รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ อาคารรัฐสภา
-------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ วันนี้มีรายชื่อ ๓๐ ท่าน ผมจะไม่เสียเวลาอ่านนะครับ แต่ว่าจะเรียกชื่อไปตามลำดับ สมาชิกจะได้เตรียมตัวนะครับ ขอพวกเราได้รักษาข้อบังคับ ก็คือท่านละ ๒ นาที ซึ่งโดยทั่วไปเท่าที่ผ่านมาเราก็ปฏิบัติได้ดี ก็ชื่นชมครับ ท่านแรก นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ถนนขาดไฟส่องสว่างและอุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง ด้วยบริเวณริมตลิ่ง ห้วยหลวงจากบ้านเมืองคลัง ผ่านไปยังบ้านพรพระธาตุ ไปยังบ้านทุ่งธาตุ ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย มีระยะทางยาวประมาณ ๒,๐๐๐ เมตร ช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีประชาชน ไปใช้พื้นที่นี้ในการออกกำลังกายเป็นจำนวนมากค่ะ ตอนนี้ขาดไฟส่องสว่างถนนและอุปกรณ์ กีฬากลางแจ้ง ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากเพิ่มไฟส่องสว่างถนนและอุปกรณ์กีฬากลางแจ้งได้ จะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับประชาชนในพื้นที่🔗
เรื่องที่ ๒ น้ำประปาในหมู่บ้านมีสีเหลืองและส่งกลิ่นเน่าเสีย ประชาชน ในพื้นที่บ้านโนนสะอาดและบ้านบูรพา ตำบลอุดมพร อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ร้องทุกข์กับดิฉันมาเป็นจำนวนมากว่าน้ำประปาในหมู่บ้านมีสีเหลืองและส่งกลิ่นเน่าเหม็น หากต้องการใช้น้ำสะอาดนั้นต้องรองน้ำไว้ข้ามคืนถึงจะมีน้ำสะอาดไว้ใช้ ดิฉันจึงนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย ราคายางก้อนตกต่ำถึงขีดสุดเพียงกิโลกรัมละ ๑๙ บาท ประชาชนในพื้นที่อำเภอรัตนวาปีและอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ร้องทุกข์มาเป็นจำนวนมาก ว่าในเดือนนี้เมื่อปีที่แล้วราคายางก้อนยังกิโลกรัมละ ๒๙ บาทอยู่ ทำไมในปีนี้ราคาถึงตกต่ำ เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๑๙ บาทเท่านั้น ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปแก้ไขปัญหากินอยู่ปากท้องอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปท่านชุมพล จุลใส ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชุมพรในหลาย อำเภอว่าเมื่อวันที่ ๑-๒ สิงหาคมที่ผ่านมาได้เกิดอิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากู (Sinlaku) ทำให้ฝนตกหนักและลมกรรโชกแรง ทำให้บ้านเรือนของประชาชนเสียหาย และมี สวนทุเรียนหักโค่นเป็นจำนวนมาก บางแห่งลูกทุเรียนหล่นจากต้นนับพัน ๆ ลูก ทำความเสียหายให้กับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนแทบเป็นลมพับไปเลยนะครับ เพราะรายได้ หายไปในชั่วพริบตา นี่แหละครับทุเรียนที่หล่นมาแล้วก็เป็นทุเรียนที่ยังรอระยะเวลาที่จะตัด เพื่อจะนำไปขาย แต่เมื่อพายุมาก็เกิดความเสียหายมาก มีบางแห่งที่ผมได้ประสานกับ ทางพ่อค้าให้รับซื้อในราคากิโลกรัมละ ๕ บาท เพื่อนำไปขายกับโรงงานที่จังหวัดระยอง เพื่อทำไอศกรีม ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ๑. ให้ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ที่ได้รับผลกระทบ ๒. ช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนทั้งต้นทุเรียนแล้วก็ลูกทุเรียน ที่ไม่ได้คุณภาพ ที่ยังขายไม่ได้ ให้รัฐบาลช่วยเยียวยาเกษตรกรสวนทุเรียนชาวจังหวัดชุมพร โดยด่วนที่สุดครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมี ๒ เรื่องความเดือดร้อน🔗
เรื่องแรก คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองแวงโสกพระ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น นายสุภี ทองมีค่า และคณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องถนนสายบ้านโคกกุง ถึงบ้านหนองบัวนาค ความยาว ๙.๕ กิโลเมตร ถนนชำรุดเป็นบ่อ ตลอดแนวเป็นเวลานานนับสิบปี หน้าฝนมีน้ำท่วมขังทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ หน้าแล้งมีฝุ่นคลุ้ง บ้านเรือน โรงเรียนได้รับความเสียหายและได้รับความลำบาก ตลอดหลายปี ที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เคยดูแล แม้เรียกร้องไป อยู่ตลอด จึงฝากสภาไปถึงหน่วยงานนี้ให้เร่งจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๓ ที่เหลืออยู่ หรือเอา เข้างบแผนปี ๒๕๖๔ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรัง ทั้งนี้ให้อย่างเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ คือความเสียหายของเส้นทางลาดยางสามแยกทางหลวงแผ่นดิน สายชนบท-กุดรู ถึงบ้านก้านเหลือง ตำบลก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ชาวบ้านสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เป็นเส้นทางไปวัดจุมพลหรือวัดหลวงปู่วรพรตวิธาน ซึ่งเป็นวัดใหญ่ประจำอำเภอ และอยู่ใน ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเช่นเดียวกัน ดิฉันเลยอยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นให้จัดสรรงบประมาณอย่างถูกต้อง และเหมาะสมต่อทุก ๆ ปัญหาที่ได้เรียกร้องเข้าไป ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณถนนเจริญราษฎร์ ซอย ๒ มุ่งหน้าโรงเรียนนิพัทธ์วิทยา เป็นพื้นที่เปลี่ยว มีไฟฟ้าส่องสว่างแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ที่ผ่านมา มีคนที่สัญจรบริเวณแถวนั้นโดนดักปล้นเพื่อเอาทรัพย์สิน เคราะห์ยังดีที่ไม่เป็นอันตราย ถึงชีวิต ก็อยากจะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้าในการให้สำรวจเพิ่มไฟฟ้า ส่องสว่างในบริเวณนี้ รวมไปถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้เพิ่มสายตรวจเพื่อที่จะได้ดูแล ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในบริเวณของกรุงเทพมหานครชั้นใน อย่างพื้นที่ดิฉันเขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร ค่อนข้างที่จะมีพื้นที่ใช้สอยเพื่อสาธารณประโยชน์น้อยมาก ๆ ต้องขอบคุณการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยที่ได้ให้พื้นที่ในหลาย ๆ พื้นที่ในการที่จะให้ประชาชนได้มีพื้นที่ใช้สอย ทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเขตสาทร บริเวณสวนอยู่ดี ถนนเจริญราษฎร์ หรืออย่างบริเวณใต้ทางด่วนบางรัก ก็ได้มีพื้นที่ที่ได้จัดกิจกรรมให้กับชมรมผู้สูงอายุ จัดกิจกรรมกีฬา จัดกิจกรรมให้กับชุมชน ที่ผ่านมาก็ถือเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต ให้กับประชาชน แล้วก็ลดพื้นที่เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายด้วย ก็อยากจะขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังการทางพิเศษแห่งประเทศไทย อยากให้คงพื้นที่นี้ไว้ เพราะอย่างเช่น ในเขตปทุมวัน พื้นที่ได้ถูกนำคืนไปแล้ว และปัจจุบันก็เป็นพื้นที่รกร้างอยู่ ก็ขอให้พื้นที่ ของใต้ทางด่วนเขตบางรักอย่าเป็นเหมือนเช่นเขตปทุมวันเลย ขอให้ประชาชนในเขตบางรัก ได้ใช้สอยในพื้นที่ส่วนนี้ต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป คุณวัน อยู่บำรุง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน เขตหนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ บนถนนเอกชัย มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบอน ๓ มุ่งหน้าสู่ซอยเพชรเกษม ๖๙ กลางซอยถนนบางบอน ๓ นี้ จะมีสามแยกร่มไทร เขาเรียกว่า สามแยกวัดใจ ที่สามารถไปทะลุกับวัดนินสุขาราม ไปออกถนนเพชรเกษม ๖๓ วัดม่วงได้ ไปทะลุถนนกาญจนาภิเษกได้ ตรงนี้รถอยากจะไปก็ไป อยากจะหยุดก็หยุด กึกกัก ๆ รถชนกันบ่อยครั้งนะครับ เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุของการใช้รถใช้ถนน อยากให้มีไฟเขียว ไฟแดงตรงสามแยกร่มไทร ตรงซอยถนนบางบอน ๓ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ บนถนนเอกชัยขาเข้าเมืองอีกเหมือนกันครับ ตรงช่วงซอยเอกชัย ๑๐๒/๓ หน้าร้านเนื้อนัว มีทางม้าลายข้ามไปฝั่งตรงข้ามเป็นเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ผมเคยหารือ กับท่านประธานไปรอบหนึ่งแล้วว่าขอไฟสัญญาณจราจรคนข้าม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกรมทางหลวง น่ารักมาก ไปติดไฟสัญญาณไฟกระพริบไฟเหลืองอย่างเดียวครับ ซึ่งมันไม่ตอบโจทย์กับคนใช้ ถนนแถวนั้น เพราะว่ารถก็ยังไม่ชะลอความเร็ว อยากให้เปลี่ยนเป็นไฟเขียวไฟแดงสำหรับ คนข้าม ที่มีปุ่มกดนะครับ แล้วก็ก่อนถึงทางม้าลายบนถนนทั้ง ๒ ฝั่งนี้ก็อยากให้มีลูกคลื่น ชะลอความเร็วครับ เพื่อเป็นการเตือนสติให้พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนชะลอความเร็ว ก่อนถึงทางม้าลาย วันนี้ไม่เกินเรื่องและไม่เกินเวลาครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปครับ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมใคร่ขอหารือท่านประธานในเรื่องของจุดอ่อน และข้อจำกัดในการพัฒนากีฬาและนักกีฬาในท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ อย่างประเทศ สหรัฐอเมริกาสามารถสร้างรายได้ด้านกีฬาให้กับประเทศถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนประเทศจีนก็น้อยหน้าไม่แพ้กัน สร้างรายได้ด้านกีฬาให้กับประเทศถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านหยวน เพราะฉะนั้นถ้าประเทศไทยต้องการจะเป็นประเทศมหาอำนาจด้านกีฬาของอาเซียน (ASEAN) หรือเอเชีย (Asia) ประเทศไทยต้องคำนึงถึงการพัฒนาด้านกีฬามากกว่าที่เป็นอยู่ และต้องเริ่มพัฒนากีฬาจากท้องถิ่นเป็นหลักครับ🔗
ประเด็นแรกครับ รัฐควรกำหนดให้มีวิธีการจัดสรรงบประมาณที่ให้อำนาจ และขอบเขตแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบจ. หรือ อบต. ที่เอื้ออำนวย ต่อการแข่งขันกีฬาระดับท้องถิ่น ให้ทันสมัยและเข้าใจการแข่งขันกีฬาทุกชนิด เพราะการ แข่งขันกีฬาคือการพัฒนาคุณภาพของนักกีฬาได้เป็นอย่างดีครับ เพราะปัจจุบัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการแข่งขันกีฬาแต่ละครั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ไม่เข้าใจขั้นตอนการแข่งขันเลยว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ใช้อะไรบ้างครับ บางครั้ง ผมก็อยากให้ สตง. มาจัดการแข่งขันกีฬาหรือแข่งกีฬากับผมเช่นกันนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ การส่งเสริมด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถานที่ออกกำลังกาย รวมถึงของผู้พิการด้วยนะครับ อุปกรณ์การออกกำลังกาย เวทีการแข่งขันกีฬาชนิดต่าง ๆ ควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณประจำปีอย่างเต็มที่ครับ กำหนดเลย ก็ได้นะครับ ร้อยละ ๑๐ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปีของงบประมาณนั้น ๆ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะพัฒนากีฬาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ ท่านประธานครับ การพัฒนาด้านกีฬา คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ของเยาวชน รวมถึงผู้พิการด้วยครับ ดังนั้น กีฬาควรได้รับการสนับสนุนและพัฒนามากกว่าที่เป็นอยู่ครับ ผมใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินครับ ให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณด้านกีฬาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสียใหม่ครับ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำนักกีฬาไทยสู่สายตา ชาวโลก และฝากถึง สตง. อีกครั้งว่าถ้าบอลไทยจะไปบอลโลกก็ขึ้นอยู่กับท่านเช่นกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสมคิด เชื้อคง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน ดังนี้นะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือพี่น้องประชาชนที่บ้านหนองครก ตำบลโคกชำแระ อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ร้องทุกข์มาบอกว่าถนนทางหลวงชนบท หมายเลข อุบลราชธานี ๓๑๕๗ ชำรุดทรุดโทรมมากครับ พี่น้องประชาชนเดินทางไปอย่างลำบาก ก็ขอเรียนไปยังทาง ทช. ให้ช่วยไปสำรวจและดำเนินการครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือฝากไปถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พี่น้อง ตำบลไพบูลย์ บ้านอิสานเศรษฐกิจ ถนนจากบ้านวังเสือไปบ้านอิสานเศรษฐกิจ ตำบลไพบูลย์ ชำรุดทรุดโทรมมาก ความจริงแล้วก็เป็นถนนคอนกรีตซึ่งใช้นานแล้วเป็น ๑๐ ปี ก็อยากให้ ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ไปปรับปรุงซ่อมแซม🔗
อีกสายหนึ่งก็คือบ้านไพบูลย์เองไปบ้านหนองโด ตำบลไพบูลย์ อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ที่เดียวกันก็ลำบากมาก ลำพังเงินขององค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการได้หมด เนื่องจากถนนสายนี้เป็นถนนที่ยาวมากนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องไฟส่องสว่าง ความจริงแถวนี้ก็เจริญอยู่ครับ แต่ขาด ไฟส่องสว่าง หน้าโรงพยาบาลอำเภอน้ำยืน มาถึงบ้านดวน ตำบลโซง ซึ่งระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ก็เรียนไปยังกรมทางหลวงให้ดำเนินการเรื่องนี้เพื่อความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณธนยศ ทิมสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ประเด็น ที่ผมจะขอปรึกษาหารือกับท่านประธาน คือเรื่องน้ำท่วมเฉียบพลันและน้ำป่าไหลหลาก ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเลย ทั้งอำเภอเมือง อำเภอเชียงคาน และอำเภอนาแห้ว เป็นต้นครับ อุทกภัยในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหลังพายุซินลากู (Sinlaku) พัดผ่านเข้ามาในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม แต่สาเหตุสำคัญ นอกเหนือจากพายุนั่นก็คือปัญหาที่ทำกิน เพราะชาวบ้านในจังหวัดเลยส่วนใหญ่ไม่มีที่ทำกิน จึงต้องไปทำกินตามป่าตามเขา พอฝนตกลงมาหนักก็ไม่มีต้นไม้ที่จะคอยกักเก็บน้ำและชะลอน้ำ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นครับ ก่อนที่น้ำป่าจะเข้ามาสร้างความเสียหาย ชาวเลยต้องเผชิญกับปัญหา ภัยแล้งซึ่งเกิดก่อนหน้าอุทกภัยครั้งนี้เพียงไม่กี่วัน จังหวัดเลยต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมและ ภัยแล้งอยู่ตลอด ทั้ง ๆ ที่พื้นที่จังหวัดเลยติดกับแม่น้ำโขงและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก แต่กลับไม่มีแหล่งเก็บน้ำที่สามารถกักน้ำไว้ใช้ให้เพียงพอตลอดทั้งปี ผมได้ประสานกับทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ให้เร่งเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาเบื้องต้น จึงขอความกรุณาท่านประธาน ช่วยทำหนังสือ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน เรื่องการขุดลอกคูคลองและการสร้าง แหล่งเก็บน้ำ รวมไปถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการสำรวจ และออกเอกสารสิทธิที่ทำกินเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้พี่น้องชาวจังหวัดเลย ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณคำพอง เทพาคำ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน อยากจะแจ้งเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดินที่ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ซึ่งจริง ๆ แล้ว เอกสารการรังวัดอะไรต่าง ๆ การพิสูจน์สิทธินี่เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว นานแล้ว แต่ปรากฏว่า มีการเตะถ่วง มีการถ่วงเวลา มีการกองงานไว้ไม่รีบดำเนินการสักที พี่น้องประชาชน ที่ตั้งหมู่บ้านบริเวณนี้ก็เป็นร้อย ๆ ปีแล้ว แต่ว่าการขอเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดก็ยังไม่สามารถ ทำได้ จึงขอให้มีการเร่งรัดในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิในที่ดินในบริเวณนี้ด้วย ตำบลนาเวียงเหมือนกันครับท่านประธาน บ้านนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ตั้งมาเป็นร้อย ๆ ปีเหมือนกันนะครับ ชาวบ้านบริเวณนี้จะมีความเหนียวแน่นในเรื่อง พุทธศาสนามาก เวลาเดินเข้าวัดเขาจะถอดรองเท้านะครับท่านประธาน แล้วมีกุลบุตร เข้าบวชทุก ๆ ปีที่เข้าพรรษา แต่การขอจัดตั้งวัดศรีอุดร ขอตั้งมาเกือบ ๕๐ ปีแล้ว แต่ว่า เดี๋ยวนี้ก็อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็เรียกเอกสาร อยู่นั่นแหละ เรียกเอกสารนั่น เรียกเอกสารนี่ ไม่เสร็จสักที วันนี้ก็ยังคาราคาซังอยู่ครับ จึงขออนุญาตท่านประธานในการที่จะแจ้งไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ให้รีบเร่ง การตั้งวัดอย่าให้ตั้งยากครับ ให้ตั้งง่าย ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณอิสสระ สมชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ คือเนื่องจากเกิดภาวะฝนแล้ง ภัยแล้งทางภาคอีสานอย่างหนักเลย และกระผม ได้ยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอให้สภาพิจารณา เรื่องปัญหาภัยแล้ง แต่ปรากฏว่าหลังจากยื่นไปแล้ว ๒ วัน ฝนตกทั่วภาคอีสานทั้งหมดเลย ก็เลยเรียนให้ทราบว่าได้ทำหน้าที่ส่วนนั้นให้แล้ว แต่ว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ญัตตินี้ ผมเลยขอระงับไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ได้หารือประธานวิป (Whip) ไว้แล้ว ว่าจะขอเลื่อนมาพิจารณา นั่นเป็นเรื่องที่ ๑ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากครูวีระ รูปคม ผู้ช่วยประจำตัว ส.ส. ของผม ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ ว่าตำบลพังเคน อำเภอนาตาล เป็นตำบลขนาดใหญ่ มี รพ.สต. ให้บริการประชาชน ๒ แห่ง คือ รพ.สต. พังเคน และ รพ.สต. ศรีคูณ แต่ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากยังมีหมู่บ้าน ที่อยู่ห่างไกลกับ รพ.สต. มาก ได้แก่ บ้านโนนขุมคำ บ้านบ๋าหลวง บ้านโนนตูม บ้านโนนสมบูรณ์ บ้านด่านฮัง บ้านหนองเต่า มีประชากร ๓,๕๐๐-๔,๐๐๐ คน ประชาชนไปติดต่อ รพ.สต. ด้วยความลำบากเนื่องจากห่างไกล ต้องการอยากจะให้ทาง กระทรวงสาธารณสุขได้สร้าง รพ.สต. ขึ้นใหม่ที่บ้านโนนขุมคำ โดยได้ยื่นเรื่องให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ทราบแล้ว ปรากฏว่าขณะนี้ทาง รพ.สต. แห่งนี้ประชาชนได้เรี่ยไรเงินเพื่อที่จะสร้าง รพ.สต. ชั่วคราวที่วัดบ้านโนนขุมคำ จึงอยากจะ ให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนประชาชน เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหา อสม. เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ที่ผ่านการอบรมแล้ว หรือเรียกว่า อสม. บัญชีที่ ๒ จำนวน ๔๐ ท่าน ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็น อสม. บัญชีที่ ๑ ส่งผลทำให้ไม่สามารถได้รับค่าป่วยการหรือเงินเดือน ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ปฏิบัติ หน้าที่ดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ผ่านการอบรม และรวมทั้งช่วยคัดกรองป้องกันในสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมา จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยเร่งดำเนินการบรรจุ อสม. บัญชี ๒ เป็นบัญชี ๑ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการขาดระบบปรับปรุงน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ของประชาชนบ้านตาดโตน ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ประมาณ ๑,๐๐๐ คน จึงขอให้ อบต. นาฝาย และกระทรวงมหาดไทยช่วยพิจารณาจัดสร้างระบบประปาผิวดิน ให้แก่ประชาชนกว่า ๑,๐๐๐ คนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ในวันที่ ๑๐ สิงหาคมนี้ จะเป็นวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงขอปรับ ค่าตอบแทนสำหรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน เพื่อให้เหมาะสมกับค่าแรงขั้นต่ำ ค่าครองชีพ และภารกิจ ภาระงานที่ทางรัฐบาลได้มอบ ให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นของขวัญวันเกิดในวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย ช่วยพิจารณาดำเนินการปรับค่าตอบแทน ให้เหมาะสมกับสิ่งที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตร ผู้ช่วย ได้ทำมา ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุรชาติ ศรีบุศกร🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดพิจิตร กระทรวงมหาดไทย ต้องการขอความอนุเคราะห์ขอเขื่อนป้องกันตลิ่ง ๓ จุดด้วยกัน เนื่องจากในเขตเทศบาล ตำบลโพธิ์ประทับช้าง มีตลิ่งริมแม่น้ำยมเกิดทรุดตัวลง ทำให้เกิดความเสียหายต่อถนนที่ พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมา มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งปัจจุบันตลิ่งได้ถูกน้ำกัดเซาะริมตลิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถใช้สัญจรไปมา และอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน🔗
จุดที่ ๑ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำยมฝั่งตะวันตก หมู่ที่ ๑ ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ความยาว ๑๕๐ เมตร🔗
จุดที่ ๒ บริเวณตลิ่งริมแม่น้ำยมฝั่งตะวันออก หมู่ที่ ๙ ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ความยาว ๒๐๐ เมตร🔗
จุดที่ ๓ บริเวณตลิ่งริมแม่น้ำยม หมู่ที่ ๓ ตำบลโพทะเล อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ความยาว ๑๕๐ เมตร🔗
และเรื่องสุดท้ายเนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และ ชาวบ้านในเขตตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เนื่องด้วยถนนหมายเลข ๑๐๖๗ บริเวณสี่แยกท่าบัว ทางเข้าออกวัดบางคลาน จุดนี้ไม่มีสัญญาณไฟจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุ สะสมจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง ๓ ปี มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากมาย มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว ๗ ราย ผมจึงใคร่ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังแขวงทางหลวง พิจิตร กระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสรรงบประมาณเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ🔗
ต่อไปคุณจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นเลยผมต้อง ขอแสดงความขอบพระคุณไปยังท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กรุณาเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ในอำเภอเชียงดาว เพื่อติดตามปัญหาที่ผมได้เคยอภิปรายหารือในสภาแห่งนี้หลายครั้ง🔗
ปัญหาแรกก็คือเรื่องของการเปิดด่านในจังหวัดเชียงใหม่คือด่านกิ่วผาวอก และด่านหลักแต่งในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง ๒ ด่านเป็นด่านซึ่งเคยเปิดในอดีตและปิดมา เป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้ว พี่น้องประชาชนซึ่งทำการสัญจรและทำการค้าขายอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเดือดร้อน ซึ่งกระผม ได้หารือหลายครั้งในสภาแห่งนี้ ได้มีรัฐมนตรีไปดูเป็นครั้งแรก ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านได้ ให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะผลักดันเพื่อให้เกิดการเปิดด่านเพื่อให้เกิดการค้าขาย เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจต่อไป🔗
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งท่านได้ไปรับปาก พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ลำไย ลิ้นจี่ แล้วก็กระเทียม ซึ่งเป็นพืชหลักของ ทางจังหวัดเชียงใหม่ ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้พี่น้องประชาชน ตั้งความหวังจากการที่มีรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่แล้วก็ไปฟัง ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่า การช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ผ่านมา ยังขาดตก บกพร่อง อย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานไปหลายครั้งแล้วว่าการช่วยเหลือในลักษณะที่ เป็นการช่วยนำเงินงบประมาณลงไปเพื่อช่วยในการขนถ่ายสินค้าหรือการขนส่งสินค้า ยังไม่เพียงพอ พี่น้องในภาคการเกษตรในภาคเหนือหลาย ๆ สินค้ายังรอการช่วยเหลือ แบบตรง แบบที่ทำกับพืชหลัก เกษตรหลัก ๕ ตัวที่อยู่ในกระบวนการของการประกันรายได้ เราอยากจะได้รับสิทธิเช่นนั้นบ้าง ก็อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ว่าทางเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่รอคอยความช่วยเหลืออยู่ ขอให้ท่าน ได้โปรดพิจารณาเร่งรัดโดยเร็ว และได้โปรดให้ข้อมูลในเรื่องของกระบวนการช่วยเหลือ ส่งมายังกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสัญญา นิลสุพรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก คือปากคลองตั้วเกา ตำบลท่างิ้ว อำเภอบรรพตพิสัย ตอนนี้ มีปัญหาครับ เนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำปิงมีระดับที่ต่ำ ทำให้น้ำไม่ไหลเข้าคลองตั้วเกา ซึ่งปัญหานี้จริง ๆ เกิดมานานหลายสิบปีครับ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทุกปีชาวบ้านต้องเรี่ยไร นำบิ๊กแบ็ก (Big bag) ไปบังคับทางน้ำให้ไหลเข้าคลอง ปัจจุบันนี้ชาวบ้านก็เลยอยากจะให้ ทางกรมชลประทานช่วยสำรวจศึกษาในการที่สร้างฝายน้ำรั่วบริเวณปากคลองตั้วเกา เพื่อยกระดับน้ำปิง เพื่อให้น้ำมีระดับที่พอจะไหลเข้าคลองได้ อย่างไรก็ตามจากการ ประสานงานกับท่านนายอำเภอบรรพตพิสัย ท่านรณยุทธ์ พรหมายน ต้องขอบคุณ ทางผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ๓ คือท่าน ผอ.เกรียงไกร แล้วก็สำนักงาน ชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ ท่าน ผอ. ศุภชัย ที่ท่านได้กรุณานำเครื่องสูบน้ำพร้อมน้ำมัน มาช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องที่ใช้คลองตั้วเกา ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบกว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของปากคลองน้ำหัก ของหมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ปัจจุบันนี้มีตะกอนทรายมาขวางบริเวณปากคลองนี้จำนวนมาก ทำให้ ประชาชนที่ต้องสูบน้ำเข้าคลองน้ำหักนี้ไม่สามารถสูบได้ จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกรุณาขุดลอกทรายบริเวณปากคลองดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ที่รับประโยชน์จากปากคลองน้ำหัก ก็มีกว่า ๕๐,๐๐๐ ไร่เช่นเดียวกันนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องของบึงบอน ผมเคยหารือกับท่านประธานในสภานี้ ไปครั้งหนึ่งนะครับ คืออำเภอบรรพตพิสัยติดกับแม่น้ำปิง แต่ไม่มีอ่างเก็บน้ำหรือว่าแก้มลิง เพื่อจะกักเก็บน้ำไว้ใช้นะครับ บึงบอนนี้อยู่ที่อำเภอบรรพตพิสัย ตำบลท่างิ้ว อำเภอเก้าเลี้ยว จะได้รับประโยชน์จากบึงบอน และเป็นบึงสาธารณะที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ป้องกัน น้ำท่วมด้วย แล้วก็ใช้ประโยชน์ในการเกษตรด้วยครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู ซึ่งปัจจุบันนี้ในช่วง ๒ ปีที่ราคาก็ยังอยู่ประมาณไม่เกิน ๑๕-๒๐ บาท เท่านั้นเอง คือราคาของ ขี้ยางก้อนถ้วย จึงอยากที่จะให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งหามาตรการช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้กลับมา มีความสุขอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าถึงแม้จะมีการโค่นยาง บางคนก็ไปปลูกผลไม้ โดยเฉพาะ ทุเรียนซึ่งมีราคาดี แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำกันได้ทุกราย เพราะเนื่องจากว่าต้องมีการลงทุนสูง แล้วก็ต้องรอเวลา เพราะฉะนั้นความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางซึ่งเป็นประชากร ส่วนใหญ่ของพี่น้องทางภาคตะวันออกก็ดี ทางภาคใต้ก็ดี กำลังรอการช่วยเหลือจากรัฐบาล อย่างจริงจังที่จะได้เข้ามาดูแลชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางให้ลืมตาอ้าปากได้ ขอขอบพระคุณมากครับท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไปคุณพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระผมหารือถึงความเดือดร้อนของประชาชน ๒ เรื่อง คือ🔗
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากชาวบ้าน หมู่ที่ ๗ บ้านหนองกอก ตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ๒๕๐ ครัวเรือน เดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคมากกว่า ๑๐ ปี เพราะไม่สามารถหาแหล่งขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อทำประปาหมู่บ้านได้ ทาง อบต. ป่าคายเคยทำงบ มีผู้รับเหมาเข้ามาทำแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะวิธีการสำรวจ หาแหล่งขุดเจาะน้ำ ปัจจุบันบ้านหนองกอกต้องใช้น้ำโดยการต่อท่อจากหมู่บ้านใกล้เคียง แต่ก็ไม่เพียงพอเพราะมีการเปิดปิดเป็นเวลา กระผมจึงขอหารือท่านประธานไปยังกองทุน พัฒนาน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาสนับสนุนเครื่องมือในการหาแหล่งน้ำแบบดาวเทียม หรือวิธีใด ๆ ที่สามารถ หาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อทำประปาหมู่บ้านให้แก่บ้านหนองกอก ได้มีน้ำอุปโภคบริโภคบรรเทา ความเดือดร้อนได้ต่อไป🔗
เรื่องต่อมาครับ บริเวณซอยประชาชื่น-นนทบุรี ๒ ตำบลบางเขน อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เลี้ยวแยกพงษ์เพชรจะไปมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ฝาท่อระบายน้ำชำรุดซึ่งอยู่บนไหล่ถนน มีการทำฝาท่อแบบปูนมาปิดก็ไม่เสมอกับพื้นถนน จนเป็นหลุมเป็นบ่อต่างระดับขนาดใหญ่ตลอดทั้งซอย ทำให้มอเตอร์ไซค์เสียหลักเกิดอุบัติเหตุ ล้มเป็นประจำมีให้เห็นทุกวัน บางครั้งรถยนต์เบรกกะทันหัน คันหลังเบรกไม่ทันก็ชนท้ายกัน เพราะสาเหตุจากฝาท่อแบบต่างระดับในซอยนี้ จึงขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง นายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรีได้ให้กองช่างเข้ามาตรวจสอบหาแนวทางแก้ไข เพื่อความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนผู้ใช้ถนนในซอยนี้ จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุรายวันอีกต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม ท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านจำนวน ๒ เรื่อง🔗
แล้วก็อีกประการหนึ่งที่ผมสงสัยก็คือว่าน้ำในคลองมีจำนวนมาก คลองที่จะส่ง ไปให้ทำเกษตรกรรม แล้วก็มีคลองซอย ผมไม่เข้าใจว่าคลองซอยที่แยกจากคลองใหญ่ไป ทำไมไม่ยอมเปิดประตูน้ำ แต่เอาน้ำให้เข้าคลองได้แต่ว่าจะต้องใช้เครื่องสูบ แล้วให้ประชาชน จ่ายค่าน้ำมันเอง ไม่ถูกนะครับ ผมเองอยากจะขอกราบเรียนผ่านท่านประธานได้ช่วยเหลือ เกษตรกรในเรื่องของน้ำมันที่จะใส่ค่าเครื่องสูบน้ำด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป คุณสำลี รักสุทธี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องมาปรึกษาหารือกับท่าน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
ประการแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับคลองสมถวิลของจังหวัดมหาสารคามครับ ซึ่งคลองแห่งนี้ถือว่าเป็นครองคู่บ้านคู่เมือง เป็นมรดกตกทอดที่บรรพบุรุษได้มอบให้แก่ ลูกหลานนะครับ แต่ปัจจุบันนี้คลองสมถวิลเป็นคลองที่ไม่สมถวิลเสียแล้ว เพราะว่ามีปัญหา น้ำเน่าเสีย ทำให้ปลาตายลอยเป็นแพ ส่งกลิ่นเหม็น คนที่อยู่บ้านใกล้เคียงคลองได้รับ ความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และประชาชนที่ไปออกกำลังกายต่างก็บ่นเพราะว่า เหม็นปลาที่เน่าตายในริมคลองสมถวิลนะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือคลองสมถวิลเช่นเดียวกัน ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ คลองสมถวิล แต่การปรับปรุงนั้นเป็นไปด้วยความล่าช้าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เหมือนกัน กับการทิ้งงานของผู้รับเหมา ผู้ที่รับผิดชอบนะครับ เป็นปีแล้วที่งานก่อสร้างไม่ก้าวหน้าเลย ประชาชนต่างสงสัยว่าเหตุใดเมืองมหาสารคามจึงมีการพัฒนาคลองอย่างล่าช้ามาก อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เข้าไปดูแลแก้ไข คลองสมถวิลแห่งนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ท่านต่อไปครับ คุณสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมเองนั้นขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานี มากราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนในถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๔๖ ช่วงแยกนพวงศ์มาจังหวัดปทุมธานี พี่น้องประชาชนในเวลาค่ำคืนได้สัญจร ไปมาบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ นั้น ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับ ไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงครับ บางครั้งไฟฟ้าก็ติด บางครั้งไฟฟ้าก็ไม่ติด การที่ไฟฟ้าติดนั้น แสงสว่างไม่สามารถที่จะแผ่กระจายมาลงบนพื้นผิวของถนนได้ เนื่องจากว่าโคมไฟฟ้านั้น เก่าชำรุด ผมกลัวว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุ อุบัติภัยถึงแก่ชีวิตได้ แล้วก็อาจจะเกิดอาชญากรบนท้องถนนได้ ผมเองนั้นก็ขอฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวงช่วยจัดงบประมาณให้กับแขวงการทางจังหวัดนนทบุรี เพื่อมาเปลี่ยนโคมไฟฟ้าเพื่อให้ทางสว่างทั่วถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกัน บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ ช่วงสะพาน ข้ามแม่น้ำจังหวัดปทุมธานี ตัวที่ ๑ ไปถึงสามแยกตลาดพูนทรัพย์ ในขณะนี้แขวงการทาง จังหวัดปทุมธานีได้ปรับปรุงพื้นผิวถนนเทผิวคอนกรีตใหม่ สร้างความเดือดร้อนต่อ พี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่เช้ายันเย็นรถจะติดทั้งวันเป็นระยะทาง ยาวประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร เส้นนี้เป็นเส้นทางหลักที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และไปตำบลรังสิต ประกอบกับเส้นทางนี้ได้มีสถานศึกษาประมาณ ๓-๔ แห่ง ไม่ว่า โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี โรงเรียนเทคนิคปทุมธานี มหาวิทยาลัยปทุมธานี ดังนั้น นักเรียน นักศึกษาและคณะครูอาจารย์ ประชาชน ไม่สามารถที่จะมาทำงานได้ตรงตามเวลา ก็ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวงช่วยกำชับเวลาให้กับ แขวงการทางจังหวัดปทุมธานีเร่งรัดในการทำงานเพื่อสนองต่อความต้องการให้กับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีในการเดินทางไปมาให้เกิดการคล่องตัวด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไป คุณประสิทธิ์ มะหะหมัด🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ มะหะหมัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสะพานสูง เขตประเวศ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตนำหารือท่านประธานถึงปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อน เรื่องการก่อสร้างเขื่อนดินคลองแสนแสบ ท่านประธานครับ คลองแสนแสบเป็นคลองที่ขุดขึ้น โดยคน ยาวประมาณ ๙๐ กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง ปัญหา เรื่องของการก่อสร้างเขื่อนดินคลองแสนแสบ ในช่วงของคลองตันถึงถนนสุวินทวงศ์ ขออนุญาต ท่านประธานครับ เรียนว่าคลองแสนแสบในช่วงนี้ยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ การปกครองของเขตสวนหลวง เขตบางกะปิ เขตบึงกุ่ม เขตสะพานสูง เขตคันนายาว เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา คลองนี้ก็จะยาวตัดเขตหนองจอกออกแม่น้ำบางปะกง ปัญหาก็คือว่า ในช่วงของคลองหลอแหลครับ คลองหลอแหลก็คือคลองในส่วนของคลองแสนแสบ คลองหลอแหลในส่วนเขตสะพานสูงตรงนี้ละครับ และคลองหลอแหลในส่วนของเขตคันนายาว การก่อสร้างเขื่อนสะดุดหยุดลงไม่ทราบเพราะเหตุใด แต่จริง ๆ ชาวบ้านบอกแล้วว่า เพราะผู้รับเหมาทิ้งงาน ท่านประธานครับ ทิ้งงานแล้วทิ้งอะไรไว้ให้กับคลองแสนแสบบ้างครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่าการดูแลของกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งสะพานที่ท่านเห็นตอนนี้ การก่อสร้างชนเสาจนกระทั่งเกือบหักเลยครับ ปัญหา ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเรื่องของการสัญจรไปมาระหว่างคน ๒ ฝั่งคลอง และนักเรียน โรงเรียนคันนายาวอยู่ข้าง ๆ จะต้องเดินข้ามคลองแสนแสบไปโรงเรียนคันนายาว เพื่อการเรียนหนังสือ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการร้องเรียนมาก็คือการทิ้งงานนั้น ได้ไปทิ้งวัสดุก่อสร้าง ที่เป็นของหนัก ๆ เต็มพื้นที่ที่ประชาชนได้ให้เขาเช่าไว้ พื้นที่นี้อยู่ซอยรามคำแหง ๑๗๓ เจ้าของพื้นที่นี้ ท่านประธานก็คงรู้จักครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ด้วยความเคารพ คุณจรูญ พุ่มดอกไม้ ไม่รู้จะเอาออกอย่างไรครับท่านประธาน เสาเข็มและสิ่งอื่นอีกเยอะ ไม่กี่วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะลงคลองแสนแสบ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร ช่วยกัน ดูแล ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมีโอกาสไปดูเรื่องของคลอง เลยห้างพาซิโอมาอีก ๒-๓ กิโลเมตร ก็จะเห็นสิ่งที่ผมพูดเป็นประจักษ์ให้ท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป คุณกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือปัญหาเรื่องไฟฟ้าในตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เกี่ยวกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัญหาใหญ่ของที่นี่คือสายไฟฟ้าที่เชื่อมไป ประมาณ ๕ หมู่บ้าน มีบ้านซูแก หมู่ที่ ๓ บ้านรือเปาะ หมู่ที่ ๔ บ้านกาแย หมู่ ๕ บ้านกาเตาะ หมู่ ๖ แล้วก็บ้านน้ำหอม ซึ่งมีบ้านไอปาอยู่ด้วยตรงนั้น หมู่ ๗ รวมพื้นที่ความยาวประมาณ เกือบ ๒๐ กิโลเมตร คือเมื่อก่อนเคยมีโครงการว่าจะเปลี่ยนสายไฟ ประมาณ ๓๐ ปีแล้วครับ สายไฟที่ใช้กับที่นี่ แล้วมันเสื่อมสภาพมาก เคยมีงบประมาณจะไปซ่อม แต่ว่าขาดเครื่องมือ แล้วทีนี้มาตอนหลังไฟดับเกือบทุกวัน เมื่อวานก็ดับโดยไม่ต้องมีสาเหตุ ถ้าดับกลางคืนนี่ ชาวบ้านลำบากเลยครับ ยิ่งเดือนถือศีลอดนี่ไม่สามารถจะลุกขึ้นมาทำอาหารได้เลย ประกอบ ศาสนกิจไม่ได้เลยเพราะว่าไม่มีน้ำ ก็ฝากเรียนท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ผมขอหารือ ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่ท่านจะจัดประชุม ครม. สัญจรที่ จังหวัดระยอง วันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ นี้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดระยองและ ภาคตะวันออก โดยขอให้ท่านบรรจุวาระในที่ประชุม ครม. ดังนี้ครับ🔗
ข้อที่ ๑ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีกวดขันให้เจ้าหน้าที่กวาดล้างตู้สล็อต (Slot) ในจังหวัดระยอง ส.ส. ตั้งกระทู้และหารือในสภาเกือบ ๒ เดือนแล้วครับ ไม่ทราบติดขัดอะไร เจ้าหน้าที่ยังไม่ดำเนินการเลย ตู้สล็อต (Slot) ยังอยู่เต็มเมืองเลยครับ🔗
ข้อ ๒ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในจังหวัดระยอง ๒ แห่ง คืออ่างเก็บน้ำคลองโพล้ อำเภอเขาชะเมา อ่างเก็บน้ำคลองน้ำเขียว อำเภอแกลง และที่จังหวัดจันทบุรี ๑ แห่ง คืออ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ชลประทานภาคเกษตรอีอีซี (EEC) จังหวัดระยองและภาคตะวันออก🔗
ข้อ ๓ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งก่อสร้างท่าเทียบเรืออ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมเกรงว่าจะอันตราย🔗
ข้อ ๔ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาผู้ป่วยแออัดในจังหวัดระยอง โดยก่อสร้างอาคารจอดรถและแฟลตแพทย์โรงพยาบาลระยอง เร่งก่อสร้างแฟลตพยาบาล โรงพยาบาลแกลง เร่งก่อสร้างโรงพยาบาลปลวกแดง สาขา ๒ ขยายโรงพยาบาลวังจันทร์ โรงพยาบาลเขาชะเมา และ รพ.สต. ทุกแห่งเพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยครับ🔗
ข้อ ๕ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งอนุมัติก่อสร้างถนนบายพาส (Bypass) อำเภอแกลงเป็น ๔ เลน (Lane) แก้ปัญหาจราจรติดขัดด้วยครับ🔗
ข้อ ๖ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ มาตรการเยียวยาปัญหาช้างป่าต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน พืชผลการเกษตรชาวจังหวัดระยอง และภาคตะวันออก พร้อมอนุมัติงบให้ท้องถิ่นก่อสร้างรั้วกันช้างที่แข็งแรงเป็นช่วง ๆ ที่ช้างชอบลงมาบุกรุกที่ดินการเกษตร และสนับสนุนสวัสดิการอาสาสมัครช้างป่าด้วยครับ🔗
ข้อสุดท้ายข้อ ๗ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งอนุมัติก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์ (Motorway) และขยายถนนสุขุมวิทเป็น ๖ เลน (Lane) นะครับ จากจังหวัดชลบุรีมาจังหวัดระยอง มาอำเภอแกลง ไปจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราดด้วย ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ค่ะ🔗
ข้อแรก ดิฉันขอประสานไปถึงสำนักการจราจรกรุงเทพมหานคร ได้โปรด ติดตั้งป้ายจำกัดรถบรรทุกไม่ให้วิ่งบนถนนฉลองกรุง ตั้งแต่บริเวณสะพานข้ามถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ก่อนที่จะถึงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เนื่องจาก ถ้าหากว่าเดินทางไปตามเส้นถนนฉลองกรุงไปจนถึงถนนอ่อนนุชนั้นจะเป็นคอขวด แล้วก็ มีลักษณะถนนที่แคบ ถ้าหากว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าไปก็จะไม่สามารถเลี้ยวไปตรงหัวมุม ระหว่างเส้นตัดถนนฉลองกรุงกับถนนลาดกระบังได้ สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนมาก ฉะนั้นขอให้การจราจรติดตั้งป้าย แล้วก็สอดส่องถึงความปลอดภัย ตรงนี้ให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วย เนื่องจากประชาชนร้องเรียนมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนดำเนินการ🔗
ข้อ ๒ เช่นกันค่ะ สำนักการจราจรได้โปรดติดตั้งป้ายจำกัดความเร็ว เนื่องจาก ในเขตชุมชนวัดพลมานีย์ บริเวณเลียบถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) จากที่เดินทางมาจาก วัดสุทธาโภชน์ที่จะเดินทางไปชุมชนวัดพลมานีย์นั้นเป็นเขตชุมชน แต่ไม่มีการติดตั้งป้ายว่า เป็นเขตชุมชนและไม่มีการติดตั้งป้ายจำกัดความเร็วของรถบรรทุกหรือว่ารถยนต์โดยสารต่าง ๆ ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลาย ๆ ครั้ง ช่วงที่ผ่านมาก็เพิ่งมีเด็กได้รับอุบัติเหตุและเสียชีวิตไป🔗
แล้วก็อีกส่วนหนึ่งสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน สัญญาณไฟจราจรอัจริยะสำหรับคนข้ามถนนบริเวณหน้าสวนพระนคร บนถนนอ่อนนุช- ลาดกระบัง เสียมาหลายเดือนแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับการซ่อมแซมก็ขอประสานด้วย🔗
อีกข้อหนึ่ง ขอประสานสำนักการโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร ได้โปรดไปซ่อมแซมทางเลียบทางเดินเท้าริมคลองลำปลาทิว ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดสุทธาโภชน์ ถึงบริเวณหมู่บ้านวนารมย์เสียหายมาเป็นเวลานานแล้ว ขอท่านประธานได้โปรดสั่งการด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณพยม พรหมเพชร ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิก ผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ ในเขตอำเภอหาดใหญ่ และอำเภอนาหม่อม มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่มีปัญหาในพื้นที่ แต่วันนี้จะขอพูด ๑ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่ทำกินของพี่น้องประชาชนในกลุ่มหนึ่ง เขาเรียกว่ากลุ่มภาคประชาชน ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีสมาชิกประมาณ ๔๐๐ คน ในกลุ่มนี้ขาดแคลนที่ทำมาหากินและที่อยู่อาศัย ผมเองได้นำมาพบปะกับท่านรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบเมื่อประมาณก่อนโควิด (COVID) จะเกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีก็รับปากว่าจะช่วยดูแล แต่ส่วนหนึ่งในเขตจังหวัดผู้ที่รับผิดชอบไม่ว่าสถาบันการพัฒนาชุมชน กรมพัฒนาชุมชน ก็ได้มีส่วนช่วยไปบางส่วนแล้ว แต่ความต้องการของพี่น้องประชาชนยังมีอีกมากมาย ในเรื่องของการทำมาหากินในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนขาดแคลนรอบ ๆ นครหาดใหญ่ แท้ที่จริงหลายสถานที่ไม่ว่าจะเป็นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นที่ว่างอยู่ หรือที่อีกที่หนึ่ง ซึ่งมีประชาชนเข้าไปรุกล้ำอยู่เป็นประจำ ก็คือสถานที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีที่สำหรับพื้นที่ว่างเปล่ามากและมีผู้ที่ไปบุกรุกมากมาย ตอนหลังก็ขออนุญาตเช่า สามารถเช่าได้ครับ ผมเองก็ได้พยายามแนะนำแต่ก็ไม่ได้ผล เท่าที่ควร ก็ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะดูแลพี่น้องผู้ยากไร้ช่วยสนับสนุนและ ดูแลด้วย เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็อยากจะขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่พายุซินลากู (Sinlaku) ทำประเทศไทยเราน้ำท่วมและ มีน้ำป่าไหลหลาก ทำให้พื้นที่เสียหายกว่า ๑๓ จังหวัด ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคอีสาน ซึ่งดิฉันก็จะขอฝากไปยังกรมอุตุนิยมวิทยาว่าได้ข่าวว่าจะมีพายุมาอีกเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้แจ้งเตือนล่วงหน้าให้นาน ๆ หน่อย ประชาชนจะได้เตรียมการได้ทัน ๒. ฝากไปยัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าในการแจ้งเตือนแต่ละครั้งนั้นต้องแจ้งเตือนด้วยว่า พื้นที่เสี่ยงภัยมีตรงไหนบ้าง ๒. สถานการณ์จำเพาะเตือนภัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น สามารถเกิด อะไรขึ้นได้บ้าง ๓. ระยะเวลาล่วงหน้าให้นาน ๆ หน่อย🔗
เรื่องที่ ๒ มีนักธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ได้ร้องเรียนมายังดิฉันว่าตอนนี้ เอสเอ็มอี (SMEs) รายย่อยกำลังจะตายหมู่กันทั้งประเทศแล้วค่ะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่า โครงการเที่ยวด้วยกันของรัฐบาล มีปัญหาในการลงทะเบียน ในฐานะผู้ประกอบการ มีโรงแรมมากมายที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพราะยังอยู่ในสถานะกำลังขอใบอนุญาต มีร้านอาหารมากมายที่ลงทะเบียนแล้วแต่ยังอยู่ในสถานะกำลังดำเนินการอยู่ เมื่อโทรศัพท์ ติดตามตรวจสอบก็ได้รับคำตอบว่าต้องมีกรมการปกครองหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เข้ามาตรวจสอบสถานที่ก่อน ซึ่งพอโทรศัพท์ถามทางคอลล์เซ็นเตอร์ (Call Center) ทางคอลล์เซ็นเตอร์ (Call Center) ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเมื่อไรที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะมา ตรวจสอบ ซึ่งโครงการนี้โครงการเที่ยวด้วยกันของรัฐบาลมีขึ้นมาก็เพื่อ เขาเรียกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ เยียวยาธุรกิจหลังโควิด (COVID) ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนตุลาคม แต่ตอนนี้ เดือนสิงหาคมแล้วปรากฏว่ามีร้านที่ได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศเพียงแค่ ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าร้านเท่านั้นเอง ก็เพราะว่าปัญหาเกิดในขั้นตอนการลงทะเบียน และการตรวจสอบที่ไม่เอื้อ ดิฉันก็จะขอฝากไปยังท่านประธานถึงรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิรัช พันธุมะผล🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่ผมจะขอปรึกษาท่านประธานเป็นเรื่องใหญ่ครับ ท่าน ส.ส. ทุกท่าน ประชาชนที่ใช้รถจะโดนใบสั่งจากทั้งตำรวจทางหลวงและตำรวจภูธรว่า ได้ขับรถยนต์ส่วนบุคคลในความเร็วเกิน ๑๐๐ กิโลเมตร ขอนำภาพขึ้นจอหน่อยครับ🔗
ซึ่งตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ได้กำหนดไว้ว่า ไม่เกินชั่วโมงละ ๑๐๐ กิโลเมตร ถ้าท่านดูจากบนจอนะครับ ขับไม่เกินชั่วโมงละ ๑๐๐ กิโลเมตร แต่ตำรวจตั้งกล้องจับความเร็วในจุดใดจุดหนึ่ง ที่เป็นถนนโล่งในเสี้ยววินาที ๑ วินาทีแล้วมาคำนวณความเร็วใน ๑ ชั่วโมง ซึ่งเป็นการไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย ประชาชนเดือดร้อน ท่าน ส.ส. ก็เดือดร้อนโดนใบสั่งกัน ว่อนเลยครับ นี่คือสาเหตุที่ผมอยากจะให้เปลี่ยนแปลงการจับความเร็วโดยจากจุดหนึ่งไปยัง อีกจุดหนึ่ง มีเครื่องหมายสัญญาณว่าเป็นจุดที่เริ่มต้นจับความเร็วแล้วเอาความเร็วมาเฉลี่ย ไม่ใช่จับจุดใดจุดหนึ่ง นี่คือเหตุผลที่สำคัญมากครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมขอกราบเรียนท่านประธานครับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปิดถนนสวนผักช่วงตัดกับถนนรถไฟช่วงที่หน้าศาลตลิ่งชัน อยู่ ๆ ก็ปิดครับ ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้ เปิดใช้มาเกือบ ๕๐-๖๐ ปี อยู่ ๆ ท่านจะปิดก็ปิด ประชาชนเดือดร้อนมากครับ ขอให้ กรุงเทพมหานครสร้างสะพานลอยให้ประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งไปมาหาสู่กันได้ ไม่ใช่ให้ไปอ้อม ข้างละ ๒ กิโลเมตร ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไปคุณมนพร เจริญศรี🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชนบ้านแก้วปัดโป่ง ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ว่าช่วงนี้เป็นช่วงของเข้าสู่หน้าฤดูฝน ชาวบ้านได้พบว่า ยุงลายบ้าน หรือว่ายุงลายสวนมีจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านมีโรคคือโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) ระบาดไปทั่วทั้งหมู่บ้าน แต่เนื่องจากกำลังของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. นั้น ไม่เพียงพอ ประกอบกับงบประมาณในวิกฤติสถานการณ์โควิค (COVID) ที่ผ่านมาใช้ไป เกือบจะหมด ทำให้ในพื้นที่ขาดยาพ่นกันยุง ขาดอุปกรณ์ที่จะลงไปดูแลพี่น้องประชาชน ดิฉันขอฝากไปถึงกระทรวงสาธารณสุขได้เติมเต็มในสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าการจัดซื้อเวชภัณฑ์ การให้คำแนะนำในการดูแลป้องกันตัวเองของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องเดือดร้อนที่ ๒ ได้รับคำร้องจากผู้ปกครองของนักเรียนว่าวันนี้ สถานการณ์ของโควิด (COVID) ได้ลดน้อยถอยลงไปจากสถานการณ์ล่าสุดก็คือมีผู้ติดเชื้อ จากสถานกักกันก็พบว่าขณะนี้ผู้ปกครองนักเรียนเป็นกังวลว่าที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกระเบียบในการจัดนักเรียน โดยมีการแบ่งห้องเรียน คือแบ่งนักเรียนให้เรียน อย่างละครึ่งห้อง เพื่อเว้นระยะห่างแล้วก็ให้ใส่หน้ากากอนามัยนั้น ผู้ปกครองก็เป็นกังวลว่า เมื่อไรจะมีการเปิดให้มีการเรียนแบบสมบูรณ์แบบ ก็คือขณะที่นโยบาย ศบค. ขณะนี้ ก็ย้อนแย้งค่ะ ไม่เคยมีผู้ติดเชื้อจากโรงเรียนหรือว่าสถานศึกษา แต่มีการเปิดสถานบริการ บางแห่ง ไม่ว่าสนามมวยก็มีการพบผู้ติดเชื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือว่าโรงอาบอบนวด ก็ยังมีการเปิดบริการ แต่โรงเรียนนี่กลับปิด ดิฉันขอฝากนโยบายที่สามารถจะแก้ไขปัญหา ให้ผู้ปกครองคลายกังวลได้ในเรื่องนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธานที่จะกราบฝาก ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก อยากจะกราบฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทย โดยท่านรัฐมนตรีและท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกระทุ่ม ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา คือท่านนายกสุทิน ชาติพุดซา และท่านกำนันตำบลหนองกระทุ่ม คือท่านกำนันศักดิ์ชัย ชาติพุดซา สืบเนื่องจากในขณะนี้เป็นหน้าฝน และที่ผ่านมา ได้มีถนนเส้นหนึ่งก็คือถนนสายสะพานบ้านนาตม หมู่ที่ ๙ ตำบลหนองกระทุ่ม ไปถึง บ้านหนองยารักษ์ หมู่ที่ ๑๒ ซึ่งเส้นทางเส้นนี้ยาวประมาณ ๑,๑๖๐ เมตร ก็คือ ๑,๐๐๐ กว่าเมตร และขณะเดียวกันถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด สอบถามไปทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยท่านผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ในแผนแล้ว จวบจนวันนี้หลายสิบปีครับ ถนนเส้นนี้ก็ไม่ได้ดำเนินการ ก่อสร้างเลย ทั้ง ๆ ที่ใช้งบประมาณเพียง ๔ ล้านกว่าบาท จึงอยากจะกราบฝากท่านรัฐมนตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอธิบดีได้กรุณาส่งคนเข้าไปดูและเร่งรัดกำชับให้มีการดำเนินการ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ที่จะฝากท่านไปถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม เพราะเหตุการณ์นี้เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในเขตตำบลสุรนารี โดยผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากท่านกำนันจุล เข็มทอง และท่านนายกเทศบาลตำบลสุรนารี ท่านนายกเทศมนตรี สมยศ รัตนปรียานุช มีถนนรอบรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีความยาวประมาณ ๓ กิโลเมตร ซึ่งได้มีการดำเนินการในการที่จะดูแลโดยมหาวิทยาลัย แต่ในขณะนี้ถนนเส้นนี้เกิดความชำรุดทรุดโทรมแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการในการซ่อมแซมเลย จึงอยากจะกราบฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม ได้ดำเนินการในการที่จะบอกกล่าวให้กับมหาวิทยาลัยได้กรุณาแก้ความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตนั้น เพราะเดือดร้อนมากในขณะนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ท่านต่อไป คุณจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ถ้าท่านไม่พร้อม ผมขออนุญาตไป นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากว่าดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านอาจารย์ทวี เมฆอภัย ที่อยู่พื้นที่หมู่ที่ ๙ ตำบลคุ้งกระถิน อำเภอเมืองราชบุรี อาศัยอยู่บริเวณคลองตาจ่า ซึ่งเป็น คลองที่พาดผ่านพื้นที่หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ ตำบลคุ้งกระถิน หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ ตำบลคุ้งน้ำวน อำเภอเมืองราชบุรี ผ่านตำบลบางยี่รงค์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม นั่นเท่ากับว่า คลองเส้นนี้จะผ่านพื้นที่ทั้ง ๒ จังหวัด แต่ว่าขาดการดูแล สภาพคลองปัจจุบันตื้นเขิน มีผักตบชวาและวัชพืชขึ้นหนาแน่น น้ำเน่าเสีย ไม่สามารถไหลเวียนได้ โดยคลองตาจ่านี้ จะรับน้ำมาจากแม่น้ำแม่กลองและคลองแควอ้อม แล้วก็จะนำน้ำไหลไปสู่ลำประโดง เข้าสวนมะพร้าวของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยลงไปสำรวจและตั้งงบประมาณในการขุดลอกคลองตาจ่าให้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนทางเข้าซอยวาสนาดี ชุมชนมนตรีสุริยวงศ์ ซึ่งเป็นถนน สายเลียบคลองน้ำทิ้งเทศบาลเมืองราชบุรีไปออกบายพาส (Bypass) พื้นที่ตำบลบ้านไร่ ปัจจุบันถนนสายดังกล่าวมีรางระบายน้ำเสียรูปตัวยู (U) กว้างประมาณสัก ๒ เมตร ขนานกับถนนเส้นนี้ บ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุรถที่สัญจรไปมาตกลงไปที่คลองระบายน้ำ โดยพี่น้อง ในชุมชนก็เสนอให้มีการออกแบบและปิดเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเจาะช่องสำหรับไว้ลอกขี้เลน ส่วนด้านบนก็ขยายความกว้างของผิวจราจรเพื่อเพิ่มช่องทางจราจร สามารถระบายรถได้เร็ว ยิ่งขึ้น ลดอุบัติเหตุและพี่น้องก็ไม่ต้องมานั่งดมกลิ่นน้ำเสียด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านอบ เนียมรักษา นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลสามเรือน ว่าเกิดปัญหาน้ำเน่าเสียภายในตำบล คือคลองสามเรือนและ คลองหนองทอแพ ร๒ ซ้าย มีน้ำเสียไหลมาจากเขตตำบลดอนทราย ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ปลาตาย เกษตรกรที่ใช้น้ำสำหรับเลี้ยงปลาและประมง เลี้ยงสัตว์ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาก็ได้ร้องเรียนไปในทุก ๆ หน้าฝน แล้วก็มี หน่วยงานมาเก็บคุณภาพน้ำ แล้วเรื่องก็เงียบหายไป ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยมาดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้ง ๓ เรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านจิรวัฒน์คงติดประชุม อยู่นะครับ เราก็จบเรื่องเพื่อปรึกษานะครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ผมทราบดีว่า ท่านพยายามรักษาเวลากันอย่างดีมากครับ เราใช้เวลาไม่มาก คุ้มเวลา เพราะนำปัญหา ความเดือดร้อนชาวบ้านอย่างแท้จริงมาแจ้งที่ประชุม ซึ่งทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็จะดำเนินการต่อจากนี้ไปยังฝ่ายบริหารนะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไปครับ🔗
เนื่องจากขณะนี้มีสมาชิก มาลงชื่อแล้ว ๓๐๘ ท่าน เมื่อครู่นี้นะครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตเปิดประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
โดยจะเป็นกระทู้ถามแรกคือกระทู้ถามสดด้วยวาจา ในระหว่างนี้ ทางกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะดำเนินการโดยท่านรองประธานจะทำหน้าที่นะครับ ผมเรียน ที่ประชุมว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็ทำหน้าที่เป็นประธานในกระทู้ถามแยก ๕ กระทู้ ก็เรียนว่า ท่านสมาชิกและรัฐมนตรีได้ปรับการถาม ตอบ ไม่มีกระทู้ใดที่เกินเวลา สามารถได้เนื้อหาสาระ ที่เป็นประโยชน์ อันนี้ก็ชื่นชมท่านสมาชิกหลายท่านได้ปรับตัว โดยเผื่อเวลาในกรณีถามได้ ๒ ครั้ง ก็เผื่อเวลาไว้ครั้งที่ ๒ ก็ทำให้กระทู้ได้เนื้อหาสาระและไม่เยิ่นเย้อ ไม่วนเวียน แล้วก็ ได้ตรงเวลาพอดี ก็เรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบ🔗
กระทู้ถามแรกก็เป็นกระทู้ ถามสด ซึ่งมี ๓ กระทู้ แต่โดยที่ได้รับแจ้งว่าสำหรับกระทู้ถามที่ ๑ และกระทู้ถามที่ ๓ นั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ตอบ จึงขออนุญาตนำกระทู้ถามที่ ๑.๑.๒ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เพราะว่าสมาชิกได้ตกลงกับท่านรัฐมนตรีแล้ว โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมจะมาตอบ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๐๘๐ ส. (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเชิญท่านยุทธพงศ์ โดยกระทู้ถามสดด้วยวาจานี้มีเวลากระทู้ละครึ่งชั่วโมงครับ และถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้ด้วยวาจาถามต่อสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ กรณีการเปิดบ่อนการพนันย่านถนนพระราม ๓ อย่างเย้ยกฎหมาย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย แล้วก็เป็นเรื่องที่ผมเคยได้เรียนต่อสภาแห่งนี้ไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๒ ในช่วงที่มีการ อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ และท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับทราบและได้ตอบในสภาแห่งนี้ว่าถ้ามีบ่อนอย่างนี้จริง บ่อนของนายตี้หรือเฮียตี้จริง ให้ส่งเรื่องมาให้ท่าน ท่านจะจัดการ และท่านก็ท้าทายต่อผม ในสภาแห่งนี้ว่าไม่มีเรื่องแบบนี้และทางตำรวจก็ออกมาปฏิเสธ แต่แล้วเมื่อคืนวันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ ๒๒.๐๐ นาฬิกา หรือ ๔ ทุ่ม ก็ได้มีเหตุยิงกันตายในบ่อน การพนัน ๔ ศพ ย่านถนนพระราม ๓ ซอย ๖๖ แขวงช่องนนทรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร ก็เรียกว่าใจกลางจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีคนตายประกอบไปด้วย ๑. พลตำรวจตรี วัทธเศรษฐ์ สำเนียงประเสริฐ เป็นสารวัตรสอบสวน สน. แสมดำ อยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือเขาเรียกกันว่า สารวัตรแม็กซ์ อายุ ๓๒ ปี ศพที่ ๒ คือ นายถาวร สีสด อายุ ๕๑ ปี คนนี้ที่จากพยานหลักฐาน ระบุว่าเป็นมือปืนผู้เข้าไปเล่นการพนันในบ่อนแล้วก็เป็นคนยิง ๓ ศพเสียชีวิต ศพที่ ๓ นางสาวพีรญา นุ่มละมูล อายุ ๔๔ ปี ก็เป็นพนักงานแจกไพ่อยู่ในบ่อนการพนัน ๔. นางสาวเมา เซรีย์โปฟ อายุ ๒๙ ปี เป็นชาวกัมพูชาก็เป็นคนแจกไพ่อยู่ในบ่อนการพนัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้แสดงในจอมอนิเตอร์ (Monitor) ของสภาขออนุญาตท่านประธานนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็น อาชญากรรมที่ร้ายแรง แล้วก็เป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ปล่อยให้มีการ เปิดบ่อนการพนันกลางจังหวัดกรุงเทพมหานคร เรื่องนี้ผมก็เคยมาเรียนต่อสภาแห่งนี้ เรียนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะที่นายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธาน ก .ต.ช. ประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติ บริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๑๑ และท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ไปประชุม ทั้งเป็นประธาน ก.ต.ช. เป็นประธาน ก.ตร. และ ท่านรับผิดชอบเรื่องตำรวจโดยตรง และผมก็ได้แจ้งต่อท่านนายกรัฐมนตรีให้ได้ทราบ บ่อนของเฮียตี้ในสภามาตั้งแต่ปีที่แล้ว และท่านนายกรัฐมนตรีกับปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ได้เปิดคลิป (Clip) นะครับว่าผมเคยได้มา แจ้งเรื่องนี้ต่อสภา ขออนุญาตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณสถานีโทรทัศน์ช่อง ๘ ที่ได้ให้คลิป (Clip) แล้วก็วีดิทัศน์ประกอบการอภิปราย ท่านประธานครับ อาชญากรรม บ่อนการพนัน แล้วก็มีการยิงกันกลางกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ท่ามกลางที่รัฐบาลขอให้ทุกคนได้อดทน เพราะว่าขณะนี้ประเทศ ของเรามีทั้งปัญหาโควิด (COVID) ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความอดอยาก รัฐบาลได้ขยาย พระราชกำหนดสถานการณ์ในเวลาฉุกเฉินเพื่อโควิด (COVID) ไปถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ท่านประธานครับ แล้วทางตำรวจปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งวันนี้ อย่ามาเถียงผมว่าไม่ใช่บ่อนการพนัน เจ้าหน้าที่ครับ ขอรูปด้วยครับ ผมจะชี้ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นนะครับว่าตรงนี้มันบ่อนแน่นอน แล้วไม่มีการลักลอบ🔗
รูปนี้คือแผนผังครับ ว่าตรงนี้คือ บ่อนการพนัน มีทางเข้าทางออกครับ แล้วมีการแบ่งโซนในการเล่นการพนันที่บ่อนเฮียตี้ มีทั้งโซนวีไอพี (Zone VIP) โซน (Zone) สนามทราย แล้วมีโต๊ะบาคาร่า (Baccarat) ถือว่า เป็นบ่อนขนาดใหญ่กลางกรุงเทพมหานครเลยนะครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ อันนี้รูป ก่อนเกิดเหตุที่มีลักษณะจัดไว้เป็นลักษณะบ่อนการพนัน มีโต๊ะบาคาร่า (Baccarat) แล้วก็มีคนเข้าไปเล่นการพนันเป็นจำนวนร้อย ๆ คน รูปถัดไปครับ ท่านประธานเห็นไหมครับว่าเกิดเหตุ ท่านประธานจะเห็นว่ามีรูปผู้เสียชีวิต แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีใครสนใจที่จะไปดูแลผู้เสียชีวิต กลับมีการขนของออกจากบ่อนการพนัน และทำไม เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่รีบเข้าไปที่เกิดเหตุ เหมือนปล่อยปละให้ทำลายหลักฐานก่อน ซื้อเวลา ไม่รีบเข้าไป ให้เขามีการขนของออก ท่านประธานครับ ผมเข้าสู่คำถามเลยว่ากรณีนี้ เป็นเรื่องบ่อนการพนันชัดเจนกลางกรุงเทพมหานคร ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้รับทราบว่า มีบ่อนแห่งนี้จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือผมในสภาแห่งนี้ และท่านนายกรัฐมนตรี ก็กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตัวเอง🔗
คำถามที่ ๑ ทำไมท่านนายกรัฐมนตรีถึงไม่จัดการเรื่องบ่อนการพนัน และ ปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุเปิดบ่อนการพนันกลางกรุงเทพมหานครนี้ โดยท่านรับรู้และ รับทราบว่ามีบ่อนการพนัน ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถาม เรื่องบ่อนการพนันในวันนี้ ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของบ่อนการพนันนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้ปล่อยปละละเลยในการกำชับเจ้าหน้าที่ทุกส่วนงาน โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจ แห่งชาตินั้นให้เข้มงวดในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ การพนัน โดยเฉพาะการแอบลักลอบเปิดบ่อนพนันในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างจริงจัง ให้มีการป้องกันและปราบปรามจับกุมดำเนินคดี และที่สำคัญก็คือว่าท่านกำหนดมาตรการว่าหากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือ ปล่อยปละละเลยนั้นก็จะต้องลงโทษเจ้าหน้าที่อย่างเด็ดขาดด้วยเช่นกัน เรื่องของ อบายมุขนั้นถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ผ่านมาก็ได้กำชับให้ไม่เฉพาะสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานทางปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก็ให้มีการเพิ่มความเข้มข้น ในการที่เข้าไปกวดขันกำกับดูแลไม่ให้มีการเล่นการพนันทุกประเภท และที่สำคัญ ที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าถ้ามีการปล่อยปละละเลยก็จะต้องมีการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ ผู้นั้นอย่างเด็ดขาดด้วย🔗
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ได้ดำเนินการรับนโยบายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี ก็มีการกำกับทุกพื้นที่ให้มีการสืบสวน ปราบปราม จับกุม แหล่งอบายมุข อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้บังคับบัญชาจะต้องตรวจสอบ ติดตาม การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมไม่ให้มีแหล่งอบายมุข โดยเฉพาะบ่อนการพนันในพื้นที่ เป็นอันขาด ขออนุญาตเรียนว่าตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถามกรณีที่สีลม จากการอภิปรายงบประมาณ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องที่ ตำรวจท้องที่นั้นได้ไปตรวจสอบในพื้นที่ ซึ่งในการไปตรวจสอบในช่วงนั้นก็เข้าไปแล้ว และมีการ สอบปากคำสำหรับผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น ช่วงนั้นก็ไม่พบว่ามีการเปิดบ่อนการพนัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ท้องที่ก็ได้มีการติดตามตลอดว่าในพื้นที่นั้นจะมีการเปิดบ่อนตรงไหน หรือไม่ อย่างไร หรือว่าจะไปดำเนินการที่ไหนหรือไม่ ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้กำชับไป ในทุกท้องที่ใน บช.น. เอง แล้วก็ในเขตปริมณฑลด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ่อนการพนัน ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีท่านก็ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการสืบสวน สอบสวน หาข้อเท็จจริงโดยเร็ว ซึ่งตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าไปตรวจสอบแล้ว มีผู้เสียชีวิต ๔ คน เป็นหญิง ๒ คน แล้วก็ชาย ๒ คน ซึ่งการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นเรื่องระหว่างผู้ก่อเหตุซึ่งเสียชีวิตไปแล้วกับ เสียชีวิตซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอาจจะมีเรื่องของส่วนตัวเกิดขึ้น แล้วก็รวมทั้งไปติดตาม หาตัวผู้กระทำความผิดคือคนที่ยิงผู้ก่อเหตุที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสถานที่ ที่เป็นบ่อนการพนันนั้นก็ได้กำชับให้ตำรวจนั้นไปเร่งสืบสวนสอบสวนและขยายผลดำเนินการ ทางกฎหมายกับเจ้าของสถานที่ผู้จัดหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป และสำคัญก็คือว่า หากสืบสวนแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องให้ดำเนินคดีให้เด็ดขาดด้วย ตรงนี้ ก็ต้องไปตรวจสอบว่าบ่อนที่เกิดขึ้นในพระราม ๓ นั้นเป็นบ่อนลักษณะใด มีเจ้าหน้าที่รับรู้ ปล่อยปละละเลยหรือไม่ ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เน้นย้ำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ไปดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ออกคำสั่งให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล ๕ ผู้กำกับ รองผู้กำกับ ปราบปราม สารวัตรปราบปราม สารวัตรสืบสวนของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆรวม ๕ นาย ไปช่วยราชการที่ศูนย์อำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้การสืบสวน สอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสแล้ว ก็ยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นก็เน้นย้ำสำนักงานตำรวจ แห่งชาติว่ากรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีผู้เสียชีวิต รวมทั้งมีเรื่องของการพนันมาด้วย เน้นย้ำสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันนี้ ถึงวันนี้มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว ๑๑ ปาก รายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็ให้ตำรวจนั้น ได้เร่งรัดในการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ก็เรียนย้ำ อีกครั้งหนึ่งว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นท่านก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ได้รับทราบข้อมูล เรื่องบ่อนการพนัน ก็ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เจ้าหน้าที่ท้องที่ให้ดำเนินการกวดขัน แล้วก็เริ่มจับกุมโดยเด็ดขาดครับ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๑ ขออนุญาตกราบเรียนครับ🔗
คุณยุทธพงศ์มีสิทธิถาม ได้อีก ๒ ครั้ง เชิญนะครับ บริหารเวลาให้ได้นะครับ ๔ นาทีเศษ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากข้อมูลนี้สื่อมวลชนเขาบอกว่าคนร้ายก็ถูกยิงตาย ก็คือนายถาวรนี้แหละที่เข้าไปเล่นการพนันในบ่อน แล้วก็ถูกมือปืนอยู่ในบ่อนสังหารเสียชีวิต อยู่ในห้องน้ำ ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีที่มอบให้ พลเอก ชัยชาญมาตอบท่านยังไม่รู้ข้อมูล เลยหรือว่ามือปืนถูกยิงตายในบ่อน ท่านยังบอกว่ามือปืนจับไม่ได้ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่า ตอนนี้ท่านมีทั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ท่านมีทั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ควบคุมการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) หรือโควิด (COVID) หรือ ศบค. แสดง ให้เห็นว่ารัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการควบคุม สนามมวยลุมพินีท่านยังไม่ให้เปิด เพราะว่าเป็นต้นตอของการแพร่กระจายของโควิด (COVID) ที่ผ่านมา และในบ่อนการพนัน ขนาดใหญ่กลางกรุงเทพมหานครที่ถนนพระราม ๓ มีคนเข้าไปเล่นเป็นร้อย ๆ คน แล้วตรงนี้ ไม่แพร่กระจายโควิด (COVID) ไปอีกเท่าไรล่ะครับ มีคนตายเป็นคนต่างประเทศด้วย มีคนต่างประเทศเข้าไปเล่นในบ่อนการพนันอีก ตรงนี้นะครับ แค่ไปย้ายตำรวจสถานีตำรวจ ทุ่งมหาเมฆ ย้ายผู้การนครบาล ๕ ตรงนี้มันแสดงให้เห็นว่าเป็นการตัดตอนครับท่านประธาน ขออนุญาตดูจากรูปในจอมอนิเตอร์ (Monitor) ท่านประธานเห็นไหมว่าจากสถานีทุ่งมหาเมฆไป ถึงบ่อนเฮียตี้ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ แล้วเวลาที่เกิดเหตุนี่ เกิดเหตุ ๔ ทุ่มตำรวจ ไปถึงเที่ยงคืนครับ แสดงให้เห็นว่าตรงนี้มีกระบวนการในการรับส่วยกันเป็นทอด ๆ แล้วท่าน เห็นไหมว่ามันคงไม่ใช่แค่ บก.น. ๕ หรือ สน. ทุ่งมหาเมฆแล้วจะสามารถเปิดบ่อนได้ กระบวนการต้องใหญ่มากครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านปล่อยปละละเลย ทำไมท่านไม่ตั้ง กรรมการสอบครับท่านประธานครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมเลยครับ กรณีนี้เป็นเหตุอุกฉกรรจ์ ท้าทายกฎหมาย เกิดขึ้น กลางเมืองหลวงของประเทศไทย ท่ามกลางที่มี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คดีนี้ไม่ต่างจากคดีบอส ลูกกระทิงแดงหรอกครับ คำถามผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ เหมือนคดีบอสลูกกระทิงแดงไหมครับ เพื่อที่จะสอบสวน เพื่อที่จะได้กวาดล้างบ่อนการพนัน ระบบส่วยให้หมดไปจากสังคมไทยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ขออนุญาตเรียนตอบคำถามของท่านสมาชิกนะครับ เรียนว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ ที่เกิดนี้น่าจะประมาณ ๒๒.๐๐ นาฬิกา หรือ ๔ ทุ่ม ทาง สน. ทุ่งมหาเมฆได้รับแจ้งเหตุ จาก ๑๙๑ ว่ามีเหตุผู้ใช้อาวุธปืนยิงกันและเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ ๔ ทุ่มครึ่ง ๒๒.๓๐ นาฬิกา หลังจากนั้นแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไปถึงที่เกิดเหตุเวลา ๒๒.๔๕ นาฬิกา อันนี้เป็น ไทม์ไลน์ (Timeline) ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับกรณีที่ผมเรียนว่าให้สำนักงานตำรวจ แห่งชาตินั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เรียนว่าในการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น ก็เป็นไปตามขั้นตอน และที่สำคัญก็คือว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ทุกประการ ก็จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผลการสอบสวนจะต้องเร่งรัดดำเนินการ ท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมการให้รายงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้นปล่อยปละละเลย หรือบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย ตามระเบียบการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเร่งรัดในการดำเนินการแล้วรายงานให้ท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อกรุณาทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านยุทธพงศ์ถามได้ อีกครั้งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมกล่าวหาว่าตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมตอบไม่ตรงคำถามผมครับ ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ กระเทือนระบบยุติธรรม เป็นเรื่องส่วยตำรวจ เป็นปัญหาอาชญากรรม เกิดขึ้น กลางกรุงเทพมหานคร ผมถามท่านว่ากรณีนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะตั้งกรรมการสอบ เหมือนกรณีบอสลูกกระทิงแดงที่มีอาจารย์วิชา มหาคุณ เป็นประธานไหมครับ สอบต้อง ทั้งระบบ ไม่อย่างนั้นแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ท่านไปตอบอะไรคนละเรื่องกับคำถามผมเลยนะครับ🔗
ผมถามคำถาม ที่ ๓ ต่อไปเลยว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านจะรับผิดชอบ อย่างไรต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนะครับ ทั้ง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๔ และท่านเป็นประธาน ก.ตร. แล้วเรื่องนี้ท่านก็รับรู้ รับทราบมาก่อน ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านจะจัดการกับปัญหาบ่อนพระราม ๓ นี้ อย่างไร เพราะว่ากรณีนี้จะได้จัดการเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น เกี่ยวกับตำรวจ เกี่ยวกับเรื่องส่วย เกี่ยวกับเรื่องบ่อนการพนันให้หมดไปจากประเทศไทย คำถามผมก็คือว่า ท่านจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรในระดับชาติที่ท่านดูแลอยู่ ท่านจะจัดการอย่างไรกับนายตำรวจ ที่เกี่ยวข้อง ในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงไปทั้งหมดนี้ท่านจะจัดการอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในประเด็น คำถามที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนไปว่าทางนายกรัฐมนตรีท่านให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้ตั้ง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผมก็เรียนตอบคำถามท่านว่าสอบข้อเท็จจริงมานี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วก็คงจะ พิจารณาดำเนินการต่อไปว่าหากปรากฏผลการสอบเป็นอย่างไรก็คงจะต้องพิจารณากำหนด แนวทางในการดำเนินการต่อไปว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไรหรือไม่🔗
คำถามที่ ๓ ที่ท่านถามว่าในการดำเนินการตรงนี้ ขออนุญาตเรียนว่า ในปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นตอนของปฏิรูปตำรวจตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ก็จะเป็น ส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบปฏิบัติงานและระบบการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกกระบวนการในขั้นตอนของการดำเนินการตามกฎหมาย ตรงนี้ก็มีคณะกรรมการ ที่ดำเนินการอยู่ ต้องขอกราบเรียนในคำถามที่ ๓ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านผู้ถามและ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ได้ใช้เวลาไปตามข้อบังคับ🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๐๗๙ ส. เรื่อง น้ำท่วมจังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียง แนวทางฟื้นฟูเยียวยาให้กับประชาชน (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
เชิญท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมขอกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามสดของผมต่อท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องของกรณีน้ำป่าไหลหลาก ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน หรือแม้กระทั่งที่บ้านแพง จังหวัดนครพนม ของท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเองก็ได้รับผลกระทบ ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ท่านประธานยุทธศาสตร์พรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย เมื่อวันที่ ๒ ที่ผ่านมา จึงได้ให้ผม ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวได้ตั้งกระทู้ถาม ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้กรุณามาตอบแทน และในวันที่ ๓ ที่ผ่านมานั้นท่านรัฐมนตรีก็ได้กรุณา ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยือนพี่น้องชาวบ้านสูบ ตำบลน้ำสวย ที่จังหวัดเลยด้วยเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนหน้านี้เรายังพูดถึงเรื่องปัญหาภัยแล้ง แล้วก็พื้นที่หลายแห่ง ที่เกิดอุทกภัยไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ แม้กระทั่งที่จังหวัดเลยเองก็มีปัญหาเรื่องของภัยแล้งเกิดขึ้น ฝนทิ้งช่วง ตกก็ตกเพียงน้อยนิด เลยทำให้ไม่มีใครคาดคิดแล้วก็ไม่ได้เตรียมการว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒ ที่ผ่านมาจะรุนแรงได้ถึงขนาดนั้น ผมอยากให้ท่านประธานได้ชมคลิป (Clip) นี้ครับ🔗
ในคลิป (Clip) นี้ก็คือเขตบ้านสูบ ๒ หมู่บ้าน ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งบ้านสูบเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตเมือง ไม่ได้อยู่ในเขตหุบเขาหรือเชิงเขาแต่อย่างใด แล้วก็พื้นที่นี้กลางหมู่บ้านมีห้วยน้ำลายไหลผ่าน ผมได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๓ ที่ผ่านมา ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนบอกว่าในอดีตที่ผ่านมาแม้กระทั่งในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ก็ไม่เคยเจอปรากฏการณ์นี้ อย่างมากก็แค่น้ำท่วมขังแล้วก็ลดลงเป็นปกติ แต่เมื่อวันที่ ๑ ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายฝนตกต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงวันที่ ๒ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา น้ำเริ่มสูงขึ้น และหลังจากนั้นมีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลพัดมาครั้งเดียว ใช้เวลานานพอสมควร พัดเอา บ้านเรือนพี่น้องประชาชนข้าวของเครื่องใช้พื้นที่เกษตรเสียหายราบเป็นหน้ากลอง และน้ำ ก็ได้ลดลงในช่วงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา และผลจากมวลน้ำก้อนนี้ครับ ก็ทำให้พื้นที่บ้านสูบ ทั้ง ๒ หมู่บ้านจมน้ำ ยังโชคดีครับ ในช่วงที่เกิดเหตุองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือ อบต.น้ำสวย นำโดยท่านนายกจรูญ พานิช พร้อมทีมงานได้เข้าไปช่วยเหลือพี่น้อง ได้ทันท่วงที นี่คือภาพความเสียหายของมวลน้ำที่พัดผ่าน ภาพนี้เป็นบ้านหลังที่เห็นที่อยู่ ปลายภาพ ก็คือได้ถูกน้ำพัดหลุดจากฐานรากไป และไปตั้งอยู่ที่ปลายนา ตรงนี้คือน้ำพัดผ่าน กลางบ้านทำให้พื้นที่ภายในบ้าน ผนังต่าง ๆ พังทลายหมด นี่คือภาพความแรงของน้ำที่พัด เอ่อล้นห้วยน้ำลาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งข้าวของเครื่องใช้ ทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ แช่น้ำเสียหายครับ ก็ยังดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ว่าจะเป็นส่วนของทหาร ปภ. หรืออาสาสมัคร รวมถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เข้าไปตัดไฟทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เกษตร ข้าวของเครื่องใช้ของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งตู้เซฟ (Safe) ที่ท่านผู้ใหญ่บ้านเก็บสมุดคู่ฝากของกองทุนหมู่บ้านและเงินสดอีก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถูกพัดพา ไปกับสายน้ำ แล้วมาค้นพบอีกทีหนึ่งระยะไกลไปอีก ๔๐๐ เมตร เงินก็หายไปอีก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะตั้งคำถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยากจะ ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ที่ได้ส่งกำลังใจและธารน้ำใจไปช่วย พี่น้องชาวบ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย รวมถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกพรรคที่ได้ให้กำลังใจกับพี่น้องชาวบ้านสูบ และที่สำคัญที่สุดเมื่อเช้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของ พระราชทานไปมอบให้กับพี่น้องชาวน้ำสวย ชาวบ้านสูบ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างยิ่งสำหรับพี่น้องชาวบ้านสูบที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้🔗
คำถามแรก อยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ทางภาครัฐได้เตรียมการในการช่วยเหลือเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่สูญเสียในส่วนของ ทรัพย์สิน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่เสียหาย รวมถึงพื้นที่เกษตร ในพื้นที่ของบ้านสูบและพื้นที่ ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นสวนยางที่ปลูกยืนต้นแล้วถูกน้ำพัดเสียหาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคต่าง ๆ จึงอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่ามีแนวทาง ช่วยเหลือเยียวยาที่เป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างไรบ้าง เพื่อที่พี่น้องชาวบ้านสูบที่รับฟังอยู่จะได้ มีความสบายใจ ขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมมาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องของเหตุการณ์สาธารณภัยที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ ๑ และ ๒ ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องของ มีพายุซินลากู (Sinlaku) เข้ามา แล้วก็มีฝนตกหนักในพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ด้วยกัน สรุปรวมแล้วทั้งหมดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเรื่องของน้ำหลาก ๑๓ จังหวัด และดินสไลด์ (Slide) ๓ จังหวัด เรื่องของวาตภัย ๑๓ จังหวัด และมีเรื่องของเรือล่ม ๑ จังหวัด ในเรื่องของ สาธารณภัยก็อยากจะเรียนเป็นข้อมูลว่าประเทศของเรานั้นก็อย่างที่ทราบ เป็นประเทศ ที่อาศัยน้ำฝนทั้งประเทศ เราไม่มีแหล่งน้ำอื่น เราก็มีปัญหาอยู่ ๒ เรื่องคือเรื่องของการเก็บน้ำ และการระบายน้ำ และทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็จะมีปัญหาอันเนื่องมาจากปริมาณฝนที่ตก ไม่ว่าเป็น พื้นที่ใดก็แล้วแต่ จะเป็นพื้นที่ที่มีการเตรียมการแม้กระทั่งพื้นที่ที่เป็นอ่างเก็บน้ำ ถ้าฝนตกจำนวนมากหรือมีความเข้มสูงก็คือตกจำนวนมากมิลลิเมตรในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็จะเกิดเหตุการณ์ได้หลายเหตุการณ์ เช่น น้ำไหลหลาก ไม่ว่าจากพื้นที่ป่าหรือเข้ามาพื้นที่ ในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ได้กล่าวเป็นพื้นที่ที่มีลำน้ำลายอยู่ผ่านพื้นที่ ก็คือ เป็นพื้นที่ที่น้ำไหลหรือฟลัดเวย์ (Floodway) ที่รวบรวมน้ำมาจากฟลัดเพลน (Floodplain) ทั้งหลาย ขออนุญาตใช้ศัพท์ตามนั้นคือพื้นที่รับน้ำทั้งหลาย น้ำก็จะไหลมา เพราะฉะนั้นถ้าฝนตก ในความเข้มสูง ๆ ในคืนนั้นมีการตกต่อเนื่องจากวันที่ ๑ ไปถึงกลางคืนก็จะมีปริมาณฝน ตกสะสมมากนะครับ ในช่วงการปฏิบัติในพื้นที่นั้นได้มีการติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือน เตรียมการทุกอย่าง ทั้งเตรียมการเจ้าหน้าที่ เตรียมการให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ อย่างต่อเนื่องทุกสื่อที่มี ทั้งสื่อตั้งแต่หอกระจายข่าวไปถึงโซเชียล (Social) ใช้การแจ้งเตือน ด้วยบุคคล แจ้งเตือนทั้งหมด ทุกคนก็รับทราบกันดีนะครับ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างที่ทราบว่าทั้งที่ออกทีวีและเป็นที่ทราบกัน กระผมไปเยี่ยมทุกคนก็บอกว่าไม่เคยเห็น เหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ก็คือน้ำหลากมาเร็วมาก อย่างไรก็ตามเมื่อไปดูแล้วนี้นะครับ สถานการณ์ที่มีหนักก็จะมี ๒ จังหวัดด้วยกัน มีที่จังหวัดเชียงราย ๑๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ของจังหวัดเลยประมาณ ๗๐๐ กว่าครอบครัว ที่รับผลกระทบที่อยู่อาศัย น้ำหลากมาเร็วมาก ในช่วงระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แจ้งเตือนให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูง ชาวบ้านบางคน ก็ยกขึ้นไป อย่างเซฟ (Safe) ยกไม่ได้ ก็ไม่รู้จะยกไปไหน บ้านผู้ใหญ่บ้านชั้นเดียว ผมไปดู มาแล้วไม่เหลือเลย เหลือเสื้อซึ่งมันลอยไปแล้วเก็บไว้ได้ตัวเดียว เสื้อของผู้ใหญ่ เสื้อเครื่องแบบ นอกนั้นไม่เหลืออะไรทั้งบ้านเลย ฝาผนังหลุดไปหมดทั้งฝาผนัง นี่ละครับ เหตุการณ์หน้างานที่เกิดขึ้นจริง เขาไม่สามารถจะยกไปไหนได้ แล้วเขาก็ไม่รู้จะยกไปที่ไหน จริง ๆ ในความรู้สึกตอนนั้นนะครับ กลับมาเรื่องของการช่วยเหลือ มาตรการในการ ช่วยเหลือนั้นจะเริ่มต้นจากการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยและประกาศ เขตความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังก็จะมีการประกาศหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะประเมินการเสียหายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากินทั้งหมด การช่วยเหลือของภาครัฐที่มีก็จะเป็นเรื่องของที่อยู่ ถ้าเป็นเสียชีวิตหัวหน้าครอบครัว ๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย ถ้าเป็นบุคคลอื่นก็ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาทนะครับ ที่อยู่อาศัยทั้งหลัง ก็ ๓๓,๐๐๐ บาท เรื่องของเครื่องนุ่งห่ม ๑,๐๐๐ บาทต่อราย หมอนมุ้งอะไรต่าง ๆ ๓,๐๐๐ บาท เครื่องประกอบอาชีพ ๑๑,๐๐๐ บาท ไร่นาก็จะมีเกณฑ์ว่าถ้านา ๑,๑๑๓ บาทต่อไร่ มีสวนก็ว่ากันไปตามลำดับนะครับ นั่นคือการช่วยเหลือ ทีนี้ช่วยจริงทำอย่างไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ให้พระบรมราโชบายเกี่ยวกับเรื่องการบรรเทาสาธารณภัย การดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย อันดับแรกคือช่วยในเรื่องของการดำรงชีวิตในช่วงแรก ให้ปลอดภัย เรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องของการกินอยู่ มีโรงครัวพระราชทาน มีเรื่องการแจกน้ำ มีเรื่องการแจกถุงยังชีพในพื้นที่ในช่วงแรก แล้วก็ช่วยในเรื่องการสัญจร เดินทาง ถ้ามีสาธารณูปโภคขาด เจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนเกี่ยวข้องก็รีบดำเนินการ หลังจากนั้นเมื่อพ้นจากช่วงปฏิบัติหรือช่วงเผชิญเหตุแล้วก็จะเป็นช่วงเรื่องของการฟื้นฟู ขณะนี้บางพื้นที่ก็เร่งที่จะสำรวจความเสียหายแล้วว่ามีความเสียหายอย่างไร โดยผ่าน คณะกรรมการตามลำดับ ถ้าเป็นเรื่องของพืชก็ไปเรื่องหนึ่ง เรื่องที่อยู่อาศัยก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อยากจะเรียนให้พี่น้องทุกจังหวัดไม่ใช่จังหวัดเลยเท่านั้นได้ทราบว่าจากพระบรมราโชบาย และจากนโยบายรัฐบาล เราจะใช้เงินที่มีตามราชการไปดูแลพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ไม่พอ ประสบการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดอุบลราชธานี ปีที่ผ่านมา ไม่พอแน่นอน วิธีดำเนินการของรัฐบาลก็คือจะใช้ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนที่จะใช้ ความสามารถของหน่วยงาน เช่นของทางทหาร ทางตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่องค์กรต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความสามารถ คณะกรรมการอาชีวศึกษาแห่งชาติ อันนี้มีความสามารถมาก ในการทั้งก่อสร้าง ในการทั้งซ่อม ซ่อมเครื่องมือเครื่องใช้ ซ่อมยานพาหนะได้ ก็จะลงพื้นที่ แบ่งพื้นที่กัน แล้วเอาเงินที่มีน้อยนี้ซื้อวัสดุและซ่อมแซมคืนสภาพ หรือสร้างใหม่ให้กับพี่น้อง ประชาชน ก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าพี่น้องประชาชนจะมีที่อยู่อาศัย นอกจากเงินช่วยเหลือ ตามระเบียบแล้ว อันนี้ต้องอยู่ที่คณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะมีการพิจารณาเงินช่วยเหลือ อย่างอื่น ๆ ที่ผ่านมา เช่น ช่วยในเรื่องของนาเป็นพิเศษ เรื่องของไร่เป็นพิเศษ ไม่ว่าแล้งหรือ โดนอุทกภัย ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปว่าเรียนพี่น้องประชาชนว่าทางรัฐบาลจะได้ดูแล พี่น้องประชาชนให้กลับไปมีชีวิตตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวให้เร็วที่สุด ให้เขามีชีวิตอยู่ได้ ให้มีที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพต่อไปได้ครับ🔗
คุณเลิศศักดิ์ ยังมีสิทธิ ถามได้อีก ๒ ครั้งนะครับ มีเวลาอยู่ ๖ นาที เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเลยครับ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ แต่ก็อยากจะขอย้ำให้เร่ง ดำเนินการโดยเร่งด่วน เพราะว่าเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัยซึ่งหลายคนบ้านเสียหายไปเยอะ เพราะฉะนั้นต้องเร่งกลับมาฟื้นฟู เพราะฉะนั้นเงินช่วยเหลือหรืองบประมาณที่ทางภาครัฐ จะลงไปถึงทางพี่น้องประชาชน ต้องให้โดยทันทีทันควัน🔗
คำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ หลายฝ่ายบอกว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจาก ฝนตกข้ามวันแล้วก็น้ำป่าไหลหลาก แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนั้นมันมีอีกเหตุหนึ่งที่เป็นเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่อย่างนี้ก็คือเรื่องของเขื่อน เป็นเขื่อนดิน ที่ชื่อฝายวังปลา เกิดแตกขึ้นมาในวันนั้น ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ดูคลิป (Clip) หนึ่ง🔗
แล้วก็ถ่ายโอนให้กับ อบต. เพื่อไปดูแล รักษา แต่การถ่ายโอนในลักษณะนี้ โอนแต่ภารกิจไม่โอนงบประมาณให้เขา และผมคิดว่า ก็จะมีอีกหลายแห่งทั่วประเทศที่เป็นลักษณะเดียวกันนี้ ที่โอนงบประมาณในเรื่องของฝาย หรือเขื่อนยางที่อาจจะเกิดปัญหาในช่วงของฤดูน้ำหลาก เช่นนี้ได้ จึงอยากจะเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่า ทางภาครัฐได้เข้าไปดูภารกิจถ่ายโอนในลักษณะนี้ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับฝายหรือเขื่อนยาง ที่มอบไปให้กับท้องถิ่นแล้วไม่ให้งบประมาณเขาในการดูแลรักษา เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ ในลักษณะเช่นนี้อีกผมว่าผลเสียหายจะเกิดขึ้นตามมาอีกเป็นจำนวนมาก จึงอยากฝาก กราบเรียนถามท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าได้มีการเตรียมความพร้อม แล้วก็สำรวจเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกหรือไม่ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เรื่องของที่จะไปเร่งดำเนินการก็กราบเรียนว่า จะรับไปดำเนินการโดยเร็วที่สุดในทุก ๆ เรื่องที่จะให้ประชาชนได้กลับไปใช้ชีวิตโดยปกติ มาดูเรื่องของเขื่อนบ้าง เขื่อนหรือฝายก็แล้วแต่ทั่วประเทศมีมากมาย ในอดีตช่วง ๒-๓ ปี ที่แล้วมาก็จะมีห้วย ผมจำไม่ได้ที่ตรงใกล้ ๆ หนองหารที่รับน้ำจากเทือกเขาภูพานก็จะเป็น เช่นนี้ ในช่วงที่ผ่านมาก็มีหลาย ๆ เขื่อนเล็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความจุต่ำน้อย ๆ แล้วเขื่อนพวกนี้หรืออ่างพวกนี้จะไปอยู่ใกล้ ๆ เขา ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ แล้วก็น้ำจะเคลื่อนมา ทำอย่างไรก็ไม่มีพื้นที่กักเก็บ อ่างหรือฝายพวกนี้ทำอย่างไร ท่านจะสร้างอย่างไร ความสามารถเขาก็อยู่จำกัด เหมือนกับที่ลำน้ำลายเขาก็มีข้อจำกัดเขา หนองหารก็เป็น เช่นนั้น เขามีขีดจำกัดความสามารถรับน้ำ ให้ท่านสร้างให้มากกว่านี้ถ้าน้ำเกิน เล็ก ๆ ไม่มีสปิลเวย์ (Spillway) แน่นอน ก็จะข้ามสันเขื่อน แล้วก็จะต้องแตกแน่นอน ถ้าเป็นอาการ ของน้ำผิดปกติเช่นนี้ตกปริมาณมาก ความเข้มมากในพื้นที่เดียวกัน สภาพความเป็นจริงคือ เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะถ่ายโอนไปหรือไม่ก็ตาม ต่อให้อยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานก็จะเป็นเช่นนั้น แล้วผมก็เรียนได้เลยว่ารัฐบาลนี้ได้ใช้เงินมากในการที่ ไปดูเรื่องของการกักเก็บน้ำ การระบายน้ำ การนำน้ำไปใช้ประโยชน์ทำมากเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตามในข้อเท็จจริงของประเทศเราก็คือว่าเราไม่มีความสามารถเลยที่จะดูได้ ทุกเขื่อนทุกอ่างให้อย่างที่คนนึกได้ เขาก็อยู่ตามสภาพของเขาที่ไม่ชำรุด แต่ถ้าน้ำข้ามไป หรือฝนตกหนักมาก ส่วนใหญ่ก็จะข้ามเขื่อนก่อนแล้วก็จะแตก บางเขื่อนก็ไม่แตก ที่ไม่แตก น้ำที่ข้ามไปก็จะมาท่วมเช่นเดียวกัน ผมยกตัวอย่างเขื่อนแม่ประจันต์ที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ความจุ เพียง ๓๙ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ๔๙ ล้านลูกบาศก์เมตร มันเล็กนิดเดียวติดอยู่ริมเขา ฝนตก ๑๐๐ มิลลิเมตร ชั่วโมงเดียวก็ล้นแน่นอน ข้ามสันเขื่อนแน่นอน นั่นคือสภาพ ความเป็นจริง อย่างไรก็ตามก็เรียนสรุปได้ว่ารัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณลงไปดูในทุก ๆ เรื่อง ในขณะนี้ก็หาที่เก็บกักน้ำให้ประชาชนมากขึ้นไปอีก เพราะทุกคนบอกว่ายังไม่มีวิธีเก็บกัก หาทางเอาน้ำที่เก็บกักไปใช้ก็ทำ ของเก่าที่จำเป็นต้องซ่อมแซมก็ดำเนินการ แต่ความหมาย ที่ผมเรียนก็คือไม่ใช่ท่านจะไปทำให้เขื่อนนี้น้ำไม่ข้ามเขื่อนเมื่อฝนตกมากอย่างไรก็ต้องข้าม แตกหรือไม่แตกนั้นก็อยู่ที่สภาพของเขื่อนเป็นเขื่อนประเภทใด อย่างไร ก็เรียนโดยสรุปก็คือ จะได้เร่งดำเนินการสำรวจดูตามที่จำเป็น แล้วก็จะต้องใช้เงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการที่ไปดูแลเขื่อนที่คิดว่าจำเป็นหรือฝายที่จำเป็นต้องดำเนินการบูรณะหรือ ซ่อมแซมครับ🔗
ท่านเลิศศักดิ์ถ้ายังติดใจ ก็ถามได้อีกครั้ง ถ้าไม่ติดใจก็จบนะครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล พรรคเพื่อไทย จังหวัดเลย ก็ถือว่าเรื่องของฝายดินอันนี้ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องฝากให้ทาง รัฐบาลได้ช่วยในการที่เข้าไปดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นมาอีกนะครับ ผมคิดว่ายังมีอีกหลายแห่งที่มีการสร้างฝายแล้วก็ส่งมอบไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วไม่ได้มีงบประมาณไปให้เขา ยกตัวอย่างอีกฝายหนึ่งที่จังหวัดเลย ซึ่งเพิ่งจะแตกไปได้ สักพักใหญ่ ๆ แล้วก็ไม่มีการเข้าไปซ่อมแซมแก้ไข ผมก็ได้มีการหารือต่อสภาแห่งนี้ไป หลายครั้ง ก็คือฝายบุ่งวังคัน อยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลท่าสะอาด อำเภอเมือง เช่นเดียวกัน นี่ก็เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็น้ำที่ไหลผ่านไปเฉย ๆ ในลักษณะแบบนี้ล่ะครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลได้มีการวางแผนในการที่จะกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงเวลา ที่เกิดภัยแล้ง เกิดปัญหาในช่วงหน้าแล้งก็มีความจำเป็นครับ ผมยกตัวอย่างเช่นตรงบริเวณท้าย ของฝายน้ำลาย เคยมีโครงการที่เรียกว่าโครงการเขื่อนน้ำลาย ซึ่งเป็นโครงการ ในพระราชดำริ แต่ไม่ดำเนินการก่อสร้างสักที ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้เร่งรัดดำเนินการ ก่อสร้างเขื่อนน้ำลายเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงเวลาฤดูแล้งต่อไป ก็ถือโอกาสนี้ในนามของที่น้องชาวจังหวัดเลย แล้วก็ผู้ที่ประสบภัยทั้งหลาย ก็ถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และทุกพรรคนะครับ ตลอดจนขอบคุณทางฝ่ายราชการที่ช่วยกันลงแรงในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ได้ทันท่วงที แล้วก็ฝากทางรัฐบาลได้นำปัญหาเหล่านี้ไปดำเนินการเร่งรัดแล้วก็แก้ไข ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ได้นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ ก็รับข้อเสนอแนะไปดำเนินการโดยเร่งด่วนครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกและ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๑ ส. (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ขอเชิญท่านจารึกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านรองประธานศุภชัย เนื่องจากวันนี้ผมมาเกินเวลาที่ท่าน รับกระทู้ แต่ท่านก็ให้บรรจุกระทู้ผมเข้ามาในสภาแห่งนี้ เพราะว่าท่านเรียนกับผมว่าปัญหา เรื่องไวรัสโควิด (COVID) ในจังหวัดนครพนมของท่านก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะว่าตรงนั้นก็มี ด่านชายแดนเช่นกัน เหมือนเช่นบ้านผมที่ผมจะมานำเรียนในสภาวันนี้คือด่านบ้านแหลม ของจังหวัดจันทบุรี ในเรื่องของการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาเกี่ยวกับการเก็บผลลำไยและ บรรจุส่งไปยังต่างประเทศ กราบเรียนท่านประธานครับว่าประเทศไทยของเรา ๗๑ วันแล้ว ที่ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ ก็ถือว่าเป็นการทำงานของรัฐบาลที่ดีเยี่ยมมาก ใครที่กลับมาจากต่างประเทศจะเข้าประเทศไทยก็มีการสเตต ควอรันทีน (State quarantine) หรือกักตัว ๑๔ วัน การกักตัวของเราก็ได้ผลพอสมควร ผ่านจากการกักตัวแล้ว ก็ได้เข้ามาใช้ชีวิตในประเทศไทยอย่างปกติ ก็ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ แต่ขณะนี้เวลานี้ จังหวัดจันทบุรีของผมกำลังจะมีผลผลิตจากชาวสวนคือลำไย เพราะฉะนั้นลำไยเป็นลูกเล็ก เพราะฉะนั้นต้องใช้จำนวนคนงานที่มาทำการเก็บแล้วก็บรรจุเพื่อจะส่งขายไปยังประเทศต่าง ๆ ต้องใช้คนเป็นจำนวนมากครับ ตอนนี้ทางจังหวัดของเราก็ได้ทำหนังสือมาถึง ศบค. ในเรื่องของ การนำคนงานกัมพูชาเข้ามาเก็บลำไยแล้วก็บรรจุลำไย ทางจังหวัดของเราก็เสนอมาทาง ศบค. ผมก็ได้ไปเรียนถามท่านผู้ว่าการจังหวัด ท่านนายกสมาคมชาวสวนและท่องเที่ยว ชายแดนจังหวัดจันทบุรี ผมถามว่าท่านทำกันอย่างไรในการนำคนงานมาเก็บลำไยหรือบรรจุ ลำไยแพ็กกิง (Packing) ท่านก็บอกกับผมว่ามีการวัดไข้เหมือนก่อนที่เราจะเข้ามาในสภา ก็มีการวัดไข้ ใครไม่มีไข้ก็เข้ามาในสภาแห่งนี้หรือชายแดนของเรามีการวัดไข้ วัดไข้เสร็จก็ให้ชาวสวน หรือล้งมารับไปโดยเสียเงิน ๙๐๐ บาท แล้วก็ไปกักตัวไว้ที่บ้านคือสเตต ควอรันทีน (State quarantine) ที่ล้งของท่าน ที่สวนของท่าน หรือที่บ้านของท่านต่าง ๆ ที่มีการคุยกัน ผมมองว่าทำอย่างนี้จะได้ผลไหมครับ ผมก็เรียนถามไปว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ทำไม ท่านถึงไม่ดำเนินการให้เหมือนกับคนที่กลับจากต่างประเทศต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่างบประมาณไม่มี ในเรื่องนี้ผมอยากให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ในการดำเนินการ เพราะว่าถ้าผิดพลาดขึ้นมามันจะเสียหายมากมายใหญ่โตมโหฬาร เพราะว่าจังหวัดจันทบุรีของผมเป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยว เหตุเกิดที่จังหวัดระยอง ทหารประเทศอียิปต์เข้ามา ติดเชื้อเข้ามา จังหวัดระยองกลายเป็นจังหวัดที่พี่น้องประชาชน ชาวระยองไปไหนมีแต่คนรังเกียจ มันเป็นอย่างนี้ครับ แต่จังหวัดจันทบุรีถ้าเกิดคนงาน คนใดคนหนึ่งติดเชื้อขึ้นมาการท่องเที่ยวจะเสียหายแค่ไหน การส่งออกผลไม้จะเสียหายแค่ไหน ผมถามว่ามีคนงานติดเชื้อเข้ามาเป็นข่าวขึ้นมา ส่งผลไม้ออกไปต่างประเทศ เขาจะกล้าซื้อกิน ไหมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คนงานของจังหวัดจันทบุรีต้องใช้ครับ จริง ๆ แล้วแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกที่ใช้แพ็กกิง (Packing) ตามล้งประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน คนงานที่ใช้ เก็บลำไยก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน และอีก ๑๐,๐๐๐ คนนี้ก็คือไปอยู่ในสวน ใส่ปุ๋ยอะไรต่าง ๆ แต่งกิ่งอะไรต่าง ๆ ประมาณนี้ครับ แต่ว่าผมได้ถามท่านนายกสมาคม การค้าชายแดนและการท่องเที่ยว ท่านบอกผมว่าตอนนี้อยากจะได้เร่งด่วนภายในเดือนนี้สัก ๑๐,๐๐๐ คน ถ้ารัฐบาลทำอาจจะได้น้อยกว่านั้น ก็ไม่เป็นไรครับ ค่อย ๆ นำเข้ามา เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยเราครับ เรานำเข้ามาเราก็อาจไปควอรันทีน (Quarantine) ไว้ตามโรงแรม ตามรีสอร์ต (Resort) หรือค่ายทหารต่าง ๆ ซึ่งโรงแรม รีสอร์ต (Resort) ต่าง ๆ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาก็ไม่มีรายได้กันเพราะโดนสั่งปิด ถ้ารัฐบาลได้ทำอย่างนั้น หมายความว่าไปเช่าโรงแรม รีสอร์ต (Resort) ที่มีอยู่ในจังหวัดจันทบุรี หรือค่ายทหารก็พอมีอยู่ ถ้าเราทำอย่างนั้นเราสเตต ควอรันทีน (State quarantine) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสเตต ควอรันทีน (State quarantine) เสร็จแล้วไปดำเนินการเก็บลำไย บรรจุลำไยต่าง ๆ ถ้ามีการ ติดโรคขึ้นมาเราก็จะได้ทำการรักษาหรือส่งกลับอะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป แต่ว่าในส่วนของคนที่ ผ่านการสเตต ควอรันทีน (State quarantine) แล้วก็จะได้มาทำงานอย่างปลอดภัย ปลอดโรค ทุกสิ่งทุกอย่าง จะได้สบายใจกันทั้งคนในจังหวัดจันทบุรี แล้วก็คนทั้งประเทศ รวมทั้ง ประเทศที่เราจะส่งผลไม้ไปขาย เพราะฉะนั้นเมื่อวันที่ ๓ ที่ผ่านมา ศบค. ก็มีมติว่าจะให้นำ แรงงานเข้า คือแรงงานทั้ง ๓ ประเทศ แต่ว่าในส่วนของจังหวัดจันทบุรี แรงงาน ประเทศกัมพูชาจะมีความสำคัญที่สุด ผมก็ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่าท่านมีแนวทางวิธีการอย่างไร กรณีเราต้องนำแรงงานเป็นหมื่นคน เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บผลลำไยและการแพ็กกิง (Packing) ของจังหวัดจันทบุรี ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนที่จะตอบนั้นขออนุญาตเรียนถึงในเรื่องของ การดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับโควิด-๑๙ (COVID-19) ว่าที่ผ่านมาทั้งหมดเราทำอะไร ไปบ้างคร่าว ๆ เราไม่ให้คนที่มาจากต่างประเทศเข้ามาถ้าไม่มีมาตรการต่าง ๆ ที่จะรองรับ อย่างที่ทราบแล้ว ในช่วงแรกเรายังไม่เข้มงวด เราไม่ใช้มาตรการเข้มงวด ก็จะมีคนที่มาจาก ต่างประเทศเข้ามา แล้วมาติดที่บ่อน ที่สนามมวย แล้วก็อีกที่หนึ่งคือที่ทองหล่อเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นเราก็เริ่มใช้มาตรการเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ มีทั้งเรื่องเรายกเลิกของวีโอเอ (VOA) ยกเลิกฟรีวีซ่า (Free Visa) บางประเทศที่เป็นเขต โรคติดต่อเราดำเนินการ ต่อจากนั้นเราก็ใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ เรายกเลิกการท่าเรือ ๑๘ แห่ง เราปิดด่านตามแนวชายแดนทั้งสิ้นทั้งหมด ทั้งจุดผ่อนและจุดผ่านแดนถาวร เหลือเฉพาะจุดผ่านแดนที่จะให้สินค้าเข้าออกเท่านั้นนะครับ เรายกเลิกเรื่องของการบิน ทางอากาศ เราสกัดไม่ให้คนเข้ามา แล้วเราดำเนินการโดยร่วมกับพี่น้องประชาชนที่จะให้ ทุกคนป้องการตัวเอง มีสุขอนามัย ใส่แมสก์ (Mask) แล้วเราปิดกิจการที่จะเสี่ยง คือพูดง่าย ๆ ไม่ให้คนอยู่ใกล้กัน ลดการเคลื่อนไหวหรือลดโมบิลิตี (Mobility) ของคน ลดไม่ให้คนอยู่ใกล้กัน คือดิสแทนซิง (Distancing) เราจึงเอาชนะได้ ในช่วงนี้รัฐบาลทำอะไรบ้างนะครับ รัฐบาล ก็เริ่มผ่อนปรนในการที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะทุกอย่างเราหยุดหมดเลย ขณะนี้ เราก็เริ่มเปิด แต่เราเริ่มเปิดให้คนจากต่างประเทศเข้ามาด้วยเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว อย่างที่ท่าน ทราบว่าได้มีมาตรการมีข้อกำหนดออกไปแล้วว่าจะให้คนกลุ่มใดบ้างเข้ามา แต่ภายใต้การจัดการ ของรัฐบาลที่จะมั่นใจได้ว่าจะเกิดความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด ทั้งคนสัญชาติไทยและคนที่ ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามาทั้ง ๑๐ ประเภทนั้น จะมีการเตรียมการทั้งสิ้น ขณะนี้เราดำเนินการอยู่🔗
ในเรื่องของแรงงานก็เป็นเรื่องหนึ่งว่ารัฐบาลมีการดำเนินการกับกลุ่มแรงงาน ที่อยู่ในประเทศแล้ว เขาสามารถอยู่ต่อได้โดยไม่ต้องออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ ตามหลักเกณฑ์นะครับ อันนี้รวมถึงแรงงานที่อยู่ตามแนวชายแดนด้วยเราก็ให้เขาอยู่ต่อได้ ขณะนี้มติ ครม. ออกไปแล้ว แล้วเราก็ทำประกาศของกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงแรงงาน เพื่อจะให้เขาอยู่ต่อได้ มาถึงประเด็นพึ่งผ่านไปก็คือว่ารัฐบาลจะมีแนวทางที่จะให้แรงงาน พวกนี้เข้ามาเพื่อจะมาแก้ไขปัญหาการขาดแรงงานของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างที่ทราบว่า ในบางพื้นที่ก็เข้ามาเก็บผลิตผลทางการเกษตร เป็นต้น ในส่วนนี้ขณะนี้รัฐบาลได้มอบให้ ศบค. ดำเนินการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ว่าจะต้องเป็นเช่นไร ก็คงเป็นไปตามที่ท่านได้กรุณา เรียนแล้วว่าจะต้องมีการตรวจโรค มีการขึ้นทะเบียน มีการควอรันทีน (Quarantine) ก่อนทำงานแน่นอน เพียงแต่จะทำอย่างไรอันนี้เพื่อจะตอบสนองพี่น้องประชาชนให้สามารถ มีแรงงานใช้ได้ในช่วงที่จะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตทางด้านการเกษตร ด้านผลไม้ก็แล้วแต่ ว่าขณะนี้เร่งดำเนินการอยู่นะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกถาม ได้ครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านได้เตรียมการที่จะให้ แรงงานเข้ามานะครับท่านประธานครับ แต่เรียนอย่างนี้ครับว่าแรงงานไม่เข้าไม่ได้นะครับ เพราะว่าลำไยออกมาเยอะมากครับ โดยใช้แรงงานจากคนไทยนั้นคงจะไม่ได้ ไม่พอ หรือว่า ใช้แรงงานที่เรามีอยู่ในปัจจุบันที่ยังไม่ได้กลับประเทศก็ไม่พอท่านประธานครับ มีความจำเป็น จริง ๆ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แรงงานกัมพูชา แล้วแรงงานกัมพูชามีความชำนาญ ในการเก็บลำไย ลำไยบ้านผมไม่เหมือนกับลำไยที่ทางภาคเหนือ ทางภาคเหนือเก็บเป็นลูก เป็นหล่นก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ แต่ลำไยบ้านผมต้องเก็บเป็นพวงครับท่านประธานครับ ถ้าเก็บ เป็นพวงแล้วแพ็กกิง (Packing) ส่งไปยังต่างประเทศได้ราคาอยู่ที่ประมาณ ๔๐ บาทขึ้นลง แต่ถ้าร่วงขึ้นมา ๕-๖ บาทครับท่านประธานครับ ที่เป็นลูกที่ไม่มีช่อต่าง ๆ ๕-๖ บาทครับ เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานว่ามีความจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องใช้แรงงานกัมพูชา ซึ่งมีความชำนาญในการเก็บลำไย เพราะฉะนั้นต้องเรียนอย่างนี้ว่าเดี๋ยวพอผมมาพูด ในสภาแห่งนี้ ท่านไปกำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องของการนำเข้ามากมายมันก็จะทำให้ จังหวัดจันทบุรีได้เหนื่อยอีก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องควอรันทีน (Quarantine) อยากให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการควอรันทีน (Quarantine) ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บอกผมว่าเราให้ อสม. ๑๐ คนมาดูที่ล้ง มาดูที่สวนในการตรวจโรคต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ ผมมองแล้วว่า อสม. ก็ไม่ได้อยู่กับแรงงาน ๒๔ ชั่วโมง ต้องกลับไปในบ้านพักอาศัยหรืออะไรต่าง ๆ ทีนี้ปัญหาก็จะเกิดการใกล้ชิดระหว่าง ผู้ประกอบการหรือเจ้าของสวนกับแรงงาน ถ้ามีการติดขึ้นมาปัญหามันจะเกิดแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นอยากเรียนถามท่านในคำถามที่ ๒ ว่าถ้ามีการติดเชื้อขึ้นมา แล้วมีการลุกลาม ท่านได้เตรียมมาตรการไว้บ้างหรือไม่ว่าควรจะทำอย่างไรครับท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เรื่องของการแก้ไขปัญหาของโควิด-๑๙ (CIVID-19) นี้ ทุกคนคงทราบหลัก ๆ ก็คือว่าทำอย่างไรก็ได้เราจะควบคุมให้การระบาดอยู่ในขอบเขตจำกัด ที่ระบบสาธารณสุขเราสามารถรองรับได้ รัฐบาลได้เตรียมการในเรื่องของการรองรับผู้ที่ป่วย โควิด (COVID) ขณะนี้มีเตียงพร้อมที่จะรองรับประมาณ ๒๐,๐๐๐ เตียง ขณะนี้มีคนอยู่ ประมาณ ๑๐๐ คนเศษอย่างที่ทราบแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ นั่นคือขีดความสามารถของประเทศชาติเรา ไม่นับรวมถึงเรื่องของเวชภัณฑ์ที่จะตรวจ เวชภัณฑ์ที่จะรักษาพยาบาล เรามีเตียงรองรับประมาณ ๒๐,๐๐๐ เตียง การดำเนินการของรัฐ ในขณะนี้ก็คือค่อย ๆ ผ่อน แล้วก็ติดตามประเมินดูว่ามาตรการที่ออกไปนั้นมีคนติดอย่างไร ก่อนที่จะไปตรงนี้ผมขอเรียนนิดหนึ่งว่าสิ่งที่จะต้องคิดเสมอในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็คือว่าผมขออธิบายสั้น ๆ นะครับ สมมุติว่าคนที่ ๑ นายเอ (A) ผมขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษ ก ข ก็เดี๋ยวจะพูดลำบาก คนชื่อเอ (A) เขาติดโรคแต่เขาไม่รู้ เขาจะเดินทาง ไปหาคนที่ ๓ ซี (C) ระหว่างนั้นเขาไม่รู้ว่าเขาเป็นเขาไปหา ระหว่างเดินทางไปเขาไปสัมผัส หรือไปใกล้ชิด อาจจะขึ้นรถเมล์ คนบี (B) ก็จะติดเชื้อไปโดยไม่รู้เหมือนกัน ต่อเมื่อต่อมาเขารู้ ว่าเขาเป็น เราก็ตามไปหาซี (C) ได้โดยระบบของเรา แต่บี (B) เราไม่รู้ อันนี้เป็นประเด็นว่า ถ้าเราไม่รู้ว่าบี (B) เมื่อบี (B) กลับไปบ้านก็จะไปถ่ายเชื้อโรคให้กับคนที่บ้านเป็นดี (D) บี (B) กับดี (D) นี่เราไม่รู้ ประเด็นที่ผมอยากเรียนคือว่าทำไมบางประเทศถึงติดและจำนวนมาก โดยหลักของระบาดวิทยาก็คือว่าถ้าเขาถ่ายจากคนที่ ๑ ไปคนที่ ๒ ไปคนที่ ๓ ไปคนที่ ๔ ถ้าไปถึงประมาณช่วงที่ ๑๐ ขึ้นไป อัตราการติดเชื้อจะขึ้นเป็นหมื่นเป็นแสนทันที เพราะว่า ฐานของเขากระจายตั้งแต่ทุกระดับเลย มีบี (B) กับดี (D) บี (B) กับดี (D) ทุกระดับข้างล่างเลย นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องตระหนักให้ดีว่าถ้ามันขึ้นมาขนาดนั้นระบบเรารองรับไม่ได้แน่ แล้วเราก็อาจจะต้องเป็นเหมือนต่างประเทศที่เขาปฏิเสธการรักษา นั่นคือชื่อเสียงของ ประเทศไทยว่าระบบสาธารณสุขเรานอกจากเฝ้าระวังแล้วเราไม่ปฏิเสธการรักษา เพราะฉะนั้นการที่จะก้าวเดินไปแต่ละก้าวต้องมั่นคง ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็จะเป็นเรื่อง นักท่องเที่ยวที่จะทำให้เศรษฐกิจเราดีขึ้น เขาก็มีมาตรการเตรียมการปล่อยเข้ามา ที่ท่านพูด ก็จะเป็นด้านเศรษฐกิจเรื่องของการมาเก็บผลไม้ ระบบชาวสวนชาวไร่เราก็สามารถจะ ขายของได้ ก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งต้องดำเนินการ ก็รับแนวคิดไปให้ทางฝ่าย ศบค. เขาประเมินว่า จะให้เข้ามาได้อย่างไร แต่ก็เรียนรับปากท่านไว้อย่างหนึ่งว่าก็คงต้องทำเร็วเพราะว่าผลไม้ ออกแล้ว ก็จะเร่งดำเนินการในส่วนนี้ ทราบมาว่าขณะนี้แนวทางมีมติแล้ว แต่ว่ามาตรการ ต่าง ๆ จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดขึ้น เมื่อสักครู่ถามว่าจะมีมาตรการอย่างไร ก็อย่างที่ ผมเรียนนี่ละครับ เราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วในเรื่องของสถานที่ ด้านสาธารณสุข บุคลากร เวชภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้เราเตรียมไว้ คิดว่ารองรับได้ ในการที่เราจะบริหาร ให้คนเข้ามา แล้วเราสามารถทำได้ด้วยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนว่าถ้าทุกคนป้องกัน ตัวเองอย่างดี การระบาดไปหาบี (B) กับดี (D) ก็จะน้อยลงที่จะไปติดโดยไม่ทราบ นี่คือ จะน้อยลง ถ้าทุกคนขึ้นรถเมล์ที่ว่านี้ แต่เขาใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่เราจะทำรวมทั้งการรณรงค์พี่น้องประชาชน แล้วการตรวจคนที่จะเข้ามา แบบเข้มงวดไม่ว่ากลุ่มใดก็แล้วแต่ รวมทั้งแรงงานที่ว่านี้ด้วยก็จะเป็นหลักประกันได้ว่า ระบบสาธารณสุขของเราสามารถรองรับไม่ให้เกิดการระบาดได้ผมมั่นใจ แต่ทุกคนต้อง ร่วมมือกันครับ🔗
ครับ ท่านจารึกติดใจก็ถาม ได้อีกครั้งครับ🔗
ก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณไปยัง ศบค. ที่ให้ความจริงจังและทำกันอย่างเข้มงวด ในเรื่องของไวรัสโควิด (COVID) ได้ฟังท่านรัฐมนตรีพูดมาก็ค่อนข้างจะมั่นใจ โดยเฉพาะคำว่า เร่งด่วน เพราะว่ากลางเดือนนี้จะมีผลผลิตเริ่มออกแล้ว เพราะฉะนั้นต้องใช้คำว่าเร่งด่วน เพราะว่าผลไม้มันไม่เหมือนของอื่น มันเก็บไว้ไม่ได้มันอยู่คาต้นนี่ พอมันสุกขึ้นมาเราต้องเก็บ ถ้าไม่เก็บมันก็จะแตก มันก็จะหล่น พอมันแตกมันหล่นขึ้นมาราคามันก็ไปอีกเรื่องหนึ่งแล้ว ผมก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ทาง ศบค. แล้วก็ขอบพระคุณแทนพี่น้อง ประชาชนคนจันทบุรี และพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศที่ท่านให้คำพูดว่าจะทำอย่างจริงจัง และจริงใจ และมาตรฐาน เหมือนที่ทำผ่าน ๆ มา กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาถามตอบแล้วก็ควบคุมเวลาไว้ได้อย่างดี แล้วก็ได้ประโยชน์ยิ่งกับพี่ น้องประชาชนครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
วันนี้มี ๕ กระทู้ ท่านสมาชิกกรุณารับทราบเพื่อจะได้เตรียมตัวนะครับ รัฐมนตรีมา ยกเว้นกระทู้เดียวที่เลื่อนไปที่กระทู้ที่ ๑.๒.๓ เรื่องการจ้างเหมาบริการ ในหน่วยงานของรัฐ นอกนั้นท่านรัฐมนตรีมาทั้งหมดได้แจ้งมาแล้ว🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๗ เรื่อง เปิดเผยข้อมูลในกระบวนการคัดเลือก เพื่อเข้าศึกษาในระดับชั้นอุดมศึกษา (พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ตอบ🔗
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓)🔗
ขอเชิญท่านสมาชิกครับ ท่าน พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ กระทู้ทั่วไปนี้ไม่ได้กำหนดเวลา เพียงแต่บอกว่า เมื่อรัฐมนตรีได้ตอบแล้ว ผู้ถามมีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่ง เว้นแต่จะขอถามต่อไปเพราะคำตอบ ยังไม่หมดประเด็น เพราะฉะนั้นเราต้องบริหารเวลา ตามข้อบังคับก็คือต้องไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปรายให้ข้อมูล เสร็จแล้วก็ถามครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ เชิญ พันตำรวจตรี ชวลิต ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เสียสละมาตอบ ประเด็นที่ผมจะมา สอบถามในวันนี้เป็นประเด็นที่ผมได้รับการติดต่อจากประชาชนมากมาย บ้างก็เป็นเยาวชน คนรุ่นใหม่อนาคตของชาติ บ้างก็เป็นผู้ปกครองที่มีความเดือดเนื้อร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ลูกหลานของพวกเขา จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่ผมจะต้องทำหน้าที่ในการไขข้อข้องใจ ให้กับประชาชน อย่างที่เราทราบกันดีว่าการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ของประเทศเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด มีการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายครั้ง ในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ มีการสอบมากมายจนจำชื่อย่อกันแทบจะไม่ได้เลยนะครับ จำชื่อย่อ ของระบบการสอบก็ต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าจะจำได้ ช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้เราก็มีองค์กร ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลจัดการการสอบระดับชาติอยู่องค์กรหนึ่ง นั่นคือสถาบันทดสอบ ทางการศึกษาแห่งชาติหรือ สทศ. ที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงศึกษาธิการนั่นเองครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ คือช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้หลาย ๆ ท่านน่าจะจำกันได้ คือในทวิตเตอร์ (Twitter) มีแฮชแท็ก (Hashtag) หนึ่งที่ประชาชนสนใจจนขึ้นอันดับ ๑ อยู่หลายครั้ง แฮชแท็ก (Hashtag) นั้นชื่อว่าเด็ก ๖๓ ครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราอยู่ในสมัยปิดประชุม สภากัน เป็นช่วงที่โลกต้องเจอกับวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็เป็นช่วงโค้งท้าย ๆ ของ การสอบและประกาศผลเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยพอดีเลยนะครับ พอเมื่อมีการประกาศผลออกมาก็มีการพูดถึงความแม่นยำของระบบการตรวจข้อสอบ จากผู้เข้าสอบที่มีเป็นจำนวนมากอาจจะมีความผิดพลาดหรือไม่ กับผลสอบที่อาจจะเปลี่ยน ชีวิตของนักเรียนหลายแสนคนเลยนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทาง สทศ. ก็ได้ออกมาประกาศ ว่าเนื่องจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) จึงขอเลื่อนการตรวจกระดาษคำตอบออกไป อย่างไม่มีกำหนด แต่กระบวนการยื่นคะแนนของนักเรียนที่จะต้องเข้ามหาวิทยาลัย มันมีกำหนดนะครับ ซึ่งหมายความว่าการตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนนจาก สทศ. ก่อนที่จะนำคะแนนไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนจะไม่สามารถทำได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้ปกครองและผู้เข้าสอบจำนวนหนึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินเพื่อบังคับขอตรวจกระดาษคำตอบ ทาง สทศ. ก็ได้ยินยอมให้มีการตรวจ แต่ก็มี ผู้ได้รับอนุญาตเพียง ๔๕ รายเท่านั้นจากผู้สมัครสอบ เอาแค่เฉพาะแกตแพต (GAT/PAT) ก็มี ถึง ๒๕๕,๒๙๕ ราย หมายถึงสัดส่วนของผู้ที่สามารถตรวจสอบกระดาษคำตอบของตัวเองได้นั้น ก็อยู่ที่ไม่ถึง ๐.๐๑๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยเกินกว่าที่จะบอกว่าอะไรเป็นอะไรได้ และนี่ ยังไม่รวมถึงการสอบอื่น ๆ ของทาง สทศ. อีกนะครับ และล่าสุดทาง สทศ. ก็ได้ออกประกาศ มาใหม่ว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ได้คลี่คลายลงแล้ว เลยได้เปิดมีการให้ยื่นคำร้องขอดู กระดาษคำตอบ แล้วก็จะมีการเปิดให้ดูกระดาษคำตอบเป็นเวลาเพียง ๒ วัน วันไหน ทราบไหมครับ วันที่ ๑๗-๑๘ กรกฎาคม แต่ว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งก็ได้ทยอยเปิดเรียน กันไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน แล้วส่วนมากก็เปิดเรียนกันไปแล้วในเดือนนี้ นั่นหมายความว่า กระบวนการการรับสมัครเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยแทบจะจบลงไปหมดแล้วครับท่านประธาน สทศ. จะเปิดให้ตรวจสอบคะแนนตอนนี้ก็แทบจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อผู้ที่จะต้องใช้ ผลคะแนนเข้าสอบในมหาวิทยาลัย คือถ้าจะอ้างว่าเป็นเพราะสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เลยไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใสได้ ผมก็คิดว่าไม่ใช่สาเหตุที่ฟังขึ้น สักเท่าไรนะครับ เพราะกระบวนการในการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสนั้นควรจะถูก ให้ความสำคัญมากเป็นลำดับต้น ๆ เลยนะครับ และถึงแม้จะไม่มีสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) กระบวนการตรวจสอบกระดาษคำตอบในสถานการณ์ปกติก็ต้องเป็น การยื่นคำร้อง แล้วนักเรียนก็ต้องเดินทางไปดูที่สำนักงานของ สทศ. ที่กรุงเทพฯ แต่ผู้สอบ ก็ไม่ได้มีแค่อยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้นใช่ไหมครับท่านประธาน คือประเทศเราก็มีนักเรียน ทั้งจากจังหวัดยะลา ทั้งจากจังหวัดปัตตานี จากจังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากจังหวัดอุบลราชธานี จากจังหวัดหนองคาย การตรวจสอบความถูกต้องข้อสอบของเขา เขามีทางเดียวเลยก็คือรอทางสถาบันเปิดช่วงให้ดู ซึ่งส่วนมากก็เปิดให้ดูเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แล้วก็ต้องเดินทางมาเพื่อดูกระดาษคำตอบพร้อมกับต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอีกนะครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าเราควรจะต้องมีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ได้ง่ายขึ้น เช่น การอัปโหลด (Upload) ผลผ่านทางออนไลน์ (Online) ซึ่งทาง สทศ. ก็มักจะมีการอ้างถึง ข้อกังวลในเรื่องของการปกปิดข้อมูล กลัวว่าจะมีการสวมรอยเข้าไปดูข้อมูลของคนอื่น คือผมคิดว่าเป็นการกลัวที่มากเกินไปนะครับ เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้คือมาไกลมากเลย มีระบบการยืนยันตัวตนอีกมากมายหลายรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทางสถาบัน สทศ. เอง ก็มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครไปอีกมากมายเลยนะครับ ก็น่าที่จะนำออกมาใช้ ให้เกิดประโยชน์บ้าง ผมคิดว่าคงไม่เกินความสามารถของทางสถาบัน สทศ. และ กระทรวงศึกษาธิการถ้าคิดจะทำงานกัน🔗
ดังนั้นคำถามข้อแรกของผมเลยก็คือจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังที่กล่าวไป ข้างต้น ทางกระทรวงมีนโยบายที่จะรับผิดชอบอย่างไรในกรณีที่อาจจะพบว่าเกิดความ ผิดพลาดขึ้นในกระบวนการการตรวจกระดาษคำตอบ และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ เพื่อพัฒนาอย่างไรต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการให้มาตอบคำถาม ของท่าน พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ก่อนอื่นต้องเรียน กับท่านประธานสภาว่าดิฉันดีใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความสนใจเกี่ยวกับการศึกษา ของเยาวชนของชาติ แล้วก็อยากจะถือโอกาสนี้ขออนุญาตท่านประธานได้อธิบายในข้อข้องใจหลาย ๆ อย่าง ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวในตอนต้นว่าสถาบันการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาตินี้ ที่ชื่อย่อว่า สทศ. เขาทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ชื่อย่อในการทดสอบความสามารถของเด็ก มีชื่อต่าง ๆ ที่ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำความเข้าใจ ถ้า ส.ส. ใช้เวลานานอย่างนั้น ชาวบ้านเขาจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นจะขอถือโอกาสอธิบายว่าการที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้จะต้องมีคุณสมบัติ จะต้องผ่านอะไรบ้าง แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน จริง ๆ แล้วใหญ่ ๆ ก็มี ๔ เรื่องด้วยกัน ที่ใช้ชื่อย่อว่าโอเน็ต ออดินารี เนชันนัล เอดูเคชัน เทสต์ (O-NET Ordinary National Education Test) โอเน็ต (O-NET) ซึ่งทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ก็คงทราบนี่นะคะ ในแต่ละปีจะมีคนทดสอบเรื่องโอเน็ต (O-NET) จำนวนเป็นแสน เขาเรียกว่าการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ที่ต้องเรียนอย่างนี้เพื่อให้ ผู้ปกครองพ่อแม่ของน้องที่ยังเรียนหนังสืออยู่ บางครั้งถึงปู่ย่าตายายที่จะต้องดูแลเด็กที่อยู่ใน การศึกษาเพราะว่าพ่อแม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นจะต้องอธิบายว่าโอเน็ต (O-NET) จะต้อง ทดสอบทางการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน แกต (GAT) ก็คือการทดสอบวัดความถนัด แพต (PAT) ก็คือวัดความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ แล้วก็ยังมีอีก ๙ วิชาสามัญที่จะต้อง ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดน้องที่จะเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องสอบโอเน็ต (O-NET) แล้วก็แกต (GAT) แล้วก็แพต (PAT) แล้วก็ ๙ วิชาสามัญ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีความ ต้องการแตกต่างกันว่าจะใช้ทุกวิชาหรือบางวิชาเท่านั้นเอง แล้วก็จริง ๆ แล้วในแต่ละปีก็มี คนสอบเป็นแสนอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้พูดไปแล้ว สำหรับปีนี้ก็เฉกเช่นเดียวกันเพราะว่าการศึกษา มีการแข่งขันกันมากทีเดียว อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าข้อมูลที่ท่านได้รับอาจจะช้าหรือ ล้าสมัยไปเล็กน้อย ก็อยากจะเรียนว่าการสอบทั้งโอเน็ต (O-NET) ทั้งแกต (GAT) แพต (PAT) ของปีนี้ แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่เดือนมกราคม ถ้าจำได้ก็คือวันที่ ๘ มกราคม ที่เราเริ่มทราบว่าคนไทยได้ติดเชื้อ เป็นผู้หญิงคนจีนที่มาจาก เมืองจีน แล้วต่อจากนั้นก็มีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทางสถาบัน สทศ. ไม่ได้เลื่อน การทดสอบหรือการสอบเด็กนักเรียนเลยแม้แต่น้อย ดิฉันเองเป็นผู้กำกับสถาบันนี้ สทศ. ดิฉันต้องขอชมคณะกรรมการสถาบัน สทศ. และ ผอ. ที่ให้ความสนใจแล้วก็มีความตั้งใจ หาวิธีการทุกรูปแบบที่จะให้เด็กได้สอบตามวันเวลาที่เด็กควรจะสอบ จึงสามารถทำให้เด็กได้สอบ ตรงตามเวลาทุกประการ ดิฉันติดตามจนกระทั่งทีวี (TV) ช่อง ๑๑ บอกคุณหญิงต้องมา ออกรายการเพื่อให้ความมั่นใจกับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเขาจะต้องมาสอบด้วยตัวเอง ในสถานการณ์ที่มีการระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ตอนนั้นก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก็คงทราบแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผอ. ของ สทศ. และกรรมการ หาวิธีการให้เด็กได้สอบครบทุกวิชา ก่อนวันที่ ๓๑ มีนาคม ถ้าจะต้องการรายละเอียดก็จะเรียนว่าวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ วันที่ ๑ มีนาคมนี้ มีการสอบโอเน็ต (O-NET) มีนักเรียนสอบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ลองนึกภาพสิคะว่าโควิด (COVID) ระบาดอยู่ในขณะนั้น การจัดการศึกษานี้จะต้องใช้ ความพยายามและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้เด็กได้สอบตรงตามเวลากำหนดการ ส่วนแพต (PAT) ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนก็เช่นเดียวกัน วันที่ ๒๒-๒๕ ปี ๒๕๖๓ แล้วก็สอบ วิชาสามัญ ๙ วิชา ก็ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คน สอบวันที่ ๑๔-๑๕ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม มีการสอบครบทุกวิชา ทุกคนและประกาศผล สำหรับโอเน็ต (O-NET) ประกาศผลวันที่ ๒๖ มีนาคม ของแกต (GAT) ประกาศวันที่ ๓๑ มีนาคมและ ๙ วิชาสามัญนี้ประกาศวันที่ ๒ เมษายน ด้วยความตั้งใจและลำบากที่จะจัดให้เป็นไปตาม กติกาและข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข เราทำทุกอย่างและให้ความมั่นใจกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองของเด็กทุกคนว่าเราเตรียมทุก ๆ อย่างให้ความปลอดภัยกับเด็กทุกคน แล้วก็ได้ผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ต้องขอบคุณทางผู้อำนวยการ สทศ. และ คณะกรรมการ สทศ. อยากจะเรียนให้ท่าน ส.ส. ชวลิตได้รับทราบด้วยว่าเราทำประกาศผล ทุก ๆ อย่างเฉกเช่นทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ล่าช้าเลยแม้แต่น้อย อันนั้นประการแรก🔗
ประการที่ ๒ เปิดให้นักเรียนทุกคนสามารถที่จะขอดูผลการสอบได้ ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายนเป็นต้นไป แต่ที่ท่านบอกว่าไม่ทันนั้นไม่จริง เพราะว่าเราเพียงแต่ เปลี่ยนการดูด้วยตัวเอง เด็กจะต้องไปยื่นแล้วก็เสียค่าธรรมเนียมขอดูข้อสอบคำตอบของเขา ภายใน ๑ เดือน หลังจากวันที่ประกาศผล เพราะฉะนั้นตามที่ได้บอกไปแล้ว ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม เราก็เปิดให้สามารถดูได้ของแกต/แพต (GAT/PAT) แล้ว แต่ว่าของ ๙ วิชาสามัญนั้น เราสอบเสร็จวันที่ ๔ ก็จริง แต่ทุกคนสามารถที่จะเข้าไปดูได้คือวันที่ ๒ เมษายนเป็นต้นไป เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนวิธีที่จะให้เด็กมาออกัน มารวมกลุ่มกัน เพื่อจะมาดูกระดาษเท่านั้นเอง เราทำอย่างที่ท่านพูดก่อนที่ท่านจะเสนอแนะ เราได้พัฒนาระบบออนไลน์ (Online) ให้ดูได้ ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓ แล้วขณะนั้นมหาวิทยาลัยยังไม่ได้เปิดรับค่ะ ไม่มีวัน ไม่มีทาง ที่เด็กจะไม่สามารถนำผลการสอบไปเข้ามหาวิทยาลัยได้ ทางมหาวิทยาลัยที่เขาเรียกว่า ทีแคส (TCAS) เขารับหลายรอบ รอบสุดท้ายที่จะสมัครได้คือวันที่ ๙-๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ผลที่ให้เด็กสามารถเข้าไปดูได้ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายนค่ะ เด็กสามารถเข้าออนไลน์ (Online) อย่างที่ได้พูดไปนะคะ เรามีระบบ แล้วดิฉันเองติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ไม่มีผิดพลาดแน่นอน ปรากฏว่ามีคนที่เข้าไปออนไลน์ (Online) ไปดูข้อสอบเพราะว่า โควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างที่เราทราบกันอยู่ วันที่ ๒๓ มีนาคม รัฐบาลก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน แล้วก็ล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศ คือปิดประเทศ ปิดเกือบจะทุกเขต เพราะฉะนั้น เราจึงไม่สามารถที่จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้เด็กไปดูได้ด้วยตนเอง จึงจะต้องให้ออนไลน์ (Online) ตั้งแต่วันที่ ๒ เป็นต้นไป แล้วก็ทันยิ่งกว่าทันที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ เพราะว่ามหาวิทยาลัย วันที่ ๙-๓๐ มิถุนายน เป็นรอบสุดท้าย เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่า เราทำได้เป็นอย่างดี ท่านได้บอกว่าจริง ๆ มีคนไปร้องหลายแห่งโดยยื่นผ่านบริการประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นผ่านสมาคมพิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยื่นคำร้อง ตามแบบฟอร์มของ สทศ. แล้วก็ยังไปยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปยื่นขอดูด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อเหตุการณ์โควิด (COVID) ได้คลี่คลายไปแล้ว ทาง สทศ. จึงเปิดให้นักเรียนไปดูได้ ด้วยตนเอง โดยไม่มีเสียค่าใช้จ่าย อยากให้เข้าใจให้ตรงกันว่าไม่มีค่าใช้จ่าย จริงอยู่คนที่ ไปขอดู ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรก วันที่ ๑๖-๑๘ มีคนขอดู ๔๕ คน แต่ว่าไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ทั้งสิ้น ครั้งที่ ๒ ที่ท่านพูดถึง วันที่ ๘-๑๓ พฤศจิกายน ก็เช่นเดียวกัน ๑๒๙ คน แล้วทั้ง ๒ กรณี และออนไลน์ (Online) ทุกกรณีที่เข้ามาดู ๖๐,๐๐๐ กว่าราย ไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่คนเดียว ถ้าหากมีการผิดพลาดทางที่ประชุมของอธิการบดี มหาวิทยาลัยพร้อมหน้าต่อหน้าในคณะกรรมการที่ประชุมนี้ก็รับปากแล้วว่า ถ้ามีข้อผิดพลาดทางมหาวิทยาลัยก็จะเยียวยาให้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่าน พันตำรวจตรี ชวลิต มีสิทธิถามได้อีกครั้งครับ เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าประเด็นที่ผมถามไป เมื่อสักครู่ผมถามเรื่องการตรวจกระดาษคำตอบว่ามีความผิดพลาดในระบบการตรวจ หรือเปล่า ไม่ใช่การดูคะแนนหรือการยื่นคะแนนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีตอบมานะครับ ผมไม่ได้ถาม เรื่องการเลื่อนสอบ แล้วก็ทราบดีว่าการสอบตรงไปตามกำหนดปีนี้ ไม่ได้เลื่อนสอบ ทั้ง ๆ ที่เปิดเทอมช้า จริง ๆ เนื้อหาก็อาจจะสอนไม่ครบ แล้วนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นักเรียน และผู้ปกครองกังวลใจว่าถ้าเนื้อหาการสอบออกครบถ้วน แล้วเนื้อหาการสอนไม่ครบถ้วน ก็จะเป็นการประมวลผลที่ไม่ยุติธรรม ถ้าหากท่านชี้แจงได้ก็จะเป็นเรื่องดี แต่เมื่อสักครู่ ที่ท่านตอบมาก็เป็นการตอบที่ไม่ตรงคำถามนะครับ🔗
ประเด็นต่อมา นี่ก็เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมาอย่างยาวนานเลย ก็คือ การเปิดเผยข้อสอบของทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ในช่วงปีแรก ๆ ที่สถาบัน สทศ. นี้ก่อตั้งขึ้นมา ทางสถาบันก็มีการเปิดเผยข้อสอบ แต่พอเปิดเผย ข้อสอบและเฉลยออกมาแล้วก็พบกับการวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเฉลย คำตอบที่ผิด ความถูกต้องเหมาะสมของข้อสอบ ความยากง่ายที่ไม่ได้สัดส่วนของข้อสอบ ตั้งแต่นั้นมาทางสถาบันก็ได้มีการยุติการเปิดเผยข้อสอบและเฉลย โดยอ้างถึงกฎระเบียบของ ทางสถาบันว่าข้อสอบเป็นลิขสิทธิ์ของทางสถาบัน แล้วก็เพื่อป้องกันไม่ให้โรงเรียนกวดวิชา นำข้อสอบไปหาผลประโยชน์ในทางพาณิชย์ ซึ่งจะส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่เขาอ้างกันในยุคนั้น คือผมเห็นว่าข้ออ้างเหล่านี้มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย เพราะถ้าเรามีเป้าหมายคือการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแล้ว ตามหลักเศรษฐศาสตร์ พื้นฐาน การสงวนสิ่งใดก็ย่อมทำให้สิ่งนั้นมีมูลค่าแพงขึ้น เพราะดีมานด์ (Demand) ที่มีอยู่ แต่ไม่มีซัปพลาย (Supply) มาตอบสนอง ในกรณีนี้เด็กก็ต้องจ่ายเงินแพง ๆ เพื่อไปกวดวิชา ตามที่ที่มีโฆษณาว่าจะมีข้อสอบแกต (GAT) แพต (PAT) ล่าสุด ซึ่งเขาไปเสาะหามาจาก วิธีการต่าง ๆ หรืออาจจะส่งบุคลากรของทางสถาบันกวดวิชานั้น ๆ ส่งหลาย ๆ คนเข้าไป ทำข้อสอบแล้วก็จำออกมา ก็เลยมีแค่เด็กที่มีเงินเท่านั้นที่ไปเรียนกวดวิชาเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น ที่จะเข้าถึงข้อสอบปีล่าสุดได้ นี่มันลดความเหลื่อมล้ำตรงไหนครับท่านประธาน จะดีกว่าไหม ถ้าเราเปิดเผยข้อสอบสู่สาธารณะ ให้ครูที่โรงเรียนนำมาสอนนักเรียนได้ ให้ผู้ปกครองสามารถ นำมาสอนลูกหลานของตัวเองได้ ให้นักเรียนสามารถเอาข้อสอบมาช่วยกันฝึกทำแล้วก็ติว กันเองได้ แบบนี้ก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและช่วยพัฒนาผู้เรียนได้มากกว่าหรือเปล่าครับ ท่านทราบไหมครับว่าการฝึกทำโจทย์ด้วยตัวเองมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้มากกว่า การอ่านหรือการนั่งฟังเลกเชอร์ (Lecture) หลายเท่าเลยนะครับ ฟังเลกเชอร์ (Lecture) ถึงแม้ว่าคุณครูอาจจะสอนดี เรียนแล้วเข้าใจ แต่เรียนแป๊บเดียวก็สามารถลืมกันได้ง่าย ๆ มากเลยนะครับท่านประธาน ตั้งแต่การฝึกฝนทำแบบฝึกหัด แต่การฝึกฝนทำแบบฝึกหัด ทำข้อสอบด้วยตัวเอง หลังจากเรียนเนื้อหาเข้าใจแล้วก็จะเป็นการรีคอลล์ (Recall) ดึงความทรงจำออกมาใช้งาน ดึงความทรงจำออกมาใช้ประโยชน์ ก็จะทำให้นักเรียนจดจำ ความรู้และมีทักษะในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่ามากเลยนะครับ🔗
ถามได้ครับ🔗
ข้อสอบทาง มหาวิทยาลัยของ สทศ. ในปีล่าสุดนี้ครับ ก็จะเพิ่มแรงจูงใจให้นักเรียนมาฝึกฝนได้อย่างดีเลย คือการเปิดเผยข้อสอบมีแต่ประโยชน์ต่อประชาชน ไม่มีข้อเสียเลยนะครับ แต่กับทาง สทศ. เอง อาจจะกังวลเรื่องการทำให้ประชาชนเห็นว่ามีข้อสอบบางข้อที่ผิดพลาด กลัวจะโดน ตำหนิ ก็เลยไม่เปิดเผยเสียอย่างนั้น สทศ. ก็ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เอาตัวเอง เป็นที่ตั้งนะครับ ผมคิดว่า สทศ. ก็ต้องยืดอกยอมรับ เป็นเรื่องธรรมดามากเลยที่การออก ข้อสอบเป็น ๑๐๐ ข้อก็จะมีบางข้อที่ผิดพลาด แล้วความผิดพลาดนี้จะไม่ปรากฏเลยนะครับ แม้แต่ทาง สทศ. เองก็อาจจะมองไม่เห็นหากไม่มีการเปิดเผยข้อสอบให้ทางสาธารณชน เข้าถึงได้ คือออกข้อสอบไปแล้วก็จบ ๆ กันไป ความผิดพลาดก็จะถูกหมกเอาไว้ไม่มีใครรู้ ดังนั้นการทำให้ปรากฏถึงความผิดพลาด จุดนี้สำคัญมากเลยต่อการพัฒนาปรับปรุง ไม่ให้ความผิดพลาดแบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก หลักการนี้ไม่ใช่แค่การออกข้อสอบเท่านั้น แต่ใช้ได้ กับทุก ๆ เรื่องเลยนะครับท่านประธาน คือถ้าเราอยากจะพัฒนาต้องหาความผิดพลาด ของตัวเองให้เจอนะครับ แล้วก็ต้องยอมรับความผิดพลาดให้ได้ก่อน อันนี้เป็นขั้นแรกเลย ที่จะพัฒนาได้ ก็เหมือนกับนักเรียนที่ทำแบบฝึกหัด ฝึกทำข้อสอบ🔗
ท่านพันตำรวจตรี ชวลิต ท่านถามได้เลยครับ ข้อเสนอแนะก็เรื่องหนึ่ง แต่เป็นคำถามกระทู้ถามนะครับ🔗
ใกล้แล้วครับ ไม่กี่ ประโยคครับ ก็อย่างที่ผมเรียนไปนะครับ การที่นักเรียนฝึกทำแบบฝึกหัด ฝึกทำข้อสอบ มันก็เป็นกระบวนการที่ทำให้ตัวนักเรียนเองรู้ว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน จึงเกิดการเรียนรู้ได้ แล้วจะไม่มีความผิดพลาดขึ้นอีก นี่ก็เป็นกระบวนการที่ทำให้นักเรียนเก่งขึ้นได้เพราะว่า มองเห็นความผิดพลาดของตัวเอง ดั้งนั้นถ้ามีข้อสอบผิดพลาดออกมาทาง สทศ. ก็อาจจะเพิ่ม ค่าใช้จ่าย เพิ่มบุคลากร เป็นขั้นตอนในการตรวจสอบทานในการออกข้อสอบให้มีคุณภาพ มากขึ้น นี่เป็นสิ่ง สทศ. ควรจะทำเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการออกข้อสอบ ไม่ใช่ว่า ไม่เปิดเผยข้อสอบมันเสียเลยเพราะกลัวว่าข้อสอบจะมีความผิดพลาด ดังนั้นคำถามที่ ๒ ที่ผมจะถามนะครับ ทางกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะให้มีการเปิดเผยข้อสอบ เพื่อความโปร่งใส และก่อให้เกิดการพัฒนาของกระบวนการออกข้อสอบหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
รัฐมนตรีเชิญตอบในส่วน ที่เป็นคำถามนะครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนอย่างนี้ว่าหน้าที่ของ สทศ. มี ๒ ประการด้วยกัน ประการแรกคือการทดสอบทางการศึกษาของนักเรียน ประการที่ ๒ เป็นหน้าที่ที่เรา ให้บริการกับมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนโอเน็ต (O-NET) นั้นเป็นหน้าที่ของ สทศ. ท่านฟังอยู่นะคะ ท่านถามก็กำลังจะแจ้งว่าเรามีหน้าที่ ๒ ประการ ประการแรกโอเน็ต (O-NET) เราออกเอง เราทำเอง เราตรวจเอง อันนั้นเป็นหน้าที่ที่จะทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียน ทั้งประเทศ ข้อสอบอันนี้เราขึ้นเว็บไซต์ (Website) ตลอดเวลา ทุกคนสามารถที่จะดูได้ ส่วนที่ ๒ ที่เราให้บริการกับที่ประชุมอธิการบดีนั้นเป็นการให้บริการ เพราะฉะนั้นสิทธิของ ข้อสอบในการทดสอบเด็กที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนี้เป็นสิทธิของมหาวิทยาลัยคือ ทปอ. ค่ะ ที่คณะกรรมการที่ประชุมของอธิการบดี เพราะฉะนั้นจะขอให้เปิดข้อสอบนั้นจะต้องเป็น หน้าที่ของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ของ สทศ. เราไม่ได้ปิดบังข้อมูล ของเราเองโอเน็ต (O-NET) เราเปิดอยู่บนเว็บไซต์ (Website) อยู่แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นก็อยากให้เข้าใจตรงนี้ สามารถเปิดเผยได้ แต่ว่าเป็นสิทธิและกรรมสิทธิ์ของ ที่ประชุมอธิการบดี ขอให้เข้าใจตรงนี้เสียก่อนแล้วถึงจะบอกว่าเราเปิดเผยหรือไม่เปิดเผย เพราะอะไร การที่เปิดเผยให้เด็กไปดูข้อสอบได้ด้วยตนเองก็สามารถทำได้ แล้วก็มีอย่างที่ บอกว่ามี ๔๕ คน มี ๑๒๙ คน ไปดูข้อสอบของเขาเองได้ด้วยตนเอง อันนั้นเป็นเรื่องที่เขา ขอไปดูหลังจากวิกฤติโควิด (COVID) คลี่คลายไปแล้ว แล้วก็มี ๒ หน่วยงานที่เด็กไปร้อง หรือผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครองไปร้อง คือสมาคมพิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และผู้ตรวจการ แผ่นดิน ทำจดหมายมาขอบคุณ สทศ. ที่ได้ตรวจสอบข้อสอบ ตอบข้อสอบได้ถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาด เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าส่วนที่เด็กจะเข้าสอบมหาวิทยาลัยนั้น ทางที่ประชุมอธิการบดีเป็นผู้มอบให้ สทศ. เป็นคนทำหน้าที่ เรามีบริการให้เขาค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิก และท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๑๖ เรื่อง การพัฒนาอาหาร VEGAN เพื่อการ ส่งออก (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาล ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ตอบ🔗
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓)🔗
ขอเชิญคุณองอาจครับ คุณองอาจมีประสบการณ์ถามกระทู้เป็นตัวอย่าง ไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมมาตอบกระทู้ของผมในวันนี้ ซึ่งโดยเนื้อหาสาระกระทู้อาจจะเกี่ยวข้อง กั บ ห ลำ ย ก ร ะ ท ร ว ง แ ต่ วั น นี้ เ มื่ อ ท่ำ น นำ ย ก รั ฐ ม น ต รี ม อ บ ห มำ ย ใ ห้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมาตอบในเรื่องนี้ ผมก็จะเน้นเฉพาะเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับท่าน เพราะรัฐบาลนี้มีนโยบายในเรื่องที่เป็นมอตโต (MOTTO) หรือเป็น ความฝันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลิต กระทรวงพาณิชย์ขาย แต่ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ ผมคิดว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ก็มีความสำคัญที่จะมีส่วนในการช่วยทำให้เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยท่านรัฐมนตรี เฉลิมชัย ศรีอ่อน ผลิตแล้ว ก็สามารถนำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็มอบส่งต่อภารกิจสำคัญ ไปให้กระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมสนับสนุนขายสินค้าต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องที่ ผมถามก็จะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาหาร แต่เป็นการพัฒนาอาหาร ที่เรียกชื่อว่าวีแกน (Vegan) เป็นการพัฒนาอาหารเพื่อการส่งออก หลายท่านอาจจะเคย ได้ยินชื่ออาหารในหลากหลายประเภท วีแกน (Vegan) นี่ก็เป็นอาหารหรือเป็นผลิตภัณฑ์ อาหารประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และมีผู้บริโภคทั่วโลก เนื่องจาก กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมของคนรุ่นใหม่กำลังปลุกกระแสให้สังคมหันมาบริโภค อาหารจากพืชมากขึ้น มีการนำเสนอผลดีของการบริโภคอาหารจากพืชที่ดีต่อสุขภาพอย่างไร และการไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นการบริโภคอาหารที่เรียกว่าวีแกน (Vegan) ก็มีหลากหลายเหตุผลครับ มีหลาย ประเทศที่มีความตื่นตัวในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป มีการตื่นตัวในเรื่องอาหารวีแกน (Vegan) ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นผมถือว่าขณะนี้เป็นโอกาสดีนะครับที่ประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่จะคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ ความต้องการของผู้บริโภค เพราะว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นแหล่งผลิต วัตถุดิบทางอาหารที่สำคัญของโลกเนื่องจากอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ พืชพรรณ ที่หลากหลาย สามารถนำมาพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และแน่นอนที่สุดถ้าเราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดีเราก็สามารถช่วยผลักดันส่งเสริม ให้เกษตรกรปลูกพืชให้มีผลผลิตสูง มีคุณค่าทางสารอาหาร โดยใช้ทรัพยากรในการดูแลต่ำ แล้วก็ยังมีส่วนในการมุ่งเน้นสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งการสนับสนุนสุขภาพ ของผู้บริโภคด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงมีคำถามที่อยากจะถามรัฐบาลในกระทู้ถามทั่วไปในวันนี้ ว่ารัฐบาลมีนโยบายมีแผนงานที่จะส่งเสริมและพัฒนาวีแกน (Vgean) เพื่อการส่งออกหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจง ตอบกระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาอาหารวีแกน (Vegan) เพื่อการส่งออก กระผมขอตอบกระทู้ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนดังนี้นะครับ รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม อาหาร โดยเฉพาะการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารอนาคต ซึ่งวีแกน (Vegan) ก็เป็นหนึ่งใน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยอาหารวีแกน (Vegan) นั้นคืออาหารที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ แล้วก็เป็นที่นิยม ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงนะครับ โดยทางรัฐบาลเอง จะเร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป ระยะที่ ๑ คือ พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๗๐ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้คณะมนตรีรับทราบไป เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๓ เพื่อจะให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ๑ ใน ๑๐ ของผู้ส่งออกอาหาร ของโลก และเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารอนาคตในอาเซียน (ASEAN) ปี ๒๕๗๐ ซึ่งในปี ๒๕๖๒ นั้นประเทศไทยนั้นมีการส่งออกอาหารเป็นทั้งสิ้น ๑,๐๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการวางแนวทางการพัฒนาอาหารวีแกน (Vegan) ๔ ด้านสำคัญ เพื่อส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมอาหารวีแกน (Vegan) สู่ตลาดโลก ซึ่งก็มีรายละเอียดดังนี้นะครับ🔗
ด้านการผลิต ส่งเสริมการผลิตสินค้าอาหารมื้อหลัก เน้นคุณค่าทาง โภชนาการหรือสารอาหารจำเป็น เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก กรดไขมันจำเป็น วิตามินดี และ วิตามินบี ๑๒ (B12) ที่คนวีแกน (Vegan) จำเป็นต้องได้รับเพิ่ม เนื่องจากอาหารดังกล่าว บางส่วนมีอยู่ในเนื้อสัตว์และไม่มีในพืช ส่วนทางด้านมาตรฐานก็ได้มีการส่งเสริม และให้คำแนะนำผู้ประกอบการในการขอรับรองและใช้เครื่องหมายวีแกน (Vegan) จากองค์กรต่างประเทศหรือเครื่องหมายรับรองที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค และรู้จัก ในวงกว้างของประเทศคู่ค้า ตลอดจนทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวีแกน (Vegan) ไทย ซึ่งเป็นมาตรฐานแบบสมัครใจ เพื่อเป็นเกณฑ์อ้างอิงด้านคุณภาพมาตรฐานในการผลิต และตรวจสอบ รวมทั้งมีการสนับสนุนการตรวจรับรองโดยสถาบันอาหาร🔗
ทางด้านการวิจัยและพัฒนานั้นก็มีการสนับสนุนและผลักดันการวิจัยคุณค่า ทางโภชนาการของพืชเมืองร้อน วิจัยและพัฒนาสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นต่อการทำงาน ของร่างกายที่มาจากพืชพันธุ์ธรรมชาติ ผลักดันงานวิจัยด้านคุณค่าโภชนาการส่วนประกอบและสารสกัดสู่การใช้ประโยชน์ในเชิง พาณิชย์ แล้วก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโดยให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการที่มี คุณสมบัติพิเศษเฉพาะด้าน เพื่อทำตลาดผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ในขณะเดียวกันก็จะรักษา รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่ใกล้เคียงกับอาหารต้นแบบ รวมถึงจะพิจารณาส่วนประกอบ และกระบวนการผลิตที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน เพื่อเตรียมการปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือ จัดหาส่วนผสมอื่นมาทดแทน ส่วนทางด้านการตลาดนั้นเราก็มีการสนับสนุน สร้างโอกาส ทางธุรกิจในประเทศไทย โดยจะมีการเน้นสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ มาตรฐานและ ตรารับรองวีแกน (Vegan) ของไทยไปสู่กลุ่มผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย และจัดกิจกรรม การตลาดเพื่อเชื่อมโยงกับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร พร้อมทั้ง ผลักดันสู่ตลาดโลก โดยระยะเริ่มต้นเน้นที่ตลาดยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร ประเทศเยอรมนี และประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มการเติบโต อย่างก้าวกระโดด การสื่อสารการตลาดไปยังผู้บริโภคเป้าหมายทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นตลาดหลัก และตลาดเดิมที่มีผู้ประกอบการไทย มีสายสัมพันธ์การค้าที่ดีในการเปิดตัวสินค้า เน้นเจาะ ตลาดผู้บริโภควีแกน (Vegan) ที่เหมาะกับผู้บริโภคทั่วไปครับ🔗
ครับ เชิญท่านองอาจ ถามได้อีกครั้งครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาตอบคำถามของผม ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อที่ผมได้รับทราบว่ารัฐบาลก็ได้พยายามดำเนินการที่มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่า ขณะนี้โดยเฉพาะในอียู (EU) ในสหภาพยุโรปก็ได้มีการดำเนินการหลายอย่าง ซึ่งผมคิดว่า ประเทศไทยก็คงจะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้พอสมควร ในคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศคอมมิชชัน ดิซิชัน (Commission Decision) ขึ้นบัญชีการริเริ่มข้อเสนอจาก ประชากรของอียู (EU) คือแมนดาทอรี ฟู๊ด ลาเบลลิง นอนเวเจทาเรียน เวเจทาเรียน วีเเกน (Mandatory food labelling Non-Vegetarian/Vegetarian/Vegan) ที่เป็นข้อเสนอ ให้บังคับการติดฉลากระบุชนิดอาหาร ๓ ประเภท ได้แก่ อาหารที่ไม่ใช่มังสวิรัติ อาหาร มังสวิรัติ และอาหารวีแกน (Vegan) เพื่อสร้างความชัดเจนให้แก่ผู้บริโภค ผมคิดว่าตรงนี้ ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าประชากรในยุโรปให้ความสนใจในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก จนกระทั่ง มีประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรปในเรื่องนี้ออกมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความสำคัญ ของเรื่องนี้จึงอยู่ตรงที่ว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ถามผมนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่เรา ได้เตรียมการ เราพยายามทำหลายเรื่อง แต่ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าในภาคปฏิบัติ ผมคิดว่าต้องปฏิบัติให้เป็นจริงตามที่ท่านได้บอกด้วย ผมคิดว่าตรงนี้จะเกิดประโยชน์ อย่างมากต่อประเทศชาติ เพราะว่าเมื่อเราได้ผลิตอาหารขึ้นมาและเราสามารถพัฒนาหรือ แปรรูปไปนี้ มูลค่าเพิ่มของอาหารที่เราพัฒนาหรือแปรรูปเพิ่มขึ้นนี้จะสร้างมูลค่า สร้างรายได้ ให้กับประเทศมากยิ่งขึ้น มากกว่าที่เราส่งในเชิงวัตถุดิบแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า ภารกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะของกระทรวงอุตสาหกรรมต้องพยายามที่จะเข้าไปส่งเสริม เอกชนไทย ให้เขาได้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นในการเพิ่มศักยภาพ ในการพัฒนาอาหาร ตรงนี้เพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีขณะนี้ก็คือว่าอยากจะให้สิ่งที่ท่านได้ตอบผมเมื่อสักครู่นี้ปรากฏเป็นจริง ด้วยการกำชับกำชา เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ ของผมคงไม่มีอะไรมากไปกว่าว่าอยากจะ ขอเรียนท่านให้ความมั่นใจกับผมและพวกเรา กับประชาชนคนไทย ให้เห็นว่าทางรัฐบาล พร้อมที่จะสนับสนุนและดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ ขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรี สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองของเราครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ผมขอ อนุญาตแยกกลุ่มบริโภคที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ แบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มแรกคือ กลุ่มมังสวิรัติ เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่งดการบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพ แต่ยังสามารถแบ่งเป็น กลุ่มย่อยได้อีกหลายกลุ่ม กลุ่มผู้บริโภคมังสวิรัติบางกลุ่มสามารถบริโภคผลิตภัณฑ์จาก สัตว์ได้ เช่น ไข่ นม เนย ชีส โยเกิร์ต แล้วก็มีอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มกินเจ เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่งด การบริโภคเนื้อสัตว์และผักกลิ่นรุนแรง ๖ ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม ต้นหอม กระเทียม ไทย-จีน กุ้ยช่าย และใบยาสูบ ในช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างขึ้น ๑ ค่ำถึงขึ้น ๙ ค่ำนั้น ตามปฏิทินจีนของทุกปีซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวไทยเชื้อสายจีน ในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์หลักก็เพื่อเป็นการละเว้นการเบียดเบียนสัตว์ ถือศีลและ ทำบุญ สำหรับกลุ่มวีแกน (Vegan) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการใช้ชีวิตโดยไม่เบียดเบียนสัตว์ ทุกข์หรือบาป ไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคที่มาจากสัตว์ เช่นเครื่องหนัง อย่างไรก็ตามกลุ่มวีแกน (Vegan) ไม่ได้มี ข้อห้ามเรื่องผักกลิ่นแรง ๖ ชนิด หรือการห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันนี้คือภาพที่ อยากจะเสริมเพิ่มเติมนะครับ สำหรับคำถามของท่านที่บอกว่ากระทรวงอุตสาหกรรมนั้น จะทำจริงจังแค่ไหน คือที่พูดมาอยากจะให้ทำให้เป็นรูปธรรมในสิ่งที่เสนอไป ผมคิดว่า ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเรามีอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักอยู่ทั้งหมด ๑๓ ประเภท ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลักของเราอยู่แล้ว เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็มีทางสถาบันอาหาร ซึ่งทางสถาบันอาหารก็มีผู้เชี่ยวชาญ อยู่จำนวนมาก แล้วก็มีทางภาคเอกชนเข้ามาช่วยด้วย เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาเราเห็น ความสำคัญเรื่องของอุตสาหกรรมอาหาร แล้วโดยเฉพาะในเมื่อวีแกน (Vegan) เป็นอาหาร ที่มีเทรนด์ (Trend) อย่างต่อเนื่องทางประเทศยุโรป ผมได้มีการประสานกับทางภาคส่งออก โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม มีการจัดสัมมนาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถทำเป็นรูปธรรมได้ครับ🔗
ผมต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกและท่านรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้ใช้เวลาที่เหมาะสม ขอเรียนท่านสมาชิกด้วยความ เคารพ แล้วท่านรัฐมนตรีด้วยว่าด้วยข้อบังคับของสภาที่กำหนดให้ประธานต้องคุม การตั้งกระทู้ถามให้ต้องอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ คือการตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียนซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย รวมทั้งรัฐมนตรีผู้ตอบด้วยต้องปฏิบัติตามนี้ คือต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียนซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ส่วนใหญ่ที่ทำ ไม่ได้ก็คือเป็นการอภิปราย แต่ที่จริงแล้วกระทู้ก็คุมเรื่องนี้เอาไว้ก็เลยต้องเตือน เพราะปกติ ผมก็จะพยายามไม่แทรกให้เกียรติท่านสมาชิก ถ้าเห็นว่าเกินไปหน่อยก็จะขอให้ถาม แต่ถ้า เห็นว่านิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เป็นไร ก่อนที่สมาชิกอื่นจะประท้วงผมก็รีบเตือนไว้ก่อน ก็ขอบคุณ ท่านสมาชิกครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๒๒๘ เรื่อง ขุดลอก “หนองกุดสร้าง” เพื่อทำแก้มลิง บ้านหนองอึ่ง หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประภัตร โพธสุธน มาแล้วครับ เชิญคุณผ่องศรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ได้มาตอบกระทู้ดิฉันในวันนี้ ท่านประธานคะ แหล่งน้ำธรรมชาติที่เราเรียกว่าเนเชอรัล วอเตอร์ ซอร์ต (Natural water sort) ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เช่น เกิดตื้นเขินด้วยตะกอนดินที่ทับถมกัน เป็นเวลานาน วัชพืชทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นมีปริมาณมาก ขาดการพัฒนาปรับปรุง ปล่อยให้ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาตินับเป็นขุมทรัพย์อันทรงค่าของชุมชน หล่อเลี้ยงชีวิตคนยุคต่อยุคตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร การอุตสาหกรรม เป็นต้น เช่นเดียวกับหนองกุดสร้างซึ่งเป็นแหล่งน้ำหนึ่งในจำนวนที่ดิฉัน กล่าวถึงแล้ว เกิดจากแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำมูล โดยมีลักษณะเป็นแก้มลิง ความยาว ประมาณ ๓.๒ กิโลเมตร ได้รับน้ำมาจากลำน้ำมูล ในฤดูน้ำหลากตั้งอยู่บ้านหนองอึ่ง หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งปัจจุบันในฤดูแล้งจะพบว่ามีปริมาณน้ำ น้อยมาก บางครั้งแห้งขอดไปเลย และยังเต็มไปด้วยวัชพืช เช่น ต้นกก จอก แหน บัว มีปริมาณมากเกินความจำเป็น ทำให้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากลำน้ำมูลได้ อีกทั้งไม่สามารถจะเก็บกักน้ำได้ ขอภาพด้วยค่ะ🔗
ทำให้ประชาชนในตำบลหนองอึ่ง ตำบลบัวหุ่ง ตำบลเมืองคง ขาดแคลนทั้งน้ำดิบสำหรับทำประปาและการเกษตร รวมถึง น้ำสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ด้วย หากมีการขุดลอกทำเป็นแก้มลิงเพื่อเก็บกักน้ำ จะทำให้ พี่น้องประชาชนใน ๓ ตำบลที่ดิฉันได้กล่าวถึงมีปริมาณน้ำที่เพียงพอเพื่อการสาธารณูปโภค และภาคการเกษตร ผลดีที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ประชาชนมีรายได้จากการจับสัตว์น้ำและ ปลูกพืชผักเพื่อบริโภคและจำหน่าย ตลอดจนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่สำคัญของชาวอำเภอราษีไศลได้อีกด้วย เพราะอยู่ในทำเลที่เหมาะสม เป็นการเพิ่มและ สร้างอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน อีกทั้งตำบลหนองอึ่งนี้เป็นตำบล ที่มีผู้สูงอายุ ๑,๓๕๔ คน ผู้พิการ ๗๕๓ คน ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ๒๘ คน ผู้ป่วยติดเตียงอีก ๑๐๐ คน เป็นตำบลที่มีที่ทำกินน้อยมาก ประชาชนยากจนมาก สมัยก่อนจะต้องลงมา ทำมาหากินที่กรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีแหล่งน้ำแล้วก็จะทำให้คนเหล่านี้ มีแหล่งที่ทำมาหากิน ปกติเขาก็จับสัตว์น้ำ หาเช้ากินค่ำ เก็บบัวเก็บอะไรประมาณนั้น เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านประภัตร มาตอบในวันนี้ว่าท่านมีนโยบายที่จะพัฒนาขุดลอกหนองกุดสร้าง บ้านหนองอึ่ง หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองอึ่ง เพื่อเป็นแก้มลิงหรือไม่ และคำถามดิฉันต่อเนื่องเลยนะคะ ท่านจะมีการ บริหารจัดการอย่างไรในขณะที่ยังไม่ได้ขุดลอกนี้หรือเมื่อขุดลอกแล้วก็ตาม จะให้ พี่น้องประชาชนบ้านหนองอึ่งและ ๓ ตำบลที่ดิฉันได้กล่าวถึงไปเมื่อสักครู่นี้ คือตำบลบัวหุ่ง ตำบลเมืองคง เพื่อจัดการให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอโดยไม่ทิ้งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์แต่อย่างใดเลย ขอทราบรายละเอียด ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่น ต้องขอชมพี่ผ่องศรี แซ่จึง เป็นอย่างยิ่ง ผมก็ไปเยี่ยม ไปดู ไปแก้ปัญหาที่จังหวัดศรีสะเกษมา ๒ ครั้งแล้ว ร่วมกับท่านผ่องศรี ท่านเป็นคนขยัน เก่งและแกร่งด้วย ท่านประธานครับ ผมขอทำความเข้าใจกับท่าน ส.ส. ผ่องศรีก่อนว่าแหล่งน้ำตรงนี้อยู่ระหว่างเขื่อนราษีไศล กับเขื่อนหัวนา เขื่อนราษีไศลเป็นเขื่อนที่เกิดจากสายน้ำ ๓ สายมารวมกัน คือลำน้ำเสียว ห้วยทับทัน แล้วก็แม่น้ำมูล จึงเกิดเขื่อนนี้เมื่อปี ๒๕๓๕ โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสร้างเอาไว้ แล้วก็โอนมาให้ทางกรมชลประทานดูแล แล้วก็ยังมีเขื่อนอีกอันหนึ่งคือเรียกว่าเขื่อนหัวนา ซึ่งมีความยาว ๑๒๐ กิโลเมตรเหมือนกัน ที่กักเก็บน้ำระหว่างเขื่อนราษีไศลกับเขื่อนหัวนา อำเภอกันทรารมย์ หนองอึ่งของท่าน อยู่ระหว่างทางซึ่งห่างจากลำน้ำมูลประมาณ ๒ กิโลเมตร ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ แหล่งน้ำตรงนี้คือเป็นที่ราบลุ่ม เป็นน้ำเอ่อ ดูภาพจากรายงานจะมีน้ำเอ่อทุกปีเวลาหน้าน้ำ แล้วก็เหือดแห้งหายไป ตรงหนองอึ่งที่ท่านอยากจะให้สร้างแก้มลิงผมเห็นด้วย เพราะเป็นที่ สาธารณะประมาณ ๘๐ ไร่ และมีแอ่งน้ำอยู่แล้วด้วยเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก เรียกว่าหนองกุดใส จากภาพที่รายงานหนองกุดใสเป็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของหนองอึ่ง เข้าประเด็นเลยว่า สมควรสร้างไหม สมควรอย่างยิ่ง แล้วจะสร้างให้ท่านเลยเอาไหม เพราะเห็นความเดือดร้อน จริง ๆ เพราะตรงนี้มีเนื้อที่ตำบลหนองอึ่ง ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผมก็ถามเลยว่าชลประทาน เมื่อท่านดูสภาพอย่างนี้ ผมจะหางบเหลือจ่ายแก้ปัญหาให้เขาเลยดีไหม ท่านก็บอกว่าดี แต่จะทำทันหรือไม่ เพราะมันแค่ ๒ เดือน ถ้าฝนยังตกอยู่ ถ้าน้ำเอ่อล้น เงินตัวนี้ใช้ไม่ทัน แต่อย่างไรก็ตามแต่จะให้ไป เอาอย่างนี้ท่าน ส.ส. ผ่องศรี วันศุกร์หรือวันเสาร์นี้ท่านกลับบ้าน เดี๋ยวผมจะให้ ผอ. พานรินทร์ไปพบและเรียกประชุมเลย อย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับอ่างอื่น หรือแก้มลงอื่นนะครับ ๑. เราไม่มีค่าเวนคืนให้ แล้วก็ต้องไม่มาร้องเพราะเดิมเขื่อนราศีไศล ร้องกันมาตลอด วันนี้เราจะทำให้ท่านเลย เพื่อแก้ปัญหาทั้งน้ำประปา แล้วก็อุปโภคบริโภค เลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องไปรอปี ๒๕๖๕ ตามแผนปี ๒๕๖๕ แต่ผมจะเอาเงินเหลือจ่ายปีนี้ให้ เพื่อแก้ปัญหา เห็นใจพี่น้องศรีสะเกษจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามอ่างนี้หรือแก้มลิงอันนี้ถ้าสร้าง เสร็จแล้วเราคิดให้เลย ต้องตั้งสถานีเครื่องสูบน้ำส่งน้ำมาเวลาหน้าแล้งให้ได้ เพราะห่างจาก ลำน้ำมูลประมาณ ๒ กิโลเมตร ในทำนองเดียวกันนี้เราก็บอกกรมชลประทานเราจะไปรอ ให้เขาร้องไม่ได้ ก็เลยตั้งโครงการขึ้นมาอีก ๘ โครงการ เพื่อจะรองรับแก้ปัญหาให้กับ ๓ ตำบลนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดหนึ่งเพื่อให้ชัดเจน แก้มลิงอันแรกเราได้ตั้งไว้ คือแก้มลิงหนองละเอาะ อันแรกนะครับ แก้มลิงหนองบัวพร้อมอาคาร แก้มลิงหนองเริง พร้อมอาคาร แล้วก็มีสถานีสูบน้ำพร้อมระบบ อันนี้สร้างหลังจากมีอ่างแล้ว สถานีสูบน้ำ แล้วก็แก้มลิงหนองเม็ก แก้มลิงหนองปลาอีจ้อน ซึ่งจะช่วยเก็บกักน้ำให้กับพี่น้อง ผมเข้าใจครับ จังหวัดศรีสะเกษเป็นเมืองที่ลำบากที่สุดทางภาคอีสานจังหวัดหนึ่ง แล้วผมเองต้องการให้ท่าน ไปส่งเสริมเรื่องปศุสัตว์ เพราะวันนี้น้ำที่มีอยู่ทำนาได้เพียง ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ จังหวัดศรีสะเกษมี ๕.๕ ล้านไร่ นอกนั้นก็จะเป็นที่นอกเขตชลประทานทั้งสิ้น ดี ผมจะเร่งทำให้ปีนี้ แล้วท่านก็ ตกลงเลย เดี๋ยวหลังจากตอบคำถามนี้แล้วท่านเจอผมข้างหลัง ผมได้เชิญกรมชลประทาน มาเจอกับท่าน เราต้องการแก้ปัญหาแบบฉับพลัน เมื่อท่านเดือดร้อนเราไปดูให้ ทำได้ทำให้เลย อันนี้ก็ขอบคุณท่าน ส.ส. ผ่องศรี ที่เอาใจใส่พี่น้องประชาชนครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
คุณผ่องศรีเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันต้อง กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตรเป็นอย่างยิ่ง ท่านเคยไปจังหวัดศรีสะเกษ ๒ ครั้ง แล้วท่านได้ให้ความสนใจในเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน การแก้ปัญหา ฉับไวอย่างยิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณ กุดที่ท่านว่าถึงเมื่อสักครู่นี้คือกุดน้ำใสค่ะ กุดน้ำใส ซึ่งจะอยู่ต่อกับกุดสร้าง เพราะว่ามันจะอยู่ต่อกัน ถ้าทำตรงนี้ได้มันจะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และจะเป็นแหล่งทำมาหากินได้ แต่ว่าวันนี้เราขอตรงกุดสร้างก่อน มันจะอยู่ติดกับถนน ๒๐๘๓ ซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอราษีไศลกับอำเภออุทุมพรพิสัย ต้องกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ท่านให้ความกรุณากับพี่น้องชาวอำเภอราษีไศล กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านผ่องศรีได้ใช้เวลาไป ๔ นาทีเศษ ๆ ได้เยอะเลยครับ ก็ขอบคุณ ที่ยึดข้อบังคับการประชุม เราจะได้ใช้เวลาที่มีค่าให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกเราทุกคน ก่อนที่จะถึงวาระที่ ๑.๒.๕ เรียนว่า ๑.๒.๓ นั้น กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไข ปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ ของท่านธีรัจชัย พันธุมาศ รัฐมนตรี ได้ขอเลื่อนไป โดยขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ครับ🔗
๑.๒.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๒๙ เรื่อง การก่อสร้างสะพานลอยข้ามบริเวณ หน้าโรงเรียนหนองหานวิทยา (นางอาภรณ์ สาราคำ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคมนาคม ได้มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมมาแล้วครับ ขอเชิญคุณอาภรณ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามในสภาแห่งนี้ถึงความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี วันนี้ดิฉันมีเรื่องกระทู้ถามถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เรื่องการก่อสร้าง สะพานลอยข้ามถนนหน้าโรงเรียนหนองหานวิทยา ท่านประธานคะ โรงเรียนหนองหานวิทยา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอหนองหาน ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียน เกือบ ๓,๐๐๐ คน สถานที่ตั้งเลขที่ ๖๐๑ ถนนอุดร-สกลนคร อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ซึ่งมีนักเรียนและครูต้องข้ามถนนทั้งไปกลับ ในช่วงเวลาเช้า ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๓๐ นาฬิกา และช่วงที่เลิกเรียนเป็นเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๓๐ นาฬิกา ทำให้การจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนติดขัด และเกิด อุบัติเหตุรถชนนักเรียนบ่อยครั้งในแต่ละปี ขอภาพด้วยค่ะ🔗
ประกอบกับบริเวณหน้าโรงเรียน เป็นทางโค้ง ทำให้รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงและช่วงสภาพของถนนก็เป็นมุมอับ มองไม่เห็นนักเรียนที่เดินข้ามถนน และอีกอย่างถนนหน้าโรงเรียนอยู่ไม่ห่างจาก สี่แยกสัญญาณไฟจราจรประมาณแค่ ๒๐๐ เมตรเท่านั้นค่ะท่านประธาน รถยนต์ส่วนมาก ก็จะเร่งความเร็วเพื่อให้ทันไฟสัญญาณจราจร ท่านประธานคะ เมื่อปีที่ผ่านมาก็เกิดอุบัติเหตุ ขึ้นกับเด็กนักเรียนหลายครั้ง มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตก็มีค่ะ เนื่องจาก การข้ามถนนหน้าโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของนักเรียน ครู และประชาชน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้โรงเรียนที่ใช้ถนนเส้นนี้ ทางโรงเรียนหนองหานวิทยาจึงได้จัดโครงการก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนหน้าโรงเรียน หนองหานวิทยาขึ้น แต่เนื่องจากโรงเรียนไม่มีงบประมาณในการก่อสร้าง จึงประสานมายัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเป็นกรณีเร่งด่วน ดิฉันจึงขอ ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นคำถามแรกค่ะ ดิฉันได้รับการกล่าวถึงจากท่านนายกเทศมนตรีตำบลหนองหานว่าโครงการนี้มีการขอ งบประมาณมาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการก่อสร้างสะพานลอยหน้าโรงเรียน แต่อย่างใด ดิฉันขอถามท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคมมีมาตรการอย่างไรในการกำหนด จุดสร้างสะพานลอยข้ามถนน ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะท่านประธานคะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ของ ท่านอาภรณ์ สาราคำ ในกรณีการก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามบริเวณหน้าโรงเรียนหนองหานวิทยา ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ท่านได้เป็นห่วงความปลอดภัยของ ลูกหลานเด็กนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง ผู้ใช้ถนน ณ บริเวณนั้น ก็ต้องกราบเรียนว่า ทางกระทรวงคมนาคมได้ทราบถึงปัญหานี้มาตลอด แล้วก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยคำถามแรก ที่ท่านถามถึงเกี่ยวกับมาตรการ หลักเกณฑ์ในการกำหนดจุดสร้างสะพานลอย ผมก็ขออนุญาต คร่าว ๆ ก็คือจะดำเนินการโดยกรมทางหลวง ซึ่งจะพิจารณาดำเนินการหลัก ๆ ก็คือในบริเวณ ชุมชนหรือในบริเวณที่ประชาชนมีความต้องการข้ามเป็นจำนวนมาก พอเราได้จุดแล้ว เรายังต้องคำนึงถึงเรื่องความสอดคล้องทางกายภาพของถนนของพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งหลังจากนั้น เมื่อได้รับจุดที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ ทั้ง ๒ ฝั่ง แล้วหลังจากนั้นถ้าได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่แล้วก็จึงสามารถนำไป ออกแบบ แล้วก็บรรจุแผนจัดทำงบประมาณต่อไปได้ ซึ่งกราบเรียนในเบื้องต้นว่า กระทรวงคมนาคมก็ได้เตรียมงบประมาณในส่วนนี้ในปี ๒๕๖๔ ครับ🔗
คุณอาภรณ์เชิญเลยครับ🔗
ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ดิฉันขอถามท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบาย ในการก่อสร้างสะพานลอยหน้าโรงเรียนหนองหานวิทยาหรือไม่คะ เพราะว่าความเดือดร้อน ของพี่น้องลูกหลานเหมือนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่าว่ามีการเดือดร้อน เป็นอย่างมาก แล้วก็มีความเดือดร้อนมาสิบกว่าปีแล้วค่ะ แล้วคนในพื้นที่ที่อยู่ในละแวก ใกล้เคียงก็ใช้ถนนเส้นนี้มากมาย มีหลายหน่วยงาน มีหลายหมู่บ้านที่ใช้เส้นทางนี้ค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ขอย้ำในส่วนของกระทรวงคมนาคมเราก็ใส่ใจ แล้วก็ มีนโยบายที่ชัดเจนในการก่อสร้างสะพานลอยแห่งนี้ ซึ่งสะพานลอยแห่งนี้ก็อยู่บนทางหลวง หมายเลข ๒๒ ตอนหนองขาม-หนองหาน อยู่ที่ กม. ๓๕ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ ผ่านไปไม่กี่วันที่ผ่านมากรมทางหลวงเองได้เป็นเจ้าภาพลงพื้นที่หนองหานแล้วก็ เรียกผู้เกี่ยวข้องมาประชุม วันนั้นผู้ที่มาประชุมก็มีทั้งนายอำเภอ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด และที่สำคัญที่สุดก็คือเจ้าของพื้นที่ ก็คือฝั่งหนึ่งเป็นโรงเรียนหนองหานวิทยา อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๓ แล้วก็ผลสรุปจากที่ประชุม ก็สรุปออกมาชัดเจนว่าเจ้าของพื้นที่ทั้ง ๒ ฝั่งก็ยินยอมให้กรมทางหลวงดำเนินการสร้าง แล้วกรมทางหลวงดำเนินการขั้นต่อไปก็คือก็ได้เตรียมแบบ เนื่องจากว่าแบบการก่อสร้างของ สะพานลอยตรงนี้กรมทางหลวงก็ได้มีแบบอยู่แล้ว แล้วก็ได้ดูจากพื้นที่จริงก็เอาแบบเก่าที่มี เอามาปรับนิดหน่อย ฉะนั้นตรงนี้ก็จะไม่เสียเวลา ขั้นตอนต่อไปที่กระทรวงคมนาคมได้ทำอยู่ ก็คือตอนนี้ก็ได้บรรจุอยู่ในแผนปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ งบประมาณอยู่ที่ ๗.๔๗ ล้านบาท ก็ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านจะได้ สบายใจ จะได้ตอบลูกหลาน พี่น้องประชาชน ผู้ปกครองที่ใช้ถนนเส้นนั้นนะครับว่า ทางรัฐบาล นำโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทรวงคมนาคมไม่ได้ทอดทิ้ง ไม่ได้ละเลยแต่อย่างใดครับ🔗
ต้องขอบคุณคุณอาภรณ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ใช้เวลาสั้น ๆ คุณอาภรณ์ยังมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
มีค่ะ ท่านประธานคะ🔗
เชิญครับ🔗
ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เห็นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมตอบแบบนี้ ดิฉันก็ดีใจแทนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองหานค่ะ จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ท่านประธานคะ🔗
ขอบคุณมากครับ เราจบ กระทู้ ๔ กระทู้นะครับ กระทู้สดด้วยวาจา ๓ กระทู้ กระทู้ทั่วไป ๔ กระทู้ ห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะก็เป็นต่างหากนะครับ🔗
ท่านสมาชิก และท่านที่เข้าร่วมรับฟังการประชุมทุกท่าน ต่อไปผมจะดำเนินการเกี่ยวกับการประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบ กระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้ เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับสถานการณ์🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามของท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๕🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๒🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามของคุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๓🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามของคุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๔🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๑🔗
ลำดับที่ ๖ ของท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๑.๓.๖🔗
เป็นอันว่าวันนี้เรามีทั้งหมด ๖ กระทู้ด้วยกัน ผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่มีใครขัดข้อง🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๒๕ เรื่อง การทุบแฟลตและการสร้างรั้ว แฟลตดินแดง (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยงานเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายนพดล ว่องเวียงจันทร์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ๒. นายอธิวัฒน์ ศิลาม่อม ผู้อำนวยการสำนักบริหารชุมชน ดินแดง การเคหะแห่งชาติ ๓. นางพรนิภา มาสิลีรังสี หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงาน รัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผมได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ๑. นายตัถยา ประไพเพชร ๒. นายอโนทัย อินทรทูต ๓. นางสาวสุนันทา ประเสริฐสม ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือจาก ผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วย การอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดง กิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรือ อุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอด การประชุมสู่บุคคลภายนอก นี่เป็นระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร🔗
ต่อไปขอเชิญท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ และขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้เตรียมตอบ ขออนุญาตแจ้งว่าทั้งผู้ถามและผู้ตอบ มีเวลาถาม ตอบกระทู้ รวมทั้งหมด ๒๐ นาที ฝ่ายละ ๑๐ นาที ขอให้รักษาเวลาด้วย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดินแดง เขตห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานในการ ที่จะได้ถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเรื่องของปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ฯพณฯ ที่เกี่ยวกับ การเคหะแห่งชาติ ซึ่งผมได้ตั้งคำถามนำไปเป็นเอกสาร ๓ ข้อ🔗
ข้อที่ ๑ ที่ผมได้ถามไป ซึ่งถ้าดูตามรูปภาพก็จะเห็นว่าบริเวณใกล้เคียงกับ แฟลต ๒๓ เขตดินแดง ของเดิมได้มีการไปก่อสร้างกำแพงชิดกับอาคารแฟลต ๒๓ ทำให้ พี่น้องที่อยู่ที่อาคารแฟลตเดือดร้อนในเรื่องของการอยู่อาศัย แต่ตอนนี้ได้มีการรื้อไปแล้ว ไม่ติดใจในคำถามที่ ๑ แล้วครับ เพราะว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ไปวางศิลาฤกษ์เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ก็ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดก็มีการรื้อขยับรั้วออกไปแล้ว ฉะนั้นไม่ได้ติดใจ ในประเด็นนี้เพราะว่าปัญหาได้รับการแก้ไขไปแล้ว🔗
ขออนุญาตท่านประธานเข้าไปสู่คำถามที่ ๒ คำถามที่ ๒ ก็คือว่า ในโครงการ ที่การเคหะแห่งชาติมีแผนในการที่จะมีการทุบแฟลต โดยเฉพาะแฟลต ๑๘ แฟลต ๑๙ ซึ่งทุบ แล้วก็ในขณะนี้ในช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่มีการทุบแล้วก็อาคารถล่มลงมา ทำให้ทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเสียหาย รวมทั้งกระแสไฟฟ้า เสาไฟฟ้าก็มีการโค่นล้ม ซึ่งผมก็ไปอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งท่านอดีตผู้ว่าการก็ไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ปัญหาก็คือว่า แฟลต ๑๘ แฟลต ๑๙ ที่มีการทุบแล้วที่ถล่มลงมามันยังกองอยู่บนผิวจราจร ซึ่งทำให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณแถวนั้นได้รับผลกระทบหรือปัญหาความเดือดร้อนค่อนข้างมาก ก็อยากจะรู้คำตอบว่าทางการเคหะแห่งชาติหรือว่าทาง ฯพณฯ รัฐมนตรีจะมีแนวทางในเรื่อง ของการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างไร ในคำถามแรกก่อนครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตตอบคำถาม ท่านในเรื่องของที่ท่านได้กรุณาเป็นห่วงแทนพี่น้องประชาชนว่าได้รับปัญหาเดือดร้อนจาก การปฏิบัติหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ ประเด็นรั้วก็ขออนุญาตทำความชัดเจนกับท่าน ก็คือว่ารั้วเดิมที่ตั้งก็เพราะว่ามีการรื้อถอน และวันนี้ก็เสร็จไปแล้วรั้วรื้อไปแล้ว แต่เราต้อง เรียนท่านว่าในกรณีที่จะต้องมีการก่อสร้างอาจจะต้องมีการสร้างรั้วใหม่ตามมาตรฐานของ สิ่งแวดล้อมที่ กทม. จะต้องมาตรวจสอบการเคหะแห่งชาติ ฉะนั้นก็กราบเรียนให้ท่านทราบ ว่าในอนาคตหากมีการขึ้นรั้วมาก็อาจจะต้องมีการหารือกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย และเราก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมครับ ก็กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่าถ้ามีปัญหาก็กรุณาแจ้งผมมาได้🔗
ประการต่อมาคือในเรื่องของการที่รื้ออาคารแฟลต ๑๘ แฟลต ๑๙ ที่ยุบตัวลง แล้วก็มีปัญหา ต้องกราบเรียนว่าขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ แล้วก็ใบอนุญาตรื้อถอนจาก สำนักงานโยธา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ยื่นขอไปเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ เมื่อได้รับ ใบอนุญาตรื้อถอนแล้วการเคหะแห่งชาติจะดำเนินการขออนุญาตเข้าพื้นที่ต่อสำนักงาน เขตดินแดง แล้วก็อาจจะต้องมีการติดตั้งรั้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่า ในกรณีนี้ก็คือเราจะพยายามให้ความสะดวกกับพี่น้องประชาชน แล้วก็หากมีสิ่งใดที่กีดขวาง ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตก็พร้อมที่จะรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านประเดิมชัย คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เป็นคำถามต่อเนื่อง ในประเด็นเรื่องแฟลต ๑๘ แฟลต ๑๙ นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
แต่ว่า ท่านถามได้ ๒ ครั้ง เว้นแต่ประธานจะอนุญาตในกรอบเวลา ๑๐ นาที เชิญครับ🔗
ที่ท่านบอกว่ายื่นขอ อนุญาต กทม. ไปเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ ในเรื่องการที่จะขออนุญาตเข้ารื้อถอน แฟลต ๑๘ แฟลต ๑๙ ไม่ทราบว่าในขณะนี้ท่านได้มีการติดตามไปยังกรุงเทพมหานคร ในเรื่องของการอนุญาตว่าจะอนุญาตให้ดำเนินการได้เมื่อไรอย่างไรไหมครับ เพราะว่าเรื่องนี้ เหตุการณ์เกิดมาปีเศษแล้ว เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาเป็นปีแล้ว ก็ขออนุญาต ในคำถามนี้🔗
ขออนุญาตถามเป็นคำถามต่อเนื่องไปเลยครับท่านประธาน เพื่อที่จะได้ ไม่เป็นการเสียเวลา ในเรื่องของแผนแม่บทเรื่องของการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ๑ ซึ่งในขณะนี้จะเห็นว่าทางการเคหะแห่งชาติได้มีการไปก่อสร้างอาคารขึ้นมา ๑ หลังแล้ว ที่เรียกว่าอาคารแปลงจี (G) ที่อยู่ตรงบริเวณหน้ากระทรวงแรงงาน ซึ่งจากการที่การเคหะแห่งชาติ ได้มีการไปก่อสร้างอาคารแปลงจี (G) ซึ่งรองรับพี่น้องประชาชนประมาณ ๓๐๐ กว่ายูนิต (Unit) ที่มีพี่น้องประชาชนไปอาศัยอยู่ในขณะนี้ ผมเองได้รับการสะท้อนปัญหาการอยู่อาศัย ของพี่น้องที่อยู่ในอาคารแปลงจี (G) ค่อนข้างมาก อยากจะเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีว่า การที่การเคหะแห่งชาติได้มีการไปก่อสร้างแปลงจี (G) ท่านทราบไหมว่ามีปัญหาอย่างอื่นใด ตามมาบ้างหรือไม่ ยกตัวอย่างเรื่องวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ขออนุญาตเป็นภาพต่อไปเลยครับ นี่คือภาพที่ ๑ จะเห็นว่าฝนตกน้ำก็รั่วเข้ามาในที่พัก น้ำสาดเข้ามา นี่รอยร้าว อาคารสร้าง มีคนเข้าไปอยู่ประมาณปีเศษก็เกิดการร้าวแตกค่อนข้างเยอะ รอยร้าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ที่อาคารแปลงจี (G) นี่ก็คือภาพรอยร้าว น้ำรั่วต่าง ๆ ขอภาพต่อไปครับ นี่สภาพที่ เห็นอยู่นะครับ มีการเอาผ้าไปอุดรอยรั่วเพราะไม่อย่างนั้นน้ำก็จะไหลเข้าบ้าน ประตูที่ เราเห็นอยู่นี่วัสดุที่ใช้ประตูเป็นกระดาษอัด ประตูเมื่อเป็นกระดาษอัดอยู่ด้านผนังที่ติดกับฝน กับแดด ถ้าโดนน้ำประตูก็จะพองก็จะผุ แล้วโดนแดดประตูก็มีการยุบ เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ พี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในอาคารแปลงจี (G) เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการที่ เขาต้องอยู่กับสิ่งที่เขาไม่สามารถเลือกได้ เพราะว่าตอนนั้นอยู่ในภาวะจำยอมที่ทุกคนก็คิดว่า มีความจำเป็นจะต้องมีที่อยู่อาศัย แต่สิ่งที่การเคหะแห่งชาติให้กับเขาก็คือว่าคุณภาพของ ที่อยู่อาศัยที่เขาจะต้องอยู่มันไม่สมกับราคา กับการโฆษณาของการเคหะแห่งชาติที่มีการ เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้เข้าไปอยู่ สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาก็คือว่าในขณะนี้ประชาชนเอง ก็มีความกังวลที่การเคหะแห่งชาติกำลังจะไปขึ้นอาคารที่เรียกว่าแปลงดี (D) บริเวณใกล้กับ แปลงจี (G) ซึ่งอยู่ตรงบริเวณหน้ากระทรวงแรงงานเหมือนกัน ประชาชนเองในขณะนี้ ไม่ทราบว่าบริษัทใดได้เป็นผู้รับจ้าง เพราะว่าจากการที่ได้มีการติดตามข้อมูลข่าวสารจาก การเคหะแห่งชาติแจ้งว่าได้ตัวผู้รับจ้างไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการประกาศหรือแจ้งให้กับ ประชาชนทราบว่าบริษัทไหนได้เป็นผู้รับจ้าง และวงเงินในการก่อสร้างเป็นราคาเท่าไร อย่างไร ไม่มีการให้ข้อมูลข่าวสารใด ๆ ทั้งสิ้นกับพี่น้องประชาชนเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เลย ทำให้พี่น้องประชาชนกังวลว่าของใหม่ที่จะสร้างจะมีปัญหาเหมือนกับของเก่าก็คือว่าอาคาร แปลงจี (G) ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้หรือไม่ เพราะพี่น้องประชาชนเองไปร้องต่อหน่วยงาน ที่รับผิดชอบก็คือในส่วนของสำนักงานการเคหะดินแดง ๑ ให้มาแก้ไขก็รอแล้วรอเล่า หน่วยงานก็ไม่ได้ส่งช่าง หรือไม่ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างที่อยู่ในเงื่อนไขของสัญญาค้ำประกัน ที่จะต้องดูแลเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ เป็นความกังวลที่พี่น้องประชาชนมีความกังวลค่อนข้างมาก กับคำถามต่อเนื่องก็คือว่าเมื่อท่าน มีแผนในการที่จะใช้พื้นที่บริเวณหน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ทั้งหมดในการที่จะต้องมีการทุบ และสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะขึ้นแปลงดี (D) แล้วก็ดี ๒ (D2) ในอนาคต ประชาชน อยากรู้ว่าในแผนแม่บทที่จะใช้พื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมดจะใช้พื้นที่ในลักษณะไหนอย่างไร เพราะว่าของเดิมประชาชนมีเรื่องของที่ทำมาหากิน ก็คือร้านค้าที่สามารถที่จะใช้ในการ ประกอบอาชีพ ในการที่จะเลี้ยงชีพของตัวเองได้สำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่บริเวณแฟลต แต่ผังแม่บท ที่การเคหะแห่งชาติแจ้งว่าจะมีผังสำหรับที่จะให้ประชาชนทราบ มันก็น่าที่จะมีในเรื่องของ แลนด์สเคป (Landscape) หรือว่าในเรื่องของผังแม่บททั้งหมดออกมาทั้งแปลงทั้งผืน เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความอุ่นใจว่าสิ่งที่ การเคหะแห่งชาติจะดำเนินการในอนาคตเพื่อความเป็นอยู่ในชีวิตที่ดีกว่าของเขาเขาจะได้ทราบ กับอีกเรื่องหนึ่งต่อเนื่องกันก็คือว่าในขณะนี้วัตถุประสงค์ของการเคหะแห่งชาติก็คือว่า ต้องการสร้างที่อยู่ให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับพูดง่าย ๆ ว่าคนจน แต่ในขณะนี้ยกตัวอย่างแปลงจี (G) เรื่องของการที่ประชาชนจะต้องรับผิดชอบเรื่องของ ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเข้าไปอยู่ มีเก็บค่าส่วนกลาง ๘๒๕ บาท ค่าจอดรถคันแรก ๕๐๐ บาท คันที่ ๒ ๑,๕๐๐ บาท มอเตอร์ไซค์ ๒๐๐ บาทคันแรก คันที่ ๒ ๕๐๐ บาท และนอกเหนือ ไปกว่านั้นก็คือว่ายังมีการเอาค่าเช่าไปบวกกับค่าส่วนกลาง ทำให้พี่น้องประชาชน ต้องรับภาระในเรื่องของการเสียค่าภาษีบำรุงท้องที่เพิ่มขึ้น และพี่น้องไม่เข้าใจว่า ค่าส่วนกลางมันเป็นเรื่องของค่าบริหารจัดการในการที่จะต้องมาดูแลบำรุงอาคารสถานที่ หรือว่าใช้จ่ายในการที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่ แต่การเอาค่าส่วนกลางไปบวกกับค่าเช่าแล้วทำให้ พี่น้องต้องถูกแบกภาระเรื่องของภาษีโรงเรือนเพิ่มขึ้นมันไม่เป็นธรรมสำหรับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้สร้างปัญหาความเดือดร้อน🔗
คำถามสุดท้ายต่อเนื่องก็คือว่า เรื่องของการคืนค่ามิเตอร์ไฟ อาคารแปลงจี (G) ขณะนี้ยังไม่ได้รับการคืนเงินค่ามิเตอร์ไฟที่รัฐบาลบอกว่าจะคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟให้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าทำไมถึงล่าช้าเขายังไม่ได้คืนครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่านประเดิมชัย ใช้เวลาจนหมดเลยนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าประชาชนได้ฟังท่านประเดิมชัย ก็จะภูมิใจมากว่าได้ปกป้องสิทธิแล้วก็มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเต็มที่ ประเด็นแรก ที่จะตอบท่านก็คือเรื่องการที่จะสร้างใหม่นี่น่าจะนะครับ คาดว่าจะได้ใบอนุญาตประมาณ เดือนกันยายน ๒๕๖๓ ปีนี้ นั่นคือประเด็นแรก🔗
ประเด็นที่ ๒ กราบเรียนท่านว่าในอาคารแปลงจี (G) มีปัญหาค่อนข้างมาก ก็กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งกำกับดูแลการเคหะแห่งชาติ ก็เรียนว่าที่ผ่านมาองค์กรนี้ ก็เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร อย่างที่ท่านทราบอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ผู้บริหารท่านใหม่ ผู้ว่าการท่านใหม่ก็เพิ่งจะเริ่มทำงานได้ครบสัปดาห์ แล้วก็ที่ท่านเรียนมารูปทั้งหลายได้มีการ ไปดำเนินการบ้างแล้วบางจุด เพราะผมได้ให้นโยบายท่านผู้ว่าการไปว่าผมทราบดีว่า ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่รอการซ่อมนานมาก ผมก็บอกว่าจากที่เคยฟังว่า บางแห่งรอถึง ๗ เดือนกว่าที่จะเข้าไปซ่อม ก็ได้มอบนโยบายให้ท่านผู้ว่าการว่าตั้งหน่วย คล้าย ๆ ของ กทม. หน่วยเบสต์ (BEST) ที่จะซ่อมฉุกเฉิน ซ่อมเร็ว แล้วก็บอกไว้เลยว่า มาตรฐานทันทีที่ได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กคช. ให้ทำ ให้เสร็จภายใน ๗๒ ชั่วโมง ถ้าไม่เสร็จต้องมีเหตุผลอันควรว่าทำไมไม่เสร็จ ฉะนั้นวันนี้ ก็จะต้องมีการปรับปรุงเรื่องของเคหะชุมชนทั้งหลายทั่วประเทศ จะต้องถ่ายรูปชุมชนทั้งหลาย ส่งให้กับผู้ว่าการ แล้วก็ต้องให้ดูว่าบีฟอร์ (Before) อาฟเตอร์ (After) คือก่อนที่จะมีการ ปรับปรุงมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วก็ถ้าจะต้องปรับปรุงจะต้องใช้งบเท่าไร ใช้เวลาเท่าไร ทุกคนจะต้องชี้แจงท่านผู้ว่าการมา ผมเชื่อว่าท่านผู้ว่าการน่าจะเพิ่งสั่งการไปได้เมื่อวานนี้ เพราะฉะนั้นให้เห็นเลยว่าห้องน้ำทั้งหลายทั้งปวงผมยินดีว่ารูปบางรูปได้เห็นแล้ว เมื่อวานนี้ ก็ทราบว่าทางการเคหะแห่งชาติก็ได้ไปเร่งดูกันหมดแล้ว ผู้ว่าการก็ขีดเส้นตายไว้ว่าต้องมีการ ซ่อมแซมดูแลให้พี่น้องประชาชนโดยด่วนที่สุด ฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้ายังมีเพิ่มอีกก็กรุณา ท่านได้ชี้เป้ามาว่ามีห้องเบอร์ไหนบ้าง ห้องอะไรบ้าง แล้วก็ทราบว่ายังอยู่ระหว่างการประกัน ฉะนั้นก็การเคหะแห่งชาติก็จะต้องไปเร่งเอาผู้รับเหมา แล้วถ้าเผื่อผู้รับเหมาไม่ทำ ก็บอกได้เลย ว่าถ้าเผื่อเขาทำผิดเงื่อนไขไม่ทำก็จะต้องพิจารณาขึ้นบัญชีดำ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้น มอบหมายนโยบายชัดเจนว่าให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง แล้วก็ให้ยึดประโยชน์ของ ประชาชนเป็นที่ตั้ง ฉะนั้นผมคิดว่าการดำเนินการก่อน ๆ หน้านี้มาอาจจะไม่ถูกใจผู้อยู่อาศัย ประชาชนมากนัก แต่ยืนยันว่าวันนี้ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนั้นแล้วก็อยากจะเรียนให้ทราบว่ากรณีของที่ท่านร้องมาเมื่อกี้นี้คือเรื่องของวัสดุที่ใช้ แล้วก็เรื่องปัญหาที่มีอยู่ ก็กราบเรียนว่าเราสามารถที่จะซ่อมแซมเรื่องประตูเรื่องอะไรอยู่ใน ประกันทั้งหลาย และสิ่งที่กราบเรียนก็คือว่าแผนงานที่จะให้ประชาชนได้ทราบคือปี ๒๕๖๕ จะมีการย้ายครอบครัวไปอยู่ ๑,๒๔๗ ครัวเรือนที่สร้างเสร็จ แล้วก็ปี ๒๕๖๘ ก็จะเข้าไป ๓,๓๓๓ ครัวเรือน ปี ๒๕๗๐ ก็จะเข้าไปทั้งหมดอีก ๑,๖๓๒ ครอบครัว ทีนี้อยากกราบเรียน ให้ทราบเลยว่าสถานที่ที่อยู่อาศัยคือที่วางแผนไว้ก่อนที่ผมจะมามันจะเป็นเรื่องของการ ผสมผสานราคาถูกกับราคาแพง อันนี้ก็เข้าไปดูเลยว่าอันไหนที่ยังมีปัญหาที่ไม่ผ่านเรื่อง พีพีพี (PPP) การลงทุนร่วมของรัฐกับเอกชน ก็ให้การเคหะแห่งชาติไปทบทวนว่ามีอะไรบ้าง ที่การเคหะแห่งชาติจะล้มเลิกการทำเพื่อเชิงพาณิชย์ ก็ขอให้เปลี่ยนมาเป็นทำด้วยเชิงกำไร ทางด้านสังคมแทนกำไรเชิงพาณิชย์ ฉะนั้นถ้าเผื่อมีการทบทวนได้ก็จะไปทบทวนที่อยู่อาศัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้ประโยชน์ แล้วก็มีข้อติงหนึ่งซึ่งไปสำรวจมาก็คือว่าคนที่มี รถยนต์นั้นมีถึง ๒ คัน ก็แสดงว่ามีฐานะที่ดีกว่าคนอื่นเขา ฉะนั้นการที่ใช้สิทธิพิเศษเป็นการที่ เขาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายพิเศษสำหรับรถยนต์คันที่ ๒ ก็เรียนให้ทราบว่าวัตถุประสงค์ของ การที่จะสร้างบ้านให้ผู้อยู่อาศัยนั้นก็อยากให้คนที่ระดับล่างที่สุดที่ลำบากที่สุดได้ก่อน คนที่พอมีภาระมีรถถึง ๒ คัน สามารถจ่ายได้ก็คงจะต้องจ่ายเพื่อนำภาระนั้นมาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย เพราะว่าค่าเช่าที่เก็บนั้นเก็บต่ำกว่าต้นทุน ฉะนั้นก็จะต้องหา ส่วนเกินส่วนที่เหลือมาชดเชยให้ ก็กราบเรียนท่านให้ทราบแล้วก็คำถามหรือคำร้องเรียน ทั้งหมดนี้ท่านจะถามกระทู้ผมอีกก็ได้ หรือว่าจะยกหูถามผมบอกผมว่ามีอะไรบ้างที่ พี่น้องประชาชนต้องการให้ไปซ่อมไปทำ เพราะผมบอกแล้วว่าทุกอย่างต้องเป็นสิ่งเร่งด่วน ถามว่าทำไม มาตรฐานคือให้เสมือนกับญาติท่านเดือดร้อนเอง ถ้าเผื่อว่าท่านจะต้อง ช่วยเหลือแก้ไขญาติท่านท่านจะช่วยเขาอย่างไร ก็กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว บังเอิญท่านรัฐมนตรียังตอบไม่หมด ขออนุญาตถาม🔗
ท่านประเดิมชัย มันหมดเวลาทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว🔗
เวลารัฐมนตรี อีก ๒ นาทีครับ ท่านรัฐมนตรียังตอบไม่หมดครับ ผมถามท่านท่านยังไม่ได้ตอบครับ เรื่องของบริษัทที่จะสร้างอาคารแปลงดี (D) เพราะทางผู้ว่าการคนเก่าแถลงว่าได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว ท่านยังไม่ได้ตอบ ประชาชนอยากรู้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี เพิ่มเติมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมไม่ทราบว่าบริษัทใดได้ ไม่ทราบจริง ๆ ฉะนั้นก็ต้องไปถามให้รู้ ท่านรองผู้ว่าการตอบได้ไหมครับว่าใครที่ได้🔗
คงไม่ใช่ หน้าที่ของรองผู้ว่าการต้องตอบครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นผมแจ้งท่านเป็นลายลักษณ์อักษรครับ🔗
เอาเป็นว่า ท่านรัฐมนตรีจะแจ้งท่านเป็นลายลักษณ์อักษร🔗
ฝากอีกเรื่องครับ นิดเดียวเป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ ท่านประธานดูรูปนี้นะครับ แฟลต ๒๔ แฟลตเก่า ตอนนี้มันจะพังท่านรัฐมนตรีดูนะครับ ขอความกรุณาแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน เร่งด่วนนิดหนึ่ง🔗
แฟลต ๒๔ ชั้นไหนครับ🔗
แฟลต ๒๔ หน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นครับ🔗
หน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นนะครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งท่านผู้ว่าการ แล้วพรุ่งนี้ ถ้าเผื่อไม่มีใครไปท่านโทรศัพท์หาผมนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็สามารถ ที่จะประสานงานกับท่านรัฐมนตรีโดยตรงได้แล้วประชาชนได้ประโยชน์ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ที่ได้ให้เกียรติห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเราได้มาตอบ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต่อไป ขอบคุณท่านประเดิมชัยนะครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๑๖ เรื่อง การขยายโครงการบ้าน เพื่อที่อยู่อาศัยของประชาชนไปยังเมืองรองให้เพิ่มมากขึ้น (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์🔗
ท่านรัฐมนตรี ต่อเนื่องนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนของหน่วยงานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นางฐิตาภรณ์ ลาภเกียรติเสรี ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ๒. นายต่อพงศ์ จำจด ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน การเคหะแห่งชาติ ๓. นางพรนิภา มาสิลีรังสี หัวหน้า สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้เตรียมตอบ เชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเรื่องของ การขยายโครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยไปยังเมืองรองให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้กำกับดูแลการเคหะ แห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยแล้วก็พี่น้องประชาชน ที่ต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมในการที่จะจัดที่อยู่อาศัย พร้อมสิ่งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โครงการบ้านที่อยู่อาศัยหลายโครงการของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผ่านการเคหะแห่งชาติที่ผ่านมา หลายสิบปีก็มีทั้งโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน โครงการ บ้านเคหะประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งนี้การดำเนินการ โครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนี้ยังดำเนินการในพื้นที่เมืองหลักสำคัญ ก็คือเมืองที่มี ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็คือตัวอำเภอเมือง ฉะนั้นวันนี้กระผมได้ทำ กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะได้ทราบนโยบายของทางการเคหะแห่งชาติว่ามีนโยบายที่จะ ขยายโครงการบ้านต่าง ๆ ในโครงการช่วยเหลือที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยในเมืองรอง อย่างไรบ้าง ท่านประธานครับกระผมเองนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขต ๔ จังหวัดราชบุรี หรืออำเภอบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่งนั้นถือว่าเป็นอำเภอที่มีจำนวนประชากรเป็นอันดับที่ ๒ รองจากอำเภอเมืองของจังหวัดราชบุรี ปัจจุบันนี้ประชากรในเขตอำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี มีจำนวนประชากร ๑๙๙,๐๐๐ คน อำเภอบ้านโป่งนั้นถือว่าเป็นอันดับ ๒ มีจำนวนประชากร ๑๗๒,๐๐๐ คนโดยประมาณ ซึ่งถือว่ามีจำนวนประชากรต่างกันไม่มาก แต่ปัจจุบันนี้โครงการของ การเคหะแห่งชาติที่ลงไปให้กับพี่น้องประชาชนนั้นอย่างที่ได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่า ทางการเคหะแห่งชาตินั้นก็จะเน้นในเมืองหลัก ถ้าต่างจังหวัดนั้นก็คือเน้นที่ตัวอำเภอเมืองเป็นหลัก ฉะนั้นวันนี้ผมเลยขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเมืองรองที่มีขนาด ความสำคัญทางจำนวนประชากร แล้วก็ทางเศรษฐกิจและสังคมนั้นไม่แพ้ตัวอำเภอเมืองหลาย ๆ จังหวัดก็จะมี เช่น อย่างที่อำเภอบ้านโป่ง อย่างกรณีที่จังหวัดชลบุรีก็จะมีอำเภอบางละมุง อย่างที่จังหวัดสงขลาก็จะมีอำเภอหาดใหญ่ อย่างที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็จะมีอำเภอหัวหิน เป็นต้น ซึ่งโครงการของการเคหะแห่งชาตินั้น ก็อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนนั้นก็มีคำถามว่าทำไมรัฐบาลที่บริหารการเคหะแห่งชาตินั้น จึงไม่ได้ขยายโครงการไปยังเมืองรอง อย่างเช่นที่อำเภอบ้านโป่งพี่น้องประชาชนนั้นมีจำนวน ประชากรที่มีจำนวนมาก และที่สำคัญก็คือพี่น้องประชาชนนั้นอยู่ในเขตเศรษฐกิจ ซึ่งก็ต้องการที่อยู่อาศัยเหมือนกับเมืองหลัก ผมเองได้ติดตามข่าวของทางกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้ทราบวิสัยทัศน์และนโยบายของท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งท่านนั้นถือว่าเป็นผู้บริหารประเทศที่มีความสามารถ แล้วก็เข้าใจพี่น้องประชาชน รวมถึง มีวิสัยทัศน์ในการบริหารกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าท่านได้ทำโครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ๑๐๐,๐๐๐ หน่วย ภายใน ระยะเวลา ๕ ปี เริ่มโครงการตั้งแต่ ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๘ ปีละ ๒๐,๐๐๐ หน่วย ซึ่งจะกระจาย ไปทั่วประเทศ กระผมจึงอยากจะเรียนถามท่านว่าใน ๒๐,๐๐๐ หน่วยนี้จะมีกระจายไปที่ เมืองรองบ้างหรือไม่ และที่สำคัญนโยบายของท่านก็คือหลังจากโควิด (COVID) ซึ่งเป็น สถานการณ์นิวนอร์มัล (New normal) เป็นช่วงที่รัฐบาลจะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประโยชน์ ในด้านที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ในสื่อมวลชนก็คือการขยายโครงการของการเคหะ แห่งชาตินั้น เพื่อผู้มีรายได้น้อย ๑๐๐,๐๐๐ หน่วยนั้น ก็คือจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการสร้างงาน แล้วก็เป็นการสร้างเรื่องของการหมุนเวียนในเรื่องของวัสดุก่อสร้างในการสร้าง โครงการต่าง ๆ ฉะนั้นถ้าโครงการดังกล่าวนั้นกระจายไปยังเมืองรองทั่วประเทศ ผมทราบ และเข้าใจว่าเศรษฐกิจในเมืองรองนั้นก็จะได้รับกรรฟื้นฟูและเยียวยาอย่างทั่วถึงหลังจาก วิกฤติโควิด (COVID) ฉะนั้นจึงอยากจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ว่ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีนโยบาย และแผนงานในการดำเนินโครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยขยายไปยังเมืองรองให้เพิ่มมากขึ้น หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ถามของ ท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี ดังนี้ว่า ขอขอบพระคุณในความห่วงใยที่ ท่านได้ดูแลพี่น้องทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดคือคน ระดับล่าง อยากจะย้ำว่าปรัชญาของรัฐบาล แล้วก็ปรัชญาของกระทรวงเพื่อลดความเหลื่อม ล้ำแล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น อยากจะกราบเรียนว่า ประชาชนทุกคนนั้นมีความสำคัญเท่าเทียมกัน แล้วก็ไม่ว่าคนเดือดร้อนที่สุดจะอยู่ที่ไหน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นจะเข้าไปหาและไปบำบัดลดความ เหลื่อมล้ำให้ได้นะครับ ทีนี้ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าการขยายที่อยู่อาศัย เบื้องต้น ก็คือสร้างให้ได้ ๑๐๐,๐๐๐ หลัง ภายใน ๕ ปี ก็คือเรามีบทเรียนจากอดีตที่เร่งสร้างโดยที่ ไม่ได้ดูว่าจังหวัดใดประชาชนมีความต้องการมากขนาดไหน ทำให้มีความเสียหายในการ ดำเนินการ ก็คือสร้างบ้านเกินความต้องการในบางจังหวัด ในขณะที่บางจังหวัดนั้นมีความ ต้องการก็ไม่ได้สร้าง เพราะว่าเอกชนไม่ได้เข้ามาร่วมโครงการ ความเสียหายนี่ก็มีความ เสียหายประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งการเคหะแห่งชาติยังต้องแบกอยู่ทุกวันนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ มีข้อจำกัดในเรื่องฐานะการคลัง ท่านก็ทราบดีว่าภัยจาก โรคระบาดไวรัสโควิด (COVID) นั้น แล้วก็ข้อจำกัดในวงเงินกู้สาธารณะทำให้การเคหะแห่งชาติ วันนี้มาดูว่าทรัพยากรที่มีอยู่ของการเคหะแห่งชาติโดยไม่ต้องไปใช้งบประมาณซื้อเพิ่มเติม มีที่ไหนบ้าง ก็ได้ทำมาสำหรับ ๑๐๐,๐๐๐ หลัง ก็กราบเรียนท่านว่าไม่ได้คิดว่าเป็นเมืองหลัก หรือเมืองรอง คิดว่าประชาชนลำบากที่ไหนจะไปแก้ปัญหาที่นั่น ฉะนั้นวันนี้ก็ได้ดูแล้วว่า ที่ดินที่จะสร้างที่จังหวัดราชบุรีอาจจะเป็นเพราะว่าจังหวัดราชบุรีนั้นมีการสร้างครั้งสุดท้าย ปี ๒๕๕๕ และที่ผ่านมาไม่มีที่ดินเหลือที่จะพัฒนาที่จังหวัดราชบุรี ทีนี้อยากจะกราบเรียนว่า การไปดูอัตราประชากรก็ดี ผมจะดีใจมากเลยถ้าเผื่อท่าน ส.ส. กรุณานัดผม แล้วก็ การเคหะแห่งชาติว่าร่วมไปสำรวจชี้เป้าเลยว่าพี่น้องประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัย อยู่ที่ใด เราจะหาที่ใด เพราะขณะนี้ผมยังไม่กล้าประกาศนโยบายไปก่อนที่จะทำสำเร็จก็คือ เรื่องของที่ทำอยู่แล้วคือทำกับท่านรัฐมนตรี เทวัญ ลิปตพัลลภ ไปสำรวจที่ดินของ สำนักพุทธศาสนาว่าเราจะขอเช่าที่ วัดก็จะมีรายได้ที่คงที่ชัดเจน แล้วประชาชนนั้นก็สามารถ ไปอยู่ใกล้วัดได้ด้วย บ้าน วัด บวร ก็จะสร้างที่ตรงนี้ ก็บังเอิญท่านลาออกไปเสียก่อน ผมก็ต้องมาเริ่มงานใหม่กับท่านรัฐมนตรีท่านใหม่ ซึ่งยังไม่ได้เข้าดำเนินหน้าที่นะครับ🔗
ที่ที่ ๒ คือที่ของกรมธนารักษ์ ถ้ากรมธนารักษ์มีที่ในจังหวัดราชบุรี แล้วก็ตอบ ความต้องการของประชากรชัดเจนว่าสร้างแล้วบ้านนี้จะไม่เป็นบ้านร้าง ผู้ที่อยู่อาศัยรายได้น้อย จะสามารถเข้าไปอยู่ได้ และเน้นนะครับ คือเป็นการให้เช่า เพราะว่าภาวะเศรษฐกิจวันนี้ แม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่มีเงินก้อนจะไปดาวน์ แล้วภาระการผ่อนก็มาก ฉะนั้น การเคหะแห่งชาติซึ่งต้องกลับไปดูตัวเองว่าตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย ที่มั่นคงก็จะต้องสร้างบ้านเพื่อให้เช่า ฉะนั้นถ้าเผื่อคุณมีค่าเช่าคุณสามารถอยู่ไปจนถึงลูก ถึงหลานของคุณได้เลย ฉะนั้นตรงนี้คือการตั้งเป้าไว้ว่าท่านไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีการขยายตัว ไปที่ที่จังหวัดราชบุรี ถ้าท่านสามารถบอกได้ว่าประชาชนมีความต้องการที่อยู่อาศัยมาก พอเพียง แล้วเราจะไปดำเนินการหาที่เพื่อสร้าง แก้ปัญหาให้กับผู้มีรายได้น้อยไม่ว่าจังหวัดใด ก็ตาม ท่านประธานครับ🔗
ท่านอัครเดช คำถามที่ ๒ คำถามสุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้ฟัง ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงตามกระทู้ที่กระผมได้ถามไปก็รู้สึกอบอุ่นใจในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ก็ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ มา ณ โอกาสนี้ที่ท่านได้ รับปากว่าท่านจะลงไปดูพื้นที่ที่จะให้การสนับสนุนโครงการบ้านสำหรับพี่น้องประชาชนผู้มี รายได้น้อย แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัย แต่มีคำถามที่ ๒ ที่อยากจะ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าในช่วงนี้ที่มีภาวะวิกฤติ แบ่งเป็นคำถามย่อย ๒ คำถามครับ ก็คือพี่น้องประชาชนต้องการบ้านเช่าที่เป็นบ้านเช่าราคาถูก ซึ่งปัจจุบันนี้ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ก็มีที่ของการเคหะแห่งชาติอยู่ ๓ จุด ซึ่งปัจจุบันนี้ก็อยู่ในช่วงของการที่ให้ ผู้เช่าช่วงได้รับดำเนินการบริหารจัดการโครงการ ที่นี้ก็เลยอยากจะกราบเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบายในการที่จะหาบ้านเช่าราคาถูกให้กับพี่น้องประชาชนในช่วง วิกฤติหลังโควิด (COVID) นี้หรือไม่อย่างไร🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากท่านรัฐมนตรีได้ตอบในเรื่องของการกระทู้ถามในข้อแรก เนื่องจากกรมธนารักษ์ก็มีโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ ซึ่งโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ ของกรมธนารักษ์ที่ได้จัดทำขึ้นนั้นในพื้นที่ของอำเภอบ้านโป่งก็ยังไม่มีโครงการนี้ ที่ผมได้ทำ กระทู้นี้เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เนื่องจากผมได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลา ก็ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนว่าอยากจะได้ที่อยู่อาศัยราคาถูก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลได้เข้ามา ดำเนินการแล้วก็ให้การสนับสนุนในการที่จะได้ช่วยเหลือพี่น้องผู้มีรายได้น้อย ก็เลย ขออนุญาตกราบเรียนท่านรัฐมนตรี ๒ ข้อในลำดับนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็อยากจะกราบเรียนว่าเท่าที่ท่านทราบ การเคหะแห่งชาติมีที่ให้เช่าช่วงอยู่ ๓ จุด ต้องไปดูว่าหมดสัญญาเช่าหรือไม่ เมื่อหมดสัญญา เช่าแล้วก็จะมาดูว่าคนเดิมยังมีอยู่หรือเปล่า แล้วก็คงไม่ไปไล่คนเก่าออก ทีนี้อยากจะกราบ เรียนท่านว่าบ้านเช่าราคาถูกที่กรมธนารักษ์หรือใครจะสร้างก็ตาม ผมคิดว่าการเคหะ แห่งชาติคงไม่ไปผูกขาดหรอกครับ เพราะว่าวันนี้ตามยุทธศาสตร์ชาติมีบ้านที่อยู่อาศัย ที่ประชาชนยังต้องการอยู่ประมาณ ๒ ล้านหลัง เราสร้างได้เพียงแค่หยิบมือเดียว ฉะนั้น ใครอยากจะมาช่วยสร้างให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยซึ่งเป็น ๑ ในปัจจัย ๔ ของชีวิตนี่อยากให้ เข้ามา แม้กระทั่งภาคเอกชน ถ้าภาคเอกชนอยากจะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ แต่ว่า ต้องทำตามสเปก (Spec) ของเรานะครับ สเปก (Spec) เราคือมีกี่ตารางเมตร แล้วก็ราคาเช่าต้อง ไม่เกินเท่าไรต่อเดือน จึงจะเป็นบ้านเช่าราคาถูก เราจะไม่ไปเครื่องมือให้ใครมาขายโครงการ แล้วก็จะไม่เอาเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์นั้นไปซื้อทิ้งขว้างไม่ทำ และวันนี้ก็ กราบเรียนว่าที่เราได้เตรียมมาก็ได้ศึกษาข้อจำกัดมาอย่างดีว่าหนี้สาธารณะมี การเคหะแห่งชาตินั้นไม่สามารถกู้หนี้เพิ่มเป็นหนี้สาธารณะได้ แต่มันมีวิธีทางการเงิน ที่สามารถก่อสร้างได้โดยระดมทุนได้จากตลาดทุนด้วยต้นเอง แล้ววันนี้อัตราดอกเบี้ยก็ถูก ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมนะครับ ก็กราบเรียนว่าสิ่งที่เราจะทำก็คือว่าอะไรก็ตามที่ท่านคิดว่า ทำได้เร็ว แล้ววันนี้ก็เรียนให้ทราบว่าจากการเคหะแห่งชาติที่เคยสร้างบ้านประมาณ ๓ ปี จึงจะได้ เข้าอยู่ วันนี้จะให้เหลือแค่ปีเดียว โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ แล้วคนที่เคยรอการซ่อมอยู่ ๗ เดือน ก็จะให้เหลือแค่ ๗๒ ชั่วโมง เป็นมาตรฐานใหม่ของการเคหะแห่งชาติว่ายึดประชาชน เป็นศูนย์กลาง แล้วก็ประชาชนนั้นเป็นใหญ่ กราบเรียนท่านประธานว่าด้วยจิตวิญญาณว่า เกิดมาจากประชาชนเหมือนกับท่าน ประชาชนคือนาย ฉะนั้นโอกาสที่มีอยู่ก็จะทำงานรับใช้ พี่น้องประชาชนให้มากที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่า การถาม ตอบกระทู้เรื่องการขยายโครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยของประชาชนไปยังเมืองรอง ให้เพิ่มมากขึ้นของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก็ถือว่าจบลงไปนะครับ ถ้าเผื่อมีอะไรข้องใจ จะขยายความอย่างไร ก็สามารถประสานท่านรัฐมนตรีโดยตรงได้ ก็รู้สึกจะอยู่พรรคเดียวกัน ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ขอบคุณท่านมากครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๒๓ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้า การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (บัตรแมงมุม) (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคือ ท่านถาวร เสนเนียม เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนของหน่วยงานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นางสาวกรุณา เนียมเอี่ย นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงาน โครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ๒. นายเอกชัย บุญมาลีตระกูล ผู้อำนวยการกองมาตรฐานบัตรโดยสาร ฝ่ายธุรกิจบัตรโดยสาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ๓. นายสมประสงค์ สัตยมัลลี ผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจบัตรโดยสาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ และผมได้อนุญาตให้ นายชยพล วิเชียรวรรณ ประชาชนผู้มีส่วนร่วม เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ทั้งนี้ขอความร่วมมือ จากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดง กิริยาวาจาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรือ อุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอด การประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ได้ถาม แล้วก็เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านถาวร เสนเนียม ได้เตรียมตอบครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่สละเวลามาตอบกระทู้ถามผม🔗
กระทู้ถามผมเรื่องแรก เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าหรือ บัตรแมงมุม ก็สืบเนื่องมาจากที่รัฐสภาเรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการต่ออายุสัมปทาน ทางด่วนและรถไฟฟ้า ซึ่งผมก็ติดตามอยู่ แล้วก็ประเมินว่าก็เป็นไปได้ยากที่ทางเราจะลด ค่าบริการบีทีเอส (BTS) ลงมา เพราะว่าปัจจุบันมันก็แพงอยู่ซึ่งแพงติดอันดับต้น ๆ ของโลก ผมก็เลยมองว่าในเมื่อมันจะลดค่าบริการที่แพงไม่ได้ รัฐควรที่จะจัดการช่วยให้ประชาชน ได้รับบริการที่สะดวก ทันสมัยและปลอดภัย ในช่วงแรกผมขอสไลด์ (Slide) ที่โชว์ (Show) นำข้อมูลมาให้ดูว่าอัตราค่าบริการรถไฟฟ้าของเรา ถ้าเทียบเป็นรายได้ค่าแรงต่อชั่วโมงกับ อัตราค่าบริการเปรียบเทียบเป็นอย่างไร จะเห็นได้ว่าค่าบริการของเรามันเริ่มต้นที่ประมาณ ๑๖ บาทก็จริงครับ แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อชั่วโมงแล้วทะลุไปที่ ๙๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รายการที่เห็นผมเปรียบเทียบอันเดียวง่าย ๆ คือประเทศไต้หวัน ซึ่งมีค่าเงินที่ใกล้เคียงกับของเรา เขาเริ่มต้นที่พอ ๆ กัน แต่ถ้าเปรียบเทียบจากค่าแรงขั้นต่ำเขา ชั่วโมงละ ๑๔๐ บาท ค่าแรงขั้นต่ำเราชั่วโมงประมาณ ๔๐ บาท เขาตกอยู่ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นการโดยสารในชีวิตประจำวันในการไปทำงานอะไรของเขาถือว่าก็ไม่กระทบและ ไม่เดือดร้อนมาก สำหรับข้อมูลก็จึงเป็นที่มาที่ไปว่าในเมื่อค่ารถมันคงจะลดลงลำบาก ผมประเมินดูแล้วเราก็ควรจะทำให้การใช้งานมันสะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งตั๋วร่วมก็เป็นสิ่งที่ ประชาชนเฝ้ารอคอยอยู่ว่าเมื่อไรจะใช้ได้อย่างสะดวก ก็มีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยี อยู่แล้ว ใช้ความสะดวกสบายจากตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ครับ ในสไลด์ (Slide) ถัดมา จะเห็นว่าผมไปเก็บรวบรวมข้อมูลมาว่าบัตรรถไฟฟ้าต่าง ๆ มีอะไรบ้าง มันจะมีบัตรแมงมุม จริง ๆ มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบัตรแมงมุมใช้ได้เฉพาะบางอย่าง คือเฉพาะรถใต้ดินแค่บางสาย เท่านั้นครับ เอ็มอาร์ที (MRT) มันจะมีบัตรแรบบิท การ์ด (Rabbit Card) ซึ่งเป็นบัตรที่มี ปริมาณเยอะที่สุดอยู่ที่ประมาณ ๑๒ กว่าล้านใบ บัตรเอ็มอาร์ที (MRT) ก็ประมาณ ๒ ล้านใบ แล้วก็บัตรที่เข้ามาใช้ด้วยทีหลังก็คือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อันนี้จะใช้ได้ทั้งเอ็มอาร์ที (MRT) แล้วก็รถเมล์ด้วย เพียงแต่ว่าการใช้งานเขาไม่ได้ใช้แค่บัตร คือเอาบัตรไปยื่นแล้วก็รับตั๋วมา อีกทีหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร ฉะนั้นเรื่องตั๋วร่วมรถไฟฟ้าจึงสร้างความ สะดวกสบายให้ เพราะว่าถ้าท่านลองเข้าไปดูการใช้งานระหว่างวันก็อาจจะมีมากบ้างน้อยบ้าง แต่ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้ากับตอนเย็นที่ไปทำงาน ในสถานีใหญ่ ๆ แทบทุกสถานีจะมีการต่อคิว แลกตั๋ว แล้วก็แลกเงิน ซึ่งเสียเวลานานมาก ตรงนี้จะช่วยย่นระยะเวลาแล้วก็สร้างความ สะดวกสบายให้ประชาชน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับระบบตั๋วร่วมมันมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แล้วครับ ที่เป็นมติคณะ ครม. ขึ้นมา ถัดมาปี ๒๕๕๘ ก็มีบรรจุในแผนการดำเนินการโครงการลงทุน พัฒนาด้านคมนาคม ปี ๒๕๕๘ ถัดมาเรื่อย ๆ ล่าสุดเลยผมได้ปรึกษาหารือไป เพราะว่า แผนล่าสุดที่มีการออกข่าวคือจะเสร็จปลายเดือนมิถุนายน แต่ตอนนี้มันก็เลยมาเดือนกว่าแล้ว ความคืบหน้าชัดเจนก็ไม่แน่ใจ เพียงแต่มีข่าวว่าอาจจะเป็นปลายปี ตอนนี้ผมก็เลยจะขอเข้าสู่ คำถามแรกว่าสาเหตุของการเลื่อนครั้งล่าสุดคืออะไร และสถานะปัจจุบันของโครงการตั๋วร่วม รถไฟฟ้าหรือบัตรแมงมุมเป็นอย่างไรครับ จะสิ้นสุดใช้งานได้เมื่อไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ตอบครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอบคุณคุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ นะครับ ที่ให้ความสนใจเรื่องของความเดือดร้อน เรื่องของการให้การบริการพี่น้องประชาชนจาก ภาครัฐ อยากจะกราบเรียนท่านว่าค่าโดยสารที่ท่านพูดถึงนั้น ต้องยอมรับความจริงว่าแพง แล้วก็น่าจะแพงมากกว่าหลาย ๆ ประเทศ ถ้าเปรียบเทียบกับสัดส่วนของรายได้ก็อาจจะสร้าง ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากการได้รับสัมปทานการเข้าไป ดำเนินกิจการเดินรถ หรือแม้แต่การตั้งต้นการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าที่พูดถึงมาจากหลายรัฐบาล แล้วก็หลายผู้รับผิดชอบ คิดต่าง ทำต่าง ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้ ที่ท่านตั้งข้อสังเกตมาทางฝ่ายรัฐบาลก็จะได้รับไป แต่อย่างไรก็ตามครับ ขึ้นอยู่กับสัญญา สัมปทานที่ติดขัดอยู่ ซึ่งท่านทราบอยู่แล้วนะครับ แต่ก็ขอฝากทางฝ่ายนิติบัญญัติให้ดำเนินการ ตรวจสอบให้เข้มข้น อยากจะกราบเรียนว่าบัตรที่ท่านพูดถึงต้องยอมรับความจริงเช่นกันนะครับ ขาดความทันสมัยมาก รถไฟฟ้ามีอยู่ ๓-๔ สาย มีบัตรอยู่ ๓ บัตร บัตรแมงมุม บัตรเอ็มอาร์ที (MRT) แล้วก็บัตรแรบบิท (Rabbit) ทั้งหมด ๑๔.๖ ล้านใบโดยประมาณ ในที่นี้ก็คือเป็นรถ บัตรแมงมุม บัตรเอ็มอาร์ที พลัส (MRT plus) แล้วก็บัตรแรบบิท (Rabbit) ของบีทีเอส (BTS) เมื่อพี่น้องประชาชนไปใช้ก็จะมีปัญหาในเรื่องของการเข้าคิว การต่อเนื่องไม่ได้ ปกติแล้ว ควรจะใช้บัตรใบเดียวตั้งนานแล้ว แต่การพัฒนายังไปไม่ถึง อย่างที่ผมบอกแล้วนั่นคือปัญหา อุปสรรค เกิดจากการสัมปทานและต่างคนต่างมีอาณาจักรของตัวเอง ขณะนี้เมื่อเกิดการรับทราบ ของกระทรวงคมนาคมในยุคนี้เข้าก็ตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขศึกษาเพื่อนำไปสู่ การดำเนินการตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สอบถาม ปรากฏว่าสิ่งที่ได้คำตอบ ณ วันนี้ สิ่งแรกคือเราไม่มีพระราชบัญญัติกำกับควบคุมนำไปบังคับใช้ แต่ก็จะใช้กระบวนการเจรจา ทางธุรกิจทั้ง ๓ ฝ่าย มาเพื่อทำความตกลง แล้วก็จะออกเป็นประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกฎหมายของฝ่ายบริหารนำมาใช้ ซึ่งคาดว่าการใช้ตั๋วร่วมน่าจะใช้ได้ในเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ ปีนี้ เหมือนอย่างที่ท่านเข้าใจนั่นคือปลายปีโดยประมาณนะครับ แล้วก็ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีที่กำลังยกร่างอยู่ ขณะนี้อยู่ที่กฤษฎีกาก็น่าจะใช้ได้ราว ๆ เดือนตุลาคม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศใช้ปั๊บก็นำไปสู่การบังคับใช้ในเรื่องของการใช้ตั๋วร่วม ในทางปฏิบัติที่จะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ทราบคำถามข้อที่ ๑ หมดหรือยัง เชิญครับ🔗
เชิญท่าน สมเกียรติถามต่อครับ ครั้งที่ ๒ คุณสมเกียรติจะมีสิทธิถามได้ ๒ ครั้งนะครับ จะมีกี่คำถาม ท่านก็ถามให้หมดเลย เชิญครับ🔗
ก็คือจากที่ตอบมาข้อแรก ก็เกือบครบครับ คือผมไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าไม่มี พ.ร.บ. นี้คือสาเหตุที่ต้องเลื่อนหรือเปล่า แต่คืออยากถามว่าเชิงลึกว่ามันติดตรงฝ่ายไหนหรืออะไรอย่างไร หรือว่าติดโควิด (COVID) หรือเปล่า ซึ่งไม่น่าจะเป็นคำตอบ โอเค (Ok) ครับ แล้วก็ได้รับคำตอบก็ดีพอสมควรที่ชัดเจนขึ้น ว่าจะใช้ได้ในเดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้นะครับ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีข้ออ้างอะไร ที่จะมาเลื่อนอีกนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ สไลด์ (Slide) สุดท้ายที่ผมเตรียมมา นี่คือรูปแผนภูมิแนวทางการพัฒนาตั๋วร่วมของสำนักนโยบายและแผน ที่ผมนำมาจากทาง ออนไลน์ (Online) ดูง่าย ๆ คือแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน คือระยะเร่งด่วนและระยะยาว ระยะเร่งด่วนนี่เดี๋ยวผมขอให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยอธิบายอีกทีว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ระยะเร่งด่วนคือสามารถใช้แบบแมงมุมร่วมกับบีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ทุกสายได้ผ่านบัตรอันนี้นะครับ และอาจจะมีรถประจำทาง เรือโดยสาร ซึ่งอยู่ในระยะเร่งด่วนด้วย ส่วนในระยะยาวซึ่งอาจจะเป็นเฟส (Phase) ถัดไป ผมก็มั่นใจว่าเดือนพฤศจิกายนนี้ไม่ทันแน่นอน ก็คือในส่วนของการใช้บัตรผ่านระบบบัญชี หรือแอคเคานต์ เบสด์ ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) เข้าใจว่าเป็นระบบที่จะ สามารถใช้ผ่านโมบาย แอปพลิเคชัน (Mobile Application) หรือไม่จำเป็นต้องใช้บัตร อาจจะใช้มือถือแตะแล้วก็ใช้ได้เลย แล้วก็สามารถที่จะเติมเงินออนไลน์ (Online) และ สามารถที่จะใช้ร่วมกับร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้เหมือนกับที่เราใช้ บัตรเครดิตหรือแรบบิท ไลน์ เพย์ (Rabbit LINE Pay) ที่เขาใช้กัน ซึ่งตรงนั้นก็เป็นการตอบโจทย์ สำหรับคนทั่วไปในกรุงเทพมหานครอยู่แล้วนะครับ ฉะนั้นผมก็อยากที่จะทวนไปถามเพื่อ ความแน่ใจว่าเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ ที่จะใช้ได้นี้ใช้อะไรได้บ้าง ทั้งหมดของในระยะ เร่งด่วนเลยหรือเปล่า แล้วก็แผนระยะยาวตามในรูปยังทำได้ตามนี้ แล้วมีกำหนดที่จะทำ ให้บริการประชาชนแล้วเสร็จเริ่มต้นสักประมาณช่วงไหนครับ อันนี้คือคำถามทั้งหมดครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่บอกว่าจะใช้ได้ในเดือนพฤศจิกายนนั่นคือบีทีเอส (BTS) นะครับ รถไฟฟ้าสายสีเขียว รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รฟม. และสายสีม่วง ใช้บัตรใบเดียวครับ ส่วนในระบบอื่น ๆ ยังไม่สามารถ นำไปใช้ได้ ต้องใช้เวลา ๑๘-๒๔ เดือน ทำไมถึงช้า สิ่งแรกเมื่อครู่นี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้ทรงเกียรติถามว่าเกิดจากโควิด (COVID) หรือไม่ เกิดจากโควิด (COVID) ในระดับหนึ่ง จริง ๆ การนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศฮ่องกง ประเทศออสเตรเลีย หรือประเทศสิงคโปร์ แม้ตัวเขามาไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้ระบบสื่อสารสามารถสื่อสารถึงกันได้เยอะ แต่ก็เป็นส่วนระดับรองลงมาในการที่ผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาไม่ได้ ก็เกิดจากอย่างนี้ครับ การเจรจาในทางธุรกิจที่ต่างคนต่างมีสัญญาอาณาจักรของตัวเอง และบางคนต่างรักษา ความลับครับท่านครับ รักษาความลับในเรื่องรายได้ ในเรื่องของการลงทุน ในเรื่องของกำไร ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ธุรกิจเมื่อเข้ามาอยู่แล้วจะให้มาจับมือกัน บางทีกลัวว่าข้อมูล จะรั่วไหล แต่อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการออกกฎหมายจะทำเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งสามารถนำไปบังคับได้กับทุกกิจการ ขณะนี้อยู่ที่กฤษฎีกาแล้วก็ผมจะกราบเรียน คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ที่มีปลัดกระทรวงเป็นประธานคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหา ให้ไปเร่งเรื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วก็นำไปสู่การเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีพระราชบัญญัติใช้แล้ว ก็จะแก้ไขปัญหาได้ แม้นว่าใครจะฝืน ใครจะดื้อ เมื่อมีกฎหมาย บังคับก็โอเค (OK) คิดว่าจะแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่า การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะของท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เกี่ยวกับความคืบหน้า🔗
ถามหมดแล้ว แต่ท่านรัฐมนตรีช่วยยังไม่ได้ตอบผมในส่วนของระยะยาวว่าตั๋วร่วมจะทำได้อย่างในระยะยาว ที่วางแผนไว้หรือเปล่า แล้วเมื่อสักครู่นี้ ขอโทษท่านประธานครับ ผมลืมอีกนิดหนึ่ง เราจะได้ เห็นบัตรลักษณะเป็นวันเดย์พาส (One-Day Pass) ที่เหมาจ่ายรายวันที่ใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ อะไรพวกนี้อยู่ในแผนบรรจุไว้บ้างหรือเปล่าครับ🔗
ทางท่านยังมี เวลาพอที่จะตอบได้ เชิญครับ🔗
ใช้เวลา ประมาณ ๑๘-๒๔ เดือน แล้วจริง ๆ แล้วความคิดของผู้ที่มีความรู้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงาน อยู่ที่ รฟม. อยากจะใช้บัตรเครดิตใบเดียวเขาควรจะใช้ได้ ซึ่งควรจะไปถึงจุดนั้น ไม่ควรจะไป ลงทุนบัตรหลายใบ ผมอยากให้ทางฝ่ายสภากระทุ้งเยอะ ๆ แล้วจะได้เสร็จเร็วขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ก็ต้องขอบคุณ ท่านสมเกียรติที่ให้เกียรติห้องกระทู้เรา แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านถาวร เสนเนียม นะครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๒๔ เรื่อง ขอปรับเปลี่ยนเวลาวิ่งของ รถบรรทุกในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนัก นายกรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านถาวร เสนเนียม เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนของหน่วยงานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักแผนความปลอดภัย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร และผมได้อนุญาตให้นายชยพล วิเชียรวรรณ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟัง การตอบกระทู้ถาม ทั้งนี้ก็น่าจะเป็นผู้ชี้แจงกลุ่มเดิม ท่านชยพล วิเชียรวรรณ ก็เข้าร่วมฟัง กระทู้ที่แล้วแล้ว ฉะนั้นก็ขอให้ยึดระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราในการร่วมรับฟัง การตอบกระทู้ในสภา ต่อไปผมก็จะเชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ได้ถาม แล้วก็เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เตรียมตอบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและ เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกครั้งที่มาตอบกระทู้ที่ ๒ ของ ผมด้วยครับ เริ่มจากผมเองได้เคยถามกระทู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเวลาวิ่งเข้าออก ของรถบรรทุกขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครไปแล้วเมื่อปลายปีที่แล้ว อันนั้นอาจจะเกี่ยวพัน กับลักษณะในพื้นที่เข้ามาบ้าง เพราะว่าในพื้นที่ผมในเขตบางนามีถนนเส้นรางรถไฟสายเก่า ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับท่าเรือคลองเตย อันนั้นจะเกิดอุบัติเหตุรถไฟฟ้ากับรถจักรยานยนต์ ค่อนข้างมาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็เคยมาตอบแล้วว่าจะทำโครงการเอสวัน (S1) ซึ่งเป็น ส่วนทางด่วนต่อขยายเข้ากับท่าเรือเพื่อที่จะไม่ต้องวิ่งด้านล่าง แล้วก็ตอบว่าในประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ทางกระทรวงคมนาคมก็จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งผมเข้าไปเช็ก (Check) ก็มีการประชุมกันจริง แล้วก็ได้มีการประชุมที่มีความคืบหน้าอย่างมากในเดือนเมษายน ซึ่งท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยามก็มีการแถลงข่าว มีการพูดถึงเรื่องนี้ด้วยถึงการประชุม คณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วน สำหรับความคืบหน้าที่ผมติดตามข้อมูลมา ก่อนอื่น ผมต้องขอชื่นชมวิสัยทัศน์นโยบายของท่านรัฐมนตรีด้วยว่าพูดว่าจะปรับเปลี่ยนเวลาเข้าออก ของรถบรรทุกเพื่อที่จะแก้ปัญหารถติดของกรุงเทพฯ เป็นหลัก ซึ่งก็คิดคล้าย ๆ ผม แต่ของผม นอกจากรถติดเป็นหลักแล้ว คืออุบัติเหตุการเสียชีวิตของรถจักรยานยนต์อันนี้ก็เป็นหลักของ ผมเหมือนกัน ซึ่งมันจะแก้ไขปัญหา ๒ ส่วนนี้ไปด้วยในตัว ที่ทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบาย ก็คือจะยึดเอาถนนเส้นวงแหวนกาญจนาภิเษก หมายเลข ๙ ฝั่งตะวันออกและตะวันตก เป็นเส้นว่ารถบรรทุกจะเข้าออกตามช่วงเวลาไหนได้บ้าง ผมจะขอพูดในส่วนของด้านใน ของวงแหวนเส้นนี้ที่มีการเหมือนกับจะสรุปแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าจะปรับเปลี่ยนเป็นวิ่งได้ แค่เที่ยงคืนถึงตีสี่ ซึ่งคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาได้ แล้วก็ทางผู้ประกอบการก็สามารถ จัดสรรเวลาทำธุรกิจตามนั้นได้เช่นกัน อาจจะมีผลกระทบบ้างแต่ก็สามารถที่จะวางแผน จัดการแล้วก็ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ได้ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปก่อนครับ อันนี้คือ ข้อมูลที่ผมแจ้ง นอกจากเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว ในพื้นที่ผมผมว่าพื้นที่อื่น ๆ ก็ติด ปัญหาเหมือนกัน คือรถส่งคอนกรีตหรือรถโม่ปูนก็มีวิ่งในกรุงเทพฯ ค่อนข้างมาก แล้วก็ บางส่วนในพื้นที่ผมก็มีชุมชน มีโรงเรียน ก็ยังวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นรถขนาดใหญ่อยู่ ตรงนี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนกัน ผมขอสอบถามว่าในการประชุมที่ผ่านมาดูเหมือนก็จะมติแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจ ไม่มีการประกาศออกเป็นทางการว่าในชั้นในรถบรรทุกห้ามวิ่ง วิ่งได้เฉพาะเที่ยงคืน ถึงตีสี่ แล้วหรือยัง แล้วคนที่ฝ่าฝืนมีบทลงโทษหรือค่าปรับอย่างไรสำหรับคนขับรถบรรทุก รวมถึงมีบทลงโทษสำหรับเจ้าของรถบรรทุกนั้นหรือเปล่า ขอเป็นคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาตอบกระทู้ของท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ต้องขอบคุณ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการจัดการจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล เราจะเห็นได้ว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อที่จะ เข้าทำหน้าที่ แล้วหลังจากนั้นก็จะมีนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มี ฯพณฯ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นผู้รับผิดชอบในเชิงนโยบายและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จากการที่เราได้ทราบแล้วว่า ขณะนี้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็จะมีปัญหาเรื่องรถติดมาก ๆ ปัญหาจราจรรถติด เรื่องที่ ๒ ก็คือเกิดความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนที่ท่านพูดถึง นั่นคือเกิดอุบัติเหตุ อย่างที่ ๓ ก็คือเกิดมลพิษทางอากาศพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ทั้ง ๓ ประการนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ไทยโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และกระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของท่านศักดิ์สยาม ก็พยายามที่จะแก้ไข จึงตั้งคณะกรรมการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติขึ้นมาเพื่อดำเนินการ เอานโยบายที่วางไว้ในการแก้ไขปัญหา ๓ เรื่องนี้ ให้คณะกรรมการชุดนี้แปรนโยบายไปสู่ การปฏิบัติ จากการที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วก็ประชุม ประชุมเสร็จครั้งที่ ๑ ก็ได้แนวทางว่ารถสิบล้อขึ้นไปจะวิ่งได้ภายใต้ข้อจำกัด ดังต่อไปนี้🔗
๑. ถนนนอกเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก (ถนนกาญจนาภิเษก) อนุญาตให้ รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมงเลย นี่หมายถึงว่าถนนนอกเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก🔗
๒. ถนนวงแหวนรอบนอกอนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ในช่วง นอกเวลาเร่งด่วน ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา และ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา🔗
๓. ข้อจำกัดอีกเรื่องหนึ่งคือถนนในเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก อนุญาตให้ รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้เฉพาะ ๒๔.๐๐-๐๔.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นถนนเกษมราษฎร์และ ถนนอาจณรงค์ อนุญาตให้วิ่งได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตามข้อผ่อนผันปัจจุบัน🔗
๔. ทางพิเศษอนุญาตให้รถบรรทุกใหญ่วิ่งได้ในช่องนอกเวลาเร่งด่วน ๒๑.๐๐- ๐๖.๐๐ นาฬิกา🔗
ก็ปรากฏว่าเมื่อแนวคิดนี้จากคณะกรรมการแปรนโยบายออกไป ผลปรากฏว่า มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ จากพี่น้องประชาชนอีกมาก ถ้าอย่างนั้นก็เปิดให้มีการรับฟัง ให้ประชาชนผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ จากผู้ประกอบการ ๕ ครั้ง ทั้งผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ ก็ได้ข้อสรุปขึ้นมาใหม่อีก แต่ว่ายังไม่นำไปใช้นะครับ ได้ข้อสรุปขึ้นมาใหม่ว่ากำหนดเส้นทางวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นทรักรูต (Truck route) และให้รถบรรทุกวิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง เพิ่มเติมจากถนนวงแหวน รอบนอกขึ้นมา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกกับบริเวณอุตสาหกรรมตามวัตถุประสงค์ ของโครงการวงแหวนอุตสาหกรรม🔗
๒. กำหนดมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดตั้งแต่สิบล้อขึ้นไป โดยอนุญาตให้วิ่งได้ เฉพาะเวลา ๒๔.๐๐-๐๔.๐๐ นาฬิกา คือแค่ ๔ ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล แล้วก็ถนนในเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก อนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ ๒๔.๐๐-๐๔.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นถนนเกษมราษฎร์ ถนนอาจณรงค์ อนุญาตให้วิ่งได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หมายถึง ๒ ถนนนี้ ตามข้อผ่อนผันปัจจุบัน ส่วนทางพิเศษอนุญาตให้รถบรรทุก ขนาดใหญ่วิ่งได้ในช่วงนอกเวลา ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา และ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา ถนนภายนอกเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอกคือกาญจนาภิเษก ถนนวงแหวนรอบนอกและ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็กำหนด ข้อยกเว้นรถบรรทุกมาตรฐานไอเสียยูโร (EURO) และเส้นทางทรักรูต (Truck route) บางเส้นทางให้รถบรรทุกวิ่งได้ นี่คือสิ่งที่ออกเป็นแนวคิดแต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ เพราะยังมี ข้อโต้แย้ง ข้อกังวล เช่น รถที่ยังไม่ได้มาตรฐานยูโร ๒ (EURO2) ขึ้นไป เราจะกำหนด ไม่ให้เขาวิ่งได้อย่างไร หรือมีมาตรการจูงใจให้เขาปรับปรุงเครื่องยนต์หรือปรับปรุงตัวถังรถ อย่างไรไม่ให้มาเกะกะหรือสร้างปัญหาในเรื่องของมลภาวะขึ้นในกรุงเทพมหานคร นี่ก็ยังเป็น ข้อคิดอยู่🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของจุดที่มีการพักรถเพื่อขนถ่ายสินค้า ขณะนี้จุดพักรถ สำหรับการขนถ่ายสินค้ามีแค่ ๓ สถานีเท่านั้น ผู้ประกอบการบอกว่าไม่พอต้องเพิ่ม และนอกจากนั้นก็จะต้องกำหนดให้ว่าหยุดตรงนี้กี่นาที ๓๐ นาทีได้ไหมแล้ววิ่งต่อไป อีกกี่ชั่วโมง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นแนวคิดที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ยังจะต้องรับฟังเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับทั้งผู้ประกอบการอย่างที่ท่านกังวลว่ารถบรรทุกปูนซีเมนต์ผสมเสร็จ จะเอาอย่างไร ในขณะที่กำลังก่อสร้างส่วนในอยู่ ซึ่งปรากฏว่าจุดที่จะตั้งแพลนต์ (Plant) ปูน ณ จุดก่อสร้าง ซึ่งอย่างน้อยที่สุดจะต้องใช้บริเวณนี้ ๑ ไร่ ก็ยังหาไม่ได้ หรือผู้ประกอบการ บางผู้ประกอบการหรือสถานที่ก่อสร้างบางจุดยังหาไม่ได้ อย่างเช่นแถวบ้านผมซอยอารีย์ สถานที่ก่อสร้างคอนโดมิเนียม ก็ประมาณ ๓๐๐ ตารางวา ก็ปรากฏว่าไม่รู้จะตั้งอย่างไร ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็ต้องมาหาข้อยกเว้น ข้อพอดีจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บังคับใช้ กฎหมาย จึงคาดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหรือการศึกษาดังกล่าวยังจะต้องรับฟังอีกนิดหนึ่ง แล้วจะนำไปสู่การออกมาตรการ แต่อย่างไรก็ตามผมขอชี้แจงล่วงหน้าไปสักนิดว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เรายังคงใช้ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรปี ๒๕๓๔ โดยสำนักงานตำรวจ แห่งชาติอยู่ว่ารถบรรทุกตั้งแต่สิบล้อขึ้นไป และรถบรรทุก ๓ เพลา และรถพ่วง รถประเภทนี้ กทม. อนุญาตให้รถเหล่านี้วิ่งในพื้นที่ได้ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา และ ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา ส่วนในพื้นที่วงแหวนรัชดาอนุญาตให้รถบรรทุกวิ่ง ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา นี่คือ ข้อที่ใช้บังคับ ซึ่งเป็นข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรปัจจุบันที่ใช้อยู่ ซึ่งยังไม่สามารถเอา แนวคิดนี้มาใช้ได้ ยังคงใช้กฎเกณฑ์เดิมอยู่ แต่ก็มีข้อยกเว้นอย่างนี้ครับ ข้อยกเว้นว่า รถบรรทุกคอนกรีต ผสมเสร็จอนุญาตให้วิ่งในวงแหวนรัชดาตั้งแต่ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกาได้ ซึ่งเป็นชั่วโมงที่นอกเหนือจากชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว แล้วก็การก่อสร้างจะได้เดินไปได้ การพัฒนาจะได้เดินไปได้ รถบรรทุกสินค้าของเน่าเสียอนุญาตให้วิ่งในวงแหวนรัชดา ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา อันนี้อาจจะเป็นรถขนส่งอาหารครับ และสุดท้ายเป็นมาตรการพิเศษ ที่ตำรวจจราจรจะผ่อนปรนอนุญาตให้รถบางชนิด บางประเภทวิ่งได้ตามความเหมาะสม ในดุลยพินิจของพนักงานจราจรครับ🔗
ท่านสมเกียรติ ยังมีอะไรอยากจะสอบถามเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและเขตพระโขนง ขอบคุณคำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ อย่างที่ผมแจ้งไปตั้งแต่แรกว่าผมก็ชื่นชม ในวิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ยังติดข้อสงสัยในส่วนของ การตัดสินใจและการนำวิสัยทัศน์ไปบังคับใช้ว่าจะทำได้เมื่อไร เพราะว่ายิ่งช้ามันก็ยิ่งจะ เสียโอกาส ในส่วนถัดมาซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านคมนาคมเช่นกัน และผมก็มีส่วนในการถาม ในเรื่องนี้ ก็คือท่าเรือคลองเตยหรือท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งในนี้มีการประชุมก็แจ้งไว้เหมือนกันว่า ในแผนระยะสั้น ระยะยาว ระยะยาวหมายความว่า ๕ ปีจะมีการปรับเปลี่ยนจากการขนส่ง ทางด้านตู้คอนเทนเนอร์ (Container) หรือคมนาคมไปเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าในกรุงเทพฯ ผมเคยถามว่าจะมีนโยบายที่จะย้ายท่าเรือ กรุงเทพฯ ออกจากกรุงเทพฯ หรือเปล่า คำถามผมหมายความว่าต้องการให้ย้ายกิจกรรม เกี่ยวกับการคมนาคมหรือเกี่ยวกับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ในกรุงเทพออกไป ส่วนการทำกิจกรรมเกี่ยวกับท่าเรือท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วย แล้วก็เป็นเรื่องที่ เหมาะสม แต่มีข้อที่อยากจะเสนอเพิ่มเติม ทั้งนี้ก็อาจจะคิดไว้แล้วคืออยากให้ประชาชน มีส่วนเข้าไปใช้ทรัพยากรของประเทศคือริมแม่น้ำแล้วก็โซน (Zone) ทางนั้น โดยอาจจะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนกับธุรกิจท่าเรือที่เขาต้องเข้าต้องเข้าออกอะไรพวกนี้ ก็คืออยากให้ ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เหมือนกับการท่าเรือเองก็มีแผนที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์แถวนั้น แล้วก็ปรับปรุงชุมชนแออัดแถวนั้นให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็อยากทราบความคืบหน้าในเรื่องนี้ แล้วก็อยากให้เอาจริงเอาจังเรื่องแผนซึ่งดีอยู่แล้ว ภายใน ๕ ปีก็รอได้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น แล้วก็มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่อยากให้เปลี่ยนรัฐบาลหรือเปลี่ยนรัฐมนตรีก็มีการเลื่อนแผนไปอีก เพราะว่าตรงนี้ชาวกรุงเทพฯ หรือคนที่อยู่ในซีกนั้นเรียกร้องมาเกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ ตรงนี้ก็เป็น จุดดีเหมือนกันว่ามีความชัดเจนขึ้นมาว่าภายใน ๕ ปีจะเปลี่ยนจุดนั้นไป แล้วก็มีท่าเรือแหลมฉบัง รองรับไว้อยู่แล้วด้วยว่าจะไปทำกิจกรรมตรงนั้นได้ ก็ทวนคำถามแรกไปซึ่งท่านรัฐมนตรีบอกว่า มีแผนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ทำ คือก็อยากทราบเหมือนกันว่าจะอีกกี่เดือนถึงจะมีความเป็นไปได้ เพราะว่าในพื้นที่ที่ผมดูแลอยู่คือเขตบางนา เขตพระโขนง ไม่ใช่เส้นอาจณรงค์และ เกษมราษฎร์ที่เป็นข้อยกเว้น แต่ว่าถนนบางนา-ตราด ถนนปู่เจ้าสมิงพราย หรือว่าทางรถไฟ สายเก่าปากน้ำมันอยู่ใกล้เคียงกัน แล้วก็มีรถบรรทุกที่จอดรอเวลาเข้าออกที่จะเข้าทางนั้น บางรายก็ไม่ได้จอดรอด้วยครับคือฝ่าฝืนไปเลย ซึ่งมันเยอะจนตำรวจเขาก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร เพราะว่าการที่จะไปกวดขันตรงนั้นมันก็จะเป็นการเพิ่มภาระเพิ่มรถติดเข้าไปอีก ก็อยากจะ ให้กำลังใจแล้วก็อย่างที่บอกมีความชื่นชมในวิสัยทัศน์ แต่ยังมีข้อกังวลว่าจะตัดสินใจ ได้รวดเร็วและนำไปสู่การปฏิบัติได้รวดเร็วจริงมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ฝากถึงการท่าเรือที่จะ ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไปเป็นเพื่อการท่องเที่ยว ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ แผนจบมานานแล้วแต่ว่าเมื่อไรจะทำเขาถามครับ🔗
ผม ถาวร เสนเนียม อย่างนี้นะครับจริง ๆ แล้วการประชุมคณะกรรมการนโยบายเร่งด่วนของ กระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ เราประชุมกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ แต่ที่ยังนำไปสู่การปฏิบัติไม่ได้เพราะยังมีข้อท้วงติงของผู้ประกอบการที่จะออกมาตรการ ๔ ข้อที่ผมพูดถึง ที่ท่านสมาชิกก็รับทราบอยู่ ทีนี้ขอรับฟังในรายละเอียดจากผู้ประกอบการ สักนิดหนึ่ง เพราะขณะนี้เศรษฐกิจของเราประเทศของเราก็ตกต่ำอยู่แล้ว ถ้าเราไปมาตรการ เข้มงวดจนกระทั่งว่าฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายเศรษฐกิจ ภาคเอกชนเดินไปยากนี่ ยิ่งทำให้เศรษฐกิจ ตกต่ำลงไปอีก ดังนั้นขอเวลาอีกนิดเดียว นั่นเรื่องที่ ๑🔗
ต่อคำถามที่ ๒ ที่ท่านพูดถึงท่าเรือที่กรุงเทพฯ หรือท่าเรือคลองเตย จริง ๆ แล้ว กระทรวงคมนาคมโดยการนำของท่านศักดิ์สยามนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนท่าเรือจาก ท่าเรือเพื่อการพาณิชย์ เพื่อการขนส่งสินค้าบริเวณท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้รถติดมาก และเกิดอุบัติเหตุมาก และเกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) มาก จะทำตรงนั้นให้เป็นท่าเรือท่องเที่ยว เพราะตรงนั้นพยายามพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว แล้วก็ขณะนี้ท่าเรือเฟซ (Phase) ถัดไป ของแหลมฉบังก็กำลังก่อสร้าง และที่สำคัญที่สุดการขนส่งทางน้ำของเราที่จะขนส่งสินค้า ทางเรือจากแหลมฉบังไปยังท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ ท่าเรือสุราษฎร์ธานี ท่าเรือสงขลา โดยใช้ระบบโรโร (Ro-Ro) แล้วเราจะทำท่าเรือจากจุดประจวบคีรีขันธ์ขนส่งทางรางไปยัง ท่าเรือที่จังหวัดระนอง และสร้างท่าเรือตรงนั้น นั่นคือแนวทางในการแก้ไขปัญหา รถติด โดยเฉพาะถ้าขนส่งทางน้ำโดยใช้ระบบโรโร (Ro-Ro) ขนได้ครั้งหนึ่งก็ประมาณ ๑๐๐ กว่าคันรถสิบล้อ ก็จะส่งผลให้รถติดในกรุงเทพฯ ลดลง ก็ขอกราบเรียนให้ท่านประธาน เพื่อทราบครับ🔗
ผมอนุญาต ให้ท่านเพิ่มเติมได้ เพราะต้องรอผู้ถามกระทู้อีกท่านหนึ่งกำลังเดินมา แล้วอนุญาต ท่านรัฐมนตรีถ้ามีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมก็ยังมีเวลาให้ท่าน เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ได้ฟังแล้วก็รู้สึกยังดีใจได้ไม่เต็มที่ เห็นถึงความตั้งใจ แต่ว่าก็ยังไม่รู้ว่าจะกล้าตัดสินใจทำได้ เมื่อไร คือผมเองก็มีญาติที่เป็นลูกจ้างเกี่ยวกับคนขับรถบรรทุกเหมือนกัน เขาก็ต้องได้รับ ผลกระทบเหมือนกัน แต่ผมมองว่าอันนี้เป็นปัญหาสังคมซึ่งก็ต้องมีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็ มองถึงประโยชน์ของภาพใหญ่เป็นหลัก อันนี้ก็อยากให้ทางกระทรวงคมนาคมตัดสินใจทางนี้ เพราะว่าถ้ายังไม่ตัดสินใจ คาราคาซังไปอีก ผมก็ต้องมาติดตามสอบถามอีกเช่นเดิม ในสมัยประชุมถัดไป ขอบคุณครับ🔗
รับข้อสังเกต ไปครับ🔗
ขอบคุณ คุณสมเกียรติที่ให้เกียรติกระทู้ถาม วันนี้คุณสมเกียรติ คุณอัครเดชนี่เหมารวมเลย ท่านรัฐมนตรีก็ตอบ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ครับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๑๕ เรื่อง การจัดตั้งสถานีขนส่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนของหน่วยงานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นางณฐากูร นาเจริญ หัวหน้าส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสาร สำนักงานขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ต่อไปเชิญ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านอธิรัฐได้เตรียมตอบ เชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำ กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ท่านได้มาตอบกระทู้ในเรื่องของการจัดตั้ง สถานีขนส่งอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งท่านก็ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้มาตอบกระทู้ในวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ มา ณ โอกาสนี้ ซึ่งท่าน ได้เดินทางมาตอบกระทู้ด้วยตัวของท่านเอง ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีก็ขอขอบคุณท่าน ในเบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ เนื่องด้วยอำเภอบ้านโป่งนั้นถือว่าเป็นอำเภอใหญ่ มีจำนวนประชากรเป็นอันดับ ๒ ของจังหวัดราชบุรี มีจำนวนประชากรถึง ๑๗๒,๐๐๐ คน ซึ่งยังไม่รวมประชากรแฝง ถ้ารวมประชากรแฝงแล้วตามการสำรวจของทางราชการนั้น มีจำนวนประชากรแฝงรวมถึงประชากรตามทะเบียนราษฎร์นั้นถือว่ามีจำนวนมากที่สุด ในจังหวัดราชบุรี ถึงแม้ว่าจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์นั้นจะน้อยกว่าอำเภอเมือง เนื่องด้วยอำเภอบ้านโป่งนั้นเป็นเมืองอุตสาหกรรม เป็นเมืองพาณิชยกรรม แล้วก็เป็นเมือง ศูนย์กลางทางด้านการขนส่ง เนื่องจากเป็นเมืองที่ผ่านไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ก็เลยอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเนื่องด้วยจำนวนประชากรที่มีเป็นจำนวนมาก แล้วก็เรื่องของ ลักษณะทางด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม แล้วก็เกษตรกร ทำให้บ้านโป่งนั้นถือว่าเป็นเมือง ที่มีความสำคัญ จึงมีการขนส่งแล้วก็การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในอนาคตในด้านทิศตะวันตก รัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมให้มีการเปิด ด่านค้าชายแดนที่บ้านพุน้ำร้อน เมืองทวาย ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งด่านชายแดนนี้เองก็เป็นด่าน ที่เป็นความคาดหวังของพี่น้องในภาคตะวันตกในการที่จะได้สนับสนุนให้มีการเติบโตทางด้าน เศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องของการค้าชายแดนให้เพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต จะเห็นได้จาก ทางรัฐบาลนั้นได้ให้ทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้ทำมอเตอร์เวย์ (Motorway) หรือทางหลวงพิเศษขึ้นก็คือสายบางใหญ่-ราชบุรี-กาญจนบุรี เกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็จะเสร็จสิ้น ตามกำหนดก็คือภายในปี ๒๕๖๖ ถ้าเป็นไปตามแผนที่ทางกระทรวงคมนาคมได้วางไว้ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าอำเภอบ้านโป่งนั้นถือว่าเป็นเมืองที่จะไปเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานคร ไปยังด่านชายแดนที่บ้านพุน้ำร้อนที่จังหวัดกาญจนบุรี ซี่งจะทำให้เกิดการเจริญเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันนี้เนื่องด้วยพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งได้ร้องเรียนมายังกระผม ว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้น โดยกระทรวงคมนาคมซึ่งกำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก ได้จัดตั้ง สถานีขนส่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามีรถโดยสารไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถตู้ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ตามทะเบียนตอนนี้มี ๓๓๙ คัน ก็ถือว่า มีปริมาณที่มากในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารที่ให้การบริการพี่น้องประชาชน อยู่นอกระบบอีกจำนวนหนึ่ง เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่าวันนี้เนื่องด้วยจำนวนประชากรที่มีจำนวนมาก ด้วยลักษณะของเมืองที่มี อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และเกษตรกรครบทุกมิติ รวมถึงเรื่องของจำนวนประชากรแฝง ที่มากที่สุดในจังหวัดราชบุรี รวมถึงอำเภอบ้านโป่งนั้นเป็นเมืองผ่านที่จะไปยังด่านค้าชายแดน ต่อไปในอนาคต ปัจจุบันนี้อำเภอบ้านโป่งยังไม่มีสถานีขนส่งเป็นของตัวเองเลย รถโดยสารที่ผ่านมาก็ต้องไปจอดตามป้ายประจำทางบ้าง ไปใช้พื้นที่ของเอกชนบ้าง ซึ่งไม่สะดวก สำหรับพี่น้องประชาชนที่จะใช้บริการ จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผ่านท่านประธานว่าทางกระทรวงคมนาคมนั้นมีนโยบายในการจัดตั้งสถานีขนส่งให้กับพี่น้อง ชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีหรือไม่อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก่อนอื่นต้องชื่นชมและขอบคุณท่าน ที่ท่านมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนชาวราชบุรี นำกระทู้ความเดือดร้อนมา ผมขออนุญาต อธิบายสั้น ๆ เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องสถานีขนส่งผู้โดยสารตามมาตรา ๑๑๕ ตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็คือจะแบ่งออกเป็น ๒ กรณี กรณีแรกคือการจัดให้มีสถานี ขนส่งผู้โดยสาร อันนี้คือกรมจะทำเอง ดำเนินการเอง ใช้ที่ของหลวง งบประมาณของกรม ในการดำเนินการเอง แล้วก็หลังจากสร้างเสร็จแล้วก็ถ่ายโอนไปให้ยังท้องถิ่นตาม พ.ร.บ. กระจายอำนาจ ส่วนกรณีที่ ๒ ก็คือการจัดตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งการจัดตั้งสถานีนี้ สามารถดำเนินการได้โดยเอกชน เอกชนมายื่นคำขอรับใบอนุญาตที่ขนส่งทางบกจังหวัดได้เลย อันนี้ก็คือเป็น ๒ กรณี แล้วก็จากผลการศึกษาและการจัดทำแผนแม่บทก็ได้ทำแผนโครงการ พัฒนาสถานีขนส่งโดยสารในระยะ ๒๐ ปี ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าสถานีขนส่งบ้านโป่ง ไม่ได้ถูกกำหนดให้มีสถานีขนส่งในแผนแต่อย่างใด เนื่องจากดูจากรายงานเหตุผลที่ทาง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกะบังได้ทำไว้ ที่ไม่มีในแผนก็เพราะว่า ๑. ด้วยจำนวนประชาชนผู้ใช้บริการยังไม่มากพอ แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือมีสถานีขนส่ง ที่ใกล้อยู่แล้ว ก็คือตรงนั้นห่างจากสถานีขนส่งนครปฐมเพียงแค่ ๓๐ นาที แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทางจังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านโป่งจะไม่มีช่องทางในการมีสถานีขนส่งเหมือนที่ผม บอกไว้ ในกรณีที่ ๒ ก็คือการจัดตั้งสถานีขนส่งคือเอกชนถ้าคนไหนมีที่สนใจที่จะลงทุน ก็สามารถมาขอรับใบอนุญาตจัดตั้งจากสำนักงานขนส่งจังหวัดได้เลย ซึ่งก็จะมีข้อหลักเกณฑ์ ง่าย ๆ คือเรื่องขนาดของที่ดิน ถ้าเป็นระดับจังหวัดก็ต้องไม่น้อยกว่า ๕ ไร่ ระดับอำเภอ ก็ไม่น้อยกว่า ๓ ไร่ ต้องอยู่ตามแนวทางหลวง ทางหลวงชนบท ถนนสายหลักเข้าออกได้ง่าย ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวทางขนส่งจังหวัดก็จะลงไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรก ต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ🔗
เชิญ ท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้ฟัง ท่านรัฐมนตรีช่วยท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้ตอบแล้วนะครับ ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าได้ทราบข้อมูลว่าในแผน ๒๐ ปีนั้นไม่มีการจัดตั้ง สถานีบ้านโป่งเกิดขึ้นในอนาคต ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรนั้นก็อยากจะเรียนข้อมูลใหม่ เพิ่มเติมให้กับท่านรัฐมนตรีได้นำไปให้ทางส่วนราชการได้ทำการศึกษาวิจัยดังนี้ครับ เมื่อประมาณปีที่แล้วครับท่านประธาน เนื่องจากรถไฟที่ผ่านสถานีรถไฟบ้านโป่ง ขบวนทักษิณารักษ์ซึ่งเป็นขบวนรถด่วนไม่ได้จอดที่สถานีบ้านโป่ง ซึ่งเป็นการขนส่งระบบราง พี่น้องประชาชนที่ขึ้นรถด่วนลงไปทางใต้นั้นจะต้องไปขึ้นไปที่สถานีรถไฟราชบุรี แล้วก็สถานี รถไฟที่นครปฐม ผมเองนั้นได้ทำข้อหารือไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีทาง กรมขนส่งทางรางนั้นได้ไปหารือ ปัจจุบันนี้ได้ทดลอง ๖ เดือน ให้ไปแวะที่สถานีรถไฟ บ้านโป่ง ผลออกมาในการเก็บสถิติแล้วเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเดิมการรถไฟแห่งประเทศไทยเอง ก็ไม่คิดว่าจะมีผู้โดยสารมาก แต่ปัจจุบันนี้มีผู้โดยสารมาขึ้นรถไฟขบวนพิเศษทักษิณารักษ์มาก เกินกว่าที่ทางการรถไฟได้คาดหวัง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็ พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอบ้านโป่งนั้น ซึ่งเป็นอำเภอที่เป็นอำเภอใหญ่อันดับต้นของ จังหวัดราชบุรีนั้นมาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก ก็สร้างความสะดวกสบายให้กับพี่น้อง อำเภอบ้านโป่งแล้วก็พี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อมูลใหม่ที่อยากจะให้ ทางท่านรัฐมนตรีนั้นได้นำข้อมูลไปให้ทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถาบันที่เคยศึกษา ได้ไปศึกษาเก็บข้อมูลใหม่ว่าทางอำเภอบ้านโป่งนั้นผมคิดว่ามีความจำเป็นในการที่จะต้อง ตั้งสถานี โดยเฉพาะแผน ๒๐ ปี ซึ่งท่านรัฐมนตีบอกว่าถ้าไม่มีแล้วผมก็มีความกังวล เพราะว่า อำเภอบ้านโป่งนั้นถือว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจ และในอนาคตก็จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่จะมีการ เติบโตอย่างแน่นอนในอนาคต นอกจากจะเป็นการขนส่งทางรางที่ปัจจุบันนี้ทางรัฐบาล ให้การสนับสนุนแล้วนะครับ ก็คือสถานีหนองปลาดุกที่จะแยกออกไปที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วที่อำเภอบ้านโป่งที่จะลงไปทางใต้นั้นถือว่าเป็นชุมทาง ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าอำเภอบ้านโป่ง ถือว่าเป็นศูนย์กลางในเรื่องของการขนส่ง ฉะนั้นถ้าทางรัฐบาลในแผน ๒๐ ปี ไม่มีการก่อสร้าง สถานีขนส่ง ก็อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีได้ให้ส่วนราชการได้ลงไปศึกษาเก็บข้อมูลใหม่ ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าได้ข้อมูลใหม่มา แล้วท่านมาวิเคราะห์ผมคิดว่าสถานีขนส่งบ้านโป่งนั้น จะเป็นสถานีขนส่งที่จะมีการจราจรที่หนาแน่นในอนาคต แล้วก็จะมีพี่น้องประชาชนมาใช้ บริการจำนวนมาก ก็เลยอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าในกรณีนี้ท่านสามารถที่จะให้ทาง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ลงไปเก็บข้อมูลในการที่จะศึกษาทำแผนในการพัฒนาสถานีขนส่ง บ้านโป่งในอนาคตได้หรือไม่อย่างไรในอนาคตถ้ามีข้อมูลใหม่ครับ เรียนถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ก่อนอื่นเลยผมก็ต้องขอขอบคุณสำหรับข้อมูล แล้วก็ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า ทางกระทรวงคมนาคมเองก็ทราบว่าอำเภอบ้านโป่งก็มีประชาชนที่ต้องการใช้สถานีขนส่ง เป็นจำนวนมาก แต่นอกจากที่ผมได้กล่าวไปก็คือยังมีข้อจำกัดด้วย พ.ร.บ. กระจายอำนาจ ทุกวันนี้กรมขนส่งทางบกเองทำเรื่องของบประมาณในการตั้งสถานีขนส่งไปหลายปีหลัง ไม่ได้รับจัดสรรโดยสำนักงบประมาณครับ เพราะเขาบอกว่าพอขนส่งทางบกสร้างเสร็จแล้ว ก็โอนให้ท้องถิ่น เขาเลยบอกว่าไม่ใช่ภารกิจของขนส่งต่อไป เป็นภารกิจของท้องถิ่น ฉะนั้น ในกรณีแรกที่ผมเคยเรียนไปว่าให้กรมดำเนินการ ตรงนี้จะเป็นไปได้ยากมาก ทุกวันนี้ที่ได้งบ ก็คือเฉพาะขนส่งอันเก่าที่เคยมีมาแต่ในอดีต ก็เป็นงบซ่อมแซม ไปบูรณะหรือทำขึ้นมาใหม่ ทดแทนอันเก่า ส่วนงบที่จะขอสถานีขนส่งแห่งใหม่ไม่ได้รับจัดสรรมาหลายปี ฉะนั้นมันก็เลย กลับเข้ามาสู่กรณีที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านไป แต่เรายังเปิดช่องก็คือเอกชนสามารถมาร่วม ลงทุนได้ ผมก็จะให้ทางขนส่งไปช่วยปิดประกาศเชิญเอกชนในพื้นที่ว่าใครมีพื้นที่ตรงไหน ที่อยากจะลงทุน อยากจะทำ ตรงนี้เดียวเราก็จะให้กรมการขนส่งลงไปช่วยดูแลอำนวย ความสะดวก จริง ๆ ผมก็เข้าใจว่าอำเภอบ้านโป่งผมก็เคยผ่านไป ตรงนั้นการจราจร ก็ถือว่าคับคั่งพอสมควร คนไปก็เยอะเหมือนที่ท่านบอกเลยครับ ประชากรแฝงก็ไม่น้อย เพียงแต่ว่าตอนนี้มันยังติดในระเบียบหลาย ๆ อย่าง แล้วก็สำหรับข้อมูล เดี๋ยวผมก็จะให้ทาง กรมขนส่งทางบกลงไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรจะให้ทำข้อมูลให้อัปเดต (Update) ที่สุด เท่าที่จะทำได้ เรียนว่าทางที่ง่ายและเร็วที่สุดในตอนนี้ก็คือถ้าอย่างท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ รู้จักใครมีพื้นที่สวย ๆ พร้อมลงทุน ก็ให้มาติดต่อที่กรมการขนส่งจังหวัดได้เลยครับ🔗
เชิญ ท่านอัครเดชครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ อำเภอบ้านโป่ง ท่านประธานครับ ได้ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยท่านอธิรัฐได้ตอบในข้อคำถามที่ ๒ แล้ว ก็ต้องขอบคุณท่านที่ท่านจะได้มอบหมายให้ทางหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการในขอบเขตอำนาจที่เป็นไปได้ ก็เพิ่งทราบจากท่านรัฐมนตรีว่ามีข้อจำกัด เรื่องของงบประมาณ แล้วก็เรื่องของพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเนื่องจากปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับ ความสะดวกสบายในเรื่องของการขนส่ง เนื่องจากมีพื้นที่เอกชนหลายจุดรวมถึงการที่ รถโดยสารสาธารณะที่จะไปจอดบนถนน แล้วก็ในช่วงที่ฝนตกแดดออก พี่น้องประชาชน ก็ลำบากมากในการสัญจรไปมา ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าจะให้ หน่วยงานที่สังกัดกระทรวงคมนาคมไปเร่งศึกษา แล้วก็ประสานในส่วนของเอกชนในการ ที่จะผลักดันให้เกิดสถานีขนส่งของเอกชน หรือว่าสถานีขนส่งที่อยู่ในขอบเขตอำนาจ ที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางได้สะดวกสบายขึ้น ก็ยินดีครับ เพราะก็ถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรีที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งได้เดินทางได้สะดวกขึ้น ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ในการที่จะบริหารประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็เป็นที่น่าดีใจที่เราได้คนรุ่นใหม่มาเป็นรัฐมนตรี แล้วก็ได้มาดูแลพี่น้องประชาชน ก็ขอให้ท่าน ได้ช่วยสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีด้วยนะครับ ในฐานะผู้แทนราษฎรชาวจังหวัดราชบุรีก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็รับคำขอบคุณไป แล้วก็คงจะไปดำเนินการ คงไม่ต้องตอบอะไรอีกแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านอัครเดชและท่านรัฐมนตรีอธิรัฐที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๒๖ เรื่อง การติดตั้งรั้วลวดหนาม บริเวณสถานีรถไฟคลองตัน (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมมีภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบที่แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมอนุญาตให้ผู้แทน ของหน่วยงานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการสอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายภานุวัฒน์ รักพงษ์ ผู้ช่วยสารวัตรงานสถานที่แขวงกรุงเทพฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเชิญ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ถามครับ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็เตรียมตอบนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดินแดง เขตห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานได้เรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเรื่องที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ไปปิดกั้นล้อมรั้ว ตรงบริเวณสถานีรถไฟคลองตันที่อยู่ในพื้นที่แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ลองศึกษาดูจะเห็นว่าเส้นทางรถไฟสายตะวันออกที่ไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ไปทางภาคตะวันออก เป็นเส้นทางรถไฟที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ผมเข้าใจว่าเกิดก่อนที่ผม จะเกิดด้วยซ้ำไป เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดมาประมาณสัก ๒ เดือน ผมมาอยู่ในห้วยขวาง ๒๐ กว่าปี ก็ไม่ได้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา นั่นหมายความว่าผมกำลังจะนำเรียนท่านประธานแล้วก็ถาม ไปทางท่านรัฐมนตรีว่าคือการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยตัดสินใจมาล้อมรั้วตรงบริเวณ สถานีรถไฟคลองตัน ซึ่งผมไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดนะครับ แต่สิ่งที่ผมทราบในขณะนี้ก็คือว่า พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงเดือดร้อน เพราะว่าแต่เดิมเขาจะใช้เส้นทางที่ ผมยืนอยู่ตรงนี้เป็นเส้นทางในการที่เขาจะเดินเชื่อมไปยังสถานีรถไฟคลองตันหรือว่าออกไป ยังถนนเพชรบุรีตัดใหม่เพื่อไปขึ้นรถ ขสมก. หรือว่านักเรียนจะต้องเดินไปเรียนที่โรงเรียน วัดภาษี ก็จะต้องเดินผ่านเส้นทางนี้ไปโรงเรียนซึ่งมันใกล้ แต่หลังจากที่การรถไฟได้มาปิดกั้น ล้อมรั้วแล้ว ทำให้บริบทของคนที่อยู่บริเวณแถวนั้นจะต้องใช้ยานพาหนะก็คือรถมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนจนไม่ว่าจะเป็นชุมชนโรงปูนเหนือ ชุมชนโรงปูนใต้ ชุมชนเพชรพระราม ๓ ชุมชนนี้มีคนอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ครอบครัวท่านประธาน ที่ได้รับ ผลกระทบจากการตัดสินใจของการรถไฟแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ฉะนั้นผมจึงขออนุญาต นำเรียนท่านประธานถามว่ามูลเหตุแห่งการกั้นรั้วลวดหนามเฉพาะสถานีรถไฟคลองตันนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีเหตุมีผลอย่างไรถึงมากั้นเฉพาะที่สถานีรถไฟคลองตัน คำถามแรกครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมก็ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่านสมาชิก ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในชุมชนมายัง ณ สภาแห่งนี้ ผมก็ขออนุญาตเรียนว่า จากภาพ แล้วก็จากคำถามที่ท่านประเดิมชัยได้ถามก็คือสาเหตุที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าว ถ้าท่านดูจากภาพก็จะเห็นว่าก่อนการปิดกั้นก็คือภาพซ้ายสุด ภาพหมายเลข ๑ ก็คือมีกลุ่มผู้ค้าขายเข้ามาในแนวทางรถไฟเป็นจำนวนมาก แล้วก็ทำให้มี ผู้คนประชาชนเข้ามาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้เองที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย เราเป็นห่วงอย่างแรกก็คือเรื่องความปลอดภัย เพราะหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย แน่นอนครับ เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนแล้วก็การเดินรถ เป็นสำคัญ เราไม่อยากให้เกิดการสูญเสียนะครับ ฉะนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เลยต้อง มากั้นรั้วไว้ดังรูปที่ ๒ นะครับ ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกว่าสิ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ทำลงไปก็คือเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ วัวหายล้อมคอก หรือให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนแล้วเราจะมาล้อมรั้วทีหลังนะครับ อันนี้ก็เป็น คำตอบแรก ก็ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ🔗
เดี๋ยวก่อน ที่ท่านประเดิมชัยจะถามคำถามที่ ๒ เจ้าหน้าที่ช่วยดูที่ภาพ อันนี้ของห้องประชุมเฉพาะ ทำไมบอกว่าเป็นกระทู้ที่ ๒๒๙ ของ นางอาภรณ์ สาราคำ แต่รูปนี่ถูกนะครับ ท่านรัฐมนตรีทำมา ผมตกใจนึกว่าเจ้าหน้าที่ขึ้นผิด ไม่เป็นไรนะครับ ก็ขอให้เข้าใจว่าตอนนี้เป็นกระทู้ถามเรื่อง การติดตั้งรั้วลวดหนามบริเวณสถานีรถไฟคลองตัน ของ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เชิญ ท่านถามคำถามที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ท่านประธานได้กรุณาทักท้วงนะครับ จะเห็นว่าภาพนี้ก็ฟ้องบางอย่างสำหรับการทำงาน ของคนที่เป็นรัฐมนตรีท่านประธานครับ🔗
ก็คงเป็น ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่นะครับ🔗
ไม่ทราบว่าใครก็แล้วแต่ ต้องรับผิดชอบ เพราะว่าภาพนี้มันจะปรากฏออกไปท่านประธาน คนที่ทำก็ต้องรับผิดชอบ🔗
ผมได้พูด แก้ไขให้แล้ว เชิญเลยครับ🔗
ก็ขออนุญาตให้ค้าง ภาพนี้ไว้ก่อนท่านประธานครับ เพราะว่าภาพนี้เป็นวิถีชีวิตของคนที่ยิ่งถ้าเราจะดูในเรื่องของ นโยบายของรัฐบาลในขณะนี้ที่ต้องการที่จะทำให้คนสามารถที่จะมีอาชีพ สามารถที่จะมี รายได้อยู่ได้ เราจะเห็นถึงวิถีชีวิตของคน ตลาดริมทางรถไฟสายคลองตันลอกเลียนแบบ มาจากตลาดริมทางรถไฟที่เรียกว่าตลาดร่มหุบ ที่จังหวัดสมุทรสงคราม จะมีตลาด ริมทางรถไฟลักษณะอย่างนี้อีกแห่งหนึ่ง ฉะนั้นถ้าถามว่าวันนี้ท่านบอกว่าอ้างความปลอดภัย ที่สถานีรถไฟคลองตัน ท่านก็ต้องไปปิดที่อื่นด้วย อย่าให้เกิดเป็นหลายมาตรฐาน สิ่งที่ผม นำเรียนท่านรัฐมนตรีไปคำถามแรกก็คือว่าผมไม่ได้ติดใจเรื่องของผู้ค้า แต่ผมติดใจในเรื่อง การที่ทำให้คนที่อยู่บริเวณแถวนั้นมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะว่าจะต้องใช้เส้นทาง ในการอ้อม ในการที่จะต้องใช้วิถีชีวิตประจำวันของเขา เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมหรือผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องไปเจอผมในคณะกรรมการโควิด (COVID) ติดตามงบ ๑.๙ ล้านล้านบาทแน่นอนครับ ซึ่งผมได้ให้ท่านประธานใช้อำนาจท่านประธาน เชิญทั้งบอร์ด (Board) รถไฟ และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมาตอบในวันอังคารหน้าอยู่แล้ว เจอกันแน่นอนไม่ต้องห่วง และสิ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทยทำอย่างนี้ รถไฟอ้างเรื่อง ความปลอดภัยตรงนี้เป็นสถานีรถไฟเวลารถไฟจะเข้าเทียบชานชาลา รถไฟลดความเร็วอยู่แล้ว หรือว่ารถไฟจะออกจากสถานีคลองตัน รถไฟก็ต้องใช้ความเร็วที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ท่านประธานครับ เขาอยู่โดยวิถีชีวิตของเขาที่มันอยู่ควบคู่กัน ฉะนั้นตรงนี้ถ้าเรามองในแง่ ความปลอดภัยผมไม่ปฏิเสธ แต่ชาวบ้านคนจนเขาไม่มีที่จะยืนอยู่แล้วในปัจจุบัน ในสังคมของประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ เขาไม่รู้จะไปทำมาหากินที่ไหน เขาก็ไปหาที่ที่คิดว่า ทำมาหากินได้ รถไฟไปล้อมรั้วเพื่อปิดกั้นไม่ให้คนไปค้าขาย แต่ไม่ได้คำนึงถึงคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้ค้าขาย แต่เขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้เส้นทางในการสัญจรผ่านไปมา ซึ่งถ้า ท่านประธานดูนะครับ ด้านข้างทางรถไฟจะมีการเอายางมะตอยไปเทให้คนเดินตลอดทางเลย ขอภาพย้อนกลับไปที่เป็นภาพของผม ท่านประธานดูครับ ด้านในจะเป็นยางมะตอยเลียบขนาน ทางรถไฟไปเลย ก็เป็นการทำของหน่วยงาน ก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นคนไปทำให้ ชาวบ้านเดินมาก่อน ชาวบ้านทำเองได้ไหมครับท่านประธาน ชาวบ้านทำไม่ได้ครับ แต่วันดีคืนดี ผมไม่ทราบมูลเหตุ มีการพูดของชาวบ้านว่าเหตุที่มีการไปล้อมรั้วเพราะว่ามีอยู่วันหนึ่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยไปขึ้นรถไฟขบวนหนึ่ง แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ว่ารถไฟชะลอตัว เพราะว่ามีคนข้ามทางรถไฟ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เลยสั่งการให้การรถไฟ แห่งประเทศไทยมาล้อมรั้ว อันนี้เป็นการกล่าวอ้างของชาวบ้านที่ผมฟังมาอย่างนั้น แต่ขออนุญาต ถ่ายทอดให้ท่านประธานได้ฟัง เพราะว่าชาวบ้านเขาไม่มีทางระบาย ท่านประธานเป็นผู้แทน ชาวบ้าน ท่านประธานก็ต้องรับปัญหาและฟังปัญหาชาวบ้านทุกเรื่องเหมือนผม ผมก็รับฟังมา ก็ขออนุญาตถ่ายทอดให้ท่านประธานฟังว่านี่คือความทุกข์ยาก นี่คือความเดือดร้อนของเขา จริง ๆ ถ้าจะขอความกรุณา ผมว่าตรงนี้เป็นเครดิตของรัฐบาล เป็นเครดิตของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าท่านได้คำนึงถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ที่เดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ อนุญาตให้คนเดินข้ามเป็นการชั่วคราว แต่เรื่องของผู้ค้า ท่านคำนึงถึงความไม่ปลอดภัยอะไรนี่ ผมคิดว่าอันนั้นผมไม่ได้ติดใจนะครับ แต่ขอเป็น เส้นทางเปิดเพียงแค่ ๑ เมตร ให้เด็กนักเรียน ให้คนต้องเดินไปที่สถานีรถไฟคลองตัน ไปถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ให้เด็กนักเรียนเดินไปโรงเรียนวัดภาษี ผมคิดว่าแค่นี้พี่น้องประชาชน เขาก็พึ่งพอใจในเรื่องของการบริหารราชการของรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีที่มีชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้อยู่แล้ว ก็อยากจะเรียนถามว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถที่จะเอาอะลุ่มอล่วย สามารถที่จะช่วยเหลือชาวบ้านตรงนี้ ได้บ้างไหมครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอรับผิดนะครับในหัวข้อของ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่อาจจะผิดพลาด เนื่องจากวันนี้ผมได้รับมอบหมายตอบ กระทู้ทั้งหมด ๕ กระทู้ อาจจะมีการสลับชื่อบ้าง แต่เนื้อหาใจความรูปภาพก็ยังคงถูกต้อง ต้องขออนุญาตกราบเรียนยืนยันนะครับ แล้วก็ตอบกระทู้คำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมก็ต้องยืนยันว่ารัฐบาลเราคำนึงครับ การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม เราคำนึงถึงประชาชนทั้งหมดนะครับ เราไม่ใช่แค่ว่าปิดกั้นลวดหนามแล้วมันจะจบ แนวทาง การแก้ไขต่อไป เดี๋ยวการรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะลงพื้นที่เพื่อทำแนวสร้างสะพานลอย ให้คนข้าม ก็คือแทนที่จะเดินทะลุเข้ามาเลยเหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเสนอมา ซึ่งตรงนี้ผมก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเหมือนเดิมครับ ผมก็อยากถามเหมือนกันว่า ถ้าการรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดให้ตามที่ท่านเสนอมา เปิดทางเดินมา แล้ววันข้างหน้า มีอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตขึ้นใครจะรับผิดชอบครับ หน่วยงานก็จะต้องละเลยแน่นอน คือเรา เห็นใจครับ เราทำ และทางกระทรวงคมนาคมก็นี่อย่างไรครับ สิ่งที่ผมกำลังจะชี้แจงต่อไป เราก็จะสร้างสะพานลอยให้คนข้ามเชื่อมทั้ง ๒ ฝั่ง โดยมีระยะทางห่างจากจุดปิดกั้นทางเดิน ข้ามไปยังตลาดสดก็ประมาณ ๑๕๐ เมตร ซึ่งอันนี้ถามทางการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ก็ได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว ปี ๒๕๖๔ ซึ่งปี ๒๕๖๔ ก็คือเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ นี้ คือสามารถใช้ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ได้ ส่วนในระหว่างเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม ระหว่างทางที่รอสะพานสร้างเสร็จ ก็อาจจะต้องกราบขออภัยพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า อาจจะต้องลำบากสักนิดหนึ่งในการที่ต้องไปเดินอ้อมหน่อย แทนที่จะเดินตัดมาได้ตรง ๆ แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมก็จะให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไปทำการบ้านเพิ่มเติมว่าเราจะมี จุดผ่อนผัน จุดที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างไรบ้าง อย่างไรก็ขอเรียนว่ารัฐบาลเรา คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย และเราก็ต้องคำนึงถึง ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ความปลอดภัยของพี่น้องที่สัญจรมากับรถไฟ ถ้าเวลารถไฟเบรกกะทันหันแล้วเกิดอะไรขึ้นมา การสูญเสียมันไม่คุ้มค่าหรอกครับกับสิ่งที่เรา กำลังจะทำลงไป ผมก็ขออนุญาตกราบชี้แจงครับ แต่ก็เน้นย้ำว่าเดี๋ยวอย่างไรผมก็ได้กำชับให้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยลงไปพูดคุยกับชุมชนในพื้นที่แล้วว่าเราจะทำกันจุดไหน ในจุดที่จะเป็นสะพานข้ามมา และในระหว่างทางที่รอสะพานนั้นเราจะมีจุดผ่อนผันอย่างไรบ้าง อย่างไรก็จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรับเป็นการบ้านครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ แล้วท่านประเดิมชัยมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ยืนยันตอบในหลักการการทำงานของคนในฐานะที่เป็น ผู้รับผิดชอบ ที่กำกับดูแลหรือว่าอาจจะมาตอบแทนท่านรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามแต่ผมคิดว่า สิ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินการในเรื่องของการที่จะสร้างสะพานลอยคนข้าม ผมต้องเรียนท่านประธานว่าในพื้นที่บริเวณตรงนั้นค่อนข้างเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัด ถ้าขออนุญาตกลับไปรูปที่ทางกระทรวงทำมา รูปที่ ๒ ที่เลยมา ตรงนี้จะเห็นว่าที่ดินที่อยู่ ด้านข้างทางรถไฟทางด้านซ้าย ถ้าดูจากรูปผมนะครับ ด้านซ้าย มันเป็นถนนที่เรียกว่า โลคัลโรด (Local Road) ถนนนี่อยู่ติดกับศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า หรือว่ารถไฟที่เชื่อม สุวรรณภูมิกับสถานีมักกะสันในปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งมันไม่มีพื้นที่ที่จะดำเนินการในเรื่องของ การที่จะเอาทางลงของทางข้ามหรือว่าสะพานลอยลงแทบที่จะลำบากมาก แต่ผมไม่ทราบ ทางหลักวิศวกรรมที่จะดำเนินการท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ถ้ามันเป็น แนวทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่จะแก้ไขปัญหาระยะยาว อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ หน่วยงานต้องรับผิดชอบ เพียงแต่ว่าในชั้นนี้ก็ต้องนำเรียนท่านประธานว่าประชาชนยังคง รอคอยความหวังจากการเยียวยาและการช่วยเหลือจากรัฐบาลในทุกมิติ เพราะว่า จากผลกระทบเรื่องของโควิด (COVID) ที่คนได้รับผลกระทบในขณะนี้ พูดง่าย ๆ ว่าจะไม่มี ที่จะทานอยู่แล้ว ก็ฝากท่านประธานได้นำเรียนรัฐมนตรีหรือว่าคนที่เกี่ยวข้องได้ลองพิจารณา ในทุกมิติที่จะทำให้คนสามารถที่จะยืนอยู่ได้ในสภาพปัจจุบันนี้ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ยังมีอะไรจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขออนุญาตต่อข้อกังวลของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมก็ได้ สอบถามทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเบื้องต้น หลังจากนี้ผมก็จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย เขาลงพื้นที่ให้ประชาชนทุกคนมามีส่วนร่วม โดยถึงผมก็จะให้เชิญตัวท่านสมาชิกด้วย ท่าน ส.ส. ประเดิมชัย เราจะได้มากำหนดจุดมาร่วมหารือกันว่าในการสร้างสะพาน เราจะ สร้างกันจุดตรงไหน และสร้างลักษณะอย่างไร ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันครับ มันถึงจะ ออกมาดีที่สุด อย่างไรทางรัฐบาลเราก็จะสนับสนุน แล้วก็ห่วงใยถึงความสะดวกของพี่น้อง ประชาชนอย่างเต็มที่ แล้วก็ยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็จะไม่ทอดทิ้งให้พี่น้องประชาชน ก็พยายามจะดูแลพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกคน ในประเทศอย่างดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่าจบ กระทู้ถามข้อ ๑.๓.๖ เรื่องการติดตั้งรั้วรวดหนาวบริเวณสถานีรถไฟคลองตัน ต้องขอขอบคุณ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ขอกราบขอบคุณทุกท่านครับ แล้วก็สำหรับวันนี้ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถาม แยกเฉพาะ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗
โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
(๑) รายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๑🔗
(๒) รายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตราพระราชกฤษฎีกาตาม มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒🔗
จึงขอแจ้งที่ประชุมรับทราบนะครับ ตามระเบียบที่เราปฏิบัติครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๓)🔗
เรื่องนี้เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๓) ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ รับทราบรายงานความคืบหน้าดังกล่าวแล้ว ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศเสนอ โดยรายละเอียดของรายงานเจ้าหน้าที่ได้แจกจ่ายให้แล้วนะครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกเข้าชื่อกันเพื่อขออภิปรายในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงอนุญาตให้บุคคล ดังต่อไปนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการชี้แจง ผมขอเรียนว่าการประกาศชื่อนั้นประกาศไปตามที่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมมา โดยคำหน้าชื่อไม่ได้ใส่คุณวุฒิความรู้ไว้นะครับ เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติราชการ ดังต่อไปนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ ปรียากร ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง นางมณฑาทิพย์ จันทร์พุ่ม วิทยารัฐ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม พลตรี ชัยวิทย์ ชยาภินันท์ อนุกรรมการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูป ประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปิยะ หาญวรวงศ์ชัย กรรมการปฏิรูป ประเทศด้านสาธารณสุข นายเสรี วงษ์มณฑา ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ นางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม นายมนูญ ศิริวรรณ รองประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน นายปุณณลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ เชิญท่านเหล่านี้เข้ามาได้นะครับ ก่อนที่สมาชิกจะอภิปราย ผมอนุญาตให้เชิญคณะกรรมาธิการขึ้นมาก่อนนะครับ ตัวแทนกรรมาธิการจะชี้แจงอะไรไหม ยังนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายได้ครับ มีรายชื่อมาแล้วขณะนี้ ๔ ชื่อ คุณคารม พลพรกลาง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ คุณนิกร จำนง ท่านละ ๗ นาที กรณีที่มีประเด็นต่อเนื่องสำคัญก็อนุโลม แล้วก็ท่านสมาชิกที่ประสงค์ จะอภิปรายกรุณาส่งชื่อเพื่อเราจะได้รู้เวลา เพราะว่ามีเรื่องค้างพิจารณาที่ครูเรียกร้องมาว่า อยากให้สภาเร่งรัดของเขาให้จบ ซึ่งวันนี้ถ้าเป็นไปได้เมื่อจบเรื่องเพื่อทราบแล้ว เราก็จะไปสู่ เรื่องที่ค้างพิจารณาคือเรื่องหนี้สินครูต่อไป ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็ขอปรึกษาก่อนนิดเดียว พอดีทุกคนอยู่บนห้องข้างบนท่านประธานครับ🔗
เข้าใจครับ🔗
แล้วผมก็เพิ่งวิ่ง ลงมา แล้วก็หลาย ๆ คน ผมนึกว่าอยู่ลำดับที่ ๒ แต่ก็ไม่เป็นอย่างไรครับ ขึ้นสไลด์ (Slide) เลย ผมพูดได้ครับ🔗
คุณสุพิศาลพักสักหน่อย ให้หายเหนื่อยก่อนก็ได้นะครับ🔗
เพราะ หลาย ๆ ท่านผมถามวิป (Whip) แล้วก็ยังไม่มีใครส่งตาราง ที่จริงตารางต้องส่งเข้าไปใน ไลน์กลุ่มแล้วจะรู้เลยว่าคิวเท่าไร เพราะผมนั่งห้องอนุกรรมาธิการ แล้วก็นั่งห้อง กมธ. ด้วย ก็เลยต้องวิ่งออกมา🔗
พอดีกระทู้เสร็จเร็วครับ วันนี้🔗
ทราบครับ ผมฟังอยู่ก็เลยวิ่งลงมาก่อน ในเรื่องของแผนปฏิรูปพอดีเอกสารผมก็วางไว้บนโต๊ะด้วย เหมือนกัน ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ในเรื่องของการรับทราบรายงานความคืบหน้า ประเด็น สำคัญก็คือเรื่องขอ มาตรา ๒๗๐ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ในภาพของสไลด์ (Slide) สิ่งที่ สำคัญในรายงาน ท่านประธานครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างยิ่งเพราะว่าใน รายงานนี้ปรากฏชื่อท่านประธานอยู่ในนั้น โดยเฉพาะมติ ครม. เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ที่ เห็นชอบของการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ โดยขยายระยะเวลาในการปรับปรุงแผนปฏิรูปนี้ ที่มีคำว่าบิ๊กร็อก (Big rock) อยู่ในนั้น และท่านได้แสดงความคิดเห็นของสภา ในฐานะที่เป็นรองประธานสภา แล้วก็เป็นรองประธานสภา คนที่หนึ่ง ในคณะปฏิรูป ซึ่งท่าน เสนอถูกใจผมมากเลย โดยเฉพาะข้อสุดท้าย มี ๓ ข้อ ท่านประธาน เรื่องการกำหนดตัวชี้วัด ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล แล้วก็ ๒. เรื่องของการปรับคัดกิจกรรมในภารกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของส่วนราชการในหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ให้เกิดความซับซ้อนในประเด็นของการ ปฏิรูป แล้วก็ในเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ และสิ่งสำคัญคือตรงนี้ ข้อ ๓ ท่านบอกให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ให้มีการพัฒนาและยกระดับ หน่วยงานคือสำนักงบประมาณ ของสภาเรา พีพีโอ (PPO) ผมยืนยันไปว่าควรจะขยับ แล้วก็ควรจะปฏิรูปเลย โดยเฉพาะ ฝากไปทางรัฐบาลว่าออก พ.ร.บ. มาเลย หรือ พ.ร.ก. มาก่อนเลยก็ได้ว่าจะต้องยกขึ้นเป็น หน่วยงานที่ภายใต้การดูแลของท่านประธานรัฐสภาเอง เพราะว่าขณะนี้สภาแห่งนี้กำลัง จะเป็นสมาร์ต พาร์เลียเมนต์ (Smart Parliament) เมื่อวานผมก็พูดค้างไว้ในนั้นครับว่าสมาร์ต พาเลียเมนต์ (Smart Parliament) คืออะไรบ้าง ผมเคยอภิปรายไว้ที่นี่แล้วว่าเราต้องยกระดับเทคโนโลยีและสารสนเทศของเราทั้งหมด ให้เติบโต ให้แข็งแรง และให้เข้าถึงครับ ท่านประธานครับ เข้าถึงประชาชนให้เร็วที่สุด ไม่ใช่เรารอให้ประชาชนมาหาเรานะครับ สมาร์ต พาเลียเมนต์ (Smart Parliament) มีบิซิเนส (Business) คือพาเลียเมนต์ทารี บิวซิเนส (Parliamentary Business) เป็นหัวใจ สำคัญที่จะขายสินค้าคือกฎหมายที่พวกเราอยู่ที่นี่ครับท่านประธาน ที่ออกกันทุกวันนี้ครับ ที่พิจารณา ประชาชนสามารถสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีพวกนี้ได้ ผมสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าเป็นเรื่องที่เราต้องยกระดับหน่วยงาน อย่าปล่อยให้สำนักงบประมาณของกระทรวงการคลังทำแต่เพียงผู้เดียวไม่ไหวแล้วครับ เราใหญ่ขึ้นแล้ว เรามีปริมาณขึ้นแล้ว แต่ผมจะพิจารณาอภิปรายใน ๓ ด้านครับ คือด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย และด้านกระบวนการยุติธรรม🔗
ในด้านกระบวนการด้านการบริหารแผ่นดินท่านประธานครับ จะเห็นว่าสิ่งที่ ในการบริหารรายการแผ่นดินคือซิงเกิล นัมเบอร์ (Single number) ที่ใช้ใน ๑๑ จังหวัดครับ คืออิเมอร์เจนซี คอลล์ (Emergency call) ที่เรียกว่า เนชันนัล ซิงเกิล อีเมอร์เจนซี นัมเบอร์ (National Single Emergency Number) ที่ไปยืมเงินครับท่านประธาน แล้วก็ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทจาก กสทช. ครับ แล้วตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของประมูลทีโออาร์ (TOR) เรื่องที่ปรึกษา ปรากฏว่ามีข่าว ในที่ปรึกษาเขาเรียกว่ามีกลิ่นเหม็น ๆ ครับ ฝากไปด้วยว่า ใน ๑๑ หน่วย ที่กำลังบริหารใหม่ ที่ กสทช. เอาเข้าไปนี่ ผมอยากให้เห็นว่าการบริหาร ในเรื่องของดิจิทัล (Digital) ควรจะมองเน้นในของอะไรครับ การทำเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential) แต่ถ้าทำเป็นไลเนียร์ ยูนิต (Linear unit) ไม่เกิดประโยชน์ครับ เอาเงินไปทำ เป็นไลเนียร์ (Linear) แล้วไม่เกิดประโยชน์ การทำเป็นเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential) คือ การะเบิดครับ เป็นโครงการที่เรียกว่าเอกซ์โพเนนเชียล โพรเจกต์ (Exponential project) ผมเห็นด้วยครับ ถ้าท่านบิดออกไปมันจะทำให้ทุก ๑๙๑ ที่อยู่ในทุกจังหวัดที่เป็น ตัวแทนของภาคต้องระเบิดออกไป ภายใต้โพรเจกต์ (Project) ของ ๑๙๑ เบอร์เดียว ครองประเทศไทย จะต้องบิดออกไปแล้วมันต้องระเบิดลงไปถึงรากหญ้าคือประชาชนที่ได้รับ สามารถใช้โทรศัพท์เบอร์เดียว หมายเลขเดียว เข้าสู่ระบบโทรก็ได้ใช้โทรศัพท์มือถือก็ได้ ใช้แพลตฟอร์ม (Platform) อื่นก็ได้ที่มันสามารถเป็น ๑๙๑ เข้าถึงระบบการแจ้งเหตุ และสามารถเรคอร์ด (Record) เก็บละติจูด (Latitude) ลองจิจูด (Longitude) มีเก็บทำ ฮอตสปอต (Hotspot) ของคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นได้ อันนี้ดีครับ ขอต่อไปครับ ในเรื่องของ อินเทอร์เน็ต (Internet) ขณะนี้ที่ผมพูดเมื่อกี้มันเป็นศตวรรษแห่งอินเทอร์เน็ต (Internet) รับ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ผมเติมอีกอันหนึ่งจากเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential) ก็คือการบริหาร จัดการแบบอะไจล์ ออร์แกไนเซชัน (Agile organization) สภาเราก็เป็นเทคโนโลยีครับ สถานีตำรวจทุกสถานีตำรวจ ศูนย์บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีทั้งหมดก็จะต้องเป็นอะไจล์ (Agile) ครับ คือการบริหารจัดการแบบฉับพลัน ถ้าไปดูภาคธุรกิจเขาไปไกลครับ กูเกิล (Google) ก็ใช้ ประเทศไทย แบงก์ใหญ่ ๆ ก็ใช้ ในหน่วยงานใหญ่ ๆ หัวเหว่ยกำลังเข้ามาก็ใช้ อะไจล์ ออร์แกไนเซชัน (Agile organization) เราจึงมีอะไจล์ ลีดเดอร์ (Agile leader) มีอะไรพวกนี้ แต่สิ่งสำคัญครับ ในงานตำรวจต้องใช้คอมมูนิตี โพลิซิง (Community policing) การเข้าไปรับฟังประชาชน การเข้าถึงประชาชนให้มาก ฉะนั้น ๑๙๑ นั้นจะต้อง เข้าถึงประชาชน ให้แตะ ๕๐ ล้านบิดทีเดียวครับ จาก ๑๙๑ วันเดียวหมายเลขเดียวฉุกเฉิน บิดลงถึงประชาชนให้เร็วที่สุดครับ ในประเด็นของกฎหมายมีอันเดียวครับพระราชบัญญัติ เข้าชื่อ ก็กราบเรียนครับเมื่อวานผ่านไปแล้ว ผมก็บอกว่าถือว่าทันสมัยครับ แต่ก็ผ่าน รัฐสภาใหญ่ไปแล้ว ขอเยไปเลยครับ สมาร์ต พาร์เลียเมนต์ (Smart parliament) ผมพูดไปแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับมาตราที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือ มาตรา ๑๓๓ (๓) กับ มาตรา ๒๕๖ (๑) แล้วก็ มาตรา ๒๕๘ ผ่านไปแล้ว อันนี้ผมพูดไปแล้วเมื่อวาน ที่นี้สำคัญ คือเรื่องกฤษฎีกาครับ พ.ร.บ. หลักเกณฑ์มีการประเมินในหมวดการติดตามประเมิน ตรวจสอบและติดตามประเมินผล ฉะนั้นในข้อบัญญัตินี้ควรจะให้ความสนใจเรื่องของการ แก้กฎหมายครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกเลยครับว่าสิ้นปีนี้จะต้องให้หน่วยที่รับผิดชอบ การแก้กฎหมายหรือปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินต้องถูกแก้ครับ เพราะ ๒ ปีแล้วครับ มากกว่า ๒ ปี และมากกว่า ๕ ปีด้วย อย่างนั้นต้องสรุปผลสัมฤทธิ์ออกมาครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ มาตรา ๒๒ เห็นไหมครับว่าเรื่องของการที่มีผลกระทบใน พ.ร.บ. หลักเกณฑ์ บอกว่าถ้าผลกระทบนั้นเกิดขึ้นเป็นผลร้ายกับผู้อื่น แก่ผู้ที่ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติก็ตาม มันเป็นสภาพที่สังคมปัจจุบันไทยโดยจำนวนมากแล้ว โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ โดยเฉพาะมาตรา ๙ ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์จากประชาชน และรับฟัง อย่างจริงจังครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ในกระบวนการยุติธรรมครับท่าน ประเด็นสุดท้ายครับ ในเรื่องของระเบียบที่ว่าด้วยการเปิดศาลของท่านประธานศาลฎีกาที่ให้มานะครับ ท่านอภิปรายไปแล้วในเรื่องของการเข้าถึงความยุติธรรม ในเรื่องของกระบวนการปล่อยตัว ชั่วคราว ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ต้นทางครับ ขณะนี้มีแอปพลิเคชัน (Application) ที่เรียกว่าโคแอป (COJ APP) ของสำนักงานการยุติธรรมเป็นคอร์ต ออฟ จัสติซ แอปพลิเคชัน (Court Of Justice Application) ซึ่งเป็นปลายทางครับ ผมยังบอกว่าเป็นปลายทาง ฉะนั้น ต้นทางของกระบวนการยุติธรรมต้องบิดให้ถึงตัวภาคประชาชนครับ โคแอป (COJ APP) นี้ ควรจะลงมาถึงรากของประชาชนให้มากที่สุด และเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการปล่อยตัว ชั่วคราว ผมเคยพูดไว้ในเวทีแห่งนี้หรือในวาระนี้เหมือนกันเมื่อ ๒-๓ ครั้งที่ผ่านมา เรื่องของ การทำจัสเทค (jusTECH) อันนี้เป็นแอปพลิเคชัน (Application) ซึ่งอาจอยู่ใต้จัสเทค (jusTECH) ถ้าคิดถึงจัสเทค (jusTECH) คือร่มใหญ่ ๆ ที่จะคลุมได้ครับ กราบเรียน ท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ เพราะว่าเกินเวลามานิดเดียวครับ ขอบคุณครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ กรณีที่มีผล ผูกพันอยู่ไม่ได้มีปัญหานะครับ แต่คุมเวลาไว้เพื่อเราจะได้ทราบว่าเวลาอยู่ในระยะเท่าไร ต่อไปมีท่านนิกร จำนง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา จะขออภิปราย รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ เดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ที่จริงแล้วผมสองจิตสองใจว่าจะอภิปรายไหม แต่เนื่องจากว่าติดตาม มาตลอด ก็คงจะอภิปรายสักเล็กน้อย ผมมีประเด็นเกี่ยวเนื่องอย่างนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ เนื้อหาสารัตถะของรายงานความก้าวหน้าในการปฏิรูปช่วง เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ผมจะไม่พูดถึงรายละเอียดเพราะเหมือนเดิม คือไม่มี ความก้าวหน้าใด ๆ เลยในเชิงปฏิรูปที่จับต้องได้ รายละเอียด เช่น ไปมีเรื่องปฏิรูปการเมือง มีรายการทีวี (TV) ขึ้นมาเป็นหนังเรื่องหนึ่งนี่ผมไม่นับครับ เพราะไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูป แต่อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ที่ผมสรุปว่าเหมือนเดิมคือไม่มีความก้าวหน้าใด มันเป็นเหมือน กิจกรรมเข้าจังหวะตามกฎหมาย ๓ เดือนที่ว่า คือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะเวลาที่รายงาน ของเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม เป็นเวลาที่จะเรียกว่ายังไม่เริ่มมีการปฏิรูปเสียด้วยซ้ำ เพราะว่ารัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการเมื่อเดือนมิถุนายน รอบหน้าก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ รอบหน้าก็จะเป็นแบบนี้อีก ก็คือไม่มีงาน ไม่มีความก้าวหน้า เพราะอยู่ ในช่วงที่ยังไม่ปฏิรูปเต็มรูป มี ๒ มิติก็คือ ๑. กรรมการเพิ่งครบเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งยังไม่ถึง เหลืออีกรอบถึงจะถึงตรงนั้น อันที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาลสั่งการเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ให้ไปแก้ไข ผมทราบว่าเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมานี้เอง กลางเดือนที่แล้วมีการเรียกประชุมแล้วก็รายงาน ส่วนนั้น สิ่งที่ได้มาก็คือให้มีการแก้ไขรายงาน คำสั่งโดยประธานก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ก็สรุปว่าในการสั่งการให้แก้ไขตรงนั้นก็ยังไม่มีการแก้ไขที่เรียบร้อย คือแผนยังไม่เป็นแผน คนที่ทำก็ยังไม่ครบถ้วน ดังนั้นก็จะเป็นแบบนี้นะครับ แล้วนอกจากนั้นข้อสั่งการที่ว่าแล้วนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ฉะนั้นในส่วนที่ ๑ เรื่องความก้าวหน้าผมจะไม่พูด ผมถือว่าไม่นับก็แล้วกัน ผมข้ามไป ส่วนที่ ๒ ที่ผมเตรียมเอาไว้นี้ ผมบอกว่าวิธีการเหมือนเดิม และที่ผมเตรียมไว้นี้ เนื่องจากว่ามีการไปรายงานในวิป (Whip) แล้วผมก็มีความเห็นว่าคุณได้คุยแล้ว แล้วผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่มีเหตุผล ผมเขียนอย่างนี้ครับ ประเด็นที่ ๒ วิธีการรายงานที่ดีมาก ผมเขียนไว้ อย่างนี้ท่านประธานครับ คือการนำผู้รับผิดชอบแต่ละด้านด้วยในวันนี้ เพื่อมารับฟังความเห็น ของผู้แทนปวงชนย้อนหลัง นี่ผมเขียนไว้สำหรับประเด็นที่มีอภิปราย เพราะเราทุกท่านทราบอยู่ เต็มอกว่าแผนปฏิรูปที่ทำมาก่อนหน้านี้ไม่ได้รับฟังประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม คือผม เตรียมมาด้วยความคาดหวังว่าวันนี้ท่านมีกรรมการครบแล้วทั้ง ๑๓-๑๔ คณะนี้ คิดว่าจะมากันครบ แล้วผมเห็นในรายงานว่าจะมากันเหมือนจะครบ แต่ตอนนี้ไม่ครบ ผมก็เขียนไปด้วยความหลงดีใจก็เลยบอกว่าผมใช้คำอย่างนี้ครับ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีมาก ที่จะได้เริ่มต้นกันใหม่ หมายความว่ามีกรรมการมาครบ สมมติว่ามีนะครับ ที่ไม่ต้องติดอยู่กับ ความผิดพลาดที่ผ่านมา เพราะเราย้อนหลังเวลาคืนมาไม่ได้ หมายความว่าที่ยังไม่มีกรรมการ ว่างไป เพิ่งมีเมื่อเดือนมิถุนายนนี้ยกกันไปหมดก็แล้วกัน เริ่มกันใหม่ นั่นผมสมมติว่าทุกท่าน มากัน ณ วันนี้ คือจะได้มาฟัง คือแผนปฏิรูปที่ทำมาที่ผมพูดว่ารู้เต็มอกว่าไม่ได้ฟังเสียง ประชาชนเลย ก็ยังมาฟังโดยอ้อมก็คือมาฟังเสียงของ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนทางอ้อมของ ประชาชน มาพูดให้ฟังตอนหลังก็ยังดี แต่ตอนนี้ก็ทยอยมา ถือว่ายังไม่จบสิ้นความคาดหวัง ของผม ผมก็จะขอฝากบุคคลที่มาเป็นคณะกรรมการว่าอย่างไรก็ตามแผนที่ ครม. สั่งตาม กฎหมาย เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคมก็ทำไป แต่ว่าที่สั่งคราวนั้นเรื่องโควิด (COVID) ยังไม่มา ผมก็จะย้ำอีกครั้งว่าเรื่องโควิด (COVID) ต้องไปปรับใหม่กันเยอะเลย ก็ต้องปรับไปตามสภาพนั้น แล้วที่สำคัญจังหวะนี้น้ำกำลังขึ้น ก็คือมีการพิจารณางบประมาณ ถ้างบประมาณที่มีการ พิจารณาในสภาขณะนี้ผ่านไป แผนปฏิรูปของท่านจะหายไปอีกปีหนึ่ง ท่านจะเหลือเวลา ปีเดียว🔗
ประเด็นต่อมาคือปัญหาระยะกลาง ก็คือความชัดเจนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ เราได้มีการเชิญกรรมาธิการของวุฒิสภาที่คุมเรื่องนี้เข้าไปในกรรมาธิการเกี่ยวกับ เรื่องการศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สรุปว่าอย่างนี้ครับ อายุของคณะกรรมการปฏิรูป ถ้าตามหมวด ๑๖ จะไปหมดอีก ๒ ปีเท่านั้น แต่นี่เรามาเริ่มกันช้าไป ๓ ปีแล้ว นับตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ คำถามก็คือว่าหรือจะไปหมดตอนหมดอายุวุฒิสมาชิกชุดนี้ก็คือเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๗ ยังไปคาบเกี่ยว ข้อสรุปที่ว่าก็คือการปฏิรูปตามหมวดนี้จะหมดลงในอีก ๒ ปี ดังนั้นวันเวลาที่เหลืออยู่ต้องไปพิจารณาให้ชัดว่าจะทำอย่างไร จะขยายไปไหม จะต้องแก้ รัฐธรรมนูญไหม ความเห็นในกรรมาธิการหลายส่วนเห็นว่ายกหมวดนี้ออกไปเลย เพราะว่า ไปใช้แนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้ ตรงส่วนโน้นส่วนนี้ก็ได้ ตรงนี้อยากจะให้คณะกรรมการที่เหลือ พิจารณาอายุที่เหลืออยู่ของท่านด้วยครับ แล้วส่วนสำคัญในการปฏิรูปนี้มีการปฏิรูป ด้านกฎหมายเยอะมาก ๒๔๗ ฉบับ ขณะนี้ยังเหลืออยู่ ๒๒๐ กว่าฉบับ ซึ่งมีทั้งเล็กทั้งใหญ่ เวลาที่เหลืออยู่ ๒ ปีไม่พอปฏิรูปแน่นอน ดังนั้นระยะเวลาที่เหลือจะทำอย่างไร และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีวาระการประชุมเข้ามาเป็นการประชุมร่วม ถึงข้อบังคับร่วม เดิมมีการ เขียนว่าไม่สามารถให้ร่างของ ส.ส. เข้าไปประกบได้ แต่ขณะนี้ท่านยอมแล้วก็คือว่าข้อบังคับ สามารถจะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามวิธีการเมื่อวานท่านอาจารย์วิษณุก็มาพูดว่ามันน่าจะเข้าไป ทางข้างได้ โดยใช้กรรมการพิจารณาแล้วยื่นร่วมไปได้ ก็ฝากเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย ๒๔๐ กว่าฉบับนี้ให้ช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสได้มาอภิปรายรับทราบรายงานการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ผมต้องเรียนว่า ผมเพิ่งอภิปรายในรายงานเป็นครั้งแรก แล้วก็มีความสนใจมาตลอด สดับตรับฟังมาตลอด แล้วที่สนใจเนื่องจากว่าได้มีข้อเท็จจริงแล้วก็ได้เห็นได้ดูเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ขณะนี้รัฐบาลก็ครบปีเศษ ๆ แล้ว สิ่งที่ผมสนใจจะอภิปรายเนื่องจากผมเห็นว่าเศรษฐกิจ ของเราเป็นเรื่องสำคัญ ปากท้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แล้วผมดูในรายงานนี้นะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านที่มารายงาน ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ประเทศเราถ้าเรายังมุ่งเน้นพัฒนาเมืองหลัก ยังให้ความสำคัญกับกรุงเทพฯ กับเมืองใหญ่ ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ แล้วท่านก็ได้ให้การปฏิรูปประเทศเน้นไปที่เมืองรอง แต่ท่านก็ ไม่คืบหน้าเลย ในรายงานนี้ ในหน้า ๖ ข้อ ๓.๕ ด้านเศรษฐกิจที่ท่านรายงานมานี้ ๒ เรื่อง ก่อนที่ผมจะเข้าไปในเนื้อหาแล้วก็เสริมข้อเท็จจริง ขณะนี้มีสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือสถานการณ์ เรื่องโรคอุบัติใหม่ โรคโควิด (COVID) สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่ทำให้จีดีพี (GDP) ลดลง ๑๐ กว่า หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ประเด็นที่ผมสนใจ ผมเคยอยู่กรุงเทพฯ ๓๗ ปี เป็นทนายความ มาใช้ชีวิตแล้วก็มีช่วงหนึ่งเราก็อยากกลับบ้าน สังคมตอนนี้เราไม่ได้มุ่งเน้น ไปพัฒนาต่างจังหวัด สมมุติว่าภาคใต้จังหวัดตรังเจริญ บ้านท่านประธานเจริญ บ้านผม จังหวัดร้อยเอ็ดเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานีเจริญ ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายเจริญ ใกล้เคียงกับ กรุงเทพฯ คนไม่ไหลเข้ากรุงเทพฯ หรอกครับ งานไปอยู่ที่ต่างจังหวัด อีอีซี (EEC) ที่จะขึ้น ก็ใกล้กรุงเทพฯ ไป คนบ้านผมต้องมาทำงานที่ต่างถิ่น ต้องเข้ากรุงเทพฯ ชนบทมันเจริญไม่ได้ เมื่อเจริญไม่ได้ ทุกอย่างก็กองที่กรุงเทพฯ ปัญหาก็สะสม รถติด และจริง ๆ เรื่องนี้ผมว่า รัฐบาลก็รับรู้หลายสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาก็น่าจะรู้ถึงตั้งเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ในความ คืบหน้าของที่รายงานนี้ไม่คืบหน้าเลย มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ท่านเร่งรัดไปสิครับ ใส่ความตั้งใจ ใส่งบประมาณ โดยเฉพาะขณะนี้งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ถ้าโคราชเจริญ มอเตอร์เวย์ (Motorway) ก็ยังไม่เสร็จเลย เร่งรัดเข้าไปให้เสร็จ ให้คนไหลออกไปที่ จังหวัดนครราชสีมา ให้เขาสร้างงานตรงนั้น คนจังหวัดร้อยเอ็ดจะได้ไม่มาทำงานในกรุงเทพฯ คนอีสานเขาจะได้มีที่ทำงาน เป็นเขตอุตสาหกรรม เป็นเขตเศรษฐกิจที่ไม่ต้องเข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ รัฐบาลไม่คืบหน้าเลย ทั้งที่รัฐบาลผมเชื่อว่ารู้ปัญหานี้ แล้วท่านก็ยังทำให้ กรุงเทพฯ เป็นสังคมเมืองที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมถือว่าไม่ประสบ ความสำเร็จเลย แล้วท่านรายงานมานี้คือในส่วนของเศรษฐกิจนี่ ท่านจะเขียนว่า พัฒนาเมืองหลัก เมืองศูนย์กลางภูมิภาค อยู่ระหว่างดำเนินการที่ไม่เป็นรูปธรรมเลย การส่งเสริมให้แรงงานเข้าถึงแหล่งทุน พัฒนาทักษะอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อันเดียวกันครับ กราบเรียนท่านประธานซึ่งเป็นคนต่างจังหวัด ซึ่งเป็นคนที่เห็นปัญหาจริง ๆ ถ้าตราบใดที่ การพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจไม่ไปไหนมาไหน รถก็ติดอยู่ สภาขยับใหม่ก็ยังติด ปัญหาของ ประเทศไทยจึงอยู่ที่การกระจายความเจริญ อยู่ที่เมื่อความเจริญไปสู่ต่างจังหวัด เขารัก ท้องถิ่น เขารักบ้านที่เขาเกิด มันต้องทำได้สิครับว่าอยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร อยู่ที่จังหวัดตรัง อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย อยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด นั่งรถเข้ามาภายในวันเดียว เขากลับได้ เรามีงบประมาณอย่างอื่นเยอะแยะ ผมว่าท่านที่มารายงานนั่งอยู่ข้างบนบัลลังก์ ผ่านเมืองนอกเมืองนามาทั้งนั้นครับ เห็นความเจริญเมืองนอกเมืองนามา มีโอกาสมาก็ต้องทำ ให้ได้ งบประมาณใส่ไปกี่ปี ๆ ก็กองอยู่กรุงเทพฯ แล้วคนต่างจังหวัดเขาก็อยากมีรายได้ รับรองได้เลยครับ ท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ที่เคารพ ถ้าต่างจังหวัดเจริญ ท่านรีบดำเนินการภายในยุทธศาสตร์นี้ ผมรังเกียจเรื่องยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี แต่ผมเป็นคนที่มีเหตุผลมีความเป็นธรรมพอที่จะให้โอกาสทำดู แต่ให้โอกาสท่านต้องทำ ท่านต้องกระจายความเจริญ ไม่มีทางเลยครับที่ความเจริญจะอยู่ที่เดียว แล้วสังคมจะไปได้ เป็นไปไม่ได้ครับ เป็นไปไม่ได้ทั้งแง่ข้อเท็จจริงและเป็นไปไม่ได้ในแง่ของความเจริญด้วย ต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่นหรือที่อื่น สังคมทุกวันนี้ โควิด (COVID) เป็นตัวชี้วัดครับ โควิด (COVID) ทุกวันนี้ บางคนทำงานกรุงเทพฯ ข้าราชการบางทีเขาไม่อยากอยู่แต่ว่ามีเงินเดือน อยู่ที่นี้ก็ต้องอยู่ที่ที่นี้ คนอีสานหรือคนภาคเหนือ ภาคไหนก็แล้วแต่เข้ามานี่ ถ้าเขามีความพร้อมต้องไปสร้างงาน ให้เขาได้ แต่นี่ไม่คืบหน้าเลย ท่านก็รายงานอย่างนี้เหมือนที่ท่านนิกรขออนุญาตเอ่ยนามที่พูด เรื่องกฎหมาย ผมเป็นนักกฎหมายแต่ผมสนใจว่าถ้าเศรษฐกิจไม่ดีอย่างอื่นมันก็ไปไม่ได้ สะสมปัญหาอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าการที่มารายงานก็อยากให้อีก ๓ เดือน รายงานอีกทีอยากให้เห็นเป็นรูปธรรม มอเตอร์เวย์ (Motorway) ถึงมันจะมีงบผูกพัน เร่งเลยครับ ทุกวันนี้ถ้ามันไปอยู่ต่างจังหวัดเขามีงาน มีโรงงาน มีแหล่งทุนใส่งบประมาณให้เขา มีเหตุมีผล ธุรกิจที่เป็นสตาร์ตอัป (Startup) ท่านก็ทำให้มันเกิดขึ้นที่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ ก็กราบเรียนตรงนี้ว่าผมขออนุญาตอภิปรายในเวลาที่ ๗ นาที ในเวลา เท่านั้น กราบเรียนผ่านท่านไปยังรัฐบาลว่าท่านต้องจริงจัง ท่านต้องเร่งรัดให้สังคม มันกระจายไปส่วนภูมิภาค ไม่ใช่อยู่กระจุกตรงนี้ โดยระบบคมนาคม โดยระบบทุน ผ่าน ธ.ก.ส. ผ่านแหล่งทุนอื่น ๆ ใส่ความรู้เข้าไปให้เขาทำมาหากินได้ เขาลืมตาอ้าปากได้ แล้วประเทศเราจะเจริญเอง กราบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมเรียน ที่ประชุมนะครับ ขณะนี้มีชื่อเสนอเข้ามาแล้วก็ ๑๐ ท่านนะครับ อภิปรายไป ๒ ท่านแล้ว ขอเรียนรายชื่อไว้เพื่อจะได้เตรียมตัวครับ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายมานพ คีรีภูวดล นายซูการ์โน มะทา ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ผมนั่งครบ ๔ ชั่วโมง ประเดี๋ยวท่านรองประธาน ทำหน้าที่ต่อนะครับ ก็เรียนไว้เมื่อสักครู่นี้ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ได้พูดพาดพิงถึงผม แต่ว่าพาดพิงในทางที่ดีนะครับ แต่ว่าได้อธิบายสิ่งที่ท่านปรารถนาว่าเกี่ยวกับเรื่องการยก ฐานะของกลุ่มงบประมาณนั้น มติของ ก.ร. เมื่อเดือนที่แล้วนี้เองครับ ได้มีมติให้ยกฐานะของ กลุ่มงานงบประมาณขึ้นมาเป็นระดับสำนักนะครับ อันนี้ก็เรียนเพื่อทราบ ส่วนเรื่องที่ได้พูดถึง ผมเสนอเรื่องการปฏิรูปการเมืองบางส่วนไปนั้น ขอเรียนว่าในส่วนของเราก็ต้องทำเองด้วย จึงได้ของบประมาณไว้ก้อนหนึ่งประมาณ ๒๐ ล้านบาท ทำโครงการการเมืองสุจริตครับ ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกัน ขอเรียนเพื่อทราบ หลังจากนี้ก็จะเป็น ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะอภิปรายตอนไหนก็เชิญนะครับ ท่านแจ้งให้ทางประธานทราบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตที่จะลุกขึ้นมาครั้งนี้ก็เพื่อที่จะอภิปรายรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาครับ ต้องขออภัย ที่แท้จริงแล้วผมได้เตรียมเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่เอกสารที่จะนำเสนอไว้ตั้งแต่ คราวที่แล้วนะครับ เนื่องจากว่าเพิ่งลงมาจากห้องอนุกรรมาธิการก็เลยไม่ได้ประสานกับฝ่ายนั้น ขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพ ด้วยไม่มีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่จะนำเสนอนะครับ ขอเรียนว่าการปฏิรูปการศึกษาในแผนการปฏิรูปที่มีความพยายามที่จะนำเสนอความคืบหน้า มาโดยตลอด ผมก็ได้ติดตามนะครับ เท่าที่ดูตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้นับตั้งแต่เราเปิดสภา ผู้แทนราษฎรขึ้นมาในสมัยนี้ ชุดที่ ๒๕ นี้ มีการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตาม แผนปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านการศึกษานี่แท้จริงแล้วการรายงานนี้ในทุกครั้ง ยกเว้นครั้งแรก น่าจะบอกว่าไม่มีอะไรคืบหน้ามากกว่านะครับ แทนที่ทุกครั้ง ๆ น่าจะครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๔ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า จึงขอฝากฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แท้จริงแล้ว การปฏิรูปการศึกษานั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการไม่ว่าจะแท่งต่าง ๆ หรือโดยเฉพาะในเรื่อง ของการผลิตครู คุรุสภาก็ตาม ก็ได้ทำอะไรหลาย ๆ เรื่องอยู่ แต่ว่าก็ไม่มีการได้นำมารายงาน ปฏิรูปตรงนี้แต่อย่างใด มีประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนแล้วก็ให้พี่น้องประชาชน ที่รับฟังได้เข้าใจด้วยว่าทำไมฝ่ายค้านจึงปฏิเสธที่จะอภิปรายในวาระครั้งก่อน ๆ ก็เนื่องจากว่าในรายงานหรือการดำเนินการอะไรเหล่านี้มีการซ้ำอยู่กับที่ ไม่มีอะไรคืบหน้า ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะฝากเพื่อให้นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข อย่างวันนี้มีพระราชบัญญัติ ที่มีการประกาศใช้แล้ว ผมไม่อยากเห็นในรายงานนี้ ท่านยังใช้คำว่าร่างอยู่ในหลาย ๆ ตัว เช่น ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งร่างนี้วันนี้ได้ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้จำหน่ายออกจากสารบบไปแล้ว เนื่องจากว่ามีการประสานงาน มีการส่งร่างพระราชบัญญัตินี้กลับไปให้กับ กระทรวงศึกษาธิการเพื่อไปรับฟังความคิดเห็น แต่ว่าก็ไม่มีอะไรคืบหน้าขึ้นมา ก็อยากจะ เรียนว่าเราอาจจะใช้คำว่าร่างซึ่งไม่มีความคืบหน้า แล้วก็ถูกจำหน่ายไปแล้ว จากการที่เรามี คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาและทำงานมา ๒ ปี และสิ้นไปแล้วเมื่อตั้งแต่ต้น ปี ๒๕๖๒แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้ามา ผมอยากจะเรียนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปด้านการศึกษา ว่าแท้จริงแล้วการที่จะปฏิรูปนั้นลำพังเราจะยึดในสาระบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่เพียงพอ อาจจะไม่เป็นการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ จึงทำให้เกิดความคืบหน้านั้น มันน้อย ท่านสามารถที่จะดูในเรื่องอื่น ๆ ด้วยนอกจาก ๗ ประเด็นที่กำหนดไว้ตามแผน จึงจะเป็นการปฏิรูป ถ้าท่านทำมาอย่างที่รายงานความคืบหน้ามานั้นมีหลายคนวิพากษ์ ค่อนข้างรุนแรงว่าเหมือนกับการทำงานรูทีน (Routine) เป็นงานปกติธรรมดา ไม่ได้ปฏิรูป แต่อย่างใด ๖ ปีของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ๒ ปีของคณะกรรมการปฏิรูป และ ๑ ปี ของรัฐบาล ท่านประยุทธ์อีก ๑ ปีนี้ ไม่ได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด อันนี้ท่านรายงาน เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม แล้วอีกไม่นานท่านคงจะมารายงานเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ผมอยากให้ท่านรายงานเพียงว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า แล้วอาจจะรายงานว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษานั้น ไม่ได้คืบหน้าแล้วก็ถูกจำหน่าย ออกจากสารบบไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่มันเป็นพระราชบัญญัติแล้ว ท่านไม่ควรจะมีคำว่าร่างอยู่ในรายงานนี้ ในสิ้นเดือนนี้ไป เป็นพระราชบัญญัติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา อะไรเหล่านี้มันก็เป็นร่างพระราชบัญญัติแล้ว เราควรจะเริ่มจากตรงนี้แล้วมารายงานว่า เมื่อเป็นพระราชบัญญัติแล้ว มีอะไรคืบหน้าและอะไรไม่คืบหน้า ก็จะมีความชัดเจนครับ นี่อย่างไรล่ะครับท่านประธานที่เคารพครับ ที่การรายงานคืบหน้านี้ที่ผมอยากจะสรุปว่า มันไม่มีอะไรคืบหน้าและการรายงานนี้ก็ไม่เป็นปัจจุบัน แล้วไม่ครบถ้วนในขณะที่ กระทรวงก็ได้ดำเนินการหลาย ๆ อย่าง เช่นว่าการผลิตครูได้เปลี่ยนจากระบบ ๕ ปี มาตรฐาน วิชาชีพครูก็เปลี่ยนไป อย่างนี้เป็นต้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมการปฏิรูปและสภาพัฒน์ที่มารายงานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป เรียนเชิญท่านศาสตราจารย์กนกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผน ปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในเรื่องของการรายงานนี้เรื่องใหญ่ก็คือเรื่องของการบริหารราชการ แผ่นดิน ซึ่งประเด็นที่ผมอยากจะขอพูดมี ๒ ประเด็น🔗
เรื่องแรกที่พูดถึงเรื่องการบริการภาครัฐสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ชีวิต ของประชาชน ประเด็นปัญหาที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ก็คือสำนักงบประมาณ เพราะการจัดสรรงบประมาณของเราวันนี้ไม่ได้ตรงแล้วก็ไม่ได้ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชน แล้วยิ่งไปกว่านั้นไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้เพราะบูรณาการไม่ได้ ถึงแม้ สำนักงบประมาณจะมีงบบูรณาการ แต่การใช้งบประมาณจริงไม่สามารถที่จะบูรณาการได้ สิ่งนี้ยังเกี่ยวข้องไปถึงรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคต่อเรื่องเหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่แผนปฏิรูปประเทศควรจะต้องทบทวนใหม่ แล้วก็ผม อยากจะเห็นแผนปฏิรูปประเทศในการรายงานครั้งหน้าว่าเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการตอบโจทย์ ต่อพี่น้องประชาชน ควรจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๔๔ ซึ่งห้ามไม่ให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเข้าไปเกี่ยวข้องในการที่จะนำโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชนไปสู่ การจัดทำงบประมาณ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่อย่างยิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมาก และถ้าแผนการรายงาน การปฏิรูปประเทศครั้งหน้าคณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญในแผนนี้ ผมคิดว่าจะเป็นการรายงานแผนรัฐธรรมนูญที่มีค่าอย่างยิ่งครับ🔗
เรื่องที่ ๒ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐคล่องตัว โปร่งใส และมีกลไกป้องกัน การทุจริตในทุกขั้นตอน หลักการถูกต้องครับ แต่ปัญหาในการปฏิบัติที่เกิดขึ้นก็คือกรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางในระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างนั้นทำให้เราไม่สามารถที่จะ ทำงานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการแก้ไขปัญหา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น หน่วยงานในส่วนกลางจะต้องซื้อครุภัณฑ์ แต่หน่วยงานที่ต้องใช้ครุภัณฑ์คือหน่วยงานในท้องถิ่น ถ้าหน่วยงานในท้องถิ่นของบประมาณ สำหรับครุภัณฑ์อันนั้นสำนักงบประมาณไม่ให้ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ มากมาย เมื่อส่วนกลาง ต้องซื้อแต่ปรากฏว่าการโอนครุภัณฑ์จากส่วนกลางไปให้ส่วนท้องถิ่นนั้นทำไม่ได้ครับ ถ้าจะทำได้ก็มีความเสี่ยงต่อการผิดระเบียบและผิดกฎหมายมากมาย สิ่งเหล่านี้มันขัดแย้งกัน โดยสิ้นเชิงที่แผนปฏิรูปบอกว่าเราจะพยายามแก้ไขการจัดซื้อจัดจ้างให้คล่องตัวและโปร่งใส มันไม่ใช่ครับ มันเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ทำให้ราชการทำอะไรไม่ได้เลย ตรงนี้ผมคิดว่า เป็นหลักการสำคัญที่คณะกรรมการปฏิรูปควรจะต้องคิด แล้วก็ทบทวนกันจริง ๆ ในเรื่องของ แนวคิดครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องกฎหมาย ในส่วนของกฎหมายนี้บอกว่ายกเลิกหรือปรับปรุง กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชน ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อเช้านี้ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ผมหารือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ท่านประธานทราบไหมว่าอาหารสำหรับเด็กเล็ก หรือทารกมี ๒ ประเภท คือนมและอาหาร ผมเรียนถามท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านคิดว่านมแพะใช่นมไหมครับ ท่านประธานต้องตอบว่าใช่นะครับ แต่ อย. บอกไม่ใช่ นมนี่เฉพาะเป็นนมโคเท่านั้น นมแพะไม่ถือว่าเป็นนม แล้วผมก็ถามว่าระเบียบนี้ออกมา ได้อย่างไร เขาบอกว่าออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ ก็ยังไม่แก้จนถึงวันนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานนะครับ ท่านซื้อนมแพะไม่ได้เพราะว่านมแพะไม่ใช่นม ท่านต้องซื้อนมโคเท่านั้น ตรงนี้เป็นปัญหาที่ชัดเจนมากที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและ กฎระเบียบของทางราชการที่มันไม่ตรงกับชีวิตจริงของการประกอบอาชีพของ พี่น้องประชาชนแล้ว แล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นถ้าคนเลี้ยงแพะจะเอานมแพะมาขาย แล้วก็ยื่นขอ อย. เพื่อที่จะขายนมแพะ ขายไม่ได้เพราะนมแพะไม่ใช่นม อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเราจะต้องกลับมาทบทวนกันจริง ๆ ว่ากฎหมาย ในปัจจุบันนี้แนวคิดทางกฎหมายมันไม่สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจอีกต่อไปแล้ว ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองวิษณุครับ นมแพะไม่ใช่นม สำหรับ อย. ครับ ต้องนมโคเท่านั้นจึงจะเป็นนมครับ ตรงนี้ประเทศไทยวันนี้ยังเป็นแบบนี้อยู่เลยนะครับ ผมขออนุญาตฟ้องพี่น้องประชาชนว่ามันเป็นแบบนี้จริง ๆ แล้วก็ อย. ได้มาตอบ ในห้องกรรมาธิการนะครับ ซึ่งเขาเองก็อึดอัดมากว่าในฐานะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเขาก็ทำงาน ลำบาก ผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ อย. นะครับ ก็ขออนุญาตกรุณาช่วยแก้ด้วยว่า ให้นมแพะเป็นนมด้วยนะครับ ไม่ใช่นมแพะไม่ใช่นมครับ อย่างนี้เป็นต้น🔗
ในด้านการศึกษาครับ ในข้อหนึ่งบอกว่าการปรับโครงสร้างของหน่วยงาน ในระบบการศึกษา วันนี้เราพบแล้วครับว่าเรื่องใหญ่มากก็คือ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาชาติ ที่รัฐบาลกำลังจะเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ วันนี้ครูทั้งประเทศ สมาพันธ์ครู สมาคมครูทั่วประเทศเลยครับท่านประธาน ได้มาที่สภานี้ผมว่าไม่ต่ำกว่า ๔ ครั้งแล้วนะครับ แล้วก็มายื่นหนังสือกับท่านประธานชวน แล้วก็ยื่นกับท่านรองประธานศุภชัย โพธิ์สุ แล้วก็ ผมด้วยว่าขอให้แก้ไขเรื่องนี้ เราทำอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะว่าเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จะไปแทรกแซงกับรัฐบาลเขาไม่ได้เลยนะครับ สิ่งที่เราทำได้ก็คือเตรียมยื่นร่างประกบครับ ผมคิดว่าทำไมต้องให้วิธีการแก้ปัญหามันอ้อมค้อมขนาดนั้นครับท่านประธาน ทำไม คณะกรรมการปฏิรูปซึ่งรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วไปบอกรัฐบาลเลยว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ขอเสนอให้รัฐบาลแก้ไขร่าง พ.ร.บ. การศึกษาชาติใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องโครงสร้าง ของระบบการศึกษาของประเทศ สิ่งนี้ทำไมเราไม่ทำครับ มันง่ายมากแล้วก็ตรงไปตรงมาครับ ไม่ต้องใช้สภานี้ให้เสียเวลา ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุว่า คณะกรรมการปฏิรูปอย่าทำตามระเบียบราชการ ของระบบที่ได้วางไว้ตั้งแต่ต้น ตรงนี้มันควรจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ แล้วก็ชอร์ตคัต (Shortcut) ได้ เดินทางลัดได้ เพื่อให้แก้ไขปัญหาของประชาชนได้เร็วขึ้นครับ🔗
ประการสุดท้ายที่สำคัญมาก ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ก็คือผมคิดว่าคณะกรรมการปฏิรูปที่มารายงานทุก ๓ เดือน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้ให้ความเห็นมาตลอด จนกระทั่งหลายท่าน ได้ลุกขึ้นมาพูดแล้วว่าเราให้ความเห็นไปนี้เป็นประโยชน์หรือไม่ ผมขออนุญาตกราบเรียน ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า ความเห็นของสภาแห่งนี้ คณะกรรมการปฏิรูปท่านรับฟังจริง ๆ หรือเปล่า แล้วท่านเอาไปใช้จริง ๆ หรือเปล่า หรือว่าตรงนี้มันเป็นแค่พิธีกรรมที่จะต้องมา เซ่นไหว้กัน ถ้าอย่างนั้นก็จะได้บอกพวกเรา ผมก็จะไม่ลุกขึ้นมาอภิปรายอีกเลยเพราะว่า มันไม่มีประโยชน์ ตรงนี้ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ เพราะผมก็รู้จักท่านมาไม่น้อย กว่า ๓๐ ปี ถ้าตรงนี้เป็นพิธีกรรมกรุณาอย่าทำครับ ถ้าจะทำขอให้เป็นเรื่องจริง ผมขอ อนุญาตยกตัวอย่างเลยนะครับ ก็คือว่าวันนี้เรามีวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) เราเปลี่ยน อะไรมากมาย ต้องมี พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่มาก แต่ผมไม่เห็นแผนปฏิรูปประเทศ เปลี่ยนเลยครับ ท่านประธานครับ ยังมารายงานเหมือนเดิม ผมถามว่าท่านไม่รู้สึกผิด บ้างเลยหรือว่าแผนปฏิรูปประเทศตรงนี้เกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) มันต้องรื้อ ขนานใหญ่เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ดิจิทัล (Digital) เทคโนโลยี เป็นต้น มันมีเยอะมากครับ ตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผมอยากจะเสนอท่านประธานด้วยความเคารพว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุต้องประชุม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศใหม่แล้วว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่มันมานี้เราต้องรื้อแผนกัน ใหม่แล้ว แล้วก็รีบทำเถอะครับ ตรงนี้ไม่สายเกินไปนะครับ🔗
แล้วที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะขออนุญาตฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุจริง ๆ ด้วยความเคารพนะครับ ก็คือว่าเราอยากให้แผนปฏิรูปวันนี้สะท้อนปัญหาจริง ของพี่น้องประชาชนครับ หลายเรื่องที่ผมอภิปรายนี้มันบอกว่าแผนปฏิรูปไม่ได้ตอบโจทย์ ปัญหาจริงของพี่น้องประชาชน เช่นนมแพะไม่ใช่นม นี่คือตัวอย่างเป็นรูปธรรมเลย เรื่องเหล่านี้ต้องแก้ครับ และยิ่งไปกว่านั้นต้องสะท้อนปัญหาของการบริหารราชการจริง ๆ สำนักงบประมาณที่จัดงบประมาณกำลังพิจารณาอยู่วันนี้ ท่านถาม ส.ส. ที่เป็นกรรมาธิการ เถอะครับ ทุกคนจะตอบเลยว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ตอบโจทย์ประชาชนครับ แล้วก็ทำอะไร ไม่ได้จริง ๆ ครับ ถ้าอย่างนี้คณะกรรมการปฏิรูปยังไม่เห็นอะไร ยังไม่ร้อนหนาวอะไร ผมถามว่าท่านเป็นกรรมการปฏิรูปไปทำอะไรครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ผมก็รักชาติบ้านเมืองไม่แพ้กับท่านหรอกครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ขอความกรุณาครับ แก้ไขเถอะ และเราก็จะได้ช่วยกันในการทำให้ประเทศชาติของเราดีขึ้น ช่วยให้ปัญหาของประชาชน ได้รับการแก้ไข ช่วยให้ข้าราชการดี ๆ ของประเทศของเราทำงานได้ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องหลบเลี่ยง และสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจะถูกตั้งกรรมการสอบเมื่อไร ตรงนี้ผมขอพูดแทน ข้าราชการประจำดี ๆ เยอะมาก เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ ผมอยากจะขอ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม กรุณาช่วยตอบตรงนี้เถอะครับ เพราะว่าถ้าท่านคิดว่าตรงนี้เป็นพิธีกรรม ผมขอเรียนท่านประธานต่อไปนี้ว่าผมจะไม่อภิปราย เรื่องนี้อีกตลอดไป จะยุบสภาเมื่อไรก็ยุบกันไปเถอะผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว แต่ถ้าท่าน รับปาก ผมยินดีที่จะอภิปรายด้วยการทำการบ้านมาเป็นอย่างดีเพื่อให้เกิดการแก้ไข การปฏิรูปประเทศ เพราะเราก็อยากเห็นประเทศของเราปฏิรูป อยากเห็นประชาชนของเรา ได้รับประโยชน์ อยากเห็นข้าราชการที่ดี ๆ ของเราทำงานด้วยความสบายใจครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป เรียนเชิญท่านครูมานิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เราก็มาถึงกันอีกแล้วนะครับ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศตาม มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประจำเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ผมจำได้ ผมเป็นคนสั่งนับองค์ประชุม เมื่อวันพุธที่ ๘ กรกฎาคม ก็เนื่องจากว่าพี่น้องเพื่อนผู้แทนพวกเราดูเสมือนไม่สนใจ แต่วันนี้ ผมเข้าใจเพื่อนผู้แทนแล้วครับ เข้าใจโดยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ และสำหรับเรื่องนี้ยืนยันได้ว่า จะไม่แตะในการนับองค์ประชุมเด็ดขาด ถามว่าทำไมที่ผมพูดเช่นนี้ เพราะเพื่อนผู้แทน เขาบอกมันไม่มีประโยชน์ มันไม่ใช่ ก็ไม่รู้มานั่งให้เสียเวลาอยู่ทำไม เมื่อสักครู่อาจารย์กนก พูดชัดเจน ท่านคณะกรรมการที่มาชี้แจงที่เคารพทั้งหลายอย่าโกรธผมนะครับ ผมกับท่านนั้น เราไม่มีเรื่องเคืองกันอะไรมาก่อน ท่านก็มาในฐานะตัวแทนรัฐบาล มาในฐานะคณะกรรมการ แต่ผมเป็นตัวแทนประชาชนก็ต้องทำหน้าที่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประชาชน แล้วก็ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มันเกิดขึ้นกับความเป็นจริง ท่านไม่เบื่อหรือครับ ท่านนั่งประชุม กันอยู่ ปฏิรูป ๆ แล้วรายงานเข้ามาสภาไม่มีแผนอะไรคืบหน้าเลย ทุกคนลุกขึ้นมาไม่มีอะไรเลย ในการปฏิรูป ชัดครับอาจารย์กนกผมตอบแทนก็ได้ มันเป็นวาทกรรม มันเป็นเพียงพิธีกรรม เพื่อความอยู่รอดหลังจากวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็มาเขียน สร้างความสวยหรู เพราะวันนั้นก่อนมีการปฏิวัติก็มีกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกชัดเจนว่าจะต้องมีการ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าไม่ได้พูดกันตรงนั้น เรียกไปที่หอประชุมกรมการทหารบก หรือว่าสโมสรทหารบก ก็ปิดประตูตีแมวขังจอมยุทธทั้งหลายไว้แล้วก็ปฏิวัติเลย แล้วก็ มาเขียนรัฐธรรมนูญ แล้วก็ให้คำสวยหรูไว้เยอะแยะ แล้วก็มีเพลงหนึ่งที่ผมชอบแล้วก็จำอยู่ ทุกวันท่านประธานครับ เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงาม จะคืนกลับมา ประชาชน วันนี้ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ มาตรา ๒๗๐ ก่อนจะถึง มาตรา ๒๗๐ คงประมาณ มาตรา ๒๕๙ ให้มีแผนการปฏิรูปด้านการเมือง เป็นอย่างไรครับการเมืองวันนี้ ปฏิรูปไปถึงไหน ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างไร เรามานั่งในสภาก็โต้เถียงกันไปมาก็ไม่เห็นว่า จะมีอะไรที่มันเกิดขึ้นมา การบริหารราชการแผ่นดินวันนี้ก็ดูเอาเองครับ คำตอบมีให้เห็น โจทย์ที่ออกมาปรากฏให้สาธารณชนเห็นว่าบริหารราชการแผ่นดิน เป็นอย่างไร ผมไม่ต้องตอบ วันนี้เด็กโรงเรียนบ้านนอก ป.๔ ป.๕ ตอบได้แล้วว่าเขาบริหาร ราชการแผ่นดินวันนี้เป็นอย่างไร ประสบผลสำเร็จขนาดไหน ด้านกฎหมายกับด้านยุติธรรม อันนี้ผมบวกไปเลย ท่านประธานก็เห็นว่าเป็นอย่างไรกันวันนี้ ด้านกฎหมายกับ ด้านการยุติธรรม ปฏิรูปได้สมบูรณ์แบบหรือไม่ ผมเชื่อว่าคนดูสื่อทุกวัน เห็นทุกวันว่าคำตอบ ใช่หรือไม่ใช่กับเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผมไม่ต้อง ยกตัวอย่าง คำตอบมีให้เห็นอยู่บนแผ่นดินทุกวันนี้ ด้านการศึกษาทำ พ.ร.บ. ขึ้นมาฉบับหนึ่ง คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาทำท่าจะเข้มงวด หลังจากเขียนให้มี คณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปการศึกษาทำท่า วันนี้ก็บอกว่าแท้งตั้งแต่กฤษฎีกาตีความ เพราะคิดไม่เป็น แค่ไปคิดว่าเอาตำแหน่งผู้อำนวยการออก เปลี่ยนเป็นตำแหน่งครูใหญ่ คนพากันหัวเราะกันทั้งประเทศ แล้วคิดโน่น คิดนี่ วันนี้แท้งไปเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกครู ทำท่าจะตกใจ พวกผมก็ทำท่าจะเดือดร้อน วันนี้ก็ไม่เห็นไปถึงไหน มาถึงไหน ไม่รู้ว่ายังอยู่ หรือเปล่าครับ กอปศ. คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา มาเรื่องการปฏิรูป ทางด้านเศรษฐกิจ วันนี้ตอบยิ่งชัด ปฏิรูปจนทั้งแผ่นดิน จะทำให้คนจนหมดทั้งแผ่นดิน เป็นคอนเซ็ปต์ (Concept) ที่ชัดเจน เรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน แต่ก็มีโชคดี นิดหนึ่ง ไปใส่ร้ายหรือไปใส่ความบักโควิด (COVID) ภาษาอีสานเขาเอิ้น บักโควิด (COVID) ภาษาไทยเขาเรียกว่าไอ้โควิด-๑๙ (COVID-19) อะไรก็โยนใส่หมด ทั้ง ๆ ที่มันล้มเหลวมา ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ มีปัญหามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เกิดช่องว่างตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ถ้าแน่จริงก็คง ไม่เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจออกหรอกครับ ถ้าหากว่าบริหารหรือปฏิรูปเรื่องเศรษฐกิจได้ประสบ ผลสำเร็จ ล้มเหลวหมดทุกเรื่อง แม้กระทั่งว่าเรื่องอื่น ๆ ที่มีในประเทศนี้ ก็ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ มาจนถึงปี ๒๕๖๓ วันนี้ รับปากไว้เยอะแยะทำเหมือนใช่ บางคนก็บอกว่าก็มีผลงาน เช่น สร้างรถไฟลอยฟ้า ก็เงินตั้ง ๒๐ ล้านล้านบาท เอาไปก็ไม่ทำอะไรเลย วันนี้ความเหลื่อมล้ำ ในชนบทยิ่งเกิด คนจนจนติดเพดาน จนดับเบิล (Double) จน คนรวยรวยล้นฟ้า แต่ที่ปฏิรูป เห็นได้ชัดวันนี้คือในกรุงเทพฯ ที่ดินว่างเปล่าท่านประธาน ปลูกกล้วย ปลูกข่า ปลูกตะไคร้ เพื่อเลี่ยงภาษี นี่คือความเป็นคนรวยที่มีความต่างกับคนจน ความเหลื่อมล้ำเห็นชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าหากว่ารัฐมีความตั้งใจจริง ๆ ในการแก้ปัญหา หรือสภาพัฒน์มีความตั้งใจจริง ๆ ที่จะติดตามในการแก้ปัญหาในการปฏิรูป ผมว่าวันนี้จะมี อะไรเห็นบ้าง นี่ไม่เห็นครับ สภาพัฒน์วันนี้เป็นยาสามัญประจำรัฐบาล เมื่อวานผมหัวเราะ ครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเดี๋ยวจะให้เลขาธิการสภาพัฒน์ ไปดู มันเกี่ยวอะไรกับสภาพัฒน์เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มันเกี่ยวกับบุคคลทั่วไปที่นั่งอยู่ในห้องนี้ หรือไม่ก็กรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษารัฐธรรมนูญ เลขาธิการสภาพัฒน์เอาแต่เงินเยียวยาฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มานั่งพิจารณาโดย ๑๑ อรหันต์นี่ก็ปวดหัวแล้ว ทำเรื่องการปฏิรูป ก็ปวดหัวแล้ว ทำโครงสร้างของประเทศที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าหรือถอยหลังนี่ก็ปวดหัวแล้ว ท่านประธาน นี่ไปบอกว่าให้ไปดูเรื่องรัฐธรรมนูญหน่อย ผมบอกว่าไปกันใหญ่ ต่อไป สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ไม่ต้องมาคุยอะไร มีแต่มาหารือเรื่องปัญหาสะพานขาด ภัยแล้ง กันอย่างเดียว มันต้องเอากฎหมายเข้ามาในสภาแห่งนี้บางทีเราช่วยได้ เหมือนวันนี้ ผมแนะนำกันก่อนว่ารัฐบาลครับ วันนี้อย่าให้กระแสของน้อง ๆ ที่อยู่ชนบท เพราะวันนี้มันรุก ไปถึงโรงเรียนประถมแล้ว ก็เดินเข้าไปหามัน ไปทำเอ็มโอยู (MOU) นี่เป็นการแก้ปัญหา ทางด้านการเมืองนะครับ แนะนำของดี ๆ ไปเยอะแต่ไม่เอาไปทำ นี่อาจารย์กนกก็แนะนำไป ใครต่อใครก็แนะนำไป นี่ผมลุกขึ้นมาอภิปราย ๓ ครั้งแล้วนะครับ ครั้งหน้าถ้าเหมือนกันอีกทุกครั้งนี่ผมเปิดดูแล้วก็ฟอร์แม็ต (Format) นี่ของเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ นี่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ผมแค่เอามา ๒ เล่ม ท่านประธาน ไม่ต้องเอามาหลายเล่มกระเป๋ามันหนัก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เห็นใจจริง ๆ เห็นใจประเทศนี้ เห็นใจประชาชนว่าแทบจะโดนต้มมาตั้งแต่หลังปี ๒๕๕๗ จนถึงทุกวันนี้ เอาหละครับท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วก็เป็นความบังเอิญทุกครั้งที่ท่านประธาน สุชาติท่านขึ้นมาทุกทีที่ผมอภิปราย ท่านก็ให้ความเมตตา ไม่เคยตัดเตือนเรื่องเวลา เวลาจำกัดครับท่านประธาน แต่เรื่องปฏิรูปนี้ผมยืนยันกับท่านประธานไว้เลยว่าผมจะเลิก อภิปรายในสภาแห่งนี้แล้วครับ ถ้าไม่เห็นการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่เกิดจากคณะกรรมการ ยิ่งกรรมการพูดกันมาก่อนปฏิวัติ หลังการปฏิวัติ แต่เพิ่งแต่งตั้งเสร็จ เมื่อเดือนที่แล้วเอง กรรมการ ๑๒ ฝ่ายนี่ที่ทำกิจกรรมข้อปลีกย่อย นี่ผมจะติดตามครับ ท่านประธาน เอาละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน เลยเวลา ที่ท่านประธานให้ความเมตตา ให้โอกาสกับผม ผมไม่ได้โกรธท่านนะครับ คณะกรรมการ ที่มาแจ้ง ตั้งแต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุลงไป นั่นสุขุมพงศ์ โง่นคำ ก็สนิทกันตั้งแต่เป็น ผู้แทนพรรคไทยรักไทย ไม่มีเรื่องอะไรโกรธเคืองกัน แต่เอาข้อเท็จจริงมาพูด ส่วนพวกท่าน จะแก้ข้อกล่าวหาอย่างไรก็เชิญตามสบาย แต่ในความรู้สึกของผม ความรู้ของผมและ ประสบการณ์ และข้อเท็จจริงที่เห็นเกิดกับบ้านเมืองในวันนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้น เขาไม่เรียกว่าครูมานิตย์ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกอีก ๓ ท่านนะครับ เริ่มจากท่านหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านมานพ คีรีภูวดล และท่านวีระกร คำประกอบ เชิญหมอจาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมเป็นแพทย์ สนใจและดูแลเรื่องการปฏิรูปของทางด้านสาธารณสุขวันนี้ เราก็มาดูถึงความคืบหน้าที่ดำเนินการตามแผนการปฏิรูปมารายการของเราตั้งแต่ เดือนมกราคมถึงมีนาคม ๒๕๖๓ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ท่านประธานครับ ผมมาดูใน เรื่องของสาธารณสุขแล้วรู้สึกเสียใจและรู้สึกกังวล กังวลเพราะว่ารายงานแผนปฏิรูป ๑๐ ด้าน แต่แจ้งมาว่ามีเรื่องที่ประสบอุปสรรค ไม่ได้ความสำเร็จถึง ๔ ด้าน แล้วก็อยู่ในช่วงสีส้ม สีแดง ๔ ด้านนี่คือเรื่องของระบบด้านสุขภาพ ระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ ด้านสุขภาพ กำลังคนสุขภาพ และสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เรื่องใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย ๔ ด้านนี้ยังอยู่ในช่วงที่เป็นปัญหาอุปสรรค ท่านให้สีแดงเลย แล้วก็อยู่ระหว่างสีส้มนะครับ ก็คือดำเนินการแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายอีก ๓ ด้าน ก็คือ แพทย์แผนไทยและสมุนไพรเพื่อ เศรษฐกิจ ด้านความรู้ด้านสุขภาพ และด้านคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนที่สีเหลืองหน่อยดีหน่อย มีอยู่ ๓ ด้าน ก็คืออยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนนะครับ ก็คือด้านระบบบริการปฐมภูมิ ด้านแพทย์ฉุกเฉิน และระบบหลักประกันสุขภาพ นี่ก็เข้าไปปีที่ ๓ แผนที่ท่านดำเนินการ ผมก็ได้อ่านประมาณ ๕-๖ หน้าที่ส่งมาให้ดูนี้ มีเรื่องที่สนใจแล้วก็อยากจะฝากหรืออยากจะถาม อยากจะติติงบ้าง ในเรื่องแรกก็คือเรื่องกิจกรรมที่ ๓ การศึกษาวิจัยเชิงประเมินผล ประเด็นปฏิรูปที่ ๘ คือความรู้ด้านสุขภาพในเรื่องของโควิด (COVID) เพราะว่าขณะนี้ อสม. ทั่วประเทศ ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน ทำงานหนักมาตั้งแต่เราอภิปรายในสภากันเรื่องโควิด (COVID) ผมยื่นญัตติตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม แต่จริง ๆ เขามาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ต้นเดือนมกราคมแล้ว จนถึงบัดนี้ทำงานหนัก แต่เขาก็ทำด้วยความทุ่มเทกำลังใจ เรียกว่า ถ้าไม่มีท่าน อสม. ไม่มีผู้นำชุมชนนี่ผมว่าประเทศเราคงลำบากกว่านี้เยอะมาก🔗
- ๕๘/๑ . เพราะฉะนั้นในส่วนที่ อสม. ดำเนินการทั้งหมด เรียนว่าขณะนี้ถือว่าไม่มีโรคโควิด (COVID) ในประเทศไทย ยกเว้นที่นำเข้ามาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในประเทศไทยคุมให้อยู่ อย่าให้มี เข้ามา แล้วก็กังวลว่าพวกที่เดินทางเข้ามานั้นเราต้องดูแลสเตต ควอรันทีน (State quarantine) อย่างดี อย่าให้หลุดรอดมา ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่อง แล้วเราจะต้องเสียบุคลากร ๑ คนจะต้องใช้คน ๓๐-๔๐ คนในการดูแล เพราะฉะนั้นเราจะทำให้ตื่นตระหนกแพนิก (Panic) กันมาก ตรงนี้เราทำไว้ก็คือ อสม. อสม. ได้รับเงินค่าตอบแทน ๑,๐๐๐ บาท รัฐบาล ปลอบใจให้กำลังใจอีก ๗ เดือนเป็นจำนวนเงิน ๕๐๐ บาท แค่ ๗ เดือน แต่เท่าที่ ไปถามทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าทั้งประเทศ ทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยต่างถาม ผมยังยื่นญัตติว่าเป็นไปได้ไหมจะเพิ่มให้เขา อยู่ยาวไปเลย ๕๐๐ บาท ไม่ใช่เฉพาะแค่ ๗ เดือน เป็น ๑,๕๐๐ บาท แล้วก็มีสวัสดิการอื่น ๆ เมื่อเทียบกับงานที่เขาทำ บางวันถ้าพูดถึงค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท เขาต้องทุ่มเททั้งกลางวัน กลางคืน ตรงนี้น้อยมาก ดังนั้นมีการดำเนินการในการประเมินผลจากกรมอนามัยในแผนงาน กิจกรรมที่ ๓ คือส่งแอปพลิเคชัน กูเกิล (Application Google) ไปให้ อสม. กรอก ทั้ง ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน กรอกว่าความรู้ เขาเรียกว่าปรับวุฒิปรับความรู้ตั้งแต่ดูเรื่องโควิด (COVID) มาจนบัดนี้มีความรู้ไปมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ อสม. กำลังกรอกอยู่ กรอกเสร็จผมเชื่อว่า จะต้องมีการประเมินผล แล้วก็ต้องนำผลทั้งหมดมาจัดลำดับให้ อสม. ได้มีการเพิ่มเติม ในส่วนที่ อสม. ยังเข้าใจผิด ในส่วนที่เขายังไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ ผมเชื่อว่าน่าจะมีการ อบรมประเมินผลเพิ่มศักยภาพให้กับ อสม. ให้มากขึ้น เพื่อเป็นฐานให้เขาในการสู้กับ โควิด (COVID) ณ วันนี้ และโควิด-๑๙ (COVID-19) เราไม่รู้จะมาอีกเมื่อไร ก็เป็นกำลังใจว่า เขามีภูมิต้านทานแล้ว ให้เขามีพละกำลังฮึกเหิมที่จะเติมต่อสู้ถ้ามาอีก หรือจะเป็นโรค ที่ใกล้เคียง หรือโรคระบาดแบบที่เป็นแบบนี้ตั้งแต่โรคซาร์ส (SARS) โรคเมอร์ส (MERS) ให้เขามีกำลังใจว่ามาเถอะเขาสู้ได้เต็มที่ ถ้ามีเขาก็รักษาดูแลได้ นอกจากนั้นที่ให้รางวัล กรอกในแอป (App) ของการท่องเที่ยวคนละ ๒,๐๐๐ บาท จำนวนล้านกว่าคนนั้น ก็อยู่ในช่วงที่ดำเนินการ ก็อยากให้ดูตรงนี้ให้เป็นขวัญเป็นกำลังใจ🔗
กลับมาถึงเรื่องบุคลากรในส่วนของบุคลากรกำลังคนเพื่อสุขภาพ เขียนสวยหรู เลยว่าให้มีกำลังคนเพียงพอกระจายไปทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แต่วันนี้กำลังคนที่เขามาร้อง ทางรัฐบาลก็ได้บรรจุไปบางส่วนในส่วนของพยาบาล ก็ดีใจกับพยาบาล ก็อยู่ในช่วงดำเนินการ พยาบาลกับสาธารณสุข แต่ก็มีหน่วยงานที่ไม่ได้คือเวชสถิติ ทีนี้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ที่เรียกว่า รพ.สต. อย่างของผมมี ๓๒ แห่ง มีทั้งหมด ๒๐ อำเภอ ประชากร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน มี ๓๒ แห่งนี่บุคลากรที่อยู่ในพื้นที่เขาขาดมากเลย เขาใช้อัตราส่วนอย่างประชากร ๒,๕๐๐ คนต่อหมอ ๑ คน พยาบาล ๑ คน หรือเรื่องในส่วนของเจ้าพนักงานสาธารณสุข ก็เหมือนกัน ในส่วนของทันตาภิบาลยิ่งแล้วเลย มีอยู่แค่ ๔-๖ คน น้อยมากครับ เพราะฉะนั้น เราจะต้องเติมเต็มบุคลากรให้มีความพร้อม เพราะอะไรครับ งบประมาณที่เราได้ทั้งหมด ๓,๐๐๐ บาทต่อหัว ผมพูดตลอดว่าเราต้องสร้างเสริมสุขภาพ ใช้เงินแค่ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสร้างเสริมแล้วป้องกันได้ดีแล้วเราไม่ต้องไปเสียเงินรักษา และในเมื่อคนวัยรุ่นหนุ่มสาวสุขภาพดี คนสูงอายุก็ต้องลดการที่เขาอยู่ด้วยตัวเองให้มี สุขภาพที่ดีเหมือนกับที่เราเขียนในเรื่องของสรุปประเด็นในตัวชี้วัดระดับแผนว่าจะต้องให้ ประชาชนโรคผู้ป่วยเรื้อรังดีขึ้น และสามารถชะลอหรือยุติการถอดถอยสู่ภาวะพักพิง คือให้เขาอยู่ได้ทั้งผู้ป่วยเรื้อรัง โรคไตวาย ไม่ต้องหาคนเสียคนอีก ๒-๓ คนมาดูแล ไม่ต้องจ้าง คนมา ให้เขาดูแลได้ ผู้สูงอายุต้องดูแลได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้แผนปฏิรูปในเรื่องที่ ๗ นั้น ในเรื่องของทั้งหมด ๑๐ แผนนั้นยังมีสีแดง ตั้ง ๔ แผน สีเหลือง สีส้มอีก ๓ แผน คิดว่าโอกาสที่จะมารายงานครั้งหน้าอีก ๓ เดือน ผมอยากเห็นสิ่งที่จะเป็นรูปธรรมให้ชัดเจน อย่าไปซ้ำซ้อนกับงานประจำ ให้เป็นรูปธรรม ที่โดดเด่น เพราะว่าสาธารณสุขนั้นเป็นรากฐานจริง ๆ ถ้าพี่น้องไม่ป่วยไม่เจ็บแล้ว ทุกอย่าง เศรษฐกิจก็จะดี ไม่ต้องเสียเงินเสียทองในการดูแลป้องกัน แล้วก็อยากให้คณะกรรมการ ปฏิรูปชุดนี้ได้เร่งดำเนินการให้สีเขียวสักทีนะครับ ทั้ง ๑๐ แผนนี้ ต้องขอขอบคุณ ท่านประธาน ท่านสุชาติ ตันเจริญ มากครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ การอภิปรายเรื่องการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ตามรัฐธรรมนูญ เป็นการอภิปรายของผมครั้งที่ ๒ สิ่งที่ผมเจอก็คือว่าเอกสารไม่มีอะไรก้าวหน้า ผมคาดหวังว่า การปฏิรูปประเทศที่มีเจตนาที่จะมีการปฏิรูปมีเนื้อหาเอกสารที่เป็นเรื่องการปฏิรูปจริง ๆ ถึงแม้ว่าผมจะเรียนมาน้อย จะอยู่บ้านป่าบ้านดอย ผมก็อ่านดูแล้วอย่างไรในเอกสาร ไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องการปฏิรูป การปฏิรูปผมเข้าใจว่าต้องพูดถึงเรื่องโครงสร้าง กลไกที่มีปัญหา การปฏิรูปต้องพูดถึงเรื่องข้อกฎหมายหลาย ๆ เรื่อง แต่ที่ผมดูเป็นโครงการและกิจกรรม ที่หน่วยงานปกติเขาก็ทำกันอยู่แล้วครับ ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน ในกิจกรรมที่ ๔ ว่าด้วยแผนการปฏิรูปด้านการเมือง ท่านประธานลองเปิดดูนะครับว่าข้อที่ ๔ เสริมสร้าง การสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง กิจกรรมที่ทำนะครับ ให้ กสทช. ไปทำละครสั้น หนังสั้น ๒ เรื่อง แล้วก็เผยแพร่ มีตัวชี้วัดอย่างไรครับตรงนี้ อยากจะรู้ว่าตัวชี้วัดที่ไปสอดคล้องกับ โครงสร้างการปฏิรูปที่ท่านวางไว้คืออะไร ถ้าเป็นความเข้าใจของผม การสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองที่ดี อันที่ ๑ ก็ต้องพูดถึงหลักเรื่องของเสรีภาพ อันที่ ๒ พูดถึงเรื่องของพื้นที่กลาง ที่มีความปลอดภัย เสรีภาพการพูด การสื่อสาร การแสดงออกเหล่านี้จะต้องมีความปลอดภัย อันที่ ๓ คือการออกแบบกลไกที่นำไปสู่คนเล็กคนน้อย มีอำนาจในการตัดสินใจ คือเรื่องของ การกระจายอำนาจ แต่ที่ออกมาอย่างนี้เป็นเรื่องของการผลิตสื่อให้หน่วยงานเอาไปทำ อันนี้ก็เป็นกิจกรรมของหน่วยงานปกติที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ได้เรียกว่าการปฏิรูป เพราะฉะนั้น เอกสารอย่างที่ผมบอกครับ ถึงแม้ว่าผมจะมาจากบ้านป่าบ้านดอย เรียนมาน้อยแต่ผมอ่านแล้ว อย่างไรก็คือไม่ใช่การปฏิรูป แล้วคาดว่าครั้งต่อไปจะเห็นตัวโครงสร้างจริง ๆ ที่จะปฏิรูปครับ🔗
ผมกลับไปเนื้อหาอีกเรื่องหนึ่งครับ ในแผนการปฏิรูปด้านกฎหมาย ในข้อที่ ๒ ที่สรุปไว้ ในช่อง ๒ บอกว่ายกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการ ดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน อันนี้ยังไม่ได้ทำ การแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ คือการปฏิรูปครับท่านประธาน ปัญหาชีวิตพี่น้องของผมแล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ผมยกกฎหมายก็คือว่า พ.ร.บ. ป่าไม้ถาวร ปี ๒๔๘๔ นิยามความหมายของคำว่า ป่า คือที่ดิน ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่ขึ้นเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งหมายความว่าเมื่อประกาศ ปี ๒๔๘๔ ๓๒๐ ล้านไร่ อันที่ไม่มีโฉนดก็คือป่าหมด อันนี้คือตัวปัญหา ท่านจะต้องหยิบ ประเด็นนี้ขึ้นมาว่าจะแก้กฎหมายเหล่านี้ได้อย่างไร ท่านจะต้องเอากฎหมายที่ไม่ทันสมัยแล้ว ไม่สามารถที่จะใช้กับพี่น้องประชาชนในยุคนี้ขึ้นมา แต่ว่าในรายงายบอกว่ายังไม่ได้ทำ ท่านไปทำหนังสั้น ทำคลิป (Clip) อะไรพวกนี้ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของโครงสร้างและกลไก การปฏิรูปให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าในเอกสารนี้ ผมคิดว่า ผมรับไม่ได้ ผมอยากจะแนะนำคณะกรรมการปฏิรูปตรงนี้นะครับ จริง ๆ แล้วผมดูเอกสารเรื่อง การปฏิรูป ก่อนที่จะเกิดชุดนี้ผมคิดว่ามีคณะกรรมการชุดหนึ่งที่น่าสนใจนะครับ แต่ถูกยุบไป โดยคำสั่ง มาตรา ๔๔ ของผู้นำรัฐประหารในตอนนั้น คือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายหรือ คปก. ผมมีเอกสารทั้ง ๖ เล่มครับ ผมอ่านแล้วผมว่าน่าสนใจครับ เขามีข้อเสนอว่าด้านสังคม ต้องปรับปรุงกฎหมายเรื่องอะไร จะต้องบูรณาการกฎหมายตรงไหนบ้าง ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสิทธิชุมชน จะต้องปรับปรุงกฎหมายตรงไหนบ้าง จะต้องบูรณาการกฎหมายตรงไหนบ้าง ด้านแรงงาน ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา เรื่องของสวัสดิการ กรรมการชุดนี้ครับ มีเอกสาร ที่ศึกษามาเป็นอย่างดี ๖ เล่มครับท่านประธาน ผมขอจากคณะกรรมการชุดนี้ ผมอ่านแล้วว่า ถ้าหากว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศในแผนงานด้านกฎหมายท่านไม่มีเวลาไปศึกษา ท่านหยิบเอาของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คปก. นี่เลยครับ คณะกรรมการชุดนี้แต่งตั้ง ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ แต่ถูกยุบโดย มาตรา ๔๔ เสียดายมากครับเอกสารชิ้นนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็อยู่ในกระบวนการแสดงความคิดเห็นว่าแต่ละเรื่องด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม ด้านสวัสดิการพี่น้องประชาชนควรจะเป็นอย่างไร ข้อเสนอของพี่น้องประชาชน ได้ถูกบรรจุไว้ในเอกสารของการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คปก. ๖ เล่ม มีครบเกือบทุกด้านครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออย่างนี้ครับ หากว่าท่าน อาจจะมีเวลาน้อยหรือบุคลากรไม่พอหรืออย่างไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าถ้ามีความตั้งใจ ที่จะปฏิรูปประเทศจริง ๆ ถ้าอยากจะเห็นอนาคตของคนรุ่นใหม่ คนทุกชนชั้น คนทุกกลุ่ม ทุกชาติ ทุกภาษา มีความเท่าเทียมและมีที่ยืน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ผมคิดว่าเอกสารแบบนี้ครั้งต่อไปมันต้องดีกว่านี้ และที่สำคัญผมแนะนำให้ไปเอาผลการศึกษา ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คปก. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ผมดูแล้วเป็นการศึกษาที่มีองค์ประกอบมีเนื้อหาและ มีประเด็นครอบคลุมเกือบทุกด้าน อยากจะวิงวอนท่านคณะกรรมการปฏิรูปประเทศนะครับ โปรดได้ไปเอาเอกสารชุดนี้มาศึกษาเพื่อที่การรายงานครั้งต่อไปของท่านจะมีความสมบูรณ์ มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านวีระกร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้นำแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ นำมาเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญนี้ ผมเห็นว่ามีบางส่วนก็คืบหน้า แต่จะให้คืบหน้ามากสมใจนั้นผมก็เข้าใจว่าคงจะยาก เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่มันเกิดโควิด (COVID) พอดี เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม จะประชุมกันก็ยาก จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็ยาก แต่ก็ต้องขอชมในบางเรื่องบางประการเหมือนกัน ในส่วนของการเมืองคือด้านที่ ๑ ก็ต้องถือว่ารัฐบาลถึงแม้ว่าบางคนก็จะบอกว่าสืบทอดอำนาจหรือจะอย่างไรก็ตาม แต่ก็ให้ สิทธิในทางการเมือง โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรมาก ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการ ในการตรวจสอบ ในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้นเยอะ และได้ทำ สิ่งอำนวยความสะดวกและเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ก็ต้อง ขอขอบคุณทางด้านการเมือง การที่เรามีสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ การปรับปรุงความรู้สึก การพัฒนาทางการเมืองอันเกิดขึ้นโดยสภาผู้แทนราษฎรนี้ดำเนินไปด้วยความก้าวหน้านะครับ ถึงแม้ว่าจะค่อย ๆ อะไรก็ตามถ้ามันไปเร็วเกินไปบางทีมันก็ลำบากเหมือนกันครับ ต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ต้องขอขอบคุณในส่วนทางด้านสาธารณสุข ถึงแม้ว่าเป็นช่วงโควิด (COVID) แต่ก็เป็นช่วงที่เราสามารถพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า การสาธารณสุขของประเทศไทยมีความคืบหน้า มีความก้าวหน้า อยากให้ทางรัฐบาลใช้สิ่งที่ เกิดขึ้น ก็คือการที่เขายกย่องประเทศไทยต่อสู้โควิด (COVID) ได้เป็นอันดับ ๑ ของโลก ไม่มีผู้ป่วยติดต่อกันกว่า ๖๐ วันแล้ว และไม่เกิดการแพร่ระบาดรอบ ๒ เกิดขึ้น แสดงให้เห็น ถึงความก้าวหน้าของการสาธารณสุขไทย ซึ่งหลาย ๆ ชาติในโลกไม่เคยคิดว่าประเทศไทย จะเก่งขนาดนี้ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเอาจุดแข็งตรงนี้ไปปฏิรูปว่าสาธารณสุขต่อไปไม่ใช่ทำ เพื่อดูแลคนในประเทศเท่านั้น แต่อาจจะมองไปถึงการหาเงินเข้าประเทศ เป็นเมดิคัลฮับ (Medical hub) เป็นเมดิคัล ทัวริซึม (Medical tourism) ใครมาประเทศไทย มาทำฟัน มาดูแลด้านนั้นด้านนี้ เพราะวันนี้การที่เรามีสาธารณสุขที่ดีในเรื่องของโควิด (COVID) นี่ ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนทั้งโลกนะครับ คนทั้งโลกเขาเชื่อมั่นประเทศไทย ไม่อย่างนั้นเขาไม่ยกให้เราเป็นอันดับ ๑ ในการแก้ปัญหาโควิด (COVID) เพราะฉะนั้น เอาให้เกิดประโยชน์ครับ ปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นเมดิคัลฮับ(Medical hub) ให้เป็นเมดิคัล ทัวริซึม (Medical tourism) วันนี้เรามีการท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ผมเชื่อว่า หลังจากมีวัคซีน หลังจากมีการเดินทางข้ามโลกกันได้เหมือนเดิมแล้ว นักท่องเที่ยวจะมา ประเทศไทยมหาศาล เพราะ ๑. มั่นใจประเทศไทยไม่มีโควิด (COVID) ๒. ก็คืออยากจะมา ประเทศไทยเพื่อที่จะได้มาดูในเรื่องของสาธารณสุข เขาเก่งอย่างนั้น สาธารณสุขโรงพยาบาล ของไทย หมอไทยเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ การปฏิรูปไม่ว่าจะเป็นดูแล อสม. ในทางที่ดีขึ้น ให้เกียรติ อสม. ให้ความสำคัญของ อสม. ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินเพียงเล็กน้อย ให้ ๕๐๐ บาท เป็นเวลา ๗ เดือนก็ตาม ดูแล้วเงินมันไม่มากหรอก แต่มันสร้างคุณค่าให้เห็นว่า ระบบสาธารณสุขไทยขั้นพื้นฐานของเราใช้ได้ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเราได้ปรับปรุง ระบบสาธารณสุข ปฏิรูปได้ดียิ่งขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งที่ได้บรรจุอัตราให้กับ พยาบาลทั่วประเทศ ๔๐,๐๐๐ อัตรา อันนี้เป็นเรื่องที่แก้ไขปัญหาตรงจุดเลยครับ โรงพยาบาลในบ้านนอกเราหรือทั่ว ๆ ไปในประเทศไทย ไม่ได้ขาดแคลนหมอนะครับ หมอนี่ จบเยอะ เก่งเฉพาะทางนี่มาก ครบถ้วน จังหวัดนครสวรรค์ผมนี่ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์นี่ ถือได้ว่าเรามีหมอครบถ้วนทุกด้าน แต่สิ่งที่ขาดคือพยาบาลครับ จังหวัดนครสวรรค์เรามี วิทยาลัยพยาบาลครับ ผลิตพยาบาลได้เอง แต่ปรากฏไม่มีอัตรารองรับ พอไม่มีอัตรารองรับ เขาจบเสร็จเขาก็ไปโรงพยาบาลเอกชนหมดครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลแก้ปัญหาได้ถูกจุด มีอัตรารองรับพยาบาล พยาบาลก็อยากที่จะเข้ารับราชการ วันนี้ก็สบายใจขึ้นเยอะครับ การปฏิรูปทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยก็ถือว่าก้าวหน้า ได้ผล แล้วก็สัมฤทธิ์ผล ตัวชี้สัมฤทธิ์ผล ไม่ใช่เรื่องอื่นหรอกครับ คือการที่ทั่วโลกเขายกย่องให้ประเทศไทย แก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ได้เป็นอันดับ ๑ อันนี้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรายกกันเองครับ เป็นเรื่องที่ทั่วโลกเขายกย่อง ในส่วนที่ผมอยากจะอภิปรายเยอะสักนิดหนึ่งก็คือ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานที่เคารพครับ ทรัพยากรธรรมชาติ ในส่วนของทางบกที่ท่านได้พูดถึงเรื่องสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ต่อพื้นที่ประเทศให้เพิ่มขึ้นนั้น ผมอยากจะเรียนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่าท่านต้องจริงจังเรื่องนี้สักนิดครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองทุกวันนี้ ที่ท่านเห็นน้ำท่วมตรงนั้น น้ำท่วมตรงนี้ เกิดการบุกรุก ทำลายป่าอะไรนี่ ผมเองเป็นประธานอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดูแลต้นน้ำลำธาร ในเรื่องของปิง วัง ยม น่าน ผมไปจังหวัดน่าน ไปดูอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอบ่อเกลือ ไปดูต้นน้ำทั้งหลาย ปรากฏว่าต้นน้ำนี่เราถูกบุกรุกหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นดอยภูคาซึ่งเป็น ต้นน้ำของแม่น้ำว้าอย่างนี้ ผมไปดูครับท่านประธาน เห็นแล้วเศร้าใจ มันโหว่หมดเลยครับ ไม่ต้องเดินทางไปดูอย่างผมก็ได้ ขึ้นไปบนยอดเขา ๓,๐๐๐ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ เมตร ไม่ต้องถึงหรอก เปิดกูเกิล แมป (Google map) ดูเถอะครับ มันโหว่ หมดเลยครับท่านประธาน ดูแล้วอยากให้ท่านไม่ต้องคิดอะไรมาก วันนี้ท่านลองวง ๆ ไว้นะ ท่านถ่ายภาพวันนี้ไว้ว่าป่าไม้ถูกบุกรุกแค่ไหนจากกูเกิล แมป (Google map) นี่ แล้วอีก ๓ เดือนท่านมาบอกผมว่าท่านปฏิรูปได้อย่างไร โดยดูจากกูเกิล แมป (Google map) นะครับ มันโหว่เพิ่มหรือมันโหว่น้อยลง อันนี้จะฟ้องได้เลยว่าการปฏิรูปเราสำเร็จหรือไม่นะครับ อยากจะเรียนว่าต้นน้ำลำธารของเรานี่ถูกบุกรุกมาก การบุกรุกเกิดอะไรขึ้นครับ ก็เกิดปัญหาคือน้ำไหลมาจากยอดเขาซึ่งสูงอย่างที่ผมบอกแล้ว มันสูงตั้ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ เมตร มันไหลมาด้วยความเร็วสูง ความลาดชันสูงมาก ทางตอนเหนือ เพราะฉะนั้นเมื่อไหลลงมามันก็ท่วมไว เราไม่มีป่าไม้เหลือแล้ว ป่าไม้ ที่ตอนผมเด็ก ๆ เรามีป่าดงดิบมากมายก่ายกองไปหมดโดนบุกรุกหมดแล้ว ป่าแม่วงก์ สมัยก่อนเดี๋ยวนี้ก็เป็นทุ่งไร่ทุ่งนาเป็นสวนเป็นอะไรไปหมดแล้ว ก็ยังกันไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ แม่วงก์ อันนี้จะบอกว่าชมเชยอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เขาเอาคนที่อยู่ข้างในอุทยานออกมา หมดเลย แต่สำหรับอุทยานแห่งชาติอื่นไม่อย่างนั้นเลย อุทยานแห่งชาติหลายแห่งอย่าง อุทยานแห่งชาติดอยภูคาท่านไปดูเป็นตัวอย่าง หรือจะเป็นอำเภอบ่อเกลือ อำเภอสองแคว ของจังหวัดน่าน เป็นต้น ท่านไปดูเถอะครับ คือการบุกรุกทำลายป่าก็อย่าให้เขาบุกมากกว่านี้ เอาแค่นี้แล้วก็พยายามคุยกัน คือผมก็ไปคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาก็พยายาม เพียงแต่ว่าเราก็ต้องใช้ความเด็ดขาดอยู่บ้าง ก็ฝากท่านแล้วกันว่าในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ทางบกขอให้ท่านได้กรุณาปฏิรูปให้ดี ส่วนทรัพยากรทางน้ำผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า ในปีหน้านี้ระวังคนกรุงเทพฯ จะไม่มีน้ำประปากิน จะไม่มีน้ำประปาใช้ เรามีน้ำเหลืออยู่ในเขื่อน ๒ เขื่อนหลัก เขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ เหลือเพียง ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ ๒๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เราเหลือ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วเราต้องใช้น้ำในการ ผลักดันน้ำเค็มปีละ ๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านจะเอาน้ำที่ไหนไปผลักดันน้ำเค็มปีหน้า ผมถามตรง ๆ วันนี้มี ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ฝนตกลงมาอย่างหนักทางจังหวัดเชียงใหม่ น้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่ท่านรู้ไหมน้ำเข้าวันละเท่าไร น้ำเข้าวันละ ๘ ล้านลูกบาศก์เมตร สาเหตุเพราะอะไร จังหวัดเชียงใหม่คือแม่น้ำปิง มีลุ่มน้ำสาขา ไม่ว่าจะเป็นแม่ริม แม่แตง แม่กวง แม่งัด เขาทำเขื่อนกั้นไว้หมด แต่ละเขื่อนที่กั้นไว้เกษตรกรก็ดูดน้ำไปใช้กันหมด การกักเขื่อนไว้ทำให้น้ำไม่ไหลลงเขื่อนภูมิพลเลย วันหนึ่งท่านลองดูสิ น้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่ แต่น้ำลงเขื่อนเท่าไร ๘ ล้านลูกบาศก์เมตรวันนี้ เมื่อวานเท่าไร เมื่อวานก็ ๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านครับ มันมีความจุตั้ง ๑๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มันเข้าวันละ ๔ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วปีหน้าท่านจะเอาน้ำที่ไหนมาผลักดันน้ำเค็ม วันนี้เป็นโจทย์ให้กับคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศด้วย ท่านต้องเร่งแก้ไขปัญหา ปีหน้าแล้งหน้ากรุงเทพฯ จะไม่มีน้ำประปาใช้ จำคำพูดผมไว้ได้เลยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญอีก ๕ ท่าน ที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ ท่านหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านซูการ์โน มะทา และท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญคุณหมอบัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบการรับทราบรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ในห้วงระยะเวลาเดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๓ ด้านกระบวนการ ยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรตำรวจและองค์กรอัยการ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะองค์กรตำรวจและองค์กรอัยการประสบปัญหาวิกฤติ ศรัทธาในสายตาพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ทายาทกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มบริษัทหนึ่งในคดีขับรถชนอดีต ผบ. หมู่งานปราบปราม สน. ทองหล่อ เสียชีวิตในห้วง ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสสังคมไม่เชื่อมั่นองค์กรตำรวจ องค์กรอัยการ สืบเนื่องจากเวลามีจำกัดผมขออภิปรายในหัวข้อการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ผมขอยกตัวอย่างเร็ว ๆ นี้ที่สังคมไม่เชื่อมั่นองค์กรตำรวจ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ดีเอสไอ (DSI) ได้ชี้เป้านำกรมการปกครองบุกทลายบ่อนขนาดใหญ่ กลางเมืองมาบตาพุด อันนี้เป็นเหตุที่ดังไปทั่วประเทศว่าสถานะของบ่อนต่าง ๆ นั้นอยู่ได้ อย่างไร แล้วก็เมื่อวานนี้บ่อนพระราม ๓ อยู่ ๆ ก็เกิดเหตุยิงกันจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ถ้าไม่มีการยิงกันสังคมก็คงไม่รู้ว่ามีบ่อนใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร🔗
ประเด็นต่อไป เมื่อเช้าผมก็ได้หารือต่อสภาผู้แทนราษฎรว่ากระผมได้ตั้ง กระทู้ถามได้หารือในสภามาประมาณเกือบ ๒ เดือนแล้ว แล้วก็มีเพื่อน ส.ส. หลายจังหวัด ได้นำเรื่องของตู้สล็อต (Slot) มารายงานสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการแล้วแต่ว่าในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข องค์กรตำรวจจึงเป็นองค์กร ที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าจะสามารถจัดการกับภารกิจของตนเองได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของแหล่งอบายมุขต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ เช่นเรื่องการสอบสวนซึ่งเป็นกระบวนการ ยุติธรรมในเบื้องต้น จากตำรวจก็ไปถึงอัยการ จากอัยการก็ไปถึงศาลยุติธรรม ผมอยากที่จะให้ การปฏิรูปตำรวจนั้นเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเอกสารในรายงานนี้ผมยังไม่เห็นรูปธรรมที่ชัดเจน ในรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศเกี่ยวกับองค์กรตำรวจนะครับ อยากที่จะให้ตำรวจนั้นเป็นตำรวจอาชีพ หรือเป็นถึงขั้นว่าเป็นวิชาชีพตำรวจ ซึ่งการเป็น วิชาชีพตำรวจได้นั้นก็จะต้องมีสภาวิชาชีพตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจสายสอบสวนนั้น มีครั้งหนึ่งนะครับ เป็น สบ ๒ สบ ๓ สบ ๔ ก็คือจะพัฒนาไปสู่การเป็นวิชาชีพตำรวจ แต่ต่อมาก็มากลายเป็นสายบังคับบัญชาไป แผนการปฏิรูปตำรวจนั้นที่กระผมเห็นว่า ควรที่จะต้องหยิบยกมาพูดคุยกันก็คือว่า เรื่องที่ ๑ ก็ควรจะปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจ การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจนั้นหลักใหญ่ก็คือต้องกระจายอำนาจการบริหารงาน จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกไปเป็นผู้ที่รับผิดชอบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร และทางด้านวิชาการ เรื่องที่ ๒ ควรปฏิรูปให้มีการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของสังคม ภาคประชาชนด้วย เรื่องที่ ๓ ควรจะมีการปฏิรูประบบการสอบสวนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นของคดี ผมขอเสนอจัดตั้งกระทรวงตำรวจครับ ท่านประธานครับ ข้าราชการตำรวจประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ คน ใหญ่กว่ากองทัพนะครับ แล้วก็ใหญ่กว่าหลายกระทรวงมากนัก แต่ว่าโครงสร้างยังเป็นแค่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ขอได้คนเดียว ระดับรองลงไปก็เรียกว่าจะอะไรก็ต้องพึ่งพาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งภาระท่าน ต้องมากมาย ท่านก็อาจจะไม่มีฟังก์ชัน (Function) หรือหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน การตั้ง กระทรวงตำรวจนั้น ๑. มีสำนักงานปลัดกระทรวงตำรวจ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็เป็นปลัดกระทรวงตำรวจคอยกำกับนโยบาย มีอธิบดีกรมภูธรดูแลต่างจังหวัด อธิบดี กรมนครบาลดูแลในกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมสืบสวนดูแต่เรื่องสืบสวน เป็นกรมวิชาการ มีเทคโนโลยีอะไรในการสืบสวน ต่อไปมีอธิบดีกรมสอบสวน มีเทคนิคเทคโนโลยีในการ สอบสวนอย่างไร มีอธิบดีกรมปราบปราม มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปราบปรามอย่างไร และสุดท้ายครับ มีอธิบดีกรมส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายของพี่น้องประชาชน คือหน่วยงานทางด้านส่งเสริมและป้องกัน ที่ผมคิดโครงสร้างนี้ออก ผมเทียบกับ กระทรวงสาธารณสุขครับ ทำไมกระทรวงสาธารณสุขนั้นถึงจัดการต่าง ๆ เรื่องสุขภาพ ได้อย่างเรียบร้อย มีข้าราชการประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน มีลูกจ้างอีก ๒๐๐,๐๐๐ คน เขาแบ่งหน้าที่กันเบ็ดเสร็จในตัว หน่วยงานที่ไปเฝ้าระวังโรคหรือไปสืบเสาะหาโรค ไข้เลือดออก ไวรัสต่าง ๆ เขามีเทคโนโลยีไปสืบมา แล้วฝ่ายปราบปรามไปพ่นหมอกควัน อีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นฝ่ายปราบปรามควบคุมโรค กำจัดโรค แล้วเมื่อจับโรคได้ก็จับมารักษา เอามาผ่าตัดรักษา เหมือนกันครับ ถ้าเป็นกระทรวงตำรวจปั๊บ องค์กรครบมันจะเดินอย่างอัตโนมัติ ถ้าสายไหนหย่อนยานก็ย้าย เฉพาะสายนั้น อย่างนี้จะย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนเดียว ย้ายแล้วจะทำอะไรได้ มัน มีคนอื่นทำงาน เพราะฉะนั้นแต่ละอธิบดีนั้นก็สามารถตั้งงบประมาณและดีเฟนด์ (Defend) กับสภาผู้แทนราษฎรได้ ปัจจุบันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นมีอำนาจมากเกินไป รวมศูนย์ ไม่กระจายอำนาจ ไม่เป็นอิสระในแต่ละหน้าที่ หวังว่าท่านรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม จะได้รับ ข้อสังเกตกระผมไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน และอำนวย ความยุติธรรมของประเทศชาติบ้านเมืองแห่งนี้ เป็นสถาบันตำรวจที่น่าเชื่อถือตลอดไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านเทพไทครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ คือผมก็ คลับคล้ายคลับคลามากว่าผมเคยอภิปรายญัตตินี้แล้วหรือยัง ก็ไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ หน้าบัลลังก์ เขาบอกเรื่องนี้อภิปรายแล้วแต่ว่าไตรมาสก่อน ไตรมาสนี้ก็เข้ามาอีก คือ ๓ เดือนครั้ง ๆ เข้ามาจนผมสับสนแล้วท่านประธาน อันนี้ผมคิดว่าต้องปฏิรูป อันดับแรก ก็ปฏิรูป มาตรา ๒๗๐ ก่อนเลยว่าการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรปีละครั้งก็ได้ท่านประธาน หรือ ๖ เดือนครั้งก็ได้ อย่าเป็นรายไตรมาสเลย ถ้ารายไตรมาสไม่ต้องทำอะไรเลย พวกผม ก็อภิปรายอยู่อย่างนี้ ไม่ต้องรับทราบเรื่องอื่นเลย อันนี้ฝากท่านประธานไปยังคนที่จะปฏิรูป รัฐธรรมนูญด้วยก็แล้วกัน ถ้าดูการรายงานทั้งหมดมี ๑๐ ด้าน ผมวางแผนไว้แล้วครับ ๑๐ ด้าน มารายงาน ๓ เดือนครั้ง ๑๐ ด้านเท่ากับ ๓๐ เดือน ใช้เวลา ๓๐ เดือนถึงจะจบ ๑๐ ด้าน แล้วก็จะเท่ากับอายุสภาชุดนี้พอดี เหลืออยู่ ๓๐ เดือนโดยประมาณ ๒ ปีครึ่ง เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายทีละด้านก็แล้วกัน ไตรมาสละด้าน ๆ ผมก็จะหยิบมาแต่ละด้านจะได้ครบ ๑๐ ด้านในรอบอายุสภาชุดนี้ วันนี้ขออนุญาต ท่านประธานเอาแผ่นแรกก่อนเลยครับ อภิปรายแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง คือถ้าดูตัวชี้วัดในระดับแผน ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ๑. ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้อง เรียนว่าถ้าจะปฏิรูปตรงนี้ จะสร้างค่านิยมให้คนเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่า เราปลูกฝังเรื่องนี้มา ๗๐-๘๐ ปีแล้วท่านประธาน อย่าว่าแต่จะปลูกฝังประชาชนให้เข้าใจ เรื่องระบอบประชาธิปไตยเลยท่านประธานครับ ผู้มีอำนาจในปัจจุบันยังไม่เข้าใจเลย เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมไปถึง เด็กนักศึกษา ท่านประธานลองไปดูสิครับการชุมนุมนี่มีป้ายจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงเลย อันนี้แสดงว่าข้อนี้ล้มเหลวแล้วครับในการปฏิรูป ข้อ ๒ พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่มีอุดมการณ์ ทางการเมืองร่วมกัน ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ถ้าจะปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็น พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นของประชาชนที่แท้จริง ต้องไปแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่าสมาชิกพรรคการเมืองคนละ ๕๐ บาท ท่านประธาน ถ้าหากว่าเจตนารมณ์ต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ผมคิดว่าต้องเปิดเสรี ให้กับประชาชนที่ศรัทธาเลื่อมใสในอุดมการณ์ของพรรคการเมืองนั้น ๆ เป็นสมาชิกพรรค โดยเสรี ไม่ใช่มากำหนดโดยใช้เงินบำรุงพรรคเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค และจนถึงวันนี้ ท่านประธานถามพรรคการเมืองทุกพรรคก็แล้วกันว่ามีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับสมาชิก พรรคการเมืองมาก ปีหนึ่งต่ออายุครั้งหนึ่ง ๆ เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นพรรคการเมือง จะเข้มแข็งไม่ได้หรอกท่านประธานครับ ๓. พรรคการเมืองมีกลไกความรับผิดชอบ ในการประกาศนโยบายที่มิได้วิเคราะห์ผลกระทบความคุ้มค่าหรือความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ท่านประธานดูพรรคการเมืองในปัจจุบันที่ไปหาเสียงกันเยอะแยะเลยครับท่านประธาน บอกให้ชาวบ้านจะทำโน่นทำนี่ พอมาเป็นรัฐบาลทำครบไหมล่ะครับท่านประธาน ผมไม่อยากจะยกมาว่ามีโครงการอะไรบ้างที่ไปหาเสียง แล้วสุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้นะครับ เป็นแค่ยาหอม แค่โฆษณาเพื่อให้ได้คะแนนเสียง พอได้คะแนนเสียงกลับมาก็ไม่ทำตามที่ สัญญากับประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้จะปฏิรูปพรรคการเมืองตรงนี้ก็ต้องเอากันเสียก่อน ต้องตรวจสอบกันเสียก่อน ๔. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและรับผิดชอบต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน อันนี้ก็ไม่อยากจะพูดนะครับ แล้วก็ไม่อยากจะกล่าวหาใครว่าการทำหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ทั้งฝ่ายการเมืองและ ฝ่ายข้าราชการประจำมีความซื่อสัตย์สุจริตจริงหรือไม่ ไปตรวจสอบข้อมูล ไปดูจาก องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิต่อต้านการคอร์รัปชัน เลขาธิการมูลนิธิก็ได้ออกมาให้ข้อมูล อยู่ตลอดว่าดัชนีความโปร่งใส การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยเราเพิ่มขึ้น หรือน้อยลงครับ ๕. การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธีภายใต้การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมก็คิดว่าความคิดทางการเมือง แม้ว่า คสช. เข้ามา แล้วก็คาดหวังว่าจะสลายสีเสื้อ จะสลายความคิด จะให้เป็นเอกภาพ จะให้เป็นหนึ่งเดียวก็ยากมากครับท่านประธาน อย่างน้อยก็อยู่ในใจครับท่านประธาน การจะปฏิรูปให้ทุกคนในชาติสามัคคีกัน ก็ต้องไปดูเงื่อนไขว่าอะไรที่มันก่อให้เกิดความ ขัดแย้ง ก็อยากจะให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไปศึกษาดู ผมอยากจะมาดูเรื่องเกี่ยวกับ ความคืบหน้าโครงการตามการปฏิรูปประเทศ เอาข้อ ๒ ข้อเดียวพอครับของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ที่โครงการเรื่องการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ที่อภิปรายเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะระยะเวลาที่ให้แล้วเสร็จตามแผนคือไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๑ นี่ผ่านมาแล้ว ครบตามแผนแล้ว แต่ท่านประธานดูสิครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมาซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ภายในปี ๒๕๖๑ ครับ จนมาถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ท่านประธานกลับไปดูการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน มีการร้องเรียนกี่คดี กว่าจะประกาศรับรองผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้งได้ ใช้เวลาเท่าไรครับ อันนี้แสดงว่าล้มเหลวครับ แล้วก็ให้ประธานตามไปดูอีกว่า วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม เลือกตั้งซ่อมที่เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานลองดูก็แล้วกัน จะมีการ ซื้อสิทธิขายเสียง จะมีการทุจริตการเลือกตั้งมากน้อยอย่างไรท่านประธานจับตามอง เพราะตอนนี้ก็ฟ้องกันทางสื่อสารมวลชนเพียบแล้วครับท่านประธาน ถ้าหากว่ายังมีการ ทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นแสดงว่ามีความล้มเหลวครับท่านประธาน ข้อนี้ล้มเหลวทั้ง ๆ ที่ข้อนี้ ตามแผนครบแล้วตั้งแต่ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๑ ครับ แต่ว่าจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มี แล้วผมบอกกับ ท่านประธานเลยครับ ถ้าหากว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถที่จะดำเนินการกับ การทุจริตการเลือกตั้งได้ ระดับประเทศ ระดับชาติ ส.ส. นี่ ปลายปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่น ปีหน้าท้องถิ่นจะเลือกกันทั้งปี แน่นอนครับผมว่ามีการทุจริตกัน อย่างมโหฬารนะครับ และจะล้มเหลวที่สุดถ้าหากว่าคนเข้าสู่อำนาจโดยการทุจริต โดยการ ซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามา แน่นอนที่สุดครับท่านประธานทุจริตคอร์รัปชัน เอาเงินคืน เอาทุนคืน อันนี้ชัดเจนมากครับ เพราะฉะนั้นฝากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศให้ดูในเรื่อง แผนการปฏิรูปประเทศในด้านการเมือง สำหรับรอบนี้ผมเอาเรื่องนี้เรื่องเดียวก่อน ท่านประธาน แล้วก็ถัดไปเดี๋ยวรายงานมาเดือนหน้าอีก ๓ เดือน ก็ไม่กี่วันคงมาอีกรอบครับ แล้วก็จะจองกฐินไว้ก่อนเลย รอบที่ ๒ เดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านครับ🔗
ขออนุญาตประท้วง ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ในข้อ ๖๙ วรรคสอง ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด กราบเรียนท่านประธานว่าก็คุ้นเคย กับท่านเทพไท ขออนุญาตเอ่ยนาม แต่ว่าคำพูดซึ่งได้พาดพิงนักศึกษา ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า จะเป็นการเสียดสีหรือกล่าวถึงบุคคลภายนอกแล้วมันจะเกิดไม่ดี เนื่องจากเรื่องพูดถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์ ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องหรือไม่ได้ไปร่วมชุมนุม เพียงแต่หารือท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าก็อยากจะให้ระมัดระวัง เพราะเหตุว่าขณะนี้เราก็มีกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นนักศึกษาอยู่ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าอันนี้ก็หารือ ท่านประธานว่าควรระมัดระวังครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ท่านเทพไทครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิ พาดพิง ต่อกรณีข้อกังวลของคุณคารม พลพรกลาง ผมตั้งข้อสังเกตครับท่านประธานว่ามีการ พูดเรื่องนี้ และสื่อในสื่อโซเชียล (Social) ก็พูดเรื่องนี้ แล้วคนก็วิตกกังวลว่าอาจจะมีการ จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ผมก็เลยบอกอย่างไรว่าต้องไปดู ถ้าหากว่าเราปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำเร็จจริง ได้ผลจริง จะไม่มี ปรากฎการณ์ จะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น และจะไม่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เกิดขึ้น ผมไม่ได้ กล่าวหานักศึกษานะครับ ผมสนับสนุนให้นักศึกษาชุมนุมประท้วงอยู่แล้ว ท่านประธานก็รู้ จุดยืนผมชัดเจน ผมเป็นผู้นำนักศึกษามาก่อนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปท่านซูการ์โน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เขต ๒ วันนี้ก็นั่งคิดตั้งนานว่า ผมจะอภิปรายหรือไม่เรื่องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นรายงานประจำเดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ แต่บังเอิญช่วงที่ผ่านมาก็มีมติคณะรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศขึ้นมา ๑๒ ด้าน ซึ่งผมได้ดูรายชื่อของคณะกรรมการในแต่ละด้าน ทั้ง ๑๒ ด้านแล้ว ก็รู้สึกว่าผมน่าจะอภิปรายเพื่อตั้งข้อสังเกตในบางประเด็นที่อาจจะ เกี่ยวข้องว่าในการทำงานผมก็เห็นด้วยว่ารายงานทุก ๓ เดือน ที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ นั้น ผมอาจจะมองว่ามันเป็นรายงานที่ไม่สามารถจะหาตัวชี้วัดได้ว่า มันมีความก้าวหน้าเพียงใดสำหรับการปฏิรูปประเทศนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็เห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าควรจะมีการปรับให้เรื่องของรับทราบรายงานของการปฏิรูปประเทศ ต่อสภาผู้แทนราษฎรนี้ ควรจะให้บทบาทกับสภาผู้แทนราษฎรได้ออกกฎหมาย ที่เป็นความต้องการที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้เราออกกฎหมาย อย่างน้อยเราต้องรับทราบปัญหาต่าง ๆ หลายเรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับ รายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้เป็นช่วงของเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ถ้าดูในรูปเล่มผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าก็คือ กระบวนการการทำงานของหน่วยงานราชการ ที่ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้กับสภาพัฒน์ได้จัดทำ รูปเล่มขึ้นมา เพื่อมารายงานตามภารกิจอำนาจหน้าที่ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ ผมอยากเห็น อยากได้ยิน อยากเห็นความคืบหน้ามากกว่านี้ก็มีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การรายงานคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ทั้งหมด มันมีอยู่ ๑๒ ด้านด้วยกัน มีทั้งด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสาร ด้านสังคม ด้านพลังงาน และด้านการป้องกันการปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ การศึกษา อันนี้ ๑๒ ด้าน ประการแรก อยากตั้งข้อสังเกตว่าจากการประกาศของ คณะกรรมการการปฏิรูปประเทศนั้นมี ๑๒ ด้าน ผมนั่งดูรายละเอียดจากกูเกิล (Google) มา คณะหนึ่งมีประมาณ ๑๔ ท่าน รวม ๑๒ คณะก็ ๑๐๐ กว่าท่าน และประธาน คณะปฏิรูปประเทศ ๑๒ ด้าน ก็ควรจะมาอยู่ในห้องประชุมในการรายงานความคืบหน้า การทำงานให้ครบทั้ง ๑๒ ด้าน เพราะผมเชื่อว่าวันนี้ผมนั่งดู ผมไม่มั่นใจนะว่าคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศที่ได้รับแต่งตั้งจากท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้มารับฟังข้อสังเกตของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง ๑๒ ด้านหรือไม่นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากเวลาจำกัด ผมก็อยากอภิปรายตั้งข้อสังเกตเรื่อง ด้านการเมือง เมื่อสักครู่นี้หลาย ๆ ท่านได้พูดว่าการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนั้น ได้แก่ กลไกและมาตรการป้องกันการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี ซึ่งก็อย่างที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าปัญหาการเมืองวันนี้มันมีความขัดแย้งมันก็เป็นเรื่องมีที่มาที่ไป แต่วันนี้เราไม่พูดถึง เรื่องกฎหมาย เรื่องการปฏิรูป เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่ปฏิรูปเรื่อง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่ามันมีปัญหาอะไรบ้าง เริ่มต้นตั้งแต่คณะกรรมการ องค์กรอิสระว่าด้วยการเลือกตั้ง บทบาท อำนาจต่าง ๆ ว่าควรจะปฏิรูปอย่างไร รูปแบบของ การเลือกตั้งมันสอดคล้อง ตอบโจทย์หรือความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ว่า เราจะส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราได้แก้ไขระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ ที่มันไม่สอดคล้องหรือไม่ ส่วนด้านการเมืองอันหนึ่งเป็นเรื่องของการบริหารราชการ ในแผ่นดิน ก็พูดแต่เรื่องการปฏิรูป เหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ อยากเห็นการปฏิรูปประเทศในด้านการปกครองและ การบริหารราชการแผ่นดินให้มันมีการกระจายอำนาจ เรามีตัวอย่างแล้วว่าการปกครอง รูปแบบพิเศษอย่างเช่น กรุงเทพมหานคร พัทยา มันสร้างความแตกต่างให้เห็นได้ชัดว่า การบริหารราชการรูปแบบพิเศษจากการบริหารราชการภายใต้ระบบราชการภูมิภาคนั้น มีความแตกต่างอย่างไร วันนี้ผมอยากเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ในฐานะที่ เป็นผู้ดูแลคณะกรรมการการกระจายอำนาจ เร่งตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจาย อำนาจ การปกครองรูปแบบพิเศษ หรือการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ให้มันออกมา ประกาศใช้นำร่อง อย่างน้อยที่สุด ผมไม่ได้คิดว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรงทั้งประเทศ แต่เรามีตัวอย่างการปกครองรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครแล้ว ๑ จังหวัด เรามีตัวอย่างการบริหารเมืองแบบพิเศษที่เมืองพัทยามาแล้ว วันนี้มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายองค์กรที่อยากเข้าสู่การบริหารราชการในรูปแบบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นที่ จังหวัดภูเก็ตก็พร้อม จังหวัดเชียงใหม่ก็มีความพร้อม วันนี้ถามใจรัฐบาลว่าท่านพร้อมที่จะ กระจายอำนาจ ให้อำนาจไปสู่พี่น้องประชาชน ผมจึงอยากฝากท่านคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศว่าท่านลองไปดูสิครับ เราบริหารราชการแบบราชการส่วนภูมิภาค รวมศูนย์อำนาจนั้น กับการกระจายอำนาจให้มีการปกครองในรูปพิเศษตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ด้วย อันนี้ผม อยากฝากเป็นข้อสังเกตในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นประธาน คณะกรรมาธิการสามัญของคณะกรรมการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นและ การบริหารราชการรูปแบบพิเศษนั้น อยากเห็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ ที่ชัดเจนว่ารัฐบาลมีความจริงใจจะกระจายอำนาจการปกครองให้สู่พี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง เพราะเรายกตัวอย่างเห็นได้ชัดว่าองค์กรท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา โควิด (COVID) ที่ผ่านมา ถ้าไม่มีองค์กรท้องถิ่นปัญหาโควิด (COVID) อาจจะไม่ได้จบ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านหมอสุรวิทย์ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งครั้งนี้เป็นการรายงานช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมได้อภิปรายเกือบทุกครั้งที่นำเข้ามารายงาน เห็นได้ว่าส่วนใหญ่ไม่คืบหน้า แต่เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการนำเสนอรายงาน ก็จะฝากเป็นข้อเสนอแนะตามแผนการบริหารราชการแผ่นดินในด้านต่าง ๆ🔗
ด้านแรก คือด้านบริหารราชการแผ่นดิน กระผมก็ฝากถึงการจัดทำ งบประมาณต่าง ๆ ของแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพี่น้องประชาชนเขามองแล้วว่าน่าจะมี การปรับปรุง เช่น งบประมาณภัยแล้งมักจะไปออกตอนน้ำท่วม งบประมาณขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึง ที่ออกมา ไปออกมาตอนที่น้ำท่วม น้ำเต็มห้วย หนอง คลอง บึง ถ้าไปสูบน้ำออกแล้วก็ขุดลอกทั้งปีครับจะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่ ผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงบประมาณก็ดี สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติก็ดี น่าจะได้นำไป พิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบภัยแล้งปีนี้ยังไม่ออกนะครับ ช่วงนี้ก็เริ่มมีข่าวคราวฝนตก ก็คงจะออกมาช่วงนี้แหละครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้มีโอกาสไปพบกับผู้บริหารท้องถิ่น สัปดาห์ที่แล้วก็ไปเยี่ยม เทศบาลเมืองชัยภูมิ ไปเยี่ยมองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ ในอำเภอคอนสวรรค์ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอบ้านแท่น พูดเป็นเสียงเดียวกันว่างบประมาณอุดหนุนพิเศษที่จัดให้กับ ท้องถิ่น เมื่อดำเนินการแล้วมีเงินเหลือจ่าย หมายความว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างเสร็จ มีเงิน เหลือจ่าย ปกติแล้วก็จะให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั้งหลายได้ดำเนินการจัดแผนใช้จ่าย งบประมาณดังกล่าว แต่ปีนี้เห็นบอกว่ายังไม่มีโอกาส ไม่มีวี่แววว่าจะได้เงินเหลือจ่ายคืนไป ดำเนินการก็เรียกร้องมา แม้แต่งบอุดหนุนทั่วไปซึ่งจัดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่าง ๆ ปกติแล้วเขาจะทำแผนรายจ่าย รายรับจะสมดุลกัน แต่ปีนี้ปรากฏว่าพอถึงเวลา เงินงบอุดหนุนทั่วไปที่จะลงไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงไปไม่เต็มครับ ปกติจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะลงไปสัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นแบบนี้เกือบทุก อบต. ทุกท้องถิ่น ก็ฝากว่าเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของการบริหาร อาจจะเป็นเรื่องรายละเอียด แต่ก็มีผล เพราะว่าการดำเนินการดังกล่าวยังมีผลทั่วประเทศได้รับงบประมาณไม่เต็ม🔗
ต่อไปด้านเศรษฐกิจ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าในการเข้า ทางด่วนในเขต กทม. ปริมณฑล ปกติแล้วพอรถวิ่งเข้าไปจ่ายเงิน ป้ายที่ขึ้นก็จะเปลี่ยนว่า จ่ายแล้วอะไรแล้วทำนองนี้ แต่ปรากฏว่าหลายครั้งเขาบอกว่าเขาสังเกตตั้งแต่เริ่มเข้าไปแล้ว รถคันหน้าขึ้น พอรถคันใหม่ไปป้ายต้องเปลี่ยนหรือมีสัญญาณเกิดขึ้น แต่ปรากฏว่า จ่ายเงินเสร็จจนรถวิ่งออกก็ไม่เปลี่ยน อาจจะมี ผมไม่อยากจะว่าทุจริตคอร์รัปชันอะไรครับ อยากจะให้แก้ไขตรงนี้อย่างน้อยรถวิ่งเข้าไปคันหนึ่งมีเสียงดังขึ้นมาให้รู้ว่ารถเราเข้าแล้ว คันต่อไปก็เสียงดังขึ้นอีก ถ้าเผื่อว่ารถคันหนึ่งเข้าไปแล้วไม่เปลี่ยน อีกคันหนึ่งเข้าไปไม่เปลี่ยน เราก็เกิดความไม่สบายใจสงสัยขึ้นมา ก็ฝาก อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ว่ามีผลครับ เรื่องดังกล่าวนี้ ต่อไปก็ด้านเศรษฐกิจเหมือนกัน เรื่องการท่องเที่ยว ปีนี้โอกาสที่ ชาวต่างประเทศจะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นก็คงจะไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย เพราะว่า ปัญหามาก เราเองก็ยังกังวลว่าถ้าคนต่างประเทศเข้ามามาก อาจจะมีโรคเข้ามา อาจจะมีโรค โควิด (COVID) ก็ตาม โรคอื่นก็ตามเข้ามาในช่วงนี้ เพราะฉะนั้นควรเน้นเรื่องของคนไทย เที่ยวในเมืองไทยมีหลายแห่ง คือการที่จะต้องไปปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว จัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมให้ ยกตัวอย่างเช่นที่อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เขามีพื้นที่อยู่หลังที่ว่าการอำเภอ เป็นลักษณะเหมือนกับเป็นแหล่งโบราณที่ตัดรูปแบบต่าง ๆ ที่ไปติดตั้งเป็นปรางค์กู่บ้าง เป็นอะไรบ้าง แต่ว่าตรงที่ตัดหินตัดดินมันอยู่ตรงนั้น เขาอยากจะให้ไปขุดสำรวจตบแต่ง ปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จะได้ช่วยให้คนไทยเที่ยวไทยได้มากขึ้น🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องกระบวนการยุติธรรม ผมเคยอภิปรายเรื่องด่านตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีล่ะครับในเรื่องของการที่จะป้องกันยาเสพติด หรือลดปัญหาการกระทำ ผิดกฎหมายต่าง ๆ แต่ว่าก็มีปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ไม่ชอบมาพากล เพราะฉะนั้นอยากจะให้ ติดตั้งเป็นทีวีวงจรปิด จัดตั้งด่านที่ไหนมีวงจรปิด ภาคเอกชน ภาคสื่อมวลชนเข้าไปร่วม จะทำให้ดีขึ้น🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในหนังสือเขียนว่า จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นที่สีเขียวอาจจะไม่ใช่มากขึ้นเท่านั้นเองครับ แต่ว่าเขียวมากขึ้นก็น่าจะดี ผมก็ฝากว่าพื้นที่สีเขียวตามเชิงเขามักจะเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. พื้นที่เขตป่าไม้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ พอจะขุดเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เป็นอ่างเก็บน้ำ จะเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติ พื้นที่ของเกษตรกร แต่ติดปัญหาว่าพอจะทำโครงการกรมป่าไม้ไม่ยอม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไม่ยอม กว่าจะเจรจากันได้หลายปี ก็ฝากว่าควรจะมี คณะกรรมการในระดับจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานว่าควรจะดำเนินการ ขุดลอกหรือว่ายินยอมอนุมัติให้ใช้พื้นที่ใด ๆ ก็ตามในการที่จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับ พื้นที่ในแต่ละพื้นที่ดังกล่าวนั้น กราบขอบคุณครับ🔗
สมาชิก อีก ๕ ท่าน ที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ ผมจะเรียนเชิญมี ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านนายอำเภอชวลิต วิชยสุทธิ์ และท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอเชิญท่านอาจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขออภิปรายรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปว่าพอเราอ่านรายงานที่ทางฝ่ายเลขานุการของการปฏิรูปประเทศ ได้เสนอเข้ามา เราก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือความก้าวหน้า เมื่อถอยหลังไปเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว อันนี้ก็อาจจะมีปัญหาในเชิงการรายงานอยู่บ้าง ซึ่งเพื่อน สมาชิกได้พูดไปแล้วว่า ๓ เดือนมันถี่เกินไป และควรจะต้องไปปลดล็อกตัวรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่เสนอว่าอาจจะ ๑ ปีหรือ ๖ เดือน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ จะต้องดำเนินการในเชิงกฎหมายนะครับ ส่วนที่เป็นประเด็นที่นำมาสู่ในร่างรายงานนี้ ผมมีความรู้สึกว่ารายงานจะเป็นเรื่องของกิจกรรมและโครงการตามที่หน่วยงานนั้น ๆ ได้ไป ทำงานตามรอบ ๓ เดือน ซึ่งก็แน่นอนว่าเราก็จับกิจกรรมมาจัดลงกล่อง กล่องปฏิรูป การเมือง กล่องปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน กล่องกระบวนการยุติธรรม กล่องการ ปฏิรูปพลังงานสังคม การศึกษา ก็เอากิจกรรมมาใส่กล่อง เพราะฉะนั้นมันจึงไม่เห็นว่า เป็นการปฏิรูป แต่กลายเป็นเอากิจกรรมของส่วนราชการมาทำปฏิรูป ผมคิดว่าอย่างนี้ มันไม่ใช่ แต่ข้อเสนอของผม ผมคิดว่าการปฏิรูปมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับที่ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงที่เราอยากเห็น อันนี้ซึ่งมันเขียนไว้ในประเด็นแต่ละด้าน ๆ แต่ผมคิดว่าประเด็น ที่เราอยากเห็นมันมาตามปัญหาของประเทศ การเมืองมันมีปัญหาอะไร จะแก้ปัญหาอะไร เช่น เขียนว่าจะต้องไปลดความขัดแย้งทางการเมือง หรือว่าการปฏิรูประบบบริหารราชการ มีปัญหาอะไร ราชการยังไม่ตอบโจทย์การบริการพี่น้องประชาชนก็ต้องไปแก้ตรงนั้น หรือการปฏิรูปในเรื่องของการกระจายอำนาจยังไม่ไปสู่เป้าหมาย เป็นต้น อันนี้ผมเพียง ยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดเรื่องปฏิรูปต้องจับต้องได้ว่ามันเป็นสิ่งที่จะต้องทำ คืออะไร ให้ไปสู่เป้าหมายคืออะไร ซึ่งก็ปรากฏอยู่บ้างในเรื่องของที่เขียนไว้ในเรื่องและ ประเด็นที่จะปฏิรูป แต่พอเดินเรื่องมันกลายเป็นว่าผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ต้องกำหนดตัวสิ่งที่ปฏิรูปแล้วเดินในสิ่งที่จะหยิบสิ่งนั้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรม นี่คือสิ่งที่ น่าจะเป็นอย่างนั้น🔗
ประเด็นต่อมาผมขอยกตัวอย่าง ซึ่งผมเคยอภิปรายเมื่องวดที่ก่อนหน้านี้ว่า ผมยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่งที่มันสัมพันธ์กันในการปฏิรูป นั่นก็คือการปฏิรูปการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และมันไปสัมพันธ์กับการปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบราชการในส่วนที่จะลดอำนาจภาครัฐ ให้กะทัดรัดเหมาะสม ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ไปคู่กันได้ แต่ว่าเวลาเดินเรื่องมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจะต้องตอบโจทย์ว่าปฏิรูปการเมืองด้านกระจายอำนาจจะทำอย่างไร ซึ่งอันนี้แหละเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นต้องจับต้องได้ว่ากระจายอำนาจต้องทำเรื่องของ ทำให้ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสมรรถนะมากขึ้น มีความสามารถทางด้าน การคลังท้องถิ่น การเงินท้องถิ่น ก็ต้องไปทำกฎหมาย แก้กฎหมายการกระจายอำนาจที่ระบุ เรื่องสัดส่วนเงินที่รัฐจะต้องมีสัดส่วนให้กับท้องถิ่นเป็นจำนวนเท่าไร ต้องบอกให้ชัด ในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าจะทำให้กะทัดรัดเล็กลง ก็จะต้องไปทำให้ภารกิจ ของรัฐลดภารกิจหรือผ่องถ่าย ถ่ายโอนภารกิจให้กับท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ต้องบอกให้ชัดเจนว่า จะถ่ายโอนให้เสร็จเมื่อไร ปีไหน อย่างไร ต้องไปแก้กฎหมายอะไรบ้าง นี่คือการปฏิรูปที่เห็น เป็นรูปธรรมแล้วบอกว่าใน ๓ เดือนนี้ได้ทำอะไร และจะเดินไปอย่างไรในโอกาสข้างหน้า นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าเราอยากเห็นสิ่งที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่ผมคิดว่า มันไม่ยากที่จะบอก แต่ทำไปทำมาเราไม่เห็นในสิ่งที่ผมได้นำเสนอและพูดตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ผมจะย้อนไปว่าผมได้นำเสนอว่าเราต้องชัดเจนในเรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องถ่ายโอน ภารกิจจากส่วนกลางให้กับท้องถิ่น เรื่องการจัดสรรเงินที่เป็นสัดส่วนให้กับท้องถิ่นต้องระบุให้ชัด เรื่องทำให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารการปกครองท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ ก็ต้องพูดให้ชัดว่าจะต้องไปยกร่างกฎหมาย การมีส่วนร่วมของประชาชน ในท้องถิ่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏในรายงานให้เห็น เพราะว่าเราไปหยิบ กิจกรรมมาตัดแปะใส่เข้าไป ผมจึงเรียกร้องให้กรรมการปฏิรูปประเทศที่จัดตั้งเต็มรูปแบบ จะต้องให้ชัดว่าเราปฏิรูปอะไร ไปตอบโจทย์ปัญหาประเทศอะไร เรื่องอะไร โดยเฉพาะสิ่งที่ ผมเสนอเรื่องการกระจายอำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินที่เป็นส่วนที่มีความสัมพันธ์กัน ระหว่างการลดอำนาจภาครัฐแล้วก็ให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการการจัดบริการสาธารณะ ให้กับพี่น้องประชาชนแทนภาครัฐต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออภิปรายในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการของแผนการปฏิรูป ประเทศ🔗
ประเด็นแรกที่ต้องหารือท่านประธานและฝากไปยังคณะกรรมการคือรูปแบบ การทำรายงานและการนำเสนอ ผมสังเกตเห็นสมาชิกหลายท่านรู้สึกหงุดหงิดพอสมควร เพราะมันทุก ๓ เดือน แต่ผมก็เข้าใจเจตนาว่าการที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าต้องมารายงาน ทุก ๓ เดือน คือการกดดันให้มีความคืบหน้านำมารายงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในทางปฏิบัติจริง ๆ ความก้าวหน้ามันน้อย ก็เลยไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม ผู้ทำรายงานก็ดี ถ้าท่านประธานไล่ไปดูการนำเสนอรายงาน เขียนเลยว่าความก้าวหน้าเฉพาะในเดือนไหน ถึงเดือนไหน คืออะไรบ้าง แต่เผอิญสิ่งที่ท่านเขียนไปได้คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง แต่มันไม่เป็น รูปธรรม เพราะฉะนั้นท่านก็เลยเขียนในลักษณะที่ว่าได้จัดประชุมไปแล้ว อยู่ระหว่าง การดำเนินการจ้าง หารือร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง อย่างนี้ไม่เรียกว่าความคืบหน้า เพราะฉะนั้นจริง ๆ ต้องมาตกลงกันว่าความคืบหน้าที่แท้จริงที่ควรจะระบุอยู่ในรายงาน ทุกครั้งที่เข้าสภาคืออะไร แล้วในกรณีที่มันไม่มีความคืบหน้าไม่ต้องอายครับ ถ้ามีเหตุผลดี มาอธิบายครับ ก็นำเสนอเข้ามาที่สภาแห่งนี้บอกว่าในเรื่อง ๑-๗ ไม่มีรายงานใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะในช่วงพีเรียด (Period) ที่ดู ๓ เดือนที่ผ่านมามันไม่มี ไม่มีก็ไม่มีไม่ต้องเสียเวลา เพราะไม่อย่างนั้นพวกเราทุกคนต้องไปนั่งอ่านทุกหน้า คนไหนสนใจจะลงรายละเอียด ต้องอ่านทุกหน้า แล้วดูสิว่าของเดิมกับของใหม่มันผิดกันตรงไหนบ้าง ตรงนี้ผมคิดว่า ถ้าเราลองไปปฏิรูปวิธีการทำรายงานและวิธีการนำเสนอช่วยมากครับ ช่วยให้สภาแห่งนี้ สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพดีมากขึ้น🔗
ประการที่ ๒ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ ที่รายงานลักษณะนี้เข้าสภาสำหรับสภาชุดนี้ ๓ ครั้งแรก เรามีการพูดชัดเจนขอให้นำสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปราย ในแต่ละประเด็นผนวกรวมอยู่ในรายงานด้วย เราจะได้ติดตามการดำเนินการตามข้อสังเกต ของสมาชิกได้ชัดเจน ดีครับท่านใส่ครับในรายงานเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๒ แต่ในรายงานเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมครั้งนี้ไม่มีเลย ตัดทิ้งหมดเลย ผมก็ต้องถาม กรรมการว่าท่านกำลังส่งสัญญาณอะไร คือตอนแรกผมดีใจมากเลยว่าที่เราพูดกันไป ท่านรู้เรื่อง ท่านเข้าใจ ท่านก็นำไปรวมอยู่ในรายงานฉบับที่ ๔ ที่เข้าสภา พอมารายงานครั้งนี้ ตัดทิ้งหมดเลย แสดงว่าสิ่งที่สมาชิกอภิปรายไปทั้งหมดท่านจะไม่นำมาผนวกรวมในแผนการ ปฏิรูปประเทศอย่างนั้นหรือครับ แล้วครั้งนี้ผมจะอภิปรายอะไรดี ผมก็ต้องทวงถามในสิ่งที่ เป็นประเด็นที่ผมคิดว่ามีความสำคัญและท่านก็ยอมบันทึกไว้แล้ว แต่ครั้งนี้ท่านตัดทิ้งหมดเลย ผมต้องขอคำชี้แจงจริง ๆ ว่าวิธีคิด อันนี้ผมคิดว่าอันนี้ถอยหลัง ไม่ใช่ก้าวหน้าเลยครับ และไม่ใช่เป็นการปฏิรูปเลย แล้วก็สมาชิกทุกคนก็คงจะมีความเห็นเช่นเดียวกับผมว่าการทำเช่นนี้ ไม่รู้ว่าท่านตั้งใจจะส่งสัญญาณอะไร จะเห็นว่าสภานี้ไม่มีความสำคัญอย่างนั้นหรือครับ อันนี้ต้องถามท่านตรง ๆ เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งพูดครั้งแรก นี่คือครั้งที่ ๕ ของการนำเสนอ รายงานมาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ นอกจากนั้นผมอยากจะทวงถาม ผมต้องทวงถาม ๓-๔ เรื่องที่ผมอภิปรายไว้ แล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งของการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ส่วนต่างดอกเบี้ยผมพูดไว้ ๓ ครั้ง ท่านอยากทราบไหม ผมจดไว้หมดผม พูดวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ คำตอบในรายงานครั้งที่แล้วท่านบันทึกไว้ ขอบคุณมากเลยท่านบันทึกไว้ว่า ผมพูด แล้วท่านบันทึกไว้ว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศจะประสานไปยังธนาคาร แห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครั้งนี้ไม่มีเลยครับ ไม่มีบอกเลยว่าไปถึงไหน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปศึกษาค้นคว้า มันง่ายมากเลยครับ แต่ถูกตัดทิ้ง ไปแล้วครับท่านประธาน แล้วท่านประธานจะให้ผมอภิปรายอะไร ในแผนนี้กลับระบุบอกว่า เรื่องที่ผมกล่าวนี้ เรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย ถึงจะประสานไปก็แล้วแต่ ไม่ได้ระบุไว้ในแผนปฏิรูป ประเทศด้านเศรษฐกิจ ก็ถูกต้องครับ เพราะไม่ได้ระบุอย่างไรครับผมถึงพูด แล้วพอ ผมพูดแล้วท่านก็เขียนไว้ว่าผมได้พูด แต่เสร็จรายงานฉบับสุดท้ายท่านไม่ใส่ ท่านตัดทิ้ง ไปแล้วครับ อย่างนี้ผมคิดว่ามันไปไม่ได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องสำคัญอย่างยิ่งเลยครับ เรื่องอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) การเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ผมพูดวันที่ ๒๖ มิถุนายน วันที่ ๖ พฤศจิกายน วันที่ ๓๐ มกราคม พูด ๓ ครั้ง ท่านก็เขียนว่าในรายงานระบุว่าจะมีการปรับปรุง ประมวลรัษฎากร ณ วันนี้ร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงประมวลรัษฎากรเข้าสภาแล้ว แต่ผมก็ได้ อภิปรายไปแล้วบอกว่ามันยังไม่ตอบโจทย์ เพราะอันนี้ ๑. มันมีปัญหาอยู่ ๓ ข้อ ข้อแรก ยังไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการในต่างประเทศ ภาระภาษีของ ผู้ประกอบการต่างประเทศน้อยกว่าผู้ประกอบการไทย แข่งก็แพ้ อันที่ ๒ ประสิทธิภาพ ในการจัดเก็บเก็บได้จริงไหม บังคับให้เขาขึ้นทะเบียนเก็บได้จริงหรือไม่ อันที่ ๓ ก็คือ เขาไปไกลกว่านั้นแล้วครับ เขาไปพูดถึงดิจิทัล แทร็กต์ (Digital tract) แล้วครับ โครงสร้าง ภาษีใหม่ ๆ ของท่านไม่มีครับ ในแผนครั้งนี้ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ผมก็คิดว่าต้องอธิบายครับท่านประธาน ถ้าเราเดินไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ก็คงจะเป็นปัญหา โครงสร้างพลังงานผมพูดทุกเวทีทุกครั้ง ท่านอธิบายให้ผมได้หรือไม่ครับ คือแต่เดิมฉบับแรก ท่านไม่ได้มีคำว่าค่าพลังงานที่เป็นธรรม หลัง ๆ ท่านใส่ อันนี้ผมดีใจ แต่พอเป็นธรรม ผมก็ชี้ไปบอกว่าเราเคยนะครับ ตอนน้ำมันดิบอยู่ที่ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล ดีเซลเราอยู่ที่ ๑๔ บาท เบนซินเราอยู่ที่ ๑๙ บาท ทำไมวันนี้อยู่ที่ ๒๒ บาทของดีเซล และ ๒๘ บาท ของเบนซิน ๙๕ หรือแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ไม่เคยมีคำตอบครับ ในฉบับหลังสุดก็ไม่มี รายละเอียดในเรื่องนี้เลย ท่านเคยเขียนในแผนฉบับแรกบอกว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลาง การค้าแอลเอ็นจี (LNG) ในภูมิภาค ผมตั้งคำถามและท่านบันทึกไว้ในรายงานฉบับที่แล้วว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรท่านต้องแสดงนะครับ เขียนไว้นะครับ ในรายงานช่วงไตรมาส สุดท้ายของปีที่แล้ว แต่รายงานครั้งนี้ไม่มี ผมก็งงสิครับท่านประธาน ผมนึกว่าเราก้าวหน้าไปแล้ว วันนี้ตัดทิ้งแล้ว ในเรื่องราคาพลังงานแอลเอ็นจี (LNG) ท่านพูดครั้งเดียวบอกลดอุดหนุน แอลพีจี (LPG) แอลเอ็นจี (LNG) เอ็นจีวี (NGV) ภาคขนส่งให้สะท้อนราคาตลาด ถ้าท่านประธานจำได้ วันที่รายการของ กกพ. กรรมการกำกับกิจการพลังงานเข้าสภาแห่งนี้ ผมตั้งคำถามว่าท่านรู้ไหมว่าต้นทุนแก๊สปากหลุมของประเทศไทยอยู่ที่เท่าไร บันทึกไว้นะครับ กรรมการกำกับกิจการพลังงานบอกไม่ทราบว่าต้นทุนคือเท่าไร ถ้าท่านไม่ทราบต้นทุน คือเท่าไร แล้วท่านจะไปกำหนดราคาพลังงานได้อย่างไรครับ แล้วเรื่องนี้ครั้งสุดท้าย ครั้งที่ ๓ ที่เข้าสภา กรรมการที่เป็นกรรมการดูแลการปฏิรูปเรื่องกิจการด้านพลังงานก็อยู่ในสภาแห่งนี้ แล้วบอกเห็นด้วยกับที่ผมพูด แต่ครั้งนี้ไม่ปรากฏอยู่ในรายงานแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมว่าเราถอยหลังมากเลยนะครับ ผมเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมาย ๓ ฉบับ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ บอกว่าใส่กรอบเวลาไว้หน่อย พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม วันนี้ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย มันง่ายมากเลยนะครับ หนึ่งปีแล้วนะครับ ช่วงที่ผ่านมาเราเจอโควิด (COVID) รุนแรงมาก ในช่วงที่ทำรายงานคือ เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ท่านทราบแล้วว่ามันมีปัญหาโควิด (COVID) และ จะกระทบกับประเทศไทยอย่างรุนแรงมาก และจะกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย อย่างรุนแรงจริง ๆ ในรายงานฉบับนี้ไม่มีประเด็นโควิด (COVID) เลยครับ ไม่มีเลย ก็น่าเสียใจนะครับ เราถอยหลังมากเลยครับ เราไม่ทันสถานการณ์นะครับ🔗
อีกประการหนึ่งเราก็เห็นอยู่ว่ามีการออก พ.ร.ก. ๓ ฉบับ ๑.๙ ล้านล้านบาท ๒ เรื่องที่มันเป็นปัญหามาก ๆ ในการปฏิรูปการทำงานของประเทศไทย และปฏิรูปประเทศ และกู้วิกฤติ ก็คือเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย อันนี้รายละเอียด ต้องไปลงกัน มีการคอมเมนต์ (Comment) มีการพูดคุย มีการตั้งข้อสังเกตไปพอสมควร และอีกส่วนหนึ่งก็คือเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ต้องไปลงให้ถูกเป้าหมายในการแก้ปัญหา วิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่นี้ แต่ปัญหาคืออะไรครับ สิ่งหนึ่งที่ผมขอเสนอให้เป็นวาระของ การปฏิรูป ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว งบประมาณเราไม่เคยตรงแผน งบประมาณไม่ตรงแผนปฏิรูป และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทำอย่างไร ทำไมประเทศเราบริหารเป็นแบบนี้ เราก็ทราบดี เมื่อไรงบประมาณไม่ตรงแผนก็ไปไม่ถึงดวงดาวหรอกครับ และแผนที่วาดฝันไว้ไปไม่ถึง แน่นอนครับ อันนี้เป็นปัญหา และที่เร่งด่วน ณ วันนี้เลยคือภาคท่องเที่ยว งานวิจัยเมล็ดพันธุ์ ท่านประธานทราบไหมว่าในแผนปฏิรูปประเทศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แผน ๒๐ ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกจะวิจัยเมล็ดพันธุ์ และประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลาง การผลิตเมล็ดพันธุ์ของอาเซียน (ASEAN) มีเงินงบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ทุกปี งบจริงครับท่านประธาน เพิ่งผ่านไปครับ ๑๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๒๓๑ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ เรากำลังทำอะไรกันอยู่ครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะครับ ถ้าตราบใดที่งบประมาณของเราไม่สอดคล้องกับแผน และแผนปฏิรูปนั่งทำการหลังขดหลัง แข็ง ทุก ๓ เดือนเข้าสภา แต่ในที่สุดไม่มีการปฏิบัติตามนั้นไม่มีประโยชน์เลยครับ ผมอยาก ฟังความเห็นของกรรมการจริง ๆ ด้วยความจริงใจไม่ได้มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ผมอยากฟังว่า ท่านทำงานแล้วมันไม่บรรลุเป้าหมายได้อย่างนี้มันจะเป็นปัญหา และรายงานของท่าน ก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ รายงานของท่านที่ผมติดใจมากที่สุดคือเคยระบุรายละเอียด ของข้อสังเกตของสมาชิกทุกคนในรายงานแล้ว ทำไมครั้งนี้ตัดออก ขอให้ชี้แจงด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสงวนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้ แล้วก็พูด ทุกครั้งที่มีการนำการปฏิรูปเข้ามาในสภา ท่านประธานครับ ผมจะพูดในข้อ ๓ ข้อ ๕ และ ข้อ ๑๑ ข้อ ๓ ที่ผมจะพูดถึงผมถือว่าเป็นเรื่องเดียวที่ผมตามมาตลอดและถ้าท่านมี ความก้าวหน้าในการทำงาน วันนี้ท่านพูดถึงเรื่องกฎหมาย ท่านบอกว่าการเสนอเข้าชื่อ ขอเสนอกฎหมาย กฎหมายซึ่งพึ่งผ่านสภาเมื่อวานนี้มันมีความคืบหน้าอย่างเป็นระบบแล้ว ผมก็อยากจะเห็นอย่างนั้น จริง ๆ แล้วถ้าท่านเขียนอย่างนี้ท่านจะต้องบอกว่าท่านเสนอแก้ อะไรบ้าง อันนี้ท่านก็สรุปว่าผ่านตรงนั้นแล้วตรงนี้แล้ว แต่ความก้าวหน้าของมันพึ่งผ่านสภา ไปเมื่อวานนี้ ผมก็อยากเห็นท่านทำอย่างนี้หลาย ๆ เรื่อง ข้อ ๓ อันนี้เกี่ยวกับองค์กร ของท่านเองที่รับผิดชอบเป็นเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คือท่านสภาพัฒน์ มันเกิดการย้อนแย้งของเหตุผลในการทำงานในต่างจังหวัดในเรื่องการสกัดกั้นการพัฒนา แน่นอนครับ หมายความว่าอย่างไร วันนี้จังหวัดมีคอขวดอยู่ที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติของท่านตามจังหวัดต่าง ๆ บางจังหวัดเสนอโครงการ ๑๐๐ กว่าโครงการ ผ่านเท่าไร ผ่าน ๓ โครงการ บางจังหวัดเสนอหลายร้อยโครงการ ผ่านไม่ถึง ๑๐ โครงการ แสดงว่ายุทธศาสตร์จังหวัดกับยุทธศาสตร์ชาติที่หน่วยงานของท่านไปกำกับมันมีวิธีคิดและ วิธีทำงานที่ต่างกันมาก ถ้าวิธีคิดของหน่วยงานของท่านคือสภาพัฒน์เป็นแบบไหน แล้วจังหวัดไม่รู้นี่ผมคิดว่ามันลงตัวยาก วิธีคิดกำหนดวิธีทำงานนะครับท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมอยากจะให้ท่านได้นำมาปฏิบัติและหาช่องทางว่าเราจะปรับปรุงกฎหมายใด ที่จะสอดคล้องกับการพัฒนา ผมขอให้ท่านดูเรื่องกฎหมายกระจายอำนาจ ผมมีเวลาสั้นครับ ท่านประธานครับ เหลือเวลาไม่กี่นาที ผมอยากจะพูดในเรื่องทุจริตในข้อ ๑๑ วันนี้ในสภา ของเรากำลังจัดทำงบประมาณท่านประธานครับ การจัดทำงบประมาณเดี๋ยวนี้มันมี พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง หนี้สาธารณะ และยังมีกรอบของ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนงานปฏิรูปประเทศอยู่ด้วยนะครับ ท่านครับ กฎหมายเหล่านี้ ได้เขียนโครงการมาอย่างละเอียด แยกหมวดแยกหมู่ รายละเอียดอย่างนั้นเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้างแต่จะไม่พูด แต่การจัดทำงบประมาณของท่านในรายปีมันเป็นระบบระเบียบ ที่รักษาเงิน ชื่นชมครับ แต่การนำเงินงบประมาณไปใช้มันไปผ่านกฎหมายว่าด้วยการบริหาร สัญญาที่เรียกว่าพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีหลายมาตรามากครับ ในมาตรา ๕ ของกฎหมายฉบับนี้ได้ให้อำนาจกระทรวงการคลัง เป็นผู้ออกระเบียบเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐดีขึ้น ระมัดระวังขึ้น และไม่มีทุจริต แต่กฎหมายฉบับนี้เอาไปออกระเบียบอ้างกฎหมายถึง ๔๑ มาตรา ไปออกระเบียบถึง ๒๒๓ ข้อ ท่านประธานครับ ผมย้ำเรื่องนี้เหลือเกิน ในกฎหมายมาตรา ๒๗ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งมี ๑๕ ท่าน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีปลัดเป็นประธาน มีอำนาจตามมาตรา ๒๙ มีหลายวงเล็บครับ (๓) กับ (๔) นี่สำคัญ คณะกรรมการชุดนี้ ท่านฟังแล้ว ท่านคิดว่าถ้าทำอย่างนี้ได้ท่านจะป้องกันทุจริตได้อย่างไร คณะกรรมการที่รองรับ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีอำนาจในการยกเว้นไม่ใช้ก็ได้ งดเว้นไม่ใช้ก็ได้ และร้ายกว่านั้น ยังบอกว่าสารบัญญัติในกฎหมายบอกว่าเป็นความผิด ยังบอกว่าไม่เข้าลักษณะเช่นนั้น ไม่เข้าลักษณะหนีงาน ท่านคิดอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะพูดให้ท่านฟังว่ามันมีระเบียบที่พึ่งออก ถ้าผมจำเดือนผิดแต่ผมจำวันที่ได้ ผมเข้าใจว่าวันที่ ๒๗ มีนาคม ท่านไปอ่านดูนะครับ ผมย้ำฉบับนี้เหลือเกิน ทำไมปล่อยให้ออกมาได้ บอกว่าในสถานการณ์โควิด (COVID) ทุกวงเงินให้ถือเป็นการเร่งด่วน จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงได้ ไม่ต้องอีบิดดิง (e-Bidding) คือไม่ต้องแข่งขันเอาโครงการทางอิเล็กทรอนิกส์ ท่านดูนะครับ เสร็จแล้ว ๒ บรรทัดสุดท้าย เขียนว่าอย่างไร กฎหมายนี้ระเบียบนี้จะใช้ไปจนกว่า ท่านฟังให้ดีนะครับ ไม่สอดคล้องกันเลย จนกว่าการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินจะเลิกไป มันเกี่ยวอะไรกันครับท่าน และพอท่านกู้เงิน เงิน ๑ ล้านบาท ใช้ใน (๑) (๒) (๓) เท่านั้น แต่พอต่อไปเขียนว่าอย่างไรครับ หาก ครม. เห็นว่าจำเป็น (๒) ซึ่งเยียวยาก็ใช้ (๑) ได้ และหากเห็นว่าจำเป็นเร่งด่วนจนไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ให้ใช้ (๓) ก็ได้ ก็คือเอา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไปเป็น (๑) ก็ได้ แล้ว (๑) จัดซื้อจัดจ้างตรงได้เลย แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านจะคุมทุจริตได้ตาม ข้อ ๑๑ ครับ พูดเรื่องนี้ด้วยความไม่สบายใจท่านครับ ผมอยากจะเห็นการปฏิรูปให้เป็นการปฏิรูปที่แท้จริง ท่านต้องเข้าใจว่าวิธีคิดของท่านต่อการปฏิรูปทุกเรื่องมันเป็นอย่างไร ไม่ใช่วิธีการนำเสนอ เหมือนไปซื้อของตลาดนัด กระจัดกระจายหมดเลย ไม่มีเวลาครับ ปฏิรูปน่าจะให้พวกเรา พูดได้อย่างน้อย ๑๕ นาที ได้แค่นี้ก็ขอบคุณแล้วครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านนายอำเภอชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตอภิปรายรับทราบสอบถามรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ในส่วนของด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ใน ๒ เรื่องสำคัญ ขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าการฟังความเดือดร้อน ของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศนั้น องค์กรที่เป็นระบบและ เป็นที่รวบรวมความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ องค์กรนั้นคือสภาผู้แทนราษฎร เพราะผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดได้รับเลือกจากประชาชนทั่วประเทศ รับฟังปัญหาจาก ประชาชนทั่วประเทศมาสังเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางแก้ไข กระผมเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร งานของคณะกรรมาธิการได้รับเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไว้ ๒ เรื่อง ซึ่งกำลังร้อนแรงอย่างมากอยู่ในปัจจุบัน🔗
เรื่องแรก การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนในคดีอาญา คณะกรรมาธิการ มีความเห็นว่าพนักงานอัยการควรมีส่วนร่วมในเบื้องต้นตั้งแต่ในชั้นการสอบสวนร่วมกับ พนักงานสอบสวน จะต้องถึงสถานที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐานร่วมกันกับพนักงานสอบสวน เพราะในขั้นสุดท้ายแล้วพนักงานอัยการจะเป็นผู้สั่งว่าสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อศาล ซึ่งจะเป็น การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างยิ่ง เพราะเป็นการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน เรื่องนี้รายงานของคณะกรรมาธิการผ่านสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบเป็นเอกฉันท์แล้ว ทำอย่างไรในทางปฏิบัติถึงจะเป็นเรื่องจริง เพราะอย่างที่กระผมได้กราบเรียนไว้แต่ต้นว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เรื่องที่ผ่านจาก สภาผู้แทนราษฎรไปแล้วได้รับการกลั่นกรองในระบบพอสมควรแล้ว เป็นสิ่งที่สามารถรับไป ดำเนินการได้เลย🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน อำนาจการให้ความเห็นแย้งในคดีอาญาของ ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีมาแต่เดิมตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๔๕/๑ แต่กลับมามีการ เปลี่ยนแปลงมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังรัฐประหาร เมื่อปี ๒๕๕๗ การบริหารราชการแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า ส่วนราชการในจังหวัดนั้น มีหน้าที่สำคัญในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน เป็นหน้าที่โดยตรงของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด การเปลี่ยนแปลงอำนาจการให้ความเห็นแย้ง ในคดีอาญาจากผู้ว่าการจังหวัดไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ทำความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ทั้งในการไปติดต่อราชการ โดยเฉพาะประชาชนในจังหวัดหนึ่ง ๆ จะต้องไปที่ภาค กลับมาที่จังหวัดนี่คนละเรื่อง แค่เรื่องเดียวก็ใช้จ่ายสิ้นเปลืองอย่างมหาศาล ประชาชนคนยากคนจนลำบากอย่างยิ่ง สภาได้ให้ความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์อีกเช่นกัน ให้เปลี่ยนแปลงอำนาจนี้กลับมาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเช่นเดิม จึงขอสอบถามเมื่อสักครู่ ตอนต้นได้เห็นท่านวิษณุ รองนายกรัฐมนตรีมารับฟัง เมื่อสภาผ่านเห็นชอบอย่างเป็น เอกฉันท์ โดยผมก็เป็นกรรมาธิการและได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้ว พิเคราะห์อย่าง รอบด้าน ถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด จะกลับมามีอำนาจเช่นเดิมตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๔๕/๑ แต่เรื่องนี้ก็ยังเงียบ ทำอย่างไร รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสภาของเรา กระบวนการยุติธรรมของเราขณะนี้ ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำกำลังมีปัญหาเสื่อมทรุดอย่างหนัก กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างยิ่ง ยิ่งขณะนี้มีเรื่องเกิดขึ้นเป็นเรื่องร้อน ๆ ทั้งนั้น ตีเหล็กต้องตีกำลังร้อน ทั้ง ๒ เรื่องดังกล่าว ผ่านสภาเป็นเอกฉันท์ เป็นการง่ายที่มีต้นเรื่องจากสภาที่รัฐบาลรับไปดำเนินการและ ควรเห็นผลโดยเร็ว ผมอยากจะฟังคำตอบจากท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุซึ่งคุม ด้านกฎหมายโดยตรง ได้ตอบใน ๒ เรื่องนี้ เพราะเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศในด้าน กระบวนการยุติธรรมที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอกราบ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ได้กรุณาอภิปรายแผนปฏิรูปประเทศ ฉบับเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ฉบับนี้ แล้วทุกครั้งก็จะทวงถามว่าเรามีอะไร เป็นตัวชี้วัด วันนี้ผมจะมาเรียนท่านประธานครับว่าตัวชี้วัดของการปฏิรูปประเทศนั้น มีหลายตัว ไม่ใช่ไม่มีนะครับ ที่ว่ามีหลายตัวนี้ตัวแรกผมเอา ๕ บ ก็แล้วกันนะครับ ๕ บ ที่จะชี้ให้เห็นถึงแผนปฏิรูปประเทศนั้นสำเร็จหรือไม่ มีหรือไม่ มีความจริงใจหรือไม่ บ แรก บานครับ การเมืองมันบานไป นักศึกษาออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ ถ้ามีการปฏิรูป เป้าหมายของการปฏิรูประเทศคือการปรองดองสมัครสมานสามัคคีกัน ความสงบสุข ความมั่นคง การอยู่ดีกินดี เห็นไหมตัวชี้วัดตัวนี้เป็นตัวหนึ่งให้เห็น ตัวที่ ๒ บอสครับ บอสนี่เป็นเครื่องที่ชี้ให้เห็น เป็นกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงการปฏิรูป ๒ ปี ปี ๒๕๖๐ ถึงปัจจุบัน เกือบ ๓ ปีแล้วครับ แล้วปฏิรูปอะไรครับ กระบวนการยุติธรรมหรือ ปฏิรูปกฎหมายหรือ บ ที่ ๓ บ่อนครับ ยิงกันตาย ๔ ศพ ปฏิรูปตำรวจหรือ ทำอะไรมาครับ นี่ตัวชี้วัดให้เห็นชัดเจนเลย นอกจากนั้นครับ บาป สังคมเป็นอย่างไร ปฏิรูปไหม บริหาร ระบบบริหาร กลไกการบริหารเป็นอย่างไรก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ดังนั้น วันนี้ผมดู แผนปฏิรูปที่รายงานมา วันนี้ผมจะขออนุญาตท่านประธานพูด ๒ เรื่องครับ พูดไปแล้ว เรื่องหนึ่ง เรื่องตัวชี้วัด อีกเรื่องหนึ่งที่จะพูดถึงก็คือกระบวนการรายงานแผนปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ เนื้อหาสาระในแผนฉบับนี้มีที่เป็นสาระสำคัญที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ คงจะต้องดูนะครับ คือหน้าที่ ๗ ในรายงานฉบับนี้ ข้อ ๔ การดำเนินงานในระยะต่อไป จะปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศ จะมีการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศและให้คณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศดำเนินการภายใน ๙๐ วัน นับตั้งแต่มีการแต่งตั้งประธานกรรมการและ กรรมการปฏิรูปประเทศเพิ่มเติมทุกด้าน ท่านนิกร จำนง พูดมาหลายครั้งนะครับว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไม่พร้อม ลาออกไปก็เยอะ ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาแต่งตั้ง เพิ่มเติมเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนที่ผ่านมานี้ น่าจะครบแล้วนะครับ ๑๒ ด้าน ไทม์ไลน์ (Timeline) บอกไว้ในหน้าที่ ๘ ว่าการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศจะทำในเดือนไหน จะต้อง รับฟังความคิดเห็น จะต้องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีรับทราบแล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระบวนการทั้งหมดไปสิ้นสุดเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ระยะเวลาคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ มีเวลาน้อยมากแล้วครับ ที่จะทำให้แผนนี้สำเร็จ ผมคาดหวังว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่แต่งตั้งขึ้นใหม่คงจะรวบรวมสิ่งใหม่ ๆ เข้าไป เพราะคำว่าการปฏิรูปนั้น ท่านประธานที่เคารพ การปฏิรูปนั้นหรือฝรั่งใช้คำว่า รีฟอร์ม (Reform) ไม่ใช่ดีวีลอปเมนต์ (Development) ไม่ใช่การพัฒนา การปฏิรูปคือการแก้ไข ปัญหา รวมทั้งอะไรที่ไม่เหมาะสม อะไรที่ไม่ถูกต้อง ต้องปรับปรุง ต้องแก้ไข ไม่ใช่วิน วิน (Win Win) นะครับ การปฏิรูป กราบเรียนคณะกรรมการด้วยครับ ใครแต่งตั้งท่าน ท่านไม่ต้องคำนึงถึงครับ ท่านจะต้องออกแบบประเทศเสียใหม่ บ้านหลังนี้เสียใหม่ เพราะอยู่แล้ว ไม่สบาย อยู่แล้วไม่ยุติธรรม อยู่แล้วไม่สงบ อยู่แล้วไม่เสมอภาค เหล่านี้นะครับ ท่านมีหน้าที่ ออกแบบบ้านหลังนี้ใหม่ว่าควรจะอย่างไร ออกแบบเสร็จดำเนินการผลักดันไปสู่การดำเนินการ แล้วมารายงานทุกระยะ ๆ อย่างนี้ถูกต้องแล้วครับ เราจะได้เห็นความคืบหน้าว่าแผนนำไปสู่ แอ็กชัน (Action) นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไรบ้าง คืบหน้าอย่างไรบ้าง แล้วการรายงานฉบับนี้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการว่าควรจะมีของเดิมไว้ด้วย และ ให้เห็นความคืบหน้าแต่ละระยะ ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านกรุณาทำเรื่อง ในรายงานฉบับนี้ก็มีนะครับ หน้าที่ ๘ ท่านประธานชวน หลีกภัย เสนอไปว่าให้มีการพัฒนาและยกระดับสำนักงบประมาณของรัฐสภา ให้เป็นหน่วยงาน ภายใต้การกำกับดูแลของประธานรัฐสภา เพื่อสนับสนุนสถาบันนิติบัญญัติให้สามารถติดตาม ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลให้เป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่าและสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ อย่างนี้เรียกว่าปฏิรูป ท่านไปทำเถอะครับ หลาย ๆ เรื่อง หวังว่าครั้งหน้าคงจะ ได้เห็นแผนที่ปรับปรุงแล้ว และการรายงานที่ปรับปรุงด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ🔗
จะเรียนเชิญอีก ๕ ท่านนะครับ มีท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านนิยม เวชกามา ท่านศรีนวล บุญลือ และท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย เชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ครับ ขออนุญาตอภิปรายแผนปฏิรูปนะครับ ขึ้นต้นด้วย ป มันก็ไปสอดคล้องกับ ๓ ป รัฐบาลนี้ ป ประยุทธ์ ป ประวิตร ป ป๊อก ก็เป็น ๔ ป นะครับ ซึ่งผมคิดว่าไม่รู้วางเป็นไสยศาสตร์ หรือเปล่า มันควรจะได้ปฏิรูปสำเร็จเห็นเป็นรูปร่างเสียทีนะครับ ตัวชี้วัดครับ ผมเห็นตัวชี้วัด บางอย่างก็ค่อนจะเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะว่าตัวชี้วัดเรื่องการปฏิรูปด้านการเมืองบอกให้ ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ การแก้ไขต้องแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี แบบนี้นี่ไปเติม เสียหน่อยดีไหมครับว่าให้ความรู้เรื่องทหาร ให้มีความรู้ประชาธิปไตย ไปบอกอธิบดี ผู้บัญชาการทหารบกครับ ล่าสุดก็มีข่าวออกมา ผมคิดว่านี่แหละครับ มันถึงมีตัวชี้วัด ที่ท่านรายงานไม่สำเร็จครับ อยู่ในช่องแดง กลไกการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง นานาอารยะ เขาไม่ให้ผู้บัญชาการทหารบกออกมาพูดเรื่องการเมืองหรอกครับ มันน่าอาย อีก ๒ เดือน ก็เกษียณแล้วนะครับ เรื่องของการปฏิรูปกระจายอำนาจที่มีการพูดถึงแต่ของพรรคก้าวไกล เราขอพูดว่านี่คือการรวมอำนาจ จะต้องแก้ไขการรวมอำนาจ ยุติการรวมศูนย์อำนาจ เพราะทุกจังหวัดโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการโดยตัวเองอยู่แล้ว ในอดีตกาล เพียงแต่ที่ผ่านมารัฐราชการมารวมศูนย์ วันนี้มีคำถามหลายอย่างครับ ท่านบอกว่า ท่านจะทำตามการปฏิรูปให้ท้องถิ่นอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ปรากฏว่ามติ ครม. ในการเอา งบประมาณของ อสม. ที่รองนายกรัฐมนตรีขออนุญาตเอ่ยนาม คุณวิษณุ เครืองาม ก็อยู่ในคณะกรรมการกระจายอำนาจ ท่านร่วมประชุมกับคณะกรรมการกระจายอำนาจ ยืนยันในมติ ครม. ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๔ เรื่องของการให้เงินอุดหนุน โดยเฉพาะ อสม. ต้องไม่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕ ท่านรองนายกรัฐมนตรี คุณวิษณุ เครืองาม เป็นประธานแท้ ๆ นะครับ รู้เรื่องนี้ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ล่าสุด ก็ยืนยันชัดว่าเงิน อสม. จะต้องไม่ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่วันนี้ทำไมยังผ่านครับ นี่ไม่ใช่การปฏิรูปนะครับ นี่คือการดึงให้การพัฒนาท้องถิ่นถอยหลัง เรื่องของการบอกว่า ท้องถิ่นมีการโกงบ้างละ อย่างโน้นอย่างนี้บ้างละ ไม่จริงหรอกครับ เปอร์เซ็นต์ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบความเสียหายการโกงน้อยมาก มีรายงานการวิจัย ชัดเจน มูลค่าความเสียหายที่กระทรวงมากกว่าครับ ไปดูได้เลยไม่อยากเอ่ยถึงกระทรวงไหน แต่ข่าวมีมา มีการยิงตัวตาย มีการเปิดโปงเรื่องแบบนี้ชัดเจน ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลหน่วยงาน โอ้โฮ ยากเหลือเกินครับ ไปขอไฟล์ (File) ขอไม่ได้ เมื่อไรจะได้ก็ไม่รู้นะครับ เป็นไฟล์ (File) รายละเอียดต่าง ๆ เวลาทีมงาน ส.ส. เราไปขอ เรื่องการศึกษาก็ยังมีข่าวเรื่องการไปบูลลี (Bully) นักเรียนหรือทำร้ายนักเรียน ละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนักเรียน พฤติกรรมของ กลุ่มครูบางคนหรือแม้กระทั่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดนนักเรียนมัธยมไปพูดที่ หน้ากระทรวงก็ยังไม่ยอมแก้ไขตนเอง กระทรวงสาธารณสุขครับ ข้าราชการบรรจุใหม่ ตอนนี้ต้องรอเงินเดือน ๘ เดือนกว่าจะได้ ๑๒ เดือนนายแพทย์บรรจุใหม่กว่าจะได้เงินเดือน ด้านทรัพยากรธรรมชาติครับเขียนไว้สวยหรู จะต้องมีการปรับปรุงให้หน่วยงานให้ใช้อีไอเอ (EIA) คำนึงถึงอีเอชไอเอ (EHIA) ด้วย แต่ปรากฏว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักนโยบายและแผนก็มายกเลิกอีไอเอ (EIA) เรื่องการจัดทำการกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เขียนงบโครงการไปทำลายชายหาด ทั่วประเทศ วันนี้ก็ยังเสนอเข้ามาอีกนะครับ การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี ทำไมวันนี้ยังมีทหาร ตำรวจ ไปคุกคาม ไปถ่ายรูป นักเรียน นักศึกษา สื่อในโซเชียล (Social) ก็เห็นกันทุกวัน การเลือกตั้งต้องสุจริต ปรากฏว่า กกต. ประกาศผลล่าช้าเป็นเดือน ๆ ผลคะแนนก็ไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ นี่หรือครับการปฏิรูป ความยุติธรรมครับ คืนความยุติธรรมให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน คือคำกล่าวของท่านผู้พิพากษาผู้ล่วงลับไปแล้ว นี่เรากำลังอยู่กันตรงไหนครับ อยู่ระหว่าง การพัฒนากลไกบ้างล่ะในเอกสาร ก็น่าสงสารนะครับ พอโควิด (COVID) เข้ามา ระบบคอมพิวเตอร์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โอ้โฮ พี่น้องแรงงาน ของเรากว่าจะได้เงินต้องรอตีความเหตุสุดวิสัยด้วย ไม่ไหวนะครับปฏิรูปแบบนี้ ทิศทาง การพัฒนาผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่มประสิทธิภาพเชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะกระทรวงมหาดไทย หรือกรมต่าง ๆ ภูมิภาคต่าง ๆ ไม่รู้จะพัฒนากันแบบไหน ชายหาดชายทะเล ด้านสิ่งแวดล้อม ก็เละเทะกันไปหมด และยุคนี้ผ่าน คสช. โดยนายกรัฐมนตรีคนเดียวกันครับ เป็นยุคที่ ประชาชนรู้สึกว่าข้าราชการไม่ได้เป็นผู้ที่รับใช้ประชานอย่างแท้จริงจริง ๆ มันจึงมี ร่าง พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่ให้คำนึงถึงการบริการประชาชน ข้าราชการไม่ค่อยแยแสภาคประชาชน การพิจารณาอนุญาตอำนวยความสะดวกของทางราชการจึงล่าช้า ล่าสุดองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขียนงบประมาณขอไปยังรัฐบาลแห่งนี้ผ่านสภา เหตุผลความล่าช้าอันหนึ่งก็คือการขออนุญาตของส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมชลประทาน อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ผมคิดว่าการรายงาน ๓ ป บวก ๑ ป นะครับ เรื่องพลังงานอีกอันหนึ่ง โรงหีบน้ำมันปาล์มครับ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไปขายได้ แต่ปรากฏว่าไปจำกัดปริมาณกิโลวัตต์ของเขา ไปจำกัดเรื่องสายส่งซึ่งเป็นข้ออ้างครับ เพราะฉะนั้นต้องไปแก้ไขเรื่องปฏิรูปพลังงานด้วยนะครับ โรงไฟฟ้านี่ โรงหีบ จากทลายปาล์ม สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าขายได้ ทำไมไปปิดกั้นเขาครับ คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน การปฏิรูปด้านการเมือง นักการเมืองอย่างท่านประธานกับผม ถูกทำให้เป็นผู้ร้าย ถูกทำให้มองเป็นแง่ลบ ซึ่งผมยืนยัน ณ วันนี้ว่านักการเมืองตรวจสอบได้ ๔ ปีตรวจสอบได้ ด่าได้ ประท้วงได้ แต่พวกนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มันได้ไหมครับ มันมีการคุกคามเขาครับ🔗
สรุปได้แล้ว หมดเวลาแล้วครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษ์ฐ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ประจำเดือนมกราคมถึงมีนาคม ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ แผนปฏิรูปประเทศโดยหลักการ ก็เป็นสิ่งที่ดี ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกเขาก็มีแผนปฏิรูปประเทศ มียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เขามีครับ อย่างเช่นประเทศมาเลเซีย เขามีแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติมา ก่อนเราหลายปี ทำให้ประเทศเขาก้าวสู่ความสำเร็จ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว คนไทยต้องไป ทำงานที่ประเทศมาเลเซียแล้วก็ข้ามไปข้ามมา ดังนั้นแผนนี้วันนี้ประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๓ นี้ ผมคิดว่ายังเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงของประเทศ วันนี้เปรียบเสมือน เรือใหญ่ ๆ ที่ขวางคลองอยู่ ท่านมีแผนปฏิรูปประเทศ ท่านให้ส่วนราชการส่งข้อมูล ส่งโครงการ การดำเนินงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเข้าสู่ระบบ ปรากฏว่าโครงการ ต่าง ๆ ในประเทศไทยที่จะพัฒนาชุมชน พัฒนาตำบล หมู่บ้าน ต้องผ่านท่านทั้งหมด ผ่านสภาพัฒน์ครับ วันนี้ปรากฏว่าสภาพัฒน์สำคัญที่สุด รองลงมาคือกรมบัญชีกลาง วันนี้ประเทศไทยเป็นแบบนี้ ๔๐,๒๓๐ โครงการ ต้องผ่านองค์กรสภาพัฒน์ ท่านจะต้องแยก โครงการต่าง ๆ ทั้ง ๔๐,๐๐๐ โครงการนี้ออกเป็นด้าน ๆ ท่านต้องแยกออกไปว่าโครงการนี้ เข้าแผนปฏิรูปประเทศไหม ปรากฏว่าเข้าแผนปฏิรูปประเทศ ๑๒,๗๓๕ โครงการ แล้วก็ เข้าแผนระดับ ๒ อื่น ๆ ก็คือ ๑. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ๓. นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงของชาติ แยกออกมา อันนี้ ๒๗,๔๙๕ โครงการ โครงการของประเทศไทยอยู่ในกำมือของท่านทั้งหมด ท่านประธานครับ สภาพัฒน์จัดเข้า ๔ ช่องทาง ๔ ช่องทางนี้ท้องถิ่นเป็นคนส่งมา วันนี้ถ้าไม่ผ่าน อบต. หรือเทศบาล โครงการต่าง ๆ จะไม่ได้รับการอนุมัติ ดังนั้นชาวบ้านต้องส่งให้ อบต. หรือเทศบาล เทศบาล อบต. ส่งให้นายอำเภอ นายอำเภอส่งให้ยุทธศาสตร์จังหวัด จังหวัด ส่งมาที่กรม กองต่าง ๆ กรม กองต่าง ๆ ส่งมาที่สภาพัฒน์ สภาพัฒน์เชื่อมกับกรมบัญชีกลาง แล้วก็อนุมัติกลับไปที่หน่วยรับเงินที่ท้องถิ่น ท่านประธานครับ วันนี้กลับกลายเป็นว่าขั้นตอน ของการอนุมัติต่าง ๆ การพัฒนาองค์กรท้องถิ่นต่าง ๆ ต้องผ่านสภาพัฒน์ทั้งหมด วันนี้ วันลอยกระทงไม่มีแล้วครับ ไม่มีงบจัดประเพณีต่าง ๆ ในหน่วยงานของท้องถิ่น ไม่ว่า เทศบาลหรือ อบต. ไม่มีงบแข่งขันกีฬาในชุมชน ต้องทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อจัดกีฬา ของโรงเรียน จัดผ้าป่าสามัคคีเพื่อกีฬาของผู้สูงอายุ การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ กลายเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อคราวที่แล้วท่านได้นำเสนอเป็นเล่มใหญ่ ๆ ท่านบอกว่า ยุทธศาสตร์ ๑๒ ด้านนี้ ด้านการเมืองคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ ด้านสิ่งแวดล้อมคืบหน้า กี่เปอร์เซ็นต์ ด้านเศรษฐกิจคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าวันนี้เปอร์เซ็นต์เอาออกไป เพราะอะไร เพราะมันไม่คืบหน้า ถ้าใส่เปอร์เซ็นต์มามันจะซ้ำ ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ มันจะซ้ำกันโดยเฉพาะการเมือง ทำไมเด็กออกมาประท้วง เพราะท่านไม่ปฏิรูป การเมือง มันไม่เป็นประชาธิปไตย เด็กเขาเรียกร้องให้ยุบสภา หยุดคุกคามผู้เห็นต่าง ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นี่อย่างไรการเมือง แล้วท่านใส่ไว้ตรงไหน ท่านมีความรู้สึกไหม ท่านได้บอกท่านประยุทธ์ไหมครับ แล้วรายงานอีก ๓ เดือนข้างหน้าจะมี ๓ ประเด็นนี้ไหม ที่เขาเรียกร้อง นี่คือคนไทยเรียกร้อง เยาวชนเจ้าของประเทศเรียกร้อง จริง ๆ แล้วการเมือง ปฏิรูปแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ใส่ มีอยู่ ๑ โครงการเท่านั้น แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยสันติวิธีและรู้รักสามัคคีของสังคม ตอนนี้คดีเต็มหมดเลยรุ่น ๑ รุ่น ๒ เด็กรุ่น ๓ ติดคดีหมด แต่ยังไม่ดำเนินการกับเด็ก เอาไว้ก่อน รอให้เรื่องสงบค่อยดำเนินการต่อเด็ก ๆ มันใช้ได้ไหม ประเทศนี้ คุกคามประชาชนของตนเอง ทางด้านเศรษฐกิจครับ อีเมนเซอร์ (eMENSCR) เคเบิล (Cable) ใยแก้ว ๒ อย่างเท่านั้น ท่านปฏิรูปทางเศรษฐกิจอย่างไรครับ มีเรื่องอื่นไหม ที่ท่านจะปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อปลดหนี้สาธารณะ ๗ ล้านล้านบาท มีทางอื่นไหมครับ ผมไม่เห็นหนทางในยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศว่าจะปลดหนี้สาธารณะได้อย่างไร ท่านขยายเวลาการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศ ๙๐ วัน ไม่ใช่ท่านปรับปรุงภายใน ๙๐ วัน ท่านต้องเตรียมการมาก่อนว่าท่านจะปรับปรุงอะไรบ้าง ต้องเตรียมการมาก่อน ๙๐ วัน ท่านฟังความคิดเห็นของคนแต่ละหมู่เหล่า ๑๕ วัน ท่านทำทันหรือครับ บอกไปถาม ประชาชนที่เห็นด้วย ท่านไปถามที่ไหนภายใน ๑๕ วัน การปฏิรูป ๑๒ ด้าน ท่านมีเวลา ไปถามใครไหมแค่ ๑๕ วัน สรุปแล้วด้านละ ๑ วันกับอีกไม่กี่ชั่วโมง ท่านทำได้หรือครับ ท่านประธานครับ ผมจะบอก ท่านว่าวันนี้ที่ท่านเข้ามาในห้องนี้ท่านจะผ่านห้องคลองไทย เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ๕ จังหวัด สภาพัฒน์ก็ยังไม่บรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ อันนี้มันจะแก้หนี้ประเทศได้ เขตเศรษฐกิจพิเศษคลองไทย ๕ จังหวัด ผมพูดในสภาเป็นกี่ครั้งแล้ว ทำไมสภาพัฒน์ ทำไม แผนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติทำไมไม่บรรจุ ท่านต้องทำนะครับ นายกรัฐมนตรีไม่เอา ท่านก็ต้องทำไว้ เผื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เขามาเขาจะเอา มันต้องเตรียมการ ไม่ใช่ว่า ทำในวันนี้แล้วมันจะได้วันนี้ มันเป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ของโลก คนไทย ฝากความหวังกับท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
หมดเวลา แล้วครับ ขอบคุณมาก ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นอภิปรายในเรื่องรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ความจริง ๒ รอบผมไม่ได้พูดเพราะว่าก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรคืบหน้า แต่ครั้งนี้ เป็นเดือนที่ ๙ แล้วที่ท่านนำเข้ามา ผมก็พยายามอ่านดูใน ๑๒ ชุดของท่าน ก็ยังไม่เห็นอะไร คืบหน้า เอาเป็นราย ๆ ไปว่าความจริงท่านมารายงานมาแจ้งให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้อภิปราย แสดงความคิดเห็น ท่านทำเป็นเพียงพิธีกรรมจริง ๆ ผมสงสารเลขาธิการสภาพัฒน์นะครับ ท่านทศพร ศิริสัมพันธ์ ต้องเซ็นหนังสือทุกครั้ง แล้วก็ตั้งแต่เริ่มแรกท่านก็มานั่งฟังให้ ส.ส. บ่น ว่าโน่นนี่นั่นท่านไม่ทำสักอัน แต่วันนี้ท่านก็จำเป็นต้องมานั่ง แต่ต้องขอขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ที่ท่านอุตส่าห์มานั่งฟัง แต่ผมก็ฟัง ผู้อภิปรายซีกรัฐบาลของท่านเอง ไม่ว่าท่านเกียรติ สิทธีอมร ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ไม่ได้พวกผมว่าเอาเองนะ พวกผมฝ่ายค้าน ท่านก็อาจจะคิดว่าฝ่ายค้านมันติทุกเรื่อง จริง ๆ ไม่ใช่หรอกครับ เอาความจริงมาพูดในสภาแห่งนี้ ซีกของท่านหละครับ ท่านดอกเตอร์กนกบอกว่าจะไม่พูดอีกแล้วถ้าท่านนำกลับไป แล้วไม่ปฏิรูปอะไรเลย ท่านเกียรติยังมาย้ำอีก ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน เป็นพระเอกในใจผมอยู่ ว่าท่านบอก ๒-๓ ครั้ง กลับมาเหมือนเดิมแล้วก็หายไป อันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าท่านไม่ได้ ปฏิรูป ผมขอไล่เลียงเวลาอันสั้น เริ่มต้นจากที่ท่านบอกว่า ๓ เดือนครั้ง ท่านมีโอกาสไปแก้ รัฐธรรมนูญเลย เอาปีละครั้งก็ได้ ขอแต่มันคืบหน้า ไม่ต้อง ๓ เดือนครั้งหรอก เพราะ ๓ เดือนครั้งมันไม่ก้าวหน้าอย่างแน่นอน เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ของท่านบอก เริ่มต้นจากปฏิรูปด้านการเมือง ท่านบอกว่าท่านได้แก้ไขโน่นนี่นั่น โดยแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี ท่านบอกชัดเจนแบบนั้น แต่ท่านรู้ไหมผมไปอ่านดูแล้วนี่ ท่านให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติเป็นคนมาจัดการในเรื่องด้านการเมือง ท่านทำอะไรรู้ไหมที่ผมดู มันเป็นกิจกรรมปกติของหน่วยงานเหล่านี้ ให้ผลิตภาพยนตร์ ท่านประธาน นี่คือ ด้านการเมืองหรือครับ ผลิตภาพยนตร์เรื่องฝุ่นหรือหยดน้ำ อันนี้คือการผลิตด้านการเมือง สร้างภาพยนตร์สั้น ๆ ยกตัวอย่างให้เห็นแค่นี้ ท่านยกมา มีอันเดียว การเมืองท่านไปทำมา ๘-๙ เดือนนี่ ผมถึงบอกว่าถ้าทำแค่นี้ไม่ต้องเข้ามาสภา เสียเวลาท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งครึ่งวันแล้ววันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีผมนี่ อยู่ในใจผมเสมอ เป็นอาจารย์ผมตอนเรียน มสธ. ข้อ ๒ ท่านบอกว่าด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ บริหารราชการแผ่นดินโดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปจ้างที่ปรึกษา จัดตั้งศูนย์ฉุกเฉิน ๑๙๑ นี่คือการปฏิรูป จ้างจัดตั้งศูนย์ฉุกเฉิน ๑๙๑ เขาทำมาตั้งแต่ตั้ง กรมตำรวจแล้วอันนี้ ไม่ต้องไปพัฒนาอะไรนักหนาหรอก เอาแค่ ๑๙๑ รับแล้วไปเลย ให้มันถึงที่เกิดเหตุอย่างรีบด่วน ไม่ต้องปฏิรูปครับ เป็นเรื่องปกติ ผมว่าจะถึงสัก ๔-๕ อัน จะหมดแล้วครับ ปฏิรูปกฎหมาย ข้อ ๓ ท่านครับ รัฐบาลชุดนี้ผมมาเป็นผู้แทนปีกว่า เป็นรัฐบาลที่ไม่มีกฎหมายผ่านสภาเลย เพิ่งนำเข้าเมื่อวานนี้ ๒ เรื่อง กฎหมายเรื่องจัดตั้ง สำนักงานที่ดิน เป็นสำนักงานคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ผมเขียนให้ ในนี้ท่านบอกว่า พ.ร.บ. เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ผมให้อีกอันหนึ่ง แต่เพิ่งเสนอเมื่อวานนี้ครับ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รัฐบาลชุดนี้ไม่มีครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ยังไม่เสนอผ่านสภานี้มาเลย เพิ่ง ๒ อันครับ กฎหมายเกี่ยวกับพี่น้องประชาชน ผมไม่ดูเลยเรื่องที่ดินแต่ผมดูในเนื้อหา ท่านต้องไปปรับแก้นะ เรื่องกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ท่านยังกำกวมอยู่ ยังจะเอาเปรียบชาวบ้าน ท่านตั้งเป็นโจทก์ ชาวบ้านบุกรุกที่ดิน ผมอยากเห็นพี่น้องผมได้เอกสารสิทธิ รอบหนองหารวันนี้ไม่มีฝั่งที่อำเภอ บ้านผมอยู่ บนภูพานมีปัญหาไม่ได้ที่ดิน อำเภอเต่างอยเหมือนกัน อำเภอโพนนาแก้ว ผมถึงบอกว่ากฎหมาย ๒ ฉบับนี้ขอให้ผ่านแล้วไปปฏิรูปใหม่ก็เก่งแล้วท่านประธาน ท่านไม่ต้องคิดอย่างอื่นหรอก เรื่องกระบวนการยุติธรรมยิ่งไม่ต้องพูดเลย วันนี้ความล้มเหลว กระบวนการยุติธรรมทำลายตำรวจ อัยการ ล้มเหลว เมื่อวานนี้เด็กบ้านผมชุมนุม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ซื้อยาบำรุงกระทิงแดงที่แจกทั้งหลายไปแขวนคอแล้ว อันนี้อะไร คือความล้มเหลวทางด้านกระบวนการยุติธรรมชัดเจน ผมจึงบอกว่าการเสนอกฎหมาย ก็ล้มเหลว กระบวนการยุติธรรมก็ล้มเหลว เศรษฐกิจยิ่งไปไม่ได้ครับวันนี้ ไปไม่ได้จริง ๆ ผมต้องกราบเรียนแบบนั้น ผมว่าจะพูดก็หมดเวลา ไม่เป็นไร แต่ยืนยันว่าโครงการที่ท่านพูดถึง ทางเศรษฐกิจ ๔๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๖๐,๐๐๐ คือโครงการที่ท้องถิ่นส่งมากู้เงิน ผมไปดูแล้ว ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้เดินไม่ได้ ท่านไม่ต้องปฏิรูป เปลี่ยนไปแก้กฎหมาย ปีละครั้งก็ได้ ขออย่าให้มันเข้ามาแบบนี้ ไม่ให้บ่นไม่ให้อะไรไม่ได้หรอก ส.ส. เขาเห็นแล้วมันไม่ได้ปฏิรูป คนของท่านเองล่ะพูดชัดเจน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ตามที่ได้อ่านรายงานคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ เดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๓ มีอยู่ ๑๓ ด้านด้วยกัน สำหรับแผน ที่ผ่านมานั้นดูแล้วก็ดีทุกด้าน แต่ข้าเจ้าจะขอเสนอแนะในการปฏิรูปประเทศไทย แต่อยากจะให้ ตั้งหัวข้อว่าจะปฏิรูปประเทศไทยต้องปฏิรูปคนดีกว่าเจ้า คือการนำเสนอแผนปฏิรูปในครั้งนี้ทางด้านการเมือง ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีการเลือกตั้ง แต่ละครั้ง ตั้งแต่ท้องถิ่นและท้องที่ บ่ว่าเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน การเลือกตั้งแต่ละครั้ง จะทำให้ประชาชนต้องมีการทะเลาะ แบ่งแยก แบ่งก๊ก แบ่งเหล่า แบ่งชนชั้น อันนี้ก็อยากให้ ปฏิรูปการเลือกตั้งนะเจ้า แล้วมาระดับประเทศ การเลือกตั้งแต่ละครั้งผู้ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น จะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ แล้วถ้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องมาแบ่งแยก มาแย่งชิงตำแหน่ง ตามที่เห็นปัจจุบันนี้ เมื่อก่อนนี้ข้าเจ้าเป็นลูกชาวไร่ชาวนาอยู่ที่บ้านนอกคอกนา แล้วเห็นออก ในทีวี ออกโทรทัศน์ วันนี้ได้มาถึงจุดมุ่งหมายก็ยังได้มาเห็นการทะเลาะจากผู้นำ มาแย่งชิง เอาตำแหน่ง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นถ้าจะปฏิรูปประเทศไทยต้องปฏิรูปคนดีกว่า ด้านการกฎหมาย เวลาออกกฎหมายมาแล้วคนทางชนบทบ่ได้รับความเป็นธรรม ยกตัวอย่าง อย่างกลุ่มกะเหรี่ยง กลุ่มชนเผ่าม้งตามชนบทต่าง ๆ กรณีถ้ารถเฉี่ยวชน หรือมีอุบัติเหตุ บ่ได้รับความเป็นธรรม แล้วปัจจุบันนี้ดูแล้วคุกของประเทศไทยนั้นมีแต่คนยากคนจนที่ได้เข้า ไปอยู่ในคุก คนที่มีเงิน มีเส้นมีสายก็จะพ้นจากคดีที่ท่านมีอยู่ ดังนั้นก็อยากให้พิจารณา ให้ความเป็นธรรมทุก ๆ ด้าน แล้วมาทางด้านเศรษฐกิจนะเจ้า เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น หรือว่าปัจจุบันนี้ข้าเจ้าอยากเสนอว่าถนนดี น้ำไหล ไฟสว่าง ถนนดีนั้นก็คืออยากให้ ทางรัฐบาลช่วยเหลือทางชุมชนหรือว่าชนบททำถนนให้มันดี แล้วทางน้ำไหลนั้นก็ขอให้สร้าง อ่างเก็บน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทุก ๆ ชุมชนจะต้องมีอ่างกักเก็บน้ำให้กับประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ไฟฟ้าส่องแสงสว่าง ณ ปัจจุบันนี้ทางชุมชนชนบทไฟฟ้า ยังไม่ทั่วถึง ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดตรงนี้ด้วย ถ้าเศรษฐกิจ ของเรา น้ำดี ถนนดี ไฟฟ้ามีส่องแสงสว่าง แล้วรัฐบาลสนับสนุนการตลาด การตลาดดี การเกษตรก็จะมีการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนนะเจ้า แล้วมาด้านทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม ปัจจุบันนี้ที่มีปัญหาความเดือดร้อนก็มาจากคนทั้งหมด คนเป็นผู้ทำลาย ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อย่างถ้าไม่มีคน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติก็จะอุดม สมบูรณ์ ปัจจุบันนี้คนเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า ไปบุกรุกป่าเพื่อทำมาหากิน ดังนั้นอยากให้ รัฐบาลช่วยดูแลตรงนี้ ขอให้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน แล้วที่ผ่านมา ยกตัวอย่าง เหมือนจังหวัดเชียงใหม่ที่หมอกควันมีทุกปี ๆ ก็ได้เคยเสนอให้ทางรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อจังหวัดเชียงใหม่จะไม่มีหมอกควันอีกต่อไปนะเจ้า ก็ขอให้ปฏิรูปคนนะเจ้า ทางด้านการศึกษา ก็จะเสนอมี ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ อยากให้มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทย ที่มาของประเทศไทยตั้งแต่เริ่มต้นมีประวัติอย่างไร ขอให้มีการสอนการเรียน ให้กับนักเรียนด้วย ข้อ ๒ อยากให้มีการเรียนการสอนทางด้านพระพุทธศาสนา ทุกวันนี้ เด็ก น้อง ๆ เยาวชน ลูกหลานไม่เข้าวัดเข้าวา ไม่รู้ว่าพระพุทธศาสนานั้นอยู่ในใจของเด็ก อยู่หรือเปล่า อยากให้มีการเรียนการสอนทางพระพุทธศาสนา ข้อที่ ๓ อยากให้มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ที่มาของพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลปัจจุบัน ถ้าเรามีการเรียนการสอนประวัติของพระมหากษัตริย์ เพื่อจะให้นักเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนจะได้รู้ความสำคัญของพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย คืออะไร สรุปสุดท้ายนี้การปฏิรูปด้านสังคม ถ้าผู้นำท้องที่ท้องถิ่นหรือประชาชนรู้รักสามัคคี รู้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักประเทศไทย รวมน้ำใจเป็นหนึ่ง ช่วยกันพัฒนา ประเทศไทยจะได้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ประเทศไทยจะได้เป็นประเทศเมืองยิ้มสยามนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านกัลยาจะอภิปราย ผมขอแจ้งล่วงหน้า ๔ ท่านนะครับ เพื่อจะได้เตรียมตัว ท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว เชิญนางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศนะคะ วันนี้ ดิฉันก็ได้อ่านแผนปฏิรูปประเทศที่ท่านคณะกรรมการได้จัดทำมา อยากจะทราบว่าการปฏิรูป ตามแผนนั้นให้ผลดีกับชีวิตจริงของประชาชนอย่างไร จาก ๑๒ ด้าน ที่ท่านได้กล่าวมานะคะ เช่น ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน บริการภาครัฐ สะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์ชีวิต ประชาชน ดิฉันจะเล่าให้ฟังนะคะ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากจังหวัดสระบุรีของดิฉันนั้น เป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็แน่นอนว่าโรงงานอุตสาหกรรม ก็ย่อมมาพร้อมกับความเจริญ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือปัญหามลภาวะนะคะ ดิฉันจะเล่าให้ฟังว่า การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ดิฉันได้เคยอภิปรายไปแล้วนั้น มีความเกี่ยวข้องกับ หลายหน่วยงาน ดิฉันอภิปรายไปคราวที่แล้วก็เป็นท่านประธานศุภชัยพอดีนะคะ วันนี้ก็จะ มาเล่าให้ฉันฟังว่าจากที่อภิปรายไปคราวที่แล้ว สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ลงไปใน พื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อที่จะทำการประสานหรือบูรณาการตามที่ดิฉันอภิปรายในงบบูรณาการ ซึ่งดิฉันมีส่วนได้เข้าไปร่วมในการฟังคำชี้แจง ทั้งในส่วนของจังหวัดสระบุรี แล้วก็ในส่วนของ ผู้เป็นตัวแทนของโรงงาน ดิฉันก็ได้ถามคำถามไปในที่ประชุมหลายคำถามว่าโรงงานตั้งอยู่ ใกล้แหล่งน้ำ ท่านคิดจะมาประกอบการโรงงานเชือดไก่วันละ ๓๐๐,๐๐๐ ตัวนี้ ท่านได้ มองเห็นสภาพพื้นที่ที่อยู่ในชุมชนสีเขียว เป็นชุมชนหนาแน่น เป็นพื้นที่เก่าแก่ที่มีประชาชน ท่านได้ทราบไหม และคิดอย่างไรถึงได้อยากจะมาสร้างโรงงานตรงนี้ ท่านตอบคำเดียวค่ะ ท่านประธาน ตอบว่ากฎหมายเปิดช่อง ดิฉันคิดว่าคำตอบคำเดียวสั้น ๆ ว่ากฎหมาย อนุญาตให้ทำได้นี้ เราต้องมาทบทวนกันใหม่แล้วว่าเราจะปฏิรูปประเทศมันต้องปฏิรูปทุกด้าน ไม่ใช่จะปฏิรูปแต่ความเจริญเพียงอย่างเดียว คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราควรต้องเอามาคำนวณในการที่จะคิดเป็นรายได้หรือเป็นผลประโยชน์ของประชาชนด้วย อย่างดิฉันคิดว่ากฎหมายที่ควรจะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานนั้นตั้งแต่กฎหมายผังเมือง ท่านก็ควรจะต้องปรับปรุงกฎหมายผังเมืองนะคะ อย่างผังเมืองบอกว่าพื้นที่สีเขียวก่อสร้าง โรงงานได้ ต่อยอดอุตสาหกรรมได้ แต่ถ้าเกิดว่าท่านไม่ปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบท ของความเป็นจริง ปัญหาความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่รู้จบ และในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศไทย ท่านประธานคะ พอโรงงานเชือดไก่มีทีท่าว่าจะทำความเข้าใจและจะถอน ไม่มาก่อสร้าง ก็ปรากฏมีข่าวมาอีกแล้วว่าจะมีโรงงานแต่งแร่เข้ามาก่อสร้างแทน ตอนนี้ พี่น้องชาวตำบลหนองยาว ตำบลปากข้าวสาร แล้วก็พี่น้องชาวอำเภอเมืองดิฉันแทบจะกิน ยาพาราต่างข้าวแล้วนะคะ เพราะว่าทุกคนเครียดมาก พื้นที่ในกลางไข่แดงที่เป็นชุมชน หนาแน่น และเป็นชุมชนเก่าแก่นี้ก็เรียกว่าเป็นที่หมายปองของโรงงานสารพัดโรงงาน แต่ถ้าไม่มีการปรับปรุงกฎหมาย ไม่ว่ากฎหมายผังเมือง หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าจะให้มี การก่อสร้างโรงงานเกษตรต่อยอด ก็จะต้องระบุไปเลยว่าขนาดโรงงานควรจะไม่เกินกี่แรงม้า อย่างนี้ก็จะเป็นการควบคุมเรียกว่ามลภาวะหรือการทำกิจกรรมของโรงงานได้ แต่ถ้าท่าน ไม่ได้ระบุในกฎหมายให้ชัดเจน ให้สอดคล้องกับพื้นที่ที่จะใช้ในการทำกิจกรรมของโรงงาน มันก็จะเกิดข้อพิพาท ข้อขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ก็จะต้องปรับปรุง กฎหมายสิ่งแวดล้อมก็ต้องปรับปรุง วันนี้มีหนังสือจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปถึงที่จังหวัดดิฉัน ให้ทางราชการในส่วนของอำเภอแก่งคอย ซึ่งวันนี้ท่าน ส.ส. สมบัติ อำนาคะ ก็อยู่ร่วมด้วยว่าให้มาชี้แจงในเรื่องปัญหาของโรงงานเบ็ตเตอร์ (Better) หรือ โรงงานกำจัดสารพิษให้มาชี้แจงในวันนี้เองเลยว่าก่อความเดือดร้อนให้ประชาชน อันนี้ มีทั้งโรงงานที่ตั้งไปแล้ว และดำเนินการอยู่ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน แล้วมีโรงงาน ที่จะมาตั้งใหม่ซึ่งจะต้องส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อากาศ แล้วก็เสียง หรือสิ่งต่าง ๆ ฝุ่นควันพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องเข้ามาวุ่นวายอยู่ใน เขตพื้นที่ที่เป็นเขตชุมชนหนาแน่น ฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราจะต้องมีการปฏิรูป โดยการปรับปรุง กฎหมายหลายฉบับเพื่อให้สอดคล้องทั้งกฎหมายของสาธารณสุขด้วย ดิฉันคิดว่าถ้าโรงงาน สามารถตั้งได้โดยไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชน มันก็ไม่เกิด ความเป็นธรรม แล้วก็จะเกิดความเหลื่อมล้ำขึ้น ดังนั้นการปฏิรูปที่ดิฉันยกขึ้นมาในวันนี้ คิดว่ารายงานฉบับนี้ยังไม่ตอบโจทย์ ที่ดิฉันได้พูดในวันนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าดิฉันเป็น ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ และดิฉันเป็น ส.ส. รัฐบาล ดิฉันได้เห็นความตั้งใจดีของรัฐบาลนี้ ได้เห็นความตั้งใจดีของท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านได้มีความ ปรารถนาที่จะปฏิรูปประเทศของเราเพื่อที่จะก้าวเดินไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ฉะนั้นตรงนี้ เป็นโจทย์ของคณะกรรมการทุกท่านที่จะต้องไปแก้ปัญหา แล้วก็ให้ความสุขนี้กับประชาชน ให้คุณภาพชีวิตที่ดีกับประชาชน ให้สิ่งแวดล้อมที่ดีกับประชาชน ให้บริการภาครัฐที่รวดเร็วกับ ประชาชน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันฝากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทุกท่านได้โปรดช่วยทำให้ สำเร็จสมดังความตั้งใจของรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ผมขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ของเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ผ่านมาแล้ว ๔ เดือน ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ที่ท่านได้เขียนมา อย่างละเอียด ซึ่งได้ทราบว่าการดำเนินการในการปฏิรูปนั้นรัฐบาลชุดนี้ให้สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเจ้าภาพหลัก หลังจากนั้นแล้วสำนักงานนี้ ก็มารายงานคณะรัฐมนตรี โดยมีนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็น ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นแล้วคณะรัฐมนตรีก็มาเสนอ ที่รัฐสภา หลังจากที่ผมได้มานั่งอ่านความคืบหน้านั้น จริง ๆ แล้วท่านได้ปฏิรูปทั้งหมด ๑๓ ด้านครับ แต่ละด้านผมได้อ่านแล้วแทบจะไม่คืบหน้าเลย แล้วก็มีปัญหาอุปสรรคมากมาย ซึ่งผมอาจจะต้องขอเรียนถามว่าเกิดปัญหาอุปสรรคใดจึงไม่สามารถที่จะดำเนินการปฏิรูปได้ เริ่มจากแผนปฏิรูปด้านการเมือง ด้านการเมืองท่านบอกว่ากลไกในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย ท่านรายงานมาบอกว่าท่านมี ปัญหาอุปสรรค หรือยังไม่มีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ผมอยากทราบว่าเหตุใดยังไม่มีการ ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ติดขัดอะไรครับ ใครไม่ให้ความร่วมมือบ้าง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคนไทยไม่รักสามัคคีกันมันเดินหน้าไม่ได้หรอกครับ จริง ๆ แล้วการปฏิรูปประเทศนั้น ผมเรียนมาตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าไม่ควรจะให้คนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าภาพ ต้องให้คนไทยทุกคน เป็นเจ้าภาพร่วมกันไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ รัฐสภา รัฐบาล องค์กรอิสระอื่น ๆ ด้วย นี่เราให้สภาพัฒน์ไปเป็นผู้ดำเนินการมา ถ้าจะให้สภาพัฒน์ทำงานประสบความสำเร็จ มีทางเดียวครับท่านประธาน จะต้องให้อำนาจสภาพัฒน์เหนือกว่านายกรัฐมนตรี จึงจะสามารถที่จะทำได้ อันนี้คือเรื่องการเมืองนะครับ🔗
ผมจะยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งครับ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อการปฏิรูปประเทศ ท่านบอกว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่อาจไม่บรรลุเป้าหมาย เห็นไหมครับ ไม่สามารถทำได้ อยากทราบว่าติดปัญหาอะไรที่ไม่สามารถทำได้ นี่คือความสำคัญครับ การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นและที่ผ่านมามีหลายที่ที่บอกว่า การเลือกตั้งไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม การปฏิรูปประเทศก็ต้องไปถึงการเลือกตั้งด้วย แต่ท่านว่าท่านติดขัดมีปัญหาไม่สามารถทำได้ ผมอยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร🔗
อีกด้านหนึ่งครับ ด้านการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ยกตัวอย่างครับ กำลังคนภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมและมีสมรรถนะสูงพร้อมขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ นั่นหมายถึงว่าท่านต้องการปฏิรูปประเทศให้มีกำลังคนตามภาครัฐ ที่เหมาะสม อาจจะมีกำลังคนน้อยลงเพื่อลดรายจ่ายของประเทศ แต่ที่ผ่านมานะครับ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ชัดเจนเลยครับ งบประเทศไทยซึ่งเป็นงบจำเป็นต้องจ่ายคืองบรายจ่าย ประจำมันเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว ปีนี้งบรายจ่ายประจำอยู่ที่ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท นั่น หมายถึงว่ารายจ่ายประจำเรามากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น นั่นแสดงว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐยังใหญ่อุ้ยอ้าย เราไม่สามารถลดต้นทุนตรงนี้ลงได้เลย ฉะนั้นการปฏิรูปประเทศ ด้านนี้ก็ล้มเหลว🔗
อีกประการหนึ่งครับ การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย อันนี้ชัดเจนครับ ด้านกฎหมายยิ่งชัดเจนใหญ่เลยครับ ท่านบอกว่ายกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลัง ที่ล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ท่านรายงานมาบอกว่าประสบอุปสรรคครับ หรือไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เรื่องนี้ ก็เรื่องสำคัญครับ แต่ท่านไม่สามารถดำเนินการเป็นรูปธรรมได้ ถ้าท่านสามารถที่จะปรับปรุง กฎหมายที่ล้าหลังได้เป็นเรื่องดีครับ หรือกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของ ประชาชนหรืออาชีพต่าง ๆ ผมเห็นด้วยครับ กฎหมายที่ล้าหลัง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เราขับรถ ไปตามถนนที่ใหญ่ ๆ ถ้าถนนมันโล่งเราก็จะขับ ๑๐๐-๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีป้ายตั้งไว้ ห้ามขับเกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านประธานครับ รถสมัยนี้สมรรถนะรถขนาดปัจจุบันนี้ จะวิ่ง ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาวบ้านก็ชนตูดเราตายครับ นี่คือกฎหมายที่ล้าหลัง เราควรแก้ อีกกฎหมายที่มีความยากลำบากในการประกอบอาชีพ ประชาชนหลายท่านหลายคนที่บ่นว่า จะประกอบอาชีพอะไรก็แล้วแต่จะต้องไปขออนุญาต ทุกอาชีพต้องขออนุญาตหมด ทั้ง ๆ ที่เป็นอาชีพที่ประชาชนเขาสามารถทำได้อยู่แล้ว เป็นอาชีพที่สุจริต แต่ทำไมต้อง ขออนุญาตครับ การขออนุญาตท่านย่อมรู้อยู่ว่ามันยาก ใช้เวลานาน ใช้ทุนในการ ขออนุญาตเยอะ นี่คือปัญหาอุปสรรคของกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศต้องไป ปฏิรูปให้ได้นะครับ🔗
ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง มีกลไกให้มีการตรากฎหมายเพื่อเพิ่มความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ท่านบอกว่ามีปัญหาอุปสรรค ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เห็นไหมครับ นั่นแสดงว่าการดำเนินงานของท่านมันยังไม่คืบหน้าอะไรเลยนะครับ หลายอย่าง🔗
ผมยกตัวอย่างอีกครับ คือแผนการปฏิรูปประเทศด้านการยุติธรรม อันนี้ ชัดเจนครับ กระบวนการยุติธรรมผมจะยกตัวอย่างก็คือว่าการพัฒนากลไกการบังคับการ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ท่านบอกว่ามีอุปสรรค ยังไม่สามารถ ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ อันนี้สำคัญครับ เพราะว่ามันมีคดีหลายคดีที่ผู้กระทำผิดแล้ว ไม่สามารถที่เอาผิดได้ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ประชาชนมีคำพูดว่าคุกมีไว้ขังคนจน ฉะนั้น เราต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผมขอฝากคณะกรรมการปฏิรูปไว้ จริง ๆ แล้ว ผมอยากให้กระทรวง ทบวง กรม ปฏิรูปตัวเองก่อน มันจะง่ายขึ้น ดีกว่าที่สภาพัฒน์จะมา นั่งทำนะครับ เราควรโยนคำถามนี้ไปที่กระทรวง ทบวง กรม เพราะเขาจะรู้ดีว่าอันไหน ควรปฏิรูป อันไหนควรทำอย่างไร ข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบทั่วไปนะครับว่า การปฏิรูปประเทศมีความสำคัญ แล้วก็เป็นข้ออ้างข้อหนึ่งในการที่จะมีการเปลี่ยนแปลง การปกครองในครั้งที่แล้ว ซึ่งผมขออนุญาตว่าการปฏิรูปประเทศถ้ามองในแง่ดีมันก็ดีนะครับ ว่าเราจะได้มีเหมือนแผนที่ที่จะทำงานเพื่อจะมองอนาคตของประเทศ แต่ถ้าเรามีการ วางแผนที่ไม่มีความยืดหยุ่น ก็ทำให้การพัฒนาประเทศขาดโอกาสที่สำคัญไป ผมขออภิปราย ในประเด็นดังนี้🔗
๑. คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ แผนปฏิรูปประเทศนี้ในเรื่องความเหลื่อมล้ำ ยังไม่ชัดเจนนะครับ ยิ่งปฏิรูป ยิ่งพัฒนา อาจยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ยิ่งพัฒนา ยิ่งเหลื่อมล้ำ เพราะอะไรครับ เพราะเรามุ่งเน้นจะพัฒนาแข่งขันกับประเทศอื่น โดยที่ใช้งบประมาณ ในพื้นที่ด้านเศรษฐกิจมากเกินไป เรามีรถไฟฟ้า เราเห็นรถประเทศอื่น มีรถความเร็วสูง เราก็อยากได้ความเร็วสูง มีถนนหนทางที่ทันสมัย เราก็อยากทันสมัย แต่เราลืมเรื่องของ ดุลยภาพ การพัฒนาพื้นที่ชนบท การพัฒนาพื้นที่ในต่างจังหวัดที่ยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ไม่ทัดเทียมกับในส่วนกลางนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าให้เขาพูดว่าเรายิ่งพัฒนายิ่งเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะต้องมีดุลยภาพในการพัฒนาประเทศในทุกมิติของการแข่งขัน ซึ่งก็มีความสำคัญครับ เราต้องแข่งขันประเทศอื่น แต่เราอย่าลืมเรื่องของการพัฒนาชนบท ในภาพรวมด้วยนะครับ ซึ่งจากการที่สังเกตงบประมาณปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หรืองบที่ผ่านมา เราจะมุ่งเน้นในเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เช่นด้านรถไฟฟ้า ด้านอีอีซี (EEC) แต่ผม ไม่เห็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ด้านการพัฒนาระบบชลประทานเลย น้ำคือชีวิต น้ำไปที่ไหน ลดจน แล้วรายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น ประชากรอีสานพื้นที่ชลประทาน ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคอื่น ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้คนอีสานต่ำกว่าภาคอื่น ๓ เท่า นี่คือ ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ไม่ได้จากอะไรครับ จากโอกาสในการพัฒนาเขาน้อยกว่าภาคอื่น ก็อยากจะนำเรียนว่าเรื่องปฏิรูปจะต้องมีเคพีไอ (KPI) มีข้อกำหนดชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำในการที่จะให้คนในสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำน้อยลง การพัฒนาชนบท การพัฒนาถนนในพื้นที่ชนบทหรือการพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบชลประทาน ให้ได้ทัดเทียมกัน คนอีสานบางทีไม่ต้องการเงินมาสนับสนุนอะไรมากมายหรอกครับ แต่ถ้ามีน้ำนี่เขาบอกดี เขาชอบมากกว่าจะไปแจกเงินเขาอีก🔗
๒. ก็คือว่าประเด็นการเหลื่อมล้ำ มันจะเกี่ยวข้องอะไรบ้าง ๑. คือระบบ บริหารราชการแผ่นดิน เราจะพัฒนาส่วนที่จะแข่งขัน เราก็อยากพัฒนา พัฒนาในส่วนของ ชนบทเราก็อยากพัฒนา แต่เราจะทำทั้ง ๒ อย่างได้เราต้องบริหารจัดการให้ฉลาด แปลว่า อย่างไรครับ เราต้องลดต้นทุนประเทศที่ไม่จำเป็น เราต้องลดส่วนกลางลง เพิ่มส่วนพื้นที่ในทุกกระทรวง ทบวง กรม ผมได้ยินข่าว ผมได้กล่าวหลายครั้งว่า กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยนี่ใหญ่ที่สุดในโลก กระทรวงศึกษาธิการเราใหญ่ที่สุดในโลก งบกระทรวงศึกษาธิการ งบกระทรวงสาธารณสุข ครึ่งหนึ่งอาจจะอยู่ในกระทรวง แล้วไม่ถึง นักเรียน ไม่ถึงโรงเรียน ไม่ถึงโรงพยาบาล ทำอย่างไรเราจะลดในส่วนกลางลง ในการบริหาร จัดการส่วนกลางลง เพื่อจะไปพัฒนาในส่วนพื้นที่ได้มากขึ้น นี่คือ ๔ โจทย์ ที่คณะกรรมการ ทางสภาพัฒน์จะต้องคิดกัน ซึ่งผมเข้าใจว่าทางสภาพัฒน์ก็งง ๆ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ กำหนดให้สภาพัฒน์เป็นเจ้าภาพ งานอย่างอื่นก็เยอะอยู่แล้ว แต่งานในเรื่องของการพัฒนา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำผมคิดว่าท่านจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ชัดเจนว่าการพัฒนาในหลายสิ่ง หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำถึงปลายน้ำที่จะเกิดความสำเร็จ ท่านจะต้องมีตัวชี้วัดที่จะช่วย ให้เกิดความสำเร็จมากขึ้น พัฒนาด้านการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างนี้ คนชนบท สามารถจะเข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ โดยที่ไม่มีต้นทุน แล้วก็มีความสามารถจะได้รับ การศึกษาทัดเทียมกับคนที่อยู่ส่วนกลาง ด้านการงบประมาณ อันนี้สำคัญนะครับ งบประมาณที่จะพัฒนา จะต้องชัดเจนว่าเราจะพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร ถ้างบประมาณเราไม่สมดุล ไม่ลดส่วนกลางลง ไม่ประหยัดงบประมาณลง การพัฒนา ส่วนภูมิภาคก็จะเป็นไปไม่ได้ การลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ จำนวนแพทย์ต่อประชากร ทำอย่างไรจะทัดเทียมกัน คนอีสานอาจจะ ๑ : ๑๐,๐๐๐ กรุงเทพมหานครอาจจะ ๑ : ๑,๐๐๐ ทำอย่างไรจะลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของระบบสุขภาพการเข้าถึงบริการ ได้อย่างทัดเทียมกัน ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ในรายงานฉบับนี้บอกว่า ๑. การบริหารจัดการด้านสุขภาพ ๒. ระบบเทคโนโลยีเพื่อสาธารณสุข ๓. กำลังพลสุขภาพ ๔. การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งผมขออภิปรายว่าท่านสามารถจะแก้ไขปัญหาแล้ว ก็ทำให้การพัฒนาระบบสาธารณสุข ปฏิรูประบบสาธารณสุขได้ดี ท่านจะต้องคิดถึง การลดส่วนกลาง เพิ่มส่วนภูมิภาค เพิ่มงบของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งตอนนี้ มีแค่ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านต้องมีเคพีไอ (KPI) ว่าต้องมากกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สรุปแล้ว ก็คือว่าทางสาธารณสุขจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจนว่าเราจะต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนกลาง ลงอย่างไรเพื่อจะนำเงินมาใช้ในการที่จะเพิ่มการบรรจุให้กับข้าราชการที่ยังรอบรรจุอยู่ เช่น ทางแพทย์แผนไทย แล้วก็เวชระเบียนอะไรต่าง ๆ ที่ยังรอการบรรจุอยู่ เพื่อจะใช้เงิน ในก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็นำเรียนว่าโดยสรุปแล้วเรื่องการปฏิรูปต่าง ๆ ถ้าท่านมีแผน ในการที่จะมีไฟแนนเชียล เมเนจเมนต์ (Financial management) การบริหารทางการเงิน ที่จะสมดุลทางการบริหารจัดการก็สามารถ จะประสบความสำเร็จได้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต้องขอให้ท่านสมาชิกช่วยรักษาเวลาด้วยนะครับ คือถ้าแต่ละคนเกินไปคนละนาที ๒ นาที มันก็คงจะทำให้เวลาเราขยายไปอีกไกลนะครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๔ พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ โดยหลักการการปฏิรูปประเทศ ผมเห็นด้วย ที่ประเทศเราต้องมีการปฏิรูป ในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะที่ผมจะอภิปรายวันนี้ก็คือแผนการปฏิรูป ด้วยระยะเวลาแค่ ๗ นาที ผมจะเน้น ในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมนั่งดูรายงานที่มีการเสนอตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ๓ เดือนครั้ง ผมดูรายงานในหน้า ๔ ที่รายงานฉบับนี้บอกว่าจนถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ในด้านกฎหมายก่อนหน้านี้พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวน ๔๘ ฉบับ จากกฎหมายภายใต้แผนทั้งหมด ๒๑๖ ฉบับ แต่ ณ ถึงเดือนมีนาคม ปรากฏว่าไม่มี การพิจารณากฎหมายแม้แต่ฉบับเดียว คงมีกฎหมายที่ค้างการพิจารณาอยู่ที่สภา ที่สภา ของเราได้ทำการพิจารณาก็คือวิธีพิจารณาความแพ่ง ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องการไกล่เกลี่ย ก่อนฟ้องคดี นี่คือความคืบหน้า ผมอยากเห็นความสำเร็จเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ให้บรรลุเป้าหมายตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ที่ว่าการปฏิรูป ประเทศต้องบรรลุเป้าหมาย ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยาก ให้เกิดผลตามมาตรา ๒๕๘ ในรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติไว้ ก็คือโดยเฉพาะในมาตรา ๒๕๘ ค ด้านกฎหมาย ใน (๑) ก็คือว่าต้องมีการดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ นั่นหมายความว่าต้องสอดคล้องกับ สถานการณ์ แล้วก็ประชาชนต้องเข้าใจกฎหมายได้ถูกต้อง ที่ผมยกประเด็นหลักการอย่างนี้ ผมอยากเรียนท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมการ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าในฐานะ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในจังหวัดนราธิวาส แล้วก็พรรคประชาชาติ สมาชิก ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมดูแผนการปฏิรูปประเทศแล้ว ในด้าน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ท่านรายงาน ๓ เดือน มกราคม ถึงมีนาคม ๒๕๖๓ ดูในตารางแผนการปฏิรูปแล้ว ปรากฏว่าท่านไม่ได้พิจารณาปฏิรูป กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย ท่านประธานครับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นที่ทราบกันดีว่ามีปัญหาสะสมมานานในเรื่องของความไม่สงบ รากเหง้า ของปัญหาก็คือการไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนหนึ่งของการไม่ได้รับความเป็นธรรมก็คือ การบังคับใช้กฎหมาย ปัจจุบันนี้พี่น้องใน ๓ จังหวัดมีการบังคับใช้กฎหมายมากกว่าคนอื่น ๆ ในภาคอื่น ๆ ของประเทศ เพราะว่านอกจากจะมีกฎหมายปกติ กฎหมายสารบัญญัติ วิธีสบัญญัติปกติ ที่บังคับใช้เหมือนคนอื่นแล้วยังมีกฎหมายพิเศษที่บังคับใช้อยู่อีกก็คือ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ถามคณะกรรมการว่าในแผนปฏิรูปประเทศท่านได้เรียงลำดับการแก้ไขทบทวนกฎหมาย ที่บังคับใช้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม แล้วก็ เป็นส่วนหนึ่งของรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาอยู่ในแผนเมื่อไร ผมในฐานะ อยู่พื้นที่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เราไม่ได้รู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการแก้ไข ทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เลย มันไม่ใช่เฉพาะ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ อย่างเดียว กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ยังบังคับใช้อยู่ ประเด็นเรื่องการเยียวยา ประเด็นเรื่องคณะกรรมการ กพต. ที่จ่ายเงินเยียวยาให้กับบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ก็ต้องมีการทบทวน เพราะอะไร เพราะว่าปัจจุบันนี้ปรากฏว่าการเยียวยาโดยคณะกรรมการมีความล่าช้าอยู่มาก ผมก็ไม่เห็นว่ามีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในแผนปฏิรูปภายใต้กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย🔗
- ๙๐/๑ .🔗
ประเด็นต่อมาผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนท่านชวลิตในฐานะที่อยู่ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนด้วยกัน ว่าในตารางการปฏิรูป กฎหมายที่ท่านบอกว่ายังไม่สำเร็จ ยังไม่ดำเนินการ มันมีตารางอยู่ช่องหนึ่งที่ท่านกากบาทว่า ยังไม่มีตัวร่าง ผมอยากเสนอแนะอย่างนี้ว่า สภาของเราโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้เสนอกฎหมายให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง กฎหมาย โดยเฉพาะวิธีพิจารณาความอาญา ในเรื่องของต้นน้ำกระบวนการสอบสวน ให้พนักงานอัยการทำการสอบสวนร่วมกับอัยการผ่านสภาแห่งนี้ หากท่านยังไม่มีตัวร่าง ท่านสามารถนำกฎหมายที่ผ่านกรรมาธิการเสนอมายังสภาแห่งนี้มาเป็นตัวร่างได้หลายฉบับ โดยเฉพาะประเด็นที่ทางฝ่ายกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้เสนอ แล้วก็เป็นสภาพปัญหาสอดคล้องกับเรื่องคดีกระทิงแดงพูดง่าย ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คือต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม เราต้องรีบทำการปฏิรูป หากท่านบอกว่าท่านยังไม่มี ตัวร่าง ผมอยากเห็นการนำเสนอรายงานใน ๓ เดือนข้างหน้า อยากให้ท่านหยิบร่างกฎหมาย ที่สภาแห่งนี้ได้ผ่านความเห็นชอบอยู่ในแผนปฏิรูปรายงานเข้าสู่สภาแห่งนี้ในอนาคต🔗
สุดท้ายครับ ฝากว่าการปฏิรูปคงไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้บรรลุผล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ผมหวังว่าการปฏิรูปประเทศไทยโดยเฉพาะ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมคงไม่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม เพราะความเป็นชาติพันธุ์มลายูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านชลน่าน ศรีแก้ว จะอภิปรายนะครับ ผมขอแจ้งท่านสมาชิกได้ทราบล่วงหน้า ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านสำลี รักสุทธี ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่านชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับที่ให้โอกาสผมได้อภิปราย ในวาระรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศในรอบ เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ผมกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ที่ได้เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรีมาร่วมนำเสนอ ความคืบหน้าในครั้งนี้ด้วย เพราะเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เคยทักท้วงไว้ ขอบคุณคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ขอบคุณทางสภาพัฒน์ที่เป็นเลขานุการของ การดำเนินการการปฏิรูปประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๙ กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมเองได้รับมอบหมายจากฝ่ายค้านทั้งหมด ๒๑๒ คน ให้เป็นผู้อภิปรายนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการปฏิรูปแล้วก็ทางสำนักงาน เลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่าพวกเราฝ่ายค้านเราขออนุญาตที่จะไม่ร่วม พิจารณารับทราบรายงานเมื่อวันที่ ๙ ที่ผ่านมา เป็นมติครับ แล้วมอบให้ผมได้มานำเสนอ พวกเราก็ออกจากห้องประชุมไป วันที่ ๑๐ สื่อมวลชนได้ลงข่าวคำให้สัมภาษณ์ของ ท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม บอกว่าไม่เป็นไร ก็ไม่มีผลอะไร เพราะเป็นเพียงแต่ รับทราบ ถ้ารับทราบก็มีข้อเสนอแนะอะไรก็บอกมา รัฐบาลก็ทำไปตามหน้าที่ ท่านประธานครับ จากคำพูดนั้น จากเหตุการณ์วันนั้นเราเองมีความปรารถนาดีนะครับ การแสดงออกของ ฝ่ายค้านเพียงต้องการจะบอกว่าในสิ่งที่ท่านทำมันไม่ได้ส่งผลอะไรกับการปฏิรูปประเทศเลย เราเลยแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็เปล่าประโยชน์ครับ ไม่ได้เกิดประโยชน์เลย ครั้งนี้ ฝ่ายค้านเลยบอกว่าอย่างนั้นพวกเราก็ใช้โอกาสนี้บอกกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ กำลังจะชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้นครับ คำว่าเปลี่ยนแปลง ประเทศในทางที่ดีขึ้นคือปฏิรูปครับ แต่ลักษณะการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เป็นการปรับปรุงให้เหมาะสม ให้ดีขึ้น เขาจะได้ใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการที่จะบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางอื่นว่า การปฏิรูปประเทศตามสิ่งที่คณะรัฐมนตรี ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้ดำเนินการนั้น เป็นอย่างไร ผมขอบคุณสมาชิกหลายท่าน พวกเราฝ่ายนิติบัญญัติแม้จะถูกแบ่งเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ความเห็นพวกเราตรงกัน หลายท่านพูดไปก็อย่าได้โกรธฝ่ายนิติบัญญัติ มันเป็นความเห็นเชิงความคาดหวังอย่างสูงยิ่ง เช่น ท่านดอกเตอร์กนก ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ บอกตัวชี้วัดมา ๕ ข้อนี่ผมอึ้งเลยนะครับ บาน บอส บ่อน บาป บริหาร ตัวชี้วัดชัดเจนบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมนี่ด้วยความเห็นใจโดยเฉพาะทางสภาพัฒน์ท่านเป็นเหมือนอะไรที่จะรองรับทุกสิ่ง ทุกอย่างของประเทศนี้ การชุมนุมเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา ของประชาชน ของเยาวชน เขาบอกให้สภาพัฒน์ไปรับฟังสิ เพราะฉะนั้นกระบวนการทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ สภาพัฒน์ ผมเห็นใจมากโดยเฉพาะเรื่องปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ วิธีคิดก็ผิดแล้ว เพราะฉะนั้นความคาดหวังของสภาแห่งนี้เลยไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ การปฏิรูปมันหมายถึง การค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ปรับปรุงให้ดีขึ้น เลิกใช้ได้แล้วครับ ถ้าเราจะคาดหวังกับ การพัฒนาประเทศนี้บ้านเมืองมีให้มันดีขึ้น ผมว่าคำนี้จะได้ใช้เลยครับ ผมฝังใจคำนี้มาก คณะปฏิวัติไม่ใช้ ใช้คณะปฏิรูปประเทศ และพวกเราก็ใช้กันมาอย่างนั้นตลอดมา ไม่เกิด ประโยชน์อะไร และที่สำคัญการปฏิรูปมันหมายถึงกระบวนการการปฏิบัติที่จะเปลี่ยนแปลง ให้มันดีขึ้น ผมถามว่ากระบวนการยุติธรรมมันดีขึ้นอย่างไร อะไรมันไม่ดี คณะกรรมการ เป็นผู้บอกหรือครับว่าไม่ดี ท่านถืออำนาจหน้าที่มาบอกว่าอันนี้ไม่ดี แต่สิ่งที่คนนำสู่ปฏิบัติ ไม่ได้บอกกับท่านเอง มันจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไรครับ ปฏิรูปการเมืองดูฝุ่นและหยดน้ำ ผมตั้งใจมากเปิดดู ๗ นาที ฝุ่นและหยดน้ำที่ กสทช. ทำให้ ด้วยความเคารพครับ ท่านบอกว่า การปรับปรุงรายงานครั้งนี้จะปรับปรุงแบบรายงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และให้แสดงการดำเนินงานที่มีลักษณะการพัฒนาจากเดิมและเป็นประโยชน์ในเชิงปฏิรูป เน้นมิใช่งานประจำปกติ เวลาท่านนำเสนอมามันเป็นงานปกติทั้งนั้นเลย มันเป็นงานปกติครับ ท่านอย่าปฏิเสธสิครับ คือท่านมาหลอกเราว่ามันจะต้องเปลี่ยนแปลง ๆ แต่เวลาเอาจริง นี่มันคือการปกติ ผมมาดูคำนิยามเอาใจช่วยท่านมันก็คืองานปกติแต่ทำให้มันดีขึ้น ด้วยกระบวนการอะไร คือขณะนี้ผมว่าพวกเราหลงทิศทางกันหมด ถ้าปฏิรูปใช้กับหน่วยงาน ๑ หน่วยงาน ผมจะไม่ว่าอะไร มันวัดผลสัมฤทธิ์ได้เลย ปฏิรูประบบสักระบบหนึ่งผมไม่ว่าเลยครับ เช่น ระบบราชการอย่างที่ท่านพูดถึง แต่นี่ท่านบอกปฏิรูปประเทศออกมา ๑๓ ด้าน แต่ละด้าน ยกตัวอย่างมา ๑ ชิ้นงาน ถามว่ามันเป็นการปฏิรูปประเทศหรือครับ ผมดูรัฐธรรมนูญ ที่เขาเขียนมา หมวด ๑๖ วางเป้าหมายไว้ชัดเจน พยายามตามหาบางอย่างตอบคำถาม เช่น ปรับปรุงให้มีการช่วยเหลือในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเมื่อวานพูดถึงครับ เขียน บางเรื่อง ดูเหมือนชัด บางเรื่องไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า สิ่งที่ท่านทำมามันตอบอะไรไม่ได้เลย คณะกรรมการชุดนี้ถ้าท่านไปทำแผนแล้วเพิ่งตั้ง ประธานกรรมการแต่ละด้านด้วย ท่านทำแผนแล้ว ผมเคยถาม ณ สภาแห่งนี้ว่าแผนที่ท่านทำมาอยู่ไหน พวกผมควรจะรู้ว่าแผนคืออะไร และจะ นำแผนนั้นสู่การปฏิบัติการอย่างไร ใครทำ ไม่คาดหวังหรอกว่ามันจะเลิศเลอ แต่ว่าอยากรู้ กระบวนการการปฏิรูป ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ของเราเองนี่ด้วยความเห็นใจครับ ในครั้งต่อไปพวกเรามาพวกเราก็จะพูดอย่างนี้ จะพูดอย่างนี้ครับ แต่ท่านกนกบอกเลยว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ในครั้งต่อไปก็จะไม่ขอพูดอีก ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ฝ่ายค้านต้องพิจารณาครับ ถ้ากลับมาอย่างเดิมอย่างนี้ ฝ่ายค้านก็บอกว่าขออนุญาตไม่พูดให้เสียเวลา ไม่ได้เจ็บคอครับ แต่เสียศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติที่เราทำงานตรวจสอบซึ่งกันและกัน ช่วยกันผลักดัน บริหารจะทำอะไรก็ทำไป ถ้าคุณคิดว่ามันดีไม่ต้องมาผ่านฝ่ายบริหารเหมือนกับตรายาง ที่ท่านบอกว่าจะอย่างไรก็ได้ผ่านสภานิติบัญญัติมาแล้ว ข้อสังเกตข้อเสนอแนะเราครับ ท่านประธาน🔗
หมดเวลาแล้ว เลยไป เกือบ ๒ นาทีแล้วครับ🔗
ผมอีกนิดเดียวจบแล้วครับ ผมอ่านด้วยความ เคารพ ผมขีดเส้นใต้ไว้ หน้า ๘ ๔.๒.๒ ความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร รายงานของท่าน ผมอ่านนี่ท่านจะคิดอย่างไรครับ ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ รองประธานสภา คนที่หนึ่ง (นายชวน หลีกภัย) ผิดพลาดได้ขนาดนี้เลยหรือครับ นายชวน หลีกภัย รองประธานสภา คนที่หนึ่ง เขาเป็นประธานรัฐสภา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โอเค (OK) ครับผิดพลาดทางด้านการทำเอกสาร แต่ท่านเอาความเห็นของ สภาผู้แทนราษฎรไปเขียน พวกผมพูดไปไม่รู้กี่ปากครับ ไม่ได้ปรากฏอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ความเห็นกันต่อไปถ้าเป็นอย่างนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับท่านประธานครับ วันนี้ผมใคร่ขอ วิพากษ์วิจารณ์และเสนอแนะในส่วนของการปฏิรูปประเทศในด้านการเมือง เพื่อให้ทาง สภาพัฒน์ได้รับทราบถึงปัญหาต่าง ๆ กราบเรียนท่านประธานไปยังสภาพัฒน์นะครับ หัวใจของระบอบประชาธิปไตยก็คือการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม อันนี้คิดว่าทุกท่าน คงทราบอยู่แล้วตามแผนปฏิรูปประเทศในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีของท่าน ตามหนังสือ รายงานความคืบหน้าเล่มนี้ ๐๑ แผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง บรรลุผลในระยะเวลา ๕ ปี สรุปตัวชี้วัดในระดับแผน ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมคิดว่าสภาพัฒน์น่าจะเติม สักนิดนะครับ ประชาชนผมคิดว่าเข้าใจกันแล้วล่ะ จะเหลือก็นักการเมืองกับ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ น่าจะเติมประชาชนและนักการเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ควรจะเข้าใจนะครับ ข้อ ๔ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมไม่ทราบว่าเกษียณราชการแล้วไม่ออกจากบ้านหลวงถือว่าซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ (๓) หรือไม่ บัญญัติว่าไม่ให้รับประโยชน์ใด ๆ จาก หน่วยงานรัฐ รอคำตอบท่านด้วยนะครับ🔗
หน้าต่อไปนะครับ ความคืบหน้าโครงการ ข้อที่ ๒ การเลือกตั้งที่สุจริตและ เที่ยงธรรม เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อปฏิรูปประเทศ ผมไม่ได้หัวเราะนะครับ ยิ้ม ๆ นะครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิด การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง อย่างเคร่งครัด มีนักการเมืองที่ดี มีคุณภาพ มีคุณธรรม มีจริยธรรม เป็นตัวแทนของ ประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ในการเลือกตั้งที่จังหวัดลำปางก็ได้ร้องเรียนต่อ กกต. ไป มีการทุจริตอย่างมากมาย เงินแมกซ์ (Max) เป็น ๓๐๐ บาท ๓๐๐ บาท เป็นแมกซ์ แมกซ์ แมกซ์ (Max) เยอะแยะไปหมด มีทั้งคลิป (Clip) ที่เผยแพร่ไป ก็จะทราบอยู่แล้ว ผทั้งหมดมากมายไปหมดนะครับ แต่ว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ก็ประกาศรับรอง🔗
ล ไปก่อน ทั้ง ๆ ที่เวลาในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงก็ยังมีเวลาอยู่อีกมากนะครับ แต่ก็ประกาศผลไปก่อน เห็นทาง กกต. ก็ว่าอยากจะให้จังหวัดลำปางเป็นโมเดล (Model) ผมคิดว่าท่านอย่ารีบร้อนนะครับ น่าจะรอจังหวัดสมุทรปราการดีกว่าลำปาง แค่ ๓๐๐ เอง จังหวัดสมุทรปราการมี ๕๐๐ กับ ๑,๐๐๐ ไว้เอาจังหวัดสมุทรปราการเป็นโมเดล (Model) น่าจะดีกว่านะครับ🔗
ท่านวิรัตน์ครับ การนำข้อมูลมาเสนอในสภาขอให้ระมัดระวังหน่อยนะครับ เพราะว่าข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน ยืนยันที่ชัดเจน มันจะเป็นข้อมูลเท็จ🔗
ครับ ผมรับผิดชอบครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ท่านรับผิดชอบ แต่ว่าประธานสิครับ ถ้าจะขอให้ท่านเอาข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานที่เป็นจริงมาพูดนี่มันไม่ค่อยดี ฉะนั้นขอเตือนนะครับ ขอให้ระมัดระวังครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานที่เตือน ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ ผมขออีกนิดหนึ่งนะครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมานี้เพียงแค่ เขตเดียว ถ้ายังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรมได้ แค่เขตเดียวยังไม่ได้ ถ้า ๓๕๐ เขต จะทำได้อย่างไรในอนาคตนะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานไปยัง สภาพัฒน์นะครับ ตั้งแต่รัฐบาล คสช. เป็นต้นมา จนแผนปฏิรูปประเทศนี้ผมคิดว่าจริยธรรม นักการเมืองเข้าสู่ขั้นวิกฤตินะครับ จริยธรรมนักการเมืองก็ควรจะสูงกว่าบุคคลทั่วไป แล้วยังจะต้องสูงกว่าข้าราชการด้วยซ้ำไปนะครับ นักการเมืองไม่จำเป็นว่าต้องรอว่า ต้องมีการกระทำผิดในทางการเมืองอย่างชัดเจนก็ต้องรับผิดชอบแล้ว ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องรอ ให้มีคำพิพากษา แต่ปัจจุบันเราก็มีรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ก็ฝากสภาพัฒน์ ไปดูนะครับ นาฬิกาหรู ๒๕ เรือนอย่างนี้ สภาพัฒน์น่าจะดูว่าบุคคลที่เป็นผู้ปฏิรูปประเทศทำได้ และนักการเมืองคนอื่นเขาจะทำได้ด้วยหรือไม่ อย่างไรนะครับ ก็ไม่พูดมากครับท่านประธาน ไม่อยากให้ท่านประธานลำบากใจ กราบขอบคุณ ท้ายนี้ผมคิดว่าหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยของสภาพัฒน์ ในแผนปฏิรูปประเทศนี้ควรเปลี่ยนเสียใหม่นะครับ เปลี่ยนเป็นหลักสูตรนักการเมืองดี ข้าราชการต้องดีด้วย ตามวิถีประชาธิปไตยนะครับ หรือจะเป็น ท่านประธานอย่าต่อว่าผมนะครับ นายกดีตามวิถีประชาธิปไตย เพราะว่าถ้าหัวดี หางก็ดี ถ้าหัวเน่าหางก็เน่านะครับ จะได้เหมาะกับยุคปฏิรูปประเทศ ยิ่งปฏิรูปยิ่งเละ สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่า ๆ นะครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณทางสภาพัฒน์ที่อดทน ฟังผมนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ผมก็ตั้งใจฟัง ท่านวิรัตน์พูดนะครับ ขอบคุณครับที่ช่วยกันรักษาเวลา ต่อไปเชิญท่านสำลี รักสุทธี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชาวจังหวัดมหาสารคาม อันที่จริงแล้ว ผมก็ไม่อยากจะพูด แต่ฟังไปฟังมาก็อดไม่ได้ครับ เหตุที่ไม่อยากจะพูดก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ ผมเคยพูดครั้งหนึ่งแล้วว่าต่อไปจะไม่มีใครอยากจะพูดคำว่าปฏิรูปอีกแล้ว เพราะคำว่าปฏิรูปนั้น คล้าย ๆ กับว่าเป็นคำที่หมดศักดิ์ศรี หมดความศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว เพราะพูดแล้วทำไม่ได้ครับ ผมเคยพูดครั้งก่อนนั้นว่าต่อไปจะไม่มีใครอยากจะพูดคำว่าปฏิรูป ท่านประธานครับ ผมขอเท้าความนิดหนึ่ง ก่อนจะมีคำว่าปฏิรูปมาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ ก็คือมีกลุ่มคน กลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ มีการเรียกร้อง มีการเดินขบวน มีอะไร แล้วก็มีกลุ่มต่อมา อีกกลุ่มหนึ่ง แล้วก็กลุ่มเดิมมาเป็นครั้งที่ ๒ เป็น ๓ ครั้ง แล้วก็มีคำนี้ตามมาก็คือคำว่าปฏิรูป โดยถ้าเราคิดถึงความเสียหาย คิดถึงเงิน คิดถึงเศรษฐกิจที่มันล้มไปเป็นแสน ๆ ล้านนะครับ เพื่อให้มีคำว่าปฏิรูป คำสั้น ๆ นี้ละครับมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยบอบช้ำครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่รักประเทศไทย เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง ๓ ครั้งนั้นรู้สึกเจ็บปวด ประชาชนทั่วประเทศเจ็บปวดกับเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น แล้วก็มีคำว่าปฏิรูปมาบรรจุไว้ ในรัฐธรรมนูญ เราแบ่งเป็น ๑๒ ด้าน ด้านที่ผมพูดทุกครั้งก็คือด้านการศึกษา ด้านการศึกษานี้ ถ้าจะว่าไปแล้วผมแทบจะบอกว่าไม่ก้าวหน้า นอกจากจะไม่ก้าวหน้า ไม่มีการปฏิรูปแล้ว กลับถอยหลังเสียด้วยซ้ำ ทำไมถึงบอกว่าถอยหลังครับ แทนที่ท่านจะไปปฏิรูปกระบวนการ เรียนการสอน ไปปฏิรูปวิธีการเพื่อที่จะทำให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ที่ดี มีความคิด ที่สร้างสรรค์ทันสมัย ท่านกลับไปรื้อโครงสร้างที่ขณะนั้นครูเขาต่อสู้กันมาเป็นเวลานานกว่า จะได้โครงสร้างนั้น ครูต้องเจ็บปวด ครูต้องเสียสละกว่าที่เขาจะได้รูปแบบการปกครอง ที่เขาต้องการ ท่านกลับรื้อโครงสร้างนั้นแล้วไปใช้โครงสร้างเดิมที่ใช้กันมาแล้ว ๔๐ กว่าปี นั่นก็คือท่านไปใช้ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอ โดยที่ท่านไปหวน ไปฝันถึงอดีต ที่ผ่านมาว่านั่นคือ ผมอยากจะใช้คำว่าเหตุผลทางการเมืองนะครับ ท่านไปรื้อโครงสร้าง การศึกษาโดยใช้เหตุผลทางการเมืองเป็นหลัก ทำไมถึงบอกว่าเหตุผลทางการเมืองครับ ก็เพราะว่าในอดีตนั้นศึกษาธิการอำเภอ ศึกษาธิการจังหวัด คือหัวคะแนนของนักการเมืองที่ดี เมื่อถึงการเลือกตั้ง ฝ่ายเป็นรัฐบาลก็จะใช้หัวคะแนนใหญ่ก็คือศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการ จังหวัดก็ส่งทอดไปศึกษาธิการอำเภอ ศึกษาธิการอำเภอก็ส่งทอดไปยังครูใหญ่ ครูใหญ่นี่คือ สมัยก่อนนะครับ ครูใหญ่ก็ไปหาครูผู้สอน ไปหาครูน้อย ครูน้อยก็ลงสู่ประชาชน อันนั้นคือ เหตุผลการเมืองในสมัยอดีตเป็นมาอย่างนั้นจริง ๆ ครับ แต่ปัจจุบันนี้ท่านฝันผิดครับ การปฏิรูปจึงเกิดการต่อต้านจากครู แล้วก็จากคนทั่ว ๆ ไปอย่างขนานใหญ่ ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเหตุการณ์มันเปลี่ยนแล้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอาจได้ผล แต่เหตุผลทางการศึกษาไม่ได้ผลครับ ท่านจะต้องกลับมาใช้รูปแบบที่ครูต่อสู้มา การปฏิรูปการศึกษาผมอยากจะให้ท่านได้ลงไปสู่เด็ก ลงไปสู่ห้องเรียน แต่ที่ผ่านมาไม่มีเลย อันที่จริงผมไม่อยากจะบ่น ผมไม่อยากจะว่า ไม่อยากจะต้องมาบ่นให้ชาวบ้านฟังว่าการปฏิรูปที่เราต่อสู้มาในสงครามสีเสื้อ ๓ ครั้งนั้น ล้มเหลว เพราะฉะนั้นการปฏิรูปการศึกษาท่านจะต้องเดินหน้า ท่านจะต้องนำสิ่งที่ก้าวหน้า สิ่งที่ทันสมัยเข้ามาให้ผมเห็นหน่อยครับ ที่จริงตรงกันกับท่านอาจารย์กนกครับ ท่านพูด ตรงเป๊ะเลยตรงกันกับใจของผม คือต่อไปผมไม่อยากจะพูดแล้ว ที่จริงผมว่าจะไม่พูดในวันนี้ ก็อาจจะเป็นการพูดครั้งสุดท้ายก็ได้ พูดครั้งสุดท้ายไม่ใช่เป็นลางไม่ดีนะครับ ผมหมายถึงว่า ไม่อยากจะพูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษาอีกแล้ว เพราะในครั้งแรกไม่มีอะไรเลย ท่านไม่มีอะไร เข้ามารายงานเลยในครั้งแรก สมัยที่อยู่ทีโอที (TOT) ไม่มีเลยครับ ครั้งที่ ๒ ก็มีนิดหน่อย ครั้งนี้ก็ยังไม่มีอะไรอีกแล้ว ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร ผมรู้สึกว่าท่านที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ท่านก็ ไม่อยากจะพูดแล้วคำว่าปฏิรูป เพราะมันเสียเวลาจริง ๆ เสียเวลาแล้วก็เสียงบประมาณ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะพูดจริง ๆ เพราะว่าพูดนี้ผมไม่ได้หมายถึงว่าผมต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ฝ่ายอะไร แล้วก็ไม่ได้พูดถึงรัฐบาล ไม่ได้พูดถึงรัฐมนตรี ผมพูดถึงคณะปฏิรูปที่นั่งอยู่ข้างบนนี้หละครับ เขามอบให้ท่านแล้วแต่ทำไมท่านทำงาน จะเรียกว่าไม่ได้ผลก็ได้ อย่างพระราชบัญญัติการศึกษานี่ท่านทำมานี่ เห็นไหมท่านต้อง กลับไปเลย พระราชบัญญัติการศึกษาเดินต่อไม่ได้เลย แล้วก็เสียงบประมาณไปเท่าไร เสียเวลาไปเท่าไร พวกบรรดาครูทั้งหลายก็ต้องร่วมกันสร้างฉบับของเขาขึ้นมาเพื่อที่จะยื่นต่อสภา อาจจะไม่นานนะครับ เขาเข้าชื่อกันแล้วเพื่อที่จะร่าง พ.ร.บ. ขึ้นมา ซึ่งท่านประธาน ที่นั่งอยู่ข้างบนนี่ท่านก็ได้ถูกเชิญไปเหมือนกัน ผมเองก็ถูกเชิญไปเหมือนกัน เพื่อที่จะร่าง พ.ร.บ. ของครูฉบับที่แท้จริง ส่วนฉบับที่คณะปฏิรูปสร้างขึ้นมานั้นถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ไม่อยากที่จะพูดซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว แต่ก็อยากที่จะให้ข้อคิดเห็น เพื่อท่านจะได้นำไปสู่การพิจารณาในการปรับปรุงครั้งต่อไปครับ ผมจะดูเฉพาะในส่วนของ แผนข้อที่ ๕ ด้านที่ ๕ คือด้านเศรษฐกิจ เริ่มต้นจากที่ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ที่เป็นเจ้าของเรื่อง นำเสนอต่อ ครม. เมื่อผมเปิดไปดูด้านเศรษฐกิจว่าเขียนอะไรไว้บ้าง สิ่งที่ท่านเขียนไม่ใช่เรื่อง การปฏิรูปเศรษฐกิจไทย แต่เป็นเรื่องของการที่ท่านเอาโปรแกรมมาทำงานภายในมากกว่า เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ท่านทำแบบนี้อีก ท่านควรจะโชว์ให้พวกเราได้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในทางที่ดีขึ้น ที่จะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปนั้นมีอะไรบ้าง แต่ไม่ใช่ ไปเอางานภายในของท่านว่าท่านไปลงทุนซื้อโปรแกรมและเอาข้อมูลต่าง ๆ มาเป็นหมื่น ๆ ตัว มาแสดงในที่นี้ อันนี้เป็นเรื่องภายในของท่าน เมื่อผมพลิกไปดูแผนที่ ๕ ของท่าน แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ๑. ก็คือเป้าหมายและผลอันพึงประสงค์ ในเรื่องของ เป้าหมายและแผนอันพึงประสงค์ผมจะไม่อ่านนะครับ แต่ท่านเขียนได้ดีก็คือเป็นเรื่องของ ผลิตภาพ เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องของการที่ให้มีความยั่งยืน มุ่งมาตรฐาน ให้ลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ให้มีสถาบันทางเศรษฐกิจที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ผมก็อยากจะเติมว่าเพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งและให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายน้อยลง ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าท่านเขียนได้ดี แต่ว่าเมื่อผมลองไปดูเนื้อใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจาก รายการต่าง ๆ ที่ท่านได้แสดงไว้เกี่ยวกับงานที่ทำในข้อที่ ๒ เริ่มจากงานของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวหรือเรื่องต่าง ๆ ผมก็ยังมีความรู้สึกว่ายังมีประเด็นที่อาจจะต้อง ขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
ว่าเรื่องของการที่เราจะเพิ่ม ผลิตภาพเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภาพทางด้านแรงงานของไทย ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่า ในปีสุดท้าย ปี ๒๐๑๙ ผลิตภาพหรือความสามารถในการแข่งขันของเรามันด้อยลง เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา กราฟเส้นนี้แสดงให้เห็นถึงจุดต่ำ ๒ จุดก็คือเมื่อตอน ปี ๒๐๐๙ เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก นั่นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะมาจากต่างประเทศ อีกครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๐๑๑ อันนี้ก็มาจาก ภัยพิบัติเรื่องของน้ำท่วมที่ทำให้ผลิตภาพเราต่ำ จากนั้นมาเราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทำไม ปี ๒๐๑๙ ถึงได้หล่นฮวบลง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่ผมไปดึงมาจาก ทางเลเบอร์ ออฟฟิซ (Labour office) ของสหรัฐ กราฟต่อไปครับว่าผลิตภาพของ ประเทศไทยที่น่าห่วงที่สุดก็คือภาคเกษตรตามที่มีการศึกษาไว้ท่านดูนะครับ ในบรรดา ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย (Asia) ด้วยกัน ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำระหว่างเกษตรกับ อุตสาหกรรมและบริการสูงที่สุด ยกเว้นประเทศอินเดียที่เป็นภาคบริการ เพราะเขามีเรื่อง คอมพิวเตอร์ แต่ตรงนี้ท่านจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราควรต้องมุ่งเน้นก็คือเรื่องของภาคเกษตร ทำอย่างไรจึงจะให้เกษตรกรมีผลิตภาพที่ดีขึ้น และสุดท้ายขออีกภาพหนึ่งครับ ก็จะเห็นได้ว่า เราอยู่แซนด์วิช (Sandwich) ระหว่างประเทศที่อดีตเคยเป็นประเทศที่ล้าหลังเรา แต่ตอนนี้ เขากำลังกวดวิชากำลังเร่งมืออยู่ แล้วก็เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะแซงหน้าเราไป แต่เรายังมีอีก ถ้าเทียบกับประเทศที่ก้าวหน้าไปแล้ว ยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านโชว์ ในตารางที่ ๒ ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมอยากให้ท่านได้ลงมือทำอย่างจริงจังครับ เพราะว่า ที่เห็นมามีเฉพาะแค่ ๒ งานเท่านั้น ที่เขียนว่ามีความก้าวหน้าก็คือเรื่องของการปฏิรูป ทรัพย์สินทางปัญญาและเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ในหน้าที่ ๑ หน้าที่ ๒ และหน้าที่ ๓ แต่งานส่วนใหญ่โดยเฉพาะงานเกี่ยวกับการปฏิรูปทางด้านการเกษตร ทางด้านของสังคม หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมก็ตามและเทคโนโลยี ล้วนแต่อยู่ในภาวะที่ท่านบอกว่า ไม่บรรลุเป้าหมายก็คือยังไม่ก้าวหน้า ส่วนที่ก้าวหน้าแล้วดำเนินการได้ครบถ้วนนะครับ หลัก ๆ ก็จะมี ๒ ด้าน ก็คือเรื่องของเมื่อสักครู่นี้ผมกล่าวไปแล้วครับ ทรัพย์สินทางปัญญา และเอสเอ็มอี (SMEs) ผมก็พลิกต่อไปครับ ในรายงานที่ท่านทำมีตารางที่เขียนถึง ความก้าวหน้าทางด้านกฎหมาย ผมก็ไม่ได้เห็นว่าด้านเอสเอ็มอี (SMEs) หรือทรัพย์สิน ทางปัญญามันได้มีส่วนช่วยในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพของเราอย่างไร ผมอยากให้ท่าน ช่วยบรรยายหน่อยครับ แทนที่จะเขียนเฉพาะแต่เรื่องกฎหมาย อาจจะเป็นเพราะว่า ท่านอาจจะแวดล้อมอยู่กับนักกฎหมายเยอะก็ได้ ก็เลยมองว่าการปฏิรูปคือ การเขียนกฎหมาย ในที่นี้ก็จะมีกฎหมายเยอะแยะไปหมด จริง ๆ แล้วในความเห็นผมนะครับ การปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่แท้จริงกฎหมายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือการทำงาน ของภาครัฐต้องมีความกระชับ จริง ๆ เราควรต้องมีการยกเลิกกฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทย มีกฎหมายนี้เยอะมาก ทั้งที่ล้าสมัยและทั้งที่อาจจะไม่สามารถปฏิบัติได้นะครับ ขอกราฟสุดท้ายเลย แผ่นสุดท้ายครับ ท่านจะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านเรากำลังเร่งกวดขัน ในเรื่องของการปฏิรูป เรียกว่าการยกเลิกกฎหมาย ต่อไปประเทศเขาจะมีความสามารถใน การแข่งขันสูงขึ้นที่จะทำให้เราพูดง่าย ๆ ก็คือล้าหลัง ผมขอย้ำว่าท่านควรจะต้องไปดู การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะทำให้กฎหมายง่าย ซึ่งจริง ๆ การศึกษามีแล้ว แบงก์ชาติ เคยทำไว้แล้ว แต่ผมแปลกใจว่าทำไมจึงไม่ได้มีการนำไปปฏิบัติครับ ขออนุญาต ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านขจิตร ชัยนิคม และท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในเรื่องการรายงานผลความคืบหน้า ของการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ ซึ่งกำหนดไว้ ผมขออนุญาตเพื่อที่จะรวบรัด ขออนุญาตพูดตามหมวดหรือว่าข้อที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วถ้าจะพูดให้ตรงที่สุดก็คือเป็นรายงานความไม่คืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ บังเอิญว่าตอนเขียนท่านคิดว่าใน ๓ เดือนนี้ จะก้าวหน้าไปมาก ท่านก็เลยเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแบบนี้ พอเวลามารายงาน ผมเป็นผู้แทน พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกในเรื่องเดิม เช่น ไม่ต้องพูดถึงเป้าหมายตามมาตรา ๒๕๗ ว่าประเทศชาติ สงบเรียบร้อย เกิดความสามัคคี สังคมจะมีความสงบสุขเป็นธรรม ลดการเหลื่อมล้ำ แล้วก็ คนไทยจะมีความสุข ยังไม่มีครับ ยังไม่ใกล้ การปฏิรูปผ่านมา ๓ ปีแล้ว เหลืออีก ๒ ปี ยังไม่ใกล้เป้าหมายเลยครับ ท่านประธานครับ ถ้าจะดูแต่ละด้าน ด้านการเมือง มันมี (๑) (๒) (๓) ไม่มีอะไรแสดงถึงความก้าวหน้าทางการเมือง การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเลื่อนแล้วเลื่อนอีก แล้วนี่ท่านอาจารย์วิษณุมาพูด ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือเปล่า ทางสื่อบอกว่าเอาเงินที่จะเลือกตั้ง ท้องถิ่นไปใช้กับโควิด (COVID) หมดแล้ว นี่เรื่องจริงหรือครับหรือว่าพูดเพื่อที่จะแก้ปัญหา ไปวัน ๆ เท่านั้น อาจารย์วิษณุอยู่นี่ตอบด้วยว่าจริงหรือเปล่า แล้วจะมีการเลือกตั้งตอนไหน ผมดู (๕) ก็พอครับ เวลานี้การปฏิรูปท่านล้มเหลว จนกระทั่งเด็ก เยาวชนตั้งแต่มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัยออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ท่านปฏิรูป เกิดความขัดแย้งทางความคิด เพราะท่านคิดว่าท่านกำลังปฏิรูปอยู่ แต่ว่าเด็ก เยาวชนพวกนี้เขามองไม่เห็นอนาคตของ ประเทศชาติ มองไม่เห็นอนาคตของเขาเอง จนกระทั่งเขาลุกมาเรียกร้องทั่วประเทศ มันกำลังจะพิสูจน์ท่านครับ (๕) นี่ผมถามท่านหน่อยว่ามีกลไกแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองโดยสันติวิธี ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ตอบผมหน่อยได้ไหมครับ ท่านจะทำอย่างไรกับข้อเรียกร้องของนักศึกษา ปัญญาชน แล้วก็นักเรียน เยาวชนของชาติ ที่ลุกขึ้นมาทวงให้เร่งรีบการปฏิรูปประเทศ ถามเฉพาะ (๕) ท่านประธานครับ🔗
ไปเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินก็ยังไม่มีอะไรที่จะเห็นความก้าวหน้า โดยเฉพาะ (๕) ให้มีการปรับปรุงแบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้มีความคล่องตัว เปิดเผย ตรวจสอบได้ และมีกลไกในการป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน ยังไม่มีครับ อีบิดดิง(e-Bidding) บริษัทต่าง ๆ ยังซื้อข้อมูลได้ครับ ซื้อได้ แล้วมีการทุจริตทั่วทั้งแผ่นดินยังไม่มีอะไรที่จะเห็น การเปลี่ยนแปลงนี่ครับ🔗
ไปเรื่องกฎหมาย ท่านบอกว่าเวลานี้ท่านก้าวหน้า ท่านเสนอกฎหมายว่าด้วย การเข้าชื่อของประชาชนเพื่อจะได้ออกกฎหมายได้ มีอะไรก้าวหน้าครับ ยังต้องเอา ทะเบียนบ้าน หลักฐาน ชื่อคนที่เสนอชื่อมา ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ใส่ลังขนาดนี้ครับ ผมอ่าน กฎหมายนี้แล้วไม่เห็นมีความก้าวหน้า ยังต้องเอาคน ๕๐,๐๐๐ คน เอาทะเบียนบ้าน เอาหลักฐานแสดงว่าชื่อที่อยู่ ๕๐,๐๐๐ คนนี่ ต้องใส่ลังมาเป็นกี่รถที่จะเสนอกฎหมาย ทำไมไม่เขียนให้ชัดบอกว่าครั้งแรกให้เอาแต่ชื่อ หมายเลขบัตรประชาชน ท่านก็ไป ตรวจสอบเอาไม่ได้หรือครับ ไม่เห็นความก้าวหน้าครับ กฎหมายเข้าชื่อนี่ ท่านอาจารย์วิษณุ ต้องยืนยันว่าให้มันพิเศษได้ไหมครับ เมื่อประชาชนมา ๑๐,๐๐๐ คน ประชาชนมา ๕๐,๐๐๐ คน แล้วพอเข้ามาสภาแล้วให้ได้รับการพิจารณาเลยได้ไหมครับ นี่เข้ามาในสภา ท่านก็มาเรียง ๆ ลำดับไว้ตามวาระ สุดท้ายมันก็ไม่ได้พิจารณาหรอกครับ ถ้ารัฐบาลไม่เสนอมาประกบอะไร ไม่ได้พิจารณา ยังไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลยในกฎหมายฉบับนี้ กำลังพิจารณากันอยู่ตอนนี้🔗
ต่อไปเรื่องด้านความยุติธรรม ผมยังไม่เห็นว่าท่านออกกฎหมายให้อัยการ ให้พนักงานสอบสวน ให้ฝ่ายปกครองมาร่วมกันเพื่อประชาชนจะได้รับความเป็นธรรม ยังไม่เห็นเลยว่าอยู่บ้านสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีนี่ ท่านรออะไรอยู่ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ รออะไรอยู่ ยังไม่ทำ🔗
ด้านการศึกษาด้านที่ ๕ ท่านประธาน ยิ่งแล้วครับ เอาเฉพาะเรื่องเดียว ท่านบอกว่า (๓) ท่านจะสร้างกลไกแล้วก็พัฒนาคัดกรอง พัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู และอาจารย์ให้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ท่านประธานครับ ในกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ เป็นของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศนี้ไหมครับ แล้วเขียนบอกว่ากำลังจะบอกว่าวิชาชีพครู ไม่ต้องมี ให้มีใบอนุญาตประกอบอาชีพครู แล้วคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ไม่รู้หรือครับ ระหว่างวิชาชีพชั้นสูงกับอาชีพธรรมดามีความต่างกันอย่างไร องค์กรครูทั่วโลก ไม่ว่าองค์กรไออี (IE) อินเตอร์เนชันนัล เอดดูเคชัน (International education) ทั่วโลก เขายกย่อง ส่งเสริมการประกอบวิชาชีพ แต่ท่านกำลังทำลายวิชาชีพครูโดยกฎหมายของ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศนี่แหละ กำลังเสนอโดยรัฐบาล ถกเถียงกันทำไม วิชาชีพครู เป็นวิชาชีพชั้นสูงแน่ท่านเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู ท่านกำลัง ทำกฎหมายทำลายวิชาชีพครู นี่หรือคือการปฏิรูปในเรื่องการศึกษา ท่านประธานครับ นอกนั้นมีด้านอื่น ๆ ด้านเศรษฐกิจผมก็ยังไม่เห็นอะไรที่ก้าวหน้า ส่งเสริมระบบสหกรณ์ สหกรณ์ก็ยังนิ่งอยู่เหมือนเดิม🔗
ด้านอื่น ๆ เอาด้านอื่นด้านสุดท้าย บอกว่าบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ เป็นอย่างไรวันนี้ฝนตกมากก็น้ำท่วม ฝนไม่ตกก็แล้ง เหมือนเดิมไม่มีประสิทธิภาพอะไรเลย หน่วยงานจัดการน้ำยังมีร้อย ๆ หน่วยงานเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวก็ขุด เดี๋ยวก็ลอก น้ำไม่มาก็ไม่รู้ ทรัพยากรน้ำใต้ดินก็ไม่มีระบบที่จะเอาขึ้นมาใช้ แล้วก็บริหาร จัดการเรื่องถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ออกกฎหมายเพิ่งเข้ามาวัน ๒ วันนี้จะตั้งสำนักงาน บริหารนโยบายที่ดิน ไม่มีประโยชน์ครับ ยังมองประชาชนว่าเป็นผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ การปฏิรูปต้องมองกลับข้าง ต้องคุ้มครองคนไทยให้มีที่อยู่ คนไทยจะไปอยู่ที่ไหนถ้าไม่อยู่ แผ่นดินไทย ท่านกำลังบุกรุกใช้อำนาจรัฐฟ้องประชาชนออกจากที่ของตัวเอง ที่อยู่ในที่ที่ปู่ย่า ตายายเขามอบให้ ท่านไม่มีวิธีพิสูจน์เลยหรือที่จะให้ประชาชนไทยอยู่บนที่ดินไทย อย่างมีความสุข🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน การบริหารจัดการกำจัดขยะมูลฝอยให้มี ประสิทธิภาพ ไม่มี ไม่เห็น เห็นที่ไหน ขยะมูลฝอยจากจังหวัดกรุงเทพมหานครวันละประมาณ ๑๕,๐๐๐ ตัน ยังใช้วิธีฝังกลบแบบเดิม ไม่มีเทคโนโลยีอะไรที่ก้าวหน้า มีอยู่หน่อยหนึ่งที่เอามาให้ เขาทำโรงไฟฟ้า ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน ตอนนี้ทำไมไม่ขยายไปหมด มีอิทธิพลอะไรอยู่ในกรุงเทพฯ เรื่องขยะ ไปถึง อบต. ก็ยังเน่าเหม็นอยู่ทั่วประเทศ ไม่มีระบบที่ดูแลการปฏิรูป ท่านประธาน ผมจะจบแล้ว ผมขอพูดอีกเรื่องเดียวเรื่องเก่า แรก ๆ คสช. ยึดอำนาจก็บังอาจบอกว่า จะจัดการกับขยะ เสร็จแล้วก็ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ผมอยู่ในระดับจังหวัด ผมเป็น ตัวแทนนายก อบจ. จังหวัดอุดรธานีไปประชุมคณะนี้เรื่องจัดการวาระแห่งชาติ ท่านประธาน รู้ไหมครับ ผ่านไปไม่ถึงปีมีคำสั่งไปบอกว่าเปลี่ยนให้คณะบริหารจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นคณะจังหวัดสะอาด ก็แปลว่าถอย แพ้ขยะ แพ้ทุกเรื่อง แพ้ทุกแนวรบ แล้วปฏิรูปอะไร ไม่ใช่การปฏิรูปแน่นอน แล้วไม่มีความก้าวหน้าขอยืนยัน ฝากพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ตามที่รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศนั้น โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากที่ผม ได้ศึกษาดูในเบื้องต้นแล้วนั้น ผมขออนุญาตใช้คำว่าปฏิกูลได้ไหม จากดูข้อมูลในเบื้องต้น ตั้งแต่ผมเอาตั้งแต่ก่อนเกิด ก่อนเกิดนั้นมนุษย์ต้องมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าหมอ ไม่ว่าพยาบาล ไม่ว่าผู้ที่ดูแลด้านสุขภาพอนามัยนั้น ก่อนเกิด ก่อนปฏิสนธินั้นต้องมีหมอไปดูว่าเกิดมาแล้วลูกหลานของท่านในครรภ์นั้น เมื่อออกมาแล้วจะพิการหรือไม่ เราต้องศึกษาตั้งแต่เบื้องต้น นี่คือด้านกระทรวงสาธารณสุข ในขณะเดียวกันวันนี้เรามี อสม. ประมาณ ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน ที่ได้เงินเพิ่มแค่ ๕๐๐ บาท ต่อ ๑ เดือน ๗ เดือน ถามว่าชีวิตของ อสม. นั้นมีคุณค่าเท่านั้นหรือ แทนที่จะให้เป็น ตลอดชีวิตหรือตลอดชีพ อาจจะ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ขนาดผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาทแล้ว อสม. เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายดังที่ผ่านมา นั่นคือด้านสาธารณสุข ในขณะเดียวกันในด้านการศึกษา ท่านจะพัฒนาการศึกษาได้อย่างไรในเมื่อผมย้ำแล้ว หลายครั้งหลายคราวว่าคุณครูทั้งหลายนั้นจบปริญญาตรี จบปริญญาโท เป็นลูกจ้างเกือบ ๒๐ กว่าปี เงินเดือนแค่ ๘,๐๐๐ บาท เป็นลูกจ้าง ถามว่าชีวิตครอบครัวเขาจะมีความมั่นคง หรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นความรู้สึกของคุณครูที่มาช่วยสอนนั้นผมถือว่าเราใช้งบ จากไหนครับ งบพัสดุ เมื่องบพัสดุแล้วถามว่าถ้าหากเดือนไหนไม่จ้างก็ไม่มี เป็นหมื่น ๆ คน ผมยกตัวอย่างเช่นอาชีวะของผม ๑๓,๗๗๕ คน ซึ่งยังไม่ได้บรรจุ เหมือนกันครับ ในขณะที่ พยาบาลต่าง ๆ ที่ทุกสาขาอาชีพที่บอกว่าจะบรรจุให้เขาก็ยังไม่ได้บรรจุ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรบุคคลนั้น เมื่อไม่มีกำลังใจจะมีความสุขได้อย่างไร ในเมื่อตัวเองยังมีความทุกข์ แล้วจะไปให้คนอื่นมีความสุขได้อย่างไร ในขณะเดียวกันนั้น เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเห็นได้ว่าป่าเขาลำเนาไพร ผมเคยพูดย้ำหลายหน หลายครั้งหลายคราวว่าวันนี้ป่าก็ดี น้ำก็ดี น้ำบนดิน น้ำบนฟ้า น้ำใต้ดิน ถามว่าวันนี้เราได้ วางแผนอย่างไรบ้าง จะสังเกตว่ามีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ปรารภไปแล้ว ได้นำเสนอไปแล้วว่าเวลาน้ำท่วม เมื่อน้ำท่วม น้ำมาก ก็ไหลลงทะเล น้ำน้อยก็ซื้อเครื่องสูบน้ำ พี่น้องเกษตรกรทั้งหลายต้องกราบเรียนว่าด้วยความเคารพมีความเจ็บปวด นี่หรือการวางแผน ในการวางแผนปฏิรูปผมเรียกว่าปฏิกูล และทุกอย่างที่ดูแล้วอีก ๓ เดือนข้างหน้า ท่านก็ลอก ของเดิมและมาให้อ่าน อ่านให้ฟังแล้วก็เท่าเดิม เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมต้อง กราบเรียนว่าตั้งแต่เกิดจนตายเป็นหนี้ตลอดชีพ ก่อนเกิดก็เป็นหนี้แล้ว ตายก็ยังเป็นหนี้ ถามว่า ด้านเศรษฐกิจนั้นท่านได้วางแผนอย่างไรกับพี่น้องประชาชน ท่านได้วางแผนอะไรกับมนุษย์บ้าง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น สังคมอีกสังคมหนึ่งอยู่อย่างมีความสุข อีกสังคมส่วนใหญ่มีแต่ ความทุกข์ แน่นอนครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อพี่น้องเกษตรกรของผมนั้น ด้านการเกษตรก็ดี น้ำมากไหลลงทะเล น้ำน้อยซื้อเครื่องสูบ มีวางแผนมีความคิดไหมว่า จะบูรณาการอย่างไรที่มีน้ำใช้ตลอดปี เกษตรกรจะได้มีโอกาสปลูกผักปลูกพืชต่าง ๆ เพื่อยังชีพ ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องกราบเรียนว่าก่อนตายหนี้ยังไม่หมด ต้องใช้หนี้ ลูกหลาน ทายาทจะต้องรับกรรมที่บรรพบุรุษหรือคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นหนี้สินอยู่ แน่นอนที่สุด เมื่อเสียชีวิตแล้วทรัพย์สินก็ถูกยึด หนำซ้ำมีดอกเบี้ยอีก เมื่อมีดอกเบี้ยใครรับผิดชอบครับ ลูกหลานทายาทรับผิดชอบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านจะแก้อย่างไรครับ ถ้าหากเกิดมาก็มีหนี้อยู่แล้ว ตายก็ยังเป็นหนี้อยู่ ทั้งชีวิตของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นหนี้ตลอดชีพ อย่างนี้ท่านได้มีการ เตรียมการวางแผนหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าท่านจะปฏิรูปประเทศ ผมคิดว่าเอกสารเล่มนี้ผมว่าเก็บไปเถอะ ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ เพราะเที่ยวหน้าท่านก็เอาเล่มนี้ มาชี้แจงอีก ดูแล้วไม่มีอะไรเลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้กราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพว่าอยากเห็นการปฏิรูปประเทศอย่างมีการพัฒนา ไม่ว่าบุคคลหรือบุคลากร ไม่ว่าทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศไทยนั้นท่านต้องศึกษาให้ดี ไม่ใช่ว่านั่งเขียนนั่งเทียนอยู่ ในห้องแอร์ (Air condition) ผมลงไปพื้นที่นั้นจะเห็นว่าในฐานะที่ดูแลเรื่องที่ทำกินของพี่น้องเกษตรกร เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ท่านทราบไหมว่าที่ดินที่เคยออกเอกสารสิทธิในการครอบครองอยู่ ๆ มาวันดีคืนดีรัฐบาล ประกาศมติคณะรัฐมนตรีให้ไปครอบครองที่ดินของเขา เมื่อก่อนบอกว่าประชาชนบุกรุกป่า เดี๋ยวนี้ป่าออกกฎหมายบุกรุกที่ทำกินของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ชี้ให้เห็นสั้น ๆ ว่าในเวลาจำกัดนี้ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานฝากไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้องว่าถ้าท่าน จะบริหารอย่างนี้ ถดถอยอย่างนี้ ผมว่าประเทศชาติไปไม่รอด ประเทศไปรอดครับ แต่ประชาชนคนยากคนจนจะมากขึ้น และอีกไม่น้อยกว่า ๓ เดือนนี้พี่น้องประชาชน เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ถามท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร แน่นอนที่สุดขณะนี้ตกงานไม่น้อยกว่า ๘-๙ ล้านครัวเรือน หรือ ๘-๙ ล้านคน ในขณะเดียวกันบวกครอบครัวด้วยจะอยู่อย่างไร ท่านวางแผนอย่างไร ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและคณะมีอะไรจะชี้แจงไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ขออภัยครับ ขออนุญาตเรียนถามทางฝ่ายคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละคณะ ผมไม่ทราบว่าท่านใด จะชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวกับท่านก่อนหรือไม่ และผมขอเวลาท่านประธานตอนท้าย อีกเล็กน้อยเพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานในเชิงนโยบายครับ🔗
เชิญ ท่านสุขุมพงศ์ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายให้มาชี้แจงความคืบหน้าในการ ปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตชี้แจงเฉพาะ ประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้อภิปรายถึงการปฏิรูปกฎหมายว่าคืบหน้า หรือไม่คืบหน้าประการใด🔗
ประเด็นแรกมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านบอกว่าการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายคราวนี้ความจริงแล้วเคยมีคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ อันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าตัวกระผมเองเคยได้รับ การโปรดเกล้าฯ ให้เป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย รู้จักคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศ รู้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายเป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ เห็นว่าอำนาจหน้าที่ต่างกันมากพอสมควร การปฏิรูปกฎหมายในคราวนั้นรัฐธรรมนูญ กำหนดว่าให้มีอำนาจหน้าที่ในการปรับปรุงกฎหมายทั้งประเทศให้เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมากที่สุด โดยกำหนดให้ทำทุกเรื่อง เพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงกฎหมาย แต่คราวนี้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดว่าให้มีการปฏิรูปประเทศ อย่างน้อย ๑๑ ด้าน หรือเพิ่มขึ้นตามแต่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร ปัจจุบันก็มี ๑๓ ด้าน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าดูอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กับปี ๒๕๖๐ อำนาจ หน้าที่ของเราต่างกันมาก การปฏิรูปกฎหมายคราวนี้ก็ต้องดูตามอำนาจหน้าที่ ที่กำหนดไว้ คือมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ พึงให้รัฐมีกฎหมายเท่าที่จำเป็น นอกจากนั้น ก็ต้องดูว่าวิธีการจะปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ มี ๔ ด้านที่ต้องกระทำ คือกฎหมาย จะต้องไม่เกินความจำเป็น และเป็นระบบสากลตามมาตรา ๗๗ ที่กล่าวถึงในตอนแรก ประการที่ ๒ จะต้องมีการปฏิรูประบบการเรียนการสอนด้านนิติศาสตร์ เพื่อที่จะให้เรามี นักกฎหมายที่มีความรู้คู่คุณธรรม ประการต่อมาคือต้องมีการพัฒนาระบบข้อมูลทาง อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อที่จะให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ ปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้อง และท้ายสุดได้กำหนดว่าต้องมีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอกฎหมาย นี่คือหน้าที่ของเราที่ต้องกระทำด้านต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงมีอำนาจหน้าที่ที่ต่างกัน ซึ่งท่านแนะนำว่าให้ไปเอาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มา ทั้งด้านสังคมก็ดี ด้านสิ่งแวดล้อมก็ดี ด้านสิทธิชุมชนก็ดี ด้านแรงงาน ด้านการศึกษา เหล่านี้มีอยู่แล้วล่ะครับในทุก ๆ ด้านที่มีการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ คำสั่งตามกฎหมายลูกที่ว่าด้วยแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านจะต้องเอาผลการทำงานในแต่ละยุคในแต่ละสมัย ที่จะเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายก็ดี งานของคณะ สนช. ก็ดี คณะกรรมการแต่ละกระทรวงที่แต่งตั้งขึ้นมาก็ดี เอานำมาเป็น พื้นฐานในการจัดทำแผนปฏิรูป อันนี้จึงกราบเรียนท่านสมาชิกที่มีความสงสัย🔗
ประเด็นที่ ๒ มีท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าการปฏิรูปประเทศในการจัดทำ กฎหมายที่กำหนดไว้ตามแผนประมาณ ๒๒๐ ฉบับนั้น ขณะนี้เพิ่งสำเร็จไป ๔๐ ฉบับ อันนี้ เป็นเรื่องจริงครับ ใน ๔๐ ฉบับนั้นสามารถเสนอพิจารณาเป็นกฎหมายได้ เกือบทั้งหมด มาจากสภา สนช. ทั้งสิ้น แผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ระหว่างนั้นแล้วก็มี สนช. มีคณะรัฐมนตรี ซึ่งดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ มาแล้ว แต่เมื่อมาถึงสมัยสภาในยุคปัจจุบันนี้ก็จะเห็นได้ว่าในมาตรา ๒๗๐ นี้เองกำหนดว่า กฎหมายปฏิรูปทั้งหลายที่ ครม. เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินการการปฏิรูปนั้น ให้เสนอมาเป็นลักษณะพิเศษของประเทศไทยด้วยซ้ำ คือให้มีการเสนอมาที่รัฐสภาให้มีการ ประชุมร่วมกัน เมื่อวานนี้ก็มีการพิจารณากฎหมายฉบับหนึ่ง กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อ เสนอกฎหมาย ก็จะเห็นได้ว่ากฎหมายปฏิรูปเผื่อจะเข้ามาในสภาได้ก็ดี การพิจารณาของสภา ผู้แทนราษฎรก็ดี ผมเคยเป็นสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย การพิจารณากฎหมายของสภา ผู้แทนราษฎรสมัยหนึ่งอย่างมาก ๔ ปี ส่วนมากก็อยู่ได้ ๑ ปีบ้าง ๒ ปีบ้าง กฎหมายที่รัฐสภา ยุคสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบน้อยมาก ยุคก่อนนั้นรัฐธรรมนูญกำหนดว่าสมัยประชุม ให้ ๒ สมัย สมัยทั่วไปก็พิจารณาได้ทุกเรื่อง สมัยนิติบัญญัติรัฐธรรมนูญบังคับไว้ด้วยซ้ำว่า ให้พิจารณาเป็นการเฉพาะจะได้มีกฎหมายผ่านสภาให้มากขึ้น แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ได้กำหนดให้มีสมัยนิติบัญญัติ ให้มี ๒ สมัย สมัยทั่วไปครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ เพราะฉะนั้น ผลผลิตกฎหมายของรัฐสภานี้ผมคิดว่าอาจจะไม่มากเพียงพอที่จะทำให้กฎหมายการปฏิรูป บรรลุล่วงได้ทุกฉบับ ก็จะเห็นได้ว่าในการที่จะปรับแผนคราวนี้ การปรับแผนไม่ใช่ว่า ผมมาฟังท่าน กลับไปผมไปปรับแผน มาฟังท่านกลับไปผมไปปรับแผน ไม่ใช่เช่นนั้น ในกฎหมายแผนและขั้นตอนการปฏิรูปเขาบอกว่าการจะปรับแผนปฏิรูปประเทศได้นี่ ๑. จะต้องมีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าแผนปฏิรูปประเทศ แผนยุทธศาสตร์ไม่สอดคล้องกัน แผนปฏิรูปประเทศกับแผนแม่บทตามยุทธศาสตร์ไม่สอดคล้องกัน หรือคณะรัฐมนตรีเห็นว่า มีเหตุจำเป็นที่จะต้องมีการปรับแผน อยู่ดี ๆ คณะกรรมการก็ดี สำนักงานเลขาธิการ สภาพัฒน์ก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาชี้แจงก็ดี กลับจากท่านไปไปสั่งให้ปรับแผน ไม่ได้ ตั้งแต่ใช้แผนมาจนปัจจุบันเพิ่งจะมีการปรับแผนครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ เสร็จภายในประมาณเดือนธันวาคมตามไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ท่านทั้งหลายได้ทราบแล้ว แล้วสิ่งหนึ่งที่จะต้องนำไปปรับคือความเห็นของ ส.ว. ความเห็นของ ส.ส. ในหน้า ๘ ที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้นำเรียน ความจริงความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านชวน หลีกภัย ไปเสนอต่อประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เขาเขียนไว้ในข้อ ๔.๒.๒ ไม่ผิดหรอกครับ ท่านประธานรัฐสภาเป็นรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คนที่หนึ่ง ในนี้ไม่ใช่ว่าเขียนว่าท่านชวน หลีกภัย เป็นรองประธานรัฐสภา คนที่หนึ่ง ที่เขียนไว้นี้ ถูกแล้ว🔗
๑๐๒/๑🔗
เรื่องต่อไปนะครับ ก็มีท่านสมาชิกบางท่านบอกว่ากฎหมายเข้าชื่อที่เสนอไป เมื่อวานนี้ ทำไมคณะกรรมการถึงไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำอะไรบ้างในตัวกฎหมาย ฉบับดังกล่าวนั้น ถ้าท่านสมาชิกทั้งหลายได้ไปดูในแผน แผนปฏิรูปประเทศเป็นเล่มเลยนะครับ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทั้งหลายคงได้อ่านแล้ว เป็นเล่มเลยว่าด้านที่ ๑ ด้านการเมือง ทำอะไรบ้า เสร็จปีไหน เสร็จเวลาไหน ด้านที่ ๒ การบริหารราชการแผ่นดิน ด้านที่ ๓ เขามีเป็นเล่มเลยนะครับ ผมเชื่อว่าท่านคงมีแล้วแต่จะอ่านครบถ้วนหรือไม่นี้ผมไม่ทราบ คือในแผนปฏิรูปประเทศของเราตาม (๔) ของมาตรา ๒๕๘ มีกลไกช่วยเหลือประชาชน ในการจัดทำและเสนอกฎหมาย มีหลักสำคัญ ๆ อยู่ ๔-๕ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ทำอย่างไร ประชาชนถึงจะเข้าชื่อกันเองได้ ทำอย่างไรถึงจะมีหน่วยงานของรัฐช่วยเหลือในการรับฟัง ความคิดเห็นต่อกฎหมายที่ประชาชนจะจัดทำขึ้น ทำอย่างไรถึงจะมีหน่วยงานของรัฐ ช่วยรวบรวมลายมือชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ ตลอดจนจัดทำร่างกฎหมายเหล่านั้นได้ และประเด็นสำคัญก็คือว่าทำอย่างไรจะมีวิธีการระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการลงลายมือ ชื่อ เมื่อวานนี้ก็จะเห็นได้ว่าร่างสาระสำคัญที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเสนอกฎหมาย เหล่านี้ น่าจะครบถ้วน แต่ก็มีบางประเด็น ประเด็นเล็กน้อยเท่านั้นแหละว่ายังไม่สอดคล้องกับ แผนปฏิรูปประเทศทั้งหมด ผมก็ได้รับเกียรติจากสภาแห่งนี้มอบหมายให้เป็น คณะกรรมาธิการพิจารณา ก็จะไปทำหน้าที่เหล่านี้แทนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ แทนท่านทั้งหลายในสภานี้ ตลอดจนแทนพี่น้องประชาชนทั้งหลายด้วยนะครับ🔗
ท่านช่วยสรุป ด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย แล้วท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายก็คือว่ามีท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าแผนปฏิรูปใน เรื่องประเด็นที่ ๒ ที่ว่าด้วยการปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายทำไมไม่ก้าวหน้าเลย ต้อง ยอมรับว่าระหว่างที่แผนปฏิรูปประเทศทำเสร็จนั้น สาระสำคัญจะต้องเป็นไปตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ ก็โชคดีว่าสภา สนช. ได้ อนุมัติเห็นชอบให้มีพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว ในพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ก็จะทำให้แผน ปฏิรูปประเทศของเราในข้อที่ ๒ สำเร็จลุล่วง🔗
และอีกประการหนึ่งก็คือว่าคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงาน ๒ หน่วย มาช่วยกันทำงานในด้านนี้ คือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะ ป.ย.ป. คือคณะปฏิรูปยุทธศาสตร์และปรองดอง ขึ้นมาทำหน้าที่แล้ว ที่สำคัญก็คือว่าท่านทั้งหลาย คงได้ยินคำว่ากิโยติน (Guillotine) กิโยติน (Guillotine) ตัวนี้คือการรวบรวมกฎหมาย ระเบียบ ซึ่งมีการรวบรวมไว้แล้วประมาณ ๗,๐๐๐ อนุญาต ที่เวลาประชาชนไปขอ สร้างความหนักใจแก่ผู้ลงทุนทั้งในและนอกประเทศที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ถ้าเรื่อง กิโยติน (Guillotine) นี้สำเร็จ ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ย.ป. ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าจ้างให้ทำระบบในระดับขั้นต้น เมื่อโครงการ กิโยติน (Guillotine) นี้แล้ว ก็จะทำให้ข้อ ๒ ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านนี้สำเร็จได้อย่างแน่แท้ครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศที่เสนอมาในคราวนี้ เป็นการเสนอตามวงรอบ ๓ เดือน คือเมื่อเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นการเสนอเข้ามาตามรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล ในมาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่งนั้น ได้กล่าวถึงหน้าที่ของ รัฐบาลและหน้าที่ของสภาในเรื่องของการปฏิรูปประเทศเอาไว้ว่า วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ ในการที่จะติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ๓ คำนะครับ ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด ส่วนในกรณีของสภาผู้แทนราษฎรนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเอาไว้โดยตรง ขีดเส้นใต้คำว่าโดยตรง ไม่ว่าในมาตราใด ๆ ทั้งสิ้นว่าสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ในการ ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัด แต่รัฐบาลจะต้องเสนอรายงานความคืบหน้ามายังสภาทั้งสอง ทุกรอบ ๓ เดือน เพราะฉะนั้นรายงานครั้งนี้ก็เสนอมาเหมือนกับหลายครั้งก่อนหน้านี้ แล้วก็ ยังจะมีต่อจากนี้ไปอีกตราบใดที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข มาตรา ๒๗๐ นั่นก็คือ เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกรุณารับทราบความคืบหน้าในวงรอบ ๓ เดือน ๓ เดือน ๓ เดือน แต่รัฐบาลคาดหมายแล้วก็ต้องการมากกว่าที่จะมากราบเรียนท่านประธานถึงความ คืบหน้า แล้วก็ฟังสภาเพียงแค่ว่าเป็นพิธีกรรม ผมขอกราบเรียนยืนยันว่าเรื่องนี้รัฐธรรมนูญ จะตั้งใจให้เป็นพิธีกรรมหรือไม่พิธีกรรมก็ตาม เพราะว่าเขาแยกการเสนอรายงานต่อสภา ทั้งสองเอาไว้ แต่รัฐบาลถือว่าไม่ใช่พิธีกรรม เราต้องการที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรช่วยติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดอยู่ดี เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่นำมาเสนอก็จะได้อะไรดี ๆ กลับไปเป็นอันมาก แน่นอนอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เหตุที่ไม่ใช่ทั้งหมดแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปปฏิบัติตามได้ทั้งหมด ก็เพราะว่าเสร็จจากสภาผู้แทนราษฎรเราก็ยังต้องไปฟังจากวุฒิสภา อย่างเมื่อคราวที่แล้ว ไม่นานมานี้เอง ในการเสนอรายงานวงรอบ ๓ เดือนอย่างนี้ วุฒิสภาก็ใช้เวลาถึง ๒ วัน เพราะเขาถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของเขา และเขามีคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่อง ปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะ แต่ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาลก็จะได้อะไรกลับไปเยอะ แต่สิ่งที่ได้กลับไปนั้นก็ยังจะต้องไปชั่ง ตวง วัด เปรียบเทียบกับข้อเสนอแนะของวุฒิสภา เพราะบางทีเรื่องเดียวกันแต่สภาทั้งสองเสนอแนะไว้ต่างกัน เมื่อต่างกันก็ต้องให้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มีอยู่ ๑๓ คณะ เกี่ยวกับเรื่องใครท่านก็ช่วยเอาไปดู และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละคณะท่านก็จะเอาไปฟังความเห็นจากกระทรวงคือ ผู้ปฏิบัติและประชาชน เสร็จแล้วจึงตกผลึกออกมาดำเนินการ เมื่อจะดำเนินการต่อไปถึง วงรอบอีก ๓ เดือน ก็ต้องนำมาเสนอต่อสภาอีก เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่ถูกทางวุฒิสภาตำหนิว่า ก็เคยแนะนำไปทำไมถึงไม่ทำตาม คำตอบก็คือเพราะว่าเรามาทำตามสภาผู้แทนราษฎร เพราะเห็นว่าในส่วนนี้เทียบเคียงกันแล้วมีประโยชน์ ครั้นมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ถามว่าก็เสนอแนะไปเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ย้อนกลับมาก็เหมือนเดิม ทำไมถึงไม่ปรับไม่แก้ มันก็วนกันไปวนกันมาอย่างนี้ เพราะว่าอำนาจหน้าที่ตรงนี้จะอยู่ที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ๑๓ คณะส่วนหนึ่ง แล้วก็อยู่ที่รัฐบาลอีกส่วนหนึ่งในฐานะผู้ปฏิบัติ ก็ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โยนไปให้กรรมการปฏิรูปประเทศทั้งหมด กรรมการปฏิรูปประเทศ เขามีหน้าที่เหมือนกับ ออกข้อสอบ แล้วก็ตรวจข้อสอบ แต่คนเข้าสอบคือรัฐบาล คือกระทรวงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น จะเป็นเหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขออภัยที่เอ่ยนาม พูดไว้ แล้วก็ยังมี บางท่านได้พูด เข้าใจว่าคุณนิคม ท่านพูดจริง ๆ แล้วก็ถูกต้องว่าการปฏิรูปนั้นมันก็ต้องดู กระทรวงเป็นหลัก ดูทบวงเป็นหลัก ดูกรมเป็นหลัก เพราะคนเหล่านี้คือผู้เข้าสอบ แล้วเวลาสอบ ก็ไม่ใช่สอบส่งเดชตามที่ตัวเองอยากจะทำข้อสอบ แต่จะต้องสอบไปตามที่มีการออกข้อสอบ นั่นก็คือสิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ๑๓ คณะ ได้เขียนแผนการปฏิรูปประเทศเอาไว้ แผนนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ตาม มีแล้วก็ประกาศใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ อย่างที่ท่านสุขุมพงษ์ได้กราบเรียนท่านประธาน ฉะนั้นเมื่อแผนมันมีอย่างนั้นนั่นคือข้อสอบ กระทรวง ทบวง กรม ผู้ปฏิบัติจะสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่ อย่างไร มันก็มีความคืบหน้า ไปเรื่อย เราก็เอาส่วนนั้นมากราบเรียน จึงมีการปฏิรูปประเทศที่อยู่นอกแผนเหมือนกัน เพราะว่าตอนที่เขาไปกำหนดแผนขึ้นนั้นเขาไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น แต่ว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ท่านก็ทำไป ฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าลักษณะรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอกราบเรียนท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ในส่วนนี้ซึ่งท่านสมาชิก ส่วนใหญ่ท่านคงเข้าใจอยู่แล้ว คณะกรรมการปฏิรูปประเทศขณะนี้มีอยู่ ๑๓ คณะ จากเดิม เมื่อวงรอบ ๓ เดือนที่แล้ว มากราบเรียนท่านว่ามี ๑๑ คณะ วันนี้งอกเพิ่มมาอีก ๒ คณะ เป็น ๑๓ คณะ แล้วก็เพิ่งตั้งเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้เอง แปลว่าตั้งมาได้ประมาณ ๑ เดือน เท่านั้นครับ ที่นั่งกันอยู่ข้างบนซ้ายมือท่านประธานนั้นก็เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศหรือกรรมการ จำนวน ๙ คณะ จากที่มีอยู่ ๑๓ คณะ ตั้งไปเมื่อประมาณ ๑ เดือน ที่ผ่านมา ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้ท่านมารื้อ หรือทบทวนแผนปฏิรูปประเทศที่ประกาศใช้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติการปฏิรูปว่า ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปก็จะต้องแก้แผนนั้น ขณะเดียวกันแผนปฏิรูป ก็จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตรงนี้มีความขลุกขลักอยู่นิดหนึ่งซึ่งท่านสมาชิกสภา ได้เคยอภิปรายไว้แล้วเมื่อวงรอบก่อน กฎหมายไปเขียนว่าแผนปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ แปลว่ายุทธศาสตร์ชาติใหญ่กว่า แต่ก็เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นว่าแผนปฏิรูป ประเทศมันเสร็จก่อนยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อเสร็จก่อนรัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้ก่อนเพื่อจะได้ ดำเนินการปฏิรูปประเทศไปพลาง หลังจากนั้นยุทธศาสตร์ชาติจึงได้เกิดขึ้น เมื่อยุทธศาสตร์ชาติ เกิดขึ้น ใครจะเกิดก่อนเกิดหลังก็ตาม แต่แผนปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ วันนี้จึงต้องย้อนกลับมารื้อแผนปฏิรูปประเทศเพื่อทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ต่อไปไม่ช้ายุทธศาสตร์ชาติอาจจะมีการแก้อีกก็ได้ ถึงจะบอกว่ามีอายุ ๒๐ ปีก็ตาม กฎหมาย เขาเขียนไว้ว่ายุทธศาสตร์ชาติเองรื้อแก้ได้ทุกปีครับ เปลี่ยนรัฐบาลท่านอยากแก้ก็ได้ ๒๐ ปี ยาวไป ท่านจะหดลดลงมาให้เหลือ ๕ ปี ๑๐ ปี ท่านก็ทำได้ วันนี้คณะกรรมการปฏิรูป ประเทศที่ตั้งใหม่เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนนั้น จึงมีภารกิจคือ ๑. มาปรับปรุงแผนปฏิรูป ประเทศให้เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ ๒. ปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศให้เข้ากับสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิด เมื่อเกิดก็ต้องไปปรับแก้ให้เข้ากัน เขากำลังทำงาน แล้วก็คาดว่าจะเสร็จในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ในเดือนกันยายน ต่อจากนั้นก็จะเสนอให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน แล้วก็ไปสู่ คณะรัฐมนตรี แล้วเมื่อเดือนธันวาคมมาถึงก็คิดว่าน่าจะได้จังหวะที่จะนำมาเสนอกราบเรียน ต่อท่านประธานในสภาแห่งนี้แล้วก็ประกาศใช้ต่อไป ท่านประธานครับ วันนี้มีประเด็น บางประเด็นที่ขออนุญาตกราบเรียน ซึ่งก็น่าจะทำให้ท่านคลายความกังวลไปได้หลายอย่าง ท่านสมาชิกบางท่านสอบถามถึงเรื่องกฎหมายปฏิรูปการศึกษาคือพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ เมื่อเช้านี้เองครับ ผมเพิ่งลงนามในหนังสือแจ้งกระทรวงศึกษาธิการไป ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งได้กล่าวว่ากฤษฎีกาเขาจำหน่ายจ่ายโอนตัดทิ้งไปแล้วนะ ก็แน่นอนครับ เมื่อกฤษฎีกาเขาตรวจเสร็จ ทำเสร็จ เขาก็ต้องตัดบัญชีนั้นออกไปจากกฤษฎีกา ไม่อย่างนั้น เป็นงานค้างของเขา วันนี้แล้วไปค้างอยู่ที่ไหน ไปค้างอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมก็ได้ ลงนามในหนังสือแทนท่านนายกรัฐมนตรีเร่งรัดไปเมื่อเช้าว่าให้กระทรวงศึกษาธิการ รีบปรับปรุงแล้วเอากลับเข้ามาเพื่อจะได้เสนอต่อสภาโดยเร็ว อีกฉบับหนึ่งคือกฎหมายปฏิรูป ตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องทำแล้วมีคณะกรรมการทำพิเศษโดยเฉพาะ แยกออกจากกรรมการอื่นทั้งหลาย เขาก็ทำจนเสร็จส่งไปยังคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ก็ส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เพิ่งจะตอบมาเมื่อไม่นานนี้ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ทีนี้มีบางประเด็นที่เห็นด้วยแต่มีคำว่า แต่ เห็นด้วยแต่ เห็นด้วยแต่ รวมแล้ว ๑๔ ประเด็น ผมก็เลยเชิญท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทน เชิญกฤษฎีกา เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลายมาหารือกัน การหารือเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็จะเกิดอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ว่า ๑๔ ประเด็นที่ท่านบอกว่าเห็นด้วย แต่ เห็นด้วย แต่ มีอะไร ที่จะประนีประนอมหดลดตัดทิ้งไปเสียได้บ้างหรือไม่ อะไรที่พอจะยอม ๆ กันได้ อะไรที่ ไม่ยอมบอกมา แล้วถ้ามีปัญหาอย่างไรก็โยนเข้ามาที่สภา ซึ่งสภานี้จะเป็นคนชี้ขาด ผลจาก การหารือไปรอบหนึ่งปรากฏว่าจาก ๑๔ ประเด็นนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ลดราวาศอก ยอมถอนไปหลายประเด็น แต่ก็ยังคิดว่าบางประเด็นยังจำเป็นอยู่ที่ไม่สามารถจะปฏิบัติตาม ร่างนั้นได้ พรุ่งนี้ก็จะได้ว่ากันต่อไป เพราะฉะนั้นเชื่อว่าจะนำเสนอต่อรัฐสภาในฐานะ กฎหมายปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูปครั้งใหญ่ได้ในไม่ช้านี้ ปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้าย ปฏิรูปสถานีตำรวจ ปฏิรูปให้มีสิ่งที่ตำรวจไม่เคยมีคือคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. เพื่อจะดูแลรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้าย การลงโทษ แล้วก็ให้มีคณะกรรมการขึ้นอีกชุดหนึ่งคือคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งไม่เคยมี แต่ต่อไปก็จะให้มี มีคนกลางขึ้นมา ตำรวจทำคดีแล้วมีปัญหา สั่งคดีแล้วมีปัญหา ร้องมาที่คณะกรรมการกลางนี้ ซึ่งจะมีบุคคลภายนอกวงการตำรวจเข้ามาช่วยดูแล ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่จะนำเสนอท่านประธานในโอกาสอันใกล้นี้ต่อไป เพราะว่ามันจวนจะตกผลึกแล้ว🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกบางท่าน ขออภัยเอ่ยนามท่าน อีกครั้งหนึ่ง ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านบอกว่าการปฏิรูปบางทีก็ไม่ต้องทำเป็นกฎบัตร กฎหมายหรอก ซึ่งจริงครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงให้นโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบาย คณะรัฐมนตรีให้นโยบายแล้วว่าคำว่าปฏิรูป ที่เรียกกันว่ารีฟอร์ม (Reform) มันสามารถที่จะ ดำเนินการได้ ๒ แบบคือ ๑. โดยวิธีแอ็กชัน (Action) ๒. โดยวิธีเลจิสเลชัน (Legislation) คือ ๑. โดยการกระทำ ซึ่งไม่ต้องอาศัยกฎบัตร กฎหมายอะไรก็เป็นปฏิรูปได้ อีกอย่างหนึ่ง มันทำเองไม่ได้หรอกครับ มันจะต้องมีกฎหมายมารองรับ ก็คือลีจิสเลชัน (Legislation) ซึ่งต้องเสนอต่อสภา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เข้ามาสู่สภาและสภาสัมผัสก็คือสิ่งที่เป็นการ ออกกฎหมาย แก้กฎหมาย หรือว่าเลิกกฎหมาย แต่ในส่วนที่เป็นแอ็กชัน (Action) นั้น ท่านอาจจะไม่ทราบ ก็เป็นเรื่องหรือเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องเสนอมาในรายงาน เพราะฉะนั้นท่านอาจจะรู้สึกเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องปลีกย่อย แต่นั่นเขาก็ได้ดำเนินการ ยังมีอีกหลายเรื่องครับที่มีการดำเนินการ แต่มันไม่อยู่ในวงรอบเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม จึงไม่ได้กราบเรียนท่านประธานมาในครั้งนี้ เข้าใจว่าจะอยู่ในรายงานในวงรอบต่อไป ข่าวก็ออกมาแล้วซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปฏิรูป และด้วยความร่วมมือจากองค์กรอื่น รัฐบาลไม่ได้ เป็นคนทำหรอกครับ แต่ว่าเขาได้ทำของเขาเอง เป็นไปตามแผนปฏิรูป เพราะหน้าที่การทำ แผนปฏิรูปหรือการตอบข้อสอบนั้นเป็นหน้าที่ของหลายฝ่าย ไม่ใช่แต่รัฐบาล ท่านประธาน อาจจะได้ยินว่าศาลเปิดพิจารณาคดีในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ซึ่งจากเดิมใครที่ถูกศาลสั่งในวันศุกร์ตอนเย็นแปลว่าก็ติดคุกไป ๒ วัน แล้วก็รอวันจันทร์ศาลมาทำงานศาลจะสั่งให้ วันนี้วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ทำได้แล้ว แล้วคดี ที่ค้างคาอยู่ก็จะต้องมาปลดมาปล่อย มาทยอยกัน แม้กระทั่งการฟ้อง การขอประกัน หรือการดำเนินการโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ไม่มาปรากฏตัวนั้นก็เป็นการปฏิรูป ชนิดหนึ่ง ซึ่งได้เริ่มทดลองนำร่องไปแล้วในบางศาล ท่านประธานอาจจะได้ยินคำว่าอีคอร์ต (e-Court) หรือคอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ (Court Electronic) ศาล โดยใช้ระบบดิจิทัล (Digital) สิ่งเหล่านี้เป็นการปฏิรูปในลักษณะของแอ็กชัน (Action) คือการกระทำ เพราะเรา ไม่จำเป็นต้องไปออกกฎหมายใด ๆ แต่ส่วนที่เป็นกฎหมายนั้น ขออภัยที่เอ่ยนามท่านสมาชิก ท่านชวลิต ขอบพระคุณมากครับ ที่สภาได้กรุณายกประเด็นเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาในส่วนของการสั่งคดีในต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งกันขึ้น ระหว่างตำรวจ อัยการ แล้วต่อมามีปัญหาขึ้น กฎหมายแต่เดิมสมัยที่ท่านและผม เรียนกฎหมายกันอยู่ เราก็เข้าใจว่าในกรุงเทพมหานครเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดชี้ขาด ในต่างจังหวัดเป็นอำนาจ ของผู้ว่าราชการจังหวัดชี้ขาด แต่ต่อมาก็ได้มีการมาแก้ว่าต่างจังหวัดก็เป็นอำนาจของ ฝ่ายตำรวจชี้ขาด สภานี่แหละครับได้ยกขึ้นแล้วก็เห็นว่าควรจะแก้กลับไปให้เป็นผู้ว่าราชการ จังหวัด อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะที่ดีที่รัฐบาลได้รับทราบและจะปฏิบัติอย่างไรต่อไปนั้น ขณะนี้บังเอิญก็เกิดเรื่องเป็นคดีขึ้นอย่างที่ท่านได้รับทราบกันอยู่ทั่วไปเมื่อวัน ๒ วัน รัฐบาลตั้งกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบในเรื่องอื่น แล้วก็ฝาก ประเด็นเรื่องนี้ไปให้ท่านช่วยดูเสนอแนะมา ซึ่งก็จะทำให้การเตรียมการเรื่องนี้ แน่นแฟ้นขึ้นสำหรับที่จะปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานมา สำหรับในวงรอบ ๓ เดือนนี้ แล้วก็ขอขอบพระคุณในคำแนะนำ ข้อเสนอแนะ รัฐบาลถือว่า การติดตามการตรวจสอบการเร่งรัดเรื่องการปฏิรูปนั้น รัฐธรรมนูญอาจจะไม่ได้เขียนว่า เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรด้วย แต่รัฐบาลต้องการที่จะรับฟังสิ่งเหล่านี้จากสภา ผู้แทนราษฎรครับ บางครั้งที่ท่านได้เสนอแนะ ขออภัยยกขึ้นมาอีกสักเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่ง จำได้ว่าครั้งหนึ่งท่านสมาชิกกรณ์ จาติกวณิช ท่านยกขึ้นทักท้วงและขอให้ปรับปรุง อะไรบางอย่าง ซึ่งพอพ้นวงรอบนั้นไป รัฐบาลก็ไปดำเนินการปรับปรุง แต่พอถึงวงรอบต่อมา จะนำมาเสนอรายงานว่าทำแล้วนะ ท่านก็ออกไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ สิ่งเหล่านี้รัฐบาล รับฟังเสมอ แต่ว่าจะปฏิบัติตามได้หมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้น ยังจะต้องไปเทียบเคียง กับเหตุและผล โดยเฉพาะต้องฟังผู้ปฏิบัติเหมือนกัน ก็เหมือนกับข้อเสนอแนะในครั้งนี้ ก็จะได้ดำเนินการในแนวเดียวกันนี้ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ต้องขอ ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและคณะ และผู้เข้าร่วมชี้แจงทุก ๆ ท่าน ขอบคุณครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายละเอียดงบการเงินของสำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ๒. นางยุพา ทรัพย์ยิ่ง ผู้อำนวยการ สำนักยุทธศาสตร์และการงบประมาณ ๓. พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการภูมิภาค ๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ๕. นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ๖. นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด นักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ ๗. นายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ🔗
เข้าประจำที่ พร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญผู้แทนของหน่วยงานได้แถลง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ขอ อนุญาตรายงานต่อที่ประชุมให้ทราบว่า กสทช. ได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงรายงานผล ปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ และได้ชี้แจงต่อประเด็นข้อสังเกต ข้อซักถามต่าง ๆ ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านในคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ไปแล้วนั้น ซึ่งภายหลังจากการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายงานดังกล่าว สำนักงานการ ตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงาน กสทช. ทราบผลการตรวจสอบการเงินของ สำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ และมีความเห็นต่อรายงานงบการเงินของสำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ เพิ่มเติม โดย กสทช. ได้ร่วมหารือกับ สตง. และได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ เป็นไปตามความเห็นของ สตง. เรียบร้อยแล้ว ในการนี้จึงขออนุญาตท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นงบการเงินที่มีการ เปลี่ยนแปลงไปจากรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ดังต่อไปนี้🔗
สาระสำคัญ งบการเงินที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นการปรับปรุงมาตรฐาน การบัญชีในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ๑. เรื่องอาคารและอุปกรณ์มูลค่าตามบัญชีของอาคาร และอุปกรณ์ ที่ผ่านมาสำนักงาน กสทช. ดำเนินการควบคุมและบริหารสินทรัพย์โดยใช้ระบบ เพื่อบริหารจัดการ ๒ ระบบ ดังนี้🔗
๑.๑ ระบบเรดิโอ ฟรีเควนซี ไอเดนติฟิเคชัน (Radio Frequency Identification) หรืออาร์เอฟไอดี (RFID) โดยสำนักการพัสดุใช้เป็นข้อมูลในการควบคุม และบริหารสินทรัพย์ในภาพรวมของสำนักงาน กสทช.🔗
๑.๒ ระบบเอกซ์เพรส (Express) ซึ่งสำนักการคลังใช้เป็นข้อมูลในการบันทึก มูลค่าสินทรัพย์ ค่าเสื่อมราคา และค่าเสื่อมราคาสะสมที่แสดงรายงานในงบการเงิน🔗
ต่อมาสำนักงาน กสทช. ได้พัฒนาระบบบริหารการเงิน การบัญชี การจัดการ รายได้ การบริหารสินทรัพย์และการพัสดุ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานและการบริหารงาน ของสำนักงาน กสทช. ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล และเป็นไปโดยอัตโนมัติทุกกระบวนการ สามารถรองรับการปฏิบัติงานตามภารกิจ กฎ ระเบียบของสำนักงาน กสทช. ได้ รวมทั้ง บูรณาการฐานข้อมูลของสำนักงาน กสทช. ให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด โดยเฉพาะการควบคุมและการบริหารเดียวกัน ทำให้พบว่าสินทรัพย์หลายรายงาน มีจำนวนและมูลค่าที่แตกต่างกัน ซึ่งสาเหตุของความแตกต่างส่วนใหญ่เกิดจากการสินทรัพย์ สูญหายและตัดจำหน่ายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการตัดจำหน่ายทางบัญชี ซึ่งฝ่ายบริหาร อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผลแตกต่างดังกล่าว และปรับปรุงรายการให้ถูกต้องต่อไป สำนักงาน กสทช. มั่นใจว่ากระบวนการและขั้นตอน ในการปรับปรุงข้อมูลการควบคุมและบริหารสินทรัพย์จะถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เมื่อสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการยกยอดข้อมูลสินทรัพย์ทั้งหมดเข้าสู่ระบบการบริหาร การเงิน การบัญชี การจัดการรายได้ และการบริหารสินทรัพย์และพัสดุเรียบร้อยแล้ว ภายในปี ๒๕๖๓🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ทาง สตง. แจ้งมาก็คืองบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ มีผลต่างจำนวน รายได้ที่คลาดเคลื่อน จำนวน ๑๐,๒๙๔ ล้านบาท เนื่องจากการนำเงินรายได้ยูโซ (USO) จำนวน ๙,๗๐๐ ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังกู้ยืมตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ต่อมาเมื่อมีคำสั่ง ที่ ๔/๒๕๖๒ คำสั่ง คสช. สั่งว่าไม่ต้องส่งเงินดังกล่าวคืนเรา สตง. จึงเสนอแนะให้ หักล้างข้อมูลทางบัญชีการยืมเงินเป็นการนำส่งรายได้แผ่นดิน ส่วนที่เหลือเป็นการประมาณการที่คลาดเคลื่อนของรายได้ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โทรคมนาคมและค่าธรรมเนียมยูโซ (USO) ต่าง ๆ นะครับ ทั้งนี้ ต่อประเด็นความเห็นของ สตง. ว่าข้อมูลงบการเงินที่แสดงในรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ สำนักงาน กสทช. ขอเรียนว่าได้มีการประชุมหารือ ร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อทำความเข้าใจและสรุปแนวทางในการจัดสมมุติฐาน ประมาณการรายรับที่สมเหตุสมผลยอมรับร่วมกันได้ โดยสรุปผลให้สำนักงาน กสทช. ปรับปรุงข้อมูลทางการเงินดังนี้ ๑. ให้ปรับปรุงข้อมูลประมาณการรายรับค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตวิทยุคมนาคม และ ๒. ข้อมูลรายได้กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยการปรับปรุง ๒ ข้อ ดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๕๒ มาที่สภานี้แล้ว ตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ จากข้อจำกัดของ กรอบระยะเวลาดังกล่าว รายงานผลกำหนดงาน กสทช. ประจำปีดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ข้อมูลงบการเงินที่ปรากฏในรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ไม่ตรงกับรายงานตรวจสอบที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแจ้งเรามา ดังนั้นกระผมขออนุญาต รายงานข้อมูลการเงินประกอบรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ เพิ่มเติม ที่สำคัญเพียงเท่านี้ครับ🔗
ได้มี ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะอภิปรายทั้งหมด ๔ ท่าน มี ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่านณัฐวุฒิครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออภิปรายงบการเงิน กสทช. ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตามต้องเรียนข้อจำกัดว่า ตารางเอกสารต่าง ๆ นั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึ่งได้รับตัวเอกสารที่เป็นทางการเมื่อเช้า ที่ผ่านมา แล้วบังเอิญว่าเอกสารนั้นถึงแม้จะมีรายการที่ใกล้เคียงกัน แต่ตารางนั้น ไม่ได้เปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน เทียบกันตารางต่อตารางกับงบที่ท่านส่งมาก่อนหน้านี้ ฉะนั้นอาจจะมีข้อจำกัดบางประการในการที่จะสอบถามความชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ เกิดความชัดเจนมากขึ้น จากรายงานก่อนหน้านี้ที่ท่านส่งเข้ามา ผมมีอยู่สัก ๓ ประเด็นใหญ่ ด้วยกันครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ เรื่องของหนี้สินหมุนเวียนในส่วนของโครงการ ที่ในนี้ใช้คำว่า มัสต์ แคร์รี (Must carry) ผมเข้าใจดีครับว่าการออกอากาศช่องสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียม โดยเฉพาะในกรณีของดิจิทัลทีวี (Digital TV) นั้นจะต้องมีการเรียงหมายเลข และการเรียง หมายเลขช่องดังกล่าวมีผลไปกระทบต่อช่องที่มีการประมูลเข้ามา ตรงนี้ครับ ที่เป็นผล ที่ทำให้เกิดกระบวนการแข่งขันที่อาจจะไม่เป็นธรรม มีผลบวกลบต่อผู้ที่ประมูลกับกรณีของ ดิจิทัลฟรีทีวี (Digital free TV) ต่าง ๆ และนำไปสู่กรณีที่ท่านได้พูดเอง ก็คือคำสั่ง คสช. ที่ ๗๖/๕๙ เรื่องของมาตรการการส่งเสริมการประกอบกิจการ ซึ่งได้ให้ กสทช. นั้นสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณ ประเด็นค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณตัวนี้ ในคำสั่งดังกล่าว ในข้อที่ ๖ ได้ระบุว่าให้ใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนา หรือที่ท่านใช้ชื่อย่อในภาษาอังกฤษว่า ยูโซ (USO) ตรงนี้ใช้ทั้งหมด ๓ ปีด้วยกัน ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒ แต่ในรายงานฉบับนี้ยังมีชื่อของโครงการมัสต์ แคร์รี (Must carry) อยู่ครับ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า เอาเข้าจริง ๆ แล้วกรณีงบการเงินบัญชีตรงนี้ควรจะต้องไปอยู่ในงบการเงินของยูโซ (USO) ต่างหากหรือไม่ มันไม่ควรจะเป็นงบการเงินที่อยู่ปนในเอกสารตรงนี้เดียวกัน ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้ท่านต้องเคลียร์ (Clear) หรือความเข้าใจให้ชัดเจนนะครับ แล้วในขณะเดียวกันครับ ในกรณีการดำเนินการโครงการนั้นซึ่งต้องแล้วเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ บัดนี้ ผมไม่มั่นใจว่า แล้วเสร็จหรือไม่ และตกลงท่านใช้งบตัวใดในการดำเนินการดังกล่าว เพราะว่าในกรณีคำสั่ง คสช. นั้นระบุให้ไปใช้งบในส่วนของยูโซ (USO) ชัดเจน แต่ว่าในงบการเงินตัวนี้ท่านมีชื่อของ โครงการมัสต์ แคร์รี (Must carry) อยู่ในประเด็นงบประมาณที่ท่านส่งมาให้สภาแห่งนี้ นี่เป็นประการที่ ๑ ครับ🔗
ในประการที่ ๒ ในหมวดว่าด้วยงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ส่วนของค่าใช้จ่าย ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ มันมีเรื่องของค่าทดแทนชดเชยหรือค่าตอบแทนตามคำสั่ง คสช. ตรงนี้เยอะนะครับ ตัวเลขเพียว ๆ (Pure) ก็คือโดยประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ผมเข้าใจว่าตรงนี้ที่นำไปสู่เรื่องการเยียวยาทีวีดิจิทัล (Digital) ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ แล้วก็ถูกยกเลิกไปตามคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ซึ่งรวมถึงโครงการมัสต์ แคร์รี (Must carry) ที่ผมได้พูดไปเบื้องต้นแล้ว แต่ผมต้องการเห็นความจำเป็นและรายละเอียดในการดำเนินการว่า ตกลงแล้วท่านได้ใช้งบประมาณในการส่งเสริม ในการเยียวยาดังกล่าวไปแล้วทั้งหมดในเชิง รายละเอียดอย่างไรบ้าง และในขณะเดียวกันผมไปพบอีกชื่อโครงการหนึ่ง ผมเข้าใจว่า ถ้าอ่านเต็มจะชื่อว่ามัลติเพลกซ์เซอร์ (Multiplexer) หรือว่าเอ็มยูเอกซ์ (MUX) หรือโครงการ มักซ์ (MUX) โครงการมักซ์ (MUX) จริง ๆ ควรจะอยู่ในรายการตรงนี้ แต่มันไม่อยู่ มันไปอยู่ ในรายการที่เรียกว่าหนี้สินหมุนเวียนแทน ผมว่ายากสำหรับผู้ตรวจสอบบัญชี มันดูอีรุงตุงนัง ไปหมด ผมก็เห็นว่าท่านก็มีความพยายามในการตั้งคณะอนุกรรมการเข้ามาพิจารณา ในเรื่องของการชดเชยเยียวยาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ถ้ามีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับกรณีของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ประมาณ ๒๒๐ ล้านบาทเศษ มีการเยียวยาให้กรมประชาสัมพันธ์ ๑๒๘ ล้านบาท มีการเยียวยาให้กับกองทัพบกอีก ๑๕๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งทั้งหมดมันควรจะต้องมีกระบวนการในการดำเนินการเรียบร้อย ภายในวันที่ ๓๐กันยายน ๒๕๖๓ ที่จะถึงตรงนี้ แต่ตรงนี้ปรากฏว่ากรณีการใช้เงิน ประมาณการหนี้สินหมุนเวียนในโครงการมักซ์ (MUX) ตกลงมันคือเงินส่วนใดกันแน่ครับ คำนี้ปรากฏทั้งในปี ๒๕๖๑ และงบการเงินปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าถ้าเอากันจริง ๆ ท่านต้องแยกระหว่างการใช้งบการเงิน กสทช. กับงบโครงการของยูโซ (USO) ประชาชน อ่านไม่เข้าใจ ผมไม่ใช่นักบัญชีผมยิ่งอ่านไม่เข้าใจ ถึงแม้พยายามจะทำความเข้าใจตรงนี้ เพราะเจตนารมณ์หรือที่มาที่ไปของการใช้จ่ายเงินไม่เหมือนกัน นั่นเป็นประการที่ ๒🔗
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน อดีตก็ว่ากันไป ผมกำลังพูดวิพากษ์ไปถึง กรณีของคำสั่ง คสช. อย่างน้อยที่สุด ๒ ฉบับที่ผ่านมา ผมเองก็ไม่อยากรื้อฟื้น แต่ผมอยากจะย้ำ ให้ที่ประชุมแห่งนี้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง คสช. ในอดีตหรือหากมีคำสั่งเป็นพิเศษใด ๆ เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และผมไม่อยากให้มันเกิด แต่คำสั่งพิเศษ เหล่านี้มันดูไปส่งผลกระทบต่อคำหลักเลยนะครับ คือคำว่าวินัยการเงินกับคำสั่งพิเศษ รายงานการเงิน สตง. ผมไม่รู้ว่าเขาเขียนหรือไม่ ยังอ่านหาไม่เจอ แต่จริง ๆ ท่านในฐานะเป็น ฝ่ายเลขาธิการของ กสทช. ท่านต้องมีจุดยืนต่อพี่น้องประชาชนว่าระหว่างการปฏิบัติตาม คำสั่งพิเศษกับวินัยการเงินการคลังนั้นตกลงจุดยืนของท่านคืออย่างไร และท่านเห็นไหมว่า การดำเนินการดังกล่าวมันไปส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายเงินของกองทุนวิจัยและพัฒนา ที่เรียกว่ายูโซ (USO) ซึ่งเจตนารมณ์เป็นอีกแบบหนึ่ง แต่เงินที่ถูกเอามาใช้นั้นเป็นอีกแบบหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ที่เป็นปริมาณเงินในส่วนของ กสทช. ซึ่งท่านถือเงินเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่า ถ้าท่านใช้จ่ายเพื่อความก้าวหน้าของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ไม่มีใครว่าอะไรเลย ผมยังไม่ได้พูดถึงโครงการเน็ตประชารัฐ ด้วยนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในโครงการเน็ตประชารัฐ ท่านประธานทราบไหมว่าต้นเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่จังหวัดลำปางไปจับตู้เน็ตประชารัฐแล้วปรากฏว่า โดนไฟดูดเสียชีวิต สิ่งที่ กสทช. ทำผมยังไม่รู้ว่าท่านรายงานต่อสภาแห่งนี้ได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ท่านจ่ายเงินเยียวยากับเขาเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าการเสียชีวิตของเขาเกิดขึ้นจาก ความผิดพลาดของตู้โครงการเน็ตประชารัฐที่อยู่ในความดูแลของท่านจริง เงินอาจจะ ไม่สำคัญ ตัวเลขที่พูดถึงอาจจะไม่สำคัญ แต่คือน้ำใจและการดูทั้งหมดว่าวันนี้โครงการ ตู้เน็ตประชารัฐที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเสียชีวิตนั้นท่านจะใช้จ่ายเงินเพื่อการดูแลความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนในอนาคตได้อย่างไร เกี่ยวข้องกับงบการเงิน กสทช. ทั้งหมด ๓ ประเด็นที่ผมได้นำเรียน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอสไลด์ (Slide) ด้วย ผมมีสไลด์ (Slide) ทุกทีนะครับ เพราะว่าผมตั้งใจมาทำงานที่นี่ให้เกิดประโยชน์🔗
ในสไลด์ (Slide) นั้น ผมขออภิปราย ๓.๒ ครับท่านประธาน ในรายละเอียดของงบการเงินของสำนักงาน สำนักงานนะครับ ท่านต้องเข้าใจว่ามีหน่วยงานใน กสทช. ๓ หน่วยงาน ที่ใช้เงินของ สำนักงาน ไม่ใช่เลขาและไม่ใช่คณะกรรมการ กสทช. ที่เปลี่ยนแปลงไปจากรายงาน ปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปีนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะถามในเอกสาร สไลด์ (Slide) ต่อไป ท่านจะเห็นว่าในเอกสารที่เป็นค่าตอบแทนซึ่งเพื่อนผมพูดไปแล้วในเรื่องของจำนวน ๓,๗๕๕,๔๖๓,๐๖๐.๗๕ บาท งบนี้เป็นงบที่ท่านเขียนบอกว่าในเอกสารปรากฏอยู่ที่ รายละเอียดที่ให้มาไม่กี่แผ่นนะครับ แต่ผมก็พยายามที่จะเอามานำเสนอให้เห็นว่ามันเป็น ตัวเลขที่น่าสงสัยแล้วก็น่าหาคำตอบ แล้วในคำตอบนั้นก็ไม่ได้มีเอกสารใด ๆ ที่ปรากฏให้ผม ได้เข้าใจเลยว่าค่าใช้จ่ายค่าตอบแทนนี้มาร์ก (Mark) หมายเหตุว่าหมายเหตุที่ ๓๓ ก็พยายาม ที่จะหาเหตุที่ ๓๓ ว่าคืออะไร คราวที่แล้วผมไปเจอหมายเหตุที่ ๙ ทีหนึ่งแล้วครับ แล้วก็ ๙,๗๐๐ กว่าล้านบาท เดี๋ยวจะพูดต่อไป นั่นคือสิ่งที่เป็นคำถามว่านำไปใช้อะไร ค่าตอบแทน ตรงนี้นะครับ ค่าชดเชยตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ใช้คำสั่ง คสช. ที่เท่าไรในการดำเนินการ เพื่อเอาเงินตรงนี้ไปใช้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นถังเงินใหญ่ ๆ ของประเทศที่ใช้อยู่ทุกวันนี้นะครับ ใครอยากได้ก็ไปยืมใช้ ใครอยากได้ก็มาเอาที่นี่ ทั้งกองทุน ๒-๓ กองทุน ตามพระราชบัญญัติ ที่กำหนดไว้ ผมก็มีบุญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ไปใช้ด้วย แต่ไม่รู้จะได้เอาไปใช้ แล้วใช้เงินหรือเปล่า รัฐบาลจะใช้เงินหรือเปล่า นั่นคือคำถามหนึ่งว่าจะทำอย่างไร แล้วนำไปใช้ที่ไหน ผิดประเภทหรือถูกกฎหมายอย่างไร ขอให้อธิบายนะครับ โดยเฉพาะ หมายเหตุการเงินที่ ๓๓ ช่วยอ่านให้ผมฟังหน่อยถ้าถือในมือนะครับ🔗
ถัดไปครับ ท่านครับ ที่เป็นเอกสารที่ชัด ๆ เลยที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๑๔๖ ที่ท่านเอามา ก็เคยพูดไปแล้ว โดยเฉพาะการลงรายการรับ อันนี้เขาเรียกว่าลงรายการรับ ผมก็ตกใจครับ ท่านครับท่านเปิดหรือเห็นลงไปว่าเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน แล้วท่านก็เขียนว่าเงินสดรับจากเงินให้ยืมตามมาตรา ๕๒ (๖) แล้วท่านก็ปรับตัวเลข มันมีคำถามอีกครับ ผมก็สงสัยตั้งแต่คราวที่แล้วว่าปี ๒๕๖๑ มัน ๑,๓๐๐ ล้านบาท คำสั่ง ปี ๒๕๖๑ ใช้คำสั่งอะไรครับ หรือเป็นคำสั่งเดียวกันคำสั่งที่ ๘๐ ของ กสทช. ตรงนี้ เป็นเนื้องานที่ผมจะถามว่าปี ๒๕๖๒ นี้เข้าใจได้ครับ ๙,๗๐๐ ล้านบาท ท่านออกกฎหมาย ท่านออกคำสั่งชัดเจนว่าไม่ต้องใช้ เพราะว่าเงินยืมในมาตรานี้สามารถที่จะไม่ใช้ได้ ท่านดูว่า ท่านรับมาลงรายการ ลงรายการนั้นในหมวดของเงินสดจากกิจกรรมลงทุน ช่วยตอบผมด้วยว่า ในมาตรานี้ยืมไปยืมมาคือการลงทุน เป็นเงินลงทุนใช่ไหมครับในวิธีการเงินของท่าน ซึ่งเป็นการยืมตามมาตรา ๕๒ (๖) ท่านดูมาตรา ๕๒ (๖) ที่เขียนไว้นะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ตามประกาศคำสั่งของ คสช ที่ ๘๐๕/๒๕๕๗ ที่บอกเลยว่าให้ยืมได้ ผมไม่ขัดข้อง ว่าตรงนี้ท่านออกคำสั่ง แล้วเพื่ออะไรครับ เติมเลยครับ (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณ ให้กับกระทรวงการคลังสามารถยืม ทุกวันนี้ก็ยังยืมได้ครับ แต่จะใช้หนี้หรือเปล่าก็ว่ากันอีกที ท่านประธานครับ ถัดไปอีกหน้าหนึ่งครับ คำสั่งนี้ผมพูดไปคราวที่แล้ว คำสั่งที่ ๔ ออกมา เพื่อล้างหนี้ครับ คำสั่งนี้ผมถามคราวที่แล้วก็ไม่ตอบผมว่าข้อ ๑๖ มันอยู่ในคำสั่งนี้ คำสั่งนี้คือ การแก้ไขปัญหาของคลื่นความถี่ที่ กสทช. กำลังเป็นปัญหาอยู่ แต่ปรากฏว่าคำสั่งที่ ๑๖ นี้ เอามาเสียบไว้เฉย ๆ วัตถุประสงค์คนละวัตถุประสงค์เลย ท่านก็ไม่ตอบผมในข้อที่ ๑๖ นี้ เพื่ออะไรครับ เขียนไว้ชัดเจนครับ ไม่ต้องส่งเงินคืนในส่วนที่เหลือ คำว่าในส่วนที่เหลือคือ ๙,๗๐๐ ล้านบาท แล้วก็ ๑,๓๐๐ ล้านบาท แสดงว่ามันมีใช้ก่อนหน้านั้นครับท่านประธาน ผมเลยถามท่านว่าที่เต็ม ๆ นี่เอาไปเท่าไร ชาวบ้านจะได้รู้ว่าเอามาจากกองทุนวิจัยและ พัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์ของ สาธารณะไปในกิจกรรมใด ใน ๙,๗๐๐ ล้านบาทนี้ผมรู้แล้วครับ ท่านประธานครับ เอาไปครับ เอาไปทำอะไร แต่ ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ทราบครับท่านประธาน ขอช่วยกรุณาตอบผม หน่อยครับ ถัดไปครับ ครบ ๒ ปีแล้วครับ วันที่ ๑๗ เมษายน พระราชบัญญัตินี้ครับ ท่านต้องประเมินผลครับ ถัดไปเลยครับ แต่แผ่นสุดท้าย ประเทศไทยจะประเมินผลและ ติดตามผลสัมฤทธิ์ในปี ๒๕๖๔ ช่วยตอบผมด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้เราก็ได้มีโอกาสรับทราบจากการส่งรายงานการเงินของสำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากรายงานผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๒ ก็ต้องเรียนถามว่าในนี้แจ้งว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไม่สามารถจัดส่งงบการเงิน สำนักงาน กสทช. ที่ผ่านการรับรองได้ ดังนั้นงบ กสทช. จึงต้องใช้ไปตรงนี้ไปพลาง ๆ ก่อน มันติดขัดตรงไหนอย่างไร ทำไมถึงปกติน่าจะราบรื่น แต่พอออกมาปุ๊บมีการส่งมาแก้ไข ๖ แผ่น แล้วก็หน้าขวางอีก ๑ แผ่น เป็น ๗ แผ่น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร แล้วเราก็เพิ่งได้อ่าน หนังสือก็มีข้อจำกัดดังที่เพื่อนสมาชิกได้ว่านะครับ เพราะฉะนั้น ก็เรียนถามนะครับ ข้อที่ ๑🔗
ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องการประมูล ๕ จี (5G) ซึ่งได้มีการประมูลไปแล้วเมื่อ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ซึ่งมีการประมูล ๓ คลื่นความถี่ คือ ๗,๐๐๐ ๒,๖๐๐ และ ๒๖,๐๐๐ แต่ว่า ๑,๘๐๐ ยังไม่ได้ประมูลหรือว่ายังไม่ได้คนยื่น อยากจะเรียนถามว่า เงินที่ได้บอกว่าได้เงินตั้ง ๑๐๐,๕๒๑ ล้านบาท เป็นเงินที่มากนะครับ นำเงินเข้าประเทศ เรียนถามว่าเรื่องนี้ดำเนินการไปถึงไหน ในเรื่องของปัจจุบันคนที่จะได้ใช้ แล้วก็ในส่วนของ การพัฒนาต่าง ๆ ๕ จี (5G) เป็นเรื่องของความที่สามารถในเรื่องความดี ก็คือตอบสนองไวขึ้น รองรับการรับส่งข้อมูลได้มากขึ้น เร็วกว่าเดิม แล้วก็มีความถี่ให้เลือกมากขึ้น รองรับการใช้งาน มากขึ้นเป็น ๑๐ เท่า ซึ่งเป็นข้อดีนะครับ🔗
เรียนอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการที่เราเก็บเงินในส่วนต่าง ๆ อยากจะเรียนว่า โดยเฉพาะคลื่นที่อยู่ตามชายแดน ชายแดนนี่คลื่นต่าง ๆ ออกไปตามชายแดน ซึ่งชายแดน ต่างประเทศเขาก็ได้ประโยชน์ในเรื่องของการทำธุรกิจที่มาอยู่ตรงชายแดนนี้ เรามีอะไร ครอบคลุมที่ถ้าเขาได้ธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิมนี่เขามีการเสียภาษีให้เราหรือไม่ เพิ่มเติมนะครับ🔗
และสุดท้ายก็คือวันนี้ตอนบ่ายก็มีการคุยกันเรื่องโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) ในส่วนของกลุ่มทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่บอกว่าให้เสนอในการเรียงช่องใหม่ อยากจะทราบ ความคืบหน้าเป็นอย่างไร ขอเรียนว่า กสทช. เป็นหลักที่พวกเราต้องเรียนว่าในการทำ อินเทอร์เน็ต (Internet) นั้นก็อยากฝาก โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต (Internet) อยากให้คลุม โดยเฉพาะพื้นที่ในส่วนของชาวบ้านที่อยู่ในเรื่องของการศึกษาก็ดี เพราะว่าขณะนี้รัฐบาลบอก โควิด (COVID) นี่ให้เรียนออนไลน์ (Online) ออนไลน์ (Online) ปรากฏว่าคลื่นก็ติด ๆ ดับ ๆ สั้นบ้าง ยาวบ้าง นานบ้าง ช้าบ้าง แล้วในการดูแลตรงนี้ รวมทั้งคลื่นของสาธารณะที่ชุมชนนั้น ดำเนินการเอาเงินภาษีอากรไปช่วยได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากให้ กสทช. คิดถึงประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน เพื่อเขาจะได้รับบริการที่เท่าเทียมกัน ก็ขอเรียนถาม ๓-๔ ประเด็นของคณะกรรมการ ผ่านไปยังท่านประธานศุภชัยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขออนุญาตที่จะเท้าความไปถึงที่ท่านผู้แทนจาก กสทช. ได้ชี้แจงว่าสาเหตุหลัก ของการที่ต้องมีการนำเสนอในครั้งนี้ เนื่องมาจากระบบบัญชีภายในที่ว่าอีไอพี (EIP) อาจจะ ยังไม่สมบูรณ์ ก็เลยอาจจะทำให้เกิดปัญหาตัวเลขขึ้นมา แต่เมื่อผมดูจากเอกสารที่ทาง สตง. ส่งมาให้กับทางท่านเลขาธิการ กสทช. กับวันที่เราอภิปรายไป ณ สภาแห่งนี้ เหตุการณ์ของ การส่งรายงานของ สตง. เกิดก่อนการที่เราอภิปราย ก็คือเอกสารลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ แต่เราอภิปรายไปเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เราเสียเวลาไปชั่วโมงครึ่งหรืออาจจะ มากกว่านั้น ในการอภิปรายกันโดยสมาชิก ๑๐ กว่าท่าน โดยพื้นฐานของข้อมูลเก่าที่ สตง. ไม่ได้รับรอง ท่านอาจจะบอกว่าท่านต้องส่งข้อมูลนั้นมาเพราะว่าต้องอยู่ในกรอบเวลา ๑๒๐ วัน ก็จริง แต่ในเมื่อทาง สตง. ได้มีการแจ้งท่านมาแล้วก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า ๑ สัปดาห์ ว่าข้อมูล ที่ท่านทำ ผมใช้คำนี้นะครับ ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ แล้วท่านก็มาชี้แจง ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ให้เราเสียเวลากว่าชั่วโมงบนพื้นฐานของข้อมูลเหล่านั้น ผมถือว่า นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง ผมไม่อยากให้เกิดอีกนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวทีนี้ที่จะชี้แจงว่า ข้อมูลใด ๆ ที่หน่วยงานเสนอสภาควรต้องมีข้อมูลที่อัปเดต (Update) ข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า สตง. มาบอกทีหลังนั้นไม่ใช่ครับ พวกเราดู ข้อมูลท่านในวันที่ ๘ กรกฎาคม แต่ สตง. ได้ชี้แจงว่าข้อมูลนี้ไม่ถูกต้อง ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงมาก สำหรับนักบัญชีที่ใช้คำอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นประการหนึ่ง ทีนี้ข้อมูลที่ท่านนำเสนอและที่ สตง. ตรวจสอบ ถ้าเป็นข้อมูลที่แตกต่างกันไม่มากก็คงไม่เป็นไร ก็คงจะรับได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ตัวเลขต่างกันลิบลับ ตัวเลขของงบกำไรขาดทุนที่ท่านนำเสนอ ๔๘๗ ล้านบาท แต่กลายเป็นว่า เมื่อ สตง. ปรับปรุงตัวเลขของท่านแล้วกำไรกระโดดมาเป็น ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก ๔๐๐ มาเป็น ๑๐,๐๐๐ ถ้าเป็นตลาดหลักทรัพย์คงเป็นเรื่องใหญ่โต แล้วท่านก็เอา ตัวเลขที่ สตง. ไม่ได้รับรองมาพิมพ์อยู่ในเอกสารรายงานประจำปีเผยแพร่เป็นการทั่วไป อันนี้ ก็เป็นอันที่ถือว่าเป็นเผยแพร่ข้อมูลที่ขัดกับข้อเท็จจริงที่ สตง. ได้ทักท้วงมา ผมอยากให้จะ ท่านได้ลองไปปรึกษาหารือว่าจะมีทางออกเรื่องนี้อย่างไร แน่นอนครับ ถ้าเกิดท่านมีระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทันสมัย เรื่องนี้อาจจะไม่เกิด เพราะท่าน ควรจะต้องสามารถปิดบัญชีได้ภายใน ๑๒๐ วัน ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งนี้จะเป็น ครั้งสุดท้าย สำหรับในเรื่องของเหตุผลต่าง ๆ ที่ท่านชี้แจงมา ผมฟังแล้วก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า ในเมื่อกระทรวงการคลังบอกว่า ๙,๗๐๐ ล้านบาทไม่คืน ผมก็จะคิดว่าถ้าอย่างนั้นทุนท่าน ต้องลดลง ๙,๗๐๐ ล้านบาท เพราะว่ากระทรวงการคลังไม่คืนท่านแล้ว ให้ถือเป็นการนำ รายได้แผ่นดินนำส่ง แต่กลายเป็นว่าทุนท่านกลับเพิ่มขึ้นจาก ๙,๒๘๑ ล้านบาท มาเป็น ๑๐,๕๖๔ ล้านบาท อยากจะขอให้ท่านช่วยชี้แจงนิดหนึ่งว่าทำไมระบบบัญชี ในเมื่อเขาบอก ให้คืนท่านก็ต้องถือเป็นรายจ่าย ไม่ใช่ถือเป็นเงินยืม เงินยืมควรจะเป็นสินทรัพย์ของท่าน เพราะท่านเป็นเจ้าหนี้ ถ้าอยู่ ๆ ทางกระทรวงการคลังเขาไม่คืนกลายเป็นรายได้แผ่นดิน ทุนท่านต้องลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น ขออนุญาตให้ท่านได้ชี้แจงตรงนี้🔗
อีกประการหนึ่งครับ รายละเอียดต่าง ๆ ที่ สตง. ได้ปรับปรุงแก้ไข มีรายละเอียดเยอะมาก ผมก็คงจะไม่ลงรายละเอียดเหล่านี้ แต่หลัก ๆ ก็คือว่าเป็นเรื่องของ มาตรฐานบัญชีที่เขาอ้างไว้ว่าท่านไม่ได้ใช้มาตรฐานบัญชี ฉบับที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓๗ และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ฉบับที่มีการปรับปรุง ผมก็เป็นห่วงว่านักบัญชีของท่านทำงานอย่างไรจึงไม่ได้เอา มาตรฐานบัญชีเหล่านี้มาใช้ ที่นำไปสู่การที่ สตง. ต้องมาปรับปรุงตัวเลข นับเป็นพัน ๆ ล้านบาท อย่างนี้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องของการที่ว่าอีอาร์พี (ERP) ไม่ทันสมัย แต่เป็นเรื่องของการที่ ระบบมาตรฐานบัญชีเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ผมไม่อาจจะไปย้อนกลับไปปีก่อน ๆ ว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดสักแค่ไหน เพราะว่าจากที่เห็นก็ยังมีตัวเลขผิดพลาดในอดีต อยู่เหมือนกันที่เคยรายงานไว้ว่าเป็นหลักร้อยล้านบาทเหมือนกัน อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะ ให้ท่านได้ลองดูว่าฐานะอย่างของ กสทช. หน่วยงานใหญ่ที่พวกเราต้องให้ความสำคัญ มีเงิน อยู่ในมือเป็นหลักแสนล้านบาท แต่ถ้าหากมาตรฐานบัญชีท่านไม่ทันสมัย ตัวเลขเหล่านี้ ก็เชื่อถือได้ยาก อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่ง🔗
อีกด้านหนึ่งนะครับ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับท่านโดยตรง ก็คือว่าเงินที่ กระทรวงการคลังยืมไป ๙,๗๐๐ ล้านบาท อยู่ ๆ กระทรวงคลังบอกไม่คืนผมก็สงสัยต่อว่า กระทรวงการคลังเขาลงบัญชีอย่างไร ตอนที่ยืมไปใช้ลงเป็นรายจ่ายหรือเปล่า แล้วลงเป็นหนี้ หรือเปล่า ถ้าอยู่ ๆ บอกไม่ใช้ เรื่องเหล่านี้มีอำนาจทางกฎหมายอย่างไร เพราะต้องถือว่า นี่คือเงินแผ่นดิน และการใช้เงินแผ่นดินต้องเป็นกฎหมาย อยู่ ๆ จะมายืมจากหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งแล้วบอกว่าจะไม่คืนผมก็แปลกใจนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ หน่วยงานมีอะไรจะตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมขออนุญาตตอบเป็นภาพรวม หนี้สินหมุนเวียน มัสต์ แคร์รี (Must carry) ที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามมา เราได้นำไปใช้ สำหรับเยียวยาค่ามัสต์ แคร์รี (Must carry) ตามคำสั่ง คสช. ซึ่งเราใช้เงินของกองทุน แต่ในงบการเงินตาม พ.ร.บ. กำหนดให้กองทุนเป็นสำนักงานและเป็นหน่วยงาน ภายใต้ กสทช. เพราะฉะนั้นการจัดทำงบการเงินของ กสทช. ก็จะต้องรวมถึงงบการเงินของ กองทุนอยู่ด้วย อันนี้เราปฏิบัติตามคำสั่ง ตามกฎหมายนะครับ ส่วนเรื่อง ๓,๗๕๕ ล้านบาท ที่อยู่ในงบการเงินที่บอกว่าเป็นค่าทดแทน ชดใช้หรือค่าตอบแทนคำสั่งหัวหน้า คสช. นี้ คือเรานำไปเยียวยาชดเชยการคืนใบอนุญาตของช่องทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่ปิดไปนะครับ ตามคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ส่วนเรื่องเงินยืมของกระทรวงการคลังที่ยืมมา เรายืมมาทั้งหมด ๑๔,๓๐๐ ล้านบาท ทางกระทรวงการคลังตั้งคืนมาแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คงเหลือ ๙,๗๐๐ ล้านบาท ที่มีคำสั่ง คสช. ตามหลังมาว่าไม่ต้องคืนนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะ สะท้อนกับคำถามของท่านพิสิฐในตารางที่ว่าจากเดิมงบการเงินตามรายงานประจำปี ๒,๑๐๐ กว่าล้านบาท พอเป็นงบที่ตรวจสอบแล้ว ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท คือเราไม่ได้บันทึก รับรู้เป็นรายได้จากกองทุนในตอนแรกนะครับ แล้วพอ สตง. มาตรวจ ก็คือหมายความว่า เราบันทึกผิดช่องนะครับ แล้ว สตง. มาตรวจ ก็ขอให้เราย้ายมาเป็นรายได้ของแผ่นดินนะครับ ก็คือว่าเป็นการนำเงินรายได้ของยูโซ (USO) ๙,๗๐๐ ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังกู้ยืม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ไม่ต้องส่งคืนเงินที่มีคำสั่ง คสช. มา สตง. แนะนำให้หักล้างข้อมูลทางบัญชี การให้ยืมเงินเป็นการนำรายได้ส่งแผ่นดินนะครับ ก็เลยทำให้เราจะต้องเปลี่ยนตัวเลขจาก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็น ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามคำแนะนำของ สตง. นะครับ ส่วนเรื่องที่เราจะต้องมาชี้แจงครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ เนื่องจากว่าอย่างที่ทางสมาชิกผู้มีเกียรติ ได้สอบถามมาก็คือว่าเรามาชี้แจงไปแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นตามระยะเวลาของกรอบเวลาของ พ.ร.บ. ว่าเราต้องส่งเอกสารก่อนวันที่ ๓๐ เมษายน เสร็จแล้วหลังจากนั้น สตง. ก็ตรวจเสร็จ ก็ได้หารือกับเราแก้ไขในสิ่งที่ถูกต้องและ สตง. ก็ให้เราส่งข้อมูลมาเพิ่มเติมทีหลัง เราจึงได้มา ชี้แจงในวันนี้นะครับ สำหรับเรื่องประมูล ๕ จี (5G) ว่าหลังจากประมูลแล้วจะเป็นอย่างไร ขออนุญาตให้ท่านรองสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการ โทรคมนาคม เป็นผู้ชี้แจงนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ตอบข้อซักถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านจาตุรงค์ พรรคเพื่อไทยนะครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องการประมูล ที่ผ่านมาเราเป็นการประมูลในเรื่องมัลติแบนด์ (Multi band) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๒๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๒๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็มี ๒๖ กิกะเฮิรตซ์ แล้วก็มี ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แต่ผู้เข้าร่วมประมูลไม่ได้ประมูลเรื่อง คลื่น ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แต่เดี๋ยวผมจะพูดต่อไปนะครับ ในการประมูลผลลัพธ์ออกมาอย่าง ที่ท่านบอก ใช่ครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจริง แต่การจ่ายมาจะแบ่งเป็นงวด ๆ ในการจ่าย เป็น ๑๐ งวดนะครับ ซึ่งในปี ๒๕๖๓ ก็จะมีการจ่ายอยู่ประมาณ ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท ที่เข้ามาแล้ว ซึ่งเราก็นำส่งรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามกฎหมายเราต้องนำส่งหลังจากรายได้ ที่เกิดจากการประมูลหักค่าใช้จ่ายเราต้องนำส่งรัฐทั้งหมด อันนี้เราก็นำส่งไปเรียบร้อยแล้ว🔗
ต่อกรณีที่คลื่น ๑๘๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ ไม่มีคนเข้าร่วมประมูล เราก็มีการมา วิเคราะห์เหมือนกันว่าเหตุใดจึงไม่มีคนสนใจในเรื่องการประมูลตัวนี้ อาจจะเป็นด้วยหลาย ๆ สาเหตุที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เรื่องราคา ที่ราคาเริ่มต้นที่เราตั้งไว้นะครับ เนื่องจากราคาเริ่มต้น เป็นราคา ที่ชนะการประมูลในครั้งที่ผ่านมา ก็เลยเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง ตรงนี้เราก็ต้องมาประเมิน ในลักษณะของการทำงานของเราต่อไปว่าจะทำอย่างไรกับคลื่น ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์บ้าง ในเรื่องของ ๕จี (5G) ในการที่จะทำดีพลอยเมนต์ (Deployment) หรือการโรลล์เอาต์ (Rollout) ที่เกิดขึ้น ต้องเรียนสภาผู้ทรงเกียรตินิดหนึ่งว่าในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ความบังเอิญโชคดีที่เราได้ประมูลคลื่นก่อนที่มีการล็อกดาวน์ (Lock down) ประเทศ เพราะฉะนั้นคลื่นเหล่านี้จึงมีการนำมาใช้งานทั้งในแง่ของ ๔ จี (4G) ที่เกิดขึ้นแล้วก็มามีการ โรลล์เอาต์ (Rollout) ใน ๕ จี (5G) ที่ผ่านมา ปัจจุบันเราก็มีการติดตามกับทางผู้ประกอบการ ที่ชนะการประมูลในเรื่องของคลื่น ๒๕๐๐ คลื่น ๒๖๐๐ คลื่น ๑๙๐ ซึ่งมี ๒ รายที่ได้ไปก็คือ เอดับเบิลยูเอ็น (AWN) กับทางทรู (True) ซึ่งกว่าปัจจุบันก็มีการดำเนินงานติดตั้งไป เรียบร้อยแล้วในบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี (EEC) ที่ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะโพรโมต (Promote) ในเรื่องของอีอีซี (EEC) แล้วโรลล์เอาต์ (Rollout) ของเราเองก็กำหนดในเงื่อนไข การประมูลของเราเหมือนกันว่า ๑ ปี โรลล์เอาต์ (Rollout) ในอีอีซี (EEC) ต้อง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้น ตัวนี้นะครับ ก็เป็นไปตามคาดหมายก็คือว่ามีการ โรลล์เอาต์ (Rollout) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วในกรุงเทพฯ เอง ก็มีการติดตั้งในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิด ให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นนะครับ ปัจจุบันอุปกรณ์ ได้มีการติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ออนเซอร์วิส (On service) แค่นั้นเอง ผมเข้าใจว่า ในปีนี้เราได้เห็นแน่ในการใช้บริการ ๕ จี (5G) ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่ได้กำกับในเรื่องของการ ให้อนุญาตคลื่นความถี่เท่านั้น เรายังดูเรื่องมาตรฐานคุณภาพการให้บริการกับประชาชน ในเรื่องของ ๕ จี (5G) ด้วยว่าประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์อย่างไรตัวนี้ แล้วก็มีราคาที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ นะครับ ก็ต้องกราบเรียนว่า ปีนี้ได้เห็นแน่ในเรื่องของการให้บริการ ๕ จี (5G) ที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของกรุงเทพมหานครเอง และในแง่กับพื้นที่อีอีซี (EEC) ที่เกิดขึ้น เราเองไม่ได้พูดในเรื่องของประชาชนอย่างเดียว เรามีการพูดในโรลล์เอาต์ (Rollout) ในเรื่องของเซกเตอร์ (Sector) อื่นด้วย อุตสาหกรรม เทเลเฮลท์ (Telehealth) ที่เราไปคุย เราก็มีการคุยกับโรงพยาบาลศิริราชว่าจะเอา ๕ จี (5G) เข้าไปช่วยได้อย่างไรในโรงพยาบาลศิริราช เราคุยแม้กระทั่งภาคการเกษตรเอง ภาคการท่องเที่ยว เราก็ไปคุยแล้ว การเงินไม่ต้องพูดถึงเพราะไปแล้ว เราไปคุยตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว อันนี้ก็จะ เป็นหลัก ๆ ที่ว่าประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์อย่างไรกับ ๕ จี (5G) ที่เราได้ประมูลไป ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางสภาผู้ทรงเกียรตินะครับ ขอบคุณครับ🔗
ยังมีอะไร ชี้แจงไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมยังติดใจ อยู่ครับ🔗
เชิญครับ สั้น ๆ แล้วกัน🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ยังติดใจกับกรณีเด็กที่เสียชีวิตจากการถูกไฟดูดจากตู้เน็ตประชารัฐนะครับ ความจริงถ้าผมจะถามที่เกี่ยวกับงบการเงิน ผมก็ถามได้ว่าตกลงแล้วท่านใช้เกณฑ์ใดในการ เยียวยา และ ๕๐,๐๐๐ บาทนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ท่านเยียวยาที่สมควรหรือไม่ แต่ผมถามแบบนี้ แล้วกันว่าตกลงในกรณีนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า ท่านได้สอบข้อเท็จจริงแล้วว่าสาเหตุนั้นเป็นไปตามที่ปรากฏในสื่อหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามนั้น นั่นหมายถึงว่าอาจจะมีความบกพร่องในเรื่องของอุปกรณ์บางอย่างที่ทำให้เด็กไปจับแล้วถูก ไฟดูดเสียชีวิต ท่านจะมีมาตรการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตู้เน็ต (Net) จำนวนมากอยู่ในโรงเรียนนะครับ หรืออยู่ในชุมชนอีกได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านสมาชิกนะครับ ทางสำนักงาน กสทช. ได้ประสานผู้ประกอบการเข้าไปเยียวยาเป็นยอดเงิน ทั้งสิ้น ๒ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย สภ.ที่จังหวัดลำปาง กำลังอยู่ในขั้นตอนสืบสวนหาสาเหตุ เข้าใจว่าน่าจะเป็นการต่อไฟที่ลัดวงจรครับ จากเสาไฟ เข้าไปที่ตู้ของเราครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านสมาชิกได้อภิปราย คุณหมอมีอะไรไหมครับ🔗
ติดใจนิดหนึ่งครับ อยากฝากครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ฝากเรื่องเน็ต (Net) ที่อยู่ตามชุมชน ตามโรงเรียน เขาเสียเงินนะครับ แต่ว่าที่รัฐบาลบอกว่าให้เรียนออนไลน์ (Online) มันไม่เสถียรแล้วก็ ไม่ค่อยที่จะเวิร์ก (Work) ทำให้เสียในการทำงาน ฝากท่านควบคุมดูแลตรงนี้ ที่ท่านบอกว่า นอกจากจะดูในเรื่องคลื่นแล้ว ต้องดูมาตรฐาน ดูคุณภาพ เพราะว่าไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ จะไปอะไรกันเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่พอจังหวัดที่เขามีมันจะยากนะครับ🔗
ข้อที่ ๒ ก็คืออย่างที่บอก ๕ จี (5G) เห็นบอกว่าจะคุยถึงเรื่องการผ่าตัด ทางไกล ทางการแพทย์ ทางอะไรต่าง ๆ ก็เป็นกำลังใจนะครับ เพราะว่าผมก็เป็นแพทย์ เพราะฉะนั้นถ้าทำตรงนี้ได้มันก็จะทำให้เป็นวิทยาการอีกขั้นหนึ่งที่เราจะได้นั่นกัน🔗
และสุดท้ายในเรื่องของที่มีกลุ่มของทีวีดิจิทัล (TV digital) เรื่องการเรียงช่องใหม่ ตรงนี้คือผมก็อยากจะให้ได้เงินสูงสุดเข้ารัฐบาล เข้า กสทช. อันไหนที่จะเป็นประโยชน์ บางคนก็คุยกันว่าหรือว่าวนช่องนี้เขาติดแล้ว ทำอย่างไร เขาจะ ประมูลอย่างไร เรียงอย่างไร ซึ่งอาจจะได้เม็ดเงินเข้ามากขึ้นหรือเปล่า จะเหมือนกับเลขสวยของคมนาคมหรือเปล่า อะไรอย่างนั้นหรือเปล่า ขอบคุณครับ🔗
ทางเลขาธิการ กสทช. ก็รับไปพิจารณาแล้วกันนะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านสมาชิกได้จบการอภิปราย ซักถามแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายละเอียดงบการเงินของสำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๒ แล้ว ผมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมชี้แจงทุกท่าน ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ท่านสมาชิกครับ พวกเราก็ได้ทำหน้าที่ประชุมมายาวนานตั้งแต่เช้าแล้ว ผมเห็นว่าสมควรแก่เวลา วันนี้ขอปิดการประชุมครับ🔗