้อย ผู้ช่วยผู้ว่าการการประปานครหลวง (บริการ ๓) คนนี้เป็นคนที่สำคัญมาก เพราะว่าเมื่อพี่น้องประชาชนเรียกร้องมาว่าน้ำประปาตรงไหน ที่ท่อยังเดินไม่ถึง ท่านจะคิดแล้วก็ประชุมร่วมกับนางอำไพ พันธุ์อายุวัฒนะ ผู้จัดการสำนักงาน ประปาสาขามีนบุรี แล้วก็วางเจ้าหน้าที่ไปสำรวจในเส้นทางต่าง ๆ ที่ผมได้เอ่ยไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้ทั้ง ๔ ท่านที่ผมได้เอ่ยนามมานี้ถือว่าเป็นบุคคลที่มีคุณภาพในเรื่องของการ ให้บริการของการประปานครหลวงเป็นอย่างยิ่ง ผมขอใช้สภานี้ชมเชยทั้ง ๔ ท่านนี้🔗

ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ การประปา นครหลวงมีผลกำไรมากมายภายใน ๑ ปี ต่อ ๑ ปี เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นชุมชน ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กัน จำนวนใช้น้ำก็จะมีปริมาณมาก เพราะฉะนั้นท่านแบ่งผลกำไร จากกรุงเทพมหานครชั้นในนำสู่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกชั้นนอก เพื่อให้พี่น้องเขตหนองจอก เขตกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ทั้ง ๔-๕ เขตได้มีน้ำประปาใช้ ผมฝากท่านด้วยในส่วนตรงนี้ ในสมัยที่ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตสภาแห่งนี้ว่าให้เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมระหว่าง การประปานครหลวงกับกรุงเทพมหานคร อย่างที่ท่านถาวร เสนเนียม ทำไว้เมื่อตอนปี ๒๕๒๒ ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นจะช่วยได้เยอะเลยครับ ช่วยได้มากมาย ผมว่าการประปากรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกภายในปีนี้ แล้วก็ปีหน้า ท่านรัฐมนตรีไม่เกินความคาดหมาย รัฐมนตรีน่าจะดำเนินการให้ได้ทั้งหมดในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ โดยการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ก็ดี ในการนำกำไรจากกรุงเทพมหานครชั้นในไปก่อสร้าง ที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก ผมขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะในเขตหนองจอกเป็นเขตชายแดนจริง ๆ ที่เขาขนานนามว่าหนองจอกบ้านนอก เปรียบเสมือนผมเป็น ส.ส. บ้านนอกจริง ๆ ครับ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอขอบคุณ ท่านประธาน ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเขตหนองจอก แล้วก็ทุก ๆ เขตที่ได้ส่งคำร้อง แล้วก็มีการสอบถามและตอบในสภาอันทรงเกียรติในวันนี้ ผมขอให้ทุกท่านจงมีสุขภาพพลานามัย ที่แข็งแรง สมบูรณ์ เราจะดูแลซึ่งกันและกันตลอดไปจากใจ ส.ส. ศิริพงษ์ รัศมี ขอบคุณมากครับ🔗

ท่านประธานครับ เดี๋ยวขออนุญาตอีกนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่จบหนองจอกไปแล้ว มี ส.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. เขตบางกะปิ หรือว่า ส.ส. โอ๋ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรี ในช่วงที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า เช่นซอยลาดพร้าว ๑๑๒ และซอยลาดพร้าว ๑๒๒ ถนนลาดพร้าวมีน้ำประปาไหลอ่อนมาก ๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่การประปานครหลวงแจ้งว่า มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า มีการเปลี่ยนแปลงแบบ แล้วก็เปลี่ยนแปลงในสิ่งต่าง ๆ ทำให้น้ำประปา ไหลน้อย โดยเฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่พี่น้องทั้ง ๒ ซอยนี้อยู่ ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ใช้น้ำมาก น้ำเกือบจะไม่ไหลเลยในแขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง ฝากทั้ง ๒ ซอยนี้ด้วยครับ ส.ส. ฐิติภัสร์ ฝากมานะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีนิพนธ์ตอบชี้แจงครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบกระทู้ถามข้อที่ ๒ ของท่านศิริพงษ์ว่าในการขยายเขตน้ำประปาของการประปา นครหลวง ผมยืนยันว่าในส่วนของเขตหนองจอก งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เราทำไปแล้ว ๗ เส้นทาง ใช้งบประมาณไป ๖,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านในรายละเอียด ซอยมิตรไมตรี ๒๔ แล้วก็มีสายที่ ๒ หมู่ ๔ ร่วมพัฒนา แขวงคลอง ๑๒ เขตหนองจอก สายที่ ๓ หลังการเคหะฉลองกรุง สะพาน ๑ สะพาน ๒ สายที่ ๔ หมู่บ้านโกลเด้นแลนด์ เมื่อสักครู่ที่ท่านพูดไปแล้ว สายที่ ๕ ซอยสังฆสันติสุข ๔๔ สายที่ ๖ ซอยสังฆสันติสุข ๖๑ แล้วก็สายที่ ๗ คือชุมชนเลียบคลองบึงเตย แขวงหนองจอก เขตหนองจอก อันนี้เสร็จ ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓🔗

ในส่วนงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ อยู่ในแผนการสำรวจแล้ว ถ้าหากว่าไม่มีปัญหา เรื่องที่ดิน ซึ่งอันนี้เรียนท่านไว้ก่อนเผื่อท่านจะได้ช่วยดู อีก ๒๐ สายทางจะสามารถทำได้ ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งการประปานครหลวงได้เตรียมงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้วที่จะลงไปในพื้นที่ ผมเองก็ได้กำชับว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อมีกำไรจากชั้นในก็ไปดูแลให้บริการกับชั้นนอก มากขึ้น เร่งรัดให้จบ ถ้า ๓ ปีจบได้ก็อยากจะให้ ๓ ปีจบ ถ้า ๓ ปีจบไม่ได้ก็ให้ทำแผน ๕ ปี ถือว่าในเขตปริมณฑลทั้งหมดต้องดูแลให้ครอบคลุม นี่คือสิ่งที่การประปานครหลวงจะเร่งรัด ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริการ ซึ่งผมได้กำชับเรื่องนี้ตั้งแต่เข้าไปให้นโยบายครั้งแรกแล้ว โดยเฉพาะการให้บริการในพื้นที่ชายขอบฝั่งตะวันออก ในอนาคตอาจจะต้องไปเชื่อมโยงถึง ในพื้นที่อีอีซี (EEC) ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร เตรียมการไว้ว่าน้ำประปามีบริการพอไหม ทางชายขอบฝั่งอีอีซี (EEC) ก็ให้เตรียมไว้ แผน ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้าด้วย เพราะทราบว่าในพื้นที่ ฝั่งนั้นในอนาคตความต้องการใช้น้ำน่าจะมีปริมาณมากขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นขออนุญาต เรียนว่าการประปานครหลวงจะดูเรื่องนี้อย่างดีที่สุด แต่ว่าในชั้นในเราอาจจะบอกว่าไม่มีปัญหา ชั้นในเองก็เข้าไปดูแลอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าในชั้นในอาจจะมีบางชุมชนที่น้ำประปา ยังไม่ทั่วถึง แล้วบางชุมชนเองก็ไปใช้มาตรน้ำต่อจากบ้านหลังอื่นทำให้ใช้น้ำแพงขึ้น อันนี้ก็จะพยายามเข้าไปดูแล เพื่อที่จะดูแลเรื่องการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในชุมชนชั้นใน ด้วย เพราะฉะนั้นการประปาเองก็จะไม่ละเลยสิ่งเหล่านี้ ขออนุญาตที่จะได้เรียนท่านว่า ในส่วนของงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ได้ตั้งไว้ ๑๓ ล้านบาท ในส่วนนี้เองตามที่ท่านเรียนว่า การทำเอ็มโอยู (MOU) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น กทม. จังหวัดนนทบุรี หรือจังหวัดสมุทรปราการ เราจะมีการทำเอ็มโอยู (MOU) ในการที่จะสมทบงบประมาณ ร่วมกันระหว่างท้องถิ่นกับการประปานครหลวง แล้วก็นำมาขยายเขตบริการตามที่ท่านได้ บอกว่าเคยทำไว้แล้ว อันนี้ก็จะร่วมมือกับการประปานครหลวง ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่า เราร่วมมือกับท้องถิ่นในกรณีที่พยายามจะลดน้ำสูญเสียด้วย เพราะว่าการประปานครหลวงเอง ยังมีปัญหาเรื่องน้ำสูญเสียอยู่ อันนี้จะเร่งรัด เพราะถ้าเราลดน้ำสูญเสียได้มากเท่าไร เราก็จะยิ่งมีส่วนที่จะมาดูแลพื้นที่รอบนอกมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ การประปานครหลวงจะให้ความสำคัญในเรื่องการดูแล การบริหารจัดการ ส่วนประเด็น ที่ท่านฝากเรื่องเขตวังทองหลางนั้นผมจะไปกำชับทางการประปาให้ว่าให้เร่งรัดดูเรื่องน้ำ ที่ไหลอ่อนในบางช่วง รับไปจะดูแลให้ครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ศิริพงษ์ รัสมี วันนี้ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มารับเรื่องในวันนี้ที่จะประสานให้กับพี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีตลอดไปนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์อย่าลืมกำชับไปในเขตของ ส.ส. ฐิติภัสร์ด้วยนะครับ ที่ว่าน้ำประปา ไม่ไหล ตอนนี้เขาทำรถไฟฟ้าอยู่ ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องที่ ๓ นะครับ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๘๒ เรื่อง ปัญหาการลักลอบปล่อยน้ำเสียจาก โรงงานอุตสาหกรรมฟอกหนังสัตว์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอุตสาหกรรมบางปู กม. ๓๐ และ กม. ๓๔ จังหวัดสมุทรปราการ (นายอนุชา น้อยวงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน ตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ขอเลื่อนไปนะครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๑๘๔ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการคืนสมณเพศ ให้แก่พระเถระ ๗ รูป (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่ท่าน รัฐมนตรีเทวัญติดภารกิจเหมือนกัน ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ในวันนี้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามไป เป็นวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมไม่ขัดข้องในการเลื่อน เพียงแต่ขอฝากท่านประธานว่าเรื่องนี้ พี่น้องประชาชนชาวพุทธทั้งประเทศยังติดใจ กระบวนการทางวินัยยังไม่สมบูรณ์ อย่างไร ขอกราบเรียนท่านประธานฝากถึงรัฐมนตรีคราวหน้าก็ขอให้มาตอบด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะกำชับ ให้นะครับ🔗

๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๑๘๖ เรื่อง มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากการระบาดไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ของภาคการเกษตร (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

เรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตรมาตอบแทน เชิญท่านนริศอภิปรายได้เลยครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถาม เรื่อง มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) ของภาคการเกษตร รายละเอียดของกระทู้ถามปรากฏตามเอกสารที่อยู่ในระเบียบวาระ และได้แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกแล้ว กระผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายประกอบกระทู้ถาม ดังกล่าว ดังต่อไปนี้🔗

นับตั้งแต่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลาร่วม ๑ ปี พวกเรา หมายถึงผมและพี่น้องเกษตรกรเริ่มมีความหวังขึ้น เพราะว่ารัฐบาลนี้ได้ใช้นโยบาย การประกันรายได้เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งการประกันรายได้เป็นนโยบายของ พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็รัฐบาลรับไปใช้ในการบริหารประเทศแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ประกอบกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกท่าน ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการเฉลิมชัย ศรีอ่อน และรัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง ๓ ท่านต่างได้ทุ่มเททำงานในกระทรวงให้กับพี่น้องเกษตรกร จนเราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกพืชมีการประกันรายได้ ยกตัวอย่าง ๑. ข้าวโพด ประกันรายได้ที่ ๕๐ บาท ต่อกิโลกรัม ๒. มันสำปะหลัง ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ ๒.๕๐ บาท ๓. ปาล์มน้ำมัน ประกันรายได้ที่ ๔ บาท ๔. ยางพาราและยางแผ่น ประกันรายได้ที่ ๖๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ๕. น้ำยางสด ประกันรายได้ที่ ๕๗ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ๖. ยางก้นถ้วย ประกันรายได้ที่ ๒๓ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ๗. ข้าวขาว ประกันรายได้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ๘. ข้าวหอมปทุม ประกันรายได้ที่ ๑๑,๐๐๐ บาท ๙. ข้าวเหนียว ประกันรายได้ที่ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๐. ข้าวหอมมะลิ ประกันรายได้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท การประกันรายได้ทำให้พี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกพืชมีรายได้มากกว่าต้นทุน เพราะการคำนวณเราคำนวณมากกว่าต้นทุน การประกันรายได้ จะเป็นความหวัง จึงเป็นอนาคตของพี่น้องเกษตรกร🔗

ส่วนด้านอื่นก็เช่นกันครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกร ยกตัวอย่างด้านประมง แม้ว่าจะมีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ แต่ว่ากรมประมงก็ได้จัดทำทะเบียนประมงโดยละเอียด ในทุกกิจกรรมได้ครบถ้วนนะครับ ๒. ได้มีโครงการจัดซื้อเรือคืนจากพี่น้องชาวประมงเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการประมง แล้วก็มี เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และรัฐเข้าไปช่วยเรื่องดอกเบี้ยส่วนหนึ่งให้กับพี่น้องชาวประมง🔗

ทางด้านปศุสัตว์ก็เช่นกัน แม้ว่ากรมนี้จะได้รับงบประมาณไม่มาก แต่ว่ากรมนี้ ก็เป็นความหวังครับ มีโครงการเงินกู้ ๑ ล้านบาท ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ ๑ บาทต่อปี และกระผมกราบเรียนว่าประเทศไทยเป็นดาวรุ่งของโลกทางด้านปศุสัตว์ ที่ผ่านมารายได้ จากด้านปศุสัตว์สำหรับจังหวัดพัทลุงของกระผมรายได้สูงขึ้นมาเทียบเคียงกับรายได้ ทางด้านพืช และยิ่งดีกว่าเพราะด้านปศุสัตว์ใช้พื้นที่น้อยกว่า ต้นทุนน้อยกว่า แต่ว่ามีรายได้🔗

ทั้งหมดนี้กระผมกราบเรียนว่าทำให้เกษตรกรพอลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้ จากการทุ่มเทของผู้บริหารในกระทรวงและจากนโยบายที่ถูกต้อง เหมาะสม ทางด้านพี่น้องเกษตรกร จึงมีความหวัง แต่กราบเรียนกับท่านประธานว่าเกษตรกรเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ ครับ กำลังไปอยู่ดี ๆ ปรากฏว่ามีไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เข้ามาระบาด ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องภาคเกษตรซึ่งเป็นภาคใหญ่ที่สุดของประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทุกภาค ไม่ว่าจะปลูกพืช ไม่ว่าจะปศุสัตว์ ไม่ว่าจะประมง ที่กระผมได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง กระผมจึงขออนุญาตสอบถามรัฐมนตรีว่าที่ผ่านมารัฐบาล ได้ช่วยเหลืออะไรไปบ้างแล้วให้กับพี่น้องเกษตรกรทุกภาคส่วน และหลังจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาด ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ตามที่ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานไปแล้ว ทางรัฐบาล ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีโครงการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรอย่างไรครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการประภัตรตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณและชื่นชม ท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ เป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นคนเก่าและเอาใจใส่ปัญหาของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดพัทลุง เมื่อ ๓ เดือนที่แล้วผมไปจังหวัดพัทลุง ท่านก็ไปเสนอปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องจังหวัดพัทลุง แล้วเราร่วมกันแก้ไข ผมขอชมเชยว่าท่านเป็นคนตั้งใจและจริงใจกับ พี่น้องจังหวัดพัทลุงมาโดยตลอด คำถามของท่านเป็นคำถามที่ดีและถูกต้องในขณะนี้ คือทุกคนวิตกว่าการดูแลช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลอย่างไร เพื่อนสมาชิกทุกท่าน คงจะทราบดีอยู่แล้วไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เริ่มระบาดรุนแรงเดือนมีนาคม เดือนมีนาคม เราก็เริ่มตื่นตัวกันทุกฝ่ายว่าเป็นโรคที่ติดต่อ ดังนั้นวันที่ ๒๘ เมษายน คณะรัฐมนตรี โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้กับ พี่น้องเกษตรกรก่อนเลย ซึ่งเป็นพี่น้องที่มีอาชีพลำบาก แล้วก็จำนวนมาก ก็ตั้งเลยว่าให้ไปดู เกษตรกรที่จดทะเบียน ท่านประกาศมาเลยว่าจะดูแลประมาณ ๑๐ ล้านรายก่อน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาทต่อราย เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ดังนั้นหน่วยงานที่จะแจ้งให้รัฐบาลทราบ มี ๗ หน่วยงานด้วยกันที่รวบรวมบัญชีของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ก็มีอยู่ดังนี้ครับ กลุ่มที่เลี้ยงสัตว์ก็คือกรมปศุสัตว์ มีผู้ขึ้นทะเบียนอยู่ ๑,๕๙๐,๐๐๐ ราย ทำไร่ ทำนา กลุ่มปลูกพืช กรมส่งเสริมการเกษตรขึ้นทะเบียนให้ประมาณ ๖,๓๓๐,๐๐๐ ราย ต่อจากนั้นมาก็เป็นกรมประมง กรมประมงก็มีเกษตรกรไปขึ้นทะเบียนด้วย ๕๓๐,๐๐๐ ราย นอกจากนั้นก็เป็นการยางแห่งประเทศไทย ๑,๗๕๐,๐๐๐ ราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อย และน้ำตาลทราย ๔๐๐,๐๐๐ ราย กรมสรรพสามิต ๔๐,๐๐๐ ราย และกรมหม่อนไหม ๔๐,๐๐๐ ราย รวมแล้ว ๑๐ ล้านราย ใน ๑๐ ล้านรายก็มีหลายท่านทักท้วงว่ามันซ้ำซ้อน ดังนั้น ครม. ก็เลยมีมติให้ไปตรวจสอบกันใหม่ ผู้ที่มีรายได้ประจำแต่เป็นเกษตรกร หรือว่า ผู้ที่มีประกันสังคมต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องตัดออก ดังนั้นวันนี้วันที่ ๗ กรกฎาคมเราได้จ่ายเงินไปแล้ว ให้เกษตรกร ๗,๓๙๗,๒๘๒ ราย เราจ่ายไป ๒ เดือนแล้วคือเดือนพฤษภาคมกับเดือนมิถุนายน เราจ่ายเสร็จแล้วเป็นเงิน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมบอกเหลือเดือนสุดท้ายก็จะเริ่มจ่าย วันที่ ๑๕-๒๒ กรกฎาคมนี้อีก ๓๖,๙๕๐ ราย ดังนั้นเงินที่เยียวยาชดเชยรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร จนสิ้นสุดโครงการ รวมทั้งสิ้น ๑๑๐,๔๘๐ ล้านบาท นี่คือการเยียวยาให้พี่น้องเกษตรกร ที่ประสบปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ในครั้งนี้ ในระหว่างที่เกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอะไรไว้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศอยู่แล้ว อันดับแรก กรมส่งเสริมการเกษตรท่านก็เข้าใจว่า ขณะที่เกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) เรามีเคอร์ฟิว (Curfew) ไม่สามารถจะเดินทางได้ การขนส่ง พืชผลธัญญาหารออกไม่ได้ ดังนั้นกรมต่าง ๆ ต้องไปนำมาขายให้ กรมส่งเสริมการเกษตรก็นำมา ขายให้กับพี่น้องเกษตรกร เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๔๒ ล้านบาท กรมประมงก็เอากุ้ง หอย ปู ปลาที่ออกมา ไม่ได้ มาขายออนไลน์ (Online) บ้าง มาขายตามปั๊ม ปตท. บ้าง ก็ได้เงิน ๒๑๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท กรมการข้าวก็นำข้าวหอมมะลิต่าง ๆ มาขายได้อีก ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ส.ป.ก. ก็ดูแลพื้นที่ เกษตรกรที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. นำสินค้ามาช่วยขาย ได้รายได้ประมาณ ๑ ล้านบาท กรมส่งเสริมสหกรณ์ทำงานหนักเพราะมีสมาชิกมาก ก็นำสินค้ามาขายได้ ๒๒๙ ล้านบาท นี่เป็นการช่วยเหลือในระหว่างที่เกิดโควิด (COVID) และทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราสร้างรายได้ให้กับคนงาน แรงงานคือกรมชลประทาน กรมชลประทาน ช่วยเหลือพี่น้องไปเป็นลูกจ้าง ๓ เดือนบ้าง ๖ เดือนบ้าง ทั้งหมด ๗๙,๐๐๐ ราย เป็นเงิน ๑,๗๕๑ ล้านบาท กรมส่งเสริมการเกษตรก็จ้างแรงงานเหมือนกันครับ กรมส่งเสริมการเกษตร จ้างแรงงานไปทั้งหมด ๑,๑๐๐ ราย นี่เป็นการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วลดภาระล่ะ ลดภาระอย่างนี้ครับ ลดภาระคือกรมส่งเสริมการเกษตรนอกจากจ้างแล้ว เราก็ให้เงินช่วยเหลือ สนับสนุนให้พี่น้องปลูกผักประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน เป็นเงิน ๔ ล้านบาทเศษ กรมหม่อนไหมให้ท่อนพันธุ์ไป ๒๓๗,๐๐๐ ท่อน คิดเป็นเงินประมาณ ๔๕ ล้านบาทครับ นอกจากนั้นก็มีกรมประมงช่วยค่าอาหารประมาณ ๔๕ ล้านบาท ส่วนหนี้สินอันนี้แน่นอนทุกคนเข้าใจดีว่าเมื่อเกิดโควิด (COVID) เกิดการว่างงาน สินค้าเกษตร ก็ขายไม่ได้ หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานปลัดนั้น หยุดและลดดอกเบี้ยให้กับผู้ที่กู้เงินกองทุนหมุนเวียนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย เป็นเงินประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ลดดอกเบี้ยให้ คิดเป็นเงิน ๕๗ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลดชำระหนี้และลดการส่งเงินหุ้นนะครับ มีเงินค่าหุ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ราย ๒,๔๐๐,๐๐๐ ราย เป็นลูกหนี้ทั้งนั้น ก็หยุด ไม่ต้องชำระทั้งหนี้หุ้น แล้วก็ไม่ต้องส่ง การยางล่ะครับ การยางก็หยุด เหมือนกันครับ หยุดการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย คิดเป็นมูลค่าแล้ว ๗๑๖ ล้านบาท สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตรงนี้ก็เหมือนกันขยายการชำระหนี้ให้เกษตรกร ที่กู้เงินของกองทุนไป คิดเป็นเงินประมาณ ๑๘ ล้านบาทเศษ ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ตรงนี้ท่านต้องช่วยนำไปประชาสัมพันธ์ บ้านท่านซึ่งเป็นขวัญใจเลย ท่านเป็นขวัญใจ แล้วอาชีพเลี้ยงโคก็เป็นขวัญใจของเกษตรกร เราได้ไปชี้แจงร่วมกันเรื่องโคขุน ที่ท่านประสบ ความสำเร็จมากคือการเลี้ยงโคขุน แล้วก็โคนม ผมจะเล่าให้ฟัง ท่านนริศอยากให้ชาวบ้าน มีสตางค์ ผมก็บอกท่านนริศต้องไปจูงพี่น้องที่ท่านเคยเลี้ยงวัวมาแล้วมาร่วมโครงการ โควิด (COVID) แก้วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ ท่านก็ไปรวมคนมาชี้แจง ในวันนั้นทุกคน เข้าใจ ในการกู้เงินที่จะไปเลี้ยงวัวนั้นต้องจดเป็นวิสาหกิจชุมชนไม่น้อยกว่า ๗ ราย มากกว่านั้นได้ กลุ่มหนึ่งให้กู้ได้ ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท แล้วเราก็มีการประกันราคา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือมีตลาดรองรับในการเลี้ยงวัวครั้งนี้ เรียกว่าโคขุนแก้วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่ง ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำชับมาเลย ท่านให้วงเงินกู้ร่วมกับ ธ.ก.ส. ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็ทยอยปล่อยเท่าที่สมาชิกได้จดทะเบียน เรียบร้อย แล้วก็มีตลาดรองรับเราก็ปล่อย ตอนนี้เราเริ่มจะปล่อยกุ้งที่อยู่ชายทะเลภาคใต้แล้ว ต่อไปจะมีการส่งเสริมให้เลี้ยงกุ้ง เพราะมีประกันกุ้งตายได้ วัวเหมือนกันครับ ที่เลี้ยงคราวนี้ก็มี การประกันชีวิต ไม่มีการเสี่ยงเลยสำหรับพี่น้องเกษตรกร กุ้งก็เหมือนกันครับ ท่านปล่อยกุ้งไป เท่าไร เลี้ยงกุ้งมีอาหารกุ้งให้ มีประกันการซื้อ มีบริษัทส่งออกมารับซื้อเลย แล้วก็ถ้ามีกุ้งตาย กุ้งประสบปัญหามีบริษัทรับประกัน ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ อยู่ขณะนี้ก็พยายามจะให้พี่น้องได้มีรายได้เพิ่มขึ้นและช่วยเลี้ยงครอบครัวได้ พยายามทำทุกอย่าง เพื่อนสมาชิกทั้งหลาย นอกจากจังหวัดพัทลุงแล้ว ก็นำโครงการนี้ไปประชาสัมพันธ์ได้ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความปรารถนาให้ทุกคนมีรายได้เพิ่ม จึงอนุมัติเงินกู้ร่วมมาให้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำได้ทุกอาชีพ แต่ต้องมีตลาดรองรับ อันนี้เป็น ปัจจัยสำคัญร่วมกับ ธ.ก.ส. ครับ ที่ผมจะกล่าวถึงก็คือวัวนม ท่านเอาใจใส่มาก วัวนมขณะนี้ ที่จังหวัดพัทลุงมีประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าแม่ ของสหกรณ์ผลิตน้ำนมได้วันหนึ่งประมาณ ๑๑ ตัน ๑๑ ตันนี่ท่านได้รับโควตา ๒๕ ตันต่อวัน ท่านต้องไปหานมแล้ว ตอนนี้ท่านไปขยาย ได้แล้ว ขณะนี้โควตาท่านของจังหวัดพัทลุงนมไม่พอก็เลยต้องเอานมจากภาคกลางไปช่วย อยากให้ท่าน ส.ส. นริศไปประชาสัมพันธ์เลย อันนี้เป็นเรื่องที่ดี ท่านยังมีนมอีก โควตาที่ท่านได้รับไป ท่านไปส่งเสริมเลย ก็เอาเงินนี้ไปได้ล้านละร้อยเหมือนกันนะครับ🔗

ส่วนที่ท่านถามประการสุดท้าย ก็คือว่าหลังจากนี้ที่เยียวยาแล้วมีอะไรบ้าง ขอกราบเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้ประชุมทุกกรมทั้งกระทรวงเลยว่า ควรจะทำอะไรให้กับพี่น้องเกษตรกรหลังจากนี้ เพราะเรามีเงินกู้ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอนุมัติ มาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เสนอไปเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ รวมทั้งสิ้น ๔๘ โครงการ เป็นเงิน ๑๔๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในวันนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้ว ๖ โครงการ เป็นเงินประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียม รองรับในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั้ง ๑๐ ล้านราย อย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้ว ดังนั้น ก็ฝากท่านนริศอีกครั้งหนึ่ง ท่านไปช่วยประชาสัมพันธ์ นอกจากจังหวัดพัทลุงแล้วในภาคใต้ ท่านก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนริศ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ที่จริงท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบคำถาม ข้อที่ ๒ ล่วงหน้าไปแล้ว ส่วนต่อไปนี้อาจจะเป็นข้อเสนอแนะฝากท่านเท่านั้นเองนะครับ เรื่องที่ ๑ อยากให้ทางกระทรวงได้พิจารณาทบทวนเรื่องการช่วยเหลือครอบครัวพี่น้องเกษตรกร ที่หัวหน้าครัวเรือนเป็นข้าราชการหรือเป็นข้าราชการบำนาญ หรือเป็นผู้ประกันตน โดยขณะนี้ ถ้าหัวหน้าครอบครัวเป็นข้าราชการ เป็นข้าราชการบำนาญ และผู้ประกันตน ทางกระทรวง ตัดไปเลย แต่ว่าผมอยากให้ท่านทบทวนว่าลองไปดูเป็นรายครัวเรือน ถ้าหัวหน้าครอบครัว เป็นข้าราชการจริง แต่ว่าสมาชิกในครัวเรือนเป็นเกษตรกรและดำรงชีพอยู่ด้วยเงินจาก เกษตรกรรม อยากให้ท่านทบทวนในการให้ความช่วยเหลือ เพราะรัฐบาลมีเป้าหมายในการ ช่วยเหลือเกษตรกรเป็นรายครัวเรือน ข้าราชการก็ไม่ได้ร่ำรวยทุกคนนะครับ เช่นสมาชิก ๖ คน ในครัวเรือนนี้เป็นข้าราชการคนเดียว แล้วอีก ๕ คนเป็นเกษตรกร และฐานะครอบครัว มีความลำบากยากจน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการเป็นเกษตรกร อยากให้ท่านกลับเข้ามาช่วยเยียวยา เรื่องนี้ด้วย ฝากท่านเรื่องที่ ๑ นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่อง อกม. หรืออาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน หน่วยงานนี้ องค์กรนี้ เข้มแข็งมากครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเขาทำงานคล้าย ๆ กับ อสม. เลย ในการเป็นพี่เลี้ยงและแนะนำพี่น้องเกษตรกรในหมู่บ้านในการปลูกพืช ในการใช้ปุ๋ย ในการใช้ ยาฆ่าแมลง และบางคนมีศักยภาพเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องการตลาดทางด้านการเกษตร ประจำหมู่บ้าน ผมคิดว่าองค์กรนี้ถ้าได้รับการสนับสนุนจะเกิดความเข้มแข็งในหมู่บ้าน ช่วยกระทรวงได้มาก ช่วยเกษตรอำเภอ ช่วยเกษตรตำบล ท้ายสุดช่วยประเทศชาติบ้านเมืองได้ ผมอยากให้ทางกระทรวงได้พิจารณาช่วยเหลือเหมือนกับที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ ช่วยเหลือ อสม. เพราะว่า อกม. ก็ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในช่วงโควิด (COVID) ผมไปในหมู่บ้านก็เห็น อกม. ของท่านช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเข้มแข็ง อย่างจริงจัง และเกิดประโยชน์อยู่มากมาย🔗

ผมขออนุญาตฝากท่านเรื่องปศุสัตว์อีกครั้งหนึ่งว่าท่านรัฐมนตรีประภัตร ได้กรุณาทุ่มเทด้านปศุสัตว์จนวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ว่าที่จังหวัดพัทลุงเกษตรกร ได้รับผลกระทบจากการที่ขายนมเข้ามาสู่สหกรณ์แล้วสหกรณ์ไม่สามารถผลิตได้ตามออเดอร์ (Order) ตามศักยภาพที่มีอยู่ เพราะ ๑. โรงเรียนปิดเทอมบ้าง ๒. ตลาดแคบลงจากโควิด (COVID) บ้าง ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ขอให้ท่านได้ส่งคนไปดูว่าเกษตรกร ได้รับความลำบากควรได้รับความช่วยเหลือ รวมทั้งสหกรณ์ในจังหวัดพัทลุง🔗

เรื่องสุดท้ายที่จะฝากท่านก็คือเรื่องประมงเล็ก ๆ ในทะเลสาบพัทลุง ประมงในอ่าวไทย ประมงในทะเลอันดามันได้รับการดูแลอย่างดี แต่ว่ามีประมงเล็ก ๆ ในพื้นที่ ทะเลสาบเป็นประมงที่เหมือนกับถูกทอดทิ้งอยู่พอสมควร มีหน่วยงานที่เข้ามาดูแล ก็เป็นหน่วยงานเล็ก ๆ การปล่อยสัตว์น้ำลงไปสู่ทะเลสาบก็มีปัญหา เพราะว่าหน่วยงาน ที่ไปตั้งอยู่ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็เป็นหน่วยเล็ก ๆ ไม่มีศักยภาพที่จะปล่อยสัตว์น้ำลงสู่ ทะเลสาบที่มีขนาดถึง ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ไม่เพียงพอครับ อยากให้ขยายหน่วยงานนี้ และหน่วยงานประมงก็เป็นหน่วยงานที่มีคนอยู่ในพื้นที่ไม่มาก ผมคิดว่าการทำให้ทะเลสาบ กลับมาสมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจะทำให้ภาคประมงของจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครศรีธรรมราชที่อยู่รอบทะเลสาบกลับมาอุดมสมบูรณ์ พี่น้องประมงสามารถ ที่จะเก็บเกี่ยวรายได้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ต้องขอบคุณท่านประธาน ต้องขอบคุณรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาทุ่มเททำงานจนพี่น้องเกษตรกรได้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งจนพี่น้อง เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ แต่ว่ายังมีส่วนที่ตกหล่น ที่ผมกราบเรียนท่าน เราตกหล่นเรื่อง ครอบครัวเกษตรกรที่เป็นข้าราชการ เป็นข้าราชการบำนาญ และเป็นผู้ประกันตน อยากให้ท่าน ไปสำรวจ อกม. ในพื้นที่ที่เป็นตัวแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ และเรื่องปศุสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์ปศุสัตว์ที่จริงคนน้อยมาก งานเขามากในพื้นที่ แล้วก็รายได้ของปศุสัตว์ เทียบเคียงกับรายได้พืชแล้ว แต่ว่าปศุสัตว์มีไม่ครบทุกอำเภอ ผมอยากให้ท่านจัดเจ้าหน้าที่ ไปให้ครบทุกอำเภอ สุดท้ายคืออยากให้ท่านให้กรมประมงได้ฟื้นฟู โดยพัฒนาปรับปรุง ศักยภาพของหน่วยงานประมงในพื้นที่รอบทะเลสาบ เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง ผมจึงขออนุญาตขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณรัฐมนตรีที่ได้กรุณาทุ่มเททำงานจนประสบ ความสำเร็จในระดับหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีประภัตรอีกรอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ สมแล้วครับที่ท่านเป็นขวัญใจชาวพัทลุง ท่านถามตรงประเด็น แล้วก็เป็นปัญหาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการไปบ้างแล้ว อกม. เราเห็นดีด้วย ครั้งนี้เราขอไปแล้ว บางส่วนขอไปประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ อัตรา แต่ไม่ทราบว่า จะได้รับไหม ทุกเรื่องผมรับไปดำเนินการแล้วจะเรียนให้ท่านทราบนะครับ ผมก็เพิ่งจะทราบ ว่านมของท่านไม่พอ ก็ฝากไว้นี่ละครับผู้แทนตัวจริง ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่าจบ การประชุมตามระเบียบวาระที่ ๑ คือกระทู้ถามนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตดำเนินการ ไปตามวาระของกระทู้ถามแยกเฉพาะเลยนะครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้อย่างที่เราได้รับทราบ ว่าเป็นบทบัญญัติอยู่ในส่วนที่ ๔ ของข้อบังคับ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุขอให้ตอบกระทู้ถาม แล้วก็โดยประสบการณ์ที่เห็นมาจากห้องนี้ถือว่า กระทู้ถามได้รับการบรรจุเร็วกว่าห้องใหญ่นะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องเฉพาะ โดยที่ท่านผู้ถาม ทุกกระทู้มีประสบการณ์มาแล้ว แล้วท่านผู้ตอบก็มีประสบการณ์ เพียงแต่ว่าสำหรับผู้ที่เข้ามา อยู่ในห้องประชุมขอให้รักษาความสงบเรียบร้อยนะครับ และในการตั้งกระทู้ถามนี้วันนี้ ได้บรรจุไว้ ๗ กระทู้ถาม มีท่านรัฐมนตรีขอเลื่อน ๒ กระทู้ถาม ก็มี ๕ กระทู้ถามนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๙๓ เรื่อง เงินเยียวยา กลุ่มเปราะบาง ทางสังคมที่ขาดหาย (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗

ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ได้มาแล้ว ขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้ามาอยู่ช่วยให้ข้อสังเกต สนับสนุนข้อมูล ๑. นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๒. นางนันท์นัดดา ฤทธิ์มนตรี รักษาการแทน ผู้อำนวยการกองพัฒนานโยบายและนวัตกรรม ทางสังคม ๓. นางกิจติยา ใสสอาด รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ และแผนงาน ขอเชิญท่านผู้ถามกระทู้ถามนะครับ กระทู้ถามหนึ่งไม่เกิน ๒๐ นาที โดยแบ่งเป็นของผู้ถาม ๑๐ นาที ของรัฐมนตรี ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นเวลาตอบ ครั้งแรกไปแล้วก็เผื่อไว้คำถามที่ ๒ ด้วย เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนว่ากระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ถามที่ผมได้เข้าในห้องนี้ ๓-๔ ครั้งแล้ว และกระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ถามที่ยื่นก่อนสภาจะเปิด และเป็นกระทู้ถามที่เกิด เรื่องราวก่อนที่จะมีสภาเปิด แล้วก็เป็นความห่วงใยของผมเองในฐานะเป็นผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะสิ่งที่สำคัญคือการเยียวยาของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะต้องช่วยเหลือกลุ่มต่าง ๆ ตั้งแต่ ผู้ประกอบการ คนงาน แรงงาน กรรมกร และในเซกเตอร์ (Sector) ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การที่จะใช้เงินของรัฐบาลในการกู้ การยืม หรือแม้แต่การใช้เงินสำรองจ่ายเอาไปช่วย ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แล้วก็การตั้งงบประมาณใหม่ที่จะไปดูแล แต่สิ่งสำคัญคือมี กระทรวงหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะต้อง ดูแลกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางนี้จะมีกลุ่มที่เกี่ยวข้องอยู่คือผู้สูงอายุ เด็กแรกเกิด ๑-๖ ขวบ คนพิการ คนไร้บ้าน คนตกหล่น และผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างฉุกเฉิน ซึ่งจะมีอยู่ แล้วกลุ่มคนพวกนี้มีความยากลำบาก สำคัญก็คือจะต้องมีผู้ดูแล มีผู้อนุบาล และมีครอบครัวที่ให้เวลากับพวกเขา เอาเงินงบประมาณหรือรายได้ที่มีอยู่เพื่อใช้จ่ายดูแล กลุ่มคนพวกนี้ ฉะนั้นการเข้าถึงของกลุ่มคนพวกนี้ผมกลัวว่าจะขาดตกบกพร่องลงไป โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาว่าจะให้ ๑,๐๐๐ บาทหรือจะให้ ๓,๐๐๐ บาท ก็ตาม ก็ยังไม่มีตัวเลขแน่นอน แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ เพราะว่าเร็ว ๆ นี้ผมติดตามข่าวดู มีความชัดเจนว่าวันที่ ๒๐ กรกฎาคมนี้จ่ายแน่ เดี๋ยวท่านอธิบายแล้วกันว่าจ่ายอย่างไร ผมกราบขอบคุณครับ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับคือมีเงื่อนไขกับคนที่ไม่ได้รับ ก็คือผู้ที่ได้รับ เงินเยียวยาไปแล้ว ๕,๐๐๐ บาทในโครงการไม่ทิ้งกัน ผู้ที่ได้รับเงินเยียวยาในเรื่องของเกษตรกร ผู้ที่อยู่ในช่วงของการรับเงินเยียวยาจากการช่วยเหลือของประกันสังคม ตามมาตรา ๓๓ กลุ่มคนเหล่านี้ที่จริงเขาคือครอบครัวของคนที่อยู่ทั้งหมดนี้ ทั้งเด็กแรกเกิด จะบอกว่า เขาได้ซ้ำได้ซากไม่ได้นะครับ เพราะว่าอันนี้คือเงินงบประมาณที่เขาต้องมาจ่ายให้กับ คนเปราะบางนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญผมจึงอยากจะถามในเรื่องที่ ครม. ได้อนุมัติ ไปแล้ว ๖.๗ ล้านคน เป็นจำนวนเงินเท่าไรผมก็ไม่ทราบ เดี๋ยวคูณเอา ในส่วนหนึ่งที่มีอยู่แล้ว เลยอยากถามกระทรวงว่าสรุปแล้ววงเงินที่ของบประมาณช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ยังขาด อยู่เท่าไร และกำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรมอย่างไร ที่จะดำเนินการชดเชยให้กับ ผู้มีสิทธิอย่างครบถ้วนและไม่เกิดปัญหา มีระบบการจัดสรรและจ่ายอย่างไรเพื่อมิให้เกิดความ เดือดร้อน โดยเฉพาะการเดินทางในการเบิกรับเงินอย่างไร ตลอดจนการรับเรื่องร้องเรียน จากเหตุล่าช้าและการแสดงสิทธิอีกหรือไม่ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตท่านประธาน ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็ขอขอบพระคุณ ท่านที่กรุณาให้ความห่วงใยในกลุ่มผู้เปราะบาง ซึ่งทุกคนก็มีความเป็นห่วง อยากจะกราบเรียน อย่างนี้ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นที่ได้เห็นก็คิด เหมือนกับท่านว่ากลุ่มเปราะบางนี้ควรจะได้รับสิทธิของเขาเต็มที่ เราได้นำเสนอขออนุมัติ การช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมจากกลุ่มนี้คือเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทเป็นระยะเวลา ๓ เดือน แล้วที่เราเสนอไปคือให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ ขอแบบถ้วนหน้านะครับ คือขอไป ๑๓,๑๔๓,๐๗๙ ราย ประกอบไปด้วยกลุ่มเด็กที่รับเงินอุดหนุนเพื่อการดูแลเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นไม่ได้พิจารณาความซ้ำซ้อน กับการช่วยเหลือเยียวยาด้านอาชีพจากมาตรการของกระทรวงการคลัง แต่เนื่องจากว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมิได้เป็นผู้มีสิทธิชี้ขาดในการใช้เงิน งบประมาณก้อนนี้ ก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการคณะกรรมการซึ่งมีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ มีกระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวงอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน สำนักงบประมาณด้วย พิจารณาการให้ความช่วยเหลือ ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าข้าราชการ ทุกท่านอยากที่จะให้เงินเยียวยากับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด แต่ผมเชื่อว่าเนื่องจาก มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณในการที่จะต้องกู้เงิน แล้วก็เป็นภาระของประชาชนทั่วไป ไปช่วยเหลือกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าโดยปกติแล้วกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กแรกเกิด แล้วก็กลุ่มคนพิการ ถ้าไม่มีวิกฤติไวรัสโคโรนา (corona) โรคระบาด ได้รับเงินเยียวยาอยู่แล้วรายเดือน แต่การที่เราขอคือขอกรณีพิเศษช่วยเหลือกลุ่มคนต่าง ๆ เหล่านี้ เราจึงได้ขอไป แล้วที่ประชุมก็มีความติดขัดในเรื่องที่ว่าถ้าให้แล้วเป็นการพิจารณา ให้ซ้ำซ้อนก็จะมีปัญหากับกลุ่มอื่น คือกลุ่มของเกษตรกร กลุ่มของผู้ใช้แรงงาน และกลุ่มอื่น ๆ ที่มีความซ้ำซ้อน ในที่สุดถ้าจำนวนเงินมาบวกกันแล้วก็จะเกินเงินกู้ที่รัฐบาลจะสามารถกู้ได้ แล้วก็อาจจะไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีที่ต้องมาแบกรับภาระต่าง ๆ เหล่านั้น ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีของเด็กแรกเกิดมี ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเราจะให้แบบถ้วนหน้าทุก ๆ คนก็อาจจะ ไม่เป็นธรรมกับคนที่มีรายได้น้อยหรือผู้เสียภาษี ผู้เสียภาษีนั้นเราจะจ่ายให้เฉพาะคนที่มี รายได้ของครอบครัวต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี คนที่มีฐานะสูงเกินไปนั้นก็ต้องดูแลตนเอง ฉะนั้นเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ให้ความคุ้มค่า แล้วก็ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ขอกราบเรียน เบื้องต้นครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสมาชิกถามต่อครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ในข้อ ๒ ก็คือเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นคำตอบที่รัฐบาล คงได้ตอบในสื่อสารมวลชนหลายประเด็นแล้ว โดยเฉพาะผมก็ได้ข้อมูลมาบ้าง โดยเฉพาะ เรื่องของการที่ ครม. ได้อนุมัติ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานี้เองครับ อนุมัติให้ ๖.๗ ล้านคน จ่ายคนละ ๑,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่สำคัญคือจ่ายทีเดียวก็คือ ๓,๐๐๐ บาท ครั้งเดียว แต่ผมยังเป็นห่วงเป็นใยครับท่านประธาน ถึงแม้ว่าผู้ที่มีรายได้สูงกว่าไม่ใช่เป็น ผู้ยากไร้จริง ๆ ครอบครัวที่ดูแลกลุ่มคนพวกนี้จริง ๆ อาจจะยังขาดตกบกพร่องอยู่ หรืออาจจะอยู่ตามขอบชายแดนของประเทศแล้วเข้าไม่ถึง เข้าไม่ถึงหมายความว่า ยังไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการลงทะเบียน เพราะว่าในการลงทะเบียนจะต้องใช้เทคโนโลยี มีการกรอกหมายเลข มีการกรอกบัตรประจำตัวประชาชน มีการกรอกเลขที่บัญชี แล้วก็ ต้องโอนเข้าสู่บัญชีของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคาร ธ.ก.ส. แล้วก็ยังมีธนาคารอื่น ๆ ที่จะจ่ายให้อีก แต่สาระส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารของรัฐครับ ทีนี้ประเด็นตรงนี้ผมห่วงใยแค่ชายขอบคือที่ต่ำจริง ๆ คือไม่ใช่คนที่มีสตางค์อยู่ในเมือง ที่พอดูแลลูกเต้าหรือพอดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ที่บ้านได้ อันนี้ผมคิดว่าเขาคงไม่มาขอครับ โดยลำพังแล้วผู้เสียภาษีเกินกว่าคงจะไม่มาขอ แต่คนไม่เสียภาษีหรือตกหล่นอยู่ในระบบ การเสียภาษีคือไม่ใช่ไม่เสีย เสียครับ แต่เขาไม่ยื่นภาษีเท่านั้นเอง คือตัวเลขพวกนี้ มันจะหายไปอยู่ตามขอบของประเทศ คนพวกนี้เข้าถึงไม่ได้ ผมอยากเรียนว่ารัฐบาล ควรจะส่งเหมือนทีมก้าวหน้าของแบงก์เข้าไปเลย รุกเข้าไปในชุมชน หมู่บ้านที่ยังขาดตก บกพร่อง คือเขาสามารถส่งทีม ของธนาคารออมสินเขาก็มีฝ่ายไปเก็บ ไปฝาก เปิดบัญชี เพราะมันต้องใช้การเปิดบัญชีของกลุ่มผู้เปราะบางทั้งหมด แม้กระทั่งเด็กหรือที่อยู่ในชนบท อะไรพวกนี้ อันนี้คือส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะให้เห็นว่านั่นคือคนที่ยังยากไร้จริง ๆ ไม่ใช่คนที่ เป็นลูกท่านหลานเธอ อย่างผมนี่ผมมีคุณแม่อยู่ แก่อย่างนี้ผมก็ไม่เบิกหรอกครับ เพราะผม เข้าใจอยู่แล้วว่ามารยาททางสังคมรุนแรงครับไปเบิกคงไม่ได้ แต่ผมกลัวตรงนี้ ก็อยากให้ทาง กระทรวงได้โปรดเข้าไปถึงลูกค้าจริง ๆ ถ้าเข้าไปถึงลูกค้าพวกนี้จะทำให้ พูดง่าย ๆ ว่ารัฐบาล จะได้เฟเวอร์ (Favour) เต็ม ๆ แล้วค้นหาคนพวกนี้เข้าสู่บัญชี เพราะว่ารอบหน้าอาจจะมีก็ได้ รอบถัดไปอาจจะมีอีก หรือแม้กระทั่งระบบอื่นที่จะต้องเยียวยากลุ่มคนพวกนี้ เป็นการสำรวจ ฐานข้อมูล ทำบิ๊กดาตา (Big Data) คือข้อมูลของกระทรวงให้แข็งแรงเพื่อเชื่อมในอนาคต🔗

ผมเลยมีคำถามในคำถามที่ ๒ ว่ากลุ่มเปราะบางแต่ละกลุ่มที่อยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวง สรุปแล้วว่าของกระทรวงนี้จะได้รับเงินต่อเดือนคนละเท่าไร ก็คงมียอดนะครับ ระยะเวลาที่จะได้เท่าไรก็มีคำตอบอยู่ในสื่อแล้ว และงบประมาณทั้งสิ้น ทั้งหมด วอลุม (Volume) ใหญ่ที่บอกว่าเงินกู้ไม่พอหรืออะไรพวกนี้ สรุปแล้วคือใช้ไปเท่าไร แน่ ๆ ขณะนี้ได้ทำการช่วยเหลือเยียวยาครบถ้วนหรือไม่ ท่านก็บอกว่ามันไม่ครบถ้วนแน่ ๆ ผมเข้าใจอยู่ครับ แต่ขอให้ได้คือวอลุม (Volume) ที่ลึกที่สุดจำนวนเท่าไร และจัดทำ ฐานข้อมูลไว้ ณ ที่ใด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในโอกาสต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบพระคุณ ในคำแนะนำของท่าน ส.ส. ที่แนะนำว่าให้จัดทีมลง อยากจะกราบเรียนท่านว่าเราคิด เหมือนกัน แล้วเราห่วงประชาชนเหมือนกันครับ ตอนที่มีโควิด (COVID) ระบาดอย่างรุนแรง แล้วก็ปิด ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราได้เตรียมการว่าเมื่อสถานการณ์เบาบางลง ถึงแม้ว่าจะยังไม่ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นั้นได้จัดทีมตามที่ท่านแนะนำครับ เราจะมีวันโฮม (One home) ก็คือ ทุกหน่วยงานของเราในกระทรวงในแต่ละจังหวัดจะออกไปเยี่ยมตามหมู่บ้าน แล้วออกไป เยี่ยมพร้อมกับอาสาสมัครพัฒนาชุมชนซึ่งมีประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ทำงาน ร่วมกับทีมของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด แล้วก็ทุกคนนั้น จะต้องรายงานมาที่กระทรวงทุกสัปดาห์ว่าปัญหาที่มีอยู่นั้นมีอะไรที่คุณแก้ไปได้แล้วบ้าง มีอะไรที่คุณแก้ไม่ได้บ้าง นอกจากนั้นทั้งกระทรวงนำโดยปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้หารือกัน แล้วผมได้มอบนโยบายไปว่าข้าราชการของกระทรวง พม. ตั้งแต่ระดับ ๓ ถึงระดับ ๘ ๕๐๐ กว่าคนลงพื้นที่หมด แบ่งเป็นทีม ทีมละ ๖ คน คือ ๑ คน ต่อ ๑ หน่วยงาน แล้วทุกคนที่ไปเป็นทีมนั้นลงพื้นที่เพื่อสามารถตัดสินใจแก้ปัญหา แล้วอย่างที่ท่านบอกครับใครก็ตามที่ไม่ได้ขึ้นบัญชีเราก็แนะนำให้เขาขึ้นบัญชี แล้วผม กราบเรียนท่านว่าผมลงพื้นที่เองนะครับ ผมอยู่การเมืองนี้มานาน แล้วครูผมคือท่านชวน หลีกภัย เหมือนกัน ก็เป็นวัตรปฏิบัติที่บอกว่าให้ผมเข้าไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนเยอะ ๆ ผมไปแม้กระทั่งในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองต่าง ๆ ยังมีคนที่ยากจนแล้วก็เข้าไม่ถึงสิทธิ อย่างที่ท่านพูดนั่นละครับ ก็ได้ดำเนินการให้เขาเข้าถึงสิทธิ สิ่งที่เราทำก็คือนอกจาก เข้าถึงสิทธิเพื่อขอเบิกเงินเด็กแรกเกิดหรือแม้กระทั่งขึ้นทะเบียนคนพิการแล้ว ผมกราบเรียน ท่านว่าเราไม่ได้ไปเพื่อแจกถุงยังชีพ เราเข้าไปเพื่อดูแลสิทธิของคนต่าง ๆ เหล่านี้ว่า เขามีปัญหาหรือไม่ แล้วตอนหลังก็ปรับปรุงไปเรื่อย ๆ จนขณะนี้เวลาลงไปพื้นที่จะบูรณาการ กัน ๘ กระทรวงครับ ใครที่มีปัญหาเรื่องของสุขภาพอนามัยที่จะต้องไปหาหมอ กรมอนามัย กับเราประสานส่งไปที่โรงพยาบาลอำเภอ ใครที่จำเป็นจะต้องไปขึ้นทะเบียนขอความช่วยเหลือ ไปอยู่ในบ้านที่จะต้องดูแลผู้พิการ อย่างเมื่อวันก่อนจังหวัดราชบุรีเราไปกันวันอาทิตย์ วันจันทร์เรามีทีมมารับคนพิการไปเข้าสถานที่ดูแลของคนพิการ เราไปเจอแม้กระทั่งที่ จังหวัดปัตตานีครับ มีลูก ๖ คน เด็กต้องเสียสละ ได้เรียนแค่ ๒ คน เพราะว่าไม่มีเงินเรียน เราก็จัดหาให้เขามีที่เรียนหนังสือ แล้วก็จัดหาทุนให้เขาด้วย นี่เป็นการบูรณาการกัน อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้ปรารถนาว่าเด็กชายขอบทั้งหลายที่เข้าไม่ถึงนี้เราพยายามเน้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียน ตชด. ทั้งหมด เด็ก ๓๖,๐๐๐ คนก็เป็นกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง ที่เราเข้าไป เพราะว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะเข้าไม่ถึง เราได้เข้าไปหมด แล้วก็ได้พยายามเก็บตกตัวเลขตรงนี้มาเรื่อย ๆ ท่านอาจจะถามว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่า คนที่ตกหล่นจากเงินกลุ่มนี้ไปแล้วจะไปเข้ากลุ่มของผู้ประสบภัยฉุกเฉินครับ ซึ่งเรา จะสามารถจัดงบประมาณให้ตามความเหมาะสม นอกจากนั้นแล้วเราก็ไปดูถึงบ้าน มีการประชาคมในหมู่บ้านว่าคนในหมู่บ้านนี้คนไหนที่จนที่สุด ลำบากที่สุด ที่สมควรจะต้อง ซ่อมบ้าน จะฟังเสียงจากประชาคมนั้นเพื่อให้งบซ่อมบ้านไป แล้วงบซ่อมบ้านก็ไม่ได้มีเยอะ มีงบซื้อวัสดุ ผมคิดว่าสิ่งที่จะช่วยเขาได้คือเขาได้งบประมาณประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะซ่อมบ้าน ก็ประหยัดให้เขาด้วยการที่ไปขอทหารช่างร่วมกับช่าง อบต. แล้วก็ช่าง อบต. ได้เงินค่าจ้างบ้าง แต่ทหารช่างจะเป็นหลักเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ซ่อมบ้าน เหล่านั้น โดยที่เงิน ๔๐,๐๐๐ บาทเดิมจะใช้เป็นค่าแรง ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ค่าวัสดุ ๒๐,๐๐๐ บาท เราใช้เป็นซื้อวัสดุทั้งหมด ๔๐,๐๐๐ บาทเลย อาจจะแบ่งมาให้เป็นค่าแรงบ้าง เล็กน้อย แล้วก็ที่เหลือทหารช่างก็ทำงานให้ฟรี เป็นการบูรณาการกันที่ทำให้ประชาชนนั้น ได้เข้าถึงได้มาก เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงมีพระราชดำรัสว่าอยากให้ ดูแลประชาชนให้มีความสุข อย่าให้ลำบาก แล้วล่าสุดนี้ท่านพระราชดำรัสมาว่าขอให้ ปรับปรุงให้ดีขึ้นทุก ๆ มิติ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านสุดท้ายคือว่าตัวเลขเด็กแรกเกิดที่ได้รับ การสนับสนุน ก็คือ ๑,๓๙๔,๗๕๙ ราย เป็นวงเงินทั้งหมด ๔,๑๘๔,๒๖๘,๐๐๐ บาท ผู้สูงอายุ ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุนั้นหลังจากหักความซ้ำซ้อนแล้วก็จะได้เงิน ๑๒,๑๖๙ ล้านบาท ส่วนคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการนั้นก็ได้ ๓,๙๙๑ ล้านบาท รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด จะเป็นเงิน ๒๐,๓๔๕,๖๔๓ ล้านบาท ฉะนั้นนี่คือกลุ่มเป้าหมายที่เราได้ดูแล แล้ววันนี้ ก็ยังต่อเนื่องไม่หยุด เพราะว่าเงินที่กระทรวงมีทั้งหมด ก็กราบเรียนท่านว่าได้ตัดความ ฟุ่มเฟือยต่าง ๆ หรือตัดงบที่ไม่จำเป็นออกไปเข้ามาอยู่ในกองของที่จะต้องช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย กลุ่มคนเปราะบางทั้งหมด แล้วก็ยังทำงานไม่หยุดจนกว่า จะวันสุดท้ายที่งบประมาณจะมี แล้วงบประมาณปีใหม่มาก็จะทำต่อเนื่องครับ ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุพิศาลยังมีอะไรไหมครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่มีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๙๔ เรื่อง สร้างถนนลาดยางเส้นทาง บ้านโมน-บ้านโคกหลวง ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗

ในโอกาสนี้ขออนุญาต ให้ผู้สนับสนุนข้อมูลดังต่อไปนี้เข้ามาได้ครับ ๑. นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย ๒. นายไพศาล พันธุระ มีเท่านี้นะครับ ส่วนท่านสมาชิกเป็นผู้เข้าใจกฎเกณฑ์กติกาแล้ว เพียงแต่เตือนสำหรับ บุคคลภายนอกว่าให้รักษาความสงบ กระทู้ถามนี้ก็ถามและตอบได้ในเวลา ๒๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญคุณอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ ต่อหน้าท่านประธานและท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่มาตอบ กระทู้ถาม เรื่อง สร้างถนนลาดยางเส้นทางบ้านโมนไปถึงบ้านโคกหลวง ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ เวลาที่ดิฉันออกไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ดิฉันก็ไปที่ศาลากลางบ้านนี้ละค่ะเป็นหลัก บ้านโคกหลวง แล้วเวลาอ่านประวัติของหมู่บ้าน โคกหลวง ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร กว่าร้อยปีค่ะท่านประธาน แต่ถนนที่จากถนนใหญ่ หมายเลข ๒๒ เข้าไปในหมู่บ้านนี้ไม่มีเลยค่ะ ไม่มีเลย ยังเป็นถนน ลูกรังอยู่เลย แล้วก็ตามที่เห็นในภาพ มีภาพให้ท่านประธานด้วยว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสแค่ไหน ก็คือมีลูกรัง พอที่จะมีกำลังเงินจากการบริจาคของคนในหมู่บ้าน แล้วก็เอามาหยอดหลุมอย่างนี้ค่ะ ก็เลยว่าหมู่บ้านนี้ทำไมจะต้องเป็นหมู่บ้านที่เดียวดาย ที่รัฐมนตรีไม่ไปดูแลบ้าง ซึ่ง ส.ส. ในพื้นที่นั้นไม่มีงบประมาณสักบาทนะคะ มีแต่กำลัง ความสามารถที่จะนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาสู่สภาผู้แทนราษฎร ถนนเส้นนี้ ไม่ยาวมาก ๔.๕ กิโลเมตรแค่นั้นเอง แล้วก็เป็นถนนที่ติดกับถนนสายหลัก หมายเลข ๒๒ หรือถนนนิตโย จังหวัดอุดรธานีถึงจังหวัดสกลนครและต่อไปที่จังหวัดนครพนม เป็นถนน สายยุทธศาสตร์ และทะลุไปได้ถึงแขวงคำม่วน ถึงประเทศเวียดนาม แล้วก็ถึงประเทศจีนได้ ถนนเส้นนี้ตอนนี้กำลังสร้างเพื่อที่จะรองรับการพัฒนาประเทศสู่อาเซียน (ASEAN) แต่ว่าถนน แยกเล็ก ๆ เข้าไปเราก็อยากจะให้ดูแลพี่น้องประชาชนเราบ้าง ไม่อยากให้พี่น้องประชาชน คิดว่าตัวเองเป็นประชาชนชั้นสอง ให้ทางท่านรัฐมนตรีดูแลด้วย ดิฉันถามจากเหตุผลดังกล่าว ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมด แล้วก็ที่บ้านโคกหลวงนี้มีจำนวนครัวเรือนถึง ๑๕๐ ครัวเรือน มีประชาชนทั้งสิ้น ๗๐๐ กว่าคน โดยเฉพาะเปิดเทอมใหม่อย่างนี้ประชาชน ผู้ปกครอง และนักเรียนออกมาใช้เส้นทางนี้กันมากเลยทีเดียว🔗

คำถามแรกก็คือกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะพัฒนาปรับปรุงถนน ช่วยเหลือ หรือพัฒนาถนนสายบ้านโมน-บ้านโคกหลวง ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๙๔ ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ผมเรียนท่านประธานไปถึง ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงซึ่งดูแลเรื่องการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน วันนี้เรามีการกระจายอำนาจ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระจายไปตามพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะจากข้อซักถามที่ท่านบอกว่ากระทรวงมหาดไทย จะมีนโยบายในการพัฒนาปรับปรุงถนน ช่วยเหลือ หรือพัฒนาถนนบ้านโมน-บ้านโคกหลวง อย่างไร ผมเรียนอย่างนี้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการก่อสร้างและบำรุงถนน เป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นอยู่แล้ว เพื่อที่จะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ด้านสาธารณะโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่าการดำเนินการต่าง ๆ นั้นต้องนำมาจาก ความต้องการของพี่น้องประชาชน เรื่องของปัญหาอะไรต่าง ๆ เป็นเรื่องของท้องถิ่น ในกรณี ที่มีปัญหาเร่งด่วนหรืออาจจะมีภัยพิบัติเกิดกับสาธารณะ องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถ ที่จะนำปัญหาเหล่านั้นมาแก้ไขได้โดยตรงอยู่แล้ว อาจจะมีการแก้ไขแผนพัฒนาของท้องถิ่น อยู่แล้ว เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น อันนี้ผมเรียนเบื้องต้นก่อนนะครับ การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานเรื่องของถนน ผมตอบเลยครับว่าถ้าเป็นโครงการสั้น ๆ อาจจะใช้ งบประมาณของท้องถิ่นเอง แต่ว่าถ้าเป็นโครงการที่เกินขีดความสามารถของท้องถิ่น ท้องถิ่น ก็อาจจะต้องทำโครงการเสนอผ่านโครงการของจังหวัดมาให้กับกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพื่อเป็นแผนเงินอุดหนุนในแต่ละปี ๆ ซึ่งผมเรียนยืนยันว่าผู้บริหารท้องถิ่นเอง เขาทราบอยู่แล้วในการที่จะดำเนินการอย่างไรตามขั้นตอน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อันนี้ผมเรียนในเบื้องต้นก่อนให้เห็นว่างานภารกิจสำคัญของการพัฒนาชนบทเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานเป็นเรื่องของท้องถิ่นโดยตรง แต่ว่าท้องถิ่นเองจริง ๆ แล้ว ณ วันนี้เราสามารถที่จะ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่นของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ว่าโครงการ เหล่านั้นเราอาจจะมอบหมายงานให้กับหน่วยงานซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินการแทนได้ อย่างเช่นถ้าเป็นถนนที่อยู่ในโครงข่ายอย่างนี้เราอาจจะต้องทำเรื่องในการที่จะขอ เขาเรียกว่า คณะกรรมการกระจายอำนาจระดับจังหวัด ขอถ่ายโอนเส้นทางต่าง ๆ ที่คิดว่าท้องถิ่น ไม่มีศักยภาพในการทำได้ให้กับหน่วยงานที่เขามีความพร้อมในการดำเนินการต่อไป อันนี้ เป็นงานซึ่งผมเห็นว่าเป็นภารกิจของท้องถิ่นในการที่จะดำเนินการ ส่วนกระทรวงมหาดไทยเองนั้น ผมเรียนว่าถ้าท้องถิ่นเองเห็นว่าเกินขีดความสามารถก็สามารถที่จะทำโครงการได้ แต่ว่ามาสู่ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะพิจารณาเรื่องเงินอุดหนุนต่อไป เบื้องต้น ผมขออนุญาตตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ได้ตอบกระทู้ถามของดิฉันว่าเรื่องถนนเส้นนี้เป็นเรื่องของท้องถิ่น ดิฉันสอบถามไปที่ท้องถิ่นแล้วนะคะ เขาบอกว่าไม่มีเงินงบประมาณ ท่านก็ให้ข้อมูลมาอีกว่า ควรจะบูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทเพื่อสามารถจะก่อสร้าง ถนนเส้นนี้ได้🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าวันนี้ดิฉันไม่ขอพึ่งบารมีท่านประธาน และท่านรัฐมนตรี ดิฉันก็ไปคุยกับนายก อบต. เลยว่าทำให้พี่น้องประชาชนบ้าง ไปคุยหลายครั้งเขาบอกว่าไม่มีงบประมาณ เมื่อไม่มีงบประมาณขั้นตอนจากบนสู่ล่างสั่งการ ให้หน่อยสิคะท่านประธาน หรือบูรณาการอย่างไรถ้าบอกว่าคำว่าสั่งการนั้นสื่อออกไป เป็นปฏิปักษ์ต่อท่านรัฐมนตรี ท่านใช้คำใหม่ว่าเราจะบูรณาการให้ถนนเส้นนี้เพื่อประชาชนได้ ๑๐๐ ปีทุกเส้นทางที่ไปหมู่บ้านนี้ไม่มีถนนลาดยางเลยหรือเทคอนกรีตเลยอย่างนี้ค่ะ มันก็เป็นที่สะเทือนใจเป็นอย่างมากเลย ในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนและรับใช้ พี่น้องประชาชนในเขตนั้นจึงมาร้องขอท่านประธานว่าจะบูรณาการอย่างไร ให้เป็นอำนาจ หน้าที่ของเสนาบดีท่านนี้ด้วยค่ะว่าท่านจะบูรณาการอย่างไร ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ จริง ๆ ผมเข้าใจในความรู้สึกของท่านสมาชิกที่ได้ให้ความห่วงใยกับ พี่น้องประชาชน แต่ผมเรียนว่า ณ วันนี้เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งทำหน้าที่ ในการดูแลแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว แต่ผมเข้าใจนะครับว่าท้องถิ่นเวลาแก้ปัญหา ประชาชนโดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน บางทีขีดความสามารถของงบประมาณ มีจำกัด อย่างเส้นทางดังกล่าวผมดูระยะทาง ๔.๖ กิโลเมตร ได้รับงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดไปแล้วประมาณสัก ๖๒๐ เมตร ไม่ถึงกิโลเมตร ได้ทำไปแล้ว บางส่วน ยังเหลืออยู่ประมาณ ๓,๘๘๐ เมตร ๓ กิโลเมตรกว่านะครับ ผมเรียนเบื้องต้น ให้ท่าน ส.ส. ได้มีความเข้าใจว่าการพัฒนาต้องมาจากพื้นที่ของท้องถิ่นซึ่งเขามีเนื้อที่อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าโครงการดังกล่าวผมเรียนด้วยความเคารพว่าเส้นทางดังกล่าวย้อนหลัง ๓ ปี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่เคยของบประมาณมาเลย องค์กรดังกล่าวไม่ได้ขอมาที่ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเลย ย้อนหลัง ๓ ปี แต่ว่าองค์การบริหารส่วนตำบลที่ขอ ในปี ๒๕๖๓ ความจริงมีส่วนหนึ่งที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรไปแล้ว ซึ่งเป็น อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งใกล้เคียงกันมาก จัดสรรไปแล้ว ๙ ล้านบาทเศษ แล้วทำเสร็จไปแล้ว แต่ว่าเส้นทางดังกล่าว อบต. ไม่ได้ของบประมาณมาเลย แต่ถ้า อบต. ขอมาผมมั่นใจว่า กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะพิจารณาให้ ซึ่งเขามี หลักเกณฑ์อยู่แล้ว เรื่องของการขอในโครงการต่าง ๆ ที่เกินขีดความสามารถของท้องถิ่น ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกนะครับ วันนี้รัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนแปลง ผมเข้าใจว่า บางทีท่านผู้แทนเองจะของบประมาณโดยตรงไม่ได้แล้วผิดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องไปสื่อสารกับ ท้องถิ่นว่าเมื่อเขามีหลักเกณฑ์อย่างนี้ต้องให้ท้องถิ่นดำเนินการในการขอโครงการ งบประมาณต่าง ๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนดให้ในเรื่องการดำเนินการต่าง ๆ ตามความต้องการ ของประชาชน แล้วก็ต้องเสนอเป็นแผน ๕ ปี แล้วก็เสนอแผนเข้าจังหวัดมาสู่กรม กรมจะได้ พิจารณาให้ว่าโครงการดังกล่าวนั้นมีความต้องการของพี่น้องประชาชน และไม่เคยขออย่างนี้ อย่างท้องถิ่นไม่เคยขอเส้นนี้เลยก็อาจจะเป็นไปได้ที่เราจะเสนอเข้าคณะกรรมการ แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเป็นคนพิจารณาและเสนอไปสู่สำนักงบประมาณ ในการพิจารณาดำเนินการเสนอเป็นพระราชบัญญัติกฎหมายงบประมาณต่อไป อันนี้ผมเรียน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยความเข้าใจและเห็นใจว่าอยากให้ได้ จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ อยากฝากไปเลยว่าให้ท่านนายก อบต. และคณะทั้งหลายของท้องถิ่นกรุณาทำโครงการด้วย เพื่อเราจะได้ติดตาม แล้วก็เห็นว่าเป็นความต้องการของประชาชนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านอนุรักษ์ มีอะไรจะถามต่อไหมครับยังพอมีเวลา แต่แนะนำนะครับ ท่านรัฐมนตรีแนะนำว่าอาจจะต้อง ประสานท้องถิ่นให้ทำเรื่องขึ้นมา เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันไม่ติดใจท่านรัฐมนตรี ว่า ๓ ปีมาแล้วนี้ไม่ขอ แต่ดิฉันติดใจว่านโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ให้ท้องถิ่นดูแล ท่านกำหนดนโยบายลงไปใกล้ชิดผู้บริหารท้องถิ่นขนาดไหนว่าทำไมถึงเพิกเฉย เขากลัวอะไรไหม หรือนโยบายไม่ถึง ไม่มีการอบรม สัมมนาว่าถ้าประชาชนเดือดร้อนผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องทำ โครงการขึ้นมา หรือว่าทำแล้วแต่หายระหว่างทางหรืออย่างไร ดิฉันไม่ได้ตำหนิท่านรัฐมนตรี ตำหนินโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ไปถึงผู้บริหารท้องถิ่นช้า หรือเขาทำขึ้นมาแล้วแต่ว่า จากล่างสู่บนมีการหายระหว่างทางหรืออย่างไรคะ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านรัฐมนตรี จะตอบก็ได้นะครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ขออนุญาตเพิ่มเติม พอดีจริง ๆ แล้วเป็นเกณฑ์ในการดำเนินการการขอจัดทำงบประมาณ ซึ่งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ทราบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าองค์การบริหารส่วนตำบล ธาตุทอง ในปี ๒๕๖๓ เขาได้ขอมา ๑ โครงการ เป็นเงินอุดหนุนที่เกินขีดความสามารถ ของเขา แล้วทางกระทรวงมหาดไทยเองก็จัดสรรงบประมาณไปดำเนินการจนแล้วเสร็จแล้ว ส่วนโครงการดังกล่าวเพียงแต่ว่าไม่ได้ขอมา กลัวว่าอาจจะขอเกินกำลังหรือกลัวว่า ทางกระทรวงมหาดไทยอาจจะไม่จัดสรรให้ แต่ก็ฝากไปว่าขอให้เยอะไว้ก่อน ส่วนการจัดสรร เป็นเรื่องของคณะกรรมการในการพิจารณาให้ ผมขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วในงบฟื้นฟูที่เป็น งบเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เป็นโครงการเพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจ องค์การบริหารส่วนตำบลธาตุทองก็ได้เสนอโครงการนี้เข้ามาเหมือนกันในงบฟื้นฟู เรื่องดังกล่าวก็รับทราบแล้ว แต่ว่าอยู่ในขั้นตอนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นคนพิจารณาในวงเงิน ๑๒ ล้านบาทเศษ ส่วนที่เหลืออยู่ ๓,๘๘๐ เมตร เป็นโครงการ ซึ่งเห็นแล้ว อันนี้ผมจะติดตามให้ท่านเมื่อได้รับการพิจารณา แล้วก็ดำเนินการแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชนต่อไปครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีช่วยตามให้หน่อย ก็แล้วกันนะครับ🔗

กระทู้ต่อไปขออนุญาตเลื่อนกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๖ ของคุณอนุรักษ์ บุญศล และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจะได้ตอบ ขออนุญาตเลื่อนมาเป็น กระทู้ถามแยกเฉพาะต่อไปนี้นะครับ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๙๙ เรื่อง ขอขยายไฟฟ้าแรงสูง ๓ จุด ๓ ตำบล บ้านนาถ่อน หมู่ ๗ กิโลเมตรที่ ๑๔-๑๗ ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน บ้านโนนแสนสุข หมู่ ๑๑-บ้านหนองกระเดา หมู่ ๗ ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน และบ้านหนองโจด หมู่ ๕ ตำบลโคกศิลา อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗

ขออนุญาตผู้ให้ข้อมูลเข้ามา ในห้องประชุมได้ ๑. นายเสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า ๒. นายทรงวุฒิ ขันดี ๓. นายจักรพงษ์ ชโยดมเดชา ๔. นายขจรศักดิ์ ภักดีมีชัย แล้วก็ คุณอนุรักษ์ ขออนุญาตให้นางสาวอภิญญ์พงษ์ บุญศล นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล เข้ามา ร่วมฟังด้วย ก็อนุญาตนะครับ ขอเชิญได้เลยครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะไปที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความต้องการของไฟฟ้า อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ บางครั้งดิฉันได้รับคำตำหนิติเตียนมาจากการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ที่รับผิดชอบทั้งอำเภอเจริญศิลป์ และอำเภอส่องดาว ด้วยว่าทำไมเรื่องของไฟฟ้าการเกษตร ไฟฟ้าครัวเรือนถึงได้ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรบ่อย ๆ ดิฉันทราบว่าการทำงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอสว่างแดนดินนั้นหนักสาหัสสากรรจ์ ต้องบอกว่าหนักสาหัสสากรรจ์ ถึงแม้ว่าจะตำหนิ ดิฉันบ้าง แต่เพื่อความต้องการของพี่น้องประชาชนดิฉันต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และใช้ความสามารถที่มีอยู่ให้ถึงที่สุด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอสว่างแดนดินก็เช่นเดียวกัน ทำงานหนักมาก เพราะว่าเฉพาะอำเภอสว่างแดนดินนั้นมีถึง ๑๖ ตำบล แล้วยังไปรวม อำเภอเจริญศิลป์อีก ๕ ตำบล อำเภอส่องดาวอีก ๕ ตำบล เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่อยู่ที่นั่น ต้องบอกว่าเหนื่อยมากเลยทีเดียวเพราะเราเป็นอำเภอที่ใหญ่ แล้วความต้องการของไฟฟ้า เรื่องโครงการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ต้องบอกว่าโครงการนี้ปิดไปแล้วค่ะ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ซึ่งไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนั้นต้องบอกว่าเมื่อมีการเกษตรออกไปตามท้องไร่ ท้องนา สวนยางพารา ไร่มันสำปะหลัง สวนผัก ไร่อ้อย ยิ่งออกไปปลูกเป็นพืชผัก ผลไม้มากเท่าไร ยิ่งต้องการไฟฟ้า ดิฉันเข้าไปดูพี่น้องประชาชนที่ยังไม่มีไฟฟ้า ดิฉันขอดูมือเขาค่ะ วันนั้นไปกินข้าวเหนียวด้วยกันก็ไปขอดูมือเขาทำไมปั้นไม่ได้ เลือดออกเลยเพราะว่าไม่มี ไฟฟ้า เขาบอกว่าถ้ามีไฟฟ้าแม่ครูมือผมจะไม่เป็นอย่างนี้ แค่มีแหล่งน้ำแล้วต่อไฟแล้วก็โยน ซับเมิร์จ (Submerge) ลงไปในบ่อน้ำก็สามารถที่จะฉีดรดพืชผัก ผลไม้ได้เลย แต่นี่จะต้องเอา คุถังหิ้ว หิ้วแล้วก็ลากมารด เพราะเขาจะต้องดำรงให้มันอยู่ได้เหมือนชีวิตคน เพราะว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เขาปลูกนั่นคือชีวิตเขาเช่นเดียวกัน ดิฉันถามไปว่าขอขยายไฟฟ้าแรงสูง ๓ จุด ๓ ตำบล บ้านนาถ่อน หมู่ที่ ๗ กิโลเมตรที่ ๑๔-๑๗ ระยะทาง ๓ กิโลเมตร เขาต้องการ ไฟฟ้าแรงสูงไปเลย ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน บ้านโนนแสนสุข หมู่ที่ ๑๑ บ้านหนองกระเดา หมู่ที่ ๗ ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน และ บ้านหนองโจด บ้านหนองโจดนี้ดิฉันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรปีที่ ๑๒ บ้านหนองโจด หมู่ที่ ๕ ตำบลโคกศิลา อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ทราบว่าทุกอย่างมีต้นทุน แต่ชีวิตเขา ก็ต้องก้าวต่อไป โครงสร้างพื้นฐานอันดับแรก ๆ ก็ต้องมีให้ด้วย🔗

ดิฉันถามคำถามแรกว่าโครงการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรจะสิ้นสุดโครงการ แล้วท่านจะแก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้าไปตามสวนยางพารา ไปตามเรือกสวนไร่นา มันสำปะหลัง อ้อย และการขยายออกไปอยู่ตามไร่ ตามนา ท่านจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศอย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอนุรักษ์ บุญศล ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านให้ความกรุณาถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การขยายเขต ไฟฟ้าแรงสูง ๓ จุด ในตำบลบ้านนาถ่อน หมู่ที่ ๗ กิโลเมตรที่ ๑๔-๑๗ ระยะทาง ๓ กิโลเมตร แล้วก็อีก ๒ จุด ผมเรียนเบื้องต้นอย่างนี้ก่อนว่าเรื่องของการขยายเขตไฟฟ้าบริการ พี่น้องประชาชนเป็นงานสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีนโยบาย มีเป้าหมายอยู่แล้วว่าเราจะทำอย่างไรให้มีไฟฟ้าครอบคลุมแทบว่าจะเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้ได้ แต่ผมเรียนด้วยความเคารพว่ามันก็ทำลำบากเพราะมีการขยายตัว ของครอบครัว ของครัวเรือนอยู่ตลอดเวลา การไฟฟ้าเองก็มีโครงการเร่งรัดดำเนินงานตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ มา มีหลายโครงการต่อเนื่องใช้งบประมาณเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทำต่อเนื่องมา ก็ยังไม่เรียบร้อยทั้งหมด ผมตอบตรง ๆ ว่ายังมีพื้นที่อีกหลายพื้นที่ที่ยังมีความต้องการ ขยายเขตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร พื้นที่ของท่าน ส.ส. ซึ่งได้ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะมา ผมเรียนเบื้องต้นเพิ่มเติมว่าโครงการเรื่องการขยายเขต การเกษตรนั้นเรายังไม่ได้ปิดอะไร เรายังมีการกระทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตามความ ต้องการของพี่น้องประชาชน เรามีข้อมูลนำเสนอความต้องการอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จัดสรร งบประมาณในการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ตามความต้องการของพี่น้อง ประชาชน เพียงแต่ว่าการดำเนินการตามโครงการเขาต้องมีหลักเกณฑ์ในการที่จะพิจารณาว่า การลงทุนเท่าไร แล้วทางการไฟฟ้าเองเขาก็มีโครงการเข้าไปสนับสนุน อย่างเช่นเรื่องพื้นที่ การเกษตรจะเป็นรายละประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ราย ถ้าเป็นครัวเรือนก็ ๗๕,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ราย เพียงแต่ว่าโครงการดังกล่าวที่ท่านถามเป็นคำถามที่ ๑ นั้น ผมเรียนเบื้องต้นก่อน ว่าเขาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจให้แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากหม้อแปลงไฟฟ้าเดิมอยู่ ๒ กิโลเมตร ถ้าจะดำเนินการก็ต้องมีการปักเสาไฟแรงสูงแรงต่ำแล้วก็ติดตั้งหม้อแปลง ซึ่งต้องใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ ๘๓๐,๐๗๓ บาทเศษในการดำเนินการตามโครงการ ถ้าเราคิด คำนวณจากการช่วยเหลือของการไฟฟ้าแล้วจะต้องมีการสมทบเข้าไปต่อรายประมาณสัก ๕,๐๐๐ บาทเศษ อันนี้ผมเห็นตัวเลขก่อนนะครับ จากการไปลงสำรวจแล้วปรากฏว่า มีครัวเรือนเพียง ๑๑ ครัวเรือน เมื่อคิดตัวเลขเราต้องสมทบ เลยทำให้มีโครงการดังกล่าวนี้ พอถามเรื่องการสมทบกับพี่น้องประชาชนมันก็จะทำไม่ได้ แต่ผมเรียนว่าจะทำอย่างไรล่ะ ถ้าเราไม่อยากสมทบ ก็ต้องพยายามที่จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั้งหลายไปสร้างครอบครัว เพิ่มในเส้นทางการขยายเขต อย่างผมดูตัวเลขว่าถ้ามีครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น ๑๒ ครัวเรือน แทบไม่ต้องสมทบเลย โครงการดังกล่าวสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ อันนี้เรียน เบื้องต้นก่อนนะครับ อยู่ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไปสื่อสารกับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็ต้องเห็นใจทางการไฟฟ้าเหมือนกันเพราะว่ามันเป็นการลงทุน ต้นทุนมันมีอยู่ แต่ว่าพยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ แค่พี่น้องประชาชนวันนี้ตามสื่อออนไลน์ (Online) แค่เห็นวาระว่าจะเข้ากระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยฝากมาทันทีค่ะ บ้านนาดอกไม้ ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน ผ่านอ่างเก็บน้ำดงไร่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๓ กิโลเมตรมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง บอกว่าอย่างนี้เลยนะคะ แล้วก็อีกบ้าน บ้านบ่อร้าง บ้านโคกสีนวล ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ผู้ใช้ไฟ ถ้าท่านบอกว่าในกรณีตัวอย่างที่ท่านยกมา ตำบลบงเหนือ มี ๑๑ ครัวเรือนต้องเพิ่มคนละ ๕,๐๐๐ บาท ถ้าเขามีเงิน ๕,๐๐๐ บาทเขาเจาะบ่อบาดาล แล้วค่ะ เพราะว่าบ่อบาดาลเจาะราคาแค่ ๔,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น แล้วก็ใช้ระบบโยกก็ได้ อันนี้มันไม่มีขนาดนั้น ถ้ามีเงินขนาดนั้นเขาก็จะช่วยเหลือตัวเองเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใครก่อน นั่นคือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มี ดิฉันขอให้ห้องประชุม สภาผู้แทนราษฎรบันทึกผู้ต้องการใช้ไฟที่มาตามสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network) มี ๑. นายคำปุ่น คำปะอ่าว ๒. นายคำพล ฉลวยแสง ๓. นางลม ธนรักษ์ ๔. นายอำพล ประชานันท์ ๕. นายภูชิต จันทร์ขาว ๖. นายเพลินชัย มาศขาว ๗. นายประเสริฐ จันทร์ขาว อันนี้ยังมีอีกจำนวนมากที่เมื่ออ่านวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เจอแล้วส่งเข้ามา จำนวนมากเลยทีเดียว แต่ว่าเพื่อไม่รบกวนเวลาและมีความเกรงใจท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจะตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะเข้ามาอีกชุดหนึ่ง เพื่อที่จะถามว่ากระทรวงมหาดไทย โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี จะเริ่มสำรวจ และดำเนินการบริหารจัดการขยายไฟฟ้าแรงสูงทั้ง ๓ ตำบล ๓ จุด และ ๔ ตำบลที่ดิฉัน กล่าวมา ทั้งตำบลโคกศิลา อำเภอเจริญศิลป์ ทั้งตำบลแวง ตำบลบงเหนือ และตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อให้มีไฟฟ้าสู่ชุมชนเมื่อใด เวลาใด ระยะเวลากำหนด เมื่อใด ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ ใจตรงกันแล้วครับ อยากให้งานซึ่งเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนสำเร็จไปด้วยความรวดเร็ว เพราะว่าการที่ ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ก็อาจจะไปสร้างมูลค่าเพิ่มเรื่องเศรษฐกิจได้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องของ สินค้าการเกษตรทั้งหลายสร้างมูลค่าเพิ่มนะครับ แต่ผมเรียนว่ามันมีเกณฑ์อยู่ในการที่จะ กำหนดทิศทางของการที่จะไปขยายเขต ความจริงกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ผมฝากถึงท่านว่าเกณฑ์ทั้งหลายเหล่านี้ถ้ามีการสื่อสารกันด้วยความเข้าใจผมมั่นใจว่า ใน ๓ โครงการนี้จะได้รับการแก้ไขด้วยความรวดเร็ว อย่างเช่นเกณฑ์ของการมีบ้านเลขที่ ผมมั่นใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเข้าใจว่าทำอย่างไรให้มีบ้านเลขที่เพื่อเข้าเกณฑ์ ในการที่จะได้รับการบริหารจัดการขยายไฟฟ้าต่อรายให้ครบการลงทุนในการขยายเขตไฟฟ้า เดี๋ยวหลังจากนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน อาจจะต้องคุยกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกรอบ ในการที่จะทำอย่างไรให้โครงการดังกล่าวทั้ง ๓ โครงการนี้สามารถลุล่วงไปด้วย ความรวดเร็ว แต่ผมเรียนยืนยันว่าเป็นเป้าหมายของการทำงานของกระทรวงในการดูแล คุณภาพชีวิตเรื่องของการขอขยายไฟฟ้า ทำอย่างไรให้ครอบคลุมได้มากที่สุด แล้วก็เร็วที่สุด อันนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านอนุรักษ์ และท่านรัฐมนตรีนะครับ ยังมีเวลาอยู่ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันมีภาพ ที่ประชาชนส่งมาให้เมื่อเช้านี้ตั้งแต่ตีห้า กำลังแสงรำไร ๆ เลยทีเดียว มีบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ไม่สามารถขอบ้านเลขที่ได้ แจ้งให้ท่านประธานได้ทราบ ตอนนี้มีสวนยางพารา มีต้นยูคาลิปตัส มีสวนผลไม้ เต็มไปหมดเลยค่ะไม่สามารถขอได้ ดิฉันทราบเกณฑ์ค่ะ บ้านหลังนี้ไม่มีห้องน้ำเลยไม่สามารถที่จะขอเป็นบ้านเลขที่ได้ แต่เขาอยู่นะคะ อย่างนี้ค่ะ เกณฑ์แบบนี้ก็ทราบอยู่ว่ามันต้องมีห้องน้ำ แต่อยู่แบบนี้ กระจายกันไปอยู่แต่ไม่มีไฟฟ้าเลย นี่คือความน่าสงสารของพี่น้องประชาชนบ้านดิฉันที่สุด เห็นไหมคะถนนสุดลูกหูลูกตา แล้วสาย ๆ หน่อยบ้านนี้ก็ถ่ายรูปส่งมาอย่างนี้ค่ะ เพราะว่าไม่มีไฟฟ้าเขาอยู่ไม่ได้ จะต้องนำวัว นำควายกลับบ้าน ดังนั้นไฟฟ้าสว่างทั่วทิศ เศรษฐกิจทั่วไทย ท่านบอกมานะคะ แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนบางตำบลเป็น ๒๐๐-๓๐๐ ครัวเรือนเลยทีเดียวที่ต้องการไฟฟ้า เพราะว่ายุคสมัย เปลี่ยนไปไม่อยากอยู่ที่มืด ๆ ดำ ๆ แล้ว ก็ร้องขอท่านประธานผ่านไปที่ท่านรัฐมนตรี ด้วยความเคารพว่าช่วยเร่งรัดด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านมีอะไรจะตอบไหมครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว ผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ อยากให้อำเภอสว่างแดนดินมันสว่าง จริง ๆ ทุกหมู่บ้าน เพียงแต่ว่าการไฟฟ้าเองก็มีหลักเกณฑ์ตามที่ผมเรียนเบื้องต้นแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เรื่องบ้านเลขที่ผมว่าเป็นเรื่องที่มันเป็นเกณฑ์ แต่ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไร เราสามารถไปสื่อสาร แล้วคนที่ออกบ้านเลขที่ก็เป็นคน ในพื้นที่อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าบ้านเลขที่มีประโยชน์อะไร อย่างไร ถ้ามีความจำเป็นเรื่องของการมีบ้านเลขที่เพื่อขอโครงการไฟฟ้าอย่างนี้ผมมั่นใจว่าคนที่ออก เขาก็มีความตั้งใจจริง ๆ ที่จะดำเนินการให้ เพียงแต่ว่าขอรบกวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่าอาจจะต้องไปสื่อสารในเรื่องนี้กับประชาชนให้มีความเข้าใจว่ารัฐเองก็มีเกณฑ์อย่างนี้ เราจะทำอย่างไรให้มันเข้ากับเกณฑ์ แล้วเราได้ประโยชน์ในการทำงานเพื่อแก้ปัญหา ให้ประชาชนได้เร็วที่สุดเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านอนุรักษ์ และท่านรัฐมนตรีนะครับ จบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๖ ครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๙๖ เรื่อง ปัญหาการก่อสร้างสนามกีฬา จังหวัดนราธิวาสล่าช้า (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้แจ้งมาว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะดังกล่าวออกไปก่อน ฉะนั้นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑.๓.๓ ก็เลื่อนไป🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๙๗ เรื่อง การดำเนินการแก้ไขปัญหา ที่เกิดจากโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่ามีภารกิจสำคัญที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าจึงทำให้ไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนไป🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๙๘ เรื่อง การปิดกั้นรั้วประตูของแนวเขต รถไฟฟ้ามหานครและการประปานครหลวง (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗

แล้วในการนี้ได้ขออนุญาต ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มาร่วมสังเกตการณ์ให้ข้อมูลนะครับ ๑. นายวิทยา พันธุ์มงคล ๒. นายขวัญ สุขคง ๓. นายไมตรี แก้วแสงธรรม ๔. นายภุมเมศ ไชยตระกูล อนุญาตให้ เข้ามานะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบ ขอเชิญท่านเท่าพิภพครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ถามได้ ๒ ครั้ง มีเวลา ๒๐ นาที ทั้งผู้ถามและผู้ตอบรวมกันฝ่ายละ ๑๐ นาที เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะของผมเข้ามา ในสภาแห่งนี้ แล้วก็ถือโอกาสเป็นครั้งแรกของผมเลยที่ได้มาถามกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ ผมขอเกริ่นนิดหนึ่งครับท่านประธาน แต่อยู่ในประเด็น ไม่นานครับ ก็คือตามที่ผมได้เรียนไป ในเอกสารว่าประชาชนในชุมชนระหว่างแนวรถไฟฟ้าใต้ดินหรือมหานครนั่นเอง สายสีน้ำเงิน บริเวณซอยเพชรเกษม ๑๐/๑ ซอยจรัลสนิทวงศ์ ๒ ซอยอิสรภาพ ๒๓ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถ เชื่อมต่อระหว่างเพชรเกษมกับจรัลสนิทวงศ์ได้ คือเขาจะมีเส้นทางอยู่เส้นทางหนึ่งที่เข้าออก โดยใช้ใต้รถไฟฟ้าเป็นทางเลียบกัน ซึ่งแต่ก่อนเคยมีมาระหว่างก่อสร้างก็เปิด ชาวบ้านก็ใช้ จนชิน พอรถไฟฟ้าสร้างเสร็จเมื่อปีก่อน แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ไปเปิด ก็ปรากฏว่า เริ่มมีป้ายมาบอกว่าที่นี่เป็นของรถไฟฟ้ามหานครเอย บอกว่าเดี๋ยววันโน้นวันนี้จะปิด ซึ่งผมเคยปรึกษาหารือไปแล้วในสภา แล้วท่านประธานก็ให้ความกรุณาในการส่งหนังสือ ไปให้ทางรถไฟฟ้ามหานครได้ไปลงพื้นที่แล้ว แล้วได้ส่งจดหมายกลับมาให้ผมแล้ว ซึ่งตอนนั้นเองยืนยันว่ายังไม่ได้ปิดอย่างที่ชาวบ้านเขากลัว แล้วตอนนี้ที่ผมไปสำรวจมา ก็มีจุดหนึ่งที่ปิดไปแล้วของรถไฟฟ้ามหานครเอง อีกจุดหนึ่งของการประปาบริเวณที่เชื่อมต่อ ถนนเพชรเกษมได้ปิดไปแล้ว ก็คือปิดถาวรไปเลย เพราะว่าทางซอยนี้จะเป็นที่ของการ ประปา ซึ่งก็เข้าใจได้ครับว่าท่านมีสิทธิปิด และเข้าได้ ๒ ทางก็คือของ รฟม. กับการประปา ซึ่งถ้าการประปาปิด แต่ถ้ารถไฟฟ้ามหานครเปิดให้อยู่ก็ยังสัญจรได้ ซึ่งคำถามที่ผมจะถาม ก็เป็นตัวแทนมาถาม ก็คือต้องการทราบชัดถึงความแน่นอนในส่วนของรั้วในภาพสไลด์ (Slide)🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

รั้วแรกคือพอรถไฟฟ้า ลงใต้ดินไปมันก็จะมีทางนี้อีก ถ้าสามารถเปิดให้ได้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ต่อประชาชนที่สัญจร แล้วก็ในเมื่อมีเหตุร้าย เหตุต่าง ๆ ก็อยากให้ประตูรั้วนี้เปิดไว้เถอะครับ ให้ชาวบ้านได้สัญจร ให้รถพยาบาลได้เข้า ให้รถดับเพลิงได้เข้าอย่างสะดวก เพราะว่าอย่างใน เขตผมจะเป็นเมืองเก่าเยอะ เขตธนบุรี เขตบางกอกใหญ่จะเป็นซอกซอยเยอะมาก มีถนนใหญ่ เพียงเส้นเดียว รวมกับถนนนี้ก็เข้าไปสู่สวนสาธารณะบางกอกใหญ่ด้วย ก็อยากให้เปิดไว้ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อประชาชนตรงนั้นด้วย ถ้าท่านกลัวว่าใครจะจอดรถ ผมว่ามาคุย หาเส้นทางมาล็อกกันได้นะครับ ก็เลยอยากจะขอความมั่นใจ ฝากท่านประธานเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อยากถามว่าประตูรั้วดังกล่าวจะเปิดให้สัญจร ต่อไปได้หรือไม่ คืออาจจะเป็นตลอดไป หรือว่าถ้ามีเงื่อนไขอย่างไรโปรดอธิบายด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถาม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเท่าพิภพที่มีความ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องในพื้นที่เรื่องการสัญจรที่ไม่สะดวก ผมก็ขออนุญาตนำเรียนว่าสิ่งที่ท่าน ถามมาก็คือในเบื้องต้นทางกระทรวงคมนาคมไม่ได้ปิดกั้น ผมขออนุญาตท่านประธานใช้รูปนี้ อธิบายเพิ่มเติม ผมยังไม่ไปที่แนวรถไฟฟ้านะครับ เดิมเรามีทางเข้าออกอยู่แล้ว ก็คือทาง เข้าออกสู่ซอยเพชรเกษม ๑๐ ทางออกสู่ซอยเพชรเกษม ๑๐/๒ ซึ่งทั้ง ๓ ซอยนี้ เส้นสีเหลือง ตรงนี้จะเป็นเส้นที่เชื่อมโยงกันได้ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความสะดวกสบายของพี่น้อง ประชาชนในเขตนั้น จากคำถามที่ท่านสมาชิกถามมาก็คือทางกระทรวงคมนาคมก็ไม่ขัดข้อง เรายินดีที่จะเปิดให้ตลอดแนว สีฟ้าที่ท่านบอกก็คือจะเป็นแนวใต้รางรถไฟ เราก็จะเปิดให้เป็น รถผ่านได้ เพียงแต่ว่าข้อกังวลก็คือตรงนี้เราสามารถเปิดให้ได้ แต่เส้นข้างล่างตรงนี้ยังไม่มี สาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ไฟ ท่อระบายน้ำ หรืออาจจะต้องขอความร่วมมือจากตำรวจในการ มาช่วยจัดระเบียบ เหมือนที่ท่านพูดเมื่อสักครู่เลยครับว่าถ้าเราเปิดไปปุ๊บอาจจะมีรถมาจอด เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมได้มอบหมายให้ทาง รฟม. เองเป็นเจ้าภาพในการ ไปประสาน ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือทางตำรวจท้องที่ตรงนั้นที่ว่าเราจะมาบูรณาการแล้วก็จะ วางแผนกันอย่างไร เพราะว่าด้วยความคิดของกระทรวงคมนาคมเรายินดีเปิดให้พี่น้อง ใช้ประโยชน์ตรงนี้ ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกว่าเรายินดีเปิดให้ใช้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านเท่าพิภพครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้ยินอย่างนี้ผมก็ชื่นใจ ผมดีใจจริง ๆ นะครับที่ได้ยินอย่างนี้ เพราะว่า ชาวบ้านถามแล้วก็เป็นกังวลมาก คือสุดท้ายถ้าไม่มีสภาแห่งนี้ก็อาจจะไม่ได้รับความชัดเจน ก็ขอบคุณท่านประธานด้วยที่ได้จัดสรรกระทู้ถามของผมในวันนี้ แล้วจริง ๆ ผมอยากมี ส่วนร่วมในการที่จะบูรณาการจัดการ เพื่อวันหนึ่งผมอาจจะโพสต์ (Post) บอกชาวบ้าน หรือไปบอกว่าเราควรให้ความร่วมมือกับทางรถไฟฟ้ามหานครเขาด้วย เขาอุตส่าห์เปิดทาง ให้เราแล้ว อย่างไรช่วยใช้สมบัติสาธารณะให้ได้เป็นประโยชน์สาธารณะจริง ๆ นะครับ🔗

คำถามที่ ๒ บริเวณนี้คือหลังรั้วแรกไปอาจจะมีพื้นที่ คือผมเป็นผู้แทน สมัยแรก แต่ผมก็รู้สึกว่าผมอยู่ในเขตบางกอกใหญ่มานาน ลำพังที่มีสวนบางกอกใหญ่ก็ได้รับ บริจาคที่ดินมาจากเอกชน เป็นคุณยายที่เสียชีวิตแล้วลูกหลานไม่มารับมรดก สุดท้าย พินัยกรรมเขาให้มาเป็นสวนสาธารณะ มีแค่สวนเดียวคือสวนเล็ก ๆ เลย มีเนื้อที่ ๔ ไร่ คือผมเห็นประชาชนเขาเรียกร้องมาเยอะในเรื่องที่อยากมีพื้นที่เล่นกีฬา ส่วนใหญ่ก็ไปเล่น ตามใต้สะพานลอยหรือที่รกร้างอื่น ๆ และชุมชนเด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นกันตามท้องถนนหรือทาง เล็ก ๆ ผมสังเกตว่าบริเวณของรถไฟฟ้ามหานครที่ลงไปแล้วจะมีพื้นที่เป็นลานปูนกว้าง ๆ บางที่ที่ปิดรั้วไว้เป็นลานซีเมนต์ ผมเลยสงสัยว่าเป็นไปได้ไหมเราอาจจะเปิดให้เอา แป้นบาสเกตบอลไปวาง เอาโกล (Goal) หนูเล็ก ๆ ไปวาง แค่นี้ก็พอแล้วครับ ไม่ต้องไป สร้างอะไร เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้เตะบอล ออกกำลังกายกัน ท่านประธานก็คงคิด เหมือนผมว่าถ้าที่ของราชการ หรือพวกเราที่เป็นตัวแทนของประชาชน หรือข้าราชการ สผ🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร คือไม่มีอะไรจะถามแล้วครับ ผมเข้าใจดีว่าบางทีก็มีการที่จะทำ พื้นที่ไว้เพื่ออนาคตอะไร แต่ก็ถามเผื่อว่าจะได้ครับ ก็ถามเผื่อแทนพี่น้องประชาชน เพราะเรา เห็นว่าเป็นประโยชน์ คือเข้าใจว่าผมไม่มีอำนาจในตรงนั้น เกิดวันหนึ่งถ้าผมมีอำนาจ ผมก็อยากจะให้เปลี่ยนมุมมองกันว่าบางทีที่ของเราถ้าเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้บ้าง มันก็ลดแรงเสียดทานของประชาชนได้ในโครงการต่าง ๆ เพราะว่าบางทีผมเป็นผู้แทน แล้วไปฟัง หลายคนเขาก็บอกว่าตอนมาขอที่ให้เขาทำเขาก็ยอมให้ คือบอกเขาโน่นนี่นั่น แต่พอมาเขาจะขออะไรมันยากเหลือเกิน อันนี้ก็ฝากไว้ตรงนี้ แต่อย่างไรก็ขอบคุณมาก ที่เปิดทางให้ แล้วก็ได้ตอบคำถามที่ค้างคาใจ แล้วผมจะนำคำตอบเหล่านี้ไปให้กับประชาชน ในพื้นที่เขาน่าจะชื่นใจไม่น้อยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรไหม เชิญครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเท่าพิภพ ถือว่าท่านมีความ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องในพื้นที่ ก็คือเบื้องต้นสรุปวันนี้พื้นที่สีฟ้าที่ท่านเห็นใต้ทางรถไฟของ รฟม. ตรงนี้ท่านสามารถไปพูดกับพี่น้องได้ว่าทางกระทรวงคมนาคม รฟม. เราเปิดให้ใช้พื้นที่ แต่หลังจากนี้จะรบกวน ไม่ว่าจะเป็นตัวท่านเอง ตัว รฟม. ส่วนราชการ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือตำรวจ ผมอยากจะให้ทุกฝ่ายมานั่งบูรณาการหาข้อตกลงกันว่า หลังจากเปิดไปแล้วเราจะต้องมีข้อตกลงเอ็มโอยู (MOU) กันอย่างไรเพื่อที่จะรักษาพื้นที่ สาธารณประโยชน์ให้มีประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ไม่เป็นประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งต่อไป ก็ขอบคุณครับ ถือว่าท่านเป็นผู้แทนที่เป็นห่วงพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธาน ด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านเท่าพิภพ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ด้วยครับ จบกระทู้ถามนี้ครับ🔗

๑.๓.๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๐๐ เรื่อง การจัดระเบียบการจราจร เกี่ยวกับการใช้รถจักรยานยนต์ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗

ขออนุญาตให้บุคคล ดังต่อไปนี้เข้ามาได้ครับ คุณอดิเรก แตงทอง พันตำรวจโท พชร์ ฐาปนดุลย์ พันตำรวจเอก วิรดล ทับทิมดี กระทู้ถามแยกเฉพาะเรียนเจ้าหน้าที่ผู้ที่เข้ามานะครับ ว่าก็เป็นการแยกเฉพาะเรื่องเข้ามา วันนี้ก็มีการเสนอมา ๗ เรื่อง แต่ว่ารัฐมนตรีเลื่อนไป ๒ เรื่อง เรื่องนี้จะตอบเป็นเรื่องที่ ๕ เรื่องสุดท้าย ทั้งสมาชิกและรัฐมนตรีก็มีเวลา ๒๐ นาที แบ่งกันฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง พอถามครั้งแรกเสร็จแล้วถามได้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้ามา แล้วก็บุคคล ภายนอกนั้นก็ดูแลความเรียบร้อยเท่านั้นเองครับ ผมเรียนเพื่อทราบพอเป็นแนวทาง ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิก คุณเท่าพิภพถามครับ เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน เขตธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ ของผม กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๐๐ เป็นเลขที่สวยเป็นนิมิตหมายอันดีมาก เรื่องนี้จริง ๆ แล้ว เกริ่นง่าย ๆ ก็คือผมเป็นคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงานที่สภาทุกวัน ก็คือเป็นการเลื่อนขั้น หลังจากที่ผมหาเสียงโดยใช้จักรยานไป พอได้เป็นผู้แทนก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ แล้ววันหนึ่ง ผมก็ได้มาที่หน้าสภาแล้วก็เห็นกลุ่มชาว ๒ ล้อมาเรียกร้องเรื่องการอยากลงอุโมงค์หรือ ขึ้นสะพานเอย แล้วก็เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. จราจร ซึ่งเป็นกฎหมายที่เก่า แล้วมอเตอร์ไซค์ตอนนั้นอาจจะซีซี (CC) ไม่เยอะ ซีซี (CC) ไม่มากอาจจะขึ้นสะพานไม่ไหว ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจดีนะครับว่ารถสมัยนี้สามารถขึ้นได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งผมก็ยังเข้าใจ ความเป็นห่วงของหลาย ๆ คนในสังคมที่บอกว่ามันอันตราย ด้วยความสงสัยนะครับ วันนั้น ผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีได้หนังสือหรือเปล่า เพราะว่าชาว ๒ ล้อได้ยื่นผ่านท่านสิระ เจนจาคะ ไป แต่ผมจะอธิบายให้ฟังว่าในข้อเรียกร้องก็จะมีประมาณนี้ คือ ๑. ให้แก้กฎหมาย พ.ร.บ. ๒. มีมาตรการทำให้ปลอดภัยขึ้นอย่างไร อย่างเช่นการปรับเปลี่ยนหรือว่าแยกเลน (Lane) ในการที่รถลงอุโมงค์อะไรประมาณนี้นะครับ เลยอยากจะเป็นตัวแทนของชาว ๒ ล้อ มาสอบถามความคืบหน้าถึงเรื่องที่เขาเรียกร้องมาว่าได้ถึงกระทรวงหรือยัง หรือว่าได้ ดำเนินการหรือมีข้อเห็นอย่างไร จะรบกวนถามในคำถามแรกเลยนะครับว่าเรื่องนี้ ที่เป็นปัญหาอยู่ที่เคยร้องเรียนมารัฐบาลได้มีขั้นตอนแก้ไขไปอย่างไรแล้วบ้าง แล้วมีแผน จะจัดระเบียบเกี่ยวกับการใช้จักรยานยนต์ในระยะยาวอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ก็ขออนุญาต ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเท่าพิภพ เกี่ยวกับเรื่องการใช้รถจักรยานยนต์ จากที่ท่านสมาชิกได้กล่าวมาถึงกลุ่ม ปลดแอก ๒ ล้อ ต้องเรียนว่าได้มีผู้แทนกลุ่มปลดแอกชาว ๒ ล้อได้มียื่นฟ้องศาลปกครอง ในคดีหมายเลข ที่ ๑๖๓๙/๒๕๕๙ ยื่นฟ้องต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้ถูกฟ้อง แล้วก็กรุงเทพมหานคร ก็เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ ของรัฐออกกฎหมายโดยมิชอบ ซึ่งมีคำขอให้เพิกถอนและให้รื้อถอนป้ายจราจร ห้ามรถยนต์ ผ่านบริเวณสะพานข้ามทางแยกสะพานยกระดับ สะพานข้ามแม่น้ำ และในอุโมงค์ ตลอดทางร่วมทางแยก🔗

แล้วต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเป็นการกระทำ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณประโยชน์โดยส่วนรวม และเป็นไปเพื่อการปลอดภัย และสะดวกในการจราจรเท่านั้น ไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสาระสำคัญแห่งสิทธิ และเสรีภาพในการเดินทางของผู้ฟ้องคดี ในเบื้องต้นก็คือศาลชั้นต้นได้ตัดสินออกมาแล้ว ปัจจุบันคือทางกลุ่มปลดแอก ๒ ล้อก็อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการพิจารณา ก่อนอื่นก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับ เรื่องที่ผมได้คุยกับทาง สตช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คือเรื่องกฎระเบียบที่ออกมา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักว่าทำไมถึงต้องห้ามพี่น้องประชาชนที่ใช้มอเตอร์ไซค์ รถจักรยานยนต์ ห้ามลอดสะพาน ห้ามขึ้นอุโมงค์ ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมก็คือจากศูนย์ ศวปถ. ก็คือศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ท่านก็อธิบายว่าการห้ามไม่ให้รถยนต์ ขึ้นสะพาน เป็นแยก เหตุผลด้วยความปลอดภัยเนื่องจากความเร็วบนสะพาน รถยนต์จะใช้ ความเร็วค่อนข้างสูงกว่าปกติ แล้วก็รถยนต์เรายังถือว่ามีอุปกรณ์ เข็มขัดนิรภัย มีถุงลมนิรภัย แต่รถจักรยานยนต์เราไม่ได้มีชุดอุปกรณ์ป้องกันภัยตรงนั้น ส่วนเรื่องอุโมงค์ตามหลักวิชาการ ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ในเวลากลางวันขณะที่ขับรถม่านตาจะหรี่ลงเพื่อไม่ให้มีแสง เข้ามามากเกินไป พอลงอุโมงค์ม่านตาจะต้องมีการปรับตัวขยายขึ้นทันที ทำให้สายตา ของคนขับรถช่วงนั้นจะเบลอไปประมาณครึ่งวินาทีไม่สามารถโฟกัส (Focus) วัตถุข้างหน้าได้ ประกอบกับรถจักรยานยนต์มีขนาดเล็กกว่ารถยนต์ซึ่งมีขนาดใหญ่ ก็ทำให้การมองเห็น ไม่ชัดเจน อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อมูลที่มา ไม่ว่าจะเป็นทุกหน่วยงาน ทุกกฎหมายที่จะต้องห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานหรือลอดอุโมงค์ แต่ก็ไม่ได้ห้ามทั้งหมด ที่ห้ามทั้งหมดในกรุงเทพมหานครก็คือห้ามขึ้นสะพานทั้งหมด ๓๙ สะพาน อุโมงค์ ๕ อุโมงค์ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นหลักเกณฑ์ทางตำรวจหรือคนที่ออกกฎก็คือเราดูตามความจำเป็น เพราะว่า บางสะพานรถจักรยานยนต์สามารถโดยสารวิ่งข้างล่างใต้สะพานได้ อาจจะเสียเวลาสักนิด แต่เพื่อความปลอดภัย ยกเว้นว่าสะพานไหนที่จำเป็นจริง ๆ ไม่มีทางเลี่ยง หรืออุโมงค์ไหน ไม่มีทางเลี่ยงจริง ๆ ตรงนั้นทางตำรวจก็อนุญาตครับ อันนี้ก็ขออนุญาตตอบคำถาม เบื้องต้นครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเท่าพิภพครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งสำหรับคำตอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเข้าใจดีครับว่าบางอย่างเป็นไป เพื่อการปกป้อง เขาเรียกว่าความปลอดภัยของประชาชน ผมเห็นด้วยเต็ม ๆ ผมว่าทุกคน เห็นตรงกัน ชาว ๒ ล้อก็อยากใช้ถนนที่ปลอดภัย ตำรวจก็อยากให้ประชาชนปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น อันนี้เราลองมาชวนท่านประธานคิดนะครับว่าถ้าเราอยากให้ เพื่อปลอดภัยจริง ๆ เราก็ควรมีมาตรการว่าถ้าสุดท้ายอันไหนที่เป็นสะพานไกล ๆ ยาว ๆ โอเค (OK) ไม่ปลอดภัย แต่ถ้าอันไหนข้ามแยกเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้ามได้ก็ขอบคุณ คือผมจะตั้ง คำถามชวนคิดว่าถ้าขึ้นได้แล้วเราจะทำอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น ในความคิดของผมนะครับ ถ้าผมคิดสั้น ๆ คิดง่าย ๆ เลยคือเราอาจจะตีเส้นเพื่อให้เป็นทางของมอเตอร์ไซค์เอง โดยเฉพาะหรือเปล่า เพราะผมเองขับมอเตอร์ไซค์ ผมยอมรับครับว่าบางครั้งผมรีบร้อน มาลงมติที่สภาผมก็อาจจะขับแบบไม่ชิดซ้ายบ้าง แต่สุดท้ายถ้าเรามีเลน (Lane) จักรยาน เป็นของตัวเองในการขึ้นสะพาน ไม่ต้องไปเบียดกับรถที่ใช้ความเร็วหรือรถใหญ่ ผมว่าอย่างนี้ ทุกท่านจะพูดได้เต็มปากว่าเราห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนจริง ๆ ดังนั้นผมเลย จะฝากถามว่านอกจากสิ่งที่ผมเสนอไปแล้ว ทางรัฐบาลเองจะอนุญาตให้บางแห่งหรือไม่ ซึ่งท่านได้ตอบมาแล้วก็ต้องขอบคุณ ก็อยากถามว่าสุดท้ายจะทำให้มันปลอดภัยขึ้นได้ไหม เพราะสุดท้ายอย่างที่ผมบอกมันปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในประเทศเรา แม้กระทั่งผมเป็นผู้แทนเอง ผมก็ไม่มีสตางค์ไปซื้อรถ แล้วผมก็ไม่มีที่ที่จะจอดรถในบ้านตัวเอง เพราะผมอยู่ตึกแถว ผมก็ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ คนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ก็ใช้มอเตอร์ไซค์ คนมากมายต่างจังหวัด ชาวนาก็ใช้มอเตอร์ไซค์ แต่เราละเลยคนกลุ่มนี้เป็นประชากรชั้นสองหรือไม่ เราคิดว่า เขาเป็นคนที่ไม่มีอะไร ประชาชนบางคนมาบอกผมว่าบางครั้งรู้สึกว่าทำไมด่านบางด่าน เรียกตรวจแต่มอเตอร์ไซค์ ตรวจยาก็ตรวจแต่มอเตอร์ไซค์ ทำไมรถอัลพาร์ดมาไม่ตรวจเลย อันนี้ผมว่าอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าบางทีเราต้องเปลี่ยนความคิดก่อนครับว่า คนเราทุกคนเท่ากัน อย่างเมืองนอกเขาให้มอเตอร์ไซค์อยู่เลน (Lane) ตรงกลางเลยนะครับ คือมอเตอร์ไซค์ ๑ คันเท่ากับรถ ๑ คัน แต่บ้านเราไม่เป็นอะไรครับ มีที่มีทางให้เขา มีเลน (Lane) ให้เขาตอนขึ้นสะพานอย่างเดียวก็พอครับ ก็อยากถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมว่ามีข้อคิดเห็นอย่างไรว่าจะทำให้ปลอดภัยขึ้นได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ต่อคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นเลยเราต้อง บอกว่าทั้งรัฐบาลเอง กระทรวงคมนาคมเอง หรือจะเป็นตำรวจเอง กทม. ก็ดี เราคำนึงถึง ความปลอดภัย แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้มองว่าผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นชนชั้นสอง เรากลับมองว่า กลุ่มนี้เราให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมากกว่ารถยนต์ปกติด้วยซ้ำ เพราะถือว่าเป็น กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่า ฉะนั้นกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือกระทรวง ออกมา หรือรัฐบาลออกมาก็ดี ก็คือเพื่อตัวผู้ขับขี่เอง โดยการอนุญาตที่จะตอบประเด็น เรื่องการใช้สะพาน เราได้มีการพูดคุยกันก็คือการที่จะอนุญาตให้รถจักรยานยนต์สามารถสัญจร ในอุโมงค์หรือสะพานก็ต้องมีประเด็นที่จะต้องพิจารณา อย่างแรกเลยที่เราจะอนุญาต หรือไม่อนุญาตในสภานั้น ๆ ก็คือ ๑. อุโมงค์หรือสะพานต้องมีความปลอดภัยด้านวิศวกรรม จราจร เช่น มีความกว้าง มีแสงไฟส่องสว่าง มีความลาดชันที่เหมาะสม บางสะพานอาจจะมี ความลาดชันมากไป ตรงนี้ถ้าเราเปิดให้จักรยานยนต์ใช้ก็มีความเป็นอันตราย ๒. ผู้ขับขี่ ต้องยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรและกฎจราจรอย่างจริงจัง เช่น ไม่พยายามแซงหรือขับขี่แทรกกลางอุโมงค์หรือสะพาน ไม่ขับเร็วเกิน ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องขับรถอยู่ในช่องทางเดินรถซ้ายสุดเท่านั้นจนกว่าจะพ้นอุโมงค์หรือสะพานไปแล้ว ๓. อุโมงค์หรือสะพานที่มีการอนุญาตจะมีการติดอุปกรณ์การตรวจจับเพื่อความปลอดภัย ของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับนะครับ แล้วในส่วนประเด็นที่ท่านบอกว่า เราจะมีเรื่องจักรยานหรือจักรยานยนต์เพิ่มมาเป็นอีกเลน (Lane) อันนี้เป็นสิ่งที่กระทรวง กำลังหารือกันอยู่ เพราะว่าตรงนี้เป็นภาพใหญ่ที่ว่าถ้าทำทีต้องกระทบทั้ง กทม. กับทั้งประเทศ แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็นห่วงเรื่องนี้ ท่านบอกตอนนี้ ทางกระทรวงคมนาคม กทม. และตำรวจเองก็ได้หารือกันว่าเราจะเพิ่มเลน (Lane) อย่างไร เพราะว่าตอนนี้สภาพถนนมันมีอยู่เดิม ถ้าเราเพิ่มตรงนี้ก็ต้องกินเลน (Lane) ของรถยนต์ เข้ามา อย่างว่าละครับพอเพิ่มให้ตรงนี้มันก็กระทบอีกอย่างหนึ่ง เราจะทำอย่างไรที่ว่า จะให้ทั้งรถจักรยานยนต์ แล้วก็รถยนต์ปกติขับขี่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยที่สุด ซึ่งตรงนี้ ก็รับเป็นการบ้านที่จะไปทำให้นะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จริง ๆ แล้วได้ยินอย่างนี้ก็ชื่นใจครับว่ามีมาตรการมากมาย แล้วก็มีการศึกษาหรือว่าสนใจ ไอเดีย (Idea) เกี่ยวกับมีการเพิ่มเลน (Lane) เข้าใจครับว่าเป็นไปได้ยาก แต่ผมก็ชื่นใจ ที่ได้รับความสำคัญในการที่จะนำไปปฏิบัติแล้วก็ปรับปรุง ถ้าทำให้ทุกคนบนท้องถนน ปลอดภัยขึ้นแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าปีหนึ่งเราก็ช่วยได้หลายพันชีวิตนะครับ แต่สุดท้ายแล้ว ผมเองจริง ๆ ก็ทำเกี่ยวกับเรื่องนโยบายขนส่งสาธารณะด้วย ในพรรคก้าวไกลเอง จริง ๆ แล้ว ที่ผมมาพูดอันนี้เราอาจจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ไปก่อน แต่ผมว่าเราเห็นตรงกันว่าประเทศเรา ควรจะมีขนส่งสาธารณะที่ดี แล้วต่อไปคนที่จะต้องมาขับขี่เองหรือว่าด้วยความประมาท หรือด้วยการมึนเมาสุราก็จะเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็รบกวน ทำให้ทุกอย่างปลอดภัยขึ้น อย่างที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้พูด อย่างไร ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานสภาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบคุณท่านเท่าพิภพ แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกท่าน จบกระทู้ถามนี้ครับ วันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอบคุณทุกท่านนะครับ รวมทั้งล่ามมือด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอปิดประชุมนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไปคือระเบียบวาระที่ ๒ ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อจะเอาเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อน คือระเบียบวาระที่ ๗.๑-๗.๔ เรื่อง การตั้งซ่อม กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ให้ถือว่าที่ประชุมมีมติให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๗.๑-๗.๔ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ🔗

๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย)🔗

เนื่องด้วย ท่านประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้มี หนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ดังนั้นต้องมีการเสนอชื่อกรรมาธิการและต้องมีผู้รับรอง และต้องพิจารณา ด้วยนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ ที่ผู้ถูกเสนอชื่อนั้นต้องไม่เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะ ผู้ถูกเสนอจะต้องรู้ตัวเองด้วยนะครับ และผู้เสนอชื่อก็ต้องทราบนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เสนอชื่อครับ🔗

นายสาธิต อุ๋ยตระกูล เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผม ขอเสนอ นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เป็นกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ แทนในตำแหน่งที่ว่างครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใด🔗

(นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ กรรมาธิการสามัญจะต้องมีจำนวนที่ใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวน สมาชิกของแต่ละพรรคที่มีอยู่ในสภาครับ ดังนั้น ในสัดส่วนของแต่ละกรรมาธิการสามัญ จะไม่เป็น ๙ ต่อ ๖ ก็ ๘ ต่อ ๗ ครับ ดังนั้น ในสัดส่วนของคณะกรรมาธิการการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ถ้ามีการเสนอจากฟากฝ่ายรัฐบาล เสียงก็จะเป็น ๙ ต่อ ๖ ผมคิดว่าก็เป็นไปได้ที่เสียงจะต้องเป็น ๘ ต่อ ๗ ครับ ผมจึงขออนุญาตเสนอชื่อ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ ให้ทางสภาพิจารณาด้วยครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนออีกไหมครับ ท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวานนี้ในเรื่องของ การนับองค์ประชุมนี่มีปัญหามาทีหนึ่งแล้วครับ คือในสภาเราตามห้องกรรมาธิการต่าง ๆ ไม่มีใครรู้เรื่องเลยนะครับ แต่ผมมาทันเพราะว่าผมได้รับทราบ ผมก็เลยปิดการประชุม ในคณะของผมซีพีทีพีพี (CPTPP) แล้วก็ให้ทุกท่านลงมา แต่บางคณะเช่นคณะอุตสาหกรรม และอีกหลายกรรมาธิการซึ่งอยู่ในชั้น ๔ เสียงออดดังไม่ถึงครับ ชั้น ๓ นี่ยังพอได้ยิน เสียงออดยังพอได้ยิน แต่ชั้น ๔ นี่มันไม่ได้ยินเลยครับ ดังนั้น ถ้าจะมีการโหวตผมขอ ท่านประธานว่าจะต้องให้เวลา แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปทุกห้องกรรมาธิการ เพื่อให้ลงมาโหวตครับ ไม่อย่างนั้นไม่ทันครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รับทราบครับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเสนออีกแล้วนะครับ ปรากฏว่ามีการเสนอชื่อกรรมาธิการซ่อม ตำแหน่งที่ว่างลงจำนวน ๒ ท่าน แต่ตำแหน่งมี ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องขอมติ จากที่ประชุม แต่ก่อนที่จะขอมติที่ประชุม🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตัวผมเองนั้นเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขอเรียนอย่างนี้นะครับ ตามที่ท่าน ส.ส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้กรุณาอ้างในข้อบังคับ ข้อ ๙๐ คณะกรรมาธิการสามัญซึ่งตั้งจาก ผู้เป็นสมาชิกจำนวนหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคการเมือง ที่มีอยู่ในสภา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ากรรมาธิการ ป.ป.ช. เป็นกรรมาธิการ ที่ตรวจสอบการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลโดยตรง ที่ผ่านมามีปัญหาเสมอ เนื่องจากทางฝ่ายรัฐบาลนั้นส่งคนเข้าไปแล้วก็มีปัญหาถกเถียงการทำงานไม่ทราบ แล้วพยายามที่จะทำให้การตรวจสอบนั้นยาก และขณะนี้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. นั้น มีสมาชิกซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ ๘ ท่าน ฝ่ายค้านอยู่ ๖ ท่าน การที่รัฐบาลเสนอมาจะเป็น ๙ ต่อ ๖ นั้น ผมเชื่อว่าน่าจะคลาดเคลื่อนและขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๙๐ ในส่วนนี้ เพราะว่า ไม่ได้สัดส่วนตามสภา และในการติดต่อเบื้องต้นได้มีการเจรจาระหว่างวิป (Whip) ฝ่ายค้านกับรัฐบาล และได้มีการเจรจาเบื้องต้นให้ทางท่านประเสริฐพงศ์นั้นลาออกจาก คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค และได้ลาออกเรียบร้อยแล้วที่จะเป็น แต่พอหลังจาก ไม่กี่วันนี้มาเปลี่ยนใจแล้วเสนอขึ้นมาแข่งขัน ผมเชื่อว่าเป็นการเสนอที่ไม่ชอบด้วยหลักการ ตามข้อบังคับ ไม่ชอบด้วยหลักการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพราะถ้าเกิดว่าคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. นั้นเป็นรัฐบาล ๙ เสียง ต่อ ๖ เสียง ฝ่ายนิติบัญญัติ จะไปตรวจสอบได้อย่างไรล่ะครับ การเชิญแต่ละครั้งก็จะเชิญไม่ได้ ขัดต่อหลักการถ่วงดุล อำนาจ เรื่องนี้จึงอยากจะให้ถอนเถอะในส่วนของฝ่ายรัฐบาล แล้วตอนนี้เชื่อว่าจะใช้ เสียงข้างมาก ผมเรียนท่านประธานต่อไปยังเพื่อนสมาชิกทั่วไปและไปยังพี่น้องประชาชน ด้วยว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมตามหลักการถ่วงดุลอำนาจ อยากจะให้ท่านประธาน ได้โปรดพิจารณาและขอให้ทางฝ่ายรัฐบาลได้ถอน ไม่ใช่เกณฑ์คนใช้เสียงข้างมากอย่างเดียว ในการเอาชนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถกร เรื่องสัดส่วน🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่ง คือสิ่งที่ท่านสมาชิกสักครู่นี้ ท่านธีรัจชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดก็คือเป็นการพูด ในห้องประชุม แต่เรื่องนี้ต้องขออนุญาตนำเรียนว่ามีการพูดคุยมานานแล้วครับ จนถึงเมื่อวาน ผมก็ได้พูดคุยได้ประสานงานกับทางวิป (Whip) ของทางพรรคก้าวไกล จริง ๆ แล้วที่เรา คุยกันทางพรรคก้าวไกลทางวิป (Whip) ที่ผมได้คุยกันเขาก็บอกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร มันถึงนำมาสู่การนำเสนอแต่งตั้งในวันนี้ แล้วก็จริง ๆ แล้วถ้าเราจะพูดถึงเรื่องสัดส่วนในวันนี้ สัดส่วนทั้ง ๓๕ คณะ ก็มีการบิดนิดหน่อย เพราะว่ามีสมาชิก ๑๒ ท่านที่ถูกตัดสิทธิ จากการเป็น ส.ส. ไป ถ้าจะทำให้ตรงเป๊ะก็คงจะต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ทั้งสภา ซึ่งอันนั้น จะเป็นการทำให้สภานั้นวุ่นวายมาก ก็จึงอยากนำเรียนท่านประธาน แล้วก็อยากนำเรียน พี่น้องประชาชนที่ได้รับชมรับฟังอยู่กลัวจะเข้าใจผิดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือฝ่ายรัฐบาล ยืนยันว่าสัดส่วนของคณะกรรมาธิการก็ถูกต้องอยู่ใช่ไหมครับ ไม่ได้ผิดข้อบังคับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถ้าอย่างนั้น ในการที่จะตรวจสอบว่ากรรมาธิการสามัญได้สัดส่วนหรือไม่ เนื่องจากว่าหลังจากที่ พรรคอนาคตใหม่ได้ถูกยุบไปสัดส่วนนั้นย่อมเปลี่ยนแปลง แต่สัดส่วนในกรรมาธิการตอนแรก ผมเรียนท่านประธานที่เคารพว่าสัดส่วนกรรมาธิการของ ป.ป.ช. นั้นตอนแรกเป็นฝ่ายค้าน ๘ ท่าน และเป็นฝ่ายรัฐบาล ๗ ท่าน แต่ต่อมาได้แปรเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรัฐบาล ๘ ท่าน ฝ่ายค้าน ๖ ท่าน ถ้าเกิดว่าสภาแห่งนี้คิดว่า จะไม่ต้องมีการตรวจสอบกันเลย รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องตรวจสอบกันเลยก็ใช้เสียงข้างมาก ลากไปได้ ผมคิดว่าในส่วนนี้ แต่ถ้าเกิดอย่างนั้นผมอยากจะขอเสนอว่าลองคำนวณสัดส่วน ทั้งหมดทั้งสภาดีไหมครับว่าสัดส่วนทั้งสภาจะคำนวณอย่างไร เท่าไร สัดส่วนกรรมาธิการ อะไร ประธานคณะกรรมาธิการอะไรเท่าไรเพราะยังไม่ได้เคลียร์ (Clear) กันเลย การใช้เสียง ข้างมากไม่ใช่สิ่งแก้ปัญหา แต่การทำงานสภาผู้แทนราษฎรให้เกียรติในการตรวจสอบ ตามหลักถ่วงดุลอำนาจเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ผมคิดว่าในส่วนที่มีปัญหาก็คือว่าหลังจากที่ได้เคย ตกลงให้ทางฝ่ายพรรคก้าวไกลได้โควตาอันนี้แล้ว และทางพรรคก้าวไกล ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว เป็นสิ่งที่ตกลง เรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมาเปลี่ยนตอนที่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้มีมติในการที่จะส่งเรื่อง ในกรณีถวายสัตย์สู่สภาผู้แทนราษฎร กลับมีการแปรเปลี่ยนจากฝ่ายรัฐบาลเอง ไปกลัวอะไร กับการตรวจสอบครับในส่วนนี้ เรื่องนี้ผมอยากจะให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้ ให้ถ่องแท้ก่อนก่อนที่จะโหวต เพราะถ้าโหวตอย่างไรทางฝ่ายค้านก็แพ้ แต่นี่มันคือ การปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือครับ มันคือหลักการตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ หรือครับ จะเอาอย่างนั้นหรือครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่ง ลงก่อนครับ ขอเป็นอย่างนี้นะครับว่าวาระที่ ๗.๑ ถึงวาระที่ ๗.๔ ขอถอนกลับไปก่อน แล้วผมขอนัดประชุมวันอังคาร ระหว่างวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลกับวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมของวิป (Whip) รัฐบาล วิป (Whip) ฝ่ายค้าน เพื่อจะมายืนยันตัวเลขกันอีกทีหนึ่งว่าสภาเราไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ หรือไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวาระที่ ๗.๑-๗.๔ เอาออกไปก่อน แล้วผมจะคุยกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกรรมาธิการ ทั้งวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล ทั้งวิป (Whip) ฝ่ายค้าน วาระที่ ๗.๑-๗.๔ เอาออกไปก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นเราไปพิจารณาตามระเบียบต่อไป🔗

(นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพบูลย์ มีอะไรครับ ผมให้ท่านไพบูลย์พูดก่อนนะครับ เชิญครับ🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเป็นกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนว่าเมื่อกี้ท่านธีรัจชัยท่านได้มีการอภิปรายในสภาแห่งนี้ แล้วกล่าวไปถึง ท่านประชาชนที่รับชมด้วย เป็นลักษณะเป็นการกล่าวผมว่าเป็นการให้ร้ายกันมากเกินไป ที่บอกว่ากลไกของกรรมาธิการนั้นไปบิดเบือนหรือไปป้องกันรัฐบาลอะไรต่าง ๆ แต่โดย ข้อเท็จจริงแล้วกรรมาธิการสามัญทุกคณะก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ดำเนินการตรวจสอบไปตามปกติ แต่กรรมาธิการ ป.ป.ช. นี้ผิดปกติครับท่านประธาน มีการกระทำที่พยายามนำกรรมาธิการมาเล่นการเมือง มาแยกว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ดำเนินการต่าง ๆ นานา ซึ่งท่านประธานก็ทราบอยู่แล้ว ผมขออนุญาตเรียนว่า ที่ท่านกรรมาธิการยกมา ข้อ ๙๐ เกี่ยวกับสัดส่วนนั้น ในที่เขียนไว้ว่ากรรมาธิการสามัญ ซึ่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นสมาชิกต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิก ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา เป็นความหมายว่าเอาจำนวนกรรมาธิการที่มี ๓๕ คณะ คูณด้วย ๑๕ คน ก็จะเป็น ๕๐๐ กว่าคน เฉลี่ยกับจำนวนสมาชิกที่แต่ละพรรค การเมืองพึงมี ไม่ใช่เป็นเรื่องอย่างที่ท่านไปอภิปราย ไปอภิปรายสร้างความเข้าใจผิดให้กับ ท่านประชาชนที่รับฟัง ผมขอเรียนว่ามีกรรมาธิการ ป.ป.ช. นั้นในขณะนี้กลายเป็นที่ทำงาน ของพรรคการเมืองไปแล้วละครับ พรรคฝ่ายค้านเอามาทำงานในลักษณะเล่นการเมือง อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอสมควร แล้วครับ เดี๋ยวไม่จบครับ พอแล้วครับ🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

ก็ขออีกนิดครับ เพราะว่าเขาก็ พูดกันยาวพอสมควรนะครับ แล้วท่านประธานไม่ทราบว่าทำไมท่านต้องเลื่อนวาระออกไป ละครับ เมื่อสักครู่ก็อยู่ในประเด็นที่เราก็จะโหวตกันแล้วไม่ใช่หรือครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน นั่งลงก่อนครับ🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้าประธาน วินิจฉัยแล้วก็เป็นอันจบ เพราะว่าผมเองต้องระมัดระวังในการทำผิดข้อบังคับ ในการทำผิด รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๒๙ เพราะฉะนั้นเมื่อมีคนท้วงติงเราก็ไม่มั่นใจ ถ้าทุกอย่างมันถูกต้องก็โอเค (OK) แต่ตอนนี้ยังไม่มี ใครยืนยัน เพราะฉะนั้นผมขอไปประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการประสานงาน ทั้ง ๒ ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อจะได้ข้อยุติและให้การประชุมของเราเดินหน้า ต่อไปอย่างเรียบร้อยไม่มีข้อท้วงติงใด ๆ ถ้าท่านยืนยันว่าถูกต้องเวลาไปประชุมวันอังคารหน้า หรือวันไหนเดี๋ยวเรานัดกันอีกทีนะครับ มันก็ต้องถูกต้องในที่ประชุมนั่นแหละครับ และทุกฝ่ายจะได้ยอมรับข้อตกลงตรงนี้ คือมันยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย ให้โอกาสทั้ง ๒ ฝ่าย ถ้าท่านว่าถูกต้องก็ไม่ต้องไปเกรงกลัว ถ้าทางนี้ยังยืนยันว่าไม่ถูกต้องท่านจะได้เข้าใจว่าโอเค (OK) มันถูกต้องแล้ว มันจะได้เรียบร้อยต่อไป🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบแล้ว นะครับ พอแล้วครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ต่อกรณีจำนวนกรรมาธิการสัดส่วนในแต่ละกรรมาธิการต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ หลังจากได้มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนตัวนี้ในส่วนของตัวกระผมเองก็ได้คำนวณมา หลายครั้งแล้ว ในแต่ละกรรมาธิการจะเป็น ๙ ต่อ ๖ หรือ ๘ ต่อ ๗ ซึ่งจะไม่เท่ากัน ทั้ง ๓๕ คณะ ทีนี้เมื่อสักครู่ที่ได้ยินเพื่อนสมาชิกทางซีกฝ่ายรัฐบาลได้มีความเห็นว่า ถ้าหาก จะเอาสัดส่วนมาคิดกันก็อยากจะคำนวณใหม่ทั้งสภา ทางพรรคผมพร้อมครับ อยากจะเรียน ท่านประธานว่าถ้าหากจะคำนวณสัดส่วนกันใหม่ทุกกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ เราไม่ติด อยากจะให้ทำให้มันตรงตามข้อบังคับ แต่สิ่งที่อยากจะเรียนต่อท่านประธานและเพื่อน สมาชิกอยากให้พึงตระหนักว่า กรรมาธิการในส่วนของ ป.ป.ช. การทำงานทุกอย่าง ตรงไปตรงมา อำนาจหน้าที่ก็เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ ดังนั้น อยากให้ตระหนักว่า สัดส่วนควรที่จะคำนึงครับว่าทางซีกฝ่ายค้านควรจะมี🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พูดถึง สัดส่วนนี่หยุดได้แล้วครับ เพราะว่าผมเองได้ขอนัดประชุม นัดวันอังคารเลยก็ได้ ถ้าไม่ขัดข้องกัน วันอังคารจะเป็นบ่ายโมงหรือ ๑๐.๐๐ นาฬิกาก็ได้ เดี๋ยวนัดกันอีกที ก็คือเรา จะไปคุยกันในนั้นแล้วครับ คือตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงสัดส่วนแล้ว เดี๋ยวเราไปคุยกันในที่ประชุม เป็นคณะกรรมการร่วมของวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่าย ผมเป็นประธาน เป็นเรื่องของสภา เพราะฉะนั้นผมจะลงมาดูด้วยเพราะนี่เป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่แค่เรื่องฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จบแล้วครับ พอแล้วครับ จบแล้วครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน อีกประเด็นหนึ่งครับ คือผมเข้าใจคำวินิจฉัยของท่านประธานก็ถือเป็นคำวินิจฉัยที่สิ้นสุด แต่ผมเรียนท่านประธานอีกประเด็นหนึ่งว่าในส่วนของ ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ของพรรคก้าวไกล หลังจากที่เราได้มีการหารือในระดับวิป (Whip) ไปแล้ว ท่านก็ได้ลาออก จากกรรมาธิการ เรียกว่าลาออกมาแล้ว ๒ สัปดาห์ ผมก็คิดว่าอันนี้เป็นการเสียประโยชน์ ของสภาแห่งนี้ที่ ส.ส. ๑ ท่านควรจะได้ทำงานในกรรมาธิการอย่างเต็มที่ ก็อยากจะให้ ท่านประธานลองวินิจฉัยดูว่า ถ้าเป็นไปได้กระผมเสนอให้มีการลงมติในวันนี้เลยก็ได้ ในส่วนของคณะกรรมาธิการสามัญ ป.ป.ช. ว่าสัดส่วนที่เหลืออยู่จะเป็นของซีกรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ขอให้ท่านประธานลองพิจารณา ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยเรียบร้อยแล้วครับเอาไว้สัปดาห์หน้านะครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ผมนิดเดียวครับ ไม่ได้ขึ้นมา โต้แย้ง ผมขออนุญาตนิดเดียว ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด เห็นการประชุมที่ล่มเมื่อวานนี้ แล้ววันนี้เราก็มีประเด็น คล้าย ๆ ว่าขัดแย้งกัน ผมเห็นด้วยกับท่านประธาน แล้วก็เพื่อให้การประชุมมันเดินไป เมื่อท่านประธานวินิจฉัยแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าผิดข้อบังคับหรือเปล่า ผมเห็นว่า ท่านประธานก็น่าจะเดินหน้า เห็นว่าท่านประธานชี้แจงแล้วว่าควรยุติก็ต้องยุติ ประชุม ต่อครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ🔗

เมื่อสักครู่ท่านไพบูลย์ ได้กล่าวชื่อผม และกล่าวถึงกรรมาธิการ ป.ป.ช. ว่าใช้เป็นที่ทำงานของ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ คือผมอนุญาตให้ท่านอภิปราย เสร็จแล้วท่านไพบูลย์ก็ได้ชี้แจง จบแล้วครับคนละครั้ง เพราะไม่อย่างนั้นก็โต้กันไปโต้กันมา ก็ไม่ต้องเดินหน้า พอแล้วครับ หยุดแล้วครับ เชิญนั่งครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๓ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒) ตัวแทนฝ่ายค้านที่มอบหมายให้ผมได้มากราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังตัวแทน ของคณะรัฐมนตรี ผมเองกราบขอบพระคุณตัวแทนของคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างสูง รัฐมนตรี ประจำสำนักกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ให้เกียรติสภา ตลอดครับ แต่ภาพใหญ่คณะรัฐมนตรีไม่เคยให้เกียรติสภา ผ่านไปยังผู้ชี้แจงที่มาจาก สภาพัฒน์ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูป ผมกราบขอบพระคุณท่าน เป็นอย่างสูงในฐานะฝ่ายประจำที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างดียิ่ง แต่สิ่งที่ผมได้นำเรียนไปแล้ว มันเป็นเหตุเป็นผลครับ เราไม่สามารถที่จะรับทราบและรายงานฉบับนี้ได้ ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเสียงข้างมากจะดำเนินการไปตามระเบียบวาระ ผมไม่ขัดข้องครับ แต่พวกผมเสียงข้างน้อยขออนุญาตท่านประธานที่จะไม่อยู่ร่วมรับทราบ ในวาระนี้ ถ้าเสร็จจากวาระนี้พวกผมยินดีจะกลับเข้ามาทำหน้าที่เหมือนเดิมครับ ขออนุญาต ที่จะเดินออกจากห้องประชุม กราบขอบพระคุณครับ🔗

ท่านวิรัช เชิญครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่คือท่านคุณหมอชลน่าน เกี่ยวกับ เรื่องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าในรายงานฉบับนี้ก็คือรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาเดือนตุลาคมถึงเดือน ธันวาคม ๒๕๖๒ และเท่าที่ผมทราบมาวันนี้ก็มีรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศระหว่างช่วงเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๓ วันนี้ผมทราบดี ท่านประธานครับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขาต้องทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างไรเขาก็ต้องรายงานให้ทางสภาได้ทราบ เป็นระยะ ๆ ในส่วนนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเรามาดูในรายละเอียดก็คือสภาผู้แทนราษฎร รับเอกสารนี้มาเป็นหนังสือของคณะรัฐมนตรีมาถึงสภาวันที่ ๗ เดือนพฤษภาคม ซึ่งถ้าเผื่อ ดูเทียบระยะเวลาแล้วท่านประธานครับก็อยู่ในช่วงที่เรียกง่าย ๆ ว่าตอนช่วงนั้นมีการระบาด เกี่ยวกับเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็เป็นช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภา สิ่งที่วันนี้ เอาเข้ามาแล้วมาอภิปราย ถ้าเผื่อท่านสมาชิกอาจจะมองดูว่าอาจจะช้าไปบ้าง แต่ถึงอย่างไร ก็ตามทีท่านประธานครับ ก็ยังอยู่ในห้วงของการที่มารายงาน ท่านประธานนั่งอยู่ข้างบน ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าในรายละเอียดทั้งหมดที่เรารับรายงานตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มีเฉพาะในส่วนของรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศอย่างเดียว มีรายงานเยอะเลย และรายงานฉบับอื่น ๆ เรายัง ติติง เช่นในส่วนของกองทุนพลังงาน หรือแม้กระทั่งที่ผ่านไปเมื่อ ๒ อาทิตย์เกี่ยวกับ เรื่องกองทุนประชารัฐ ในส่วนนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่รับรองเกี่ยวกับเรื่องการเงิน แต่ในส่วนนี้เป็นเพียงแค่รายงานครับท่านประธาน รายงานแค่ ความคืบหน้า ความคืบหน้าตรงนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าเราไม่สามารถวัดได้หรอกครับว่า จะคืบไปกี่คืบหรือจะคืบไปกี่ศอก แต่ก็เป็นความคืบหน้าของการรายงานตามสภาพ ระยะเวลาว่าระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมเราคืบหน้าไปเท่าไร แล้วเดี๋ยวก็มีมาอีก ระหว่างเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมมาอีก ผมคิดว่าวันนี้เราต้องเปิดใจกว้าง ก็คือขอให้บรรดาท่านสมาชิกได้ช่วยกันดูความคืบหน้า แล้วก็มาดูอีกครั้งหนึ่งตอน เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เข้ามา เราก็มาเทียบกันดูว่าแต่ละด้านที่ รายงานความคืบหน้ามาเป็นอย่างไรบ้าง ผมคิดว่าถ้าเผื่อเราดูในส่วนตรงนี้ วันนี้ต้องเรียน ท่านประธานว่าขอเถอะครับ ถ้าท่านจะอภิปรายทางเราก็ไม่ขัดข้อง จะติทางเราก็ไม่ขัดข้อง แต่อย่างหนึ่งอย่างใด วันนี้จะบอกไม่รับทราบก็ไม่ได้ มาแล้วครับ ทราบกันหมดแล้ว แล้วจะให้ลงมติไม่รับทราบก็คงเป็นไปไม่ได้ ก็เรียนท่านประธานเบื้องต้นก่อนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณหมอชลน่าน🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานวิป (Whip) ที่ได้กรุณาชี้แจงในประเด็นเรื่องของรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศที่อยู่ในระเบียบวาระ ผมไม่ได้เสียหายอะไรเลยครับที่ท่านประธานวิป (Whip) ได้ยกขึ้นมาก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันอย่างดียิ่งนะครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านเราเห็นที่เราไม่อาจรับทราบได้ เราไม่อยากเป็นตรายาง ให้ฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง รายงานอื่น เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติครับ ในรอบปีเขียนไว้ชัดเจนว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ทำ ทำอะไร เมื่อไร ชัดครับ จริงอยู่หลายรายงานเราเห็นข้อบกพร่องไม่อาจจะพิจารณาได้เราก็ให้เขากลับไปทบทวน เขาก็ยินดีถอนออกไป ไปทำมาใหม่อยู่ในรอบปีของเขา แต่ว่ารายงานฉบับนี้สิ่งที่ผมเน้น เรื่องของผลงานครับ ผลงานปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมที่จะอยู่ในรายงานนี้ ครั้งนี้เป็นรอบ ๔ เดือน รอบครั้งที่ ๔ เดือนตุลาคม-ธันวาคม ถ้าเป็นภาษากลายเป็นไตรมาสที่ ๔ รอบ ๓ เดือน สุดท้าย เราเคยพิจารณาเรื่องนี้มา ๓ ครั้ง แล้วก็ให้ข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะไปตลอด แต่สิ่งที่ได้มันก็คือสิ่งที่เป็นเหมือนงานประจำที่ทำมา แล้วก็เขียนเสมือนว่าประเทศนี้ อ้างว่าปฏิรูป แล้วก็เอาสิ่งที่เขียนมาเสนอให้เราเท่านั้นเอง เราไม่รับทราบตรงนี้ครับ จริงอยู่ไม่ต้องลงมติ เป็นวาระรับทราบ แต่การรับทราบตรงนี้มีความหมายยิ่งคือ การตรวจสอบระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีอะไรเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติในเนื้องานที่เขาทำ เราไม่เคยไปลงมติว่างานคุณไม่ดี ไม่มีครับ แต่คุณจะทำ อะไรก็ต้องนึกถึงฝ่ายตรวจสอบบ้าง ก็เป็นประเด็นที่พวกผมเองชัดเจนว่าถึงแม้จะพิจารณา ไปแล้วไม่มีมติ อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ประกาศตรงนี้เลยว่าเราไม่อาจรับทราบรับรู้ในสิ่งที่คุณทำ เสียงข้างมากจะทำอะไรก็ทำครับ เราไม่ว่ากัน ผมเคารพระบบเสียงข้างมากอยู่แล้ว เสียงข้างมากมีข้อทักท้วงติติงไป บันทึกไป ครั้งใหม่เสมอมาก็เป็นประโยชน์กับสภาครับ ที่ผมลุกขึ้นมาผมไม่ได้บอกว่าไม่ให้เสียงข้างมากในการรับทราบ ไม่มีสิทธิอย่างนั้นครับ เมื่อวานจำเป็นที่จะต้องบอก บอกว่าองค์ประชุมเป็นเรื่องสำคัญ จะเอาเรื่องสำคัญ เข้าสภาผู้แทนราษฎรเราก็ต้องพร้อม อย่าให้เขาหมิ่นประมาทสภา ท่านประธานครับ สิ่งที่หนักที่สุดในภาวการณ์ปัจจุบันนี้คือฝ่ายสภาเราถูกกระทำย่ำยี การมาจากการเลือกตั้ง กลายเป็นสิ่งเลวร้าย โพล (Poll) ทุกโพล (Poll) ออกมานี่พี่น้องประชาชนไม่ยอมรับ นับถือสภาเลย มันเกิดจากอะไร แน่นอนมันเกิดจากการจัดการ เกิดจากการทำไอโอ (IO) ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และเกิดจากตัวเราเองที่ทำตัวเราเองอย่างไรครับ อันนี้ผมเอง ก็บอกว่าถ้าสภาเราจะมีเกียรติอะไรที่มันไม่เหมาะสมเราต้องบอกเขาไปเพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติ ไม่ใช่ประโยชน์ของเสียงข้างมาก กราบเรียนด้วยความเคารพที่ไม่รับทราบ เพราะเนื้อหาสาระและผลงานครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชินวรณ์ครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็น ฝ่ายรัฐบาล เพราะประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ก็คือเป็นประเด็นว่าในเรื่องวาระ ที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบนั้น เป็นเรื่องที่เราควรที่จะมีมติว่ารับทราบหรือไม่รับทราบ หรือไม่ และเป็นเรื่องที่เราควรจะมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเสนอ เรื่องการรับทราบนั้น ๆ หรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธาน เพราะผมคิดว่าถ้าเราไม่ถือหลักที่ชัดเจน ต่อไปก็จะมีปัญหาทุกครั้งในการที่ ท่านประธานจะนำเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมทราบขึ้นมาหาเลยแล้วเห็นเอาว่าเป็นเรื่องที่ เราควรที่จะแสดงออกทางการเมืองอย่างไร อันนั้นเป็นเรื่องของสิทธิของแต่ละฝ่าย แต่ว่า เรื่องสำคัญที่อยากจะกราบเรียนเพื่อให้พี่น้องประชาชนและพวกเราได้เข้าใจตรงกันก็คือว่า ในเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบนั้น พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราก็มี หน้าที่ที่จะรับทราบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าเรามีสิทธิที่จะเสนอแนะต่อหน่วยงาน ที่เข้ามารายงาน แล้วก็มีหลายครั้งที่ท่านประธานคงจำได้ถ้าหากหน่วยงานดังกล่าว ทำรายงานมาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นรายงานที่ต้องมีการตรวจสอบจากหน่วยงานองค์กรอิสระอื่นแต่ยังไม่ได้รับ การตรวจสอบ พวกเราก็เคยให้ถอนออกไป ท่านประธานก็เห็นด้วยแล้วก็ให้ถอนออกไป แต่ผมคิดว่าการที่เราจะนำเอาประเด็นที่เราควรจะร่วมใจกันในการที่จะสร้างภาพพจน์ ของสภาแห่งนี้ ให้เห็นว่าเราทำหน้าที่ในสภาอย่างตรงไปตรงมา อย่างมีความชัดเจน ผมมีความจำเป็นที่ต้องขึ้นมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเราช่วยมาดูว่า รายงานฉบับนี้เป็นรายงาน ที่แตกต่างไปจากรายงานอื่นอย่างไร รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่เป็นไปตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ครับท่านประธาน ซึ่งได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้คณะรัฐมนตรี แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๓ เดือน ถ้าจะถามผมย้อนหลังกลับไปว่าผมเห็นด้วยไหมกับบทบัญญัติของกฎหมาย รัฐธรรมนูญนี้ ผมเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่าโดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะเรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แต่ให้มารายงานสภาทุก ๓ เดือนนี่ เพียงแต่ พิมพ์เอกสารก็หมดเรื่องความคืบหน้าแล้วครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อรัฐธรรมนูญให้รายงาน เราก็มามองในแง่บวกว่าเราจะได้เห็นถึงการที่รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่กำหนด เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ มาตรา ๒๖๕ เป็นต้นมา ซึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เกี่ยวกับ เรื่องการศึกษา เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ และแน่นอนเมื่อรัฐธรรมนูญ ได้มีบทบัญญัติไว้เช่นนี้สภาก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ก็จำเป็นที่จะต้องนำวาระดังกล่าวนี้ เข้ามาสู่การประชุมของสภาเพื่อให้สภาได้พิจารณารับทราบ ผมคิดว่าเมื่อทุกฝ่ายยอมรับ ในหลักการนี้ เราก็ควรที่จะมาพิจารณาว่าเมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ และนี่คือจุดหนึ่ง ที่เราหลายคนก็เรียกร้องว่าถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เราก็ควรจะไปแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ผมคนหนึ่งเคยพูดในสภาแห่งนี้ว่าถ้ารัฐธรรมนูญนี้ในส่วนใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับ การบริหารราชการแผ่นดิน มีส่วนใดที่ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย พวกเราในสภา แห่งนี้ควรที่จะร่วมใจกันในการที่จะหาประเด็นและทำข้อเสนอแนะ และนำเสนอไปยัง กรรมาธิการพิจารณาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขในส่วนที่เรามี ความคิดเห็นตรงกัน ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่าเป็นทางออกของประเทศ แต่ผมไม่เห็นด้วยว่า ในวาระนี้ซึ่งเป็นวาระที่เราจะต้องมารับทราบการรายงานเสนอแนะ แล้วเราก็พูดว่า เราเป็นห่วงว่าสภาของเราจะเสียหาย เราจะเป็นตรายาง ผมคิดว่าเราต้องมาร่วมกันพิจารณา วันนี้ผมยืนยันกับท่านประธานว่าเราต้องมาร่วมกันพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา และเรา จะไม่เป็นตรายาง นั่นก็คือว่าส่วนใดที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องไม่เห็นด้วยครับ เช่นที่ผมไม่เห็นด้วยว่า ให้รายงานทุก ๓ เดือนอย่างนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะได้เห็นความคืบหน้า ใด ๆ เลย เป็นเรื่องของธุรการ เป็นเรื่องของงานประจำ และเมื่อไปดูในรายละเอียดแล้ว ยิ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการรายงานของหน่วยงานทางราชการเสียมากกว่า แต่ว่า จริง ๆ แล้วการปฏิรูปประเทศควรจะเป็นเรื่องของการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไปสู่ สิ่งที่ดีกว่า เป็นเรื่องของผู้นำประเทศจะต้องแสดงบทบาทนำในการที่จะให้มีส่วนสำคัญ ในการที่จะให้ประเทศของเราได้เปลี่ยนแปลงในหลักการสาระที่สำคัญของบ้านเมือง ของเรา ที่เราเป็นห่วงกันตลอดเวลา เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำก็ดี เรื่องการศึกษาก็ดี เรื่องความไม่เท่าเทียมกันในทางกฎหมายก็ดี หรือแม้แต่เรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าที่ผมพูดตรงนี้เพื่อที่จะแสดงเหตุผลกับท่านประธานว่า ถ้าเราไปถือหลักในการที่จะตรวจสอบในวาระรับทราบนี้ เป็นการลงมติหรือเป็นการ ไม่ร่วมประชุม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แทนที่จะเป็นผลบวกกับสภาก็จะไม่เป็นผลบวกกับสภา แต่ว่าผมอยากจะเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพในสิทธิของแต่ละฝ่ายว่าถ้าในวาระ รับทราบเช่นนี้ เราควรที่จะหาข้อมูลทั้งหมดในเรื่องของการปฏิรูปอย่างแท้จริง แล้วนำมา เสนอคณะกรรมการปฏิรูป แน่นอนครับ คณะกรรมการปฏิรูปที่มานั่งตรงนี้ท่านไม่ได้มีอำนาจ เด็ดขาดในแผนปฏิรูปประเทศ เพราะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี แต่ว่าในทางปฏิบัติ งานธุรการในสภานี้ทุกครั้ง ผมก็เห็นว่าเวลามีการรายงานรับทราบจากการดำเนินงาน ของคณะรัฐมนตรีหรือของหน่วยงานใดก็แล้วแต่ ก็จะมอบหมายให้ฝ่ายบริหารหรือฝ่าย ธุรการในงานนั้น ๆ ได้มีส่วนมาชี้แจงด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าฝ่ายรัฐบาลก็มีรัฐมนตรีที่มีความรับผิดชอบในหน่วยงานนั้นเข้ามา รับฟังในสภาแห่งนี้ และโดยภาพรวมผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าเราต้องยึดมั่น ว่าทุกอย่างที่เราพูดในสภานี้เราพูดในนามอำนาจนิติบัญญัติครับ ฝ่ายบริหารที่ดีก็ต้องสำนึก อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วว่าส่วนหนึ่งท่านก็มาจากอำนาจนิติบัญญัติท่านก็เลือกไปจากสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นท่านต้องให้เกียรติและรับฟังตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่มีผู้บริหารคนใด ที่มาจากประชาชนและปฏิเสธการรับฟังประชาชน ผมคิดว่าถ้าเขาคิดเช่นนั้นก็ไม่สามารถ ที่จะบริหารประเทศให้มีเสถียรภาพได้ วันนี้ผมจึงอยากจะเรียกร้องว่าแผนการปฏิรูปนั้น ได้เพียงแสดงความคืบหน้าในการดำเนินงานทุก ๓ เดือนเท่านั้นเอง และฉบับนี้ก็เป็น ฉบับที่ค้างมาจากการปิดสมัยประชุมสภา ผมทราบว่าได้เสนอเข้าทางธุรการนะครับ ตั้งแต่ วันที่ ๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วก็สภาเปิดขึ้นมาก็ได้นำเข้าสู่ระเบียบวาระเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมให้มาพิจารณาในวันนี้ แล้วก็จะนำในไตรมาสต่อไปเข้าสู่คณะรัฐมนตรี และการเสนอเข้ามา ผมคิดว่าถ้าพวกเราไม่เห็นด้วยในประเด็นใดในการจัดทำรายงาน ความคืบหน้านี้ก็ควรจะได้นำเสนอไป แล้วก็การนำเสนอรายละเอียดเอกสารในคราวต่อไป ที่จะเข้าสู่สภาก็จะได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นนะครับ ส่วนว่าแผนการปฏิรูปเราจะดำเนินการ อย่างไร และเราจะเร่งรัดให้รัฐบาลได้มีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไร ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้อง ไปดำเนินการในการไปดูว่าเราจะปรับปรุงกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร แล้วเราจะต้อง เรียกร้องให้รัฐบาลนี้ได้หันมาสนใจในการแก้ไขปัญหาตามแผนการปฏิรูปประเทศให้มี ความก้าวหน้าต่อไป ผมเห็นใจรัฐบาลว่าถึงแม้อยู่ในช่วงโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ตามครับ แต่ว่าการดำเนินการในการปฏิรูปประเทศเราก็ต้องทำควบคู่กันไป ก็ขอเป็น กำลังใจครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ จริง ๆ แล้วในระเบียบวาระที่ ๒ เป็นเรื่องที่ประธานแจ้ง ต่อที่ประชุม ในการรับทราบตามองค์กรอิสระหรือหน่วยงานต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องมา รายงานต่อสภา เพราะฉะนั้นแจ้งเพื่อทราบนะครับ ดังนั้นก็ไม่มีข้อบังคับ ไม่มีรัฐธรรมนูญ อันไหนว่าพอรับทราบมีการลงมติให้ลงมติว่าไม่รับทราบได้ แต่คำว่าพอรับทราบเสร็จแล้ว สภาเราไม่ได้เป็นสภาตรายางแบบที่ท่านชลน่านว่า เพราะว่าทุกครั้งท่านประธานชวนก็ดี หรือผู้ทำหน้าที่ประธานก็ดี เรื่องรับทราบสมัยก่อนเราก็แค่อ่านหัวข้อแล้วก็อภิปราย นิดเดียวแล้วก็รับทราบ แต่ตอนนี้เราเปิดอภิปรายกว้างขวาง ให้มีการอภิปรายซักถาม ตำหนิ ติเตียนทุกครั้ง ตรงนี้เราเปิดกว้างแล้วครับ เพราะฉะนั้นการรับทราบของเราไม่ใช่แค่ อ่านหัวข้อแล้วก็รับทราบเฉย ๆ ก็มีการอภิปรายตำหนิ ติเตียน เสนอแนะ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เปิดกว้างแล้วครับ ก็เท่ากับไม่ใช่ตรายางแล้ว แต่ส่วนบอกว่าไม่รับทราบก็คงไม่ได้ นอกจากส่วนตัวจะพูดอภิปรายว่าไม่รับทราบ ตัวเองไม่รับทราบคงไม่ได้ หรือจะขอมติ ก็คงไม่มีข้อบังคับ ไม่มีกฎหมาย ไม่มีรัฐธรรมนูญใดระบุไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำได้ก็คือ อันไหนที่ท่านไม่พอใจที่ไม่อยากจะรับทราบในส่วนนี้ท่านก็อภิปรายไปสิครับ ชี้แนะไปสิครับ เสนอแนะไปครับ ส่วนจะขอมติคงไม่มีมติหรอกครับ เพราะว่าเป็นการแจ้งที่ประชุม เพื่อทราบเฉย ๆ ให้ท่านได้ซักถาม ท่านศุภชัยมีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมอยากจะขอแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เรากำลังพูดคุยกันตอนนี้นะครับ จริง ๆ แล้ว ผมขอสนับสนุนต่อท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านชินวรณ์ เมื่อสักครู่ว่าจริง ๆ แล้วผมว่า วันนี้เราคงจะต้องมาพูดคุยกันให้เกิดความเข้าใจกันให้ตรงกันนะครับว่าจริง ๆ แล้ววาระนี้ เป็นวาระที่เราจะต้องดำเนินการตามหน้าที่ของเราคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ตามกฎหมายในการที่จะต้องรับฟังรายงานของ องค์กรต่าง ๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดต้องให้มีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และผมคิดว่าการทำ หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรก็คือการที่จะรับฟังอย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นหน้าที่ และผมคิดว่าถ้าเราเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็สามารถ ลุกขึ้นอภิปรายได้ ประเด็นอยู่ที่ว่าวันนี้เราคงเลือกไม่ได้หรอกครับว่ามีเรื่องไหนที่เรา เห็นสมควรว่าอยากจะฟังในรายงานฉบับไหนของหน่วยงานไหน เราเลือกไม่ได้หรอกว่า เราอยากจะฟังรายงานหรือไม่อยากฟังรายงาน แต่เมื่อหน้าที่ตามกฎหมายที่เราถูกกำหนด มาว่าจะต้องมีหน้าที่รับฟัง เราก็ต้องรับฟัง เมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นส่วนราชการ ท่านจะมีหน้าที่มาชี้แจงเรา ท่านก็มาชี้แจงตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าจริง ๆ แล้วผมเห็นว่าวันนี้พวกเราที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่มี อิสระในการที่จะฟังและเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เรามีสิทธิที่จะลุกขึ้นอภิปรายเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ความเห็นส่วนตัวนะครับ เราจะมีความรู้สึกว่า เมื่อเรื่องนี้เราไม่ชอบเราก็ไม่อยากจะอยู่ในที่ประชุม จริง ๆ เมื่อวานจะต้องขออนุญาต เรียนว่าพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจว่าพวกเราไม่อยู่กันเสียทั้งหมด ความจริงแล้ว ฝ่ายรัฐบาลก็อยู่กันเกือบครบนะครับ เพียงแต่ฝ่ายค้านท่านไม่แสดงตนเท่านั้น ทำให้ เหมือนว่าสภานี้ล่มเพราะอยู่กันไม่ครบ ถูกด่าว่ากล่าวจากพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ก็ขออนุญาตในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากจะวิงวอนให้สมาชิกทุกท่าน ได้ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายได้กำหนด รัฐธรรมนูญได้กำหนด ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เท่านี้ ขอบพระคุณครับ🔗

(นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอัครเดชมีอะไรครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเรื่องเมื่อวานก็เป็นภาพพจน์ที่พี่น้อง ประชาชนมองแล้วไม่ดีนะครับ จริง ๆ แล้วเรื่องตรงนี้อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งรัฐบาลด้วย ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกทางฝั่ง ฝ่ายค้านก็ให้เหตุผลว่าที่ต้องนับองค์ประชุมเนื่องด้วยเป็นเรื่องของแผนการปฏิรูป ที่อยากจะให้ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลนั้นให้ความสำคัญ จริง ๆ แล้วสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้น มีกลไกในการที่จะขับเคลื่อนภารกิจของสภาก็คือ คณะกรรมการประสานงานร่วม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ท่านก็เป็นกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับนี้ ผมเองก็ได้ร่วมกัน วัตถุประสงค์ของการตั้งคณะกรรมการร่วมของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นเพื่อต้องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนเมื่อวานนี้ครับท่านประธาน ที่จะทำให้สภาของเราไปสู่พี่น้องประชาชนนั้นเป็นภาพที่ไม่ดี เพื่อให้สภาของเรานั้นสามารถ ขับเคลื่อนไปได้ร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ผ่านคณะกรรมการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ขออนุญาตท่านประธานว่าถ้าฝ่ายค้านมีเจตนาที่ต้องการ เห็นสภานั้นขับเคลื่อนไปในส่วนที่สร้างสรรค์ ทำไมท่านไม่ใช้กลไกนี้ในการที่จะหารือกัน ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลว่าจะมีวาระรับทราบในการปฏิรูปประเทศ ขอให้สภานั้น งดการประชุมกรรมาธิการทุกคณะ เพื่อให้ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลนั้นได้มาอยู่ในห้องประชุมนี้ ครบกันทุกคน เมื่อวานนี้ผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ เพื่อให้สมาชิกฝั่งรัฐบาล อยู่กันครบหมดครับ แต่ที่ไม่ครบเพราะว่าประชุมกันอยู่ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ก็ขอร้องเรียน ร้องขอความเป็นธรรมกับท่านประธานครับว่าเมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ภาพออกไปเหมือนกับว่า ส.ส. ฝั่งรัฐบาลนั้นไม่มาทำงาน ไม่มาประชุม จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ทุกคนมาทำงาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ก็ขอให้ท่านประธานได้ใช้กลไกนี้ ถ้าทางฝ่ายค้านต้องการทำงานสร้างสรรค์จริง มีความหวังดีกับสภาผู้แทนราษฎรจริง อยากให้พี่น้องมีความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาจริง ขอให้ท่านใช้กลไกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒ เพื่อให้สภาของเรานั้นสามารถขับเคลื่อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามที่ฝ่ายค้านนั้น ได้อ้างครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ พอสมควรแล้ว เสียเวลามานานแล้ว พอแล้วครับ ขอดำเนินการต่อนะครับ ยังมีท่านสมาชิก ประสงค์จะอภิปรายเพื่อรับทราบเรื่องรับทราบตามวาระที่ ๒.๓ อยู่นะครับ ท่านนิกรอยู่ไหม เชิญท่านนิกรครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ของเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ผมมีประเด็น ๓ ประเด็น และมีข้อเสนอแนะ ดังนั้น คงต้องขอเวลาท่านประธานเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เดิมขอไว้ ๑๐ นาที🔗

ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าอภิปรายผมมีคำถามเบื้องต้นเลยว่า ทำไมวันนี้ ถึงไม่มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมาเลย ท่านประธานคงจำได้ว่าครั้งแรกเรามีการรายงาน กันไปครั้งหนึ่งตอนนั้นก็มีลักษณะแบบนี้ มีแต่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติในฐานะเลขานุการมา แล้วสภานี้ก็บ่นว่าทำไมไม่ให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ มาบ้าง ครั้งที่ ๒ กรรมการมากันหลายท่านหมายถึงว่าประธานบ้าง อะไรบ้าง แม้ว่าจะมี ไม่ครบ ก็ได้ฟังความเห็นจากสภาไป ครั้งนี้ไม่มีเลย ผมทราบว่าจะมากันเอง แล้วก็มี รัฐมนตรีมา ทำไมเราไม่เอากรรมการเหล่านั้นมา ท่านประธานครับ เมื่อการประชุม ครม. คราวที่แล้วเพิ่งตั้งคณะกรรมการไป แทนที่ขาดไป ซึ่งขาดไปเยอะมาก ขาดมา ๒-๓ ปีแล้ว เพิ่งตั้งไปครบที่ลาออกไปทั้ง ๑๑ คณะ แล้วตั้งเพิ่มอีก ๒ คณะ ก็เห็นว่ากรรมการเหล่านั้น ก็น่าจะได้มาฟังความเห็นจากสภาบ้าง นี่เป็นคำถามว่าทำไมถึงไม่มีคณะกรรมการมารับฟัง เป็นคำถามที่ ๑🔗

ส่วนที่ ๒ ปัญหาเรื่อง ๓ เดือนรายงาน ผมเรียนท่านประธานว่าตอนที่ ช่วงกฎหมายนี้ออกผมอยู่ใน สปท. แล้วกฎหมายนี้เข้าไป สปท. ผมได้ชี้ไว้แล้วว่าการรายงาน ทุก ๓ เดือน เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจหลักการบริหาร เพราะว่าลำพัง ๓ เดือน ในระบบการบริหารราชการแผ่นดินงบประมาณอยู่ไหนก็ไม่รู้ โครงการสั่งไปแล้วก็ยังไม่สำเร็จ ดังนั้น ผมยังเสนอไปเสียด้วยซ้ำว่าอย่างน้อยต้อง ๖ เดือนรายงานครั้งหนึ่ง ปีละ ๒ ครั้งก็ยังดี แต่ ๓ เดือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แล้วขณะนี้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เราก็ต้องมา มีปัญหากันตรงนี้ทำให้ผิดใจกันระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะว่า ๓ เดือน ๓ เดือน ๓ เดือน ก็เลยไม่คืบหน้า ตรงนี้อาจจะต้องแก้ไข ส่วนผมจะเข้าประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ จะเป็นประเด็นเรื่องสถานะของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ แต่ละชุด ผมเรียนว่าที่พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ว่าคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ยังไม่เกิน ๑๐ วันก่อนจากนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปด้านต่าง ๆ จำนวน ๑๓ คณะ ได้แต่งตั้ง แทนที่ลาออกไปเป็นจำนวนมาก เหมือนอย่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เหลือ ๒ คนมาตั้ง ๒ ปีแล้ว แค่ประชุมก็ประชุมไม่ได้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจมี ๑๑ คน ลาออกไปเหลือ ๔ คนมาตั้งนานแล้ว คราวนี้เติมเข้าไปหมด แล้วมีการตั้งเพิ่มอีก ๒ คณะ ก็คือ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการทรัพยากรมนุษย์ ตรงนี้มีการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นไปก็ใหม่ทั้งหมดถอดด้าม ดังนั้น ผมดู จากรายชื่อก็เห็นว่าคือมาช้าดีกว่าไม่มา ช้าไป ๒ ปี ช้าไปนิดหนึ่ง แต่รายชื่อเห็นว่ามี ความหลากหลายดีมาจากหลาย ๆ แหล่ง หลาย ๆ คน ก็จะรอดูผลงานกันต่อไป ก็คิดว่า คราวนี้เริ่มจะนับ ๑ ได้หลังจาก ๓ ปีมาแล้วที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้🔗

ประเด็นที่ ๒ ความเห็นต่อความก้าวหน้าในการปฏิรูปของเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม พิจารณาจากรายงานที่มีการนำเสนอขึ้นมาเล่มนี้ ผมมีความเห็นว่า ทุกประเด็นปฏิรูปล้วนเป็นเรื่องเล็กที่ไม่สำคัญ เพียงพอที่จะนำมารายงานเรื่องความก้าวหน้า สรุปก็คือไม่มีความก้าวหน้า ยกตัวอย่างรายงานฉบับนี้ใน ๓ เดือนที่รายงานมีเน้นเฉพาะ เทคโนโลยีเล็ก ๆ โซเชียล (Social) เหมือนกับมีแอปพลิเคชัน (Application) แล้วก็มาบอกว่า เป็นผลงาน มันเล็กเกินไป กฎหมายที่เตรียมจะออกร่างกฎหมายก็ไม่มีหลักการและเหตุผล ที่สำคัญในรายงานนี้นะครับ แล้วก็โครงการต่าง ๆ เป็นนามธรรมทั้งนั้น ไม่อาจจะวัดผลสัมฤทธิ์ เป็นรูปธรรมได้ ผลการปฏิรูปเกือบทุกด้านผมสรุปว่าไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใดเลย ผมวิเคราะห์ว่ามีปัญหาปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายในเพราะว่ากรรมการ แต่ละชุดที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่ว่ามีไม่ครบไม่สามารถจะทำงานได้มาตั้ง ๒ ปีแล้ว ดังนั้น ก็เลยไม่มีงาน เพราะว่าแค่จะประชุมยังไม่ได้แล้วจะทำงานกันอย่างไร ส่วนปัจจัยภายนอก ในตรงนี้ก็บอกแล้วว่ามันคือความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและแผนยุทธศาสตร์ชาติ เราจะเห็นว่าในรายงานฉบับนี้ก็สรุปชัดว่ามติ ครม. เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไปปรับปรุงใหม่เกือบทั้งหมด โดยอ้างถึงความเห็น แล้วก็ยังมี การอ้างความเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มารายงานว่าให้ฟังความเห็นแล้วไปปรับปรุง ดังนั้น ที่ไม่มีผลงานเลยเพราะว่ากลับไปปรับปรุงใหม่เกือบทั้งหมด เพราะว่าให้สอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็แผนแม่บท นั่นเป็นเหตุปัจจัยภายนอกที่ถูกบังคับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมจะยกตัวอย่างแผนปฏิรูปสักอย่างที่ผมยืนยันว่าไม่มี ความก้าวหน้า ปฏิรูปการเมือง ปัจจัยภายในที่ผมกล่าวแล้วเมื่อสักครู่ก็คือว่ากรรมการชุดนี้ ลาออกไปทั้งหมด มาเป็น ส.ส. เสียบ้าง ไปเป็นรัฐมนตรีเสียบ้าง เหลือ ๒ ท่านมาตั้งนานแล้ว ประชุมไม่ได้ อย่างที่ผมเรียนแล้ว ปัจจัยปัญหาภายนอกเกี่ยวกับความสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านบวกก็มีครับ ในแผนงานมีการกำหนดเรื่องการกระจายอำนาจ ทางการเมือง ซึ่งท่านอดีตประธาน เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ตอนนั้นอยู่ แล้วก็พวกผมก็เข้าไป ให้ความเห็น แอบใส่เข้าไปเรื่องการกระจายอำนาจ เพราะว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีคำว่า กระจายอำนาจแม้แต่คำเดียว ดังนั้น ในการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองก็เลยไม่มี การกระจายอำนาจ แต่ว่ากรรมการปฏิรูปต้องขอบคุณที่ว่าแอบใส่เข้าไปด้านหนึ่ง ด้านลบก็มี ด้านลบของการปฏิรูปการเมือง แผนงบประมาณของการปฏิรูปการเมืองทั้งหมดมี ๕ แผน ๕ ปี ท่านประธานทราบไหมว่ากำหนดงบประมาณไว้เท่าไร เฉลี่ยแผนละ ๔๔.๓๗ ล้านบาท ทั้ง ๕ แผน คูณ ๕ ปีรวมงบประมาณทั้งสิ้น ๒๒๑ ล้านกว่า ๆ เท่านั้นเอง จะปฏิรูป อะไรกันได้เงินแค่นี้ ที่สรุปมาเล่มนี้เรื่องปฏิรูปการเมือง ข้อ ๑ รู้รักสามัคคีในหมู่ผู้นำ พรรคการเมือง คือบอกว่าให้ผู้นำพรรคการเมืองมาปรองดองกันอะไรต่าง ๆ แผนนี้ในแผน ให้เสร็จสิ้นในไตรมาสที่ ๔ ปี ๒๕๖๑ นี่ปี ๒๕๖๓ แล้ว แผนที่ ๒ จิตอาสาเพื่อประชาธิปไตย ในนี้มีรายงานเป็นผลงาน แต่ถ้าตามแผนมันเป็นไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๖๕ ยังไม่ถึง แผนที่ผ่านมาแล้วไม่ทำ แผนที่ยังมาไม่ถึงไปทำ แล้วก็พิสูจน์ว่าเป็นผลงาน อันต่อมาคือ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม กำหนดตามแผนคือไตรมาสที่ ๔ ปี ๒๕๖๑ ก็คือตอนที่ เราเลือกตั้ง มันจะมีแผนงานที่สำเร็จอะไรในเมื่อการเลือกตั้งมันเลยมาแล้ว การเลือกตั้ง ท้องถิ่นก็ไม่มี ทั้ง ๓ ข้อที่เป็นรายงานความคืบหน้าของการเมืองถือว่าไม่มีผลคืบหน้า มารายงานลักษณะแบบนี้มันผิดฝาผิดตัวผิดเวลา สถานะกฎหมาย กฎหมายฉบับเดียว ที่รายงานมาก็คือส่งเสริมให้มีการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองซึ่งผมอยู่ด้วย ตอนนั้นผมลาออกมาก่อนมาสมัคร ส.ส. ปรากฏว่าคนร่างกฎหมายฉบับนั้นเอาเข้า สนช. แล้ว สนช. ไม่เอาด้วย สนช. ที่ผ่านไปแล้ว ก็ปรากฏว่าก็ร่วงไป สุดท้ายทางกรรมาธิการปฏิรูป การเมืองของวุฒิสภาก็มาปรับใหม่ ฉบับนี้ก็ไม่เป็นมรรคเป็นผล ไม่ได้ไปไหน ก็นำมารายงาน ไม่มีความคืบหน้า🔗

สุดท้ายเป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ก็คือผมมองว่าขณะนี้มีข้อสังเกตว่ามี ปัจจัยท้าทายการปฏิรูปประเทศ ๒ อย่าง ก็คือว่ากรณีฉุกเฉินเร่งด่วนกับกรณีสารัตถะสำคัญ ก็คือเออร์เจนต์ (Urgent) กับอิมพอร์แทนต์ (Important) กรณีฉุกเฉินเร่งด่วนเฉพาะหน้า หรือเออร์เจนต์ (Urgent) ก็คือผลกระทบจากโควิด (COVID) จะต้องนำไปสู่การปรับแผนครั้งใหญ่ ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสาธารณสุขเอาตามเดิมไม่ได้ สาธารณสุขเปลี่ยนแปลง หมดแล้ว ด้านเศรษฐกิจขณะนี้ก็ต้องเปลี่ยนแปลง ด้านสังคม ด้านการบริหารประเทศ รวมทั้งด้านอื่น ๆ ทุกด้านต้องมีการเปลี่ยนแปลงจูน (Tune) ใหม่หมดเลย เพื่อจะให้ สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งอยากจะเรียนท่านประธานว่าในกฎหมายฉบับนี้ พ.ร.บ. แผนและการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๑๓ ได้เขียนว่าในกรณีมีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุง การปฏิรูปประเทศด้านใดด้านหนึ่ง การแก้ไขเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บทให้รัฐมนตรี แจ้งให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านนั้นดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยเอามาตรา ๑๑ มาบังคับโดยรวม หมายความว่าสามารถจะแก้ไขได้ ผมก็เสนอว่าในเรื่องโควิด (COVID) ท่านไปดู แล้วไปแก้ไขเสียให้มันสอดคล้อง ยังทันอยู่ เพิ่งจะตั้งกันมาใหม่🔗

อีกอย่างหนึ่งก็คือความเร่งด่วนเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ ขณะนี้เรามี การพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๖๔ งบประมาณไม่มีปฏิรูปไม่ได้ ก็รีบไปหางบประมาณมาเติม ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นหมอกควัน เป็นแค่คำพูด ไม่มีสารัตถะที่เป็นจริงเลย🔗

สุดท้ายเรื่องสำคัญที่เป็นสถานะของการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ผมเรียนว่าอย่างนี้ครับ ในรัฐธรรมนูญ หมวดการปฏิรูปประเทศมีความลักลั่น ไม่ชัดเจน เป็นอย่างมาก ในหมวด ๑๖ เพราะว่าเป็นการปฏิรูปประเทศในเชิงปฏิบัติ หมวดนี้เป็นเหมือนกับค้างคาวคือ เป็นนกมีหู หนูมีปีก เป็นหนูก็ไม่ใช่ เป็นนกก็ไม่ใช่ เพราะว่าเป็นบทที่กำหนดไว้ ๑ หมวด ประเด็นปัญหาก็คือว่าในมาตรา ๒๕๙ กำหนดไว้ว่าการปฏิรูปประเทศต้องเริ่มภายใน ๑ ปี นี่เริ่มไปแล้ว และให้เสร็จผลสัมฤทธิ์ภายในเวลา ๕ ปี ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเวลา อีก ๒ ปีเท่านั้นเอง ปัญหาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือครบเวลา ๒ ปีคือปี ๒๕๖๕ พอครบแล้ว การปฏิรูปประเทศนี้ยังคงอยู่หรือเปล่า🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือมาตรา ๒๗๐ ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้วุฒิสภา ตามมาตรา ๒๖๙ เป็นผู้กำกับดูแลการปฏิรูปประเทศ คือวุฒิสภา ๒๕๐ คน ตอนนี้ที่เป็นวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล คำถามก็คือว่าพอวุฒิสภาชุดนี้หมดอายุไปตามบทเฉพาะกาลใครจะมาดูแลเรื่องการปฏิรูปประเทศ ไม่ได้เขียนไว้ หมายความว่าหลังจาก ๕ ปี บอกว่าให้เสร็จใน ๑ ปี แล้วก็มีผลสัมฤทธิ์ภายใน ๕ ปี ดังนั้นจะมีทางเลือก ๒ ทางก็คือในการแก้ไขรัฐธรรมนูญยกหมวดนี้ทั้งหมวดออกไป เพราะว่า จะไม่มีผลแล้วหลังบทเฉพาะกาล หรือแก้ไขใหม่ให้มีกลไกอื่นที่มารองรับ ส่วนตัวผมเห็นว่า ควรจะมีต่อไปแต่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ🔗

ผมสรุปความเห็นต่อประเด็นการปฏิรูปประเทศก็คือสถานะของกรรมการ ตอนนี้ตั้งขึ้นใหม่แล้วผมเห็นว่าดีขึ้นทั้งตัวบุคคลและความหลากหลายแต่ละด้าน ประเด็นที่ ๒ ความคืบหน้าในการรายงาน ผมสรุปว่าไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ อยากจะให้มีการดำเนินการ เพราะส่งผลลบ ต่อการพัฒนาประเทศมาก ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ🔗

ข้อเสนอแนะก็คือว่าให้ปรับปรุงแก้ไข ก็คือแก้ปัญหาฉุกเฉินในกรณีโควิด (COVID) ปรับปรุงเสียใหม่ตามมาตรา ๑๓ แล้วก็เตรียมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยถ้าอยากจะเอาไว้ นั่นเป็นข้อสรุปที่ผมนำเสนอต่อสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ท่านใดประสงค์จะอภิปรายซักถามไหมครับ ยกมือขึ้นนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๙ ผมจะได้ สังเกตเห็น เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย กระผมจะมาอภิปรายเรื่องการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงาน ปฏิรูปประเทศมาเบื้องต้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ มีสมาชิกหลายท่านได้ติติงรายงานฉบับนี้ตั้งแต่เนื้อหา ความคืบหน้า แล้วก็ความล่าช้าของรายงาน ท่านประธานครับ กระผมเข้าใจดีว่ารายงานฉบับนี้ มาล่าช้าเพราะว่าเป็นรายงานที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เป็นรายงานฉบับสุดท้าย ของปี ๒๕๖๒ ก็คือเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ถ้าท่านเห็นรายงานฉบับแรก ๆ ที่เรา อภิปรายกันที่สภา ทีโอที (TOT) ครั้งแรกตอนนั้น จะเห็นว่ารายงานฉบับนั้นเทียบกับฉบับนี้แล้ว กระผมว่าฉบับนี้ดูดีกว่าในเรื่องของรูปเล่ม เนื้อหาสาระ แต่ความคืบหน้ายังไม่ได้เท่าที่ควร มีท่านสมาชิกพูดไปแล้ว🔗

ท่านประธานครับ กระผมอยากจะรื้อฟื้นให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่งว่า การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองแรกเริ่มเดิมทีสภาปฏิรูปแห่งชาติทำออกมามี ๑๘ บวก ๑ เป็น ๑๙ ด้าน วันนี้โดนตัดไป ๗ ด้านเหลือ ๑๒ ด้าน แต่ว่าวันนี้ผมเห็นมีเพิ่มเข้ามาอีก ๑ หมวดแล้วก็คือตำรวจ แล้วเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้อภิปรายว่ามีเพิ่มเข้ามาอีก คือมีวัฒนธรรม มีกีฬา แล้วก็มีทรัพยากรมนุษย์เพิ่มเข้ามา ซึ่งกระผมเรียกร้องไปตั้งแต่ชอต (Shot) ที่ ๒ แล้วว่าให้เอา ๑๙ หมวด ที่หาข้อมูลมาตอนแรกเข้ามาให้ครบ ไม่ต้องเอามา รวมกันแบบนี้ มันทำให้ข้อมูลสับสน วุ่นวาย🔗

ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมจะอภิปรายในวันนี้เบื้องต้นก็คือเรื่องการปฏิรูป ประเทศด้านการเมือง มีพระราชบัญญัติที่ต้องทำอยู่ ๑ ฉบับ ปรากฏว่าข้อมูลยังเป็นศูนย์ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย กระผมจะอภิปรายให้ท่านและสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบและเผื่อท่านผู้ชม ทางบ้านด้วยนะครับ เพราะท่านไม่มีเอกสารในมือ การปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ๑๒ ด้าน ด้านการเมืองมีพระราชบัญญัติจำนวน ๑ ฉบับ ผลสัมฤทธิ์ ก็คือเป็นศูนย์ ยังไม่เสร็จเลย อันที่ ๒ การบริหารราชการแผ่นดินมีพระราชบัญญัติอยู่ ๔ ฉบับ เสร็จไปแล้ว ๓ ฉบับ ยังเหลือ ๑ ฉบับ อันนี้พอรับได้ อันที่ ๔ ก็คือเรื่องกฎหมาย กฎหมายนี่ ๑๔ ฉบับ ทำไปแล้ว ๔ ฉบับ ยังเหลืออีก ๑๐ ฉบับ แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจใน ๑๒ ด้านเป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรมล้วน ๆ เลย อันที่ ๑ กระบวนการยุติธรรม หัวข้อที่ ๔ มีพระราชบัญญัติ และกฎหมายว่าด้วย ๔๐ ฉบับ เสร็จไปแล้ว ๕ ฉบับ ๔๐ ฉบับ เสร็จไปเพียง ๕ ฉบับ นี่คือ กระบวนการยุติธรรม เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศเลยนะครับ แล้วอีกอันหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา ก็คือกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อันสุดท้าย หมวด ๑๓ มีพระราชบัญญัติและกฎหมายว่าด้วย ๒ ฉบับ ผลสัมฤทธิ์เป็นศูนย์ ท่านประธานครับ กระผมไม่ได้มองถึงปริมาณหรือจำนวนว่ามาก หรือน้อย แต่กระผมกำลังดูถึงความจริงใจของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่าท่านจริงใจ จะปฏิรูปประเทศจริงหรือเปล่า ถ้าจริงใจทำไมล่าช้าอย่างนี้ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปกครองประเทศ ทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นมักจะอ้างความยุติธรรม ไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเมื่อสภาปฏิรูปประเทศ คณะทำงานเห็นแล้วว่าความยุติธรรมเป็นหัวใจของการบริหารประเทศก็ควรจะทำสิ่งนี้ขึ้นมาก่อน เมื่อความยุติธรรมได้รับการยอมรับแล้วทุกอย่างก็ง่าย เราก็มาเริ่มที่การเมือง เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราคุยกันอยู่คือเรื่องการเมือง เมื่อการเมืองดี เศรษฐกิจดี สังคมดี ชีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชนก็ดี ความเหลื่อมล้ำก็จะลดลงไป แต่กระผมยังย้ำคำเดิมที่พูดไว้ว่าความยุติธรรมนั้น ต้องทำให้สัมฤทธิผล มีกฎหมายพระราชบัญญัติที่จะต้องทำถึง ๔๐ ฉบับ ท่านทำได้แค่ ๕ ฉบับ กระผมว่าควรจะเพิ่มคุณภาพและศักยภาพในการทำงานให้มากกว่านี้ หรือมีสมาชิกบางท่านว่า ระยะเวลาที่รายงานต่อสภาสั้นเกินไปคือ ๓ เดือน อันนี้ก็คงจะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ก็คงจะมองไม่เห็นรูปธรรมมากนัก แต่กระผมจะให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาปฏิรูปประเทศไม่ต้องทำพร้อมกันทั้ง ๑๒ ด้าน เลือกสาระสำคัญที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มาทำก่อน ไม่มีใครทำอะไรได้พร้อมกันดีทุกอย่างหรอกครับ ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเอาหัวใจสำคัญที่จะเป็นทางเดินขึ้นมาก่อนคือกระบวนการยุติธรรม ทุกวันนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกคนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ว่าภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคสังคม เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าเรื่องนี้ควรทำเป็นเรื่องแรก เมื่อกระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้วค่อยมาว่ากันเรื่องการเมือง เพราะว่าการเมืองที่เราทำมากระผมมาดูจิ๊บจ๊อยมาก กิจกรรมหรือแอกทิวิตี (Activity) ทางการเมือง ทำ ๔ หัวข้อ ส่วนมากจะเป็นการทำแอปพลิเคชัน (Application) การทำแอปพลิเคชัน (Application) ขึ้นมาใหม่เพื่อติดตามการเลือกตั้งท้องถิ่น การรายงานผล ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นเขายังไม่ประกาศ เลยว่าจะเลือกตั้งเมื่อไร ท่านทำแอปพลิเคชัน (Application) พวกนี้ขึ้นมาแล้วไม่ใช่หน้าที่ของ สภาปฏิรูปประเทศ ทุกวันนี้เด็กมัธยมก็ทำได้แอปพลิเคชัน (Application) พวกนี้ งานของท่าน ยิ่งใหญ่กว่านี้เยอะ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้การเป็นประชาธิปไตย การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ต้องสื่อสารลงไปถึงเยาวชน จัดอบรมตั้งแต่ในชั้นเรียน ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้วัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาเพราะสื่อ ออนไลน์ (Online) สื่อโซเชียล (Social) ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการปฏิรูปประเทศครั้งต่อไป ไม่ทราบว่าจะมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมานั่งอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ฝากให้ท่านประธาน ไปบอกด้วยว่าในรายงานฉบับต่อไปคงจะไม่ทันฉบับเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ฉบับที่ ท่านจะทำต่อไปนี้ขอให้เพิ่มกระบวนการยุติธรรมเป็นหัวใจหลัก เพราะนั่นคือความสัมฤทธิผล ที่เห็นเป็นรูปธรรม เมื่อความยุติธรรมปรากฏทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกระจ่าง และการเมืองไทย ก็จะเดินไปตามทางประชาธิปไตยของมัน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญพรรค ประชาธิปัตย์ มีไหมครับ พลตำรวจตรี สุรินทร์ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออภัย ท่านที่กำลังจะอภิปรายด้วยนะครับ ผมมีรายชื่อ แล้วก็ได้เสนอกันตั้งแต่เช้าแล้ว ก็แปลกใจ เหมือนกันครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป เชิญครับ ผมจะให้ทุกพรรคครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ปกติก็จะเรียงตามรายชื่อที่มีไว้ ยกตัวอย่างเช่น ท่านนิกร จำนง เป็นท่านแรก ตามด้วยท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ท่านสำลี รักสุทธี🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมมีรายชื่อ แล้วครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานจะเป็นไปตามนี้ไหมครับ เห็นมีแซงไป ๒ ท่านแล้วครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผม พิจารณานะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จากรายงานเล่มนี้ ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วก็มาดูเรื่องการปฏิรูปตำรวจ เรื่องการบริหารราชการ แผ่นดินสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโครงการจัดตั้งศูนย์รับ แจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อจัดทำรายละเอียดแผนการดำเนินโครงการระยะแรกที่เริ่มทดลอง ดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้เป็นแผนงาน ไม่ใช่เรื่องของการปฏิรูปประเทศนะครับ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ที่สมควรจะต้องทำของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คือยกสถานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกระทรวงหรือทบวง เพราะว่าบุคลากรในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีทั้งหมด ๒๓๐,๐๐๐ คน มีตั้งแต่พลตำรวจเอกจนถึงพลตำรวจ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นคนโยกย้าย ไม่ได้กระจายอำนาจแต่อย่างใด อยากจะให้มีการปฏิรูปยกสถานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกระทรวงหรือทบวง มีกรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะกรมนครบาล กรมสอบสวนกลาง กรม ตม. กรมชายแดน แล้วต่างคนต่างอยู่กันแต่ละกรม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำหน้าที่ดูแลอย่างทั่วถึง เพราะว่าหน้าที่ภารกิจของตำรวจเกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งประเทศ ในเรื่องอรรถคดีก็ดี การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองก็ดี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลนี้จะต้องปฏิรูปตำรวจ ยกสถานะตำรวจขึ้นเป็นกระทรวงหรือทบวง ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญพรรค พลังประชารัฐ ท่านจักรพันธ์อยู่ไหมครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ในส่วนที่ไม่ได้ยกมือ ก็เรียนท่านประธานว่าเขาอาจจะไม่ประสงค์จะพูด ถ้าเกิดท่านประธานไปเรียกเดี๋ยวเขาก็จะกลับมา พูดอีกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นี่ละครับ ตามรายชื่อที่ผมมี ทีนี้ผมมองไม่เห็น ผมก็เลยใช้อำนาจของประธาน แล้วแต่จะเรียกนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานครับ มีผู้ประสงค์ จะอภิปรายก่อนผม แล้วเรียงตามลำดับ ตามคิวที่ลงชื่อไว้นะครับ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขอให้ท่านก่อนผม และผมจะอภิปรายหลังจากท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เชิญท่านโกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขอขอบคุณท่านประธานและท่านที่ได้ อนุญาตให้ผมได้พูดก่อนท่าน ขอบคุณนะครับ🔗

กราบเรียนท่านประธานว่าในรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผน การปฏิรูปประเทศหลายเรื่องที่กระผมพยายามศึกษา ส่วนหนึ่งก็ทำให้เกิดข้อคิดเพื่อจะเป็น ส่วนที่จะเสนอแนะต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปดำเนินการในการทำรายงานต่อไป นั่นคือประเด็นที่ ๑ ในส่วนนี้กระผมเห็นว่าการทำรายงานส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของการรายงานตามโครงการและกิจกรรม ในรอบเดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒ แล้วก็เห็นว่าที่มีอยู่ในสถานะของการดำเนินงานส่วนใหญ่ อย่างที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไปแล้วก็คือเป็นงานปกติที่ทำอยู่เป็นประจำ อันนี้ ก็คือสิ่งที่เป็นข้อที่มองกันว่าไม่ใช่เรื่องของการปฏิรูปประเทศที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือมองไปยังอนาคตที่จะต้องปฏิรูปสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ส่วนหนึ่งก็ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิรูปประเทศอยู่ กระผมพยายามเชื่อมโยงกับที่ผ่านมาก็คือในรายงานสรุปผล การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศก็จะมีสอดคล้องอยู่บ้างในรายงานความคืบหน้า ในประเด็นการปฏิรูปประเทศ กระผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็นชัด ๆ สัก ๒ เรื่อง เป็นความสอดคล้องที่กระผมตั้งใจที่จะพูด แล้วก็เป็นข้อเสนอแนะด้วย นั่นก็คือในประเด็น การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม เรื่องการกระจายอำนาจ ความจริงก็มีในผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่กระผมเรียนท่านประธานว่าเวลาไปทำความก้าวหน้า หรือความคืบหน้ากลับไม่มีเรื่องการกระจายอำนาจในความคืบหน้า สิ่งที่กระผมพูดอย่างนี้ เพราะว่าเป็นความเชื่อมโยงที่ต่อกันว่าความคืบหน้าในเรื่องการกระจายอำนาจจะไปถึงไหน อย่างไร แต่กระผมขอเรียนว่าเป็นประเด็นที่กระผมและพรรคที่กระผมสังกัดอยู่สนใจ และคิดว่า ในชีวิตการเมืองที่เข้ามาเล่นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งกระผมตั้งใจที่อยากทำให้ ประเทศนี้ได้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มที่และเต็มกำลังที่จะทำได้ เพราะฉะนั้น เวลาเราพูดถึงความก้าวหน้าก็ต้องไปดูว่ากิจกรรมและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป คืออะไรในเรื่องการกระจายอำนาจ เช่นเดียวกันด้านบริหารราชการแผ่นดินก็พูดเรื่องการทำให้ กำลังคนภาครัฐลดอำนาจลง แปลว่ากำลังคนภาครัฐต้องลดลง แต่ถ้าไปเพิ่มอำนาจท้องถิ่น ก็ลดกำลังคนภาครัฐ อันนี้เป็นความเชื่อมโยงกันใน ๒ แผน เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เห็นความก้าวหน้า ต้องบอกว่าการกระจายอำนาจจะทำอะไรแล้วให้เป็นความก้าวหน้า กระผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าอย่างในเล่มการดำเนินงานครั้งที่แล้วพูดเรื่องสมรรถนะของท้องถิ่นทำได้ ๒ เรื่องก็คือ เพิ่มเงินอุดหนุนหรือเพิ่มเงินอันเป็นสัดส่วนระหว่างรัฐกับท้องถิ่น จำนวน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ อันนี้ผมกำลังจะบอกว่า นี่คือความก้าวหน้าหรือคืบหน้าที่จะพูดถึงเป็นความเชื่อมโยงกัน แต่ก็น่าเสียดายว่าในความคืบหน้า กลับให้รายละเอียดในเรื่องของโครงการที่หน่วยงานนั้น ๆ ส่งมา นั่นคือประเด็นต่างหาก ในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน การจะทำให้ภาครัฐมีความกะทัดรัด กระผมเข้าใจว่าจะต้องทำให้ภาครัฐนั้นลดภารกิจตัวเองลงไป เพื่อจะทำให้รัฐไม่โป่งเกินไป ไม่เติบโตเกินไป แล้วก็ไปเพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น เป็นปฏิภาคผกผันซึ่งกันและกัน🔗

ข้อเสนอของกระผมก็คือว่าต่อนี้ไปใน ๒ ด้านที่กระผมพูดถึงนี้จะต้องเขียน เรื่องว่าอะไรที่เป็นกิจกรรมหรือโครงการที่เขาใส่มาเป็นเรื่องปกติ อาจจะต้องพูดไปตรง ๆ ว่า เป็นงานปกติที่ทำอยู่ อะไรที่เป็นความคืบหน้าเรื่องจัดสรรเงินให้กับท้องถิ่นก็ต้องบอกไปเลยว่า ต้องการปฏิรูปเพื่อทำให้ท้องถิ่นมีสมรรถนะ มีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ภาครัฐลงไป เช่นถ่ายโอนภารกิจ ให้กับท้องถิ่น แล้วก็ทำให้มีการปฏิรูประบบราชการที่ทำให้ราชการกะทัดรัด กระผมว่าถ้าไป อย่างนี้มันทำให้มีความชัดเจนในความคืบหน้า🔗

กราบเรียนท่านประธานสัก ๓ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว สืบเนื่องจากว่าเรา พยายามพูดกันเรื่องรายงานทุก ๓ เดือน คณะรัฐมนตรีต้องให้รัฐสภารับทราบ อย่างที่ท่านชินวรณ์พูด ก็คือว่า ๓ เดือนนี้บางทีไม่เห็นความคืบหน้าอะไร เราจึงเห็นรายงานของโครงการ เพราะฉะนั้น ทำให้เราไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ มันต้องมีปัญหาแล้ว นั่นก็คือส่วนที่ ๑🔗

ส่วนที่ ๒ ท่านนิกรพูดถึงการปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเปลี่ยนไปตามบริบท ของสังคมที่เปลี่ยนไป กระผมเห็นด้วยว่าการปรับปรุงปฏิรูปก็ควรจะมี แล้วสุดท้ายก็คือว่า ถ้าปรับปรุงปฏิรูปแล้วกระผมเข้าใจว่าสภาพัฒน์เองก็ทำให้ชัดเจนขึ้นทั้งในรูปกรรมการ แล้วก็แผนที่จะดำเนินงานต่อไป🔗

สุดท้ายก็คือว่าในการทำรายงาน กระผมเห็นใจสภาพัฒน์ว่าอาจจะเป็นหน่วย ที่ถูกเขียนไว้ในมาตรา ๓๓ ของ พ.ร.บ. ปฏิรูปประเทศว่าต้องทำ กระผมยังเห็นว่าคณะกรรมการ ที่เราพูดถึงถ้าได้ครบแล้วอยากให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศซึ่งรับผิดชอบอยู่ด้วยมีส่วนที่ จะใช้ความรู้ ความคิดที่ท่านมีมาบอกสภาว่าท่านจะปฏิรูปอะไร อย่างไร🔗

ฉะนั้นข้อเสนอของผม ๒ เรื่องว่าในการปฏิรูปประเทศจะเพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น ด้วยการกระจายอำนาจอย่างไร แล้วจะลดอำนาจภาครัฐอย่างไร ก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ แล้วก็ฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสำลี แล้วตามด้วยท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดมหาสารคาม ผมคิดว่าผมจะไม่ได้อภิปราย เสียแล้วนะครับ เพราะว่าเรามีปัญหากัน ความจริงแล้วผมจะต้องอธิบายตั้งแต่เมื่อวานนี้ ก็โชคดีที่วันนี้ยังมีโอกาส เพราะว่าผมได้ส่งซิกไปทางบ้านแล้วว่าผมจะอภิปราย แล้วพี่น้องทางบ้าน ก็รอชมอยู่นะครับ ประเด็นที่ผมสนใจเป็นอย่างมากก็คือประเด็นการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งในหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปที่ปรากฏอยู่ในข้อ จ การปฏิรูปการศึกษา เดี๋ยวนี้ใครที่ใช้คำนี้ การปฏิรูปการศึกษาจะทำให้รู้สึกว่าค่าลดลง ดังนั้นนักวิชาการจึงไม่ค่อยพูดคำนี้แล้ว เหตุใด ถึงบอกว่าทำให้คนพูดคำนี้แล้วค่าลดลง เพราะพูดไปแล้วทำไม่ได้ครับ การปฏิรูปการศึกษา เราใช้มาตั้งแต่หลังรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๕ นั้นอาจจะใช้คำว่าปฏิวัติได้นะครับ หลังจากนั้น เราก็เอาคำว่าปฏิรูปมาใช้เรื่อย ๆ จนถึงวันนี้ เมื่อปฏิรูปไม่สำเร็จคำว่าปฏิรูปจึงกระโดดเข้าไป อยู่ในรัฐธรรมนูญ เมื่อกระโดดเข้าไปแล้วทุกคนเงียบไม่อยากจะพูด ผมเองก็ไม่อยากจะพูดคำนี้ เพราะพูดไปแล้วมันไม่สำเร็จครับ เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่มีเรื่องที่ควรจะพูดเป็นอย่างมากเลยนะครับ แต่ด้วยเวลาจำกัด ผมจะพูดในบางประเด็นที่ผมต้องการอยากจะพูด นั่นก็คือสิ่งที่ท่านทำ สิ่งที่คณะกรรมการ ทำนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่พูดแล้วมีคนฟัง เป็นคนที่พูดแล้วมีคนเงี่ยหูฟัง แล้วเราก็เอาคน กลุ่มนั้นไม่ว่าจะเป็นดอกเตอร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งหลายที่พูดแล้วมีคนฟัง แล้วก็มีงาน มากมาย เมื่อเราเอาคนกลุ่มเดิม ๆ เอาคนที่พูดแล้วมีคนฟังนั้นไปเป็นกรรมการงานจึงไม่เดิน ผมขอใช้คำว่างานไม่เดิน ไม่อยากใช้คำว่าล้มเหลว เดี๋ยวจะเป็นการแล้งน้ำใจเกินไป การปฏิรูป การศึกษาผมเห็นด้วยกับทางฝ่ายค้านบางท่านที่ทำให้มีการถกเถียงจนมีการลงมติกันเมื่อวานนี้ คือท่านบอกว่ามันไม่ก้าวหน้าไปไหน แต่แม้จะไม่ก้าวหน้าอย่างไรเราจำเป็นจะต้องอยู่ เราจำเป็น จะต้องทำ เพราะมันเป็นกฎหมาย มันเป็นรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้แล้วว่าจะต้องรายงานและเรา จะต้องรับฟัง เมื่อไม่ดีก็จะต้องติติง ต้องชี้ ถ้าสมมุติเราเห็นว่ามันควรจะเป็นอย่างไร ก็แนะนำไป ผมแนะนำฝ่ายปฏิบัตินะครับว่าควรทำอย่างไร🔗

การปฏิรูปการศึกษาทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง ผมไม่อยากจะพูดมากเลย ผมอยากจะใช้คำเดียวว่าขอให้ท่านคืนอิสระ ขอให้ท่านคืนเสรีภาพให้กับครูเถอะครับ ครูเป็นคนที่ถูกครอบงำ เป็นคนที่ถูกตีกรอบ ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามศักยภาพที่เขามี หลายคนมีศักยภาพแต่ไม่สามารถที่จะทำตามอุดมการณ์ ตามความคิดของเขาได้ ท่านอาจจะบอกว่า ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ท่านมีความสามารถอะไร มีความคิดอะไรก็ทำไปสิครับ นั่นหมายถึงว่า การจัดการเรียนการสอนและการผลิตสื่อการเรียนการสอนอาจจะคิดได้ครับ แต่ในการปฏิบัติ จริง ๆ แล้วในห้องเรียนทำไม่ได้ มันเกี่ยวกันหลายอย่างครับ ครูส่วนใหญ่เป็นคนที่มีฐานะ จะเรียกว่าไม่ค่อยดีก็ได้ เพราะว่าครูมีหนี้สินเยอะแยะจะให้ครูมาผลิตสื่อให้สอดคล้องกับเด็ก ให้สอดคล้องกับศักยภาพของเด็กเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นคนที่เข้าใจการศึกษามากที่สุด คำตอบอยู่ที่ครู คำตอบอยู่ที่ห้องเรียน ผมเคยไปเป็นปฏิบัติกร เพราะว่าผมปฏิบัติในห้องเรียน ก็ไปเล่าประสบการณ์ให้ครูฟัง ไม่อาจเรียกตนเองว่าเป็นวิทยากร เป็นแค่ปฏิบัติการไปแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับครู ผมพูดแล้วครูเขาไม่เชิญผมอีกเลย ผมใช้คำว่าปัญหาอยู่ที่ครู คำตอบอยู่ที่นักเรียน ทำไมถึงบอกว่าปัญหาอยู่ที่ครู เพราะครูนั้นถูกตีกรอบ จะไปผลิตสื่อ ผลิตอะไร ทำไม่ได้ครับ ทำยากเพราะอะไร เพราะการผลิตสื่อแต่ละครั้งจะต้องใช้งบประมาณ จะต้องใช้เงิน คนที่เป็นครู ที่มีความสามารถ ที่รู้ว่าเด็กคนไหนมีปัญหาอะไร อยากจะผลิตสื่อให้สอดคล้องกับสมองของเขา จะต้องใช้เงิน จะต้องใช้งบ ถ้าโรงเรียนไม่มีงบ ส่วนใหญ่ไม่มีงบ งบที่จะให้ครูผลิตสื่อนั้นไม่มี ดังนั้นทางกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดงบลงไปอย่างมากให้ครูเขาผลิตสื่อ ด้วยตัวของเขาเอง นี่คือครูผู้สร้างสรรค์ ผมเคยพูดครั้งหนึ่งแล้วว่าครูมีอยู่ ๓ ส. ส แรกก็คือ ครูผู้เสพ เสพก็หมายความว่าให้หนังสือมาแค่ไหนก็สอนแค่นั้น ครูลักษณะนี้มีอยู่ทั่วประเทศ ผู้ปกครองจึงบอกว่าเป็นอย่างนี้ใคร ๆ ก็เป็นครูได้ เพราะมีหนังสือแล้วก็สอนตามหนังสือ อย่างนั้นเขาเรียกว่าครูผู้เสพ ส ที่ ๒ ก็คือครูผู้ส่อง ส่องก็คือมีครูดีที่ไหน มีครูเครือข่าย ครูดีเด่นที่ไหนก็ไปดู เขาเรียกว่าไปส่องดู ส่องดูแล้วก็ไม่มาทำอะไร ครูที่ ๓ ก็คือครู ผู้สร้างสรรค์ นี่คือสุดยอดของครูครับ ครูผู้สร้างสรรค์มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แต่เขาไม่สามารถ ที่จะสร้างสื่อด้วยตัวของเขาเองได้ ต่อให้คุณปฏิรูป ต่อให้คุณทำอะไร ทำไปเถอะครับ ผมรับรองว่า ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาการศึกษาได้ ผมอยากจะพูดดัง ๆ ให้นักการศึกษาทั้งหลายได้ทราบ จากหัวใจของครูที่อยู่ในห้องเรียนมา ๓๐ กว่าปีว่าท่านนั้นเพียงแต่พูดให้หรู ต่อให้คนบอกว่าแอกทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) ต่อให้คนบอกว่าโอเพินแอปโพรช (Open approach) อะไร วิธีการต่าง ๆ ใครก็พูดได้ ครูเขาก็รู้ แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือเด็ก คนที่เข้าใจเด็กก็คือครู ดังนั้นจะต้องคืนอิสระให้กับครู คืนอิสระทางวิชาการให้ครู ให้ครูเป็น ผู้สร้างสรรค์สื่อของเขาด้วยมือของเขาเอง ไม่ใช่เอาหนังสือเพียงเล่มเดียวมาให้เขา แล้วครู ก็จะเป็นผู้เสพอยู่อย่างนี้ตลอดไป ถ้าครูเป็นแค่ผู้เสพสื่อที่ทางกระทรวงยื่นให้แล้วก็สอนตามหนังสือ ผมรับรองว่าไม่มีทางประสบความสำเร็จ อย่าหาว่าผมดูถูก ดูหมิ่นดูแคลนนักวิชาการทั้งหลายเลย ถ้าไม่ให้ครูเป็นผู้สร้างสรรค์รับรองว่าแก้ปัญหาการศึกษาไม่ได้ครับ นี่คือทางที่ผมชี้ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านณัฐวุฒิ แล้วตามด้วยท่านบุญลือครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม การทำงานของสำนักงานสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะครับ ทำหน้าที่หลายด้านเลย ไม่ว่าจะทำยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่าจะทำกลั่นกรองการใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้ง การปฏิรูปประเทศอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นภารกิจเยอะเหลือเกิน เห็นใจท่านครับ แล้วท่านเลขาธิการก็จะเกษียณในอีก ๒ เดือนข้างหน้า ท่านดอกเตอร์ทศพร ศิริสัมพันธ์ ก็เสียดายท่านนะครับ เบื้องต้นก็ขอชื่นชมท่านเป็นอันดับแรกครับ🔗

ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หมวดที่ประชาชนมีความหวัง กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากที่สุดก็คือหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศใน ๕ มาตรา ก็คือมาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๖๑ รวมถึงมาตรา ๒๗๐ ในบทเฉพาะกาลด้วยครับ ถามว่าในบทเฉพาะกาล ทำไมเขียนให้มารายงานต่อสภาทุก ๓ เดือน เพราะอะไร เพราะว่าเขาจะเร่งรัดให้มีการ ปฏิรูปประเทศให้สำเร็จโดยเร็ว ระยะเวลาทั้งสิ้นถึงปี ๒๕๖๕ มีเวลาแค่ ๕ ปีเท่านั้นเอง ในการปฏิรูปประเทศ มาดูไทม์ไลน์ (Timeline) ว่าเขาทำอะไรบ้าง ท่านประธานครับ เรามีรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ หลังจากนั้นเพียง ๔ เดือนคณะรัฐมนตรีมีมติตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ด้านด้วยกัน ด้านที่สำคัญที่สุดเขาให้อันดับ ๑ ก็คือด้านการเมือง หลังจากนั้น ๔ เดือนพอไปถึงเดือนเมษายน วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ที่แต่งตั้งขึ้นจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศสำเร็จ หลังจากนั้น ๘ เดือนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นครับ ระยะเวลาที่ผ่านมา ๒ ปี ๓ เดือนแล้วตั้งแต่มีการประกาศใช้ เหลือระยะเวลาอีกเพียง ครึ่งเดียว ถึงปี ๒๕๖๕ การปฏิรูปประเทศจะต้องบรรลุผลสำเร็จหรือสัมฤทธิผลตามเป้าหมาย มาดูครับ ผมดูเรื่องแรกเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องที่สำคัญที่สุด🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทำแผนปฏิรูปสำเร็จ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ มาดูนะครับ หลังจากนั้น ๑ ปีกับ ๑ เดือนเรามีการเลือกตั้ง ระดับประเทศคือเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าการปฏิรูปประเทศ ๑ ปีกับ ๑ เดือนส่งผลอะไรกับการเลือกตั้ง ส.ส. ที่แสดงให้เห็นว่ามี การปฏิรูปประเทศหรือไม่ ท่านมีโครงการเยอะแยะ โครงการอาสาสมัครต้นแบบประชาธิปไตย โครงการให้ความรู้วัฒนธรรมทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมืองมี ๓ ประเภท ๑. วัฒนธรรม ทางการเมืองแบบคับแคบ ๒. วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้า และ ๓. วัฒนธรรมทางการเมือง แบบมีส่วนร่วม ท่านประธานดูนะครับ ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปประเทศที่ประชาชนรอ ความหวังไว้ว่าจะมีการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริงไหม เลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เกิดอะไรขึ้นครับ ผมว่าพี่น้องประชาชนทราบดี และในสภาของเราได้มีการอภิปรายเรื่องนี้ หลายครั้งมาแล้วว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีการทุจริตมากที่สุด เป็นการเลือกตั้งที่มีการใช้เงิน ซื้อเสียงมากที่สุด นี่คือความผิดหวังของพี่น้องประชาชน ความผิดหวังของประเทศเลย เราปฏิรูปประเทศกลับกลายเป็นย้อนถอยหลังไปไม่รู้กี่สิบปี🔗

มาดูต่อไปครับ เห็นโมเดล (Model) นะครับ โมเดล (Model) ที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ถ้าอ่านรายงานก็จะเป็นโมเดล (Model) เดียวกับก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การกระจายอำนาจมีพูดหลายท่านทำไมไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เขาบอกว่าต้องมีอาสาประชาธิปไตย ไปอบรม กกต. ไปอบรมโน่นอบรมนี่ มารูปแบบเดียวกับก่อนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลย แล้วก็ล้มเหลว ท่านประธานดูที่หน้า ๕ รายงานฉบับนี้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้เสนอแนะ กิจกรรมที่หน่วยงานของรัฐควรเร่งรัดดำเนินการด้านการเมือง ๑. พัฒนานวัตกรรม ๒. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การอาสาสมัครเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ระบบรวบรวมรายงานต่าง ๆ ทำไมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองไม่ชี้ลงไปถ้าจะให้พัฒนา ให้เร่งรัดการปฏิรูป จริง ๆ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งทำไมไม่ชี้ รัฐต้องเร่งรัดให้มี การเลือกตั้งท้องถิ่น มันกี่ปีแล้ว คืนสิทธิให้เขาในการที่เขาจะเลือกผู้บริหารท้องถิ่น คืนสิทธิให้เขา มีสิทธิเลือกตัวแทนสภาท้องถิ่นให้ได้ ท่านประธานครับ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมผิดหวัง ๒ เรื่อง ดูเล่มใหญ่ท่านทำได้ดีมาก เราเพิ่งรับรายงานฉบับนี้ สรุปปี ๒๕๖๒ ในการปฏิรูปประเทศ ท่านเขียนไว้เองว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการทางการเมืองที่สำคัญในระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตยที่เชื่อว่าอำนาจอธิปไตยหรืออำนาจสูงสุดในการปกครองเป็นของประชาชน และเป็นการแสดงออกถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกผู้แทนของตนเพื่อไปใช้อำนาจ แทนตนในการบริหารบ้านเมืองทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น ท่านก็ยังเขียนไว้อย่างนี้ ทำไมท่านไม่ชี้ครับ กระบวนการของท่านจะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เหมือนกับการเลือกตั้ง ส.ส. เลย ถ้าท่านไม่ชี้ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผมหวังว่ารายงานฉบับหน้าท่านจะกล้าที่จะ แสดงไว้ในรายงานฉบับความคืบหน้าในอีก ๓ เดือนข้างหน้าว่าท่านชี้ไปแล้ว ให้รัฐดำเนินการ เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นโดยเร็ว กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญลือ ประเสริฐโสภา และหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับรายงานความคืบหน้าในการติดตาม การปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือน ธันวาคม ๒๕๖๒ จริง ๆ สิ่งที่ท่านนิกรได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ผมเรียนว่าเป็นข้อเท็จจริงครับ วันนี้ผู้ชี้แจงซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพใหญ่หรือตัวแทนด้านการเมือง ซึ่งถ้าดูในหนังสือเล่มนี้จะเห็นว่าต้องมี ตัวแทนมาชี้แจงทั้งหมดประมาณ ๑๒ หน่วยงาน ผมเรียนว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรเรา เลือกตั้ง เราได้รับฟังปัญหา รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากพี่น้องประชาชนมาหลายเรื่อง และโดยเฉพาะในการดูเอกสารรายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศคิดว่าเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ ประเทศจะพัฒนาได้ในระบอบประชาธิปไตย ๑ เสียง ๑ สิทธิของพี่น้องประชาชน แน่นอนที่สุดผู้แทนกลับไปในพื้นที่ก็ต้องฟังเสียงพี่น้องประชาชนที่ฝากในแต่ละเรื่องมา ผมดู ในรายงานทั้งหมดที่ผมได้กล่าวไปว่ามีทั้งหมด ๑๒ เรื่องด้วยกัน ผมขออนุญาตพูดถึงในเรื่อง พลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผมเป็นผู้แทนจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะในรายงานเรื่องนี้ที่บอกว่าจะมีการปฏิรูปองค์กรพลังงาน จะมีการปฏิรูป ศูนย์สารสนเทศ จะปฏิรูปกำลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งรวมทั้งหมด ๑๗ ประเด็นในการปฏิรูป ประเทศด้วยกัน แต่ผมหยิบเฉพาะสาระสำคัญเช่นกระทรวงพลังงานจะสร้างกติกา ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า โค้ด ออฟ คอนดักต์ (Code of conduct) ผมเปิดพจนานุกรมแปลได้ ว่าหมายถึงประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพและอาชีพกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริม เกียรติคุณชื่อเสียงถึงสถานะของสมาชิก นั่นหมายความว่าเป็นการปฏิรูปองค์กรของท่าน🔗

ในส่วนที่ ๒ ที่บอกว่าพลังงานโปร่งใสจะปฏิรูปทั้ง ๓ ประเด็น ประเด็นแรก ในเรื่องของการสร้างธรรมาภิบาลทุกภาคส่วน ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ กองทุนขององค์กร ลดความซ้ำซ้อนในเรื่องของตำแหน่งทางราชการ ตำแหน่งรัฐวิสาหกิจ ผมเรียนว่าในส่วนนี้น่าจะยังไม่มีความจำเป็น ผมเปิดดูงบประมาณ ผมเคยแปรญัตติเพิ่มให้ กระทรวงพลังงานด้วยซ้ำในช่วงการอภิปรายงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ว่าที่ตั้งไว้ ๙๗๑ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๔ ที่ผมย้อนไปดูตั้งไว้ ๑,๑๘๕ ล้านบาท ผมคิดว่ากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ พลังงานเป็นกรมที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ กกพ. ที่เรียกว่าเสือจามจุรี แต่เจ้าตัวไม่มา วันนี้ผมต้องฝากถึงเจ้าภาพสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งท่าน อาจจะทำงานหนักเกินไป แต่ผมเห็นใจ ทุกครั้งที่มีการประกาศรับเสนอโครงการพลังงาน แสงอาทิตย์ โซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) ไม่ว่าจะเป็นภาคพื้นดินโซลาร์ (Solar) ส่งเสริม สหกรณ์ นั่นหมายความว่าจะให้พี่น้องเกษตรกรที่เป็นสหกรณ์ได้มีสิทธิในส่วนนี้ นอกจากนี้ ยังมีโซลาร์ (Solar) ของสวัสดิการทหารผ่านศึก นั่นก็หมายความว่าจะเอาโครงการโซลาร์ (Solar) นี้ให้กับทหารผ่านศึก นอกจากนี้ยังมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ (Solar) สวัสดิการทหารเรือ ผมได้ดูต้องเรียนตรง ๆ ว่าทุก ๆ โครงการที่ กกพ. ได้ประกาศในการรับ เสนอโครงการ แต่ท้ายที่สุดโครงการเหล่านี้กลับไปอยู่กับบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้อยากจะฝากให้ กกพ. กลับไปทบทวนว่าสิ่งที่ท่าน ได้ออกกฎกติกามาวันนี้ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร เพื่อนข้าราชการ ทหารเรือ ทหารบก เคยมีถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจ แต่โครงการนี้ได้ยกเลิกไป ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องทบทวน ด้วยเวลาอันจำกัดจริง ๆ ผมต้องอภิปรายสัก ๒๐ นาที ถึงจะได้รู้แจ้งเห็นชัดว่า กกพ. ที่เรียกว่าเสือจามจุรีทำอะไรอยู่🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปิดเอกสารที่รายงานการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ในหน้า ๑๐๒-๑๐๕ จะเห็นเลยว่าไม่มีการที่จะปฏิรูปในเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า หรือที่ ภาษาราชบุรีเรียกว่ากองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า ท่านประธานทราบไหมครับว่าโรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตด้วยก๊าซจะต้องส่งเงิน ๑ สตางค์ต่อหน่วย ท่านคิดเอาแล้วกันว่าจังหวัดราชบุรี มีโรงไฟฟ้ารวมทั้งหมด ๕ โรง กำลังการผลิตผมว่าน่าจะประมาณเกือบ ๔,๐๐๐ เมกะวัตต์ ท่านคิดเอาแล้วกันว่าเงินมหาศาลขนาดไหน ถ้าเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องส่งเงิน ๒ สตางค์ ต่อหน่วยให้กับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าวันนี้เท่าที่ผมดูการปฏิรูป สิ่งเหล่านี้ไม่มีเลย แล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งเปิดดูในหมวดที่ ๔ ในเรื่องของโซลาร์รูฟทอป (Solar Rooftop) ที่บอกว่าจะปฏิรูปทั้งหมด ๑๑ ประเด็น ผมขอเรียน อย่างนี้ว่าวันนี้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็ตามที่เขาอยากจะประหยัด พลังงานเขาก็ติดรูฟทอป (Rooftop) หรือที่เรียกว่าโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) บนหลังคา บ้านไหนที่ติดไว้เกิน ๑๐ กิโลวัตต์ กกพ. กำหนดว่าให้ขายได้ ที่เหลือให้ขายการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค รับซื้อต่อหน่วยละ ๑ บาท ๖๘ สตางค์ แต่ถ้าท่านประธานกลับไปที่บ้าน ถามแม่บ้านว่าเดือนนี้จ่ายค่าไฟที่บ้านเราไปเท่าไร เด็กที่บ้านก็จะเอาบิล (Bill) มาดูแล้วก็ ตอบว่าวันนี้ค่าไฟหน่วยหนึ่ง ๓.๕๐ บาท ท่านประธานเห็นไหมครับว่าเวลาไฟฟ้าเหลือขายให้ ๑.๖๘ บาท แต่เวลาเราอยู่บ้านเราใช้ไฟเราจ่าย ๓.๕๐ บาท ผมเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในรายงาน ความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศที่ท่านรายงานมาเลย ผมเรียนสั้น ๆ ด้วยเวลาจำกัดว่า เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้หารือแล้วก็ได้มี บทสรุปว่าหลังจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ครั้งนี้เรียกร้องให้ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพลังงานแห่งชาติต้องปรับ แผนพีดีพี (PDP) แผนที่ท่านใส่ไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๘๐ หรือพีพี ๒๐๑๘ (PP 2018) มันใช้ไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอบัญญัติครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธาน ท่านสมาชิกอภิปรายประกอบข้อสังเกต รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศในเดือนตุลาคม ๒๕๖๒ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๒๗๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในข้อ ๒ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ กระผมดูในเอกสารรายงานเรื่อง ของการแจ้งความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศแล้วมีแต่รายละเอียดเล็ก ๆ ท่านเปิดเอกสาร ในข้อ ๒ การบริหารราชการแผ่นดินล้วนแต่เป็นเรื่องของการแจ้งกิจกรรมการดำเนินการ กระผมอยากจะเห็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้ทำเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องของการปฏิรูป กระผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจ จะต้องมีการปฏิรูปผู้ว่าราชการจังหวัด ทำไมกระผมถึงพูดเช่นนั้น เพราะที่จังหวัดระยองบ้านกระผมมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ก็เหมือนไม่มี มีผู้ว่าราชการจังหวัดก็เหมือนไม่มี ทำไมถึงพูดอย่างนั้น เพราะว่าที่จังหวัด ระยองบ้านกระผมมีบ่อนการพนัน แล้วก็มีการจับเป็นรูปธรรม แต่พี่น้องประชาชนก็ยังแจ้งว่า ยังมีบ่อนการพนัน ตู้สล็อต (Slot) มีทั่วไป ไม่ใช่มีแต่ที่จังหวัดระยอง เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ พูดหลายจังหวัดเรื่องของตู้สล็อต (Slot) กระผมขออภิปรายแล้วก็หารือตั้งกระทู้ถาม จนบัดนี้ตู้สล็อต (Slot) ก็ยังอยู่ กระผมเลยไม่รู้จะพึ่งหน่วยงานไหนในการจัดการแหล่ง อบายมุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตู้สล็อตแมชชีน (Slot machine) ที่เป็นแหล่งอบายมุข ที่ทำให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนต้องเสียเงินเสียทองในยุคที่เศรษฐกิจ ก็ไม่ค่อยจะดี เลยเห็นว่าการปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีความสามารถ ในการบริหารจัดการอบายมุขให้ออกไปจากพื้นที่ของแต่ละจังหวัดหรือทั่วทุกจังหวัด ในประเทศไทย การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเป็นสิ่งที่มีการกล่าวถึงว่าจังหวัด จัดการตนเอง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความพร้อม จังหวัดระยองนั้นพร้อมแล้วในการที่จะ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ เมื่อมีจังหวัดจัดการตนเอง จัดการงบประมาณตนเอง มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งจะสามารถกำกับ ตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ หรือจี้ ให้ดำเนินการไปตามที่พี่น้องประชาชนมีความคาดหวัง เพราะฉะนั้นกระผมไม่อยากให้เห็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเหมือนปลัดหรือว่าเหมือนเสมียนคอยตรวจหรือเซ็นเอกสาร ผมอยากเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเห็นผู้บังคับการตำรวจจังหวัดมีหน้าที่เป็นนักบริหาร ที่คอยดูผลผลิต คำว่าผลผลิตกับผลลัพธ์ต่างกัน เหมือนกับว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนสมาชิก บอกว่าเราอยากลดน้ำหนักเราต้องวิ่งวันละกี่กิโลเมตร วิ่งกี่กิโลเมตรเป็นผลลัพธ์พอวัดได้ แต่วิ่งแล้วน้ำหนักไม่ลดคือผลผลิตไม่เกิดขึ้น ถ้าผลผลิตเกิดขึ้นจะต้องไม่มีตู้สล็อต (Slot) เกิดขึ้น บ่อนการพนันจะต้องไม่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องมีนักบริหารที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดนั้นทำหน้าที่คอยจี้ คอยสั่ง คอยกำกับ ตรวจสอบ และผลผลิต เป็นที่น่าพอใจของพี่น้องประชาชนนะครับ กระผมอยากจะให้ศึกษาดูงานกระทรวงสาธารณสุขนะครับ เชื้อโรคมองไม่เห็น ปัจจุบัน กวาดล้างออกไปทั้งประเทศแล้ว มีเชื้อโรคบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อิมพอร์ต (Import) เข้ามา จากคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศเท่านั้นเองนะครับ ทีนี้บ่อนการพนัน ตู้สล็อต (Slot) มันมีไฟหมุนวิ่งแวบ ๆ เห็นว่าถ้าแจ้ง อสม. ให้ไปหากระผมว่าเขาหาเจอหมดละ รายงานท่าน ได้หมดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ต้องปฏิรูปอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการแหล่งอบายมุข ที่ทำให้พี่น้องประชาชน เยาวชนต่าง ๆ มอมเมาให้ออกไป🔗

เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างที่จังหวัดระยอง ช้างป่า ก็เต็มเมือง มันไม่ไปไหนเพราะว่าไม่มีใครไปจี้ ก็เห็นใจทางส่วนกลางว่าจะไปดูแลถึงตรงนั้น ได้อย่างไร ก็ต้องผู้ว่าราชการจังหวัดจัดการ ขอฝากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้ทางท่านประธาน ฝากไปให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้เร่งดำเนินการใน ๓ เดือนข้างหน้าด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านประกอบกับท่านเทพไทจะอภิปรายใช่ไหมครับ ขอเป็น ๒ คนสุดท้าย แล้วจะได้ให้ทาง เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงนะครับ เชิญท่านประกอบครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ ผมได้ส่งรายชื่อที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นไปแล้วนะครับ เพราะผมกราบเรียนว่า เรื่องการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นในแผนการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๒ ด้าน แต่เนื่องจากว่าเวลาอันจำกัดมาก ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะพูดด้านที่มีความสำคัญที่เป็นต้นน้ำในการปฏิรูป ประเทศชาติ ในการพัฒนาประเทศชาติก็คือด้านการศึกษา🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษานั้นเป็นหัวใจที่มีความสำคัญยิ่ง การศึกษาสร้างคนเพื่อให้คนไปสร้างชาติ ถ้าเกิดว่าการปฏิรูปการศึกษาไม่เกิดเป็นรูปธรรม และไม่สอดรับกับการพัฒนาประเทศ ไม่สอดรับกับเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงก้าวหน้า ไปตามลำดับ กราบเรียนว่าเราอย่าหวังเลยว่าเราจะพัฒนาประเทศไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย ไปแข่งขันกับโลกที่กำลังเจริญรุดหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ ท่านประธานครับ การปฏิรูปการศึกษานั้นเป็นหนึ่งในแผนปฏิรูปประเทศชาติของเรา จริง ๆ เรื่องการปฏิรูปการศึกษา ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่า เพราะประเทศชาติของเราได้มีการปฏิรูปการศึกษามาหลายครั้ง ครั้งหลังสุดท่านประธานคงจำได้ก็คือการปฏิรูปการศึกษาเมื่อปี ๒๕๔๒ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่มีบทบัญญัติให้มีการปฏิรูปการศึกษา เพราะว่าการศึกษานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และในที่สุดทางรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการในการปฏิรูปการศึกษาขึ้นมา และเห็นว่า บ้านเมืองของเรานั้นโครงสร้างทางการศึกษามีความสำคัญมากเลยคิดที่จะปฏิรูปการศึกษา ๕ ด้านด้วยกัน ก็คิดว่า ๕ ด้านนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ถ้าเกิดปฏิรูป ๕ ด้านได้ก็บรรลุถึง คุณภาพทางการศึกษา แล้วก็สอดรับกับแนวทางในการพัฒนาประเทศชาติได้นะครับ ปฏิรูป คือปฏิรูป ๕ ด้าน ไม่ว่าด้านโครงสร้างซึ่งถือว่ามีความสำคัญที่สุด ด้านหลักสูตรการเรียนการสอน ด้านบุคลากร ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านทรัพยากรทางการศึกษา ด้านเทคโนโลยี ทางการศึกษา ๕ ด้าน ซึ่งผมกราบเรียนว่าครอบคลุมและเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่สิ่งที่เป็นข้อคิด แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าปัญจะปฏิรูป ปฏิรูปทั้ง ๕ ด้านมันก็ไม่ไป ถึงไหน เมื่อไม่ไปถึงไหน พอมาถึงปี ๒๕๖๐ เห็นว่าการปฏิรูปครั้งที่แล้วนั้นไม่มีความสำเร็จ ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการปฏิรูปการศึกษาเสียใหม่ ถึงมาถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ตามแผนปฏิรูปประเทศชาติ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารายละเอียดเนื้อหาสาระของการปฏิรูปทั้งปี ๒๕๔๒ และปี ๒๕๖๐ นั้นไม่มีความแตกต่างกันเท่าไร เพียงแต่ว่าจุดเด่นของการปฏิรูปเมื่อปี ๒๕๖๐ คือการปฏิรูปเรื่องความเสมอภาค ความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา ซึ่งเมื่อปี ๒๕๔๒ ไม่ได้พูดไว้ พูดไว้น้อยมากนะครับ แต่ว่าปี ๒๕๖๐ พูดเรื่องนี้ชัดเจน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เรื่องการปฏิรูป การศึกษาคือเรื่องการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าวันนี้การศึกษาของเราที่ล้าหลัง ยังถอยหน้าถอยหลัง ไม่เดินหน้าเท่าที่ควร เพราะว่าติดกับดักที่สำคัญก็คือเรื่องการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ได้เป็นการกระจายอำนาจ แล้วเรามีความเชื่อว่าถ้าตราบใดให้มีการกระจายอำนาจ ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพการศึกษาย่อมไปสู่คุณภาพได้อย่างแน่นอน ผมเลยแปลกใจ ท่านประธานครับ ผมดูเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของรายงานความคืบหน้าการปฏิรูป ประเทศชาติไม่มีส่วนไหนเลยที่รายงานถึงการปฏิรูปเรื่องการกระจายอำนาจกับการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก และสิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาตาม แนวความคิดของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาชุดใหม่เป็นการปฏิรูปเพื่อรวมศูนย์อำนาจ แต่ไม่ได้ปฏิรูปเพื่อกระจายอำนาจ เช่นการไปตั้งคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดซ้ำซ้อนกับ เขตพื้นที่ แล้วก็มีความคิดที่จะตั้งอาชีวศึกษาจังหวัด อาชีวศึกษาเขต อะไรเลอะเทอะไปหมด เลยครับ ผมกราบเรียนว่าแนวคิดตรงนี้เป็นแนวคิดที่ไม่สอดรับกับการพัฒนาการศึกษาของโลก และของชาติ วันนี้เรามีความเชื่อเรื่องการกระจายอำนาจ แต่การปฏิรูปการศึกษานั้นกลับไป สกัดกั้นการกระจายอำนาจ เป็นการรวมศูนย์อำนาจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างสูงยิ่ง วันนี้ บ้านเมืองของเราเริ่มเจริญ โครงสร้างพื้นฐานตามชนบทเริ่มดีมาก ๆ ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปาตามชนบท เพราะอะไรครับ เพราะการกระจายอำนาจของกระทรวงมหาดไทย กระจายไปสู่ท้องถิ่น การมี อบต. การมี อบจ. การมีหน่วยงานในพื้นที่ก็ทำให้ประเทศชาติ เจริญมาก การศึกษาเช่นเดียวกันครับ ผมคิดว่าถ้านักการศึกษาหรือผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องของ การปฏิรูปการศึกษามีความเชื่อเรื่องการกระจายอำนาจ ผมคิดว่าการศึกษาบ้านเราก็คงจะมี คุณภาพอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในแผนการปฏิรูป การศึกษาที่รายงานมาในช่วง ๓ เดือนที่เสนอรายงานมาไม่พูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจเลย และผมขอฝากคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาชุดนี้ให้ท่านให้ความสำคัญเรื่องการกระจายอำนาจ ทางการศึกษาไปสู่สถานศึกษาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ท่านจงทำลายกำแพงกั้นที่ท่านมี ความเชื่อว่าโรงเรียนไม่มีศักยภาพในการบริหารจัดการการศึกษาได้ ให้ท่านพังทลายรั้วตรงนี้ และมีความเชื่อมั่นว่าวันนี้โรงเรียนมีความพร้อม ผู้อำนวยการจบดอกเตอร์เยอะแยะมากครับ ครูบาอาจารย์มีการศึกษาสูง เขาคิดเองได้นะครับ ต้องใช้ระบบจากทอปดาวน์ (Top Down) ต้องเป็นบอตทอมอัป (Bottom Up) ก็คือต้องเชื่อมั่นคน สถานศึกษา ครูบาอาจารย์ในเรื่อง การปฏิรูปการศึกษา กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบพระคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ ครับ🔗

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายแสดงความเห็น เรื่อง รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒) ต้องเรียนกับท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้มีข้อถกเถียงจากเพื่อนสมาชิกจำนวนมาก ซึ่งผมค่อนข้าง จะเห็นด้วยกับหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เพื่อที่จะมารายงานให้กับสภาผู้แทนราษฎรทราบ แต่ว่าถ้าดูมาตรา ๒๗๐ บทบัญญัติในบทเฉพาะกาล ก็เขียนชัดว่าแผนการปฏิรูปประเทศต้องรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก ๓ เดือน เรียนกับ ท่านประธานว่าทุก ๓ เดือนนี้เป็นไปได้ยาก ผมคิดว่าเหมือนอะไรท่านประธานทราบไหม เหมือนกับโลงศพนะครับ คือคนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เหมือนกัน คนเขียนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้เขียน ทุก ๓ เดือนนี่สภาเราไม่ต้องทำอะไรละครับ รับทราบแต่ รายงานทุก ๓ เดือน ให้เหมาะสมว่า ๖ เดือนหรือ ๑ ปีผมยังยอมได้นะครับ และในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บอกให้รายงานต่อรัฐสภา คำว่ารัฐสภาก็คือสภาผู้แทนราษฎรบวกกับสมาชิกวุฒิสภา เอาละ ถ้าแก้เป็นอย่างนั้นให้มันชัดเจนไปว่ารายงานต่อรัฐสภา ให้ ๒ สภามารวมกัน แล้วก็รายงาน ทุกรายปีก็ได้ ราย ๖ เดือนก็ได้ แต่ว่าราย ๓ เดือนผมว่าไม่ไหว มาตรานี้ต้องแก้ไขครับ ใครก็ตาม ที่เป็นคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

ส่วนรายงานฉบับนี้ที่สภาพัฒน์เสนอมาเป็นด้านต่าง ๆ ทั้งหมด ๑๒ ด้าน ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสื่อสารมวลชน ด้านสังคม ด้านพลังงาน ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ด้านการศึกษา ๑๒ ด้านที่เราต้องปฏิรูปกันนี่ ผมเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมา ประเทศไทย ไม่ต้องปฏิรูปกฎหมายฉบับไหนเลย ปฏิรูปเรื่องเดียวผมว่าครอบคลุมหมดครับท่านประธาน ปฏิรูปกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ปฏิรูปกฎหมาย รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากล องคาพยพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญนี่ปฏิรูปหมด ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นได้ครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าหัวใจ ของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญก็คือการเข้าสู่ตำแหน่ง ใครจะบอกว่าปฏิรูปหลายส่วนก็ตาม แต่สำหรับผม ผมคิดว่าจะปฏิรูปรัฐธรรมนูญต้องปฏิรูปการเข้าสู่ตำแหน่ง การเข้าสู่ตำแหน่งมีอยู่ ๒ ส่วน คือ การเข้าสู่ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเข้าสู่ตำแหน่งของรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปการเข้าสู่ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ปฏิรูปตรงไหน ปฏิรูปที่ กกต. ครับ กกต. คือหน่วยงานด่านแรกที่จะให้คุณภาพของ ส.ส. เข้าสู่อำนาจได้หรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้ กกต. ชุดนี้ ท่านประธานดูสิครับ ๓๕๐ เสียง ๓๕๐ เขต เขาลือกัน ทั่วประเทศ เขารู้กันทั้งประเทศว่ามีการซื้อเสียงกันมโหฬารเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีแต่ กกต. ๗ คนเท่านั้นที่ไม่รู้เลยว่ามีการซื้อเสียงในประเทศนี้ พยายามที่จะใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะอธิบายสังคมเห็นว่า กกต. ชุดนี้จับผิดได้ จับคนโกงได้ จับคนซื้อเสียงได้ แต่สุดท้าย ท่านประธานทราบไหมว่าได้อยู่ ๒ ใบ คือใบส้มที่เขต ๕ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็เขต ๕ ที่จังหวัดสมุทรปราการ นอกนั้นใบแดงไม่มีให้เลยแม้แต่ใบเดียว ๓๕๐ เขต เป็นสิ่งมหัศจรรย์ มากครับท่านประธาน อันนี้ละต้องปฏิรูป กกต. การเข้าสู่อำนาจนี่ต้องปฏิรูป เมื่อ กกต. ผ่าน ส.ส. ที่ไม่สุจริต ที่มีการซื้อเสียงเข้ามาแล้ว มารวมกับอะไรครับ มารวมกับสมาชิกวุฒิสภา ประชุมร่วม ๒ สภาเพื่อคัดเลือกผู้เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เมื่อ ส.ส. ได้มาโดยไม่สุจริตแล้วมาเจอกับสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ เสียง ๒๕๐ คนที่แต่งตั้งโดย คณะ คสช. แล้วก็มารวมกัน แล้วก็โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มันก็ยิ่งกว่าเปิดแทงไฮโล ด้วยซ้ำไปครับ อันนี้ละที่จะต้องปฏิรูป เรื่องอื่นไม่ต้องปฏิรูปเลยฉบับนี้ ไม่ต้องมาปฏิรูป ให้เสียเวลาเลย ปฏิรูปรัฐธรรมนูญเถอะ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นหัวใจสำคัญ ผมคาดหวังกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มากนะครับ ต้องเรียนกับท่านประธานตรงไปตรงมา ผมคนหนึ่งละที่เคลื่อนไหว กับ กปปส. เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่ว่าสุดท้ายเลือกตั้งแล้วก็ยังไม่ปฏิรูป แล้วเราก็ยอมหวานอมขมกลืนให้คณะ คสช. เข้ามา เพราะคาดหวังว่าจะปฏิรูปประเทศตามที่เรา เรียกร้อง สุดท้าย คสช. เข้ามามีอำนาจอยู่เต็มมือ มีมาตรา ๔๔ ผมถามท่านประธานครับ ท่านประธานติดตามการเมืองอยู่ คสช. ได้อะไรบ้าง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการปฏิรูป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คำตอบจากนายกรัฐมนตรีตอนนั้นท่านบอกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะปฏิรูปหลังเลือกตั้ง รอไปเถอะครับ ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ถ้าหากว่ามีมาตรา ๔๔ ยังปฏิรูป ตำรวจไม่ได้ พอหลังจากการเลือกตั้งหมดสิทธิที่จะปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปผมคิดว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่พูดให้มันโก้ ให้มันหรู ให้มันสวย แต่ว่า สุดท้ายทำไม่ได้ครับ วันนี้เมื่อปฏิรูปไม่ได้ วาทกรรมทำไม่ได้ ตอนนี้ก็พยายามจะทำเป็นพิธีกรรม ที่เราเห็นอยู่นะครับ ที่มารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ อันนี้เรียกว่าพิธีกรรม มารายงานให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ ผมต้องเรียนกับท่านประธาน อย่างตรงไปตรงมาในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน หลายคนเห็นผมพูดก็อาจอาจจะคิดว่าผมเป็นสมาชิก พรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่หรอกครับ ผมอยู่ฝ่ายรัฐบาล แต่ว่าแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อน ๆ คนไหนที่จะติติงผมหรือจะวิพากษ์วิจารณ์การอภิปรายของผมก็ขอให้ใช้สิทธิ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อย่าไปใช้สิทธินอกสภา อย่าไปสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โจมตีผม อันนั้นผมไม่มีสิทธิที่จะชี้แจง แต่ว่าเมื่อผมอภิปรายรายงานนี้แล้ว ตรงไหนผิดพลาด ไม่ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง ขอให้ทักท้วงขึ้นมา ขอให้ประท้วงขึ้นมา ขอให้โต้แย้งขึ้นมา แล้วเราจะใช้เวที สภาผู้แทนราษฎรมาถกเถียงพูดคุยกันเรื่องเหตุผล ผมเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เจ้าหน้าที่มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในนามของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทุกคณะ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ความเห็น แล้วก็ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับรายงานในรอบ ๓ เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ สำหรับประเด็นข้อเสนอแนะ ในการรายงานความคืบหน้าเรื่องการปรับปรุงตัวรายงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานะทางกฎหมาย ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ การเร่งรัดกฎหมายสำคัญ ๆ ที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็การนำเสนอความคืบหน้าในกิจกรรมปฏิรูปสำคัญที่ต้องการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ในแต่ละด้าน กระผมจะนำไปรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการให้หน่วยงานรับผิดชอบ ตามแผนการปฏิรูปประเทศเร่งรัดการดำเนินการ แล้วก็ทางสำนักงานเองจะเร่งติดตาม เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไปโดยเร็ว🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกครับ กระผมขอเรียน ให้ท่านทราบว่าเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๓ ด้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีด้านการศึกษาเพิ่มเติมเข้ามา แล้วก็ด้านแรงงาน วัฒนธรรมเพิ่มเติมเข้ามาด้วยนะครับ ซึ่งการดำเนินการในขั้นต่อไปก็คือจะเป็นเรื่องของการปรับปรุง แผนการปฏิรูปประเทศ ในวันที่ ๑๕ กรกฎาคมนี้จะมีการประชุมร่วมระหว่างประธานปฏิรูปประเทศทุกคณะ ในขั้นตอนนี้เอง ก็เป็นโอกาสดีซึ่งสำนักงานจะได้นำเสนอข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศให้สอดรับกับสถานการณ์ของ โควิด-๑๙ (COVID-19) การให้ความสำคัญกับเรื่องการกระจายอำนาจ แล้วก็การกำหนด ประเด็นสำคัญที่ต้องการจะให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี ๒๕๖๕ ในเรื่องของการปฏิรูป ด้านการศึกษา การพัฒนาครู การปฏิรูปตำรวจ ซึ่งต้องเรียนว่าขณะนี้ในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจ กฎหมาย พระราชบัญญัติที่จะมีการแก้ไขเพื่อการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการตรวจร่างเรียบร้อยแล้วจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ส่งกลับไปที่ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณายืนยันกลับมา ซึ่งหลังจากวันที่ ๑๕ ที่มีการประชุม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศและประชุมร่วมประธานปฏิรูปประเทศเรียบร้อยแล้ว ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านก็จะไปเร่งจัดทำการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศ ในแต่ละด้านให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน แล้วก็จะต้องมารายงานให้สภาทราบตามขั้นตอน ของกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในปี ๒๕๖๓ สุดท้ายนี้กระผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ จะนำไปประกอบการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศ ในขั้นตอนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒) แล้ว ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ แล้วก็ผู้ที่เข้าร่วมชี้แจงทุกท่านนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗

๒.๔ รับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑🔗

ด้วยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทรวงการคลังได้เสนอรายงานการตรวจสอบสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ รับทราบรายงานดังกล่าวตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จึงได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านผู้ใดติดใจ ผมถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ นะครับ เพราะว่าได้แจกจ่ายให้ท่านสมาชิกไปศึกษาแล้ว🔗

๒.๕ รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗

ด้วยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทรวงการคลังได้เสนอรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ รับทราบรายงานดังกล่าวตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จึงได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๗๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งเอกสาร ได้แจกจ่ายไปแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ ตอนนี้มี ๑ ท่านนะครับ ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจึงได้อนุญาต ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ จึงขอเชิญผู้ที่จะเข้าร่วมชี้แจงมีรายชื่อดังต่อไปนี้ นางอัญชลี ศรีอำไพ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ๒. นางอรพรรณ นาคมหาชลาสินธุ์ นักบัญชีเชี่ยวชาญ กรมบัญชีกลาง ๓. นายณัฏฐพล อารีประเสริฐสุข ผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานและนโยบายการบัญชีภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ๔. นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๕. นายถาวร เสรีประยูร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารหนี้สาธารณะและภาระผูกพัน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๖. นางนัทีวรรณ สีมาเงิน รองผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ๗. นางภูริวรรณ ทวีสิทธิ์ เลขานุการกรม สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และ ๘. นางวิไลรัตน์ อักษรพันธ์ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการ กรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นตัวแทนที่จะเข้าร่วมชี้แจง🔗

(ผู้แทนจากกระทรวงการคลังเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านสมาชิก ที่สนใจที่จะอภิปราย ท่านแรก ขอเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม จากพรรคประชาธิปัตย์ ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณทางกระทรวงการคลังที่ได้ส่งเรื่องรายงานการเงินแผ่นดินมาให้สภาได้รับทราบ ซึ่งผมได้เปรียบเทียบกับรายงานที่ท่านเพิ่งนำเสนอ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายนนี้ แค่ ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ในเรื่องของรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณเรื่องเดียวกันก็คือเป็นการแสดงตัวเลขของ ปี ๒๕๖๒ ซึ่ง ๒ รายงานนี้เมื่อเปรียบเทียบไปแล้วจะทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกสับสนพอสมควร กับตัวเลข อย่างที่ผมได้เรียนกับทางท่านผู้แทนจากกระทรวงการคลังไปแล้วว่าตัวเลขของ ปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ที่มานำเสนอ ซึ่งจริง ๆ ก็ผ่านขั้นตอนลงนามโดยท่านรัฐมนตรี มีการชี้แจง ในรายละเอียดต่าง ๆ แต่ตัวเลขอาจจะยังไม่อัปเดต (Update) แล้วจริง ๆ ในการนำเสนอต่อสภา แต่ละครั้งก็อยากจะให้ตัวเลขนี้อัปเดต (Update) ถ้าเกิดส่งมานานแล้ว แล้วก็มีการปรับเปลี่ยน ก็ควรจะต้องมีการให้สภาได้เห็นตัวเลขที่ทันสมัยที่สุด นั่นประการหนึ่ง🔗

แต่อีกประการหนึ่งที่อยากจะขอเรียนเสนอก็คือว่ารายงาน ๒ ชุดนี้ที่จริง เป็นเรื่องเดียวกัน ความแตกต่างเกือบจะน้อยมาก เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ผู้อ่านสับสน กับการมีรายงาน ๒ ชุดในเรื่องเดียวกันภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แล้วตัวเลขก็เข้าใจว่า คงจะมีการนำไปตรวจสอบและจัดทำขึ้นมาในเรื่องของการเงินแผ่นดิน โดย สตง. ได้มีการ รับรองงบด้วย ซึ่งตัวเลขก็อาจจะไม่อัปเดต (Update) เสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ท่าน ให้มีการจัดทำตัวเลขขึ้นมาอยากจะให้มีการระบุให้ชัดว่าเป็นตัวเลขของเมื่อไร ผมทราบดีว่า ตัวเลขการคลังมีการแกว่งตลอดเวลา ควรจะต้องมีการระบุให้ชัดว่าเป็นของเมื่อไร เพื่อจะได้ ไม่สับสน ขอให้ขึ้นตารางเลยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ในตารางท่านจะเห็นได้นะครับ ผมเอาตัวเลขของ ๒ ฉบับนี้มาเปรียบเทียบกันทั้งในด้านของรายจ่ายจริงและด้านของรายได้จริง ก็ไม่ตรงกัน แน่นอนส่วนหนึ่งก็คืออาจจะมาจากฐานการคิดว่ารายงานหนึ่งจะเป็นเรื่องของเงินสด แคช เบซิส (Cash basis) อีกอันหนึ่งจะเป็นเรื่องของแอกครูอัล เบซิส (Accrual basis) แต่ว่า สำหรับผู้อ่านโดยทั่วไปผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่กระทรวงการคลังควรต้องดูแลการนำเสนอ ข้อมูลให้กระชับ ให้ถูกต้อง เพราะว่าตัวเลขการคลังทุกวันนี้เป็นเรื่องของกฎหมายไปแล้ว ในกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังก็มีการระบุให้ดูแลเรื่องตัวเลขต่าง ๆ มากมายด้วยกัน เพราะฉะนั้นการมีตัวเลขที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญในแง่กฎหมาย แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ในแง่ความเข้าใจของสาธารณะต่อฐานะการคลังที่แท้จริง เพราะว่าเมื่อรัฐบาลมีการขาดดุลมากขึ้น มีหนี้มากขึ้น ก็จะทำให้คนมีความเป็นห่วงประเทศเหมือนกับที่หลาย ๆ ประเทศในโลกประสบอยู่ ก็คือเกิดวิกฤติการคลังว่าระบบการคลังนี้มีความยั่งยืนได้แค่ไหน จะเกิดการล่มสลายแบบ บางประเทศที่เกิดแล้ว เช่นในละตินอเมริกาหรือในเมดิเตอร์เรเนียน เพราะฉะนั้นอยากจะเห็น กระทรวงการคลังได้ดูแลเรื่องการนำเสนอตัวเลขให้ ๑. กระชับ ก็คือถูกต้อง อัปเดต (Update) ๒. ก็คือเป็นที่เข้าใจได้🔗

ทีนี้การตรวจสอบของ สตง. เข้าใจว่าคงอยู่บนพื้นฐานของหลักบัญชีที่ให้มีการทำ บนแอกครูอัล เบซิส (Accrual basis) ท่านดูนะครับ ขอขึ้นตารางอีกทีหนึ่งในรายงานเดียวกันนี้ หน้า ๖ หน้า ๘ หน้า ๑๐ มีตัวเลขรายจ่ายและรายได้ที่แตกต่างกัน โดยไม่มีคำอธิบาย ที่ชัดเจนว่าที่แตกต่างกันคืออะไร แตกต่างในสาระสำคัญ เป็นหลักแสนแสนล้านบาท อันนี้ หน่วยเป็นพันล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นเราจัดระบบบัญชีให้มันชัดเจน เพราะว่าต่อไปนี้คนก็จะสนใจเรื่องนี้ แล้วก็ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยจะอยู่บนตัวเลขของ การคลังว่าเรามีตัวเลขการคลังที่น่าเชื่อถือแค่ไหน มิฉะนั้นแล้วเรื่องของการลงทุนในอนาคต ว่ารัฐบาลจะมีการเก็บภาษี เก็บรายได้เพิ่มหรือไม่ ก็จะเป็นคำถาม เรื่องของคนที่ถือตราสารหนี้ ซื้อพันธบัตรก็จะมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ไปแล้ว ก็อยากขอเพิ่มเติมว่าช่วยกันดูแลระบบบัญชีภาครัฐ ให้เป็นที่เข้าใจได้ง่าย สะดวกต่อการวิเคราะห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิเคราะห์เรื่องของการขาดดุล เรื่องของการดูแลเรื่องหนี้ ซึ่งระบบบัญชีของเอกชนคนที่เขาจะซื้อหุ้น หรือจะซื้อบริษัท หรือซื้อธุรกิจ เขาจะดูบัญชี แต่ในกรณีของประเทศระบบบัญชีภาครัฐไม่มีใครมาซื้อประเทศนะครับ มีแต่คนจะมาถล่มเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอฝากเป็นประเด็น ท่านได้ฟังผมพูด เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ถ้าเกิดเราทำตัวเลขที่มันดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดบัญชี เสมอไป แต่ดูหลักว่าตัวเลขเหล่านี้มันเอื้อต่อการวิเคราะห์ มันมีความโปร่งใสที่จะให้เราดูแล งบประมาณ ดูแลนโยบายการคลังให้เหมาะสมได้หรือไม่ เพื่อจะให้มีวินัยการคลังเกิดขึ้น🔗

สุดท้ายไหน ๆ เราก็มี พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังระบุให้ท่านทำงบการเงิน รวมภาครัฐขึ้นมาแล้ว ตามมาตรา ๗๗ (๔) ผมก็อยากเห็นว่าเวลาที่ท่านนำเสนอตัวเลข การคลังภาครัฐก็ควรจะต้องเป็นตัวเลขการคลังที่ครอบคลุมไปถึงภาครัฐอื่น ๆ ด้วย นอกเหนือจากราชการอย่างเดียว ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านเจ้าหน้าที่ผู้ชี้แจงมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นางอัญชลี ศรีอำไพ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษา ด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะคะ ขออนุญาตชี้แจงในเรื่องของการจัดทำรายงาน การรับจ่ายเงินกับรายงานการเงินแผ่นดิน ต้องกราบอย่างนี้ว่ารายงานการรับจ่ายเงิน งบประมาณนั้นเป็นการเปรียบเทียบงบประมาณที่สภาอนุมัติ เปรียบเทียบกับการใช้จ่ายจริง ของส่วนราชการ ซึ่งการจัดทำนั้นเราใช้ตามเกณฑ์เงินสด ส่วนรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ที่นำเสนอสภา ตามมาตรา ๗๕ แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง เป็นรายงานการเงินทางบัญชีนะคะ แต่ก็ขอน้อมรับคำของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเกี่ยวกับ ข้อเสนอคือจะต้องพยายามปรับแสดงตัวเลขให้เห็นความชัดเจน แตกต่าง แล้วก็เป็นที่เข้าใจ ของประชาชน เพราะเนื่องจากว่ารายงานฉบับนี้ที่เสนอนั้นเป็นรายงานเชิงบัญชี อาจจะมี บางท่านที่ไม่เข้าใจในเรื่องของเนื้อบัญชีเท่าไร เพราะว่าเวลาที่เราเสนองบประมาณแผ่นดิน เราก็เสนอตามมาตรฐานของบัญชี เพียงแต่พอสื่อแล้วประชาชนอาจจะไม่เข้าใจในเรื่องของ การบัญชีเท่าที่ควร ทางกรมบัญชีกลางน้อมรับที่จะไปพยายามปรับข้อมูลให้ง่าย ทำความเข้าใจ ให้ง่าย แล้วก็มีในเรื่องของบทวิเคราะห์ที่สำคัญ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอ มีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และท่านผู้ชี้แจงอภิปราย ประกอบข้อสังเกตรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑-๒ ประเด็นนะครับ🔗

ท่านประธานครับ กรมบัญชีกลางเป็นกรมที่ดูแลตัวเลขทางด้านการเงิน ของประเทศ อยากจะฝากทางกรมบัญชีกลางว่ามีหลายตัวเลขที่ดูเหมือนกับว่าจะใช้จ่ายเยอะ แล้วก็ยังไม่มีเพดานเท่าที่ควร บางรายการก็น้อยแล้วก็มองไม่เห็น ก็อยากที่จะให้ข้อสังเกต นำเรียนท่านประธานไปถึงทางกรมบัญชีกลางว่าในส่วนของสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่อนข้างเยอะ ข้าราชการ ๑ ท่านต่อ ๑ ปีจะใช้เงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนบัตรทอง ใช้เพียงแค่ประมาณ ๓,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ผมอยากจะให้เรื่องของมาตรฐาน การรักษาพยาบาลมันเท่า ๆ กัน อยากจะให้สวัสดิการนั้นมีความแตกต่างได้ เนื่องจากข้าราชการ ทำงานหนักแล้วไม่มีเวลาไปทำมาค้าขาย ทำสวน ทำเกษตร เพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ ข้าราชการนั้นเป็นกลไกสำคัญ จำเป็นจะต้องให้มีขวัญ มีกำลังใจ เจ็บป่วยมาต้องมีห้องพัก ที่สะดวกสบาย ป่วยแล้วต้องรีบหาย เมื่อหายต้องรีบมาทำงาน ป่วยนานไม่ได้ เรื่องของสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เสียดาย ในเมื่อกรมบัญชีกลาง ดูแลเรื่องของค่ายา ค่ารักษาพยาบาลให้แก่ข้าราชการนั้น แต่ว่า สปสช. ที่ดูสิทธิหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เงินรายหัวเขาแค่ ๓,๐๐๐ บาท เท่านั้นเอง แล้วก็ตัวนี้ละทำให้พี่น้องประชาชนที่มีสิทธิในการรักษาพยาบาลต่าง ๆ มาร้องเรียน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขจำนวนมากว่ามีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องการรักษาพยาบาลไม่อยากให้มีความเหลื่อมล้ำ แต่เรื่องสิทธิห้องพิเศษนั้นเป็นหลักในการ อำนวยความสะดวก อันนั้นให้เหลื่อมล้ำได้ อย่าเรียกว่าเหลื่อมล้ำเลยครับ เป็นสิทธิเฉพาะได้ หรือป่วยแล้วจะจ่ายเงินชดเชยรายวันให้เหมือนประกันชีวิตก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อยากจะให้ คณะกรรมการของกรมบัญชีกลางดูแลมาตรฐานยา สูตรอย่างไร บัญชียาของกรมบัญชีกลาง อย่างไร บัญชียาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างไร ก็ขอให้เป็นบัญชีเดียวกัน แล้วก็กองทุนประกันสังคมด้วยให้เป็นบัญชีเดียวกัน รวมทั้งคนจ่ายเงินสดในโรงพยาบาล รัฐบาลด้วย จะได้ไม่ต้องมีข้อร้องเรียนเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะว่าลูกจ้างประจำเมื่อเกษียณอายุ ก็จะกลายมาเป็นผู้รับบำเหน็จรายเดือน ปัจจุบันลูกจ้างประจำซึ่งไม่มีการบรรจุใหม่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ เหลือประมาณสัก ๑๓๐,๐๐๐ คน รับบำเหน็จรายเดือนก็คือบำนาญรายเดือนนั่นละ ซึ่งออกในยุคของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประมาณสัก ๖๐,๐๐๐ คน อีกประมาณ ๑๐ กว่าปีเข้าใจว่าก็จะเหลือแต่ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน แต่ว่าลูกจ้างประจำก็จะหมดไป ในสภาผู้แทนราษฎร แม่บ้าน หรือพนักงานที่รับรอง ชงกาแฟให้ ส.ส. ดื่มก็เป็นลูกจ้างประจำทั้งนั้น เขากังวลนะครับ วันที่ ๓๐ กันยายนถ้าป่วยนอนห้องพิเศษ พอวันที่ ๑ ตุลาคมต้องลากออกมา เข็นออกมา มานอนห้องสามัญแล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่ได้สิทธิรักษาพยาบาลจากลูกที่เป็นลูกจ้างประจำ พอวันที่ ๑ ตุลาคมก็ต้องตกมา เกิดความเหลื่อมล้ำ เรื่องยามะเร็งบางตัวก็ไม่ได้ใช้บัญชี เดียวกัน อย่าเรียกว่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของกรมบัญชีกลางกับ สปสช. บัตรทอง แม้กระทั่งประกันสังคมกับบัตรทองกับกรมบัญชีกลางก็มีความเหลื่อมล้ำเช่นเดียวกัน ตรงนี้ เป็นมานานมากแล้วครับ อยากที่จะให้กรมบัญชีกลางได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ แล้วก็ เรื่องของยาให้เหมือนกัน รวมถึงเรื่องของสิทธิอย่างอื่น เรื่องการอำนวยความสะดวก แตกต่างกันเราไม่ว่า สำหรับลูกจ้างประจำที่เกษียณแล้วเป็นบำเหน็จรายเดือนให้เขาเถอะครับ ให้เขามีโอกาสได้ใช้สวัสดิการรักษาพยาบาล เพราะเหลืออีกแค่ ๑๓,๐๐๐ คน แล้วก็ปัจจุบัน จะเป็นบำเหน็จรายเดือนอีกแค่ ๖๐,๐๐๐ คน จะเพิ่มไปอีกนิดหน่อย และครอบครัวเขา เรียกร้องมานานแล้ว เขาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ เวลาทำงานราชการก็อยู่โต๊ะทำงาน เดียวกัน อยู่ในออฟฟิศ (Office) เดียวกัน ทำงานทุ่มเทให้แก่ราชการเหมือน ๆ กัน แต่เวลา เกษียณแล้วเกิดความเหลื่อมล้ำมาก ทางเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางก็มาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการ ก็เขาเป็นลูกจ้างนี่ อันนี้เป็นข้าราชการ สมัยก่อนพูดได้ แต่สมัยนี้ ไม่ควรจะพูดแล้วนะครับ แล้วก็อัตราเงินเดือนเขาก็ไม่เหมือนกัน บำเหน็จรายเดือน เขาก็กระด้าง เขาได้กี่บาท มีการปรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เขาได้ปรับ แต่ลูกจ้างประจำ ไม่ได้ปรับ เขากระด้าง เขาก็สมควรแก่ฐานานุรูปเขาแล้ว แต่เรื่องเจ็บป่วยอย่าเอามา เดียดฉันท์กันเลย รีบ ๆ ให้เสียเถอะ ผมจะได้ไม่ต้องมาศึกษา สอบหาข้อเท็จจริง ส่งเรื่องกันไป ส่งเรื่องกันมา ถ้าไปดูหนังสือ เกษียนหนังสือจากท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านจะพูดว่าให้ไปดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่ว่ากรมบัญชีกลางได้ตอบนายกรัฐมนตรี ขึ้นไปหรือยัง ทำเสียเถิดครับมันเป็นบุญเป็นกุศลแก่ข้าราชการ นิติบัญญัติดูแลไม่ถึงตรงนั้น เพราะว่าเป็นเรื่องระเบียบภายในตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ถ้าท่านไม่กำหนดเขาก็ไป ไม่เป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอฝากในส่วนนี้ว่าอย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการ รักษาพยาบาลนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปราย ตั้งข้อสังเกตในรายงานการเงินแผ่นดินของกรมบัญชีกลางนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ในรายงานการเงินแผ่นดินเมื่อสักครู่นี้ทางกรมบัญชีกลาง ได้อธิบายชัดเจนว่าเป็นรายงานทางด้านบัญชี ซึ่งเข้าใจได้นะครับ แล้วก็ในปีที่แล้ว ผมได้อภิปรายตั้งเป็นข้อสังเกตว่ารายงานเฉพาะทางด้านบัญชีอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอ เพราะว่าระบบประเทศของเรามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมบัญชีกลาง ก็คือมีสำนักงบประมาณ กับมี สตง. ตัวอย่างอันนี้ที่ผมอยากขอให้กรมบัญชีกลาง ในรายงานถึงแม้จะเป็นการบัญชีก็ตาม ได้เปรียบเทียบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพราะว่าเรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ คำถามของเราก็คือ ๑ ปีผ่านไปที่สำนักงบประมาณ บอกว่าจะใช้เงินเพื่อการนี้ ๆ คำถามก็คือว่าใช้ไปแล้วเกิดผลตามนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางบอกว่าตรงนี้อาจจะเป็นเรื่องของ สตง. เพราะ สตง. มีเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) อันนั้นก็จริงครับ แต่ความหมายก็คือว่ากรมบัญชีกลางจะต้องรู้ ด้วยว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ของ สตง. ผลออกมาเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่อย่างนั้นแล้วการประเมินผลในการใช้งบประมาณ ของประเทศมันเกิดขึ้นไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตว่าในปีหน้ารายงานการเงินแผ่นดินนี้ อย่าทำเฉพาะเป็นรายงานทางด้านบัญชี ขอให้เพิ่มรายงานที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงาน ของแผ่นดิน โดยเอาตัวเลขของสำนักงบประมาณที่เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี แล้วถามว่าท่านจ่ายตามนั้นจริงหรือไม่ เพราะว่าในคณะกรรมาธิการงบประมาณเราจะขอ แก้ไขปรับปรุงรายการใด แม้แต่รายการเดียวในเอกสารของงบประมาณแผ่นดิน ถ้าบอกไม่ได้ผิด รัฐธรรมนูญ ส.ส. ต้องการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน เขาบอกทำไม่ได้ครับ ทีนี้เมื่อทำไม่ได้ เอาละรัฐธรรมนูญบอกแบบนั้นก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องไปพิจารณา แต่ผมก็มีคำถามด้านกลับว่าที่ท่านบอกว่าจะทำตามที่พูดนั้นท่านทำได้จริง หรือเปล่า วันนี้ไม่มีคำตอบ สำนักงบประมาณไม่ได้ตอบนะครับ และสำนักงบประมาณ ก็ไม่เคยมารายงานต่อสภาแห่งนี้ ผมฝากความหวังไว้กับกรมบัญชีกลางละครับ ท่านจะต้อง บอกกับเรา กับ สตง. นะครับว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีที่เราใช้ไปในกระทรวงต่าง ๆ รายการต่าง ๆ เหล่านี้ใช้ไปแล้วเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงว่าใช้ถูกต้องตามระเบียบของ กรมบัญชีกลาง เท่านั้นหรือไม่ ไม่ใช่แค่นั้นครับ ตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่าสำคัญมากในเรื่องนี้ที่เกี่ยวข้องกับกรมบัญชีกลาง โดยตรงก็คือเรื่องระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างครับ ท่านประธานครับ วันนี้ปัญหา ของประเทศมันข้ามกรม มันข้ามกระทรวงครับ แล้วระเบียบของกรมบัญชีกลางเป็นระเบียบ ของกรมใครกรมมัน ซื้อของใครซื้อของมัน ใช้ข้ามกันก็ไม่ได้ ผิดระเบียบ สตง. ก็มาตรวจว่า มันไม่ถูกต้อง เราต้องการให้กรมน้ำบาดาลเอาน้ำบาดาลขึ้นมาเพื่อทำการเกษตร แต่จะต้อง ซื้อท่อเพื่อเดินจากตำบลหนึ่งไปอีกตำบลหนึ่ง ท่อตรงนี้ไม่มีใครที่จะรับผิดชอบได้ สุดท้าย กรมน้ำบาดาลก็ได้แต่เจาะน้ำบาดาลแต่ส่งน้ำไปไม่ได้ นี่คือตัวอย่างของระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ของท่าน ผมเข้าใจท่านกลัวการทุจริต และไม่มีใครอยากเห็นการทุจริตครับ แต่การป้องกัน การทุจริตของท่านทำให้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์เลยนะครับ ท่านเลือกดูสิครับ ท่านต้องการ ระเบียบที่ถูกต้องหรือต้องการให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาของเขาครับ ๒ อันนี้ผมถามท่าน ตรง ๆ ว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน ระเบียบกรมบัญชีกลางสำคัญกว่า หรือความเดือดร้อนทุกข์ยาก ของประชาชนสำคัญกว่าครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่อยากจะให้กรมบัญชีกลางได้ตอบว่าท่านเคยคิดบ้างไหม ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของท่านจะแก้ไขได้ เพื่อให้เราแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ครับ🔗

อีกประการหนึ่งที่ผมได้พูดไปแล้วก็คือเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ที่ สตง. ได้บอกนะครับ ในเอกสารรายงานของ สตง. เล่มนี้ท่านไปดูเถอะครับ เรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) แทบจะไม่มีเลยครับผลที่เกิดขึ้น แล้วก็ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ตรงนั้นเราไม่ต้องการให้เป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ของหน่วยราชการครับ เราต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน เราใช้งบประมาณถึง ๓.๓ ล้านล้านบาทในปีที่กำลังจะมานี้ คำถามก็คือชาวบ้านได้อะไรบ้าง ท่านประธานครับ เราเห็นแววตาและสีหน้าที่มีรอยยิ้มของประชาชนหรือไม่จากการใช้เงิน เป็นล้านล้านบาทของรัฐบาล ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นกรมบัญชีกลางจะต้องทำงาน กับ สตง. ทำงานกับสำนักงบประมาณ เพื่อที่จะบอกกับเราว่าเงินงบประมาณของประเทศนั้น ใช้ไปแล้วประชาชนได้อะไรบ้าง เพราะถ้าท่านรายงานแยกส่วนแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย นอกจากท่านได้ทำงานตามหน้าที่ของท่าน ตามกฎหมายเท่านั้นเอง🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ประเทศของเราวันนี้มีระบบงบประมาณ สำนักงบประมาณ เป็นผู้รับผิดชอบ เรามีกฎระเบียบว่าด้วยการใช้เงิน มีกรมบัญชีกลางเป็นผู้รับผิดชอบ และมี การตรวจเรื่องความโปร่งใสและสัมฤทธิผลคือ สตง. เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ปรากฏว่า ๓ หน่วยงานนี้ต่างคนต่างทำ ผมอยากเห็น ๓ หน่วยงานนี้ทำเป็นทีมเดียวกันครับ ข้อเสนอแนะที่สำคัญก็คือว่าขอให้สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ สตง. กรุณา บูรณาการกันได้ไหมในเรื่องของการติดตามประเมินผลการใช้งบประมาณของประเทศ เพราะถ้าไม่บูรณาการกัน ยกตัวอย่างรายงานการเงินนี้ท่านก็จะมารายงานว่าเกิดตัวเลข อะไรบ้าง พวกเราก็ได้แต่ดูว่าตัวเลขนี้ถูกหรือผิด มีความหมายอย่างไร แต่ตัวเลขที่ท่านรายงานมานี้ไม่มีใครบอกได้เลยนะครับว่าชาวบ้านได้อะไรบ้าง นี่คือปัญหาใหญ่ ผมจึงอยากขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าหลักคิดของ การบริหารประเทศต้องเปลี่ยนแปลงครับ เพราะระบบแบบนี้เป็นระบบที่ข้าราชการ ส่วนใดส่วนหนึ่งต่างคนต่างทำ แล้วยึดกฎกติกาของตัวเองเป็นสรณะในการทำงาน สิ่งที่ท่าน ไม่ได้ยึดมีอย่างเดียวเท่านั้นคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านไม่ได้ยึดครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ขอความกรุณาช่วยตอบในที่ประชุมพรุ่งนี้ได้ไหมว่า ท่านสามารถจะทำงานกับสำนักงบประมาณ สตง. เพื่อจะตอบกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า การใช้งบประมาณของประเทศประชาชนได้อะไรบ้าง และตอบกันให้ชัด ๆ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าระบบของประเทศจะเดินหน้าได้ แล้วประการที่สำคัญที่สุด ระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นปัญหากับทุกส่วนราชการ แล้วก็พี่น้องประชาชนนี้ ท่านมีแนวคิดอย่างไรบ้างที่จะแก้ไข เพื่อให้เราสามารถใช้งบประมาณ ใช้ครุภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เจ้าหน้าที่มีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ถ้ามีเชิญครับ🔗

นางอัญชลี ศรีอำไพ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษา ด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลต้องกราบเรียนว่า ขออนุญาตรับข้อมูลไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำตามที่ ท่าน ส.ส. ได้ให้ข้อเสนอแนะ สำหรับของท่านกนก ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า ตอนที่เราทำรายงานการรับจ่ายเงินเป็นการเปรียบเทียบงบประมาณกับตัวเลขที่ใช้จ่ายจริง พอมารายงานการเงินแผ่นดินชุดนี้ก็คือเป็นรายงานทางบัญชีในเรื่องของผลการใช้จ่าย เพราะว่าตอนที่เราทำรายงานรับจ่ายงบประมาณนั้นเนื่องจากเวลาที่ทำค่อนข้างจำกัด คือหลังจากสิ้นปีงบประมาณเราก็ทำรายงานการใช้จ่ายเสนอเข้าไปสู่สภาก่อน ส่วนรายงาน การเงินแผ่นดินนั้นเป็นรายงานที่ต้องส่งให้ สตง. ตรวจสอบแล้วก็ใช้เวลา ซึ่งเป็นรายงาน ทางบัญชี ดังนั้นข้อมูลที่แสดงทั้ง ๒ รายงานไม่ได้มีข้อมูลอย่างที่ท่าน ส.ส. ให้แสดงความเห็น อันนี้ก็ยอมรับว่าเป็นความจริง เพราะว่ากรมบัญชีกลางเองนั้นอาจจะเป็นนักบัญชีที่ทำข้อมูล ในเรื่องของเชิงบัญชี ซึ่งเราอาจจะมีข้อจำกัดในการที่เอาตัวเลขมาวิเคราะห์ อีกประการหนึ่ง ก็คือว่ากว่าที่เราจะได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการสำคัญว่าประชาชนได้ ประโยชน์อะไรจากการใช้งบประมาณ ซึ่งกว่าจะได้ข้อมูลนั้นก็จะเลยเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่อันนี้ขอรับข้อสังเกตของท่าน ก็จะพยายามนำเสนอข้อมูลเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่ออย่างน้อย รายงานของประเทศจะได้แสดงข้อมูลในส่วนที่จำเป็นเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ🔗

สำหรับเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าจากปี งบประมาณที่แล้วได้รับฟังความคิดเห็นของหลายหน่วยงาน ตอนนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาเพื่อจะแก้ไขระเบียบให้ผ่อนคลาย แต่ไม่ได้ลดเรื่องของการควบคุมที่ไม่ให้เกิดปัญหา การทุจริตนะคะ เราอาจจะทำเรื่องอื่นขึ้นมา นอกจากไปบังคับระเบียบเป๊ะ ๆ ว่าจะต้องทำ อย่างนั้นอย่างนี้ แต่เราจะเพิ่มมาตรการการควบคุมในประเด็นอื่นที่ไม่ใช่ระเบียบ แต่จะมี วิธีการตรวจสอบอื่นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สำหรับการทำงานร่วมกันวันนี้ต้องขอกราบเรียนว่า ทาง สตง. ไม่ได้มานะคะ เป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลัง แต่ก็รับข้อมูลนั้นไปประสาน กับ สตง. ว่าการทำงานร่วมกันนั้นเราสามารถที่จะทำงานร่วมกันเพื่อแสดงข้อมูลการใช้จ่ายเงิน ของแผ่นดิน ที่ปรากฏในรายงานการเงินแผ่นดินจะแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้ว ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานการเงิน แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. ๒๕๖๒ ต้องขอกราบขอบพระคุณผู้แทนของหน่วยงาน ขอบคุณมากครับ🔗

๒.๖ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๒.๒-๒.๖ ค้างมาจาก การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือที่พวกเราเรียกกันว่าอีอีซี (EEC) ในฐานะที่ผมเคยเป็น ผู้พัฒนาอุตสาหกรรมมาก่อน ผมก็จะมีความคิดเห็นและข้อติติงถึงคณะกรรมการนี้ ก่อนอื่น ผมต้องขอเอ่ยคำสนับสนุนในโครงการอีอีซี (EEC) ด้านเป้าหมาย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ดีมาก ต้องการที่จะพัฒนาประเทศไทยให้ดีขึ้น และต้องการจะพัฒนาเขตตะวันออกให้เจริญยิ่งขึ้น แต่ผมจำเป็นต้องขอตำหนิในหลักการและวิธีการที่จะดำเนินการพัฒนาตรงนี้ โดยผมจะแยก ประเด็นออกเป็น ๓ ประเด็นหลัก ๑. ปัญหาในโครงสร้างใหญ่ ๒. ปัญหาในเชิงนโยบาย และ ๓. ข้อเสนอแนะเพื่อที่จะพัฒนาให้โครงการนี้สำเร็จยิ่งขึ้นไป🔗

ข้อ ๑ ผมขอเรียกโครงการนี้ว่าการนำเหล้าเก่ามาใส่ในขวดใหม่ ในรายงานนี้ ท่านยอมรับเองว่าโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือที่เรียกกันว่าอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) พัฒนามากว่า ๓๐ ปีแล้ว ฉะนั้นชาวบ้านหรือพี่น้องประชาชน ในภาคอื่นที่ไม่ใช่ในอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ที่ไม่ใช่ในอีอีซี (EEC) รอมา ๓๐ ปีแล้ว จะต้องรอไปอีกกี่สิบปีถึงจะได้มีโครงการแบบนี้ไปถึงพวกเขา ผมบอกได้เลยนะครับว่าผมเป็นหนึ่งในผู้ที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะอะไรครับท่านประธาน ภรรยาผมเป็นคนอีสาน วันดีคืนดีผมก็ถามภรรยาว่านี่เธอ ทำไมเธอไม่ไปเจอเพื่อน ๆ ที่ภาคอีสานบ้าง กลับไปบ้านฉันจะได้มีเวลาเสียหน่อย ปรากฏว่าคำตอบก็คือฉันจะกลับไปทำไม ในเมื่อเพื่อนฉันอยู่กรุงเทพฯ หมดแล้ว เพราะอะไรครับ การที่ภรรยาผมหรือเพื่อน ๆ เขาจบ ปริญญาตรีด้านการเงิน คุณทำอะไรได้ครับในภาคอีสาน เต็มที่ก็เป็นผู้จัดการแบงก์ ฉะนั้น งานทั้งหมดเรียนจบการเงินต้องมากรุงเทพฯ ก็ทำให้กรุงเทพฯ แออัด กรุงเทพฯ รถติด กรุงเทพฯ ที่ดินแพง คุณจบวิศวกรคุณก็ต้องไปจังหวัดระยอง คุณก็ต้องไปอีอีซี (EEC) คุณก็ต้องไปจังหวัดสมุทรปราการ การกระจุกตัวของการพัฒนาแบบนี้จะทำให้ประเทศไทย เราพัฒนาช้าลง แทนที่เราจะกระจายการพัฒนาไปภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ทำให้คน ได้อยู่บ้าน ได้อยู่กับพ่อแม่ เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมที่ว่าต่างจังหวัดมีแต่ คนแก่กับเด็ก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก🔗

ข้อ ๒ ในเรื่องของการพัฒนา ผมอ่านดูรายงานไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอโครงการ ที่เรียกว่าโครงการศูนย์วิจัยด้านการบินและอวกาศ คือผมอ่านแล้วก็ขำกับตัวเอง ผมเข้าใจดี ว่ารัฐบาลต้องการจะรีบสร้างยานอวกาศเพื่อไปเปิดตลาดยางที่ดาวอังคาร เพราะพี่น้อง สวนยางกำลังจะตายหมดแล้ว เราก็เข้าใจดี แต่ทีนี้ในเรื่องของแนวทางการสนับสนุน แบบปัจจุบันที่ผมอ่านมันไม่ช่วยหรอกครับ รัฐบาลนี้ผมว่าสร้างไม่ได้แม้แต่บั้งไฟพญานาค พุ่งขึ้นแป๊บเดียวด้วยภาษีของประชาชนแล้วก็ร่วงลงมาปักดิน จรวดไปดาวอังคารคงเป็นได้ แค่ความฝันครับ🔗

ท่านประธานครับ หลังจากผมอ่านรายงานของโครงการอีอีซี (EEC) การสนับสนุนทุกวันนี้ยังคงเน้นด้านภาษีเป็นหลัก อย่างเช่นบีโอไอ (BOI) ก็จะเน้นเรื่องลด ภาษีเงินได้ เรื่องลดภาษีนำเข้าเครื่องจักรให้ผู้ประกอบการ ซึ่งเรื่องนี้มันตอบโจทย์ เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่ในปัจจุบันมันไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะหลายสิบปีที่แล้วเรามีการ ป้องกันการนำเข้า เรามีมาตรการป้องกันหลาย ๆ อย่างเพื่อไม่ให้สินค้าต่างชาติเข้ามาตี แต่ปัจจุบันวันนี้โลกเราได้เปลี่ยนไปไกลแล้ว โลกไปเน้นการค้าเสรีมากขึ้น และรัฐบาลไทย หลาย ๆ รัฐบาล หลาย ๆ ชุดก็ตอบมาด้วยการไปเซ็นสัญญาการค้าต่าง ๆ เต็มไปหมด ยกตัวอย่างนะครับ เรื่องเออีซี (AEC) เรื่องเอฟทีเอ (FTA) กับประเทศต่าง ๆ แล้วทุกวันนี้ ก็กำลังเจรจาเรื่องซีพีทีพีพี (CPTPP) กันอยู่ ฉะนั้นผู้ประกอบการไทยทุกวันนี้ไม่ได้ต้องการ เรื่องลดภาษีหรอกครับ ต้องการเรื่องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน การลดภาษี จะไม่ช่วยเขาเลยหากว่าการแข่งขันเขาสู้ไม่ได้ หากว่าเขาขาดทุน ผมขอยกตัวอย่าง ผมได้ไป เยี่ยมชมนิคมยางรับเบอร์ซิตี (Rubber City) ที่หาดใหญ่ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวินท์ สุธีรชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไปดูว่าทำไมรับเบอร์ซิตี (Rubber City) ของเราหรือนิคมอุตสาหกรรมยางพาราของเราถึงไม่มีผู้ประกอบการเลย ผู้ประกอบการ รายใหญ่ ๆ เราก็เข้าไปถามว่านิคมนี้ติดอะไร คือในอุตสาหกรรมยางพาราคุณต้องใช้พลังงาน มหาศาลถึงมากกว่า ๖๐๐ องศาเซลเซียสในการเผายางให้ละลาย แต่ปรากฏว่านิคมนี้กลับไม่มี ท่อก๊าซธรรมชาติ แล้วที่น่าอเนจอนาถที่สุดถ้าเราดูจากกราฟ (Graph) ตรงนี้ท่อก๊าซ ต่อขึ้นมาแล้ว แล้วก็ต่อลงไปถึงประเทศมาเลเซีย ๘๐ กิโลเมตรตามสนธิสัญญาไทย-มาเลเซีย แต่ปรากฏว่านิคมอุตสาหกรรมยางพารา รับเบอร์ซิตี (Rubber City) อยู่ห่างจากท่อหลักแค่ ๒๐ กิโลเมตร ทำไมรัฐบาลไม่ต่อให้เขาครับ ผมขอพูดต่อนะครับ ใกล้จบแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอนุญาต ให้เพิ่มเป็นท่านละ ๑๐ นาทีแล้วกัน🔗

นายวินท์ สุธีรชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน นิคมนี้ อยู่ห่างจากสายเมน (Main) แค่ ๒๐ กิโลเมตร แต่เราไม่ต่อให้เขาครับ ถ้าเราต่อท่อก๊าซไปที่ นิคมอุตสาหกรรมยางพาราผมรับประกันเลยครับนักลงทุนแห่กันมาเต็ม เราจะเป็นผู้พัฒนา ยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก และชาวสวนยางก็จะไม่เจอปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำ นี่เป็นการพัฒนา อย่างยั่งยืนจริง ๆ ครับ🔗

จากข้อ ๑ และข้อ ๒ ที่เป็นปัญหา ผมขอต่อเนื่องไปข้อ ๓ ว่านโยบายที่ไม่สนับสนุน เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร ผมขอเสนอแนะหลักการที่ผมเรียกว่าการพัฒนาแนวตั้ง หรือ ภาษาอังกฤษเราเรียกกันว่าเวอร์ทิคอล อินทิเกรชัน (Vertical integration) การพัฒนาแนวตั้ง ผมจะขอยกตัวอย่างอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า คืออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าถูกระบุไว้ในเล่มนี้ ว่าเป็นอันดับ ๑ เลยที่เราต้องการจะสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าถ้าเราดูมันต้องใช้อุตสาหกรรมเบาะที่นั่ง มันต้องใช้อุตสาหกรรมโครงรถยนต์ มันต้องใช้อุตสาหกรรมแบตเตอรี จะทำให้โครงการพวกนี้แข็งแกร่งได้ จะทำให้อุตสาหกรรม เหล่านี้แข็งแกร่งได้ คุณก็ต้องมีเพิ่ม เบาะก็ต้องมีหนังเทียม มีพลาสติก โครงรถยนต์จะใช้ เหล็กธรรมดาก็ไม่ได้ ต้องไปใช้อะลูมิเนียม ต้องมีอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมที่สามารถแปรรูป ใส่สารเคมี ใส่อะไรต่าง ๆ เข้าไป แล้วก็มีต้นทุนที่ต่ำที่สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ นอกจากนี้ เราก็ต้องใช้ยางรถยนต์ อุตสาหกรรมยางรถยนต์จะเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่ผลักดันทั้งเกษตรกร และอุตสาหกรรมบ้านเรา วิศวกรบ้านเราให้ไปข้างหน้าได้🔗

นอกจากนี้ทั้งข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ จำเป็นต้องมีพลังงานในการสนับสนุน อย่างเช่นพลังงานเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน แต่ถ่านหินทุกวันนี้จะเจอเรื่องสิ่งแวดล้อม ไฟฟ้า ค่าไฟบ้านเราแพงกว่าชาวบ้านเขา ๒ เท่า น้ำ เวลานักลงทุนมาบอกใช้น้ำเยอะเราก็ไล่เขาไป เพราะว่าเราแล้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะพลังงาน ไฟฟ้า น้ำ บุคลากร จริง ๆ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทย ทำอย่างไรเราถึงจะพัฒนาให้พลังงานเรา ราคาต่ำ ไฟฟ้าเราราคาต่ำ น้ำเรามีใช้เพียงพอ ซึ่งปัญหาพวกนี้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป เยอะแล้ว ผมไม่ขอพูดถึงเพราะมันจะกินเวลามากเกินไป🔗

ดังนั้นผมขอสรุปใน ๓ ข้อก็คือเราควรที่จะกระจายการลงทุนให้มากขึ้น เราควรที่จะสนับสนุนการพัฒนาแบบแนวตั้งที่ยั่งยืน เราควรจะใส่ใจ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็น ต้นทุนหลักของอุตสาหกรรมเรา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำ พลังงาน บุคลากร สิ่งเหล่านี้จำเป็นเพื่อให้อุตสาหกรรมเราโตอย่างยั่งยืนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ ผมเห็นว่าท่านสมาชิกบางท่าน อภิปรายด้วยเหตุด้วยผลที่มีเนื้อหาสาระที่ดี ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือองค์กร ที่ได้มาร่วมรับฟัง ฉะนั้นบางท่านบอกว่า ๗ นาทีมันสั้นไป น้อยไป ก็ขออนุญาตให้ท่านสมาชิก ใช้เวลาประมาณ ๗-๑๐ นาที ประมาณนี้นะครับ ขออย่าได้เกิน ๑๐ นาที แต่ถ้าท่านพูด เนื้อหาสาระจบแล้วก็ไม่จำเป็นต้องถึง ๑๐ นาที หรือไม่จำเป็นต้องถึง ๗ นาทีก็ได้ เพื่อจะให้ สมาชิกท่านอื่นได้อภิปรายต่อ ทำความเข้าใจนิดหนึ่ง ต่อไปเชิญท่านสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แล้วตามด้วยคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญท่านสุรสิทธิ์ครับ🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมเองขออนุญาต ที่จะกราบเรียนถึงรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของการดำเนินการอีอีซี (EEC) ซึ่งโครงการนี้ เป็นโครงการที่ผมเองได้ติดตามมาตลอด ได้มีโอกาสอภิปรายในสภาแห่งนี้ ถือว่าเป็น โครงการที่มีความสำคัญของประเทศในการที่จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่ เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งอยากจะกราบเรียนว่าในรายงานฉบับนี้มีหัวข้อสำคัญค่อนข้างเยอะมาก แล้วผมถือว่าเป็นรายงานที่ทำได้ดี ต้องชื่นชมทางฝ่ายเลขานุการและคณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่ผมเองจะขออนุญาตกราบเรียนความจริงมีหลายประเด็น แต่ประเด็นที่สำคัญ ๆ ที่แสดงถึงความก้าวหน้าของการทำงานในส่วนของสำนักงานอีอีซี (EEC) ผมถือว่าเป็นก้าวหนึ่ง ที่ได้มีการเริ่มต้นจากพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๑ หมายความว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานปี ๒๕๖๒ ซึ่งได้ ดำเนินงานมาประมาณ ๑ ปีเศษ อยากเรียนว่าความคืบหน้าในการดำเนินงานของอีอีซี (EEC) ที่ระบุไว้ในรายงานฉบับนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการลงนามในสัญญา ปี ๒๕๖๒ ๒ สัญญาด้วยกัน ก็คือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ ท่าเรือ อุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ๓ ซึ่งได้ลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ แล้วก็จะเปิดให้ดำเนินการในปี ๒๕๖๘ ในส่วนสัญญาที่ ๒ ก็คือรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ได้ทำสัญญา เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ แล้วก็มีการคาดการณ์ว่า จะดำเนินการในปี ๒๕๖๗ ใน ๒ โครงการนี้เป็นโครงการที่เริ่มต้น ผมเข้าใจดีกว่าจะได้ แต่ละโครงการต้องใช้เวลา เป็นความตั้งใจและเป็นความพยายามของทางรัฐบาลกับทางฝ่าย เลขานุการอีอีซี (EEC) อย่างน้อยที่สุด ๒ โครงการนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงความก้าวหน้า เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในต่างประเทศ และนอกจากนี้พวกเราเอง คงได้รับทราบแล้วว่า เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาเราได้มีการลงนามในสัญญา ไปอีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการสนามบินอู่ตะเภา แล้วก็เมืองการบินภาคตะวันออก ถือว่า ๓ โครงการนี้เป็นโครงการหลัก ๆ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมคิดว่าโครงการเหล่านี้จะเป็น โครงการหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า และขณะนี้ถึงแม้จะมี ๖-๗ โครงการใหญ่ ๆ แต่ว่า ๓ โครงการนี้ก็เป็นโครงการที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เราก็ได้มีการลงนามในสัญญาไปอีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการสนามบิน อู่ตะเภา แล้วก็เมืองการบินภาคตะวันออก ก็ถือว่า ๓ โครงการนี้เป็นโครงการหลัก ๆ ที่มี ความสำคัญอย่างยิ่ง ผมคิดว่าโครงการเหล่านี้จะเป็นโครงการหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในอนาคตข้างหน้า และขณะนี้ถึงแม้จะมี ๖-๗ โครงการใหญ่ ๆ แต่ว่า ๓ โครงการนี้ก็เป็น โครงการที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ🔗

ในประการที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนว่าในส่วนที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การกำหนดจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม เพราะว่าจุดเหล่านี้จะเป็นจุดสำคัญต่อการเตรียม ความพร้อมในการที่จะให้นักลงทุนมาลงทุน ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงเป็นรายงานที่บ่งบอกถึง ความก้าวหน้าในเรื่องของการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษทั้ง ๕ แห่ง แล้วก็เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย ๒๑ เขตได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากเรียนว่าในโครงการจัดตั้งเขตจะเตรียมความพร้อมต่อในเรื่องของ การส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก การส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัล (Digital) การบิน ส่งเสริมรถไฟความเร็วสูง แล้วก็ส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ซึ่งเป็นการเตรียม ความพร้อมเกือบทุกด้าน ในขณะเดียวกันอยากจะเรียนว่าอุตสาหกรรมการเตรียมความพร้อม ในเรื่องของเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ๒๑ เขต ได้ดำเนินการไปแล้ว เป็นที่น่าดีใจว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีนักลงทุนให้ความสนใจมา เช่าพื้นที่แล้วในจำนวน ๔๔,๗๒๖ ไร่ จากจำนวนพื้นที่ที่ขายหรือให้เช่า ๖๔,๔๘๗ ไร่ ซึ่งคิดเป็น จำนวนถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน โครงการนี้เป็นโครงการหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นความสนใจของ นักลงทุนที่จะเข้ามาดำเนินการ ก็เป็นอีกก้าวหนึ่ง🔗

อีกส่วนหนึ่งก็เรียนว่าได้มีการจัดทำแผนผังการพัฒนาอีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นผัง การใช้ประโยชน์ แล้วก็เป็นแผนผังในการพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุน เรียนว่าในเรื่องของ แผนผังนี้ได้มีการบังคับใช้ตามแผน เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นแผนที่รองรับ ในระยะเวลาอันยาวไกล ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ จังหวัด ไม่น้อยกว่า ๔๐ ครั้งใน ๓๐ อำเภอ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่โปร่งใส ทำให้พี่น้องประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม อย่างน้อยที่สุดอยากจะเรียนว่าในโครงการเหล่านี้จะเป็นโครงการที่มี การเน้นย้ำในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเองเคยทราบแนวคิด ของอีอีซี (EEC) ว่าแนวคิดอีอีซี (EEC) จะพยายามใช้พื้นที่เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเก็บพื้นที่ป่า พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรให้คงไว้ตามที่ได้ ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เก็บน้ำ แหล่งน้ำ พื้นที่การเกษตร พื้นที่จะมี การเปลี่ยนแปลงจริง ๆ เพียง ๘.๒๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วโครงการอีอีซี (EEC) ยังคงที่จะใช้นโยบายเดิมในการที่จะเก็บพื้นที่ ใช้พื้นที่เดิม ๙๑.๗ เปอร์เซ็นต์อยู่ อย่างน้อยที่สุด โครงการที่มีความเปลี่ยนแปลงจะมีส่วนเน้นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของแม่น้ำลำคลองเป็นอย่างดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทางอีอีซี (EEC) เองก็มีความจำเป็น ที่จะต้องดำเนินการต่อไป🔗

อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าการชักจูงนักลงทุนเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญ ถ้าไม่มี นักลงทุนผมคิดว่าโครงการนี้อาจจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ในรายงานฉบับนี้ได้มีข้อมูลถึง บีโอไอ (BOI) ว่ามีคำขอการส่งเสริมการลงทุนของอีอีซี (EEC) ถึง ๕๗๓,๖๗๒ ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายถึง ๔๗๘,๕๘๕ ล้านบาท เป้าหมายเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายตัวหนึ่ง ที่ผมคิดว่าจะเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง อันนี้ก็คือส่วนหนึ่งในเรื่องของการลงทุน🔗

ส่วนที่มีการพูดกันว่าโครงการอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง ๑๒ อย่างนี้จะมีการ เตรียมการรองรับในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรอย่างไร ตรงนี้ผมอยากเรียนว่า แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะบ่งบอกถึงการเตรียมความพร้อมต่อการที่จะมีการสร้างบุคลากร ที่คาดหมายไว้ว่าในอนาคตจะมีบุคลากรที่มีทักษะถึง ๔๗๐,๐๐๐ คนก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นการบ้านสำคัญของอีอีซี (EEC) จะต้องเข้าไปดูว่าวันนี้เราได้มีการ ร่วมกันกับภาคเอกชนจากสถาบันการศึกษาได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรไปแล้วแค่ไหน อย่างไร ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขหนึ่งที่ผมเองมีความสนใจที่อยากจะรู้ด้วยว่ามันเป็นอย่างไร🔗

กราบเรียนอีกประการหนึ่งว่าในโครงการนี้เป็นโครงการที่นอกเหนือจากเป็น อุตสาหกรรมสะอาด ยังเป็นอุตสาหกรรมที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ผมมีโอกาสได้ดูว่าโครงการอีอีซี (EEC) จะให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อมหลายเรื่องอย่างไร อย่างเช่นในเรื่องของปัญหาขยะ ปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาในเรื่องของน้ำที่จะเตรียมความพร้อมอย่างไร ผมเองคงจะมีเวลาไม่เยอะ แต่ขอใช้ เวลาประมาณ ๑๐ นาที อยากจะเรียนว่าในส่วนของขยะมูลฝอยในรายงานฉบับนี้ได้พูดถึง โครงการกำจัดขยะอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างในเรื่องของประสิทธิภาพ ที่มีความยั่งยืน แล้วก็เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะด้วย อย่างน้อยที่สุดในเรื่องของ การดำเนินงานได้มีการดำเนินการแล้วที่จังหวัดระยองเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งจากการติดตาม ผมคิดว่ามีผลสำเร็จค่อนข้างสูง นอกเหนือจากนี้ในโครงการที่ทางอีอีซี (EEC) ได้ตั้งเป้าหมายที่จะกำจัดขยะ แล้วก็ผลิตไฟฟ้า ทั้ง ๖ แห่งในปี ๒๕๖๕ ที่วางพื้นฐาน วางแนวทางเอาไว้ ตรงนี้บางคนอาจจะบอกว่า งบประมาณที่จะทำรัฐบาลมีหรือไม่ ผมเรียนว่าจากรายงานฉบับนี้แม้ว่าจะมีการลงทุนถึง ๒๘,๒๐๐ ล้านบาทก็ตาม แต่การลงทุนนั้นเป็นการลงทุนภาคเอกชนค่อนข้างเยอะมาก โดยอยากเรียนว่าภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยในการลงทุนจำนวนค่อนข้างเยอะ รัฐบาลเอง ก็จะรับภาระในส่วนนี้น้อยลง ในส่วนของสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ผมคิดว่าเป็นแนวทางหนึ่ง ที่ผมเองคงไม่ลงรายละเอียดเยอะ แต่ผมเองมีความหวังอย่างยิ่งว่าในเรื่องปัญหาขยะ ในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเหล่านี้ผมอยากให้ทางอีอีซี (EEC) ได้เตรียมแผนงานที่ทำเอาไว้ อยากให้มีการเริ่มต้นที่รวดเร็ว แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าโครงการใดที่เป็นโครงการพีพีพี (PPP) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาครัฐและภาคเอกชนผมอยากให้มีความรีบเร่ง ส่วนในโครงการ ที่เป็นภาครัฐต้องดำเนินการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ผมอยากกราบเรียนว่าโครงการ เหล่านี้เป็นโครงการหนึ่งที่อีอีซี (EEC) ควรจะมีการบูรณาการกับกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายลงมาดำเนินการ ผมเรียนว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่ผมได้มีโอกาสดูโครงการ อีอีซี (EEC) มีการมุ่งเน้นไปในหลายพื้นที่ อาจจะไม่ครบใน ๓ พื้นที่ ใน ๓ จังหวัด แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองหวังว่าในโครงการเหล่านี้จะมีการบูรณาการ แล้วก็สามารถนำงบประมาณในส่วนอื่น ๆ มาดำเนินการให้เกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากเรียนในประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ำ เป็นเรื่องที่สำคัญครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรสิทธิ์ สรุปได้แล้วนะครับ เลยเวลาแล้วครับ🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ก็คือสิ่งสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามผมเรียนสรุปว่าในโครงการที่สำคัญของอีอีซี (EEC) เรื่องนี้ เราถือว่าเป็นโครงการที่จะก้าวไปสู่ความเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจของเอเชีย ดังนั้น ผมอยากจะกราบเรียนให้กำลังใจ แล้วก็อยากจะฝากไว้ด้วยว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มี ความสำคัญที่เราจะต้องคืบหน้าต่อไป ผมอยากจะเห็นท่านเลขาธิการได้พูดถึงปัญหา อุปสรรคบ้าง เพราะว่าเราจะพูดถึงแต่เรื่องของข้อดี ความก้าวหน้า แต่ผมอยากจะรู้ว่าเวลา ท่านทำงานแล้วมีปัญหา อุปสรรคอะไรบ้างในปี ๒๕๖๒ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตามด้วยคุณพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ผมอยากจะอภิปรายความก้าวหน้าของโครงการนี้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระเบียบวาระ ของเรากำหนดไว้ ซึ่งก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้วผมสงสัยว่า จริง ๆ แล้วสติปัญญาของผมไม่ฉลาดพอที่จะสรุปเนื้อหาใจความสำคัญของรายงานเล่มนี้ หรือว่ารายงานเล่มนี้ไม่ได้มีเนื้อหาที่มีสาระสำคัญอะไรเลยกันแน่ เมื่อสักครู่ท่านประธาน พูดว่ามีมติ ครม. เห็นชอบก่อนจะส่งรายงานเล่มนี้มาที่สภาของเรา ผมก็ช็อกครับ คณะรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศนี้เห็นชอบอะไรครับ มีอะไรในนี้ให้เห็นชอบครับ ทั้งเล่มนี้ ไม่ได้บอกความก้าวหน้าอะไรที่พวกเราสมาชิกไม่เคยรู้มาก่อนเลย เหมือนเอาเรื่องเพ้อฝันเก่า ๆ ที่เคยฟุ้งไว้มาทำกราฟิก (Graphic) ใหม่ แล้วจะให้ผมอภิปรายอะไร ผมยังไม่เข้าใจ หรือว่า คำถามที่ผมน่าจะถามที่สุดก็คือพวกท่านใช้งบมาทำรายงานเล่มสวยเล่มนี้แบบไม่มีเนื้อหา สาระอะไรเลย กินเวลาที่มีค่าของสภาแห่งนี้เพื่ออะไร ในเมื่อโครงการเพิ่งเริ่มครับ ความก้าวหน้าก็แทบไม่มีอยู่แล้ว เราก็รู้กันอยู่ ไม่มีใครว่าท่านหรอก แต่ทำไมไม่เอา ข้อเท็จจริงบางอย่างที่สำคัญมารายงานแทน ผมถามว่าไหนครับในเล่มนี้ที่แสดงจำนวน ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเวนคืนที่ ไหนครับตัวเลขจำนวนผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง เช่าเขาอยู่บ้าง บุกรุกเขาอยู่บ้าง ไหนครับที่ท่านชอบพูดว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าของโฉนด พวกเขาแค่เช่าอยู่ ประชาชนเหล่านี้ กี่ชีวิตครับ ทำไมไม่มีรายงานครับ กี่ครอบครัวที่ต้องย้ายที่อยู่ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็น เจ้าของโฉนด ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ใช่คนไทย ไม่ได้แปลว่าพวกเขามีสิทธิ มองว่าเขาไม่ใช่ ประชาชนคนไทยผู้เสียภาษี เพราะเขาก็จ่ายภาษีเหมือนกัน ไหนครับแผนเยียวยา แผนเยียวยาพวกเขาอยู่ที่ไหน หน้าไหน ไหนมูลค่าความเสียหายของสิ่งแวดล้อม ไหนมูลค่า ความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร ไม่มี สรุปในนี้มีอะไรที่มีสาระบ้างไหมครับ ผมถามจริง ๆ ผมพยายามเปิดแล้วเปิดอีกมันก็เดิม ๆ ทุกอย่างเหมือนเดิม เปิดไปเปิดมามีแต่ ขี้ฟัน โอ้อวดความสำเร็จที่มันยังไม่ได้เกิดขึ้น🔗

ท่านประธานครับ เรานำเอาปัญหาที่เกิดขึ้นจากอีอีซี (EEC) มาพูดกันในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้บ่อยเกินไปแล้ว แค่ตัวผมเองอย่างน้อยก็ลุกขึ้นพูดตั้ง ๕-๖ ครั้งแล้ว และถ้าท่านจะสนใจบ้างจะพบว่าการอภิปรายของผมพูดอยู่แค่เรื่องเดียวคือเรื่องที่ท่าน ไม่เห็นหัวประชาชน ผมย้ำอีกครั้งนะครับ ท่านไม่เห็นหัวประชาชน ประชาชนที่จ่ายภาษี ให้ท่านเอาไปทำโครงการขายฝันโครงการนี้ ประชาชนที่จ่ายค่าโต๊ะที่พวกท่านใช้ เก้าอี้ที่ พวกท่านนั่ง สำนักงานใจกลางเมืองที่ท่านนั่งทำงานแอร์เย็นสบาย ที่ท่านใช้คลายร้อน รวมถึงเงินเดือนพวกท่านด้วยที่ท่านเอาไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก เอาไปผ่อนรถที่ท่านใช้ บ้านที่ท่านอยู่ เตียง ที่นอน หมอนที่ท่านหนุน ประชาชนเหล่านี้ละที่ผมพูดถึงว่าท่านไม่เคย เห็นหัวพวกเขา เมื่อไรท่านจะสำนึกว่าเสียงที่พวกท่านได้ยินอยู่ตอนนี้คือเสียงความเดือดร้อน ของประชาชนผู้จ่ายภาษีผ่านผู้แทนที่พวกเขาเลือกมาให้ส่งต่อความเดือดร้อนนี้ไปยัง พวกท่านที่เป็นผู้รับผิดชอบ และสั่งให้พวกท่านดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ปฏิบัติกับพวกเขา ให้ดีกว่านี้ และเห็นหัวพวกเขาได้แล้ว เพราะพวกเขาเป็นเจ้าของงบประมาณที่ท่านใช้อยู่ หรือว่าหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่ผมเพิ่งพูดถึงมันผิดครับ ที่ผ่านมาหลายปีสำนักงานอีอีซี (EEC) ไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยสนใจแม้แต่จะหันกลับมามอง เอาแต่เดินหน้าซ้ำเติมความเดือดร้อนให้ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ สรุปแล้วพวกท่านรับใช้ใครกันแน่ พี่น้องประชาชนเจ้าของเงินภาษีหรือว่าเผด็จการ รายงานหน้าแรกที่ท่านเอารูปเจ้านายท่าน ขึ้นใหญ่โต แล้วก็มีคำว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกท่านคิดว่าเขารู้ไหมครับว่าเขาทิ้งใครไว้บ้าง ในเมื่อเขาไม่เคยหันมามอง มันเป็นหน้าที่พวกท่านครับที่จะต้องมอง หันกลับไปมองหาวิธี เยียวยา เพื่อให้คำพูดหล่อ ๆ ที่เขียนไว้ดูไม่ย้อนแย้งจากความเป็นจริง เป็นหน้าที่ท่านที่ต้อง รักษาหน้าเจ้านายของตัวเอง อีกหน้าหนึ่งบอกว่าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น หน้านี้ เป็นท่านเลขาธิการเต็มหน้าเลย ผมก็พูดอยู่นี่ว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน และไม่ใช่ ครั้งแรกด้วย แต่พอเปิดหน้าต่อไปผมก็หมดความสงสัยครับ เพราะว่าท่านอ้างคำสั่ง คสช. ซึ่งเป็นต้นทางของ พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ซึ่งไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชนเลยกฎหมายฉบับนี้ ผมไม่เหลือข้อสงสัยแล้วครับท่านประธานว่าทำไมท่านต้องฟังเสียงประชาชน ทำไมท่าน ต้องช่วยเหลือประชาชน ทำไมท่านต้องห่วงใยความเป็นอยู่ของประชาชน ก็เพราะท่านอยู่ ภายใต้กฎหมายเผด็จการแบบนี้ แล้วมารายงานทำไมครับวันนี้ มารายงานใครครับ มารายงานให้ผมฟังเพื่ออะไรถ้าท่านคิดแบบนั้น ฉะนั้นแก้กฎหมายก็ได้ครับ แก้กฎหมายเถอะ ตัดการรายงานออกไปเถอะเสียเวลาสภามาก และถ้าเป็นไปได้อย่ามายุ่งกับเงินภาษี ประชาชน เพราะท่านไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่มีเงินภาษีประชาชนเป็นตัว ขับเคลื่อน ปีหน้าทำงบมาใหม่ครับแต่ไม่ต้องส่งมาที่นี่ ส่งไปบ้านพักนายทหารเถอะครับ ในเมื่อท่านไม่สนใจประชาชนผมคิดว่าท่านคงไม่ได้คิดว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศนี้ ในสมองอันปราดเปรื่องของท่านเจ้านายท่านต่างหากที่เป็นเจ้าของประเทศนี้🔗

ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังผู้มาชี้แจง หลังจากที่ผมนั่งลงพวกท่าน ช่วยลุกขึ้นชี้แจงยอดผู้ที่ได้รับผลกระทบเรื่องที่ดิน ชี้แจงเรื่องเงินเยียวยา ชี้แจงเรื่อง ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น แต่อย่างที่ผมกล่าวหาไปนั่นละครับในเมื่อท่านไม่ได้รับใช้ ประชาชนท่านก็คงจะแค่ลุกขึ้นพูดว่าเดี๋ยวจะเอาความเห็นของผู้แทนไปใช้ในครั้งต่อไปแล้วก็ หันหลังกลับ ซึ่งผมขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ แล้วปีหน้ามาเจอกันครับ มาฟังผมพูด เรื่องเดิม ๆ แบบนี้อีก ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ฟังท่านจิรัฏฐ์อภิปรายทีไรผมก็เครียดทุกทีนะครับ ก็มีเนื้อหาสาระที่ดี แต่ก็อยากจะเรียน ไม่ได้แก้ตัวให้ใครนะครับ ผมว่าหน่วยงานเจ้าหน้าที่ที่เขามาชี้แจงในสภาต่างก็มีภาระหน้าที่ ตามที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้ ฉะนั้นเราร่วมงานกันเราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างให้ เกียรติกัน ต่างฝ่ายต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าเราจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่า เราจะเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นข้าราชการ มีอะไรเราก็บอกกล่าวแนะนำกัน ชี้แนะกัน เพื่อไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อ ๆ ไป สังคมก็จะอยู่ได้อย่างสงบสุข คือผมไม่อยากให้ ท่านจิรัฏฐ์เครียด ผมสังเกตว่าผมนั่งเป็นประธานเจอท่านจิรัฏฐ์ทีไรผมก็เครียดตามไปด้วย เพื่อที่จะให้คลายเครียดบ้าง ขอบคุณนะครับ ต่อไปเชิญคุณพิชชารัตน์ แล้วก็ตามด้วย คุณเบญจา แสงจันทร์ เชิญครับ🔗

นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอขอบคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉัน ได้มีส่วนในการอภิปรายรายงานประจำปีของคณะนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบอกว่าดิฉันอาจจะมีความเห็นต่างจากเพื่อนสมาชิก ที่ได้มีการอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ว่ารายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของคณะอีอีซี (EEC) นั้นไม่ได้มี เนื้อหาใดที่ชัดเจน เพราะหากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้รับเอกสารนี้แล้วอ่านดู ในตัวรายงานมีการชี้แจงชัดเจนค่ะว่าการลงทุนนั้นมีความสำเร็จได้อย่างไร เราทราบกันดีค่ะ ว่าอีอีซี (EEC) นั้นกว่าจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมันประกอบกับยุทธศาสตร์ชาติในการลงทุน ในการพัฒนา ความสำเร็จในการลงทุนนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในปีสองปี แต่เป็นการ ลงทุนระยะยาวเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิ ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากแผนพัฒนา ของรัฐบาล ซึ่งเราทราบกันดีว่าอีอีซี (EEC) นั้นถูกบรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ ๔.๐ ยุทธศาสตร์ของประเทศไทย เป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดจาก ความสำเร็จของโครงการอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งประเทศไม่ได้มีการ ลงทุนในอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ นี้มามากกว่า ๓๐ ปีแล้ว อีอีซี (EEC) นั้นชูเรื่องการพัฒนาพื้นที่ ทางเศรษฐกิจใหม่ในจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเป้าหมายหลัก ว่าจะเติมเต็มภาพรวมในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรม ของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในประเทศ ไม่ใช่อุตสาหกรรมเดิม ๆ และที่แน่นอนก็คือทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทย เติบโตได้ในระยะยาว🔗

ในรูปเล่มรายงานประจำปีฉบับนี้ได้มีการเขียนอย่างชัดเจน ชี้แจงถึง ผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานว่าประสบความสำเร็จจากการร่วมลงทุนต่าง ๆ ของเอกชน มากน้อยอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งก็คือ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมโยงไปทางภาคตะวันออกไปจนถึงแผนพัฒนาสนามบิน อู่ตะเภา และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ ๓ ซึ่งทางอีอีซี (EEC) และรัฐบาลเอง มีความมั่นใจว่าหากโครงการใหญ่ ๆ นั้นแล้วเสร็จจะสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับ เศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งการลงทุนพัฒนานี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายในปีสองปีที่ทางเพื่อนสมาชิก อยากจะเห็นผลลัพธ์ได้โดยเร็ว ซึ่งอันนี้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ การประสบผลสำเร็จ ในโครงการต่าง ๆ ต้องมีการลงทุน มีการก่อสร้างอะไรต่าง ๆ ซึ่งเราคาดว่าทาง คณะกรรมการได้มีการคิด แล้วก็วางแผนชัดเจนแล้วว่าในโครงการแต่ละโครงการนั้นจะมี ความสำเร็จในโครงการในปีไหน เพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดนะคะ🔗

ท่านประธานที่เคารพ ภายใต้ พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) นี้เองได้มีการให้สิทธิพิเศษ กับนักลงทุนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ของคนต่างชาติ สิทธิ ที่จะได้รับการยกเว้นลดหย่อนภาษี สิทธิในการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น ซึ่งสิทธิพิเศษหลาย ๆ อย่างเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้กับนักลงทุนเป็นอย่างดี แต่ดิฉัน อยากจะตั้งข้อสังเกตไปยังทางคณะกรรมการว่าผลประโยชน์เหล่านั้นเองที่นักลงทุนได้ไป สิทธิพิเศษเหล่านั้นเองควรกระจายมายังบุคคลส่วนใหญ่ซึ่งก็คือประชาชนของประเทศไทย ไม่ใช่กระจุกอยู่เพียงแค่กลุ่มนายทุน แล้วก็หวังว่าเม็ดเงินเหล่านั้นเองที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ของในพื้นที่นั้นจะไม่เป็นเพียงเงินลงทุนที่กลับไปยังประเทศต้นทางของต่างชาติที่มาลงทุน ในประเทศไทย ผลประโยชน์ควรจะเกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศไทยให้มากที่สุดค่ะ🔗

จากที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้นแล้วนะคะว่าอีอีซี (EEC) นั้นเปรียบเสมือน บทที่ ๒ ของอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ความสำเร็จของอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) นั้นประชาชนทราบกันดีว่าทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับ ประชาชนในพื้นที่อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เพียงใด ซึ่งในรายงานฉบับนี้เอง ได้มีการเขียนว่าหากโครงการอีอีซี (EEC) นั้นเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดการลงทุนมากถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี สร้างงานใหม่ให้กับคนไทยไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ อัตราต่อปี ทำให้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ ๒ และสามารถลดความเหลื่อมล้ำของคนกรุงเทพฯ และ ประชาชนในพื้นที่อีอีซี (EEC) ได้ ซึ่งประเด็นนี้เองดิฉันเชื่อว่าประชาชนคนไทยทุกคนมีความ คาดหวังว่าโครงการอีอีซี (EEC) นี้จะทำให้เศรษฐกิจการค้าและการลงทุนภายในประเทศ ดีขึ้น🔗

แต่อีก ๑ ข้อสังเกตที่ดิฉันจะฝากไปทางคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ก็คือวิกฤติ โควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นเองส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แล้วเราก็ทราบกันดี ว่าส่งผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งดิฉัน ได้มีการดูผลงานของทางคณะกรรมการ ก็ได้ทราบว่าท่านมีการประชุมหารือ แล้วก็ทบทวน เป้าหมายการลงทุน ยุทธศาสตร์การลงทุนในพื้นที่อีอีซี (EEC) ซึ่งดิฉันต้องขอขอบคุณ ทางคณะกรรมการ แล้วก็ขอชื่นชมว่าทางคณะกรรมการมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายเพื่อให้ เหมาะสมกับการลงทุนในพื้นที่นี้ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหลังจากเราได้รับ ผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) และดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะประสบ ความสำเร็จ และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงก็คือประชาชนในประเทศไทย ขอบพระคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ครับ🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) จำนวน ๑๓๖ หน้า เพียงแค่ดิฉันเปิดอ่านหน้าแรกก็ได้เห็นถึงความไม่จริงใจของการจัดทำ รายงานฉบับนี้ จากสารของท่านประธานคณะกรรมการนโยบายของคุณประยุทธ์หน้านี้ ตามรายละเอียดที่ว่าโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) เป็นศูนย์กลาง ความเชื่อมโยงการลงทุนในภูมิภาคของโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาชนคนไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ย้ำนะคะ ในรายงานท่านกล่าวว่าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ท่าน ทราบหรือไม่คะพี่น้องประชาชนตามแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูง ๓ สนามบินหลายสิบชุมชน ในกรุงเทพฯ หลายชุมชนรอบสถานีทีโอดี (TOD) นอกเขตกรุงเทพฯ ชุมชนลาดกระบัง ชุมชนหนองตีนนก จังหวัดฉะเชิงเทรา ชุมชนบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ชุมชน บางละมุง เมืองพัทยา ชุมชนทั้งหมดนี้ที่อาศัยอยู่แนวริมทางรถไฟตั้งแต่กรุงเทพฯ ดอนเมือง สุวรรณภูมิไปจนถึงอู่ตะเภา พวกเขาหลายหมื่นคนกำลังถูกฟ้องขับไล่ แล้วก็ถูกไล่รื้อ เพื่อนำ ที่ดินมาพัฒนาเป็นคอมเพลกซ์ (Complex) ให้กับนายทุนและสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ท่านทราบหรือไม่คะมีประชาชนจำนวนหนึ่งในแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ที่ ๔๐ กว่าปี ผ่านไปแล้วตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นพ่อ รุ่นแม่ จนปัจจุบันนี้เป็นรุ่นลูก รุ่นหลาน เปลี่ยนรัฐบาลมา หลายสมัยแล้ว แต่ว่ายังไม่มีทีท่าเลยว่าจะได้รับค่าเวนคืน แล้วก็ยังเป็นปัญหามาจนถึง ปัจจุบัน ท่านทราบไหมคะว่าแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีชาวประมงมากกว่า ๑,๐๐๐ คน ที่อาชีพเขากำลังถูกทำลายให้ล่มสลายลงจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) เรื่องการถมทะเลนี้เขาต้องยอมถอยมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเฟส ๑ (Phase 1) เฟส ๒ (Phase 2) จนปัจจุบันกำลังจะถมเฟส ๓ (Phase 3) ผืนน้ำบริเวณนั้นเป็นผืนน้ำแหล่งสุดท้าย พวกเขา ถอยจนสุดแล้ว และมันถอยไม่ได้อีกแล้ว ที่ดินทำกิน แล้วก็บริเวณที่มีระบบนิเวศที่ดีแบบนั้น ในจังหวัดชลบุรีเป็นผืนน้ำผืนสุดท้าย ท่านทราบหรือไม่คะตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง มีประชาชนมากกว่า ๑,๐๐๐ คน คนเหล่านี้เขาได้กลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยโดยถาวร ไร้ที่ทำกิน เขาถูกขับไล่ออกจากที่ดินเพราะผลกระทบผังเมืองที่ไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม อยู่ในนั้น ท่านทราบไหมคะที่ผ่านมากองทัพเรือทำหนังสือถึงกรมป่าไม้เพื่อขอใช้ประโยชน์ ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ห้วยโป่ง สำนักท้อน บ้านฉาง ตำบลพลา จังหวัดระยอง เพื่อจะเอาไปทำอะไร เพื่อจะเอาไปทำโครงการป้องกันภัยทางอากาศให้พื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษอีอีซี (EEC) เนื้อที่ทั้งหมด ๔,๖๐๐ ไร่ เอาจริง ๆ แล้วก็ต้องพูดกันให้ชัด ๆ ว่า กองทัพเรือมีหน้าที่ในการป้องกันคุ้มภัยให้อีอีซี (EEC) หรือไม่ มีหน้าที่ในการป้องกันคุ้มภัย ให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหรือไม่ มีหน้าที่ในการป้องกันคุ้มภัยให้นิคมอุตสาหกรรม แหลมฉบังหรือไม่ ต้องถามว่านี่คือภารกิจของกองทัพเรือหรือไม่คะ กองทัพเรือไม่ได้มีหน้าที่ ในการใช้ทรัพยากรส่วนรวมของคนทั้งประเทศไปเพื่อปกป้องคุ้มครองภัยให้กับนายทุน ไม่มีหน้าที่ใช้กำลังพล ใช้อาวุธที่เป็นภาษีของประชาชนไปเพื่อปกป้องนายทุนไม่ใช่หรือคะ ท่านทราบไหมคะที่ตรงนั้นกองทัพเรือขอใช้เป็นพื้นที่ในจังหวัดระยอง และรัฐเคยประกาศ เป็นเขตหวงห้ามตาม พ.ร.ก. ประกาศเขตหวงห้าม ปี ๒๔๙๒ จำนวน ๔๓,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านทราบไหมคะว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า ๘,๐๐๐ ครัวเรือน ๓๒,๐๐๐ กว่าคน ที่ผ่านมาเราได้พบปัญหาการขยายอำนาจของกองทัพ ขยายพื้นที่ ทางทหารออกไปอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังมีการขอใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน ผ่านกองทัพเรือในพื้นที่อีอีซี (EEC) เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากมีการประกาศเป็นเขต เศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) ท่านทราบไหมคะว่าพื้นที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประชาชนที่อาศัยอยู่ในตำบลแสมสารมากกว่า ๗,๐๐๐ คน ประชาชนเหล่านี้ อาศัยมามากกว่า ๑๐๐ ปี มีวัด มีชุมชน มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑ แต่อยู่ ๆ วันหนึ่ง พวกเขาถูกเพิกถอนสิทธิ มีข้อพิพาทกับทหารเรือมามากกว่า ๕๐ ปี ปัจจุบันก็ไม่สามารถ จะเป็นมหานครแห่งอนาคต เป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เราจะมีเมืองนิวเอสเคิร์ฟ (New S-Curve) แห่งใหม่อยู่ที่จังหวัดชลบุรี มีระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย ถนนหนทางโอ่อ่า สะดวกสบาย แต่ท่านทราบไหมคะว่าที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ ใจกลางของอีอีซี (EEC) เป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ปัจจุบันชาวบ้านต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากกิจการไฟฟ้า สวัสดิการทหารเรือ สวัสดิการทหารเรืออันนี้ไฟดับ ๓ วัน ติด ๔ วัน นี่คือพื้นที่อีอีซี (EEC) ที่ท่านบอกว่าเจริญและมีการพัฒนาแล้ว ท่านทราบไหมคะว่าตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ เป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ในเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาไม่ได้รับมาตรการชดเชยจาก โครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล ไม่มีการลดค่าน้ำ ไม่ลดค่าไฟฟ้า ๓ เปอร์เซ็นต์ และไม่มีการ คืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำเหมือนพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ นี่อย่างไรคะที่เรา บอกว่าไม่ทิ้งกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของรัฐบาล ของสารจากท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่เป็นเพียงแค่วาทกรรมอันสวยหรูเท่านั้น เป็นวรรคทองของยุคสมัยเท่านั้นเอง ที่ผ่านมา กองทัพเรือใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปขับไล่พี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่อีอีซี (EEC) และพื้นที่นั้นกองทัพต้องการปกป้องไว้ให้นายทุนเท่านั้น ท่านทราบไหมคะที่ผ่านมาเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) รัฐเข้าไปเพิกถอนที่ดิน ของชาวบ้านเพื่อเอาไปคืนพื้นที่เป็นป่า มีการทวงคืนพื้นที่ป่านะคะ แต่เพิกถอนพื้นที่ป่า เพื่อเอาไปสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษให้นายทุน เพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อเอาไปประเคนให้กองทัพ ใช้ประโยชน์ นี่คือหน้าแรกของรายงานนะคะ มันก็ค้านสายตาของคนอ่านที่คุณประยุทธ์ บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพียงแค่หน้าแรกก็เป็นคำโกหกคำโตแล้วค่ะ ก็ได้แต่คิดว่า นี่ท่านกำลังไปแพร่ข้อความอันเป็นเท็จออกสู่สายตาสาธารณชนหรือไม่🔗

โครงการนี้ถ้าเปิดในหน้าถัด ๆ ไปถึงโครงการของการลงทุน ๖ โครงสร้าง พื้นฐานหลัก ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินที่มีในรายงาน มีรูปถ่ายสวย ๆ เก๋ ๆ รายงานความภาคภูมิใจที่ได้ถ่ายรูปจับมือร่วมกับนายทุนใหญ่ ระดับชาติ ท่านมีความภาคภูมิใจมากบนคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชนที่กำลังถูกขับไล่ออก จากพื้นที่ ถูกหมายศาล ถูกฟ้องออกจากที่ดินที่พวกเขาอาศัยอยู่มาเกือบตลอดชีวิตนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาท่าเรือถมทะเลมาบตาพุด ระยะที่ ๓ หรือโครงการถมทะเล แหลมฉบัง ระยะที่ ๓ ซึ่งเป็นผืนน้ำแหล่งสุดท้ายของชาวบ้านจังหวัดชลบุรีที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยกุ้งหอยปูปลา ในรายงานเล่มนี้บอกว่าอุตสาหกรรมจะสร้างผลกำไรอันมหาศาลให้กับ นายทุน แต่ไม่มีหน้าไหนเลยนะคะที่บอกว่าจะสร้างความมั่นคงให้กับที่อยู่อาศัย สร้างความ มั่นคงทางอาหาร สร้างความมั่นคงทางระบบนิเวศน์ให้กับคนไทยทุกคน เราจะพัฒนากัน แบบไม่ยั่งยืน เราจะพัฒนากันแบบไร้ทิศทางกันไปแบบนี้จริง ๆ หรือคะ ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่ดิฉันพูดถึงไปแล้วหลายครั้ง อย่างโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานเอ็มอาร์โอ (MRO) ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท การบินไทยเข้าแผนฟื้นฟูแล้วค่ะ แล้วก็แอร์บัส (Airbus) ก็โบกมือลา เทเราไปเรียบร้อย ท่ามกลางวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) อุปสงค์ทั่วโลกก็ทรุดลงอย่างหนัก อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกก็มีแต่ชะลอตัว โครงการนี้ ท่านควรจะกลับไปทบทวนโครงการใหม่ไหมคะ หรือท่านจะดึงดันลงทุนสร้างไว้เพื่อเป็น อนุสรณ์สถาน โชว์ความไร้ประสิทธิภาพของท่านเอง ดังนั้นในรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่ เลยค่ะนอกจากวาทกรรมคำพูดวรรคทองแห่งยุคสมัยสวย ๆ หรู ๆ อย่างเช่นเมืองมหานคร แห่งอนาคตที่ไม่มีอนาคตของประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ด้วย วาทกรรมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่มีแต่กองทัพมั่นคง นายพลมั่งคั่ง แล้วก็นายทุนยั่งยืน🔗

ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันสะท้อนมาทั้งหมดเกิดจากการลงพื้นที่จริงค่ะ ไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ค่ะ ดังนั้นท่านไม่ควรแค่เพียงจ้าง ที่ปรึกษาออกแบบทำรูปเล่มเขียนวาทกรรมคำพูดสวย ๆ เท่านั้น แต่ว่าท่านควรจะลงไป รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ อย่าปล่อยให้พวกเขา มีเพียงแค่แผ่นดินเกิด แต่ไม่มีแม้แผ่นดินจะอยู่อาศัย คำนึงถึงพวกเขาบ้างในฐานะของ ผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ และนับรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในการเป็น เจ้าของประเทศนี้ร่วมกันค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้จะนำข้อเสนอ และข้อคิดเห็นของดิฉัน แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้นำกลับไปปรับปรุงแก้ไขในลำดับ ถัดไปนะคะ และดิฉันหวังว่าจะไม่ได้เห็นรูปเล่มที่สวยงาม วาทกรรมสวย ๆ แบบนี้อีก ในครั้งต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขตอีอีซี (EEC) พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายประกอบข้อสังเกต รายงานประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการอีอีซี (EEC) เป็นโครงการที่เปลี่ยนโฉมมา จากอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เมื่อประมาณสัก ๓๐ ปีที่แล้ว โดยหวังว่า จะอาศัยพื้นที่ ๓ จังหวัด ก็คือจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี แล้วก็จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ผลิต เม็ดเงินลงทุน ดึงดูดเงินลงทุน ดึงดูดเงินรายได้ภาษีอากรเข้ามาในประเทศ ซึ่งผมเองอยู่ในพื้นที่ก็ไม่เคยเจอผู้บริหารอีอีซี (EEC) ผู้บริหารอีอีซี (EEC) ก็ไม่เคยเชิญผม ไปรับฟัง ผมไม่มีโอกาส ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเขาไม่ออกหนังสือเชิญ หรืออย่างไร เห็นมาจังหวัดระยองกันบ่อย ผมไม่เคยเห็นหรอก ผมไม่รู้จัก มารู้จักที่นี่ พร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายจังหวัด เพราะมีเพื่อนสมาชิกบอกว่าอีอีซี (EEC) ไม่เห็นหัว ประชาชน ถ้าผมเป็นประชาชนก็คงไม่เห็นหัวผมเหมือนกัน อันนี้ผมไม่ได้ดรามา (Drama) ผมไม่รู้จักจริง ๆ ผมรู้จักจากสื่อมวลชนต่าง ๆ ต้องออกตัวอย่างนี้ก่อนนะครับ ทีนี้โครงการนี้ ก็ชื่อว่าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) ท่านจะบอกว่า มีผลประโยชน์อย่างโน้นอย่างนี้ โดยเฉพาะเรื่องของเม็ดเงิน ๑.๗ ล้านล้านบาท เพื่อที่จะให้ ประเทศไทยหลุดกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง สืบเนื่องจาก ประเทศไทยขายทรัพยากรดีบุก ขายแร่ ขายต่าง ๆ แล้วก็ไม่ค่อยจะมีนวัตกรรม ไม่ค่อยจะมี เรื่องอุตสาหกรรมที่มีรายได้สูงนะครับ ผมเองก็เข้าใจรัฐบาลเพราะว่าจีดีพี (GDP) ก็ติดกับดัก มาหลายปีแล้ว แต่เมื่อผมมาดูในแผนของอีอีซี (EEC) พบว่าสิ่งที่ทางอีอีซี (EEC) ได้แผนงาน ภาพรวมหรือมาสเตอร์แพลน (Master plan) ผมไม่เห็นมีเกษตรกรรมเลยผมเองเป็น ผู้แทนในซีกเกษตรของจังหวัดระยอง เมื่อตั้งแต่โควิด (COVID) มานี่ทุเรียนทำรายได้ หลายหมื่นล้านบาท ขอบคุณโควิด (COVID) ผมไม่ได้อยากให้เป็นโควิด (COVID) ถ้าไม่มี โควิด (COVID) ทุเรียนและผลไม้จังหวัดระยอง แล้วก็จังหวัดจันทบุรี แก่งหางแมวนี่ เพราะไปเอาน้ำเขามา ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องยืนต้นตายจำนวนมาก กว่าจะปลูกได้ต้อง ๗ ปี แล้วก็สมาคมนิคมอุตสาหกรรมภาคอุตสาหกรรมลงไปประชุมที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ พร้อมด้วยท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตร ผมก็รับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านอยู่ ๒-๓ เรื่อง จริง ๆ ผมรู้ ผมไม่อยากไปก้าวก่ายแทรกแซงฝ่ายบริหารหรอก แต่ชาวบ้านเขาชุมนุม ไว้ก่อนหน้านั้นสักอาทิตย์หนึ่งว่าอยากจะให้ปิดน้ำไม่ให้ไปอีสท์วอเตอร์ เพราะน้ำใน อ่างเก็บน้ำเหลือ ๗ เปอร์เซ็นต์คือ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จาก ๒๙๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ปลาในอ่างเก็บน้ำเหม็นคาวขลุกขลิกจะแย่ กรมประมงก็ติดป้ายห้ามจับปลา จริง ๆ ต้องจับ ออกบางส่วน ไม่อย่างนั้นน้ำมันเหม็นคาวเพราะว่าน้ำมันน้อยมาก โบสถ์ ศาลพระภูมิ ที่เป็น ที่ดินเก่าที่ถูกเวนคืนเป็นอ่างเก็บน้ำก็โผล่ขึ้นมา พี่น้องประชาชนที่เป็นช่างภาพก็ไปถ่ายรูป ปรากฏว่ามีแต่อุตสาหกรรมที่ไปประชุมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ชาวบ้านถูกหลอกว่าอย่ามาชุมนุมกันเลย ทีแรกก็ยังมาชุมนุมเพื่อที่จะยื่นหนังสือ เขาบอก ส่งตัวแทนก็แล้วกัน ทีแรกเขาก็ไม่ได้ติดต่อผมหรอก พอผมรู้ว่าเขาส่งตัวแทนแล้ว เขาเจรจา ไม่สามารถมีคนไปยื่นหนังสือให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาประชุมกันที่อ่างเก็บน้ำคงจะเรื่อง มาเอาน้ำไปนั่นแหละ สุดท้ายก็ไม่มีตัวแทนเข้าได้ ถามใครใครก็ไม่บอกว่าเข้าได้ยื่นได้ ผมเอง ก็บอกว่าอย่างนั้นเดี๋ยวผมอาสาแล้วกัน ผมเป็นผู้แทนเขาคงจะให้เข้า ผมก็ยังไม่รู้จักใคร สักคนหนึ่งเพราะว่าแต่งเสื้อคลุมดำ ๆ กันมาหมด ก็เห็นแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง คนเดียว ก็ถามผู้ว่าราชการจังหวัดว่านี่ชาวบ้านมายื่นหนังสือ ผมก็จะขอเข้าไปยื่นกับ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนจัด สทนช. สำนักทรัพยากรน้ำ แห่งชาติเป็นคนจัด เขาไม่ได้จัดเก้าอี้ให้ ส.ส. ไม่มีที่นั่ง ไม่มีบอกไว้ ผมก็มารู้ภายหลังว่าข้างใน มี ส.ส. ถึง ๓ คน ผมไม่เอ่ยนาม จังหวัดชลบุรีคนหนึ่ง ที่จังหวัดระยองผม เขตอุตสาหกรรม อีกคนหนึ่ง แล้วก็จังหวัดจันทบุรีคนหนึ่ง ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่อ่างซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ผมไม่ได้เข้า ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมก็เลยว่าอย่างนั้นฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปแล้วกัน แล้วสุดท้ายก็มีประชาชนมายื่นอีกฉบับหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับขาดแคลนน้ำช่วงนั้นวิกฤติ ผมก็รับไว้แต่ว่าห้องประชุมปิดหมดแล้ว ผมก็อาศัยหน้าตาผู้แทนราษฎรซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จัก เท่าไร คนกรุงเทพฯ ก็ไม่รู้จัก มีแต่ชาวบ้านเท่านั้นที่รู้จัก ผมก็จะไปยื่นหนังสือจะแง้มประตู เผื่อยื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผมรู้จักคนเดียว ปรากฏว่าสำนักงานจังหวัดก็ดักอยู่หน้าประตู ผมบอกอย่างนั้นฝากท่านไปให้กับนายหน่อยเผื่อจะได้อ่านบ้างว่ามีเรื่องอะไรบ้าง สำนักงาน จังหวัดก็บอกว่าไม่กล้ารับหรอก ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงกลัวผู้ว่าราชการจังหวัดถึงขนาดนี้ ผมบอกรับ ๆ ไปเถอะ แล้วสุดท้ายผมก็นึกว่าถึงมือแล้วผมก็พากันกลับบ้าน ตัวแทน เกษตรกรประธานผู้ใช้น้ำในอ่างประแสร์ซึ่งเป็นอ่างที่ใหญ่ที่สุดภาคตะวันออกก็ไม่ได้เข้า ซึ่งเป็นเจ้าที่เจ้าทางของน้ำในอ่างเก็บน้ำนั้น แล้วประธานผู้ใช้น้ำของลุ่มน้ำประแสร์ก็ไม่ได้เข้า สรุปแล้วคือไม่มีคนในพื้นที่เข้าเลย ผมก็ไปต้อนรับท่านประวิตรถึงรถก็บอกท่านว่าผมมีเรื่อง ร้องเรียนมาตอนนั้น ๓ เรื่อง ผมจะเข้าไปยื่นหนังสือกับท่าน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็บอกว่า ไม่มีที่ให้ผมนั่ง ท่านประวิตรก็เพิ่งลงจากรถก็คงยังงง ๆ เพราะมีคนประกบท่านอยู่ ท่านก็ ไม่ได้บอกว่าเข้าไปสิ สุดท้ายก็คือผมก็หวังฝากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วกันยื่นเข้าไปข้างใน เพราะว่าผมเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเขารู้ว่าประชาชนบอกว่าจะให้ปิดน้ำไม่ให้อีสท์วอเตอร์ เพราะว่าเขากลัวทุเรียนเขาจะยืนต้นตาย ผลผลิตเขาจำนวนมาก วันรุ่งขึ้นสำนักงานจังหวัด โทรศัพท์มาถามผมว่าท่าน ส.ส. ทราบไหมข้างในมี ส.ส. จังหวัดจันทบุรีอยู่ไหม ผมบอก ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มาทราบภายหลังเพราะสื่อมวลชนก็ออก ก็มี ส.ส. อยู่ ๓ ท่าน ที่มาใน ที่ประชุมแห่งนั้น ผมก็เลยถามว่าแล้วหนังสือฝากไปหรือยัง เขาบอกยัง ยังอยู่ที่สำนักงาน จังหวัด ตายละชาวบ้านเดือดร้อนอยากจะยื่นหนังสือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาถึงพื้นที่ ก็ไม่ได้ยื่น ผมเองไม่รู้สึกเท่าไรหรอก แต่ชาวบ้านเขารู้สึกว่าผมเป็น ส.ส. พื้นที่ไม่มีค่า สำหรับเขา แล้วก็น้ำของเขานะคุยเรื่องอะไรนักก็ไม่รู้ เมื่อมาประชุมแล้วก็แถลงข่าว ๕๐ วินาที ผู้สื่อข่าวก็รู้แต่เรื่องอะไร ๕๐ วินาทีไม่รู้หรอกคุยกันตั้งนาน แล้วก็ไม่รู้ว่า ภาคอุตสาหกรรมกับภาคเกษตรกรรมทำไมเมื่อมีอีอีซี (EEC) เกิดขึ้น มีอุตสาหกรรม ที่จะเกิดขึ้นทำไมต้องทำให้ชาวเกษตรกรรมและชาวอุตสาหกรรมต้องระแวงกัน ตลอดระยะเวลาที่อ่างเก็บน้ำนี้สร้างมาเป็นสิบ ๆ ปีเขาพยายามพัฒนาเรื่องความไว้วางใจให้ เกิดขึ้น ในสภาแห่งนี้ผมพูดเสมอว่าอ่างเก็บน้ำต้องพยายามจัดสรรน้ำให้เป็นธรรม ให้เกษตรกรเพียงพอก่อนเพราะว่าเป็นอ่างเกษตร ผมไปเปิดวัตถุประสงค์ก็ใช่ เมื่อเป็น อ่างเกษตรอะไร ๆ ก็ต้องถามเกษตรกร พอใช้หรือยัง พอใช้แล้วอุตสาหกรรมจะขอใช้บ้าง พูดกันดี ๆ ผมอภิปรายหารือในสภานี้พอมีคำว่าอุตสาหกรรมหลุดขึ้นมาในคำอภิปรายผม เท่านั้นในเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ผมแจ้งไป เขาต่อว่าต่อขานผมมากเลย เพราะเขา ไม่อยากได้ยินคำว่าอุตสาหกรรมเลย แล้วยิ่งมาเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นผมอึดอัดจนทุกวันนี้ว่า ผมเป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ผมไม่มีค่าเลยผมมีที่พูดแค่ที่เดียวหรือ ผมไปก้าวก่ายแทรกแซง งานไหม ให้ผมยื่นข้างนอกก็ได้ หรือให้ผมพูดก็ได้ หรือให้ผมยื่นผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็รีบยื่นให้ก็หมดหน้าที่ เขาไม่ได้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด เขาเสนอ รองนายกรัฐมนตรี ผมอึดอัดมากนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของอีอีซี (EEC) ผมอยากจะ นำเรียนท่านประธานถึงคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ว่าน้ำไม่พอใช้นะครับ ๑๕ ปีที่ผ่านมา น้ำในอ่างเหลือแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณโควิด (COVID) ที่ผมบอกว่าเมื่อสักครู่โรงแรม ในพัทยา โรงแรมในภาคตะวันออกหยุดการใช้น้ำตลอดเวลาที่มีโควิด (COVID) ๒-๓ เดือน ปริมาณการใช้น้ำดรอป (Drop) ลงกะทันหันเลยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เกษตรกร ต้องขอชมผู้อำนวยการอ่างเก็บน้ำประแสร์ ผอ. กิตติธัช แกบริหารน้ำจนพอดีเส้นยาแดง ผ่าแปดเลย เกษตรกรรมก็ได้ใช้ อุตสาหกรรมได้ใช้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วก็ไปขอน้ำจาก อ่างเก็บน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรีมา อ่างเก็บน้ำเขา ๔ แห่ง ๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าอ่างสุดท้ายคืออ่างเก็บน้ำวังโตนด ซึ่ง ๙๙.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านคณะผู้ชำนาญการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือเรียกว่า คชก. ผ่านแล้วครับ คือนักวิชาการ แต่ยังไม่ผ่าน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งมีท่านรองนายกประวิตรเป็นประธาน แล้วในนั้นมี ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิก็ใช้ความเห็นส่วนตัวว่าในนี้ซึ่งปกติเป็นป่ามือสองแล้วนี้เป็นทาง ช้างผ่าน ผ่านอ่างเก็บน้ำ ผ่านอ่างเก็บน้ำก็สร้างอ่างเก็บน้ำไม่ได้สิ ผมก็ไม่รู้นะ เนื่องจาก คณะกรรมการมีหลายท่าน ไม่ทราบว่าในเมื่ออ่างเก็บน้ำที่จังหวัดจันทบุรีซึ่งเราไปขอยืมน้ำ เขามาใช้แล้วก็มิหนำซ้ำไม่เคยสร้างท่อส่งน้ำไปที่โป่งน้ำร้อนสอยดาวเลย สร้างเด่มาที่ ประแสร์ จังหวัดระยอง แล้วก็เด่ไปที่อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ หนองปลาไหล ที่ปลวกแดง แล้วก็ งบประมาณรายจ่ายประจำปีในเล่มที่ผมจะเห็น ปี ๒๕๖๔ กำลังจะสร้างท่อส่งน้ำไปหนองค้อ จังหวัดชลบุรี ๘,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้มีโอกาสจะสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนดก็จะมาจุ่มเอาน้ำ อ่างประแสร์ผมไป แล้วผมยังแว่วว่า ทำไมผมถึงพูดว่าแว่ว เพราะผมไม่เคยได้ยินจากปาก ของในที่ประชุม แว่วว่าอีสท์วอเตอร์จะเอาน้ำมาฝากไว้ที่อ่างเก็บน้ำประแสร์อีก ๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ฝากอย่างไร หน้าฝนเขาก็สูบน้ำไปเก็บ แล้ววันหลังก็เหลือ ๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขาอ้างว่าเป็นของเขาสมบัติเขา จะมาฝากน้ำในอ่างบ้านผมแล้วไม่ได้ ถามผม ไม่ได้ถามชาวบ้านนี่ได้ไหม ผมอาจจะให้ฝากสัก ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ไปฝาก หนองค้อสัก ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร หนองปลาไหล ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ไปฝากแต่ละที่ นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เช่นนั้นเกษตรผมถ้าไม่พอทำอย่างไร เกษตรกรที่ปลูกสวนผลไม้รายได้เข้า ตั้งหลายหมื่นล้าน อีอีซี (EEC) ไม่ได้พูดถึง ไม่ได้อุ้มชูให้เขายกระดับเป็นเกษตรกรรม ๔.๐ เลย ระบบจ่ายน้ำที่ใช้กดปุ่มสวิทช์เดียวจ่ายน้ำได้ทั่วทำให้เขาสิ แล้วอีอีซีไอ (EECI) ที่ไป อยู่ที่อำเภอวังจันทร์ สวทช. สร้างเป็นเมืองอาณาจักรใหญ่โต วิจัย แล้วโรงพยาบาลอำเภอ วังจันทร์นิดเดียว ๓๐ เตียงอะไรก็ไม่พร้อม นักวิจัยไม่ป่วยหรืออย่างไร ไม่ป่วยฉุกเฉิน มีเฮลิคอปเตอร์รับเข้ากรุงเทพฯ หรืออย่างไร ทำไมอีอีซี (EEC) ไม่ดูความเจริญให้มันมี ความทัดเทียมเท่าเทียมกัน ยังจะเอาอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) แบบมาบตาพุด มาฝากไว้ที่ ๓ จังหวัดนี้อีกหรือ แล้วทำไมไม่ขยายอีอีซี (EEC) ไปอยู่จังหวัดจันทบุรี เพราะไปเอาน้ำเขามา น้ำจังหวัดจันทบุรีเยอะ แต่จังหวัดจันทบุรีไม่มีที่รับน้ำ ผลไม้เขาตั้ง เท่าไร รายได้ตั้งกี่หมื่นล้านบาท โควิด (COVID) มาทำอะไรราคาทุเรียนไม่ได้เลย ๑๐๐ กว่าบาทตลอด นี่รายได้เห็น ๆ เพราะฉะนั้นปีต่อไปนี้ ปี ๒๕๖๔ นี้ฤดูแล้งจะให้เหลือ น้ำ ๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรไม่ได้แล้ว เพราะเกษตรกรของผมขยายผลไม้ อย่างรวดเร็วใช้น้ำอย่างมาก ปีที่แล้วชลประทานประมาณการใช้น้ำไว้ ๑๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้จริง ๆ ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประมาณการใช้ไว้เรียบร้อยหรือยัง ท่านมีข้อมูล เพียงพอหรือยังอีอีซี (EEC) ผมจะพูดในสภาแห่งนี้ว่าต้องดรอป (Drop) ขนาดอีอีซี (EEC) ลง เพราะผมไม่รู้กับท่าน ท่านไม่รู้กับผม ท่านรู้กับนักวิชาการ แล้วนักวิชาการท่านผมก็ไม่รู้ว่า อ่างเก็บน้ำวังโตนดที่เขาค้านนี่วิชาการมันผ่านแล้ว แต่ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ผ่าน มีอะไรหรือเปล่า ที่จะไปทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืด มีการจะไปลงทุนทางโน้นหรือเปล่า เพราะว่าถ้าไม่ง้อน้ำทางนี้ ก็ต้องไปง้อน้ำทางโน้น ถ้าจะง้อน้ำทางโน้นโครงการ ๘,๐๐๐ ล้านบาทที่จะผันน้ำจาก ประแสร์ไปหนองค้อตัดออกไปเลย อย่าได้มีวาระซ่อนเร้นอะไรที่เกิดขึ้นกับเรื่องของน้ำ ในภาคตะวันออก เพราะฉะนั้นผมก็เนื่องจากเวลาจำกัด แล้วก็เรื่องน้ำเป็นเรื่องคอขาด บาดตาย ถ้าประมาณการใช้น้ำของภาคเกษตรอย่าให้ขาด อุตสาหกรรมลดกำลังการผลิตสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ โรงแรมชดเชยนักท่องเที่ยวให้หยุดใช้น้ำประปาสัก ๑๕ วัน ๓๐ วันไม่ตาย หรอกครับ แต่ถ้าภาคเกษตรผมทุเรียนปลูกมา ๗ ปี ๑๐ ปีมันตายทั้งต้นแล้วรัฐบาลชดเชยอะไร ผู้ว่าราชการจังหวัดคนนี้ไม่เคยประกาศเขตภัยแล้ง ไม่เคยประกาศเป็นเขตภัยพิบัติช้างป่า แต่ที่จันทบุรีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตติดกัน ดูแลพี่น้องเกษตรกรผมด้วย ไม่เช่นนั้นอีอีซี (EEC) ไม่มีอนาคตนะครับ ท่านไปโฆษณาต่างประเทศ แต่ผมก็จะบอก ต่างประเทศว่าท่านอย่าขยายกำลังการผลิตเดี๋ยวจะไม่มีน้ำใช้ ถ้าใช้น้ำทะเลเป็นน้ำจืด คิวบิกเมตรละ ๕๐ บาท แต่มาเอาน้ำอ่างประแสร์ผมคิวบิกเมตรละ ๕๐ สตางค์ ท่านลองคิด ดูก็แล้วกัน แล้วน้ำที่ท่านทำจากทะเลเป็นน้ำจืดมันจืดจริง ๆ หรือเปล่า เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านมาฟังจากประชาชนที่มีปากที่มีที่พูดที่เดียวนี่ ปีหนึ่งถึงท่านจะได้ฟังผมครั้งหนึ่ง ผมก็อึดอัดนะ ที่ระยองบ้านผมใคร ๆ ก็ว่าเจริญ แล้วคนทั้งประเทศไทยก็ไปอยู่ที่ระยอง โรงพยาบาลก็ขาดแคลน โรงเรียนก็มีแต่เด็กต่างจังหวัดมาอยู่ คนบ้านผมก็ต้องไปเรียน กรุงเทพฯ สาธารณูปโภคเรื่องของการศึกษา เกษตร ถนนหนทางทุกจังหวัดอิจฉาระยองว่า ถนนใหญ่ แต่ว่าเขามีมาไว้ให้เทรลเลอร์ (Trailer) วิ่ง เขาไม่ได้มีไว้ให้คนท้องถิ่นวิ่ง คนท้องถิ่น ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) อุบัติเหตุก็เกิดทุกวัน เพราะฉะนั้นความสมดุลที่ท่านว่า ท่านกรีน (Green) น่ะ กรีน (Green) ก็คืออุตสาหกรรมสีเขียวมันเขียวแต่ในคำพูดหรือเปล่า แล้วมันเขียวลงไปจนถึงพื้นที่ไหมการพัฒนามันสมดุลแล้วหรือยัง แล้วประมงบ้านผม หายไปไหน ผมกำลังจะพูดในสภาแห่งนี้ว่าคำขวัญระยอง อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลา รสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก แต่บ้านผมต้องกินน้ำปลาเวียดนามแล้ว อุตสาหกรรมประมงผมเสียหาย เสียหายเพราะอะไร เสียหายเพราะว่ากฎระเบียบต่าง ๆ มันพอดีพอสมควรกับที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมประมงบ้านผมหรือยัง ปลากะตักบ้านผม ไปไหนแล้ว ผมก็อยากจะให้ถอดคำขวัญนี้ออกจากระยองด้วย เพราะว่ามันก็ไม่เหลือ อะไรแล้ว แล้วก็รับภาระกับสิ่งที่รัฐบาลจะได้จากเม็ดเงินภาษี ท่านคงเข้าใจนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านที่เสนอชื่อไว้เดิม คุณเกียรติ สิทธีอมร แต่ว่ามีชื่อใหม่เพื่อจะได้สลับนะครับ คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญเลยครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสผมได้อภิปราย ในวาระรับทราบรายงานที่เสนอเข้าสู่ระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ในวันนี้ ในวาระเรื่องของรายงานประจำปีของเขตพัฒนาพิเศษพื้นที่ตะวันออก หรือเขต เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC)🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตรวจสอบดูรายงานที่นำเสนอเข้ามา ซึ่งเป็น เอกสารที่ถูกบังคับด้วยกฎหมายว่าต้องจัดทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภาเพื่อทราบ ซึ่งท่านเขียนไว้ในกฎหมายที่ว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พระราชบัญญัติว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีกฎหมายออกมาเมื่อปี ๒๕๖๑ ในมาตรา ๑๕ ว่าด้วยบทบาทหน้าที่ของสำนักงานของท่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมมีประเด็นอยู่ ๓-๔ ประเด็น โดยเฉพาะเรื่องของการนำรายงานสู่รัฐสภา นั่นหมายความว่า ท่านเองต้องมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ไปรายงานต่อวุฒิสภาในฐานะที่เป็นรัฐสภา มันเป็นกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหาร สำนักงานคณะกรรมการนโนบาย พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นองค์กรหนึ่งที่ถูกตั้งขึ้นโดยกฎหมาย มีเขตอำนาจ มีหน้าที่ เฉพาะที่บัญญัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่สภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติต้องดูคือเข้าไป ตรวจสอบดูการทำงานของท่าน ท่านก็เขียนไว้นะครับ แม้จะเขียนเพียงบรรทัดเดียวก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติกับการทำหน้าที่ ในระบบแบ่งแยกอำนาจในระบอบประชาธิปไตยของเรา ท่านประธานครับ ผมเอง ด้วยความศรัทธาเคยทำงานกับท่านเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาพื้นที่ ภาคตะวันออก ท่านดอกเตอร์คณิศ แสงสุพรรณ ผมมีความภาคภูมิใจแล้วก็เห็นในความรู้ ความสามารถของท่าน งานนี้เป็นงานใหญ่ครับ ท่านเลขาธิการก็เสี่ยงพอสมควรที่จะเอา ชื่อเสียงทั้งหมดมาเป็นเดิมพันในการทำหน้าที่ ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ ผมตรวจสอบดูพระราชบัญญัติที่รองรับในการพัฒนาพื้นที่พิเศษ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าจะต้องมีกฎหมายออกมารองรับเป็นการเฉพาะ เป็นการเฉพาะครับ ท่านประธาน ไม่เช่นนั้นการพัฒนาของเราก้าวย่างลำบากมาก มันติดโน่น ติดนี่ ติดกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นอีอีซี (EEC) เป็นต้นแบบ ท่านเองก็เขียนว่าเป็นต้นแบบในการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่พิเศษหรือพื้นที่เฉพาะ มีหลายที่กำลังที่จะเลียนแบบ ถ้ามีเวลาผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปครับ กฎหมาย ที่ออกมารองรับสำคัญและจำเป็นครับ แต่เนื้อหาสาระในการกฎหมาย ผมขออนุญาต ท่านประธานด้วยความเคารพครับ อาจจะต้องมีการปรับแก้ อาจจะต้องมีการทบทวน ในบางประเด็น ผมยกตัวอย่างเช่นการให้ความสำคัญเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบและการทำ รายงานต่อรัฐสภา มันอาจจะเป็นประเด็นเล็ก ๆ แต่ว่าเป็นสิ่งที่สมาชิกพูดเยอะมากในวันนี้ รูปเล่มดูสวยงามครับ ดูสวยงาม แต่ว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกเองพูดไป อภิปรายไป ประเด็นที่ต้อง ถามก็คือว่าตัวที่ ๑ ตัวคณะกรรมการนโยบายท่านอื่นอาจจะไม่พูด อาจจะพูดเฉพาะ ท่านประธานคณะกรรมการนโยบายที่เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมเองก็แปลกใจ ว่าทำไมกรรมการนโยบายตามกฎหมายฉบับนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีคณะกรรมการจาก ๑๔ กระทรวง กรรมการนโยบายมีหน้าที่ตามบทบัญญัติของ กฎหมายจัดทำนโยบายแล้วเสนอคณะรัฐมนตรี ถ้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติก็ไปดำเนินการ นั่นหมายความว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย เป็นผู้เสนอต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภาพกรรมการอย่างนี้ ในประเทศนี้มันควรจะต้องปรับปรุงแล้วครับท่านประธานครับ จำเป็นด้วยหรือครับ เอา ๑๔ กระทรวง รัฐมนตรีทั้งหมดเลยมานั่งเป็นกรรมการนโยบายอยู่ในนี้ ทั้งที่องค์กร บริหารสูงสุดคือคณะรัฐมนตรีคือผู้กำหนดนโยบายในการบริหารประเทศ มันควรจะต้องมี กรรมการเฉพาะที่คิดเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับพัฒนาพื้นที่เฉพาะตรงนี้หรือไม่ ผมพูดเผื่อไว้ นะครับ เผื่อไว้ที่จะเสนอกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษล้านนาตะวันออกครับ ผมไม่อยากให้ นายกรัฐมนตรีไปเป็น ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนไหน ชื่ออะไรก็แล้วแต่ ไม่อยากให้เป็น ประธานคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือล้านนาตะวันออก ไม่อยากให้มีครับ เพราะว่าตรงนี้คืออุปสรรคใหญ่ของการพัฒนา ประเทศเลย นั่นเรื่องที่ ๑ ผมตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ถ้าเป็นไปได้กฎหมายฉบับนี้ถ้ามีการ ปรับแก้ เมื่อมันเข้ารูปเข้ารอยแล้ว กรรมการนโยบายตรงนี้มันควรจะเป็นกรรมการที่สามารถ แปลงไปสู่ผู้ที่จะนำเม็ดงานเนื้องานลงสู่ปฏิบัติจริง ๆ เพราะคณะกรรมการนโยบายโดยรวม ก็คือคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเนื้อในนี่พูดถึงรายละเอียดได้ดีมากครับ แต่ว่าสิ่งที่เราพยายามดูเหมือนเพื่อนสมาชิกพูด ผลการดำเนินงานในแต่ละด้าน ถ้าผมจะถาม เพียงสั้น ๆ โครงการนี้อยู่ในแผนบูรณาการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ท่านของบประมาณประจำปีทุกปีครับ ปี ๒๕๖๓ ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็มีโอกาสได้พูดคุยซักถามท่านเลขาธิการนะครับ ในฐานะที่เป็นผู้นำเสนอของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่เรียกตัวย่อว่า สกพอ. ปี ๒๕๖๒ รับเม็ดเงินไป ๑๔,๘๖๒ ล้านบาทเศษ มีกิจกรรมตามนี้ ถ้าท่านแจงรายละเอียดว่าเนื้องานเม็ดเงินที่เอาไปมันเกิดประโยชน์อะไรในแต่ละปีให้เรา ทราบผมคิดว่าเป็นประโยชน์ครับ นั่นประเด็นที่ ๑ นะครับ ผลการดำเนินงานในภาพรวม🔗

เรื่องที่ ๓ ครับ ฟังเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะในพื้นที่พูดแล้วสะท้อน สังหรณ์ใจ แล้วก็สงสาร การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน จริงอยู่ผมดูในนี้ท่านเขียนมาเยอะว่า มีการรับฟังความเห็น มีอะไรเยอะแยะไปหมดเป็นหมื่น ๆ เม็ดเงินก็ใช้เยอะ แต่ประเด็นหนึ่ง การมีส่วนเรื่องความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ เมื่อเราจะไปเอาบ้านเขาเมืองเขามาเป็น เขตพัฒนาพิเศษแล้วเขาได้อะไร ในรายงานนี้ไม่บอก ไม่มี มีแต่บอกว่าจะได้อะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ คาดการณ์ไปในอนาคต เพราะฉะนั้นความต้องการของคนในพื้นที่ผมว่ารายงานนี้จะต้องตอบ คำถามตรงนี้ให้ได้ ทั้งปัญหา ทั้งอุปสรรค ทั้งสิ่งที่เขาได้มีได้เป็นอยู่ในแต่ละปี เพราะท่านต้อง รายงานทุกปีครับ เรื่องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน แม้กระทั่ง ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ส.ส. บัญญัติ เจตนจันทร์ ซึ่งเป็นเพื่อนรักผมก็ยังพูดเชิงน้อยเนื้อต่ำใจ บุคคลคนนี้ ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจครับเพราะผ่านธรรมะธรรมโมมาเยอะมาก แต่วันนี้รู้สึกเศร้าสร้อย พูดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจแม้เป็นผู้แทนราษฎร ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เรื่องสำคัญ พวกนี้ในรายงานต้องปรากฏให้สภาได้ตรวจสอบได้รับรู้รับทราบเฉพาะเรื่องของความสำคัญ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาจะสูญเสียอะไร เขาจะได้อะไร จำเป็นหรือครับ ที่ต้องไปเอา คำขวัญเขาออกในการพัฒนา ไหนท่านบอกปฏิรูปประเทศการพัฒนาวัตถุต้องคู่ไปกับ การพัฒนาด้านจิตใจ ได้วัตถุมาแต่เรื่องของจิตใจหายไปมันอาจจะไม่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาประเทศ แผนการปฏิรูปประเทศของท่าน อันนี้ผมฝากด้วย🔗

เรื่องต่อไปครับ ในตัวรายงานปีต่อไปผมฝากท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการ ด้วยความเคารพครับ ด้วยความชอบพอแล้วก็ชื่นชมในความรู้ความสามารถของท่าน รายงานทุกฉบับตามกฎหมายของหน่วยงานที่ต้องมารายงานต่อสภา เขาจะเขียนไว้เลยครับ ทั้งนี้ ต้องเสนอปัญหาและอุปสรรคให้ทราบด้วย ผมพยายามดูในเนื้อรายงานของท่าน ผมก็เปิดข้ามหน้าแรกไปเพราะว่าท่านสมาชิกพูดไปเยอะแล้ว ไม่มีครับปัญหาอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ในเนื้อรายงานนี้ไม่มี ซึ่งจำเป็นนะครับ พวกผมอาจจะมีเวลาไม่มากนัก ผมอาจจะดูบทสรุป ผู้บริหาร และดูปัญหาอุปสรรคที่ท่านทำ แล้วก็เปิดไปดูเนื้อในว่าท่านมี แนวทางแก้อย่างไร แล้วเราจะมีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะท่านอย่างไร ก็ฝากครับ ในปีต่อไป ปัญหาอุปสรรคในการทำในแต่ละปีนะครับ เทียบเคียงไล่มา มันควรจะมีปรากฏอยู่ในเล่ม รายงาน ก็ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ฝากท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการ คณะกรรมการนะครับ ผมพูดด้วยความปรารถนาดีอยากให้อีอีซี (EEC) เป็นต้นแบบนะครับ เป็นต้นแบบของพื้นที่พิเศษอีกหลาย ๆ พื้นที่ เรานำเสนอคณะกรรมาธิการความมั่นแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศเมื่อวันนี้ครับ แผนพัฒนา เขตพัฒนาพิเศษล้านนาตะวันออก จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงราย เราอยากให้ตรงนี้เป็นไข่แดงในการที่จะเชื่อมต่อกับอนุภูมิภาคของล้านนาตะวันออก ถ้าเป็น พื้นที่เฉพาะอย่างนี้มีกฎหมายเฉพาะอย่างนี้ อันนี้คือโอกาสของพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ แล้วก็ฝากทางสำนักงานสภาการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว อะไรที่มันเป็นจุดอ่อนก็ควรจะ เอาออกไป อะไรเป็นจุดแข็งก็นำสู่พื้นที่พิเศษอื่น ๆ ต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ เข้าใจว่า รายชื่อมีท่านสุดท้าย คุณเกียรติ สิทธีอมร เชิญเลยครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่อง ของรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของอีอีซี (EEC) ถ้าดูในเนื้อหา ดูในรูปเล่มต้องถือว่า เป็นรายงานที่ดีมากถ้าเป็นเพียงโบรชัวร์ (Brochure) ในการโฆษณาว่าอีอีซี (EEC) จะทำ อะไรบ้าง แต่ถ้าบอกว่าเป็นรายงานที่จะมายื่นต่อ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่ายังต้อง ปรับปรุงอีกมาก ผมกังวลใจอย่างนี้ครับ นี่เป็นครั้งที่ ๒ หรือครั้งที่ ๓ ที่ผมอภิปรายเรื่องอีอีซี (EEC) แล้วผมก็ตั้งคำถามไปหลายครั้ง แล้วในที่สุด เพราะระบบของเรานี้ก็คือว่าตั้งคำถาม ไปเรื่อย ๆ ตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ ตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็ตอบม้วนเดียว ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง แล้วก็ถ้าเวลาจำกัดก็ไม่สามารถซักกลับไปได้ หลายสิ่งที่ผมถามคราวที่แล้ว ผมยังไม่ได้รับคำตอบ แต่ผมจะทวนอีกครั้งนะครับเรื่องที่สำคัญ ๆ ขอคำตอบจริง ๆ ครับ กระบวนการของเราเองมันยังไม่ค่อยเอื้อเท่าไร🔗

ประการแรก ที่ผมอยากจะสอบถามเอาชัด ๆ รายงานนี้เท่าที่ผมดูไม่ได้ มีการปรับปรุงหลังจากที่มีผลกระทบของโควิด (COVID) เปลี่ยนเยอะนะครับ โลกเปลี่ยน เยอะ การลงทุน การย้ายฐานการผลิต การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต เปลี่ยนเยอะมาก เลยครับ ตรงนี้ผมยังไม่เห็นในรายงานฉบับนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นผลเกิดจากไวรัส โควิด (COVID)🔗

ประการที่ ๒ ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนะครับ ในรายงานหน้า ๒๐ ท่านพูดถึงการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ๑.๗ ล้านล้านบาทที่บอกว่าจะทำใน ๕ ปี แค่นี้ถ้าไปดูงบประมาณในปีนี้ ดูงบประมาณใน พ.ร.ก. ๓ ฉบับ ไม่ตรงนะครับ ในเมื่อ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงมันยังไม่ตรง แต่ท่านอาจจะบอกผมว่าในที่สุดเราจะไปโหมลงทุน เยอะ ๆ ในปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ ท่านก็พูดได้ครับ แต่ถ้าผมเป็นนักลงทุนผมจะไม่ไว้วางใจ ถ้าผมเห็นสิ่งที่อยู่ในรายงานเป็นตัวเลขการลงทุนซึ่งเยอะมาก แต่ในงบประมาณจริง ๆ ของประเทศไม่ได้สะท้อนครับ ไม่ได้สอดคล้อง ตรงนี้มันจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นรายงาน ของท่านมันมีผลนะครับ ความน่าเชื่อถือของประเทศ ของอีอีซี (EEC) ของการพัฒนา ของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นมันต้องมีความน่าเชื่อถือครับ ในการนำเสนอรายงาน เช่นนี้มันก็จะมีจุดที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง แล้วก็เป็นกังวล ผมกำลังจะติงว่าสิ่งที่ท่าน จะเขียนลงไปรายงานต้องเป็นความจริง ต้องเกิดขึ้นจริงได้ เพราะไม่อย่างนั้นท่านจะขาด ความน่าเชื่อถือ ผมยกตัวอย่างนะครับ เรื่องที่ท่าน ส.ส. บัญญัติได้พูดไปเมื่อกี้ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ผมว่ามันน่าเศร้ามากเลย มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในยุคนี้ สมัยนี้อีกต่อไป แล้วมันสะท้อนให้เห็นว่ามันเป็นชีวิตจริงในพื้นที่คือหนังคนละม้วนกับที่เขียนในรายงาน อันนี้ ท่านต้องชี้แจง เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการที่คนที่เป็นตัวแทนประชาชนหรือประชาชนเอง ที่เดือดร้อนจะไปยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ต่อคณะกรรมการของภาครัฐ แล้วทำไม เข้าไม่ได้ ทำไมเข้าไม่ถึง ทำไมมีอุปสรรคมากมาย สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย นะครับไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด สิ่งที่ท่านบัญญัติพูดน่าจะเป็นเรื่องที่เศร้าที่สุดของสภาแห่งนี้ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ก็ว่าได้ ขอคำอธิบายชัด ๆ นะครับ🔗

ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะตั้งคำถามท่าน บังเอิญในหน้า ๙๑ ผมโยงกับ รายงานท่านทั้งหมดเลยนะครับ หน้า ๙๑ ท่านเขียนไว้ อันนี้เป็นเอกสารของท่านเอง ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญจากการดำเนินการ ผมก็ต้องแปลภาษาไทยง่าย ๆ ตรง ๆ ก็ต้องเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นแล้วใช่ไหม จากสิ่งที่ท่านดำเนินการไปใช่ไหมครับ ในปีที่ผ่านมาใช่ไหมครับ ท่านเปิด หน้าต่อไปเลยครับ ไปจนถึงจบหน้า ๑๓๕ มันเป็นเป้าหมายทั้งสิ้นเลยครับ มันไม่ใช่ ผลสัมฤทธิ์ที่ท่านจะควรรายงานในเอกสารฉบับนี้ครับ ท่านยังบอกเลยครับการลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ลงจริงหรือเปล่าครับ ท่านบอกสร้างงานใหม่ ๑๐๐,๐๐๐ อัตรา ต่อปี ใช่หรือเปล่าครับ ท่านบอกว่าจีดีพี (GDP) จะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒ ต่อปีและลดการเหลื่อมล้ำด้วย หน้าต่อจาก ผลสัมฤทธิ์ ตรงนี้ผมกังวลอย่างยิ่งเวลาที่เราเขียนรายงานใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เป็นทางการเช่นนี้ แล้วมันไม่สะท้อนกับความจริง ไม่ตรงกับความจริง อันนี้เป็นผลเสียนะครับ ผมอยากให้ท่าน ช่วยทบทวนจริง ๆ เถอะ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแต่ว่า ทำรายงานให้จบตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย แล้วมาทนฟังสักนิดหนึ่ง บ่นให้ฟัง สัก ๔-๕ คน แล้วท่านบอกว่าอันไหนตอบไม่ได้ท่านก็รับไว้ แล้วท่านก็หายไปรออีก ๑ ปี กลับมา ผมว่ากระบวนการอันนี้ถ้าเราปรับปรุงได้จะเป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับ การดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ🔗

ประการที่ ๔ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมถามท่านคราวที่แล้ว และผมก็ไม่ได้รับ คำตอบ ผมก็ต้องถามอีกนะครับ ผมต้องโยงไปเรื่องโครงสร้างทางกฎหมายของการจัดตั้งอีอีซี (EEC) กฎหมายในการรองรับการทำงานของกรรมการอีอีซี (EEC) ซึ่งที่ผ่านมามีคำสั่ง คสช. วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๐ และต่อมามีเป็นพระราชบัญญัติ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ คราวที่แล้วผมตั้งคำถามว่าท่านได้ตรวจสอบดีแล้วหรือยังว่าโครงสร้างตามกฎหมายเหล่านี้ ถูกต้องหรือไม่ สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศหรือไม่ ผมยังไม่เคยได้รับคำตอบนะครับ ผมชี้ให้ท่านเห็นเลยแล้วกันนะครับ มาตรา ๑๑ หน้าที่และอำนาจของกรรมการ เขียนไว้ ชัดเจนเลย นอกจากจะมีจาก ๑๔ กระทรวงแล้วนี่รัฐมนตรีทั้งนั้นเลยครับ มติมีผลผูกพัน ทุกกระทรวงนะครับ แล้วใน (๓) โครงการใดหรือสิ่งใดที่มีการเห็นชอบไปแล้ว เช่นผังการใช้ ประโยชน์ที่ดินซึ่งอยู่ในรายงานของท่านหน้า ๓๘ มีผลผูกพันหมด แล้วเมื่อมีมติเห็นชอบแล้ว นำเข้า ครม. แล้วถ้า ครม. ไม่ท้วงติงไม่ทักท้วง ถือว่า ครม. อนุมัติเลย ซึ่งอันนี้รวมถึงอำนาจ ในการเข้าไปกำกับดูแลผังเมือง สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งปกติมีกฎหมายปกติ กฎหมายทั่วไปเฉพาะเรื่องกำกับดูแลอยู่แล้ว คำถามนะครับ โครงสร้างกฎหมายเช่นนี้ สอดคล้องกับข้อกำหนดหรือข้อตกลงที่ไทยเป็นภาคีอยู่ระหว่างประเทศหรือไม่ ผมถามนี่เป็น ครั้งที่ ๓ นะครับ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งผมจะไม่พูดว่าขัดนะครับ เพราะผมต้องการปกป้อง ประเทศไทยและปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย แต่ท่านต้องตอบว่ามันขัดกับข้อตกลง ระหว่างประเทศเราข้อใดหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องผังเมือง ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง อำนาจการเวนคืน ในเรื่องการทำอีไอเอ (EIA) ในกรณีที่มีความจำเป็น ในการกำหนด แผนสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญของพื้นที่ทั้งหมด เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ผมต้องการความชัดเจนขอความกรุณาเถอะครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านก็บอกท่านรับไว้ แล้วท่านก็หายไปอีก ๑ ปี แล้วผมก็ไม่เคยได้รับคำตอบครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านถูกต้อง กฎหมายลักษณะนี้ถูกต้องกับกติการะหว่างประเทศหมด ท่านยกมาให้ผมดูนิดหนึ่ง ได้ไหมว่าข้อบทใด ข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับไหนที่ให้ประเทศไทยสามารถออกกฎหมาย ในลักษณะนี้ได้ ผลเสียที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ สมมติผมแค่ยกตัวอย่าง ถ้ามีประเทศใด ประเทศหนึ่งเขาท้าทายประเทศไทยบอกว่ากฎหมายที่เราใช้ไม่ถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น ที่ท่าน ไปเชิญชวนนักลงทุนมาลงทุนแล้วผลิตสินค้าต่าง ๆ จากพื้นที่อีอีซี (EEC) ทั้งหมด ประเทศ สมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศ เช่นองค์การการค้าโลกสามารถที่จะไม่รับท่านได้เลย ไม่รับซื้อสินค้าได้เลยถ้ามันผิด ท่านต้องพูดด้วยความมั่นใจว่าท่านผิดหรือไม่ผิดในการที่ใช้ โครงสร้างของกฎหมายมากกว่าการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงสร้างกฎหมายของท่าน มันดูเหมือนเป็นเขตปกครองพิเศษ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ผิดนะครับ ทำได้นะครับ แต่การให้อำนาจในภาค การปกครอง ถามท่านจริงๆ เถอะครับท่านไปศึกษาเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายใต้องค์การ การค้าโลกมาดีแล้วหรือยัง ขอคำตอบนะครับ ผมก็มีคำถามเบื้องต้นและข้อห่วงใย แล้วผม อยากเห็นจริง ๆ นะครับว่าปีหน้าเนื้อหาของรายงานต้องสมบูรณ์มากกว่านี้ แล้วผลสัมฤทธิ์ ที่สะท้อนงบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการใดก็แล้วแต่ต้องมีการนำโยง ความสำเร็จของโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากงบประมาณที่ลงไปจริง และแผนการ ที่เปรียบเทียบกับแผนเดิมที่ท่านเคยโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านเลขาธิการจะให้ผู้ใดตอบเรื่องอะไรก็เชิญนะครับ🔗

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก

ขอบพระคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ผม นายคณิศ แสงสุพรรณ เป็นเลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขอชี้แจงที่ประชุมนะครับว่า เป็นไปตาม พ.ร.บ. ของเรานะครับ มาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ที่ต้องมาเรียนที่นี่เพื่อทราบนะครับ ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน โดยเฉพาะท่านชลน่านที่ให้ความเห็นแล้วก็ท้วงติง เรื่องนี้เป็นประโยชน์ รวมทั้งท่านเกียรติด้วยนะครับ ว่ารายงานนี้ต้องมีการแก้ไขอะไรบ้าง ผมรับเรื่องนี้ไปแก้ไข แล้วก็จะมีการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้นในปีหน้า แต่ต้องขอเรียน กับที่ประชุมแบบนี้ครับ คือการรายงานครั้งนี้เป็นการรายงานครั้งแรกครับ ๒. ก็คือว่า การรายงานครั้งนี้เป็นการรายงานของผลงานปี ๒๕๖๒ เพราะฉะนั้นเรื่องโควิด (COVID) มันยังไม่ได้อยู่ในตอนนั้นตอนที่เราทำรายงาน แต่อย่างไรก็ตามต้องเรียนเพื่อทราบว่าพอเรา ทำเรื่องโควิด (COVID) เข้ามาเราก็แก้ไขแล้วก็ปรับปรุงแผนไปแล้วนะครับ ผมคิดว่าครั้งหน้า เราจะระมัดระวังหลายเรื่องมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเกียรติให้ความเห็น ไว้ว่าเป้าหมายที่เราให้ผลสัมฤทธิ์มันเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องข้างหน้านะครับ มันยังไม่ชัดเจน อันนี้ผมเห็นด้วยรับจะไปแก้ไขนะครับ อันที่ ๒ ที่อยากจะเรียนก็คือว่าการลงทุน อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ที่คุณเกียรติพูดถึง ๑.๗ ล้านล้านบาท เราไม่ได้จะใช้ งบประมาณนะครับ มันเป็นการลงทุนร่วมเอกชน คือรัฐบาลจะลงทุนในพื้นที่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์จะเป็นของเอกชน ก็คงไม่ได้ซ้ำซ้อนกับใคร เป็นภาพที่เรา วางไว้เองนะครับ🔗

กรณีของท่านบัญญัติผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ นะครับ วันนั้นผมก็ไม่ทราบ ว่ามีอะไรบ้างสำหรับที่ถามการประชุมเรื่องน้ำที่ประแสร์วันนั้นนะครับ ผมก็ถูกเชิญในฐานะ ที่เป็นหนึ่งในคนที่เขาเชิญไป เข้าใจว่าทาง สทนช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นคนจัด แล้วต้องเรียนว่าในที่ประชุมก็เลยมีข้อสรุปซึ่งพอจะทำให้คุณบัญญัติสบายใจมากขึ้น ได้นิดหนึ่งนะครับ คือ ๑. ที่ประชุมเห็นว่าอย่าไปยุ่งกับน้ำต้นทุนที่มีอยู่เดิม คือหมายความว่า ภาคเกษตรเขาควรจะได้ใช้ก็ต้องได้ใช้ อันที่ ๒ คือบอกว่าอุตสาหกรรมที่จะพัฒนาขึ้นใหม่ หรืออุตสาหกรรมเดิมให้พึ่งพาแหล่งน้ำตนเองมากขึ้น อันนี้ก็จะมีการลงทุน จะไปทำเรื่อง น้ำทะเลหรือเปล่านั่นก็เป็นอยู่ในแผนนะครับ ผมเรียนคุณบัญญัติว่าเรื่องน้ำเราไม่ได้ นิ่งนอนใจนะครับ ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องน้ำปีนี้เราดูแลเรื่องนี้มาก่อนที่จะขาดประมาณ ๔ เดือน ประชุมกันทุก ๒ สัปดาห์ แล้วก็หลังจากนั้นที่ประชุมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็ให้นโยบายชัดเจนว่าปีหน้าทั้งปีต้องดูแลเรื่องน้ำตลอดนะครับ ปล่อยไม่ได้ แล้วก็ทาง สทนช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเขาก็ได้มี ๑๗ โครงการ เพื่อที่จะเพิ่ม ปริมาณน้ำในพื้นที่ให้เพียงพอ อันนี้ก็ขอเรียน ผมต้องขออนุญาตแบบนี้ครับท่านประธาน ก็คือว่าเรื่องที่ถามทุกเรื่องผมจะขออนุญาตตอบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงท่าน ส.ส. ที่ได้ถามไว้ นะครับ พยายามจะตอบให้เต็มที่🔗

ท่านบัญญัติมีพูดเรื่องโรงพยาบาล อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราทำครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตอธิบายด้วย ผมเพิ่งกลับมาจากปลวกแดงซึ่งก็เหมือนกันนะครับ อำเภอปลวกแดงนี่มีคนอยู่ประมาณเป็น ๑๐๐,๐๐๐ คน มีโรงพยาบาลอยู่ ๔๐ เตียง ๓๐ เตียงด้วยซ้ำ อันนี้เรากำลังช่วยดูแลนะครับ🔗

ขออนุญาตตอบคำถามของท่านเกียรตินะครับ ต้องขออภัย ก่อน ๆ นี้เป็นการ ถามในสภา เราก็รับฟังมาแล้วก็ตอบคำถามไปที่ท่านรัฐมนตรีและที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบไปตรงท่านเกียรตินะครับ เรื่องที่ ๑ อย่างที่เรียน ผลกระทบโควิด (COVID) ยังไม่ได้รวมอยู่ในรายงานนี้ ผมขออนุญาตเดี๋ยวส่งการปรับแผนโควิด (COVID) ของเราไปให้ คุณเกียรตินะครับ อันที่ ๒ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ที่ตอบไปแล้วไม่ใช่ ใช้งบประมาณ เราใช้งบประมาณน้อยมากครับในการพัฒนาอันนี้ อันที่ ๓ คือเรื่องที่ ส.ส. เข้าไปไม่ได้ ผมต้องขออภัยจริง ๆ ครับ แล้วก็ผมจะลงไปพบท่านบัญญัติเองนะครับ ขอบพระคุณครับ ผลสัมฤทธิ์ดำเนินการเรียนแล้วว่าหลายอันนี้อาจจะต้องแก้ไขครับ🔗

มาประเด็นสำคัญของท่านเกียรติ คือเรื่องกฎหมายที่รองรับ ตอนที่เรา ทำกฎหมายเรามีคณะกรรมการพิเศษภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดูแลให้ แล้วก็ตอนที่เอาเข้ามา เข้าผ่าน ครม. ทางกระทรวงการต่างประเทศเขาก็ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้นะครับ แต่เท่าที่ทราบไม่ได้มีประเด็นเรื่องนี้ มาเป็นข้อแก้ไขใน พ.ร.บ. ของเรานะครับ ผมคงเรียนเรื่องนี้ไว้แค่นี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมจะไปสอบทานอีกครั้งหนึ่งว่ามีเรื่องไหนที่เราขัดกับดับเบิลยูทีโอ (WTO) หรือเปล่า แต่ในชั้นนี้ต้องเรียนตามตรงว่าได้เป็นอย่างที่ว่านี่ครับ ถ้าจะบอกว่าเราเป็นเขตการปกครอง ก็ไม่ใช่ อีอีซี (EEC) นี้เขียนไว้ตั้งแต่ต้นว่าเราไม่ยุ่งกับเรื่องการปกครองครับ แต่แน่นอน หลายอย่างที่เป็นเงื่อนไขการขออนุมัติ อนุญาตถมดินอะไรพวกนี้ เราขอมาเพื่อทำให้เกิด ความสะดวกนะครับ ขอบพระคุณในส่วนนี้ครับ🔗

ของท่านชลน่าน ศรีแก้ว พ.ร.บ. นี้ควรจะมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือเปล่า อันนี้ตามนโยบายที่ว่าไว้ตั้งแต่ทำมาเริ่มต้น ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานครับ แต่ก็ต้องเรียนว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายแห่ง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ที่อื่นหลายแห่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ลงไปเป็นประธานเอง แต่ว่าควรจะเป็นหรือเปล่านี่ ก็เป็นเรื่องนโยบาย เนื้อในผลแต่ละด้านควรจะมีมากกว่านี้ อันนี้ผมเห็นด้วยครับแล้วก็จะทำ ให้ดีขึ้นนะครับ โครงการที่เป็นอยู่นี้ โครงการของเรามีโครงการแผนบูรณาการอยู่ เพราะฉะนั้นเราก็เลยทำเรื่องนี้ไว้ แล้วก็บอกว่ามีแผนบูรณาการอยู่ แต่ว่ามันเป็นอยู่ใน รายงานงบประมาณครับว่าแต่ละอันประสบความสำเร็จอย่างไร🔗

อันสุดท้ายเป็นเรื่องส่วนรวมของประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธาน มีสไลด์ (Slide) ๒-๓ แผ่นนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตท่านประธานแล้วก็จะตอบคำถาม ของหลาย ๆ ท่านไปพร้อมกันนะครับ ขอสไลด์ (Slide) อันแรกเลยได้ไหมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดสไลด์)
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก

สไลด์ (Slide) อันนี้ครับ บอกว่าเป้าหมายของอีอีซี (EEC) เป็นต้นแบบ การพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ อันนี้ถูกต้องนะครับ แล้วที่คุณวินท์พูดไว้ว่ามันเป็นอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) มาเป็นอีอีซี (EEC) ก็ถูกต้องครับ เราดำเนินการตามนั้น เพียงแต่ว่าความแตกต่างอยู่ที่ว่าอีอีซี (EEC) มี พ.ร.บ. ของตัวเอง ส่วนใหญ่คณะกรรมการ ที่เป็นกรรมการอีอีซี (EEC) ก็คล้าย ๆ กับกรรมการอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) นั่นเองครับ ผมต้องเรียนคุณวินท์ว่าอีอีซี อีสเทิร์น ซีบอร์ด (EEC Eastern Seaboard) กับอีอีซี (EEC) ไม่ใช่ทำให้ ๓ จังหวัดเฉย ๆ แต่การทำเป็นการทำให้ประเทศคือ ๑. เป็นที่ สะสมการลงทุนแล้วก็เป็นที่สะสมเทคโนโลยี อันนี้ทั้งประเทศใช้ประโยชน์แน่ อันที่ ๒ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ที่เราทำ ยกตัวอย่างเช่นท่าเรือทั้งประเทศมาใช้ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นทางออก เราไม่ได้ทำท่าเรือเพื่อ ๓ จังหวัด ตัวไฮ-สปีด เทรน (High-speed train) ก็เป็นช่วงที่ต่อเนื่องมาจากไฮ-สปรีด เทรน (High-speed train) ที่รัฐบาลวางไว้นะครับ🔗

อีกอันหนึ่งที่บอกว่าท่านชลน่านจะมีเรื่องนี้ ทำเรื่องเกี่ยวกับเขตล้านนา ผมขอความกรุณาถ้าท่านชลน่านให้ผมช่วยดูทางสำนักงานก็พร้อมจะช่วยไปดูแลให้ว่าเป็น อย่างไร แล้วจะลองให้ความเห็นมานะครับ ซึ่งโดยโครงสร้างเราคงจะไม่ใช่หยุดเฉพาะอีอีซี (EEC) อันนี้เรียนตามตรง แต่ว่าอีอีซี (EEC) ขอให้สเตเบิล (Stable) นิดหนึ่ง ตอนนี้ถ้าถามว่า สเตเบิล (Stable) หรือยัง มีความมั่นคงไหม ก็คือโครงสร้างพื้นฐานทำไปเยอะแล้วน่าจะพอได้ ไม่ถอยกลับแล้ว มีเรื่องอื่น ๆ ต้องทำบ้าง ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๒ บอกว่าตั้งแต่เรามี พ.ร.บ. มาเราประกาศเขตส่งเสริมอย่างที่ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นไว้ แล้วก็ประกาศเขตส่งเสริมพิเศษ แล้วก็เปิดตัวโอเอสเอส (OSS) อันนี้เราช่วยทำจนกระทั่ง เสร็จ โอเอสเอส (OSS) ของเราไม่ต้องมาหาเรา ไม่มีโต๊ะ แล้วก็การลงทุนก็อยู่ในเป้าหมาย ผมเข้าใจว่าโครงสร้างพื้นฐานนี่ต่อเนื่องนะครับ อย่างที่มีท่าน ส.ส. ช่วยกรุณาชี้แจงก็คือ มีโครงการท่าเรือมาบตาพุดแล้ว รถไฟความเร็วสูงแล้ว สนามบินอู่ตะเภาลงนามแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการหลัก ๆ ก็ไปได้แล้วภายในปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ ตามสไลด์ (Slide) ที่ว่า คงจะได้ดำเนินการ ก็เหลือท่าเรือแหลมฉบังตอนนี้อยู่ในระดับสุดท้ายว่ากำลังเจรจา กับเอกชน เขาให้เงินมาน้อยไปหน่อยก็กำลังเจรจาอยู่ ส่วนศูนย์ซ่อมบำรุงที่มีท่าน ส.ส. พูดถึง ตอนนี้การบินไทยเข้ารีแฮบ (Rehab) ถูกต้อง แต่โครงการนี้เราคุยกับการบินไทยอยู่ว่า เราให้เกียรติการบินไทย ถ้าการบินไทยอยากจะทำต่อเราก็จะช่วยทำงานต่อ โครงการนี้ การบินไทยได้ผลตอบแทนอย่างน้อยประมาณสัก ๑๐-๑๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการลงทุน ที่คุ้มค่า แต่ขึ้นอยู่กับการบินไทย ทางแอร์บัส (Airbus) ไม่มีเงินก็ถอยไป แต่ว่าพอหลังจาก โควิด (COVID) เราคงจะดูเรื่องเอ็มอาร์โอ (MRO) ใหญ่ ๆ อีกสักครั้งหนึ่ง มีเรื่องเรียนนิดหนึ่ง เรื่องการลงทุน การลงทุนที่เกิดขึ้นค่อนข้างใช้ได้ปี ๒๕๖๒ ที่มีอยู่ มีการลงทุนที่ขอการลงทุน ผ่านบีโอไอ (BOI) ประมาณ ๕๗๓,๖๗๒ ล้านบาท เป็นในอุตสาหกรรมเป้าหมายประมาณ ๔๗๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็อยู่ในเป้าหมายที่เราทำไว้ อันนี้อยู่ในรายงานด้วย ก็คือว่าถ้ามี เป้าหมายอะไรที่สำเร็จก็คืออันนี้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากเลย ๒ สไลด์ (Slide) นี้ ต้องเรียนตามตรงว่าตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๓ มาเราทำเรื่องลงพื้นที่กับชุมชน เยอะ ก่อนหน้านั้นเราให้น้ำหนักกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐานกับการระดมนักลงทุนเป็นหลัก ตอนนี้เราลงพื้นที่ชุมชนเยอะ🔗

เรียนท่านสุรสิทธิ์เรื่องน้ำ เรื่องน้ำก็อย่างที่เรียนแล้วว่าตอนนี้เรามีแผนน้ำแล้ว มีทั้งหมด ๑๗ โครงการที่ดำเนินการต่อ แต่ละโครงการเรากำลังเจรจาเพื่อจะหาเอกชน มาลงทุนจะได้ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะ ในขณะเดียวกันก็อย่างที่เรียนนะครับ กลุ่มที่เป็น เกษตรเราดูแลโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ต้องเรียนว่าที่ไปประชุมที่อ่างเก็บน้ำประแสร์คราวก่อนนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างทุกฝ่าย ทางพื้นที่เขาก็โอเค (OK) เขาให้น้ำส่วนที่เขาคาดว่า จะไม่ต้องใช้ในภาคเกษตรมานิดหนึ่ง เราก็จ่ายค่าตอบแทนไป แล้วก็จะพยายามทำเรื่อง อีไอเอ (EIA) ทำเรื่องแหล่งน้ำตรงนั้นให้หมด แต่อย่างไรก็ตามอันนี้ ๑๗ โครงการทาง สทนช. ก็ลงไปทำรายงานในพื้นที่ เดี๋ยวผมขออนุญาตเรียนท่านบัณฑิตด้วย อันที่ ๒ ที่เป็นเรื่อง สำคัญคือเรื่องการศึกษา ผมเชื่อว่าถ้าจะมีผลประโยชน์อะไรในอีอีซี (EEC) ที่จะเกิดขึ้น คือไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก็ดี การลงทุนอุตสาหกรรมก็ดี การสร้างงาน ส่วนนี้เป็นการสร้างงานเพื่อคนในอนาคตทั้งนั้น ตัวเลขที่บอกว่า ๔๗๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นประมาณการ ๕ ปี ถามว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว ปีที่ผ่านมาตัวเลขคงไม่ได้อินดิเคต (Indicate) ไว้ มีหลายโครงการ แล้วก็มีหลายกระทรวงลงไป รวม ๆ แล้วก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คนได้ ปีหน้าเราจะทำมากขึ้น แล้วก็อันสุดท้ายข้อนี้ก็จะมีเรื่องขยะ มีท่าน ส.ส. ถามเรื่องขยะ ก็ตกลงว่าเราทำโครงการ กำจัดขยะครบวงจร เอกชนจะลงทุนทั้งหมด เราเชื่อว่าเราสามารถกำจัดขยะในพื้นที่ รวมทั้ง เอาขยะที่อยู่ใต้ดินที่ฝังอยู่ยังไม่ค่อยถูกต้องเท่าไรเอาขึ้นมาทำพลังงานให้หมดได้ภายใน ๑๒ ปี อันนี้เป็นแผนที่เราทำ อีกอันหนึ่งที่เป็นเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องนี้ รายได้ของชุมชน ตอนนี้เราเริ่มทำโครงการร่วมกับชุมชนว่าจะพัฒนาชุมชนอย่างไร แผนสาธารณสุขเสร็จแล้ว ลงไปในพื้นที่แล้ว กำลังทำงานด้วยที่ลงไปดูงานนี่ครับ การผลักดันด้านการศึกษาเป็นดีมานด์ ไดรเวน (Demand driven) ตอนนี้มีหลายหลักสูตรอย่างที่ว่า หลักสูตรที่สำคัญน่าสนใจ ก็คือเป็นโครงการที่เอกชนร่วมจ่ายทั้งหมด ตั้งแต่มาคัดเลือกเด็ก ทำหลักสูตรด้วยกัน ที่เรียกว่าอีอีซี โมเดล (EEC Model) ตอนนี้มีนักเรียนอยู่ในกระบวนการนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ คน สิ่งแวดล้อมเราทำแผนเสร็จมาพอสมควรแล้วครับ เรากำลังทำแผนระยะที่ ๒ แผนระยะแรกนี่คือการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเดิม อันที่ ๒ คืออุตสาหกรรมใหม่ที่เราทำ เราไม่ทำปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว อันที่ ๓ ก็คือกำลังทำแผนระยะที่ ๒ ที่เป็นซิงกูลาร์ อีโคโนมี (Singular economy) กำลังทำอยู่ว่าจะยกระดับเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ได้อย่างไร ผมก็ขอเรียนภาพอันนี้🔗

อันสุดท้าย คือเรื่องแผนบูรณาการ ก็ปรากฏว่าเราทำงานเราเอาหน่วยงาน มารวมกันแล้วก็ทำแผนบูรณาการ ก็อย่างที่ว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ทำ ผมขออนุญาต ถ้าเป็นแบบนั้นครั้งหน้า ๆ ผมจะรายงานรายละเอียดว่าแต่ละอัน ๆ มีความก้าวหน้าอย่างไร แต่ ณ วันนี้ถ้าดูเรื่องการเบิกจ่าย ดูเรื่องอะไรก็ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อันนี้พอจะทำได้🔗

ผมขอเรียนตอบเรื่องที่เกี่ยวกับบุกรุกพื้นที่ คือที่เขาไม้แก้วนี่อีอีซี (EEC) ไม่ได้มีโครงการอยู่ ผมจะไปเช็ก (Check) ให้ว่าเป็นอย่างไร กองทัพเรือก็ไม่เคยประกาศว่า ขอขยายพื้นที่ทำสนามบิน แสมสารเป็นเรื่องเดิมมาก ๆ เราก็พยายามเข้าไปดู แต่ว่ามันเป็น เรื่องกฎหมายที่ฟ้องร้องกันอยู่ เราไม่มีออทอริตี (Authority) เข้าไปทำเท่าไร🔗

อันสุดท้ายก็คือเรื่องรถไฟความเร็วสูง เราลงไปดูพื้นที่แล้วครับ มีผู้บุกรุก บุกรุกคือบุกรุก บุกรุกคืออยู่ในพื้นที่ของรถไฟ ๔๖๘ หลัง ทางรถไฟกับพวกเราเราไปชี้แจง ระยะแรกแล้ว แล้วก็การทำงานก็จะมีการเยียวยาเหมือนกับทำงานโครงการอื่นที่ทำมาเยอะแล้ว เช่นรถไฟรางคู่ ความจริงแล้วปัญหาของผู้บุกรุก คือปัจจุบันบุกรุกอยู่แล้วมันก็ไม่ปลอดภัย ไม่ปลอดภัยทั้งผู้บุกรุกด้วยแล้วก็ไม่ปลอดภัยทั้งรถไฟที่วิ่งอยู่ตรงนี้ด้วย รวมกันทั้งหมด🔗

ยังเหลือของท่านวินท์ซึ่งท่านพูดเป็นคนแรก อย่างที่เรียนไปแล้ว อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ต่อมาเป็นอีอีซี (EEC) ใช่ครับ อีสานก็กำลังดูอยู่นะครับ ตอนที่เราทำแผนเรื่องพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเราวางไว้ทั้งหมด ๖ แผน มีของท่านชลน่าน อยู่ข้างบนด้วย แล้วก็มีที่ภาคอีสานด้วย เรื่องสิทธิประโยชน์ที่ท่านวินท์บอกว่าเขาไม่สนใจ เรื่องสิทธิประโยชน์ ก็จริงครับ เขาสนใจเหมือนกันแต่เป็นอันดับ ๓ เราทำการเซอร์เวย์ (Survey) ไว้ว่าเขาสนใจเรื่องความเป็นอยู่และสนใจเรื่องบุคลากร ส่วนสิทธิประโยชน์เป็น อันดับ ๓ ก็สนใจบ้าง ความสามารถในการแข่งขันขึ้นอยู่กับทางว่าเราจะทำส่วนประกอบ ส่วนต่าง ๆ ได้อย่างไร อันที่ถามเรื่องที่เกี่ยวกับการบินและอากาศ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทาง อีอีซีไอ (EECI) เขาทำ คือทาง สวทช. เขาทำเรื่องนี้ ก็อยู่ในเขตอีอีซี (EEC) ของเรา เห็นด้วย กับท่านวินท์เลยครับ ที่จริงแล้วท่านวินท์กับเราทำงานเหมือนกัน คือทำงานนโยบาย อุตสาหกรรมในแนวตั้ง มีเทียร์ ๑ (Tier 1) เทียร์ ๒ (Tier 2) เทียร์ ๓ (Tier 3) อันนี้ ทำเหมือนกันหมด แล้วก็สิทธิประโยชน์ก็เป็นไปตามนั้น รับเบอร์ ซิตี (Rubber city) ของท่านวินท์ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าท่อก๊าซมันไปถึงหรือเปล่า เดี๋ยวจะลองเช็ก (Check) ให้นะครับไม่ได้อยู่กับเรา ของท่านสุรสิทธิ์ก็เป็นเรื่องความก้าวหน้า ผมขอบพระคุณมากครับคิดว่าไม่มีประเด็นอะไร มีประเด็นที่ท่านฝากไว้เรื่องคน อันนี้เรา ดูแล แล้วก็เรื่องขยะก็เรียนไปแล้ว แล้วก็งบประมาณที่ทำก็ถามว่างบประมาณพอไหม ณ วันนี้ก็พอครับ เราไม่ได้ใช้งบประมาณหลวงเยอะแต่ใช้งบเอกชนเยอะ ของท่านจิรัฏฐ์ อันนี้เราพยายามครับครั้งหน้าจะมีเนื้อหาสำคัญมากขึ้น แต่เชื่อใจเราว่าเราไม่ได้ทำให้ ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือนายทุนเรามองประชาชนเป็นหลักอย่างที่เรียน สเตจ (Stage) ข้างหน้าเราทำเรื่องประชาชนมาเยอะ ทำเรื่องการศึกษามาเยอะ เรื่องสิ่งแวดล้อมเราทำแผน สิ่งแวดล้อมไปแล้วอย่างที่เรียน แล้วก็เรื่องคนเราทำเรื่องสัตหีบโมเดล อันนี้ก็เป็นผลงาน ที่เราทำ ด้านผลกระทบจากที่ดินตอนนี้ยังไม่มีสำหรับโครงการตรง ๆ ของเรา ขอบคุณ ท่านพิชชารัตน์ที่กรุณาพูดถึงว่าเนื้อหาสาระก็พอใช้ได้ ขอบพระคุณมาก เราคงจะไปทำต่อ แล้วก็วิกฤติโควิด (COVID) ส่งผลอย่างไร เรื่องอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ไม่กระทบเรายังทำงานได้เหมือนเดิม ส่วนเรื่องการลงทุนมันต้องเลื่อนไปประมาณสัก ๓-๖ เดือน อันนี้ช่วยอะไรไม่ได้ ที่หนักที่สุดคืออุตสาหกรรมอากาศยานกว่าจะฟื้นตัวก็คงจะ เป็นปลายปีหน้า เรื่องเอ็มอาร์โอ (MRO) เรื่องอะไรนี้ก็คงชะลอไปบ้างคือส่วนที่กระทบ ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับกองทัพเรือมีพื้นที่มากขึ้น อันนี้ก็ไม่ได้มีอะไร เรื่องเขายายแก้ว ก็ตอบไปแล้ว ส่วนว่าจะขอพื้นที่ป่าไหม คือตอนนี้เป็นแบบนี้ครับ ตอนที่เราทำผังต้องเรียน ตรง ๆ ว่าพื้นที่ป่าสมบูรณ์เราไม่ยุ่งเลยเราเก็บไว้เท่าเดิม เราเอาพื้นที่เมืองชนบทที่มันไม่เป็น ชนบทแล้วเอามากระจายทำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราเอาพื้นที่ตรงนี้กลับเข้าไปไปทำเป็น บัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) สำหรับแม่น้ำลำคลองทั้งหมดเราทำหมดแล้ว เพราะฉะนั้น เราเชื่อว่าการวางแผนที่ผ่านมาเราสามารถทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ปัจจุบันสำหรับอีอีซี (EEC) แล้วยังไม่ค่อยมีเรื่องฟ้องร้องหรือเรื่องกล่าวหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด ครับ ผมก็ขอบคุณท่านประธานดังนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกมีอะไรติดใจไหม🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็ถือว่าเราได้รับฟัง การเสนอตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งรายงาน เพื่อรัฐสภาได้รับทราบ ถือว่ารัฐสภาได้รับทราบแล้วครับ ขอบคุณท่านเลขาธิการกับคณะ นะครับ วาระต่อไปนะครับ🔗

๒.๗ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒🔗

เรื่องนี้ก็เป็นไปตาม มาตรา ๑๕๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งจำเป็นต้องนำมาเสนอรายงานให้รัฐสภาได้มีโอกาสรับทราบ ผมมี รายชื่อผู้ที่อภิปรายไว้แล้ว ขอเรียนเรื่องเวลานิดหนึ่งครับผมได้ยินสมาชิกบ่นกันอยู่ เรื่อง ๗ นาทีนี่เป็นเรื่องที่เราได้ตกลงหลักการ โดยเฉพาะท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านก็เจตนาดีอย่างยิ่งในการที่จะพยายามทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพ เราได้คุยหลักการกันไว้ว่าเราถือ ๗ นาทีเป็นหลัก เสร็จแล้วมันมีสาระจำเป็นก็อนุโลมให้ครับ ไม่มีปัญหา อย่างที่เราเห็นเมื่อสักครู่นี้ตั้งแต่เช้าจะมีกำหนดไว้ ๗ นาที แต่ว่ามีบางท่าน แต่นอกนั้นก็ ๒๐ นาที ๑๕ นาที🔗

๑๐๑/๑ เพราะฉะนั้นขอได้เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ก็คือ เพื่อทำให้การประชุมนี้มีคุณภาพในเวลาที่เรา จำกัด และสมาชิกได้อภิปรายทุกท่านครับ อันนี้คือสิ่งที่เรียนที่ประชุมได้เข้าใจเรื่องนี้นะครับ ผมขอเชิญสมาชิก ๒ ท่านที่ลงชื่อไว้แล้วนะครับ เนื่องจากเป็นรายงานทุก ๒ ปี เพราะฉะนั้น เข้าใจใน ๗ นาที ท่านมีสิทธิอภิปรายได้เกินกว่านั้น ด้วยความจำเป็นของสาระ ๑. นายองค์การ ชัยบุตร ๒. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอเชิญ คุณองค์การ ก่อนครับ ผมขออญาตนิดเดียวครับ มีผู้ที่จะมาชี้แจง ขอเจ้าหน้าที่ได้ส่งชื่อมาหน่อยครับ รายชื่อที่ขออนุญาตเข้ามาในที่ประชุมนะครับ คือ นายนิวัติไชย เกษมมงคล นายพิเชฐ พุ่มพันธ์ นางสมพร สมผดุง นายประทีป คงสนิท นางจันทิรา จิตรชื่น ขอเชิญครับ🔗

(ผู้แทนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณองค์การครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัด มุกดาหาร ท่านประธานครับ ผมได้ดูในรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีแล้ว เปิดมาหน้าแรก ผมก็มีข้อสงสัย ปกติผมก็ไม่เก่งเรื่องงบประมาณนะครับ แต่เห็นคำว่า มีข้อสงสัยอย่างมี เงื่อนไข ผมก็เลยไม่ดูพารากราฟ (Paragraph) หลังทั้งหมดที่เป็นตัวเลข แต่ผมให้ความสนใจ หน้าแรกที่ผู้สอบได้สรุปไว้แล้วนะครับ กรณีที่มีความเห็นในหมายเหตุที่ ๙ เกณฑ์ในการ แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข รายการที่ไม่สามารถตรวจสอบให้ได้หลักฐานการตรวจสอบ บัญชีอย่างเพียงพอ หมายเหตุที่ ๙ ก็คือหมวดที่ดินอาคารอุปกรณ์และอาคารสิ่งปลูกสร้าง และครุภัณฑ์ อ่านไปอ่านมายอดตามบัญชีสูงกว่ายอดทะเบียนคุมทรัพย์สินประมาณ ๔๔ ล้านบาทครับท่านประธาน ก็ตามไปที่ว่า ป.ป.ช. ไม่สามารถที่จะหาเอกสารมาชี้แจงได้ นี่ล่วงมา ๒ ปีแล้ว ถามว่าทรัพย์สินพวกนี้มีรูปร่างมีตัวตนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ต่างกับทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง และถามว่าเกินมาได้อย่างไร ผมเองก็สงสัยจำนวน ๔๔ ล้านบาทกว่านี้มาได้อย่างไร เพราะผู้สอบก็บอกว่าไม่สามารถที่จะหาหลักฐานตรวจสอบ ให้พึงพอใจได้ ถามว่าข้อบกพร่องตัวนี้ใครรับผิดชอบ หรือเป็นความผิดของใคร ถ้าในสหกรณ์ บ้านผม ถ้าตรวจสอบบัญชีประมาณนี้แล้วต้องมีผู้รับผิดชอบนะครับ อย่างน้อย ๆ ก็ประธาน กับกรรมการรับผิดชอบ แต่ตัวนี้ผู้สอบยังไม่สามารถที่จะบรรจุหรือชี้ลงไปว่าใครรับผิดชอบ หน่วยไหนรับผิดชอบ ใครรับผิดชอบ ผมยังไม่พูดถึงว่าทุจริตหรือไม่ทุจริตนะครับ ถามหาคน รับผิดชอบก่อน นี่คือประการหนึ่งที่ผมสงสัย🔗

ประการต่อมา ในหน่วยของ ป.ป.ช. ท่านเองก็ไปตรวจสอบแต่คนอื่น ถ้ามา ตรวจสอบผมก็ให้ผมหาเอกสารมาให้ครบ ถ้าไม่ครบก็ชี้มูลความผิดว่าทุจริต ข้อกล่าวหามีมูล อันนี้คือบทบาทของ ป.ป.ช. ที่เห็นออกหน้าโทรทัศน์ หน้าทีวี (TV) ที่เราเห็นทั่วไป ผมเองก็มีข้อสงสัยว่าทำไม ป.ป.ช. เองไม่ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์บ้างในเชิงป้องกัน การให้ ข้อมูล การให้ความรู้ในหน่วยงานที่ท่านไปตรวจสอบหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ท่านไปตรวจสอบ ที่ท่านเกี่ยวข้องใช้ยุทธศาสตร์ในการป้องกันก่อนดีกว่าท่านจะใช้ยุทธศาสตร์ในการ ปราบปรามหรือชี้มูลความผิดให้คนอื่นได้รับโทษ ซึ่งมันก็ไม่ดี ผมเองก็ไม่ชอบ ในส่วนหนึ่ง ผมมีความเห็นอยู่ประมาณ ๒-๓ ประเด็น สั้น ๆ นะครับท่านประธาน🔗

ตัวสุดท้ายอันนี้เท็จจริงบ้างอย่างไรผมไม่ทราบ และผมเองก็ยังไม่เข้าใจ นะครับว่าทำไมองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. นี้แหละเขียนระเบียบประกาศค่าตอบแทนให้กับ ตนเองได้ ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ประเทศเป็นอย่างนี้ สมควรหรือไม่ อย่างไร ผมเองไม่เข้าใจ ที่ถาม ผมไม่เข้าใจ และมีข้อสงสัย ผมอาจจะใช้เวลาไม่ถึง ๗ นาทีนะครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

แต่อย่างไรแล้วอยากให้ ท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงได้ตอบคำถามผมด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ขออีกท่านนะครับก่อนที่จะมีการชี้แจง🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ก็มาขออภิปรายในวาระนี้นะครับ รายงานผู้ตรวจสอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงาน ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายไป ผมเลยจะขอใช้เวลาส่วนที่เหลือของท่านองค์การนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

เพราะว่าผมคงพูด ยาวสักนิดหนึ่งและลงรายละเอียด ต้องขอบคุณคณะของ สตง. อย่างยิ่งมากเลย โดยเฉพาะ เรื่องความโปร่งใส การมีจริยธรรม มีเหตุผลในการตรวจสอบบัญชี ปี ๒๕๖๑ ท่านโปร่งใส จริง ๆ ทำไมถึงโปร่งใส เดี๋ยวผมพาท่านทัวร์ไปในเอกสารเล่มปี ๒๕๖๑ ที่ท่านองค์การ พูดไปแล้วในรอบแรก🔗

ในปี ๒๕๖๑ นั้นสำนักงาน ป.ป.ช. มีงบประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ภายใต้กรอบอะไรครับ ภายใต้กรอบแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริตระยะ ๓ นะครับท่าน ระยะ ๓ คือปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ปีนี้ปีสุดท้าย กำหนดว่า เป้าหมาย เป้าประสงค์ของเชิงยุทธศาสตร์นั้นจะยกระดับคะแนนของดัชนีการรับรู้ทางทุจริต ที่ภาษาอังกฤษเขียนคอร์รัปชัน เพอร์เซปชัน อินเดกซ์ (Corruption Perception Index) หรือซีพีไอ (CPI) จะต้องสูงกว่าร้อยละ ๕๐ นะครับ ซึ่งในปีที่ทำตัวเลขตัวนี้ก่อนปี ๒๕๖๐ คือ ปี ๒๕๕๙ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๓ ครับท่าน อยู่ในคะแนน ๓๗ แพ้ประเทศสิงคโปร์ กับแพ้ประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะไต่ระดับให้ขึ้นสูง ปีนี้ปี ๒๕๖๔ ที่เขาจัดงบประมาณในงบประมาณยุทธศาสตร์การจัดสรร ผมจะดูว่าผลจะได้ อย่างไร แต่คิดว่ากระแสโควิด-๑๙ (COVID-19) คงฟาดเต็ม ๆ นะครับ แล้วก็คงตก ผมบอกไว้ คงตกต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน นั่นคือตัวผลสัมฤทธิ์ที่ผมคาดเดาไว้เลยนะครับ ท่านประธานครับกลับมาดูในเอกสารรายงานนะครับ โดยเฉพาะในรายงานนั้นผมก็ กราบเรียนว่าตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในผู้ตรวจการแผ่นดินได้บอกชัดโดยเฉพาะในหมายเหตุ หมายเหตุที่ ๙ ที่ท่านองค์การพูดไปแล้วเรื่องที่ดิน อาคาร อุปกรณ์และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีตัวเลข ๑,๒๓๙ ล้านบาทเศษ แล้วก็ครุภัณฑ์สุทธิในตัวเลข ๓๘๖ ล้านบาทเศษ ในหมายเหตุที่ ๙ ซึ่งบอกเลยว่าตัวเลขทั้งหมดมัน ๑,๖๒๕ ล้านบาทเศษ มันมียอดบัญชีสูง กว่ายอดที่จดในสมุดคุมครับ สมุดคุมทรัพย์สิน แสดงว่าทุกหน่วยงาน ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินต้องมีสมุดคุมทรัพย์สินครับท่าน ทีนี้สมุดคุมทรัพย์สินปรากฏว่าเกิน ๔๔ ทีนี้ผมจะไล่ไปดูว่า แล้วท่านบอกเลยว่าสำนักงาน ไม่สามารถจะชี้แจงหรือแสดงหลักฐานถึงผลต่างของรายการดังกล่าวได้ สตง. จึงบอกว่า ไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบอื่น ๆ คือท่านก็บอกว่าตัวเองท่านโปร่งใสมาก ท่านก็ค้นหาวิธี ตรวจสอบอย่างอื่นแล้วให้เป็นที่พอใจในความถูกต้องไม่ได้ สรุปว่าจึงไม่สามารถสรุปได้ว่า จำเป็นจะต้องปรับปรุงจำนวนรายการดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด ดูในเอกสารที่ปรากฏคือ ในหน้า ๔ จะเห็นตัวเลขครับท่าน ตัวเลขที่สรุปแล้วในหน้า ๔ ก็จะบอกเลยครับว่ามีเหตุผล และความจำเป็นอย่างไร ในหน้า ๔ จะเห็นว่าตัวเลขที่เห็นอยู่ในช่องหมายเหตุที่ ๙ ๑,๖๖๖ แล้วผมให้พลิกไปดูในหน้า ๑๔ จะพบเห็นเลยครับท่าน เอกสารในหน้า ๑๔ จะมีเห็น เป็นตัวเลขของเหตุผลดังกล่าวว่าในหน้า ๑๔ ในหมายเหตุที่ ๙ มีรายละเอียดครับ รายละเอียดที่จะบอกว่าทำไมตัวเลข ๔๔ มาจากไหน แต่ผมคำนวณตัวเลขง่าย ๆ ครับ ท่านประธานครับ ที่ว่ามันทะแม่ง ๆ ก็เพราะท่านดูตัวเลขครับว่ารวมที่ดินครุภัณฑ์ ในปี ๒๕๖๐ ๑,๔๖๗,๑๗๗,๘๕๙.๔๗ บาท นั่นคือตัวเลขกลม ๆ ที่นิ่ง ๆ เลยว่าสุทธิ ของปี ๒๕๖๐ แล้วท่านไปดูหมายเหตุที่ ๑๕ ครับ หน้า ๑๗ ซึ่งปรากฏว่ามีค่าครุภัณฑ์ จะเขียนว่าครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้างในปี ๒๕๖๑ ๒๘๔,๗๕๘,๘๐๐ บาทนะครับ บวกกันได้ ๑,๗๕๑,๙๓๖,๕๕๙.๔๗ บาท เห็นไหมครับ เห็นตัวเลขเลยว่าเพิ่มถึง ๑,๗๐๐ แล้วท่านลบ ตัวเลขไปลบตัวเลขมามันลดค่าต่าง ค่าเสื่อมราคา ท่านเอาค่าเสื่อมราคาที่อยู่ในตาราง ปี ๒๕๖๑ มาดูนะครับ ค่าเสื่อมราคาของอาคารที่ดิน ๕๗๓,๘๔๑,๑๐๔.๖๔ บาท บวกค่าเสื่อมราคาของครุภัณฑ์ ๓๘๖,๕๕๑,๔๘๖.๘๗ บาท รวมแล้ว ๙๖๐,๓๙๒,๕๙๑.๕๑ บาท นี่คือค่ามูลค่าของวายุของช่วงนั้นที่มันเสื่อมลงไป เห็นไหมครับว่าเสื่อมลงไป ๙๐๐ กว่า ท่านบวกลบเองนะครับ ผมว่านี่คือที่มาของการที่ท่านไม่รับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง เพราะว่า มีอีก ๒ ประเด็นนะครับ ขอบวกเพิ่มนิดหนึ่ง🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

นั่นคือหน้าเอกสาร ในประเด็นแรกนะครับ ส่วนประเด็นที่ ๒ ท่านไปดูในหน้า ๓ ครับ ท่านจะเห็นเลยครับว่า ผลสรุปที่ท่านสรุปไว้บอกความไม่เหมาะสมของการใช้เกณฑ์การตรวจบัญชีสำหรับ การดำเนินการต่อเนื่องของผู้บริหารและหลักฐานการตรวจบัญชีที่ได้รับ สรุปว่าไม่มี ความแน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ ที่อาจเป็นเหตุให้เกิด ข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถของหน่วยครับ สตง. บอกเลยครับความสามารถ ของหน่วยอย่างนี้ครับ ตรงนี้ละครับ ผมเคยอภิปรายไว้เมื่อคราวที่แล้วท่านคงจำได้ครับ ตรง ๆ เลยนะครับ แล้วก็อภิปรายของ ป.ป.ช. ว่าประสิทธิภาพในงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ไม่เป็นไปตามที่ว่า นั่นคือในหน้า ๓ ซึ่งจะเห็นเลยครับว่ามันมีการประเมินผลของท่านไว้ ทีนี้ในหน้า ๓ จะมีเหตุอันหนึ่งที่ควรดูต่อไปนะครับ โดยเฉพาะดูเอกสารหมายเหตุที่ ๕ หน้า ๑๑ ครับ จะพบตัวเลขเงินสด ตอนท้าย ในตารางหมายเหตุที่ ๔.๘ ท่านบอกว่า การจัดทำรายงานการเงินฉบับนี้สำนักงาน ป.ป.ช. จัดทำข้อมูลในระบบบัญชีของหน่วย ซึ่งมีข้อคลาดเคลื่อนกับรายการเงินของระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) เนื่องจากข้อมูล แบบ บช. ๐๕ ไม่ครบถ้วน สำนักงาน ป.ป.ช. ผมว่า สตง. โปร่งใสจริง ๆ แต่ทีนี้กลับมาดูครับ ผมสงสัยในเงินที่ถืออยู่ ท่านประธานครับ ท่านดูในรายละเอียดว่าเงินที่อยู่ในสถาบันการเงิน ไม่มีปรากฏอยู่ เงินฝากครับ ในหน้านี้หมายเหตุที่ ๕ มีเงินฝากในสถาบันการเงิน ๑,๔๗๕ ล้านบาท แต่ถัดไปในหน้า ๑๒ ไม่บอกว่าเงินตรงนี้อยู่แบงก์ไหน บอกแต่ว่ามีเงิน คงคลัง มีเงินสดในมือ มีเงินย่อย มีเงินฝาก แต่ไม่บอก เพราะอะไรครับ ท่านไปดูครับว่า ท่านมีรายได้อยู่เท่าไร ในช่องรายได้ท่านดูหน้าถัดไป รายได้ของเงินยอดนี้ในหน้า ๑๘ บอกอะไรครับ มีรายได้หลักของรายได้อื่น ๆ หน้า ๑๘ คือหมายเหตุที่ ๑๖ บอกว่ารายได้ ดอกเบี้ยจากสถาบันเงินฝาก ๖,๙๔๐,๔๑๙.๑๙ บาท และแถมมีรายได้หลักอีกอันหนึ่งครับ รายได้จากรายได้ค่าปรับ ผมไม่รู้ว่าปรับใครตั้ง ๙,๓๑๕,๔๗๘.๖๕ บาท เห็นไหมครับ มีรายได้หลักตั้ง ๑๗ ล้านบาท ที่มีอยู่ในหมายเหตุที่ ๑๖ ผมเลยตั้งคำถามครับ ช่วยตอบ ผมด้วย สรุปว่ารายได้ของ ป.ป.ช. มีเงินฝาก ๑,๔๗๕ ล้านบาท อยู่แบงก์ไหน แล้วทำไมไม่ชี้แจง ไว้ในเอกสาร เพราะเป็นแหล่งดอกเบี้ย นั่นคือสิ่งหนึ่ง แล้วก็ค่าปรับอะไร สิ่งสำคัญก็คือ ค่าปรับนั้นท่านต้องไปติดตามอีกอันหนึ่งว่าเป็นผลสัมฤทธิ์สำคัญด้วยหรือไม่ จากการติดตาม การประเมินผลของหน่วยรับงบประมาณ ผมอยากเรียนให้ทาง ปปง. ช่วยไปดูเรื่องการติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติใหม่ ที่เรียกว่า อีเมนเซอร์ (eMENSCR) เรื่องของการเฝ้าติดตามวอลุ่ม (Volume) ของการใช้เงินด้วยว่า คุ้มไหม ปี ๒๕๖๔ ตัวชี้วัดที่เขียนไว้ในเอ็ม ๑ (M1) ถึงเอ็ม ๖ (M6) แล้วเอ็ม ๗ (M7) ใครเป็น คนอนุมัติ มันจะซักเซส (Success) หรือไม่ ผมจะติดตามต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรจะสอบถามไหมครับ เพราะเดี๋ยวจะให้ท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงพร้อมกันไป🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มี เชิญท่านรอง เลขาธิการเลยครับ🔗

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขออนุญาตกล่าวขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องรายงานการตรวจสอบบัญชี ของทางสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีการจัดทำโดย สตง. หรือสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ กับปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต ยอมรับว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีการจัดทำ รายงาน และมีข้อสังเกตในหมายเหตุที่ ๙ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่าน ได้ให้ข้อแนะนำไว้ว่าเป็นข้อบกพร่องจริง ๆ ในการทำงานของทาง ป.ป.ช. สืบเนื่องจากกรณีหมายเหตุที่ ๙ นั้นจะเป็นเรื่องค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รายการอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งปรากฏว่าในการลงทะเบียนครุภัณฑ์ในระหว่างสำนักงาน บริหารงานคลังและสำนักบริหารทรัพย์สิน ป.ป.ช. มีการลงตัวเลขที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากว่า การลงตัวเลขก็จะมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องวันที่มีการรับทรัพย์สินเข้ามาเป็นครุภัณฑ์ของ สำนักงาน ป.ป.ช. ที่อาจจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากหน่วยหนึ่งใช้การนับ การลงทะเบียนนับแต่วันที่ได้มีการตรวจรับงาน แต่ทางสำนักบริหารทรัพย์สินใช้วันที่ได้ มีการรับของจริงเพื่อนำไปลงทะเบียนครุภัณฑ์และออกหมายเลขครุภัณฑ์ เป็นเหตุให้ มีตัวเลขคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ประเด็นก็คือเมื่อมีการคลาดเคลื่อนนั้นทาง สตง. เข้ามา ตรวจสอบและเห็นว่าไม่สามารถรับรองได้ เนื่องจากรายงานทั้ง ๒ อันไม่สัมพันธ์กันนะครับ อย่างไรก็ดีในการดำเนินการจัดทำรายละเอียดการหักค่าเสื่อมราคาของครุภัณฑ์อาคาร หรืออุปกรณ์ที่มีปัญหา ซึ่งได้มีการลงทะเบียนทรัพย์สินไว้สูงเกินกว่าค่าที่เป็นจริง คือ ๔๔,๒๙๑,๗๙๘.๕๔ บาท ปรากฏว่าในปีต่อมาทาง ป.ป.ช. ได้มีการจัดทำรายละเอียด ครบถ้วน แล้วก็ได้มีการรายงานและแจ้งผลไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบ ซึ่งก็จะปรากฏว่าในรายงานการตรวจสอบในปี ๒๕๖๒ ของ สตง. เองจะไม่ปรากฏ รายละเอียดในเรื่องนี้อีก เพราะฉะนั้นทาง ป.ป.ช. ยอมรับครับว่าอาจจะมีความเข้าใจ คลาดเคลื่อนของหน่วยงานผู้ปฏิบัติทั้ง ๒ หน่วยงาน แต่บัดนี้ก็ได้มีการดำเนินการแก้ไข ให้ครบถ้วนถูกต้องแล้ว แล้วก็ในปี ๒๕๖๒ ถ้าสังเกตจากรายงานหมายเหตุที่ ๙ ก็จะไม่ได้ มีกำหนดหรือมีการเขียนไว้อยู่ในรายงานในปี ๒๕๖๒ แล้วนะครับ อันนี้จะเป็นประเด็นแรก🔗

ส่วนในประเด็นที่ท่านได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ของทาง ป.ป.ช. ที่มีลักษณะเหมือนกับการจ้องจับผิดทางด้านเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้นะครับผม ในการทำงานของทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนะครับ ในเรื่อง การดำเนินการกรณีที่มีการกล่าวหาเข้ามา คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งเจ้าหน้าที่จะต้อง ดำเนินการรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริง ซึ่งในการดำเนินการนั้นก็จะมีการขอทราบ ข้อเท็จจริง และขอให้ทางท่านได้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหา หรือไม่ อย่างไร ซึ่งก็ต้องดูว่าข้อเท็จจริงนั้นมีเหตุผล มีหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยหรือไม่ ไม่ใช่ว่ามีการเชิญมาแล้วสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้นะครับ เพราะว่าการไต่สวน ป.ป.ช. เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนในเบื้องต้น จะต้องมีการ ส่งเรื่องหรือส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ถ้าอัยการสูงสุด พิจารณาเห็นด้วยว่าสำนวนเพียงพอ พยานหลักฐานครบถ้วนถึงจะมีการฟ้องไปยังศาล ซึ่งก็ยังมีกระบวนการขั้นตอนของการพิจารณาของศาลนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้เชื่อใจได้ นะครับว่าในกระบวนการยุติธรรมมีหน่วยงานกรองนะครับ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน นอกเหนือจากทาง ป.ป.ช. แล้ว🔗

นอกจากนี้ท่านก็มองว่าทำไมทาง ป.ป.ช. ถึงไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องลงไป ดำเนินการในเชิงป้องกัน ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าทาง ป.ป.ช. เอง มียุทธศาสตร์ในการดำเนินการการป้องกันมาโดยตลอด ก็คือการให้ความรู้ การส่งเสริมให้ ประชาชนได้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ตระหนักถึงเรื่อง การทุจริตมีผลกระทบและเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ รวมทั้งยังสนับสนุนให้ ประชาชนรวมทั้งองค์กรเอกชนต่าง ๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ภาคส่วนราชการ รวมตัวกันเพื่อเป็น แนวร่วมให้กับทาง ป.ป.ช. วันนี้เรามีชมรมสตรอง (Strong) นะครับ ช่วยในการดูแลเกี่ยวกับ เรื่องการเฝ้าระวัง นอกจากนี้แล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ในมาตรา ๓๕ เองยังได้มีบทกฎหมายกำหนดให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรืออาจเชื่อได้ว่าจะมีการทุจริต หมายความว่า การทุจริตอาจจะยังไม่เกิดขึ้น ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงไปตรวจสอบ ถ้าเห็นว่าอาจจะมี การดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบ ก็ให้ไปดำเนินการให้ข้อแนะนำหรือเป็นการป้องปรามไว้ อย่าให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะเป็นบทบัญญัติใหม่ตามกฎหมายใหม่ ที่กำหนดให้อำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. สามารถที่จะลงไปดำเนินการป้องกันก่อนโดยมีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งแตกต่างจากเดิม ซึ่ง ป.ป.ช. เหมือนพนักงานสอบสวน ต้องมีเหตุเกิดขึ้นก่อนถึงจะมีการมาร้องทุกข์หรือมีการ กล่าวโทษ แต่ความเสียหายนั้นมันเกิดขึ้นไปแล้วในเรื่องนี้ ผมขออนุญาตท่านประธาน ถอดหน้ากากครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นมิติใหม่ในการทำงานของ ป.ป.ช. ต่อไปนะครับ อันนี้ก็จะเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ🔗

กรณีที่ท่านสอบถามเกี่ยวกับเรื่องว่า ป.ป.ช. มีอำนาจออกระเบียบ ขึ้นค่าตอบแทนให้กับตนเองหรือไม่ ความจริงก็มีเคส (Case) แล้วนะครับผม กรณีการขึ้น ค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทางศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองได้วินิจฉัยแล้วว่าขึ้นไม่ได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทน เงินสวัสดิการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ เงินเดือนหรือค่าตอบแทนซึ่งต้องผ่านสภา แต่ถ้าหากเป็นข้าราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของทางสำนักงาน ป.ป.ช. แล้ว กฎหมายได้มีการกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจที่จะออกระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับเรื่องการกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน เงินเพิ่มพิเศษ และค่าตอบแทนได้ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงาน อันนี้เป็นบทบัญญัติว่าอยู่ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญครับ ก็ต้องขออนุญาตชี้แจงในประเด็นนี้ ส่วนรายละเอียดที่ทางท่าน ให้ข้อสังเกตในรายงานการประชุม ในแต่ละหน้านั้นเดี๋ยวผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน จะขออนุญาตให้ทางท่านผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคลังได้ช่วยชี้แจง ในรายละเอียดตามประเด็นที่ท่านได้กล่าวมานะครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางจันทิรา จิตรชื่น ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคลัง

ขออนุญาตค่ะ กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมนะคะ ดิฉัน นางจันทิรา จิตรชื่น เป็นผู้อำนวยการ สำนักบริหารงานคลัง เกี่ยวกับที่ท่านสมาชิกท่านได้กรุณาสอบถามในเรื่องของยอดเงิน ในตัวบัญชี ก็จะมีที่ท่านถามในเรื่องของเงินฝากธนาคาร เงินฝากธนาคารของสำนักงาน ป.ป.ช. เราก็จะฝากไว้ทั้งหมดที่ธนาคารกรุงไทย ยอดเงินของเงินฝากธนาคารจะเป็น รายการที่รวมทั้งเงินที่ ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการเบิกจ่ายในปี แล้วก็เป็นตัวเงินที่เราจะต้อง มีการกัน เป็นงบประมาณที่ได้รับมาจากปีก่อนแล้วก็นำมาจ่ายในปีนี้ หรือว่าถ้ายังจ่ายปีนี้ ไม่ทันก็จะมีการกันเงินเพื่อจ่ายในปีถัด ๆ ไป แต่มันจะเป็นเงินที่เราได้รับจัดสรร ของบประมาณมา ตัวเงินทั้งหมดเราก็จะฝากไว้ที่ธนาคารกรุงไทย ที่ท่านถามว่ายอดของ ดอกเบี้ย ๖.๙ ล้านบาท ก็จะเป็นเงินฝากที่เรานำไปฝากไว้ในธนาคารกรุงไทยเป็นบัญชี ประเภทออมทรัพย์ทั้งหมดค่ะ ส่วนค่าปรับที่ท่านสงสัยว่าเป็นค่าปรับอะไรนะคะ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีการจ้างบริษัทดำเนินการวางระบบในด้านไอที (IT) แล้วทีนี้ปรากฏว่าผู้รับจ้าง เขาไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาได้ มันเป็นค่าปรับที่เกิดจากการจัดซื้อ จัดจ้าง ผู้รับจ้างก็ยินยอมที่จะเสียค่าปรับ เพื่อไม่ให้ทางตัวผู้รับจ้างเองตกเป็นผู้ทิ้งงานนะคะ ในส่วนของตัวเลขที่ท่านได้สอบถามในเรื่องของตัวรายการทรัพย์สินก็เป็นที่ท่านรองเลขาธิการ นิวัติไชยท่านได้นำเรียนต่อที่ประชุมไปแล้วค่ะว่า จริง ๆ มันไม่ได้เกิดจากการผิดพลาด ในเรื่องของไม่มีตัวทรัพย์สินหรือว่ามีการจ่ายเงินแล้วก็ไม่มีการบันทึกทรัพย์สินหรืออะไร อย่างนี้ ไม่มีในเรื่องของการทุจริตผิดพลาดในประเด็นนั้นนะคะ แต่จะเป็นการผิดพลาด ของตัวเจ้าหน้าที่เอง อันนี้ต้องยอมรับค่ะ ที่ทาง สตง. ตรวจสอบโดยแสดงความเห็นอย่างมี เงื่อนไข เนื่องจากว่า สตง. เองกับ ป.ป.ช. เราก็พยายามที่จะหาสาเหตุ คือ ป.ป.ช. เราจะมี การสอบทานข้อมูลระหว่าง ๒ สำนัก ก็คือสำนักบริหารงานคลัง เราจะเป็นฝ่ายจ่ายเงิน แล้วก็จะมีสำนักบริหารทรัพย์สินเป็นฝ่ายที่คุมทรัพย์สิน เพื่อเป็นการสอบยันข้อมูล ระหว่างกันไม่ให้มีการจ่ายแล้วก็ควบคุมทรัพย์สินอยู่ในสำนักเดียวกัน🔗

- ๑๐๗/๑ . ทีนี้พอเป็นตัวเลขที่เกิดจาก ๒ สำนัก เวลาที่เอาข้อมูลมาใช้ เวลา สตง. เข้าตรวจสอบ ทาง ๒ สำนักก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาดของทั้ง ๒ สำนักที่ไม่ได้เอาตัวเลขมาชนกัน พอ สตง. ตรวจสอบ สตง. ก็เป็นฝ่ายที่ ๓ ที่เข้ามาดูในข้อมูลร่วมกัน ปรากฏว่า สตง. เอง ก็ต้องรับรองงบการเงินภายใน ๑๘๐ วัน เราก็พยายามหาสาเหตุของการแตกต่าง ภายใน ๑๘๐ วัน เราไล่หาตัวรายละเอียดของเอกสารยังได้ไม่ครบถ้วน สตง. ก็บอกว่ารอไม่ได้แล้ว เพราะมีกฎหมายของ ๑๘๐ กำหนดอยู่ ก็เลยออกความเห็นอย่างมีเงื่อนไข แต่ในระหว่างนั้น พอออกความเห็นอย่างมีเงื่อนไขแล้วเราก็ดำเนินการที่จะแก้ไข ก็เจอสาเหตุเป็นอย่างที่ ท่านรองนิวัติไชยได้นำเรียน คือมีทั้งตัวทรัพย์สินที่บันทึกวันที่ต่างกันระหว่างฝ่ายบริหาร งานคลังกับบริหารทรัพย์สิน มีทั้งอัตราที่คิดค่าเสื่อมราคาที่สลับประเภทกัน เอาของตัว ประเภทหนึ่งซึ่งต้องคิดค่าเสื่อม ๕ เปอร์เซ็นต์มาใช้อีกประเภทหนึ่งคือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีกประเภทหนึ่งต้องใช้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ท่านก็ใช้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องยอมรับว่าเป็น ความผิดพลาดจริง ๆ ในเรื่องของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ได้ดำเนินการแก้ไขกันอย่างเต็มที่แล้ว จนกระทั่งในปี ๒๕๖๒ งบการเงินก็คือ สตง. ก็แสดงความเห็นว่างบการเงินถูกต้อง ตามที่ควรแล้ว ก็ไม่มีเงื่อนไขอันนี้ ซึ่งตัวรายการที่เจอข้อผิดพลาดก็ได้มีการทำรายการ ปรับปรุงบัญชีกันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก ยังมีอะไรติดใจไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็ถือว่าได้มีโอกาส ซักถาม แล้วก็ทางรองเลขาธิการกับคณะก็ได้ตอบชี้แจงนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๑๕๖ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอขอบพระคุณท่านรองเลขาธิการ กับคณะทุกท่านครับ🔗

๒.๘ รับทราบรายงานตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประจำปี ๒๕๖๒🔗

ประการที่ ๑ เรื่องที่เป็นข้อคำถามหรือสิ่งที่ค้างคาใจพี่น้องประชาชน มาโดยตลอด พวกผมเองก็โดนถามในฐานะเป็นผู้แทนของประชาชนว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ใครคือผู้รับทุนของ สสส. งบประมาณที่ท่านได้ในปี ๒๕๖๒ ทั้งหมด ๔,๕๖๐ ล้านบาท แน่นอนครับ มีงบที่พูดถึงการบริหารจัดการใด ๆ ต่าง ๆ บ้าง ซึ่งก็มีจำนวนไม่เยอะ แค่ไม่ถึง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด งบที่เหลืออีก ๙๒ เปอร์เซ็นต์ในจำนวน ๔,๒๓๑ ล้านบาทนั้นคือการให้งบประมาณสนับสนุนกับการขอใช้ทุนไปดำเนินในกิจกรรม ต่าง ๆ ซึ่งมีมากกว่า ๓,๐๐๐ กิจกรรมด้วยกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ดี มีผู้ที่ขอรับทุนก็มากกว่า ๓,๐๑๕ รายด้วยกัน ในสัดส่วนของบรรดาผู้รับทุนมีทั้งส่วนที่มาจากองค์กรประชาชน มีทั้ง ส่วนที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีองค์กรด้านสาธารณสุข องค์กรชุมชน องค์กร ชาวบ้านต่าง ๆ รวมไปถึงกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งก็แน่นอนครับ เราก็มีคำถามอยู่ เล็กน้อยเช่นเดียวกันว่า งบประมาณที่กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ไปขอนั้นเพราะเหตุใด เขาโดนตัดงบจากสภาแห่งนี้หรืออย่างไรที่จำเป็นต้องไปขอท่าน อันนั้นไม่เป็นไรไม่ว่ากัน แต่ในบรรดางบประมาณกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่ สสส. อุดหนุนให้นั้นคือการจ่ายให้กับมูลนิธิ และองค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ๑,๒๔๖.๒๒ ล้านบาท คำว่ามูลนิธิเราเข้าใจได้ คนเรียน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็จะรู้ว่ามันมีหมวดว่าด้วยมูลนิธิ มีหมวดว่าด้วยสมาคม อันนี้เป็นเรื่องปกติ แต่พอพูดถึงองค์กรสาธารณประโยชน์ ผมก็พยายามจะเข้าไปอ่านใน พ.ร.บ. ในการก่อกำเนิดของ สสส. ว่ามีการเขียนความหมายองค์กรสาธารณประโยชน์ไว้ หรือไม่ ผมยังไม่พบนะครับ แต่ไม่รู้ว่ามีระเบียบมีกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ท่านออกมาต่างหาก หรือไม่ ไปเปรียบเทียบกับองค์กรสาธารณประโยชน์ที่มีการใช้กฎหมายพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ก็ไม่แน่ใจว่านั่นใช่ความหมายเดียวกันหรือไม่ ฉะนั้นในบรรดา องค์กรมูลนิธิกับองค์กรสาธารณประโยชน์นั้นตกลงแล้วนิยามความหมายคืออย่างไร สัดส่วน น้ำหนักอยู่ที่มูลนิธิเท่าไร สัดส่วนอยู่ที่องค์กรสาธารณประโยชน์เท่าไร แล้วเอาเข้าจริง ๆ สิ่งที่ พี่น้องประชาชนถามมาโดยตลอดก็คือว่า เขาไม่มั่นใจหรอกว่าเวลาที่เราพูดถึงองค์กร สาธารณประโยชน์เหล่านั้น จริง ๆ แล้วมันเป็นองค์กรที่มีการจัดตั้งเฉพาะกิจ มีการรวมตัว กันเฉพาะครั้ง มีความต่อเนื่องของการขอรับทุนเป็นกลุ่มเป็นก้อน ซึ่งเป็นประเด็นที่ ภาคประชาชนคาใจมาโดยตลอดหรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นแรก แต่ผมคิดว่าเป็นประเด็น สำคัญ เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดที่เราปักธงทางความคิดในเชิงก้าวหน้า เช่น การพูดถึงการเปิดสุราก้าวหน้าเพื่อทลายการผูกขาดการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้กระทั่งการที่เรากำลังพูดถึงการเปิดให้มีการใช้หรือการเล่นกีฬาที่เรียกว่าอีสปอร์ต (e-Sports) ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนก็สนใจเรื่องนี้มาก ก็จะมีกลุ่มคนหน้าเดิม ๆ คุ้น ๆ มาทักท้วงมาพูดคุย พอเราหาข้อมูลไปมาก็คล้าย ๆ กับว่าหลายกลุ่มนั้นได้รับเงินสนับสนุน จาก สสส. ซึ่งผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องขอความชัดเจนเป็นประการที่ ๑ ไม่เช่นนั้นเราก็คงพูดกันลำบากว่าตกลงแล้ว สสส. มีจุดยืนต่อการที่ทลายการผูกขาดการผลิต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนโดยทั่วไปเขามีส่วนร่วมได้บ้าง คนละเรื่องกับการดื่มนะครับ นี่คือการทลายการผูกขาด หรืออีสปอร์ต (e-Sports) ที่เปิดให้คนได้สร้างสรรค์ประเทศให้เด็ก และเยาวชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพต่าง ๆ บ้างอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็น สำคัญประการที่ ๑ ครับ🔗

ในประการที่ ๒ สสส. มีกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ผมสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมโชคดีนะครับ สสส. จัดหนังสือที่ผมเคยเป็นบรรณาธิการอยู่ฉบับหนึ่ง พูดถึงทางเลือก ทางรอดของครูข้างถนนของการทำงานกับเด็กเร่ร่อน ต่างด้าว เป็นหนึ่งในหนังสือ ๑๐๐ เล่ม ที่ สสส. ระบุว่าเป็นสิ่งที่คนไทยหรือเยาวชนไทยควรได้อ่าน อันนี้ขอบพระคุณท่านเลยครับ ที่ท่านได้ช่วยในการตีพิมพ์ แต่อย่างไรก็ตามเราพบว่างบประมาณที่ สสส. ใช้นั้นในแง่ของ ด้านสุขภาวะทางเพศ สุขภาวะทางชุมชน มันอาจจะยังจัดลำดับความสัมพันธ์ไม่ถูกต้อง แน่นอนครับ เราคงจะไม่พูดถึงประเด็นสถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งผมคิดว่าอาจจะอยู่ใน รายงานปี ๒๕๖๓ แต่นี่ย้อนไปดูในเรื่องปกติก่อนครับ สสส. ทำกิจการในเชิงเล็กเยอะมากครับ เรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นท่านก็ทำ เรื่องการส่งเสริม การจัดการในชุมชน เรื่องชุมชนปลอดภัยต่าง ๆ ท่านก็ทำ แต่เราไม่เห็นโครงการในลักษณะ การประสานทรัพยากรในระดับพื้นที่ที่จะถ่วงดุลหรือช่วยเหลือสุขภาวะที่ครบถ้วนรอบด้าน อย่างไร ท่านประธานทราบไหมครับเพื่อนสมาชิกเราหลายคนลงพื้นที่ในช่วงโควิด (COVID) เราเจอผู้ป่วยติดเตียงเต็มไปหมดเลย เราเจอผู้สูงอายุที่อยู่กันตามลำพังโดยทั้งวันไม่มีผู้ดูแล เราเจอคนพิการที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ ซึ่งหลายชุมชนที่เราไปนั้นก็คล้ายหรือมีชื่อเดียวกับชุมชน ที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก สสส. ซึ่งผมคิดว่าแสดงให้เห็นว่าเราช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจริง แต่งบประมาณที่ใช้ในการดำรงการประสานทรัพยากรหรือการดึงให้มีหน่วยงานที่รองรับ ในเชิงที่เรียกว่าเคส เมเนเจอร์ (Case manager) หรือเคส เมเนจเมนต์ (Case management) ที่จะดูทรัพยากรมากแต่การให้การสงเคราะห์อย่างเดียวยังไม่มีในกิจกรรมของ สสส. แน่นอนครับเวลาพูดถึงประเด็นเหล่านี้ท่านดูเด็กที่ตั้งครรภ์ แต่ท่านไม่ได้พูดถึงความเข้าใจ เรื่องของทางเพศที่ไปถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศ สิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ในรายงาน เฉกเช่นเดียวกับสถานการณ์เด็กใน ๓ จังหวัดภาคใต้เช่นเดียวกัน นั่นเป็นประการที่ ๒🔗

ผมขออนุญาตท่านประธานเป็นประการสุดท้าย ประการที่ ๓ อีกนิดเดียว ครับ ผมไม่อยากไปพูดถึงรายงานทางการเงิน ไม่อยากไปพูดถึงคดีของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (Phillip Morris) คดีพิพาทที่ท่านมีกับกรณีของเอสเอ (SA) การช่างต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวนี้มันยังไม่จบสิ้น ไม่ได้พูดนะครับ แต่กำลังจะพูดถึงการประเมิน ประสิทธิภาพต่าง ๆ ท่านมีระบบการประเมินเยอะมากครับ เอสอาร์โอไอ (SROI) ต่าง ๆ มีแผน ๓ ปี มีแผน ๑๐ ปีต่าง ๆ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นครับ พ.ร.บ. สสส. ตั้งในปี ๒๕๔๔ ฉะนั้น ปีหน้าท่านจะมีอายุครบ ๒๐ ปี เรากำลังพูดถึงการทบทวนกฎหมายว่าทุก ๕ ปี ต่อไปนี้กฎหมายจะต้องถูกทบทวน ในรายงานฉบับนี้ที่กำลังจะเข้าถึงปีที่ ๒๐ ของ สสส. ไม่พบข้อความที่ สสส. ประเมินว่า ตกลงปัญหาสุขภาวะของคนไทยไปเกี่ยวข้องกับปัญหา เชิงโครงสร้างอย่างไร เราไม่เห็นเลยนะครับว่าท่านพูดถึงการทลายทุนผูกขาด ไม่เห็นว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างส่วนหนึ่งนั้นเพราะเราไม่ได้กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ไม่เห็นปัญหา เชิงโครงสร้างที่ท่านท้วงติงแล้วบอกกับเราว่าการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีแผนปฏิรูป ประเทศอาจไม่ตอบโจทย์สุขภาวะที่ท่านตั้งใจ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นข้อท้าทายของท่าน ว่าเราคงไม่ใช่องค์กรที่จะช่วยเหลือโครงการในรายย่อย แต่ต้องเห็นภาพรวมของการตั้งหลัก เรื่องสุขภาวะของประเทศ ผมหวังว่าในรายงาน ปี ๒๕๖๓ ในปีหน้านั้นสิ่งเหล่านี้จะอยู่ สิ่งเหล่านี้จะมี และหากสิ่งเหล่านี้มีนั่นหมายถึงว่าท่านคิดถึงและเข้าถึงการพัฒนา และการสร้างสุขภาวะองค์รวมอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาดิฉัน ในการที่จะอภิปรายถึงรายงานประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ หรือที่เรียกว่า สสส. จากการที่ดิฉันได้ศึกษาในรายงานแล้วก็ต้องขอ ชื่นชมในการดำเนินงานของ สสส. ที่ดำเนินงานด้วยมาตรการเชิงรุกเรียกว่าค่อนข้างที่จะ ครอบคลุมกับคนในทุกกลุ่ม ซึ่งเท่าที่ได้เห็นจากผลการดำเนินงานนี้แล้วโดยรวมถือว่าผลลัพธ์ ในเรื่องต่าง ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องของการบริโภคยาสูบก็พบว่า คนไทยที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปมีแนวโน้มในการสูบบุหรี่ลดลงเรื่อย ๆ จากร้อยละ ๓๒ ในปี ๒๕๓๔ เหลือร้อยละ ๑๙ ในปี ๒๕๖๐ อย่างไรก็ดีดิฉันมีข้อสังเกตในกรณีนี้ว่าเมื่อเราพิจารณาในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ช่วง ประมาณปี ๒๕๕๐ เราจะพบว่าอัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยยังค่อนข้างที่จะคงที่ คือเฉลี่ย แล้วอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๑๙ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาพิจารณาถึง มาตรการที่จะใช้ในการดำเนินการต่อไปค่ะ นอกจากนี้ดิฉันยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เกี่ยวกับการดำเนินงานบางประการค่ะ🔗

ประการแรก เป็นเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยตัวเลขของ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปี ๒๕๕๔-๒๕๖๒ พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ บนถนนในแต่ละปีค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ ราย ซึ่งในโอกาสหน้าหากในการรายงานได้แสดงเป็นตัวเลขอัตราร้อยละ มาด้วยก็จะทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอต่อไปก็คือ เสนอเกี่ยวกับเพื่อช่วยลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน หรือที่เราเรียกว่า การเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชนนั่นเองนะคะ โดยในการทำงานอยากให้ ทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหลักการทำงาน แล้วก็เป็นบทบาทหลักของทาง สสส. อยู่แล้ว ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ง่าย ๆ อย่างเช่น ในกรณี ที่ในชุมชนหรือว่าในพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการขาดสัญญาณจราจร ทางหน่วยงาน ก็อาจจะประสานงานกับทางสำนักจราจรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตั้งสัญญาณ จราจรที่เหมาะสม หรือว่าหากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการขาดไฟฟ้าที่ส่องสว่างไม่เพียงพอ ทางหน่วยงานก็ประสานกับการไฟฟ้าเพื่อให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มเติมให้เพียงพอ ซึ่งเป็น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราสามารถที่จะทำได้ทันทีเลย ดิฉันเองได้เคยอภิปรายในลักษณะ ดังกล่าวนี้ไปแล้ว ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่าผลในการดำเนินการเหล่านี้มันสามารถที่จะช่วยลด อุบัติเหตุได้ทันที โดยอาจจะทำเป็นในลักษณะของโครงการความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาสาสมัครจากชุมชนที่ท่านได้ดำเนินการแล้ว จะช่วยลดอุบัติเหตุไปได้ อย่างมากนะคะ🔗

ข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่ง ดิฉันขอหยิบยกผลงานเด่นของทาง สสส. ในโครงการชุมชนต้นแบบสู้เหล้ายุติความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก ที่จะพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่กระทำความรุนแรง กับบุคคลในครอบครัวหรือว่าบุคคลอื่น ซึ่งนอกจากในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ดิฉันอยากจะขอเสนอแนะแนวทางอีกมิติหนึ่งนั่นก็คือ ในด้านของตัวที่ผู้ถูกกระทำ ที่อย่างน้อยที่สุดควรจะต้องทราบว่าตัวเขาเองนั้นมีสิทธิในการ ปกป้องตัวเองอย่างไรบ้าง จึงอยากเสนอว่าให้ทางหน่วยงานหาแนวทางหรือโครงการต่าง ๆ ที่จะพยายามช่วยกันปลูกฝังค่านิยมตั้งแต่ในวัยเยาว์ให้เด็ก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะถูกกระทำ ความรุนแรง รวมถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ง่ายอยู่แล้ว ได้ปลูกฝังให้เด็กรู้จักระมัดระวัง ตัว รู้ว่าร่างกายของเราเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถที่จะมาละเมิดได้ ถ้าหากใครละเมิดก็จะต้อง รู้จักปกป้องสิทธิในร่างกายของตนเอง และอีกในด้านหนึ่ง แน่นอนว่าก็ต้องให้ความรู้ด้วยว่า เราก็จะต้องไม่ไปละเมิดผู้อื่นด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งหากเด็ก ๆ ได้รับการปลูกฝังค่านิยมเหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้เด็กรู้จักป้องกันตัวเองจากผู้ที่จะมาละเมิดแล้ว ก็ยังช่วยให้พวกเขารู้จัก สิทธิที่จะไม่ไปกระทำความรุนแรงหรือว่าละเมิดกับบุคคลอื่นด้วยเช่นกันค่ะ นอกจากนี้ ในด้านของคนในสังคมหรือว่าในชุมชนเองก็ไม่ควรที่จะนิ่งเฉย เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ที่รุนแรง หรือการละเมิดทางเพศต่าง ๆ แต่ควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา ทำให้สังคมมีความปลอดภัย ซึ่งโดยปกติแล้วสังคมไทยเราเป็นสังคมที่มีน้ำใจ แล้วก็ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยอยู่แล้วที่เราควรจะต้องรักษาไว้ รวมทั้งการฝึก ฝังธรรมะในจิตใจให้กับเยาวชน เพื่อที่เยาวชนจะได้เติบโตมาเป็นอนาคตของชาติ สร้างชาติ ของเราให้พัฒนาต่อไป ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะในหลากหลายมิติที่ดิฉันอยากเสนอ ท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ได้นำไปพิจารณาต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ครับ🔗

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ในฐานะที่ดิฉันเคยร่วมงานกับ สสส. หลายครั้งตอนที่ดิฉันยังดำรงตำแหน่งเป็น อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ตอนนั้นเราได้ร่วมงานทำโครงการหลาย ๆ โครงการร่วมกัน และตอนนี้ดิฉันก็ได้อ่านรายงานของ สสส. ดิฉันจะขอเน้นต่อจากท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิเลยแล้วกันนะคะ ก็คือเรื่องวัยรุ่น เด็กกับความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทาง เพศนะคะ ตอนนี้ดิฉันอ่านผลงานเด่นในเล่มนี้ของ สสส. นะคะ สร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ ดิฉันอ่านแล้วก็ได้แต่สงสัยค่ะว่าการที่เรามีโครงการให้ความรู้การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ให้ความรู้ เรื่องเพศวิถีต่าง ๆ ไม่ทราบว่าความเข้าใจของ สสส. ในระบบความคิดมีคำว่า ผู้มี ความหลากหลายทางเพศ อยู่ในระบบการทำงานของ สสส. ด้วยหรือเปล่า ดิฉันอยากจะให้ ท่านได้ยกตัวอย่างงานของ สสส. ที่ทำในการให้ความรู้เกี่ยวกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะอย่างที่เราเห็นนะครับว่าปัจจุบันข่าวเมื่ออาทิตย์ ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์ แล้วก็เป็นข่าว อยู่ตลอดมาก็คือว่าเด็กในวัยเรียนถูกทางโรงเรียนตั้งอคติทางเพศ มีออกคำสั่ง ยังใช้คำที่ผิด ยังใช้คำว่าเบี่ยงเบนทางเพศ ผิดเพศ แสดงออกไม่ตรงกับเพศกำเนิด ยังกลายเป็นตัวประหลาด อยู่ในโรงเรียนอยู่ ยังถูกกลั่นแกล้งรังแก ยังถูกบูลลี (Bully) โดยผู้บริหารสถานศึกษา ครูบาอาจารย์ และเพื่อน ไม่ทราบว่า สสส. เห็นสิ่งเหล่านี้เป็นสุขภาวะทางเพศ และ สสส. มีโครงการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจกับสังคมด้วยหรือเปล่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันเราก็เห็นแล้วว่าอย่างล่าสุดก็มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีที่ออกมาประกาศนะคะ ประกาศแห่งประวัติศาสตร์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศในการปฏิบัติตัว ในการแต่งกาย ตามเพศสภาพของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดจันทบุรี เรารู้สึกว่าประกาศแบบนั้นมันคือการสร้าง ความเข้าใจ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้าใจเรื่องผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในสังคมไทยของเรา แล้ว สสส. มีโครงการที่จะทำความเข้าใจกับคนในสังคมหรือเปล่า จะทำความเข้าใจกับเด็ก เยาวชน ผู้บริหารสถานศึกษา ครอบครัว หรือเปล่า และยิ่งตอนนี้ อย่างเมื่อวานนี้ก็มี ครม. ผ่าน พ.ร.บ. คู่ชีวิตใช่ไหมคะ ก่อนหน้านั้นทางพรรคก้าวไกล ของดิฉันก็ได้ส่งร่างแก้ ป.พ.พ. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ ที่ว่าด้วย การสมรส สมรสเท่าเทียม แน่นอนว่าเรามีแฮชแท็ก (Hashtag) สมรสเท่าเทียมขึ้น เท็น ทวิตเตอร์ (10 Twitter) อันดับ ๑ แล้วก็เมื่อวานนี้ไม่เอา พ.ร.บ. คู่ชีวิต ขึ้นอันดับ ๑ ด้วยเช่นกัน ก็แปลว่ากระแสสังคมตอนนี้กำลังทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ ในสังคมไทย สสส. ได้ทำงานในการสร้างความเข้าใจตรงนี้หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้เรามีครอบครัวที่พ่อแม่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเลี้ยงลูกแล้วประสบความสำเร็จก็มี แล้วก็พ่อแม่ที่มีลูกเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ แล้วประสบความสำเร็จก็มี เราได้ยกตัวอย่างสร้างความเข้าใจให้เกิดกับครอบครัวหรือเปล่า ว่าในสังคมไทยตอนนี้เรามีครอบครัวแบบนี้ แล้วเราได้ทำความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ดิฉันอ่านดูทั้งหมดนี่ยังไม่มีนะคะ มีผลงานเด่นเรื่องสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องเพศวิถีของวัยรุ่น การท้องในวัยเรียนวัยรุ่น ดิฉันก็อยากจะถาม สสส. ตรงนี้ว่าที่ผ่านมาทำโครงการอะไรบ้าง แล้วได้เตรียมรับมือต่อไปกับสภาวะสังคมไทยที่แน่นอน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางเพศ แล้วต่อไปเราต้องมี ครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และครอบครัวที่สร้างขึ้นมาจาก ผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างแน่นอน ดิฉันก็จะขอฝาก สสส. เอาไว้ด้วยว่าเราอยากให้ ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ร่วมกันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณนิกร จำนง🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายให้ความเห็นต่อรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.🔗

ผมเรียนท่านประธานว่าผมเองทำงานร่วมกับ สสส. มาตั้งแต่เริ่มแรก สสส. เกิดปี ๒๕๔๔ แล้วเริ่มทำงานปี ๒๕๔๕ ผมก็เข้าไปตอนนั้นไปทำงานเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำเรื่องความปลอดภัยทางถนน เราได้ร่วมงานตรงนั้นกันมา ตลอดทางจนถึงปัจจุบัน แรก ๆ นี่ครับ สสส. ก็ช่วยเราโดยการที่ว่าเราตรวจเช็ก (Check) แอลกอฮอล์ ถามว่า สสส. เข้ามาเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุตรงไหน เพราะว่าเป็นเรื่องของการ ดื่มแล้วขับ ช่วงนั้นหลอดที่จะเป่าในการเช็ก (Check) แอลกอฮอล์ไม่มี บางทีใช้ซ้ำ ก็เลยขอเงินจาก สสส. มาซื้อ แรก ๆ ใช้กระจายทั่วประเทศ ตอนหลังก็ได้กองทุนเลขสวย มาช่วยอยู่บ้าง ต่อมางานสำคัญก็คือได้มีการผลักดัน สมัยก่อนท่านประธานครับ การโฆษณา แอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอยู่ทั่วไปในทีวีก็มี ตามข้างถนนเราจะเห็นว่า เต็มไปหมด ตอนนั้นผลักดันกันช่วงรองนายกรัฐมนตรีจาตุรนต์ ฉายแสง ท่านเป็นประธาน คณะกรรมการอำนวยการความปลอดภัยทางถนน ก็ช่วยกันผลักดัน สุดท้ายเอาออกไปจาก การโฆษณาทั้งหมด แล้วก็กำหนดเรื่องเวลาขาย เดิมจะไปซื้อตอนไหนก็ได้ ถอนออกจาก ปั๊มน้ำมันระหว่างทาง ข้างถนน ปั๊มน้ำมันห้ามขาย ก็ทำร่วมกับ สสส. มาตลอดนะครับ แต่งานนี้ผมอยากจะชม สสส. อยู่ประเด็นหนึ่งที่เป็นงานจะเรียกว่ายอดเยี่ยมมาก แล้วก็ จนบัดนี้ยังไม่มีใครสู้ได้ ก็คืองานเรื่องประชาสัมพันธ์ เราทำกันมา ๑๔-๑๕ ปี สสส. ก็จะมี ทีมประชาสัมพันธ์ที่มือดีมาก เวลาออกโฆษณามาซึ่งเราใช้ในทางทีวีช่วง ๗ วันอันตรายบ้าง ช่วงไหนต่อไหนนี่จะเป็นโฆษณาที่ดีมาก กินใจมาก และกระทบความรู้สึกมาก ตรงนี้ช่วยได้เยอะ ช่วยได้มากเลย แล้วก็มีในหน้า ๔๙ ๕ อี (5E) ซึ่งตอนนั้นทำกันมาช่วงปี ๒๕๔๘-๒๕๕๑ ๕ อี (5E) ที่ประสบความสำเร็จมากก็คืออี (E) แรกคือเอนฟอซเมนต์ (Enforcement) ก็คือ การบังคับใช้กฎหมาย อี ๒ (E2) เอนจิเนียร์ (Engineer) ก็คือถนน อี ๓ (E3) เอดดูเคชัน (Education) สสส. อยู่ตรงนี้ อี ๔ (E4) คืออีเอ็มเอส (EMS) หรืออีเมอร์เจนซี เมดิคัล ซิสเตม (Emergency Medical Systems) ก็คือระบบรถพยาบาล และอี (E) สุดท้ายก็คือ อีแวลูเอต (Evaluate) ก็คือการประมวลผล สสส. ช่วยเรามากในเรื่องอี (E) เอดดูเคชัน (Education) ก็คือว่าให้สื่อพวกนี้เป็นคนสร้างสื่อ ท่านประธานคงจำได้ว่าสมัยก่อนบางทีเราดูแล้วตลกที่ว่า มีคนเมาอยู่คนหนึ่งแล้วก็โทรศัพท์ถามเพื่อนว่าร้านเหล้าไปทางไหน แล้วก็ตื่นขึ้นมางัวเงีย แล้วก็บอกเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา แล้วก็ไปเจอด่าน ดูแล้วขำ หรือไม่ก็ให้เหล้าเท่ากับแช่ง อะไรพวกนี้มันเป็นกิจกรรม สุดท้ายเมื่อทำเรื่องนี้เป็นอี (E) เอดดูเคชัน (Education) เราพึ่ง สสส. มาก แล้วกิจกรรมตรงนี้เมื่อเวิลด์ เซฟตี (World safety) ในปีที่ผ่านมาก็ได้ไปโชว์ที่ว่า แม่รอลูกอยู่ คนที่ตายก็ตายไปแล้วจากอุบัติเหตุทางถนน แต่คนที่อยู่ซัฟเฟอร์ (Suffered) จะสูญเสียเป็นอย่างมาก มีแม่ที่ต้องตื่นเช้าหุงข้าวไว้รอลูก แต่ลูกไปชนรถสิบล้อตายแล้ว มันเป็นโฆษณาที่กินใจมาก ประเด็นปัญหาก็คือว่าช่วงหลังนี่ครับท่านประธาน ตั้งแต่เริ่มมา กราฟมันค่อย ๆ ลด คือโฆษณาประชาสัมพันธ์ตรงนี้ของ สสส. ค่อยลดลง ลดลง ลดลง ผมทราบว่าเคยถูกโจมตีครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ระยะหนึ่งว่ากิจกรรมไม่เป็นไปตามความ สอดคล้อง มันก็ต้องเป็นไปตามนี้ เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องเมาเรื่องอะไรมันเกี่ยวอยู่แล้ว แต่ว่าระยะหลังท่านเลขาท่านปัจจุบันเองก็เคยไปร่วมงานกันที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว เรายังทำงานนี้อยู่ ผมก็เลยจะขอถามเหตุผลว่า มันเป็นสิ่งดี ท่านมีสิ่งดีอยู่ผมชื่นชมมาก แล้วมันเป็นประโยชน์ มันดูเหมือนไม่มีคุณค่าแต่มันสร้างผลกระทบทางใจ ผมไม่ทราบว่า ทีมโฆษณาทีมนั้นยังอยู่หรือเปล่า เป็นมือ ๑ ทีเดียวมีความประทับใจมาก ถามว่าทำไม งานอันนี้ถึงลดลง ประเด็นที่ ๒ คืออยากจะขอถ้าขอได้ขอให้พิจารณาเอากลับมาใหม่ เพราะมีความสำคัญจริง ๆ ผมยืนยันว่า ๑๐ กว่าปีที่เราทำกันมาเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็อยากจะให้อยู่ต่อไป อยากจะให้เพิ่ม เพราะว่าเรื่องนี้ขณะนี้เราทำกันทุกอย่างแล้ว รายงานเรื่องความปลอดภัยทางถนนตอนนี้เสร็จแล้ว ยื่นเข้าไปที่ประธานแล้ว เหลือรอ เอกสาร จะเข้าสภาไม่นานนี้ ผมขอให้พิจารณา ในนี้ก็มีรายละเอียดอยู่ คือเราทำทุกด้านเรื่อง ถนนก็แล้ว เรื่องคนก็แล้ว เรื่องบังคับใช้กฎหมายก็แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องทำคือเปลี่ยนมายด์เซ็ต (Mindset) ก็คือเปลี่ยนให้คนระมัดระวังตัวเอง ดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก ซึ่งตรงนี้ สื่อประชาสัมพันธ์จะมีอิทธิพลจะมีประโยชน์มากก็เป็นเรื่องสำคัญ🔗

ดังนั้น สุดท้ายนี้อยากจะขอให้ สสส. ได้กลับมา ในแผนงานที่มีนี้ไปมีกองร้อย น้ำหวานอะไรมันเล็กมาก คือเราต้องการให้มันอิมแพกต์ (Impact) กว้างออกไป แล้วก็ ผมเรียนว่าเงินรายได้ของ สสส. ฝากไว้สุดท้ายก็คือมาจากภาษีบาป ซึ่งภาษีบาปก็คือบุหรี่ นั่นก็ไม่บาปเท่าไร แต่สุรามันเป็นภาษีบาป ดังนั้น การที่จะใช้เงินตรงนี้ก็คือไปทำบุญ แล้วบุญที่ยิ่งใหญ่ที่จะมีคือบุญในการช่วยชีวิตคนบนถนน เพราะเราเสียชีวิตกันวันละ ๕๐ ศพ ทุกวัน หรือไม่ก็สร้างคนพิการขึ้นมาบนถนน ใส่เข้าไปในระบบ แล้วครอบครัวก็ลำบาก เหมือนโฆษณาที่ สสส. เคยโฆษณาว่าแม่ตื่นเช้าขึ้นมาก็หุงข้าวแล้วรอลูก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ลูกเสียชีวิตไปแล้วบนถนนก็ยังทำอยู่ตามสภาพของความเป็นแม่ อยากจะเรียกร้องให้ สสส. กลับมาพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ รีสตาร์ต (Restart) เรื่องนี้ใหม่เพราะมีความจำเป็นและเป็นเรื่อง ที่ดีงามของท่านมาก กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเอกภพ เพียรพิเศษ ครับ🔗

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคก้าวไกล ยินดีมากที่ได้เจอกับ สสส. อีกครั้ง หลังจากที่เมื่อเปิดสภาใหม่ ๆ เราได้อภิปรายเรื่องนี้กัน รอบหนึ่งในการรายงานประจำปีครั้งที่แล้ว แล้วผมก็ตั้งตารอว่าเมื่อไรจะได้กลับมาพูดคุยกับ สสส. อีกรอบหนึ่งก็มาได้ทันเวลาพอดีนะครับ ในช่วงนี้ที่เรากำลังพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจำปีอยู่ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคืองบประมาณรายจ่ายประจำปีที่เราคุยกันไม่ได้ มีการพิจารณาในส่วนของ สสส. ด้วย เพราะเป็นหน่วยงานเฉพาะอีกลักษณะหนึ่ง ก่อนที่ ผมจะอภิปรายต่อไปผมต้องประกาศตัวก่อนว่าผมพูดวันนี้ในฐานะผู้แทนของประชาชน ผมพูดในฐานะของคนคนหนึ่งที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ เพราะว่าที่ผ่านมามีคนที่ ออกมาพูดในเชิงที่ไม่เห็นด้วยหรือในเชิงที่ไม่เป็นไปทางเดียวกับ สสส. ก็ถูกคนที่มี ความเชื่อมโยงกับ สสส. ชี้นิ้วบอกว่าเขานี่รับประโยชน์จากธุรกิจใหญ่ รับประโยชน์จากธุรกิจ เหล้าเบียร์ ตอนนี้ผมก็เลยต้องขอบอกชัด ๆ ว่าผมพูดในฐานะผู้แทนของประชาชนและไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ🔗

ในรายงานฉบับนี้ของ สสส. เป็นรายงานที่ผมอ่านรายละเอียดแล้วก็ดูทุกหน้า เหมือนกับรายงานครั้งที่ผ่านมา เป็นรายงานที่ตอกย้ำว่า สสส. เป็นองค์กรที่มีความ โปร่งใสน้อย การที่ สสส. อ้างว่ามีการประเมินไอทีเอ (ITA) ที่ชื่อเรียกว่าอินทีกริตี แอนด์ ทรานสเพเรนซี แอสเซสเมนต์ (Integrity and Transparency Assessment) ได้คะแนน ๘๘.๓๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบเป็นเกรดคือเกรดเอ (A) แต่การประเมินนี้เป็นการประเมิน ที่หน่วยงานอย่างกองทัพบกได้ที่ ๑ กองทัพบกได้ถึง ๙๗.๙๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น สสส. ที่ได้ ๘๘.๓๖ เปอร์เซ็นต์ ภูมิใจหรือครับ ผมคิดว่าเราลองไปดูว่าเราจะอ้างเกณฑ์มาตรฐานนี้มาดูความโปร่งใสขององค์กรได้หรือเปล่า ในรายงานยังพอมีข้อมูลให้เราเห็นนะครับว่ามีการประเมินในหน้า ๑๘๖ กับหน้า ๑๙๐ ที่แสดงให้เห็นว่าคะแนนของ สสส. ลดลงครับ ในบางหัวข้อจากค่าเฉลี่ย ๓ ปีที่ผ่านมา ข้อที่ลดลงคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ในรายงาน การอธิบายว่าเหตุใดทำไมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถึงมีคะแนนลดลง การป้องกันผลประโยชน์ ทับซ้อนถึงมีคะแนนลดลง ไม่ได้มีการยอมรับปัญหานะครับ แต่ สสส. รายงานโบ้ยว่า น่าจะเป็นการสำรวจที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนวิธีการ แทนที่จะคิดวิธีการแก้ปัญหาและยอมรับ ข้อมูลว่านั่นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง กลับไปโบ้ยว่าเป็นการสำรวจที่ไม่ถูกต้อง ผมว่าน่าจะต้องไป แก้ไข แล้วลดลงเยอะด้วยในส่วนของการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน จากรายงานในหน้า ๑๐๐ แสดงให้เห็นเหมือนที่คุณณัฐวุฒิพรรคผมพูดไปก่อนหน้านี้คือว่า ๔๖ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ สสส. สนับสนุนให้ไปนี่ ไปที่มูลนิธิและองค์กรสาธารณประโยชน์ ผมถามครับว่าเงินที่ให้ไป มีการเปิดเผยไหมครับว่าให้ใครไปบ้าง ในเว็บไซต์ (Website) สสส. หรือในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เราไม่สามารถหาข้อมูลได้เลยว่าเงินที่ให้ไป ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ให้ไปที่ใครบ้าง ช่วยเปิดมา หน่อยได้ไหม รายงานในเว็บไซต์ (Website) หน่อยได้ไหมครับว่า ใคร มูลนิธิไหนรับ ผลประโยชน์จาก สสส. ไปบ้าง เพราะว่าเท่าที่ดูแล้วมีคนเคยร้องเรียนผมมาเหมือนกับว่ามี คนบางกลุ่มอยู่มาตั้งแต่ร่างกฎหมาย ณ ตอนนี้ยังมีที่นั่งอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข อยู่ใน ส่วนกำกับดูแล แล้วยังมีส่วนในการรับงบประมาณจาก สสส. อีก แบบนี้เรียกว่าผลประโยชน์ ทับซ้อนไหม๔,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เงินน้อย ๆ นะครับ ในปีแต่ละปีที่ได้ไป ถ้าเอาไปให้คนที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนจริงหรือครับ แบบนี้ต้องแก้ไข หน้าที่ ของ สสส. คือต้องทำให้ประชาชนมีความรอบรู้ทางด้านสุขภาพหรือภาษาที่เราเรียกว่าเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) การที่ทำให้ประชาชนมีความรอบรู้ทางสุขภาพเราต้องให้ข้อมูล ทางวิชาการที่ถูกต้องและรอบด้าน และให้ประชาชนเลือกตัดสินใจ แต่มีคนบางกลุ่มที่มี ความเชื่อมโยงกับ สสส. กลับเป็นคนกลุ่มเดียวที่กำการให้ข้อมูลด้านเดียวกับประชาชน ถ้ามีใครให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งก็จะโดนชี้นิ้วว่าเป็นพวกรับผลประโยชน์เหมือนที่ผมบอกไว้ ผมยกตัวอย่าง จากกรณีปัญหาที่ผ่านมาเรื่องของการโพสต์ (Post) เหล้า เบียร์ ลงโซเชียล มีเดีย (Social Media) แล้วโดนจับไปปรับโดยกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา ๓๒ ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมเพิ่งเห็นในรายงานของ สสส. ว่า สสส. มีเอี่ยว ด้วย จากรายงานในหน้า ๑๐๗ สสส. บอกเลยครับว่าการทำเพจ (Page) รายงานร้องเรียน ตรงการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือว่าบุหรี่ก็ตาม เป็นผลงานของ สสส. ก็เลยมีคนตั้งข้อสงสัยและฝากผมมาพูดในสภาครับว่าเป็นไปได้ หรือไม่ว่าคนที่เป็นเครือข่ายของ สสส. นั่นละเป็นคนไปแจ้งในเพจ (Page) นี้ แล้วคนที่อยู่ใน กระทรวงสาธารณสุขก็รับเรื่องไปแล้วก็ไปสอบสวน เพราะว่าเรื่องที่แจ้งมา ๑,๐๐๐ กว่าเรื่อง มีการดำเนินการหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราขยันกันมากกับเรื่องนี้ในการจับคนมาปรับ เรื่องนี้ นำเข้าสู่กรรมาธิการการสาธารณสุขและกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว เราพบข้อผิดปกติ แล้วมีปัญหาบางอย่างที่เราเจอในทางด้านกระบวนการทางด้านกฎหมาย ซึ่งก็จะมีการ ดำเนินการต่อไปนะครับ🔗

สุดท้ายครับ ในรายงานนี้มีการกล่าวถึงและอ้างถึงบุหรี่ไฟฟ้าหลายครั้ง การกล่าวถึงและอ้างถึงเป็นการกล่าวขึ้นมาลอย ๆ โดยที่ไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ ไม่มีการอ้างเอกสารอ้างอิงใด ๆ เลยครับ ถ้ามีใครติดตามเรื่องของวิชาการทางด้านบุหรี่ แน่นอนครับผมเป็นหมอคนหนึ่งแล้วผมก็ดูแล คนไข้ ผมรู้ว่าพิษภัยของบุหรี่มีอันตรายต่อสุขภาพ แต่ประเทศไทยยังมีคนอีก ๑๐ ล้านคน ที่ยังสูบบุหรี่และเลิกสูบไม่ได้ ในปัจจุบันนี้มีข้อมูลทางวิชาการเรื่องของการลดผลกระทบ ที่เราเรียกว่า ฮาร์ม รีดักชัน (Harm reduction) มีผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจจะใช้ลด ผลกระทบของบุหรี่ที่ใช้วิธีการจุดแบบเผาไหม้ได้ มีข้อมูลทางวิชาการขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำไม สสส. ถึงไม่เป็นตัวกลางในการที่เอาเรื่องนี้ขึ้นมาบนโต๊ะแล้วมาคุยมาพิจารณากันแบบ วิชาการกับวิชาการ ทำไมถึงปิดกั้นโอกาสของคนที่จะเอาข้อมูลอีกด้านหนึ่งมาพูดคุยกัน เราต้องทำเรื่องทุกเรื่องให้มันขึ้นมาบนดินสิครับ บุหรี่ไฟฟ้าเราเห็นกันเกลื่อนทั่วไปถ้าเราเดิน ตามท้องถนน เราไปตามสถานที่ต่าง ๆ แม้กระทั่งในสภานี้ก็ตาม ทำไมเราไม่ทำให้มันขึ้นมา บนดินแล้วก็ควบคุมได้ล่ะครับ แทนที่จะปล่อยไว้ให้เป็นธุรกิจสีดำอยู่ ท่านประธานครับ ข้อเสนอของผมที่พูดมาทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่เป็นไปด้วยความรักแล้วก็ความปรารถนาดีต่อ สสส. อยากให้ สสส. มีผลงานที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น แล้วก็มีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อให้ สสส. เป็นองค์กรที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ในปีที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสอภิปรายรายงานประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๑ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ดิฉันจำได้ว่าประเด็นแรกที่ดิฉัน พูดเลยนั่นก็คือเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนยังไม่รู้จัก สสส. แต่ว่าวันนี้ ๑ ปีผ่านไป ดิฉันก็กลับไปถาม เขาบอกว่าเขารู้จัก สสส. ขึ้นบ้างเล็กน้อยค่ะ เพราะว่ามีการอภิปราย ในสภาแห่งนี้ และดิฉันจำได้ว่าในปีที่ผ่านมารูปแรกที่ดิฉันได้เห็นนั่นก็คือแผนที่ ประเทศไทย แล้วก็เป็นกิจกรรมโครงการของ สสส. ที่ทำทั่วประเทศมีที่ไหนบ้าง และดิฉัน ก็พยายามหาว่าในพื้นที่บ้านเกิดดิฉัน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีโครงการของ สสส. มากน้อยเพียงไหน ซึ่งมีน้อยมาก ๆ มันก็ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับปีนี้ค่ะ ปีนี้รายงาน ประจำปี ๒๕๖๒ เริ่มด้วยสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงหลักต่อสุขภาพ ผลงานเด่น ๘ ด้านค่ะ ดิฉันขออนุญาตตั้งข้อสังเกตในภาพรวมอยู่ ๒ เรื่องค่ะ นั่นก็คือการเลือกประเด็นการทำ โครงการ เพราะว่าการเลือกประเด็นที่จะขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเข้มแข็ง ในสังคมไทยที่ สสส. ทำหน้าที่หลักดั่งน้ำมันหล่อลื่นนั้น ท่านใช้หลักการใดในการกำหนด ประเด็นต่าง ๆ ดิฉันก็พยายามไล่ดู ถ้าเป็นของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เป็นโกลบัล เฮลท์ (Global health) จะเป็นปัญหาต่าง ๆ ที่เขาลิสต์ (List) มาประมาณ ๑๐ เรื่อง เช่น เรื่อง ของแอร์ พอลลูชัน (Air pollution) ไคลเมต เชนจ์ (Climate change) เรื่องมลพิษทาง อากาศ เรื่องของโลกร้อนบ้าง เรื่องของโรคระบาด เรื่องของดิจิทัล เฮลท์ (Digital Health) หรือเรื่องของสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคดิจิทัล เรื่องของเฟกนิวส์ (Fake news) ข่าวปลอมที่ เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เรื่องกลุ่มเปราะบาง เรื่องวัคซีน และอื่น ๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีเรื่องที่เป็นเรื่อง ของโกลบัล เฮลท์ (Global health) มาอยู่ในประเด็นของ สสส. ที่กำหนดไว้🔗

ประเด็นถัดมาค่ะ การเลือกพื้นที่ในการทำงาน ดิฉันไม่แน่ใจว่าท่านมี หลักเกณฑ์อะไรในการเลือก อาจจะเป็นดูความพร้อมของคนทำงาน ความพร้อมของ เครือข่าย แล้วก็ดูพื้นที่ที่ปลอดภัยหรือเปล่า เพราะอย่างที่ดิฉันเน้นย้ำในครั้งแรกว่าในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไล่ไปดูทีละหน้าแทบจะไม่เห็นเลยนะคะ มีเรื่องบุหรี่อยู่นิดเดียว🔗

กลับไปดูผลงานเด่น ๘ ด้าน ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ ๓ ด้าน ด้านแรกคือเรื่องของ สานพลังผู้นำศาสนาต้านภัยบุหรี่ ซึ่งข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๐ ได้สำรวจ พฤติกรรมประชากรอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีที่สูบบุหรี่พบว่าภาคใต้มีอัตราสูบบุหรี่สูงที่สุด ร้อยละ ๒๔.๕ และจังหวัดที่มีการสูบบุหรี่มากสุด ๓ อันดับแรกนั่นคือจังหวัดสตูล ร้อยละ ๒๙.๔๒ จังหวัดปัตตานีบ้านเกิดดิฉัน ร้อยละ ๒๙.๑๐ และจังหวัดระนอง ร้อยละ ๒๗.๖๔ พื้นที่ที่ สสส. เลือกขอลงในเครือข่ายที่ดิฉันคุ้นเคยนั่นคือเครือข่ายที่มีมัสยิด เครือข่ายมัสยิดที่ท่านสนับสนุนมีมัสยิดปลอดบุหรี่ ๕๐ แห่ง ครอบคลุมในพื้นที่ ๑๗ จังหวัด ภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพคะ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมัสยิดเกือบ ๒,๐๐๐ แห่ง จังหวัดนราธิวาส ๖๖๖ แห่ง จังหวัดปัตตานี ๗๐๗ แห่ง และจังหวัดยะลา ๕๐๙ แห่ง ดิฉันไม่ทราบว่ากิจกรรมที่ลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ของมัสยิด แล้วก็ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มีมากน้อยแค่ไหน แล้วในเครือข่ายที่ทำเรื่องของบุหรี่ในศาสนสถาน ไม่ว่าจะเป็นวัด โบสถ์ต่าง ๆ ไม่ได้มีบอกเลยว่าจากจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย ทั้งวัด มัสยิด แล้วก็โบสถ์ กิจกรรมของ สสส. ที่ลงไปเรื่องนี้มีมากน้อยแค่ไหน🔗

ประเด็นถัดมา เรื่องของการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ก็มีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่เป็นตัวชี้วัดอันหนึ่งของกระทรวง สาธารณสุข ดิฉันเป็นคณะตรวจราชการสมัยที่ดิฉันรับราชการ แล้วก็ตรวจราชการในพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บริบทพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน มีความจำเพาะทางด้านศาสนาและวัฒนธรรม สาเหตุและปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยครอบครัว และรวมทั้งเรื่องของสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม ผลการดำเนินงานในหน้า ๖๑ ก็จะบอกเรื่องต่าง ๆ น่าสนใจมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร โปรแกรมต่าง ๆ ออนไลน์ (Online) ทักษะชีวิตต่าง ๆ แต่ดิฉันก็ยังไม่เห็นว่าในพื้นที่ชายขอบ ไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือสุดของประเทศไทยที่มีชาวไทยภูเขา ม้ง กะเหรี่ยง ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่ดิฉันได้เคยอยู่ในทีมตรวจราชการจะพบว่า การตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นในพื้นที่เหล่านี้เขาพร้อมที่จะตั้งครรภ์เพราะเป็นบริบทของพื้นที่ของเขา แล้วก็มี โครงการที่น่าสนใจของกรมสุขภาพจิตเรื่องการทำหลักสูตรป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามเพศวิถีในอิสลาม ซึ่งนำร่องในอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส และเท่าที่ทราบเป็นงบประมาณ ขององค์การระหว่างประเทศคือยูนิเซฟ (UNICEF) ดิฉันเสียดายที่จริงแล้วเรามีงบประมาณ ของ สสส. ถ้าเป็นไปได้เพิ่งเริ่มต้นนำร่องถ้ามีการขยายผลอยากให้ สสส. ได้สนับสนุน งบประมาณตรงนี้นะคะ🔗

ประเด็นสุดท้าย ผลงานเด่นเรื่องของปลุกพลังชุมชนร่วมสร้างสังคม รับมือภัยพิบัติ ที่ทำไป ๓ จังหวัด จังหวัดพังงา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุทั้งสึนามิ อุทกภัย ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ไม่เฉพาะภัยพิบัติจากธรรมชาติเท่านั้น ภัยพิบัติจากเงื้อมมือมนุษย์ก็เป็นเรื่องสำคัญ เรามี การซ้อมแผนเผชิญเหตุในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่งบประมาณน้อยเหลือเกิน ก็ขอฝากทาง สสส. ด้วยนะคะ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีสมาคมผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำเรื่องต่าง ๆ มากมายแต่ว่าขาดงบสนับสนุน ฉะนั้น ภารกิจบทบาทในการกระตุ้นสนับสนุนก็ขออนุญาต ให้ดูในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ ดิฉันทราบว่าหลายโครงการดีมากเป็นต้นแบบ ที่ดีได้ ดิฉันขออนุญาตฝากท่านประธานไปยัง สสส. อยู่ ๓ ประเด็นนะคะ🔗

เรื่องการติดตามประเมินผลเชิงคุณภาพในหลายโครงการ มีแต่ตัวเลข เชิงปริมาณ แต่ไม่ค่อยมีเชิงคุณภาพ ทำสำเร็จไปแล้วกี่แห่งตั้งแต่ ๑๘ ปีที่ผ่านมา แล้วเราจะ เห็นว่าจะมีเรื่องเหล้า บุหรี่ เกือบทุกปีเลย ดิฉันเข้าใจได้เพราะว่ากองทุนนี้มาจากภาษีสุรา แล้วก็ยาสูบ มีที่ไหนบ้างที่ทำไม่สำเร็จ แล้วก็ไม่สำเร็จเพราะอะไร อันที่ ๒ ผลงานเด่น มีต้นแบบสามารถขยายผลได้มากน้อยแค่ไหน🔗

แล้วก็ประเด็นเกือบสุดท้าย ความรู้ ทักษะของหน่วยงานที่มารับทุน ขยายผลได้มากน้อยแค่ไหน ดิฉันเห็นว่าหลายหน่วยงานเป็นคนที่ทำซ้ำ ๆ มา ๕ ปี ๑๐ ปี เหมือนเป็นงานรูทีน (Routine) ของเขาไปแล้ว แต่ความรู้ไม่ได้ขยายไปมากกว่านี้เลย🔗

แล้วก็สุดท้าย ถ้ามีโอกาสดิฉันอยากจะขอฝากอยู่ ๒-๓ เรื่อง อาจจะเป็น ปี ๒๕๖๓ หรือปี ๒๕๖๔ ถ้าทัน นั่นคือเรื่องการรับรู้ของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่คิดว่าเป็นประเด็นสำคัญในอนาคต🔗

และประเด็นสุดท้ายเรื่องของโควิค-๑๙ (COVID-19) ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน จัดการเรื่องนี้อย่างไร หลายที่ทำได้ดีในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ถ้ามีการถอดบทเรียน แล้วก็มีการกระตุ้นโดย สสส. ก็จะเห็นได้ว่าในช่วงโควิด (COVID) และหลังโควิด (COVID) ชุมชนได้มีการจัดการเรื่องของสภาวะสุขภาพอย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออนุญาตอภิปรายรายงานของ สสส. ครับ🔗

ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมก็รู้จัก สสส. มานานแล้วก็ชื่นชมในการ ทำงาน มิติที่ทำงานผ่านเครือข่าย มิติที่ทำงานผ่านองค์กร หรือว่าหุ้นส่วนการพัฒนา หุ้นส่วน การแก้ไขปัญหา ผมว่าอันนี้เป็นกระบวนทัศน์หรือเป็นกระบวนการใหม่ในการทำงานผ่าน องค์กรภาคีและเครือข่าย แล้วผมก็เข้าใจว่าหลาย ๆ โครงการก็สามารถที่จะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและนโยบาย หรือว่าตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาได้ หลาย ๆ เรื่อง ทีนี้ประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญของ สสส. เท่าที่ผมรู้จัก ผมเข้าใจว่าความชำนาญ ของ สสส. นอกจากเรื่องของการทำงานผ่านเครือข่าย แล้วก็คือการยกระดับความรู้ และการเรียนรู้ผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ สสส. ทำแล้วก็ถนัด เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นเด่นของ สสส. โจทย์สำคัญของผม ผมไปดูในผลงานเด่น ๘ ประการ ของ สสส. ในข้อที่ ๘ ปลุกพลังชุมชนร่วมสร้างสังคมรับมือภัยพิบัติ ผมไปดูเนื้อหา ก็จะเป็นเรื่องของภัยพิบัติ เรื่องของอุทกภัย เรื่องน้ำท่วมเป็นส่วนใหญ่ ทีนี้เราจะออกแบบ กรอบแผนงานอย่างไรเพื่อที่จะเท่าทัน หรือว่ารับมือกับสถานการณ์ที่เป็นภัยพิบัติ ถ้าเป็น รัฐบาลก็จะมีงบกลางใช่ไหมครับ ทีนี้ผมจะนำท่านเข้าไปสู่ประเด็นที่ผมคิดว่ามันมี ความจำเป็นที่จะต้องออกแบบเรื่องนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะ เรื่องของไฟป่าและหมอกควัน ปีที่แล้วเราสูญเสียผู้คนไปไม่น้อยกว่า ๘ คน แล้วก็บาดเจ็บอีก จำนวนมาก เกิดความขัดแย้งสำหรับผู้คน ไม่ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงทางกฎหมาย ไม่ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งอาจจะไม่มีหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ภารกิจตรงนี้มันเป็นความรับผิดชอบร่วม เพราะฉะนั้นในกรอบมันสามารถมีกรอบที่ ๙ กรอบที่ ๑๐ ได้ไหมครับ ในกรณีเรื่องของไฟป่าหมอกควัน ผลกระทบผมเข้าใจว่าในมิติไฟป่า หมอกควันไม่ใช่เฉพาะมิติของสุขภาพหรือสุขภาวะเท่านั้น มันมีมิติเรื่องเศรษฐกิจ มิติทางสังคมความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นการเปิดพื้นที่ในแง่ของการ ป้องกันหรือว่าการร่วมสร้างสรรค์สังคมรับมือกับภัยพิบัติกรณีไฟป่าหมอกควัน ถ้าเอามิติ เรื่องภัยพิบัติ เท่าที่ผมเรียนรู้ รับรู้ แล้วร่วมกับหน่วยงานองค์กรที่ทำงานในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ภัยพิบัติ กรณีหน้าฝนก็จะดูว่ามันมีความเสียหายไหม มีน้ำท่วมหนักกี่วัน ภัยแล้งนี้ แล้งต่อเนื่องไหม ขาดน้ำไหม หน้าหนาว หนาวกี่องศา คือมันจะอยู่ในมิติกรอบของภัยพิบัติ แบบเดิม ๆ ซึ่งผมเคยอภิปรายในที่นี้ว่ากรณีไฟป่ามองมิติอย่างนี้ไม่ได้ กรณีไฟป่ามองอย่างนี้ ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเนื่องจากว่า สสส. เป็นองค์กรที่มีความอิสระในการทำงานพอสมควร กระบวนทัศน์ที่จะเปิดมิติการออกแบบภัยพิบัติในมิติของไฟป่าหมอกควัน ภัยพิบัติเรื่อง ฝุ่นควันซึ่งมีผลกระทบไม่ว่าจะเป็นสุขภาพโดยตรง สุขภาวะ ความขัดแย้งทางสังคม มิติทางเศรษฐกิจ ถ้าเราเปิดมิติไว้เป็นมิติที่ชัดเจน กลุ่มคนที่ทำงานเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภาคประชาชน กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มท้องที่ ท้องถิ่น ที่ทำเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่าท่านสามารถจะเป็นโซ่ข้อกลางได้อย่างดีระหว่างหน่วยงาน ที่รับผิดชอบทางกฎหมายและหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการทำงาน ท่านลองนึกภาพสิครับว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันไม่มีคนที่ขับเคลื่อนในเชิงนโยบายที่จะสร้างการเรียนรู้ วันนี้เรายัง ตอบโจทย์ไม่ได้ว่าแหล่งที่ก่อเกิดคืออย่างไร ทุกวันนี้หลาย ๆ คนยังใช้ความรู้สึกว่าเห็นไฟ ก็คือเป็นปีศาจ แต่ว่าในแง่ของมิติอื่น ๆ ที่มันเป็นค่าฝุ่นอื่น ๆ ที่มันเป็นค่าฝุ่นที่มีความเป็น อันตรายเยอะกว่าไฟนี่ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถมันมีมากมาย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะให้ สสส. ได้เพิ่มมิติอาจจะเป็นข้อที่ ๙ หรือว่าอาจจะเป็นข้อแบบกลาง ๆ เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องของฝุ่นควัน เรื่องไฟป่า หมอกควัน และที่สำคัญคือภารกิจตรงนี้มันไปสนับสนุนองค์กรที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าท่านลงไปเป็นภาคี หุ้นส่วน เพื่อที่จะถอดบทเรียน เพื่อที่จะนำเสนอให้นโยบายได้ปรับเปลี่ยนในแง่ของ ข้อระเบียบ ข้อกฎหมาย หรือแนวทางใหม่ ๆ หรือนโยบายใหม่ ๆ ให้กับพรรคการเมือง ให้กับทางรัฐบาลเพื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้ อันนี้ผมก็หวังว่าจะเป็นประเด็น ที่จะเพิ่มมิติแล้วก็จะมองภาพรวมของความเป็นสุขภาวะได้ทั้งหมดครับ ขออนุญาตใช้เวลา เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะอภิปราย ผมขอชมเชย สสส. ที่ได้ทำรายงานให้กับสภาได้อย่างสวยงาม มีข้อมูลผลการดำเนินงาน ในรอบปี ๒๕๖๒ ที่ทำให้เรารับทราบและรับรู้ได้อย่างชัดเจน นั่นคือประเด็นที่ฝาก ท่านประธานขอชมเชยไว้ด้วย อย่างไรก็ตามในผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๒ ผมขอ อภิปรายในประเด็นที่ สสส. ได้ดำเนินงานในแต่ละแผน ผมคิดว่าในแต่ละแผนถ้าดูข้อมูล โดยภาพรวมก็ยังมีบางประเด็นที่บางอย่างก็ยังคงที่หรือลดลง เพิ่มขึ้นก็ไม่มาก อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูล ผมยกตัวอย่างในเรื่องโรคอ้วน โรคอ้วนนี่ปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ ก็ไม่ต่าง แต่ปี ๒๕๖๒ กลับเพิ่มขึ้นเป็นต้น หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตบนถนน หรือความปลอดภัย ทางถนนนี่ ตัวเลขปี ๒๕๖๑ ๑๙,๙๓๑ คน ปี ๒๕๖๒ ๑๙,๙๐๔ คน แบบนี้มันจะมีตัวเลข ที่ใกล้เคียงแล้วก็เพิ่มขึ้นลดลงไม่มากนัก มันก็เป็นคำถามในรายงานผมอยากเห็น ในแต่ละแผนว่า ถ้าจะเปรียบเทียบเป็นบทสรุปตอนท้ายให้เห็นชัด ๆ มากขึ้นในแต่ละแผน ก็จะเป็นการดีด้วยซ้ำไป อันนั้นคือประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะฝากไว้ในการนำเสนอเพื่อทำให้ เห็นภาพที่มันชัดขึ้นในการเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตามมาเรื่องงานของ สสส. ผมคิดว่า หลายงานผมอ่านแล้วผมตั้งคำถามเรียนท่านประธานว่า ไม่ว่าจะเป็นงานเรื่องอาหาร เพื่อสุขภาพ งานเรื่องลดบุหรี่ เรื่องลดแอลกอฮอล์ งานเรื่องความปลอดภัย งานเรื่องเกี่ยวกับ กิจการเด็ก เยาวชน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งสุขภาวะของประชากรที่เกี่ยวกับเฉพาะกลุ่ม หรือภาวะสุขภาพชุมชนเป็นต้น คืองานเหล่านี้ผมก็แยกไม่ออกกับงานของกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตบนถนนของคนนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากตั้งเป็นคำถามว่ามีงาน สสส. ที่เป็นประเด็นแตกต่างกับหน่วยงานอื่น อย่างไร ผมเข้าใจในการทำงานที่สร้างภาคีกับชุมชน ท้องถิ่น กับหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้เป้าหมายของงานลดลง แต่ผมไปดูพระราชบัญญัติ สสส. ปี ๒๕๔๔ ก็เขียนไว้ เรื่องของการผลักดัน กระตุ้น สนับสนุน เสริมสร้างสุขภาพ อันนี้ก็อยู่ในพระราชบัญญัติ แล้วก็ทำให้ผลการลดอัตราอะไรต่ออะไรที่ผมกล่าวแล้วนี้ที่ว่าไม่ค่อยเห็นชัดมากนัก ก็ขอถามว่าอะไรที่มันเห็นชัดมากนัก ก็ได้จากการที่ผมได้เสนอเรื่องของการเปรียบเทียบ นั่นคือเป็นประเด็นที่อยากจะฝากไว้ต่อท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ด้วย🔗

ในส่วนของงานที่ สสส. และเพื่อนสมาชิกหลายคนพูดนี้ ผมก็คิดว่าส่วนหนึ่ง ถ้าซ้ำซ้อนบางเรื่อง เป็นการเอางานของชุมชนท้องถิ่นมาทำเหมือนกัน แต่ สสส. ก็ใช้วิธีการ รวมศูนย์อำนาจแล้วก็กระจายเงินไปให้หน่วยรับงบประมาณ เช่น ท้องถิ่นก็ดี หรือแม้กระทั่ง หน่วยบางหน่วยที่มามีส่วนเกี่ยวข้อง จุดนี้แหละเป็นจุดที่ผมคิดว่ายังเป็นประเด็นอยู่ เพราะฉะนั้นต้องทำให้ชัดเจน เพราะว่าการใช้งบประมาณของ สสส. ไม่เหมือนกับงบประมาณ แผ่นดินที่มีการแถลงต่อสภา ต่อกรรมาธิการงบประมาณว่าการใช้เงินเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้การให้หน่วยรับงบประมาณที่ สสส. มีเครือข่ายอยู่จึงเป็นประเด็น ที่จะต้องทำให้ชัดเจนเกิดความโปร่งใส ปราศจากการครหานินทาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วก็ให้กับพวกพ้องที่ตัวเองมีเครือข่ายอยู่ นี่คือจุดที่ต้องชัดเจน ผมคิดว่าจะทำอย่างไรให้เรา รู้ว่าตอนนี้เรารับปลายทางของท่าน แต่ต้นทางที่ท่านต้องแจกแจงเรื่องการใช้งบประมาณ อย่างเป็นธรรมกับหน่วยอื่น ๆ และการสร้างความแตกต่างที่ผมมองว่ามันต่างจากงานของ ส่วนราชการอื่นอย่างไร แล้วมานำเสนอนี่ผมว่าจุดนั้นเป็นจุดที่จะทำให้ท่านถูกครหาได้น้อย ที่สุด นั่นคือประเด็นที่อยากจะฝากไว้🔗

อีกส่วนหนึ่งที่ผมพูดถึงการรวมศูนย์เพื่อให้หน่วยอื่นมาขอนี่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ท่านต้องเคลียร์ (Clear) ตอนผมเป็นอาจารย์ผมเคยเห็นเพื่อนอาจารย์บ่นว่าส่งงานให้ สสส. ไปแล้ว ๑ ชิ้น เพื่อขอรับงบประมาณ สสส. ก็ให้ไปดีเฟนด์ (Defend) ให้ไปพูด ๒-๓ ครั้ง แล้ว สสส. ก็ทำเฉย ไม่ได้ตอบให้อาจารย์ผู้นั้นได้รับทราบ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสงสัยว่า ในเมื่อไม่แจ้งเราจะทำอย่างไร สิ่งที่ผมพูดผมมีสิ่งที่หวังดีต่อ สสส. ว่าต่อไปนี้เราจะตัดการ ที่ท่านถูกกล่าวหาเรื่องต่าง ๆ อย่างไรในการรวมศูนย์อำนาจ และกระจายงบประมาณ ไปให้หน่วยต่าง ๆ เพราะฉะนั้นท่านต้องตอบ ๒ ประเด็นที่ผมถามด้วยคือ สสส. มีงาน ซ้ำ ซ้ อ น แล้วก็มีส่วนต่างจากหน่วยอื่นอย่างไร ในส่วนที่ ๒ การที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อ หน่วยรับงบประมาณ ท่านมีหลักและวิธีการอย่างไร และมีการติดต่อกับภาคีเครือข่าย อย่างไรให้เขาได้สบายใจ นี่คือสิ่งที่ผมฝากท่านประธานไปยัง สสส. ได้ตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้จะมาอภิปรายเกี่ยวกับรายงานของ สสส. ประจำปี ๒๕๖๒ นะครับ ก่อนอื่นต้องนำเรียนว่าผมก็เป็นเครือข่ายหนึ่งในอดีตนะครับ ผมเป็นนายกเทศมนตรี เมืองมหาสารคามมา ๑๐ ปีนะครับ เมื่อปี ๒๕๕๑ ผมเป็นนายกเทศมนตรีครั้งแรก ผมคิดเลยว่าผมจะทำสงกรานต์ปลอดเหล้า ก็ไปหา ส.ส. เพื่อจะเอางบประมาณส่วนหนึ่ง มาใช้กับเทศบาล ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่งดงามนะครับ เพราะว่าสงกรานต์แต่ก่อนมีปัญหา เรื่องของการทะเลาะวิวาท มีปัญหาเรื่องสุรา มีปัญหาเรื่องของการละเมิดสิทธิของคนอื่น ซึ่งเราก็ทำเรียกว่าประเพณีปลอดเหล้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ลอยกระทง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมหกรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุญบั้งไฟ ซึ่งแต่ก่อนนี้เทศบาลเมืองมหาสารคามเราไม่เคยเป็นภาคีเครือข่ายของ สสส. แล้วก็ทำเรื่อง ปลอดเหล้าเลย แต่หลังจากที่เราทำเรื่องปลอดเหล้าแล้วก็พบว่าสิ่งที่เราทำมาถูกทางแล้ว คือว่างานแต่ก่อนที่มีการทะเลาะวิวาทก็หายไป เรื่องของการจะไปประพฤติผิดกับผู้อื่น ก็หายไป แล้วก็คนไปเที่ยวงานก็สบายใจ ลูกหลานไปสงกรานต์ก็สบายใจ นี่คือสิ่งที่ผมได้รับ ประสบการณ์จากทาง สสส. แล้วก็คนที่ทำงานร่วมกันก็ยังเป็นกัลยาณมิตรที่ทำงาน สิ่งดี ๆ ร่วมกันจนถึงปัจจุบันนะครับ ซึ่ง ๑๘ ปีของ สสส. จากรายงานนี้งบประมาณ ๔,๕๖๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๒ ๒,๙๔๗ โครงการ ภาคีเครือข่ายที่รับทุน ๓๑๕ เครือข่าย เมื่อคืนผมอ่านรายงานแล้วผมนั่งคิดนะครับว่าทำอย่างไรจะใช้เงินภาษีของประชาชน ของ สสส. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมก็ไปวิเคราะห์นะครับว่า สสส. ในส่วนดีที่ท่านตกผลึก เรียกว่าองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ในการที่จะทำให้ส่งเสริมสุขภาพท่านก็ทำมาดีส่วนหนึ่งแล้ว แต่ปัญหาที่ผมได้นั่งคิดก็คือที่ท่านบอกว่า เงินนี้มันเป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่จะทำให้ ขยับเขยื้อนสิ่งที่งดงามที่จะส่งเสริมสุขภาพให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน แต่น้ำมันหล่อลื่นนี้ ผมดูแล้วมันไม่ครอบคลุมนะครับท่าน ก็คือว่าองค์กรบางองค์กรเช่นเทศบาลปลอดเหล้านี่ ผมไปเป็นทั้งเรียกว่าวิทยากร ผมยังเคยมาแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ นะครับ และท่านรัฐมนตรี ก็มีภาคีเครือข่าย ๑๐ กว่าภาคีเครือข่ายไป ๒๐ ๓๐ ทำอย่างไรเราจะทำให้เกิดครอบคลุม ทั้งประเทศไทย ทั้ง ๗,๐๐๐ กว่าตำบล นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเราทำดีมา ๑๘ ปีแล้วเรามาตกผลึก ว่า ๑๘ ปีที่ผ่านมาองค์ความรู้เรามีขนาดนี้แล้ว ปีที่ ๑๙ ปีนี้ปีที่ ๒๐ ผมอยากให้ท่านเปลี่ยน วิธีคิดว่าน้ำมันหล่อลื่นท่านที่ไปเป็นภาคีเครือข่าย เป็นองค์กรนำร่อง ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุม ในทุกมิติ ผมเสนอท่านว่าท่านควรจะทำภาคีเครือข่ายระดับตำบลให้ครบทุกตำบลนะครับ ซึ่งผมโยงมากับกองทุนสุขภาพตำบลของ สปสช. ซึ่งมีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าตำบล ก็มีเงิน ๔๕ บาทต่อหัวของ สปสช. รวมกับเงินของ อปท. อีกมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ อยากจะบอกท่านว่าในเชิงที่ท่านทำในแผน ๓ แผน ไม่ว่าจะเชิงประเด็นอันนี้ก็ดีแล้วนะครับ ท่านทำประเด็นที่ตกผลึกมา แต่เพื่อนสมาชิกก็อภิปรายว่าท่านตกผลึกมาได้อย่างไร มีประเด็นบางอย่างที่อาจจะต้องทำ แต่ผมมองว่าในประเด็นที่ท่านตกผลึกมาท่านก็มาทำ ในสิ่งที่เราคิดว่าจะส่งเสริมสุขภาพ ไม่ว่าเรื่องอุบัติเหตุ เรื่องของสุรา เรื่องของบุหรี่ เรื่องอื่น ๆ แล้วก็เชิงระบบก็คือเรื่องการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เรื่องแมส มาร์เก็ตติง (Mass Marketing) ทีนี้เรื่องเชิงพื้นที่ผมอยากให้ท่านทำเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ สสส. ตำบลขึ้นมา ถ้าท่านใช้ ๗,๐๐๐ ตำบล ตำบลละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นเงิน ๗๐๐ ล้านบาท ท่านมีเงินอยู่ที่ท่านทำ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แบ่งมา ๗๐๐ ล้านบาท เพื่อจะให้ตำบลละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทไม่ใช่มาทำงานอะไรนะครับ มาสร้างเครือข่าย มาสร้างองค์กรที่ทำงานต่อเนื่อง สมัยก่อนเราทำเครือข่ายนี้เสร็จแล้วเราก็หายไป ทำสงกรานต์ก็หายไป ทำลอยกระทง ก็หายไป แต่ว่าถ้าเครือข่ายนี้มันจะครอบคลุมในมิติทุกมิติ ซึ่งเครือข่ายนี้ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ปกครองท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ. ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ภาคประชาชน หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล รพ.สต. รวมทั้ง พมจ. หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะ สามารถเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งในสิ่งที่ผมคิดก็คือเฮลท์ อิน ออล โพลิซี (Health in all policy) ก็คือทุกนโยบายต้องสร้างสุขภาพขึ้นมา ซึ่งใน ๗,๐๐๐ ตำบลก็อยากบอกว่า เป้าหมายคือว่าท่านเอาสิ่งที่ตกผลึกมาเป็นสิ่งที่ท่านติดตามให้เขาประชุม แล้วก็สิ่งที่เขา ติดตามไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ท่านคิดไว้แล้วก็ให้เขาทำไป แต่ในพื้นที่เขามีประเด็นที่สำคัญ มากน้อยต่างกัน เช่น จังหวัดมหาสารคามของผมประเด็นของนักศึกษาอาจจะมีประเด็น เรื่องของอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ เป็นเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่อง แอลกอฮอล์ เรื่องของปิดเทอมสร้างสรรค์อะไรอย่างนี้นะครับ หรือเมืองมหาสารคามเมือง พุทธ เรามีเรื่องของการแห่เทียนเข้าพรรษาที่งดงาม หรือการทิ้งขยะ การมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม พวกนี้ผมคิดว่าภาคีเครือข่ายจะเอาคนที่ดี ๆ มารวมกันแล้วก็ทำงานอย่างต่อเนื่อง นำเรียนว่าสิ่งที่อยากเสนอท่านก็คือว่า เราต้องต่อยอดองค์ความรู้แล้วก็ปรับวิธีคิดว่า เราอยากสร้างดอกไม้ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ๑๙ ปีให้บานทั่วทั้งประเทศ ให้มีสิ่งที่งดงาม ทั่วทั้งประเทศ ก็ฝากท่านครับว่ากองทุนสร้างเสริมสุขภาพ สสส. อยากให้ท่านได้ครอบคลุม ไปทั้งประเทศ ให้ทุกตำบลให้ได้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณประกอบ รัตนพันธ์🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เชิงอภิปรายเรื่องกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า สสส. กองทุน สสส. ได้เกิดพร้อมกับที่ผมเกิดทางการเมืองคือประมาณเกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว เมื่อปี ๒๕๔๔ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมกราบเรียนว่าวันที่ผมทราบถึงหลักการ และเหตุผลในการตั้งกองทุน สสส. นั้นผมมีความดีใจ ปลื้มใจและเห็นทางสว่างให้กับเยาวชน ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าโดยหลักการกองทุนนี่ไปเก็บภาษีบาปคือเก็บจากผู้ผลิต และนำเข้าสุรา ยาเสพติด บุหรี่ เพียงร้อยละ ๒ ของภาษีที่ควรได้รับ โดยไม่มากินเนื้อใน นั่นหมายความว่าไม่เก็บจากภาษีสรรพากรเป็นการบวกเพิ่ม ซึ่งเป็นการนำเงินงบประมาณ ที่ไม่เกี่ยวกับภาระงบประมาณแผ่นดิน ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ติดตามและมีส่วนอภิปรายทุกครั้งที่กองทุน สสส. ได้นำเข้าสู่สภา เพื่อที่จะให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรรับทราบ สิ่งที่ผมให้ความสนใจแล้วก็ติดตามเป็นกรณีพิเศษก็คือจับจ้องว่า กองทุน สสส. ซึ่งเก็บเงินจากภาษีบาปนั้นจะไปช่วยเหลือ จะไปป้องกัน จะไปเสริมสร้าง ให้เยาวชน พี่น้องประชาชน มีสุขภาพ มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ จากที่ผมได้อ่าน รายงานของ สสส. ปรากฏว่ามี ๒ ด้านในการประเมิน ในด้านของการบริหารจัดการ หรือด้านดำเนินการซึ่งครอบคลุม ๕ ประเด็น ในการประเมินของ สสส. เองบอกว่าปี ๒๕๖๒ นั้นมีประสิทธิภาพลดลง แต่ว่าในส่วนของ การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลดีขึ้น ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะผมกราบเรียนว่า การประเมินถ้าตรงไปตรงมาก็เป็นเรื่องที่ดี และผมชื่นชม สสส. ที่พูดตรงไปตรงมา ประเมินตรงว่าดีก็ดี ไม่ดีก็ไม่ดี อย่างไรก็ตามในเรื่องของการบริหารจัดการภายใน สสส. ให้ครอบคลุม ๕ ภารกิจนั้น ผมคิดว่าปีถัดไป สสส. ก็คงจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น แต่ส่วนของการบริหารจัดการภายใต้ธรรมาภิบาลซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และท่านประธานเอง ท่านพูดเสมอว่าประเทศเราถ้าเปี่ยมไปด้วยธรรมาภิบาลนี่ประชาชนก็อยู่อย่างมีความสุข มีความเสมอภาค เรื่องธรรมาภิบาลนี่ผ่านครับ แต่ผมขอฝาก สสส. เรื่องหนึ่ง เรื่องความ เสมอภาคและเรื่องความทั่วถึง เพราะเท่าที่ผมดูเอกสารที่ท่านรายงานมานะครับ ท่านเลือก ในการทำโครงการเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของ สสส. ในบางจังหวัดและบางพื้นที่ ผมเข้าใจได้ว่าการที่จะทำให้ทั่วถึงนั้นมันค่อนข้างยากและค่อนข้างที่จะใช้งบประมาณไปมาก แต่ผมอยากให้ สสส. ทำงานอย่างมีเป้าหมายชัดเจน ตรงไปตรงมา เป็นรูปธรรม และวัดผลได้ นั่นหมายความว่าท่านควรที่จะทำแผนงาน โครงการ กี่ปีก็ได้ครับ แต่ให้โครงการของท่าน กระจายไปทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ถ้าไปทั่วทุกตำบลหรือหมู่บ้านได้ ผมคิดว่าเป็นการที่จะช่วย ให้ สสส. ประสบความสำเร็จในเรื่องของการบริหารจัดการตามเป้าประสงค์ของท่านได้ อย่างแน่นอน🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ดูผลงานเด่นของ สสส. ทั้ง ๘ ด้าน ขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพว่าใน ๘ เรื่อง ไม่ว่าเรื่องผู้นำศาสนาต้านภัยบุหรี่ ตรงนี้ดีมากนะครับ จะเห็นชัดเจนว่าวันนี้ผู้สูบบุหรี่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเยาวชน ผู้สูงอายุ นี่ก็คือความสำเร็จที่เราต้องยกย่อง อาจจะไม่ใช่เป็นเพราะ สสส. เพียงส่วนเดียว เป็นทั้งหมดนะครับ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่า สสส. นั้นมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การติดบุหรี่ของ เยาวชน พี่น้องประชาชน ของคนไทยเรานี้ลดน้อยลง ต้องขอชื่นชม🔗

ในส่วนที่ ๒ เรื่องชุมชนต้นแบบสู้เหล้า ยุติความรุนแรงในครอบครัว แน่นอน ที่สุดครับมันเป็นผลซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรุนแรงในครอบครัวนี้สืบเนื่องมาจากเรื่อง สุรา ยาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านลองดู เราเห็นหนังสือพิมพ์ที่เผยแพร่ข่าว เรื่องความรุนแรงในครอบครัว ผมคิดว่าเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่มาจากสาเหตุเรื่องสุรา ยาเสพติด เพราะฉะนั้นในส่วนของผลงานเด่นอันที่ ๒ นี้ผมเห็นด้วย แล้วก็ดีใจที่ท่านทำได้ สำเร็จ แต่ว่าก็อยากให้ความสำเร็จนี้เพิ่มทวีคูณขึ้น เพราะถ้าเราได้สังเกตดูความรุนแรง ในขณะนี้ก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ สสส. ต้องเดินหน้าต่อไป🔗

เรื่องที่ ๓ อุบัติเหตุบนท้องถนนก็เช่นเดียวกันครับ🔗

ผมขอฝากเรื่องสุดท้ายเพราะเวลาจำกัดมาก ก็คืออยากเพิ่มเป็นผลงานเด่น อีกด้านหนึ่งคือโรงเรียนสีขาว โรงเรียนสีขาวที่ผมเรียนท่านประธานไปยัง สสส. ไม่ใช่โรงเรียน สีขาวตามนัยของกระทรวงศึกษาธิการ แต่มากกว่านั้นคือทำอย่างไรให้เยาวชนซึ่งอยู่ใน โรงเรียนนั้นเป็นคนที่มีคุณภาพ เช่น ให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ปราศจากยาเสพติด ให้เด็ก มีวินัย กองทุน สสส. จะไปเสริมสร้างสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ผมขอฝากว่าเรื่องเยาวชนนั้น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เป็นต้นน้ำ เรื่องของประชาชนนะครับ กันไว้ดีกว่าแก้ ก็กราบเรียน สสส. ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่าน คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม แล้วก็คุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญคุณหมอจาตุรงค์ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็เป็นวาระของสภาที่พิจารณาเรื่องของ สสส. ตาม พ.ร.บ. ที่นำมาให้สภา รับทราบ แล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผมต้องเรียนว่า สสส. ทุกคน ผมเป็นแพทย์เหมือนกับ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ทุกคนมีความรู้สึกในภาพที่ดีของ สสส. ผมเองมีความตั้งใจ หวังว่าอยากให้ สสส. เป็นภาพที่ดีของคนทั้งหมด เหมือนกับ สสส. ไปที่ไหนแล้วรู้สึกว่า ทุกคนยิ้มรับ ทุกคนมีความสบายใจว่า สสส. นั้นทำงานเพื่อประชาชนใช้เม็ดเงินทุกบาท ทุกสตางค์คุ้มค่าและทำงานอย่างโปร่งใส มีข้อกังวลหลายคนที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย ในหลายเรื่อง ซึ่งผมเองก็ต้องขออนุญาตสะท้อนให้ท่านผู้บริหารรับฟังว่ามีคนหลายคน คิดในหลายเรื่องที่อยู่ในใจพวกเราว่าทำอย่างไร โปร่งใส เที่ยงธรรม และเสมอภาค ตรงนี้ ท่านเป็นองค์กรที่ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เขาสนับสนุน ประเทศไทยก็มีองค์กรที่โดดเด่น ดูจากงบประมาณที่ท่านได้ ปี ๒๕๖๒ ท่านได้ ๔,๕๖๐.๖๗ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ท่านได้ ๔,๖๑๐ ล้านบาท และปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาได้ ๔,๘๓๕ ล้านบาท ถ้าถามเป็นเม็ดเงิน ต้องบอกว่าไม่ได้เพิ่มนะครับ จากการเก็บภาษีสินค้าที่บั่นทอนสุขภาพอย่างที่หลายคนพูดกัน ชัด ๆ ว่าภาษีบาป เพราะฉะนั้นองค์กรของ สสส. นั้น เราต้องทำให้ชัดเจน🔗

ข้อที่ ๑ ผู้ซึ่งเข้าร่วมโครงการ ผู้ที่มารับโครงการ หรือว่ารับที่ไปดีเฟนด์ (Defend) แล้วนำเม็ดเงินของท่านไปทำโครงการต่าง ๆ ท่านได้สกรีน (Screen) ตรวจสอบ ให้ละเอียดมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ถ้าไม่ได้ตรวจสอบมากน้อย ผลมันกลับมานี่ คนที่รับผิดชอบคือท่านเอง ด้วยความเป็นห่วง อย่างเช่นปี ๒๕๕๗ ที่ไปรายงานกับ สตง. ว่า การหักภาษี ณ ที่จ่ายยังไม่ได้หัก แล้วก็พันมาถึงพวกเรา ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเราไม่อยากให้เกิด เกิดแล้วมันเหมือนกับเป็นบาปที่จะต้องมาแก้ไข แล้วจะทำให้บั่นทอนในการสร้างพลังให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นท่านต้องตรวจสอบบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิเอกชน หรือ ผู้ที่ทำ ตรวจสอบว่าเขาตั้งมูลนิธิ ตั้งองค์กรมาได้นานแค่ไหน มีวัตถุประสงค์อย่างไร ต้องสกรีน (Screen) ต้องเช็ก (Check) ภูมิหลังต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อความโปร่งใส และให้ พี่น้องได้รับทราบชัดเจน🔗

ข้อที่ ๒ เมื่อรับเงินโครงการเม็ดเงินที่ดีเฟนด์ (Defend) ไปแล้ว เขาไป ดำเนินงานโครงการตามที่นโยบายของพวกเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าทำท่านมีการตรวจสอบ มีการใช้มาตรการในการเข้าไปมีข้อเสนอแนะ มีตัวชี้วัดตรวจสอบตรงหรือไม่ ถ้าไม่ตรง มีวิธีการแก้ไขแนะนำอย่างไร หรือว่าถ้าเกิดเข้าไปแล้วนำเม็ดเงินไปใช้ในทางที่ไม่เกิด ประโยชน์ ซึ่งเป็นเม็ดเงินของพี่น้องประชาชน ภาษีทุกบาททุกสตางค์มีค่ามาก เพราะฉะนั้น ไม่เกิดประโยชน์แล้วเรามีมาตรการลงโทษ ตักเตือน หรือไม่ อย่างไร ผมต้องเรียนถามเลยว่า มีไหมครับที่เป็นแบบนี้ ด้วยความเป็นห่วงเพราะท่านมาทำไมตรงนี้ ผมเชื่อว่าท่านเสียสละ มาทำตรงนี้ ต้องอย่าให้เป็นข้อครหาแล้วเกิดขึ้น🔗

ข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องการที่เราดูแลในเรื่องยาสูบแล้วเราพูดถึงบุหรี่ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ซิกาแรตต์ (Electronic Cigarette) มันเป็นภัยเงียบมหันต์ของวัยรุ่น ผมเอง กำลังยื่นญัตติเรื่องการใช้มาตรการในการตรวจสอบการนำเข้า และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในวัยรุ่น ซึ่งเรื่องตรงนี้หลายคนอาจจะมองว่าบุหรี่ลดลงจาก ๑๒ ล้านคนเหลือ ๑๐ ล้านคน แต่บุหรี่ ไฟฟ้ามันผุดขึ้นมา เช็ก (Check) ไม่ได้ เช็ก (Check) ไม่ได้เพราะอะไร เพราะขายออนไลน์ (Online) ตั้ง ๒๕๐ ยี่ห้อ ขายตามพื้นที่ในตลาดคลองถมต่าง ๆ ที่มีการตรวจจับ ที่มีผล การตรวจจับรับได้ต่าง ๆ เป็นข่าวคราวทั้งหมด เพราะว่านำเข้าก็ผิด ผิด พ.ร.บ. ถึง ๓ พ.ร.บ. พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.๒๕๒๒ พ.ร.บ. ยา พ.ศ. ๒๕๑๐ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าท่านจะต้องช่วยให้ส่วนราชการ เป็นเครื่องสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพราะถ้าองค์กรที่ทำช่วยตรงนี้ได้ บุหรี่ไฟฟ้า หมดไป เพราะว่าบางคนเชื่อว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีใบยาสูบ ไม่มีนิโคติน ไม่เป็นไร ซึ่งท่าน เขียนว่าเป็นความเชื่อที่ผิด ผมก็เรียนว่าผิด เพราะบุหรี่จริง ๆ มีประมาณ ๘ มิลลิกรัม บุหรี่ไฟฟ้าใส่ได้ตั้งแต่ ๐-๑๘ มิลลิกรัม เพราะฉะนั้นเขาจะใส่เท่าไรเขาไม่บอก ยิ่งใส่มาก คนยิ่งติดยิ่งดี เพราะฉะนั้นเป็นความเชื่อตรงนี้ แล้ววัยรุ่นที่เข้ามาก็ไปมองว่าการโฆษณา ชวนเชื่อ กลุ่มที่จะเข้ามาใช้นี่กลายเป็นว่าต้องเป็นไฮโซไซตี (High society) เป็นผู้มีสังคม ต้องดูดี ดูหรู ดูเท่ มันเป็นความเชื่อที่เราต้องช่วยกันแก้ เพราะในต่างประเทศเริ่มมี แล้วก็ กระจัดกระจาย นิโคตินที่เข้ามามีผลตั้งแต่ผลเฉียบพลันระยะสั้น ระยะยาว ไอ จาม เป็นโรคปอดอักเสบ สุดท้ายหัวใจวาย เพราะฉะนั้นในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้า ผมว่าทาง สภาผู้แทนราษฎรเราก็จะเสนอญัตติ ตอนนี้ก็มีญัตติเข้ามา เพราะฉะนั้นจะต้องดูตรงนี้ นอกจากบุหรี่จริง ๆ ที่เราใช้อยู่แล้ว ท่านทำตรงนี้ให้ได้ ผมอยากให้ สสส. ทำแล้วมีอิมแพกต์ (Impact) มีพลัง ไม่อยากให้เป็นเบี้ยหัวแตก อยากให้ทำแล้วรู้สึกว่านี่คือสัญลักษณ์ของ สสส. ที่ทำให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากเสริมสร้างแล้วผมยังเน้นเรื่องการออกกำลังกาย การออกกำลังกายสัปดาห์หนึ่ง ๕ วัน วันหนึ่ง ๓๐ นาทีขึ้นไป ทำให้สร้างเสริม ๓๐ นาที ถัดไปนี่คือลดไขมันและทำให้จิตใจหลั่งเอนดอร์ฟิน (Endorphin) และสุดท้ายก็คือ การสร้างเสริมสุขภาพ ในงบของ สปสช. ๓,๖๐๐ ล้านบาทของปีที่แล้วมีงบสร้างเสริมสุขภาพ แค่ ๔๕๒ ล้านบาท ปีนี้มี ๔๕๕ ล้านบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ และปีนี้ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ น้อยมาก ถ้าเราไม่ช่วยกันสร้างเสริมสุขภาพ ให้มีสุขภาพแข็งแรง วัยรุ่น เยาวชนต่อไปจะเป็นภาระของสังคม และผู้สูงอายุก็จะลำบาก ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณผู้บริหารของ สสส. ท่านคงจะต้องได้ชี้แจงในปี ๒๕๕๗ ในเรื่องที่ สตง. ติงมาแล้วแก้ไขอย่างไร แล้วก็จะเป็นเรื่องที่เราได้แก้ไขปัญหาในเรื่องที่ผม เรียนถาม ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนที่มาของสถาบันแห่งนี้นะครับ แม้ว่ากฎหมายนี้จะออก ในปี ๒๕๔๔ แต่แท้ที่จริงแล้วมีที่มายาวนานกว่านั้น ก็คือว่าในปี ๒๕๔๒ ในช่วงที่ ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ครับ คุณหมอประกิต วาทีสาธกกิจ ก็ได้เข้ามา พบกับผมที่กระทรวงการคลัง โดยได้ขอให้ผมได้ช่วยผลักดันในเรื่องของการรณรงค์เกี่ยวกับ เรื่องบุหรี่ โดยได้ให้ข้อมูลว่าได้พยายามที่จะไปของบประมาณดูแลเรื่องนี้ แต่ก็ได้ปีละ เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างดีก็อาจจะปีละสัก ๑๐ ล้านบาท ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้มาก ก็เลยมีข้อสรุปว่า คงต้องหาวิธีการที่จะให้ได้เงินเพื่อมาทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ก็เลยนึกถึงเรื่องของ ภาษีบาป คือเก็บ ๒ เปอร์เซ็นต์จากภาษีบุหรี่ เพิ่มอีก ๒ เปอร์เซ็นต์เพื่อจะได้ตั้งเป็นกองทุน ผมเองตอนนั้นก็ยังมีความคิดว่านอกจากบุหรี่แล้วเรื่องสุราก็เป็นเรื่องใหญ่ก็เลยขอให้คุณหมอ ได้ทำเรื่องสุราด้วยพร้อม ๆ กันไป ก็เลยเป็นที่มาว่าจะต้องนำเสนอกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ได้รับการสนับสนุนจากท่านพิเชษฐ์ ท่านธารินทร์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นคือท่านประธาน ท่านได้ให้การสนับสนุน เป็นอย่างมากในเรื่องนี้ โดยประกาศว่าให้เป็นวาระแห่งชาติในที่ประชุม ครม. โดยได้มีการ พิจารณาใน ครม. เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๒ ให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อรณรงค์ให้งด การบริโภคสุราและยาสูบ และเสริมสร้างสุขภาพ ซึ่งชื่ออาจจะยาวไปหน่อย ต่อมาสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาก็เลยขอแก้ให้เป็นกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือที่เรียกกันว่า สสส. ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นกองทุนนี้จึงมีการจัดตั้งโดยมติ ครม. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แล้วก็มีการนำเสนอในรัฐสภาเพื่อออกเป็นกฎหมายตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ แต่มาเสร็จในปี ๒๕๔๔ เพราะว่าขั้นตอนที่วุฒิสภายาวนานกว่าที่คาด เพราะฉะนั้นก็อาจจะ กล่าวได้ว่าถึงปีนี้ สสส. ก็ได้ทำงานครบ ๒๐ ปี ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ สสส. โดยเฉพาะ ท่านเลขาธิการและทีมงานที่ได้ฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการ ทำให้ สสส. เป็นองค์กรที่ถือว่า เป็นองค์กรดีเด่นที่น่าภูมิใจของประเทศ ได้รับรางวัลจากองค์การอนามัยโลกดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หลายรางวัลด้วยกัน มีประเทศต่าง ๆ ในโลกได้พยายามจะมาดูงานเอาอย่าง ประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาการเมืองคือไม่สามารถที่จะตั้งกองทุนได้ ไม่สามารถที่จะเก็บภาษีบาปได้ เพราะผู้มีผลประโยชน์ขัดขวาง เราก็ทราบดีว่าในโลกทุกวันนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกได้รับผลประโยชน์จากนู่นนี่อย่างเต็มที่ แล้วก็พยายามทุกวิถีทาง ที่จะบล็อกไม่ให้ประเทศเล็กประเทศน้อยได้มีการรณรงค์ไม่ให้คนสูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในล่าสุดก็มีเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเอาภาพขึ้นจอด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าที่เพื่อนสมาชิก พยายามจะพูดถึงก็ต้องขอบคุณหลายท่านนะครับ จริง ๆ แล้วได้มีการศึกษาเรื่องนี้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่เป็นวิธีการที่จะทำให้คนลดบุหรี่ ตรงกันข้ามคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว กลับหันมาสูบบุหรี่ เพราะว่าบุหรี่มีความจุใจมากกว่า แต่ว่าเป็นเครื่องล่อให้วัยรุ่นที่จะเห็น ความโก้เก๋ก็ไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพราะฉะนั้นข้อสรุปของหน่วยงานนี้สหพันธ์องค์การต่อต้าน วัณโรคและโรคปอดนานาชาติก็ได้มีข้อสรุป เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ ว่าเป็นการ ถูกต้องแล้วที่ประเทศต่าง ๆ อย่างประเทศไทยเราจะห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเรื่องนี้ ก็ขอบคุณทาง สสส. ที่พยายามจะรณรงค์ในเรื่องนี้ และขอให้กำลังใจในการที่จะห้ามไม่ให้มี การสูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป ห้ามไม่ให้มีการนำเข้า ลักลอบ ซึ่งตอนนี้ก็เกิดขึ้นมาก🔗

นอกจากเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็ยังมีเรื่องอื่นที่ผมก็มีความภาคภูมิใจว่า ทาง สสส. ก็ได้พยายามดูแล เช่น ขณะนี้เรื่องของน้ำตาล เรื่องของโรคอ้วน เรื่องของการ รณรงค์ให้คนขับรถโดยที่ไม่ดื่มเหล้า แล้วก็ได้มีการใช้เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ได้แต่ละปี ไปให้เครือข่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศได้ดูแลเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะมีข้อสงสัยบางประการ จากเพื่อนสมาชิกก็ตาม แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า สสส. มีระบบการกำกับดูแลที่ดี เพราะผมเคยเป็น กรรมการด้านการเงินดูแลเรื่องนี้ให้ มีอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากที่ผมพ้นตำแหน่งการเมือง แล้วก็ได้มีโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการไปดูแลเรื่องนี้ ก็มีความมั่นใจว่าทีมงาน สสส. ได้ทำ เรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็ได้รับความสำเร็จนะครับ ขออนุญาตที่จะให้กำลังใจแล้วก็ขอย้ำอีกทีว่างบที่ได้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีคุ้มค่ามากครับ ที่ทำให้เรื่องของการสูบบุหรี่ เรื่องของการดื่มสุรา ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเรื่องโก้เก๋ เป็นเรื่องที่เขา มีสิทธิที่จะทำได้ อย่างในที่ทำงานผมเมื่อผมเริ่มต้นทำงานเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ผมถูกล้อมด้วย คนสูบบุหรี่หมด แล้วผมก็ไม่มีสิทธิที่จะไปว่ากล่าวได้ แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แล้ว ทุกวันนี้เป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในสภาเองก็มีหลายจุดที่มีคนไปสูบบุหรี่ ผมก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ ร้องเรียนท่านประธานด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ คุณหมอบัญญัติครับ ผมขออภัยคุณหมอครับ พอดีมีแทรกเข้ามาท่านหนึ่ง ขอ ๕ นาที ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขอให้ท่านพิเชษฐ์ก่อนนะครับ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ให้ความสนใจกับกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ มาเป็นเวลานานตั้งแต่เข้าสู่การเมือง ผมเห็นว่ากองทุนนี้ถ้าทำให้เป็นประโยชน์ก็เป็นประโยชน์ จริง ๆ ผลงาน ๘ ด้านของท่านที่ว่าเป็นผลงานที่ดีเด่นนั้นผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่อยากจะฟัง จากท่านว่ายุทธศาสตร์ที่ท่านจะวางต่อไป ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ท่านได้วางไว้ อย่างไร เพราะว่าปีหนึ่งท่านได้เงินหลายพันล้าน ๑๙ ปีนี้เป็นเงินมหาศาล อยากจะให้ท่าน ได้มีโครงการระยะยาวที่จะทำให้เป็นชิ้นเป็นอัน เพื่อคนไทยจะได้ยั่งยืนถาวรในบางด้าน อยากจะเห็นโครงการระยะยาวของท่าน แล้วก็หลังโควิด-๑๙ (COVID-19) งบปี ๒๕๖๔ ที่ท่าน จะได้รับในปีหน้านี้ท่านได้วางแผนที่จะช่วยสถานการณ์โควิด (COVID) ได้อย่างไร อยากจะให้ท่าน ตอบนะครับ กองทุนของท่าน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้รับรองงบประมาณของท่าน ก็ยินดีด้วย นะครับ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่หน่วยรับงบประมาณของท่านจะเป็นซ้ำ ๆ เดิม ๆ เป็นกลุ่มเดิมเป็นบางส่วน มีคนร้องเรียนมาว่าองค์กรของท่านยังมีลักษณะเป็นมาเฟีย (Mafia) ที่ควบคุมองค์กรของท่านอยู่เพื่อรับงบประมาณ เป็นหน่วยรับงบประมาณทุกปี อันนี้ ก็ยากที่จะตรวจสอบเพราะว่ามันเป็นขบวนการ แต่อย่างไรก็ตามอยากจะให้องค์กรของท่าน ช่วยให้มีธรรมาภิบาลมากขึ้น จะได้เป็นกองทุนของพี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่งที่หวังของคนที่ เขาอยู่ในศีลในธรรม ให้ประเทศไทยได้ปลอดจากอบายมุข ฝากท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอบัญญัติครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่าน ผู้ชี้แจงจาก สสส. อภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบร่างรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุน สสส. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พุทธศักราช ๒๕๔๔ สมัยที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ นะครับ ต่อมาในปี ๒๕๕๒ คือเมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอประทานโทษที่เอ่ย นามท่าน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านเป็นผู้นำองค์กร ที่สนับสนุนการไม่สูบบุหรี่ แล้วก็บริหารจัดการจนได้ผล ก็สืบเนื่องมาจากเรื่อง สสส. นี้ด้วย ท่านไปรับรางวัลที่องค์การอนามัยโลก แล้วก็ในปีนี้เอง ปี ๒๕๖๓ ในวันงดสูบบุหรี่โลกนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้รับรางวัลการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่โลก ด้วยเช่นเดียวกัน ไปรับรางวัลที่องค์การอนามัยโลก พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ ซึ่งท่านดูแลการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้คนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ล้วนแต่เป็นผลงาน ที่ทางองค์การอนามัยโลกประจักษ์ว่าประเทศไทยมีกองทุนที่ตั้งได้ยาก เพราะว่าประเทศ ใหญ่ ๆ นั้นบริษัทที่ผลิตบุหรี่มีอิทธิพลมาก การที่จะมีกองทุนที่นำภาษีบาปจากการขายสุรา การขายบุหรี่ นำมาตั้งเป็นกองทุนแล้วย้อนกลับไปรณรงค์เพื่อให้คนลดการบริโภค อาจจะงด ไม่ได้หมดทั้งสิ้น แต่ลดการหยุดยั้งหรือลดการบริโภคบุหรี่ สุรา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ อนาคตความหวานก็จะต้องได้หักเป็นความภาษีความหวาน เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนเป็น เบาหวานเป็นโรคอ้วนเยอะเหลือเกิน ภาษีความเค็มต่าง ๆ วิวัฒนาการต่าง ๆ เหล่านี้จะ ทยอยเข้ามา เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้เครื่องดื่มต่าง ๆ ความหวานลดลง ความเค็ม ลดลง ต่าง ๆ นี้ก็จะเป็นวิวัฒนาการไปในอนาคต เพราะฉะนั้น สสส. ก็จะต้องรับภาระในการ นำภาษีบาป ภาษีที่เป็นความเสี่ยงทางสุขภาพต่าง ๆ เหล่านี้มาบริหารจัดการ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้ความเสี่ยงสุขภาพนั้นลดลง เพราะเมื่อความเสี่ยงสุขภาพมีมากขึ้นค่าใช้จ่าย ในการรักษามันไม่ใช่เป็นระดับ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันท่านได้รับเม็ดเงินภาษีประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดอนาคตขายสุรา ขายบุหรี่ไม่ได้ ท่านอาจจะได้ไม่ถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่เป็นอะไร ก็คนไม่เสี่ยงแล้ว แต่ว่าที่ผ่านมามันก็ลดมาได้ระดับหนึ่งแล้วมันก็ไปไม่เป็น ทีนี้ค่อนข้างจะไปไม่เป็น เหมือนประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางไปไม่เป็นจนจะต้องทำ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่นอีอีซี (EEC) เป็นต้น ผมจะไม่ลงรายละเอียดอื่น ๆ แต่ว่าองค์กร สสส. นี่เมื่อนำไปทำให้เกิดประโยชน์เรื่องของกองทุนไม่ควรที่จะเป็นคนทำเอง ถ้าองค์กรไหนถือเงินองค์กรนั้นก็ไม่ควรจะทำเอง อันนี้ถือเป็นหลัก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ได้หารือในสภาอภิปรายในสภาว่าองค์กร หรือหน่วยงานหน่วยรับงบประมาณที่มีเงินนอกงบประมาณปัจจุบันมีเงินจำนวน ล้านล้านบาทที่หามาได้แล้วก็จ่ายไป หามาได้แล้วจ่ายไปไม่ผ่านสภาแห่งนี้ นาน ๆ ไป องค์กรเหล่านี้จะไม่ทันสมัยแล้วเพราะฉะนั้นกฎหมาย สสส. มีเพื่อนสมาชิกหลายคนคุยกันว่า เราจะต้องแก้ไขบางมาตรา แผนการใช้เงินของท่านในปีต่อไปท่านต้องมาดีเฟนด์ (Defend) กับสภา สภาก็จะต้องมีโอกาสที่จะได้ติติงต่าง ๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็ฝากท่านว่า ท่านอย่าได้เสี่ยงที่จะให้คนที่มีความไม่โปร่งใส ไม่มีธรรมาภิบาลเข้ามาใกล้ตัว สสส. เพราะว่า นอกจากท่านทำโครงการเองไม่ได้ท่านก็ไม่ควรแม้กระทั่งมีเถยจิต แม้กระทั่งฮิดเดน อะเจนดา (Hidden Agenda) ที่จะไปหวังผลประโยชน์ทับซ้อนในเงินงบประมาณนี้ เพราะท่านใช้งบประมาณโดยที่ท่านรับอำนาจของประชาชนไป เป็นเงินภาษี ท่านต้องคิดถึง ตรงนี้ให้จงหนักเลย องค์กรท่านกำลังมาสวย ๆ ถ้ามีคนร้องเรียนเรื่องทางนี้ท่านจะไปไม่เป็น เลยครับ เรื่องของการบริหารความเสี่ยง เรื่องชื่อเสียงมันเป็นเรื่องสำคัญมาก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านกำชับเรื่องนี้กับผู้แทนราษฎรในยุคสมัยนี้มากว่า เราต้องเป็นตัวอย่าง แล้วเราต้องโปร่งใส การโปร่งใสในความหมายนั้นก็คือว่าต้องให้ ตรวจสอบทานย้อนกลับได้ มีส่วนร่วมเยอะ ๆ แล้วก็มีความโปร่งใสเยอะ ๆ แล้วก็สัมฤทธิผล วัดได้ อย่างคนสูบบุหรี่วัดกี่ปี ๆ ก็เท่าเดิม คนไม่ชมแล้ว เพราะฉะนั้นท่านจะต้องทำอย่างไร ผมฝากหลักซึ่งฝากมาทุกปี คือหลักว่าจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องสุขภาพ ความรอบรู้ในเรื่อง สุขภาพมี ๔ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือท่านต้องให้ประชาชนรู้จริง เดี๋ยวนี้มันเฟกนิวส์ (Fake news) เยอะ ข่าวลวงเยอะ ต้องรู้จริง ท่านต้องมีองค์กรแก้ข่าว ท่านไม่ได้ทำเอง ท่านต้องไป ให้กรมอนามัยทำ ท่านจะต้องเอาศูนย์ต้านข่าวลวงของกระทรวงดิจิทัล (Digital) ท่านก็ต้อง ไปอุดหนุนเขาบ้าง อุดหนุนกรมอนามัยนี้ต้องอดหนุนเยอะ ๆ เพราะท่านทำงานซ้ำซ้อนกับ กรมอนามัย กรมอนามัยได้งบประมาณน้อยกว่างบของท่านอีก แล้วก็มีคนจำนวนไม่ใช่น้อย ว่าท่านทำงานซ้ำซ้อนกับกรมอนามัย เพราะฉะนั้นท่านอุดหนุนกรมอนามัยไปเลย เพราะว่า เขาเป็นหน่วยงานทำงาน แล้วเขามีแขนขา มีเครือข่าย มีสุขภาพเขต ลงไปจนถึง รพ.สต. กรมอนามัยท่านต้องอุดหนุนเขา ท่านอย่าแย่งแข่งกับเขา แล้วก็ไปสร้างเครือข่ายแข่งกับเขา ส่วนหนึ่งก็ต้องให้กรมอนามัย เมื่อมีโควิด (COVID) มาท่านต้องให้กรมควบคุมโรคด้วย เพราะกรมควบคุมโรคต้องทำนิวนอร์มัล (New normal) เขาทำควบคู่กับกรมอนามัย ถ้าคนไม่สูบบุหรี่ แต่ว่าบาดเจ็บล้มตายเหมือนกับประเทศที่เจริญแต่ทางวัตถุ แต่ว่าอาจจะ ไม่เจริญทางด้านสาธารณสุขเหมือนประเทศเรา มันก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ท่านต้องให้เขา เรื่องที่ ๑ มีความรู้ที่ถูกต้อง ตรง ต้องแก้ข่าวทุกวัน เรื่องที่ ๒ ท่านต้องใช้วิชา ครุศาสตร์ วิชาครู ทำให้ความรู้ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดตามโซเชียล (Social) ให้เขามีความ ตระหนัก อย่างเช่น ช่วงโควิด (COVID) จะพูดว่าตระหนักแต่อย่าตระหนก คำว่า ตระหนก คือตกใจ จิตใจฟุ้งซ่าน ไม่มีสมาธิ ไม่เกิดปัญญา ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เมื่อรู้ว่าสูบบุหรี่ไม่ดี คนรู้กันทั่ว สอนลูกสอนหลานให้หยุดบุหรี่ แต่ตัวเองก็สูบ อันนี้เขาเรียกว่า มีความรู้ แต่ไม่มี ความตระหนัก แล้วก็เมื่อตระหนักแล้วต้องปฏิบัติได้จริงจึงจะถือว่าได้ผล คนรู้ แล้วก็ คนตระหนัก แต่ถึงเวลาก็ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ไม่มีสมาธิเพียงพอ ทำไม่ได้🔗

อันสุดท้าย เราอยู่ในราชการปัจจุบันท่านเน้นมากเรื่องจิตอาสา เมื่อรู้แล้ว ปฏิบัติได้แล้ว ตระหนักแล้ว ปฏิบัติได้แล้ว ต้องมีจิตใจจิตอาสาอยากจะบอกต่อให้ คนรอบข้าง บอกลูกบอกหลาน บอกครอบครัว บอกญาติ บอกเพื่อนร่วมงานรอบข้าง ให้ทำตาม แบบนี้ระบบมันจะหมุนไปเป็นแบบวงจรอริยสัจ ๔ คือวงจรที่ไปสู่นิโรธวาร นิโรธวารก็คือไปสู่ที่นิโรธก็คือว่าไปสำเร็จ แต่ถ้าเกิดไม่ทำอย่างนี้มันจะมาสมุทยวาร มาทาง สมุทัย เพราะฉะนั้นผมก็นำเรียนท่านว่าถ้าท่านไม่คุ้นชินกับภาษาที่ผมพูด ท่านไปใช้ คำภาษาอังกฤษว่าเคเอพี (KAP) โนว์เลดจ์ (Knowledge) ก็คือมีความรู้ รู้จริง รู้ถูกต้อง แอตทิจูด (Attitude) คือทัศนคติที่ถูกต้องคือความตระหนักนั่นละ และแพร็กทิซ (Practice) ก็คือทำได้จริง แต่ขอเพิ่มตัวเอส (S) เข้าไปอีกตัวคือสปิริชวล (Spiritual) เราอยู่ใน ประเทศไทย ประเทศไทยเห็นไหมครับ มีวิกฤติขึ้นมาทุกคนมีสปิริชวล (Spiritual) ให้ของนี่ ก็บุญเต็ม ๑๐ แต่ถ้าให้สติปัญญาให้เขาได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วเขามีความปลอดภัยนี่ เหมือนกับให้ทาน ก็คือเป็นวิทยาทานนั่นเอง ก็ฝากสิ่งต่าง ๆ ให้ท่านได้นำไปประยุกต์ใช้ สำหรับองค์กรของท่าน ผมได้อภิปรายเข้าข้าง สสส. ไว้ในคราวที่ สตง. มารายงานประจำปี ว่า สสส. รายงานงบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชี แล้วก็ สตง. ชี้แจงไปแล้วเขาไม่ให้ ท่านตอบ แต่ว่า สตง. เวลากรมบัญชีกลางตรวจ เขาชี้แจงกลับไป ชี้แจงกลับมาหลายที ผมบอกว่าถ้า สตง. ตรวจ สสส. ให้ สสส. ได้ชี้แจงด้วย ไม่อย่างนั้นการเขียนบันทึกในรายงาน งบการเงินทำให้ท่านมีตำหนิ ผมได้บอกท่านแล้ว เพราะฉะนั้นท่านก็สร้างความโปร่งใส ให้องค์กรของท่าน ให้น่าเชื่อถือ แล้วก็เป็นที่พึ่งของสังคมไทย ให้พี่น้องประชาชนมีความ รอบรู้ทางสุขภาพ แถมภาษาอังกฤษอีกคำก็ได้ บี เฮลท์ ลิเทอเรซี (Be Health literacy) ก็คือว่ารอบรู้สุขภาพ อะไร ๆ เดี๋ยวนี้ต้องลิเทอเรซี (Literacy) ดิจิทัล (Digital) ก็ต้องดิจิทัล ลิเทอเรซี (Digital literacy) มีเซ็กชวล (Sexual) มีเพศศึกษาต้องมีเซ็กชวล ลิเทอเรซี (Sexual literacy) ต้องรู้จนกระทั่งปฏิบัติได้ รู้จริง แล้วก็บอกต่อได้ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สมาชิก ได้อภิปรายทั้ง ๑๔ ท่านตามที่ได้ขอมา ต่อไปนี้ทางคณะผู้ชี้แจง ท่านผู้จัดการกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพจะให้ใครชี้แจงประเด็นใดเชิญเลยนะครับ🔗

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขอบพระคุณอย่างสูง โดยเฉพาะ ๑๔ ท่านที่ได้อภิปรายให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะต่อ สสส. ที่จริงยังมีอีกหลายท่านในนี้เองที่ช่วย สสส. มาตั้งแต่ตอนก่อตั้ง ร่วมทำงาน แล้วก็ร่วมสนับสนุนกันมาโดยตลอด ในหลาย ๆ ส่วนก็เป็นคำถามอยู่บ้าง ที่ขอใช้ โอกาสพยายามจะให้สั้นที่สุดในการชี้แจงอย่างสั้น ๆ นะครับ🔗

อย่างแรกบทบาท สสส. เองอาจจะมี ส.ส. หลายท่านไม่ถึงกับกระจ่างนักว่า สสส. เป็นใคร ทำอะไร มีอำนาจอะไร แล้วก็ทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานต่าง ๆ หรือไม่ เปิดดูไปในรายงานทุกเรื่องจะมีกรม มีกอง มีหน่วยงานต่าง ๆ รับผิดชอบอยู่ทั้งนั้นละครับ ไม่มีเรื่องไหนไม่มีใครไม่รับผิดชอบนะครับ แต่ สสส. เองโดย พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ ๒๕๔๔ ชื่อบอกเลยครับว่าเราเป็นกองทุน กองทุนคือมีเงินรายได้ ที่มาจากภาษีนำเข้าแล้วก็ผลิตของสุรา ยาสูบ ในอัตรา ๒ เปอร์เซ็นต์ของที่กรมสรรพสามิตเก็บ ส่วนที่ ๒ คือสนับสนุนครับ บทบาท สสส. หลักคือการสนับสนุน ซึ่งถ้าขยายคำว่าสนับสนุน อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้ช่วยขยายเมื่อสักครู่ก็คือเราจุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลัง ส่วนนี้คือบทบาทของเราซึ่งอาจจะเรียกกันว่าน้ำมันหล่อลื่นก็ดี หรือบางคนเรียกว่าแคทาลีสต์ (Catalyst) ฉะนั้นเราไม่ไปทำงานซ้ำครับ ทุนที่สนับสนุนหน่วยราชการก็ไปเติมในส่วนที่ขาด ในขณะนั้นเพื่อให้เขาทำงานได้ต่อไป อย่างที่ท่านนิกรยกตัวอย่างว่าเมื่อเริ่มจะตรวจเมาแล้ว ขับปีแรก งบประมาณในการซื้ออุปกรณ์ตั้งต้นไม่มี เราอาจจะต้องเริ่มก่อน แต่หลังจากนั้น จนถึงทุกวันนี้งบประมาณปกติสามารถเข้าไปทำงานได้ สสส. ก็ไม่ได้ไปยุ่งกับส่วนนั้นอีกนะครับ🔗

แต่อย่างไรก็ตาม สสส. เอง กองทุนที่ว่าดูหลักพันล้าน แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าคิดถึงค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ลงทุนเพื่อให้บริการก็ดี หรือว่าทำงานด้านสุขภาพให้คนไทยก็ดี งบประมาณ สสส. เท่ากับ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านสุขภาพนะครับ ฉะนั้น ด้วยเงินที่สัดส่วนเล็กขนาดนี้ สสส. เองจะไม่ไปทำงานซ้ำหรือไม่ไปทำงานพื้นฐาน คืองานบริการ ท่านอาจจะไม่เห็นงานที่ สสส. ไปให้บริการพื้นฐาน เราให้บริการรูทีน (Routine) ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกตำบล อย่างนั้นเป็นต้นนะครับ ด้วยสัดส่วน งบประมาณ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ถ้าไปทำงานอย่างนั้นจะไม่พอแน่เลยนะครับ แล้วคงทำได้ ไม่กี่อย่าง เราเลยไม่ได้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เลยเป็นน้ำมันหล่อลื่นนะครับ ทำงานอย่างไร ท่านมานพได้ใช้คำของท่าน ซึ่งแสดงความเข้าใจเราดีเลยครับ ท่านใช้คำว่าเราช่วยเรื่อง ยกระดับความรู้ แล้วก็ไปทำให้เกิดหุ้นส่วนการพัฒนา ที่เราเรียกว่าผู้รับทุนอะไรต่าง ๆ นี่ สสส. เราเรียกว่าภาคี คือเพื่อนที่ร่วมทำงานกัน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งคือเราไปสร้างนวัตกรรม สร้างต้นแบบ แล้วเราก็หวังจะขยายผลให้มากที่สุด การขยายผลหรือตัวคูณ ถ้าต้นแบบเรา คือตัวตั้ง ตัวคูณก็มีหลายอย่าง อย่างแรกคือเรื่องการสื่อสารที่หลาย ๆ ท่าน ขอบคุณที่ชมว่า เราทำได้ดีนะครับ ตรงนั้นเองก็สื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างไป อีกส่วนหนึ่งคือการตั้งเป็น ศูนย์เรียนรู้ ในต้นแบบนั้นนำไปสู่การเรียนรู้ของคนต่าง ๆ ที่ขยายวงไป อีกส่วนหนึ่งคือ ผ่านนโยบายครับ บางเรื่องถ้าทำต้นแบบสำเร็จนโยบายสั่งการต่อไปก็กว้างขวางนะครับ อย่างเช่นเราพูดถึงกองทุนที่ช่วยผู้พิการให้มีชีวิต ใช้ไม้เท้าขาวออกจากบ้านได้ ต้นแบบไม่กี่ที่ ที่เราทำขยายไปสู่สิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วก็ขยายไปทั่วเป็นต้น ฉะนั้น เราทำต้นแบบแล้วก็ขยายนะครับ ขณะเดียวกันในวงจรหลักของการทำงานเรื่องใหญ่ ๆ เราจะเป็นน้ำมันหล่อลื่น เราจะวิเคราะห์ว่าจุดไหนที่เราจะเป็นแคทาไลซ์ (Catalyze) แล้วจะทำให้ภาพใหญ่เคลื่อนได้ ฉะนั้น งานต่าง ๆ เราไม่ได้ทำตามลำพัง เราพูดถึงแผนชาติหน่อยก็ได้นะครับ ยุทธศาสตร์ ด้านบุหรี่ ด้านเหล้า ท่านถามว่าทำไม สสส. ถึงไม่หนุนบุหรี่ไฟฟ้า ที่จริงไม่ใช่แต่ สสส. ยุทธศาสตร์เรื่องบุหรี่ คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ได้ตกลงชัดเจนว่าท่าทีทางวิชาการ อยู่ตรงไหน เราก็ตามนั้น หรือยุทธศาสตร์ของการที่จะทำให้คนไทยลด ละ เลิก ดื่มแอลกอฮอล์ น้อยลงจนลดอันตรายของการบริโภคก็มีหลายยุทธศาสตร์ หนึ่งในนั้นคือการบังคับใช้ กฎหมายที่มีอยู่ซึ่งก็ออกจากสภา แล้วก็ในการบังคับใช้นั้นถ้ามีกลไกที่ยังขาดเราก็เข้าไปหนุน สสส. ทำงานโดยมีแผนครับ เรามีแผน ๑๐ ปีที่จะมองอนาคตข้างหน้าอย่างที่ท่านแนะนำ เพราะว่าเราดูกันปีต่อปีมันก็จะไม่กว้างไกล เราก็ทอนมาเป็นแผน ๓ ปี เป็นแผนระยะกลาง แล้วก็ก่อนจะทำแผนทุกปี รายละเอียดของการวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาว่าสถานการณ์ อยู่ตรงไหน ต้องการการขับเคลื่อนด้วยวิธีไหน ตรงไหนยังเป็นช่องว่างอยู่ ตรงไหนดีแล้ว จะอยู่ในเอกสารอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งใน พ.ร.บ. สสส. จะมีรายงาน ๒ เล่มที่เราต้องทำ เล่มแรกคือ เล่มแผน ซึ่งในนั้นจะวิเคราะห์สิ่งที่เราจะทำและตัดสินใจที่จะสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ ในเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดครับ แต่ในเล่มนี้อาจจะขาดส่วนละนิดละหน่อย เพราะว่าเป็นเล่มที่ ๒ คือเป็นเล่มผลงานประจำปี ในแผนที่ออกมาแล้วกระบวนการของเรา เรามีกระบวนการ ที่พัฒนามาตลอด ๑๐ กว่าปี ที่บอกว่าเป็นต้นแบบของหลายองค์กรในประเทศก็ดี ต่างประเทศก็ดี มาดูอยู่เรื่องของการที่จะเรียกว่าแกรนติง (Granting) ก็ได้ หรือการสนับสนุนทุน การกำกับติดตาม แล้วก็การประเมินผล ซึ่งส่วนนี้เรามีรายละเอียดที่จะชี้แจงได้ และมี ผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องในการตัดสินใจต่าง ๆ อาจจะต้องใช้ว่าหลักพันคนนะครับ ไม่ใช่การ ตัดสินใจโดยผู้บริหารกลุ่มเล็ก ๆ🔗

ในสิ่งที่ควบคู่ไปในกระบวนการนี้อย่างที่ทุกท่านฝากมาคือเรื่องธรรมาภิบาล ในรายงาน สสส. อาจจะเล่าถึงเรื่องนี้สั้น ๆ แต่ว่าในความเป็นจริงในกรอบทั้ง ๖ เรื่อง เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องของความรับผิดรับชอบ หรือแอกเคานต์เทบิลิตี (Accountability) เรื่องของพาร์ติซิเพชัน (Participation) การมีส่วนร่วม เรื่องของ ความโปร่งใส เรื่องของหลักนิติธรรม แล้วก็เรื่องของอินเทกริตี (Integrity) หรือความซื่อตรง ไม่เป็นแค่กรอบนิยาม ทั้งหมดถูกแปลงเป็นตัวชี้วัดครับ เพราะฉะนั้น สสส. มีชุดตัวชี้วัด ๒ ชุด ชุดแรกวัดการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงาน อีกชุดหนึ่งคือวัดธรรมาภิบาลเลยครับ ตัวชี้วัดนี้ ๑๐๐ กว่าตัวที่ออกมาเป็น ๖ ด้านนี้ แล้วก็ให้คะแนนทุกปีครับ คะแนนเราโดยรวม ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามการปรับปรุงตัว แต่ว่าบางปีบางด้านก็ดรอป (Drop) ลงไปบ้าง ซึ่งเรา ก็จะเอาไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป🔗

ในการกระจายทุนอย่างที่บอกครับ เมื่อเรากระจายไม่ได้หมดเราก็คงจะต้อง กระจายตามยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นเราจะหนุนภาคีเชิงยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เรื่องของ ประเทศขับเคลื่อนเป็นหลัก คือทุกภาคส่วนเลยนะครับ ส่วนราชการที่ไม่ไปซ้ำซ้อน กับงานรูทีน (Routine) เราก็ทำนะครับ เป็นงานเชิงยุทธศาสตร์🔗

เรื่องขององค์กรสาธารณประโยชน์ ที่จริงคำนี้เป็นคำตาม พ.ร.บ. แพ่ง และพาณิชย์นะครับ เราใช้ตาม ความเป็นจริงก็คือองค์กรที่ทำประโยชน์สาธารณะที่ไม่ใช่ ราชการ ไม่ใช่รัฐ ซึ่งจริง ๆ เป็นคำกว้าง ซึ่งรวมเอามูลนิธิอยู่ในนี้ด้วย สมาคมและอื่น ๆ ในรายละเอียดจริง ๆ ของ สสส. ที่สนับสนุนในกลุ่มนี้ก็จะเป็นมูลนิธิเสีย ๗๘ เปอร์เซ็นต์🔗

ในเรื่องของพื้นที่ เราเองเลือกพื้นที่ที่มีโพเทนเชียล (Potential) หรือมี ศักยภาพเป็นศูนย์เรียนรู้และช่วยขยายต่อ อย่างที่เราพูดตามยุทธศาสตร์นะครับ เราสร้าง ต้นแบบที่มีศักยภาพที่จะขยายต่อเป็นศูนย์เรียนรู้ของที่อื่น ๆ ก็เป็นสิ่งแรก ๆ ขณะเดียวกัน เราก็ดูแลพื้นที่ที่คิดว่าเปราะบาง หรือชายขอบ หรือที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษด้วย นะครับ ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. จาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ทักว่าเราเลือกตาม ความปลอดภัยหรือเปล่า คือถ้าไม่ปลอดภัยก็ไม่ไป ไม่ใช่นะครับ เราพยายามจะไป ยกตัวอย่างตำบลสุขภาวะ ซึ่งปัจจุบัน สสส. ทำงานอยู่ ๓,๑๙๒ ตำบล ยังไม่ได้ทั่วประเทศ อย่างที่ท่านกิตติศักดิ์หวัง แต่ว่า ๔๐.๖ เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนนี้เองภาคใต้อยู่ที่จังหวัดยะลา ๓๔ ตำบล จังหวัดปัตตานี ๔๔ ตำบล จังหวัดนราธิวาส ๔๙ ตำบล รวม ๑๒๗ ตำบลที่ทำงาน อยู่ในหลาย ๆ ด้าน มัสยิดเหมือนกันปีนี้อาจจะรายงาน ๕๐ มัสยิดที่ทำงาน แต่ว่าเป็นงาน ใหม่ของปีนี้ครับ แต่จริง ๆ ถ้าสะสมงานที่เราทำในมัสยิดต่าง ๆ ปัจจุบันเราทำงานกับมัสยิด สุขภาวะด้านต่าง ๆ อยู่ ๙๕๙ แห่งครับ🔗

มีคำแนะนำต่าง ๆ อีกมาก ผมไม่แน่ใจว่าจะตอบได้หมด ขอน้อมรับเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นด้านสุขภาวะทางเพศ นิยามของความหลากหลายทางเพศที่เราใช้ ในการสื่อสาร และเป็นหนึ่งในผลงานเด่นที่เราพูดถึง เรากระจายไปในการศึกษาทั่วประเทศ ด้วยนะครับ เป็นนิยามร่วมสมัยของสากลปัจจุบัน แล้วเราก็ร่วมผลักดันด้วยนะครับ🔗

แล้วก็ในเรื่องของภัยพิบัติหมอกควันนะครับ โจทย์เราอยู่ที่มลพิษทางอากาศ ซึ่งตอนนี้เป็นโจทย์สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงเลื่อนลำดับมาเป็นตัวต้น ๆ ของประเทศ เราทำอยู่นะครับ อย่างกลุ่มสภาลมหายใจเชียงใหม่เราเข้าไปร่วมเป็นหุ้นส่วนทำงานอยู่ตรงนั้น แต่อย่างที่ว่า ภัยมลพิษทางอากาศนี้หลากหลายสาเหตุในต่างพื้นที่ โจทย์ไม่เหมือนกันเลยทั้งประเทศ เราจะพยายามทำเรื่องนี้ให้มากขึ้นต่อไปนะครับ🔗

เรื่องของอีสปอร์ต (e-Sport) เอง อยู่ในส่วนที่เราทำงานเรื่องของปัญหา ในดิจิทัล (Digital) ของเด็กในปัจจุบัน ซึ่งการรู้เท่าทันก็ดี การติดเกมก็ดี เป็นส่วนที่เรา ต้องช่วยดูแล แต่ถ้าหากอีสปอร์ต (e-Sport) ที่สามารถจะดำเนินไปได้โดยไม่กระทบต่อ เรื่องสุขภาวะนี่เราไม่ได้ค้านโดยเด็ดขาดหมดนะครับ แต่ว่ามีความรู้จากสายสุขภาพว่า ถ้าจะมีควรจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ เป็นต้น ทำนองเดียวกับเรื่องสุราก้าวหน้า หัวใจของเราตาม พ.ร.บ. เขียนไว้เลยครับ ลด ละ เลิก การบริโภคแอลกอฮอล์ของคนไทย อย่างไรก็เป็นหน้าที่เรานะครับ แต่มันไม่สำคัญว่าจะผูกขาด เพราะถ้าผูกขาดไปยิ่งทำให้ ปัญหาแย่นะครับ ฉะนั้น การกระจายก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ต้องไม่กระจาย มากไปจนกระทั่งกลายเป็นตัวไปเสริม หลักเราอยู่แถว ๆ นั้นนะครับ🔗

เรื่องของเฟกนิวส์ (Fake news) มีงานส่วนนี้กำลังทำอยู่ เรื่องการสื่อสาร ที่หลายท่านบอกว่าเราทำได้ดีอยู่แต่ทำน้อยไปไหม ก็ไม่น้อยลงนะครับ ยังเข้ม แล้วก็พยายาม จะให้มีคุณภาพเท่าเดิม เพียงแต่ว่าสื่อในปัจจุบันเริ่มเคลื่อนจากสื่อมวลชนมาหาโซเชียล มีเดีย (Social media) มากขึ้นนะครับ อาจจะไม่กระทบตาทุกคนพร้อมกัน แต่กระจายไปใน กลุ่มโซเชียล (Social) ต่าง ๆ การเห็นร่วมดูจะลดลงไป ก็เข้าใจนะครับ🔗

ในปีนี้เองหรือเรื่องจิตอาสาเป็นต้น เรื่องโควิด (COVID) สสส. ปรับแผนปีนี้แล้ว ไม่มีอยู่ในแผนตอนต้นปี แต่เมื่อปีใหม่พอเกิดขึ้นเราปรับแผนทั้งหมด ท่านอาจจะเห็นไทยรู้ สู้โควิด (COVID) เห็นคำนี้อยู่บ้าง เราเข้าไปร่วมในการสื่อสารหลักกับทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็โฟกัส พอยต์ (Focus point) ของ ศบค. ในการที่จะกระตุ้นให้คนเห็นปัญหา และเห็น ปัญหาแล้วส่วนที่ตระหนกเกินไปเราก็มีการดูแลเรื่องสติกมะไทซ์ (Stigmatize) เรื่องการที่ ตีตราอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ตอนนี้เรากำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดชีวิตวิถีใหม่ เราช่วยพัฒนาคู่มือก็ดี การประสานในการที่เราจะมีชีวิตวิถีใหม่ที่ปลอดภัยด้วยนะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ยัง เคลื่อนได้นะครับ ที่เหลือผมขอน้อมรับสิ่งที่ทุกท่านได้แนะนำมา แล้วก็สัญญาว่าจะเอาไป ปรับปรุงอย่างจริงจัง สสส. ปีนี้กำลังจะเริ่มต้นการวางแผน ๑๐ ปีข้างหน้าต่อไป ข้อคิด ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่านเราจะเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรติดใจไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ จากที่ท่านได้ตอบคำถามเฉียดมาทางผู้มีความหลากหลายทางเพศนิดหนึ่ง ดิฉันอยากจะขอ ลงรายละเอียดสักนิดหนึ่งค่ะ ที่ท่านบอกว่าโครงการที่ท่านส่งเสริมและสนับสนุนคือโครงการ ไหน มีตัวอย่างรายชื่อโครงการหรือเปล่า แล้วแผนในอนาคตอย่างที่ดิฉันถามไปว่าท่านมีการ วางแผนที่จะรับมือในการทำความเข้าใจกับสังคมเรื่องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในสังคมไทยอย่างไร ตรงนี้ดิฉันขอให้ท่านช่วยตอบให้ดิฉันชัดเจนหน่อยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ ท่านผู้จัดการ จะให้ท่านใดตอบก็ได้ครับ🔗

ดอกเตอร์สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

ในเรื่องของสุขภาวะทางเพศ เฮลที เซ็กชัวลิตี (Healthy sexuality) เป็นหนึ่งในปัจจัยทางด้านดีเทอร์มิแนนต์ (Determinant) ของเฮลท์ (Health) เราพูดกันอย่างนั้นนะครับ ที่เราให้ความสำคัญสูง ปัญหานี้ช่วงก่อนโน้นจุดเน้นมากอาจจะอยู่ที่โรคเอดส์ (AIDS) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต่อมาก็ขยับขยายมาในโจทย์ของเรื่องทีนเอจ เพรกแนนซี (Teenage Pregnancy) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น แล้วก็ที่มันเป็นรากแล้วก็คู่ขนานมาตลอดเลยคือเรื่องของเพศวิถีก็ดี เพศสภาพก็ดี หรือความเข้าใจในสังคมต่อเรื่องนี้ ซึ่งมีผลอย่างสูงเลยนะครับในการที่จะนั่น ทั้งหมด ในส่วนนี้เองเราทำงาน โครงการ สสส. จะอยู่ที่🔗

ส่วนที่ ๑ คืองานด้านวิชาการ งานวิชาการนี่การขับเคลื่อนหลาย ๆ อย่าง ที่จริงแม้แต่ร่าง พ.ร.บ. ที่ว่าไปก็มีส่วนหนึ่งของงานวิชาการที่เราเข้าไปเป็นทางเลือกในการ พิจารณานะครับ การชี้สภาพปัญหาต่าง ๆ🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องการให้บริการ สุขภาพที่มีความจำเป็นต่อความหลากหลายทางเพศ ซึ่งอาจจะต่างจากบริการสุขภาพทั่วไป นะครับ ตรงนี้โฟกัส พอยต์ (Focus point) อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นต้น เรื่องของ เครือข่ายครอบครัวที่มีบุตรหลานหลากหลายทางเพศนะครับ อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้พูดถึง เมื่อสักครู่นี้เป็นหนึ่งในงานที่เราสนับสนุนอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ขอไม่เอ่ยชื่อภาคีที่เกี่ยวข้อง แล้วกันนะครับ แต่ได้จับงานด้านนี้อยู่ แล้วขณะเดียวกันเราก็สำรวจความรอบรู้ทางสุขภาพ หรือเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health Literacy) ในด้านของความรอบรู้ในมิติของเพศต่าง ๆ ครับ นี่เป็นตัวอย่างของกลุ่มโครงการ แต่ละอันอาจจะมีหลายโครงการและหลายภาคีอยู่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาค่ะ ดิฉันขออีกนิดเดียวนะคะ อีกคำถามเดียวค่ะ คือดิฉันอยากทราบว่า มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ไหมว่า สสส. จะทำโฆษณาแคมเปน (Campaign) แบบที่ สสส. ทำ ไม่ว่าจะเป็นการที่เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ หลายๆอย่างที่ท่านทำแล้วประสบความสำเร็จ คือเราเห็นค่ะว่าเมื่อ สสส. จับงานแคมเปน (Campaign) แล้วรณรงค์ให้คนเข้าใจ ท่านก็ทำได้ดี ท่านมีความสามารถและทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องยาก ๆ ได้ในหลาย ๆ เรื่อง ดิฉัน ก็ฝากความหวังว่าดิฉันอยากจะเห็น ทาง สสส. ทำแคมเปน (Campaign) ใหญ่ ๆ ที่ให้ คนในสังคมหันมาทำความเข้าใจเรื่องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ครอบครัว ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ พื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจเรื่องนี้คือ ครอบครัวค่ะ ไม่ว่าพ่อแม่ที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือลูกที่เป็นผู้มีความ หลากหลายทางเพศ หรือลูกศิษย์ในโรงเรียน หรือนักศึกษาในมหาวิทยาลัย หรือข้าราชการ ทั้งหลาย เป็นผู้มีหลากหลายทางเพศที่ทำงานกันอยู่ในสังคมนี้ เรามีตัวตนกันอยู่จริง เราเป็น มนุษย์คนหนึ่ง เราเสียภาษีเหมือนกับทุกคน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เราก็มีเท่ากัน แต่หลายสิ่งหลายอย่างในสังคมนี้ที่ยังไม่ได้ให้ความเท่าเทียม สสส. สามารถที่จะทำแคมเปน (Campaign) ให้คนไทยเข้าใจได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ

เป็นไปได้แน่นอนนะครับ ในเรื่องของสุขภาพทางเพศเองเราก็ทำมาก่อนแล้ว หลายเรื่องนะครับ แต่อาจจะไม่ได้มาถึงจุดที่ความหลากหลายทางเพศ อันนี้ขึ้นอยู่กับ การจัดลำดับความสำคัญของโจทย์ที่ปีหนึ่งบางทีเรามีร่วม ๓๓ แคมเปน (Campaign) แต่แคมเปน (Campaign) ใหญ่ก็อยู่ใน ๑๐ แคมเปน (Campaign) ซึ่งก็ต้องจัดลำดับกัน ตามหลาย ๆ อย่าง แต่เป็นได้แน่นอนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ คุณหมอ เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ผม คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้อภิปราย แต่ยังไม่ได้ฟังคำตอบใน ๒-๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรกคือผมมีความเป็นห่วงในเรื่องของการตรวจสอบบัญชีหน้าที่ ๑๙๘ เมื่อปี ๒๕๕๗ ที่ สตง. ตรวจแล้ว กรมสรรพากรบอกว่ายังไม่ได้หักบัญชี ณ ที่จ่าย และปี ๒๕๖๐ ท่านมาปรับเป็นใช้ลักษณะของการดำเนินงาน ตรงนี้ท่านแก้อย่างไร ด้วยความเป็นห่วงนะครับ เพื่อให้สบายใจ🔗

ข้อที่ ๒ ที่ผมถามก็คือเรื่องมีไหมครับที่ว่ารับโครงการเราไปทำแล้ว ไม่ได้ทำตาม แล้วเรามีข้อมาตรการแก้ไข ติติง ตักเตือนถึงบทลงโทษอย่างไร🔗

และสุดท้ายคือเรื่องของโควิด (COVID) ท่านพิเชษฐ์และผมมีความเป็นห่วง เพราะยุคนี้เป็นยุคโควิด (COVID) เรายื่นญัตติ ผมยื่นญัตติไปตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ ขณะนั้นประเทศไทยมีติดเชื้อแค่ ๘ ราย ขณะนี้ของเรายังดี แต่ท่านจะต้องเติมพลังด้านโควิด (COVID) มีมาตรการ มีโครงการ รองรับโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างไร ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอบัญญัติ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ผมขออนุญาตสอบถามทางท่าน สสส. ว่าปัจจุบันนี้ เรื่องของการพนัน ผมเห็นท่านไปทำรณรงค์ไว้ตามวัดต่าง ๆ เวลา ส.ส. ไปออกงาน กลางค่ำกลางคืน ส.ส. จำเป็นจะต้องไหว้เจ้าทุกคืนเลย คือเจ้าไฮโลนะครับ ตามวัดวาอาราม ต่าง ๆ บางแห่งที่มีวัฒนธรรมหน่อยเขาก็ไปเล่นในตามซุก ๆ ตามมุมอับ ๆ แต่บางแห่ง ซึ่งเขาเรียกว่าเจ้านะครับ เขาก็จะอยู่ที่เปิดเผย ผมว่าเด็กและเยาวชนไม่ควรที่จะเห็นภาพ เหล่านั้น เรื่องของการเล่นการพนัน เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่ สสส. ทำงานรณรงค์เรื่องการพนันเลย ผมเพิ่งอภิปรายเมื่อตอนบ่ายว่าอยากจะให้ อสม. ไปชี้เป้าเรื่องของตู้สล็อต (Slot) ซึ่งเต็มเมือง ขณะนี้เต็มประเทศ ผมก็ดูแลแต่จังหวัดระยองผมเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าเราก็ออกงาน ผมก็รณรงค์ให้ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รณรงค์ให้กระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้บังคับการตำรวจจังหวัด ให้กวดขันเรื่องนี้ ถ้ายังไม่กวดขันผมก็จะพูดไปจนกระทั่ง ให้สิ่งอบายมุขออกไป แต่ผมเมื่อเจอท่าน ผมต้องให้ท่านสร้างให้เยาวชน เด็ก ผู้ใหญ่ ให้เขาตระหนักว่าการพนันมันไม่ดี เดี๋ยวพอสิ้นเนื้อประดาตัว การพนันโฉนดก็กินไปด้วยนะ ไฟไหม้ยังเหลือโฉนด ไฟไหม้บ้านเหลือโฉนด แต่การพนันหมดทั้งโฉนด ทั้งที่ดินหมดเลย แล้วยังติดหนี้ติดสินอีก เพราะฉะนั้นอบายมุขเป็นปากประตูแห่งความเสื่อม ตัวไพ่ ตัวอะไร มันไม่ผิดถ้าไม่ได้เล่น ไม่มีของกลาง ตำรวจเขารู้ แต่ว่าตรงนี้ผมว่าอยากที่จะให้ สสส. อุดหนุนให้ตำรวจบ้าง ให้ฝ่ายปกครองบ้างว่าไปช่วยจัดการ เขาขาดงบประมาณหรืออย่างไร ไม่รู้ แต่ว่าผมก็จะตัดงบประมาณเขาในงบประมาณในเรื่องนี้ว่าท่านหาไม่เจอ ท่านมองไม่เห็น อสม. ไวรัสโควิด (COVID) มองไม่เห็นยังกวาดเสียหมดประเทศ ต้องนำเข้าทุกวันทุกวันนี้ คนไทยจากต่างประเทศนำโควิด (COVID) เข้าประเทศ มากักกันไว้ เพราะฉะนั้นเรื่องการพนัน ผมอยากจะถามว่าท่านยังจะทำต่อไหม ผมเห็นท่านเอาป้าย ประทานโทษ ป้ายเหี่ยว ๆ ไปแขวนไว้ตามศาลาวัด ตามต่าง ๆ ท่านทำให้มันดูมีมาตรฐาน มีลายอะไรต่าง ๆ ปรับเท่าไร อะไรท่านก็เขียนสุราในวัด เดี๋ยวนี้ผมก็เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียน ๒ โรงเรียน เวลาจัดงานสังสรรค์ศิษย์เก่า ไม่มีสุราบางทีเขาก็ไม่มานะ คนสติสัมปชัญญะเต็มร้อย บางทีเขาก็ต้องดรอป (Drop) ลงหน่อยหรืออย่างไร บางทีก็ต้องเลี่ยงนะครับ ไปฉายนอกรั้ว เพราะท่านต้องดูด้วยกฎหมายตรงนี้ว่าแค่ไหนอย่างไร🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอบัญญัติสรุปด้วย นะครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ก็มี ๒ ประเด็นเรื่องสุรากับเรื่องการพนัน ในวัดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกท่านอื่นมีอะไรไหมครับ ท่านประกอบครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอสั้น ๆ นิดเดียวนะครับ ที่ผมได้กราบเรียนทาง สสส. ฝากเรื่องของเยาวชน เพราะถ้าเกิดว่าเราไป เน้นเรื่องเยาวชนเป็นการป้องกันดีกว่าแก้ เป็นการลงทุนที่น้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ สสส. ได้ให้คำมั่นในที่ประชุมว่าท่านจะดูแลเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียน ให้เป็นโรงเรียนสีขาวที่สร้างวินัยกับเด็ก สร้างเรื่องของการปลอดสุรายาเสพติดของมึนเมา ทั้งหมด รวมทั้งช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะว่าถ้าสิ่งแวดล้อมที่ดีนั้นทำให้เด็กนำไปสู่สิ่งที่ดี ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้จัดการ มีอะไร จะเพิ่มเติม เชิญนะครับ🔗

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ

ขอบพระคุณครับ และขอโทษที่ตกหล่นหลายคำถามไปนะครับ อย่างแรกเรื่อง เกี่ยวข้องกับเรื่องของ สตง. ที่รายงานถึงเรื่องการเสียภาษีรายได้ ภาษีรายได้โดยหลักนี้ ก็เป็นของภาคีนะครับที่เขาถ้ามีรายได้จากอะไรก็ตาม ทีนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ทุน สสส. นี้ก็ในช่วงหนึ่งก็มีความไม่ชัดเจนในการตีความที่จะบอกว่าโครงการที่จะรับจาก สสส. ไปซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไปทำงานสาธารณประโยชน์นะครับ แล้วก็จำนวนมากเลย ไม่มีค่าจ้างอะไรทั้งสิ้นนะครับ อย่างเช่น ชมรมผู้สูงอายุหมู่บ้านนี้เอาไปทำอะไรก็ตามไม่มีค่าตอบแทนอะไรให้เขาด้วยซ้ำไป แต่ว่าพอถูกมองว่าทั้งก้อนนั้นเป็นรายได้และเสียภาษีแบบเหมาจ่าย จ้างเหมาก็คือค่าใช้จ่าย อะไรทั้งหมดเป็นรายได้ของเขาหมดอย่างนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นอย่างกว้างขวาง แต่ได้มีการสื่อสาร เจรจาพูดคุยกันช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งบอร์ด (Board) ของ สสส. ก็ได้ตั้งอนุกรรมการร่วม ซึ่งเชิญทางกรมสรรพากรมาด้วย การตีความต่อมาเข้าใจขึ้น กรมสรรพากรเองก็จะไม่เหมารวม ว่าทั้งหมดเป็นการจ้างเหมาแล้วรับทุนเท่าไร ถือเป็นรายได้ทั้งหมด แต่ว่าจะมีการพิจารณาว่า บางเรื่องจะเป็นตัวแทนไหม แบบสัญญาตัวแทน หรือบางเรื่องจะเป็นการจ้างบริการบางส่วน เหมือนค่าใช้จ่ายไม่ได้เข้าตัวหรอกแต่มีค่าจ้าง เช่น ค่าตอบแทนอะไรพวกนี้ แล้วตรงเฉพาะ ค่าตอบแทนนั้นค่อยเสียภาษีรายได้ ซึ่งทางออกนี้ทำให้ปัญหาคลี่คลายแล้ว แล้วกำลังจะ ค่อย ๆ แก้ต่อไปนะครับ เมื่อสักครู่พูดถึงกระบวนว่าเรามีกำกับ ติดตาม ถ้ามีการทุจริตก็ดี หรือมีการไม่ทำตามสัญญาก็ดีมีบทลงโทษครับ ไม่ว่าจะเป็นปรับก็ดี หรือกระทั่งฟ้องก็ดี มีเรื่องที่เราก็ส่งขึ้นศาลอยู่ แต่โดยรวมแล้วเคส (Case) ที่มีปัญหาไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ อยู่ตอนนี้ แต่มีอยู่แล้วเราก็ดูแลจริงจัง โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่จริงเรียนไปสักครู่เรามีส่วน ที่โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร แล้วขณะนี้สื่อหลักเราคือเรื่องชีวิตวิถีใหม่ แต่นอกจากเรื่องนั้น แล้วทุกแผนเราก็ปรับเข้าไปรับงานตรงนี้ ยกตัวอย่างเช่น ตำบลสุขภาวะที่พูดเมื่อสักครู่ ตอนที่ปิดจังหวัดกรุงเทพมหานครปรับตัวเป็นศูนย์เฝ้าระวังโรคตำบล พัฒนาต้นแบบแล้วก็ สื่อไปยังตำบลอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกับโครงสร้างของภูมิภาคที่รับมือ ตรงนั้นได้ แล้วขณะนี้ทุกแผนปรับตัวให้เข้ากับภาวะโควิด (COVID) หมดเลย แล้วก็ปีหน้าเอง ก็กำลังเขียนแผนที่จะตอบสนองปัญหานี้ให้มากขึ้น เรื่องของการพนันเป็นหนึ่งในแผน สสส. อยู่ในกลุ่มที่เราเรียกว่าปัจจัยเสี่ยงทางสังคมอย่างที่ท่านว่าเลยครับ บางทียิ่งกว่าไฟไหม้อีก หรือโจรปล้นอีก แต่ว่าก็เป็นความก้ำกึ่งหน่อยปัญหานี้มีเรื่องกระทบสุขภาวะส่วนหนึ่ง แต่หน่วยงานสาธารณสุขเองไม่ค่อยได้คิดว่าเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข จริง ๆ แนวร่วม เราออกไปทางกระทรวงมหาดไทยต่าง ๆ ส่วนนี้เองต้องบอกว่าทางกฎหมายเรา พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ช้ามากเลย แล้วก็ยังมีจับยี่กี มีอะไรอย่างนี้ ซึ่งขณะนี้พนันออนไลน์ (Online) กำลังวิ่งลิ่วมากนะครับ รบกวนท่านสมาชิกสภาช่วยพัฒนากฎหมายก็จะทำให้งานดีขึ้น แต่ในส่วนของการสร้างค่านิยม รณรงค์ต่าง ๆ เราพยายามทำอยู่ครับ อย่างที่อาจจะเห็นป้าย ในวัดก็ดี เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน เราก็พยายามทำในกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะในเยาวชน แล้วจริง ๆ ส่วนหนึ่งก็พ่อบ้านด้วยนะครับ🔗

เรื่องของเยาวชนเรื่องนี้ถ้าถามว่าในการสร้างเสริมสุขภาพกลุ่มเป้าหมายใด เป็นกลุ่มเป้าหมายเบอร์ ๑ กลุ่มอายุนะครับ เด็ก เยาวชน คือเบอร์ ๑ ตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไล่มาจนถึงวัยรุ่น สสส. เองที่เราพูดถึงว่าเรามี ๑๕ แผน ๑ ใน ๑๕ แผนนั้นเขียนเลยว่า เป็นแผนของสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ฉะนั้น ตรงนั้นยืนยันน้ำหนัก หรือการให้ความสำคัญสูงและมีรายละเอียดของงานที่เราทำอย่างกว้างขวาง หวังว่าคงจะ ตอบครบนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม อยากได้คำตอบเรื่องหนึ่งที่ผมได้พยายามถามก็คือเรื่อง การรวมศูนย์ที่อยู่ใน สสส. ที่จะกระจายงบให้มีหลักธรรมาภิบาลเกิดขึ้นด้วยความโปร่งใส เข้าใจว่าท่านได้ตอบแล้วว่ามีภาคีที่มาร่วมดำเนินการ แต่เพื่อความมั่นใจให้สภานี้ได้สบายใจ ก็คือว่า อยากได้หลักประกันว่าเราจะทำให้การถูกครหาว่ารวมศูนย์แล้วก็ไปกระจายให้พวกพ้อง จะกันอย่างไร อันนี้ก็ขอคำตอบด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะตอบก็ได้นะครับ เชิญครับ🔗

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ

อย่างแรกที่ตอบไปแล้วก็คือมาตรการเชิงระบบ ที่ผมพูดถึงระบบธรรมาภิบาล โดยรวมเลย แผนที่จะวางเลือกว่าจะให้น้ำหนักจุดไหนก็มีที่มาที่ไป มีกระบวนการ แล้วก็ถูกเขียนอย่างชัดเจน แล้วในการเขียนนั้นเปิดให้มีการร่วมคิดร่วมทำกันอย่างกว้างขวาง มากครับ พอถึงในเรื่องของการสนับสนุนทุนเราใช้กลไกที่ว่าทั้งหมด การดูซีโอไอ (COI) การอะไรต่าง ๆ ในการกลั่นกรองขึ้นมา แล้วก็มีการกำกับติดตาม ถ้าจะเพิ่มเติมกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่นภาคีหน้าใหม่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราเองตั้งเป็นอินเดกซ์ (Index) ไว้ ขณะนี้ อย่างเช่นรายงานนี้ในหนังสือเล่มนี้เอง ภาคีของ สสส. เองเป็นรายใหม่ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า ไม่ได้จำเป็นว่าใครเคยรับเราแล้วต้องไม่รับอีก เพราะว่า สสส. ไม่ได้เป็นองค์กรกระจายทุน กระจายให้กว้างขวางที่สุดอย่างเดียว เราต้องกระจายให้ดีพอสมควร นั่นเป็นข้อหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือเราต้องทำงานให้สำเร็จ ฉะนั้น ภาคีที่มีศักยภาพ ภาคีที่กัดติดในบางเรื่องที่เขา เป็นผู้เชี่ยวชาญ ถ้าเราเปลี่ยนไปให้หน้าใหม่หัดทำเรื่อย ๆ งานก็จะไม่สำเร็จ ฉะนั้น ความสมดุลระหว่างภาคีที่เชี่ยวชาญก็ดี แล้วก็ภาคีที่หมุนเวียนหน้าใหม่ก็ดีก็เป็นส่วนที่เรา คอนเซิร์น (Concern) อยู่นะครับ แล้วก็ปีนี้เองก็เป็นภาคีหน้าใหม่อยู่ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราก็มีเพื่อนสมาชิกฝากไป เยอะเลยนะครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านผู้จัดการอย่าลืมไปดูมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๔๒ ตอนเริ่มตั้ง โครงการนี้ เพื่องานที่มากจะได้ไม่ทำให้ความตั้งใจเดิมนั้นเสียไป ผมฝากไว้ด้วยครับ🔗

ผมขอขอบคุณท่านผู้จัดการและคณะทุกท่าน เราได้ซักถาม แล้วท่านก็ได้ ชี้แจงมาโดยครบถ้วนแล้ว ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประจำปี ๒๕๖๒ แล้วครับ ขอขอบคุณ ทุกท่านครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญ ประจำปี ครั้งที่สอง) ทั้งหมด ๑๑ ครั้ง ซึ่งเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวันนี้ คือ🔗

ครั้งที่ ๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๗ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๐ วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๑ วันพุธที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๔ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๕ วันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ครั้งที่ ๑๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

รายงานการประชุมจัดวางให้สมาชิกได้ตรวจดูแล้วนะครับ แล้วก็ได้บรรจุ เรื่องนี้ไว้พอสมควรแล้ว ก็เห็นว่าควรจะได้ให้สมาชิกได้รับรองในวันนี้นะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๑ ครั้งดังกล่าว แล้วครับ เราได้ใช้เวลาวันนี้ประมาณ ๑๑ ชั่วโมงตั้งแต่ต้น เวลาเป็นสิ่งมีค่า เพราะฉะนั้น เราก็ได้ทำงานตามภารกิจหน้าที่ของเรา มาถึงบัดนี้ก็เป็นเวลาพอสมควร ผมต้องขอถือโอกาส นี้ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนที่ได้กรุณา แล้วขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเกิน เวลาไปบ้าง ขอขอบคุณ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๓๖ นาฬิกา