รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ อาคารรัฐสภา
------------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ ขอให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิของท่านตามเวลาที่กําหนด เราทํามาดีได้ตามกรอบเวลาก็ชื่นชม รักษาความมีศักยภาพของท่านนะครับ คุมเวลาไว้ให้ได้ กับส่วนที่ท่านเขียนส่งมา ผมจะรีบจัดการให้ตามที่ร้องมาครับ ท่านแรก คุณจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ขอเชิญครับ ยังไม่มานะครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาต ปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ห้องผม ห้องพรรคพลังท้องถิ่นไท โทรทัศน์ ก็ไม่ติด เสียงตามสายก็ไม่มี ผมได้แจ้งทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งทาง กรรมาธิการกิจการสภา แล้วก็แจ้งช่างไปแล้ว ขณะนี้เวลาเป็นเดือนแล้วยังใช้ไม่ได้เสียที ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานครับ🔗
ดีแล้วครับ ท่านแจ้ง ให้ทราบดีแล้วครับ ผมจะได้กําชับเจ้าหน้าที่ให้ดําเนินการ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอรบกวนเวลาท่านประธานและสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะสะท้อน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทได้ก่อสร้าง ถนนสายหมายเลข ๒๐๓๓ แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑ ไปถึงบ้านขาม ตําบลน้ําตก อําเภอทุ่งสง ก็กราบเรียนท่านประธานว่าถนนเส้นนี้ก่อสร้างเป็นถนนลูกรังมานานแล้ว แล้วก็ ได้ก่อสร้างไปบางส่วน ตลอดสายเส้นนี้ ๒๑ กิโลเมตร ก่อสร้างไปแล้วประมาณ ๑๘ กิโลเมตร เหลืออีก ๓ กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขณะนี้มีปัญหา พี่น้องประชาชนจากบ้านขาม ตําบลน้ําตก ที่จะไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผ่านเส้นนี้เป็นระยะทางที่ลัดมากนะครับ ระยะทางที่ย่นระยะเวลามากก็ยังไม่ก่อสร้าง แล้วเสร็จ ก็ขอให้กรุณาช่วยเร่งรัดก่อสร้างส่วนที่ขาดอีก ๓ กิโลเมตรให้เรียบร้อย เพื่อจะได้ สัญจรไปมาสะดวก🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนเช่นเดียวกัน เส้นทางเชื่อมระหว่างตําบลเขาขาว อําเภอทุ่งสงกับตําบลแก้วแสน อําเภอนาบอน ยังเป็นช่วงที่ยังไม่ได้ก่อสร้างประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร เส้นทางนี้สําคัญมากเพราะพี่น้อง ๒ ตําบล ได้ไปมาหาสู่แล้วก็ขนถ่ายสินค้า เกษตรกรรมอยู่เป็นจํานวนมาก ก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาช่วยดูแลด้วย เป็นการบรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชน ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อําเภอ ปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอโสตทัศนูปกรณ์เพื่อประกอบการอภิปราย ผมเตรียมให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ไปแล้ว ท่านประธานครับด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ มีคลิป วิดีโอ (Clip video) บอกถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจําเป็นจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตได้ไหมครับ ผมขออนุญาตนําเสนอวิดีโอ (Video) บอกถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ขอเสียงด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ไม่พร้อม ผมขออนุญาตให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่นพูดก่อนได้ไหมครับ พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ขออนุญาตครับ🔗
ได้ ยินดีครับ ต่อไป นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานในกรณีของทางเท้าของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ขอสไลด์ (Slide) เลยค่ะ🔗
พื้นที่สัญจรที่เราใช้กัน ทางเท้าควรจะเป็นพื้นที่ที่สัญจรได้สะดวกปลอดภัยใช้ได้สําหรับคนทุกเพศทุกวัยรวมถึง ผู้พิการ แล้วก็รองรับอุปกรณ์สาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นป้ายหรือว่าท่อ แล้วก็เสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ตลอดไปถึงตู้ไปรษณีย์ โดยเกณฑ์และมาตรฐานผังเมืองรวมจากกรมโยธาธิการ และผังเมืองอย่างน้อยได้กําหนดไว้ว่าทางเท้าควรจะมีความกว้างอย่างน้อย ๓-๕ เมตร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทางขึ้นลงรถไฟฟ้าในเขตของดิฉัน ทางขึ้นลงรถไฟฟ้าสถานีบางโพ ในเขตบางซื่อ โดยมีพื้นที่ที่สามารถผ่านได้อยู่ ๔๒ เซนติเมตร ทําให้คนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากทางลงรถไฟฟ้าติดกับบริเวณเสาไฟเดิมเลยค่ะ ดิฉันทราบมาว่าสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้กําหนดเงื่อนไขการก่อสร้างทางขึ้นลง รถไฟฟ้าอย่างน้อยควรจะมีไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร แต่ปัญหาที่พบคือการรถไฟฟ้า แห่งประเทศไทยไม่ได้ทําตามข้อกําหนดเงื่อนไขข้อนี้ จึงอยากฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่ เกี่ยวข้องให้จัดการดําเนินการชี้แจงเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดลําพูนหน่อยครับ วันนี้ราคาลําไยที่จังหวดลําพูน ที่ภาคเหนือ ตกต่ําเป็นอย่างยิ่งครับ ราคาลําไย เบอร์เอ (A) เหลือแค่ ๘-๙ บาท สําหรับรูดร่วง ราคาตะกร้าขาว เบอร์แดง เหลือเพียงแค่ ๒๑-๒๓ บาท วันนี้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไย หมดหนทางแล้วนะครับ นโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลําไยไม่ได้ผลเลย พี่น้องเกษตรกรผมยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยขอชดเชยให้เกษตรกรผู้ปลูกลําไย ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ซึ่งทางเกษตรกรได้ยื่นหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นผมจึงขอท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไยด้วย🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นสําคัญนะครับ จังหวัดลําพูนทําหนังสือถึง ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพื่อขอให้ผ่อนผันให้นักธุรกิจ ชาวจีนประมาณ ๗๐ กว่ารายเข้ามาประเทศไทยเพื่อซื้อลําไย โดยนักธุรกิจดังกล่าวยินดี ที่จะทําตามมติ ยินดีที่จะกักตัว ยินดีที่จะทําตามมาตรการของรัฐบาลทุกอย่าง แต่ปรากฏว่า วันนี้ยังไม่มีวี่แววเลยว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้เขาเข้ามาซื้อลําไยของพี่น้องเกษตรกร จังหวัดลําพูนหรือไม่ ดังนั้นผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โปรดแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไย ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสาธิต อุ๋ยตระกูล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ถึงอธิบดีกรมทางหลวง เรื่องขอให้เร่งรัดงบประมาณก่อสร้างถนน ทางหลวงหมายเลข ๓๕๑๐ ตอนพุสวรรค์-ยางชุม กม. ๖๕+๑๕๔ ถึง กม. ๖๕+๖๔๓ ระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งปัจจุบันยังเป็นทางลูกรัง ซึ่งเพิ่งได้รับการอนุมัติการเข้าใช้ พื้นที่จากกรมป่าไม้ ชาวบ้านรอเวลาใช้งานของถนนนี้มา ๑๔ ปีแล้วครับ จึงเรียนท่านอธิบดี ช่วยอนุมัติงบประมาณโครงการนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ถึงอธิบดีกรมเจ้าท่า จังหวัดเพชรบุรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ช่วยสั่งการให้มีการออกแบบและสํารวจ และอนุมัติโครงการก่อสร้างแนวเขื่อนกันคลื่น บ้านบางควาย บ้านไทรย้อย อําเภอชะอํา ที่รัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ ชาวบ้านฝากถามความคืบหน้ามาครับ และของบประมาณออกแบบ และขุดลอกปากคลองตั้งแต่อําเภอบ้านแหลมถึงอําเภอชะอําตลอดแนว ซึ่งตอนนี้เรือเล็ก เข้าออกลําบาก จึงขอหารือท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าให้ช่วยเร่งรัดงบประมาณด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถึงอธิบดีกรมชลประทาน จังหวัดเพชรบุรี เรื่องปัญหาภัยแล้ง และน้ําท่วม ขอให้ช่วยสั่งการให้มีการออกแบบสํารวจของบประมาณการขุดลอก ความจุอ่างเก็บน้ําภายในจังหวัดเพชรบุรี เช่น เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนแม่ประจัน เขื่อนห้วยผาก และอ่างเก็บน้ําขนาดกลางและขนาดเล็กของจังหวัดเพชรบุรี เพื่อช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ําท่วมของจังหวัดเพชรบุรีต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ๒ นาที ต่อจากนี้ท่านประธานครับ ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผ่านไปถึงท่านอธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในประเด็น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในประเด็นมาตรา ๖๔ และ มาตรา ๖๕ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า พ.ร.บ. ๒๔๐ วัน ที่จะต้องสํารวจการถือครอง ของประชาชนในพื้นที่อุทยานที่จะหมดเวลาในวันที่ ๒๓ ที่ผ่านมา ขอความชัดเจนและอธิบาย ให้ชาวบ้านได้ทราบจะได้หายข้อกังวล เนื่องจากพื้นที่ที่สํารวจยังสํารวจไม่ทั่วถึง ไม่ครบถ้วน ฉะนั้นเป็นความกังวลใจของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องชาวไทยทุกพื้นที่ที่มีพื้นที่อยู่ใน พื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าอุทยานทั้งหมดครับ🔗
ประเด็นข้อสังเกตที่จะฝากผ่านท่านประธานไปคือการสํารวจในครั้งนี้ ชาวบ้านส่วนมากไม่ทราบและเข้าไม่ถึงข้อมูล ชาวบ้านกว่า ๔,๐๐๐ หมู่บ้าน จํานวน ประชากรเป็นล้านคน ประเด็นที่ ๒ ๒๔๐ วัน ที่ระยะสํารวจนั้นคือระยะเร่งรีบ เร่งรัด ไม่ใช่ระยะเวลาบังคับ ฉะนั้นขอให้ท่านรัฐมนตรีและท่านอธิบดีช่วยแถลงให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ และพี่น้องที่มีพื้นที่อยู่ในป่าอุทยานและป่าอนุรักษ์ได้หายความกังวลใจด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย เขตพื้นที่เลือกตั้งอําเภอนาโพธิ์ อําเภอพุทไธสง อําเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ อําเภอคูเมือง และอําเภอลําปลายมาศ ๒ ตําบล ตําบลเมืองแฝก และตําบลโคกสะอาด ขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิของพี่น้องประชาชน สืบเนื่องจาก การลงพื้นที่ มีประชาชนร้องขอเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิสําหรับที่ทํากินและที่อยู่อาศัย สืบเนื่องจากปัญหาพื้นที่การปักแนวเขตของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ส.ป.ก. ก็ดี กรมที่ดินก็ดี ไม่มีความชัดเจน พี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิได้ ฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้มีการบูรณาการหน่วยออกสํารวจปักแนวเขต แล้วก็ออกเอกสารสิทธิ ให้พี่น้องประชน🔗
ประเด็นที่ ๒ จังหวัดบุรีรัมย์มีปัญหาเกี่ยวกับฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ยังมีความจําเป็นที่จะต้องขอฝนหลวงเพื่อที่จะนําไปใช้ในการประปาและการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวของจังหวัดบุรีรัมย์นั้น ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ยังประสบปัญหาภัยแล้ง แล้วก็ในภาพรวมของพื้นที่นาข้าว ๒ ล้านกว่าไร่ น้ํายังไม่เพียงพอ คือหลังจากที่เก็บเกี่ยว ผลผลิตข้าวแล้ว อยากจะฝากถึงหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย สําหรับส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรปลูกพืช ฤดูแล้งหลังจากการเก็บเกี่ยว🔗
ส่วนเรื่องที่ ๓ ก็เกี่ยวกับการทําเรื่องฝายกั้นน้ําให้ได้มากที่สุดในพื้นที่ลําห้วย สําหรับพื้นที่ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ยังต้องการเก็บน้ําไว้อีกเยอะ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผมขออนุญาตหารือความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับหนังสือจาก นายถนอม เทพฮะ ผู้ใหญ่บ้านบ้านเอียก หมู่ที่ ๖ ตําบลดอนไฟ อําเภอแม่ทะ จังหวัดลําปาง เนื่องด้วยปัญหาในหมู่บ้าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการสัญจรไปมา สะพานแคบมาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคราวที่มีการจัดงานในหมู่บ้าน ในวัด รถจะเลี้ยวเข้าไปในวัดก็ลําบาก ก็เคยให้ กรมทางหลวงชนบทได้เข้ามาสํารวจประมาณการแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผลประการใด ก็อยากจะขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้เร่งรัดดําเนินการต่อไป และขอจัดสรร งบประมาณด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องขอความอนุเคราะห์จากท่านผู้ใหญ่พยุง เครือรอด ผู้ใหญ่บ้าน ดอนไชย อําเภอเถิน จังหวัดลําปาง เนื่องด้วยเส้นทางการเกิดอุบัติเหตุ ถนนสายเอเชีย เส้นทางจากจังหวัดลําปาง อําเภอเถินถึงจังหวัดตาก มีอุบัติเหตุเป็นประจําครับ ที่หน้าโรงพัก สถานีตํารวจอําเภอเถิน แล้วก็หน้าโรงเรียนอําเภอเถิน อยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางกรมทางหลวงหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ช่วยก่อสร้างสะพานข้ามทาง โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์แล้วก็คน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุเป็นจํานวนมากครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ทางเทศบาล ตําบลน้ําโจ้ ได้ขอใช้อาคารที่ดินการก่อสร้าง ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คนพิการ โดยขออนุญาตใช้อาคารสถานที่โรงเรียน บ้านแม่ปรุง🔗
เรื่องที่ ๔ ขออนุญาตให้ทางผู้ใหญ่สมพงษ์ ขุนนาทา ขอแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนในเรื่องของการสัญจรไปมา ในเรื่องผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากเดี๋ยวจะ หมดเวลา ผมขออนุญาตส่งเป็นหนังสือให้ท่านประธานนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ได้ครับ ท่านต่อไป นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ เขตวังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องนําเรียนหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันขอนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ขอให้ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบประมาณในการ ซ่อมแซมพื้นผิวจราจรบริเวณซอยกรุงเทพกรีฑา ๗ ยาวไปจนถึงซอยรามคําแหง ๖๐ ช่วงวงเวียนหมู่บ้านสวนสน และขอให้ท่านได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงพื้นผิวจราจร พร้อมทั้งท่อระบายน้ําภายในซอยรามคําแหง ๖๐ แยก ๙ เพราะว่าบริเวณทั้ง ๒ ซอยนั้น เป็นบริเวณที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรผ่านไปมา ปัจจุบันมีน้ําท่วมขังและพื้นผิวจราจร เริ่มเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็เลยอยากจะขอนําเรียนท่านประธานหารือไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ นําเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะที่ท่านกํากับดูแลการเคหะแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๒ การเคหะแห่งชาติได้จัดสรรงบประมาณในการจัดสร้างสนามเปตอง ๑๐ สนาม ในสวนพฤกษชาติ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ คําถามคือว่างบประมาณที่จัดสรรลงไป ๑๐ สนามใหม่นั้นจําเป็นหรือไม่ เพราะว่าปัจจุบันนี้ในสวนพฤกษชาตินั้นมีสนามเปตอง อยู่แล้ว ๓ สนาม ทําไมไม่ปรับปรุง กลับไปสร้างใหม่ ซึ่งถ้าสร้างใหม่จะต้องมีการตัดต้นไม้ ภายในสวนสาธารณะด้วย นําเรียนเพื่อโปรดพิจารณาในการทบทวนโครงการดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๓ นําเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติ ขอให้ท่านได้มีคําสั่งกําชับให้ท่านรองผู้กํากับจราจรสถานีตํารวจวังทองหลางในการ ปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาจราจร แล้วก็จัดระเบียบการจอดรถด้วยการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือตลอดจนการกวดขันให้เจ้าหน้าที่จราจร สน. วังทองหลาง ในการแก้ไข ปัญหาจราจรที่พี่น้องประชาชนจอดรถล้นลงมาบนถนน เป็นสาเหตุให้จราจรติดขัดด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอําเภอลาดบัวหลวงและผู้สัญจรไปมา บนถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ขอให้ประธานหารือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท ช่วยขยายถนนเส้นนี้เป็น ๔ ช่องจราจร เพราะถนนเส้นนี้มีความสําคัญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขนสินค้าทางการเกษตร เส้นทางไปโรงเรียน วัด มัสยิด จะจอดตรงสถานที่ ราชการ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลในวันหยุด ยังมีการหลีกเลี่ยงการจราจรเพื่อเดินทางไป จังหวัดต่าง ๆ ได้อีกด้วย ผมฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรร งบประมาณมาถนนสายนี้ เพราะเป็นถนนที่มีความสําคัญอย่างสูง🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้สัญจรไปมาบนถนนหมายเลข ๓๑๑๑ สายเสนา-ปทุมธานี ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวง ขยายถนนเส้นนี้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยหารือกับท่านประธานไปแล้ว ครั้งหนึ่ง มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ซึ่งตอนนี้มีการขยายการจราจรตั้งแต่บริเวณแยก เสนามาถึงสวนอุตสาหกรรมประมาณ ๔ กิโลเมตร บริเวณตั้งแต่สี่แยกไม้ตราไปถึงหมู่บ้าน พาราไดซ์ซึ่งเป็นถนน ๒ ช่องจราจร เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก อยากให้กรมทางหลวงจัดสรร งบประมาณในการขยายเส้นทางนี้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาได้ลดอุบัติเหตุในการสัญจรบนถนนเส้นนี้ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณจิรวัฒน์ มาแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม แขวงหนองค้างพลู วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนชาวตลิ่งชัน จะนําเรียนผ่านสภาแห่งนี้ในเรื่องของการปิดถนนทางข้ามรถไฟ ถนนสวนผักที่อยู่ใกล้กับศาลจังหวัดตลิ่งชันอันสืบเนื่องมาจากมีโครงการของการรถไฟ ที่ชื่อโครงการว่าโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน แล้วก็จึงเป็น สาเหตุให้มีการปิดป้ายจากการรถไฟ เป็นจุดตัดถนนสวนผัก แล้วก็มีข้อความที่สั่นสะเทือน พี่น้องประชาชนชาวตลิ่งชันเหมือนกัน คือมีคําว่า ปิดถาวร ในวันที่ ๓ สิงหาคม ผมอยาก จะเรียนว่าถนนสวนผักตรงนี้เป็นถนนที่มีประวัติศาสตร์ เป็นถนนที่มีคุณค่าต่อคนตลิ่งชัน และคนถนนสวนผัก เพราะเป็นถนนที่มีก่อนถนนบรมราชชนนีอีกครับ แล้วก็เป็นถนนที่พี่น้อง ประชาชนเมื่อก่อนอยู่ริมคลองก็เอาผักมาขายกันริมถนน ดังนั้นมีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ แล้วก็ในเรื่องที่อยู่อาศัย ไม่น้อยกว่า ๕๐๐-๑,๐๐๐ ครัวเรือน หรืออาจจะมากกว่านั้น ดังนั้นผมไม่อยากที่จะให้ทางการรถไฟเร่งรีบปิดทางที่มีผู้สัญจรใช้ไปมาเป็นจํานวนมาก เพราะมิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวตลิ่งชัน ดังนั้นผมจึงอยากจะฝากสภา โดยเฉพาะ ท่านประธานได้ดําเนินการเรื่องไปถึงการรถไฟ เพื่อที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคนตลิ่งชัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะถามทางการรถไฟว่าได้เคยลงไปสํารวจความเห็นหรือไม่ ถ้าท่านลงไปสํารวจความคิดเห็น ผมเชื่อว่าเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครอยากให้ปิดทางนี้ เพราะจะต้องใช้ทางยูเทิร์น (U-turn) อย่างน้อยไป ๒ กิโลเมตร กลับอีก ๒ กิโลเมตร ก็เกือบ ๔-๕ กิโลเมตร ดังนั้นเรื่องนี้ผมอยากจะนําผ่านสภาแล้วก็จะผ่านไปยังกรรมาธิการ อีกครั้งหนึ่งของสภา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีเรื่องหารือ ๒ เรื่องด้วยกัน ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอก ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ในพื้นที่เขตหนองจอกขณะนี้ มีการสร้างเขื่อนคอนกรีตและแบร์ริเออร์ (Barrier) ในเรื่องของการป้องกันน้ําท่วม และระบายน้ํา ซึ่งการสร้างเขื่อนคลองแสนแสบและคลองนครเนื่องเขต ตั้งแต่เขตหนองจอกไปจนถึง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทางหลายกิโลเมตร แต่การสร้างเขื่อนเป็นระยะเวลา ๓ ปี ทําให้บ้านเรือนพี่น้องได้ชํารุด ได้พัง ตามภาพที่ปรากฏประมาณสัก ๓๐ กว่าหลังคาเรือน ช่วงระหว่างการตอกเข็ม ช่วงระหว่างการก่อสร้าง แต่ในขณะนี้ไม่มีหน่วยงานไหน บริษัท หรือว่าหน่วยงานราชการเข้าไปดูแลรับผิดชอบในเรื่องของการดูแล ในเรื่องของการเยียวยา ในเรื่องของบ้านพี่น้องพัง ก็ฝากทางกระทรวงมหาดไทย ฝากทางกรุงเทพมหานคร สํานักระบายน้ําด้วยในเรื่องแรก ให้เข้าไปเยียวยากับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ🔗
เรื่องที่ ๒ ผู้รับเหมาสร้างสะพานข้ามคลองแสนแสบ ซึ่งตรงนั้นจะเป็น โรงเรียนบ้านเจียรดับ มีนักเรียนประมาณพันกว่าคน แต่การสร้างสะพานไม่ยอมสร้างสะพาน ชั่วคราวเพื่อให้เด็กนักเรียนข้าม และพี่น้องประชาชนข้าม ซึ่งใช้สะพานวันหนึ่งประมาณ เกือบพันคน เพราะฉะนั้นอยากจะฝากถึงสํานักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร การจัดสร้างสะพานลักษณะนี้ต้องสร้างสะพานชั่วคราวให้บรรดาเยาวชนหรือว่าเด็ก ๆ ข้ามก่อน ไม่อย่างนั้นจะขับรถวนไปไกลมาก ไปกลับก็ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังผู้รับผิดชอบด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขออนุญาต นําปัญหาของพี่น้องชาวตราดมาหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้ที่เพาะเลี้ยงปลาเก๋า ที่บ้านแตง บ้านนาเกลือ บ้านหนองกลม ตําบลชําราก อําเภอเมือง จังหวัดตราด ราษฎรกว่า ๓๐ ครัวเรือน ที่ประกอบอาชีพในการเพาะเลี้ยงปลาเก๋า ซึ่งก็ทํากันมาร่วม ๒๐ ปีแล้วครับ แต่เนื่องจากว่าธุรกิจปลาเก๋าของตําบลนี้ก็ส่งออกไปยังต่างประเทศ ตลาดส่งออกสําคัญก็คือ ฮ่องกงครับ แต่ว่านับจากวิกฤติของทางการเมืองของฮ่องกงต่อเนื่องมาถึงวิกฤติไวรัส โควิด-๑๙ (COVID-19) นะครับ ก็ทําให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างมากครับ เพราะว่าตลาดไม่สามารถที่จะส่งออกได้ ในขณะที่ตลาดภายในประเทศก็หดหายครับ จากราคาขายที่เคยขายได้กิโลกรัมละ ๒๔๐ บาท ปัจจุบันนี้ก็อยู่ประมาณเพียงไม่เกิน ๑๕๐ บาท ในขณะที่ต้นทุนก็ยังอยู่ที่ ๑๘๐-๒๐๐ บาท ก็ขาดทุนทันทีนะครับ จึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยเร่งรัดหาตลาด แล้วก็ได้ดูแลเยียวยาให้กับ พี่น้องผู้เลี้ยงปลาเก๋าในตําบลนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านหมู่ที่ ๓ บ้านคลองสน ตําบลเกาะช้าง อําเภอเกาะช้าง ก็คือเรื่องของการตื้นเขินของคลองบ้านคลองสน ที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางในการนําเรือที่มี ๑๐๐ กว่าลําในการที่จะออกไปทํามาหากิน ออกไปทําการประมง แต่ว่าก็เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งเพราะว่าลําคลองตื้นเขินเป็นอย่างมาก จึงอยากจะขอความอนุเคราะห์จากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้เร่งเข้าไปดําเนินการ ขุดลอกคลองให้กับชาวบ้านหมู่ที่ ๓ บ้านคลองสน ตําบลเกาะช้างนี้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาวกิตต์ธัญญา วาจาดีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขต อําเภอวารินชําราบ และอําเภอนาเยีย มานําเรียนปรึกษาหารือต่อท่านประธาน คือเรื่องของ ภัยแล้ง ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกํานันเพชรรัตน์ ศรีดารักษ์ กํานันตําบลคูเมือง อําเภอวารินชําราบ และท่านผู้ใหญ่บ้านคําสิงห์ บุญประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองไข่นก หมู่ที่ ๓ ตําบลคูเมือง เนื่องจากขณะนี้เป็นหน้าฝนแต่ปริมาณน้ําฝนที่ตกน้อยมาก และมีการทิ้งช่วง ทําให้ประชาชนชาวนา ชาวสวนที่ทําการเกษตรมีปริมาณในการใช้น้ําไม่เพียงพอขาดแคลน การเลี้ยงสัตว์ก็จะต้องไปหาน้ําจากที่อื่นเพื่อเอามาเลี้ยงสัตว์ เพราะฉะนั้นแล้วประชาชน ในอําเภอวารินชําราบ และอําเภอนาเยีย ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ประชาชน ร้องขอมาคืออยากขอร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําฝนเทียมไปที่จังหวัด อุบลราชธานีด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ประชาชนอยากให้มีการขุดสระขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการรองรับน้ํา ในหน้าฝน แล้วกักเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง เพื่อจะได้ใช้ได้ตลอดปี🔗
เรื่องที่ ๓ ประชาชนร้องขออยากให้มีการทําบ่อน้ําบาดาล เจาะบ่อน้ําบาดาล ดิฉันจึงนําเรื่องนี้เรียนต่อท่านประธานที่เคารพ เพื่อจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาแก้ไข ปัญหาของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณฐิตินันท์ แสงนาค ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัด ขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาหารือ ท่านประธาน เรื่องการขอเปิดใช้งาน บขส. ๑ ขอนแก่น ผมอภิปรายเรื่องนี้มา ๒ ครั้งแล้วครับ ผมจะลําดับความให้ฟังก่อนว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ก่อนนี้จังหวัดขอนแก่นมี บขส. ๑ กับ บขส. ๒ และล่าสุดเปิดใช้ บขส. ๓ และสั่งปิด บขส. ๑ และ บขส. ๒ จึงเหลือใช้ที่ บขส. ๓ ที่เดียว ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปจากตัวเมือง ๙ กิโลเมตร บขส. ๑ เดิม วันหนึ่งมีผู้โดยสาร มาใช้ประมาณ ๒๒,๐๐๐ คน ใน ๒๒,๐๐๐ คนนี้มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ๔,๐๐๐ คน คิดเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เหล่านี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อรถไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย ทั้งขาไปและขากลับ อีกส่วนหนึ่งก็คือผู้เจ็บป่วยที่จะมาโรงพยาบาล จังหวัดขอนแก่น มีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลราชพฤกษ์ โรงพยาบาลขอนแก่นราม ซึ่งอยู่ในตัวเมืองทั้งสิ้น ท่านประธานครับ คนเจ็บป่วยเหล่านี้ เขาต้องมาแต่เช้า แทนที่จะได้ไปเข้าคิวรอแต่เช้า เขาต้องมาเสียค่าโดยสาร เสียเวลา ค่าเดินทาง ซึ่งทําให้เดือดร้อนมากครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้พ่อค้าประชาชนที่อยู่ บริเวณ บขส. ๑ เดิม ก็เกิดสภาวะเงียบเหงา ปิดมานานครับ ผมกลัวว่าสถานที่แห่งนี้อนาคต จะเป็นที่หมายปองของนายทุนทั่วไป เพราะถือเป็นไข่แดงอยู่กลางเมือง พื้นที่ ๗ ไร่ ปัจจุบัน มูลค่าประมาณไม่ต่ํากว่า ๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ชาวขอนแก่นจึงเรียกร้องให้เปิดใช้ บขส. ๑ ไม่ใช่ย้ายนะครับ เปิดใช้ บขส. ๑ ที่มีอยู่แล้ว บขส. ๓ ก็ยังใช้ต่อไปครับ ขอบคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นางสาวอาภรณ์ สาราคํา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านหนองขาม ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนชํารุด ท่านประธานคะ ถนนเส้นนี้เริ่มจากบ้านหนองขาม ตําบลหนองไผ่ไปถึงบ้านหัวเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นระยะทาง ๔ กิโลเมตร และจากบ้านหนองขามไปถึงบ้านหนองบัวแดง ถนนทั้ง ๒ เส้นนี้ได้เป็นหลุมเป็นบ่อ มานานหลายปี ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาซ่อมแซมแก้ไข แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ก็ชํารุดอีก ดิฉันเห็นชาวบ้านร้องเรียนว่าซ่อมแล้วซ่อมอีก ปะแล้วปะอีก ยิ่งเป็นช่วงที่หน้าฝน ยิ่งมีความเดือดร้อนมาก ดิฉันจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยแก้ไข ถนนเส้นนี้ใหม่ให้กับพี่น้องชาวบ้านหนองขาม ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากสถานการณ์ภัยแล้งจากกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตําบลบ้านยา ตําบลบ้านหนองสระปลา ท่านประธานคะ ด้วยขณะนี้เกิดวิกฤติ ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทําให้ชาวบ้านที่มีอาชีพทําไร่ทํานาขาดน้ํา เดือดร้อนมากค่ะ เพราะว่าข้าวที่ดําเสร็จใหม่ ๆ หว่านใหม่ ๆ กําลังแห้งตาย กําลังเป็นต้นข้าวที่เหลือง ทําให้ชาวบ้านมีความกังวลว่าจะไม่มีข้าวกิน แล้วก็หนองน้ําที่ใช้ผลิตน้ําประปาก็ขาดแคลน แห้งขอด ดิฉันจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยทําฝนหลวง ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศาสตรา ศรีปาน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกทุกท่าน ผม นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ เขตพื้นที่หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมมี ปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวคลองแห ก็อยากจะฝากสภาแห่งนี้ เอาความเดือดร้อนผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันจัดการปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนนะครับ เรียนแบบนี้ว่าวันนี้คลองแห เมืองนี้เทศบาลเมืองมีการขยายตัว อย่างรวดเร็วของประชากร ซึ่งตอนนี้มีประชากรราว ๔๐,๐๐๐ คนแล้ว ไม่นับประชากรแฝง บ้านเช่า คนที่มาจากที่อื่น ดังนั้นวันนี้เทศบาลจึงมีปัญหาที่จะต้องกําจัดขยะมากกว่า ๔๐ ตันต่อวัน วันนี้ประเด็นสําคัญก็คือเทศบาลมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการ กําจัดขยะ แต่ปัญหาจริง ๆ ก็คือวันนี้รถขยะของทางเทศบาลมีอายุเยอะมาก ๑๕ ปี ไม่มีความพร้อมในการออกไปจัดเก็บขยะที่มีอยู่ สภาพไม่พร้อมใช้งาน และมีปริมาณที่ไม่ พอเพียง โดยทางเทศบาลก็เคยเสนอของบประมาณไปแล้วกับกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ก็ลงพื้นที่ไปแล้วก็ไปเจอคนร้องเรียน แล้วก็พบเจอ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้จัดสรรรถขยะให้มีปริมาณที่มากพอพร้อมใช้งาน ให้กับพี่น้องชาวคลองแหของผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนําเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน จํานวน ๒ เรื่อง หารือท่านประธาน เพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอภาพด้วยนะครับ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องของสะพาน ข้ามแม่น้ําเสียว ที่ตําบลหินกอง อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด สะพานนี้หักมา ๑๐ ปี ขึ้นไป ผมอยู่ในเขต ๖ อําเภอสุวรรณภูมิ ก็ได้ไปพบ สะพานนี้พี่น้องอยู่ที่ตําบลหินกอง ตําบลกู่กาสิงห์ อําเภอเกษตรวิสัย ต้องใช้ในการเดินทางข้ามหมู่บ้านแล้วก็ไปทําพืชผล ทางการเกษตร ปรากฏว่าก็ไม่ทราบเหตุผลใดที่หักมานานแล้วชาวบ้านต้องอ้อมเพื่อจะ ไปทํางาน ๑๐ กว่ากิโลเมตร เพราะฉะนั้นก็นําเรียนว่าพี่น้องเดือดร้อนมาก นําเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเทศบาลตําบลหินกอง จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ กรมทางหลวงชนบท หรือกรมชลประทานให้จัดสรรงบประมาณมาช่วยพี่น้องด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานว่าผมสดับตรับฟังแล้วก็ได้เห็นข่าวที่ห้าม พระภิกษุสงฆ์ขับรถยนต์ แล้วผมก็ได้รับการร้องเรียนมาว่าสําหรับพระภิกษุสงฆ์ที่ห้าม ขับรถยนต์ ข้อเท็จจริงก็คือว่าเวลาพระภิกษุสงฆ์ที่เขาเรียนหนังสือเขาไปเรียนที่วัดในเมือง แล้วมีชาวบ้านเอารถมาถวายคันหนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท แล้วเขาไม่มีคนขับรถ ฝากไปยังมหาเถรสมาคม สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าจะให้ทําอย่างไร คนบางคน ท่านประธานก็ทราบดีว่าเขาไม่มีเงินเรียนเขาต้องบวชเรียน แต่ว่าจํากัด แล้วก็ทําให้เกิด อุปสรรคว่าคนที่ไปร่ําเรียนหนังสือโดยที่เขาอยากจะมีอนาคตโดยการไปผ่านทาง พระพุทธศาสนาจะทําอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แล้วก็เป็นการตัดสิทธิทั้งที่ ศาสนาอื่นก็ดีหมด แต่ว่าเขาทําได้ คนในศาสนาพุทธกลับทําไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากจะ นําเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรุณาได้หาทางและหามาตรการด้วยให้ดําเนินการได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณจารึก ศรีอ่อน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ จังหวัดจันทบุรีของผมมีถนนเส้นหนึ่งซึ่งจะเรียกว่าเป็นถนนยุทธศาสตร์ก็ได้ ตอนนี้พัง เป็นหลุมเป็นบ่อมากมายอย่างกับโลกพระจันทร์เลยครับ เป็นถนนยุทธศาสตร์หมายความว่า จังหวัดจันทบุรีของผมมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นหาดแหลมสิงห์ หาดเจ้าหลาว หาดคุ้งวิมาน หรือว่าจุดชมวิวเนินนางพญาก็ตาม ต้องยอมรับว่าคนไปเที่ยวกันมากที่สุด ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ ก็คือหาดเจ้าหลาว ถนนเส้นนี้เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่าง ทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๓๖ และทางหลวง จบ. หมายเลข ๑๐๓๖ เมื่อแยกจาก ถนนสุขุมวิทเข้าไปจะแยกออกเป็น ๒ สาย ไปทางหลวงชนบทกับทางหลวง จบ. ถ้าทางหลวงชนบท รถติดก็จะลัดเข้าถนนเส้นนี้มาออกทางหลวง จบ. หมายเลข ๑๐๓๖ ถ้าทางหลวง จบ. ๑๐๓๖ ติด ก็จะวิ่งลัดถนนเส้นนี้ไปออกเฉลิมบูรพาชลทิตเพื่อจะมุ่งหน้าไปทางหาดเจ้าหลาว ปีที่แล้วได้งบประมาณมาจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีพี่น้องประชาชนไปร้องเรียน ที่ศูนย์ดํารงธรรมจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้งบมา ๗๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเอามา ซ่อมบํารุงก็ปูแอสฟัลต์ (Asphalt) ไปได้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็เริ่มพังไปแล้วครับ อยากกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กรมทางหลวงชนบทไปดูให้หน่อยครับ เพราะว่า ขณะนี้เวลานี้รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องประชาชน ไปแล้วไปเจอถนนเส้นนี้ก็อาจจะทําให้เสียความรู้สึกได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย มี ๓ เรื่องสั้น ๆ ค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลได้ควบคุมราคาสินค้าเพื่อบริโภคที่ขายในตลาด เนื้อหมูเมื่อก่อน ๑๕๐ บาท ตอนนี้ ๑๘๐ บาท พืชผักทุกชนิดขึ้นราคาเป็น ๒ เท่าเลยค่ะ ผักกาดจากถุงละ ๒๓๐ บาท เป็น ๓๒๐ บาท ยกตัวอย่าง มะละกอ ขึ้นฉ่าย ผักชี ผักสด ขึ้นราคาทั้งหมดเลยค่ะ ดิฉันยินดีมากที่ขึ้นราคา ผู้ปลูกจะได้มีเงินจะได้กําไร แต่ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็จะต้องไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจนมากเกินไป คือให้อยู่ได้ทั้งคนปลูก และคนบริโภคหลังภาวะวิกฤติเช่นนี้🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้ทบทวนนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ เนื่องจากว่าวันนี้ราคาที่ประกันไว้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตัน กิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ในความเป็นจริง เวลาไปขายจริงไม่ได้หรอกค่ะ ๑๓ บาท ถ้าดีหน่อยก็จะเป็น ๑๔ บาท ไม่คุ้มค่ะ ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวคุณภาพปลูกได้ฤดูเดียว แล้วก็รอน้ําฝน เพราะฉะนั้นอยากให้ รัฐบาลได้ทบทวนเรื่องนี้ด้วย ถ้าภาวะที่ทั้งแล้งทั้งท่วมจะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส ไม่มีทางที่จะอยู่ได้เลยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ อําเภอราษีไศล โดยพี่น้องแล้วก็คณะกรรมการสถานศึกษา ได้ขอร้องมาว่า อยากให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาเปลี่ยนชื่อวิทยาลัยเทคโนโลยี พาณิชยการราษีไศล เพราะเหตุว่าพ้องกับชื่อของวิทยาลัยเทคนิคที่เป็นของเอกชนที่ตั้งอยู่ ใกล้เคียงกัน นั่นก็คือของราชการจะเป็น วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการราษีไศล ส่วนของเอกชนจะชื่อเป็น วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการราษีไศล พี่น้องสับสนค่ะ ท่านประธาน เกิดความสับสนเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาเปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยเทคนิคราษีไศล แม้ว่าจะมีกฎเกณฑ์กติกาอย่างไรก็ขอความกรุณาไปทาง กระทรวงศึกษาธิการด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้สํานักงานธนารักษ์ พื้นที่ยะลา ทบทวนให้สิทธิเทศบาลนครยะลาให้เช่าใช้ที่ดินแปลงที่มีอาคารโรงเหล้าเก่าแก่ สืบเนื่องจากเทศบาลมีโครงการที่จะอนุรักษ์อาคารโบราณและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ของชุมชนที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น เดิมเป็นที่ตั้งของโรงเหล้า อาคารผลิตเหล้ารูปทรงโบราณ ปัจจุบันกรมสรรพสามิตไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว และทราบว่าสํานักงานธนารักษ์เองมีโครงการ ที่จะรื้ออาคารหลังดังกล่าวเพื่อไปสร้างอาคารให้เช่าใช้ทั่วไป เทศบาลเองได้เชิญนักภูมิสถาปัตย์ สํารวจศึกษาแล้ว เห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะมีการปรับปรุง แล้วก็ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดความหลากหลายทางความเชื่อความศรัทธาได้อย่างลงตัว ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ อยากจะให้มีการปรับปรุงในพื้นที่ จึงขอให้สํานักงานธนารักษ์พื้นที่ยะลาทบทวนให้สิทธิ กับเทศบาลนครยะลาได้เช่าใช้ที่ดินแปลงนี้🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมเจ้าท่าพิจารณาจัดสรรงบประมาณขุดลอกแม่น้ําปัตตานี เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ํา ไม่ว่าจะเป็นจากตําบลสะเตงนอก ตําบลท่าสาป ตําบลสะเตง และตําบลยุโป ว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ติดกับตัวเมืองยะลา แล้วก็มีสายน้ําที่คดเคี้ยวสวยงาม ชาวบ้านต้องการให้มีการพัฒนาสายน้ําให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงขอให้มีการขุดลอกสายน้ําเพื่อจะให้เรือขนาดเล็ก ขนาดกลาง สามารถจะล่องได้ อีกทั้งจะเป็น ประโยชน์กรณีฤดูแล้ง สามารถจะเป็นแก้มลิงธรรมชาติ เก็บกักน้ําไว้สําหรับเพื่อที่จะให้ได้ใช้ ทําเป็นน้ําดิบสําหรับผลิตน้ําประปาแจกจ่ายให้กับผู้บริโภคต่อไป จึงขอให้กรมเจ้าท่า พิจารณาจัดสรรงบประมาณด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณมุกดา พงษ์สมบัติ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เขต ๔ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ความเดือดร้อนของพี่น้องถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่ง ของหน้าที่ ส.ส. ที่ดูแลพี่น้องในพื้นที่ คงหนีไม่พ้นเรื่องภัยแล้ง ดิฉันคงจะขอหารือเรื่องแหล่งน้ําเพื่ออุปโภคบริโภค บ้านกระเดื่อง หมู่ที่ ๙ ตําบลป่ามะนาว อําเภอบ้านฝาง เป็นแหล่งน้ําซึ่งทําน้ําประปาแต่ตื้นเขินมากเลย ไม่มีงบประมาณที่จะ ดําเนินการ เพราะเจาะน้ําบาดาลก็ไม่ได้ เพราะเป็นน้ําเค็ม เพราะฉะนั้นแหล่งน้ําถือว่าเป็น ปัจจัยหนึ่งสําคัญสําหรับหมู่บ้าน และอีก ๒ หมู่บ้าน แหล่งน้ําอุปโภคบริโภคเช่นกัน หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ ของบ้านโคกงาม ๔๐๐ หลังคาเรือน ไม่มีน้ํากิน ไม่มีน้ําใช้ ท่านประธานลองคิดดูว่า น้ําประปาเป็นปัจจัย แล้วประปาที่ใช้คือประปาผิวดิน เพราะใต้พื้นดินเป็นน้ําเค็ม เจาะน้ํา ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตื้นเขิน ก็ของบประมาณจากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าท้องถิ่นก็ไม่มีงบ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงมหาดไทยที่มีงบท้องถิ่น🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนเชื่อมระหว่างตําบลโคกงามไปตําบลบ้านผือ ซึ่งเป็น เส้นทาง ๒ ตําบล ๒ อําเภอ และมีแหล่งท่องเที่ยวหินช้างสี เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจํา จังหวัดขอนแก่น มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก แต่ว่าถนนหนทางที่ไปเป็นหลุมเป็นบ่อ งบประมาณที่มีน้อยมาก นี่เป็นภาระหนึ่งซึ่งหน่วยงานโอนภารกิจไปให้ท้องถิ่น แต่ท้องถิ่น ไม่มีความสามารถ เพราะโอนไปแล้วงบประมาณไม่โอน โอนแต่ภารกิจ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ซ้ําซ้อนแล้วก็มีแต่เนื้องาน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล พี่น้องประชาชนที่ได้กล่าวมาแล้ว ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องขอความอนุเคราะห์การผ่อนผันการรื้อถอนบ้านพักอาศัยริมทางรถไฟ ท่านประธานครับ ด้วย นางสําเนียง จ้อยเจริญ อายุ ๘๔ ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ ๑๑๐ ซอยพระยามนธาตุ แยก ๓๕/๑๓ แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เป็นภรรยา ของนายสังวาลย์ จ้อยเจริญ ซึ่งเคยทํางานอยู่การรถไฟสายแม่กลอง เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ได้ปลูกที่พักอาศัยชั่วคราวสมัยทํางานจนเกษียณอายุราชการ และมีครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน ตั้งแต่นายสังวาลย์ จ้อยเจริญ ทํางานอยู่ ตามทะเบียนบ้านอยู่จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๔๐ ปี เมื่อเดือนมิถุนายนเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมาบอกว่าที่บ้านพักอาศัยอยู่ ต้องรื้อห่างจากริมทางรถไฟประมาณ ๓ เมตรทุกครัวเรือน ชาวบ้านได้ปฏิบัติตามคําสั่ง รื้อก็รื้อไป แต่เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๓ เจ้าหน้าที่มาบอกให้บ้านที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟ ต้องรื้อทั้งหมด ทั้งนี้ก็ได้ปฏิบัติตามคําสั่งแล้วที่รื้อออกไปบางส่วน ยิ่งในช่วงสภาวะเศรษฐกิจ แบบนี้และในช่วงโควิด (COVID) พี่น้องประชาชนก็อยู่ในความเดือดร้อนอยู่ ชาวบ้าน จึงขอให้เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยชะลอการรื้อถอนออกไปอย่างน้อย ๑ ปี จึงขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ได้โปรดพิจารณาด้วยนะครับ ขอความเมตตาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ขอย้อนกลับไปที่ ท่านศิรสิทธิ์ พร้อมแล้ว เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อําเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ ขอความกรุณาครับ ผมมีคลิปวิดีโอ (Clip video) มานําเสนอครับ🔗
เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ๒ วันที่ผ่านมา ที่อําเภอปากช่องนั้นมีน้ําท่วม ฝนตกแล้วน้ําป่าไหลบ่าท่วมเทศบาลเมืองปากช่อง องค์การบริหารส่วนตําบลจันทึก หนองสาหร่ายบางส่วนได้รับผลเสียหายให้บ้านเรือน ของพี่น้องประชาชน รถถูกท่วมเกือบมิดหลังคา เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายหมด ท่านประธานครับ สาเหตุมาจากการได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟรางคู่ที่เชื่อมต่อจาก ถนนจิระผ่านไปยังมาบกะเบา ผ่านตลาดใจกลางเมืองปากช่อง ท่านประธานครับ นี่คือผลเสียหายจากผู้รับเหมาไม่ได้มีความรับผิดชอบก่อสร้างโดยสะเพร่า ท่านประธาน เชื่อไหมว่าหน้าแล้งนั้นรถหนักบรรทุกดิน บรรทุกหินวิ่งผ่านพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน หน้าฝนก็ทํางานโดยมีข้อบกพร่องโดยขวางทางน้ํา โดยเอาดินนั้นไปกลบทางน้ํา จึงได้เสียหายถึงขนานนี้ ผมจึงนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ไปช่วยเหลือก่อน ตลอดทั้ง ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานของทางรัฐ เรียกร้องผู้รับเหมาให้มารับผิดชอบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวปากช่องตรงนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ ในฐานะซึ่งเป็น ส.ส. ของพี่น้องในพื้นที่ อําเภอยะรัง อําเภอมายอ อําเภอทุ่งยางแดง วันนี้ผมได้ลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ในพื้นที่อยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือชาวบ้านต้องการให้กรมชลประทานก่อสร้างด่านคอนกรีต คลองส่งน้ําสายใหญ่ฝั่งขวา ตําบลลุโบะยิไร ซึ่งมีปัญหาเรื่องน้ําไม่เพียงพอต่อการทํานาปี และนาปรัง เพราะเป็นคลองดินที่ทําให้น้ําไหลไม่สะดวก ประกอบกับเมื่อมีน้ําป่าไหลหลาก เกิดน้ําท่วมขังในพื้นที่ทําให้การระบายน้ําช้า ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับ ความเสียหาย ผมอยากจะให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นเพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ จริง ๆ แล้วปัญหานี้ไม่เฉพาะตําบลลุโบะยิไรเท่านั้น มีหลายตําบลในพื้นที่อําเภอยะรัง แล้วก็ หลายตําบลในพื้นที่อําเภอมายอ ผมก็ขอฝากกรมชลประทานได้โปรดดูแลด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องด่วนก็คือพี่น้องซึ่งเป็นนักศึกษาไทย แล้วก็คนไทย ในประเทศอียิปต์วันนี้น้องโซเฟีย มะ ซึ่งเป็นนักศึกษาติดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ปัจจุบันนี้ ที่ประเทศอียิปต์มีผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งหมด ๑๒๗ คน วันนี้สิ่งที่น้องต้องการ ให้รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีให้มีการช่วยเหลือโดยด่วนหรือส่งหมอ หรือส่งยา เพื่อนําไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง ผมจึงมาเรียนผ่านท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานมีข่าวใหญ่ในสื่อของเศรษฐกิจของโลกว่า ศาลสูงของโตเกียว ได้มีการพิพากษาลงโทษปรับบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นที่มาลงทุนก่อสร้างในประเทศไทย เป็นจํานวนเงิน ๒.๕ ล้านเยน จริง ๆ โทษต้องหนักกว่านี้ แต่บริษัทนี้ยอมให้ข้อมูล แล้วก็ ยอมรับผิด ก็เป็นข่าวใหญ่ที่ได้เกิดขึ้นว่าบริษัทนี้ได้มีการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในประเทศไทย โดยเฉพาะในการก่อสร้างของโรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี ๒๕๕๘ แน่นอนครับ ข่าวนี้เป็นข่าวที่สร้างความอับอายขายหน้าให้กับประเทศไทย ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกสินบน แล้วก็เป็นข่าวที่ทําให้ภาพและบรรยากาศในการลงทุน ของประเทศไทยเสียหาย แต่ผมยังไม่เห็นหน่วยงานของประเทศไทยออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ในการทํางานของระบบของเรา ป.ป.ช. ก็ได้มีการดําเนินการเอาผิด มีการ ชี้มูลไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๒ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการของกระทรวงคมนาคมก็ดี หรือของท้องถิ่น และตํารวจก็ได้ถูกปลดออกจาก ราชการ แต่ไม่เป็นข่าวนะครับ ที่กระผมขออนุญาตเป็นประเด็นก็คืออยากให้เราได้ชี้แจงว่า ประเทศไทย เอาจริงในเรื่องของการปราบคอร์รัปชัน จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างว่าไปเรียกสินบน จากใครต่อใครได้อย่างที่เราเข้าใจครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายคําเพียร มูลที ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสวนกล้วย ตําบลกกทอง อําเภอเมือง จังหวัดเลย เรื่องถนนท้องถิ่นทางเข้า บ้านสวนกล้วย ผิวจราจรเป็นหลุมเป็นบ่อสัญจรไปมาไม่สะดวก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ระยะทางประมาณ ๙๐๐ เมตร ซึ่งทาง อบต. กกทอง ได้ส่งเรื่องขอรับการสนับสนุน งบประมาณไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการจัดสรร จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสาน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรงบประมาณให้กับ องค์การบริหารส่วนตําบลกกทอง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของถนนของชลประทานจากปากทางถนนสายเลย-ด่านซ้าย ไปยังบ้านโป่งเบี้ย ตําบลน้ําหมาน อําเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ํา น้ําหมาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดเลย ผิวจราจรเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อน จึงขอความกรุณาท่านประธาน ได้ประสานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงถนนเส้นดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากฝนตกน้อยมากในพื้นที่ของจังหวัดเลย ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน พื้นที่อ่างเก็บน้ําสําคัญ ๒ อ่าง ก็คืออ่างเก็บน้ํา ห้วยกระทิงและอ่างเก็บน้ําหมาน ซึ่งปัจจุบันมีน้ําไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของความจุของอ่าง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย จึงขอความกรุณาท่านประธาน และประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กรุณา ทําฝนเทียมเพื่อช่วยเติมน้ําในอ่างเก็บน้ําสําคัญในจังหวัดเลยด้วยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณนันทนา สงฆ์ประชา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาภิวัฒน์ เกี่ยวกับการบริหารงบประมาณในสถานการณ์โควิด (COVID) ภาครัฐ ในสถานการณ์วิกฤติ โควิด (COVID) มีประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้าน งดการ เดินทาง เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ทําให้เกิดการขาดแคลนแรงงานโครงการ ต่าง ๆ ขาดแรงงานจึงมีการชะลอตัว กรมบัญชีกลางมีหนังสือด่วนให้หน่วยงานภาครัฐ พิจารณาการงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาการก่อสร้างให้แก่คู่สัญญา แต่ พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ในหมวด ๖ ว่าด้วยการควบคุมงบประมาณมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ และมาตรา ๕๕ ได้มีการกําหนดระยะเวลาในการเบิกเงินที่สั้นเกินไป ซึ่งหากนํามาใช้กับ โครงการที่ได้รับผลกระทบช่วงโควิด (COVID) อาจไม่มีความสอดคล้องและเหมาะสม จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่ามาตรการการใช้งบประมาณภาครัฐไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบันในประเทศ กล่าวคือเงินในโครงการก่อสร้างที่มีสัญญาผูกพันกับภาครัฐ ที่มีการกันไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ลงไป ถูกพับไปทั้งหมด และคาดว่าจะมีแนวโน้มให้ตั้งงบประมาณใช้คืนในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งจะขาดความต่อเนื่องในการเบิกจ่ายงบประมาณ ส่งผลให้ไม่มีการกระจายรายได้ จากภาครัฐ ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนในประเทศแหล่งเดียวที่ยังขับเคลื่อนอยู่ ไม่กระจายไปสู่ ภาคประชาชน เนื่องจากว่างบประมาณที่กันไว้ถูกพับไป จึงเห็นควรเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อเยียวยาผลกระทบให้ชัดเจนต่อกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง เพื่อมีมาตรการขยายเวลากันเงินในส่วนที่มีสัญญาผูกพันกับภาครัฐ จากวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ออกไปเป็นระยะเวลา ๖ เดือน ขอขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย มีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบเนื่องจากดิฉัน ได้หารือท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเขาน้อย อําเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีนั้น ล่าสุดเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีพี่น้องชาวท่าล้อ อําเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีได้รับผลกระทบจากโรงโม่หินศิลาเขาน้อยเช่นกัน พี่น้องเดือดร้อน เรื่องมลภาวะเป็นพิษ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ภาวะเสียงดังคุกคาม สําหรับพี่น้องชาวเขาน้อยนั้น ล่าสุดที่ดิฉันได้หารือและให้ข่าวไปนั้น ผู้ประกอบการได้นําผู้เกี่ยวข้องเข้าไปพูดคุยกับ พี่น้องประชาชนเรื่องอีไอเอ (EIA) และต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการผู้บริหารโรงโม่หินศิลาเขาน้อย ที่ทําหนังสือชี้แจงมาที่หัวหน้าพรรคของดิฉัน ซึ่งไม่เป็นข้อมูลที่จริง เพราะว่าดิฉันได้คุยกับ พี่น้องชาวบ้าน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้นพี่น้องบอกว่า ณ วันนี้ยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ ที่เป็น รูปธรรม ท่านประธานคะ ผู้ประกอบการรายดังกล่าวนี้หลอกลวงชาวบ้าน ไม่มีความจริงใจ ที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ถ้ามีความจริงใจจะไม่ส่งผู้ที่มีอิทธิพล มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมา มีพลเอกท่านหนึ่งอ้างตนว่าเป็นที่ปรึกษา ท่านนายกรัฐมนตรีมาขัดขวางแทรกแซงการทํางานให้พี่น้องประชาชนของดิฉัน กราบเรียน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านยังจะดื้อรั้นอนุมัติประทานบัตรให้อีกหรือ ท่านต้องการรังแกพี่น้องประชาชนอีกหรือ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านต้องดูแลพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน ให้มี ความเป็นธรรม ในเมื่อคนใกล้ตัวของท่านไปอยู่เบื้องหลังที่รังแกพี่น้องประชาชน ชาวบ้าน ฝากถามว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันนําเรียนท่านประธานเรื่องของเส้นทางคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อพูดถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชเราไม่ได้มีเฉพาะพระธาตุนครศรีธรรมราช หรือว่า พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เท่านั้น แต่วันนี้ด้วยสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดือนหนึ่ง ๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีจํานวนนักท่องเที่ยวสูงสุดถึง ๓๓๐,๐๐๐ คน ต่อเดือน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญก็คือวัดเจดีย์ที่มีไอ้ไข่วัดเจดีย์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ขอได้ไหว้รับ ด้วยบารมีของไอ้ไข่วัดเจดีย์เลยทําให้มีนักท่องเที่ยวไปขอ ไปบน ไปแก้บน ต่อวันมีจํานวนสูงสุดถึง ๒๕,๐๐๐ คน แต่ปัญหาสําคัญก็คือเส้นทางคมนาคมขนส่ง ซึ่งตอนนี้ อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เส้นทางสาย นศ.ถ. ๑-๐๐๖๘ ระยะทางกว่า ๖ กิโลเมตร ด้วยปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๓ สํานักงบประมาณได้เปิดโอกาสให้ทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ของบประมาณตรงค่ะ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ ปีนี้เรามีช่องทางเรื่องของเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ได้ขอ งบประมาณสนับสนุนอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันก็เลยนําเรียนท่านประธานให้ช่วยส่งจดหมายไปยัง สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เวลาพิจารณางบประมาณอย่าคํานึง แค่เส้นทาง แต่ให้ดูถึงหลักเกณฑ์อื่น ๆ ด้วย สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงมูลค่าที่จะได้รับ ไม่ใช่แค่วัดเจดีย์ ไม่ใช่แค่ตําบลที่ตั้ง แต่วันนี้จังหวัด นครศรีธรรมราช รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงจะได้ผลสืบเนื่องจากเส้นทางสายนี้ด้วย จึงนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงบประมาณ และหนีไม่พ้นคือทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือ ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก บริเวณแยกลาดบัวหลวง มีถนนของกรมทางหลวงไปยังวัดไผ่โรงวัว ไปยังอําเภอสองพี่น้อง ปรากฏว่าบริเวณเลยโค้งวัดไผ่โรงวัวไปปรากฏว่าเป็นโค้งอันตราย เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจํา กรมทางหลวงได้แก้ไขชั่วคราว โดยการนําแท่งแบร์ริเออร์ (Barrier) มากั้นระหว่าง ๒ ช่องทางจราจร ยาวประมาณสัก ๑๐๐ เมตร กระผมขออนุญาต ท่านประธานได้ทําหนังสือถึงกรมทางหลวง จัดสรรงบประมาณเพื่อมาก่อสร้างการแบ่ง ช่องจราจรให้เป็นการถาวรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คลองสาลี-บึงคา อบต. สาลี อําเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ทําการปรับปรุงคันกั้นน้ําบริเวณคลองสาลี-บึงคา เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าคันกั้นน้ํา ดังกล่าวสไลด์ (Slide) ลงมา ๒ ครั้งแล้วครับ ทําให้คลองตื้นเขิน ในขณะที่เกิดภัยแล้งอยู่ด้วย ในขณะนี้ ดังนั้นเกินอํานาจของ อบต. ที่จะจัดสรรงบประมาณไปดําเนินการแก้ไข ผมขออนุญาตท่านประธานได้ทําหนังสือถึงกรมชลประทานได้โปรดส่งเจ้าหน้าที่ไปสํารวจ ออกแบบแก้ไขอย่างถาวร เพื่อป้องกันคันกั้นน้ําดังกล่าวพังทับถมบริเวณคลองลาสีให้ตื้นเขิน เป็นเหตุของความแห้งแล้ง พี่น้องเกษตรกรชาวนาประสบปัญหาในการใช้น้ําด้วย กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ผมต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ได้กรุณานําปัญหาความเดือดร้อนประชาชน แล้วรักษาเวลา ไว้อย่างดีทุกท่านเลยนะครับ ขอขอบพระคุณ🔗
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๐ คน🔗
บัดนี้มีผู้มาลงชื่อแล้ว ทั้งหมด ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุม ขออนุญาตดําเนินการไปตาม ระเบียบวาระครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง🔗
ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ลําปาง เขตเลือกตั้งที่ ๔ แทนตําแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๓ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กําหนดวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง เขตเลือกตั้งที่ ๔ แทนตําแหน่งที่ว่างนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๒๗ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงประกาศ รายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง เขตเลือกตั้งที่ ๔ แทนตําแหน่งที่ว่างจํานวน ๑ คน คือ นายวัฒนา สิทธิวัง สังกัด พรรคพลังประชารัฐ🔗
อันนี้ทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติ หน้าที่ได้ ๔๘๘ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ ๒๔๔ คน เหมือนเดิมนะครับ จึงเรียน ที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗
๒.๒ การปฏิญาณตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กําหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งบัดนี้ คุณวัฒนา สิทธิวัง ได้มาแล้วนะครับ ขอเชิญคุณวัฒนายืนขึ้นครับ แล้วผมจะกล่าวนําคําปฏิญาณ คุณวัฒนาก็กล่าวตาม แล้วเอ่ยชื่อตัวเอง คงทราบแล้วนะครับ🔗
ข้าพเจ้า นายวัฒนา สิทธิวัง ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ🔗
ยินดีครับ วาระต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
เรื่องด่วน🔗
เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้มีการรับฟังความ คิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา🔗
เป็นเรื่องด่วนซึ่งค้างพิจารณาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ คือเมื่อวานนี้ ผมขออนุญาตให้ท่านได้ทราบรายชื่อของเรื่องที่ค้างมา ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณามีมติให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งมีผู้อภิปรายมา ทั้งหมด ๒๗ ท่านแล้ว ขณะนี้มีรายชื่อเสนอเข้ามาใหม่อีกประมาณ ๑๙ ท่าน จะขออนุญาต ให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปตามเวลาที่กําหนดไว้ ขอเชิญท่านแรก ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านสมาชิกที่ไม่อภิปรายขอความร่วมมือสวมหน้ากากนะครับ ขอบพระคุณครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ผมทั้งแปลกใจทั้งดีใจที่ได้เห็นว่ามีญัตติขอให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่จริงแล้วตามความเห็นต่าง ๆ ก็มีมากล้นอยู่ในโซเชียล ดิจิทัล (Social Digital) ขณะนี้อยู่แล้ว มันล้นทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) ล้นทั้งในยูทูบ (YouTube) มีมากมายอยู่แล้ว ล้นจนกระทั่งรัฐบาลยังต้องตั้งทีมไอโอ (IO) ไปตอบโต้บนโลกออนไลน์ (Online) อยู่แล้ว กราบเรียนท่านประธานนะครับ ถ้าเรามีรัฐบาลตามวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้วละก็ ก็คงไม่ต้องญัตติแปลก ๆ แบบนี้เข้ามาในสภา แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะมีการชุมนุม ทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเรียกว่าทั่วประเทศ จากภาพ นะครับ🔗
ภาพที่ ๑ เป็นภาพชุมนุม การประท้วงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๘ กรกฎาคมที่ผ่านมา ขอภาพที่ ๒ นักศึกษาเขียนว่า หนทางที่ยืดเยื้อ อนาคตอันสดใส สุดท้ายจึงได้มา เด็ก ๆ รู้ว่าลําบาก ภาพที่ ๓ หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญ เป็น ๓ ข้อเรียกร้องนะครับ สวนสวยจริง มศว. พาชมสวนอนุสาวรีย์ดอกไม้สวย เหี่ยวเฉาในมือเผด็จการ ภาพที่ ๕ เลยครับ อีสานสิบ่ทน โคราชโน (No) เผด็จการ โคราชต้องไม่มีเผด็จการนะครับ ร้อยเอ็ดไม่เอาเผด็จการ ให้มันจบที่รุ่นเรา ชลบุรีชวนเก็บขยะ ขยะจากเผด็จการกระมังครับ ลําพูนจะไม่ทน อนาคตเป็นของพวกเราทุกคนค่ะ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ทวงคืนประชาธิปไตย เด็กใต้ก็เอาด้วย เผด็จการจงพินาศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อํานาจอธิปไตยเป็นของประชาชน มหาวิทยาลัย กรุงเทพ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคงจะต้องมีอีกต่อไป กราบเรียนท่านประธาน การชุมนุม โดยสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน การพูด การเขียน การชุมนุม การแสดงออกอย่างสันติเป็นสิทธิที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ถูกละเมิด ด้วยคําสั่งที่อ้างว่าตามพระราชกําหนดฉุกเฉิน ซึ่งจะขัดต่อจุดมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ สิทธิ หลักการ ประชาธิปไตย ๕ ประการ ตามหนังสือเอกสารประกอบการพิจารณาญัตตินี้ ขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ หลักการที่ ๑ หลักการอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ประชาชนเป็นเจ้าของอํานาจ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ นี้ประชาชนยังเป็นเจ้าของอํานาจ จริงหรือ คสช. คนเดียว คณะเดียว เลือก ส.ว. ๒๕๐ คน ประชาชน ๔๐ ล้านคน เลือก ส.ส. ๕๐๐ คน ส.ว. ที่มาจากคน ๆ เดียวเลือก มาเลือกนายกรัฐมนตรีของคน ๔๐ ล้านคน ผมคิดว่า อํานาจเป็นของ คสช. ที่สืบทอดอํานาจ ไม่ใช่ของประชาชน หลักการที่ ๒ หลักสิทธิเสรีภาพ ก็คงไม่ต้องพูดนะครับ หลายปีนี้สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอนไปอย่างมาก หลักการที่ ๓ หลักแห่งความเสมอภาค การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงทรัพยากร อย่างเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ ๕,๐๐๐ บาท ก็ไม่แจกทุกคน บางคนก็ได้ บางคน ก็ไม่ได้ แทนที่จะแบ่งเท่าเทียมกัน แทนที่จะใช้กฎหมายและสิทธิให้เท่าเทียมกัน ก็ไม่ทํา หลักการที่ ๔ หลักการปกครองโดยกฎหมายหรือหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชน ไม่ใช้อํานาจใด ๆ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐบาลอ้าง พระราชกําหนดฉุกเฉินควบคุมโควิด (COVID) โดยมีจุดประสงค์ควบคุมการชุมนุม แม้จะปฏิเสธก็ต้องดูต่อไปนะครับ หลักการที่ ๕ เสียงข้างมากควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิ ของเสียงข้างน้อย เพื่อเป็นหลักประกันว่าฝ่ายเสียงข้างมากจะไม่ใช้วิธีพวกมากลากไป ตามผลประโยชน์ของพวกตน ชัดเจนครับท่านประธาน ในสภานี้พวกมากลากไป โหวตแพ้ ก็ลงมติโหวตกันใหม่ ไม่พอใจก็จะใช้เสียงข้างมากเปลี่ยนกรรมาธิการ กราบเรียน ท่านประธานนะครับ🔗
ท่านครับ ต้องระวัง อย่าพาดพิงสภาของเราเอง ต้องระวังครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่จริงแล้วการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาก็เป็นไปตามวงล้อประวัติศาสตร์ ทุกครั้ง ที่เผด็จการสืบทอดอํานาจผ่านกระบวนการเลือกตั้ง เป็นเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ตามประวัติศาสตร์ไทยแล้วการชุมนุมขับไล่ก็เกิดขึ้นโดยนักศึกษาทุกครั้ง สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ยาวนานมาก ๑๐ กว่าปี ยึดอํานาจตัวเอง ฉีกรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้ง โกงเลือกตั้งและสืบทอดอํานาจ ท่านประธานผมว่าคุ้น ๆ คสช. ก็น่าจะเลียนแบบเขามานะครับ สุดท้ายนักศึกษาจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เดินขบวนขับไล่ ต่อมาสมัย จอมพล ถนอมก็เช่นกัน เหมือนกันหมด เลยนะครับ ตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้งเหมือนกันทั้งหมด สืบทอดอํานาจ จนสุดท้าย นิสิตนักศึกษาก็เดินขบวนประท้วงขับไล่จนเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ตามที่ ทราบกัน จากยุคสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มาถึง พลเอก ป ประยุทธ์ ผมคิดว่า ก็เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันเลย ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ก็คงจะต้องเป็น หน้าที่นักศึกษาอีกต่อไป ถ้าดูตามวงล้อประวัติศาสตร์นี้นะครับ แต่ว่าทั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม และ จอมพล ถนอม ต่างก็ต้องถูกยึดทรัพย์และหนีออกไปต่างประเทศทั้ง ๒ คน ผมแนะนํา พลเอก ประยุทธ์ จัดกระเป๋าเตรียมไว้เลยนะครับ เกรงจะกะทันหันจะไปไม่ทัน ส่วน พลเอก ประวิทย์ ก็อาจจะต้องอุ้มไป ผมดูท่านน่าจะเดินไม่ไหว เรียนท่านประธานนะครับ กระผมใคร่จะมีข้อแนะนําแต่เวลาน่าจะหมด เวลาหมด ก็ไม่รบกวนเวลาแล้วกัน โดยสรุปนะครับท่านประธาน ผมที่จริงมีข้อเสนอแนะอยู่ในนี้ ๓ ข้อ แต่ว่าจะรบกวนเวลาไป เพื่อการรับฟังนี้สําเร็จผล ผมคิดว่าต้องรอบด้านเปิดเผยและไม่จํากัด สิทธินะครับ ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นเสนอท่านประธานไปยังกรรมาธิการด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านวิรัตน์นะครับ ผมไม่ได้ประท้วงอะไรนะครับ แต่ว่าผมเตือนพวกเราต้องระวังถ้อยคําเสียดสี เพราะจะผิด ข้อบังคับ อีกฝ่ายหนึ่งจะประท้วงได้ ผมก็กัน ๆ ไว้ก่อนนะครับ ขอบคุณที่รักษาเวลานะครับ ต่อไปท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ กราบเรียนว่า ๗ นาที ก็คงจะใช้เวลาวิ่งมาจากห้องประชุม🔗
จะให้คนอื่นก่อนก็ได้นะครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ ในประเด็นนี้ผมเห็นด้วยกับญัตติที่เสนอของเพื่อน ส.ส. ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ได้เสนอไป ผมมี ๓ เหตุผลด้วยกันครับ ใน ๗ นาทีนะครับ ๓ ประเด็น คือการสร้างตราบาป ให้แก่ใคร หลักการทํางานของตํารวจสมัยใหม่ แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายที่ล้าสมัย แต่ก็ดีว่าเมื่อวานนี้ได้มีการยกเว้น (๑) ไป ผมจะพูดถึงเรื่องของการตราบาปเกิดแก่ใคร ในญัตตินี้ หน้าที่ที่เราเห็น เบื้องหน้าที่เราเห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการชุมนุมทุกครั้ง สิ่งที่เป็นตราบาปที่ตกก็คือเหยื่อ เหยื่อคือนิสิต นักศึกษา และคนเห็นต่าง ขณะนี้ ในบนสนามจริงอาจจะมี ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน หรือ ๕,๐๐๐ คน แต่ในโซเชียล (Social) มี ๒ ล้านกว่าคน ผู้บังคับใช้กฎหมาย ตํารวจที่อยู่ในท้องที่ ตํารวจท้องที่ นั่นคือเหยื่อครับ รัฐบาลกําลังทําบาปกรรมครั้งใหญ่ที่ทําให้คนเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อ อดีตผมเคยเป็น ข้าราชการตํารวจครับ ตั้งแต่รองสารวัตรจนถึงรองผู้บังคับการในกองบัญชาการตํารวจนครบาล ท่านประธานครับ ผมอยู่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผมอยู่ที่สะพานผ่านฟ้า ผมอยู่ที่ มัฆวานรังสรรค์ ผมอยู่ที่ลานพระบรมรูป ผมเห็นเหตุการณ์หมดครับ แล้วก็ก่อนเกษียณอายุ ผมก็ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมหลายชุมนุมด้วยกัน ผมเคยมีงานศึกษาการชุมนุม กับผลกระทบต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทั้งประเทศ ปรากฏว่า ในช่วงหนึ่งปี ๒๕๕๐ ผมทํางานวิจัยอันนี้ครับ งานศึกษา ปรากฏว่าผลลบก็คือเอาตํารวจ จากต่างจังหวัดเข้ามายกกําลังเป็นกองร้อยครับท่านประธาน มานอนกลางดินกินกลางทราย ตํารวจพวกนั้นงานวิจัยผลว่าอย่างไรครับ เอามาทําไมครับ นั่นคือสิ่งสําคัญครับ คือว่า ผู้ปฏิบัติไม่ประสงค์ครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจที่มานี้ไม่อยากอยู่ ไม่อยากทํา ท่านประธานครับ แล้วผมก็เป็นประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายความมั่นคงด้วย สิ่งที่ได้รับผลกระทบต่อเจ้าพนักงานตํารวจนี่มากมายครับ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนเอง หรือเจ้าพนักงานตํารวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่บนพื้นผิวถนนจริง ๆ แล้วนี่เขาควรจะอยู่ดูแล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตพื้นที่ ตํารวจมีน้อยครับ เอามา ทีหนึ่ง ๓-๔ กองร้อย กองร้อยหนึ่งคือ ๑๕๐ คน เอามาที ๕๐๐-๖๐๐ คน เอามาในนครบาล ผมเคยเป็น ผบ. ร้อย ควบคุมฝูงชนครับท่านประธาน ยกมาทีหนึ่งทั้งวันทั้งคืน แล้วมา ต้องแขวนครับ เพราะว่าต้องกลับไปพักแล้วหมุนมาใหม่ ตํารวจในท้องที่ไม่มีครับ เป็นศูนย์ครับ อย่างนั้นอาชญากรรมตกระกําลําบาก ตกกับประชาชนครับท่านประธาน เมื่อมีการชุมนุม และมีการเรียกใช้กําลัง รัฐบาลคิดได้อย่างไรครับ หลักเกณฑ์ที่สมัยใหม่ของตํารวจนะครับ ผมอยากจะกล่าวอ้างเลยว่า ท่านประธานครับ ฝากเรียนไปยัง ฯพณฯ ท่านด้วยครับ ท่านชอบใช้กูเกิล (Google) พิมพ์เลยว่า หลักการแก้ไขปัญหาพลิกผันไปตามความต้องการ ของชุมชนนะครับ ซีโอพีพีเอส (COPPS) คอมมูนิตี โอเรียนเตด โพลิซิง แอนด์ พรอเบลม โซลวิง (Community Oriented Policing and Problem Solving) ขอประทานโทษครับที่ใช้ภาษาอังกฤษ อยู่ภายใต้หลักการที่เรียกว่าคอมมูนิตี โพลิซิง แอปโพรช (Community Policing Approach) ยู.เอส.จัสติซ ออฟ ดีพาร์ตเมนต์ (U.S. Justice of department) หรือกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา อยู่ในนี้ครับ พิมพ์ดูแล้วครับ มีหลักการครับ เพราะว่า นี่เขามุ่งเน้นเรื่องของการที่ให้ตํารวจลงไปในพื้นที่เพื่อไปฟังประชาชน ไปรับใช้ประชาชน รัฐบาลเหมือนกันครับ ควรจะให้ตํารวจท้องที่เข้าไปดูแล อย่างเมื่อวานซืนมีตํารวจท้องที่ เข้าไปดูแล ติดลําโพงให้นักศึกษา ดูแลการจราจร ขอบคุณตํารวจท้องที่ที่ดูแลเด็กนักศึกษา พวกนี้ เพื่อป้องกันอะไรครับ พวกสวมรอยครับท่านประธาน มีชายชุดดําพร้อมถุงโม่ง ถุงดํา ๆ ไปคลุม หรือพยายามจะก่อความวุ่นวาย แล้วเคยที่เรียกว่ามือที่สามเกิดขึ้นประจํา ครับ แล้วเจ้าหน้าที่รัฐเองทําอะไรอยู่ มันต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้คนพวกนี้มาก่อ ความวุ่นวายครับ หรือเป็นคนของใคร เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย เพื่อใช้กฎหมายนั้น ๆ นี่คือทฤษฎีการบังคับใช้กฎหมายที่ใช้ ๆ อยู่ คือการไปจับกุมปราบปรามมันเอาต์ (Out) แล้วครับท่านฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายนี้มันล้าสมัย ต้องกลับมาใช้คอมมูนิตี โพลิซิง (Community Policing) ทฤษฎีที่เรียกว่า ตํารวจผู้รับใช้ชุมชน ชุมชนนี้หมายถึงว่า ชุมชนทุกชุมชน ชุมชนนิสิต นักศึกษาซึ่งมีความต้องการอะไร เราจะใช้ชลา (SLA) เข้าไปแก้ไขเป็นกระบวนการที่จะรับฟัง ค้นหาปัญหา วิเคราะห์ จนกระทั่งสรุปและ รายงานผล นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องทํา รัฐบาลควรจะต้องลงไป ไปรับฟังเด็กนักศึกษาพวกนี้ ใช้ชลา (SLA) เพื่อเข้าไปรับฟัง ค้นหาปัญหาและวิเคราะห์ ประเมินผล ผู้นําเองจะต้องเข้าใจ เรื่องนี้และสําคัญเรื่อง พ.ร.บ. ชุมนุมต้องมีการประเมินผล ขาดประสิทธิภาพ แน่นอนครับ พ.ร.บ. ชุมนุมที่เอามาใช้ในช่วงหนึ่ง ถ้าใช้ พ.ร.ก. อยู่ ก็ไม่ต้องขอ พ.ร.บ. ชุมนุม นั่นก็คือ ประสิทธิภาพ ฉะนั้นรัฐเองจะต้องให้บริการแก่การชุมนุม การชุมนุมคือสิทธิเสรีภาพ การชุมนุมที่ปราศจากอาวุธการชุมนุมที่สงบ นั่นคือสิทธิพึงมีพึงได้ของทุกชุมชนครับ ท่านประธาน เพราะว่าเราจะต้องอยู่เหมือนกับโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เรายังแก้ปัญหา ไม่ได้ การชุมนุมถ้าปัญหาไม่ถูกแก้ มันก็ไม่สามารถจะหายไป ฉะนั้นรัฐเองต้องเข้าไป รัฐบาล จะต้องรับฟังนักศึกษา ตามหลักการแก้ไขปัญหาพลิกผันไปตามความต้องการของชุมชน หรือนักศึกษา กลุ่มนักศึกษาหรือคอมมูนิตี (Community) นั้น ท่านครับช่วยบอกผู้นํา ฝากผ่านไปครับ เปิดอากูดูครับท่านอากูครับท่านผู้นํา เปิดเลยครับ จะมีเนื้อความชัดเจน แล้วก็ขอขอบคุณเพื่อน ส.ส. ทุกท่านที่สนใจเรื่องนี้ รัฐบาลไม่ต้องรอเลยครับ ไม่ต้องไปตั้ง กรรมาธิการวิสามัญอะไร ทําเลยครับ อิมพลีเมนต์ (Implement) เปิดทําเนียบหรือลงไป รับฟัง ณ ที่ดังกล่าว ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณฐิตินันท์ แสงนาค ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาอภิปรายในญัตติ ให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา เยาวชน และบุคลากรทางสังคม ซึ่งเพื่อนร่วมพรรคของผมก็คือท่านภราดร ปริศนานันทกุล ก็เป็นท่านหนึ่งที่ได้เข้าชื่อ ลงชื่อในญัตตินี้ ผมต้องย้อนให้ท่านประธานรับฟังเรื่องราวที่ผ่านมาบ้าง ผมเป็นส่วนหนึ่ง ของผลผลิตในการชุมนุมครับ ผมเข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ หรือที่เรียกกันว่าม็อบ (Mob) มือถือยุคแรก ๆ ตอนนั้นที่จังหวัดขอนแก่นของผม ตอนเย็นผมจะพาสมาชิกของผม ขี่รถมอเตอร์ไซค์ประมาณ ๑๐๐ คัน รอบเมืองขอนแก่น โพกผ้าดําเหนือศีรษะ ผู้ซ้อนท้าย ถือป้ายเรียกร้องให้ใครบางคนลาออก นั่นคือช่วงแรกที่ย่างก้าวสู่การเมือง และผมก็ยังมี ส่วนร่วมในการชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ หรือว่าม็อบ (Mob) ราชประสงค์ ผมยอมรับว่ากินนอน อยู่ที่นั่นเป็นประจํา และล่าสุดเมื่อปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ผมได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด ขอนแก่น ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งไม่ใช่ผมครับ แต่ก็เป็นพรรคพวกของผม ซึ่งท่านได้ปฏิบัติงาน ในสภาเพียงแค่ไม่ถึง ๒ เดือนก็โดนรัฐประหาร ดังนั้นผมจึงได้ก้าวเข้ามาสมัครเป็น สภาปฏิรูปแห่งชาติประจําจังหวัดขอนแก่น แล้วได้เข้าทํางานในคณะอนุกรรมาธิการ และเป็นรองโฆษกประจําคณะอนุกรรมาธิการที่ทําเรื่องปฏิรูปประเทศพร้อม ๆ ไปกับทําเรื่อง การร่างรัฐธรรมนูญกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผลผลิตของผมในช่วงนั้นก็คืองานปฏิรูป ประเทศที่กําลังทําอยู่ รัฐธรรมนูญที่ผมร่วมรับฟังความคิดเห็นร่างขึ้นมากับท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๘ ก็ถูกคว่ํา เพราะมี บางอย่างที่ไม่ถูกใจผู้มีอํานาจ ท่านประธานครับ เข้าเรื่องของนิสิต นักศึกษาที่ประท้วงกันทุก วันนี้ น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาพวกนี้ผมเข้าใจครับ เจตนาบริสุทธิ์ เพราะผมเคยผ่านช่วงนี้ มาแล้ว อย่าไปมองพวกเขาในแง่ร้ายว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังเด็กกลุ่มนี้เป็นคนบริสุทธิ์ครับ ท่านเชื่ออะไรยาก เชื่อมั่นในตัวเอง ผมว่าทุกท่านที่ผ่านวัยรุ่นมาคงจะเข้าใจจุดนี้ดี สิ่งที่น้อง ๆ เขาเรียกร้องน่าสนใจเสนอมา ๓ ข้อ จริง ๆ แล้วถ้าเป็นผมผมเสนอ ๔ ข้อ เพิ่มอีก ๑ ข้อด้วย ซ้ํา ข้อที่ ๑ หยุดคุกคามประชาชนทั่วไปที่เห็นต่าง อันนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเลย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ คุ้มครอง ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญทุก ๆ ฉบับก็คุ้มครองเรื่องนี้ ชุมนุม โดยสงบปราศจากอาวุธ ข้อที่ ๒ คือให้ยุบสภา มีเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่าข้อที่ ๒ เห็นด้วยครึ่งเดียว ผมเห็นด้วยเรื่องยุบสภา แต่ต้องผ่าน ข้อที่ ๓ ก่อนคือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้ายุบสภาในตอนนี้ สิ่งที่ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเหมือนเดิม วนเวียนกลับมาที่เดิม ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และมีสภาแห่งนี้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเรียกร้องให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมขอเรียนว่าช้าไป ปัจจุบันคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภามีอยู่ ๑๐๐ กว่าคณะ ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพิ่งประชุม กันไปเมื่อวันพุธมีญัตติคงค้างอยู่ ๑๖๖ ญัตติ ที่ยังไม่ได้เข้าสภา ทุกญัตติก็จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งนั้น และเจ้าหน้าที่สภาได้รวบรวมญัตติที่คล้ายคลึงกันมาจัดเป็น กลุ่มญัตติได้ ๒๖ กลุ่ม ปัญหาที่ว่าทําไม่ได้หรือไม่ทันกาลก็คือ๑. ห้องประชุม คณะกรรมาธิการเราไม่พอ เพราะสภาเรายังสร้างไม่เสร็จ ๒. เจ้าหน้าที่บุคลากรสภา ไม่พอที่จะมาทํางานในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นอกจากคณะกรรมาธิการสามัญ เรายังมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรายังมีคณะอนุกรรมาธิการอีก บุคลากรมีจํากัด เพราะฉะนั้นข้อเรียกร้องของนักศึกษามันตรงอยู่แล้วครับ มีข้อสรุปมาให้เรียบร้อยว่าจะให้ทํา อะไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองต้องเข้าไปรับทราบปัญหาโดยตรง จะเข้าไปฟังด้วยตัวเอง หรือจะเชิญนิสิต นักศึกษา ประชาชนที่เรียกร้องเข้ามาพูดคุยกัน อันนี้ผมเห็นว่าเป็นทางออก ที่ดีที่สุด ถ้าไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็เข้าล็อกสิครับ เพราะอย่างน้อยระยะเวลาศึกษา ๙๐ วัน หรือ ๓ เดือน ท่านที่คิดจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคิดให้ดีนะครับ แต่ถ้ารัฐบาล รับฟังปัญหานี้ทําได้วันนี้เลย ผมเห็นด้วยกับน้อง ๆ ที่เรียกร้อง ๓ ข้อนี้ ผู้แทนราษฎร ไม่กลัวหรอกการเลือกตั้ง เหมือนนักมวย เหมือนทีมฟุตบอล ขึ้นเวทีก็ต้องชก มีแพ้มีชนะคละเคล้ากันไป คนเก่าไม่ไป คนใหม่ก็ไม่มี โอกาสเข้ามา เพราะฉะนั้นพิสูจน์ด้วยผลงาน ด้วยฝีมือ ด้วยการทํางาน ด้วยความจริงใจ รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่านี่ต่างหากที่ผู้แทนทุกท่านพวกเราทุกคนพึงสังวรไว้ สุดท้ายนี้ท่านประธาน อยากวิงวอนให้ผู้มีอํานาจในรัฐบาลชุดนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าได้มอง เจตนาของเยาวชนเหล่านี้ไปในทางลบ ร้อยพ่อพันแม่มีบ้างที่แตกแขนงออกไป แนวคิดต่างไป แต่หลัก ๆ ของเขายืนตรงแล้ว เขายื่นมาแล้ว ๓ ข้อ เราทําได้ข้อไหนเราก็บอกเขาไป โดยเฉพาะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นนโยบายที่ผมหาเสียงเข้ามา โปสเตอร์หาเสียงของผม สร้างงาน🔗
รักษาเวลาด้วยครับ🔗
สร้างโอกาส กระจายอํานาจ กระจายทุน ไม่เอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ยืนยันครับ แล้วผมก็เป็นคนลงมติไม่รับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ด้วยครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมเห็นด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญคุณหมอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้เป็นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ท่านประธานครับ ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบที่ให้ความสําคัญกับประชาชน อํานาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ทุกคน มีส่วนร่วม ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ เป็นระบอบของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน กระบวนการนิสิต นักศึกษา คือพลังบริสุทธิ์ คือพลังที่ต้องการแสดง ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็มีบทบาทสําคัญในการเปลี่ยนแปลง การเมือง การปกครองของประเทศไทยมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือพฤษภาคม ๒๕๓๕ ท่านประธานครับ ทุกเหตุการณ์มีการสูญเสีย เสียเลือด เสียเนื้อ เสียชีวิต และมีการนองเลือด แต่พลังบริสุทธิ์พลังนักศึกษาเขาเชื่อ ในความเชื่อของเขาที่เขาคิดว่าเขามีความบริสุทธิ์ เขาไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เขาต้องการ แสดงออกถึงความรักประเทศไทยของเรา เขากล้าหาญ ผมย้ํานะครับ เขากล้าหาญที่จะรักษา อุดมการณ์ที่เขาเชื่อ เขาไม่ยอมรับกับความไม่ชอบธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องของการที่จะมากลัวว่าจะติดคุก กลัวหลายสิ่งหลายอย่าง บางทีกลัวแต่ความกล้าหาญ มันมากกว่าความกลัวแล้ว สมัยผมเป็นนักศึกษาก็เช่นกัน ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมทํางานกระบวนการนักศึกษา ผมเป็นอดีตนายกสโมสรนักศึกษา คณะแพทย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วงนั้นเราก็รู้สึกเช่นกันกับนักศึกษาช่วงนี้ ถ้าผมเป็น นักศึกษาในช่วงนี้ผมก็คงต้องก้าวออกมาพร้อม ๆ กับเพื่อนนักศึกษาเช่นกัน เพราะเขาคิดถึง ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน คิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ อะไร ที่ไม่ถูกต้องเขาก็อยากเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง แล้วเขาก็กล้าหาญที่จะต้องแสดงความคิดเห็น เพื่อจะรักษาอุดมการณ์ของเขาให้คนอื่นได้รับทราบ แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น ท่านประธานครับ ข้อเสนอ ๓ ข้อที่นักศึกษาได้เสนอมา ๑. คือยุบสภา ๒. หยุดคุกคาม ประชาชน ซึ่งการคุกคามความประชาชนเป็นเรื่องพื้นฐานของสิทธิประชาชนอยู่แล้ว แต่เขา ไม่มั่นใจว่าหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งมีการบ่งชี้ว่ามีการคุกคามประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ๓. การแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญผมคิดว่าเป็นประเด็นใหญ่ ผมคิดว่า นอกจากนักเรียน นิสิต นักศึกษาแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีปัญหา แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการประชามติมา แต่ช่วงที่ทําประชามติก็มีบอกว่าให้รับ ๆ ไปก่อน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า ให้รับไปก่อน แล้วมาแก้ไขทีหลัง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เขากังวล เช่น นายกรัฐมนตรีเลือก ส.ว. ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ส.ส. แม้ว่าจะรวบรวมคะแนนได้มากกว่า ๒๕๐ เสียง ก็ไม่สามารถที่จะ ตั้งรัฐบาลได้ ถ้าไม่มีเสียง ส.ว. เข้ามาสนับสนุน นี่คือระบบประชาธิปไตยที่ไม่ยึดโยง ประชาชน การได้รัฐบาลที่ไม่ยึดโยงประชาชนเขาเชื่อว่านี่คือกระดุมเม็ดแรกที่ต้องแก้ไข เพื่อให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ แล้วมีการพัฒนาที่ยึดโยงประชาชน ลดความขัดแย้ง มีความเป็นธรรม ไม่มีอภิสิทธิ์ชน ในสภาแห่งนี้ก็เช่นกันเราเคยเอาประเด็นนี้ มาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกคนก็ทราบว่า เป็นเรื่องที่ยาก ถ้า ส.ว. ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วย ผมว่าเช่นกันประชาชน นักศึกษาก็ทราบว่า การอาศัยระบอบรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้คงจะมองไม่เห็นถึงหนทาง เขาจึง ออกมาครับ เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเขาไม่แสดงพลัง ถ้าเขาไม่แสดงสิ่งต่าง ๆ ให้ทุกคนให้ผู้มี อํานาจได้รับทราบคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสําคัญ ๆ เช่นรัฐธรรมนูญนี้ เขาถึง อยากกดดันให้รัฐบาล รัฐสภามีการแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เกิดสิ่งที่ถูกต้องต่อไป ท้ายที่สุดนี้ ผมขอคารวะ ขอชื่นชมในหัวใจ ในความกล้าหาญของนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่แสดงออกถึง ความเป็นเจ้าของประเทศ ถึงความรักชาติ ถึงการที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นของตัวเอง แม้ว่าหลายคนอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่นี่คือพลังบริสุทธิ์ที่แสดงถึงความห่วงใย ต่อประเทศชาติ เขาเป็นเจ้าของประเทศ เขามีความสํานึกรับผิดชอบต่อแผ่นดิน เขามีพลัง ที่สร้างสรรค์และถ่วงดุลต่ออํานาจที่ไม่ชอบธรรม เหมือนเจตนารมณ์ช่วงที่เราเป็นนักศึกษา ที่ว่ารับใช้ประชาคือปลายทางเราที่เล่าเรียน ท้ายที่สุดนี้ผมขอให้รัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรง รับฟังเสียงของประชาชน รับฟังเสียงของนักศึกษา อย่ามองเขาในเจตนาที่ร้ายและยอมรับ ในสิ่งที่ถูกต้อง ยอมแก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก่อนที่เราจะสูญเสียครั้งรุนแรงหรือมีเหตุการณ์ ที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณรังสิมันต์ โรม🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล สําหรับญัตติที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟังความคิดเห็น ของนักศึกษานั้น ผมขอใช้โอกาสนี้ในการทําความเข้าใจว่าในความเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษาในตลอดทุกยุคทุกสมัย อันที่จริงแล้วประกอบไปด้วยความหวังดีที่มีต่อประเทศชาติ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เราต้องยอมรับว่าในประวัติศาสตร์ การเมืองของพวกเรา เรามีมือเหี่ยว ๆ มือแห้ง ๆ บีบคออนาคตของชาติอยู่ตลอดเวลา พวกเขาบีบคอไม่ให้เราหายใจ พวกเขาบีบคอไม่ให้พวกเรามีอนาคตที่ดี มันจึงไม่แปลกว่า ตลอดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน ตราบใดที่ยังมีการบีบคอเสียงแห่งอนาคต การปลดโซ่ตรวนการทําลายมือที่เหี่ยวแห้งนี้ก็คือความจําเป็น ที่ผ่านมาเราไม่เคยจะยอมรับ ต่อปรากฏการณ์ของการต่อสู้ของนักศึกษา หลายครั้งเรามองพวกเขาด้วยความหวาดกลัว เพราะเรากลัวที่จะเสียอํานาจ เราสร้าง ปฏิบัติการไอโอ (IO) เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เราสร้างสิ่งที่เรียกว่าการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อทําลายความชอบธรรมในการชุมนุม เพื่อให้คนไม่เข้าร่วมกับพวกเขา หลายครั้งนักศึกษา กลายเป็นปีศาจ แต่เวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นสําหรับครั้งนี้ ผมอยากให้พวกเรามองการเคลื่อนไหวของนักศึกษาด้วยแว่นแห่งมนุษยธรรม ด้วยความรู้สึก ที่บอกได้ว่าพวกเขาคือเสียงแห่งอนาคต คือเสียงแห่งความหวัง แล้วถึงเวลาที่มือเหี่ยวแห้ง ในปัจจุบันจะต้องถูกทําลาย ท่านประธานที่เคารพ ข้อเรียกร้องของนักศึกษามี ๓ ข้อ หนึ่งในข้อที่ผมอยากจะยกมาพูดในเวทีแห่งนี้ในพื้นที่แห่งนี้คือเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีความจําเป็นและมีความสําคัญมาก เรื่องนี้ทุกคนรู้ แต่นี่คือระบบ ที่เราต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าระบบนี้มันถูกสร้างมาโดยไม้ใกล้ฝั่งที่อีกไม่นาน ก็จะลาจากโลกนี้ไปแล้ว เราไปดูในสภาชุดที่ร่างรัฐธรรมนูญสิครับ เอาอายุรวมกันเกินพันปี แล้วคนเหล่านี้กําลังบอกว่าอนาคตของประเทศไทยจะต้องเป็นแบบไหน โดยที่นิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ไม่มีส่วนร่วมเลยในการที่จะเข้าไปกําหนดชะตากรรมของตัวเอง ดังนั้นนี่คือเหตุผล ที่เราจะต้องกลับมาทบทวน กลับมาคิดอย่างจริงจังว่าการร่างรัฐธรรมนูญถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทําลายซากเดนของเผด็จการ ปลดปล่อยโซ่ตรวนและให้ ประชาชนได้อยู่ในประเทศนี้อย่างมีความหวังเสียที ได้สูดอากาศหายใจในแบบที่พวกเขา ต้องการ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราก็ต้องยอมรับว่ามันคือเครื่องที่สนองต่อ ความกระหายอํานาจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เราบอกว่าปี ๒๕๕๗ มีนักการเมืองที่เลวทราม เลยมีการรัฐประหาร มีการรัฐประหารเราเลยมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่หลังจากนั้นเราก็มี การจับกุมคนที่ไปรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ประการที่ ๑ ประการถัดมา มีประชาชนเขาตื่นตัวเขารับไม่ได้กับรัฐบาลนี้ เราก็ไปจับกุมเขา เป็นประการที่ ๒ ประการที่ ๓ พรรคการเมืองที่กําลังจะกลายเป็นความหวังของเขา คุณก็ไปดับความหวังของเขาอีก และประการสุดท้าย ประชาชนพยายามให้โอกาสกับพวกคุณ พยายามให้โอกาสกับ นายกรัฐมนตรี แล้วสุดท้ายคุณก็ทําลายความเชื่อมั่นของเขาด้วยการปล่อยให้ใคร ก็ไม่รู้เข้ามาเดินเล่นในประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ในช่วงที่เป็นโควิด (COVID) แล้วชายคนนั้นก็ติดโควิด (COVID) สร้างความสุ่มเสี่ยงให้กับพี่น้องคนไทยจํานวนมาก ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้เราจะบอกพวกเขาอย่างไรครับ เราจะบอกนักศึกษาว่าก็รับรับไปก่อน อยู่ ๆ กันไปแบบนี้ เดี๋ยวพี่ตายเมื่อไรคุณก็ค่อยมาเดินหน้าต่อ แล้วจะเอากันอย่างนี้หรือครับ นี่คืออนาคตนี่คือประเทศที่เราจะส่งมอบให้กับพวกเขาแบบนี้หรือครับ ประเทศที่ปกครอง โดยคนอายุมากแล้ว วัยเกษียณแล้ว สิ่งที่ท่านต้องทําคือกลับบ้านไปอยู่กับหลาน แล้วปล่อย ให้คนแบบพวกผมขึ้นนําประเทศนี้ ท่านต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าท่านคือไม้ใกล้ฝั่ง อยู่เฉย ๆ เป็นประโยชน์กับประเทศนี้มากกว่ามาอยู่ในอํานาจ นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น ดังนั้น ผมบอกเลยท่านประธาน ผมบอกเลยว่าในข้อเสนอประเภทที่จะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ นี่มันคือข้อเสนอที่ไม่ถูกต้องตามสถานการณ์ เรารู้อยู่แล้วว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ มันคือการประวิงเวลา มันคือการเอาความรู้สึกของคนที่กําลังโกรธแค้นต่อสภาพ ความเป็นอยู่ของประเทศนี้ไปขังเอาไว้ แล้วถ้าเกิดว่าพวกเขาไม่พอใจกับกรรมาธิการวิสามัญ ไม่พอใจกับประเทศนี้ เขาออกไปชุมนุมอีกครั้งคุณก็จะบอกว่าทําไมไม่มาใช้เวทีของสภา และพูดในสภา ปัดโธ่ เราจะอยู่กันอย่างนี้จริง ๆ หรือครับ ดังนั้นผมเลยอยากจะใช้โอกาสแล้วฝากถึงท่านประธานไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าบาปกรรมทั้งหลายที่ท่านได้ก่อขึ้น วันนี้ประชาชนเขากําลังทวงถาม นายกรัฐมนตรีจะต้อง ไม่มาโยนบาปให้กับสภา ท่านต้องไปอธิบายเอาเองกับนิสิต นักศึกษาผู้รักชาติ รักแผ่นดิน แล้วถ้านายกรัฐมนตรียังปฏิบัติต่อประชาชนเฉกเช่นเดิมไม่อ่อนน้อมถ่อมตนคุกเข่าอ้อนวอน ต่อประชาชน ยังพูดจาไม่ดี ประพฤติชั่วเหมือนแต่ก่อน ผมก็ขอเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรี ว่าวินเตอร์ อิส คัมมิง (Winter is coming) ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต้องระวัง การเสียดสีนะครับ แต่ต้องขอบคุณที่รักษาเวลาครับ ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อําเภอกบินทร์บุรี อําเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้เกียรติผมในการที่จะร่วมอภิปรายในญัตติเร่งด่วนของกลุ่มพรรคภูมิใจไทยที่จะขอให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณารับฟังความคิดเห็น ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน ประชาชน และคนหนุ่มสาว หรือส่งเรื่องให้กับ คณะกรรมการการพัฒนาการเมือง สื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อไป ผมในฐานะของนักการศึกษาครับ เป็นครูมาตลอด ๔๐ ปี ดูแลการศึกษามากกว่า ๔ ทศวรรษ เห็นการเปลี่ยนแปลงของเยาวชนของชาติมาโดยตลอด ตลอดเวลาเราก็สอนเด็กกัน อยู่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศภายใต้การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปฏิญาณตนทุกวาระโอกาสว่า ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันนี้เด็กทุกคนเข้าใจครับ รับรู้และซึมซับ เข้าไปทุกอณูของเส้นเลือดอยู่แล้ว เรากําหนดคุณสมบัติของเด็กไทยว่าควรจะเป็นอย่างไร โดยกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบายของประเทศชาติมาโดยตลอดว่าเด็กต้องมีความรู้ ใฝ่รู้ รักการเรียน เรียนรู้ตลอดชีวิต กล้าแสดงออก มีจินตนาการ เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ ชาติอยู่ในกํามือของเด็กนะครับ เด็กต้องมีความคิด รู้จักคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่แต่ฟังคุณครูพูด อย่างเดียว รู้จักสังเคราะห์ มีจินตนาการ คิดเป็น ทําเป็น แก้ปัญหาเป็น นั่นคือส่วนหนึ่งของ การศึกษาที่เราพยายามปลูกฝังให้ประชาชนของชาติ เพราะการที่เราจะพัฒนาประเทศ เราต้องพัฒนาหมู่บ้าน ถ้าจะพัฒนาหมู่บ้านต้องพัฒนาคนในหมู่บ้านครับ แล้วการจะพัฒนา คนในหมู่บ้านให้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ก็ต้องให้การศึกษาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน ให้มีทักษะพึ่งพาตนเองได้ มีความเป็นผู้นํา มีความรู้ความสามารถที่นําสู่การปฏิบัติ การเมือง การศึกษาก็เช่นเดียวกันครับ ชีวิตมีลมหายใจ เพราะฉะนั้นตั้งแต่เกิดจนวันสิ้นลมก็คือ การศึกษาและการเมือง จะมีหลาย ๆ คนที่บางครั้งเป็นผู้ใหญ่ด้วยซ้ําไปก็มักจะพูดว่า ผมไม่ยุ่งการเมือง ผมไม่เล่นการเมือง ก็เพราะเล่นกันนี่แหละครับ มันถึงวุ่นวายกันขนาดนี้ ใช่ไหมครับ เด็กเหมือนกันบอกเล่นคอมพิวเตอร์ ถ้าเขาใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์ แน่นอนครับมันถึงจะมีประโยชน์ ถ้าเราเล่นมันก็อาจจะมีประโยชน์ ดังนั้นวันนี้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยซึ่งประชาชนเป็นใหญ่ ด้านบทบาทการเมืองประชาชนใช้อํานาจ อธิปไตย ผ่านองค์กร ๓ อย่างก็คือ ๑. อํานาจนิติบัญญัติซึ่งประชาชนใช้สิทธินี้ผ่าน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เลือกฝ่ายบริหารคือ ท่านนายกรัฐมนตรี หากมีปัญหาใด ๆ ตุลาการอํานาจอย่างนี้เป็นอํานาจหลักของ ประเทศชาติ เป็นอํานาจอธิปไตยครับ ซึ่งเราพยายามครับ พยายามที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ บริหารปกครองประเทศ เพราะกระบวนการมีส่วนร่วมนี่ล่ะครับสําคัญมากเหลือเกิน เป็นหัวใจหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราสอนเด็กกันมาโดยตลอดครับ ตั้งแต่เด็กเริ่มเข้าสู่การศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง คุณครูกับเด็กเป็นผู้ที่มี อิทธิพลมากในการกระตุ้น เร่งเร้า เด็กออกไปถือป้าย ไปบอกคุณพ่อคุณแม่ เพราะเด็กรู้แล้ว ทุกปีการศึกษาเราจะมีการเลือกประธานเด็ก เราจัดคูหาจําลองให้เหมือนชีวิตจริง ๆ ครับ เราให้เด็กเรียนรู้กันโดยตลอด ให้เด็กมีส่วนร่วมในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือจากการรับฟัง แล้วการรับฟังนี่ล่ะครับ การมีส่วนร่วมด้วยความหลากหลาย กระบวนการ ตั้งแต่การติดตามฟังข่าวสาร การวิพากษ์วิจารณ์ การมีส่วนร่วม หรือไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเรื่องของการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสดงความคิดเห็นหรือคัดค้าน ในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร อันนี้เราพยายามที่จะแนะนําเด็กอยู่แล้วนะครับ แล้วเมื่อเด็ก เติบใหญ่มาจนถึงกระทั่งมีอายุ ๑๘ ปี เขามีสิทธิครับ เพราะประเทศคือของเขาในอนาคต ประเทศคือสิ่งที่เขาจะออกแบบทุกอย่างครับ บางอย่างเราก็ดี เหมือนกับที่บอกว่าไม้ใกล้ฝั่ง หรือคนแก่คนเฒ่า ในสังคมไทยเราก็เช่นกันครับ ผู้เฒ่าผู้แก่ หัวหงอก หัวดําเรามีวัฒนธรรม ที่ดีงาม แต่บางอย่างที่ไม่ดี เราก็ต้องแก้ไขกัน แต่บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ดีครับ เราเป็นสังคม ที่อบอุ่น เราเป็นสังคมที่มีผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งสั่งสอนเด็กมาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ถ้าจะบอกว่า แก่อย่างเดียวไร้ค่ามันก็คงไม่ใช่ แต่บางอย่างที่ไม่ดีไม่งามก็ควรจะต้องมาแก้ไขกัน ปรับปรุงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะผู้ใหญ่ก็ต้องฟังเด็ก เด็กก็ต้องฟังผู้ใหญ่นะครับ ถึงจะถูก ถึงจะอยู่ร่วม ในสังคมที่ดีงามได้ การบริหารแผ่นดินก็เช่นเดียวกันครับ เราต้องให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริง วันนี้ ประชาชนเท่าเทียมกัน แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แน่นอนครับกระจกมี ๘ ด้าน คงไม่มีใครหรอกที่จะมองด้านเดียว เห็นเหมือนกันไปหมด แล้ววันนี้ประชาชนไม่ว่าจะนิสิต นักศึกษา ประชาชนคนหนุ่มสาวได้ออกมาแสดงความคิดความเห็นพลังทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่เห็นแตกต่างไป ผมเชื่อเหลือเกินว่าความเห็นที่แตกต่างนี้ล่ะครับ ปัญหานี้ ล่ะครับ เป็นการเริ่มของการพัฒนา ถ้าไปดูอะไร สินค้าอะไร ถ้าดีหมดแล้วเราจะพัฒนาอะไร ครับ การเขียนรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันครับ วันนี้ก็เช่นเดียวกันเราเขียนมา ก็จะมี ข้อบกพร่อง เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลก็ควรจะรับฟังครับ รับฟังปัญหาต่าง ๆ อย่าไปดูถูกว่า เป็นเพียงม็อบ (Mob) มุ้งมิ้ง ม็อบ (Mob) หิ่งห้อย อย่าลืมนะครับ ถ้าหิ่งห้อยรวมตัวกัน เป็นล้านตัวก็น่ากลัวเหมือนกัน โลกดิจิทัล (Digital) ทุกวันนี้หรือเกิดโลกดิสรัปชัน (Disruption) ก็เกิดจากพลังคนหนุ่มสาวนี่ล่ะที่คิดนอกกรอบ สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) คิดจนวันนี้เกิดโลกดิจิทัล (Digital) หรือไอทีซี (ITC) ขึ้นมา เพราะฉะนั้นอนาคตของชาติ ให้กับเด็กซึ่งจะเป็นเจ้าของประเทศชาติแสดงความคิดเถอะครับ เราเป็นผู้ใหญ่ลองเปิดรับฟังสิ แม้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๖๐ มาตรา ๓๔ ก็บอกอยู่แล้วว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพ ในการแสดงความคิดความเห็น คิด พูด อยู่ในขอบเขตของเสรีภาพ มาตรา ๗๘ ก็เช่นเดียวกัน รัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เยาวชน เขาเรียกร้อง ๓ ข้อที่ทุกคนก็กล่าวไปแล้วว่าหยุดการคุกคาม อะไรคือการคุกคาม อะไรคือ สิทธิเสรีภาพควรจะรับฟัง และมาชี้แจงกันนะครับ ๒. ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ๓. ยุบสภาครับ🔗
ท่านสฤษดิ์ครับ เกินเวลา ไปแล้วครับ🔗
ผมขอกราบขอบพระคุณครับ ขอให้ ได้มีการรับฟัง เพราะจะเป็นวิธีเดียวดีที่สุดในการที่จะเผชิญหน้าซึ่งกันและกันครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ แล้วก็จะเป็นคุณคารม แล้วหลังจากนั้นจะเป็นท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้นําญัตติซึ่งเป็นญัตติด่วน ทั้งหมดจํานวน ๗ ญัตติ ในส่วนของผมนั้นขอสนับสนุนญัตติของท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นญัตติด่วนที่ ๕ และญัตติของท่านคมเดช ไชยศิวามงคล และญัตติของท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ซึ่งเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้ง ๓ ญัตติ จาก ๓ ใน ๗ ทั้ง ๓ ญัตตินั้นมีความเห็นพ้อง ต้องกันว่าให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นและส่งให้รัฐบาลไปดําเนินการ เพราะนั่นคือ จุดประสงค์ตรงประเด็นจริง ๆ ที่จะทําให้รัฐบาลได้รู้และได้มีการดําเนินการตามข้อเรียกร้อง ของกลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษา เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าอย่างญัตติของท่านประเสริฐก็คือ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา มีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน แล้วก็ส่งต่อไปรัฐบาล ญัตติที่ ๕ ญัตติด่วนของท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มเยาวชน และญัตติของท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ขอให้รัฐบาลพิจารณาให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชน และให้รัฐบาลรับไป นี่คือความตั้งใจ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยทั้ง ๓ ญัตติ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอสนับสนุน ให้ญัตติทั้ง ๓ คือรัฐบาลรับไปดําเนินการ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าในชีวิตของพวกเรา ในโลกใบนี้ เราแบ่งกลุ่มของอายุเป็น ๔ เจเนอเรชัน (Generation) เจเนอเรชัน (Generation) ที่ถือว่าขณะนี้อายุมากที่สุดก็คือเจเนอเรชัน บี (Generation B) หรือ เบบี บูเมอร์ (Baby Boomer) เกิดตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ จนถึงปี ๒๕๐๗ หรือก่อนหน้านั้นนิดหน่อย ก็ถือว่าเป็นก่อน เจเนอเรชัน บี (Generation B) อันนี้ก็คืออายุเฉลี่ย ๖๐ ปี เป็นผู้ซึ่งต้องถือว่าน่าจะเป็น ผู้อาวุโสของประเทศไทย แล้วก็น่าจะได้รับฟังความคิดเห็นเจเนอเรชัน (Generation) ต่อไป คือเจเนอเรชัน (Generation) ของเจเนอเรชันเอกซ์ (Generation X) ก็คือปี ๒๕๐๗ ถึงปี ๒๕๒๒ และวาย (Y) ปี ๒๕๒๒ ถึงปี ๒๕๔๐ และเจเนอเรชัน (Generation) สุดท้าย ที่เรากําลังดูคือเจเนอเรชันแซด (Generation Z) คือปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบัน ปี ๒๕๔๐ ก็คือ อายุตั้งแต่ ๒๒-๒๓ ปีลงมา ผมจะเรียนว่าตอนนี้ประเทศชาติเราอยู่ในช่วงที่เราต้องฝาก ความคิดเห็นและอนาคตของประเทศให้กับเยาวชน ลูกหลาน นักเรียน นิสิต นักศึกษา อายุตั้งแต่ วาย (Y) กับแซด (Z) ก็คือช่วงของปี ๒๕๐๘ จนถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นี้ นั่นคืออนาคตและเยาวชนของประเทศชาติ เขาจะเป็นเจ้าของประเทศชาติดําเนินการต่อไป เราอย่าได้พันธนาการหรือได้คิดแทนเขา เพราะฉะนั้นจึงฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไป รัฐบาลว่า อันที่ ๑ ขอให้ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ญัตติเรียกร้องนั้น ๑. คือมีการประชุม ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีแถลงการณ์ให้รัฐบาลได้รับฟัง เสียงเรียกร้องของประชาชน และใช้ความอดทนในการแก้ไขปัญหา งดใช้กําลัง และความรุนแรงทุกรูปแบบกับประชาชน ซึ่งการสร้างความขัดแย้งขยายเป็นวงกว้าง และ ๒. อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรูทางการเมือง และใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา และข้อที่ ๒ ที่เกี่ยวกับญัตตินี้ก็คือขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากไม่เป็นประชาธิปไตยและอย่าพันธนาการประเทศด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เพราะ ๒๐ ปีนั้น ไปคิดแทนเยาวชนลูกหลานเราไม่ได้ นี่คือแถลงการณ์ที่พรรคเพื่อไทย ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ ๒๑ ในการประชุมใหญ่สามัญประจําปี เรื่องที่ ๒ ก็ต้องเรียนว่าวันนี้ อนาคตของประเทศอยู่กับลูกหลานที่เขาจะชี้ทาง เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องมองด้วยความรัก ความเมตตา ความเป็นธรรม ผมเองก็ผ่านชีวิต นักศึกษา ได้ทํางานตั้งแต่เป็นหัวหน้าชั้นปีนักศึกษาแพทย์ ๒ ครั้ง เป็นรองนายก อุปนายก สโมสรนักศึกษาแพทย์ขอนแก่น อยู่กับท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เราได้เห็นถึง การทํางานซึ่งมีจิตวิญญาณของความเสียสละและมุ่งมั่น ทุกคนเขามีความคิดโดยเฉพาะรุ่นนี้ ตัดสินใจด้วยความเรียกว่ามีการรับข้อมูลจากทุกฝ่าย แล้วก็อยากให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ไม่ชอบการรอคอย เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งซึ่งผมต้องเรียนว่าอนาคตประเทศอยู่กับลูกหลาน เราต้องเมตตา อย่าใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบกับลูกหลาน ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมต้องเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทุกคนก็บอกว่าทําอย่างไรถึงจะให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ตรงนี้ผมคิดว่า ทุกคนน่าจะได้หาทางมาช่วยกันดูกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้และสุดท้ายการที่ขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในยุคหลังโควิด (COVID) ผมไม่อยากให้การเอาความที่เป็นยุคโควิด (COVID) เศรษฐกิจที่กําลังแย่อยู่แล้ว แล้วมาอ้าง เพราะฉะนั้นการที่จะช่วยกันรับฟังความคิดเห็นของ นักศึกษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุม ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อโควิด (COVID) ขึ้นมา ซึ่งเดือนที่ ผ่านมาก็มีข่าวว่ามีคนติดเชื้อโควิด (COVID) เข้ามา แล้วเมื่อเกิดติดเชื้อแล้วพวกเราก็จะไม่ สบายใจว่าเป็นการระบาดได้ ดังนั้นถ้าระงับต่าง ๆ ก็ขอให้ช่วยกันนําความคิดเห็นหรือรัฐบาล รับฟังแล้วแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้สภา ผู้แทนราษฎรเราจะได้ร่วมกันพิจารณาญัตติ ซึ่งมีผู้อภิปรายอีกหลายท่าน แล้วสนับสนุน ให้ตามญัตติของท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านคมเดช และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ให้รัฐบาลรับไปพิจารณาเพื่อแก้ปัญหา เพื่อประเทศชาติของเราให้มีความผาสุกยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่รักษาเวลา ต่อไปคุณคารมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าผมขอบคุณที่ได้มีโอกาสพูดถึงญัตตินี้ แล้วก็สนับสนุนคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ในฐานะอยู่พรรคเดียวกัน เหตุผลหนึ่งที่อยากจะลุกขึ้นมามีส่วนร่วมบ้าง ผมผ่านการชุมนุม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนถึงปี ๒๕๕๔ แล้วก็ปี ๒๕๕๗ ในฐานะที่เป็นผู้ไปยืนดูการชุมนุม และในฐานะที่เป็นทนายความของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แล้วผมก็ขอบคุณที่ท่านประธานได้นั่งเป็นประธานขณะที่ผมพูด ผมชื่นชมคนที่อาวุโส แต่ก็ต้องยอมรับความคิดใหม่ ๆ ของคนรุ่นใหม่ ประเทศนี้ที่มีปัญหาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเผด็จ การรัฐสภาซึ่งท่านประธานก็เคยพูด เพราะเหตุว่ามันไม่มีทางออก สุดท้ายก็ลงถนน เรื่องที่ ๒ ที่ประเทศชาติเกิดปัญหาสําหรับนักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่วิจารณ์ว่าเขาคิดอะไร แต่คิดว่าแตกต่างจากชุดเก่า ผมชื่นชมท่านที่เป็นนักการเมือง อยู่ในกรอบ แต่ประเทศไทยตอนนี้ถ้าจะถามว่ามันเป็นประชาธิปไตยจริงไหม ก็ตอบไม่ได้หมด ส.ว. ๒๕๐ ท่านก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานทราบดีว่ามันก็ต้องฝืนข้ามตรงนี้ให้ได้ ผมเห็น ประชาชนที่บ้านของผมภาคอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ มานอนแถวราชประสงค์ ราชดําเนิน ผมอยู่ด้วย เห็นการทําร้ายประชาชนก็เห็นด้วย ผมเป็น คนที่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ศาลโลก ศาลไอซีซี อินเตอร์เนชันแนล คริมินอล คอร์ต (International Criminal Court) ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษ ผมร่วมกับหมอเหวง อาจารย์ธิดา แต่วันที่ผมเจอท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในสภาแห่งนี้ ผมก็เรียนว่า ณ เวลาหนึ่งคิดอย่างหนึ่งครับ ณ เวลาหนึ่งก็คิดอีกอย่างหนึ่ง ผมชื่นชมคนที่ผ่านการเลือกตั้ง ผมจึงคิดว่าสภาคือจุดที่จะพูดคุยดีที่สุด วันที่ผมอิน (In) การเมืองมาก ผมเป็นคนที่แจ้งความดําเนินคดีกับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขณะที่ ดํารงตําแหน่งประธานองคมนตรี พอผมมาเห็นคุณเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ฉีกรูป ผบ.ทบ. ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผบ.ทบ. ว่าอย่าได้โกรธเด็ก และอย่าไปทําลายเขา วันที่ผมแจ้งความ พลเอก เปรม ส.ส. พรรคเพื่อไทยไม่กล้าเดินใกล้ผมสักคน กลัวตาย เพราะไม่มีใครที่จะไปทําอะไรกระทบท่านแล้วรอดได้ ทําไมผมพูดตรงนี้ครับ เพราะเหตุว่า ความเป็นเด็กบางทีก็มองอีกมุมหนึ่ง วันนี้ผมอโหสิแล้วก็คิดว่าท่าน พลเอก เปรม เป็นบุคคล ที่ต้องเคารพ ผ่านบ้านเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีมา แต่ ณ วันนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานในเวลาที่จํากัด และผมก็จะรักษาเวลาตามลักษณะของผม ผมอยากฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ว่าการที่มีรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็ง การที่มีกองทัพ เป็นผนังกั้นท่าน มีองค์กรอิสระที่ถูกเขียนขึ้นโดยนักกฎหมายที่คิดว่าถ้ามีกฎหมายที่เข้มแข็งแล้ว จะดํารงความมั่นคงได้ ไม่จริงครับท่านประธาน ท่านประธานผ่านการเลือกตั้ง ตั้งแต่ผมเป็น เด็ก ผมเคยไปบ้านท่าน แล้วผมชื่นชมด้วย แล้วไม่แคร์ (Care) ที่จะบอกว่ามาชื่นชม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเชียร์ (Cheer) เผด็จการ ไม่แคร์ (Care) ครับ เพราะเมื่อเป็น ส.ส. แล้วสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๔๔ ก็ว่าไป แต่จะพูดเพื่อเป็นประโยชน์สําหรับ ประเทศนี้ว่าม็อบ (Mob) ของนักศึกษาอาจจะดูมุ้งมิ้งอย่างที่คนกล่าวหาไหม ผมว่าไม่ใช่ แต่ถามว่าจะให้ผมไปใส่ความคิดเพิ่มเติม ใส่สีตีไข่กับกลุ่มของน้อง ๆ เขาไหม ไม่ แต่ผมก็ให้ พึงระมัดระวังในการชุมนุมครับท่านประธานว่าบางอย่างที่หลีกเลี่ยงได้ก็ต้องหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่เขาทําเป็นความสวยงามไหม ผมก็เห็นว่าใช่ ผมเห็นคุณณัฐวุฒิ ต้องขออนุญาต กรมราชทัณฑ์ไปกราบศพคุณพ่อ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมไม่ได้ไปหรอกครับ ผมว่าความให้แกนนํา นปช. เกือบทุกคนครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าจุดหมายปลายทาง ของม็อบ (Mob) นักศึกษาหรือม็อบ (Mob) อะไรก็แล้วแต่ ไม่อยากให้จบด้วยใช้กําลัง นายกรัฐมนตรีต้องอดทนครับ เสธ. ทหารทั้งหลายที่เป็นที่ปรึกษาและ เสธ. ที่อยู่ในสภา หรืออยู่ในคณะรัฐมนตรีต้องอดทนเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพราะเหตุว่า ม็อบ (Mob) ยุคนี้อาจจะไม่เหมือนม็อบ (Mob) ยุคเดิมที่มีปัจจัยในการเข้ามา กรุงเทพมหานคร เขาอาจจะมีมากกว่านั้น เขาอาจจะมองเห็นความเหลื่อมล้ํา เขาอาจจะมอง ว่าอนาคตที่อยู่บนกติกาแบบนี้ต้องแก้ไข เขาอาจจะมองว่าคนรวย รวยเกินไป คนจนมันจนไป พ่อแม่เขาทั้งนั้นแหละครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ต้องช่วยกันแก้ไข แล้วผมก็ไม่อยู่ในวิสัยที่จะมาด่าใคร แต่ถ้าแสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมา แล้วก็รักษาสภาไว้ไม่อยากเห็นการยึดอํานาจอีก เพราะเหตุว่าท่านทักษิณก็ถูกยึดอํานาจ คุณยิ่งลักษณ์ก็ถูกยึดอํานาจ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จะถูกยึดอํานาจอีกอย่างนั้นหรือ มันก็ไม่แน่ครับ พลเอก กฤษณ์ สีวะรา ท่านก็ทราบดีว่า สุดท้ายถ้ามวลชน ชาวบ้านมีทหาร ก็เป็นไปได้หมด สุดท้ายฝากท่านประธานว่าในฐานะ ที่เป็น ส.ส. ผมยังเห็นว่าสภานี้ดีที่สุด อาจจะได้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาธิปไตยวันนี้ก็ว่ากันไป แต่ทุกอย่างต้องค่อย ๆ ไปครับ ผมเห็นข้าราชการเดินเข้าที่ทํางานไม่ได้ เพราะมีม็อบ (Mob) ผมเคยฟ้องยกเลิก พ.ร.บ. ฉุกเฉินทุกที่ก็ทําไม่ได้ เพราะเหตุว่ามีเงื่อนไข มีโน่นมีนี่ เพราะฉะนั้นสุดท้ายก็อยากให้รัฐบาลรับฟัง แก้รัฐธรรมนูญ ส.ว. ก็ต้องคิดนะครับ เป็นมา พอแล้วก็ต้องช่วยกัน ช่วยบ้านเมืองครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านคารมนะครับ เนื่องจากท่านพาดพิงเล็กน้อยก็เลยอยากจะเรียนว่าโดยส่วนตัวนั้นก็เชื่อว่าเราพูดอะไรก็ได้ พูดให้ดีให้สวยอย่างไรก็ได้ แต่วันเวลาเท่านั้นเองที่จะพิสูจน์ว่าอะไรคือของปลอม อะไรคือ ของแท้ ผมขอเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติของ ส.ส. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง กับสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งญัตตินี้ยื่นไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว สืบเนื่องจากปัจจุบันมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อเรียกร้อง ให้รัฐบาลแก้ปัญหาความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่และมีความสําคัญ ผมขอเรียนต่อเพื่อนสมาชิก ตลอดจนถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมีประโยชน์อย่างไร มีประโยชน์ อย่างน้อย ๒ อย่างครับ ผมขออนุญาตใช้คําภาษาอังกฤษ แล้วก็ขยายความสักเล็กน้อย ประเด็นที่ ๑ เพื่อฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) คําว่า ฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) หมายความว่า กลั่นกรองความชัดเจนในประเด็นที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เรียกร้อง โดยตัดประเด็น ความสุ่มเสี่ยงออกไปนะครับ ข้อที่ ๒ ฟิลเตอร์ จัสติฟาย (Filter justify) แปลว่ากลั่นกรอง ให้เห็นถึงความมีเหตุ มีผล ความจําเป็น ในประเด็นที่เรียกร้องว่ามีความถูกต้อง มีความชอบธรรม ทั้ง ๒ ประเด็นนี้เมื่อได้นํามาเข้ากรรมาธิการวิสามัญแล้ว นักเรียน นิสิต นักศึกษา จะได้ มีโอกาส มีพื้นที่ในการบอกเล่า แล้วระบบนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีกลไกในการ รับฟังความคิดเห็นที่มีมาตรฐานสากลพรรคประชาธิปัตย์มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขหนึ่งที่สําคัญก็คือว่าขอให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๕๖ ซึ่งเป็นกุญแจ ดอกแรกเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการแก้ไขในมาตราอื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนเพื่อนสมาชิกตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษาว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่พึ่งของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และของประเทศไทย สถาบันนิติ บัญญัตินั้นเป็นเสาหลักหนึ่งในสามเสาหลักของระบบประชาธิปไตย สภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภานะครับ ยุคนี้เป็นสภาผู้แทนราษฎรที่พึ่งได้และมีมาตรฐาน ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ท่านพยายามที่จะบอกพวกเราว่าให้รักษาความเป็น สถาบันนิติบัญญัติดีที่แข็งแรง เป็นที่พึ่งของประเทศไว้ปัจจุบันแม้นว่าสภาผู้แทนราษฎร ในระบบประชาธิปไตยได้แบ่งเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล นั่นคือความสวยงามและการถ่วงดุล ในอํานาจและความคิดเห็นต่าง ๆ นะครับ แต่ว่าในกลไกของสภาผู้แทนราษฎรนั้น หากเรื่องใด มีรายละเอียดที่ค่อนข้างมากก็จะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเพื่อพิจารณารับฟัง ความคิดเห็นโดยรอบด้าน มีการถ่วงดุลทั้งเหตุ ทั้งผล แล้วก็นําเสนอทางออก นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็มีเป็นจํานวนมาก เป็นความสวยงามของการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อนักเรียน นิสิต นักศึกษามีจํานวนมาก การที่เปิดโอกาสให้มาใช้พื้นที่ในผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ใช้กรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ในข้อเรียกร้อง เพื่อกลั่นกรองความชัดเจนเพื่อกลั่นกรองถึงเหตุและผลความจําเป็น เพื่อที่จะได้นําสิ่งนี้ ไปขับเคลื่อนและผลักดัน การแก้ปัญหาคือการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ผมจึง ขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ได้สนับสนุนญัตติ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา จะได้ใช้เวทีของสภาผู้แทนราษฎรแก้ปัญหาตามอุดมการณ์อันบริสุทธิ์ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อนําประเทศไทยไปสู่ความเจริญ ความผาสุกร่วมกัน กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ มีรายชื่อ เสนอเพิ่มเติมเข้ามาอีกนะครับ แต่ว่าขอพวกเรารักษาเวลานะครับ อย่างที่ทํามาแล้วก็เป็น เรื่องที่ขอบคุณทุกท่าน เพื่อจะได้เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้มีโอกาสอภิปรายโดยทั่วถึงนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีการอภิปรายซ้ําหรือวนเวียนก็ตาม แต่ผมก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ให้พวกเราได้มีโอกาสแสดงได้เต็มที่ภายในเวลาที่จํากัด ต่อไปจะเป็น ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ หลังจากนั้นจะเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล แล้วก็จะไปที่คุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ขอเชิญคุณวิสารครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อญัตติทั้ง ๗ ฉบับ โดยเฉพาะของพรรคเพื่อไทยมี ๓ ญัตติด่วน ของท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ของครูมานิตย์ และของท่านคมเดช ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ พร้อมกับของรัฐบาลอีก ๔ ฉบับ ผมเรียน ท่านประธานว่าโดยหลักการผมเห็นด้วยครับ แต่เรียนท่านประธานตรง ๆ เลยว่า ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้เลยครับ เราต้องยอมรับว่าขณะนี้สภาเราถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่ง ในอํานาจ ๓ อํานาจหลัก แต่ว่ารัฐบาลเขาไม่ฟังครับ และที่สําคัญก็คือถ้าเราเอาเรื่องราว ต่าง ๆ เข้ามาในสภา เราไปตีกรอบให้ มันไม่ได้ครับ เพราะว่าตามหลักเกณฑ์เราถือว่า เป็นการถ่วงอํานาจรัฐบาล แต่ทุกวันนี้รัฐบาลไม่ฟังเลย เราได้แต่เป็นรูปธรรม นามธรรม ไม่ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ถ้าขืนเอาญัตติทั้งหมด จะมาตั้งกรอบ น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาเขาจะต่อว่าฝ่ายนิติบัญญัติเราได้นะครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะพูด เยอะมาก แต่จะขออนุญาตท่านประธานว่าผมไม่อยากให้เหตุการณ์เหมือน ๑๔ ตุลาคม เรามีคนทั้งเจ็บ ทั้งตาย โดนกระสุนและเสียเลือดเสียเนื้อ พ่อแม่ต้องเสียลูกไปโดยไม่ถึงเวลา อันควร สิ่งสําคัญก็คือเรามีบทเรียนตั้งแต่พฤษภาทมิฬ ตุลาคม ๒๕๑๙ แม้กระทั่งการขัดแย้ง กันระหว่างปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ ผมเวลาน้อยจะขออนุญาต ท่านประธานว่าผมนําเสนอ ๓-๔ เรื่องครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าทางฝ่ายรัฐบาลเอง คงจะได้มีฝ่ายเสนาธิการทหารหรือว่าฝ่ายเสธ. ที่ท่านพยายามจะเอาข้อมูลทั้ง ๒ ด้านไปให้ พี่น้องประชาชนหรือว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รู้ ผมขออนุญาตท่านประธานจะขอสไลด์ (Slide) สัก ๔-๕ แผ่นนะครับ🔗
สไลด์ (Slide) นี้ไม่มีอะไรหวาดเสียว เพียงแต่ว่าจะย้ําเตือนให้ทางฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอํานาจในขณะนี้ครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านดูสิครับว่าม็อบ (Mob) เหล่านี้ไม่ใช่มีเฉพาะม็อบ (Mob) ที่ไปเคลื่อนไหวในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดเหมือนดาวกระจาย เดี๋ยวนี้มีโปรแกรม และมีใส่ไปทั่วครับ ที่สําคัญก็คืออย่าไปคิดว่าน้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ เราเป็นคนมีใครอยู่ เบื้องหลัง เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ ท่านประธานครับ นอกเหนือจากนั้นก็คือในโซเชียล มีเดีย (Social Media) มีอีกไม่รู้กี่ล้าน ๆ ครับ ผม ท่านประธาน พรรคพวกเพื่อนฝูงที่เราอยู่ใน กรรมาธิการอยู่ในสภาแห่งนี้ เราเห็นปลายทางชัดเจนครับว่าต่อจากนี้จุดจบมันอยู่ที่ไหน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแช่คํานี้ไว้ครับ หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นขอให้หันปาก กระบอกขึ้นฟ้าอย่าหันใส่ประชาชน ผมขอท่านประธานว่า ๓ ข้อนี้ ผมไม่ขัดข้องที่น้อง ๆ นักศึกษาจะเรียกร้องมานะครับ การยุบสภา ผมท้าให้ยุบครับ แต่ขอให้ยุบโดยยุบ ฝ่ายวุฒิสมาชิกด้วย เพราะอันนั้นก็คือปัญหาครับ เพราะขณะนี้เรารู้ดีว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นหนึ่งในปัญหาที่น้อง ๆ นักศึกษาต้องการ ท่านประธานเห็นชัดนะครับ ผมขออภัย ที่เอ่ยนาม คือท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุรชาติ บํารุงสุข ท่านบอกว่าชนวนระเบิด เราเห็นชัด ๆ ประวัติศาสตร์เราจะเห็นว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เราจะเกิดการวิกฤติ ถ้าตราบใดท่านไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ถอดสลักเกี่ยวกับระเบิดอันนี้ มีปัญหาแน่ เรารู้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ไม่มีความเป็นธรรม องค์กรอิสระต่าง ๆ พึ่งอะไรได้ไหมครับ พวกเราเห็นกันอยู่ ที่สําคัญก็คือยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทําตามไหมครับรัฐบาลชุดนี้ หาใครสักคนไปฟ้องได้ไหมว่ารัฐบาลชุดนี้ทําตามยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ และถ่วง ความเจริญอย่างยิ่ง ผมเรียนท่านประธานว่าเวลาน้อย ขออนุญาตท่านประธานขอว่า สิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้เป็นข้อท้วงติงของอาจารย์นักวิชาการหลายท่านครับ เพราะเขา เป็นห่วงบ้านเมืองว่ามันจะเกิดย้อนรอยประวัติศาสตร์ทําให้พี่น้องในประเทศชาติเราจะต้อง สูญเสียทั้งน้ําตา ทั้งเลือด ทั้งเนื้อ ผมเรียนว่าข้อแนะนําผมขณะนี้ ขอให้ฝ่ายรัฐบาลมีเวทีให้น้อง ๆ ได้แสดงออกเต็มที่ครับ อย่าเอามาในคณะกรรมาธิการ อย่าเอามาร่วมเพื่อเป็นการตีกรอบเขา ที่สําคัญก็คือต้องให้เขามีบทบาทในการสื่อกับพี่น้อง ในต่างประเทศได้ด้วย และควรรับฟังทุก ๆ ประเด็นที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเปิดช่องทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network) อะไรก็ว่าไป ที่สําคัญก็คือจะต้องมีความสําคัญในการที่ จะให้ความเป็นธรรมกับลูก ๆ หลาน ๆ เราเหล่านี้ ผมเรียนท่านประธานว่าท้ายที่สุดผมอยากให้ รัฐบาลนึกถึงหลักเมตตาธรรม หลักประนีประนอม อย่าใช้ความรุนแรง ผมขอบอกว่าถ้ามี กระสุนนัดแรกเกิดขึ้นเมื่อไร วันนั้นจะเป็นวันหายนะ เป็นวาระสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้🔗
และที่สําคัญสุดท้ายที่ผมอยากจะขอเรียนท่านประธานก็คือว่าอํานาจทั้งหมดทั้งปวง เป็นสิ่งสมมุติครับ ที่สําคัญก็คือหลายท่านเคยเห็น ไม่ว่าคุณจะมีอํานาจล้นฟ้า ไม่ว่าคุณจะมี ทรัพย์สินรวยล้นประเทศแค่ไหน อย่างไร ท้ายที่สุดคุณก็แพ้กับธรรมชาติ แพ้กับสังขาร สิ่งที่คุณเอามาพอถึงเวลาแล้วเอาไปไม่ได้ครับ มีบทเรียนให้เห็นว่าสมัยก่อนคนที่ยึดอํานาจ ๓ เหล่าทัพ มีอํานาจทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบันดาลได้ แต่ท้ายที่สุดจนบัดนี้เดินยังไม่ได้เลยครับ ขออนุญาตฝากถึงผู้นําที่มีอํานาจในขณะนี้ว่าขอให้ตระหนัก ขอให้รู้ว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎร เราเป็นห่วงเป็นใย แต่สิ่งที่ท่านจะต้องทําผมขอว่าอย่าเอามาอยู่ในสภาเราเลยครับ ปล่อยให้ ลูก ๆ หลาน ๆ เขาปฏิบัติตัวเต็มที่ แต่ขอให้รัฐบาลได้ตระหนักอย่าไปเข้าข้างตัวเอง อย่าไป ฟังคนที่มารายงานโดยเท็จ ๆ นะครับ ท่านต้องนึกว่าอีกหลายล้านคนที่ดูในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ในม็อบ (Mob) แต่ละที่เป็นเรื่องที่เขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มีการสร้างสรรค์ประเทศ มีความเป็นห่วงเป็นใยประเทศว่าประเทศชาติจะไปทางไหน เขาจะมีงานทําไหม เศรษฐกิจต่างชาติถ้าไม่มีโควิด (COVID) ผมว่ารัฐบาลนี้มีอันเป็นไปตั้งแต่ เดือนเมษายนแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่สายถ้าท่านตัดสินใจให้ดีและรับฟังเสียงของนิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนที่เข้ามาเรียกร้องในเรื่องความเป็นธรรม ความเป็นประชาธิปไตยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนของชาติเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความสําคัญอย่างมากในสังคม เนื่องจาก เยาวชนเป็นเสมือนรากแก้ว กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าเยาวชนของชาตินั้น เปรียบเสมือนรากแก้ว รากแก้วสําคัญค่ะ ที่จะหยั่งรากลึกเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ต่อไปในวันข้างหน้า ดังนั้นการลงทุนในคนที่เรียกว่า นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือเยาวชน ของชาติ จึงเปรียบเสมือนการลงทุนในอนาคตที่จะนําไปสู่การพัฒนาชาติที่ยั่งยืนสืบไป🔗
ดิฉันเปรียบเยาวชนของชาติเป็นรากแก้วค่ะ ยิ่งบํารุงรากแก้วให้สมบูรณ์ กิ่ง ก้าน ใบ หมากผล ก็ยิ่งจะสมบูรณ์งอกเงยงดงาม ดิฉันถามแทนนักเรียน นิสิต นักศึกษาว่า แล้วใบที่รอวันร่วงโรยใยต้องขัดขวางรากแก้วด้วย ดิฉันถามอีกครั้งว่าแล้วใบที่รอวันร่วงโรย ใยต้องขัดขวางรากแก้วด้วย รัฐบาลต้องฟังทุกเสียงของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ของชาติที่กระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศในยุคสื่อสารไร้พรมแดน สื่อสารที่ไร้สาย ทําให้รูปแบบทุกมิติของสังคมเปลี่ยนไปมาก บางครั้งบางอย่างผู้ใหญ่ก็ไม่ทันเด็ก ดังนั้น เสียงของเด็ก ๆ รัฐบาลควรรับฟังด้วย เพราะว่าจะได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกค่ะ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้เรียกร้องเป็นข้อเสนอ เพื่อแสดงสิทธิเสรีภาพในการกําหนดทิศทางการเมืองไทยให้ประเทศ ในขณะนี้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนของชาติทุกหมู่เหล่าได้เรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้ ให้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภา เหตุผลว่าล้มเหลวในการบริหารเรื่องของเศรษฐกิจ อย่าลืมว่า ต้องอย่าลืมว่านะคะ ผู้ใหญ่ก็อย่าลืมว่า คนที่ตายด้วยโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นน้อยกว่าคนที่ฆ่าตัวตาย หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) อีกทั้งยังให้ วีไอพี (VIP) จากต่างแดนที่มีเชื้อไวรัสเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่กักตัวสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ ระบาดครั้งใหญ่ รอบ ๒ เป็นอย่างมาก ๒. ให้หยุดคุกคามประชาชนทั้งทางกายภาพ และทางจิตวิทยาโดยอ้างความมั่นคงเพื่อปิดปากประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย และความยุติธรรม ๓. ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย เหล่านี้เป็นต้นค่ะ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าดิฉัน อยู่ในดินแดนที่เรียกร้องประชาธิปไตยมายาวนานกว่ากึ่งศตวรรษเลยทีเดียว ดงพระเจ้า ดงผาลาด เทือกเขาภูพาน ภูผาเหล็ก ที่มีเรื่องจริงที่ประสานด้วยเลือดและน้ําตา ศรัทธาและ อุดมการณ์ ในครั้งนั้น ตํารวจ ทหาร ประชาชน และคอมมิวนิสต์ ใบไม้ที่รอผลัดใบ ควรหล่อเลี้ยงรากแก้วด้วยความรัก ปลูกฝังให้เขามีศรัทธาและอุดมการณ์ต่อประชาชน คนรากหญ้า รับฟังเสียงของเขาในวันนี้ดีกว่าซ้ํารอยประวัติศาสตร์อย่างขื่นขม ท่านประธาน ที่เคารพคะ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๔๗ ปีที่ผ่านมา ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ๔๔ ปีที่ผ่านมา พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ๒๘ ปีที่ผ่านมา สงกรานต์เลือด ๒๕๕๒ ๑๑ ปีที่ผ่านมา ดิฉันเรียกร้อง ให้ฟังเสียงลูกหลานในครั้งนี้เพราะไม่อยากให้บันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่าสื่อสารที่ไร้สาย ผสมกับเลือดและน้ําตาเพื่อประชาธิปไตยในปี ๒๕๖๓ ไม่อยากให้มีเลยค่ะ นั่นคือการสูญเสีย ที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นดิฉันจึงเรียกร้อง ร้องเรียนต่อท่านประธานให้ฟังเสียงลูกหลาน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ด้วยหัวใจที่เป็นธรรม เพราะพลังบริสุทธิ์จากรากแก้วคือความขาวสะอาดด้วย ศรัทธาและอุดมการณ์ ดิฉันเปรียบนักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นรากแก้ว รากแก้วเพื่อชาติ ลดอํานาจ ลดความเหลื่อมล้ํา เพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ผมเรียน ที่ประชุมเพื่อทราบรายชื่อนะครับ แล้วจะได้กําหนดคนสุดท้ายไว้เพื่อไม่ให้เรายืดเยื้อ เกินความจําเป็น มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ทางฝ่ายค้านก็มี นางผ่องศรี แซ่จึง นายขจิตร ชัยนิคม นางสาวจิราพร สินธุไพร นายนิรมิต สุจารี นางสาวธนพร โสมทองแดง นายธีรัจชัย พันธุมาศ แจ้งมาว่าอภิปรายเป็นคนรองสุดท้าย แล้วก็ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แจ้งว่า อภิปรายเป็นคนสุดท้าย ตกลงทางฝ่ายค้านเท่านี้นะครับ เพื่อสมาชิกจะได้ทราบว่าสุดท้าย เราจบตอนไหน ฝ่ายรัฐบาลก็มี นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ นายชัยชนะ เดชเดโช นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ก็มี ๔ ท่าน เจ้าหน้าที่ผมเรียนมีชื่อเพิ่มเติมไหมครับ เพื่อเราจะได้ทําความเข้าใจ จบแล้วนะครับ สมาชิกผมขออนุญาตอย่างนั้นนะครับ เพื่อเราไม่ต้องเถียงกันอีกในตอนจบว่าเมื่อจบบุคคลเหล่านี้แล้ว ผู้เสนอญัตติอีก ๗ ท่าน ก็ต้อง มาสรุปอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นสมาชิกจะได้มั่นใจเรื่องเวลาว่ามันจบลงโดยคนสุดท้ายทางฝ่ายค้านคือท่านพิธา และรัฐบาลก็คือท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ผมขออนุมัติที่ประชุมตกลงกันอย่างนี้ แล้วก็ หลังจากนั้นผู้ที่เป็นเจ้าของญัตติมีสิทธิที่จะสรุป ขอเชิญต่อไปครับ คุณผ่องศรี แซ่จึง ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันรู้สึกยินดีแล้วก็ดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมพูดคุย อภิปรายในญัตตินี้แล้วก็ยินดีสนับสนุนทุกท่านที่เสนอญัตตินี้เข้าสู่สภาเพื่อให้เราได้พูดคุย ได้ปรึกษาหารือ ได้ส่งผ่านความคิดของทุก ๆ ท่านไปสู่พี่น้องประชาชนและลูก ๆ หลาน ๆ นักศึกษาที่เขากําลังรวมตัวกันอยู่ขณะนี้ แต่ดิฉันยังไม่เห็นด้วยที่จะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหานี้ ดิฉันเป็นครูมาก่อนค่ะท่านประธานคะ วันนี้เราได้รับบทเรียน เยอะแยะมาก ในอดีตที่ผ่านมาดิฉันไม่แปลกใจเลยว่าทําไมท่าน ส.ส. ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านที่ลุกขึ้นมาอภิปรายนี้ท่านอภิปรายแทบทุกท่านเลยว่าขอร้องว่าอย่าทําให้เกิด ความรุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา อดีตที่ผ่านมาทั้ง ๑๔ ตุลา แล้วก็ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มันเป็นภาพหลอน มันเป็นฝันร้ายที่ดิฉันเชื่อมั่นว่ามันจะอยู่ในใจของพวกเราทุกคน วันนี้ หลายท่านกําลังวิตกกังวลว่ามันจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกหรือไม่ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันชื่นชม ขออนุญาตกล่าวนามท่าน ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ที่ท่านได้เอาป้ายที่ผู้ชุมนุมยกขึ้นมาบอก ว่าถ้าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ขอให้หันกระบอกปืนขึ้นไปบนฟ้า อย่าหันเข้าหาประชาชน ท่านประธานที่เคารพ เราสูญเสียมามากมายแล้วกับเรื่องที่ไม่ควรจะสูญเสีย เพียงแต่แค่ว่า เราคิดต่าง เราเห็นต่าง ประชาธิปไตยคือความงอกงาม ดิฉันอยากจะเปรียบว่าประชาธิปไตย เหมือนแจกันดอกไม้ ในแจกันดอกไม้นั้นจะมีดอกไม้ที่หลากสีหลากขนาดไม่เหมือนกัน แต่มันก็ทําให้เกิดความสวยงามในแจกันใบนั้น เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยจึงเป็น ความเห็นต่างที่งดงาม เพียงแต่ว่าเราต้องยอมรับ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ก็คือเราละเลย เรื่องนี้มานาน ดิฉันดีใจที่น้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ นักศึกษาเขาออกมาเพื่อแสดงความเป็น เจ้าของบ้านเมือง เพื่อให้รู้ว่าเขามีตัวตน เขามีความคิด เขามีความรู้สึก แล้วเขารู้สึกว่า เขาเป็นเจ้าของประเทศ ให้เขามีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นบ้าง มันอาจจะแหว่ง อาจจะ เติมเต็มไม่เต็ม มันอาจจะใช่ ไม่ใช่ แต่นั่นคือความงดงามที่เรามีหน้าที่จะต้องฟัง เรามีหน้าที่ จะต้องฟัง แล้วเราจะต้องปลูกฝังประชาธิปไตยมาตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนเลย การสอนหนังสือ สมัยก่อน ดิฉันเป็นครู ดิฉันรู้ค่ะ ถ้าเราสั่งเด็กให้เงียบได้นั่นคือความภาคภูมิใจเหลือเกิน ของคุณครู ดิฉันเคยมีประสบการณ์ ลูก ๆ ดิฉันครั้งหนึ่งเคยประท้วงที่โรงเรียน แล้วดิฉัน เป็นครูคนหนึ่งที่สอนเด็ก แล้วก็ไม่ให้เด็กไปประท้วง ไม่ต้องไปเธออยู่ในห้อง มาหลังจากนั้น ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันทําผิดอย่างใหญ่โตมโหฬาร มันเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่เขาจะต้องเรียนรู้ แต่สิ่งที่จะดีกว่านั้นก็คือผู้ใหญ่จะต้องฟังเขา ฟังเหตุฟังผลข้อขัดแย้งใด ๆ ก็ตามจะต้องถูกจับ หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน มันไม่ใช่แค่ว่าผู้ใหญ่จะคุยกันนะคะ ผู้ใหญ่คุยกับเด็ก เด็กคุยกับผู้ใหญ่ เพราะทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ทุกคนมีความคิดความอ่านหลากหลายประสบการณ์ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ ก็คือทุกคนมีสิทธิที่จะพูด มีสิทธิที่จะคิด ส่วนความเห็นที่มันตกผลึกนั่นคือจะต้องยอมรับ เพราะฉะนั้นวันนี้ลูก ๆ หลาน ๆ เขาออกมาแสดงจุดยืน เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารบ้านเมืองให้โอกาส เขาเถอะค่ะ ถ้าดิฉันเป็นท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันจะภูมิใจมากเลยที่ลูกหลานดิฉันลุกขึ้น มาแล้ว วันนี้เราอยากเห็นคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาดูแลบ้านเมืองเพื่อจะรับผิดชอบ รับไม้ต่อจากคนรุ่นเรา เรามีแต่จะร่วงโรย เราจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี แล้วทําให้เขาได้ทําหน้าที่ดูแลบ้านเมือง อย่างสมบูรณ์นั่นคือวิธีการ เพราะฉะนั้นเราต้องรับฟังเขาคิดอย่างไรฟังเขาเถอะค่ะ ฟังเขา ฟังเยอะ ๆ เพราะว่าไม่มีปัญหาใดที่จะแก้ไม่ได้ การพูดคุยกันเป็นทางออกที่ดี เป็นการบริหาร จัดการแบบมีส่วนร่วมค่ะท่านประธาน ถ้าให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมยิ่งจะดี เพราะเขาจะได้ รู้สึกว่าเขาเป็นเจ้า เขามีส่วนร่วมในการคิด เพราะฉะนั้นเขาจะรับผิดชอบความภูมิใจ หรือแม้แต่ถ้าจะเกิดความล้มเหลวเขาก็จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะเขาเป็นผู้มีบทบาท ตรงนั้นด้วย สิ่งที่ลูก ๆ หลาน ๆ น้อง ๆ เขาเรียกร้อง ๓ ข้อนั้น ดิฉันคิดว่ามันเป็นเหตุและผล คุยกันค่ะ ไม่จําเป็นจะต้องเอามาตั้งกรรมาธิการในสภา เพราะว่าบุคคลที่เขาพูดถึง ใน ๓ ข้อนั้น ก็จะเป็นบุคคลของภาครัฐ โดยเฉพาะตัวท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จะทําให้เสียเวลาและมัน ไม่ใช่ด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงสนับสนุนญัตตินี้ แล้วก็ขอให้ทุกท่านได้คิดว่าลูกหลานของเรา คือทรัพยากรที่มีค่าของประเทศไทย ให้เขาค่ะ ให้โอกาสเขา ให้ประสบการณ์เขาได้เพิ่มพูน ให้เขาภูมิใจ ให้กําลังใจเขา ให้เขาเดินไปสู่จุดที่มันจะเป็นจุดที่ทําให้บ้านเมืองของเรา มีผู้ที่จะขึ้นมารับผิดชอบอย่างเต็มภาคภูมิ อะไรที่เขาขาดเติมให้เขา อะไรที่มันเกินไป เราก็ค่อยแตะ ค่อยคุย ค่อยพูดกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ตัวดิฉันเองสนับสนุนญัตตินี้ และขอให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านได้จงใช้เมตตาธรรม เมตตาเขาเหมือนลูกหลานของเราทุกคน แล้วก็ อย่าทําร้ายกันอีกเลยค่ะ เราสูญเสียมามากแล้ว หลายยุคหลายสมัยสิ่งนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก บทเรียนทั้งหลายทั้งปวงที่ฆ่าแกงกันเหมือนไม่ใช่คนไทยด้วยกัน เหมือนไม่ใช่พี่ไม่ใช่น้องกัน อย่าลืมนะคะ ไม่ว่าจะเป็นชาติใดภพใดเราอาจจะเคยเกิดมาเป็นพี่เป็นน้องกัน ในภพในชาติ ก่อน ๆ เพราะฉะนั้นเมตตาธรรมจะค้ําจุนประเทศไทย และเมตตาธรรมจะทําให้เรา อยู่ร่วมกันฉันท์คนที่เป็นพุทธศาสนิกชนค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมต้องขอกล่าวเชยชม แล้วก็สนับสนุนญัตติด่วนของ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็น การเมืองเปิดกว้างในรูปแบบที่สังคมวันนี้ต้องการ ก็ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าญัตตินี้ชื่อเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน ในการยื่นเรื่องครั้งนี้มีอยู่ประมาณ ๓-๔ เรื่อง แต่ทําไมผมถึงสนับสนุนญัตติ และเรื่องของ คุณจักรพันธ์ พรนิมิตร เพราะว่าค่อนข้างชัดเจนชื่อเรื่องก็คือว่าพูดถึงกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ฉะนั้นเราจะมุ่งเน้นที่จะรับรู้รับฟังความต้องการและเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน ในส่วนตรงนี้ที่เราให้ความสําคัญมาก ก็เพราะว่าเป็นกลุ่มที่เปราะบาง ในความคิด แล้วก็ผมเชื่อเลยว่าเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์จริง ๆ เดี๋ยวผมขอฝ่ายโสตช่วยขึ้นรูป นิดหนึ่งครับ🔗
เปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆ นะครับ ผมกําลังจะให้เห็นถึงกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องต่าง ๆ ว่ามีหลายกลุ่ม ซึ่งไม่แค่กลุ่มที่ ไม่เอารัฐบาลอย่างเดียว มีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนด้วย แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงกลุ่มนี้ครับ ก็คือ กลุ่มภาพสุดท้าย เดี๋ยวขอฝ่ายโสตขึ้นอย่างต่อเนื่องเลยนะครับ กลุ่มนี้ละครับ คือกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาที่ผมเป็นห่วงมาก ๆ นะครับ อยากจะใช้ คําพูดแทนว่าพี่เป็นห่วงน้องมาก ๆ จริง ๆ นะครับ เพราะว่าเรียนตรง ๆ เลยว่าความห่วงใย จากรัฐบาลกับกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ที่มีความคิดหลากหลาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา สนใจ ทางการเมืองมากขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่เขามีความห่วงใยกับชาติบ้านเมือง มีความห่วงใย กับเศรษฐกิจในตอนนี้ แล้วก็แนวทางประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า มันเป็นในแบบที่สมควรจะเป็นหรือไม่ ด้วยความไม่รู้ หรือด้วยความมีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่พวกเราอยากจะเปิดเวทีรับฟังน้อง ๆ วันนี้ได้มีโอกาสเข้าถึงปัญหาของน้อง ๆ แล้วอยากจะเชิญน้อง ๆ มาร่วมกันกําหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ถือเป็นนิมิตใหม่ ของการเมืองที่เปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็น วันนี้เราต้องพูดความจริงครับ ทําไมผมถึง ต้องบอกว่าเราต้องพูดความจริง เพราะวันนี้ปัญหาของประเทศไทยอยู่กับ ๒ เรื่องเท่านั้น คือความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจ ตกต่ําที่ต้องเร่งดําเนินการ ฉะนั้นการชุมนุมเรียกร้องจากกลุ่มต่าง ๆ เราต้องมาวิเคราะห์ และแยกแยะว่าเป็นกลุ่มชมนุมกลุ่มไหน มีใครอยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือไม่ ถ้าใน ความหมายของพวกเรานักการเมืองก็คือจัดตั้งหรือไม่ อันนี้เราต้องแยกแยะให้ชัดนะครับ การมีม็อบ (Mob) จัดตั้งเราเห็นกันมานานแล้ว การบังคับใช้กฎหมายเสรีภาพของการใช้บังคับ ใช้กฎหมายต้องเท่าเทียมกัน เราต้องมองถึงว่าผู้ที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองด้วย ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าทางรัฐบาลคงไม่ประสงค์ที่จะเห็นม็อบ (Mob) ชนม็อบ (Mob) เหมือนเช่นอดีตที่เราเคยเห็นว่ากลุ่มสีเสื้อ กลุ่มรักฝั่งนี้ก็มาชุมนุมกัน อีกกลุ่มรักฝั่งโน้น ก็มาเลือกมุมหนึ่งมาชุมนุมกัน สุดท้ายก็วิ่งเข้าหากัน ปะทะกันเพื่อแสดงพลัง อันนี้ ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่อยากเห็นความแตกแยกอีก แล้วก็ไม่อยากเห็นภาพการเมือง แบบเก่า ๆ เพราะวันนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งในแนวทางประชาธิปไตย เราต้องเคารพ เสียงส่วนใหญ่ในสภา ซึ่งเป็นปกติว่าการเมืองไทยในยุคนี้เสียงส่วนใหญ่ในสภาคือเสียง ส่วนต่าง ไม่ใช่เสียงที่มากที่สุด แต่เสียงส่วนต่างที่จะต้องได้รับความเคารพในแนวทาง ประชาธิปไตย เป็นเรื่องปกติที่วันนี้หลายกลุ่มก็มีความคิดที่หลากหลายไม่ผิดปกติเลยนะครับ เป็นเรื่องการแสดงพลัง การแสดงเจตนารมณ์ ทัศนคติต่าง ๆ ต่อรัฐบาล ท่านทําได้ครับ อยู่ในกฎหมาย ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่วันนี้เราทําดีกว่านั้นเพื่อที่จะเชิญตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาเลย ให้น้อง ๆ เข้ามาได้แสดงความคิดเห็นกัน วันนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าข้อเรียกร้องของหลาย ๆ กลุ่ม พวกเราได้คุยกันแล้วก็เห็นสมควรมาก วันนี้สถานการณ์ หลายสถานการณ์ที่หลายท่านทราบดี สังคมรับทราบความไม่พอใจของกลุ่ม สถานการณ์ บางสถานการณ์ยังพอจํากันได้นะครับ การชักธงดําขึ้นเสาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มเซฟ (Save) วันเฉลิม กลุ่มเยาวชนปลดแอกที่เราพูดถึงกัน ที่มีข้อเรียกร้องให้ยุบสภา หยุดการคุกคามประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และกลุ่มอื่น ๆ ผมเรียนนิดหนึ่ง ไม่ใช่มีแค่กลุ่มที่ท่านได้รับทราบนะครับ ยังมีหลาย ๆ กลุ่ม แต่วันนี้เรากําลังพูดถึงในส่วนของ นิสิต นักศึกษา และเยาวชน จริง ๆ แล้วผมมีความใกล้ชิดกับน้อง ๆ เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะเป็นรุ่นพี่ที่ใกล้ชิดมีลูกหลานที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยดัง ๆ ก็หลายมหาวิทยาลัยนะครับ มหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมในเรื่องของการเมือง ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าผู้ใหญ่อย่างผมก็คงไม่ใช่ มือที่เหี่ยวแห้งไร้ความสามารถ แล้ววันนี้ก็คืออยากจะสรุปนิดเดียวนะครับ อดีตเราก็เคยมี นายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นตํารวจมาแล้วนะครับ เราก็ทราบดีว่าเป็นอย่างไร วันนี้ถ้าเราจะมีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นทหารมาบ้างแล้ว เป็นนักการเมืองที่ดีมีระเบียบ มีความตั้งใจทํางาน เราก็น่าจะเปิดใจให้กว้างนะครับ เพื่อคนดีในสังคมจะได้มีกําลังใจที่จะ ทํางานต่อครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เป็นคุณขจิตร ชัยนิคม ท่านขจิตรยังไม่อยู่นะครับ ขอเชิญคุณจิราพร สินธุไพร ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นวันที่ ๒ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายในญัตติด่วนเกี่ยวกับ กรณีการชุมนุมเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งการอภิปรายตลอด ๒ วันที่ผ่านมาพอจะสรุปได้เป็น ๒ แนวทางคือ🔗
แนวทางแรก ต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟัง ความเห็นของนักเรียนนักศึกษา🔗
แนวทางที่ ๒ คือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับ กรณีการชุมนุมเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษากันอย่างกว้างขวาง และให้รวบรวมความเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล ให้รัฐบาลรับฟังและนําไปแก้ไขปัญหาต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ มีท่านสมาชิกหลายท่านได้นําเรียนไปแล้วว่าการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในครั้งนี้มีการประกาศข้อเรียกร้อง ๓ ข้อค่ะ🔗
ข้อ ๑ ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือผู้ที่ครองเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คือรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอก ประยุทธ์ ยังมีบทบาทต่อวุฒิสมาชิก ๒๕๐ คน ซึ่งแต่งตั้งโดย พลเอก ประยุทธ์ เมื่อครั้งเป็นอดีต หัวหน้า คสช. และเป็นตัวแปรสําคัญในการแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องมาโดยตลอดว่าให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ติดปัญหาอยู่ที่คนคนเดียว คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นอนกอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกอดอํานาจตัวเอง วันนี้นักเรียน นิสิต นักศึกษา พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น ผู้ที่ต้องตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้า พลเอก ประยุทธ์ จริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญต้องส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว. ๒๕๐ คน ส่วนฝ่ายค้านเราพร้อมที่จะแก้รัฐธรรมนูญตั้งนานแล้วค่ะ มีเพียง พลเอก ประยุทธ์ ที่ไม่เคย แสดงท่าทีใด ๆ ว่าจะให้มีการแก้ ดังนั้นอุปสรรคที่สําคัญที่สุดในการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี🔗
ประเด็นที่ ๒ นักศึกษาเรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ซึ่งผู้ที่มีอํานาจ ก็คือรัฐบาล มีทั้งกลไกตํารวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคงมีสรรพกําลังเต็มมือค่ะ เพราะฉะนั้น คนที่จะตอบคําถามกับนักศึกษาและประชาชนในประเด็นนี้ได้ดีที่สุดก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้🔗
ประเด็นที่ ๓ ให้ประกาศยุบสภา ซึ่งเป็นการเรียกร้องตามวิถีทางแห่งระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งคนที่มีอํานาจยุบสภานี้คือนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ส.ส. ก็ยุบไม่ได้ค่ะ ผู้ที่กุมอํานาจเด็ดขาดในการยุบ สภาผู้แทนราษฎรคือนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าเราจํากันได้เมื่อครั้งที่รัฐบาลมีปัญหาจัดสรรผลประโยชน์ภายในไม่ลงตัว มีรายงานข่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ ออกมาขู่พรรคร่วมรัฐบาลทุกวันว่าจะยุบสภาผู้แทนราษฎรค่ะ วันนี้ นักเรียน นักศึกษา พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการยุบสภา แต่ พลเอก ประยุทธ์ กลับเฉย สรุปแล้วการยุบสภาเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ใช้เพื่อขู่พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นหรือคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเชื่อว่าหากจําเป็นต้องมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และเลือกตั้งใหม่ฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะพิสูจน์ศรัทธาประชาชนอีกครั้งหนึ่ง แต่ฉันมีข้อสังเกต ว่าถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ฉบับนี้ การเลือกตั้งก็จะกลายเป็น เพียงแค่พิธีกรรมให้ พลเอก ประยุทธ์ และคณะใช้ชุบตัว สร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองในการจัดตั้งรัฐบาล และครองอํานาจที่บิดเบือนเจตนารมณ์ ของประชาชน ดังนั้นก่อนที่ พลเอก ประยุทธ์จะตัดสินใจยุบสภาหรือลาออกต้องให้มีการ แก้รัฐธรรมนูญค่ะ ต้องทําให้รัฐธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ๒ วันที่ผ่านมามีท่านสมาชิกได้อภิปรายว่าสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นศูนย์กลางในการรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหาให้ประชาชน จะไม่รับผิดชอบต่อ การเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาไม่ได้ จึงต้องมีการตั้งกรรมาธิการ ดิฉันกราบเรียนว่า ดิฉันเห็นด้วยที่สภาผู้แทนราษฎรต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ แต่คู่กรณีโดยตรง ต่อข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในครั้งนี้คือรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาได้บรรจุญัตติด่วนและเปิดให้มีการอภิปราย กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็ได้มีการแนะนําให้รัฐบาลรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที นี่คือการรับผิดชอบของสภา สภาแห่งนี้กําลังทําหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับทราบ รับฟังปัญหาโดยภาพรวมทั้งหมด แต่คนที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดและสามารถตอบสนองต่อ ข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อ ของนักเรียน นิสิต นักศึกษาได้ คือ พลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์รับฟังคนอื่นได้ ออกจดหมายไปสอบถาม เดินทางไปขอรับฟัง ความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ แต่วันนี้ลูกหลานอนาคตของชาติอยากให้ท่านรับฟัง ทําไมท่านจะรับฟังไม่ได้คะ หรือท่านเห็นนิสิต นักศึกษา ประชาชนเป็นศัตรู ก่อนเกิดวิกฤติ โควิด (COVID) นักศึกษาได้เคยออกมาชุมนุมเรียกร้องไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ พลเอก ประยุทธ์ ก็เพิกเฉย และตอนนี้ไม่รับฟังไม่เท่าไรนะคะ ยังมีการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปอีกจนถึง สิ้นเดือนสิงหาคม ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อมาแล้วเกือบ ๒ เดือน สรุปแล้ว พ.ร.ก. ฉบับนี้ใช้ควบคุมไวรัสหรือควบคุมวัยรุ่นกันแน่คะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรต้องไม่บิดเบือน ข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพราะเขาไม่ได้ร้องขอต่อสภา เขากําลังส่งเสียง ไปยังรัฐบาล การตั้งกรรมาธิการจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ คนที่จะ แก้ปัญหานี้ได้คือลุงตู่ค่ะ ไม่ใช่ลุงชวนค่ะ เขาไม่ได้ถามสภาผู้แทนราษฎร เขาถามไปยังรัฐบาล ขออนุญาตใช้อีกครึ่งนาทีค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ พลเอก ประยุทธ์จะปัดความ รับผิดชอบ แล้วใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือในการซื้อเวลาให้รัฐบาลไม่ได้ค่ะ ข้อเรียกร้อง ทั้ง ๓ ข้อ เป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลและมีศูนย์กลางของปัญหาอยู่แค่คนคนเดียวค่ะ คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้า พลเอก ประยุทธ์จริงใจในการที่จะแก้ปัญหา จริงใจในการที่จะรับฟังเสียงของนักเรียน นิสิต นักศึกษา แล้วก็ประชาชน ไม่จําเป็นต้องใช้ กลไกกรรมาธิการค่ะ ท่านสามารถฟังเสียงประชาชนได้โดยตรงและสามารถลงมือแก้ปัญหา ได้ตอนนี้ วินาทีนี้เป็นต้นไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น คุณนิรมิต สุจารี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนต่อท่านประธานถึงญัตติด่วน ขอให้สภา ผู้แทนราษฎรมีมติให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา กระผมเห็นด้วย มีความสนับสนุนให้ญัตติของท่าน ส.ส. ประเสริฐ จันทรรวงทอง คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และญัตติด่วนของ ส.ส. คมเดช ด้วยเหตุผลว่าวันนี้เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าเจ้าของอํานาจ อธิปไตยได้ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะบอกกับรัฐบาลว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องดําเนินตาม ข้อเรียกร้องของเจ้าของอํานาจอธิปไตยก็คือนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ข้อเรียกร้อง ที่สําคัญ มีเหตุผลที่น่าจะสนับสนุนให้รัฐบาลต้องรับฟังก็คือข้อเรียกร้องที่ ๑ ให้มีการยุบสภา ข้อเรียกร้องที่ ๒ อย่าทําร้ายประชาชนผู้มาชุมนุม ข้อเรียกร้องที่ ๓ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยส่วนตัวของผมนั้นผมมีความเห็นว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่รัฐบาลน่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่บ่งบอกถึงอํานาจของประชาชน อํานาจของประชาชน ที่สําคัญที่สุดก็คือการเข้าสู่อํานาจของนายกรัฐมนตรี ของ ส.ส. ของ ส.ว. ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกัน ทั่วไปว่าน่าจะมีการทบทวน น่าจะมีการแก้ไข เพราะฉะนั้นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้อง เข้าไปรับฟังความต้องการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการที่จะปกป้อง คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน วันนี้เจ้าของอํานาจอันแท้จริงเขาได้ลุกขึ้นมาบอก รัฐบาลว่ารัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่องต้องมีการศึกษาและแก้ไขโดยเร่งด่วน แล้วคนที่จะแก้ไขได้ ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมคิดว่าน่าจะมาจากคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องมีดําริว่าจะเปิดโอกาสให้มีการรับฟังการแก้ไข หรือความต้องการของเจ้าของอํานาจก็คือนิสิต นักศึกษา ประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมคิดว่าคนที่จะรับผิดชอบนําเรื่องนี้ไปศึกษาก็คือตัวรัฐบาลเองโดย พลเอก ประยุทธ์ พลเอก ประยุทธ์ จะต้องเปิดทําเนียบรัฐบาลฟังนิสิต นักศึกษา ประชาชน ไม่ใช่ให้สภาเปิดรับ ฟังแล้วผมเชื่อว่ากระบวนการของรัฐสภาจะทําให้ช้า แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลงมารับฟังเอง ก็จะทําให้การแก้ไขปัญหาได้ถูกต้องได้ทันท่วงที แล้วเรื่องที่ ๒ ที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ อย่าทําร้ายประชาชนผู้มาชุมนุม เพราะว่าการชุมนุมหรือมาเสนอข้อเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองแก่นิสิต นักศึกษา ประชาชน เพราะฉะนั้น กระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับกุมคุมขังหรือการที่จะไปสกัดไม่ให้มีการไปชุมนุม ผมคิดว่าน่าจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มั่นใจว่าสิทธิเสรีภาพในการที่จะชุมนุมหรือเสนอ ข้อเรียกร้องของเขานั้น ต้องได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทุกประการ คนที่จะให้ความคุ้มครองได้ก็คือหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้ารัฐบาลเป็นหัวหน้าฝ่ายข้าราชการ ซึ่งมีอํานาจ มีกฎหมายให้ความคุ้มครองในการที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน แล้วเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องการยุบสภา ยุบสภาวันนี้จะยุบได้ก็ต่อเมื่อได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามความต้องการของเจ้าของอํานาจก็คือนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ได้เสนอ มาแล้ว และได้มีการแก้ไขแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไปยุบสภาก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าผลเสียน่าจะเกิดขึ้นมากกว่าจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติกันต่อไป สิ่งที่อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ประการที่ ๑ รัฐบาลจะต้อง เปิดเวทีให้นิสิต นักศึกษา ประชาชนได้มีเวทีแสดงความคิดเห็นถึงความต้องการในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ รวมถึงความเดือดร้อนในการชุมนุมในความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของเขา ให้เขาได้สามารถที่จะแสดงออกต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง ท่านนายกรัฐมนตรีต้องลงมารับฟัง โดยเปิดทําเนียบรัฐบาลให้ประชาชนได้ไปเสนอปัญหาหรือความต้องการของเขาโดยครบถ้วน ทุกประเด็น ประการที่ ๒ ต้องมีใจเป็นธรรมหรือมีความเป็นธรรม มองนิสิต นักศึกษา ประชาชนว่าเป็นผู้ที่เขามีความต้องการอยากใช้สิทธิในการที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา ทางด้านการเมือง การปกครองของประเทศไทย ตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา ซึ่งถือว่าประชาชนเจ้าของอํานาจเป็นเจ้าของอํานาจผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศ สามารถที่จะ แสดงออกถึงความต้องการของเขาได้ตลอดเวลา และประการสุดท้ายก็ฝากไว้ไปถึงรัฐบาลว่า อย่าให้มีการใช้อาวุธมีการปราบปรามประชาชน ถ้าเสียงปืนแตกเมื่อไรตามประวัติศาสตร์ ของการเมือง การปกครองไทยจะมีการสูญเสีย และท้ายที่สุดความเสียหาย ความหายนะ ของประเทศชาติก็จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวรัฐบาลเองและตัวพี่น้องประชาชนก็คงจะได้รับ ผลเสียหายอย่างร้ายแรง ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านขจิตรมาแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต่อประเด็นญัตติที่สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้มีการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และนักเรียน เยาวชน ที่กําลังเรียกร้องเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผู้ปกครองบ้านเมือง ให้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ให้แก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่สภานี้จะมาถกเถียง เพื่อเห็นความสําคัญหรือเพื่อที่จะเรียกร้องไปยังส่วนต่าง ๆ ให้ดําเนินการโดยไม่ได้เกิด ความรุนแรง ไม่ได้เกิดการสูญเสียเหมือนในอดีต ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เยาวชน สะท้อนออกมาซึ่งผมได้ติดตามการอภิปรายข้อเรียกร้องต่าง ๆ นั้น เป็นข้อบ่งชัดว่าการลุกขึ้น ของเยาวชน นิสิต นักศึกษาและลูกหลานนักเรียนเป็นคนที่มีความเข้าใจสภาพบ้านเมือง เป็นอย่างดี ใครจะคิดว่ากระบวนการทางความคิดของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชน ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีคนอยู่เบื้องหลัง มีอะไรต่าง ๆ ผมไม่เชื่อครับ กระบวนการการต่อสู้ ที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ เกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ทั่วประเทศ ไม่เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ แล้วจะต้องดูแคลน แต่เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจ ผมฟังจากเยาวชนหลายเวทีเขา หมดความหวังหมดอนาคตกับประเทศชาติที่ดําเนินการอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การจัดการกับโควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งบประมาณ ไปซื้ออาวุธ ในขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินสร้างภาระให้เขา เขาเข้าใจครับ เขาเข้าใจกว่าหลายคนที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องให้ความเคารพ ให้ความเห็นใจ เวลานี้ กระบวนการของเยาวชนเขาทําเพื่อ ๑. ตัวเขาเอง เขามองไม่เห็นอนาคตในประเทศนี้ ถ้าการปกครองยังเป็นรูปแบบอย่างนี้ต่อไป ท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดตรง ๆ เขาไม่ได้ สร้างความหวังให้กับผู้แทนราษฎรหรือสภานี้ว่าแก้ปัญหาได้ ไม่มีทางหรอกที่สภานี้จะลงมติ ปลดนายกรัฐมนตรีออกตามความเห็นของเยาวชนที่เขาเสนอ แม้แต่การแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งไปแล้วก็ยืดเยื้อก็ยังไม่ได้แก้ ยังหาข้อยุติไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการคุกคามเราก็ช่วยได้ โดยการสะท้อนเป็นรายกรณีแต่เราไม่สามารถจะหยุดยั้งพฤติกรรมเหล่านั้นได้ ระบอบการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่ผู้ปกครองมาจากการสืบทอดอํานาจ ในปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้ รัฐสภาหรือผู้แทน รัฐธรรมนูญที่มีลักษณะพิกลพิการ ให้อํานาจคนที่เลือกมา ๒๕๐ คน สามารถที่จะตั้งนายกรัฐมนตรีได้ เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงโดยวิถีทางปกติ พี่น้องลูกหลานเยาวชนเขาสรุปแล้วครับ ไม่ว่าท่านจะตั้ง กรรมาธิการกี่คณะ ไม่ใช่เฉพาะกรรมาธิการ ให้สภาทั้งสภา รัฐสภาด้วย ทั้ง ส.ว. ทั้ง ส.ส. เป็นการเปลี่ยนแปลงในระบบปกติ การเปลี่ยนแปลงในระบบปกติไม่สามารถจะทําได้ เขาสรุปแล้วครับ เขาถึงออกมาเรียกร้องต้องเข้าใจประเด็นนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ในแผ่นดินนี้ แผ่นดินนี้เรียนรู้การเข่นฆ่า เรียนรู้การเรียกร้อง เรียนรู้ความคิดที่บริสุทธิ์ มีบทเรียนมาแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ว่าการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเรา ของมนุษย์ใช้เวลานานมาก ผมเกรงว่าประเทศนี้ โดยส่วนรวมทั้งผู้ปกครองและกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องจะไม่สรุปประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ผมจึง เรียกร้องไปยังทุกฝ่ายว่าการยืนหยัดเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นความกล้าหาญ ที่ผมจะต้องแสดงความเคารพต่อเยาวชน นักเรียน ลูกหลานว่ากล้าหาญมากกว่าผม ผมอยู่ในระบบนี้ผมไม่กล้าหาญพอที่จะระดมคนมาไล่รัฐบาลที่ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องหรอก อันนี้ต้องขอชมเชยในการที่จะเสี่ยงภัยต่อความเข้าใจผิด แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมเข้าใจว่า มันถึงเวลาสุดท้ายแล้ว ผมอยากจะสร้างความเข้าใจให้แก่คนไทยทุกคน ทุกฝ่ายว่าแท้ที่จริงแล้ว สุดท้ายลูกหลานนิสิต นักศึกษา และเยาวชน ขึ้นมาเรียกร้องแม้จะเป็นการเรียกร้อง ที่ให้ยุบสภาซึ่งผมจะสิ้นสภาพไปวันที่ยุบ ผมก็ไม่ได้ห่วงหาอะไร ขอให้กระบวนการนี้ ได้ถูกสถาปนาประชาธิปไตยขึ้น ทําลายเผด็จการในประเทศนี้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมจะไม่เสียดาย ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลย เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ผมอยากจะฝาก ประเด็นสุดท้ายว่าผมนี่ไม่เห็นด้วยหรอกการตั้งกรรมาธิการแล้วดึงเข้ามาระบบ อย่างมาก ก็เป็นการถ่วงเวลาซึ่งทําไม่ได้หรอก กระแสประวัติศาสตร์มันกําลังจะเปลี่ยนแปลงรุนแรง และเกรี้ยวกราด ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ทุกคนลืมว่าพวกเขาไม่ได้เรียกร้อง เพื่อตัวเขาเอง หรือคนรุ่นพวกเขาอย่างเดียว แต่หมายถึงว่าการเรียกร้องนี้จะสร้าง ประชาธิปไตยได้ เขาหมายถึงการเรียกร้องที่เขานึกถึงลูกหลานรุ่นน้องของเขาจะเติบโต ขึ้นมามีอนาคต แม้แต่พวกเราเองก็จะได้แก่แล้วก็ตายไปอย่างสุขสบาย แล้วก็สมศักดิ์ศรี ในประเทศที่มีประชาธิปไตยและในประเทศที่เป็นการยอมรับว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอให้การต่อสู้ของผู้บริสุทธิ์เพื่อบ้านเมืองจงประสบ ความสําเร็จ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยชนะ เดชเดโช พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตท่านประธานสภาอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนของ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม ท่านประธานครับ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้รับฟังการที่นิสิต นักศึกษา ออกมาเรียกร้อง กับรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ๓ ข้อด้วยกัน ๑. ยุบสภา ๒. หยุดคุกคาม ๓. แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียนกับท่านประธานสภาว่าในข้อเรียกร้องของน้อง ๆ นักศึกษา ผมเห็นด้วยทั้ง ๓ ข้อ แต่การเห็นด้วยทั้ง ๓ ข้อนี้มันต้องมีวิธีการแต่ละข้อ แต่ละข้อว่าใช้เวลา ตอนไหนทําอย่างไร ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทางออก ณ เวลานี้การยุบสภายังไม่ใช่ ทางออก ปัญหาที่แท้จริงของการเมือง ณ วันนี้มาจากปัญหารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ไม่มี ประชาธิปไตยเต็มใบที่ไหนหรอกครับ ที่มีระบบรัฐสภามาจากการเลือกตั้ง ๑ ระบบ อีก ๑ ระบบมาจากการแต่งตั้งและสรรหา พิจารณาจากคณะกรรมการไม่กี่คน ผมเรียนว่าเมื่อปัญหาแก่นแท้ของปัญหามาจาก ร่างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๖๒ รัฐธรรมนูญไม่สามารถหยุดการทุจริตการเลือกตั้งได้เลยท่านประธานครับ ปัญหาการซื้อเสียง มีเยอะ มีการร้องเรียนเข้าไป แต่ได้รับพิจารณาแค่ไม่กี่เรื่อง ผมเรียนว่าทางออกแรก เราต้องตั้ง ส.ส.ร. สมาชิกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาเราเราคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว ทําอย่างไรที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ คณะกรรมาธิการวิสามัญก็บอกว่าให้แก้ไขมาตรา ๒๕๖ ก่อน เพื่อเป็นประตู ในการเปิดประตูแก้ไขมาตราอื่น ผมเรียนกับท่านประธานว่าการเคลื่อนไหวของน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ทุกวันนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่คล้ายกันกับการเคลื่อนไหวตอนตุลาคม ปี ๒๕๑๖ และปี ๒๕๑๙ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีอานุภาพมากกว่า เหตุผลที่ผมบอกว่ามีอานุภาพ มากกว่าการเคลื่อนไหวเมื่อตุลาคม ปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๑๙ เป็นการลงถนนที่กรุงเทพมหานคร แล้วออกไปต่างจังหวัด วันนั้นเรายังไม่มีระบบโซเชียล (Social) แต่การเคลื่อนไหวในวันนี้ ท่านประธานก็เห็นอยู่ว่ามีการเคลื่อนไหวบนท้องถนน มีการเคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัย มีการเคลื่อนไหวในโรงเรียน และมีการเคลื่อนไหวทางโซเชียล (Social) อย่างเป็นระบบ ผมเลยมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เลยมีอานุภาพสําคัญและมีพลังมาก ผมบอกรัฐบาลได้เลยว่า อย่าประมาทและมองข้ามน้อง ๆ เสียงเรียกร้องของน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา วันนี้สิ่งที่ น้อง ๆ ออกมาเรียกร้องนั่นคือปัญหาข้อเท็จจริงในประเทศที่จะเดินไปข้างหน้า เรามีบทเรียน มาหลายครั้งว่าเมื่อไรที่เรามีรัฐบาลและคิดจะสืบทอดอํานาจประเทศจะจบด้วยการลงถนน ทุกรอบ วันนี้เราเดินทางมาระบอบประชาธิปไตยมาไกลมากแล้ว เราจะย้อนกลับไปเพื่อให้ ประเทศมีปัญหาหรือครับ ผมเรียนว่าการที่เราจะเดินหน้าไปได้ เมื่อเราทราบแล้วว่าปัญหา เกิดจากอะไร ปัญหามาจากที่ไหน ผมคิดว่าเพื่อนในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เข้าใจ ปัญหาไม่ต่างจากผมหรอกครับ แต่ที่ผมบอกว่าผมเห็นด้วยให้ตั้ง ผมคิดว่าสภา ต้องเป็นตัวกลางในการพูดคุยระหว่างน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา และรัฐบาล เวทีสภา การตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาจะเป็นเวทีอีกเวทีหนึ่งที่สามารถให้น้อง ๆ นักศึกษา ได้มาพูดคุยผ่านสภาไปถึงรัฐบาลได้ ผมไม่ขัดข้องที่น้อง ๆ จะลงถนน ผมไม่ขัดข้องนะครับ แต่เวทีหนึ่งที่เราเป็นตัวกลางได้ก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากเห็นเหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ผมอยากเห็นบ้านเมืองเราสงบ ผมอยาก เห็นการเปิดโต๊ะเจรจาคุยกันและหาทางออกให้กับประเทศชาติ ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากถึง รัฐบาลครับ ผมอยากจะฝากถึงรัฐบาลว่ารัฐบาลอย่าทําตัวเป็นผู้สูงอายุที่หูหนัก โปรดรับฟัง เสียงน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวธนพร โสมทองแดง ท่านขอไว้ ๕ นาที ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ขอร่วมอภิปรายในญัตติรับฟังความคิดเห็นนิสิต นักศึกษา ท่านประธานคะ ในประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ดิฉันมีความเห็นว่าความหมายของหลักการประชาธิปไตยในเชิงวิถีชีวิตของประชาชน มีความหมายสําคัญดังนี้ ใช้เหตุผลในการตัดสินปัญหาหรือข้อขัดแย้งระหว่างกัน ในทาง ปฏิบัติแม้ว่ามนุษย์จะไม่ได้ใช้เหตุผลตลอดเวลา แต่ควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เพราะการ แสดงออกซึ่งความคิดเห็นนั้นโดยการใช้เหตุผลจะนํามาซึ่งข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับกัน โดยไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม🔗
ประเด็นต่อมารู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีสติสัมปชัญญะ ปราศจากอคติและมีความอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่างจากตน มีน้ําใจประชาธิปไตย กล่าวคือมีความคิดเห็นเป็นของตนเอง ไม่นิยมยอมตามความคิดเห็นของผู้อื่น นอกจาก จะถูกลบล้างด้วยเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่ายอมรับเสียงข้างมาก เคารพในศักดิ์ศรี สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีจิตใจกว้างขวางพร้อมที่จะยอมรับ การวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่น และพร้อมที่จะปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ🔗
ประเด็นถัดมาสนใจกิจการบ้านเมืองและเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองโดยถือว่า เป็นหน้าที่ เคารพกฎเกณฑ์หรือกติกาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด วันนี้บ้านเมืองเรามีปัญหาใหญ่หลวงมากรอคอยอยู่ข้างหน้า ประชาชน เยาวชน นักเรียน นักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นของพวกเขาตามระบอบประชาธิปไตย สนใจกิจการ บ้านเมืองและเข้ามีส่วนร่วมทางการเมือง โดยถือว่าเป็นหน้าที่คือสิ่งที่ระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องควรจะมี ไม่ควรกีดกัน สาดสีสาดข้อมูลอันเป็นเท็จที่ฝ่ายรัฐบาลจําพวกชอบทํา เพื่อทําลายความน่าเชื่อถือของเด็ก ๆ และเยาวชน นักศึกษาเหล่านี้ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ทํากันมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ เป็นต้นมา รัฐบาลต้องรู้จักฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมี สติสัมปชัญญะ ปราศจากอคติ และมีความอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่างจากตน เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนี้เจ็บปวดกับการที่รัฐไม่รู้จักอดทนฟังและใช้กําลังปิดปากผู้อื่น มานานมากพอแล้วค่ะ ในยุคที่มีคําว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน นั้น หรือคําว่า รับฟัง ความคิดเห็น เป็นเพียงพิธีการที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ผู้รับผิดชอบก็ทํา ๆ ไปตามหน้าที่ แต่สภาของเราคงทําเช่นนั้นไม่ได้ สิ่งที่สภาแห่งนี้ในฐานะผู้แทนประชาชนควรทําคือลงมือทํา แล้วมีมติรับญัตตินี้ส่งให้รัฐบาลไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อย่าให้ความขัดแย้ง ทางการเมืองครั้งนี้ เรามีหน่วยงานอย่างสถาบันพระปกเกล้าที่มีความเชี่ยวชาญในทฤษฎี และมีวิธีการในการจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี เรามีหน่วยงานการศึกษาที่ทํางานเรื่องนี้ หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัย ดิฉันขอกล่าวไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านขอให้ลงมือทํา เพื่อปกป้องเยาวชนลูกหลานของเราที่ออกมาแสดงด้วยพลังบริสุทธิ์เพื่ออนาคตของพวกเขา อย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องเดินซ้ํารอย แล้วเราจะมานั่งถามตัวเองในเวลานี้ว่าทําไมเราถึงไม่ทํา ในสิ่งที่เราทําได้ ทําไมเราปล่อยให้ปัญหาที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าปะทุรุนแรงขึ้นโดยที่เรา สามารถป้องกันได้ หากไปทําอะไรกับนักศึกษาความรู้สึกจะอยู่ไปกับพวกเขาอย่างน้อย ๕๐ ปี ผู้มีอํานาจควรคิดให้ดี ๆ นะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ผมอนุโลมให้นะครับ ปกติ เราห้ามอ่านครับ เชิญท่านต่อไปคุณธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ ท่านอยู่ไหมครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นขอท่านณัฐวุฒิ ก่อนนะครับ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา การเริ่ม ออกมาชุมนุมของนิสิต นักศึกษา เยาวชนครั้งนี้ถือว่าเป็นภาคที่ ๒ ต่อเนื่องจากภาคที่ ๑ แต่ภาคนี้ดูจะมีจํานวนมากขึ้น มีการให้ความเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย (Social media) มากขึ้น และมีข้อเรียกร้องชัดเจนทั้ง ๓ ข้อ ข้อแรก ให้มีการยุบสภา ข้อที่ ๒ ให้หยุดคุกคาม ประชาชน ข้อที่ ๓ ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแนะนํา ครับ แนะนําไปยังรัฐบาล แนะนําไปยังรัฐสภาแห่งนี้ครับ แนะนําไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า ข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ประการนั้นอย่ายอมรับครับ ย้ําอีกครั้งครับ ท่านประธานครับ ข้อเรียกร้อง ของนิสิต นักศึกษา นักเรียน เยาวชน ทั้ง ๓ ข้อ อย่ายอมรับครับ ถามว่าทําไมอย่ายอมรับ ผมจะให้เหตุผลดังต่อไปนี้ครับ อย่ายอมรับของกระผมนั้นให้แยกออกเป็น ๓ คําครับ คําแรก อย่า คําที่ ๒ ยอม คําที่ ๓ รับ ถามว่าอย่าอะไร อย่าก็คืออย่าประมาทนะครับ รัฐบาล อย่าประมาทม็อบ (Mob) นิสิต นักศึกษาครั้งนี้ครับ อย่านิ่งดูดายข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษาทั้ง ๓ ข้อนะครับ อย่าไปมองว่าการเคลื่อนไหวการชุมนุมครั้งนี้มีใครอยู่เบื้องหลัง และอย่านะครับ อย่าไปกีดกันเข้าด้วยการใช้วิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสวนสวย ภายใน ๑ วัน เอาสแลนมาคุมว่าจะมีการก่อสร้างในบริเวณที่ตั้งของกองทัพ เหล่านี้อย่าทํา เลยครับ ยิ่งทํายิ่งเป็นผลเสียต่อผู้กระทํานะครับ และอย่าต่อไปครับ อย่าใช้โควิดโมเดล (COVID Model) โดยเด็ดขาด ม็อบ (Mob) นักศึกษาภาคแรกยุติไปด้วยโควิด (COVID) อย่าใช้โควิดโมเดล (COVID Model) ในการยุติม็อบ (Mob) นักศึกษาครั้งที่ ๒ จะก่อให้เกิดอันตราย อย่างยิ่ง อย่าใช้โมเดล (Model) ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และท้องสนามหลวง ถ้าใครติดตามประวัติศาสตร์ไปอ่านเกิดอะไรขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และท้องสนามหลวง อย่าใช้โมเดล (Model) นั้นโดยเด็ดขาดครับ คําที่ ๒ ครับท่านประธาน ยอมครับ ยอมอะไร ยอมของผมก็คือยอมให้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นในสภาแห่งนี้ ยอมอะไรครับ ตั้งแล้วทําอะไร ตั้งแล้วยอม ยอมให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นให้ได้ครับ ร่างแล้ว ต้องตรงไปตรงมาครับ มีกําหนดระยะเวลาแล้วเสร็จให้แน่นอนว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่จะแล้วเสร็จเมื่อไร จะทํา อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง ถ้าตั้งแล้วไม่มีประโยชน์เพื่อใช้เทคนิค แท็กติก (Tactic) ในการที่จะซื้อเวลาในการดึงนักศึกษาเข้ามาในสภาแห่งนี้ไม่มีประโยชน์ ต้องมี ความจริงใจและมีความจริงจังต่อกันครับ ยอมต่อไปครับ ยอมให้มีการยุบสภา ภายหลังที่มี การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ อันนี้เป็นทางรอด เป็นทางรอดของรัฐบาลชุดนี้ เป็นทางรอด ของระบอบประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งอย่าและยอม จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลชุดนี้ จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของสภาแห่งนี้ เพราะว่า รัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคหลาย ๆ ประการในการส่งเสริมประชาธิปไตยให้เกิดความเจริญก้าวหน้า คําสุดท้ายครับ รับ ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้าไปรับฟังนิสิต นักศึกษา ว่าข้อเรียกร้องในการคุกคามประชาชนมันมีอะไรบ้าง ผมยกตัวอย่าง รายงานฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่อเวลาสักหน่อยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในรายงาน ประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทย เขาสรุปไว้อย่างนี้ว่า การทําร้ายผู้นําทั้ง ๓ คน ไม่ว่าจะเป็นคุณเอกชัย หงส์กังวาน คุณอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ คุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกทําร้ายคนละ ๒ ครั้ง ๆ ผลสรุปคืออะไรครับ ผลสรุปคือ การดําเนินคดีไม่มีความคืบหน้า เห็นไหมครับท่านประธาน นอกจากนั้นเรื่องของประเด็น การทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเขาก็แนะนําไว้ว่า รัฐควรเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้ บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีอีกครับ เรื่องเสรีภาพในการชุมนุม รัฐบาลควรหลีกเลี่ยงการกระทําที่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมโดยสงบ นี่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเขาแนะนํารัฐบาลไว้ เพราะฉะนั้น ให้เขาได้ไปมีโอกาสรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ผมกล่าวโดยสรุปอย่างนี้ครับ อย่ายอมรับของผม เป็นการต่อลมหายใจให้รัฐบาล อย่ายอมรับของผม จะเป็นการต่อลม หายใจให้กับระบอบประชาธิปไตย อย่ายอมรับของผม เป็นการตัดสินใจว่ารัฐบาลจะเป็น รัฐบุรุษ หรือจะเป็นทรราช ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านธีรัจชัยมาแล้ว เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษน้อง ๆ เยาวชน นิสิต นักศึกษา ที่คนรุ่นเราและคนรุ่นก่อนหน้านี้ไม่สามารถที่จะสร้างประชาธิปไตย สร้างเศรษฐกิจ สร้างสังคมที่มีอนาคตอันสดใสที่เขาจะมั่นใจและยืนอยู่ได้ในประเทศเรานี้ แต่ ณ วันนี้ประเทศเรานั้นเป็นเพียงประชาธิปไตยแค่รูปแบบแต่เนื้อหาไม่ใช่ เผด็จการล้วน ๆ แต่วันนี้ระบบเศรษฐกิจของเรานั้นพังทลายไม่มีอนาคตเด็กจะต้องตกงานอีกไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน คนจะตกงานอีกไม่น้อยกว่า ๘ ล้านคน นี้คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นจนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษานั้นจะต้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเหตุบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่มีเหตุปัจจัยครับ หากเรามองย้อนไปเมื่อ ๑๕ ปี ที่แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ น้อง ๆ เหล่านี้ตอนนั้นอายุเพียงแค่ ๔ ปี ตอนอายุ ๑๘ ปี ตอนนี้ อายุเพียงแค่ ๔ ปี ปี ๒ อายุ ๑๙ ปี ตอนนี้อายุ ๕ ปี ปี ๓ อายุ ๒๐ ปี ตอนนี้อายุเพียงแค่ ๖ ปี ปี ๔ อายุ ๒๑-๒๒ ปี อายุเพียงแค่ ๖-๗ ปี เท่านั้นเอง เขาต้องผ่านอะไรบ้างครับ ปี ๒๕๔๘ มีการประท้วงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยม็อบ เสื้อเหลือง มีการปิดยึดทําเนียบ ปิดสนามบิน นําไปสู่การยึดอํานาจของกองทัพของทหาร มีกองทัพ มาร่วมครั้งที่ ๑ นั้นคือยึดอํานาจ ทําให้ประเทศเราหยุดพัฒนาประชาธิปไตยไปอีกหลายปี มีการเลือกตั้ง การเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมา ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มีม็อบ (Mob) นปช. เคลื่อนไหวโต้แย้งรัฐบาลชุดนั้นว่ามาจากการแต่งตั้งนายทหาร ถูกกระชับพื้นที่มีคนตาย มากมายก็เป็นการสิ้นสุดของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง นั่นคือวิกฤติของคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง ผ่านมาปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ เราเกิดม็อบ (Mob) กปปส. ม็อบ (Mob) นกหวีด สโลแกน (Slogan) บอกว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง นํามาสู่การปิดเมือง นํามาสู่การบอยคอต (Boycott) เลือกตั้ง และสู่การยึดอํานาจของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และ คณะ คสช. ก็เป็นกองทัพ ทั้ง ๓ กรณีนั้นคนรุ่นนี้เติบโตมาจนอายุ ๑๕ ปี ปี ๒๕๕๗ ได้ซึมซับ เด็กที่อยู่ในวัยที่ต้องการดูการ์ตูนก็ซึมซับการปฏิวัติรัฐประหาร การชิงอํานาจ การยึดอํานาจ แล้วมีคําสัญญา ปี ๒๕๕๗ ล่าสุดเพลงคืนความสุขประชาชน เราจะทําตามสัญญาขอเวลา อีกไม่นาน เพื่อนํารักกลับมา ต้องใช้เวลาเท่าไร โปรดจงรอได้ไหม จะข้ามผ่าน ความบาดหมาง เราจะทําอย่างซื่อตรง ขอเธอจงโปรดไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้ประชาชน นี่เนื้อเพลงที่กรอกหูในปี ๒๕๕๗ ทุกคนฟัง เด็กรุ่นนี้ได้ฟัง แต่ถามว่าผ่านมา ๖ ปี สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในการรัฐประหารไหม ไม่เกิดครับ เราได้อะไรครับ เราได้รัฐธรรมนูญคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้คือวุฒิสภา เราได้ กกต. องค์กรอิสระที่เกิดจากการเลือกวุฒิสภาก็ได้ วุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง ของ คสช. คณะรัฐประหารเกิดจากสภานิติบัญญัติซึ่งมาจากรัฐประหาร แต่งตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญมีส่วนในการแต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. ผลเหล่านี้ เป็นอย่างไร ผลเหล่านี้เราได้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอีกครั้งหนึ่ง โดย ส.ว. ช่วยกันโหวต ผลเหล่านี้เราได้คําวินิจฉัยต่าง ๆ ที่พอออกมาแล้วในคดีสําคัญนั้นออกมา เกิดความกังขาในใจทั้งหมด ผลออกมาแล้วเราได้การเลือกตั้งที่มีการคํานวณแบบพิสดาร จนได้พลิกฝ่ายพรรคอันดับ ๒ เป็นพรรคอันดับ ๑ สามารถเป็นรัฐบาลได้ ผลออกมาทําให้ การวินิจฉัยการยืมนาฬิกาเพื่อน เป็นการยืมใช้ของลูก นี่คือสิ่งที่เด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับ เขาออกมาต่อสู้เพื่ออนาคตของพวกเขา ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ข้อเรียกร้องทั้งหมด ๓ ข้อ คือยุบสภา การหยุดการคุกคามและแก้รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่อาจจะสลับก่อนหลังได้ รัฐธรรมนูญควรแก้และสภาแห่งนี้ควรที่จะฟัง แต่ไม่ใช่สภาฟังอย่างเดียว รัฐบาลต้องฟังครับ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องฟัง คนเกี่ยวข้อง คสช. ต้องฟัง องค์กรอิสระต้องฟัง ฟังอย่างเดียวไม่พอ จะต้องคิดดูตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับประเทศนี้ จะปล่อยให้เป็น ไปตามอย่างนี้ โครงสร้างรัฐธรรมนูญแบบนี้ โครงสร้างองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ องค์การตุลาการไม่เคยตรวจสอบถ่วงดุลกับอํานาจนิติบัญญัติเลยจะให้เป็นอย่างนี้ ตลอดไป ให้โครงสร้างบิดเบี้ยวแบบนี้เกิดขึ้นตลอดไปหรือไม่ หรือจะเปลี่ยนใจกลับมาแก้ไข ลดความบาดหมางนํารักกลับมา สร้างแผ่นดินที่งดงามตามที่โฆษณาไว้ ไม่ใช่บิดเบี้ยว อย่างนี้ จะเอาอย่างไรต้องตัดสินใจด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา และคนที่ เกี่ยวข้องผู้ปฏิรูป ผมเรียนอย่างนี้นะครับ น้อง ๆ เขาเติบโตมาจากการหล่อหลอมแบบนี้ เขาต่อสู้ด้วยความเจตนาที่สุจริต ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่ออนาคตของเขาและลูกหลานของเขา เป็นความกล้าหาญ ที่เกิดจากการหล่อหลอมเกิดสถานการณ์สร้างเขาขึ้นมา ไม่มีใครยับยั้งได้หรอกครับ ไม่มีใคร ไปอยู่เบื้องหลังได้หรอกครับ ถ้าท่านตัดสินใจคุกคามเขา ดําเนินคดีโดย พ.ร.บ. ฉุกเฉิน หรือกฎหมายอื่น ๆ นั่นคือท่านนับถอยหลัง ถ้าท่านตัดสินใจทําร้ายเขา ใส่ร้ายเหมือนตอน ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ใส่ร้ายป้ายสีให้เป็นความผิดที่ฉกรรจ์ สร้างสถานการณ์เหตุการณ์ มันต่างกันตอนนั้นไม่มีโซเชียลมีเดีย (Social Media) การเปิดเผยไม่ง่าย ไม่เหมือนตอนนี้ นับแต่แรกถ้าท่านคิดจะทําร้าย ท่านคิดจะลั่นกระสุนใส่ชีวิตแม้แต่คนเดียว เยาวชน ๑๕-๒๔ ปี หรือเกินกว่านั้นไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านคนจะไม่ยอม พ่อแม่พี่น้องของเขาอีกหลายสิบล้านคน จะไม่ยอม และนั่นคือจุดจบ รัฐบาลจะเลือกหรือไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษที่มาสร้างประชาธิปไตย หรือจะเป็นทรราช ขอให้เลือกและตัดสินใจด้วยนะครับท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพวก🔗
ขอบคุณมากนะครับ ต่อไปท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตลอดสัปดาห์ ที่ผ่านมาจนทุกวันนี้ในขณะที่พวกเรากําลังอภิปรายกันอยู่ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในหลายจังหวัดมีเยาวชนคนหนุ่มสาว รวมถึงประชาชนจํานวนมากกําลังชุมนุมเรียกร้อง เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย ๑ ในนั้นคือการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมาซึ่งมีการเรียกร้องให้ ๑. รัฐหยุดคุกคามประชาชน ๒. ประกาศ ยุบสภา ๓. มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่🔗
ประการแรกเลยผมคิดว่าเหล่านี้คือข้อเรียกร้องที่รัฐบาลต้องรับฟังอย่าง จริงใจ รัฐบาลต้องไม่มองพวกเขาเป็นศัตรู ไม่มองว่าพวกเขาเป็นภัยคุกคาม ไม่ดูถูก การออกมารวมตัวของพวกเขาว่าเป็นม็อบ (Mob) มุ้งมิ้ง และไม่ดูถูกพวกเขาโดยการบอกว่า พวกเขาโดนพรรคการเมืองไหนปั่นหัวให้ออกมากัน แต่พวกเราควรหันกลับมามอง ที่ตัวเราเองว่าเยาวชนเหล่านี้เป็นผลพวงจากความล้มเหลวของพวกเรา ทําให้พวกเขาต้องมา ใช้ชีวิตในประเทศไทยที่ไร้อนาคตขนาดนี้ สําหรับผมแล้วข้อเสนอของพวกเขาเป็นข้อเสนอ ที่เข้าใจง่าย และไม่ได้เกินไปจากวิกฤติเศรษฐกิจการเมืองที่ประเทศกําลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ภายใต้การบริหารของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการอภิปรายนี้ ผมจะมาสรุปให้ฟัง รวมถึงมีข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลได้นําไปปรับใช้จริง ไม่ใช่แค่ทําท่าทีเหมือนจะรับฟัง เยาวชนเพียงเท่านั้น ในมิติของสิทธิเสรีภาพนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดมาจนถึงตอนนี้คือการจงใจ ต่ออายุสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ไม่ได้มีไว้เพื่อปราบโควิด (COVID) แต่มีไว้ เพื่อปราบปรามประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล ในสังคมประชาธิปไตยรัฐมีหน้าที่คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือประชาชนไม่ไว้ใจรัฐบาล ของพวกเขาเอง พวกเขากําลังสงสัยว่าวันใดหนอที่พวกเขาจะถูกอุ้มหาย วันใดหนอ ที่เจ้าหน้าที่จะมาเคาะประตูบ้านคุกคามครอบครัวของพวกเขา วันใดหนอที่พวกเขาจะถูก ดําเนินคดี วันใดหนอพวกเขาจะถูกเข้าโรงพยาบาลจิตเวชยัดเยียดให้เป็นคนบ้า ยัดเยียด ให้เป็นคนจิตผิดปกติเพียงเพราะแสดงออกในสิ่งที่รัฐไม่อยากให้พูด สิ่งที่รัฐไม่อยากให้ฟัง ตอนนี้ประชาชนมองว่ารัฐเป็นภัยมั่นคงของประชาชน ในมิติของเศรษฐกิจนั้นเศรษฐกิจแย่ มาก่อนโควิด (COVID) แล้ว แต่โควิด (COVID) ซ้ําเติมให้เป็นวิกฤติซ่อนวิกฤติ ประชาชน กําลังตกทุกข์ได้ยาก ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย นักศึกษาที่กําลังจะจบใหม่ กว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน คนที่กําลังจะตกงานอีก ๘.๔ ล้านคน ประเทศไทยของเราจึงไม่ได้แค่อยู่กับที่ครับท่านประธาน นี่คือจุดเริ่มต้นของทศวรรษ ที่ถดถอย เยาวชนเหล่านี้เขาไม่มีแม้แต่เสรีภาพ ไม่มีสิทธิในการทํากินที่จะประกันอนาคตที่ดี ในประเทศไทย พวกเขาต้องเติบโตมาในสภาพสังคมที่คุณภาพชีวิตแย่เหลือเกิน มันไม่น่า แปลกใจเลยสําหรับผมที่เยาวชนเหล่านี้กําลังต้องการทําให้อนาคตของตัวเองมั่นคงขึ้นดีกว่า ทุกวันนี้ ในมิติของรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันในรายละเอียด ไปมากแล้ว ดังนั้นผมจะพูดโดยสรุป ถึงที่สุดแล้วสิ่งที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญหรอกครับ แต่เป็นเพียงใบอนุญาตให้คณะรัฐประหารมานั่งบริหารประเทศนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ เป็นใบอนุญาตให้อํานาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออํานาจ ของประชาชนตลอดไป ดังนั้นนี่คือเหตุผลว่าทําไมเราจึงต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งที่สังคมไทยต้องการคือข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายคือระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และอํานาจสูงสุดเป็นของประชาชน เพื่อทําให้ประเทศนี้เดินไปข้างหน้าได้เสียทีหนึ่ง และนี่คือที่มาของข้อเสนอของพวกเราที่จะไปสู่ทางออกของประเทศในเวลานี้ สิ่งที่ผม และพรรคก้าวไกลอยากจะเสนอคือการกระทําที่เป็นรูปธรรมที่ต้องทําอย่างเร่งด่วน ๕ ข้อ ด้วยกัน ดังต่อไปนี้🔗
๑. ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมือง หยุดกดทับสิทธิเสรีภาพประชาชน เพราะถ้ารัฐกดทับประชาชนไปเรื่อย ๆ แบบนี้วันหนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะระเบิดออกมา🔗
๒. ทบทวนการดําเนินคดีที่เป็นคดีทางการเมืองที่ผ่านมาทั้งหมด หยุดปิดปาก นักศึกษาและประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น หยุดปิดปากอนาคตของประเทศ การดําเนินคดีไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่กําลังเกิดขึ้น🔗
๓. รัฐบาลต้องหยุดคุกคามเยาวชนและครอบครัว หยุดคุกคามในสถานศึกษา รวมถึงหยุดการใช้ปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอ (IO) ที่ยุยงปลุกปั่นให้สังคมมีความขัดแย้ง สร้างกระแสความเกลียดชังในประชาชนกันเอง ซึ่งจะทําให้สังคมแตกหักมากขึ้นไปเรื่อย ๆ🔗
๔. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าเขาล้มเหลวเพียงใด เขาเป็นตัวขัดขวางอนาคตเพียงไหน เป็นตัวขัดขวางความเจริญ ของประเทศนี้ ดังนั้น พลเอก ประยุทธ์ ควรหลีกทาง พลเอก ประยุทธ์ ออกไปเสียเถอะครับ🔗
๕. ต้องเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งมาจากประชาชนที่แท้จริงให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการเขียนกติกาสูงสุดของประเทศ โดยพรรคก้าวไกลเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ไม่ต้องกําหนดวุฒิการศึกษา กําหนด อายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ทําให้เป็น ส.ส.ร. ที่มาจากประชาชนจากทุกชนชั้น ทุกสถานะ ทุกรุ่น ให้เข้ามากําหนดระบบการเมืองที่พวกเขาต้องการด้วยตนเอง นี่คือบันไดขั้นแรกที่จะเป็น ทางออกของประเทศไทยในตอนนี้🔗
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมไม่แน่ใจว่าถึงวันนี้พวกเราและสังคมไทยทั้งหมด พร้อมหรือต้องการที่จะรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่จริง ๆ หรือไม่ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เรา ควรหยุดแสร้งทําเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า นอกเหนือจากข้อเรียกร้อง ๓ ข้อของกลุ่มเยาวชนนั้น ในการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการแสดงออกทางโลกออนไลน์ (Online) ยังมีเยาวชนและประชาชนอีกมากมาย ที่ได้แสดงออกถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นอินคอนวีเนียน ทรูท (Inconvenient truth) หรือ ความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจ สําหรับสังคมไทย ไม่ว่าเราจะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยอมรับความจริง อันน่ากระอักกระอ่วนใจเหล่านั้น เป็นความรู้สึกแห่งยุคสมัย เป็นผลผลิตของปัญหาที่พวกเรา ล้วนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นมาและหมักหมมเอาไว้ให้ลูกหลาน ถ้าพวกเราพร้อมและต้องการที่จะ รับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่จริง ๆ ผมขอเชิญชวนให้พวกเราตั้งสติเสียใหม่เปิดใจ ปรับมุมมอง แล้วลงมือหาทางออกของประเทศไทยไปด้วยกัน แต่ถ้าเราไม่พร้อมเราจะมองเห็น เพียงว่าผู้เป็นอนาคตของชาติคือภัยต่อความมั่นคง คือภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นนั้นประเทศก็จะไม่มีทางออก ไม่มีอนาคต เพราะพวกเราช่วยกันฆ่าอนาคตของประเทศ ด้วยมือของพวกเราเองแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ต่อญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ ถามว่าในความรู้สึกของตัวกระผมมีความรู้สึกอย่างไร ก็รู้สึกเราไม่ได้ขัดข้องอะไรกับความคิดความเห็นของคนรุ่นใหม่ที่กําลังเรียกร้องอยู่ใน ๒-๓ ประการ อย่างที่เราพูดถึงกัน ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรา เรามีประชากรอยู่ ๖๐ กว่าล้านคน ในจํานวน ๖๐ กว่าล้านคนนั้น ก็จะประกอบไปด้วยเด็กผู้ที่อยู่ใน วัยเจริญพันธุ์ กําลังเป็นหนุ่มเป็นสาว กําลังย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุไปถึงวัยผู้สูงอายุ เรามีทุกชนชั้น มีทุกเพศทุกวัยที่อยู่ในสังคมไทยจํานวน ๖๐ กว่าล้านคน คงไม่สามารถที่จะไประบุได้ว่า คนในวัยไหนมีความสําคัญกว่ากัน เพราะแต่ละคนเรามี ๑ สิทธิ ๑ เสียงมาเท่ากัน คนที่มือเหี่ยว ๆ คนที่มือแห้ง ๆ ที่หลายคนพูดถึงนั่นก็เป็นมือที่โอบอุ้ม ป้อนข้าว ป้อนน้ํา ป้อนยา จนกระทั่งให้มีคนที่เติบโตขึ้นมาเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคม เพราะฉะนั้นเราจะไปดูถูก เขาว่าไม่สําคัญก็ไม่ได้ครับ ทุกคนมีความสําคัญเท่าเทียมกัน สังคมของคนไทยนั้น เราให้เกียรติกัน เราเคารพในวัยวุฒิ ในคุณวุฒิ เรามีสืบสายโลหิต มีพี่มีน้อง มีป้ามีลุง มีปู่มีย่า มีตามียาย เราอยู่กันอย่างนี้มาด้วยความอบอุ่นครับ วันนี้ถ้าจะเปรียบไปแล้วรัฐบาลก็เปรียบ เหมือนหัวหน้าครอบครัว ประชากรทั้ง ๖๐ ล้านคนนั่นคือลูก นั่นคือบุคคลที่อาศัยอยู่ใน ครอบครัวครับ วันนี้รัฐบาลจะต้องดูแลครอบครัวให้ทั่วถึง ต้องสํารวจต้องรับรู้ต้องเข้าไปอยู่ ในจิตใจของแต่ละวัย ของแต่ละยุคว่าแต่ละยุคแต่ละวัยเขาต้องการอะไร วันนี้ข้อเรียกร้อง มีอยู่ ๓ ข้อ คงไม่ต้องกล่าวถึงครับ แต่ท่านประธานครับ ถามว่า ๓ ข้อที่เรียกร้องนั้นเพียงพอแล้ว หรือยัง ภาพจากการแสดงออกในหลาย ๆ พื้นที่ เราต้องยอมรับสังคมเรานั้นประเทศไทยเรา ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเรามีชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ จากภาพที่แสดงออกมาสื่อจนไม่สามารถที่จะแสดงออกได้ ผมอยากทราบว่านอกจาก ๓ ข้อที่เรียกร้องมีอย่างอื่นอีกหรือเปล่าที่ยังแทรกอยู่ อันนี้ต้องพูด ให้ชัดเจนครับ เพราะอะไรครับ นโยบายของพรรคภูมิใจไทยนั้นเราประกาศชัดเจนตั้งแต่เริ่ม ก่อตั้งพรรคว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่เทิดทูนสถาบัน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเรารัก มากกว่าใคร ไม่ใช่ครับ แต่เป็นจุดยืนของเราที่ประกาศเอาไว้ และเราก็จะเดินในแนวทางนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมาแก้ไขกัน ๑. แก้ไขรัฐธรรมนูญเห็นด้วยไหม เห็นด้วยครับ ไม่ขัดข้องเลย เราก็มีความรู้สึกเหมือนท่านทั้งหลายนั่นแหละกับความชอบธรรม ความเป็นมาเป็นไปของ รัฐธรรมนูญเรารับรู้กันอยู่ ๒. หยุดคุกคามประชาชน นักเรียน นักศึกษา เห็นด้วยไหมครับ เห็นด้วยครับ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราไม่ต้องการให้บ้านเมืองของเรานั้น เราได้รับ บทเรียนของความเจ็บปวดมามากแล้ว เราไม่ต้องการให้บ้านเมืองของเราต้องเสียหาย ไปมากกว่านี้ เพราะคนที่อยู่ในถนนวันนี้ไม่ใช่ใครครับ เป็นลูก เป็นหลาน เป็นญาติ เป็นพี่ เป็นน้องของเราทั้งนั้น เราไม่ต้องการเห็นการคุกคามใช้ความรุนแรงใด ๆ จากรัฐบาลที่จะ กระทําต่อบุคคลเหล่านี้ ถามว่าอันนี้เราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง การยุบสภาหลายคนพูดถึง ผมถามว่าการยุบสภา ชีวิตของการเป็นนักการเมือง เป็นนักเลือกตั้ง ผ่านร้อนผ่านหนาว มามาก ถามว่าเรากลัวไหมกับการยุบสภา ก็บอกไม่กลัวอีกนั่นแหละ เป็นนักมวยเราไม่กลัวหรอก จะชกเวทีไหน จะชกเมื่อไร แต่ผมถามว่าถ้ายุบสภาวันนี้เลือกตั้งอีกสัก ๓๐ วันมันดีขึ้นไหม ได้อย่างที่ต้องการไหม ผมว่าไม่ใช่ เพราะฉะนั้นปัจจัยแรกเห็นด้วยที่ควรจะมีส่วนร่วม สภาแห่งนี้ควรจะมีส่วนร่วมในการรับรู้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อเอามาสังเคราะห์ทําอย่างไร เราจะให้คนทุกเพศทุกวัยรวบรวมเอาความต้องการของทุกกลุ่มเข้ามาได้ แล้วเราก็แก้ไข ปัญหานั้นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของแต่ละฝ่าย ของแต่ละกลุ่ม เสร็จแล้วเมื่อเราได้แล้ว มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภามีกําหนดที่แน่นอน แล้วเราก็มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างนี้ ผมว่าจะสมความปรารถนากับทุกฝ่ายครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องขอกันเลยก็คือว่าอย่างไรเสีย สิ่งหนึ่งที่เรารับไม่ได้ก็คือการทําอะไรก็ตามแต่ถ้าจะมองไปแล้วเป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบัน ที่เคารพของคนไทยทั้งชาติ ผมเชื่อว่าคนไทยอีกเกินกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่ยังรักเทิดทูน ในสถาบันสูงสุดของชาติไทย อันนี้ต้องฝากไว้เลยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อญัตติที่ท่านสมาชิกเราได้เสนอเข้าสู่สภาในการพิจารณาเกี่ยวกับ การแสดงออกถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ร่วมกันพิจารณาในเรื่องนี้ได้อภิปรายกันมา ยาวนานตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้ อีกครั้งหนึ่งก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติ ผู้เสนอจะใช้สิทธิอภิปรายสรุปได้ มีท่านสมาชิกสนใจ ที่จะอภิปรายสรุป ท่านแรกผมเชิญ ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร แต่ขอเรียนท่านผู้เสนอญัตติ และผู้ที่จะอภิปรายสรุป เนื่องจากเราได้พูดกันมามากมายประเด็นก็หลากหลาย ฉะนั้นขอให้ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน ๑๐ นาทีถ้าจําเป็น ขอประมาณนี้นะครับ เชิญคุณจักรพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ได้ร่วมกันอภิปรายทั้งในฝ่ายที่สนับสนุนและในฝ่ายที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับญัตติที่ผม และเพื่อน ๆ สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังประชารัฐได้ร่วมกันก็คือญัตติที่ว่าด้วยขอให้สภาแห่งนี้มีมติรับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เหตุที่ผมต้องขอขอบคุณแม้แต่ท่านที่อาจจะ ไม่ได้เห็นด้วยก็เพราะว่าท่านที่ไม่เห็นด้วยนั้นเท่าที่ผมฟังตลอดตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ท่านไม่เห็นด้วยแค่ส่วนเดียวนะครับ ส่วนที่สําคัญก็คือท่านเห็นด้วยเหมือนกัน ก็คือ เราควรจะต้องรับฟังนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ไม่มีใครไม่เห็นด้วยเลยในประเด็นนี้ เพียงแต่เราอาจจะเห็นต่างกันตรงที่ว่าใครจะทําหน้าที่ในการรับฟังกลุ่มเยาวชนในครั้งนี้ ผมและเพื่อน ๆ ที่ยื่นญัตติด่วนนี้ขอยืนยันว่าเราขอให้สภาแห่งนี้เป็นผู้ที่เหมาะสมแล้ว ที่จะดําเนินการในการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษาด้วยเหตุผล ๒ ประการครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ในแง่ของบทบาท ผมได้อภิปรายตอนอภิปรายเปิดไปแล้วว่า สภาแห่งนี้เป็น ๑ ในอํานาจสําคัญ ๓ อํานาจหลักในระบอบประชาธิปไตย อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการและอํานาจนิติบัญญัติ เราคืออํานาจนิติบัญญัติที่เป็นหลักให้กับระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ดังนั้นบทบาทของเราในการทําหน้าที่สะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้กับฝ่ายบริหารและฝ่ายอื่น ๆ ในสังคม เป็นบทบาทที่เราควรจะต้องทําอยู่แล้ว🔗
ประเด็นที่ ๒ ในส่วนของหน้าที่ ที่นี่เป็นที่ประชุมอันทรงเกียรติของผู้แทน ปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ หน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยคือนําเอาความเดือดร้อน ปัญหาของผู้คน ของสังคม สะท้อนให้กับฝ่ายบริหารไปดําเนินการ ดังนั้นผมจึงเห็นว่า ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหนก็ไม่เห็นข้อขัดข้องที่สภาแห่งนี้จะดําเนินการในการรับฟังครั้งนี้ได้ มันไม่ใช่การผลักไสภาระของรัฐบาลให้สภา มันไม่ใช่การซื้อเวลาให้รัฐบาลได้อยู่ต่อ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่พิธีกรรมที่สภาแห่งนี้จะทําหน้าที่อันทรงเกียรติของเรา ดังนั้นผมขอ ยืนยันว่าผมและเพื่อน ๆ ทั้ง ๑๐ ท่าน รวมทั้งเพื่อนสมาชิกในพรรคของผมยังยืนยันว่าขอให้ สภาเป็นผู้ดําเนินการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ถ้าหากเราดูเฉพาะกลุ่ม ที่สนับสนุนให้สภาดําเนินการก็อาจจะมีข้อแตกต่างกันอีกประการเดียวเท่านั้นก็คือส่วนหนึ่ง เห็นว่าสภาควรที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อดําเนินการเรื่องนี้ แต่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า ไม่จําเป็นสามารถที่จะให้กรรมาธิการสามัญที่มีอยู่แล้วดําเนินการได้ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า เป็นรายละเอียดปลีกย่อย แต่ว่าอย่างไรก็ตามส่วนตัวผมเองและเพื่อน ๆ ที่ร่วมกันยื่นญัตตินี้ เราก็เห็นว่าระหว่าง ๒ แนวทางนี้เราก็เห็นด้วยกับการที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จากการที่ฟังเพื่อน ๆ อภิปรายตลอดตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนครับ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหมายความว่าสภาให้ความสนใจเรื่องนั้น เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นเรื่องที่มีกรอบเวลาชัดเจน เป็นเรื่องที่ยกระดับขึ้นมาให้อยู่ใน ความสนใจของสาธารณะ ก็คือว่าให้ความสําคัญกับเรื่องดังกล่าวนั่นเอง การตั้งกรรมาธิการ วิสามัญยังสามารถที่จะทําให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมได้โดยตรง สมาชิกบางท่านพูด แม้กระทั่งว่าสามารถที่จะให้กลุ่มที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ส่งตัวแทนเข้ามานั่ง ในกรรมาธิการก็ได้ ผมได้ฟังอยู่นะครับ นั่นก็เป็นอีกความคิดหนึ่งที่สามารถนําไปใช้ได้เช่นกัน ดังนั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญน่าจะเหมาะที่จะทําหน้าที่ตรงนี้ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้ฟัง จากท่านสมาชิกได้เสนอนะครับ มีความเป็นห่วงว่าตั้งกรรมาธิการวิสามัญแล้วการชุมนุม จะเป็นอย่างไร หยุดชุมนุมหรือไม่ต้องหยุดสิครับ มีเพื่อนสมาชิกเสนออยู่แล้วครับว่าสามารถ ทําคู่ขนานกันไปได้ ตราบใดที่การชุมนุมนั้นเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง เมื่อวานนี้ ทาง ศบค. ก็ออกมาแถลงแล้วว่าแม้จะมีการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่การชุมนุม ก็ยังสามารถทําได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามปกติ และยิ่งเรามีกรรมาธิการวิสามัญที่จะมา ทํางานเปิดพื้นที่ให้กับน้อง ๆ เยาวชนนักศึกษาก็แสดงว่าเขามีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก เขาสามารถ ที่จะใช้พื้นที่นอกสภาและในสภาในการขับเคลื่อนความคิดของเขา และมาร่วมกันแลกเปลี่ยน ความคิด บางประเด็นที่เขาเสนอ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราก็มีกรรมาธิการวิสามัญที่ดําเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว สามารถที่จะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ เชิญกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาให้ความรู้ ข้อมูลในกรรมาธิการชุดใหม่ที่จะตั้งขึ้น ก็เป็นไปได้ ดังนั้นผมเห็นมองทางไหนก็มีแต่ได้กับได้ครับท่านประธาน แล้วผมคิดว่า ถ้ารัฐสภาแห่งนี้สภาของเราแห่งนี้สามารถที่จะหาทางทํางานตรงนี้ให้สําเร็จได้จะเป็นต้นแบบ ให้กับที่อื่น ๆ นะครับ เพราะว่าอย่างที่ท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนามท่านเทพไท เสนพงศ์ เมื่อวานท่านได้ชี้ให้เห็นประเด็นให้เห็นว่านี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สภา มีญัตติที่เกี่ยวข้องในการที่จะให้นักเรียน นักศึกษา มาแสดงความคิดเห็นกับเราโดยตรง ให้มีส่วนร่วม กระบวนการมีส่วนร่วมคือหัวใจของประชาธิปไตย เราอย่าไปกลัวเรื่องของเวลา เราอย่าไปกลัวเรื่องของระยะทางที่มันจะไปถึง เพราะไม่มีประชาธิปไตยที่ไหนที่ได้มาในเวลา อันข้ามคืน ประชาธิปไตยเน้นที่การมีส่วนร่วม เน้นที่กระบวนการ บางครั้งผลลัพธ์ ของประชาธิปไตยยังไม่สําคัญเท่ากับกระบวนการ ผมจึงขอให้เพื่อน ๆ สมาชิกได้ร่วมกัน สนับสนุนให้สภาแห่งนี้มีมติให้รับฟังปัญหาความคิดของนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมทั้ง สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทําหน้าที่แทนสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภิปรายเพื่อสรุปญัตติ ที่ได้เสนอไป ซึ่งญัตติของกระผมนั้นเป็นเรื่องให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และนักเรียน ประเด็นดังนี้ครับ ท่านประธาน🔗
เรื่องแรกรัฐบาลต้องแสดงความจริงใจด้วยการรับฟังความคิดเห็นของ นักศึกษาโดยตรงครับ เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นการที่ผมได้ อภิปรายในเบื้องต้นว่าให้นายกรัฐมนตรีเดินเข้ารั้วมหาวิทยาลัยไปฟังเสียงของนักศึกษาดู หรือแม้แต่สถานที่อื่น ๆ ที่ได้กําหนดไว้เป็นที่สาธารณะที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษานั้น ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าการแสดงออกของนักศึกษานั้นมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง🔗
และสุดท้ายท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยเองเห็นว่าสถานการณ์ของ ประเทศขณะนี้อยู่ในภาวะเปราะบางสุ่มเสี่ยงที่จะทําให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงตามมา หากรัฐบาลยังคงบริหารประเทศที่ไม่ฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และไม่สามารถแก้ไข ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจได้ถูกทิศทาง พรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ผมขออนุญาตยกมา เป็นบางส่วนดังนี้ครับ🔗
ข้อแรกขอให้รัฐบาลได้ฟังเสียงของประชาชนโดยใช้ความอดทนในการแก้ไข ปัญหา งดใช้กําลังและความรุนแรงทุกรูปแบบกับประชาชน นิสิต และนักศึกษา เพื่อสร้าง ความขัดแย้งในวงกว้างให้สูงขึ้น อย่ามองคนที่คิดเห็นต่างเป็นศัตรูการเมือง ใช้สันติวิธีในการ แก้ไขปัญหา และขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยก็ขอร้องให้ผู้ชุมนุมเรียกร้องทุกกลุ่มได้ใช้สิทธิ ของตนตามกรอบของรัฐธรรมนูญของกฎหมายและใช้สันติวิธีเช่นกัน🔗
ข้อที่ ๒ รัฐบาลต้องสนับสนุนให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ เนื่องจากเป็นที่ ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี้ ร่างขึ้นมาจากผลพวงของการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีเนื้อหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มุ่งสืบทอดอํานาจพันธนาการประเทศ ไว้ด้วยยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี และรัฐธรรมนูญนี้ถือเป็นสัญญาประชาคมที่จะต้องเกิดจาก ความสามัคคี สมัครใจของการมีส่วนร่วมทุกฝ่าย หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยอาจจะทําให้เกิด วิกฤติรัฐธรรมนูญตามมาในไม่ช้าต่อไป แปลความโดยรวมว่าญัตติของกระผมนั้นเห็นว่า ควรให้รัฐบาลนั้นได้มาฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็โดยสรุปเป็นเช่นนี้ครับ ท่านประธานขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉันอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดนครปฐมค่ะ ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้ร่วมเสนอญัตติขอให้สภา มีมติให้รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังทางสังคมอื่น ๆ ซึ่งญัตตินี้ที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางไปแล้ว ทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้านจํานวนมาก ปรากฏว่าเสียงในสภาที่เราได้ยินกันอยู่นี้ สอดคล้องแล้วก็สอดรับกับเสียงข้างนอกสภา เสียงนอกสภาทั้งในกรุงเทพมหานคร ทั้งในต่างจังหวัดอีกหลาย ๑๐ จังหวัดทุกภาคทั่วประเทศ เราก็ได้ฉันทามติร่วมกันแล้ว แต่ว่าจะอะไรก่อน จะอะไรหลัง นั่นก็เป็นเรื่องรายละเอียดที่จะต้องไปพิจารณา ซึ่งดิฉัน ขอฝาก ขอเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านท่านประธานสภา ไว้ ณ ที่นี้ว่าดิฉันอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ แล้วก็ฝากเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะต้องหยุดพฤติกรรม ๒ อย่างนี้ก่อนนะคะ คือพฤติกรรมเสแสร้งมอง แต่ที่จริงแล้วมองไม่เห็น แล้วก็พฤติกรรมทําเป็นฟัง แต่ไม่ได้ยิน ขอให้ท่านมีความจริงใจ มีแต่ความจริงใจเท่านั้นค่ะที่จะหยุดการลุกลามของปัญหาไม่ให้ บานปลายไปกว่านี้ได้ ดิฉันเห็นว่าจะต้องทําทั้ง ๒ อย่างคู่ขนานกันไปค่ะ คือเมื่อเราอภิปราย จบอาจจะมีการลงมติ อาจจะต้องมีขั้นตอนการทํางานในกรรมาธิการสามัญหรือวิสามัญอะไร ก็แล้วแต่ ผลของการลงมติวันนี้ แต่ที่สําคัญท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะต้องลงไปในพื้นที่ ที่มีเวทีด้วยตัวเอง ออกไปรับฟังปัญหาบนท้องถนนด้วยตัวของท่านเองด้วยค่ะ ท่านจะต้อง หยุดฟังบรรดาคนรอบ ๆ ตัวของท่าน เพ็ดทูลอะไรต่าง ๆ นานา และท่านจะต้องหยุด พฤติกรรมการลงพื้นที่ โดยมีหน่วยออกไปเคลียร์ (Clear) คนเห็นต่าง ออกไปอุ้มคนเห็นต่าง ขึ้นรถเอาตัวไปเก็บซ่อนไว้ก่อน เพราะฉะนั้นท่านจะต้องหยุดพฤติกรรมอย่างนั้น ถ้านึก ไม่ออกในฐานะที่ท่านมักจะอ้างถึงความจงรักภักดี ซึ่งใช้เป็นข้ออ้างมาตลอด ผูกขาด ความจงรักภักดี ท่านลองดูง่าย ๆ นะคะ ดิฉันขอแนะนําว่าลองไปอ่าน ลองไปดูการเสด็จ ประพาสต้นของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นที่เทิดทูนเคารพของคนไทยทุก ๆ คน ท่านเคยมี การเสด็จประพาสต้นโดยไม่ได้บอกพสกนิกรล่วงหน้า ทั้งเสด็จโดยทางเรือ ทั้งทางบก และทางน้ํา การไปแบบนั้นค่ะท่านจะได้รับฟังปัญหาที่แท้จริง ท่านจะได้ทราบว่าประชาชน มีความอึดอัดคับข้องใจและรู้สึกอย่างไรกับรัฐบาลของท่าน ในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นคนที่กล้าหาญ แม้แต่การทําสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อย่างเช่นการฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสี่ยง กับข้อหากบฏของแผ่นดิน ท่านก็เคยทํามาแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นการที่จะกล้าเดินลงไป บนท้องถนน ไปฟังนักเรียน นักศึกษา ประชาชนว่าเขาพูดอะไร ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง ที่ท่านจะทําได้ค่ะ เมื่อไปฟังแล้วท่านจะตระหนักได้ว่าสิ่งที่ดิฉันและผู้แทนราษฎรอภิปราย ในนี้ไม่ได้เกินไปจากความจริงนะคะ สถานการณ์ฉุกเฉินที่แท้จริงแล้วท่านจะได้ทราบว่า มันไม่ใช่อื่นไกลค่ะ สถานการณ์ฉุกเฉินที่สุดในประเทศนี้ก็คือตัวของคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั่นเอง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมเอง ก็เป็นเจ้าของญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา แต่แนวทางของผมนั้นได้เสนอมตินี้ส่งไปยังรัฐบาลโดยตรง ผมฟังอยู่เมื่อวาน แล้วก็ในช่วงเช้าก็มีความหลากหลายของผู้ที่จะอภิปรายในมิติต่าง ๆ ทั้งเรื่องสิทธิ เรื่องเสรีภาพ แล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้น และหลายท่านก็บอกว่าส่งให้รัฐบาล หลายท่านก็บอกว่าให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน หลายท่านบอกว่าให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกิดขึ้นมาใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าผมนั้นยังยืนที่จะส่งให้รัฐบาลโดยตรง เหตุผลของผมมีไม่มากหรอกครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ เหตุการณ์ในขณะนี้นั้นเหตุการณ์กําลังร้อนแรงทีเดียว แล้วผมกลัวว่ามันจะลุกลามไปมากกว่านี้ ท้ายที่สุดแล้วจะเอาไม่อยู่ ผมมองว่าการตั้ง คณะกรรมาธิการไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วย ในหลาย ๆ เรื่องและทุกเรื่องผมก็สนับสนุนในการตั้ง คณะกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่ากับเรื่องนี้กับการนี้น่าจะสายไป เพราะผมไม่เคยเห็น คณะกรรมาธิการไหนทํางานเสร็จภายใน ๓ เดือน ๒ เดือน ที่เกี่ยวกับเรื่องสําคัญ ๆ เมื่อวาน ผมก็ได้อภิปรายไปว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจากวันนั้น มาถึงวันนี้ ๔ เดือนแล้วก็ยังไม่เห็นหน้าเห็นหลัง ยังไม่รู้ทิศทางเลยว่าจะเอากันอย่างไร จะไป กันอย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องนี้ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการผมก็คิดว่าท้ายที่สุดบทสรุปก็คือ นําไปสู่รัฐบาล มันเสียเวลากับเรื่องการประชุม นี่เป็นความคิดส่วนตัว ไม่ได้เสียเวลา อย่างเดียว รัฐบาลหรือสภาแห่งนี้เราเสียงบประมาณด้วย เพราะการประชุมของ คณะกรรมาธิการวิสามัญต้องเสียค่าประชุมทุกครั้ง เสียเงินค่าใช้จ่าย🔗
ประเด็นที่ ๓ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็สามารถที่จะเรียกข้อมูล เรียกน้อง ๆ เรียกหลายคน เข้ามาได้เลยกับเรื่องนี้ เพราะสภาได้รับทราบปัญหาแล้ว🔗
ประเด็นที่ ๔ นี่เป็นประเด็นสําคัญ หลายเรื่องในสภาแห่งนี้เราลงมติกัน ที่ส่งเรื่องราวต่าง ๆ ในการพิจารณา แล้วก็ส่งไปยังรัฐบาลก็ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลได้แก้ไข ปัญหาเป็นรูปธรรมส่งกลับมายังสภา มาชี้แจงฝ่ายนิติบัญญัติว่าเรื่องที่คุณเสนอไปรัฐบาล ได้ทําแล้วนะ ได้ดําเนินการไปแล้วนะ ผลออกมาอย่างนี้ ประสบผลสําเร็จอย่างนี้ สภามีอะไร จะท้วงติง สภามีอะไรจะสอบถาม เราก็ยังไม่เคยเห็น วันนี้ปัญหานี้พรรคเพื่อไทยเราเห็นว่า เป็นปัญหาสําคัญยิ่ง เพราะเราไม่อยากเห็นน้ําผึ้งหยดเดียว ไม้ขีดไฟก้านเดียวแล้วก็จะลุกลาม เรากลัวเวลาเป็นเงื่อนกําหนดที่เอาไม่ทัน ท่านประธานเห็นไหมครับ เมื่อเช้าผมดู พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. อันนี้เอ่ยชื่อได้ ผมไม่ได้พูดให้เสียหาย ท่านได้ยืนอยู่บนโพเดียม (Podium) แล้วท่านก็ได้แถลงว่าการต่อ พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ต่ออีก ๑ เดือน เพื่อควบคุมไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) โดยไม่เกี่ยวกับ การเคลื่อนไหวทางการเมือง บังเอิญนักข่าวถามว่า ท่านครับ แล้วที่โดนจับเกี่ยวกับเรื่อง การเมืองที่ผ่านมาท่านก็ตอบชัดเจน อันนี้ผมรับผิดชอบเพราะผมเป็นคนลุกขึ้นพูดในสภา ท่านพูดชัดเจนให้ข่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องของข้อกฎหมายนี่จะเริ่มนับตั้งแต่ ฉบับนี้เป็นต้นไป เห็นไหมครับ ความต่างเรื่องเดียวกัน ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นชัดเจน ก็เพราะ เมื่อวานสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันอภิปรายได้ชี้ให้เห็นปัญหา ผมจึงบอกว่าวันนี้พรรคเพื่อไทย หรือเพื่อนผู้แทนทุกพรรคเราเปรียบเสมือนโซ่ข้อกลางที่นําเอาปัญหาที่จะเกิดขึ้นในแผ่นดิน นี้ที่จะเอาปัญหาของน้อง ๆ มาสู่ในสภา แล้วก็ส่งเสียงไปยังฝ่ายนักปกครอง ฝ่ายผู้บริหารก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ให้ท่านได้ทราบ แล้วท่านก็จะได้แก้เอง ถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะมีคนในรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์เวลานักข่าว ถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ก็ตอบง่ายครับ อันนี้ผมตอบแทนรัฐบาลได้เลยบอกว่าเรื่องนี้ โยนให้กรรมาธิการวิสามัญ เขาตั้งกันมาแล้วก็ได้ศึกษากันอยู่ตอนนี้ ให้ใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง ผมจึงไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าอย่างน้อย ๆ รัฐบาลจะได้คุยหรือได้ดีล (Deal) โดยตรงกับกลุ่ม ที่กําลังเรียกร้องว่าเรื่องนี้ได้ เรื่องนั้นไม่ได้ เรื่องนี้ได้ เรื่องโน้นไม่ได้ เพราะผมเห็นหลาย ๆ เรื่องที่รัฐบาลลงมาดีล (Deal) แม้กระทั่งมาหาสื่อ มาหาช่องทีวีก็ลงมาดีล (Deal) เอง หลาย ๆ เรื่องที่ทําเนียบก็ดีล (Deal) มาเยอะแยะ เรื่องนี้ผมว่าไม่เกินความใฝ่ฝันของผม ไม่ได้เกิน ความตั้งใจของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจกับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เพราะผม ฟังน้อง ๆ ที่มาจากตัวแทนนิสิต นักศึกษามาเป็นผู้แทนในวันนี้ ไม่ใช่เขาไม่มีเหตุผล ทุกคน ล้วนแล้วแต่มีเหตุผล ที่ไปเดินเรียกร้องก็มีเหตุผล เพียงแต่ว่าผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนั้นจะไปให้ คํามั่นสัญญา ให้เหตุผลเขาอย่างไร ผมจึงยังยืนยัน แล้วผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยของผมวันนี้ คงที่จะมีแนวคิดเหมือนผมครับ ส่วนพรรคอื่นนั้นผมไม่กล้าก้าวล่วง แต่ผมเองนั้นผมยังยืนยัน ว่าผมยังเห็นด้วย มันเป็นเรื่องด่วนต้องส่งไปให้เจ้าของเรื่องที่เขาเรียกร้องโดยตรงได้พูดจา ได้ปราศรัยกันมันถึงจะสงบ มันถึงจะยุติในระดับหนึ่ง ถ้าเอาแต่ฝ่ายนิติบัญญัติ จริงอยู่เราเป็น หน้าที่ในการแก้ปัญหา แต่เรื่องนี้ผมว่าเกินแล้วครับ เกินที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะมาแก้ปัญหา เรื่องนี้ได้ เพียงแต่เรานํามิติต่าง ๆ มานําเสนอในสภา ฉะนั้นผมจึงยืนยันว่าผมเองยังลงมติ ส่งให้รัฐบาล แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ไม่เห็นใจน้อง ๆ เห็นใจแล้วก็เข้าใจ แต่ผมกลัวว่าถ้าทําวิธีการอื่น มันจะช้าไปครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ได้กรุณาบรรจุญัตติของผม เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับ สภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม รวมทั้งได้เปิดโอกาสให้ญัตติ ของเพื่อน ๆ สมาชิกอีกหลายท่านที่มีเนื้อหาในทํานองเดียวกันเข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็ถือว่าเป็นการพิจารณาที่เข้ามาในเวลาที่เหมาะสม ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่มีการชุมนุม ของนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ แต่ที่จริงจะว่าไปแล้วญัตติของผม ไม่ได้เป็นการเกาะหรือตามกระแสของปรากฏการณ์การชุมนุมในวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่บอก อย่างนั้นก็เพราะว่าผมเป็นคนแรกที่ยื่นญัตตินี้เข้ามาสู่สภาตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถ้านับ จนถึงวันนี้ก็เกือบ ๕ เดือนแล้วครับ สาเหตุสําคัญก็เพราะผมเล็งเห็นความสําคัญ แล้วผมเชื่อ ในระบบรัฐสภา และผมเชื่อว่าการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการที่จะมา แลกเปลี่ยน ในการที่จะมาพูดคุยถึงปัญหาที่เขาอึดอัดคับข้องใจ ในการที่จะได้แสดง ความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนตามครรลองของระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็จะต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่ได้อภิปราย ซึ่งก็เท่าที่ฟังดูก็เป็นไปในทํานองเดียวกัน นั่นก็คือสนับสนุนความคิดที่ว่าเราจะต้องฟังเสียงนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน แต่ในส่วน ของวิธีการดําเนินการก็อาจจะมีแตกต่างกันไปบ้าง ที่ผมฟังดูตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาจนถึง วันนี้ก็พอจะสรุปเป็น ๔ แนวทางนะครับ แนวทางแรกซึ่งก็เป็นแนวทางของผม นั่นก็คือ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งเป็นกรรมาธิการที่มีอํานาจหน้าที่โดยเฉพาะกับเรื่องนี้ เป็นการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะทําหน้าที่โดยตรง เพื่อที่จะมั่นใจว่าสภาแห่งนี้จะได้ทําหน้าที่ ในฝ่ายนิติบัญญัติอย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกหลายคนได้สนับสนุนแนวทางนี้ของผมนะครับ แนวทางที่ ๒ ก็คือให้ส่งเรื่องนี้ไปยังกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แนวทางที่ ๓ ก็คือให้ส่งเรื่องนี้ไปยังกรรมาธิการสามัญด้านพัฒนาการเมือง และแนวทางที่ ๔ ก็คือให้ส่งเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลโดยตรง สภาแห่งนี้ได้ใช้เวลาที่มีค่าตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ ถ้านับรวมก็เป็นเวลา ๑ วันเศษ ๆ แล้ว ผมคิดว่าอันหนึ่งที่เราได้เห็นชัดนั่นก็คือสภาแห่งนี้ ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนแล้วว่าสภาได้เล็งเห็นความสําคัญของการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาได้มาพูดคุยกัน การรับฟังความคิดเห็นก็เป็นหลักการพื้นฐานที่สําคัญอันหนึ่ง ของวิถีทางแห่งประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วม แต่คําว่าการรับฟังความคิดเห็นนั้น มันมาจากคําเต็ม ๆ ว่ารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย แน่นอนที่สุด ๑๙.๖ ล้านเสียงของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนจึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะเป็นองคาพยพหลักของประชาชนอย่าง ที่ผมเรียนไปเมื่อวานนี้ว่าเป็นเกือบ ๑ ใน ๓ ของประชาชนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นในแง่ของ หลักการเสียงเหล่านี้จึงถูกละเลยไม่ได้ แต่นั่นคือเรื่องของหลักการ แต่ในเรื่องของวิธีการ ผมคิดว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมาออกแบบกระบวนการที่จะมั่นใจได้ว่าจะต้องเป็นการ แสดงความคิดเห็น เป็นการรับฟังที่อยู่ภายใต้กฎหมายจะต้องทําให้ทุกเสียงได้รับฟังอย่างได้ยิน จะต้องยึดโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งหลายคนก็เห็นตรงกันว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ อยู่อีกมาก และที่สําคัญจะต้องไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมที่สมาชิกหลายฝ่ายแสดงความกังวลใจ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมพูดคําว่า การรับฟังความคิดเห็น คําเต็ม ๆ คือรับฟัง ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ผมก็ขอถือโอกาสนี้ร้องขอน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาว่าวันนี้ เวลานี้สภาได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่ายินดีรับฟังเสียงของน้อง ๆ ก็ขอถือโอกาสนี้ร้องขอ เรียกร้องน้อง ๆ ว่าในเวลาเดียวกันก็อยากให้น้อง ๆ ฟังเสียงสะท้อนจากรัฐสภาแห่งนี้ว่าเรามี ความเห็นตรงกันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของน้อง ๆ จะต้องทําไปภายใต้กฎกติกา จะต้องเป็น การใช้สิทธิอันชอบธรรมอย่างมีอารยะธรรม นั่นก็คือจะต้องไม่ทําผิดกฎหมาย ไม่หยาบคาย ไม่รุนแรง และไม่จาบจ้วง และไม่มีวาระอื่นแอบแฝง ที่พูดอย่างนั้นก็เพราะว่าการทําผิด กฎหมายในวันนี้เวลานี้อาจจะไม่ได้เห็นผลในวันนี้ ไม่ได้ถูกดําเนินคดีในวันนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่สามารถที่จะละเลยได้ เพราะการละเลยนั้นเจ้าหน้าที่ก็มีความผิดอยู่ดี เราได้เห็นมาแล้วว่าคนที่ทําผิดในอดีตก็ยังถูกดําเนินคดีในปัจจุบันไล่เลียงกันไปมากมาย ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้ว ๓ สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ก็คือคําพูด เวลาและโอกาส ดังนั้นผมจึงไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกปล่อยให้เวลาและโอกาสที่สําคัญ ในวาระนี้ผ่านพ้นไป การตั้งกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่แค่การซื้อเวลา แต่เป็นการซื้อใจ และที่สําคัญเป็นการแสดงว่าสมาชิกรัฐสภาของเราเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาของเราเองว่า จะเป็นกลจักรสําคัญในการแก้ปัญหาและตรงประเด็น ผมขอโอกาสให้น้อง ๆ เหล่านั้น นอกจากที่จะได้พูดคุยประเด็นต่าง ๆ บนถนน ได้มีโอกาสมาพูดคุยประเด็นต่าง ๆ ในสภา แห่งนี้ให้พวกเราในฐานะตัวแทนของประชาชนทุกคนได้รับฟังอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภราดร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เพื่อสรุปญัตติที่พวกเราพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกันเสนอญัตติต่อสภาแห่งนี้เป็นญัตติด่วน เพื่อให้สภาร่วมกันพิจารณาว่าจะดําเนินการ กับญัตติดังกล่าวอย่างไร ที่ได้นั่งรับฟังมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ๑ วันเต็ม ๆ ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ความคิดเห็นที่ตรงกันนั่นก็คือพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นของ น้อง ๆ เยาวชน นิสิต นักศึกษา มีประเด็นหนึ่งที่ผมยังเป็นกังวล เมื่อวานนี้หลังจากที่มีการ อภิปรายเสร็จได้มีน้อง ๆ เยาวชนหลายคน ได้โทรศัพท์พร้อมกับได้ส่งข้อความมาที่ผมว่าข้อเรียกร้องของเขาในข้อที่ ๑ เรื่องการให้ รัฐบาลนั้นยุติการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบกับประชาชน ความรุนแรงดังกล่าวได้เกิด ขึ้นกับเขาเหล่านั้น เขาได้เรียกร้องเช่นที่จังหวัดแพร่ตามที่เป็นข่าว ที่จังหวัดแพร่มีการส่ง เจ้าหน้าที่ไปติดตามกลุ่มผู้ชุมนุม ติดตามเช่นนั้นอย่างเดียวไม่พอ ยังมีการโทรศัพท์ไปถึงแม่ ของคนที่ชุมนุมให้ลูกนั้นหยุดปฏิบัติการเสีย ที่จังหวัดพัทลุงครับ มีเพื่อนส่งข้อความมาให้ดู เป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ของ สภ. เมืองพัทลุง ได้มีข้อความทํานองเดียวกันคือ ประชาสัมพันธ์บอกให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทราบว่าขณะนี้เหมือนกับว่ากําลังจะมีการ ชุมนุมอยู่ แล้วก็ข่มขู่ว่า ไม่ใช่ข่มขู่ขออภัย แล้วก็พยายามแนะนํากับพี่น้องประชาชนว่าอย่า ไปร่วมการชุมนุมกับเขา เพราะจะขัดต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เท่านั้นไม่พอครับ ลุกลามเข้าไปถึง ในสถานศึกษาในโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษาบอกกับน้อง ๆ ที่เขามีความตั้งใจที่อยากจะ ไปร่วมชุมนุมว่าพวกคุณห้ามไปชุมนุม เพราะถ้าหากไปชุมนุมจะไม่ให้ใบสําเร็จการศึกษา จะไม่ตัดเกรดให้กับน้อง ๆ นักเรียนชั้นมัธยมเท่านั้นเอง นี่คือการจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ผมประกาศชัด ๆ อีกครั้งว่าพวกเรารับไม่ได้ ผมเชื่อครับ ผมเชื่อด้วยความสนิทใจว่าคําสั่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ มาจากหัวหน้ารัฐบาลอย่างแน่นอน ไม่ได้มาจากท่านนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ไม่ได้มา จากรัฐบาลโดยตรงอย่างแน่นอน เพราะไม่มีรัฐบาลไหนที่จะคิดไม่เป็นหรอกครับ การกระทํา ดังกล่าวยิ่งเป็นการเติมน้ํามันเข้าสู่กองไฟ ผมเชื่อว่าเป็นการกระทําของผู้บังคับบัญชา ระดับล่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องฝากไปถึงรัฐบาลก็คือว่าอย่าเอาประเด็นแบบนี้มาเป็น ประเด็นที่ทําให้เกิดความไม่สบายใจในกลุ่มของพี่น้องประชาชนเลย ท่านต้องสั่งการลงไปถึง ผู้บังคับบัญชาระดับล่าง อย่าดําเนินการหรือปฏิบัติการดังกล่าวกับพี่น้องประชาชน ตราบใด ก็ตามที่พี่น้องประชาชนยังปฏิบัติอยู่ในกรอบ อยู่ในกฎเกณฑ์ของกฎหมาย🔗
ประเด็นถัดมาครับ ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังจะลงมติในญัตติ ๓ รูปแบบ ทั้ง ๗ ญัตติด้วยกัน รูปแบบนี้ที่ ๑ ก็คือเราจะลงมติว่าเราจะส่งความคิดเห็น ของพวกเราทั้งหมดที่อภิปรายกันมา ๑ วัน ให้กับรัฐบาลไปดําเนินการหรือไม่ ญัตติที่ ๒ คือ ญัตติของพวกผมพรรคภูมิใจไทยคือเราจะส่งความคิดเห็นไปให้กับกรรมาธิการสามัญประจํา สภากรรมาธิการพัฒนาการเมืองเพื่อให้เขาไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนหรือไม่ และรูปแบบที่ ๓ คือเราจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรโดยมีภารกิจหลัก ก็คือเดินหน้าออกไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มนิสิตนักศึกษา และที่สําคัญที่สุดเราจะต้องให้กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้มามีส่วนร่วมให้มากที่สุด กับกรรมาธิการวิสามัญชุดที่กําลังจะตั้ง เมื่อวานนี้ผมได้อธิบายไปแล้ว ว่าถึงแม้นญัตติของผม ผมจะตั้งเสนอญัตติเพื่อส่งให้กรรมาธิการสามัญ แต่พวกผมก็ไม่ติดใจเช่นเดียวกันที่จะให้ มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วไปรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ นักศึกษา แล้วนําไปสู่ การปฏิบัติให้เป็นมรรคเป็นผล ท่านประธานครับ เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประจําสภาในเรื่องญัตตินี้ ผมรู้สึก ไม่สบายใจครับ ผมไม่สบายใจที่ได้ยินเพื่อนสมาชิกหลายคนได้ลุกขึ้นยืนอภิปรายในสภา แล้วบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ ผมไม่ได้ไม่สบายใจที่ท่านไม่เห็นด้วยกับ การตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ แต่ผมไม่สบายใจ เพราะความคิดเห็นของท่านที่ท่านบอกว่า จะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือท่านไม่เชื่อมั่นครับ ท่านไม่เชื่อมั่นคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่กําลังจะเกิดขึ้น และเป็นกังวลว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเตะถ่วงและซื้อเวลา ให้เรื่องนี้ยืดเยื้อออกไป นี่คือประเด็นที่ผมไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจเพราะว่าสิ่งที่ท่านคิด และท่านพูดออกมาดัง ๆ ในสภานี้มันเป็นเสมือนหนึ่งท่านกําลังดูถูกอํานาจตัวเอง อย่างร้ายแรงที่สุด ท่านกําลังดูถูกอํานาจของตัวเองว่าเราในฐานะผู้แทนของพี่น้องประชาชน เราจะไม่ใช้เวทีสภาในการที่จะแก้ไขปัญหา เอาละ ผมไม่ปฏิเสธท่านบอกว่าท่านจะส่งเรื่อง ที่เราอภิปรายกันมา ๒ วันเป็นข้อสังเกตให้กับคณะรัฐมนตรี ท่านจะลงมติเสนอให้กับ คณะรัฐมนตรีนําไปพิจารณาต่อ ซึ่งมันก็เป็นช่องทางที่สามารถที่จะทําได้ครับ แต่ในทาง ปฏิบัติที่ผ่านมาเราเคยเห็นหลากหลายเรื่องราวที่ผ่านจากสภาผู้แทนแห่งนี้แล้วส่งไปที่ คณะรัฐมนตรี นั่นหมายความว่ามันหลุดเลยอํานาจของสภาผู้แทนแล้ว เป็นอํานาจของ คณะรัฐมนตรีว่าจะดําเนินการอย่างไร เขามีสิทธิที่จะดําเนินการหรือไม่ดําเนินการตาม ความคิดเห็นของสภาก็ได้ แล้วทําไมเราจะต้องผลักไสสิ่งที่เราปรารถนาไปให้กับ คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการละครับ ไหนเราบอกว่าเราจะเป็นตัวแทนของเขา เราอภิปราย กันมา ๑ วัน เราบอกว่าเราจะรับฟังความคิดเห็นของเขาอย่างเต็มที่ทุกรูปแบบ และทําไม เราไม่ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไปรับฟังเขาละครับ ทําไมเราจะสิ้นสุดการทําหน้าที่ เป็นตัวแทนของเขาแค่วันนี้ แค่อภิปรายสิ้นสุดคนละ ๗ นาที ๆ นั่นคือการเป็นตัวแทน ของกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วหรือครับ อภิปราย ๗ นาทีแล้วส่งเรื่องให้กับรัฐบาลแค่นั้นหรือครับ คือหน้าที่ของพวกเรา เราตั้งคณะกรรมาธิการไปรับฟังเขาสิครับ ไปรับฟังเขาให้มากขึ้น ไปเปิดหูให้มากขึ้น ไปเปิดใจกับเขาให้มากขึ้น ไปแสดงความจริงใจกับเขาให้มากขึ้น แล้วที่ บอกว่าคณะกรรมาธิการนี้จะเตะถ่วงผมไม่เชื่ออย่างนั้นนะครับ มันอยู่ที่ใครเข้ามาเป็น กรรมาธิการและมีจิตสํานึกมากน้อยแค่ไหน เรามีความจริงจัง มีความจริงใจที่จะดําเนินการ แก้ไขปัญหามากน้อยแค่ไหนต่างหาก ผมจึงต้องบอกกับท่านประธานส่งผ่านไปถึง เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ ขณะนี้ยังพอมีเวลา ท่านตัดสินใจใหม่เถอะครับ ผมพูดคุยกับ ท่านมาตั้งแต่เมื่อวานเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพื่อเราจะใช้สภาแห่งนี้ทํางานร่วมกัน ผมส่งผ่านข้อความถึงท่านประธาน ถึงเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ เรามาร่วมกันเถอะครับ ยังมีเวลาอีก ๕ นาที ๗ นาที ท่านตัดสินใจใหม่ ก็ถือโอกาสตรงนี้ฝากท่านประธานถึง เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านและพวกผมถ้าหากว่าได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมาธิการก็จะทําหน้าที่ ให้ดีที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตติด่วนตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ ของท่านจักรพันธ์ กับคณะเรื่องด่วนที่ ๕ ของท่านประเสริฐ เรื่องด่วนที่ ๖ ของท่านอมรัตน์ ญัตติของ ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล และญัตติของท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นญัตติที่เสนอมา เพื่อให้สภาได้ร่วมกันพิจารณา และส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการ ส่วนญัตติ ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๕๑ ของท่านอิสระ แล้วก็ญัตติของท่านภราดรกับคณะ ซึ่งท่านภราดรไม่ขัดข้องที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นพิจารณาเช่นเดียวกับญัตติของท่านอิสระนั้น เป็นญัตติที่เสนอมาเพื่อขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ดังนั้นผมจะขอแยกถามเป็น ๒ ประเด็นนะครับ🔗
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะส่งญัตติด่วนตามระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ ญัตติของท่านคมเดช ไชยศิวามงคล และญัตติ ของท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่เสนอมาไปให้รัฐบาลพิจารณาดําเนินการหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ข้างนอกเข้าสู่ห้องประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานคะ หมายเลข ๓๙๗ ขอแสดงตนค่ะ🔗
เจ้าหน้าที่ ช่วยบันทึกด้วยนะครับ หมายเลข ๓๙๗ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิรมิต สุจารี หมายเลข ๑๘๕ ครับ🔗
หมายเลข ๑๘๕ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ ครับ🔗
เชิญท่านวิรัชครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานทอดเวลาเล็กน้อยครับ เพราะว่ากําลังลงมาจากชั้น ๖ ชั้น ๔ มีการประชุม คณะกรรมาธิการหลายคณะครับ🔗
ผมก็ทราบว่า ทางท่านสมาชิกได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการอยู่หลายคณะนะครับ ก็คงรอระยะเวลา เพื่อนสมาชิกเราเดินเข้าสู่ห้องประชุม ก็รีบ ๆ ตามกันนะครับ🔗
ท่านประธานคะ🔗
ครับ🔗
ดิฉัน นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา หมายเลข ๐๐๕ ขอแสดงตนค่ะ🔗
หมายเลข ๐๐๕ แสดงตน🔗
ท่านประธานครับ🔗
เห็นแล้วครับ รายงานตัวเลยครับ แสดงตนใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ หมายเลข ๔๘๑ ขอบคุณครับ🔗
หมายเลข ๔๘๑ แสดงตน🔗
ท่านประธานครับ ผมขอแสดงตนนะครับ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ครับ หมายเลข ๔๘๓ ครับ ขอแสดงตนครับ🔗
หมายเลข ๔๘๓ แสดงตน🔗
ท่านประธานคะ หมายเลข ๒๕๑ พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ขอแสดงตนค่ะ🔗
หมายเลข ๒๕๑ แสดงตน🔗
ท่านประธานครับ ผม เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม หมายเลข ๐๒๗ ขอแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หมายเลข ๒๔๓ แสดงตนครับ🔗
หมายเลข ๒๔๓ กับหมายเลขสมาชิก ๐๒๗ ใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ หมายเลข ๑๗๓ แสดงตนครับ🔗
ท่านนริศ ขํานุรักษ์ หมายเลข ๑๗๓ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ หมายเลขสมาชิก ๔๕๖ แสดงตนครับ🔗
ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ หมายเลข ๔๕๖ แสดงตน เชิญครับท่านวีระกร แสดงตนหรือจะหารือ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คําประกอบ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เรียนถามญัตติชัด ๆ ครับ ท่านประธาน เพราะเหตุว่าหลายท่านเพิ่งเดินเข้ามายังไม่ทราบว่าจะให้ลงในญัตติ ที่จะให้ตั้งหรือไม่ตั้ง ตั้งแล้วจะใช้กรรมาธิการคณะวิสามัญใหม่หรือว่าคณะวิสามัญเก่า หรือคณะสามัญเก่าอะไรนะครับ ขอความกรุณาให้มีความชัดเจนสักนิดหนึ่งนะครับ โดยเฉพาะท่านที่เพิ่งจะเดินเข้ามาจะไม่รู้ด้วยซ้ําไปว่าจะลงมติกันเรื่องอะไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านวีระกรครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตทบทวนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าใจ ตรงกันว่าเนื่องจากญัตติด่วนตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ ของท่านจักรพันธ์กับคณะ เรื่องด่วนที่ ๕ ของท่านประเสริฐ เรื่องด่วนที่ ๖ ของท่านอมรัตน์ ญัตติของท่านคมเดช ไชยศิวามงคล และญัตติของท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นญัตติที่เสนอมาเพื่อให้สภาได้ร่วมกัน พิจารณาและส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ญัตติของท่านที่ผมกล่าวมานี้เป็นญัตติที่ขอให้ สภาพิจารณา แล้วก็ส่งเรื่องไปให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ส่วนญัตติตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๕๑ ของท่านอิสระ และญัตติของท่านภราดรกับคณะ ซึ่งท่านภราดรบอกไม่ขัดข้อง ถ้าหากจะตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเหมือนกับของท่านอิสระ ฉะนั้นจึงเป็นญัตติที่เสนอมาเพื่อขอให้ตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ในญัตติก็ชัดเจนแล้วว่าของท่านอิสระกับท่านภราดร เสนอให้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เหตุผลก็ดังที่ได้ชี้แจงไปแล้ว🔗
ดังนั้น ผมก็จะแยกถามเป็น ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ก็คือญัตติทั้ง ๕ ญัตติ ของท่านจักรพันธ์ ของท่านประเสริฐ ของท่านอมรัตน์ ของท่านคมเดช ของท่านครูมานิตย์ พิจารณาและส่งเรื่องให้รัฐบาลไปพิจารณาดําเนินการ ๒. ส่วนญัตติของท่านอิสระ และท่านภราดรเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ดังนั้นผมจะแยกถาม เป็น ๒ ประเด็นนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะส่งญัตติด่วนตามระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ ญัตติของนายคมเดช ไชยศิวามงคล และญัตติ ของครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่เสนอมา ไปให้รัฐบาลพิจารณาดําเนินการหรือไม่ ผมได้ให้ มีการแสดงตนแล้วนะครับ ยังมีใครที่ยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ เชิญครับ ผมยังไม่ปิด การแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกเข้ามาเพิ่มอีก ๑ ท่านครับ ขอท่านแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วุฒินันท์ หมายเลข ๓๔๗🔗
ท่านวุฒินันท์ หมายเลข ๓๔๗ ขอแสดงตนนะครับ ถ้าท่านสมาชิกแสดงตนหมดแล้ว ผมขอปิด การแสดงตน ท่านสมาชิกครับ ถ้าไม่มีใครแล้วขอปิดการแสดงตนแล้วก็เจ้าหน้าที่ได้รายงาน ผลการแสดงตนด้วยว่ามีผู้อยู่ในห้องประชุมกี่ท่าน เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมทั้งหมด ๔๔๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณา ดําเนินการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาดําเนินการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนน ได้ครับ🔗
ท่านประธานคะ หมายเลข ๓๙๗ สรัสนันท์ อรรณนพพร เห็นด้วยค่ะ🔗
หมายเลข ๓๙๗ เห็นด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนบ้าง ถ้ามีก็ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนเลยนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จํานวนผู้ลงมติทั้งหมด ๔๔๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน🔗
มติของที่ ประชุมเห็นว่าไม่ควรส่งญัตติทั้ง ๕ ญัตติไปให้รัฐบาลพิจารณา ท่านสมาชิกครับ ต่อไป ท่านสมาชิกครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ญัตติตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๕๑ แล้วญัตติของท่านภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลยนะครับ คงไม่ต้องเช็ก (Check) องค์ประชุมนะครับ ผู้ใดเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรด กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๙๗ นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๙๗ ไม่เห็นด้วย สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีขอเชิญท่าน ออกเสียงลงคะแนนนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จํานวนผู้ลงมติ ๔๔๑ ท่าน เห็นด้วยที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ๒๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๗๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗
เป็นอันว่ามติ ที่ประชุมให้สภาผู้แทนราษฎรเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป ผมขอเชิญท่านสมาชิกกําหนดจํานวนกรรมาธิการครับ จะเสนอกรรมาธิการกี่ท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ขออนุญาตเสนอจํานวนกรรมาธิการ ๓๙ ท่านค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีผู้เสนอให้กรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๙ ท่าน มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นไหม ถ้าไม่มีก็แสดงว่ากรรมาธิการ ๓๙ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จํานวน ๙ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จํานวน ๓๐ ท่าน ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จํานวน ๙ ท่าน ๑. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ๒. พลโท นุชิต ศรีบุญส่ง ๓. พลตรี สุรพงษ์ อยู่พร้อม ๔. นายบรรลือ วิศิษฎอนุพงษ์ ๕. พลตํารวจโท ปิยะ อุทาโย ๖. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๗. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ๘. นายคํารณ ชูเดชา ๙. ร้อยตํารวจเอก วิเชียร ตันศิริคงคล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยมีมติไม่เสนอชื่อบุคคลเป็นคณะกรรมาธิการด้วยเหตุผลสั้น ๆ ดังนี้ครับ🔗
ประการแรก แม้เราจะเชื่อมั่นในระบบสภา แต่เราเห็นว่าการพิจารณา ฟังความเห็นนักศึกษานั้นเพื่อแก้ปัญหาให้ทันสถานการณ์ การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เราเชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนการรับฟัง สภาไม่ควรเป็นคนกลางในการที่จะเป็น บุรุษไปรษณีย์นําความเห็นนั้นไปให้รัฐบาล แต่ควรที่จะให้รัฐบาลได้ฟังโดยตรง นั่นเหตุผล ประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ถ้าตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาจะเป็นการทํางานซ้ําซ้อนกับ กรรมาธิการปกติที่เรามีอยู่แล้ว ๑. คณะกรรมาธิการสามัญพัฒนาการเมืองเขาทําเรื่องนี้ อยู่แล้ว มีอํานาจเรียกรัฐบาลและนักศึกษาไปพบกันได้อยู่แล้ว ๒. คณะกรรมาธิการศึกษา และแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ฟังเรื่องนี้มาตลอด เราไปฟังถึงมหาวิทยาลัย แล้วก็เชิญนักศึกษา มาฟังตลอดก็จะไปซ้ําซ้อนอีก ถ้าเราตั้งขึ้นมาใหม่นอกจากซ้ําซ้อนแล้วยังสิ้นเปลือง งบประมาณ🔗
ประการที่ ๓ เราเชื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญหากจะตั้งขึ้น จะทํางาน เพียงแป๊บเดียว เพราะการรับฟังความคิดเห็นทําครั้งเดียว ๒ ครั้งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ไม่มีความจําเป็นใด ๆ ต้องฟัง แต่การแก้ปัญหาโดยตัดไฟแต่ต้นลมซึ่งต้องเร็ว อันนี้ควรทํา แต่วิสามัญจะช้าเพิ่มขั้นตอนไปอีก มิได้หมายความว่าเราไม่เชื่อมั่นระบบสภา เชื่อมั่น ในระบบสภา แต่ไม่เชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี เพราะหลายครั้งที่เรามีมติส่งความเห็นไป ท่านไม่ได้ตอบสนอง เพราะฉะนั้นคราวนี้จึงเห็นว่าทันกาล ทันเกมแล้วก็ทันกับผู้ที่เขา อยากจะพูดคุย เห็นว่ารัฐบาลต้องไปคุยโดยตรง ไม่ต้องมีคนกลางอย่างสภา สภาได้ รับผิดชอบแล้วคือได้เสนอญัตติแสดงถึงความตระหนัก แล้วเอาเรื่องนี้เข้าสภา การอภิปราย ๒ วัน คือเห็นความสําคัญ รับผิดชอบโดยเป็นคนกลางจัดให้นักศึกษาพบกับนายกรัฐมนตรี นี่คือความรับผิดชอบที่น่าจะเป็น เราจึงไม่ควรตั้งและไม่เสนอชื่อบุคคลร่วม ขอบพระคุณครับ🔗
ที่จริงก็เป็น สิทธิของทางพรรคเพื่อไทย แต่ผมอยากจะขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านสุทิน คลังแสง นิดหนึ่งว่าขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรเรารับญัตติทั้งหมดที่เป็นความเห็นของ เพื่อนสมาชิกเราเข้าสู่สภา เราพิจารณาตามกระบวนการ ๒ วันที่เราพิจารณาเรื่องนี้ และวันนี้สภาเราก็มีมติเสียงข้างมากบอกว่าให้ตั้งกรรมาธิการ ฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นกระบวนการทางสภาผู้แทนราษฎรเรา ที่จะต้องดําเนินการ แต่ถึงอย่างไรก็ตามขอให้ทางพรรคเพื่อไทยพิจารณาทบทวนดู อีกนิดหนึ่งนะครับ ต่อไปเป็นการเสนอชื่อกรรมาธิการของพรรคพลังประชารัฐ ๗ ท่านครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๗ ท่าน ๑. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๒. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๓. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๕. นายสุพล ฟองงาม ๖. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ๗. นายปรีดา บุญเพลิง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญตัวแทนพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อกรรมาธิการ จํานวน ๔ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขอ เสนอชื่อในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านดังนี้ แต่ว่าก่อนจะเสนอผมขอเวลา ท่านประธานครึ่งนาทีครับ ผมยกมือท่านประธานไม่เห็นผม เมื่อสักครู่ท่านสุทิน คลังแสง ได้กรุณาอธิบายถึงเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงไม่สมควรที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ท่านบอกว่ามีกรรมาธิการปกติ มีกรรมาธิการสามัญอยู่แล้ว ถูกต้องครับ มีอยู่แล้ว และญัตติของผมตั้งใจที่จะส่งให้กรรมาธิการสามัญพัฒนาการเมือง ไปพิจารณา ท่านก็ไม่เอาครับ ท่านบอกว่ามีคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช่ครับ มีครับ แต่ว่ารัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องเฉพาะรัฐธรรมนูญ นักศึกษาเขาเรียกร้อง ไม่ได้เรียกร้อง เฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญครับ และที่สําคัญญัตติ ๗ ญัตติไม่มีญัตติไหนที่จะส่งไปที่กรรมาธิการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเลย เพราะฉะนั้นช่องทางที่จะส่งไปกรรมาธิการรัฐธรรมนูญเป็นไปไม่ได้ครับ ประเด็นที่ว่าท่านเห็นว่ามันจะช้า เนิ่นช้าออกไปถ้าหากว่ามีการตั้งกรรมาธิการ ผมบอกว่า แล้วอย่างนั้นเราจะอภิปรายกัน ๑ วัน ๒ วัน ทําไมครับ อภิปรายกัน ๒ วัน ท่านส่งให้ คณะรัฐมนตรีแล้วจะมีหลักประกันอะไรครับท่านประธาน จะมีหลักประกันอะไรที่จะบอกว่า คณะรัฐมนตรีจะเอาความคิดเห็นของสภาไปดําเนินการ เราตั้งกรรมาธิการ ก็ดําเนินการได้ครับ ผมชี้แจงเท่านี้🔗
เชิญ ท่านภราดรเสนอกรรมาธิการครับ🔗
ผมเสนอชื่อนะครับ ๑. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๒. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๓. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๔. นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคก้าวไกลเสนอกรรมาธิการวิสามัญจํานวน ๔ ท่านครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้า พรรคก้าวไกล ขอแจ้งให้สภาแห่งนี้ทราบว่าพรรคก้าวไกลมีมติไม่ส่งสมาชิกพรรคเข้าร่วม กรรมาธิการด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ ข้อ ๑ ข้อเรียกร้องของนักศึกษาส่งสัญญาณชัดเจนว่า ไปถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ตอบ ข้อ ๒ การตั้ง กรรมาธิการนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เกรงว่าจะเป็นการประวิงเวลาเสียมากกว่า จึงขอเรียกร้องให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปฟังข้อเรียกร้องของนักศึกษาด้วยตนเอง และหยุดการขู่คุกคามต่อนักศึกษาและประชาชน ข้อสุดท้ายเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เรื่องของ สิทธิมนุษยชนไม่ควรถูกจํากัดให้อยู่แค่ในสภา ไม่ควรถูกจํากัดแค่ในเวลา ๙๐ วัน เป็นสิ่งที่ พลเอก ประยุทธ์ ต้องลงไปรับฟังและพูดคุยเรื่องนี้บนท้องถนนครับ สุดท้ายนี้พวกเราไม่เข้าร่วม กรรมาธิการวิสามัญที่จะทําหน้าที่เตะถ่วงปัญหา ขอให้โชคดีครับ🔗
พรรคก้าวไกล ไม่ส่งกรรมาธิการนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๓ ท่านครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานให้พรรคก้าวไกล ซึ่งจะต้องเสนอชื่อได้ให้เหตุผลและอภิปรายประกอบในการที่ไม่เสนอชื่อ ผมคิดว่า เพื่อความเป็นธรรมกับพรรคที่ได้เสนอญัตติตั้งแต่เบื้องต้นนะครับ ท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ได้เสนอญัตตินี้มาก่อนญัตติอื่น ๆ นะครับ แต่ว่าอยู่ในวาระทั่วไป แล้วก็มีประเด็นที่สําคัญ ก็คือเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเปิดพื้นที่โดยตรงให้กับนักเรียน นักศึกษา ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยกับสภา เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่า ถ้าหากให้อีกฝ่ายหนึ่งแสดงเหตุผลการไม่เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ผมก็อยากใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้ ซึ่งผมเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยกับญัตติของเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้เสนอให้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา ผมขออธิบายเหตุผลสั้น ๆ ดังนี้ครับ ท่านประธานครับ ว่าประการแรกก็คือว่าการเสนอญัตติดังกล่าวนี้ที่ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญนั้นเป็นการเสนอ ญัตติเพื่อต้องการที่จะเปิดพื้นที่อย่างแท้จริงของสภานะครับ เพื่อที่จะให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญและนักเรียน นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมครับ🔗
ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ มีท่านสมาชิกประท้วงครับ🔗
ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธาน ข้อ ๙ (๓) แล้วก็ประท้วงท่านที่กําลังอภิปราย จริง ๆ คําพูดที่ท่านพูดมานี้ ก็ไม่ได้เสียหาย แต่ผิดข้อบังคับ ท่านชินวรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ลุกขึ้นไม่ได้ประท้วงครับ ลุกขึ้นอภิปราย ผมไม่ทราบว่า ท่านประธานอนุญาตให้อภิปรายด้วยข้อบังคับข้อไหนครับ เพราะฉะนั้นต้องให้หยุด แล้วก็จะ เสนอรายชื่อก็ให้เสนอรายชื่อกรรมาธิการไปครับ🔗
ผมขอ อนุญาตชี้แจงอย่างนี้ครับ ที่จริงแล้วท่านสุทินก็ไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย ผมเชิญให้ลุกขึ้นเสนอชื่อ แต่เมื่อท่านสุทินและท่านหัวหน้าพรรค ก้าวไกลขอชี้แจงเหตุผล ผมก็ให้ชี้แจง🔗
ครับ🔗
แต่ทีนี้ ฝ่ายที่จัดตั้งกรรมาธิการขอชี้แจงเหตุผลสั้น ๆ ผมก็ให้โอกาสทุกฝ่าย🔗
ด้วยความเคารพ ขออนุญาตแสดงเหตุผล ถ้าท่านสุทินผิดข้อบังคับหรือคุณพิธาผิดข้อบังคับ ท่านก็ต้อง สั่งห้ามพูด แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นข้อเลยมาให้คุณชินวรณ์พูด คนละส่วนครับ ขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน ท่านชินวรณ์ทําผิดข้อบังคับครับ🔗
คืออย่างนี้ สภาเราก็อยู่ด้วยความประนีประนอม อะลุ้มอล่วยกันที่ไม่ผิดหลักการจนเกินไป วันนี้ สมาชิกเรามีโอกาสได้ฟังการชี้แจงของท่านสุทิน ได้มีโอกาสฟังการชี้แจงของ ท่านหัวหน้าพรรคก้าวไกล ท่านพิธา วันนี้ถ้าเราจะฟังคําชี้แจงจากฝ่ายที่เขาอยากจะ ตั้งกรรมาธิการบ้างสั้น ๆ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย ฉะนั้นผมขอวินิจฉัยว่าเป็นสิทธิ ประธานจะอนุญาตได้ ไม่ได้ให้ฝ่ายเดียวชี้แจง พรรคเพื่อไทยก็ชี้แจงไปแล้ว พรรคก้าวไกล ก็ชี้แจงไปแล้ว ขอให้ท่านชินวรณ์สั้น ๆ เชิญท่านนั่งลงครับ🔗
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ🔗
ท่านชินวรณ์ เอาเหตุผลสั้น ๆ แล้วกันนะครับ🔗
เหตุผลแรกก็คือว่าในญัตติ ที่เพื่อนในพรรคของผมคือท่านดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ได้เสนอนั้น ได้เสนอไว้ชัดเจน ว่าจะต้องขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเปิดพื้นที่โดยตรงให้กับนักเรียน นักศึกษา เพราะเราเชื่อมั่นในความคิดของคนรุ่นใหม่ว่าถ้าหากสภาแห่งนี้จะได้เปิดพื้นที่ให้เขาได้มา แสดงความคิดเห็นร่วมกันกับสมาชิกรัฐสภาซึ่งเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ผมคิดว่าก็จะเป็น ส่วนหนึ่งในหนทางที่เราอยู่ร่วมกันในระบอบประชาธิปไตยที่เราต้องใช้สันติวิธี🔗
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าผู้ที่พูดถึงกล่าวอ้างว่ามีความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเรามีความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ก็เหตุผลเดียวกับที่ ท่านประธานได้ชี้แจงไปแล้วว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปตามข้อบังคับ และเป็นไปตามกลไกของระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นเมื่อมีมติเสียงข้างมากที่เราต้องเคารพ ในระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่าทุกฝ่ายก็ย่อมที่จะมีสิทธิที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ส่วนท่าน จะไม่ใช้สิทธิของท่านก็ไม่เป็นไรครับ เป็นเรื่องสิทธิของท่าน ส่วนคนอื่นจะมองว่าเป็น เกมการเมืองหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมยืนยันด้วยความมั่นใจว่าพวกผมไม่ได้คิดเรื่อง เกมการเมืองนะครับ คิดเรื่องต้องการที่จะให้ระบบรัฐสภาของเราเป็นที่พึ่งของประชาชา🔗
ประการที่ ๓ ผมได้ติดตามและเอาใจใส่ในการเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษา ข้อเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการให้ยุติการใช้ความรุนแรง กับประชาชนให้ยุบสภาหรือแม้แต่ให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าข้อเสนอดังกล่าวนี้ ไม่เพียงพอที่จะส่งไปยังคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ หรือไม่มากพอที่เราจะได้ประมวล ความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนให้มากยิ่งขึ้นว่าเราจะหาทางออกให้กับประเทศชาติบ้านเมือง อย่างไร ผมคิดว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นทางออกให้กับ ประเทศชาติบ้านเมือง และเมื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็ไม่ตัดสิทธิที่พรรคใด จะไปแสดงความคิดเห็นอย่างไรหรือว่าจะเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่อง ของท่าน พี่น้องประชาชนจะเป็นคนเฝ้าตามต่อไปว่าทิศทางใดที่เหมาะสมกับบ้านเมือง ของเรา ที่อยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ แต่ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา จึงขออนุญาตที่จะเรียน ชี้แจงสั้น ๆ เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านชินวรณ์ครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผมประท้วงเสียดสีครับ ท่านประธานครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคก้าวไกล บัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายสักครู่🔗
เสียดสีใคร🔗
ท่านบอกว่าพรรคฝ่ายค้าน เล่นเกมการเมือง ท่านก็พูดอยู่แล้วว่าพวกผมใช้สิทธิ ต้องถอนครับ อันนี้ไม่ใช่เกมการเมือง เป็นสิทธิ เขามองพรรคฝ่ายค้าน มองต่างจากรัฐบาล ไม่ใช่เกมการเมือง ท่านชินวรณ์ ต้องถอนครับ🔗
ท่านคารม คืออย่างนี้ เมื่อสักครู่ผมก็ฟังท่านชินวรณ์อภิปราย ท่านไม่ได้บอกว่าฝ่ายค้านเล่นเกมการเมือง เดี๋ยวฟังนะครับ เท่าที่ผมฟังถ้าผมฟังผิดก็ช่วยอธิบายเพิ่มเติมแล้วกัน ผมฟังว่าจะถือเป็น เกมการเมืองหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พิจารณาอะไรทํานองนี้🔗
ไม่ครับ ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ผมไม่ได้บอกว่าท่านประธานพูดว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ แต่ท่านชินวรณ์ พูดเองว่าเล่นเกมการเมือง ยันยันได้ไปฟังใหม่ก็ได้ครับ ต้องถอนตรงนี้ครับ ฝ่ายค้าน เสียหายครับ🔗
ท่านชินวรณ์ ยืนยันหน่อยสิว่าที่พูดเมื่อสักครู่🔗
ถอนตรงนี้ครับ ตรงอื่นไม่ติดใจ ไม่ว่าอะไร🔗
ที่ผมฟัง คล้าย ๆ กับว่าจะเป็นเกมการเมืองหรือไม่แค่นั้น ไม่ได้บอกว่าฝ่ายค้านเล่นเกมการเมือง🔗
ท่านประธานด้วยความเคารพ ให้ท่านชินวรณ์ยืนยันครับ🔗
เชิญ ท่านชินวรณ์ช่วยยืนยันหน่อยครับ🔗
ผมยืนยันตามที่ประธาน วินิจฉัยนะครับ แต่ว่าไม่เห็นจําเป็นต้องกินปูนร้อนท้องนะครับ ขอบคุณครับ🔗
นี่เสียดสีต่อนะครับ ต้องถอนครับ กินปูนร้อนท้องก็ต้องถอน🔗
กินปูนร้อนท้องผมก็ไม่เห็นว่ามันเป็นคําด่า🔗
อันนี้เสียดสีครับ ถ้าท่านประธาน ฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ🔗
เสียดสีอะไร🔗
อันนี้เสียดสีครับ🔗
ท่านชินวรณ์ถอนคําว่า กินปูนร้อนท้องหน่อย เพราะเพื่อนฟังแล้วมันแสลงใจถอนหน่อยแล้วกันนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตว่าจริง ๆ พวกผมก็เคารพ แต่ผมเห็นว่าคําพูดนี้ในสถานการณ์อย่างนี้ ไม่ว่าเกมการเมือง ไม่ว่ากินปูนร้อนท้อง เพราะจริง ๆ ผมก็เคารพท่านชินวรณ์ แต่ว่าเรื่องนี้ ก็นุ่มนวลก็บอกว่าไม่ต้องพูดก็ได้ครับ ผมพวกก็ไม่เห็นจะเสียหายเลยครับ🔗
ท่านชินวรณ์ ช่วยถอนหน่อยครับ ก็ฟังแล้วทางฝ่ายท่านคารมฟังแล้วมันเสียดสี ถือว่าเสียดสีฝ่ายค้านว่า ฝ่ายค้านเล่นเกมการเมืองหรือเปล่า ความจริงเป็นการคล้าย ๆ โยนคําถามไป ท่านถอนเถอะ เพื่อให้มันเดินไปได้ เชิญครับ🔗
ตามจริงก็เป็นสํานวนไทย นะครับท่านประธาน เช่นคําว่า กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง เหล่านี้เป็นต้น แต่ถ้า ท่านประธานเห็นว่าสํานวนไทยใช้ไม่ได้ เป็นเรื่องเสียดสี ผมก็อยากให้สภามีบรรยากาศที่ดี ผมขอถอนครับ🔗
ขอบคุณ ท่านชินวรณ์นะครับ ท่านคารมครับ เขาถอนแล้วนะครับ เชิญนั่งเลยครับ คุณหมอคืออย่างนี้ ผมขออนุญาตให้ตัวแทนพรรคต่าง ๆ ได้เสนอกรรมาธิการให้เสร็จก่อน แต่ถ้าคุณหมอ หรือใครมีอะไรจะเพิ่มเติมเดี๋ยวผมจะอนุญาตดีไหมครับ ให้กระบวนการในการเสนอ ตั้งกรรมาธิการจบก่อน เดี๋ยวผมจะขออนุญาตครับคุณหมอ เชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เสนอกรรมาธิการ ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑. ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๒. นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ๓. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ในสัดส่วนของ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปขอเชิญตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย จํานวน ๑ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา พรรคเสรีรวมไทย พรรคเราขอไม่เสนอชื่อเช่นกันค่ะ เนื่องจากว่าเราไม่ต้องการเป็นนั่งร้านสร้างความชอบธรรมให้กับคู่ขัดแย้งกับนักศึกษา ให้ยืดเยื้อต่อไปค่ะ🔗
พรรคเสรีรวมไทยไม่เสนอนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคประชาชาติ จํานวน ๑ ท่าน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ ไม่ประสงค์ที่จะเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญ หลักการและเหตุผลก็คงคล้ายกับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล แล้วก็ พรรคเสรีรวมไทย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่จํานวน ๑ ท่านครับ นายณัฐศักดิ์ จันทร์สว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกําหนดระยะเวลาในการพิจารณาครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลา🔗
เดี๋ยวนะครับ ขออภัยผมลัดขั้นตอนไปนิดหนึ่ง ผมก็มึนเหมือนกัน เชิญท่านเลขาธิการอ่านชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน ๑. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ๒. พลโท อนุชิต ศรีบุญส่ง ๓. พลตรี สุรพงษ์ อยู่พร้อม🔗
มีอะไรไหมครับ ท่านประท้วงหรือว่าอะไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมขอเสนอท่านสุทิน คลังแสง เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
เชิญท่านนั่งครับ🔗
ขออนุญาต ขอถอนครับ🔗
ท่านสายัณห์ อาจจะเพิ่งตื่น ก็ไม่เป็นอะไรครับ ก็แสดงว่าท่านสุทิน คลังแสง อยู่ในความชื่นชมของ ท่านสายัณห์ พอตื่นขึ้นมาก็เลยเสนอเลย🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ในกรณีนี้เป็นกรณีศึกษาในเรื่องข้อบังคับ ขออนุญาตเอ่ยถ้อยคําครับ เพื่อให้เป็นที่เข้าใจ ตรงกันว่ากรณีท่านสายัณห์ได้เสนอกรรมาธิการในฐานะเป็นสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ กรรมาธิการวิสามัญเข้าร่วมพิจารณาในกรณีนี้ เสนอผู้แทนราษฎรด้วยกันเพื่อที่จะเข้าไปเป็น กรรมาธิการ กรณีนี้จะผิดข้อบังคับใดหรือไม่ เพราะวิธีปฏิบัติในสภา การจัดสัดส่วนของ แต่ละพรรคเป็นเพียงวิธีพิจารณาจัดสัดส่วนเพื่อความเรียบร้อยในการประชุม แต่ในกรณีของ ท่านสายัณห์ที่เสนอ ท่านสุทิน คลังแสง ถ้ามีผู้รับรองก็ถือว่าถูกต้องนะครับ ขอให้ท่าน พิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ🔗
ตอนนี้กําลัง พิจารณาว่าจะเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ฉะนั้นเกี่ยวกับเรื่องข้อบังคับ ขอให้ท่านเสนอ เข้าไปที่กรรมาธิการกิจการสภาพิจารณาเองนะครับ เชิญฝ่ายเลขานุการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ๑. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ๒. พลโท อนุชิต ศรีบุญส่ง ๓. พลตรี สุรพงษ์ อยู่พร้อม ๔. นายบรรลือ วิศิษฎอนุพงษ์ ๕. พลตํารวจโท ปิยะ อุทาโย ๖. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๗. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ๘. นายคํารณ ชูเดชา ๙. ร้อยตํารวจเอก วิเชียร ตันศิริคงคล ลําดับที่ ๑๐ ถึงลําดับที่ ๑๗ ไม่เสนอชื่อนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญผมก็ขออนุญาตถอนครับ🔗
ถอนแล้วครับ🔗
๑๘. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๑๙. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๒๐. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๒๑. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒๒. นายสุพล ฟองงาม ๒๓. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ๒๔. นายปรีดา บุญเพลิง ๒๕. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๒๖. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๒๗. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๒๘. นายภราดร ปริศนานันทกุล อันดับที่ ๒๙-๓๒ ไม่เสนอชื่อนะครับ ๓๓. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๓๔. นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ๓๕. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ๓๖. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย อันดับที่ ๓๗ อันดับที่ ๓๘ ไม่เสนอชื่อนะครับ ๓๙. นายณัฐศักดิ์ จันทร์สว่าง🔗
ขอท่านสมาชิก ได้เสนอกําหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ขอเสนอระยะเวลาในการพิจารณา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมเองก็ยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่พรรคการเมือง บางพรรคไม่เสนอกรรมาธิการวิสามัญ ฉะนั้นผมจึงขออนุญาตว่างกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทยและพรรคประชาชาติไว้ก่อน เผื่อทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้มีการประชุมปรึกษาหารือกัน ถ้าจะพิจารณาอย่างไร ก็ค่อยเสนอในที่ประชุมสภาเราอีกครั้งหนึ่ง🔗
เนื่องจากว่ามีคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยกมือเพื่ออภิปรายแสดงเหตุผล ประกอบในส่วนที่ทําไมจึงไม่เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ฉะนั้นถ้าหากว่าผมให้ฝ่ายค้าน ได้แสดงความคิดเห็น ๑ คน ผมก็จะให้ฝ่ายรัฐบาลได้แสดงความคิดเห็น ๑ คนด้วยเช่นกัน ถ้าฝ่ายนี้ ๒ ก็ต้องให้ฝ่ายละ ๒ ผมว่าเอาตัวแทนสักฝ่ายละ ๒ ท่าน ท่านละสั้น ๆ นะครับ สัก ๒-๓ นาทีก็น่าจะพอเราจะได้ผ่านไปเรื่องอื่น เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ลุกขึ้นอภิปราย จริง ๆ ประเด็นผมที่จะอภิปรายในขณะที่ยกมือก็เป็นประเด็นที่ท่านประธานได้กรุณาสรุป เป็นประเด็น แต่ว่าพอล่วงเลยมาแล้วประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานนั้นเป็นส่วนหนึ่ง เท่านั้นเอง การที่ท่านประธานพยายามที่จะใช้หลักทางรัฐศาสตร์อะลุ้มอล่วยให้สมาชิกได้มี โอกาสแสดงเหตุผลผมก็เห็นด้วยในบางเรื่องบางจังหวะ มันก็เป็นความสวยงาม แต่ว่าอย่างไร ก็แล้วแต่ข้อบังคับก็ต้องรักษาอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดเป็นประเด็น เกิดเป็นปัญหา ผมเองก็เพียงแต่จะกราบขอบพระคุณท่านประธานว่าถ้าท่านประธานอนุญาต ให้ซีกรัฐบาลลุกขึ้นอภิปรายเพิ่มเติมได้ แน่นอนครับผิดกับข้อบังคับชัดเจนไม่ว่าจะเป็น ข้อ ๕๔ ข้อ ๕๕ ที่พูดถึงเรื่องการเสนอญัตติด้วยวาจาการอภิปรายเป็นการสิ้นสุดอะไร ต่าง ๆ เหล่านั้นจบไป เมื่ออนุญาตแล้ว🔗
คุณหมอครับ ผมขอชี้แจงนิดหนึ่ง เดี๋ยวท่านสมาชิกที่ฟังหรือพี่น้องประชาชนฟังจะเข้าใจผิดว่าผมนี่ทําผิด ข้อบังคับ โดยเฉพาะแล้วอย่างที่ผมเรียนว่าท่านสุทิน คลังแสง ลุกขึ้นก็ไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย เพราะมันปิดการอภิปรายไปแล้ว ท่านหัวหน้าพรรคก้าวไกลก็ไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย เพราะผมให้เสนอรายชื่อกรรมาธิการ แต่เมื่อท่านสุทิน คลังแสง ขออภิปรายเหตุผลว่าทําไม จึงไม่ส่งสมาชิกมาเป็นกรรมาธิการผมก็ให้ท่าน แล้วก็หัวหน้าพรรคก้าวไกลก็ขอชี้แจงเหตุผล ประกอบผมก็ให้ชี้แจง ถ้าผิดข้อบังคับก็ผิดตั้งแต่ผมอนุญาตท่านสุทิน อนุญาตท่านพิธาไปแล้ว แต่ว่าก็มีฝ่ายรัฐบาลก็มีคุณภราดร แล้วก็มีท่านชินวรณ์ ก็ ๒ ท่านเท่ากัน ฉะนั้นผมว่าเราอยู่ ในสภาเดียวกัน ทํางานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมก็อะลุ้มอล่วยเป็นครั้งคราว แต่ถ้าผมเอาเด็ดขาด ๆ ตลอดเอาข้อบังคับ บังคับตลอด เดี๋ยวพวกท่านก็จะมาโวยวายว่า ประธานไม่เปิดโอกาส ประธานปิดปากอีก ฉะนั้นคุณหมอได้เข้าใจตรงนี้ด้วยนะครับ ถ้าผิดก็ผิดมาตั้งแต่แรกแล้ว เชิญคุณหมอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมก็เลยยกขึ้นมาชื่นชมท่านประธานครับ ผมไม่ได้ตําหนิ ท่านประธานว่าจะทําไม่เหมาะสมนะครับ ผมเพียงแต่บอกว่าท่านประธานอาศัยสถานการณ์ ก็อนุญาตตามสถานการณ์ก็เหมาะสม อันนั้นผมชื่นชมท่าน และผมเพียงแต่ขอโอกาส เมื่อท่านอนุญาตแล้วก็ต้องอนุญาตต่อ ฉะนั้นผมเพียงแต่กราบเรียนท่านประธานว่า การอนุญาตต่อมันอาจจะมีประเด็นที่ต้องใช้หลักความเหมาะสมตรงนี้ ถึงแม้มันจะไม่ชอบ ด้วยข้อบังคับบ้างนะครับ เราก็ยอมรับกัน อันนี้ผมบอกท่านประธานไปแล้ว ประเด็นที่ผม จะยกเพิ่มเติม ท่านประธานครับ เหตุผลที่เราไม่ตั้งกรรมการวิสามัญ ท่านประธานวิป (Whip) ท่านหัวหน้าพรรคก้าวไกลให้เหตุผลไป ทางเสรีรวมไทยให้เหตุผลไป ชอบแล้ว แต่ประเด็นหนึ่ง ที่เราเองไม่อยากให้สภาตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางนิติทางการเมือง ใช้สภาเป็นเครื่องมือ ตรงนี้ไม่ยอมครับ ถ้าใช้สภาเป็นเครื่องมือในการที่จะยับยั้งปัญหาในการ ที่จะถ่วงปัญหา ในการที่จะขัดขวางกระบวนการ อันนี้เราไม่ยอม เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะอะไร มันเป็นเจตนาชัดเจน ผมรู้ได้เมื่อไรครับ รู้เมื่อลงมติเมื่อสักครู่ ซีกผมเสนอ บอกว่าให้พิจารณาแล้วส่งให้รัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีไปฟังความเห็น ซึ่งความเห็น ออกมาแล้ว ๓ ข้อ ยุบสภา ห้ามคุกคาม และแก้รัฐธรรมนูญ ทํารัฐธรรมนูญใหม่ ชัดเจนครับ มีเหตุผลอยู่แล้ว ๓ ข้อ มีข้อสรุปแล้ว ท่านไปฟังความเห็นสรุปสุดท้ายก็คือ ๓ ข้อนี้ล่ะครับ ผมก็บอกให้นายกรัฐมนตรีไปฟัง แล้วเอาข้อเสนอเขาไปดําเนินการเลย แต่ว่าสภาแห่งนี้อาศัย เสียงข้างมาก ๒๖๑ เสียงไม่ส่ง ขณะที่เสียงข้างมากกลับมาบอกว่าไปตั้งกรรมาธิการนี่อย่างไรครับ นี่อย่างไรครับ นี่คือหลักฐานที่สภาแห่งนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอํานาจที่ไม่กระทบ ถ้ามาทําลายสภาอย่างนี้ พี่น้องประชาชนไม่ยอมนะครับ ท่านประธานครับ หลักฐานมันฟ้อง ชัดอยู่แล้วท่านอย่าไปปฏิเสธ ถ้าท่านเห็นแก่ว่าสภาเรามีมติร่วมกัน ผมดีใจที่ท่านประธานแยกลงมติ ถ้าท่านประธานไม่แยก ผมก็เสนอให้แยก เผื่อที่เราจะไปด้วยกันได้ มีอะไรก็ส่งให้รัฐบาลไป จะทําได้ขนาดไหน จะทําไม่ได้ขนาดไหน พ้น ๖๐ วัน ก็กลับมารายงานต่อเรา บอกว่า ทําไม่ได้ เราจะได้รู้ครับ ถ้าจะตั้งกรรมาธิการผมไม่ขัดครับ แต่ตั้งไปติดตามว่ารัฐบาล ทําอะไรตามข้อเสนอของนักเรียน นักศึกษาหรือเปล่า อันนั้นชอบครับ สภาเป็น แรงขับเคลื่อนผลักดันแล้วคุณทําหรือไม่ทํา เป็นการถ่วงดุลอํานาจซึ่งกันและกัน แต่ว่า ใช้อํานาจสภามาปกป้องอํานาจของฝ่ายบริหารผมถือว่าเห็นด้วยไม่ได้ อันนี้คือเหตุผลที่สําคัญ ที่สุดครับ และผมกราบเรียนการตั้งกรรมาธิการ ท่านอ่านข้อบังคับถูกครับ ถ้าอ่านบรรทัดเดียว แต่ต้องอ่านให้ครบ มันเป็นไปตามสัดส่วน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และที่สําคัญเอกสิทธิ์ ของสมาชิกครับ เอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เป็นเอกสิทธิ์บุคคลอื่นล่วงละเมิดไม่ได้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เมื่อผมอนุญาตฝ่ายค้าน ขอท่านวิรัชก่อนนะครับ ท่านวิรัชยกมือก่อนนานแล้ว เชิญท่านวิรัชครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในฐานะที่ผมเองเป็นประธานวิป (Whip) รัฐบาล ได้มีโอกาสได้นําญัตติ ได้มีโอกาสได้นําทุก ๆ ญัตติ เรามานั่งร่วมพิจารณากัน ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นญัตติโดยเฉพาะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล แม้กระทั่งทุกญัตติ ของพรรคฝ่ายค้าน ทุกญัตติมีเจตนาดีทั้งหมดท่านประธาน คือให้รับฟังความคิดเห็น ของนักเรียน นิสิตและกลุ่มเยาวชน มีในส่วนของท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ที่ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเปิดพื้นที่ ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการโดยตรงกับสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่เข้าเป้าในการที่เราจะดําเนินการ แต่ถ้าเผื่อสภาทิ้งปัญหา เอาละมีอะไรโยนให้ รัฐบาลผมเองก็มาคุยกันทุก ๆ คน ไม่ได้เอาที่ความคิดของตัวเองเป็นตัวตั้ง แล้วก็ต้องเรียน ท่านประธานว่าในแต่ละญัตติที่ส่งมาเราก็บอกว่าพวกเราทุก ๆ คน เราเชื่อมั่นในระบบ ของรัฐสภาซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งเสียงนั้นท่านประธานก็คงทราบ ไม่ได้ห่างไกล กันมากท่านประธานครับ ก็อยู่ในระดับนี้เกินครึ่งไปก็เล็กน้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้เห็น วันนี้ก็คือสิ่งที่เราทําไมจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ อยู่ ๆ เรารู้เราทราบว่าเป็นแต่เพียง ดูจากข่าว ดูจากสิ่งที่เขามาประท้วงหรือมีอะไร วันนี้เราอยากเปิดพื้นที่เลยครับท่านประธาน อยากเปิดพื้นที่จนถึงว่าถ้าเผื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาแล้ว เราตั้ง คณะอนุกรรมาธิการได้ไหม เราเข้าไปถามดูได้ไหม บางครั้งความขัดแย้งที่วันนี้เดี๋ยวบอกว่า วันนี้ที่ภาคเหนือ อีกวันหนึ่งอยู่ที่ภาคกลาง อีกวันหนึ่งไปอยู่ที่ภาคอีสาน แล้วก็เรื่อย ๆ กันไปหมด แต่ถ้าเผื่อเราบอกว่าสิ่งที่เขาต้องการที่จะออกไปพบหรืออยู่ในเวทีที่แต่ละแห่ง เราเอาเขามา เจอที่นี่ แต่ถ้าเผื่อเขาบอกว่าไม่มาหรอกกรุงเทพฯ ไม่มาหรอกสภา อยากจะขอเจอที่จังหวัด มหาสารคามเราก็ต้องไป อยากเจอที่จังหวัดนครราชสีมาก็ต้องไป ภาคใต้ ภาคเหนือก็ต้องไป เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญลงไปดู รายละเอียดในช่วงเวลานี้ ๓ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ท่าน ส.ส. จักรพันธ์ ท่านได้ยื่นเอกสารในส่วนขอญัตติในตอนช่วงนั้น แต่วันเวลาผ่านมาแล้ว ท่านประธานครับ ๓ เดือนกว่า ๔ เดือน ปัญหาหรือบางอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ครับ วิป (Whip) รัฐบาลทุก ๆ คน ก็มาตระหนักถึงตรงนี้ว่าวันนี้ เรามีทางเลือก ๑. ส่งไปทางรัฐบาล ๒. ส่งไปทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญ ๓. ในส่วนของตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาแก้ปัญหาและดูแล เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราเลือกทางนี้ครับท่านประธาน และเราก็คิดว่าทางนี้เป็นทางที่ดีที่สุด ไม่ได้ เพิ่มขั้นตอน ไม่ได้เพิ่มอะไรเลยครับ เราทําตามระบบก็ต้องเรียน โดยเฉพาะท่านสมาชิก ฝ่ายค้านว่ายังมีเนื้อที่ครับ อาทิตย์หน้าท่านมาตั้งก็ทัน มาร่วมใจกันเถอะครับ เรามาทํางาน จริงอยู่ครับ ลูก ๆ หลาน ๆ เราวันนี้ที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือเยาวชน ให้เขามี โอกาสเข้ามาร่วมกับพวกเราเถอะครับ และเราก็จะทํางานกับเขา อะไรที่คิด อะไรที่ทําได้ อะไรที่ปรองดองกันได้ ผมก็คิดว่าในส่วนตรงนี้ท่านประธานครับ เราเดินไปด้วยกันแล้วเรา ก็จะประสบความสําเร็จ ก็เรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นไว้ก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตให้ฝ่ายค้านอีก ๑ ท่าน และฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่าน ฝ่ายค้านคือท่านรังสิมันต์ โรม ส่วนฝ่ายรัฐบาล ท่านสาธิต วงศ์หนองเตย เสร็จ ๒ ท่านนี้แล้ว จบนะครับ เพราะว่าระเบียบวาระต่อไปเรารออยู่ คือหลาย ๆ ท่านพูดมันก็วนกันอยู่อย่างนี้ แหละครับ เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
ไม่ใช่ ๆ ท่านประธานครับ🔗
ผมไม่อนุญาต ท่านคุณครูมานิตย์นั่งลงครับ🔗
นิดเดียวท่านประธานครับด้วยความเคารพ ท่านประธานจริง ๆ🔗
ท่านรังสิมันต์ เชิญ ท่านคุณครูมานิตย์นั่งครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ก็พยายามนั่งฟังครับ ท่านประธานจะสังเกตเห็นว่าผมไม่ใช่คนดื้อ ผมก็เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรมา ๒ สภาแล้วเหมือนกันครับ แต่ท่านประธานอย่างนี้ครับ ฟังผมพูดจะจบแล้วท่านประธาน ผมเป็นเจ้าของญัตติที่ให้ส่งให้ รัฐบาล ถ้าผมไม่ได้ขึ้นมากล่าวแสดงเพื่อให้มันหมดใจความ กระแสความมันจะได้สิ้น พี่น้อง ประชาชน เพื่อนนิสิต แม้กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไม่เข้าใจว่าทําไมฝ่ายค้าน คิดอย่างไร ผมคิดอย่างไร ผมขอนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมจะหลังจากคุณรังสิมันต์ โรม ขอบคุณมากครับ🔗
เมื่อผมให้ ฝ่ายค้านอีก ๒ ผมก็ให้ฝ่ายรัฐบาลอีก ๒ ถูกต้องไหมครับ🔗
ยินดีครับ🔗
แล้วผมจะ ไม่เพิ่มอีกนะครับ ระเบียบวาระต่อไปก็รออยู่ที่จะเข้า เชิญท่านรังสิมันต์ โรม แล้วก็ตามด้วย ท่านสาทิตย์ แล้วก็ตามด้วยครูมานิตย์ ฝ่ายรัฐบาลอีกท่านหนึ่งท่านไพบูลย์ เชิญท่านรังสิมันต์ครับ🔗
ท่านรังสิมันต์ เชิญครับ เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขออนุญาตเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาตรงนี้ไม่นาน🔗
ประเด็นแรก ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกลชื่อพิธา เห็นท่านประธานพูด ๒ รอบว่าเป็นสุธา ก็ไม่ใช่ครับ เพิ่งแต่งตั้งให้กับพรรคก้าวไกลมีหัวหน้า คนใหม่🔗
ผมต้อง ขออภัยนะครับ ผมจําชื่อท่านผิดต้องขออภัย เชิญท่านรังสิมันต์ต่อเลยครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในการทําหน้าที่ของ พรรคการเมืองต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรเราก็ต้องยึดระเบียบข้อบังคับ เรื่องนี้ไม่มีใคร ปฏิเสธครับ แล้วเราก็พยายามช่วยกันด้วยซ้ําที่จะบอกที่จะกระตุ้นกันว่าจะต้องปฏิบัติตาม ระเบียบข้อบังคับ เหมือนกับในสมัยที่ท่านประธานไม่ได้อนุญาตให้ท่านนายกรัฐมนตรี จิ้มไมโครโฟนพูด แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดโดยที่ไม่มีการตําหนิกัน เราก็ทักท้วง เราก็ ช่วยกันแบบนี้ แต่ประเด็นก็คือว่าในการเสนอชื่อของผู้ที่จะไปนั่งอยู่ในกรรมาธิการที่เกิดขึ้น ตรงนี้ก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่าจะเสนอหรือไม่เสนอ ซึ่งตรงนี้เราก็ยืนยันว่า สําหรับฝ่ายค้านเราคิดว่าการไปตั้งกรรมาธิการเช่นนั้นคงเป็นการพายเรือให้โจรนั่ง เสียมากกว่า ซึ่งพรรคฝ่ายค้านเราไม่เห็นด้วยครับ เราคิดว่ากระบวนการแบบนี้ไม่เกิด ประโยชน์อะไร🔗
ท่านรังสิมันต์ ผมขอเถอะครับ เดี๋ยวทางโน้นก็ประท้วงอีกว่าพายเรือให้โจรนั่งอีก🔗
เป็นการแสดงความคิดเห็นครับ🔗
ไม่ใช่ครับ การแสดงความคิดเห็นขอให้อยู่ในข้อบังคับ เราไม่ใส่ร้าย ไม่เสียดสี ที่เราประท้วงกันผมก็ได้ พยายามแล้ว ขอให้ถอนคําพูดชุดที่จะตั้งกรรมาธิการเป็นการพายเรือให้โจรนั่งท่านถอน เถอะครับ ผมประธานวินิจฉัยแล้วท่านรังสิมันต์ครับ เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน🔗
เอาเป็นว่าผมขอถอน และขอใช้ว่า เป็นพายเรือให้คนกลุ่มหนึ่งนั่งก็แล้วกันนะครับ จะได้ไม่ร้อนตัวกันไปมากกว่านี้🔗
โอเค (OK) ครับ ต่อเลยครับ🔗
ประเด็นก็คือว่านี่คือสิทธิ ของฝ่ายค้านที่เราจะเห็นว่ากรรมาธิการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดประโยชน์พอกผลอะไรให้กับ สังคมไทย มากไปกว่านั้นเริ่มต้นพรรคฝ่ายรัฐบาลชูเรื่องนี้ขึ้นมา เราก็พยายามคิด และจินตนาการครับว่าท่านอาจจะมีเจตนาที่ดีจริง ๆ ไม่ได้ต้องการเตะถ่วงอะไร แต่ผลโหวต (Vote) เมื่อสักครู่ชัดเจนว่าสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านที่ช่วยกันอภิปรายวันครึ่ง แล้วไม่ส่งเรื่องไปหานายกรัฐมนตรี เราทํากับนายกรัฐมนตรีราวกับไม่มีหูที่จะฟังเสียง ของพวกเรา ขนาดเสียงของพวกเราท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ฟังเลย พวกท่านสกัดไม่ให้ฟังเลย แล้วนับประสาอะไรเสียงของประชาชนท่านจะฟัง ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เราส่ง สิ่งที่พวกเราอภิปรายไปให้นายกรัฐมนตรีได้ ถ้าท่านจะตั้งกรรมาธิการพรรคฝ่ายค้าน เราไม่เอาด้วย เราไม่สังฆกรรมกับท่านด้วย ท่านก็ทําไปเลยครับ ทําเต็มที่ นี่แหละคือสิ่งที่ ประชาชนเขาอยากเห็น เขาอยากจะรู้ว่าฝ่ายรัฐบาลที่ตั้งกันมาท่านมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว กับเสียงของประชาชน ข้อเรียกร้องของประชาชนเขาส่งตรงไปยังหัวใจของท่านเลย ถึงแม้มันจะเย็นชาก็ตาม แต่ส่งตรงไปหัวใจของท่านเลย เพื่อให้ท่านรับฟังเขาและปฏิบัติตาม ดังนั้นจุดยืนของพวกเรา ที่จะไม่สังฆกรรมกับพวกท่านเป็นจุดยืนที่ถูกต้องแล้ว เป็นจุดยืนที่ถูกต้องแล้ว แล้วเกิดขึ้น พิสูจน์ทันทีหลังจากโหวต (Vote) รอบแรก ดังนั้นผมคิดว่าเราจะไม่ทบทวนกันอีกครั้ง สําหรับฝ่ายค้าน สําหรับพรรคก้าวไกล ไม่ต้องมาคุยเรื่องนี้กันอีกในการที่จะเสนอชื่อเพื่อไป นั่งเป็นกรรมาธิการ ท่านทําไปเลยครับ แล้วขอให้ท่านโชคดี ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรังสิมันต์ครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอ ประท้วงท่านประธาน ผมไม่ได้ใช้สิทธิอภิปรายครับ ขอประท้วงท่านประธาน แล้วก็เรื่อง ที่เกี่ยวเนื่องกับท่านครูมานิตย์ขึ้นมาสักครู่นะครับ ผมอยากจะทบทวนอย่างนี้ว่าการเสนอ ญัตติ แล้วก็ได้มีการอภิปรายสรุปญัตติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว🔗
เดี๋ยว ท่านช่วยบอกว่าประธานทําผิดข้อบังคับข้อไหน🔗
ขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๙ เรื่องของการควบคุมการประชุม คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมรู้สึกว่ามันมี ความเป็นธรรมบางประการ ผมอยากจะชี้แจงอย่างนี้ครับท่านประธาน🔗
ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้ทําผิดข้อบังคับอะไร ผมให้สิทธิทั้ง ๒ ฝ่าย ฉะนั้นเชิญท่านนั่งครับ🔗
ผมกําลังจะบอกว่า ตอนแรกท่านให้สิทธิท่านสุทิน คลังแสง เสร็จปุ๊บ ท่านให้สิทธิหัวหน้าพรรคผม🔗
ใช่🔗
ประการต่อมาท่านให้สิทธิ คุณหมอชลน่าน แล้วผมก็ได้สิทธิคือคุณรังสิมันต์ โรม ประการต่อมาท่านให้สิทธิ ครูมานิตย์ แต่ผมไม่มีสิทธิครับ🔗
ท่านนั่งเถอะครับ🔗
แต่ถ้าท่านให้สิทธิ ครูมานิตย์ ท่านต้องให้สิทธิผมด้วย🔗
เราได้ อภิปรายเรื่องนี้มา ๒ วัน🔗
เพราะว่าที่ท่านครูมานิตย์ บอกว่า🔗
ท่านนั่ง เถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วผมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านสาธิต อภิปรายครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาให้พวกเราได้ลุกขึ้นชี้แจงแม้ว่าการลงมตินั้นจะจบสิ้นไปแล้ว แต่ก็ถือว่า เป็นความชัดเจนที่สภานี้พึงที่จะให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อนสมาชิกจากฝ่ายค้านได้ให้ ความเห็นในลักษณะที่ผมคิดว่าถ้าคนที่ลงมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ชี้แจงแล้ว จะเกิดความเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายได้ เพื่อนสมาชิกจากฝ่ายค้านบอกว่าการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญต่อญัตติในเรื่องของการรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ชุมนุมนั้นเสมือนกับการใช้สภาเป็นเครื่องมือเล่นการเมืองให้กับรัฐบาล ผมเรียน ท่านประธานว่าความจริงแล้วการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยญัตติของคุณอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านยื่นญัตตินี้เอาไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๓ คือตั้งแต่ต้นปีนี้ ในช่วงเวลานั้นสถานการณ์ต่าง ๆ ยังไม่ถึงขนาดนี้ แต่บังเอิญว่าเมื่อมี สถานการณ์นี้เกิดขึ้น ญัตตินี้ก็เป็นญัตติหนึ่งครับที่ถูกหยิบยกมารวมกับญัตติอื่น ซึ่งเพื่อน สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเสนอเข้าสู่สภาแห่งนี้ ประเด็นในการอภิปรายของสมาชิก ตลอดระยะเวลา ๒ วันนั้นถ้าเราฟังตรงกันครับ ๑. คือยอมรับในพลังที่บริสุทธิ์ของนักศึกษา ของนักเรียนที่เขาชุมนุม ๒. เรายอมรับว่าการชุมนุมนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายตราบเท่าที่ยังอยู่ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่ประเด็นที่เราถกเถียง และมีความเห็นต่างกันก็คือสภานี้ควรมีบทบาทอย่างไรหรือไม่ต่อการชุมนุมที่เกิดขึ้น ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่าก็ส่งความเห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตรงไปยังรัฐบาลสิถามว่าผิดไหม ก็ไม่ผิดครับ แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือพวกกระผมมีความเห็นว่า ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา แล้วก็ติดตามรับฟังกําหนดรูปแบบที่หลากหลายให้เกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ฝ่ายกระผมก็ได้ชี้แจงท่านประธานไปแล้วว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะเป็นการยืนยันบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติว่าเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะเราจะไม่ยืนดูเหตุการณ์ ที่มันเกิดขึ้นข้างนอก แล้วทําตัวเสมือนคนเชียร์มวย เหมือนกับที่สมาชิกบางคนลุกขึ้นบอกว่า นักศึกษาลุกขึ้นประท้วงนี่มวยถูกคู่แล้ว ระหว่างนักศึกษากับรัฐบาล ผมได้ชี้แจงในที่ประชุม แห่งนี้ว่าทันทีที่เห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ชุมนุมนั้นใบหน้าแรกที่ลอยลงมาเลยคือเรานึกถึง ลูกของเรา หลานของเรา ทุกคนในสภานี้จํานวนมากเหมือนกับพี่น้องประชาชนทั่วไปที่มี ลูกหลาน เหตุการณ์การชุมนุมนี้แม้ว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ เกิดขึ้นได้ครับ ดังนั้นถ้าสภาจะมีบทบาทเปิดพื้นที่ขึ้นมาแล้วผมได้พูดไปด้วยว่าการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญนี้ไม่ได้ไปตัดสิทธิการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เขาก็ชุมนุม ต่อไปได้ตามสิทธิ ตามกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายด้วย เพียงแต่กรรมาธิการชุดนี้ ก็มีหน้าที่ที่จะไปติดตามไปรับฟัง ผมไม่คิดว่าข้อเสนอที่มีมันจบเพียงแค่นี้เท่านั้น ข้อเสนอ มันอาจจะมีมากกว่านี้ การชุมนุมไม่ได้จบแต่เพียงแค่นี้ แต่อย่างน้อยที่สุดสภานี้ได้ทําหน้าที่ ในฐานะปวงชนชาวไทย ดูแลข้อเสนอลูกหลานของเราส่งตรงไปยังรัฐบาล จะส่งเมื่อไร ก็ได้ครับ กรรมาธิการอาจประชุมวันพรุ่งนี้แล้วรวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นมา แล้วส่งตรงไปยัง รัฐบาลทันทีเดี๋ยวนั้นก็ได้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องเกมการเมือง ถ่วงรั้งการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา แต่ประการใด ผมเรียนท่านประธานว่าเหตุผลที่เราเสนอให้มีกรรมาธิการวิสามัญนี้ เราเอง คิดว่าเราคงไม่อาจยืนเฉย ๆ หรือเพียงแต่มาอภิปรายในสภานี้แล้วหยิบยกเอากรณีของ นักศึกษาขึ้นมา เพียงเพื่อหยิบเอากรณีนี้ไปกล่าวโจมตีรัฐบาล หรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เพียงเพื่อว่านักศึกษาได้ทําหน้าที่นั้นแล้ว เสมือนกับหยิบยืมเอาพลังนักศึกษาเคลื่อนไป กระแทกฝั่งการเมืองที่มีความคิดเห็นตรงข้ามกับตนเท่านั้น แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภานี้ควรต้องทําหน้าที่มากกว่านั้น การเปิดพื้นที่นี้เป็นเพียงพื้นที่หนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่ามีอีก หลายพื้นที่ซึ่งต้องทําร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอื่น ๆ ซึ่งจะต้องทํา หน้าที่นี้อีกในอนาคต เป้าหมายสูงสุดก็คือเพื่อรักษาถนอมลูกหลานของเราที่เขามีเจตนาดี ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง เอาความคิดความเห็นเขาทั้งหลายกลั่นกรองเสนอไปยังคนที่มี หน้าที่ที่จะต้องทําหน้าที่ในการที่จะดําเนินการให้เกิดเป็นมรรคเป็นผลเป็นประโยชน์ กับประเทศของเรา ผมยืนยันอีกครั้งท่านประธานครับ การเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไม่ใช่เป็นการเตะถ่วง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือ แต่เป็นเพียงการเปิดพื้นที่ทําหน้าที่ในฐานะตัวแทน ของปวงชนชาวไทย ในฐานะพ่อแม่ที่มีลูกมีหลาน ในฐานะของคนที่เป็นห่วงอนาคตของชาติ แล้วก็เอาข้อเสนอนี้ไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านสาทิตย์ครับ ต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ใช้สิทธิ ประท้วงท่านประธานนิดหนึ่งครับ คือถ้าครูมานิตย์พูดได้ผมก็จะให้ผู้เสนอญัตติของผม ได้มีการอภิปรายเหมือนกัน เพื่อที่จะทําให้สะเด็ดน้ําเหมือนกันครับ🔗
พอแล้วครับ ได้พูดคุยกันมา ได้อภิปรายมาเยอะแล้ว🔗
ไม่ใช่ครับท่าน ก็ท่านให้ ผมพรรคก้าวไกล ผมก็อยากจะพูดเหมือนกัน แล้วท่านจะใช้หลักการในการวินิจฉัยอย่างไร🔗
ไม่แล้วครับ พอแล้ว เชิญคุณครูมานิตย์ครับ ท่านนั่งลงครับ🔗
ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา แบบบัญชีรายชื่อ ขอประท้วงท่านประธาน ผมยกมือก่อนใครเพื่อนเลยครับ แต่ท่านไม่เคยมองข้างหลังเลย ผมอยากจะพูดนิดหนึ่งว่า ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว ในเมื่อฝ่ายค้านไม่เป็นกรรมาธิการผมถามคําเดียว ท่านลองคิดดูว่า ฝ่ายนักศึกษาเขาจะไว้ใจมาให้ข้อมูลหรือครับ ถ้ามีฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียวครับ ผมไม่ได้ ฝ่ายใดทั้งนั้นนะครับ ไม่ได้ต้องการขัดขวางการตั้งหรือว่าการตั้งนะครับ เพราะฉะนั้น ขอให้คิดประเด็นนี้หน่อยว่าการตั้งกรรมาธิการไป แต่ว่าไม่มีนักศึกษามาให้ข้อมูลเรานั้น เราจะตั้งไปเพื่ออะไรครับ🔗
เข้าใจแล้ว ผมไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไรหรอกครับ บางทีท่าน ส.ส. ยกมือผมก็มองไม่เห็นบ้างอะไรก็มี ก็ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ช่วย แต่ข้อหารือของท่านที่ว่านักศึกษาจะไว้ใจไหม ผมว่าเรายังมีเวลา ในการที่จะหาทางแก้ไข เสร็จจากนี้ผมก็จะขอให้ทางวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลได้ปรึกษาหารือ กับวิป (Whip) ฝ่ายค้าน แทนที่จะใช้เวลาศึกษา ๙๐ วัน เราก็มากําหนดเอา ๓๐ วัน ๔๕ วัน นี่ให้มันรวดเร็วยิ่งขึ้นได้ไหมอะไรทํานองนี้ ก็ไปประสานงานกัน การทํางานในสภาของเราจะราบรื่นไปได้ สําเร็จลุล่วงไปได้ก็ต้องอาศัย พูดคุยกัน ไม่ใช่ว่าต่างฝ่ายต่างก็เดินไปคนละทิศละทางก็คงไม่ใช่นะครับ เชิญท่านครูมานิตย์ เป็นท่านสุดท้ายของทางฝ่ายค้าน ผมขออนุญาตนะครับ เพราะว่าเราพูดคุยเรื่องนี้มานานแล้ว🔗
ประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ในฐานะเจ้าของญัตติท่านหนึ่ง ผมก็พยายามนั่งฟังนึกว่าจะจบตั้งแต่การปิดอภิปราย แล้วก็ตั้งกรรมาธิการ แต่ท่านประธานเห็นไหมว่าเรื่องนี้ไม่สามารถที่จะปิดได้และท่านประธาน ก็ยังให้ความเมตตา ผมขอชมเชยนะครับ ท่านเป็นประธานที่พยายามแก้ปัญหาทั้งในสภา และนอกสภา จริง ๆ วันนี้ผมชื่นชมมาก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติอื่น ๆ ผมบอกแล้วว่า เราทํามาเยอะแยะแล้ว แต่ญัตตินี้นั้นเป็นญัตติในกรณีพิเศษแม้กระทั่งผมอภิปรายวันแรกว่า ผมไม่มีเจตนาที่จะฟื้นฝอยหาตะเข็บ หรือเป็นการปลุกระดมใด ๆ หรือจะสร้างปัญหาใด ๆ ให้เกิดกับบ้านเมือง แต่คนกําลังจะแก่ นี่ผมชัดเจนคนกําลังจะแก่อายุก็เริ่มมากก็เป็นห่วง ปัญหาที่มันเกิด ผมก็เลยเขียนญัตติผมว่าให้ดําเนินการและขออภิปรายในสภา ตามกระบวนการญัตติ แล้วท้ายที่สุดผมเขียนไว้ชัดเจนว่าขอส่งให้รัฐบาล แล้วผมเพิ่งมาเขียนญัตติ เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าผมไปเห็นโปรแกรม แล้วผมเห็นเบื้องต้นที่เกิดขึ้นมาแล้ว หลาย ๆ จังหวัด แล้วหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าการเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับไวรัสแล้วมาใช้ กับปัญหาเรื่องนี้จนผมเรียกว่าเป็น พ.ร.ก. ฉกฉวย แล้วผมก็มาเห็นโปรแกรมเริ่มเป็นสิบ ๆ จังหวัด ที่น้อง ๆ ลูกหลานเขาจะไปแสดงความรู้สึกกัน เช่นวันอังคารที่ ๒๑ กรกฎาคม ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านเทพไทกับท่านสายัณห์ ยุติธรรม ก็ไปฟังด้วยว่ามันเป็นอย่างไร ทีนี้ผมกลัวเรื่องนี้ท่านประธานครับ จะเป็นน้ําผึ้งหยดเดียว กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ถ้าไม่พูด คําโบราณบ้างก็หาว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ ผมก็เป็นห่วง ก็เลยอยากให้รัฐบาลได้แก้ เพราะกรรมาธิการนําไปศึกษาไม่ว่าเรื่องอะไร ท้ายที่สุดมีอยู่ ๒ อย่าง เราเป็นผู้แทนกันมา พอสมควร ๑. เห็นควรยุติ ๒. นําเสนอให้รัฐบาล ท้ายที่สุดก็นําเสนอรัฐบาล แต่ถ้ากินเวลา ไปยาวนานกลัวจะแก้ปัญหาไม่ทัน พอแก้ปัญหาไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น พวกผมไม่มีเจตนา จะเล่นเกมการเมืองหรอกครับ อยากอยู่ในสภา แต่ที่พูดเช่นนี้ก็ไม่ใช่ว่ากลัวยุบสภา ยุบสิครับ ก็ตกงานกันหมด แต่ต้องการให้ปัญหายุติไว เรามีเจตนาดี เราเห็นว่าเรื่องนี้นั้นเราเจอมา หลาย ๆ เรื่องโดยเฉพาะท่านประธานวิป (Whip) ผม ท่านสุทิน คลังแสง ท่านหัวหน้า สมพงษ์ท่านบอกว่าถ้าส่งรัฐบาลก็ไม่เคยเห็นเรื่องอะไรที่รัฐบาลได้พิจารณาที่สภาส่งไปแล้ว มาปฏิบัติเป็นรูปธรรม แล้วส่งกลับคืนมายังสภา มาชี้แจงในสภาแห่งนี้ เรายังไม่เห็นเลย ตั้งแต่เปิดสภามา แม้แต่กฎหมายแทบจะไม่ได้ทํากันเลยในสภาแห่งนี้ ผมไม่ได้ใช้คําว่าเอาเรา มาเป็นตรายางหรอกครับ หรือมาพายเรือให้เทวดานั่ง ผมไม่ใช่รังสิมันต์ โรม พายเรือ ให้เทวดานั่ง เพราะวันนี้เทวดาจริง ๆ เมื่อวานผมอภิปรายว่านายกรัฐมนตรีปิดจ็อบ (Job) อาทิตย์สิ พวกอวย ๆ เอาออกก่อน ได้ครับพี่ ดีครับนายสบายครับท่าน ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านได้เห็นปัญหาจริง ๆ แล้วท่านจะแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้🔗
สรุปได้ แล้วครับ🔗
ผมก็เลยส่งให้รัฐบาล เพราะผมไม่อยาก เห็นความล่าช้า ถ้าเกิดปัญหาวัน ๒ วันนี้ใครรับผิดชอบ เอาทันไหม เห็นไหมเมื่อคืนที่ผมเล่า ท่านประธานอีกนิดเดียวผมจะลงแล้ว พอเรามาพูดกันมาก ๆ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก. ฉกฉวย ยกเว้นที่จะจับเด็กที่ไปแสดงสิทธิเสรีภาพ แล้วนักข่าวถามว่าแล้วที่ผ่านมา นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมาก็ดําเนินคดีไป เห็นไหมครับ แล้วบ้านเมืองมันจะเดินอย่างไร วันนี้เพิ่งจะให้นายกรัฐมนตรีได้เห็นเรื่องจริง ก็ท่านไปที่ เนชั่น ท่านไปไทยรัฐ ท่านไปหาปัญหาเยอะ แล้วพบกับลูกหลาน ให้มองลูกหลาน เป็นความสวยงาม ให้มองลูกหลานเป็นนามสกุลคล้าย ๆ กับจันทร์โอชา ให้ผู้นําทั้งหลาย มาช่วยกัน แล้วจะเอาสภาเราเป็นสภาตรายาง ผมคิดนะครับ คนอื่นไม่คิดผมไม่สนใจ หมอชลน่านไม่คิดผมไม่สนใจ แต่ผมคิดว่าจะเอาสภาเป็นตรายาง เพราะไม่อย่างนั้น เดี๋ยวก็ประท้วงอีก🔗
เชิญ ท่านครูมานิตย์สรุปได้แล้วครับ🔗
ผมอยากเห็นวันนี้รัฐบาลลงมาแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่คําก็โควิด (COVID) สองคําก็โควิด (COVID) เอาโควิด (COVID) เป็นตัวประกัน อย่างอื่นช่างหัวมัน เศรษฐกิจเป็นอย่างไรก็ชั่งหัวมัน ผมอยากให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ มันจะใหญ่กว่าโควิด (COVID) โควิด (COVID) คนในเมืองไทยไม่ตาย โรคก็มาจากนอก แต่นี่ ๑๐ โปรแกรม เกือบ ๒๐ จังหวัด มันก็จะลุกลามไปใหญ่ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มารับเขา บอกรัฐธรรมนูญจะแก้เสร็จเมื่อไร แก้มาตราไหนก็บอกเขา คุกคาม พ่อจะไม่ทํา ปู่จะไม่ทําแล้ว จะไม่ให้ยุ่ง ยุบสภายุบก็ได้ ลูกจะยุบ พ่อก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ลูกเห็นด้วยไหม ก็บอกเด็กตรง ๆ อย่ายุบตอนนี้เลยลูก ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๘,๐๐๐ ล้านบาท เสียไป ลูกก็มาอีก นี่คือเจตนาของผมเจ้าของญัตติที่ให้นําเสนอกับรัฐบาลเป็นการแก้ปัญหาเร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นก็โทษอีก กระผมพูดจบแล้วครับท่านประธาน พอเขาไปถามว่าปัญหาอย่างไร เด็กเดินขบวนนครศรีธรรมราช เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสภา มอบให้สภา ไปดําเนินการแล้ว ก็สภามีกรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็มี กรรมาธิการผมย้ําอีก กรรมาธิการ ของท่านประธานสุทินผมถามท่าน ท่านก็แบะ แบะ แบะ นี่ผมจะเสนอพรรคบอกว่า ให้ลาออกเสีย ศึกษาแก้ไขปัญหาเรียนรู้วิชารัฐธรรมนูญจะแก้ไข กรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษา ก็ไม่เห็นเดินไปถึงไหนมาถึงไหน🔗
ก็วนอยู่ กับที่แล้วครับ ท่านว่าจะหยุดแต่ไม่หยุดสักที🔗
ได้ครับ ท่านประธานบอกว่าให้ผมหยุด ผมหยุดผมไม่เคยดื้อท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านไพบูลย์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล จากพรรคพลังธรรมใหม่ กระผมยกมือตั้งแต่คนแรก ๆ ตลอด แต่พอดียืนอยู่ด้านหลังมันมืดตรงนี้ ท่านประธานไม่เห็นผมจะขออนุญาตว่าถ้าเสร็จจาก ท่านไพบูลย์ที่ท่านประธานจะให้พูด ผมขออนุญาตจะพูดอีก ใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ🔗
ผมว่าเราได้ พูดคุยเรื่องนี้กันมายาวนานแล้วนะครับ แต่ถ้าจะอนุญาตท่านใดท่านหนึ่งก็ฝ่ายค้านที ฝ่ายรัฐบาลที มันก็ไปเรื่อย ๆ เชิญท่านไพบูลย์ครับ เชิญท่านระวีนั่งเถอะครับ นั่งฟังเพื่อนพูด นี่ก็พอสมควรแล้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมก็อยู่ในสภานี้มาก็ฟังเรื่องราวการดําเนินงานของสภาแห่งนี้ คือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการดําเนินงานนั้นก็ดําเนินงานตามข้อบังคับของสภา เราก็พิจารณากัน เมื่อมีญัตติเข้ามาก็พิจารณาอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างทั่วถึง ซึ่งในกรณีญัตติ ในครั้งนี้ก็ดําเนินการเช่นนั้น แต่ผมแปลกใจมากเมื่อญัตติได้อภิปรายกันจนถึงขั้นที่มีมติ แล้วก็มีการลงมติในสภาแห่งนี้ตามข้อบังคับทุกประการ ซึ่งญัตตินั้นเมื่อลงมติก็มีผล ออกมาแล้วครับท่านประธาน มีผู้ลงมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ๒๖๐ เสียง และไม่เห็นด้วย ๑๗๗ เสียง ผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็คือผู้ที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมก็งงใหญ่เลยว่า ก็ในเมื่อมติสภาเห็นด้วยไปแล้วเป็นเสียงข้างมากก็ดําเนินการตั้งกรรมาธิการไป ก็เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ท่านได้กล่าวมาถึงกันมาโดยตลอด ซึ่งใช้สภาเป็นสิ่งซึ่งเป็นหลักการสูงสุดดําเนินการ มติก็ลงไปแล้ว แต่ปรากฏว่ากลับบอกว่า มันไม่ถูก มันอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าเราใช้ประเพณีอย่างนี้ ผมว่าการประชุมตามข้อบังคับ ของสภานั้นมันไม่มีความศักดิ์สิทธิ์หรอกครับ แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านอภิปรายต่อแล้วให้สิทธิ ผมอภิปราย ผมก็ขอเรียนเลยว่ากรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น ผมเห็นด้วยอยู่แล้ว ผมลงมติเห็นด้วย แต่ท่านที่ไม่เห็นด้วยต้องฟังผมว่าตลอดเวลา ๒ วันที่ผมฟังมานั้น ผมไม่ได้ยินเสียงของนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนที่ท่านบอกว่าจะส่งให้รัฐบาล ผมได้ยิน แต่เสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน และท่านทําไมถึงไปอ้างว่าตัวเองเป็นเสียง สะท้อนนักเรียน นักศึกษา หรือว่านักเรียน นักศึกษาบางกลุ่ม บางเหล่าที่ออกไปชุมนุมกันนั้น ผมฟังเวลาอภิปรายบนเวทีก็เหมือนท่านสมาชิกสภาพรรคฝ่ายค้านกล่าวมานั่นแหละครับ ดังนั้นผมต้องเรียนว่านักศึกษามีทั้งสิ้นจํานวนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน นักเรียนมัธยม ๔๐๐,๐๐๐ คน🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ต้องขออนุญาตประท้วงตามข้อ ๖๙ สําหรับท่านผู้อภิปราย ท่านประธานครับ จริง ๆ ท่านอนุญาตให้ใครพูดผมก็เห็นด้วยและผมเป็นคนมีเหตุผล แต่ท่านที่อภิปรายนี่มีสิทธิอะไรมาบอกว่าเสียงของฝ่ายค้านเหมือนกับเสียงของนักศึกษา แสดงว่าพวกผมออกไปประท้วงร่วม ผมเสียหายนะครับ🔗
ท่านคารมครับ🔗
เดี๋ยวครับ ท่านฟังผม นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
ผมเข้าใจ แล้วครับท่าน ผมกําลังจะเตือน🔗
คุณไพบูลย์เป็นคนที่บอกว่า ท่านประธานครับ ฟังผมนิดหนึ่งครับ ผมประกอบการประท้วง คุณไพบูลย์ ขออนุญาต เอ่ยนามครับ เป็นคนที่บอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ไปที่ชุมนุม ของนักศึกษาจะยุบพรรคใช่หรือไม่ อันนี้ใส่ร้ายนะครับ อันนี้ไปกันใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้น ต้องถอน แล้วก็ระมัดระวังก็ได้ครับ แต่ต้องขออนุญาตพูดให้ประชาชน ให้ท่านประธาน ได้ทราบว่าหลักคิดอย่างนี้ไม่ใช่ครับ🔗
ท่านคารม ผมเข้าใจแล้ว เพราะผมกําลังจะเตือนท่านไพบูลย์อยู่ ขอร้องท่านไพบูลย์นะครับ ผมขอร้องว่าเวลาเราอภิปรายก็พยายามอย่าไปเสียดสีกัน เมื่อสักครู่นี้คําพูดผมฟังมันก็ไม่ค่อย เหมาะเท่าไร มันจะเป็นการใส่ร้ายกัน ฉะนั้นขอให้ท่านไพบูลย์ระมัดระวังเรื่องคําพูดนิดหนึ่ง นะครับ อย่างเรื่องที่ตอนพูดมา🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ก็ไม่อยากจะ ให้ลงมาอย่างนั้น มันจะเป็นการใส่ร้ายกัน เชิญอภิปรายต่อครับ เอาสรุปสั้น ๆ🔗
แต่ถือว่ายังไม่ใส่ร้ายนะครับ มันอาจจะคล้าย ๆ🔗
ผมวินิจฉัยว่า มันเฉียดแล้วแหละครับ🔗
เฉียดใช่ไหมครับ🔗
ผมไม่อยากจะให้ต้องมาประท้วงอะไรกันวุ่นวาย ผมฟังท่านคารมประท้วงก็มีเหตุผลครับ🔗
ครับ ผมเคารพในการวินิจฉัย ของท่านประธาน เพราะผมก็ภูมิใจที่ได้ทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ดังนั้นก็ขออนุญาตครับ ขอเรียนว่าในญัตติที่เสนอมาว่าขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา มีมติให้รัฐบาลรับฟัง ความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาและเยาวชน ซึ่งท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ก็เสนอ แล้วก็มีหลาย ๆ ท่านทํานองเดียวกัน และรวมทั้งขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับ สภาผู้แทนราษฎร ที่ผมจะถามก็คือว่าเราจะเอามติให้รัฐบาลไปรับฟังความคิดเห็นนิสิต นักศึกษาและเยาวชน แล้วเราอยู่ในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จําเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน วิธีการทํางานเราก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการไป ไปรับฟัง เพื่อนําไปเสนอ รัฐบาลนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และผมก็ยังย้ําอยู่ว่านักเรียน นิสิต นักศึกษานั้น มีจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ คน นักเรียนมัธยมอีก ๔๐๐,๐๐๐ คน อยู่ทั่วทั้งประเทศ ดังนั้น เรายังมีภารกิจที่ต้องไปฟังให้ทั่วถึง เพื่อที่จะนําเสนอต่อรัฐบาล การตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เป็นขั้นตอนตามรัฐสภาที่ถูกต้องทุกประการ แต่การที่จะอยู่ดี ๆ อภิปรายเสร็จแล้วก็ส่งไปเลย แล้วเอาคําอภิปรายเฉพาะของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อภิปรายในสภาแห่งนี้ส่งไป ให้นั้นมันไม่สอดรับกับการไปรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่ เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนั้นการที่สภาแห่งนี้มีมติไปอย่างสมบูรณ์แล้ว มีผลไปตามข้อบังคับ ครบถ้วนแล้ว ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ผมจึงคาดหวังไว้ว่ากรรมาธิการชุดนี้จะเดินหน้า รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาทั้งประเทศ ทั้งที่ประกาศจะดําเนินการอย่างที่ ท่านครูมานิตย์ได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นี้ด้วย เสร็จแล้วก็นํามาเสนออาจจะผ่านสภา หรือเสนอต่อไปยังรัฐบาลก็เป็นไปตามกระบวนการ ของข้อบังคับที่ถูกต้องทุกประการ ท่านประธานผมรบกวนเวลาสั้น ๆ เพื่อที่อยากจะสรุป เพียงแค่ว่าประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านจะต้องเข้าใจว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ตั้งด้วยความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับทุกประการ แล้วก็ไม่ใช่เป็นการไปเตะถ่วง เวลาใด ๆ ดังที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ผมก็อยากจะฝากไปยังประชาชนให้ติดตามการทํางานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมมั่นใจเราได้รับฟังเสียงของนักศึกษาได้ทั่ว ๆ ทุกท่าน ไม่ใช่เฉพาะ นักศึกษาบางกลุ่มบางเหล่าที่ไปเกี่ยวข้องบางกลุ่มบางเหล่าครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิก ผมขอจบเรื่องนี้เพียงเท่านี้นะครับ เพราะมันเป็นการเปิดประเด็นใหม่ต่างฝ่ายต่างก็พูด ต่างฝ่ายต่างก็พูดมันไม่จบเสียที ท่านจิรายุผมขอนะครับ ถ้าผมให้ท่านจิรายุอภิปรายผมก็ต้อง ให้คุณจิรวัฒน์ ให้คุณสิริพงศ์ ให้อีกหลาย ๆ ท่าน ฉะนั้นผมขอนะครับ จบเถอะครับเรื่องนี้🔗
ท่านประธานครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ คือผมพยายามที่จะให้โอกาสท่านประธาน เพราะว่าถ้าเกิดท่านประธาน รีบปิดจ็อบ (Job) จบเร็วเกรงว่าเดี๋ยวมันจะบานปลาย คือถ้าเกิดท่านไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปท่านพูดแบบนี้ ฝ่ายค้านก็ต้องอธิบายต่อนิดเดียว สุดท้ายแล้ว มันก็จะแก้ไขปัญหา🔗
คือมันก็ อย่างนี้ละครับ เดี๋ยวท่านจิรายุพูดฝ่ายรัฐบาลก็แก้ พอฝ่ายรัฐบาลพูดฝ่ายค้านก็แก้อยู่อย่างนี้ มันไม่จบหรอกครับ เราพูดมา ๒ วันแล้วเรื่องประเด็นพวกนี้🔗
คือผมพูดในฝ่ายผม ท่านไพบูลย์ ก็พูดในฝ่ายของท่าน ผมไม่ได้ไปพาดพิงว่าเป็นการแก้ตัว เป็นการแสดงความคิดเห็น ที่สวยงามที่สุดในระบอบประชาธิปไตย🔗
ผมขอเถอะ จบครับ เพราะว่าเราได้พูดกันมามากผมขอ🔗
ท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ คือพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าควรจะส่งนายกรัฐมนตรี🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ🔗
ท่านไพบูลย์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ🔗
ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ขนาดเอ่ยนามพรรคที่ผมสังกัดก็ยังเอ่ยผิดเลยครับท่านประธาน ขอให้ท่านถอนด้วย แล้วก็ท่านประธานได้มีการวินิจฉัยไปแล้วว่าเราก็ได้พูดกันพอสมควรแล้ว แล้วผมได้อภิปราย ไปแล้วว่าผมก็ไม่เคยเห็นลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ🔗
ท่านไพบูลย์ พอแล้วครับ อย่าอธิบายเพิ่มเติมเลยนะครับ ท่านจิรายุครับ ผมขอเถอะครับ ขอให้จบเถอะ ข้อนี้ เดี๋ยวเราจะขึ้นระเบียบวาระต่อไป🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ท่านไพบูลย์ประท้วง คือผมลืมไปว่าท่านย้ายพรรคจากพรรคประชาชนปฏิรูปไปอยู่ พรรคพลังประชารัฐแล้ว คือผมก็เลยลืมขอโทษทีครับ จําได้ตอนแกหาเสียง🔗
มันก็ธรรมดา มันก็ลืมกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ผมก็ลืมบ่อย🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ คือสรุปการลงมติที่เราไม่ตั้งคณะกรรมาธิการไม่ใช่เรื่องใหญ่สําคัญเป็นเรื่องการแสดงออก ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ผมอยากจะบอกท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับ สภามี ๒ รูปแบบ ไม่ใช่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยที่จะไม่แก้ไขปัญหาในระบอบรัฐสภา แต่ก็ย้ํา จนกระทั่งปากเปียกปากแฉะ ปากห้อยว่าเรามีคณะกรรมาธิการอยู่ ๒ คณะ ท่านไม่ตั้ง กรรมาธิการคณะนี้ก็เอาไปเข้าคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะอนุกรรมาธิการติดตามการดําเนินงานและพัฒนา ประสิทธิภาพการเลือกตั้งโดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน อะไรก็ว่ากันไป ท่านเอาไป เข้าในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งมีอยู่แล้ว วันนี้ที่สรุปกัน ส่งให้นายกรัฐมนตรี ตกลงท่านฟังเข้าใจหรือท่านพูดไม่รู้เรื่อง หรือท่านฟังไม่รู้เรื่อง นี่ผมอยากจะบอกน้อง ๆ นักศึกษา ที่ให้เร่งส่งมันจะได้จบข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้แก้ไข ไม่ได้พูดเอาใจลุงกันเสียเยอะแยะมากมายขนาดนี้ครับ เพราะฉะนั้นย้ําว่าฝ่ายค้านตั้งใจจะให้ท่าน ส่งถึงนายกรัฐมนตรีแล้วท่านไปแก้ไขทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็ใช้คณะกรรมาธิการที่มีอยู่แล้ว โอ้โหอธิบายกันมา ๒ ชั่วโมงยังไม่เข้าใจอีกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านจิรายุครับ ท่านศิริพงศ์ผมขอจบเถอะนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานบอกว่าถ้าท่านจิรายุพูดได้ ท่านก็จะให้สิทธิผมพูดเช่นเดียวกันครับ🔗
ใช้เวลา เท่ากันนะครับ ๒ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมมีความไม่สบายใจเนื่องจากพวกผมเป็นผู้ยื่นญัตติจากฝั่งพรรคภูมิใจไทย ผมไม่สบายใจ ถ้าผมจะได้ยินคําพูดที่บอกว่า พวกผมตั้งใจจะเตะถ่วง กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าสาเหตุที่พวกผมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพราะผมเห็นไม่ต่างจาก ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าเวลาที่เราอภิปรายอะไรไปแล้วเราส่งไปรัฐบาล บางครั้ง มันก็เงียบ แต่ผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการแล้วเมื่อวานก็ได้มีการพูดคุยกัน ผมก็ได้พูด ตอนที่ผมอภิปรายว่าเราอยากจะให้ตัวแทนของนักศึกษาที่เขาเรียกร้องเข้ามาอยู่ใน กระบวนการโดยมาเป็นกรรมาธิการด้วยด้วยซ้ํา เพราะเราอยากจะฟังเขา วันนี้เมื่อเช้าพอผมทราบว่ามติคือจะไม่ส่งมา ผมใจหายมากนะครับ เพราะผมเห็นว่าวันนี้มันควรจะเป็นการเมืองแบบใหม่ได้แล้ว มันควรจะทําอะไรใหม่ ๆ กันได้แล้ว ไม่ใช่ย้อนหลังไป ๑๐ ปีที่แล้ว คือถ้าฝั่งหนึ่งจะเอาแบบหนึ่ง อีกฝั่งหนึ่งก็จะไม่สังฆกรรมด้วย แล้วผมก็ไม่สบายใจมาก ๆ ถ้าใครจะมาบิดเบือนเจตนารมณ์ของพวกเราที่เสนอขอตั้ง เมื่อสักครู่หลังจากที่ข่าวออกไปครับ หลังจากที่มีการถ่ายทอดสดออกไปว่ามีการตั้ง กรรมาธิการ ผมได้รับแมสเซจ (Message) ทันทีครับ บอกว่าตั้งกรรมาธิการเสร็จแล้ว ขอความกรุณามาฟังการประท้วง การประชุม ชุมนุม ที่จังหวัดนี้ จังหวัดนี้ จังหวัดนี้ด้วย ส่งมาแล้วครับ สิ่งนี้ที่ผมจะแสดงให้เห็นว่าผู้ประท้วงอีกจํานวนหนึ่งเขายังมีความหวังครับ กับสภาผู้แทนราษฎรและกรุณาอย่าบิดเบือนเจตนารมณ์ของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็เข้าสู่ระเบียบวาระ🔗
เรื่องด่วนที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ)🔗
(ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓)🔗
ด้วยคณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นําเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบ การพิจารณา ในกระบวนการการตรากฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้สมาชิกทุกท่านแล้ว นะครับ🔗
ด้วยคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขออนุญาตให้ผู้แทนส่วนราชการเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการ พิจารณาผมจึงได้พิจารณาอนุญาตตามข้อบังคับ ข้อที่ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ๒. นายประสาน บางประสิทธิ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๓. นางพัชฌา จิตรมหึมา ผู้อํานวยการฝ่ายวิเคราะห์และคดีปกครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา🔗
ขอเชิญ ตัวแทนรัฐมนตรีได้แถลงหลักการและเหตุผล ตอนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาถึงแล้ว เชิญนะครับ ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีพร้อมแล้ว เชิญแถลงหลักการและเหตุผลเลยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีขอใช้โอกาสสภาเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรเพิ่มอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครอง หรือที่เรียกกันโดยตัวย่อว่า ก.บ.ศป. ให้มีอํานาจหน้าที่รวมไปถึงการออก ระเบียบเกี่ยวกับการกําหนดเบี้ยประชุมสําหรับข้าราชการตุลาการศาลปกครองซึ่งเข้าร่วม การประชุมใหญ่ในศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติให้ศาลปกครองมีระบบเงินเดือน และค่าตอบแทนเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสม ตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงจําเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในเบื้องต้นว่า เนื่องจากว่าตามกฎหมายของศาลปกครองนั้นได้กําหนดให้มีศาลปกครอง ๒ ชั้น คือศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด มาตรา ๖๘ ได้กําหนดว่าในกรณีจําเป็น หรือสมควร ประธานศาลปกครองสูงสุดอาจจะจัดให้มีการประชุมใหญ่คือประชุมตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดทุกคนขึ้นในศาลปกครองได้เพื่อจะพิจารณาปัญหาบางเรื่อง นอกจาก จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับคดีความแล้ว ยังมีการทําภารกิจอย่างอื่นอีกด้วยตามที่กฎหมายกําหนด เช่น การออกระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งกฎหมายกําหนดว่าต้องออกโดยที่ประชุมใหญ่ ในปัจจุบันมาถึงวันนี้เวลานี้ตุลาการศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีอยู่เพียงศาลเดียวนั้นมีอยู่จํานวน ทั้งสิ้น ๕๑ คน นี่หมายถึงตําแหน่งที่มีผู้ครองอยู่ การประชุมใหญ่จึงเป็นการเชิญตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดทั้ง ๕๑ คนนี้เข้าประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาปัญหาสําคัญซึ่งก็ทํากัน อยู่แล้วในอดีต แต่ไม่ได้มีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมใด ๆ ต่อมาเมื่อปีที่แล้วได้มีการแก้ไข กฎหมายในส่วนของศาลยุติธรรมให้มีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมสําหรับผู้พิพากษาศาลฎีกา เวลาประชุมใหญ่ศาลฎีกา จังหวะเดียวกันนั้นเองก็ได้มีความคิดที่จะแก้ไขในส่วนของ ศาลปกครองสูงสุดให้มีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมสําหรับที่ประชุมใหญ่ทํานองเดียวกัน แต่เผอิญ กฎหมายของศาลยุติธรรมนั้นได้สําเร็จเสร็จสิ้นไปก่อนกฎหมายของศาลปกครองนั้นจะต้อง รอฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็ทําความตกลงกับส่วนราชการ ต่าง ๆ รวมทั้งกําหนดในส่วนของรายละเอียด จึงได้เสนอตามมาช้ากว่าศาลยุติธรรม แล้วก็ได้ เสนอเข้ามาในโอกาสนี้ ร่างนี้เป็นร่างที่ศาลปกครองสูงสุดได้จัดทําขึ้นและเสนอมายังรัฐบาล รัฐบาลก็จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นหารือกับหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง จึงได้เห็นชอบ ให้นําเสนอมายังสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สําหรับอัตราเบี้ยประชุมนั้นไม่ได้กําหนดเอาไว้ เพราะเป็นเรื่องที่ ก.บ.ศป. หรือกรรมการบริหารศาลปกครองจะเป็นผู้ไปกําหนดขึ้น การแก้ กฎหมายครั้งนี้เป็นการขอแต่อํานาจให้ ก.บ.ศป. ไปกําหนดได้เท่านั้น แต่ก็เป็นที่ตกลง และเข้าใจกันว่าจะใช้อัตราเดียวกับศาลยุติธรรม ซึ่งในปัจจุบันก็คือประธานในที่ประชุมนั้น ได้เบี้ยประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง แบบเหมาจ่ายในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนตุลาการที่เข้า ประชุมหรือผู้พิพากษาในศาลฎีกา ในศาลยุติธรรมนั้นได้ท่านละ ๘,๐๐๐ บาท และเมื่อ พิจารณาจากสถิติจํานวนการประชุมแล้ว เช่นเมื่อปีที่แล้วทั้งปีก็ได้มีการจัดประชุมใหญ่ไป ๑๔ ครั้ง ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงบัดนี้ เนื่องจากติดประชุมโควิด (COVID) และมีกรณีที่ต้อง ทํางานจากบ้านที่เรียกว่าเวิร์กฟอร์มโฮม (Work from home) ก็เพิ่งได้จัดประชุมใหญ่ ไปเพียง ๒ ครั้ง ฉะนั้นสถิติจริง ๆ ในแต่ละปีก็คงจะปีละประมาณ ๑๔-๑๕ ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ ๑-๒ ครั้ง แต่การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมนี้เป็นอัตราเหมาจ่ายไม่ว่าจะเป็นประชุม กี่ครั้งใน ๑ เดือน ก็เบิกจ่ายได้เพียงครั้งเดียวตามที่ได้กราบเรียนท่านประธาน จึงขออนุญาต นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณารับไว้พิจารณาต่อไปครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกอภิปรายซักถามแสดงความคิดเห็นในวาระขั้นรับหลักการ วาระที่ ๑ เชิญ ท่านรัฐมนตรีสุทัศน์เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมืองไทย ได้กําหนดให้มี ศาลแยกออกเป็น ๔ ประเภท คือศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร ในขณะนั้น ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ผมรับผิดชอบที่กระทรวงยุติธรรม ก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ๒๕๔๒ ขึ้นมา จึงถือว่าศาลปกครองนั้นได้มีกําเนิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก แยกออกมาเป็น อีกศาลหนึ่งต่างจากศาลยุติธรรม ส่วนศาลยุติธรรมก็แยกออกมาจากกระทรวงยุติธรรม จนปีนี้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งฉบับนี้นั้นได้ให้ความสําคัญกับหลัก ความเป็นอิสระของผู้พิพากษามากขึ้น เพื่อเป็นการคุ้มครองและเป็นหลักประกันให้กับ ผู้พิพากษาหรือตุลาการสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีได้อย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากบุคคลอื่นหรือจากองค์กรอื่น โดยกําหนดให้ศาลปกครองมีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการที่มีความเป็นอิสระในการ บริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดําเนินการอื่น มีหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลปกครองสูงสุด และให้ศาลปกครองมีระบบ เงินเดือนและค่าตอบแทนโดยเฉพาะตามความเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ บรรดาคดีที่สู่การพิจารณาของศาลปกครองมีเพิ่มมากขึ้นเป็นคดีที่มีปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น สมควรที่จะต้องมีการวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดเพิ่มมากขึ้น โดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จะประกอบไปด้วยตุลาการศาลปกครองสูงสุดทั้งหมดที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุนี่เอง งานจึงถึงว่าเพิ่มมากขึ้น กระผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ โดยมีการเพิ่มเฉพาะมาตรา ๔๑/๘ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใน (๖) เพิ่มเป็น (๖/๑) กําหนดให้มี การออกระเบียบเกี่ยวกับการกําหนดเบี้ยประชุมสําหรับข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งเข้าประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดโดยคณะกรรมการ ก.บ.ศป. แต่กระผม ก็มีข้อสังเกตประการหนึ่งว่าในการออกระเบียบหรือออกอัตราดังกล่าวนั้น ก็เป็นที่สบายใจว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านวิษณุได้กรุณาบอกว่าสอดคล้องกับอัตราที่มีอยู่ ในศาลยุติธรรม กระผมจึงเห็นชอบด้วยหลักการนี้ ส่วนการล่าช้านั้นความจริงก็ล่าช้า เพราะศาลยุติธรรมเขาออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ การที่ออกมาล่าช้าก็คงจะไม่กระทบ ต่อความเสียหายแต่ประการใด กระผมเห็นชอบด้วยในร่างกฎหมายฉบับนี้🔗
เชิญท่านคารม พลพรกลาง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ขอขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ผมได้พูด ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ก่อนอื่นต้องขอเรียนท่านประธานว่าที่พูดอภิปรายในฐานะเป็น ส.ส. เป็นคนที่จะดูแล งบประมาณของแผ่นดินที่ประชาชนเขาให้มา และไม่มีเจตนาที่จะไปกระทบหลักการ แบ่งแยกอํานาจอธิปไตย ศาลยุติธรรม ศาลปกครองก็เป็นคนใช้อํานาจตุลาการ เนื่องจากผม ก็พอจะมีความรู้ทางกฎหมายอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ก่อนปี ๒๕๔๒ เราใช้ระบบศาลเดี่ยว คือศาลยุติธรรมพิจารณาคดีแพ่งและอาญาปกครองด้วย ความยุ่งยากมันจะรวม ๆ กัน ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเชี่ยวชาญกฎหมายทุกชนิด ในโลกก็ว่าได้ ประเด็นก็คือว่าศาลปกครองเมื่อแยกออกมาปี ๒๕๔๒ สมัยท่านชวน หลีกภัย ซึ่งท่านเป็นประธานรัฐสภาขณะนี้นะครับ การแยกศาลปกครองออกมาเป็นอีกศาลหนึ่ง ง่ายในการพิจารณาคดี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง เขาจําเพาะตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ คนที่จะจ่ายเงินให้กับตุลาการศาลปกครองก็คือรัฐ หลักของคดีปกครองเขาต้องการคุ้มครองประชาชนที่ไม่มีอํานาจเหมือนรัฐ เท่าที่ผม ตรวจสอบและค้นคว้ามาอาจจะไม่ต้องใช้สไลด์ (Slide) ก็ได้ ถ้าผมจะใช้ผมจะบอกท่าน แต่ผมมีเอกสารนะครับ ปัจจุบันนี้เงินเดือนของศาลปกครอง ศาลชั้นต้น ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท มีเงินประจําตําแหน่งอีก ๓๐,๐๐๐ บาทเต็ม มีค่ารถอีก ๔๑,๐๐๐ บาท รวม ๆ หลงจ้ง ๑๔๐,๐๐๐ กว่าบาท ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๘๘ หลักประกัน ความเป็นอิสระของศาล คนที่จบนิติศาสตร์มามุ่งหวังจะเป็นตุลาการ อาจารย์วิษณุ ขออนุญาตที่เอ่ยนามก็สอนมา มุ่งหวังด้วยอุดมการณ์ จะจรรโลงความยุติธรรมใช่หรือไม่ แต่พอมาเป็นตุลาการแล้วอยากได้เงินด้วยส่วนหนึ่งเป็นหลักประกันใช่ไหม จริง ๆ หลักสากล ก็ใช่ ถ้ามีเงินพอก็ไม่หาเศษหาเลย ไม่มีทุจริต ถูกต้องครับ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ด้วยข้อเท็จจริงว่าศาลปกครองผมก็เกี่ยวข้องอยู่หลายคดีพอจะมีความรู้อยู่ การที่จะทําคดีปกครองทุกวันนี้ฟ้องที่ศาลปกครองชั้นต้นซึ่งมีอยู่ทุกภาค การฟ้องคดีปกครอง ฟ้องง่าย เขียนเป็นจดหมายก็ฟ้องได้ ตุลาการศาลปกครองจะเป็นคนไปปรับไปแต่งให้มันเข้า รูปแบบที่ศาลกําหนด เพราะฉะนั้นคดีปกครองไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อนเหมือนคดีแพ่ง และคดีอาญา ปัจจุบันนี้คดีที่ศาลปกครองสูงสุดค้างมากครับ ผมจะยกตัวอย่างหนึ่งขอให้ สไลด์ (Slide) ขึ้นมาเลยเพราะว่าผมไม่อยากจะเลยเวลาสไลด์ (Slide) ที่เกี่ยวกับคดีที่ฟ้อง ที่ศาลปกครองกลาง ไปท้าย ๆ เลยก็ได้🔗
อยากจะเรียนว่าปัญหามีว่า เมื่อเพิ่มเบี้ยประชุมไปแล้วคดีเร็วขึ้นไหม ข้อกฎหมายที่ท่านอาจารย์วิษณุกล่าวให้ที่ประชุม ทราบว่าจะทําให้คดีที่อยู่ศาลปกครองสูงสุดคั่งค้างมันถูกจัดการให้สิ้นสุดเร็วไหม ผมจะเรียน ท่านประธานว่าโดยหลักแล้วทุกวันนี้คดีไม่มีข้อจํากัดในการอุทธรณ์ขึ้นศาลปกครองสูงสุด ทําให้คดีไปค้างอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุดมาก แล้วประเด็นที่จะนําไปสู่โดยประธาน ศาลปกครองสูงสุด ถ้ามีเบี้ยประชุมถึงแม้ว่าอาจารย์วิษณุผ่านท่านประธานไปว่าจะบอกว่า มันมีประเด็นที่ประธานศาลปกครองสูงสุดจะนําเข้าไม่กี่เรื่อง สรุปได้ว่าง่าย ๆ อย่างนั้น แต่ว่า จะเร็วขึ้นไหม หรือว่าจะกลายเป็นว่าตั้งข้อกฎหมายเพื่อให้ไปสู่ศาลปกครองสูงสุด แล้วมัน ไปค้างเบี้ยประชุมเกี่ยวข้องไหม กราบเรียนด้วยความเคารพว่าในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย ก็ต้องระมัดระวัง แต่สงสัยว่าเงินเดือนตั้ง ๑๕๐,๐๐๐ บาท ทําให้อย่างไรครับ ทําให้การพิจารณาคดีไม่สะดวก แล้วก็คําถามยังมีต่อว่าการเข้าในที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดใช่งานในหน้าที่เดิม ของตุลาการหรือไม่อันนี้ต้องตอบผม แล้วต้องตอบด้วยว่าการที่ตั้งไว้ว่า ๓ ปี ๕๑ ล้านบาท เศษ ตัวเลขกลม ๆ กับตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๕๑ ท่าน เดี๋ยวจะเกษียณอีก ๔ ท่าน แล้วเดี๋ยวจะผ่านเข้ามาอีกก็เป็น ๕๑ ท่าน เท่ากับว่าปีละ ๑๗ ล้านบาทเศษ ตั้งไว้อย่างนี้ ตั้งไว้ ๓ ปีเขียนไว้เลยว่าจะต้องตีกอล์ฟลงหลุมเลย ต้องทําให้ก็อยากเข้าเป้าอย่างนี้ใช่หรือเปล่า ทําไมถึงตั้งแบบนี้ อันนี้ท่านต้องตอบผม เพราะเหตุว่าสไลด์ (Slide) สุดท้ายนะครับ ถ้าสไลด์ (Slide) ไม่มีไม่เป็นไร คดีของผม ผมฟ้องสํานักงานตํารวจแห่งชาติในปี ๒๕๕๗ ลูกชาวบ้าน ไปเสียชีวิตเนื่องจากไฟไหม้สถานีตํารวจไทรน้อย แล้วก็เขาถูกต้องขังในคดีอื่น ไม่สามารถ ออกจากห้องขังไฟคลอกเสียชีวิต ฟ้องตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ครับ ผมชนะคดีในศาลปกครองชั้นต้น ลูกเขาต้องการเงินที่ได้รับเยียวยาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ป่านนี้ยังไม่มีเลยครับ ป่านนี้ ยังไม่ได้รับ เขาชนะตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ปัจจุบันท่านประธานครับ กราบเรียนผ่านไปยัง ท่านอาจารย์วิษณุ แล้วก็ท่านที่มาชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่ลงเลยครับ ถามว่าแล้วถ้ามี เบี้ยประชุมขึ้นให้ท่านคดีจะเร็วขึ้นไหม เพราะฉะนั้นหลักการของความเป็นธรรมมันต้อง รวดเร็ว ยุติธรรม ความยุติธรรมที่ล่าช้ามาถึงประชาชนคือความไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้ขัดข้องสําหรับเงินเล็กน้อยนะครับ แต่ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า เงินประชาชนก็ต้องตรวจสอบ แล้วจริง ๆ เรื่องนี้เป็นเหตุเป็นผลอยู่เหมือนกันว่า ตุลาการเกษียณ ๗๐ พวกผมเบี้ยประชุม ๑,๕๐๐ บาท เจ้าหน้าที่ทราบดี แล้วงานพวกผม เป็นกรรมาธิการไม่ใช่งานแบบงานเดิมนะครับ เป็นงานใหม่ อันนี้ไม่ได้บอกว่า ส.ส. ต้องได้ แต่ถามหาเหมือนกันว่าเพราะอะไร ผมเลยท่านนิดเดียวครับ ปกติไม่เคยเลย ขอท่าน นาทีเดียวท่านประธานที่เคารพ ผมน้อยใจนะครับ ผมไปนั่งในที่ประชุมร่วมกับข้าราชการ ข้าราชการตุลาการในระดับจังหวัดนั่งแถวที่ ๒ ต่อจากผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส. นั่งแถว ๓ เคยถามเหมือนกันว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดซีอะไร ทําไมต้องนั่งก่อน ส.ส. ผมกําลังจะบอก อะไรครับ ผมกําลังจะบอกว่าตุลาการสังคมให้เกียรติ ให้เกียรติทั้งเงินด้วย ทั้งเกียรติ ทั้งสถานะด้วย เป็นคนที่เคารพกราบไหว้ ทํางานในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ส.ส. ท่านไปดูได้เลยครับที่จังหวัดร้อยเอ็ด ผมไปร่วมงาน ผมยังน้อยใจ กราบเรียน ท่านประธานเลยว่าท่านประธานก็เป็นคนที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรต้องทวงถามเรื่องนี้🔗
สุดท้ายจริง ๆ อยากจะให้ท่านประธานฝากไปยังที่ท่านผู้มาชี้แจงด้วยว่า ช่วยตอบให้ชัดเจนหน่อยว่าการที่มีเบี้ยประชุม แล้วไปอิงกับศาลยุติธรรมจําเป็นต้องทํา อย่างนั้นเพราะเหตุผลว่าเป็นศาลเหมือนกันหรืออะไร หรือว่างานหนักขึ้นต้องได้เงิน จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยว่าผมยังไม่ค่อยสบายใจในเรื่องนี้ แล้วก็ยังไม่เห็นด้วย ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านศุภชัยครับ แล้วก็ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม หลังจากท่านศุภชัยครับ เชิญท่านศุภชัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนเป็นเบื้องต้นเลยว่า ผมได้ศึกษาร่างเรื่องนี้แล้ว แล้วผมเห็นว่าผมยินดีที่จะรับหลักการ แต่สิ่งที่อยากจะเสนอ ท่านไปมากกว่านี้ก็คือเมื่อท่านได้นําเสนอมา และเห็นว่าสิ่งที่ตุลาการเจ้าของสํานวน มีภาระหน้าที่ที่จะต้องไปเข้าประชุมในที่ประชุมใหญ่เป็นงานนอกเหนือหน้าที่ประจําที่ท่าน ต้องทําอยู่ และจําเป็นที่จะต้องมีเบี้ยเลี้ยง ผมก็ยินดีที่จะสนับสนุน แต่ขณะเดียวกันผมก็คิด ว่าในกรณีของศาลปกครองชั้นต้น ถ้าท่านต้องมีภาระหน้าที่เช่นเดียวกันและกฎหมายให้ อํานาจในการที่จะออกข้อบังคับหรือออกระเบียบเพื่อที่จะจ่ายเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุมให้ ผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่พึงที่จะต้องให้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปยังตัวแทนหรือผู้แทนของศาลปกครองสูงสุดก็คือว่าเรื่องที่ผมในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงก็คือ จากที่ได้ดูรายงานเอกสารประกอบก็จะพบว่าสิ่งที่เป็น เรื่องใหญ่สําคัญและน่าจะวิตกสําหรับประเทศไทยก็คือสิ่งที่อยู่ในมือท่านตอนนี้คือสํานวนคดี ที่ค้างและทบมาเรื่อย ๆ วันนี้มีจํานวนมากมาย และเมื่อเทียบกับจํานวนของตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดที่มีอยู่ที่ครองแค่ ๕๑ ท่าน กับคดีที่มันค้างและคดีที่เข้ามาใหม่เป็นระยะ ท่านจะบริหารจัดการคดีอย่างไร ในการที่จะทําให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ผมอยากทราบว่าท่านมีกระบวนการเรื่องของเคพีไอ (KPI) อย่างไร มีกําหนด ระยะเวลาว่า ๑ คดีที่อยู่ในมือของตุลาการแต่ละท่าน นับตั้งแต่เริ่มรับสํานวนคดีเข้ามาในชั้น ของท่าน ผมไม่พูดไปถึงศาลชั้นต้นว่าในที่สุดแล้วคดีแต่ละคดีควรที่จะเข้าสู่จุดหมาย ปลายทางคือมีการวินิจฉัย มีคําพิพากษาสักระยะเวลาเท่าใด ผมมั่นใจว่าเราเอง ทีนี้เราก็เคารพ ในความเป็นอิสระของตุลาการอยู่แล้ว เราคงไม่เข้าไปดูว่าคดีตัดสินมาแล้วมันควรจะมี ประสิทธิภาพในเชิงความยุติธรรมอย่างไร แต่ห่วงเรื่องการทํางานที่อาจจะล่าช้า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งผมก็สนับสนุนแนวคิดท่านก็คือว่าคดีมันไม่ควรที่จะล่าช้า นักกฎหมายทราบดีว่าสุภาษิตกฎหมายจัสทิซ ดีเลย์ อิส จัสทิซ ดีไนด์ (Justice delayed is justice denied) ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม หรือไม่ยุติธรรมมันก็เป็นความจริง หลายคดีที่เราเห็นเมื่อสักเดือนที่ผ่านมาเราพบว่าศาลปกครองสูงสุดท่านได้ตัดสินคดีซึ่งผม ขอชื่นชมที่ท่านได้วินิจฉัยตัดสินคดีอย่างมีประสิทธิภาพก็คือเรื่องอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านหนึ่งในภาคเหนือที่ถูกหน่วยงานคือกระทรวงมหาดไทยได้มีการปลดออกจากราชการ ด้วยเหตุผลเรื่องของถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตโดย ป.ป.ช. และท่านก็ได้วินิจฉัยยก ทําให้ท่าน ซึ่งได้พิพากษาแล้วว่าเป็นผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้เป็นผู้บริสุทธิ์แต่ถามว่าวันนี้ ท่านเกษียณอายุไปแล้ว การเยียวยาไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ก็คือให้ผู้ว่าราชการจังหวัด คนนั้นกลับไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีโอกาสขึ้นถึงปลัดกระทรวง ก็ได้ แต่ด้วยความผมไม่ได้ว่าว่าท่านทําล่าช้า แต่ความล่าช้าของกระบวนการทําให้บางอย่าง มันก็สายไปเพราะฉะนั้นถ้าจัสทิซ (Justice) มัน ดีเลย์ (Delayed) ในที่สุดมันก็เหมือนว่าท่าน กําลังดีไนด์ จัสทิซ (Denied justice) สิ่งนี้ล่ะครับ ท่านประธานครับ นี่คือความเป็นห่วงว่า วันนี้ท่านจะบริหารจัดการอย่างไรที่จะทําให้ท่านสามารถที่จะทํางานเป็นที่มีประสิทธิภาพ เรื่องบางเรื่องก็ต้องฝากท่านด้วยว่าถ้าท่านมีมุมมองว่าทั้งคู่ความทั้งคู่ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีคือ ลูกค้าของท่าน เพราะฉะนั้นการบริการลูกค้าก็เป็นเรื่องจําเป็น การบริการให้ฉับไว ผมว่าทั้งผู้ฟ้อง ผู้ถูกฟ้อง ก็คงยินดีที่จะรับบริการที่รวดเร็วไม่ต่างกัน หลายเรื่องหลายราว เรามีความรู้สึกว่าทําไมมันช้า ฟ้องไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ตอนนี้ปี ๒๕๖๓ ยังอยู่ศาลชั้นต้น นี่ผมไม่ได้ว่าศาลปกครองสูงสุด มันยังอยู่กับที่ แล้วที่มันแย่ผมขออนุญาตใช้คําว่าแย่กว่านั้น ก็คือพอเข้าไปอยู่ในมือท่านมันไม่มีวิธีพิจารณาอะไรเลยที่มีการติดต่อกับลูกค้าว่าตอนนี้ ข้าพเจ้าเจ้าของสํานวนกําลังทําขั้นตอนนี้อยู่นะ คืออยู่เฉย ๆ ท่านบอกเขาหน่อยก็ดี เขาจะได้ รู้สึกว่าอบอุ่น เพราะตอนนี้คล้าย ๆ พอกระบวนการเข้าไปอยู่ในมือท่านมันหายไปเลย ไม่ทราบ ว่าขั้นตอนอยู่ที่ไหนอย่างไร อันนี้ผมพูดแม้กระทั่งว่านี่คือศาลปกครองชั้นต้นไม่มีการทราบเลยว่า การดําเนินคดีมันอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว ท่านอาจจะบอกมาครั้งสุดท้ายเมื่อสัก ๒ ปีที่แล้ว และตรงนี้ก็ย้อนกลับมาว่าเคพีไอ (KPI) คือในที่สุดพออยู่ในมือแล้วมันควรจะอยู่ในมือสักกี่วัน กี่เดือน เรื่องบางเรื่องมันเร็วได้ไหม เรื่องบางเรื่องมันช้า แต่เรื่องบางเรื่องท่านก็วินิจฉัยได้เร็ว ยกตัวอย่าง ซึ่งชื่นชมว่าท่านวินิจฉัย ได้เร็วอย่างคดีล่าสุดเรื่องโฮปเวลล์ (Hopewell) อย่างนี้ท่านวินิจฉัยเร็ว แต่บางทีเร็ว แล้วมันดีหรือเปล่าก็ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องเรียนว่าฝากท่านไป วันนี้ ท่านมาขอเรื่องเบี้ยประชุม ซึ่งผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าท่านต้อง ทํางานหนักผมก็ยินดี ถ้าท่านต้องไปประชุมใหญ่ แล้วท่านต้องประชุมนอกจากภาระหน้าที่ อันเป็นประจําของท่านผมสนับสนุนครับ ผมยินดีที่จะสนับสนุนท่านในวาระต่อไป เพียงแต่ ฝากเรื่องเมื่อสักครู่ไปยังท่านได้โปรดมีโอกาสพูดคุยเพื่อจะทําการพัฒนาอันเป็นประโยชน์ กับประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในชั้นรับหลักการ แต่ด้วยความแคลงใจ ด้วยข้อสังเกต ด้วยเหตุผลและความจําเป็นของประเทศชาติบ้านเมือง ณ ขณะนี้ พรรคก้าวไกลมีมติ แล้วผมยืนยันว่าเราไม่อาจรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมนําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้เพิ่มเติมอีกสัก ๓-๔ ประการด้วยกัน ก่อนจะ เข้าถึงเหตุผลครับ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านตุลาการศาลปกครองที่มาชี้แจงในวันนี้ ผมเองเป็นลูกศิษย์หลายท่านที่อยู่ในตุลาการศาลปกครองสูงสุด ผมเป็นลูกศิษย์เรียนกับ ท่านอาจารย์หัสวุฒิ เป็นลูกศิษย์เรียนกับท่านอาจารย์วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ เป็นลูกศิษย์ และเป็นเพื่อนร่วมชั้นในระดับปริญญาโทกับอีกหลายท่านที่อยู่ในตุลาการ ผมเข้าใจดีว่า การทําหน้าที่ในตุลาการศาลปกครองทั้งชั้นต้นและชั้นสูงสุดนั้นเป็นผลประโยชน์ มีหลายเรื่องท่านตัดสินพิจารณาคดีเป็นหลักเป็นฐาน เป็นเหตุเป็นผล เป็นหลักการที่ทําให้ บ้านเมืองนี้เดินมาถึงขณะนี้ได้ อันนี้ต้องขออนุญาตที่จะชื่นชมก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลที่ผมนําเรียนว่าผมไม่อาจรับหลักการได้ ๓-๔ ประการนั้น ประการที่ ๑ ท่านอ้างว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ได้อ้างอิงหลักการที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๓ ก่อนจะไปถึงวรรคสองผมขออนุญาตที่จะพูดวรรคหนึ่ง ซึ่งท่านไม่ได้พูดถึงก่อนนะครับ มาตรา ๑๙๓ วรรคหนึ่งท่านพูดถึงการดําเนินการในกรณีที่มีความจําเพาะเจาะจง มีความเป็นอิสระของหน่วยงานบริหารงานบุคคล งบประมาณและการดําเนินการอื่น ๆ ซึ่งท่านใส่วงเล็บว่ายกเว้น ศาลทหาร จะหมายรวมถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ เพราะว่า ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีความคิดที่จะกําหนดเบี้ยประชุมต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ผมก็ไม่อาจ ก้าวล่วงได้ แต่เอาเฉพาะในวรรคสองก็พอครับ วรรคสองท่านพูดถึงว่าให้ศาลยุติธรรม และศาลปกครองเฉพาะ ๒ ศาล มีระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นการเฉพาะ ตามความเหมาะสม ผมแยก ๒ คํานี้พิจารณาแตกต่างกันเพื่อจะให้ท่านตอบคําถามว่า ท่านใช้หลักการใด คําว่า เป็นการเฉพาะ คืออะไรครับ เป็นการเฉพาะหมายถึงว่ากรณี ศาลยุติธรรมท่านก็ใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งมี การแก้ไขในปี ๒๕๖๒ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมหรือ ก.บ.ศ. ก็ไปกําหนดระเบียบ ต่าง ๆ มีการกําหนดเบี้ยประชุมต่าง ๆ ซึ่งหมายรวมถึงเบี้ยประชุมของผู้พิพากษาชั้นอุทธรณ์ ที่เข้าประชุมใหญ่และผู้พิพากษาศาลฎีกาที่เข้าที่ประชุมใหญ่ ท่านเห็นไหมครับเขาไม่ได้พูด แค่ศาลฎีกา พูดเลยไปถึงศาลอุทธรณ์ด้วย ส่วนกรณีของศาลปกครองนั้นท่านก็มี พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อปี ๒๕๖๐ ผมไม่ปฏิเสธครับ นี่คือหลักการที่รองรับการจําเพาะเจาะจงของท่าน แต่ถาม ประเด็นเรื่องความเหมาะสม เพราะร่างนี้ไม่สามารถดูความจําเพาะได้อย่างเดียวต้องดู ความเหมาะสมด้วย ท่านบอกว่ากรณีที่ศาลฎีกามีแบบนี้ทําให้ศาลปกครองต้องมีแบบนี้ ท่านว่าเหมาะสม แต่ผมว่าไม่เหมาะสม ท่านมีจุดยืนยืนยันแบบนั้นผมก็ดูรายงาน ของท่านหมดเลย พยายามจะเปรียบเทียบเอกสารที่ท่านใช้ในการเช็กลิสต์ (Checklist) เป็นหลักเกณฑ์การตรวจสอบความจําเป็นใด ๆ ต่าง ๆ อยากรู้ว่าต่างประเทศเขามีเรื่องนี้ไหม ท่านเขียนมาในรายงานเอง พอใส่วงเล็บต่างประเทศปุ๊บ ท่านขีดเลยครับ แสดงให้เห็นว่า กรณีเหล่านี้ในต่างประเทศซึ่งมีระบบศาลคู่ มีศาลปกครองก็ไม่ปรากฏว่ามีเบี้ยประชุม มีเบี้ย ตอบแทนเป็นการพิเศษใด ๆ ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ🔗
ประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะต้องยืนยันก็คือว่าประเด็นที่ท่านบอกว่า มีความเหมาะสมนั้นผมเห็นต่างออกไป ท่านจําเป็นต้องมีความจําเพาะเจาะจง แต่ความเหมาะสมเป็นเรื่องการตีความที่ผมเห็นต่าง นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ เนื้อหาในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการที่ท่าน ส่งมาให้สภาแห่งนี้กับเจตจํานงดั้งเดิมในขณะที่ท่านยกร่างไม่เหมือนกันครับ ตอนท่าน ไปรับฟังความคิดเห็นใด ๆ ต่าง ๆ ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ ผมก็เข้าใจว่าไปหา เอกสารดูแล้วว่ามันเหมือนกันหรือไม่ประการใด ก็ปรากฏไม่เหมือนกันครับ อย่างที่ผมนํา เรียนท่านประธานศาลฎีกาเขาให้ทั้งการประชุมศาลอุทธรณ์ที่มีองค์ประชุมเป็นที่ประชุมใหญ่ และรวมถึงที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเขาให้ทั้ง ๒ นะครับ ตอนท่านยกร่างครั้งแรกท่านก็ กําหนดว่าศาลปกครองชั้นต้นก็มีการประชุมเรียกว่าที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองชั้นต้น เช่นเดียวกัน ศาลปกครองชั้นต้นกระจายอยู่ตามภูมิภาคนะครับ ไม่ได้มีทุกจังหวัดแต่ก็ทํา หน้าที่เสมือนคล้าย ๆ กับกรณีเป็นทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฉะนั้นตกลงแล้วสิ่งที่ท่าน เคยเขียนมาตั้งแต่ดั้งเดิมแล้ววันนี้มาถึงสภาแค่นี้ มันตกหล่นอยู่ที่ไหนครับ มันตกหล่นอยู่ แถว ๆ ถนนสามเสน ถนนเกียกกายหรือว่าอย่างไรครับ พี่น้องตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น เขาก็ฝากถามมา เพราะเดี๋ยวจะมีประเด็นที่เชื่อมโยงไปสู่ประเด็นคําถามประการที่ ๓ ด้วยเหตุดังกล่าวครับ ยิ่งอ่านหลักการและเหตุผลลงไปในเชิงรายละเอียดที่ท่านให้ความเห็น ผมยิ่งตกใจนะครับ เพราะคําว่า การเพิ่มเบี้ยประชุม ท่านเขียนชัดเจนว่าจะเป็นแรงจูงใจ สําคัญในการทําหน้าที่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุด พูดกันภาษาบ้าน ๆ ถ้าสภาแห่งนี้ ไม่ผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ท่าน ตุลาการศาลปกครองสูงสุดจะไม่มีแรงจูงใจในการ ประชุมใหญ่หรือครับ ท่านเอาหลักประกันความยุติธรรมของพี่น้องประชาชนมาบวกกับ แรงจูงใจในการทํางานของผู้พิพากษาได้อย่างไร ภาษากฎหมายเขาเรียกหลักการแบบนี้ว่า หลักวิชาชีพนะครับ ถ้าเป็นทนายความทําแบบนี้อาจจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ ผิดมารยาททนายความ ผมคิดว่าประเด็นนี้ท่านต้องตอบสภาแห่งนี้ให้ชัดว่าตรรกะ ที่ท่านใช้ในการให้เหตุผลไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านให้หลักประกันความยุติธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน นั่นเป็นเหตุผลประการที่ ๒ ครับ🔗
เหตุผลประการที่ ๓ ณ ขณะนี้ท่านส่งร่างเอกสารงบประมาณประจําปี ๒๕๖๔ อยู่ในระหว่างการประชุมของสภาเรานะครับ งบประมาณที่ท่านขอมาทั้งหมด ประมาณตัวเลขกลม ๆ นะครับ ของศาลปกครองคือ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาต ท่านประธานเพิ่มเติมเวลาอีกสักเล็กน้อยนะครับ ผมพบว่าส่วนใหญ่ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในค่าใช้จ่าย ในงบประมาณที่ท่านขอเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรหมดเลยครับ เพื่อนสมาชิก ของผม ท่าน ส.ส. คารม พลพรกลาง ท่านพูดชัดเจน ท่านตั้งงบประมาณ ๕๑ ล้านบาท สําหรับ ๓ ปีเฉลี่ยปีละประมาณ ๑๗ ล้านบาท วันนี้ท่านมีตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๕๑ คนจากตําแหน่งเต็มที่ต้องมี ๘๔ คน คิดกันตัวเลขกลม ๆ เลยนะครับ ตัวเลขที่ท่านคารม พูดถึงว่าเขามีรายได้เดือนละเท่าไรผมไม่พูดนะครับ แต่คํานวณแล้วตุลาการศาลปกครอง สูงสุดจะได้เงินรายได้เพิ่มเฉลี่ยไม่ต่ํากว่า ๑๒๐,๐๐๐ บาท หรืออาจจะถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน เพราะว่าต่อคนและต่อปี เดี๋ยวท่านจะตกใจหาว่าเดือนหนึ่งขนาดนั้นเลยหรือ ยิ่งกว่าพวกเราอีก ต่อปีนะครับท่านประธาน สุดท้ายจริง ๆ ครับ แล้วสิ่งที่ท่านหลอกพวกเรา ๕๑ ล้านบาทที่ท่านเขียนมาในเอกสารของท่านตอนนั้น ท่านจะใช้กับกรณีให้เบี้ยประชุม กับตุลาการศาลปกครองชั้นต้นทั้งหมดด้วย แต่วันนี้ตกลงท่านให้แค่ศาลปกครองสูงสุด แต่ทําไมยังเป็นตัวเลขเดิม หรือไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก ผมจดแบบนี้ครับ ในกรณี สถานการณ์ปกติร่างกฎหมายแบบนี้พวกผมพรรคก้าวไกลซึ่งสืบทอดมาจากอดีต พรรคอนาคตใหม่ก็ยังต้องเห็นค้าน และยิ่งในกรณีแบบนี้ ในสถานการณ์ที่เงินรายได้ก็ไม่พอ โควิด (COVID) ก็ต้องช่วยเยียวยา คนตกงานอีก ๘ ล้านคน ท่านจะยังขอเงินเพิ่มอีกหรือครับ และด้วยเหตุผลดังกล่าวครับท่านประธาน ผมสนับสนุนทุกร่างกฎหมายที่จะทําให้คนเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมที่ดีขึ้น แต่กฎหมายฉบับนี้ถ้าไม่ตอบโจทย์เช่นนั้นพรรคก้าวไกล ไม่อาจรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มีสมาชิก อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านจิรายุ ท่านเนรมิต ท่านขจิตร ท่านนิยม เชิญท่านจิรายุก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมอ่านหลักการ🔗
ท่านขจิตร ให้ท่านจิรายุก่อนไหมครับ ผมเรียกท่านจิรายุไว้ก่อนนะครับ ต้องขออภัยผมพูดเบาอาจจะ ไม่ได้ยินชัดเจน ให้ท่านจิรายุก่อนได้ไหมครับ ท่านจิรายุเสร็จแล้ว ท่านเนรมิต แล้วท่านขจิตร แล้วก็ตามด้วยท่านนิยม ท่านจิรายุก่อนนะครับ เชิญครับ🔗
ขออภัยท่านขจิตรครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านครับ คือหลักการ ที่เสนอเข้ามานี่ก็มองได้หลากหลายมุม แต่ผมกําลังตั้งข้อสังเกตผ่านไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ บนบัลลังก์ว่าเงินกับความยุติธรรมนี่มันมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ผมในฐานะที่นั่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ ซึ่งก็มีท่านณัฐวุฒิ เมื่อสักครู่นี้นั่งเป็นรองประธานอยู่คณะเดียวกัน ก็จะเห็นคดีความต่าง ๆ และการทําหน้าที่ ของผู้พิพากษา และตุลาการจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ผู้พิพากษายิงตัวตายที่ภาคใต้ สุดท้ายท่านก็ทําสําเร็จที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ปรากฏว่ากระบวนการดังกล่าวนั้นอยู่ในความสนใจ ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ที่ผมจั่วหัวว่าเงินกับความยุติธรรมมีความสัมพันธ์กัน หรือไม่ หลายคนอาจจะบอกว่าพอมาเปรียบเทียบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้พิพากษา หรือตุลาการจะได้มากกว่าไม่ได้ อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองครับ แต่มีคําถามต่อไปอีกเหมือนกันว่า เบี้ยประชุมที่กําลังจะเข้าสู่สภาแบบนี้นี่มันจะส่งผลต่อการผดุงความยุติธรรมอย่างไรมากกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าไปดูในรายละเอียดของคณะกรรมการบริหารศาลปกครอง หรือว่าตัวย่อ ก.บ.ศป. นี่นะครับ ท่านก็เคยอนุมัติไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ก็คือปีละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่เป็นไรครับ ถ้าหารเฉลี่ยแล้วมันก็ไม่กี่สตางค์หรอก ตัวเลขอาจจะไม่สําคัญ ในความรู้สึกผมส่วนตัวนะครับ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือผลสัมฤทธิ์ของการพิจารณาอรรถคดี ต่าง ๆ มากกว่าที่จะเป็นตัวตั้งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีที่หลายท่านอาจจะ ติดตามบ้าง ไม่ติดตามบ้างในสมัยที่มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือว่า สนช. ที่ตั้งโดย คสช. หลังการปฏิวัติมานี่เขาก็มีการพิจารณาของเบี้ยประชุมของตุลาการศาลต่าง ๆ ไปแล้ว ซึ่งประชาชนก็อาจจะไม่ทราบนะครับ ว่ากันตั้งแต่ประธาน ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้เข้าร่วมประชุม หรือว่ารองประธาน ๘,๐๐๐ บาท เลขาธิการคณะกรรมการ ๖,๐๐๐ บาท ไม่เป็นไรหรอก ท่านประธานครับ หลายคนก็ให้ความเห็นบอกว่า อ้าว จิรายุผู้พิพากษาตุลาการนี่เขาไม่ได้ เหมือนทหารตํารวจนะ จะได้มีก๊อกสอง ก๊อกสาม เขาไม่ได้เหมือนอาชีพบางอาชีพที่จะไป เปิดคลินิกได้นะ เขาไม่สามารถที่จะไปเป็นทนายว่าความได้นะ เพราะมันขัดต่อจริยธรรม ประมวลอะไรต่าง ๆ ของกระบวนการยุติธรรม เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงจั่วหัว ตั้งแต่ต้นว่าเงินกับความยุติธรรมนี่มันมีความสัมพันธ์กันมากน้อยขนาดไหน ถ้าท่านคิดว่า ท่านได้ ๕๐,๐๐๐ บาท เอาไปเลยครับ แต่ขอให้มีความยุติธรรมจริง ๆ เห็นเขียวก็เป็นเขียว เห็นแดงก็เป็นแดง เหลืองก็เป็นเหลือง ต่อจะให้มากมายกว่านี้ ผมยินดีที่จะอนุมัตินะครับ ท่านประธาน แล้วก็รับหลักการ แต่ประเด็นที่อยากจะบอกไว้ก็คือว่าตุลาการหรือว่า ผู้พิพากษาต่าง ๆ ที่ท่านทํางานอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านเป็นอาชีพที่ต่างจากพวกผมโดยสิ้นเชิง เวลาท่านไปบอกใครเป็นผู้พิพากษา ทุกคนต้องยืนกุมมือครับ หรือแม้แต่กระทั่งท่านไปเจอ อะไรก็แล้วแต่ในสังคมที่เป็นข้าราชการระดับเดียวกับท่าน เขาก็ต้องยืนกุมมือเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นคําถามที่บอกว่าเงินกับความยุติธรรมมีความสัมพันธ์กันมากน้อยขนาดไหน กับเบี้ยเลี้ยงที่จะต้องได้ ถ้าศาลอื่นได้ ศาลยุติธรรมอื่นได้ ศาลแพ่ง ศาลอาญาได้ ศาลเด็กได้ ศาลปกครองก็ต้องได้ครับ แต่ถ้าได้แล้วสมดุลหรือไม่ แต่ถามถึงสถานการณ์ในวันนี้ บอกว่าโควิด (COVID) เงินก็ไม่มีจะต้องมาขอเบี้ยเลี้ยง ท่านขอช้าไปเสียด้วยซ้ํานะครับ ถ้าขอมาพร้อม ๆ เป็นแพกเกจ (Package) ตอน ๑๒ ศาล ตั้งแต่สมัย สนช. จบข่าวไปแล้วนะครับ และก็ค่อย ๆ ปรับตามจีดีพี (GDP) ของประเทศครับ เศรษฐกิจดี เงินเดือนเพิ่มขึ้นก็ปรับกันไป ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนอาจจะไม่ทราบว่าผู้พิพากษาแต่ละท่านก็มีความยากลําบาก ยากลําบากมากที่สุดก็คือหัวใจครับ หัวใจที่จะลําเอียงต่อการพิจารณาคดีความต่าง ๆ อันนี้แหละครับสําคัญ มีใครมาเสนอแรงจูงใจให้กับท่าน ท่านก็ไขว้เขว อาจจะเขียนสํานวน บรรยายความฟ้อง สุดท้ายบรรยายเสียสวยหรู ลงสุดท้ายขมวดปมไปที่พิพากษาลงโทษ ก็เยอะครับท่านประธาน แต่ผมก็เชื่อว่าในประเทศนี้ยังมีผู้พิพากษาที่มีความยุติธรรมและเงิน จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผดุงความยุติธรรมของท่านครับ กระบวนการต่าง ๆ อย่างที่ผม บอกไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ เงื่อนไขของผู้พิพากษาค่อนข้างเยอะ เพราะประชาชน ทั้งประเทศคาดหวัง สุดท้ายถ้าพึ่งฝ่ายบริหาร พึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ก็ให้พึ่งนิติบัญญัติ เสาหลักที่ ๒ ถ้าพึ่งฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ก็ให้พึ่งฝ่ายยุติธรรม ก็วนกันอยู่อย่างนี้แหละครับ เพราะฉะนั้นการถ่วงดุลซึ่งกันและกันคือความสวยหรูตามระบอบประชาธิปไตยที่เจ้าของ อํานาจคือประชาชน เหตุที่ผมบอกว่ากรณีที่มายื่นนี่ผมไม่ได้ติดใจว่าเงินจะน้อย หรือจะมาก แต่ผมติดใจอยู่เสมอก็คือว่าเวลากรรมการนั่งอยู่ข้างล่างและดูคนต่อยมวย มันเห็นนะครับว่าอัปเปอร์คัต (Uppercut) ขวาเข้าไปอย่างไร มันฮุก (Hook) ซ้ายเข้าท้อง อย่างไร มันตีศอกเข้าไปอย่างไร เราเห็นใช่ไหมครับ แต่สุดท้ายแล้วกรรมการนับคะแนน ให้ฝ่ายที่ตีเข่า ให้ฝ่ายที่ฮุก (Hook) ซ้าย อัปเปอร์คัต (Uppercut) ขวา แพ้คะแนน อันนี้แหละครับเป็นสิ่งที่มันต้องบอกว่าการผดุงยุติธรรม หรือว่าเบี้ยเลี้ยงที่ท่านกําลังจะเข้ามา สู่สภาในการอนุมัติ มันจะมีผลเกี่ยวข้องกันหรือไม่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจ นะครับ ที่ผ่านมาในการประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ท่านก็ไม่เคยได้รับเบี้ยครับ พี่น้องประชาชนอาจจะงง ๆ อ้าว ตกลงที่ผ่านมาศาลไม่มีเบี้ยหรือ หามิได้ครับ เบี้ยประชุมนั้น การทํางานในเรื่องขององค์คณะใหญ่ ๆ ที่ศาลปกครองต้องมีความหลากหลาย ยกตัวอย่าง เช่นผมดูคดีปกครอง สมมุติว่าฟ้องรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) มีคนไปร้อง ผมไม่ใช่เจ้าของคดี แต่ผมต้องไปนั่งเป็นองค์คณะพิจารณาคดีในที่ประชุมใหญ่ อย่างนี้ก็สมควรจะได้แหละครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ตัวเลขกลม ๆ ผมเคาะตัวเลขแล้ว ถ้าท่านไม่มีนอก ไม่มีใน ไม่มีเงินจากรายได้อื่นเลย ไม่ได้รวยมาจากบรรพบุรุษนะครับ เงินนี่ก็ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทหรอกครับ เฉลี่ยแล้วถ้ามันพูดถึงความยุติธรรม ๑ คนที่ต้องถูกลงโทษโดยไม่ มีความยุติธรรมและลําเอียง อันนี้สําคัญมากกว่า เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากท่านรองวิษณุ และคณะกรรมการที่นั่งอยู่ข้างบนครับ ผมไม่ติดใจตัวเลขจะสูง จะมาก จะน้อย แต่ถ้าท่าน บอกเอาแค่ ๒,๐๐๐ บาท แต่ท่านไม่ทําอะไรเลย ไม่ผดุงความยุติธรรมของสังคมนี้เลย ซึ่งเป็นที่พึ่งอีก ๑ แห่งของประเทศนี้ ต่อให้ ๕๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ต่ํากว่าค่าแรงขั้นต่ํา พวกผมก็ให้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ หลังจากที่ผ่านไปแล้วผมเชื่อว่า ก็คงจะผ่านแหละครับ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องรับหลักการก็ไปตั้งกรรมาธิการพิจารณา ผมอยากให้ ท่านทําเคพีไอ (KPI) หรือการประมวลผล หรือว่าการรับรู้สิ่งที่ท่านเพิ่มไปแล้วมันทําให้ผลของงาน ที่ท่านส่งมาในรายละเอียด คดีเยอะแยะมากมายแต่ละปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ คดีรับเข้า ๑๙๕ คดี แล้วเสร็จ ๖๙ คดี คดีค้างมาจนถึงปัจจุบันท่านประธานครับ ๑๓,๒๓๓ คดี ถ้าชาวบ้าน เขาต้องรอนะครับ มันรอไม่ได้ครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าอย่างพวกเรา อยู่ในรัฐสภา อย่างท่านประธาน ขออภัยนะครับ ผมอาจจะคิดไปเอง ท่านประธานอาจจะ เคยได้รับหมายศาล แต่ชาวบ้านเวลาได้รับหมายศาลนี่ เข่าทรุดครับ ผมเคยไปบางที่ ท่านประธานครับ บอกอยากจะฆ่าตัวตายเลย และกระบวนการพิจารณาคดีถ้ามันจบเร็ว ถ้ามันเป็นคดีทางปกครอง มันใช้เวลาไม่มาก มันก็จะแก้ไขปัญหาให้กับสังคมได้ แต่ถ้าเป็นอาญา เป็นแพ่ง มันต้องมีชั้นต้น มีชั้นอุทธรณ์ มีฎีกา ก็ว่ากันไปครับ สุดท้าย ปลายทางท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังย้ําคํานี้นะครับ อยากจะถามไปถึงท่านรองวิษณุ รวมทั้งคณะกรรมการของศาลปกครองว่าถ้าตัวเลขนี้ท่านบอกว่าเงินสามารถผดุง ความยุติธรรมและมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสําคัญ ผมไม่ติดใจครับ และเบี้ยเลี้ยงเหล่านี้ ตัวเลขที่ผมไม่เห็นที่ท่านมาบอกว่าเท่าไร ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ แต่อยู่ประมาณนี้แหละ เพราะมันมีกฎหมายเดิมปี ๒๕๖๒ อยู่ ถ้ามันน้อยไป และท่านบอกว่ามาแล้วมันมากกว่านี้ได้ จิรายุ แล้วมันผดุงความยุติธรรมเป็นผลสัมฤทธิ์ วัดผลออกมาได้ ผมจะกดไลก์ (Like) ตลอดครับ ขอฝากท่านผู้บริหารของศาลนะครับ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้โปรด พิจารณาครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อให้คณะกรรมการบริหารศาลปกครองมีอํานาจหน้าที่ออกระเบียบ เกี่ยวกับการกําหนดเบี้ยประชุมสําหรับข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งเข้าร่วม ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลเป็นเครื่องที่จะ การันตี (Guarantee) ให้ประชาชนในประเทศของเราได้รับความยุติธรรม ศาลปกครอง มีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนทางปกครอง แต่สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่าการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สิ่งที่ผมอยากจะ คาดหวังจากศาลปกครองก็คือว่ากระบวนการพิจารณาคดีของศาลปกครองเป็นสิ่งที่ ประชาชนทั่วไปเขาได้แสดงออกถึงความไม่พอใจ โดยเฉพาะในการทําหน้าที่ของ ศาลปกครองชั้นต้น แล้วก็ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองชั้นต้นในระยะขั้นตอนในการ ยื่นฟ้องก็เป็นการเอื้ออํานวยให้แก่ประชาชนสามารถที่ยื่นฟ้องโดยเป็นเอกสาร หรือจะ ยื่นฟ้องทางไปรษณีย์ก็สามารถที่จะดําเนินการได้ แล้วก็ขั้นตอนในการแสวงหาข้อเท็จจริง ก็เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพราะว่าการเป็นคู่กรณีของศาลปกครองนั้น ส่วนมากจะเป็นการโต้แย้งกันระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน และหน่วยงานของรัฐ กับหน่วยงานของรัฐ เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานส่วนมากจะอยู่ในการครอบครอง ของหน่วยงานของรัฐการส่งเอกสารพยานหลักฐานในขั้นตอนนี้ไม่มีปัญหา แต่ขั้นตอนที่ ๓ ในการที่ศาลจะออกนั่งพิจารณาคดีหรือนัดพร้อมปรากฏอยู่เสมอว่าคดีจะล่าช้า โดยเฉพาะ ศาลปกครองได้มารายงานกิจการในการบริหารศาลปกครองต่อรัฐสภาหรือต่อสภาแห่งนี้ อยู่เป็นประจํา แต่สิ่งหนึ่งที่ศาลปกครองตอบไม่ได้ก็คือความล่าช้าในการพิจารณาคดี ศาลปกครองชั้นต้นในต่างจังหวัด ๕ ปีไปแล้ว ปีที่ ๖ ปีที่ ๗ แล้วคดียังไม่มีการตัดสินคดีความเลย การโต้แย้งกับรัฐ การเพิกถอนคําสั่งรัฐ การกระทําของรัฐ เจ้าหน้าของรัฐที่เป็นการละเมิด ซึ่งประชาชนก็ต้องการรับการเยียวยาจากหน่วยงานของรัฐ หรือจากเจ้าหน้าที่ผู้ทําละเมิด แต่ปรากฏว่าการพิจารณาคดีของศาลนั้นนับวันช้าไปเรื่อย ๆ การช้าก็คือความไม่เป็นธรรม ต่อประชาชน ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านทั้งหลาย ต่อท่านประธานไปยังตัวแทนของศาลว่า การที่ท่านเสนอให้สภาตรากฎหมายเพื่อที่จะให้ท่านมีอํานาจในการที่จะออกระเบียบ ในการที่จะจ่ายค่าเบี้ยประชุมให้มีราคาที่สูงเพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จะพิจารณาคดี ให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนนั้น ผมคิดว่าเงินที่ท่านเสนอมาเป็นเงินภาษีของประชาชน ประชาชนเขาพร้อมที่จะซื้อความยุติธรรมให้เกิดขึ้นแก่ตัวเขา การจะได้มาซึ่งความยุติธรรม ต้องลงทุนเขาเข้าใจครับ แต่สิ่งที่เขาคาดหวังก็คืออยากจะให้การพิจารณาคดีเป็นไปด้วย ความรวดเร็วและเที่ยงธรรม การพิจารณาคดีของศาลปกครองต้องยอมรับว่าช้ามากเลย ท่านตรวจสอบสิครับ ท่านรายงานดูสิว่าศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีเกินกว่า ๕ ปีแล้ว ใน ๑ ปี มีกี่สํานวนที่ค้างการพิจารณาของแต่ละศาล แล้วท่านจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ได้อย่างไร แล้วรวมถึงการที่พิจารณาคดีของศาลสูงก็คือศาลสูงสุดที่ท่านบอกว่าจําเป็น จะต้องมีการพิจารณาคดีโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครอง แล้วก็จําเป็นจะต้องมีการให้เบี้ยประชุมแก่ผู้ที่เข้ามาประชุม ผมอยากจะถามว่าเมื่อจ่าย ค่าเบี้ยประชุมให้เป็นหลักสากลตามที่ท่านเสนอมาแล้ว การพิจารณาคดีจะรับรองได้ไหมว่า จะพิจารณาด้วยความรวดเร็วและให้ความเป็นธรรมแก่ชาวบ้านหรือราษฎรผู้มีข้อโต้แย้ง ศาลปกครองเป็นศาลที่มีอํานาจในการพิจารณาข้อโต้แย้งระหว่างการใช้อํานาจรัฐ กับประชาชนให้มีเกิดความสมดุลกัน ผมอยากจะถามว่าคดีหลายคดีที่ท่านตัดสินไปแล้ว ท่านได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับทราบกระบวนการขั้นตอนในการพิจารณาคดีดังที่ท่าน ได้ประกาศประชาสัมพันธ์หรือไม่ครับ ชาวบ้านเขาเงียบเลยครับ พอคดีเข้ามา ในศาลปกครองแล้วเขาไม่ได้ทราบเลย อยากจะให้ศาลปกครองได้สื่อสัมพันธ์กับประชาชน ผู้มีความจําเป็นที่ต้องใช้สิทธิทางศาลในการที่จะให้ศาลคุ้มครองเขานะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่ากระบวนการศาลปกครองเป็นศาลที่มีบทบาทในการที่จะ ปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนทางด้านการปกครอง อํานาจทางปกครอง ถ้าใช้อํานาจ ให้ระดับพอดีกับที่กฎหมายกําหนด ชาวบ้านเขาก็ไม่เดือดร้อน แต่การใช้อํานาจของ เจ้าหน้าที่รัฐบางครั้งนะครับ การประกาศเขตป่าอะไรทํานองนี้ ประกาศรวมที่ดินของ ชาวบ้านไป เขาจําเป็นต้องเพิกถอน แล้วเวลายื่นต่อศาลใช้เวลา ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปี แล้วความ ยุติธรรมจะเกิดขึ้นตรงไหน ผมไม่หนักใจ ผมไม่ติดใจถ้าจะเห็นชอบ ถ้าท่านยอมรับ หรือรับปากต่อสภาแห่งนี้ในการพิจารณาคดีจะไม่ให้เกิดความล่าช้า ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ทางรัฐบาลบอกว่า หลักการ โดยที่มีการเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย การจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง แต่ในรายละเอียดท่านมีอยู่ ๓ มาตรา มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ แต่ว่าในข้อที่จะเป็นกฎหมายที่ท่านยื่นมาจริง ๆ คือมันมีสั้น ๆ มีข้อ ๖/๑ แก้ไขให้ออกอํานาจของคณะกรรมการมีอยู่ทั้งหมด ๑๔ วงเล็บ เสร็จแล้วท่านมาเพิ่มข้อ ๖/๑ สาระสําคัญของกฎหมายทั้งหมดคือออกระเบียบเกี่ยวกับ การกําหนดเบี้ยประชุมสําหรับข้าราชการตุลาการศาลปกครองเข้าร่วมประชุมใหญ่ตุลาการ ศาลปกครองสูงสุด ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นถ้าจะดูโดยคําอธิบาย ถ้าจะดูโดยเหตุผล ที่อธิบายไว้ในหนังสือในเอกสารเหล่านี้หลายท่านอภิปรายไปแล้ว ถ้าจะพูดกันตรง ๆ โดยไม่เกรงใจ มันฟังไม่ขึ้นว่าประสิทธิภาพของงานขึ้นอยู่กับการเพิ่มเบี้ยประชุม มันเป็น การเขียน ถ้าผมจะดูว่าเป็นการดูถูกตุลาการมากเกินไปหรือเปล่าด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ เอามุมนั้นว่าไป แต่มุมของผมคือเป็นตัวแทนประชาชน ในฐานะที่ผมพิจารณากฎหมายนี้ ถ้าผมไม่ทราบเรื่องศาลอะไรมาก แต่ผมดูจากผลการทํางานนี่ไม่ได้เร้าใจ ไม่สมควรที่จะออก กฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปดูสถิติ ผมมีข้อสงสัย สถิติการประชุมของ ศาลปกครองสูงสุด ประชุมใหญ่ ท่านบอกว่า ปี ๒๕๖๐ มี ๑๘ ครั้ง ปี ๒๕๖๑ มี ๑๒ ครั้ง ปี ๒๕๖๒ มี ๑๔ ครั้ง ปี ๒๕๖๓ มี ๒ ครั้ง ข้อมูลนี้ถึงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ คําถามก็คือว่าปี ๒๕๖๓ ทําไมถึงมีแค่ ๒ ครั้ง มันค้านกันว่าคดีที่ค้างอยู่มันมีจํานวนมหาศาลขึ้นเรื่อย ๆ ในปี ๒๕๖๓ มีคดีที่ค้างอยู่ ๑๓,๒๓๓ คดี มันมีสถิติบอกว่าปี ๒๕๖๐ คดีที่แล้วเสร็จ ๔,๑๔๑ คดี แล้วค้างอยู่ ๙,๐๐๐ กว่าคดี ปี ๒๕๖๑ มีคดีที่เสร็จปี ๒๕๕๙ ๔,๑๔๑ คดี ปี ๒๕๖๐ ๓,๒๒๓ คดี ปี ๒๕๖๑ ๒,๘๔๙ คดี ลดลงเรื่อย ๆ ปี ๒๕๖๒ ๒,๔๙๓ คดี ปี ๒๕๖๓ ๑,๘๐๐ คดี ถ้าดูอย่างนี้ ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการกับคนทํางานของผม ผมไม่เพิ่มให้ ไม่มีแรงจูงใจอะไรสําหรับคนที่จะ จ่ายสตางค์เป็นเจ้าของประเทศ คดีค้างมากขึ้น ๆ ทําไมท่านไม่เสนอกฎหมายวิธีพิจารณาคดี ให้เห็นว่ามันจะเพิ่มประสิทธิภาพท่าน ทําไมท่านไม่เสนอวิธีพิจารณาคดีหรือกําหนดระเบียบ บอกว่าคดีเข้ามาแล้วต้องเสร็จในเวลากี่ปี ๆ ทําไมต้องมีเรื่องค้างอยู่ ๕ ปี ๖ ปี เหมือนท่าน ผู้แทนที่อภิปราย มันไม่มีอะไรโดยหลักการที่จะให้เบี้ยประชุมพิเศษ แล้วถ้าดูแล้วถามว่า ศาลปกครองชั้นต้นตุลาการต้องประชุมใหญ่ไหม ก็ประชุม แล้วอธิบายอย่างไร ตุลาการ ศาลชั้นต้นท่านไม่ให้ เวลาตุลาการศาลสูงสุดประชุมใหญ่ทําไมถึงให้ หรือว่าโตมากขึ้นใช้เงิน มากขึ้นหรืออย่างไร มันไม่มีเหตุกระบวนการของเหตุผลที่จะออกกฎหมายนี้เลย ยิ่งในสถานการณ์อย่างนี้ ในภาวะประเทศชาติอย่างนี้ไม่ควรออก ท่านวิษณุถอนไปดีกว่า ถ้าจะพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล ให้สภานี้พิจารณาแปลว่าพิจารณาด้วยเหตุผล ถ้าเหตุผล บอกว่าทํางานดีขึ้น คดีมากขึ้นแต่ว่าทํางานได้มากขึ้น ปี ๒๕๖๒ ได้ ๔,๐๐๐ คดี ปี ๒๕๖๓ ครึ่งปีนี้ได้ไปแล้ว ๓,๐๐๐ คดี ถ้าอย่างนี้สมควรที่จะจ่ายเบี้ยประชุม แต่ว่าถ้าสถิติแบบนี้ ถ้าให้ผมพิจารณาไม่ได้เสียดายเลยเบี้ยประชุมไม่ได้มาก แต่ว่าจากผลงานที่เป็นสถิติอธิบาย ไม่ได้ว่าจะเพิ่มรางวัลอย่างไร แรงจูงใจอย่างไร แต่ถ้าท่านแสดงวิธีที่จะให้ความยุติธรรม พิจารณาคดีรวดเร็วขึ้นให้เป็นที่หวังของประชาชนเวลาเรื่องเข้ามาศาลท่านคดีเข้ามา ท่านมีกําหนดชัดเจนวัน เวลา จบ แล้วผมก็ยังแปลกใจว่าวิธีการสรรหาคนเข้ามาเป็นตุลาการศาล ท่านทํากันอย่างไร ทําไมอัตราของท่านมีจํานวนและมีตัวจริงของท่านอยู่แค่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีกรอบอัตรากําลังอยู่ ๖๐ คน แต่ท่านบอกว่า มีคนครองอยู่ ๓๓ คน ผมไม่เข้าใจ ผมเคยพิจารณางบประมาณของศาลของ กระทรวงยุติธรรม เมื่อปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ๑๐ ปีมาแล้ว มีอัตราว่างอยู่เยอะเลย ผมถามว่า ว่างไว้ทําไมอัตรามีอยู่ เงินมีอยู่ทําไมไม่สอบบรรจุ แล้วสอบคัดเลือกคนปีละกี่ครั้ง เขาตอบว่า ปีละครั้งเดียวไม่ทราบเท็จจริงอย่างไร แล้วถ้าปีละหลายครั้งเกิดอะไรขึ้น ถ้าปีละหลายครั้ง เขาก็ไม่ตอบ แต่ว่าผมสืบจากคนที่ไปสอบทํานองว่าถ้าสอบบ่อยมันกลายเป็นไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรืออย่างไร เพราะฉะนั้นมันก็ว่าง ตําแหน่งตุลาการว่างตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บริหารบุคคลอย่างไรปล่อยให้ อัตรากําลังหรือว่าที่มีอยู่ว่าง ถ้าว่างมันหมายถึงผู้พิพากษาน้อย ถ้าน้อยมันหมายความว่า คดีความเป็นธรรมมันออกได้ช้า ประชาชนก็รอนาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ โดยผลงานโดยหลักผมเสนอให้ท่านรองวิษณุเอากลับไปก่อนดีกว่าอย่าเสนอเข้ามาเลย ไม่ใช่ว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้สนใจเรื่องกฎหมายศาล เสร็จแล้วท่านก็เสนอเข้ามา มันมีข้อขัดแย้งเยอะ แล้วทําไมศาลชั้นต้นท่านไม่ให้เบี้ยประชุมเขา คดีมันอยู่ศาลชั้นต้น ที่อยู่เยอะ ๆ นี่ลองตอบ ผมมาสิ ๑๓,๐๐๐ คดี เมื่อไรจะเสร็จ ๑๓,๐๐๐ คดีกี่ปี ถ้าไม่ออกเบี้ยประชุมจะนานไปใช่ไหม ถ้าให้เบี้ยประชุมแล้วจะกี่ปี จะนานอย่างไร ท่านอธิบายให้ได้สิว่ามีวิธีการอย่างไรเมื่อได้เบี้ย ประชุมแล้ว คดีถึงจะเสร็จเร็วขึ้น อันนี้เป็นหัวใจสําคัญ ถ้าอย่างนั้นโดยหลักการท่านเขียนมา มันกว้าง ๆ ท่านเอากลับไปแก้ใหม่ได้ไหม เอาวิธีการที่จะเชื่อได้ว่าการพิจารณา ในศาลปกครองจะเร็วขึ้น จะให้ความยุติธรรมของประชาชนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง คดีเข้ามา ในศาลปกครองได้เสร็จเร็วขึ้น ผมขอคําอธิบายวิธีนี้ แล้วถ้าไม่มีให้เอากลับไปแก้ใหม่ เอาเรื่องพวกนี้มา ไม่ใช่มีอยู่เรื่องเดียว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านนิยม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ขอกราบเรียนว่าได้ให้ความสนใจในการที่ท่านเสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเองครั้งแรกให้ความสนใจตรงประเด็นที่ว่าผมนึกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะมีหลายมาตราเกี่ยวเนื่องประเด็น เพราะศาลปกครองผมให้ความสนใจมาก ตรงประเด็นที่ว่าเป็นศาลที่เป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีปัญหากับส่วนราชการบ้าง องค์กรหมายถึงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานตัวเอง ก็จะอาศัยศาลปกครอง เพราะฉะนั้นผมก็ต่อสู้ตลอดมาว่าจังหวัดสกลนครบ้านผม รวมทั้งจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร โซน (Zone) นี้ต้องไปศาลปกครองที่อื่นไกล ผมเรียกร้องว่าต้องมี ต้องขอให้มีบ้าง เพื่อจะให้เดินทาง ๒๐๐-๔๐๐ กิโลเมตร จริงอยู่ ศาลปกครองเป็นศาลที่พิจารณาคดีที่ไม่เหมือนศาลอาญา ศาลฎีกาทั่ว ๆ ไป เพราะไม่ต้องให้ ทนายยื่นฟ้อง อาจจะเขียนแล้วยื่นไปด้วยตัวเองก็ได้ แต่วันนี้ผมมาพิจารณา ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มันมีแค่ ๓ มาตรา สั้น ๆ โดยเฉพาะท่านไปแก้ตรงที่ (๖/๑) ท่านมาขอแค่ว่าออกระเบียบเกี่ยวกับการกําหนดเบี้ยประชุมสําหรับข้าราชการตุลาการ ศาลปกครอง ซึ่งจะเข้าร่วมประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การกําหนดเบี้ยเลี้ยง ท่านก็ให้เฉพาะศาลปกครองสูงสุดซึ่งเข้าประชุมกันเพียง ๕๑ ท่านเท่านั้น ฉะนั้นผมจึง มีความเห็นที่ขอแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ปฏิเสธไม่รับของท่าน เพียงแต่ว่าอยากแสดง ความคิดเห็นว่าศาลปกครองสูงสุดในเมื่อเป็นที่คาดหวัง เป็นที่อาศัยของบุคลากรที่นั่งอยู่นี่ ถ้าเกิดไม่รับความเป็นธรรมก็ฟ้องศาลปกครอง แต่ศาลปกครองผมติดตามเสมอมา แม้กระทั่ง การรายงานของศาลปกครองประจําปีในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผมเป็นคนที่อ่านพอสมควร ซึ่งในรายงานแต่ละปีของท่านก็ได้แสดงให้เห็นอยู่ว่าความล่าช้า หลายท่านก็บอกว่า ความล่าช้า วันนี้ผมก็ฝากท่านผู้หลักผู้ใหญ่ของศาลปกครอง โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านวิษณุมานั่งอยู่ที่นี่รับฟังไปด้วยว่าทุกคนติติงตลอดคือ ความล่าช้า แล้วรายงานกันทุกปีที่ท่านรายงานมาล่าช้าจริง ๆ มันเป็นโจทย์ใหญ่ที่บอกคือ ความล่าช้า คดีท่านเสร็จยากมาก เพราะฉะนั้นในการที่ท่านขอเบี้ยเลี้ยงมาผมไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าต้องยืนยันว่าท่านยังไม่เหมาะสมด้วยซ้ําไปในเรื่องเบี้ยเลี้ยง เพราะท่านเองก็ให้แต่ ๕๑ ท่าน ถ้าประชุมคดีเข้ามือของศาลปกครองเยอะมาก แต่ท่านทําอะไร องค์กรของท่าน มีผู้พิพากษาน้อยหรืออย่างไรการทํางานถึงช้า ผมไปอ่านในรายละเอียดของท่านรายงานมา ซึ่งผมก็อ่านดูแล้วไม่สบายใจ ก็ฝากท่านว่าไม่สบายอย่างมากเลยในข้อที่บอกเหตุผล และความจําเป็นที่ท่านต้องตรากฎหมายซึ่งเป็นผลกระทบจากกฎหมาย ท่านไปเขียนแบบนี้ ผมยิ่งหวั่นใจเลย ผมพยายามอ่านดูแล้วในข้อ ๖.๓ ของท่าน ท่านบอกที่ท่านจําเป็นต้องมี เบี้ยเลี้ยงยิ่งหนักใจเลยท่านประธานครับ ท่านไปเขียนเลยว่าโดยที่ปัจจุบันมีคดีมาสู่ การพิจารณาของศาลปกครองเพิ่มจํานวนมาก แต่ที่ผมต้องติดใจที่ว่าการที่ท่านต้องมี เบี้ยเลี้ยงของตุลาการในการประชุมใหญ่การกําหนดให้ตุลาการในศาลปกครองที่เข้าประชุม ใหญ่ได้รับเบี้ยเลี้ยงจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพให้แก่ตุลาการศาลปกครอง ผมอ่านแล้วไม่สบายใจท่านประธาน ถ้าไม่มีเงินเบี้ยเลี้ยงท่านจะไม่มีแรงจูงใจในกระบวนการ ยุติธรรมหรืออย่างไร อันนี้ต้องกลับไปคิดเป็นโจทย์ต้องคิดครับ ในผู้หลักผู้ใหญ่ของตุลาการ ศาลปกครอง ซึ่งเป็นความหวังของเจ้าหน้าที่รัฐก็ดีที่ได้รับ ประชาชนก็ดี ท่านเขียนแบบนี้ ผมหวาดหวั่นเลยว่าการพิจารณาคดีและการบริหารจัดการในศาลปกครองสูงสุดเป็นไป ด้วยความละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น สามารถอํานวยความสะดวกยุติธรรมได้อย่างถูกต้อง สมกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และต่อการพิจารณาพิพากษาของศาลและกระบวนการ ยุติธรรมโดยภาพรวม ท่านไปอ้างว่าถ้าไม่มีเบี้ยเลี้ยงไม่มีแรงจูงใจหรืออย่างไร อันนี้ถึงเป็น ประเด็น ท่านประธานต้องกลับไปทบทวนเลย ความจริงในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ความจริงยัง ไม่ถึงเวลาที่ต้องนํากฎหมายฉบับนี้เข้ามาด้วยซ้ําไป เพราะสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้พี่น้อง ประชาชนทุกข์ยากลําบาก แต่เรามาขึ้นเงินเดือน ขึ้นเบี้ยเลี้ยงให้ตุลาการ ผมไม่ได้ว่าแต่ ตุลาการศาลปกครองตุลาการหรอกครับ ตุลาการอะไรก็แล้วแต่ ประชาชนเขาจะคิดอะไร ต้องไปคิดด้วยนะ ประชาชนไม่มีข้าวกิน แต่ท่านเบิกเบี้ยเลี้ยงประชุมคราวละหลายพันบาท ดูสิเงินอันนี้คือภาษีของประชาชนแล้วท่านจะขึ้นเงินเดือน ขึ้นเบี้ยเลี้ยงให้ตัวเอง แจกเบี้ยเลี้ยงให้ตุลาการผู้ใหญ่ ๕๑ คน ในการประชุม การประชุมถือว่าเป็นหน้าที่ ไม่มีความจําเป็น ในความคิดผม ผมไม่ได้ค้าน แต่ว่าอยากจะชี้ให้ท่านเห็นเท่านั้นเองว่า มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ในภาวะที่ประชาชนเดือดร้อน แต่เราไปขึ้นเบี้ยเลี้ยง ขึ้นเงินเดือน ให้ตุลาการศาลต่าง ๆ ศาลปกครองก็ตามมันเท่ากับไปทําให้ประชาชนเกิดความปริวิตกยิ่ง ท่านเขียนแบบนี้แรงจูงใจจากเบี้ยเลี้ยงผมยิ่งหนักใจเลยครับ ผมไม่ได้ว่าเพราะผมเป็นคนหนึ่ง ที่เห็นด้วยกับประเทศไทยมีศาลปกครองดีอย่างยิ่ง แต่ว่าเราต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ ของตุลาการซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในศาลปกครองสูงสุด ถ้าคิดแบบนี้แล้วพี่น้องประชาชน เขาจะคิดอย่างไร ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านชลน่านครับ🔗
ประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้อนุญาตให้ผมได้อธิบายในวาระที่ สภาผู้แทนราษฎรเราจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอโดยคณะรัฐมนตรี เป็นร่าง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม ผมดูหลักการและเหตุผลท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผล ต้องกราบเรียนว่าเห็นด้วย ต้องตอบท่านประธานไปเพื่อจะได้ไม่มีข้อสงสัยว่าฝ่ายค้านเรา ไม่เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมาย แต่ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องเหตุผล ที่เป็นเหตุเป็นผลผมเองเห็นด้วยเพราะ🔗
เหตุผลอันที่ ๑ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงประกอบแล้ว ผมก็ไปเปิดดูว่าเบี้ยเลี้ยงมันหมายถึง ค่าตอบแทนตามที่เขียนไม่ใช่ตามรัฐธรรมนูญ ค่าตอบแทนให้กับกรรมการหรืออนุกรรมการ ตามกฎหมายที่มาประชุม ตรงนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญเขียนรองรับไว้ก็เป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่ท่านควรจะได้สิทธินั้นตามรัฐธรรมนูญ🔗
เหตุผลอันที่ ๒ ที่ท่านอ้างเทียบเคียงเรื่องของพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการศาลยุติธรรม มาตรา ๑๗ ข้อ ๑/๑ ที่ให้คณะกรรมการศาลยุติธรรมสามารถที่ จะไปกําหนดอัตราเบี้ยเลี้ยงให้ตุลาการศาลยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นในที่ประชุมใหญ่ของศาล ฎีกา ในที่ประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์ให้ได้รับเบี้ยเลี้ยง ก็มีการกําหนดเป็นระเบียบของศาล ยุติธรรมออกมา โดยเฉพาะ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาเทียบเคียงอัตรา หลักเกณฑ์การกําหนดอัตราเบี้ยเลี้ยงให้เราได้รับทราบ ในระเบียบนี้กําหนดชัดว่าต่อเดือน ไม่ว่าจะเป็นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์นะครับประธานได้รับ ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ต่อครั้งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ตามบัญชีแนบท้าย ต่อครั้ง ๑๐,๐๐๐ บาท สําหรับประธาน ตุลาการหรือองค์ประชุมได้ ๘,๐๐๐ บาท เลขานุการได้ ๖,๐๐๐ บาท คือผู้เข้าร่วมประชุมต่อครั้ง แต่ไม่เกินกําหนดไว้ครับ เลขานุการ กําหนดไว้ไม่เกินเดือนละ ๑๖,๐๐๐ บาท ผู้ช่วยเลขานุการกําหนดไว้ไม่เกินเดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท นั่นหมายความว่าท่านได้ประมาณ ๒ ครั้งต่อเดือนโดยประมาณ ก็คือ เดือนหนึ่งประมาณ ๒ ครั้ง ที่ท่านบอกประมาณ ๑๔-๑๕ ครั้ง🔗
เหตุผลอันที่ ๓ ท่านประธานครับ เมื่อท่านให้เหตุผลมาบอกว่าเป็นไปตาม บทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองวิธีการพิจารณาศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖๘ ที่เขียนรองรับเอาไว้ว่าเป็นที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุด นั่นเป็นเหตุผลที่ท่านอ้างมา ผมก็เห็นด้วยครับเมื่อตรวจสอบตามตัวบทกฎหมายแล้วเห็นด้วย อันนั้นผมเองก็ยอมรับว่าเห็นชอบกับหลักการ แต่มีประเด็นข้อสังเกตผม ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมมีข้อสงสัยว่าเบื้องต้นทางศาลปกครองได้ส่งกฎหมายมาจะให้ ที่กรรมการบริหารศาลปกครองกําหนดอํานาจและหน้าที่ หน้าที่และอํานาจของกรรมการ ก.บ.ศป. ให้ออกเบี้ยเลี้ยงให้ศาลปกครองชั้นต้นได้ด้วย แต่สุดท้ายท่านถูกทักท้วงจาก คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๒ อ้างว่าไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับ แม้จะมีการกําหนด ไว้ใน ข้อ ๙๔ ของระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีปกครองปี ๒๕๔๓ ระเบียบนี้ถ้าท่านจะออกมาต้องออกแล้วให้สภาผู้แทนราษฎรมาให้ ความเห็นชอบกับระเบียบนั้นด้วย คล้ายกฎหมายครับ แต่ในการตีความของกฤษฎีกา บอกมันไม่ใช่กฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านจะไปออกกฎหมายโดยให้อํานาจของ คณะกรรมการบริหารศาลปกครองไปกําหนดเบี้ยเลี้ยงให้ตุลาการศาลอุทธรณ์กลาง หรือศาลอุทธรณ์ส่วนภูมิภาค ศาลจังหวัดไม่ได้ ผมก็สงสัยว่าทําไมท่านไม่แก้กฎหมายมา มีข้อสังเกตด้วยว่าถ้าจะทําต้องแก้กฎหมายมา ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรี หรือผู้แทนของทางศาลปกครองว่าถ้าท่านมีเจตนาที่จะให้เขา ทําไมท่านไม่แก้ กฎหมาย มาตรา ๖๘ มาในคราวเดียวกันเป็นเพราะอะไร กฎหมายฉบับนี้ก็เลยมีบทบัญญัติ แก้มาตราที่เพื่อนสมาชิกพูดไป เพิ่มเข้ามาใน ข้อ ๖/๑ เข้ามา ให้อํานาจกรรมการไปกําหนดเบี้ยเลี้ยงในที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุด เท่านั้น อันนี้เป็นคําถามอันที่ ๑ ข้อที่ ๑ ว่าทําไม เดิมเจตนารมณ์ท่านจะเขียนครับ สุดท้าย ท่านไม่เขียน เพราะว่าถูกทักท้วงจากกรรมการกฤษฎีกาครั้งที่ ๒ ว่าไม่มีบทบัญญัติกฎหมาย รองรับ แต่ทางแก้กฎหมายของท่าน ท่านกลับไปท่านเห็นชอบและส่งกฎหมายเฉพาะ ศาลปกครองสูงสุดมาให้เรา ที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองที่มีตุลาการศาลปกครองสูงสุด เท่านั้น เพราะว่ามาตรา ๖๔ วรรคสองเขียนว่าที่ประชุมใหญ่นั้นให้ประกอบด้วยตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุดที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น เพราะฉะนั้นที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครอง ชั้นต้นก็ไม่มีสิทธิได้รับ แม้จะเป็นงานนอกหน้าที่เหมือนกัน ผมเห็นด้วยนะครับ งานนอก หน้าที่ของท่าน ที่ประชุมใหญ่เป็นงานนอกเหนือหน้าที่ประจําของท่านในการที่จะไปตัดสินคดี ในที่ประชุมใหญ่ ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะสิทธิท่านพึงได้พึงมีตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และเทียบเคียงองค์กรในระนาบเดียวกัน ถ้าท่านไม่เขียนกฎหมายรองรับท่านก็ไม่มีสิทธิได้🔗
ข้อสังเกตเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องของการกําหนดอัตราเบี้ยเลี้ยง ฝากกรรมาธิการไปพิจารณา ไม่มีบัญชีแนบท้ายในกฎหมาย อันนี้ผมไม่ได้ถือ เพราะว่า มันคงยากมาก แต่จะมีบัญชีแนบท้ายในระเบียบเหมือนศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรมจะมีบัญชี แนบท้ายระเบียบออกมามีบัญชีแนบท้าย แต่สิ่งที่กรรมาธิการต้องไปดูว่าเกณฑ์การกําหนด บัญชีแนบท้ายท่านอ้างเอาศาลยุติธรรมมาเป็นศาลตั้งต้น เป็นตัวตั้งเทียบเคียง แต่ถามว่า ท่านกําหนดจากอะไร สภาไม่มีสิทธิรับรู้เลยครับ เป็นคําถามข้อสังเกตที่ ๒ ของผมถ้าเป็น ไปได้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าจะกรุณาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ท่านกําหนดเกณฑ์อะไร ทําไม ๑๐,๐๐๐ บาทสําหรับประธาน ทําไม ๘,๐๐๐ บาทสําหรับ ตุลาการที่เป็นองค์ประชุม ทําไม ๖,๐๐๐ บาทสําหรับผู้เข้าร่วมประชุม เกณฑ์อะไร ทําไม ไปกําหนดไว้ที่ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทําไมไปกําหนด ๑๖,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทําไม กําหนด ๑๒,๐๐๐ ต่อเดือน เกณฑ์อะไร สภามีสิทธิรู้ที่จะพิจารณากฎหมายให้ท่าน ก็ด้วย ความขอบคุณท่านประธานครับ โดยสรุปผมเห็นด้วยกับหลักการ ยินดีให้การสนับสนุนครับ แต่ว่าสิ่งที่ไม่ชัดเจน สิ่งที่ควรจะต้องตอบสภาให้ชัดเจนก็ควรจะต้องชี้แจงต่อสภา กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านตุลาการศาลปกครองหรือท่านรองวิษณุได้ตอบชี้แจงท่านสมาชิกด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ผม นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ผู้แทนศาลปกครอง ขอกราบเรียน ต่อท่านประธาน แล้วก็ที่ประชุมถึงข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกตามลําดับนะครับ กรณีที่ศาลปกครองโดยคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็มีฐานมูลเหตุมาจากการที่ศาลยุติธรรมได้แก้กฎหมายของศาลยุติธรรม โดยกําหนดให้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกําหนดเบี้ยประชุมใหญ่ในชั้นศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ได้ ซึ่งในเรื่องค่าตอบแทนของศาลยุติธรรมและศาลปกครองนี้ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติเฉพาะว่า ให้มีเงินเดือนและค่าตอบแทนตามความเหมาะสมเป็นการเฉพาะ ซึ่งปกติที่ผ่านมา อัตราเงินเดือนแล้วก็สิทธิประโยชน์อื่นของผู้พิพากษาศาลยุติธรรมและตุลาการศาลปกครอง ก็ใช้อัตราเดียวกันหมด ท่านประธานศาลฎีกา ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด ก็จะใช้ตัวเลข บัญชีเงินเดือนเดียวกัน ตุลาการ ผู้พิพากษาในลําดับรอง ๆ ลงมา ก็จะใช้ตัวเลขเงินเดือน ที่เท่าเทียมกัน อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มีการแก้กฎหมายทุกครั้งก็จะยึดโยงตัวเลข เดียวกันตลอด ในเมื่อศาลยุติธรรมได้กําหนดให้มีเบี้ยประชุมใหญ่ในศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ทางคณะกรรมการบริหารศาลปกครองซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานของศาลปกครองจึงได้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วตามมติในที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ก็มีความเห็นว่าจะกําหนดเบี้ยประชุมนี้เฉพาะในศาลปกครองสูงสุด โดยมีอัตราและจํานวนครั้ง เท่าเทียมกับศาลยุติธรรม ส่วนเรื่องที่ว่างานประชุมใหญ่เป็นงานในหน้าที่ปกติของ ผู้พิพากษา ตุลาการหรือไม่นั้น ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าปกติงานประจําของตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุดก็จะเป็นงานคดีในองค์คณะ ในศาลปกครองสูงสุดจะแบ่งเป็นองค์คณะ แบ่งตามความเชี่ยวชาญ อย่างเช่นคณะ ๒ คณะ ๓ พิจารณาคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง คณะ ๕ คณะ ๖ พิจารณาคดีเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางละเมิดของหน่วยงาน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นงานประจําของตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจึงเป็นงานในองค์คณะตุลาการ ในองค์คณะแต่ละคณะจะมีตุลาการ ๕ คน คนหนึ่งก็ถือสํานวนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เพราะฉะนั้นจํานวน ๑,๕๐๐ คดีนั้นเป็นงานปกติขององค์คณะ องค์คณะ ๕ คนนั้นจะต้องมา ประชุมปรึกษาคดี ๑,๕๐๐ คดีขององค์คณะ เพราะเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจขององค์คณะ โดยปกติ แต่เมื่อมีเรื่องไหนที่ท่านประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเป็นคดีสําคัญ ทุนทรัพย์สูง กับหลักแนวเดิม ประชาชนสนใจ ท่านประธานศาลปกครองสูงสุดก็จะสั่งให้นําคดีนั้นเข้าสู่ การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ พอถึงเวลาประชุมใหญ่ที่ตุลาการคณะอื่นที่ไม่ใช่องค์คณะ เจ้าของเรื่องจะต้องมาประชุม ก่อนประชุมก็ต้องมาพิจารณาตรวจสอบพยานหลักฐานที่เป็น คดีของคณะอื่นนอกเหนือจากงานประจํา ๑,๕๐๐ คดีที่ถืออยู่ อันนี้ถือว่าเป็นภาระที่หนัก เพราะขึ้นชื่อว่าคดีที่จะเข้าประชุมใหญ่ไม่ใช่คดีง่ายแน่ ๆ จะต้องมีปัญหาหลายอย่าง บางอย่าง ทุนทรัพย์สูง มีข้อกฎหมายยุ่งยากซับซ้อน พอมีคดีที่จะต้องนําเสนอเข้าที่ประชุม ใหญ่จะต้องอ่านเอกสาร ตรวจสอบสํานวนคดีเพิ่มเติมจากงานประจํา บางท่านก็อ่านค่ําคืน บางท่านก็อ่านวันเสาร์ วันอาทิตย์ เพราะว่าเวลาปกติงานบนโต๊ะงานในคณะก็เต็มไม้เต็มมือ มากมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโดยเนื้อหาแล้วก็อาจจะถือว่าเป็นงานปกติ แต่โดยชิ้นงาน แต่ละชิ้นที่เข้าประชุมใหญ่ก็ต้องถือว่าเป็นงานนอกเหนือจากหน้าที่ปกติ อันนี้ขอกราบเรียน แบบนี้ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่คณะกรรมการบริหารศาลปกครองได้เสนอเบี้ยประชุมใหญ่ ในศาลปกครองสูงสุดก็ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคํานึงถึงจํานวนเงินงบประมาณ แล้วก็คาดหวังว่าหากทางรัฐสภาได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ แล้วคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองได้ไปกําหนดเบี้ยประชุมใหญ่ ก็คงจะเป็นเพียงการเพิ่มขวัญกําลังใจ เพิ่มแรงจูงใจ แต่ก็คงไม่ถึงกับว่าถ้าไม่มีเบี้ยประชุมใหญ่ก็ไม่อาจทํางานได้ คงไม่ใช่อย่างนั้น อันนี้เป็นเรื่องการเพิ่มขวัญกําลังใจ แรงจูงใจให้ทํางานในเรื่องที่ไม่ใช่งานปกติงานประจํา ส่วนยอดเงินนั้นประมาณการที่ท่านได้รับมาปีปัจจุบันมีตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ๕๑ คน คํานวณเงินแล้วใช้งบประมาณ ๑๑ ล้านบาท อันนี้เป็นการคํานวณว่าประชุมเดือน ละ ๒ ครั้งทุกเดือน ปีละ ๒๔ ครั้ง อันนี้คํานวณเต็มกรอบตามสิทธิ แต่ถ้าหากว่าในความ เป็นจริงประชุมน้อยกว่านั้นจํานวนเงินปริมาณนี้ก็จะน้อย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยประชุม ถึงปีละ ๒๔ ครั้งเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากประชุมนะครับ เพราะว่าคดีที่เข้าประชุมใหญ่ ก็จะต้องหาเวลานัดหมายให้ตุลาการว่างเว้นจากการประชุมปกติในองค์คณะจากการขึ้นนั่ง พิจารณาคดี บางทีก็หาวันประชุมยากอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นประมาณการ ๑๑ ล้านบาทต่อปีเป็นประมาณการขั้นสูงนะครับ ส่วนเรื่องคดีช้านั้น ก็ยอมรับว่าช้าจริง แต่อยากจะเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่ากระบวนการพิจารณาคดี ของศาลปกครองมีกระบวนการที่แตกต่างจากศาลยุติธรรมอยู่บางประการท่านอาจจะได้ยิน คําว่า ตุลาการผู้แถลงคดี หรือท่านอ่านคําพิพากษาในศาลปกครองทั้งศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด ในคําพิพากษาหน้าสุดท้ายนอกจากมีชื่อองค์คณะเซ็นแล้ว จะมีตอนท้ายว่าตุลาการผู้แถลงคดีคือนาย ก นาย ข ผมขอกราบเรียนว่าตุลาการผู้แถลงคดี เป็นตําแหน่งที่กําหนดโดยกฎหมาย ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของศาลปกครองบัญญัติ ให้มีตุลาการผู้แถลงคดีคอยตรวจสอบการพิจารณาคดี ตรวจสอบสํานวนยกข้อกฎหมาย ของตุลาการในองค์คณะ อย่างผมตัวอย่างเช่น ในองค์คณะหนึ่ง ถ้าตุลาการคนหนึ่งในองค์คณะ ได้รับมอบหมายเป็นตุลาการเจ้าของสํานวน ตุลาการเจ้าของสํานวนคนนั้นก็จะต้อง อ่านสํานวนโดยละเอียดทั้งหมด จะมี ๔ ตอน ๒๐ ตอน ๓๐ ตอน ก็ต้องตรวจสอบละเอียด แล้วก็เขียนความเห็นมา เป็นความเห็นของตุลาการเจ้าของสํานวน แล้วก็เสนอองค์คณะ ๕ คนพิจารณาร่วมกันนะครับ ถ้าองค์คณะพิจารณา ๕ คนนั้นเห็นชอบแล้วยังตัดสินไม่ได้ ยังนั่งพิจารณาคดีไม่ได้ ยังออกคําพิพากษาไม่ได้ ต้องส่งสํานวนทั้งสํานวนและความเห็น ของตุลาการเจ้าของสํานวนนั้นไปให้ตุลาการนอกองค์คณะอีกคนหนึ่งที่เรียกว่า ตุลาการ ผู้แถลงคดี ตุลาการผู้แถลงคดีก็จะทํางานเหมือนกับตุลาการเจ้าของสํานวนก็คือ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แล้วก็เขียนความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีขึ้นมาอีก ความเห็นหนึ่ง ตรงนี้ล่ะครับที่ทําให้ระยะเวลาการพิจารณา แทนที่องค์คณะ ๕ คนจะช่วย กันอ่านช่วยกันดูแล้วออกคําปรึกษาได้เลย ต้องส่งสํานวนไปตรวจสอบโดยตุลาการผู้แถลงคดี อีกรอบหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับคิวเขียนคดีของตุลาการผู้แถลงคดีเหมือนกัน โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ ๑ ปี หรืออาจจะ ๒ ปีตามระยะเวลาที่ผู้แถลงคดีมีงาน เหตุที่ ศาลปกครองจําเป็นต้องใช้วิธีพิจารณานี้ ซึ่งศาลปกครองก็รู้ว่าตรงนี้ช้า ถ้าองค์คณะ ๕ คน พิจารณาแล้วเห็นชอบตรงกันออกคําพิพากษาเลย เร็วขึ้นแน่นอน แต่เหตุที่ศาลปกครอง ยังคงต้องใช้วิธีพิจารณาตรงนี้ก็เนื่องจากยอมรับว่าตุลาการผู้แถลงคดีสามารถทําหน้าที่ ในการตรวจสอบคานอํานาจ คานความเห็น คานการตรวจข้อเท็จจริง คานการตรวจ ข้อกฎหมายของตุลาการเจ้าของสํานวนได้นะครับ เพราะฉะนั้นตุลาการผู้แถลงคดีก็ทํางาน เหมือนกับตุลาการเจ้าของสํานวน ก็คืออ่านสํานวนโดยละเอียด แล้วก็ส่งความเห็นของท่าน กลับมาที่องค์คณะ พอองค์คณะนั่งพิจารณา ณ เวลานั้นองค์คณะ ๕ คน จะมีชิ้นความเห็น อยู่ ๒ ชิ้น ชิ้นแรกก็คือความเห็นของตุลาการเจ้าของสํานวน ชิ้นที่ ๒ คือความเห็น ของตุลาการผู้แถลงคดี ซึ่ง ๒ ชิ้นนี้อาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกัน หรือเหมือนกัน บางส่วน แตกต่างกันบางส่วนก็ได้ ตุลาการในองค์คณะ ๕ คนก็จะมาพิจารณาว่าจะลงมติเห็นชอบ ตามความเห็นไหน อันนี้เป็นที่ยอมรับว่าระบบนี้แม้จะช้าไปบ้างก็ทําให้การตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายมีความละเอียดรอบคอบ เพราะว่าคําพิพากษาแต่ละคดีก็จะมี ผลกระทบต่อประชาชน ต่อประโยชน์สาธารณะ ต่อการบริหารงานของรัฐนั่นเอง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลนี้เป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทําให้คดีของศาลปกครองช้า ในปัจจุบัน มีท่านสมาชิกบางท่านพูดเรื่องการคัดคน จํานวนคนไม่เต็ม เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะกระบวนการในการคัดเลือกคนเข้ามาเป็นตุลาการศาลปกครองมีกระบวนการ ที่หลายขั้นตอนซับซ้อน อย่างเช่น การจะมาเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดก็ต้องผ่าน การตรวจสอบของวุฒิสภา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบตุลาการระดับอธิบดี ที่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ให้เลื่อนขึ้นมาเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด จํานวน ๑๕ คน อยู่ระหว่างการพิจารณา ของวุฒิสภา ส่วนศาลปกครองชั้นต้นก็มีการสอบด้วยความเข้มข้นทั้งข้อเขียน ผลงาน สัมภาษณ์ แล้วก็ตรวจสอบความประพฤติต่าง ๆ ตอนนี้มีคนผ่านรอบสุดท้าย ผ่านการอบรม แล้วด้วยจํานวน ๔๐ คน ปริมาณ ๑๕ คน ในศาลสูงถ้าผ่านสภาหมด แล้วก็ศาลต้น ๔๐ คน ที่ผ่านการอบรมแล้ว แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว จํานวน ๔๐ คน ก็จะสามารถ เข้ามาช่วยในเรื่องคดีที่ค้างอยู่เป็นจํานวนมาก อันนี้ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ส่วนคดีค้าง ปัจจุบันนี้ก็มีจํานวนเลขกลม ๆ ก็ ๑๓,๐๐๐ คดี อย่างตามเอกสารที่นําเสนอต่อท่าน แต่ถ้าดู ภาพใหญ่แล้วค้าง ๑๓,๐๐๐ คดี แต่ที่เสร็จไปก็ ๓๕,๐๐๐ นะครับ จากที่เข้ามาประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ซึ่งการค้างนี่ค้างจริง แล้วก็ท่านจะเห็นว่าตามตัวเลขที่ท่านมีอยู่ในมือ ท่านอาจจะมองว่าปีท้าย ๆ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ คดีเสร็จทําไมลดลง อันนี้ ก็ขอเรียนว่าคดีบางทีมันมีความยากง่ายคละเคล้ากันไป แล้วก็กระบวนการสอบคัดเลือก กระบวนการในการคัดเลือกคนเข้ามาเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด หรือศาลปกครอง ชั้นต้นก็ใช้ตุลาการนี่ละครับ ตุลาการที่นั่งเขียนคดี ๑,๕๐๐ คดี ในองค์คณะนี่ละ แบ่งเวลาไป ออกข้อสอบ ไปคัดเลือก ไปสอบสัมภาษณ์ ไปตรวจข้อสอบก็อยู่ในนี้ เพราะฉะนั้นบางช่วง งานคดีก็ต้องไปใช้เวลาในการคัดเลือกคนอย่างอื่น แต่จะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๖๓ ผ่านมาตัวเลข ถึง ๕ เดือน เสร็จไปแล้ว ๑,๘๐๐ นะครับ ถ้าใช้อัตราเร่งนี้ก็ทั้งปี ปีนี้ ๒๕๖๓ ก็จะได้ ๔,๐๐๐ ตัวเลขก็จะสูงขึ้นมาเยอะ ก็คิดว่าปี ๒๕๖๓ นี้ คดีเสร็จจะเยอะขึ้นในยอด ๔,๐๐๐ อาจจะแก้ตัว จากปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๑ ที่ท่านสมาชิกพูดเมื่อสักครู่นี้ ส่วนวิธีพิจารณาที่จะทําให้คดีเสร็จขึ้น นั้น ปัจจุบันศาลปกครองก็ได้พยายามแก้ไขปัญหามีการออกระเบียบ แก้ไขระเบียบ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีโดยเร่งด่วน ซึ่งจะลดขั้นตอนต่าง ๆ ให้ย่นย่อลง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการใช้ วิธีพิจารณาโดยเร่งด่วนหลายคดีแล้ว แต่ว่าเร่งด่วนก็ต้องกลับทิ้งงานอื่นมาทุ่มเทงานด่วน เพราะฉะนั้นต้องเป็นเรื่องที่อธิบดีหรือท่านประธานเห็นว่าเร่งด่วนจริง ๆ แต่ว่าเป็นวิธี พิจารณาหนึ่งที่ทําให้คดีเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ศาลปกครองก็ได้ออกระเบียบว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์ประชาชนสามารถฟ้อง ยื่นคําคู่ความในศาลต่าง ๆ รวมทั้งศาลสามารถมีคําสั่งใด ๆ ไปโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ใช้กระดาษ อันนี้ก็อาจจะ ทําให้กระบวนการต่าง ๆ รวดเร็ว ไม่ต้องรอเซ็นหมาย รอออกหมายเป็นเอกสาร ซึ่งศาลปกครองโดยคณะกรรมการบริหารศาลปกครองก็ได้ตระหนักถึงปัญหาความล่าช้า ในการประชุม ก.บ.ศป. วันสองวันที่ผ่านมาก็มีมติให้ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบเร่งรัด การพิจารณาคดีให้รวดเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นข้อสังเกตของท่านสมาชิกที่เกี่ยวกับคดีช้า ก็อาจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทั้งผมแล้วก็ตุลาการทุกท่าน ท่านผู้ใหญ่ ท่านประธาน ท่านอธิบดีทั้งหลายก็ตระหนักเรื่องนี้แล้วก็ถูกเร่งรัดมาตลอด ไม่ว่าจาก ผู้บังคับบัญชา แล้วก็ประชาชน ในปัจจุบันขอกราบเรียนว่าท่านประธานได้พยายามเร่งรัดคดี ในศาลปกครองชั้นต้นให้ใช้เวลาไม่เกิน ๒ ปี คดีจํานวนส่วนใหญ่ปัจจุบันสามารถทําได้แล้ว ศาลต้นไม่เกิน ๒ ปี แต่ก็มีบางคดีแน่ ๆ ที่ช้า ๓ ปี ๔ ปี ก็อาจจะยังมีอยู่ แต่ว่าก็พยายาม แก้ไขปัญหาเรื่องการช้านี้นะครับ ส่วนการแจ้งขั้นตอนต่าง ๆ ให้ประชาชนนั้นตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลปกครอง ก็มีการแจ้งเรื่องสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง การแจ้งวันเวลานั่งพิจารณาคดี อันนี้เป็นการ แจ้งขั้นตอนที่กฎหมายกําหนด ซึ่งประชาชนเห็นเงียบไปอย่างที่ท่านสมาชิกอภิปราย ท่านก็ สามารถไปขอตรวจสํานวนได้ ขอคัดได้ ถามได้ว่าถึงขั้นตอนไหน สามารถไปขอตรวจสอบ สํานวนได้ แต่ว่าศาลก็คงไม่แจ้งเป็นระยะ เพราะว่าไม่มีขั้นตอนอะไรที่เพิ่มขึ้นมา เมื่อยัง ไม่เสร็จก็จะไม่แจ้ง จะแจ้งเมื่อกําหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง กําหนดวัน นั่งพิจารณา กําหนดวันนัดฟังคําพิพากษา ส่วนที่ท่านสมาชิกอภิปรายเรื่องให้ความรู้ กับประชาชนนั้น ปัจจุบันศาลปกครองโดยสํานักประชาสัมพันธ์ ได้มีรายการวิทยุเป็นร้อย สถานีนะครับ จัดรายการบันทึกเทปให้ความรู้ทางกฎหมายในเรื่องการฟ้องคดีปกครอง ให้ความรู้เกี่ยวกับคดีปกครองที่สําคัญที่เป็นหลักในการพิจารณาคดี ตุลาการหลายท่าน ก็มาทําหน้าที่โฆษก รองโฆษกในการจัดรายการให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งก็ได้รับความสนใจ จากประชาชน มีทั้งรายการสด รายการบันทึกเทป นอกจากนี้ก็มีการเสนอข้อมูลโดยระบบ ออนไลน์ (Online) มีแอป (App) มีการติดต่อสื่อสาร อันนี้เป็นการบริการประชาชนที่จะทํา ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม แล้วถ้าประชาชนเห็นว่าคดีไหนที่สงสัยว่าอยู่ใน ขั้นตอนไหนก็ขอตรวจสอบได้ อย่างที่ผมเรียนมาแล้วนะครับ ส่วนกรณีศาลปกครองชั้นต้นนั้น ขอกราบเรียนว่าเดิมคณะกรรมการบริหารศาลปกครองได้เคยเสนอร่างกฎหมายให้กําหนด เบี้ยประชุมใหญ่สําหรับตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นด้วย แต่ว่าได้มีข้อทักท้วงจาก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการประชุมใหญ่ของศาลปกครองชั้นต้นอยู่ในระเบียบ อาจจะมีปัญหาในเรื่องไม่สามารถกําหนดเบี้ยประชุมใหญ่ได้ ซึ่งทางคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองก็ได้กลับไปทบทวนแล้ว ก็เห็นว่าในความเป็นจริงในปัจจุบัน การประชุมใหญ่ ในศาลปกครองชั้นต้นมีน้อยมาก ผ่านมา ๒๐ ปีมาประชุมประมาณ ๒-๓ ครั้ง เหตุที่เป็น เช่นนั้นเพราะว่าในต่างจังหวัด ตุลาการยังมีน้อย ศาลหนึ่งก็ ๕ คน ประชุมเล็กกับประชุมใหญ่ ก็คนเท่า ๆ กันครับ เพราะฉะนั้น ณ เวลาปัจจุบันนี้เมื่อดูความจําเป็นแล้วก็ยังไม่จําเป็น เพราะฉะนั้นคณะกรรมการบริหารศาลปกครองก็เลยเห็นว่ายังไม่สมควรกําหนด เรื่องเบี้ยประชุมใหญ่ในศาลปกครองชั้นต้น แล้วก็ควรจะกําหนดในเฉพาะศาลปกครองสูงสุด ต่อไปถ้าหากว่ามีความจําเป็นถ้าจะต้องแก้กฎหมายก็ค่อยดําเนินการอีกขั้นตอนหนึ่ง ส่วนความคิดเห็นอื่น ๆ ของท่านสมาชิก กระผมแล้วก็ผู้แทนของศาลปกครองท่านอื่น ๆ ก็จะขอรับไปนะครับ ก็ขอกราบเรียนว่าเป็นประโยชน์นะครับ ศาลปกครองพร้อมที่จะรับฟังเสมอ ขอขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อสังเกตต่าง ๆ นั้น ท่านตุลาการศาลปกครองสูงสุดได้กราบเรียนท่านประธาน ชี้แจงไปแล้ว ผมจะขออนุญาตเพิ่มเป็นประเด็นเล็ก ๆ เท่านั้นว่า ข้อที่ ๑ ก็คือขอบพระคุณ ในข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเห็นได้ว่าท่านละเอียดรอบคอบมาก ได้อ่านตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ แม้ว่าดูถ้อยคําในร่างพระราชบัญญัติจะมีเพียงมาตราเดียว เท่านั้นเองที่เป็นเนื้อหาสาระกฎหมาย แต่ว่ามันสะท้อนอะไรหลายอย่างที่ท่านคิดว่า ควรจะนําเข้ามาสู่ระบบเดียวกันได้ เช่น การพิจารณาคดีที่ล่าช้า จํานวนคดีที่ค้างมีมาก จํานวนตุลาการที่น้อย นอกจากจะเป็นสิ่งที่ท่านตุลาการผู้แทนได้รับไปแล้ว ในส่วนใด ที่เกี่ยวกับรัฐบาล รัฐบาลก็จะรับเอาส่วนเหล่านั้นไปดูเพื่อที่จะประสานกับสํานักงาน ศาลปกครอง ในการที่จะอํานวยความสะดวก หรือว่าดําเนินการเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามหลักที่ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าเป็นการปฏิเสธความยุติธรรมอันนี้เป็นเรื่องจริง ก็จะต้องหาทางแก้ไข ในเชิงธุรการต่อไป ในเชิงวิชาการนั้นก็เป็นเรื่องของทางศาลเองโดยเฉพาะ ผมกราบเรียน นิดเดียวว่ามีหลายท่านพูดถึงถ้อยคํา ซึ่งความจริงมันก็เป็นคําที่ติดเข้ามาเท่านั้นเองคือคําว่า การที่จะมีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุม จะเป็นการเพิ่มแรงจูงใจและเพิ่มประสิทธิภาพ ถ้อยคํานี้ มันไม่ใช่เป็นคําที่อยู่ในกฎหมาย ไม่ใช่เป็นคําที่อยู่ในบันทึก หลักการ และเหตุผลอะไร เป็นคําที่อยู่ในเอกสารประกอบติดเข้ามาเท่านั้น แล้วที่ติดเข้ามาก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่เขาเก็บ มาจากการรับฟังความคิดเห็น เมื่อตอนที่เปิดรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์ (Website) แล้วก็ให้คนวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันก็มีเสียงเชียร์เข้ามาว่าควรจะออกกฎหมายนี้ เพราะจะเป็น การเพิ่มแรงจูงใจ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ เขาก็รวบรวมทั้งหมดนํามากราบเรียนเสนอ ต่อสภา แต่ไม่ใช่เป็นเหตุใหญ่ใจความของการแก้กฎหมายในครั้งนี้ ที่จริงเหตุใหญ่ใจความ มันอยู่ตรงนี้อย่างที่ท่านผู้แทนศาลปกครองได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ ในศาลปกครองสูงสุดนั้น วันนี้มีผู้ครองตําแหน่งคือตุลาการอยู่ ๕๑ คน ตีเสียว่า ๕๐ คน กฎหมายก็กําหนดเอาไว้แล้ว ในมาตรา ๕๔ ว่าแต่ละคณะมีจํานวน ๕ คน เพราะฉะนั้น ๕๐ คน ก็แปลว่ามี ๑๐ คณะ คณะละ ๕ คน เวลาจ่ายสํานวนเขาจะจ่ายให้แต่ละคณะ คือ ๕ คนท่านก็รับไป ฉะนั้น อีก ๙ คณะ ก็จะไม่มาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ ไม่ต้องมาอ่าน ไม่ต้องมาออกความเห็น ไม่ต้องมาข้องแวะอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดประชุมใหญ่แปลว่าทั้ง ๕๑ คน จะต้องเข้าประชุม คือทั้ง ๑๐ คณะต้องไปทําการบ้านแม้ตัวจะไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องก็ต้องไป อ่านเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง ตรงนี้จะเรียกว่าเป็นการเพิ่มงานหรือไม่ก็สุดแท้แต่ เพราะจริง ๆ แล้วท่านไม่ได้มีหน้าที่ในส่วนนั้น ท่านก็ทําแต่สํานวนที่ท่านได้รับเท่านั้น เพื่อว่าเวลาเข้ามาประชุมใหญ่จะได้ตามกันได้ คุยกันได้ ออกความเห็นได้ โต้กันได้ คัดค้านได้ ตามหลักของการเข้าประชุมทั่วไป มิฉะนั้นแล้วก็จะกลายเป็นว่าเจ้าของสํานวน ๕ คน คือคณะเดียวจะเป็นผู้ออกความเห็นหลัก หลักคงจะเป็น แต่ทุกคนมีสิทธิที่จะออกความเห็นด้วย ซึ่งในเวลาที่ผ่านมาท่านก็ได้ทําในส่วนเหล่านี้อยู่ เพราะฉะนั้นที่มีการรับฟังความเห็น แล้วก็มี ผู้เสนอมาว่าก็อาจจะเป็นการเพิ่มแรงจูงใจได้ทางหนึ่ง อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ เป็นเหตุผลหลัก ตรงนี้จะเรียกว่าเป็นการเพิ่มงานก็คงจะได้ แต่ในที่สุดมันก็เป็น ความรับผิดชอบอยู่ดีแหละ จะได้เงินหรือไม่ได้เงินก็ต้องเข้าประชุม จะเข้าประชุมแล้ว จะได้เงินหรือไม่ได้เงินก็ต้องออกความเห็น เหมือนกับที่ท่านได้ออกความเห็นในการประชุมใหญ่ ทุกเรื่องที่ผ่านมา ถ้าใครย้อนไปดูก็จะศึกษาได้ว่าเวลาโหวตหรือลงมตินั้นต้องลงมติกัน โดยเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งจะต้องบอกเหตุผลว่าทําไมตัวถึงเห็นอย่างนั้น อันจะสะท้อนให้เห็นถึงการได้ทําการบ้านมาอย่างสุขุมลุ่มลึกทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นรัฐบาล ก็ขอรับเอาส่วนใดที่เกี่ยวกับรัฐบาลไปพิจารณาดําเนินการต่อไป ก็กราบขอบพระคุณท่าน ประธานครับ🔗
ขั้นตอน ต่อไปเป็นการขอมติครับ🔗
ท่านประธานผมขออนุญาต นิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านคารมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ขอบคุณแล้วก็ตั้งใจฟัง บังเอิญว่าช่วงที่ท่านตุลาการหัวหน้า คณะศาลปกครองสูงสุดพูดผมไปทําธุระ บังเอิญผมก็คิดอยู่แล้วก่อนที่จะมาอภิปราย เนื่องจากว่าคดีที่ผมได้อ้างในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ไปเป็นคดีที่ค้างอยู่ใน ศาลปกครองสูงสุด การอภิปรายของผมอาจจะเป็นผลร้ายกับผมหรือตัวความ คือคนที่ผมรับ มอบอํานาจ แล้วคดีนี้เป็นคดีชาวบ้านเสียชีวิตในโรงพัก อําเภอไทรน้อย ก็กราบเรียนว่า การที่ผมพูดไปนี่พูดหลักการ ท่านประธานที่เคารพ พูดหลักการแล้วก็อยากจะฝากไปยัง ศาลปกครองสูงสุดว่าผมก็คิดว่าการที่ผมวิพากษ์วิจารณ์คงไม่เป็นผลร้ายกับคดีของการฟ้อง สํานักงานตํารวจแห่งชาติเพื่อเรียกค่าเสียหาย ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรีและท่านตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด กราบเรียนเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขั้นตอน ต่อไปเป็นขั้นขอมติจากที่ประชุมนะครับ ว่าจะรับหลักการหรือไม่ แต่ข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ได้ระบุไว้ว่าก่อนจะลงมตินั้นให้ท่านสมาชิกแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ดังนั้น ต้องตรวจสอบองค์ประชุมโดยการเสียบบัตรแสดงตนนะครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาลงมติด้วยนะครับ🔗
เชิญ ท่านวิรัชครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ ฝากท่านประธานทอดเวลารอสักนิดหนึ่งครับ ลงมาจากชั้น ๔ ชั้น ๖ กันครับ🔗
ครับ ยังไม่ได้ประกาศนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม มณฑล โพธิ์คาย หมายเลข ๒๗๔ แสดงตนครับ🔗
ครับ ยังไม่เริ่มนะครับ เดี๋ยวนะครับ คอยสักครู่นะครับ ท่านสมาชิกขอเชิญทุกท่านได้เสียบบัตร แสดงตนนะครับ แล้วกดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ เชิญได้ครับ🔗
ท่านมณฑล ไม่มีบัตรนะครับ ๑ ท่านนะครับ🔗
บัตรใช้ไม่ได้ครับ🔗
เจ้าหน้าที่ ดูให้นิดหนึ่งครับ แต่ตอนนี้บวกไว้ก่อนครับ มีท่านสมาชิกท่านใดอีกไหมครับ ถ้าท่านสมาชิก ทุกท่านได้กดปุ่มแสดงตนแล้ว และไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องในการใช้บัตร ขอปิดการแสดง ตนครับ มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๖๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรว่า ไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดไหมครับที่ขัดข้องในการใช้บัตรครับ เชิญครับ🔗
มณฑล โพธิ์คาย หมายเลข ๒๗๔ เห็นด้วยครับ🔗
ครับ ท่านมณฑลเห็นด้วยนะครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนนนะครับ ผลการ ลงคะแนนในสมาชิก มีสมาชิกเห็นด้วย ๓๒๖ บวก ๑ เป็น ๓๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ออกเสียง ไม่มี ดังนั้นมติของที่ประชุมเห็นควรรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ต่อไป เป็นการตั้งกรรมาธิการ ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการที่จะใช้ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอจํานวนกรรมาธิการทั้งหมด ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจํานวน ๓๙ ท่าน จากจํานวน ๓๙ ท่าน ตามข้อบังคับ รัฐบาลตั้งไม่เกิน ๑ ใน ๔ ตามข้อบังคับข้อ ๙๑ นั่นหมายความว่าไม่เกิน ๙ ท่าน รัฐบาลจะใช้สิทธิตั้งไหมครับ ใช้ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจํานวน ๙ คน ดังนี้ ๑. นายประวิตร บุญเทียม ๒. นายสมชัย วัฒนการุณ ๓. นายประสาน บางประสิทธิ์ ๔. นายโสภณ บุญกูล ๕. นางพัชฌา จิตรมหึมา ๖. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๗. พลตรี สมโชค แดงบรรจง ๘.นายทศพล เพ็งส้ม และ ๙. นายมารุต มัสยวาณิช🔗
รัฐบาล ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๙ ท่าน ดังนั้นเหลืออีก ๓๐ ท่าน ที่เป็นสัดส่วนของพรรคการเมือง ขอเชิญพรรคเพื่อไทยก่อน ๘ ท่าน เชิญเสนอครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จากพรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. รองศาสตราจารย์โภคิน พลกุล ๒. นายศุภณัฐค์ น้อยโสภณ ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นายสุเทพ ศรีโสดา ๕. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๖. นายขจิตร ชัยนิคม ๗. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๘. นายสงวน พงษ์มณี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๗ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐจํานวน ๗ ท่าน ๑. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๒. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๓. นายสุชาติ อุสาหะ ๔. นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ ๕. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง และ ๗. นายดิสทัต คําประกอบ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยจํานวน ๔ ท่าน ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ๓. นายสวาป เผ่าประทาน ๔. นายพิษณุ พลธี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคก้าวไกล ๔ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล ๔ คนครับ ๑. นายคารม พลพรกลาง ๒. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓. รองศาสตราจารย์ อานนท์ มาเม้า และ ๔. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ ๑. นายอิสสระ สมชัย ๒. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๓. พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิกร จํานง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือ นายอภิวัฒน์ บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ขอเสนอกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ นายอรรถภพ ว่องธนวณิช ของผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่าน นายเนติภูมิ ริยาพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ครบนะครับ ครบทั้ง ๓๙ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรอ่านรายชื่อกรรมาธิการทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๙ ท่าน ๑. นายประวิตร บุญเทียม ๒. นายสมชัย วัฒนการุณ ๓. นายประสาน บางประสิทธิ์ ๔. นายโสภณ บุญกูล ๕. นางพัชฌา จิตรมหึมา ๖. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๗. พลตรี สมโชค แดงบรรจง ๘. นายทศพล เพ็งส้ม ๙. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๐. รองศาสตราจารย์โภคิน พลกุล ๑๑. นายศุภณัฐค์ น้อยโสภณ ๑๒. นายนิรมิต สุจารี ๑๓. นายวาสุเทพ ศรีโสดา ๑๔. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๑๕. นายขจิตร ชัยนิคม ๑๖. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๑๗. นายสงวน พงษ์มณี ๑๘. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๑๙. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๒๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๒๑. นายสุชาติ อุสาหะ ๒๒. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๒๓. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ๒๔. นายดิสทัต คําประกอบ ๒๕. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒๖. นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ๒๗. นายสวาป เผ่าประทาน ๒๘. นายพิษณุ พลธี ๒๙. นายคารม พลพรกลาง ๓๐. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓๑. รองศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า ๓๒. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ๓๓. นายอิสสระ สมชัย ๓๔. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๓๕. พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ๓๖. นายอภิวัชร บัวพันธ์ ๓๗. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ๓๘. นายอรรถภพ ว่องธนวณิช ๓๙. นายเนติภูมิ ริยาพันธ์🔗
คณะกรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ถูกต้องแล้วนะครับ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ เชิญท่านกําหนดระยะเวลาการแปรญัตติ เชิญท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอ ระยะเวลาแปรญัตติ จํานวน ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมให้กําหนดระยะเวลาการแปรญัตติภายใน ๗ วันนะครับ เป็นการจบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องด่วนที่ ๓ เรื่อง ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนันต์ ผลอํานวย เป็นผู้เสนอ) แต่เนื่องจากมีเรื่องทํานองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ มีของพรรคภูมิใจไทย ๑ ฉบับ คือท่านศุภชัยกับท่านเศรษฐพงค์ และมีอีก ๑ ฉบับของท่าน พิสิฐ ลี้อาธรรม พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุ ผมขออนุญาตที่ประชุมนํามาพิจารณา รวมกันเลยนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องผมขอดําเนินการต่อนะครับ🔗
สําหรับ การพิจารณาร่างข้อบังคับทั้ง ๓ ฉบับ เราจะให้นําข้อบังคับตามข้อ ๑๘๖ วรรคสอง การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาใช้บังคับกับการเสนอและพิจารณาการแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับโดยอนุโลม เชิญผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านอนันต์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยบันทึกหลักการและเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและลงมติเห็นชอบต่อไป โดยมีหลักการและเหตุผล ดังต่อไปนี้🔗
หลักการ เพิ่มเติมข้อ ๙๒/๑ และข้อ ๙๖ วรรคสี่ แห่งข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกําหนดให้การประชุมคณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมาธิการสามารถใช้วิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้🔗
เหตุผล โดยที่ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ยังไม่เปิดช่องให้การประชุมคณะกรรมาธิการสามารถดําเนินการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายได้ ประกอบกับปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) และการเว้นระยะห่าง ทางสังคม จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) ลดลงได้ ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมการในการประชุมไม่สามารถกระทําได้ด้วยข้อจํากัดของกฎหมาย ดังนั้น จึงสมควรแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อกําหนดให้ คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการสามารถใช้วิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ในการนี้ผมขออนุญาตชี้แจงสาระสําคัญของร่างข้อบังคับฉบับนี้ดังนี้ ๑. เพิ่มบทบัญญัติ ในข้อ ๙๒/๑ แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกําหนดให้ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควรที่ทําให้คณะกรรมาธิการไม่สามารถจัดการ ประชุมคณะกรรมาธิการในสถานที่เดียวกันได้เหมือนปัจจุบัน ประธานคณะกรรมาธิการ จะกําหนดให้จัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถ ปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็นระหว่างกันได้ โดยมีมาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ และระเบียบที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรกําหนด ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมาธิการ ร่วมพิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่าเป็นการประชุมคณะกรรมาธิการตาม ข้อ ๙๒ แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. ๒๕๖๒ โดยให้คณะกรรมาธิการ ซึ่งแสดงตนเข้าร่วมประชุมเป็นผู้มาประชุมและเป็นองค์ประชุม🔗
ส่วนในข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๖ โดยเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งวรรคสี่ ให้นําการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มาใช้บังคับกับการประชุมอนุกรรมการโดยอนุโลม🔗
ด้วยหลักการและเหตุผลตลอดจนข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียน และนําเสนอต่อที่ประชุม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้คงจะได้เห็น ด้วย และลงมติรับหลักการของร่างข้อบังคับฉบับนี้ และลงมติเห็นชอบเพื่อบังคับใช้เป็น ข้อบังคับต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗
เจ้าหน้าที่ แจกเอกสารร่างของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย🔗
ต่อไปขอ เชิญผู้เสนอร่างต่อไปครับ🔗
เรื่องด่วนที่ ๔ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตเสนอ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยท่านศุภชัย ใจสมุทร และตัวกระผมขออนุญาตนําเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณา โดยมีเอกสารประกอบการพิจารณา ประกอบร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ คือเพิ่มเติม ข้อ ๙๒/๑ และ ข้อ ๙๖ วรรคสี่แห่งข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกําหนดให้การประชุมคณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมาธิการสามารถใช้วิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้🔗
เหตุผล โดยที่ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ยังไม่เปิดช่องในการประชุมคณะกรรมาธิการสามารถดําเนินการประชุมผ่าน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายได้ ประกอบกับในปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) การเว้นระยะห่าง ทางสังคมจึงเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) ลดลงได้ ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ ในการประชุมไม่สามารถกระทําได้ด้วยข้อจํากัดด้านกฎหมาย ดังนั้นจึงสมควรแก้ไขข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อกําหนดให้คณะกรรมาธิการและคณะอนุ กรรมาธิการสามารถใช้วิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งในเอกสารประกอบการ พิจารณาการประชุมนั้นได้มีการเตรียมในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ไว้และมีการเปรียบเทียบการแก้ไขเพื่อมีวัตถุประสงค์ ให้การประชุมของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการสามารถประชุมได้ผ่านทางสื่อ อิเล็กทรอนิกส์🔗
วัตถุประสงค์ที่สําคัญคือการประชุมไม่มีความจําเป็นที่จะต้องยึดโยงกับ สถานที่ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบันนี้สามารถที่จะสนับสนุน การประชุมโดยที่สมาชิกไม่จําเป็นที่ต้องอยู่ในที่เดียวกัน เทคโนโลยีดังกล่าวนั้น ก็ยังมีประโยชน์ที่จะขยายครอบคลุมทําให้ประชาชนทั่วประเทศ ในที่ครอบคลุมอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงที่ทางรัฐบาลและทางสํานักงาน กสทช. ได้เตรียมการไว้ไม่ว่าจะเป็น อินเทอร์เน็ต (Internet) หมู่บ้าน อินเทอร์เน็ต (Internet) ในตําบลต่าง ๆ ก็สามารถ สนับสนุน ทําให้พี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถที่จะให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ได้รับทราบถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ทั่วประเทศ ทําให้ พี่น้องประชาชนไม่ต้องเสียเวลา และไม่ต้องเสียเงินในการที่จะเดินทางเข้ามาเพื่อให้ข้อมูล หรือเรียกร้อง ร้องเรียนในประเด็นปัญหาของพี่น้องประชาชน อีกทั้งในสํานักงานต่าง ๆ สถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ก็ยังมีเครื่องมือ อุปกรณ์สื่อสารที่สนับสนุนโดยรัฐบาล ในสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงทําให้การแก้ไขระเบียบการประชุมในครั้งนี้สามารถขยายผล ทําให้ การประชุมของคณะกรรมาธิการมีประสิทธิภาพและสามารถที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น🔗
แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระผมได้บรรจุเอาไว้ในเอกสารมีข้อแนะนําในเรื่องของ การสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสภาผู้แทนราษฎร โดยสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรควรที่จะนําเอาไปพิจารณาในการปรับปรุงระบบการสื่อสาร โทรคมนาคม ไม่ว่าการปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลที่ควรจะเก็บเอาไว้อย่าง มีความปลอดภัยนั่นหมายความว่าสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความจําเป็น ที่จะต้องปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องข้อมูล ในการป้องกันความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) อีกทั้งควรที่จะมีการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการ เตรียมการในเรื่องของการแบ็กอัป (Backup) ข้อมูลหรือการเก็บข้อมูลที่เรียกว่า ดาตา รีคัฟเวอรี (Data recovery) ดาตา รีคัฟเวอรี (Data recovery) นั้นมีหลักการคือ จะต้องมีสถานที่และมีเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ จํานวนมากพอที่สามารถจะเก็บบันทึกการประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเองผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสํานักงาน ไปทางท่านเลขาธิการให้ช่วย กรุณาดําเนินการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสําคัญเหล่านี้เอาไว้ เนื่องจากข้อบังคับการประชุม สามารถแก้ไขได้ แต่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวก็ไม่สามารถดําเนินการได้ อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน กระผมขออนุญาตนําเอาเอกสารประกอบการพิจารณา ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันพิจารณา และผมเชื่อว่าในปัจจุบันนี้เราสามารถ นําเทคโนโลยีมายังประโยชน์ให้กับการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ และยังผลให้กับ ประชาชน รวมทั้งข้าราชการที่จะต้องเดินทางเข้ามาต้องเสียเวลา รวมทั้งเสียงบประมาณ ในการเดินทาง จึงทําให้เหตุผลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขข้อบังคับและการปรับปรุง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในรัฐสภาของเรามีเหตุผลอย่างยิ่ง ผมจึง ขออนุญาตท่านสมาชิกกรุณาให้การสนับสนุนร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังกล่าวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญผู้เสนอร่างต่อไปครับ🔗
เรื่องด่วนที่ ๕ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ กระผมและนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ขอนําเสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยหลักการและเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์ ซึ่งรายละเอียดนั้น เป็นเนื้อหาเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้กล่าวไปแล้ว ผมจะไม่ขอเสียเวลาท่านสมาชิก ในการอ่านทั้งหมดนะครับ แต่มีอยู่ประเด็นเดียวที่แตกต่างกันก็คือในข้อบังคับ ข้อ ๙๒/๑ นั้น ขอให้มีคําว่า ทั้งนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าวิกฤติไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) จะสิ้นสุด เพราะว่าหลักการและเหตุผลของการมีการแก้ไขข้อบังคับนี้ เป็นเพราะเรื่องการมีโรคระบาดเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อโรคระบาดนี้ในอนาคตหากสิ้นสุดแล้ว ก็ควรจะต้องกลับไปยังข้อบังคับเดิม เพราะว่ากระผมก็มีความเห็นว่าในการประชุมของเรานั้น ที่เรามีปัญหาคือเรื่ององค์ประชุมนะครับ แต่ว่าในเรื่องของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ การประชุมทางไกลนั้นจริง ๆ ก็กระทําได้ แต่การประชุมนั้นผมคิดว่าผู้ที่มีหน้าที่ควรจะต้อง อยู่ในที่ประชุม เพราะฉะนั้นถ้ามีเหตุเนื่องจากโควิด (COVID) ก็อาจจะแก้ไขได้ โดยการ แก้ข้อบังคับเป็นการชั่วคราว แต่เมื่อเรื่องนี้สิ้นสุดแล้วก็ควรจะกลับไปที่เดิม ขออนุญาตเรียน เท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกแสดงความคิดเห็นครับ เชิญหมอวาโยครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างยิ่งครับ กระผม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องบอกอย่างนี้ว่าผมมีความเห็นด้วยกับหลักการ ในการที่เราจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้รองรับ การประชุมแบบออนไลน์ (Online) ซึ่งถ้าเราเท้าความกลับไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน สภาแห่งนี้เพิ่งได้ให้ความเห็นชอบในตัว พ.ร.ก. ว่าด้วยการประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไป แล้วถ้าเราย้อนกลับไปอีกว่าที่มาของ พ.ร.ก. ตัวนี้มันมาอย่างไร เราคงจะจํา กันได้ว่ามันเกิดจากวิกฤติโควิด (COVID) ในช่วงที่เราเว้นวรรคการประชุมหรือว่าปิดเทอม ของสภานั่นเอง และเรามีความจําเป็นอย่างยิ่งตอนนั้นว่าเราน่าจะสามารถจัดประชุมกันได้ ทางฝ่ายค้านก็ขอความร่วมมือจากฝ่ายรัฐบาลที่จะจัดประชุมในช่วงที่มีการเว้นวรรค การประชุมในตอนนั้น เพราะว่าเรามีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของราษฎร จะได้เข้ามาพิจารณาถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวะนั้น แต่ก็ไม่สามารถ ทําได้ แล้วก็ไม่สามารถประชุมออนไลน์ (Online) ได้ เพราะว่าข้อบังคับการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรไม่เปิดโอกาสเอาไว้แบบนั้น บัดนี้ก็เป็นวาระอันดีที่ทางสภาของพวกเรา ได้มีการเสนอร่างตัวนี้เข้ามาเพื่อแก้ไขข้อบังคับการประชุมให้มีความทันต่อสมัย ปัญหาก็คือว่า ทําไมถึงเสนอมาเพียงแค่การประชุมของคณะกรรมาธิการเท่านั้นครับ ในเมื่อจุดเริ่มต้น หรือว่าออริจิน (Origin) ของปัญหามันคือปัญหาในการประชุมของรัฐสภาทั้งหมด ถ้าเรา มาเขียนล็อกเอาไว้แค่เฉพาะการประชุมกรรมาธิการ ผมถามว่ามันแก้ปัญหาที่จุดเริ่มต้น หรือเปล่าครับ เราไม่ได้มีปัญหาในการประชุมคณะกรรมาธิการนะครับตอนนั้น ในสภาช่วงที่ ปิดเทอมผมก็นั่งกรรมาธิการหลายคณะก็ได้ประชุมผมก็ยังมาสภาเกือบทุกวัน แต่ห้องใหญ่ ไม่เปิดด้วยมาตรการทางโควิด (COVID) เราก็ไม่ได้เปิดกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะแก้ปัญหา ตรงนี้จริง ๆ เราก็ต้องไม่จํากัดเพียงแค่การประชุมกรรมาธิการ แต่เปิดโอกาสให้ถึง การประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องใหญ่นี้ด้วย อันนี้ประเด็นที่ ๑ ครับ ผมพูด ๓ ประเด็นครับ ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการลงมติ เมื่อเรากลับไปพิจารณาตาม พ.ร.ก. ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในมาตรา ๙ (๒) ตรงจุดนี้ เราจะเห็นว่าการประชุมไม่ได้กําหนดเอาไว้ให้ชัดเจน จะต้องย้อนกลับมา ในตัว พ.ร.บ. ไม่ได้ กําหนดให้ชัดเจนว่าต้องทําอย่างไร จะต้องย้อนกลับมาดูว่าข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๓ ประกอบกับข้อ ๘๔ เขาทํากันอย่างไรครับ เรื่องของ การลงมติโดยเปิดเผย และการลงมติลับ เมื่อเราดูในข้อ ๘๓ และข้อ ๘๔ จะเห็นว่า ในข้อบังคับเขียนเอาไว้ชัดเจนมากครับว่าจะต้องลงคะแนนในเครื่องที่ท่านประธานกําหนด เอาไว้หรือเขียนใส่กระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงมติลับ ที่เราเคยลงกันไปแล้วนะครับ การเขียนใส่กระดาษบังคับด้วยซ้ําว่าต้องเขียนเป็นวงกลมครับ ต้องเขียนเป็นตัวเอกซ์ (X) เป็นตัวกากบาท ผมถามว่าถ้าเราแก้ข้อบังคับการประชุมเพียงแค่นี้ เขียนมาเล็กน้อยเท่านี้ กว้าง ๆ ไม่ได้ลงไปในรายละเอียดขนาดนี้ โยนไปที่ตัว พ.ร.ก. พ.ร.ก. ไม่ได้เขียนไว้แต่บอกว่า ให้จัดให้มี ก็ต้องกลับมาดูที่ข้อบังคับ แต่ข้อบังคับก็ล็อกเอาไว้แบบนี้ครับ ผมถามว่าท้ายที่สุดแล้ว ที่ท่านแก้กันมาแบบนี้จะเป็นข้อบังคับที่ผิดหรือขัดกับข้อบังคับอื่น ๆ หรือไม่ครับ ประเด็น สุดท้าย การประชุมมีทั้งการประชุมโดยเปิดเผยแล้วก็การประชุมลับ เหมือนกับ การลงมติเลยนะครับ การประชุมลับเป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมในข้อ ๑๘ วรรคท้าย ประกอบกับตัว พ.ร.ก. เมื่อสักครู่ในมาตรา ๙ (๔) ผมอยากตั้งข้อสังเกตแบบนี้ครับ ท่านประธานว่าการประชุมลับเรามากันอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เราก็สามารถที่จะประชุมลับ กันได้ครับ ปิดเครื่องบันทึกได้ครับ ปิดประตูห้องได้ครับ ปิดการถ่ายทอดได้ แต่ถ้าเราประชุม ออนไลน์ (Online) แล้วเราไม่ได้คิดให้ยาว คิดนะครับ แต่อาจจะไม่ถึง แต่ถ้าเราคิดแบบนี้ เราเขียนมากว้าง ๆ แบบนี้ แล้วถ้าในอนาคตจะต้องใช้ข้อบังคับนี้กับการประชุมออนไลน์ (Online) และมีความจําเป็นที่จะต้องมีการประชุมลับเกิดขึ้น ผมถามว่าเราจะควบคุม การประชุมออนไลน์ (Online) นั้นให้ลับได้อย่างแท้จริงได้อย่างไรครับ ในข้อบังคับบอกว่า ถ้าประชุมลับท่านประธานมีสิทธิว่าจะให้หยุดการบันทึกภาพ การบันทึกเสียง แต่เป็น การประชุมออนไลน์ (Online) เราไม่ทราบเลยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน (Smartphone) ของแต่ละท่านจะบันทึกภาพหรือบันทึกเสียงของการประชุมนั้นอยู่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นประกอบกัน ๓ ข้อนี้ผมขอสรุปว่า ข้อที่ ๑ ข้อบังคับนี้จะต้องพยายามเขียนให้ ครอบคลุมการประชุมในรัฐสภา ในหมู่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมใหญ่ แบบนี้ด้วยไม่ใช่จํากัดแต่เพียงขอบเขตของกรรมาธิการ ข้อที่ ๒ ก็คือว่าจะต้องลง รายละเอียดให้ชัดเจนจะต้องไปแก้ข้ออื่นด้วยครับ อย่างน้อยก็คือข้อ ๘๓ กับข้อ ๘๔ ในเรื่อง ของการลงมติโดยเปิดเผยและการลงมติลับ ประการสุดท้าย คือท่านจะจัดการกับการ ประชุมลับอย่างไร จะให้มีไหมครับหรือว่าจะไม่ให้มี ถ้าจะไม่ให้มีการประชุมลับแบบออนไลน์ (Online) ก็จะต้องเขียนลงไปให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นข้อต่าง ๆ ที่ท่านเขียนมา ๒ ข้อ แก้มา ๒ ข้อแบบนี้ก็จะกลายเป็นว่าจะก่อให้เกิดปัญหาแบบนี้ พอถึงเวลาในการปฏิบัติก็จะมี ปัญหาอีกครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนในสภาแห่งนี้มีความคิดอันก้าวไกล และสามารถที่จะคิดไปถึงได้ครับว่าถ้าเขียนแบบนี้มีปัญหาแน่ ๆ เพราะฉะนั้นผมขอฝากไป ทางกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นใน ๓ ข้อสังเกตอันนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านณัฐพงษ์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ตามที่ท่านวาโยได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ว่าในนามของพรรคก้าวไกลเองเราคิดว่าตามหลักการและเหตุผล ของทุกร่างข้อบังคับจากทุกพรรคการเมืองที่นําเสนอเข้ามานี้ เราเห็นว่าหลักการยังไม่ถูกต้อง ในแง่ที่ว่าสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราควรจะต้องไปไกลได้ถึงขนาดที่ว่าจัดประชุม สภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้แบบออนไลน์ (Online) ได้แล้วครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามพวกเราเข้าใจดีว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านทุกพรรคการเมืองที่ยื่น ร่างข้อบังคับนี้เข้ามาล้วนมีข้อกังวลใจในหลาย ๆ เรื่อง เกี่ยวกับการจัดประชุมสภา แบบออนไลน์ (Online) ในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ ทําให้วันนี้ผมอยากจะหยิบยกนําเสนอ เหตุผลมาประกอบเพื่อให้ทุกท่านเกิดความมั่นใจได้แล้วว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราสามารถจัดประชุมแบบออนไลน์ (Online) ได้แล้ว และผมยังอยากจะแสดง เหตุผลประกอบแก่ประชาชนทางบ้านเพิ่มเติมอีกว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แบบออนไลน์ (Online) นี้น่าจะเป็นปัจจัยสําคัญที่ช่วยป้องกันมิให้เกิดการก่อรัฐประหาร อีกครั้งในอนาคตได้อย่างง่ายดายได้อย่างไรนะครับ เริ่มจากประเด็นแรกเรื่องปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ อาทิเช่น วิธีการเข้าร่วมประชุม แบบออนไลน์ (Online) วิธีการนับองค์ประชุม วิธีการลงมติ รวมไปถึงมาตรการการรักษา ความปลอดภัยต่าง ๆ จากการถูกคุกคามของเพื่อนสมาชิกที่ประชุมออนไลน์ (Online) มาจากนอกห้องประชุม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พวกเราจะมีวิธีการในการรับมืออย่างไรครับ ท่านประธาน ในสถานการณ์บ้านเมืองปกติครับ พวกเราเสนอว่าให้การประชุม สภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมแห่งนี้เป็นวิธีการหลักและการประชุมออนไลน์ (Online) เป็นวิธีการรองครับ นั่นก็คือเปิดให้เพื่อนสมาชิกเฉพาะที่มีความจําเป็นเท่านั้น อย่างเช่น ได้รับบาดเจ็บประสบอุบัติเหตุ ป่วยเป็นโรคติดต่อหรือกําลังคลอดบุตร สามารถที่จะยื่น ความจํานงครับ เข้ามาให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อวินิจฉัยตามระเบียบและข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องหากข้อบังคับได้เปิดช่องเอาไว้ครับ ให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมประชุมออนไลน์ (Online) ได้ ซึ่งหากเรายึดตามหลักเกณฑ์แบบนี้ผมเชื่อว่าจะมีผู้ที่ขอเข้าร่วมประชุมออนไลน์ (Online) ครั้งละไม่เกิน ๒๕-๕๐ คน หรือราว ๆ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับท่านประธาน คงไม่มีใครป่วยหรือประสบอุบัติเหตุหรือคลอดบุตรพร้อมกันมากกว่านี้แล้ว และจากจํานวน ผู้เข้าร่วมประชุมเพียงแค่ไม่กี่คนไม่กี่สิบคนเท่านี้เป็นจํานวนที่ซอฟต์แวร์ (Software) ในท้องตลาดปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นซูม วิดีโอ คอมมูนิเคชันส์ (Zoom video communications) หรือซิสโก เว็บเอกซ์ (Cisco WebEX) สามารถรองรับได้สบายอยู่แล้วครับท่านประธาน ตัดปัญหาเรื่องข้อกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาทางด้านเทคนิค (Technic) ที่หลายท่านกังวล ออกไปได้เลย ซึ่งลักษณะในการประชุมแบบนี้ในต่างประเทศอย่างในสหราชอาณาจักร เขาเรียกว่า การประชุมแบบผสมผสานหรือไฮบริด โพรซีดดิง (Hybrid Proceeding) นั่นเองครับ ซึ่งการลงมติแบบออนไลน์ (Online) นั้น พวกเราไม่ต้องการระบบอะไรที่ซับซ้อนครับ ขอแค่ วิธีการยกมือแสดงตนที่หน้ากล้องเป็นรายบุคคลเป็นวิธีการที่เรียบง่ายไม่ต้องรอตั้ง งบประมาณเพื่อไปรอพัฒนาระบบกว่าจะได้ระบบมาใช้ก็อีก ๒ ปีไม่ทันกาลพอดี ส่วนในเรื่อง ของความปลอดภัยที่เพื่อนสมาชิกบางท่านเกรงว่าอาจจะมีการใช้อาวุธข่มขู่คุกคาม เพื่อนสมาชิกที่กําลังประชุมสภาอยู่นอกห้องประชุมเราจะจัดการรับมือได้อย่างไร ผมขอตั้ง คําถามแบบนี้กับเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ คิดตามไปพร้อม ๆ กับผมนะครับ ในขณะที่ พวกเรานั่งอยู่ในห้องประชุมสภาแห่งนี้ ตรงนี้ ณ เวลานี้เลย ถ้ามีใครสักคนโทรศัพท์สายเรียกเข้า เข้ามาหรือส่งไลน์ แชต (Line Chat) เข้ามานะครับ ข่มขู่ว่าเขาได้จับคนในครอบครัวของเรา ไว้เป็นตัวประกันแล้ว ข่มขู่ว่าเขาจะทําให้เราเสียทรัพย์ ข่มขู่ว่าเขาจะเปิดเผยข้อมูลลับ บางอย่างของเรา หรือเรียกว่าการแบล็กเมล (Blackmail) ผมยกตัวอย่างแบบนี้อยากจะถาม เพื่อนสมาชิกทุกคนว่าในขณะที่เรากําลังนั่งประชุมกันอยู่ตรงนี้เราปลอดภัยจากการ ถูกข่มขู่คุกคามแล้วหรือยัง ดังนั้นครับการข่มขู่คุกคามและการประชุมออนไลน์ (Online) เป็นคนละเรื่องเดียวกันครับท่านประธาน สิ่งที่เราควรจะต้องทําก็คือการกําหนดมาตรการ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าโพรโตคอล (Protocol) ในการรับมือกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต่างหาก นั่นก็คือการใช้คํารหัสลับครับท่านประธาน จริง ๆ ผมมีเตรียมคลิปเสียงที่ต่างประเทศเขาใช้กัน เกี่ยวกับเรื่องคํารหัสลับ แต่เนื่องจากเวลาน่าจะไม่พอผมจะขอข้ามและไปยกตัวอย่างเลย คํารหัสลับที่ผมว่านั้นก็คือเป็นคําที่สมาชิกจะตั้งรู้กันเฉพาะกับเขากับเจ้าหน้าที่สภาเท่านั้น อย่างเช่น ผมอาจจะตั้งคําว่า “คณะทํางานด้านดิจิทัล” เป็นคํารหัสลับของผม เมื่อใดก็ตามครับ ที่ผมลุกขึ้นกล่าวคําอภิปรายและแนะนํากับท่านประธานว่ากราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ คณะทํางานด้านดิจิทัล พรรคก้าวไกล เจ้าหน้าที่สภา จะรู้ทันทีว่าผมกําลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายและเขาจะได้ดําเนินการมาตรการ ที่เกี่ยวข้องต่อไปได้อย่างเหมาะสมต่อไปนะครับ จากเหตุผลทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่าผมได้แสดง ให้เพื่อนสมาชิกมีความเชื่อมั่นและเห็นแล้วว่าเราไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีอะไรซับซ้อนเลย ขอแค่มาตรการและการร่างข้อบังคับที่คิดออกแบบดีไซน์ (Design) มาอย่างดีแล้ว เราสามารถจัดประชุมออนไลน์ (Online) ได้ ณ วันนี้ เวลานี้ ในห้องประชุมแห่งนี้แน่นอนครับ และเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารการประชุมออนไลน์ (Online) จะเข้ามาช่วยได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ทุกท่านการปฏิวัติทุกครั้งคือการช่วงชิงอํานาจ การปฏิวัติทุกครั้งคือการช่วงชิงจังหวะ เพื่อบอกคนทั้งประเทศ เพื่อบอกข้าราชการคนที่เป็นกลไกแขนขาของระบบรัฐราชการว่า คณะรัฐประหารได้ก่อการสําเร็จแล้ว ได้ก่อการยึดอํานาจรวบอํานาจเบ็ดเสร็จแล้ว ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นรบกวนขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ที่ได้เตรียมไว้นําภาพขึ้นได้เลย🔗
ภาพที่ผมเตรียมมา ต้องการแสดงให้เห็นว่าลําพังแค่ปากกระบอกปืน รถถังเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทําให้ การปฏิวัติสําเร็จได้ครับ เพราะว่าจากรูปด้านบนนะครับ ผู้มีอํานาจถือแส้ไว้เพียงแค่ ๑ เส้น แส้เหล่านั้นจะทําให้ทุกคนในสังคมยอมสยบ ยอมในอํานาจ ยอมหมอบกราบลงไปก็ต่อเมื่อ ทุกคนเชื่อว่าเขาควบคุมอํานาจไว้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ทุกคนไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วนี่ คณะก่อการเขามีอาวุธหรือมีแส้อยู่ในมือมากน้อยเพียงไร ต่างจากรูปด้านล่างนะครับ ที่ถ้าทุกคนในสังคมเห็นแล้วว่าคณะก่อการไม่ได้มีอํานาจอะไรในมือเลยครับ มีแค่กองทหาร ไม่กี่กองร้อย ปืนไม่กี่กระบอก คุกไม่กี่ห้อง ที่ไม่สามารถใช้ขัง ใช้บีบบังคับประชาชนทั้งประเทศได้ ทุกคนลุกขึ้นยืนแบบนี้ ผมเชื่อว่าคณะก่อการไม่มีทางทําสําเร็จได้ในอนาคตแน่นอนครับ และเกี่ยวอะไรกับการประชุมออนไลน์ (Online) ครับท่านประธาน ผมอยากตั้งคําถาม กับเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ สภาผู้แทนราษฎรของเราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ๑ ใน ๓ อํานาจเสาหลักของประเทศได้เคยออกมาอยู่แถวหน้าเวลาที่มีการปฏิวัติ ได้เคยออกมาลงมติ ในนามของสภาหรือไม่ ทุกท่านอาจจะบอกว่าถ้าทําแบบนั้น เอา ๕๐๐ คนมาอยู่ ในห้องประชุมสภาแห่งนี้ ทหารก็ปิดล้อมรัฐสภาตัดสัญญาณการส่งภาพ ประชุมสภา ไม่ได้อยู่ดี แถมโดนจับเข้าคุกอีกต่างหาก ดังนั้นครับ การประชุมสภาออนไลน์ (Online) จึงเป็นทางออกเดียวที่สําคัญครับ ผมเสนอว่าถ้าเราคิดไปไกล ให้สภาผู้แทนราษฎรมีข้อบังคับ การประชุมสภาในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบที่ฝ่ายบริหารมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินบ้างล่ะครับ ให้เป็นอํานาจประธานสภาในการเรียกประชุมสภาแบบออนไลน์ (Online) เต็มรูปแบบ คือไม่จําเป็นต้องมาประชุมที่ห้องสภาแห่งนี้ก็ได้ ถ้าเกิดเหตุภาวะคับขัน เกิดภาวะสงครามขึ้น พวกเราสามารถจะอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตอํานาจของคณะรัฐประหาร แล้วลงมติในที่ประชุมสภาแบบออนไลน์ (Online) เพื่อยืนยันว่าสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๓ อํานาจเสาหลักยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นหลักพักพิงให้แก่ประชาชนและข้าราชการทุกคนครับ ว่าเราปฏิเสธอํานาจดิบเถื่อนของคณะรัฐประหารและจะไม่เกิดการปฏิวัติขึ้นอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้อภิปรายต่อกรณีที่ เพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เป็น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓ ท่านได้เสนอร่างข้อบังคับเข้ามา ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร นายอนันต์ ผลอํานวย ในนามของกรรมาธิการกิจการสภา ผู้แทนราษฎรที่เห็นว่ามีความจําเป็นต้องแก้ข้อบังคับนี้ เป็นผู้เสนอร่างพร้อมแถลง หลักการและเหตุผล และมีสมาชิกอีก ๒ ท่านที่ได้เสนอร่างเข้ามาพิจารณาร่วมกัน ท่านประธานได้กรุณานํามาพิจารณารวม ชั้นนี้เป็นชั้นรับหลักการ ผมในฐานะ เป็นกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ดูเรื่องของภารกิจของสภาอยู่ร่วมกับ ท่านประธานอนันต์ ผลอํานวย ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายสนับสนุนนะครับ ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าขอให้รับหลักการกับร่างข้อบังคับฉบับนี้ เพื่อไปพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ ซึ่งเราอาจจะมีประเด็นและข้อเสนอแนะที่จะไป ปรับแก้ให้มันสอดรับกับสิ่งที่พวกเราต้องการ ท่านประธานครับ ในหลักการค่อนข้างจะ มีข้อจํากัดพอสมควร แก้เฉพาะมาตรา ขออภัยครับ แก้เฉพาะข้อ ข้อบังคับ ข้อ ๙๒ ที่ว่าด้วยเรื่องขององค์ประชุมของกรรมาธิการ แล้วก็เรื่องของ ข้อ ๙๖ ว่าด้วยเรื่องของ อนุกรรมาธิการ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโดยแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๙๒ เขียนเพิ่มเติม ข้อ ๙๒/๑ เข้าไป แล้วก็ใน ข้อ ๙๖ ก็เพิ่มวรรคสี่เข้าไป ในการแก้ไขก็มีรายละเอียดในสาระบัญญัติ ที่ผมขออนุญาตจะอ่านให้ท่านประธานได้ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ข้อ ๓ ให้เพิ่มเติม ข้อต่อไปนี้ ข้อ ๙๒/๑ แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปี ๒๕๖๒ ข้อ ๙๒/๑ ในกรณีมีเหตุอันสมควรที่ทําให้คณะกรรมาธิการไม่สามารถจัดการประชุมคณะกรรมาธิการ ในสถานที่เดียวกันได้ ประธานคณะกรรมาธิการจะกําหนดให้จัดการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุม สามารถประชุมปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็น ขีดเส้นใต้นะครับ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถประชุมปรึกษาหารือและแสดง ความคิดเห็นระหว่างกันก็ได้ โดยมีมาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของการประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบที่ ประธานสภากําหนด การประชุมคณะกรรมาธิการด้วยการจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นการประชุมคณะกรรมาธิการตาม ข้อ ๙๒ แห่งข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ โดยให้นับกรรมาธิการที่แสดงตนเข้าร่วมประชุมเป็นผู้มาประชุมและเป็นองค์ประชุม แล้วก็ นําข้อความนี้ มาตรา ๙๒/๑ ไปไว้เป็นวรรคสี่ของ ข้อ ๙๖ ที่ว่าด้วยการประชุมอนุ กรรมาธิการโดยอนุโลม ความหมายก็คือว่าจะเพิ่มเติมข้อบังคับให้สามารถประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้สิ่งที่เพื่อนสมาชิกเสนอ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าขอบเขตมันน่าจะกว้างขวาง มากกว่านี้ แต่ด้วยข้อจํากัดจริง ๆ ผมเองก็เห็นใจอยากจะได้เหมือนเพื่อนสมาชิกจาก พรรคก้าวไกลอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องการประชุมแบบผสมผสานที่เขาเรียกว่า ไฮบริด โพรซีดดิง (Hybrid proceeding) ประชุมอยู่ในห้องใหญ่มีเพื่อนสมาชิกเราที่อยู่ข้างนอก ก็สามารถร่วมประชุมกับเราได้โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กรรมาธิการเช่นกัน กรรมาธิการ บางท่านประชุมอยู่ห้องประชุมก็สามารถให้เพื่อนที่ติดภารกิจหรือมีความจําเป็นสําคัญ ที่อยู่ที่อื่น แต่สามารถจะประชุมได้ สามารถประชุมร่วมกับเราก็ได้ ตรงนี้เป็นความต้องการ อย่างยิ่ง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ข้อจํากัดอย่างยิ่งคือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ วรรคหนึ่งที่เขียนเกี่ยวกับเรื่ององค์ประชุม การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิก ก็คือกําหนด องค์ประชุม แต่ต้องมีตัวตนมาแสดงมาประชุม ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เขียนอย่างนี้เราสามารถ ไปเขียนข้อบังคับรองรับในการประชุมห้องใหญ่ได้ทันที ประชุมกระทู้ได้ทันที แม้ว่าในข้อ ๙๒ จะเขียนว่ามีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ถือเป็นองค์ประชุม แต่นั่นเป็นข้อบังคับ เป็นกฎหมายระดับรองที่ไปออกตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๒๙ เป็นกฎหมาย ระดับรองไม่ได้บัญญัติไว้เหมือนกับมาตรา ๑๒๐ ที่ระบุชัดเจนว่าในการประชุมห้องใหญ่ เราต้องมีผู้มาประชุม กราบเรียนท่านประธานผ่านไปเพื่อนสมาชิกขอให้รับหลักการตรงนี้ ไปก่อน แล้วก็ไปปรับปรุงแก้ไข อะไรที่รัฐธรรมนูญไม่ห้าม ผมยกตัวอย่างเช่นการลงมติ สามารถไปเขียนเพิ่มเติมได้ไหม ก็ฝากกรรมาธิการไปดู ถ้าสามารถทําได้เขียนได้ไม่ขัดหรือ แย้งกับรัฐธรรมนูญทําได้ครับ ทําได้ การประชุมลับ การลงมติ การประชุมลักษณะที่เป็น เรื่องของผสมผสานหรือไฮบริด โพรซีดดิง (Hybrid proceeding) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกพรรคก้าวไกล คุณณัฐพงษ์ ที่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาสามารถทําได้ครับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปเพื่อนสมาชิกขอให้รับหลักการร่างตรงนี้ไปก่อนเพื่อไปแก้ไข สิ่งที่จําเป็นต้องเรียน กับท่านประธาน ร่างนี้เขียนเฉพาะการปรึกษาหารือ แสดงความเห็นระหว่างกัน นั่นหมายความว่ากิจกรรมอื่นทําไม่ได้ การลงคะแนนก็ทําไม่ได้ การลงมติทําไม่ได้ เหมือนที่ ผมตั้งข้อสังเกตไว้ว่าถ้ามันไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ลองไปปรึกษาหารือกันว่าจะทําได้ไหมในชั้น กรรมาธิการ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจําเป็นต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ฝากท่านกรรมาธิการไปดูในข้อบังคับของเราเอง ผมในฐานะเป็นกรรมาธิการยกร่างได้เคย แถลงต่อที่ประชุมแห่งนี้ในข้อที่ว่าด้วยวิธีการประชุม ข้อที่ว่าด้วยวิธีการประชุมที่เราเขียน รองรับเกี่ยวกับให้มีการถ่ายทอด ขออนุญาตท่านประธาน ข้อ ๑๘ การประชุมย่อมเป็นการ เปิดเผยเว้นแต่คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของจํานวนสมาชิกเท่าที่ มีอยู่ของสภาร้องขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ วรรคสองนี่สําคัญ การประชุมเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังประชุมได้ตามระเบียบที่ประธานสภากําหนด และประธานสภา ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือขีดเส้นใต้ ทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วถึง ผมขีดเส้นใต้ว่า สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อบังคับเราเขียนตรงนี้ไว้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่มาแก้ไขเพิ่มเติมเราใช้คําว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ฝากให้ไปดูถ้อยคํา ข้อความ และนิยามให้ชัดเจน ผมเคยยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาในการ พิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วย กสทช. ท่านอัยการอธิบายให้ฟังชัดเจนบอกว่ากฎหมายที่ใช้อยู่ ขณะนี้ใช้ว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่าใช้เฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ก็ถือว่าเป็นได้แล้ว แต่ในความหมายลึกซึ้งที่เราถกเถียงกันในข้อบังคับการประชุมของเรา สุดท้ายออกมาด้วยสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศครอบคลุมมากกว่า อันนี้เป็นประเด็นที่ฝากไว้ครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ โดยสรุปอยากจะให้เพื่อนสมาชิกรับหลักการไปก่อน แล้วเราตั้งกรรมาธิการพิจารณาไปดูในรายละเอียดว่าอะไรที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในชั้น กรรมาธิการเพื่อเป็นประโยชน์กับการประชุมของเรา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ไม่มีท่าน สมาชิกอภิปราย ก็ขอปิดการอภิปรายนะครับ ผู้เสนอจะใช้สิทธิสรุปไหมครับ ถ้าไม่ใช้สิทธิสรุป ผมก็จะขอมติในขั้นรับหลักการนะครับ ก่อนลงมติคงต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกเข้ามาห้องประชุมเพื่อแสดงตนก่อนลงมตินะครับ เนื่องจากร่างข้อบังคับทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งของท่านอนันต์ ทั้งของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ มีการขอแก้ไขในหลักการ เดียวกัน ดังนั้นผมจะขอที่ประชุมให้ลงมติรับหลักการร่างข้อบังคับทั้ง ๓ ฉบับพร้อมกันไป ในคราวเดียวกันเลย ก่อนลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมโดยใช้การเสียบบัตรแสดงตน เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
มีสมาชิก ท่านใดบัตรขัดข้องไหมครับ เชิญแสดงตนทางไมโครโฟนนะครับ ท่านสมาชิกทุกท่านกดปุ่ม แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ อย่างนั้นขอปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้อง ประชุม ๒๙๘ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่า ไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ด้วยนะครับ ขอเชิญใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ🔗
ถ้าท่าน สมาชิกท่านใดใช้บัตรลงคะแนนไม่ได้ให้ลงคะแนนผ่านทางไมโครโฟนมีท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ หรือมีลงไม่ได้เพราะบัตรขัดข้องครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนน นะครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วยทั้งหมด ๓๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยในการรับหลักการทั้ง ๓ ฉบับ เชิญท่านสมาชิกเสนอจะใช้กรรมาธิการ เต็มสภาหรือจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เชิญเสนอครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอตั้งกรรมาธิการจํานวนกรรมาธิการทั้งสิ้น ๓๐ คน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ยกมือ หน่อยนะครับผู้รับรอง ผู้รับรองครบครับ มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจํานวน ๓๐ ท่านนะครับ ถ้ากรรมาธิการ ๓๐ ท่าน เป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน เชิญเสนอเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๘ ท่าน ๑. ท่านไพจิต ศรีวรขาน ๒. ท่านขจิตร ชัยนิคม ๓. ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๔. ท่านอดิศร เพียงเกษ ๕. ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ๖. ท่านกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ๗. ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๘. ท่านณรงค์ รุ่งธนวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๗ ท่าน🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคพลังประชารัฐจํานวน ๗ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายอนันต์ ผลอํานวย ๒. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๓. นายสมบัติ อํานาคะ ๔. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๕. นายวัชระ ยาวอหะซัน ๖. นายวัฒนา สิทธิวัง และ ๗. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
(นายสุชาติ ตันเจริญ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) : ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอําเภอนาทวี อําเภอสะบ้าย้อย ตําบลสํานักแต้ว ตําบลสํานักขามของอําเภอสะเดา ขอเสนอรายชื่อผู้ดํารงตําแหน่ง กรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ดังนี้ ๑. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๔. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครบนะครับ ต่อไปพรรคก้าวไกล ๔ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามสัดส่วนพรรคก้าวไกล จํานวน ๔ คน ดังนี้ครับ ๑. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๓. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ และ ๔. นายจรัส คุ้มไข่น้ํา ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองครบ พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๒. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๓. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน ขอเสนอ ท่านนิกร จํานง ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ยกมือหน่อยนะครับ ผู้รับรองครับ🔗
ครบครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ดังนี้ นายพิทักษ์ สันติวงษ์สกุล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
มีผู้รับรองครบ พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ ขอเสนอ นายพิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ ขอผู้รับรองด้วยนะครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบนะครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่าน นายพิชัย ขจรเรืองโรจน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ ครบ ๓๐ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อทบทวนอีกครั้งครับ🔗
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๐ ท่าน ๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๔. นายอดิศร เพียงเกษ ๕. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๖. นายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ๗. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๘. นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ ๙. นายอนันต์ ผลอํานวย ๑๐. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๑๑. นายสมบัติ อํานาคะ ๑๒. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๑๓. นายวัชระ ยาวอหะซัน ๑๔. นายวัฒนา สิทธิวัง ๑๕. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๖.นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๑๗. นายศุภชัย ใจสมุทร ๑๘. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๑๙. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๒๑. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๒๒. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๒๓. นายจรัส คุ้มไข่น้ํา ๒๔. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๒๕. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๖. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ๒๗. นายนิกร จํานง ๒๘. นายพิทักษ์ สันติวงษ์สกุล ๒๙. นายพิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ ๓๐. นายพิชัย ขจรเรืองโรจน์🔗
๓๐ ท่าน ถูกต้องนะครับ ถ้าถูกต้องแล้วจะเสนอแปรญัตติกี่วัน เชิญท่านสมาชิกเสนอครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ จํานวน ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ครบนะครับ มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เสนอแปรญัตติ ๗ วันนะครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน เนื่องจากร่างข้อบังคับมีทั้งหมด ๓ ฉบับ ในการที่เรา รับหลักการไปแล้ว จะใช้ฉบับไหนเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ ครับ ขอเชิญเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ ขอยึดร่างของท่านอนันต์ ผลอํานวย ที่เป็น ผู้เสนอเป็นหลัก ขอผู้รับรองค่ะ🔗
มีผู้รับรองนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
พําถ้าไม่มี เราใช้ร่างของท่านอนันต์ ผลอํานวย เป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ เป็นการจบเรื่องด่วนที่ ๓ วันนี้พอสมควรแล้วขอปิดประชุมครับ🔗