unknown · · 797 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๓ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ ตามลำดับรายชื่อซึ่งสมาชิกทราบอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ข้างนอกจะได้เตรียมตัวว่าถึงตอนไหน ผมไล่ไปตามลำดับของพรรคร่วม ฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลนะครับ ๑. นายสงวน พงษ์มณี ๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๓. นายทศพร ทองศิริ ๔. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๕. นายวัน อยู่บำรุง ๖. นายคารม พลพรกลาง ๗. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๘. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๙. นายอับดุลอายี สาแม็ง ๑๐. นายเกษม อุประ ๑๑. นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๑๒. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๑๓. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๑๔. นางสมหญิง บัวบุตร ๑๕. นายสุเทพ อู่อ้น พรรคร่วมรัฐบาล ๑. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๓. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๔. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๕. นายสำลี รักสุทธี ๖. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๗. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๘. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๙. นายสุชาติ อุสาหะ ๑๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๑๑. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๑๒. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๑๓. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ๑๔. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๑๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ขอเชิญท่านแรก คุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้จะนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดลำพูน ในลุ่มน้ำแม่ทาซึ่งเสียหายติดต่อกันมาเป็น ๒๐ ปี ทุกปีน้ำจะท่วมหลายครั้ง ในอำเภอนี้ มีอ่างเก็บน้ำสำคัญ ๒ อ่าง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๔๐ ๑. คืออ่างเก็บน้ำ แม่สะป๊วด ตำบลทาสบเส้า ๒. คืออ่างเก็บน้ำแม่ยอนหวายหลวง ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา🔗

สำหรับอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วดกรมชลประทานได้ออกแบบและศึกษาวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากรอยเลื่อนแม่ทามาแล้ว พร้อมที่จะก่อสร้าง จึงขอฝากท่านได้กรุณา บอกให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดงบประมาณให้อย่างเร่งด่วนด้วย🔗

อ่างที่ ๒ อยู่ในเขตป่าลึก เป็นอ่างพระราชดำริเหมือนกันคืออ่างเก็บน้ำ แม่ยอนหวายหลวง อยากจะให้รัฐบาลซึ่งเป็นภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการจัดทำโครงการนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จะเป็นประโยชน์กับ จังหวัดลำพูนมาก ความเสียหายที่ชาวบ้านเสียหายมาหลายปีมากกว่าการก่อสร้างด้วยซ้ำไป จึงขอความกรุณาท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสงวนนะครับ ขอบคุณเรื่องรักษาเวลา ขอย้ำเพื่อนสมาชิกให้รักษาเวลานะครับ ต่อไปรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ขอเชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอหารือ ๒ เรื่อง เป็นเรื่องของโครงข่ายถนนเมืองนครศรีธรรมราชนะครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือถนนวงแหวนด้านทิศตะวันออกของเมืองนครศรีธรรมราช หรือที่เป็นภาษาทางการก็คือโครงการถนนเฉลิมพระเกียรติและส่วนต่อขยาย ยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตรเศษ เป็นวงแหวนด้านทิศตะวันออกของเมืองหรือถนนเทิดพระเกียรติเดิม เป็นวงแหวนที่ยังไม่ต่ออยู่ ๒ ช่วง ช่วงแรกมีการออกพระราชกฤษฎีกาแล้วคือที่สามแยกบ้านจังหูน ไปถึงสามแยกเทิดพระเกียรติประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ช่วงที่ ๒ ที่ยังไม่ต่อก็คือสามแยกศาลาบางปู ถึงสามแยกท่าแพ ตัวเลขกลม ๆ ก็ยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร ๒ ช่วงนี้อยู่ในแผนเรียบร้อยแล้ว มีการออกพระราชกฤษฎีกาส่วนสามแยกบ้านจังหูนมาสามแยกเทิดพระเกียรติแล้ว แต่ว่าชาวบ้านกลัวว่าจะช้าเลยร้องเรียนผ่านผมมาให้มาบอกท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ ส่วนด้านทิศตะวันตกคือวงแหวนเฉลิมพระเกียรติสี่แยกเบญจมราชู ทิศ อุโมงค์ลอดสี่แยกเบญจมราชูทิศ อันนี้ขอเพิ่มความสมบูรณ์ของถนนเพื่อจะแก้ปัญหา เรื่องการจราจร🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนพุทธภูมิ ยาว ๓ กิโลเมตรเศษ เพื่อความสมบูรณ์ในการรองรับ พระธาตุเป็นมรดกโลก ถนนเส้นนี้ยาว ๕ กิโลเมตร สร้างเรียบร้อยแล้วประมาณ ๒ กิโลเมตร กำลังทำแผนอยู่ประมาณ ๓ กิโลเมตร ชาวบ้านเรียกร้องด้วยเพื่อแก้ปัญหาจราจรและรองรับ พระธาตุเป็นมรดกโลก ฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอนำเรียนปัญหา ๓ ปัญหา ดังนี้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

๑. ปัญหาภัยถนนสายแยก ทล. ๒๓ ถึงบ้านดอนดู่ ตำบลเขวา กระผมได้รับการประสานงานจากพี่น้องประชาชนที่พื้นที่ตำบลเขวา ทราบว่าปัจจุบันสภาพถนนจากทางแยกสี่แยก ทล. ๒๓ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ถึงบ้านดอนดู่ หมู่ที่ ๒ ตำบลเขวา ระยะทาง ๒ กิโลเมตร มีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนผู้สัญจร จากรูปจะเห็นถึงความชำรุดมาก ประกอบกับ ถนนสายนี้เป็นถนนสู่สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคามคือปรางค์กู่บ้านเขวา แล้วก็เป็น ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงต่อไป🔗

๒. ปัญหาถนนท้องถิ่นสายทางแยก ทล. ๒๐๔๐ ตำบลแวงน่าง บ้านจำนัก ถึงบ้านหัวนาคำ ตำบลหนองปลิง ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เนื่องจากถนนสายนี้ มีสภาพชำรุด ผิวถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ถนนสายนี้ เป็นความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม ทราบว่าองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดมหาสารคามได้ขอสนับสนุนงบประมาณในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่งบเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงขอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้พิจารณาดำเนินการให้งบประมาณสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาต่อไป🔗

๓. ปัญหาน้ำท่วมถนน ทล. ๒๐๔๐ ช่วงทางโค้งตลาดแวงน่าง บ้านหนองเจริญ ตำบลแวงน่าง บ้านหนองจิก มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้มาปรึกษา ขอนำเรียนในเอกสารต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณยงยุทธ สุวรรณบุตร ครับ🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขอปรึกษาหารือท่าน ๑ เรื่องคือเรื่องถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) จากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดชลบุรี ซึ่งสร้างมานานมากพอสมควร ประชาชน ๒ ข้างแนวถนน มีความเดือดร้อน สร้างถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) แล้วมีทางคู่ขนานไปยังคลองที่ยังไม่ได้ สร้างสะพานเชื่อมให้ชาวบ้านได้รับความสะดวกสบาย มีทั้งหมด ๒๘ คลองครับ ทำไปแล้ว ๔ คลองโดยแขวงการทางจังหวัดสมุทรปราการ เหลืออีก ๒๔ คลองที่ยังไม่ได้สร้าง ซึ่งหนึ่งในนั้น มีคลองพญานาคราช คลองซึ่งอยู่ตามแนวถนนทั้งหมด ๒๔ คลองก็ยังไม่ได้สร้าง ทำให้ ประชาชนเดือดร้อน อยู่ในพื้นที่ของ ๒ ตำบล เป็นตำบลที่ชาวบ้านทำการเกษตร แล้วก็ ๒ องค์กรคือเทศบาลบางพลีน้อยกับ อบต. คลองนิยมยาตรา จึงขอให้สร้างสะพานคอนกรีต โดยผมกับท่าน ผอ. แขวงการทางจังหวัดสมุทรปราการได้ลงไปสำรวจ เป็นสะพานไม้ ซึ่งประชาชนออกเงินทำกันเองเรียบร้อย จึงขอให้ท่านประธานช่วยส่งเรื่องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อสร้างสะพานคอนกรีตให้กับคลองพญานาคราช แล้วก็คลองที่เหลืออีกทั้งหมด ๒๔ คลอง ผมขออนุญาตส่งเอกสารให้ท่านประธานทั้งหมด ๒๔ คลอง เพราะใช้เวลาแค่นี้ก็คงไม่พอ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ต่อไปคุณทศพร ทองศิริ ครับ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตราษฎร์บูรณะ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีประเด็นที่จะขอหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนกับท่านประธานดังนี้ครับ บริเวณสี่แยกทุ่งครุและสามแยกครุใน ถนนประชาอุทิศ ที่มีไฟจราจรเปิดบนถนนเส้นนี้ระยะเวลายาวนานกว่า ๒๐๐ วินาทีในช่วง เวลาเร่งด่วน ทำให้ช่องทางการจราจรในสี่แยกเส้นทางอื่นนั้นติดขัดเป็นจำนวนมาก ผมได้ประสานงานส่งเรื่องดังกล่าวนี้ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน. ทุ่งครุ แล้วได้ความว่า การควบคุมสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวเป็นหน้าที่ของสำนักการจราจรและขนส่ง ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการเก็บสถิติตามจุดต่าง ๆ เพื่อกำหนดระยะเวลาของการเปิด และปิดไฟจราจร หากแต่สิ่งหนึ่งที่สำนักการจราจรและขนส่งอาจจะลืมนึกไปนั้นก็คือปัจจุบัน มีประชาชนที่ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เขตทุ่งครุเป็นจำนวนมาก สังเกตได้จากการเพิ่มขึ้น ของหมู่บ้านที่มีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสำนักการจราจรและขนส่งจึงควรที่จะดำเนินการ เพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทางด้านภูมิศาสตร์เหล่านี้ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เสียใหม่ เพื่อให้ข้อมูลต่าง ๆ ได้อัปเดต (Update) เป็นปัจจุบัน ทั้งยังเป็นมาตรฐานในการ กำหนดระยะเวลาของสัญญาณไฟจราจรทั่วทั้งกรุงเทพมหานครต่อไป ผมจึงอยากหารือผ่าน ท่านประธานฝากไปยังสำนักการจราจรและขนส่งว่าหากท่านไม่มีพื้นที่นำร่องในการจัดเก็บ ข้อมูลในเรื่องนี้เพื่อการพัฒนา ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตทุ่งครุเชื่อมั่นว่า ชาวทุ่งครุทุกท่านยินดีที่จะให้สี่แยกดังกล่าวนี้ใช้เป็นแยกนำร่องในการเก็บสถิติเพื่อต่อยอด การพัฒนา ลดปัญหาการจราจรในพื้นที่ที่เรื้อรังมานานกว่า ๑๐ ปี และเพื่อยกระดับ ฐานข้อมูลในการแก้ปัญหานี้ เพื่อใช้ในทุกเขตของกรุงเทพมหานครต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมใคร่ขอหารือท่านประธานต่อปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบตลอด ๑-๒ ปีที่ผ่านมา ในเรื่องการก่อสร้างถนนทางหลวง รอบเมืองสัตหีบ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสะถิระ เผือกประพันธ์ ชลบุรี

จากข้อร้องเรียนของพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบแบ่งเป็นประเด็น ดังนี้🔗

ประเด็นที่ ๑ เรื่องความปลอดภัย มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างน้อยมากถึงมากที่สุด ดับ ๆ ติด ๆ อยู่บ่อยครั้ง และเครื่องหมายป้ายสัญญาณจราจรมีขนาดเล็กมาก รวมถึง ขาดความระมัดระวังในการก่อสร้าง ทำให้พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบเสียชีวิตก็มีมาแล้ว นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ การประสานงานหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก่อนและขณะก่อสร้าง ในเรื่องการย้ายแนวเสาไฟฟ้า แนวท่อประปาทำให้ใช้เวลาในการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น และขณะก่อสร้างมีการทำท่อน้ำประปาแตกอยู่บ่อยครั้งกระทบความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบเป็นอย่างมากครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เรื่องมลภาวะ หน้าฝนน้ำท่วมขังข้างถนนตามปากซอยทุกปี หน้าแล้ง หน้าฝน หน้าหนาว ฝุ่นเกือบจะถมหน้าบ้านพี่น้องประชาชนผมอยู่แล้วครับ ขายของก็ไม่ได้ ลูกค้าก็ไม่มี ไม่ต้องถามเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คาดว่าจะเกินแน่นอน🔗

ประเด็นที่ ๔ การพิจารณาจุดกลับรถและการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของโรงเรียน สถานศึกษา โรงพยาบาล และสถานที่ชุมชนเป็นหลัก ทำอย่างไครับ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุดครับ🔗

ประเด็นสุดท้าย การต่อท่อน้ำเสียของพี่น้องประชาชน เขาสร้างบ้านมา ๑๐-๒๐ ปี เมื่อคุณมาสร้างถนนคุณบอกเขาว่าต้องออกค่าใช้จ่ายในการต่อท่อน้ำทิ้งเอง ผมฝากท่านประธานเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการก่อสร้างทางหลวงทั้งประเทศครับ🔗

จากปัญหาทั้งหมดนี้ผมใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมให้ติดตามและดูแลปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ การพัฒนาบ้านเมืองเป็นสิ่งที่ดี แต่พัฒนาแล้วประชาชน ไม่เดือดร้อน อันนั้นดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ🔗

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ช่วงนี้เป็นฤดูฝน แต่ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์นั้น ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ผมลงพื้นที่พี่น้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้แทนเอ๋ย หว่านข้าวได้แต่หญ้า อยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเร่งทำ ฝนหลวงเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์ และแนวทางในการแก้ไข ปัญหาระยะยาวในเรื่องของภัยแล้ง ในการขุดลอกคลองสาธารณะกักเก็บน้ำดิบเพื่อใช้ ในการอุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตรหลายพื้นที่ ๑. บ้านหนองอียอ ตำบลหนองอียอ อำเภอสนม ๒. หนองวัดบ้านนาดี ตำบลหนองระฆัง อำเภอสนม ๓. บ้านหนองมหาดไทย บ้านอาคุณ ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม ๔. บ้านหนองสะกาด บ้านผำ ตำบลหนองเทพ อำเภอโนนนารายณ์ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา ภัยแล้งซ้ำซากนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกำนันณัฐพล กำนันตำบลโนน อำเภอโนนนารายณ์ ถึงสะพานข้ามลำห้วยกู่ที่ทรุดตัว สะพานนี้สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ มีปริมาณรถที่ใช้มาก เนื่องจากเป็นทางเชื่อมหลายอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอโนนนารายณ์ อำเภอรัตนบุรีของท่าน ส.ส. ตี๋ใหญ่ เกรงว่าถ้าหากไม่ซ่อมแซมแล้วจะเป็นอันตรายแก่ผู้สัญจร จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องสุดท้าย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่ปาริชาติ ปานทอง ผู้ใหญ่บ้านขมิ้น ตำบลเป็นสุข อำเภอจอมพระ ในเรื่องขอขยายเขตประปาส่วนภูมิภาค เนื่องจากประปาหมู่บ้าน น้ำไม่พอใช้ น้ำไม่มีคุณภาพ ขุ่นและมีกลิ่น จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ในการเร่งรัดและติดตามด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากทหารอียิปต์นำเชื้อโควิด (COVID) เข้ามาจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๑๐ และวันที่ ๑๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนอื่นชาวระยอง ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรถพระราชทาน ตรวจโควิด (COVID) แก่ชาวระยอง ผมขอหารือท่านประธานเพื่อส่งเรื่องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดดำเนินการให้แก่ชาวระยองดังนี้นะครับ🔗

ข้อที่ ๑ ขอให้ ศบค. ทบทวนมาตรการเอกสิทธิ์วีไอพี (VIP) แก่ทูต และชาวต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยโดยมิได้มีการกักกันตัวเช่นเดียวกับคนไทย🔗

ข้อที่ ๒ ขอให้รัฐบาลโดย ศบค. ได้ถอดบทเรียนกรณีศึกษาโควิด (COVID) ที่เข้ามาในจังหวัดระยองว่าเป็นการท้าทายมาตรการของ ศบค. ในการควบคุมและป้องกัน โรคโควิด (COVID) เป็นอย่างยิ่ง อย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศไทยนะครับ🔗

ข้อที่ ๓ ขอให้รัฐบาลได้เยียวยาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนชาวระยอง ที่ต้องหยุดพักงานและนักเรียนต้องหยุดเรียน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเสียหายเป็นจำนวนมาก โรงแรมต่าง ๆ นั้นนักท่องเที่ยวคืนห้องเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์🔗

ข้อที่ ๔ ขอให้ ศบค. ต้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกิดเหตุเช่นนี้ได้แจ้งชื่อ โรงแรมและห้างสรรพสินค้าทันทีเมื่อเกิดเหตุว่าเป็นโรงแรมใดและห้างสรรพสินค้าใด ที่ผ่านมาแจ้งว่ามีโรงแรมแห่งหนึ่ง มีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ทำให้พี่น้องประชาชนทั้งหมด มีความแตกตื่น🔗

ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขอเรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยว่าจังหวัดระยองยังมีความปลอดภัย ทีมควบคุมโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองมีความเข้มแข็ง เมื่อหมดเชื้อแล้ว ภายใน ๒ อาทิตย์ท่านมาเที่ยวจังหวัดระยองใหม่ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณวัน อยู่บำรุง ครับ🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัน อยู่ บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน เขตหนองแขม พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ สัปดาห์ที่แล้วที่มีข่าวในโซเชียล (Social) กรณีเด็กนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ได้รับอุบัติเหตุหกล้มฟันหัก บาดแผลถลอก ฟกช้ำจากการเล่นกัน โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ผมในฐานะ ส.ส. เขตบางบอน ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ครอบครัวผู้เสียหายจึงประสานงานพาผู้ปกครองและเด็กเข้าพบผู้บริหารโรงเรียนวัดบางบอน เพื่อรับทราบปัญหาและเจรจาข้อยุติ ซึ่งการเจรจาเป็นที่น่าพอใจ แต่ในการเข้าพบผู้บริหาร โรงเรียนวัดบางบอนนั้นผมได้รับฟังเรื่องราวอย่างต่อเนื่องจากกรณีอุบัติเหตุของนักเรียน คนดังกล่าวนี้ว่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุนักเรียนซึ่งปัจจุบันอัตรา ๑๕๐ บาทต่อคน จ่ายค่ารักษาพยาบาลต่อการเกิดอุบัติเหตุไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง กรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพสิ้นเชิง โดยมีวงเงินประกันภัยไม่น้อยกว่า ๑๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุนักเรียนอัตรานี้อยู่ในการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร ผมจึงฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยของนักเรียน โรงเรียนในสังกัด กทม. ด้วยครับ เพราะปัจจุบันแทบจะไม่มีบริษัทประกันภัยรับทำประกันภัยเลย เนื่องจากบริษัทขาดทุนเพราะเก็บเบี้ยประกันถูกมาก ถ้าเบี้ยประกันสูงจะทำให้วงเงินการรักษา และค่าชดเชยเพิ่มสูงขึ้น🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณสมพร คงโครัด อดีตประธานสภา เขตบางบอน เกี่ยวกับความเดือดร้อนของชาวบางบอน ซอยเอกชัย ๕๐ ว่าสะพานข้ามคลอง บางพรานในซอยเอกชัย ๕๐ นี้มีความสูงชัน ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องจาก มองไม่เห็นรถสวนกัน และในซอยนี้มีโรงเรียนชั้นประถมศึกษาตั้งอยู่ ชื่อโรงเรียนคงโครัดอุทิศ เด็กเล็กด้วย มีนักเรียน ผู้ปกครองใช้เส้นทางสัญจร ทั้งเดินเท้า จักรยาน จักรยานยนต์ รถยนต์ เป็นจำนวนมาก ฝากท่านประธานเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด ขอให้ขุดลอกคูคลองวัดสิงห์ ซึ่งเป็นคลอง ที่เชื่อมระหว่างคลองบางพรานและคลองบางโคลัด เป็นคลองที่แบ่งเขตความรับผิดชอบ ระหว่างเขตจอมทองกับเขตบางบอน ซึ่งในปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน มีสิ่งปฏิกูลอุดตัน ฝากเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับ จากกรณีเหตุการณ์ที่จังหวัดระยอง ทหารของประเทศอียิปต์ และลูกสาวของอุปทูตประเทศซูดานที่ติดเชื้อโควิด (COVID) แล้วมาเพ่นพ่านที่จังหวัดระยอง และแถวสุขุมวิท ต่อมาท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาแถลงขอโทษ ต่อพี่น้องประชาชนอย่างชายชาติทหารสง่างาม แต่ประชาชนชาวบ้านเขาไม่แฮปปี (Happy) เขาฝากผมมาบอกถึงรัฐบาลชุดนี้สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าออกไป🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสำลี รักสุทธี ครับ🔗

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ผมมีปัญหา ที่จะปรึกษาหารือท่านประธานจำนวน ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ ๑ ด้วยประชาชนในเขตพื้นที่ หมู่บ้านหนองเจริญ หมู่ที่ ๑๑ และบ้านแวงน่าง ชุมชนตลาดแวงน่าง ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในฤดูฝน ทุกปี หลังจากที่ได้มีการก่อสร้างถนนสายมหาสารคาม-วาปีปทุม เพราะการสร้างระบบ ระบายน้ำยังไม่สมบูรณ์ ท่อระบายน้ำยังไม่เชื่อมโยงไปยังเส้นทางระบายน้ำที่สี่แยก ศาลากลางจังหวัดซึ่งจะส่งน้ำไปยังแม่น้ำชี จึงทำให้น้ำท่วมขังตลอดฤดูกาลนะครับ เรื่องที่ ๒ ประชาชนบ้านดอนหว่าน ตำบลดอนหว่าน อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกันกับเรื่องที่ ๑ ก็คือปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากตลอดฤดูฝน เนื่องมาจากการก่อสร้างถนนของแขวงทางหลวง ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปหาทางเยียวยาแก้ไขใน ๒ จุดนี้ด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนำเรียนท่านประธานถึงความเดือดร้อนของประชาชนในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอเมืองสรวง อำเภอจตุรพักตรพิมาน อย่างที่เพื่อนสมาชิกหารือไป ปีนี้ภัยแล้งเป็นเรื่องที่หนักหนา กรมอุตุนิยมวิทยาเคยทำนายว่าเดือนมิถุนายนฝนจะมา ผมกลับบ้านเพื่อเยี่ยมประชาชนทุกวันศุกร์ ตั้งแต่อำเภอเมืองสรวงไล่มาถึงอำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิคลุมไปถึงทุ่งกุลาร้องไห้ ใจกลางทุ่งกุลาร้องไห้ก็ไปมาเมื่อไม่กี่วัน อำเภอจตุรพักตรพิมานส่วนหนึ่งก็ติดอำเภอเมืองสรวง ตำบลหัวโทนก็ดี ตำบลหินกองก็ดี ตำบลห้วยหินลาดก็ดี ตำบลเมืองทุ่ง ตำบลทุ่งศรีเมือง เห็นแล้วแล้งทั้งหมดครับ นี่คือความทุกข์ ของ ส.ส. คือเห็นความทุกข์ของพี่น้อง ทุกข์หนักก็คือเห็นความทุกข์แล้วแก้ไม่ได้ ตอนที่ผม ยังไม่เป็น ส.ส. ผมเห็นเครื่องบินทำฝนเทียมมาบ่อย แต่ผมแปลกใจมากทุกวันนี้แทบจะไม่เห็น ปัญหาเรื่องน้ำในภาคอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอสุวรรณภูมิเป็นเรื่องใหญ่ อยากกราบเรียน ท่านประธานซึ่งเป็นผู้แทนมานานและเป็นผู้แทนชาวบ้านจริง ๆ เป็นความทุกข์ที่ควรจะแก้ไข เป็นความทุกข์ที่ถ้าเราไม่แก้ไขเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกษตรกรก็แก้ไขไม่ได้ จึงนำเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่องน้ำและเรื่องฝนรัฐบาลต้องหันมาดูแล ถ้าไม่มีค่าน้ำมัน เครื่องบินทำฝนเทียมท่านก็ต้องตัดเรื่องอื่นมาให้แล้วก็ต้องเร่งทำ ผมไม่ทราบว่าความชื้น จะมีผลแค่ไหน แต่ผมเห็นว่าความแห้งแล้งของประชาชนหนักหน่วงและจะหนักหน่วงเรื่อย ๆ เดือน ๙ ถ้าฝนไม่มาก็ไม่มีข้าวจะเกี่ยวครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอัครวัฒน์ อัศวเหม ครับ🔗

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรปราการ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีข้อหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังท่าน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากผม ได้รับข้อร้องเรียนและขอความเป็นธรรมจากเครือข่ายพนักงานจ้างตามภารกิจและพนักงาน ทั่วไปในหน่วยงานสาธารณสุข สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยนักวิชาการสาธารณสุข ผู้ช่วยเหลือคนไข้ เป็นต้น ว่าเขาเหล่านี้เป็นพนักงานจ้างในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และบางท่านเคยเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.สต. ที่ถ่ายโอนมาจากกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเช่นเดียวกับ กรณีบรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ๒๔ สายงาน ยุคโควิด-๑๙ (COVID-19) พนักงานกลุ่มนี้ได้มีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการสาธารณสุข ๒๔ สายงาน เพราะเป็นพนักงานที่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ ศบค. และได้ดำเนินการตามการถ่ายโอนภารกิจกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามรูปแบบของกระทรวง สาธารณสุขเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจจึงขอให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการในการบรรจุเข้ารับ ราชการให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสาธารณสุข สังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุขด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ครับ🔗

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ เขต ๔ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากชาวบ้านได้ร้องเรียนมา ในเขตลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ถนนเส้น ๓๐๐๖ ระหว่างโรงเรียนเจริญดีวิทยา ถึงวัดดอนใหญ่ ระยะทาง ๒ กิโลเมตร กรมทางหลวงชนบทได้มาถอดไฟทางออกไป ตอนนี้ก็ยังไม่มาติด ขอให้ดำเนินการติดตั้งเพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อย แล้วก็ ๒. ถนนเส้น ๓๐๓๕ ถนนเลียบคลอง ๑๓ ช่วงระหว่างวัดนิเทศราษฎร์ประดิษฐ์ถึงมัสยิดดารุ้ลอิบาดะห์อิสลาม ระยะทาง ๘ กิโลเมตร กลางคืนมืดมากแล้วเกิดอุบัติเหตุบ่อย ผมได้รับร้องเรียนจากเจ้าอาวาส วัดนิเทศราษฎร์ประดิษฐ์ ขอให้กรมทางหลวงชนบทเข้ามาพิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่างนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ชาวเทศบาลเมืองลำสามแก้ว เทศบาลคูคต เทศบาลนครรังสิต ในส่วนของหมู่บ้านชุมชนฟ้าครามนคร หมู่บ้านพฤกษา ๒๐ หมู่บ้านรินทร์ทอง แล้วก็ซอยพระสิทธิ์ ซอย ๓๙ โดยเฉพาะตอนนี้เหตุเกิด ซึ่งหน้าเลยครับ เทศบาลนครรังสิต ซอยวัดประยูรธรรมาราม ที่วัดน้ำประปาไม่ไหล ถ้าเป็นไปได้ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคพิจารณาวางแผนเปลี่ยนท่อน้ำเพื่อเพิ่มแรงดัน แล้วก็หาแหล่งน้ำ จากการประปานครหลวงเพื่อมาเพิ่มแรงดัน แล้วก็เพิ่มปริมาณน้ำให้กับพี่น้องชาวปทุมธานี ซึ่งผมได้ไปสอบถามกับสำนักงานตามเขตต่าง ๆ ทั้งเขตรังสิต เขตปทุมธานี เขตคูคต แล้วก็เขตธัญบุรี ได้รับการแจ้งจากผู้จัดการต่าง ๆ ว่าอยากจะให้การประปาส่วนภูมิภาค เพิ่มงบประมาณเข้ามาดูแลในส่วนนี้ ขอให้กระทรวงมหาดไทย แล้วก็การประปาส่วนภูมิภาค ช่วยดูแลชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียว ที่จะฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พระราชบัญญัติ ท่านประธานครับ ได้มีความไม่พอใจเกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ ในหลาย ๆ พื้นที่กรณีที่มีรายการทีวี (TV) ช่องหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องของภูติผีปีศาจก็คือ รายการช่องส่องผี ซึ่งออกอากาศทางช่อง ๘ และยูทูบ (YouTube) ในประเด็นนี้ได้เกิดปัญหาก็คือ ทางผู้ดำเนินรายการนี้ได้อ้างถึงสิ่งที่ลี้ลับสามารถที่จะติดต่อกับวิญญาณ ติดต่อสื่อสารกับบุคคล ที่มีความสำคัญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว นอกเหนือกว่านั้นสิ่งที่ทำให้เกิด เป็นประเด็นปัญหา แล้วก็เป็นความไม่พอใจของพี่น้องในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมาของผมก็คือการที่ไปกล่าวอ้างถึงบุคคลสำคัญ แล้วก็ไปบิดเบือน ประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมจึงแปลกใจ แล้วก็มีประเด็นที่จะสอบถามไปถึง กสทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะหาคำตอบ เพราะรายการนี้ได้ถูกถอดออก แต่ว่ายัง ดำเนินรายการอยู่ในทางช่องยูทูบ (YouTube) ครับ ในประเด็นที่ผมอยากจะสอบถามก็คือ ประเด็นที่ ๑ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๓๑ ทำไม กสทช. ถึงไม่สั่งระงับ และปล่อยให้รายการอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร ทำไมไม่มีการตรวจสอบ ประเด็นที่ ๒ ในรายการ ช่องส่องผีนี้มีความผิดตามกฎหมายที่มีอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กสทช. หรือไม่ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งมีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พุทธศักราช ๒๕๕๐ อย่างไร ประเด็นที่ ๓ ที่ผมจะสอบถามก็คือว่า กสทช. จะมีการระงับ ยับยั้งการดำเนินการที่จะออกทางช่องยูทูบ (YouTube) หรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่จังหวัดเชียงรายนี้แม่น้ำโขงไหลผ่าน ระยะทาง ๑๘๐ กิโลเมตร แต่ว่าพี่น้องชาวเชียงราย ไม่สามารถเอาน้ำจากแม่น้ำโขงขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ จึงเรียนไปที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ช่วยมาออกแบบแล้วก็วางแผนเอาแม่น้ำโขงขึ้นมาใช้เพื่อการเกษตร ที่ตำบลแม่เงิน ตำบลริมโขง ตำบลเวียงเชียงของ ตำบลสถาน ตำบลศรีดอนชัย ตำบลหล่ายงาว ตำบลม่วงยาย ถ้ามีการสูบน้ำโขงขึ้นมาใช้แล้วพี่น้องตามตำบลต่าง ๆ เหล่านี้จะมีการทำการเกษตรที่ยั่งยืน ตลอดทั้งปี จะมีรายได้ที่มั่นคง ฝากท่านประธานเรื่องที่ ๑ ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนเรื่องด่านพรมแดนแม่สาย ด่านพรมแดนเชียงแสน ด่านพรมแดนเชียงของ ปิดมา ๔-๕ เดือนแล้ว พี่น้องที่ค้าขายระหว่างชายแดนตอนนี้บอกว่า จะล่มสลายแล้วไม่มีอาชีพ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยทำการเปิดด่านพรมแดนชายแดน จังหวัดเชียงรายโดยด่วน เพราะว่าทั้งพี่น้องเมียนมา พี่น้องลาว แล้วก็พี่น้องไทย วันนี้สินค้า ข้ามแดนไม่ได้ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณาด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง มีเรื่องหารือ แล้วก็นำเสนอท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมพร้อมด้วย ท่าน ส.ส. ภราดรได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรที่มารวมตัวชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงผู้นำชุมชน ไม่ว่าจะเป็นท่านนายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องของน้ำทำนา เนื่องจากที่จังหวัดอ่างทองนั้นพี่น้องเกษตรกรไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตรต่อเนื่องยาวนาน มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนมาถึงปัจจุบันก็นับเวลาได้ ๘-๙ เดือน แล้วก็เป็นสิ่งที่ยืนยัน ตามรูปที่เห็น ชาวบ้านนั้นไปเรียกร้องในคลอง ไม่ได้ไปเรียกร้องบนถนน ไม่มีการปิดถนน ไม่มีการไปกล่าวหาจังหวัดใกล้เคียงแต่อย่างใด เรื่องนี้ก็ต้องชี้แจงแทนพี่น้องชาวจังหวัดอ่างทอง เรื่องที่พี่น้องเกษตรกรเรียกร้องมี ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องการประกาศภัยแล้งในจังหวัดอ่างทอง จริงครับ ที่จังหวัดอ่างทองนั้นเป็นเขตชลประทาน แต่ทุกคลองในระบบชลประทานในจังหวัดอ่างทอง ไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรเลยแม้แต่คลองเดียว จึงสงสัยว่าทำไม ภาวะแล้งแบบนี้ทางจังหวัด ทางกระทรวงมหาดไทยจึงไม่ประกาศให้เป็นภัยแล้งในจังหวัดอ่างทอง🔗

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่ท่านได้ยืนยันแล้วก็ให้คำมั่นว่าจะบริหารจัดการน้ำให้กับทุกจังหวัด ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความเสมอภาค ด้วยความเท่าเทียมกัน และอยากจะ ฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าอยากที่จะให้จัดหาแหล่งน้ำเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรในระยะยาว เพื่อมีสถานที่ในการเก็บกักน้ำในช่วงฤดูหน้าน้ำหลาก และมีน้ำให้ใช้ในช่วงหน้าน้ำแล้ง🔗

ประการสุดท้าย นั่นก็คือภาระหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากว่าไม่ได้ทำนา ติดต่อกันมาหลายเดือน จะเอาเงินที่ไหนไปชำระหนี้กับ ธ.ก.ส. จะเอาเงินที่ไหนไปลงทุน ในการทำนาใหม่ ดังนั้น ฝากถึงกระทรวงการคลังเพื่อที่จะหามาตรการต่าง ๆ มาช่วยเหลือ เยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ต้องขอหารือกับท่านประธาน🔗

เรื่องแรก การที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบียได้กลับมา ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนหน้าโควิด (COVID) จนถึงปัจจุบันนี้ประมาณ ๔,๐๐๐ คน มีปัญหา ในเรื่องกลับมาประเทศไทยรวมทั้งครอบครัวมีลูกมีพ่อแม่ กลับมาไม่สามารถที่จะพูด ภาษาไทยได้ แล้วก็ไม่สะดวกที่จะเรียนต่อในระบบของการศึกษาทั่วไป ณ ขณะนี้ กศน. ได้รับเด็กเหล่านี้มาเรียนใน กศน. อยู่บ้างแล้ว แต่เนื่องจากว่ายังมีจำนวนมากที่ยังตกค้าง ไม่สามารถที่จะเข้าสู่ระบบตรงนี้ได้ อยากจะฝากให้ท่านประธานช่วยประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพราะว่า ณ ขณะนี้ทางประเทศซาอุดิอาระเบียก็พยายามที่จะให้คนต่างประเทศ ที่อยู่ที่นั่นกลับมาในประเทศของตนเอง ถ้าอยู่ก็ต้องเสียภาษีการอยู่อาศัย อย่างปีแรก ปี ๒๐๑๗ ๑๐๐ ริยัล ก็ประมาณ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน พอมาถึงปีปัจจุบัน ก็ประมาณ ๔๐๐ ริยัลต่อคน ถ้าครอบครัวประมาณสัก ๕ คน ต้องจ่ายประมาณสัก ๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน ตกต่อปีก็เป็นจำนวนมาก ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะทำงาน หารายได้ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ก็จำเป็นต้องกลับมาประเทศไทย ก็มีปัญหาตามมาคือ ไม่สามารถ ไม่สะดวกที่จะให้ลูกเข้าไปเรียนหนังสือในระบบ สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะฝากให้ ท่านประธานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะเช็ก (Check) จำนวนคนที่กลับมานั้น ให้เข้าสู่ระบบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในสังคมต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสุชาติ อุสาหะ🔗

นายสุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีป่าไม้ถาวร หมายเลข ๘๖ และป่าหนองหญ้าปล้อง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๖ ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าตะคร้อ ตำบลยางน้ำกลัดใต้ ตำบลหนองหญ้าปล้อง ตำบลหนองชุมพล ตำบลหนองชุมพลเหนือ อำเภอเขาย้อย และอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันมีสภาพเป็นบ้านเรือนราษฎร สถานที่ราชการ โรงเรียน ชุมชน วัด และที่ดินทำกินของราษฎร ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้ยกเลิก แนวเขตป่าไม้ถาวร เนื่องจากเรื่องนี้ต้องเข้าไปดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องของวันแมป (One Map) ในกรณีป่าสงวนแห่งชาติที่ราษฎรทำกินอยู่ก่อนและมีการ พิสูจน์สิทธิ รัฐก็จะดำเนินการรังวัดตามนโยบายการจัดการที่ดินทำกินให้แก่ผู้ไร้ที่ดินทำกิน ภายใต้โครงการ คทช. ความจำเป็นในการขอยกเลิกเขตป่าไม้ถาวร ๑. ประชาชนอยู่มาก่อน อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติไม่ได้รับสิทธิในการรังวัด คทช. และเป็นการแก้ปัญหาในเรื่อง ของวันแมป (One Map) ให้เหลือเพียงเส้นเดียวของเขตป่าไม้และถ่ายทอดลงในแผนที่ ๑ ต่อ ๔๐๐๐ โดยใช้แผนที่เดียวกันทุกหน่วยงานราชการ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี

ซึ่งเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ไปราชการที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนได้ยื่นเรื่องผ่านผม ถึงท่านรัฐมนตรีขอให้ยกเลิกแนวเขตป่าไม้ถาวร หมายเลข ๘๖ และป่าหนองหญ้าปล้อง ครอบคลุมพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอบ้านลาด อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐ จึงนำเรียนท่านประธานสภา ได้โปรดเร่งรัดให้รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการธรรมนัส พรหมเผ่า ที่กำกับดูแล กรมพัฒนาที่ดินเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณเกษม อุประ ครับ🔗

นายเกษม อุประ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากได้รับการร้องทุกข์เรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินจากราษฎรบ้านดงสาร บ้านดงเสียว บ้านท่าแร่ ตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร โดยนายวันเพ็ญ ไชยพรม ผู้ใหญ่บ้าน นายวัชรพล ทิพย์พันธุ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน นายสุวรรณ บงบุตร พร้อมกับพวก ได้ร้องเรียนเนื่องจากว่าที่ดินทำกินซึ่งได้ทำกินมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นเพียงเอกสาร ภ.บ.ท. ๕ ที่เสียภาษีให้กับรัฐ แต่ในขณะเดียวกันที่ดินข้างเคียงเขาสามารถ ออกเอกสารสิทธิได้ จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หาทางแก้ไขปัญหาและให้ความเป็นธรรมแก่ราษฎรในพื้นที่ ดังกล่าว ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ พี่น้องชาวตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ มีความเดือดร้อน เกี่ยวกับน้ำประปา ซึ่งปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอบ้านหมี่ได้ขยายเขตไปถึงบริเวณ สำนักงาน อบต. หนองเมือง หมู่ที่ ๒ แต่ว่าไม่ครอบคลุมทั้งหมู่ จึงอยากจะขอให้ขยายเขต ให้น้ำประปานั้นได้ใช้ทั่วถึงทั้งตำบลหนองเมืองด้วย นำเรียนฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยลงไปดูแลด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้เกิดวิกฤติของน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก เป็นภาวะน้ำแล้ง ซึ่ง ส.ส. หลายท่านได้นำเรียนท่านประธานถึงเรื่องนี้ ในขณะนี้ระดับน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก สามารถลงไปเดินจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งได้น้ำไม่ถึงเอว แล้วก็สิ่งที่สำคัญคือน้ำที่ใช้ ในคลองชัยนาท-ป่าสักนั้นเป็นต้นทุนน้ำที่ใช้ในการประปาของจังหวัดลพบุรี เพราะฉะนั้น วันนี้การประปาก็ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนมาก ฝากท่านประธานได้นำเรียน ถึงกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลการประปาอยู่ช่วยมาแก้ปัญหา รวมทั้งกรมชลประทาน เพราะว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วก็ระยะยาว🔗

เรื่องที่ ๓ ขณะนี้ทางการประปาส่วนภูมิภาคของจังหวัดสิงห์บุรีได้ขยายเขต มายังอำเภอท่าวุ้งในบางส่วนของจังหวัดลพบุรี ซึ่งติดต่อกับตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้พี่น้องชาวหมู่ที่ ๙ ซึ่งเป็นเขตติดต่อของตำบลบางขันหมากได้มาร้องเรียน ว่าให้ช่วยขยายเขตเข้าไปยังหมู่ที่ ๙ ของตำบลบางขันหมากด้วย ฝากท่านประธานนำเรียน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณบุญแก้ว สมวงศ์🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการประปาส่วนภูมิภาค ของอำเภอมหาชนะชัย ที่ใช้ร่วมกันกับอำเภอคำเขื่อนแก้ว เนื่องจาก ๒-๓ วันที่แล้ว พี่น้องประชาชนชาวอำเภอมหาชนะชัย อำเภอคำเขื่อนแก้ว ไม่มีน้ำประปาใช้ น้ำไม่ไหล ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานโดยเฉพาะกระทรวงที่รับผิดชอบ เนื่องจาก เครื่องชำรุดเสียหาย แล้วก็ท่อประปาก็ชำรุดเสียหาย ช่วยนำงบประมาณไปช่วยเหลือให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากจังหวัดยโสธรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีน้ำที่จะทำการเกษตร ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยเฉพาะท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งดูแล กรมฝนหลวงและการบินเกษตรช่วยไปบรรเทาทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ผมเห็นท่านออกทีวี (TV) ไปหลาย ๆ จังหวัด อยากให้ท่านไปดูแลจังหวัดยโสธรด้วย หรือท่านไม่มี ส.ส. ในจังหวัดยโสธร ท่านไม่ไปก็คงจะไม่เป็นอะไรนะครับ เพราะว่าก็อยากให้ ท่านไปเพื่อไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ผมได้รับร้องเรียนจากท่าน สจ. เบญจวรรณ นามคง ท่านกำนันชัยซึ่งเป็นกำนันในเขตตำบลฟ้าหยาดของอำเภอมหาชนะชัย ได้ร้องเรียน ว่าไฟฟ้าเพื่อการเกษตรยังไม่ทั่วถึงให้กับพี่น้องประชาชนหลาย ๆ อำเภอ หลาย ๆ หมู่บ้าน ของอำเภอมหาชนะชัย อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอป่าติ้ว แล้วก็อำเภอค้อวัง อำเภอไทยเจริญ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนมา ๓ เรื่อง เพื่อให้ท่านประธานได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการแก้ไขครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าเครื่องกั้นทางข้ามรถไฟ ในเขตอำเภอบ้านโป่งชำรุดหลายจุดครับ อย่างเช่น หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองกบ หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าผา และหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๘ ตำบลนครชุมน์ ล่าสุดวันจันทร์ที่ ๑๓ ที่ผ่านมาก็มีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นที่จุดข้ามตรงหมู่ที่ ๓ ตำบลหนองกบ ทำให้พี่น้องประชาชนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้ทางกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแลการรถไฟเข้าดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าถนนเลียบคลอง ชลประทานฝั่งซ้าย ฝั่งขวา บริเวณหมู่ที่ ๑๙ หมู่ที่ ๑๓ หมู่ที่ ๘ และฝั่งขวาบริเวณหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองปลาหมอ ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ พี่น้องประชาชนเดินทางไปมา ไม่สะดวก จึงขอให้ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการลาดยาง ให้พี่น้องประชาชนเพื่อที่จะได้สัญจรไปมาและขนพืชผลทางการเกษตรได้สะดวกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องประชาชนที่ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง ได้ร้องเรียนมาว่า ถนนทางหลวงชนบท เส้นทางหมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๓ ที่บ้านหนองขามและบ้านโป่งยอ รวมถึง ถนนทางหลวงชนบท หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๕ ตำบลเขาขลุง ที่บ้านห้วยยาง และบ้านหนองไก่ขัน เส้นทางดังกล่าวนั้นมืดไฟส่องสว่างในการจราจรยามค่ำคืนไม่เพียงพอ จึงขอให้ทางกรมทางหลวงชนบท สังกัดกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่าง และไฟจราจร เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในยามค่ำคืนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคใต้ ผมมีเรื่องที่จะขอหารือกับท่านประธาน🔗

เรื่องแรก เรื่องพี่น้องที่อำเภอชะอวด ในตำบลชะอวด ตำบลเคร็ง และพี่น้อง ในตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ วันนี้ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าการบริหาร จัดการน้ำของพื้นที่ในเขตป่าพรุควนเคร็งภายใต้ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ซึ่งประมาณเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมาฝนตกลงมา และพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งรอบ ๆ ข้างเป็น พื้นที่ลุ่มต่ำ แต่พี่น้องได้ประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทำการเกษตรปลูกพืชผลอาสินทั้งหลาย กลับได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่ากรมชลประทานไม่สามารถหรือไม่จัดการในการบริหาร จัดการน้ำในพื้นที่ โดยการเปิดประตูระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำที่ปากพนัง หรือประตูระบายน้ำที่แพรกเมือง ซึ่งพี่น้องได้ร้องเรียนมาว่าขอให้กรมชลประทาน ช่วยระบายน้ำออก เพราะว่าวันนี้ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรไปมาหรือการประกอบอาชีพ มีความลำบากมาก เพียงแต่ขอให้มีการระบายน้ำไปสักจำนวนหนึ่งให้มีพื้นที่สำหรับสามารถ ดำเนินการในทางเกษตรและการสัญจรได้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นข้อร้องเรียนมาจากพี่น้องสมาคมประมงจังหวัดกระบี่ว่าวันนี้ กรมประมงไม่สามารถที่จะบริหารจัดการในเรื่องอาณาเขตพื้นที่ของการทำประมงระหว่าง ประมงพาณิชย์และประมงชายฝั่ง จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

๑. ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ ได้บรรจุตำแหน่ง การเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษของบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน ๓๘,๑๐๕ อัตรา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในฐานะที่เป็นกลุ่มที่ปฏิบัติงานในช่วงการระบาดของ โรคไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ ในกระทรวงสาธารณสุข แต่ก็ยังมีกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งนะครับซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เหมือนกัน ปฏิบัติงานหน้าที่ในเรื่องโควิด (COVID) อย่างเต็มความสามารถเหมือนกัน แต่สังกัดอยู่กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการถ่ายโอนมาจาก รพ.สต. ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือ อบต. ซึ่งถ้าพวกเขายังทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ผมคิดว่า เขาก็อาจจะได้รับสิทธินี้เหมือนกัน ฉะนั้น จึงอยากจะให้ทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยโปรดพิจารณาบุคคลกลุ่มนี้ ให้เข้ารับราชการเหมือนดังเช่นที่กระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติด้วย ซึ่งผมทราบว่าในวันพรุ่งนี้ บุคคลเหล่านี้ทั้งทั่วประเทศไทยจะเดินทางไปที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อไปยื่นหนังสือ ร้องเรียนต่อปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงอยากให้ท่าน พิจารณาด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมหารือต่อสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่แล้ว ในเรื่อง การขอให้รัฐบาลเปิดด่านที่ปิดในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ในแนวตะเข็บชายแดนของ ประเทศไทย เมื่อวันที่อาทิตย์ที่ผ่านมาทาง ศบค. ก็ได้พิจารณาอนุมัติให้เปิดด่านชายแดน ทั้งหมดในรอบบริเวณประเทศไทยตามที่ร้องขอมาแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดตาก โดยท่านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มีการประชุมหารือ ต่อคณะกรรมการโรคติดต่อทั้งหมด มีการเปิดด่านชายแดนแล้วเมื่อวันที่ ๖ และอนาคต ก็จะมีการขอเปิดสะพานไทย-มิตรภาพเมียนมา แห่งที่ ๑ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การขนส่งสินค้า แล้วก็การส่งออกของประเทศไทยจะมียอดสูงขึ้นนะครับ ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากนางประดับ สมนึก สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลอีปาด อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๕ ว่าถนนจากบ้านหนองไฮ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๕ มาบ้านทุ่งมั่ง หมู่ที่ ๒ การสัญจรไปมาและขนย้ายผลผลิตทางการเกษตรลำบาก เป็นถนนลูกรังมาหลายปีแต่ยังไม่ได้ปรับปรุง ช่วงหน้าฝนน้ำก็ท่วมขัง หน้าแล้งจะมีฝุ่น ฟุ้งกระจายก่อให้เกิดอันตราย ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากท่านประธานไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนางประดับ สมนึก สมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลอีปาด อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และประชาชนชาวบ้านทุ่งมั่ง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ ตำบลอีปาด ว่าถนนจากบ้านทุ่งมั่ง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปยังบ้านแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี การสัญจรไปมาไม่สะดวก ซึ่งเป็น ถนนสายหลักเชื่อมระหว่างอำเภอกันทรารมย์และอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ประชาชนหลายหมู่บ้านต้องใช้ถนนสายนี้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนจะใช้เพื่อขนย้ายสินค้า ทางการเกษตรและไปทำธุระ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดยโสธร ฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น🔗

ส่วนเรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสุรัตน์ ขันชัย สมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลโพธิ์ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากบ้านผักขย่าใหญ่ หมู่ที่ ๓ บ้านห้วยขะยุง หมู่ที่ ๑๑ ยังขาดไฟฟ้าเพื่อทำการเกษตร มีดังนี้ เส้นทางหลังโรงเรียน บ้านผักขย่าใหญ่ ๒,๕๐๐ เมตร เส้นทางหลังป่าช้าบ้านผักขย่าใหญ่ ประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร เส้นทางบ้านนายนทวี-ห้วยหม่วย ๑,๕๐๐ เมตร เส้นทางบ้านผักขย่าใหญ่-บ้านปลาข่อ ๑,๐๐๐ เมตร ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของ ชาวสวนมะพร้าว จากกรณีลิงเก็บมะพร้าวที่เป็นปัญหาอยู่ในเวลานี้ทำให้พี่น้องชาวสวนมะพร้าว ในหลายจังหวัดทางภาคใต้กำลังได้รับความเดือดร้อนจากกรณีการกล่าวหา และใช้เป็น ข้อเรียกร้องการระงับซื้อมะพร้าวจากประเทศไทย กับความตื่นตัวในด้านสิ่งแวดล้อม ในด้านสิทธิมนุษยชน และสวัสดิภาพสัตว์ในสหราชอาณาจักร ซึ่งทำให้พี่น้องชาวสวนมะพร้าว เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาคใต้ของเรานั้นมีการปลูกมะพร้าวมากที่สุด ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร รวมไปถึง ๔-๕ จังหวัดทางภาคใต้ แล้วก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของดิฉัน ซึ่งมีการปลูกมะพร้าว แล้วก็การทำ สวนมะพร้าวอยู่เป็นจำนวนมาก แต่จากข่าวสารที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ซื้อมะพร้าวเริ่มที่จะบีบราคาจากชาวสวนให้มีราคาที่ต่ำลง หรือบางแห่งไม่กล้าที่จะรับซื้อมะพร้าว โดยอ้างว่าต่างประเทศไม่มีการรับซื้อมะพร้าว จากประเทศของเรา จึงทำให้พี่น้องชาวสวนมะพร้าวเกิดความทุกข์ใจต่อข่าวสารที่เกิดขึ้น แล้วก็ราคาในขณะนี้เริ่มที่จะตกต่ำลง ทำให้พ่อแม่พี่น้องชาวสวนมะพร้าวเกิดความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก ขณะนี้ทราบว่าท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้ามาเร่งดำเนินการช่วยเหลือแล้ว และอยากจะฝากขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ให้ความห่วงใย แต่อย่างไรก็ตามอยากจะฝากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการให้อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าพี่น้องชาวสวนมะพร้าวในจังหวัดสุราษฏร์ธานี เกิดความเดือดร้อนมากจริง ๆ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมหญิง บัวบุตร ครับ🔗

นางสมหญิง บัวบุตร อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเมื่อ ๑ ปีที่ ผ่านมาเจอน้ำท่วม และปีนี้ขณะนี้เป็นฤดูทำนาแต่เราไม่มีน้ำทำนาเนื่องจากว่าฝนแล้ง ข้าวที่หว่านปักดำ น้ำในคูคลองแห้งขอด ตอนนี้ได้รับความเสียหาย ดิฉันอยากนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนไม่มีเงินแต่เขาก็อยู่ได้ แต่ไม่มีข้าวกินติดต่อกันหลายปีจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเลย อยากนำเรียนท่านประธานว่า ดิฉันเคยหารือหลายครั้งแต่ดิฉันไม่เคยได้รับการแก้ไขเลยแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งนี้ดิฉัน ขอความกรุณาท่านประธานได้ผ่านไปยังรัฐบาลให้ความช่วยเหลือจัดทำฝนหลวงไปยัง จังหวัดอำนาจเจริญ ถ้ารัฐบาลทำไม่ได้ให้รีบบอกพี่น้องประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญจะได้ รู้ตัวเองว่าเขาจะอยู่อย่างไร ต่อไปจะทำอย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ครับ🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม กระผมได้รับเรื่องจากชาวบ้านว่าถนนทางหลวง หมายเลข ๓๔๑๘ ตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ทั้งเส้นเป็นหลุมเป็นบ่อ ไหล่ทางชำรุดหนัก ไฟแสงสว่างไม่มีเกิดอุบัติทั้งกลางวัน กลางคืน ทั้ง ๆ ที่ถนนเส้นนี้มีทั้งโรงพยาบาล สถานีตำรวจ ชาวบ้านต้องสัญจรไปมา ในสภาพนี้มานานหลายปี คนที่ไม่รู้เส้นทางก็จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก สื่อมวลชนได้มา ทำข่าวหลายช่อง กระผมจึงได้ลงพื้นที่ดูแลและเข้าพบท่านนายอำเภอได้รับข้อมูล และการอำนวยความสะดวกจากท่าน กระผมต้องขอชื่นชมท่านนายอำเภอบางไทรอย่างยิ่ง ท่านได้แจ้งว่าถนนเส้นนี้น่าจะเป็น อบจ. ดูแลรับผิดชอบ ท่าน ส.ส. เขต ก็ได้ให้ความสำคัญ เรื่องนี้อย่างดี อยู่ในระหว่างการจัดสรรงบประมาณ ๕๒ ล้านบาทในปี ๒๕๖๓ แต่เพื่อไม่ให้ เรื่องนี้ตกไป กระผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่ดูแลได้ช่วยติดตามเรื่อง อย่างเร่งด่วน และหากมีการเข้าแผนงบ ปี ๒๕๖๓ จริง ขอความกรุณาได้ชี้แจงและขึ้นป้าย ให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจและเฝ้ารอคอยการลงมือทำถนนเส้นนี้อย่างมีความหวังต่อไป🔗

เรื่องต่อมาพื้นที่เดียวกัน คือการกำจัดผักตบชวาหน้าวัดสุนทราราม หรือวัดห่อหมก ตำบลห่อหมก อำเภอบางไทร บนแม่น้ำน้อยเป็นพื้นที่กระเพาะหมู มีผักตบชวาสะสมมากที่สุดในประเทศไทย ปริมาณกว่า ๕๐,๐๐๐ ตันต่อปี ใช้เวลาในการ กำจัด ๔-๕ เดือน เสียงบประมาณกว่า ๑๐ ล้านบาททุก ๆ ปี จึงอยากให้ทำการบริหาร จัดการระยะยาวตามที่สำนักงานเจ้าท่าอยุธยาได้แนะนำ และอยากให้จัดสรรงบประมาณ ให้ชาวบ้านได้นำผักตบชวาไปทำปุ๋ยอีกด้วย อีกทั้งปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้คือรถแบ็กโฮ (Backhoe) ไม่เพียงพอในการตักผักตบชวาขึ้นมา กระผมจึงขอฝากท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้ความดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวแบบประหยัดงบประมาณต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน ปีกแรงงาน มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ตอนนี้คนไทยตกงานเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุก ๆ วัน ทุกวันนี้รัฐบาล ไม่เห็นมีมาตรการที่ดูแลอย่างเป็นรูปธรรม จากการไปลงพื้นที่ดูงานในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และอีกหลาย ๆ จังหวัด พบปัญหาในพื้นที่ขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร แรงงานประมง แรงงานภาคบริการ ซึ่งใช้แรงงานต่างด้าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลรีบดำเนินการแก้ไขสำหรับคนไทยที่ตกงาน และโดยเฉพาะแรงงาน ต่างด้าวที่ต้องการกลับมาทำงานในภาคเกษตรไม่สามารถที่จะกลับเข้ามาได้ นี่คือเรื่องแรก ที่อยากจะให้มีการดำเนินการแก้ไข🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของรัฐบาลค้างจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นเวลาหลายปี ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลนำเงินงบประมาณ เงินกู้ มาจ่ายให้กับกองทุนประกันสังคม หนำซ้ำยังจะออกกฎกระทรวงเอาเงินออกมาใช้ ทำให้กองทุนนั้นเหลือน้อยลง ดังนั้น ฝากให้ทางรัฐบาลรีบดำเนินการนำเงินมาคืนกองทุน ประกันสังคมด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งปัจจุบันนี้มีลูกจ้าง ตกงานเยอะ และมีการใช้เงินกองทุนไป นายจ้างที่หนีไปไม่จ่ายกองทุนนี้กับกองทุนกรณี สงเคราะห์ลูกจ้าง เป็นเหตุให้กองทุนนี้ยุบหายไป จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มในเม็ดเงิน กองทุนให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่มีการตกงานเพิ่มขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องแรก สืบเนื่องจากว่าดิฉันได้รับการประสานงานจากคณะครู อาจารย์ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ตอนนี้ประสบปัญหาคืออาคารโรงฝึกงานของนักศึกษาแผนกช่างยนต์ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัจจุบันแผนกช่างยนต์ โรงฝึกเป็นอาคารชั้นเดียวอายุกว่า ๗๐ ปี รองรับนักเรียนได้เพียงแค่ ๖๐ คน แต่ว่าตอนนี้นักเรียนช่างยนต์มี ๗๐๐ คน ขอภาพด้วยนะคะ ดิฉันส่งภาพไป🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

ตอนนี้นักศึกษาบางทีต้องกางร่ม เรียนบ้างและต้องกางเต็นท์ในภาคปฏิบัติ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารโรงฝึกงาน และอาคารเรียนให้กับวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการประสานงานจากท่านนายกพจฐณศล ธนิกกุล ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูบัว ว่าถนนทางหลวง หมายเลข ๓๓๓๙ แยกบายพาส (Bypass) ตำบลดอนตะโกไปห้วยชินสีห์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะเข้าสู่โบราณสถาน บ้านคูบัว วัดโขลงสุวรรณคีรี มีสภาพที่แตกร่อน บางจุดเป็นร่องลึกยาว ดิฉันอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงสมุทรสงครามให้ช่วยมาสำรวจและจัดสรรงบประมาณ ในการออกแบบและปรับปรุงถนนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ รูปเมื่อสักครู่นี้ที่ขึ้นไป ดิฉันได้รับการประสานงานจาก ท่านเจ้าอาวาสวัดโขลงสุวรรณคีรี ท่านผู้นำในพื้นที่และพี่น้องชาวตำบลคูบัวว่าโบราณสถาน ในวัดซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมสมัยทวารวดีกว่าพันปีประสบปัญหาน้ำท่วมขัง โบราณสถานนี้ เป็นหมายเลขที่ ๑๘ ซึ่งเกิดจากระบบระบายน้ำที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย เมื่อปลายปีที่แล้วท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสได้มา ครม. สัญจรที่จังหวัดราชบุรี และทางจังหวัดเองก็ได้นำเสนอปัญหานี้ ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่ทางกรมศิลปากรออกแบบ ดิฉันอยากจะฝากทางท่านประธาน ผ่านไปยังกรมศิลปากรให้ช่วยเร่งรัดในส่วนของการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ จบการหารือ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก โดยทั่วไปโดยรวมแล้วท่านสมาชิกรักษาเวลาไว้ดี ทั้งหมดนี้ผมก็เจตนาเพื่อให้สภาเรามีคุณภาพความน่าเชื่อถือ ข้างนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ในนี้ขอให้คนเชื่อถือเรา ซึ่งเราก็ต้องปฏิบัติภารกิจของเราตามกฎเกณฑ์ข้อบังคับนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๑ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๓๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุม ความจริงในกรณีกระทู้ถามนั้นองค์ประชุมไม่เกินครึ่งก็ได้นะครับ เพียง ๑ ใน ๕ ก็ได้ แต่ว่าเมื่อครบองค์ประชุมแล้วก็ถือว่าอนุญาตเปิดประชุม ตามด้วยระเบียบวาระ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

ปกติตามข้อบังคับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาจะมี ๓ กระทู้ ให้เวลากระทู้ละ ๓๐ นาที แต่ว่าในครั้งนี้ท่านรองประธานซึ่งตรวจกระทู้ได้ขออนุญาตว่ามีกระทู้ที่ค้างพิจารณามา จากครั้งที่แล้ว แล้วขอเลื่อนมาวันนี้ ผมจึงขออนุญาตที่ประชุมว่าขอเป็นกระทู้ถามสดวันนี้ ๔ กระทู้ ทั้งผู้ถาม ผู้ตอบก็จะได้ดูเวลาโดยเคร่งครัดนะครับ กระทู้ถามสดผู้ถามถามได้ ๓ ครั้ง ผู้ตอบก็ตอบได้ทั้ง ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นขอให้คำนวณไว้ด้วยว่าเมื่อถามหรือตอบแล้ว เผื่อครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ไว้ด้วยจะได้ไม่เกินเวลาครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีจะมาตอบนะครับ แต่เนื่องจากมีภารกิจขอเลื่อนเวลาไปเล็กน้อยนะครับ🔗

ขออนุญาตให้นำกระทู้ถามที่ ๓ คุณภราดร ปริศนานันทกุล เรื่อง การบริหาร จัดการน้ำ ถาม นายกรัฐมนตรี บัดนี้ท่านรัฐมนตรีได้มาแล้วนะครับ ผมขอเวลาสอบถาม ความพร้อมนิดเดียว ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ รัฐมนตรีท่านกำลังเดินทางมา ผมขอพักสัก ๑๐ นาที ขออนุญาตที่ประชุมครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๐.๔๓ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๔๘ นาฬิกา🔗

ท่านสมาชิกครับ🔗

๑.๑.๔ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๐ ส. (นายองอาจ วงษ์ประยูร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

กระทู้ถามสดด้วยวาจา เพิ่งถามกันเมื่อตอนเช้านะครับ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีบางท่านก็เพิ่งได้รับข้อมูลว่ามีผู้ถาม เรื่องอะไร ความพร้อมก็อาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะว่าเพิ่งทราบกันครับ แต่ว่าบัดนี้ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน มาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมว่า ท่านผู้ถามคือท่านองอาจ วงษ์ประยูร ซึ่งท่านได้ถามไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ว่ารัฐมนตรี ขอเลื่อนมาสัปดาห์นี้ ขอเชิญท่านองอาจครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตท่านประธานถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ดูแลชลประทาน จากปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนา ในภาคกลางที่มีอาชีพปลูกข้าว แต่ทางชลประทานยังไม่ได้ผันน้ำให้ปลูกข้าวแต่อย่างใด เป็นความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาในภาคกลางทั้งภาคครับ ผมขออนุญาตถาม ท่านรัฐมนตรีทีเดียว ๓ คำถามนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ในตอนแรกตั้งใจที่จะปรึกษาหารือเฉพาะปัญหา พี่น้องชาวนา ชาวไร่ในจังหวัดสระบุรีเพียงจังหวัดเดียว แต่พอได้พูดรวมกลุ่มคุยกับท่าน ส.ส. ในภาคกลางก็พบปัญหาเดียวกันทั้งภาคกลาง ปัญหาคือชาวนาที่ตอนนี้ปลูกข้าวแล้วยังไม่ได้ รับน้ำจากชลประทานแต่ประการใด ขออนุญาตเปิดสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ท่านที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ท่านลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หรือท่านอดีต ส.ส. ดอกเตอร์สุรสาล ผาสุข ที่จังหวัดสิงห์บุรี สรุปปัญหาเดียวกันครับ ท่านประธาน ขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำก็เริ่มมีแล้ว สำรวจจากเขื่อนต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ส่วนใหญ่ก็จะพบว่าช่วงนี้เป็นฤดูฝนก็จะเริ่มมีน้ำมาในเขื่อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็คิดว่า น่าจะเพียงพอให้กับเกษตรกรในภาคกลางได้ปลูกข้าวทำนาได้บ้าง แต่พอหันไปดูคูคลอง คลองซอย คลองระบายน้ำของชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นคลองชัยนาท-ป่าสัก คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง คลองระพีพัฒน์ คลองโผงเผงหรือคลองบางบาล ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังแห้งขอดอยู่ ชาวนา ยังไม่ได้ทำนาแต่อย่างใดครับท่านประธาน ชาวนาภาคกลางไม่ได้ปลูกข้าวมา ๒ ฤดูกาลแล้ว ท่านประธานครับ ภัยแล้งภาคกลางกำลังเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้ผมจึงต้องนำมาถามกระทู้ถาม ด้วยวาจา ถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗

ประเด็นแรก ภัยแล้งภาคกลางเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้กระทบชาวนา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำป่าสัก ถึง ๑๐ จังหวัด นาข้าวไม่ต่ำกว่า ๑.๑๕ ล้านไร่ กำลังประสบ ปัญหา ท่านประธานครับ ภัยแล้งในภาคกลางขณะนี้ไม่มีน้ำปลูกข้าวให้ชาวนา กระทบถึง ผลประโยชน์ของชาติ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ณ ขณะนี้ของรัฐบาล โดยปกติแล้วรัฐบาลจะพึ่งพารายได้ ๒ หลักด้วยกันก็คือ ๑. พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว และ ๒. พึ่งพารายได้จากการส่งออก ท่องเที่ยวขณะนี้ก็ทราบกันดีว่าวิกฤติโควิด (COVID) นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้เข้ามา รายได้จากการท่องเที่ยว ได้รับการพึ่งพาให้เป็นรายได้ของชาติคงจะลำบากในช่วงนี้ ก็หวังได้อย่างเดียวคือการส่งออก การส่งออกภาครัฐบอกแล้วว่าจะพึ่งส่งออกด้านสินค้าเกษตรเป็นหลัก ท่านประธานครับ ท่านไม่ได้ให้น้ำชาวนาปลูกข้าวแล้วจะเอาข้าวที่ไหนไปส่งออกเป็นสินค้าหลักของประเทศเรา สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ภัยแล้งภาคกลางเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดูแลแก้ไข🔗

คำถามที่ ๑ ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทย เข้าสู่ฤดูฝนมาเกือบ ๒ เดือนแล้ว ชาวนารอปลูกข้าว รอน้ำจากกรมชลประทาน เรียนถาม ท่านรัฐมนตรีท่านมีนโยบายบริหารจัดการน้ำอย่างไร ที่จะช่วยเหลือชาวนาภาคกลาง ให้สามารถมีน้ำปลูกข้าวได้ในฤดูกาลนี้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ขออนุญาตท่านประธาน ผมต่อด้วยคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ เลยนะครับ ท่านรัฐมนตรี จะได้ตอบทีเดียว🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

คำถามที่ ๒ คำถามนี้เกี่ยวกับมาตรการ การช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาของภาครัฐที่จะมีให้กับเกษตรกรชาวนาในภาคกลาง อันเกิดจาก ความเสียหายต่าง ๆ ที่ชาวนาได้รับมาโดยตลอดในช่วงปี ๒ ปีนี้ ความเสียหายอย่างเช่น ความเสียหายมีทั้งเกิดจากภัยธรรมชาติก็คือภัยแล้งในขณะนี้ ความเสียหายประการที่ ๒ เป็นความเสียหายจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของทางภาครัฐ ยกตัวอย่างเรื่องการ พร่องน้ำ ปี ๒ ปีที่ผ่านมาภาครัฐได้มีนโยบายพร่องน้ำจากเขื่อนเพราะนโยบายคือกลัวที่จะ เกิดปัญหาน้ำท่วมเสียมากกว่าก็เลยพร่องน้ำแทบหมดเขื่อน จนถึงวันนี้ก็อยู่ในภาวะฝน ทิ้งช่วงก็เกิดภัยแล้งอย่างรุนแรง หรือนโยบายที่ให้ชาวนาทิ้งนาข้าวไปปลูกพืชน้ำน้อย อันนี้สร้างปัญหาซ้อนปัญหา เพราะว่าพอปลูกพืชน้ำน้อยในนาข้าวมันเป็นการเพิ่มต้นทุน ที่สูงขึ้น ผลผลิตออกมาก็คุณภาพต่ำ สุดท้ายก็ขาดทุน ชาวนาเดือดร้อนหนักกว่าเดิม เป็นหนี้เป็นสินเพิ่ม นโยบายต่อมาก็คือนโยบายให้ชาวนาหยุดทำนา อันนี้เป็นนโยบาย ที่ขอร้องแกมบังคับว่าช่วงนี้อย่าทำนา ไม่ให้ทำนา จนสุดท้ายก็เหมือนเป็นคำสั่งว่าให้ชาวนา ตกงาน ท่านประธานครับ ชาวนาปลูกข้าวมาทั้งชีวิตแล้วไม่ให้เขาทำนาแล้วให้เขาทำอะไร ทำให้ชาวนาขาดรายได้ ขาดเงินส่งใช้หนี้ให้ ธ.ก.ส. แล้วสุดท้ายก็ไม่มีเงินลงทุนในที่สุด🔗

ความเสียหายอีกประการหนึ่งที่ชาวนาภาคกลางได้รับมาโดยตลอดคือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำ ตัวอย่างเห็นได้ชัดในการจัดสรรน้ำชลประทานในช่วงน้ำน้อย ในปีนี้ รัฐจัดให้คนเมืองในเรื่องของอุปโภคบริโภค ท่านเปิดผับ เปิดบาร์ เปิดอาบอบนวด ให้ใช้น้ำกันเต็มที่ พอถามถึงมีน้ำให้เกษตรกรชาวนาชาวไร่ปลูกข้าวไหม ท่านบอกว่า ปีนี้ไม่มีน้ำเพียงพอให้เกษตรกรในการทำนาในภาคกลาง ความเสียหายต่าง ๆ ดังกล่าวที่พูด พอจะสรุปได้ว่าปีนี้ชาวนาภาคกลางเดือดร้อนอย่างแน่นอน🔗

คำถามที่ ๒ กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี ในประเด็นความเสียหายต่าง ๆ ท่านรัฐมนตรีมีมาตรการใด ๆ ไหมเพื่อช่วยเหลือชาวนาภาคกลาง เยียวยาความเสียหาย ที่ขาดน้ำปลูกข้าว ข้าวตายเพราะขาดน้ำ ไม่ได้รับการจัดสรรน้ำจากกรมชลประทานในฤดูกาลนี้ ความช่วยเหลือมีให้บ้างไหม อย่างไร เป็นคำถามที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

คำถามที่ ๓ เป็นปัญหาน้ำชลประทานในจังหวัดสระบุรี เป็นปัญหาซ้ำซาก เกี่ยวกับเรื่องการใช้น้ำ การบริหารจัดการน้ำชลประทานในจังหวัดสระบุรีเดือดร้อน มาโดยตลอด จังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ปลายน้ำ คือในทุก ๆ ปีช่วงไหนปริมาณน้ำมาก กรมชลประทานมักจะปล่อยน้ำให้ไปท่วมนาข้าว ท่วมนา ท่วมไร่ ในจังหวัดสระบุรี ปีที่ถ้าน้ำ มามากก็จะไปปล่อยน้ำท่วมนาข้าว เสียหายเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ แต่พอปีไหนน้ำน้อย อย่างเช่นปีนี้ภัยแล้งจังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ปลายน้ำ การผันน้ำ ส่วนใหญ่ก็ปลายน้ำก็ทราบดีว่าน้ำก็จะไปที่จังหวัดอื่นก่อนแล้วจังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัด สุดท้าย คำถามที่ ๓ เรียนถามท่านรัฐมนตรี ท่านมีโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หรือขนาดกลางให้กับจังหวัดสระบุรีบ้างไหมครับ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหา ได้อย่างยั่งยืนเพื่อชาวจังหวัดสระบุรี ท่านมีโครงการใดบ้างไหมครับ คำถาม ๓ คำถาม เท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเผื่อเวลาไว้ คำถามอื่นบ้างนะครับ เชิญครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณ แล้วก็ชมเชยเลยนะครับ ท่าน ส.ส. องอาจ วงษ์ประยูร ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนที่เอาใจใส่ พี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง คุณพ่อท่าน ท่านบัญญัติ อดีต ส.ส. ก็เคยเป็นผู้แทนร่วมกันอยู่กับ ผมมา ท่านเป็นคนขยันเหมือนคุณนี่แหละ ดังนั้น เรื่องการจัดสรรน้ำที่มีผลกระทบต่อ ภาคกลางหรือภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางทั้งหมดประมาณ ๒๒ จังหวัด ผมจะลำดับภาพ ให้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อยู่ในเขตจังหวัดภาคกลาง นอกจากท่าน ส.ส. องอาจแล้ว ก็ยังมี ส.ส. ภราดร ส.ส. กรวีร์ ปริศนานันทกุล ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอ่างทองที่พี่น้องประชาชน เดือดร้อนอย่างยิ่งที่ออกมาเมื่อวันจันทร์ ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีผมก็รวมตัวเหมือนกัน วันเสาร์ที่ผ่านมา ปัญหาเดียวกันนี่แหละครับเรื่องน้ำ พี่น้องจะมีความสุขก็คือได้เห็นน้ำ ชาวนาจะมีความสุขก็เมื่อได้ทำนา เราประกาศไว้วันที่ ๑ พฤษภาคมของทุกปีจะเป็นการ เริ่มต้นทำนาปีของพี่น้องชาวนา แต่ปีนี้ล่ามาถึง ๒ เดือนเศษชาวนาใจคอไม่ดีว่าน้ำจะมี จริงไหม น้ำจะมาไหม แล้วจะได้ทำนาหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างหลายจังหวัดที่ไม่ได้ทำนา เมื่อปีที่แล้ว ฝนทิ้งช่วง แล้วก็บางจังหวัดน้ำท่วม ดังนั้น ปัญหาเรื่องชาวนานั้นเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาที่ทุกคนเป็นห่วงเป็นใยว่าบ้านเมืองจะอยู่ดีกินดีต้องชาวนามีสตางค์ก่อน เอาละครับ ผมจะลำดับภาพให้ฟัง🔗

น้ำที่ใช้อยู่ในภาคกลาง ๒๒ จังหวัด เริ่มตั้งแต่จังหวัดตราดมาถึงจังหวัด สมุทรปราการเราใช้น้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน แล้วก็ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ๔ เขื่อนหลักนี้เมื่อรวมแล้วถ้ามีปริมาณก็จะมากกว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านคิว เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ วันนี้น้ำเหลืออยู่ ๗๗๘ ล้านคิว จาก ๔ เขื่อน ๗๗๘ ล้านคิว นิดเดียว อุปโภคบริโภคนั้นเราบอกว่าถ้าไม่มีฝนตกอีก ยังทิ้งช่วงอยู่อย่างนี้ น้ำอุปโภคบริโภค ของพี่น้องในเขตภาคกลางลำบากแน่นอน คราวนี้เราปล่อยน้ำอย่างไร กระทรวงเกษตร และสหกรณ์โดยกรมชลประทานเรามาจัดสรรเลยว่า ปล่อยน้ำมาจาก ๒-๓ เขื่อนนี้ ได้ประมาณวันละ ๒๒-๒๓ ล้านคิวรวมกันมา ผ่านที่ไหนบ้างครับ ผ่านจังหวัดตาก จังหวัด กำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ มาสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ตรงนี้ละท่านจะเห็น ว่าผ่านมาหลายจังหวัด ทุกคนอาชีพทำนาก็สูบน้ำ สูบน้ำสูบไป ส่งมาวันละ ๒๒ ล้านคิว ๗๗๘ ล้านคิวเราหารด้วย ๒๒ เราเหลือน้ำอีก ๓๐ กว่าวันเท่านั้น ถ้าเราเร่งปล่อย แน่นอน น้ำกินน้ำใช้อุปโภคบริโภคไม่มี วันนี้เราตัดสินใจปล่อยมาวันละ ๒๒-๒๓ ล้านคิว ผมบอกแล้ว ปล่อยมา กว่าจะมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท หายไปแล้วกว่าครึ่ง เหลือมาประมาณ ๑๐ ล้านคิว ไม่เกิน ๑๒ ล้านคิว ผมจะลำดับให้เห็นว่าการแบ่งน้ำตรงส่วนเจ้าพระยาชัยนาทนั้นแบ่งอย่างไร ๑. น้ำที่จะไป หล่อเลี้ยงพี่น้องเกษตรกรในภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มด้วยคลอง มอ. ก่อน ซึ่งมีความยาว ๑๐๔ กิโลเมตร ไปจังหวัดสุพรรณบุรีผ่านไปอู่ทอง สายที่ ๒ ล่ะ สายที่ ๒ ก็คือ ลุ่มน้ำท่าจีน สายที่ ๑ วันนี้น้ำไม่มีแม้แต่หยดเดียวเพราะระดับน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่ถึง วันนี้ หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ๑๓.๔ เมตร ถ้าจะปล่อยน้ำได้ต้อง ๑๕.๕ เมตร ดังนั้น พี่น้องประมาณ เกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ไม่ได้ทำนาเลย ตัดลงมาเป็นแม่น้ำท่าจีนมีความยาว ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร รับน้ำเท่าไรวันนี้ รับน้ำวันละ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตร ปล่อยลงมาแม่น้ำท่าจีนมาทิ้งไล่น้ำ ที่นครชัยศรีด้วย นี่ท่านเห็นแล้วนะ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร พอเสร็จแล้ว มาแม่น้ำน้อย แม่น้ำน้อยมีความยาว ๑๒๗ กิโลเมตร มาถึงผักไห่ ผ่านชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง นี่แหละที่เป็นปัญหาของท่าน ส.ส. ลูกหลานทั้ง ๒ คน ที่ชาวบ้านไปร้องแรกแหกกระเชอ ว่าจะต้องเอาน้ำให้ได้ ก็ปล่อยน้ำมาเท่ากับสุพรรณบุรีคือ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตรต่อวัน แต่วันนี้มากหน่อยพอมีปัญหาเขาก็ปรับน้ำลดน้ำที่ท่าจีนไปเพิ่มให้อ่างทอง วันนี้เป็น ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตร เพื่อจะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรแล้วก็อุปโภค บริโภค ลำน้ำที่ ๓ ล่ะ ลำน้ำที่ ๓ คือปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อมาดันน้ำเค็มในเขต ปทุมธานี วันละ ๕ ล้านคิวบิกเมตร มาละคราวนี้ถึงคุณละ ชัยนาท สระบุรี ชัยนาท ป่าสัก เส้นนี้เป็นหัวใจตรงนี้ยาวประมาณ ๑๓๔ กิโลเมตร ผ่านนครสวรรค์ ตาคลี ลพบุรี ผ่านหลายจังหวัดกว่าจะไปถึงท่านที่ว่าอยู่ปลายน้ำ จริง วันนี้ปล่อยให้ท่านวันละ ๒ ล้านคิวบิกเมตร ท่านจะเห็นได้เลยว่าน้ำวันละ ๑๐ ล้านคิวบิกเมตร ๕ ล้านคิวบิกเมตร ของเจ้าพระยา ๑.๓-๑.๖ ล้านคิวบิกเมตรของท่าจีน แล้วก็แม่น้ำน้อยของท่านได้ ๒ ล้านคิวบิกเมตร หมดแล้ว ทุกวันนี้หมด มาเท่าไรหมด จะขอร้องให้ข้างบนหยุดเขาไม่ยอม เขาก็บอกว่าเขาก็ทำนาเขาก็เดือดร้อน เอาละเราไม่ว่ากัน ต้องขอทำความเข้าใจกับ เพื่อนสมาชิกแล้วก็พี่น้องชาวไร่ชาวนาภาคกลางทั้งหมดเลย รัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านจะพูดทุกวันอังคารเล่าและประเมินสถานการณ์น้ำให้ ครม. ฟัง แล้วให้ ครม. นำไป ปฏิบัติว่าช่วยได้อย่างไร🔗

เอาละผมกลับมาเรื่องนี้ ท่านถามว่าการจัดสรรน้ำเป็นอย่างไร อย่างที่ผมบอก ไปถึงท่านนี่นิดเดียว เพราะ ๑๓๔ กิโลเมตรไปเข้าเขตจังหวัดสระบุรีที่กิโลเมตร ๑๐๘ สระบุรี ได้ใช้น้ำเพียง ๒๕ กิโลเมตร ผมเข้าใจน้ำแค่นี้คนอยู่ปลายน้ำเป็นธรรมดา วันหนึ่ง ปล่อยมา ๒ ล้านคิวบิกเมตร แต่ความจุของคุณวันหนึ่งได้ ๑๘ ล้านคิวบิกเมตร ถ้าปล่อยกัน เต็มที่ไปเลยคลองเส้นนี้ แต่วันนี้คุณได้รับเพียง ๒ ล้านคิวบิกเมตร ต้องเห็นใจ แน่นอนพี่น้อง ชาวนาก็กระวนกระวายว่าจะมีน้ำได้ทำนาหรือไม่ พี่น้องครับวันนี้ทุกคนตระหนักว่าน้ำไม่มี แต่การประเมินสถานการณ์ย้อนหลัง ๓๐ ปีของกรมชลประทานกับกรมอุตุนิยมท่านประกาศ ออกมาชัดเจนว่า ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมฝนทิ้งช่วง แต่จะมีมรสุมเข้าต้นเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แล้วก็เดือนตุลาคม ท่านยังคุยต่อไปอีกว่าปีนี้อาจจะได้ทำนา ๒ ครั้ง ในขณะครั้งแรกนี่ยังไม่จบ แต่เขาประเมินว่า พายุจะเข้าน้ำจะเต็มเขื่อน แล้วพอเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม จะมีโอกาสทำนาปรังได้ นี่เป็นข้อที่ประเมินกันมา ดังนั้น ที่ท่านองอาจเป็นห่วงเป็นใยถูกต้องครับ ว่าพี่น้องผม จะทำอย่างไร ทำอะไรกิน เพราะน้ำไม่มีนาทำไม่ได้ นาของท่านมีประมาณ ๕๗๐,๐๐๐ ไร่ แต่อยู่ในเขตชลประทานที่ส่งน้ำประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้นาบ้านท่านทำไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้ผมก็บอกกรมชลประทานไปว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ที่เขาทำไปแล้วให้องอาจไปดูสิ ถ้าอยากจะได้สูบน้ำผมจะส่งไปให้เลย สูบจากแม่น้ำส่งขึ้นไป สูบกี่ตัว ๑๐ ตัว ๒๐ ตัวผมให้ นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ทำไปแล้ว พืชสวนได้เรายินดีที่จะไปสูบน้ำและออกค่าน้ำมันให้ด้วย ท่านไม่ต้องออกค่าน้ำมัน เอาสูบไปตั้งช่วย เพราะบ้านท่านมีพืชไร่มากที่สุด พื้นที่ของท่าน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ไร่มีข้าวเพียง ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ นอกนั้นเป็นพืชไร่ ดังนั้น ท่านขอมาเลย หลังจากที่กระทู้เสร็จท่านมาเจอผมข้างหลัง บอกขอสูบน้ำเลย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมจัดให้เลย วันนี้ เรื่องน้ำพี่น้องเข้าใจแล้วมีอยู่แค่นี้🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีมีเวลาอยู่อีก ๔ นาทีนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เอาละเรื่องน้ำเดี๋ยวคุยกันข้างหลังต่อ ข้อที่ ๒ การเยียวยา การเยียวยาถ้าทำนาไปแล้ว มีผลเสียหาย ตอนนี้ฝนทิ้งช่วง อย่างนี้ครับ คุณต้องบอกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร้องเรียน โดยชาวบ้านไปบอกท่านนายอำเภอ นายอำเภอก็จะเสนอไปจังหวัด เขามีคณะกรรมการ ประกาศภัยแล้ง ประกาศภัยแล้งท่านก็จะได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ จะเป็นข้าว ได้หมด อย่างข้าวถ้าท่านปลูกไปแล้วก็จะได้รับการชดเชยไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ทุกคนบอก นิดเดียว เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาท่านถามเลยเปลี่ยนแปลงได้ไหม น่าจะเปลี่ยนได้แล้วราคานี้มันเป็นสิบ ๆ ปีมันไม่คุ้มกันแล้ว นี่เป็นระเบียบของ กระทรวงการคลัง ถ้าท่านเป็น ธ.ก.ส. ประกันให้ด้วยก็ได้อีก ๑,๒๖๐ บาท พืชไร่ล่ะ พืชไร่ ก็ได้ ๑,๖๘๐ บาท ก็เป็นข้อกำหนดมาเป็น ๑๐ ปีแล้วของกระทรวงการคลัง นี่คือการเยียวยา ช่วยเหลือ อย่างปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ จังหวัดสระบุรีแล้งจริงแต่ท่านไม่ได้ประกาศภัยแล้งเลย นอกนั้นเขาประกาศในภาคกลางเราช่วยไปประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย แต่ไม่รวม จังหวัดสระบุรี ท่านถามว่าหลังจากนี้ ข้อที่ ๓ น่าสนใจครับ ข้อที่ ๓ นี่ผมว่าเป็นสิ่งที่ท่านต้อง จำเลย แล้วไปพูดกับพี่น้องประชาชนว่าจะทำอะไรให้ ท่านทำอย่างไรให้มีน้ำ พี่น้องครับ เราได้สร้างประตู ในปี ๒๕๖๔ จะสร้างประตูน้ำบ้านนา-แก่งคอย อันนี้จะช่วยน้ำท่านได้ ประตูน้ำผมก็ไม่เคยไป ประตูน้ำพระศรีเสาวภาคทำไปแล้ว พระศรีศิลป์ทำไปแล้ว แล้วก็ ประตูน้ำตรงหนองแคจะเสร็จในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ทำต่อไปอีก ๒ ตัว จะพัฒนาอย่างนี้เพื่อจะ เก็บกักน้ำให้กับจังหวัดสระบุรี นี่พูดถึงในเขตของชลประทาน สิ่งเหล่านี้ขอฝากท่านไป🔗

และประการสุดท้ายท่านบอกว่าทำอะไรกิน วันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมพูดหลายทีแล้วเมื่อน้ำน้อยทำนาพืชไร่ไม่ได้ต้องหาปศุสัตว์ เรามีเงิน ท่านนายกรัฐมนตรี มอบให้มา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ ล้านบาทกู้เสียดอกเบี้ย ๑๐๐ บาท ๑ ปี เงินนี้กู้ได้ ๓ ปี วันนี้เราได้ออกหนังสือไปแล้วที่มีรูปท่านนายกรัฐมนตรีชู นั่นแหละครับเป็นการที่จะให้พี่น้อง หันมาทำการปศุสัตว์ เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ มีตลาดพร้อม มีอาหารผลิตให้พร้อม แล้วท่าน จะปลูกพืชผักได้หมด เงินตรงนี้ได้หมดทุกคน แต่ต้องไปจดวิสาหกิจชุมชนก่อน ๗ คน วงเงิน ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท แล้วต้องซื่อสัตย์ ไม่มีหลักทรัพย์เน่าหนี้เน่าเสียกู้ได้ ท่านต้องการฟื้นฟู อาชีพให้กับพี่น้องประชาชน อย่างบ้านผมทำอะไร ผมเลี้ยงไก่ครับ วันนี้เดินไปที่ ธ.ก.ส. เลย ขอกู้เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีมีเวลาอยู่ ไม่ถึงนาทีแล้วครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมก็ถือโอกาสนี้ชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกทุก ๆ คนได้ทราบ เพื่อจะได้นำไปพูดกับพี่น้องประชาชน ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ คุณองอาจยังมีเวลาของคุณอยู่ แต่ว่ารัฐมนตรีเหลือเวลาไม่ถึง ๑ นาที จะเผื่อให้ท่านหน่อย นะครับ คุณองอาจมีเวลาอยู่จะถามต่ออีกครั้งได้นะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ท่านมาตอบกระทู้ในครั้งนี้ ก็พอใจที่ท่านมาตอบคำถามนี้ให้พี่น้องชาวจังหวัด สระบุรี ต้องกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีด้วย แต่ในภาคกลางก็มีอีกหลายท่าน ท่านนพ ชีวานันท์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านบอกว่าท่านอยากจะไปคุยกับท่านรัฐมนตรี ด้วย เพราะว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็แล้งเหมือนกันครับ ก็จะฝากท่านรัฐมนตรีด้วย ในส่วนของภัยแล้งภาคกลางในทุก ๆ จังหวัดที่วันนี้ผมรับหน้าที่มาจากพี่น้อง ส.ส. ภาคกลาง และที่สำคัญ ชาวนาตอนนี้พึ่งพาใครไม่ได้แล้วนะครับ ขณะนี้แม้กระทั่งจะพึ่งแห่นางแมว ก็ยังไม่ได้ เอาแมวตัวเป็น ๆ เอาแมวจริง ๆ มาก็จะโดนข้อหาทารุณกรรมสัตว์ เอาแมวตุ๊กตามา ก็อาจจะโดนข้อหาลิขสิทธิ์ ชาวนาไม่มีที่พึ่งครับ ขณะนี้มีทางเดียวคือต้องขอพึ่งท่านรัฐมนตรี ประภัตร ท่านมีหน้าที่โดยตรงก็ฝากความหวัง ฝากอนาคตของพี่น้องชาวนาภาคกลางกับ ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ผมขออนุญาต ไปกระทู้ต่อไปนะครับ ท่านรัฐมนตรีมาแล้วครับ🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๖๗ ส. (นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

เรียนย้ำว่ามีเวลาอยู่ ๓๐ นาทีแบ่งกันฝ่ายละครึ่งนะครับ แล้วก็มีสิทธิถาม ๓ ครั้ง เชิญครับ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากที่มี กรณีทหารอียิปต์เดินทางมายังประเทศไทย แล้วก็มีการตรวจเชื้อพบว่าติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) และระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศไทยนั้นก็ได้เล็ดลอดจากการกักกันตัวของ สเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ไปสัมผัสกับพี่น้องประชาชน อันเป็นการเพิ่ม ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ท่านประธานที่เคารพครับ ทหารอียิปต์รายนี้ไม่มี ภารกิจมิชชัน (Mission) ใด ๆ ในประเทศไทยครับ ไม่ได้รับเชิญจากรัฐบาล มาประเทศไทย ก็เป็นเพียงทรานสิต (Transit) ไป ๆ มา ๆ ระหว่างไทยกับยูเออี (UAE) ประเทศปากีสถาน และประเทศจีน ในช่วงเวลาดังกล่าวก็พบว่าได้ไปเช็กอิน (Check-in) ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดระยอง เป็นโรงแรมไม่ได้ขึ้นบัญชีให้เป็นสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ซึ่งจะต้องได้รับการรับรองร่วมกันของทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม นอกจากนั้นระหว่างอยู่ที่จังหวัดระยองก็ยังไปในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีโอกาสที่จะพบปะใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน จึงมีโอกาสที่จะแพร่ระบาด ของโรค ทำให้เกิดความตระหนกตกใจ ความกังวลใจและอาจจะเกิดการระบาดของโควิด (COVID) ระลอกใหม่ได้ ความเดือดร้อนเหล่านี้ของพี่น้องประชาชน ความวิตกกังวลก็ดี ความไม่ไว้วางใจก็ดีได้กลายมาเป็นความโกรธและคับแค้นใจว่าทำไม ศบค. ซึ่งป่าวประกาศ ทุกวันว่าการ์ด (Guard) ต้องไม่ตก แล้วทหารอียิปต์หลุดจากเงื้อมมืออันแข็งแกร่งที่ตั้งการ์ด (Guard) แข็งอยู่ทุกวันได้อย่างไรครับ ผมขอนำเอาเสียงสะท้อนของประชาชน วันนี้ผมจะไม่ถามด้วยตัวเองนะครับ แต่ขอนำเอา คำถามต่าง ๆ ของประชาชนทั้งประเทศซึ่งเสียงดังมาก เพราะอยากจะรู้ว่าทำไม ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะประชาชนยอมอดทนทุกอย่าง เป็นเวลาหลายเดือนที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ อบรมสั่งสอนของพวกท่าน ศบค. ยอมทุกอย่าง ให้ใส่หน้ากากอนามัยยอม ล้างมือบ่อย ๆ ยอม เว้นระยะห่างยอม ให้ปิดกิจการ ก็ยอม ให้หยุดงานก็ยอม อยู่บ้านขาดรายได้ยากจน เศรษฐกิจพังพินาศทั้งประเทศ วันนี้ ท่านทราบไหมว่าจีดีพี (GDP) อาจจะลดลงมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ผมคาดเดา และคาดการณ์เลยว่าอย่างไรก็ลดลงมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน และขณะนี้ มีหนี้สาธารณะสูงถึงประมาณ ๗ ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้ผมไม่ได้หยิบมาเอง แต่ว่า เป็นการรายงานของ สบน. หรือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะที่ได้มารายงานต่อกรรมาธิการ งบประมาณเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เองครับ ท่านรู้ไหมครับหนี้อันนี้จะต้องใช้เวลามากกว่า ๑๐๐ ปีถึงจะชำระได้หมดครับ แต่ถ้าหากว่าความผิดพลาดครั้งนี้ของรัฐบาลและ ศบค. ทำให้ เกิดการระบาดของโรคโควิด (COVID) ใหม่อีก ๑ ระลอก ทุกอย่างจะล้มละลายอย่างแน่นอน ส่วนกรณีของเด็กหญิงครอบครัวคณะทูตซูดานก็ได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักกันตัว ๑๔ วัน ในสถานกักกันของรัฐหรือที่เรียกว่าสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) เหมือนคนไทย ที่เวลาเดินทางกลับจากต่างประเทศมาสู่ประเทศไทยต้องสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ๑๔ วัน แต่เด็กรายนี้จากครอบครัวคณะทูตได้ใช้อภิสิทธิ์กักกันตัวเองในคอนโดมิเนียม (Condominuim) หรือที่เรียกว่าเซฟ ควอรันทีน (Safe Quarantine) คำถามคือรัฐได้ส่ง เจ้าหน้าที่ไปควบคุมดูแลว่าเขาจะควบคุมตัวเองหรือควอรันทีน (Quarantine) ตัวเองได้แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ไม่มีทางตรวจสอบได้เลยครับ ทั้ง ๒ กรณีบอกอะไรครับ ทั้ง ๒ กรณี ชี้ให้เห็นว่ารัฐและ ศบค. มีความสะเพร่าประมาทเลินเล่อ และปฏิบัติต่อวีไอพี (VIP) ต่างชาติ และเหยียดคนไทยเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง ความผิดพลาดและไม่จริงใจของรัฐบาลและ ศบค. ทำให้ประชาชนโกรธแค้นและยากที่จะทำใจ ผมขออนุญาตรวบรวมเอาคำถามต่าง ๆ ที่ประชาชนอยากถามและอยากทราบดังต่อไปนี้ ขอถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗

คำถามแรก ทำไม ศบค. ถึงการ์ด (Guard) ตกเสียเองครับ ปล่อยให้ผู้ติดเชื้อ ที่ได้รับอภิสิทธิ์ทำให้เกิดความเสี่ยงกับคนไทย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ได้อีกรอบหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยต้องหายนะอย่างแน่นอนครับ ผมขอ ถามไปทีเดียวเลยนะครับ🔗

คำถามที่ ๒ คือ ในที่สุดแล้วได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นไม่ได้ใช้ เพื่อสกัดโรคระบาดเช่นโควิด (COVID) เลย แต่ใช้เพื่อสกัดการชุมนุมของนักศึกษาประชาชน และมาในวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ายิ่งเป็นเหตุของปัญหาอีก เพราะอะไรครับ เพราะว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินเป็นตัวที่คลอดตัวข้อกำหนดต่าง ๆ ออกมาตามมาตรา ๙ ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และเป็นเหตุของปัญหา เพราะอะไร เพราะทำให้เกิดช่องว่างแล้วก็ช่องโหว่ แล้วทำให้เกิด การหลุดรอดของบุคคลวีไอพี (VIP) ต่างชาติต่าง ๆ และเพิ่มความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งหลายที่จะมีโอกาสติดโรคได้ เพราะฉะนั้นคำถามคือ รัฐบาลและ ศบค. จะมีการทบทวน หรือยกเลิกข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ออกโดย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยอย่างยิ่ง หรือไม่ อย่างไร และจะรีบทบทวนหรือยกเลิกโดยทันทีหรือไม่ครับ🔗

คำถามที่ ๓ ขณะนี้ประชาชนคนไทยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสอง ในประเทศของตัวเอง แล้วก็มีความคับแค้นใจที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน ตามข้อกำหนดของท่านนายกรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา ๙ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คำถามคือ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศและในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. จะแสดง ความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดล้มเหลวครั้งนี้อย่างไรครับ ต้องไม่เพียงแต่กล่าวคำว่า ขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสามารถจะเป็นแบบอย่างที่ดีเหมือนกับผู้นำ ในอารยประเทศทั้งหลายที่เมื่อบริหารงานผิดพลาดเกิดความเสียหายร้ายแรงและไม่ได้รับ ความไว้วางใจจากประชาชน เขาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ท่านจะลาออก หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรี เผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ บริหารเวลา🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้แสดงเอกสารที่นำต่อฝ่าย โสตทัศนูปกรณ์เมื่อสักครู่ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้ถามสดของเพื่อนสมาชิกคุณหมอเรวัต ซึ่งคุณหมอเรวัตเป็นเพื่อนสมาชิกที่อยู่ใน วงการของกระทรวงสาธารณสุขและได้ติดตามสถานการณ์โควิด (COVID) มาตั้งแต่ต้น และได้มีการสอบถามกระทู้สดแห่งนี้หลายครั้ง ผมต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ ความสำคัญแล้วก็ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้ง สภาแห่งนี้ ก่อนที่ผมจะตอบคำถามทั้ง ๓ ข้อของท่านเรวัต ผมอยากจะให้ข้อมูลในเชิง ความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยองที่ผมได้ลงพื้นที่ไปเมื่อวานนี้นะครับ อย่างน้อยที่สุดเพื่อเป็นการที่จะต้องให้ข้อมูลแบบไม่ปกปิด แล้วก็จะได้สร้างความเชื่อมั่น ให้กับคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งคนในพื้นที่เองที่จะไม่ตื่นตระหนกและทำให้มีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจ ผมเรียนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีช่วงเวลาที่สำคัญในไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ผมขออนุญาตให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้ส่งเข้ามา อาจจะดูยากนิดหนึ่งเพราะเพิ่งทำเสร็จ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ไทม์ไลน์ (Timeline) นี้จะแสดงถึงการเดินทางมาของทหารกลุ่มนี้ ตั้งแต่เดินทางมาวันที่ ๘ วันที่ ๙ เดินทางไปประเทศจีน วันที่ ๘ เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดระยอง ชื่อโรงแรมดี วารี ที่ว่านี้นะครับ แล้วก็วันที่ ๙ เช้าเดินทางไปประเทศจีนกลับมาดึกของวันที่ ๙ ตีสองของ วันที่ ๑๐ เช้า วันที่ ๑๐ เป็นเวลาที่สำคัญครับ ทหารกลุ่มนี้ตื่นประมาณสัก ๑๐ โมง ๑๑ โมงครึ่งออกจากโรงแรมเพื่อไปเดินห้างสรรพสินค้า ๒ แห่ง โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเดินทางไปห้างแหลมทอง กลุ่มที่ ๒ เดินทางไปห้างเซ็นทรัล ผมขออีกสไลด์ (Slide) ผมได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบสวนบุคคลหลายคนนะครับ แล้วก็ได้ข้อมูลจาก กล้องวงจรปิดทั้งในโรงแรมเอง ทั้งในห้างสรรพสินค้า แบ่งเป็น ๒ กลุ่มคือกลุ่ม ๒๗ คน ไปที่ห้างแหลมทอง ๑ ใน ๒๗ คนซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นผู้ติดเชื้อเดินทางไปที่ ห้างแหลมทอง และอีก ๔ คนนั่งแท็กซี่จากโรงแรมไปที่ห้างเซ็นทรัล หัวใจสำคัญอยู่ที่ ห้างแหลมทองเพราะว่ามีผู้ติดเชื้อ ๑ ใน ๒๗ คนอยู่ที่ห้างนั้นตั้งแต่ ๑๑ โมงครึ่งจนถึง บ่ายสามโมง ก่อนเข้าห้างผู้ที่ติดเชื้อผ่านการคัดกรองของห้าง โดยทุกคนผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน (Thermoscan) ซึ่งคัดกรองการใส่หน้ากากด้วย เพราะฉะนั้น ๒๗ คนใส่หน้ากากตลอดเวลา ที่อยู่ในห้างตั้งแต่ ๑๑ โมงครึ่งจนถึงบ่ายสองโมงเศษ ๆ แล้วก็ถูกเรียกตัวกลับโรงแรม ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง ๔ คนไปที่ห้างเซ็นทรัลก็ไม่มีผู้ติดเชื้อ แล้วก็เดินทางกลับไปที่โรงแรมเวลา ใกล้เคียงกันนะครับ แล้วก็ในช่วงเวลาที่กลับมาแล้วจากการดูกล้องวงจรปิด ๑ ใน ๒๗ คน ที่ห้างแหลมทองไม่ได้มีการนั่งรับประทานอาหารนะครับ แล้วก็ไม่มีการซื้อของกลับไปที่ โรงแรม นั่นหมายความว่าการสัมผัสกลุ่มเสี่ยงที่มีความเสี่ยงสูงในการสัมผัสต่อบุคคลก็มี น้อยมากหรืออาจจะไม่มี ซึ่งดูจากกล้องวงจรปิดแทบจะไม่สัมผัสกับคนอื่นนะครับ พอมาถึง โรงแรมก็มีการสุ่มตรวจจึงพบว่า ๑ ใน ๒๗ คนนั้นเป็นผู้ติดเชื้อ ขณะนี้กรมควบคุมโรค เมื่อวานนี้ก็ได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้นำรถพระราชทานเพื่อตรวจเชิงรุก เราขีดวงกลุ่มเสี่ยงสูงไว้ ๙ ราย ๙ รายนั้นเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรม เป็นแม่บ้าน เป็นพนักงานซึ่งขณะนี้ผลตรวจของ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ๒ คนแรกก็คือคนขับรถ ๒ คนที่นำทหารอียิปต์จากสนามบินส่งมาที่ โรงแรมผลเป็นเนกาทิฟ (Negative) นะครับ และบ่ายวันนี้จะมีการแถลงว่าในกลุ่มเสี่ยงสูงทั้ง ๙ คนจะมีผลเป็นอย่างไร นอกจากนั้นเรามีการตรวจกลุ่มเสี่ยงที่มีความเสี่ยงน้อยที่อยู่ใน ช่วงเวลา ๑๑ โมงถึงบ่ายสามโมงในห้างแหลมทอง เมื่อวานตรวจไปได้ ๑,๐๐๐ กว่าคน วันนี้ ก็เริ่มตรวจไปอีกประมาณสัก ๔๐๐-๕๐๐ คน ผลจะทยอยออกมา อันนี้เพื่อความมั่นใจว่า ในพื้นที่จะมีสถานการณ์การควบคุมการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือไม่ อันนี้ก็ แจ้งเพื่อที่จะได้ทราบว่าทุกมาตรการกับทุกผลของการตรวจและการสอบสวนโรคจะเป็นไป ด้วยความโปร่งใสแล้วก็ไม่มีการปกปิดนะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่ามันมีสถานการณ์ของ เฟกนิวส์ (Fake news) มันมีเรื่องที่สืบค้นบางข้อมูลที่อาจจะเป็นปัญหาในแง่ทำให้คน ตื่นตระหนก จึงจำเป็นต้องบอกว่าขอให้ฟังจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จะให้ข้อมูลโดยที่ไม่ปกปิดแล้วก็ไม่บิดเบือนข้อมูล แล้วก็จะเดินไปสู่ว่าพอผลของการตรวจ ออกมาแล้วมีมาตรการไปสู่การปิดโรงเรียนจะเริ่มเปิดเมื่อไร ห้างที่อาจจะต้องปิด ทำความสะอาดไปแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร ก็จะต้องดำเนินการครับ🔗

ผมตอบคำถามสั้น ๆ นะครับ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งมอบหมาย ให้ผมมาตอบกระทู้ท่านได้ตอบคำถามนี้ไปเมื่อวานนี้ เบื้องต้นท่านได้กล่าวคำขอโทษ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประสานงานหรือข้อต่อบางส่วนที่จะมี ปัญหาในแง่ของกลุ่มต่าง ๆ ที่เกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของอุปทูตหรือกลุ่มทหารอียิปต์ แต่เรียนโดยหลักการอย่างนี้ครับท่านเรวัตครับ โดยหลักการที่จังหวัดระยองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ เรียกว่าผู้ควบคุมอากาศยานและเจ้าหน้าที่อากาศยาน จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับนักบิน กับลูกเรือที่เดินทางมา ถ้าปกติหลักการง่าย ๆ ก็คือว่าเมื่อเขาเดินทางมาเขาได้รับการยกเว้น ไม่ต้องตรวจ แต่ให้เข้าพักในที่ที่จัดไว้ให้ เช่น นักบินหรือลูกเรือที่เดินทางมาที่สุวรรณภูมิ จะมีโรงแรมโนโวเทลเป็นสถานที่ที่ให้พัก พักเสร็จห้ามออกไปไหน หลังจากนั้นก็จะออกมา เพื่อจะบินต่อไปประเทศไหน อย่างไร ก็ดำเนินการตามนั้นนะครับ อันนี้ก็เช่นกันครับ แต่บังเอิญว่าเที่ยวบินครั้งนี้ก็คงไปลงที่อู่ตะเภา ซึ่งอันนี้ปัญหาในข้อต่อของศูนย์อีโอซี (EOC) ในสนามบินอู่ตะเภามีระบบจ้างเอเจนซี (Agency) จากสถานทูตของประเทศเขาเองเพื่อไป พักยังโรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมที่เป็นครั้งแรกที่ไปพักซึ่งไม่ได้อยู่ในลิสต์ (List) นะครับว่าทำไม จึงเป็นโรงแรมนี้ จึงเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งอันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกมาขอโทษแล้วก็จะไป ปรับปรุงแก้ไข แต่ผมเรียนว่าทั้งหมดนี้ในข้อเท็จจริงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏ แต่ในทาง กระบวนการยุติธรรมหรือในทางราชการท่านเรวัตก็ทราบดีนะครับว่าจะต้องมีการสอบสวน ข้อเท็จจริง เพื่อที่จะถอดบทเรียนและนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขว่าช่วงข้อต่อหรือช่วงการ ทำงานประสานงานหน้างานทำไมจึงเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น อันนี้เรื่องแรก🔗

การจัดพลเมืองชั้นสองของประเทศไทย ผมย้ำนะครับว่ารัฐบาลนี้หรือประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนไม่มีใครที่จะไปจัดความสำคัญของคนไทยคนที่มีสิทธิเลือกตั้งและเป็น คนไทยด้วยกัน เป็นพลเมืองชั้นสอง เพียงแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าเปรียบเทียบก็ต้องเข้าใจ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่า พี่น้องประชาชนร่วมมือกับรัฐบาลกับกระทรวงสาธารณสุข จนประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับไปทั่วโลก แต่ว่ามาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ซึ่งโดยสรุปเหมือนกับประชาชนบอกว่ามีกลุ่มคนที่มีอภิสิทธิ์ ซึ่งอันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาขอโทษแล้วว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข และมีการประกาศที่จะยกเลิก บางกลุ่ม อภิสิทธิ์หรือยกเลิกเที่ยวบินจากประเทศดังกล่าว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นการทำงาน อย่างรวดเร็วและแก้ไข และผมอยากให้มองวิกฤติให้เป็นโอกาสนะครับ ผมไม่เคยกลัวที่จะ ถูกด่านะครับ ผมไม่กลัวที่จะบ่น ที่จะลงไปทำงาน เพราะว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว ทำอย่างไรก็ได้ให้เราจะต้องบริหารสถานการณ์โควิด (COVID) กับการฟื้นเศรษฐกิจมาให้ได้ มันไม่มีทางที่เราจะทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์แน่นอนครับ เพราะว่าตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน เราต้องมีมาตรการมีระบบที่จะควบคุมโควิด (COVID) ให้ได้ ภายใต้บุคลากรที่เรามีอยู่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำงานมาตลอดระยะเวลา ๔ เดือนนี่ หน้างานก็มีความอ่อนล้า มีความ เฉื่อยไปบ้าง อันนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งต้องยอมรับกันตามตรง เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมคิดว่า รัฐบาลแล้วก็ภายใต้การประสานงานของทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข จะแก้ไขข้อบกพร่องแล้วก็เดินหน้าทำงาน สร้างความเชื่อมั่นแล้วก็ เราจะอยู่กับการบริหารโควิด (COVID) และการฟื้นเศรษฐกิจต่อไปในอนาคตให้ได้ ก็ขอตอบ ข้อแรกแค่นี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านมีสิทธิ จะถามได้ครับ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับคุณหมอ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมมี ความเชื่อมั่นในการสอบสวนโรคของสาธารณสุขแล้วก็ไม่ติดใจอะไร และเชื่อมั่นว่าจะต้อง สามารถทำได้ดี รวมทั้งไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไป ผมก็ไม่ติดใจ และยังขอบคุณด้วย แล้วก็ชื่นชมว่าท่านพยายามติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด แต่อย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ คำถามที่ประชาชนเขาอยากรู้จริง ๆ ก็คือว่าทหารรายนี้หลุดออกมา จากสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ได้อย่างไร เพราะต้องจากสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) โดยยกเว้นรายนี้ไม่ได้เลยครับ และทุกคนก็รู้มานานแล้วด้วยว่า จุดที่อ่อนที่สุดของโรคระบาดครั้งนี้ ในขณะที่คนไทยไม่ติดเชื้อเลย คนไทยไม่ติดโรคเลย และตัวเลขเป็นศูนย์ จุดที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีเชื้อนำเข้าโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ความผิดพลาดที่สเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ผิดพลาดไม่ได้ครับ ผิดพลาดจุดอื่น ไม่เป็นไร แต่สเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ผิดพลาดไม่ได้ ผมพูดเรื่องนี้มา หลายครั้งและในหลายเวทีมาก ทั้งในสภาแห่งนี้และในรายการต่าง ๆ ทางทีวี (TV) ก็เลยอยากจะขอคำตอบเรื่องนี้สำหรับพี่น้องประชาชนครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมขออธิบายชี้แจงเรื่องพลเมืองชั้นสอง ไม่ใช่ว่าเรา จินตนาการเอาเองหรือพูดเอาเอง แต่ว่ามันเป็นปรากฏการณ์ที่ประจักษ์กับพี่น้องประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม ผมขอชี้แจงอย่างนี้ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม แม้ว่าจะเป็นบุคคลภายนอก แต่ว่าเจ้าตัวได้อนุญาตแล้ว ก็คือลูกสาวคุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขอเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย คุณเรืองไกรก็ปรึกษาผมทำอย่างไรดี ผมก็บอกว่าทำตาม ขั้นตอนทุกอย่าง ขั้นตอนคืออะไร ขั้นตอนคือเยอะมากเลยครับ ตั้งแต่ต้องแจ้งที่สถานทูต ต้องได้รับอนุญาต ต้องมีฟิตทูฟลาย (Fit-to-Fly) ต้องตรวจร่างกาย ต้องตรวจโควิด (COVID) ที่สำคัญอย่างนี้ครับ เมื่อมาถึงประเทศไทยคืออะไรรู้ไหมครับ เขาเลือกอัลเทอร์เนทิฟ สเตต ควอรันทีน (Alternative State Quarantine) แปลว่าอะไร แปลว่าเขาเลือกโรงแรมที่เขา อยากจะอยู่สบาย แต่ต้องเป็นที่สเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ๑๔ วันครับ คืออะไร เขาเข้าพักที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้รับการตรวจโควิด (COVID) และเมื่อผลเป็นลบ ฟังให้ดี นะครับ เขาได้รับการตรวจโควิด (COVID) เมื่อผลเป็นลบลูกสาวคุณเรืองไกรถูกส่งไปยังโรงแรมที่ได้รับการรับรองจาก กระทรวงสาธารณสุขและต้องอยู่ตรงนั้น ๑๔ วัน คืนสุดท้ายก่อนออกต้องตรวจโควิด (COVID) อีกครั้งหนึ่ง ต้องรอผลเป็นลบด้วยนะครับ เมื่อผลเป็นลบถึงจะออกในวันรุ่งขึ้นได้ นี่คือ ฟอร์แมต (Format) นี่คือสิ่งที่จะต้องปฏิบัติ นี่คือมาตรการ แต่ถามว่าทหารอียิปต์รายนี้ กับลูกทูตซูดานต่างกันราวฟ้ากับเหว แล้วจะบอกว่าไม่ใช่พลเมืองชั้นสองได้อย่างไร มันอธิบายไม่ได้ครับ อันนี้ก็คือขอชี้แจงเพิ่มเติมจากในกรณีที่ผมถามทั้งคำถามที่ ๑ และคำถามที่ ๓ แต่ที่ท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบก็คือคำถามที่ ๒ ว่าในเมื่อวันนี้ข้อกำหนด ที่ออกโดย พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ภูมิใจนักหนาว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เราคุมโรคอยู่ กฎหมายฉบับนี้คือศักดิ์สิทธิ์มาก กฎหมายฉบับนี้คือดาบอาญาสิทธิ์ วันนี้ตัวกฎหมายเองเป็นปัญหาเสียเอง คำถามคือจะได้ มีการทบทวนเรื่องนี้หรือยกเลิกเรื่องนี้อย่างไรโดยทันที ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มี ๒ คำถามที่เป็นคำถาม เฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรีในแง่ของการประกาศกำหนดของ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งอันนี้จะเป็นปัญหา อุปสรรค หรือในแง่กลับกันจะเป็น การให้อำนาจในการจัดการสถานการณ์ที่มีโรคระบาด อันนี้เป็นมุมที่ผมไม่สามารถตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือการที่ท่านถามเรื่องการแสดงความรับผิดชอบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบมากกว่าการขอโทษอย่างไร นี่เป็นปัญหา เฉพาะตัว ผมเรียนท่านเรวัต ๒ เรื่อง เรื่องทหารที่เป็นผู้ติดเชื้อ สำหรับกลุ่มนี้ผมเรียนท่าน ไปแล้วคือไม่ใช่เป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแบบบุคคลทั่วไป เขาเป็นกลุ่มหนึ่ง ใน ๑๑ ประเทศที่ได้รับข้อยกเว้น ซึ่งเป็นมาตรการซึ่งได้ประกาศไว้อยู่ในข้อที่ ๕ ซึ่งอันนี้เป็น มาตรการที่ประกาศสำหรับการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นกลุ่มของผู้ควบคุม ยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจ และมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเขาไม่ได้มาพำนักที่นี่ เหมือนที่ท่านเรียนตั้งแต่ต้นคือทรานสิต (Transit) ในกรณีทั่วไปเขามาแล้ว หลักการก็คือว่า เขาต้องไปอยู่ในสถานที่ที่กำหนดและห้ามออกไปไหน เพราะเขาไม่ได้มาแล้วมาพำนักอยู่ ใช้เวลาอยู่ ๒-๓ วันหรืออยู่ ๒-๓ เดือนที่ต้องไปกักตัวตามหลักทั่วไป แต่กรณีนี้เป็นกรณี เดียวกันกับนักบิน กับลูกเรือที่ผมเรียนท่าน เพราะฉะนั้นเขาไม่จำเป็นต้องสเตต (State) ปัญหาพูดตรงไปตรงมามีอย่างเดียวว่าทำไมเขาไปพักโรงแรมนี้ที่จังหวัดระยองได้ และปัญหา คือทำไมเขาจึงออกมานอกโรงแรมซึ่งผิดข้อกำหนด อันนี้ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ทราบดีที่ทหารกลุ่มนี้ออกจากนอกโรงแรมเนื่องจากว่าเขาละเมิดข้อกำหนด แล้วก็ถ้าท่านได้ ติดตามคลิป (Clip) ที่ดูกันในโซเชียล มีเดีย (Social media) ก็จะทราบว่าขณะที่เราไปตรวจ เพื่อจะดูว่าเขาเป็นบุคคลมีความเสี่ยงไหม เขาไม่ให้ตรวจ เขาอ้างว่าเขาได้รับเอกสิทธิ์ แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเราไม่ยอม พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วยเพื่อจะขอตรวจ เขาก็ยังไม่ยอม สุดท้ายต้องไปยังสถานทูตอียิปต์เพื่อประสานมายังกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เขาจึงยอมตรวจ จึงทราบทั้งหมดในวันที่ ๑๐ หลังกลับมาจากห้างแล้วประมาณ ๖ โมง ว่าทหารกลุ่มนี้มี ๑ คนที่ติดโควิด (COVID) ความจริงผมบอกรายละเอียดนิดหนึ่งก็ได้ ที่โรงพยาบาลระยองตรวจครั้งแรกติด ๒ ท่าน แต่ว่าโดยหลักการของกรมควบคุมโรค จะต้องมีการตรวจ ครั้งที่ ๒ เพื่อยืนยันส่งไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปรากฏว่า อีกคนหนึ่งผลคลาดเคลื่อน อ่านผลมาใหม่ก็ติดแค่คนเดียว เพราะฉะนั้นในปัญหาข้อต่อ หรือการควบคุมก็เรื่องหนึ่ง กับการที่เขาไม่ให้ความร่วมมือก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งล่าสุดท่านจะเห็นว่า สถานทูตอียิปต์ได้ออกหนังสือแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเรื่องอินดิวิดวล (Individual) ของสถานการณ์ของตัวบุคคลด้วย อาจจะมีการเออร์เรอ (Error) ของข้อต่อที่มีการควบคุม ซึ่งอันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดชัด ว่าจะต้องไปปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์แบบที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ รวมทั้ง สถานการณ์ที่อาจจะต้องยอมรับว่ามันมีความเฉื่อยของหน้างาน อันนี้ก็ต้องไปปรับปรุงแก้ไข ให้ถูกต้อง ก็ขอตอบท่านเรวัตด้วยความจริงใจ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอยังมีอะไรไหมครับ ของท่านยังมีเวลา ๒ นาที🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอย่างยิ่งที่ได้ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นในสถานการณ์การระบาดของโรคระบาด แต่ว่าพอท่านให้ ข้อมูลแบบนี้ผมขอประกาศเลยนะครับ ขอประกาศอย่างเป็นทางการว่าผมวิตกกังวล อย่างมาก เพราะอะไรครับ ในขณะที่ตัวเลขการติดเชื้อในประเทศไทยเป็นศูนย์มามากกว่า ๕๐ วันแล้ว วันนี้ต้องขอประกาศว่ามีการติดเชื้อในคนไทยรอบใหม่เป็นครั้งแรกและเป็น เคส (Case) แรกแล้วครับที่จังหวัดระยอง นั่นแปลว่าอะไรครับ หลังจากที่เราเป็นศูนย์มา ยาวนานมาก วันนี้มีการติดเชื้อของคนไทยจากเชื้อนำเข้าจริง ๆ นั่นคือข้อสังเกตที่ผมตั้งไว้มา ๓ เดือนแล้วให้ระวัง แล้วมันก็เกิดเรื่องจริง ๆ โอเค (OK) ครับผมก็ขอประกาศเป็นทางการ อย่างนี้แล้วกันนะครับ ทีนี้ขอเคลียร์ (Clear) ประเด็นที่ชี้แจงของท่านรัฐมนตรีว่าหากว่า ทหารอียิปต์ในกรณีที่ทหารอียิปต์เข้ามา มันเข้าข้อกำหนดในข้อ ๕ ถ้าเข้าข้อกำหนดในข้อ ๕ ก็คือเข้ามาได้ แต่มันไม่ได้รับการยกเว้นว่าไม่ต้องสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อยกเว้นในข้อ ๕ ก็ต้องไม่หลุดรอดจากสเตต ควอรันทีน (Statement Quarantine) ของรัฐ และท่านชี้แจงว่านายทหารรายนี้พยายามจะละเมิด รัฐก็ต้องไม่ยอม และในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมันมีบทลงโทษอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นที่ท่านเคยใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในการที่ไปตั้งข้อหาจับกุมนักศึกษา ประชาชน ในกรณีอย่างนี้ท่านสามารถจะใช้อำนาจ ตรงนั้นจัดการกับผู้ที่ละเมิดต่อกฎหมายได้อย่างดีเลยครับ ท่านต้องทำให้มันเหมือนกัน ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้ประชาชนได้ประจักษ์ชัดว่าท่านมีมาตรการและมาตรฐาน เดียวกับพี่น้องประชาชนคนไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกินเวลาไปครับ เชิญท่าน รัฐมนตรี มีเวลา ๑ นาทีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมกราบขอบพระคุณท่านเรวัตในคำถามแล้วก็ในข้อสงสัยและการรวบรวมความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย แน่นอนที่สุดถ้าเป็นการบังคับใช้กฎหมาย ที่เป็นประโยชน์ผมก็จะนำเสนอเพื่อที่ในอนาคตจะไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น แต่ว่าต้องยอมรับว่า ในสถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า รวมทั้ง ศูนย์อีโอซี (EOC) ที่อยู่ในอู่ตะเภา อันนี้ต้องไปดูว่าตรงข้อต่อตรงนี้มีปัญหาอะไร อย่างไร หรือไม่ ก็ขอรับข้อสังเกตของท่านไว้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านนะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๓ คืออยู่ในกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๐๖๘ ส. (นายขวัญเลิศ พานิชมาท เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

ท่านรัฐมนตรีสาธิตครับ ท่านต้องตอบกระทู้ถามต่อไปคือกระทู้ถามสดด้วยวาจาของ คุณขวัญเลิศ พานิชมาท เรื่อง ผลกระทบของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ในจังหวัดระยอง ท่านทราบไหมครับ ท่านตอบใช่ไหมครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผมไม่ได้ รับมอบเรื่องนี้ครับ เดี๋ยวผมเช็ก (Check) เจ้าหน้าที่นิดหนึ่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยรายงาน นิดหนึ่งว่าทางรัฐบาลมอบหมายใครมา เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๒ นะครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานครับ ผมอยู่อยู่แล้วตอบได้ครับ🔗

นวยชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ฉุกละหุกหน่อยครับ ท่านสาธิตต้องเป็นผู้ตอบนะครับ เชิญท่านสมาชิกถามครับ🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล ขออนุญาต เสริมในประเด็นที่คุณหมอเรวัตได้พูดไว้ก่อนหน้านี้อีกสักนิดหนึ่ง ซึ่งสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมาใคร ๆ ก็รับรู้ว่ามันหนักหนาสาหัสสากรรจ์คล้ายกับสงครามโลก ครั้งที่ ๓ เลยก็ว่าได้ เพราะว่ามันได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากมายเหลือเกิน ที่เหลือก็บาดเจ็บ ล้มลุกคลุกคลานเหมือนอย่างชาวบ้านในประเทศไทยที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ อย่างที่โฆษก รัฐบาลได้แถลงเอาไว้ว่าเราอยู่ในอันดับต้น ๆ ของการป้องปรามในการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโควิด (COVID) จริงครับเราอยู่ในระดับต้น ๆ แต่อาจจะไม่ใช่ทางศูนย์ ศคบ. อย่างเดียว ที่ได้ทำให้มันเกิดสิ่งที่ดีขึ้น ผมคิดว่าเป็นเพราะคนไทยทั้งประเทศมากกว่าที่ช่วยกัน และรักประเทศไทย แต่ท่านบอกกับทุกคนว่าการ์ด (Guard) อย่าตก แต่คุณกลับเปิดการ์ด (Guard) ให้ต่างชาติเข้ามาอัปเปอร์คัต (Uppercut) ประชาชนชาวระยอง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ตรึงไว้เพื่อหวังให้ออกคำสั่งให้เป็นไปในมาตรการเดียวกันทั้งประเทศ คนจับกลุ่มรวมกัน คุณจับ คนเล่นโดมิโน (Domino) คุณจับ ทุกวันนี้ชาวบ้านเขาทำตามกติกาทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ เพราะว่าเขากลัว แต่เป็นเพราะว่าเขารักประเทศ แต่โดยที่คุณเป็นฆาตกร สิ่งที่คนสงสัยอยู่ ทั้งครอบครัวจากคณะทูตตรวจเจอโรคตั้งแต่สนามบินแต่ไม่มีการกักตัว ทำไมถึงไม่ไป โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรก ทำไมถึงให้กลับเข้าสู่ในที่ที่มีคนอยู่เยอะ เขาต้องป้องกันตัวเอง และครอบครัวของเขาด้วย ยังรวมไปถึงกรณีทหารอียิปต์ที่ท่านโฆษกบอกว่านี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เหมือนกันมีแบบนี้มาตลอด แล้วถ้าเกิดว่าเราไม่บังเอิญเจอในกรณีนี้ล่ะครับ แสดงว่า เราปล่อยให้เชื้อบินว่อนอยู่ในอากาศในประเทศเราตลอดเวลาเลยหรือครับ ทำไมต้องเอาชีวิต ของคนไทย ๗๐ ล้านคนมาแลกกับกลุ่มคนอภิสิทธิ์ชนพวกนี้ครับ ท่านต้องยอมรับว่า การบริหารงานล้มเหลวมากกับเงื่อนไข ๑๑ ข้อในการผ่อนปรนการเข้าออก คุณบอกให้ ชาวบ้านห้างร้านเข้มงวดตั้งการ์ด (Guard) แต่คุณกลับเปิดเกราะให้พายุซัดชีวิตชาวบ้าน อีกครั้ง ล้มอย่างระเนระนาด คุณบอกเขาว่าถ้าหากว่าพบผู้ติดเชื้อที่ไหนกิจการไหนจะต้องถูก สั่งปิดทันที แต่ในทางกลับกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคุณกลับเพียงเอ่ยคำว่าขอโทษ มันเหมือนกับสุภาษิตที่ว่าความผิดคนอื่นยิ่งใหญ่เท่าขุนเขา ความผิดตัวเราบางเบาเท่าเส้นขน เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดเพราะคนไม่เคารพกติกา แต่เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลที่ทำให้เกิด สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด (COVID) อีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่พวกเขาล้มลุกคลุกคลาน มาตั้งนาน ตอนนี้ก็กำลังจะเริ่มตั้งไข่อีกครั้งหนึ่งแต่ก็ต้องกลับมาล้มลุกคลุกคลานอีกครั้งหนึ่ง แผลเก่าเขายังไม่หายเลยครับ ตอนนี้ยิ่งระบมช้ำเข้าไปอีก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอฝากท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีวันนี้น่าจะเป็นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมา ผมขอถามแบบนี้ว่าผมไม่เชื่อว่าคณะวีไอพี (VIP) ที่เกิดขึ้นในกรณีนี้จะมีเพียงกรณีเดียว ซึ่งผมมั่นใจว่าไม่ใช่ครั้งแรกแน่ ๆ ขอให้ท่านรัฐมนตรีสารภาพออกมาเลยว่าที่ผ่านมามี คณะวีไอพี (VIP) แบบนี้มาแล้วกี่รายและไปอยู่ที่จังหวัดใดบ้าง แล้วมีกระบวนการติดตาม ตรวจสอบอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นซ้ำอีก และช่วยบอกให้ชื่นใจด้วยว่าท่านจะทำ อย่างไร คำถามแรกครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามเพื่อนสมาชิกแทนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมอธิบาย หลักเกณฑ์สั้น ๆ เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ นะครับว่าเวลาเราวางกฎเกณฑ์สำหรับกลุ่มบุคคล ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ หลักการทั่วไปทุกคนต้องมีการสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) แน่นอนที่สุดทุกคนจากทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยกลับจากต่างประเทศ หรือไม่ว่าจะในส่วนของชาวต่างประเทศที่เดินทางมาเพื่อทำภารกิจอะไรก็ตาม แต่หลักทั่วไป จะมีข้อยกเว้นในการบริหารงานบุคคล ในการบริหารงานองค์กรต่าง ๆ หรือในหลักกฎหมายก็ดี ต้องมีข้อยกเว้น เนื่องจากว่าในการบริหารจัดการเรื่องทั้งหมดเพื่อประสิทธิผล และประสิทธิภาพของงาน และการจัดการในบางกลุ่มที่ไม่ได้มีลักษณะที่เป็นแบบเดียวกัน แพตเทิร์น (Pattern) เดียวกัน ข้อยกเว้นก็จะมี ตามที่ผมได้เรียนกับท่านว่าจะมีคนที่ได้รับ ข้อยกเว้น ๑๑ กลุ่มที่เป็นข้อยกเว้นตามประกาศมาตรการที่กำหนดให้บุคคลที่จะเดินทาง เข้ามาในราชอาณาจักร ระบบการทำงานในการอนุญาตให้เครื่องบินเข้าผ่านน่านฟ้า ของประเทศไทยก็เป็นอำนาจหน้าที่ของกองทัพอากาศที่จะอนุมัติเพื่อที่จะให้บินเข้าน่านฟ้า ผมไม่พูดถึงรายละเอียดเป็นทางการนะครับ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ การที่จะมีเครื่องบินลงจอด ในสนามบินแห่งไหนก็ขึ้นอยู่กับการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยหรือ กพท. พอลงมาปั๊บ การปฏิบัติการตามหลักการทั้งหมดขึ้นอยู่กับระเบียบประกาศกำหนดของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตรงนี้ปฏิบัติโดยศูนย์อีโอซี (EOC) ศูนย์อีโอซี (EOC) ในกรุงเทพมหานครก็จะมีโครงสร้าง แบบหนึ่ง ในต่างจังหวัดก็จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัดเป็นประธาน อย่างที่ อู่ตะเภาประธานศูนย์อีโอซี (EOC) จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ผู้บัญชาการ ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ จะแบ่งเป็นกลุ่มภารกิจการปฏิบัติการ กลุ่มภารกิจตระหนักรู้สถานการณ์ กลุ่มภารกิจการส่งกำลังบำรุง และกลุ่มภารกิจ งบประมาณและกฎหมาย ซึ่งอันนี้อยู่ในโครงสร้างของศูนย์อีโอซี (EOC) ในแต่ละจังหวัด กรณีท่านทูตและนักบินเป็นกลุ่มหนึ่งใน ๑๑ กลุ่มที่ได้รับข้อยกเว้น ข้อยกเว้นเป็นหลักการ หรือมีรายละเอียดอย่างไรก็ตามที่ผมเรียนนะครับ นักบินก็เป็นเรื่องของกลุ่มที่ ๕ ซึ่งจะต้อง ได้รับการยกเว้นว่าไม่ต้องควอรันทีน (Quarantine) ไม่ต้องตรวจ แต่ต้องผ่านการคัดกรอง ต้องมีกรมธรรม์ประกันที่แสดงว่าคุ้มครองเรื่องการติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งอันนี้ มีหลายหลักการนะครับ ส่วนเรื่องของอุปทูตก็เป็นประกาศ เป็นมาตรการข้อยกเว้นในกลุ่มนี้ ซึ่งโดยปกติการพำนักหรือการเข้ามาของกลุ่มนี้ต้องมีการตรวจก่อน สำหรับกรณีลูกท่านทูต ผมเข้าใจว่าเมื่อตรวจเสร็จโดยปกติต้องไปพักในสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศ แต่ว่ากรณีนี้ลูกท่านทูตไปพักในคอนโดแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อไปพักที่นั่นพอผลตรวจออกมา จากที่นั่นเขาก็เดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที อันนี้ก็เป็น ๒ กลุ่มใน ๑๑ กลุ่มซึ่งได้รับ การยกเว้นและปฏิบัติตามข้อกำหนดนะครับ🔗

ส่วนการที่ทำไมจึงออกไปอยู่ในที่พำนักพิเศษ อันนี้ผมคิดว่าท่าน นายกรัฐมนตรี แล้วก็กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วจะดำเนินการไปสู่ การถอดบทเรียน เป็นการแก้ไขสิ่งที่บกพร่องในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้น ๒ กลุ่มนี้ ไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษ เพียงแต่ว่าเป็น ๒ กลุ่มใน ๑๑ กลุ่มที่ได้รับข้อยกเว้นตามมาตรการ ซึ่งเป็นการจัดการผู้ที่เดินทางเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรของศูนย์ ศบค. นะครับ ขอตอบ คำถามข้อ ๑ อย่างนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกมีสิทธิถามได้ เชิญต่อครับ🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล เมื่อสักครู่นี้ ที่ได้ถามท่านรัฐมนตรีไป ผมอยากทราบว่าวีไอพี (VIP) ของท่านมียกเว้นไปแล้วกี่ราย แล้วก็ ปล่อยปละละเลยไปทั่วประเทศขนาดไหนแล้วก็ยังไม่รู้ ผมอยากได้ข้อมูลของตรงนี้ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาไว้เผื่อว่าถ้าท่านตอบได้ก็อาจจะรวบคำตอบได้ทีเดียวนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จำนวน ๑๐๑ วันเป็นจำนวนที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ จังหวัดระยอง เทศบาลนครระยองประกาศปิดโรงเรียน ทั้งในระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก และห้องสมุด หลายแห่งเลย ทั้งที่เพิ่งจะกลับมาเปิดเรียนกันไม่ถึง ๒ อาทิตย์ นักเรียนกว่าหมื่นคนทั่วจังหวัดระยองที่ต้องหยุดเรียนอีกครั้ง ผู้ประกอบการ ห้างร้าน คนทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน บางคนต้องตกงาน บางคนที่เขายอมปิดกิจการ ไม่มี รายได้ ยอมขาดทุน นำเงินเก็บออกมาแบ่งให้กับคนงาน ยอมเป็นหนี้สินมากมาย ยอมกักตัว อยู่บ้านไม่ไปไหนเพื่อช่วยชาติตั้ง ๓-๔ เดือน หน้ากากอนามัยที่แสนจะแพงเขาก็ต้องหาซื้อ เพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว ยอมเว้นระยะห่างทางสังคม แต่สุดท้ายรัฐบาลกลับปล่อย ให้อภิสิทธิชนนำเชื้อเข้ามาในประเทศไทย พนักงานในโรงแรมที่ทหารอียิปต์เข้าพักต้องกักตัว เป็นระยะเวลา ๑๔ วัน แล้วพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะติดเชื้อหรือเปล่า ประชาชน ไม่กล้าออกมาเดินห้างสรรพสินค้าครับตอนนี้ ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวถูกยกเลิกถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเกาะเสม็ดนี่รู้สึกว่าจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วด้วยกระมังครับ ความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ประกอบการทั้งกลางวันและกลางคืน พ่อค้าแม่ขาย พ่อแม่ เด็กนักเรียน แรงงานที่ต้องถูกหยุดงานและตกงาน คำถามของผมครับ ดีด้วยซ้ำที่วันนี้ ได้รับคำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย ผมอยากถามไปว่านอกจากคำขอโทษที่ท่านมอบให้ประชาชน รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย และมีมาตรการเยียวยาความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาวระยองได้อย่างไร และเมื่อไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เป็นห่วงพื้นที่แล้วก็เป็นห่วงสถานการณ์ สำหรับคำถาม ในเรื่องของการเยียวยาผลกระทบ แน่นอนที่สุดผมอยู่ในพื้นที่ทราบดีนะครับว่าในส่วนของ การที่จะได้รับผลกระทบในส่วนของภาคธุรกิจ โรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งแรก ที่ต้องทำ เพื่อนสมาชิกครับ คือต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น และให้ ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติประจำวันให้ได้ ให้เศรษฐกิจค่อย ๆ เดินกลับมา แล้วก็ ค่อย ๆ เดินให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างเติบโต ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ธุรกิจได้ขับเคลื่อน กลับมาเหมือนเดิม และต้องดีกว่าเดิม ผมใช้วิกฤติตรงนี้เป็นโอกาสเพื่อที่จะให้ทรัพยากร ทั้งหมดที่มีของกรมควบคุมโรคลงพื้นที่ในการที่จะตรวจเชิงรุก การตรวจเชิงรุกความจริง มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ๑ เคส (Case) ใช้ต้นทุนประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท วันนี้เราได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากรถพระราชทานที่จะไปตรวจพี่น้องคนระยองเชิงรุก ๑๔ วัน ผมเข้าใจว่าเมื่อวานได้ ๑,๐๐๐ กว่าคน วันนี้ก็เข้าแถวที่จะตรวจ อันนี้เราจะใช้วิกฤตินี้ เป็นโอกาส ที่ผมเรียนเพื่อนสมาชิกไปเบื้องต้นว่าเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้คนเชื่อมั่นว่าประเทศนี้บริหารจัดการสถานการณ์โควิด (COVID) ได้โดยระบบที่วางไว้ ประเทศนี้นอกจากได้รับความเชื่อมั่นจากเพื่อนนานาชาติว่าจัดการกับการควบคุมการระบาด โควิด (COVID) ได้ การฟื้นตัวของโควิด (COVID) ได้เป็นอันดับที่ ๒ จะต้องได้รับความเชื่อมั่น ว่านอกจากนี้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราจะไปควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดกระจายเป็นวงกว้าง และกลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั้งประเทศและคนระยอง เมื่อเช้า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง คุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ได้มีการขอให้ รัฐบาลเยียวยากับผู้ประกอบการในจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้ ผมเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ยินเสียงนี้แล้ว แล้วก็จะต้องดำเนินการ เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยที่เขาไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย แต่อาจจะ เกิดจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น อันนี้ผมก็จะรับไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะมีมาตรการ หรือจะไปเยียวยาผู้ประกอบการในจังหวัดระยองและใกล้เคียงได้อย่างไรบ้าง แต่ผมย้ำครับ ว่าพวกเราต้องช่วยกันตรวจสอบ อย่างเช่นเมื่อวานนี้ผมเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด กับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อในจังหวัดระยองว่าถึงแม้ผมจะเชื่อและสืบสวนโรค ไปดูกล้องวงจรปิดจนตาเปียกตาแฉะหลายชั่วโมงเพื่อที่จะดูเส้นทางการเดินทางของ ทหารอียิปต์กลุ่มนี้ ผมบอกว่าอย่าเพิ่งจบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมขอให้รับฟังพี่น้องประชาชน คนระยองว่าถ้ามีข้อมูลที่เล็ดลอดว่ามีช่องทางอื่นไหนหรือไม่ที่ผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็น ผู้ติดเชื้อเดินทางไปสัมผัสกับพื้นที่หรือบุคคล ขอให้ติดตามรับข้อมูลจากประชาชนและทาง โซเชียลมีเดีย (Social media) ซึ่งจะเป็นหูเป็นตาที่มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อรวบรวม นำไปสู่การสอบสวนโรค เพื่อที่จะขีดวงผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงกลาง ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อจัดการว่าจะดำเนินการอย่างไรตามหลักวิชาการของ กรมควบคุมโรค นี่คือสิ่งแรกที่รัฐบาลนี้และกระทรวงสาธารณสุขจะต้องทำให้ได้ ก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นและจะต้องไม่ปกปิดข้อมูล นี่ละครับจะเป็นกระดุมเม็ดแรกที่นำไปสู่ การฟื้นฟูต่าง ๆ🔗

ส่วนการเยียวยากับผู้ประกอบการต่าง ๆ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้รับฟัง เพื่อนสมาชิกคุณหมอบัญญัติไปแล้ว วันนี้มีเพื่อนสมาชิกจากจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล ก็พูดถึงเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่ามีน้ำหนักในการที่จะให้นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจ ช่วยเหลือพี่น้องคนระยองในสถานการณ์นี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยนะครับ เจ้าหน้าที่ รายงานว่าเครื่องที่ใช้ในการถ่ายทอดมีปัญหาขณะนี้ครับ เชิญครับ🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล มีประชาชนส่งข้อความเข้ามาอยากได้บทสรุปเลยคือว่าจะชดเชยด้วยการจ่ายเงินพวกเขา บ้างหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ช่วยตอบคำถามนี้ด้วย เพราะว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นกับชาวระยองในครั้งนี้มีความมหาศาลมาก และจากการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐบาลเองก็อยากฝากถามภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้รัฐบาลจะยอมให้ประชาชนฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายทางแพ่งและแจ้งความดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐได้หรือไม่ อย่างไร และก่อนที่ท่านจะตอบคำถามฝากข้อความไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ได้บอกกับทางสมาชิกพรรคก้าวไกลว่าให้ระวังตัวไว้ ซึ่งผมก็ขอฝากบอกท่านไปเหมือนกัน ว่ายังบริหารแบบนี้อยู่ท่านก็ระวังตัวเองเหมือนกันครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข มาตรการการเยียวยาผมพูดภาษาชาวบ้านนะครับ เงินของรัฐนั้น ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ คือไม่ใช่คิดว่าช่วยจ่ายแล้วจะมากำหนดกฎเกณฑ์ ผมเข้าใจว่า ในเรื่องหลักการท่านสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คุณหมอบัญญัติ จากจังหวัดระยองก็สะท้อน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สะท้อนมา ผมมั่นใจว่ารัฐบาล ฟังทุกเสียง แล้วในฐานะที่ผมอยู่ในพื้นที่ผมเข้าใจว่าเขาได้รับผลกระทบจริง ๆ เพราะการตื่นตระหนกในการที่จะยกเลิกการจองโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ได้รับ ผลกระทบ เพราะฉะนั้นเรื่องหลักการผมมั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับฟังแล้วก็จะพิจารณา ส่วนว่าจะจ่ายอย่างไร แบบไหน ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขั้นตอน หรือระเบียบ ซึ่งความจริง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็อยู่ตรงนี้นะครับ การที่จะจ่ายเงินของรัฐออกไป ชดเชยในเรื่องอะไร ๑. ต้องมีระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจน ๒. ต้องไปดูว่าความเสียหาย หรือกระทบมันจะคำนวณในลักษณะแบบไหน อย่างไร เพราะคงจะตอบในรายละเอียด ที่ชัดเจนขณะนี้คงไม่ได้ แต่ขอให้ท่านได้ติดตามว่ารัฐบาลนี้จะให้ความสำคัญกับผู้ได้รับ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความจริงรัฐบาลก็ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เหมือนกับเรื่องการป้องกันโรคระบาด การเยียวยา การชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กลุ่มเปราะบาง ทั้งหมดเราก็ทำมา เป็นระบบ แต่อย่างไรก็ตามแน่นอนที่สุดนะครับ โรคหยุด คนไม่เคลื่อน เงินไม่ได้ถูกใช้ สถานการณ์เศรษฐกิจก็ตกอยู่ในภาวะที่เรารู้กันดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็รับทราบ แต่ว่ากรณีนี้ เป็นกรณีเฉพาะที่จะต้องลงไปพื้นที่และดูช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านเลย นะครับ กระทู้ถามต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาสุดท้ายของ คุณภราดร ปริศนานันทกุล รัฐบาลได้แจ้งว่ากระทู้ถามนี้ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบ ท่านมาแล้วนะครับ🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๐๖๙ ส. (นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗

เชิญท่านภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณทางพรรคภูมิใจไทยในอันดับแรกนะครับที่ให้โอกาสผมได้ใช้โควตาในส่วนของพรรค ได้ถามกระทู้ถามสดไปยังรัฐบาล สืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมและ ส.ส. กรวีร์ ได้รับโทรศัพท์จากชาวบ้านตอนประมาณเจ็ดโมงเช้าว่าในวันนั้นจะมีการชุมนุมเพื่อสอบถาม ไปทางกรมชลประทาน สอบถามไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของ สถานการณ์น้ำที่ทางกรมชลประทานและทางรัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ว่าเราเข้าสู่ฤดู ของการเพาะปลูกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม แต่จนกระทั่งถึงขณะนี้เดือนกรกฎาคม กลางเดือนแล้วครับน้ำในคลองชลประทานไม่มีเลย ผมจะให้ท่านประธานดูรูป ขอรูปในสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สไลด์ (Slide) มีปัญหาครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ไม่เป็นไรครับ เมื่อเป็นเช่นนั้น ผมและ ส.ส. กรวีร์ได้รีบไปพบกับพี่น้องประชาชนเพื่อไปสอบถามแล้วไปรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนของเขาว่าเขาต้องการเรียกร้องอะไร ปรากฏว่าเมื่อไปถึงก็ได้ทราบว่าสิ่งที่เขา ต้องการ สิ่งที่เขาอยากจะสอบถามไปยังกรมชลประทานก็คือว่ากรมชลประทานได้ประกาศ อย่างที่ผมบอกว่าเข้าสู่ช่วงของการเพาะปลูกแล้ว แต่ทำไมมาถึงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงที่จะไม่สามารถเพาะปลูกได้ เพราะว่าน้ำกำลังจะมา และจะไม่สามารถ ทำได้ถ้าน้ำยังไม่มาเสียที หลายคนก็ได้ตั้งคำถามไปอย่างที่เป็นข่าว ตั้งคำถามไปว่า มีการบริหารจัดการน้ำที่เท่าเทียมหรือไม่ ซึ่งแน่นอนครับเมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีประภัตร ท่านได้กรุณามาตอบ แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้กรุณาตอบกระทู้ถามเพื่อนสมาชิกว่า การบริหารจัดการน้ำนั้นท่านได้สั่งการไปให้กับทางกรมชลประทานเป็นหลักการที่ชัดเจนว่า การบริหารจัดการน้ำนั้นจะต้องบริหารจัดการอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ว่าจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จะได้รับน้ำมากกว่า พร้อม ๆ กันกรมชลประทานก็ได้ชี้แจงในเขตพื้นที่ว่าการบริหาร จัดการน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่ปัญหาใหญ่ของมันก็คือว่าที่น้ำไม่มาก็เพราะว่า น้ำต้นทุนจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์นั้นมีอยู่อย่างจำกัด สืบเนื่องจากเมื่อปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาปริมาณน้ำที่เข้าสู่เขื่อนทั้ง ๒ เขื่อนหลักมีปริมาณน้อยมาก ซึ่งแน่นอน พวกเราเข้าใจ แล้วเราก็ไปรับฟังถึงปัญหา ชลประทานได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนอย่างนั้น พี่น้องประชาชนเขาก็พอที่จะเข้าใจว่าปริมาณน้ำที่มีน้อยเขาพอที่จะรับได้ แต่สิ่งที่เขา จะรับไม่ได้ก็คืออย่างที่บอกถ้าหากว่าจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งมีน้ำและจังหวัดเขาไม่มีน้ำ นั่นคือปัญหาที่จะเกิดขึ้น การบริหารจัดการอย่างเท่าเทียมจะเกิดปัญหากับจังหวัดข้างเคียง ซึ่งแน่นอนเมื่อท่านรัฐมนตรีตอบ ผมจริง ๆ เป็นลูกหลานท่านละครับ แล้วก็รู้จักกับท่าน มานาน แล้วผมก็เชื่อมั่นว่าคำสั่งที่ท่านได้บอกไปถึงกรมชลประทานนั้น เป็นความเชื่อมั่นที่มั่นใจ ในตัวท่านว่าท่านได้สั่งการอย่างนั้นแล้วท่านก็จะบริหารจัดการเช่นนั้น ผมเชื่อว่าชาวบ้าน พร้อมที่จะรับฟัง ทีนี้เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ได้มีคำถามอีก พี่น้องประชาชนเขาได้ถามเพิ่มเติม อีกครับว่าเมื่อสถานการณ์น้ำเป็นเช่นนี้ แล้วไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างที่บอกตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปกติพื้นที่ภาคกลางปีหนึ่งทำนาได้ ๒ ครั้งครึ่ง ๒ ปีได้ ๕ ครั้ง แต่มารอบ ๒ ปีที่ผ่านมายังไม่ได้ทำสักครั้งเดียว ครั้งนี้ก็กำลังจะไม่ได้ทำอีก และประกอบกับการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ช่วงที่ผ่านมาอีกก็ทำให้เกิด ผลกระทบต่อเนื่อง สืบเนื่องกันเป็นเวลาหลายปีเต็มที เขาก็สอบถามครับว่าเมื่อเหตุการณ์ เป็นแบบนี้ทางรัฐบาลนั้นจะมีแนวทาง วิธีการแก้ไข เยียวยาให้เขาอย่างไร ผมบอกกับ ท่านประธานเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอย่าตอบนะครับว่ารัฐบาลได้เยียวยา ๕,๐๐๐ บาทให้กับเกษตรกร ๓ เดือน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ท่านอย่าตอบอย่างนั้นนะครับ เพราะคำตอบแบบนั้นคือการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) การเยียวยาอันนั้นเป็นการเยียวยา ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) เรื่องปัญหาเกษตรกร เรื่องปัญหาภัยแล้งเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ จึงต้องสอบถามท่านครับว่าท่านจะแก้ไขปัญหาและเยียวยาเรื่องนี้อย่างไรในเขตพื้นที่ ทั่วประเทศ ผมไม่มีตัวเลขนะครับ แต่ของจังหวัดอ่างทองผมพอจะมีตัวเลขว่าพี่น้องเกษตรกร ได้ลงมือทำการเกษตรในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว รอบนี้ได้ลงมือทำไปแล้วทั้งพืชสวน พืชไร่ แล้วก็นา ประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ไร่ เขาได้ลงมือทำไปแล้ว แต่ไม่มีน้ำให้เขา และ เขาได้รับความเดือดร้อน พืชสวน ไร่นากำลังจะเสียหาย เราจะเยียวยาเขาอย่างไร เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเรียนว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจานี้ท่านมีเวลา ๑๕ นาทีนะครับ แต่ว่าเตรียมเวลาเผื่อไว้ด้วย เพราะว่าท่านสมาชิกมีสิทธิถาม ๓ ครั้ง อันนี้เป็นถามครั้งที่ ๑ ท่านเผื่อเวลาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ไว้ด้วยครับ เชิญเลยครับ🔗

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภา ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ที่กรุณายกกระทู้ถามเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ ต่อเนื่องไปสู่พี่น้องประชาชนในวงกว้างก็คือเรื่องของภัยพิบัติ และบัดนี้ก็ต่อเนื่องมาอีกด้วย เรื่องโควิด (COVID) นะครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร ที่ก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงไปแล้วเกี่ยวกับการดำเนินงานในเรื่องนี้ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานหลัก🔗

ในส่วนของกระทรวงการคลังเรามีหน้าที่ที่จะทำงานกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และกระทรวงที่เกี่ยวข้องสนับสนุน โดยเฉพาะมาตรการที่จะดูแลเกี่ยวกับ การเงินของพี่น้องเกษตรกรในกรณีต่าง ๆ นี้ผมขอเรียนในส่วนนี้โดยสังเขป จากการที่ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานก็ตามมีการดูแลในเรื่องของการใช้น้ำในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชลประทานเอง หรือในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานตามที่เป็นข้อมูล เมื่อปลูกแล้วพี่น้องเกษตรกรภายใน ๑๕ วันก็สามารถที่จะขึ้นทะเบียนกับผู้ปลูกข้าว กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ อันนี้ก็เป็นข้อเท็จจริงนะครับ แต่อยากจะเรียนเสริมว่านอกจากนั้นในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง เกษตรกรที่เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. เมื่อขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ก็ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติที่จะเข้าโครงการประกันภัยข้าวนาปี อัตราดอกเบี้ยประกันอันนี้ พยายามดูให้เหมาะสมเท่ากันในทุกพื้นที่การผลิต รัฐบาลก็สนับสนุนเบี้ยประกันภัยอันนี้ด้วย ในส่วนของ ธ.ก.ส. เองก็ใช้งบของ ธ.ก.ส. ประกอบในส่วนนี้ แล้วก็เกษตรกรเองหากต้องการ ซื้อเพิ่มเติมก็ซื้อได้ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานะครับ ในส่วนของพื้นที่ที่อยู่ นอกเขตชลประทานก็เช่นกันว่าเกษตรกรเมื่อปลูกแล้วก็สามารถขึ้นทะเบียนได้เลย แล้วก็จะ ได้รับสิทธิเข้าโครงการประกันภัยนาข้าวของเกษตรเช่นเดียวกัน แต่ในกรณีที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในอดีตที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติซึ่งดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดนั้น ๆ ทางกระทรวงการคลังก็จะสามารถช่วยได้ในนามของรัฐบาล ก็คือจะใช้เงินสำรองราชการ จากระเบียบกระทรวงการคลังเอง เงินทดรองเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ให้กับจังหวัด เป็นรายจังหวัดแล้วก็รายเกษตรกร นอกจากนั้นหากเกิดความเสียหายในกรณีที่ประกาศเป็น เขตภัยพิบัติแล้วถ้าเสียหายเกินร้อยละ ๕๐ ก็ได้สินไหมทดแทนไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท อันนี้ ก็ดำเนินการเป็นปกติมา ถ้าไม่ประกาศเขตภัยพิบัติแต่มีปัญหาสามารถที่จะมีขั้นตอนแจ้ง ประเมินความเสียหายเป็นราย ๆ ได้ ไปประเมินได้แล้วก็ถ้าเข้าหลักเกณฑ์ก็ได้รับสินไหม ทดแทนเช่นเดียวกัน ผมขอกราบเรียนท่านประธานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ในการให้ความช่วยเหลือ การดูแล เยียวยา ซึ่งเราใช้ ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานหลักที่จะทำ ในเรื่องนี้ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านภราดร ได้พูดไปแล้ว ในส่วนของโควิด (COVID) ก็คือส่วนของโควิด (COVID) นะครับ อันนี้ถูกต้องเป็นไปตามนั้น รัฐบาลดำเนินการด้วยความจำเป็นนะครับ แล้วก็ไม่เพียงแต่กลุ่มพี่น้องเกษตรกร แต่ว่ากลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระอะไรอื่น ๆ เป็นส่วนนั้น🔗

ผมเรียนในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร สิ่งที่ได้ดำเนินการไปนั้น มีอะไรบ้าง หลัก ๆ ในเรื่องแรกที่ได้มีผลกระทบจากภัยพิบัติที่ท่านสมาชิก ท่านภราดร ได้กรุณาเอ่ยแล้วว่ามันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ โน่น อันนี้ ธ.ก.ส. ก็ดำเนินการและยัง ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ก็คือการพักชำระหนี้ต้นเงินที่ถึงกำหนดชำระ ยืดให้ ๒ ปี ที่มีหนี้คงค้างอยู่เดิมตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๒ ยืดมาเรื่อยแล้วก็มีการลดดอกเบี้ยที่กำหนด ชำระให้อีกเป็นเวลา ๑ ปี จนถึง ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ แต่ทั้งนี้เราได้พิจารณาและจะต่อ โครงการนี้ออกไปให้เนื่องจากผลกระทบยังมีอยู่ แล้วจริง ๆ แล้วโควิด (COVID) ก็ยังมีส่วนมากระทบเพิ่มเติมอีกนะครับ ก็จะยืดไปถึงปี ๒๕๖๕ เป็นการยืดทั้งระบบอัตโนมัติ ให้เลย คนที่อยู่ในโครงการ ถ้าดูยอด ขออนุญาตเรียนยอด ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ต้นหนี้ ที่ได้รับการช่วยเหลือไปแล้วก็ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาทเศษที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แล้วก็ ยังมีการดำเนินการต่อเนื่อง อันนี้ก็เป็นเรื่องของโครงการที่ ๑ ที่มีการดูแล🔗

โครงการที่ ๒ ที่เราได้ดำเนินการอยู่ก็คือโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง เหมือนกันครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ และยัง ดำเนินการอยู่ โดยมีการเสนอสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ในอัตราพิเศษ ๒ ปีแรกก็ร้อยละศูนย์ ก็คือไม่คิดนะครับ ปีที่ ๓ ก็ขึ้นมาเป็นเอ็มอาร์อาร์ลบ ๒ (MRR-2) ดอกเบี้ยสำหรับบุคคลรายย่อย กำหนด ชำระคืนไม่เกิน ๑๐ ปี อันนี้ทำไปแล้วในวงเงินประมาณ ๑,๒๖๐ ล้านบาทเศษ ข้อมูลล่าสุด🔗

อีกโครงการหนึ่งที่ดำเนินการอยู่ก็คือสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน สำหรับผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ต่อเนื่องปี ๒๕๖๔ สำหรับ บรรเทาแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรต้องไปกู้หนี้นอกระบบก็สามารถใช้อันนี้ได้เหมือนกัน รายหนึ่ง สามารถกู้ได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยสนับสนุนให้พิเศษ ๖ เดือนแรกไม่ต้องจ่าย คือร้อยละศูนย์ หลังจากนั้นจ่ายที่อัตราดอกเบี้ยบุคคลรายย่อยต่อไป อันนี้ให้ ๓ ปี เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น🔗

ผมกราบเรียนเบื้องต้นว่าทางรัฐบาลในส่วนของกระทรวงการคลังไม่ได้ นิ่งนอนใจ เราทำงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลในเรื่อง ของการให้การสนับสนุนและเยียวยาทางด้านการเงิน ซึ่งเราทำมาแล้ว ทุกวันนี้เราก็ติดตาม แล้วก็จะทำต่อเนื่องไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณภราดรถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาให้ข้อมูล หลายนโยบายเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกันภัยที่ทางรัฐบาลออกเบี้ยประกันให้ หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเสียหาย ของพี่น้องเกษตรกรที่ได้ลงมือทำไปแล้วและได้รับความเสียหาย ตามหลักเกณฑ์เดิมคือ ๑,๑๑๒ บาท สำหรับนาข้าวที่ลงมือทำไปแล้วและได้รับความเสียหาย อันนี้ยังคงมีอยู่ แต่เมื่อเช้านี้ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีประภัตรครับ หลักเกณฑ์ตัวนี้ได้กำหนดมาไว้เป็น สิบ ๆ ปีแล้วเรื่องจำนวนเงินที่จะชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกร ผมเรียนถึง ท่านรัฐมนตรีครับ เราสามารถที่จะปรับเกณฑ์ของกระทรวงการคลังในการที่จะเพิ่มยอดเงิน ตัวนี้ให้สูงเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจได้หรือไม่🔗

ทีนี้เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าการช่วยเหลือและเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของภัยพิบัติต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการประกาศภัยพิบัติของผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ผมเรียนกับท่านประธาน หากท่านประธานจำได้เราใช้เวทีนี้หารือ กับท่านประธานหลายครั้ง ส.ส. กรวีร์ได้หารือกับท่านประธานที่ให้จังหวัดอ่างทองประกาศ เป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ ๒ ครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แล้วก็เมื่อเดือนมกราคมต้นปีนี้ ผมเองได้หารือประเด็นเดียวกันให้ประกาศภัยแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมก่อนที่จะมีปัญหา เพราะปัญหาสืบเนื่องยาวนานมาเป็นเวลานาน แล้วเราก็เห็นว่าพืชผลของพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นไม้ยืนต้นมันตาย แล้วก็เสียหายเป็นจำนวนมาก หากไม่ประกาศภัยพิบัติก็ไม่สามารถ จะนำเงินของกระทรวงการคลังที่ท่านว่าเมื่อสักครู่ไปช่วยเหลือและเยียวยาได้ นี่คือสิ่งที่ พวกเราเรียกร้องมาโดยตลอดแต่ไม่ได้รับการตอบรับ🔗

อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องเงินกู้ที่ท่านได้บอกเมื่อสักครู่ว่าเป็นนโยบายของ ธ.ก.ส. ว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยให้ ใช่ครับ ผมมีตัวเลขเมื่อวานนี้ ทาง ธ.ก.ส. ได้เข้าไปชี้แจงกับ กรรมาธิการงบประมาณ ผมเองได้สอบถามทาง ธ.ก.ส. ซึ่ง ธ.ก.ส. ต้องยอมรับว่าเป็นธนาคาร นโยบาย เป็นธนาคารของรัฐ และวัตถุประสงค์ของเขาตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แต่ท่านดูที่ทาง ธ.ก.ส. ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรก่อนปรับลดที่ ๖.๘๗ เปอร์เซ็นต์ และมีการปรับลด ๓ ครั้ง การปรับลดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ต้องขอบคุณ มากเลยครับ ปรับลดจาก ๖.๘๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน ทราบไหมครับ เกษตรกรกู้ต่อรายไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรอกครับ หลักแสนบาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านลดให้ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นความกรุณาครับ ท่านทราบไหมครับว่าเท่าไร สมมุติ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับลดไป ๓๐๐ บาทต่อปี เป็นความกรุณาของ ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. มีวัตถุประสงค์ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แต่อัตราดอกเบี้ยไม่ได้แตกต่าง หรืออาจจะสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปด้วยซ้ำ คำถาม ของผมถึงท่านรัฐมนตรีครับ ธ.ก.ส. มีผลประกอบการรายปี เมื่อวานได้มาชี้แจงกับ กรรมาธิการงบประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มีความเวลท์ (Wealth) ความมั่งคั่งมั่งมีขององค์กรของท่านเป็นล้านล้านบาท ความมั่งคั่งของ ธ.ก.ส. เกิดขึ้น จากอะไร เกิดขึ้นจากดอกเบี้ยของพี่น้องประชาชน เกิดขึ้นจากการที่ท่านไปขูดรีดเลือดกับปู เป็นความมั่งคั่งบนคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชน ผมจึงถามท่านว่าท่านสามารถไปพูดคุย กับ ธ.ก.ส. ได้หรือไม่ เพื่อที่จะไปปรับลดอัตราดอกเบี้ย ที่เขาคิดอัตราดอกเบี้ยถึง ๖ เปอร์เซ็นต์ กว่าสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ ให้มันลดลงกว่านี้ เอสเอ็มอี (SMEs) ทำไมท่านช่วยได้ล่ะครับ ท่านช่วยผู้ประกอบการรายย่อย รายกลาง ท่านช่วยให้อัตราดอกเบี้ยเหลือแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่พี่น้องเกษตรกรท่านคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับแบงก์พาณิชย์ ๖ เปอร์เซ็นต์กว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ แบบนี้ผมว่ามันไม่เป็นธรรม จึงถามท่านว่าสามารถที่จะลดอัตราดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. ลงให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีเลยครับ ท่านมีเวลาอยู่ ๖ นาที เผื่อไว้คำถามที่ ๓ ด้วยนะครับ🔗

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกสภา ท่านภราดรได้กรุณายกขึ้นมาถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ เป็นประเด็นที่มีนัยต่อการดำเนินการ ขององค์กรของรัฐ ในกรณีที่ ธ.ก.ส. ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือธนาคารของรัฐมีพันธกิจตรงในการดูแล พี่น้องเกษตรกร ผมเรียนว่าอันนี้คือหัวใจ เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือในรูปแบบใด ๆ ธ.ก.ส. พยายามที่จะทำให้ดีที่สุด ผมยืนยันกับท่านว่ากระทรวงการคลังเราสนับสนุน ส่งเสริม ธ.ก.ส. เต็มที่ในการที่จะทำภารกิจนี้ให้ดีที่สุด แต่ขณะเดียวกันกราบเรียนท่านประธานในข้อเท็จจริง ว่าการที่จะดำเนินการในการให้การสนับสนุนทางการเงินของ ธ.ก.ส. และธนาคารอื่น ๆ ธพว. ที่ดูแลเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ตาม ธอส. ที่ดูแลเรื่องของที่อยู่อาศัยก็ตาม จำเป็นที่จะต้อง คำนึงถึงความมั่นคงทางด้านการเงินไปพร้อม ๆ กัน มิฉะนั้นแล้วหากธนาคารขาดความมั่นคง ความสามารถที่จะปฏิบัติภารกิจดังกล่าวซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของ ธ.ก.ส. ในการดูแลพี่น้อง เกษตรกรก็จะถูกบั่นทอนไปด้วย🔗

ในกรณีที่ท่านสมาชิกสภา ท่านภราดรได้กรุณายกขึ้นมาในเรื่องของดอกเบี้ย ในการปรับลดดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. ก็เป็นเช่นนั้นว่าได้มีการปรับลดลงมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ ช่วงปลายปี ๒๕๖๒ ก็ปรับไปแล้ว ๔ ครั้ง ผมเรียนว่าในการดำเนินการเรื่องดอกเบี้ยสะท้อน ถึงต้นทุนในการปฏิบัติการของสถาบันการเงินนั้น ๆ ธ.ก.ส. ก็เช่นเดียวกัน ต้นทุนของ ธ.ก.ส. ทางด้านการเงินขึ้นอยู่กับการปฏิบัติการด้วยว่าต้องไปใช้ในการทำงานอย่างไร ธ.ก.ส. มีลูกค้า ก็คือพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นรายย่อยจำนวนมาก มีภารกิจไม่ใช่แต่พิจารณาสินเชื่อ แต่จะต้อง ลงไปเยี่ยมเยียนดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างทั่วถึงนะครับ อันนี้ถือว่าในข้อเท็จจริงเป็นต้นทุนสำคัญ แต่อันนี้ไม่ใช่ข้อแก้ตัวของ ธ.ก.ส. ผมกราบเรียน ท่านประธานว่ากระทรวงการคลังได้ให้นโยบาย ธ.ก.ส. ไปว่าก่อนอื่นเลยพันธกิจคือเป็น สถาบันเพื่อการพัฒนา และเป็นสถาบันการเงินไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้สามารถปฏิบัติพันธกิจ ได้เต็มที่ ธ.ก.ส. กำลังดำเนินการในเรื่องของการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ของตนเอง เพื่อให้ต้นทุนนั้นสามารถที่จะลดต่ำลงมาให้ได้มากที่สุด เมื่อต้นทุนลดต่ำลง มาแล้วดอกเบี้ยก็ต้องลดลงมาตาม แล้วผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ต้องส่งไปให้พี่น้องเกษตรกร ผู้กู้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส. ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วถามว่าปรับได้ไหม เรื่องดอกเบี้ย พิจารณาปรับได้ครับ เมื่อเช้าเองผมได้มีโอกาสหารือกับผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยืนยันว่าจะนำเรื่องนี้เร่งนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. ให้สอดรับกับสถานการณ์ ให้สอดรับกับความจำเป็นให้มากที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านภราดรมีสิทธิถามได้ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาชี้แจงในเรื่องของ ธ.ก.ส. ผมเข้าใจ ดีครับ แน่นอนผมไม่ได้บอก ธ.ก.ส. ว่าทำกิจการแล้วให้ขาดทุน สิ่งที่ผมบอกลดอัตราดอกเบี้ย เป็นเพียงแต่ให้ท่านลดกำไรจากพี่น้องประชาชนเท่านั้นเอง ท่านขาดทุนไม่ใช่ขาดทุนทั้งหมด ท่านขาดทุนกำไรเท่านั้นเอง🔗

ทีนี้ในประเด็นที่ ๓ เมื่อสักครู่นี้ท่านได้บอกว่าวิธีการช่วยเหลือและเยียวยา เกษตรกร นโยบายอีกอันหนึ่งที่เห็นสมควรด้วยแล้วก็ต้องชื่นชมคือนโยบายพักชำระหนี้ นโยบายนี้ฟังดูแล้วสวยงามครับ ฟังดูแล้วเป็นการช่วยพี่น้องเกษตรกร เขามีภาระหนี้สิน รัฐบาลช่วยประวิงเวลาพักชำระหนี้ให้เขา ๒ ปี ๓ ปีเป็นความสวยงาม ผมต้องถามครับว่า เป็นความสวยงามแต่คำพูดหรือไม่ เพราะท่านพักชำระหนี้แต่ดอกเบี้ยมันไม่ได้หยุดพักไปด้วย พี่น้องเกษตรกรไม่มีรายได้อะไรเลย อย่างที่ผมบอก ๒ ปีนี้ไม่ได้ทำนาเลยครับ ดอกเบี้ย ของ ธ.ก.ส. ก็จะต้องจ่ายไปเรื่อย ๆ ต้นไม่ต้องจ่ายจริง แต่ดอกเบี้ยต้องจ่ายเรื่อย ๆ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะครับ บางคนตั้งใจที่จะไปกู้เงินเพิ่มจาก ธ.ก.ส. ก็ไม่สามารถที่จะกู้ ไปลงทุนเพิ่มเติมได้ เพราะไม่มีหลักทรัพย์ไปค้ำประกัน แล้ววงเงินที่จำกัดไว้ให้กู้เท่านั้นเท่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะกู้เพิ่มเติมได้ ผมจึงต้องถามกับท่านว่าด้วยสถานการณ์ที่ไม่เป็นปกติเช่นนี้ นอกจากท่านจะลดดอกเบี้ยให้เขาแล้ว ในช่วงสภาวการณ์เช่นนี้นอกจากเราจะพักชำระหนี้ ให้กับเขาแล้ว เราควรที่จะต้องพักดอกเบี้ย พักการคิดดอกเบี้ยให้กับพี่น้องเกษตรกร อย่างน้อยในช่วง ๑ ปีหรือในช่วง ๒ ปีจากนี้ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสขยับขยาย ให้เขาได้มี โอกาสลืมตาอ้าปากได้บ้าง เพราะไม่เช่นนั้นทำมาหากินมาได้ก็ต้องไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับ ธ.ก.ส. ทำมาหากินมาได้ก็ต้องเอาเงินไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับ ธ.ก.ส. แล้ว จึงถามท่าน เป็นคำถามที่ ๓ คำถามสุดท้ายว่าเป็นไปได้หรือไม่นอกจากนโยบายพักชำระหนี้ พักเงินต้น ของท่านแล้ว ท่านควรที่จะหยุดคิดดอกเบี้ยในช่วงวิกฤติ ๒-๓ ปีนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมีเวลาอยู่ ๒ นาที ๑๘ วินาทีนะครับ🔗

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คำถามแรกคือสามารถที่จะพิจารณา เพื่อผ่อนคลายภาระให้กับพี่น้องเกษตรกรในการพักเงินต้น พักดอกเบี้ยได้หรือไม่ ทำได้ แล้วก็ได้เริ่มดำเนินการแล้วนะครับ ผมเรียนว่าโครงการพักชำระหนี้จะขึ้นอยู่กับกรณีเช่นเดียวกันนะครับ การที่จะบรรเทา ผ่อนคลายภาระให้กับพี่น้องเกษตรกรต้องดูตามรูปแบบเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการขยาย ระยะเวลาการชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้ปลอดออกไประยะหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้เรียนว่า ธ.ก.ส. ดำเนินการโดยไม่ได้รับการชดเชยจากรัฐบาล ในบางกรณีได้รับการชดเชยสำหรับ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติรุนแรง กรณีพวกนี้ ธ.ก.ส. สามารถที่จะเสนอให้ รัฐบาลช่วยเพราะรุนแรง โดยรับภาระดอกเบี้ยที่พักชำระหนี้แทนเกษตรกรได้ แต่ได้เพียง บางส่วน อันนี้คือตัดการชำระบางส่วนออกไปเลยในส่วนของดอกเบี้ย เช่นในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการเยียวยาผลกระทบของภัยแล้ง ปี ๒๕๖๒ ซึ่งยังดำเนินการอยู่ ตามที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปเบื้องต้นแล้ว อันนั้นตอนแรกก็พักชำระเฉพาะต้นเงินจริง แค่ต้นเงิน แต่ก็มี ลดดอกเบี้ยให้ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะครบกำหนดเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ แต่เนื่องจากโควิด-๑๙ (COVID-19) มาซ้ำอีก ที่ผมเรียน ธ.ก.ส. จะต่อโครงการนี้แต่ครอบคลุมยิ่งขึ้น คือพักทั้งต้น และดอกเบี้ยไปถึงปี ๒๕๖๕ ในส่วนนี้เกษตรกรทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลือและเยียวยา จากมาตรการนี้ทุกรายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ส่วนคำถามที่ว่าถ้าจำเป็นสามารถพิจารณา เพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ผมเรียนว่าในเรื่องนี้รัฐบาลสามารถที่จะพิจารณาได้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบ ๓ ครั้งแล้วนะครับ ท่านภราดร🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผมเหลือเวลาอีก ๓๐ วินาทีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้หมายความว่า เหลือเวลาแล้วจะต้องใช้ให้ครบ ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ท่านรัฐมนตรีก็หมดเวลาแล้ว ท่านภราดรก็ถาม ๓ ครั้งครบ เพียงแต่เหลือเวลา ๔๐ วินาที🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผมใช้แค่ ๑๐ วินาทีแค่นั้นนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้หมายความว่า เหลือเวลาแล้วต้องพูดให้หมดเวลา ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่ให้เกิน ๓๐ วินาที แต่ยินดี เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณา นะครับ ผมเพียงแต่จะลุกขึ้นมาในครั้งสุดท้ายเพื่อที่จะขอบคุณรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ทั้งท่านอุตตม แล้วก็ท่านประภัตร ที่วันนี้มาให้ความชัดเจนต่อสภาแห่งนี้ ให้ความสำคัญกับ สภาแห่งนี้ และที่สำคัญคือให้ความชัดเจนกับพี่น้องประชาชน พร้อม ๆ กันผมต้องขอบคุณ เพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ในเขตภาคกลางที่ได้รวบรวมข้อมูลคำถามที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แล้วก็ ให้ผมเป็นตัวแทนของพรรคและเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเพื่อสอบถามไปยัง ท่านรัฐมนตรี ผมต้องขอบคุณท่านประธานอีกครั้งที่ให้โอกาสผมลุกขึ้นขอบคุณรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ใช้สิทธิกันเต็มที่นะครับ จบวาระของกระทู้ถามสดด้วยวาจา ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

ต่อไปจะเข้ากระทู้ถามทั่วไปนะครับ ซึ่งวันนี้มีกระทู้ถามทั่วไปอยู่หลายกระทู้ อยากถือโอกาสเรียนท่านเจ้าของกระทู้ถามว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กำหนดว่ากระทู้ถาม ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ข้อนี้ที่สมาชิกผู้ถาม ส่วนใหญ่จะฝืนในเรื่องการอภิปราย เพราะข้อบังคับห้ามมีลักษณะเป็นการอภิปราย ให้ข้อมูลได้แต่ต้องไม่เป็นการอภิปราย ผมเรียนเรื่องนี้เพราะมีสมาชิกที่ปรารภขึ้นมาว่า เราใช้เวลาในเรื่องกระทู้ถามมาก แต่ผมก็บอกว่าเป็นสิทธิของสมาชิกเขา เพราะว่าเราไป เขียนข้อบังคับให้กำหนดเวลา กรณีกระทู้ถามสดด้วยวาจานั้นเขากำหนดไว้ครึ่งชั่วโมง ซึ่งสมาชิกก็ได้ใช้ วันนี้ต้องขอบคุณที่ทุกคนไม่ได้เกินเวลาไปมาก ส่วนกระทู้ถามแยกซึ่งท่านรองประธานศุภชัยทำหน้าที่อยู่วันนี้นั้น ผมเรียนว่าเขาให้เวลา กระทู้ถามละ ๒๐ นาที ผมไปทำหน้าที่เป็นประธาน ๒ ครั้งก็ดีครับ ไม่มีสมาชิกรายใดเลย ที่เกิน ๒๐ นาที แต่กระทู้ถามทั่วไปไม่ได้กำหนดเวลาไว้ เพียงแต่ว่าถามได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นเจ้าของกระทู้ถามทั่วไปได้ยึดอันนี้ แล้วเราจะไม่เสียเวลามากเกินไป คือไม่เป็น การอภิปราย แล้วจะทำให้เราใช้เวลาได้สอดคล้องกับเวลาที่เรามีอยู่ ผมขออนุญาตไป กระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามแรกนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑. กระทู้ถาม ที่ ๑๗๐ เรื่อง ปัญหาความซบเซาของการค้า อัญมณี (พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓)🔗

ขอเชิญนะครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามของผม เรื่อง ปัญหาความซบเซา ของการค้าอัญมณี ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ประกอบการค้าและผู้มีรายได้ เกี่ยวกับการทำอัญมณีและเครื่องประดับ🔗

ท่านประธานครับ จังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้นได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มี เศรษฐกิจดีพอสมควร ซึ่งรายได้หลักนั้นส่วนใหญ่ได้มาจากการประกอบการ ๔ ตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตรก็คือผลไม้ ซึ่งเป็นที่ทราบดีทุเรียนเมืองจันท์ เงาะ มังคุดต่าง ๆ ด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ซึ่งทั้ง ๓ ตัวนี้ก่อนหน้าที่จะเกิดภัยโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด หลังจากนี้ไปก็คิดว่าปัญหาทั้ง ๓ ประการนี้คงได้รับ การแก้ไขจากรัฐบาล🔗

แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมอยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ก็คือในเรื่องปัญหาความซบเซาของการค้าอัญมณีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอโทษครับท่านฐนภัทร ท่านสามารถตั้งกระทู้ถามโดยอ่านกระทู้ถามที่ท่านเขียนส่งไปได้ อ่านไปตามกระทู้ถาม เพราะว่าจะตรงประเด็นทั้งหมด แล้วก็เป็นคำถามของท่าน ๓ ข้ออยู่ในกระทู้ถามนี้ เชิญครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผมจะใช้เวลาไม่มากครับ ความซบเซาของการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ตลอดจน ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำก็คือผู้ทำเหมือง ทำพลอย โกนพลอย เจียระไนพลอยก็ตาม มีความเดือดร้อนก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติจากโควิด-๑๙ (COVID-19) มาแล้วนะครับ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าอัญมณีและเครื่องประดับนับเป็นอุตสาหกรรมที่มี ความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย ที่มูลค่าการส่งออกนับหลายหมื่นล้านบาท เฉียดแสนบาท ทีเดียวครับท่านประธาน ซึ่งได้รับความนิยมทั้งภายในประเทศ ต่างประเทศ ในส่วนของ อัญมณีของจังหวัดจันทบุรี การค้าขายอัญมณีเป็นแหล่งการจ้างงาน การสร้างมูลค่า เนื่องจากการยกระดับความคิดสร้างสรรค์ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทางธุรกิจ มีการผลิตสินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงในการเจียระไนพลอยเพื่อเพิ่มพูนมูลค่าตั้งแต่อดีต นับว่าเป็นความได้เปรียบ ในเชิงการแข่งขันที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีมหานครของโลก ทีเดียว จังหวัดจันทบุรีได้ชื่อว่าเป็นศูนย์การค้าขายอัญมณีแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยนะครับ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และก่อให้เกิดการจ้างงาน สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดเป็นจำนวนมาก🔗

ท่านประธานครับ ปัจจุบันพบว่าการค้าอัญมณีของจังหวัดจันทบุรีซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างที่ได้กราบเรียนไปตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็น คนทำพลอย เจียระไนพลอย เดินพลอย หรือแม้กระทั่งผู้ทำเหมืองพลอย ผู้ประกอบการ ค้าอัญมณีมีความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ประกอบการค้าอัญมณีนั้นอยากจะให้รัฐ ดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ คือ🔗

๑. การจัดตั้งกองทุนพยุงอุตสาหกรรมอัญมณี🔗

๒. อนุมัติการใช้พลอยเป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุน🔗

๓. สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณี เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด ในจังหวัดจันทบุรีและหัวเมืองต่าง ๆ🔗

จากที่กระผมได้นำเรียนมาถึงตอนนี้ ก็อยากจะกราบเรียนสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านกรุณามาตอบคำถามว่า ปัจจุบันนี้กระทรวงพาณิชย์ทราบหรือไม่ว่าการค้าขายอัญมณีในจังหวัดจันทบุรีนั้น เกิดภาวะซบเซาอย่างมาก ต้องเน้นว่าอย่างมากเลย และเมื่อทราบแล้วท่านจะแก้ไขอย่างไร ขอทราบรายละเอียด อันนี้คือประเด็นคำถามที่ ๑ ซึ่งกระผมจะขออนุญาตพูดไปถึง คำถามที่ ๒ ได้เลยนะครับ หรือท่านรัฐมนตรีจะกรุณาตอบเลยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามไปได้เลย เพราะคำถามของท่านเขียนไว้ครบแล้ว ๓ ข้อ เชิญครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

ก่อนหน้านี้ตลาดพลอยมีความ ซบเซาอย่างที่ได้นำเรียน หลังจากมีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นเมื่อรัฐบาล มีการปลดล็อก ขออนุญาตนำเรียนว่าตลาดในประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีหลังจากที่ มีการปลดล็อกแล้วก็ดีขึ้นพอสมควรเล็กน้อยเท่านั้นเอง เพราะว่าตลาดหลักการค้าอัญมณี ในจังหวัดจันทบุรีส่วนใหญ่จะอาศัยพ่อค้าจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาสู่จังหวัดจันทบุรี เป็นส่วนใหญ่ แต่ในขณะที่ช่วงนี้ยังไม่มีการปลดล็อกให้มีการเดินทางเข้าออกระหว่าง ต่างประเทศและในประเทศได้ทำให้จังหวัดจันทบุรีของเราขาดพ่อค้าที่จะมาซื้อขายพลอย ทำให้วงการพลอยมีความซบเซา อย่างที่ได้นำเรียนประเทศคู่ค้าหลักของเราก็คือฮ่องกง จีน อินเดีย ยุโรป อเมริกา ซึ่งเผชิญกับปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น คงจะต้องรอให้ประเทศเหล่านี้มีภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีการปลดล็อก ถึงจะได้เข้าสู่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อทำมาค้าขายอย่างเป็นปกติ ปัญหาในขณะนี้คือโรงงานในจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะโรงงานที่เรียกว่าโรงงานเจียระไนพลอย ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง มีภาวะ ขาดเงินทุนหมุนเวียน ผู้ประกอบการมีภาวะหนี้สินและไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่เรียกว่าซอฟต์โลน (Soft Loan) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ของรัฐบาลที่มาช่วย แก้ปัญหาสภาพคล่องได้ ทำให้โรงงานในจังหวัดจันทบุรีนั้นปิดไปกว่า ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามเลยนะครับ ถามกี่ข้อก็ได้ครับ หลังจากนั้นรัฐมนตรีตอบ แล้วท่านถามต่อได้ครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ โรงงานเจียระไนพลอยต้องการระบายพลอยของตัวเองออกจากสต็อก (Stock) ไม่มี แหล่งเงินทุนที่ถูกต้อง ไม่มีแหล่งเงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้จำเป็นต้อง ปล่อยพลอยหรืออัญมณีไปในราคาถูกเพื่อที่จะพยุงต้นทุนของตัวเองไว้ ปัญหาการไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงแบงก์พาณิชย์ได้เพราะสาเหตุดังต่อนี้ไป คือ🔗

๑. แบงก์ชาติและแบงก์พาณิชย์มีหลักเกณฑ์การปล่อยเงินกู้ในเรื่องอัญมณี แตกต่างกัน แบงก์ชาติกำหนดว่าถึงแม้จะมีการขาดผ่อนชำระบ้างก็ไม่เป็นไร ขออย่าให้เป็น เอ็นพีแอล (NPL) แต่ตรงกันข้ามกับแบงก์พาณิชย์จะปล่อยกู้ให้ได้ผู้ประกอบการต้องไม่มี ภาวะที่เคยผิดชำระหนี้มาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการอาจจะมีการผิดชำระหนี้บ้าง นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำให้สูญเสียโอกาสตรงนี้จากแบงก์พาณิชย์ไป🔗

๒. แบงก์พาณิชย์มองเรื่องของผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ว่าทำให้กิจการ ของผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะจ่ายเงินคืนแบงก์ได้ ทำให้โอกาสที่จะปล่อยเงินกู้ของ แบงก์พาณิชย์ไม่ได้ปล่อยให้กับผู้ประกอบการที่ไปขอกู้🔗

๓. หลักประกัน บสย. ไม่ได้ค้ำประกันให้กับทุกบริษัท บสย. พิจารณา ในเรื่องของความเสี่ยง อย่างที่ได้นำเรียนเมื่อสักครู่ เพราะว่าแต่ละบริษัทที่ประกอบการ ค้าพลอยนั้นมีภาวะการค้าขายไม่เหมือนกัน บางบริษัทอาจจะค้าขายดี บางบริษัท อาจจะค้าขายไม่คล่องตัว อย่างนี้เป็นต้น🔗

สุดท้ายที่ไม่สามารถเข้าถึงแบงก์พาณิชย์ก็เพราะว่าการประกาศของ แบงก์ชาตินั้นเป็นแนวนโยบายแตกต่างกับแบงก์พาณิชย์ ซึ่งแบงก์พาณิชย์ก็ไม่ได้นำนโยบาย ของแบงก์ชาติไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ประกอบการค้าอัญมณีนั้นไม่สามารถเข้าถึง แหล่งทุน ทำให้ไม่มีสภาพคล่องในการค้าขาย ซึ่งมาถึงตอนนี้แล้วกระผมอยากจะกราบเรียน สอบถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ใน ๒ ประเด็นด้วยกัน🔗

ประเด็นที่ ๑ กระทรวงพาณิชย์ทราบได้อย่างไรว่าปัจจุบันการค้าอัญมณี ในจังหวัดจันทบุรีเกิดความซบเซาขึ้นหรือไม่ ขอทราบรายละเอียดนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการและนโยบายในการแก้ปัญหา ความซบเซาอย่างไร ถ้าท่านทราบว่ามีความซบเซาท่านจะแก้ปัญหาการค้าขายอัญมณี และมีมาตรการในการกระตุ้นการซื้อขายอัญมณีดังกล่าวอย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี🔗

ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับอัญมณีพอสังเขป อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทย สูงเป็นอันดับ ๓ ในปี ๒๕๖๒ ในบรรดาสินค้าส่งออกทั้งหมด หากรวมกับมูลค่าการค้า ภายในประเทศ ก่อให้เกิดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจปีละเกือบ ๑ ล้านล้านบาท หรือ ประมาณร้อยละ ๖ ของจีดีพี (GDP) เกิดการจ้างแรงงานกว่า ๑ ล้านคนต่อห่วงโซ่อุปทาน ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเป็น อันดับที่ ๑๒ ของโลก ทั้งพลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนเป็นอันดับที่ ๓ ของโลก และในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ สินค้าในหมวดอัญมณี และเครื่องประดับเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ ๑ ของประเทศไทย โดยมีจังหวัดจันทบุรี เป็นแหล่งซื้อขายพลอยสีแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสี ที่สำคัญที่สุดของโลกที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่เกือบ ๔๐๐ แห่ง ทั้งยังมีแรงงาน เจียระไนพลอยในระบบอยู่ราว ๑๓,๐๐๐ คน ไม่รวมคนเดินพลอยอีก ๑,๐๐๐ คน🔗

ท่านประธานที่เคารพ ต่อกระทู้ถามข้อที่ ๑ กระทรวงพาณิชย์ได้ทราบว่า ปัจจุบันการค้าอัญมณีในจังหวัดจันทบุรีเกิดภาวะซบเซาหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด กระผมขอกราบเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) เฝ้าติดตามปัญหานี้มาโดยตลอด ในปี ๒๕๖๒ การค้าอัญมณีทั้งในและต่างประเทศยังคงเติบโตได้ดี เห็นได้จากยอดส่งออกพลอยเนื้อแข็ง เจียระไนจำพวกทับทิม แซฟไฟร์ (Sapphire) และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนยังคงขยายตัว เกือบร้อยละ ๗ และร้อยละ ๑๑ ตามลำดับ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ระหว่างประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกา และขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้การส่งออกไปยังต่างประเทศคู่ค้าหลักลดลง อีกทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็หันไปสนใจสินค้า ทางเลือกอย่างเพชรสังเคราะห์ พลอยสังเคราะห์ที่มีราคาต่ำเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบ กับเพชรหรือพลอยธรรมชาติ เข้าสู่ต้นปี ๒๕๖๓ ที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด (COVID) แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้การค้าอัญมณีและเครื่องประดับ โดยรวมซบเซาลงอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งตัวสินค้าจะอ่อนไหวไปตาม สภาพเศรษฐกิจ ขณะที่มาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) เพื่อสกัดกั้นการลุกลามของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปมาค้าขายระหว่างกันได้ จำนวน นักท่องเที่ยวลดลง การขนส่งสินค้าหยุดชะงัก อีกทั้งการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณี รายการสำคัญทั่วโลกถูกยกเลิก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนี้สวนทางกับทองคำที่ราคาปรับตัว ขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ ๑,๗๔๘ ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นับเป็นราคาสูงสุดในรอบ ๘ ปี และผลักดันให้ยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม ของประเทศยังคงเพิ่มขึ้นได้กว่า ๑ เท่า🔗

ท่านประธานที่เคารพ ต่อกระทู้ถามว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการ แก้ไขปัญหาความซบเซาของการค้าอัญมณีในจังหวัดจันทบุรีหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด กระผมขอกราบเรียนข้างต้นว่าการค้าพลอยสีของจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้า พลอยสีซบเซา เนื่องจากยอดขายลดลง ธุรกิจหยุดชะงัก มีการชะลอคำสั่งซื้อ และยกเลิก คำสั่งซื้อจากผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเมื่อปลายปี ๒๕๖๒ โดยในวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ กระทรวงพาณิชย์โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และพันธมิตรภาครัฐและเอกชนได้จัดงาน เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ๒๐๑๙ เพื่อพัฒนาและผลักดันให้ จังหวัดจันทบุรีก้าวสู่เป็นอัญมณีของโลก มีการจัดประมูลพลอยเจียระไนครั้งแรก ในประเทศไทยกว่า ๕๐๐ รายการ มูลค่า ๑๕๐ ล้านบาท มีการออกร้านจำหน่ายสินค้า ๒๖๘ ร้าน ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันภาครัฐ ช่วยเหลืออุตสาหกรรมอัญมณีมาโดยตลอดและต่อเนื่อง เช่นมาตรการภาษี ได้แก่🔗

๑. การลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าพลอยก้อนและโลหะมีค่า🔗

๒. ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีการซื้อขายให้หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ ๑🔗

๓. ยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลแก่ชาวต่างชาติที่นำพลอยก้อนเข้ามาขาย ภายในประเทศ🔗

๔. ผู้ประกอบการสามารถหักรายจ่ายได้ที่ ๒ เท่าสำหรับเงินเดือนและค่าจ้าง แรงงานที่เป็นช่างฝีมือ ๓ รอบบัญชี🔗

นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่น ๆ อาทิ การสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน บางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี แฟร์ (Bangkok Gems & Jewelry Fair) การขยายช่องทาง การตลาดให้มีช่องทางการขายตลาดออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) เพื่อเสริม สภาพคล่องทางการเงินและผู้ประกอบการค้าอัญมณี การสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ และผู้บริโภคผ่านใบรับรองของจีไอที (GIT) เป็นต้น🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอตอบ กระทรวงพาณิชย์มีนโยบาย และมาตรการในการกระตุ้นการซื้อขายอัญมณีจากปัญหาดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด กระผมขอกราบเรียนว่านอกจากมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐให้การช่วยเหลือ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับแล้ว สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังได้มีมาตรการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าอัญมณี เครื่องประดับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้ จัดรายการส่งเสริมการขยายโครงการอัญมณี บริการตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า เพื่อลด ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการออกใบรับรองสินค้า จัดการศึกษาทางไกลและสัมมนาออนไลน์ (Online) ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดโอกาสให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการเข้าฝึกอบรม บริการ ห้องสมุดออนไลน์ (Online) และแหล่งความรู้ออนไลน์ (Online) ด้านอัญมณี และเครื่องประดับมากกว่า ๔,๐๐๐ รายการ ซึ่งสามารถโหลด (Load) ฟรี อ่านฟรี ทุกที่ ทุกเวลา พัฒนา กะรัต โมบาย แอปพลิเคชัน (KARAT Mobile Application) เพื่อเป็น แพลตฟอร์ม (Platform) ให้คำปรึกษาด้านอัญมณีและเครื่องประดับในหลากหลายมิติ แก่ผู้ประกอบการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่งเสริมมาตรการโครงการซื้อด้วย ความมั่นใจ ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ไทยเทคดอตคอม (ThaiTech.com) เพื่อจำหน่ายและส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับผ่านเว็บไซต์ (Website) ข้างต้น จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ (Online) ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ระหว่างผู้นำเข้าในต่างประเทศ โดยผ่านสำนักส่งเสริมการค้าสินค้า ในต่างประเทศกับผู้ส่งสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศไทย เตรียมแผนจัดงาน แสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ จำนวน ๒ งาน ในปี ๒๕๖๓ นี้ ได้แก่ งานมหกรรม สินค้าเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการซื้อด้วยความมั่นใจในเดือนพฤศจิกายน และงาน เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๗ ธันวาคม เพื่อเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าอัญมณี และเครื่องประดับในการนำอัญมณีมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประสานความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน ซึ่งจากการประชุมพิจารณาร่วมกันได้ข้อสรุปการช่วยเหลือและเยียวยา ๒ ระยะ คือ🔗

๑. ระยะสั้น ให้ผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อผ่าน ๒ โครงการ🔗

๑. โครงการช่วยเหลือภาคธุรกิจในการฝ่าวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ภายใต้โครงการรัฐบาลในรูปแบบสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) วงเงินรวม ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗

๒. โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมมาตรการจ้างงาน จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม วงเงินไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท🔗

๒. ระยะยาว การนำอัญมณีมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อจาก ธนาคารต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ🔗

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจิรายุมีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ที่ท่านประธานปราณีให้โอกาสท่านรัฐมนตรี ผมเห็นด้วยครับเลยมา ๑๓ นาทีกว่า คือผมฟังไม่รู้เรื่องจริง ๆ ครับ จะฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยรบกวนเอากระดาษที่ท่านอ่านแจกให้กับสมาชิกครับ ผมมีเพื่อนอยู่จังหวัดจันทบุรี ผมก็อยากรู้ที่ท่านพูด เป็นเรื่องดีครับ แต่ว่าท่านอ่านแล้วยิ่งฟังไม่เข้าใจ ก็เลยฝากเรียน ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุมให้รัฐมนตรีได้ถ่ายเอกสารสัก ๕๐๐ ชุด แจกให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะได้เข้าใจตรงกันครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจิรายุให้เกียรติ ท่านรัฐมนตรีหน่อยนะครับ เห็นใจกัน ผมให้โอกาสท่านตอบ เพราะบังเอิญว่ากระทู้ถาม ทั่วไปไม่กำหนดเวลา แล้วก็ให้ถามได้ ๒ ครั้ง ทีนี้ท่านรัฐมนตรีตอบทั้งหมดตามกระทู้ถาม ที่เขียนมา ซึ่งท่านฐนภัทรไม่ได้ถามตรงตามที่ท่านเขียนมาเอง ท่านเลยตอบทั้ง ๓ ข้อ ตามที่ ท่านเขียนมาตามนั้น ให้โอกาสท่านนะครับคุณจิรายุ เชิญท่านต่อครับ ขอเรียนว่าถ้าอะไร ที่สรุปได้ก็สรุปนะครับ🔗

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานครับ ๒. ระยะยาว การนำอัญมณีมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อขอสินเชื่อจากธนาคารต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาอัญมณี ธนาคารไม่มีความรู้ การประเมินมูลค่า การกำหนดราคากลาง และความมั่นใจ เมื่อถึงเวลาบังคับแล้วจะใช้ ทรัพย์สินตัวเดิมตามที่ตกลงกันหรือไม่ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รับเป็นหน่วยงานกลางในการกำหนดราคาประเมินสำหรับ อัญมณีต่าง ๆ โดยนำองค์การความรู้ องค์การเจมส์แบงก์ (GEMS Bank) เดิมที่เคยมีการ ดำเนินการโดยเอสเอ็มอี แบงก์ (SMEs Bank) เมื่อปี ๒๕๕๒🔗

อนึ่ง ในเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในประเทศ ๓๓ แห่ง ได้ให้ข้อมูลการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจ ประเภทนี้ในต่างประเทศ สรุปดังนี้🔗

๑. รับเป็นหลักประกัน ๒๒ แห่ง ไม่รับเป็นหลักประกัน ๑๑ แห่ง🔗

๒. โดยการจำนำ ๑๗ แห่ง หลักประกันธุรกิจ ๔ แห่ง ไม่มีธุรกิจ ๑ แห่ง🔗

ทั้งนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในแผนงานบูรณาการ ภาคตะวันออก มุ่งเป้าสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจค้าพลอยสีของจังหวัดจันทบุรี ส่งเสริม การสร้างตลาดพลอยมาตรฐานและจัดกิจกรรมกระตุ้นการซื้อขายอัญมณี เพื่อให้ตลาด กลับมาคึกคักอีกครั้ง🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผมในนามของกระทรวงพาณิชย์ขอยืนยันต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ปัญหาที่เกิดกับผู้ประกอบการค้าอัญมณี และเครื่องประดับ กระทรวงพาณิชย์จะประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงาน ราชการ สมาคม องค์กร และภาคเอกชน เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ให้กลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว สุดท้ายนี้กระผมขอขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ให้โอกาสกระผมมาชี้แจงการปฏิบัติงานของกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลาไปตั้ง ๑๖ นาที คำถามแรก ยังมีคำถามต่อ ไม่สุดท้ายนะครับ ผมก็เห็นใจครับท่านต้องอ่าน แต่ก็ต้องเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าต้องบอกคนเขียนให้รู้จักย่อความบ้าง เพราะกระทู้ถามมันมีเวลาจำกัดครับ ท่านฐนภัทรครับ เชิญท่านถามได้อีกครั้ง กรุณาอย่าอภิปรายนะครับ ให้ถามครับ มิเช่นนั้น จะผิดข้อที่ผมเรียนไว้ เชิญครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สิ่งที่ท่านได้ชี้แจงมานั้นถือว่าเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนวงการค้าพลอย เพชร อัญมณี หรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจันทบุรี อย่างมาก ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นนามธรรมมากไปเสียหน่อย แต่ถือว่าเป็นประโยชน์ถ้าปฏิบัติได้ อย่างนี้ตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็หวังว่ารัฐคงจะช่วยส่งเสริม สนับสนุนด้านงบประมาณ แล้วก็นโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าอัญมณี เครื่องประดับ และอาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น คนทำเหมืองพลอย แต่งพลอย โกนพลอย ให้มีเศรษฐกิจครอบครัวที่ดีขึ้น และในสิ่งที่เป็น รูปธรรมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยผ่านท่านประธาน คือเรื่องที่อยากจะให้เกิดเป็นรูปธรรมเรื่องการตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับ ธนาคารอัญมณี โดยตรงเลย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถที่จะเข้าไปใช้บริการได้เหมือนกับธนาคารอิสลาม แห่งประเทศไทย ขอให้ตั้งขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี เรียกว่าธนาคารอัญมณี เพื่อแก้ปัญหา การเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการค้าอัญมณีนะครับ🔗

คำถามสุดท้าย อยากจะเรียนถามท่านประธานว่าธนาคารที่ผมได้กล่าวขึ้น ดังกล่าวก็คือธนาคารอัญมณีที่อยากจะให้เกิดขึ้นในจังหวัดจันทบุรีนั้น ท่านหรือรัฐบาล สามารถที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ เป็นคำถามสุดท้าย แล้วก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้โอกาสผมและพี่น้องประชาชน คนจันทบุรีได้รับฟังและคอยความหวังของภาครัฐที่จะเยียวยาหรือจะแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนชาวจันทบุรีที่ประกอบอาชีพค้าอัญมณี อย่าปล่อยให้เขาเหล่านั้น ตายไปเสียก่อนก่อนที่รัฐบาลจะได้ช่วยเหลือเขา ให้เขาพยุงภาวะเศรษฐกิจได้ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภาครับ กระผมในนามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จะขอตอบ เรื่องกองทุน กระทรวงจะรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านฐนภัทรครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๑๘๔ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการคืนสมณเพศ ให้แก่พระเถระ ๗ รูป (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓)🔗

ท่านรัฐมนตรีท่านอยู่ที่นี่แล้ว เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ที่เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา เห็นความสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ ที่มาตอบกระทู้ถามวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมจะไม่อภิปราย เนื่องจากกระทู้ถามนี้ กระผมยื่นถามตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคมที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นอาจจะเห็นว่าไกลไป อาจจะต้อง ขออธิบายในเนื้อหากระทู้ถามสักเล็กน้อย กระผมจะถามครั้งเดียว ๒ ข้อแล้วจบเลย🔗

ก่อนอื่นกระผมต้องอ่านกระทู้ถามเสียก่อนเพื่อให้เป็นที่เข้าใจ กระทู้ถามนี้ กระผมขอถามในนามชาวพุทธ ในฐานะเป็น ส.ส. สายวัดว่าเนื่องจากชาวพุทธทั้งประเทศ ตลอดถึงภิกษุสงฆ์ สามเณร ต่างก็ปริวิตก มีจิตตก ขาดขวัญกำลังใจ เนื่องจากที่ผ่านมา ศูนย์แถลงข่าวมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ออกมาให้ข่าว เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓ เกี่ยวกับการพ้นจากความเป็นพระภิกษุ กรณีต้องหาว่ากระทำความผิด อาญา จากที่มีพระภิกษุถูกจับกุมกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาและเป็น ข้อถกเถียงกันในหมู่ของชาวพุทธ เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการให้พระภิกษุทั้ง ๗ รูปสละสมณเพศ โดยที่พระภิกษุนั้นไม่ได้เปล่งวาจา จะถือว่าพ้นจากความเป็นพระภิกษุหรือไม่ และกรณี พระภิกษุรูปนั้นได้รับการประกันตัวออกมา หรือพ้นโทษมาแล้ว จะกลับมานุ่งห่มจีวร โดยไม่ให้อุปสมบทใหม่ได้หรือไม่ ประเด็นดังกล่าวนี้ก่อให้เกิดความสับสนแก่ชาวพุทธ และผู้ที่แสดงทัศนะต่อเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยการแพร่ข่าวออกไปทางสื่อ หลายช่อง นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา จึงจำเป็นต้องทำ ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นแก่คณะสงฆ์และสังคม โดยข้อความละเอียดในการ แถลงข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อพระเถระผู้ใหญ่ทั้ง ๗ รูป ประกอบด้วยพระพรหมดิลก เจ้าอาวาส วัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะ ภาค ๔ ถึงภาค ๗ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะ ภาค ๑๐ พร้อมกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก ๔ รูป ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ พระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะ ภาค ๔ ภาค ๗🔗

ท่านประธานครับ คดีดังกล่าวกระผมเองได้มีโอกาสเข้าไปนั่งฟังศาลอ่าน คำพิพากษาในคดีของพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ศาลอ่านคำพิพากษาอยู่ ๒ ชั่วโมงครึ่ง กระผมเกิดความคิดว่าน่าจะให้เป็นการกระจ่างแจ้งทางด้านพระพุทธศาสนาว่า ศาลได้ตัดสินออกมาทั้ง ๒-๓ คดี ทั้งวัดสระเกศก็ดี วัดสามพระยาก็ดี ว่าไม่ได้มีความผิด ทุจริตในการใช้เงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจจะมีความผิดในเรื่องที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประมาณนั้น คดีดังกล่าวสร้างความปริวิตก สร้างความไม่เชื่อมั่นในขวัญและกำลังใจ สร้างความขาดศรัทธาในความยุติธรรมต่อพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาให้แก่ชาวพุทธ ทั้งประเทศ กระผมอ้างศูนย์แถลงข่าวของมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ ในเรื่องนี้กระผมจะต้องถามเพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันของชาวพุทธและในสภาแห่งนี้ เพราะบางท่านยังสับสนอยู่ว่ากระผมจะถามเรื่องอะไร เรื่องนี้กระผมจะถามเรื่องสมณเพศ คือการครองเพศสมณะของพระภิกษุสงฆ์ โดยการกลับคืนมาครองไตรจีวร ไม่ได้ประสงค์ ที่จะสอบถามเรื่องสมณศักดิ์ซึ่งเป็นเรื่องฐานันดรศักดิ์ที่พระราชทานมา ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพื่อให้ได้เข้าใจตรงกัน กราบเรียนไปทางท่านรัฐมนตรีเทวัญด้วย เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามได้ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานครับ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน แบบนี้ เรื่องสมณเพศของพระภิกษุสามารถกลับมาครองไตรจีวรได้หรือไม่ ไม่ได้ประสงค์ ที่จะสอบถามเรื่องสมณศักดิ์ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ให้เป็นที่เข้าใจ เพราะหลายคนมาสอบถาม กระผมไม่เข้าใจ ไปแตะเรื่องอื่นหรือไม่ ตอนแรกกระผมบรรยายในคำถามของกระทู้ถาม เรื่องศูนย์แถลงข่าว เพราะฉะนั้นกระผมพูดนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าในการแถลงข่าวนั้น ท่าน ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในขณะนั้นอ้าง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ขอเอ่ยชื่อท่าน ไม่ได้เสียหาย เพราะท่านแจกเอกสารนี้ให้พระภิกษุที่มาสัมมนาไปทั่วประเทศ คือท่าน พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านบอกว่าในหนังสือของท่านเป็นการแสดงความคิดเห็นว่าเป็นความผิด ซึ่งอ้างมาตรา ๒๕ ของพระราชบัญญัติ และมาตรา ๒๙ ว่าการถอดจีวรแต่ไม่เปล่งวาจาพ้นจากความเป็นภิกษุ หรือไม่ ท่านอ้างกฎหมายนะครับ ท่านบอกว่าถือเป็นการพ้นสภาพของภิกษุแล้ว พอคน ระดับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติออกมาแถลงและแจกเอกสารฉบับนี้ ให้พระภิกษุก็เป็นที่วิตกและวิจารณ์กันอย่างมหาศาลว่าพระทั้ง ๗ รูปขาดแล้ว เป็นแนวคิด ของแต่ละบุคคล ในความเป็นจริงท่าน ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่น่าจะแสดง ความคิดเห็น เพราะในเรื่องนี้กระผมไปอ่านดูในรายละเอียดท่านเอามาพูดถึงว่าถึงแม้ไม่ได้ กล่าวคำลาสิกขา แต่ท่านอ้างถึงพระที่ถูกจับในคดียาเสพติดอะไรโน่น ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระผมจึงต้องเอามาบอกกับท่านรัฐมนตรีว่ามันคนละเรื่องกัน กระผมต้องอ้างถึงนักปราชญ์ ราชบัณฑิตของพระพุทธศาสนา ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิตของพระพุทธศาสนา ท่านได้กล่าวไว้ชัดเจนในการแสดงความคิดเห็นผมพรินต์ (Print) เอามาจากที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสมือนได้ประกาศให้สังคมเข้าใจว่าพระสงฆ์ที่ถูกคุมขังทั้ง ๗ รูปได้ขาดจากความเป็นพระภิกษุ ไปแล้ว ตามผลของมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ ของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง การตีความข้อกฎหมายโดยใส่ความเห็น ของตนไปในข้อกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อความเสียหายต่อคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวง🔗

แล้วก็พูดต่อไปนิดหนึ่งครับ เพื่อให้เป็นที่เข้าใจว่าพระภิกษุจะสละสมณเพศ ตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๙ นั้นต้องจัดการให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย โดยมีเจตนา เปล่งวาจาลาสิกขาต่อผู้รู้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๖๗๘๒/๒๕๔๓ ว่าการขาดจาก ความเป็นภิกษุตามมาตรา ๒๙ พระภิกษุนั้นต้องมีการกล่าวลาสิกขา ตามคำพิพากษา ได้กล่าวไว้ชัดเจน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิยมครับ ๑๐ นาที แล้วครับ ยังไม่ได้ถามเลย🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ผมจะถามครั้งเดียวจบเลยนะครับ ผมไม่ยืดเยื้อครับ เพียงแต่ว่าพูดให้ฟังว่าคำพิพากษาดังกล่าวยืนยันว่าถ้าไม่ได้จัดการลาสิกขา ตามขั้นตอนพระธรรมวินัย โดยไม่มีการเปล่งวาจาลาสิขาให้ถือว่าไม่เป็นการสละสมณเพศ ตามมาตรานี้ ท่านประธานครับ ผมจะถามนะครับ ผมถามทีเดียวจบทั้ง ๒ ข้อ ไม่ถามอีกครับ เพราะฉะนั้นผมต้องยืนยันว่าภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาหลังจากที่พระทั้ง ๗ รูปถูกจับ ขวัญและกำลังใจเสียหาย ๒ ปีที่ผ่านมาพระภิกษุสงฆ์ต้องลาสิกขาพระหายไปเลย ไปดูใน ทำเนียบพระ พระสงฆ์หายไป ๘๐,๐๐๐ รูปเลยครับ จาก ๓๐๐,๐๐๐ กว่ารูป เพราะขวัญ และกำลังใจหายครับ ฉะนั้นจึงเป็นคำถามว่าการดำเนินการทางวินัยยังไม่สมบูรณ์ ยังไม่ถูกต้อง แต่ท่านไปออกข่าวเสียเลิศเลอไปเลย พระเลยขาดความเชื่อมั่น หลายท่านคงไป หารือท่านมา ท่านก็มีแนวคิดที่ให้ผม เมื่อวานนี้ผมไปพบท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร ท่านสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ท่านเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร ท่านทั้ง ๒ รูป ก็มีแนวคิดว่าเรื่องนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปหารือกับทาง มหาเถรสมาคมให้เพื่อเป็นที่สอบได้ ท่านประธานครับ ผมขอถาม ๒ ข้อ ครั้งเดียว ต่อรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลจะให้ความยุติธรรมในการคืนสมณเพศ ให้เข้าใจ นะครับ ผมไม่พูดถึงสมณศักดิ์ คืนสมณเพศให้แก่พระทั้ง ๗ รูปอย่างไร ขอทราบรายละเอียด นี่เป็นข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ จากข้อที่ ๑ กรณีดังกล่าวที่ผมว่ามาข้างต้น ขณะนี้ศาลได้มี คำพิพากษาในบางส่วนไปแล้ว ซึ่งเร็ว ๆ นี้ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็จะตัดสินอีกรอบหนึ่งว่า ศาลตัดสินในเนื้อหาของคำตัดสิน ผมไปนั่งฟังด้วย ๒ ชั่วโมงกว่าไม่มีข้อใดที่กล่าวหาว่า พระทั้ง ๗ รูปทุจริต ไม่ได้ทุจริตครับ ที่ลงอาญาเนื่องจากว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา และความเป็นธรรมต่อพระภิกษุสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา โดยรัฐบาลชุดนี้จะมีการเยียวยาด้านจิตใจของชาวพุทธอย่างไร ขอทราบ รายละเอียดทั้ง ๒ ข้อครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยม เวชกามา พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสกลนคร กระผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมเอง ต้องขอขอบคุณท่านนิยมนะครับ ทราบว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ แล้วท่านก็มีความห่วงใย ในพุทธศาสนามาตลอด และท่านเป็นผู้หนึ่งที่ศึกษาพระธรรมวินัย แล้วก็ศึกษา พระราชบัญญัติสงฆ์มาอย่างดี จากการที่อธิบายแล้วจะเห็นว่าท่านศึกษามาค่อนข้างจะ แม่นยำมาตลอดนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าสำหรับคดีพระ ๗ รูปที่กำลังกล่าวถึงนี้ ว่าการคืนสมณเพศให้แก่พระทั้ง ๗ รูปเป็นอย่างไร ผมเรียนอย่างนี้นะครับ อย่างที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยมได้บอกอยู่แล้วว่าเราจะคุยกันเฉพาะในเรื่อง ของสมณเพศเท่านั้นเอง เรื่องของสมณศักดิ์เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ กระผมเรียนอย่างนี้ว่าในเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติสงฆ์ ปี ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสงฆ์ (ฉบับที่ ๖) ปี ๒๕๓๕ เรื่องนี้ได้พูดถึงการพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เป็นไปตามพระราชบัญญัติสงฆ์ที่กระผมได้กล่าวมานะครับ หมวด ๔ นิคหกรรมแห่งการสละ สมณเพศ ตามมาตรา ๒๙🔗

ในมาตรา ๒๙ พระราชบัญญัติสงฆ์ ได้กล่าวไว้ว่าพระภิกษุรูปใดถูกจับโดย ต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควร ให้ปล่อยตัวชั่วคราว และเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุนั้น มิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้น สละสมณเพศเสียได้ นี่คือมาตรา ๒๙🔗

และมาตรา ๓๐ บอกว่าเมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใด ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้น สละสมณเพศได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น🔗

กระผมเรียนว่านี่คือกฎหมายของพระราชบัญญัติสงฆ์ มาตรา ๒๙ และ มาตรา ๓๐ แล้วก็ที่ได้มีมติของมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๖/๒๕๖๓ ที่ ๑๓๘/๒๕๖๓ เช่นกัน เรื่อง การพ้นจากความเป็นพระภิกษุกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ในนั้นมีเนื้อหา ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำบทบัญญัติของมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และ มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมว่า ๑. พระภิกษุรูปใด ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายต้องสึกภายในสามวันนับแต่วันคดีถึงที่สุด ๒. พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุนั้น สังกัดไม่รับมอบตัวไปควบคุม และพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไป ควบคุมหรือภิกษุนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้ พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และ ๓. เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใด ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไป ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น กรณีจำเลยยอมสึกถอดจีวรเพราะถูกจับ ต้องหากระทำความผิดทางอาญา และเจ้าพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว ต่อมา ได้รับประกันตัวกลับมาแต่งกายเป็นพระภิกษุอีก โดยไม่ได้อุปสมบทใหม่จะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๘ ฐานแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็น พระภิกษุสามเณรโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นนั้น อันนี้เป็นมติของ มหาเถรสมาคม ซึ่งได้เทียบเคียงกับพระราชบัญญัติสงฆ์ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ อย่างที่ กระผมกล่าวมาในเบื้องต้น🔗

แล้วก็มีอีกกรณีหนึ่งมีผู้ถามว่าในเมื่อพระภิกษุสละสมณเพศแล้ว ท่านจะกลับมาบวชได้อีกไหม ในกรณีนี้ก็มีหลักเกณฑ์ว่าถ้าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และรับโทษตามคำพิพากษา เมื่อพ้นโทษออกมาสามารถเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้ หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้รอลงอาญาหรือพ้นระยะเวลาในการรอลงอาญาสามารถ เข้าบวชในพระพุทธศาสนาได้ เว้นแต่ มีเว้นแต่ เว้นแต่ว่าในกรณีพระภิกษุนั้นต้องปาราชิก มาแล้ว การปาราชิกมี ๔ ปาราชิกด้วยกัน ๑. ภิกษุเสพเมถุนด้วยปาราชิก ๒. ภิกษุถือเอา ของที่เจ้าของไม่ให้ มีราคา ๑ บาทขึ้นไป ก็ต้องปาราชิกเหมือนกัน ๓. ภิกษุมีเจตนาฆ่า มนุษย์ให้ตาย ก็ต้องปาราชิกเหมือนกัน ๔. ภิกษุกล่าวอวดคุณวิเศษไม่มีในตน ต้องปาราชิก เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการที่จะกลับมาบวชก็มีกฎของมหาเถรสมาคมเหมือนกัน ให้พระอุปัชฌาย์เป็นผู้ตัดสินใจ แต่ในนี้มีระเบียบของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๗ ว่าด้วย การแต่งตั้ง ถอดถอนพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์ต้องงดเว้นการให้บรรพชาอุปสมบท แก่คนต้องห้ามเหล่านี้คือ ๑. คนทำความผิดหลบหนีอาญาแผ่นดิน ๒. คนหลบหนีราชการ ๓. คนต้องหาในคดีอาญา ๔. คนเคยถูกตัดสินจำคุกโดยฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ ๕. คนถูกห้าม อุปสมบทเด็ดขาดทางพระศาสนา ๖. คนมีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ ๗. คนมีอวัยวะพิการ จนไม่สามารถปฏิบัติกิจศาสนาได้ นี่คือสิ่งที่พระอุปัชฌาย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะบวชให้ผู้ใด อีกครั้งหรือไม่🔗

เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยมได้พูดถึงว่าในการเยียวยาของ พระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนา กระผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าในขณะนี้ได้มีการศึกษาว่าจะมี เรือนจำหรือมีคุกไว้สำหรับพระ ซึ่งในกรณีพระที่โดนจับแล้วยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการ พิจารณาอาจจะให้อยู่ในคุกนี้ ซึ่งท่านไม่ต้องถอดจีวร ท่านไม่ต้องลาสมณเพศ อันนี้ก็จะเป็น การแก้ปัญหาในสิ่งที่ท่านนิยมเป็นห่วงเป็นใยขึ้นมา ในเบื้องต้นขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิยมยังติดใจนะครับ ทั้ง ๒ ท่านใช้เวลาไป ๒๐ กว่านาทีแล้วนะครับ เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีเทวัญ เป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ผมยังไม่เข้าใจคำตอบของท่าน คือตอนนี้ชาวพุทธทั้งประเทศ พระภิกษุสงฆ์ สามเณร กำลังฟังท่านอยู่ด้วยความใจจดใจจ่อว่าท่านจะตอบอย่างไร ผมเข้าใจ ที่ท่านตอบข้อกฎหมายมาหมด ถูกต้องตามนั้น เพียงแต่ว่าพระภิกษุสงฆ์ ไม่ใช่คำถามนะครับ เพียงแต่ถามท่านว่าพระภิกษุดังกล่าวที่เป็นเรื่องเป็นราวอยู่ ๗ รูปไม่เข้าประเด็นแบบนั้น ส่วนที่จะมาอ้างว่าพระภิกษุกลุ่มนี้ใส่ชุดขาวแล้วก็ขาดจากความเป็นภิกษุ พระธรรมวินัย ยังไม่ดำเนินการท่านยังไม่ขาดความเป็นภิกษุ ในความรู้สึกของทางพระธรรมวินัยของ พระสงฆ์ท่านยังเป็นพระอยู่ จะมาอ้างว่าใส่ชุดขาวเข้าเรือนจำเพราะเป็นระเบียบของเรือนจำ ก็ว่าไป ถ้าอย่างนั้นพระภิกษุที่ไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลหมอบอกต้องใส่ชุดพยาบาล แสดงว่า ความเป็นพระหมดแล้วหรืออย่างไร เพราะผมฟังแล้วยังไม่ชัดเจน ผมไม่เข้าใจเท่าไร บังเอิญ พระจะถามผมแล้วผมก็ตอบไม่ได้ อันนี้จึงเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องที่ผมยังไม่เข้าใจ ผมอยากรู้ว่าพระทั้ง ๗ รูปนี้จะเอาอย่างไร ส่วนให้กลับมาบวชใหม่ผมว่าท่านยังไม่ขาดจาก ความเป็นพระ พระพิมลธรรม (อาจ อาสภเถระ) อดีตผู้รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช ติดคุกอยู่ ๗ ปี ท่านก็ไม่ได้บวชใหม่ หลังจากพ้นคดีมาพระก็ให้ท่านกลับมาสู่การครอง ไตรจีวร ถ้าแบบนี้ใกล้เคียงกันครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ ผมอยากจะให้มีคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ผมขออนุญาตเป็นกระทู้ถามทั่วไปต่อไปนะครับ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๘๘ เรื่อง การเตรียมตัวรับมือโรคโควิด ๑๙ ระบาด รอบสอง (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

เรียน พลตำรวจตรี สุพิศาลนะครับ รัฐบาลได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ตอบ ท่านขออนุญาตมาว่าไม่สามารถมาตอบในขณะนี้ได้ ขอเลื่อนนะครับ มีความจำเป็น ต้องกลับไป เมื่อสักครู่นี้ท่านก็อยู่ครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๑๙๗ เรื่อง เปิดเผยข้อมูลในกระบวนการคัดเลือก เพื่อเข้าศึกษาในระดับชั้นอุดมศึกษา (พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗

เรื่องนี้รัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นผู้ตอบนะครับ คุณหญิงกัลยาได้แจ้งมาล่วงหน้าว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบ ในวันนี้ได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพุธที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ครับ เรียนท่าน พันตำรวจตรี ชวลิต รับทราบด้วยครับ🔗

๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๒๐๐ เรื่อง การขอปรับระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาดเล็ก ระดับ M ๑ ของโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา (นายโกศล ปัทมะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗

เรื่องนี้รัฐมนตรีมาได้ หรือครับ เมื่อสักครู่นี้แจ้งว่าติดภารกิจกระทู้ถามก่อนหน้านี้ของท่านสุพิศาล ท่านสุพิศาล ได้ถามท่านมา แต่ผมบอกไปว่าท่านรัฐมนตรีทำหนังสือแจ้งมาเมื่อสักครู่นี้ ผมอ่านดูว่า ท่านขอเลื่อนไป สำหรับกระทู้ถามนั้นขอเลื่อนไปใช่ไหมครับ ส่วนกระทู้ถามนี้ท่านพร้อมตอบ ท่านสุพิศาลทราบนะครับ ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้คือได้รับหนังสือจากท่านว่าท่านมีความ จำเป็นขอเลื่อนไป ส่วนกระทู้ถามนี้ท่านได้รับมอบหมายมาตอบนะครับ ถ้าอย่างนั้นขอเชิญ ท่านสมาชิกครับ เชิญท่านโกศล ปัทมะ ครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ขอชื่นชมที่ท่านสละเวลามาตอบกระทู้ถาม ของผมนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีกระทู้ถามเรื่อง ขอปรับระดับโรงพยาบาลทั่วไป ขนาดเล็ก ระดับ M ๑ ของโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น ๓๒ อำเภอ มีโรงพยาบาลในเขต จังหวัดนครราชสีมา รวม ๓๓ แห่ง แบ่งออกเป็น ๖ ประเภท ดังนี้ครับ โรงพยาบาลศูนย์ ระดับเอ ๑ (A 1) ๑ แห่ง โรงพยาบาลทั่วไประดับเอ็ม ๑ (M 1) ๓ แห่ง โรงพยาบาลชุมชน เพื่อรับส่งต่อผู้ป่วย ระดับเอ็ม ๒ (M 2) ๔ แห่ง โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ ระดับเอฟ ๑ (F 1) ๖ แห่ง โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง ระดับเอฟ ๒ (F 2) ๑๕ แห่ง และโรงพยาบาล ชุมชนขนาดเล็ก เอฟ ๓ (F 3) ๔ แห่ง ดังปรากฏตามภาพนะครับ จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรมากเป็นอันดับ ๑ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร มีจำนวนประชากรมากกว่า ๒.๖ ล้านคน และประชากรแฝงอีกเป็นจำนวนมาก แต่มีโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ในการรักษาผู้ป่วยในระดับโรงพยาบาลศูนย์ ระดับเอ ๑ (A 1) และโรงพยาบาลทั่วไป ระดับเอ็ม ๑ (M 1) เพียง ๔ แห่งเท่านั้น ผมคิดว่าไม่สามารถที่จะรองรับผู้ป่วยที่ต้องการ แพทย์เฉพาะทางหรือผู้ป่วยที่มีอาการสาหัสได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากโรงพยาบาลบัวใหญ่ ในขณะนี้เป็นโรงพยาบาลระดับชุมชนแม่ข่ายเอ็ม ๒ (M 2) ซึ่งโรงพยาบาลบัวใหญ่ให้บริการ การตรวจรักษาโรคทั่วไปและภาวะฉุกเฉิน มีโรงพยาบาลลูกข่ายจำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลประทาย โรงพยาบาลสีดา โรงพยาบาลบัวลาย โรงพยาบาลแก้งสนามนาง และ โรงพยาบาลบ้านเหลื่อม รับผิดชอบประชากรทั้งสิ้น ๒๖๕,๓๗๕ คน โรงพยาบาลบัวใหญ่ห่างจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาในตัวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ระดับเอ (A) เป็นระยะทางกว่า ๑๑๐ กิโลเมตร เมื่อมีผู้ป่วย ที่มีอาการหนักหรือมีอาการสาหัสที่จะส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จะต้องใช้ระยะเวลาเดินทางไม่ต่ำกว่าชั่วโมงครึ่งถึง ๒ ชั่วโมง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยอาการ ทรุดหนักและเสียชีวิตในระหว่างทางหรือในระหว่างที่เดินทาง และจากข้อเท็จจริง ก็มีการเสียชีวิตในระหว่างทางกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังสร้างความยากลำบากให้แก่ ญาติผู้ป่วยในการเดินทางไปเยี่ยม ไปให้กำลังใจ หรือหาที่พักอาศัย บางรายไม่มีเงินพอ ที่จะเดินทางไปกลับหรือเช่าที่พักรายวัน ก็จะกางมุ้งนอนบริเวณทางเดินเท้าของโรงพยาบาล ซึ่งสร้างความยากลำบากให้แก่ประชาชนผู้ที่มารักษาหรือญาติของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ดังที่ท่านประธานเห็นตามภาพครับ ปัจจุบันโรงพยาบาลบัวใหญ่มีจำนวนเตียง ๑๕๔ เตียง และจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ อีกจำนวน ๗๒ เตียง รวมเป็นจำนวน ทั้งสิ้น ๒๒๖ เตียง และมีแพทย์เฉพาะทางจัดบริการทั้ง ๖ สาขาหลัก คือ ๑. สาขาสูติกรรม สาขาศัลยกรรม สาขาอายุรกรรม สาขากุมารเวช สาขาศัลยกรรมกระดูก สาขาวิสัญญีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน สาขาเวชปฏิบัติครอบครัวและแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลบัวใหญ่ มีแพทย์เฉพาะทาง ๑๗ คน มีทันตแพทย์ ๖ คน มีแพทย์ทั่วไป ๖ คน เภสัชกร ๑๒ คน พยาบาลอีก จำนวน ๑๔๑ คน สหวิชาชีพสายสนับสนุน จำนวน ๒๓๑ คน รวมจำนวน บุคลากรทั้งสิ้น ๔๑๑ คน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๓ โรงพยาบาลบัวใหญ่ โดยเฉพาะ ท่านนายแพทย์ชาญชัย บุญอยู่ ในฐานะผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และพี่น้อง ประชาชนทั้ง ๖ อำเภอ ได้มีความประสงค์ขอปรับระดับจากโรงพยาบาลชุมชน แม่ข่าย ระดับเอ็ม ๒ (M 2) เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก ระดับเอ็ม ๑ (M 1) เพื่อที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพของการบริการผู้ป่วยทั้ง ๖ อำเภอให้ดียิ่งขึ้น และประชาชนจะได้รับการดูแล ด้านสาธารณสุขและสุขภาพที่ดี อีกทั้งประชาชนในเขตพื้นที่ที่ให้บริการของโรงพยาบาล บัวใหญ่และโรงพยาบาลลูกข่ายทั้ง ๕ แห่ง จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปรับการรักษา ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ส่งผลให้ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก และเสียเวลาในการเดินทาง ลดความแออัดของผู้ป่วยที่มาใช้บริการของโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา🔗

ท่านประธานครับ ผมขอถามท่านรัฐมนตรี ๒ ข้อไปพร้อมกันเลยนะครับ แล้วก็ผมจะขอฝากท่านรัฐมนตรีอีกเรื่องหนึ่ง ผมขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับ ข้อ ๑ การดำเนินการในการปรับระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก เอ็ม ๑ (M 1) ของโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ข้อ ๒ กรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการปรับระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก ระดับเอ็ม ๑ (M 1) ของโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จะเกิดขึ้นเมื่อไร กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องกราบขอบพระคุณท่านโกศล ปัทมะ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา และเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงเป็นใยในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอบัวใหญ่ ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของท่าน แล้วก็ท่านได้ติดตามข้อมูลในการที่จะยกระดับโรงพยาบาล เพื่อให้การบริการพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีความเหมาะสมแล้วก็เพียงพอ ต่อความต้องการ ในความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านโกศลว่า ในระดับโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข เราก็ได้แบ่งเป็นเกณฑ์ของโรงพยาบาลหรือเป็นขนาดโรงพยาบาล เพื่อให้บริการให้กับพี่น้อง ประชาชน โรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปขนาดกลาง โรงพยาบาลทั่วไป ขนาดเล็ก โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย โรงพยาบาลใหญ่ โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ในส่วนของท่านท่านกำลังจะถามในเรื่องที่ว่า โรงพยาบาลบัวใหญ่เป็นโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย เอ็ม ๒ (M 2) ท่านจะขอให้ยกระดับให้เป็นเอ็ม ๑ (M 1) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลพี่น้อง ประชาชนเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก ขนาด ๑๕๐ เตียง ผมเรียนว่าในการวางขนาด หรือโรงพยาบาลหรือเกณฑ์ที่เราจะมีการประเมินโรงพยาบาลในทุกขนาด กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ดำเนินการ เพื่อที่จะได้ให้การรองรับการดูแลพี่น้องประชาชนในแต่ละความจำเป็น ตามทรัพยากรงบประมาณที่มี และจำนวนประชาชน แล้วก็อาจจะมีเกณฑ์โรคซับซ้อนยุ่งยาก ในการที่จะจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ไปประจำที่นั่น ในส่วนนี้เราได้แบ่งอำนาจในการ ปกครองหรือกระจายอำนาจไปเป็นเขตสาธารณสุข ของท่านอยู่ในเขตสาธารณสุขที่ ๙ มี ๑๒ เขตทั่วประเทศ แล้วก็เขต ๑๓ ในกรุงเทพมหานคร ส่วนโรงพยาบาลบัวใหญ่นั้นขณะนี้ ท่านถามในคำถามว่าได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้วที่จะยกระดับจากเอ็ม ๒ (M2) เป็นโรงพยาบาลขนาดเอ็ม ๑ (M 1) เรียนกับท่านว่าขณะนี้โรงพยาบาลบัวใหญ่ทางเขต ตรวจสุขภาพได้ดำเนินการทำเรื่องยื่นคำขอเรียบร้อยตามขั้นตอน ตอนนี้กำลังพิจารณาคำขอ แล้วก็เรียนว่าได้มีการไปตรวจประเมินเกณฑ์ที่จะยกระดับโรงพยาบาลระดับนี้ ระดับเอ็ม ๒ (M 2) ขึ้นเป็นเอ็ม ๑ (M 1) ไปแล้วอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาคำขอ ส่วนกรอบระยะเวลา ที่ชัดเจนในการปรับระดับนี้ก็ต้องเรียนว่า ในส่วนนี้โรงพยาบาลบัวใหญ่ได้ถูกประเมินใน ๑๘ เกณฑ์ที่จะยกระดับ แต่ก็ยังมีเกณฑ์บางตัวซึ่งจะต้องใช้เวลา แล้วกระทรวงสาธารณสุข จะต้องไปสนับสนุน เช่น จำนวนเตียงในห้องไอซียู (ICU) ที่จะต้องมีขนาด ๑๕ เตียง จำนวน ประชากรในเขตประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่อันนี้ก็ไม่ใช่หลักการใหญ่ เพราะว่าในส่วนจำนวน ประชากรนั้นมีหลักเกณฑ์ย่อยลงมาว่าในการส่งต่อประชาชนอยู่ในเกณฑ์ ๒๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งอันนี้ทั้งหมดของโรงพยาบาลบัวใหญ่นั้นส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์แล้ว เหลืออีกไม่กี่เกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนประชาชน หรือความห่างไกลจากโรงพยาบาล ระดับเอส (S) ซึ่งบังเอิญว่าบัวใหญ่อยู่ไกลจากเอส (S) ของโรงพยาบาลในโคราช เกณฑ์พอในระยะทาง แต่บังเอิญว่าไปใกล้กับโรงพยาบาลชัยภูมิ ซึ่งอันนี้ก็ไม่ใช่เป็นปัญหาทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่ที่มีความพร้อม จำนวนพื้นที่ที่ตั้งหรือเกณฑ์อื่น ๆ ได้ผ่านการประเมิน เรียบร้อยหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในลำดับขั้นตอนที่คิดว่าโรงพยาบาลนี้จะดำเนินการ ให้ยกระดับขึ้นได้ก็ไม่น่าเกินปี ๒๕๖๕ นี้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เรียนท่านโกศลว่า กระทรวง สาธารณสุขก็จะยกระดับโรงพยาบาลบัวใหญ่จากเอ็ม ๒ (M 2) ขึ้นไปเป็นเอ็ม ๑ (M 1) ภายในไม่เกินปี ๒๕๖๕ แต่ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ ส่วนเกณฑ์ที่ไม่ถึงก็จะใช้เวลา ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเตียง ห้องไอซียู (ICU) หรือเรื่องระยะทางที่เรามาประเมินรวมกัน ก็จะสามารถทำให้โรงพยาบาลบัวใหญ่สามารถพัฒนาจากโรงพยาบาลเอ็ม ๒ (M 2) ไป เอ็ม ๑ (M 1) ได้ไม่เกินปี ๒๕๖๕ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณโกศลครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีสาธิตนะครับ พี่น้องประชาชนได้ยินก็คงชื่นใจ แล้วก็ชื่นชมท่านเหมือนเช่นพี่น้องชาวจังหวัดระยอง ขอฝาก ท่านเรื่องหนึ่ง ผมได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่และแพทย์ว่าโรงพยาบาลบัวใหญ่ ของบประมาณเรื่องการก่อสร้างอาคารหอพักเจ้าหน้าที่ ๔ ชั้น จำนวน ๘๘ ยูนิต ที่อยู่ในแผน งบลงทุน ปี ๒๕๖๔ ของจังหวัดและของเขต แต่ขั้นตอนการพิจารณาในสมุดปกขาวคาดแดงไม่มีและหายไป ผมเข้าใจครับว่างบประมาณ ของประเทศเรามีไม่มากพอที่จะสนองทุกที่ แต่อยากจะฝากท่านรัฐมนตรี เพราะอะไรครับ เพราะเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลบัวใหญ่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้แพทย์เฉพาะทาง พยาบาล เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องไปพักห้องพิเศษของคนไข้ ท่านรัฐมนตรีครรับ อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาเอื้อเฟื้อ แล้วก็สร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลบัวใหญ่ด้วยครับ แล้วเราจะชื่นชมท่านเหมือนพี่น้องชาวระยอง กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้ก็ฝากรัฐมนตรีครับ จบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิก ตลอดจนเจ้าหน้าที่ครับ ขณะนี้ได้มีการเปิดประชุมสภาเป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้น สำหรับพวกเราก็เป็นถาม ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ดำเนินการในห้องประชุมอีกห้องหนึ่ง ของสภา อยากจะเรียนว่าการถาม ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแห่งนี้มีศักดิ์และสิทธิเสมอกับ สภาใหญ่ เนื้อหาสาระเดียวกัน ความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน เพียงแต่ว่าจะเป็นการถาม เรื่องเกี่ยวกับเฉพาะเหตุการณ์ เฉพาะบุคคล เฉพาะท้องที่ หรือเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง จึงเป็น กระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วก็หลังจากที่ประชุมสภาใหญ่ปิดลงในวันพุธและวันพฤหัสบดี ก็จะนำเอารายการกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ไปถ่ายทอดทางช่อง ๑๐ ทีวีรัฐสภา เสมือนกับ การถ่ายทอดสดเช่นกันนะครับ แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๘๗ เรื่อง โยบายและมาตรการแก้ไข ปัญหาโรงไฟฟ้าตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี (นายบุญลือ ประเสริฐโสภา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบ🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓)🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คือท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายเพทาย หมุดธรรม รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ๒. นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการกองนโยบายไฟฟ้า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ๓. นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงพลังงาน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ๑. นายนฤนาถ ทิพากร ทองสอดแสง ๒. ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา ทั้งนี้ สำหรับท่านที่เข้าร่วมรับฟัง การถามตอบกระทู้ในห้องกระทู้เฉพาะนี้ ก็ต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟัง การประชุมก็กรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้ บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้ เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ🔗

แล้วก็อยากจะเรียนชี้แจงเพิ่มเติมสั้น ๆ นิดหนึ่งว่า กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ เรากำหนดระยะเวลาถามตอบทั้งหมด ๒๐ นาที ฝ่ายถามใช้เวลา ๑๐ นาที ฝ่ายตอบ ก็ใช้เวลา ๑๐ นาที ถามตอบได้ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๓ ถ้ามีความจำเป็นยังมีเนื้อหาสาระที่มี ความจำเป็น ประธานจะเป็นผู้อนุญาตถึงจะถามจะตอบกันได้นะครับ เชิญท่านบุญลือ ประเสริฐโสภา ได้ถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีเตรียมตอบครับ เชิญท่านบุญลือครับ🔗

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านรัฐมนตรีสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องขอขอบคุณ ที่ท่านได้กรุณามาตอบกระทู้แยกเฉพาะของกระผมในวันนี้ จริง ๆ ต้องเรียนว่าเป็นการเฝ้ารอคอย ของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ผมได้ยื่นกระทู้นี้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๒ หลังจาก มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและตั้งคณะรัฐมนตรี นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ๑ ปีกับ ๑๓๕ วัน ที่รัฐมนตรีได้มาตอบ นับว่าเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนที่เฝ้ารอคอยเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธาน กพช. ซึ่งกำกับดูแลในเรื่องของพลังงาน โดยตรง ต้องขอขอบคุณท่าน ผมเรียนถามกระทู้ด้วยเวลาจำกัดตามที่ท่านประธานได้กล่าว เมื่อสักครู่ว่า เนื่องด้วยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายส่งเสริมให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมมีสัดส่วน เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าบางโครงการ ทำให้สัดส่วนความเป็นเจ้าของด้านสาธารณูปโภค จำเป็นขั้นพื้นฐานแห่งรัฐตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไม่น้อยกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีสัดส่วนเพียงแค่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเรื่องนี้มีอดีตรัฐมนตรีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เห็นชอบอนุมัติให้บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับสิทธิสร้างโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ ตำบลหินกอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จากเดิม ๗๒๐ เมกะวัตต์ เป็น ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ โดยไม่มีการประมูล ทั้งที่อยู่ในช่วงระยะเวลาที่จะมี การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จึงเป็นเรื่องที่เร่งรีบอนุมัติ ทำให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าเร่งรีบ เกินไป นอกจากนี้ยังไม่มีการทำประชาคม ทำประชาพิจารณ์ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อปัญหาชีวิตและทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป จึงขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านมีอำนาจ ติดตาม ดูแล ประสาน สนับสนุน เร่งรัด ดำเนินการของคณะกรรมการทั้งหลายในอำนาจ ของท่านที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และพลังงานในรูปแบบ ต่าง ๆ ท่านมีนโยบายและมาตรการในการแก้ไขปัญหาสำหรับบริษัทเอกชนที่เข้ามามี ส่วนร่วมเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ซึ่งทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ของรัฐมีส่วนความเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านมีแนวทางในการแก้ไข อย่างไร คำถามที่ ๑ นะครับ🔗

คำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ได้ติดตาม สอบถาม แก้ปัญหา ในกรณีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เร่งรีบอนุมัติโครงการ ให้สิทธิในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือไม่ โดยทั้งที่รู้ว่าไม่มี การทำประชาคม ทำประชาพิจารณ์ แล้วจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับพี่น้องประชาชน🔗

คำถามที่ ๓ เนื่องจากโรงไฟฟ้า ตำบลหินกอง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิตต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดราชบุรี ทำให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดราชบุรีที่มีการประชุมพิจารณาในวาระพิเศษ และมีการลงมติคัดค้าน ไม่ให้ดำเนินการก่อสร้างหรือขยายโรงไฟฟ้าราชบุรีดังกล่าว ไม่ทราบว่าเรื่องนี้ทางกระทรวง ได้รับรายงานหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีนายขจร บุญมา ซึ่งเป็นอดีตกำนันตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงนายรังสรรค์ โฆสิตาภา ประธานชมรมกันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดราชบุรี ได้มีหนังสือถึงกระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี โดยยกเหตุผลถึงผลกระทบหลายเรื่อง ซึ่งด้วยเวลาจำกัด ๑๐ นาทีผมจะเก็บเอกสาร ทั้งหมดนี้เพื่อนำส่งท่านรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป ขออนุญาตสอบถามเพียง ๓ ข้อก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพลังงานได้ตอบครับ เชิญครับ🔗

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. บุญลือ ขออนุญาต เอ่ยนาม ที่ได้กรุณาสอบถามใน ๓ คำถามที่ถามถึงนะครับ ในคำถามแรก คงเป็นเรื่องของ ต้องการความชัดเจนในเรื่องของการที่สัดส่วนความเป็นเจ้าของในเรื่องของพลังงาน โดยเฉพาะ พลังงานไฟฟ้าจะต้องมีสัดส่วนเกินกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นเป็นประเด็นแรกที่จะไปสู่ประเด็นที่ ๒ และประเด็นที่ ๓ ต่อไปนะครับ🔗

ประเด็นแรก ผมขออนุญาตตอบสั้น ๆ อย่างนี้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๔ (๑๑) ของปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่รัฐจะต้องดำเนินการตาม แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ คือการดำเนินการใดก็ตามที่เป็นเหตุให้โครงสร้างหรือโครงข่าย พื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประชาชน หรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละ ๕๑ จะทำมิได้ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงพลังงานได้รับในการที่มีผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ในการร้องถามเรื่องนี้มา แล้วก็ได้มีร้องถามไปสู่ผู้ตรวจการแผ่นดินด้วยนั้น ทางกระทรวงพลังงานชี้แจงอย่างนี้ว่า ในเรื่องดังกล่าวนั้นเจตนารมณ์ในนโยบายเรื่องนี้คือต้องการให้การดำเนินการเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศห้ามแปรรูปโครงสร้างหรือโครงข่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิตประชาชน เพราะว่าการแปรรูปนั้นถ้าจะดำเนินการก็ทำได้เพียงบางส่วน เท่าที่จำเป็น แล้วก็ต้องมิให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน แล้วก็โครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้น ก็จะนำไปแปรรูปต่อไม่ได้ ในประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. บุญลือ อย่างนี้ว่าในประเด็นดังกล่าวถ้าเรามามองในเชิงโครงสร้าง ถ้าเราจับเฉพาะในส่วนของโรงไฟฟ้า ก็เป็นไปตามที่ท่าน ส.ส. บุญลือพูดในเบื้องต้นว่าตัวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น มีกำลังผลิตรวมเพียง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่อยากจะเรียนชี้แจงเพิ่มเติมอย่างนี้ว่าจริง ๆ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้นก็ได้ไปลงทุนในบริษัทลูกที่เป็นบริษัทเอกชน เช่น บริษัท ราชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็ดี หรือเอ็กโก (EGCO) ก็ดี หากเอาสัดส่วนหุ้นของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ไปร่วมผลิตในโรงไฟฟ้าเอกชน จะมีสัดส่วนการผลิต กำลังรวมเฉพาะส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีก ๑๓ เปอร์เซ็นต์ และนอกจากนั้นเรายังมีการซื้อไฟจากประเทศลาวที่เป็นประเทศ เพื่อนบ้านเพื่อจะมาใช้ไฟจากพลังน้ำในต้นทุนที่ถูก เพื่อมาให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ไฟที่ถูกนั้น การซื้อไฟจากประเทศลาวเข้ามานั้น ผู้ซื้อจะเป็นรัฐแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ก็คือการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้ซื้อ ซึ่งต้องถือว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้ที่ เป็นเจ้าของไฟฟ้าจากลาวที่เข้ามา ดังนั้นในไฟนำเข้าตรงนี้จะมีสัดส่วนอีก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้ารวมทั้ง ๓ สัดส่วนรวมกันจะทำให้ส่วนของรัฐที่มีความเกี่ยวข้องจะถือไว้ที่ ๕๖ เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากนั้นระบบของการผลิตไฟฟ้าบริการพี่น้องประชาชนยังรวมไปถึง ระบบสายส่ง ซึ่งระบบสายส่งนั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นของรัฐที่เข้าไปดูแล รวมทั้งระบบ การให้บริการพี่น้องประชาชน โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาคก็ดี การไฟฟ้านครหลวงก็ดี ก็เป็นของรัฐทั้งสิ้น ดังนั้นในประเด็นดังกล่าวนี้ทางกระทรวงพลังงานได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปสู่ สาธารณชนหลายครั้งว่าสัดส่วนที่การดูแลความมั่นคงในเชิงของการไม่ถูกแปรรูปหรือไม่ถูก การที่ไปอยู่ในภาคเอกชนนั้น กระทรวงพลังงานได้ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และขณะนี้ก็มี นโยบายตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีนโยบายในการที่จะเพิ่ม สัดส่วนของการผลิตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เช่นการเร่งรัดโรงไฟฟ้าที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ดีขึ้นมาเพื่อให้รัฐนั้นมีสัดส่วนของรัฐสูงขึ้น อันนี้ผมขอตอบคำถามแรก ผ่านท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. บุญลือนะครับ🔗

ส่วนประเด็นที่ ๒ เป็นประเด็นของพื้นที่ คือที่จังหวัดราชบุรีกับโรงไฟฟ้า หินกองที่ในตอนปลายของรัฐบาลได้มีการดำเนินการต่อโรงไฟฟ้าที่จะหมดอายุของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ๗๐๐ เมกะวัตต์ แล้วก็มีการอนุมัติเพิ่มให้อีก ๗๐๐ เมกะวัตต์ ในพื้นที่เดียวกัน เรื่องนี้ผมได้ขอข้อมูลจากการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งหลักการและ เหตุผลในตอนนั้นที่ได้รับรายงานแล้วก็จะเรียนท่านประธานที่เคารพทราบอย่างนี้ครับว่า ในตอนที่มีการพิจารณาเมื่อปี ๒๕๖๒ ประมาณช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ช่วงนั้น ก็ได้มีการพิจารณาถึงความไม่มั่นคงเรื่องของไฟฟ้าในภาคตะวันตก ที่จะมีโรงไฟฟ้า ปลดระวางจำนวนมาก โดยทยอยปลดระวางโรงแรกก็คือโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ขนาด ๗๐๐ เมกะวัตต์ซึ่งจะปลดในปีนี้ ปี ๒๕๖๓ แล้วก็ยังมีโรงอื่น ๆ ที่ทยอยปลดระวาง คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานขณะนั้นหรือ กบง. มีการประชุม เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ก็มีมติในการที่จะให้กลุ่มบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ที่ได้รับการดำเนินการโรงไฟฟ้าในส่วน ๗๐๐ เมกะวัตต์ เพื่อจ่ายไฟเข้าระบบในปี ๒๕๖๗ เหตุการณ์ขณะนั้นเหตุผลก็คือเนื่องจากการสร้างโรงไฟฟ้าใช้เวลาหลายปี แล้วก็กลัวว่าจะไม่ เพียงพอที่จะมีกำลังไฟฟ้าป้อนในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นปีที่ไฟฟ้าในประเทศไทย จะสมดุลในส่วนของกำลังผลิตและกำลังการใช้งานในประเทศ แต่ในขณะเดียวกันนั้นสิ่งที่คิดว่า เป็นประเด็นที่ท่าน ส.ส. บุญลือได้กรุณาถามผ่านท่านประธานมาก็คือการอนุมัติในครั้งนั้น ได้มีการอนุมัติเพิ่มเติมในส่วนของ ๗๐๐ เมกะวัตต์เข้าไปในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเหตุผลในการ อนุมัติเพิ่มเติมอีก ๗๐๐ เมกะวัตต์ในพื้นที่เดียวกันในครั้งนั้นมาจากเหตุผลถึงความคุ้มค่า ในการลงทุน เหตุผลถึงต้นทุนการออกแบบจัดซื้อ แล้วก็รวมทั้งการใช้พื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม นั่นคือเหตุผลขณะนั้น ซึ่งมติขณะนั้นมีมติบอกว่าเป็นพื้นที่เดิมที่จะได้รับการยอมรับจาก ชุมชนอยู่แล้ว ก็ได้ดำเนินการตามนั้นไป แล้วก็เท่าที่ทราบมาขณะนี้ก็อยู่ระหว่างบริษัท ที่ได้รับไปได้ไปตั้งบริษัทขึ้นมาชื่อหินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด ก็มีกำลังการผลิตรวม ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ ก็ได้ดำเนินการในเรื่องของเสนอร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมอยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในประเด็นที่ผมได้เรียน ท่านประธานมานั่นก็คือสิ่งที่ได้ดำเนินการมาก่อนในปลายของรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็เป็น ประเด็นที่ทางท่าน ส.ส. และหลายท่านในพื้นที่นั้นได้มีความสนใจว่าในสิ่งที่ดำเนินการนั้น อาจจะดูว่าเร่งอนุมัติในส่วนเหล่านั้น ผมคงเรียนท่านประธานถึงเหตุและผลในการดำเนินการ ที่ผ่านมาตามที่เรียนให้ทราบนะครับ🔗

มาในประเด็นถึงปัจจุบัน ประเด็นปัจจุบันนั้นจะเห็นว่ามีทั้ง อบจ. และ ในพื้นที่ตามที่ท่าน ส.ส. บุญลือได้เรียนท่านประธานไปนั้นมีความคัดค้านในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ ก็ดีนั้น ผมในฐานะที่ดูแลกำกับกิจการพลังงานในเชิงของกระทรวงพลังงาน ยังไม่ได้รับ ร้องเรียนในสิ่งนี้เข้ามาโดยตรงเท่าที่จำได้นะครับ แต่ผมจะเร่งตรวจสอบให้ ซึ่งหากว่า การดำเนินการที่ผ่านมาใด ๆ ก็ตามเป็นสิ่งที่ในพื้นที่มีความไม่สบายใจหรือมีความไม่เห็นด้วย ในประเด็นใดก็ตามนั้น ก็ยินดีที่จะรับในเรื่องร้องเรียนเหล่านั้นเข้ามาเพื่อที่จะดำเนินการ ตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ หากว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อมไม่ได้รับการเห็นชอบ โดยหลักการ นั้นก็จะไม่สามารถดำเนินการโรงไฟฟ้าได้นะครับ เพราะว่าโรงไฟฟ้าจะดำเนินการได้นั้น จะต้องได้รับการยอมรับในเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย ผมเองเรียนว่าความตั้งใจในการที่จะ บริหารปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบของพลังงานนั้นกับชุมชน กระทรวง พลังงานพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหานะครับ หากว่าเรื่องใดก็ตามที่เป็นปัญหาในพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ก็พร้อมที่จะมีคณะดำเนินการที่จะดูแลในสิ่งเหล่านี้ ก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพไปถึงท่าน ส.ส. บุญลือครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านบุญลือ ถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ🔗

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นคำถามสุดท้าย ที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ สอบถามมาเป็นเวลา ๑ ปีกับ ๑๓๕ วัน ดังนั้นการอนุมัติโครงการของอดีตรัฐมนตรี นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ก่อนที่จะมีการตั้งคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เพียงเวลาแค่ ๖๐ กว่าวัน เป็นโครงการที่ใหญ่ ผมต้องเรียนอย่างนี้ ว่าผมมีเอกสารลับ ซึ่งเป็นเอกสารจากบริษัท ไฟฟ้าราชบุรี ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน ว่าบริษัทมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด ๕-๖ โรง จำนวน ๖,๐๘๙ เมกะวัตต์ ซึ่งถ้าท่านประธาน ปล่อยให้ท่านรัฐมนตรีกำกับการดูแลปล่อยในลักษณะอย่างนี้ ผมเรียนว่าวันนี้กำลังการผลิต ไฟฟ้าทั่วประเทศมีทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ เฉพาะจังหวัดราชบุรีนี่ ๖,๐๘๙ เมกะวัตต์ ถ้าเราปล่อยลักษณะอย่างนี้ ผมเรียนว่าในอนาคตพี่น้องประชาชนคนจังหวัดราชบุรี จะอยู่ยาก ผมในฐานะที่เป็นผู้แทน ผมเรียนว่าอดีตรัฐมนตรีศิริ จิระพงษ์พันธ์ เร่งรีบ แล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้โดยที่ไม่ผ่านประชาคม ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผมขอสั้น ๆ ครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นไรครับ คือถึงแม้เวลาท่านจะหมด แต่ผมอนุญาตให้เพราะมันเป็นประเด็นที่มีเนื้อหาสาระ ประกอบกับ รัฐมนตรีที่จะมาตอบกระทู้ต่อไปยังติดตอบกระทู้อยู่ที่ห้องประชุมใหญ่อยู่ เพราะฉะนั้น ท่านถามได้เต็มที่นะครับ ขยายเวลาให้ท่านครับ🔗

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

กราบขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จังหวัดราชบุรี ๑๐ อำเภอ ตำบลหินกองอยู่ฝั่งซ้าย ขยับมาเป็นอำเภอดำเนินสะดวก อำเภอโพธาราม ซึ่งเป็น เมืองเกษตรกร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้พี่น้องเกษตรกรปลูกมะพร้าว มีรายได้จากผลผลิต สร้างจีดีพี (GDP) ให้กับประเทศอย่างมากมาย แต่ถ้าในอนาคตวิธีการอนุมัติพลังงาน โดย กพช. หรือ กบง. ก็ตาม ใช้แนวทางอย่างนี้ ผมเรียนว่าจะเป็นภัยต่อพี่น้องประชาชน และผมเรียนว่าการอนุมัติโครงการครั้งนี้ผมต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ประทานโทษ ท่านรัฐมนตรีก็เป็นลูกเกิดจังหวัดกาญจนบุรี บ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดราชบุรี ท่านต้องดูว่าการที่อดีตรัฐมนตรีเร่งรีบโดยที่ไม่ฟังเสียงประชาคม ประชาพิจารณ์เลย แล้วอนุมัติโครงการไปนี้ ท่านอาจจะทำได้ในช่วง ครม. ขณะนั้น เพราะไม่มีผู้แทน ผมเองก็เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีมา ผมคิดว่าถ้าในช่วงเวลา ๖๐ วันจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ และเป็นเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ผมคิดว่าไม่ควรทำ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีกลับไปทบทวน กลับไปดู แล้วก็ช่วยคลี่คลายปัญหา ให้เบาบางลง ผมไม่อยากให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการการฟ้องต่อศาลปกครองหรือ กระบวนการยุติธรรม ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีช่วยกลับไปทบทวน กลับไปดู ดำเนินการเรื่องนี้ เสียใหม่ เพื่อให้พี่น้องประชาชน อย่างที่ผมได้กราบเรียนว่าเอกสารที่ผมถืออยู่ขณะนี้ มันไม่ใช่ ๗๐๐ บวก ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ในอนาคต วันนี้มันมี ๖,๐๐๐ เมกะวัตต์แล้วครับ ในอนาคตต้องเพิ่ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเพิ่มด้วยเหตุและผลในการเจรจา และสิ่งสำคัญ ต้องตอบโจทย์ ต้องทำให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเกษตรกรครึ่งจังหวัดเขาเกิดความสบายใจขึ้น กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพลังงานตอบครับ เชิญครับ🔗

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนอย่างนี้ว่าที่ท่าน ส.ส. บุญลือ ได้กรุณาเรียนท่านประธาน ผ่านมาทางผมนั้น ผมเรียนว่าจุดยืนเราไม่ได้ต่างกัน ผมเองพยายามอย่างยิ่งที่จะให้เกิด ความสมดุลของการบริหารจัดการพลังงานเพื่อความมั่นคงกับผลประโยชน์พี่น้องประชาชน และสิ่งใดก็ตามที่กระทบพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่ผมพยายามที่จะแก้ปัญหา ดังนั้น ความเดือดร้อนจากพี่น้องในพื้นที่จังหวัดราชบุรีที่ท่าน ส.ส. บุญลือ ได้กรุณาให้ข้อมูลนั้น เป็นสิ่งที่ผมสดับรับฟัง แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว การดำเนินการนั้นก็คงจะต้องไป ดำเนินการ ซึ่งผมจะไปดูว่าจะดำเนินการในการที่จะรับเรื่องร้องเรียนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบกันนั้นจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ด้วยเจตนาที่ไม่ได้แตกต่างกันครับ หากสิ่งใดที่ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการที่เข้าไปแก้ไข และแก้ปัญหา ด้วยในวัยอย่างนี้ล่ะครับ ถ้าท่านประธานได้สังเกตก็จะเห็นว่าเมื่อผมมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้นได้พยายามจะสร้างสมดุลระหว่างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งมักจะมีเรื่องร้องเรียนเสมอกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ถึงเราจะมีกองทุนโรงไฟฟ้าและพัฒนาไฟฟ้าที่เข้าไปแก้ปัญหาก็เป็นเพียงปลายเหตุ ซึ่งยังไม่ได้แก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ ผมเองก็ได้มีสั่งการเชิงนโยบายให้กับคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน หรือ กกพ. ไปดูปรับการใช้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนที่เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า เช่นใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกเพื่อชดเชย หรือการไปสร้าง เศรษฐกิจที่เข้มแข็งในพื้นที่ที่ตั้งโรงไฟฟ้าเพื่อชดเชยต่อสิ่งที่เขาสูญเสียในเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งโรงไฟฟ้า ก็แสดงถึงความไม่ได้นิ่งนอนใจในสิ่งเหล่านี้ แล้วก็จะเร่ง ในการที่จะทำให้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าอันเกิดจากการตั้งโรงไฟฟ้านั้นเกิดประโยชน์ และขณะเดียวกันถ้าท่านประธานได้เห็นในสิ่งที่ผมพยายามผลักดันก็คือได้กระจายการผลิต ไฟฟ้าให้เป็นขนาดเล็กลงไปสู่พี่น้องประชาชนขึ้นมาเป็นเจ้าของโดยชุมชนเป็นเจ้าของ ลดปัญหาการต่อต้าน และขณะเดียวกันเอาไปสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในเชิงเศรษฐกิจ ฐานรากโดยใช้วัตถุดิบเป็นพืชเกษตรของพื้นที่มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตในโครงการ ของโรงไฟฟ้าชุมชนซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้เร็ว ๆ นี้ นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่จะสร้างสมดุลระหว่างความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนมาปลูกพืชพลังงาน มีรายได้ ที่มั่นคงจากพืชพลังงานและมีส่วนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าเล็ก ๆ เพื่อจะกระจายการผลิตไฟฟ้า นั้นให้กับพื้นที่และเป็นรายได้ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง อันนั้นก็เป็นนโยบายที่ดำเนินการ ควบคู่ไป อย่างไรก็ดีครับ ท่านประธานครับ ผมขอรับในสิ่งที่เป็นความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผ่านจากท่านประธานโดยท่าน ส.ส. บุญลือ ประเสริฐโสภา ผมจะรับ ไปดำเนินการต่อและจะดูในเชิงหลักการและข้อเดือดร้อนว่าจะดำเนินงานในเรื่องนี้ได้อย่างไร ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถือว่าเป็น การถาม ตอบกระทู้ถามในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ถือว่าเป็นการถาม ตอบที่จบบริบูรณ์ ท่าน ส.ส. บุญลือ ประเสริฐโสภา ก็คงได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจให้กับพี่น้อง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้รับคำถาม รับข้อสังเกตเพื่อที่จะไปดำเนินการต่อ ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ท่านให้เกียรติกับห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของเรา ขอบคุณท่านบุญลือที่กรุณาถามกระทู้ถามแยกเฉพาะของเรา ขอบคุณครับ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๙๖ เรื่อง ปัญหาการก่อสร้าง สนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสล่าช้า (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓)🔗

ด้วยคุณนิติพล ผิวเหมาะ ได้มีหนังสือแจ้งขอถอนกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิถอนกระทู้ถามเมื่อใดก็ได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ ถือว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้ได้ถูกถอนไปโดยเจ้าของกระทู้นะครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๐๑ เรื่อง การติดตั้งกระแสไฟฟ้า สู่ชุมชนหมู่บ้านผาแดงและบ้านป่าเมี้ยง อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจร่วมคณะของรองนายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก ไม่สามารถจะมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ก็ถือว่ากระทู้ถามที่ ๑.๓.๓ ของคุณนิติพล ผิวเหมาะ เลื่อนออกไป จะไปบรรจุในวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ นะครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๐๒ เรื่อง ปัญหาการกำหนดราคาขาย ปาล์มทะลายและน้ำมันปาล์ม (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

ด้วยหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปก่อน ก็แสดงว่ากระทู้ถามเฉพาะเราวันนี้ ถูกเลื่อนไป ๓ กระทู้นะครับ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๐๓ เรื่อง ขุดลอกฟื้นฟูหนองแต้ เพื่อกักเก็บน้ำทำน้ำประปาหมู่บ้าน บ้านขาม หมู่ที่ ๓ และบ้านขามพัฒนา หมู่ที่ ๙ ตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากในวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงได้ มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องจากกรมชลประทานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ มีดังนี้ ๑. นายวิทยา แก้วมี ผู้อำนวยการกองแผนงาน ๒. นายไกรโรจ มัฆมาน หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานจังหวัดสกลนคร ๓. นายทนงศิลป์ ทวีคูณ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๔ โครงการชลประทานจังหวัดสกลนคร และผมได้ อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ๑. นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล ๒. นางสาวอภิญญ์พงษ์ บุญศล ซึ่งถือว่าเป็นประชาชนผู้มีส่วนร่วมได้เข้าร่วมรับฟัง ถาม ตอบกระทู้ถามในครั้งนี้🔗

ทั้งนี้ขออนุญาตแจ้งประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังว่าทางสภาเราต้องขอ ความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบ สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้ เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก ตรงนี้เป็นระเบียบ เป็นข้อบังคับของสภา ผู้แทนราษฎร เพราะกลัวว่าประชาชนที่ติดตามมาร่วมรับฟังการประชุมสภา พอเห็น ส.ส. ถามกระทู้ แล้วรัฐมนตรีผู้ตอบกระทู้ ตอบอาจจะไม่ตรงกับความรู้สึกของเรา ข้อเท็จจริง ทั้ง ๒ ฝ่ายอาจจะไม่ตรงกันก็กลัวจะเผลอตัวโต้ตอบขึ้นมา เถียงขึ้นมา อะไรทำนองนี้ ฉะนั้น ต้องแจ้งข้อกำหนดเอาไว้เพื่อทราบนะครับ🔗

ขอแจ้งให้ทราบว่าการถามกระทู้ถามในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา มีเวลาทั้งหมดทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ๒๐ นาที ผู้ถาม ท่านอนุรักษ์ บุญศล สามารถถามโดยใช้ เวลา ๑๐ นาที ส่วนรัฐมนตรีผู้ตอบก็ใช้เวลา ๑๐ นาทีเหมือนกัน ถามได้ ๒ ครั้ง แต่ถ้าจำเป็น ต้องถามเป็นครั้งที่ ๓ ก็ต้องได้รับอนุญาตจากประธาน ประธานก็จะพิจารณาดูว่าเนื้อหา สาระของการถาม เนื้อหาสาระของการตอบครบถ้วนสมบูรณ์หรือยัง ถ้ายังมีความจำเป็น ที่จะต้องถาม ต้องตอบเพื่อที่จะให้เกิดความกระจ่างในการถามกระทู้นะครับ ผมประธาน ก็จะมีอำนาจในการอนุญาตว่าจะให้ขยายเวลาต่อไปหรือไม่ ก็ขอแจ้งให้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ได้รับทราบ ผมก็พยายามฆ่าเวลาด้วยการพูดถ่วงเวลาไว้รอท่านรัฐมนตรี ก็รู้ว่าท่านมีภารกิจ สำคัญมากในห้องประชุมสภาใหญ่ ไม่ได้มาช้านะครับ เพราะว่าสภาเรามีกระทู้ทั้งหมด ๓ ประเภท ประเภทแรกกระทู้ถามสดด้วยวาจา ประเภทที่ ๒ กระทู้ถามทั่วไป ประเภทที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ก็ไปตอบกระทู้ถามสด ด้วยวาจามา ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร รัฐมนตรียุคนี้ทำงานหนักมากนะครับ ก็เข้าใจกัน สรุปคร่าว ๆ ว่าขณะนี้ผู้ถามกระทู้คือท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามกระทู้ถาม เรื่อง ขุดลอกฟื้นฟู หนองแต้เพื่อกักเก็บน้ำทำน้ำประปาหมู่บ้าน บ้านขาม หมู่ที่ ๓ และบ้านขามพัฒนา หมู่ที่ ๙ ตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นติดภารกิจ ที่นัดหมายไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ก็เลยมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้มาตอบ ฉะนั้นทุกอย่างพร้อมแล้ว ผมเชิญ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เตรียมตอบ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าทุกครั้งที่ท่านตอบกระทู้ของดิฉันเอง และท่านมักจะเรียกฉันว่าครูติ๋ว ในคราวที่ เปิดประชุมครั้งแรก กระทู้ถามแรก ที่ ๐๐๑ ท่านก็ให้เจ้าหน้าที่ติดตามช่วยเหลือเป็นอย่างดี ในคราวกระทู้ถามครั้งนั้น และในครั้งนี้นั้นดิฉันก็หวังว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือ จากการบริหารจัดการของท่านเช่นเดียวกันค่ะ คือบ้านขาม หมู่ ๓ บ้านขามพัฒนา หมู่ ๙ กว่า ๑,๐๐๐ ครัวเรือนไม่มีน้ำประปาใช้เลย ดิฉันได้ลงพื้นที่ตามรูป ก่อนที่จะมาตั้งกระทู้ถาม ๒-๓ วันหนองแต้ยังไม่มีน้ำเลย ต้องบอกว่าแล้งกลางฤดูฝนไม่มีเลย นายก อบต. ค้อใต้ ได้มีรถน้ำ ๑ คัน ไปขอน้ำที่อื่นมาใส่บ่อพัก แล้วก็สูบขึ้นไปที่แทงก์ (Tank) แล้วก็ปล่อยให้ ประชาชนจะหมดภายใน ๓๐ นาทีต่อวัน จะเป็นอย่างนี้หมด ก็กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าแล้วทำไมประชาชนไม่สูบน้ำบาดาล กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ทราบว่าเค็มหมดค่ะ เจาะลงไปไม่ได้ทั้ง ๒ หมู่กว่า ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือนเลยทีเดียว จึงเป็นที่ เดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวในเรื่องนี้🔗

กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีได้ทราบว่าสัก ๒ เดือนที่แล้ว ประชาชนได้เก็บเงินกันคนละ ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๑๐๐ บาท เป็นเหมือนผ้าป่า ได้ประมาณ ๖๗,๐๐๐ บาท ได้ ๑ ขอบค่ะ ๑ ขอบที่เห็นอยู่ในจอ ได้ ๑ ขอบเท่านั้น ที่ผู้รับเหมาทำให้ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำไว้ได้ ก็เลยเป็นความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส จึงได้นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร หวังว่าท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน นั้นจะช่วยเหลือเกื้อกูลเหมือนทุกครั้งที่ตอบกระทู้ถาม แล้วให้เจ้าหน้าที่ลงไปดูให้ อย่างเร่งด่วน🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันถามคำถามแรก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายที่จะพัฒนาปรับปรุงขุดลอกหนองแต้ให้ลึกกว่าเดิม เขาต้องการน้ำค่ะ ขณะนี้ไม่พอ จาก ๓ เมตร เป็น ๖ เมตร เพื่อการเก็บกักน้ำของบ้านขาม หมู่ที่ ๓ และบ้านขามพัฒนา หมู่ที่ ๙ ตำบลคอใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิก แล้วก็ครูติ๋วที่น่ารัก ท่านเป็นสภาผู้แทนราษฎรที่ขยันที่สุดคนหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ทุกครั้งท่านจะถามถึง ปัญหาและอาชีพของชาวบ้าน ทุกครั้งท่านห่วงชาวบ้านมาก ไม่ว่าจะเรื่องทำกิน เรื่องน้ำ วันนี้ก็เหมือนกัน ในกรณีของห้วยบ้านค้อใต้ซึ่งเก็บกักน้ำอยู่ประมาณ ๖ ไร่ เก็บน้ำได้ ประมาณ ๓๒,๐๐๐ คิว ถ้าเต็มที่ และขณะนี้ตามที่ท่านเล่าให้ฟังก็น่าเห็นใจเพราะไม่สามารถ จะเจาะบาดาลได้ แล้วก็เป็นน้ำเค็ม จะต้องอาศัยน้ำธรรมชาติเก็บกักเอาไว้ สิ่งที่ผม อยากจะตอบก็คือว่าวันนี้บ่อลึกหนอง ๖ ไร่ของบ้านค้อใต้ ๑. ไม่ได้รับการขุดลอก แต่ขณะเดียวกันตอนนี้เราก็ได้ให้ทาง อบจ. เข้าไปดำเนินการขุดลอกให้ เนื่องจากว่าภายใต้ พ.ร.บ. กระจายอำนาจของท้องถิ่น กรมชลประทานจะเข้าไปดูแลได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อมากกว่า ๒ ล้านคิว คราวนี้ในบ้านค้อใต้ตรงนี้เป็นโครงการถ่ายโอนอยู่ในการดูแลของ อบต. กรมชลประทานจะเข้าไปดำเนินการไม่ได้ เอาอย่างนี้ดีไหม ท่านลองหาแหล่งใหม่ หาที่ดินใหม่ ซึ่งท่านบอกว่าจะเจาะให้ลึกลงไปอีกนี้ไม่ได้แล้วครับ เพราะอะไรครับ ถ้าเกิน ๓ เมตรไปแล้ว เป็น ๖ เมตร มันสไลด์ (Slide) ทันที ผลเสียก็จะเกิด แล้วก็ดินข้างก็จะพัง ทางกรมชลประทาน ชี้แจงให้ฟังว่าถ้าท่านหาที่ได้ เราพร้อมที่จะจัดหางบไปให้ ที่ดินถ้าเป็น ๑๐๐ ไร่ยิ่งดี เราจะจัด เหมือนกับแก้มลิงให้เพื่อเป็นการแก้ไข ตั้ง ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเราเห็นใจ สนใจ แล้วก็ ครั้งแรกผมคิดมาตอบท่านอย่างไรรู้ไหม บอกเมื่อน้ำท่านมีบ่ออย่างนี้น้ำไม่พอ ผมจะเจาะบาดาลให้ท่าน เราสามารถจะสั่งให้บาดาลไปช่วยได้ทันที แต่ท่านบอกว่าถ้าน้ำเค็ม ผมไม่ทราบว่าลึกลงไปเท่าไรที่เจอน้ำเค็ม ถ้าลึกมากกว่า ๑๐๐ เมตรถึง ๒๐๐ เมตร ยังมีน้ำเค็มไหม ลองทำความเข้าใจหน่อย ผมก็จะขอให้อธิบดีกรมบาดาลไปดำเนินการ ให้เป็นการเร่งด่วน ถ้าท่านขุดแล้ว ตอนนี้ทาง อบจ. ได้ขุดไปบ้างแล้ว ผมจะเอาบาดาล ระดับลึกลงไปให้ ถ้าใช้ได้ก็จะสั่งการให้ทันทีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูง พ่อพระสำหรับ คนยากคนจนและความเดือดร้อนของพี่น้องทุกครั้งเลย ดิฉันต้องกล่าวว่าทุกครั้ง ปลื้มใจ ทุกครั้ง ชื่นใจทุกครั้ง ปิติทุกครั้ง ท่านบอกว่ามีบ่อใหญ่ ๆ ไหม มีห้วยทรายค่ะ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ๑๘๒ ไร่ในตำบลค้อใต้นี่ละค่ะ เขียนแผนเข้าโครงการ นายก อบต. เขียนแผนไว้เรียบร้อยแล้ว ประมาณเกือบ ๓๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็แห้งขอดเหมือนกัน ปีนี้แล้งมาก แล้งกลางฤดูฝนโหดร้ายมาก แล้วก็มีท่ออะไรที่ทำไว้หมดแล้ว แต่ไม่มีน้ำ ตรงนี้ค่ะชื่อว่าห้วยทราย แล้วก็เป็นของ อบต. บงใต้ แล้วทำโครงการไว้แล้วประมาณ เกือบ ๓๐ ล้านบาท ถ้าขุดลอกอะไรเรียบร้อยแล้วประชาชนจะได้ใช้ แล้วบ้านใกล้เคียง ก็จะได้ใช้ทั้งตำบลเลย เพราะว่าตำบลนี้ อบต. เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส รถน้ำมี ๑ คัน ทุกหมู่บ้านจะต้องขนให้ ๑ ๑ ๑ เฉพาะบ้านข้าม หมู่ ๓ และบ้านขามพัฒนา หมู่ ๙ ได้ ๒ รถ ก็จะส่งขึ้นไปบนแทงก์ (Tank) แล้วก็ลงมาภายใน ๓๐ นาที คนก็จะแย่งน้ำกันหมด แล้วก็สำหรับอีกเรื่องหนึ่งนั้น ขุดบ่อบาดาลระดับลึกลงไปไม่ทราบค่ะ ก็ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลตรวจสอบให้ด้วย มันก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถจะช่วยเรื่องแล้งในฤดูฝน แล้วถ้ามันจะเป็นอย่างนี้ ปีหน้า ปีไหน ๆ ยิ่งแล้งจัด ๆ แล้ง ๗ เดือนในภาคอีสาน ซึ่งท่านประธานทราบดี แต่ท่านประธานนั้นไม่แล้งเหมือนบ้านดิฉันนะคะ เพราะว่าของท่านประธานนั้นถึงจะเป็น อีสานก็อยู่ที่ริมแม่น้ำโขง ก็เลยไม่เดือดร้อนมาก แต่ของดิฉันอยู่ค่อนข้างที่จะแล้งสาหัส แล้ง ๗ เดือนจริง ๆ แล้วก็ไม่มีน้ำจริง ๆ แม้กระทั่งบ้านครอบครัวดิฉันเองก็ต้องเอารถถัง ใส่ ใส่ ใส่ น้ำ แล้วก็ไปขอน้ำตามที่ต่าง ๆ มาใช้ ก็จะเป็นอย่างนี้ เพราะว่าลึกลงไปนั้นเค็มมาก เค็มจนเป็นน้ำกร่อย แต่ไม่รู้ว่าลึกมากขนานไหน แต่เราเจาะ ๔๐ เมตรเค็มค่ะ ๔๐ เมตรเค็ม ก็เลยไม่สามารถใช้น้ำได้ ดังนั้นแล้วท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะให้ขุดลงไประดับลึก เหมือน สวรรค์มาโปรดนะคะ แล้วอันที่ ๒ บอกว่ามีบ่ออีกไหม มีห้วยทราย ๑๘๒ ไร่เลยค่ะ ตรงนี้นั้น เคยเป็นแหล่งน้ำของทั้งตำบล แต่ว่าตอนนี้แห้งขอดแล้วก็ตื้นเขิน ถ้าท่านบอกว่าแล้วจะให้ กรมชลประทานไปดูแล้วขุดลอกให้ ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗

ถามคำถามที่ ๒ ถ้าท่านกล่าวมาแล้วว่าหนองแต้ไม่สามารถที่จะทำได้ ตอนนี้ ให้ อบต. ทำอยู่ แล้วก็ไม่สามารถที่จะลึกไปกว่านั้นได้เพราะว่าแคบ แล้วมีแหล่งใหม่ท่านจะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไรได้บ้าง ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นใจนะครับ ผมรับไปเลยครับ วันนี้จะให้คำตอบเลย เดี๋ยวเสร็จจากนี้ผมจะโทรถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านศักดิ์ดา ให้ต่อสายให้ ครูติ๋วคุย ว่าน้ำอย่างนี้ แล้วให้เขาส่งเจ้าหน้าที่ ครูติ๋วกลับไปวันไหนก็ให้ไปเจอเลย หรือไป เจอใคร รู้เลยว่าจะเจาะได้ ไม่ได้ เขามีแผนที่ดาวเทียม เขาจะรู้เลยว่าน้ำตรงไหนเจาะได้ ไม่ได้ ขนาดไหน ผมรับดำเนินการให้วันนี้🔗

แหล่งที่ ๒ น่าสนใจคือห้วยทราย ห้วยทรายอยากจะฝากให้ท่าน ผอ.วิทยา แก้วมี ผู้อำนวยการกองแผนงานลองไปดู โทรไปบอกกรมชลประทานจังหวัดให้ไปดูวันนี้เลย แล้วก็กลับมาตอบว่าทำได้อย่างไร ให้ครูติ๋วได้กลับไปบอกชาวบ้านว่าเรามีโอกาสแก้ไขแล้ว ๑ ๒ ๓ ผมก็ดีใจด้วยกับชาวบ้านที่ครูติ๋วเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า การถาม ตอบกระทู้ถามของท่านอนุรักษ์ บุญศล ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ก็ถือว่าจบนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน และขอบคุณท่านอนุรักษ์ บุญศล อย่างไรก็เหลือไว้ให้ จังหวัดนครพนมบ้างนะครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านตั้งกระทู้เลยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเสียเปรียบ เพื่อนก็ตรงนี้ละครับ ตั้งกระทู้ถามเองไม่ได้ เดี๋ยวผมส่งข้อมูลดิบก็แล้วกันนะครับ กราบขอบคุณทุกท่านนะครับ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๐๔ เรื่อง แนวทางและมาตรการฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ธรรมแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑.นายสมบูรณ์ หอมนาน รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว ๒. นางสุนิสา พวงประดับ หัวหน้า กลุ่มงานส่งเสริมการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ๓. นางจิตรลดา ถนอมศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ๔. นายศุภกิจ บุญขันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักเทศกิจ ๕. นางสาวอรอนงค์ น้อยเสวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดุสิต และผมได้อนุญาต ให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ๑. นางสาวพรรณวลัย กิจบุรินทร์ ๒. นายกฤช วสุธาร ๓. นางสาวฉวีวรรณ กิตติเจริญฤกษ์ ๔. นางสาวภวรียารัส จีรัชโภคภาภัคร์ ๕. นายเจนณรงค์ ซาก้า ทั้งนี้ทำความเข้าใจสำหรับท่านผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้ารับฟัง การประชุมในครั้งนี้ว่าทางสภาผู้แทนราษฎรเราต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาต ให้เข้าฟังการประชุมกรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาต ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขอให้อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยา เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็น การรบกวน ขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์ สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอก ตอนนี้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ผู้ตั้งกระทู้ถามได้ถาม แล้วก็เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เตรียมตอบกระทู้ถามนะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มาตั้งกระทู้ถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีของแผนการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่สำหรับกลุ่มเศรษฐกิจผู้ประกอบการรายย่อย แล้วก็ชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตบางซื่อและเขตดุสิตของดิฉัน สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ไปทั่ว ที่ผ่านมาเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครก็ได้มีการเยียวยา ช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนในชุมชน ทีนี้ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ เช่นกัน วันนี้เลยอยากจะมาเรียนถาม ซึ่งผลกระทบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในเขตของดิฉันค่ะ ทั่วกรุงเทพมหานคร วันนี้เลยเรียนเชิญท่าน ส.ส. จากเขตอื่น ท่าน ส.ส. กรณิศ ส.ส. ฐิติภัสร์ แล้วก็ ส.ส. ศิริพงษ์ เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในเขตของตนนะคะ เพราะได้รับผลกระทบ เช่นกันในเรื่องเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อย🔗

คำถามแรก ที่อยากจะเรียนถามก็คือไม่ทราบว่าทางรัฐหรือว่าทางรัฐมนตรี ท่านมีแนวทางและมาตรการในการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจช่วงรอยต่อและช่วงหลังวิกฤติ โควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบครับ เชิญครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่ผ่านมานี้ทั้งในช่วงที่มีวิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ก่อนหน้านั้นก็มีภาวะเศรษฐกิจอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากหลายประการด้วยกันอย่างที่ ทราบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาวะภัยแล้ง ไม่ว่าเรื่องของสงครามการค้า ที่สำคัญเลยก็คือ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการดำเนินธุรกิจนี้มาก ที่เราเรียกว่าดิสรัปชัน (Disruption) หรือดิสรัปทิฟ อีโคโนมี (Disruptive Economy) ก็แล้วแต่ มันมีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ที่เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศก็จะ ได้รับผลกระทบนี้ ต่อมาเมื่อมาโดนภาวะของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เกิดปัญหามากอย่างที่ เราทราบ และเพื่อหยุดยั้งโรคเราก็ได้มีมาตรการต่าง ๆ ที่ทำให้การประกอบอาชีพของพี่น้อง ประชาชนไม่สามารถทำได้ ก็เลยเป็นดาบซ้ำลงไปอีกที่ประชาชนได้รับผลกระทบ ก่อนที่จะ ไปถึงตรงนั้นผมก็อยากเรียนว่าสภาพสังคมของเราปัจจุบันนี้เราต้องยอมรับว่ายังมีผู้ที่อ่อนด้อย อยู่ทั้งต่างจังหวัดของภาคการเกษตร แล้วก็ที่อยู่ในพื้นที่เมืองทุกเมือง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ด้วย เรายังมีความยากลำบากในการทำมาหากินอยู่ คนส่วนนี้ก็ยังเพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้เขาก็มี การทำมาหากินโดยสุจริต เช่นการไปค้าขายตามพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ มันมีอยู่ทั่ว ๆ ไป ทั่วประเทศเลย ทั้งกรุงเทพมหานครด้วย ในการนี้ถามว่าถ้าโดยกฎหมายแล้วเป็นอย่างไรนั้น ถ้าท่านประธานและท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านอยู่ในรัฐสภา ท่านเป็นนิติบัญญัติ ท่านคง จะต้องเดินทั้ง ๒ ทาง ก็คือว่าท่านต้องยึดกฎหมาย ไม่เช่นนั้นท่านจะไม่สามารถเอานโยบาย รัฐไปให้ผู้ปฏิบัติปฏิบัติได้เลย เพราะผู้ปฏิบัติไม่สามารถใช้วิจารณญาณได้ จะต้องทำตาม กฎหมาย จะต้องให้บริการอย่างไร มีเวลาเท่าไรที่จะต้องให้บริการตามกฎหมาย มีหมด ทุกอย่าง การละเว้นการทำนั้นก็มีปัญหา ในเรื่องของการค้าขายที่กรุงเทพมหานคร ผมเรียนย้ำว่าผมเข้าใจว่าประชาชนเดือดร้อน ไม่มีใครที่มีเงินแล้วอยากไปนั่งขายของ อยู่ริมถนน เขาลำบากเขาจึงต้องไป ท่านก็เป็น ส.ส. ท่านจะต้องมาดูแลก็สมเหตุสมผล ในขณะเดียวกันผู้ที่รักษาความเรียบร้อยก็มีหน้าที่ต้องทำ จุดร่วมตรงนี้มันเป็นปัญหา ก่อนที่จะ ไปถึงว่ามีแผนช่วยอย่างไร สภาพการณ์ในกรุงเทพมหานครนั้นถ้าท่านไปด้วยตัวเองทุกตรอก ทุกซอก ทุกซอย จะมีการทำมาค้าขายที่เราเรียกว่าหาบเร่แผงลอย โดยไม่มีการผ่อนผันจาก เจ้าหน้าที่รัฐ เพราะถ้าจะมีการผ่อนผันจะต้องมีการขอโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ทำได้ ไม่มี แต่กรุงเทพมหานครก็ไม่ได้ไปเคร่งครัดในการที่ไปดูแลที่จะไปกวดขันที่จะบังคับไม่ให้ขาย ทำมาหากินจะมีทั่วทุกหัวระแหง ผมเข้าใจว่าใน ๕๐ เขตนี้เป็นหมื่น ๆ จุดที่ยอมให้ทำได้ แต่อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ต้องรักษาหน้าตากรุงเทพมหานคร ความสะอาด สุขอนามัย ความสะดวกในการสัญจรของพี่น้องประชาชน การจราจร ทุก ๆ อย่าง กรุงเทพมหานครก็ต้องปฏิบัติด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยมีการดำเนินการในการที่จะจัด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการประกอบการของพี่น้องประชาชนที่ว่านี้ เน้นย้ำนะครับ ว่าเข้าใจ แล้วผมก็ไม่ได้เห็นด้วยว่ากรุงเทพมหานครจะต้องเอาเป็นเอาตายกับพี่น้อง ประชาชนที่เขายังลำบากอยู่ แต่ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนก็ต้องอยู่ในกรอบ ที่ยอมรับได้ ก็มีการจัดระเบียบกันเกิดขึ้น ผมขอกลับไปว่ามีแนวทางที่จะทำอย่างไรในภาวะ ที่ประชาชนเดือดร้อนนี้ ก็เรียนว่าเฉพาะรัฐบาลนี้ทำไปหลายเรื่อง แต่ท่านถาม กรุงเทพมหานครอย่างเดียว ก็คงจะเน้นว่ากรุงเทพมหานครเองก็มีหน่วยงานที่จะไปช่วยดูแล พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้เขาอาจจะต้องเปลี่ยนแนวคิดในการทำมาหากิน กรุงเทพมหานครมีทั้งโรงเรียนที่จะฝึกอาชีพ ดูแลอาชีพ มีทั้งศูนย์ที่จะดูแล เพราะฉะนั้น ถ้าท่าน ส.ส. กรุณาได้เรียนประชาชนในพื้นที่ของท่านได้ว่าท่านสามารถไปขอรับความรู้ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์หรือโรงเรียนต่าง ๆ ได้ ในกรุงเทพมหานครเองก็มีความพยายามในการที่จะ จัดตั้งกองทุนต่าง ๆ ที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ในระดับที่ผมติดตามดูในขณะนี้นั้น มันยังเป็นของเขตต่าง ๆ ยังเป็นเล็ก ๆ อยู่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนในข้อ ๓ ที่ท่านจะถามว่า แล้วท่านจะช่วยอย่างไรในเรื่องเงินทุน สรุปแล้วก็มีศูนย์ที่จะให้ความรู้ได้ ท่านอาจจะต้อง ปรับเปลี่ยนวิธีทำมาหากิน อาจจะต้องใช้ความรู้เพิ่มเติมในการดำเนินการ ผมขอเพิ่มเติม อีกสักเล็กน้อยว่าศูนย์ต่าง ๆ เหล่านี้เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานอยู่ในขณะนี้ แล้วก็ได้มีการอบรม พี่น้องประชาชน ให้ความรู้ รวมทั้งพยายามหาทุนให้อย่างต่อเนื่อง ในขั้นแรกผมขอตอบ เท่านี้ก่อนนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณธณิกานต์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน คำถามที่ ๒ อยากจะเจาะลงลึกถึงมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมที่อยู่ในการ พัฒนา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของถนนคนเดิน การจัดอีเวนต์ (Event) นี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะอย่างในเขตของดิฉันมันมีถนนสายไม้ที่เคยจัดเป็นประจำอยู่ทุก ๆ ปี แต่ก็ได้งดการจัด มาหลายปีแล้วค่ะ ถ้าเกิดว่าวิกฤติการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ของเราดีขึ้น จะสามารถมีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร และรัฐจะสนับสนุนตรงนี้หรือไม่ อย่างไร รวมถึงทางด้านถ้าเกิดเราจะจัดอย่างตรงพื้นที่ศรีย่านหรือว่าราชวัตรเป็นถนนสายยาวที่เป็น ไฮไลต์ (Highlight) ในเรื่องของอาหารค่ะ เราจะจัดสตรีตฟู้ด (Street food) ตรงนี้อย่างไร รวมถึงศูนย์อบรมที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาแจ้งมาค่ะ คือลูกบ้านของดิฉันหลายคนอยากจะมี ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของดิจิทัล ศูนย์อบรมตรงนี้อยากจะให้ระบุนิดหนึ่งว่าเราสามารถไป ขอข้อมูลความรู้ที่ไหน อย่างไรได้ ในส่วนของการอบรมดิจิทัลออนไลน์ (Online) หรือว่าการ ทำการตลาดออนไลน์ (Online) ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อยผมคงต้องเร่งเร็วนิดหนึ่งนะครับ เรื่องของสตรีตฟู้ด (Street food) ขออนุญาตเรียนท่านประธานแล้วก็อยากทำความเข้าใจว่าสตรีตฟู้ด (Street food) นี้ หลาย ๆ คนไปมองว่าก็คือหาบเร่แผงลอยที่ขายอยู่บนทางเท้าเป็นหลัก อันนี้อยากเรียนนิดหนึ่ง ว่าเรามีที่ขายอาหารที่อยู่ตามถนนมากมาย ที่ดัง ๆ ที่ท่านรู้จักคือร้านคุณไฝ เขามีสถานที่ เขามีห้องหับ ผมอยากจะเรียนว่าสตรีตฟู้ด (Street food) ที่น่าจะทำ ควรจะทำ ก็ควรจะ สนับสนุนร้านที่มีสถานที่ประกอบการที่เหมาะสม อันนี้น่าจะเป็นสตรีตฟู้ด (Street food) แล้วเขายังมีอยู่จริงในพื้นที่มากมายในขณะนี้ ถามว่าเป็นอย่างไรในขณะนี้ เขามีสถานที่ที่จะ ประกอบการได้เขาสามารถสร้างเศรษฐกิจได้จริง แต่ยังมีข้อที่อ่อนด้อยอีกมากมาย เรื่องของสุขอนามัย เรื่องของความสะอาดของผู้ประกอบการ อะไรก็ตามมีหลายเรื่องที่ กรุงเทพมหานครทำงานร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุขที่จะให้ความรู้แล้วก็ไปติดตามกำกับ โดยเขตต่าง ๆ ไปดูแล เวลามีน้อยผมก็เรียนสั้น ๆ ว่าเราพัฒนาตรงนั้นได้ แล้วผมก็สนใจว่า น่าจะหากองทุนให้เขามีการกู้ยืมไปพัฒนาตัวเองได้ ให้สามารถที่จะดำเนินธุรกิจได้ อันนั้น เป็นสำคัญ กลับมาดูความเดือดร้อนของพี่น้องที่ยังต้องขายของอยู่ อันนี้เรื่องสำคัญ คำตอบ คือเราก็อยากช่วยเขา แต่ว่าเขาจะประกอบอาหารอยู่บนทางเท้า อันดับแรก ก็คงจะยอมรับว่า กฎหมายทำไม่ได้ แล้วทางกายภาพก็ไม่น่าทำได้ พื้นที่ฟุตพาท (Footpath) บ้านเราเฉลี่ย ที่มีอยู่ขณะนี้มัน ๒-๓ เมตรเท่านั้น หาที่ ๔-๕ เมตรยาก คนต้องเดิน คนต้องไปประกอบ อาหารบนนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยทางกายภาพที่จะให้คนเดินได้ อันที่ ๒ คือจะให้ถูกสุขอนามัย นี่ทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นคนที่ไปขายของอยู่บนทางเท้าที่ว่านี้ก็ต้องอยู่ในกรอบของ กรุงเทพมหานครที่จะพิจารณาให้ เอาว่าเขามีแนวทางที่จะทำให้ กลับไปในเรื่องของ ในพื้นที่ทั่ว ๆ ไปที่ผมบอกนี้ ตรงนี้หมายความว่าจัดไประดับหนึ่ง แล้วก็จะผ่อนผัน โดยขอตำรวจอีกส่วนหนึ่ง แต่อีกหลายพื้นที่ในขณะนี้ยังไม่ได้จัดอีกประมาณ ๑๗๑ จุด เขาก็จะผ่อนผันประมาณ ๑๒๘ จุดที่เขาจะให้ หนึ่งในนั้นก็จะเป็นพื้นที่ของท่านก็คือราชวัตร และไปศรีย่านอะไรที่ว่านี้ เขาก็จะพิจารณาให้ แต่ต้องอยู่ในกฎในเกณฑ์ เช่นถ้าจะไป ประกอบอาหารกัน ท่านคงยอมรับว่าเมืองหลวงของไทยคงไม่ใช่ไปผัดก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ บนถนนหรอก มันทำไม่ได้ แต่ถ้าเป็นอาหารปรุงสำเร็จอุ่นนี้พอได้ ในความคิดนะครับ อย่างไรก็ตามรับว่าผมเข้าใจถึงความเดือดร้อนประชาชน เข้าใจกรุงเทพมหานครต้องมี มาตรการ มีกรอบ ผมก็พยายามที่จะทำตอบสนองพี่น้องประชาชนให้ได้ แล้วในส่วนนี้ ก็เข้าใจว่าเป็นพื้นที่ที่พิจารณาผ่อนผันให้ ขั้นตอนที่ทำต่อไปก็คือว่าคณะกรรมการระดับเขต พิจารณาขึ้นมา แล้วระดับกรุงเทพมหานครก็ทำขึ้นมา มาถึงระดับชาติซึ่งผมเป็นประธานอยู่ ก็จะดำเนินการ การดำเนินการคือจะของตำรวจให้เขาผ่อนผันให้ แล้วก็อยู่ในกรอบ ที่จะทำนะครับ อันนี้พูดถึงว่าไม่ใช่ส่วนสตรีตฟู้ด (Street food) ผมอยากให้เรียกตรงนั้น เป็นสตรีทฟู้ด (Street food) ตรงนี้เรียกจริง ๆ ก็คือการค้าขายของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่อยู่บนทางสาธารณะแล้วกันครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ยังมีเนื้อหาอยากจะเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าท่านมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนผมขยายเวลาให้ท่านได้ คือเวลาคุณธณิกานต์ยังเหลือเยอะ ผมขออนุญาตแบ่งเวลา ให้ท่านรัฐมนตรีสักครึ่งหนึ่ง เชิญท่านรัฐมนตรีตอบเลยครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เพิ่มเติมนิดหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะถามข้อ ๓ เรื่องของการค้าออนไลน์ (Online) ก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่ทาง กรุงเทพมหานครก็พร้อมจะให้ความรู้นะครับ แต่ว่าเขาเองต้องพัฒนาตัวเองก่อน เราคง ทราบดีว่าอาหารออนไลน์ (Online) หรือสินค้าออนไลน์ (Online) ที่ขายกันได้นี้ต้องมี คุณภาพ โดยเฉพาะอาหารจะไม่มีใครสั่งอาหารที่ไม่มีชื่อ เขาจะซื้อลอดช่องของวัดเจษ เขาจะซื้ออย่างนั้น เขาจะไม่ไปซื้อแบบให้ไปซื้อไอ้ตรงปากซอยตรงนี้เขาจะไม่ซื้อ เพราะฉะนั้นตัวเองต้องทำให้มีตัวตนก่อน เพราะฉะนั้นจะต้องมีตัวตน ผมก็นึกละครับ รสชาติ ความสะอาด สุขอนามัย ต้องทำให้มีความเด่น ให้มีเหมือนมีแบรนด์ (Brand) แล้ว เขาเข้าไปสู่แพลตฟอร์ม (Platform) นี้ นี่ละครับการที่เขาจะต้องปรับตัวด้วย จะไม่มีแล้ว เหมือนผมเด็ก ๆ การค้าก็ไม่ได้เป็นอย่างนี้นะครับ ผมกับท่านประธานจะทัน ท่าน ส.ส. อาจจะไม่ทัน มันเปลี่ยนไป ผมเด็ก ๆ มันไม่ใช่อย่างนี้ การค้าการขาย การรับประทานอาหาร ก็จะไม่ใช่อย่างนี้ มันจะเปลี่ยนไป อันนี้ผมถือเวลาว่ามันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง กรุงเทพมหานครเตรียมรับอยู่แล้วในการที่จะให้ความรู้แพลตฟอร์ม (Platform) ที่จะ ค้าขายนี้ ก็ตอบท่านเมื่อสักครู่นี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริงแล้ว คุณธณิกานต์ตามข้อบังคับจะถามได้แค่ ๒ ครั้ง แต่ว่าเนื่องจากเวลาคุณธณิกานต์ยังเหลือ ผมอนุญาตให้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน นอกจากเรื่องหาบเร่ แผงลอยแล้ว อยากจะทราบในเรื่องของการจัดที่เป็น ในส่วนของอีเวนต์ (Event) ถนนคนเดิน ถ้าเกิดว่าในพื้นที่ของดิฉัน เพราะดิฉันเห็นพื้นที่ อย่างเช่นสีลม ทางกรุงเทพมหานครเคยจัดให้ค่ะ ไม่ทราบว่าอย่างตรงราชวัตร ศรีย่าน หรือว่าตรงถนนคนเดินที่เป็นถนนสายไม้ตรงบางโพจะสามารถจัดได้หรือว่ามีงบประมาณ ในการจัดสรรตรงนี้อย่างไรบ้าง ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบอีกครั้งครับ สุดท้ายแล้วครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ก็เป็น คำถามที่ดีนะครับว่าอย่างถนนที่ทางเขตดุสิต ทางราชวัตรไป ทางสายนี้ในความคิดผมว่า กรุงเทพมหานครเองก็น่าจะพิจารณาให้ดี เพราะว่าการจราจรไม่คับคั่ง ผู้ที่ใช้ทางเท้าตรงนี้ ก็ไม่มากนัก ความสะอาดสะอ้าน ความกว้างก็น่าจะพอทำได้ เพราะฉะนั้นคำตอบก็คือว่า น่าจะต้องให้มีการขอผ่อนผันให้กับพี่น้องประชาชนเขาค้าขาย อันนี้ก็คงจะตอบได้เลยว่า เป็นไปได้ เพราะตรงนี้ดูเหมือนจะมีอยู่ ๒ จุดที่ให้ ตรงนี้ให้ ก็คงจะตอบได้ แต่ขอให้มันผ่าน ขั้นตอนการพิจารณา เพราะว่ามันเป็นกฎหมาย เราก็ต้องทำให้คนทำมันไม่ผิดเท่านั้น ส่วนหน้าถนนสายไม้นี้ก็โอเค (OK) ผมเห็นด้วยว่าในยามนี้เศรษฐกิจก็น่าที่จะทำ แล้วก็มีแผน จะทำอยู่แล้ว พวกถนนวอล์กกิงสตรีต (Walking street) หรืออะไรนี้เขามีแผนที่จะทำอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องที่ผมเพิ่มให้อีกนิดหนึ่งว่าทางนโยบายของรัฐบาลเองผมก็อยากสร้างโอกาสให้กับ พี่น้องประชาชนที่เขาอ่อนด้อยพวกนี้ คำว่าอ่อนด้อยคือโอกาสจะขาย พื้นที่ที่จะขาย แต่ความสามารถเขามี ถ้าเราไปช่วยพัฒนาเขาได้ ส่วนหนึ่งก็จะมีปัญหาเรื่องเงินทุน ผมก็มี นโยบายที่จะให้กรุงเทพมหานครได้ทำเอ็มโอยู (MOU) กับสถาบันการเงินที่มีเงิน เช่น ธนาคารออมสินที่อยู่ใกล้พี่น้องประชาชนอยู่แล้ว น่าจะมีเงินทุนลักษณะซอฟต์โลน (Soft Loan) ให้กับพี่น้องพวกนี้เขาได้ขาย ข้อสรุปคืออยากไปเพิ่มศักยภาพสตรีตฟู้ด (Street food) ให้โอกาสผู้ที่เราเรียกว่าหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ที่ให้ได้ในข้อที่ให้ได้ รวมทั้งให้ ความรู้แล้วก็ให้เงินทุนด้วย เป็นการที่จะช่วยเขาในยามนี้ ถ้าเศรษฐกิจบ้านเราดีขึ้น เรามี ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น พี่น้องก็อาจจะไปทำ เพราะฉะนั้นก็คงจะได้ ในยามนี้คงต้อง เป็นไปตามที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้มีแนวทาง ผมว่าก็ถูกต้องเลยนะครับว่าจะต้องทำ เพียงแต่เราต้องทำให้ถูกกฎหมายให้ได้ เพราะในกฎหมายมันไม่ให้โอกาสที่เขาจะทำมันว่า อย่างนั้น แต่ว่าคงต้องทำ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่าน ส.ส. ด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า การถาม ตอบกระทู้ถามที่ ๑.๓.๖ เรื่อง แนวทางและมาตรการการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ของท่าน ส.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ถือว่าจบสมบูรณ์นะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่าน ส.ส. ที่ใช้บริการห้องถามกระทู้แยกเฉพาะ กองเชียร์ เยอะนะครับวันนี้ คงได้คะแนนไปเยอะทีเดียว ก็ถือว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ในวันนี้จบเพียงเท่านี้นะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๒ แต่ว่าก่อนจะถึงระเบียบวาระที่ ๒ นั้น เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไข ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เนื่องจากคณะกรรมาธิการกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษา และรอข้อมูลเพิ่มเติม ในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการ บริหารจัดการหรือการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษทางอากาศ จากผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดใน ๑๘ กลุ่มจังหวัด ๖ ภาค อันนี้ เป็นเหตุผลที่ทางประธานคณะกรรมาธิการแจ้งมา แล้วถ้าเราไม่อนุมัติวันนี้ก็จะเลยเวลาไป จึงขอขยายเวลาไปอีก ๓๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ถือว่า ที่ประชุมอนุมัตินะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา ๒ เรื่อง🔗

โดยที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้แจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (เป็นพิเศษ) วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ และครั้งที่ ๑๒ (เป็นพิเศษ) วันอังคารที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง คือ🔗

๑. รายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี ๒๕๖๒🔗

๒. รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตาม มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒) จึงแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๒ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)🔗

รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ต่อที่ประชุมสภาค่ะ ซึ่งท่านสามารถดูวิดีโอคลิป (Video clip) ประกอบการนำเสนอ โดยการสแกนคิวอาร์โค้ด (Scan QR Code) ในแผ่นกระดาษที่วางไว้บนโต๊ะได้นะคะ🔗

ดิฉันขอเริ่มต้นการนำเสนอผลงานปี ๒๕๖๒ ด้วยการเชื่อมโยงมาที่ สถานการณ์ในเวลานี้ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้แสดงบทบาทที่โดดเด่นเหมือนเช่นทุกครั้งที่ประเทศ เผชิญวิกฤติ ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ประชุมต้องการ ตรวจสอบเฟกนิวส์ (Fake news) ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนด้วยการให้สาระความรู้ กำลังใจ เชื่อมเครือข่าย ความช่วยเหลือ และชี้ให้เห็นผลกระทบ นับเป็นสื่อแรกที่เปิดประเด็นเรื่องฉากทัศน์ภายใต้ การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ปรับผังรายการ เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และได้รองรับช่วงปิดเทอมยาว ๓ เดือนของเด็กและครู โดยทำ กลุ่มรายการสนุกเรียนและต่อยอดมาเป็นบริการใหม่ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือช่อง เอแอลทีวี (ALTV) ทีวีเรียนสนุกที่เริ่มทดลองออกอากาศไปเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งการที่ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) สามารถปรับตัวแสดงบทบาทได้รวดเร็วและกล้าสนองตอบ ความต้องการเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็น เป้าหมายของสื่อเชิงพาณิชย์นั้น เป็นเพราะไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีความเป็นอิสระ ทางด้านบรรณาธิการที่ยึดมั่นอยู่บนประโยชน์ของสาธารณะ ปราศจากแรงกดดันจาก กลุ่มทุนและการเมือง จึงทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะมีไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นที่พึ่ง ร่วมฝ่าวิกฤติกับประชาชน เช่นเดียวกับกรณีเหตุกราดยิงโคราชเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเป็นอีกกรณี หนึ่งที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้รับกระแสความชื่นชมยกให้เป็นอันดับหนึ่งของสื่อที่ รายงานข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว มีจรรยาบรรณและมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสูง สิ่งที่กล่าวไปนี้สะท้อนได้จากรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ที่มีผลประเมินความพึงพอใจ และบทบาทการเป็นสื่อสาธารณะของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่พบว่าร้อยละ ๙๘ ของ กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะได้ดีแล้วโดยให้เหตุผล เรียงตามลำดับคะแนนคือ มีการรายงานข่าวอย่างเป็นกลางไม่บิดเบือนความจริง อยู่ในกรอบ จริยธรรม ทันเหตุการณ์ และเปิดโอกาสให้แก่ทุกเสียงของประชาชน โดยกลุ่มรายการข่าว สารคดี และวาไรตี (Variety) ครอบครัวเป็น ๓ กลุ่มที่ได้รับความพึงพอใจสูงสุด🔗

ท่านประธานที่เคารพ ด้วยการยึดหลักการรายงานข่าวสารที่มุ่งเน้น การร่วมหาทางออกให้กับสังคมบนฐานของข้อมูลและปราศจากอคตินั้น จึงมีผลงานข่าว ที่สร้างความโดดเด่นในปี ๒๕๖๒ หลายเรื่องด้วยกัน เช่น การเกาะติดการขับเคลื่อนประเด็น สารเคมีทางการเกษตร ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นผู้จุดประเด็นเสนออย่างรอบด้าน และเสนอต่อเนื่องมากว่า ๓ ปี โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของ ประชาชน ได้มีการประเมินผลตอบแทนทางสังคมโดยศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าในทุก ๆ ๑ บาทที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ลงทุนในการ ขับเคลื่อนประเด็นสารเคมีทางการเกษตรจะส่งผลตอบแทนต่อสังคมประมาณ ๘๑-๑๐๖ บาท ซึ่งถือว่าก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในระดับที่สูงมาก นอกจากนี้ยังมี ประเด็นที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำให้กลายเป็นวาระทางสังคมอีกหลายเรื่องด้วยกัน เช่น การติดตามนโยบายของพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งทั่วไป โดยไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำงานร่วมกับภาคีต่าง ๆ ในนามของเครือข่ายส่งเสียงประชาชนให้ไปไกลกว่า การเลือกตั้งที่ มีการสกัด ๕ วาระหลักจากเวทีประชาชนทั่วประเทศมาทำหน้าที่ติดตามอยู่ จนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเร่งแก้ปัญหาฝุ่นคลุมเมือง ภัยแล้ง ภัยพิบัติภาคใต้ วิกฤติแม่น้ำโขง ลักลอบทิ้งขยะพิษ เส้นทางยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งในทุกประเด็นเหล่านี้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เน้นทำงานกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าปัญหาของ ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับการใส่ใจ ตรวจสอบ วิเคราะห์และย่อยเป็นข้อมูล เพื่อนำเสนอต่อ ภาคนโยบายและต่อการรับรู้ของสาธารณะ โดยไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใช้ทุกรูปแบบ และช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้เรื่องสำคัญเหล่านี้ไปถึงคนทุกกลุ่มที่มีความสนใจรับรู้ข่าวสาร สาระที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการรายงานข่าวแบบวิเคราะห์เจาะลึกในช่องไทยพีบีเอส ทีวี (Thai PBS TV) หมายเลข ๓ ซึ่งผู้ชมกลุ่มใหญ่จะเป็นกลุ่มคนอายุ ๔๐ปีขึ้นไป หรือการผลิตในรูปแบบข่าว สรุปย่อและวิดีโอคลิป (Video clip) ในสื่อไทยพีบีเอส ออนไลน์ (Thai PBS Online) ผลิตเป็นสื่อเสียงในพอดแคสต์ (Podcast) รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันซีไซต์ (Application C-Site) เพื่อชวนคนรุ่นใหม่มาปักหมุดจุดประเด็นให้เกิดการระดมข้อมูลร่วมจากภาคพลเมือง เป็นต้น การมุ่งขยายงานด้วยมัลติมีเดียแพลตฟอร์ม (Multimedia Platform) และ ทรานส์มีเดีย (Transmedia) อย่างเต็มรูปแบบในปี ๒๕๖๒ ทำให้ผู้รับสื่อที่มีความแยกย่อย หลากหลายเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้มากขึ้น โดยเฉพาะ คนในกลุ่มวัย ๒๔-๓๕ ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของผู้ใช้บริการ โดยเว็บไซต์ (Website) ไทยทีบีเอส (Thai PBS) มียอดสมาชิก ๑๑.๙ ล้านยูไอพี (UIP) ทวิตเตอร์ (Twitter) มีผู้ติดตาม ๒.๘ ล้านคน ไลน์แอปพลิเคชัน (Line Application) ที่ ๕ ล้านคน และซีไซต์ (C-Site) มีผู้ใช้งานแล้วถึง ๓.๘ แสนคน เป็นต้น🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นการจะพิจารณาเพิ่มความคุ้มค่าของไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงต้องพิจารณาจากสถานะของความเป็นสื่อสาธารณะที่มีหน้าที่หลายด้าน และต้องเข้าถึงประชาชนหลากหลายกลุ่ม มิใช่เพียงการพิจารณาการเข้าถึงในเชิงปริมาณ แต่เป็นการเข้าถึงในเชิงสาระ คุณค่า ประโยชน์ และโอกาสในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับ ทุกเสียงโดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง รวมถึงการพิจารณาความทั่วถึงด้วยการให้บริการ สัญญาณทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่ขณะนี้ครอบคลุมแล้วถึงร้อยละ ๙๕.๗ ของครัวเรือน และการให้บริการกับกลุ่มผู้พิการทางการได้ยินและการมองเห็น เช่น คำบรรยายแทนเสียง เสียงบรรยายภาพ ล่ามภาษามือที่ทำได้เฉลี่ยวันละ ๓ ชั่วโมงเศษ รวมถึงการให้บริการบิ๊กไซน์ (Big sign) หรือภาษามือที่ดูได้เต็มจอในมือถือ และไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นเพียง สื่อเดียวที่ให้บริการไลฟ์แคปชันนิง (Live captioning) ในการถ่ายทอดงานพระราชพิธีสำคัญ ต่าง ๆ ความคุ้มค่ายังพิจารณาได้จากความทั่วถึงของเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมมิติคุณค่า ความเป็นมนุษย์ของคนทุกกลุ่ม ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ลงทุนสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า ทางวัฒนธรรมและสร้างเสริมภูมิปัญญาไทยหลายโครงการด้วยกัน เช่น ละคร อิงประวัติศาสตร์ ปลายจวักที่ว่าด้วยพหุวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและสืบทอด ความคิดของผู้คน สารคดีชุดเธอเขาเราใคร ที่ชวนคนไทยกลับไปค้นหาที่มา เพื่อจะยืนยันว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพความหลากหลาย สารคดีชุดไตรปิฎกคำสอนมีชีวิต สารคดี รณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ ชุด ๓๖๖ วันเพื่อเจ้าพระยา และชุดสะอาดบุรี รวมทั้งซีรีส์ (Series) ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนอีกหลายเรื่อง งานสร้างสรรค์ เหล่านี้ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมที่ดูผ่านช่องทางต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่า เป็นรายการที่มีต้นแบบสมกับความเป็นสื่อสาธารณะคือผลิตอย่างมีคุณภาพสูงทัดเทียม มาตรฐานสื่อสากล มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่านำไปใช้ประโยชน์ได้และน่าภาคภูมิใจ🔗

ทั้งนี้ผลการประเมินโดยหน่วยงานวิชาการภายนอกได้ข้อสรุปว่า ความน่าเชื่อถือ ความเป็นธรรม ความกล้าหาญ เป็นที่พึ่งได้ของประชาชน และการมี เนื้อหาสาระที่หลากหลาย เป็นคุณค่าสูงสุดและเป็นภาพลักษณ์ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ประชาชนนึกถึงและเชื่อมั่น ควบคู่ไปกับการยอมรับในบทบาทและคุณค่าของการเป็นสื่อที่ สร้างเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสังคม และคุณค่าเรื่องการเปิดพื้นที่ระดมความร่วมมือ ทางปัญญาให้แก่ภาคพลเมือง รวมทั้งยังมีผลประเมินจากการชี้วัดด้วยเครื่องมือแบบควอลิตี เรตติง (Quality Rating) อีกหลายด้านด้วยกัน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังมีพันธกิจ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบของการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมฝึกอบรมตลอดทั้งปี รวมถึงการสร้างนักข่าวพลเมืองกว่า ๒,๐๐๐ คน และการจัด กระบวนการรับฟังโดยสภาผู้ชม ผู้ฟัง ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนและกลุ่มประเด็นต่าง ๆ จากทั่วประเทศ🔗

สำหรับงบดำเนินการจำนวน ๒,๓๒๑ ล้านบาท ได้ใช้เพื่อผลิตข่าวและรายการ ๑,๓๘๐ ล้านบาท คิดเป็น ๕๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น บริการโครงข่ายสัญญาณ ออกอากาศ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าพัฒนาเทคโนโลยี และค่าส่งเสริมการมีส่วนร่วม ก็เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เหลือนะคะ🔗

ก่อนจบการนำเสนอดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกสภาทุกท่านว่า ในปีนี้และต่อเนื่องถึงปีหน้าด้วยตัวเร่งสถานการณ์ปัญหาของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ความเหลื่อมล้ำและปัญหาสังคมยิ่งมากขึ้นนั้น บทบาทของสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากทุน และการเมืองยิ่งมีความจำเป็นอย่างสูง ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้เตรียมพร้อมมุ่งวาง บทบาทเพื่อเป็นสื่อที่ร่วมแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่กำลัง เผชิญภาวะเปราะบางมากที่สุด และจะทำบทบาทผ่านช่องทีวีเอแอลทีวี (ALTV) ซึ่งเป็น บริการใหม่ที่จะมุ่งสร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก ครู ครอบครัว และชุมชน เพราะนี่คือ ความรับผิดชอบที่ประชาชนได้มอบความไว้วางใจและความเชื่อถือให้แก่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในฐานะสื่อสาธารณะ จะร่วมกันประคับประคองสังคมให้ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกอภิปรายซักถามนะครับ เชิญท่านนริศครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีความจำเป็นที่จะ อภิปรายรายงาน ปี ๒๕๖๒ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ด้วยเหตุผลอยู่ ๔ ประการครับ🔗

ประการที่ ๑ ที่จำเป็นจะต้องอภิปราย เพราะว่าท่านใช้เงินงบประมาณของ แผ่นดิน ใช้เงินแผ่นดินไปเป็นจำนวนมาก🔗

ประการที่ ๒ ผมจำเป็นต้องตรวจสอบจุดยืนและผลงานของท่าน แล้วก็ ขออนุญาตฝากประเด็นที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับพื้นที่ผมในบางประเด็นนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ท่านใช้เงินของแผ่นดินไปปีละประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็น เงินจำนวนมากทีเดียว ถามว่ามากขนาดไหน ก็มากเท่ากับที่กระทรวงพลังงานได้รับ กระทรวงพลังงานได้รับเท่ากันเลยกับเงินที่ท่านได้ใช้ไปแต่ละปี กระทรวงพลังงานมีภารกิจ หน้าที่ดูแลพลังงานให้คนไทยทั้งประเทศใช้ปีหนึ่งเท่ากับท่านใช้ ผู้อำนวยการของท่านเท่ากับ รัฐมนตรีสนธิรัตน์ของผมเลยนะครับ มีอำนาจในการใช้งบประมาณเท่ากันเลยนะครับ นี่คือขนาดใหญ่เท่ากับกระทรวงพลังงาน ๒. ขนาดของท่านใหญ่เท่ากับกรมทรัพยากร น้ำบาดาล ๒,๓๐๐ ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ำบาดาลใช้เงิน ๒,๓๐๐ ล้านบาทต่อปี ขุดบ่อบาดาลได้ปีละ ๓,๐๐๐ บ่อ หรือ ๓,๐๐๐ หมู่บ้าน ประเทศไทยนี่ยังขาดอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๓๐,๐๐๐ บ่อ ถ้าเราหยุดท่าน ๑๐ ปีเราจะมีบ่อบาดาลครบถ้วน ทั้งประเทศ และถ้าเรามีท่านเท่ากับเราขุดบ่อบาดาลช้าลงปีละ ๓,๐๐๐ บ่อ ผมเรียน ท่านประธานให้เห็นว่าขนาดของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใหญ่เท่ากับกรมทรัพยากร น้ำบาดาลซึ่งดูแลขุดน้ำให้กับพี่น้องประชาชน ดูแลเรื่องน้ำ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับ ประชาชนทั้งประเทศปีหนึ่งเท่ากันเลย แต่ด้วยเหตุที่เรายังจำเป็นจะต้องมีไทยพีบีเอส (Thai PBS) เรามีความจำเป็น แม้ว่าท่านใช้เงินเท่ากับกระทรวงพลังงาน แม้ว่าท่านใช้เงิน เท่ากับกระทรวงทรัพยากรน้ำบาดาล แต่ว่าเรายังจำเป็นจะต้องมีท่านอยู่ ผมจึงขออนุญาต ตรวจสอบว่าท่านยังมีความเป็นกลางอยู่ในทางการเมืองหรือไม่ ตามเจตนารมณ์ที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เกิดขึ้นมา ท่านปลอดจากการเมืองและมีความเป็นกลางจริงหรือไม่นะครับ เคยมีคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไว้ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๙ ท่านพูดว่าสื่อมวลชนต้องช่วยตน หมายถึงช่วยนายกรัฐมนตรีตามความเข้าใจ อย่างน้อยไทยพีบีเอส (Thai BPS) ที่ใช้เงินภาษี ใช้เงินรัฐ แต่กลับนำเสนอปัญหา ของประชาชนเพียงด้านเดียว ควรจะให้งบประมาณต่อไปหรือไม่ คำพูดเช่นนี้ท่านต้องตอบ ผมนะครับ ท่านหวั่นไหวหรือไม่กับคำพูดเช่นนี้ ท่านยังเป็นกลางโดยไม่กริ่งเกรงอะไรต่อไปได้ หรือไม่ ผมอยากถามจุดยืนจากคำพูดนี้🔗

๒. ทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะมีอำนาจในการพิจารณา ทบทวนเงินสนับสนุนไทยพีบีเอส (Thai PBS) ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ใช้อำนาจนี้จริง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังจะคิดเป็นกลางหรือเข้าข้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบ้าง นี่คือจุดยืนของท่านนะครับ ท่านต้องตอบผม ๒ ประการนี้🔗

และมีข่าวว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) นำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อหุ้นในบริษัทเอกชน ถ้าเป็นจริงเท่ากับท่านเปิดช่องเล็ก ๆ ให้กลุ่มทุนเข้ามา และจุดเล็ก ๆ ช่องเล็ก ๆ นี้จะเป็น ช่องใหญ่ที่ทำความเสียหายต่อจุดยืนของท่านที่เราอยากให้ท่านปลอดจากกลุ่มทุน นี่คือ สิ่งที่ผมขอตรวจสอบท่านเป็นประเด็นที่ ๒ นะครับ🔗

การตรวจสอบของท่านอีกเรื่องหนึ่งคือผลงานของท่าน ปีที่แล้วผลงาน ปี ๒๕๖๑ ท่านได้รับรางวัลที่ถ้ำหลวง ผมก็ชื่นชมนะครับ ถือว่าเป็นรางวัลนานาชาติ ผมภาคภูมิใจมากต่อรางวัลในวันนั้น ปีนี้ท่านไม่รับรางวัลใหญ่ขนาดนั้น แต่ว่าท่านได้รับ รางวัลเยอะมาก เท่าที่รายงานไว้ในรายละเอียดก็มีรางวัลด้านองค์กร ๔ รางวัล รางวัล ด้านบุคคล ๑๐ รางวัล ด้านข่าวและรายการอีก ๓๐ รางวัล รวมแล้ว ๔๔ รางวัล ซึ่งรางวัล ทั้งหมดผมให้รางวัลท่าน รายการที่ ๑ รายการปลายจวัก ไม่แน่ใจว่าท่านได้รับรางวัล ผมไปดู รายละเอียด แต่สำหรับผมให้รางวัลท่าน แล้วก็อยากให้ท่านเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป แล้วอยากให้ท่านขยายไม่เพียงแต่รายการอาหารในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ขอให้ท่าน ได้ทำรายการอาหารภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน เพราะว่ารายการเชฟกระทะเหล็ก คอนเทนต์ (Content) เขาขายได้ทั่วโลก ผมคิดว่ารายการปลายจวักของท่านจะขายได้ และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจทางด้านอาหาร ซึ่งเรามีต้นทุนสูงอยู่แล้วสำหรับธุรกิจด้านอาหาร ผมอยากให้ท่านเดินหน้าทำปลายจวักของท่านต่อไป โดยให้ครอบคลุมอาหารไทยทั้งหมด คาวหวานของอาหารไทย ผมคนหนึ่งเป็นคนดูรายการอาหารของทั่วโลก แล้วก็ชื่นชม รายการนี้ของท่าน และผมเชื่อว่าคนที่ดูรายการอาหารทั่วโลกมีอยู่หลายร้อยล้านคน ผมเชื่อว่าเขาดูรายการของท่านและท่านทำให้ได้มาตรฐานสากล ผมเชื่อว่าขายได้ด้วย รายการที่ ๒ ที่ผมให้รางวัลท่านคือรายงานการเลือกตั้ง ผมมีโอกาสได้ไปร่วมเวทีของท่าน ที่จังหวัดพัทลุง ทำได้ดีมากครับ รายการเลือกตั้งของท่าน เดินให้ไกล ของท่าน แต่ว่าทำได้ สักครึ่งเดียวครับ เพียงแต่ว่าให้คนรู้จักพรรคการเมือง นโยบายพรรคการเมือง แต่ท่านเดินไป ไม่สุดทางถึงการตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมไทย ผมอยากให้ท่านเดินให้สุดทางเรื่องการเลือกตั้ง อย่าเดินเพียงแต่ว่ารณรงค์ให้คนรู้จัก พรรคการเมืองกับนโยบายพรรคการเมือง ให้ได้เห็นความเลวร้ายของการซื้อเสียงเลือกตั้ง ด้วย ผมให้รางวัลแต่ว่าให้ครึ่งใบสำหรับรางวัลเรื่องรายงานการเลือกตั้งของท่าน เรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เรื่องนี้ท่านทำได้ดีมาก จนกระแสสังคมได้เคลื่อนไหวร่วมกับ ท่าน และมีมาตรการ มีการป้องกันร่วมกัน เรื่องการทุจริตอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านทำได้ดี โดยเฉพาะทุจริตเรื่องอาหารของนักเรียน คือคนทำทุจริตเรื่องอื่นก็เลวร้ายอยู่แล้ว แต่ว่า ทำการทุจริตเรื่องอาหารนักเรียนมันเลวร้ายที่สุด ท่านก็ทำได้ดี ได้ขุดคุ้ย แล้วผมคิดว่า มีการปรับคุณภาพอาหารของเด็กไทยทั้งประเทศ อันนี้ผมชื่นชมท่านเกิดจากฝีมือของท่าน อีกเรื่องหนึ่งที่ผมให้รางวัลท่านก็คือ สารคดีการเลี้ยงควายในป่าบนภูเขาของชาวกะเหรี่ยง อันนี้ได้เห็นวิถีชีวิต ซึ่งผมชื่นชมเรื่องทางด้านนิเวศวิทยาอยู่แล้ว ได้เห็นการเลี้ยงควาย โดยธรรมชาติของพี่น้องชนเผ่ากะเหรี่ยงในพื้นที่ ผมคิดว่าเป็นสารคดีที่ถ้าเผยแพร่ไปทั่วโลกผมคิดว่ามีคนชื่นชมท่าน อันนี้ผมให้รางวัลท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องต้นสาคูที่จังหวัดพัทลุง จากต้นไม้ที่คนพัทลุงปลูกเพียงแต่เพื่อรักษา ระบบนิเวศ ไม่เคยสนใจ ท่านมาทำเรื่องผลิตภัณฑ์สาคูมาเป็นอาหาร จนวันนี้สาคูชาวพัทลุง ขายได้กิโลกรัมละเป็นร้อยบาทนะครับ คนนิยม แล้วก็มีการรณรงค์ให้ปลูกต้นสาคูขึ้น ทั้งจังหวัดพัทลุงแล้ว อันนี้ผมให้รางวัลท่านเพราะจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดผม แล้วก็ผมได้ ประโยชน์จากรายการต้นสาคูของท่าน🔗

ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะฝาก มีข้อเสนอแนะปิดท้ายนะครับ🔗

๑. ฝากเรื่องผู้สื่อข่าวของท่านเคยร่วมกับผมยึดคืนพื้นที่บุกรุกป่า ที่เกาะนางคำ จังหวัดพัทลุง จำนวน ๙๐๐ กว่าไร่ ไม่เคยมีบันทึกตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ก็ไม่มี ผมเรียนกับท่านว่าการเกาะติดของผู้สื่อข่าวของท่านนำมาซึ่งการยึดคืนพื้นที่ป่า เกาะนางคำกลับคืนมาเป็นของรัฐ ๙๒๕ ไร่ ผมฝากท่านอีกครั้งหนึ่งครับ บนเกาะใกล้เคียงกัน คือเกาะโคบก็มีกรณีเช่นเดียวกัน ขอฝากผู้สื่อข่าวของท่านไปติดตามเหมือนกับที่ติดตาม ที่เกาะนางคำ🔗

๒. ท่านทำสารคดีเรื่องควายในภูเขาของพี่น้องชาวกะเหรี่ยง ขอท่านทำเรื่อง ควายน้ำในทะเลน้อยของจังหวัดพัทลุงด้วย จังหวัดพัทลุงมีควายน้ำ วอเตอร์บัฟฟาโล (Water buffalo) ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้สารคดีที่ท่านทำกับพี่น้องชาวกะเหรี่ยง🔗

สุดท้าย อยากให้ท่านทำเรื่องสารคดีเรื่องโครงการพระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์มีโครงการพระราชดำริทั้งหมด ๔,๐๐๐ โครงการ ผมคิดว่าถ้าท่าน ทำได้จะเป็นการเทิดทูนพระเกียรติของในหลวงรัชกาลที่ ๙🔗

การอภิปรายของผมทั้งหมดผมยังอยากเห็นว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใช้เงิน ทุกบาทอย่างคุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ผมยังอยากเห็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นกลางในทางการเมือง อยากเห็นท่านปลอดจากกลุ่มทุนเพราะได้ใช้ทุน รัฐบาลแล้ว อยากเห็นท่านเป็นสื่อสาธารณะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนของประชาชนอย่างแท้จริง และสุดท้ายอยากเห็นท่านเป็นสื่อที่มีคุณภาพ มีความแตกต่าง เป็นความหวังของพี่น้อง ประชาชน และเป็นความหวังของประเทศชาติเช่นนี้ต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจิรายุ เชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตคลองสามวา กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าวันนี้ผมจำเป็นต้องให้ข้อคิด กับท่านผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าจะมีชื่อ ภาษาไทยบ้างนะครับ ดูเป็นฝรั่งไปหมด ความเป็นไทยก็ไม่มี สมัยแรก ๆ ใช้คำว่าทีวีไทย (TV Thai) ผมยังเห็นด้วยอยู่นะครับ แต่พอวันนี้ไปเปลี่ยนชื่อเป็นฝรั่งไปหมด เลยไม่ค่อยเห็น ความเป็นไทยอยู่ในขณะนี้🔗

กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการอภิปรายของผมท่านอย่าได้หวัง เลยว่าจะมีคำชื่นชม แต่ว่าเป็นคำติชมที่ต้องบอกว่าเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้กับพี่น้องชาว ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเป็นลูกน้องของท่าน แน่นอนครับ ท่านเห็นผมท่านก็คงจะรู้ว่า จิรายุมาอีกแล้ว และแน่นอนอีกไทยพีบีเอส (Thai PBS) เข้าสู่ปีที่ ๑๑ ย่างปีที่ ๑๒ ถ้านับตัวเลข ดีดเครื่องคิดเลข เขาใช้เงินกันไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็มีคำถามต่อ สังคมครับว่าวันนี้ที่ท่านใช้เงินไปจำนวนมากให้อะไรกับสังคมบ้าง อย่างน้อยถ้าย้อนกลับไป ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปีที่แล้วที่ไม่มีทีวีดิจิทัล (TV Digital) ผมก็ยังพอเฝ้าติดตามนะครับ แต่ว่าตอนนี้ ทีวี (TV) เยอะเหลือเกิน ยิ่งไม่นับรวมทีวี (TV) ดาวเทียม ท่านประธานกดไปเมื่อยมือ เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกอย่างนี้นะครับว่าในคอนเซปต์ (Concept) ของท่านที่บอกว่า อยู่บนความแตกต่าง บนความยั่งยืน เมื่อสักครู่นี้ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกให้สมาชิก รัฐสภาได้เข้าไปในคิวอาร์โค้ด (QR code) นี้ ผมเข้าไปตั้งแต่เช้า น่าเสียดายนะครับท่านประธาน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นี่ครับ ส่องเข้าไปปุ๊บผลงานดีเด่นประจำปี ๒๕๖๒ คุณพระ มีคนดู ๒๕ คน ส่องเข้าไปที่รางวัล ปี ๒๕๖๒ มีคนดู ๑๗ คน ส่องเข้าไปที่เอกลักษณ์ข่าวไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีคนดู ๑๙ คน แล้วท่านก็ปิดสาธารณะไว้ พูดง่าย ๆ คือจะให้แต่เฉพาะรัฐสภาดูครับ หมายความว่า พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสดูไหมครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ลองสแกน (Scan) ด้วยตัวเอง ท่านลองเข้าดูสิครับมันจะขึ้นอยู่ว่ามีคนดูไปกี่ครั้ง ซึ่งผมอาจจะผิดก็ได้นะครับ ตัวเลข อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ แต่เวลาผมเป็นนักข่าวตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยมาไม่เคยทำอาชีพ อื่นเลย แล้วก็อยู่ไอทีวี (itv) ตั้งแต่ตอนปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ แล้วก็ไปยึดเอาไอทีวี (itv) ไปเป็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) นี่ครับ ผมจะรู้วิธีการคิดของสถานีโทรทัศน์ ซึ่งวันนี้ ความรู้ผมก็หยุดไปแล้วครับ เพราะโลกมันเปลี่ยนไปไกล บุตรชายผมที่บ้านวัน ๆ ก็เข้าแต่ ยูทูบ (YouTube) บ้างละ เข้าเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) บ้างละ ดูโมโน (Mono) ช่องโน้นช่องนี้ กันบ้างละ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะอภิปรายเป็นข้อทักท้วงให้ท่านนะครับ ท่านทำเล่มมา เยอะแยะมากมายหลากหลาย ผมไล่เลียงทีละประเด็นครับ อะไรเป็นประโยชน์ท่านเก็บไป แก้ไขพัฒนานะครับ🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ มีคำถามว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง ท่านบอกว่าท่านมีการแก้ไขปัญหา ดังที่ท่านได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมอยากจะถาม ให้ท่านตอบช่วงท้ายครับว่าท่านมีมูลนิธิไทยพีบีเอส (Thai PBS) ด้วย แต่ในเล่มนี้ ผมยังไม่เห็นนะครับ ผมพยายามนั่งอ่านตั้งแต่เช้า ใช้เวลาอ่านเกือบทุกหน้ายังไม่ค่อยเห็น ตัวเลข เดี๋ยวถ้าท่านมีท่านบอกด้วยครับว่ามูลนิธิไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีเงินเท่าไร เงินมาจากไหน ใช้อะไร ขายของที่ระลึกอะไรไปบ้าง เพราะดูจากตัวเลขมีขายของที่ระลึก ด้วยนะครับ ปีหนึ่งประมาณล้านกว่าบาท เอาเข้าไปอยู่ในนี้ไหม รับบริจาคมาจากจุดไหน อย่างไร🔗

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ พอผมเข้าไปดูในรายละเอียด ที่ท่านบอกว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใช้เงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็จริง แต่เวลาวัด ความน่าเชื่อถือที่ท่านอวดอ้างสรรพคุณเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ใช้เรตติง (Rating) ท่านประธานครับ เวลาโฆษณาเขาขายนาทีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มันก็ต้องดูใช่ไหมว่าคนดูละครตบจูบเฉลี่ยนาทีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คนดู ๑๐ ล้านคนก็ตกสปอต (Spot) ละ ๓ บาท ๕ บาท ท่านบอกอย่างนี้ ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ดูเรตติง (Rating) ไม่ได้ใช้เรตติง (Rating) แต่ท่านประธานที่เคารพครับ พอไล่เลียงไปทีละหน้า ไปเรื่อย ๆ นี่นะครับ ผมจะเห็นความชัดเจนที่จะต้องอภิปรายให้กับ ท่านต้องคิดครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ก็พูดได้ เป็นผมก็พูดได้ ไม่ได้ดูเรตติง (Rating) ดูความมั่นคง ดูคนที่เขามาดูแล้วเขามีความรู้มากขึ้น มันเป็นจินตะคือจินตนาการครับ เพราะฉะนั้นท่านตอบแบบนี้ไม่ได้ คราวนี้ผมจะอภิปรายพอเบา ๆ แต่ถ้าปีหน้าท่านมาอีก แล้วท่านตอบแบบนี้อีกใครก็ตอบได้ครับ เอาเงินไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท จิรายุเราไม่ได้ดูเรตติง (Rating) หรอก เราดูความที่คนเขาเข้ามา ดูการพัฒนาสังคม แล้วถามว่าเอาอะไรไปวัด การพัฒนาสังคม ก็บริษัทดังกล่าวเขาบอกอย่างนั้น บอกอย่างนี้ ง่ายไปครับท่านประธาน แล้วผมอยากจะบอกท่านอีกอย่างหนึ่ง บริษัท มาร์เกต ซัปพอร์ต ที่ท่านพยายามจะบอกว่า ไปประเมินความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนจำนวนทั้งหมด ๓,๒๐๐ ตัวอย่าง เน้นไปที่ ผู้ชมประจำ สมัยหนุ่ม ๆ ท่านประธานเคยรับประทานก๋วยเตี๋ยวโกฮับไหมครับ พอเรา เข้าบ่อย ๆ ก็เป็นลูกค้าประจำ มันอร่อย แน่นอนเขาก็ต้องบอกว่ามันดีแล้ว แล้วท่านก็เที่ยว เอามาอวดสรรพคุณอย่างนี้ คราวหน้าอย่านะครับ ท่านเอาองค์กรที่เป็นกลางแล้วทำให้เป็น มาตรฐาน ไม่ใช่ว่าสุ่มตัวอย่าง ผมก็เรียนวิจัยครับ กลุ่มตัวอย่างท่าน ๓,๒๐๐ คน แล้วท่าน ระบุชัดเจนเลยบอกว่าเป็นกลุ่มที่ดูไทยพีบีเอส (Thai PBS) ของท่านเป็นประจำ ก็หมายความว่าลูกค้าท่านเขาชื่นชอบท่านอยู่แล้ว เวลาท่านไปตอบแบบสอบถาม เขาก็ต้อง บอกว่าได้ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม เหมาะสมครับนาย ชอบครับ มันเป็นเรื่องปกติครับ อย่างนี้มันอยู่ในเล่ม แต่บริษัทที่เขาทำสำรวจท่านลองไปถามสิว่าประชากรทั้งหมด ที่ดูโทรทัศน์ เอาละผมหารครึ่งก็แล้วกัน มีอยู่ ๔๐ ล้านคน ท่านไปสุ่มตัวอย่างสิครับ เอาคน ทุกช่องสิครับ เอาที่เขาดูทีวีฟรีด้วยสิครับ เพราะท่านก็จัดกลุ่มอยู่ในทีวีดิจิทัล (TV Digital) แต่ท่านไม่เหมือนคนอื่นตรงที่ว่าตั้งแต่ต้นปีมานี้ท่านไม่มีข่าวเลย์ออฟ (Layoff) พนักงาน แล้วผมไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เพื่อนผมอยู่เยอะ แต่ท่านไปดูสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นครับ สื่อมวลชนที่อื่น ๆ รีดไขมันกันจนกระทั่งน้ำตาร่วง กันไปทั้งกองบรรณาธิการ หลายแห่งเลยครับ แต่ของท่านเป็นหน่วยงานกึ่งรัฐกึ่งเอกชน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไรครับท่านประธาน ผมอยากจะพูดต่อไปอย่างนี้ การไปออกแบบสำรวจของท่านนี่ไม่เห็นด้วยเลย คราวหน้าท่านต้องเปลี่ยนใหม่ ท่านต้อง ตอบสังคมให้ได้นะครับ ตอบพี่น้องประชาชนที่เขาเสียภาษีให้ท่านให้ได้ ท่านบอกว่า ท่านดำเนินการแบบ ๓ กิจกรรมก็คือออนแอร์ (On Air) นี่ครับช่องทีวีดิจิทัล (TV Digital) ของรัฐสภา ช่อง ๑๐ นี่ออนแอร์ (On Air) อยู่ หลังจากนั้นท่านไปทำอะไรต่อครับ ก็เอาไปทำ เรื่องของออนไลน์ (Online) ประเด็นคืออะไร พอออกอากาศอย่างจิรายุนี่ ท่านประธาน เชื่อไหม คนชอบเอาผมไปลงในยูทูบ (YouTube) คนดูกัน ๓-๔ ล้านคน ผมไม่เคยได้ สักสลึงหนึ่ง แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เอาทีวี (TV) เอารายการที่ออกอากาศในโทรทัศน์ ไปตัดเป็นคลิป (Clip) แล้วไปลงในยูทูบ (YouTube) อัฐยายซื้อขนมยายนี่ละครับ ต้นทุน ท่านผลิตจากทีวี (TV) แล้วท่านก็ไปลงในยูทูบ (YouTube) ประเด็นที่ ๓ ท่านบอกว่าท่านทำ กิจกรรมที่เรียกว่าออนกราวด์ (On Ground) ท่านไปจัดกิจกรรมโน่นนี่นั่น แล้วท่านประธาน ผมฝากไปยังคณะกรรมการที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ ท่านอย่าโกรธผม ท่านอย่ามาตำหนิผมนะครับ ๓ กลุ่มที่ฝากผมมาอภิปรายนี่ กลุ่มที่ ๑ พนักงานและผู้บริหารของท่านที่ไม่กล้าพูด นี่ครับ ระบบราชการไทยที่เป็นแบบยังไม่กล้า สุดท้ายก็มาทางเอสเอ็มเอส (SMS) บ้าง มาทางไลน์ (Line) ถึงผมบ้าง กลุ่มที่ ๒ ก็คือพี่น้องประชาชน และกลุ่มที่ ๓ ก็คือสื่อสารมวลชน พวกเดียวกับท่านนี่ละ บอกถ้าเป็นไปได้อยากไปนั่งเป็นประธานไทยพีบีเอส (Thai PBS) เงินเดือนดี มีคนขับรถ เบี้ยเลี้ยงเยี่ยม ห้องทำงานสุดยอด แต่ทุกวันนี้สื่อมวลชนอื่น กำลังจะตกงานครับท่านประธานไทยพีบีเอส (Thai PBS)🔗

ประเด็นต่อมา ไม่ใช่ว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะไม่มีอะไรดีเลยนะครับ ความดีก็ปรากฏ แต่พอเอาความดีไปตั้งเป็นสมมุติฐานแล้วไปเอาเงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปวางหารกันนี่มันไม่คุ้มครับ ความดีมี ไม่ใช่ไม่มี สถานีนี้ก็ดี มีหลายอย่างที่น่าสนใจ ที่ท่าน บอกว่าได้รางวัล ผมก็พยายามจะเข้าไปดูคิวอาร์โค้ด (QR code) ๒๐ กว่าคนดู ๑๘ คนดู แต่ถ้าคิดยูทูบ (YouTube) ที่ท่านตัดรายการน่าสนใจที่ท่านจ้างผลิตปีหนึ่งเป็น ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะบอกท่าน อย่างนี้ว่าท่านประธานเคยได้ยินคำว่าสภาพบังคับไหมครับ สภาพบังคับก็คือท่านประธาน แบ่งกัน ๓ ท่าน คนละ ๓-๔ ชั่วโมง ต้องมานั่งบนบัลลังก์ อันนี้เขาเรียกสภาพบังคับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เขียนอยู่ในรายงานเล่มนี้ครับ บอกว่าสถานีนี้ตั้งโดยไม่มีสภาพบังคับ หมายความว่าไม่มีฝ่ายอื่น ๆ ไปแทรกแซงท่านได้ ท่านใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน พี่น้องประชาชนต้องจ่ายปีละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทโดยไม่มีสภาพบังคับ ผมไม่ไปชี้นะว่า ท่านเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า แต่พี่น้องประชาชนต้องให้คะแนนท่านครับ ท่านอยากจะมา ตอบเองส่องกระจกว่าใครสวยที่สุดในปฐพี กระจกวิเศษตอบข้าเถิด อ๋อ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ละสิ ไม่ได้ครับ ผมพยายามจะหาหน่วยงานที่รองรับในการพิจารณาของท่าน ที่หลากหลาย🔗

ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องการทำงานของท่านที่อยู่เคียงข้าง ประชาชน มันจะออกไปทางวิชาการครับ ท่านประธานไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ กระบวนการที่นำเสนอออกมา ผมว่ามันยุคคอนเซอร์เวทิฟ (Conservative) ครับ โบราณ คนดูกลุ่มของท่านดูแล้วก็ผ่านไป กดรีโมต (Remote) ไปช่องอะไรก็กดเลยไป ท่านอย่าทำ เหมือนโทรทัศน์ของราชการบางช่องที่สมัยก่อนเขาบอกว่ามีไว้ให้เสียบปลั๊ก ท่านต้องตอบ ให้ได้ครับว่าสิ่งที่ท่านทำกันมาปีละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทมีอะไรบ้าง🔗

ประเด็นต่อมา สมัยก่อนเรื่องของการตรวจสอบทุจริตของรัฐบาลจะเป็นเรื่อง ของสื่อมวลชน ไม่ใช่เรื่องของสภา น้อยมากที่จะเป็นเรื่องของสภาที่จะมาแฉอะไรกัน คำถาม ก็คือว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้แฉอะไรแบบจะ ๆ บ้างไหม ท่านบอกมีอยู่ในนี้ สมัยก่อน ไอทีวี (itv) เขาไปซ่อนกล้อง ไปจับส่วยตำรวจทางหลวง ขออภัยยุคเก่า ๆ เดี๋ยวนี้ อาจจะไม่มีแล้ว ไปทำบ่อน ไปทำส่วย มีไหมล่ะครับ ผมเสียดายนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหายอีกเช่นเดียวกัน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของท่านมือเก๋าตั้งแต่อยู่เนชั่น (Nation) แล้วก็ทำงานกับผม ผมเรียกว่าพี่ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ มาโดยตลอด ตอนนี้มานั่งเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว พี่ก่อเขตถ้าฟังผมนะครับ อย่าให้ลูกน้องมาบ่นว่าเดี๋ยวนี้ฝ่ายข่าว ไม่ค่อยมีอะไรเลย ข่าวรูทีน (Routine) ข่าวสืบสวน สอบสวนเชิงเจาะไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีไหม ปรากฏว่าบ่อนเต็มบ้านเต็มเมือง ตู้ม้าวางกันเกลื่อนกลาดไปหมด เป็นหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยพีบีเอส (Thai PBS) ตามวัตถุประสงค์ อะไรล่ะครับ มีไหม ไม่ค่อยเห็น การทุจริตอะไรมากมายในรัฐบาลที่ผ่านมา หรือแม้แต่กระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน เป็นหน้าที่ของสื่อสารมวลชนนะครับ พวกผมมีเวลาปีหนึ่งครั้งเดียวอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีเวลา แค่กระทู้ถาม มีเวลาแค่คณะกรรมาธิการเล็กน้อย ท่านมีเวลาวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง ผมจะรอดูว่า สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ที่อวดอ้างสรรพคุณมานักหนาท่านจะมีทีเด็ดอะไรบ้าง🔗

ท่านประธานครับ ผมฝากคำแนะนำกับท่าน เมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกว่าสถานีของเรามีผู้ติดตามทวิตเตอร์ (Twitter) ๒ ล้านกว่าคน น้องฌอนผมยัง ๓ ล้านกว่าคนเลย นี่คนเดียวนะ ฌอนนี่ไม่ได้ใช้เงิน ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่เสียหาย เขามีคนตามในทวิตเตอร์ (Twitter) ๓ ล้านกว่าคน นี่สถานีไทยพีบีเอส (Thai PBS) มี ๒ ล้านกว่าคน ในไลน์ (Line) ๓ ล้านกว่าคน เฟซบุ๊ก (Facebook) เท่านั้น เท่านี้ เปรียบเทียบกับ ๒,๓๐๐ ล้านบาทต่อปี ไหวหรือครับ ท่านลองไปคิดดูนะครับ🔗

ประเด็นต่อมา เมื่อสักครู่นี้พี่นริศ ขำนุรักษ์ ของผมจากจังหวัดพัทลุง พูดชัดเจนครับ ท่านเป็นฝ่ายรัฐบาลเสียด้วยซ้ำยังบอกเลยบอกว่าปีที่แล้วเลือกตั้งโกงกระจาย แจกกันจนกระทั่งลืม ไปหมู่บ้านบอกเขาเพิ่งมาแจกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำอะไรล่ะครับ อย่างที่ท่านนริศพูด ท่านต้องลงไปแล้วก็จับให้มั่นคั้นให้ตาย ขออภัย หน้าที่สุนัขเฝ้าบ้านมันเป็นฉายา สมัยก่อนเขาบอกว่าอะไรรู้ไหม โจรกลัวตำรวจ ตำรวจกลัวนักข่าว นักข่าวกลัวโจร วนกันอยู่อย่างนี้ ตำรวจกลัวนักข่าว นักข่าวกลัวโจร โจรกลัวตำรวจ เดี๋ยวนี้ไม่มี มีตำรวจกับโจรอยู่ ๒ อย่าง เคลียร์กันรู้เรื่อง สมัยก่อนวงจรนี้ ต้องมีนักข่าวเข้าไปคอยขัดผลประโยชน์ คอยเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับบ้านนี้เมืองนี้ แม้จะทำได้เพียงเล็บเล็ก ๆ ก็ควรทำครับ🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตลงไปที่รายละเอียดในรายงานนี้ ซึ่งมีหลายประเด็น หลายเรื่องที่ผมคาใจ แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การประเมินของบริษัทเอกชนที่เข้าไปประเมินท่าน หน้า ๓๐ การประเมินความพึงพอใจ ในบทบาทสื่อสาธารณะของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ช่องไทยพีบีเอส (Thai PBS) ผู้รับชม มากที่สุด ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ก็อย่างที่ผมบอก ๓,๐๐๐ ตัวอย่าง ท่านไปถามพวกท่านที่เขาดู ประจำ เหมือนแฟนคลับ (Fanclub) ช่อง ๓ เขาก็ดูช่อง ๓ ทุกวัน เขาก็ปลื้ม บางคนพอเปิด แล้วก็เปิดทิ้งไว้เลย🔗

ประเด็นต่อมา ไล่เลียงไปที่หน้าอื่น ๆ รางวัลที่ท่านบอกด้านข่าวสารและรายการ อันนี้ยินดีด้วย ให้กำลังใจคนทำงานด้านสื่อ แต่ ๑ ปี ๑๒ เดือนท่านเอาแค่ ๓ รางวัลพอ ไตรมาสละเรื่องที่มันจับมั่นคั้นตาย แก้ไขสังคมได้ และเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ ไม่จำเป็น ต้องเป็นเรื่องการเมือง ท่านบอกว่าท่านไม่มีสถานภาพบังคับ ไม่เป็นไร ก็รู้ ๆ กันอยู่ ต่อมา พอไปดูรายละเอียดในรายงานจะเห็นได้ว่ารายงาน หน้า ๑๒๗ ท่านบอกว่าผู้ที่เข้าไปประเมิน องค์กรนี้เขาบอกว่าจะต้องมีความจำเป็นในการปรับรูปแบบการนำเสนอให้สนุกมากขึ้น เขาบอกว่าใครที่นอนไม่หลับ อยากง่วง ให้ดูไทยพีบีเอส (Thai PBS) ตอน ๓-๔ ทุ่ม เหมือนยานอนหลับ นี่ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ท่านเข้าไปที่เฟซบุ๊ก (Facebook) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตอนนี้มีแต่คนฝากคำถามมา เขาบอกว่าสถานีนี้ถ้าใครอยากง่วงนอนตอนดึก ๆ ให้เปิดไว้ มันจะเหมือนดูสารคดี จะเคลิ้ม ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องไปนอนนับแกะ เดี๋ยวหลับ แต่มูลค่า ๒,๓๐๐ ล้านบาทต่อปี🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ หน้าเดียวกัน นี่ผมไม่ได้พูดเองเออเอง หน้า ๑๒๗ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในช่องทางออนไลน์ (Online) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) แม้จะมีการวิเคราะห์ตำแหน่งทางการตลาด แบรนด์โพซิชันนิง (Brand Positioning) แต่ยังขาดการวางแผนบริหารจัดการเนื้อหาในภาพรวมขององค์กร ทำให้รูปแบบนำเสนอ เนื้อหารายการมีความคล้ายคลึงกันหรือซ้ำซ้อนกันกับรายการที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ อันนี้ ๓ ปีที่แล้วก็แบบนี้ ๒ ปีที่แล้วก็แบบนี้ ปีที่แล้วก็แบบนี้ แสดงว่าบอร์ด (Board) ชุดนี้ หรือกรรมการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่เคยได้พัฒนาเลยหรืออย่างไร บริษัทเอกชนที่เขาไปสอบท่านเขาถึงรายงานแบบนี้ ถ้าใช่บอกนะครับ ถ้าไม่ใช่ท่านแก้ตัว ให้ผมด้วย ท่านประธานที่เคารพ พอไปดูรายงานหลายหน้ามันมีความน่าสงสัยปานประหนึ่ง เหมือนมีการแต่งบัญชี ผมไม่อยากจะพูด เดี๋ยวคราวหน้าจะไปแก้ไขสิ่งที่ผมพูด ไม่เป็นไรครับ จดไว้ ท่านดูนะครับ ท่านเขียนว่าราคาที่ดิน ปี ๒๕๖๑ มูลค่าที่ดิน มีที่ดินสัก ๒๐๐ ตารางวา มันจะถูกประเมินทุกปี ราคาจะเพิ่มทุกปี ถ้าบริษัท ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ประเมินไว้ อย่างนี้บอกว่าราคาเพิ่มขึ้น ๔๐๐,๐๐๐ บาท ผมพูดไม่ผิดนะครับ คณะกรรมการ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ หมายความว่าที่ดินที่ท่านอยู่ตรงริมถนน วิภาวดีรังสิต ท่านอยู่กันเพียงแค่ ๑ ไร่เท่านั้น ขึ้นมาตารางวาละ ๑,๐๐๐ บาท ถนนวิภาวดี รังสิต แถวสโมสรตำรวจ แถวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แต่ท่านอยู่กัน ๑ ไร่หรือครับ ผมตีราคา ให้เลย ๑๐ ไร่ ท่านประเมินราคาที่ดินเพิ่มขึ้นมาตารางวาละ ๑๐๐ บาท ผมให้ ๑๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวผมซื้อพรุ่งนี้เลย ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ แต่งบัญชี บริษัทที่ แต่งบัญชีให้ท่านหรือจะไม่แต่งผมไม่รู้ แต่โดยพฤติกรรมของมนุษย์คนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานครอย่างผมทั้งชีวิตนี่ถนนวิภาวดีรังสิต หรือสมัยเด็ก ๆ เขาเรียกถนน ซูเปอร์ไฮเวย์ (Superhighway) ผมว่าไม่น่าใช่ ท่านคณะกรรมการไปดูด้วยนะครับ แต่งบัญชี ไม่ดีครับ แต่ถ้าท่านไม่ได้แต่งไม่ว่ากันครับ🔗

ประเด็นต่อมาครับ ไล่เลียงไปเรื่อย ๆ จะเห็นอะไรที่อยู่ในนี้เยอะแยะ มากมาย แต่สุดท้ายแล้วประเด็นที่ท่านกำลังจะบอกต่อสังคมนี้ก็คือว่าเงินมันคุ้มน่าจิรายุ ๒,๓๐๐ ล้านบาท และท่านก็มารายงานต่อรัฐสภาว่าคุ้มจริง ๆ นะจะบอกให้ ผมรายงาน กลับไปยังท่านเช่นเดียวกันครับ ปีนี้เป็นออเดิร์ฟ (Hors d’oeuvre) ผมไม่สนใจว่าหลังบ้าน ของท่าน สถานีท่านจะไปจ้างบริษัทเอกชนที่เขาร่ำลือกันว่าเป็นพรรคพวกของท่าน หลังบ้าน ของท่าน ราคาผลิตพี่น้องประชาชนอาจจะไม่ทราบ แต่พวกผมที่ทำงานสื่อสารมวลชน ทราบครับ รายการครึ่งชั่วโมงจ้างกัน ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ผลิตครั้งหนึ่งออกได้ ๕ สัปดาห์ รวยลืมบ้านเลขที่กันก็เยอะ ซึ่งผมก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีในไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพราะไปไล่เลียงหลากหลายบริษัทแล้วที่เกี่ยวข้องกับคนบางคนก็ยังอยู่ ก็ไม่ว่ากันครับ แต่กระบวนการการผลิตแล้วทำอย่างไรให้สังคมขับเคลื่อนไปได้ ให้เห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้ มันจะกลายเป็นธุรกิจแสวงหากำไรและเป็นธุรกิจแสวงหากำไรที่ไม่ต้องลงทุน เห็นใจเพื่อนสื่อมวลชนที่เขาอยู่กันข้างบน เห็นใจโทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) ที่เขาต้องประมูล กับรัฐ เห็นใจข้าราชการที่เขาต้องเกษียณอายุจากกรมประชาสัมพันธ์ จากสถานีโทรทัศน์ ของรัฐหลายช่อง และเห็นใจพี่น้องสื่อสารมวลชนที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวอีกแล้ว ทีวีช่องนั้น เลย์ออฟ (Layoff) คน สื่อมวลชนโทรทัศน์ช่องนี้ให้ออก ผมไม่กล้าถามท่านเรื่องโบนัส เดี๋ยวเพื่อนที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะบอกว่าจิรายุกำลังจะมีโบนัสสิ้นปีแล้วทะลึ่งมาพูด เดี๋ยวประธานใหญ่เขาบอกว่าไม่ให้มีโบนัส ถ้าทำดีจ่ายไปเถอะครับ แต่ผลของงาน ต้องออกมาให้เห็นชัดเจนครับ🔗

ท่านประธานครับ โดยสรุปอย่างนี้นะครับ ฝากท่านไปตรวจสอบ🔗

๑. เรื่องของผลของงานที่ท่านทำ ทำได้แบบที่เปลี่ยนแปลงสังคมได้มากน้อย ขนาดไหน แบบชัด ๆ ท่านไปจับทุจริตของรัฐ ซึ่งวันนี้ต้องช่วยกันไม่ใช่มาปล่อยหน้าที่ ฝ่ายค้านอย่างเดียว ไม่ไหวละครับ ท่านไปเปิดใต้พรมไหมว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ยุค คสช. จนถึง ปัจจุบันนี้มีอะไรบ้างที่ท่านได้ดำเนินการในฐานะที่ท่านบอกว่าไม่มีสถานภาพบังคับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องเงินฝาก ดูในรายละเอียดบัญชีเขามีเงินฝากปีที่แล้ว ๑,๓๖๐ ล้านบาท เป็นเงินฝากประจำ ปี ๒๕๖๒ มารายงานรัฐสภาองค์กรนี้มีเงินฝากทั้งหมด ๒,๔๖๐ ล้านบาท แม่เจ้า เพราะมันไม่ใช่รับเงินจากรัฐอย่างเดียว เขาหาเงินได้ด้วย ขายของ ที่ระลึกก็ได้ ค่าดิจิทัล (Digital) ค่าสัมปทาน ค่าจัดโน่นนี่นั่นก็ได้ เขาเรียกเงินหน้าระบบ ผมจึงฝากคณะกรรมการครับ ถ้าปีหน้าท่านมาผมจะชมท่านอย่างเดียว แล้วท่านแก้ไขในสิ่งที่ ผมอภิปรายไปเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อย่าให้ใครมาดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนท่านได้ว่า มีไว้ทำไม ท่านประธานครับ บ้างก็ว่าอยากให้เอาเงินไปทำบ้านยากไร้ บ้างก็ว่าทีวีช่องนี้ น่าจะอยู่คนละประเทศกับประเทศไทย คนทำสื่อเก่าอย่างผมเจ็บนะ เวลาทำรายการ โทรทัศน์อะไรก็แล้วแต่หรือทำอะไรก็แล้วแต่มีคนมาพูดอย่างนี้ มันเหมือนเราด้อยค่า ไร้น้ำยามาก ฝากคณะกรรมการด้วย คิดเสียว่าการพูดในรัฐสภาเป็นประโยชน์เพื่อนำไป ปรับปรุงแก้ไข อะไรที่ท่านทำแล้วมันเห็นชัด ๆ ท่านไม่ต้องบอก ๓๖๕ วัน เอาแค่ ๕ วัน ของประเทศนี้แล้วท่านเปลี่ยนแปลงสังคมได้ผมจะปรบมือให้ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายรายงานปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๒ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ชื่อย่อที่ท่านใช้ในเชิงภาษาไทย ส.ส.ท หรือขออนุญาตที่จะคุ้นเคยหรือพูดในนามของไทยพีบีเอส (Thai PBS) อยู่สัก ๓ ประการ ด้วยกัน แต่ก่อนที่จะเข้าถึงทั้ง ๓ ประการ เมื่อคืนนี้ผมได้มีโอกาสไปหยิบเล่มของปี ๒๕๖๑ ขึ้นมาพิจารณาเปรียบเทียบ เสียดายนิดเดียวเล่มปี ๒๕๖๒ ของท่านเพิ่งตีพิมพ์แล้วเสร็จ เดือนมิถุนายน เพื่อนสมาชิกของพวกเราก็เพิ่งได้อ่านกันเต็ม ๆ เช้าวันนี้ แล้วเล่มปี ๒๕๖๒ ของท่านเนื้อหาค่อนข้างหนากว่าปี ๒๕๖๑ ค่อนข้างมาก ฉะนั้นอาจจะทำให้พวกเราไม่อาจ ที่จะทำความเข้าใจกับเนื้อหาทั้งหมดได้ทัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนสำหรับคนที่เป็นผู้แทน ประชาชนนั้นไม่ว่าจะเป็นมาในลักษณะอย่างไร ผมเชื่อว่าพวกเราสามารถจับประเด็น รับกระแสจากสังคม ทำความเข้าใจ และนำเสนอแทนในฐานะตัวแทนประชาชนได้ครับ ๓ ประการที่ผมอยากจะพูดถึงเป็นแบบนี้ครับ ผมเข้าใจว่ารายงานประจำปีของไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกการเปลี่ยนแปลงในเชิงการนำเสนอของสื่อชัดเจน ท่านจิรายุก็พูดถึงว่าวันนี้ ท่านแบ่งรูปแบบของสื่อออกเป็น ๓ ประการด้วยกัน🔗

ประการที่ ๑ ก็คือในรูปแบบของการที่ใช้สื่อที่เรียกว่าโทรทัศน์หรือใน ลักษณะของการออนแอร์ (On Air) ซึ่งแน่นอนท่านอาจจะพูดถึงจำนวนคนที่มีการติดตาม ท่าน แต่สิ่งที่ท่านไม่ได้ตอบหรือไม่ได้พูดอยู่ในรายงานฉบับนี้เลยก็คือการจัดลำดับหรือเรตติง (Rating) แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยที่ผมยังติดตามสื่อสารมวลชนในโทรทัศน์ค่อนข้างมาก ผมให้น้ำหนักกับรายการข่าว มีข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการที่ผมได้รับมา ถึงแม้ท่านบอก อันดับของท่านดีมากในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็แล้วแต่ แต่เรตติง (Rating) รายการข่าว ของท่าน หรือรายการในภาพรวมทั้งหมดของสถานีโทรทัศน์ที่เป็นออนแอร์ (On Air) ของท่านอยู่ในอันดับที่ ๑๗ แน่นอนครับเวลาที่เราฟังตัวเลขนี้เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ ท่านได้รับ เมื่อเทียบกับเงินที่ท่านใช้ ผมคิดว่ามันมีประเด็นที่จะต้องตั้งคำถามหรือขอคำตอบ จากท่านว่า เพราะเหตุใดอันดับของท่านยังอยู่ในอันดับที่ห่างจากสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง ซึ่งวันนี้ก็ค่อย ๆ ทยอยปิดหรือยุบตัวลงไป แน่นอนครับนั่นคือรูปแบบที่ ๑🔗

รูปแบบที่ ๒ คือสื่อในรูปแบบของออนไลน์ (Online) ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ ท่านพยายามจะขยับหรือชิงพื้นที่มากยิ่งขึ้น สิ่งที่อยากจะฝากชื่นชมเวลาที่เราดูติดตามข่าว ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในรูปแบบออนไลน์ (Online) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุม สภา นักข่าวของท่านจะใช้วิธีจับประเด็นสั้น ๆ สรุปว่าขณะนี้ท่านสมาชิกท่านนี้พูดแบบนี้ ท่านรัฐมนตรีตอบแบบนี้ สมาชิกตั้งคำถามแบบนั้นแบบนี้ต่าง ๆ ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ดีมากเลย อาจจะต้องฝากชื่นชมไปยังนักข่าวที่ช่วยจับประเด็น เพราะว่าเราเอง ส.ส. หลายท่าน ติดประชุมกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ก็อาศัยข้อมูลในลักษณะออนไลน์ (Online) ของท่าน ติดตามว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงประเด็นสำคัญอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน ท่านใด ๆ ต่าง ๆ ที่เข้ามาตอบชี้แจงดังกล่าวนั้นตอบแบบไหน ประการใดบ้าง นั่นเป็น รูปแบบที่ ๒🔗

รูปแบบที่ ๓ คือในลักษณะการจัดกิจกรรมที่เรียกว่าออนกราวนด์ (On Ground) ผมไม่มั่นใจว่าท่านให้นิยามความหมายของออนกราวนด์ (On Ground) ไว้ตอนนี้แค่ไหน เป็นการลงพื้นที่ดำเนินการทุกรูปแบบ ทุกรายการที่อยู่ในลักษณะที่เรียกว่าภาคสนาม หรือเป็นการจัดในลักษณะรายการที่สถานีของท่านเท่านั้น ความจริงรายการหลายอย่าง นะครับ เช่นการแข่งเรือยาวประเพณี ผมไม่ได้ตามว่าปีนี้ยังมีอยู่หรือไม่ แต่ในส่วนตัวผม สนใจมากนะครับ แล้วมีการติดตามโดยตลอด แล้วก็การแข่งเรือยาวหรือการดำเนินการ ตามประเพณีในรูปแบบต่าง ๆ ในลุ่มน้ำต่าง ๆ มันสะท้อนเรื่องของวิถีชีวิต เสียดายบ้านผม จังหวัดอ่างทองช่วงหลังเรือยาวเราน้อยลง แต่ท่านไปถ่ายที่จังหวัดสิงห์บุรี ท่านไปถ่ายที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พวกผมคนจังหวัดอ่างทองก็มีการติดตามดูครับ🔗

อย่างไรก็ตามประเด็นที่ผมพูดใน ๓ ลักษณะดังกล่าว ผมคิดว่าสิ่งที่รายงาน ตัวนี้ไม่ได้ตอบเลยก็คือว่างบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ท่านใช้ในแต่ละปีนั้น ท่านประมาณการว่าปีถัด ๆ ไปการคงที่ของงบประมาณที่ได้รับการเพิ่มเติมความคุ้มค่า มันยังจำเป็นจะต้องใช้อยู่ขนาดนั้นหรือไม่ ท่านทำนายไปถึงลักษณะของสื่อมวลชนที่เปลี่ยน รูปแบบไปหลังจากนี้ ๓ ปี ไปหลังจากนี้ ๕ ปี ไปหลังจากนี้ ๑๐ ปี เป็นแบบไหน ประการใด ผมคิดว่าตรงนี้ถ้าท่านให้ข้อมูลกับพวกเราได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็จะทำให้เราจับประเด็น ในการพิจารณาอนุมัติ ถึงแม้งบประมาณที่ท่านบอกอาจจะไม่ได้จากสภาทั้งหมด แต่จะช่วย ท่านดู จะช่วยดูช่องทางในการสนับสนุน จะช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ท่านได้มากกว่านี้อีก นั่นเป็นประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะพูดถึง🔗

ประการที่ ๒ ในยุทธศาสตร์ด้านการข่าวที่น่าสนใจ ท่านบอกว่าเรามีการแบ่ง ยุทธศาสตร์ด้านการข่าวออกเป็น ๓ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ท่านพูดถึงว่า ข่าวของท่านจะมิใช่ข่าวที่เป็นลักษณะตามกระแสเท่านั้น แต่เป็นข่าวที่จะมีการเสนอทางออก ต่อสังคม ที่เรียกว่าโซลูชัน จัวร์นาลิซึม (Solution Journalism) รูปแบบที่ ๒ ที่ท่านพูดถึง ลักษณะการเสนอข่าวของท่านต้องเป็นการเสนอข่าวที่หลากหลาย รับข้อมูลที่มีความ รอบด้าน รูปแบบที่ ๓ ท่านบอกว่าข่าวของท่านต้องตั้งอยู่ในเชิงจริยธรรม ไม่ใช่การเล่นข่าว ที่มาจากโซเชียลมีเดีย (Social media) ซึ่งผมคิดว่า ณ ขณะนี้ปัญหาของกระบวนการ สื่อสารมวลชน ท่านผู้อำนวยการเป็นอาจารย์สอนนิเทศมาก่อนท่านคงทราบดี ก็คือมีการ เอาข่าว ข้อความ หรือข้อมูล ซึ่งอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่อยู่ในโซเชียลมีเดีย (Social media) ออกมาเป็นข่าวค่อนข้างมาก แล้วกระแสสังคมหลายเรื่องก็ไหลไปตามข่าว ผมไม่อยากจะเอ่ย ถึงเคส (Case) ว่าเป็นเรื่องใดบ้าง เช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดมุกดาหาร กรณีการเสียชีวิต ของเด็กอีกคนหนึ่งที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่ได้ทำแบบนั้น ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีประเด็นเรื่องของการดำเนินการในเชิงจริยธรรม มีเรื่องร้องเรียนซึ่งท่านใส่มา ไม่มากนัก แต่ทั้ง ๒ ประเด็นผมจับความได้แบบนี้ครับ จับความได้ในลักษณะว่าผมเคยให้ สัมภาษณ์นักข่าวของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ท่านหนึ่งที่มาถามผมถึงประเด็นผลกระทบ ของเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง แน่นอนครับผมก็ให้ข้อมูลไปตามสถานการณ์ ตามข้อมูลลักษณะเฉพาะที่ผมทำงานอยู่ แต่นักข่าวท่านนั้นแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผมน่าสนใจ และผมคิดว่าตรงนี้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะช่วยขยายความต่อได้ในอนาคต เขาบอกผม แบบนี้ครับ เขาไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าเขาไม่ควรจะคุยกับเด็กหรือผู้หญิงที่ได้รับการ บำบัดรักษาและฟื้นฟูจากการถูกความรุนแรงมาก่อนแล้ว เขาคิดแต่เพียงว่าถ้าเด็กหรือผู้หญิง เหล่านั้นได้รับการเยียวยา ได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูเขาน่าจะเหมือนคนปกติที่ให้ ข้อมูลได้ ท่านเห็นไหมครับ อันนี้แค่มุมเดียวที่ผมสะท้อนให้เห็น ซึ่งผมต้องชื่นชม ความกล้าหาญของนักข่าวคนนี้ที่ให้ข้อมูลกับผมอย่างตรงไปตรงมา คำถามก็คือว่าข้อมูล ลักษณะแบบนี้ท่านให้กับนักข่าวทุกคนแบบเดียวกันหรือไม่ ท่านมีนักข่าวที่แตกต่างจาก สถานีอื่นที่ไม่ไปละเมิดซ้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กกับสตรีที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง ในทุกรูปแบบหรือไม่ ท่านบอกเขาไหมครับว่าภาพใบหน้า ภาพบ้าน ภาพโรงเรียนของเด็ก ไม่ควรจะปรากฏในสื่อของท่านทั้งหมด ท่านบอกเขาหรือไม่ว่าไม่ควรจะมีข้อมูลบ่งบอก อัตลักษณ์ใด ๆ ท่านบอกเขาหรือไม่ว่าไมค์ไม่ควรถูกจ่อปากเด็กและครอบครัวของเด็ก ในทุกกรณี ท่านบอกเขาหรือไม่ว่าสำนักข่าวเราจะไม่ตอกย้ำความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เช่น ท่านต้องไม่มีพาดหัวข่าวที่บอกว่าแม่ใจร้าย แม่ใจยักษ์โดยเด็ดขาด ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะขอความชัดเจนและความมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดจาก นักข่าวของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ🔗

ประการที่ ๓ เป็นประการสุดท้าย ผมพยายามจะขมวดประเด็น มาดูเรื่อง งบประมาณการเงิน มาดูเรื่องการใช้เงินต่าง ๆ ก็แน่นอนนะครับ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของท่านงบประมาณส่วนใหญ่อยู่ในเรื่องของการดำเนินการด้านการข่าวผมไม่ติดใจ แต่มันมีงบประมาณด้านบุคลากรครับ ท่านจิรายุติงไว้นิดหนึ่งบอกว่าอย่าพูดถึงได้ไหม เพราะสุ่มเสี่ยงกับการที่จะมีการจ่ายหรือไม่จ่ายโบนัส งบประมาณบุคลากรของท่านดู ย้อนแย้งกับสิ่งที่ท่านกำลังทำครับ ท่านมีโครงการเกษียณก่อนกำหนดคล้าย ๆ กับว่า ท่านกำลังพูดถึงการลดจำนวนบุคลากรในสถานีของท่าน แต่งบประมาณท่านเพิ่ม จากปี ๒๔๖๑ เป็น ๕๗๑ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ เป็น ๕๗๔ ล้านบาท ท่านจำเป็นต้องรักษา นักข่าวที่มีคุณภาพ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง แต่งบประมาณตัวนี้ดูเสมือนว่าจะโตขึ้นไป เรื่อย ๆ ตกลงสถานการณ์เรื่องการดูแลพนักงานของท่านเป็นอย่างไรกันแน่ เรื่องเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญ เราเห็นกรณีการตกงาน เราเห็นกรณีการเลิกจ้าง เราเห็นกรณีการพักงาน ที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งการปิดสถานีโทรทัศน์วิทยุในหลายแห่ง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องมี หลักประกันความมั่นใจหรือความเชื่อมั่นแบบนั้นกับพี่น้องพนักงานครับ🔗

ประการสุดท้าย เป็นประการเดียวกับประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะพูดถึง ท้ายรายงานฉบับนี้ท่านพูดถึงปีที่แล้วว่าวุฒิสภาติงท่านอย่างไร แล้วมีข้อคววามอยู่ ข้อความหนึ่ง บอกว่าวันนี้กฎหมายที่รองรับการจัดตั้งไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นตั้งมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ครับ พูดง่าย ๆ คือ ณ ขณะนี้เป็นเวลา ๑๒ ปีแล้ว ไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกจะทบทวน แต่ไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้ว่า ๗-๘ ครั้งที่ท่านได้เคยดำเนินการทบทวนนั้น ตกลง ณ ขณะนี้ท่านตั้งประเด็นจะทบทวนกฎหมายหรือเตรียมการที่จะแก้ไขกฎหมาย เพื่อทำให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นที่ยอมรับ เป็นขวัญกำลังใจ เป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับ พี่น้องประชาชนที่เดินเข้าไปหาท่าน แล้วทำให้ประเทศไทยนั้นมีทางเลือกของสื่อที่ดีขึ้น มากไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างไร ทั้งหมด ๓ ประเด็นครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกอีก ๓ ท่าน คุณหมอบัญญัติ ท่านวิรัช และท่านสาทิตย์ เชิญคุณหมอบัญญัติ ก่อนครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธาน เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ติชม ตั้งข้อสังเกตประกอบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๒ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. ตาม พ.ร.บ. องค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๕๒🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) หรือ ส.ส.ท. ขณะนี้มีอายุ ตาม พ.ร.บ. ๑๒ ปีแล้วครับ องค์กรนี้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเมื่อปี ๒๕๕๑ กำหนดให้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำหน้าที่เป็นองค์กรสื่อสาธารณะด้านวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ เผยแพร่รายการในระบบอื่นหรือเทคโนโลยีทันสมัย ผมเองนั้นถือว่าเป็นแฟนคลับ (Fanclub) ตัวยงของไทยพีบีเอส (Thai PBS) นะครับ แล้วก็ติดตามข่าวสารจากหลายช่องทางของ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่ว่าจะเป็นทีวี (TV) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแอปพลิเคชัน (Application) เรื่องของเฟซบุ๊ก (Facebook) เรื่องของสื่ออื่น ๆ ก็ได้รับประโยชน์จาก ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) แหล่งที่มาของรายได้ก็เป็นภาษีบาป ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของภาษีจากสุราและบุหรี่เช่นเดียวกับองค์กร ส.ส.ส. เป็นต้น ซึ่งเงินจำนวน ประมาณปีละไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำให้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโฆษณา และไม่จำเป็นจะต้องเอาใจลูกค้ามาก จนเกินไป จึงมีความเป็นอิสระต่อนายทุน ต้องยอมรับว่าถ้าต้องการโฆษณาก็จะต้องพึ่งพา นายทุน ธุรกิจกลุ่มทุน ไม่ต้องพึ่งพาการเมือง และไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐว่าจะต้องมาขอ งบประมาณรายจ่ายจากสำนักงบประมาณผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณเช่นนี้นาน ๆ ไปหน่วยงานเหล่านี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านปรารภที่จะต้องให้นำแผนการใช้งบประมาณประจำปี มาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นหน่วยงานของไทยพีบีเอส (Thai PBS) คงจะต้อง เตรียมตัวในส่วนนี้ไว้เหมือนกันว่าในอนาคตการปฏิรูปกฎหมายในส่วนของเงิน นอกงบประมาณซึ่งมีเงินจำนวนมหาศาลนับล้าน ๆ บาทต่อปีซึ่งเป็นเงินที่อยู่ นอกงบประมาณที่ไม่ได้มาขออนุมัติสภา อนาคตอาจจะต้องนำมาขอแผนการใช้งบประมาณ ประจำปีก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นองค์กรของท่านเป็นองค์กรที่มีความเบ็ดเสร็จในตัวหลังจากที่ ได้รับงบประมาณจากภาครัฐ โดยการตัดเงินภาษีบาปจากสุราบุหรี่ไปแล้ว ท่านก็จะต้องใช้ให้ เกิดความโปร่งใสมากที่สุด การใช้เงินให้มีความโปร่งใสนั้นย่อมหมายความว่าจะต้องมีการตรวจสอบ มีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หน่วยงานที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็เสี่ยงที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือดิสเครดิต (Discredit) ได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องมีความ ระมัดระวังเรื่องของความโปร่งในการใช้งบประมาณ แต่ก็สบายใจระดับหนึ่งหลังจากที่ดู ในเล่มรายงานของท่านซึ่งจัดทำได้สวยงาม พบว่ามีทั้งอินเทอร์นัลออดิเตอร์ (Internal Auditor) มีผู้ตรวจสอบภายในที่น่าเชื่อถือ แล้วก็มีผู้ตรวจสอบภายนอกคือผู้สอบบัญชี งบการเงินที่น่าเชื่อถือ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้อย่าง สตง. จะตรวจการใช้เงินนั้น เขาไม่ได้ตรวจว่าใช้เงินแล้วก็ออกมาเป็นผลงานชี้วัดได้จะถือว่าสำเร็จ ต้องตรวจถึงผลผลิต ตรวจถึงผลผลิตหมายความว่าสิ่งที่เราสื่อออกไปจากการใช้ต้นทุนเม็ดเงินนั้น ทำให้คน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไหม อย่างเช่นคนออกไปวิ่งเพื่อจะลดน้ำหนัก วิ่งได้กี่กิโลเมตร อาจจะเรียกว่าผลลัพธ์ วันนี้วิ่งได้กี่กิโลเมตร แต่วิ่งเท่าไรก็น้ำหนักไม่ลดคือผลผลิตยังไม่เกิด เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องวัดถึงผลผลิตด้วยว่าสุดท้ายเมื่อถึงพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนได้รับผลผลิตจากรายการของท่าน จนเขาสามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในแง่ของถ้าท่านเป็นข่าวสารทางด้านสุขภาพ เขาสามารถมีอาชีพกรณีท่านเสนอข่าวสาร อาชีพ กรณีที่ท่านเสนอเรื่องลิงที่ทางประเทศยุโรปต่อต้านลิงเก็บมะพร้าว ถ้าท่านเสนอข่าว เป็นภาษาอังกฤษไป สื่อสารไปถึงเขา เขากลับมาซื้อมะพร้าวของเราได้ อันนี้ถือว่าเป็น ผลผลิตหรือผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายงบประมาณหรือการผลิตรายการ ท่านต้องวัดไปจนถึง ตรงนั้น อนาคตไปข้างหน้าโน้นต้องวัดถึงอิมแพกต์ (Impact) วัดถึงผลกระทบเลยทีเดียว เช่น สร้างอะไรขึ้นมาอย่างหนึ่งแล้วนึกว่าผลจะออกมาดี สุดท้ายกลายเป็นบูมเมอแรง (Boomerang) ย้อนกลับมามีผลกระทบมากมายเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นท่านต้องประเมินถึง ผลสัมฤทธิ์และประเมินถึงผลกระทบรายการของท่านด้วย เมื่อได้ชมแล้วว่าหน่วยงาน ของท่านนั้นมีรางวัลต่าง ๆ แล้วก็มีการตรวจสอบภายในภายนอกที่มีความโปร่งใสระดับหนึ่ง แต่ใคร่อยากจะถามทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่ากรรมการที่อยู่ในเล่มนี้เป็นวาระตลอดชีพ กันหรือไม่ หรือว่ามีวาระเช่น ๑ วาระ ๒ วาระ อะไรอย่างนี้ ส่วนตัวผมเห็นว่าเพื่อไม่ให้มี ผลประโยชน์ทับซ้อนก็คงน่าที่จะต้องพิจารณาเรื่องวาระด้วย เช่นไม่เกิน ๒ วาระ ถ้าเกิน ๒ วาระก็ให้เป็นที่ปรึกษา เพราะว่าบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ แล้วก็รักองค์กร บางทีก็ไม่ใช่หาง่าย เราต้องสงวนเขาไว้ แต่ว่าความที่เป็นกรรมการสามารถจะมีผลประโยชน์ ทับซ้อนได้ ก็เป็นที่ปรึกษาเสียบ้าง ฝากในส่วนที่เป็นข้อติติงไปด้วยนะครับ🔗

ในส่วนที่จะเป็นประเด็นฝาก ก็อยากที่จะให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นที่พึ่ง ของคนตัวเล็ก ๆ ข่าวไหนที่มีสำนักข่าวพากันไปทำข่าวแล้ว เราไม่ต้องไปตะลุยกับเขา มากมายหรอก มีคนช่วยทำแล้ว ทำจากที่ลับให้เป็นที่แจ้งแล้ว ทำปัญหาที่คนมองไม่เห็น เป็นปัญหาที่มีคนเห็นแล้วก็แบ่งเบาไม่ต้องลงลึก ไม่ต้องลงเยอะก็ได้ เราหลบไปในพื้นที่ที่ไม่มี คนทำ อย่างที่ผมบอกว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องเป็นตัวแทนของคนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีโอกาส และไม่มีช่องทางในการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ไม่มีโอกาสเข้าไปร่วมจัดสรรทรัพยากร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องเป็นที่พึ่งของเขาเพราะไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นผู้ที่มีความเป็นกลาง แล้วก็เล็งเห็นผลประโยชน์ว่าจะต้องทำให้คนตัวเล็ก คนตัวใหญ่ คนได้เปรียบ คนเสียเปรียบต่าง ๆ ให้มีความเป็นธรรมในสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็สามารถอยู่กันได้อย่างผาสุก อันนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่จะช่วยได้ อย่างเช่น สภาผู้แทนราษฎรท่านเชื่อไหมครับ ท่านประธานให้เพื่อนสมาชิกหารือ สัก ๒ นาทีเป็นมรรคเป็นผลมากเลย เพราะฉะนั้นถ้าคนที่ได้รับความเดือดร้อน ท่านมี รายการให้เขาปรึกษาหารือ หน่วยราชการเดี๋ยวนี้ทุกหน่วยราชการจะมีฝ่ายมอนิเตอร์ (Monitor) หรือติดตามข่าวสารจากสื่อหลักต่าง ๆ อะไรที่ได้ออกสื่อ รัฐมนตรีก็ดี ปลัดกระทรวง หรืออธิบดี ท่านจะรู้ข่าวสาร ผมเชื่อว่าความที่เป็นรัฐมนตรี ความที่เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการ ท่านไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรอกครับ ปัญหาคือท่านไม่รู้ ท่านไม่มีโอกาสได้รู้ เพราะไม่มีผู้รายงาน เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านมีรายการที่ให้คนได้ร้องเรียน ร้องทุกข์ ขึ้นมา แล้วถ้าท่านนำเรียนด้วยเอกสารด้วยก็ได้ไปถึงหน่วยงาน หน่วยราชการต่าง ๆ ให้เขา ได้รับรู้ รับทราบ และถ้าหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นได้มาตอบกระทู้ถาม ตอบข้อหารือของ พี่น้องประชาชนด้วย ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่สภาแห่งนี้ช่วยบรรเทาเบาบางด้วยเช่นเดียวกัน🔗

สิ่งที่อยากที่จะวิเคราะห์ก็คือว่าหน่วยงานของไทยพีบีเอส (Thai PBS) เหมือนกับจะเป็นทีวี (TV) ของประเทศไทยอย่างเดียว อยากที่จะให้มีภาคภาษาอังกฤษ ให้มากขึ้น ขณะนี้มีปัญหาเรื่องมะพร้าวไทยถูกกีดกันในเวทีของสหภาพยุโรปนะครับ ท่านทำ ทีวี (TV) ให้เป็นภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ แทนที่จะให้เขามองว่าเราใช้ลิงเพื่อการใช้แรงงาน ทรมานกดขี่สัตว์เลี้ยง ก็กลายเป็นสิ่งที่เป็นวิถีวัฒนธรรมชีวิตต่าง ๆ สื่อไปถึงเขาได้ ผมก็ว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่น่าที่จะยุ่งยากเกินไปกว่าที่จะทำตรงนี้ได้ แล้วเรื่องข่าวสารจาก ต่างประเทศ ขณะนี้ต่างประเทศเขามีอะไร แต่ละเรื่องอย่างไร ที่เราในฐานะของพี่น้อง ประชาชน หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) หรือนักธุรกิจต่าง ๆ ก็ดี ก็อยากที่จะรู้ ข่าวสารต่างประเทศว่าขณะนี้เรื่องไปถึงไหนแล้ว อาชีพเขาไปถึงไหนแล้ว โรคระบาด ไปถึงไหนแล้ว ก็ยังมองดูว่าสัดส่วนในส่วนนี้ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังค่อนข้างจะน้อยอยู่ ก็อยากที่จะให้โกอินเตอร์เนชันนัล (Go International) ให้มากกว่านี้ เรื่องสถานการณ์ของ แต่ละวัน อย่างเช่นโควิด (COVID) เมื่อวานนี้เองโควิด (COVID) ที่จังหวัดระยองขึ้นมา รายหนึ่ง ปัจจุบันระเนระนาดเลยครับที่จังหวัดระยอง ธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยวต่าง ๆ โรงเรียนตั้ง ๒๐๐ กว่าโรงเรียนก็ต้องปิด คนกระทบ คนระยองถูกบูลลี (Bully) บูลลี (Bully) เดี๋ยวนี้ก็รู้จักกันเยอะแล้ว ถูกแกล้งนะครับ ผมมาสภามาเซ็นชื่อยังมีแต่คนเดินหลบผมเลย อย่างนี้นะครับ แล้วคนระยองไปโคราช ไปไหน ๆ อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลยส่วนราชการ แต่ละจังหวัดก็ยังบอกว่าถ้าใครมาจากจังหวัดระยองให้พัก ๑๔ วัน ซึ่งผมถามรัฐมนตรี แล้วเขาก็บอกไม่จำเป็นต้องถึง ๑๔ วันหรอก ต้องดูลักษณะว่าผลเพาะเชื้อเขาหมดไปอย่างไร เพราะฉะนั้นข่าวอย่างที่เป็นรายวัน มาเร็ว ไปเร็ว หมดเร็ว สร้างวิกฤติ สร้างผลกระทบเร็ว ๆ อย่างนี้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) อาจจะไม่ค่อยคล่องตัวเท่าไรหรือเปล่า ผมก็เห็นสื่อบางช่อง เขาจะเกาะติดข่าวด่วนต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีทีเดียว ก็ฝากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ด้วย แล้วอีก อย่างหนึ่งนะครับ โซเชียลมีเดีย (Social media) เดี๋ยวนี้ไม่ได้มีแต่ทีวี (TV) จอแบนที่บ้าน มาทางยูทูบ (YouTube) มาทางทวิตเตอร์ (Twitter) มาทางเฟซบุ๊ก (Facebook) และ อนาคตแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ อีกมากมาย คนดูยูทูบ (YouTube) มากที่สุด เลยนะครับ ก็อยากที่จะให้ท่านทำข่าวสั้น ๆ คนเดี๋ยวนี้ไม่มีสมาธิพอที่จะดูข่าวยาว ๆ สารคดี ของท่านทำให้สั้น ๆ และส่งอินโฟกราฟิก (Infographic) สั้น ๆ แค่ ๑ ชิ้น แล้วก็แก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี เฟกนิวส์ (Fake news) นี่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอย่างยิ่งเลย แล้วทำให้ คนสับสน ท่านก็สามารถแก้ข่าวผ่านอินโฟกราฟิก (Infographic) ที่ส่งไลน์ (Line) เพราะคนไทยคนสูงอายุใช้ไลน์ (Line) เยอะ ท่านก็ทำให้เป็นเฟรนด์ลีแอปพลิเคชัน (Friendly Application) ใช้ง่าย เข้าถึงง่าย ส่งต่อได้ง่าย สีสันสวยสด แล้วก็ทันเหตุการณ์ นะครับ ก็เท่ากับว่าแก้ข่าวลือได้ ท่านต้องเอาเงินงบประมาณมายิงแอดเวอร์ไทซิง (Advertising) ยิงโฆษณาด้วย ถ้าไม่ยิงโฆษณาคนก็กดไลก์ (Like) น้อย ท่านอย่าไปกังวลว่า ต้องไลก์ (Like) มากที่สุดนะครับ เพราะสถานีของเราเป็นสถานีเพื่อคนตัวเล็ก ๆ คนตัวเล็ก ๆ เขาเดือดร้อน เขาไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ คนกลุ่มใหญ่เขาก็อาจจะเป็นกลุ่มที่กดไลก์ (Like) ด้วยอารมณ์ก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านอย่ากังวลมากจนเกินไป ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ช่วยแก้ เรื่องโควิด (COVID) ที่ตกไปที่จังหวัดระยองนี่อย่าให้ตกกับจังหวัดอื่น แล้วจังหวัดอื่นถูกบูลลี (Bully) หรือถูกกลั่นแกล้งเหมือนจังหวัดระยอง กระทบเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการท่องเที่ยว ต่าง ๆ ทุกจังหวัดมีสิทธิเป็นทั้งนั้น ถ้าหากว่าการ์ด (Guard) ตก หรือมาตรการเขาเรียกว่า สิทธิพิเศษหรือวีไอพี (VIP) นั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข ท่านก็ตีแผ่สิ่งเหล่านี้ลงมาด้วยนะครับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านประสบปัญหาเช่นเดียวกับผม เรื่องบ่อนการพนัน เรื่องของตู้สล็อต (Slot) ท่านไปแอบถ่ายแล้วท่านก็มาตีแผ่นะครับ ผมว่าอะไรที่สภาแห่งนี้ได้พูดไว้ท่านก็มาเก็บประเด็นไปขยายผล เพราะพวกเราก็พูดได้แต่หัวเรื่อง แต่ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ท่านสามารถที่จะไปเจาะได้ เรื่องช้างป่าที่จังหวัดระยองบ้านผม ที่จังหวัดจันทบุรี แล้วก็บ้านท่านประธานแปดริ้ว ตอนนี้คนไม่ค่อยทำข่าวแล้วนะครับ เหมือนกับว่าเป็นของชิน ๆ ไปแล้ว แต่พี่น้องประชาชนไม่ชินหรอกครับ ท่านพยายามที่จะให้ คนที่อยู่ไกลแต่รักธรรมชาติ รักช้างป่า กับคนที่เผชิญกับปัญหาทุกวันให้เขาได้เข้าใจตรงกัน วิถีของคนเมือง วิถีของคนชนบท บางทีเป็นสิ่งที่มีแกป (Gap) มีช่องว่างเกิดขึ้น ท่านช่วยตีแผ่ ให้เขาด้วยนะครับ เรื่องปัญหาทางด้านชลประทาน น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุตสาหกรรม จะต้องแบ่งปันกันอย่างไร ท่านสามารถที่จะมาเป็นตัวสะท้อนให้ได้ และโควิด (COVID) ทำให้คนตกงานเยอะ ท่านพยายามเอาตัวอย่างของคนตกงานแล้วประสบความสำเร็จ ในการประกอบอาชีพ จุดประกายให้เขาว่ามาทำอาชีพทางนี้สิ ท่านไม่ต้องรายละเอียดเยอะ ผมมองดูว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะชอบลงรายละเอียดเยอะ ท่านลงกว้าง ๆ ลงทั่ว ๆ แล้วก็มีรายละเอียดต่าง ๆ ก็ค่อยว่ากันในตอนต่อไปนะครับ อยากจะฝากท่านประธานถึง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ๔ ประการดังที่กล่าวมานี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นที่พึ่งของเขาในการที่จะให้รัฐบาล แล้วก็ให้สังคมเข้าใจ จัดสรรงบประมาณมา ก็ดี หรือร่วมมือกันก็ดี ในการที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมในหลาย ๆ ภาคส่วนได้อย่างปกติสุขครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านวิรัตน์ วรศสิริน เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับ ก่อนอื่นผมขอชื่นชม ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นับได้ว่าเป็นสถานีที่ใช้ได้เลยทีเดียวนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใช้งบประมาณจากรัฐ ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น ควรจะต้องดีกว่านี้ ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะได้เป็น คลังปัญญาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป🔗

ตามคำในสารของประธานกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่เขียนไว้ในหน้า ๖ การทำหน้าที่สื่อสาธารณะท่ามกลางกระแสที่มีผลกระทบจากเทคโนโลยี ดิจิทัล (Technology Digital) เทคโนโลยีดิสรัปชัน (Technology Disruption) ทำให้สื่อ ต้องปรับตัวอย่างมากมาย ถูกต้องนะครับ ต้องปรับตัวอย่างมากมาย โลกนี้ก้าวหน้า ล้ำหน้า ไปเร็วมาก เร็วกว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่เหมือนเต่าแก่ ๆ เดินต้วมเตี้ยม ๆ ตามโลกไม่ทัน หรอกครับ ทีวี (TV) จอแบนราคา ๕๐๐,๐๐๐ บาทใน ๑๐ ปีที่แล้ว ปัจจุบันเหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท คนดูทีวี (TV) ที่บ้านมีจำนวนน้อยกว่าคนติดตามข่าวสารจากสื่อโซเชียล (Social) ในโทรศัพท์มือถือ ผมดูจากเพจ (Page) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีจำนวนผู้ติดตาม ๕ ล้านกว่าคน จำนวนก็นับว่าใกล้เคียงกับสถานีอื่น ๆ แต่ก็มีบางสถานีที่มีมากถึง ๑๐ กว่าล้านคน จุดนี้ผมคิดว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรต้องทำได้ดีกว่านี้ ฝากไว้ด้วย นะครับ ต้องไม่ทำตัวเป็นเต่าแก่ ๆ เดินต้วมเตี้ยม ๆ ผมแนะนำท่านนะครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) แซงไปเลยครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) แตกต่างจากสถานีอื่น ๆ ตรงไหน ตรงที่ได้รับงบประมาณจากรัฐ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งสถานี ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท นั้นหรือ จริง ๆ แล้วไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีวัตถุประสงค์เพื่อบริการข่าวสารเที่ยงตรง พัฒนาสังคมคุณภาพ ส่งเสริมความรู้ประชาชน เสริมสร้างเสรีภาพ ส่งเสริมเสรีภาพในการ รับรู้ข่าวสาร เพื่อพัฒนาสังคมประชาธิปไตย🔗

ท่านประธานครับ ผมแอบชื่นชมไทยพีบีเอส (Thai PBS) เมื่อปี ๒๕๕๙ ปรากฏข่าวพาดหัวประยุทธ์ฉะไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั่นแสดงว่าท่านได้เสนอข่าว อย่างเที่ยงตรง แน่นอน ท่านต้องกล้าเสนอข่าวถึงถูกฉะ แต่เสียดายว่าท่านถูกฉะแค่ครั้งเดียว ถ้าหลายครั้งผมคิดว่าจะเที่ยงตรงมากกว่านี้ วันหลังแนะนำท่านโดนฉะหลาย ๆ ครั้ง หน่อยนะครับ ท่านประธานครับ การเสนอข่าวที่เที่ยงตรง เป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่า อะลุ่มอล่วยนะครับ อยู่กลาง ๆ ซ้ายก็ไม่ไป ขวาก็กลัว ๆ อย่างนั้นไม่เรียกว่าเป็นกลางนะครับ การเสนอข่าวที่เป็นกลาง หมายถึง เสนอความจริงโดยไม่เกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพลใด ๆ ต้องไม่เกรงกลัวต่ออำนาจรัฐ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และประโยชน์ของเจ้าของภาษีอากร ผมอยากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) กล้าที่จะเสนอข่าวสารให้มากกว่าสถานีทั่ว ๆ ไป กล้าที่ จะเผยแพร่ความจริงเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามพันธกิจ ในพระราชบัญญัติจัดตั้งนะครับ ผมอยากจะให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปติดตามหาข่าว การทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดลำปาง มีการเสนอข่าวซื้อขายเสียงกันมากมาย ซึ่งก็เป็นข่าว กันไปทั่ว โดยอดีต กกต. ท่านสมชัย ศรีสุทธิยากร ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ว่ามีการ ซื้อขายเสียงไปทั่วทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกเขต ส่วนทาง กกต. เองก็ยังเงียบ ๆ อยู่ ผมเสนอให้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้กรุณา อย่าเพียงแต่เสนอข่าวเฉย ๆ ควรจะต้องลงไปหาความจริง มาตีแผ่ให้ประชาชนได้ทราบว่ามีการซื้อขายเสียงจริงไหม มีเงิน ๓๐๐ บาท แมกซ์ (Max) ติดกันเป็นปึก ๆ จริงไหม เหมือนกันทุกพื้นที่ไปหมด ตามที่ท่านอดีต กกต. กล่าวไว้จริงไหม ค้นหาความจริงครับ พัฒนาประชาธิปไตยนะครับ เพื่อพันธกิจที่จัดตั้งไทยพีบีเอส (Thai PBS) กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสาทิตย์ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกปีหนึ่งนะครับ ที่เราได้ร่วมกันรับทราบ แล้วก็พิจารณารายงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในปีที่แล้วผมก็ได้ลุกขึ้นอภิปราย แล้วก็ตั้งประเด็นซักถามเรื่องการทำหน้าที่ตามกฎหมายของไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วก็มี ประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องนั่นก็คือเรื่องที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นของผู้ผลิตรายการอิสระ แต่ว่าในรายงานของปี ๒๕๖๒ นั้นจุดสนใจของผมอยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างปี ๒๕๖๒ เชื่อมโยงต่อเนื่องมาถึงปีนี้ก็คือปี ๒๕๖๓ เพราะว่าในรายงานของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ฉบับนี้ได้มีการเขียนถึงเรื่องแผนจัดทำรายการของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ประจำปี ๒๕๖๓ ไว้ด้วย สาเหตุที่ผมให้ความสนใจในเรื่องของความต่อเนื่องจากปี ๒๕๖๒ มาปี ๒๕๖๓ ก็เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น ๒ เรื่อง แล้วทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็มีผลที่ทำให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผมก็อยากที่จะได้ฟังทางผู้บริหาร ได้กรุณาเล่าให้พวกเราฟังในสภานี้ด้วย🔗

ประเด็นแรก ก็คือว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องปรากฏการณ์การระบาดของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งในการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้น แน่นอนที่สุดว่า ได้สร้างความตกใจให้กับสังคม ประชาชนเองก็ต้องการที่จะมีความรู้ความเข้าใจและการ ปฏิบัติตัว ในส่วนไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นผมได้สดับตรับฟังมาจากหลาย ๆ ฝ่ายก็ชื่นชมว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นได้จัดรายการต่าง ๆ ที่ให้ความรู้ให้กับคนในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างถือว่าค่อนข้างดีแล้วก็มีประสิทธิภาพ แต่มีเรื่องหนึ่งซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้มีการดำเนินการไปแล้ว และถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ผมอยากจะซักถามท่าน ในวันนี้ก็คือการที่ท่านได้ทดลองออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ ช่อง ๔ ที่เรียกว่า เอแอลทีวี (ALTV) หรือแอกทิฟเลิร์นนิง ทีวี (Active Learning TV) ซึ่งท่านเพิ่งจะทดลอง ออกอากาศไปในวันที่ ๑ กรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง อันนี้ก็ดูตามปรากฏการณ์ตามข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น🔗

ประเด็นที่ผมสงสัยก็คือว่าความเกี่ยวโยงโควิด-๑๙ (COVID-19) มาสู่การที่ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปจัดให้มีสถานีโทรทัศน์ของตัวเอง ไปขอช่องจาก กสทช. เพิ่มอีกช่องหนึ่งนั้น ผมว่าเป็นเรื่องดีโดยหลักการ เพราะว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ กระบวนการเรียนรู้ของเด็กเปลี่ยนไป โรงเรียนต่าง ๆ ไม่อาจจะจัดการเรียนการสอนตามปกติได้ กระทรวงศึกษาธิการเองได้พูดถึงเรื่องของการเรียนออนไลน์ (Online) ขึ้น แต่ออนไลน์ (Online) ของกระทรวงศึกษาธิการกลายเป็นการเรียนแบบออนแอร์ (On Air) ก็คือใช้ ดีแอลทีวี (DLTV) เป็นหลัก ซึ่งก็มีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปได้ช่องรายการหนึ่งเพิ่มเติมขึ้นมาจาก กสทช. มาทำเอแอลทีวี (ALTV) ประเด็น ของผมที่จะถามก็คือว่าที่มาที่ไปของช่องนี้เกิดมาได้อย่างไร เกิดมาจากในส่วนของผู้บริหาร ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เห็นว่าน่าจะทำ เป็นขอบข่ายภารกิจที่ทำได้ จึงไปขอคลื่นทีวี (TV) หรือช่องดิจิทัล (Digital) นี้จาก กสทช. มาทำ เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เพราะความจริงแล้ว หลายท่านที่บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) กับผมก็คุ้นเคยกัน ท่านผู้อำนวยการก็ดี ท่านประธานก็ดี ครั้งหนึ่งสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำบริหารราชการแผ่นดินท่านเอง ก็เคยไปขอคลื่นวิทยุ ผมกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ก็ให้คลื่นของกรมประชาสัมพันธ์ กับไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปจัดรายการวิทยุของเด็กขึ้นมาช่องหนึ่ง ซึ่งก็ยังสงสัยอยู่ว่า เรตติง (Rating) เป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน เพราะถือว่าเป็นหลักการที่ดี แต่การที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปเอาช่องดิจิทัล (Digital) มาอีกช่องหนึ่งคือช่อง ๔ เอแอลทีวี (ALTV) ถ้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นคนไปขอจาก กสทช. เองท่านบริหารจัดการอย่างไร เพราะว่าเงินที่ท่านได้ ขณะนี้ที่ให้กับไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นเงินซึ่งมีวงเงิน ตามที่พวกเราได้อภิปรายกัน ในรายงานตกอยู่ที่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทตามรายงาน ปี ๒๕๖๒ ใช้ในเรื่องของการจัดทำรายการอยู่ที่ประมาณ ๕๙ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ดูเหมือนว่าถ้าดูในรายงานทรัพย์สิน หนี้สินของท่าน พูดง่าย ๆ เป็นบริษัทบวกลบ กลบหนี้ก็ไม่ได้กำไรเท่าไร แต่การไปจัดทำรายการเพิ่มขึ้นอีก ๑ ช่องท่านจะใช้กำลัง ศักยภาพ งบประมาณที่มีอยู่ไปทำอีกช่องหนึ่งให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร นี่เป็นประเด็นคำถามแรก ซึ่งจริง ๆ ผมสนับสนุนให้มีสถานีโทรทัศน์ลักษณะเช่นนี้ แล้วก็ อยากเห็นคนกล้าลุกขึ้นมาทำ แต่ก็ด้วยความเป็นห่วงไทยพีบีเอส (Thai PBS) ด้วยเงินที่มี จำกัด ภารกิจขอบข่ายท่านก็มีอยู่ แล้วภาวะแบบนี้ด้วย ท่านจัดการบริหารเรื่องของโทรทัศน์ ช่อง ๔ ที่เกิดขึ้นใหม่นี้อย่างไรนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่สำคัญก็คือในเชิงเนื้อหาของเอแอลทีวี (ALTV) มีลักษณะเฉพาะ หมายความว่าไม่ใช่โทรทัศน์ที่เป็นห้องเรียนแบบออนแอร์ (On Air) อย่างเอแอลทีวี (ALTV) ที่เกิดขึ้น แต่ดูจากการให้สัมภาษณ์ของคนในไทยพีบีเอส (Thai PBS) เองมีความมุ่งหมายที่จะให้ เป็นลักษณะการเรียนรู้ในรูปแบบที่ทันสมัย แล้วก็แบ่งตัวเนื้อหาออกเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่เด็ก เยาวชน เรื่องของครู เรื่องของผู้ปกครอง ซึ่งโดย หลักการนี้ผมว่าถูกต้อง แต่ในแง่การจัดเนื้อหาท่านทำอย่างไร คนที่เข้าไปจัดทำเนื้อหา หรือจัดทำรายการโดยเจตนารมณ์ของกฎหมายไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องการให้มีผู้ผลิต รายการอิสระ จริง ๆ เดิมก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์อยู่พอสมควร ซึ่งผมอธิบายไปแล้ว แต่ทราบว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็พยายามที่จะแก้ไขอยู่ นั่นก็คือประกาศไปก่อน ผู้ทำรายการอิสระ ก็ยื่นเข้ามา แต่ก็ไม่วายยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างว่าอาจจะมีคนหน้าเดิมเข้ามาทำ ปรับเปลี่ยนชื่อบริษัทต่าง ๆ แต่ว่าดูที่ผลงาน ดูที่ตัวเนื้อหาว่าเขาทำเป็นอย่างไร🔗

ในประเด็นถัดมาที่จะถามก็คือในเชิงของเนื้อหาเอแอลทีวี (ALTV) ความเกี่ยวพันระหว่างผู้ผลิตรายการเดิมในไทยพีบีเอส (Thai PBS) กับชุดใหม่นี้เป็นอย่างไร หรือว่าท่านไปประกาศรับชุดใหม่เข้ามาทำ แล้วในการทำเท่าที่ผมดูการให้สัมภาษณ์จะมี ความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ด้วย ก็จะมีคำถามย้อนกลับมาอีกว่าในเชิงของ ค่าใช้จ่ายนั้นจะเพียงพอมากน้อยเพียงใด จะแบกภาระไปไหวหรือไม่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ผม อยากจะซักถามทางองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่า ในแง่ของโทรทัศน์ช่องใหม่ ๒ ประเด็นนี้ท่านดำเนินรายการอย่างไร เท่าที่ทราบเป็นการ ทดลองออกอากาศก่อน น่าจะอยู่ที่สักประมาณ ๖ เดือน หลังจากนั้นจะมีการประเมิน แล้วก็ คงจะมีการดำเนินการต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไร กับทาง กสทช. ต่อไป เพราะฉะนั้นในแผน ปี ๒๕๖๓ ที่ท่านเขียนเอาไว้ในรายงานนี้ไม่มีการกล่าวถึงสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่นี้ เท่าที่ ผมอ่านผมไม่เจอ เลยสงสัยว่าเพิ่งตัดสินใจที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้น มันมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดด้วย เพราะว่าอ่านรายงานไปแล้ว ในแผนปี ๒๕๖๓ จะเดินไปอีกทิศทางหนึ่งเสมือนเป็นรายการปกติ แต่พอมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงท่านปรับตัวเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ ท่านดูพื้นฐาน ความพร้อมของสถานีโทรทัศน์มากน้อยเพียงใด อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากจะซักถามไว้🔗

ส่วนอื่นนอกเหนือจากนี้ผมก็ให้กำลังใจทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพราะว่า น้ำหนักที่ท่านวางไว้ก็คือการเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคม ซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุด ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วจุดแข็งนี้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรที่จะจับไว้ให้มั่น แล้วขยายเครือข่ายช่องทางในการให้ภาคประชาสังคมได้มีโอกาสที่จะสื่อสารกับสังคม อย่างเป็นระบบได้ อันนี้ก็เป็นส่วนที่อยากจะให้กำลังใจไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วก็หวังว่า ท่านจะมีคำตอบที่สร้างความเข้าใจให้กับสภา ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกอีก ๔ ท่าน น่าจะเป็น ๔ ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ จะให้ทางผู้มาชี้แจงตอบ ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านนิยม เวชกามา และท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ ท่านละ ๗ นาที เชิญครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่าเป็นทีวี (TV) ที่ทำอะไรไม่ต้องไปคำนึงถึง นายทุน ไม่ต้องไปคำนึงถึงผู้สนับสนุนรายการ สามารถทำได้ตรง ๆ และทำตามปรัชญา ทำตามความเชื่อ ทำตามความเป็นกลางที่ให้กับสังคม และขณะนี้ผมเองก็ได้รับ การที่นักข่าวจากไทยพีบีเอส (Thai PBS) มาสัมภาษณ์ในเรื่องของซีพีทีพีพี (CPTPP) ซึ่งเป็น เรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศมาก แต่ก็ไม่ค่อยมีนักข่าวจากสถาบันอื่นที่เขาจะมาสนใจ เป็นเรื่องที่ขายไม่ได้ เพราะพูดไปคนก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ว่ามีไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ให้ความสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างนี้ผมเห็นด้วยกับปรัชญาการทำทีวี (TV) ของ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนใจมากนักในเรื่องที่จะต้องมีผู้สนับสนุน ผู้อุปถัมภ์รายการ ผู้จะต้องมาจ่ายสตางค์ให้เราค่าโฆษณา ไม่จำเป็นจะต้องไปคำนึงถึง เรื่องพวกนั้นครับ แต่เราคำนึงถึงความสำคัญในประเด็นใดที่มีความสำคัญกับประเทศชาติ แล้วท่านเกาะติดเรื่องพวกนี้ ความจริงมีบางท่านที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นรายการน่าเบื่อ เป็นรายการที่ถ้าท่านอยากจะหลับละก็ท่านเปิดไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วท่านก็จะหลับได้อย่างสมบูรณ์แบบอะไรอย่างนี้ อย่าไปเชื่อครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีหลายรายการ มันขึ้นอยู่กับรายการ รายการไทยพีบีเอส (Thai PBS) อย่างตอบโจทย์ รายการจับตาสถานการณ์ รายการข่าวค่ำ มิติใหม่ทั่วไทย อะไรพวกนี้ ผมว่าเขาทำได้ดีอยู่แล้ว แล้วก็ทำได้น่าตื่นเต้น บางทีการเสนอข่าวก็น่าสนใจเพราะลงลึกใน รายละเอียด แล้วอย่างที่ผมบอกเป็นสถานีเดียวที่ไม่ต้องแคร์ (Care) ผู้สนับสนุน ผู้อุปถัมภ์ รายการสามารถทำได้อย่างเป็นกลาง แต่มีบางสิ่งบางอย่างคือทุกครั้งที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เข้ามาผมจะไม่ว่าอะไร ผมจะมีแต่คำชมเชยว่าท่านทำได้ดีอยู่แล้ว แต่ขอเพิ่มเติม ไปในบางประเด็นที่ท่านควรจะต้องนำเสนอให้กับสังคมนะครับ ประเด็นที่สำคัญเรื่องหนึ่ง แล้วความจริงก็น่าจะมีอีกหลาย ๆ เรื่องด้วย ซึ่งผู้บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) หรือว่า ผู้ที่คิดเรื่องสกู๊ป (Scoop) ข่าวที่ควรจะต้องทำลงลึกในรายละเอียด ท่านจะต้องมีวิสัยทัศน์ ผมอยากจะกราบเรียนว่าต้องมีวิสัยทัศน์สักนิดหนึ่งว่าเรื่องอะไรที่ไม่มีสำนักข่าวใดเลย ที่ให้ความสำคัญ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญเราต้องพยายามนึก เรื่องลิงกังขึ้นต้นไม้ ที่คุณหมอ จากจังหวัดระยองพูดเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และไม่ค่อยมีสำนักข่าวใดจะลงลึก ในรายละเอียด ทำไมเราไม่เป็นกระบอกเสียงให้กับประเทศในการที่จะเสนอข่าว อาจจะเป็น ภาคภาษาอังกฤษบ้างเล็กน้อยเสียบเข้าไปเพื่อให้สังคมโลกเขาได้รับรู้ เพราะข้อเท็จจริงแล้ว ก็เป็นเรื่องของวิถีชีวิตพื้นบ้านที่พี่น้องประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เลี้ยงลิงไว้ ขึ้นมะพร้าวสูง ๆ เฉพาะมะพร้าวสูง ๆ มะพร้าวเตี้ย ๆ เขาให้คนขึ้นมันไวกว่าเยอะ คนขึ้นได้วันละ ๗๐๐-๘๐๐ ลูก ส่วนลิงขึ้นได้วันละ ๒๐๐-๓๐๐ ลูก ถ้าไม่สูงจริงเขาไม่ให้ลิงขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็มี การปล่อยคลิป (Clip) ออกไปถึงการที่เราไปทรมานลิง ซึ่งอาจจะเป็นแค่ ๑ ใน ๓,๐๐๐ ตัว ของลิงที่ใช้กันอยู่ในการขึ้นมะพร้าวทั้งประเทศไทย อาจจะมีเพียงตัวนั้นตัวเดียวที่อาจจะดื้อ เจ้าของก็จับมันผูกดูแล้วน่าสงสาร แล้วก็ปล่อยฝนตกใส่อะไรอย่างนี้ อาจจะดื้อก็เลยพยายาม ที่จะสอนบทเรียนให้กับลิงบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาอะไรอย่างนี้ ผมอยากจะให้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้จับประเด็นพวกนี้มาเล่น🔗

ประเด็นที่น่าสนใจที่ผมอยากจะขอให้ท่านทำเรื่องหนึ่งซึ่งมีความสำคัญ ก็คือเรื่องภาวะแห้งแล้งของแม่น้ำในประเทศไทยในขณะนี้ ผมถามว่าในวันนี้มีใครรู้เรื่อง แม่น้ำที่กำลังจะเหือดแห้งไป น้ำเขื่อนภูมิพลเหลือ ๑๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปล่อยได้อีก ๓๐ วันก็หมดแล้วครับ ไม่เคยมีปรากฏการณ์ที่น้ำจากเขื่อนภูมิพลจะแห้ง ปีนี้จะเป็นปีแรก ที่น้ำจากเขื่อนภูมิพลไม่มีปล่อยออกมาให้พวกเราได้ใช้กัน ที่ผ่านมาถ้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ลงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน ท่าจีน ท่านจะเห็นสิ่งหนึ่งเลยก็คือความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป ลุ่มน้ำสาขาทุกลุ่มน้ำแห้งหมด มีแต่หญ้าขึ้นเต็มไปหมดครับ ลุ่มน้ำสาขาทั้งหลายประชาชนแย่งน้ำกันใช้ เกิดอะไรขึ้น ผมอยากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ถามว่าเด็ก ๆ วันนี้รู้เรื่องแม่น้ำมากน้อยแค่ไหน เขาอยู่ในลุ่มน้ำไหน แต่ละลุ่มน้ำมีปริมาณน้ำเท่าไร ปีนี้เหลือเท่าไร อะไรอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรจะต้องให้ความรู้ กับประชาชนทั้งประเทศจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำวันนี้ ทำไมน้ำในเขื่อนภูมิพลถึงแห้ง ทำไม หลายวันติดต่อกันที่ไม่มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำภูมิพลเลย เกิดอะไรขึ้น เขื่อนสิริกิติ์เหลือแค่ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่เขื่อนภูมิพลเหลือนิดเดียว เหลือแค่ ๑๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร น่าสงสาร นะครับ ซึ่งอันนี้น่าจะทำสกู๊ป (Scoop) ว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดจากการที่พี่น้องประชาชน ใช้น้ำกันจนมากเกินไปไหมในลุ่มน้ำสาขา เช่นมีเขื่อนเยอะแยะไปหมดในลุ่มน้ำสาขา ไม่ว่า จะเป็นแม่ริม แม่แตง แม่กวง แม่งัด เขาทำเขื่อนกักไว้หมด แล้วลุ่มน้ำสาขาของแม่ริม แม่แตง แม่กวง แม่งัด เขาก็มีฝายแม้วกันน้ำเอาไว้ใช้หมด พี่น้องประชาชนใช้น้ำกันเหลือเฟือ ในตอนบนของประเทศ ในต้นน้ำทุกคนมีความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของน้ำ ทำอย่างไรจะให้มี การผลักดันน้ำเค็มโดยใช้ปริมาณน้ำที่น้อยลง วันนี้เราใช้ตั้ง ๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไปผลักดันน้ำเค็มไม่ให้เข้าเจ้าพระยา แต่ในขณะเดียวกันแม่น้ำท่าจีนไม่มีน้ำไหลไป ไล่น้ำเค็มเลย มีประมาณ ๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเท่านั้นเอง ทำให้น้ำเค็มขึ้นไป เยอะเลย หรือแม้กระทั่งลุ่มน้ำบางปะกงท่านไปทำสกู๊ป (Scoop) สิครับว่าทำไมน้ำเค็มขึ้นไป จนถึงจังหวัดปราจีนบุรี อยากให้ท่านได้ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนว่าเราควรจะต้อง ตระหนักถึงภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างถาวรในประเทศไทย เนื่องเพราะพี่น้องเกษตรกรใช้น้ำกัน มากเกินไปใช่ไหม ถ้าเราลดการใช้น้ำแล้วแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืนกัน แล้วจะแก้ไขปัญหา ให้กับประเทศชาติโดยรวมได้อย่างไร ก็ฝากเป็นข้อคิด ก็ขอชมเชยครับ ท้ายที่สุดก็ขอชมเชย ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่าจัดรายการได้ดี เพียงแต่ว่าบางมุมมองสภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะ เพิ่มเติมมุมมองให้กับท่านเพื่อนำไปทำสารคดี เพื่อให้เกิดเป็นภูมิปัญญา เพื่อให้เกิดความรู้ กับพี่น้องประชาชนและเยาวชนของชาติครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอนุรักษ์🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๒ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) เมื่อปีที่แล้ว ดิฉันให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นำเสนอว่าไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้งประเทศนั้น มีความต้องการ มากน้อยขนาดไหน อย่างไร เพราะว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับชนบทเป็นอย่างมาก กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าเวลาที่ออกไปตามชนบทแล้วไฟฟ้าไม่มี แล้วพี่น้อง ประชาชนหิ้วน้ำจากคู คลอง หนอง บึง หรือสระของตัวเองที่พอมีกักเก็บน้ำบ้างไปรดน้ำ ต้นไม้จนมือไม่สามารถปั้นข้าวเหนียวได้นั้น เป็นเรื่องที่สะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำเรื่องนี้เพื่อที่จะกระตุ้นให้รัฐบาลหันมามองชาวชนบทยากจนบ้าง จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ เมื่อไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นสถาบันสื่อที่เรียกตัวเองว่า ต้นแบบหรือต้นกระแสธาร จึงมีความคาดหวังอย่างมหาศาลจากประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ภาษีบาปปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เราต้องการให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) รับผิดชอบต่อสังคมในการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ดิฉันกราบเรียน ให้ท่านประธานทราบว่าประชาชนอยากเห็นสื่อสาธารณะเป็นมืออาชีพ ทั้งช่องทาง การออกอากาศทางโทรทัศน์ ออนแอร์ (On Air) ออนไลน์ (Online) และการจัดกิจกรรม ออนกรุ๊ป (On Group) ซึ่งมีข้อหนึ่งที่ดิฉันดูในเล่มที่ท่านเสนอมาในสภาผู้แทนราษฎร ยุทธศาสตร์ความแตกต่างบนความยั่งยืนด้วยการเกาะติดสถานการณ์ ทั้งรูปแบบ การเสนอข่าวรายงานผ่านทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ดิฉันถามว่า เรื่องอะไรบ้างที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง ของคนไทยทั้งประเทศ และทำตามด้วยจิตสำนึกของความเป็นคนไทยในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19)🔗

กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าเรายิ่งต้องการสื่อที่ทำหน้าที่รายงาน ความจริงแต่ละชุดอย่างครบถ้วน รอบด้าน โควิด (COVID) ที่อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาตินั้น เครียดนะคะ เพราะว่าจะอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติอย่างไรปากก็ยังร้อง ท้องก็ยังหิวอยู่ ตลอดเวลา แต่รายได้ลดลง ดิฉันถามว่าแต่ละชุดอย่างครบถ้วนรอบด้านและเปิดพื้นที่ให้กับ ความจริงที่หลากหลาย ประชาชนต้องการสื่อที่เก่งพอที่จะขุดหาความจริงออกมาตีแผ่ และมองเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของความจริงแต่ละชุด ประชาชนต้องการสื่อที่กล้า พอที่จะเอาความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูด หรือผู้มีอำนาจไม่อยากฟัง ออกมารายงานสู่สาธารณะ แม้นว่าต้องชนกับรัฐบาลก็ตาม ดิฉันมีคำถามว่าในตอนนั้นทำไมข้อมูลมันเหมือนของรัฐบาล เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) หายไปไหน จิตวิญญาณของสื่อหายไปไหน ทำไมไม่แตกต่าง ดิฉันถามค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ หลังรัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นช่วงเวลาที่สังคมไทยต้องการสื่อสาธารณะมากที่สุด ประชาชนถูกกดทับ ทุกคนถามหา สิทธิและเสรีภาพ สื่อสาธารณะเคยรายงานความจริงในชุดที่แตกต่างจากความจริงของ รัฐบาลหรือไม่ ในการเป็นธงนำส่งเสียงปกปักรักษาสิทธิและเสรีภาพของสื่อและพลเมือง ในการติดตามตรวจสอบรัฐบาลเผด็จการที่ตรวจสอบไม่ได้ เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ต่อคนจำนวนมากในสังคม และประชาชนได้ยินแต่ความเงียบ ความวังเวงจากป่าช้า จากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ดิฉันเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่าความวังเวงจากป่าช้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีไว้ทำไม และพลังสื่อด้วยจิตวิญญาณจาก ภาษีบาป ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี พลังไทยพีบีเอส (Thai PBS) หายไปไหนคะ ดิฉันข้องใจ มากเลยค่ะ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศถามว่าปัญหาใหญ่ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) คืออะไร ในยุคสมัยที่เราต้องการสื่อสาธารณะมากที่สุดเรากลับได้ยินความเงียบ ดิฉันย้ำว่าเสียงวังเวงจากป่าช้าในยุคสมัยที่มีการแข่งขันในวงการเคมีรุนแรงที่สุด แล้วไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้แต้มต่อจากการมีทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาทอัดฉีดมาให้ทุกปี ภาษีบาปนี่ละค่ะ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) แข่งขันกับเพื่อนร่วมวงการในการสร้างสรรค์ หน้าจอคุณภาพได้ดีระดับใด พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศและคนไทยทั้งโลก และชาวต่างประเทศนั้นสามารถที่จะเพิ่มปริมาณการดูแข่งกับสื่อโซเชียลออนไลน์ (Social online) ได้หรือไม่ และสามารถทะลุทะลวงเข้าสู่จิตวิญญาณของผู้เสพสื่อได้หรือไม่ ปีนี้ดิฉันอยากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เสนอฟุตบอลเพื่อสุภาพบุรุษลูกผู้ชายในชนบท ทุกมิติ นั่นคือการต่อต้านยาเสพติดอย่างได้ผลดีที่สุด กีฬาชนิดนี้กับเยาวชนชายทั้งประเทศ ลองไปทำดูทุกมิติค่ะ ขอพลังสื่อสาธารณะ ขอจิตวิญญาณสื่อเพื่อความแตกต่างที่มั่นคง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๒ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ถ้าอ่านชื่อแบบนี้แล้วผมเองยังจำ ไม่ได้เลยชื่อนี้ แต่ถ้าบอกไทยพีบีเอส (Thai PBS) พี่น้องประชาชนรู้จักนะครับ แต่นี่คือชื่อ ตามพระราชบัญญัติ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ก็เป็น สถานีโทรทัศน์ที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติสถานีเดียวจริง ๆ🔗

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตแสดงความคิดเห็นจากรายงานฉบับนี้ ในฐานะคนที่มีความผูกพันกับช่องนี้ ผมได้พบกับรายงานตั้งแต่เป็นผู้แทน ปี ๒๕๕๐ ติดต่อกันมา แต่ก็หายไปช่วงปฏิวัติรัฐประหาร ผมต้องขอกราบเรียนทางคณะผู้บริหารว่าเป็นความคิดเห็น ท่านก็รับไปหน่อย อาจจะเปิดใจ อาจจะไม่ถูกใจ อันนั้นเป็นแนวคิด แต่ผมยืนยันว่าผมผูกพัน กับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้พอสมควร ผมไม่ได้เป็นแค่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ผมผูกพันตั้งแต่ เป็นไอทีวี (itv) ผมยืนยันว่าผมเป็นผู้สื่อข่าวรุ่นแรก ๆ ของไอทีวี (itv) แล้วก็ผูกพันอยู่ มาตลอด จนสุดท้ายลาออกมาสมัครผู้แทน ผมอยู่กับไอทีวี (itv) มาตลอด เพราะฉะนั้น บางรายการที่หายไปต้องขอกราบเรียนว่าจริง ๆ ไอทีวี (itv) หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีมือระดับพระกาฬในการทำงานระดับผู้บริหารในองค์กร แต่ผมฝากว่าท่านผู้บริหาร ซึ่งมานั่งอยู่ตรงนี้การดูแล การบริหาร ผมไม่อยากให้เอาระบบราชการไปบริหารในช่องทีวี (TV) มันจะเดินออกยาก ผมดูในรายงานของท่านผมชอบมากในลักษณะที่บอกเรื่อง สื่อสาธารณะ ผมเป็นคนที่ชอบ เพราะจุดยืนของไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือความเป็น สื่อสาธารณะนี่ละ ซึ่งบางครั้งบางตอนอาจจะขาดหายไป อันนั้นเพราะถูกบีบด้วยผู้บริหาร ประเทศ ไม่เป็นไร แต่ต้องยืนยันต่อท่านผู้บริหารที่นั่งตรงนี้ว่าเงินที่เอามาบริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) ๒,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเงินมหาศาล หลายคนบอกว่าเป็นภาษีบาป แต่ภาษีบาปที่ว่านี้ ไม่ใช่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เอามาคนเดียวหรอกครับ หลายองค์กรก็เอาเงินไปใช้ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากให้ไปเน้นที่ประชาชนเป็นหลัก ผมมาเปิดดูในรายงานของท่าน ซึ่งท่าน บอกว่า ๑๑ ปีจาก พ.ร.บ. การสื่อสารของท่าน ปี ๒๕๕๑ ความเป็นจริงสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เกิดขึ้นนานกว่านั้น แต่มาปรับปรุงออกมาเป็นใช้เงินตัวนี้เมื่อปี ๒๕๕๑ เท่านั้น เพราะฉะนั้น สถานีโทรทัศน์แห่งนี้มีมือบริหาร มีมือทำงานที่เป็นคนเก่ง พูดง่าย ๆ ผมได้เห็นรายชื่อ หลายคนนั่งอยู่ในนี้ต้องยอมรับ เพียงแต่ว่าต้องมาทบทวน เพราะของเราเป็นสถานีโทรทัศน์ ที่ไม่ได้ใช้เงินของภาคโฆษณาอื่น ๆ เพราะฉะนั้นจุดนี้ผมอยากให้ดูที่ประชาชน ไม่ใช่เพราะ ผมเป็นผู้แทนแล้วต้องประชาชนหรอก ผมไปดูของท่านในรายงานงบค่าใช้จ่ายแยกตาม ลักษณะงาน ปี ๒๕๖๒ ผมก็ยังรับท่านไม่ได้นะครับ อันนี้คือท่านต้องรับฟังผมหน่อย เพราะบอกว่าค่าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนท่านให้เพียง ๓ เปอร์เซ็นต์ ความจริง เงินของเรา ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่ให้มาคล้าย ๆ ว่าไม่ใช่เงินของประชาชนโดยตรง แต่ถ้าไม่เอามาให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทุ่มเทไปที่ประชาชน ประชาชนก็จะเป็นประโยชน์มหาศาล แต่เขายอมตัดมาให้พวกท่านเพราะต้องการให้ท่าน มาจัดการในเรื่องประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนค่าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่านมาให้แค่ ๓ เปอร์เซ็นต์นี่น้อยมาก เป็นเรื่องจริงน้อยมาก ท่านไปดูเลย ๗๕ ล้านบาท เมื่อเทียบกับส่วนอื่นของท่าน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็เป็นแค่ต้นทุนการผลิตและจัดหา รายการ ในส่วนนี้เป็นต้นทุนการผลิต เมื่อเป็นต้นทุนการผลิตท่านทำไมไม่เอามาให้ ส่วนประชาชน รายการต่าง ๆ ที่หายไปที่เกี่ยวกับประชาชน ยังดียังมีสถานีของประชาชนอยู่ นี่คือเป็นที่พึ่งพิงอาศัยของชาวบ้านได้ แต่รายการที่ผมฝากท่านต้องนำไปคิดคือรายการหนึ่ง ที่ชาวบ้านยอมรับทั่วบ้านทั่วเมืองคือทุกข์ของชาวบ้าน ในยุคนั้นไอทีวี (itv) ถึงแม้จะมี รายการที่ไม่เหมือนช่องอื่น รายการบันเทิงทั้งหลาย แต่มีรายการทุกข์ของชาวบ้านเข้าถึง ชาวบ้านเลยครับ ชาวบ้านให้ความสนใจเข้ามาดู เพราะเขาร้องทุกข์มาแล้วเราไปดูเขา เพราะฉะนั้นในส่วนนั้นเขาก็เลยให้ความสนใจทำให้เรตติง (Rating) ของไอทีวี (itv) ตรงนั้น สูงขึ้น แล้วท่านทำไมต้องตัดรายการนี้ไป ท่านจะมาคู่กับรายการสถานีประชาชนก็ย่อม สามารถทำได้ ส่งนักข่าวไปทั่วประเทศทุกที่ ของไอทีวี (itv) เรามีอยู่แล้ว แล้วทำไมทำให้ หายไป อันนี้ฝากท่านผู้บริหาร ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าอย่าเอาระบบราชการไปบริหารสถานี โทรทัศน์มันจะไปไม่ได้ ขาดทุนทุกเรื่อง เอาราชการไปทำรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ผมขอกราบเรียน ว่าในหลายเรื่องที่ผมมาดูเอาแค่นี้ล่ะ แต่ว่าต้องยืนยันว่า ๕๙ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการผลิต ท่านตัดมาในส่วนของประชาชนอีกได้ไหม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนโครงข่ายส่งสัญญาณ ออกอากาศ อันนี้เป็นส่วนหนึ่ง ความจริงของท่านมีสมบูรณ์แบบอยู่ตั้งนานแล้ว มีเครือข่าย ทั่วประเทศ แต่วันนี้ท่านจะให้หายไปโดยเฉพาะเกี่ยวกับประชาชน ผมฝากท่านผู้บริหารกลับไป ทบทวนด้วยว่า อันไหนที่ประชาชนเขาเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือจากท่านใส่เข้าไป เพราะท้ายจริง ๆ ผมดูเรื่องร้องเรียนของท่าน ในรายการการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการรับ และพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชนท่านมีนิดเดียวทั้ง ๆ ที่เปิดเป็นปีมีไม่กี่เรื่อง ซึ่งต้องมี มากกว่านี้ ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ยังมีมหาศาลเลยเปิดแค่ช่องร้องเรียนมา ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ เชิญครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขออนุญาตที่จะสะท้อนถึงความสำคัญของสื่อในบางมุมของ ประเทศไทย ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัด ที่อยู่พื้นที่ชนบท รู้ครับ ทราบครับ ว่าจริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนต้องการคนที่อยู่เคียงข้าง ยืนเคียงข้าง คำว่าสื่อนั้นผมมี ความเชื่อว่าถ้าเป็นสื่อที่ยืนเคียงข้างความถูกต้อง ถ้าเป็นสื่อที่ยืนเคียงข้างความเป็นธรรม ยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชน นั่นคือสื่อที่มีคุณภาพและจะเกิดประโยชน์สูงสุด เกิดกำลังใจ ในทุกสภาวะ ทุกจังหวัด ทุกมุมของประเทศไทยครับ ผมมีความเชื่อว่าความลำบาก จะมาเยือนเกือบทุกเรื่อง🔗

ผมสะท้อนให้เห็นมุมเล็ก ๆ ในถิ่นกำเนิดของผมที่ชนบทที่อยู่ต่างอำเภอ อยู่ต่างจังหวัดในจังหวัดบุรีรัมย์ ยกตัวอย่างครั้งหนึ่งพี่น้องประชาชนถูกโกงไม่มากหรอกครับ แค่เป็น ๑,๐๐๐ คน ความจนนั้นมีอยู่แล้ว ความลำบากนั้นมีอยู่แล้ว แต่ถูกโกงซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฌาปนกิจ หรือเรื่องอะไรก็ตาม กว่าส่วนราชการจะขับเคลื่อนจะเดินได้ก็อิหลักอิเหลื่อกันอยู่นั่น ผมเห็น สื่อเข้าไปนั่งตั้งเวที สื่อนั้นคือไทยพีบีเอส (Thai PBS) อัยการสูงสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมพี่น้องประชาชนที่ถูกโกง ที่ลำบาก ถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมความยากจน ได้เห็นความ เป็นธรรมต่อเวทีสาธารณะตรงนั้น ผมคิดว่านั่นคือสื่อที่ยืนเคียงข้างความถูกต้อง ค้นหา ความจริง นำคนมาทำงานตามหน้าที่ที่ตนมีอยู่ ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นมีโอกาส และผม ตามไปดูอีกว่าจริง ๆ แล้วเมื่อสื่อไปยืนตรงนั้น นั่งตรงนั้น เป็นเรื่องจริงครับ ทุกอย่าง ขับเคลื่อนเป็นประโยชน์และมีความเป็นธรรม สื่อนั้นคือไทยพีบีเอส (Thai PBS) มุมเล็ก ๆ ที่ ผมสะท้อนนั้นบอกตรง ๆ ว่าผมไม่ได้อภิปรายเพื่อจะชมไทยพีบีเอส (Thai PBS) แต่ผมจะพูด คำว่าขอบคุณเสียมากกว่า นอกจากความลำบาก นอกจากความเป็นธรรมที่พี่น้องประชาชน ต้องการแล้ว ทุกจังหวัด ทุกซอกมีหมดครับ ฉะนั้นนี่คือมุมหนึ่งที่อยากสะท้อนให้เห็นว่า ท่านต้องพัฒนาในสิ่งเหล่านี้ต่อไป🔗

อีกมุมหนึ่งนอกจากความลำบากนั่นคือเศรษฐกิจ ถามว่าโอกาส ของแต่ละชุมชน ของแต่ละอำเภอ ของแต่ละจังหวัดนั้นมีโอกาสที่จะสร้างเศรษฐกิจในชุมชน ของตนเองได้ไหม มีครับ ผมก็จะสะท้อนให้เห็นมุมเล็ก ๆ ของผมอีกนั่นละ ในชนบทเล็ก ๆ ที่ใช้ชื่อว่าจังหวัดบุรีรัมย์ ผมอยู่ตั้งแต่เกิด โตขึ้นมาผมเห็นงานแข่งเรือ เป็นเรือเล็ก ๆ คนดูน้อย แล้วเราพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ คนสนใจขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้นับ ๑๐ ปีที่ผ่านมา งานแข่งเรือชาวบ้านกลายเป็นงานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน คนเข้ามาชมเยอะไหม เป็นแสนครับ ร้านค้ามีไหม หลายพันร้านครับ เศรษฐกิจเกิดในท้องถิ่นอย่างเต็มที่เลย อย่างเต็มเหยียดเลย แต่สิ่งที่มันเติบโตขึ้นทุกวันนี้นอกจากความตั้งใจของชาวบ้านที่เป็นคน ท้องถิ่นแล้ว สื่อครับ สื่อที่ยืนเคียงข้างเศรษฐกิจของชุมชน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ ไม่ได้ชมครับ ขอบคุณครับ เติบโต แล้วผมก็เชื่อและมองเห็นว่าในประเทศไทย ๑๐ กว่าสนาม ๑๐ กว่าจังหวัดนั้นจะเป็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) เข้าไปแตะ เข้าไปยืน เคียงข้าง ผมเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ผมคุยกับเจ้าหน้าที่ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) เชื่อเถอะครับว่าเขาไม่รู้จักผม เพราะผมก็ไม่ได้กล่าวว่าผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมนุ่งกางเกง ขาสั้นอยู่ภาคสนาม เสื้อยืดเก่า ๆ ใส่หมวกกันแดด แต่เราสื่อสารทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความ มุ่งหมายเดียวกันว่าให้สื่อช่วย ช่วยอุ้มท้องถิ่นเล็ก ๆ อำเภอเล็ก ๆ จังหวัดเล็ก ๆ นั้นให้เดิน ขึ้นมา ให้คนมาจับจ่ายใช้สอย นั่นคือเศรษฐกิจ วันนี้ปัญหามากมายเหลือเกิน แต่วันหน้า เราก็ต้องเดินเข้าไปสู่การสร้างงานในชนบท ในอำเภอ ในจังหวัด ผมเคยพาเจ้าหน้าที่ของ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปดูบ้านและหมู่บ้านที่เขาเลี้ยงช้าง เพราะผมเป็นคนชนเผ่า ไม่ว่าจะเป็นเขมร ส่วย ที่เขาเรียกว่าชาวกุยที่เลี้ยงช้างนั่นละตัวตนของกระผม ส่วนหนึ่งก็ลาว สิ่งเหล่านี้ต่างหากครับที่ผมบอกว่าถ้าสื่อยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่า จะเรื่องความลำบาก ไม่ว่าจะต้องสร้างความเป็นธรรม ความจนของมนุษย์ ความจนของ พี่น้องประชาชนถ้ามีกำลังใจมันเดินต่อไปได้ครับ แต่ถ้าปล่อยให้เขาไม่มีกำลังใจ ปล่อยให้เขาเคว้งคว้าง ผมเชื่อว่าความเติบโตของบ้านเกิด เมืองนอนของเรานั้นจะชักช้ามากครับ ฉะนั้น ผมถึงบอกว่าสื่อนั้นมีความสำคัญมากทุกแขนง แต่วันนี้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ผมเห็นหลายครั้งหลายรอบ เห็นไปยืนเคียงข้างคนลำบาก เห็นไปยืนเคียงข้างคนจนที่ถูกโกงเป็นพัน ๆ คน กระตุ้น ให้ราชการเข้ามาทำงานเพื่อรองรับความจน การถูกรังแก เห็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) ท่านยืนเคียงข้างการสร้างเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวจากประเพณีเล็ก ๆ ในชนบท เป็นประเพณีอันโด่งดัง ไม่ได้ชมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนที่ ผู้แทนไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะชี้แจง ขออีกสัก ๒ ท่านสุดท้ายสั้น ๆ ท่านองอาจ กับท่านนาที เชิญท่านองอาจครับ🔗

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เป็นรายงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย หรือเรียกกันทั่วไปว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ประจำปี ๒๕๖๒ แต่เนื่องจากรายงานนี้นำมาเสนอหลังจากที่มีสถานการณ์โควิด (COVID) เกิดขึ้นใน ประเทศไทย เพราะฉะนั้นในสารของผู้อำนวยการของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ได้พูดถึง เรื่องของโควิด (COVID) เล็กน้อยนะครับว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) พยายามที่จะเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารในเรื่องเหล่านี้ ก็ขอถือโอกาสนี้ชมเชยว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ถือว่าเป็นสื่อ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้ประชาชนมีความรอบรู้และเข้าใจ และสามารถติดตามสถานการณ์ ได้อย่างถูกต้อง เที่ยงธรรมในเรื่องของสถานการณ์โควิด (COVID) ในช่วงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ผม อยากจะนำเสนอไปยังผู้บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติง ในรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ในปีที่ผ่านมานี้ก็คงมีอยู่ ๒ ส่วนสำคัญด้วยกัน🔗

ส่วนแรก คือเรื่องของการบริหารองค์กร อาจจะเรียกว่าเป็นการบริหารองค์กร ถือว่าเป็นเรื่องภายใน แต่ผมคิดว่าการบริหารองค์กรที่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องภายในนั้น ถ้าเราสามารถบริหารจัดการองค์กรได้ดีก็จะส่งผลกระทบที่ดีต่องานที่จะไปสู่ภายนอก นั่นคือเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะนำเสนอต่อผู้บริหาร ผมอยากจะเรียนว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) อยู่คู่กับสังคมไทยมา ช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้นแน่นอนที่สุดครับองค์กร อะไรก็ตามที่ยืนยาวมาลักษณะนี้ที่สามารถตั้งหลักปักฐานมาได้เป็นระยะเวลาพอสมควร ด้วยเงินจากประชาชน ผมเชื่อว่าการบริหารจัดการองค์กรนี้จุดมุ่งหมายสำคัญนั้นเราอยากจะเห็น เป็นองค์กรที่ไม่เหมือนระบบราชการโดยทั่วไป และแน่นอนที่สุดเป้าหมายก็คงไม่ใช่ตั้ง องค์กรมาเพื่อแสวงหากำไรเหมือนโทรทัศน์ ทีวี (TV) ของเอกชนโดยทั่วไป เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการองค์กรนี้จึงต้องเป็นการบริหารจัดการองค์กรที่แตกต่างทั้งจากสื่อที่ อาจจะอิงอยู่กับภาคราชการหรือสื่อที่เป็นลักษณะธุรกิจ แต่สิ่งที่ผ่านมาตลอด ๑๐ ปี โดยเฉพาะในปีหลัง ๆ ผมก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าผมเฝ้าติดตามดูการบริหารจัดการ องค์กรของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในระยะหลังจะมีลักษณะของความเป็นการบริหารงาน แบบระบบราชการมากขึ้น ผมคิดว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องบริหารจัดการให้มี ความคล่องตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พยายามลดขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อ การบริหารจัดการสื่อที่ดีให้มีคุณภาพ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ถ้าเรายังทำตามแบบระบบราชการโดยทั่วไป ซึ่งผมคงไม่ต้องอธิบายว่าจะเป็นปัญหา อุปสรรคอย่างไร ระบบราชการไม่ได้เสียหายทั้งหมด แต่ความหมายของระบบราชการ ส่วนหนึ่งนั้นทำให้ผู้คนมองเห็นภาพว่าภาพของการบริหารจะเป็นอย่างไร เชื่องช้า ไม่ทันกับ การเปลี่ยนแปลง และหลายกรณีเราจะยึดกฎหมายมากกว่ายึดเป้าหมาย จนกระทั่งทำให้ การบริหารจัดการที่เราเรียกว่าการบริหารจัดการแบบระบบราชการนั้นกลายเป็นอุปสรรคต่อ การที่จะผลิตสื่อที่มีคุณภาพให้กับสังคม อันนั้นเป็นส่วนของการบริหารจัดการ🔗

คราวนี้เรามาดูในส่วนที่นำเสนอต่อสังคม แน่นอนที่สุดสื่อที่จะนำเสนอต่อ สังคมนั้นโดยเฉพาะไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ผู้คนรู้จักมักคุ้นกันดีคงเป็นสื่อที่ผ่านออกมา ทางหน้าจอโทรทัศน์ ผมคิดว่าเรื่องของข่าวสาร เรื่องของสารคดีนั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ต้องถือว่าเป็นสื่อที่สามารถทำได้ดี มีสาระ มีคุณภาพ มีประโยชน์ แต่แน่นอนที่สุด สิ่งที่มีสาระ มีประโยชน์นั้นอาจจะไม่ได้เป็นความต้องการของคนส่วนมากส่วนหนึ่งของสังคม เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) อาจจะต้องเพิ่มความบันเทิง แต่ไม่ได้หมายถึงว่า เป็นเรื่องของความบันเทิงที่สามารถจะรับชมช่องไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นความบันเทิงที่ใช้ศิลปะ ใช้กลยุทธ์ในการที่จะดึงคนจำนวนมากเข้ามาเสพสื่อที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงมากขึ้น เพื่อเขาจะได้รับชมรายการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต ต่อสังคมตามไปด้วย อันนั้น เป็นสิ่งที่อยากจะฝากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไว้ แต่มีอยู่ ๒ ส่วนที่เป็นเรื่องสำคัญในการที่จะ นำเสนอรายการต่าง ๆ สู่สาธารณะก็คือในเรื่องของการเป็นสื่อกลางช่วยเหลือประชาชน ทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีรายการสถานีประชาชนซึ่งผมคิดว่าก็ดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ อยากจะให้ปรับปรุงมากยิ่งขึ้นก็คือว่าเราอาจจะไม่ได้เน้นเฉพาะจำนวนเรื่องที่เราสามารถ เข้าไปติดตามปัญหาของประชาชนเท่านั้น แต่อยากจะให้มีผลลัพธ์ในการเข้าไปช่วยเหลือ ประชาชนด้วยว่าเราสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นเรื่องความทุกข์ร้อน ของประชาชน ขณะเดียวกันเราสามารถแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ด้วย ซึ่งผมเชื่อว่า สื่ออย่างไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะมีส่วนสำคัญแล้วก็สามารถทำได้ ทุกวันนี้ท่านทำ อยู่แล้ว แต่อยากให้ทำมากขึ้น🔗

อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องการตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ท่านทำอยู่ หลายเรื่อง ท่านตรวจสอบเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องการหลอกลวงประชาชน แม้แต่ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำท่านก็ทำ อาจจะรวมไปถึงเรื่องการทุจริตด้วย แต่ผมคิดว่า สื่ออื่นซึ่งไม่ค่อยทำแล้วก็อาจจะไม่ค่อยกล้าทำ แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรจะกล้าทำ ก็คือการตีแผ่ปัญหาเรื่องการทุจริตให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็คงเห็นด้วยกับผู้คนในสังคมว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นปัญหาของ สังคมไทยเป็นอย่างมาก แล้วก็เป็นปัญหาที่บั่นทอนความเจริญก้าวหน้าพัฒนาของสังคม ปัญหาที่ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะส่วนหนึ่งตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียว แทนที่จะ อยู่ในมือของคนจำนวนมาก เพราะฉะนั้นอยากจะฝากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นำเสนอ ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น รวมกระทั่ง ถึงเรื่องราวอะไรก็ตามที่จะทำให้เห็นว่าสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำนั้นเป็นปัญหาของ ประเทศชาติบ้านเมืองที่เราจะต้องช่วยกันแก้ไข นี่คือส่วนที่ผมอยากจะฝากไปยังคณะผู้บริหาร ไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วก็ฝากให้ทางผู้บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้คำนึงถึง อยู่ตลอดเวลาว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นเป็นสื่อที่เกิดจากประชาชน เพราะฉะนั้น ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรมีเป้าหมายหลักในการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่างสำคัญตลอดไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนาที หลังจากนั้นจะให้ทางเจ้าหน้าที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ตอบชี้แจงนะครับ🔗

นางนาที รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ก็ถือเป็นความโชคดี ดิฉันอยากจะให้กำลังใจกับการนำส่งรายงานของ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่นำเสนอสภาผู้แทนราษฎรนะคะ สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้กำลังใจแล้วก็อยากให้มีต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ดิฉันเองเป็นคนที่ชอบดู รายการอาหารพื้นบ้าน แล้วมีละครเรื่องปลายจวักซึ่งเป็นละครที่ดีมาก เป็นละครที่สะท้อน ในเรื่องของภูมิปัญญาไทย รวมถึงแสดงให้เห็นถึงคุณค่าวัฒนธรรมของอาหารไทยและวิถีชีวิต ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้อย่างละเอียดแล้วก็ละเมียดละไมมากเลยนะคะ ดิฉันก็อยากจะชื่นชม แล้วก็อยากให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นำเสนอละครในแนวนี้ในทุก ๆ ปี เพื่อเป็นประโยชน์ให้คนรุ่นพวกเราได้เห็นและตระหนักถึงอาหารไทยที่วันนี้เราเองไม่ได้แพ้ ชาติใดในโลก รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งที่ในเรื่องของแฟนเพจ (Page) แล้วก็เรื่องเฟซบุ๊ก (Facebook) ในเรื่องของการสะท้อนปฏิบัติการสื่อทางภูมิภาคทั้ง ๓ ภาค โดยเฉพาะในเรื่อง ของภาคใต้ที่ท่านให้หัวเรื่องบอกว่าแหลงใต้ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของภาคใต้ รวมถึง กระแสถิ่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้หันกลับมาดูพื้นถิ่นของตัวเอง ในเรื่อง ของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้คน วัฒนธรรม และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่นในบ้านดิฉันเอง วันนี้มีมากมายในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นอาหารที่โดดเด่น แล้วก็อีก หลาย ๆ จังหวัด ๑๔ จังหวัดภาคใต้ที่ได้สะท้อนให้เห็นในเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีที่จะสะท้อนให้เราเองที่อยู่ในภาคไหนก็แล้วแต่ได้ชื่นชมความเป็นบ้าน ของตัวเอง ก็อยากจะชื่นชมแล้วก็ขอให้มีรายการละครที่แสดงสะท้อนให้เห็นทุกปี ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ เชิญชี้แจงครับ🔗

รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและ แพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภา แล้วก็ท่านสมาชิกสภา ทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๑๒ ท่านที่ได้อภิปรายให้คำแนะนำ ซึ่งทุก ๆ คำแนะนำเป็นประโยชน์กับไทยพีบีเอส (Thai PBS) อย่างยิ่งค่ะ โดยเฉพาะประเด็น ที่ท่านตอกย้ำความสำคัญของการก่อกำเนิดของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่บอกว่าเราจะต้อง มีประชาชนเป็นหัวใจของการทำงาน ซึ่งนี่ก็เป็นหลักการของคนไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทุกคน ตั้งแต่กรรมการนโยบาย ผู้บริหาร แล้วก็คนทำงานทุกคน ดังนั้นอยากให้ท่านเชื่อใจได้ว่า การทำงานทั้งหมดเราวางประชาชนไว้ที่ศูนย์กลางของการทำงานจริง ๆ ดิฉันมีประเด็นสั้น ๆ ที่อยากจะตอบคำถามของหลาย ๆ ท่าน คงจะไม่ได้นำมาตอบได้หมด แต่ขอเลือกเฉพาะ ประเด็นสำคัญนะคะ🔗

ประเด็นแรก คือเรื่องที่ท่านขอให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำหน้าที่ ตรวจสอบทุจริต แล้วก็ตรวจสอบเรื่องสำคัญต่าง ๆ ให้มากขึ้น ก็ต้องเรียนว่าประเด็นทุจริตที่ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำตลอดปี ๒๕๖๒ นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น ๖๙๙ ชิ้น แล้วก็ ในปี ๒๕๖๓ ประมาณครึ่งปีนี้อยู่ที่จำนวนประมาณ ๓๕๑ ชิ้นด้วยกัน จำนวนอาจจะไม่ได้ เป็นตัวบอกว่าเราตีแผ่แค่ไหน แต่อยากเรียนบางประเด็นที่ค่อนข้างโดดเด่น ดิฉันขอพูดถึง ประเด็นที่ใกล้ที่สุดตอนนี้ก็คือประเด็นเรื่องปัญหาคอกหอยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นผู้เปิดประเด็นนี้อย่างไม่กลัวเกรงอำนาจอิทธิพล แล้วก็ ติดตามเรื่องนี้มา ๒ ปีเศษ ๆ ท่ามกลางการข่มขู่มากมาย แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้เปิด ประเด็นนี้จนกระทั่งในที่สุดได้มีคำสั่งให้มีการรื้อคอกหอยอย่างเป็นทางการ แล้วก็นำไปสู่ การเปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้น🔗

ยังมีประเด็นเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์โควิด (COVID) ของ อปท. ต่าง ๆ ที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ติดตามต่อเนื่อง เรามีทีมข่าวที่จัดสรรเพื่อทำเรื่องนี้อย่างเดียวเลย ก็จะเห็นประเด็นเรื่องการติดตามทุจริตหรือการจัดซื้ออุปกรณ์โควิด (COVID) ออกมา อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ สัปดาห์ ในรายการดิ เอกซิต (The Exit) นอกจากนั้นยังมีการ ตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้ง ที่หลายท่านได้ฝากไปแล้ว ก็คงมีต่อเนื่องค่ะ🔗

ประเด็นเรื่องผลกระทบ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวตอนชี้แจง ท่านบอกว่าประเด็น ผลกระทบใหญ่ที่สุดที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีส่วนร่วมผลักดันและขับเคลื่อนก็คือประเด็น การแบนสารเคมีเกษตร ซึ่งผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่บอกเรื่องของ ผลตอบแทนทางสังคม ดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่ามีผลอย่างไร แต่สิ่งที่อยากเรียนว่าผลของ การไปวัดเรื่องอิมแพกต์ (Impact) ที่ชัดมาก ๆ ก็คือความต่อเนื่องที่ขณะนี้หลายชุมชน ทั่วประเทศได้หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ แล้วก็การแก้ปัญหา สุขภาพ ในบางพื้นที่ที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปเจาะประเด็นเรื่องสารเคมีอย่างใกล้ชิดตลอด ๓ ปี อย่างเช่นจังหวัดหนองบัวลำภูซึ่งเคยมีปัญหาเรื่องนี้อย่างมาก ผลขณะนี้ก็คือจำนวนผู้ป่วยที่ ติดเชื้อจากสารเคมีเกษตรตอนนี้เป็นศูนย์ อันนี้เป็นบางตัวอย่างที่อยากเรียนให้ทราบว่าเวลา การทำงานแบบที่ไปให้จนถึงอิมแพกต์ (Impact) นั้นเราค่อนข้างเกาะติดมากมายนะคะ🔗

ประเด็นชุมชนปลอดขยะในหลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ ตำบลของจังหวัดบุรีรัมย์ ก็เป็นพื้นที่ที่เราลงไปทำงานกับเครือข่ายและภาคส่วนต่าง ๆ จนกระทั่งสามารถวัดผลได้จริง ว่าผลจากการที่ชุมชนปลอดขยะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไรบ้าง🔗

แม้แต่ประเด็นที่สื่ออื่นอาจจะไม่เสนอเลย เช่นการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ทำอย่างต่อเนื่อง ประเด็นทุจริตบัตรคนพิการ ที่ติดตามจนกระทั่ง นำไปสู่การเพิกถอนบัตร และประเด็นเรื่องหนี้นอกระบบที่หลายท่านได้ช่วยกันนำเสนอ เราไม่ได้แค่นำเสนอค่ะ เราจัดคลินิกแก้หนี้ ออกไปพบปะ แล้วก็ยังตามประเด็นนี้ อย่างต่อเนื่อง ประเด็นเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่บอกว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำ อะไรบ้าง ดิฉันได้นำเสนอไปแล้วตั้งแต่ตอนแรก แต่อยากย้ำอีกทีว่าเราเป็นสื่อแรกที่ตัดสินใจ เปิดประเด็นและจัดเสวนาเรื่องฉากทัศน์เพื่อเตือนประชาชนว่าจะเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเราตัดสินใจอยู่นานว่าเราควรจะพูดเรื่องนี้หรือไม่ แต่เราก็ตัดสินใจ จัดเสวนานี้ขึ้นมา แต่อยู่ท่ามกลางการที่มีนักวิชาการ แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวง สาธารณสุขทำงานกับเราอย่างต่อเนื่อง เหตุที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำอย่างนี้ได้เพราะว่า เราลงทุนกับประเด็นเหล่านี้ที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยการทำงานเกาะติดกับเครือข่าย ต่าง ๆ แล้วก็ลงทุนกับการเก็บข้อมูลวิชาการต่าง ๆ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องความเป็นกลาง ก็คงต้องกล่าวถึงผลสำรวจ ซึ่งไม่ได้มี เพียงแค่สำรวจจากมาร์เก็ตซัปพอร์ต (Market Support) แค่ ๓,๒๐๐ คนเท่านั้น ยังมีการ สำรวจจากควอลิตีเรตติง (Quality Rating) จำนวน ๕,๙๐๐ คน การทำคอนซูเมอร์ อินไซต์ (Consumer insight) ตลอดทั้งปี การจัดการสำรวจและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ก็ยังยืนยันว่า สิ่งที่มีค่าคะแนนสูงสุดของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็คือเรื่องของความเป็นอิสระ ซึ่งสะท้อน ได้จากเหตุผลเรื่องความเป็นกลาง นอกจากนั้นเรายังมีกลไกของคณะอนุกรรมการพิจารณา รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และกลไกรับฟังจากภาคประชาชนที่จะเป็นตัวสะท้อน ความเป็นกลางของไทยพีบีเอส (Thai PBS) นะคะ🔗

ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องจริยธรรม ยืนยันว่าเป็นกรอบที่สำคัญมาก ๆ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) โดยเฉพาะเราจะไม่มีวันผลิตซ้ำความรุนแรงอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าในมิติ หรือประเด็นใดก็ตามนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๔ ที่ท่านสมาชิกสภาหลายท่านฝากประเด็นมาเราจะน้อมรับไว้ ทั้งหมด แล้วก็อยากเรียนว่าเรากำลังจะมีสารคดีเกี่ยวกับเรื่องควายน้ำ เรื่องช้างป่าออกมา ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นะคะ🔗

เรื่องร้องทุกข์ของประชาชนเป็นหัวใจของเราเลยค่ะ สถานีประชาชนร้องทุกข์ ลงป้ายนี้ที่ทำมาแล้วเกือบ ๒,๐๐๐ เรื่องในปีที่แล้ว ก็จะทำต่อเนื่อง แล้วก็ปีนี้ปี ๒๕๖๓ เราใช้เป็นเคพีไอ (KPI) ด้วยว่าประเด็นที่เข้าสู่สถานีประชาชนร้องทุกข์ลงป้ายนี้ได้นำไปสู่ กระบวนการแก้ไขอย่างไรหรือเปล่า นั่นก็คือเรายกระดับเคพีไอ (KPI) ของเราขึ้นไปอีก เพื่อที่จะตอบเรื่องนี้ให้ได้ รวมทั้งเรื่องสถิติคนหายที่ตามหาเจอได้มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการฝากเรื่องการทำบริการภาษาอังกฤษ อันนี้เรามีไทยพีบีเอสเวิลด์ (Thai PBS World) แล้ว แล้วก็จะพัฒนาไทยพีบีเอสเวิลด์ (Thai PBS World) ให้ทำหน้าที่ส่งเสียงไป สู่โลกได้มากขึ้น🔗

เรื่องภาวะแล้งของลุ่มน้ำที่หลายท่านอภิปรายค่อนข้างมาก ยืนยันว่า เป็นประเด็นสำคัญของเรา เรามีทีมทำงานของศูนย์สื่อสารภัยพิบัติเกาะติดเรื่องลุ่มน้ำท่าจีน ตลอดทั้งปี ก็คงจะทำให้ประเด็นเหล่านี้ไม่ตกหล่นไปนะคะ🔗

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของเรตติง (Rating) ขออนุญาตเรียนว่า ค่าเฉลี่ยของเรตติง (Rating) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในไตรมาสที่ ๑ ก็คือไล่เฉลี่ยมา ทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่ประมาณ ๗๕,๐๐๐ คน เป็นอันดับที่ ๑๓ แต่มีบางช่วงที่เราก็ขยับมาเป็น อันดับที่ ๑๐ อันดับที่ ๙ หรืออันดับที่ ๑๑ เช่นเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาซึ่งมีสถานการณ์ โควิด (COVID) เฉพาะช่วงข่าว อย่างของปี ๒๕๖๒ ปีที่แล้ว รายการวิเคราะห์สด เรื่องศึกชิง ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็มีจำนวนผู้ชมถึง ๖๔๘,๐๐๐ คนต่อนาที เป็นต้น อันนี้ก็เป็น ข้อมูลประกอบ🔗

ประเด็นสั้น ๆ เรื่องมูลนิธิ ต้องขอเรียนว่าเนื่องจากมูลนิธิเป็นนิติบุคคลอิสระ เป็นพาร์ตเนอร์ (Partner) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) เราจึงไม่ได้นำกิจการของมูลนิธิไว้ ในเล่มรายงาน🔗

๘๗/๑🔗

ประเด็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่มีบางท่านตั้งคำถามว่างบบุคลากรลดลงหรือไม่ ยืนยันว่างบปี ๒๕๖๒ ลดลงจากปี ๒๕๖๑ จำนวน ๕๑ ล้านบาท แล้วเราก็มีมาตรการ แล้วก็ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้มากขึ้น แล้วก็เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมากขึ้นนะคะ🔗

ประเด็นสุดท้าย ที่ท่านสาทิตย์ฝากคำแนะนำหลายเรื่อง เรื่องของเอแอลทีวี (ALTV) ดิฉันต้องขอบพระคุณมาก ๆ เพราะว่าเอแอลทีวี (ALTV) หรือว่าช่อง ๔ ทีวี เรียนสนุก เป็นบริการที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะว่าเอแอลทีวี (ALTV) จะมาตอบโจทย์เรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่เด็ก ไม่ใช่แค่ ผู้ปกครองเท่านั้น แต่หมายถึงคนทุกกลุ่ม รวมทั้งผู้สูงอายุด้วย เราจัดการอย่างไร ขอเรียนว่า เราไม่ได้เพิ่มจำนวนบุคลากรเลย นั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราสามารถจัดการได้ภายใต้ งบประมาณที่มีเท่าเดิม แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการลงทุนด้านคอนเทนต์ (Content) ซึ่งคอนเทนต์ (Content) ของเอแอลทีวี (ALTV) ที่เราจัดสรรไว้เป็นคอนเทนต์ (Content) ที่ผลิตเอง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็คือการนำเอารายการที่เคยมี อยู่เดิมมาปรับใหม่มารีแพก (Repack) ใหม่ให้สอดคล้องกับเรื่องการเรียนรู้ เป็นรายการที่ซื้อ ลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จ้างผลิต ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจ้างผลิตตรงนี้ กำลังจะเปิดให้มีผู้ผลิตอิสระเข้ามาทำงานร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ เพราะฉะนั้นเรียนว่าการบริหาร จัดการเอแอลทีวี (ALTV) อยู่บนฐานคิดของความเป็นสื่อใหม่ที่ใช้แนวคิดทรานส์มีเดีย (Transmedia) ก็คือไม่ได้เป็นทีวี (TV) อย่างเดียว ดังนั้นงบประมาณไม่จำเป็นจะต้องใช้ สูงมาก แต่งบนั้นสามารถนำไปประสานผ่านทุกช่องทางของสื่อได้ ก็ขออนุญาตเรียนนำเสนอ และตอบคำถามทุกท่านสั้น ๆ ประมาณนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการ จบการอภิปรายซักถามและชี้แจงนะครับ เชิญครับ🔗

นายจุมพล รอดคำดี (ประธานคณะกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส (Thai PBS)) : ท่านประธานครับ ผมขอสรุปสั้น ๆ นิดหนึ่ง กระผม นายจุมพล รอดคำดี ประธานคณะกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส (Thai PBS) อยากจะขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านที่ให้ข้อเสนอแนะ ให้คำแนะนำ และให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ท่านได้พูดมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) หรือคณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการบริหาร ผู้บริหาร พนักงานทุกคนได้ตระหนักอยู่เสมอ แล้วก็ยึดมั่นในเรื่อง ของการเป็นสื่อสาธารณะหรือเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เราไม่ได้ทำงานด้านสื่อ เหมือนอย่างสื่อโดยทั่วไป แต่นอกจากการรายงานข่าวสารแล้วเรายังมุ่งหวังที่จะสร้าง สติปัญญา สร้างความรู้ สร้างสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นกับประชาชน เพราะฉะนั้นขอให้คำมั่น สัญญากับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้ว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นเรารู้ตัว ว่าเราเกิดมาด้วยภารกิจที่สำคัญในการทำหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น เราพยายามที่จะดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพของรายการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างรอบคอบ และนำเสนอข่าวสารอย่างรับผิดชอบ โดยอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมการทำงานด้านสื่อ เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนท่านสมาชิก ทุก ๆ ท่านว่าเราพร้อมที่จะดำเนินการและจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗

เมื่อจบ การอภิปรายแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๒ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. แล้วนะครับ ขอขอบคุณผู้แทนจากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว🔗

คณะกรรมาธิการพร้อมไหมครับ เชิญเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรนะครับ ซึ่งการพิจารณานี้เป็นวาระที่สอง จะเป็นการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วก็พิจารณาเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง ซึ่งมาตราใดถ้ามีการแก้ไข ผู้ที่อภิปรายก่อนก็คือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติที่สงวน คำแปรญัตตินะครับ ส่วนสมาชิกท่านอื่น ๆ ก็จะอภิปรายได้ แต่อภิปรายได้เฉพาะคำที่แก้ไข เท่านั้น เรียบร้อยนะครับ เชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ดังนี้🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้ง กรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณา คณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเรียนเสนออีกประเด็นหนึ่งนะครับ เนื่องจาก เราได้มีการทบทวนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และมีประเด็นในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตรา เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟู ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลสำหรับ คณะกรรมการคณะปัจจุบัน ในเอกสารที่เราแจกไปให้กับที่ประชุมเราได้มีการแก้ไข แต่คณะกรรมาธิการได้มีการทบทวนขอกลับไปเป็นตามร่างเดิมคือไม่มีการแก้ไขในมาตรา ๖ เรียนที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณาด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการเริ่มตั้งแต่ชื่อร่างเลยนะครับ ดำเนินการต่อครับ🔗

นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มี การแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ติดใจไหมครับ มีท่านอาจารย์พรชัย ไม่ติดใจใช่ไหมครับ ไม่ติดใจเชิญต่อครับ ไม่ต้องขอมตินะครับถ้าไม่ติดใจ กรรมาธิการแก้ไขใช่ไหมครับ เชิญท่านขจิตรครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๓ กรรมาธิการไปแก้ไข เดิมเขาให้ดำเนินการในการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร ตามวรรคสอง เขาให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ท่านไปแก้ไขเป็น ๙๐ วัน ผมเคยเห็นการเลือกตั้งผู้แทนแล้ว เกษตรกรเขาต้องดำเนินการในขอบเขตทั่วประเทศ ผมคิดว่า ๑๒๐ วันยังทำได้ยากด้วย กว่าจะมีการลงคะแนน กว่าจะมีการอะไรต่าง ๆ แล้วมีการหาเสียงทั่วประเทศ ผมจึงอยาก ทราบคำตอบของกรรมาธิการที่ขอแก้ไขว่าทำไมถึงแก้ไขให้เร็วขึ้น มีระบบหรือวิธีการ อะไรใหม่ที่เป็นเหตุให้ท่านต้องแก้ไขให้เร็วขึ้น ไม่เป็นสาระสำคัญเลย เร็วขึ้น ๓๐ วัน การทำให้ช้า ๓๐ วันก็ไม่เป็นนัยสำคัญในการที่ท่านจะไปแก้ไข เพราะฉะนั้นผมถามเหตุผลก่อน ก่อนที่ผมจะแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นเพราะว่าผมเคารพท่าน อยากทราบเหตุผลว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ท่านแก้ไขให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น ทั้งที่การเลือกตั้ง ทั่วประเทศผมคิดว่าต้องใช้เวลาในการสมัคร ในการเลือกตั้ง ในการอะไรต่าง ๆ ใช้เวลานานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญประธานคณะกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ เรื่องนี้มาจากประเด็นที่ว่าทางคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นว่าอยากให้การเลือกตั้งสรรหา คณะกรรมการชุดใหม่เป็นไปโดยความรวดเร็วที่สุด เพื่อจะได้มีบุคคลชุดใหม่เข้ามาทำงาน ให้เกิดประโยชน์ต่อกองทุนฟื้นฟูโดยเร็ว ไม่ได้ว่างเว้นไปเป็นเวลานานจนเกินไป เราก็พยายามคิดถึงเรื่องการเร่งเวลาในการเลือกตั้งให้เร็วขึ้น บางคนก็มีความคิดถึงว่า จะจัดให้เหมือนผู้แทน ๔๕ วันหรือ ๖๐ วัน แต่เมื่อเราได้หารือกันกับทางกองทุนฟื้นฟู และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งก็คิดว่า ๙๐ วันพอเป็นไปได้ สามารถดำเนินการได้ จริง ๆ เราอยากให้เร็วกว่านี้ แต่เมื่อหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการเรื่องนี้ก็ตกลงกันว่า ๙๐ วันสามารถดำเนินการได้ จึงแก้จาก ๑๒๐ วันเป็น ๙๐ วันครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขจิตร ยังติดใจไหมครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก กรรมาธิการได้มีการแก้ไขไว้นะครับ คงจะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ได้มีการแก้ไขไว้หรือไม่ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แสดงตนค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๑๕๐ นะครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๓๕๙ นะครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรใช้สิทธิแสดงตนได้นะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๔๘๕ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๔๘๕ อีก ๑ ท่านนะครับ🔗

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๒๗๔ ผม มณฑล โพธิ์คาย แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๒๗๔ ครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๔๐๓ ผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๔๐๓ อีก ๑ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนครบทุกท่านหรือยังครับ🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานครับ ลำดับที่ ๔๑๒ ผม สายัณห์ ยุติธรรม แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายเลข ๔๑๒ อีก ๑ ท่านครับ🔗

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ลำดับที่ ๓๙๖ ผม สรอรรถ กลิ่นประทุม แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๓๙๖ อีก ๑ ท่าน ขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าประชุมแสดงตน ๓๖๗ ท่าน บวก ๗ ท่าน เป็น ๓๗๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการที่มีการแก้ไขหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วย กับกรรมาธิการที่แก้ไขมา คือท่านอาจจะเห็นว่าแก้ไขตามผู้สงวนซึ่งท่านไม่ติดใจไปแล้ว หรือจะคงไว้ตามร่างเดิมนะครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่แก้ไขมาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่าน ไม่เห็นด้วยคือเห็นต่างจากร่างของกรรมาธิการที่แก้ไขมาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกท่านใดใช้บัตรไม่ได้ เชิญครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๔๗๕ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เห็นชอบค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๐๙๕ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ เห็นชอบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นด้วยนะครับ มีอีกไหมครับที่ใช้บัตรไม่ได้🔗

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๐๗๑ ผม อิสระ เห็นชอบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๐๗๑ อีก ๑ ท่านนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผม ศุภชัย โพธิ์สุ เห็นชอบครับ🔗

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๔๗๒ ผม อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เห็นชอบครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๒๐๔ เห็นชอบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๒๐๔ อีก ๑ ท่าน มีอีกไหมครับ🔗

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๔๘๑ เห็นชอบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๔๓๑ อีก ๑ ท่าน เห็นชอบนะครับ🔗

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ลำดับที่ ๔๘๑ นะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๔๘๑ ครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ลำดับที่ ๒๒๔ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง เห็นด้วยค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๒๒๔ เห็นด้วยครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ลำดับที่ ๒๐๔ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ เห็นชอบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๒๐๔ เห็นชอบนะครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ลำดับที่ ๓๓๕ เห็นด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑ ท่าน เห็นด้วยนะครับ ครบทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าครบแล้วผมขอปิดการลงคะแนนเสียง ขอเชิญ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๘๘ ท่าน บวก ๑๒ ท่าน เป็น ๔๐๐ ท่าน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่า มติของที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการนะครับ🔗

เชิญต่อครับ🔗

นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มี การแก้ไข🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข เป็นอันจบการพิจารณาเรียงตามมาตราครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปนะครับ มีการแก้ไขถ้อยคำไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่ามีคำพูดผิด หรือคำผิดต้องการแก้ไขไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ต่อไปผมจะขอมติในวาระที่สาม ขอตรวจสอบ องค์ประชุมอีกครั้งนะครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาขิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มด้วยนะครับ เชิญครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แสดงตนค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๑๕๐ ๑ ท่านนะครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ สมาชิกทุกท่านได้แสดงตนกดปุ่มครบแล้วนะครับ ท่านสมาชิกเพิ่งเดินเข้ามาได้แสดงตน หรือยังครับ เชิญครับ ปิดการแสดงตนนะครับ ผู้แสดงตนเข้าประชุม มีจำนวน ๓๘๗ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๘๙ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิก ท่านใดไม่เห็นชอบ ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน เห็นชอบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๓๕๙ เห็นชอบนะครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เห็นชอบค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๑๕๐ เห็นชอบนะครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ขอปิดการลงคะแนนเสียงนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผม ศุภชัย โพธิ์สุ เห็นชอบอีก ๑ ท่านครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มติที่ประชุมนะครับ เห็นด้วย ๓๘๕ ท่าน เพิ่มอีก ๒ ท่านแรกที่มาทันเวลา เท่ากับ ๓๘๗ ท่าน ส่วนท่านศุภชัยปิดการลงคะแนนไปแล้วเมื่อสักครู่ แต่บันทึกไว้แล้วครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วย กับร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ🔗

เนื่องจาก คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานนะครับ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าจะเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่ง รายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบและปฏิบัติต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ต่อไปจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ คงต้องตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อเป็นไปตามข้อบังคับครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโดยการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ เชิญครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๓๕๙ ๑ ท่านครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แสดงตนค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับที่ ๑๕๐ ครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มี ขอปิดการแสดงตน นะครับ มีท่านสมาชิกแสดงตนทั้งหมด ๓๙๕ ท่าน บวก ๒ ท่าน ไม่มีท่านสมาชิกท่านใด แสดงตนอีกแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ มีจำนวนผู้แสดงตนในห้องประชุม ๓๙๖ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๙๘ ท่านนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นด้วย มีอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน เห็นด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ขอปิดการลงคะแนนเสียงนะครับ ผลการลงคะแนน มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๘๙ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๙๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเพื่อจะส่งไปให้รัฐบาล ดำเนินการต่อไปนะครับ เป็นการจบการพิจารณาวาระที่ ๔.๑ ครับ🔗

ต่อไป🔗

๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

คณะกรรมาธิการวิสามัญพร้อมไหมครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นการพิจารณาในวาระที่สอง เป็นการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วก็เรียงตามมาตราจนจบร่าง ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการพร้อม เชิญแถลงเลยครับ🔗

นายสันติ กีระนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสันติ กีระนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ดังนี้🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้เสนอมา โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ และไม่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอแปรญัตติ จึงเรียนมาเพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความ เห็นชอบต่อไป🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการต่อเลยนะครับ🔗

นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณฐวร ติดใจไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณฐวร ลิมปนางกูร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณฐวร ลิมปนางกูร กรรมาธิการเสียงข้างน้อยในมาตรานี้ กระผมได้สงวน ความเห็นในร่างมาตรา ๘ ไว้ว่าถ้ามีการฟ้องร้องบังคับตามสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน บตท. ในคดีดังกล่าว และอาจนำ พยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้วถามค้านพยานที่สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วได้ และในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับ ตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้วก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น🔗

ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมได้สงวนความเห็นเอาไว้ตรงนี้ก็คือเป็นการเพิ่ม สิทธิจำนวน ๓ สิทธิให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ สิทธิแรกก็คือการนำพยานหลักฐานใหม่ มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว สิทธิที่ ๒ คือการถามค้านพยานที่สืบมาแล้ว และ สิทธิที่ ๓ คือการคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้ว สิ่งที่กระผมได้นำเสนอตรงนี้เพื่อจะทำ ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้รับสิทธิที่เทียบเท่าและเท่าเทียมกับสถาบันการเงินเอกชน เช่นธนาคารพาณิชย์ เพราะว่าที่มาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในส่วนของมาตรา ๘ เป็นการร่างโดยที่อ้างอิงยึดโยงมาจากพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตรา ๗๖ ก่อนที่กระผมจะพูดถึงเรื่องของผลว่าทำไมเราต้องเพิ่ม ๓ ข้อนี้ กระผมขอเริ่มที่ข้อเท็จจริงก่อนว่า ณ วันนี้องค์การบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยหรือ บตท. อันนี้มีลูกค้าอยู่ ๗,๒๒๘ ราย แต่ว่าลูกค้าจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่กำลังมี คดีความฟ้องร้องอยู่ในศาลแพ่งมากกว่า ๑,๐๐๐ คดี ขณะเดียวกันองค์การ บตท. นี้ มีพนักงานประจำอยู่ ๘๐ ท่าน เพราะฉะนั้นฝ่ายกฎหมายของ บตท. เองก็คงจะมีเพียง ไม่กี่ท่าน เมื่อคนเพียงไม่กี่ท่านจะต้องมาดูแลคดีนับพันคดี ประสิทธิภาพและความสามารถ ในการที่จะติดตามคดีต่าง ๆ จึงเป็นที่น่าเคลือบแคลงว่าจะสามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี เพียงใด ดังนั้นการที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถนำเอกสารข้อมูลการกู้ต่าง ๆ ที่ บตท. เคยทำสัญญาไว้ไปตรวจเช็ก (Check) และถ้าเขาพบว่าตรงส่วนใดที่ทำให้เกิดการเสีย ประโยชน์ขององค์กร เขาสามารถที่จะนำตัวหลักฐานนั้นไปยื่นให้ศาลพิจารณาสืบต่อเนื่องได้ แต่ถ้าสมมุติว่าเราไม่ตรากฎหมายตามที่ผมเสนอตรงนี้ แปลว่าถ้าคดีนั้นมีการตัดสินคดี จนกระทั่งทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่เข้ามาเป็นผู้สวมสิทธิแทนเกิดการเสียประโยชน์ อย่างเช่นแพ้คดีขึ้นมา แล้วถ้าสมมุติจะต้องเกิดการฟ้องร้องใหม่ก็จะต้องไปเริ่มนับหนึ่ง กับคดีใหม่ตั้งแต่ต้น ถ้าสมมุติคดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ก็ต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งฟ้องใหม่ ที่ศาลชั้นต้นกันตั้งแต่ต้น อย่าลืมนะครับว่านี่คือคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา คดีปกครองที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐจะมีอำนาจ มีสิทธิเหนือกว่าคู่ความ🔗

อีกจุดหนึ่งที่ให้ ธอส. มีสิทธิในการถามค้านพยานหรือว่าคัดค้าน พยานหลักฐาน ตรงนี้คือเป็นสิทธิทั่วไปที่จะทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่นำเสนอเข้าสู่ศาล มีความยุติธรรมและมีความเป็นกลางกับคู่ความทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะว่าสิทธิตรงนี้ทางฝ่าย คู่ความของ ธอส. ก็คือคนที่เป็นลูกหนี้ที่มีประวัติคดีต่าง ๆ ที่อยู่ตรงนี้เขามีสิทธิที่จะนำเสนอ ข้อมูลใหม่ ๆ เข้าสู่ศาลได้ตลอด ตามที่มาตรา ๗ ให้สิทธิลูกหนี้เอาไว้ ทีนี้ผลทางกฎหมาย ที่ผมพูดเอาไว้ตรงนี้ เนื่องจากเราได้มีการทำพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน ปี ๒๕๕๑ มาตรา ๗๖ ที่ผมพูดไปแล้วนั้นเป็นมาตราที่ให้สิทธิกับทางธนาคารพาณิชย์ที่เวลามีการ ควบรวมกิจการแล้ว เขาสามารถที่จะตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ แล้วเอาหลักฐานที่ตรวจสอบ อันนี้ไปยื่นต่อศาลได้ใหม่ แต่ทีนี้ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ได้รับสิทธินี้แปลว่าเรากำลังจะตรา กฎหมายให้หน่วยงานของเอกชนมีสิทธิเหนือกว่าหน่วยงานของรัฐหรือครับ ตรงนี้คือ ประการหนึ่ง🔗

เมื่อไม่นานมานี้ตอนที่สภาแห่งนี้ได้ผ่านพระราชกำหนดที่ให้อำนาจธนาคาร แห่งประเทศไทยรับซื้อตราสารหนี้หรือหุ้นกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจากตัวผู้ออกตรงนี้ กฎหมายฉบับนั้นเราก็ให้สิทธิกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการมีสิทธิที่จะเรียกร้อง สิทธิในการที่จะเรียกหนี้ต่าง ๆ ให้มีสิทธิเรียกที่เท่าเทียมกับตัวผู้ออกรายอื่น เป็นต้น ตรงนี้ เป็นข้อสังเกตของผมครับว่าเรากำลังจะออกกฎหมายให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิที่น้อยกว่า สิทธิของเอกชน🔗

ทีนี้ทางฝ่ายกรรมาธิการเสียงข้างมากเองก็มีข้อแย้งครับ ข้อแย้งอันแรก เขาบอกว่ากฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน มาตรา ๗๖ ปี ๒๕๕๑ อันนั้นเป็นกฎหมายที่ออก ในขณะที่เศรษฐกิจโลกเกิดวิกฤติซับไพรม์ (Subprime) แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากที่เกิด ซับไพรม์ (Subprime) ในปี ๒๕๕๑ ตอนนั้นเราก็ผ่านมาจนเศรษฐกิจไทยกลับมาดี ผ่านมาอีกเรามีการแก้กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน อันนี้แก้เป็นฉบับที่ ๒ ในปี ๒๕๕๘ และ แก้เป็นฉบับที่ ๓ ในปี ๒๕๖๑ เราไม่พบว่ามีการแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมาย มาตรา ๗๖ อันนี้เลย แปลว่าไม่ว่าเศรษฐกิจจะดี เศรษฐกิจจะไม่ดีอย่างไร สถาบันการเงินเอกชน ยังคงได้รับสิทธินี้อยู่ แต่ตอนนี้เรากำลังจะมาตัดสิทธินี้กับสถาบันการเงินของรัฐ ในขณะที่ ทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นตอนนี้มันหนักหนาสาหัสเพียงใด ไม่เพียงแค่ โควิด-๑๙ (COVID-19) แต่มันรุนแรงตั้งแต่ปีที่แล้วที่เกิดภัยแล้ง ตั้งแต่ตอนที่ผ่าน พระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ ล่าช้าไปหลายเดือน ธุรกิจเศรษฐกิจข้างนอกหดตัวหดหายกันมากมาย ถ้าจะดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ ไตรมาสที่ ๔ ปีที่แล้ว จนมาถึงไตรมาสที่ ๑ ปีนี้ก็ถือว่าย่ำแย่ลง ไตรมาสที่ ๔ ปีที่แล้วโตต่ำกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๑ ปีนี้ติดลบไปอีกเกือบ ๒ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าตอนนี้เศรษฐกิจ มันวิกฤติหรือเปล่าครับ นอกจากนั้นคนก็ยังขาดรายได้กันทั้งประเทศ ณ ตอนนี้ เมื่อคน ขาดรายได้ ผมถามหน่อยครับว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้านต่าง ๆ ทั้งที่มีคดีอยู่แล้วในศาล หรือหนี้บ้านต่าง ๆ ที่ตอนนี้ก็กำลังจะผ่อนชำระและที่กำลังจะ ผ่อนผันยกเว้นกัน ตรงนี้มันกำลังจะหมดเขต หมดโอกาสแล้ว ตรงนี้ละครับคือปัญหาของหนี้ สินเชื่อบ้านที่ตอนนี้กำลังจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเป็นปัญหา ที่จะซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะคนมีรายได้น้อย คนมีรายได้มากกระทบหมด คนมีรายได้มากตอนนี้หลาย ๆ คนเขาก็ไม่สามารถที่จะส่งบุตรหลานของเขาเรียนในโรงเรียน ดี ๆ ได้อีกต่อไป เขามีแต่จะขอลาออกกันอยู่ตอนนี้🔗

มีอีกข้อสังเกตหนึ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเขาบอกว่าถ้าเราตรากฎหมาย เราเพิ่มสิทธิ ๓ สิทธิตรงนี้เข้าไป ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากบางท่านบอกว่าจะเป็นการ ละเมิดอำนาจศาล ผมก็ขอถามกลับไปว่าแล้วตอนที่เราตรากฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มีการ ปรับปรุงแก้ไขอีก ๒ ครั้งก็ไม่ได้มีการแก้ไขตรงนี้ แล้วมันเป็นการละเมิดอำนาจศาลตลอดมา หรือเปล่า ทำไมตอนนี้เราเพิ่งจะมาคิดได้ว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล ในเมื่อเราก็ตรา กฎหมายกันอย่างนี้มาตลอด ๑๒ ปี แล้วก็ไม่ได้มีการแก้ไขอะไรเลย🔗

อีกจุดหนึ่งคือเขาบอกว่าประชาชนจะเสียประโยชน์ถ้าเพิ่มสิทธิ ๓ สิทธินี้ เข้าไป เช่นเดียวกันกฎหมายใช้มา ๑๒ ปีทำไมเราไม่พูดว่าประชาชนเสียประโยชน์บ้าง แต่พอเราจะมาให้สิทธิกับหน่วยงานรัฐแล้วมาบอกว่าประชาชนเสียประโยชน์ ทั้งที่กฎหมาย ปี ๒๕๕๑ นี้ไม่ได้ครอบคลุมแค่ธุรกิจแบงก์อย่างเดียว แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วไป ที่ประชาชนเป็นเจ้าของก็ได้รับสิทธิตรงนั้นด้วย และผมมองว่าถ้าสิทธิตรงนี้มีการใช้จะเป็น การทำให้คดีไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ คดีจะสามารถเดินต่อเนื่องไปได้ สามารถยื่นหลักฐาน ต่าง ๆ เข้าสู่ศาลได้ ถ้าศาลพิจารณาว่าหลักฐานอันไหนดีท่านก็นำไปใช้ อันไหนท่านเห็นว่า ไม่สมควรสืบก็จะได้ไม่ต้องสืบ เป็นการดำเนินคดีที่สามารถต่อเนื่องไปได้ อย่าลืมนะครับว่า นี่คือคดีแพ่ง และทีนี้ถ้าสมมุติว่าสามารถส่งพยานหลักฐานที่ครบถ้วนเข้าสู่ศาลคู่ความที่เป็น ผู้สุจริตทั้งหมดก็จะต้องได้รับประโยชน์อยู่แล้ว เพราะว่าเรามีหลักฐานที่ครบถ้วน ดังนั้น จึงไม่สมควรที่จะมองว่าประชาชนเป็นผู้เสียประโยชน์ เพราะว่าประชาชนที่เกี่ยวข้องโดยตรง กับคดีนี้ก็คือคู่ความ ๑,๐๐๐ ราย ๑,๐๐๐ รายนี้เขาสามารถที่จะคัดค้านและสามารถที่จะ เช็ก (Check) ข้อมูลต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการนำสู่ชั้นศาลได้ และอันที่จริงคดีแพ่ง อย่างนี้ทุกคดีควรที่จะสามารถไกล่เกลี่ยกันได้อยู่แล้ว แล้วอย่าลืมว่าคดีแพ่งนี้พวกนี้ก็คือคดี เกี่ยวกับการเงิน เกี่ยวกับการชำระหนี้ อันที่จริงการชำระหนี้ต่าง ๆ นี้สามารถที่จะตกลงกัน ระหว่างคู่ความทั้ง ๒ ฝ่าย อาจจะตกลงกันในศาลหรือนอกศาล อย่างไรก็ไกล่เกลี่ยกันได้ อยู่แล้วครับ และอย่าลืมว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์ตรงนี้เวลาจะดำเนินการอะไรต่าง ๆ เป็นการดำเนินการโดยสถาบันการเงินของรัฐ ผลประโยชน์ของสถาบันการเงินของรัฐตรงนี้ ก็เป็นผลประโยชน์ที่เกิดจากประชาชนมีความเป็นเจ้าของผ่านรัฐบาล ดังนั้นถ้าสถาบัน การเงินของรัฐสามารถจะดำเนินสิทธิแล้วก็ได้รับผลประโยชน์ก็ควรจะเป็นผลประโยชน์ ของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ๑,๐๐๐ กว่าคดีนี้มูลค่าของพอร์ต (Port) ที่เกี่ยวข้องก็ควรจะ ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทในชั้นศาลตรงนี้นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณฐวร ช่วยสรุปเลยนะครับ🔗

นายณฐวร ลิมปนางกูร กรรมาธิการ

ได้ครับ โดยสรุปก็คือสิ่งที่ผมนำเสนอ ตรงนี้คือต้องการที่จะทำให้คู่ความทั้ง ๒ ฝ่ายได้รับความเท่าเทียมต่อกันและเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนในการที่จะพิจารณาญัตติมาตรานี้ ดังนั้นผมจึงขอเสนอให้เป็นไปตามความเห็น ของผมด้วยเหตุผลตามนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการตอบครับ จะชี้แจงไหมครับ🔗

นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง กรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกานะคะ ในเรื่องการเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความในคดี แล้วก็ในการสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษานั้น ทางสำนักงานเองได้ตรวจสอบแนวทางการเขียนเกี่ยวกับการเข้าเป็น คู่ความกับการสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไว้แล้ว ซึ่งมองว่าในเรื่องนี้ไม่ควรจะให้ สิทธิคู่ความของ ธอส. ดีไปกว่าสิทธิของ บตท. ซึ่งเราได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมา เนื่องจาก มองว่ามันจะเป็นการเอาเปรียบคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป แล้วก็เป็นการก้าวล่วง การใช้ดุลพินิจของศาล เพราะว่าการที่ให้สิทธิในการถามค้านพยานที่สืบมาแล้ว คัดค้าน พยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้ว หรือนำเอกสารใหม่มาคัดค้าน สิ่งที่คู่ความได้ทำไปแล้วนั้น เป็นการได้เปรียบคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณฐวร ยังติดใจไหมครับ ถ้าติดใจจะได้โหวตนะครับ🔗

นายณฐวร ลิมปนางกูร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวร กรรมาธิการเสียงข้างน้อย อันที่จริงแล้วผมเองก็ติดใจครับ แต่เนื่องจากว่าทางวิป (Whip) ได้แจ้งความประสงค์มาว่าไม่ประสงค์ที่จะให้โหวตในมาตรานี้ ดังนั้นผม จึงจำเป็นต้องถอนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องถอน ด้วยความเต็มใจนะครับ ไม่ใช่ถอนเพราะถูกขอร้อง สรุปแล้วท่านณฐวรไม่ติดใจนะครับ ยืนยันว่าไม่ติดใจ ไม่ต้องอธิบายอีกแล้วนะครับ🔗

นายณฐวร ลิมปนางกูร กรรมาธิการ

ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณฐวร ไม่ได้ติดใจแล้ว ขอผ่านไปมาตราต่อไปครับ🔗

นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ถือว่าจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้ว ต่อไปจะเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการ สรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ จะมีสมาชิกท่านใดขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ผมขอมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ... หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมและเพื่อแสดงตนครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แสดงตนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ตอนนี้ผมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตน แต่ยังไม่ได้ให้แสดงตน หลังจากที่เรากด แสดงตนแล้ว ถ้าเครื่องหรือบัตรท่านใดขัดข้องก็ค่อยแสดงตนนะครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๒๐๔ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อท่านสมาชิก เข้าสู่ห้องประชุมแล้ว ผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน ถ้ามีขอเชิญแสดงตนนะครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ บันทึกด้วยนะครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แสดงตนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ลำดับที่ ๑๕๐ แสดงตนนะครับ ถ้าสมาชิกทุกท่านได้แสดงตนแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ช่วยแสดงผลครับ ท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม แสดงตน ๓๗๗ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๗๙ ท่าน เป็นอันว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง สมาชิกท่านใดพร้อมแล้วใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม นายศาสตรา ศรีปาน เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ลำดับที่ ๓๕๙ ท่านศาสตรา ศรีปาน เห็นด้วยนะครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ลำดับที่ ๑๕๐ เห็นด้วยนะครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีขอเชิญครับ แต่ถ้าลงคะแนนเสียงหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ รายงานผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ตามกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ🔗

ตามที่ คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่า เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วย ผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีควรทราบหรือควรปฏิบัติ เพื่อดำเนินการต่อไป คุณหมอชลน่านมีอะไรหรือครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่การพิจารณาว่าสมาชิกจะเห็นชอบกับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการที่ได้เสนอมา ตามรายงานในหน้า ๔ หรือไม่นั้น ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ จะไม่อภิปรายในเนื้อหาสาระ แต่อยากจะตั้งข้อสังเกต วิธีการ เขียนข้อสังเกตว่าการที่สภาเราจะพิจารณาข้อสังเกตเราไม่มีสิทธิอภิปรายในการลงมติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ เขียนไว้ชัดเจน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอ เอาสั้น ๆ แล้วกันนะครับ เชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ได้ครับ ประเด็นที่ผมมีข้อสังเกตในการเขียน ข้อสังเกต กรรมาธิการไปเขียนข้อสังเกต ถ้าสมมุติสภาเราเห็นชอบให้ ธอส. หรือธนาคาร อาคารสงเคราะห์ไปตั้งหน่วยงานขึ้นมาเสมือนเป็นตลาด เหมือนบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยให้อยู่ภายใต้ ธอส. เพื่อดำเนินการเรื่องการแปลงสินทรัพย์ เขียนข้อสังเกตอย่างนี้ ถ้าเราเห็นชอบมันจะไปขัดกับวัตถุประสงค์ที่กฎหมายฉบับนี้เขียนมา ผมขออนุญาตสั้น ๆ อ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคาร พาณิชย์สามารถทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้เอง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการประกอบธุรกิจแข่งขันกับเอกชน ผมขีดเส้นใต้ แข่งขันกับเอกชน รัฐไม่จำเป็นต้องมีบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ไว้ เป็นการเฉพาะ จึงสมควรยุบ ธอส. เป็นหน่วยงานรัฐครับ ถ้าท่านตั้งข้อสังเกตว่าให้ ธอส. ไปตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นอยู่ใน ธอส. และทำหน้าที่แปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ก็เท่ากับว่า ท่านส่งเสริมให้รัฐไปแข่งขันกับเอกชน อันที่ ๑ อันที่ ๒ การที่คิดอย่างนี้เป็นการตรา กฎหมายโดยที่ไม่ผ่านสภาและไม่ได้คำรับรองจากนายกรัฐมนตรี เพราะต้องใช้งบประมาณ ใช้เงิน การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นในองค์กรใดต้องใช้เงิน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการเขียน ข้อสังเกตในลักษณะนี้สภาอาจจะต้องพิจารณาโดยรอบคอบ ผมเองเสนอว่าอยากให้สภา ช่วยพิจารณา ถ้าไม่ควรที่จะเห็นชอบก็ต้องบอกไม่เห็นชอบ เพราะจะทำให้สภาเสียหาย ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่ด้วย ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ได้เขียนเอาไว้ว่าการพิจารณาข้อสังเกตนั้นไม่มีการอภิปรายนะครับ ฉะนั้นผมขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ เรามีสิทธิแค่จะลงมติว่าเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากได้รับแจ้งว่าสมาชิกเรา ๒ ท่านลืมนำบัตรมาคือท่านธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ และ ท่านศาสตรา ศรีปาน ฉะนั้นทั้ง ๒ ท่านนี้ใช้สิทธิทางไมโครโฟนนะครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ใช้สิทธิแสดงตนมีไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แสดงตนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าทุกท่าน ใช้สิทธิแสดงตนหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ช่วยส่งผลด้วยนะครับ จำนวนผู้แสดงตน ๓๖๘ ท่าน บวก ๒ ท่าน ก็เท่ากับ ๓๗๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ🔗

เป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓๕๙ ผม ศาสตรา ศรีปาน เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ลำดับที่ ๓๕๙ เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๑๕๐ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วย ที่ให้ท่านต้องใช้สิทธิทางไมโครโฟนเพื่อจะได้บันทึกเอาไว้ในสภานะครับ จะได้มีหลักฐาน ข้อมูลบันทึกเอาไว้ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้าง ถ้ามีขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนนะครับ ถ้าไม่มีแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่เชิญแสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๗๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ที่จะส่งไปให้คณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ🔗

ต่อไป🔗

๔.๓ รายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยา เด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจาก ภัยธรรมชาติ และสาธารณภัย ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยดังกล่าว การดำเนินงานจากเหตุการณ์ความรุนแรง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือว่าเป็นสาธารณภัยอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์ และภัยดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลากว่า ๑๖ ปีแล้ว แต่สภาพปัญหาดังกล่าวก็ยังคง ไม่คลี่คลายลง ก่อให้เกิดปัญหาสะสมในด้านต่าง ๆ เรื่อยมา โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็ก และเยาวชน รวมทั้งครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ คณะกรรมาธิการได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้มีมติตั้ง อนุกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาสภาพของปัญหาและการให้ ความช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมของเด็ก เยาวชน และครอบครัวจากภัยพิบัติความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ได้แก่ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาผลกระทบทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ของเด็ก เยาวชน และครอบครัวจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากความรุนแรงในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยมีอนุกรรมาธิการจำนวนทั้งหมด ๑๐ ท่าน มาจากภาคส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมี นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ มีกรอบระยะเวลา ในการพิจารณาศึกษา ๙๐ วัน และได้ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๓๐ วัน รวมเป็น ๑๒๐ วัน กล่าวคือนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ คณะอนุกรรมาธิการดังกล่าวได้พิจารณาศึกษาและจัดทำรายงาน เรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นการนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว และมีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้กระผมขออนุญาตให้ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติมครับ🔗

เชิญท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา เลขานุการ คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาผลกระทบทางร่างกาย จิตใจ และสังคมของเด็ก เยาวชน และครอบครัวจากภัยพิบัติที่เกิดจากความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขออนุญาตชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม จากที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้ให้ข้อมูลสมาชิกไปเบื้องต้น โดยขออนุญาตนำเสนอเป็นพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint)🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการ การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาหลายชุดจะศึกษาผลกระทบจากภัยธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าดูจาก พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ให้ความหมายของคำว่า สาธารณภัย ว่าอัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดในสัตว์ โรคระบาดสัตว์น้ำ การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีผลต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทำให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใดซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือความ เสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ ดังนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้จึงได้ศึกษา สาธารณภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้🔗

จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า ๑๖ ปี ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต ๗,๑๓๖ ราย บาดเจ็บ ๑๓,๓๒๐ ราย แล้วถ้าเราเห็นข้อมูลเด็กกำพร้า ที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบกรณี ๓ ฝ่ายรับรอง นั่นคือทหาร ตำรวจ ปกครอง พบว่ามี จำนวน ๖,๖๗๑ ราย มากที่สุดคือจังหวัดปัตตานี ๒,๖๑๖ ราย จังหวัดนราธิวาส ๒,๒๔๕ ราย จังหวัดยะลา ๑,๕๖๘ ราย และจังหวัดสงขลา ๒๔๒ ราย แต่ยังมีเด็กกำพร้าอีกกลุ่มหนึ่งค่ะ ซึ่งเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบเช่นกัน แต่ ๓ ฝ่ายไม่รับรอง มีจำนวนทั้งสิ้น ๖๘๒ คน กรณีที่เด็กกำพร้าถ้า ๓ ฝ่ายรับรอง คือฝ่ายทหาร ตำรวจ ปกครอง รับรองว่าเกิดจากสถานการณ์ ความไม่สงบ เด็กจะได้ทุนการศึกษารายปีจนจบปริญญาตรี จะได้เบี้ยยังชีพรายเดือน จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จนอายุ ๒๕ ปี แต่ว่าถ้าไม่ได้รับรอง จาก ๓ ฝ่ายจะไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ ทั้งสิ้น🔗

ผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เมื่อได้ศึกษาแล้วเราได้เชิญ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมชี้แจงและแสดงความคิดเห็นทั้งหมด จำนวน ๒๙ หน่วยงาน แบ่งออกเป็นหน่วยงานกำกับนโยบาย เช่น สำนักงานสภาความมั่นคง แห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายใน ภาค ๔ ส่วนหน้า ส่วนหน่วยปฏิบัติ เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ส่วนหน่วยงานสนับสนุน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ องค์การทุนเพื่อเด็ก แห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (UNICEF) องค์การช่วยเหลือเด็กประจำประเทศไทย เซฟเดอะชิลเดรน (Save the Children) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ไอซีอาร์ซี (ICRC) และองค์กรหมอไร้พรมแดน เป็นต้น แต่ละหน่วยงานได้ให้ข้อมูลและชี้แจงประเด็น ที่เกี่ยวข้องทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์🔗

นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ตรวจสภาพพื้นที่ ณ จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประชุมร่วมกับผู้แทนชุมชนเกี่ยวกับการซ้อมแผนเผชิญเหตุในโรงเรียน ทำให้ได้ รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำมาศึกษา วิเคราะห์ เพื่อเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างครบถ้วนและเป็นรูปธรรม จากผลการวิเคราะห์การให้ความ ช่วยเหลือ เยียวยาผู้รับผลกระทบ โดยเทคนิคสวอต (SWOT) จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค พบว่า จุดแข็ง เช่นมีกลไกระดับต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งตั้งขึ้นโดยรัฐบาล ในรูปแบบคณะกรรมการ และมีนายกรัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นประธาน มีแหล่ง งบประมาณในการทำงาน เช่นแผนบูรณาการการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เกิดเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เข้มแข็งที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว🔗

จุดอ่อน เช่นขาดเจ้าภาพหลักและนโยบายด้านเด็กและเยาวชนที่มีความ ครอบคลุมทุกด้าน เน้นแต่เรื่องการเยียวยาด้านการเงิน แจกทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ที่ได้รับผลกระทบ แต่ขาดเข็มทิศในการติดตามและพัฒนาในระยะยาว รวมทั้งขาดแนวทาง ในการป้องกันและฟื้นฟูในกลุ่มเด็ก เยาวชนที่ชัดเจน รวมทั้งจุดอ่อนเรื่องนิยามของเด็ก ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างแคบ ทำให้รูปแบบการเยียวยา การติดตาม และบันทึกข้อมูล จำกัดเฉพาะเด็กและครอบครัวที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยตรง ส่วนเด็กกลุ่มอื่น ๆ เช่น เด็กที่เห็นเหตุการณ์ เด็กที่ไม่ได้รับการรับรอง ๓ ฝ่าย เด็กจากครอบครัวผู้เห็นต่างจากรัฐ ขาดโอกาสในการเข้าถึงการเยียวยาที่จำเป็น การมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อม และการได้รับ การพัฒนาที่เหมาะสมต่อการเติบโตตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จุดอ่อนยังขาดระบบ การเก็บข้อมูลของเด็กและเยาวชนในแต่ละหน่วยงานที่เป็นเอกภาพ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนภาครัฐ ภาคประชาสังคมที่ใกล้ชิดกับครอบครัวของเด็กและเยาวชนยังขาดความรู้ และทักษะในการทำงานด้านเด็ก ส่วนจุดอ่อนด้านงบประมาณยังขาดงบประมาณในการ พัฒนาชุมชน ครู สังคมที่แวดล้อมรอบตัวเด็กและเยาวชน ยังคงเป็นงบประมาณแผนงาน ประจำ ไม่มีการออกแบบงบประมาณสำหรับการป้องกันและฟื้นฟูองคาพยพที่อยู่รอบตัวเด็ก อย่างเป็นระบบ🔗

ส่วนโอกาสนะคะ การลงทุนด้านเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี รักสามัคคี นำความรู้มาช่วยเหลือสังคมเป็นเรื่องสำคัญที่ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องทำต่อเนื่องและครอบคลุม ประเทศไทยเองมีศักยภาพและมีประสบการณ์ในการพัฒนาเด็กให้เป็นคนดีมีคุณภาพ แต่ต้องวางแผนระยะยาว ทำงานเป็นทีมประสานกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้าง สังคมพหุวัฒนธรรมเป็นทิศทางของทุกประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมการสร้าง สังคมพหุวัฒนธรรมขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เคารพต่อความแตกต่าง ความหลากหลาย เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีและทันต่อเหตุการณ์ของโลก การพูดคุยสันติสุขที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันประเด็น เด็กและเยาวชนให้ได้อยู่บนโต๊ะ การพูดคุยสันติสุข ยูนิเซฟ (UNICEF) ได้ให้ข้อมูลกับเราว่า มีตัวอย่างบางประเทศได้นำเรื่องเด็กเป็นประเด็นร่วมที่ทำให้กระบวนการสันติภาพรุดหน้า ไปได้🔗

ส่วนอุปสรรค เช่นการจัดระบบการศึกษาที่แยกตามศาสนา โดยที่ไม่มีระบบ การจัดการการเรียนรู้ที่สร้างความเข้าใจระหว่างกัน ยิ่งทำให้เกิดช่องว่างทางด้านความคิด และความสัมพันธ์ระหว่างเด็กไทยพุทธ เด็กมลายูมุสลิมในพื้นที่ รวมทั้งศาสนาอื่น ๆ ด้วย เด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งเด็กและครอบครัว ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับความช่วยเหลือด้านจิตใจ อารมณ์ สังคมในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน การให้ความช่วยเหลือสากล จึงมีโอกาสคิดว่ารัฐทอดทิ้งและไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ ในท้ายที่สุดฝ่ายความมั่นคงเองยังคงเป็นแกนนำสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเสี่ยงที่ถูกกังขาไม่ว่าจะเป็นในประเทศ ระดับประเทศว่ากิจกรรมที่ทำนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน🔗

ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมี ๔ ข้อค่ะ ข้อแรก ควรให้มีการบูรณาการ บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ เยียวยา ไม่ว่าจะเป็นระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานความมั่นคง เช่นนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรได้รับการระบุเป็นการเฉพาะ ในนโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในระดับนโยบาย ระดับอำนวยการ และระดับปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานงาน รวมทั้งงบประมาณในระดับ นโยบาย ระดับปฏิบัติในพื้นที่ด้านการพัฒนาความสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ ในการถ่ายทอดกับชุมชนให้เกิดความไว้วางใจ ยอมรับการทำงานและการสร้างสังคมสันติสุข ร่วมกัน🔗

ข้อที่ ๒ ปรับระบบหลักเกณฑ์และคำนิยามการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา บุคคลที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบ และแนวทางการรับรองของคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายให้ชัดเจน เช่นทุกฝ่ายควรให้คำนิยามคำว่าเด็กและช่วงเกณฑ์อายุของเด็กให้ชัดเจนสอดคล้องกัน รวมทั้งนิยามของเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจาก สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และภาครัฐเองควรกำหนดวิธีปฏิบัติ เรื่องคำนิยามการรับรอง ๓ ฝ่ายซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์ความรุนแรงใดที่เกิดขึ้นหากมี รายละเอียดหรือข้อมูลอย่างไรให้ถือว่าเข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิการช่วยเหลือหรือไม่เข้าเกณฑ์ ได้รับสิทธิ โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยงานภาครัฐ กล่าวคือทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองว่าจะรับรองหรือไม่ นั่นเพื่อยุติข้อโต้แย้งของภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วย🔗

ข้อที่ ๓ ควรมีการพัฒนาคุณภาพคนโดยการติดอาวุธทางปัญญา กลุ่มผู้ดูแล เด็กและเยาวชน และการฝึกเด็กให้มีความรู้ มีวินัย และช่วยเหลือตนเองได้🔗

ข้อสุดท้าย ควรมีการจัดทำฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับสถิติและข้อมูลพื้นฐาน ของจำนวนเด็ก เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ รวมถึงข้อมูล การได้รับความช่วยเหลือ เยียวยาจิตใจ และการติดตามดูแล ตามมาตรฐานที่กำหนดจาก หน่วยงานภาครัฐ โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ทันสมัยได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีการ กำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักในการติดตามดูแลดังกล่าว รายละเอียดปรากฏตาม รายงานผลการพิจารณาศึกษาที่ได้แจกให้สมาชิกทุกท่านแล้ว ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกที่แสดงความประสงค์ที่จะร่วมแสดงความคิดเห็น เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ตามด้วยท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา ผมขออนุญาตทวนคำพูดของ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นี่เป็นครั้งที่ ๒ ที่ท่านประธานวุฒิชัย กิตติธเนศวร นำรายงานเข้ามาในสภาแห่งนี้ ครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมเอ่ยชื่นชมเลยครับ เพราะวันนั้น ท่านวุฒิชัยท่านได้บอกเลยครับว่ารายงานต่าง ๆ ที่เข้าสภา ท่านมองว่ารายงานเหล่านี้ มีคุณค่า เป็นรายงานที่กรรมาธิการในแต่ละคณะตั้งใจทำ แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ ต่อบ้านเมือง ผมจำคำท่านได้แม่นเลยครับ แล้วผมก็หยิบตรงนั้นมาใช้ในการอภิปรายในวันนี้ ด้วยครับ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับรายงานผลการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยทั้งหมด เพียงแต่ว่าผม อาจจะมีสัก ๓ ประเด็นด้วยกันที่จะเติมเต็มหรือมีคำถามบางประการที่จะทำให้รายงาน ฉบับนี้มีคุณค่าและครบถ้วนมากยิ่งขึ้นครับ🔗

ประการที่ ๑ รายงานฉบับนี้ท่านได้ให้ข้อมูลตัวเลขเด็ก เยาวชนที่ได้รับ ผลกระทบจากความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ ท่านยอมรับในเบื้องต้นเองว่ามีประเด็น ความแตกต่างหรือข้อจำกัดการให้คำนิยามคำว่าเด็กว่าคืออย่างไรบ้าง มีประเด็นการนิยาม คำว่าเด็กผู้ได้รับผลกระทบ มีประเด็นการนิยามกลุ่มที่เปราะบางต่าง ๆ เพราะการกำหนด นิยามเหล่านี้เกิดขึ้นในคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายในพื้นที่ว่าจะรับรองหรือไม่รับรอง จริง ๆ สิ่งที่ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ คุณหมอเพชรดาวพูดถึงตัวเลขที่เพิ่ม ขึ้นมานั้นท่านไม่ได้ระบุในนี้ ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบในนี้พูดถึงรายงานกรณีของผู้เสียชีวิต ที่เป็นเด็ก ๒๓๘ คน พูดถึงผู้บาดเจ็บ ๑,๑๕๑ คน พูดถึงพิการ ๓๗ คน รวมเป็น ๑,๔๒๖ คน แต่ผมมีตัวเลขในมือมีเด็กกำพร้าที่มากกว่า ๗,๐๐๐ คน ในนี้เขียนแค่ ๖,๕๐๐ คน เพียงแต่ ท่านพูดเมื่อสักครู่บนพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) นั้นท่านเติมเต็มมาครบ ผมไม่ติดใจ นะครับ แต่ไม่ได้อยู่ในรายงานฉบับนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอะไรครับ ความแตกต่าง ของตัวเลข แม้กระทั่งตัวเลขเหล่านั้นเป็นความจริง แต่ไม่ถูกเข้าถึงเพียงรายเดียว เท่ากับว่า เรากำลังละเลยชีวิตของเขาแม้เพียง ๑ ชีวิต ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่สำคัญ อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่สำคัญไปมากกว่านั้นที่รายงานฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงเลย แต่เป็น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนครอบครัว เช่นปฏิบัติการของฝ่ายทหาร และความมั่นคงที่ตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านแห อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนบากงวิทยา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ท่านไม่ได้ พูดถึงเลย ท่านอย่าลืมนะครับว่าการเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ที่เข้าไปถึงตัวเด็ก เอาเข้าจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงผลกระทบต่อจิตใจนะครับ นี่คือการละเมิด เจาะเข้าไปในเนื้อตัวของเขาก็เป็น การละเมิดต่อร่างกาย เป็นการละเมิดสิทธิเด็กอย่างร้ายแรง เสียดายครับท่านน่าจะพูดถึง สิ่งเหล่านี้ ไม่นับรวมถึงกรณีการปิดล้อมโรงเรียน ไม่นับรวมความรุนแรงที่ก่อขึ้นโดย ฝ่ายก่อการในพื้นที่ ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท่านพูดถึงน้อยมาก🔗

อย่างไรก็ตามมีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ เคยมีงานวิจัยเก่า แต่ผมไม่มั่นใจ สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปหรือไม่ มันมีรายงานที่ชัดเจนว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ใน ๓ จังหวัดภาคใต้จำนวนหนึ่ง ใน ๔ อำเภอของจังหวัดหนึ่งจำนวนหนึ่ง การคลอด ก่อนกำหนดมีอัตราสูงกว่าพื้นที่อื่น เด็กที่เกิดมาแรกคลอดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มีอัตราที่ สูงกว่าพื้นที่อื่น สิ่งเหล่านี้ท่านต้องมองไปถึงผลกระทบในระยะยาว ซึ่งประการที่ ๑ ที่ผม พูดถึงนั้นท่านยังไม่ได้เอ่ยถึงมากนัก🔗

ประการที่ ๒ ในเนื้อหาครึ่งหนึ่งของรายงานฉบับนี้ตั้งแต่หน้า ๑๙ ถึงหน้า ๕๐ ท่านได้พูดถึงนโยบาย พูดถึงกระบวนการ พูดถึงรูปแบบการเยียวยาของ หน่วยราชการ และบางครั้งอาจรวมถึงภาคประชาสังคมต่าง ๆ ผมขออนุญาตใส่วงเล็บ ตั้งข้อสังเกตไว้หน่อยนะครับว่าเราไม่ค่อยเห็นบทบาทของการเยียวยาในระดับพื้นที่ หรือชุมชน ในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่เป็นบวกนะครับ ผมเห็นมาตรการเยียวยาในระดับชุมชน ที่เกิดขึ้นจากพี่ ๆ น้อง ๆ ที่เป็นสุภาพสตรี เป็นผู้หญิง เป็นพี่น้องมุสลิมในภาคใต้ที่ช่วยกัน ประคับประคอง เยียวยาพี่น้องมุสลิมที่ประสบปัญหาด้วยกันเอง ถ้าไปถึงสิ่งเหล่านั้นได้ มันจะต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เห็นโมเดล (Model) ที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น ผมอ่านดูแล้วรายงาน ของท่านครอบคลุมมิติการดำเนินการทางสังคมสงเคราะห์ ๔ มิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติในเรื่องของ การแพทย์ สาธารณสุข มิติด้านการศึกษา มิติด้านสวัสดิการสังคม มิติเรื่องกระบวนการ ยุติธรรม แต่ไม่มีภาพใหญ่และสเกล (Scale) การให้ความช่วยเหลือรายย่อย ไม่มีการพูดถึง ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในลักษณะที่เรียกว่าเป็นพหุวัฒนธรรม ตรงนี้ไม่มีคำนี้ เลยนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นโจทย์ใหญ่ พูดถึงกระบวนการเยียวยาแต่ผ่านโครงสร้างแข็งทั้งหมด เป็นกระบวนการเยียวยาที่ผ่านคณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย ศูนย์สันติวิธี หน่วยงานราชการ มีการพูดถึงอยู่บ้างเล็กน้อยในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในหน้า ๒๒ ท่านพูดถึงบทบาทของสำนักงานสนับสนุนทางวิชาการกับสำนักงานพัฒนาสังคม จังหวัด เสียดายนิดเดียวว่าแทนที่สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดจะบอกว่าฉันมีหน้าที่ ในการประเมินความต้องการของเด็กและครอบครัวก่อนจัดบริการ ที่เรียกว่านีดแอสเซสเมนต์ (Need assessment) ท่านเข้าใจนะครับ ภาษาไทยต่างกับภาษาอังกฤษนิดหน่อยในแง่ของ การแปลความ แต่ในนี้ไม่มีเลยครับ เราไม่เห็นคำนั้นของสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดว่า คุณจะประเมินนีดแอสเซสเมนต์ (Need assessment) จัดบริการให้เขาในลักษณะเคส เมเนเจอร์ (Case Manager) ที่เข้าใจกระบวนการอย่างแท้จริงได้อย่างไร สำนักงานพัฒนา สังคมจังหวัดไปเขียนแต่เพียงว่ารูปแบบที่เขาทำคือการประเมิน แล้วก็ช่วยเหลือ เช่น การฝึกอาชีพ ซึ่งไม่ใช่โจทย์ของสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัด เมื่อดูบทบาทย่อย ๆ บางประการ ท่านประธานลองดูในหน้า ๑ นะครับ ที่พูดถึงการบำบัดรักษาและเยียวยา ด้านจิตเวช อยู่ในหน้า ๓๐-๓๑ ท่านบอกว่าทำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่กิจกรรมหรือโปรแกรม ที่ท่านใช้ ผมขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ในนี้เขียนมาเป็นภาษาอังกฤษก็คือซีบีที (CBT) คอกนิทิฟ บีแฮฟเวียรัล เทอราปี (Cognitive Behavioral Therapy) พูดง่าย ๆ ก็คือ การทำความเข้าใจ การพูดคุยแต่เพียงเท่านั้น แต่ท่านอย่าลืมว่าในเด็กเยาวชน ตลอดจน คนในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบท่านทำซีบีที (CBT) อย่างเดียวไม่ได้ครับ มันมีพีทีเอสดี (PTSD) หรือทรอมา (Trauma) ที่ยาวกว่านั้น รายงานไม่ได้พูดถึง จำเป็นครับที่จะต้องมี การเก็บข้อมูล เก็บสถิติ ดูกันยาว ๆ ว่าเขาเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไร ผมไม่อยากพูดเลย ไปถึงผลกระทบที่อาจจะนำไปสู่การก่อความรุนแรงที่มากขึ้นนะครับ ผมห่วงแต่เพียง เรื่องร่างกาย เรื่องจิตใจ ซึ่งเขาต้องการการเยียวยาในระยะยาว ไม่ได้มีการเอ่ยถึงมากนัก แต่ผมคิดว่าถ้าท่านจะปรับหรือเพิ่มเติมตรงนี้ไปได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ ผมพยายามจะอ่านประเด็นที่เรียกว่าเร่งด่วน และประเด็นที่ คณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการห่วงใย ตลอดถึงข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ท่านเขียนไว้ ในหน้า ๕๐-๕๓ ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยหมดเลยครับ แต่สิ่งที่ท่านเขียนยังไม่ได้ถูกระบุ หรือจัดลำดับความสำคัญว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนในเชิงปฏิบัติการที่ต้องทำก่อน ท่านแตะแต่เพียงว่าควรจะต้องปรับนโยบายแบบนั้น ยุทธศาสตร์ต้องปรับแบบนี้ แต่ท่าน ไม่ได้มีรายละเอียดว่าจริง ๆ แล้วกับกรณีผู้ตกหล่นที่แม้กระทั่ง ๑ คน ข้อเสนอคือเป็นไปได้ หรือไม่ที่ท่านอาจจะต้องมี ท่านหมายถึงรัฐบาลนะครับ ต้องมีคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ไม่ใช่ องค์ประกอบโครงสร้างแข็งแบบที่มีอยู่ แต่มีภาคประชาสังคม มีผู้นำศาสนา มีตัวแทนผู้ได้รับ ผลกระทบเข้ามามีส่วนในการคัดกรอง ทำตาข่ายให้แน่นว่าเราจะไม่มีเด็ก เยาวชน และ ครอบครัวที่ตกหล่นไปจากกระบวนการให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว ผมคิดว่าแบบนี้พี่น้อง จะได้ผลประโยชน์ ความรุนแรงลดลง ภาครัฐก็ได้ประโยชน์ แต่ตรงนี้ไม่ได้พูดถึงครับ แล้วฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าเป็นไปได้ผมอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ท่านมาถูกทางแล้วท่านน่าจะตั้งผู้ตรวจสอบพิเศษ หรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า แรปพอร์เตอร์ (Rapporteur) คอยติดตามดูสิว่ากระบวนการแบบนี้ ถ้าวันนี้สภาแห่งนี้ ส่งไปแล้วเราจะมีการดำเนินการมากน้อยขนาดไหน ทำได้ตามข้อสังเกตของเราจริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้มีอยู่ครับ🔗

ผมมีประเด็นสุดท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน ไม่ได้อยู่ในข้อสังเกต ทั้ง ๓ ประการ แต่ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ ลักษณะการดำเนินการหรือข้อสังเกตทั้ง ๔ ด้าน ที่ท่านเสนอมานั้น ศอ.บต. ยังเป็นเจ้าภาพหลักนะครับ ยังไม่หลุดไปสู่กระบวนการที่ผมคิดว่า การเยียวยาช่วยเหลือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเป็น เจ้าภาพหลัก ไม่ใช่ ศอ.บต. แล้วในขณะเดียวกันมีหลายเรื่องที่เป็นความรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งประเทศไทยยังไม่ได้เข้ารับรองเป็นภาคีต่าง ๆ เช่นปฏิญญาว่าด้วยโรงเรียนที่ปลอดภัย เซฟ สกูลส์ เดคคลาเรชัน (Safe Schools Declaration) กรรมาธิการไม่ได้พูดถึงเลยนะครับ ถ้าเรายอมรับปฏิญญาว่าด้วยโรงเรียนที่ปลอดภัยอาจจะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดขึ้น ด้วยครับ🔗

ผมจึงเห็นด้วยและสนับสนุนการส่งรายงานฉบับนี้ให้รัฐบาล อย่างไรก็ตามเด็ก เยาวชน และครอบครัว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องยากครับ เป็นเรื่องที่พวกเราต้องเรียกร้องไปทั้ง ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงฝ่ายก่อการความรุนแรงในพื้นที่ให้ช่วยกันลดเงื่อนไขที่อาจจะนำไปสู่ ความรุนแรง ผมเชื่อว่าถ้าเราเริ่มต้นแบบนั้นความสันติสุขจะกลับคืนสู่พี่น้องประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมัลลิกาครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นเรื่องการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา เด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากที่ได้ฟังรายงานผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้ว ทำให้ดิฉันได้ทราบว่าเด็ก เยาวชนจากชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเด็กกำพร้าที่เกิดจาก สถานการณ์ความไม่สงบในช่วง ๑๕ ปีมานี้มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว คำว่าเด็กกำพร้า อาจจะมีความหมายที่ไม่ได้แตกต่างกับเด็กกำพร้าที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย แต่เมื่อมองถึงสาเหตุ ที่ทำให้กำพร้านั้นมันเห็นความแตกต่างโดยชัดเจน🔗

ท่านประธานคะ ในส่วนภาคกลาง เพราะว่าดิฉันเองเป็น ส.ส. จังหวัดลพบุรี เรามักจะเห็นที่เกิดจากการหย่าร้างหรือว่าเกิดจากการเสียชีวิตของบิดา มารดา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของโรคภัยหรืออุบัติเหตุ แต่ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจากสถานการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่และผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น แล้วก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ฟังนั้นทำให้มีความรู้สึกว่าต้องมีการดูแล เยียวยาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และ ครอบคลุมกับเด็กทุก ๆ คน ดิฉันสงสัยว่าที่ทางกรรมาธิการได้เอ่ยถึงว่า ๓ ฝ่ายนั้น มีทหาร ตำรวจ แล้วก็ฝ่ายปกครอง ทำไมไม่มีฝ่ายประชาชนและฝ่ายผู้นำศาสนา อันนี้เป็น ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะท่านประธาน ว่าเป็นไปได้ไหมถ้าเราบอกว่า ๔ ฝ่ายอาจจะเป็น เลขคู่ ซึ่งเวลามีการมาลงความคิดเห็นอาจจะไม่ได้ความชัดเจน แต่ถ้าเราบอกว่าเป็น ๕ ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ประชาชน และผู้นำทางศาสนา อาจจะเป็นทุก ๆ ศาสนานะคะ ดิฉันไม่ได้หมายถึงว่าเฉพาะศาสนาอิสลามศาสนาเดียว แล้วบอกว่าถ้าเกิด ๓ ฝ่ายนั้น มารับรอง เด็กที่ได้รับการรับรองหรือไม่รับรองนั้นทำไมถึงมีการดูแลที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญ คือการศึกษา เด็กจะเป็นลูกของฝ่ายใดก็แล้วแต่ถ้าได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ ควรจะต้องได้รับความช่วยเหลือ เยียวยา ดูแลทุก ๆ คน แล้วก็เสมอภาคกัน เพราะใน ความรู้สึกของเราเด็กคือผู้บริสุทธิ์ เขาไม่รู้เรื่องหรอกค่ะว่าผู้ใหญ่ทะเลาะกันเรื่องอะไร เขาไม่รู้เรื่องว่ามีระเบิดตรงไหน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นพวกเขาได้รับโดยเต็ม ๆ เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตของดิฉันมีอยู่ ๓ ประเด็นนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๑ คือโอกาส ทำอย่างไรที่จะผลักดันให้ประเด็นของเด็กเป็นเรื่องที่ จะต้องเอามาพูดคุยกันบนโต๊ะสันติภาพ หรือที่เขาเรียกว่าสันติสุข เพราะเรามองว่าเด็ก และเยาวชนพวกนี้ก็เป็นลูกหลานของทั้ง ๒ ฝ่าย ควรเน้นในเรื่องให้การปกป้อง คุ้มครองเด็ก ร่วมกัน ต้องมองว่าเด็กไม่ใช่เหยื่อของความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม🔗

ประการที่ ๒ เป็นเรื่องของการจัดระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีการแยก ตามศาสนา เท่าที่ทราบคือเด็กจะเรียนรวมกันถึงชั้น ป. ๖ แล้วพอหลังจากนั้นแล้วจะมีการแยก เด็กที่นับถือศาสนาอิสลามก็ไปเรียนศาสนา ส่วนที่นับถือศาสนาพุทธก็ยังอยู่ที่โรงเรียนรัฐบาล ซึ่งจริง ๆ ตรงนี้ในส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันเป็นผู้แทนที่มาจากภาคกลาง ส่วนใหญ่เรานับถือ ศาสนาพุทธ อาจจะมีศาสนาคริสต์บ้าง แต่ว่าในพื้นที่ของดิฉันเองมีพี่น้องที่นับถือ ศาสนาอิสลามน้อยมาก ดิฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องศาสนานี้เท่าไร แต่คิดว่าเป็นการดี ถ้ามีโอกาสก็อยากที่จะให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้นได้มีการศึกษาเรียนรู้ร่วมกัน กับเพื่อน ๆ ต่างศาสนา เพราะว่าถ้าเกิดเด็กเขาเริ่มสร้างความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้นเขาจะได้รู้ว่าอีกศาสนาหนึ่ง มีข้อห้าม มีความเชื่อในแต่ละศาสนาอย่างไร ทำให้เขาได้เข้าใจเพื่อน ซึ่งจะทำให้ปัญหา ความแตกต่างทางศาสนานั้นหมดไป เพราะดิฉันคิดว่าถ้าเราปลูกฝังหรือสอนอะไรเขา ตั้งแต่เด็ก ๆ เขาจะมีความรู้สึกในด้านดีที่จะเติบโตขึ้นมา แล้วก็มีความเชื่อในความคิด ทางด้านบวก🔗

ประการที่ ๓ เป็นข้อสังเกต จากที่ฟังกรรมาธิการพูดถึงเรื่องการทำงาน ประเด็นที่ว่าบุคคลที่ทำงานอยู่กับเด็กแล้วเขาทำแต่เฉพาะหน้าที่ เขาไม่ได้ใช้จิตวิญญาณ ที่จะเข้าถึงเด็ก เด็กมีความรู้สึกที่อ่อนโยน ละมุนละไม ถามว่าเขาจะเข้าถึงความรู้สึก ของผู้ใหญ่เหล่านั้นไหม การที่ทำงานโดยเป็นหน้าที่ ไม่ได้ทำงานด้วยจิตใจ จะประสบ ความสำเร็จหรือเปล่า สิ่งต่าง ๆ ที่เด็กรับรู้จะได้รับการเยียวยาหรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ดิฉันจึงมีความรู้สึกว่าถ้าคนที่ทำงานกับเด็กต้องใช้ทั้งความรู้ ทักษะ และจิตวิทยา ซึ่งจะทำให้ เด็ก ๆ ได้รับการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ไม่ได้เฉพาะแต่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตรงนี้เรารู้กันทั่วไปว่าเด็ก ๆ ทุกคนต้องการความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ แต่ตรงนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีความรุนแรงคิดว่าเด็กต้องการสิ่งเหล่านี้มากเป็นพิเศษ🔗

ท่านประธานคะ สำหรับดิฉันคงฝากข้อสังเกตที่ได้รับฟังจากคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ ประเด็นทั้ง ๓ อย่าง และข้อเสนอแนะจาก ๓ ฝ่ายเป็น ๕ ฝ่าย ฝากเอาไว้ด้วย เผื่อว่า จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ทางคณะกรรมาธิการนั้นได้นำเอาไปศึกษาหรือปฏิบัติ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มี ท่านสมาชิกมีความประสงค์ที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นอีกแล้วนะครับ กรรมาธิการมีอะไร ชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมาธิการค่ะ ต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่านนะคะ ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิและ ส.ส. มัลลิกา เห็นด้วย ทุกประการกับข้อเสนอแนะเพื่อเติมเต็มในหลาย ๆ ส่วน ต้องเรียนให้ทราบว่าคณะอนุกรรมาธิการ มีเวลาศึกษาในเรื่องนี้เพียงแค่ ๙๐ วัน และขยายเวลาต่อไปอีก ๓๐ วัน เป็น ๑๒๐ วัน เป็นระยะเวลาที่บอกได้ว่าค่อนข้างสั้นกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมา ๑๖ ปี ฉะนั้น หลายประเด็นที่เราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจเก็บ ดีเอ็นเอ (DNA) จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปิดล้อมโรงเรียน แล้วเราก็ยังมีตัวเลขที่โรงเรียนได้รับผลกระทบในช่วง ๑๖ ปีที่ผ่านมาเป็นพันกว่าโรงเรียน แต่ก็ไม่ได้ใส่อยู่ในรายงานเล่มนี้ แล้วก็ต้องขอบคุณว่าปัญหาทางสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้กล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด เรื่องของ พัฒนาการล่าช้า ซึ่งมีอยู่ในรายงานนี้แล้ว เป็นปัญหาที่ต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ดิฉัน รับราชการจนถึงทุกวันนี้ เป็นอันดับต่ำสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง แล้วยิ่งมี สถานการณ์ความไม่สงบมาซ้ำเติมอีก ฉะนั้นเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นเด็ก อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องได้รับการดูแล เยียวยาจากทุกฝ่ายจริง ๆ🔗

ส่วนประเด็นเร่งด่วนที่เราไม่ได้จัดลำดับความสำคัญ เราก็เห็นด้วยว่ารัฐบาล ต้องมีคณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งคงไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐอย่างเดียว ต้องเป็นหน่วยงาน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนที่เขาทำงานด้านนี้มา ๑๖ ปี มาร่วมเป็นคณะกรรมการนี้ ด้วยนะคะ ส่วนเรื่องผู้หญิงที่เราไม่ได้เขียนในคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ เพราะเราเห็นว่าผู้หญิงที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบกว่า ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ รายเป็นหญิงหม้าย ตอนนี้มี ความเข้มแข็งและมีการจัดตั้งกลุ่มจากผู้รับมาเป็นผู้ให้กันค่อนข้างเยอะแล้ว ฉะนั้นเรา พยายามจับประเด็นที่มีปัญหา แล้วก็คิดว่าประเด็นที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเด็ก ที่ไม่ได้รับการดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ ๓ ฝ่ายไม่รับรอง แล้วก็ที่ท่าน ส.ส. มัลลิกา พูดถึงว่าทำไมมีแค่ ๓ ฝ่าย ทำไมไม่เห็นมีภาคประชาชนหรือว่าผู้นำศาสนาเข้ามามีส่วนร่วม ในการที่จะรับรองด้วย อันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ดิฉันต้องขออนุญาตขอบคุณ แล้วก็ รับฟังทุกข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มี ท่านสมาชิกที่จะอภิปรายแล้วนะครับ เชิญประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ประธานคณะกรรมาธิการ

ผมต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา เด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหลากหลายมิติ ซึ่งความคิดเห็นของสมาชิกทุกท่านนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อ คณะกรรมาธิการอย่างยิ่ง🔗

สุดท้ายนี้คณะกรรมาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกทุกท่านจะมี มติร่วมกันให้รายงานและข้อสังเกตฉบับนี้ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอขอบพระคุณ มากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ได้รับคำชี้แจง คำขอบคุณจากทางกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อย ท่านอรรถกร มีอะไรเสนอหรือครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้ทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ชี้แจงและได้พูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องภาคใต้ และ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็ได้แสดง ความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยนะครับ ผมเลยจะขออนุญาตเสนอให้สภาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เนื่องจากทุก ๆ คนเห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นชอบกับผลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการนะครับ🔗

ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มี การอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรทราบหรือควรปฏิบัติ เพื่อดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกตได้ปรากฏ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ตามที่นั่งของสมาชิก เพื่อประกอบการพิจารณาแล้วนะครับ🔗

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านอรรถกรจะเสนอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เหมือนเดิมใช่ไหมครับ เมื่อที่ประชุมส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นเป็นอื่น ผมถือว่าเราใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เห็นด้วยกับ ข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้เสนอเข้ามา สภาแห่งนี้จะได้เสนอไปยังองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไปนะครับ ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ขอกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไป เป็นระเบียบวาระที่ ๔.๔ ครับ🔗

๔.๔ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนาระบบบริการสารสนเทศ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนาการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการของสภา สมาชิก และผู้เคยเป็นสมาชิก และการพัฒนา ระบบ และการปรับปรุงการดำเนินกิจการของสภา คำร้องเรียน ข้อเสนอแนะของสมาชิก และประชาชนในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของสภา รวมทั้งเรื่องใด ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจ ของสภาและองค์กรรัฐสภาระหว่างประเทศ ตรวจสอบรายงานการประชุม พิจารณา ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเปิดเผยรายงานการประชุมลับ และติดตามผลการปฏิบัติตามมติ ของสภา ดังนั้นการพิจารณาศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาระบบและการปรับปรุง การดำเนินกิจการของสภา จึงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของรัฐสภาอันเป็นสถาบันหลักของฝ่าย นิติบัญญัติ และเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการ ด้วยระบบสารสนเทศ จึงถูกออกแบบและติดตั้งให้มีความทันสมัยและมีความซับซ้อนสูง เช่น การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลหลัก ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการติดตั้งระบบ โสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องรองรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคาร รัฐสภา และการบริการสารสนเทศของเจ้าหน้าที่ สมาชิกรัฐสภา บุคคลในวงงานรัฐสภา ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้อย่างสมบูรณ์ ตามทิศทางการขับเคลื่อนรัฐสภาเพื่อมุ่งไปสู่การเป็น สมาร์ต แอนด์ โอเพน พาร์เลียเมนต์ (Smart and Open Parliament) และรัฐสภาดิจิทัล (Digital Parliament) จากแนวคิดดังกล่าว คณะกรรมาธิการจึงได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมาธิการพัฒนาระบบบริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนาการ ดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการพิจารณาศึกษาโดยมุ่งเน้นใน ๒ ส่วนหลัก คือ ในส่วนที่ ๑ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในส่วนที่ ๒ ระบบบริการ สารสนเทศในวงงานรัฐสภา🔗

อนึ่ง คณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบ บริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนาการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร เสร็จแล้ว โดยมีบทสรุป ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สนับสนุนการดำเนินงาน ของสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ โดยแบ่งออกเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้โดย ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ และเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ และเรื่องที่ จำเป็นต้องกำหนดนโยบายหรือแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้แนบ รายงานของคณะอนุกรรมาธิการมาพร้อมแล้ว ผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เป็นเพียงบทสรุปส่วนหนึ่งเกี่ยวกับระบบงานสารสนเทศ สื่อสาร และระบบบริการสนเทศ ในวงงานรัฐสภา ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนา ในระยะแรกควบคู่กับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามยังมี ระบบงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหลายระบบที่จำเป็นต้องได้รับการประเมินติดตามผล และพัฒนาในระยะต่อไป ทั้งนี้ผู้บริหารของฝ่ายนิติบัญญัติและข้าราชการประจำที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีเป้าประสงค์และร่วมกันกำหนดนโยบายเพื่อนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติอย่างชัดเจน รวมทั้งจะต้องมีการสื่อสาร เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ตระหนัก ถึงความสำคัญและร่วมกันผลักดันให้เกิดสัมฤทธิผลต่อไป🔗

และในโอกาสนี้ผมใคร่จะให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการในการศึกษาพัฒนา ระบบสารสนเทศแห่งรัฐสภาแห่งใหม่ คือท่านไกลก้อง ไวทยการ ได้อธิบายต่อจากผม ในลำดับต่อไป เชิญครับ🔗

เชิญท่านไกลก้องครับ🔗

นายไกลก้อง ไวทยการ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ไกลก้อง ไวทยการ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาระบบ บริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนาการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ การศึกษาระบบบริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และการพัฒนา การดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้มียุทธศาสตร์เพื่อที่จะมุ่งไปสู่การเป็นรัฐสภา ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ เปิดเผย และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือที่เรียกว่า สมาร์ต แอนด์ โอเพน พาร์เลียเมนต์ (Smart and Open Parliament) การศึกษาในการที่ จะทำไปสู่ยุทธศาสตร์นี้จะทำใน ๒ เรื่องด้วยกัน ในรายงานได้บอกถึงรายละเอียด ในการศึกษาไว้ ๒ เรื่องหลัก ๆ ด้วยกัน ก็คือ ๑. ระบบสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ๒.ระบบบริการสารสนเทศที่จะให้บริการข้อมูลข่าวสารที่สำคัญกับบุคลากรในวงงานรัฐสภา และประชาชนทั่วไป เพื่อเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน🔗

ในส่วนของการศึกษาเรื่องระบบบริการสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เราศึกษาเรื่องแรกนั่นก็คือเรื่องของระบบการแสดงตนและระบบการลงคะแนน ด้วยสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนมา ในคณะกรรมาธิการว่าบัตรประจำตัวของท่านสมาชิกมีเยอะเกินไป ซึ่งจริง ๆ แล้วมีอยู่ ๓ ใบ ๓ ใบนั่นก็คือ ๑. บัตรประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒. บัตรแสดงตนที่ติดที่หน้าอก ของท่าน ๓. บัตรที่ท่านใช้สำหรับใส่ในเครื่องเสียบบัตรลงคะแนนเพื่อลงคะแนน ดังนั้น ปัจจุบันมี ๓ ใบ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาในเรื่องนี้แล้วก็ได้มีแนวทางว่าจริง ๆ แล้ว จำนวนบัตรสามารถลดลงเหลือ ๑ ใบก็ได้ เช่นใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อใช้ใน การแสดงตน และเสียบบัตรลงคะแนน เพราะว่าบัตรประจำตัวประชาชนมีความสามารถ มีชิปการ์ด (Chip Card) ที่เป็นสมาร์ตการ์ด (Smart Card) บรรจุอยู่ในบัตรอยู่แล้ว ซึ่งบัตร ที่ใช้เสียบบัตรลงคะแนนก็มีชิปการ์ด (Chip Card) อยู่เช่นกัน แนวทางที่ ๒ คือทำบัตรใหม่ ที่มีความสามารถ คือสามารถแตะบัตรแสดงตนก่อนที่ท่านจะเข้าห้องประชุมได้ หรือว่า สามารถใช้เสียบบัตรในเครื่องเสียบบัตรลงคะแนนได้เช่นกัน นั่นก็คือใช้ความสามารถของ เทคโนโลยีที่เรียกว่าอาร์เอฟไอดี (RFID) และชิปการ์ด (Chip Card) ในบัตรเดียวกัน🔗

ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษานั่นก็คือประเด็นการเสียบบัตร แทนกัน แน่นอนครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านพูดอยู่เสมอว่าการเสียบบัตรแทนกัน เป็นเรื่องของจิตสำนึกพื้นฐานของการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่อย่างไรก็ตาม การออกแบบระบบที่ดีจะสามารถป้องปรามปัญหาการเสียบบัตรแทนกันได้ เนื่องจาก แนวทางที่คิดว่าเหมาะสมก็คือ ๑. ใช้ระบบยืนยันตัวตน ๒ ระบบพร้อมกัน นั่นก็คือเสียบบัตร และลายนิ้วมือ เป็นต้น อันที่ ๒ ก็คือเมื่อเสียบบัตรแล้วควรบันทึกด้วยว่าบัตรลงคะแนนนั้น ถูกเสียบ ณ เครื่องเสียบบัตรเครื่องไหน เวลาใด อันที่ ๓ ก็คือมีระบบซีซีทีวี (CCTV) เมื่อใช้ ควบคู่กันทั้ง ๓ ระบบก็จะเป็นแนวทางที่จะป้องปรามปัญหาเสียบบัตรแทนกันได้🔗

เรื่องที่ควรจะกระทำอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเมื่อออกเสียงลงคะแนนแล้ว ผลการออกเสียงลงคะแนนควรจะมีการเปิดเผยเป็นลักษณะข้อมูลที่ออกมาจากเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลลงคะแนน หมายถึงว่าไม่ใช่พรินต์ (Print) ออกมาเป็นกระดาษ แล้วมาดูกัน แต่ออกมาเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ประมวลผลต่อได้ อาทิเมื่อท่านลงคะแนนแล้วมี ข้อมูลปรากฏที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่านสมาชิกว่าท่านลงคะแนนไปในเรื่องใด ทิศทางใด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แล้วผลการลงคะแนนทั้งหมดเป็นอย่างไร อันนี้จะเป็นการศึกษา ในเรื่องแรกของระบบสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่🔗

เรื่องที่ ๒ คือระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) และการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลของระบบสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในเรื่องของความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) นั้น เราถือว่ารัฐสภาเป็นสถาบันสารสนเทศที่สำคัญยิ่งยวด หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่าคริทิคัล อินฟอร์เมชัน อินฟราสตรักเจอร์ (Critical Information Infrastructure) ในส่วนนี้ก็คือเป็นสถานที่สำคัญที่จะต้องวางระบบรักษาความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) ให้ได้มาตรฐาน รวมถึงคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งบุคลากร ในวงงานรัฐสภาและประชาชนทั่วไป การวางแผนเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) ควรจะวางแผนร่วมกันทั้งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภา🔗

ในการทำงานควรร่วมกับหน่วยงานภายนอก อย่างเช่นศูนย์ประสานงาน การรักษาความมั่นคงระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือไทยเซิร์ต (ThaiCERT) อย่างไรก็ตาม การออกแบบระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเฉพาะระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั้นมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่าเน็ตเวิร์ก โอเปอเรชัน เซ็นเตอร์ (Network Operation Center) และ ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) หรือว่าซิเคียวริตี โอเปอเรชัน เซ็นเตอร์ (Security Operation Center) ในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ดังนั้นการออกแบบค่อนข้างจะได้ มาตรฐานตั้งแต่แรก รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐาน🔗

เรื่องที่ ๓ คือการเป็นอาคารอัจฉริยะและอาคารประหยัดพลังงาน หรือ ที่เรียกว่าสมาร์ต แอนด์ กรีน บิลดิง (Smart and Green Building) รวมถึงระบบรักษา ความปลอดภัยภายในอาคาร อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกออกแบบเป็นอาคารประหยัดพลังงาน แต่อย่างไรก็ตามในการก่อสร้างมีการปรับแบบไปบ้าง รวมถึงการที่ยังใช้ระบบประหยัด พลังงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่นการออกแบบหรือว่าปรับแต่งระบบไหลเวียนอากาศ ภายในอาคารรัฐสภา เป็นต้น🔗

ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงเสนอในเรื่องของการลงทุนเพิ่มเติมในการติดตั้ง เซนเซอร์ (Censor) ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ (Censor) ในการวัดอุณหภูมิ เซนเซอร์ (Censor) ในการใช้พลังงานของอาคารแห่งนี้ และเซนเซอร์ (Censor) ในการตรวจวัดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกของอาคารแห่งนี้ เพื่อให้เป็นกรีนบิลดิง (Green Building) ในส่วนของ สมาร์ตบิลดิง (Smart Building) อาคารรัฐสภาแห่งนี้ได้มีการติดตั้งระบบที่เรียกว่าดิจิทัล ไซเนจ (Digital Signage) ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งขณะนี้ถ้าท่านสังเกตจะเห็นว่า เริ่มมีการติดตั้งบ้างแล้ว รวมถึงระบบที่จะกระจายเสียงการประชุมไปในบริเวณต่าง ๆ ของอาคารรัฐสภา ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นทดสอบระบบ ระบบดังกล่าวรวมถึงระบบที่เป็นป้าย ดิจิทัล (Digital) ที่จะบอกทาง บอกข้อมูลข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอาคารรัฐสภา แห่งนี้ให้แก่ผู้ที่มาเยือนอาคารรัฐสภาหรือว่าผู้ที่ปฏิบัติงานในอาคารรัฐสภา รวมถึงสามารถ กดดูได้เป็นทัชสกรีน (Touchscreen) ที่จะดูได้ว่าจะไปในทิศทางไหน หรือว่าห้องไหน มีกิจกรรมอะไร แผนที่บอกทางต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้คณะกรรมาธิการได้เน้นย้ำไปถึงผู้ออกแบบ และติดตั้งระบบว่าควรออกแบบ ควรติดตั้งระบบ พัฒนาระบบให้เหมาะสมและเข้าใจง่าย รวมถึงผู้พิการที่มาใช้อาคารรัฐสภาแห่งนี้สามารถใช้งานระบบนำทางดิจิทัล (Digital) ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ได้🔗

ในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย คณะกรรมาธิการเร่งให้ติดตั้งระบบ กล้องซีซีทีวี (CCTV) เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมในอาคารรัฐสภา รวมถึงระบบ ที่จะดูหรือว่าจัดการในการเข้าพื้นที่ของบุคลากรในวงงานรัฐสภาหรือว่าบุคคลภายนอก บุคคลทั่วไปให้ชัดเจน โดยใช้การเชื่อมข้อมูลกับบัตรแสดงตนของบุคลากรต่าง ๆ ที่จะอยู่ใน อาคารรัฐสภาแห่งนี้ รวมถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็ควรจะมีแผนเผชิญเหตุในกรณีต่าง ๆ หลากหลายกรณีที่จะเป็นเรื่องของภัยที่จะเกิดขึ้นในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ด้วย🔗

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งของสารสนเทศในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั่นก็คือ ส่วนที่เป็นหอสมุดรัฐสภา พิพิธภัณฑ์รัฐสภา และหอจดหมายเหตุของรัฐสภา สิ่งที่ต้อง คำนึงถึง อาคารรัฐสภาแห่งนี้เป็นอาคารที่จะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศต่อไป จะเป็น อาคารที่ประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชมและติดต่อประสานงานกับ บุคลากรและหน่วยงานภายในอาคารแห่งนี้ ดังนั้นการที่จะต้องลงทุนเพื่อทำให้อาคารแห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นสิ่งที่สำคัญ รวมถึง การที่จะต้องออกแบบพิพิธภัณฑ์ หอสมุด หอจดหมายเหตุของรัฐสภาให้เหมาะสมกับมูลค่า ของรัฐสภาที่ใช้เงินภาษีของประชาชนในการก่อสร้างนับหมื่นล้านบาท เพื่อให้รัฐสภากลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการมี ส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้หน่วยงานที่ รับผิดชอบในเรื่องของหอสมุด พิพิธภัณฑ์ และหอจดหมายเหตุเร่งไปทำงานกับผู้เชี่ยวชาญ ในการออกแบบหอสมุด พิพิธภัณฑ์ และหอจดหมายเหตุให้เหมาะสมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สำคัญของประเทศไทยอีกแห่งหนึ่ง🔗

ในส่วนของสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ก็คือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ หลัก ๆ จะมีประมาณ ๔ เรื่องด้วยกัน อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องพูดถึงเป็นส่วนที่สำคัญก็คือ การบริการสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งนี้กับบุคลากรในวงงานรัฐสภาและประชาชน ทั่วไป เรื่องแรก ที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาก็คือเรื่องเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภา เว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญ แล้วก็เป็นพื้นฐาน ของรัฐสภา โดยเฉพาะรัฐสภาที่ต้องเปิดเผยข้อมูลกับประชาชน หรือที่เราเรียกว่าโอเพน พาร์เลียเมนต์ (Open Parliament) เว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาปัจจุบันยังมีความ ซับซ้อนอยู่ แล้วก็ยากในการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงเป็นอุปสรรคกับผู้พิการทางสายตา คณะกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วก็มีความเห็นว่าควรเร่งจัดทำพัฒนาเว็บไซต์ (Website) ใหม่ แล้วก็ให้ได้มาตรฐานที่เรียกว่าเว็บแอคเซสซิบิลิตี (Web Accessibility) เป็นมาตรฐานที่ จะทำให้ทุกกลุ่มคนเข้าถึงเว็บไซต์ (Website) ได้โดยง่าย และพัฒนาให้ถึงระดับทริปเปิลเอ (Triple A) หรือระดับสูงสุดของการชี้วัดของเว็บไซต์ (Website) ที่เข้ามาตรฐานเว็บ แอคเซสซิบิลิตี (Web Accessibility) การวางระบบเว็บไซต์ (Website) ควรวางระบบให้มี ช่องทางให้นักพัฒนาโปรแกรม นักพัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) มาพัฒนาต่อยอดได้ โดยเอาข้อมูลจากเว็บไซต์ (Website) ไปใช้ประโยชน์ หรือภาษาทางเทคนิคเรียกว่า แอปพลิเคชัน โปรแกรม อินเตอร์เฟซ (Application Program Interface) หรือว่าเอพีไอ (API)🔗

อีกส่วนหนึ่งของการบริการสารสนเทศที่สำคัญก็คืออีเมล (Email) ระบบ อีเมล (Email) และระบบอีด็อกคิวเมนต์ (e-Document) หรือว่าระบบเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ หากท่านประธานจะสังเกตว่าอีเมล (Email) ของบุคลากรในวงงานรัฐสภา ส่วนใหญ่จะไม่ใช้อีเมล (Email) ที่อยู่ในโดเมน (Domain) ของรัฐสภา นั่นก็คือ พาร์เลียเมนต์ดอตจีโอดอตทีเอช (parliament.go.th) แต่เนื่องจากระบบเว็บเมล (Webmail) ของรัฐสภาเป็นระบบที่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้น้อยแล้วก็ไม่เสถียร ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเสนอว่าระบบเว็บเมล (Webmail) ของรัฐสภาควรไปใช้สิ่งที่รัฐบาล ได้ลงทุนไว้ในเรื่องของกัฟเวิร์นเมนต์คลาวด์ (Government Cloud) เป็นระบบอีเมล (Email) กลางที่จะใช้ในหน่วยราชการ ซึ่งจะทำให้ลดเรื่องของการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น สายสื่อสารหรือว่าระบบอีเมล (Email) ของรัฐสภา ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ยังมีปัญหา ในเรื่องของมาตรฐานการแปลงไฟล์ (File) จากไฟล์ (File) เอกสาร เวิร์ดด็อกคิวเมนต์ (Word document) เป็นพีดีเอฟ (PDF) เรื่องนี้คณะกรรมาธิการเสนอให้ใช้โปรแกรม ที่มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ นั่นคือต้องลงทุนซื้อโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพในการแปลงไฟล์ (File) ให้แปลงเป็นเวิร์ดด็อกคิวเมนต์ (Word ducument) เป็นพีดีเอฟ (PDF) และมีความ เป็นภาษาไทยที่ถูกต้อง ณ ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องสระ วรรณยุกต์ที่ไม่เข้าที่เข้าทาง ก็ควรใช้ โปรแกรมที่เป็นมาตรฐาน🔗

ช่องทางบริการสารสนเทศที่สำคัญอีกช่องทางหนึ่งของรัฐสภา นั่นก็คือโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) โซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social network) หรือว่าโซเชียลมีเดีย (Social media) ปัจจุบันเป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลของรัฐสภา ดังนั้นสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเองควรกำหนดเรื่องของยุทธศาสตร์การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย (Social media) ให้ชัดเจนกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่มาใช้โซเชียลมีเดีย (Social media) หรือว่าติดตามโซเชียลมีเดีย (Social media) ของรัฐสภา โดยเฉพาะเรื่องของการเพิ่มทักษะ บุคลากรที่ดูแลโซเชียลมีเดีย (Social media) ของรัฐสภา ทั้งทักษะทางด้านเทคนิค และทักษะในการประสานงาน เพื่อที่จะนำข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ มานำเสนอได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาสื่อบนโซเชียลมีเดีย (Social media) ในรูปแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องของอินโฟกราฟิกแอนิเมชัน (Infographic Animation) ติดตั้งโปรแกรม ที่เรียกว่าสปีชทูเทกซ์ (Speech to text) หรือการแปลงคำพูดเป็นตัวอักษร เพื่อประโยชน์ ๑. การทำรายงานการประชุม ๒. แปลงเสียงเป็นตัวอักษร นั่นคือแปลงเสียง เป็นข้อมูลแล้วนำไปใช้ต่อได้ แล้วก็จะเป็นประโยชน์ทั้งผู้พิการทางหู แล้วตัวอักษรที่แปลงไป ก็นำไปใช้ต่อยอดในการทำสื่อต่าง ๆ ต่อไปได้อีก🔗

ดังนั้นทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษา แล้วก็มีข้อเสนออยู่ในรายงานทั้งแนวทางที่ทำได้เลยทันที อีกแนวทางหนึ่งอาจจะต้องตั้ง งบประมาณเพื่อลงทุนพัฒนาระบบสารสนเทศแล้วก็บริการสารสนเทศ อาจจะเป็น งบประมาณปีถัด ๆ ไปในอนาคต🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายเพื่อเอื้อต่อการใช้เทคโนโลยี มาดำเนินงานในกิจการสภาผู้แทนราษฎร ๓ เรื่องหลัก ๆ ที่เป็นข้อเสนออยู่ในรายงานแล้ว ผมขอรายงานสรุปต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นเบื้องต้นไว้แค่นี้ก่อน นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกแสดงความคิดเห็นนะครับ ท่านแรก ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ตามด้วยท่านนิกร จำนง และท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญคุณณัฐพงษ์ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออนุญาตใช้เวลา เพื่อนสมาชิกแล้วก็เวลาในสภาแห่งนี้ไม่เกิน ๑๐ นาที เนื่องจากว่าทางท่านกรรมาธิการ ได้อภิปรายชี้แจงเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ไปหลายส่วนแล้ว ผมจะพยายามพูดเสริมในประเด็น ที่ผมคิดว่าสามารถเสริมเพิ่มเติมได้ที่ท่านอาจจะยังไม่ได้รายงานมา ซึ่งวันนี้ที่ผมเตรียมมา จะมีประมาณ ๔ ประเด็นหลัก ๆ ก็มีฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ที่อาจจะต้องนำสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วย แต่ว่าจะให้นำขึ้นในตอนท้ายนะครับ เดี๋ยวรอผมให้สัญญาณแจ้งทางฝ่าย โสตทัศนูปกรณ์แล้วค่อยนำสไลด์ (Slide) ขึ้นนะครับ ๔ ประเด็นที่ว่านั้นก็คือผมจะเริ่ม ไล่เลียงจากในส่วนที่ตัวผมเอง ในฐานะที่ปรึกษาที่เข้าไปทำงานในคณะกรรมาธิการชุดนี้ คิดว่าในรายงานฉบับนี้อาจจะมีการพูดถึงแล้วแต่ตกหล่นไปคือในเรื่องของการบูรณาการ บัตรทั้ง ๓ ใบ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือกระแสข่าวที่ผ่านมาในเรื่องของการเสียบบัตรแทนกัน ก็คือ จะเล่าถึงรายละเอียดว่าข้อเสนอ ทางออกที่พวกเราคิดว่าน่าจะทำได้เลย และเป็นการ ประหยัดงบประมาณแผ่นดินจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง🔗

ประเด็นที่ ๓ จะเล่าถึงอุปสรรคที่ภาคประชาสังคมทุกวันนี้เขาพยายาม จะผลักดันเรื่องสมาร์ต แอนด์ โอเพน พาร์เลียเมนต์ (Smart and Open Parliament) อยู่แล้ว แต่เขายังประสบพบเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง ที่พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎร น่าจะสามารถช่วยพวกเขาได้🔗

ประเด็นสุดท้าย คือในส่วนของข้อเสนอที่ผมคิดว่าจะร้อยรัด ร้อยเรียง เรื่องทั้งหมดที่ทางคณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานออกมา แล้วก็จะลองนำเสนอกับ ผู้แทนราษฎรทุกคนกับประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ทางบ้านว่าถ้าปฏิบัติตามแนวทางอย่างนี้ ผมเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาดิจิทัลพาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) ได้ในอนาคตนะครับ🔗

เริ่มจากประเด็นแรกคือในส่วนของบัตรทั้ง ๓ ใบ เมื่อสักครู่ที่ท่าน กรรมาธิการได้กล่าวชี้แจงไปแล้ว ประเด็นที่ผมคิดว่าในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึง จริง ๆ ท่านกรรมาธิการได้มีการพูดถึงไปแล้วก็คือใช้บัตรประจำตัวประชาชนเข้ามาใช้งาน แทนสมาร์ตการ์ด (Smart Card) บัตรลงมติ บัตรใบนี้ที่พวกเราต้องถือกัน ก็คือในรายงาน ฉบับนี้ไม่มีการเขียนว่าให้เอาบัตรประจำตัวประชาชนมาใช้ ในรายงานฉบับนี้ถ้าทุกท่าน ลองเปิดไปดูที่หน้า ๖๒ เขาจะเขียนแค่ว่าบูรณาการบัตรแค่ ๓ ใบ ผมขอเสนอเป็นข้อสังเกต เผื่อจะมีการแก้ไขให้สมบูรณ์มากขึ้น การที่เราบูรณาการบัตรทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน ในบัตรเดียวโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน นอกจากจะเป็นการช่วยให้เพื่อนสมาชิก ไม่ต้องลืมบัตร เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องพกบัตรหลายใบแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัด งบประมาณแผ่นดินด้วย และผมเชื่อว่าถ้ารัฐสภาทำได้เป็นองค์กรแรกจะช่วยชูภาพได้ว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเราสามารถที่จะเอาบัตรประจำตัวประชาชนที่ทำมาแล้วหลายปี แต่ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์สักทีเอามาใช้ประโยชน์ได้จริง โดยให้ผู้แทนราษฎรทำเป็นตัวอย่าง กับหน่วยงานอื่น ๆ นะครับ🔗

มาสู่ในส่วนของประเด็นที่ ๒ เรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ผมขอชี้แจงเพิ่มเติม กับท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่ก็คือยังไม่ได้มีการรายงานเกี่ยวกับในที่ประชุมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาชี้แจงกับพวกเราแล้วว่าแต่ก่อน ออกแบบรัฐสภาครั้งแรก วิธีการเสียบบัตรลงคะแนนมีเครื่องสแกน (Scan) ลายนิ้วมือด้วย ในแบบแรก แต่ว่ารัฐสภาโดนตัดงบประมาณไปจึงเป็นที่มาที่มีปัญหาเรื่องการเสียบบัตร แทนกัน ซึ่งตรงนี้ผมขอเน้นว่าการตั้งของบประมาณเป็นปัญหาแรกในประเด็นนี้ ซึ่งพวกเราพยายาม สอบถามทางเจ้าหน้าที่สภาว่าเป็นไปได้ไหมที่จะนำระบบไบโอเมตริกส์ (Biometrics) หรือว่าชีวมาตรเหล่านั้นกลับมาใช้ เจ้าหน้าที่สภาก็ให้คำตอบพวกเราว่าอาจจะต้องไปศึกษา แล้วรอตั้งงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป พอเราประชุมกันนาน ๆ เข้าเราก็เลยได้ทางออกครับ ก็คือในเรื่องของการติดตั้งระบบบันทึกหน้าจอหรือสกรีนแคปเจอร์ (Screen Capture) ที่จะติดตั้งได้ทันที เพราะว่ามีฟรีแวร์ (Freeware) หรือซอฟต์แวร์ (Software) ที่ไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว เราสามารถติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของฝ่ายจัดประชุมสภาได้เลย ในเครื่องที่มีหน้าจอการแสดงผล แสดงสถานะการเสียบบัตร เวลาที่เราปิดประชุมสภา เจ้าหน้าที่สภาเขาจะโชว์หน้าจอหนึ่งขึ้นว่าผังที่นั่งทั้งหมดในสภาแห่งนี้มีใครลืมบัตรเอาไว้บ้าง ซึ่งหน้าจอแสดงผลตรงนั้นเราสามารถเอาโปรแกรมสกรีนแคปเจอร์ (Screen Capture) มาบันทึกเป็นคลิป (Clip) บันทึกไปตลอดระยะเวลาการประชุมสภาได้เลย พอเราบันทึกคลิป (Clip) ออกมาแล้วจะได้อะไรครับ เราจะได้บันทึกที่สามารถให้ประชาชนทั่วไปมาตรวจสอบ ย้อนหลังได้ว่าในช่วงการลงมติมีช่องที่นั่งไหนไหมที่มีการเสียบบัตรเข้าออกหลาย ๆ ใบ นึกออกไหมครับ เพราะว่าระบบปัจจุบันเราเห็นแค่ผลลัพธ์สุดท้ายของการลงมติ แต่เรา ไม่เห็นว่าแต่ละคนที่ลงมติลงด้วยเครื่องเสียบบัตรช่องไหนระบบปัจจุบันไม่รองรับ แต่เรา แก้ปัญหาง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปรอของบประมาณมาอัปเกรด (Upgrade) ระบบอะไร ติดตั้ง ระบบสกรีนแคปเจอร์ (Screen Capture) เข้าไป แล้วก็เปิดเผยคลิปวิดีโอ (Clip Video) นี้ สู่สาธารณชน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่อยากจะนำเสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ด้วยนะครับ ซึ่งในครั้งแรกที่พูดเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่สภาเองก็มีข้อกังวลใจ เขากลัวว่า ถ้าบันทึกคลิปวิดีโอ (Clip Video) จะไม่สามารถจัดเก็บได้หมด เพราะว่าเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของรัฐสภาความจุค่อนข้างเต็มแล้ว อาจจะต้องรอคำขอตั้งงบประมาณในปีถัดไป ซึ่งพวกเรา ในฐานะคณะกรรมาธิการระบบไอที (IT) เลยเสนอว่าจริง ๆ แล้วเนื่องจากการถ่ายทอดสด การประชุมสภาเป็นสาธารณะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเก็บคลิปวิดีโอ (Clip Video) เหล่านั้น ที่เราต้องการเปิดเผยไว้กับเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของสภาก็ได้ ยกตัวอย่างไปโพสต์ (Post) ลงเฟซบุ๊ก (Facebook) ไปโพสต์ (Post) ลงยูทูบ (YouTube) ก็ได้ ซึ่งพวกนั้นเป็นบริการ สาธารณะที่ฟรีอยู่แล้ว ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมต้องการเน้นย้ำให้เห็นว่าเวลาเรามีปัญหา แบบนี้เรส (Raise) ขึ้นไปในระบบราชการหรือแม้แต่ในรัฐสภาของเราเอง คำตอบแรก ที่เรามักจะได้รับคืออาจจะต้องรอของบประมาณ อันนี้เป็นประเด็นย้ำครั้งที่ ๒ นะครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ🔗

ในประเด็นถัดไปที่ผมอยากจะนำเสนอ รบกวนทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ นำสไลด์ (Slide) ขึ้นได้เลย แล้วก็เปิดไปหน้า ๒ ข้ามหน้าปกไปได้เลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

เรื่องภาคประชาสังคม ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาให้เกิดโอเพนพาร์เลียเมนต์ (Open Parliament) ผมยกตัวอย่างในคณะกรรมาธิการชุดนี้จริง ๆ เรามีการเรียกนักพัฒนาระบบที่จัดทำเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) เข้าชี้แจง ซึ่งตัวเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) นี้ ผมเชื่อว่าประชาชนทางบ้านหลาย ๆ ท่าน น่าจะเคยเข้าเล่นอยู่แล้วก็คือเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่แสดงผลการเลือกตั้งย้อนหลัง รวมไปถึงผลการแสดงมติแล้วก็ประวัติของสมาชิกต่าง ๆ เปิดสไลด์ (Side) หน้าถัดไป ได้เลยครับ อันนี้คือในเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) เขามี ศัพท์โดเมน (Domain) หนึ่งชื่อเดย์เวิร์กฟอร์อัสดอตอิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (theyworkforus.elect.in.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่เอาไว้เล่าว่าปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎรของเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วใครคือผู้แทนของพวกเขาบ้าง เขาก็จะมี ๒ เมนู (Menu) หลัก ๆ ก็คือเมนู (Menu) ด้านซ้ายมือที่บอกว่าใครคือผู้แทนราษฎรของเรา กับด้านขวามือที่บอกว่าในสภาผู้แทนราษฎรกำลังทำอะไรกันอยู่ ลองเข้าไปดูในฝั่ง ของหน้าที่ว่าใครคือผู้แทนราษฎรของเราครับ🔗

สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ผมยกตัวอย่างเพื่อไม่ให้พาดพิงคนอื่น ก็เลยเอาหน้า ของตัวเองขึ้นมา เขาจะมีประวัติของผมหรือของเพื่อนสมาชิกทุกคนขึ้นไว้เลย แล้วเขาจะมี ประวัติบอกด้วยว่าที่ผ่านมาผมเคยลงมติหรือเสนอญัตติอะไรในสภาผู้แทนราษฎรบ้าง ซึ่งทุกท่านจะเห็นแล้วว่ารูปแบบเว็บไซต์ (Website) มีความสวยงาม น่าใช้ ข้อมูลครบถ้วน อยู่ในหน้าเดียวกัน ซึ่งจริง ๆ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในเว็บไซต์ (Website) รัฐสภาอยู่แล้วครับ กลุ่มที่เขาจัดทำเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) เขาก็อ้างอิง ข้อมูลมาจากเว็บไซต์ (Website) รัฐสภา แต่รูปแบบเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาปัจจุบัน บางครั้งอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ความง่ายต่อการใช้งานที่ภาคประชาสังคมเขาใช้กันนะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวกับสภาว่าพวกเรากำลังทำอะไรอยู่ เขาก็จัดทำข้อมูล ออกมาครบถ้วนหมดเลยครับ เกี่ยวกับประเด็นญัตติหรือโมชัน (Motion) ปัจจุบันที่สภาของเรา มีการพิจารณากันอยู่ ทุกท่านลองคิดดูว่าข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ในเว็บไซต์ (Website) รัฐสภาปัจจุบัน ถ้าเขา ไม่มีเอพีไอ (API) หรือแอปพลิเคชัน โปรแกรมมิง อินเตอร์เฟซ (Application Programming Interface) หรือรูปแบบการเปิดเผยข้อมูลที่เครื่องอ่านออกได้ที่มีโครงสร้างข้อมูล ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็นแมชชีน รีดเดเบิล ฟอร์แมต (Machine readable format) ถ้าเขาไม่มีช่องทางแบบนั้นในการเข้าถึงข้อมูล ปัจจุบันเขาต้องเสียแรงงานขนาดไหน ในการถ่ายโอนกอปปี (Copy) ข้อมูลเหล่านั้นที่เปิดเผยข้อมูลมาเป็นพีดีเอฟสแกน (PDF Scan) ในหน้าเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภา รายงานการประชุมทุกวันนี้ถ้าเราลองคลิก (Click) เข้าไปดูในลิงก์ (Link) หลาย ๆ อย่างก็ยังเป็นการสแกนพีดีเอฟ (Scan PDF) อยู่ เขาต้องเสียแรงงานขนาดไหนในการแปลงข้อมูลเหล่านั้นมาจัดทำเป็นเว็บไซต์ (Website) สวย ๆ นี้ให้กับพวกเรา แทนที่ภาคประชาสังคมเขาจะเอาความรู้ความสามารถ เอาเวลา ของเขา เอาทรัพยากรของเขาไปพัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) ไปพัฒนาเว็บไซต์ (Website) ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ให้ประชาชนใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่เขากลับจะต้อง เสียทรัพยากรมหาศาลในการมาแค่ลอกข้อมูลจากพีดีเอฟสแกน (PDF Scan) แล้วมาหยอด ลงเว็บไซต์ (Website) ของเขา อันนี้ก็เป็นความสำคัญที่ท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้ได้ชี้แจง แล้วว่าพยายามจะผลักดันการไปเป็นสู่สมาร์ต (Smart) แล้วก็โอเพนพาร์เลียเมนต์ (Open Parliament) โดยการเปิดเผยข้อมูลที่เครื่องอ่านออกได้ในรูปแบบของเอพีไอ (API) ซึ่งตรงนี้ ผมขอเสริมนิดหนึ่งก็คือในเรื่องของข้อมูลที่สภาปัจจุบันควรจะเปิดเผยคือเรื่องของข้อมูล เอชอาร์ไอเอส (HRIS) ของสมาชิกทุกคน และข้อมูลการลงญัตติต่าง ๆ ที่ควรจะเปิดเผยให้ เครื่องอ่านออกได้แล้วนะครับ🔗

สุดท้ายขอสไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ อันนี้เป็นบทสรุปข้อเสนอที่ผม อยากจะนำเสนอเกี่ยวกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านคือในเรื่องของการแปลงงบสัมมนาเป็น งบลงทุนอย่างง่าย ๆ ที่ผมแจ้งให้ทราบในที่ประชุมไปเมื่อสักครู่ว่าปัจจุบันเวลาหน่วยงาน ราชการทั้งหมดจะทำอะไรมักจะบอกว่าต้องรอทำคำขอตั้งงบประมาณ คืออยากจะลองเสนอ ว่างบสัมมนาทั้งหลายที่เราบอกว่าเป็นไขมันหรือเป็นแฟต (Fat) ของระบบราชการ เราแปลงมาเป็นงบลงทุนได้โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน รบกวนเจ้าหน้าที่ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เปิดสไลด์ (Slide) ไปได้เรื่อย ๆ เลยนะครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องของ การจัดงานพาร์เลียเมนต์แฮกกาธอน (Parliament Hackathon) ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาพที่ทุกท่านเห็นคือภาพที่เขานำงบประมาณของคณะกรรมาธิการหลักแสนบาทที่เราจัด สัมมนากันอยู่แล้วมาจัดงานแฮกกาธอน (Hackathon) ในสภา ซึ่งมีเด็ก ๆ เข้ามานั่งโค้ดดิง (Coding) ในสภากันเลย อันนี้ก็เห็นว่าเป็นกรรมาธิการที่ทำงานร่วมกันของทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายรัฐบาลก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งบสัมมนา ที่เคยเป็นไขมันของระบบราชการ เราได้เป็นผลงานหนึ่งคือเว็บไซต์ (Website) รับฟัง ความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ด้วย คือเว็บไซต์ (Website) คอนสติติวชั่นหกสิบดอตพาร์เลียเมนต์ดอต จีโอดอตทีเอช (constitution60.parliament.go.th) อันนี้อยากจะสรุปว่าจริง ๆ แล้ว ในระบบราชการเราถ้าเราคิดอยู่ในกรอบขอตั้งงบประมาณทำอะไรสักที กว่าเราจะผลักดัน ทำอะไรสักที ตั้งงบทีหนึ่งต้องรอปีหน้า พอได้งบมาต้องรอจัดซื้อจัดจ้าง กว่าจะพัฒนาเสร็จ ผมว่าทำอะไรทีหนึ่ง ๒ ปีอย่างต่ำกว่าจะเสร็จสักเรื่องคงไม่ทันการนะครับ สิ่งที่พวกเรา อยากเสนอถ้าเราคิดนอกกรอบเอางบสัมมนาที่คุณมีอยู่แล้ว แทนที่คุณจะไปจัดเป็นงานอีเวนต์ (Event) ใหญ่ ๆ ต่างประเทศปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาท แทนที่คุณจะเอางบหลายพันล้านบาท ไปสร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ไปลากสายเคเบิล (Cable) ใต้น้ำปีละ หลายพันล้านบาทเหมือนกัน เราแปรงบเหล่านั้นมาเป็นงบจัดสัมมนาที่เป็นบ่อเกิดให้เกิด ผลงานโดยสร้างความมีส่วนร่วมกับประชาชน ได้ทั้งผลงาน ได้ทั้งความมีส่วนร่วม กับประชาชน แล้วได้ผลงานที่ใช้ได้จริงด้วย อยากจะเรียนนำเสนอท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านณัฐพงษ์นะครับ ต่อไปเชิญท่านนิกร จำนง ครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ ขออภิปรายการพัฒนาระบบบริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนา การดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมนี่ผูกพันกับสภามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๑ เข้ามาในสภาครั้งแรก แล้วมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นสมาชิกรัฐสภา แล้วก็ มีความเกี่ยวเนื่องมาตลอด สภาแห่งนี้นะครับ คือเราหาที่สร้างสภาใหม่กัน ผมเคยเป็น กรรมการพิจารณาหาสถานที่ที่จะสร้างสภาเมื่อประมาณปี ๒๕๕๐ เรามาดูสถานที่ตรงนี้ ผมเองไม่เห็นด้วยกับที่ตรงนี้ที่จะมาสร้าง ผมไม่เห็นด้วย ๒ นัย คือ ๑. ผมเห็นว่าเป็นที่ที่จะมี ปัญหาเรื่องการคมนาคมมาก เพราะว่าเราไม่ได้มีการจัดเตรียมไว้และยุ่งยาก เพราะว่า การคมนาคมเราเจอปัญหารถติดเยอะ และอันที่ ๒ ผมพูดติดตลกว่าชื่อก็คือว่าเราจะตั้งอยู่บนถนนทหาร ผมก็ยังแหย่ ๆ ส.ส. ตอนนั้นว่าเวลาพูดเราต้องพูดทับศัพท์ที่เป็นปัจจุบันก็คือทีเอชเอเอชเอเอ็น (Thahan) เพราะว่า ถ้าไปพูดถึงโซลเดอร์โรด (Soldier road) อย่าไปแปลอย่างนั้น ก็คือแหย่กันเล่น แต่สุดท้าย เราก็ต้องมาใช้ที่ตรงนี้เป็นสถานที่จัดตั้งรัฐสภาของเรา ซึ่งเราก็ต้องยอมรับด้วยความภูมิใจ แต่อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าปัญหาดังกล่าวก็ยังค้างคาใจอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นที่ตัดสินใจ เอาตรงนี้ กรรมการเขาบอกว่าต้องการเหมือนกับเราสร้างวัดสมัยโบราณ คือเอาหน้าติดน้ำ ก็คือมีแม่น้ำ ผมก็เลยเสนอว่าถ้าอย่างนั้นเราต้องมีท่าเรือพิเศษของเรา ท่านประธานครับ ตอนเปิดสภาที่นี่นะครับคณะกรรมาธิการการคมนาคมได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา พิจารณาเรื่องปัญหาเหล่านี้ เรื่องการคมนาคมของสภาเราด้วย เรื่องถนน🔗

ท่านประธานครับ ถนนแถวนี้แคบ เรียนเพื่อทราบว่ามีการจัดทำถนนจาก ฝั่งโน้นข้ามมาฝั่งนี้ ซึ่งเรามีความเห็นว่าพอมาลงทางเกียกกายถนนจะเรียวจะแคบและทะลุ ไปออกถนนพหลโยธิน ก็คิดว่าพอลงตรงนั้นแล้วก็ขอร้องไปทางกรมโยธาธิการและผังเมือง กับ กทม. ว่าให้ขยายถนนเพื่อให้ใหญ่ขึ้นและเป็นหน้าตาของเรา ส่วนท่าเรือนั้นที่คาใจว่า อยากจะมีท่าเรือสภาของเราเองเพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตาปรากฏว่าไม่ได้ กรมเจ้าท่าบอกว่า เขาจะทำท่าเรือเกียกกายให้สง่างามเป็นพิเศษเลยก็คือว่าได้ท่าเรือตรงนี้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับด้วยความเป็นห่วงตรงนี้ ตอนช่วงเป็นสมาชิก สนช. เราก็คิดเรื่องนี้กันว่าสภาแห่งใหม่กำลังก่อสร้างอยู่ เรามีการศึกษาให้ความสำคัญก็คือศึกษา เรื่องการจัดการระบบรัฐสภา เป็นการปฏิรูป มีการศึกษาลงรายละเอียดทุกมิติ ทั้งเรื่องบุคคล บุคลากร ระบบ เจ้าหน้าที่ สำนักงาน ทุกอย่างสรุปหมด เกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อมาเข้ากับ การอภิปรายครั้งนี้ ผมจะขออภิปรายเฉพาะซึ่งได้ศึกษาไว้ก่อนแล้ว ก็คือในข้อ ๓.๑.๔ ก็คือ เกี่ยวกับหอสมุดรัฐสภาและระบบที่เกี่ยวข้อง ผมเห็นว่ารายงานฉบับนี้ให้ความสำคัญด้านนี้ น้อย ตั้งแต่หน้า ๗๐ และมีไม่กี่หน้า แต่จริง ๆ แล้วตรงนี้เราเห็นมีความสำคัญ เราพูดกัน ตั้งแต่ตอนนั้นเพราะว่าเป็นทัชชิง (Touching) หรือเป็นการสัมผัสกับบุคคลภายนอก เพราะว่าหอสมุดมีนัยสำคัญสำหรับการให้บริการประชาชน ซึ่งประเด็นที่เรามีการ พิจารณากันก็คือว่าหอสมุดรัฐสภาในภาวะปัจจุบันต้องให้สมาชิกและประชาชนทั่วไป ผมย้ำประชาชนทั่วไป ใช้เป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ในด้านนิติบัญญัติ การเมือง และ การปกครองให้เทียบเท่ากับหอสมุดแห่งชาติเลย เราคิดกันอย่างนั้นนะครับ และระบบ หอสมุดรัฐสภาต้องเป็นระบบไลบรารีออฟพาร์เลียเมนต์ (Library of Parliament) อย่างแท้จริง ก็คือเราได้มีการศึกษากัน พบประเด็นปัญหาของที่นี่อย่างนี้ครับ ศึกษาไว้ก่อน เมื่อ ๒ ปีที่แล้วเราเสนอว่าอาคารควรจะแยก แต่ปรากฏว่าทำไม่ได้แล้ว เพราะว่า มีการกำหนดไว้ในแบบแล้วว่าหอสมุดขณะนี้อยู่ชั้น ๙ ชั้น ๑๐ มีพื้นที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ตารางเมตร ซึ่งเราเห็นว่าจะไม่สะดวกกับประชาชน แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว คือจริง ๆ เคยพูดไว้ว่าถ้าเป็นอาคารอยู่ริมน้ำประชาชนจะได้ไปใช้ เพราะว่าเรามีปัญหา เรื่องระบบความปลอดภัย ถ้าประชาชนขึ้นไปชั้น ๙ ก็จะยุ่งยากกับประชาชนเป็นอย่างมาก ถ้าปล่อยไปไม่ดูแลก็จะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยกับเราเอง ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาที่จะมีสำหรับหอสมุดรัฐสภาของเราก็คือว่าการสนับสนุน ข้อมูลที่เราค้นพบ ก็คือการรวบรวมข้อมูลมาไว้เป็นแหล่งเดียว มีปัญหาเรื่องหน่วยงาน สมมุติว่ากรรมาธิการต่าง ๆ หน่วยงานกลางที่จะรวบรวมคือหอสมุดจะรวบรวมการประชุม อะไรต่าง ๆ มา มีปัญหาคือความร่วมมือจะไม่เต็มที่ เพราะว่าต่างคนต่างก็ยุ่งยากกับ กรรมาธิการของตัวเองอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือการจัดเก็บต้องเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ส่งมาเป็นแมนวล (Manual) มันไม่เข้า มันเกยกัน นอกจากนั้นเราเห็นว่าเรื่องงบประมาณ ที่ให้กับส่วนของรัฐสภา ทางรัฐสภาเองตั้งแต่ต้นมาเราให้แต่น้อย ทั้งกำลังคนด้วย เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการที่เป็นระบบแบบหอสมุดรัฐสภาน่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วก็เป็น แค่หอสมุดที่เราไม่ได้ใช้กัน ไม่เป็นที่เชิดหน้าชูตา ดังนั้นในส่วนนี้ผมขอเสนอแนะการพัฒนา ปฏิรูประบบหอสมุดรัฐสภาซึ่งมีการศึกษาสรุปไว้ก่อนแล้วนะครับ🔗

ข้อที่ ๑ จะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบหอสมุดรัฐสภาให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับการปฏิบัติการและสนับสนุนข้อมูลด้านวิชาการแก่สมาชิกรัฐสภา เพื่อให้หอสมุด รัฐสภาเป็นไลบรารีออฟพาร์เลียเมนต์ (Library of Parliament) อย่างแท้จริง ให้มีความ ทันสมัย มีความพร้อม คือเราอยากจะเทียบเท่าคือไล่ ๆ ต้นแบบที่เราทราบกันก็คือไลบรารี ออฟคองเกรส (Library of Congress) ซึ่งมีทุกอย่างและยิ่งใหญ่มาก โลกยอมรับในไลบรารี ออฟคองเกรส (Library of Congress) เป็นหอสมุดของรัฐสภาอเมริกัน ต้องมีการพัฒนา ระบบไอที (IT) ให้เป็นเฉพาะของเรา ที่ท่านสมาชิกเสนอมาว่าให้ไปใช้คลาวด์ (Cloud) ให้ไปใช้ระบบของรัฐบาล ผมยังรู้สึกแย้ง ๆ ว่าเราเป็น ๑ ใน ๓ ของสถาบันเรามีของเราเอง ไม่ได้หรืออย่างไร ไปพึ่งพาจมูกคนอื่นก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสง่างามเท่าไรนัก🔗

ข้อที่ ๒ บุคลากรที่มาปฏิบัติหน้าที่ในหอสมุดจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ขณะนี้เรามีอยู่ แต่ว่าระบบไอที (IT) มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ดังนั้นต้องมีการอบรม มีการให้ความรู้ เพราะหอสมุดจะเปลี่ยนแปลงเป็นอีกระบบหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะที่ผม กล่าวอ้างเมื่อสักครู่นี้ประชาชนคงเดินเข้ามาแล้วไปชั้น ๙ ชั้น ๑๐ ไม่สะดวก แต่ถ้าเราเปิดอีก มิติหนึ่ง อีกโลกหนึ่งเป็นโลกไซเบอร์ (Cyber) เขาจะสามารถเข้ามาได้สะดวก ดังนั้น ความสามารถทางด้านไอที (IT) ของเจ้าหน้าที่ของเราจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อที่ ๓ ก็คือพัฒนาและปรับปรุงหอสมุดรัฐสภา ให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการข้อมูลทางนิติบัญญัติ โดยควรกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่าต้องเป็น ศูนย์เอกสารด้านนิติบัญญัติเป็นพาร์เลียเมนต์ทารี ด็อกคิวเมนต์ เซ็นเตอร์ (Parliamentary Document Center) มีความครบถ้วน ควรจะมี ไม่ใช่ว่าเราไปหาจากหอสมุดที่มหาวิทยาลัย โน่นนี่นั่น ที่นี่ให้ครบทั้งทางด้านนิติบัญญัติและด้านการเมือง ควรจะอยู่ที่นี่เป็นแห่งเดียว แล้วให้ครบถ้วน ต่อจากนั้นก็คือต้องมีระบบอัจฉริยะทางด้านการสืบค้นหรือสมาร์ต เซิร์ชชิง ซิสเต็ม (Smart Searching System) ในการค้นหาให้ง่าย ให้สะดวก แล้วก็ให้มีการส่งเสริม เข้าถึงสารสนเทศสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างแท้จริง ในนี้เราเรียกว่าเป็นแอกเซสซิบิลิตีฟอร์ออล (Accessibility for all) สำหรับทุกคน ตรงนี้ดีไวซ์ (Device) หรือส่วนที่จะต้องใช้ คอมพิวเตอร์ (Computer) ก็ดี โน้ตบุ๊ก (Notebook) ก็ดี รวมทั้งมือถือต้องเข้าได้หมด คือให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้ได้🔗

ข้อสำคัญ ข้อที่ ๔ ก็คือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือซิติเซน พาร์ติซิเพชัน (Citizen Participation) โดยยึดหลักคิดว่าหอสมุดรัฐสภาถือเป็นสถาบัน ทางสังคมอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนา เพราะตรงนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างสภา กับประชาชนซึ่งมีความสำคัญมากนะครับ🔗

ข้อที่ ๕ ต้องมีการสร้างเครือข่าย เครือข่ายที่ว่าก็คือพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) มีความร่วมมือกับหอสมุดเฉพาะทางกฎหมายคือเชื่อมกันเสียให้หมด ที่ผมพูดแล้วเมื่อสักครู่นี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ดี อะไรก็ดี เรามาเชื่อมกันเสียให้หมด แต่เราจะไปศูนย์กลาง เพื่อจะได้มีมุมกว้างที่หลากหลาย🔗

ข้อต่อมา อาคารและการออกแบบพื้นที่ จริง ๆ ผมพูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ควรจะเป็นอาคารแยก แต่ตอนนี้เป็นอาคารร่วมไปแล้ว ดังนั้นเราต้องดูแลเรื่องความสะดวก และความปลอดภัย ให้สะดวกแต่ต้องปลอดภัย🔗

มีอีก ๒-๓ ข้อครับ ระบบสารสนเทศต้องเป็นระบบสืบค้นสารสนเทศที่ดี และทันสมัย ข้อที่ ๖ คือรูปแบบการให้บริการต้องเป็นการบริการทั้งรูปแบบสื่อและสิ่งพิมพ์ คือทั้ง ๒ ระบบ เพราะว่าคนที่มาอาจจะเป็นชาวบ้าน มาใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ ดังนั้นการมา ใช้แมนวล (Manual) คือการไปค้นหาหนังสือ ไปค้นหารายงานก็ต้องมี ไม่ใช่ว่าเราจะเอาแต่ ไอที (IT) อย่างเดียว🔗

ข้อที่ ๗ ก็คือศูนย์เอกสารสิ่งพิมพ์ของรัฐสภาควรมีกฎหรือระเบียบเกี่ยวกับ การส่งสิ่งพิมพ์ เพราะฉะนั้นระบบในการจัดพิมพ์ตรงนี้ควรจะมีของเราเอง แล้วก็ไม่ต้องไป จ้างเขา พัฒนาขึ้น🔗

ข้อสุดท้ายครับ หอสมุดรัฐสภาของเราควรเป็นคลังความรู้ด้านนิติบัญญัติ และการเมือง การปกครองของประเทศไทยที่สมบูรณ์ ครบถ้วน โดยการรวบรวมหนังสือ ตำรา วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย ฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับนิติบัญญัติการเมือง การปกครอง ของประเทศไทยให้มากที่สุดและสมบูรณ์ที่สุด นั่นคือข้อเสนอในการพัฒนาและปฏิรูป หอสมุดของรัฐสภาไทยให้ทันสมัย แล้วก็เป็นของประชาชนด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านนิกรครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตมาร่วมแสดงความคิดเห็น อภิปรายในรายงาน การพิจารณาเรื่องการพัฒนาระบบบริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนา การดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นผู้สูงวัยแต่ผมก็อยากเห็นรัฐสภาแห่งนี้ ไปไกลกว่านี้ แล้วคงหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้ สัปปายะสภาสถานนี้คือสถานที่เป็นที่สร้างกรรมดี ของผู้คนทั้งหลาย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

และถูกสร้างขึ้นมา มีเนื้อที่ ๔๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร น้อยกว่าเดอะเพนตากอน (The Pentagon) ครับ เดอะเพนตากอน (The Pentagon) ๖๐๐,๐๐๐ กว่าตารางเมตร เดอะเพนตากอน (The Pentagon) เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ ๑ ของโลกในอาคารของทางราชการ แคปปิตอล ฮิลล์ (Capitol Hill) หรือคองเกรส (Congress) ผมไปมาแล้ว ๓ รอบหรือ ๔ รอบขึ้นไป แล้วก็ไปเยี่ยมชมในสภาแห่งนั้น ไปดูกิจการเขาต่าง ๆ นานา ของเราได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วย งบประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม แล้วก็เป็นสิ่งเดียว ที่เป็นความภูมิใจของคนทั้งชาติครับ จะมีห้องที่ต้องใช้ มีที่จอดรถ มีห้องประชุมสำคัญ ๆ ห้องประชุมพระสุริยัน ห้องประชุมพระจันทรา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ อันนั้นรายละเอียด คงไม่ลงลึก ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ สิ่งสำคัญคือท่านบอกว่าเป็นดิจิทัลพาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) ในปี ๒๕๖๕ ผมให้อีก ๕ ปีครับ เป็นสมาร์ตพาร์เลียเมนต์ (Smart Parliament) ครับ สัปปายะสภาสถาน คอนเซ็ปต์ (Concept) ของมัน โดยเฉพาะ อาคารแห่งนี้มีคอนเซ็ปต์ (Concept) ใหญ่ ๆ คืออัตลักษณ์ ประชาชน แล้วก็สิ่งแวดล้อม ที่เป็นภูมิทัศน์ของประเทศแห่งใหม่ และเป็นสิ่งสำคัญที่คนไทยจะต้องพราวด์ (Proud) ภูมิใจ ในสิ่งที่มีอยู่นี้ในอนาคตข้างหน้าอย่างแท้จริง ผมจะนำเสนอแค่ ๗ มิติ ในมุมมองของผม ผมเห็นด้วยนะครับที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอมา ถูกครับ ไม่มีผิด แต่ผมอาจจะไปไกล กว่านั้นอีก เดี๋ยวฟัง ๗ มิติของผมว่ามีอะไรบ้างในสมาร์ตพาร์เลียเมนต์ (Smart Parliament) สัปปายะสภาสถาน สถานที่สร้างกรรมดีครับ คนที่เข้ามาที่นี่คือลูกค้าสำคัญ ผู้รับบริการ คนแรกคือเราทุกคน ๕๐๐ กว่าคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิก กรรมาธิการ ๓๕ คณะ กรรมาธิการวิสามัญ คณะทำงาน ประชาชน คนไทย ผู้เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ สำนักงานเจ้าของสถานที่คือผู้ที่เป็น สเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ของอาคารแห่งนี้ แล้วต้องใช้มัน ผมก็เรียงลำดับให้เห็นเลย นั่นคือเป้าหมาย คือทาร์เกต (Target) ที่ต้องพุ่งชน ฉะนั้นผู้บริหารที่นี่จะต้องมองให้เห็นว่า สิ่งที่สมาร์ตพาร์เลียเมนต์ (Smart Parliament) ต้องการคืออะไรครับ คือการจัดระเบียบ ข้อมูลกฎหมายในประเทศทั้งหมด ต้องทำให้ผู้คนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ของมันได้ อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทำไมครับ นี่ผมเอามาจากองค์กรหนึ่งที่ทำเรื่องข้อมูล เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ใหญ่ของโลก เขาไม่ทำเรื่องที่เป็นส่วนบุคคลหรือกลุ่มองค์กร เขาทำเพื่อสาธารณะ เพื่อให้คนทั้งโลกได้เห็น สภาแห่งนี้ก็ต้องทำให้คนทั้งโลกได้เห็นครับ วิชัน (Vision) นี้จะทำอย่างไร ผมมีสิ่งที่จะกำเนิดเกิดขึ้น ๗ มิติในพาร์เลียเมนต์ (Parliament) ดิจิทัลพาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) เป็นหนึ่งในกรอบที่วางไว้ ท่านเชื่อไหมว่าขณะนี้ ๕จี (5G) กำลังเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามา เป็นร่มใหญ่ที่จะคลุมที่นี่ และใน ๕จี (5G) นั้น เป็นถนนที่ใหญ่มาก บริเวณทั่วทั้งแอเรีย (Area) นี้จะมีถนนที่เป็นเส้นทางการสื่อสารที่คุณ มองไม่เห็น ที่ท่านบอกว่าจะใช้การ์ด (Card) แตะ ใช้ไบโอ (Bio) แตะ ไม่ต้องครับ เดินเข้ามา คนนี้ ส.ส. หมายเลขทะเบียนนี้ เพราะว่าเทคโนโลยีเก็บใบหน้า ระบบจดจำใบหน้า เดินเข้ามาแตะอาคารตรงไหนก็บอกเลย ผมยืนตรงนี้จะลงคะแนนเสียง ไม่ต้องหรอก ไม่ต้อง ฟิงเกอร์ปรินต์ (Fingerprint) ยกมืออย่างเดียวนับให้เสร็จเลย เพราะกล้องที่มีอยู่ในนี้ จะนับคะแนนเลยว่าเบอร์นี้คือใคร แล้วก็ขึ้นเบอร์ บอกว่าเบอร์นี้ยกมือเก็บเรคอร์ด (Record) เรียบร้อย เขาเรียกว่าเฟซเรคอกนิชัน (Face Recognition) ที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังจะทำในกีฬาโอลิมปิกที่เกิดขึ้นปีนี้แต่ไม่สามารถไปถึง นั่นคือแค่นิดเดียว เดี๋ยวผมจะแปะ ให้ดูอยู่ใน ๗ มิติ เป็นเนื้อความทั้งหมด ใน ๗ มิตินี้จะมีเนื้อหาของพาร์เลียเมนทารีบิซซิเนส (Parliamentary Business) คือธุรกิจของสภา จะมีเครื่องประมวลข้อมูลเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติ สภาแห่งนี้เป็นที่ทำกฎหมาย เขาเรียกว่าพันธกิจสำคัญของสภา ไม่ใช่ที่ ทำอย่างอื่น ที่ร่างกฎหมายและตรากฎหมาย ฉะนั้นธุรกิจหลักของสภาแห่งนี้คือการทำ กฎหมาย เก็บประมวลกฎหมาย เก็บพระราชบัญญัติให้ครบถ้วน มีการนำเสนออย่างเป็น ระบบ มีการเก็บข้อมูลของการประชุม มีการเก็บผลวิเคราะห์ของผู้ที่มาโหวตอยู่ในนี้ อย่างเป็นบิ๊กดาตา (Big Data) ข้อมูลแบบมหัตจำนวนใหญ่ครับ แล้วสามารถค้นและเลือกหา ได้รวดเร็ว สามารถวิเคราะห์ในรูปแบบดิจิทัล (Digital) หลากหลายรูปแบบในอนาคต ข้างหน้าเมื่อ ๕จี (5G) มา ร่มแห่งนี้จะมีไอโอที (IoT) ติดเต็มไปหมด อินเทอร์เน็ต ออฟเอฟรีติง (Internet of everything) เลยครับ ที่จะมาเป็นแพกเกจ (Package) ให้ แม้ว่า ท่านเดินเข้ามาไม่ต้องครับ ตู้บอต (Bot) ที่อยู่ข้างหน้า ผมถามว่าวันนี้ห้อง ๔๐๘ ว่างไหม เครื่องบอต (Bot) จะบอก สวัสดีครับท่านสุพิศาล วันนี้ท่านมา ๘ โมงพอดีเลยครับ ห้อง ๔๐๘ ไม่ว่างครับท่านสุพิศาล ถ้าท่านจะไปท่านต้องไปห้อง ๔๐๙ ถึงจะว่างครับ ถึงจะมี ประชุมห้องนี้ บอต (Bot) จะบอกให้เสร็จเรียบร้อย เห็นไหมนั่นคือความก้าวหน้าของ เทคโนโลยี มาแต่ตัวครับ นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังบอก หรือแม้กระทั่งจะค้นหาข้อมูล เดินไปที่ตู้ เลยครับ ขอส่งอีเมล (Email) ข้อมูลของการประชุมอันนี้ให้ผมหน่อย มันก็จะอ่านซิกเนเจอร์ (Signature) ของคนที่เป็น ส.ส. แล้วจะส่งเข้าไปในอีเมล (Email) ให้เลย อันนี้คือคลังข้อมูล โอเพนนิง (Opening) หรือแทร็กกิงซิสเต็ม (Tracking System) คือระบบของการเปิดให้กับ ประชาชน ประชาชนต้องติดตามได้เฉพาะเป็นเรื่อง ๆ เลยครับ โดยเฉพาะอิฟส์ (iVMS) ที่อยู่ หมายความว่าทุกอย่างที่อยู่ในที่นี้จะต้องเข้ามา โปร่ง ต้องเห็น สามารถเข้ามาดู ในพระราชบัญญัติที่สนใจ สามารถแทร็ก (Track) พระราชบัญญัติที่กำลังนำเสนออยู่ เมื่อสักครู่นี้ แทร็ก (Track) ได้เลยว่าอยู่ที่ไหน ผ่านการแจ้งเตือนระบบของอีเมล (Email) หรือการรับข่าวสารต่าง ๆ สมาร์ตแพลตฟอร์ม (Smart Platform) ที่กำลังเกิดขึ้นจาก ความอัจฉริยะของการประชุมในเว็บไซต์ (Website) ที่หลายท่านนำเสนอ แพลตฟอร์ม (Platform) อัจฉริยะพวกนี้จะจัดให้ จะอยู่ที่ไหน อยู่ที่สมาร์ตคลาวด์ (Smart Cloud) สิ่งสำคัญ ถัดมาคือฟูล พับบลิก เฮียริง (Full public hearing) คือสภาแห่งนี้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทุกร่างพระราชบัญญัติ ทุกกฎหมายผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital) อย่างสมบูรณ์แบบ และเปิดเผยให้เห็นต่อสาธารณะ กลายเป็นคลังความรู้ของกฎหมาย ขนาดใหญ่และเป็นที่สำคัญของประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และพระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ใช้อยู่อย่างสมบูรณ์แบบครับ สำนักงานพัฒนารัฐสภาดิจิทัลจะต้องรับแบบออกไปทำ นี่คือฟูล พับบลิก เฮียริง (Full public hearing) อนาคตจะต้องมีสมาร์ต คลาวด์ คอมพิวติ้ง (Smart cloud computing) ที่ไม่ต้องไปฝาก ไม่ต้องไปเอี่ยวรัฐบาลไหน ท่านใช้ซอฟต์แวร์แอสอะเซอร์วิส (Software-as-a-Service) ใช้ แพลตฟอร์ มแอสอะเซอร์ วิ ส (Platform-as-a-Service) ใช้อินฟราสตรักเจอร์แอสอะเซอร์วิส (Infrastructure-as-a-Service) อย่างรวดเร็วและฟรี ต้องฟรีนะครับ ไม่ใช่ประชาชนหรือเราเข้ามาแล้วต้องเสีย เป็นบริดจ์ (Bridge) ใช้โทรศัพท์ เดินเข้ามาพอต่อปั๊ปเสียสตางค์ ไม่ใช่ดูฟรี ท่านที่โหลด (Load) ท่านเสียค่าเหมาจ่ายมา สภาต้องจ่ายครับ เข้ามามีแอกเซส (Access) แอกเซส (Access) แล้วต้องจ่ายคืนโดยใช้ ระบบการจ่ายจากงบประมาณ เดี๋ยวจะพูดตอนสุดท้ายว่าเอาเงินที่ไหน นี่คือระบบ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ ดิจิทัลซิเคียวริตี (Digital Security) มีหลายท่านที่พูดไปแล้วว่าเกี่ยวกับ ความเพียบพร้อมหรือความปลอดภัยและระบบการอพยพ ต้องมีอพยพ ไม่ใช่ระบบ ความปลอดภัยทั่ว ๆ ไปที่ติดซีซีทีวี (CCTV) อย่างนั้นอย่างเดียว ที่นี่จะต้องออกอีแวค (EVAC) ส.ส. ออกจากที่นี่อย่างปลอดภัย มีช่องทาง แม้กระทั่งการเข้ามาท่านจะต้องมี ความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข ท่านจะต้องมีจุดตรวจโควิด (COVID) ยุคโควิด (COVID) ทันสมัยครับ ยุคนี้เป็นยุคที่เริ่มปีศักราชของคนในยุคเบตา (Beta) คือยุคโควิด (COVID) ปี ๒๐๒๐ เริ่มแล้วจากแอลฟา (Alpha) จะเป็นเบตา (Beta) แล้วจะต้องทำให้ความปลอดภัย ในสาธารณสุขปลอดภัย เดินเข้ามาจะต้องมีระบบสกรีน (Screen) ความสาธารณสุข ของบุคคลที่อยู่ในนี้ให้ครบถ้วน มีการเช็ก (Check) อุณหภูมิ มีการตรวจสอบระยะห่าง มีเครื่องมือที่จะเช็ก (Check) ลูปคอนโทรล (Loop Control) เส้นทางที่จะต้องถูกซิเคียวริตี (Security) ด้วยระบบซีซีทีวี (CCTV) ระบบมีฉากกั้น มีระบบการผ่านบัตรได้ หรือผ่านตัว บุคคลจากการจดจำใบหน้าตามประตูต่าง ๆ เพราะบางชั้นจะต้องเป็นความลับ ไม่ใช่เปิดเผย อีกหน่อยจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจะอยู่อันสุดท้าย หลังจากนั้นสมาร์ต กรีน บิลดิง (Smart Green Building) จะต้องมีแผงควบคุมไฟฟ้า มีที่จ่ายไฟ มีป้ายอัจฉริยะที่ผมบอก ตอบทุกภาษา มีแผนที่ดิจิทัล (Digital) ที่จะบอกเส้นทางว่าจะไปที่ไหน แล้วตอบเป็นบอต (Bot) มีห้องประชุมอยู่ที่ไหน มีปริมาณอุณหภูมิในห้องประชุมเท่าไร มีการดับไฟ มีการใช้ พลังงานควบคุมแผงเซอร์วิส (Service) แบบสมาร์ตกริด (Smart grid) ตัดไฟห้องนี้ได้ ถ้าคนเหลือแค่ไม่กี่คน ลดอุณหภูมิมา นี่คือสิ่งที่จะเป็นความสมาร์ต (Smart) ทั้งหมด🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุพิศาล สรุปได้แล้วครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

อันสุดท้ายครับ วอร์มเวลคัม (Warm welcome) คือการรับแขก เพราะนั่นคือสิ่งที่จะสร้างความภูมิใจ ของสภาแห่งนี้ ฝรั่งมังค่า แล้วนักท่องเที่ยว แม้กระทั่งคนไทยครับ จุดรับแขกเส้นทางดิจิทัล (Digital) ระบบการสื่อสารไร้พรมแดนต้องเกิดขึ้น จัดเก็บและเสนอข้อมูลอย่างหลากมิติ ในขณะก่อนและหลัง และเข้าชมที่นี่พร้อมกับมีของกำนัล ผมถามเลยว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหน ผมเคยอภิปรายไว้แล้วครับ สิ่งแรกก็คือสภาแห่งนี้ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง ของบประมาณเพิ่มทุกปีได้ นั่นอันที่ ๑ อันที่ ๒ สภาแห่งนี้ขอยืมเงินครับ ทำข้อตกลงเอ็มโอยู (MOU) ขอยืมเงินจากกองทุนวิจัย กองทุนวิจัยมีเงินเยอะ มี ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คราวที่แล้ว ๙,๗๐๐ ล้านบาทยังถูกยืมเลยเอาไปใช้ในงานสาธารณะ ยืมครับ แล้วรัฐบาล ชุดต่อไปอาจจะชักดาบก็ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก กรุณารักษาเวลาด้วยนะครับ ต่อไปเชิญท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ตามด้วยท่านภาสกร เงินเจริญกุล และคุณรังสิมา รอดรัศมี เชิญครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้เวลาผมในการร่วม อภิปรายเสนอข้อคิดเห็นถึงรายงานการพิจารณาการศึกษาเรื่อง การพัฒนาระบบบริการ สารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และพัฒนาการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร ของ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ดีใจครับ และสนับสนุนเต็มที่ที่เห็นคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรนั้น เห็นความสำคัญและพยายามที่จะผลักดันให้รัฐสภาของเราก้าวไปสู่รัฐสภาดิจิทัล (Digital Parliament) สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ครั้งนี้ในงบประมาณปี ๒๕๖๔ เป็นครั้งแรก ของประวัติศาสตร์ประเทศไทยเลยที่ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะผลักดันและพัฒนา ยกระดับองค์กรของประเทศไทยในส่วนของราชการนั้นไปสู่องค์กรดิจิทัล (Digital) ผมไปดู ในรายละเอียด ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้ ท่านสรุปผลการทำงานได้ครอบคลุม แล้วก็ได้เห็นภาพว่าในอนาคตอันใกล้นี้รัฐสภาของเรา จะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบอย่างไร ผมมีประเด็นสั้น ๆ นิดเดียวที่อยากจะเสนอ ท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรครับ🔗

เรื่องแรก การส่งหนังสือ ที่บอกว่าเรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่ยุคดิจิทัล (Digital) แต่ทุกวันนี้วิธีการส่งจดหมายให้สมาชิกทั้งหมดก็คือไปรษณีย์ ส่งจดหมายไปที่พวกผม พรรคภูมิใจไทยเราอยู่ต่างจังหวัด ท่านเชื่อไหมครับบางครั้งเราประชุมสภาเสร็จไปแล้ว จดหมายเชิญประชุมเพิ่งส่งไปถึงบ้าน แล้ววันนี้ถ้าพูดกันตามข้อเท็จจริงเลยผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบทั้งหมดในสภาแห่งนี้เขามาประชุมโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไป เปิดซองจดหมายที่บ้าน เพื่อไปอ่านดูว่าจะมีการประชุมสภาเมื่อไร เทคโนโลยีไปไกลแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่ทางสภาของพวกเรานี้จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการในการส่งเอกสารต่าง ๆ เพื่อลดภาระของสภาผู้แทนราษฎรเองด้วย และที่สำคัญก็เป็นการลดภาระของสมาชิกทุกคน เอกสารที่ส่งไปนั้นหลายครั้งเป็นเอกสารลับ หลายครั้งเป็นเอกสารสำคัญ หลายครั้งเป็น เอกสารด่วน บางครั้งมีชื่อของสมาชิกจะเก็บก็ไม่มีที่เก็บ จะทิ้งก็ไม่กล้าทิ้ง จะไปทำลายก็ไม่รู้ จะไปทำลายด้วยวิธีการไหนที่จะให้ถูกกฎหมาย ดังนั้นประเด็นแรกที่ผมอยากจะเสนอ และ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ก็คืออยากที่จะให้สภาเปิดให้สมาชิกก็ได้ครับ ใครที่คิดว่าจะรับทางอีเมล (Email) ได้ รับทางเอกสารดิจิทัล (Digital) ได้ แล้วก็ลดภาระสภาที่ไม่ต้องส่งเป็นไปรษณีย์ ไปให้ ผมเชื่อว่าจะลดภาระของสภาของพวกเราไปได้🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการบันทึกเผยแพร่การอภิปราย แล้วก็การทำหน้าที่ของ เพื่อนสมาชิก วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่าเราอภิปรายกันเสร็จ ถ้าผมอยากจะได้เทป (Tape) ที่ผมอภิปรายผมก็ไปลงชื่อหน้าห้องเพื่อที่จะขอคลิป (Clip) ในการอภิปราย รูปแบบ ในการส่งคลิป (Clip) ให้เป็นแผ่นดีวีดี (DVD) ผมเอาไปให้ลูกชายผมอายุ ๙ ขวบ ลูกสาวผม อายุ ๖ ขวบ อยู่ที่บ้านเขาถามเลยนะครับแผ่นกลม ๆ นี่คือแผ่นอะไร แทบจะไม่มีเครื่อง เปิดเล่นแล้วในประเทศไทย เทคโนโลยีเปลี่ยนแล้วไปไกลมาก ผมอยากจะเสนอท่านประธาน แล้วก็ฝากไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ทางสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ลองปรับเปลี่ยนวิธีการ ตอนนี้ผมดีใจทางโสตสารสนเทศก็มีการปรับ รูปแบบด้วยการส่งลิงก์ (Link) ให้กับสมาชิกไปดาวน์โหลด (Download) ได้ แต่ผมเคยขอ คลิป (Clip) ของเพื่อนสมาชิกคนอื่นที่อภิปรายเสร็จไปแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องให้ ผู้อภิปรายยินยอมที่จะให้คลิป (Clip) ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เราอภิปรายมีการถ่ายทอดสด จำเป็นครับ ควรที่จะให้คลิป (Clip) ทั้งหมดนั้นเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้ติดตามว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขากาบัตรเลือกเข้ามาเขามาทำ หน้าที่อะไรในสภาบ้าง และข้อมูลเหล่านี้ควรจะเป็นข้อมูลที่เปิดเผย เพื่อให้พี่น้องประชาชน เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ใช้เป็นประโยชน์ของการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาของพวกเราต่อไป🔗

ผมฝากประเด็นสั้น ๆ ใน ๒ ประเด็น แล้วก็ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งสำหรับ ทางคณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกำลังใจให้ และหวังว่าในช่วงของสมัยประชุมสมัยของรัฐบาลนี้ ในช่วงอีก ๒-๓ ปีข้างหน้าเราจะได้เห็น การเปลี่ยนแปลงและพัฒนารูปแบบการทำงานของรัฐสภาไทยให้ก้าวหน้าไปสู่ดิจิทัล พาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) ตามที่พวกเราทุกคนปรารถนาอยากจะเห็น ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณกรวีร์นะครับ ต่อไปเชิญคุณภาสกรครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ผมขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการพัฒนาระบบไอที (IT) ของรัฐสภานิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าพอมีความรู้บ้างในเรื่องของระบบไอที (IT) ทีนี้ก่อนที่จะเข้ามาสภาใหม่ พอเรา ได้ยินคำว่าสภาใหม่มีความคาดหวังต่อระบบ ต่อสถานที่ค่อนข้างเยอะมาก พอเราเดินเข้ามา มันกลายเป็นว่าการดีไซน์ (Design) หรือโจทย์ตั้งต้นก็ผิดแล้ว เพราะทุกอย่างไปลอกแบบ ของเดิมมา ซึ่ง ณ วันนี้เทคโนโลยีไปเร็วมาก ไอที (IT) ไปเร็วมาก ถ้าเราตั้งโจทย์ว่า ๕ ปี ข้างหน้าเราจะเป็นแบบนี้ ผิดเลยครับ เพราะว่า ๕ ปีข้างหน้าโจทย์ที่เราตั้งมันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเรากำลังแข่งกับความเร็ว ระบบไอซีที (ICT) นี้เป็นอะไรที่เร็วมาก แค่เราตั้งวันนี้แล้วใช้ ระบบวิธีการจัดซื้อแบบเรา ๑ ปีก็เอาต์ (Out) แล้ว แต่ผมเชื่อว่าระบบเราดีไซน์ (Design) มา เป็นลักษณะความคิดแบบเดิม ๆ มันก็ได้ลักษณะแบบนี้ ณ วันนี้อย่างทางคณะกรรมาธิการ บอกมาว่าวันนี้เรามีบัตรอยู่ ๓ ใบ ผมเชื่อว่าระบบจอดรถเสร็จเผลอ ๆ เราอาจจะได้ ใบที่ ๔ มา แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะมีระบบบัตรอีกกี่ใบ มีวิธีอีกเยอะแยะครับ เพราะ ณ วันนี้ เป็นไอโอที (IOT) เป็นอะไรที่มันทำงานทุกที่ได้ ยกตัวอย่างสถานการณ์โควิด (COVID) เอาที่ใกล้ ๆ เราเลยและชัด ๆ ถ้าวันนี้เกิดโควิด (COVID) ขึ้นมาและเราต้องปิดสภา ๑๔ วัน เราจะทำงานกันอย่างไรครับ หยุดเลยนะครับ วิธีการไม่ใช่ว่าแก้ไม่ได้ มีวิธีการดีไซน์ (Design) อะไรให้แก้ได้ บังเอิญผมไม่ได้เห็นเน็ตเวิร์กไดอะแกรม (Network diagram) จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะแก้ตรงไหนดี แต่วิธีการง่าย ๆ ณ วันนี้ระบบเอดี (AD) มีหลายแบบ วิธีการ วันนี้เรายังใช้บัตรเสียบกันอยู่เลย วันนี้ไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) ถูกมาก มีหลายวิธีที่เราสามารถทำได้ ถ้าเราใช้ไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) ในการแสดงตัวตน หมายความว่าเราอยู่ที่ไหนก็แสดงตัวตนได้ ผมอยู่จังหวัดอื่นแล้วบอกว่าจำเป็นจะต้อง อภิปรายบางอย่าง ผมก็ใช้ไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) สแกน (Scan) แสดงตัวตนได้ว่า นี่คือผม มันก็ใช้ได้ครับ เท่ากับว่า ณ วันนี้การดีไซน์ (Design) รัฐสภาไม่มีระบบที่เรียกว่า โมบายอะบิลิตี (Mobile ability) เลย คือเราออกนอกสถานที่ไม่ได้เลย เราต้องดีไซน์ (Design) ใหม่ว่ารัฐสภาคือศูนย์บริการให้กับ ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ โซเชียล (Social) ทุกคนเข้ามาใช้บริการ ณ วันนี้การดีไซน์ (Design) ระบบ ผมมีความรู้สึก ว่ายังยึดโยงอยู่กับ ส.ส. และ ส.ว. ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่เป็นการดีไซน์ (Design) แบบให้บริการคนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่ ส.ส. และ ส.ว. ก็เลยทำให้ ส.ส. มีบัตรเต็มไปหมดเลย เดี๋ยวบัตรจอดรถ ผมว่ามีระบบเดี๋ยวก็ต้องโดนอีก บัตรอันนี้เพื่อมาบิด (Bid) ชื่อ บัตรอันนี้ เอาไว้โหวต อีกบัตรหนึ่งเป็นบัตรประจำตัว ส.ส. ผมก็ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร ตอนนี้ก็พกอยู่ใน กระเป๋า ผมจะดูว่าเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง จะแทนบัตรประจำตัวประชาชนเดี๋ยวคนก็หาว่า เบ่งหรือเปล่า ก็ไม่กล้าใช้อีก ผมว่าควรจะปรับนะครับเรื่องนี้🔗

อีกอันหนึ่งเพเพอร์เลส (Paperless) เราจะใช้วิธีการ ที่เราบอกว่าเราจะใช้ เอกสารเป็นกรีน (Green) ใช้กระดาษให้น้อย ๆ ณ วันนี้ก็เหมือนที่ท่าน ส.ส. อธิบายไปครับ รับเอกสารมาเต็มเลย ปีที่แล้วผมก็ได้งบไป ๒ ลัง ปีนี้ผมได้อีก ๒ ลัง แล้วเอกสารก็ส่งมา ทุกอาทิตย์จนผมต้องหาห้องให้มันอยู่แล้ว เพราะจะทิ้งก็ไม่กล้าชื่อก็มี จะเอาไปขายก็ไม่ได้อีก ไม่กล้า วันนี้มีเต็มไปหมดเลย ผมเชื่อว่าเป็นปัญหาไม่ใช่แค่ ส.ส. นะครับ เจ้าหน้าที่สภาก็เป็น เพราะว่ามี ส.ส. ที่เอกสารอย่างนี้แล้วบางทีก็ต้องพิมพ์เกิน เหลือเก็บเต็มไปหมดเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร ณ วันนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะครับ ไอโอที (IoT) เราสามารถโหลด (Load) เอกสารเต็มไปหมดได้ ผมเห็นหลาย ๆ ท่านก็ใช้พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ทุกคน ก็ขึ้นหมด ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีการคิดนะครับ แล้วก็เน็ตเวิร์ก (Network) ต่าง ๆ ระบบ ความปลอดภัย พอเราเอาทุกอย่างขึ้นไปเป็นโมบายอะบิลิตี (Mobile ability) ทำงานที่ไหน ก็ได้ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวทุกอย่างก็ต้องมาด้วย ทีนี้ผมไม่เห็นเหมือนกันว่า ณ วันนี้ระบบไอที (IT) ที่ดีไซน์ (Design) มีอะไรที่แสดงถึงความปลอดภัยเกี่ยวกับ ไอที (IT) บ้าง ทุกอย่าง ณ วันนี้ผมเห็นเป็นแมนวล (Manual) หมดเลย เซ็นชื่อก็ใช้ เข้าประชุม กรรมาธิการก็ยังเซ็นชื่อ แล้วทุกอย่างก็ใช้บัตรเสียบ ซึ่งบอกตรง ๆ อันนี้ผมอาจจะใช้เมื่อ สัก ๒๐ ปีที่แล้ว วันนี้บางที่เขาอาจจะเลิกใช้แล้ว ก็อยากจะเป็นกำลังใจให้กับกรรมาธิการ มีอะไรให้ผมช่วยได้ก็บอก ยินดีครับ🔗

อีกอันหนึ่งคือ ณ วันนี้ทุกคนก็มองเรื่องของกรีนเอนเนอร์จี (Green Energy) กรีน (Green) ทุกอย่างเลย รัฐสภาสีเขียว อันนี้ก็อยากฝากเหมือนกันว่าทุกอย่างที่เรา จะดีไซน์ (Design) ก็ต้องมองอนาคตแล้วต้องเร็ว ณ วันนี้ผมคิดว่าเอาง่าย ๆ แค่เรื่องเดียว ค่าไฟฟ้ารัฐสภาเดือน ๆ หนึ่งเท่าไร ผมว่าเยอะมาก และมลพิษที่เกิดขึ้นอีกเท่าไร เยอะมาก เราไม่ได้ดีไซน์ (Design) เลย กระดาษที่พิมพ์กัน ทุกอย่างที่เราใช้กันเป็นมลพิษที่ต้องใช้อะไร กำจัดทั้งนั้น ไฟฟ้าที่เปิดก็เหมือนกัน แล้วเราเป็นสภาที่เราก็อภิปราย แล้วก็บอกให้กระทรวงอื่น กระทรวงต่าง ๆ ใช้บิ๊กดาตา (Big Data) ใช้โน่นใช้นี่ใช้นั่น เราต้องอย่างนี้อย่างนั้น ในขณะที่ ของเราก็ต้องทำให้ดี เพราะก่อนที่เราจะบอกคนอื่นให้ดีตัวเราก็ต้องดีก่อน ไม่อย่างนั้น ให้คนอื่นดี ดี ดี ถ้าเขาบอกว่าแล้วของคุณล่ะ เราก็ตอบไม่ออกเหมือนกันว่าเราจะดีกว่าเขา อย่างไร ฉะนั้นก่อนที่เราจะว่าคนอื่นหรือจะอภิปรายแสดงความคิดเห็น ของเราก็ต้องดี เข้าใจว่าทุกอย่างมีปัญหา แต่ทุกอย่างก็แก้ได้ครับท่านประธาน แต่อยู่ที่ว่าเราจะแก้ด้วยแบบไหน ระยะเวลา งบประมาณ การดีไซน์ (Design) ความคิด แนวคิดก็ต้องเปลี่ยน วิธีการทำงาน ณ วันนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก เยอะมาก ๆ ผมเชื่อว่าบางคน บางท่านก็หาวิธี แล้วไม่ได้ ณ วันนี้คือถ้าเราเดินออกนอกสภาห้องนี้สักนิดหนึ่ง หรือออกไปอะไรสักนิดหนึ่ง หรืออะไร ก็แล้วแต่ หรือเกิดวิกฤติขึ้นมาจบเลยทำงานไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ แล้วก็ฝากไว้นิดหนึ่งว่า อยากให้เราเปิดความคิดให้กว้างแล้วก็ทำให้เร็ว อะไรที่เป็นไอที (IT) เข้ามาช่วยได้ต้องทำให้ ดีขึ้น เร็วขึ้น และได้ประโยชน์มากขึ้น แต่เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง สิ่งที่เราลงทุนไป ทางเศรษฐศาสตร์ เขาเรียกว่าอาร์โอไอ (ROI) รีเทิร์นออนอินเวสต์เมนต์ (Return On Investment) ต้องได้สูง ไม่ใช่จ่ายลงไปได้แบบเก่ากลับมา เอาต์พุต (Output) ก็เหมือนเดิม ผมไม่คิดว่าการใช้ระบบแบบเก่าจะทำให้งานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ถ้าเราจ่ายบางอย่างลงไป โดยใช้ไอที (IT) หมายความว่าเราต้องลดค่าใช้จ่ายบางอย่างได้ งานดีขึ้น ก็ฝากเป็น ข้อเสนอแนะของ ส.ส. หน้าใหม่ไว้คนหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นว่าการอภิปรายวันนี้ก็มีอภิปรายซ้ำกันหลายท่านแล้วนะคะ แต่ดิฉันตั้งใจมาแล้วว่าดิฉันจะต้องพูดเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน เพราะว่าเป็นประวัติศาสตร์ ท่านก็ทราบดีจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล กฎหมายก็ต้องยกเลิก เพราะว่าผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านชี้แจงบอกว่าอยู่ที่จิตสำนึกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันว่าจิตสำนึกไม่ค่อยมีหรอกค่ะ ถ้ามีจิตสำนึกจะไม่กดบัตรแทนกัน คนที่เป็นผู้แทนราษฎร ก็ต้องมีความซื่อสัตย์ ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต้องซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ แล้วก็ซื่อสัตย์ ต่อพี่น้องประชาชน ตัวเองได้รับเลือกมาเป็นผู้แทนราษฎรแต่เอาบัตรไปให้คนอื่นกดแทน ไม่มาทำหน้าที่ เงินเดือนได้เท่ากัน ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นการกดบัตรแทนกัน จะไม่หมดไป ถ้าท่านไม่เปลี่ยนระบบ และยิ่งตอนนี้บอกถูกตัดงบสแกน (Scan) ลายนิ้วมือ ไม่ได้ ดิฉันเคยเสนอไว้แล้วอย่างไรว่าต้องสแกน (Scan) ม่านตาไม่ให้มีการโกงกันได้ ไม่ให้ มีการฝากกันได้ ถ้าท่านตัดงบตัวนี้มีความผิดปกติแล้ว ท่านจะเอื้อกับพวกสมาชิกดิฉัน ไม่เห็นด้วยเลย จะต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีความศรัทธาในตัวของสมาชิกทุก ๆ คน ที่เราอาสามาทำหน้าที่ ตอนเวลาหาเสียงอาสาว่าจะมาทำหน้าที่ แต่พอมาเป็นแล้วไม่มาประชุมสภา มันตลกไหม แล้วอยากจะบอกพี่น้องประชาชนว่าวันไหนมีประชุมสภา ถ้าท่านเห็นผู้แทนไปงาน ไปที่ไหน ให้ไล่กลับมาประชุมสภา ไม่อย่างนั้นสภาก็จะล่ม แต่บางคนไม่กลัวสิ เพราะฝากบัตรไว้ให้ เพื่อนกด อย่างนี้มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นท่านต้องเอาจริงเอาจัง คณะกรรมาธิการชุดนี้ โดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา ดิฉันก็พูดหลายเรื่อง ดิฉันจะทวง ท่านประธานด้วยวันนี้ เพราะว่าเงินงบประมาณในการก่อสร้างสภามากมายมหาศาล แต่มันไม่คุ้มค่า ดิฉันเห็นสภาแล้วดิฉันก็หงุดหงิดนะคะ ดิฉันเป็นแม่บ้านตรวจทุกวัน เมื่อสักครู่นี้ดิฉันก็ไปตรวจมาก่อนจะอภิปราย จะมาบอกท่านประธานว่าสภาเราควรจะเป็น หน้าตาของประเทศ เป็นที่ดูงานของชาวต่างชาติ เราไปดูงานต่างประเทศ เห็นไหมสภาเขา ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม ความปลอดภัย เขาเข้มงวดมากเลย แต่ประเทศไทยเรา พูดปากไปอยู่ยันหูยังไม่ได้ผลเลย เพราะผู้แทนราษฎรประเทศไทยมีอภิสิทธิ์ชนมาก ขนาดบอกว่าหน้าห้อง ไม่ให้คนนอกมานั่ง เห็นไหมเต็มหมดเลย เข้ามาได้อย่างไร เพราะว่า ผู้แทนราษฎรเราพาเข้ามานั่ง🔗

แล้วอีกอย่างหนึ่งระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำไมจะทำไม่ได้ ป้องกันคนนอก ไม่ให้เข้ามา ทำได้อยู่แล้ว ท่านต้องมีบัตรสิคะ ใครไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาในสภานี้ โดยเฉพาะ บริเวณที่มีความสำคัญอย่างเช่นห้องประชุมสภา บริเวณรอบ ๆ ห้องประชุมต้องมี ความปลอดภัย แต่ท่านปล่อยให้เขาเข้ามาอย่างนี้มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นบัตรนี้สามารถที่จะ เอาบัตรเปิดปิดประตูได้เฉพาะคนที่มีบัตรนี้เท่านั้น ไม่ใช่ใครก็เข้ามาได้ ดิฉันเลยมามองว่า เมื่อท่านจะปรับปรุงเรื่องเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย อย่างเช่นการขึ้นลิฟต์ ลิฟต์ที่จะ มาชั้นที่จะประชุม ถ้าใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ขึ้นไม่ได้ ถ้าเรามีบัตรที่จะแตะ คนที่มี ความจำเป็น คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นที่จะสามารถขึ้นได้ หรือว่าประตูต่าง ๆ ไม่ใช่เปิดอ้า อยู่ตลอดทั้งวัน อย่างนี้มันก็ไม่ใช่ โดยเฉพาะประตู ดิฉันก็มาเดินปิดอยู่เหมือนเป็นแม่บ้าน คิดดูอย่างห้องอาหาร ควันจากห้องอาหารเวลาผัดอะไรที ดิฉันก็พูดกับท่านประธานแล้วว่า มันถูกตัดงบไป เครื่องดูดควันก็ไม่มี ห้องที่จะปรุงอาหารก็ไม่มี เวลาเสียบปลั๊กไฟฟ้าก็ตก ไฟฟ้าก็ดับอยู่อย่างนี้ แล้วก็ประตูก็เปิด ควันก็เข้ามาถึงยันหน้าห้องประชุมสภานี้ ดิฉันก็ไป เดินปิด เพราะฉะนั้นดิฉันว่าถ้าเรามีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีก็จะช่วยอะไรเราได้เยอะ อย่างเช่นความสะอาดก็เหมือนกัน ดิฉันอยากจะฝากว่าท่านจะทำอย่างไรเกี่ยวกับ ความสะอาด อย่างเช่นลานจอดรถชั้นล่าง ขนาดลานจอดรถของสมาชิกท่านลองไปดูสิคะ กระป๋องเป๊บซี่ ขวดน้ำ กล่องนม เต็มไปหมดเลย ดิฉันไปจอดรถก็หงุดหงิดต้องเดินเก็บมา แต่ทีนี้มันไม่มีถังขยะ ทีนี้เราจะทำอย่างไรระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยไปคิดเรื่องขยะให้ดิฉัน หน่อย ดิฉันเดินเก็บขยะจนเป็นกบฏขยะไปแล้ว ศาลยังไม่ตัดสินเลย เพราะฉะนั้นท่านต้อง เน้นเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม ดิฉันเป็นพยาบาล ดิฉันถึงเน้นเรื่องนี้ มากเลยว่าเราต้องมีความเป็นระเบียบ อย่างเช่นการจอดรถ ดิฉันเห็นว่าผู้แทนแต่ละคน จะมีบัตรหน้ารถที่เป็นแผ่นมาให้ติด ดิฉันว่าเป็นอิเล็กทรอนิกส์แล้วไม่น่ามีแบบนี้แล้ว คือเวลาป้ายที่เราแจ้งไป ทะเบียนใคร เหมือนตามห้างเห็นไหมคะมันจะดีดขึ้นถ้าหาก ถูกต้อง เพราะฉะนั้นใครที่ไม่มีสิทธิที่จะเข้าก็ไม่สามารถจะลงไปที่ลานจอดรถได้ นี่ต้องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภามาคอยถาม มาคอยกดดูว่ามีบัตรตัวนี้หรือเปล่า บางทีกระจกมืด ฟิล์มดำมองไม่เห็นต้องกด จำหน้าคนขับได้ จำหน้า ส.ส. ได้ถึงจะลงไปจอดรถข้างล่างได้ แต่ปัจจุบันไม่ใช่ ส.ส. อย่างเดียวเท่านั้นแล้ว ท่านลงไปดูเขาจอดกัน ถ้าเรามาทีหลัง มาจอด ข้างหน้าเลยไม่เข้าซอง แล้วเวลาเราจอดก็ลำบาก เราเข้าออกลำบาก เพราะเราขับไม่เก่ง แล้วจะไปธุระต้องลงไป เข็นรถเอง อย่างนี้ท่านต้องมีระบบ เห็นไหมตามห้างทำไมมีไฟ ตรงนี้จอดได้ ตรงนี้จอดไม่ได้ แต่สภาเรานี่มั่วไปหมดเลย ดิฉันจึงอยากจะให้ท่านเปลี่ยนใหม่ แล้วก็เอาจริงเอาจังกับคนที่ จอดมั่วซั่ว ล็อกเลย แต่ดิฉันเห็นล็อกนะคะแต่ล็อกเสร็จแล้วก็คืนเขาไป ต้องปรับ ต้องเอา เรื่องให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีผลอะไร ทำผิดครั้งต่อ ๆ ไปก็ทำได้ เพราะทำไปแล้วไม่มีผล🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องห้องน้ำ ดิฉันอยากจะฝาก ดิฉันเดินดูน้ำรั่วนี่ สภาต้อง จ่ายค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า เดือนหนึ่งกี่ล้านบาท ดิฉันก็เสียดาย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องห้องน้ำ รู้สึกท่านรังสิมาจะพูดหลายครั้งแล้วนะครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

แต่ไม่มีผล🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันไหนที่ พูดแล้วอย่าพูดซ้ำนักนะครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่ใช่ พูดแล้วแก้ไขดิฉันก็จะไม่พูด แต่พูดแล้วก็ยังเป็นอย่างนี้ ท่านไปดูสิคะ เดี๋ยวออกไปท่านไปดูนะน้ำไหล แล้วไหลในตัวกำแพง ไม่ได้ไหลข้างนอก ดิฉันเป็นห่วงว่าถ้าเกิดท่อแตกข้างในน้ำไหลนี่เสียหายเงินสภาซึ่งเป็นภาษี ของพี่น้องประชาชน แล้วเปียก ลื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นที่ดิฉันพูดก็อยากให้สภา ที่เราอยู่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนทั้งประเทศ ของชาวต่างชาติที่จะมาดูงาน ไม่ใช่ว่ามาแล้วแย่ คือพูดแล้วก็ไม่แก้ไขอย่างนี้ไม่ได้ ดิฉันจะพูดไปเรื่อย ๆ ถ้าท่านไม่แก้ ดิฉันก็จะพูดทุกครั้ง จนกว่าท่านจะแก้ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณ ท่านรังสิมาที่สะท้อนปัญหา แต่ว่าท่านรังสิมาก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าสภาแห่งนี้ยังไม่เสร็จ เรียบร้อย ผมว่าปลายปีนี้ทุกอย่างน่าจะเสร็จเรียบร้อย แล้วก็น่าจะเป็นระเบียบเรียบร้อย มากขึ้น อันนี้ของโยกไปโยกมาอะไรนี่ผมก็สงสารเจ้าหน้าที่เหมือนกันไม่รู้จะจัดอย่างไร จัดไปไว้ ที่หนึ่งก็จะปรับปรุงที่หนึ่งอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แต่อะไรที่ปรับปรุงได้จะได้กำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ เราได้ปรับปรุง ต้องขอบคุณท่านรังสิมา เพียงแต่ฝากให้เข้าใจว่าสภาเราสร้างยังไม่เสร็จ เพราะถ้าฟังท่านรังสิมาพูดแต่ละทีผมนี่เครียดนะครับ แต่ว่าต้องขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอโอกาสท่านประธานอภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบการรับทราบ รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบบริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และพัฒนาการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐสภาแห่งใหม่นี้ชื่อว่าสัปปายะสภาสถาน คำว่า สัปปายะ ภาษาพื้น ๆ ก็คือแปลว่าสบาย ถ้าที่ไม่สบายเขาเรียกอบาย เช่นอบายมุข วิธีทำสิ่งที่ ไม่สบายไปสู่ที่สบายเขาเรียกว่าอุบาย ถึงมีคำ ๓ คำ ฝั่งนี้เรียกว่าอบาย ฝั่งนี้เรียกว่าสบาย ทางไป เรียกว่าอุบาย ของเรานี่มาถึงสบายแล้ว สัปปายะสภาสถานเป็นอาคารที่ใหญ่มาก ผมว่าใหญ่ เท่ากับ ๑ หมู่บ้านได้กระมังครับ เฉพาะห้องประชุมแห่งนี้ก็กินพื้นที่หลายไร่ แล้วก็เราจะอยู่ใน ห้องแอร์คอนดิชัน (Air condition) ในอาคารทั้งวันเลย ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับลมภายนอกเลย การที่อยู่ในห้องแอร์คอนดิชัน (Air condition) ทั้งวันบางทีก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย เพราะว่า ส.ส. มาจากต่างจังหวัดก็อยากที่จะได้สัมผัสอากาศร้อนบ้าง หนาวบ้าง มีลมบ้าง อะไรบ้าง แม้ต้นไม้ ที่เขาปลูกในกรีนเฮาส์ (Greenhouse) เขายังต้องให้มีลมนะครับ ผมไปดูเขาปลูกกัญชายังต้องมี ลมพัดไปพัดมา กิ่งไม้ก็มีการเคลื่อนไหว พอเคลื่อนไหวแล้วมันมีชีวิต ทีนี้เราก็อยู่ในที่นิ่ง ๆ พออยู่ไปนาน ๆ เขาเรียกว่าเป็นซิก บิลดิง ซินโดรม (Sick Building Syndrome) ก็คือไม่สบาย ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะบอกเล่าว่าเรามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้หลายเดือนแล้ว มีอะไรที่ไม่สบาย ก็จะได้นำเรียนท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้พิจารณาศึกษาเรื่องนี้ว่า อาคารนี้ก็ยังไม่เห็นติดป้ายเขตสูบบุหรี่ แต่ก็เห็นผู้ติดตาม ส.ส. มีการสูบบุหรี่ในนอกชาน ทีแรกผมก็คิดว่าเป็นเขตสูบบุหรี่ แต่เมื่อมาดูในกฎระเบียบในประกาศของกระทรวง สาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค ประกาศเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เมื่อปีที่แล้วว่า ในอาคาร สถานที่สาธารณะ เช่น สถานที่ทำงาน ยานพาหนะ เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ ไม่ทราบ ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า อย่างสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ทั้งอาคารก็ต้องเป็นที่ทำงาน ไม่น่าจะเป็น เขตสูบบุหรี่ ถ้าเป็นเขตสูบบุหรี่น่าจะเป็นส่วนใดที่ยื่นออกไปหรืออย่างไร หรือท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจะประกาศติดป้ายเขตสูบบุหรี่ แต่ก็ยังไม่เห็นป้ายนะครับ แต่ก็สูบบุหรี่ เป็นการทั่วไป ผมก็เกรงว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ออกกฎหมายแล้วก็เป็นผู้ที่ปฏิบัติตาม กฎหมาย ก็อยากที่จะให้กำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดสูบบุหรี่ได้ พื้นที่ใดสูบบุหรี่ไม่ได้ แต่ถ้า ผมวินิจฉัยเองผมคิดว่าตรงนั้นก็ไม่ใช่ที่สูบบุหรี่ แต่น่าจะพื้นที่ในการรับลมจากภายนอก เป็นเหมือนนอกชานมากกว่านะครับ แล้วก็อาคารนี้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน แต่ว่า อยู่เข้าจริง ๆ น่าจะไม่ค่อยประหยัดพลังงาน เพราะว่าบางครั้งก็มีคนเดินไปเดินมาไม่กี่คน อย่างเช่น ผมก็มักจะอยู่จนสภาปิดเป็นเพื่อนท่านประธานอยู่ประจำนะครับ ก็จะมีสมาชิก หรือมีเจ้าหน้าที่ทำงานไม่กี่คน แต่ว่าไฟฟ้าก็ต้องเปิดทั้งหมดเลย ที่ปรับแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) ก็ไม่มี บางทีก็อยากจะไปปรับแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) ให้ หรือปิดแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) ในบางพื้นที่ก็ไม่มีที่ปิด เข้าใจว่าคงเป็น เซ็นทรัลแอร์ที่ใช้ความเย็นไปทั้งระบบเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องของประหยัดพลังงาน แรกมาทีเดียวหน้าต่างที่เดินตามทางเดินจะเตี้ยมากเลย ถ้าคนตัวไม่สูงก็อาจจะพอดี คนตัวสูงจะมองไม่เห็นเพราะเขาไม่ต้องการแสงภายนอกเข้ามาทำความร้อนให้อาคารมาก ประหยัดพลังงานจนหน้าต่างเตี้ยเกินไป ถ้าเป็นบ้านเรือนเราก็อยากจะให้วิว (View) โปร่ง ๆ ขึ้นไปหน่อยได้เห็นวิว (View) ข้างนอกบ้าง อันนี้เป็นเรื่องของการที่อยู่ในสัปปายะสภาสถาน แต่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายนะครับ เรื่องของสัตว์นำโรคในสภานะครับ เช่นยุงนะครับ แล้วก็มี พี่น้องชาวต่างชาติที่มาก่อสร้างก็เป็นชาวอาเซียน (ASEAN) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโรคติดต่อจาก ชาวอาเซียน (ASEAN) ก็หลากหลายภูมิภาคกัน อย่างเช่นถ้าเป็นยุงที่นำเชื้อโรคเท้าช้าง ผมเห็นเจ้าหน้าที่บางท่านบอกว่ามีโรคเท้าช้างด้วย ผมก็กังวลนะครับว่ามีจริงหรือเปล่า เพราะเมืองไทยก็ไม่มีแล้ว มีแต่เขตตะเข็บชายแดนไทย-พม่าก็จะมีโรคเท้าช้างบ้าง เมื่อสักครู่ มีเจ้าหน้าที่สภาเขาบอกภรรยาเป็นโรคไข้ซิกา โรคไข้ซิกาก็เป็นยุงลายบ้านกัด แล้วก็มีผื่น ปวดตามข้อ โรคชิคุนกุนยาที่หลายจังหวัด อย่างที่จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี โรคชิคุนกุนยาเต็มไปหมด ปวดตามข้อ อันนี้เป็นเรื่องของยุง ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็มีสัตว์นำโรคโดยแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงมีทั่วไป แล้วก็เครื่องดักยุงที่อยู่ใน ห้องประชุมแห่งนี้ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่ามียุงเข้าไปติดหรือไม่ เขาบอกไม่มียุงเข้าไปติดเลย ไม่รู้ยี่ห้อนี้เป็นเครื่องประดับเฉย ๆ หรือว่าด้อยประสิทธิภาพในการดูดยุงเข้าไป หรือว่า ยุงสภาคุ้นเคยกับแสงยูวี (UV) ตรงนี้ เรื่องของความปลอดภัย เมื่อผมสอบถามที่สำนักบริการ ทางการแพทย์ประจำรัฐสภาว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีคนเจ็บป่วยมากขึ้นหรือน้อยลงกว่า สภาเก่า หรือห้องประชุมสภาชั่วคราวที่ทีโอที (TOT) ทางสำนักบริการทางการแพทย์ ประจำรัฐสภาบอกว่าคนป่วยน้อยลง ผมก็สันนิษฐานว่า ส.ส. ที่นี่เดินมากวันละ หลายกิโลเมตร เดินได้เท่ากับที่กรมอนามัยแนะนำให้เดินเลยครับ วันละ ๓๐ นาที เพราะว่า เราเดินประชุมเดินไปเดินมา การเดินผมคิดว่าทำให้เลือดลมเดินดีแล้วก็ไม่ค่อยป่วย สำนัก บริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภาก็บอกว่าสถิติคนป่วยน้อยลง สมัยก่อนจะมีอภิปรายแล้วเครียด น็อก (Knock) บ้าง อะไรบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มี ไม่อยากให้มี ไม่อยากให้โกลาหล แล้วก็สำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภาที่นี่ขาดนักวิชาการ สาธารณสุข มีแต่พยาบาล แพทย์ยังไม่มี แพทย์มาเป็น ส.ส. กันเสียหมดก็เลยไม่มีแพทย์ อยู่ที่สำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา มีแต่พยาบาล พยาบาลมาเป็น ส.ส. คนเดียว คือ ส.ส. รังสิมา ประทานโทษที่เอ่ยนาม แต่ไม่มีนักวิชาการสาธารณสุข เพราะระบบสุขภาพ เขาแบ่ง ๔ หน้าที่ หน้าที่รักษาคือแพทย์ หน้าที่ให้การพยาบาลคือพยาบาล หน้าที่ ป้องกันโรคและควบคุมโรคคือนักวิชาการสาธารณสุข เหมือนโควิด (COVID) อะไรนี่ก็คือ นักวิชาการสาธารณสุขซึ่งจบคณะสาธารณสุขศาสตร์ จบแล้วเรียกว่านักวิชาการสาธารณสุข แล้วถ้าพิการหรือไหล่ติดแล้วฟื้นฟูเขาเรียกว่านักกายภาพบำบัด เพราะฉะนั้นมีรักษา ส่งเสริม สุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสุขภาพ เจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรมีหลายพันคนแยกออกมา เป็นคณะกรรมการ ก.ร. ด้วย แต่ขาดเจ้าหน้าที่ทางด้านป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ถ้าในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีคนประมาณ ๕๐ คน เขาจะต้องมีงานอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ซึ่งมีความเสี่ยงทางด้านกายภาพ เช่น แสง สี เสียง อันนี้ก็คือเรื่องของกายภาพ ทางเคมีก็คือความเสี่ยงทางเคมี มีกลิ่น มีสารเคมี ใช้เคมีแบบนั้น แบบนี้เทเข้าไปที่ท่อระบายน้ำทำให้อุจจาระต่าง ๆ ไม่มีการย่อยสลาย เพราะยาฆ่าเชื้อ ไปทำลายแบคทีเรีย อันนี้ก็ไม่ได้อีก บ่อบำบัดน้ำเสียจะเสียหาย ที่นี่แน่นอนต้องมีบ่อบำบัด น้ำเสีย จึงจะต้องมีนักวิชาการสาธารณสุขที่ทำงานทางด้านอาชีวอนามัยและอนามัย สิ่งแวดล้อมดูแลสอบสวนเรื่องยุงว่ามียุงเท่าไร ยุงลายอย่างไร และกำจัดไวรัส เพราะพวกเรา ใช้ความสามารถเฉพาะตัวมาทำการเช็ดถูต่าง ๆ ดูแลความปลอดภัยในพื้นผิว แต่ไม่ถูกต้อง ตามหลักกฎหมายในการแบ่งหน้าที่ของงานป้องกันโรคและควบคุมโรค การสอบสวนโรค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต่างหากเลย เหมือนตำรวจสายสอบสวน สายสืบสวน สายปราบปราม คนละวิชาชีพเลยนะครับ คนละความเชี่ยวชาญ ก็อยากที่จะฝากท่านประธานสภาผ่านไปให้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาว่าเราบรรจุข้าราชการน้อยไป ๑ สาขา หรือไม่ ถ้าเห็นความจำเป็นก็ฝากด้วยว่าสาขานี้ควรที่จะบรรจุในกรอบของคณะกรรมการ ก.ร. ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ🔗

สำหรับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีความทันสมัยหลายอย่าง แต่อาจจะเนื่องจากผมเป็นผู้แทนที่มีอายุค่อนข้างจะมากกว่าเขาสักนิดหนึ่งโดยค่าเฉลี่ย ก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่ว่าก็ยังรู้สึกว่าทันสมัยกว่าในสภาแห่งเก่านะครับ แต่ถ้าจะใช้เทคโนโลยีอะไรแล้วก็ขอให้มีการจัดฝึกอบรมให้พวกเราด้วย เราจะได้ใช้ เทคโนโลยีได้ถูกต้อง ท่านประธานครับ ก็ขอกราบเรียน ๒-๓ ประเด็นเพื่อตั้งเป็นข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ฝากให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรที่ศึกษาเรื่องนี้ได้นำไป พิจารณา เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสมาชิกครับ พวกเราก็ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันมาพอสมควรแล้วนะครับ กรรมาธิการมีอะไรจะตอบชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เอาสรุปสั้น ๆ แล้วกันนะครับ🔗

นายไกลก้อง ไวทยการ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญ ที่อยากจะเน้นในหลายท่านที่อภิปรายมาไม่ว่าจะเป็นภาพอนาคตของการใช้ระบบไอที (IT) ของรัฐสภา หรือว่าเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่จะต้องเอาดิจิทัล (Digital) มาเสริม อยากจะ เน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญนั้นก็คือเรื่องของการทำระบบข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ ระบบข้อมูล ที่เราพูดถึงในที่นี้เรียกว่าดาตา (Data) ก็คือข้อมูลที่นำไปใช้ประมวลผลต่อได้เป็นแมชชีน รีดเดเบิล (Machine readable) แล้วก็เข้าถึงโดยสะดวก เมื่อทำระบบให้เป็นระเบียบและมีการเข้าถึงที่เป็นดิจิทัล (Digital) โดยสะดวกแล้ว การที่จะ ไปพัฒนาต่อยอดเป็นเรื่องต่าง ๆ ก็จะทำได้โดยง่าย ดังนั้นเราถึงเน้นว่าทำเรื่องข้อมูลให้ดี ทำช่องทางต่อยอดของการใช้ข้อมูลให้ดี เราก็จะเห็นในกรณีศึกษาต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก หลายท่านยกขึ้นมาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ ขอ ๑ นาทีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นาทีเดียวนะครับ เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ขอ ๑ นาที เมื่อสักครู่ส่งชื่อไปแล้วนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขอ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือในการถ่ายทอดห้องประชุมใหญ่เรา พอเวลาประธานเชิญ สมาชิกพูดกล้องจะช้า ประมาณสัก ๑๐ วินาทีกว่าจะโคลส (Close) มาที่สมาชิก ซึ่งทาง เจ้าหน้าที่ก็อัดวิดีโอ (Video) ไปให้พี่น้องดู ไม่ว่าอะไรต่าง ๆ อยากให้กล้องจับให้เร็ว เพราะว่าพูดไป ตั้งญัตติหรืออะไรต่าง ๆ ตั้งนานกล้องถึงจะโคลส (Close) มา ผมสังเกต ทุกคน อันนี้ขอเป็นข้อเสนอแนะว่ากล้องขอให้เร็วนิดหนึ่ง ข้อที่ ๒ ในห้องประชุมนี้วันนี้ ยุงเยอะมาก ขออนุญาตรบกวนว่าสมาชิกผู้หญิงเขาลำบากมาก อันที่ ๓ คือห้องกรรมาธิการ ขอให้ติดระบบเชื่อมโยงการสื่อสารให้ได้เร็วที่สุด แล้วก็สุดท้ายก็คือเรื่องของลิฟต์ จริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ที่อื่นเขามีลิฟต์ที่ป้องกันไม่ให้มือสัมผัสโควิด (COVID) เราเคยได้ทำ ตรงนี้ไหม ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณหมอจาตุรงค์ครับ ท่านสมาชิกครับ จากที่ได้ฟังท่านสมาชิกเราอภิปรายแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบบริการสารสนเทศของคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรที่ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เท่าที่ฟังดูแล้วก็ไม่มีใครเห็นคัดค้าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการทั้งหมด เพียงแต่ว่าอภิปรายเสริมเพิ่มเติมเข้ามาเท่านั้นเอง ฉะนั้น ผมจึงจะขอมติจากที่ประชุม โดยขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่ทราบว่าท่านสมาชิก ท่านใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการที่เสนอรายงานเข้ามา นะครับ แล้วก็ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มี การอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกตได้ปรากฏตาม รายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ตามที่นั่งของท่านสมาชิก เพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว🔗

ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมเกี่ยวกับประเด็นข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ก็คงขออนุญาตที่ประชุมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่ทราบว่าท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่านสมาชิก ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วย รับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ทางสภาผู้แทนราษฎรเราก็จะส่งข้อสังเกตนี้ไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะก็คือ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนำไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไปนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้ประชุม กันมาได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน พรุ่งนี้ประชุม เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๕๖ นาฬิกา