unknown · · 393 lines

(เนื่องจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้มีการปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลําดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ แล้วก็อยากจะขอให้ ท่านสมาชิกได้โปรดรักษาเวลาด้วยนะครับ มีอะไรหารือ เชิญท่านมุกดาก่อนครับ🔗

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น มีเรื่องหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับสภาเราค่ะ สืบเนื่องเมื่อเช้าดิฉันเข้ามาแต่เช้า และเห็นใจน้อง ๆ ตํารวจสภามาก โลโก้ (Logo) ติดหน้ารถเล็กมาก พอเล็กทีนี้เขาก็ส่อง กว่าจะปล่อยผ่าน แต่ละคัน บางคันถ้าเขาปล่อยรถไม่มีโลโก้ (Logo) เขาจะมีความผิดอีก ดิฉันเลยถามเขา บอกว่าทําไมไม่มองไกล ๆ บอกผมมองไม่ค่อยเห็นครับ แล้วไม่มีงบประมาณหรือ บอกว่า บางทีพวกผมทําเอง ป้ายก็ยังทําเอง สติ๊กเกอร์ (Sticker) ติดบางทีก็ต้องออกเงินกันเอง กราบเรียนท่านประธานค่ะ เพื่อความสะดวกและอํานวยความสะดวกของน้อง ๆ เจ้าหน้าที่ ตํารวจสภา หางบประมาณทําโลโก้ (Logo) ให้เขาหน่อยเพื่ออํานวยความสะดวก ถ้าปล่อย เข้ามาก็มีความผิด ท่านผู้ทรงเกียรติไม่มีที่จอดรถเดี๋ยวก็ด่าเขาอีก กราบเรียนท่านประธาน หารือค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แสดงว่า ใช้สิทธิหารือแล้วนะครับ รับไปพิจารณาครับ เชิญท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าผมเป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณ กราบเรียน ท่านประธานว่าในระหว่าง ๓-๔ วันที่ผ่านมานี้ เรามีห้อง ๔๐๑-๔๐๘ ซึ่งเป็นห้องที่ ใช้งานของอนุกรรมาธิการ ที่สําคัญก็คือจะมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตั้งแต่ปลัดกระทรวง อธิบดี และมีข้าราชการอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ท่านประธานครับ เหมือนตลาดนัดเลย ชั้น ๔ หน้าห้องแออัดมากครับ ถ้ามีใครมาจากประเทศอียิปต์หรือเป็นโควิด (COVID) สักคนนี่ ไปกันใหญ่เลยครับ กราบเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ครับ คือมีห้องว่าง ๆ อยู่ในบริเวณนั้น แต่ปรากฏว่าสภาเราเอาไปใส่เก้าอี้ ไม่มีที่นั่ง แล้วก็ไม่มีอะไรเลย ก็ขออนุญาตท่านประธาน ได้โปรดกรุณาสั่งการให้ท่านเลขาธิการนะว่า ห้องข้าง ๆ ๔ ห้อง กรุณาเอาเก้าอี้ไปให้ เขานั่งเถอะครับ ผมสงสาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาชี้แจงเรา แล้วก็เหมือนเราเป็นเจ้าของบ้าน และที่สําคัญก็คือเวลาเขามาชี้แจงบางทีถึง ๔ ทุ่มครับ แล้วก็แออัดอย่างนั้น เดินสวนกันไปสวนกันมาเหมือนตลาดนัดเลย ขอท่านประธานได้โปรด สั่งการให้ท่านเลขาธิการได้กรุณาเปิดห้องข้าง ๆ ๔ ห้อง ให้ข้าราชการเหล่านั้นได้ไปนั่งพัก ได้ไปเตรียมตัว ได้ไปจัดแจงเกี่ยวกับเรื่องเตรียมพร้อมในการที่จะชี้แจง ผมเกรงใจจริง ๆ และที่สําคัญก็คือสภาเราสร้างมา ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าสภาพเป็นอย่างนี้ผมว่า อายเขา ต้องขอให้ท่านประธานได้รีบสั่งการด่วนเลยนะครับ เพราะว่าเราต้องทํางานนี้ไปอีก ถึงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ถ้าเกิดเป็นปัญหาอย่างนี้ ถ้ามีใครที่เป็นโควิด (COVID) มาสักคนหนึ่ง เป็นกันหมดเลย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านวิสารครับ ที่ช่วยสะท้อนปัญหาให้ได้รับทราบ ผมก็สั่งการตอนนี้เลยให้ท่านเลขาธิการ ไปให้รองเลขาธิการฝ่ายที่รับผิดชอบไปดําเนินการแก้ไขนะครับ ถ้ายังเป็นอย่างนี้อีกก็ต้อง เปลี่ยนคนรับผิดชอบ ขอบคุณท่านวิสารนะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกลงชื่อขอหารือ ๓๐ ท่าน ผมจะไม่อ่านรายชื่อ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เพราะทราบว่าท่าน ส.ส. รู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องหารือ ฉะนั้นก็คงต้องมา เตรียมตัวอยู่ในห้องประชุม ต่อไปเชิญนางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี เชิญครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอําเภอวารินชําราบ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก คุณวงเดือน เกษาพันธ์ เดือดร้อนมากค่ะ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอกราบขอบพระคุณกรมทางหลวงที่อนุมัติงบประมาณก่อสร้างและซ่อมบํารุง ถนนหมายเลข ๒๔ วารินชําราบ-เดชอุดม บริเวณแยกลือคําหาญ หรือแยกตลาดเจริญศรี ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่าขณะนี้กําลังดําเนินการก่อสร้าง แต่การก่อสร้างไม่มีการวางแผน อย่างเป็นระบบ ไม่มีสัญญาณจราจร ไม่มีป้ายเตือน สัญญาณไฟ ป้ายบอกการเลี่ยงเส้นทาง ของการก่อสร้าง การก่อสร้างที่ไม่เป็นระบบ ทําให้การสัญจรไปมาเกิดความหนาแน่น รถติด ผิวจราจรก็มีการกรอหน้าผิวแบบแอสฟัลต์ออก จึงเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่เกิดขึ้น พร้อมกับในช่วงนี้เป็นฤดูฝนพอฝนตกก็จะมีน้ําขังทําให้ลําบาก วิสัยทัศน์ในการขับขี่ก็แย่ลง ประชาชนที่อาศัยและประกอบอาชีพค้าขายในตลาดเจริญศรี ล้วนแล้วแต่ได้รับ ความเดือดร้อน อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นดิฉัน จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กําชับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและเร่งรัดผู้รับเหมาให้รีบดําเนินการแก้ไขปัญหาที่ดิฉันได้กล่าวมานี้โดยเร่งด่วน เพื่อลดความแออัดของการจราจรและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันนําเรียนท่านประธานเรื่องของผลกระทบที่เกิดจากพายุซินลากู (Sinlaku) ซึ่งพื้นที่อําเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราชเราเจอผลกระทบอย่างหนัก โดยผลกระทบ วงกว้างนี้ครอบคลุมไปยัง ๑๓ อําเภอ ๖๖ ตําบล ๒๘๙ หมู่บ้าน มีบ้านเรือนเสียหายกว่า ๗๕๑ ครัวเรือน ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้นอกจากบ้านเรือนหลังคาปลิว ต้นไม้โค่น ส่งผลกระทบ วงกว้างไปยังพืชสวนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ความรับผิดชอบของดิฉัน อําเภอพรหมคีรี อําเภอนบพิตํา อําเภอสิชล ทั้งหมดกว่า ๑๕๐ ครัวเรือน มีกระเบื้องหลังคาปลิว มีต้นไม้โค่นล้มทับบ้านพังเสียหายทั้งหลัง อยู่ที่ตําบลกรุงชิง อําเภอนบพิตํา และต้นไม้ โค่นล้มทับ ทําให้พี่น้องประชาชนตําบลทอนหงส์เสียชีวิต จํานวน ๑ รายค่ะ นี่ยังไม่รวมทุเรียน มะละกอ ปาล์มน้ํามัน ยางพารา ลองกอง เงาะ พืชสวนกว่าอีก ๔๐๐ ไร่ ด้วยกันที่ส่งผลกระทบจากพายุโซนร้อนซินลากู (Sinlaku) ทุเรียนหนักหนาสาหัสตรงไหนคะ ทุเรียนกว่าจะปลูกได้ กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ แล้วก็ที่สําคัญเดือนหน้าอยู่แล้ว เขากําลังจะเห็น ผลทุเรียนได้ขายกิโลกรัมละ ๑๓๐ บาท ๑๔๐ บาท ทําให้ส่งผลกระทบโดยตรงกับ พี่น้องเกษตรกร ดิฉันจึงนําเรียนท่านประธานขอให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงการคลังเร่งช่วยเป็นการด่วน ขอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์เร่งเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง จ่ายเงินโดยด่วนค่ะ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือทั้งในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน อธิบดีกรมชลประทานและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอให้ ก่อสร้างฝ่ายชะลอน้ําบ้านโนนสร้างไพ ตําบลธาตุทอง อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าพอพี่น้องประชาชนทราบโดยข้อมูลในเล่มงบประมาณ ขาวคาดแดง การสร้างฝ่ายชะลอน้ําแห่งนี้ไม่บรรจุในเล่มขาวคาดแดง พี่น้องประชาชน คนที่รอฝายชะลอน้ํามากว่ากึ่งศตวรรษ และดิฉันได้สู้ในสภาแห่งนี้กว่า ๑๒ ปี แต่ประชาชน สู้มานานกว่าดิฉันมากค่ะ ทุกครั้งที่เป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่มีสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน ร้องขอผ่านเป็นกระทู้ถาม ปรึกษาหารือ อย่างเช่นวันนี้อภิปรายทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อให้ ประชาชนคนบ้านดิฉันมีโอกาสได้ใช้น้ําในฤดูแล้ง โดยขอให้มีการก่อสร้างฝายชะลอน้ํา กั้นลําน้ํายามช่วงบ้านโนนสร้างไพ ตําบลธาตุทอง อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร พี่น้องประชาชนบอกดิฉันว่าเมื่อไม่มีในเล่มขาวคาดแดงควรลงให้ในงบฟื้นฟู ประชาชนคนที่ รอฝายแจ้งว่า ขอให้ก่อสร้างอย่างช้าปี ๒๕๖๔ ท่านประธานที่เคารพคะ ฝายชะลอน้ํา กั้นลําน้ํายามเพื่อความงอกงามของอาชีพเกษตรกรบ้านโนนสร้างไพ ขออย่าได้กระชากหัวใจ โดยไม่ก่อสร้างฝายชะลอน้ําเลย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อําเภอกบินทร์บุรี อําเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗

ได้รับคําร้องเรียนจากนายเฉลิมพล หริตวร นายกเทศบาลตําบลเมืองเก่า อําเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ว่าถนนสาย ๓๐๔ ซึ่งเป็นถนนสายหลักสู่ประตูอีสาน และเส้นทางสู่จังหวัดสระแก้ว บริเวณหน้าห้างเมกาโฮม ตรงข้ามปั้ม ปตท. ก่อนถึง สี่แยกสามทหารประมาณ ๕๐๐ เมตร ทุกครั้งที่มีฝนตกจะมีน้ําขังขึ้นมาสูงถึง ๓๐-๕๐ เซนติเมตร ก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรไปมาอย่างมาก จึงกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังแขวงการทางจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดวางท่อระบายน้ําเพื่อให้น้ําไหลลงสู่คลองพระปรงอย่างด่วนเพื่อให้การสัญจรไปมา สะดวกครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ขอท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังหน่วยงานให้ขุดลอก หนองปลาแขยงซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตําบลเมืองเก่าและองค์การบริหารตําบลเมืองเก่า อําเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากสภาพปัจจุบันนั้นหนองน้ําตื้นเขิน มีผักตบชวา เป็นจํานวนมาก ๑. เพื่อให้หนองปลาแขยงนั้นได้กักเก็บน้ําไว้ในฤดูแล้ง ๒. เป็นแหล่งน้ําดิบ เพื่อทําน้ําประปาของการประปาส่วนภูมิภาค อําเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ๓. เพื่อปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) ของจังหวัดปราจีนบุรี อีกทั้งเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด จึงกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยัง กรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อได้โปรดพิจารณาตามที่ ร้องขอด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับคําร้องจากตัวแทนชมรมนักโภชนาการโรงพยาบาล ภายในจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง ขอปรับปรุงกําหนดตําแหน่งโภชนาการ สําหรับผู้ที่มีวุฒิ ปริญญาตรีด้านโภชนาการหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบเท่าในระดับเดียวกัน ดํารงตําแหน่ง นักโภชนาการ ผมเรียนท่านประธานว่าเดิมงานโภชนาการเป็นงานที่มีภารกิจด้านอํานวยการ อยู่ในภารกิจกลุ่มงานอํานวยการของโรงพยาบาล ปัจจุบันงานนี้ฝ่ายโภชนาการได้เปลี่ยนเป็น กลุ่มงานโภชนศาสตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการยกระดับความสําคัญขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น การยกระดับความสําคัญนี้แล้วถือได้ว่าอยู่ในสายงานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์ การบริโภคอาหารนั้นเป็นเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล ผู้ป่วย ส่วนหนึ่งเกิดโรคภัยไข้เจ็บเพราะรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะกับสุขภาพ ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง เบาหวาน เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่นักโภชนาการ จะได้ให้คําแนะนําในเรื่องดังกล่าวต่อผู้ป่วย สิ่งที่เขาร้องขอมาได้ร้องเรียนผ่านมาก็คือ การปรับปรุงกําหนดเลขประจําตําแหน่ง จ ๑๘ ของตําแหน่งโภชนาการ และมีวุฒิปริญญาตรี ด้านโภชนาการหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบเท่า ให้เลขประจําตําแหน่ง จ ๑๘ เป็นตําแหน่ง นักโภชนาการ ท่านประธานครับ เขาขอให้มีการปรับปรุงตําแหน่ง ๔ ระดับ ปรับปรุง ตําแหน่งโภชนาการระดับปฏิบัติงาน เป็นนักโภชนาการระดับปฏิบัติงาน ปรับปรุงตําแหน่ง โภชนาการระดับชํานาญงาน เป็นนักโภชนาการระดับชํานาญงาน ปรับปรุงตําแหน่ง โภชนาการระดับชํานาญการ เป็นนักโภชนาการชํานาญการ สุดท้ายปรับปรุงตําแหน่งโภชนาการ ชํานาญการพิเศษ เป็นนักโภชนาการชํานาญการพิเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนเรื่องนี้เพื่อผ่านไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพราะว่าในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) บุคลากรในสายการแพทย์ได้รับการบรรจุ เข้ารับราชการเป็นจํานวนมาก แต่บุคลากรในส่วนนี้เป็นนักโภชนาการนี้ยังขาดการเยียวยา และการดูแล เพราะฉะนั้นแล้วจะขอท่านประธานว่าผ่านเรื่องดังกล่าวไปยังกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักโภชนาการเหล่านั้น และเป็นขวัญกําลังใจ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณศิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอนําเรียนไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดําเนินโครงการสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบพลังแสงอาทิตย์ คลองส่งน้ําทะเลหลวง (แก้มลิง) ตําบลบ้านกล้วย อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ทะเลหลวง (แก้มลิง) เป็นอ่างเก็บน้ํารูปหัวใจ ก่อสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ ในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้ง เป็นแหล่งน้ําประปาส่งเสริมการเกษตร เพาะพันธุ์สัตว์น้ํา และแหล่งท่องเที่ยวรูปหัวใจ ในการนี้กรมชลประทานได้ดําเนินโครงการสถานีสูบน้ํา และระบบส่งน้ําในพื้นที่ ๕ สถานีด้วยกัน ประกอบไปด้วย อาคารบังคับน้ําในเรื่องของระบบ สูบน้ําและคลองดาดคอนกรีตส่งน้ําไปยังตําบลบ้านกล้วย แล้วก็ตําบลวังทองแดง ซึ่งในขณะนี้ โครงการได้ดําเนินการโดยมีระยะเวลาของสัญญาในการก่อสร้างทั้งหมด ๓ ปีด้วยกัน โดยใช้ วงเงินงบประมาณ ๑๑๒.๔๘ ล้านบาท ขณะนี้สัญญาสิ้นสุดแล้วยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จํานวน ๒,๕๐๐ ครัวเรือน กลุ่มผู้ใช้น้ํา ๑๐ กลุ่มด้วยกัน ตลอดจนพื้นที่รับน้ําทางการเกษตร ๑๙,๐๘๒ ไร่ ถือได้ว่าการบริหารโครงการนั้นไม่เป็นไปตามเวลาที่กําหนด แม้ว่ามีงบประมาณแล้ว ก็ยังไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ จึงขอเร่งรัดโครงการ ดังกล่าวไปยังกรมชลประทานให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดนครพนม วันนี้ผมมีเรื่องเดือดร้อนที่เกิดที่ จังหวัดมุกดาหารอีกแล้วครับ คือนับตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ก็มีนายทุนบุกเข้าไปในป่าที่เรียกว่า ป่าดงบังอี่ ตําบลดงเย็น อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ไปบุกรุกที่ถึง ๓,๗๐๐ ไร่ มากที่สุดเท่าที่ผ่านมาในสภานี้นะครับ เขาทําอะไรบ้าง เขาไปปลูกต้นยาง ขณะนี้ก็ถึงกับ จัดเป็นสถานที่ปลูกดอกไม้เป็นที่ท่องเที่ยวไปแล้ว แต่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรคืบขึ้นมานะครับ แต่ทีนี้เมื่อวานนี้ก็มีเรื่องซึ่งผมได้รับเรื่องคือว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ชื่อคุณสุรเดช อัคราช เป็น ผอ. สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร เข้ามาหาผม ทั้งคณะเลยว่า เขาถูกประชาชนเข้ามาหา เพราะว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งพยายามจะย้าย ข้าราชการท่านผู้นี้ออกจากท้องที่ เพราะเหตุผลว่าท่านผู้นี้อยู่ประชาชนที่อยู่นั่นดีครับ แต่นายทุนเดือดร้อน ก็มีปัญหามากมาย ประชาชนก็วิ่งมาหาผม ผมเลยกราบเรียนว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสําคัญ ก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญมาก ผมทราบว่า ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็นนักการเมืองมากแล้วล่ะ ท่านก็หาเสียง โดยสมัยก่อน การหาเสียงของท่านโดยหักไม้ พูดง่าย ๆ ว่าหักไม้ของคนอื่นเขา ตัวเองก็ยังยาวอยู่นะครับ แต่เดี๋ยวนี้ท่านเปลี่ยนไปแล้ว ท่านไม่ทําอย่างนั้นแล้ว สิ่งใดที่เดือดร้อน พี่น้องประชาชน เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเมืองเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟลชม็อบ (Flash mob) หลาย ๆ เรื่องท่านก็เอาใจใส่ สนใจเพื่อให้ประชาชนรักนั่นคือการต่อไม้ครับ ผมก็เลยขอฝาก ท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าช่วยต่อไม้ให้กับพี่น้องชาวมุกดาหารด้วย ทําความดีกับเขา ช่วยเหลือเขาด้วย เพราะว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ เพราะว่าคนดี ๆ ที่ช่วยเขา กําลังจะถูกย้ายไปครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญยิ่ง นิติกาญจนา ครับ🔗

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่จังหวัดราชบุรี🔗

เรื่องแรก คือถนนเส้นหน้าโครงการส่งน้ําและบํารุงรักษาราชบุรีฝั่งขวา เลียบคลองชลประทานช่วงแยกห้วยชินสีห์ ตําบลหนองกระทุ่ม เส้นทางสาย กจ. ๔๐๐๔ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๙๓ ถึงกิโลเมตรที่ ๙๗ ถนนเส้นดังกล่าวนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร บริเวณ ข้างทาง ด้านหนึ่งเป็นต้นไม้ทึบ อีกด้านหนึ่งเป็นคลองชลประทาน ปัจจุบันนี้ไม่มีแสงสว่าง ส่องทาง ช่วงกลางคืนมืดมากจะทําให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชน จึงขอให้ช่วยเร่งดําเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างถนนเส้นคันคลองนี้ให้ด้วยค่ะ ในส่วนบริเวณ ข้างคลองชลประทานตลอดแนวเลย ขอให้มาติดตั้งแผ่นการ์ดเรล (Guardrail) กั้น เพื่อป้องกัน รถตกในคลองชลประทาน เนื่องจากที่ผ่านมาถนนเส้นนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทําให้รถ ตกลงไปในคลองชลประทาน ถึงขั้นทําให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ถนนเส้นนี้มีสะพานด้วย สะพานนี้เขาจะต่ํากว่าถนนหลัก ทําให้พื้นถนนสูงต่ํา ประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวก และเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ฝากด้วยค่ะ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ถนนเส้นทางสายปากท่อ จังหวัดสมุทรสงคราม มีสะพาน ข้ามทางรถไฟไปทางสะพานข้ามทางรถไฟทั้ง ๒ ฝั่ง จะมีจุดกลับรถ รถที่ลงจากสะพาน ด้านซ้ายที่จะตัดเข้าจุดกลับรถด้านขวา จะมีลักษณะเหมือนกันทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งซ้ายทั้งขวา จะมีปัญหาว่าช่วงยูเทิร์น (U-turn) จะมีอุบัติเหตุบ่อยครั้งตรงทางเส้นตรง อยากให้มาเร่ง ตรวจสอบและจัดการปรับปรุงแก้ไขค่ะ ขณะนี้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความ ไม่ปลอดภัย ฝากด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องเดือดร้อนที่ชาวบ้านร้องเรียนมา คือ ชาวบ้านหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตําบลบัวชุม อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ได้รับความเดือดร้อนที่ถนนเข้าหมู่บ้าน มีประชากร ประมาณ ๔,๕๐๐ คน บ้านเรือน ประมาณ ๒,๕๐๐ หลังคาเรือน ทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๓ บ้านบัวชุม-โป่งเกตุ กม.๑+๕๐๐-๒+๕๐๐ ซึ่งเป็นทางคับแคบ อยากให้ขยายเป็นทาง ๔ ช่องจราจร ขอความอนุเคราะห์จากอธิบดีกรมทางหลวงช่วยจัดสรรงบประมาณไปด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องสายไฟฟ้าที่ห้อยตามถนน ไม่ว่าจะเป็นอําเภอชัยบาดาล หรืออําเภออะไรทุกอําเภอในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ที่ห้อยตามถนน ก่อความ เดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมากมาย ซึ่งเป็นของการไฟฟ้าหรือว่าขององค์การโทรศัพท์ หรือสายเคเบิลทีวี (Cable TV) ต่าง ๆ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน บางครั้ง เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาก็มี อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยบอกให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล ความเรียบร้อยอันนี้ด้วย บางครั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านมา เกี่ยวคอของชาวบ้านจนได้รับอันตราย เรื่องถึงโรงพักก็ยังไม่มีคนจัดการ เรื่องที่เกิดขึ้นมานี้ อยู่ที่อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ไฟไหม้มา ๒ ครั้งแล้ว ขอให้หน่วยงานรับผิดชอบ ช่วยดูแลแก้ไขครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล🔗

เรื่องแรก ในการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด (COVID) ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชน ๓,๘๐๐ ราย ที่ได้มี การลงชื่อกับทางชมรมผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือคนที่เป็นผู้ประกอบการ เป็นคนรับจ้างสาธารณะ เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ คนเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากมาตรการ ที่รัฐบาลใช้ในการป้องกันโควิด (COVID) ทําให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงอยากวิงวอน ไปยังรัฐบาลเพื่อขอให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว🔗

เรื่องที่ ๒ ที่จะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล การส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง เทศกาลกินเจที่จังหวัดภูเก็ตภายใต้ข้อจํากัดในสถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่ง ศบค. มีแนวทางอนุญาตให้ศาลเจ้าแต่ละแห่งมีการทรงเจ้าได้เพียง ๑ องค์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เจ้ามีหลายองค์ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง ศบค. ให้มีมาตรการเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวในช่วงกินเจด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ ขณะนี้มีขยะมรสุมจํานวนมากพัดพาขยะมาบริเวณริมหาด ฝั่งตะวันตกของจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นปัญหาเดิมซ้ําซาก จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดําเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรังสิมันต์ โรม นะครับ ช่วยรักษาเวลาได้ดีมากครับ ต่อไปเชิญท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนใน ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้🔗

๑. ปัญหาเรื่องความเดือดร้อนสะสมจากวิกฤติภัยแล้ง ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ จะเป็นช่วงหน้าฝน แต่ฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาลทําให้ฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ําในแหล่งกักเก็บน้ํา ต่าง ๆ ยังมีไม่เพียงพอ ทําให้การอุปโภคบริโภคและทําการเกษตร ทําให้ประชาชนในพื้นที่ ของอําเภอกระสัง อําเภอห้วยราช อําเภอพลับพลาชัย อําเภอประโคนชัย และอําเภออื่น ๆ ของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอความอนุเคราะห์ไปยัง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรน้ําบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไข ปัญหาให้กับประชาชนด้วยครับ🔗

๒. ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอย เนื่องจากได้รับแจ้งจากนายกิมฮ้อ เหลืองประภัสร์ นายกเทศมนตรีตําบลกระสัง อําเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าทุกวันนี้ชาวอําเภอกระสัง กําลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากขยะมูลฝอยเป็นจํานวนมาก ในเขตเทศบาล ตําบลกระสังเองมีขยะมูลฝอยวันละประมาณ ๖.๒ ตัน รวมทั้งขยะแฝงจากบุคคลภายนอก ที่นํามาทิ้งในเขตเทศบาล ซึ่งปัจจุบันนี้ในการดําเนินการกําจัดขยะมูลฝอยเป็นแบบเทกอง กลางแจ้ง ณ สถานที่สาธารณะประโยชน์คุ้มหนองแต้ ที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ มีขยะมูลฝอย สะสมประมาณ ๒,๒๘๖ ตัน กองขยะมีความสูงมากกว่า ๒ เมตร และมีขยะมูลฝอย เต็มพื้นที่ ๑๐ ไร่ ในฤดูร้อนขยะที่ทับถมกันก็เกิดเพลิงลุกไหม้มีทั้งฝุ่นและควัน ในหน้าฝน พวกสัตว์ที่เป็นพาหะนําโรคก็แพร่พันธุ์กันเป็นจํานวนมาก รวมทั้งส่งกลิ่นเหม็น ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว จึงขอความอนุเคราะห์ ไปยังกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ครับ🔗

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหน้าที่ของเรา เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบมี ๓ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก เรื่องซ่อมแซมถนนสี่แยกบ้านโคกงาม บ้านปากช่อง หมู่ที่ ๓ ไปเชื่อม อําเภอหนองเรือซึ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ยังไม่มีการซ่อมแซมเลย ฝากถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยงบท้องถิ่นไม่พอ ถ่ายโอนภารกิจแต่งบประมาณไม่ตามมา🔗

เรื่องที่ ๒ งบประมาณก่อสร้าง คสล. บอกซ์ คัลเวิร์ต (Box culvert) ใส่ท่อ พอพายุมาก็ไปแล้ว นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนระหว่างตําบลโคกงาม หมู่ที่ ๖ ไปตําบลป่าหวายนั่ง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลด้วย งบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็น่าจะดูแลได้ ฝากท่านประธานด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๓ ของบประมาณซ่อมแซมถนนบ้านฝางไปบ้านเขื่อน ของตําบลบ้านเหล่า อําเภอบ้านฝาง ซึ่งถ่ายโอนปี ๒๕๔๖ วันที่ ๒๙ เมษายน ลองคิดดูสิคะถนนเป็นอย่างนี้ แต่ไม่มีงบประมาณเลย ด้วยความเดือดร้อนของพี่น้อง ถ่ายโอนมา ๔.๕ กิโลเมตร พอถ่ายโอน มาจากทางหลวงชนบทให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นก็รับมาแต่งบประมาณไม่มีที่จะสามารถดําเนินการ ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ นี่คือความเดือดร้อนของท้องถิ่น เวลาโอนภารกิจมา งบประมาณไม่ตามมา งบประมาณอุดหนุนก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่พอมีงบประมาณช่วยดูแลพี่น้องด้วย ท้องถิ่นไม่พอแน่ ๆ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกฤษณ์ แก้วอยู่ ครับ🔗

นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้เห็นถึงความสําคัญของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี โดยได้มีโครงการขยาย อ่างเก็บน้ําห้วยแม่ประจันต์ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งหากโครงการนี้สําเร็จจะทําให้ สามารถเก็บน้ําได้เพิ่มขึ้นอีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร อีกหลายหมื่นไร่ และที่สําคัญจะป้องกันปัญหาน้ําท่วมในเขตอําเภอเมืองเพชรบุรี และในเขต อําเภอบ้านแหลมได้อย่างดียิ่ง จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งรัดโครงการดังกล่าวให้สําเร็จ โดยเร็วด้วยครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนั้น กระผมเคยหารือในสภาแห่งนี้มาแล้ว ๑ ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับ การแก้ไข คือขอให้กรมเจ้าท่าขุดลอกคลองเจ็ดสี ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติ มีความยาวกว่า ๒๐ กิโลเมตร เริ่มในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ผ่านตําบลนาวุ้ง ตําบลช่องสะแก ตําบลโพพระ และไหลลงสู่ทะเลที่ตําบลบางแก้ว หากคลองแห่งนี้ได้รับการแก้ไขจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องชาวนาและช่วยแก้ปัญหาน้ําท่วมในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีได้อีกด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ขอให้กรมเจ้าท่าขุดลอกคลองวัวในตําบลบางแก้ว กระผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตําบลบางแก้วว่าปากคลองวัวตื้นเขิน ได้รับความลําบาก ในการนําเรือออกไปประกอบอาชีพประมง จึงขอให้กรมเจ้าท่าเข้าไปดูแลความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ครับ🔗

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีตัวย่อว่า อย. นะครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๔ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประเด็น แพทย์แผนไทยสามารถผลิตจําหน่ายกัญชาเพื่อรักษาโรคได้ ท่านประธานครับ มีพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่หน้าตาละม้ายคล้ายกัญชา ที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ม้งเราปลูก รักษาเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม ใช้วิถีชีวิต พืชชนิดนี้คือพืชจิตวิญญาณ พืชวัฒนธรรม และเป็นพืชที่คงความดั้งเดิมที่เราใช้มายาวนาน ถูกลิขิตชื่อ แม้ชื่อเราก็ไม่อยากจะพูดถึงเอ่ยถึงเพราะมันบาดในหัวใจของพี่น้องชาติพันธุ์ของเรา ถูกลิขิตนิยามคํานี้เป็นชื่อที่ใช้เรียกคือกัญชงครับ แต่พวกเราเรียกว่าหมั้งหรือม่าง ที่ต้อง พูดถึง ประเด็นนี้คือพืชชนิดนี้เราใช้ในทางวัฒนธรรม ไม่ได้ใช้เป็นพืชเสพติดแม้แต่นิดเดียว ขอยืนยันเลยครับ พืชชนิดนี้เป็นพืชที่ทรงคุณค่า ถึงเวลาแล้วครับ ขอวิงวอนในฐานะผู้แทนราษฎร จากกลุ่มชาติพันธุ์ ๑ เดือนหรือไม่เกิน ๒ เดือนข้างหน้านี้จะพิจารณาพืชชนิดนี้ ขอวิงวอนให้ ปลดพืชชนิดนี้ออกจากพืชเสพติด ประเภทที่ ๕ ในตลาดโลก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ควรที่จะ นํามาเป็นพืชที่มาตอบโจทย์ให้ประเทศไทยได้ ขอให้ถอนออกจากพืชเสพติด ประเภทที่ ๕ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านณัฐพลครับ เป็นข้อหารือที่ตรงกับความรู้สึกของผมเลยนะครับ ต่อไปเชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ🔗

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ปรับปรุงติดแอร์คอนดิชัน (Air Condition) และเครื่องเสียงให้กับหอประชุม อําเภอบางแก้วและอําเภอป่าบอน ซึ่งพี่น้องประชาชน ใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก พื้นที่ดังกล่าวไม่มีโรงแรมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทาน ได้ปรับปรุงแก้ไขโครงการที่ไปถมคลอง ของชาวบ้านแล้วมาทําถนน ความยาว ๒.๔ กิโลเมตร ประชาชนไม่สามารถเอาน้ําจากคลอง ดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ได้เหมือนแต่ก่อนนะครับ พร้อมทั้งขอให้ทําคลองส่งน้ํากระจายไปสู่ ไร่นาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านศาลาเม็ง อําเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคมขยายไหล่ทางถนนห้วยทรายไปถึง อําเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพราะว่ามีการสัญจรไปมาเป็นอย่างมากสําหรับถนนเส้นนี้ พร้อมทั้งติดไฟฟ้าส่องสว่างให้กับถนนเส้นนี้🔗

เรื่องที่ ๔ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ฟื้นฟูสภาพป่าที่เป็นป่าสงวน ที่อยู่ในเขตห้ามล่าในความ รับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชทั้งหมด เพราะว่าป่าดังกล่าว มีความชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้ยึดคืนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกโดยเอกชนในพื้นที่ดังกล่าวไปเป็นของส่วนตน ซึ่งมีหลายกรณีและ เป็นจํานวนมากก็ให้มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ รวมทั้งฟื้นฟูสภาพป่าไม้ เพราะว่าถ้ามีป่าไม้จะทําให้ทะเลสาบอุดมสมบูรณ์ขึ้น เพราะป่าไม้ในพื้นที่ทะเลสาบเป็น แหล่งวางไข่และสําหรับอนุบาลสัตว์น้ําด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอหารือของ กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากช่วงนี้กําลังมีการพิจารณางบประมาณ อําเภอภูซาง จังหวัดพะเยานั้น สร้างอําเภอมาเกือบ ๒๐ กว่าปี แต่ปัจจุบันนี้สํานักงานที่ดินของอําเภอภูซางไม่มีนะครับ ทุกวันนี้ต้องเดินทางไปใช้สํานักงานที่ดินของอําเภอเชียงคํา ซึ่งทําให้ไม่ได้รับความสะดวก ดังนั้นจึงอยากให้ท่านประธานทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัด งบประมาณสร้างสํานักงานที่ดินให้กับอําเภอภูซางนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลภูซางนั้นได้งบประมาณในการก่อสร้างมาสมัยที่ พวกผมเป็นรัฐบาล กระทั่งปัจจุบันผ่านมา ๗-๘ ปี วันนี้ไม่มีการพัฒนาอะไรเลย งบประมาณ อะไรก็ไม่ได้ ความจริงจะต้องเป็นโรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตียง เพื่อจะบริการพี่น้องประชาชน อําเภอภูซางซึ่งจะได้รับความสะดวก แต่ปรากฏว่าไม่มีการพัฒนาอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ปัจจุบันนี้อยากจะให้รัฐมนตรีว่าการไปดูบ้างนะครับ รั้วโรงพยาบาลก็ยังไม่ได้สร้าง ดูแล้วน่าใจหาย เหมือนกับสุขศาลาสมัยโบราณเลยนะครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านช่วยกระซิบหรือทําเป็นหนังสือ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรุณาไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลที่ยังต้องการ การดูแลเอาใจใส่ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗

อีกเรื่องหนึ่ง อ่างเก็บน้ําห้วยไฟของอําเภอภูซาง ปัจจุบันนี้ตื้นเขิน อยากได้ งบประมาณในการขุดขยาย ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งทุกครั้ง ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เดินทางไปอําเภอภูซางก็มักจะไปดูแล เป็นที่ศึกษาดูงานของอําเภอภูซาง ปัจจุบันนี้ก็คับแคบตื้นเขินมาก ไม่สามารถปล่อยน้ําไปช่วยชาวไร่ชาวนาได้เลยนะครับ ฝากท่านประธานทําหนังสืออย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงษ์ รัสมี เชิญครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๗ เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ชายแดนของ กรุงเทพมหานคร มีถนนอยู่นับร้อยสายที่กําลังพัฒนา แล้วก็ปรับปรุงขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ส่วนเรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ขอขอบคุณผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ถึงผู้อํานวยการการไฟฟ้าเขตมีนบุรี ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ในการแก้ปัญหาจากพายุที่พัดผ่าน มายังประเทศไทย ทําให้กิ่งไม้ ต้นไม้พาดพิงสายไฟฟ้า ทําให้ไฟฟ้าดับ ได้ทํางานร่วมกับ ผู้อํานวยการเขตหนองจอก ท่านวุฒิภัทร คําประกอบ เพราะฉะนั้นขออนุญาตใช้เสียงนี้ จากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ขอชื่นชมการไฟฟ้านครหลวง ผ่านไปยังการไฟฟ้านครหลวงเขตมีนบุรีที่ได้ดูแลพี่น้องอย่างดีในช่วงที่พายุเข้ามา รวมถึง ท่านผู้อํานวยการเขตหนองจอกด้วย เพราะฉะนั้นขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือ เป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี สาแม็ง🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอหารือกับ ท่านประธานสัก ๓ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องแหล่งท่องเที่ยวของอําเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยเฉพาะ จุดที่ชมทะเลหมอก ดังนี้ ที่ตําบลอัยเยอร์เวง อําเภอเบตง ที่ กม. ๓๒ จุดที่กําลังสร้าง สกายวอล์ก (Sky walk) อยู่ปัจจุบัน ๒. ฆูนุงซีลีปัต ที่ กม. ๒๘ ตําบลอัยเยอร์เวง เช่นกัน ๓. ตําบลธารน้ําทิพย์ ไต้ต๋งเป็นจุดทะเลหมอกสองแผ่นดิน ๔. เขตเทศบาลเมืองเบตง ที่บ้านจาเราะกางา แล้วก็ที่บ้านกาแป๊ะฮูลู เพื่อรองรับเมืองพึ่งตนเองและการท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เนื่องจากหลายจุดที่เขตท่องเที่ยวเหล่านี้ยังอยู่ในเขตป่า เพราะพื้นที่ส่วนมากของอําเภอเบตง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทํากินหรืออย่างอื่น จึงเรียนมา เพื่อที่จะให้ท่านประธานได้ประสานที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่อนปรนในเรื่องของการพัฒนา โดยเฉพาะถนนเข้าไปถึง จุดดังกล่าวด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องพฤติกรรมของตํารวจป่าไม้ที่อยู่ใน บก.ปทส. ซึ่งระหว่างที่ เรามีปัญหาในประเทศนี้ เรื่องเศรษฐกิจที่กระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ยางก็ขายไม่ได้ และมีการล่อจับเด็กเลี้ยงนกเหยี่ยวที่เทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เด็กเหล่านี้อยู่บ้านนิคมกือลอง หมู่ที่ ๒ ตําบลตลิ่งชัน อําเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ห่างจากเทศบาลนครยะลา ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร เนื่องจากว่าเด็กคนนี้เป็น ลูกชาวสวน วันหนึ่งก็ไปพบลูกนกเหยี่ยวซึ่งตกหล่นจากรังบนต้นไม้สูง ก็เอาลูกนกตัวนี้ มาเลี้ยงหลายปี จนวันหนึ่งได้มีการโพสต์ (Post) ในเฟซบุ๊ก (Facebook) ตํารวจเหล่านี้ ก็ไปเห็นเข้า ก็มีการล่อซื้อจากราคา ๑,๐๐๐ บาท จนถึง ๒๐,๐๐๐ บาท เด็กคนนี้ก็ยังลังเล สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะขาย ก็เดินทางจากบ้านไปที่เมืองยะลา ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร เพราะต้องการที่จะใช้เงินในเรื่องของงานวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี ในวันที่ ๓๑ เมื่อเดือนพฤษภาคม สุดท้ายมีการถูกจับแล้วก็มีการประกันตัว และสุดท้ายศาลก็ปรับประมาณ ๕,๐๐๐ บาท พฤติกรรมของตํารวจเหล่านี้ก็ประพฤติลักษณะอย่างนี้อยู่เนือง ๆ แล้วก็ชาวบ้านมีความรู้สึก ไม่ค่อยสบายใจนัก ก็อยากจะให้ท่านประธานมีการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยนะครับ อันที่ ๓ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขออภัยครับ หมดเวลาแล้ว เลยเวลาไป เอาไว้ท่านหารือโอกาสหน้านะครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านอัครวัฒน์ อัศวเหม เชิญครับ🔗

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องขออนุญาตหารือท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า กศจ. เนื่องด้วย ผมได้รับคําร้องทุกข์จากนายสุวพงศ์และคณะผู้สอบผ่านบัญชีว่าได้สอบขึ้นบัญชีไว้เพื่อรอ การบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่ง ครูผู้ช่วย สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ ๑ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ในจังหวัดสมุทรปราการ แต่เนื่องด้วยเป็นไปด้วยความล่าช้า โดยบัญชีที่ขึ้นไว้จะหมดอายุ ในวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๓ นี้ บัญชีดังกล่าวมีผู้สอบได้ จํานวน ๑,๓๖๙ ท่าน แต่ยังไม่ได้เรียกบรรจุและแต่งตั้งถึง จํานวน ๘๓๔ ท่าน ซึ่งในกระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ จํานวน ๗๒ โรง มีสังกัดในสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๒ จํานวน ๗๑ โรง แล้วก็มีโรงเรียนในสังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๖ ในส่วนจังหวัดสมุทรปราการนั้น ๒๔ โรง ซึ่งยังขาดครูตามวิชาเอก ๑๐ สาขา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ พลศึกษา วิทยาศาสตร์ ทั่วไป วัดผลและประเมินผล อุตสาหกรรมศิลป์ บริหารธุรกิจ ฟิสิกส์ เคมี และวิชาชีววิทยา อีกจํานวนมาก เนื่องจากครูเกษียณ ครูย้าย แล้วก็ครูสอบเป็นรองผู้อํานวยการ ลาออก เรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นจึงขอให้คณะกรรมการการศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ หรือ กศจ. ได้โปรดมีการประชุม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นประธาน แล้วก็ได้โปรดได้มีการประชุมเป็นการด่วน เพื่อตรวจสอบตําแหน่งครูตามวิชาเอก ๑๐ สาขา ที่ว่างอยู่ เพื่อเรียกบรรจุ จํานวน ๘๓๔ ท่าน ให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการครูก่อนหมดวาระ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๓ ด้วยนะครับ ผมมีหนังสือฝากท่านประธานสภาไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ของนายสุวพงศ์ด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันมีเวลา ๒ นาที ในการกล่าวถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนซึ่งเยอะมาก ๒ เรื่องแรกที่ดิฉันจะพูดถึง ดิฉันขอส่งสารไปถึงสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้โปรด ทําการซ่อมแซมถนนลํากอไผ่ เนื่องจากปัจจุบันมีความชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ประชาชนเดินทางกันด้วยความยากลําบากและได้รับอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงขอให้ สํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร หรือสํานักงานเขตลาดกระบังลงไปปรับปรุงพื้นที่ ถนนบริเวณหน้าวัดสุทธาโภชน์ด้วยนะคะ ทางพระที่วัดแจ้งมาว่ามีน้ําขังอยู่ แล้วก็เวลา ประชาชนสัญจร รวมถึงเด็กนักเรียนเดินทางได้รับอันตรายบ่อยครั้ง ขอเรียนไว้ด้วยนะคะ🔗

และที่ดิฉันจะกล่าวถึงท่านประธาน รวมถึงการทํางานของสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ นั่นก็คือปัญหาที่พวกเราประสบกันอยู่ เนื่องจากสมาชิกได้มาหารือแล้ว แต่ข้อร้องเรียนไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีอย่างเพียงพอ ท่านประธานได้เรียนให้พวกเรา ทราบแล้วว่าการทํางานของเจ้าหน้าที่ทุกท่านสมบูรณ์แบบค่ะ ด้วยการส่งเรื่องที่ ส.ส. หารือ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเรื่องกลับมาถึงสภา และส่งเรื่องให้ ส.ส. ทราบ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก เมื่อเทอมที่แล้วดิฉันหารือไว้หลายเรื่องค่ะ แล้วก็ได้รับคําตอบว่าจะจัดสรรงบประมาณเข้ามาที่สภาในปีหน้า นั่นก็หมายถึงปีนี้ ดิฉันถาม ส.ส. หลาย ๆ ท่านค่ะ ตรวจสอบดูแล้วมีเรื่องที่เราได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมา และได้รับการตอบสนองในเรื่องของงบประมาณที่จะจัดสรรลงไปหรือไม่ ไม่มีเลยค่ะ ท่านประธาน เกิดอะไรขึ้นคะ ฉะนั้นแล้วสภาต้องทํางานเชิงรุกนะคะ สอบถามกลับไปยัง หน่วยงานได้ทํางานอย่างสมบูรณ์หรือยัง ได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนไหม ดิฉันต้องเรียนท่านประธานไว้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านก็คงจะเห็นว่าท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านรองประธานสุชาติ และกระผมได้ทําหน้าที่ ตรงนี้เต็มที่แล้วนะครับ ผมเซ็นหนังสือด้วยตัวผมเองส่งไปถึงหน่วยงาน ถ้าหน่วยงานไหน ที่เขาตอบแล้วว่าจะจัดสรรงบประมาณให้ แต่ดูแล้วไม่มีก็ขอให้ทักท้วงติดตามอีกทีนะครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน ดิฉันก็ไม่มีข้อโต้แย้งนะคะ เนื่องจากเราก็ได้ทําหน้าที่ของเราอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ที่อยากจะ สะท้อนกลับไปว่างบประมาณบางตัวนั้นไม่มีความจําเป็นแต่ถูกจัดสรรเข้ามา ในส่วน งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับประชาชนกลับไม่ได้รับการดูแล ดิฉันว่ามันเป็นปัญหา ดิฉันจึงต้อง เสนอว่าเราต้องทํางานให้หนักกว่านี้ อย่าทําแค่ให้จบหน้าที่ของเราแล้วผ่านไป แต่เราจะต้อง ถามว่าคุณได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนหรือยัง ไปยังหน่วยงานที่รับเรื่องไปแล้ว ถึงจะเรียกว่า เราทํางานของเราได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างดี ที่สุด ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เพื่อที่จะฝากไปถึงกระทรวงมหาดไทย โดยท่านรัฐมนตรี แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และสําคัญไปกว่านั้นก็คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ผมขออนุญาต เป็นตัวแทนชาวจังหวัดนครราชสีมาครับ ได้กราบขอบพระคุณท่านที่ผมได้เอ่ยนามมา ที่ท่านได้ช่วยกรุณาผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงก็คือโครงการส่งเสริม พัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ท่านประธานครับ โคราชเรามีลําตะคอง ถือว่าเป็นแม่น้ํา สายหลัก ที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีต้นน้ําอยู่ที่อําเภอปากช่อง กลางน้ําอยู่ที่อําเภอสีคิ้วมาจนถึง อําเภอเมือง และสิ่งที่สําคัญที่สุดไปกว่านั้นก็คือในช่วงปลายน้ําก็คือช่วงผ่าเมือง ๑๓ กิโลเมตร ในขณะนี้ได้รับงบประมาณครับ ในการดําเนินการที่จะปรับปรุงให้เป็นโครงการส่งเสริม พัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ถือว่าเป็นโครงการที่คนโคราชรอคอยมานาน และที่สําคัญที่สุดก็คือเป็นโครงการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่ ๑. ทําให้น้ําไหลเร็วขึ้น ไม่ก่อให้เกิดน้ําท่วม จากเดิมน้ําไหล ๒๒ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็จะกลายเป็น ๕๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ๒. จะมีการวางท่อ ๒ ฝั่ง เพื่อเป็นการแก้ไข ปัญหาเรื่องของน้ําเสีย ๓. ก็คือเพิ่มพื้นที่ออกกําลังกายอีก ๒.๕ กิโลเมตร ๔. ก็คือการเอา วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นกลับคืนมา และ ๕. จะกลายเป็นแหล่งวิสาหกิจชุมชนเพื่อจะ สร้างรายได้ในการที่จะเปิดหลังบ้านให้เป็นหน้าบ้าน นี่คือโครงการที่เป็นประโยชน์ครับ แต่โครงการนี้ดําเนินการเพียง ๑ กิโลเมตรจาก ๑๓ กิโลเมตร กระผมจึงขออนุญาต เป็นตัวแทนพี่น้องชาวโคราชครับ เพราะอยากที่จะให้ลุ่มน้ําลําตะคองแห่งนี้เป็นต้นแบบ ของการพัฒนาแหล่งน้ําอย่างยั่งยืนในการที่จะกราบขอไปถึงกระทรวงมหาดไทยและ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ กรุณาได้ดําเนินการในส่วนที่เหลืออีก ๑๒ กิโลเมตร จะก่อให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องชาวโคราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอําเภอเมืองครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองอยู่ ๒ ประการด้วยกันครับ🔗

ในประการที่ ๑ วันนี้แม้จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ แต่ในพื้นที่ของ จังหวัดอ่างทอง ไม่ว่าจะเป็นอําเภอแสวงหา อําเภอไชโย อําเภอสามโก้ ยังมีประเด็นเรื่อง ภัยแล้งอยู่ครับ ซึ่งประเด็นดังกล่าวท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตของพรรคภูมิใจไทย ได้เคยปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปแล้วครับ แต่ในประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึง เป็นประเด็นกรณีการเตรียมการรองรับกรณีที่จะมีน้ําหลากลงมาจากภาคเหนือครับ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ปลายเดือนสิงหาคม น้ําจํานวนหนึ่งก็จะไหลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ผ่านแม่น้ําน้อยในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่หมู่ที่ ๓ ตําบลโผงเผง อําเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ถึงกรณีที่น้ํานั้นขึ้นมาเกือบถึงริมตลิ่งแล้ว แล้วพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตรงนี้ ผมไปดูพื้นที่มาก็จะพบว่ามีน้ําท่วมซ้ําซากมาเป็นระยะเวลาหลายปี ตรงนี้มีการทําประชาคมไปแล้วครับว่าพี่น้องประชาชนต้องการให้มีการเสริมแนวคันกั้นน้ํา หรือแนวดินกั้นน้ําต่าง ๆ ซึ่งผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง และจังหวัดอ่างทองได้พิจารณาดําเนินการเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗

ในประการที่ ๒ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พี่น้องชาวจังหวัดอ่างทอง ดีใจกับการแถลงข่าวของจังหวัดอ่างทอง กับกรมศิลปากร ถึงการขุดพบสุสานโบราณยุคหินใหม่ อายุกว่า ๓,๐๐๐ ปี ในพื้นที่หมู่ ๕ ตําบลสีบัวทอง อําเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง จริง ๆ ชาวบ้านพบโบราณวัตถุมานานแล้วครับ แต่เพิ่งได้รับการยืนยัน มีรายละเอียดเยอะมากเลย ผมเพิ่งไปดูในงานที่หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา พบทั้งโครงกระดูกมนุษย์ พบอาวุธโบราณ พบแม้กระทั่งอาหารการกินซึ่งประชาชนใน ๓,๐๐๐ ปีที่แล้วเคยกินอยู่ ตรงนี้ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ทั้งในส่วนของ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนจังหวัดอ่างทอง ได้ช่วยกัน พัฒนาโบราณสถานแห่งนี้ ได้ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ตรงนั้น เพื่อให้เป็นศักดิ์เป็นศรี ให้กับประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนันต์ ผลอํานวย เชิญครับ🔗

นายอนันต์ ผลอํานวย กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องการดําเนินการ โครงการ ๑ อปท. ๑ โซลาเซลล์ จังหวัดกําแพงเพชรมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ ๓ ล้านไร่ เเละเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ต้องอาศัย น้ําฝนเป็นหลัก โดยความอุดมสมบูรณ์จะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ําฝนในแต่ละปี เดิมการทํางานระดับพื้นที่ ตามแนวนโยบายประชารัฐไทยนิยม ยั่งยืน ในปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ โครงการติดตั้ง ระบบสูบน้ําพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร ซึ่งโครงการต้องมีการรวมกลุ่มเกษตรกร ไม่น้อยกว่า ๗ ครัวเรือน และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๑๕ ไร่ และต่อมาในปี ๒๕๖๓ คือปีนี้ กรมทรัพยากรน้ําบาดาลมีโครงการพัฒนาน้ําบาดาลชุมชนเพื่อการเกษตรยังชีพ นอกเขตชลประทานในพื้นที่หาน้ํายาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําบาดาล เพื่อการเกษตรในลักษณะบูรณาการแหล่งน้ําบาดาลร่วมกับน้ําผิวดิน เป้าหมายที่ชุมชน นอกเขตชลประทานเป็นการกระจายน้ําให้กับเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง ประหยัดและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติในเป้าหมายที่ ๕ ในข้อที่ ๕ พัฒนาความมั่นคง ทางน้ํา พลังงานและเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และแผนปฏิรูปประเทศด้านที่ ๖ เรื่องทรัพยากรน้ําซึ่งมีโครงการอยู่ ๒ ขั้นตอนด้วยกัน ก็คือ ๑. เจาะและพัฒนาแหล่งน้ํา บาดาล ๒. การก่อสร้างระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ําบาดาลซึ่งต้องใช้งบประมาณเฉลี่ย ต่อแห่งประมาณ ๑.๙ แสนล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายในโครงการ ๑๐๔ แห่ง วงเงิน ๑๙๖ ล้านบาท ซึ่งตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นถือว่ามีประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทั้งในการมีส่วนร่วม ในการจัดการน้ํา การอนุรักษ์พลังงานของประเทศ จึงถือโอกาสนี้ให้ภาครัฐได้ดําเนินการ สนับสนุนโครงการสูบน้ําด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ใช้ต่อไป ทั้งจัดให้มีโครงการ ๑ อปท. และ ๑ โซลาเซลล์ ในพื้นที่นอกเขตชลประทานทางด้านฝั่งตะวันตกของจังหวัดกําแพงเพชร และในภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยที่ขาดแคลนน้ําด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒิชัย กิตติธเนศวร เชิญครับ🔗

นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร นครนายก

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนําปัญหาของ พี่น้องชาวจังหวัดนครนายกมาหารือท่านประธานด้วยกัน จํานวน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรในหลายตําบลคือ ตําบลท่าเรือ ตําบลเกาะโพธิ์ ตําบลปากพลี ตําบลดงละคร ตําบลศรีจุฬา เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วงทําให้พี่น้องเกษตรกรที่ทําการไถหว่านไปได้รับความเสียหาย กล้าข้าวที่ไถหว่านไปล้มตายเสียหายหมด บางรายไถหว่านถึง ๒-๓ ครั้ง ก็อยากจะฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เส้นทางถนนชํารุดเสียหาย เส้นทางทางเลี่ยงเมืองนครนายก ไปจังหวัดปราจีนบุรีระยะทาง ๒๐ กว่ากิโลเมตร เกิดชํารุดเสียหายทําให้เกิดมลภาวะ ทําให้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทําให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินแต่ละปีเป็นจํานวนมาก ก็อยากจะ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอันวาร์ สาและ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ท่านประธานครับ ผมมีสไลด์ (Slide) และภาพประกอบด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน อยู่ ๒-๓ ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงที่ประกอบ ประมงพาณิชย์ ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ได้ไปพบปะพี่น้องเหล่านั้น แล้วก็มีเรื่องร้องเรียนอยู่ หลายประเด็น วันนี้ต้องยอมรับว่าประมงพาณิชย์มีปัญหามากจากที่เราเคยออกกฎระเบียบ ในเรื่องของปลดสถานะใบเหลือง แล้วก็มีเรือบางอย่างที่ผิดระเบียบ แล้วก็ทางราชการ บอกว่าจะชดเชยแล้วก็ยึดเรือไว้ ซึ่งรัฐก็บอกว่าจะชดเชยแล้วก็จ่ายค่าเรือตรงนั้น จริง ๆ แล้ว พวกเขาเหล่านั้นวันนี้ถามว่าทุกข์ยากไหม ทุกข์ยากครับ ประเด็นที่อยากจะให้ช่วยเหลือนี่ จะมีอยู่ ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการที่จะต่อใบอนุญาตในการประกอบอาชีพประมง ของเขา ผมอยากให้ทางหน่วยงานราชการช่วยกรุณาอํานวยความสะดวก ขอเป็นคําพูดว่า ช่วยเหลือ เพราะไม่อย่างนั้นทุกวันนี้พวกเขาเหล่านั้นจะประกอบอาชีพยุ่งยากมาก ทั้ง ๆ ที่ เป็นอาชีพตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายมาแล้ว🔗

ในส่วนที่ ๒ ที่จะช่วยเหลือในกรณีที่การชดเชยเรือ เรือตอนนี้ที่จอดทิ้งไว้ มีจํานวนหลายร้อยลํา ผมก็เข้าไปคุยกับเขาว่าจะมีแนวทางไหนไหมที่จะช่วยเหลือเขาเหล่านี้ เขาบอกว่าถ้าเป็นไปได้ชดเชยแล้ว แล้วเอาเรือเหล่านั้นไปทําเป็นอุทยานเรือใต้น้ําเพื่อเป็น ที่พักพิงของสัตว์น้ําที่อยู่ใต้ทะเล ท่านเห็นรูปไหมครับ รูปเหล่านี้ไม่ใช่ต่างประเทศนะครับ เป็นรูปที่จังหวัดปัตตานีครับ ที่เกาะโลซินและเกาะเล่าปี่ ซึ่งผมคิดว่าการที่จะเอาเรือเหล่านี้มา เป็นประโยชน์แล้วก็ชดเชยให้กับเขา เป็นการแก้ปัญหายิงกระสุนนัดเดียวได้นก ๒ ตัวเลย กรณีที่การช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง แล้วก็กับพฤติกรรมของเขาปรับให้เป็นในเรื่องของ การท่องเที่ยว เลยอยากจะฝากไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตร และกระทรวงการเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยเหลือดูแลในสิ่งเหล่านี้เพื่อที่เขาจะ ได้รับรายได้ แล้วก็ประคองชีวิตต่อไปให้กับลูกหลานของเขาด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกศล ปัทมะ เชิญครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับถนนหนทางที่พี่น้องประชาชนประสบ ความยากลําบากในการใช้สัญจร ๔ เส้นทาง ดังนี้🔗

เส้นทางที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสุทัศน์ ชุนไธสง กํานันตําบลเมืองพะไล อําเภอบัวลาย เกี่ยวกับถนนเส้นทางสายบ้านแดงน้อย หมู่ที่ ๒ เชื่อมบ้านเพชรน้อย หมู่ที่ ๖ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ที่ชํารุดเสียหายเป็นอย่างมาก🔗

เส้นทางที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกระเสิม มงคุณ ผู้อํานวยการ โรงเรียนวัดบ้านไร่ กํานันผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนบ้านไร่ หมู่ที่ ๖ บ้านศรีพัฒนา หมู่ที่ ๑๑ บ้านชัยเจริญ หมู่ที่ ๑๕ ที่ได้รับความยากลําบากเกี่ยวกับการใช้ถนนเชื่อมระหว่าง ตําบลโนนทองหลาง อําเภอบัวใหญ่ เชื่อมกับอําเภอคง ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ที่ชํารุดเสียหายเป็นอย่างมาก🔗

เส้นทางที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายสุพจน์ ตากลม นายกองค์การ บริหารส่วนตําบลแก้งสนามนาง และนายอุทัย มาตรเริง กํานันตําบลโนนสําราญ เกี่ยวกับ ถนนเส้นทางสายบ้านศูนย์กลาง หมู่ที่ ๑ ตําบลแก้งสนามนาง เชื่อมกับบ้านโนนจาน หมู่ที่ ๑ ตําบลโนนสําราญ อําเภอแก้งสนามนาง ชํารุดเสียหายเป็นอย่างมาก🔗

เส้นทางที่ ๔ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจร ถนนเส้นสายป่าตอง หมู่ที่ ๑ ตําบลบัวใหญ่ อําเภอบัวใหญ่ เชื่อมกับตําบลโนนจาน อําเภอบัวลาย ชํารุดเสียหาย โดยเฉพาะช่วงบ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๖ ตําบลบัวใหญ่ อําเภอบัวใหญ่ ทั้ง ๔ เส้นทางอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นกระผม จึงเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยได้โปรดสั่งการให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครราชสีมาไปดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรณเทพ อนุวัฒน์ เชิญครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีปัญหาความขาดแคลนน้ําของพี่น้องประชาชน รวมถึงภาคเกษตรที่ไม่มีน้ํา ในการอุปโภคบริโภคและทําการการเกษตรในช่วงแล้งที่ผ่านมา เนื่องจากกว่าอ่างเก็บน้ํา และสระเก็บน้ํา ๔ แห่ง บนพื้นที่ที่อยู่เหนือตอนบนของอ่างเก็บน้ําคลองหลวงรัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดํารินั้นแห้งเหือดหมด ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นสํานักงานชลประทานที่ ๙ ก็ทราบปัญหาเป็นอย่างดี และได้จัดทําแผนเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ได้รับการตอบรับจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คือไม่ได้มีการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งกระผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนั้น ก็เป็นห่วงปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคตอีก เพราะฉะนั้นแล้วก็คงจะต้องกราบเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าแผนที่ทางสํานักงาน ชลประทานที่ ๙ ได้ทํามายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างสถานีสูบน้ําพลังงานไฟฟ้า พร้อมด้วยระบบส่งน้ําทําท่อเพื่อส่งน้ําไปยัง อ่างเก็บน้ํา จากอ่างเก็บน้ําคลองหลวงไปยังอ่างเก็บน้ําสัตตพรหม สระเก็บน้ําหนองชุมเห็ด และสระเก็บน้ําเขาวังแก้ว เพื่อที่จะกระจายน้ําไปสู่พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งก็คงต้อง กราบเรียนต่อไปว่าการไม่ให้งบประมาณในการสนับสนุนในการขุดลอกอ่างเก็บน้ําสัตตพรหม ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าความเหือดแห้งของน้ําที่อยู่ในอ่างเก็บน้ําสัตตพรหมนั้นแห้งจนกระทั่ง เหลือพื้นที่อยู่ในความลึกไม่ถึง ๒ เมตรของอ่างเก็บน้ําสัตตพรหม ซึ่งไม่มีการขุดลอก มานานแล้ว แล้วก็กราบเรียนฝากท่านรัฐมนตรีด้วย จัดสรรงบประมาณในการที่จะสร้างระบบสูบน้ํา ด้วยไฟฟ้าและส่งน้ําไปยังอ่างเก็บน้ํา และสระน้ําที่ผมได้นําเรียนไว้เบื้องต้นด้วย เพื่อเป็นการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวในพื้นที่ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญคุณเทียบจุฑา ขาวขํา เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอบ้านผือ อําเภอน้ําโสม อําเภอนายูง มาหารือกับท่านประธานดังนี้ สืบเนื่องจากผลกระทบจากพายุ ที่เกิดพายุซินลากู (Sinlaku) ก็ทําให้ฝนตกหนักและน้ําท่วม ก็เกิดน้ําป่าไหลหลากเอ่อล้นลําห้วย ซึ่งท่วมไร่นาเพื่อการเกษตรเยอะมาก พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดเลย น้ําท่วม อย่างฉับพลันในอําเภอน้ําโสม บ้านเรือนเสียหาย ที่นาทํากินก็ท่วมเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางภาคอีสานเราขาดแคลนน้ํา เมื่อก่อนน้ําแห้ง ต้นข้าว ต้นกล้า ก็จะรอวันตาย แต่ตอนนี้ มาเจอกับวาตภัยครั้งนี้ต้องสูญเสียข้าวในนา แล้วก็จะต้องมาเริ่มทํานาใหม่ ก็ถือว่าเป็นทุกข์ ของพี่น้องประชาชนภาคอีสานซ้ําซ้อน จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ก็เกิดความเสียหาย อย่างหนักก็คือสะพานบ้านนาเมืองไทย ตําบลน้ําโสม อําเภอน้ําโสม ขาด และขณะเดียวกัน พี่น้องประชาชนก็ช่วยกันหาไม้ไผ่มาทําเป็นสะพานข้ามชั่วคราว ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชน ปัจจุบันนี้ได้ทราบว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี ช่วยนําสะพานเบลีย์ (Bailey) เป็นสะพานชั่วคราวมาสร้างให้พี่น้องประชาชนได้แก้ปัญหา ความเดือดร้อนชั่วคราวก่อน ดังนั้นดิฉันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สร้างสะพานให้ บ้านนาเมืองไทย ตําบลน้ําโสม อําเภอน้ําโสมด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้วยสํานักงาน กสทช. ได้มอบหมายให้ผู้รับใบอนุญาตสํารวจข้อมูลด้านโทรคมนาคม และ กทช. กําหนดหลักเกณฑ์ ในการคัดเลือกพื้นที่โรงเรียน สํานักงาน กสทช. กลั่นกรองข้อมูลโรงเรียน กทช. ได้พิจารณา อนุมัติรายชื่อตามที่สํานักงานเสนอ ท่านประธานที่เคารพ สํานักงานการประถมศึกษา จังหวัดขอนแก่น เขต ๓ ได้รับโครงการจัดสรรให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และสัญญาณ อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหรือที่เรียกว่าศูนย์ยูโซเน็ต (USO Net) โดยมีอาคารอยู่ในโรงเรียนเป้าหมายทั้งประเทศรวม ๓๙๑ ศูนย์ ดังนี้ ภาคเหนือ จํานวน ๑๖๐ ศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๓๑ ศูนย์ สพป. ขอนแก่น เขต ๓ โครงการนี้ จํานวน ๕ โรงเรียน เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ลงนามในสัญญา ๒๙ กันยายน ๒๕๖๐ โดยที่บริษัททีโอที จํากัด (มหาชน) ชนะประกวดราคา อาคารศูนย์ยูโซเน็ต (USO Net) เป็นอาคารชั้นเดียว ผังบริเวณอาคารใช้พื้นที่ ๑๕ คูณ ๒๕ เมตร ภายในอาคารประกอบด้วย เน็ตเวิร์ก (Network) คอมพิวเตอร์ซีซีทีวี (CCTV) และเฟอร์นิเจอร์ประกอบ ประเด็นปัญหา คือศูนย์ยูโซเน็ต (USO Net) ยังไม่แล้วเสร็จ อาคารเริ่มผุพัง วัสดุอุปกรณ์เสียหาย อันตราย ต่อผู้ที่จะเข้าไป หมดสัญญาการก่อสร้างมานานแล้ว ไม่ทราบว่าใครจะรับผิดชอบช่วงต่อไป ผู้ปกครอง ชาวบ้าน กรรมการสถานศึกษาสอบถามโรงเรียนก็ตอบไม่ได้ เพราะใช้โรงเรียน เป็นสถานที่เท่านั้น ไม่ได้ควบคุมการก่อสร้างใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นความเสียหายเกิดขึ้น ผมยังเชื่อมั่นว่า ๓๙๑ ศูนย์นี้เสร็จทั้งหมดหรือเปล่า เพราะฉะนั้นขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ แล้วก่อนที่ประชาชนจะร้องเรียนเข้ามานะครับ ผมขอติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณขวัญเลิศ พานิชมาท เชิญครับ🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ อําเภอศรีราชา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ อําเภอศรีราชาในวันนี้อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นทั้งเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว ที่ผ่านมาชีวิตผู้คนภาคแรงงานจํานวนมากที่มาแสวงหา โชคชะตา ทั้งในพื้นที่แหลมฉบัง ปิ่นทอง บ่อวิน และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ บางคนก็มา ตั้งรกรากสร้างครอบครัว กําลังเติบโตมั่นคงขึ้นเป็นลําดับ หลายคนผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จนกลายเป็นภาระหนี้สิน อันเนื่องมาจากโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ไม่ตอบสนอง ความต้องการของประชาชน ระบบขนส่งมวลชนก็ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทําให้กลุ่มคน ชนชั้นแรงงานต้องทํางานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาชําระหนี้สินเหล่านี้ ในวันนี้ทั่วประเทศ มีสถานประกอบการกว่า ๔,๖๐๐ แห่งที่หยุดกิจการ และมีจํานวนแรงงานในระบบกว่า ๕,๒๐๐,๐๐๐ คนที่ต้องถูกเลิกจ้าง อย่างในวันนี้บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่แหลมฉบัง ก็เลิกจ้างพนักงานอีกกว่า ๔๐๐ คน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมกับแรงงานนอกระบบ และแรงงานอีกจํานวนมากที่ตอนนี้ได้รับค่าแรงเพียงแค่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ จากการหยุด ไลน์ (Line) ผลิตบางไลน์ (Line) ของโรงงาน ซึ่งแค่เฉพาะเงินเดือนปกติก็แทบจะไม่พอยาไส้ กันอยู่แล้ว โอที (OT) ก็ไม่มีให้ทํา ผมจึงขอเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ เพื่อให้ช่วยหามาตรการเยียวยา หางานและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อย่างเร่งด่วนเพื่อพยุงชีวิตของกลุ่มชนชั้นแรงงานกว่า ๒๐ ล้านคนในประเทศนี้ เพื่อให้เขา สามารถลืมตาอ้าปากและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๖ คน🔗

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาประชุม จํานวน ๓๒๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอ เปิดการประชุมและดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างการพิจารณา🔗

๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษา (การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู) (นายปรีดา บุญเพลิง เป็นผู้เสนอ) โดยเป็นการพิจารณาต่อจาก การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑๗ วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗

สืบเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณา ญัตติดังกล่าว โดยเห็นชอบให้นําญัตติทํานองเดียวกันอีก ๙ ฉบับ ขึ้นมาพิจารณารวมกันไป เมื่อผู้เสนอได้แถลงเหตุผลตามลําดับจนครบแล้ว และสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น จนเป็นเวลาพอสมควรนะครับ ในขณะนั้นผมเป็นประธานในที่ประชุมก็ได้สั่งปิดการประชุม เพื่อมาพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ ท่านสมาชิกที่ยื่นความ จํานงจะขออภิปรายต่อจากคราวที่แล้ว ตอนนี้มีทั้งหมด ๖ ท่านนะครับ ๑. ท่านอนุรักษ์ บุญศล ๒. ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ๓. ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ๔. ท่านภาสกร เงินเจริญกุล ๕. ท่านสําลี รักสุทธี และ ๖. ท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้อภิปรายครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอภิปรายสนับสนุนญัตติ ๑๐ ฉบับ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหาร จัดการหนี้สินของครูทั้งประเทศค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ตัวดิฉันเองนั้นรับราชการครู ท่านประธานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็รับราชการครูเช่นเดียวกัน ฉะนั้นเราเข้าใจเพื่อนร่วมอาชีพ ทั้งประเทศค่ะ ครูมาจาก คําว่า ครุ แปลว่าหนัก ครูคือผู้ให้ ครูคือผู้สร้าง ครูคือผู้พัฒนา คือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ครูคือผู้จุดดวงประทีปให้แก่ศิษย์ ครูที่แท้จริงคือผู้ให้สําหรับศิษย์ โดยไม่มีขอบเขตจํากัด ทั้งนี้เพราะหัวใจและจิตวิญญาณของครูบรรลุสิ่ง ๓ ประการ คือปัญญา กรุณา และบริสุทธิ์ ครูคือผู้พัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาประเทศ สืบไป ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดยังไม่หมดค่ะท่านประธาน คํานิยามของครู แต่ครูวันนี้มีหนี้สิน มากมาย แม้จะไม่ส่งผลต่อการเป็นผู้ให้แต่ก็ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่บ้าง รบกวนจิตใจ รบกวนสติ สมาธิ ปัญญา ไม่มากก็น้อย ดังนั้นแล้วกรรมาธิการวิสามัญที่จะถูกตั้งขึ้นจึงต้อง ศึกษาแนวทางให้รอบด้านเพื่อเสนอต่อรัฐบาลให้แก้ปัญหาหนี้สินของครูทั้งประเทศ ครูประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ราย หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของครูทั้งประเทศ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยมีหนี้สินในระบบประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งของ งบประมาณปีนี้ทั้งประเทศ เป็นหนี้สินที่คุณครูกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูและแหล่งกู้อื่น ประมาณอีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นหนี้ธนาคารออมสินในนาม ช.พ.ค. ของ สกสค. ๔.๗ แสนล้านบาท และยังมีธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ อีกที่ให้กู้ ยังไม่รวมบัตรเครดิตอีก ดิฉันไม่ได้ว่าเพื่อนร่วมอาชีพแต่อย่างไร แม้จะมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินครู เจาะลึก ทั้งทางอาชีพ สังคม พฤติกรรม คตินิยม ค่านิยม และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ดิฉันยังอยากให้ กรรมาธิการวิสามัญศึกษาให้รอบด้านและหาทางออกที่เป็นธรรม เพื่อส่งเสริมคุณธรรมในใจ ของผู้แก้ปัญหาและผู้ได้รับการแก้ปัญหาในบ้านนี้เมืองนี้แด่คุณครูทั้งประเทศ เพื่อให้ กรรมาธิการแก้ปัญหา ดิฉันเสนอดังต่อไปนี้🔗

๑. เวลาพรรคใดเป็นรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาล ดิฉันไม่ต้องการให้หว่านพืช เพื่อหวังผล หมายความว่าอย่าเปิดทุกช่องเพื่อให้ครูกู้ จากนโยบายของพรรคด้วยนะคะ ท่านประธานคะ จากอาชีพนี้ที่อยู่เป็นแสงเรือง ๆ ทั่วทุกอณูของพื้นที่ ตรงนี้นั้นก็ยัง อยากจะให้เป็นแสงเรือง ๆ ที่ไม่ได้เคลือบแฝงไปด้วยหนี้สินล้นพ้นตัว🔗

๒. เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วคุณครูเป็นหนี้รวมทั้งหมดประมาณ ๓-๖ ล้านบาท เงินเดือนไม่พอจ่าย เงินบํานาญไม่พอจ่ายหนี้ เพราะเงินเดือนเหลือประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือนสุดท้าย เงินวิทยฐานะทั้ง ชน. วิทยฐานะชํานาญการ ชนพ. วิทยฐานะชํานาญพิเศษ ชช. วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ชชพ. วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ไม่เหลือเพื่อใช้หนี้จึงเดือดร้อน หากไม่เดือดร้อนก็คือเงินเดือนเดือนสุดท้ายไม่คิดเหลือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ใช้หนี้คืน ให้กับเจ้าหนี้ทุกบาททุกสตางค์ค่ะ🔗

๓. สําหรับคุณครูที่ยังไม่เกษียณอายุ อยากรวมหนี้ก่อนสัก ๕-๑๐ ปี รวมหนี้ เป็นที่เดียว ที่กระจัดกระจายในการกู้อยู่ทุกวันนี้ รวมเป็นหนึ่งเดียวให้ธนาคารออมสิน หรือธนาคารใดของรัฐก็ตามรวมหนี้ให้คุณครู ใช้ที่เดียวนั้นจะเหลือเงินอีกเยอะ เพราะเกษียณแล้ว ไม่มีหนี้ ชีวีแสนสุข ปลูกรักสู่สังคมได้🔗

๔. เพื่อนครูของดิฉันทั้งประเทศอยากให้ลดดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาใช้หนี้ เงินจะเหลือเอาไว้เลี้ยงตนเองตอนแก่ และมีเงินเลี้ยงลูกหลานสืบไป เลี้ยงลูกหลานดีพูนทวี คืนคนดีให้สังคมตลอดไป🔗

๕. เพื่อนครูทั้งประเทศคลางแคลงใจเงินประกันภัยที่ไม่ใช่เงินประกันชีวิต ในการกู้ ช.พ.ค. กับธนาคารออมสิน ค่าเบี้ยประกันที่เก็บล่วงหน้า ๙ ปีจะบรรจบครบรอบ ในปีนี้หรือปีหน้า กู้ ๖๐๐,๐๐๐ บาทนั้น เบี้ยประกันอยู่ที่ ๒๔,๔๘๐ บาท ถ้ากู้ ๑ ล้านบาท เบี้ยประกันภัยเกือบ ๕๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว และสําหรับคนที่เกษียณอายุจะเอาที่ไหนจ่าย ตรงนี้ด้วยค่ะ ทีนี้ต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่ไม่เอาเปรียบครู🔗

ที่ดิฉันเสนอข้อที่ ๖ หนี้นอกระบบดอกเบี้ยสูงมาก ต้องกลับไปเงื่อนไขเดิมค่ะ คือรวมหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชําระหนี้ค่ะ ดิฉันบอกว่าขณะที่หนี้สินครูเยอะ ๆ ครูกําลัง จะถูกหยามหยัน อย่าหยามหยันครั้นเรือจ้างสร้างพิศวง อย่าสาปส่งว่าเอื้อมดาวพราวพร่างใส ไม่หลงเหลิงเพลิงเงินตราดาราราย ใช่หงส์ใหญ่ไม่บันเทิงระเริงเงิน หลายปัจจัยไม่เทียบหงส์ดงชีวิต ช่วยลิขิตถากถางหนี้มีสรรเสริญ แสงเรืองเรืองประเทืองไทยร้ายเผชิญ รัฐพยุงเดินครูไร้หนี้ ทวีเรืองรอง ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมนายจักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ผม ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เสนอโดย ท่าน ส.ส. นายเกษม ศุภรานนท์ นะครับ ความจริงเราอภิปรายกันมาตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ต่อเนื่องกันมาถึงวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเรายังไม่ค่อยได้ยินเพื่อน ๆ สมาชิกได้พูดถึงก็คือ เรื่องของการบริหารงานภายใต้การนําของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งท่านมีนโยบายหลักนโยบายหนึ่งก็คือเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้สินครู อันนี้ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นพิเศษเนื่องจากว่าตั้งแต่เข้ามาบริหาร สิ่งหนึ่งที่ท่าน เน้นย้ําก็คือเรื่องการปฏิบัติตามคําสั่งของศาลปกครองที่ได้มีคําสั่งวินิจฉัยคดีในเรื่องที่ เกี่ยวกับการกู้เงินของครูว่าจะต้องปฏิบัติยึดถือระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการโดยเคร่งครัด ระเบียบนั้นก็มีหลักการง่าย ๆ คือครูที่จะกู้เงินจะต้องมีเงินได้สุทธิหลังจากหักภาระเรื่องเงินกู้ ไปแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ถ้าครูมีเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าจะไปกู้ อะไรก็ตามเขาต้องคํานวณแล้วว่าจะต้องมีเงินเหลือในบัญชีของเขาไม่ต่ํากว่า ๓,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นระเบียบอยู่แล้ว แต่ว่าที่ผ่านมาละเลยกันไป ไม่ได้ปฏิบัติตาม รวมทั้งสถาบันการเงิน ที่ให้ครูกู้ด้วยก็ละเลยในประเด็นระเบียบดังกล่าว แต่ว่าภายใต้การบริหารงานของ ท่านรัฐมนตรีณัฏฐพลนั้นก็เน้นย้ํา แล้วก็เคร่งครัดกับระเบียบข้อนี้ ทําให้ปัญหาหนี้ที่เราเห็น ในอดีตที่ผ่านมาที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายกันตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบรรเทาเบาบางลง แต่แน่นอนว่าปัญหายังมีอยู่มาก ซึ่งเป็นปัญหาเก่าที่สะสมอยู่ก็ต้องช่วยกันแก้ไขไป ท่านประธานครับ สมัยก่อนทําไมระเบียบที่ผมกล่าวถึงมันถึงสําคัญ เพราะว่าสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ ช.พ.ค. ก็ดี เงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์อะไรต่าง ๆ ของครูก็ดีหรือสถาบัน การเงินอื่น ๆที่ปล่อยให้ครูกู้ เมื่อไม่ได้คํานึงถึงเรื่องของการที่จะต้องกันเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนให้เหลือไว้สําหรับ ดํารงชีพ ครูก็กลายเป็นเหมือนอาชีพอื่น ๆ ก็คือว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินเดือนออกมา ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเท่าไรก็ดี ก็จะหมดบัญชีไปหมดเนื่องจากว่าต้องไปใช้ภาระหนี้ที่ตัวเอง เป็นอยู่ อันนี้ก็ทําให้กระทบกับชีวิตของครู ทีนี้คนอื่นก็อาจจะถามว่าแล้วอาชีพครูสําคัญ อย่างไร ทําไมเราจะต้องไปดูแลหรือเป็นห่วงเป็นพิเศษก็เพราะว่าครูเป็นอาชีพที่กระทบกับ ชีวิตลูกหลานของเราโดยตรง ท่านประธานลองคิดดูว่าถ้าหากว่าครูชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินเดือนไม่มีพอใช้ต้องไปใช้เงินกู้ใช้หนี้เขาจะมีกะจิตกะใจมาสอนลูกหลานของเราได้อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ทําไมสภาแห่งนี้ถึงจะต้องนําเรื่องภาระหนี้สินของครู มาพูดกันเป็นพิเศษ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามตามที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอข้อมูลไป ค่อนข้างละเอียดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เราจะเห็นว่าถ้าเรามองภาพรวม ๆ ของหนี้ครู ทั้งประเทศ ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นจํานวนที่สูงมากถ้าเราดูตัวเลขแบบนี้อาจจะเท่ากับ งบประมาณแผ่นดินของบางประเทศด้วยซ้ํา หรือมากกว่าด้วยซ้ํา ๑.๔ ล้านล้านบาท แต่จริง ๆ แล้วจากข้อมูลที่ผมได้ไปสืบค้นหรือว่าหารือกับทางกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร ระดับสูงก็ยืนยันว่า ๑.๔ ล้านล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่ของหนี้ ๑.๔ ล้านล้านบาทนั้น ครูที่มีวินัย ทางการเงิน มีความสามารถที่จะใช้เงินมีอยู่ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ๑.๔ ล้านล้านบาท มีเพียงไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะกลายเป็นหนี้เสีย หรือครูไม่สามารถที่จะชําระ หรือจะมีปัญหาให้เราต้องมาแก้ไขได้ ดังนั้นก็ไม่ใช่ว่าปัญหาหนี้สินครูจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก เรายังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะว่าไม่ใช่ ๑.๔ ล้านล้านบาทที่เราจะต้องไปดูแล แต่ว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนน้อยเท่านั้นที่เราจะต้องไปดูแล อย่างไรก็ตามผมคิดว่าถ้าหากว่า สภาแห่งนี้มีมติที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษ เราก็ควรจะต้อง ส่งสัญญาณที่ถูกต้องให้กับครู เพราะว่าครู ๙๕ เปอร์เซ็นต์ท่านเป็นครูที่สามารถที่จะใช้หนี้ มีวินัยทางการเงินการคลังของท่าน สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการ กู้หนี้ยืมสินมา ดังนั้นเราก็ต้องคํานึงถึงคนกลุ่มนี้ด้วยนะครับว่าเขาเป็นลูกหนี้ที่ดี แต่ขณะเดียวกัน ครูส่วนน้อยที่ท่านมีภาระมากเป็นพิเศษอันนี้เราก็ต้องให้ท่านรู้ว่าถ้าหากว่าเราจะตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาเพื่อเสนอรัฐบาลเพื่อไปแก้ไขปัญหาให้ท่าน ท่านก็ต้องเข้าใจว่าสถานะของท่านก็คือ เราก็จะช่วยกันยกระดับ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ให้กับหนี้ที่ท่านเป็นอยู่เพื่อที่ท่าน จะมีชีวิตปกติ แล้วก็สามารถที่จะใช้หนี้ของท่านไม่หนักเกินไป ไม่ใช่ว่าเราจะตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาเพื่อนําเสนอแล้วก็ยกหนี้ให้ครู แล้วให้ครูไปกู้เพิ่มขึ้นมาอีก เป็นปัญหาทับถมไปเรื่อย ๆ เป็นดินพอกหางหมูไปเรื่อย ๆ อันนี้ก็ไม่ใช่นะครับ เราก็ต้องส่งสัญญาณให้ถูกต้อง เราต้อง คํานึงถึงว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ ก็ยังมีที่เขายังต้องอยู่ในภาระหนี้สินต่อไป แต่อย่างที่ผม กราบเรียนก็คือว่าครูเป็นอาชีพที่สังคมให้ความสําคัญและมีความสําคัญจริง ๆ เราก็ยินดี ที่จะช่วยกันสนับสนุนเพื่อให้ครูได้ลืมตาอ้าปากได้🔗

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าเท่าที่ฟัง การอภิปรายมาเราอาจจะตกหล่นไปอยู่ ๑ กลุ่มนะครับ คือครูเอกชน เมื่อเราพูดถึงครูเอกชน เราอย่าไปนึกถึงครูโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนฝรั่งอะไรต่าง ๆ ที่เงินเดือนอาจจะสูง ส่วนนั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้นเอง แต่ส่วนใหญ่ของพี่น้องครูเอกชน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทั่วประเทศ ก็เป็นครูโรงเรียนเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ อยู่ในชุมชน โรงเรียนไม่ใหญ่มาก ก็ได้เงินเดือนไม่เท่าไรหรอกครับ แถมครูเอกชน อย่างตัวเลขที่ผมได้รับจากทางสมาคม อาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เขาบอกว่าทุกวันนี้รัฐอุดหนุนเงินเดือนเขาก็จริงนะครับ แต่อุดหนุนให้แค่ ๑๓,๖๐๐ บาทต่อเดือน ทั้ง ๆ ที่อัตราเงินเดือนขั้นต่ําอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ดังนั้นก็ยังมีส่วนต่างที่โรงเรียนจะต้องไปรับภาระเอง ครูเอกชนก็เหมือนครูรัฐบาลครับ เป็นหนี้เหมือนกัน แต่ว่าสวัสดิการและผลประโยชน์ต่าง ๆ น้อยกว่าครูรัฐบาลเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าหากว่าสภาแห่งนี้มีมติที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ ผมก็คงต้องขอ ฝากประเด็นของครูเอกชนให้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อํานาจเจริญ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม ดะนัย มะหิพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังท่านผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายผ่านไป เมื่อสักครู่นี้ก็สบายใจขึ้นนิดหนึ่งครับ เพราะว่าท่านไม่ได้บอกว่าครูวิกฤติ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วตัวเลขที่สรุปให้สภาได้อ่าน ผมอ่านแล้วไม่สบายใจครับท่านประธาน บอกว่า ครูร้อยละ ๘๐ หรือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ราย มีหนี้ท่วมตัว แก้ได้ไหมครับท่านประธาน ผมฝากนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ขณะนี้ครูมีหนี้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน แต่หนี้วิกฤติจริง ๆ มีไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ คนครับ ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือ วิกฤติ แต่นอกนั้นเป็นหนี้ปกติครับ ผมเป็นครูเมื่ออายุ ๒๑ ปีครับ เกษียณ ๖๐ ปี อายุราชการ ๓๙ ปี บวกอายุราชการทวีคูณอีก ๑๒ ปี เป็น ๕๑ ปี จนบัดนี้ผมก็ยังเป็นหนี้ ผมกล้าที่จะพูดในสภาว่าผมเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ผมเป็นหนี้ธนาคารออมสิน แต่เป็นหนี้ปกติที่ผมสามารถส่งใช้ได้ วันนี้ถ้าท่านบอกว่าครูเป็นหนี้วิกฤติ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐๐,๐๐๐ ราย ไม่ใช่ครับ ให้ท่านแก้ด้วย ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดนั้น ถูกต้องแล้วครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ครูถูกกล่าวหาด้วยคํากล่าวหาที่รุนแรงมากครับ วันนี้ คุณภาพการศึกษาที่ไม่ดีเพราะครูเป็นหนี้ ผมได้ยินคํานี้แล้วผมไม่สบายใจครับ ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าท่านประธานก็เคยเป็นครู อยู่บ้านนอก อยู่ชนบทเราถ้าไม่มีวิชาชีพครูจะอยู่ อย่างไร ครูบ้านนอกทุกคนเขาเป็นหนี้ แต่เขาก็มีความสุขตามอัตภาพ เขามีหนี้เขาส่งเสียลูก ได้เรียน เขามีครอบครัว มีความสุขครับ สภาแห่งนี้คิดดี แต่อย่าลืมว่าวิชาชีพอื่น ไปถาม ตํารวจ ทหาร แพทย์ หมอ มีหนี้หมดครับ แล้วก็วิกฤติเหมือนกันก็มี เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้ากรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินครูได้ ผมว่าวิชาชีพอื่นตามมาแน่นอนครับ ก็ต้องแก้เหมือนกัน คุณภาพการศึกษาอย่ากล่าวหาครูว่าครูเป็นหนี้คุณภาพการศึกษาไม่ดี ทําไมไม่ไปมองที่ กระบวนการบริหาร วันนี้นโยบายการศึกษาไม่มีความชัดเจน รัฐมนตรีแต่ละคนเข้ามา นโยบายรายวัน ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ทั้ง ๆ ที่เขาทําอยู่แล้ว แต่ไปเพิ่มให้เขาก็คือ เพิ่มการรายงาน ทุกวันครูต้องเขียนรายงานว่าทําอะไร แทนที่จะเอาเวลาไปสอนก็เวลา มารายงาน โรงเรียนไอซียู (ICU) เอาหมอมาเป็นรัฐมนตรี คิดได้อย่างไร ไอซียู (ICU) คือคนใกล้ตาย ถ้าโรงเรียนไหนเป็นไอซียู (ICU) ก็แสดงว่าโรงเรียนนั้นจะตายทั้งโรงเรียน ใช่ไหม นโยบายอย่างนี้ก็มี วันนี้นโยบายเกิดขึ้นรายวัน ครูที่ทํางานเขาไม่รู้ว่าเขาจะปฏิบัติ ตามนโยบายข้อไหนถึงจะชัดเจน ระบบการศึกษา ระบบการจัดโรงเรียนโรงเรียนเดียว โรงเรียนดีประจําจังหวัด มีห้องเรียนพิเศษ ไม่รู้กี่ห้องกําหนดขึ้นมา ในห้องเรียนพิเศษ เหล่านั้นเด็กจะต้องมาเสียค่าเทอมเพิ่ม ค่าเรียนเพิ่ม เรียนห้องแอร์คอนดิชัน (Air condition) เรียนกับคอมพิวเตอร์คนละเครื่อง จ่ายค่าน้ําค่าไฟเดือนละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท ผู้ปกครอง ที่มีลูกเรียนหนังสือเก่งอยากจะเข้าไปอยู่ในห้องเหล่านั้นก็ต้องหาเงิน ไหนท่านบอกว่า การจัดการศึกษาเสมอภาค ไหนท่านจัดการศึกษาแบบให้เปล่า ไหนท่านจัดค่าเล่าเรียน เอาค่าน้ํา ค่าไฟ จากหลวง แล้วโรงเรียนเหล่านั้นเอาเงินเหล่านี้ไปทําอะไร ผมฝากต้องตรวจสอบ บางโรงเรียนเดือนละหลายหมื่นที่เก็บกับนักศึกษา นักเรียน โรงเรียนเดียวกันเดินออกจากห้อง คนหนึ่งออกจากห้องเหงื่อแตก คนหนึ่งออกจาก ห้องแอร์คอนดิชัน (Air condition) เพราะว่าพ่อแม่มีเงินให้ไปเรียนห้องพิเศษ อย่างนี้หรือ คือความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา การบริหารจัดการก็ยังเป็นศูนย์อํานาจครับ แทนที่จะ กระจายอํานาจโรงเรียนให้เขาได้มีโอกาสได้ใช้งบประมาณ ไม่มีครับ ทุกอย่างก็ยังอยู่ ส่วนกลางเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมว่าคุณภาพการศึกษาอย่าไปมองที่หนี้สินครูอย่างเดียว แต่ขอบคุณที่ท่านคิดจะแก้ให้ ผมเองก็จะได้แก้ด้วย ได้รับอานิสงส์ด้วย เพราะผมก็เป็นหนี้ เหมือนกัน ท่านประธานครับ อยากจะฝากว่าวันนี้หลายท่านพูดว่าครูเป็นหนี้สหกรณ์ ผมกลัวว่า กรรมาธิการจะไปทําลายระบบสหกรณ์ ขอนะครับ เพราะว่าสหกรณ์คือสถาบันการเงิน ของครูที่เขาภูมิใจ เขาเป็นเจ้าของ เขามีหุ้น เขามีเงินฝากอยู่ที่นั่น อย่าทําลายระบบสหกรณ์ แต่ให้ส่งเสริมระบบสหกรณ์ให้เป็นสถาบันการเงินของครูที่ช่วยเหลือครูได้อย่างแท้จริง ฝากคณะกรรมาธิการว่าถ้าท่านแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สินครูได้ ก็ช่วยแก้ปัญหาวิกฤติให้กับ รัฐบาลด้วยครับ เพราะวันนี้รัฐบาลก็เป็นหนี้วิกฤติเช่นกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาสกร เงินเจริญกุล เชิญครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหนี้สินของครู ผมขอเสนอความคิดเห็นแบบนี้ครับ ท่านประธาน คือการกู้นี่ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะครับ เดี๋ยวอภิปรายไปอภิปรายมา ทางบ้านหรือผู้ชม หรือคุณครูได้ยินก็รู้สึกกลัวว่าการกู้นี่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ใช่นะครับ การกู้หมายถึงว่าเรามีเครดิต เราได้เงินเอาไปใช้ทําอะไรแค่นั้นเอง การกู้ก่อให้เกิดหนี้สิน แต่อีกฝั่งหนึ่งถ้าท่านดูระดับมือ ๒ ข้าง ถ้าฝั่งนี้คือความสามารถในการชําระหนี้ เรามีรายได้ เรามีความสามารถในการชําระหนี้ แน่นอน พอเราไปกู้ปุ๊บ อีกข้างหนึ่งก็ขึ้นครับ หนี้สิน ถ้าตราบใดที่หนี้สินไม่เกินความสามารถ ในการชําระหนี้ ก็ไม่มีปัญหากับชีวิตของคุณครูหรือของทุกอาชีพ ในโลกปัจจุบันนี้ทั่วโลก ก็เป็นแบบนี้ครับท่านประธาน กู้ได้ เรามีความสามารถในการชําระหนี้ได้เท่าไร ถ้าเรามีวินัย การเงินที่ดี เราหารายได้ได้มากขึ้น ปัญหาเรื่องนี้ไม่เกิด อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกอภิปรายไป หลายท่าน ก็บอกว่าจริง ๆ เอ็นพีแอล (NPL) ของครูนี่อาจจะมีแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้น ก็ดํารงชีวิตกันได้อยู่ แต่กรรมาธิการที่กําลังจะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ผมอยากให้พิจารณาแบบนี้ คุณครูนี่มีทั้งมีหนี้สินและไม่มีหนี้สิน ต้องพิจารณาให้ทุกคนครับ ผมขอเสนอแบบนี้ครับ คือวันนี้เราเดินไปหาหรือถามใครก็แล้วแต่ว่าคุณครูมีรายได้ดีหรือเปล่า ผมกล้าตอบได้เลย ๙๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ บอกว่าไม่ดี ไม่เคยมีคนไหนบอกว่าเป็นคุณครูแล้วรวย น้อยมาก ยกเว้นคุณครูสอนพิเศษมีอยู่ไม่เท่าไร จึงอยากให้มองรายได้ของครู ผมใช้คําว่า รายได้ ณ วันนี้คุณครูรายได้ไม่เยอะ เงินเดือนไม่เยอะแต่เราสามารถทํารายได้ให้เยอะได้ เราต้องมี การบริหารจัดการ วิธีการให้รายได้ของคุณครูเพิ่ม ผมขอเสนอแบบนี้ ณ วันนี้จะเห็นว่าโลก เปลี่ยนไปเร็วมาก วิทยาการ ความรู้ความสามารถเปลี่ยนไปเร็วมาก อาจารย์ที่จบใหม่นี่ ไฟแรง อยากจะสอนเด็กเป็นแบบโน้น แบบนั้น แบบนี้เยอะแยะ ผ่านไป ๕ ปี ผ่านไป ๑๐ ปี ไฟเริ่มมอดลง เพราะไม่มีแรงจูงใจ เงินเดือนก็ขึ้นตามความสามารถ ตามปีว่าเท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่าไป ผมเสนอเป็นแบบนี้ รายได้บวก ผมขอเรียกว่าเป็นอินเซนทิฟ โปรแกรม (Incentive program) หรือว่าแรงจูงใจในการสอน วัดจากอะไรครับ วัดจากความสามารถ เฉพาะทางของครู ครูคนนั้น ครูที่สอนแล้วมีการพัฒนาตัวเอง เราควรให้แรงจูงใจเขา เหมือนกันในการที่จะพัฒนาตัวเอง พัฒนาขีดความสามารถในการหาความรู้เพิ่มเติมและจะสอน ไม่อย่างนั้นพอ ๕ ปี ๑๐ ปีไป อาจารย์หมดไฟเขาก็สอนแบบเดิม ซึ่งโลกก็เปลี่ยนไป อีกเรื่องหนึ่งคือจํานวนนักเรียน ที่คุณครูรับผิดชอบ คุณครูรับผิดชอบที่จะสอน ๒๐ คน ๓๐ คน ๔๐ คน ๕๐ คน ความเหนื่อยไม่เท่ากัน การเตรียมการสอนก็ไม่เท่ากัน การทุ่มแรงใจก็ไม่เท่ากัน ก็ควรจะ เอาส่วนนี้มาดูเหมือนกันว่าถ้าอาจารย์ที่เขารับผิดชอบเด็กเยอะ ๆ ควรจะเป็นอย่างไร และอีกส่วนหนึ่งก็คือผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา อันนี้อย่างไรเราก็ต้องวัด แต่คงไม่ใช่วัด แค่เชิงปริมาณอย่างที่ผ่านมา ใครสอบได้คะแนนดีก็ได้เอ (A) ได้คะแนนดี ๆ ได้ที่ ๑ ที่ ๒ อะไร คงใช้วัดแบบนั้นไม่ได้แล้ว คงต้องใช้วัดแบบใยแมงมุมเขาเรียกว่า ๑. ความรู้ ความสามารถ คะแนนสอบเขาต้องเอามาวัดอยู่แล้ว ความตั้งใจในการเรียนในห้อง การส่งงานครบตรงเวลาไหม การซักถาม ทุกอย่างพวกนี้เรามาประเมินหมด จะได้รู้ว่าเด็กคนนี้บางครั้งเขาอาจจะไม่ได้ วิชาการเก่ง แต่ศิลปะเขาอาจจะเก่งก็ได้ การตรงต่อเวลาก็มี วินัยก็มี เราจะได้จับเด็ก ให้ลงช่องถูก อาชีพอนาคตเขาควรจะเป็นแบบไหน อีกอันหนึ่งก็คือว่าเราจะผลิตเด็กจากที่ วิธีการวัดผลเป็นใยแมงมุมเราสามารถแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ว่าเด็กกลุ่มนี้วิชาการ เป็นเลิศเราจะให้ไปอันไหน ศิลปะเป็นเลิศ ต่าง ๆ เราก็จะเริ่มยัดเด็กเข้าไปในแต่ละอันได้ อาจารย์แนะแนวจะได้แนะแนวได้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นบางวิชาพอเข้าวิชาแนะแนว อาจารย์ เขาให้ไปเข้าห้องสมุดเพราะไม่รู้จะแนะแนวอะไร เด็กก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะไปเป็นอะไร อีกสิ่งหนึ่งก็คือว่าอยากให้อาชีพต่าง ๆ เข้ามาในโรงเรียน ยกตัวอย่างอาชีพหมอ นักวิทยาศาสตร์ นักอวกาศ นักบินต่าง ๆ มาเล่าเลยว่าสิ่งที่เขาทําคืออะไร เด็กจะได้เข้าใจ แล้วจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาอยากเป็นมันใช่หรือเปล่า เพราะปัญหามี ผมมีคนใกล้ชิดอยู่คนหนึ่ง เหมือนกัน ที่บ้านแนะนําให้เป็นหมอ ก็สอบได้เป็นหมอ จบเป็นหมอเลย แต่ใจไม่อยากเป็นหมอ แต่ถูกบังคับว่าให้เป็นหมอ พอจบแล้วเป็นหมอยังอยากจะเลิกกลับไปทําอย่างอื่นเลยก็มี เด็กจะได้รู้ว่าอาชีพที่ตัวเองจะเจอในอนาคตที่อยากจะเป็นนี่ใช่ไหม เขาจะได้ไปในแนวทาง ที่ถูกต้อง อันสุดท้ายหลักสูตรต้องปรับให้คล้องจองกับโลกปัจจุบันที่กําลังจะไป เพราะว่า ณ วันนี้เรารู้เลยว่าสิ่งที่เราเรียนวันนี้หลักสูตรที่ผ่านมาจบมาแทบเอามาใช้ในการทํางานไม่ได้เลย น้อยมาก สิ่งที่ใช้ได้คือมาเจอในชีวิตการทํางานได้จากประสบการณ์ แล้วก็เอาไปประยุกต์ เพื่อจะไปทํางาน ฉะนั้นหลักสูตรต่าง ๆ ต้องเปลี่ยน ยกตัวอย่างภาษาอังกฤษ ณ วันนี้ เราเรียนตั้งแต่ประถมศึกษายันมหาวิทยาลัยก็ยังพูดกันไม่ค่อยจะได้ แสดงว่าสิ่งที่เราดีไซน์ (Design) มาหรือวางมามันผิด มันอาจจะต้องปรับอะไรบางอย่าง สุดท้ายทั้งหมดที่พูดไป ฝากกรรมาธิการช่วยพิจารณานิดหนึ่งว่าการปรับหนี้สินครูหรือการศึกษาในอนาคตจะปฏิรูปไป ทั้งครูที่ไม่เป็นหนี้และครูที่เป็นหนี้ ควรจะแก้ไขหรือดําเนินการอย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเทียบจุฑา ขาวขํา เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอสนับสนุนญัตติของ ส.ส. คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคที่ได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจัดการศึกษาให้เป็นระบบอย่างยั่งยืนค่ะ ท่านประธานคะ อาชีพครูถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติโดยได้รับการยกย่องนับถือเสมือนครูเป็นผู้นําความคิด ทางสังคมโดยทั่วไป ดังนั้นครูจึงเป็นฟันเฟืองที่สําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐาน ที่สําคัญในการพัฒนาประเทศและพัฒนาสังคมค่ะ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปัญหาสําคัญ ที่คอยบั่นทอนขวัญและกําลังใจการทํางานของครูก็คือปัญหาเรื่องหนี้สิน โดยปัจจุบันปัญหา หนี้สินของครูอยู่ในขั้นวิกฤติ พบว่ามีครู ๔๐๐,๐๐๐ ราย คิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของจํานวนครู ทั่วประเทศที่มีหนี้สินจํานวนมาก เฉลี่ยแล้วมีหนี้สินรายละไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท โดยเป็นหนี้สิน ของสวัสดิการสินเชื่อกองทุนบําเหน็จพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อชําระหนี้เงินกู้หรือเรียกกันว่า ช.พ.ค. ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะท่านประธาน หนี้สหกรณ์ครูอีกประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และหนี้ของธนาคารออมสิน มีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ประมาณ ๑.๘ ล้านราย คิดเป็นมูลค่าหนี้ ๖.๖ แสนล้านกว่าบาท ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นตัวเลขหนี้สินของข้าราชการ ที่รายงานในที่ประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ครูมีหนี้สินทั้งหมดสูงถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ในจํานวนนี้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล (NPL) ร้อยละ ๓ ของยอดหนี้ รวมระบบหรือกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ หนี้สินของครูทั้งหมดที่กล่าวมายังไม่รวมหนี้นอกระบบ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถ รวมตัวเลขที่แท้จริงได้ ปัญหาหนี้สินของครูนั้นมีมากมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่มี ตัวเลขหนี้สินครูที่ชัดเจน หรือมีข้อมูลที่จําเป็นต่อการหามาตรการจัดการแก้ปัญหา ตัวอย่างเช่น ครูมีหนี้เท่าใด ลักษณะหนี้เป็นอย่างไร อายุของหนี้ แหล่งหนี้ ยอดรวมทั้งหมด ของหนี้ ทําให้ไม่สามารถประเมินเพื่อหามาตรการการแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ ขณะที่ หน่วยงานที่ดูแลด้านสวัสดิการของครูก็ไม่เคยใส่ใจ คิดแต่จะทําหน้าที่ให้ครูกู้อย่างเดียว โดยไม่สนใจอะไร จึงเป็นปัญหาที่หมักหมมต่อ ๆ กันมานาน ท่านประธานคะ หนี้สินของครูนี้ เป็นสาเหตุแล้วก็มีปัจจัยหลายอย่าง โดยอาจจะมาจากเรื่องค่าครองชีพที่สูงหรือความต้องการ ปัจจัยสี่ แล้วก็เรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว ความไม่มีวินัยทางการเงินของครูเอง หรืออาจมาจาก หน่วยงานที่อํานวยความสะดวกให้ครูกู้ และซึ่งการกู้มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ แบบฉุกเฉิน กู้จากสหกรณ์ กู้จากสถาบันการเงิน ที่สําคัญหน่วยงานอย่าง สกสค. ก็ส่งเสริม ให้กู้สารพัดวิธี โดยอํานวยความสะดวกอย่างเต็มที่จนนํามาสู่การเป็นหนี้สินล้นพ้น ของครู ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอเสนอวิธีการแก้ปัญหาดังนี้ค่ะ ข้อที่ ๑ รวบรวมหนี้สิน ของคุณครูเป็นก้อนเดียวกัน ข้อที่ ๒ หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา หรือสถาบันการเงิน ไม่ต้องเอาเปรียบกับครู ข้อที่ ๓ ให้มีกองทุนเพื่อให้คุณครูมีทุนหมุนเวียนในระบบ และดอกเบี้ยต่ํา ให้กู้แบบฉุกเฉินในยามยากได้เพื่อแก้ปัญหาส่วนตัว ท่านประธานคะ ทั้งหมด เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจแก่คุณครูควรให้มีการศึกษาและหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินของครู อย่างเป็นระบบและเหมาะสมอย่างจริงจังต่อเนื่อง ทั้งนี้จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของครู และระบบการศึกษาของประเทศชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไปค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมเชื่อว่าขณะนี้ประชาชน จํานวนมากคงกําลังตั้งคําถามว่าทําไมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ถึงสนใจแต่ครู สนใจแต่ หนี้สินครู อาชีพอื่นไม่สําคัญหรือ อาชีพอื่นไม่มีหนี้หรือ ผมขออนุญาตถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ของผู้หญิงคนนี้ให้ท่านประธานดูผ่านการคิดเลขแบบง่าย ๆ ผู้หญิงคนนี้ชื่อคุณบังอร เป็นคนทํางานกินเงินเดือนทั่วไป ทํางานมาแล้ว ๘ ปี มีเงินเดือนหลังหักค่าลดหย่อนบุตร แล้วก็ภาษีต่าง ๆ สิ้นเดือนได้รับเงินสุทธิอยู่ ๒๒,๐๐๐ บาท คุณบังอรมีบ้านทาวน์เฮาส์ (Townhouse) หลังเล็ก ๆ อยู่หลังหนึ่ง ๒ ชั้น ต้องผ่อนเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท มีรถมือสอง ติดไฟแนนซ์ (Finance) อยู่ผ่อนอีกเดือนละ ๔,๕๐๐ บาท ในแต่ละวันคุณบังอรมีภาระ ค่าอาหารของตัวเองแล้วก็ลูก ๒ คน คิดที่มื้อละ ๔๐ บาท ๓ คน วันละ ๓ มื้อ เดือนหนึ่งก็ ๑๐,๘๐๐ บาท เอาแค่ ๓ รายการนี้ครับท่านประธาน บ้าน รถ อาหาร ยังไม่ต้องรวม ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ๓ รายการนี้ คุณบังอรติดลบแล้ว เดือนละ ๒,๓๐๐ บาท แต่ละเดือนคุณบังอรติดลบแล้ว ๒,๓๐๐ บาท แล้วก็บังเอิญว่า คุณบังอรแกมีอาชีพครูอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ที่ผมเอาเรื่องคุณบังอรมาเล่าให้ฟังก็เพื่อที่ ต้องการจะสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของมนุษย์เงินเดือนทั่ว ๆ ไปไม่ใช่เฉพาะแค่ครู ที่แต่ละวัน กําลังเผชิญอยู่กับกับดักหนี้สิน แต่ก็บังเอิญจากรายงานการศึกษาปี ๒๕๖๑ หน้า ๑๔๙ บอกว่าจํานวนครูมีมากมายถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดังนั้นหนี้ของครูจึงเป็นจํานวนมหาศาล ถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท หรือ ๑ ใน ๓ ของงบประมาณของประเทศ หรือ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ของมูลหนี้ทั้งประเทศ ดังนั้นวันนี้ถ้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูได้อย่าง จริงจัง การแก้ไขหนี้สินครูก็จะไม่ใช่เป็นการทําเพื่อครูอีกต่อไป แต่ก็ย่อมจะนํารูปแบบวิธีการ ไปปรับประยุกต์ใช้กับวิชาชีพอื่น ๆ เพื่อจะแก้ไขหนี้สินทั้งระบบได้ ท่านประธานครับ หนี้สิน ก็เหมือนเพลิงไหม้ ซึ่งขณะนี้เพลิงนี้กําลังเผาผลาญครูซึ่งเปรียบเสมือนแม่พิมพ์ของชาติ ให้บิดเบี้ยว และแน่นอนเมื่อแม่พิมพ์บิดเบี้ยวจะไปเป็นเบ้าหลอมให้ใครได้ ถามว่าต้นเพลิง มีอะไรบ้าง ต้นเพลิงมีอยู่ ๒ อย่าง ต้นเพลิงที่ ๑ นั่นก็เป็นเพราะครูมีรายรับที่ค่อนข้างต่ํา เมื่อเทียบกับรายจ่ายที่สูงกว่าวิชาชีพอื่น รายจ่ายที่ว่าก็ เช่น ค่าเสื้อกิจกรรม ค่าเสื้อกีฬาสี ค่าสื่อการสอน ค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนต่าง ๆ ที่ครูเบิกไม่ได้ แต่ต้นเพลิงที่ ๒ ซึ่งเป็นต้นเพลิง ที่สําคัญและเป็นสาเหตุหลักของหนี้สินครู นั่นก็คือด้วยความที่ครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ แต่ความมีเกียรติก็เหมือนดาบสองคม ความมีเกียรติมาคู่กับภาพลักษณ์ที่ต้องรักษา ครูจึง จําต้องเป็นนกน้อยทํารังเกินตัว ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ โรงเรียนของลูก รวมทั้งภาษีสังคม ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซองงานบุญ งานบวช งานแต่ง ที่ไม่ใส่ก็ไม่ได้ แต่พอใส่แล้วสิ้นเดือน เป็นอย่างไรครับ หน้ามืด ถามว่าเพราะทําไม ก็เพราะว่าย้อนกลับไปเรื่องของครูบังอร ที่ผมได้พูดมา ยังไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรเลย ลําพังแค่ค่าบ้าน รถ อาหาร ก็ติดลบแล้ว ๒,๐๐๐ กว่าบาท มาเจอค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาเจอภาษีสังคม แน่นอนวงเวียนชีวิตของครูบังอร และครูต่าง ๆ ทั่วประเทศอีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็เลยอยู่ในวงจรของการกู้ ค้ํา โปะ กู้คืออะไรก็วนกู้ เวียนค้ํา แล้วก็วิ่งโปะ ท่านประธานทราบไหมครับว่าในประเทศไทย แหล่งเงินกู้ในระบบที่ปล่อยกู้ง่ายที่สุดคือที่ไหน จากข้อมูลสถิติแหล่งเงินกู้ในระบบที่ปล่อยกู้ ง่ายที่สุดก็คือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีอยู่ ๑๐๙ แห่งทั่วประเทศ นั่นก็เป็นเพราะครู เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นอาชีพที่มั่นคง ความเสี่ยงต่ํา จนไม่แปลกอะไรที่หนี้สินของสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูจึงสูงถึง ณ เวลานี้นะครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับวันที่ญัตตินี้ยื่น เข้าสู่สภาในตอนนั้น เพิ่มมาแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เลยทําให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู มีลักษณะผิดแผกจากสหกรณ์อื่นทั่วไป คือเป็นลักษณะสหกรณ์ที่ขาดดุล หรือขออนุญาต ใช้คําภาษาอังกฤษว่าเป็นสหกรณ์เดฟฟิซิต (Deficit) นั่นก็คือมีผู้มากู้มากกว่าผู้มาฝาก เรื่องนี้ เป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไขครับ ถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ในสมัยที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคประชาธิปัตย์ ท่านได้ริเริ่มอนุมัติมติ ครม. วงเงิน ๕๐๐ ล้านบาทในการที่จะเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ในการ แก้ไขปัญหาหนี้สินครู จนนําไปสู่โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ๓ ฝ่ายนั่นก็คือกระทรวงศึกษาธิการ ธนาคารออมสิน แล้วก็ กลุ่มผู้แทนครู ซึ่งก็ต้องนับว่าตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา แล้วก็เป็นการแก้ปัญหา ในวงกว้างได้ระดับหนึ่งทีนี้ในส่วนของผม ผมมีข้อเสนอแนะอยู่ ๒ มิติ ในเบื้องต้นและหวังว่า ข้อเสนอแนะของผมจะได้รับนําไปถกแถลงเชิงลึกในชั้นกรรมาธิการ ๒ มิติที่ว่ามีอะไรบ้าง มิติแรก เป็นมิติด้านนโยบายการเงินการคลังมีอยู่ ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของ การปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะใช้ตัวแบบจากสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) ต่าง ๆ ซึ่งภาครัฐได้นํามาใช้แล้วในภาคส่วนต่าง ๆ ในส่วนของประเด็นที่ ๒ คือการปรับเงื่อนไข เงื่อนไขที่ว่าคือเงื่อนไขการปล่อยกู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้มงวดในเรื่องของการวนค้ํา วนค้ํา อย่างไร อย่างเช่น ก กู้ ให้ ข มาค้ํา พอ ข กู้ ก็ให้ ก กลับมาค้ํา ทีนี้พอใครคนหนึ่งมีปัญหา ก็ล้มพังเป็นโดมิโน (Domino) พังเป็นวงจร ประเด็นที่ ๓ คือนําหนี้จากนอกระบบเข้ามาสู่ ในระบบ แน่นอนเรื่องนี้พูดง่าย ทํายาก ดังนั้นลําพังให้ครูทําอย่างเดียวไม่พอ ภาครัฐ ต้องเข้าไปแทรกแซง ต้องเข้าไปช่วยแก้ไข นั่นคือมิติด้านการเงินการคลัง🔗

อีกมิติหนึ่ง ก็คือมิติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผมคิดว่าเวลานี้ถึงเวลาแล้ว จําเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง นั่นก็คือเรื่องของ วินัยการเงินการคลังและทักษะทางการเงิน ทักษะทางการเงินที่ว่านั้นก็คือการวางแผน การเงิน การออมและการยับยั้งชั่งใจ และเมื่อครูได้รับการพัฒนาทักษะนี้แล้ว ทักษะนี้ ย่อมสะท้อนเข้าไปสู่ห้องเรียน เข้าไปสู่นักเรียน และเมื่อครูได้รับการเพิ่มพูนทักษะทางด้าน การเงินการคลัง และทักษะอื่น ๆ แล้ว เราก็มาพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นของครู สุดท้ายครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อาจเป็นเพียงอานิสงส์หรือผลพลอยได้ของเรื่องนี้ แต่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่ประเทศนี้กําลังต้องการ นั่นก็คือถ้าสมการชีวิตครูไม่ต้องวนเวียนอยู่กับการ ชักหน้าให้ถึงหลังอีกต่อไป ไม่ต้องห่วงอยู่กับดอกเบี้ยเงินกู้อีกต่อไป ก็เท่ากับเป็นการคืนครู สู่ห้องเรียน เป็นการสร้างดอกผลทางการศึกษาอย่างแท้จริง ให้สมการชีวิตครู สมการหนี้ครู หมดไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ เชิญครับ แล้วตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อาชีพครูเป็นอาชีพที่น่าเห็นใจ เป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่จริงอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีรายได้โดยสุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมด นะครับ รายได้มีทางเดียวเท่านั้นมาในทางเดียวคือเงินเดือนเป็นรายได้ประจําเพียงเท่านั้น ไม่มีรายได้ทางอื่นในวิชาชีพของตน ไม่มีเลย ถ้าหากรายได้ไม่พอก็มีหนทางเดียวก็ต้องไป ทํางานเพิ่มมีรายได้เสริมในทางอื่น เช่นรับจ้างสอนพิเศษอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอาชีพครู เป็นอาชีพที่น่าเห็นใจ เป็นอาชีพที่มีรายได้ทางเดียวจริง ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเมื่อเกิด ปัญหาเรื่องหนี้สินครูก็มักจะมีการแก้ปัญหาด้วยการให้กู้เพิ่ม มีการให้เพิ่มหนี้ เป็นการ เพิ่มหนี้ ซึ่งการเพิ่มหนี้จะว่าไม่ดีเสียทีเดียวก็คงไม่ใช่ ถ้าหากมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถชดเชย ดอกเบี้ยได้มากขึ้น ก็อาจจะแก้ปัญหาได้ แต่อย่างที่ผมเรียนท่านประธานไปอาชีพครูนี้ เป็นรายได้ทางเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นการกู้เพิ่มส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างภาระเพิ่มขึ้น ในอนาคต ผมเลยมีข้อเสนอนะครับท่านประธาน ข้อเสนอนี้ไปยังคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้น ผมเสนอว่าควรเพิ่มรายได้ให้ครูให้มีสิทธิเท่าทหารก็จะแก้ปัญหาได้ ในวิกฤตการณ์โควิด (COVID) นี้ วันนั้นในวันที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้ ผมก็กราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีตรงนี้ และท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการตอบผม ทหารมีเบี้ยเลี้ยงจากการออกไปปฏิบัติหน้าที่ ๔๖๐ บาทต่อวันต่อคน มีค่าเสี่ยงภัย ๑,๐๐๐ บาทต่อวันต่อคน ก็เป็นรายได้ ๑,๔๖๐ บาทต่อวันต่อคน ถ้า ๓๐ วัน ก็ ๔๕,๐๐๐ บาท ถ้าให้ครูมีรายได้จากค่าเสี่ยงภัยในสถานการณ์ที่จะต้องไปสอนนักเรียนในช่วงโควิด (COVID) นี้ ก็จะได้เดือนละ ๔,๕๐๐บาท ไม่กี่เดือนก็แก้ปัญหาได้ ผมเชื่อว่าหนี้สินครูจะแก้ได้ แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ให้อยู่บ้านหลวงด้วยจะแก้ได้ ก็ไม่ต้องไปผ่อนบ้าน เกษียณแล้วก็ อยู่ต่อไป ไม่ต้องไปผ่อนบ้าน อย่างนี้จะแก้ปัญหาหนี้สินครูได้อย่างแน่นอน เพิ่มอีกนิด ท่านประธานครับ มีบํานาญทวีคูณด้วยช่วงสถานการณ์นี้ เหมือนทหาร ผมเชื่อว่าใน ๓ เดือน ครูจะปลดหนี้ได้ทั้งประเทศครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเพียงสั้น ๆ เท่าที่อยากจะพูด เท่านี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ตามด้วยท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย ในการที่ทางสภาของเราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหา หนี้สินครู ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิรูปประเทศทางด้านการศึกษาด้วย ก็มีหลายญัตติที่เพื่อน สมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ยื่นเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นได้พิจารณาในการที่จะตั้ง หรือไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของการศึกษาแล้วก็หนี้สินครู ท่านประธานเราปฏิเสธไม่ได้ว่าหนี้สินครูนั้นส่งผลกระทบต่อคุณภาพทางการศึกษา แล้วก็ เกี่ยวเนื่องในเรื่องของการปฏิรูปทางการศึกษา ผมเองอยากจะฝากประเด็นเรื่องของปัญหา ทางการศึกษาแล้วก็หนี้สินครูไว้ ๒ ประเด็น เพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาแห่งนี้ ได้ตั้งขึ้นเพื่อรับไปพิจารณาในการที่จะแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษา แล้วก็หนี้สินครูให้กับ บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงได้แก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศ🔗

เรื่องแรก เราเห็นว่าวันนี้ในกลุ่มข้าราชการในสายตุลาการ เราก็จะเห็นว่า เรามีการเพิ่มเงินเดือนมากกว่าข้าราชการพลเรือนในกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ เนื่องจาก เราต้องการผลสัมฤทธิ์ในเรื่องของความเที่ยงธรรม ความสุจริตในการที่จะตัดสินคดี ก็ทําให้ เรามีการเพิ่มรายได้เงินเดือนหรือเงินประจําตําแหน่งต่าง ๆ ให้กับตุลาการบ้าง ให้กับทาง อัยการบ้าง เพื่อที่เราจะได้รับความยุติธรรมในเรื่องของการตัดสินคดีเพื่อป้องกัน การวิ่งเต้น เรื่องของเงินนอกระบบเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม อันนี้ก็เป็นการแก้ปัญหา ที่ถูกต้องที่ทางราชการจะได้ดูแลบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม แต่อาชีพครูเป็นอาชีพหนึ่ง ที่ไม่มีเงินนอกระบบมาจุนเจือ เพราะว่าด้วยลักษณะของอาชีพแล้วต้องสอนหนังสือ ทําให้ครูนั้นก็ต้องหันเหไปทําอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขายประกันบ้าง การขายตรงบ้าง การขายในระบบเอ็มแอลเอ็ม (MLM) บ้าง ขายสินค้าอื่นบ้าง ฉะนั้นคุณภาพ ทางการศึกษาจึงตกลง เนื่องจากครูนั้นไม่ได้มีสมาธิในการที่จะไปจัดการเรียนการสอนให้กับ นักเรียนนักศึกษาอย่างเดียว เพราะว่าก็ต้องมาดูปากท้องของตัวเองด้วย ปากท้องของ ครอบครัวด้วย เนื่องจากรายได้ที่ทางราชการอุดหนุนไปนั้นไม่เพียงพอ จึงทําให้มีช่วงหนึ่ง ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้พิจารณาเรื่องของการปรับเพิ่มเงินวิทยฐานะเพื่อแก้ไขปัญหา ในวงการข้าราชการครูหรือข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของเงินวิทยฐานะ เพื่อที่จะให้ครูนั้นได้มีรายได้เพิ่ม ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแก้ไขปัญหาได้ดีในระดับหนึ่งในการ เพิ่มรายได้ให้กับบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ แต่ท่านประธานครับ ก็ยังมีข้าราชการหรือบุคลากรทางการศึกษาที่สังกัดหน่วยงานอื่นอีก ที่ผมจะพูดในประเด็นที่ ๒ ต่อไปที่ไม่ได้สังกัดในกระทรวงศึกษาธิการที่ยังอยู่นอกกฎเกณฑ์ ที่ทางรัฐบาลดําเนินการ กลับมาถึงประเด็นเรื่องของการดูแลรายได้ให้กับครู เมื่อครูนั้น เงินเดือนหรือรายได้ไม่พอก็ต้องไปทําอาชีพอื่นที่เป็นอาชีพเสริม ทําให้เวลาที่จะไปให้กับ ลูกศิษย์หรือเยาวชนของเรานั้นลดน้อยถอยลงไปก็ส่งผลเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา ก็จะทําให้ผลสัมฤทธิ์ในการดูแลหรือให้การเรียนการสอนกับเยาวชนนั้นเป็นไปด้วยปัญหา เป็นไปด้วยอุปสรรค เพราะอะไร เพราะว่าวันนี้ตัวชี้วัดหลายตัว วันนี้เยาวชนของไทยเรานั้น ได้รับการเรียนการสอนอยู่ในระดับท้าย ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ก็คือคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน คุณภาพของเยาวชนของเราในเรื่องของการศึกษา ก็ต้องยอมรับครับว่าเป็นปัญหามาจากรากเหง้าในเรื่องของหนี้สินครูด้วยเป็นปัญหาหนึ่ง ส่วนปัญหาอื่น ๆ ก็มีประกอบรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณบ้าง ปัญหาเรื่องของระบบราชการบ้าง ปัญหาเรื่องของการจัดการเรียนการสอนอื่น ๆ บ้าง ก็รวบรวมกันมา แต่ปัญหาหนี้สินครูนั้นก็ถือว่าเป็นปัญหาที่สําคัญปัญหาหนึ่งที่ผมอยากจะให้ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นนั้นได้ศึกษา แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับบุคลาการ ทางการศึกษา อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมจะได้กราบเรียนท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรก็ได้ลงพื้นที่ตลอดระยะเวลา ก่อนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ๖ ปี แล้ววันนี้เป็นผู้แทนราษฎรมาปีกว่า ท่านประธาน ๗ ปีนั้นได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสสถานศึกษาในเขตจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะที่เขตอําเภอบ้านโป่ง อําเภอบ้านโป่งนั้นมีสถานศึกษาหลากหลายประเภทครับ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยพยาบาล วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยเทคนิค โรงเรียนที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนที่สังกัดสํานักพุทธศาสนาแห่งชาติ โรงเรียนที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งโรงเรียนหรือสถานศึกษาเหล่านั้นมีบุคลากรที่สังกัดหรือจัดการเรียนการสอน ทุกโรงเรียนนั้น ได้รับการดูแลที่ไม่เหมือนกัน แตกต่างกัน ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ที่บอกว่าอยากให้ทางสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ดู เฉพาะบุคลากรทางด้านการศึกษาที่อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการอย่างเดียว ยังมี ๑. บุคลากร ทางด้านการศึกษาที่สังกัดโรงเรียนเอกชน ๒. ที่สังกัดหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเช่น ครูที่ดูเด็กเล็กในสถานศึกษาที่ดูแลเยาวชนก่อนวัยเรียน ๓. ก็คือหน่วยงาน หรือโรงเรียนที่สังกัดสํานักพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่จัดการเรียนการสอน ซึ่งมีเด็ก หลายพันคนที่เขตอําเภอบ้านโป่งอย่างเช่นโรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” ๔. โรงเรียนที่สังกัดสถานศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งก็มีปัญหาเรื่องครูอัตราจ้างที่วันนี้รายได้ น้อยมากครับท่านประธาน เดือนหนึ่งยังไม่ถึงหมื่นบาทเลยครับครูอัตราจ้าง เพราะคิดตาม รายหัวของนักศึกษาที่เข้าไปเรียนในวิทยาลัยเทคนิค ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาสําคัญ เมื่อครูนั้น มีรายได้ไม่เพียงพอ อย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานในประเด็นที่หนึ่ง ครูก็ต้องไปหา อาชีพเสริมไปหางานทํานอกเวลาทําให้เวลาหรือการทุ่มเทในการจัดการเรียนการสอนนั้น ลดน้อยถอยลงไปก็ส่งผลถึงคุณภาพทางการศึกษาของเยาวชนของเรา ฉะนั้นจึงเห็นด้วยครับ ที่จะได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู แต่อยากให้ดูสถาบันการศึกษา อื่น ๆ ที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการด้วย อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วในขั้นต้น ก็ขอให้ทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญได้รับข้อมูลของผมไป แล้วก็แนวคิด แล้วก็ความเห็นข้อสังเกต เพื่อไปดําเนินการศึกษาและแก้ไขปัญหาให้กับทางบุคลากรทางการศึกษาในครั้งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรากําลังพูดถึง เรื่องการที่จะสร้างสวัสดิการให้แก่ครู แต่เราเน้นไปที่เรื่องการแก้ปัญหาหนี้สิน จากตัวเลข ใคร ๆ ก็พูดแต่ไม่มีคนชี้ถึงความเด่นความดีของครู ท่านประธานครับ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ครูที่หลายคนพูดคือ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้เกิดจากกองทุนสวัสดิการของ ช.พ.ค. ช.พ.ส. ที่เขาค้ําประกัน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่าถ้าตัวเลขนี้ถูกก็คือ ๑.๒ ล้านล้านบาท ครูเป็นหนี้ เพราะการสะสมเงินของตัวเอง นี่คือข้อเด่นที่ใครทําไม่ได้ กองทุน ช.พ.ค. สวัสดิการที่กู้เงินจากธนาคารกรุงไทยครั้งแรก ต่อไปกู้จากธนาคารออมสิน แล้วมีเงินส่วนต่าง ที่ธนาคารคืนให้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้สร้างคุณูปการให้แก่องค์กรครู หรือสมาชิกครูทั่วประเทศมหาศาล ไม่มีองค์กรฌาปนกิจใดที่ทําได้เวลานี้ สกสค. ทําเกี่ยวกับ เรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการ ท่านประธานทราบไหมครับว่าตัวเลขโดยประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ได้มาจากธนาคารออมสินได้ตอบแทนกับโครงการนี้ ต้องยกย่องกรรมการที่คิดเรื่องนี้ ถึงแม้ส่วนหนึ่งเขาจะถูกพิจารณาว่าผิดพลาด แล้วได้รับโทษกัน แต่ว่าส่วนดีต้องพูดถึง เขาสามารถได้เงินจากการกู้ยืมของครูมารวมกันทั่วประเทศ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานรู้ไหมครับว่าเขาสร้างอะไร เขาสร้างสํานักงาน สกสค. ๗๖ จังหวัด จ้างข้าราชการไปดูแลเรื่องฌาปนกิจ ๗๖ จังหวัด ผู้อํานวยการ สกสค. ทุกจังหวัด รับเงินจากกองทุนนี้ นี่คือสิ่งที่ครูแก้ปัญหาเอง สร้างหนี้สินที่เขาสร้างขึ้น สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ท่านทราบไหมครับว่าดอกเบี้ยทุกบาทที่เขาใช้เขาได้เฉลี่ยคืน เป็นการลงทุนของเขา ของกลุ่มครู เพราะฉะนั้นหนี้ ๑.๒ ล้านล้านบาท เป็นหนี้ที่เขามีหลักประกันของเขาเอง เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นในวงวิชาชีพครูเองทั่วประเทศ เป็นฌาปนกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วมั่นคงที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกแก่สังคม ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องเป็นหนี้ ใครเป็นหนี้ทั้งนั้นแหละครับ ผมพูดอยู่ก็เป็นหนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นหนี้ ที่อภิปรายมาทั้งหมดนี่ก็เป็นหนี้ ไม่รู้ว่าจะแก้ให้ตัวเองได้หรือเปล่าด้วยซ้ํา และคิดจะแก้ ให้ครูนี่ ผมฝากด้วยครับ ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่คิดจะแก้ ๑. ตั้งธนาคารครูเลย เวลานี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพร้อมที่จะยืมเงินจากธนาคารครูดอกเบี้ยถูก ไปกระจายไม่ต่ํากว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งเลย รัฐบาลไหนจะตั้งให้ตั้งเลย แล้วก็ดอกเบี้ยต่ํา ทําไปสิครับ เวลานี้ ดอกเบี้ยสภาพคล่องล้นธนาคารของรัฐ ไม่ว่า ธ.ก.ส. หรือธนาคารออมสิน เอาไปตั้งเลย ธนาคารครู วันนี้พรุ่งนี้เลย ตั้งเร็วเท่าไรดีเท่านั้น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาจากครูที่เป็นหนี้ แต่มันคือกองทุนสวัสดิการ สนับสนุน ส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการครู ช.พ.ค. ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปไหนบ้างครับ ๑๐๐ ล้านบาท ไปสมัยอดีตรัฐมนตรี บอกว่าไปช่วย ครูท้องถิ่น ก็เอาจากที่เขาทํามานี่ เสร็จแล้วก็มีโครงการที่ช่วยเหลือสมาชิกซึ่งไม่ได้ชําระหนี้ ก็ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้อยู่ที่ธนาคารออมสิน ก็หนี้เขา เงินเขา เขาบริหารจัดการได้ ต้องยกย่อง ถือว่าเลิศแล้ว ท่านประธานครับ เสร็จแล้วเวลานี้จาก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีคนเอาไป ให้องค์การค้าคุรุสภากู้ จนถึงปัจจุบันนี้กู้ประมาณ ๒,๕๕๘ ล้านบาท องค์การค้าคุรุสภา เกิดจากกระทรวงศึกษาธิการทําแล้วเป็นหนี้ หนี้ หนี้มาตลอด ผมรู้ดีครับ เสร็จแล้วไม่มีใคร ให้ยืมเงินหรอก แต่ตอนนี้ใช้อํานาจเอาจากโครงการนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เอาของเขาไปแล้ว ๓,๒๐๐ ล้านบาท ไม่รู้จะใช้เมื่อไร ยิ่งกว่านั้นเป็นบาปอย่างยิ่งใครจะแก้ได้ สมัยหลังนี่พากัน ยุบกองทุน ข้อหาว่ากรรมการบริหารเอาไปซื้อหุ้นบริษัท หนองคายน่าอยู่ จํากัด บ้าง ๘๐๐ ล้านบาท แล้วก็เอาไปใช้จ่ายในโครงการอะไรของบริษัทบิลเลี่ยนนี่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท บอกว่าไม่ถูก ไม่ถูกก็ไม่ถูกสิครับ กรรมการที่ทําผิดก็ลงโทษสิ หาหลักฐานไปลงโทษเขา ทําไม ต้องมายุบกองทุนของครู ท่านประธานครับ ถ้าได้คณะกรรมาธิการวิสามัญนี่ไปเอาเงินคืนมาให้ ครูหน่อย ใช้อํานาจบาตรใหญ่เอาเงินครูไป ไปเอาเงินครูมาก่อนประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาของเขาไป แล้วก็ยุบกองทุนเขา เวลานี้ไปตั้งเป็นกองทุนอยู่ สกสค. สํานักงานใหญ่ จะใช้ อะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับครูก็ได้ บาปนี้ฝากกรรมาธิการที่ท่านเก่ง ๆ ทั้งหลาย ที่จะบอกว่า ช่วยหนี้ครูนี่ไปช่วยเอาเงินครูมาก่อน เอามาแล้วก็ตั้งกองทุนคืน ส่วนการกู้ยืมนี่ชัดเจนอยู่แล้ว ยืมเงินตัวเองในอนาคตมันผิดอะไร บริหารนะ เสร็จแล้วยืมมาเขาบอกประกันหนี้ แล้วก็ ประกันชีวิตพร้อมกัน ไปศึกษาหน่อย ไม่ใช่ว่าไม่ศึกษา พูดแล้วทําให้เขาเสียหายอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าสิ่งที่ครูทํา ครูพยายามแก้ปัญหาให้เขาเองใน สกสค. ในอดีตนั้น ถูกต้องแล้ว แต่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นมาผมไม่แน่ใจในความถูกต้อง การใช้อํานาจบาตรใหญ่ ยุบกองทุนนี้ของครู การเอาเงินของครูเป็นพัน ๆ ล้านบาท ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้หนี้ องค์การค้าคุรุสภาซึ่งไม่เคยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ตั้งมา เวลานี้เอาเงินครูไป เมื่อไรจะเอาคืน เอาคืนมาก่อน เสร็จแล้วค่อยมาพูดเรื่องอื่น เอาความชอบธรรมคืนมาให้ครูทั่วประเทศ นั่นคือสิ่งที่ผมจะฝากไว้สําหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปทําเรื่องนี้ ทําให้มันเด็ดขาด เอาเงินครูมาก่อน ตั้งธนาคารครู จบ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรองศาสตราจารย์รงค์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินครู ทั้ง ๙ ญัตติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งญัตติของอาจารย์เกษม หรือผู้อํานวยการเกษม ศุภรานนท์ อดีตผู้อํานวยการโรงเรียนอนุบาลจังหวัดนครราชสีมา จากพรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสภาแห่งนี้ ต้องการที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาหนี้ครู อย่างน้อยที่สุดครูเป็นกลไกสําคัญของรัฐ เขาเรียกกลไกในการสร้างเสริมอุดมการณ์ เพราะครูเป็นตัวแปรต้น ถ้าครูดีลูกศิษย์ดี ถ้าครูเรามีความมั่นคงลูกศิษย์เรามีความมั่นคง ครูจึงเป็นโพรเฟสชันนัล (Professional) หรือเป็นวิชาชีพชั้นสูง เพราะฉะนั้นความเป็น วิชาชีพชั้นสูงอันนี้นโยบายแห่งรัฐก็ดี ในการปฏิรูปประเทศ หรือแม้กระทั่งนโยบายรัฐบาล จึงเน้นการเป็นครูมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่ม เสริม เติมจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องสําคัญในการที่จะไปเสริมเติมจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู แต่ญัตติ วันนี้เป็นญัตติแห่งหนี้ ผมคิดว่าหนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะมีนัยสําคัญต่อการเป็นจิตวิญญาณครู ที่สภาแห่งนี้จะตั้งกรรมาธิการ ผมจึงขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและเสนอในชั้นกรรมาธิการที่จะ เกิดขึ้นให้ช่วยพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินครูดังนี้🔗

เรื่องแรก เวลาเราพูดถึงหนี้พูดเป็นก้อน ๆ แต่ผมอยากให้แยกเป็นประเภท ของครูที่เป็นหนี้ครับ ตัวแปรแห่งความเป็นครูที่เป็นหนี้ ลองดูครับ ครูที่บรรจุในทศวรรษ ๒๕๒๐ คือรุ่นผม รุ่นอาจารย์เกษมจะบรรจุช่วงนั้นแหละครับ ตัวแปรอีกตัวหนึ่งคือครูบรรจุหลัง พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่ แล้วก็ครูที่บรรจุช่วงหลัง ๆ ดูว่า มีลักษณะแตกต่างอย่างไร นั่นตัวแปรในการไปดูหนี้สินครู อันที่ ๒ ครูกับการสังกัด ท่านประธานไปดูนะครับ ครูสังกัด สพฐ. คือประถมศึกษา ครูสังกัด สช. เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านได้พูดไปแล้ว ครูสังกัดเทศบาลหรือท้องถิ่น ครูสังกัดอื่น ๆ เช่น กรมศาสนา เรื่องโรงเรียนของพระอะไรพวกนี้ซึ่งมีมากมาย ครูสังกัดกรมอาชีวศึกษา ลองไปดูครับ ตัวแปรเหล่านี้ถ้าหากเราทําตัวแปรอย่างละเอียดก็จะทําให้เห็นถึงแนวทาง ในการแก้ได้ ประเด็นตัวมาตัวแปรก็ครูที่ไหน พักอยู่ในชนบทไหม พักอยู่ในเมืองไหม สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตัวแปรสําคัญที่จะทําให้กรรมาธิการฝากว่าท่านลองไปดูลึก ๆ และจะได้เห็น ไม่ใช่มองเฉพาะ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มองลงลึกถึงประเภทของครูว่าเราเป็นหนี้สิน อย่างไร เพราะผมเชื่ออย่างนี้ว่าครูเป็นหนี้แต่ไม่ใช่หนี้วิกฤติ สําหรับผมนะครับ เป็นหนี้ปกติ ผมก็เป็นครูมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้วเพิ่งเกษียณออกมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ครูแต่ละคนเป็นหนี้จริง แต่เป็นหนี้ที่ไปเสริมสร้างทรัพย์สินของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ ครูกู้เงินสหกรณ์ไปส่งลูกให้เรียน ครูไปกู้กับธนวัฏของธนาคารกรุงไทย ก็ไปทําเรื่อง อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการดําเนินชีวิตประจําวันส่งให้ลูกเรียน ครูยังมีหุ้นอยู่ในหลาย ๆ ที่ ครูทางปักษ์ใต้บ้านผมมีสวนยางมาก มีสวนปาล์มก็เยอะ ในสมัย กุ้งกุลาดําก็มีกุ้งกุลาดําก็แยะ เพราะฉะนั้นครูจึงเป็นหนี้แต่ผมคิดว่ายังไม่หนี้ปกตินะครับ🔗

ประการต่อมา ข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการก็คือว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เมื่อสักครู่สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านพูดนะครับ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นกระบวนการ สวัสดิการทางสังคม นั่นหมายถึงครูเขาร่วมจิตร่วมใจกันตั้งองค์กรหรือสถาบันการเงินของเขา พัฒนาและบริหารของเขา ไปดูหน่อยนะครับว่าควรจะพัฒนาให้สถาบันแห่งนี้เติมเข้าไป อย่างไร ถ้ารัฐจะเข้าไปแทรกแซงจะแทรกแซงอย่างไร จากเดิมเป็นลักษณะสวัสดิการ ทางสังคมเพราะเขาตั้งขึ้นมาเอง อันต่อมานะครับ ผมคิดว่าเวลาเรื่องพัฒนาหนี้สินครูจะต้อง ไปดูบริบทอื่นด้วย เราจะต้องดูว่าวันนี้โครงสร้างการบริหารตามกฎหมายหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับครูเป็นอยู่อย่างไร ความก้าวหน้าในวิชาชีพครูเป็นอย่างไร รายได้ของผู้ประกอบวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบกับครูหรืออาจารย์ในอุดมศึกษาเป็นอยู่อย่างไร ความมั่นคงของพี่น้องครูเราเป็นอย่างไร สภาพการสอน สภาพการทํางานเป็นอย่างไร ค่าตอบแทนเป็นอย่างไร รวมจนถึงความก้าวหน้าในวิชาชีพของเขาเป็นอย่างไร อันนี้ อยากจะฝากไปยังชั้นกรรมาธิการว่าไปดู อย่าไปดูแต่หนี้สินลอย ๆ แต่ไปดูในบริบท อื่น ๆ ด้วย เพราะวันนี้เวลาพูดถึงครูหรือผลทางการศึกษาเราก็ถูกกระเซ้าเย้าแหย่ว่า การศึกษาของเราในเชิงเปรียบเทียบกับอาเซียน (ASEAN) เรามีปัญหา ทีนี้เวลามีปัญหา ไม่ใช่ไปตําหนิติโทษลงที่หนี้สินอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นบริบทสําคัญด้วยนะครับ🔗

ประการสุดท้าย ผมคิดว่าเวลาตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เวลาไม่มาก แต่มี เอกสารเก่า เอกสารอื่น งานวิจัย ผลการศึกษาที่หน่วยงานอื่น สถาบันอื่นได้ทําไว้แล้ว มหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับผลิตครู คณะที่เกี่ยวกับผลิตครู หรือองค์กรที่เกี่ยวกับครู คุรุสภาก็ดี หรือทางคนที่ศึกษาไม่ว่าระดับเป็นผลการศึกษาเพื่อขอรับปริญญาก็ดี เพื่อความก้าวหน้าก็ดี สิ่งเหล่านี้มีข้อมูลพื้นฐาน ผมคิดว่าผมมีประสบการณ์ในการทําเรื่องหนี้สินครูมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ มีเอกสารเหล่านั้น กรรมาธิการชุดนี้ไม่ควรจะตั้งต้นจากศูนย์ แต่ควรจะทอปอัป (Top up) จาก ๕๐ เป็น ๖๐ เป็น ๗๐ เป็น ๘๐ เพราะมีข้อมูลพื้นฐานที่จะทําให้กรรมาธิการ สะดวก คล่องตัว แล้วใช้ผลการศึกษาเหล่านั้นนําไปสู่การวางแผนเพื่อแก้ปัญหาอย่างเจาะลึก คาดหวังมากครับท่านประธาน ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพครู คาดหวังว่าจะได้อ่าน จะได้เห็นข้อเสนอแนะจากกรรมาธิการที่เต็มไปด้วยพลัง เต็มไปด้วย แนวทางที่สร้างสรรค์ เต็มไปด้วยแนวทางที่ชี้ให้เห็นเลยว่าครูเราต่อไปนี้จะเพิ่มจิตวิญญาณครู และเป็นกลไกสําคัญในการเสริมสร้างอุดมการณ์ให้กับเยาวชนของเรา ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่ยื่นความจํานงอภิปรายก็หมดไปนะครับ แต่ว่าได้มี ท่านสมาชิกที่เป็นเจ้าของญัตติยื่นความจํานงขอใช้สิทธิอภิปรายสรุปอยู่จํานวน ๕ ท่าน มีท่านปรีดา บุญเพลิง ญัตติที่ ๕.๑ ท่านสําลี รักสุทธี ญัตติที่ ๕.๒ ท่านเกษม ศุภรานนท์ ญัตติ ๕.๕ ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ญัตติที่ ๕.๖ และท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ญัตติที่ ๕.๗ สืบเนื่องจากที่ท่านสมาชิกเราก็ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่สัปดาห์ ที่แล้วรวมถึงวันนี้ด้วยนะครับ ฉะนั้นผมจึงขอท่านเจ้าของญัตติที่จะใช้สิทธิอภิปรายสรุป ขอให้ใช้สิทธิได้ประมาณไม่เกินท่านละ ๕ นาที เพื่อที่จะได้รีบตั้งกรรมาธิการและไปศึกษา แก้ไขปัญหาเร่งด่วนต่อไป เชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ปรีดา บุญเพลิง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน จากที่ผมได้เสนอญัตติให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้เสนอญัตตินี้ด้วยเหตุผลสําคัญหลายประการ ที่ทุกท่านกล่าวมาแล้ว ก็ต้องขอขอบพระคุณที่ทุกท่านได้เข้าใจครู และทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ โดยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าทําไมต้องเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไข เฉพาะปัญหาหนี้สินครูเท่านั้น ผมทราบดีครับ ความจริงไม่ใช่เฉพาะครูเท่านั้นที่เป็นหนี้ ยังมีพี่น้องเกษตรกร ข้าราชการทุกสังกัด พี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ก็ยังเป็นหนี้ กยศ. แต่ที่กระผมได้หยิบยกเอาปัญหาหนี้สินครูเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในครั้งนี้ เพื่อเสนอญัตติพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้น เพราะอาชีพครูเป็นอาชีพที่สําคัญในการพัฒนาคน ให้มีคุณภาพ ในทุกช่วงวัย เพื่อให้คนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ให้สามารถมาพัฒนา สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา และวัฒนธรรมให้เจริญรุ่งเรืองได้ดังคํากล่าวที่ว่า ครูสร้างคน ประชาชนสร้างชาติ พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพ พี่น้องข้าราชการ ทุกสังกัด รวมถึงท่านประธานและพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ก็มีครู คอยอบรมสั่งสอนมาด้วยกันทุกคน ดังนั้นผมจึงได้เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหา เร่งด่วนด้านการแก้ปัญหาหนี้สินครู เพื่อสร้างเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบ ทุกสาขาอาชีพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีขวัญกําลังใจที่ดี ในการประกอบอาชีพ มีความกินดีอยู่ดี มีความสุขในการดํารงชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงพระราชทานให้แก่พวกเรา ซึ่งผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน ให้ความสําคัญในเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจังและแก้ไขอย่างเป็น ระบบ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผมมั่นใจว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษาทุกสังกัดจะสําเร็จแน่นอน ในยุครัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับครูและบุคลากรทางการศึกษา เอาใจใส่ในเรื่อง การแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจัง และสามารถนํามาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน อย่างเป็นระบบ ให้กับข้าราชการสังกัดหน่วยงานอื่น และพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพได้ รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ที่กู้เงิน กยศ. ด้วย ซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมต่อการพัฒนาประเทศ เมื่อครู ข้าราชการสังกัดหน่วยงานอื่น พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า นักเรียน นักศึกษา หมดภาระหนี้สินมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้เพียงพอต่อการดํารงชีพ มีความสุข ประเทศชาติ จะเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติอย่างแน่นอน ผมขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเร่งด่วน ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสําลี รักสุทธี เชิญครับ🔗

นายสําลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสําลี รักสุทธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชาวจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ อาชีพบุญมีอยู่ ๔ อาชีพ ๑. พระหรือหรือผู้นําศาสนา คือผู้ที่สอนคน ให้ทําความดี ๒. ชาวนาคือผู้ปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งโลก ๓. ครูคือผู้สอนคนให้มีความรู้เพื่อไป พัฒนาประเทศชาติ ๔. พยาบาลหรือหมอ คือผู้รักษาคนให้มีสุขภาพที่ดี ครูมาจากคําว่าครุ แปลว่าหนัก และจะหนักมากยิ่งขึ้นเมื่อครูเป็นหนี้ คนที่สอนคนเมื่อมีหรืออยู่ในภาวะที่หนัก จึงเป็นสิ่งที่ถือว่ามีปัญหา อันที่จริงหนี้สินครูนั้นมีมานานแล้วครับ และจะมีหนักมากยิ่งขึ้น ตามความก้าวหน้าของยุคเทคโนโลยีที่เข้ามาย่ํายีคนทั้งโลกอยู่ขณะนี้ครับ กลุ่มครูได้เข้าชื่อกัน เพื่อเรียกร้องให้หลายหน่วยงานแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ธนาคารออมสิน สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่รู้ในนามว่า สกสค. สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ตลอดจนสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่ครูเป็นหนี้ แล้วก็มีการเสนอเข้าไปในกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข สักสถาบันเดียวครับ ครูยังเป็นหนี้สภาพอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แล้วก็จะหนักยิ่งขึ้นตามสภาพ สังคมที่เปลี่ยนไปครับ มิหนําซ้ํา ร้ายกว่านั้นก็คือครูตกอยู่ในสภาพการถูกเอาเปรียบ ในนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ ครับ เหตุดังนั้นจึงทําให้เกิดปฏิญญาสารคาม ซึ่งมีครูกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าชื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูกเอาเปรียบจากการทําสัญญาเงินกู้ ที่ไม่เป็นธรรมจากหลายหน่วยงานที่เป็นเจ้าหนี้ครู ซึ่งสัญญาณเหล่านั้น ครูก็ได้เรียกร้องผ่านสื่อ ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร ผมจะไม่ขอนํามากล่าว ในที่นี่ ท่านประธานครับ จากการที่เราได้พูดคุยกันมา ๒ วัน วันนี้เป็นวันที่ ๒ ซึ่งจะเป็นวันที่ จะสรุป ผมเองพูดในฐานะเป็นเจ้าของญัตติ ผมต้องขอแสดงความยินดีกับเพื่อนครู ทั่วประเทศนะครับ ที่วันนี้ตลอดถึงวันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แล้วเห็นคล้องครับ เห็นคล้อยตาม กับญัตติที่พวกผมเสนอครับ นั่นก็คือต้องการให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหา หนี้สินครูเป็นการจําเพาะ เพราะหนี้สินนั้นมีอยู่หลายฝ่าย หลายองค์กร หลายคน หลายอะไร เราก็พูดกันไปแล้ว ครูนั้นต้องการจะใช้โมเดล (Model) ของการแก้ไขหนี้สินเกษตรกร แล้วก็ จะเป็นโมเดล (Model) ของหน่วยงานอื่น ๆ กลุ่มคนอื่น ๆ ต่อไป ดังนั้นในฐานะที่ผมเป็น เจ้าของญัตติ เป็นผู้เสนอญัตตินี้ร่วมกับคณะต้องขอกราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ได้อภิปราย ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว แล้วก็เห็นคล้อง เห็นคล้อยกับ สิ่งที่พวกผมเสนอและจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่เฉพาะครูนะครับ ต่อประเทศชาติ ต่อลูกศิษย์ ต่อองค์กรต่อการพัฒนาประเทศชาติโดยรวมนะครับ จึงขอกราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านไว้ในโอกาสนี้ ที่เห็นคล้องกับญัตตินี้ และขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุญัตตินี้เข้ามาครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับต่อไปที่ขอสรุป คุณเกษม ศุภรานนท์ เชิญครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งประกอบไปด้วยเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ๙๐ ชุมชน เขตเทศบาล ตําบลโพธิ์กลาง เทศบาลตําบลหนองไผ่ล้อม และ อบต. หนองจะบก ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้กรุณาพูดถึงปัญหาหนี้สินครู ครูเป็นผู้ที่ได้รับ การยกย่องทางสังคมที่สูง และได้รับการยกย่องจากชุมชนเรียกว่าเมื่อบรรจุเป็นครู แล้วครู จะมีสถานะอีกอย่างหนึ่ง แต่ครูที่มีปัญหาที่อยากจะนําเรียนเรื่องหนี้สินนั้น เพราะว่าครูเอง อยู่ในสังคมที่สูงแต่สถานที่ทํางานขาดแคลน หลายคนพูดถึงแยกแยะได้ดี ไม่ว่าจะเป็น ดอกเตอร์รงค์ซึ่งท่านวิเคราะห์ ท่านวิจัยไว้ว่าคุณครูหลากหลาย ทั้งคุณครูมหาวิทยาลัย คุณครูมัธยม คุณครูประถม คุณครูเทศบาล และดอกเตอร์จักรพันธ์ซึ่งท่านได้เรียนชี้แจง ข้อมูลหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ คน สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะนําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการว่าการเป็นหนี้สินของครูนั้นเหตุผลหลัก ๆ จริง ๆ แล้วก็คือครูได้รับ การยกย่องทางสังคมสูง แต่สภาพการทํางานของครูนั้นไม่ค่อยมีความพร้อม โดยเฉพาะ คุณครูประถมของผมขาดแคลน โรงเรียนแห่งหนึ่งไม่มีอะไรเลย ก็จะมีเงินอุดหนุนประมาณ เท่าไร ภาพรวมแล้วก็ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท ค่าน้ําประปา ค่าไฟฟ้าก็หมดแล้วเพราะฉะนั้น คุณครูจะต้องดิ้นรนเพื่อจะสร้างงบประมาณด้วยตนเองนอกเงินงบประมาณ ทอดผ้าป่า สามัคคีบ้าง บางครั้งทอดผ้าป่าสามัคคีก็จะไปมีเรื่องขุ่นเคืองกับพระสงฆ์องค์เจ้า แต่ก็ต้องทํา แต่พระท่านเมตตาเดี๋ยวนี้จะทอดผ้าป่าสามัคคีก็เชิญเถอะเพื่อการศึกษา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ บอกถึงท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้มีเกียรติว่าคุณครูไม่มีความพร้อมเลยในบ้านหลังหนึ่ง ของคุณครู ไม่มีเลย ๔ เอ็ม (4M) ไม่มีเลย ไม่ว่าจะแมตทีเรียล (Material) ไม่ว่าจะเป็นมันนี (Money) ไม่ว่าจะเป็นแมน (Man) ไม่มี เพราะฉะนั้นการจัดการที่มีคุณภาพจะไม่เกิดขึ้น แน่นอน พอดีผมชําเลืองมาเห็นอดีตรัฐมนตรีท่านชินวรณ์ท่านเคยสร้างงบประมาณไปยัง โรงเรียนที่ขาดแคลน เพื่อที่จะสร้างโรงเรียนประจําตําบลให้มีคุณภาพ อันนี้ก็ต้องขอบคุณ ท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย เพราะฉะนั้นปัญหาหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นว่าเป็นหนี้ คือสภาพ ที่คุณครูขาดแคลนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถส่วนตัวก็เขียนว่าเป็นรถหลวง ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ส่วนตัว ของเราหมด ค่าน้ํามันต่าง ๆ นานา สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติครับ ท่านประธานเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสมัยเป็นหนุ่ม ปี ๒๕๒๙ ท่านไปวาง นโยบายไว้ดีหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสคูล เบส เมเนจเมนต์ (School Based Management) ผมเคารพท่านประธานตลอด แต่ยังไม่สมบูรณ์เลย แล้วก็แถมยังมีนโยบายแบบโรงเรียนเป็นนิติบุคคลอีก ซึ่งให้โรงเรียนได้จัดการเอง โรงเรียน ได้พิจารณาเอง อย่ามาคิดแทนเขา อยู่ข้างบนคิดแทน ซื้อโน่นแทน ซื้อนี่แทน เขาไม่ต้องการ หรอกท่านครับ ต้องให้โรงเรียนเขาคิดเอง ทําเอง แล้วก็กําหนดเอง ไม่ว่าจะเป็นโควิด (COVID) ก็เหมือนกัน เขาบริหารจัดการได้ดี ข้างล่าง โดยเฉพาะตัวโรงเรียนเอง เชื่อใจเถอะ ขอให้มั่นใจในตัวคุณครู สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการที่ครูเป็นหนี้เพราะคุณครูเกิดมา บนที่ทํางานที่ไม่สมบูรณ์🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือเรื่องหนี้สินที่เกิดจากการ ทําสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องการกู้ ช.พ.ค. หรือกู้เงินกระดูกมาใช้ก่อนเสียชีวิต โครงการ ๕ โครงการ ๖ และโครงการ ๗ เป็นโครงการที่หักเงินประกันชีวิตไว้ก่อน หักไว้เลย โครงการ ๗ ๑๘๐,๐๐๐ บาท แล้วกี่คน ครู ๔๐๐,๐๐๐ คนเป็นหนี้ โครงการ ๖ อีกเกือบประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วโครงการ ๕ อีก ๑๐,๐๐๐ กว่าประมาณนี้ อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมนําเรียนท่านประธานนี่ก็คือหมดครบพอดี ครบ ๙ ปีพอดี ครบ ๑๐ ปีพอดี แล้วจะเริ่มทําใหม่ สกสค. มารายงานที่คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ เมื่อ ๒ วันนี้ ถ้าเริ่มทําใหม่แล้วยังเริ่มแบบเก่าอีกครูก็จะเป็นหนี้อีก เพราะฉะนั้นฝาก คณะกรรมาธิการที่จะตั้งใหม่ให้ดําเนินการแก้ไขเรื่องสัญญาไม่เป็นธรรมให้กับครูด้วย เรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานประมาณสัก ๑-๒ นาที ก็คือผมอยากจะเสนอ ท่านประธาน หนี้ที่วิกฤติ ท่านประธานครับ พักหนี้เถอะ พักหนี้สัก ๒ ปี สัก ๑ ปี สัก ๓ ปี ให้คุณครูเหล่านี้ที่วิกฤติจริง ๆ ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เขาได้มีโอกาส ได้หายใจ พักหนี้ให้ครูเขาเถอะครับ ส่วนหนี้แบบที่ปกติพอจะแก้ไขได้ก็ไม่เป็นอะไรครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานด้วยความเคารพก็คือ โรงเรียน ที่เป็นโรงเรียนตัวอย่างอีกอันหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการที่อยู่ที่ตําบลแพรกษาไม่มีหนี้ สอน ๓ ภาษา ให้ครูไปดูงานต่างประเทศ โดยเฉพาะคุณครู แล้วก็ ส.ส. ยงยุทธซึ่งท่านเป็น อดีตนายกก็อยู่ที่นั่นด้วย อยากให้เป็นตัวอย่างที่ดีสักโครงการหนึ่ง เดี๋ยวพูดต่อไปไม่มีเรื่องดี ก็จะเครียดกัน เพราะฉะนั้นเรื่องพักหนี้ เรื่องปรับโครงสร้างหนี้ ท่านประธานครับ เมตตา เถอะครับ อย่าปล่อยไปลอย ๆ เลยในการที่เข้ามาสู่สภาในสมัยท่านประธานชวน เป็นประธาน ขอความเมตตาทุกส่วน ขอความกรุณาเถอะครับ ขอให้ช่วยเหลือครู อย่าให้ครู ปล่อยไปเลยนะครับ พักชําระหนี้ครู แล้วแก้โครงสร้างหนี้ครู ให้คุณครูมีเงินเหลือใช้ อย่างน้อยสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย จากญัตติที่ผมเสนอไปเรื่องของหนี้สินครู ซึ่งเป็นรากฐานในการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของการศึกษา ผมอยากสรุปในประเด็นสั้น ๆ ในแง่ของจากประสบการณ์ตรง ที่คลุกคลีอยู่วงการศึกษา แล้วก็การเป็นหนี้เป็นสินของคุณครูนะครับ เพราะปัญหาหนี้สิน เป็นปัญหาที่ทุกรัฐบาลก็ได้พยายามครับ ที่พยายามแก้ไขกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะตั้ง โครงการ ไม่ว่าจะโครงการคลินิกครู ไม่ต่างกับการรักษาร่างกาย หรือโครงการพัฒนา คุณภาพชีวิต โครงการที่จะทําอย่างไรที่คุณครูจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ทุกปัญหานี้ เรามาพูดกันที่ปลายเหตุทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้แก้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะเสนอแนะ ประเด็นที่ว่าทําอย่างไรเราจะแก้ ๑. ปัญหาที่คุณครูอยู่วิกฤติไปแล้ว หรือเป็นหนี้เป็นสิน อยู่ในอาการไข้โคม่า หรือจะทําอย่างไรที่จะแก้ได้ ซึ่งอย่างไร ๆ ก็ตามเป็นหนี้ไปแล้ว ว่ารัฐบาลหรือองค์กรต่าง ๆ ก็ควรจะหันเข้ามา เพราะเป็นเหมือนจุดมะเร็งร้าย อาจจะเป็น จุดเล็ก ๆ เพียงแต่ว่าข้าราชการครูจะถามว่าทุกภาคส่วนเป็นหนี้กันไหม คนทั้งประเทศก็คง เป็นหนี้กันเกือบหมดล่ะครับ แทบจะบอกไม่มีการเว้นระยะ ทุกอาชีพหมด เพียงแต่ว่าคุณครู มีผลกระทบต่อเยาวชนแล้วก็การพัฒนาประเทศชาติโดยตรง ดังนั้นถ้าอยู่ในวิกฤติก็อยากให้ รัฐบาล ที่เห็นชัด ๆ ในภาวะโควิด (COVID) ดอกเบี้ยหล่นในอัตราที่ต่ํา ก็ควรจะมีการ ทําอย่างไรที่จะหาเงินที่มีดอกเบี้ยในราคาต่ํา หรือช่วยคนที่อยู่ในขั้นวิกฤติเป็นกลุ่มเป็นก้อน และปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่นเป็นการรวมหนี้ แล้วก็ต้องเปิดเผยหนี้สินทั้งหมดที่ควรจะเป็นอยู่ ส่วนอื่น ๆ นั้นโดยเฉพาะวันนี้อยากจะขอเสนอแนะในเรื่องสหกรณ์ โดยสหกรณ์ครูที่อยู่ ทั่วประเทศนั้น เรามีทั้งการกู้สามัญ การกู้ฉุกเฉิน กู้พัฒนาคุณภาพชีวิต หรือกู้อื่น ๆ อีกมากมาย จากที่ได้พบปะพูดคุยกันกับเหล่าคณะกรรมการสหกรณ์ครูโดยทั่วไป เหล่ากรรมการครูในภาพที่หัวอกหัวใจจริง ๆ แล้วทุกคนเห็นร่วมกันหมดว่า เป็นการที่ กู้ง่ายแล้วกู้มาก แล้วก็ผ่อนนาน และเข้าถึงง่ายเหลือเกิน ในกลุ่มนี้สําหรับรุ่นเก่า ๆ ครูเก่า ๆ ที่วิกฤติแล้วก็ต้องหาทางแก้กันต่อไป อีกหน่อยเราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่าคงจะไปพูดเป็นรายประเด็น เพราะยาประเภทเดียวหรือวิธีการเดียวคงจะ แก้ปัญหาทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้นก็จะเป็นโอกาสที่ดีครับ แต่ส่วนสําหรับคุณครูใหม่ ๆ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังสหกรณ์ครูทั่วทั้งประเทศ อย่าว่าผมตําหนิติเตียน เพียงแต่ว่า ท่านก็รู้กันอยู่แล้วว่าสหกรณ์ครูนั้น ครูคุณทุกคนเป็นกรรมการเอง รู้ปัญหาครับ เพราะฉะนั้น คนที่รู้ปัญหาก็ต้องเป็นคนที่เข้าใจปัญหาแล้ววางแผนแก้ปัญหา ทําอย่างไรคุณครูใหม่ ๆ หรือจะกู้ใหม่ ๆ ก็ตั้งกฎเกณฑ์กันอยู่แล้วในเรื่องหุ้น มีหุ้นส่วนที่จะถือหุ้นอยู่ก่อน และจะกู้ ขนาดไหน ผมถึงกราบเรียนว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นจากทุกฝ่ายครับ เช่นโดยเฉพาะคุณครูซึ่งเป็นลูกหนี้เองก็ต้องมีกฎเกณฑ์กติกาในการจะกู้ อันนี้เราพูดกันอยู่แล้ว ว่าคุณครูนั้นควรมีวินัยในการเงิน ควรมีจิตสํานึก อันนี้รู้ครับ แต่เมื่อมีโอกาสมาก โดยธรรมชาติ ใครก็อยากกู้ ใครก็อยากจะใช้จ่ายในสิ่งที่ใกล้มือที่สุด ดังนั้นตัวสหกรณ์เองอีก ๑ ฝ่าย ก็ควรจะมีกฎเกณฑ์ กติกาหรือระเบียบ ข้อบังคับและโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาเบื้องต้น ก็ควรจะให้โอกาสและพยายามควบคุมมาตรการให้ดีเพื่อจะให้มีการบันยะบันยังในการกู้เงิน ที่จะไม่มากเกินไป สมน้ําสมเนื้อกับกําลังที่จะส่งเงินเดือนแค่ ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเริ่มต้นกัน ระยะปีแรก ๆ อีกส่วนหนึ่งของสถาบันการเงิน ไม่มีวิธีไหนหรอกครับที่จะแก้ปัญหาได้อย่าง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด นอกจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารออมสินก็เห็นบทเรียนแล้วว่า การให้กู้ ช.พ.ค. นั้นมากจนเกินขอบเขต ดังนั้นเป็นบทเรียนที่ว่าต่อไปสถาบันการเงิน ควรรวบรวมข้อมูลที่จะมาคิดวิเคราะห์ สุดท้ายผมหวังว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญคงจะคิด ตรึกตรองและเป็นมาตรการตัวอย่างให้กับประเทศชาติด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับต่อไปฉบับของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม พร้อมด้วยนายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ร่วมกันยื่นญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาหนี้สินครูโดยเร่งด่วน กระผมต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ แห่งสภานี้ทุกท่าน ทุกพรรคที่จะร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นต่อไป เพราะว่า ญัตติเรื่องนี้มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัญหาทางด้านการศึกษาจะเป็นหัวใจสําคัญนําไปสู่ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมือง ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ปัญหาความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ปัญหาวัฒนธรรมทางการเมือง ปัญหาศีลธรรม ปัญหาการเคารพกฎหมายนี่นะครับ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้เราสามารถปลูกฝังได้ ในโรงเรียน เอาโรงเรียนเป็นศูนย์กลางทุกหน่วยราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม สามารถใช้ โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการหล่อหลอมเด็กรุ่นใหม่ เยาวชนรุ่นใหม่ให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ในปัจจุบัน เด็กรุ่นนี้แหละครับจะโตขึ้นไปในอนาคตที่จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า อย่างยิ่งของประเทศ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเป็นหัวใจสําคัญอย่างยิ่ง เราเหมือนกับเดินอยู่ในเขาวงกต ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย เราเดินอยู่ในเขาวงกต ๘๘ ปีแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญนี่ก็กําลังจะร่างกันขึ้นมาอีก ปฏิรูป การศึกษาก็เช่นเดียวกันเราเดินอยู่ในเขาวงกตเมื่อปี ๒๕๔๒ เราก็ปฏิรูปการศึกษากันมา ครั้งหนึ่ง วันนี้เราก็จะเริ่มปฏิรูปการศึกษากันขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญครั้งนี้ปัญหาที่ซ้ําซากและเป็นหัวใจสําคัญในการที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศได้ ๒ เรื่องด้วยกันก็คือ การปฏิรูปการศึกษาและการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูจึงเป็นเรื่องที่ สําคัญเป็นอย่างยิ่ง ก็ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่จะร่วมกัน ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า มีคนเขาพูดถึงว่าโควิด (COVID) รักษาหายได้ ปฏิรูปการศึกษาเช่นเดียวกันครับ ดําเนินการ ให้สําเร็จได้ โควิด (COVID) รักษาได้ ปัญหาหนี้สินของครูก็สามารถแก้ไขได้เช่นเดียวกันครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ก็จบกระบวนการอภิปรายและสรุปนะครับ ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องขอมติ เพราะว่าญัตติ ทั้ง ๑๐ ญัตตินี้ได้มีการเสนอเพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ แต่โดยที่หลังจาก ได้ฟังตลอดมาตั้งแต่ท่านแรกจนท่านสุดท้าย ไม่มีท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ ความเห็น ข้อมูลแตกต่างกันบ้าง แต่ว่าไม่มีท่านใดที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับญัตติ ผมขออนุญาตเรียน ที่ประชุมว่าจึงขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้านให้ประธานถามที่ประชุม ว่าจะมีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยกับญัตตินั้น ขอเรียนถามที่ประชุมว่าท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับญัตติคือตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กระบวนการต่อไปก็ต้องเชิญเสนอ จํานวนกรรมาธิการวิสามัญครับ เชิญเลยครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๓๙ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองด้วยครับ ๓๙ ท่าน ถูกต้องครับ สัดส่วนก็จะออกมาอย่างนี้นะครับ กรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ส่วนของคณะรัฐมนตรี ๙ ท่าน ของพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคก้าวไกล ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ขอเชิญเสนอครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี จํานวน ๙ ท่าน ๑. อนุชา บูรพชัยศรี ๒. นายประวิต เอราวรรณ์ ๓. นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ๔. นายอํานาจ วิลาวัลย์ ๕. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๖. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๗. นายพยม พรหมเพชร ๘. นายระวี มาศฉมาดล ๙. นายปรีดา บุญเพลิง ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป จะเป็นพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน เชิญครับ🔗

นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษา (การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู) ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพงศกร อรรณนพพร ๒. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๓. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๔. นางอนุรักษ์ บุญศล ๕. นายบุญฐิณ ประทุมลี ๖. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๗. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๘. นางสาวกมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ ขอผู้รับรองด้วยนะคะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองนะครับ ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๗ ท่าน เชิญครับ🔗

นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ขอเสนอรายชื่อในนามของพรรคพลังประชารัฐ จํานวน ๗ ท่าน ๑. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๒. นางเจริญ เรี่ยวแรง ๓. นายปัญญา จีนาคํา ๔. นายเกษม ศุภรานนท์ ๕. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๖. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ๗. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ขอบคุณค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสําลี รักสุทธี ๒. ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ๓. ท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร และ ๔. ท่านวศิน พงษ์ศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคก้าวไกล ๔ ท่านครับ🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนทางด้าน การศึกษาหนี้สินครู ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ดังนี้ ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๓. นางสาวนพมาศ การุญ และ ๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อดิศร เนาวนนท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ขอเสนอสัดส่วนคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหนี้สินครูในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ๑. ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒. ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ๓. ท่านดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายนิกร จํานง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ บุคคลในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวัชรา ณ วังขนาย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรา ณ วังขนาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย จํานวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายแพทย์สรร สุนทรธนากุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาด้านการศึกษา และแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จํานวน ๑ ท่าน คือนายธงชาติ รัตนวิชา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการได้สัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่าน คือนายณกรณ์ ภู่ทับทิม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง มีอะไร จะเปลี่ยนแปลงไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มี เชิญเลขาธิการ อ่านรายชื่อครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ

รายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแนวทาง การบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ จํานวน ๓๙ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๒. นายประวิต เอราวรรณ์ ๓. นางสาวสุภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ๔. นายอํานาจ วิลาวัลย์ ๕. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๖. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๗. นายพยม พรหมเพชร ๘. นายระวี มาศฉมาดล ๙. นายปรีดา บุญเพลิง ๑๐. นายพงศกร อรรณนพพร ๑๑. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๒. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๑๓. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๔. นายบุญฐิณ ประทุมลี ๑๕. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๑๖. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๗. นางสาวกมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ ๑๘. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๑๙. นางเจริญ เรี่ยวแรง ๒๐. นายปัญญา จีนาคํา ๒๑. นายเกษม ศุภรานนท์ ๒๒. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๒๓. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ๒๔. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ๒๕. นายสําลี รักสุทธี ๒๖. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๒๗. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๒๘. นายวศิน พงษ์ศิริ ๒๙. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๓๐. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๓๑. นางสาวนพมาศ การุญ ๓๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิศร เนาวนนท์ ๓๓. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓๔. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๓๕. นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ๓๖. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๓๗. นายสรร สุนทรธนากุล ๓๘. นายธงชาติ รัตนวิชา และ ๓๙. นายณกรณ์ ภู่ทับทิม🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีสมาชิกแก้ไขนะครับ ต่อไปขอเชิญกําหนดระยะเวลาการพิจารณา🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาพิจารณาทั้งหมด ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรอง ๙๐ วัน มีสมาชิกท่านเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบพิจารณาใน ๙๐ วัน ผมเรียนเป็นข้อสังเกตนิดเดียวนะครับ เรื่องที่คณะกรรมาธิการ รับไปขณะนี้ค้างอยู่มาก ก็ทําให้มีปัญหาเรื่องพวกเราที่เป็นกรรมาธิการอยู่หลายคณะ มาปรารภอยู่นะครับ รวมทั้งห้องประชุมก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมเรียนฝากกรรมาธิการ ให้พยายามทําอย่างมีคุณภาพนะครับ แต่ว่าให้สามารถเสร็จได้โดยกําหนดระยะเวลา หรือขยายเวลาไม่มากนักก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเรา อันนี้ก็จบสาระคือเรื่องหน้าสินครู โดยเฉพาะซึ่งเป็นจํานวนทั้งหมด ๑๐ เรื่องที่ค้างพิจารณา ขณะนี้เรามีเรื่องค้างพิจารณาอยู่ ๑๘๐ เรื่อง และเรื่องเสนอใหม่อีก ๑๐ เรื่อง รวมทั้งหมด ๑๙๐ เรื่อง เฉพาะในช่วงนี้เราจบไป ๑๐ เรื่อง ผมก็เชื่อว่าในสมัยประชุมนี้ก็จะจบไปหลายเรื่อง เพราะว่าสัปดาห์หน้าเราจะ พิจารณาเฉพาะเรื่องค้างพิจารณานะครับ🔗

ต่อไปผมขออนุญาตไปในระเบียบวาระต่อไป🔗

๕.๑๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๑๑๘ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาดําเนินการศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีการขออาชญาบัตรขุดเจาะ เหมือนแร่โพแทชในจังหวัดสกลนคร (นางสาวสกุณา สาระนันท์ เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๑๖๙ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่เหมืองหินและผลกระทบจาก เหมืองแร่เหมืองหิน (นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๑๘๐ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ การสัมปทาน และการให้เช่าพื้นที่ป่าไม้ (นายนริศ ขํานุรักษ์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัด การแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ และนายนิยม เวชกามา เป็นผู้เสนอ) (ซึ่งยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ การยกเลิกเพิกถอนแหล่งแร่และ การทําเหมืองแร่ที่กระทบต่อประชาชน (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้เสนอ) (ซึ่งยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาการให้ ประทานบัตรเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ (นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เป็นผู้เสนอ) (ซึ่งยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

รวมทั้งหมด ๖ ฉบับ เจ้าหน้าที่ได้ดูเนื้อหาสาระตรวจสอบแล้วทั้ง ๖ ฉบับ แม้ชื่อจะแตกต่างกันบ้างแต่เนื้อหาสาระก็เป็นเรื่องทํานองเดียวกัน ผมเห็นว่าควรจะนําเรื่อง ทํานองเดียวกันนี้มาพิจารณารวมกัน ถ้าสมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าสมาชิกเห็นชอบ ในการที่จะนําทั้งหมด ๖ เรื่องนี้มาพิจารณารวมกัน ก็ขอขออนุญาตไปตามลําดับนะครับ เรื่องแรกของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กําหนดเวลาไว้ผู้เสนอ ๑๐ นาทีครับ อนุโลมครับ ถ้าเรื่องมีความต่อเนื่อง แต่ว่าเป็นฐานไว้ ๑๐ นาที ผู้เสนอ ส่วนผู้อภิปรายประกอบต่อไป ก็จะเป็นท่านละ ๗ นาที🔗

๕.๑๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญท่านพิธาครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอใช้เวลา ที่ประชุมสภาเพื่อแถลงเสนอญัตติด่วน ขอให้ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ซึ่งมีเนื้อหาของญัตติเป็นลายลักษณ์อักษร ดังต่อไปนี้🔗

ญัตติลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ การทําเหมืองแร่ในประเทศไทยทําให้ เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ผลกระทบต่อระบบนิเวศ กระทบ ด้านเสียงและฝุ่นจากการใช้วัตถุระเบิด ผลกระทบต่อแหล่งน้ําใต้ดินและการปนเปื้อน ของสารอันตรายในดิน ผลกระทบทางสังคมในพื้นที่ และสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ ในบริเวณใกล้เคียง การปนเปื้อนของสารหนูในสิ่งแวดล้อม และการทําเหมือนดีบุก ในตําบลร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช การปนเปื้อนตะกั่วในอําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ปัญหามลพิษทางอากาศจากกิจกรรมการระเบิดหินปูน ตําบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี และการทําเหมืองแร่ใต้ดินแร่โพแทช (Potash) จังหวัดอุดรธานี และการปนเปื้อน แคดเมียม (Cadmium) จากการทําเหมืองสังกะสีในพื้นที่เกษตร รวมถึงกรณีสารพิษจากการ ทําเหมืองแร่ทองคํา ในจังหวัดพิจิตรและจังหวัดเลย ผลกระทบจากการทําเหมืองแร่เหล่านี้ มักเกิดจากกระบวนการการออกประทานบัตรจากกระบวนการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือที่เราเรียกว่าอีไอเอ (EIA) การประชาพิจารณ์ที่ขาดการมีส่วนร่วมของ ประชาชนอย่างแท้จริง การดําเนินการที่ขาดความรับผิดชอบ ขาดการตรวจสอบอย่างแน่ชัด ด้วยข้อจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งกรณีดังที่ได้กล่าวมานั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สําคัญ ของแผ่นดิน มีความจําเป็นเร่งด่วนในอันที่จะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศ และส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ควรให้ สภาผู้แทนราษฎรมีการศึกษาและตรวจสอบผลกระทบของการดําเนินโครงการต่อไป อย่างรอบคอบ สําหรับการอภิปรายครั้งนี้ผมขออุทิศแด่ธรรมชาติและสรรพสิ่งที่ถูกทําลายลง เพราะเหมืองแร่ คนที่ตายจากเหมืองแร่ คนที่เจ็บป่วย พิกลพิการเพราะเหมืองแร่ คนที่ถูก ฟ้องร้องดําเนินคดีจากเหมืองแร่ คนที่ติดคุกถูกจองจํา สูญเสียอิสรภาพจากเหมืองแร่ คนงาน เหมืองแร่ทุกยุคทุกสมัยที่ถูกกดขี่ ขูดรีดแรงงานจากรัฐและนายทุนเหมืองแร่ คนที่ต่อสู้ คัดค้านโครงการเหมืองแร่ทุกแห่งหนทั่วประเทศไทย คําอุทิศที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นคือ การถอดบทเรียน จากการทําเหมืองแร่ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมาของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการดําเนินการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ขาดดุลยภาพ คุณภาพ แล้วก็เสถียรภาพ จนนํามาสู่การสร้างความเหลื่อมล้ําและความ ไม่เป็นธรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนของพี่น้องประชาชนที่ไร้อํานาจที่จะ ต่อรองกับรัฐและทุนได้อย่างเสมอภาค ผมต้องกล่าวกับเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ ว่าปัญหาการทําเหมืองไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวทุกท่าน และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน คงทราบปัญหาเหมืองแร่นี้ดีกว่าผมด้วยซ้ําไป เพราะหากเรามองไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตั้งแต่ตะวันออกจนสู่ตะวันตก เราต่างพบเห็นปัญหา เราพบเห็นประชาชน จํานวนมากที่ต้องเผชิญกับการทําเหมืองแร่ด้วยกันทั้งสิ้น และแน่นอนว่าผู้แทนราษฎรที่อยู่ ในพื้นที่ย่อมรู้ปัญหาเหล่านี้ดีกว่าตัวผมเอง ภาพใหญ่ในปัจจุบันประเทศไทยมีเหมืองแร่ ทั้งหมด ๙๗๐ แห่ง โดยในปี ๒๕๕๙ มูลค่าการผลิตเหมืองแร่มีมูลค่าทั้งสิ้น ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นมูลค่าจีดีพี (GDP) ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอ ครม. ต่ออายุประทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ํา ชั้นที่ ๑ จํานวน ๗ โครงการ มูลค่ากว่า ๓,๕๐๐ ล้านบาท ถึงแม้จํานวนเงินจากการทําเหมืองแร่ ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยเป็นจํานวนมาก แต่ในทางกลับกันจํานวนมูลค่า ทางเศรษฐกิจมหาศาลเหล่านี้อาจต้องแลกกับทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม คุณภาพ และวิถีชีวิตของประชาชน อันเป็นมูลค่ามหาศาลที่ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้เช่นกัน เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความในการอภิปรายครั้งนี้ในเวลาอันสั้น ผมจะอภิปรายบริบท ปัญหาของการทําเหมืองแร่ในประเทศไทย และหลังจากนั้นเราจะได้เปรียบเทียบกันว่า ประเทศไทยกับระดับสากล ระดับนานาชาตินั้นเขามีหลักการอย่างไรในการจัดการเหมือง ให้เกิดความยั่งยืน เพื่อที่จะได้เห็นปัญหาช่องว่าง โดยผมได้แบ่งกระบวนการทําเหมือง ออกเป็น ๓ ก้อนดังภาพที่โชว์กับสภาแห่งนี้ ก้อนแรกคือระยะก่อนเปิดเหมือง ต่อมาเป็น ระยะระหว่างสร้างและทําเหมือง ก้อนสุดท้ายก็คือระยะหลังปิดเหมือง สําหรับก้อนแรก ระยะก่อนเปิดเหมืองนับเป็นช่วงเวลาที่สําคัญที่ชาวบ้านในพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจาก เหมืองแร่ ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นว่าพวกเขาต้องการหรือไม่ต้องการเหมือง ในพื้นที่หรือไม่ อย่างไร แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนว่ากระบวนการเหล่านี้ถูกมองจากชาวบ้านว่า เป็นเพียงพิธีกรรม และชาวบ้านที่คัดค้านต้องถูกกดดัน ถูกกีดกันให้ออกจากเวที ยิ่งไปกว่านั้น แกนนําชาวบ้านที่ในหลายพื้นที่ต้องถูกนายทุนฟ้องร้องหมิ่นประมาท ยกตัวอย่างเช่น ชาวบ้านกะเบอะดิน อําเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่คัดค้านเหมืองถ่านหิน หรือแม้กระทั่ง มีการใช้อิทธิพลข่มขู่ หรือสังหารแกนนําชาวบ้าน เช่นเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา เราอาจได้ยินข่าวการอุ้มและข่มขู่แกนนําต่อต้านเหมืองหินปูนที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นการอุ้ม จากสถานที่เวทีจากการรับฟังความคิดเห็นเลย ผมมีโอกาสลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้วยตนเอง ในกรณีการยื่นขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว ที่ตําบลคําโตนด อําเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ประชาชนนั้นห่วงกังวลต่อผลกระทบต่อวิถีชีวิต ต่อพื้นที่อยู่อาศัย ต่อการประกอบอาชีพของตน ซึ่งแต่ละสิ่งที่ผมเห็นมานั้นเห็นมากไปกว่านั้นก็คือการเข้าไป ของเหมืองแร่ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่นําไปสู่ความขัดแย้งภายในชุมชน ทําให้เกิดความแตกแยก ในชุมชนจากฝั่งที่สนับสนุนเหมืองแร่และฝั่งที่คัดค้านเหมือง ซึ่งผมคิดว่ากระบวนการ ก่อนเปิดเหมืองที่ดีต้องยกระดับเพิ่มความระมัดระวังและสร้างบรรทัดฐานในการรับฟัง ความคิดเห็นที่ดี เพื่อไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกดังกล่าว นี่คือก้อนแรก สําหรับก้อนที่ ๒ ช่วงระยะเวลาสร้างและทําเหมือง ท่านประธานครับ กระบวนการทําเหมืองมีการใช้สารเคมี ที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ทําให้เกิดขยะของเสียที่ไม่สามารถกําจัดได้เป็นจํานวนมาก ทําให้เกิดฝุ่น และเสียงดัง ทําให้เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักซึ่งมีความเป็นพิษต่อคนสูง โดยสิ่งเหล่านี้สามารถปนเปื้อนเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งน้ําบริโภคของประชาชนได้ ที่ผ่านมาพบว่าการทําเหมืองที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของ ประชาชนในพื้นที่ เช่น เหมืองที่หมู่บ้านคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี หรือเหมืองที่ตําบลแม่ตาว จังหวัดตาก ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นผล อย่างชัดเจน หรือเหมืองที่ตําบลดงมะไฟ จังหวัดหนองบัวลําภู ที่บ้านเกิดของพวกเขาได้ถูก เหมืองทําลายความสมบูรณ์ของธรรมชาติและวิถีของคนในพื้นที่ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ก้อนสุดท้ายก้อนหลังคือการปิดเหมืองเพื่อการฟื้นฟูเยียวยา ดูเหมือนว่าจะไม่มี การเตรียมการอย่างรอบคอบรัดกุมเพียงพอ เพราะการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นดูจะมีความหมาย เฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตเหมืองเท่านั้น แต่ไม่ได้ครอบคลุมในส่วนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชนในบริเวณนั้น ท่านประธานครับ ผมต้องบอกให้เข้าใจตรงกันว่าการเสนอญัตตินี้และการอภิปรายของผม ไม่ใช่ต้องการที่จะต่อต้านการพัฒนาหรือจะมาขัดขวางความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ของประเทศแต่อย่างใด แต่ญัตตินี้เกิดจากเมื่อผมได้มีโอกาสเดินทางไปพบพี่น้องประชาชน ในภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ และรับเรื่องร้องเรียนที่สภาแห่งนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนทราบถึง ความทุกข์ร้อนของพวกเขา แต่ใช่ครับ การแก้ไขปัญหาเหมืองไม่ใช่การยกเลิกไม่ให้มีการ ทําเหมืองในประเทศไทยเลย แต่คือการหาดุลยภาพ เสถียรภาพและคุณภาพเพื่อให้เกิด การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือชาวบ้านอยู่ได้ นายทุนอยู่ได้และรัฐได้ผลประโยชน์ ที่ผ่านมา โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นดีพี (UNDP) ยูไนเต็ด เนชัน ดีเวลอปเมนต์ โปรแกรม (United Nations Development Program) บอกกับเราว่าอุตสาหกรรมเหมือง เป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศที่สําคัญสําหรับประเทศที่กําลังพัฒนาในการยกรายได้ ๑. คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ๒. คือการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยสร้างนวัตกรรม ให้กับประเทศในระยะยาว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงในหลายด้าน เช่นด้านสิ่งแวดล้อม ที่อุตสาหกรรมเหมืองจะต้องใช้น้ําอย่างมหาศาล ต้องปล่อยสารโลหะลงสู่แหล่งน้ํา ตลอดจน มีการตัดไม้ทําลายป่า คุกคามความหลากหลายทางชีวภาพด้านสังคมที่สารพิษและโลหะหนัก ปนเปื้อนในแหล่งน้ํา ทําให้คนที่ใช้ชีวิตและทําการเกษตรไม่ได้เนื่องจากแหล่งน้ําเป็นพิษ และในด้านเศรษฐกิจที่ถึงแม้ว่าจะเติบโตขึ้นแต่ก็ทําให้เงินเฟ้อในท้องถิ่นจนชาวบ้านเดิม ไม่สามารถอยู่ได้เพราะงานใหม่ที่สร้างขึ้นก็เป็นงานของคนนอกชุมชน สําหรับการจัดการเหมือง อย่างยั่งยืนที่จะต้องวิเคราะห์ตลอดชีวิตเหมืองที่เมืองไทยยังขาดอยู่ ผมก็จะแบ่งเป็น ๓ ก้อน เช่นเดียวกัน ตามคําแนะนําของยูไนเต็ด เนชัน ดีเวลอปเมนต์ โปรแกรม (United Nations Development Program) ก้อนแรกก็คือก่อนสร้าง ระหว่างสร้าง แล้วก็การปิดเหมือง เพื่อที่จะให้เห็นว่าช่องว่างของประเทศไทยกับต่างประเทศคืออะไร สําหรับตอนก่อน สร้างเหมืองนั้น เนื่องจากชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากเหมืองอย่างใหญ่หลวงทั้งทางบวก และทางลบ การวางแผนก่อสร้างก็ต้องมีส่วนร่วมจากชุมชนอย่างมีนัยสําคัญ กระบวนการ ประเมินผลกระทบหรือหากต้องมีการเวนคืนที่ดินก็ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ชื่อว่าไอเอฟซี (IFC) เพอร์ฟอร์แมนซ์ สแตนดาร์ด ไฟว์ (Performance Standard 5) ของธนาคารโลก คือต้อง ชดเชยเต็มจํานวนและรวมถึงค่าเคลื่อนย้าย โดยมาตรฐานชีวิตของคนที่ถูกย้ายจะต้องดีขึ้น ที่สําคัญอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) เอสไอเอ (SIA) ไม่เพียงพอหรอกครับ ตามแนวปฏิบัติ สากลต้องมีเอชอาร์ไอเอ (HRIA) หรือที่เรียกว่าฮิวเมน ไรต์ อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ (Human Right Impact Assessment) หรือการประเมินตามหลักว่าด้วยธุรกิจและ สิทธิมนุษยชนของยูเอ็น (UN) ว่าโครงการนี้มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนเหล่านี้หรือไม่ มากไปกว่านั้นอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือจีไอเอ (GIA) เจนเดอร์ อิมแพกต์ แอสแซสเมนต์ (Gender Impact Assessment) เนื่องจากผู้หญิงและเพศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอลจีบีทีคิว (LGBTQ) มักได้รับผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจมากกว่าผู้ชาย งานเหมืองส่วนใหญ่จ้างผู้ชาย ผู้หญิง มักเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปเนื่องจากไม่สามารถทําเกษตรบนพื้นที่เดิมได้อีกต่อไป ขั้นตอนที่ ๒ สั้น ๆ เลยก็คือต้องเป็นกระบวนการโพรเกรสซีฟ รีฮะบิลิเทชัน (Progressive Rehabilitation) หรือขณะที่ทําเหมืองไปก็ต้องฟื้นฟูไปในเวลาเดียวกัน ขุดเสร็จตรงไหน ก็ต้องฟื้นฟูตรงนั้น ซึ่งข้อนี้จะช่วยให้นายทุนเหมืองลดความเสี่ยงทางการเงิน เพราะเป็นการ กระจายต้นทุนไม่ใช่รอฟื้นฟูที่เดียว ซึ่งจะใช้เงินก้อนใหญ่และเพิ่มโอกาสความสําเร็จ ในการปลูกป่าคืน ตัวอย่างเหมืองถ่านหินของบริษัทในประเทศออสเตรเลียที่ชื่อนิว โฮป กรุ๊ป ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เขาทําเหมืองไป ทําไมแล้วก็ฟื้นฟูไป จนปัจจุบันนี้สามารถฟื้นฟูได้ ๔๕๐ เฮกตาร์ และพื้นที่ที่ทําเหมืองนั้นสามารถที่จะทําปศุสัตว์ไปได้ด้วยอีก ๒๔๐ เฮกตาร์ ดังภาพที่ผมโชว์กับสภาแห่งนี้ อีกข้อหนึ่งที่สําคัญก็คือว่าระหว่างที่ทําเหมืองนั้น ก่อนหน้านั้น จะต้องทําทั้งอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) และอะไรต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีการตรวจสอบ ต่อเนื่อง ในต่างประเทศนั้นเมื่อมีสถานการณ์ที่ทําเสร็จแล้วก็จะต้องคอยตรวจดูกันเป็น ระยะ ๆ ถ้ามีสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงก็จําเป็นที่จะต้องคอยตรวจสอบ การศึกษาเหล่านี้ สุดท้ายผมจะขอสรุปก็คือเรื่องของการปิดเหมือง เป็นที่น่าตกใจมีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเหมืองทั่วโลกที่ปิดตัวเพราะทรัพยากรหมดจริง ๆ อีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ปิดเหมืองเพราะเหตุผลทางการเงินหรือการเมือง ซึ่งผลที่ทําให้เกิดการทิ้งเหมือง ดังนั้นแผนการปิดเหมืองอย่างถูกต้องจะต้องมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนสํารวจและ การวางแผนก่อสร้าง ซึ่งต้องเตรียมแผนปิดเหมืองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะหากมี การปิดเหมืองก่อนกําหนดก็จะมีการทิ้งเหมือง แล้วก็ส่งผลทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็น สารปรอท ตะกั่ว แคดเมียม (Cadmium) อาจเข้าไปปะปนในแหล่งน้ําและการใช้ในการเกษตร ซึ่งต่างจากการที่เหมืองยังมีคนจัดการอยู่ ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอาจทําให้ เศรษฐกิจของชุมชนล่มสลาย คนตกงานกะทันหัน พื้นที่เหมืองร้างหมดคุณค่าทางเศรษฐกิจ นําไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้อีกเลย ท่านประธานครับ ถ้าแนวปฏิบัติในการจัดการทําเหมือง แบบสากลถูกนํามาใช้ในประเทศไทย เรานําไปปฏิบัติเพื่อช่วยป้องกันปัญหาต่าง ๆ จากเหมืองได้ สําคัญที่สุดคือประชาชนจะมีอํานาจต่อรองกับรัฐและนายทุนอย่างเสมอภาคกัน ดังนั้นผมจึง ขอสนับสนุนญัตติให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฉบับต่อไปเป็นของ นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗

๕.๑๑๘ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาดําเนินการศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีการขออาชญาบัตรขุดเจาะ เหมือนแร่งโพแทชในจังหวัดสกลนคร (นางสาวสกุณา สาระนันท์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญคุณสกุณาครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

กราบเรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอเสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาดําเนินการ ศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีขออาชญาบัตรขุดเจาะเหมืองแร่โพแทช จังหวัดสกลนคร สาเหตุที่เสนอญัตติเนื่องจากว่าพื้นที่อําเภอวานรนิวาสซึ่งเป็นพื้นที่ในเขต ของดิฉันคือจังหวัดสกลนคร เขต ๕ ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่รัฐบาลได้ให้การอนุญาต สํารวจขุดแหล่งแร่โพแทช (Potash) แล้วก็เจาะสํารวจ สิ่งที่สําคัญกว่านั้นก็คือดิฉันเห็นว่า ปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะในพื้นที่ แต่พบว่าเป็นปัญหาที่กระจายทั่วภาคอีสาน ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. ได้อนุมัติทั้งอาชญาบัตรและประทานบัตรหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ได้สร้างความเดือดร้อน ความขัดแย้งให้กับประชาชนมาโดยตลอด ดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตว่ามาถึง รัฐบาลนี้ ถึงแม้ว่าจะมีวิสัยทัศน์และแนวทางปฏิบัติต่อเรื่องนี้ไม่แตกต่างกัน ปัญหาเหมือง โพแทช(Potash) จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทําลายโอกาสของคนอีสาน และด้วยวิสัยทัศน์ที่มีต่อการจัดการทรัพยากรโดยมุ่งแต่ทําลายขายทรัพยากรกินลักษณะนี้ อาจจะส่งผลต่อพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ที่มีทรัพยากรแตกต่างกันไป ท่านประธานที่เคารพคะ ภายใต้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและการปฏิบัติที่อยุติธรรมยิ่งกว่า ทําให้ดิฉันมีความห่วงใย ต่ออนาคตของประเทศในแง่การรักษาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ นโยบาย การสํารวจแร่โพแทช (Potash) ของประเทศไทย มีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๐ ผ่านมาเป็นระยะเวลาถึง ๔๐ ปี ซึ่งในระยะเวลานั้นประเทศในอาเซียน (ASEAN) มีนโยบาย ร่วมลงทุนเพื่อสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจอาเซียน ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ มีเอ็มโอยู (MOU) กับประเทศไทยในการร่วมทุนทําเหมืองแร่โพแทช (Potash) ตามมติคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาเซียน (ASEAN) และหลังจากนั้นก็มีนักลงทุนพยายามยื่นเอกสารเพื่อเข้ามาลงทุน แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมแร่โพแทช (Potash) และอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการ เป็นปัญหาต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในยุคที่มีความเป็นประชาธิปไตยผู้แทนราษฎรจะออกมาปกป้องประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของเขาตลอดมาจนกระทั่งมาถึงยุค คสช. การอนุมัติสํารวจแร่ ก็เกิดขึ้นในหลายพื้นที่โดยทันที จังหวัดนครราชสีมามีถึง ๙,๐๐๐ ไร่ จังหวัดชัยภูมิ ๙,๗๐๐ ไร่ จังหวัดอุดรธานี ๒๕,๔๔๖ ไร่ และที่จังหวัดสกลนคร อนุมัติการสํารวจแร่ครอบคลุมพื้นที่ ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ ที่น่าสนใจก็คือการอนุมัติครั้งนี้รัฐมนตรีผู้เซ็นอนุมัติท่านหนึ่ง ขออนุญาต ผ่านตรงนี้นะคะ🔗

ขอกล่าวถึงประโยชน์ที่รัฐจะได้รับซึ่งจะมีไม่ค่อยคุ้มค่า ก็จะมีค่าภาคหลวง ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นรัฐส่วนกลาง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อบจ. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อบต. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อปท. อื่นอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนในพื้นที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๕,๗๐๐ ล้านบาท หากมีผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ๑๐๐,๐๐๐ คน เราตั้งโจทย์ไว้อย่างนี้ เท่ากับประชาชนได้รับค่าชดเชยเพียง ๕๗,๐๐๐ บาท ตลอดโครงการ เทียบกับประโยชน์ สิ่งที่เขาสร้างรายได้จากอาชีพเดิม จากทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ จากนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มแล้วไม่คุ้มค่ากันเลย เช่นเฉพาะกรณีที่ชาวบ้าน จะปลูกครามขายในพื้นที่ ๑ ไร่ ทํารายได้ได้ถึง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อปี หรือในพื้นที่ป่าครอบครัว ๑ ไร่ จะมีมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณต่าง ๆ เห็ด สมุนไพร แมลงมีค่ามีมูลค่าถึงหลักแสนบาทต่อไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าภาคหลวง แล้วก็ ประโยชน์อื่น ๆ ที่เราจะได้จากการทําเหมืองนี้ไม่คุ้มค่ากันเลย ดิฉันจึงอยากจะตั้งคําถามว่า ประชาชนแล้วก็ประเทศของเราจะได้รับประโยชน์คุ้มค่าจริงหรือไม่จากการอนุญาตให้เข้ามา ทําเหมืองแร่โพแทช (Potash) นี้ หรือว่าประโยชน์นี่จะเป็นประโยชน์ของใครกันแน่ ในกระแสที่โลกกําลังตื่นตัวกับการสร้างมูลค่าความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรชีวภาพ จะเป็นต้นทุนเศรษฐกิจที่สําคัญ แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันกลับมุ่งจะทําลาย ไม่เห็นคุณค่า ของทรัพยากรหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นการขายทรัพยากรกินโดยไม่ได้มองเห็นประโยชน์ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและยังเป็นการทําลายโอกาสด้านอื่น ๆ ของประเทศอีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ในพื้นที่เขตอําเภอวานรนิวาสจังหวัดสกลนคร รัฐบาลได้มอบ อาชญาบัตรให้บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช เข้าไปขุดเจาะสํารวจ ชาวบ้านก็ได้มี การร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จริง ๆ แล้วรัฐบาลจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่รู้ไม่เห็น ชาวบ้านมีทั้งออกมาพบกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ชาวบ้านมีการออกเดินเท้าเพื่อแสดง สัญลักษณ์ให้ทางภาครัฐทราบว่าชาวบ้านไม่เอาเหมืองแร่โพแทช (Potash) ชาวบ้าน ได้ออกมาปั่นจักรยาน จนกระทั่งที่ชาวบ้านได้มีตัวแทนของพวกเขา ก็คือมีการเลือกตั้ง และมี ส.ส. ในพื้นที่ ชาวบ้านรวมทั้ง ส.ส. ได้มาขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีและได้รับการอนุญาต ให้เข้าพบ วันนั้นก็ได้มีการพูดหารือกัน ท่านรัฐมนตรีรับปากว่าจะไปดูในพื้นที่ ไปดูปัญหา ที่แท้จริง ได้รับปากแล้วก็หลังจากนั้นก็ได้ติดตามผลและส่งคนไปดูแล แต่คําตอบที่ได้รับ ตอนหลังมา ส.ส. ตัวแทนคือดิฉันเองก็ได้มาตั้งกระทู้ถามในห้องกระทู้แยกเฉพาะ แต่จาก บรรยากาศในห้องกระทู้อันนั้น ดิฉันได้ทราบว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงในพื้นที่ ท่านรัฐมนตรีฟังจากข้าราชการมาให้ข้อมูล แต่ท่านไม่ได้ไปเห็นด้วยตัวท่านเอง ในพื้นที่ จังหวัดสกลนครเรายินดีต้อนรับท่านมากนะคะ เพื่อได้เป็นกรณีศึกษาว่าเวลาระดับผู้บริหาร ฟังข้อมูลจากคนรอบ ๆ ตัวท่าน เป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จนกระทั่งบัดนี้ดิฉันก็เลย อยากจะตั้งคําถามกับรัฐบาลว่ารัฐบาลจะให้ประชาชนทําอย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเอง ก็ไม่ได้เห็นแก่ความเดือดร้อนของประชาชน แม้วันนี้ถึงแม้ว่าเขาจะมีตัวแทนของเขามายืนอยู่ ตรงนี้แล้ว รัฐบาลเองก็ไม่ได้เคยฟังเสียงของตัวแทนของพวกเขา แล้วจะให้ประชาชนทําอย่างไร วันนี้ที่ดิฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ดิฉันอาจจะเป็นตัวแทนจากพื้นที่เล็ก ๆ ของประเทศไทย ปัญหา อาจจะเกิดจากพื้นที่กับคนไม่กี่คนเอง แต่ปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ถ้ายังปล่อยให้บุคคล ที่ไม่ได้เห็นความสําคัญของประชาชนยังกุมอํานาจอยู่เช่นนี้ ดิฉันเชื่อว่าอีกไม่นานอาจจะมีเพื่อน ส.ส. อยู่ตรงโน้น ตรงนี้ทั่วสภาออกมายืนในตรงที่ ดิฉันยืนอยู่ตรงนี้ ไม่สนุกนะคะ เบื้องหลังของเราก็คือความทุกข์ยาก ความเจ็บช้ําน้ําใจ ของประชาชน ดังนั้นวันนี้ดิฉันจึงอยากจะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะ ออกมาบอกกับรัฐบาลว่ารัฐบาลต้องทบทวนการออกอาชญาบัตร การออกอาชญาบัตรต้องมี ประชาพิจารณ์ ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องพิจารณาว่าเราเองจะอยู่ข้างใคร แต่สําหรับดิฉันแล้ว สกุณา สาระนันท์ จะขอให้คํามั่นสัญญากับประชาชนผ่านสภาแห่งนี้ว่าไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจ ต่อเรื่องนี้อย่างไร ดิฉันเองพร้อมประชาชนจะไม่ยอมจํานน และดิฉันจะอยู่เคียงข้างประชาชน ตลอดไป ขอขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฉบับต่อไปเป็นฉบับที่ ๓🔗

๕.๑๖๙ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่เหมืองหินและผลกระทบจาก เหมืองแร่เหมืองหิน (นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญครับ🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ขออนุญาตท่านประธานนําญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมือนแร่เหมืองหินและผลกระทบ จากเหมืองแร่เหมืองหิน ท่านประธานครับ ในสภาวะปัจจุบันนั้นปัญหาฝุ่นละอองมีปกคลุม อยู่ทั่วประเทศไทย อย่างที่เราจะเห็นได้ง่าย ๆ ที่เราจะเรียกกันว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ตอนนี้ในเมื่อมีโควิด-๑๙ (COVID-19) เข้ามาปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็ถูกลืมหายไป ปัญหาต้นตอหลักนั้นมาจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่และเหมืองหิน ผู้ประกอบการนายทุน ส่วนใหญ่นั้นมุ่งเน้นที่จะไปสู่ผลกําไร โดยนําทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมของ ประเทศชาติและประชาชนมาแสวงหาผลประโยชน์จนลืมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และมลพิษต่าง ๆ ทั้งที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน ปัญหา เหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่การจัดการแก้ไขนั้นยังไม่ตรงจุดอย่างชัดเจน เพราะผู้ประกอบการ และภาครัฐลืมกระบวนการเนื่องจากการแปรรูปผลผลิตของเหมืองแร่และเหมืองหิน อาทิเช่น โรงโม่หินที่มีผลกระทบตั้งแต่การระเบิดและการขุดเจาะหิน การขนส่งจากเหมือง หินไปสู่โรงโม่ย่อมเกิดเศษหินตกหล่นและปัญหาฝุ่นละอองเป็นจํานวนมาก ผมขออนุญาต ท่านประธานนําประสบการณ์ชีวิตร่วม ๔๐ ปี ที่พบเจอะเจอกับตนเองเกี่ยวกับปัญหามลภาวะ ที่เกิดจากเหมืองแร่เหมืองหิน ท่านประธานครับ ผมเป็นชาวจังหวัดสระบุรีโดยกําเนิด แล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่จะต้องประสบปัญหากับมลภาวะฝุ่นละอองมาตั้งแต่เด็ก นั่นก็คือ ที่ตําบลหน้าพระลาน ในอดีตคืออําเภอเมืองสระบุรีแต่ปัจจุบันคืออําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี แต่นั่นไม่ใช่เพียงแค่อําเภอเฉลิมพระเกียรติเท่านั้น โรงโม่หินที่มีอยู่เป็น จํานวนมากเกิดขึ้นทั้งอําเภอพระพุทธบาท อําเภอแก่งคอย และอําเภอต่าง ๆ มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของจังหวัดสระบุรี ด้วยหัวอกของผมตั้งแต่เป็นเด็ก ตั้งแต่สมัยเรียนที่จะต้องเจอะเจอ กับปัญหามลภาวะของฝุ่นละออง แต่ทําอย่างไรได้เราจะต้องรับสภาพตรงนี้เพราะเรา เกิดตรงนี้ แล้วเราก็จะต้องใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ ในปัจจุบันนี้อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่หรือว่า กพร. ได้กล่าวไว้ว่าปัจจุบันประเภทแรกที่มีความต้องการสูงนั้น จะเกี่ยวกับการขยายการลงทุนในโครงการของภาครัฐ และโครงการของภาคเอกชน ซึ่งวัสดุ ที่ต้องใช้ก็คือหินก่อสร้างและปูนซีเมนต์มีความต้องการสูงเป็นจํานวนมาก ปัจจุบัน ความต้องการที่ใช้หินก่อสร้างประมาณ ๑๒๐ ล้านตันต่อปี และปูนซีเมนต์มีความต้องการ กว่า ๔๐ ล้านตันต่อปี กพร. ได้เปิดเผยว่า พ.ร.บ. แร่ ฉบับใหม่มุ่งเน้นเพิ่มประโยชน์ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกําหนดให้มีการวางหลักประกันฟื้นฟูทั้งการทําเหมือง แต่จะฟื้นฟู อย่างไร ก่อนอื่นเราต้องเริ่มโดยจากต้นตอก็คือการออกประทานบัตร การออกประทานบัตร จากประสบการณ์จริงของผมซึ่งพบเจอะเจอมาไม่กี่เดือนที่แล้วนี้ เนื่องจากว่าจะมีการทํา ประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการออกประทานบัตรเหมืองแร่และเหมืองหินที่เกิดขึ้นใหม่ ตัวกระผมเองได้รับเชิญไปก็เพราะว่าเหมืองแร่และเหมืองหินที่จะเกิดขึ้นจากการ ขอประทานบัตรนั้นอยู่หลังบ้านผมระยะทางห่างไม่ถึง ๑ กิโลเมตร ตัวผมเองได้เข้าไปพบปะ แล้วก็พูดคุยและรับฟังจากอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาขอทํา ประชาพิจารณ์ แต่สิ่งเหล่านี้ก็คือการทําประชาพิจารณ์นั้น ประชาชนหรือว่าชาวบ้านในพื้นที่ ที่จะต้องได้รับผลกระทบนั้นไม่ได้รู้เห็นด้วยเลย แต่มีการทําเกิดขึ้นมาแล้ว และเพียงต้องการ จัดประชุมเพื่อขอมติจากประชาชนแล้วก็นําไปสู่กระบวนการขอประทานบัตรต่อไป การที่เหมืองแร่และเหมืองหินต่าง ๆ เข้ามาเสนอต่อพี่น้องประชาชน เป็นการสร้างความฝัน เป็นการเสนอโดยการปิดหูปิดตาของประชาชน อาทิเช่น การแจกข้าวสารบ้าง การช่วยเหลือ เยียวยาต่าง ๆ บ้าง ตรงนี้คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับรู้เลย แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ พี่น้องประชาชนก็เริ่มที่จะหูตาสว่างมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการที่จะออกประทานบัตร เหมืองแร่และเหมืองหินก็คงเป็นไปได้โดยยาก กระผมมีความคิดเห็นว่าการที่เราจะสกัด สภาวะฝุ่นละอองที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต่อพี่น้องประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่สําคัญ กระผมไม่มีเจตนาที่จะมาคัดค้านการออกประทานบัตรแต่อย่างใด แต่อยากจะให้การควบคุม การออกประทานบัตรนั้นให้เกิดผลดีต่อพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด สิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบมีอย่างไรบ้างครับท่านประธาน ในส่วนตัวของบ้านกระผมเอง ก็ประกอบอาชีพทําสวน มีสวนมะม่วง มะม่วงที่จังหวัดสระบุรีเมื่อได้รับปัญหาฝุ่นละออง ฝุ่นละอองที่เกาะที่ช่อมะม่วงเวลาฤดูที่จะออกช่อมะม่วง ฝุ่นละอองจะเกิดปัญหาคือความเค็ม เมื่อเกิดปัญหาฝุ่นละอองเกาะที่ช่อมะม่วงแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือตกยาง แล้วก็จะทําให้ไม่สามารถ ออกเป็นผลได้ อันนี้คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนแล้วก็มีมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี แล้วอย่างแน่นอน โชคดีของเกษตรกรชาวสวนมะม่วงครับท่านประธาน ที่หลาย ๆ คน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุน่าจะรู้จักดี ด้วยคําว่าฝนตกชะช่อมะม่วง เมื่อฝนได้ตกชะช่อมะม่วงมา นั่นหมายความว่า ฝนนั้นได้ชะฝุ่นละอองที่เกาะตามช่อมะม่วงออก จนทําให้มะม่วงนั้นไม่ตกยาง เมื่อมะม่วง ไม่ตกยางก็จะออกเป็นผลผลิตจนทําให้เราเริ่มมีรายได้พอที่จะลืมตาอ้าปากได้ อันนี้ ก็คือปัญหาที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม และในจังหวัดสระบุรีนั้นในพื้นที่เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอพระพุทธบาท พี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังคงจะต้องปลูกผัก ทําพืชผักสวนครัว ปัญหาฝุ่นละอองก็มาเกาะตรงนี้เป็นจํานวนมาก ก็กลับมาสู่ผลกระทบ ที่มีผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ ในเรื่องต่อมาที่ผมอยากจะขอนําเรียน พูดถึงที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แน่นอนครับท่านประธาน ปัญหา ฝุ่นละอองนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็เกิดมาจากเหมืองหินเหมืองแร่นี่แหละครับ วันนี้ผมจะ ขออนุญาตนําพูดแต่เรื่องของจังหวัดสระบุรีเพราะผมขอถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริง ของตัวกระผม เป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน จังหวัดสระบุรีนั้นพยายามที่จะแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองจากท้องถนน แต่เป็นการแก้ไขปัญหาแบบชั่วคราว แล้วก็เรียกว่าถ้าเด็กประถม เห็นนี่ยังหัวเราะเยาะนะครับท่านประธาน ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นมาจากการที่รถบรรทุกหิน ต่าง ๆ ที่วิ่งอยู่ทําให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจายแล้วก็ตกเป็นเศษฝุ่นตามพื้นถนน ทางท้องถิ่น ใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการที่ใช้รถน้ําเข้ามารด รดน้ําอยู่ตลอดเวลาครับ ชั่วโมงหนึ่ง ก็ประมาณ ๑ ครั้ง แต่บางทีก็ ๒-๓ ชั่วโมงครั้ง ปัญหาอยู่ตรงไหนครับ ปัญหาอยู่ตรงที่ เมื่อน้ําที่นํามารดฝุ่นละอองตามท้องถนนนั้นแห้งแล้วอันนั้นคืออะไร นั่นแหละครับคือเมือง ในหมอกที่ผมถูกเพื่อนล้อตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ๆ เมืองในหมอกเกิดขึ้นเพราะฝุ่นละอองที่รดน้ํา เรียบร้อยแล้ว และพอน้ําแห้งก็เกิดเป็นฝุ่นละอองครับ รถวิ่งก็ต้องมีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปหมด ผมไม่รู้ว่าจะภูมิใจดีหรือว่าจะเสียใจดีที่โดนเพื่อนล้อตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ว่าบ้านอยู่ที่เมืองในหมอก ไม่ใช่เมืองในหมอกอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่เมืองในหมอกอย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ แต่เป็นเมืองในหมอกที่จังหวัดสระบุรี ความหน้าชื่นอกตรมของชาวจังหวัดสระบุรีก็คงไม่คิด จะย้ายถิ่นฐานไปตรงไหน แต่จะต้องรับชะตากรรมกับผลกระทบปัญหาทางด้านสุขภาพ โดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาทางด้านฝุ่นละอองยังไม่จบครับท่านประธาน แต่มีปัญหา ทางด้านสุขภาพจิต ปัญหาทางด้านบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบ อาทิเช่นจากการ ระเบิดหิน ในแต่ละวันเวลาประมาณสี่โมงเย็นหรือห้าโมงเย็นจะมีการระเบิดหินพร้อม ๆ กัน บ้านของกระผมก็เป็นบ้านแบบโบราณแต่ก็มีกระจก ทุกวันนี้ไม่ต้องไปคิดซ่อมกระจกครับ เพราะการระเบิดหินจะทําให้การสะเทือนนั้นกระจก แตกร้าวเป็นประจํา ถ้าซ่อมไปก็คงจะเสียเงินเป็นประจําทุก ๆ ปี ทุกคนที่ประสบปัญหาตรงนี้ เราก็ต้องยอมรับสภาพปัญหาได้ แต่ยิ่งหนักกว่านั้นในเมื่อโรงโม่หินหรือทําการระเบิดหิน มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในจังหวัดสระบุรีแล้ว ผู้ประกอบการก็เข้ามาปิดปากพี่น้องประชาชน ด้วยวิธีไหนท่านประธานทราบไหมครับ ๑ ปี จะมีการนําข้าวสารมาแจกประมาณ ๑ กระสอบ ไข่ประมาณ ๕ แผง เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ทําการร้องเรียน อันนี้ก็คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน ก็ต้องรับ ไม่รับก็ไม่ได้ จะไปประท้วงก็โดนผู้นําท้องถิ่นสกัดไว้ อันนี้ก็คือสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎร จะต้องเข้าใจปัญหาตรงนี้แล้วก็กลับไปสู่กระบวนการตั้งแต่การออกประทานบัตร ผมมีความฝันว่า ในชีวิตนี้เกิดมาก่อนที่จะตาย ไหน ๆ ตัวเองก็เกิดมาที่จังหวัดสระบุรีแล้วเกิดปัญหาเรื่องของ ฝุ่นละอองมาตั้งแต่เกิดแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ให้เบาบางลง วิธีการแก้ปัญหา ไม่ได้ยากเลยครับท่านประธาน ขอเพียงแค่ผู้รับประทานบัตรนั้นปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้อง ไม่ทําแบบบังหน้า ไม่ทําแบบผักชีโรยหน้า แล้วนึกถึงพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นสําคัญ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเหมืองแร่เหมืองหิน ที่อยู่ทั้งบนดินและอยู่ทั้งใต้ดินนั้นคือทรัพย์สมบัติของพี่น้องประชาชนทุก ๆ คน แน่นอนว่า ทรัพย์สมบัติเหล่านี้คือเศรษฐกิจของชาติ แต่ก็อย่าลืมปัญหาทางด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน และในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ชาวจังหวัดสระบุรี แต่กําลังจะเกิดปัญหาอีกหลาย ๆ ที่ และทําไม ผมจะต้องยกแต่จังหวัดสระบุรีเป็นสําคัญ เพราะจังหวัดสระบุรีมีโรงโม่หินมากที่สุดในประเทศไทย มีโรงปูนหลาย ๆ ที่ แล้วก็เป็นโรงปูนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (Asia) ก็อยู่ที่จังหวัดสระบุรี ขออนุญาตท่านประธานต่ออีกนิดหนึ่ง จังหวัดสระบุรีนั้นการทําเหมืองแร่เหมือนหินปัจจุบันนี้ รุกล้ําโบราณสถานหลาย ๆ ที่ อาทิเช่นถ้ํามหาสนุกที่อําเภอสระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี เป็นโบราณสถานแต่ถูกเหมือง ผมไม่ขออนุญาตเอ่ยนาม รุกล้ําเข้าไปจนถ้ํานี้ไม่สามารถเข้าไป ท่องเที่ยวได้ โบราณสถานที่บูรพมหากษัตราธิราชเจ้าทุก ๆ พระองค์เสด็จไปพักที่นี่ก่อนที่จะ ไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โบราณสถานตรงนี้ถูกทําลายเพราะเหมืองหิน แต่ภาครัฐ ไม่สามารถกระทําอะไรได้เลย ได้คําตอบจากภาครัฐเพียงแค่ว่าก็ถูกทําลายไปแล้วจะให้ ทําอย่างไร อันนี้คือคําตอบ กับจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอยู่ติดกับอําเภอพระพุทธบาท คือถ้ําเอราวัณ ตําบลช่องสาริกา อําเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ถ้ํานี้เป็นถ้ําที่สวยงามมาก และภายในเขาลูกนี้มีถ้ําอีก ๓๕ ถ้ํา เป็นถ้ําที่สวยที่สุด ชาวบ้านต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อที่จะ ต่อต้านการออกประทานบัตรตรงนี้ เพราะฉะนั้นการออกประทานบัตรไม่ใช่คิดจะมอง แต่ด้านเศรษฐกิจในการที่จะกอบโกยผลประโยชน์จากนายทุนอย่างเดียว แต่ถ้าเรามองไปว่า ปัจจุบันประเทศไทยของเราอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวน่าจะเป็นอุตสาหกรรมหลักพอ ๆ กับ อุตสาหกรรมภาคการเกษตร ทําไมเราไม่อนุรักษ์สิ่งเปล่านี้ไว้แล้วทําภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เข้ามา ไม่ใช่สักแต่ว่าทําลายแล้วอ้างว่านี่คือหลักเศรษฐกิจที่จะดีของประเทศไทย และสิ่งเหล่านี้ ก็ยังมีใกล้ ๆ บ้านผมเองครับท่านประธาน ห่างไปประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วก็อยู่ติดกับ ปัญหาพื้นที่การออกประทานบัตรเหมืองแร่เหมืองหิน ที่ผมกําลังต่อสู้อยู่ในปัจจุบันนี้ก็คือ ถ้ําเทพนิมิตธารทองแดง วัดพุคําบรรพต อําเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ถ้ําแห่งนี้ ถูกค้นพบโบราณสถาน โบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย ในช่วงยุคหินตอนปลาย หรือที่เรา เรียกว่า อนุราธปุระ เพราะฉะนั้นเราสามารถหาแหล่งที่มาของรายได้ในเรื่องของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเพื่อที่จะมาชดเชยสิ่งที่เรากําลังจะทําลายทรัพยากรธรรมชาติได้อีกตั้งเยอะตั้งแยะ อีกนิดหนึ่งครับท่านประธานที่ผมจะขอแชร์การถอดบทเรียนประสบการณ์ของผมที่ผมได้รับ จากผู้ประกอบการเหมืองแร่ เหมืองหิน พยายามอ้างว่าหลังจากที่เหมืองแร่ เหมืองหินบางที่ ที่ขุดเจาะลงข้างล่างแล้วก็ยังจะสามารถที่จะใช้น้ํามาทําการเกษตรได้ หลอกลวงพี่น้องประชาชน ชัดเจนครับ ที่จังหวัดสระบุรี อําเภอพระพุทธบาทมีแหล่งน้ํามากมายที่ไม่สามารถทําอะไร ได้เลย และแหล่งน้ําก็ไม่แห้งด้วย เอามารดข้าวโพด เอามารดพืชผักสวนครัวก็ไม่ได้ เกิดเป็น ปูนขาวเกาะติดกันหมด ทําได้อย่างเดียวก็คือปล่อยให้เป็นแหล่งน้ําแบบนั้น เอามาใช้ในการบริโภคก็ไม่ได้ เพราะเกิดสารเคมีปนเปื้อนและมีเป็นจํานวนมากครับ มีให้เห็น ที่อําเภอพระพุทธบาท อําเภอบ้านหมอ อําเภอเฉลิมพระเกียรติและอีกหลาย ๆ ที่ อันนี้คือ สิ่งที่ผู้ประกอบการเหมืองแร่ เหมืองหินต้องการเพียงแค่ประทานบัตรเพื่อไปประกอบการ เท่านั้น เวลาต้องการประทานบัตรพยายามมาบอกว่าจะมีเงินกองทุนเอามาให้กับท้องถิ่นบ้าง เอามาให้ในการดูแลรักษาสุขภาพบ้าง ปีละ ๑ ล้านบาท และพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบมีขนาดไหน ผมอยากจะนําเรียนท่านประธานว่าปัญหาฝุ่นละอองหรือว่า ผลกระทบที่ได้รับจากเรื่องเหมืองหิน เมืองแร่ ไม่ได้เฉพาะอําเภอนั้น ๆ นะครับท่านประธาน แต่มันขยายวงกว้างไปอีกประมาณ ๒๐-๔๐ กิโลเมตร ทําไมตรงนี้ผมถึงกล้าพูดครับ หลังจากที่ผมจบการศึกษาที่ไปเรียนต้องผ่านโรงโม่เป็นจํานวนมาก ผ่านเมืองในหมอก ผมก็ไปศึกษาต่อที่จังหวัดลพบุรี ไม่ต่างกันเลยครับท่านประธาน ที่จังหวัดลพบุรีทั้ง ๆ ที่ ก็ไม่ได้มีโรงโม่หินเลย มีเพียงโรง ๒ โรงเท่านั้นแถวอ่างซับเหล็ก แต่ฝุ่นละอองจาก อําเภอพระพุทธบาท อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรีฟุ้งกระจายไปถึงอําเภอใกล้เคียง กว่า ๔๐ กิโลเมตร ตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะขอร้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติ แห่งนี้ว่าช่วยกันเถอะครับ ช่วยกันผลักดันให้มีคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาเรื่อง การออกประทานบัตรตรงนี้เพื่อที่จะได้นําไปสู่สิ่งดี ๆ ต่อสิ่งแวดล้อมและพี่น้องประชาชน ต่อไป กระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเชิญฉบับต่อไป🔗

๕.๑๘๐ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเร่งรัดการแก้ปัญหาการประทานบัตรเหมืองแร่ การสัมปทาน และการให้เช่าพื้นที่ ป่าไม้ (นายนริศ ขํานุรักษ์ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเร่งรัดการแก้ปัญหา การประทานบัตรเหมืองแร่ การสัมปทาน และการให้เช่าพื้นที่ป่าไม้ ความละเอียดของญัตตินี้ ปรากฏในเอกสารที่ทางสภาได้แจกจ่ายกับเพื่อนสมาชิกแล้วนะครับ แต่ประเด็นที่ผมจะ อภิปรายทั้งหมดครอบคลุมประเด็นการสัมปทานเหมืองแร่ การสัมปทานทําไม้ การสัมปทาน ทําไม้ป่าชายเลนและการให้เช่าพื้นที่ป่าไม้ โดยการอภิปรายครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานว่าการสัมปทาน ทั้งหมดไม่ได้เลวร้ายทั้งสิ้นนะครับ มีส่วนดีอยู่บ้าง และมีความจําเป็นที่จําเป็นจะต้องมี สัมปทานอยู่บ้างตามห้วงเวลานั้น ๆ ผมจึงขอเสนอด้วยเหตุผลสําคัญอยู่ ๒ ประการ ประการที่ ๑ อยากให้ท่านประธานได้เห็นสภาพของสัมปทานทั้ง ๔ ด้าน ที่ผมจะอธิบาย ทั้งผลดีและผลเสีย และส่วนที่ ๒ ที่จะอภิปรายก็คือเพื่อให้ได้ฝากกับกรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากพวกเราได้พิจารณาเรื่องนี้จบสิ้นว่าไปช่วยกันแก้ไขปัญหาในประเด็นใดบ้าง🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องสัมปทานเหมืองแร่ เรื่องนี้ก็มีผลดีนะครับ สัมปทานเหมืองแร่ สินแร่มีความสําคัญในทางอุตสาหกรรมทําให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว สินแร่หลายชนิด มีคุณค่าในการพัฒนาประเทศ แต่ว่าเช่นเดียวกันครับ การสัมปทานเหมืองแร่ทําให้เกิด ผลกระทบต่อระบบนิเวศ ต่อพี่น้องประชาชนทั้งเรื่องเสียง เรื่องฝุ่นละออง เรื่องน้ําใต้ดิน และน้ําผิวดิน หลายสัมปทานเหมืองแร่เราได้สูญเสียเงินที่ปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทาน เหมืองแร่นั้น ๆ โดยไม่มีการปลูกจริง และเศรษฐกิจไม่กระจายไปสู่พี่น้องประชาชนเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการสัมปทานเหมืองแร่อาจจะกระจุกตัวอยู่ที่เจ้าของสัมปทานและข้าราชการ ที่รับใช้เจ้าของสัมปทาน กระจุกอยู่เพียงเท่านี้ครับ ไม่กระจายไปสู่พี่น้องประชาชน ไม่กระจายไปสู่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นี่คือทั้งผลดีและผลเสียของสัมปทานเหมืองแร่🔗

เรื่องที่ ๒ สัมปทานป่าไม้ ผลดีของสัมปทานทําไม้ก็คือเราได้ไม้มาใช้สอย เราได้ลดการนําไม้จากต่างประเทศเข้ามา และทําให้เศรษฐกิจขยายตัว เพราะไม้เป็น เศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศ เราเคยส่งออกไม้ไปต่างประเทศเป็นสินค้าอันดับต้น ๆ ของประเทศ เราเคยส่งไม้เป็นอันดับ ๑ ของทุกสินค้าไปต่างประเทศ และช่วงหลัง ๆ จํานวนปริมาณไม้ลดลงในประเทศ เราต้องสั่งไม้จากต่างประเทศเข้ามา การสัมปทานทําไม้ จึงทําให้เราได้ไม้ใช้สอย แล้วก็ลดการนําเข้าไม้จากต่างประเทศทําให้เศรษฐกิจในประเทศ ของเราดีขึ้น แต่ว่าผลร้ายของการสัมปทานป่าไม้ของประเทศไทยซึ่งเราได้ละเลยสิ่งที่เป็น หลักการวิชาการทางการทําไม้ก็คือทําให้ป่าของเราลดลงอย่างรวดเร็ว ในสมัยล้นเกล้า รัชกาลที่ ๕ ป่าของประเทศมีอยู่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนั้นล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ มีนโยบาย มีกุศโลบายต้องเอาไม้ออกมาอย่างเดียวเพื่อเปิดให้เป็นพื้นที่ทํากิน แต่ว่าจนมาถึง ปัจจุบันไม้มีเหลืออยู่ประมาณสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราทําป่าไม้หายไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในรอบร้อยกว่าปีที่ผ่านมา การสัมปทานป่าไม้ทําให้ป่าไม้ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือป่า แค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราทําให้ป่าของประเทศเสื่อมโทรมทั่วประเทศ แม้แต่ป่าที่ไม่ควร เสื่อมโทรมลงเลย เช่น ป่าต้นน้ําลําธารก็ยังมีสภาพเสื่อมโทรม ป่าอนุรักษ์ก็ยังมีการบุกรุก ไม่รวมถึงป่าสงวนพันกว่าป่าซึ่งเหลือน้อยที่มีความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ในเงื่อนไขสัมปทานทําไม้ มีผู้ได้รับสัมปทานต้องปลูกป่าตามเงื่อนไข หรือถ้าไม่ปลูกก็ต้องให้เงินกับรัฐเพื่อไปปลูกป่า ตามเงื่อนไขสัมปทาน แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ปลูกทําให้ป่าของเราเสื่อมโทรมลงทุกขณะ🔗

เรื่องที่ ๓ สัมปทานป่าชายเลน ผลดีของการสัมปทานป่าชายเลนก็คือเราได้ ไม้ป่าชายเลน ไม้โกงกางมาเป็นไม้ใช้สอย ซึ่งขณะหนึ่งเราก็ต้องใช้ไม้ป่าโกงกางมาใช้ประโยชน์ กับ ๒. รายได้แหล่งเพลิงไหม้ เพราะป่าโกงกางเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด และเศรษฐกิจได้ขยายตัว แต่ว่าเช่นเดียวกันสัมปทานป่าชายเลนซึ่งกระจายอยู่ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย เศรษฐกิจ แทนที่จะกระจายไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่กลายเป็นกระจุกตัวอยู่กับเจ้าของสัมปทาน และข้าราชการบางคนบางฝ่าย กับ ๒. เราได้สูญเสียป่าชายเลน ซึ่งประเทศไทยในอดีต มีป่าชายเลนเกือบ ๑๐ ล้านไร่ อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ป่าชายเลนประโยชน์ก็คือเป็นที่วางไข่ อนุบาลตัวอ่อนและเจริญวัยสัตว์น้ํา เราได้สูญเสียป่าชายเลนไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ทั้งประเทศ มีประมาณไม่ถึง ๓ ล้านไร่แล้วนะครับ ที่สําคัญที่เป็นผลเสียที่สุดก็คือหลังจากการสัมปทาน ป่าชายเลนเสร็จแล้ว เจ้าของสัมปทานหลายคน หลายแปลงสัมปทานได้อาศัยออกเอกสารสิทธิ เอาที่ที่ได้ผ่านการสัมปทานมาแล้วเป็นเจ้าของเยอะแยะมากมาย ที่จริงแล้วการตรวจสอบ ไม่ยากเลย เพราะว่าการสัมปทานป่าชายเลนต้องสัมปทานบนที่รัฐเท่านั้น ถ้าที่ส่วนตัวไม่ต้อง สัมปทาน ถ้าเอกสารสิทธิตัวเองไม่ต้องสัมปทาน ตัดฟันเอามาใช้ประโยชน์ได้เลย แต่ว่าพื้นที่ ที่ได้สัมปทานจึงเป็นพื้นที่รัฐเท่านั้น ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ แต่ว่าผมคิดว่าหลายแสนไร่ ที่เจ้าของสัมปทานป่าชายเลนหลังจากหมดอายุสัมปทานแล้วไปเอาป่าชายเลนไปออกเอกสารสิทธิ แล้วกลับมาเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ในช่วงเวลาหนึ่งกรมป่าไม้ได้มีนโยบายให้ประชาชนเช่าพื้นที่ป่า ไปปลูกต้นไม้ ไปปลูกปาล์มน้ํามัน ไปปลูกพืชต่าง ๆ มากมาย ค่าเช่าก็ถูกมาก ๓๐ บาท ต่อ ๓๐ ปี คนก็เช่ากันไปหลายล้านไร่ในประเทศไทย ทําให้สภาพป่าดังกล่าวเสื่อมโทรมลง หนําซ้ําขณะนี้หลายป่าหมดอายุของการเช่าแล้ว กรณีเช่นจังหวัดกระบี่ เจ้าของผู้เช่า ส่วนหนึ่งไม่ยอมออกจากพื้นที่ที่ให้เช่า ยังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อไป ๒. ผู้เช่าบางคน ตัดแบ่งป่าขายให้กับพี่น้องประชาชนจนเกิดกรณีบุกรุกแย่งชิงถึงเข่นฆ่ากันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้จากการเช่าพื้นที่ป่าและเจ้าของพื้นที่ป่าไม่ยอมออกพื้นที่ หลังหมดอายุการเช่า🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ การขุดสัมปทานแร่ไม่เพียงแต่เอาแร่ ไปเท่านั้นนะครับ มันจะเกิดหลุมแร่ ในพื้นที่ฝั่งอันดามันหลายจังหวัดมีหลุมขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการขุดแร่ เมื่อหมดอายุสัมปทานแล้วหลุมแร่นี้ควรตกเป็นของแผ่นดิน น้ําในขุมแร่ เขาเรียกว่าขุมเหมือง น้ําในขุมเหมืองควรเป็นของพี่น้องประชาชน ถ้าในจังหวัดภูเก็ตก็ควรใช้ สําหรับคนภูเก็ต คนในจังหวัดพังงา คนในจังหวัดกระบี่ แต่ว่ากราบเรียนท่านประธาน เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของขุมเหมืองดังกล่าวตกอยู่ในมือของเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ เกือบทั้งสิ้นครับ ขายน้ําให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ เอาที่ขุมเหมืองยึดมาเป็น ของตัวเองมากมายก่ายกองเกือบทุกเหมือง ผมจึงขอให้คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นหลังจาก เราได้อภิปรายกันจบสิ้นนี้ ช่วยตรวจสอบว่าพื้นที่ที่หมดอายุการเช่าแล้วเรามีกี่แปลง มีกี่ไร่ และควรกลับมาดําเนินการอย่างไรให้กลับคืนสู่สภาพเช่นเดิม ใกล้เคียงกับเดิมมากที่สุด กรณี ขุมเหมืองขอให้กรรมาธิการได้ตรวจสอบว่ามีจํานวนเท่าไร และถูกยึดครองไปจากเจ้าของ สัมปทานเหมืองไปเท่าไร ให้กลับคืนมาสู่เช่นเดิม อาจจะไม่ต้องถมหลุมหรอกครับ เพียงแต่ว่า น้ําในหลุมควรเป็นของพี่น้องประชาชนทุกคน และพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ควรได้รับ การพัฒนาให้มาเป็นป่าให้เป็นที่สาธารณประโยชน์เช่นเดิม เช่นเดียวกับก่อนสัมปทาน และพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งพื้นที่ป่าชายเลนหลังจบสิ้นสัมปทานป่าชายเลนแล้วก็ควรจะได้รับ การฟื้นฟู ควรยึดเอาเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบในพื้นที่ ทั้งพื้นที่หลังสัมปทานป่าไม้ และหลังพื้นที่สัมปทานป่าชายเลนกลับคืนมาทุกป่า แล้วมาฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสมบัติ ของแผ่นดิน🔗

สุดท้ายพื้นที่ที่ระเบิดหิน หลายสัมปทานหมดอายุสัมปทานไปนานแล้ว แต่อ้างว่า ได้ระเบิดหินกองเก็บไว้ก่อน แล้วก็ย่อยขายให้กับพี่น้องประชาชน อย่างนี้กรรมาธิการต้องเข้าไป ตรวจสอบว่าปริมาณหินจริง ๆ ที่ระเบิดกองไว้มีเท่าไร และจะระเบิดหินไปได้อีกกี่ปี แล้วก็ จบเลย เพราะว่าหลายโรงโม่หินใช้เวลาย่อยหินขาย โม่หินเห็นขายอยู่เป็นเวลาสิบ ๆ ปี หลังหมดเงื่อนไขสัมปทาน ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นว่าสัมปทาน ป่าไม้ไม่ได้มีผลเสียทั้งหมด มีผลดีซุ่มซ่อนอยู่บ้าง สัมปทานทุกสัมปทานสามารถแก้ไข ให้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อพี่น้องประชาชนได้ แต่ผมก็เชื่อว่าหลายสัมปทานเกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติ ให้กับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อในกลไกของรัฐสภาว่ากรรมาธิการทําเรื่องนี้ แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับชาติบ้านเมืองได้ และหวังว่าหลังจากนี้ต่อไปสิ่งแวดล้อมของประเทศจะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้เป็นไปตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฉบับที่ ๕ เป็นญัตติด่วน🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัด การแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ และนายนิยม เวชกามา เป็นผู้เสนอ) (ยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

ขอเชิญครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กระผมขอเรียนเสนอญัตตินี้นะครับ ญัตตินี้เป็นเรื่องที่เกิดมาก่อนนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นเกิดที่อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการยื่นขอประทานบัตรเพื่อทําเหมืองแร่อุตสาหกรรม ในอุตสาหกรรมก่อสร้างของบริษัท ทรี มาเธอร์ เทรดดิ้ง จํากัด เนื่องจากพื้นที่บริเวณที่มี การยื่นขอประทานบัตรทําเหมืองแร่นี้เป็นแหล่งที่มีน้ําซึม น้ําผุด สามารถใช้น้ําได้ตลอดปี ซึ่งราษฎรได้เข้าไปใช้ประโยชน์ทั้งอุปโภคบริโภคและทําการเกษตร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ถ้ามีการทําเหมืองแร่ในบริเวณดังกล่าวก็จะทําให้ราษฎรใน ๑๗ หมู่บ้าน ๑๔,๐๐๐ คน ได้รับผลกระทบ ซึ่งราษฎรได้มีการต่อสู้และคัดค้านการยื่นขอประทานบัตรมาโดยตลอด เพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดความสูญเสียและผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน มากกว่าที่ได้รับประโยชน์กับชุมชน ซึ่งพบว่าการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ยังส่งผลกระทบ ในอีกหลายพื้นที่ เช่น ในจังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดสกลนคร เป็นต้น ฉะนั้น การให้ประทานบัตรเหมืองแร่ในแต่ละพื้นที่จึงควรจะมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะตามมา ในหลายด้าน ทั้งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สภาพพื้นที่ของแต่ละชุมชน สุขภาพอนามัยของประชาชน เป็นต้น ซึ่งผลกระทบจากการทําเหมืองแร่ในแต่ละด้านนี้ มักเกิดจากกระบวนการการออกประทานบัตร จากกระบวนการประเมินผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมคืออีไอเอ (EIA) ที่มีปัญหา การประชาพิจารณ์ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และการดําเนินการที่ขาดความรับผิดชอบและขาดการตรวจสอบที่ชัดเจน ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน ซึ่งมีความจําเป็นเร่งด่วนในอันที่จะเกิดผล ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ตําบลคําป่าหลาย เป็นตําบลหนึ่งที่ได้กราบเรียนแล้ว มี ๑๗ หมู่บ้าน มีความอุดมสมบูรณ์มาแต่โบราณแล้วครับ เพราะ คําว่า คําป่าหลาย นั้นหมายความว่าทองคํา มีความร่ํารวย ป่าหลาย ป่าทึบครับ ในที่นี้ผมได้รับการร้องเรียนโดยศูนย์ร้องเรียนที่จังหวัดมุกดาหาร ผู้ช่วย ส.ส. ของผม คุณสุเทียนได้ดูแลศูนย์นี้ ผมไปดูครับ ปรากฏว่ามีคนอยู่เต็มเลยครับ แล้วก็อยู่ด้วยอะไร มันมีน้ําซับครับ มีน้ําไหลขึ้นมา และน้ําซับนี่ใช้ได้ทุกหมู่บ้านเลยนะครับ เทศบาล ๒ แห่งก็ใช้น้ําซับนี้ เขาทําน้ําซับต่อลงมาเป็นก๊อก แล้วก็มีฝังไปที่พื้นราบข้างล่าง น้ําใช้ได้ถึง ๒ เทศบาล ตําบลและทุกหมู่บ้าน ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้น ถ้ามีการทําลาย พูดง่าย ๆ ถ้ามีการประทานบัตรเรื่องนี้ก็จะปรากฏว่าเขาเดือดร้อนอย่างมากครับ เรื่องนี้ชาวบ้านหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ กลุ่ม สื่อมวลชนก็ไม่ยอมเลิกรา เขามีการฟ้องร้องขึ้นมา กระผมได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วว่าขอให้แก้ไขเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่เป็นผลอะไร ก็ปรากฏว่าหลังจากที่กระผมได้ตั้งกระทู้นี้ ทาง กอ.รมน. ก็คงมาตรวจสอบ ปรากฏว่าสิ่งที่ กระทําของบริษัท ทรี มาเธอร์ เทรดดิ้ง จํากัด นั้นเป็นผลกระทบ เป็นบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริง ไม่ตรงข้อเท็จจริง ได้ข้อมูลที่พูดง่าย ๆ ว่าเป็นเท็จต่อรัฐ ข้อ ๒ ก็มีการปลอมแปลงเอกสารครับ ในลายเซ็นระหว่างการทําประชาคม มีการปลอมแปลง เอกสารในการประชุม อบต. อบจ. เทศบาลทั้งหลาย ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเทศบาล ใช้น้ําของเขา ใช้น้ําที่นั่นก็อยู่ที่นั่นแล้วทําไมถึงไปเซ็นให้เขาระเบิดหินได้ เมื่อระเบิดหินแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็อันตรธานหมดครับ บริษัทก็ยังยืนยันว่าเขาถูกต้องนะครับ และขณะนี้ ก็ปรากฏว่ามีการเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว และได้อนุญาตให้กระทําได้ ให้เปิดเหมืองนี้ได้ ซึ่งก็ส่งมาทางคณะรัฐมนตรี มาทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจังที่จะต้องเสนอเข้ามาเพื่อการศึกษา ผมกราบเรียนทางคณะที่เข้ามาเป็นกรรมาธิการนี้ขอให้ไปดูที่นี่ก่อนในการศึกษาว่า ๑. เล่ห์เหลี่ยม ของนายทุนเขาทําอย่างไรที่เขามาได้ ๒. เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีส่วนเกี่ยวกับรัฐ หรือแม้กระทั่ง เราเลือกตั้งขึ้นมา อบต. เทศบาลจึงไปเข้าข้างเขาล่ะ ทําไมถึงเซ็นให้ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ น่าศึกษามาก แล้วก็จะเป็นตัวอย่างศึกษาทั่วประเทศว่าบ้านเมืองของเราเป็นอย่างนี้ เราจะ ก้าวหน้าได้อย่างไร ถ้าคนแม้กระทั่งที่เลือกตั้งกันมา เป็นพวกเดียวกับประชาชนยังกระทํา สิ่งนี้ได้ ผมกราบเรียนในเรื่องนี้ว่าให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อเข้ามาศึกษาเร่งรัด เพื่อแก้ไข ปัญหาประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ของประชาชนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเป็นญัตติด่วน ฉบับที่ ๖ ครับ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ การยกเลิกเพิกถอนแหล่งแร่ และการทําเหมืองแร่ที่กระทบต่อประชาชน (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้เสนอ) (ยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

ขอเชิญคุณสาทิตย์ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา การออกประทานบัตรเหมืองแร่ การยกเลิกเพิกถอนแหล่งแร่ และการทําเหมืองแร่ที่กระทบ ต่อประชาชน จริง ๆ แล้วผมต้องเรียนท่านประธานว่าเรื่องแร่นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็น ความรู้เฉพาะทางค่อนข้างมาก แล้วก็มีรายละเอียดค่อนข้างมากทีเดียว เพื่อการอภิปราย ในญัตตินี้ ผมได้ไปศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องแร่แล้ว เห็นว่าเป็นความรู้ เป็นรายละเอียด ที่ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนมาก แต่ว่า ส.ส. พวกเรามักจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของ เหมืองแร่ เวลามีพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนพวกเรา อย่างกรณีของผมก็เช่นเดียวกัน ผมอยู่ ที่จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจังหวัดที่เดิมนั้นเคยเป็นพื้นที่ของการทําเหมืองแร่ดีบุก เป็นระยะเวลา ที่ยาวนาน และเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่ดีที่สุดในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่วันนี้การทําเหมืองแร่ดีบุกก็ถือว่าจบสิ้นไปแล้ว แต่ร่องรอยที่เราเห็นในทุกที่จากการ ทําเหมืองแร่ดีบุกนั้น จะเห็นได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นยาวนานมาก แร่ดีบุกที่จังหวัดตรัง จบไปหลายสิบปีแล้ว ผมเข้าใจว่าท่านประธานอยู่ที่จังหวัดตรังท่านประธานก็จะเห็นพื้นที่ได้ว่า จะเป็นพื้นทรายเป็นส่วนใหญ่ แล้วที่จะเหลือก็คือเหลือเฉพาะขุมเหมืองอย่างที่ท่านนริศ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงไปสักครู่นี้นะครับ ดินที่ถูกทําเหมืองไปนั้นก็จะมีความ เสียหายมาก นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เราเห็นด้วยตาที่จังหวัดตรังของเรา แต่อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องหนึ่งที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องแร่ก็คือเมื่อมีความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่อง การขอประทานบัตรเหมืองแร่ ที่จังหวัดตรังจะมีแหล่งแร่ที่เรียกว่าแหล่งหินอุตสาหกรรม เวลามีการขอสัมปทานเพื่อที่จะระเบิดหินพูดเป็นภาษง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านมักจะเกิด การต่อต้านขึ้นของพี่น้องประชาชน เราก็มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างนั้น ผมก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ทําไมประเทศไทยเรามีการปรับปรุงทํากฎหมายฉบับใหม่ คือเป็นพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพิ่งผ่านมา ๒ ปีเศษ ๆ แต่ทําไมปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการ ออกประทานบัตรเหมืองแร่ยังคงมีอยู่ ทั้ง ๆ ที่ถ้าไปดูเจตนารมณ์การออกกฎหมายฉบับนั้น จริง ๆ ก็มีการพยายามปรับปรุงกระบวนการในการที่จะเข้าไปออกประทานบัตร มีกระบวนการ ขั้นตอนประเมินต่าง ๆ มีการมีส่วนร่วมของประชาชน เขียนเอาไว้ในกฎหมายค่อนข้างชัด กระบวนการกํากับดูแลต่าง ๆ ก็เขียนเอาไว้ แต่ทําไมปี ๒ ปีนี้ประเด็นเรื่องการทําเหมือง ยังมีความขัดแย้งในหลายพื้นที่ ผมเข้าไปศึกษาเรื่องนี้ ที่จังหวัดตรังมีอยู่ที่หนึ่งเรียกว่า เขาควนเหมียง อยู่ในเขตตําบลปากแจ่ม อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ใกล้ ๆ บ้านผม ห่างกัน ไม่เกินสัก ๑๔-๑๕ กิโลเมตร ที่นั่นถูกประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมมาก่อนมี พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ นายทุนพยายามที่จะไปขอประทานบัตรหลายครั้ง แต่ว่า ไม่ได้ดําเนินการต่อเนื่องจนกระทั่งล่าสุดมีการไปขอเมื่อ ๒ ที่แล้ว และชาวบ้านก็เกิดการลุกขึ้น คัดค้านเรื่องนี้ และเกิดความขัดแย้ง แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ผมเข้าไปดูแล้วผมก็เห็นว่า มีประเด็นรายละเอียดหลายเรื่องมาก ที่ผมคิดว่าการตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มีความจําเป็น เพื่อลดประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนที่ต้องการประกอบการทําเหมืองหินกับ พี่น้องประชาชนลง จริง ๆ แล้วถ้ามองภาพรวมประเทศไทย ประเทศเราถือว่าเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพแหล่งแร่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ํานะครับ ในประเทศที่มีแร่ในโลก ๑๒๓ ประเทศ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๑๑๐ แต่ว่าใน ๑๑๐ ที่อยู่ในอันดับของเรา เราก็มีการทําเหมืองแร่ ไม่น้อย เพราะว่าข้อมูลการออกใบอนุญาตประทานบัตรโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และเหมืองแร่ จนถึงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ซึ่ง พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ เรามีประทานบัตรมีอายุอยู่รวมกันถึง ๑,๐๒๓ แหล่ง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มากที่สุดคือหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานเห็นที่จังหวัดตรังนี้นะครับ หินอุตสาหกรรมทั่วประเทศมีถึง ๓๘๔ แปลง มีคําขอต่ออายุประทานบัตรรออยู่ ๑๓๑ แปลง ใน ๑๓๑ แปลงนี้ เป็นเรื่องหินก่อสร้างอยู่ถึง ๖๘ แปลง อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่รอวันปะทุขึ้นมาถ้ามีการขอประทานบัตรนะครับ นอกจากนั้นยังมีคําขอคือยื่นขอเอาไว้แต่ยังไม่ได้ดําเนินการใด ๆ อีก ๑,๙๗๖ แหล่ง อยู่ในภาคกลางสูงสุดถึง ๘๕๖ แปลง ภาคใต้ ๒๙๑ แปลง ภาคเหนือ ๔๗๓ แปลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓๕๖ แปลง ซึ่งแหล่งหินอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ครอบคลุมพื้นที่รวมกันแล้วหลายแสนไร่นะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นการตั้งกรรมาธิการ ไปศึกษาจะน่าสนใจมากว่าที่มีประทานบัตรอยู่ มีอายุอยู่ ที่ยื่นคําขอไว้แล้ว และที่กําลัง ดําเนินกระบวนการทําไมจึงยังมีประเด็นเรื่องของความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างชาวบ้าน ซึ่งได้รับผลกระทบกับผู้ยื่นคําขอประทานบัตร แม้ว่ามีการปรับโดยการใช้พระราชบัญญัติแร่ ขึ้นมาแล้วก็ตาม จริง ๆ ใน พ.ร.บ. แร่ เขียนไว้ว่า เขตดังกล่าวต่อไปนี้จะต้องไม่สามารถ เป็นพื้นที่แหล่งแร่ได้ เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตโบราณสถาน พื้นที่ ที่มีกฎหมายห้ามทําประโยคเด็ดขาด พื้นที่เขตปลอดภัยความมั่นคงแห่งชาติ พื้นที่แหล่งกันน้ํา หรือป่าน้ําซึมซับ แต่ขนาดประกาศตามกฎหมายแล้ว ประมาณ ๔-๕ เดือนที่แล้ว ที่จังหวัดยะลา ยังมีประเด็นเรื่องของการแก้ไขเขตโบราณสถาน หมายความว่าที่ถ้ําเขายะลาจะมีภาพเขียนสีอยู่ เดิมทีกรมศิลปากรประกาศเขตโบราณสถานเอาไว้ แต่เขตโบราณสถานที่ประกาศไปคลุมทับ เอาที่แหล่งหินอุตสาหกรรมด้วย วันดีคืนดีมีประเด็นเกิดขึ้นในสื่อมวลชนว่า อธิบดี กรมศิลปากรเซ็นคําสั่งแก้ไขเขตโบราณสถานก่อนเกษียณวันเดียว ลดเขตโบราณสถานเดิม เหลือน้อยกว่าเดิม กลายเป็นเขตที่กันออกไปอยู่ในเขตที่สามารถทําหินอุตสาหกรรมได้ จนกระทั่งชุมชนชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ แล้วยื่นเรื่องเข้ามาในคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมเองก็เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ซักไปซักมาได้ความว่า การไปประกาศนั้นไม่ได้มีการไปรับฟังความเห็นของชุมชนอย่างทั่วถึง กรรมาธิการขอให้มีการไปรับฟังทั่วถึง หลังจากฟังทั่วถึงปรากฏเป็นข่าวแล้วกรมศิลปากร ก็ยอมที่จะยกเลิกประกาศแก้ไขเขตโบราณสถานเดิม ผมยกตัวอย่างนี้ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า กระบวนการยังมีบางสิ่งบางอย่างที่บ่งบอกว่ามีความผิดปกติอยู่ ถ้าชุมชนไม่เข้มแข็งพอ ถ้ากระบวนการเสนอสื่อไม่เข้มแข็งพอ ป่านนี้ถ้ําเขายะลา ภาพเขียนสีอายุหลายพันปี ก็อาจจะมีผลกระทบไปแล้วได้เช่นกัน จริง ๆ มีมากกว่านั้นท่านประธานครับ ความขัดแย้ง ไปถึงขั้นว่าที่ถ้ําเขาควนเหมียง พื้นที่ตรงนั้นชาวบ้านได้ขอเป็นป่าชุมชน แต่ผู้ไปยื่นคําขอ ประทานบัตร พยายามที่จะยื่นเรื่องขอยกเลิกการเป็นป่าชุมชน ดีที่สํานักงานป่าไม้เขตไม่เอออวย ตามไปด้วย ไม่อย่างนั้นความขัดแย้งคงสูงกว่านี้ครับ ประเด็นของผมผมคิดว่าถ้าตั้งคณะกรรมาธิการ มีอีก ๒ ประเด็นที่น่าสนใจศึกษาคือ🔗

ประเด็นที่ ๑ แหล่งแร่ที่ถูกประกาศไปแล้วนี่เพิกถอนได้ไหม อย่างในกรณีที่ เขาควนเหมียง ที่ตําบลปากแจ่ม จังหวัดตรัง ประกาศมาก่อน พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ คือประกาศเป็นแหล่งแร่มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กว่าครับ สภาพแวดล้อมตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันเยอะ ชุมชนชาวบ้านเกิดขึ้นมากมายที่ติดกับเขาควนเหมียงคือที่เทือกเขาถ้ําแรดเป็นเทือกเขา ที่ติดกันนะครับ ขุดค้นพบทางโบราณคดี ถูกประกาศเป็นเขตโบราณสถาน ไปพบโครงกระดูก มนุษย์ถ้ํา ไปพบภาชนะ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อีก เกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก แต่แหล่งแร่ ตรงนี้ยังอยู่ ขณะนี้การต่อสู้ของชาวบ้านได้ชัยชนะขั้นต้นคือผู้ยื่นคําขอประทานบัตรยอมถอน ออกไป แต่ชาวบ้านก็กังวลว่าแล้ววันหนึ่งเขาจะยื่นกลับมาไหม ถ้าเขายืนกลับมาความขัดแย้ง รอบใหม่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าตั้งกรรมาธิการต้องศึกษาเรื่องการยกเลิกเพิกถอนว่าสามารถ ที่จะทําได้หรือไม่🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราควรศึกษาเหมือนกันว่ามันมีแหล่งแร่ที่สามารถนํามา ทดแทนจากต่างประเทศได้หรือไม่ ท่านประธานคงทราบข่าวตอนนี้ว่าใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ประเด็นต่อเนื่องจากภาพเขียนสีถ้ําเขายะลา ผู้ประกอบการมาร้องว่าเห็นใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ที่ก่อสร้างจะไม่พอ แต่ปรากฏว่าการกลับกลายตรงข้ามคือมีผู้ประกอบการส่วนหนึ่งนําหิน นําเข้าจากประเทศมาเลเซียเข้ามา แล้วมีราคาถูกกว่าแหล่งหินใน ๓ จังหวัดภาคใต้ รวมถึง จังหวัดสงขลาเสียอีก ล่าสุดผู้ประกอบการหินตรงนั้นไปร้องอุตสาหกรรมจังหวัดที่จังหวัดสงขลา ว่าหินที่พวกเขาระเบิดจากในประเทศไทยราคาสู้ของประเทศมาเลเซียไม่ได้ จริงอยู่ครับ ผู้ประกอบการในประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบ แต่ถ้ามองในภาพรวมเรายังรักษาแหล่งหิน ไว้ได้ ไว้ใช้ต่อในอนาคต และใช้แหล่งหินจากต่างประเทศซึ่งราคาถูกกว่าจะมิเป็นประโยชน์ กว่าหรือ อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นผมคิดว่าการตั้งกรรมาธิการในเรื่องนี้จะสามารถมาศึกษา ในประเด็นรายละเอียดเหล่านี้ได้ ผมทราบว่าวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลมีความเห็นว่าอาจจะ ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญและจะส่งไปยังคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ผมเรียนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอุตสาหกรรมนะครับ แต่เป็นเรื่องการจัดการทรัพยากรของชาติ ผมเสนอว่า ถ้าจะส่งไปคณะกรรมาธิการสามัญควรไปคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฉบับสุดท้ายนะครับ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาการให้ ประทานบัตรเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ (นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เป็นผู้เสนอ) (ยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

ข้อเสนอญัตตินี้ ไม่ตั้งกรรมาธิการนะครับ ให้ส่งรัฐบาลพิจารณา ขอเชิญคุณคงกฤษครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ยื่นญัตติในการให้ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญในการพิจารณาแก้ไขปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่นะครับ ในส่วนของกระผม และทางท่านสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยนะครับ ท่าน ส.ส. พิบูลย์ รัชกิจประการ และท่าน ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เราขอเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหา ให้ประทานบัตรเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทุกพื้นที่ ทั่วประเทศนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่นําทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทย มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดรายได้ แล้วก็สร้างอาชีพ สร้างงาน แล้วก็มีวัสดุอุปกรณ์ในการ สร้างประเทศ ผมเห็นด้วยในส่วนนี้ และในส่วนของการลดต้นทุนในการขนส่งโลจิสติกส์ (Logistics) นี่ผมเห็นด้วย แต่สิ่งที่ ตามมานั่นคือมีการร้องเรียนของภาคประชาชนในพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องรัฐบาลหรือการฟ้องภาคเอกชน จากการวิเคราะห์ จากผลกระทบ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกระบวนการของการกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมของอีไอเอ (EIA) การทําประชาพิจารณ์ ประชาคมของประชาชนที่ขาดการ มีส่วนร่วม แล้วก็ความเป็นปัจจุบันในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่นําไปสู่แหล่งน้ํา ใต้ดินในการใช้ดื่ม ใช้อุปโภคบริโภคหรือใช้ในการเกษตร หรือไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อ ระบบนิเวศและวิถีชีวิตและผลกระทบที่ตามมานั่นคือในเรื่องของฝุ่นละออง ในเรื่องของ มลพิษ ที่จะทราบมาก็หลังจากที่เราเคยมีปัญหาในเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และมี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาได้เคยอภิปรายไปแล้วในส่วนนี้ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดนั่นคือ มีปัญหากันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน กรณีของเหมืองทองอัครา ที่ในพื้นที่รอยต่อของ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีบริษัทแม่คือบริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ได้ฟ้องรัฐบาลไทยกรณีที่สั่งระงับการประกอบกิจการ ตอนนี้ก็อยู่ ในชั้นของอนุญาโตตุลาการแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่ผมได้เคยหารือ ในสภาเมื่อวันพุธที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ เรื่อง การขอยกเลิกคําขอประทานบัตรทําเหมืองหิน แหล่งบ้านในวง และการยกเลิกประกาศแหล่งหินอุตสาหกรรมนะครับ ในพื้นที่ตําบลในวงเหนือ ตําบลในวงใต้ อําเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ก็ได้มีหนังสือจากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ ๐๐๑/๒๘๙ ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ ก็ได้ตอบกลับมาว่าได้ปรึกษาหารือ ให้กับกระทรวงอุตสาหกรรม บัดนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดําเนินการให้ทราบแล้วว่า ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่อยู่ระหว่างการหารือกับกรมป่าไม้และ กรมศิลปากรในประเด็นพื้นที่ป่าชุมชนด้วย แล้วก็ในพื้นที่โบราณสถานด้วย จากที่ผมได้กล่าว เมื่อสักครู่นี้ก็คือเป็นพื้นที่ทับซ้อนกันในแหล่งของตําบลในวงเหนือ ตําบลในวงใต้นั่นคือ แหล่งหินที่ประกาศไว้ คือแหล่งหินอุตสาหกรรม ประเด็นดังกล่าวก็เป็นประเด็นที่ อุตสาหกรรมก็ได้รับเรื่องแล้วตรงนี้ก็ได้ทราบมาว่าในพื้นที่นี้ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่หลังจากนั้น ในส่วนของคําขอประทานบัตรเหมือง บัตรใบที่ ๑/๒๕๖๑ ผู้ยื่นคําขอได้ขอถอนในการ ขอประทานบัตรเหมืองแร่ออกไปแล้วตรงนี้ ก็ทําให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรงนี้ก็ได้ยกเลิก ในคําขอประทานบัตรเหมืองแร่บัตรใบที่ ๑ เช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะ ของประชาชนระนองคนหนึ่ง แล้วก็เป็นลูกหลานเยาวชนระนองคนหนึ่ง แล้วก็เป็นคนรุ่นใหม่ ก็รู้สึกดีใจนะครับที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ และทางอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์แล้วก็สิ่งแวดล้อมในจังหวัดระนองในส่วนนี้ ก็ได้เห็นด้วยในของ บัตรประทานเหมืองแร่บัตรใบที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ในยุทธศาสตร์ของจังหวัดระนอง คือเป็นการท่องเที่ยวเมืองสุขภาพนะครับ พอดีขออนุญาตท่านประธานครับ พอดีผมมีภาพ สไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ขอบคุณทางโสตทัศนูปกรณ์มากครับ จะเห็นได้ไหมครับว่าระนองเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีบ่อน้ําแร่ มีทะเล มีภูเขา มีน้ําตก มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ และความเป็นอยู่ของเราอยู่กันอย่างมีความสงบเรียบร้อย จนมาวันนี้ก็มีการประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรม อย่างบ้านในวง นี่คือปัญหาของ บ้านในวง บ้านในวงคืออยู่ในตําบลในวงเหนือ ในวงใต้ อําเภอละอุ่น จังหวัดระนอง แล้วก็ มีบ้านโฮมสเตย์ (Homestay) นั่นคือเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติและเชิงนิเวศ มีการปั่นจักรยานเพื่อชิมผลไม้ต่าง ๆ และผลไม้ของบ้านเราที่มีขึ้นชื่อนั่นคือทุเรียนและมังคุด ซึ่งทุเรียนนี่เราก็ได้รับรองของจีไอ (GI) เรียบร้อยแล้ว มังคุดตอนนี้ก็กําลังยื่นขอจีไอ (GI) ด้วยเช่นกัน ก็เป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติเป็นอย่างดีและสร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศไทย ทําให้ผู้บริโภคได้รู้จักทุเรียนและมังคุดเป็นอย่างดี ก็เลยขออนุญาตท่านประธาน ว่าวันนี้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่เราลงพื้นที่ไปหลังจากที่ผมลงพื้นที่ วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ จะเห็นข้างหลังนะครับ ข้างหลังนี้คือเป็นหมู่บ้าน อยู่ในหุบเขาทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น หินภูเขาบ้านหมอลํา แล้วก็ภูเขาหินฉางผึ้งที่มีปัญหาอยู่ ขอภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้คือหมอกนะครับไม่ใช่ควัน ผมคงไม่อยากเห็นจากหมอกและเป็นควัน หมอกที่อยู่นี่คือหมอกล้อมรอบหินภูเขาบ้านหมอลํา ภูเขาหินฉางผึ้งตลอด และเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวในเชิงนิเวศที่ผมได้กล่าวนําเรียนเมื่อสักครู่นี้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ตรงที่ผม ยืนอยู่นี่ผมยืนอยู่กับผู้นําท้องที่แต่ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะว่าเดี๋ยวเกิดว่าจะมีผลกระทบ กับท่าน ยืนดูว่าผลกระทบตามมา ท่านจะเห็นไหมครับ จะมีเขียนว่าแหล่งโบราณคดีของ กลุ่มบ้านหมอลํา นี่คือการประกาศแล้ว แล้วก็เขาลูกนี้เป็นเขาที่ทางผู้ประกอบการมาขอ ยื่นประทานบัตรเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าตอนนี้ได้ถอนไปแล้วก็รู้สึกดีใจ จะเห็นว่ามีถนน ของท้องถิ่นใช้สัญจรไปมาของภาคประชาชน ก็จะเห็นได้ว่าหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างเป็น วิถีชุมชนของคนจังหวัดระนองโดยตรง แล้วก็คนบ้านในวงด้วย ขอภาพสไลด์ (Slide) ต่อไป นี่เป็นเศษกระเบื้องดินเผาโบราณที่เราขุดค้นพบ แล้วก็อยู่ในถ้ําหินหมอลําด้วยเช่นกัน ขอภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ หลังจากนั้นผมก็ได้ลงพื้นที่ไปที่ภูเขาหินฉางผึ้ง ซึ่งภูเขาหินฉางผึ้งก็เป็นภูเขาอีกลูกหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการขอยกเลิกประทานบัตร เหมืองแร่ แล้วก็ประทานบัตรเหมืองหินของอุตสาหกรรม ที่ผมเดินผ่านนี่ไม่ใช่เป็นป่า เป็นสวนของชาวบ้านโดยตรง ปลูกทุเรียน ปลูกมังคุด แล้วก็ปลูกพืชผลทางครัวเรือนที่เรา ยืนอยู่ อยู่ไม่ไกลจากที่ผมเดินประมาณแค่ ๕ เมตรเอง ออกมาเป็นถนน ขอภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ หลังจากนั้นผมได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้พูดคุยกับประชาชนคนรักบ้านในวง เมืองในหมอก เพื่อพูดคุยว่าเรามีข่าวดีแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ไม่น่าพอใจของประชาชนบ้านในวงว่า ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคนั่นคือบัตรขออนุญาตเหมืองแร่ใบที่ ๒ ที่ยังไม่ได้ ขอถอนไป แล้วทางบ้านในวง ก็กังวลว่าถ้าเกิดมีการมาขอบัตรใบที่ ๑ ใบที่ ๒ อีกตามมาก็จะเกิดผลกระทบและเกิดผล ที่จะต้องมีปัญหากับชาวบ้านต่อไป ฉะนั้นแล้วทางบ้านในวงและประชาชนก็อยากให้มีการยกเลิก แหล่งหินอุตสาหกรรมโดยตรงเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่ผมกล่าวมานี่ บังเอิญเมื่อวานนี้ในชั้นของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวประชุมได้มีกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง ของจังหวัดสตูลซึ่งอยู่ในพื้นที่ของท่าน ส.ส. พิบูลย์ รัชกิจประการ ก็ได้มาพบกับทาง คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวให้ช่วยเหลือ ดูแล แก้ไข ในพื้นที่ของเขาเช่นกัน ซึ่งมีปัญหา เรื่องเกี่ยวกับการทับซ้อนในเรื่องของการท่องเที่ยว ก็ขอฝากท่านประธานว่าวันนี้ไม่ใช่จะเป็น พื้นที่ของจังหวัดระนองอย่างเดียว ผมคิดว่าก็น่าจะมีพื้นที่ของพ่อแม่พี่น้อง หรือพื้นที่ของ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติในนี้หลาย ๆ ท่านที่มีปัญหาอย่างผมเช่นกัน จากการที่ผมได้นําเรียน กับท่านประธานวันนี้ ผมเห็นว่าการทําเหมืองหินนี้ก็จะส่งผลกระทบตามมาในภายหลัง แล้วก็จะมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทําให้เรามีปัญหาอุปสรรค ผมจึงขออนุญาตขอตั้งข้อสังเกต ในการให้ประทานบัตรเหมืองหินในส่วนนี้ ก็อยากจะขอแนะนําว่าถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากที่จะ ให้ว่าถ้าเผื่อมีการตั้งในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณานี้ก็อยากให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวง วัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงต่าง ๆ ที่มี ส่วนเกี่ยวข้อง หรือรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ขอให้มีส่วนร่วมกันในการ หาทางออกที่ดีร่วมกันในเรื่องเกี่ยวกับการให้ประทานบัตรเหมืองหินในครั้งนี้ ๒. ขอให้ใช้ ข้อบังคับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการระงับประทานบัตรเหมือง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้วก็ พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ พ.ร.บ. ป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ร.บ. คุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ผมแล้วก็ลูกหลานชาวจังหวัดระนองและคนรุ่นใหม่เรามีความหวงแหน การที่จะไปทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์และมีคุณค่าทางประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ลําน้ํา ต้นน้ํา ลําธาร หรือระบบนิเวศต่าง ๆ ที่ประชาชนรัก ผมคิดว่าเรามีความหวงแหน แล้วเรา อยากที่จะให้ระบบนิเวศนี้คงอยู่กับลูกหลานเราต่อไป ดังนั้นแล้ววันนี้ในฐานะของผมที่เสนอ ญัตติกับท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาศึกษาการแก้ปัญหา การให้ประทานบัตรเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทุก พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อความอุ่นใจของประชาชนชาวระนองและจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย และเพื่อความสุขของประชาชนต่อไป และการใช้ทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอขอบคุณท่านผู้เสนอ ทั้ง ๗ ฉบับนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็ขอชื่นชมสมาชิกที่นั่งฟังแล้วก็สวมหน้ากาก เพราะว่า คนนอกเขาชื่นชมมา ก็ชื่นชมด้วยครับ ได้อนุญาตให้สมาชิกผู้เสนอใช้เวลาตามที่ต้องการ โดยกําหนดไว้เดิมว่า ๑๐ นาที แต่ว่าไม่ได้ทักท้วงท่านเพราะคิดว่าเพื่อความสมบูรณ์ของ การเสนอ ได้อนุญาตให้ทุกคณะนะครับ แต่ว่าต่อไปนี้จะเป็นขออนุญาตพวกเราร่วมมือ คุมเวลาไว้ด้วย เพราะว่าจะได้คํานวณถูกนะครับว่าเราจะต้องมีญัตติที่รออยู่ด้วย ขณะนี้ มีสมาชิกที่เสนอชื่อเข้ามาแล้วทั้งหมด ๙ ท่าน เป็นพรรคก้าวหน้า ๘ ท่าน เป็นพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน ผมจะขออนุญาตท่านสมาชิกไปตามลําดับนะครับ ท่านแรก คุณนิติพล ผิวเหมาะ ขอเชิญครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ พรรคก้าวไกล ผมอภิปราย เพื่อสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน การทํารายงาน วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) ทําขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ย้อนกลับไป เมื่อ ๔๘ ปีที่แล้ว ในโครงการก่อสร้างเขื่อนพลังน้ําศรีนครินทร์ จากวันนั้นยาวมาถึงวันนี้ มีรายงานอีไอเอ (EIA) ตามมาอีกหลายพันฉบับครับ หลักใหญ่ใจความของอีไอเอ (EIA) นี้ ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติก่อนที่จะเริ่มต้นดําเนิน โครงการ วิธีการทําอีไอเอ (EIA) ค่อนข้างละเอียด และมีเนื้อหามาก คนที่ไม่ใกล้ชิดอาจจะ ฟังแล้วเข้าใจยากครับ แต่สําหรับชาวบ้านในพื้นที่แค่ผมพูดว่าอีไอเอ (EIA) น้ําตาเขาก็ร่วง เป็นสายแล้วครับท่านประธาน เพื่อให้ทุกคนฟังและเข้าใจนะครับ วันนี้ผมขอนําเสนอเป็น ลักษณะการเล่าเป็นบทละครแล้วกันให้ฟัง ๒ เรื่องครับท่านประธาน ละครเรื่องนี้มีชื่อว่า การขอออกประทานบัตรเหมืองแร่ เขียนโดยผู้เขียน ๒ คนครับ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เรื่องแรกเขียนแบบเรียบง่ายสวยงามเป็นขั้นเป็นตอน เรื่องที่ ๒ เขียนโดยเอาประสบการณ์จริง ใส่ลงไปด้วย ทั้ง ๒ เรื่องเป็นเรื่องเดียวกันเพียงแต่นําเสนอกันคนละแนว เรามาทําความรู้จัก นักแสดงทั้ง ๔ คนของเรื่องกันครับ พระเอกของเรื่องชื่ออีไอเอ (EIA) รายงานวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม นางเอกชื่ออีเอชไอเอ (EHIA) รายงานวิเคราะห์ผลกระทบกับสุขภาพ ประชาชน พระรองคนแรก ชื่อ สผ. สํานักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พระรองคนที่ ๒ ชื่อ คชก. คณะกรรมการผู้ชํานาญการ ละครเรื่องแรก ก่อนการออกประทานบัตรเหมืองแร่ได้นั้นก็ต้องผ่านพระเอกหรือนางเอกของเรื่องก่อนครับ วิธีการก็คือเจ้าของโครงการจะไปว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ที่มีสิทธิในการทํา อีไอเอ (EIA) ซึ่งกว่าจะทํารายงานฉบับนี้ออกมาได้ ทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญก็ต้องลงพื้นที่ ในการศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบ รอบด้าน ปรึกษาหารือกับชุมชน และออกแบบ มาตรการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนจะเสนอให้ สผ. เพื่อพิจารณาอนุมัติอนุญาต ตามกฎหมายต่อไป เมื่อทําเสร็จครับ เจ้าของโครงการก็จะส่งรายงานฉบับนี้ให้กับคู่พระรอง ของเรื่อง จําได้ไหมครับ ก็มี สผ. และ คชก. เอาไปพิจารณาตามขั้นตอนตามที่กฎหมาย กําหนดต่อไป เมื่อเป็นที่พอใจแล้วก็จะได้รับอนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่ ตอนจบของละคร ครับท่านประธาน เจ้าของโครงการก็จะได้ประทานบัตรไป บริษัทผู้รับจ้างก็จะได้รับเงิน ค่าจ้างก้อนใหญ่ก้อนสุดท้ายไป แล้วละครก็จบแบบแฮปปี เอ็นดิง (Happy ending) ครับ ละครเรื่องที่ ๒ เริ่มต้นเหมือนกันก็คือเจ้าของโครงการก็จะไปว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา และบริษัทก็จะส่งไม้ต่อครับ ส่งให้พระเอก ส่งให้นางเอกของเรื่อง แสดงกันไปตามบทบาท ของตัวเอง ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ว่ากันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครเจนเวที ใครแสดงดีสมบทบาทก็ผลงานออกมาดี ก่อนที่จะเสนอต่อให้พระรองเพื่อส่งเข้ากระบวนการ พิจารณาตามกฎหมายต่อไป แต่ละครเรื่องที่ ๒ นี้เขียนขึ้นจากเรื่องจริงบนกระดาษที่เปียก ไปด้วยคราบน้ําตาของประชาชน เพราะตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้าไปรับฟังความคิดเห็นของ ชาวบ้านก็มองไม่เห็นอนาคตของตัวเองแล้วครับ เพราะการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่นั้น ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนเลยครับ ไปจนถึงบางโครงการคนในพื้นที่แท้ ๆ อยากจะมีส่วนร่วม ยังถูกขัดขวาง จัดเจ้าหน้าที่มายืนล้อมรอบมากีดกั้นต่าง ๆ นานา ขัดขวางไม่ให้คนบางกลุ่ม ได้เข้าร่วมในเวที ชาวบ้านซึ่งเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแต่กลับเป็นคนกลุ่มแรก ที่ถูกทอดทิ้ง ยังครับ คนเขียนยังใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกครับ เอาให้เห็นภาพกันชัด มากยิ่งขึ้น เพราะตอนเขียนบทละครก็เปิดข้อกฎหมายตามไปด้วย เลยทําให้เห็นว่า การกําหนดพื้นที่และประเด็นการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย อย่างแท้จริง เพราะตีวงรัศมีเพียงแค่ ๕ กิโลเมตรรอบโครงการ การทําเหมืองแร่ไม่ได้กระทบ แค่พื้นที่ที่ทําเหมืองเท่านั้น อย่าลืมว่าพอขุดแร่ขึ้นมาแล้วยังต้องขนส่งแร่ผ่านบ้านคนอีก ตั้งเท่าไร อีกกี่ร้อยกี่พันชีวิตที่เขาได้รับผลกระทบ มาถึงตอนนี้แล้วท่านมีความคิดอย่างไร กับละครเรื่องที่ ๒ นี้ครับ ละครเรื่องนี้จบลงแบบขมขื่นและพลิกความคาดหมาย เพราะพระเอก นางเอก และพระรองอีก ๒ คน ทั้งหมดกลายเป็นตัวร้าย คนที่เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจก็คือ ตัวประกอบเล็ก ๆ ที่เรียกว่าชาวบ้าน แต่ท่านประธานครับ ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เพราะละคร ที่ผมเล่าไปทั้งหมดเนื้อหามันดันไปคล้ายกับเหมืองแร่อมก๋อยที่จังหวัดเชียงใหม่ คล้ายกับ เหมืองแร่ทรายแก้วที่จังหวัดปราจีนบุรี คล้ายกับเหมืองหินอีกหลายที่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และยังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่มีปัญหาไม่เห็นหัวประชาชน ผมยังมีสคริปต์ (Script) ที่เหลืออยู่เป็นสคริปต์ (Script) ที่เขียนด้วยสมองและเขียนออกมาเป็นคําพูด แต่ผมจะไม่ใช้มัน เพราะผมอยากให้สมาชิกที่อยู่ในห้องแห่งนี้ใช้หัวใจในการคิด พวกเราทุกคนเลือกได้ว่า จะปล่อยให้ชาวบ้านนั้นตกทุกข์นอนร้องไห้แล้วตื่นขึ้นมากับคราบน้ําตา หรือจะก้าวไกล ไปข้างหน้าลงมติเป็นเสียงเดียวกันตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างอนาคตใหม่ที่ดี และส่งต่อสิ่งแวดล้อมดี ๆ ให้กับลูกหลานของเรา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านที่ ๒ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลนะครับ ไม่ใช่ก้าวหน้า บังเอิญท่านประธาน พูดผิดเมื่อตอนต้นครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ให้อภัยครับ ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้อภิปรายญัตติเพื่อศึกษาหรือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเหมืองแร่ ซึ่งภาคใต้บ้านผมรู้จักกันในนามของระเบิดหินเพื่อการก่อสร้าง เข้าใจกันง่าย ๆ ที่สุดหลังจาก ที่เราหมดเหมืองแร่ดีบุกไปที่หลาย ๆ จังหวัดทั่วภาคใต้ ได้ข่าวว่าจังหวัดตรังนี่เหมืองแร่ดีบุก ที่ดีที่สุดจริง ๆ ก็เป็นคําถามอีกเหมือนกันว่าเราขุดแร่ดีบุกเอาไปขาย แต่ว่าบ้านเมืองเราทําไม ยังพัฒนาไม่ทันคนอื่นเขา ท่านประธานครับ การอนุญาตให้สัมปทานบัตรเหมืองแร่ หรือระเบิดหินโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยราชการหลักเรื่องนี้ จะมีหน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกรมศิลปากร หรือยังไปอีกหน่วยราชการหลาย ๆ หน่วย อย่างไรก็แล้วแต่ประชาชนในพื้นที่คือองค์ประกอบหลักครับ อย่าเอากลุ่มทุนผู้ประกอบการ ที่ไปยื่นขอประทานบัตรหรือส่วนราชการที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นตัวหลัก ต้องคํานึงถึงประชาชนพี่น้องของเราที่อยู่ในประเทศไทย ที่อยู่ในเขตพื้นที่พิจารณาประทาน บัตรเป็นตัวตั้งครับ นั่นหมายถึงประชาชนต้องมาก่อน เขตพื้นที่ภาคใต้มีภูเขาซึ่งลักษณะ เป็นภูเขาหินปูน มีหินงอกหินย้อย มีเทือกเขาเยอะแยะมากมาย มีโบราณคดี โบราณสถาน มีภาพเขียนสี มีภาชนะโบราณที่เราขุดพบ ที่เขายาลอ จังหวัดยะลา เขายาลอนะครับ ที่มีปัญหาเคยเข้าคณะกรรมาธิการมาแล้ว อดีตอธิบดีก็ไปเซ็น สุดท้ายคนที่เป็นอธิบดี กรมศิลปากรคนปัจจุบันก็แก้ไขได้สําเร็จ นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายถึงตัวข้าราชการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั่นแหละครับ ถ้ามีหลักธรรมาภิบาล ถ้ามีการเปิดเผยข้อมูล ถ้าไม่มีการมุบมิบกัน ปัญหาไม่เกิดครับ ชาวบ้านไม่มีร้องเรียน ที่จังหวัดกระบี่ ที่ตําบลทับปริก อําเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ มีการฟ้องร้องคดีเรื่องนี้เป็น ๑๐-๒๐ ปีครับท่านประธาน จนกระทั่งประชาชน ชนะคดีครับ พบแหล่งโบราณคดี พบภาชนะโบราณ ปัญหาคือกลไกราชการในกระทรวงอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมจังหวัดร่วมกับจังหวัดที่มีปัญหา และเมื่อมีการแจ้งไปยังสํานักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติท้องที่ ปรากฏว่ามีความเห็นมาว่าอยู่ในเขตต้องอนุรักษ์ไว้ ก็ยังล่าช้าครับ ทํามึนกันครับ ราชการส่วนภูมิภาคจังหวัดทํามึนทําไม่รู้ไม่ชี้ ประชาชนต้อง ฟ้องร้องกัน สืบไปสืบมาจับได้ว่ามีการย้ายเขตจากลุ่มน้ําชั้น ๓ จริง ๆ แล้วเป็นลุ่มน้ําชั้น ๑ ไปย้ายเป็นลุ่มน้ําชั้น ๓ เสียอย่างนั้น แล้วไปบอกว่าภูเขาไม่ใช่ภูเขาที่เป็นเทือกเขา แต่เป็น ภูเขาแยกตัว เป็นรายงานเป็นภูเขาลูกโดดเสียอย่างนั้น นี่ราชการโกหกกันขนาดนี้นะครับ ชาวบ้านจับได้ พื้นที่ภูเขาพื้นที่ที่รับสัมปทานหลายที่เมื่อไปทําลายแหล่งโบราณคดีแล้ว เสียหายแล้ว ถามว่าใครรับผิดชอบครับ กระทรวงอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่เคยเป็นโจทก์ร้องเรียนไหมครับ หรือกรมศิลปากรเคยฟ้องเรียกค่าเสียหายไหมครับ ไปทําลายแล้วมูลค่าคิดไม่ได้หรอกครับ ภาชนะโบราณหลายพันปีในจังหวัดกระบี่บ้านผม หรือแม้กระทั่งที่จังหวัดตรัง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็พูดถึง แต่เชื่อไหมครับ ข้อมูล ในมือผมของจังหวัดตรังที่ได้รับประทานบัตรมีถึง ๕ สัมปทานบัตรที่เปิดเผยนะครับ ส่วนที่อยู่ ในระหว่างการขออนุญาตไม่มีข้อมูลเปิดเผยในเว็บไซต์ (Web site) ของกรมอุตสาหกรรม พื้นฐานและการเหมืองแร่ครับ ทําไมปกปิดครับ ทําไมไม่เปิดเผยว่าอันนี้อยู่ระหว่างการขอ และมีปัญหา กระทรวงนี้มีปัญหาแน่นอนท่านประธานครับ ปกปิดข้อมูล และปรากฏว่า ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดตรังบ้านท่านประธานหรือจังหวัดกระบี่บ้านผมครับ เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. จากจังหวัดระนองท่านก็พูดถึงอําเภอละอุ่น ปรากฏว่าพอไปค้นข้อมูล ฐานข้อมูลใบอนุญาต ประทานบัตรของจังหวัดระนองมี ๕ แห่ง ไม่มีของอําเภอละอุ่นที่ท่านพูดถึงครับ เพราะอยู่ ระหว่างการดําเนินการ แต่ทําไมล่ะครับ ทําไมกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ไม่กล้า เปิดเผยของพวกนี้ครับ อะไรค้ําคออยู่ และที่สําคัญเมื่อเจ้าของสัมปทานได้แล้ว พอหมดอายุนี่ ทําตัวเป็นเจ้าของครับ พอทําตัวเป็นเจ้าของหน่วยงานราชการทําไมไม่มีการดําเนินการ ตามเงื่อนไขว่าคุณไม่มีสิทธิแล้ว นี่มันลามไปถึงสัมปทานการทําสวนปาล์มด้วยนะครับ อันนี้ไม่เกี่ยวกับเหมืองแร่ แต่ยกตัวอย่างให้ฟังว่าวิธีคิดแบบเดียวกันเลย บริษัทใหญ่ ๆ แบบเดียวกันเลย ทําไมทําตัว น่าเกลียดกันแบบนี้ ราชการทําอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นหลักธรรมาภิบาลต้องเป็นสิ่งสําคัญ วันนี้สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลขอสนับสนุนการตั้งญัตติ ทั้งศึกษา ทั้งแก้ปัญหา เราจะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาถาม สุดท้ายอยากฝากไว้ว่ากระบวนการการขอประทานบัตร จะต้องมีการทบทวน ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญไว้ด้วยว่าจะต้องมีการทบทวนประทานบัตร ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่ รื้อครับ ต้องมีการรื้อระบบ ไม่อย่างนั้นภาษาใต้บ้านเราเขาบอก ว่ามันอืด อย่าให้มันอืด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็รักษาเวลาไว้ใช้ได้ครับ ต่อไปนางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉัน และคณะเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัด การแก้ปัญหากันให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และพิจารณาศึกษาการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพี่น้องประชาชน จากกรณีปัญหาที่มีข้อกังวลของชุมชน ของการประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้วของบริษัท สินทรัพย์ธรรมชาติ จํากัด ซึ่งได้ยื่น คําขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้วในพื้นที่ ๓ ตําบล ๓ หมู่บ้าน ของตําบลคําโตนด อําเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่รวมกันประมาณ ๖๐๐ ไร่ โดยที่ดินที่จะทํา เหมืองแร่ ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้กับชุมชน มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นโดยรอบแปลงที่ดินนี้ มากกว่า ๓,๐๐๐ คน ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจว่าการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นสิ่งที่ดี และแน่นอนอาจจะนํามาซึ่งการเพิ่มรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น แต่การพัฒนาก็ต้องคํานึงถึง ประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ด้วย และต้องได้รับ การยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ ท่านทราบไหมว่าช่วงเวลาที่ผ่านมามีชาวบ้านลุกขึ้นมา ต่อสู้คัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว แต่พวกเขาเหล่านั้นกลับถูกข่มขู่ ถูกคุกคาม ทําให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวมาตลอด ท่านประธานคะ การข่มขู่ การคุกคาม การปิดปาก หรือแม้แต่การห้ามพูด ทําให้ชาวบ้านเกิดความกังวลใจ ว่าหากดําเนินการก่อสร้างเหมืองแร่เสร็จแล้วจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ จะมีผลกระทบด้านเสียงดัง เกิดฝุ่นละอองที่เกิดจากการขุดตักดิน ตักทราย จะเกิดขยะ ที่เป็นพิษ กากอุตสาหกรรมที่เกิดจากการขุดตักดินทิ้งไว้ และมีกากอุตสาหกรรมที่ทิ้งไว้ หลังจากการทําเหมืองแร่หรือไม่ จะเกิดปัญหาเรื่องคุณภาพน้ําบนดินที่อยู่ในคลอง หนอง บึง และน้ําบาดาลเนื่องมาจากการชะล้างทรายหรือไม่ จะทําให้ถนนชํารุดเสียหาย บ้านเรือน ทรุดตัวมีรอยแตกร้าวเนื่องจากการวิ่งของรถบรรทุกหรือไม่ อีกทั้งปัญหาในอนาคตที่จะ ตามมาก็คือว่าจะทําให้น้ําท่วมในฤดูฝนไหม หรือว่าน้ําจะไม่พอใช้ในฤดูแล้งหรือไม่ จะส่งผล กระทบต่อพืชผลทางการเกษตรในแนวพื้นที่โดยรอบโครงการหรือไม่ และจะเกิดปัญหา ในด้านคมนาคมที่ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยกับผู้ที่สัญจรไปมาต่อเนื่องในบริเวณพื้นที่ ที่มีรถบรรทุกวิ่งตลอดเวลาในทุก ๆ วันหรือไม่ ทั้งหมดนี้ชาวบ้านมีข้อกังวลถึงก็คงกระทบ ต่อระบบนิเวศ กังวลเรื่องปัญหาน้ําอุปโภคบริโภค ปัญหามลพิษและฝุ่นที่เกิดจากการทํา เหมืองแร่ทรายแก้ว ปัญหาถนนเสื่อมโทรมจากรถบรรทุกและวิถีชีวิตของชุมชนที่จะต้อง เปลี่ยนไป ปัญหานี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพี่น้องประชาชนเหล่านี้ดังที่ดิฉันได้กล่าวมา ทั้งหมดแล้ว พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่เคยได้รับคําตอบเลย และไม่เคยมีช่องทางและแนวทาง ในการแก้ปัญหาจากบริษัทเอกชนผู้ที่เป็นเจ้าของโครงการเลย ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบ กันดีว่าการทําเหมืองแร่ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนั้น หลาย ๆ เหมืองนํามาซึ่งการพังทลาย ของหน้าดิน ดินถล่มบ้านเมืองพังทลาย ถนนพังชํารุดเสียหาย และมีการแย่งน้ําจากชุมชนใช้ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน และที่ผ่านมา กระบวนการชดเชยเยียวยาเป็นไปด้วยความยากลําบากมากนะคะ หรือบางครั้งก็แทบ อาจจะไม่มีเลย ถึงแม้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นต่อให้เราจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชนไปเป็นล้านบาท เราก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชนกลับคืนมาได้ค่ะ ท่านเชื่อไหมคะ ทุกครั้งที่มี โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ โครงการเหล่านั้นเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน โดยตรง โครงการเหล่านั้นเป็นโครงการที่สร้างผลกําไรมหาศาลให้กับนายทุนค่ะ แต่โครงการ เหล่านั้นไม่เคยสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ไม่เคยสร้างความมั่นคง ให้กับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ไม่เคยสร้างความมั่นคงให้กับระบบนิเวศให้กับพวกเขาเลยด้วย ที่ผ่านมาเราเห็นแต่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน เห็นแต่การพัฒนาที่ไม่เห็นหัวประชาชน เห็นแต่การ พัฒนาที่ไม่นับรวมพี่น้องประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาค่ะ เราเห็นแต่การพัฒนา ที่ไร้ทิศทางจริง ๆ นะคะ ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งของโครงการเหมืองแร่ทรายแก้วคือ บริษัทเอกชนผู้ขอประทานบัตรเหมืองแร่มีนักธุรกิจระดับบิ๊กเนม (Big name) เป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นในบริษัท ซึ่งปัจจุบันกรรมการอย่างน้อย ๑ คนในบริษัทนี้มีความสนิทชิดเชื้อ กับนักการเมืองระดับบิ๊ก (Big) ตําแหน่งใหญ่โตในพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ช่างเป็น ความบังเอิญอย่างตั้งใจมากนะคะ ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ที่นักการเมืองใหญ่บิ๊ก (Big) คนนั้นก็นั่งเป็นประธานองค์กรสาธารณะป่าผืนใหญ่แห่งหนึ่งของ ๕ จังหวัดในภาคตะวันออก ซึ่งใกล้กับโครงการนี้ตั้งอยู่ ดังนั้นท่านประธานคะ อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าโครงการนี้กําลัง จะสร้างผลกําไรอันมหาศาลให้กับนายทุนค่ะ สร้างผลกําไรบนคราบน้ําตาของพี่น้องประชาชน ซ้ําแล้วซ้ําเล่า โครงการขนาดใหญ่แบบนี้ท่านต้องยิ่งระวังให้มากนะคะ เพราะว่าในเรื่องของ การดําเนินการ ในเรื่องของการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อ สุขภาพจากการทําเหมืองแร่ ต้องมีการกําหนดเขตพื้นที่บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) แล้วก็ แนวกันชนพื้นที่ทําเหมืองให้ชัดเจน ต้องไม่ไปทับซ้อนกับพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร ของชาวบ้านด้วย ด้วยเหตุนี้เองดิฉันจะขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านร่วมกันสนับสนุนให้มี การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และพิจารณาศึกษาปัญหาการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ พี่น้องประชาชนค่ะ ต้องมีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนการให้ประทานบัตร และต้องมีการควบคุมการปล่อยมลพิษ มีการเฝ้าระวังการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีแนวทางการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม รวมทั้งการดําเนินการมาตรการทางกฎหมาย เพื่อให้ ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ข้อสังเกต ของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตร เหมืองแร่นี้ ดิฉันจะติดตามการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และให้ประชาชนทุกท่านช่วยกัน ติดตามการทํางานและความจริงใจของผู้แทนของท่านด้วยว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากพี่น้องประชาชน เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจะใส่ใจกับการรับฟังเสียงของ พี่น้องประชาชน จะยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาหรือไม่ เพื่อศึกษาผลกระทบ การทําเหมืองแร่และสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนด้วย ส่วนดิฉันและพรรคก้าวไกลเรายืนยันและให้คํามั่นพี่น้องประชาชนว่าเราจะไม่ยอมปล่อยให้ เสียงกระซิบของนายทุนบางคนดังกว่าเสียงตะโกนของพี่น้องประชาชนแน่นอนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อนุญาต เพราะว่า อ่านไม่จบก็เลยยอมให้เกินเวลาไปเพื่อข้อความจะได้สมบูรณ์นะครับ ต่อไปคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๗ นาที ช่วยดูแลเวลานะครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ซึ่งเสนอโดยท่านหัวหน้าพรรคของผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ท่านประธานครับ ตามที่ เพื่อนสมาชิกพรรคผมได้อภิปรายไปหลายคนก่อนหน้านี้ ปัญหาการทําเหมืองแร่ในประเทศไทย มีเป็นอย่างมาก และเป็นปกติ ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่ก็เป็นเรื่องของทั่วโลก เพราะว่า เป็นการต่อสู้ที่โดยธรรมชาติของมันแล้วเป็นระหว่างนายทุนเบอร์ใหญ่ ตามที่เพื่อนสมาชิกผม ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ กับประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่มักจะเป็นประชาชนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส ทางสังคม อยู่ในป่าบ้าง อยู่ต่างอําเภอ ทําให้เขาไม่มีสิทธิมีเสียงดังเท่านายทุนที่มีเงิน และมีอํานาจรัฐในบางกรณี อย่างประเด็นของที่ที่หนึ่งที่ผมเคยไปลงพื้นที่ ในสมัยเป็น พรรคอนาคตใหม่ที่จังหวัดสกลนคร อําเภอวานรนิวาส ซึ่งประสบปัญหามีชาวบ้านมาร้องเรียน ผมเช่นกันว่ามีการให้อาชญาบัตรสํารวจแร่กับบริษัทนายทุนจีนบริษัทหนึ่ง เป็นเวลา ๕ ปี อาชญาบัตรนี้ก็คือการอนุญาตให้ไปสํารวจแร่ว่ามีแร่โปแตชไหม จะทําไหมก่อนที่จะได้ สัมปทานในการทําเหมืองแร่ ซึ่งอาชญาบัตรนี้ให้แค่สํารวจนะครับ ไม่ได้ให้ขุดไปขาย ซึ่งชาวบ้านก็ร้องเรียนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ที่ได้ประทานบัตรมา แล้วกําลังจะหมดในปีนี้ ก็คือ พบว่ามีการขุดแร่ไปขาย คือผมก็ไม่แน่ใจว่าทําไมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเขาไม่เห็น หรืออย่างไร ชาวบ้านไปร้องเรียนหลายที่ เคยจัดม็อบ (Mob) หลายครั้ง ก็โดนการใช้กฎหมาย ของบริษัทที่ลงทุนนี้ ก็คือเขาเรียกว่าการฟ้องปิดปาก หลายรายที่โดนไป คือทําให้ความเชื่อมั่น ของประชาชนกับบริษัทนี้ไม่มีอีกต่อไป ไม่ว่าต่อไปเขาจะทําอีไอเอ (EIA) ความชอบธรรมของ อีไอเอ (EIA) ก็ต้องถูกสงสัยอยู่ดี ทั้งนี้ปัญหาทุกอย่างผมเชื่อว่าจะแก้ได้ด้วยการมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งเข้าใจอยู่ว่าตอนนี้การทําเหมืองแร่ที่ใดรายได้ก็จะเข้าที่ท้องถิ่นหรือ อบจ. ซึ่งสุดท้ายแล้วถามว่า อบจ. ก็เป็นพื้นที่ที่ใหญ่นะครับ ก็อาจจะเอาเงินไปสร้างถนนตรงโน้น ตรงนี้ แต่สุดท้ายชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณเหมืองแร่จริง ๆ ถามว่าได้ประโยชน์จากกฎหมาย หรือรายได้นี้จริง ๆ หรือเปล่าก็เป็นที่สงสัยนะครับ ผมจึงอยากขอเสนอฝากท่านประธาน ไปถึงคณะกรรมาธิการถ้าจะตั้งขึ้นมานะครับ ก็อยากให้ศึกษาเรื่องการมีส่วนร่วม ของชาวบ้าน และการชดเชยโดยงบประมาณที่ให้ อบจ. นี้ เอาเป็นว่าเอาง่าย ๆ ถ้าคิดเร็ว ๆ ก็คือถ้าสมมุติเงินที่ได้มานี่ได้มา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขอสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ใน ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ที่มาเยียวยาชาวบ้านในพื้นที่จริง ๆ โดยกําหนดไปเลยว่าต้องดูแลสุขภาพ ให้การศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตของประชาชนในพื้นที่นั้นด้วย รวมถึงการทําแผนฟื้นฟูต่าง ๆ อย่างมีกรณี ที่จังหวัดเลย ซึ่งเมื่อวานก็มายื่นหนังสือ ขึ้นโรงขึ้นศาลกันเรียบร้อยบริษัทเหมืองแร่แพ้ไป ก็ต้องมาจ่ายในการฟื้นฟู สุดท้ายตอนแรกชาวบ้านก็ทําแผนกันไปเรื่อย ๆ สักพักหน่วยงานราชการ เข้ามายุ่ง แล้วก็ไม่ฟังเสียงชาวบ้านเลย คือผมก็งงเหมือนกันว่าประเทศนี้ทําไมข้าราชการ แตะอะไรนี่ทุกอย่างพังหมดทุกที ก็เลยอยากถามจริง ๆ ว่าอยากเรียกร้องผ่านท่านประธาน ไปยังประชาชนทุกคนและข้าราชการว่าขอให้คิดถึงประชาชนเป็นหลัก และเรื่องการฟื้นฟู อยากให้เขาเข้ามาทําด้วย เพราะเขาเป็นคนที่อยู่ตรงนั้น คุณเป็นข้าราชการเดี๋ยววันหนึ่ง คุณก็ย้ายไปที่อื่น ก็อยากให้ประชาชนเป็นที่ตั้งในใจของทุกคนนะครับ แล้วก็อยากชักจูงให้ ส.ส. พรรคอื่น สมาชิกร่วมสภาท่านอื่น อยากให้ตั้งคณะกรรมาธิการนี้ขึ้นมาเพื่อว่าศึกษา ปัญหาที่มีทุกพื้นที่นะครับ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน หรือแม้กระทั่งภาคใต้เอง ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาที่สภาต้องทําและต้องจบในรุ่นเราครับ การมีส่วนร่วมของ ประชาชนต้องมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และการทําเหมืองแร่ก็จะเป็นสัญลักษณ์ที่ดีในการเริ่มต้นว่า ยุคนี้เป็นยุคของประชาชนแล้ว ไม่ ใช่ยุคของนายทุนที่แอบไปคุยกับผู้มีอํานาจ แล้วก็จ่ายเงิน กันใต้โต๊ะ เอาเงินมาทําการเมืองหรือทําอะไรมิดีมิร้ายต่อประเทศไทยต่อไป อย่างไรก็ฝาก ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมอยากจะ ให้ท่านประธานไปดูพื้นที่จริงว่าในพื้นที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นบ้านเกิดของผมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง หัวหน้าพรรคของผมก็ได้อภิปรายไว้แล้วว่ากระบวนการทําเหมืองมีอยู่ ๓ ขั้นตอน ว่าก่อนมี การทําเหมืองมีกระบวนการอย่างไร ช่วงทําเหมืองต้องมีกระบวนการองค์ความรู้อย่างไร หลังทําเหมืองจะมีกระบวนการฟื้นฟูอย่างไร ผมคิดว่า ๓ ขั้นตอนนี้มีความหมายทั้งนั้นครับ ก่อนที่ผมจะเข้าไปสู่เนื้อหาผมอยากจะตั้งคําถามกับผู้บริหารประเทศว่าเราจะนําพาเรื่อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไปทิศทางใด ถือว่าอันนี้เป็นคําถามสําคัญ และคําถามนี้เป็นคําถามทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นระดับนานาชาติที่ลงปฏิญญาสากลกันเรียบร้อย แล้วว่าทิศทางในอนาคต ถ้าเราไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ ไม่ได้พูดถึงเรื่องความยั่งยืนมันไปไม่ได้ครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ผมอยากจะชวนท่านประธาน ไปดูพื้นที่ที่อําเภออมก๋อยครับ เมื่อสักครู่นี้สมาชิกก็ได้พูดถึงว่าผมจะไปที่บ้านกะเบอะดิน ตําบลอมก๋อย อําเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ของพี่น้องชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตต้นน้ํา ความสําคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้มีความสําคัญในแง่ของ ระบบนิเวศ เป็นต้นน้ําของแม่น้ําหลายสาย ต้นน้ําแม่น้ําที่ไหลลงสู่แม่น้ํางาวรวมกันเป็น แม่น้ํายวมก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ําเมยและแม่น้ําสาละวิน เป็นพื้นที่มีความสูงประมาณที่ ๑,๐๐๐ เมตร และเป็นแหล่งน้ํา เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นสําคัญคือว่า มีกระบวนการอะไรในทางกฎหมายและในทางที่จะบอกว่าที่นี่เหมาะสมที่จะทําเหมืองแร่ ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นพื้นที่ที่มีทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นพื้นที่โบราณสถาน เป็นที่อยู่ดั้งเดิมของชนเผ่าลัวะและพี่น้องกะเหรี่ยง ตัวชี้วัดตัวสัตว์ป่าที่ผมคิดว่าหลายคนรู้จัก คือตัวซาลาแมนเดอร์ ชาวบ้านพบในหมู่บ้านที่นี่ ในแหล่งน้ําที่นี่ ผมอยากจะขยับไปสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้คือผมลงพื้นที่แล้วพี่น้องประชาชนเขาตั้งคําถามครับ คําถามที่ พี่น้องประชาชนตั้งมาผมว่าตั้งมาง่าย ๆ ว่ากระบวนการก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ทํานั้น มีข้อคําถามและข้อสงสัยอยู่หลายข้อ ในกระบวนการอีไอเอ (EIA) เมื่อสักครู่สมาชิกได้พูด ไปแล้วว่ามีตัวละครอยู่หลายตัวมาก ประเด็นแรกก็คือในพื้นที่อมก๋อยคนเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ดันไปมีชื่อในการลงประชาคมในอีไอเอ (EIA) เกิดขึ้นได้อย่างไร อันที่ ๒ หนังสือที่เขียนไว้ กับลายนิ้วมือ พี่น้องประชาชนบางคนเขียนไม่ได้ มีคนเขียนชื่อแทนแล้วก็ปั๊มลายมือ ซึ่งไม่ตรงกันครับ คนที่เข้าใจรับรู้โครงการนี้รับรู้ตอนที่หน่วยงานราชการจะมาประชาคม แต่กระบวนการก่อนหน้านี้ไม่รับรู้เลยครับ ประเด็นสําคัญก็คือว่าในข้อมูลอีไอเอ (EIA) กระบวนการอีไอเอ (EIA) บอกว่าที่นี่เป็นป่าเสื่อมโทรม ที่นี่เป็นไร่เลื่อนลอย ข้อเท็จจริงก็คือว่า เป็นป่าต้นน้ําชั้น ๑ เอ (A) มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นพื้นที่การเกษตรแบบนิเวศหรือว่า ไร่หมุนเวียน ผมอยากจะให้ท่านประธานมองในมุมอีกมุมหนึ่งว่าพื้นที่แบบนี้ถ้าเอายุทธศาสตร์ชาติ มากางดูว่าเราควรจะกําหนดเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ําหรือพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติหรือไม่ อย่างไร เราควรจะไปทําเป็นเหมืองแร่เพื่อที่จะขุดแร่ มีจํานวนไม่มากเพื่อจะแลกกับทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมอันงดงามของพี่น้องประชาชนนะครับ ไปดูภาพต่อไปเลยครับ ผมอยากให้ท่านประธานและที่ประชุมได้ดู อันนี้คือกระบวนการ ที่เกิดขึ้นชาวบ้านเขาก็ถามมาว่า เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๔๓ มีกลุ่มนายทุนเข้าไปซื้อที่ เป็นที่ ที่อาจจะมี ส.ค. แต่ไม่มีโฉนด มีการซื้อที่ไป พอปี ๒๕๕๔ บริษัทก็ส่งตัวแทนเข้าไปขุดเจาะ ตัวอย่างว่าที่นี่เป็นแร่ประเภทไหน คุณภาพอย่างไร ซึ่งผมจําชื่อไม่ได้มันเป็นแร่อะไร แต่เป็นแร่ ที่กลุ่มบริษัทสนใจที่จะสัมปทาน พอมาปี ๒๕๖๒ ชาวบ้านก็ทราบข่าวจากสื่อ ไม่ได้ทราบข่าว จากส่วนราชการว่าที่นี่จะมีการสัมปทาน ที่นี่จะมีการทําเหมือง ก็เลยเกิดเหตุการณ์วันที่ ๕ อย่างรูปที่ท่านเห็นนะครับ ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องยอมรับไม่ได้ เพราะกระบวนการ ในช่วงที่ ๑ ก่อนที่จะทํา ทําไมไม่มีการสื่อสารกัน ทําไมไม่ดูข้อเท็จจริงร่วมกัน ทําไมไม่ไป วิเคราะห์วิจัยว่ามันคือต้นน้ําหรือมันคือป่าเสื่อมโทรม อันนี้เป็นประเด็นสําคัญที่ผมจะอภิปราย เพราะฉะนั้นในพื้นที่ป่าต้นน้ําในประเทศไทย ความเหมาะสมที่จะทําอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ผมคิดว่าต้องสอดรับกับยุทธศาสตร์เรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเด็นนี้ถ้าในยุทธศาสตร์ของชาติ ในยุทธศาสตร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือสํานักนโยบายและแผนก็ตามแต่ได้ระบุว่าเราจําเป็นจะต้องดูแล ทรัพยากรเพื่อความยั่งยืนของคนและป่า แต่ขณะเดียวกันกระบวนการก่อนสัมปทาน ในการสํารวจไม่มีความโปร่งใสและชอบธรรม ไม่มีการเชื่อมโยงกับเรื่องยุทธศาสตร์ของชาติ แล้วกระบวนการที่จะทําให้ประชาชนเชื่อมั่นและยอมรับจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ผมอยากให้ ท่านไปสไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยนะครับ เรากําลังพูดถึงเรื่องของการใช้พลังงานที่สะอาด เรากําลังพูดถึงเรื่องของความยั่งยืน เรากําลังพูดถึงเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและยา เพื่อที่จะทําอย่างไรให้โลกใบนี้ คนในประเทศนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้าหากว่ากระบวนการ ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เกิดขึ้นจริง ผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาพสุดท้าย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ เราจะเอาอย่างไรในเรื่องที่ดิน เรื่องความมั่นคง เรื่องความยากจน เหมืองตัวนี้ หลังจากมีการขุดมีการทําแล้ว กระบวนการเยียวยาที่เกิดขึ้นผมคิดว่ามีตัวอย่าง แม้แต่กรณี หมู่บ้านคลิตี้วันนี้ก็ยังไม่จบ เยียวยาคนได้แต่ว่าอาหารที่อยู่ในปลา ในข้าว ในนา ในปู ยังสะสมอยู่ ผมถามว่าคุ้มค่าไหมกับการได้รับเงินค่าประทานบัตร กับการที่จะต้องเยียวยา ชีวิตของผู้คนและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยาวนาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ขอสลับ คุณพิบูลย์ รัชกิจประการ ครับ🔗

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตร เหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ การออกประทานบัตรจากกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีปัญหาขาดการ มีส่วนร่วมของภาคประชาชน การดําเนินการที่ขาดความรับผิดชอบและขาดการตรวจสอบ อย่างแน่ชัด ก็ทําให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน บริเวณนั้น ๆ และบริเวณใกล้เคียงในแง่ของผลกระทบต่อประชาชน ไม่ว่าด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ฝุ่นละออง เศษหิน เสียงดังจากระเบิด ที่มีผลกระทบต่อชุมชน กระทบกับแหล่งท่องเที่ยวถ้าหากบริเวณนั้นมีแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายให้มีการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อเป็น รายได้เสริมให้กับประชาชนซึ่งส่วนใหญ่ทําภาคเกษตร กระทบกับแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ต้องยอมรับว่าบางแห่งก็มีโบราณวัตถุอยู่ใกล้บริเวณที่ชาวจังหวัดสตูล ที่เขาโต๊ะโระ หรือเทือกเขาโต๊ะกรัง เขาลูกช้าง ค้นพบว่ามีกระดูกโบราณซึ่งมีอายุเป็นพันปี ยิ่งในขณะนี้ จังหวัดสตูลได้รับการยกฐานะจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นเมืองธรณีโลกหรือ จีโอพาร์ก (Geopark) แล้วด้วย การออกอนุญาตประทานบัตรยิ่งต้องรอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม กรมศิลปากร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องมีการตรวจสอบเบื้องต้นในการขออนุญาตประทานบัตรให้รัดกุมและเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้มีข้อพิพาทระหว่างประชาชนด้วยกัน ยกตัวอย่าง ตําบลควนขัน อําเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ในอดีตมีการขุดดินลูกรังขายและยกเลิกกิจการไปแล้วนั้น ก็มีการสํารวจ พบเปลือกหอยที่มีอายุถึง ๑ ล้านปี นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งนะครับ ที่ทําให้ประชาชนจังหวัดสตูล ตื่นตัวเรื่องเมืองธรณีหรือจีโอพาร์ก (Geopark) บางแห่งมีป่าชุมชนซึ่งชาวบ้านเขาได้อาศัย และปกป้องคุ้มครองป่าชุมชนของเขาไว้ให้ลูกหลานในอนาคตได้ใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน กระทบกับการดํารงชีวิตประจําวันของชาวบ้าน กระทบกับการอาชีพเกษตรกรท่องเที่ยว กระทบกับโบราณสถาน โบราณวัตถุ บางแห่งมีภาพวาดบนผนังถ้ํา หรือมีหินงอกหินย้อย กระทบโบราณสถานซึ่งบางแห่งมีวัตถุซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นมาในประวัติศาสตร์ ที่ตําบลนาปริก หมู่ที่ ๙ ก็มีเสาหลักเมืองที่เป็นของโบราณของจังหวัดสตูล อายุถึง ๓๐๐ กว่าปี แล้วก็มี กุโบร์ มุสลิมอิสลามกุโบร์คือสุสาน ซึ่งมีอายุถึง ๒๐๐ กว่าปี ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ อันนี้ ก็กระทบตลอดนะครับ ในแง่ของผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นอาจจะทําให้ระบบนิเวศของป่า บิดเบือนไป อาจจะไปทําลายพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์หายาก อาจจะไปทําลายแหล่งน้ํา แหล่งต้นน้ํา ทําลายทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติบริเวณนั้นและที่อื่น ๆ อีกมากมาย ท่านประธานครับ หากมีการพิจารณาให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในการทําเหมืองแร่ใกล้พื้นที่ ชุมชนที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนแล้วนั้น และในกรณี ที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้ดําเนินการ ผมขอคัดค้านและให้ยกเลิกการเป็นประทานบัตรเหมืองแร่ และยกเลิกการประกาศแหล่งหินอุตสาหกรรมต่อไป ท่านประธานครับ ผมจึงขอเสนอญัตติ ดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดําเนินการศึกษาการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตร เหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนพื้นที่ทั่วประเทศและ ส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลดําเนินการแก้ปัญหาดังกล่าว ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไปนะครับ คุณวาโย อัศวรุ่งเรือง เชิญครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นําสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

วันนี้เราอภิปรายกันในเรื่องของ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทางภาคประชาชน คงเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่พูดถึง เรื่อง พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับใหม่นี้ด้วยนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ในฐานะ ที่เป็นทั้งแพทย์แล้วก็ทนายความทางด้านกฎหมายการแพทย์นะครับ ขอพูดคุยใช้พื้นที่สั้น ๆ ตรงนี้ ระยะเวลาสั้น ๆ แค่ ๒ ประเด็นเท่านั้นนะครับ สืบเนื่องจากเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่ได้พูดไปแล้ว ผมขอพูดถึงเรื่องความรับผิดของผู้ได้รับอนุญาตกับเรื่องพื้นที่แนวกันชน หรือว่าบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) ครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ มีการพูดคุยกันเยอะว่า พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับใหม่นี้ แก้ปัญหาเดิม ยกระดับของประชาชนในพื้นที่ที่เข้ามา มีส่วนร่วมด้วยหรือไม่นะครับ ลองดูว่า พ.ร.บ. แร่ เดิมในมาตรา ๑๓๑/๑ เปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. แร่ ใหม่ มาตรา ๑๓๙ คือเรื่องของความรับผิด ของเดิมใช้ คําว่า ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องรับผิดชอบในการกระทําของตน แต่ของใหม่ใช้ คําว่า รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือว่าค่าเสียหาย โอเค (OK) ครับท่านประธาน เราในฐานะ ที่เป็นนักกฎหมายก็เห็นว่าชัดเจน ค่าสินไหมทดแทน ค่าเสียหายนี้เป็นทางแพ่ง ของเดิมใช้ คําว่า รับผิดชอบในการกระทําที่เกี่ยวกับความเสียหาย ความเดือดร้อนอะไรทั้งมวล กลายเป็นว่า ความรับผิดตาม พ.ร.บ. แร่ ฉบับใหม่ถูกตีความแคบลงครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ นอกจากนี้ มาตรา ๑๓๑/๑ วรรคสอง ของใหม่คือมาตรา ๑๓๙ วรรคสอง ของเดิมนี่บอกว่าในความเสียหายที่เกิดขึ้นในเขตที่ได้รับอนุญาต ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า คนที่ก่อความเสียหายก็คือผู้ที่ได้รับอนุญาตนั่นแหละ เรามีความหวังครับท่านประธาน ในฐานะประชาชนว่า พ.ร.บ. แร่ ฉบับใหม่นี้จะมาแก้ไขปัญหาเรื่อง คําว่า ในเขตที่ได้รับ อนุญาต เพราะอะไรครับ ผมไม่ค่อยอยากจะเมนชัน (Mention) ถึงเรื่องลําห้วยคลิตี้อีกแล้ว มันนานมากแล้วมันเป็นเหมือนเป็นตํานานที่ยังมีชีวิตอยู่ มันไม่ได้เกิดขึ้นในเขตได้รับอนุญาต ความเสียหายเวลาเกิดขึ้นมันเกิดนอกเขตที่ได้รับอนุญาต ของใหม่นี่ตอนนั้นคาดหวัง เหลือเกินครับท่านประธาน แต่เหมือนเดิม สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ พอมาดูที่ มาตรา ๖๘ หน้าที่ของผู้ได้รับอนุญาต ได้ถูกกําหนดขึ้นมาว่าต้องทําการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทําเหมือง ใน (๙) บอกด้วยว่าให้วางหลักประกันด้วย ดีมากเลยครับท่านประธาน แต่ยังติดกับดักของ คําว่า พื้นที่การทําเหมือง เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้วที่จะต้องฟื้นฟูสภาพเหมืองให้มันกลับมา เหมือนก่อนที่ไม่ได้ทําเหมือง คุณทําเหมืองใต้ดินก็ต้องฝังกลบเหมืองใต้ดินนั้นให้แข็งแรง มีรูปลักษณ์เหมือนเดิม สรุปว่าพื้นที่นอกเขตลําห้วย ลําธาร หมู่บ้าน ชุมชนของประชาชน ที่นาของประชาชนก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ มาตรา ๑๓๗ อันนี้ ของใหม่ ให้การยกเว้นหรือว่าลดค่าธรรมเนียมกับผู้ที่ได้รับอนุญาตที่รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมครับ อยู่ ๆ มาให้การยกเว้นแล้วก็ลดค่าธรรมเนียมกับนายทุนคนดีเสียด้วย แถมยังให้ยกข้อเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติหรืออุบัติภัย คือยกอุบัติเหตุมาลดหย่อนค่าธรรมเนียม ได้เสียด้วยครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ขอข้ามมาเร็ว ๆ ที่พื้นที่กันชน มาตรา ๑๙ บอกว่า จะต้องทําพื้นที่กันชนเหมือง คือบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) กฎหมายกําหนดว่าต้องทํา สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ มาตรา ๓๒ บอกว่าให้รัฐมนตรีมีอํานาจออกประกาศกําหนด และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับแนวกันชนของเหมือง สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทีนี้ก็มีประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาเมื่อปี ๒๕๖๒ ก็ล่าช้าไป ๒ ปี ในข้อ ๓ ก็ประกาศในเรื่องของ พื้นที่การทําเหมืองแร่ ก็คือพื้นที่ที่อยู่ระหว่างกิจกรรมทําเหมืองกับชุมชน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ในข้อ ๔ มากําหนดแบบนี้ว่าให้จัดทําแนวพื้นที่กันชนในการทําเหมือง ในเหมืองประเภทที่ ๓ เท่านั้น ใน พ.ร.บ. แบ่งเหมืองออกเป็น ๓ ประเภท เดี๋ยวผมให้ดูต่อไปนะครับ แต่ใน พ.ร.บ. ไม่ได้บอกว่าให้ทําบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) เฉพาะเหมืองประเภทที่ ๓ บอกให้ทํา บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) กับเหมือง ใครเป็นคนบอกให้ทําแค่เฉพาะเหมืองประเภทที่ ๓ แล้วมาดูข้อ ๕ กําหนดว่าอะไรครับ บ่อเหมืองต้องห่างจากชุมชนไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร เดินกี่ก้าวครับ โรงแต่งแร่หรือโรงประกอบโลหะกรรมไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โรงเก็บหางแร่ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร ที่อําเภอบําเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เคยมีเหมืองแร่โพแทช (Potash) ก็ยังมีอยู่นะครับ ทําที่วางหางแร่ซึ่งเป็นเกลือ ที่นาแถว ๆ นั้นปลูกข้าวไม่ได้เลย ดินเค็มหมด ชาวบ้านต้องเปลี่ยนเป็นนาเกลือ แล้วนี่หางแร่ ๕๐๐ เมตร สไลด์ (Slide) ถัดไป นี่เหมือนแร่ประเภทที่ ๓ มีอยู่ประมาณนี้ เหมืองแร่ถ่านหิน เหมืองแร่ใต้ดิน เหมืองแร่กัมมันตรังสี ใครบอกว่าให้ทําพื้นที่กันชนกับแค่เหมืองเหล่านี้เท่านั้น สไลด์ (Slide) ถัดไป สรุป พ.ร.บ. แร่ ฉบับใหม่ยังคงเอื้อนายทุน แถมลดค่าธรรมเนียมให้กับนายทุนคนดี เสียด้วย อ้างเรื่องอุบัติเหตุมาลดหย่อนได้ ไม่ให้ความสําคัญกับประชาชน ปัญหาเก่า นายทุน ฟื้นฟูเฉพาะพื้นที่ทําเหมืองก็ยังเป็นอย่างนั้น การตีความพื้นที่กันชนไม่ยึดโยงกับประชาชนเลยครับ พื้นที่กันชนเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วจนแทบไม่มีประโยชน์ ผมจึงขอสนับสนุนท่านประธาน ให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาในเรื่องการให้ประทานบัตรขึ้นมา เพื่อศึกษาในเรื่องผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่ผ่านมาเราเห็นชัดเจนแล้วว่าปัญหาในด้านกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการอุตสาหกรรมเหมืองของประเทศไทยนั้นมีปัญหามากมายขนาดไหน โดยเฉพาะ ที่ท่าน ส.ส. วาโยได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แม้จะมีกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมาแต่หัวใจก็ยังไม่ใช่ ประชาชนแต่เป็นนายทุนเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้มีตั้งแต่ในช่วงระหว่างก่อนทํา ระหว่างทํา แล้วก็การฟื้นฟูที่ยังล้มเหลวอยู่ แต่นี่ผมจะขออภิปรายในส่วนของปัญหาจากการฟื้นฟู หลังจากการปิดเหมือง การฟื้นฟูมลพิษของประเทศไทยเมื่อเราเทียบกับมาตรฐาน ทั้งในแง่ ของกฎหมายเทคโนโลยี การมีส่วนร่วมของประชาชน ความรับผิดชอบของผู้ปล่อยมลพิษ แล้วก็มาตรฐานการดําเนินการฟื้นฟู เมื่อเราเทียบกับนานาชาติแล้วยังถือว่าต่ํามาก และเป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และเรื่องเดิมความสบายตัวของนายทุน ในกรณีที่เกิดขึ้นในการฟื้นฟูลําห้วยคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่าทําไม เราต้องมีญัตติในวันนี้นะครับ เวลาที่ทุกท่านได้ยินคําว่าคดีลําห้วยคลิตี้หลายคนคงอุทาน เป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้ยังไม่จบอีกหรือ เหมืองนี้ทําตั้งแต่ก่อนผมเกิด ปี ๒๕๑๘ แต่เรื่องนี้ ยังไม่จบ ปัญหาการปนเปื้อนผมคงไม่ขอทบทวนมากเพราะทุกท่านทราบอยู่แล้ว เริ่มต้น ตั้งแต่การทําโรงแต่งแร่ในปี ๒๕๑๐ โรงแต่งแร่ปิดกิจการในปี ๒๕๔๑ และปี ๒๕๑๒ มีการยืนยันชัดเจนว่าชาวบ้านที่ป่วยในพื้นที่นั้นเป็นโรคพิษสารตะกั่ว นําพาไปสู่การฟ้องร้อง ต่อสู้คดีของชาวคลิตี้และชนะคดีที่ศาลปกครองจนบริษัทต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้าน เป็นคดีที่เป็นตัวอย่างของคดีทางด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย แต่ท่านประธานครับ ปี ๒๕๑๐ เริ่มต้นทําเหมืองแต่ชาวบ้านชนะคดีในปี ๒๕๖๐ ปิดเหมืองในปี ๒๕๔๑ ใช้เวลา ๒๐ ปี กว่าจะมีการฟื้นฟู คําถามคือ ๒๐ ปีนั้น ชาวบ้านที่คลิตี้อยู่กันอย่างไร ฝันร้ายของ ชาวบ้านที่ต้องเจ็บป่วย มีคนในครอบครัวเสียชีวิต น้ําประปาไม่มีใช้ แล้วก็ไม่มีชีวิตที่ดีเลย ลูกของเขาเกิดมาก็พิการ เหล่านี้คิดเป็นมูลค่าเท่าไร นี่ไม่ใช่ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบผิวเผิน แต่เป็นเรื่องการเมือง เป็นอํานาจในการจัดสรรทรัพยากร และเป็นเรื่องของความยุติธรรม แผนฟื้นฟูที่กรมควบคุมมลพิษได้ทําตามคําสั่งของศาลปกครองมีการว่าจ้างบริษัทหนึ่ง ในการฟื้นฟูและมีการตั้งกรรมการไตรภาคีขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูดีมาก มีแผนการฟื้นฟูที่ชัดเจน ทําเป็นแอนนิเมชัน (Animation) สวยงามบอกว่าจะมีหลุมฝังกลบตะกอนตะกั่ว สร้างฝาย ดักตะกอน ดูดตะกอนที่สะสมอยู่ในลําห้วยแล้วก็ฟื้นฟูหลุมฝังกลบ ฝันร้ายของชาวคลิตี้ ดูเหมือนจะจบลง แต่พอมีการฟื้นฟูฝันร้ายโฉมใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้น ท่านประธานครับ กรรมการไตรภาคีที่ตั้งมาไม่ได้มีอํานาจอะไรมากเท่าที่ควรเลย ข้อมูลที่ได้รับก็ไม่ชัดเจน ข้อท้วงติงที่กรรมการไตรภาคีท้วงติงเรื่องการฟื้นฟูที่ไม่เป็นไปตามทีโออาร์ (TOR) ในการ จัดจ้างบริษัทก็กลับไม่ได้รับการตอบสนอง และคําถามเดิมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ ก็ยังเป็น คําถามเดียวกันกับปี ๒๕๖๓ ก็คือใครต้องรับผิดชอบ ผมสรุปความล้มเหลวในการฟื้นฟู ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างและเป็นกรณีแรก และถ้าเราไม่มีกฎหมายที่เข้มแข็งกว่านี้กรณีแบบคลิตี้ จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ความล้มเหลวที่ ๑ ก็คือการฟื้นฟูมีราคาที่สูงมากกว่าการป้องกันอย่างเทียบไม่ได้เลยครับ นอกจากจํานวนเงินที่ใช้มากกว่า ผมกําลังหมายถึงชีวิตของคนแต่ละคน ครอบครัวแต่ละ ครอบครัว เศรษฐกิจชีวิตการทํามาหากินของประชาชนที่เสียหาย ผมไม่รู้ว่าเราจะตีค่าเท่าไร ถ้าเป็นหัวของชาวบ้านที่เป็นคนด้อยโอกาส หัวละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ดูจะเยอะใช่ไหมครับ แต่ถ้าเป็นลูกหลานของคนในเมืองผมว่า ๒๐ ล้านบาทก็ไม่พอ การฟื้นฟูที่ล่าช้ามาก และถ้าประชาชน ที่คลิตี้ไม่เรียกร้อง การฟื้นฟูไม่เกิด ปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ แต่การฟื้นฟูเริ่มต้นที่ปี ๒๕๖๐ นี่แปลว่าอะไรครับ ถ้าประชาชนไม่ต่อสู้เรียกร้องการฟื้นฟูจะเกิดขึ้นหรือไม่ ความยุติธรรม ที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม หน่วยงานของรัฐจะต้องมารับผิดชอบการฟื้นฟูแทนเอกชน แน่นอน เอกชนจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ตอนนี้งบประมาณที่พวกเรากําลังจะอนุมัติ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แผนการฟื้นฟูคลิตี้ก็อยู่ในนั้นด้วย เอาเงินภาษีของประชาชน ไปรับผิดชอบมลพิษซึ่งเอกชนเป็นผู้ก่อ ถึงแม้บริษัทจะล้มละลายปิดไปแล้วนะครับ ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นทางออกที่ไม่ได้ยากเย็นนัก แต่ตอนนี้ก็เป็นความยุติธรรมของด้านงบประมาณแผ่นดินว่า ทําไมเราต้องไปชดใช้ ชดเชยให้กับบริษัทเอกชนที่ก่อมลพิษด้วย นอกจากนั้นความไม่มี เอกภาพของภาครัฐ หน่วยงานที่อนุมัติเหมืองก็อนุมัติไป หน่วยงานฟื้นฟูเหมืองก็ฟื้นฟูไป แยกกันทํางาน แล้วความผิดปกติที่สุดก็คือบริษัทที่มารับผิดชอบทําการฟื้นฟู ถ้าไม่ได้ทําตาม มาตรฐานที่ตกลงไว้ใครจะเป็นคนตรวจสอบรับผิดชอบ ความล้มเหลวต่อมาก็คือประเทศไทย ยังล้าหลังอยู่มากในเทคโนโลยีการฟื้นฟูมลพิษนะครับ ความเชี่ยวชาญของเรามีน้อยมาก เครื่องไม้เครื่องมือ งานวิจัยความเชี่ยวชาญที่เกิดขึ้น แถมติดปัญหาเยอะแยะเลยครับ จะเอา เครื่องจักรเข้าไปทํางานในพื้นที่ก็ติด พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ เมื่อเทียบกับความเชี่ยวชาญ ของประเทศไทยในการฟื้นฟูมลพิษมีต่ํามาก แต่ความเชี่ยวชาญในการก่อมลพิษมีสูงมาก นอกจากนี้เวลาที่มีกรรมการไตรภาคีขึ้นมา บริษัทต่าง ๆ ไม่ได้นําเสนอรายละเอียดที่ชัดเจน จนประชาชนนั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกันว่าพวกเขาจะเห็นการฟื้นฟูเหล่านี้โดยประชาชน มีส่วนร่วมได้อย่างไร การมีส่วนร่วมของประชาชนขาดหายไปตั้งแต่ก่อนทําเหมือง ระหว่างทําเหมือง แล้วมาตบหน้าซ้ําอีกตอนฟื้นฟู การมีส่วนร่วมของประชาชนถูกจัดเป็นพิธีกรรมเท่านั้นครับ เวลาที่บอกว่ามีการประชุมชาวบ้านเมื่อไรก็มีรูปให้ดูทุกครั้ง แต่ยังไม่มีความจริงใจในการเปิดเผย ข้อมูลและไม่มีอํานาจของประชาชนในการร่วมตัดสินใจเลย ท่านประธานครับ เรื่องของคลิตี้ ผมไม่อยากให้คนลืมไปเพราะว่าการฟื้นฟูเกิดขึ้น ณ ปีนี้ และยังเป็นฝันร้ายที่หลอกหลอน ชาวคลิตี้ที่จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ และผมไม่อยากให้เป็นฝันร้ายของคนทั่วประเทศ ถ้าเราไม่มี การแก้ไขกฎหมายหลายตัวที่เกี่ยวกับประทานบัตรของเหมืองแร่นะครับ ผมสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ ขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติของ ส.ส. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคของผม เรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ท่านประธานครับ การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยการนําทรัพยากรธรรมชาติหรือทรัพยากรแร่ธาตุ มาใช้ประโยชน์เราไม่ขัดข้องหรอกครับ แต่ประโยชน์นั้นต้องเป็นประโยชน์เพื่อทุกคน ประโยชน์นั้นต้องไม่ทําลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเราก็เห็น แล้วว่าการสัมปทานหรือการดําเนินการในอุตสาหกรรมเหมืองแร่มันมีปัญหาผลกระทบ ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชน ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ ตัวอย่างมีมากมายให้เห็นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก็หลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นการทําเหมืองแร่ดีบุกจังหวัดนครราชสีมา การทําเหมืองแร่ตะกั่ว หมู่บ้านคลิตี้ การทําเหมืองถ่านหินแม่เมาะ เหมืองแร่ทองคําพิจิตร พิษณุโลก นี่เป็นตัวอย่างให้เห็น หลาย ๆ ในกรณี แต่ท่านประธานครับ เมื่อวานพี่น้องชาวจังหวัดเลยได้มายื่นข้อร้องทุกข์ กับผมในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พี่น้องเมืองเลยได้เอ่ยบอกผมว่าเมื่อปี ๒๕๔๖ มีบริษัท ทุ่งคํา จํากัด ได้สัมปทาน เหมืองแร่ทองคํา มีพื้นที่ ๖๙๗ ไร่ โดยประมาณในพื้นที่ของตําบลเขาหลวง อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย พี่น้องชาวจังหวัดเลยมีความกังวลเมื่อปี ๒๕๔๙ ได้คัดค้านว่าการดําเนินการ ที่ไม่มีส่วนร่วมชาวบ้านกังวลว่าจะกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบริเวณการทําเหมือง ดังนั้นพี่น้องกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้คัดค้านมาโดยตลอด แต่ท่านประธานครับ ความไม่เป็น ประชาธิปไตยในช่วงนั้นท่านทราบไหมว่าบริษัทผู้จัดสัมปทานได้ดําเนินการฟ้องร้องคดีความ เอาผิดพี่น้องชาวจังหวัดเลยที่ใช้เวทีที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อตรวจสอบไปหลายคดีแล้ว ผมก็จะบอกท่านประธานว่านั่นคือการปิดปากพี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ ศาลจังหวัดเลย พิพากษาสั่งให้บริษัทฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทั้งนอกเหมืองและในเหมืองและสั่งให้ มีการเยียวยากับพี่น้องประชาชน ๑๔๙ ครอบครัว ครอบครัวละ ๑๐๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ท่านประธานครับ ท่านทราบหรือไม่ว่า ณ ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ยังไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ เลย ถึงแม้จะมีคําพิพากษาของศาลแล้วก็ตาม เพราะว่าบริษัท ที่ดําเนินการอุตสาหกรรมแร่เมืองเลยตรงนั้นได้ถูกฟ้องล้มละลาย แล้วใครจะรับผิดชอบ ต่อชีวิตของพี่น้องและทรัพยากรที่ถูกทําลายไป ถึงแม้ว่ากรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่ หรือ กพร. ได้ทําการมีแผนฟื้นฟูตามคําสั่งศาลก็แล้วแต่ แต่ก็เป็นเพียงการทํา แผนฟื้นฟูเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ขาดการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน อย่างนี้จะแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นโดยแท้ที่พี่น้องประชาชนมีความต้องการได้เช่นไร ผมขอตั้งข้อสังเกต เวลาผมเหลือน้อย สาเหตุทั้งหมดนี้ผมคิดว่าเกิดจากกฎหมาย เกิดจาก พ.ร.บ. แร่ ฉบับเมื่อปี ๒๕๖๐ ที่ไปลดขั้นตอน ลดระยะเวลา ลดการพิจารณาขออาชญาบัตรและประทานบัตร เอื้อต่อผู้ประกอบการ พ.ร.บ. แร่ฉบับนี้ไปลดหลักเกณฑ์การฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ทั้ง ๆ ที่เป็น เรื่องละเอียดอ่อนที่มีผลกระทบในวงกว้าง ต้องรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนมาก ๆ แต่กลับไปลดขั้นตอนในการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ไปปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ การแต่งแร่และการประกอบโลหะกรรมแยกการขอ ในสมัยเดิมไม่มี ให้รวมกัน ท่านไหน โรงงานไหนที่มีอาชญาบัตรแล้วไม่ต้องขอ ในการขอใบอนุญาตปรับแต่งแร่อีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ การประกอบกิจการเหมืองแร่ใช้สารเคมีเป็นจํานวนมาก ต้องมีความละเอียดอ่อน ดังนั้น ไปลดขั้นตอนอย่างนี้ผมว่าไม่ถูกต้องครับ แม้กระทั่งหลักประกันการฟื้นฟูที่บัญญัติไว้ในกฎหมายและการเยียวยาที่เพื่อนสมาชิก ผมได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ก็ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์กับสภาพปัญหาที่มันเกิดขึ้น ตั้งหลักประกันไว้เพียงน้อยนิด ไม่รวมถึงการทําอีไอเอ (EIA) เพื่อนสมาชิกบอกว่าเป็นแค่ พิธีกรรม เป็นแค่ทําเพื่อรับรองให้ผู้ประกอบการได้รับการประกอบการโดยเร็ว ดังนั้น ท่านประธานครับ การทําเหมืองแร่เมื่อมีผลกระทบต่อทั้งพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อม การดําเนินการต้องมีความละเอียดอ่อน การทําเหมืองแร่ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรม แต่เป็นเรื่อง ของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องความเป็นประชาธิปไตยต้องมีการ มีส่วนร่วม ดังนั้นผมขอสนับสนุนญัตติให้ตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป เข้าใจว่าสุดท้ายนะครับ ท่านวีระกร คําประกอบ เชิญครับ🔗

นายวีระกร คําประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมก็เห็นด้วยกับการที่จะขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ในเรื่องของการให้ประทานบัตรเหมืองแร่และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพของประชาชน แต่ก็ต้องยอมรับว่าจากกฎหมายรุ่นใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ผมว่า ก็ปรับปรุงกันมาเรื่อย ๆ เมื่อก่อนนี้การที่จะขอสัมปทานเหมืองหิน เอาเฉพาะเหมืองหิน เพราะเหตุว่าการที่จะทําแร่ต้องแบ่งให้ชัดเจน เวลาเราพูดแล้วเราไปคลุมถึงเหมืองหินด้วย และเอาไปเปรียบเทียบกับเหมืองคลิตี้อะไรอย่างนี้ ซึ่งเหมืองคลิตี้เป็นเหมืองที่มีแร่หนัก ออกมาเยอะและเป็นอันตรายต่อสุขภาพพี่น้องประชาชน ในส่วนของการที่อุปโภคบริโภคน้ํา ในลําธาร อันนี้ผมอยากให้แบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนหนึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง ต่อพี่น้องประชาชน อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการทําเหมืองหิน การทําเหมืองหินปูน ซึ่งในอดีตนั้นไม่ต้องทําอีไอเอ (EIA) ยังส่งผลกระทบ เหมืองรุ่นเก่า ๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนมาก เพราะเมื่อก่อนนี้เมื่อไม่มีการทําอีไอเอ (EIA) ก็จะดูกันแต่ในเรื่องของ ขออนุญาตอุตสาหกรรม ขออนุญาตอุตสาหกรรมเสร็จก็กรมศิลปากร กรมป่าไม้ ศึกษาแล้วก็ ทหารว่าอยู่ในพื้นที่หรือเปล่า ก็ไปเดินเรื่องขอกันครับ ใช้เวลาเป็นปี กว่า ๒ ปีกว่าจะได้ ออกมาแต่ละสัมปทาน ที่ผมพูดนี่เพราะว่าผมเคยที่จะต้องไปทําเหมืองหินก่อนที่ผมจะมาเป็น ผู้แทนราษฎรก็ระเบิดหิน เพื่อที่จะส่งให้กับโครงการป้องกันตลิ่งพังในโครงการขุดลอก แม่น้ําเจ้าพระยา เมื่อปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๒๕ ก่อนผมเป็นผู้แทนราษฎรประมาณเกือบ ๔๐ ปีที่แล้ว ในขั้นตอนตอนนั้นเหมือนเรายังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เรายังไม่ค่อยจะมี ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่อสุขภาพพี่น้องประชาชน ในขณะนั้นถ้าท่านได้มีโอกาสไป ตําบลท่าลาน ซึ่งมีการระเบิดหิน ย่อยหินในจังหวัดสระบุรี ฝุ่นเหมือนกับเป็นเมืองในหมอก ในสมัยก่อน เราผ่านไปนี่แทบจะหายใจไม่ได้เลย มองนี่แทบไม่เห็น ทัศนวิสัยไม่มี ผมพูดถึง เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ผมทําระเบิดหิน ย่อยหินอยู่บ้างในช่วงนั้น แต่หลังจากนั้นผมก็เลิกนะครับ ไม่ได้ทําต่อ เพราะว่าเป็นโครงการเฉพาะกิจในการระเบิดหิน ย่อยหินเพื่อใช้ในกิจการเฉพาะ ของการขุดลอกแม่น้ําเจ้าพระยา ต้องเรียนกับท่านว่ากฎหมายในปัจจุบันก็ปรับปรุงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเห็นกับปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนในเรื่องระเบิดหิน ย่อยหินนะครับ แต่ถ้าเป็น เหมืองแร่อื่น ๆ ซึ่งมีธาตุแร่หนักเข้ามาต้องยอมรับว่าเราอาจจะยังไม่ค่อยสันทัดกันอยู่เท่าไร กระมังครับ จึงทําให้ในช่วงนั้นเหมืองแร่คลิตี้ซึ่งเกิดมาก่อนที่ผมจะระเบิดหินที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อปี ๒๕๒๓ คลิตี้เกิดประมาณปี ๒๕๔๘ เหมืองแร่คลิตี้เป็นเหมืองแร่ที่มันมีธาตุหนัก แล้วก็สารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพออกมามาก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นกฎหมายไม่ละเอียด หรอกครับ แล้วก็อย่างที่ผมบอกแค่เดินเรื่องขออนุญาตแค่ ๓-๔ หน่วยงาน ถ้ามาอยู่ในเขตทหาร อยู่ในเขตป่าไม้เราก็เดินเรื่องป่าไม้ไป เราก็เดินเรื่องขออนุญาตป่าไม้ ขอกรมศิลปากรไป ขอกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ไป ดูว่าใกล้เคียงโรงเรียนหรือไม่ แต่ปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องที่ผมว่าเมื่อกฎหมายพัฒนาขึ้น ถ้าเราไปตําบลท่าลานวันนี้ ซึ่งผมก็ผ่านไปอยู่บ้าง ในช่วงปี ๒ ปีที่ผ่านมานี้ก็พบว่าสภาพมันไม่เหมือนเก่าแล้ว เราแทบไม่รู้ว่าเราผ่านเข้าไป ในอาณาจักรของการทําระเบิดหินย่อย หินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ไม่เหมือนเมื่อก่อน ต้องยอมรับไม่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนวิ่งรถไปบนถนนมันฝุ่นทั้งนั้น ฝุ่นที่อยู่บนถนน ยังนึกในใจเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้วว่าคนเขาอยู่กันได้อย่างไร แต่วันนี้ต้องยอมรับถึงความสะอาด ของบ้านเมืองที่ตําบลท่าลาน อันนี้ต้องยอมรับว่าก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ในเรื่องของเทคโนโลยี การขุดเจาะหิน ระเบิดหิน ย่อยหิน ก็มีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ระเบิดตูมตาม เหมือนสมัยก่อน เดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ สรุปก็คือสภาวะในเรื่องของระเบิดหิน ย่อยหิน ผมว่าเราก็ปรับปรุงดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าในเรื่องของการทําแร่ที่มีธาตุหนัก แร่ที่มีอันตราย ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเหมืองทองที่ปิดไป หรือว่าเหมืองสังกะสี เหมืองแร่พลวง ซึ่ง ๓ ตัวนี้ต้องมีตะกั่วออกมาแน่นอน เมื่อมีแต่ตัวออกมาแน่นอนซึ่งทางกรมทรัพยากรธรณี ก็น่าจะทราบอยู่แล้วล่ะ การทําแร่สังกะสี การทําแร่พลวง มันอยู่ปน ๆ กับแร่ตะกั่ว มันอยู่ปนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อทําแร่พวกนี้ขี้แร่ที่ออกมามันต้องมีเศษของตะกั่ว ตะกั่วก็มาทําร้ายสุขภาพ เป็นมะเร็ง เป็นอะไรต่าง ๆ ก็ต้องฝากว่าอยากให้กรรมาธิการนี้ได้พิจารณาในเรื่องของรายละเอียด สิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะฝากไว้กับกรรมาธิการที่พิจารณาก็คือบางพื้นที่เกิดอะไรก็ไม่ทราบที่ทําให้ การขอสัมปทานระเบิดหิน ย่อยหิน เป็นไปด้วยความยากลําบาก ที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก สัมปทานมีอยู่เจ้าเดียว เจ้าเก่าแก่เลย และคนอื่นก็ขอไม่ได้ หินที่อําเภอแม่สอด ทั้ง ๆ ที่ อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ก็ทําเหมือนกัน ราคาแพงกว่าหินที่ขายในจังหวัดนครสวรรค์ประมาณ ๒-๓ เท่า บางตัวแพงถึง ๓ เท่า บางตัวก็แพงกว่า ๒ เท่า หินนี้ต้องยอมรับว่าก็เป็นสิ่งที่จะต้อง สร้างความเจริญสร้าง บ้านสร้างเมืองมาทุกวันนี้ก็เกิดจากหิน ผู้ที่ทําระเบิดหิน ย่อยหิน ก็ไม่ใช่ อาชญากร ก็ช่วยกันสร้างบ้านเมืองให้เกิดความเจริญ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปมองถึงผู้ที่ทํากิจการ ว่าเป็นโจรเป็นอะไรอย่างนั้น อยากให้มองว่าเขาก็ทําธุรกิจ แต่ธุรกิจนั้นต้องมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม ต้องมีการขออนุญาตถูกต้อง การทําอีไอเอ (EIA) ในปัจจุบันก็ทําได้ดีขึ้น ทําให้บ้านเมือง สะอาดขึ้น ก็ฝากด้วยว่าการให้สัมปทานควรจะดูด้วยว่า ณ จุดนั้นเมื่อไปให้สัมปทานรายเดียว เหมือนโมโนโพลี (Monopoly) เหมือนกับการผูกขาด ทําให้ราคาหินแล้วแต่เจ้าของโรงโม่ จะชาร์จ (Charge) กันเท่าไหร่ก็ชาร์จ (Charge) กันเต็มที่เลย บางช่วงอย่างที่ผมบอกแล้ว ๓ เท่า หินบางชนิดแพงกว่าหินที่ขายที่อื่น ๓ เท่าเลย ก็ฝากท่านกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นด้วย ว่าโปรดพิจารณาด้วยในเรื่องของการผูกขาดเรื่องสัมปทานหินในบางพื้นที่ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวีระกรครับ ขออนุญาตนะครับ เพื่อความสมบูรณ์อนุญาตให้เจ้าของญัตติได้สรุปท่านละไม่เกิน ๕ นาที ถ้ามีความประสงค์จะสรุปขอเชิญ ท่านพิธาจะสรุปไหม ไม่นะครับ ท่านสกุณาไม่นะครับ ของคุณพีระวิทย์ไม่นะครับ ของคุณนริศ ขํานุรักษ์ ของคุณประสงค์ บูรณ์พงศ์ ของคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ของคุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตร เหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนทั่วทุกพื้นที่ของประเทศนะครับ และได้ยินญัตตินี้จะได้พร้อมกับท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ ท่านส.ส. ของพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล ผมไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าเห็นจากเพื่อน ๆ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เป็นประโยชน์และสามารถที่จะช่วยเหลือในเรื่อง เกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมา ก็คิดว่าไม่ขัดข้อง ก็ยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

(การประชุมได้ดําเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่นี้ ฉบับของท่านคงกฤษใช่ไหมครับ หมายความว่าท่านจะให้ตั้ง🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ขออนุญาต ไม่ขัดข้องครับ ถ้าเผื่อจะมี การให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วของท่าน ดั้งเดิมจะให้ส่งไปรัฐบาลพิจารณาใช่ไหม หรือตั้งคณะกรรมาธิการ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีเจ้าของญัตติฉบับไหนอีกไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ไม่ติดใจในการอภิปรายสรุปนะครับ ขั้นตอนต่อไปถือว่าเป็นการปิดอภิปรายก็ต้องลงมติ แต่เนื่องจากญัตติของท่านพิธา ของท่านสกุณา ของท่านพีระวิทย์ ของท่านนริศ ของท่านประสงค์ และท่านนิยม รวมทั้ง ของท่านสาทิตย์ ทั้งหมด ๖ ฉบับ เป็นญัตติที่เสนอมาให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อพิจารณา แต่เนื่องจากมีญัตติของท่านพิบูลย์ ท่านคงกฤษเป็นญัตติที่ให้ส่งรัฐบาล เพื่อไปพิจารณาดําเนินการ แต่ท่านเปลี่ยนเป็นให้มาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะฉะนั้น ถือว่าเป็นมติจะถามอันเดียวกันก็คือว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณา หรือไม่ แต่เนื่องจากมีท่านสมาชิกส่วนใหญ่ก็อภิปรายเห็นไปในทิศทางเดียวกันหมดก็คือ ยินยอมให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เห็นด้วยกับญัตติทั้งหมด ๗ ฉบับ ไม่มีถ้าสมาชิก ท่านใดคัดค้านตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นี้ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือคัดค้าน ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา แต่ก่อนจะใช้ ข้อ ๘๘ ผมก็ต้อง ถามความมั่นใจว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็คือคัดค้านไม่ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ มีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามมติทั้งหมด ๗ ฉบับ คือให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อไป ขอเสนอจํานวนกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอจํานวนกรรมาธิการจํานวนทั้งหมด ๓๙ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๙ ท่าน มีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๙ ท่าน ในจํานวนกรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ทางคณะรัฐมนตรีมีสิทธิตั้งคณะกรรมาธิการได้ไม่เกิน ๑ ใน ๔ เพราะฉะนั้นไม่เกิน ๙ ท่าน ทางคณะรัฐมนตรีจะใช้สิทธิตั้งไหมครับ มีเชิญนะครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี จํานวน ๙ ท่าน ๑. นายสกล จุลาภา ๒. นายอรรณุวัฒน์ วัฒนวรรณ ๓. นายพงศ์บุณย์ ปองทอง ๔. นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ๕. นายสุชาติ อุสาหะ ๖. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๗. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๘. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๙. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของรัฐบาล หรือของคณะรัฐมนตรีเสนอมา ๙ ท่าน ดังนั้นจะเหลือสัดส่วนของพรรคการเมืองทั้งหมด ๓๐ ท่าน ขอเชิญพรรคเพื่อไทยก่อนนะครับ จํานวน ๘ ท่านครับ เชิญเสนอได้เลยครับ🔗

นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ ประทานบัตรเหมืองแร่และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ ประชาชน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ๓. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๔. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๕. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๖. ดอกเตอร์เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ๗. นายสุรสาล ผาสุข ๘. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐ จํานวน ๗ ท่านครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม จักรพันธ์ พรนิมิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ๗ ท่าน ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ดังต่อไปนี้ ๑. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ๒. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๓. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๔. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๕. นายอนุชา น้อยวงศ์ ๖. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ และ ๗. นายนัทธี ถิ่นสาคู ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. ท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ ๒. ท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๓. ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ และ ๔. ท่านธนยศ ทิมสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบครับ พรรคก้าวไกล ๔ ท่านครับ🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่และการทําเหมืองแร่ที่ส่ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๔ ท่าน ๑. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ๓. นายสุทธิเกียรติ คชโส ๔. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการออก ประทานบัตรและเหมืองแร่ที่กระทบต่อประชาชน ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ๑. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๒. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย และ ๓. นายสมัย ลี้สกุล🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา แบบบัญชีรายชื่อ ขอเสนอ นายนภดล มาตรศรี ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง มีครบครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากนครพนม ขอเสนอผู้ที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน คือ ร้อยตํารวจตรี สุเทียน ทองโสม ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทยครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นางอาภรณ์ สาราคํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทําเหมืองแร่ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จํานวน ๑ ท่าน นายขจรพงศ์ คําดี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่าน คือนายเนติภูมิ ริยาพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบครับ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญครบทั้ง ๓๙ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา การออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทําเหมืองแร่ จํานวน ๓๙ คน ๑. นายสกล จุลาภา ๒. นายอรรณุวัฒน์ วัฒนวรรณ ๓. นายพงศ์บุณย์ ปองทอง ๔. นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ๕. นายสุชาติ อุสาหะ ๖. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๗. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๘. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๙. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๑๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๑๑. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ๑๒. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๑๓. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๑๔. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๕. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ๑๖. นายสุรสาล ผาสุข ๑๗. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๑๘. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ๑๙. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๒๐. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๒๑. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๒๒. นายอนุชา น้อยวงศ์ ๒๓. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ๒๔. นายนัทธี ถิ่นสาคู ๒๕. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ๒๖. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๒๗. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๒๘. นายธนยศ ทิมสุวรรณ ๒๙. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๓๐. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ๓๑. นายสุทธิเกียรติ คชโส ๓๒. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ๓๓. นางสาวศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๓๔. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๓๕. นายสมัย ลี้สกุล ๓๖. นายนพดล มาตรศรี ๓๗. ร้อยตํารวจตรี สุเทียน ทองโสม ๓๘. นายขจรพงศ์ คําดี ๓๙. นายเนติภูมิ ริยาพันธ์🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่าน ครบแล้วนะครับ มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงไหม ถ้าไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลง ขอเชิญกําหนดระยะเวลาในการพิจารณา เชิญท่านสมาชิกเสนอครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาพิจารณาทั้งหมด ๙๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกเสนอใช้เวลาในการพิจารณา ๙๐ วันนะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้กําหนดระยะเวลาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาภายใน ๙๐ วันนะครับ เป็นการจบการพิจารณาญัตติทั้ง ๗ ฉบับแล้วนะครับ🔗

๕.๑๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแผนการใช้น้ํามันปาล์ม (ปาล์มดีเซล) เป็นพลังงานทดแทนอย่างสมดุล และยั่งยืน (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๕๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์การทําสวนปาล์มน้ํามันแห่งประเทศไทย (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๖๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาโครงสร้างราคาปาล์มน้ํามันเพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ํามันให้เป็นระบบ และยั่งยืน (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๑๐๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาปาล์มน้ํามัน และน้ํามันปาล์ม (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๑๑๗ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการใช้ปาล์มน้ํามันเป็นพลังงานทดแทน (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๑๔๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาความเหมาะสมการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ํามัน เป็นพลังงานทดแทน อย่างสมดุลและยั่งยืน (นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตปาล์มน้ํามันตกต่ําอย่างเป็นระบบ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ) (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗

ทั้งหมด ๖ ฉบับ มีฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ซึ่งท่านสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ เป็นหัวข้อเรื่องทํานองเดียวกัน ทั้งหมด ๖ ฉบับ จึงขออนุญาตที่ประชุมนํามาพิจารณา รวมกันนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้นําญัตติทั้ง ๖ ฉบับมาพิจารณารวมกัน ผมจะได้ดําเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่แจกเอกสารญัตติที่ยังไม่ได้บรรจุด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการแจกเอกสาร)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๕.๑๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแผนการใช้น้ํามันปาล์ม (ปาล์มดีเซล) เป็นพลังงานทดแทนอย่างสมดุล และยั่งยืน (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๕๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์การทําสวนปาล์มน้ํามันแห่งประเทศไทย (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

๕.๖๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาโครงสร้างราคาปาล์มน้ํามันเพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ํามันให้เป็นระบบ และยั่งยืน (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญ ผู้เสนอแถลงเหตุผลครับ ญัตติเริ่มจากท่านสาคร เกี่ยวข้อง เชิญครับ ท่านเสนอทั้ง ๓ ฉบับ เลยใช่ไหมครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

เสนอรวมครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเสนอขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แผนการใช้น้ํามันปาล์มทั้งระบบ ก็คือเสนอทั้งปาล์มดีเซลเป็นพืชพลังงาน เสนอทั้งการจัดตั้ง กองทุนสงเคราะห์การทําสวนปาล์มน้ํามันแห่งประเทศไทย และญัตติโครงสร้างราคาน้ํามันปาล์ม เพื่อแก้ไขน้ํามันปาล์มอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ปาล์มน้ํามันเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ของประเทศไทย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวภาคใต้ที่ได้ทําการปลูกสวนปาล์มมายาวนาน ร่วม ๓๐-๔๐ ปี มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ดูแลครอบครัวมายาวนาน นโยบายเกี่ยวกับปาล์มน้ํามันจึงเป็นเรื่องที่จําเป็นมากที่จะต้องให้สภาแห่งนี้ได้หยิบยกขึ้นมา แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสํารวจพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกปาล์มตามสภาพแวดล้อม ที่เป็นจริงหรือที่เรียกว่าโซนนิง (Zoning) ว่าพื้นที่ใดเหมาะสมสมควรที่จะส่งเสริม พื้นที่ใด ควรจะลดการปลูก ไม่ควรส่งเสริมให้ปลูกน้ํามันปาล์มเพราะไม่ตอบสนองอย่างจริงจัง ทางด้านเศรษฐกิจของเกษตรกร เรื่องของการเร่งผลักดันการส่งออกน้ํามันปาล์มของ ประเทศไทย นอกจากเราผลิตที่ใช้ในประเทศแล้ว ใช้ผลิตเพื่อการอุปโภคบริโภค ใช้ผลิตเพื่อเป็น พืชพลังงานมาทดแทนพลังงาน ลดการนําเข้าของน้ํามันฟอสซิล (Fossil) ของน้ํามันต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้เป็นเชื้อเพลิงในประเทศไทย อีกทั้งยังต้องการที่จะสนับสนุนให้ศึกษาถึงการออก พระราชบัญญัติปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์มให้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ การศึกษาข้อมูล เหล่านี้บูรณาการเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้ศึกษาและส่งต่อไปยังรัฐบาลให้สอดคล้อง กับนโยบายพืชเศรษฐกิจที่แท้จริง แล้วก็เป็นที่พึ่งหวังพักพิงของเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง ปาล์มน้ํามันนี้ผมจะขออภิปรายในทีนี้ว่าผมจะพูดถึงเรื่องต้นน้ําของปาล์มน้ํามัน ปาล์มน้ํามัน ก็สามารถจะดูได้ทั้งระบบก็คือตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา เกษตรกรมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้อยกว่า ๕๐ ไร่ ก็คือเป็นเกษตรกรรายย่อยมีครัวเรือนอยู่ นับแสนครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรปาล์มน้ํามัน แต่มีพื้นที่ที่เหมาะสมเพียงแค่ ร้อยละ ๕๕ พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมอีก ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ภาครัฐจําเป็นที่จะต้องดูแล ผลผลิตต่าง ๆ มีความผันผวนตามฤดูกาล ไม่ได้มีการจัดการอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้มีการวิจัยหรือเป็นนักวิชาการ ไปสนับสนุนในเรื่องของข้อมูลต่าง ๆ คุณภาพของผลผลิตอีกครับ คุณภาพของทะลายปาล์ม ของผลปาล์มที่เข้าสู่โรงงานก็ยังอยู่ในคุณภาพที่ต่ํา ได้มีภาคเอกชนแล้วก็ได้มีหลายภาคส่วน ด้วยกันพยายามผลักดันให้เป็นปาล์มคุณภาพ ประเทศใกล้เคียงของเราไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย สามารถผลิตปาล์มได้ถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ของปาล์มทะลาย ประเทศ ของเราภาครัฐยังกําหนดอยู่ที่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ํามันปาล์มที่เกษตรกร ไปส่งขายต่อโรงงาน กลางน้ําโรงงานสกัดน้ํามันปาล์มก็ไม่มีการควบคุมอย่างชัดเจนแท้จริง จากภาครัฐไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน่วยงานจากเกษตร หน่วยงานจากอุตสาหกรรม โรงสกัด ต่างแย่งวัตถุดิบกัน ไม่สนใจเรื่องของคุณภาพ ไม่ได้สนับสนุนให้เกษตรกรผลิตปาล์มคุณภาพ อัตราการคืนน้ํามันมาในการผลิตก็ต่ํา ราคารับซื้อก็ตกต่ําส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ลานเท หรือคนกลางที่รับซื้อรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรไปยังโรงงาน ไปยังผู้ผลิต ไปยังโรงงาน ที่ทําการผลิตน้ํามันปาล์มมาเป็นปาล์มน้ํามัน ปาล์มน้ํามันมาเป็นน้ํามันปาล์ม ก็ไม่ได้ มีกฎเกณฑ์อะไรมากนัก อยากจะให้มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับระบบการรับซื้อ เกี่ยวกับ โครงสร้างราคาไม่ว่าจะเป็นพืชบาย โพรดักต์ (By product) หรือส่วนต่าง ๆ ที่นอกจาก น้ํามันปาล์มแล้ว ยังมีผลผลิตอื่นที่จากการผลิตน้ํามันปาล์มสามารถที่จะมาเป็นราคา สามารถที่จะไปเป็นรายได้สู่เกษตรกรได้ ส่วนปลายน้ําก็เรื่องการตลาด ช่องทางการใช้ น้ํามันปาล์มของไทยค่อนข้างน้อย ในขณะนี้รัฐบาลก็ส่งเสริมให้มีการใช้ปาล์มดีเซล ได้มีการ ส่งเสริมให้การใช้บี ๑๐ (B 10) เป็นน้ํามันพื้นฐานในภาคดีเซล ซึ่งก็ขอบคุณไปยังรัฐบาล ที่จะปรับให้น้ํามันบี ๑๐ (B 10) เป็นน้ํามันดีเซลมาตรฐานในเมืองไทย ก็ถือว่าสามารถที่จะ มากระชับ แล้วก็ดึงราคาของปาล์มน้ํามันขึ้นมาได้ การสนับสนุนไปถึงส่วนปลายของการผลิต ของอุตสาหกรรมน้ํามันปาล์ม ไม่ว่าจะเป็นโอลิโอเคมิคัล (Oleo chemicals) ซึ่งสามารถที่จะไปทําต่อยอดไปถึงเคมีภัณฑ์ ต่อยอดไปถึงเครื่องสําอางหรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มาทดแทนวัสดุนําเข้าต่าง ๆ อีกมากมาย ท่านประธานครับ มาตรการหลายมาตรการด้วยกันที่ผมเชื่อว่าถ้าเรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญ เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้แล้ว เราคงจะได้พิจารณาถึงมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่งเสริมและสนับสนุนให้การทําปาล์มคุณภาพ ยกระดับเปอร์เซ็นต์ น้ํามันของเกษตรกร แล้วก็ทําให้อุตสาหกรรมน้ํามันปาล์มและปาล์มน้ํามัน มียุทธศาสตร์ ทั้งระบบ เรายังจะขอให้ทางคณะกรรมาธิการนี้ได้พิจารณาถึงพระราชบัญญัติปาล์มน้ํามัน และน้ํามันปาล์ม ซึ่งมีผมและคณะ ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอสู่สภา แต่ยังอยู่ ในขั้นตอนการพิจารณาและรอการรับรองจากท่านนายกรัฐมนตรีจึงขอถือโอกาสนี้ เรียนไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าชาวสวนปาล์มยังรอพระราชบัญญัติปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม ที่จะได้มีกฎหมายกํากับพืชเศรษฐกิจอย่างชัดเจน แต่จะส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรได้รับ ประโยชน์จากกฎหมายที่เป็นธรรม การจัดทําโครงสร้างน้ํามันปาล์มที่เป็นธรรมก็เป็นอีก เรื่องหนึ่งในการแข่งขันกันได้ทั้งระบบ เพื่อจะปรับสมดุลน้ํามันปาล์มแล้วก็ดูดซับน้ํามันปาล์ม ให้ได้อย่างดี มาตรการอีกมาตรการก็คือมาตรการบริหารการนําเข้า ผมเชื่อว่าคงจะต้องหยิบยก กันขึ้นมา พืชน้ํามันที่มาทดแทนน้ํามันปาล์มที่มีการนําเข้าต่อเนื่อง ส่งผลกระทบไปให้ ราคาปาล์มลดลง ไม่สอดคล้องกับฤดูกาลหรือการผลิตของเกษตรกร การนําเข้าน้ํามันปาล์ม ซึ่งเป็นพืชที่เราสามารถผลิตได้อย่างสมดุลในประเทศของเราแล้ว นอกจากการนําเข้าไม่พอ เรายังมีการลักลอบการเบี่ยงเบนเปลี่ยนแปลงสต็อก (Stock) น้ํามันที่ไม่ชัดเจน ข้อมูลที่ ไม่ชัดเจนทําให้ราคาน้ํามันปาล์มบิดเบี้ยวไม่เป็นไปตามจริง ไม่เป็นไปตามกลไกของการตลาด มาตรการกํากับดูแลบริหารจัดการสต็อก (Stock) น้ํามันปาล์มที่จะต้องพูดคุยกันถึงเรื่องของ มิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ที่จะมาวัดน้ํามันปาล์มในบรรดาการเก็บน้ํามันปาล์มต่าง ๆ ตามโรงงานต่าง ๆ ที่สามารถที่จะรายงานสต็อก (Stock) น้ํามันปาล์ม แล้วก็กําหนดราคา ให้ทางราชการหรือทางกระทรวงพาณิชย์กําหนดราคาได้ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรได้ให้พวกกระผมได้จัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแผนการ ใช้น้ํามันปาล์มทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นปาล์มดีเซล ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างราคาน้ํามันปาล์ม ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์มหรือกระทั่งกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนปาล์มแห่งประเทศไทยที่จะมาดูแลเกษตรกรที่มีการปลูกแทน มีการวิเคราะห์ วิจัยอย่างชัดเจนและจะนําพามาซึ่งคุณภาพในน้ํามันปาล์ม ท่านประธานครับ เรื่องนวัตกรรม ต่าง ๆ เรื่องที่จะต้องสนับสนุนให้ปาล์มไปส่งผลกระทบต่อปาล์มอย่างเป็นระบบ ผมจึงขอ เรียนท่านประธานว่าขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ปาล์มน้ํามันอย่างเป็นระบบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ผู้เสนอญัตติของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กับท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗

๕.๑๐๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาปาล์มน้ํามัน และน้ํามันปาล์ม (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญท่าน อภิปรายแถลงเหตุผลครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม พร้อมกับท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ แล้วก็ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยที่อยู่ภาคใต้ แล้วก็ภาคอื่น ๆ ที่มีปาล์มน้ํามัน ที่ร่วมกันเซ็นชื่อในการเสนอญัตติของกระผม แล้วก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตตินี้เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้มี การยกระดับและพัฒนาปาล์มน้ํามันขึ้นอีกระดับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ ประเทศไทยรู้จักปาล์มน้ํามัน ถ้าเราย้อนอดีตไปนั้นจะเห็นได้ว่าปาล์มน้ํามันเข้ามาปลูก ในประเทศไทยตั้งแต่ ปี ๒๔๗๒ ๙๑ ปี แต่ลักษณะในการที่ปลูกหลังจากนั้นปลูกเพื่อที่ จะเอาผลผลิตอย่างจริงจัง ก็เริ่มต้นประมาณปี ๒๕๑๐ กว่า ๆ เป็นต้นมา และจังหวัดกระบี่ก็เป็น จังหวัดต้น ๆ แล้วก็ได้ชื่อว่าเมืองหลวงปาล์มน้ํามัน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ก็อยู่จังหวัดกระบี่ด้วยกันก็เป็นผู้เสนอญัตติ ซึ่งเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่เห็นได้ว่าปาล์มน้ํามันในขณะนี้ขยายไปทั่วประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน บางจังหวัดก็ปลูกปาล์มน้ํามันกัน แต่สิ่งสําคัญที่สุดเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ํามันไม่เคยได้รับ ความสนใจ ใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเชิงวิชาการในการที่จะพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ แล้วก็เรื่องปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงในชาวสวนปาล์มก็ดี เพราะปาล์มน้ํามันที่จริงแล้วเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก ใช้ได้ทุกส่วนของต้นปาล์มน้ํามัน เป็นพืชมหัศจรรย์จริง ๆ แต่เสียดาย เสียโอกาสที่นโยบาย ของรัฐบาลไม่ได้ให้ความสําคัญในส่วนของปาล์มน้ํามัน จึงทําให้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่เหมือนกับพืชอื่นในส่วนของพระราชบัญญัติอ้อยที่มาทําน้ําตาล แล้วก็ ดูแลในเรื่องของพระราชบัญญัติ ดูควบคุมไปจนถึงโรงงาน แม้กระทั่งรถ ๑๐ ล้อบรรทุกอ้อย ก็ยังได้สิทธิพิเศษในเรื่องของการที่จะบรรทุกให้สูงขึ้น กว้างขึ้น ยาวขึ้น อันนี้เนื่องจากว่า มีพระราชบัญญัติที่พิเศษ ปาล์มน้ํามันก็ไม่เหมือนกับยางพารา ยางพารามี พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง วันนี้ก็มีการยางแห่งประเทศไทย ผมเห็นด้วยแล้วก็เห็นแนวทางเดียวกันกับเพื่อนสมาชิกผู้เสนอทั้ง ๖ ฉบับ แนวทางของผม แยกออกเป็นปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม เพราะฉะนั้นโครงสร้างของปาล์มน้ํามัน ซึ่งประกอบด้วยต้นปาล์ม ผลปาล์ม ปุ๋ย แรงงาน การพัฒนาอะไรต่าง ๆ อันนี้คือปาล์มน้ํามัน ปาล์มน้ํามันก็ต้องดูในเรื่องของต้นปาล์มและผลปาล์ม อีกเรื่องหนึ่งก็คือน้ํามันปาล์ม น้ํามันปาล์ม ก็คือนําผลปาล์มที่สุกเป็นทะลายแล้วที่เกษตรกรไปเอาผลปาล์มมาขายสู่ลานเท อันนี้เพื่อที่ จะส่งให้โรงสกัด โรงสกัดส่วนใหญ่ก็จะมีพระราชบัญญัติโรงงานแล้วก็นําผลปาล์มทะลาย ที่สุกแล้วนําไปสกัดเขาเรียกว่าซีพีโอ (CPO) ซีพีโอ (CPO) ก็คือน้ํามันปาล์มดิบ หลังจากได้ ซีพีโอ (CPO) แล้วนั้นก็ไปสู่โรงรีไฟน์ (Refine) ก็เอาน้ํามันดิบไปสกัดให้มีความบริสุทธิ์ขึ้น อันนี้เราก็ได้น้ํามันพืชที่มาบริโภค ท่านประธานที่เคารพครับ เกษตรกรขายผลปาล์มน้ํามัน บางปีก็กิโลกรัมละ ๑ บาทกว่า ผลผลิตต่ําน้อย ๆ ก็ไป ๕-๖ บาทก็มี แต่น้ํามันพืช ๔๐ บาทรวด ไม่ว่าจะราคาผลปาล์มน้ํามันจะ ๑.๗๐ บาท ๒.๕๐ บาท ๓ บาท ๓.๕๐ บาท หรือ ๔-๖ บาท น้ํามันพืชก็ ๔๐ บาท มาจากต้นทุนอะไร เพราะฉะนั้นเรามีพระราชบัญญัติควบคุมในเรื่อง ของเชิงพาณิชย์ที่น้ํามันพืชในกรณีมีเพดานไม่ให้เกินเท่าไร แต่เราไม่มีกฎหมายควบคุม ในส่วนของต้นทางของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ณ วันนี้รัฐบาลใช้มาตรการในเรื่องของ การแก้ปัญหาปาล์มน้ํามันโดยการประกันราคาผลปาล์ม ๔ บาท หมายความว่าเกษตรกร ขายปาล์มได้ต่ํากว่า ๔ บาท ส่วนต่างรัฐบาลจะไปชดเชยให้ครบ ๔ บาท ณ วันนี้ปัญหานโยบายอย่างนี้นะครับ แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรรายเล็ก แก้ได้ไม่หมดครับ เนื่องจากว่าเกษตรกรชาวสวนปาล์มยังมีปัญหาอยู่มาก เช่นปลูกปาล์มในป่าสงวน ปลูกปาล์ม ในแหล่งที่ไม่มีเอกสารสิทธิ อันนี้ล้วนแต่เป็นประเด็นปัญหาที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมี พระราชบัญญัติปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม และควรจะต้องมีกองทุนปาล์มน้ํามันแห่งประเทศไทย โดยอาจจะเทียบเคียงในเรื่องของกองทุนยางพารา อาจจะเป็น พ.ร.บ. อ้อย หรือ พ.ร.บ. ยาง ก็ให้คณะกรรมาธิการได้มาศึกษา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ประชาชนก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบ ในเรื่องของเกษตรกรข้างล่างชาวสวนปาล์ม มิหนําซ้ําเกษตรกรตัดปาล์มออกไปแล้วไปขาย ลานเท แล้วแต่ลานเทจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์มของเกษตรกรรายนี้จะกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในขณะที่รัฐบาลส่งเสริมในเรื่องของการปลูกปาล์มน้ํามันที่มีคุณภาพ บอกว่า ๒๒-๒๕ เปอร์เซ็นต์น้ํามัน แต่เวลาไปปลูก ๓ ปีตัดปาล์มไปส่งทีไรก็บอกว่า ๑๘ เปอร์เซ็นต์รวด ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อที่มีความเหลื่อมล้ํา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องแก้คือต้องมีกฎหมายในการ กํากับควบคุม ตั้งแต่ในเรื่องของการไม่เอาเปรียบเกษตรกรในเรื่องของเปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์ม ก็โดยการตั้งมิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ที่แท็งก์ (Tank) ของซีพีโอ (CPO) เพราะฉะนั้น ปาล์มน้ํามันของเกษตรกรจะส่งที่ซีพีโอ (CPO) สมมุติว่าส่ง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม หลังจากสกัด ออกมาเป็นน้ํามันปาล์มได้กี่กิโลกรัม มิเตอร์ก็จะขึ้นหมดเลย แล้วก็จะส่งไปที่ไหนก็จะรู้หมด อันนี้เป็นการแก้ปัญหาได้พอสมควรในกรณีการเอาน้ํามันเถื่อนเข้ามาใส่ในแท็งก์ (Tank) แล้วก็บอกว่าน้ํามันค้างสต็อก (Stock) อันนี้ในเรื่องของกรณีติดมิเตอร์ อันนี้ก็ควรที่จะศึกษา อีกหลายประเด็นครับ สิ่งสําคัญที่สุดวันนี้ก็ต้องชื่นชมนโยบายที่รัฐบาลต้องการที่จะให้ บริษัทยักษ์ใหญ่จะต้องติดหัวจ่ายน้ํามันบี ๑๐ (B 10) ทั่วประเทศ วันนี้ก็ติดกันครบแล้ว ในส่วนของบี ๑๐ (B 10) ก็ใช้กันดี ก็ไม่มีผลต่อเครื่องยนต์แต่ประการใด ท่านประธานคิดดูสิว่า ใช้บี ๑๐ (B 10) นี่คือน้ํามันดีเซล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เอาน้ํามันปาล์ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์เข้าไปใส่ ก็คือโดยการที่จะไปทํา เอาซีพีโอ (CPO) ของน้ํามันปาล์มไปทําเป็นบี ๑๐๐ (B 100) แล้วเอา บี ๑๐๐ (B 100) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไปบวกกับน้ํามันดีเซล ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้เป็นบี ๑๐ (B 10) ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดรัฐจะต้องออกมาควบคุมว่าซีพีโอ (CPO) ที่มาผสมในน้ํามัน ต้องเป็นซีพีโอ (CPO) ภายในประเทศเท่านั้นครับ ไม่ต้องเอาซีพีโอ (CPO) ต่างประเทศ เข้ามาทําบางบริษัทไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ แล้วก็ไปทําบี ๑๐๐ (B100) ส่งเข้ามาผสม อย่างนี้ก็ทําไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การเสนอญัตติของผม ผมเห็นด้วยในการที่จะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาในเรื่องของ ปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม เพราะน้ํามันปาล์มกับปาล์มน้ํามันเป็นสิ่งที่สามารถต่อยอด ก่อให้เกิดรายได้กับประเทศชาติอีกมากมาย ในขณะเดียวกันต้องยกระดับเกษตรกร ชาวสวนปาล์ม วันนี้ต้องพึ่งพาตนเองนั้นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และข้อห้ามต่าง ๆ ในเรื่อง ของกฎหมายในอนาคตที่คณะกรรมาธิการต้องไปดูแล เช่นในเรื่องของการให้ทุนในการที่จะ ปลูกป่าไม้ในเขตอุทยานต่าง ๆ นั้นเราก็สามารถควบคุมได้ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่สนับสนุนทุกท่านนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ญัตติ ต่อไปครับ🔗

๕.๑๑๗ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการใช้ปาล์มน้ํามันเป็นพลังงานทดแทน (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ได้มอบหมาย ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้เสนอแทนครับ อนุญาตได้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ร่วมเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้ปาล์มน้ํามัน เป็นพลังงานทดแทน เนื่องจากปาล์มน้ํามันถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศที่พี่น้องเกษตรกร หลายล้านรายได้เป็นชาวสวนปาล์ม เนื่องจากตอนนี้ราคาปาล์มน้ํามันตกต่ําผันผวน ตลอดเวลาทําให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ํามันได้รับความเดือดร้อนจากการขายผลผลิต ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน มีรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อการดํารงชีพ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าเราไปดูที่ประเทศมาเลเซียเขาเปลี่ยนจากต้นยางพารามาเป็นปาล์มน้ํามันตามตะเข็บ ชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย วันนี้เขาซื้อน้ํายางดิบจากประเทศไทยไปเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ประเทศมาเลเซีย แต่ประเทศมาเลเซียตัดต้นยางปลูกเป็นต้นปาล์ม วันนี้ประเทศมาเลเซีย ก็ไม่ได้เดือดร้อน แต่คนไทยเดือดร้อน ปาล์มน้ํามันปลูกไปทั่วประเทศแล้วครับ วันนี้จังหวัดเชียงราย ก็มีการปลูกปาล์มน้ํามัน แล้วก็มีการขายทะลายปาล์มเข้าโรงหีบน้ํามัน ก็ถือว่ากลายเป็นพืช ของประเทศไทยไปแล้ว วันนี้ราคาตกต่ํา ทําไมครับ ท่านประธานปาล์มน้ํามันมีประโยชน์ ทั้งต้นเลย ตั้งแต่ใบสด ใบแห้ง ไปจนถึงทะลายปาล์ม จนถึงกากปาล์ม แต่ว่าประเทศไทย ขาดการเอาใจใส่เรื่องการแปรรูป วันนี้โรงไฟฟ้าชีวมวลเขาจะตั้งที่ภาคใต้ก็ไปจํากัดการขายไฟ จํากัดปริมาณเขา อยากจะให้การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรช่วยเหลือให้ครบวงจร การแปรรูป ไม่ใช่เพียงแต่เป็นน้ํามันพืช เพียงแต่เอาไปเติมรถ แต่ขั้นสูงกว่านั้นก็คือการทําเป็นสบู่ เป็นเบส (Bases) สบู่ ทําเป็นเครื่องสําอาง เครื่องสําอางจากผลปาล์มนี่ราคาสูงมาก ยิ่งใช้เทคโนโลยีสูงขึ้นยิ่งขายได้แพงขึ้น เป็นเครื่องสําอางที่มีแบรนด์ (Brand) ที่ดีแค่นิดเดียว ไม่กี่ซีซี (CC) ก็เป็นหมื่น ดังนั้นการแปรรูปปาล์มน้ํามันครบวงจรเราสามารถทําได้ งานวิจัย มีเยอะแยะมากมาย แต่ไม่สามารถที่จะนํามาสู่การปฏิบัติได้ ดังนั้นวันนี้ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ขึ้นมาเพื่อพิจารณาปาล์มทั้งระบบผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวสวนปาล์ม แล้วก็ยั่งยืนในเรื่องของราคา ปาล์มน้ํามันเป็นพืชที่มีความหวังในอนาคต แล้วโลกต้องการ พลังงานสะอาด ดังนั้นอยากจะให้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ ท่าน ได้เห็นด้วยกับ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องปาล์มน้ํามันขึ้นมาเพื่อสร้างความยั่งยืนในการแปรรูป ในขั้นที่ ๑ ขั้นที่ ๒ ขั้นที่ ๓ จนถึงขั้นสูงสุดเพื่อสร้างศักยภาพความมั่นคงทางด้านปาล์มน้ํามัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ญัตติฉบับต่อไปเป็นของท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗

๕.๑๔๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาความเหมาะสมการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ํามัน เป็นพลังงานทดแทน อย่างสมดุลและยั่งยืน (นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งท่านได้ มอบหมายให้ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เป็นผู้เสนอแทน เนื่องจากบิดาท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ได้เสียชีวิตกะทันหัน ผมในนามของท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ขอแสดงความเสียใจต่อ ส.ส. ธีรภัทรและครอบครัวพริ้งศุลกะเป็นอย่างยิ่งนะครับ เชิญท่านพิมพ์รพี เสนอเลยครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอใช้สิทธิเสนอญัตติในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ เนื่องจากติดภารกิจเร่งด่วน บิดาเสียชีวิต ดิฉันขอใช้โอกาสนี้อภิปราย เพื่อสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้น้ํามันปาล์มหรือปาล์มดีเซล เป็นพลังงานทดแทนอย่างสมดุลและยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพคะ ๑ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนชาวสวนปาล์ม ให้มีการใช้พลังงานที่สมบูรณ์ สมดุลและยั่งยืน แม้ว่ารัฐบาลจะออกประกาศ สนับสนุน มาหลายครั้งแล้ว แต่ดิฉันค้นพบว่ามีความย้อนแย้งกันเองในพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่รัฐบาล เสนอขึ้นมา ซึ่งชาวสวนปาล์มเองอาจจะยังคิดไม่ทันเนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติทางเรื่อง พลังงาน ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑ ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ มีพระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ มีเนื้อหา ซึ่งกระทบกับนโยบายการสนับสนุนบี ๑๐ (B 10) เป็นน้ํามันบนดินพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจ ฐานราก เพราะอย่างไรท่านประธานคะ เพราะดูที่มาตรา ๕ ให้จัดตั้งกองทุนน้ํามันขึ้นมา เรียกว่า กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง และสนับสนุนเรื่องนี้ แต่ว่ามีข้อสังเกตข้างล่างเขียนว่า การใช้เงินกองทุนน้ํามันจะใช้ได้เมื่อเกิดวิกฤตการณ์พลังงานเท่านั้น หมายความว่าเงินก้อนนี้ ไม่สามารถนําไปอุดหนุนน้ํามันเชื้อเพลิงชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือจาก แอลกอฮอล์ได้อีกแล้ว แปลว่ามาตรการนี้มันย้อนแย้งกันเองมาก ๆ ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ ไปไกลกว่านี้ มาตรา ๕๕ บัญญัติไว้ว่า การจ่ายเงินชดเชยให้แก่น้ํามันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสม ของเชื้อเพลิงชีวภาพ นั่นหมายความว่าไม่ใช่เพียงแต่เรื่องของปาล์ม แต่เรามีปัญหาถึงเรื่อง อ้อยและมันสําปะหลังด้วย สามารถให้ดําเนินงานต่อไปอีกแค่ ๓ ปีเท่านั้น และสามารถ ขยายเวลาได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๒ ปี แปลว่าอย่างไร แปลว่าเงินสนับสนุนน้ํามัน ชีวภาพจะทําได้อีกแค่ ๖ ปี คือปี ๒๕๖๙ เท่านั้น ๖ ปีจากวันนี้ เงินก้อนนี้จะใช้ไม่ได้อีกแล้ว ดิฉันมีคําถาม หากมีการยกราคาไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) จริง จะย้อนแย้งกับมาตรการที่รัฐบาลทําอยู่ตอนนี้หรือไม่ เพราะรัฐบาลได้บอกประชาชนแล้วว่า บี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) จะเป็นน้ํามันของอนาคตและถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าเช่นนี้ ดิฉัน ถามอีกว่าหากมีการยกเลิกชดเชยราคาบี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) จริง รัฐบาลมีนโยบายใด ๆ มารองรับและแก้ไขปัญหาปาล์มตกต่ํา หรือถ้ารัฐบาลมีนโยบายอีก ๖ ปีข้างหน้า จะสนับสนุน บี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) ต่อ รัฐบาลจะเอาเงินจากส่วนไหนมาสนับสนุนเกษตรกร มาสนับสนุน เงินที่ใช้ในกองทุนน้ํามันมาชดเชยได้อย่างไร โจทย์นี้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นนี้ ต้องหาคําตอบให้ได้ค่ะ ที่สําคัญคือกระทรวงพลังงานกําหนด เมื่อวันที่ ๑ มกราคมว่า ให้น้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) เป็นบี ๑๐ (B 10) เป็นน้ํามันพื้นฐานของประเทศ แปลว่า อย่างไร แปลว่าชาวสวนปาล์มได้เฮค่ะ รู้สึกว่าปาล์มมีอนาคตเหมือนกับ ๑๐ ปีก่อน ที่แผน พลังงานบอกว่าทุกคนล้มยางปลูกปาล์มเถอะ ล้มยางปลูกปาล์มเถอะ และผ่านมาอีก ๑๐ ปี ที่ผ่านมาปาล์มก็ล้นประเทศ วันนี้ชาวสวนปาล์มเฮอีกครั้งว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่มีพระราชบัญญัติ ตัวนี้ออกมาว่าใช้อีกแค่ ๖ ปี คําถามดิฉันคือว่าเราให้สัญญาณที่เป็นเท็จกับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม หรือเปล่าคะ เพราะว่าเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมนี้ ราคายังไม่ขึ้น ราคายังต่ํากว่าราคาประกันรายได้ของเกษตรกร รัฐบาลยังต้องจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกร แปลว่าอย่างไรคะ ว่าความย้อนแย้งนี้มันสร้างปัญหาแน่นอน ต้องมีอะไรสักอย่าง บางอย่าง ผิดอยู่ ราคาประกันรายได้อาจจะเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากจะได้นะคะ เพราะว่าเป็นการ ประกันรายได้พื้นฐานของเกษตรกร แต่ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ที่สุดค่ะ สิ่งที่ประชาชน อยากได้ที่สุดคือความมีเกียรติยศในการเป็นเกษตรกร มีความยั่งยืนในอาชีพ มีรายได้คุ้มค่า กับการที่ลงทุน ๒ เรื่องที่ต้องคิดอีกด้วยท่านประธานคะ เราในฐานะนักการเมือง ดูแล ประเทศชาติ เราต้องกําหนดนโยบายว่าข้างหน้าเราจะทําอย่างไรกับปาล์มน้ํามัน มี ๒ ประการที่น่าคิดคือ ๑. ถ้าเงินกองทุนน้ํามันทําไม่ได้แล้วบี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) ใช้ไม่ได้แล้ว ประชาชนจะ ทําอย่างไรต่อ ชาวสวนปาล์มจะทําอย่างไรต่อ และ ๒. ดิฉันถามว่าแนวโน้มพลังงานที่กําลัง จะเปลี่ยนแปลงไปนั่นแปลว่ารถไฟฟ้าเข้ามาแล้ว ๕ ปี ๑๐ ปีนี้ อุตสาหกรรมจะเปลี่ยนจาก การใช้รถดีเซลเป็นรถไฟฟ้าแล้ว เราวางแผนการถดถอยหลังของนโยบายปาล์มน้ํามัน หรือน้ํามันปาล์ม หรือไบโอดีเซล (Biodiesel) นี้อย่างไรคะ แปลว่าอย่างไรท่านประธานคะ แปลว่า ๖ ปีจากวันนี้ระเบิดเวลาเริ่มนับแล้วค่ะ เราต้องคิดและวางแผนว่าน้ํามันที่สมดุล คืออย่างไร คําว่า สมดุล คืออะไรประธาน ประเทศไทยสามารถผลิตน้ํามันปาล์มได้ปีละ ๓ ล้านตัน ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคปีละ ๑ ล้านตัน ๒ ล้านตันนี้ใช้เพื่อการพลังงาน และมี แนวโน้มว่าการใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคจะลดลง และการใช้เพื่อการพลังงานจะเพิ่มขึ้น คําถามดิฉันถามว่าจะคิดอย่างไร สต็อก (Stock) ที่มีอยู่ควรจะเป็นอย่างไร เราควรจะกําหนด อย่างไรว่าปริมาณที่เหมาะสมคืออย่างไร ถ้าไม่ดีแล้วจะให้เกษตรกรปลูกอะไรบ้าง และที่สําคัญ ที่สุดคือการเร่งรัด พ.ร.บ. ปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม เพื่อให้โครงสร้างราคาที่เป็นธรรม เกิดปาล์มคุณภาพได้เหมือนที่ท่าน ส.ส. สาครพูด จะเกิดได้อีกเมื่อไรดิฉันยังไม่ทราบเลยค่ะ ท่านประธานคะ ในฐานะตัวแทนเกษตรกรสวนปาล์มมีชีวิตตั้งแต่เกิดทําปาล์มมา เชื่อดิฉัน เถอะว่าเกษตรกรไม่ดีใจกับกันแบมือขอเงินจากรัฐบาล เกษตรกรต้องการความสามารถ ในการยืนหยัดด้วยตัวเอง ต้องการเกียรติยศและศักดิ์ศรี ต้องการกลไกราคาที่เป็นธรรม และถ้าราคาปาล์มดี ไม่เพียงแต่ทําให้ประชาชนมีความมั่นคงแล้ว ทําให้ประเทศไทย ๑ ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจนได้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเป็นนักการเมือง เป็นลูกหลานนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ดิฉันถูกสอนมาเสมอคือเคารพต่อสัญญา ประชาคม คําสัญญาที่เราให้ไว้กับประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เราเข้ามาเป็นรัฐบาล ได้รับ การเลือกตั้งผ่านนโยบายการหาเสียงของนโยบายปาล์ม ๕ ประการ คือ ๑. การประกันรายได้ ประกอบด้วย การประกันรายได้เกษตรกรปาล์มที่ ๔๕ บาท ๒๕ ไร่ ได้ทุกคน ๒. ปาล์มดีเซล ประกาศใช้น้ํามันดีเซลบี ๑๐ (B 10) ทั่วประเทศ ซึ่งข้อ ๑ ข้อ ๒ ต้องขอขอบพระคุณรัฐบาล ๑ ปีที่ผ่านมา เราได้ทําทั้งส่วนของกระทรวงพาณิชย์และส่วนของกระทรวงพลังงาน ทําเรื่องนี้ ถูกต้องมากแล้วค่ะ ๓. เสนอใช้ พ.ร.บ. ปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม ฉบับสภาเกษตรกรแห่งชาติ สิ่งนี้ท่านสาครกําลังเสนออยู่ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโควตาของ พรรคประชาธิปัตย์แล้ว เหลือแต่ข้อ ๔ และข้อ ๕ โรงงานไฟฟ้าจังหวัดกระบี่นําปาล์มไปใช้ เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งสิ่งนี้ยังไม่ค่อยได้ทํา กําหนดนโยบายที่เป็นธรรม และข้อ ๕ การสนับสนุน การส่งออก ชะลอการนําเข้าทําได้ดีขึ้น ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้เปลี่ยนแปลงการนําเข้า น้ํามันปาล์มโดยกําหนดจุดการนําเข้าของท่าเรือน้ํามันปาล์มให้น้อยลง และปัญหาก็น้อยลงมาก ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่ามาตรการที่สําคัญที่สุดคือต้องช่วยให้เกิดกลไกราคาที่เป็นธรรม ต้องให้โรงงานสกัด ท่านประธานคะ ดิฉันขอโควตาอธิปรายต่อ โรงงานต้องเสนออัตราน้ํามัน ที่สูงขึ้นจากวันนี้คือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ให้เกิดขึ้น ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๖ เดือน และ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๑๒ เดือน แปลว่าอย่างไรคะ แปลว่าเกษตรกรต้องผลิตตามคุณภาพ ให้ได้ ท่านประธานคะ เกษตรกรเป็นคนฉลาด ถ้าเขาผลิตได้ในราคาที่เขาสมเหตุสมผลเขาทํา แน่นอน เพราะราคา ๑๘ เปอร์เซ็นต์นี้ ขาดแรงจูงใจในการผลิตตามคุณภาพ ดิฉันขออนุญาต สรุปแผ่นสุดท้ายว่าสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาปาล์มตกต่ําอย่างเป็นระบบ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการมี ๕ ข้อ ดังนี้🔗

๑. สํารวจอีกครั้ง สํารวจพื้นที่เหมาะสมในการปลูกสวนปาล์มและให้มั่นใจว่า ที่ไหนควรจะปลูกเพราะปาล์มเป็นพืชที่ใช้น้ํามาก ใช้น้ําถึงวันละ ๒๐๐ ลิตรต่อต้น เพราะฉะนั้น การที่ปลูกในภาครัฐอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสม ดังเช่นภาคใต้อาจจะให้ผลผลิตที่ไม่คุ้มค่ากับ การลงทุน แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วเราต้องคิดค่ะว่าเราจะทําอย่างไรให้เกษตรกรสามารถลดพื้นที่ การปลูกสวนปาล์มได้🔗

๒. เร่งรัดการมี พ.ร.บ. ปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์มอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็น กลไกในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเป็นธรรมทางด้านราคา อุตสาหกรรมน้ํามันปาล์ม พัฒนาขึ้น มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นระบบ ที่สําคัญที่สุดคือขอให้มีการจัดตั้งกองทุนปาล์มน้ํามัน และผลิตภัณฑ์จากน้ํามันปาล์ม มีกลไกกําหนดกิจการการรับซื้อ เพื่อทั้งหมดคือเป็นการ คุ้มครองเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ํามันให้มีชีวิตที่มีศักดิ์ศรีและมีความสุขค่ะ🔗

๓. ศึกษาข้อมูลบูรณาการที่ดิฉันพูดไว้คืออย่าให้ย้อนแย้งกัน นโยบายพลังงาน ไปทางหนึ่ง นโยบายทางด้านพาณิชย์ไปอีกทางหนึ่ง กองทุนน้ํามันจะเกิดขึ้นอย่างไร สิ่งนี้คือ สิ่งที่คณะกรรมาธิการวิสามัญต้องคิด หาทางออกให้เกษตรกรว่า ๖ ปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น และวันนี้เราควรจะทําอย่างไร🔗

๔. คือส่งเสริมให้น้ํามันปาล์มไปใช้ที่จังหวัดกระบี่ อาจจะคิดว่าแผ่นเสียง ตกร่อง แต่ดิฉันยืนยันขอให้ กฟผ. เอาเครื่องผลิตไฟฟ้าที่ย้ายจากจังหวัดกระบี่ไปบางปะกง กลับขึ้นมาจังหวัดกระบี่ เพื่อวันที่ฉุกเฉินจะสามารถนําสิ่งนี้กลับมาช่วยประชาชนได้ และขอ เพิ่มอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า กฟผ. และกระทรวงพลังงาน ถึง ปตท. ด้วย ควรจะเริ่มคิดเรื่อง การทําโอเลโอเคมีคัล (Oleochemical) เพิ่มมูลค่าของน้ํามันปาล์มมากขึ้น เพราะที่ผ่าน ๆมา ค้นพบว่าโรงงานโอเลโอเคมีคัล (Oleochemical) ของประเทศไทยที่มีย้ายไปผลิตที่ ประเทศเวียดนามมากขึ้น และเมืองไทยแทบจะไม่มีแล้ว ก็จะทําให้ปาล์มมีระบบ มีระเบียบ มีอนาคตมากขึ้น โรงงานโอเลโอเคมีคัล (Oleochemical) เป็นสิ่งที่ต้องทํา🔗

๕. ปรับสูตรการคํานวณที่เป็นธรรม นั่นคืออย่างไร ปาล์มทั้งลูกเหมือนไก่ ทั้งตัวที่ขายมา เวลาเขาคํานวณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่คิดเครื่องในไก่ เลือดไก่ กระดูกไก่ เขาให้แค่ชิ้นเนื้อไก่เท่านั้น เพราะฉะนั้นเมล็ดในปาล์มที่เกษตรกรขายได้ด้วย ๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ําหนักปาล์ม ควรจําได้คืนมาถึงเกษตรกร ซังที่เอาไปควรจะคืนเกษตรกร สูตรคํานวณราคาที่เป็นธรรมควรจะเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คูณด้วยราคาซีพีโอ (CPO) บวก ๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ําหนักปาล์มที่ได้ ลบค่าการผลิตที่เป็นธรรม อันนี้ถึงเรียกว่าเป็นสูตร ที่เป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันอยากจะขอร้องให้สภาแห่งนี้ได้เป็นที่พึ่ง ให้คืนความ เป็นธรรมของเกษตรกร เมื่อเดือนที่ผ่านมามีรายงานว่าจังหวัดกระบี่สามารถผลิตปาล์มน้ํามัน ได้ถึง ๑๘-๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เกษตรกรได้รายได้เฉลี่ยแค่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือเกษตรกร ถูกปล้นไปกิโลกรัมละ ๓ สตางค์ ๖ สตางค์ ท่านประธานคะ ถูกปล้นทุกวันค่ะ ปล้นซ้ํา ๆ ซาก ๆ จากกลไกราคาที่ไม่เป็นธรรม คนจนขโมยปาล์มน้ํามัน ถูกขังคุก ๒ ปี ถ้ามีกลไกที่ ไม่เป็นธรรมโกงเกษตรกร ๖๐ สตางค์ต่อกิโลกรัมทุกวันซ้ํา ๆ ซาก ๆ หลายล้านครั้ง จะถูก จําคุกกี่ปี เป็นหน้าที่ของเราใช่ไหมที่ต้องคืนสิ่งนี้ให้เกษตรกร เขาไม่ขอสิ่งที่มากกว่าเขาควร จะได้ เขาขอเพียงสิ่งที่เขาควรจะได้ ท่านประธานคะ ดิฉันขอร้องหวังว่าสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้จะช่วยสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้เพื่อคืนความเป็นธรรม คืนความสุข คืนเกียรติยศ คืนศักดิ์ศรีให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ฉบับที่ ๗ ของคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตปาล์มน้ํามันตกต่ําอย่างเป็นระบบ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ) (ยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ)🔗

ขอเชิญ เสนอครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจํานวนมาก ขอร่วมกัน เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตปาล์มน้ํามันตกต่ําอย่างเป็นระบบ ผมขออนุญาตอ่านญัตติเพื่อเป็น ต้นแบบที่ท่านประธานเคยแนะนํา กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยอุตสาหกรรมปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม ถือว่า มีบทบาทสําคัญต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งน้ํามันปาล์มเป็นแหล่งผลิตน้ํามันเพื่อใช้เป็นอาหาร และพลังงานไบโอดีเซล (Biodiesel) ทั้งบริโภคและใช้ในประเทศและส่งออก เป็นแหล่ง สร้างงานและสร้างรายได้ แต่ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ํามันประสบปัญหาเกี่ยวกับ ปาล์มลดต้นทุนและตกต่ํา ทําให้เกษตรกรผู้ปลูกได้รับความเดือดร้อนจากการขายผลผลิต ความไม่คุ้มค่ากับการลงทุน มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทําให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดํารงชีพ ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันจากการที่แนวโน้มโลกปฏิเสธการใช้น้ํามันปาล์ม ไม่ว่าจะเป็น ผู้นําเข้าน้ํามันปาล์มรายใหญ่จากประเทศอินโดนีเซีย จากประเทศอินเดีย ประเทศมาเลเซีย และมีการปรับขึ้นภาษีนําเข้า และสหภาพยุโรปผู้นําเข้ารายใหญ่มีนโยบายลดการใช้ น้ํามันปาล์มจากการแก้ไขกฎหมายทางด้านพลังงานทดแทน มีผลทําให้ราคาน้ํามันปาล์มดิบ ในตลาดโลกปรับตัวลดลงและการประกาศใช้มาตรการเลิกใช้น้ํามันปาล์ม เนื่องจากมีการพบ กรดไขมันอิ่มตัวเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนั้นหลายประเทศในยุโรปยังกังวลเรื่องของ สิ่งแวดล้อมพบว่าพื้นที่ปลูกสวนปาล์มนั้นมาจากการถางทําลายป่า ตลอดจนการใช้พลังงาน ทางเลือกมากขึ้น ทําให้การทําไบโอดีเซล (Biodiesel) จึงมีความจําเป็น ลดใช้น้ํามันปาล์ม ในการติดเชื้อเพลิงพลังงาน ส่งผลให้ประเทศไทยส่งออกได้น้อยลง มีปาล์มน้ํามันค้างสต็อก (Stock) อยู่จํานวนมากและราคาตกต่ํา ที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนา เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ํามันด้วยแนวทางหลากหลาย เช่นโครงการผลิตน้ํามันปาล์ม เพื่อพลังงานชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน รวมถึงป้องกันปัญหาการลักลอบนําเข้าปาล์มน้ํามัน จากประเทศเพื่อนบ้าน และการบริหารจัดการสต็อก (Stock) น้ํามันปาล์ม แต่ก็ยังมีการทุจริต และการกักตุนหาผลประโยชน์ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์และสําคัญ ส่งผล ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตปาล์มน้ํามันตกต่ําอย่างเป็นระบบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ รายละเอียด ขออธิบายนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมเองกับคณะวันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุ เรื่องของปาล์มน้ํามัน น้ํามันปาล์ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ล้านคน พื้นที่ปลูกประมาณ ๕ ล้านไร่ การปลูกปาล์มไม่ว่าจะเป็นในภาคใต้ ซึ่งผู้อภิปราย หลายท่านได้อภิปรายแล้ว แต่ในภาคอีสานในบ้านผมก็ปลูก และในภาคอื่น ๆเพราะฉะนั้น เมื่อมีการปลูกน้ํามันปาล์มมากขึ้น ปรากฏว่าประเด็นที่ผมอยากจะเรียนก็คือเรื่องของต้นทุน การผลิต ขณะนี้เกษตรกรบางคนไม่เข้าใจ พอรู้ว่าปาล์มราคาตกก็ไม่ได้ดูแลต้นปาล์ม พอไม่ดูแล ต้นปาล์มปรากฏว่าต้นปาล์มนั้นเขาต้องรับการดูแลใส่ปุ๋ย ใส่น้ํา ถ้าไม่ได้ดูแลผลผลิตก็จะหายไป อีกอย่างน้อย ๒ ปี นี่คือเรื่องของต้นทุนที่เขาเพิ่มขึ้นและไม่ได้รับวิชาการหรือเทคโนโลยี ที่เป็นประโยชน์จากหน่วยราชการให้ดูแลในเรื่องของต้นทุน🔗

ทีนี้มาถึงเรื่องของการผลิตแล้วนะครับ ประเทศไทยปี ๒๕๖๒ เราสามารถ ผลิตได้ ๓.๑๘ ล้านตัน ใช้บริโภคในประเทศ ๑.๓๗ ล้านตัน ใช้ทําพลังงานทดแทน ๑.๖๘ ล้านตัน ทีนี้ต้องเรียนว่าปัญหาจริง ๆ ก็คือทุกปีถ้าราคาดีเกษตรกรก็ปลูกกันเยอะ แล้วก็ราคาตก แล้วก็ราคาดี เป็นคร็อป (Crop) แบบนี้ทุกครั้ง ขณะนี้ ๒ บาท ๒ บาทกว่า ต้นทุนผมดูแล้ว เหลือกําไรนิดเดียว ถ้าเทียบค่าแรงขั้นต่ําเขายังไม่พอ ที่จริงถ้าได้จริง ๆ ประมาณ ๕ บาท จะกําลังดี รัฐบาลก็แก้ปัญหา ผมเข้าใจครับว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็คือประกันรายได้ ในราคา ๔ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ก็ประกันไปได้ระดับหนึ่ง แต่ถามว่าความยั่งยืนล่ะครับ ท่านประธาน เกษตรกรไม่เคยอยากได้ราคาประกันหรอกครับ แต่เขาอยากได้ความยั่งยืน ความที่เขายืนด้วยลําแข้งและสามารถปลูกแล้วขายได้ราคาที่ถูกต้อง ที่เป็นธรรม ที่เขามี กําลัง การที่ขายได้รัฐบาลต้องมาเยียวยาเขาในหลายเรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องของบริหาร จัดการในเรื่องราคา ราคาที่เห็นก็คือปริมาณน้ํามันปาล์มขณะนี้เราทําอย่างไรถึงจะดึงราคา น้ํามันปาล์มออกจากตลาดให้ได้มากที่สุด รัฐบาลก็ไปทําไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๗ (B 7) บี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) ก็ดึงไปได้ส่วนหนึ่ง ไปทําเรื่องพลังงานไฟฟ้า ซึ่งพลังงานไฟฟ้าก็มี ข้อว่าจะต้องใช้น้ํามันปาล์มเยอะ แต่เรื่องของสารที่เกี่ยวกับพอลลูชัน (Pollution) ก็น้อยลง แต่อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องลักลอบ ปรากฏว่ามีคนลักลอบนําน้ํามันปาล์มจากประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียซึ่งเขาปลูกมาก ของเราเป็นอันดับ ๓ ลักลอบนําเข้ามีทุกปี และที่สําคัญ คือมาจากเรือ เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องแก้ปัญหาลักลอบ อันนี้คือการช่วยเกษตร แบบเห็นเนื้อ ๆ เลยครับ ถ้าไม่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาเพราะลักลอบมาในราคาที่ถือว่าราคา เราสูงเขาก็มาขายกับเรา ถ้าราคาใกล้เคียงกันเขาก็ไม่มา เพราะฉะนั้นปัญหาการลักลอบ การติดมิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ซึ่งท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ได้พูดไว้ตั้งแต่เปิดสภาสมัยแรก ว่าจะมีการติดมิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ขณะนี้ก็ติดตามอยู่ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะแรกชุดแรกที่ผมเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ํา โดยท่านวีระกร คําประกอบ เป็นประธาน เราก็ดึงเรื่องของปาล์ม มาเป็นคณะอนุกรรมาธิการหนึ่งคณะอนุกรรมาธิการคณะที่ ๖ ซึ่งน้ํามันปาล์มก็ได้แก้ไข ในส่วนหนึ่งคือเรื่องของการลักลอบ แต่หลังจากนั้นราคาก็ที่เห็น ต้นทุน ๒.๕๐ บาท ราคาขายในพื้นที่ของเราที่มีสต็อก (Stock) ในการลักลอบ ในการเพิ่มเติม น้ํามันพืชก็ ๔๐ บาท ต้นทุน ๔ บาท ก็ ๔๐ บาท หรือแก๊ป (Gap) นิดเดียว ผมดีใจว่าราคาน้ํามันพืชขึ้น ชาวบ้าน จะขายปาล์มดิบได้ดี ก็ไม่ได้มาก นี่คือกลไกตลาดที่ต้องดูในเรื่องของการลักลอบเพราะสต็อก (Stock) มากขึ้น อีกเรื่องนะครับ การลักลอบนั้นเขาเอามาจากเรือ และเรือที่เข้ามา ถ้ารถ ที่จะไปถ่ายน้ํามันตามแท็งก์ (Tank) ต่าง ๆ ก็แค่เขาขับไปแล้วไม่ติดจีพีเอส (GPS) ไว้ หายไปแป๊บนึงเปลี่ยนน้ํามันก็เป็นกําไรมหาศาล เพราะฉะนั้นเสนอเลยครับ นอกจากนั้นทั้งรถ ทั้งเรือ ในการนั้นขอให้ติดจีพีเอส (GPS) รู้เลยครับไปที่ไหน ใช้เวลาเท่าไรในการเคลื่อนย้าย และการลับลอบจะหมดไปโดยที่ไม่ต้องใช้กําลังปราบปรามมากนัก ขอให้รัฐบาลเอาจริงเอาจัง ในการที่มีเรือบรรทุกน้ํามันปาล์มออกมา🔗

ลําดับถัดไปในเรื่องของการเสนอกฎหมาย ซึ่งพูดกันตลอดในคณะอนุกรรมาธิการ ก็บอกว่าเราต้องเสนอ พ.ร.บ. ปาล์มน้ํามัน น้ํามันปาล์ม และกองทุนต่าง ๆ ก็อยู่ในช่วงของ การดําเนินการ คิดว่าตรงนี้จะเป็นสิ่งซึ่งจะทําให้ความภาคภูมิใจของเกษตรกรที่ปลูกปาล์ม เขาภูมิใจมากว่ามีกฎหมายที่เขายืนยันรองรับได้ แล้วก็อยากให้การดูแลแบบนี้ยั่งยืน ไม่ต้อง เสียเงินประกันรายได้ ๔ บาท ถ้าเราสามารถทําให้ราคาดีเขาลดต้นทุน เขาผลิตได้ไร่หนึ่ง ประมาณ ๓ ตัน แต่มีอาจารย์ท่านหนึ่งปลูกได้ ๗-๘ ตัน เพราะมีวิชาการที่ดี แล้วราคา ก็ขอให้มาก อย่างน้อยให้เกินราคาประกัน ไม่ต้องเสียเงินประกันเลย เอาเงินที่จะประกัน มาดูแลในเรื่องของความรู้ ในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี แล้วก็ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องที่เป็น เกษตรกรจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติทั้งหมด ดังนั้น วันนี้ดีใจว่าเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มจะได้รับอานิสงส์อย่างแรง ๆ ในการที่จะสภาชุดนี้จะได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ทั้งการผลิต การส่งออก การจําหน่าย การลักลอบ การบริหารจัดการและการแปรรูปต่าง ๆ ให้ครบวงจร ท่านสมาชิกผมเชื่อว่า ทุกท่านคงเห็นพ้องต้องกันว่าสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา แก้ไขปัญหาปาล์มน้ํามัน น้ํามันปาล์มอย่างเป็นระบบต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เจ้าของญัตติทั้ง ๗ ฉบับได้อภิปรายแถลงเหตุผลแล้วนะครับ ต่อไปเป็นท่านสมาชิกอภิปราย ซึ่งมีสมาชิก ๖ ท่านแจ้งความจํานงมา มีท่านประเสริฐพงษ์ ท่านเทพไท ท่านสุรวิทย์ ท่านวีระกร ท่านสมชาย ท่านสัณหพจน์ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ก่อนครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ภูมิลําเนาจังหวัดกระบี่ครับ เรื่องของการเสนอญัตติเรื่องแก้ปัญหา ปาล์มหรือจะศึกษาเรื่องปาล์มนั้นเหมือนกับพายเรือในอ่าง ตั้งแต่สมัยสภาเปิดเมื่อครั้งแรก ผมจําได้ว่ามีการเสนอญัตติการแก้ไขปัญหาพืชผลราคาตกต่ํา แล้วก็มีเรื่องของปาล์มน้ํามัน แล้วก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้แล้ว เอาล่ะ วันนี้เสนอญัตติศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่ว่ากันไม่ขัดคอ แต่ว่าข้อเท็จจริงที่ผ่านมาปาล์มเราปลูกมา ๕๐ ปีแล้ว ผมก็สงสัยว่าทําไม ก่อนหน้านี้สภา ๒๔ ชุด ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้หรืออย่างไร หรือว่าพูดถึงแต่ทําไมถึงไม่เกิดผล เป็นรูปธรรมให้พี่น้องชาวสวนปาล์มบ้านผมได้ราคาขายผลผลิตปาล์มที่เป็นธรรม ไม่ต้องมานั่งเรียกร้อง ไม่ต้องไปเทปาล์มหน้าศาลากลาง ไม่ต้องมานั่งถามกรมการค้าภายใน ไม่ต้องมานั่งถามหากองทุนหรือวิธีแก้ไขปัญหา หรือแม้กระทั่งเปรียบเทียบกับพี่น้องชาวสวนปาล์ม ที่อยู่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศเพื่อนบ้านที่สุด เกษตรกรชาวสวนปาล์มประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียไม่เคยมีการเรียกร้องเรื่องราคาปาล์มครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ก็เพราะว่าภาครัฐใส่ใจ ภาครัฐดูแล ภาครัฐให้ความมั่นคง ภาครัฐมองเห็นแล้วว่าเกษตรกร คือต้นทุนของประเทศ คือสิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลและราชการจะต้องเข้าไปโอบอุ้ม เข้าไปดูแล เพื่อให้ชาวสวน ชาวเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ทําไมล่ะครับ ชาวนาประเทศญี่ปุ่นถึงมา ตีกอล์ฟที่ประเทศไทย ชาวสวนปาล์มประเทศอื่นมาเที่ยวเมืองไทย แต่ชาวสวนปาล์ม ประเทศไทยยังต้องนั่งเรียกร้องราคา ๒ บาทกว่า ๓ บาทกว่า เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมตั้ง กระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าทําไมโครงสร้างราคาปาล์มถึงไม่ได้ รับการปฏิบัติ ทําไม พ.ร.บ. กําหนดสินค้าและบริการถึงไม่มีการนํามาใช้ เพราะมีการคํานวณ ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตไปจนถึงน้ํามันปาล์มขวดที่วางขายในห้าง ทําไมถึงไม่เป็นธรรม วันนี้ก็มี การประชุมกันที่กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในโดยอธิบดี ผมก็อยากจะรู้ว่าวันนี้กลไก รัฐก็กําลังได้รับการผลักดัน ได้รับการติเตียน ได้รับคําเรียกร้องให้แก้ไข ส่วนสภาของเรา จะเสนอตั้งญัตติ ไม่ขัดข้องครับ เอาเลย ดูกันสิว่าจะตั้งกันกี่คณะแล้วเมื่อไรจะแก้ปัญหา ชาวสวนปาล์มเสร็จอีกสักที เพราะเราอยู่แบบนี้มานานแสนนานครับ กลไกของการผลิต กระแสไฟฟ้าจากปาล์มน้ํามันก็มี ที่โรงไฟฟ้ากระบี่หมายถึงว่าโรงหีบน้ํามันปาล์มสามารถผลิต กระแสไฟฟ้าได้แทบทุกโรงครับ แต่ปรากฏว่าภาครัฐเรานี่แหละครับไปปิดกั้น เมื่อวานก็มี การรายงานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ผมก็หยิบยกเรื่องนี้มาพูดสั้น ๆ ให้ที่ประชุม ได้รับทราบ ก็ไปปิดกั้นเขานี่ครับ ไปกําหนดกฎเกณฑ์ว่าต้องไม่เกิน ๑๐ กิโลวัตต์ ไปกําหนด กฎเกณฑ์แล้วก็ไปมีข้ออ้างว่าสายส่งไม่ดี ไม่พอ ซึ่งฟังไม่ขึ้น แน่นอนเรื่องของชาวสวน เกี่ยวข้องกับพ่อค้า กลุ่มโรงงานโรงกลั่นนี่แหละครับ ผมไปฟังโรงหีบที่จังหวัดกระบี่ เขาก็บอกว่าจริง ๆ แล้วโรงกลั่นที่บีบเขามาอีกที คนกําหนดราคาก็มีการตั้งโต๊ะ มีการคุยกัน ล่วงหน้า วันศุกร์นี้ชาวสวนปาล์มสมมุติว่าขายได้กิโลกรัมละ ๓.๗๐ บาท วันเสาร์ก็ยังราคานี้ วันอาทิตย์ก็ราคานี้ เผลอ ๆ แถมมาวันจันทร์ด้วย ไม่ได้คํานึงถึงสภาวะความเป็นจริงของการใช้ การผลิต นี่เกิดการฮั้วกันกับการซื้อปาล์มน้ํามัน ทําไมโรงหีบหรือลานเทเขาไม่เคยมีการบ่นเลย เรื่องราคา เพราะเขากําไรครับ เขาเป็นพ่อค้า แต่ชาวสวนอยู่ปลายสุดเลยอยู่เป็นต้นสุดเลย ที่ผลิตและเอามาขาย แต่ต้องมานั่งเรียกร้องราคา หลายปีครับ ๒-๓ ปีก่อน บี ๑๐๐ (B 100) ชาวเกษตรกรทนไม่ไหวขายไม่ได้ก็เรียกร้องกัน ปรากฏว่าเอาน้ํามันบี ๑๐๐ (B 100) มาเป็น จุดแบ่งปันขาย ก็ได้รับการสนับสนุนจนปัจจุบันตอนนี้กลไกของกลุ่มพ่อค้า กลุ่มทุน หรือแม้กระทั่งรัฐวิสาหกิจก็ไปทําลาย จนกระทั่งตอนนี้น้ํามันบี ๑๐๐ (B 100) ไม่มีขาย และน้ํามันบี ๑๐๐ (B 100) ดีที่สุดครับ กํามะถันไม่มี ควันดําก็ไม่มี แต่ภาครัฐไปกําหนดว่า บี ๑๐ (B 10) กับบี ๒๐ (B 20) เท่านั้นที่จะสนับสนุน ที่ผ่านมาก็มีพรรครัฐบาลไปหาเสียงว่า กิโลกรัมละ ๕ บาท แต่วันนี้ไม่ถึง ได้ ๔ บาท แต่คําว่า ได้ ๔ บาท คือประกันราคาแล้วก็จ่าย แค่ ๗ งวด เป็นงวด ๆ ความยั่งยืนก็ไม่เกิดขึ้น การบริหารจัดการเป็นสิ่งสําคัญ ถ้าส่วนราชการเรา เอาใจใส่ ถ้าฝ่ายการเมืองช่วยกันดูแลผู้บริหารสูงสุดที่เป็นรัฐมนตรีเข้าใจกระบวนการ อย่างแท้จริงวันนี้ไม่ต้องมานั่งศึกษาครับเสียเวลา รัฐมนตรีสั่งการอะไรผมคิดว่าทําได้ เยอะแยะ ก็ไม่เป็นไร รายละเอียดมีเพื่อน ส.ส. ได้อภิปรายไปเยอะ เรื่องของการทอนคืน เมล็ดใน สเตียรีน (Stearin) ก็มีนะครับ และที่ผ่านมาผมเจ็บใจมากท่านประธาน มีการอนุมัติ นําเข้า อนุมัตินําเข้านี่สําคัญที่สุดทําให้มันล้นตลาด นําเข้าน้ํามันปาล์มไม่พอ นําเข้าน้ํามัน ถั่วเหลืองด้วย แล้ววันนี้มีข้อมูลนําเสนอดิสเครดิต (Discredit) ว่าน้ํามันปาล์มไม่ดีไปกว่าน้ํามันถั่วเหลือง ซึ่งไม่จริงครับ นักเคมีวิจัยหลายคนแล้วเขามาพูดว่าน้ํามันปาล์มทนแรงความร้อนได้ดีที่สุด ใช้ทอดดีที่สุด ผมเข้าใจว่ามีกลไกของพ่อค้าที่พยายามจะแสวงหากําไร ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าโรงหีบ ๑ โรง เวลาลงทุน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท นี่ ๕ ปี ถอนทุนครับ ไม่เกิน ๕ ปี แล้วแบงก์ชอบปล่อยมาก แต่ทําไมชาวเกษตรกรชาวสวนปาล์มต้องมานั่งเรียกร้องครับ นี่คือสิ่งที่ผมไม่คิดว่าชาวสวนปาล์มต้องเป็นทุกข์ขนาดนี้มานานแสนนาน วันนี้มี ส.ส. หน้าใหม่อย่างพวกผมลุกขึ้นมาพูด ลุกขึ้นมาจี้ ลุกขึ้นมาตั้งกระทู้ เอาล่ะครับ วันนี้เราเป็น ฝ่ายค้านไม่เป็นไร ผมก็ต้องตามเสียงส่วนใหญ่ของรัฐบาลล่ะครับ ขอให้มีพระราชบัญญัติ เรื่องปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์มให้เป็นจริงสักที จะได้ไม่ต้องมานั่งตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาและวนไปวนมาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านเทพไท เสนพงศ์ ครับ🔗

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาเรื่องราคาปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม ด้วยเหตุผล ๓ ข้อ ข้อแรกก็เพราะว่าญัตติ เรื่องนี้มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน คือคุณสาคร เกี่ยวข้อง และคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอญัตติ โดยเฉพาะคุณสาคร ๓ ฉบับครับ ผมก็เป็นคนเซ็นสนับสนุนทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็ของคุณธีรภัทรด้วย ๒. นี่ขออนุญาตจะพูดแทน พี่น้องชาวภาคใต้ที่ทําสวนปาล์มเป็นส่วนใหญ่ เป็นปากเสียงให้เขาล่ะครับ ๓. ก็พูดให้กับ คนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดนครศรีธรรมราชของผม ที่มีปาล์มน้ํามันอยู่พอสมควร ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องราคาปาล์มตกต่ําเป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน เกษตรกรชาวสวนปาล์มมาเป็นเวลาหลายปีครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมาเลยครับ ราคาปาล์ม ก็สาละวันเตี้ยลงตลอด ปี ๒๕๕๓ ถ้าท่านประธานจําได้ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี สินค้าเกษตรดีทุกตัวครับท่านประธาน ปาล์มราคากิโลกรัมละ ๑๐ บาท ยางพารากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท แต่วันนั้นเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วท่านประธาน พี่น้องชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์มคงจะไม่เห็นราคานี้อีกแล้ว แต่ว่าถ้าดูข้อมูลจากสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรดูในช่วงเวลาปี ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ราคาถัวเฉลี่ยของราคาปาล์มน้ํามัน ปี ๒๕๕๘ กิโลกรัมละ ๔ บาท ปี ๒๕๖๐ กิโลกรัมละ ๔ บาท ๖๐ สตางค์ ปี ๒๕๖๑ กิโลกรัมละ ๓ บาท ๗๐ สตางค์ ปี ๒๕๖๒ กิโลกรัมละ ๒ บาท ๘๐ สตางค์ ปี ๒๕๖๓ ตอนนี้ที่ผมเช็กดูก็คือราคาที่ลานเทของคุณสํารอง เพชรทอง ตําบลบ้านตูล อําเภอชะอวด หัวคะแนนผมเอง โทรศัพท์ไปถามแล้ว ๓ บาท ๖๐ สตางค์ ถึง ๓ บาท ๗๐ สตางค์ ในขณะที่ ต้นทุนการผลิตของราคาปาล์มอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓ บาท ๓๖ สตางค์ ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ชาวสวนปาล์มหวานอมขมกลืนมาโดยตลอด โชคดีที่รัฐบาลชุดนี้ได้นําเอานโยบายของ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการประกันรายได้เกษตรกร กิโลกรัมละ ๔ บาท เอาของยางพารา กิโลกรัมละ ๖๐ บาท แต่ชาวบ้านเขาอยากจะได้กิโลกรัมละ ๔ บาทขึ้นไป ๔-๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท เขาอยากได้อย่างนั้น เพราะเขาไม่อยากจะให้เรื่องนี้เป็นภาระ ด้านงบประมาณของรัฐบาลครับ คือราคาตกต่ําเท่าไรรัฐบาลก็ต้องชดเชยไปเท่านั้น แล้วพอ ชดเชยไปก็เป็นภาษีของคนทั้งประเทศ ก็เลยต้องเรียนกับท่านประธานว่าชาวบ้านอยู่กันด้วยความยากลําบากมากในเรื่องการปลูกปาล์ม ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะมาดูเรื่องปัญหาที่มันเป็นแบบนี้มา ก็ต้องถามว่าเพราะอะไรที่ราคาปาล์ม ตกต่ํา ผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรมาจากเขตพื้นที่ปลูกปาล์ม ถ้าวันนี้ไม่ได้พูดเรื่องปาล์ม คงกลับบ้านไม่ได้ครับท่านประธาน ชาวสวนปาล์มก็จะถาม เทพไทพูดแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญยังกินไม่ได้ ปาล์มนี่ราคาปาล์มกินได้ ราคายางกินได้ อยากให้พูดด้วย ก็เลย ถือโอกาสนี้พูดกับท่านประธานนะครับ สาเหตุผมคิดว่า ๑. พื้นที่ปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าดูจากตัวเลขของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๒ ก็เพิ่มขึ้นตามลําดับ ๔,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔,๙๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕,๔๐๐,๐๐๐ ไร่ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ถามว่าทําไมเพิ่มขึ้น คือบางพื้นที่เขาก็อยากจะปลูกปาล์มเพราะมี ความรู้สึกว่าทําปาล์มดีกว่าพืชอย่างอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนังที่ทํานาข้าว ทํานาข้าวนี่ลําบากภาคใต้เพราะว่ามันไม่ใช่แหล่งผลิตข้าวที่มีคุณภาพ เขาก็แปรมาเป็น สวนปาล์มเกือบทั้งหมดครับ ยกร่องสวนปาล์มเกือบหมด เพราะปาล์มเป็นพืชที่ชอบน้ํา เพราะฉะนั้นพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนังก็เปลี่ยนจากนาข้าวเป็นนาปาล์มเกือบทั้งหมดครับ แล้วก็ ขยายผลไปทั่วเลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่ได้จัดระบบเรื่องโซนนิง (Zoning) เรื่องพื้นที่ การปลูกปาล์มที่เหมาะสม บางพื้นที่ที่ผมไปดู ถ้าหากว่าไม่ใส่ปุ๋ย ผลผลิตจะไม่ได้เลย ท่านประธาน ต้องใส่ปุ๋ยอยู่ตลอดเวลา ต้องเร่งปุ๋ยตลอดเวลา แล้วราคาปาล์มอยู่ขณะนี้ ชาวบ้านจะรับภาระราคาปุ๋ยได้หรือท่านประธาน รับไม่ได้นะครับ ต้นทุนก็เพิ่มขึ้น ๆ ก็ต้อง เรียนกับท่านประธานว่าเมื่อพื้นที่ของปลูกปาล์มเพิ่มขึ้น ส่วนที่ ๒ มาจากผลผลิตครับ ผลผลิตปาล์มก็เพิ่มขึ้น พัฒนาขึ้นครับท่านประธาน คือหมายความว่าทางวิชาการของบ้านเรา ก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ปาล์มที่ทําให้ปาล์มได้ผลผลิตมากขึ้น ก็มีวิวัฒนาการพัฒนาขึ้นมาจริง ๆ แล้วก็ได้ทําให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือทําให้ปริมาณของ ปาล์มก็มีมากขึ้น ๔. เรื่องการใช้น้ํามันปาล์มภายในประเทศ น้ํามันปาล์มที่จะใช้ ก็เรียน ท่านประธานครับ ส่วนหนึ่งก็คือไปใช้ในด้านการบริโภค การบริโภคในครัวเรือน คือน้ํามัน ที่เขาบอกว่าน้ํามันปาล์มทอดอาหารและมีคุณภาพดีครับ ก็ใช้กันเยอะเลยครับ นี่ก็คือส่วนหนึ่ง ก็ไปทําอุตสาหกรรม ท่านประธานก็เคยกินขนมแบบกรอบ ๆ ที่ทอดกัน นี่ก็ใช้น้ํามันปาล์ม ส่วนที่เกี่ยวกับการใช้น้ํามันปาล์มภายในประเทศที่ผมคิดว่าเป็นปัญหามากสําหรับประเทศไทย ก็คือเรื่องนโยบายการใช้น้ํามันเชื้อเพลิงเรื่องปาล์ม นี่ไม่นับไปที่ดอกเตอร์พิมพ์รพีพูดเรื่อง เอาปาล์มไปเผาผลิตไฟฟ้านะครับ นี่ผมเอาเฉพาะนโยบายน้ํามันที่จะใช้เป็นน้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) ครับท่านประธาน เป็นความไม่ต่อเนื่องทางด้านนโยบายของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย วันไหนน้ํามันดีเซลแพงปั๊บก็กระตือรือร้น ลุกลี้ลุกลนที่จะทําเรื่องบี ๑๐๐ (B 100) บี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) ตลอดครับ พอน้ํามันในราคาตลาดโลกตกต่ํา น้ํามันดีเซลตกต่ํา เลิก ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เลย แล้วใครจะลงทุนครับท่านประธาน ลงทุนผลิตน้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) ไม่ใช่บาท ๒ บาทนะครับท่านประธาน ต้องใช้เงินพอสมควร ถ้าหากกู้แบงก์ แบงก์ก็ยึดโรงงานไปแล้วครับท่านประธาน ส่วนที่ ๔ เรื่องการส่งออก ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าของเราถ้าจะล้นตลาดที่จะส่งออกไปเมืองนอก ยากครับท่านประธาน เราสู้ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียไม่ได้เพราะเราอยู่แค่ลําดับ ๓ นอกจากส่งออกไม่ได้ เพื่อนจะเอาข้าวมาด้วย มาตีตลาดเมืองไทยด้วย ด้วยเหตุผลอยู่ ๓-๔ ข้อนี้ คือจะทําให้ราคา น้ํามันปาล์มหรือปาล์มน้ํามันตกต่ําลง ผมจําเป็นในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรมาจากพื้นที่ ภาคใต้ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาราคาปาล์มอย่างเป็นระบบ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณหมอสุรวิทย์ เชิญครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ถึงแม้ผมอยู่ภาคอีสานปลูกปาล์มน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิเราเคยให้ความสนใจ ที่จะปลูกปาล์มแต่ก็ไม่ประสบความสําเร็จ เนื่องจากหลายคนเขาบอกว่าอาจจะเป็นจากเรา ได้พันธุ์ปาล์มที่ไม่ดีไปปลูก กว่าจะรู้ตัวก็หลายปีซึ่งกลับตัวยาก เรื่องความชื้นของอากาศ เรื่องน้ําในดินต่าง ๆ ก็ไม่เหมาะสมที่จะปลูกปาล์ม แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นว่าปาล์มน้ํามันเป็นเรื่องสําคัญสําหรับพี่น้องประชาชนคนไทย เพราะว่าประเทศไทย ปลูกปาล์มเป็นอันดับ ๓ ของโลก รองจากประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ถึงแม้ สัดส่วนจะแตกต่างกันมากว่าประเทศอินโดนีเซียปลูกมากเฉลี่ยแล้ว ๕๘ เปอร์เซ็นต์ของปาล์ม ในโลกนี้ ประเทศมาเลเซียประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทยเรานั้นเพียง ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังถือว่าประเทศไทยของเรา ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ มีปัญหาเรื่องปาล์มทุกปี ถึงเวลาก็บอกว่าปาล์มราคาตกต่ํา มีการยื่นญัตติกันที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการต่าง ๆ แต่แล้วปีนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉลี่ย ประเทศไทยเราจะมีราคาน้ํามันปาล์มอยู่ที่ ๒๔.๕๐ บาท มีเกษตรกรขายปาล์มน้ํามันดิบ ได้ประมาณกิโลกรัมละ ๔.๒๐ บาท ปัญหาต่าง ๆ ก็อาจจะเกิดจากศักยภาพการผลิต ของบ้านเราค่อนข้างต่ํา ทําให้ต้นทุนสูง และที่สําคัญเราก็จะเห็นได้ว่าการสกัดปาล์มน้ํามัน ของโรงงานก็ยังมีศักยภาพต่ํา ทําให้ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรต่ํากว่าเท่าที่ควรจะเป็น ที่สําคัญก็คือขณะนี้ถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วราคาปาล์มน้ํามันของไทยจะสูงกว่าตลาดโลก จึงเป็นปัญหาว่าเราจะส่งออกต่าง ๆ นั้นก็เป็นการยาก ก็ทําให้ความสามารถในการส่งออก ปาล์มน้ํามันไปต่างประเทศของเราลดลง อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นอุปสรรคเป็นปัญหาที่ทําให้ ปัญหาปาล์มในบ้านเรามีปัญหาตลอดก็คือศักยภาพ หรือว่าความสามารถการแก้ปัญหาเรื่อง ปาล์มน้ํามันของรัฐบาลที่ผ่านมาค่อนข้างต่ํา ต่ําเพราะว่าข่าวคราวเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เกี่ยวกับสต็อก (Stock) น้ํามันปาล์มบ้าง การขนย้ายน้ํามันปาล์มบ้างจะหนาหูมาก ผมไม่ได้อยู่ ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ว่าเชื่อว่าที่ผ่านมาปัญหาของรัฐบาลก็คือเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องสต็อก (Stock) ปาล์มน้ํามัน การขนย้ายปาล์มน้ํามัน ก็จึงทําให้ต้องเสนอว่าในเรื่องดังกล่าวนี้รัฐบาล จะต้องให้ความสําคัญเกี่ยวกับการตรวจสต็อก (Stock) ปาล์มน้ํามัน แล้วก็มีการลักลอบการขน การนําเข้าน้ํามันปาล์มโดยติดตั้งพวกจีพีเอส (GPS) มีระบบส่งเข้ามาเรียลไทม์ (Real-time) มีออนไลน์ (Online) มาส่วนกลางซึ่งจะช่วยได้ ทางออกที่สําคัญก็คือการลดสต็อก (Stock) การเกินสต็อก (Stock) ให้ลดลง น้อยลง โดยนําปาล์มมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนก็คือ พวกปาล์มดีเซลทั้งหลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดสต็อก (Stock) ของน้ํามันปาล์มที่เกินไป ก็จะช่วยลดในเรื่องของมลพิษ มลภาวะ เรื่องของสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่สําคัญที่จะได้ ประโยชน์จากการใช้น้ํามันปาล์มมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันประเทศไทยใช้น้ํามันดีเซลหมุนเร็วอยู่ประมาณวันละ ๖๖ ล้านลิตร เมื่อนํามาผลิตเป็นปาล์มดีเซล เดิมทีเดียวก็ใช้กันอยู่ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็มี แนวโน้มว่าจะใช้บี 10 (B 10) เป็นน้ํามันเกรดมาตรฐานของบ้านเรา ซึ่งเชื่อว่าเมื่อใช้ ปาล์มน้ํามันมาผลิตเป็นน้ํามันดีเซล บี 10 (B 10) จะช่วยแก้ปัญหาได้มาก ปริมาณการใช้ ก็มาก นอกจากบี 10 (B 10) บี 20 (B 20) บี 100 (B 100) เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ การใช้น้ํามันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้าก็เป็นการแก้ปัญหา โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ให้นําปาล์มน้ํามันดิบ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต กระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ซึ่งก็ทราบว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รับ มอบหมายให้รับผิดชอบไป ๑๐๐,๐๐๐ ตัน และขณะนี้ก็ได้จัดการซื้อในจํานวนประมาณ ๖๖,๐๐๐ ตัน เรื่องสําคัญที่อยากจะฝากไว้อีกก็คือ นอกจากในการใช้ปาล์มในเรื่องของ การเป็นน้ํามันอุปโภคบริโภคแล้ว น้ํามันเชื้อเพลิงหรือพลังงานแล้ว ในอนาคตอยากจะให้ รัฐบาลให้การสนับสนุนในการนําปาล์มน้ํามันไปผลิตเป็นสารตั้งต้นที่จะมีมูลค่าสูงขึ้น ไม่ว่าจะ เป็นโอเลโอเคมิคัล (Oleochemical) โอเลโอเมดิคัล (Oleomedical) หรือจะเป็นพวกสาร ผลิตอื่น ๆ เช่นเป็นเครื่องสําอางซึ่งราคาที่ผลิตจะได้เพิ่มมูลค่าสูงขึ้น จากเราขายได้กิโลกรัมละ ๔-๕ บาท อาจจะได้เป็นกิโลกรัมละเป็นหมื่นบาท เป็นเรื่องน่าสนใจ นําไปผลิตยาบางชนิด นําไปผลิตอาหารบางชนิด จะทําให้มูลค่าสูงขึ้น รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนเพราะต้นทุน ในการผลิตสูง เราจะต้องช่วยกันในเรื่องดังกล่าว นอกจากรัฐบาลจะช่วยเรื่องของต้นทุน เงินลงทุนในการนําไปผลิตเป็นพวกสารเคมีต่าง ๆ แล้ว จะต้องสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยี เพราะว่าต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไป แล้วก็ยังกราบเรียนว่าเรื่องตลาดไม่น่าห่วงในการผลิต สารเคมีจากน้ํามันปาล์ม ผมขอสนับสนุนให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นศึกษา โครงสร้างราคาปาล์มน้ํามัน ศึกษาการใช้น้ํามันปาล์มเป็นพลังงานทดแทน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวีระกร เชิญครับ🔗

นายวีระกร คําประกอบ นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คําประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ความจริงในญัตติเรื่องนี้ ผมเองก็กึ่งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่จะตั้งนะครับ แต่ก็ต้องเห็นด้วยเพราะว่าเพื่อน ๆ จากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งจังหวัดเขาปลูกเยอะเราก็เห็นใจเขาเหมือนกัน แต่ต้องยอมรับว่า เรามีญัตติทํานองเดียวกันนี้เข้ามาสู่สภาเมื่อตอนต้นปี เปิดสภามาก็เจอเลยเรื่องราคาผลิตผล การเกษตรตกต่ําซึ่งผมเป็นประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในช่วงนั้น ปี ๒๕๖๒ ราคาน้ํามันปาล์มนั้นอยู่ที่ประมาณ ๒ บาทกว่า ๒.๕๐ บาท ๒.๖๐ บาท แต่ต่ําสุดอยู่ที่ ประมาณ ๑.๕๐ บาท การที่คณะกรรมาธิการชุดนั้นได้แก้ไขเราก็แก้ไขปัญหาให้ถูกจุด โดยคณะกรรมาธิการเราได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสมัยนั้นคือท่านรัฐมนตรี สนธิรัตน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ซึ่งขณะนั้นท่านก็ดํารงตําแหน่งเป็นเลขาธิการของ พรรคพลังประชารัฐด้วย จากการเข้าพบวันนั้นเราต้องการให้ทําจากบี ๗ (B 7) ขึ้นไปเป็น บี ๑๐ (B 10) ซึ่งท่านก็ดําเนินการเห็นด้วย แล้วก็ดําเนินการ อีกตัวหนึ่งที่เราขอในวันนั้นก็คือ อี ๒๐ (E 20) การใช้น้ํามันเบนซินให้ใช้เอทานอล (Ethanol) มากขึ้น จาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๒ ตัวนี้กําลังดําเนินการไป ส่วนบี ๑๐ (B 10) ณ ขณะนี้ดําเนินการ แทบจะครบทุกปั๊มแล้ว เมื่อเช้าผมไปหาเติมน้ํามันบี ๗ (B 7) เหมือนเดิม ดีเซลสูตรเดิม ไม่มีขายแล้ว หลายปั๊มเลยไม่มีขาย ส่วนใหญ่จะหายาก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เดี๋ยวนี้เป็นบี ๑๐ (B 10) หมด ราคาก็ต่างกัน ๓ บาท ซึ่งเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาใช้ บี ๑๐ (B 10) เยอะ สาเหตุที่ทําไมต้องทําบี ๑๐ (B 10) เพื่อต้องการที่จะดึงซัปพลาย (Supply) ให้มันออกไป เพื่อให้เอาไปทําน้ํามัน เอาไปเผาเล่น เอาไปเผาทําน้ํามันเชื้อเพลิงให้มากขึ้น เพราะเรา บริโภคในประเทศแค่ ๑ ล้านกว่าตันเท่านั้นเอง อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเราผลิต น้ํามันปาล์มได้ ๓,๓๐๐,๐๐๐ ตัน ปีปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ดังที่เพื่อนสมาชิกคือ ท่านเทพไท ขอประทานโทษเอ่ยนาม ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ เราเพิ่มกําลังการผลิตและเพิ่มพื้นที่ การปลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ ๒ วันที่ผ่านมาผมในฐานะเป็นประธานอนุกรรมาธิการดูแลการลักลอบ นําเข้าสินค้าการเกษตร ผมไปถึงสุราษฎร์ธานี แล้วก็ไปกระบี่ด้วยเพื่อไปดูเขาลักลอบเข้ามา กันอย่างไร อยากกราบเรียนว่าก่อนเครื่องบินจะลงนี่ โอ้โฮ พื้นที่ปลูกปาล์มใหม่เกิดขึ้นเยอะ เลยครับ เยอะมาก ยังทําให้หนักใจอยู่เหมือนกันว่า เอ๊ะ แล้วต่อไปไม่เป็นบี ๑๐ (B 10) แล้ว เดี๋ยวจะไปเป็นบี ๑๕ (B 15) อีกหรือเปล่ามันจะยุ่งกันไปใหญ่ อยากให้ชะลอ ๆ เพราะขณะนี้ เราผลิตได้ ๓,๓๐๐,๐๐๐ ตัน เราใช้พอเหมาะแล้วครับ มันพอเหมาะกับการใช้อยู่แล้ว จากการที่เราดูว่าเราบริโภคเท่านี้ถ้าทําบี ๗ (B 7) เดิมคือดีเซลมันผสมน้ํามันปาล์ม ๗ เปอร์เซ็นต์ บี ๑๐ (B 10) หมายถึงผสมน้ํามันปาล์ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมาปรับเป็นบี ๑๐ (B 10) ปริมาณ การใช้กับปริมาณการผลิตมันใกล้เคียงกัน ประเทศไทยสามารถควบคุมราคาได้อย่างดีอยู่ที่ ๔ บาท ทําได้อยู่แล้ว และปัจจุบันที่ผมไปดูนี่อยากกราบเรียนท่านประธานว่าวงจรของปาล์ม มันก็เริ่มจากชาวสวนเขาปลูก ปลูกเสร็จแล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ดูแลมากมายนัก เพราะเป็น พืชที่ไม่ต้องดูแลมาก แล้วก็เวลาจะแทงปาล์มส่วนใหญ่เจ้าของบางท่านท่านก็ไปแทงเอง แต่ส่วนใหญ่จะให้ลานเท ซึ่งเขามีคนไปแทง ตรงนี้แหละครับ ข้อที่ ๑ เลยคือที่มักจะแทง ปาล์มดิบปนเข้าไปด้วย ทําให้ราคาปาล์มมันไม่ได้น้ํามันปาล์ม ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ตามที่เขา กําหนด ราคาก็จะถูกกดลงไปบ้าง อันนี้แหละครับการที่ตั้งราคาหน้าโรงงานหีบน้ํามันปาล์มนี่ ผมก็สงสัยว่าก็คุณขายจริง ๓.๖๐ บาท แล้วคุณทําไมติดป้ายหน้าโรงงาน ๓.๒๐ บาท เขาบอกลองไปติด ๓.๖๐ บาทสิ เกิดเล่นเอาปาล์มดิบเข้ามาส่งแล้วก็ขายได้ไม่ถึง ๓.๖๐ บาท แกฟ้องตายเลย คนใต้นี่ฟ้องน่าดูเลยครับ คือเรียกว่าโรงงานจึงไม่กล้าตั้งราคาที่ขายจริงให้ ตั้งราคาต่ํา ๆ ไว้อย่างนั้น ผมก็ถามอยู่นั่นว่าทําไมต่ํา อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ปัญหาในเรื่อง ของโครงสร้างราคาน้ํามันปาล์มนั้น โดยที่รัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ ท่านได้แก้ไขปัญหา ในการใช้น้ํามันปาล์มเพื่อทําน้ํามันดีเซลมากขึ้นแล้ว จึงทําให้ในองค์ประกอบของของน้ํามันปาล์ม ค่อนข้างจะสมดุลในประเทศไทยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คืออะไร คือมีการลักลอบนําเข้า น้ํามันปาล์ม ดังที่ผมกราบเรียนท่านแล้วว่าประเทศไทยผลิตได้แค่ ๓,๓๐๐,๐๐๐ ตัน สูงสุดปีนี้ ปีที่แล้วประมาณ ๓ ล้านตัน แต่ประเทศมาเลเซียผลิตได้ ๒๐ กว่าล้านตัน และประเทศอินโดนีเซีย ผลิตได้ ๔๐ กว่าล้านตัน จะเห็นได้ว่าปริมาณมันเยอะกว่ากันมาก เพราะฉะนั้นเวลาราคา น้ํามันปาล์มประเทศไทยซึ่งเสถียรแล้วจะถูกน้ํามันปาล์มจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งลักลอบ นําเข้าเข้ามาตีท้ายครัว ส่วนใหญ่ก็จะมา ๒ ทาง ทางรถกับทางเรือ ทางรถนี่ขณะนี้ก็ต้อง ขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ท่านได้แก้ไขก็คือปิดด่านสะเดาไม่ให้รถนําน้ํามันปาล์มเข้าทาง ด่านสะเดาแล้ว จบข่าวเรื่องรถไม่มีแล้ว ก็แปลว่าตอนนี้ต้องนําเข้าทางเรืออย่างเดียว ถ้าจะ นําเข้าและต้องมาขึ้นที่ท่าเรือคลองเตยแห่งเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงทําให้การลักลอบ นําเข้าน้ํามันปาล์มทางรถหมดไป ตอนนี้ปัญหาก็คือมีอยู่บริษัทหนึ่งเป็นเทรดเดอร์ (Trader) ซึ่งเราก็บังเอิญไปเจอพอดี ก็ทดสอบตรวจสอบ พวกผมนี่ปีนขึ้นถังสูง ๑๘ เมตร เพื่อที่จะไป หย่อนดิ่งดูว่าเขาแจ้งน้ํามันปาล์มตรงกับที่เขามีจริงหรือไม่ พบว่าเทรดเดอร์ (Trader) นี่ ไม่ค่อยตรงเลย ไม่ตรงเลย คือมีปริมาณมากกว่าที่เขาแจ้งต่อรัฐบาลไว้เยอะ ลวงไว้เยอะ เขาต้องแจ้งต่อพาณิชย์จังหวัดทุกเดือน ๆ ต้องตรวจสต็อก (Stock) กัน แต่ไม่ตรงหรอกครับ เราไปตรวจแล้วพบเลยว่าอันนี้มีพิรุธแน่ เพราะฉะนั้นเราได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ว่าสิ่งที่ควรทําก็คือต้องติดจีพีเอส (GPS) ให้กับเรือของเขา เขามีเรืออยู่ลําหนึ่งซึ่งแน่นอนสมมุติว่าเวลาจะทําอะไรก็ไปรับน้ํามันกลางทะเลได้ แล้วก็ไปส่ง เขาจะมีท่าของเขาอยู่ ๒ ท่า ที่บางปะกงเพื่อจะส่งให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ท่านลองนึกดู การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเผาน้ํามันทีหนึ่งตั้งเยอะเพื่อทําน้ํามันเชื้อเพลิง ราคาน้ํามันปาล์มไม่สะดุ้งหรอก เพราะไม่ใช่น้ํามันไทยมันเป็นน้ํามันมาเลเซียบ้าง น้ํามันอินโดนีเซียบ้าง เอาล่ะครับ ก็พูดยาวแล้ว แต่ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่ารัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ท่านแก้ไขปัญหาได้เยอะแล้ว โครงสร้างน้ํามันดีอยู่แล้ว ณ ขณะนี้ ถึงบอกว่าใจหนึ่งก็เราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไป ก็โอเค (OK) ล่ะครับ ก็คงมีประโยชน์ส่วนหนึ่ง แต่ว่าเราได้แก้ไขปัญหาไปเยอะแล้ว แล้วก็ อยากจะกราบเรียนท่านว่าถ้าหากมิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ของท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ เสร็จก็คงจะเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกนะครับ ปี ๒๕๖๔ นี้เป็นงบประมาณที่จะติด มิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ซึ่งอาจจะได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในส่วนที่เราจะคํานวณ สต็อก (Stock) ของประเทศเราได้ตลอดเวลาว่า ณ ขณะนี้มีเท่าไร ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสมชายครับ เชิญครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนบัญชีรายชื่อ ภาคใต้ ในฐานะที่เป็นคนใต้ที่เดินทางผ่านไปไหนมาไหนก็เจอสวนยางกับสวนปาล์มเป็นปกติ แต่ว่าประเด็นที่ผมอยากจะร่วมอภิปรายในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้น้ํามันปาล์ม ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมมีมุมมอง อีกด้านหนึ่งซึ่งถือว่าจะต้องกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่าถ้าจะแก้ปัญหาราคาปาล์มหรือสินค้า เกษตรทุกตัวก็ต้องมองที่ระบบของมัน วันนี้พืชผลทางการเกษตรของประเทศไทยเรา ถูกนําเข้าสู่ระบบเสรีนิยม นั่นก็คือพืชผลทางการเกษตรทุกตัวมันเหมือนกับเป็นพืชทาส ของระบบ ภายใต้วาทกรรมของระบบนี้มีอยู่ ๒ เรื่องคือความสามารถทางการแข่งขัน และวันนี้ก็พูดถึงเรื่องของปัญหาปัจจัยสิ่งแวดล้อม ถามว่าปัญหาที่พูดเป็นวาทกรรมของ ความสามารถทางการแข่งขันนั่นก็คือเรากําลังอยู่ในโครงสร้างของความคิดแบบต้นทุน การผลิตที่ต่ํา และถ้ามามองไปว่าต้นทุนการผลิตที่ต่ํานี้คืออะไร ก็คือแรงงานต่ําและวัตถุดิบต่ํา นี่คือเรากําลังผลิตพืชเกษตรทุกตัวป้อนระบบโลกนี้ด้วยต้นทุนที่ต่ํา กลไกของปาล์มน้ํามัน ที่จริงการผลิตในประเทศเราพอที่จะดูแลพี่น้องได้ ราคาก็น่าจะไม่ตกต่ําไปมาก ไม่จําเป็น จะต้องใช้กระบวนการของการประกันราคา แต่เราเปิดโอกาสพ่อค้าใช้กลไกตลาดในการ กดราคาสินค้าเกษตร และรัฐบาลยอมเอาภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศมาชดเชย ให้กับพี่น้องชาวสวนปาล์ม โดยหลักประกันแค่ ๕ บาท หรือ ๔ บาท กลไกราคาที่กลุ่มพ่อค้า นักธุรกิจจัดการนั่นก็คือกดราคาปาล์มน้ํามันของพี่น้องเท่าไรก็ได้ ขาดเหลือรัฐบาลค่อยไปจ่าย โดยรัฐบาลไม่กล้าที่จะไปฝืนโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจที่ไม่แทรกแซงราคา เปิดโอกาสให้ พ่อค้าสร้างความมั่งคั่งบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่สําคัญที่สุดครับ น้ํามันปาล์มหรือว่าปาล์มน้ํามันในประเทศไทยเราผลิตได้น้อยมาก ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไว้แล้ว แค่ ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ของโลก ควรจะเพียงพอ ต่อการใช้ภายใน และเพียงพอต่อการพัฒนาศักยภาพทางการผลิตให้สูงขึ้น ระบบราชการไทย ไม่เคยคํานึงถึงการที่จะทําอย่างไรก็ตามที่ให้น้ํามันปาล์มมีการพัฒนาคุณภาพในทางการ เป็นสินค้าที่มากกว่านี้ เราใช้น้ํามันปาล์มปกติ แต่ที่สําคัญที่สุดกลไกของระบบการผลิต ในประเทศนี้มันมีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลอยู่ในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ยิ่งอนาคต ข้างหน้าถ้าเรามองดูภาพการบริโภคน้ํามันพืช โดยเฉพาะน้ํามันปาล์ม ประเทศในยุโรปกําลัง จะบอกว่าจะต้องลดจํานวนการใช้พลังงาน พืชพลังงานให้น้อยลง กําลังจะลดการใช้น้ํามัน ชีวภาพในระบบการขนส่งให้น้อยลง แน่นอนมันส่งผลต่อน้ํามันปาล์ม ถ้าคาดการณ์ในอนาคต ข้างหน้า ยิ่งมีการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ํามันปาล์ม ซึ่งอยู่ในโครงสร้างของการใช้เพื่อเป็นพลังงานจํานวนหนึ่งจะอยู่ตรงไหน บริษัทยักษ์ใหญ่ บางบริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เวลากลไกราคาน้ํามันปาล์มในประเทศสูงขึ้น หรือราคาปาล์มสูงขึ้นเมื่อใดสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเขามีอิทธิพลพอที่จะให้รัฐบาลอนุมัติให้นําเข้า เพื่อไปกดราคาปาล์มของพี่น้อง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและผ่านมาทุกยุคทุกสมัย รัฐบาลกล้า แตะต้องบริษัทเหล่านั้นไหม ที่ไม่ยอมให้นําเข้าน้ํามันปาล์มหรือน้ํามันอื่น ๆ เพื่อใช้ในการ ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ถ้าเราไม่ยอม ไม่กล้าที่จะจัดการกับการนําเข้าเหล่านั้น แน่นอน เขาอาจจะมีกลไกข้อตกลงการค้าเอฟทีเอ (FTA) กับบางประเทศ แต่เรามีวิธีการในการที่จะ ยกราคาสินค้าโดยเฉพาะปาล์มน้ํามันให้พี่น้องเกษตรกรได้ แต่นี่คือต้องการความกล้าหาญ จากผู้บริหาร ความชัดเจน และการใช้กฎหมายบังคับใช้กับการลักลอบนําเข้าที่สําคัญ นี่คือสิ่งที่เป็นความคาดหวังว่าถ้าจะคิดแก้ราคาน้ํามันปาล์ม ผมเห็นด้วยกับการศึกษาเพื่อหา แนวทางในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาน้ํามันปาล์มตกต่ํา ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านสัณหพจน์ครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อําเภอปากพนัง อําเภอหัวไทร อําเภอเชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน มาสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงสร้าง ราคาน้ํามันปาล์มเพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ํามันให้เป็นระบบและยั่งยืน ผมเองมาจากพื้นที่ ลุ่มน้ําปากพนังซึ่งมีพื้นที่ในการปลูกปาล์มเยอะอันดับต้น ๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีพื้นที่ในการปลูกปาล์มทั้งหมด ๑๔๓,๐๐๐ ไร่โดยประมาณ ประกอบด้วย อําเภอเชียรใหญ่ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ไร่ อําเภอหัวไทร ๔๖,๐๐๐ ไร่ อําเภอปากพนัง ๕๗,๐๐๐ ไร่ ที่ผ่านมา ราคาของปาล์มเราตกต่ํามาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๒.๖๐ บาท บางช่วงตกต่ํา ไปถึง ๑.๓๐ บาท ซึ่งตอนนั้นอยู่ในระหว่างที่หาเสียงลงแข่งขันที่จะเป็นผู้แทนในสภาแห่งนี้ ซึ่งก็ไม่ง่ายที่ต้องฝ่าฟันกับราคาปาล์มที่ถูกมากตอนนั้น ๑.๓๐ บาท แต่วันนี้ในเมื่อมีโอกาส ที่เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มาสะท้อนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวลุ่มน้ําปากพนัง จึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อจะแก้ปัญหาราคาปาล์มอย่างยั่งยืนให้กับ พี่น้องเกษตรกร เพราะที่ผ่านมาเหมือนกับหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าถ้าหากว่ารัฐบาล ในส่วนของรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงใดก็ตามที่เกี่ยวข้องดูแลในส่วนของราคาปาล์มน้ํามันให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวใต้อย่างจริงจัง ผมก็เชื่อมั่นว่าน่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ อย่าให้โรงงานที่เป็นนายทุน เพียงไม่กี่โรงงานมาผูกขาดตลาดของพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น ยางพาราหรือปาล์ม แต่วันนี้เรามาเน้นกับที่ปาล์ม ๖ ล้านไร่โดยประมาณเกษตรกรทั้งหมด ที่ปลูกปาล์มตอนนี้ ต้องพึ่งพาอาศัยแล้วก็ต้องฝากไว้กับกลุ่มนายทุนที่มีสวนปาล์ม ถ้าหาก คณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งขึ้นมาได้ผมอยากเห็นโรงงานแปรรูปน้ํามันปาล์มหรือหีบน้ํามันปาล์ม ให้เกิดขึ้นจริงกับพี่น้องเกษตรกร โดยเป็นชุมนุมสหกรณ์เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ได้มีอํานาจในการต่อรองและสามารถส่งขายชิ้นส่วนหรือส่วนประกอบที่มาจากปาล์มได้ราคา ดียิ่งขึ้นนะครับ ในส่วนของทะลายปาล์มที่มีอยู่ก็จะแยกออกเป็นทะลายปาล์มอยู่ประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ กะลาอยู่ที่ ๖ เปอร์เซ็นต์ เมล็ดในอยู่ที่ ๕.๕-๖ เปอร์เซ็นต์ น้ํามันอยู่ที่ ๑๘-๒๒ เปอร์เซ็นต์ ซีพีโอ ไฟเบอร์ (CPO Fiber) อยู่ที่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ นัท (Nut) อีก ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นความชื้นประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทิ้งเป็นน้ํามันเสียอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมผมแตกรายละเอียดตรงนี้ออกมา จริง ๆ แล้วในส่วนขององค์ประกอบ ของทะลายปาล์มเองที่ผมทราบมาจากเกษตรกร แล้วก็เจ้าของลานเทที่ได้รับซื้อปาล์มว่า โรงงานอุตสาหกรรมสามารถรับซื้อราคาปาล์มได้มากกว่านี้ เนื่องจากว่าเมล็ดในน้ํามันปาล์ม เนื้อในผลิตน้ํามันดิบอยู่ที่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เขาก็สามารถเอาไปขายได้แล้ว ส่วนของทะลายปาล์ม ก็ใช้เป็นวัตถุดิบในการที่เอาไปผลิตไฟฟ้าหรือเป็นเชื้อเพลิงกับไฟฟ้าชีวมวลได้ ส่วนกะลาเอง ก็สามารถเอาไปทําเชื้อเพลิงได้ซึ่งมันจะติดดีแล้วก็มีความร้อนสูง ส่วนเปลือกของปาล์มเอง ก็สามารถเอาไปทําปุ๋ยได้ซึ่งก็ได้ราคาดี ซึ่งทุกส่วนที่ผมได้เรียนท่านประธานมาตรงนี้ กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั่นหมายความว่าในทะลายปาล์มที่รับซื้อกันราคาถูก ๆ ในตอนนี้ที่เฉลี่ยแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมวันนี้ อยู่ที่ประมาณ ๓.๕๐ บาท แล้วกันนะครับ ในเดือนสิงหาคมก็อยู่ที่ ๓.๖๕ บาท และ ณ เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ๓.๓๔ บาท นั่นหมายความว่ารัฐบาลเองต้องชดเชยในส่วนของประกันราคา ของปาล์มในส่วนต่างให้กับพี่น้องเกษตรกรทุก ๔๕ วัน และเรามีความจําเป็นอะไรต้องเอา งบประมาณในส่วนนี้มาชดเชยให้กับกลุ่มนายทุนด้วย เราควรจะเอาเงินงบประมาณส่วนนี้ ไปพัฒนาอย่างอื่นดีกว่า ถ้าหากว่าบางท่านบอกว่ารัฐบาล หรือว่าในส่วนของพรรคที่เคย หาเสียงไว้ว่าปาล์มควรจะได้กิโลกรัมละ ๕ บาท อันนี้ผมเห็นด้วย อยากให้พี่น้องเกษตรกร ได้ราคาเยอะ ๆ เป็นไปได้ผมอยากให้ได้ถึง ๗ บาทด้วยซ้ํา แต่จริง ๆ แล้วเกษตรกรบางราย หรือว่าที่ทํากันจริง ๆ เขาบอกว่าอย่าต่ํากว่า ๓.๕๐ บาท เขาก็อยู่ได้นะครับ แต่ว่าถ้าได้ มากกว่านั้นก็ยิ่งดี นั่นคือสิ่งที่ผมก็เห็นด้วย แล้วก็อยากให้ได้กันเยอะ ๆ และเกษตรกร ที่ปลูกปาล์มส่วนใหญ่แล้วร้อยละ ๙๐ เป็นเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเกษตรกรรายย่อยไม่มี อํานาจในการต่อรอง ดังนั้นผมจึงอยากให้เป็นโมเดล (Model) ของภาคใต้คือสร้างโรงงาน อุตสาหกรรมหีบน้ํามันปาล์มให้กับพี่น้องชาวใต้ขึ้นมาสัก ๑ โรงงานเป็นโมเดล (Model) และผมเชื่อมั่นว่าตรงนี้สามารถจะค้านและคัดคานกับอํานาจของนายทุน เพื่อจะสร้างอํานาจ ทางการต่อรองทางด้านการตลาดให้พี่น้องเกษตรกรของผมในภาคใต้ และโดยเฉพาะ ชาวลุ่มน้ําปากพนังได้มีราคาที่ดีขึ้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี เชิญครับ🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตปาล์มน้ํามันตกต่ําอย่างเป็นระบบครับ จากกรณีที่ราคาปาล์มน้ํามันตกต่ําทั่วโลก ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการผลิตปาล์มน้ํามันที่มี เพิ่มขึ้นในประเทศผลิตรายใหญ่ คือประเทศอินโดนีเซียก็ดี ประเทศมาเลเซียก็ดี ขณะที่ ความต้องการใช้ปาล์มน้ํามันที่ลดลงเนื่องจากกระแสของการรักษาสุขภาพของผู้บริโภค และมาตรการของประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งประกาศใช้น้ํามันปาล์มที่มาจากการบุกรุก พื้นที่ป่า กลายเป็นเรื่องใหญ่และเป็นจุดวิกฤติของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มทันที สําหรับ ประเทศไทยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ํามันมีปัญหาเรื่องปาล์มล้นตลาดและราคาตกต่ํา เดือดร้อนอย่างหนัก เป็นปัญหาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่ง แก้ไขปัญหาเร่งด่วน อย่างไรก็ตามในส่วนของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ อาทิ ปตท. ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนในระดับหนึ่ง ด้วยการจัดซื้อและจัดเก็บ บี ๑๐๐ (B 100) เพื่อลดสต็อก (Stock) น้ํามันปาล์มดิบส่วนเกิน ๑๐๐ ล้านลิตร ในช่วงปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่ากว่า ๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ปตท. ได้ชี้แจงว่า ปตท. ได้จับมือกับกระทรวงพลังงานในการออกมาตรการ บรรเทาความเดือดร้อนของชาวเกษตรกรปลูกปาล์มน้ํามันให้บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จํากัด (มหาชน) รับซื้อปาล์มน้ํามัน ๑๐๐,๐๐๐ ตัน จากเกษตรกรเพื่อนํามาผลิตไบโอดีเซล (Biodiesel) ใช้ในประเทศไทย รวมถึงการส่งออกไปต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเตรียมการ นําร่องโครงการปรับจําหน่ายน้ํามันดีเซลหมุนจากบี ๗ (B 7) เป็นบี ๑๐ (B 10) ในสถานีบริการ น้ํามัน ของ ปตท. เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ปาล์ม คาดว่าจะเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซล (Biodiesel) ได้กว่า ๑๐๐ ล้านลิตรต่อปี หรือปริมาณน้ํามันปาล์มดิบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ท่านประธานสภาที่เคารพครับ จากการใช้น้ํามันดีเซลชนิดดังกล่าวนอกจากจะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนจากเกษตรกร ยังจะช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ หรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ด้วย เนื่องจากมีค่ามาตรฐานยูโร ไฟว์ (Euro 5) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ ควบคุมรถยนต์ให้ปล่อยไอเสียที่มีค่ากํามะถันอยู่ในเกณฑ์ต่ํากว่า ๑๐ พีพีเอ็ม (10 PPM) คุณสมบัติพิเศษหรือความสามารถการใช้น้ํามันกับรถยนต์ทุกรุ่นโดยไม่จําเป็นต้องไปปรับแต่ง เครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดี และช่วยลด ปริมาณการก่อสารมลภาวะในอากาศด้วยครับ ส่วนคุณสมบัติของน้ํามันบี ๒๐ (B20) เป็นน้ํามันที่มีส่วนผสมของบี ๑๐๐ (B100) ในสัดส่วนร้อยละ ๒๐ มีค่าซีเทน (Cetane) ที่สูง กว่าดีเซลปกติ ที่มีค่าซีเทน (Cetane) ในปริมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่น้ํามันดีเซลมีค่าซีเทน (Cetane) ประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ทําให้การเผาไหม้ดีกว่า และการหล่อลื่นดีขึ้น ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาราคาน้ํามันปาล์มในระยะยาวควรคํานึงถึง การรักษาสมดุลผลิตปาล์มน้ํามันและปริมาณการใช้ในประเทศ รวมถึงความสามารถในการ แข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ําซากนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนิกร จํานง เชิญครับ🔗

นายนิกร จํานง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมทราบปัญหานี้อยู่บ้าง เพราะว่าเดิมผมเคยเป็น ส.ส. เขตที่จังหวัดสงขลา แล้วก็จับปัญหานี้ คือติดตามปัญหานี้มายาวนานเหมือนกันเกือบ ๓๐ ปี ตั้งแต่เริ่มเป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ปัญหาเรื่อง ปาล์มอย่างที่ผมเรียนแล้วมันคงอยู่มายาวนานมาก ตลอดชีวิตการเมืองของผมเป็นอย่างน้อย ดังนั้นเรื่องนี้เรามาทวนกันดูสิว่าปัญหาจริง ๆ คือถ้าเราไม่รู้ปัญหาก็ไม่รู้จะแก้ไขปัญหา อย่างไร อยากจะแลกเปลี่ยนกับท่านสมาชิก รวมทั้งที่จะไปตั้งคณะกรรมาธิการกัน คือปัญหา เรื่องปาล์มเป็นปัญหาที่เริ่มต้นก็คือเป็นปัญหาของพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ที่ปลูกปาล์มไม่ใช่เราปลูก ที่ไหนก็ได้ มันเป็นพื้นที่เฉพาะ ผมเคยพูดไว้เมื่อ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้วว่าการที่จะทําให้ปาล์ม มีผลผลิตที่ดีที่ที่จะสู้กับประเทศมาเลเซียซึ่งเขาผลิตได้เยอะมากกว่าเรานั้นมีทางเดียว เพราะว่าการปลูกปาล์มนี่ใช้น้ําเยอะ ใช้อากาศร้อนชื้น เราต้องย้ายประเทศไปอยู่ใกล้ เส้นศูนย์สูตรมากกว่านี้ซึ่งเราทําไม่ได้ ดังนั้นปัญหาก็คือว่าเราผลิตอย่างไรก็แพ้เขาอยู่ร่ําไป สมัยก่อนมีการห้ามนําเข้าเพราะว่าต้องป้องกันสกัดราคาไว้ ก็ปรากฏว่ามีการลักลอบ ลักลอบก็มาจับได้แถวนาทวี ชายแดนปาดังเบซาร์อะไรพวกนี้ แล้วรัฐไทยทําอย่างไร เราทํา อย่างไร แต่พอจับได้เราจะให้ขายไปในประเทศก็ไปดันราคาให้ตกลง เราฝังดินครับ ท่านประธาน เราเอาน้ํามันปาล์มขุดหลุมแล้วก็ฝังดิน เราแก้ปัญหาแบบนั้นไม่ได้ เพราะว่าเรา ย้ายประเทศไปอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรให้มีความชื้นมากขึ้น มีอากาศที่เหมาะสมมากขึ้น เราทํา ไม่ได้ ปัญหาที่ ๒ ปัญหาเรื่องพันธุ์ พันธุ์ปาล์มที่เรามาใช้ตอนแรก เนื่องจากเราปลูกตามเขา เหมือนกับยางเราเอาพันธุ์มาลงครั้งแรกที่จังหวัดตรัง เอามาจากแถวประเทศบราซิล แถวทวีปอเมริกาใต้ เรื่องปาล์มก็เหมือนกัน เรื่องปาล์มตอนที่เราเริ่มปลูกตอนแรก พูดกันตรงไปตรงมาเราขโมยพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซีย เราอยากจะปลูกด้วย ปัญหาก็คือว่า ผมเข้าใจว่าเราคงจะผิดพลาดตอนนั้นเขาเอาพันธุ์ไม่ดีมาให้เรา เราก็มาปลูกกัน พอมาปลูก แล้วปาล์มเหมือนกับยางพารา หลายปีประมาณ ๔-๕ ปี กว่าจะมีพืชผลได้ แล้วเป็นพืชที่อายุยืน ยืนกว่ายางพาราอีก ๒๐-๓๐ ปีที่จะอยู่กับมัน ดังนั้นพอเราได้พันธุ์ที่ไม่ดีมาแล้วเรามารู้ทีหลัง ตอนนั้นก็สายเกินแก้แล้ว และคนที่มาปลูกเป็นเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีฐานะเท่าไร ปลูกไปแล้ว ล้มทิ้งก็ไม่ได้ ก็จําใจต้องมีชีวิตอยู่กับปาล์มที่มีผลผลิตน้อยนั่นแหละ ก็เลยขาดทุน เพราะว่า เราไม่รู้จะทําอย่างไรกับสิ่งที่ปลูกไปแล้ว ใช้เวลาไปตั้งหลายปีแล้ว ๑๐ ปีแล้ว เหมือนกับอยู่ กับบางอย่างมาแล้วก็ยกเลิกไม่ได้ ประเด็นต่อมาก็คือว่าความพยายามเปลี่ยนพันธุ์ ต่อมาก็มี การพยายามโดยกรมวิชาการเกษตร เราไปนําพันธุ์จากประเทศคอสตาริกา เป็นพันธุ์คอสตาริกา มาบ้างจะมาเปลี่ยน หรือว่าเราคิดพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรคิดพันธุ์ได้ดี คิดพันธุ์ได้เยอะ หลายอย่างมีผลผลิตมากขึ้น แต่ไม่รู้จะให้เกษตรกรเปลี่ยนอย่างไร เพราะว่ามันอายุเยอะ สมมุติไปล้มที่มีอยู่แล้วปลูกใหม่เข้าไปใช้เวลาตั้ง ๕-๖ ปี แล้วเขาจะกินอะไร ลูกจะกินอะไร ชีวิตจะอยู่อย่างไร ไม่เหมือนกับยางพารา ต่อมาปัญหาการผลิตครับ การผลิตก็คือว่าปาล์ม ต้องอยู่ใกล้โรงงานเท่านั้น เหมือนกับสับปะรด เราแก้ปัญหาสับปะรดไม่ได้เพราะมันอยู่ไกล ปาล์มน้ําหนักมันเยอะแล้วก็ผลผลิตในทะลายมันน้อย พอเรายิ่งอยู่ไกลเราต้องขนส่งปาล์ม ด้วยรถกระบะไปหาโรงงาน ถ้าอยู่ไม่ใกล้โรงงานค่าขนส่งกินหมด เพราะว่าราคาปาล์นับราคา ณ หน้าโรงงาน ยิ่งอยู่ไกล เขาไม่สนใจว่าคุณจะขนมานานเท่าไร แต่เขาให้ราคานี้ ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท อยู่ตรงนี้เอง ดังนั้นต้นทุนระยะทางในการผลิต พื้นที่ในการผลิตมีนัยสําคัญต่อการผลิต ต่อมาก็คือว่าการพึ่งพาไบโอดีเซล (Biodiesel) เป็นความหวังหนึ่งของเราที่เราคิดว่าเราใช้เราก็สู้เขาไม่ได้แล้ว เรามาเปลี่ยนเป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) ดีกว่า ปรากฏว่าตอนหลังเงินที่ไปใช้ตรงนี้เราใช้กองทุนน้ํามัน และอยู่ที่ว่า ผลต่างระหว่างน้ํามันดีเซลจริง ๆ กับน้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) ตอนหลังราคาน้ํามันดิบ ต่ํามากตอนนี้ และแนวโน้มในการใช้น้ํามันต่อจากนี้จะใช้ไฟฟ้าและใช้น้ํามันน้อยลง น้ํามัน ดีเซลก็ต้องเปลี่ยนเป็นคุณภาพมากขึ้นเพราะว่ามีปัญหาเรื่องมลภาวะ ดังนั้นผลต่างของราคา น้ํามันดีเซลที่ในตลาดกับน้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) ต่างกันเยอะ เงินที่เราจะใช้ไปซึ่งเป็น เงินภาษีอากรที่เอาไปใช้ เราเอามาจากผู้ใช้รถใช้ถนนมาใช้แทนตรงนี้ ระยะมันห่าง พอห่าง ก็มีปัญหา ดังนั้นปัญหาเหมือนไม่มีทางไปเลย ดังนั้นข้อเสนอที่อยากจะแลกเปลี่ยนก็คือว่า เราต้องคิดให้ชัดว่าเราจะปลูกปาล์มต่อไปหรือจะเลิกปลูก เราต้องปลูกต่อเพราะว่าเป็นพืช ความมั่นคงเหมือนกัน เราจะไปอาศัยซื้อจากมาเลย์แม้ว่าจะถูกกว่า แต่ปัญหาก็คือว่าเรา กําลังบังคับให้ประชาชนคนไทย เพราะปาล์มผลผลิตเยอะ ไม่ใช่น้ํามันปาล์มในการทอดไข่ อย่างเดียว มันใช้หลายอย่างมาก เป็นน้ํามันทาผิวบ้าง โน่นนี่นั่นในอุตสาหกรรม ดังนั้น ผมเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน เรายังจะต้องปลูกแต่ว่าเราต้องพิจารณาให้ชัดนะครับ ๑. ที่จะแก้ ลดพื้นที่ลง พื้นที่บางแห่งที่เราเอาพันธุ์ปาล์มไปปล่อยแถวอีสานตอนนั้นผิดพลาด เพราะว่าใช้น้ําเยอะมาก พื้นที่ที่ต้องทําโซนนิง (Zoning) ที่ไม่เหมาะรัฐเอาเงินไปจ่ายให้ เกษตรกรเสีย แล้วก็ขอความกรุณาให้ยกเลิกไปปลูกพืชอย่างอื่นและเงินเอาสนับสนุนไป ไม่อย่างนั้นเราก็ยังต้องจ่าย และจ่ายไม่มีที่สิ้นสุด ลดพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมลง ต่อจากนั้น เรื่องการเปลี่ยนพันธุ์ เราต้องเปลี่ยนเป็นพันธุ์แบบที่ผลผลิตต่ําอย่าปลูกอีกต่อไปนะครับ ก็ต้องใช้พันธุ์ใหม่ พันธุ์ใหม่ก็ต้องมีกองทุนสงเคราะห์การทําสวนปาล์มหรือใช้กองทุน สงเคราะห์การทําสวนยาง เปลี่ยนกฎหมายนิดเดียว แล้วเงินจะเอามาจากไหน ก็เอาเงินเซส (CESS) ที่เป็นค่าพรีเมียม (Premium) ที่เก็บจากการส่งออกราคาน้ํามันปาล์มเอามาใช้ตรงนี้ นอกจากนั้นเรื่องโรงงานสกัดน้ํามัน รัฐต้องส่งเสริมโรงงานสกัดน้ํามันเอง แล้วก็ทําโซนนิง (Zoning) รอบ ๆ ให้ปลูก ยกตัวอย่างโรงสกัดน้ํามันที่บาเจาะ มีโรงงานแต่ผลิตได้แค่ครึ่งวัน ก็ปาล์มดิบหมดแล้ว ดังนั้นต้องส่งเสริม ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อโรงงาน ๑ แห่ง ดังนั้น ผมเสนออย่างนี้ครับ ข้อเสนอก็คือว่าลดพื้นที่ลง คือเราต้องยอมรับปัญหาถึงจะแก้ปัญหาได้ ข้อเสนอตามนี้ ก็อยากจะฝากผู้ที่จะไปเป็นกรรมาธิการว่าศึกษาให้ชัดเจนว่าเราจะอยู่กับ ปาล์มได้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ไม่มีท่านสมาชิกอภิปรายต่อแล้วนะครับ ผู้เสนอหรือเจ้าของญัตติมีสิทธิสรุปญัตติของท่านได้ อีก ๑ ครั้งตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ท่านจะใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่ใช้สิทธิก็ถือว่าจบการอภิปราย ขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนการขอมติ ผมว่าขอมติไว้ประชุมสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน เพราะพวกเรา ส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการกัน🔗

แต่ก่อนที่จะปิดประชุมมีเรื่องแจ้งที่ประชุม ๑ เรื่องครับ เนื่องจากธรรมดาแล้ว เราจะประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี แต่ในสัปดาห์หน้าวันพุธเป็นวันที่ ๑๒ สิงหาคม ซึ่งตรงกับ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นวันแม่แห่งชาติซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ท่านประธานจึงของดการประชุมในวันพุธที่ ๑๒ แต่วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ เราประชุมตามปกติ โดยท่านประธานขอนัดประชุมวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ และจะขอเพิ่มประชุมพิเศษ ในวันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม เพื่อจะนัดประชุมในการพิจารณา เฉพาะญัตติที่ค้างการพิจารณา โดยเราไม่พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินะครับ เราจะพิจารณา เฉพาะญัตติอย่างเดียว จึงแจ้งที่ประชุมเพื่อทราบครับ วันนี้พอสมควรแล้วกระมังครับ ท่านมีอะไร เชิญครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานในวันที่ประชุมพิเศษในวันศุกร์ ขออนุญาตท่านประธานเพิ่มหารือ ๐๙.๓๐ นาฬิกา เพราะเนื่องจากว่าสมาชิกอาจจะมาแล้ว ก็อาจจะภารกิจรถติดบ้างจะได้ไม่เสียเวลาท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ จะแจ้งท่านประธานชวนอีกทีนะครับ แต่อนุญาตได้ครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๒ นาฬิกา