รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ อาคารรัฐสภา
---------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ มีรายชื่อทั้งหมด ๓๐ ท่านนะครับ ก็ขอเรียนไว้ว่าเท่าที่ผ่านมาสมาชิกทําได้ดีแล้ว คือรักษาเวลาได้ดี ขอให้รักษาความดีนี้ไว้ตลอดไป ท่านแรก นางเทียบจุฑา ขาวขํา เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานค่ะ ดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าปัจจุบันนี้ในช่วงฤดูฝนมีถนนชํารุดเสียหายมาก เป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็ก่อสร้างมานาน ไม่สะดวกในการสัญจรไปมา ทําให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ จนเขาพูดกันว่าถนนปัจจุบันนี้เป็นถนนไปดวงจันทร์ ดังนั้นดิฉันขอนําความเดือดร้อนนี้ มาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะขอให้ท่านประธานให้ กรมทางหลวง ของกระทรวงคมนาคม ช่วยปรับปรุงและซ่อมแซมถนนลาดยางและขยาย ไหล่ทางสายบ้านน้ําปู่ บ้านหนองน้ําขุ่น ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานี เชื่อมไปยังบ้านดงมะไฟ อําเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลําภู ถนนเส้นนี้สภาพแย่มาก ขอสไลด์ (Slide) นะคะ🔗
เป็นถนนที่ประชาชนไปกราบนมัสการ หลวงพ่อพระไชยเชษฐา วัดถ้ําสุวรรณคูหา เส้นที่ ๒ ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมถนนลาดยาง สายบ้านโคกลาน-บ้านงิ้ว อําเภอเขือน้ํา อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เส้นที่ ๓ ขอให้ ซ่อมแซมปรับปรุงถนนสายท่าโสม-บ้านนาคําน้อย ซึ่งเส้นทางสายธรรมะไปกราบนมัสการ หลวงพ่ออินทร์ถวาย แล้วก็วัดป่าภูก้อน แล้วก็สายที่ ๔ ขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ขยายไหล่ทางพร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างถนนสาย ๒๐๒๑ สามแยกบ้านผือ-ท่าบ่อ ถนนเส้นนี้ขอให้ดําเนินการขยายช่วงบ้านดงหวาย ตําบลหายโศก อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยวเชิงธรรมะ จึงขอฝากท่านประธาน ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับปรุงแก้ไขโดยด่วนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง การก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ําห้วยฉลอม ตําบลท้องฟ้า อําเภอบ้านตาก จังหวัดตาก โครงการอ่างเก็บน้ําห้วยฉลอม มีงบดําเนินการอยู่ที่ประมาณ ๗๕๐ ล้านบาท ได้ดําเนินการ ทําอีไอเอ (EIA) แล้วเสร็จ และทําการออกแบบแล้วเสร็จเมื่อประมาณปี ๒๕๔๕ ซึ่ง ๑๓ ปีมาแล้ว แล้วก็มีการดําเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า อ่างเก็บน้ําห้วยฉลอมมีพื้นที่ ในการก่อสร้างครอบคลุมอยู่ ๓ พื้นที่ คือป่าสงวนแห่งชาติ แล้วก็ป่าถาวร และอีกป่าหนึ่งคือ เป็นป่าที่อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าถาวร ๒ ป่าแรกได้รับการอนุมัติจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อย อีก ๑ ป่ายังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานได้เตรียมงบประมาณเพื่อจะก่อสร้างแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ เป็นต้นไปจนถึงปี ๒๕๖๘ แต่ ณ เวลานี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเลย จึงอยากจะเร่งรัดให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาอนุมัติการใช้พื้นที่ป่าในการสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยฉลอมในครั้งนี้โดยเร็ว🔗
อีกเรื่องเป็นการขออนุญาตใช้พื้นที่ของเกษตรกรในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ของพื้นที่ป่า โดยเฉพาะกรมป่าไม้ พื้นที่ของกรมป่าไม้มีเกษตรกรที่จะต้องขออนุญาต ขึ้นทะเบียนเกษตรกร และตอนนี้ได้รับการยกเว้นการทํางานในพื้นที่ป่าอยู่ แต่เนื่องจากว่า กรมป่าไม้อาจจะติดขัดปัญหาบางประการเลยไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ จึงขอให้ ทางกรมป่าไม้พิจารณาเร่งรัดการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อขึ้นทะเบียนเกษตรกรโดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเกษม อุประ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นที่นักเรียน นักศึกษาออกมาเรียกร้องยุบสภา ลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะบริหารผิดพลาด ล้มเหลว ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของสังคม โดยปกติสังคมไทยเด็กเคารพผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่ออกมา คุกคามเด็กว่าถ้าออกมาผูกโบว์ (Bow) โชว์ ๓ นิ้ว จะทําให้เสียอนาคต เด็กโต้ว่าทุกวันนี้ หนูก็หาอนาคตไม่เจออยู่แล้ว ไม่รู้ว่าพ่อแม่หนูจะมีเงินที่จะส่งหนูเรียนจนจบหรือเปล่า จบแล้วหนูจะมีงานทําไหม ปัญหาหลัก ๆ วันนี้นั่นก็คือปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ ปัญหาหลัก ๆ นั่นก็คือปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญที่ไม่ตอบโจทย์ ไม่แก้ไขปัญหาปากท้อง สร้างความแตกแยก กระผมขอร้องท่านนายกรัฐมนตรีขอได้รับฟังปัญหาเมตตาต่อผู้ที่เห็นต่าง แก้ไขปัญหา ด้วยความละมุนละม่อม เด็กในวันนี้ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้า คืออนาคตของชาติ กระผมขอชื่นชมเด็กที่ออกมา ให้ความสนใจแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองร่วมกัน และกระผมอยากกราบเรียนว่า หากรัฐบาลแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง ปราบปรามนักเรียน นักศึกษาผู้เห็นต่าง หากพรรคการเมืองใดที่เห็นดีเห็นงามกับการคิดแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง กระผมพร้อม ที่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับท่าน และเคียงบ่าเคียงไหล่กับการต่อสู้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไปคุณอภิชา เลิศพชรกมล🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องร้องเรียนและหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้นําท้องที่ท้องถิ่นใน อบต. ในเขต ตําบลท่าจะหลุง อําเภอโชคชัย เรื่องถนนสายด่านเกวียน-บ้านกอก ตําบลท่าจะหลุง อําเภอโชคชัย เส้นทางนี้ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมากมาย นับ ๑๐ ปีแล้วที่เจ้าของโครงการ เจ้าของถนนเส้นนี้ที่รับผิดชอบก็คือองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดไม่ได้รับการพัฒนาแต่อย่างไร จึงฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยซึ่งกํากับดูแลองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาให้ทําการปรับปรุง แล้วก็ทําถนนให้ดียิ่งขึ้น เพราะว่าที่ผ่านมานั้นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนถึงเดือดร้อน มากที่สุดเลย อยากจะฝากท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องโครงการของสํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ หรือ สทนช. ท่านประธานครับ จังหวัดนครราชสีมามีทั้งหมด ๓๒ อําเภอ สทนช. ได้พิจารณาทั้งหมดผ่าน ๒๒ อําเภอ อีก ๑๐ อําเภอไม่ได้รับการพิจารณา จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยัง สทนช. ว่า ท่านมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร โดยเฉพาะอําเภอโชคชัย อําเภอหนองบุญมาก อําเภอเมือง อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอครบุรี อําเภอเสิงสาง อําเภอด่านขุนทด อําเภอเทพารักษ์ อําเภอลําทะเมนชัย ทั้งหมดนี้ไม่ได้รับการพิจารณาเลย ทั้ง ๆ ที่ได้เขียน โครงการขอไปยัง สทนช. จึงอยากฝากท่านประธานไปยัง สทนช. ว่าหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาเขาใช้หลักเกณฑ์ใด ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าบางอําเภอมีนับ ร้อยกว่าโครงการ วันนี้พี่น้องชาวอําเภอโชคชัย อําเภอหนองบุญมาก อําเภอครบุรี อําเภอเสิงสาง อําเภอด่านขุนทด อําเภอเทพารักษ์ สอบถามมายัง ส.ส. พรรคภูมิใจไทยทุก ๆ คนว่า ทําไมเราถึงไม่ได้โครงการ ฝากท่านประธานไปยัง สทนช. ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขอฝ่ายสื่อช่วยเปิดสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมจะขอหารือ ท่านประธานในประเด็นเรื่องถนนสัญจรในเขตพื้นที่ชนบท แล้วก็ถิ่นทุรกันดาร ตอนนี้มี พี่น้องประชาชนได้ร้องมาที่ผมค่อนข้างที่จะเยอะมาก เพราะว่าแต่ละเส้นทางก็จะเป็น การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน เด็กนักเรียน แล้วก็คนที่เจ็บป่วยที่จะต้องไปโรงพยาบาล จํานวนมาก ตอนนี้เดี๋ยวผมจะรวบรวมพื้นที่ที่ประชาชนร้องมา ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ แล้วก็ พื้นที่อื่น ๆ ที่ร้องเรียนมาที่ผมจะส่งให้กับท่านประธาน🔗
ทีนี้ ผมคิดว่ามีกรณีชุมชนที่เร่งด่วนที่ต้องการ เพราะว่าตอนนี้กรมทางหลวงชนบท ได้ก่อสร้างแล้ว แต่ว่าไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดได้ยุติในการดําเนินการ ทําให้การสัญจรไปมาของ พี่น้องประชาชนค่อนข้างที่จะลําบากมาก ก็คือกรณีบ้านห้วยเฮี๊ยะ หมู่ที่ ๒๓ ตําบลบ้านหลวง อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตรงนี้อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักงานทางหลวงชนบท ที่ ๑๐ จังหวัดเชียงใหม่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ แล้วก็พื้นที่จําเป็นที่เด็ก ๆ นักเรียนจะต้องไปเรียน หนังสือ ผมขอยกตัวอย่างจังหวัดละพื้นที่ บ้านกึ๊ดสามสิบ หมู่ที่ ๖ ตําบลสบป่อง อําเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน อันนี้มีประชากร ๘๐๐ กว่าคน อยู่มา ๗๐-๘๐ ปีแล้ว ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ แค่ ๓๐ กิโลเมตร หมู่บ้านที่ ๓ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ก็มีนักเรียนที่จะต้องออกมาเรียน บ้านห้วยมง หมู่ที่ ๘ ตําบลแจ้ซ้อน อําเภอเมืองลําปาง จังหวัดลําปาง ที่เหลือที่พี่น้องร้องมาเดี๋ยวผมจะทํา รายละเอียดส่งให้ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ส่งเอกสารมา นะครับ ต่อไปนางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกก็คือถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๘๕ ตัดกับถนนทางหลวง หมายเลข ๒๑ บริเวณสี่แยกหนองจาน เสาสัญญาณไฟจราจรถูกรถบรรทุกชนหายไปเลย ๑ ต้น อยากเร่งรัดให้กรมทางหลวงได้ดําเนินการซ่อมแซมติดตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วก็ อยากให้ปรับเพิ่มเป็นระบบสัญญาณจราจรแบบตัวเลขนับถอยหลังด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากท่านกํานันตําบลหน้าพระลาน และผู้ใหญ่บ้าน อีกหลายหมู่ให้มาดูพื้นที่บริเวณสี่แยกหนองจานแห่งนี้ว่าในช่วงเทศกาลที่เป็นวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ เข้าพรรษา แล้วก็อื่น ๆ กรมทางหลวงก็จะมาปิด เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑ นี้เพื่อไม่ให้กลับรถ ซึ่งจริง ๆ ดิฉันเห็นด้วย เพราะว่าตรงนี้ รถหนาแน่นมาก แล้วก็มาจากทางจังหวัดเพชรบูรณ์กับจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง อีกหลายจังหวัด แต่ว่าคนในพื้นที่อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ได้รับ ความเดือดร้อนไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้ เพราะว่ารถไม่ได้มีขาดช่วงเลย อยากจะขอให้ ทําทางกลับรถลอดใต้สะพานข้ามคลองทั้ง ๒ ฝั่งของสี่แยกนี้ จะมีสะพานข้ามคลอง เขายอดเอียงกับสะพานข้ามคลองเขารวก เพื่อที่จะได้ให้คนที่สัญจรไปมาปลอดภัยจาก อุบัติเหตุ แล้วก็ไปได้รวดเร็ว แต่คนพื้นที่ก็ต้องไม่ได้รับความเดือดร้อนด้วย ต้องขอขอบคุณ ท่านประธาน และผ่านเรื่องนี้ไปยังแขวงการทาง กรมทางหลวงด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวัน อยู่บํารุง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัน อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน เขตหนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนําเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวบางบอนหารือ กับท่านประธาน ๓ เรื่องสั้น ๆ วันนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ยกระดับและทําท่อระบายน้ําในชุมชนหมู่บ้านรางไผ่ เขตบางบอน เนื่องจากชุมชนแห่งนี้มีระดับพื้นถนนต่ํากว่าคลอง เมื่อฝนตกทุกครั้งจะมี น้ําท่วมขังระดับสูงมาก ทําให้ประชาชนสัญจรเดินทางลําบาก ที่สําคัญชุมชนแห่งนี้ มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เป็นจํานวนมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ลาดยางมะตอยในถนนบางบอน ๔ ซอย ๘ และถนนบางบอน ๔ ซอย ๑๐ เขตบางบอน ปัจจุบันนี้ถนนเหมือนโลกพระจันทร์ ชํารุด เป็นหลุมเป็นบ่อ ขนาดใหญ่และกว้างมาก บางจุดเป็นโคลนเละเทะ การเดินทางของประชาชนผู้อยู่อาศัย ในซอยดังกล่าวเดินทางด้วยความยากลําบาก จึงอยากฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดําเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ กระผมได้รับเรื่องจากท่าน ว่าที่ร้อยตรี สักการะ พิทักษ์วงศ์ ผู้อํานวยการโรงเรียนวัดบางบอน ขอแสดงความขอบคุณมายังท่านผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่มเบี้ยค่าอาหารเช้าและกลางวันจากเดิม ๓๐ บาท เป็น ๔๐ บาท ให้กับเด็กนักเรียน ในสังกัดกรุงเทพมหานครให้ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพและอิ่มท้อง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพ่อแม่พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากฤทธิ์ของพายุฮีโกส (Higos) เกิดน้ําป่าไหลหลาก น้ําท่วมบ้านอย่างฉับพลัน ทําให้บ้านเรือนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน และสิ่งของเครื่องใช้สูญหายไปกับน้ําท่วม พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายในวงกว้าง ถนนหนทาง คอสะพานขาด ตลอดจนโรงเรียนในหลายพื้นที่สื่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ได้รับความเสียหาย ทําให้นักเรียนและคณะครูได้รับผลกระทบต่อ การเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ อุทกภัยครั้งนี้จังหวัดแพร่ได้รับ ผลกระทบทั่วทั้งจังหวัด ๘ อําเภอ ๕๖ ตําบล ๒๘๘ หมู่บ้าน ๓,๙๓๘ หลังคาเรือน ผมจึงขอ นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเร่งเยียวยา ฟื้นฟู ดูแลและช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแพร่อย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมในฐานะของ ผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ต้องขอกราบขอบพระคุณคณะสงฆ์ ซึ่งนําโดยพระเดชพระคุณ พระราชเขมากร เจ้าคณะจังหวัดแพร่ ดอกเตอร์กานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดแพร่ คุณอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําท้องที่ ท้องถิ่น ตลอดจนชุดอาสาสมัคร ชุด ชรบ. กู้ภัย ได้เข้าพื้นที่เร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ เบื้องต้นให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ เพื่อเป็นการแก้ไข และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดแพร่ ผมจึงขอฝากทุกหน่วยงาน ช่วยบูรณาการการบริหารจัดการลุ่มน้ํายมเพื่อป้องกันภัยแล้งและปัญหาน้ําท่วมที่เกิดขึ้น อย่างซ้ําซาก และแก้ไขปัญหาลุ่มน้ํายมในระยะยาวต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากนายทองวรรณ จิตโชติ ชาวบ้านตําบลโนนสัง อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากถนนในตําบลโนนสังใช้ผ่านสัญจรไปมา พี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมากใช้ขนส่งสินค้าเพื่อการเกษตร และลูกหลานอาศัยเส้นทางนี้ ไปโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าแล้งก็จะมีฝุ่นจํานวนมาก หน้าฝน ก็จะมีน้ําท่วมขัง ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม แก้ไข ให้พี่น้องประชาชน ซึ่งจะมีถนนจากบ้านโนนผึ้ง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๐ ไปถึงบ้านหนองโอง หมู่ที่ ๕ แล้วก็มีจากบ้านโนนสัง หมู่ที่ ๒ ตําบลโนนสัง ไปถึงหมู่ที่ ๑๓ บ้านหนองบัวไชยวาน ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ซึ่งผมก็อยากจะนําเรียนท่านประธานว่า ทําถนนลูกรังให้เป็นคอนกรีตหรือลาดยางให้หมดก่อนถึงไปซื้อเรือดําน้ํา🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองโรงเรียน บ้านโพธิ์ลังกา ตําบลยาง และโรงเรียนบ้านโนนสัง ตําบลโนนสัง อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ อาคารเรียนไม่เพียงพอกับลูกหลานที่ไปโรงเรียน สืบเนื่องจากเมื่อปี ๒๕๖๒ โรงเรียนทั้ง ๒ แห่งได้เกิดวาตภัย ทําให้อาคารเรียนทั้ง ๒ แห่งนั้นได้รับความเสียหาย เป็นจํานวนมาก ปี ๒๕๖๓ ได้รับการจัดสรรจากสํานักงานคณะกรรมการสถานศึกษา ให้โรงเรียนทั้ง ๒ แห่ง และโรงเรียนทั้ง ๒ แห่งนี้ได้สอบราคา ได้ผู้รับจ้างแล้ว แต่ได้โอนเงิน จากทั้ง ๒ โรงเรียนไปช่วยโควิด (COVID) จึงทําให้นักเรียนต้องเรียนที่แออัด ฝากท่านประธานไปยังสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ช่วยจัดงบประมาณเหลือจ่ายมาสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้กับทั้ง ๒ โรงเรียนด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านพะแนงได้ไปศึกษาดูงานที่อําเภอสิรินธร พอถึงอําเภอสว่างวีระวงษ์ ได้มีตํารวจ สภ.อ. สว่างวีระวงษ์ได้เรียกตรวจรถโดยไม่มีด่านตรวจ ได้ให้ประชาชนที่นั่งในรถบัสตรวจวัด แอลกอฮอล์ และคนที่นั่งในรถตรวจเสร็จแล้วตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ ๑๒๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตํารวจจึงนําไปเปรียบเทียบปรับ ผมขอฝากท่านประธานไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ประชาชนหาเงินลําบาก รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยว สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พออะลุ่มอล่วยได้ให้กับพี่น้องประชาชนก็น่าจะดี ถ้าเข้มงวดเกินไป ประชาชนก็เดือดร้อน ผมว่าไปจับยาบ้าที่เต็มบ้านเต็มเมืองจะดีกว่า ขอบคุณครับ🔗
เกินเวลาไปเยอะนะครับ ต่อไปคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือท่านประธานถึงเรื่องปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในประเด็น เรื่องกังหันลม ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดชัยภูมิมีต้นกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ๑๘๘ ต้น ซึ่งตั้งอยู่ในอําเภอเทพสถิต ๘๗ ต้น อําเภอบําเหน็จณรงค์ ๓๓ ต้น และอําเภอซับใหญ่ อีก ๖๘ ต้น ตั้งแต่ก่อสร้างมาประมาณ ๕ ปี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้จัดเก็บภาษี มาโดยตลอด แต่ในขณะนี้ไม่สามารถจัดเก็บได้ เพราะคู่มือของการชําระภาษีท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ระบุว่ากังหันลมเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในข่ายได้รับ การยกเว้นภาษีทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดรายได้ในการนําไปพัฒนาพื้นที่ และดูแลคุณภาพชีวิตของราษฎร ซึ่งในประเด็นนี้ผมนําเรียนว่าผมให้ความกังวลและห่วงใย เพราะว่าก่อนการก่อสร้างกังหันลมนั้น จะต้องมีการทําประชาคม และในการทําประชาคมเจ้าของโครงการและหน่วยงานต่าง ๆ ได้แจ้งในที่ประชุมว่าหากมีการก่อสร้างกังหันลมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจัดเก็บภาษีได้ จํานวนมาก เป็นเหตุผลสําคัญที่ทําให้การทําประชาคมผ่านไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อเกิดปัญหาขึ้นผมจึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ศึกษาและหาแนวทาง ในการแก้ปัญหาเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีได้ดังเดิม เพราะหาก ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ผมเชื่อว่าจะสร้างปัญหา สร้างข้อพิพาทให้เกิดขึ้นระหว่างราษฎร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับเจ้าของโครงการกังหันลมอย่างแน่นอน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมจะขอนําเรียนเรื่องราวร้องทุกข์ที่ผมได้ไป สดับรับฟังชาวบ้านในเขตธนบุรีมาเกี่ยวกับสวนสาธารณะบริเวณใต้รถไฟฟ้า ทั้งวงเวียนใหญ่ แล้วก็สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ตลาดพลู ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่มีใครไปบูรณะ ก็เนื่องจากว่าความไม่ชัดเจนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็คือจะเป็นกรมทางหลวงชนบทก็ดี หรือกรุงเทพมหานครก็ดี หรือว่าเป็นของรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ก็ดี ซึ่งอย่างไรก็ฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูแล ขอให้ท่านประธานส่งหนังสือไปถึงทั้ง ๓ หน่วยงานเลยว่า ให้ช่วยกันดูแลด้านล่างด้วยเนื่องจากสกปรกมาก และคนใช้เป็นจํานวนมากนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้ไปนั่งคุยใต้สะพานลอยกับพนักงานรักษาความสะอาด ใน กทม. ผมไม่ระบุเขตแล้วกันว่าวันหนึ่งที่เขาทํางานเขาเป็นอย่างไรบ้าง สวัสดิการดีไหม ก็ทราบมาว่าสวัสดิการนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร แล้วก็เรื่องของไม้กวาดเองได้แค่เดือนละ ๒ มัด เท่านั้นเอง ต้องเสียเงินในการซื้อไม้กวาดทางมะพร้าวเอง บางเดือนเป็น ๑๐๐ บาท ๑๕๐ บาท กับคนรายได้อย่างเขาซึ่งน้อยมาก อย่างไรก็ฝากไปถึง กทม. ให้ดูแลพนักงาน ของตัวเองด้วย แล้วก็ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าทําไมประเทศเราคนกวาดถนนยังได้ ไม้กวาดทางมะพร้าวแค่ ๒ มัด แต่ซื้อเรือดําน้ํามาตั้ง ๒ ลํา อะไรสําคัญกว่ากันแน่ อย่างไร ก็ฝากด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ อย่างไรก็ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาความสะอาด แล้วก็ บังคับใช้กฎหมายกับเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) ที่ไม่มีถังขยะด้านหน้าเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) เพราะว่าประชาชนก็ต้องมาทิ้งใบเสร็จแล้วก็สกปรก อันนี้พี่น้องฝ่ายรักษา ความสะอาด กทม. ก็ฝากมาด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจาก ท่านผู้อํานวยการโรงเรียน ครู และผู้ปกครองหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ ค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ซึ่งตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กําหนดให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลเงินค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ก็ได้จัดสรรงบประมาณในการดูแลค่าอาหารกลางวันให้กับ นักเรียน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่คนละ ๒๐ บาทต่อวันต่อคน ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่ได้มีการปรับ ตามภาวะเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ซึ่งปัญหาผมขอแยกออกเป็น ๒ กลุ่มนะครับ🔗
กลุ่มแรก คือกลุ่มของนักเรียนชั้นอนุบาลถึง ป.๖ ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับเงิน อุดหนุนจากรัฐบาลอยู่ที่คนละ ๒๐ บาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสถานะเศรษฐกิจปัจจุบัน จะเห็นว่าเงิน ๒๐ บาท ไม่เพียงพอ ค่าครองชีพปัจจุบันสูงขึ้น สินค้า วัตถุดิบต่าง ๆ มีราคาแพง ซึ่งส่งผลให้อาหารกลางวันของนักเรียนไม่เป็นไปตามคุณภาพนะครับ🔗
กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มของนักเรียนชั้น ม.๑ ถึง ม.๓ ซึ่งกลุ่มนี้ทางรัฐบาล ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะ ยากจน แล้วก็มาบวกกับเจอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ทําให้ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่ต้องสูญเสียรายได้ ตกงาน ทําให้ไม่มีเงินส่งให้ลูกหลานมาเป็นค่าอาหารกลางวัน ซึ่งผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาเพิ่มงบประมาณอุดหนุนเงินค่าอาหาร กลางวันเหล่านี้ให้มากขึ้น แล้วก็ส่วนที่ ๒ อยากที่จะให้ขยายกลุ่มของนักเรียนให้ครอบคลุม มากขึ้น จากเดิมเป็นอนุบาลถึง ป. ๖ อยากให้ขยายเป็นอนุบาลถึง ม. ๓ เพื่อให้อนาคต ของชาติได้รับประทานอาหารกลางวันตามหลักโภชนาการที่ดี กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงอธิบดีกรมชลประทาน รัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เรื่อง ขอให้ปรับปรุงเขื่อนดินอ่างเก็บน้ําห้วยวังกอไผ่ ทั้งปรับปรุง ซ่อมแซม แก้ไขอ่างเก็บน้ํา ห้วยวังกอไผ่และระบบผันน้ําลงอ่าง ลงคลองซอยในตําบลทุ่งแก อําเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสุภาพ จารุจิตร ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งแก หมู่ที่ ๒ และประชาชนบ้านทุ่งแก หมู่ที่ ๒ เป็นจํานวนมาก อําเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ห้วยวังกอไผ่เป็นเขื่อนดินขนาดความจุ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินสูง ๕.๓ เมตร ยาว ๒๕๐ เมตร กว้าง ๖ เมตร และก่อสร้างระบบผันน้ํา ลงอ่างเก็บน้ําหนองทุ่งมน พร้อมขุดคลองลําห้วยวังกอไผ่ เพื่อผันน้ําไปที่ห้วยวังดู่ ๑ กิโลเมตร ห้วยวงเดือน ๑ กิโลเมตร ห้วยห่อมควาย ๑ กิโลเมตร และห้วยหนองผือน้อยไปหนองสรวง อีก ๑ กิโลเมตร เขื่อนนี้สร้างมา ๒๕ ปี เหมือนผ่านกาลเวลาที่ยาวนานเฉย ๆ เพราะว่าแล้ง ๗ เดือนของภาคอีสานที่นี่อําเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร เหมือนจะมีน้ําช่วยชีวิต แต่ไม่มี การผันน้ําเลย เพราะระบบทุกอย่างชะงักงัน ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถผันน้ําได้ ไม่สามารถ ช่วยเหลือเกษตรกรได้ ดิฉันจึงไม่อยากให้วังกอไผ่เป็นแค่อนุสรณ์สถานเขื่อนดินวังกอไผ่ อยากให้งบประมาณแผ่นดินเป็นน้ําที่เพิ่มทรัพย์สินให้กับราษฎร์ด้วยรัฐมืออาชีพ เพราะน้ํา คือชีวิต ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านอิสสระ สมชัย ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ถนนทางหลวง หมายเลข ๒๒๒๒ สายอําเภอพิบูลมังสาหาร- อําเภอโขงเจียม เป็นถนนเชื่อมระหว่าง ๒ อําเภอนี้ อําเภอโขงเจียมนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นน้ําตกผาแต้ม ผาชะนะได แม่น้ําสองสี และมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอีก หลายแห่ง ประชาชนใช้เส้นทางนี้เดินทางไปเป็นจํานวนมาก ถนนเส้นนี้บริเวณตําบลทรายมูล เป็นถนนซึ่งมีการจราจรแออัด เนื่องจากว่าตําบลทรายมูลนั้นเป็นแหล่งผลิตฆ้องแห่งเดียว ในประเทศไทย ส่งฆ้องไปขายทั่วประเทศแม้กระทั่งที่เสาชิงช้าก็ได้ฆ้องจากที่นี่ไปขาย ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าในบริเวณตลอดถนนเส้นดังกล่าวนี้เป็นถนนกว้างขนาด ๗ เมตร ๒ ช่องจราจร ทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะว่าประชาชนใช้เส้นทางนี้ค่อนข้างจะมาก ทางกรมทางหลวงแผ่นดินได้ไปสํารวจแล้ว ปรากฏว่าประชาชนใช้ถนนเส้นทางนี้โดยรถยนต์วันละ ไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คัน อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นบ่อย เมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ นางสาวนริศรา พิริยะตระกูล เป็นนักเรียนชั้น ม. ๕ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร ก็ประสบ อุบัติเหตุถูกรถชนตายไม่นานมานี้เอง แล้วก็เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้บ่อย ๆ เพราะว่าเขาไปดู แหล่งผลิตฆ้อง เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียกร้องให้กรมทางหลวงแผ่นดินได้ขยายผิวจราจร ถนนเส้นนี้ หากทําเป็น ๔ ช่องจราจรไม่ได้ ก็ขอให้ขยายช่องจราจรเป็น ๙ เมตร ขยายออก ข้างละ ๑ เมตร จะทําให้ลดอุบัติเหตุได้อย่างมาก เพราะฉะนั้นผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงแผ่นดินครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไปคุณพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จังหวัดชัยภูมิเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก แต่น่าเห็นใจ ไม่ว่ารถไฟฟ้าความเร็วสูง ความเร็วต่ําอะไรนี่ไม่มีกับเขาหรอก รถไฟไม่มี เครื่องบินไม่มี มีแต่ถนนลูกรัง หินคลุก เยอะไปหมดเลย ดิฉันขอร้องสัก ๒ ข้อ ขอสัก ๒ เส้นสั้น ๆ เพราะเดือดร้อนมากจริง ๆ ขอจากถนนลูกรังกลายเป็นคอนกรีตให้สัก ๒ เส้นนะคะ🔗
เส้นที่ ๑ คือเส้น ๒๑๘๗ ซึ่งเป็นสายที่ชาวบ้านโป่งโพธิ์ หมู่ที่ ๕ ตําบลบ้านเพชร อําเภอภูเขียว ต้องใช้เชื่อมต่อระหว่างวัดป่าจิตติธรรมวนารามเพื่อไปลําเลียงพืชผลการเกษตร และใช้ทํากิจกรรมทางศาสนา เวลาฝนตกแม้กระทั่งจะนําศพไปฌาปนกิจทุลักทุเลมากเลย ถ้าฝนไม่ตกฝุ่นก็ตลบ น่าเห็นใจระยะทางเพียง ๑.๖๘ กิโลเมตรเท่านั้นเอง🔗
เส้นที่ ๒ บ้านตาดภูทอง หมู่ที่ ๖ ไปบ้านตาดรินทอง หมู่ที่ ๑๒ ตําบลธาตุทอง อําเภอภูเขียว เหมือนกัน เป็นหมู่บ้านโอทอป (OTOP) นวัตวิถี ระยะทางเพียง ๒.๘ กิโลเมตร เท่านั้น แต่ทําให้ประชาชนขาดรายได้เพราะผู้คนไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมในหมู่บ้านได้สะดวก เพราะไม่ปลอดภัย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาให้ด่วน เราไม่มีรถไฟความเร็วสูง เราไม่มีเครื่องบิน ไม่มีอะไร ก็ขอให้มีถนนคอนกรีตที่ให้ความสะดวกกับประชาชน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณพรชัย อํานวยทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พรชัย อํานวยทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๒ ในเรื่องของการอนุมัติงบประมาณดําเนินการโครงการป้องกันและการกําจัด โรคใบด่างมันสําปะหลัง กรอบวงเงิน ๒๔๘ ล้านบาทนั้น ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๒ จนมาถึงปัจจุบันนี้จะครบปีอยู่แล้ว โครงการนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะว่างบประมาณที่ลงไป ช่วยเหลือเกษตรกรนั้นในการทําลายมันสําปะหลังที่เกิดโรคไวรัสใบด่างนั้น จ่ายให้เฉพาะ พื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิเท่านั้น แต่ท่านประธานครับ แมลงหวี่ขาวพาหะนําโรค แมลงหวี่ขาว ไม่ได้เลือกพื้นที่ พื้นที่ไหนที่เป็นเอกสารสิทธิ พื้นที่ไหนที่ไม่เป็นเอกสารสิทธิ เวลาจ่าย ค่าทําลายให้จ่ายเฉพาะพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ วันนี้การระบาดของโรคใบด่างมันสําปะหลัง จึงระบาดไปทั้งประเทศจากในวันนั้นที่อนุมัติเงิน ๔๕,๐๐๐ ไร่ จ่ายชดเชยให้กับเกษตรกร ได้เพียง ๑,๖๐๐ กว่าไร่เท่านั้นเอง ในปัจจุบันนี้การระบาดของโรคก้าวไปถึง ๓๐๖,๐๐๐ ไร่ ระบาดไปช่วงตัว งบประมาณก็ยังไม่ถึงเกษตรกร โรคระบาดก็ยังต้องระบาดในพื้นที่ ปลูกมันสําปะหลังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มหันตภัยร้ายกําลังจะก้าวมาสู่เกษตรกร ขอให้ ทางรัฐบาลทําเป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูก มันสําปะหลังด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในจังหวัดลําพูนว่าขณะนี้ราคากระเทียมแห้ง ตกต่ําเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๒๕-๒๘ บาท ซึ่งต้นทุนการผลิตกระเทียมแห้งนั้นต้องนํากระเทียมสด ๑๐ กิโลกรัม มาแขวนตากแห้งไว้จะเหลือเพียงแค่ ๔ กิโลกรัม ดังนั้นต้นทุนการผลิต กระเทียมแห้งจึงตกกิโลกรัมละประมาณ ๔๐ บาท แต่วันนี้เมื่อราคากระเทียมแห้งตกต่ํา เหลือเพียง ๒๕-๒๘ บาท ทําให้เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง เกษตรกรเขากระซิบผมมาว่าฝากท่านนายกรัฐมนตรีช่วยเขาด้วย เอางบประมาณที่จะซื้อ เรือดําน้ําขอแค่ส่วนหัวเรือพอแล้ว ส่วนหัวเรือดําน้ํามาช่วยเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม ด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติงบประมาณประมาณ ๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลําไยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ แต่มีอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เกษตรกรเขาทวงมาว่าได้คําตอบไม่ครบคือการประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกลําไย เกรดเอเอ (AA) ในราคากิโลกรัมละ ๔๐ บาท เพื่อให้เกษตรกรพี่น้อง ผู้ปลูกลําไยได้สิทธิความเท่าเทียมกัน เช่น เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ดังนั้นจึงฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยรับข้อเรียกร้องของเกษตรกร ทั้ง ๒ ข้อด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสายัณห์ ยุติธรรม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่ผมจะปรึกษาหารือ ผมจะขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ใน ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาได้เดินทาง ไปตรวจราชการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาลุ่มน้ํากลาย อันเนื่องมาจากพระราชดําริ แล้วก็ท่านได้ให้นโยบายไว้ว่าจะดําเนินการโดยด่วน โดยเฉพาะ ปี ๒๕๖๕ จะใช้ท่อดูดน้ําจากคลองกลายไปใส่เติมที่คลองชลประทานคูถนน ผมขอ ขอบคุณมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ขอขอบคุณครับ คือเรื่องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อันนี้ได้มี การทําพาสปอร์ต (Passport) ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว โดยการหารือของท่าน ส.ส. รงค์ บุญสวยขวัญ และท่านธีระ วงศ์สมุทร ตอนนี้ก็กระทรวงต่างประเทศไปติดตั้งให้ ประชาชนได้ทําพาสปอร์ต (Passport) แล้ว ไม่ต้องเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียง🔗
ผมจะปรึกษาหารืออีกเรื่องหนึ่งครับ ตอนนี้มังคุดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ราคาตกต่ํามากแบบใจหาย เปิดตลาดเดือนที่แล้วกิโลกรัมละ ๑๐๐-๑๒๐ บาท ตอนนี้ ณ เมื่อวานกิโลกรัมละ ๒๔ บาท และผมกลัวว่าถ้ากระทรวงพาณิชย์ไม่ดําเนินการ โดยเร่งด่วนก็จะทําให้ราคามังคุดตกไปกิโลกรัมละ ๕ บาท เหมือนเดิมครับ ขอเรียนว่ามังคุด ปีนี้เป็นน้อย แต่ว่าถูกกดราคาจากตลาดอย่างมาก ค่าสอยมังคุดตกกิโลกรัมละ ๘-๑๐ บาท ถ้าราคาตกต่ํากว่านี้ผมเรียนว่าจะเกิดเสียหายแก่เกษตรกรชาวสวนมังคุดอย่างมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗
ไม่อยู่นะครับ ต่อไป คุณบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธานเพื่อส่งเรื่องความเดือดร้อน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ก่อสร้างไฟฟ้าแสงสว่าง ถนนสุขุมวิท ช่วงบ้านเนินสมบูรณ์ ตําบลทุ่งควายกิน อําเภอแกลง จังหวัดระยอง เนื่องจากมืดมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้แก้ไขปัญหาน้ําท่วมขัง ถนนสายบ้านบึง-แกลง ช่วงสี่แยก หมอเปลี่ยนถึงบรรจบถนนสายสุขุมวิทสายที่ ๓ โดยก่อสร้างปรับปรุงท่อระบายน้ํา ๒ ข้างทางตลอดแนวพร้อมท่อลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฝั่งซ้ายของถนนสุขุมวิท จากธนาคารธนชาต สาขาแกลง ไปลงสะพานดําแม่น้ําประแสร์ เนื่องจากท่อลอดเดิมนั้น สูงกว่าลํารางน้ําข้างโรงเรียนวัดสารนารถธรรมาราม ถึง ๕๐ เซนติเมตร🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้แก้ไขปัญหาน้ําท่วมขัง ถนนสาย ๓๔๔ หลักกิโลเมตร ที่ ๗๙+๕๐๐ บริเวณใกล้สี่แยกชุมแสง ตําบลชุมแสง อําเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง และที่หน้า อบต. วังจันทร์ บ้านชงโค ตําบลวังจันทร์ อําเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง หลักกิโลเมตรที่ ๙๒+๓๐๐ หมู่ที่ ๙ ตําบลกระแสบน และหน้าประตูวัดกระแสบน มีน้ําท่วมขังเวลาฝนตกหนักครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างถนนสาย ๓๔๔ ตําบลป่ายุบใน กิโลเมตรที่ ๖๘ ถนนสาย ๓๔๗๑ หมู่ที่ ๕ ตําบลชุมแสง สายไฟชํารุดใต้ดินเป็นเวลานาน ทําให้ไฟฟ้ามืดมาก ไม่ปลอดภัย🔗
เรื่องที่ ๕ ขอให้ทางกรมทางหลวงก่อสร้างขยายเขตชุมชนถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ เทศบาลตําบลทุ่งควายกินไปจนถึงสี่แยกประแสร์ เนื่องจากมีอุตสาหกรรมและร้านค้า จํานวนมากก่อสร้างฟุตพาท (Footpath) ทางระบายน้ํา ไฟฟ้าส่องสว่างด้วย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ คุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องมาจากในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรชาวสวนลําไย ภาคเหนือ ตอนบน ๘ จังหวัด รวมทั้งจังหวัดเชียงรายด้วย ได้มายื่นหนังสือเพื่อขอให้รัฐบาลนั้นได้ดูแล เกี่ยวกับผลผลิตลําไยตกต่ํา ด้วยในขณะนั้นเกิดเรื่องภัยโควิด (COVID) ทําให้ผู้ซื้อไม่สามารถ เข้ามาซื้อได้และในการส่งออกก็ลําบาก ในวันดังกล่าวนั้นมี ส.ส. ภาคเหนือตอนบน ได้มีท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมมนัส พรหมเผ่า มารับเรื่องดังกล่าว วันนี้ ทราบว่าทางรัฐบาลนั้นได้มีมติอนุมัติให้เงินชดเชยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ในวงเงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ฝากคณะกรรมการจ่ายเงินชดเชย ด้วยว่าในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในอําเภอเวียงป่าเป้า อําเภอแม่สรวย และอําเภอแม่ลาว ในเขตของผมเองนั้นมีเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิเป็นจํานวนมาก ประเด็นนี้ฝากให้ คณะกรรมการได้พิจารณาด้วยนะครับ เพื่อให้พี่น้องนั้นได้รับเงินชดเชยทั่วถึงกัน🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ได้รับคําร้องจากภาคีผู้ปลูกไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ ในจังหวัดเชียงรายมีผู้ปลูกไร่ยาสูบมาก ในโครงการดังกล่าวนั้นทางกระทรวงการคลัง ได้มีโครงการให้ลดการปลูกยาสูบลง ด้วยขณะนั้นโรงงานยาสูบลดปริมาณการซื้อ และมี การชดเชยให้แก่เกษตรกรในการลดเพื่อไปปลูกพืชอื่น ในครั้งนั้นในปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒ ฤดูการปลูก กระทรวงการคลังได้อนุมัติเม็ดเงินไปแล้ว ๑๕๙ ล้านบาท แต่ขณะนี้ในปี ๒๕๖๒ กับปี ๒๕๖๓ นี้น้องเกษตรกรผู้ปลูกไร่ยาสูบเขารอเม็ดเงินนี้อยู่ แล้วก็เป็นห่วงว่าช่วงนี้ ปลายฤดูแล้ว แล้วก็จะหมดงบประมาณ ก็ฝากกระทรวงการคลังช่วยติดตาม และเร่งรัด ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปครับ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอนําเรียนไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติแม่น้ํายมที่เป็น ปัญหาน้ําท่วมซ้ําซากอยู่ในขณะนี้ เรียนท่านประธาน เป็นที่ทราบกันทั้งประเทศที่ในขณะนี้ ประชาชนกลุ่มลุ่มน้ํายมได้รับความเดือดร้อนเสียหายอย่างมากจากวิกฤติพายุฮีโกส (Higos) ที่นํามวลน้ําทะลักทลายเข้ามาในพื้นที่กลุ่มลุ่มน้ํายมทั้งจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย แล้วก็ จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสุโขทัย พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างหนักในพื้นที่ ๕ อําเภอด้วยกัน ๔๕ ตําบล ๓๒๑ หมู่บ้าน เป็นความเสียหายแก่ พี่น้องประชาชน ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ตลิ่งพัง ๖ จุดด้วยกัน แล้วก็บ้านเสียหาย ๘๖ หลัง พื้นที่การเกษตรเกือบ ๖๐,๐๐๐ ไร่ ความเสียหายต่อโรงเรียน สถานที่ราชการ การไฟฟ้า ประปาเป็นปัญหาอย่างหนักหน่วง การช่วยเหลือได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี อย่างเต็มศักยภาพในทุกภาคส่วน ทั้งภายในจังหวัดแล้วก็ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในส่วนของ หน่วยกู้ภัยต่าง ๆ ได้มาจากหลายจังหวัดทีเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าความคุ้นชินที่ ความช่วยเหลือตรงนี้กับจังหวัดสุโขทัยซ้ําซาก ทั้งน้ําท่วม แล้วก็ภัยแล้ง ทําอย่างไรจึงจะเกิด การแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ดิฉันขอนําเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ในส่วนของ สทนช. กับการทําแผนบูรณาการในการแก้ไขปัญหาน้ําอย่างยั่งยืน อย่างเป็นระบบ รวมทั้งในปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็ขอเร่งรัดไปยังหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน โครงการคลองยม-น่าน โครงการน้ําสาขา โครงการแก้มลิง ตลอดจนในส่วน ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องสะพานแม่น้ํายมที่ตําบลคลองตาล-ศรีสําโรง ขอให้ ยกระดับให้สูงขึ้น รวมทั้งขอให้สํารวจการกัดเซาะพังทลายของตลิ่ง แล้วก็ดําเนินการ ซ่อมแซมให้โดยเร็ว ทั้งหมดทั้งปวงนี้จะได้เป็นโอกาสที่ดีในการที่จะได้มีการแก้ไขปัญหา ลุ่มน้ําทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสุโขทัยอย่างเดียว รวมทั้งหลาย ๆ กลุ่ม หลาย ๆ จังหวัดด้วย ก็ขอนําเรียนท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา โดยเร็ว ขอบพระคุณค่ะ🔗
ส่งเอกสารมานะครับ เกินเวลาคนอื่นเขาไปมากครับ ต่อไปคุณภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พี่น้องประชาชน จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเยาวชนและนักเรียน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกํานันมีศักดิ์ บุญมาหา กํานันตําบลละหาร อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื่องด้วยท่านกํานัน เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนดังกล่าว ความว่าโรงเรียนดังกล่าวนั้น ได้ขออนุมัติงบประมาณในการที่จะก่อสร้างอาคารเรียนไปยังกระทรวงศึกษาธิการผ่าน สพฐ. โดยครบหลักเกณฑ์ หลักการทุกอย่าง ประการแรกคือ อายุงานของโรงเรียนนั้นเกิน ๒๕ ปี ประเด็นที่ ๒ สภาพอาคารเรียนนั้นชํารุดทรุดโทรม ประเด็นที่ ๓ คือจะต้องรื้อถอนเพื่อที่จะ ก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ซึ่งทางโรงเรียนนั้นก็ได้ทําตามเกณฑ์ ตามกติกาทุกอย่าง ทําการ รื้อถอนโรงเรียน แล้วก็ได้รับทราบข่าวจาก สพป. เขต ๒ นนทบุรี ว่างบดังกล่าวถูกตัดจาก ครั้งที่ทางรัฐบาลโอนงบประมาณไปใช้เพื่อแก้ปัญหาไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) และปัญหา ภัยแล้ง ทําให้โรงเรียนนั้นไม่มีอาคารที่จะให้นักเรียนได้เรียน ซึ่งเดิมนั้นก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว ยังความเดือดร้อนให้กับโรงเรียน ทางผู้อํานวยการ ตลอดจนคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานผู้ปกครองได้หางบประมาณมากั้นใต้ถุนอาคารเรียนเพื่อเป็นอาคารชั่วคราว จึงอยากขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านไปยัง สพฐ. เพื่อเร่งรัดติดตามงบประมาณกลับมาเพื่อที่ให้โรงเรียนแสงประทีปรัฐบํารุง ตําบลละหาร อําเภอบางบัวทอง ได้ก่อสร้างเพื่อที่จะแก้ปัญหาต่อไป งบประมาณ ทั้งสิ้น ๑๐,๙๔๒,๐๐๐ บาท ยังมีผลกับพี่น้องประชาชนขณะนี้ หากเรามีเงินเหลืออยู่สัก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าจะมีประโยชน์มากมาย หรือว่าปีหนึ่ง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท เอามาเพื่อเยียวยาตรงนี้ก็น่าจะแก้ไขปัญหาได้มากมาย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนะครับ คุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อตอนเดือนเมษายนรัฐบาลได้มีการออกพระราชกําหนดเกี่ยวกับเรื่องของเงินกู้ของรัฐบาล ๑ ล้านล้านบาท และทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีการออกมาตรการในการช่วยเหลือ เศรษฐกิจอันเนื่องมาจากโควิด (COVID) ในวงเงิน ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในจํานวนนี้ก็จะมี วงเงินที่ให้กู้กับเอกชนที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คือธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากโควิด (COVID) ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าในช่วงที่เกิดวิกฤตินี้รายได้ก็จะ ขาดหายไปเพราะว่านักท่องเที่ยวจํานวนมากก็จะไม่มาประเทศไทย ซึ่งธนาคารหลายแห่ง ก็ได้มีการให้ความช่วยเหลือกับลูกค้าผู้ขอสินเชื่อด้วยดี โดยการให้มีการปลอดชําระเงิน ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยหรือต้นกับหนี้ที่มีมาแล้วในอดีต แต่สําหรับมาตรการของธนาคาร แห่งประเทศไทยจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อตอน ๓ เดือนที่แล้วท่านผู้ว่าการก็ได้มา ชี้แจงว่าได้ปล่อยกู้ไปแล้วประมาณ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ได้วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็จะมีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่ารายด้วยกัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๑.๗ ล้านราย ขณะนี้เวลาผ่านไปร่วม ๓ เดือนก็มีการเพิ่มขึ้นของวงเงินเป็น ๑.๑ แสนล้านบาท คือยังมี วงเงินเหลืออีกเยอะมากเกือบ ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และเมื่อวานนี้บริษัทที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) แห่งหนึ่งที่เป็นโรงแรมก็ได้มาร้องเรียนว่าได้ขอสินเชื่อไปยังธนาคารของรัฐคือธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงไทยก็ตอบอย่างนี้ว่าเข้าเกณฑ์คุณสมบัติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด แต่ไม่สามารถให้ได้เพราะว่าเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ให้ ก็คือว่ายังมีความเสี่ยง เพราะเขามองว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ยังไม่มีเงินจะจ่ายดอกเบี้ยในอนาคตสําหรับหนี้ใหม่ ก็เลยให้กู้ไม่ได้ จึงขออนุญาตให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยกับรัฐบาลได้ช่วยปรับปรุง มาตรการเอสเอ็มอี (SMEs) ซอฟต์โลน (Soft loan) เหล่านี้ด้วยครับ🔗
คงเป็นเรื่องยาว ต้องเสนอ เป็นหนังสือมานะครับ ต่อไปคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สิทธิมนุษยชนคือการเริ่มต้นของประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า เราสามารถที่จะสร้างจิตสํานึกในเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชนก็จะสามารถสร้างความมั่นคง ของระบอบประชาธิปไตยไว้ได้ ผมมีเรื่องหารือต่อท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการสร้างหลักประกันของระบอบประชาธิปไตยในอนาคต ก็คือการที่เราจะต้องส่งเสริมการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้กับเยาวชน ผมมีเรื่องร้องเรียนมาจากนักเรียนชั้น ม. ๒ โรงเรียนสําเร็จวิทยา อําเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาได้แสดงความรู้สึกว่ามีความสนใจต่อระบอบ ประชาธิปไตยในการสร้างสัญลักษณ์ในเรื่องของความมีเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ในโรงเรียน นักเรียนชั้น ม. ๒ โรงเรียนสําเร็จวิทยาหลังจากที่เขาแสดงความรู้สึกแบบนี้แล้ว ปรากฏว่าคณะครูและผู้บริหารโรงเรียนเรียกไปพบ แล้วก็สร้างความรู้สึกกดดันนักเรียน เหล่านั้นว่าทําให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง นี่คือสิ่งที่ขัดกับหลักความคิดที่เราจะสร้างเยาวชน คนรุ่นใหม่ให้กล้าแสดงความคิดเห็นในการที่จะแสดงออกต่อเรื่องราวของการเคารพ สิทธิมนุษยชน ผมจึงฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วย ตรวจสอบการกระทําของผู้บริหารโรงเรียนสําเร็จวิทยาด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๗ เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เขตหนองจอก เป็นพื้นที่กว้าง แล้วก็เป็นพื้นที่คล้าย ๆ ชนบท ขณะนี้มีการสร้างสะพานข้ามคลอง ซึ่งรื้อสะพานไม้ สะพานเก่าออกไป แล้วก็สร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นสะพานใหม่ แต่ในช่วงที่รื้อ ออกไปตามภาพที่ปรากฏ นักเรียนโรงเรียนบ้านเจียรดับประมาณสักเกือบ ๑,๐๐๐ คน ในการใช้สะพานแห่งนี้เดินข้ามทั้งไปแล้วก็กลับ และรวมถึงผู้ปกครองด้วย แต่ผู้รับเหมา สร้างสะพานชั่วคราวเป็นสะพานข้ามคลองแสนแสบ ซึ่งเด็กข้ามแล้วก็อันตรายมาก ไม่มีราวสะพานด้วย เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงผู้รับเหมาที่ทําการสร้างสะพานแห่งนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ วันที่ ๒๕ มิถุนายนได้มีการหารือไปแล้ว ศาลาที่พักผู้โดยสาร จึงมีความจําเป็นอยู่ในพื้นที่เขตหนองจอก ผมได้หารือไปวันที่ ๒๕ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ศาลาพักผู้โดยสาร แขวงหนองจอก ๓ แห่ง แขวงคลองสิบ ๓ แห่ง แขวงคู้ฝั่งเหนือ ๔ แห่ง แขวงคลองสิบสองอีก ๔ แห่ง แขวงคลองสิบสี่อีก ๓ แห่ง รวม ๒๐ แห่งด้วยกัน ยังไม่ได้รับ การแก้ไข อยู่ภายใต้การดูแลของสํานักการจราจร เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานด้วย ถ้าไม่มี การซ่อม ไม่มีการบูรณะก็มารื้อออกไปก็ได้ เพราะว่าอันตรายมากสําหรับท่านที่มารอ รถโดยสารประจําทาง สภาพไม่เหลือดีแล้วในขณะนี้ ฝากท่านประธานด้วยครับ เรื่องศาลานี้ หารือเป็นครั้งที่ ๒ แล้วครับ ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ต่อไปคุณมนพร เจริญศรี ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องจากองค์การบริหารส่วนตําบลท่าค้อ เรื่องของ สายไฟฟ้าที่พาดผ่านถนนทางหลวงสาย ๒๓๖ บ้านหนองจันทร์ บ้านท่าค้อ บ้านดงหมู แล้วก็ บ้านเมืองเก่า แล้วก็บริเวณสายเลียบแม่น้ําโขง ปรากฏว่ามีกระแสไฟฟ้าตกบ่อยมาก เนื่องจากว่าวันนี้พี่น้องประชาชนมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น แต่หม้อแปลงไฟฟ้านั้น เป็นหม้อแปลงขนาดเล็ก ทําให้เวลาไฟฟ้าตกชาวบ้านที่เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ทีวี (TV) ตู้เย็น หรือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ มีความเสียหาย ทั้งหมดทั้งมวลดิฉันกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดําเนินแก้ไขนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนบ้านโคกไก่เซา หมู่ที่ ๖ ตําบลท่าค้อ เช่นเดียวกัน เขามีปัญหาว่าเสาไฟฟ้าแรงสูงได้ปักอยู่กลางหมู่บ้าน เชื่อมต่อไปที่สถานีสูบน้ําบ้านท่าค้อ ขณะนี้เนื่องจากช่วงฤดูฝนก็ทําให้พี่น้องประชาชนเกรงว่าจะเกิดอันตรายในชีวิตและ ทรัพย์สิน ทางองค์การบริหารส่วนตําบลท่าค้อได้ทําหนังสือไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครพนมหลายครั้งแล้วแต่ว่าไม่ได้รับการแก้ไข ดิฉันจึงนําเรียนทั้ง ๒ ปัญหานี้ ฝากท่านประธานไปถึงผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้สั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครพนมได้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทั้ง ๒ เรื่องต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทย ภาพรวม สถานะทางเศรษฐกิจรายรับไม่พอรายจ่าย เนื่องจากว่างบประมาณแผ่นดินปี ๒๕๖๓ ที่ตั้ง เอาไว้ ๓.๒ ล้านล้านบาท เดิมขาดดุลประมาณ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่สถานการณ์วิกฤติ โควิด (COVID) ทําให้ประเทศไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ จึงต้องทําให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มอีก ประมาณ ๒๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี ๒๕๖๓ สรุปปี ๒๕๖๓ เราขาดดุลเพิ่มเติมเป็น ๖๘๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ในโอกาสก็น่าจะมากขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งยังไม่รวม พ.ร.ก. เงินกู้ทั้งหมด ๓ ฉบับด้วยกัน ๑.๙ ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีการเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน หนี้สาธารณะ ณ วันนี้มีประมาณ ๗.๔๕ ล้านล้านบาท ซึ่งการคาดการณ์การจัดเก็บรายได้ ในปี ๒๕๖๔ จะมีการขาดดุลงบประมาณอยู่ประมาณ ๖๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจริง ๆ แล้ว สถานการณ์โควิด (COVID) ยังไม่หยุด มีการคาดการณ์ว่าปี ๒๕๖๔ เราจะจัดงบประมาณ ขาดดุลเพิ่มเติมอีกประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จแล้วสิ้นปี ๒๕๖๔ เราจะมี หนี้สาธารณะรวมแล้วเกือบชนเพดาน ประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบกับจีดีพี (GDP) ปี ๒๕๖๒ ก็คือประมาณ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเทียบกับจีดีพี (GDP) ปี ๒๕๖๓ ที่รายได้เราต่ํากว่าเป้าก็ประมาณเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน มีมติในการที่จัดซื้อ เรือดําน้ําทั้ง ๒ ลํา วงเงิน ๒๒,๕๐๐ ล้านบาท ด้วยมติ ๕ : ๔ เป็นลําที่ ๒ และลําที่ ๓ ผมเองในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลและรองประธานอนุกรรมาธิการด้านเสริมสร้าง ศักยภาพกองทัพในคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร จึงมีความเห็นว่าการจัดซื้อ เรือดําน้ําควรชะลอออกไปก่อน แต่ก็ยังมีความจําเป็นในการเสริมศักยภาพกองทัพในอนาคต แต่ก็ยังไม่เร่งด่วนเท่ากับการนําเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ตกงาน หรือนําเงิน ดังกล่าวไปกระจายรายได้สู่พี่น้องประชาชนโดยตรง ดังนั้นกระผมจึงเรียนผ่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ไตร่ตรองเรื่องนี้ ให้รอบคอบทุกมิติ ขอบคุณครับ🔗
เรื่องไหนที่ยาวก็ส่งหนังสือ มานะครับ ต่อไปคุณบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย อําเภอบ้านไผ่ อําเภอบ้านแฮด และอําเภอพระยืน วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ดังนี้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากนายดวงปี มาศรี ประธาน องค์การบริหารส่วนตําบลเมืองเพีย อําเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ให้ดําเนินการก่อสร้าง ถนนสายบ้านดู่ใหญ่ ตําบลเมืองเพีย อําเภอบ้านไผ่ ถึงบ้านดู่น้อย ตําบลโนนแดง อําเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น ซึ่งทางเดิมเป็นถนนดินโคลน อยากให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่นได้จัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง ความยาว ๒,๗๐๐ เมตร กว้าง ๘ เมตร ดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ นายประกาศ โสมา อดีตกํานันตําบลบ้านลาน พร้อมชาวบ้าน กุดเชือก ตําบลบ้านลาน และชาวตําบลเมืองเพีย ประมาณ ๓๐ ราย มาร้องเรียนขอให้ออก เอกสารสิทธิที่ทํากิน พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ทํามาหากินตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย ประมาณหลายสิบปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิ บางแปลงก็ได้โฉนด บางแปลง ก็ได้ น.ส. ๓ บางแปลงก็ไม่ได้ ให้ทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ดําเนินการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ด้วย เพราะว่าเดือดร้อนมาก เพราะว่าทุนในการที่จะเพาะปลูก ไปข้างหน้า ทาง ธ.ก.ส. ก็ไม่ได้ปล่อยเพราะว่าไม่มีเอกสารสิทธิในที่ทํากิน🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับโทรศัพท์จากชาวอําเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่นว่า ตอนนี้ตู้ม้า ตู้สล็อต (Slot) ได้ลงในพื้นที่ตําบลหนองแวง ตําบลพระบุ ตําบลขามป้อม ตําบลบ้านโต้น และตําบลพระยืน ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจช่วยไปตรวจสอบดูแลกวดขันด้วย เพราะว่าตอนนี้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชนและประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือเพียง ๑ เรื่อง แล้วก็เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนในเขตภาคอีสาน หลายจังหวัด ด้วยทางรัฐบาลในสมัยที่ผ่านมาได้มีการดําเนินการโดยมอบหมายให้ กระทรวงคมนาคมดําเนินการโดยมีมติ ครม. เห็นชอบเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ และสําคัญไปกว่านั้นก็คือให้มีการดําเนินการในการก่อสร้างวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๙ ก็คือ การก่อสร้างรถไฟทางคู่สายจิระ-ขอนแก่น ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณถึง ๒๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ได้มีค่าจ้างที่ปรึกษาถึง ๕๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรถไฟสายนี้ได้มีการเปิดดําเนินการเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒ โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเปิดเองครับ แต่จากวันนั้นมาถึงวันนี้ปีกว่าได้เกิดปัญหาอย่างมากมายกับ การก่อสร้าง ก็คือในเรื่องของการก่อสร้างทางลอดรูปแบบท่อเหลี่ยม ซึ่งระยะทาง ๑๘๗ กิโลเมตร มีการก่อสร้างบอกซ์ อันเดอร์พาส (Box Underpass) หรือทางลอด ท่อเหลี่ยม จํานวน ๗๖ แห่ง ในขณะนี้ได้เกิดปัญหาอย่างมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง หน้าฝนในท่อเหลี่ยมต่าง ๆ เหล่านั้นได้เกิดปัญหาในเรื่องของน้ําท่วม และพี่น้องประชาชน ในทุกพื้นที่เดือดร้อนมาก มีการร้องเรียนไปทางสื่อ ไปในโซเชียล (Social) ต่าง ๆ แต่ขณะนี้ ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ครับ และนอกจากนั้นก็คือในเรื่องของการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ รูปแบบตัวยูเทิร์น (U-turn) อีก ๒๖ แห่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงคมนาคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รฟท. หรือการรถไฟ แห่งประเทศไทยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่มีการดําเนินการในการที่จะแก้ไข เพราะว่าเป็นเหตุให้เกิดปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมาก ผมจึงอยากจะฝาก ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คืออยากให้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการตั้งคณะทํางานขึ้นมา เพื่อไปตรวจสอบรูปแบบรายการในการก่อสร้างว่าได้ออกแบบรูปแบบนั้นถูกต้องหรือเปล่า แล้วก็ได้มีการดําเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ สะพานที่สร้างหรือแม้กระทั่งในสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ นั้น เรื่องของ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้นจะให้ใครรับผิดชอบให้ชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนในลําดับต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผมขอขอบคุณสมาชิก ทั้ง๒๙ ท่านนะครับ โดยทั่วไปแล้วเราก็รักษาเวลาอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่เรียนว่าที่จริง เวลาทั้งหมดไม่ใช่ของผม ของพวกเรา แล้วก็ที่ต้องติงที่เกินเวลาเพราะว่ามีสมาชิกเราที่เขา รักษาเวลา เขาก็มาปรารภว่ามีเรื่องที่มากกว่านั้น แต่ว่าเขาไม่กล้าเกินเวลากลัวว่าจะถูกตําหนิ ถ้าเขารู้ว่าเขาพูดมากกว่านั้นก็กลัวจะถูกหาว่าเห็นแก่ตัว ก็เลยทําให้คนที่รักษาเวลาบางเรื่อง เขาไม่สามารถพูดได้หมด ผมก็เลยบอกว่ารักษาระเบียบวินัยไว้ดีแล้วครับ ส่วนเรื่องที่ท่านพูดเกินเวลานั้นผมก็ไม่ตําหนินะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่เดือดร้อนชาวบ้าน แต่ว่าถ้าเรารักษาเวลาจะทําให้คุณภาพการทําหน้าที่ของเราจะเป็นที่ยอมรับ ผมเข้าใจว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เราจะนําเรื่องที่มีปัญหามากมาพูดในเวลาสั้น ๆ แต่นี่เป็นความสามารถ อันหนึ่งของสมาชิก เพราะข้อบังคับเราก็จะเขียนไว้เลยครับ ห้ามสมาชิกอ่านเอกสาร เพราะฉะนั้นเวลาอภิปรายนั้นก็จะต้องดูเรื่องนี้ด้วย ก็เรียนท่านสมาชิกว่าที่ติงไว้บางท่านนั้น ก็เพื่อไม่ให้คนที่เขารักษาเวลาเขาจะตําหนิประธานว่าประธานไม่รักษาเวลา ปล่อยคนที่ พูดยาวได้ ทีเขายอมตัดบางเรื่องเพื่อรักษาเวลา ก็อยากให้กําลังใจสําหรับพวกเราที่ทําหน้าที่ แล้วก็นําปัญหาชาวบ้านมา เป็นวิธีหนึ่งที่เราลดช่องว่างของปัญหาบ้านเมืองนะครับ ทุกปัญหาล้วนมีความสําคัญด้วยกันทั้งสิ้นครับ🔗
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๒ คน🔗
ท่านสมาชิกครับ โดยที่ขณะนี้มีจํานวนสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๙๑ ท่าน ถึงแม้ว่าในกระทู้ถามต่อไปนี้ ก็จะไม่จําเป็นต้องใช้องค์ประชุมครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่ว่าเมื่อครบองค์ประชุมแล้ว ผมขออนุญาต ที่ประชุมว่าขอเปิดประชุมนะครับในวาระต่อไป ก็จะเป็นวาระของกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ก็จะมีกระทู้ถามแยกเฉพาะที่บริเวณชั้น ๑ ควบคู่ไปกับการพิจารณา กระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งวันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๓ กระทู้ ส่วนกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น มี ๖ กระทู้ ท่านรองประธานทําหน้าที่ในอีกห้องหนึ่งนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสด🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๕ ส. (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ซึ่งท่านผู้ถามก็มี ประสบการณ์มีความสามารถอยู่แล้ว แต่ว่าเพื่อประโยชน์ในการทําความเข้าใจว่ากระทู้ถามสดนี้ สามารถถามได้กระทู้ละ ๓๐ นาที ถามได้ ๓ ครั้ง ท่านเข้าใจอยู่แล้ว แต่เรียนย้ําอีกครั้งหนึ่ง อยู่ภายใต้ข้อบังคับของการตั้งกระทู้ถามคือทั้งผู้ถามและผู้ตอบคือท่านรัฐมนตรีด้วย ว่าต้องถามหรือตอบชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ําซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ตรงนี้แหละครับที่ทํายาก ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เท่าที่สังเกตดูส่วนใหญ่จะทําได้ยาก ในข้อนี้ คือเป็นการอภิปรายเสียทําให้กระทู้บางกระทู้ต้องเกินเวลา และบางทีกว่าจะถามได้ เวลาก็หมดไปเสียก่อน จึงเรียนท่านสมาชิกก็เป็นคนมีความสามารถ และท่านรัฐมนตรี ก็เข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ว่าเพื่อให้ครบถ้วนที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อเราจะได้ใช้เวลา ให้เป็นประโยชน์ แล้วก็ได้ใช้เวลาตรงเวลาจริง ๆ ต่อไปเชิญท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถามกระทู้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมคิดว่าผมคงจําเป็นต้องไล่เรียงเรื่องราวสักหน่อยครับ เพราะว่าเรื่องราวนี้ก็ขึ้นมาเป็นระยะ แล้วก็ยังสืบเนื่องต่อไปนะครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงทราบดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันมีนักเรียน ในโรงเรียนต่าง ๆ ออกมาแสดงออกทางการเมืองเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วก็ขับไล่รัฐบาล ที่สืบทอดอํานาจมาจากเผด็จการ ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การชู ๓ นิ้ว ยกกระดาษเปล่า และผูกโบว์ (Bow) สีขาว ซึ่งนั่นเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น แต่สถานการณ์กลับถูกครูบางคน ผู้อํานวยการบางคนข่มขู่ คุกคาม ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาจาข่มขู่ ขู่ว่าจะไล่ออก ขู่ว่าจะตัดคะแนน ตัดทุนการศึกษา หลัง ๆ หนักข้อมีการลงไม้ลงมือกับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไม้ตี เอาริบบิ้นขาวผูกคอ นักเรียน กระชากผม ตบศีรษะ เตะ และที่สําคัญที่สุดคือพยายามผลักให้ลูกศิษย์ของตัวเอง ไปทํากิจกรรมนอกโรงเรียน เพื่อหมายให้ศิษย์ของตนถูกดําเนินคดีตาม พ.ร.บ. ชุมนุม สาธารณะ โรงเรียนบางแห่งยังมีการเปิดให้ตํารวจนอกเครื่องแบบเข้ามาคุกคามนักเรียนถึงที่ อีกด้วย ทําไมครับ ที่โรงเรียนนี้มีกระทิงแดงให้ตามหาหรืออย่างไร นอกจากนี้ยังมีการเอาข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนไปให้กับตํารวจ ไปคุกคามเขาถึงที่บ้านอีก จนนักเรียนมาถามผมว่าจะไปอยู่ที่ไหนดีถึงจะปลอดภัย ตํารวจไม่คุกคาม ผมบอกว่า ณ วินาทีนี้ก็มีอยู่ที่เดียว คืออยู่วิทยา ผมขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
คุณวิโรจน์ครับ พยายาม หลีกเลี่ยงไปกระแนะกระแหนหรือเสียดสีบุคคลภายนอก เชิญเลยครับ🔗
ผอ. และครู เท่าที่ ผมสอบถาม มักจะอ้างว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ราชการ มีความเป็นกลาง ห้ามแสดงออก ทางการเมือง นักเรียนเขาก็ตั้งคําถามกลับว่าในปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ครูของพวกเขาก็มี การใส่ชุดข้าราชการผูกริบบิ้นลายธงชาติ ห้อยนกหวีดมาแสดงออกทางการเมืองในโรงเรียน เช่นกัน ป้ายที่คุณครูยกก็เต็มไปด้วยถ้อยคําที่หยาบคายกว่าพวกเขาเสียอีก แถมยังมีการชวน ให้นักเรียนออกไปเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเอิกเกริกอีกด้วย ทําไมวันนั้นทําได้ ผมไม่ได้ต้องการที่จะติติงครับท่านประธาน แต่ผมกําลังจะชี้ว่าถ้าเราเชื่อว่าการแสดงออก ทางการเมือง ณ วันนั้น เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การแสดงออก ทางการเมืองของนักเรียนในวันนี้ก็ต้องมีความชอบธรรมมากกว่าด้วยซ้ํา เพราะเป็นการจัด กิจกรรมภายในโรงเรียน ไม่ได้ไปชัตดาวน์ (Shutdown) กรุงเทพฯ ไม่ได้ไปเป่านกหวีดไล่ใคร ในห้างสรรพสินค้าที่ทําให้คนที่ต้องไปเดินห้างพลอยเดือดร้อนไปด้วย แต่ถึงวันนี้ผมว่าถ้าสิ่งที่ วันนั้นทําถูกต้อง วันนี้ก็ต้องทําได้ วันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีจะผูกริบบิ้น ลายธงชาติ ห้อยนกหวีด มาตอบผมท่านก็ทําได้เช่นกันเพราะเป็นสิทธิของท่าน และอย่าไปขู่เด็ดขาดว่าถ้าไป แสดงออกทางการเมืองแล้วเด็ก ๆ จะหมดอนาคต ไม่จริงครับ เพราะเด็กเขาเห็น คนผูกผ้าลายธงชาติ เป่านกหวีดจนได้ดิบได้ดีมาแล้ว คนหนึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ อีกคนหนึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ และอย่าไปกล่าวหาว่าเขามีคนอยู่ เบื้องหลัง เด็กถูกล้างสมอง อย่าลืมว่าเด็กเหล่านี้เติบโตมากับซิงเกิล (Single) ของ พลเอก ประยุทธ์มาถึง ๘ เพลงครบอัลบั้ม (Album) รายการคืนความสุขทุกสัปดาห์ ค่านิยม ๑๒ ประการ และวิชาหน้าที่พลเมืองที่หนังสือเต็มไปด้วยข้อความอวยพลเอก ประยุทธ์ ถ้าเขาถูกหลอกง่าย ป่านนี้เขาถูกพลเอกประยุทธ์ตบไปแล้ว🔗
คําถามแรกเลยครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เนื่องจากท่านรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ อย่างน่าเคลือบแคลงสงสัยในวันที่ ๑๗ สิงหาคมว่าตํารวจสามารถบุกจับนักเรียนได้ถึง โรงเรียน ถ้าทําผิดกฎหมาย ผมจึงต้องถามกับท่านรัฐมนตรีว่าการชู ๓ นิ้ว ยกกระดาษเปล่า และผูกริบบิ้นสีขาวนี่ผิดกฎหมายหรือเปล่า แล้วตํารวจเข้าไปในสถานศึกษาได้อย่างไร ผอ. และครูมีอํานาจอะไรในการจํากัดสิทธิเสรีภาพของนักเรียนในการแสดงออก อย่างสร้างสรรค์แบบนี้ แล้วถามว่าจะให้ตํารวจเข้าไปคุกคามนักเรียนแบบนี้ต่อไป จริง ๆ หรือครับ เมื่อไรจะเลิก พลเอก ประยุทธ์ อายุ ๖๖ ปี วันนี้มาคุกคามนักเรียนมัธยม ๑๕ ถึง ๑๖ ปี ล่าสุด ๒๒ สิงหาคม ทํานิวโรล (New role) ที่จังหวัดยโสธร มีการส่ง เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพไปคุกคามนักเรียนอนุบาล ๒ อายุ ๖ ขวบ ห่างจาก พลเอก ประยุทธ์ ถึง ๖๐ ปีหรือ ๕ รอบ ผมตั้งคําถามว่าในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ที่พ่อแม่เอาผ้าลายธงชาติ ไปผูกหัวลูก เอานกหวีดไปห้อยคอ มีการส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพไปกระทําการอย่างนี้ หรือเปล่า ผมถามว่าชู ๓ นิ้ว ยกกระดาษเปล่า ผูกริบบิ้นขาว ผูกโบว์ (Bow) ขาวผิดกฎหมาย หรือไม่ แล้วท่านจะปล่อยให้ตํารวจและครูไปคุกคามนักเรียนอย่างนี้อีกต่อไปเมื่อไร มีนโยบายอย่างไร ขอถามครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ประเด็นใดที่พาดพิงถึงท่าน ท่านมีสิทธิตอบได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ก็ยินดีตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ผมขออนุญาตตอบคําถามที่ท่านถามก่อนเรื่องแรกว่าเด็ก ๆ สามารถ ชู ๓ นิ้วได้หรือไม่ สามารถแสดงออกเป็นสัญลักษณ์ได้หรือไม่ อันนี้ผมได้พูดคุยกับน้อง ๆ แล้วนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นสิทธิเสรีภาพของนักเรียนที่จะแสดงออก เพียงแต่ว่าในฐานะ ที่เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็คุณครูบางคนก็อาจจะมีการพูดถึงการแสดงออกที่เหมาะสม ไม่ก้าวร้าว หรือว่า ไม่หยาบคาย ทางกระทรวงศึกษาธิการเองมีจดหมายออกไป ๓ ฉบับ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ตั้งแต่เดือนมีนาคม ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ให้ทางผู้บริหารสถานศึกษา คุณครูรับทราบถึงแนวทางที่เด็กและเยาวชนของประเทศไทยสามารถมีเวทีแสดงออกได้ ส่วนในความเหมาะสมมีส่วนหนึ่งในประกาศที่ออกไปให้ระมัดระวังถึงความปลอดภัยในช่วง โควิด (COVID) มีคําที่พูดถึงความปลอดภัยของนักเรียน ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามามี ส่วนร่วมในการชุมนุมหรือแสดงออกในโรงเรียน ฉะนั้นหวังว่าท่านคงทราบชัดเจนถึงแนวทาง ของกระทรวงศึกษาธิการในการที่รับทราบสิทธิของเด็กและเยาวชนในการแสดงออก และตรงกับ พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ ผมขอตอบคําถามอื่น ๆ ที่ท่านถามมีการพาดพิงถึง ตัวผมเองในช่วงมีการชุมนุมในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ และเกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐมนตรีของผม การเป็นรัฐมนตรีของผมถ้าหากท่านเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เราทุกคน รับการเลือกตั้งเสนอตัวเพื่อรับการเลือกตั้งผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ผมเป็นปาร์ตีลิสต์ (Party list) เบอร์ ๑ ของพรรคพลังประชารัฐ ฉะนั้นถ้าหากว่าพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็น พรรคแกนนําของรัฐบาลได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ผมก็คิดว่าผมน่าจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับ การพิจารณาให้เป็นรัฐมนตรี การที่ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็คิดว่า ท่านรัฐมนตรีได้มองถึงประสบการณ์การทํางานที่ผ่านมา ครอบครัวผมมีโรงเรียน คุณแม่ผม เป็นผู้จัดการโรงเรียน ภรรยาผมมีโรงเรียน ครอบครัวผมมีโรงเรียน ก่อนที่ผมตั้งโรงเรียน นานาชาติผมมีโอกาสไปดูโรงเรียนทั่วโลก ๔๐ โรงเรียน ฉะนั้นในกระบวนการผมคิดว่า การเป็นรัฐมนตรีของผมน่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการการเลือกตั้งและความเหมาะสม ท่านถามเรื่องของตํารวจเข้าไปในสถานศึกษาเมื่อมีการกระทําผิด ถ้าหากว่าท่านฟังคําถาม ของสื่อมวลชนอย่างครบถ้วน ผมตอบว่าถ้าหากมีการกระทําผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดําเนินการ ถ้าหากเด็กและเยาวชนมีการขายยาเสพติดในโรงเรียน มีการล่วงละเมิดทางเพศ ทําผิดกฎหมายต่าง ๆ ก็เป็นสิทธิของเจ้าหน้าที่ และผมคิดว่า เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนหรือว่าจะอยู่ในที่ใดก็แล้วแต่ นั่นคือ คําตอบที่ผมให้สื่อมวลชน เพียงแต่ว่าอาจจะมีกลุ่มคนหรือว่าสื่อบางสื่อนํามาพูดในแนวทาง ที่สร้างความแตกแยก ผมเรียนท่านในเรื่องของการเปิดรับฟังความคิดเห็น ผมบอกน้อง ๆ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคมที่ผมได้ไปพบน้อง ๆ นอกบริเวณกระทรวงศึกษาธิการ ผมเรียนท่านว่า ในหลาย ๆ คําถาม หลาย ๆ ประเด็นที่น้อง ๆ พูดถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับเรื่องของ การศึกษา เกี่ยวกับเรื่องอนาคตของเขา ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองที่ท่านพูดถึง เมื่อสักครู่ และวันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็เปิดเวทีรับฟังมากขึ้น มีประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ทุกโรงเรียน ผ่านสภานักเรียน ผ่านกรรมการสถานศึกษา ผ่านคณะผู้ปกครองรับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียนรวบรวมมาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๑๕ กันยายน เพื่อเราจะมาเรียง ในลําดับของปัญหาของนักเรียนของอนาคตของประเทศชาติ ซึ่งเราก็ยอมรับถ้าหากว่ามีเรื่อง ของความคิดเห็นทางการเมือง มีการแสดงออกในเรื่องของสิทธิเสรีภาพก็เป็นสิทธิที่นักเรียน จะนําเสนอผ่านกระบวนการที่ผมพูดเมื่อสักครู่ แต่จากที่ผมฟังมาในช่วง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวนักเรียน เกี่ยวกับกระบวนการการศึกษา ซึ่งเขามีข้อกังวล ในหลาย ๆ เรื่อง คําถามแรกที่น้อง ๆ เขาถามวันนั้นที่ผมออกไปพบเขา เขาถามว่าทําไม ประเทศไทยไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก แล้วเราจะแข่งขันได้อย่างไร คําถามที่ ๒ เขาถามว่าทําไมพวกหนูต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ หรือว่าเมืองใหญ่ ๆ แปลว่าความเหลื่อมล้ํา ทางการศึกษายังมีอยู่ เขาถามถึงภาระงานของครูที่มีมากมายจนเขาไม่คิดว่าจะสามารถ ให้การศึกษาเขาได้อย่างเต็มที่ ถ้าหากการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องเหล่านี้ ผมภูมิใจ ในอนาคตของประเทศชาติผ่านเยาวชน และผมก็หวังว่าในการแสดงออกถ้าหากไม่มี การบิดเบือนอะไรผมคิดว่าน้อง ๆ ส่วนใหญ่มาเพราะอยากให้อนาคตของเขาทางการศึกษา ดีขึ้น ฉะนั้นผมสรุปสั้น ๆ นะครับ ถ้าหากว่ามีเรื่องความผิดไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่โรงเรียน หรือที่ไหน ผมสนับสนุนให้ทางเจ้าหน้าที่ดําเนินการตามกฎหมายครับ เพราะว่าประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ขอบคุณครับ🔗
ท่านวิโรจน์เชิญถาม คําถามที่ ๒ เชิญเลยครับ🔗
ผมต้องรีบขึ้นมาถาม เลยครับ คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมได้ยินท่านรัฐมนตรีพูดว่านักเรียน นักศึกษา พูดถึงอนาคตของพวกเขา พูดถึงเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ พูดถึงภาระงานของครู นั่นเลยครับ แล้วไปคุกคามเขาทําไม แล้วครูไปกระชากผมเขาทําไม ไปเอาโบว์ (Bow) ขาวมาผูกคอเขา ทําไม ไปเตะเขาทําไมตามที่ปรากฏเป็นข่าว นี่ครับก็ยิ่งรับรองใหญ่เลยว่าทําไปเพื่ออะไร หนังสือ ๓ ฉบับนี้ ทั้งฉบับลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๑๘ สิงหาคม แล้วก็ล่าสุด ๒๐ สิงหาคม ก็อยู่ในมือผม ทั้ง ๓ ฉบับครับ เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงสิทธิเสรีภาพทั้งสิ้น รับรอง การแสดงออกทางการเมืองและความคิดเห็นที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญของนักเรียนทั้งสิ้น แต่ในทางปฏิบัติครับ ยังคงมีการคุกคามต่อเนื่อง ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีทราบดีกว่าผม ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลผมยืนยันว่าเอกสารมี ปลัดกระทรวงก็ออกมายืนยันว่าการแสดงออก ทางการเมืองทําได้เมื่อวันที่ ๑๗ พลเอก ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยังบอกเลยครับ ว่าชู ๓ นิ้วเป็นกิจกรรมลูกเสือในวันที่ ๑๘ ทั้งหมดทั้งมวลจึงยืนยันแล้วว่าการแสดงออก ทางการเมืองทั้งหมดของนักเรียน ทั้งการชู ๓ นิ้ว ยกกระดาษเปล่า ผูกโบว์ (Bow) สีขาว หรือกิจกรรมอื่นใดที่ชอบด้วยกฎหมายภายในโรงเรียนครูไม่มีสิทธิไปลงโทษเขาได้ เรื่องยาเสพติด ที่ท่านพูดมาท่านออกทะเลแล้ว คราวนี้อย่างนี้ครับ ถ้าเป็นสิทธิที่เขาทําได้ การลงโทษ นักเรียนและการทําทารุณกรรมต่าง ๆ ที่ผมยกไปทั้งหมดย่อมเป็นการกระทําผิดกฎหมายอาญา ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น มาตรา ๑๕๗ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะขัดคําสั่ง โดยตรงของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง มาตรา ๓๙๑ การทําร้ายร่างกายที่เป็นลหุโทษ จําคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท มาตรา ๓๙๒ ข่มขู่ให้เกิดความกลัว โทษจําคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท มาตรา ๓๙๗ คุกคามสร้างความเดือดร้อน รําคาญแก่เด็ก โทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท และความผิดที่ร้ายแรงที่สุดก็คือการกระทําทารุณกรรมเด็กตามมาตรา ๒๖ พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก ซึ่งโทษที่ระบุใน มาตรา ๗๘ ก็คือจําคุกไม่เกิน ๓ เดือน ปรับไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ในฐานะเสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการปล่อยให้เด็กที่ท่านยืนยันว่าแสดงออกทางการเมือง และความคิดเห็นเพื่ออนาคตของชาติถูกคุกคามโดยครูและผู้อํานวยการซึ่งเป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านได้อย่างไร ผมถามตรง ๆ เลย การคุกคามนักเรียนโดยครูและ ผอ. กระจายไปทั่วประเทศท่านก็ทราบ ทั้งจังหวัดลพบุรี จังหวัดแพร่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสกลนคร จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครพนม จังหวัดยโสธร หาดใหญ่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และกรุงเทพมหานคร จนองค์กรยูนิเซฟ (UNICEF) ต้องออกมาเรียกร้องให้เคารพสิทธิ และเสรีภาพในการแสดงออกของเยาวชน พร้อมเรียกร้องให้มีการปกป้องเยาวชนจาก ความรุนแรงและการคุกคามทุกรูปแบบ ท่านไม่ทราบได้อย่างไร โดยอ้างถึงอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็กซีอาร์ซี (CRC) ที่ประเทศไทยของเราไปให้สัตยาบรรณใน พ.ศ. ๒๕๓๒ และวันที่ ๒๔ สิงหาคม คิดว่าท่านจําได้กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยนําหนังสือไปยื่นที่กระทรวง และเปิดเผยรายชื่อ ๑๐๙ โรงเรียนที่มีการข่มขู่ทําร้ายทารุณกรรมนักเรียนที่ไปแสดงออก ความคิดเห็นทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ และขีดเส้นตาย ๓ วัน นั่นก็คือวันนี้คือวันสุดท้าย ล่าสุดการคุกคามครับท่านรัฐมนตรี ที่โรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี และที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยังเกิดขึ้นอยู่เลย ท่านปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านคุกคามนักเรียนอย่างนี้ได้อย่างไร ทําผิดกฎหมายอาญาบ้านเมืองได้อย่างไร ท่านไม่ปกป้องนักเรียนเลย🔗
ผมถามคําถามข้อที่ ๒ กับท่านรัฐมนตรีครับ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากระดาษ ๓ ใบปกป้องนักเรียนไม่ได้ ท่านเป็นรัฐมนตรีท่านไม่ใช่เสมียนกระทรวงนะครับ ในเมื่อ กระดาษเอ ๔ (A4) ที่ท่านออกมา ๓ ฉบับปกป้องนักเรียนไม่ได้ มีการคุกคามนักเรียน ต่อเนื่อง ผมถามครับ หากนับจากนี้ไปยังมีครูและผู้อํานวยการกระทําความผิดคุกคามเด็ก ทําทารุณกรรมอีก ท่านพูดว่าตํารวจไปจับเด็กได้ ท่านพูดไหมว่าตํารวจไปจับครูได้เหมือนกัน ที่กระทําอย่างนี้กับเด็ก ผมถามว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดําเนินการทั้งทางวินัยและดําเนิน คดีอาญา และถอดถอนหรือพักใบประกอบวิชาชีพกับครูและ ผอ. ที่กระทําการเช่นนี้หรือไม่ อย่างไร จะอํานวยความสะดวกให้เด็กและผู้ปกครองไปแจ้งความดําเนินคดีอาญากับครูและ ผู้อํานวยการที่กระทําอย่างนี้หรือไม่ หรือกระทรวงจะเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยหรือไม่ ผมถามว่าท่านจะปกป้องเด็กไหม หรือจะเอาตํารวจไปจับเด็กอย่างเดียวถ้าเด็กทําผิด แล้วถ้าครูยังทํา ตํารวจยังเข้าไปโดยที่เด็กไม่ผิดละ ท่านจะทําอย่างไร ผมให้ท่านตอบ ผมคิดว่าเด็ก ๆ ทุกคน พ่อแม่ทุกคนฟังคําตอบนี้อยู่ เชิญครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เผื่อเวลาไว้คําถามที่ ๓ ด้วย เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องของการคุกคามเราเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการถ้าหากว่า มีการกระทําผิดวินัย มีการที่ล่วงละเมิดในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมเราก็ดําเนินกระบวนการ ค้นหาข้อเท็จจริง แล้วก็ดําเนินเรื่องต่าง ๆ ไปตามกฎ ระเบียบ และประกาศต่าง ๆ อันนี้ ผมยืนยัน ในอดีตที่ผ่านมาอาจจะมีหลาย ๆ ประเด็นที่ประกาศออกไป แล้วก็ไม่ได้มี การติดตาม หรือว่าไม่ได้มีการลงโทษอย่างจริงจัง วันนี้ผมคิดว่าทุกคนในกระทรวงศึกษาธิการ เข้าใจในการแสดงออกความคิดเห็นที่แตกต่าง ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครองเองก็อาจจะไม่มีความคุ้นเคย ต้องใช้เวลาในการปรับตัว ต้องใช้เวลา ในการปรับความคิดหรือว่าความเข้าใจในเรื่องนี้ แล้วผมคิดว่าทั้งคุณครูและนักเรียนจากที่ผม ได้สืบถามข้อมูลมาจาก ๑๐๙ โรงเรียน ณ วันนี้มีความเข้าใจมากขึ้น มีกระบวนการที่รับฟัง ความคิดเห็นของทั้ง ๒ ฝ่าย หลาย ๆ ประเด็นที่เกิดขึ้นใน ๑๐๙ โรงเรียนได้มีการพูดคุยกัน และหาทางออกโดยสันติวิธี พ่อแม่เขารู้สึกว่าลูกเขาปลอดภัย ณ วันที่เขาส่งลูกไปโรงเรียน ปล่อยมือ หอมแก้มลูกเขา พาลูกเขาไปโรงเรียน พื้นที่นั้นคือพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่จังหวะที่ปล่อยมือลูกของเขา เขากําลัง ส่งลูกเขาไปอยู่ในพื้นที่สังหาร พื้นที่ที่ถูกคุกคามสิทธิ พื้นที่ที่ถูกกดด้วยอํานาจนิยม โดยที่รัฐมนตรีไม่ปกป้องอะไรลูกเขาเลย ผมอยากให้ท่านให้สัตยาบรรณและคําสัญญา ประชาคมกับคําถาม ข้อที่ ๓ นี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านวิโรจน์ครับ ขออภัยที่เอ่ยนาม ผมขอยืนยันว่าความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ในโรงเรียนเป็นเรื่องหลักที่ผมให้ความสําคัญ ขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ เพราะท่านพูดถึง เรื่องของทารุณกรรม ซึ่งอันนี้ท่านอาจจะพูดถึงเรื่องทารุณกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก ทางการเมือง แล้วก็หวังว่าท่านไม่เอาประเด็นนี้ในสิ่งที่ผมพูดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ความปลอดภัยของนักเรียนในอดีตที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริงว่ามีการถูกล่วงละเมิด ทางเพศ ซึ่งผมถือว่าเป็นทารุณกรรมส่วนหนึ่ง ในอดีตที่ผ่านมามีคุณครูที่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นครู แล้วก็มีการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ไม่มีการพักใบประกอบวิชาชีพ สืบสวนก็เป็นวินัยไม่ร้ายแรง ตั้งแต่ผมเข้ามาจนถึงอาทิตย์ที่ผ่านมามีคุณครูที่ถูกออกจาก ราชการไว้ก่อน ถูกพักใบประกอบวิชาชีพ ๑๔ คน ฉะนั้นในเรื่องที่กระทบกับความปลอดภัย ของนักเรียนทุก ๆ เรื่อง ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านมองว่า ณ ขณะนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่สุด ในเรื่องของการแสดงออกสิทธิและเสรีภาพ ผมก็ยืนยันว่าผมให้ความมั่นใจกับผู้ปกครองได้ว่า นักเรียนจะมีความปลอดภัยจากการถูกคุกคามหรือว่าทารุณกรรมจากคุณครู และผมมั่นใจว่า คุณครูทั่วทั้งประเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วทั้งประเทศวันนี้มีความเข้าใจถึง ความละเอียดอ่อน มีความเข้าใจถึงโอกาสที่จะให้ประเด็นที่คนบางกลุ่มอาจจะต้องการให้เกิด มีความขัดแย้งกันทั้งในโรงเรียนและทางสังคม ก็ไม่เป็นไรเรารับตรงนั้นกันได้ เพราะเป็น การแสดงสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมให้ความสําคัญกับ ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ที่ผมออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมออกมา เคลื่อนไหวในฐานะประชาชนที่ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้ก็อยากจะบอกน้อง ๆ ผมเองก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ผมถูกดําเนินคดี ผมขึ้นศาล เพราะอาจจะมีผู้กล่าวหาว่า ผมทําผิดกฎหมาย ก็ให้กระบวนการยุติธรรมเดินแล้วก็ตัดสินไป และวันนี้ก็มีเพื่อนร่วม อุดมการณ์หลายคนที่โดนดําเนินคดี โดนจําคุกหรือรอลงอาญา ฉะนั้นเป็นสิ่งที่ พวกเราที่ออกมาเคลื่อนไหวยอมรับ ผมไม่อยากให้เกิดสิ่งเหล่านี้กับเด็ก ๆ และเยาวชนของ ประเทศไทยในขณะที่เขากําลังเรียกร้อง จากประสบการณ์ของผมนะครับ เรื่องเกี่ยวกับ การปฏิรูปการศึกษา🔗
ท่านเกินเวลาไป ๑ นาที แล้วครับ🔗
ต่อไปกระทู้ถามด้วยวาจา ที่ ๒ คุณธีรภัทร ริ้งศุลกะ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ปัญหาเอกสารสิทธิ ที่ดิน รัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มาตอบ ขอเชิญ คุณธีรภัทรครับ เข้าใจกระบวนการแล้วนะครับ ไม่เกิน ๓๐ นาที ถามได้ ๓ ครั้ง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และที่สําคัญก็คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสถามกระทู้สดด้วยวาจาตามข้อบังคับ การประชุมสภา ข้อ ๑๕๖ (๒) ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของพี่น้อง ประเทศชาติ และประชาชน ท่านประธานครับ นิยามของคําว่า ที่สาธารณประโยชน์ หมายถึงที่ดิน ทางราชการที่ได้ให้ไว้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่แห่งนั้น และที่ดิน ที่ประชาชนได้เคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะปัจจุบันหรือจะเลิกใช้แล้วก็ตาม เช่น ที่ทําเล เลี้ยงสัตว์ ห้วย หนอง คลอง บึง ทางหลวง ตามกฎหมายว่าด้วยสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สําหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ใดจะยึดครอบครองเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะตนนั้นไม่ได้ เว้นแต่ ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบและกฎหมายที่กําหนดไว้ หากฝ่าฝืนจะมี ความผิดและได้รับโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นที่กําหนดไว้ ท่านประธาน ครับ นิยามนี้เป็นนิยามในทางกฎหมาย ซึ่งกรมที่ดินเองได้ระบุเอาไว้เป็นเรื่องที่หน่วยงาน จะต้องปฏิบัติและดําเนินการตาม แต่ปัจจุบันปัญหาการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์อันนี้ เป็นปัญหาสังคมที่ต่อเนื่องยาวนาน เนื่องจากที่เดิมที่มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ มานานแล้ว ปัจจุบันสถานภาพและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามวิถีของประชาชน ที่เปลี่ยนไปมาทําให้เนื้อที่ดังกล่าวขาดแนวทางในความชัดเจนว่าเป็นเนื้อที่ประเภทใด ทําให้ราษฎรเข้าไปอาศัยที่ทํากินในที่ดินสาธารณประโยชน์เป็นจํานวนมาก การบริหารจัดการที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนที่ได้ เข้าไปทํากินในที่ดินดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและปากท้อง ของประชาชน กระผมจึงขอถือโอกาสถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบกรมที่ดินว่าทางกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมที่ดินมีนโยบาย ในการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชนอย่างไรที่ถูกกฎหมาย ประกอบการที่ ส.ค. ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ มีที่ดินตกค้างเป็นจํานวนมากที่ไม่สามารถออกเอกสารโฉนดได้จํานวนมาก กรมที่ดินมีแนวทางในการดําเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในกรณีเรื่องที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านก็ได้อ่านคํานิยาม และท่านได้เข้าใจแล้วว่าที่สาธารณะคือที่ดินของรัฐประเภทใดบ้าง ซึ่งกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ก็พยายามในการที่จะดําเนินการ แล้วก็ตรวจสอบหนังสือ สําคัญที่หลวงหรือที่เราจะเรียกกันว่า นสล. ในการที่จะแสดงแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ ให้มีความชัดเจนเพื่อที่จะลดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชนโดยในปัจจุบันได้มีการออก หนังสือสําคัญที่หลวงในที่สาธารณประโยชน์ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันไปแล้ว จํานวน ๑๒๗,๕๘๗ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๕,๙๙๑,๗๙๕ ไร่ นั่นคือเนื้อที่โดยรวม แล้วก็ จากการสํารวจในขณะนี้ยังไม่ได้มีการออก นสล. สําหรับที่หลวงอีกจํานวน ๓,๖๕๒ แปลง เนื้อที่อีกประมาณสัก ๒,๐๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ โดยประมาณ ซึ่งอยู่ระหว่างการดําเนินการ ของกรมที่ดิน และในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ มีเป้าหมายที่จะดําเนินการปีละประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ แปลง ในส่วนของกรมที่ดิน แต่ว่ามีบางส่วนที่พื้นที่หรือว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ดูแลที่สาธารณประโยชน์อยู่ร่วมกับนายอําเภอก็มีสิทธิในการที่จะดําเนินการ ออกหนังสือสําคัญที่หลวง แล้วก็จะเป็นการใช้งบประมาณของท้องถิ่นอีกประการหนึ่งด้วย สําหรับในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขออนุญาตที่จะเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันที่ออกหนังสือสําคัญที่หลวงไปแล้ว ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจํานวน ๗๔๐ แปลง มีเนื้อที่ประมาณ ๘๘,๐๐๐ ไร่ ที่ยังไม่ออก หนังสือสําคัญที่หลวง ๑๓๔ แปลง ซึ่งกรมที่ดินจะพยายามเร่งรัดในการที่จะดําเนินการออก หนังสือสําคัญที่หลวงหรือ นสล. ในโอกาสต่อไป สําหรับแนวทางหนึ่งในการที่จะแก้ปัญหา การบุกรุกที่สาธารณะ กระทรวงมหาดไทยจะให้จังหวัดได้คัดเลือกที่ดินที่มีการบุกรุก และเป็นที่สาธารณประโยชน์ แล้วมีประชาชนบุกรุกเพื่อที่จะขจัดความยากจนและพัฒนา ชนบทก็จะได้นําเอาที่ดินแปลงนี้มาจัดตามแนวทางคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. มาดําเนินการ โดยจะออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐแก่ชุมชน ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลในรูปสหกรณ์ก็ดี หรือว่ารูปแบบอื่นที่มีความเหมาะสมก็จะได้ ดําเนินการ โดยที่ผ่านมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กําหนดพื้นที่ไปแล้ว ๓ พื้นที่ จํานวนแปลง ก็คือ ๕๕๙ แปลง ส่วนในปี ๒๕๖๔ ก็จะได้เสนอโครงการแปลงป่าเขาหน้าแดง ตําบลพนม อําเภอพนม ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมที่ดินในการที่จะดําเนินโครงการ ซึ่งจะพิจารณา ถ้าหากว่างบประมาณผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้วกรมที่ดิน จะเร่งรัดดําเนินการต่อไปครับ🔗
ส่วนในประเด็นที่ท่านถามเรื่อง ส.ค. ๑ ซึ่งถือว่าพี่น้องประชาชนตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ ที่ยื่นเอาไว้ทั้งหมด ส.ค. ๑ ที่ได้ยื่นเอาไว้ ๓,๒๕๐ แปลง ได้ดําเนินการเสร็จไปแล้ว ๑,๗๒๕ แปลง คงเหลือยังอยู่ที่ฝ่ายรังวัดกําลังดําเนินการและตรวจสอบแนวเขตที่ถูกต้อง อีก ๑,๕๓๓ แปลง ขออนุญาตที่จะเรียนเบื้องต้นครับ🔗
เชิญคุณธีรภัทรถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ให้ความชัดเจนถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ดินของราษฎรในประเด็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพี่น้องทั้งประเทศ ผมยังเห็นว่า กระบวนการเหล่านี้ก็ต้องขอบคุณถ้าหน่วยงานได้มีความจริงใจและแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น อย่างเช่น กรณีที่ยังมีพื้นที่ที่มีการตกค้างและมีความล่าช้าในการดําเนินการ ผมเชื่อว่า ด้วยความสามารถของหน่วยงานและการบริหารงานของท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะทําให้ กระบวนการเช่นนี้เร็วขึ้นได้นะครับ เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่าพื้นที่ที่ถูกบุกรุกใหม่ปัจจุบันนี้ ไม่น่าจะมีแล้ว จะเป็นปัญหาก็คือว่าพื้นที่ที่มีการบุกรุกหรือผมใช้คําว่าราษฎรเข้าไป ครอบครองเดิม แต่ไม่มีความชัดเจนแนวทางในการหาเอกสารสิทธิให้ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าไม่ว่างบประมาณจะมีจํากัดหรือสามารถที่จะ ได้เพิ่มในปีต่อ ๆ ไป ความตั้งใจในการแก้ปัญหาสามารถกระทําได้เร็วขึ้นได้ หน่วยงานที่ทํา สามารถมีความชัดเจนในการกระทําได้ ปัจจุบันเท่าที่ทราบก็คือว่ารัฐบาลมีนโยบายในการใช้ คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า คทช. เพื่อดําเนินการ ในการแก้ไขปัญหา เรื่องที่ดินทั้งระบบ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมที่ดินก็เป็นส่วนหนึ่งของ คณะอนุกรรมการในการจัดที่ดินในชุดนั้น ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนกล่าว เมื่อสักครู่ ผมก็ต้องขอแสดงความชื่นชมที่ปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขและมีการบูรณาการ หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาทําให้เสร็จในเร็ววัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องราษฎรอาจจะไม่ใช่ เฉพาะที่ถือเอกสารอย่าง ส.ค. ๑ อย่างที่พวกผมกล่าวเมื่อสักครู่ จะเป็นเอกสารอื่นที่ใน ความรับผิดชอบของกรมที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่แปลงสาธารณะสามารถดําเนินการให้เขาได้มี เอกสารสิทธิ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด เป็นหนึ่งในปัจจัยของชีวิตคนเราที่จะต้อง ดําเนินการ🔗
ปัญหาของผมข้อ ๒ ที่อยากจะถามท่านก็คือว่าปัจจุบันเมื่อได้มีแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาสําหรับผู้ที่มีการครอบครองหรือถือครอบครองเข้ามาก่อนแล้ว สําหรับ มีการบุกรุก ต้องใช้คําว่าบุกรุกนะครับ ในปัจจุบันนี้แนวทางของกรมที่ดินและ กระทรวงมหาดไทยภายใต้ท่านรัฐมนตรีนี้จะมีแนวทางในการดําเนินการแก้ไขหรือช่วยเหลือ ในกลุ่มที่กําลังบุกรุกใหม่โดยใช้วิธีละมุนละม่อมโดยไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน มีแนวทางอย่างไร ทั้งนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าราษฎรไม่ได้มีความจําเป็น ยกเว้นได้รับ การสนับสนุนจากนายทุนเท่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่าปัญหานี้ไม่ใช่เฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี น่าจะเป็นปัญหาในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย ก็ขออนุญาตเรียนถามคําถามที่ ๒ การแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินใหม่โดยราษฎรหรือนายทุนนี้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบประเด็นคําถามที่ ๒ คือเรื่องการแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่สาธารณะ ผมคิดว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หน่วยที่มีหน้าที่ดูแลโดยตรง มีร่วมกัน ๒ หน่วย นั่นก็คือท่านนายอําเภอ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ มีหน้าที่ในการที่จะต้องดูแลที่สาธารณะของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นก็ยังยืนยันว่าในส่วนของ การบุกรุกซึ่งเมื่อสักครู่ก็ทราบแล้วว่าถ้าผู้ใดเอาที่สาธารณะมาทําเป็นที่ประโยชน์ส่วนตัว ก็ต้องมีความผิด นั่นก็คือฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ แต่ว่ามันมีปัญหาอย่างหนึ่งก็คือว่าปัญหา เชิงโครงสร้างที่เราประสบกันมากก็คือความยากจน อันนี้ครับที่รัฐบาลหลายช่วงที่ผ่านมา ท่านจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนหน้านั้นเราพยายามนํากฎหมายเรื่องการปฏิรูปที่ดินมาใช้ ในการแก้ปัญหาเรื่องการบุกรุก เพราะว่าไม่อย่างนั้นถ้าเราไม่มีกฎหมายมาแก้ไขเราก็จะต้อง ดําเนินคดีกับคนเหล่านี้ ซึ่งเขาก็เป็นคนที่เข้าไปทําประโยชน์ คือทําพื้นที่สร้างผลผลิตการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น พืชชนิดใด เราก็ใช้มาตรการกฎหมายเรื่อง ส.ป.ก. นํามาตรการ ส.ป.ก. มาใช้ ปัจจุบันนี้ หลังจากที่ได้ใช้กฎหมายปฏิรูปที่ดินแก้ปัญหาเรื่องการเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าหรือพื้นที่ดิน ของรัฐมาแล้ว บัดนี้ก็มีพื้นที่ที่ราษฎรซึ่งไม่เฉพาะเจาะจงเกษตรกรเท่านั้น เพราะ ส.ป.ก. มุ่งไปที่เกษตรกร แต่ว่าเมื่อไม่ใช่เป็นเกษตรกรก็ไปใช้กฎหมาย ส.ป.ก. ไม่ได้ เดิมมีระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีจัดการที่เราพยายามจะเรียกกันว่าโฉนดชุมชน แต่ว่าสถานะของมัน เป็นเพียงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งสถานะต่ํากว่ากฎหมายที่ดิน ต่ํากว่า พระราชบัญญัติที่ดิน ปัจจุบันจากระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีถูกยกขึ้นมาเป็น พระราชบัญญัติการจัดที่ดินของรัฐที่เราเรียกกันว่า คทช. นั่นแหละครับ เพราะฉะนั้นกลไกนี้ จะถูกนํามาเป็นเครื่องมือในการใช้สําหรับการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ยังเป็นหน่วยงานหลัก แต่ว่ากรมที่ดินก็เข้าไปมีส่วนในการที่จะไปดูแลกําหนดพื้นที่ร่วมกัน ในการที่จะนําเอามาตรการอํานาจหน้าที่ตาม คทช. มาแก้ปัญหาการบุกรุกให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าไปทํากิน ใช้ประโยชน์ในที่ดินเหล่านั้นโดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะต้องดําเนินคดีกับคนบุกรุกที่อย่างนี้อีกจํานวนมาก มาตรการนี้จะเป็นมาตรการหนึ่ง ในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ของรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าไปอยู่โดยผิดกฎหมาย ให้เป็นการเข้าไปทําประโยชน์ได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพราะฉะนั้นนี่คือเครื่องมือหนึ่งในการที่รัฐต้องการจะเข้าไปแก้การเข้าไปบุกรุกที่ดินของรัฐ เพราะฉะนั้นก็ยืนยันเรื่องนี้ ส่วนคนที่เข้าไปบุกรุกมาภายหลัง ผมยืนยันว่ารัฐจะต้อง ดําเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการที่จะดําเนินคดีกับคนที่จงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีฐานะอยู่แล้ว แล้วยังเอาเปรียบสังคมโดยการไปบุกรุกที่ดินของรัฐอีก ก็ต้อง ถูกดําเนินคดีตามกฎหมายครับ🔗
เชิญคุณธีรภัทรจะถาม อีกคําถามสุดท้ายนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน สําหรับผมคงไม่มีคําถามเพิ่มเติมแล้วนะครับ เพียงแต่ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยอีกครั้งที่มีความตั้งใจในการที่จะนําแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องปัญหาที่ดินที่เป็นปัญหาเรื้อรังและยาวนาน ผมขอฝากความหวัง ไว้กับท่าน และขอเป็นกําลังใจ แล้วก็เป็นหนึ่งในผู้ที่จะร่วมมือกับท่านในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ให้เสร็จเรียบร้อย ขอให้มันจบในรุ่นเรา ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณที่ได้ใช้เวลา ในเวลาที่เหมาะสมนะครับ ไม่ซักถามโดยการอภิปรายก็ทําให้มีเวลาสําหรับใช้ เพื่อเพื่อนสมาชิกอื่นต่อไปครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๗ ส. (นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามสด ด้วยวาจาที่ ๓ ของคุณชลน่าน ศรีแก้ว เรื่อง การช่วยเหลือเยียวยาแก้ไขปัญหาเชิงระบบของ ปัญหาน้ําท่วม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบกระทู้ถาม ขอเชิญคุณหมอครับ เป็นตัวอย่าง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาของกระผม ที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องสําคัญยิ่งในขณะนี้ แล้วก็เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน และเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ข้อ ๑๕๖ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าจะมีการแก้ไขเยียวยา การแก้ไข ปัญหาเชิงระบบในระยะยาวเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมอย่างไร ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้กรุณามาตอบคําถาม แทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผมก็ทราบข่าวว่าก่อนที่น้ําจะท่วมท่านกรุณาไปเยี่ยมจังหวัดน่านบ้านผม หลังจากท่าน กลับมาก็มีพายุฮีโกส (Higos) พัดผ่านเข้ามาแล้วตกหนักที่สุดทําให้เกิดน้ําท่วมที่จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย แล้วขณะนี้ก็ไหลเอ่อมาที่จังหวดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะใช้ภาพฉายประกอบกับบรรยายสถานการณ์เหตุการณ์ให้ท่านประธาน ได้รับทราบ🔗
นี่คือภาพน้ําท่วมขังที่บริเวณตําบลไหล่น่าน อําเภอเวียงสา อําเภอเวียงสาเป็นพื้นที่รับน้ํา ๗ สายน้ํามาร่วมกันไหลลงสู่แม่น้ําน่าน ซึ่งเป็น แม่น้ําสายหลัก อันนี้ก็เป็นพื้นที่ของตําบลขึ่ง จะเห็นว่าสภาพน้ําเอ่อท่วมก็เกือบมิดหลังคาเรือน ตรงนี้เป็นโรงเรียนไทยรัฐวิทยา อยู่ในเทศบาลตําบลกลางเวียง ตรงนี้ขออนุญาตพัก สักนิดหนึ่งครับ ลําน้ําสาเป็นแม่น้ําสาขาของลําน้ําน่านมาบรรจบลําน้ําน่านที่อําเภอเวียงสา ห่างจากปากแม่น้ําว้านิดเดียว คนละฟากฝั่ง ปกติแม่น้ําสาไม่เคยไหลบ่าท่วมหลากขนาดนี้ ถามผู้ที่มีอายุเกือบ ๑๐๐ ปีก็บอกไม่เคยเจอ จะมีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๒๔ แต่นั่นเกิดจาก แม่น้ํา ๓ สาย คือ แม่น้ําน่าน แม่น้ําว้า และแม่น้ําสา ไหลบ่าพร้อม ๆ กันก็เอ่อท่วม นั่นหนักที่สุด แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อย่างท่านนายกเทศบาลตําบลเวียงสา ท่านบอกว่าท่านเกิดมา ๗๔ ปี เพิ่งเจอครั้งแรก ภาพต่อไปนี่คือสภาพน้ําท่วมเมื่อวันที่ ๒๑ น้ําเริ่มเข้ามาตั้งแต่วันที่ ๒๐ คงอยู่จนถึงวันที่ ๒๔ ถึงจะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมขังได้ นี่คือสภาพ น้ําท่วมในบริเวณพื้นที่ของเทศบาลตําบลกลางเวียง แล้วก็เทศบาลตําบลเวียงสา นี่สภาพน้ํา ที่ไหลเข้า ผ่านไปเลยครับ ท่านประธานครับ ผมขอดูตรงนี้นิดหนึ่งชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า นี่คือเขื่อนกันน้ําท่วมจากลําน้ําน่านและลําน้ําสาที่ไหลเอ่อเข้ามาซึ่งเป็นประจํา จังหวัดน่าน ประมาณ ๕ ปีจะมี ๑ รอบโดยประมาณ ก็มีเขื่อน เราว่ามีเขื่อนกั้น แต่ครั้งนี้มันเป็นเรื่อง ประหลาดมาก น้ําไหลบ่าเข้าไปด้านหลังเขื่อน ท้ายเขื่อน มันก็เลยไปท่วมขังอย่างนี้ ก็เกิดมีการท่วมและขัง ปกติน้ําท่วมที่จังหวัดน่านจะใช้เวลาไม่เกิน ๓ วันก็เหือดแห้งไป อันนี้ คือสภาพที่มันจม มาเร็วมากฝนตกตอนเช้าตอนบ่ายเข้ามา สภาพบ่ายพี่น้องในชนบท ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่บ้าน ออกไปทํามาหากินก็เลยไม่มีความสามารถที่จะเก็บข้าวของได้ทัน อันนี้คือสภาพน้ําท่วมขัง อันนี้คือถนนหมายเลข ๑๐๑ สภาพท่วมเป็นอย่างนี้ที่ไประหว่าง ตําบลเวียงสากับจังหวัดน่าน ผ่านไปครับ นี่เป็นสภาพโรงเรียน ผ่านไปครับ อันนี้แยกให้เห็น ชัดเจน หลังจากน้ําท่วมแล้วแม่น้ําสาแห้งลงแต่ยังมีน้ําขังอยู่ในฝั่งของชุมชน ผ่านไป อันนี้คือภาพของความเสียหายทั้งหมด ความเสียหายจังหวัดน่านทั้งหมดประเมินแล้ว ๖ อําเภอ ๒๐ ตําบล ๑๑๐ หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน ๒๙๓ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต ๑ รายที่อําเภอสันติสุข ผ่านไป ท่านประธานครับ ขอภาพต่อไปครับ นอกจากที่จังหวัดน่านแล้ว ก็มีภาพที่จังหวัดแพร่และจังหวัดสุโขทัย ผมส่งภาพไปให้อาจจะมีข้อผิดพลาดทาง การประสาน อันนี้คือภาพที่จังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่อยู่ลุ่มน้ํายม จุดตกเป็นจุด ต้นกําเนิดของลําน้ํายม ไหลซีกตะวันออกไปสู่ลําน้ําน่าน ไหลมาซีกตะวันตกลงเป็น แม่น้ําสาขาของแม่น้ํายม ผ่านไปที่จังหวัดสุโขทัย ขอภาพด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือสภาพเกิดการณ์ที่เกิดมาทั้งหมดจากพายุฮีโกส (Higos) ที่เข้าพัดผ่านบริเวณ ภาคอีสานและภาคเหนือ อันนี้คือภาพที่จังหวัดน่าน อันนี้คือสภาพความเสียหาย ฉายภาพ ให้จบไปเลยครับ อันนี้คือสภาพความเสียหาย นี่คือจากแม่น้ําสาไหลบ่าเข้ามา อันนี้คือสภาพ บ้านเรือนเก็บข้าวของไม่ทัน น้ําท่วมกลายเป็นโคลนท่วม ขณะนี้กําลังขัดล้างกัน นี่คือสภาพ พวกของใช้เครื่องอุปโภคบริโภค ถนนหนทางท่านประธานเห็นสภาพอย่างนี้ในแต่ละบ้าน บ้านไม่พังแต่ของใช้เสียหายทุกหลัง นี่คือสะพานที่เสียหาย แล้วก็มีการซ่อมแซมชั่วคราวไป อันนี้จังหวัดสุโขทัยครับ ท่านประธานครับ จากสภาพอย่างนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนถาม ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เป็นคําถามครั้งที่ ๑ ผมขออนุญาตรวบคําถาม เป็น ๔ คําถามเลยนะครับ🔗
คําถามที่ ๑ จากสถานการณ์อย่างนี้อยากทราบว่าท่านรัฐมนตรีได้รับรายงาน หรือแจ้งมาจากแต่ละจังหวัดสภาพความเสียหายเป็นอย่างไร มากมายขนาดไหน อย่างไร🔗
คําถามที่ ๒ จากความเสียหายที่เกิดขึ้นทางภาครัฐได้ให้ความช่วยเหลือ เยียวยาแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง และมีแผนที่จะฟื้นฟูให้กับพี่น้องอย่างไร🔗
คําถามที่ ๓ ท่านประธานครับ มันมีระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจ่าย เงินทดรองราชการเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนกรณีเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น เป็นระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระเบียบ กระทรวงการคลังที่ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การจ่ายเงินทดรองจ่าย แล้วก็มี ระเบียบเพื่อรองรับเกี่ยวกับเรื่องความเสียหายด้านพืช ด้านการเกษตรต่าง ๆ ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขณะนี้ในพื้นที่ประสบปัญหามาก ยกตัวอย่างครับ รถยนต์เสียหาย เครื่องอุปโภคบริโภคเสียหายหมดจากน้ําท่วมขัง มีระเบียบเหล่านี้รองรับ และระเบียบที่ใช้อยู่นี้ครอบคลุมความเสียหายของพี่น้องประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ครอบคลุม ท่านจะมีวิธีการแก้อย่างไร เป็นคําถามที่ ๓ นะครับ🔗
คําถามที่ ๔ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคําสั่งที่ ๒๔๒/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จะมีการมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ๒๙ ท่าน ไปกํากับดูแลพื้นที่ จังหวัดน่านบ้านผม จังหวัดแพร่ ได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมก็ทราบข่าวว่าท่านก็ไปเยี่ยมจังหวัดน่านก่อนบ้านถูกน้ําท่วม เหมือนกัน ผมถามว่าคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน รัฐมนตรีที่ดูแลกํากับพื้นที่นี้ ท่านได้ทําอะไรให้กับการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนกรณีภัยพิบัติอย่างนี้บ้าง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง คณะรัฐมนตรีเอง เสมือนไม่ได้ให้ ความใส่ใจเลยกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ซีกส่วนของรัฐบาลที่เป็นฝ่ายปฏิบัติ เช่น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทางท้องถิ่นช่วยเหลือดูแลกันไป เพราะฉะนั้นผมอยากถามว่า การที่ตั้งรัฐมนตรีมากํากับดูแลจังหวัด ท่านตั้งมาเพื่ออะไร อย่าตอบผมเฉพาะเลือกตั้งท้องถิ่น นะครับ ขอคําตอบสําหรับคําถามชุดที่ ๑ ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านติดภารกิจลงพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยอยู่ในวันนี้ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านคุณหมอชลน่าน ว่าโดยสภาพข้อเท็จจริงจากพายุฮีโกส (Higos) ได้เข้ามา ก่อนหน้านั้นก็ได้มีการแจ้งเตือนให้ พี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีความระมัดระวัง ซึ่งก็ถือว่า เป็นพายุลูกที่ ๒ ที่เข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในลูกแรก ที่เข้ามาก็ก่อให้เกิดความเสียหายไปบางส่วนแล้ว แล้วก็ห่างกันประมาณสัก ๒ อาทิตย์ก็มี พายุฮีโกส (Higos) ลูกนี้เข้ามา ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านชลน่านว่าผมได้ลงไปในพื้นที่ ในวันศุกร์ผมอยู่ในจังหวัดแพร่ แล้วก็ผมจะเดินทางไป จังหวัดน่าน แล้วก็คืนนั้นตอนเย็นน้ําท่วมถนนถูกตัดขาด ก็ไปเส้นทางเวียงสา-แพร่ ไปจังหวัดน่านไม่ได้ ต้องกลับไปใช้อีกเส้นทางหนึ่งก็ได้เห็นสภาพความรุนแรงของกระแสน้ํา แล้วก็วันที่อยู่ที่น่านเองก็ได้เจอกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ได้ลงไปในพื้นที่ไปแจก ถุงยังชีพให้พี่น้องที่อําเภอเวียงสา แล้วก็นอกจากอําเภอเวียงสาก็ยังได้ไปที่อําเภอท่าวังผาอีก ก็ได้ไปเห็นสภาพของพี่น้อง ที่อําเภอเวียงสาก็เห็นดินโคลนถล่ม ที่สะพานที่แม่น้ํายมได้อพยพคนออกจากบ้านที่ดินโคลน สไลด์ (Slide) ลงแม่น้ําไปส่วนหนึ่ง แล้วก็ยังแนะนํากับกรมที่ดินว่ากรณีอย่างนี้ควรที่จะให้ เจ้าของที่เขาไปแจ้งสิทธิถือครองไว้ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าจะเป็นเขตแม่น้ําไปหมด ก็ขอเรียนว่า ได้ลงไปดูในพื้นที่แล้ว แล้วก็เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นในประเด็น ข้อห่วงใยโดยปกติกระทรวงมหาดไทยก็ได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ที่จะไปประสานดูแลเรื่องนี้ แล้วก็ได้แจ้งเตือน แล้วก็เชื่อว่าทางจังหวัดเองก็ได้มีแผน ในการที่จะเผชิญเหตุก่อนเหตุการณ์ต้องทําอย่างไร ขณะเกิดเหตุทําอย่างไร แล้วหลังเกิดเหตุ จะฟื้นฟูอย่างไรให้กลับสู่เหมือนเดิมหรือว่าดีกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้กระทรวงมหาดไทยได้ทําอยู่ ในทุกครั้งที่กรณีมีอุทกภัย หรือวาตภัย หรือดินโคลนถล่ม ก็ขออนุญาตที่จะเรียนให้คุณหมอ ได้รับทราบว่าจากสถานการณ์ความเป็นอยู่ความเสียหายคุณหมอทราบแล้วเมื่อสักครู่ว่า สิ่งที่เราไม่อยากจะให้เกิดก็คือว่าการสูญเสียชีวิต อันนี้ย้ําเตือนตลอดว่าปีที่แล้วเรามีบทเรียน จากพายุโพดุล (Podul) ที่เข้ามาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วก็ภาคเหนือตอนบน เรามี คนเสียชีวิตไปเฉพาะพายุโพดุล (Podul) ๔๐ กว่าชีวิต เราจึงให้ถอดบทเรียนนั้นว่าต้องไม่ให้ คนเสียชีวิตเป็นเบื้องต้นเสียก่อน นี่คือสิ่งสําคัญที่สุด ส่วนทรัพย์สินอื่นใดถ้าหากว่าไม่เสียหายได้ก็ดี แต่ถ้าเสียหายรัฐบาลก็มีระเบียบของกระทรวงการคลังที่จะดูแลเยียวยาความเสียหายเหล่านี้ กรณีสูญเสียชีวิตไม่มากครับ แต่ว่าระเบียบมันกําหนดไว้ให้ ๒๕,๐๐๐ บาท กรณีเป็น หัวหน้าครอบครัวก็ได้อีก ๒๕,๐๐๐ บาท นี่คือระเบียบของกระทรวงการคลัง ส่วนพืชผลต่าง ๆ พืชไร่ นาข้าวอะไรอย่างนี้ ในรายละเอียดระเบียบของกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง เขาระบุไว้หมดแล้วว่ากรณีอะไร เท่าไร ท่านไม่ต้องวิตกกังวลในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่อง ค่าเสียหายหรือว่าค่าเยียวยาก็ขอเบื้องต้นว่าให้ได้ไปแจ้งในพื้นที่ คืออาจจะแจ้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือถ้ามีเกษตรก็แจ้งเกษตรอําเภอ เกษตรตําบลไว้ ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือปลัดอําเภอ หรือแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขณะนี้สิ่งสําคัญที่สุดคือท่านมี โทรศัพท์ มีมือถืออยู่ ท่านก็ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วสิ่งเหล่านี้รัฐจะดูแลให้ เรามี งบประมาณที่จะดูแลสิ่งเหล่านี้ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบได้มีการตรวจสอบแล้วว่า เสียหายจริงก็จะมีการเยียวยาจ่ายสิ่งเหล่านี้ให้ ท่านไม่ต้องกังวล คุณหมอคงทราบว่าระเบียบ เหล่านี้เรามีดูแลอยู่ แต่ว่าที่จริงในระเบียบของ ปภ. ของกระทรวงมหาดไทยเองก็พยายาม ที่จะใช้ระเบียบ แม้กระทั่งก่อนภัยมาถึง ยับยั้งภัยเราก็มีระเบียบว่าผู้ว่าราชการจังหวัด มีอํานาจที่จะสั่งจ่ายเงินได้ก้อนหนึ่งด้วย ๑๐ ล้านบาท แต่เมื่อภัยมาแล้วท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีวงเงินอยู่ ๒๐ ล้านบาท ในเบื้องต้นถ้าหากว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจ่ายเต็มวงเงินแล้วไม่พอก็ขอขยายวงเงิน ซึ่งเป็นอํานาจที่ท่านรัฐมนตรีว่าการมอบหมายให้ผมเป็นคนขยายวงเงินให้ได้ เพราะฉะนั้น เรื่องงบประมาณที่จะไปดูแลเยียวยาท่านไม่ต้องห่วงอันนี้มีแน่นอน ก็ขออนุญาตที่จะตอบ ในประเด็นข้อ ๒🔗
ประเด็นข้อ ๓ เงินช่วยเหลืออีกทางหนึ่งก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในท้องถิ่นพื้นที่ใดท่านนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะดูแล ความเดือดร้อนเยียวยาเบื้องต้น เช่น อาหารต่าง ๆ ที่จังหวัดน่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ ขอพระราชทานโรงครัว แล้วก็ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งโรงครัวพระราชทาน ได้จัดดําเนินการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทาน โรงครัวประกอบอาหารเลี้ยงบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ตําบลกลางเวียง อําเภอเวียงสาตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคมเป็นต้นมา เพราะฉะนั้นจนถึงบัดนี้เมื่อตอนเช้าได้รับ รายงานว่าสภาพน้ําในจังหวัดน่านเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ก็ขออนุญาตที่จะเรียนเป็นเบื้องต้น ส่วนเรื่องคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงแรงงาน ท่านนฤมลไปดูแล ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังคุณหมอชลน่านว่าผมก็ได้เจอกับท่าน ท่านไปพร้อมกันกับผม ในวันนั้นท่านก็ไปดูแลจังหวัดน่านด้วย แต่ว่าในรายละเอียดไม่ได้เรียนกันจริง ๆ ก็ขออนุญาตว่า ส่วนจะมีภารกิจใดบ้าง ผมขออนุญาตที่จะไม่สามารถตอบท่านได้จริง ๆ ในเรื่องที่ท่านไป ภารกิจในวันนั้น ขออนุญาตเรียนตอบ ๔ คําถามเบื้องต้นก่อนครับ🔗
เชิญคุณหมอ คําถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับที่ได้กรุณาตอบคําถามในชุดแรก สิ่งที่ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพคือความช่วยเหลือที่ได้รับมา ผมเองต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้ให้ความใส่ใจอย่างดียิ่งจาก การประสานกันภายใน มันเป็นเรื่องด่วนในเรื่องของการจะต้องนําเครื่องสูบน้ําขนาดใหญ่ มาสูบน้ําที่ท่วมขังออก เนื่องจากติดพนังกั้นน้ําก็ผ่านพ้นไปด้วยดี น้ํางวดเมื่อวันที่ ๒๔ ครับ และขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนพี่น้องประชาชนระดมเข้ามาช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะเรื่องเครื่องอุปโภคบริโภคอาหารการกิน ผมอยากจะฝากไปท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าสามารถประเมินมูลค่าได้ท้องถิ่นหรือศูนย์ที่รับควรจะประเมินมูลค่า แล้วก็สามารถแจ้ง ตัวเลขออกมาเพื่อจะได้เห็นว่าภาพภาคเอกชน พี่น้องประชาชน เขาช่วยเหลือกันเขาใช้ เม็ดเงินกันเท่าไร อย่างไร ไม่รวมค่าแรงนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไป คําถามที่ ๒ คําถามชุดที่ ๒ เป็นเรื่องระบบเตือนภัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่า ระบบเตือนภัยของเราทําหน้าที่ได้ไม่ดีพอ หรือไม่มี โดยเฉพาะลําน้ําสาขา แม่น้ําสาขา แม่น้ําสาต้นน้ําเกิดคนละฟากฝั่งกับแม่น้ํายม ซีกตะวันตกลําน้ําน่านไหลเข้ามาไม่มีระบบ เตือนภัย หลาย ๆ ลําน้ําไม่มีระบบเตือนภัย จะเป็นน้ําหลากเป็นส่วนใหญ่ซึ่งมาเร็วมาก ฝนตกตอนเช้าบ่ายมาเลย ๓ ชั่วโมง วิธีเตือนกันปกติของพี่น้องประชาชนเขาห่วงใยกัน เขาสื่อสารกันทางไลน์ (LINE) ทางโทรศัพท์ แต่ว่าไม่ได้ผล ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ระบบเตือนภัยผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ก่อนเกิดเหตุ ท่านอ้างถึงการพยากรณ์อากาศ การตักเตือนต่าง ๆ อยากให้มีความจําเพาะมากขึ้นครับ มันสามารถบอกไปเลยว่าพื้นที่ไหนฝนจะตกเท่าไร เครื่องไม้เครื่องมือเรามีพอ แต่วิธีการเท่า นั้นเองที่จะบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนยังไม่ดีพอ🔗
๒. ขณะเกิดเหตุจะมีระบบเตือนภัยอย่างไรที่ให้พี่น้องประชาชนเขารับรู้ รับทราบ การส่งสายสัญญาณต่าง ๆ อย่างน้ําน่านนี่เราไม่ห่วงครับ เราป้องกันได้ เพราะเรามี จุดเช็ก (Check) ที่อําเภอท่าวังผา อําเภอเมือง อําเภอเวียงสา เรารู้ว่าที่อําเภอเมืองถ้าเกิน ๗ เมตรที่อําเภอเวียงสานี่เก็บข้าวของได้เลย นี่คือระบบที่เขาดูแลกันอยู่ ก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะมีวิธีการที่จะจัดระบบเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ลําน้ําสาขาต่าง ๆ อย่างไร และจะทําเมื่อไร กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก็ขออนุญาตกราบเรียนในประเด็นเรื่องความเสียหาย ผมคิดว่า ในภาคเหนือรอบนี้ ๑๐ จังหวัด ๔๘ อําเภอ ๑๘๗ ตําบล ๘๕๐ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ ผลกระทบทั้งสิ้น ๑๘,๑๘๓ ครัวเรือน เสียชีวิต ๓ รายใน ๑๐ จังหวัดนี้ แล้วก็การเสียชีวิต ไม่ใช่เพราะอื่นใด แต่ว่าเพราะกระแสน้ําซึ่งมีความรุนแรงมาก ปีที่แล้วเราเสียชีวิตเพราะว่า กระแสไฟฟ้าหลายกรณีเหมือนกัน ปีนี้เราได้บทเรียนเวลาน้ําท่วมขังจึงสั่งการให้เอาคัตเอาต์ (Cutout) หรือว่าเอาสวิตช์ (Switch) ไฟในหม้อแปลงต่าง ๆ เอาลงเสียก่อน สะพานไฟ เพื่อที่จะลดอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ปีนี้ยังไม่มีความเสียหายจากกระแสไฟฟ้า เพราะเรา เห็นปีที่แล้วเป็นบทเรียน แต่ว่าปีนี้กระแสน้ําเชี่ยวกราดและมีความรู้สึกว่าตัวเองเคยข้าม ตัวเองเคยเดินไปแล้วปกติ แต่ว่ามันทานกระแสน้ําที่ปีนี้ที่คุณหมอบอกว่าน้ํามาเร็วและมาแรง เพราะฉะนั้นทําให้เสียชีวิต ๓ ราย ที่จังหวัดน่านในขณะนี้ครัวเรือนได้รับผลกระทบในข้อมูล เบื้องต้น ๗,๐๓๒ ครัวเรือน เสียชีวิต ๑ ราย ส่วนพืชไร่นา ผมคิดว่าหลังจากน้ําลดในวันนี้แล้วก็จะได้เร่งรัดในการเข้าไปสํารวจฟื้นฟูว่า จะทํากันอย่างไร อันนี้ก็ได้กําชับให้ ปภ. จังหวัด แล้วก็ ปภ. เขตเข้าไปดูแลทั้งหมดในการ ที่จะใช้เครื่องจักรตามที่คุณหมอบอกว่าเราระดมเครื่องจักรกลจากศูนย์ลําปางลงมาช่วยด้วย เพราะว่าในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเราจะตั้งเครื่องจักรไว้ศูนย์ ปภ. เขต ๑๕ จังหวัดเชียงราย และศูนย์ ปภ. เขต ๑๐ จังหวัดลําปางเข้ามาช่วย พร้อมทั้งเรือบรรทุก รถบรรทุก แล้วก็ติดตั้งเครื่องสูบน้ําระยะไกล เพราะฉะนั้นอันนี้คืออุปกรณ์มีการขนเข้าไป ในพื้นที่เพื่อไปช่วยแก้ปัญหาจาก ๒ ศูนย์ จากศูนย์ ปภ. จังหวัดลําปาง แล้วก็ศูนย์ ปภ. จังหวัดเชียงราย เพื่อระดมไปช่วยในพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็ต้องถือว่าพยายามที่จะลด ความเสียหาย ส่วนเรื่องเมื่อเข้าไปแล้วฟื้นฟู ระยะการฟื้นฟูก็จะดูแลให้ดี อันนี้ให้คุณหมอ สบายใจเพื่อจะเรียนย้ํากับคุณหมอนะครับ แต่ว่าประเด็นสําคัญที่คุณหมอได้ถามก็คือว่า มาตรการการเตือนภัย อันนี้ถือเป็นเรื่องสําคัญ ผมคิดว่าด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน มันก้าวหน้าไปเยอะมาก เราสามารถบอกความแม่นยําได้มากขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา แล้วก็ พวกโซเชียลมีเดีย (Social media) ต่าง ๆ พวกมือถือต่าง ๆ ก็สามารถที่จะแจ้งเตือนภัยกันได้ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทําก็คือแจ้งเตือนอย่างที่ทําประกาศ ไม่ว่าจะเป็นเอาประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยามาแจ้งเตือนซ้ําในหลาย ๆ ช่องทาง อันนี้ เป็นที่กรมทําอยู่ แล้วก็ในส่วนพื้นที่ผมเชื่อว่าทางจังหวัดเองก็ทําอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด หรืออําเภอ หรือแม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลไกนี้ยังทําได้ แล้วก็ผมเชื่อมั่นว่า จะสามารถประสานกันในการที่จะให้นําเอาเทคโนโลยี เช่น ในบางพื้นที่หลายพื้นที่เริ่มนําเอา ซีซีทีวี (CCTV) มาใช้ในการบอกส่งสัญญาณเตือนภัยในลุ่มน้ําสาขาต่าง ๆ เป็นการเตือน หรือว่าจะส่งเป็นสัญญาณบางพื้นที่ก็ยังใช้แบบไม่มีเทคโนโลยีมากนัก คือใช้สัญญาณธงอยู่ ธงเหลือง ธงเขียว ธงแดง อันนั้นก็แล้วแต่ว่าท้องถิ่นเขาจะจัดการเรื่องการแจ้งเตือนภัยกัน อย่างไร ก็มีระบบแจ้งเตือนภัย ซึ่งท้องถิ่นก็ถือว่าเป็นแนวหน้าที่สุดในการที่จะดูแล เรื่องภัยพิบัติ แต่ว่าโดยรวมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ประสานอย่างใกล้ชิดกับ กรมอุตุนิยมวิทยาในการแจ้งเตือนภาพโดยรวมให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งถือว่า การแจ้งเตือนเป็นเรื่องสําคัญที่สุดในการที่จะดูแลชีวิตของพี่น้องประชาชน หลังจากดูแลชีวิตแล้ว เราก็จะไปดูแลทรัพย์สินต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัย อันนี้ยืนยัน กับคุณหมอว่าพยายามทําอย่างดีที่สุด และผมเองในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมได้ไปเตรียมซ้อมความปลอดภัยในพื้นที่ จังหวัดเชียงรายมาแล้ว ศูนย์ ปภ. จังหวัดเชียงรายทั้งหมดได้มีการซักซ้อมกันเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไปจังหวัดสกลนครมาแล้ว ไปจังหวัดขอนแก่นมาแล้ว แล้วก็วันนี้ผมจะไป จังหวัดสุพรรณบุรีบ้านของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ขออนุญาตเรียนว่าการซ้อมหรือการป้องกัน การฝึกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทุกศูนย์ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นของทหาร ของตํารวจ ตระเวนชายแดน หรือว่าของมูลนิธิต่าง ๆ กู้ภัยต่าง ๆ จะมาร่วมกันเป็นประจํา นี่คือสิ่งที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคุณหมอครับ🔗
คุณหมอถามคําถาม สุดท้าย เชิญเลยครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณคําตอบของท่านรัฐมนตรีที่เห็น ความสําคัญของการเตือนภัยและการป้องกันภัย ภายในหลังจากนี้ ๑ เดือนผมเข้าใจว่า แผนที่ท่านได้บอก แล้วเตรียมที่จะดําเนินการคงจะมีแผนลงไปที่จังหวัดน่าน ผมจะขออนุญาตติดตามนะครับ🔗
คําถามสุดท้าย ท่านประธานครับ เป็นเรื่องใหญ่ การแก้ไขเฉพาะหน้าเยียวยา ฟื้นฟูสภาพถ้ามีพายุเข้ามาไม่แปรเปลี่ยน ประสบปัญหาอีก เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญที่สุด การที่จะมีเขื่อนกั้นแม่น้ําสาขาต่าง ๆ เอาไว้ โดยเฉพาะต้นน้ํายม แม่น้ํายมจะเป็นแม่น้ํา ที่เมื่อมีพายุแล้วจะมีมวลน้ําลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยามากที่สุด มากกว่าแม่น้ําน่านอีก ปกติ แม่น้ําน่านร้อยละ ๔๐ ของมวลน้ําที่ลงสู่เจ้าพระยา แต่ว่าเวลามีพายุ มีฝนตก น้ําท่วม น้ํายม จะมีปัญหาเยอะที่สุด เพราะฉะนั้นการสร้างเขื่อนที่คอยเก็บกักน้ําไว้ นอกจากจะป้องกัน น้ําท่วมแล้วจะเป็นประโยชน์ ยกตัวอย่างแม่น้ําสาครับ เขาทําแผนผ่านชลประทาน ขอเขื่อนเก็บน้ําไว้ที่ตําบลแม่ขะนิงได้ประโยชน์ทุกอย่างครับ ป้องกันน้ําท่วม ฟื้นฟู สภาพแวดล้อมเพื่อการเกษตร การชลประทานได้หมด ผมเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางมีนโยบายที่จะดําเนินการเรื่องเหล่านี้หรือไม่ มีแผนที่จะดําเนินการ หรือไม่ โดยเฉพาะลุ่มน้ําสาขาของแม่น้ําน่านและแม่น้ํายม ถ้ามีอยากทราบว่าท่านจะ ดําเนินการตรงไหน เมื่อไร อย่างไร โดยเฉพาะที่แม่น้ําสาที่เกิดปัญหาครั้งนี้ ขอคําตอบจาก ท่านรัฐมนตรี กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีมีเวลาอยู่ ๒ นาที ๑๕ วินาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตกราบเรียนตอบคําถามในข้อ ๓ ของคุณหมอชลน่าน เรื่องการมีมาตรการในการที่จะกักเก็บน้ําไว้หรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ว่าที่จริงผมก็มอบแนวทางในการแก้ปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาน้ําท่วม น้ําไหลหลาก เอาไว้ พูดสั้น ๆ ว่าเราต้องมีหน้าที่ในการสร้างที่ให้น้ําอยู่และทําทางให้น้ําไหล ๒ อย่างนี้ ผมคิดว่าเป็นหลักการในการแก้ปัญหาภัยแล้ง แล้วก็แก้ปัญหาน้ําท่วม เพราะถ้าเราทําที่ให้น้ํา อยู่ได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแก้มลิงหรือว่าเรื่องอ่างเก็บน้ําหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าอันนี้ เป็นสิ่งจําเป็น เพราะว่าเรามีน้ําต้นทุนอย่างเดียวคือน้ําฝน เพราะฉะนั้นน้ําเรามาตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีที่เก็บน้ําไว้เราจะเจอกับภัยแล้งประจํา เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งจําเป็น ที่ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนเห็นปัญหานี้ที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนก็คือต้องสร้างที่เก็บน้ํา ไม่ว่าจะในรูปแบบของเขื่อน ซึ่งมีผลกระทบมากขึ้นมาหน่อยต่อสิ่งแวดล้อม เราก็ลดขนาด ลงมาเป็นอ่าง แต่ว่าถ้าไม่เป็นอ่างผมคิดว่าไร่นาต่าง ๆ สระ หนอง คลอง บึงต่าง ๆ เอามา ขุดลอก แล้วเก็บน้ําในฤดูน้ําหลากหรือน้ําฝนไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ทําที่ให้น้ําอยู่ ส่วนทางน้ํา ตามธรรมชาติที่มีอยู่เดิมเราต้องขุดลอกเพื่อให้น้ํามันไหลในฤดูน้ําหลาก ไม่อย่างนั้นน้ําก็ไม่มี ที่ไปก็ไหลไปบ้านเรือนของประชาชน ไหลไปทางที่ดินที่เป็นสวน ไร่นา เวลาไปก็ทําให้ไร่นา ได้รับความเสียหาย พืชผลเกษตรเสียหาย เพราะฉะนั้นการที่จะไปขุดลอก หนอง คลอง บึง ต่าง ๆ เป็นสิ่งจําเป็น เพราะฉะนั้นทํา ๒ อย่างนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามเร่งรัดอยู่ เราพยายามมีภาพรวมทั้งหมดของการแก้ปัญหาจัดการเรื่องน้ํา เพราะฉะนั้นคุณหมอ คงทราบ เรามีเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปัญหาอยู่ในพื้นที่นั้น ผมไม่อยากจะเอ่ย แต่ว่าก็ได้เรียน คุณหมอว่าเป็นเรื่องที่สภาแห่งนี้ศึกษากันมายาวนานที่เราเรียกว่าแก่งเสือเต้น ที่จริงผมไป ผ่านจุดเกิดเหตุคืนนั้นผมเห็นกระแสน้ําทั้ง ๒ ช่วงตรงนั้นไหลแรงมาก เพราะฉะนั้นนี่คือตอบ คุณหมอได้ว่ารัฐบาลไม่ละไป เราจะใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในการสร้าง แหล่งกักเก็บน้ําไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ผมไปรอบนี้ก็ยังบอกผู้ว่าราชการจังหวัดเลยว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านดูให้ดีนะครับ น้ํามาท่านอย่าปล่อยให้มันไหลลง ในคลองธรรมชาติไปหมด ถ้าผันน้ําไปสู่ที่เก็บน้ําได้ก็เก็บน้ําไว้ใช้ยามหน้าแล้ง ไม่อย่างนั้น เราก็เจอแล้งทุกปี ท่วมทุกปี ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคุณหมอชลน่านว่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาล กระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้เร่งรัดดําเนินการ แม้กระทั่งในงบประมาณ งบกลางปี ๒๕๖๓ ล่าสุดเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วรัฐบาลได้อนุมัติไปประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการที่จะให้ไปแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งอยู่ นั่นก็คือขุดลอกในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมก็ขอบคุณ ทั้ง ๓ กระทู้เลย ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ซึ่งได้ใช้เวลาตรงพอดี ท่านรัฐมนตรีเกินไป ๕๔ วินาที แต่ว่ากินเวลาของหมอไป หมอหมดคําถามแล้วนะครับ🔗
ผมขอเติมอีกนิดเดียวท่านประธาน เวลา ที่เหลืออยู่🔗
ที่จริงไม่เกินนะครับ ถ้าหมอมีอะไรที่ละเอียดก็คุยกับท่านรัฐมนตรีอีกทีหนึ่ง🔗
เพียงแต่จะกราบขอบคุณท่านประธาน กับท่านรัฐมนตรี และฝากข้อสังเกตนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ในคําตอบท่าน ถือเป็นข้อสัญญาที่ท่านกล่าวต่อสภาแห่งนี้นะครับ ผมจะได้ตามในสิ่งที่ท่าน ได้กรุณานําเสนอต่อไป โดยเฉพาะที่ท่านใช้คําว่าที่เก็บน้ํา ผมเห็นด้วยครับ ผมจะไม่เรียก เขื่อนครับ เพราะว่ามีประเด็น มีปัญหา ทําอย่างไรที่ท่านจะเก็บน้ําไว้ให้มากที่สุดและป้องกัน ภัยน้ําท่วม แก้ปัญหาภัยแล้งได้ด้วย เราจะช่วยกันทํา แล้วผมก็จะตามท่านไป กราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ทั้ง ๓ กระทู้ไม่เกินเวลาที่กําหนดไว้นะครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นกระทู้ถามทั่วไป ขอเชิญท่านเจ้าของกระทู้เตรียมตัวนะครับ มี ๖ กระทู้ แต่ว่ารัฐมนตรีขอเลื่อนไป ๓ กระทู้🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๒๔ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการสร้าง ถนนและสิ่งก่อสร้างบนแนวสันทรายชายหาดที่ทําให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งทั่วประเทศไทย (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ🔗
กระทู้ถามทั่วไป ถามได้ ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นท่านเผื่อเวลาไว้ด้วย แล้วก็ขอย้ําข้อบังคับนะครับ ที่ผมย้ําก็คือประธาน จะได้ไม่ถูกตําหนิว่าปล่อยปละละเลย คือได้ย้ําเรื่องการตอบกระทู้ถามที่จะต้องอยู่ในประเด็น ชัดเจน ไม่วนเวียนซ้ําซาก และต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปรายทั้งผู้ถามและผู้ตอบครับ ขอเชิญท่านสมาชิกประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ต้องขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ถาม แล้วผมก็ได้ถามท่านนายกรัฐมนตรีคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตอบ ก็เป็นเรื่องที่ต้องขอขอบคุณ คําถามจะเกี่ยวข้องทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแน่นอนครับ และผมคิดว่าประเทศไทยเรามีการยกประเด็นที่ผมลุกขึ้นอภิปรายทั้งเรื่องของงบประมาณ ทั้งเรื่องของการไม่เห็นด้วยที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องใด ๆ ไปสร้างโครงสร้างแข็ง ไปสร้างเขื่อน สร้างกําแพงที่อ้างว่าเพื่อป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่ง โดยจริง ๆ แล้วธรรมชาติของชายหาดทั่วประเทศไทยมีชายหาด ที่สวยงาม มีทรายที่สวยงาม เป็นหลักธรณีฟิสิกส์ เป็นหลักฟิสิกส์ทางทะเลที่คลื่น มีการกระทบชายฝั่งและพัดพาทรายไหลเข้าไหลออกตามฤดูกาล แต่ปัจจุบันก็ยังมี การก่อสร้างเขื่อน และเราก็ยังต่อสู้เพื่อขอให้ตัดงบประมาณตรงนี้ออกไป และทําความเข้าใจ กับสังคม กับภาคประชาชน จนกระทั่งอีกไม่นานนี้ ไม่วันนี้ก็วันพรุ่งนี้ก็จะมีญัตติเรื่องของ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเสนอเข้าในสภาแห่งนี้ ผมก็จะลุกพูดอีกครั้ง แต่วันนี้ต้องย้อน เพราะว่ารัฐบาลมีโครงการหลายโครงการที่ไปสร้างถนนบนแนวสันทรายชายหาด และยังปล่อยให้มีการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นของโรงแรม ผู้ประกอบการ หรือร้านอาหารที่อยู่ริมทะเล ซึ่งขาดองค์ความรู้ทางธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ธรณีวิทยา ทางทะเล องค์ความรู้พื้นฐานเหล่านี้กําลังถูกนํามาใช้เพื่อให้เขาได้เข้าใจว่าการไปสร้างถนน ก็เหมือนกับการไปสร้างกําแพงแข็ง ๆ ที่เรากําลังต่อสู้ไม่ให้มีในชายฝั่งของเรานี่แหละครับ เพราะการสร้างถนนบนแนวสันทรายชายฝั่งคือโดมิโน (Domino) ข้อหนึ่ง ข้อแรกที่ทําให้ ถนนถูกน้ําทะเลกัดเซาะ ทําให้ชายหาดของเราถูกนําไปอ้างในการตั้งโครงการของ หน่วยราชการของกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อไปสร้างกําแพง และหลักคิดแบบนี้เองผมจึงต้องตั้งคําถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าการไปสร้างโครงสร้างแข็ง คือการทําถนนบนแนวสันทรายชายหาดนั้น รัฐบาลมีนโยบายเป็นคําถามครั้งที่ ๑ นะครับ ท่านประธาน แต่อาจจะมีหลายคําถามนิดหนึ่งว่าการสร้างถนนที่รัฐบาลโดยมติ ครม. มีแผน ในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ใช้งบประมาณ ๗๓๒ ล้านบาท ปรากฏในสื่อ โดยเฉพาะของ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบทบอกว่ามีมติ ครม. เห็นชอบปรากฏ ในสื่อทั่วไปทั้งที่จังหวัดจะทําถนนเลียบชายฝั่งทะเลทั้งจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง ซึ่งสร้างไปแล้ว ๓๔ โครงการ การสร้าง ถนนบนแนวสันทรายชายหาด รัฐบาลมีนโยบายจะดําเนินการแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่ง รวมทั้งการสร้างถนนที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้ ซึ่งรัฐบาลขาดความรอบคอบไม่ฟังเสียงค้าน ไม่ฟังเสียงนักวิชาการ ซึ่งการสร้างถนนที่ติดทะเลมาก ๆ นี้ไม่ได้เป็นผลดีเลย ทําให้เกิด การกัดเซาะ แล้วก็เป็นข้ออ้างในการตั้งงบประมาณ สิ้นเปลืองงบประมาณ และที่สําคัญ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการจัดทําโครงการ และข้อมูลในการเปิดเผยของภาคประชาชน ก็ไม่ครบถ้วน และยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางหน่วยที่ของบประมาณผ่าน กรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย ก็อยากสอบถามว่ารัฐบาลมีนโยบายจะดําเนินการแก้ไข ปัญหาเรื่องการก่อสร้างถนนบนสันทรายที่ไม่ถูกต้องได้อย่างไร มีรายละเอียดหรือไม่ ซึ่งจะดําเนินการได้เมื่อไร และแล้วเสร็จเมื่อไร ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบคําถามในวันนี้ท่านจะ นําข้อเสนอไปยังมติ ครม. นําเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการทบทวนการก่อสร้างถนน บนสันทรายชายหาดได้หรือไม่ หากรัฐบาลไม่มีนโยบายจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแนวสันทราย ชายหาดจะป้องกันไม่ให้มีการกัดเซาะเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร และจะฟื้นฟูบริเวณ แนวสันทรายได้อย่างไร เป็นคําถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้ตอบกระทู้ถามเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาการสร้างถนนและสิ่งก่อสร้างบนสันทราย ชายหาด ของท่านสมาชิกประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นะครับ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ🔗
ประเด็นแรกต้องขอเรียนว่าประเด็นเรื่องการกัดเซาะนั้นเป็นประเด็นที่ ซับซ้อน แล้วก็เป็นประเด็นที่อ่อนไหว เพราะว่าเวลาเราก่อสร้างไปแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ปัญหาเรื่องการกัดเซาะนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน ใช้เวลานับปี นับเดือน ในการ ที่กว่าจะเกิดผลขึ้นมา ดังนั้นที่ผ่านมาได้มีการก่อสร้างไปหลายต่อหลายอย่าง แล้วก็มาถึง วันนี้ได้เกิดปัญหากัดเซาะขึ้นตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวขึ้นมา ดังนั้นตลอดช่วงระยะเวลา ที่ผ่านมาทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งได้จัดทําหลักเกณฑ์และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ปัจจุบันนั้นร่างหลักเกณฑ์นี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนบริหาร จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไปเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วก็กําลัง อยู่ระหว่างเตรียมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา หลักเกณฑ์ตัวนี้เป็นหลักเกณฑ์ ประกอบการจัดทําแผนงานและโครงการป้องกันการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง เพื่อเป็น แนวทาง เป็นเหมือนเช็กลิสต์ (Checklist) ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ ไม่ว่าจะเป็นการโยธาธิการและผังเมือง กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า และอีกหลาย ๆ หน่วยงาน รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกท้องถิ่นด้วยว่าเวลา จะก่อสร้างอะไรที่เกี่ยวข้องหรือว่าใกล้กับพื้นที่ชายหาดนั้นจะต้องมีมาตรการหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อประกอบในการจัดทําแผนงานป้องกัน แล้วก็แก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งในแต่ละพื้นที่ตามหลักวิชาการ แล้วก็เป็นหลักเกณฑ์ให้กับสํานักงบประมาณด้วย เช่นกันในการพิจารณางบประมาณในแต่ละด้าน ซึ่งแนวทางแล้วก็มาตรการป้องกันปัญหา ระบบหาดนั้นจะประกอบไปด้วย ๔ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะเป็นการปรับสมดุลทางชายฝั่ง โดยธรรมชาติ ส่วนที่ ๒ จะเป็นการฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่งหลังจากที่ถ้าหากเกิดการกัดเซาะ ประเด็นที่ ๓ จะเป็นการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แล้วก็ประเด็นสุดท้ายจะเป็นการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ คือประเด็นแรกส่วนที่ ๓ จะเป็น การป้องกัน แล้วส่วนที่ ๔ จะเป็นการแก้ไขปัญหา ต่อมาทางกระทรวงเองก็ได้กําหนด เขตพื้นที่ใช้มาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งสําหรับการดําเนินโครงการป้องกันการสร้าง กําแพงคลื่นริมชายหาดต่าง ๆ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ อย่างเช่นการทําซีวอลล์ (Seawall) หรือว่ากําแพงป้องกันคลื่น หรือว่าเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หรือเขื่อนหินทิ้งที่เราเรียกกันว่า รีเวตเมนต์ (Revetment) ที่เป็นภาษาอังกฤษนี่นะครับ ขออภัยที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ หน่วยงานแต่ละหน่วยงานของรัฐหรือแม้แต่เอกชนนั้นในการที่จะทําสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องมีการจัดทํามาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเช็กลิสต์ (Checklist) เราใช้ ภาษาอังกฤษขออนุญาตใช้คําว่าเอนไวรอนเมนทัล เช็กลิสต์ ออฟ ซีวอลล์ แอนด์ รีเวตเมนต์ (Environmental checklist of seawall and revetment) หรือเป็นการจัดทํามาตรการ ต่าง ๆ ที่จะต้องมีเงื่อนไขว่ากําแพงป้องกันคลื่นหรือว่าเขื่อนริมตลิ่งต่าง ๆ นั้น ในแต่ละพื้นที่นั้น ที่ยื่นออกไปในทะเลถึง ๑๐๐ เมตร จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง เพราะว่าในแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย ท่านประธานท่าน ขออนุญาต เรียนผ่านไปยังท่านสมาชิก ซึ่งผมเชื่อว่าท่านสมาชิกนั้นทราบดีอยู่แล้วว่าแต่ละพื้นที่ ของประเทศไทย พื้นที่ชายหาด ริมชายฝั่ง ๓,๑๐๐ กว่ากิโลเมตรนั้น มีลักษณะการกัดเซาะ ที่ไม่เหมือนกัน จึงเป็นเหตุที่ทําให้วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กําหนดแนวทางการกัดเซาะออกเป็น ๘ กลุ่มหาดใหญ่ ๆ ด้วยกันในประเทศไทย ถ้าเริ่มจากในกลางอ่าวไทยจะแบ่งออกเป็น ๘ กลุ่ม โดยที่แบ่งเป็นตาม ๘ ทิศของ ประเทศไทย ก็คือกลุ่มหาดทางทิศเหนือก็คือจะเป็นทิศอุดร ไล่มาเป็นทิศอีสาน ทิศบูรพา ทิศอาคเนย์ ทิศทักษิณ ทิศหรดี ทิศประจิม แล้วก็ทิศพายัพ ทั้ง ๘ ทิศของประเทศไทย ซึ่งแต่ละกลุ่มหาดนั้น ๘ กลุ่มหาดนั้นก็จะแบ่งออกมาเป็น ๓๑๕ หาดย่อย ซึ่งแต่ละหาดนั้น จะมีลักษณะการกัดเซาะที่แตกต่างกัน และถนนที่ก่อสร้างนั้นจากนี้ไปทุก ๆ หน่วยงานที่ผม ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เมื่อหลักเกณฑ์แล้วก็ร่างกฎกระทรวงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นได้ทําเรียบร้อยแล้ว ทุกหน่วยงานจะต้องเอาหลักเกณฑ์นี้เป็นตัวที่ชี้วัด แล้วก็ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสันทราย ไม่ว่าจะเป็นกําแพงกันคลื่น หรือแม้แต่ ถนน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับงบประมาณไปหรือแม้แต่หน่วยงานหรืออย่างเช่น กรมเจ้าท่าหรือกรมทางหลวงนั้นก็จะต้องใช้เช็กลิสต์ (Checklist) นี้ในการที่จะก่อสร้างต่าง ๆ เพราะปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นท่านให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง เมื่อวานนี้ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี สัญจรที่จังหวัดระยอง ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้เรียกผมไป แล้วก็หารือเกี่ยวกับแนวทาง การแก้ไขปัญหาหาดวงพระจันทร์ที่เกิดขึ้นเป็นเสี้ยว ๆ เกิดขึ้นตามชายหาดของจังหวัดระยอง ดังนั้นปัญหาเหล่านี้ต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉย ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ว่าบางครั้งปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเฉพาะหน้าจะต้อง ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่การแก้ไขนั้นถ้าหากว่านํามาซึ่งการมีปัญหาต่อไปอีก ก็จะต้องมีมาตรการที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้นได้กําหนดเป็น ร่างกฎกระทรวง แล้วก็กําหนดเป็นแนวทางขึ้นมาตามที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านประเสริฐพงษ์ คําถามที่ ๒ ครับ🔗
คําถามครั้งที่ ๒ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับที่มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็ยอมรับแล้วว่ากระบวนการของการดูแลชายหาด ชายฝั่ง เป็นเรื่องของความซับซ้อนอ่อนไหว ใช้เวลาเร่งด่วนไม่ได้ ก็ถือว่าเราเห็นตรงกันในหลายเรื่อง คําถามต่อมาก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็เชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญจริง แต่ว่าช้าไปหน่อยครับ เพราะจริง ๆ แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ทราบเรื่องนี้จากนักวิชาการที่เขาไปบอกไปเล่า ในหลายเวทีมาแล้ว และที่สําคัญผมได้ยกประเด็นนี้ลุกขึ้นอภิปรายตั้งแต่งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ และตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมมาแล้วในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งเน้นเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ปรากฏว่า รัฐบาลนี้ก็ยังเสนอโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยสร้างเขื่อนขึ้นมาอีกในหลายพื้นที่ ขอภาพนิดหนึ่ง ผมส่งภาพไปหลายภาพ🔗
ท่านจะเห็นว่า นี่แหละครับสร้างถนนบนชายหาด ไม่เกิดประโยชน์เลยครับ นี่แหละครับไปสร้างถนน บนชายหาด แล้วจะเหลืออะไรครับ ชายหาดสวย ๆ ที่เป็นหลักธรณีวิทยา ที่รับแรงกระแทก ของคลื่นลมเวลามีมรสุมทั้งฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออก หรือช่วงที่พายุพัดเข้าท่านจะเห็นว่า รูปแบบการแก้ไข นี่คือโดมิโน (Domino) ตัวแรกจริง ๆ ถ้าไปสร้างถนนคือการสร้างกําแพง บนสันทรายชายหาด ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านสามารถที่จะทบทวนมติ ครม. ที่ผ่าน คณะกรรมการต่าง ๆ แล้วก็มีการยืนยันแล้วว่ากรมทางหลวงชนบทจะใช้งบ ๗๓๒ ล้านบาท เพื่อสร้างถนนริมทะเลหรือชายหาด ท่านรัฐมนตรีจะเสนอมติ ครม. ให้มีการทบทวนเรื่องนี้ หรือไม่ เพราะว่าถ้าไม่มีการทบทวนหาดปากเมง จังหวัดตรัง บ้านท่านประธานที่ผมรู้สึก ผูกพันเสียดาย และมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านก็พูดถึงตรงนี้ว่าได้รับผลกระทบเหมือนกัน เมื่อไปสร้างกําแพงชายฝั่ง ท่านรัฐมนตรีก็ยอมรับว่าการสร้างถนนต่อไปจะต้องผ่านเช็กลิสต์ (Checklist) ซึ่งผมอยากได้เวลาที่ท่านบอกว่าจะนําเสนอคณะรัฐมนตรีว่าเวลาผ่านเรื่องของ เช็กลิสต์ (Checklist) เมื่อไร อย่างไร และอยากจะบอกท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ณ ตอนนี้ เวลานี้เลยว่าพรุ่งนี้ที่หาดสวนสน จังหวัดระยอง ก็จะมีการทําประชาพิจารณ์เรื่องนี้ แต่พยายามปิดกั้นไม่ให้ข้าราชการของท่านที่มีองค์ความรู้เรื่องนี้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นกับ ภาคประชาชน มีการสั่งการปิดปากข้าราชการที่ดูแลตรงนั้น ซึ่งข้าราชการเขาทําหน้าที่ ด้วยจิตวิญญาณของการปกป้องชายหาด ด้วยการกินภาษีของราษฎรอย่างการใช้ ความสามารถอย่างเต็มที่ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ฝากดูแลว่าพรุ่งนี้ที่หาดสวนสน ขอให้มีการทําประชาพิจารณ์เรื่องการก่อสร้างกําแพงชายฝั่งได้อย่างเปิดเผย มีการเปิดเผย ข้อมูล แล้วก็ให้โอกาสกับคนที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจริง ๆ อย่าปิดปากเขา ก็ขอถาม เป็นคําถามครั้งที่ ๒ ว่าท่านสามารถเสนอมติ ครม. ให้มีการทบทวนของกรมทางหลวงชนบท ได้หรือไม่ และเวลาเช็กลิสต์ (Checklist) ของท่านจะเสร็จเมื่อไรครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ให้ความสําคัญกับเรื่องการกัดเซาะ เพราะว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เราได้พูดคุยกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ขอย้ําว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ เช็กลิสต์ (Checklist) ของทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในขณะนี้ถึงแม้ยังเป็น ร่างกฎกระทรวงอยู่ แต่ว่าเราได้ขอให้ทางกรมนั้นทําความเข้าใจกับทุกหน่วยงาน ในส่วนของ ประเด็นเรื่องการก่อสร้างงบของกรมทางหลวง ๗๓๒ ล้านบาท ที่จะสร้างถนนริมทะเลนั้น ประเด็นนี้จะต้องผ่านการเรียกว่าพิจารณาแน่นอน ให้คํามั่นกับทางท่านสมาชิก ผ่านท่านประธานว่าถ้าหากสร้างไปแล้ว แล้วมันจะเกิดการกัดเซาะอีก กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็คงจะต้องเข้าไปช่วยดูในประเด็นว่าพอสร้างแล้ว ผลกระทบจะเกิดขึ้นอะไรบ้าง แล้วก็จะมีวิธีการแก้ไขปัญหา หรือว่าจะสามารถเลี่ยงแนวถนน ได้อย่างไร เพราะว่าถ้าหากสร้างไปแล้วอีกประมาณปีหนึ่งจากนี้ไปเกิดการกัดเซาะงบประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ที่ได้อนุมัติไปนั้นก็คงจะไม่เกิดประโยชน์ ส่วนประเด็นเรื่องที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวเมื่อสักครู่ เรื่องที่จะมีการทําซีวอลล์ (Seawall) ที่หาดสวนสนที่จังหวัดระยอง เมื่อวานซืน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตัวผมเองแล้วก็ได้ตามคณะของท่านนายกรัฐมนตรี ไปพบปะกับพี่น้องชาวประมงยังไม่ได้รับรายงานว่าจะมีการทําซีวอลล์ (Seawall) ตรงนั้น แต่ว่าที่ได้รับรายงานก็คือว่าจะมีการขอทําทางลาดเพื่อเป็นเหมือนสลิปเวย์ (Slipway) ให้เรือของพี่น้องชาวประมงนั้นได้ขึ้นมาพักแล้วก็นําเอาของมาขาย นั่นคือสิ่งที่ได้รับ รายงานมา ส่วนการทําซีวอลล์ (Seawall) นั้น เท่าที่ได้รับรายงานมาในวันนี้ไม่ได้มีการพูดถึง และพี่น้องชาวประมงในละแวกนั้นก็ได้เห็นแล้วว่าพอสร้างซีวอลล์ (Seawall) ขึ้นมาแล้ว มันจะเกิดผลกระทบกับการกัดเซาะมากน้อยแค่ไหน อันนี้ผมเองก็ได้ไปเดินดูตลอดระยะทาง ประมาณ ๑๒๐ เมตร ที่ต่อจากลานเอนกประสงค์ที่ทาง อบต. ผมไม่แน่ใจว่าเป็น อบต. หรือเทศบาลได้สร้างขึ้น พอสร้างขึ้นแล้วพื้นที่ที่ถัดมาจากลานเอนกประสงค์ที่ยื่นไปใน ชายหาดนั้นก็ได้เกิดมีการกัดเซาะขึ้น จึงจะเป็นที่มาที่พี่น้องประชาชนนั้นจะขอทําเป็นสลิปเวย์ (Slipway) เป็นสโลป (Slope) ระยะความยาวประมาณ ๑๐๐ กว่าเมตร ริมชายหาด แล้วก็จะห่างจากตัวถนนมาถึงในทะเล ถ้าจําไม่ผิดจะประมาณ ๑๐ กว่าเมตรถึง ๑๕ เมตร แต่ว่าในประเด็นนี้การที่จะสร้างอะไร ของสิ่งก่อสร้างเช่นนี้ แน่นอนคงจะต้องรับฟังความคิดเห็นหลาย ๆ ฝ่าย พี่น้องประชาชน จะมีความเดือดร้อนอย่างหนึ่ง แต่เมื่อสร้างแล้วถ้าหากว่ามีปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อจาก บริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นคงต้องมาพิจารณากันในรายละเอียด แล้วก็ขอให้ความสบายใจ ว่าเราไม่มีการปิดปากใครทั้งนั้น ทั้งนี้ ถ้าหากว่าท่านสมาชิกมีข้อมูลว่ามีการจะทํา ประชาพิจารณ์ และมีการกีดกันไม่ให้มีเจ้าหน้าที่หรือว่าฝ่ายใดได้แสดงความคิดเห็น ก็ขอให้ ท่านสมาชิกได้ส่งข้อมูลให้กับตัวผมเอง จะรีบสั่งการแล้วก็จะดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของรัฐบาลสร้างไปแล้วจะต้องไปเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปเพื่อไป สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนนของกรมทางหลวงหรือแม้แต่ การสร้างซีวอลล์ (Seawall) ที่หาดสวนสนก็ตามนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ผมต้องขอบคุณท่านผู้ถาม และผู้ตอบที่ได้ใช้เวลาไปพอเหมาะสม คําถามที่ ๒ จบครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมมีเวลาเหลือนิดหนึ่งจะขอขอบคุณ🔗
ไม่มีเวลาแล้วครับ🔗
เหลืออีก ๔๕ วินาทีครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาให้คําตอบ เพราะท่านจริงจังและจริงใจ แล้วก็พวกเราทุกคน จะช่วยกันดูแลรักษาชายหาด แล้วก็ฝากข้อสังเกตไปให้ท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งว่าถ้าได้ใช้ความกล้าหาญจริง ๆ ก็สามารถใช้ตามกฎหมาย สามารถยับยั้งต่าง ๆ ได้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ก็ได้ถามไม่ใช้เวลามากเกินไป ท่านรัฐมนตรีก็ตอบในประเด็น ต้องขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๒๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาพนักงานจ้างเหมา บริการในหน่วยงานของรัฐ (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน🔗
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗
ขอเลื่อนไปนะครับ รัฐมนตรีขอตอบในสัปดาห์หน้าคือวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๓🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๓๔ เรื่อง ขอให้แก้ปัญหาการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมจากการท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติทางทะเล ทั่วประเทศ (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗
ท่านรัฐมนตรีอยู่แล้วนะครับ ท่านสาคร เชิญถามได้ ๒ ครั้งนะครับ โดยไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จากหัวข้อที่ผม ขอตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีก็คือเรื่องเกี่ยวกับการเข้าชมอุทยานแห่งชาติ แล้วก็อุทยานแห่งชาติ ทางทะเล ผมเองมาจากจังหวัดกระบี่ เรามีอุทยานแห่งชาติทางทะเลหลายอุทยานด้วยกัน หนึ่งในอุทยานแห่งชาตินั้นก็เป็นอุทยานแห่งชาติที่เก็บค่าเข้าชมหรือเก็บค่าธรรมเนียม เข้าอุทยานได้สูงที่สุดเป็นอันดับ ๑ ก็คืออุทยานแห่งชาติทางทะเล หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แต่การจัดเก็บที่นํารายได้มาสู่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชสูงก็ย่อมจะมีปัญหา หรือมีแนวทางข้อสังเกตต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ดี หรือทุกภาคส่วน ผมเอง ก็ได้สัมผัส แล้วก็อยากจะสอบถามกับทางรัฐมนตรี ก็จะขออภิปรายหรือขอแลกเปลี่ยนกับ ท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งว่าได้ขณะนี้หลังจากที่เกิดโรคระบาดวิบัติใหม่โควิด-๑๙ (COVID-19) ขึ้นมานี้ก็ถือว่านักท่องเที่ยวเราปิดประเทศ นักท่องเที่ยวที่เข้าไปสู่อุทยานแห่งชาติต่าง ๆ เหล่านั้นลดน้อยลงมากถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ การฟื้นตัวของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นหาดทราย ไม่ว่าจะเป็นปะการัง ไม่ว่าจะเป็นทุกอย่างในอุทยานแห่งชาติทางทะเลดีขึ้นมา กลับฟื้นคืนตัว ขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่เดือนนี้แค่นั้นเอง อยากจะเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าจากวิกฤติ อันนี้อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีสั่งการไปยังทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ใช้ วิกฤตินี้ ได้มีการจัดการเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติทางบก อุทยานแห่งชาติทางทะเล หรืออุทยานต่าง ๆ จะมีหลายอย่างด้วยกันที่ยังเป็นข้อเสนอแนะ หรือเป็นข้อสอบถามนะครับ ผมเองก็คุ้นเคยกับอุทยานมากเพราะบ้านก็อยู่ติดกับอุทยาน แล้วก็เรื่องที่จะสอบถามทางอุทยานก็คือการจัดการอุทยานในช่วงวิกฤติเหล่านี้ พี่น้องประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบอาชีพเรือ นักท่องเที่ยว ที่เข้าไปสู่อุทยานไม่ได้มีมาตรการอะไรต่าง ๆ ที่ได้มาดูแลเขาเลย ผู้ที่ได้รับผลกระทบ พวกเรือนําเที่ยว เรือหางยาว เรือเล็กที่นํานักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปก็ยังโดนเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนจากอุทยานแห่งชาติอยู่เป็นปกติ ไม่ได้มีมาตรการอะไรต่าง ๆ มา ก็ได้รับคําร้องเรียนมาจากเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ว่าให้ทางท่านรัฐมนตรีดูแลหรือสั่งการไปยัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชด้วยว่าคนเหล่านี้เขาเดือดร้อน เขาเลี้ยงครอบครัว เขาต้องการมาตรการในการช่วยเหลือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเช่นกัน นักท่องเที่ยวก็เช่นกันครับ เข้าไปใช้ในเขตอุทยานก็จ่ายค่าธรรมเนียมค่าอุทยานเท่าเดิม ไม่มีการลด อยากจะให้มีการลดค่าธรรมเนียมแก่นักท่องเที่ยวเหล่านี้เพื่อกระตุ้นให้มี การท่องเที่ยวเกิดขึ้น แล้วอุทยานแห่งชาติทางทะเลในจังหวัดกระบี่ก็มีหลายอุทยานด้วยกัน และมีพื้นที่ติดต่อคาบเกี่ยวกัน การเข้าอุทยานหนึ่งก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอุทยานหนึ่ง บางวันก็เดินทางถึง ๒ อุทยาน สําหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยก็จะต้องจ่ายค่าท่องเที่ยว เป็นดับเบิล (Double) หรือเป็น ๒ เท่า ๓ เท่า ผมเองก็ได้รับคําร้องเรียนหรือได้พูดคุยกับ ทางผู้ที่ใช้อุทยาน ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากอุทยาน หรือผู้ที่สัมผัสอุทยาน ก็เลยอยากจะถาม อยากจะเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านได้มีการจัดเก็บ ท่านได้มีมาตรการที่จะลด ค่าธรรมเนียมให้กับผู้ประกอบการหรือผู้ที่มีส่วนร่วมมีความสัมพันธ์กับอุทยานนั้นไหม ไม่ว่าจะเป็นเรือแต่ละขนาด ท่านได้จัดทํามีแผนการอย่างไรที่จะดูแลคนที่เปรียบเสมือนกับ เป็นลูกค้าของท่าน หรือนํานักท่องเที่ยวเข้ามาสู่อุทยานของท่าน คนเหล่านั้นเขาเดือดร้อน ก็อยากจะเรียนถามว่าทางท่านรัฐมนตรีได้มีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร ขอถามเป็นคําถามที่ ๑ ครับ🔗
มีอีกไหมครับ ท่านสาคร มีอีกไหมครับ คําถามเดียวใช่ไหมครับ🔗
มี เดี๋ยวจะถามคําถามที่ ๒ ครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบขออภัยเมื่อสักครู่จําสับสนนึกว่า กระทู้หมดเลยได้ลงไป ต้องกราบขออภัยท่านสมาชิกด้วย ในประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องค่าเข้าของอุทยาน แล้วก็รายได้ของที่ทางผู้ประกอบการได้ชําระ ต้องเรียนว่าเนื่องจากประเด็นเรื่องของค่าธรรมเนียมที่อุทยานเก็บจากทางผู้ประกอบการนั้น ผมเองยังไม่ได้สอบถามมา เพราะว่าในคําถามที่ส่งมานั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องค่าธรรมเนียม ทั้งหลาย แต่ว่าต้องขอเรียนว่าค่าเข้าอุทยานของประเทศไทยสําหรับพี่น้องประชาชนคนไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เนื่องจากที่ผ่านมา ๑ ปีผมได้มีโอกาสไปสํารวจมาประมาณ ๒๕-๓๐ อุทยานแห่งชาติ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ราคาที่เข้าตลอดช่วง ประมาณเกือบ ๗-๘ ปีที่ผ่านมานั้นแทบจะไม่ได้มีการขยับเลย แต่ละที่ก็จะราคาประมาณ ๓๐ บาทบ้าง ๕๐ บาทบ้าง แต่ว่าไม่กี่สิบบาทเท่านั้นเอง เปรียบเทียบกับพื้นที่อุทยานที่เรา จะต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ การบริหารจัดการ เพราะว่ารายได้ของอุทยาน ในแต่ละปีนั้นขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ คือจบถึงประมาณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ เราได้รายได้ประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท เดือนพฤศจิกายนเราได้ ๒๓๔ ล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท ได้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาเราได้มีการปิดอุทยานแห่งชาติทั้ง ๑๕๕ แห่ง ลงช่วงนั้น แล้วพอมาเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ดังนั้น เงินรายได้ที่เราได้มาทั้งหมดขออนุญาตนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก เราแบ่งออกเป็น ๕ ค่าใช้จ่ายด้วยกัน ส่วนแรกนั้นจะเป็นงบที่เราตัดให้กับองค์การบริหาร ส่วนตําบลประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะเก็บไว้ใช้เป็น การบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นการบํารุงรักษาอุทยาน แห่งชาติ แล้วก็อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบบุคลากร แล้วก็อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้นเราจะใช้เป็น งบสํารองเพื่อว่าถ้าหากเงินก้อนใดที่ไม่พอจริง ๆ เราก็จะนําเอาไปสนับสนุนตรงนั้นได้ ดังนั้น เงินค่าเข้าของพี่น้องประชาชน เงินทุกบาททุกสตางค์นั้นเราได้มีการนําเอาไปเพื่อพัฒนา แม้แต่ยกตัวอย่าง เช่น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติทั้ง ๑๕๕ แห่ง ที่ได้มี การปิดตัวลง เพราะว่าที่ผ่านมาอุทยานของเราไม่เคยปิดตัวลงเลยนั้น ช่วงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมานั้นเราไม่ได้มีรายได้ แต่ว่าผมเองก็ได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ผ่านทาง ท่านอธิบดีได้มีการดูแลรักษา แล้วก็ซ่อมแซม เรียกว่าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้ง ๑๕๕ แห่ง เพื่อว่ารอต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ที่ทางกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เก็บได้นั้น ขออนุญาตนําเรียนว่าถ้าถามผมเทียบกับสิ่งที่เราได้ ยกตัวอย่างเช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นั้น มีทั้งเรียกว่าเกาะต่าง ๆ ที่ได้ไปมา หมู่เกาะอ่างทองเอยอะไรเอยนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เทียบกับเงินค่าเข้าแล้ว เรียนตรง ๆ ว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ถ้าหากว่าลดราคาลงมากไปกว่านี้ เรียนตรง ๆ ว่า มันก็จะเกิดเหตุการณ์เหมือนอย่างเช่นอ่าวมายาเกิดขึ้น ช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ทําให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้น สามารถจํากัด นักท่องเที่ยวได้ เราไม่เคยมีโอกาสได้ทํา ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า แครีอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) เราไม่เคยจะจํากัดปริมาณนักท่องเที่ยวในการที่จะเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยว แต่ละแหล่งเลย แต่ในครั้งนี้ทั้ง ๑๕๕ อุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในแต่ละ อุทยานนั้นเรามีการจํากัดจํานวนปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าไป แล้วก็ปริมาณเงินที่ได้มานั้น ต้องเรียนว่าค่าเข้าของแต่ละที่นั้นเราก็พยายามที่จะทําให้ต่ําที่สุดแล้ว เพราะว่าเงื่อนไข ในการกําหนดอัตราค่าเข้านั้นมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน แต่ว่าก็ขออนุญาตเรียนว่า ณ ขณะนี้เราก็ยังไม่ได้มีนโยบายที่จะลดค่าเข้า แต่ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมสําหรับ ผู้ประกอบการว่ามีความเดือดร้อนอย่างไร เนื่องจากเพิ่งได้รับทราบจากท่านสมาชิก ก็ขออนุญาตเก็บไปเป็นการบ้าน แล้วหารือกับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านสาครถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีทราบว่าสําหรับผู้ประกอบการเรือที่นํานักท่องเที่ยวเข้าไปสู่อุทยานของท่าน ตลอดมา ก็อยากจะให้ท่านได้พิจารณาดูแลผู้คนหรือว่าผู้ประกอบการเหล่านั้นด้วย มีนับ หลายพันรายในจังหวัดกระบี่และในแถบอันดามัน หรือในแถบอุทยานแห่งชาติทางทะเล นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านครับ จากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่มีนักท่องเที่ยวลดลง แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังติดอยู่ในประเทศไทยก็ยังได้ใช้อุทยานอยู่ เพราะฉะนั้น การท่องเที่ยวในอุทยานที่ต้องเสียถึง ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ถ้าท่านมีโอกาสที่จะทบทวน หรือจะดูแลนักท่องเที่ยวเหล่านั้นที่เขาเข้าไปใช้อุทยานในราคาพิเศษ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่มีการจัดเก็บแบบไล่เก็บ ฉีกตั๋วเหมือนไม่มีระบบที่ใหม่ ๆ เข้ามา อยากจะเรียนไปทางอุทยานว่าก็มีข้อครหาว่ามีการทุจริตกันบ้าง อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี บางปีเก็บได้ระดับ ๑๐ ล้านบาท แต่บางปี กระโดดขึ้นมาหลายร้อยล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ๖๐๐ ล้านบาท ในแต่ละปีก่อนที่จะเกิด โควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านทราบไหม เรื่องที่ท่านเก็บเหล่านี้ชาวบ้านก็ถามว่าทําไมมันถึง เหลื่อมกันอย่างนั้น นักท่องเที่ยวก็เขยิบขึ้นแค่เพียง ๑๐เปอร์เซ็นต์ แต่การเก็บค่าธรรมเนียม นําเข้าอุทยานของท่านเพิ่มขึ้นเป็นจํานวนมาก ท่านได้ใช้วิธีการต่าง ๆ ที่จะให้การจัดเก็บ โปร่งใสท่านได้เตรียมจัดการไว้ไหม แล้วก็รายได้ที่ท่านเก็บเข้าไปท่านคืนเข้าสู่ท้องถิ่นเพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดท่านได้ให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม เขาจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมอุทยาน ให้เขามีส่วนร่วมหรือคืนกลับไปท้องถิ่น คืนกลับไปยัง อุทยานต่าง ๆ เหล่านั้นมากกว่าที่จะคืนกลับมาส่วนกลาง หรือในสัดส่วนที่เหมาะสมที่จะ คืนกลับมาส่วนกลาง ก็ขอเรียนฝากกับท่านไว้ด้วย แล้วก็มีคําถามว่าแนวทางการจัดเก็บ การท่องเที่ยวเข้าอุทยานแห่งชาติหรืออุทยานแห่งชาติทางทะเลสามารถที่จะมีการจัดเก็บ ที่พัฒนามองเห็นแล้วสบายใจกับเจ้าของทรัพยากรเหล่านั้น ท่านมีแนวทางอย่างไรในการจัดเก็บเพื่อความโปร่งใส เพื่อความเหมาะสม และการมี ส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนที่ได้ตรวจสอบ ที่ได้รับรู้ แล้วก็ได้มีรายได้กลับคืนไปยังท้องถิ่น ต่าง ๆ เหล่านั้น กราบเรียนถามเป็นคําถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในคําถามที่ ๒ นะครับ🔗
ประเด็นแรก เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องราคาของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ซึ่งอันนี้ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกจริง ๆ ว่า แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยเรานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของท่านสมาชิกถ้าเทียบ เป็นรถก็คือรถโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) เลย แต่ว่าราคาเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ประเทศต่าง ๆ ไม่ขออนุญาตเอ่ยนามว่าที่ใดบ้าง ผมเองก็ได้ไปมาหลายที่ ราคาเขาไม่ค่อยจะ ย่อมเยาสักเท่าไรเลย ก็เป็นที่มาว่าแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยเรานั้น ผมเรียนว่า มีคุณภาพดีกว่าอีกหลาย ๆ แห่ง ได้กล่าวว่าเปรียบเป็นรถก็เปรียบเสมือนโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) แต่ว่าค่าเข้าเราเก็บเหมือนรถสามล้ออยู่หน้าปากซอยเลย ฉะนั้นการที่จะ ลดราคาหรืออะไร ผมเองเราไม่อยากจะทําให้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยเรานั้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก จึงเป็นเหตุที่มาว่าเราได้มีการจัดทําราคาสําหรับ นักท่องเที่ยวที่เป็นต่างชาติ หรือว่าจะเป็นที่เอ็กซ์แพต (Expat) ที่อยู่ในประเทศไทย คราวนี้ประเด็นที่ท่านสมาชิกมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บตั๋วที่อาจจะมีข้อกังขาถึง การทุจริตเอย อะไรเลย ต้องขอเรียนว่าตั้งแต่ผมเข้ามารับตําแหน่งยังไม่ได้เห็นการกระโดด ของเงินรายได้ในแต่ละเดือน ๆ แต่ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. นั้นก็ได้มีข้อเสนอให้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งทางกรมนั้นได้นํามาปฏิบัติโดยการให้มีตั้งคณะกรรมการ เรียกว่า คณะกรรมการติดตามการจัดเก็บรายได้เพื่อบํารุงรักษาอุทยานแห่งชาติทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยเชิญบุคคลต่าง ๆ ทั้งในองค์กรด้วย นอกองค์กรด้วย เป็นทางมูลนิธิ เป็นภาคเอกชน ภาคสังคมต่าง ๆ นั้นมาคอยควบคุมดูแล แล้วก็ดูว่าเงินแต่ละไตรมาสในรอบ ๖ เดือน ในรอบ ๑๒ เดือนของทุก ๆ ปีนั้นมีการจัดเก็บเป็นอย่างไร ที่สําคัญที่สุดในช่วง โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาตามที่ผมได้เรียนไปเบื้องต้นว่าเป็นครั้งแรกที่ทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอุทยานแห่งชาติทั้ง ๑๐๐ กว่าแห่งนั้น เราสามารถควบคุมปริมาณการเข้าของนักท่องเที่ยวได้ ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้น ใช้แอปพลิเคชัน (Application) เราขออนุญาต ใช้คําว่าเป็นแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อคิวคิว (QueQ) ในการที่จะจองการเข้าอุทยาน ต่าง ๆ ซึ่งการจองเหล่านี้จะเอื้อให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้น สามารถ คอยเฝ้าระวังการจัดเก็บปริมาณการเข้าอุทยานการท่องเที่ยว และในขณะนี้เองเราก็ได้ ต่อยอด เรียกว่าการจองเหล่านั้นต่อยอดเข้ามาพัฒนาเป็นการซื้อตั๋วผ่านทางระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) ต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เคยมีแผน จะทําระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) แต่ว่าด้วยเหตุผลทางกฎหมายบางประการที่ทําให้เกิด ความล่าช้าขึ้น แต่ในขณะนี้เรียกว่าในขณะนี้เลย แม้แต่วันนี้เองเลยนั้นระบบได้พัฒนาไป เรียกว่าประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ผมเองสามารถพูดได้เพราะว่าเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปทดลองระบบนี้ด้วยตัวเองที่อุทยานแห่งชาติน้ําตกพลิ้ว ที่จังหวัดจันทบุรี ก็จะเป็นตู้คีออสก์ (Kiosk) ของทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าไปถึงปุ๊บจะสามารถกดได้ว่ามากี่คน ๆ แล้วก็กดใส่เงินเข้าไป ดังนั้น การใช้ ระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) ในอนาคตอันใกล้ภายในอีกไม่กี่เดือนจากนี้ก็จะช่วยให้ พี่น้องประชาชนนั้นสามารถดูว่าการจัดเก็บตั๋วค่าเข้าของอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งนั้น เป็นไปได้อย่างโปร่งใส เพราะว่าเมื่อเราใช้แอปพลิเคชัน (Application) ในการจอง แล้วก็ใช้ แอปพลิเคชัน (Application) ในการจ่ายเงิน ชําระเงินมาที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยตรงแล้วข้อกังขาต่าง ๆ ผมเชื่อว่าจะสามารถมีความโปร่งใสมากขึ้น เพราะว่าระบบการนับจํานวนนักท่องเที่ยวที่เข้าออกนั้นทําเป็นระบบเรียลไทม์ (Real-time) คือเห็นได้ทันทีและตลอดเวลา จะผ่านทางการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ (Website) หรือแอปพลิเคชัน (Application) ดังนั้น ในอนาคตนั้นพี่น้องประชาชนจะเห็น เลยว่าพอจองเข้าไปแล้วมีคนจองเข้าอุทยานแห่งชาติกี่คน แล้วก็เข้าไปแล้วกี่คน มีคนอยู่กี่คน สามารถบอกได้ว่าคนเข้าไปแล้วเท่านี้คนแล้ว ควรจะมีรายได้ประมาณเท่าไร ๆ ดังนั้นถ้าหากผล ออกมาแล้วว่ารายได้ที่จัดเก็บนั้นมันไม่ตรง หรือว่ามันคลาดเคลื่อนกับปริมาณนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปก็สามารถที่จะมาตรวจสอบกันได้ โดยครั้งนี้เราเองก็ได้มีคณะกรรมการติดตาม การจัดเก็บรายได้ที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้น แล้วก็การทําให้มีระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) ตามที่ ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นั้นผมมั่นใจว่าจะทําให้พี่น้องประชาชน แล้วก็ท่านสมาชิกเอง มีความอุ่นใจมากขึ้นถึงความโปร่งใสในการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานแห่งชาติของเราทั้ง ๑๕๕ แห่งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
จบแล้ว กระมังครับ ครบทั้ง ๒ คําถามนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มีคําตอบที่เคลียร์ (Clear) แล้วก็ เพื่อความโปร่งใส อยากจะฝากท่านอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของอุทยานแห่งชาติทางทะเลอยากให้ ท่านจัดงบประมาณส่วนหนึ่งให้นักเรียน นักศึกษา หรือองค์กรเอกชนที่เข้าไปร่วม ในการจัดเก็บขยะทางทะเล ซึ่งได้มีองค์กรเหล่านี้เข้าไปร่วมงานอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลอยู่บ่อย ๆ ก็เรียนฝากท่านเท่านี้ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เป็นการจบกระทู้ถามฉบับที่ ๓ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๒.๔. กระทู้ถาม ที่ ๑๖๕ เรื่อง การสนับสนุนการใช้ก๊าชธรรมชาติ สําหรับยานยนต์หรือ NGV เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินมาตรฐาน (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗
แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มีหนังสือแจ้งว่าขอเลื่อนตอบ ไปเป็นวันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๓ เพราะได้ติดภารกิจที่นัดไว้ล่วงหน้า แจ้งให้ผู้ตั้งกระทู้ถาม ทราบนะครับ🔗
๑.๒.๕. กระทู้ถาม ที่ ๑๖๗ เรื่อง การให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย หรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบ🔗
ซึ่งท่าน อยู่ในห้องประชุมแล้วครับ เชิญท่านอาดิลันได้ตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ เชิญอภิปรายครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ได้มีโอกาส ตั้งกระทู้ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามกระทู้ของผมเป็นกระทู้การให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยหรือคนไทยที่อาศัยอยู่ใน ประเทศซาอุดีอาระเบีย กระทู้นี้ผมได้ยื่นไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ช่วงขณะนั้น สถานการณ์โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ยังไม่ได้ลุกลามนะครับ จึงไม่ได้มีการนําเสนอ กระทู้ในประเด็นเรื่องของการจัดการการให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ เรื่องโควิด (COVID) ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศตะวันออกกลาง ตามกระทู้ดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ในอดีตประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่ง ต่อกันเลยนะครับ มีพี่น้องที่เดินทางประเทศซาอุดีอาระเบียเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ พิธีทางศาสนาที่นครเมกกะ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ถ้ามีความสามารถให้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นนครเมกกะ จึงทําให้ มีคนไทยเราซึ่งได้ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ไปทํางาน ไปประกอบอาชีพ ที่เกี่ยวข้องเป็นจํานวนมาก มีการสมรสกับคนซาอุดีอาระเบียและใช้ชีวิตครอบครัว มีลูก มีหลาน แล้วก็มีการทํางาน ในจํานวนที่ไปอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียถือว่าเป็น ตลาดแรงงานที่สําคัญของประเทศไทย มีการจ้างงานเป็นจํานวนมากในอดีต และแรงงาน ที่ไปอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นได้สร้างเงิน สร้างงาน ส่งกลับมาประเทศไทยปีละเป็น นับพันล้านบาท ต่อมาในปี ๒๕๓๒ หรือปี ๒๕๓๓ มีเหตุทําให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทยกับซาอุดีอาระเบียหยุดชะงักลง ซึ่งเราจะไม่กล่าวถึงว่าเหตุผลเพราะอะไร ทําให้ มีผลกระทบกับแรงงานกับคนไทยที่อยู่ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่ก็ยังมีการอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียโดยการสมรส แล้วมีลูกมีหลานที่อยู่ใน ประเทศซาอุดีอาระเบีย แม้ว่าในส่วนของแรงงานไทยนั้นยังไม่ได้มีการดําเนินการให้มี การเข้าไปใช้ทํางานในประเทศซาอุดีอาระเบียโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทางการ แต่ก็มี แรงงานที่เข้าไปทํางานในประเทศซาอุดีอาระเบียโดยความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้ที่นําส่ง เข้าไปทํางานในประเทศซาอุดีอาระเบียกับผู้ประกอบการในประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีจํานวนไม่น้อยที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียปัจจุบันนี้ ตามข้อมูลที่ปรากฏอยู่ ปรากฏ ว่าแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียปัจจุบันนี้อยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นแรงงานที่อยู่โดยชอบด้วยกฎหมายประมาณ ๕,๐๐๐ คน และที่เหลืออีกประมาณ ๑๕,๐๐๐ คนเศษนั้นเป็นแรงงานที่เข้าไปอยู่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเข้าไปโดย ในลักษณะของเป็นวีซ่า(Visa) นักท่องเที่ยวและแอบเข้าไปทํางาน แต่ปัจจุบันนี้ เกิดปรากฏการณ์ว่าแรงงานดังกล่าวมีปัญหา ในประเทศซาอุดีอาระเบียในปี ๒๕๖๐ รัฐบาล ประเทศซาอุดีอาระเบียเองเริ่มมีการจัดเก็บภาษีใบพํานักหรือภาษาอาหรับเขาใช้คําว่า อิกอมะฮ์ เป็นการจัดเก็บภาษีสําหรับชาวต่างชาติที่ไปอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เก็บราย ปีตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ มีเก็บที่ตัวแรงงาน ตัวคนทํางานและในส่วนของผู้ติดตาม ภรรยาและบุตรด้วย ปี ๒๕๖๐ ตกถัวเฉลี่ยเดือนละประมาณ ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน แต่ต้องจ่ายเป็นรายปี จ่ายปีละครั้ง ปี ๒๕๖๑ ก็เพิ่มขึ้นมา ปี ๒๕๖๒ ก็เพิ่มขึ้นมา ปี ๒๕๖๓ ก็เพิ่มขึ้นมา ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแรงงาน ทําให้มีแรงงานต้องการจะกลับในประเทศ แต่ก็มีปัญหาทับซ้อนเพราะบางคนที่เป็นคนไทยที่ไปเกิดอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียนั้น ไม่มีเอกสารเกิด โดยไม่ได้ไปแจ้งที่กงสุลว่าตัวเองเป็นคนไทยหรือเกิดจากแม่ที่เป็นคนไทย แต่พอถึงเวลาจะกลับประเทศไทยก็กลับไม่ได้ หรืออีกกลุ่มหนึ่งก็คือคนที่เข้าไปโดยไม่ชอบ ที่หลบหนีเข้าไปทํางานและถูกจับได้ อย่างนี้จะกลับออกมาไม่มีเงินที่จะจ่ายภาษีค่าใบพํานัก จะกลับออกมาก็ต้องเสียเงินค่าปรับจํานวนมาก ดังนั้นขออนุญาตสอบถามทางรัฐบาล ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีนโยบายให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มคนไทยและครอบครัว ที่ยังมีความประสงค์จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด นี่เป็นคําถามที่ ๑ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กราบเรียนท่านสมาชิกทั้งหลาย ผม ดอน ปรมัตถ์วินัย ได้รับมอบจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ตามชื่อเรื่องว่า การให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยและคนไทยที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ของท่านผู้แทน อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขออภัยที่เอ่ยนาม ตามที่ท่านได้กรุณาถามโดยการลําดับความต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึงจุดที่เป็นคําถามโดยตรงนั้นก็ขอขอบคุณ และขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อย ในแง่ของจํานวนคนสุดท้ายที่มีสถิติอยู่อย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะต่างจากที่ท่านได้กล่าว เมื่อสักครู่นี้ก็คือมีคนไทยทั้งหมด ๘,๔๑๔ คน และในจํานวนนั้นเอากันจริง ๆ ในแง่ของตัวเลขของแรงงานก็มีอยู่แค่ ๘๗ คน ไม่ได้ไปถึงเป็น ๑๐,๐๐๐ คน หรือเป็นถูกกฎหมาย ๕,๐๐๐ คน หรือไม่ถูก ๑๕,๐๐๐ คนนะครับ อันนี้ก็เป็น ตัวเลขที่มีอยู่ ก็ขออนุญาตว่าในจํานวนแรงงานที่มีอยู่ซึ่งเราถือว่าเป็น ๑ ใน ๔ กลุ่มสําคัญ ของคนไทยที่นั่นที่จําแนกได้ว่าเป็นคนงานหรือแรงงาน ๘๗ คนนั้นส่วนใหญ่ก็อยู่มานาน ๒๐ กว่าปี และมีสัญญาการจ้างงานที่ถูกต้องของสํานักงานแรงงาน สําหรับกลุ่มที่ ๒ ก็คือ กลุ่มนักศึกษาและสมาชิกครอบครัว กลุ่มนี้ก็ประมาณ ๒๗๘ คน ส่วนกลุ่มที่ ๓ ก็คือชุมชน คนไทยมุสลิม ๗,๔๐๐ กว่าคน แล้วก็สุดท้ายก็เป็นผู้ที่ถูกจัดว่าเป็นผู้พํานักอยู่ในประเทศ อย่างผิดกฎหมายก็ประมาณ ๔๐๐ คน ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวเลขล่าสุดที่มีอยู่ ตัวเลขดังกล่าวนั้น ก็ต้องถือว่าลดน้อยลงมาเรื่อย ๆ อย่างที่ท่านได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ในแง่ของ ค่าธรรมเนียมต่ออายุใบถิ่นที่อยู่อาศัย ซึ่งเริ่มเก็บแรงขึ้นแพงขึ้น ชนิดที่เรียกว่าเดือน ๆ หนึ่ง คิดเป็นเงินไทยก็ ๓,๓๐๐ บาท ก็ประมาณ ๔๐๐ ริยาล เพราะคิดเป็นรายเดือน ปีหนึ่ง ก็ประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นมันก็เป็นปัญหาต่อผู้ใช้แรงงานก็ดีหรือต่อผู้คน ที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียที่ไม่สามารถที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ก็จึงทําให้เกิด ปัญหาตามมาหลายประการด้วยกัน ทําให้มีการอยู่อย่างผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น แต่ถึงกระนั้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันต่อวันจากค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นนี้ หรือที่ท่านเรียกว่าภาษี ก็ทําให้มีการพยายามตาม จะเรียกว่าตามจับก็ได้ จับเพื่อเนรเทศออก แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะ ทําให้จํานวนคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะมาในฐานะใดก็ให้กลับบ้าน ให้มากที่สุดเพื่อที่จะทําให้มีตําแหน่งงานมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ก็ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจเหมือนกัน ทั้งหมดนี้มาจากเรื่องน้ํามันราคาลง และอื่น ๆ ที่จะตามมา รวมไปถึงช่วงระยะนี้เรื่องของโควิด (COVID) เพราะฉะนั้นเรื่องของการพยายาม ตามตัวคนที่อยู่ผิดกฎหมายไม่สามารถจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเหล่านี้ และต้องเนรเทศออกมา ก็เกิดขึ้นเนือง ๆ กับคนทุกชาติที่อยู่ สําหรับประเทศไทยในฐานะที่ทางภาคราชการก็ดูแล คนไทยในต่างประเทศไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตามก็มีหลักอยู่ก็คือดูแลทุกข์สุขของคนไทย ในต่างประเทศทางด้านกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องเหล่านี้ ก็พยายาม ให้ความร่วมมือคนไทยหรือให้การอนุเคราะห์ในมุมต่าง ๆ ที่สามารถกระทําได้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ยิ่งมีภัยจากโรคระบาดโควิด (COVID) ด้วยก็เลยทําให้การช่วยเหลือ ออกมาในรูปของการให้ถุงยังชีพ ซึ่งก็จะประกอบด้วย เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ รวมไปถึง การมอบเงินช่วยเหลือและร่วมมือกันด้านสาธารณสุขเพื่อให้คําปรึกษา สาธารณสุขนี่ หมายความว่าทางด้านกระทรวงสาธารณสุขทางการแพทย์ในประเทศไทยก็มีส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างมากในแง่ของการให้คําปรึกษาเพื่อจะดูแลตัวเองในช่วงเวลาที่เกิดภัยโควิด (COVID) ระบาด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นพื้นฐานก็จริง แต่ว่าในมุมของด้านอื่น ๆ เป็นต้นว่าเรื่องเนรเทศ เมื่อมีกรณีของการควบคุมตัวคนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเราก็เข้าไปดูแล ดูแลในที่กักกัน ก็ดีหรือในจุดอื่น ๆ ที่จําเป็น แต่ความเดือดร้อนในมุมนี้ไม่ถือว่ามากนักเพราะว่าการปรับจาก บุคคลที่ทําผิดกฎหมายไม่ได้มีในระบบของทางประเทศซาอุดีอาระเบีย เพียงแต่ว่าให้ได้ ถึงเวลาที่จะเดินทางกลับออกไป ถ้าหากไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อตั๋วเดินทางกลับก็เป็นเรื่อง ของทางรัฐบาลประเทศซาอุดีอาระเบียก็จะจัดการให้กลับ โดยจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน โดยสารเป็นต้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดําเนินการอยู่ในช่วงเวลานี้ แต่ขณะเดียวกันถ้าหากว่า ไม่สามารถเนรเทศได้ ทางประเทศซาอุดีอาระเบียก็มีวิธีการอีกวิธีหนึ่งในแง่ของการจัดการ กับคนที่เขามีความประสงค์ที่จะให้ออกนอกประเทศก็คือนิรโทษกรรม นิรโทษกรรมก็มี เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ ครั้งสุดท้ายที่ได้ดําเนินการในด้านนี้อยู่ ถ้าจะพูดถึงช่วงเดือนก็เป็น ๒๐๐ คน ทั้งหมดที่กลับไปในช่วงสุดท้ายของปี ๒๕๖๐ นิรโทษกรรม แต่ว่าจะมีไฟลต์ (Flight) ที่กลับเป็นประจําในขณะนี้มีการกําหนดชัดเจนมากยิ่งขึ้นที่จะกลับประเทศไทย สําหรับผู้ที่มีความสมัครใจที่จะกลับหรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ก็ทางสถานทูตก็ให้การอนุเคราะห์ จัดการให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และให้ทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่น วันที่ ๕ กันยายน ที่จะถึงนี้จะมีคนไทยกลับ ๒๕๐ คน ปลายเดือนกันยายนก็จะมีอีกจํานวนหนึ่ง และก่อนหน้า เดือนกันยายนนี้ก็คือเดือนกรกฎาคม เราไม่มีช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคมก็กลับไป เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคมก็ ๑๕๗ คน ทั้งหมดนี้เป็นการดําเนินการอย่างเป็นระบบ แล้วหลัง เดือนกันยายนนี้ก็จะมีอีกตามมา เพราะฉะนั้นในแง่ของการดูแลผู้คน โดยเฉพาะคนไทย ในช่วงเวลานี้ที่มีโรคระบาดอยู่นั้น ทําให้มีความเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ เพราะว่า ในประเทศซาอุดีอาระเบียปัจจุบันอัตราของคนติดเชื้อมากไปกว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว ท่านคงจะทราบดีว่ายอดติดเชื้อทั้งหมดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน และติดเพิ่มวันต่อวัน ก็ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคน และในช่วงวันต่อวันนี้ก็มีผู้คนที่ล้มตาย อย่างวันนี้ก็เพิ่มมาอีก ๓๑ คน เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราก็พยายามจะช่วยกันดูแลว่าไม่ให้คนไทยเข้าไปอยู่ใน กลุ่มของตัวเลขสถิติในมุมนี้ ถึงกระนั้นก็ดีก็ยังมีประเด็นของผู้คนที่ต้องถือว่าโชคไม่ดี คือมีการติดเชื้ออยู่ประมาณ ๑๐๘ คน ณ วันนี้ และที่ผ่านมาก็เสียชีวิตไป ๖ คน เพราะฉะนั้นทางการก็พยายามจะดูว่าเรื่องของคนไทยกับโควิด (COVID) นั้นจะไม่มาสัมพันธ์กัน อย่างใกล้ชิด พยายามที่จะให้มีความปลอดภัย ส่วนหนึ่งที่ได้กล่าวไว้ก็คือคําปรึกษาที่ทาง ด้านสาธารณสุขได้ให้อยู่ตลอดเวลากับคนไทยทางออนไลน์ (Online) อันนี้ก็เป็นคําตอบ โดยรวมที่ขออนุญาตตอบท่านในคําถามแรก เชิญครับ🔗
เชิญท่านอาดิลัน ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ในส่วน คําถามที่ ๑ ผมย้อนไปนิดหนึ่งว่าผมต้องการจะทราบว่าหลังจากที่มีในส่วนของปัญหา ดังกล่าวนี้แล้วทางรัฐบาลไทยเราเองได้ดําเนินการในการเจรจาพูดคุยกับทาง ประเทศซาอุดีอาระเบียเพื่อผ่อนปรนหรือกําหนดมาตรการเป็นพิเศษสําหรับประเทศไทย หรือไม่ อย่างไร นั่นคือคําถามเดิมที่ผมยังไม่ได้คําตอบตามที่ผมได้ตั้งคําถามไว้นะครับ🔗
คําถามที่ ๒ ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลว่าข้อมูลที่คนที่อยู่ใน ประเทศซาอุดีอาระเบียจํานวน ๘,๐๐๐ คนเศษนั้นอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากผม หรือผม คลาดเคลื่อนไปจากท่าน เพราะว่าของผมนี่เกือบ ๒๐,๐๐๐ คน เพราะผมได้ข้อมูลมา อย่างนั้น อาจจะเป็นคนไทยที่เข้าไปโดยวีซ่า (Visa) นักท่องเที่ยวและแอบหลบซ่อน และทํางานในส่วนของร้านอาหารหรือตัดเสื้อผ้า ซึ่งในประเทศซาอุดีอาระเบียจะมีคนกลุ่มนี้ จํานวนมากที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ขออนุญาตไปที่คําถามที่ ๒ อยากจะทราบว่ารัฐบาลเอง มีนโยบายให้ความช่วยเหลือคนไทยและครอบครัวที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับมาใช้ชีวิต ในประเทศไทยทั้งกลุ่มที่มีหลักฐานแสดงความเป็นคนสัญชาติไทย คือเกิดในประเทศซาอุดีอาระเบีย ไปแจ้งเกิดที่กงสุลกับอีกกลุ่มหนึ่งก็คือคนที่เป็นคนที่มีครอบครัวเป็นคนไทยแต่ไม่ได้ไป จดทะเบียนเกิดที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และไม่ได้ไปจดทะเบียนว่าเป็นคนไทย แต่พอถึง เวลานี้ นาทีนี้ที่เกิดเหตุการณ์ที่จะต้องจ่ายเงินค่าใบพํานักซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง เขาต้องการ กลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทยกับครอบครัวหรือญาติพี่น้องที่ประเทศไทย รัฐบาลได้มีนโยบาย ดําเนินการกรณีนี้อย่างไร หรือไม่ ขอบคุณครับ คําถามที่ ๒ ครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ สําหรับคําถามที่ ๒ นั้น ในกรณีคนไทย ที่อยากจะกลับที่อยู่ในฐานะต่าง ๆ นั้น ส่วนหนึ่งเราได้กล่าวไว้ในคําตอบแต่แรกว่า ทางรัฐบาลก็มีการจัดไฟลต์ (Flight) เพื่อจะให้ผู้ที่สมัครใจกลับ รวมไปถึงพวกที่อยู่ในข่าย เนรเทศ แต่ว่าเมื่อเราจัดให้มีเที่ยวบินก็สามารถจะมารวมกันอยู่ในนี้ได้ เที่ยวบินต่อไป ก็วันที่ ๕ กันยายน ซึ่ง ณ วันนี้ขณะนี้ก็มีผู้แสดงความจํานงมาแล้ว ๒๕๐ คน แล้วก็ยังมี เที่ยวต่อไปคือเดือนกันยายน แต่ว่าเมื่อมาถึงแล้วจะผ่านกระบวนการอย่างไรนั้นก็เป็นอีก ประเด็นหนึ่ง ซึ่งเราก็ได้พบจากการไปพูดคุยสัมภาษณ์ คราวที่แล้วมีการเดินทางของ คณะก่อนที่โควิด (COVID) จะมาเยี่ยมเยียน ภูมิภาคต่าง ๆ ก็มีคณะจากประเทศไทย ไปร่วมประชุมที่เมืองรียาด ก็มีการไปพบปะกับกลุ่มคนไทยได้ถามไถ่ดูว่าความประสงค์ เป็นอย่างไรกัน ในแง่จะมีความกินดีอยู่ดีเพียงพอหรือไม่ นั่นคือก่อนโควิด (COVID) และมีทุกข์สุขอย่างไร มีอะไรที่จะช่วยเหลือกันได้ ส่วนหนึ่งของคําตอบนั้นก็คือเรื่องของ การตัดสินใจว่าจะกลับหรือไม่กลับนั้นก็มักจะเกิดขึ้นอยู่ในความรู้สึกของคน เมื่อมีโอกาส ก็ล้วนแล้วแต่อยากจะกลับ แต่พอพูดถึงเรื่องของการกลับก็มีคําถาม ๆ หนึ่งขึ้นเสมอก็คือ กลับไปแล้วไปทําอะไร ก็คือเรื่องงาน แล้วที่อยู่อาศัย เพราะในจํานวนหนึ่งที่ได้พบแล้วได้ถาม ก็ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งอยู่แล้ว เพราะว่าญาติพี่น้องก็ไม่อยู่แล้ว นี่คือคําถาม ที่ย้อนกลับมาถามว่าถ้าจะกลับเขาจะต้องเตรียมตัวอย่างไรกับปัญหาลักษณะนี้ทั้งเรื่องงาน และที่อยู่อาศัย นี่ก็เป็นประเด็นที่คงจะต้องพูดคุยกันหาทางที่จะช่วยกันดูแลนะครับ ส่วนด้านที่ว่าจะขอให้เขาพิจารณาอะไรเป็นพิเศษ ผ่อนปรนหรืออะไร ก็บ่อยครั้งเลยครับ ในมุมของค่าธรรมเนียมอายุของการอยู่อาศัยก็ดี หรือแม้กระทั่งการจับกุมเพื่อเนรเทศ ทางสถานทูตเราที่เมืองริยาดและสถานกงสุลใหญ่ที่เมืองเจดดาห์ก็พยายามจะติดต่อ เจ้าหน้าที่เพื่อจะให้มีการผ่อนปรน แต่คําตอบอย่างที่พวกเราคงทราบว่าในหลายประเทศ เขาถือว่าความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายหรือกฎระเบียบนั้นอาจจะเป็นหัวใจของ การทํางานอย่างมีประสิทธิภาพและทําให้ลุล่วง เพราะฉะนั้นก็มักจะได้คําตอบว่าถ้าหากว่า มีการยกเว้นกับใครหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง สิ่งที่ตามมาคือเขาก็จะต้องถูกรุมจวกอีก หลาย ๆ ประเทศด้วยคําถามเดียวกัน และความต้องการเดียวกัน เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ บนพื้นฐานนี้จึงทําให้ทางการของประเทศซาอุดีอาระเบียไม่สามารถที่จะดําเนินการอะไร มากไปกว่าที่จะยืนหยัดอยู่บนกฎระเบียบของเขา ก็ขออนุญาตเรียนว่าเป็นเช่นนั้น สําหรับ คนไทยที่กลับมาก็อยากจะเรียนในแง่ของตัวเลขว่าในมุมของตัวเลขที่มีการให้ความช่วยเหลือ คนไทยในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาก็มีอยู่รวมแล้ว ๙๒๖ คน ที่นํากลับมา ในจํานวนนั้นก็แยกเป็น แต่ละปีตามความจําเป็นและความต้องการ ตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ เป็นต้นว่า ๑๘๐ คน ปี ๒๕๖๒ น้อยที่สุดก็คือ ๙๘ คน แต่ที่มีมากหน่อยก็คือ ๒๒๐ คน ในปี ๒๕๖๑ แล้วก็ ปี ๒๕๖๐ ก็ ๒๑๙ คน เป็นต้น เพราะฉะนั้นในช่วงตั้งแต่มีโควิด (COVID) เข้ามาเยือน ก็มีความพยายามที่จะนําคนไทยกลับมาตามความต้องการ รวมแล้ว ๔๗๑ คน อันนี้ยังไม่ได้ รวมไปถึงกลุ่มต่อมาในเดือนกันยายน วันที่ ๕ อีก ๒๕๐ คน แล้วก็ปลายเดือนกันยายนก็จะมี ตามมาอีก ก็ขออนุญาตให้เป็นตัวเลขในลักษณะนี้ และในมุมของก่อนตอบคําถาม แต่ขอเรียนว่าในจํานวนบุคลากรหรือคนไทยที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ณ ขณะนี้ เมื่อสักครู่ได้เรียนว่าติดเชื้ออยู่ ๑๐๘ คน เสียชีวิตไป ๖ คนนั้น ณ ขณะนี้ก็พยายามให้จํานวน ตัวเลขไม่มากไปกว่านี้ โดยทางสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ก็พยายามเข้าไปมีบทบาท และให้การปรึกษาแล้วก็ช่วยเหลือเท่าที่เป็นไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเพิ่มเติมก็คือว่า จํานวนคนที่เพิ่มขึ้นในประเทศซาอุดีอาระเบียในแต่ละปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็มาจากการที่เรา เรียกว่าจัมป์วีซ่า (Jump Visa) กระโดดวีซ่า ส่วนใหญ่เป็นเวลาเข้าไปพร้อมกับกิจกรรม การแสวงบุญใหญ่ แสวงบุญฮัจญ์ ซึ่งก็ไม่กลับมาตามกําหนดก็มีจํานวนไม่น้อย และรวมไปถึง แสวงบุญเล็กก็คืออุมเราะห์ก็เช่นกัน ถ้าหากมีการลดจํานวนเหล่านี้ คนของเราที่อยู่ใน ประเทศซาอุดีอาระเบียก็คงจะลดลงตามส่วน แต่กระนั้นก็ดีอันนี้เป็นเรื่องของปัญหาสังคม โดยทั่วไป ก็อยากกล่าวว่าทางประเทศซาอุดีอาระเบียเองก็ให้ความสนใจติดต่อกับ ประเทศไทยอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลาในอีกหลาย ๆ เรื่อง ในหลายเรื่องก็อาจจะโยงไปถึง เรื่องของคนด้วย แต่ว่า ณ วันนี้มันมีอีกหลายเรื่องที่หลังจากที่ท่านได้กล่าวถึงปี ๒๕๓๒ และปี ๒๕๓๓ นั้น ๓๐ ปีล่วงแล้ว และขณะนี้มีการเริ่มจะติดต่อกัน ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศซาอุดีอาระเบียก็โทรมาหารือกับผมใน หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นว่ามีการโทรศัพท์มาคุยกัน ก็ขออนุญาตยุติ เพียงเท่านี้นะครับ🔗
ครบ ๒ ครั้งแล้ว ท่านอาดิลันมีอะไรครับ🔗
ขอบพระคุณครับ เรียนท่านประธาน เนื่องจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงโควิด (COVID) และการให้ ความช่วยเหลือกับคนไทยในประเทศซาอุดีอาระเบีย ก็อยากจะฝากว่าผมได้ข้อมูลมาจากพี่น้อง ในประเทศซาอุดีอาระเบียว่าปัจจุบันนี้มีอยู่เป็นบุคลากรของทูต เป็นทูตฝ่ายแรงงาน ขออนุญาต เอ่ยนาม นายอะห์มัด มะมิน ตอนนี้เจ็บป่วยด้วยโรคโควิด (COVID) เพราะได้ทําหน้าที่ ช่วยเหลือคนไทยในประเทศซาอุดีอาระเบีย ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู (ICU) ตอนนี้สุขภาพ ร่างกายพร้อมที่จะเดินทางกลับแต่ก็ยังติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งก็อยากจะฝาก ทางท่านช่วยพิจารณาให้ความช่วยเหลือกับนายอะห์มัดด้วยในการเดินทางกลับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาตให้ข้อมูลท่านที่ได้กรุณายกขึ้น กรณีของนายอะห์มัด ในช่วงเวลานี้ก็ยังถือว่าป่วยอยู่ แล้วก็ป่วยชนิดที่เราพิจารณาเห็นว่าน่าจะพยายามหาทาง เอากลับมาประเทศไทย บ่ายนี้ทางอธิบดีกรมการกงสุลก็จะไปพบกับทางเจ้าหน้าที่อาวุโส ของกระทรวงแรงงานเพื่อคุยกัน เนื่องจากนายอะห์มัดนี้ก็เป็นล่ามของสํานักงานแรงงาน แล้วก็ ทําหน้าที่เป็นอย่างดี จะเรียกว่าดีเยี่ยมก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในช่วงของโควิด (COVID) ได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือให้คนไทยได้กลับมาแล้วก็อีกหลาย ๆ เรื่องด้วย เพราะฉะนั้นทางกระทรวงการต่างประเทศเองก็ให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษ แล้วก็จะไปหารือ แล้วหวังว่าจะได้คุยกันจนมีความเป็นรูปธรรมของการนํากลับมา เครื่องบินที่ได้ติดต่อไว้ ไปหาข้อมูลไว้ก็มีทั้งของประเทศสิงคโปร์กับทางยุโรป แต่ว่าราคาจะสูงต่างกันเยอะ เยอะนี่ หมายความว่าทางยุโรปคือนําคน ๑ คน กลับมาเขาจะคิด ๗ ล้านบาท อันนี้เป็นตัวอย่าง แต่ประเทศสิงคโปร์ก็จะย่อมหน่อย แต่ว่าบ่ายนี้ก็คงจะรับรู้ผลว่าจะเดินต่อไปอย่างไร แค่ไหน ขอบคุณครับ🔗
เป็นการจบกระทู้ของท่านอาดิลันนะครับ🔗
๑.๒.๖ กระทู้ถาม ที่ ๒๓๗ เรื่อง มาตรการการพยุงราคาข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ที่กําลังจะเก็บเกี่ยว (นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗
ซึ่งกระทู้นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือขอแจ้งเลื่อน การตอบกระทู้นี้ไปเป็นวันพุธที่ ๒ กันยายน เพราะว่าติดภารกิจที่สําคัญไว้ ทําได้ตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ก็คงจะมาตอบในวันพุธที่ ๒ ขอแจ้งท่านสัมฤทธิ์เจ้าของกระทู้นะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ขณะนี้ห้องประชุมสภาใหญ่ได้ครบองค์ประชุม และเปิดการประชุมไปแล้วนะครับ ส่วนห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราก็จะเริ่ม ดําเนินการเลยนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๐๑ เรื่อง การติดตั้งกระแสไฟฟ้า สู่ชุมชนหมู่บ้านผาแดง และบ้านป่าเมี้ยง อําเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓)🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากสํานักอุทยาน แห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายภาณุ จูงสาย ผู้อํานวยการส่วนจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ๒. นายปริญญา ภูศักดิ์สาย นักวิชาการป่าไม้ ชํานาญการ ฉะนั้นจึงขอเชิญท่านนิติพล ผิวเหมาะ ได้ถาม แล้วก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมตอบ เชิญท่านนิติพลครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ก็ต้องขออนุญาตฝากคําถาม ผ่านท่านประธานไปถึงท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ของผมเอง โดยส่วนตัวผมก็เป็นชาติพันธุ์ อยู่แล้วด้วย ก็เป็นปัญหาของพี่น้องที่จังหวัดพะเยา ตามที่ท่านประธานได้นําเรื่องไปแล้ว ที่หมู่บ้านผาแดง และบ้านป่าเมี้ยง อําเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ในจังหวัดพะเยาก็มี การพัฒนามาโดยต่อเนื่องยาวนานมาโดยตลอด ทีนี้จากจํานวน ๗๗๙ หมู่บ้าน ของทั้งจังหวัดพะเยา ตอนนี้เหลืออยู่เพียงแต่ ๒ หมู่บ้านเท่านั้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ข้อเท็จจริงของ ๒ หมู่บ้านนี้ ฟังเป็นยุตินะครับท่านประธานว่าชาวบ้านได้อยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ปี ๒๔๙๙ ก่อนจะมี การประกาศอุทยานเมื่อปี ๒๕๓๓ โดยพื้นที่นี้ในอดีต ขออนุญาตนําเรียนย้อนหลังไปนิดหนึ่ง ในอดีตก็มีการปลูกพืชซึ่งปัจจุบันก็ถือว่าเป็นพืชที่ผิดกฎหมาย จากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยน ให้ทันยุคทันสมัย แล้วก็ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เป็นการทํางาน ร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศนอร์เวย์ มีการพัฒนาส่งเสริมให้มีการปลูกพืช เศรษฐกิจอื่นทดแทน ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ ๒ หมู่บ้านนี้ก็ปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกกาแฟ ที่ดีที่สุดของจังหวัดพะเยา แต่ทีนี้ปัญหาคือว่าพอปลูกเสร็จแล้วอะไรต่าง ๆ แล้ว การพัฒนาการแปรรูปต่าง ๆ ไม่สามารถทําได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหตุผลก็เนื่องจากว่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยในอดีตย้อนกลับไปนิดหนึ่งก็คือตอนนี้เหลือเพียงแค่ ๒ หมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้า แต่ก่อนหน้านี้มีอยู่ ๓ หมู่บ้าน แต่ว่าได้รับการแก้ไขไปแล้ว ๑ หมู่บ้าน ทีนี้ผมก็กลับไปถาม ชาวบ้านว่าอีก ๑ หมู่บ้านที่เขาได้รับการแก้ไขไปแล้วทําไมถึงได้รับการแก้ไข แล้วค้างอีกแค่ ๒ หมู่บ้าน ทําไมไม่ได้รับการแก้ไข โดยในพื้นที่ทั้ง ๓ หมู่บ้านนี้ใช้วิธีลักษณะใกล้เคียงกันครับ ก็คือพอมีประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๓๓ ทุกคนก็ติดอยู่ในปัญหาเดียวกันว่า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ก็คือคุยกับทางหน่วยงานราชการต่าง ๆ แล้ว ทุกคน ก็เห็นอยู่แล้วว่าอยู่มานานแล้วก็พยายามจะแก้ไข ก็เลยใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชไปตั้งเป็นหน่วยในพื้นที่สูง แล้วก็เพื่อที่จะ สามารถส่งกระแสไฟฟ้ามาให้กับชาวบ้านได้ ก็เลยได้รับการแก้ไขไป ๑ หมู่บ้าน อีก ๒ หมู่บ้านที่เหลืออยู่ชาวบ้านก็รออยู่ตลอดระยะเวลา ๑๐-๑๕ ปีที่ผ่านมา ก็พยายามถาม หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย ถามมาหมดทุกหน่วยงานแล้วครับท่านประธาน แล้วแนวทางในอดีตที่ผ่านมาก็คือทางสํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๕ จังหวัดเชียงราย ในอดีตก็พยายามจะแก้ไขโดยวิธีว่าจะตั้งหน่วยงานฟื้นฟูต้นน้ําในพื้นที่สูงชัน แต่ว่าจนถึง ทุกวันนี้ผ่านมา ๑๐-๑๕ ปีแล้วเรื่องนี้ก็นิ่งหายไป ผมจึงขออนุญาตเข้าสู่คําถามข้อ ๑ ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช คนปัจจุบันได้ทราบถึงประเด็นการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของหมู่บ้านทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้แล้วหรือไม่ ตามที่ได้มีหนังสือขอความช่วยเหลือมา ตลอดระยะเวลา ๑๕ ปีที่ผ่านมา และแนวทางที่จะให้สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๕ จังหวัดเชียงราย มีแผนดําเนินการจัดตั้งหน่วยฟื้นฟูต้นน้ําในพื้นที่สูงชันเมื่อใด อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนิติพล ผิวเหมาะ เรื่อง การติดตั้งกระแสไฟฟ้าให้กับ ๒ หมู่บ้าน คือหมู่บ้านผาแดงและหมู่บ้านป่าเมี้ยง จังหวัดพะเยา ต้องเรียนว่า ๒ หมู่บ้านนี้ ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๔๙๙ ณ วันนี้เมื่อปี ๒๕๖๒ ที่บ้านผาแดงเท่าที่เช็ก (Check) มามีจํานวนครัวเรือนอยู่ ๖๒ ครัวเรือน มีพี่น้องประชาชน อยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่าคน แล้วก็ที่บ้านป่าเมี้ยงอีกประมาณ ๖๘ ครัวเรือน ก็อีกประมาณ ๑๐๐ กว่าคน รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๒ หมู่บ้านนี้ก็จะประมาณ ๑๓๐ ครัวเรือน เกือบ ๔๐๐ คน ทีนี้ประเด็นที่ท่านสมาชิกอยากจะถาม ประเด็นเรื่องว่าทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๕ มีแผนจะตั้งหน่วยฟื้นฟูต้นน้ําอย่างไรนั้น ต้องขออนุญาตเรียนว่าทางกรม โดยอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ได้เสนอเรื่อง มายังที่กรมว่าจะขอขยายเขตไฟฟ้าที่พื้นที่ดังกล่าว แต่คราวนี้ตอนปี ๒๕๕๘ นั้น เป็นการใช้ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๐๔ อยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้เป็นพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ แล้ว เขาก็กําหนดเอาไว้ว่าโครงการนั้นจะสามารถดําเนินการได้เฉพาะ เป็นการบํารุงรักษาโครงสร้างสาธารณูปโภคตามพื้นฐานที่เคยมีอยู่ ถ้าจะไปทําใหม่เขาไม่สามารถ ทําได้ จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ตามที่ท่านสมาชิกถามว่าจะมีแผนดําเนินการจัดตั้งหน่วยฟื้นฟู ต้นน้ําในพื้นที่สูงชันเมื่อใดนั้น ณ ตอนนี้โดยกฎหมายเรายังไม่สามารถจัดตั้งหน่วยให้อยู่ใน พื้นที่ดังกล่าวได้ แต่ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าว เมื่อสักครู่นั้นก็เป็นสิ่งที่ทางกรมเรารับทราบมาตลอด แล้วก็เร่งประสานกับ หลาย ๆ หน่วยงานในการที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งเดี๋ยวคงจะได้ตอบในรายละเอียดต่อไปครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านนิติพล คําถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้คําตอบมาในประเด็นแรกว่าตอนนี้เรื่องการตั้งหน่วย อาจจะยังไม่สามารถทําได้นะครับ ทีนี้ผมก็สอบถามมาทางชาวบ้านต่อท่านประธานว่ากรณี ถ้าสมมุติว่าต้องมีการเดินสาย ถ้าตั้งเสาพาดสายเข้ามาในบริเวณหมู่บ้านได้รับผลกระทบกับ สิ่งแวดล้อมมากน้อย ได้รับผลกระทบต่อเรื่องป่าไม้หรือเปล่า เพราะผมเองผมก็ทําประเด็น นโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องพื้นที่ป่าต่าง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็ทราบดี ผมก็ได้ความจาก ทั้งชาวบ้าน แล้วก็จากทางราชการมา ก็คือว่าได้มีการทํางานร่วมกันมาโดยตลอดครับ ท่านประธาน ทั้งเจ้าหน้าที่ของทางรัฐเองทุกหน่วยงาน ทั้งท้องถิ่น ทั้งส่วนกลาง ทั้งอะไรต่าง ๆ ก็ดีพร้อมกับชาวบ้านได้มีการเดินสํารวจพื้นที่ว่าถ้ามีความจําเป็นแล้วสามารถทําได้ในการ ตั้งเสาและพาดสายมานี้กระทบพื้นที่ป่าไหม คําตอบก็คือไม่กระทบกับพื้นที่ป่า พอฟัง ท่านรัฐมนตรีบอกแล้วว่าก็ยังไม่สามารถจะตั้งพื้นที่หน่วยขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาต ปรับคําถามในส่วนของคําถามข้อ ๒ นิดหนึ่งว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมมีนโยบายผ่อนปรนหรือเปล่าว่าที่จะสามารถทําให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้ใช้ไฟ ก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันไปก่อนนะครับท่านรัฐมนตรี แล้วก็จากนี้ไปก็จะทํางานร่วมกัน หรือว่าจะสามารถแก้ไขปัญหากับชาวบ้านในระยะยาวได้อย่างไรนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ท่านนิติพล ขออภัยที่เอ่ยนาม เพราะว่าปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นเป็นสิ่งที่ทางกระทรวงนั้นเราให้ ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านตาม เขตป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บ้านป่าเมี้ยงและบ้านผาแดงนั้นจะเป็นพี่น้องประชาชน ที่ช่วยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการที่จะเป็นหูเป็นตา แล้วก็ ดูแลรักษาพื้นที่อุทยานของเรา ดังนั้นความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนนั้นเราให้ความสําคัญ เป็นอย่างยิ่ง ปัญหาอยู่ที่ว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนต้องการไฟฟ้าครับท่านประธาน จะเอา ไฟฟ้าเข้าไปได้มีอยู่ ๒ แบบ แบบแรกคือตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ คือการเดิน เสาไฟฟ้าเข้าไปที่พื้นที่ ซึ่งตามที่ตรวจสอบมาใช้ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ส่วนที่ ๒ คือ การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เลย คือการใช้แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เมื่อสักครู่ได้ลองสอบถามดู ก็ทราบ พูดถึงประเด็นแรกก่อนครับท่านประธาน การที่ใช้พาดเสา ติดเสาไฟฟ้า เดินสายไป ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร สิ่งที่ทางกรมเป็นห่วงนั้นคือระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ เฉลี่ยกิโลเมตรละประมาณล้านกว่าบาท ๑๐ กิโลเมตร ก็ใช้เงินประมาณ ๑๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง ไม่ได้เยอะมากมายอะไร ประเด็นปัญหาจะอยู่ที่ว่าเวลาเราพาดสายไป ๑๐ กิโลเมตรนั้น ตลอดระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นมา ฝนตก ฟ้าร้อง หรือมีสัตว์ หรือมีอะไรเข้าไปเกี่ยวปุ๊บสายขาดขึ้นมาก็จะมีปัญหากับทั้ง ๒ หมู่บ้านได้ ประเด็นต่อมาก็คือว่าตลอดระยะทาง ๑๐ กิโลเมตรนั้น ปัจจุบันนั้นเป็นป่าที่สมบูรณ์ เป็นอุทยานที่สมบูรณ์อยู่ ถ้าหากว่ามีการสร้างสายไฟพาดผ่านไป ๑๐ กิโลเมตรแล้ว ในประสบการณ์ตามที่เราเคยเห็นมามันจะเกิดจุดต่อไฟออกมาระยะทางจาก ๑๐ กิโลเมตร ฉะนั้นประเด็นนี้คงต้องมานั่งพินิจพิเคราะห์กันว่าเมื่อสร้างแล้ว ถามว่าตัวสายไฟและเสาไฟเอง ก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไหม อาจจะยังไม่เกิด แต่สิ่งที่ตามมาก็คือจะมี พี่น้องประชาชนบางกลุ่มอาจจะไปเริ่ม พอเห็นมีเสาไฟเสร็จแล้วก็จะไปต่อตรงนั้นทีหนึ่ง ต่อตรงนี้ทีหนึ่ง จนท้ายที่สุดแล้วตลอดระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร จากที่เคยเป็นป่าสมบูรณ์ ก็จะเริ่มแหว่งขึ้นทีละหน่อย ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ทางกรมก็เป็นห่วงพอสมควร ทีนี้ถ้าลองมองอีก ประเด็นหนึ่งก็คือว่าการใช้ไฟโดยแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ปัจจุบันทราบว่าทางพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง ๒ หมู่บ้านนั้นมีเป็นโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ติดอยู่บนหลังคาบ้าน หรือที่เราเรียกว่าโซลาร์รูฟทอป (Solar Rooftop) ติดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ซึ่งมาถึงวันนี้ก็ใช้ เวลาประมาณเกือบ ๑๕ ปีแล้ว โดยเฉลี่ยแล้วแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ๑ แผง จะมีอายุ การใช้งานก็อยู่ประมาณนี้ครับท่านประธาน ๑๐-๑๕ ปี ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ พอกาลเวลาผ่านไปนั้น ศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่มีอยู่นั้น ก็ลดความมีประสิทธิภาพลงไป บวกกับว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามา จากที่เมื่อก่อนอาจจะมี พัดลม อาจจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่กี่ชิ้น ปัจจุบันอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นทีวี (TV) ตู้เย็นมากขึ้น ดังนั้นโซลาร์รูฟทอป (Solar Rooftop) ที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ โซลาร์โฮม (Solar Home) ที่ใช้งบประมาณหลังหนึ่งประมาณสักไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน แนวทางอีกวิธีหนึ่งคือการทําเป็น เรียกว่าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เป็นไมโครกริด (Microgrid) ซึ่งผมลองเช็ก (Check) ดูว่า ถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๓๐ ครัวเรือน ผู้อาศัยประมาณ ๔๐๐ คนนั้นก็จะ ใช้เงินประมาณ ๒๕-๔๐ ล้านบาท แล้วก็ใช้พื้นที่โล่งประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าตารางเมตร หรือว่าประมาณสัก ๒ ไร่กว่า ๆ ในประเด็นนี้ผมคิดว่าอาจจะมีความเสถียรภาพมากกว่า เพราะว่าถ้าหากว่าทําเป็นไมโครกริด (Microgrid) ขึ้นมา แล้วก็ฟีด (Feed) มาให้กับ ทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้ ความเสถียรของกระแสไฟที่จะส่งมาก็จะมีความเสถียรมากกว่า แต่ต้นทุน จากที่บ้านหลังละประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ก็จะขึ้นไปเป็น ๒๕-๓๐ ล้านบาท เพื่อที่จะฟีด (Feed) คนให้ได้ถึง ๔๐๐ คน แล้วก็ใช้พื้นที่ในอุทยานอีกประมาณเกือบ ๒ ไร่กว่า ๆ ทั้งนี้ ๒ ประเด็นนี้ผมขออนุญาตรับเป็นการบ้าน แล้วก็หารือกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าจะต้องใช้งบประมาณ มีงบประมาณหรือไม่ แล้วก็ ปริมาณกําลังไฟนี้ใช้พื้นที่ ๒ ไร่แล้วจะสามารถส่งกระแสไฟให้กับพี่น้องประชาชน ทั้ง ๒ หมู่บ้าน ก็คือหมู่บ้านป่าเมี้ยง แล้วก็หมู่บ้านผาแดงนั้นได้เพียงพอหรือไม่ แต่ประเด็นที่ คงจะต้องขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าเมื่อมีไฟฟ้าที่เพียงพอแล้ว ประเด็น ที่เราเป็นห่วงก็คือว่าพอไฟฟ้ามาทุกอย่างสะดวกสบาย หมู่บ้านที่เคยมีอยู่ประมาณ ๒ หมู่บ้าน รวมกันแล้วประมาณ ๑๓๐ หลังคาเรือน ประมาณไม่เกิน ๔๐๐ ชีวิตมันจะเพิ่มขึ้น จาก ๑๓๐ หลังคาเรือน จะเป็น ๑๕๐ หลังคาเรือน เป็น ๒๐๐ หลังคาเรือน ปริมาณ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จะเพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วง ดังนั้นก็ขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องทั้ง ๒ หมู่บ้านนั้น ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วเราก็จะ รับเป็นการบ้านติดต่อกับทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงพลังงาน เพี่อหาวิธีในการที่จะ แก้ไขประเด็นเรื่องกระแสไฟฟ้าให้กับพี่น้องของทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้ให้ได้มีประสิทธิภาพโดยที่ เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมแล้วก็บริเวณอุทยานแห่งชาติน้อยที่สุดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านนิติพล มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ครับ ขอเป็นสั้น ๆ นิดเดียวครับ ท่านประธาน เพราะว่าทางท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงเกี่ยวกับโซลาร์กริด (Solar Grid) แล้ว ผมขออนุญาตถามสั้น ๆ นิดเดียวว่าผมก็มองแล้วว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ที่เราจะทําได้ก็เป็นวิธีการที่ดี อยากจะทราบว่าจะสามารถทําได้ในปีงบประมาณใดกรณี เรื่องโซลาร์กริด (Solar Grid) ที่ท่านได้กรุณาเรียนชี้แจงมา ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ปี ๒๕๖๔ นี้ท่าจะไม่ทันแล้วนะครับท่านประธานครับ เพราะตอนนี้ กําลังประชุมกันอยู่เลย คือถ้าเป็นงบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง ผมจะเขียนให้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เลย แต่เผอิญว่าตอนนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเราก็เบี้ยน้อยหอยน้อย โดนตัดไปก็บานตะไทนะครับ ถ้าจะขอรับไป แล้วก็ประสานกับทางกระทรวงพลังงานว่าเดี๋ยวจะฝากทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชช่วยประสานกับกระทรวงพลังงาน แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าความเป็นไปได้ ในการที่จะใส่เข้าไปในงบปี ๒๕๖๕ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการร่างงบประมาณอยู่ของปี ๒๕๖๕ เราก็จะดําเนินการให้เร็วที่สุดครับท่านสมาชิก ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่า จบการถามกระทู้ เรื่อง การติดตั้งกระแสไฟฟ้าชุมชน หมู่บ้านผาแดงและบ้านป่าเมี้ยง อําเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ของท่านนิติพล ผิวเหมาะ ต้องขอขอบคุณท่านวราวุธที่กรุณา ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
ที่ประชุมครับ เนื่องจากกระทู้ถามตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓ ตั้งถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน ดังนั้น เพื่อที่จะให้เกิดการถามตอบที่ต่อเนื่อง ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนําขึ้นมาพิจารณา ต่อจากกระทู้ถามเรื่องนี้ ผู้ตั้งกระทู้ถามและผู้ตอบไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ถ้าหากว่า ไม่มีผู้ใดขัดข้อง ผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๒๐ เรื่อง นโยบายงดใช้ถุงพลาสติก โดยการผลักภาระให้กับผู้บริโภค (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากกรมส่งเสริม คุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ ๑. นายจักรชัย ชุ่มจิตต์ ผู้อํานวยการ กองส่งเสริมและเผยแพร่ ๒. นางสาวมนพิสุทธิ์ แก้วศรี นักวิชาการเผยแพร่ปฏิบัติการ ๓. ว่าที่ร้อยตรีหญิง มัตติกา เขียวเจริญ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม และผมได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมฟังการต่อบกระทู้ถาม คือ นางสาวรัญดา พลเยี่ยม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาปฏิบัติตามระเบียบ สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกําหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ใน ความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทําการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้ เครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทําการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก ขอเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม และเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เตรียม ตอบนะครับ เชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ทํา กระทู้ถามแยกเฉพาะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ในเรื่องนโยบายการงดใช้ถุงพลาสติกโดยการผลักภาระ ให้กับผู้บริโภค ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่ท่านได้สละเวลาของท่านมาตอบกระทู้ ในฐานะผู้แทนราษฎรก็ต้อง ขอขอบคุณท่านในเบื้องต้นก่อนครับ กระผมเองได้มีความห่วงใย แล้วก็ได้รับข้อร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนเมื่อช่วงต้นปีครับท่านประธาน ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นได้มีนโยบายให้ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) และร้านสะดวกซื้องดให้บริการถุงพลาสติกกับลูกค้า ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้นในช่วงที่มีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวหรือความร่วมมือดังกล่าวนั้น ก็เป็นประเด็นทางสังคมพอสมควร ตอนนี้ระยะเวลาก็ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลา ๘ เดือนกว่าแล้ว ที่มาตรการดังกล่าวได้บังคับใช้ในประเทศไทย แล้วก็มีผลอย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธาน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ มาตรการดังกล่าวนั้นทําให้ลูกค้าต้องนําถุงผ้าหรือภาชนะอื่น มาใส่สินค้า แม้จะเป็นเรื่องที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในการลดปริมาณขยะจากถุงพลาสติก หากแต่ ประชาชนต้องรับภาระในการจัดเตรียมถุงผ้าหรือภาชนะต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งในทางกลับกัน ในต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่นหรือเครือรัฐออสเตรเลีย หรือสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ แล้วก็ อีกหลายประเทศ ทุกประเทศมีนโยบายให้ผู้ผลิตและร้านค้าต่าง ๆ รับภาระในการจัดเตรียม ถุงกระดาษหรือวัสดุรีไซเคิล (Recycle) ที่ย่อยสลายได้ไว้บริการให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) และร้านสะดวกซื้อ เรียนท่านประธานว่า มาตรการที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีมาตรการให้ลูกค้านั้นงดใช้ ถุงพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ ผมเองในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สนับสนุนในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากถุงพลาสติกนั้นปัจจุบันนี้ เป็นภาระกับสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นอันตราย เมื่อไม่สามารถย่อยสลายได้ ขยะเหล่านี้ก็เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การนําไปเผาก็เป็นมลพิษทางอากาศ การนําไปทิ้ง ไปกลบฝังก็เป็นภาระในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ประเทศชาติ ฉะนั้น การที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกํากับดูแลของท่านรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา นั้นเป็นนโยบายที่ดี แต่สิ่งที่เป็นผลกระทบก็คือปัจจุบันนี้ห้างสรรพสินค้า ต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ แล้วก็เป็นนายทุนใหญ่ ในแต่ละปีก็ต้องจัดสรรงบประมาณ มาเป็นต้นทุนในการจัดหาถุงพลาสติกต่าง ๆ ให้กับผู้บริโภคอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้ต้นทุนต่าง ๆ เหล่านี้กลับเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ แต่พี่น้องประชาชนก็ต้องไปซื้อถุงผ้า หรือแม้กระทั่งถุงพลาสติกอย่างดีที่ห้อยหรือขายในเชลฟ์ (Shelf) ตอนที่ลูกค้านั้นไปจ่ายเงิน ก็เป็นภาระให้กับผู้บริโภค กระผมเองได้มีโอกาสศึกษางานกองทุนต่าง ๆ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีที่เคารพ ก็คือผมเองในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์การอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ก็มีกองทุน หลาย ๆ กองทุนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน สสส. กองทุนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติบ้าง กองทุนที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลบ้าง ก็สามารถ ที่จะมาช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในกรณีต่าง ๆ อย่างเช่นกองทุนผู้ประสบภัย ทางท้องถนน กองทุนที่ผมอยากจะเสนอท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานก็คือกองทุนงดใช้ ถุงพลาสติกก็เป็นกองทุนหนึ่งที่ผมอยากเสนอให้ทางท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ถ้าสามารถจัดตั้งกองทุนได้ก็จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลในการที่จะลด ผลกระทบภาระของพี่น้องประชาชนที่ต้องซื้อถุงพลาสติกหรือถุงผ้ามาใช้เอง โดยที่ภาระ เหล่านี้ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับภาระในการส่งเงินเข้ากองทุนดังกล่าว โดยคิดจากยอดขาย หรือภาษีที่นําส่งรัฐบาลอยู่แล้วในแต่ละปี ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการก็มีตัวเลขในเรื่องของ ต้นทุนในการที่จะต้องจัดซื้อถุงพลาสติกมาให้กับลูกค้าอยู่แล้ว ฉะนั้นผมเองก็อยากจะได้ เสนอให้ท่านรัฐมนตรีได้จัดตั้งกองทุนลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อที่จะได้นําเงินที่เก็บจาก ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้มาตั้งเป็นกองทุน แล้วก็นําไปซื้อถุงที่ ย่อยสลายได้หรือถุงผ้าเพื่อที่จะได้บรรเทาค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ ผมนั้นอยากจะนําเสนอผ่านท่านประธานไปทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ฉะนั้นคําถามของผมที่จะเรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือ ข้อ ๑ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีมาตรการและนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งใน ระยะสั้น ระยะยาว เพื่อลดภาระของผู้บริโภคหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดจาก ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิกจาก จังหวัดราชบุรี ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ต้องขอบคุณที่ท่านได้ ยกประเด็นที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราให้ความสําคัญตั้งแต่ผมเข้ามา ทํางาน ประเด็นเรื่องถุงพลาสติกนั้นปัจจุบันพี่น้องประชาชนเริ่มมีความตื่นตัวขึ้นมากมาย แน่นอนเวลามีการเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งก็จะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนแน่นอน ทั้งนี้ คงต้องขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไปซื้อของแล้วก็ไม่มีถุงพลาสติกมาว่าการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง จะเกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตของคน สิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กําลังทํา แล้วก็อยากจะขอให้พี่น้องประชาชนร่วมมือกันก็คือว่าปัจจุบันเวลาเราไปซื้อของ ลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะเกิดขึ้น ลดปริมาณขยะที่ไปที่แลนด์ฟิลล์ (Landfill) ต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้นนั้นมันจะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ส่วนในระยะสั้นแน่นอนปัจจุบันทางห้าง หลาย ๆ ห้าง บางห้างก็จะมีการบริจาคเงินที่ได้จากการที่ไม่รับถุงพลาสติก ใบละ ๑ บาท ให้กับกองทุนสัตว์ป่าโลก บางห้าง ร้านสะดวกซื้อก็จะบริจาคให้กับโรงพยาบาลทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ บางห้างก็จะบริจาคเงินให้กับกองทุนเพื่อการศึกษาของเด็กนักเรียน ผู้ด้อยโอกาส บางห้างนั้นก็จะใช้นโยบายว่าเอาถุงพลาสติกเก่าของห้างนั้นมาเพื่อแลกกับ ถุงพลาสติกใบใหม่ไป แล้วบางห้างที่ผมก็เคยไปมาคือตัวผมบางครั้งไปแล้วลืมเอาถุงไปอะไรไป ถุงผ้าก็ไม่ได้เอาไป บางห้างเป็นซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ก็จะมีกล่องกองเอาไว้ พะเนินเทินทึกเลย ก็เอากล่องเหล่านั้นใส่ของแล้วแบกกลับบ้านไป ทั้งนี้ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าความลําบากที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่จะไม่ได้ เกิดขึ้นจากการที่ทางห้างไม่ได้แจกถุง แต่มันเกิดจากการที่พี่น้องประชาชนไปห้างแล้ว ลืมเอาถุงไป พอลืมเอาถุงไปปุ๊บถึงจุดที่จ่ายเงินก็จะเริ่มเอ๊ะตายแล้วเราจะเอาถุงที่ไหน อย่างไร สิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพยายามจะทําก็คือว่าวิสัย การออกไปปฏิบัติภารกิจของพี่น้องประชาชน ถ้าหากเราสามารถทําได้ติดต่อกันเป็นเวลา ๒๑ วันติด ๆ กันเลยนั้นเราก็จะเริ่มทําเป็นกิจวัตรวิสัย ยกตัวอย่างเช่นก่อนที่ผมจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้ ผมเองก็ไม่เคยพกกระติกน้ําเหมือนกัน ตลอดปีกว่าที่ผ่านมา ผมพกกระติกน้ําทุกวัน จนทุกวันนี้ผมไปไหนก็ต้องมีกระติกน้ําติดไปด้วย เช่นกันครับ ถุงผ้า เวลาเราออกจากบ้าน ทุกวันนี้เวลาผมไปห้างไปไหนก็แล้วแต่ก็จะพกถุงผ้าไปด้วย ดังนั้น การที่จะช่วยลดภาระของสิ่งแวดล้อม แน่นอนมันจะต้องเกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน แน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่แต่ละห้างมีมาตรการต่าง ๆ ตามที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ว่า บริจาคให้กับกองทุนสัตว์ป่าบ้าง บริจาคให้กับโรงพยาบาลบ้าง บริจาคให้กับการศึกษาบ้าง หรือแม้แต่การเอาถุงมาเปลี่ยนเพื่อให้เอาถุงใบใหม่ไปนั้น หรือแม้แต่แนวคิดของกองทุนงดใช้ ถุงพลาสติก ซึ่งก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เสนอกับทางกระทรวงมา เราก็จะนําไปเป็น แนวทาง แล้วก็จะหาวิธีนําเอาไปปฏิบัติใช้ แต่คงต้องขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วเรื่องถุงพลาสติก เอาท้ายที่สุดแล้วในความคิดของตัวผมเองมันไม่ได้เป็นภาระกับผู้บริโภค เพราะว่าทุกวันนี้ บ้านของพวกเราทุกคนมีถุงผ้าอยู่แน่นอน คําถามอยู่ที่ว่าท่านออกจากบ้านแล้วท่านพร้อม ที่จะพกถุงผ้าออกจากบ้านติดตัวไปไหนมาไหน หรือติดไว้ท้ายรถหรือไม่ บางคนทุกวันนี้ เพื่อนบ้านของผมเปิดท้ายรถมาจะมีถุง จะมีกล่อง จะมีตะกร้าอยู่มากมาย เพื่อที่ว่าเวลาไป ซื้อของจับจ่ายใช้สอยแล้วก็จะเอาถุงผ้าจากรถออกไป ดังนั้นคงต้องขออนุญาตฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก แล้วกับพี่น้องประชาชนว่าการที่เราจะลดต้นทุน ของสิ่งแวดล้อมจริง ๆ นั้นเราคงจะต้องมาช่วยกัน แน่นอนจะต้องมีภาระเกิดขึ้น แต่ว่า ถุงพลาสติกแต่ละใบตามที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าทุกคนล้วนแล้วแต่ตระหนักดี ปีที่แล้วตอนที่น้องมาเรียมเสียชีวิตก็มีการพูดคุยกันมากมายว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอเริ่มเข้าจริง ๆ แล้วมันไม่ง่ายอย่างที่คิด พอเริ่มเข้าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่สะดวกสบายอย่างที่คิด เพราะว่าปัญหาเรื่องถุงพลาสติกนั้น เกิดขึ้นเพราะคํา ๆ เดียวครับ คือคําว่ามันสะดวก ออกจากบ้านไปตัวเปล่าโดยไม่ต้องพกอะไร ไปเลย แต่วันนี้เราจะต้องพกถุงผ้าไป เราจะต้องพกสิ่งอะไรสักสิ่งหนึ่ง คงจะไม่พกกล่อง แต่ว่า อาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนก่อน แต่มันเป็นต้นทุนที่เราจะต้องจ่ายเพื่อที่เราจะมาช่วยกัน รักษาสิ่งแวดล้อมไปในภายภาคหน้า เพราะว่าปัญหาเรื่องถุงพลาสติก ปัญหาเรื่องสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ได้เกิดจากใครเลย มันเกิดจากมนุษย์เรานั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่าที่ว่าทําไม ในระยะเบื้องต้นทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราจึงได้มีมาตรการ แล้วก็ มีโครงการอย่างเช่นเอเวอรีเดย์ เซย์ โน ทู พลาสติก แบ็กส์ (Everyday Say No To Plastic Bags) คือการลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อที่จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก ที่เกิดขึ้น แล้วก็ส่งเสริมให้ใช้ถุงผ้าหรือถุงพลาสติกแบบหนาที่สามารถนํากลับมาใช้ใหม่ได้ หรือแม้แต่โครงการเปลี่ยนพลาสติกให้เป็นบุญเมื่อคุณหมุนเวียน คือการเก็บเอาพลาสติกต่าง ๆ เอามาอัป ไซเคิล (Up Cycle) มาเปลี่ยนเป็นจีวรพระ มาเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้า ซึ่งปัจจุบันนั้น ก็เริ่มมีบริษัทเอกชนหลายบริษัทเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามา ส่วนในระยะยาวทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองเรามีแนวทางที่จะผลักดันกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การใช้ แล้วก็การจัดการขยะพลาสติกประเภทต่าง ๆ ที่จะดําเนินการในรูปแบบของ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นทางห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัด ในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้เพื่อที่จะสร้างวินัยให้กับคนในชาติ แล้วก็ในอนาคตลูกหลานของเรา จะได้ไม่ต้องมาแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องปัญหาถุงพลาสติกอีก เพราะว่าถุงพลาสติกนั้นเกิดขึ้นมา เมื่อประมาณ ๖๐ กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง ก่อนหน้านี้คนไทยก็ไม่มีถุงพลาสติกใช้เหมือนกัน ดังนั้นวันนี้เราอยากจะขอความร่วมมือทุกท่านเท่านั้นเองว่าค่อย ๆ ช่วยกันปรับแนวทาง ในการดําเนินชีวิต กลับไปเพื่อมาช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมของเราครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านอัครเดชถามได้อีก ๑ ครั้ง เหลือเวลา ๓ นาทีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้กํากับของท่าน ที่มีวิสัยทัศน์ในการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลดใช้ถุงพลาสติก อันนี้ผมก็เห็นด้วย อย่างยิ่งที่เราจะได้ลดภาระที่เป็นมลพิษที่เกิดจากถุงพลาสติกให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นนโยบายที่ดีมาก แล้วกระผมนั้นก็เห็นด้วย แต่ว่าประเด็นที่อยากจะกราบเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีก็คือวันนี้ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ หรือร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ก็ได้รับการลดต้นทุนจากการที่จะต้องจัดหาถุงพลาสติกให้กับลูกค้าอยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าปีหนึ่งคงเป็นเงินหลายพันล้านบาทในเรื่องของต้นทุนที่ผู้ประกอบการได้ลดลง ซึ่งผู้ประกอบการในปัจจุบันนี้ก็ถือว่าเป็นนายทุนใหญ่ที่ประกอบกิจการหลายสาขา ร้านสะดวกซื้อบางร้านมีเป็นหมื่นสาขา ก็ถือว่าเป็นนายทุนใหญ่ก็ลดต้นทุนตรงนี้ไปได้มาก อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนท่านประธานผ่านมายังพี่น้องประชาชนก็คือในส่วนของ การบริจาคเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ก็อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้ไหมที่ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะได้จัดระเบียบเงินบริจาคเหล่านั้นให้เป็นระบบก็คือ ตั้งกองทุนขึ้นมาในการที่จะได้ซื้อถุงผ้ามาแจกพี่น้องประชาชนหรือซื้ออุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุประสงค์ของกองทุน นอกจากที่จะได้สนับสนุนถุงผ้าให้กับ พี่น้องประชาชนแล้ว เพื่อเป็นการลดการใช้ และลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็น แนวทางที่อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไป ฉะนั้น ผมจึงมีคําถามที่ ๒ ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมีนโยบายหรือมาตรการ เพื่อรณรงค์สร้างจิตสํานึกให้ห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อดําเนินการรับผิดชอบ ในการผลิตถุงกระดาษหรือถุงพลาสติกจากธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยไม่ผลักภาระ ความรับผิดชอบให้กับผู้บริโภคหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ในส่วนของประเด็นคําถามที่ ๒ เกี่ยวกับ เรื่องถุงกระดาษ ก่อนที่จะถึงคําถามที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกได้ฝากเกี่ยวกับเรื่องการใช้กองทุน ประเด็นนี้คงจะขอรับเป็นการบ้าน เพราะปัจจุบันตามที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่นี้ว่า ทางบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็มีการบริจาคเงินให้กับองค์กรต่าง ๆ เมื่อประหยัดเงินจาก การไม่ต้องซื้อถุงพลาสติกเหล่านี้ ส่วนประเด็นเรื่องถุงกระดาษต้องเรียนว่าย้อนกลับไป ปี ๒๕๐๒ เป็นวิศวกรชาวสวีดิชเป็นคนสวีเดน คุณกุสตาฟ ธูลิน เขาคิดค้นถุงพลาสติกขึ้นมา ปี ๒๕๐๒ ด้วยความที่ตอนนั้นก่อนหน้าปี ๒๕๐๒ มันไม่มีถุงพลาสติกในโลก มีแต่ถุงกระดาษ แล้วเขาก็ต้องการที่จะลดปริมาณการใช้ถุงกระดาษ เพราะว่ากระดาษนั้นมาจากต้นไม้ เขาก็ต้องการที่จะประหยัดต้นไม้ต่าง ๆ ในการที่จะไม่ต้องโดนตัดลงเพื่อมาทําถุงกระดาษ ถึงได้คิดค้นถุงพลาสติกขึ้นมา ดังนั้นเมื่อปี ๒๕๐๒ หรือปี ๑๙๕๙ ที่คุณกุสตาฟ ธูลิน คิดขึ้นมาถุงพลาสติกคิดขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยโลก แต่ปรากฏว่าผ่านไป ๖๐ กว่าปีถุงพลาสติก ที่เขาคิดว่าจะมาช่วยโลกนั้นกลายเป็นสิ่งที่มาฆ่าโลกเราเอง ดังนั้นถ้าหากกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ คือถุงกระดาษก็แปลว่าก็จะไปตัดต้นไม้ใหม่ ดังนั้นต้องเรียนว่าทางกระทรวงนั้นคงจะไม่มี แนวทางที่จะส่งเสริมการทําถุงกระดาษออกมา แต่ว่าเราก็จะส่งเสริมการใช้ถุงผ้า จริง ๆ ถุงพลาสติกเองต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าเราไม่ได้ต่อต้านการใช้ ถุงพลาสติก เพียงแต่ว่าเราต่อต้านการใช้ถุงพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง หรือเป็นถุงพลาสติก แบบบางที่เราเรียกกันมีความหนาประมาณ ๓๐ ไมครอน ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าหากเรา สามารถปรับวันนี้มีหลายห้าง มีหลายบริษัทผลิตออกมาแล้วเขาเรียกเป็นถุงหนา ความหนา ประมาณ ๕๐ หรือ ๖๐ ไมครอน มีความหนาขึ้น เมื่อมีความหนาขึ้นแล้วพี่น้องประชาชน ก็จะรู้สึกมันมีคุณค่า ไม่ใช่ซื้อมาเก็บแล้วครั้งเดียวทิ้ง เพราะถุงพลาสติกใบเดียว ถ้าท่านสามารถใช้ได้ ๑๐ ครั้ง ท่านก็จะประหยัดถุงไปได้ ๑๐ ใบ ดังนั้นวันนี้สิ่งที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังส่งเสริมก็คือนอกจากใช้ถุงผ้าแล้วก็คือ ใช้ถุง แต่เป็นถุงให้หนาขึ้นแล้วก็กลับมาใช้ใหม่ ๆ เพราะมิฉะนั้นแล้วเราก็จะกลับไปที่ โจทย์ ๆ เดิม เมื่อว่าเราใช้ถุงหนาขึ้นจะลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสําคัญที่สุดคือ พี่น้องประชาชนจะต้องพกมา ถุงผ้าเราแจกได้เต็มที่ตลอดระยะเวลา ๑ ปีกว่าที่ผ่านมาที่ผม เป็นรัฐมนตรี ผมคิดว่าแจกถุงผ้าไปเป็นล้านใบแล้ว พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รับ แล้วก็ นําไปใช้ แต่ก็จะมีมนุษย์ป้าบางคนรับไปแล้วก็รับอีก รับไปแล้วก็รับอีก บางคนรับไปคนเดียว ๓๐-๔๐ ใบเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าแกรักถุงผ้ามากหรืออย่างไร หรือจะเอาไปขายหรืออย่างไร แต่ว่าการที่มีถุงผ้าแล้วท่านจะต้องเอาออกมาใช้ เพราะมิฉะนั้นแล้วแจกกี่สิบล้าน แจกร้อยล้านใบ ถึงแม้วันนี้ถ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบาย แจกถุงผ้าให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนเลยคนละ ๕ ใบ แต่ถ้าไปแจกอีกก็มีคนเอาอีก ดังนั้น วันนี้อยู่ที่จิตสํานึกของพี่น้องประชาชนว่าท่านออกจากบ้านแล้วท่านจะหิ้วถุงผ้าไปด้วยหรือไม่ จะพกถุงไนลอนไปด้วยหรือไม่ ออกมาไปที่ร้านแล้วพกไปด้วยเอาไปใส่ข้าวใส่ของ ดังนั้นวันนี้ เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมในการที่จะมาช่วยกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่เราได้ทิ้งขยะกัน ตลอด ๕๐ กว่าปีที่ผ่านมา ก็เลยขออนุญาตเรียนว่าถ้าเป็นเรื่องถุงกระดาษเราคงไม่กลับไปใช้ใหม่ เราคงใช้ถุงพลาสติกเหมือนเดิม แต่ส่งเสริมให้มีการใช้ถุงพลาสติกมากครั้งขึ้น ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านมีอะไร จะฝากอีก ที่จริงแล้วถามได้ ๒ ครั้งนะครับ🔗
ท่านประธานครับเนื่องจากเวลา เหลือขอนิดหนึ่งครับ มีเรื่องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าผมเห็นด้วยกับ ที่ท่านรัฐมนตรีตอบเหตุผลในเรื่องของการที่เราจะไม่ใช้ถุงกระดาษ แต่สิ่งหนึ่งก็คือเรื่องของ การสนับสนุนการให้ใช้ถุงผ้า ฝากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเราได้กองทุนลดใช้ถุงพลาสติกมา ที่เก็บจากผู้ประกอบการ คือผมอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีว่าผู้ประกอบการเขามีค่าใช้จ่าย อยู่แล้วในแต่ละปีที่ผ่านมา ถ้าเราเอาเงินตรงนั้นมาตั้งเป็นกองทุน เราก็จะสามารถนําเงิน ตรงนั้นมาซื้อถุงผ้ามอบให้กับพี่น้องประชาชนได้ เป็นการลดการใช้ถุงพลาสติกและ ถุงกระดาษด้วย และที่สําคัญเงินกองทุนตรงนี้ยังช่วยให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมสามารถนําไปใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องของการส่งเสริมการสร้าง สิ่งแวดล้อมที่ดีและลดมลพิษด้วย เป็นกิจกรรมต่าง ๆ อันนี้ก็นําเรียนท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธาน สุดท้ายขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีและท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็รับไปแล้วนะครับ ถือว่าเป็นการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓ เรื่อง นโยบายงดใช้ถุงพลาสติก โดยการผลักภาระให้กับผู้บริโภคของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ต้องขอขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา นะครับ🔗
ต่อไปจะเป็น การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๒ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องมาตรการแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กของท่านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๑๙ เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหา การขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากสํานักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้นะครับ ๑. นางสาวเจริญวรรณ หนูนาค รองเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒. นางนภารัตน์ สัมพันธ์ภักดี ผู้อํานวยการภารกิจนโยบายและระบบบริหารงานบุคคล ๓. นายฉัตรกุล รุ่นประพันธ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล ๔. นายสมเกียรติ พึ่งคุณไตรรัตน์ ผู้อํานวยการกลุ่มอัตรากําลัง สํานักพัฒนาระบบบริหาร งานบุคคล ๕. นายธนากร เปรมพลอย นักทรัพยากรชํานาญการพิเศษ ต่อไปนี้ก็ขอเชิญ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม และเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียม ตอบนะครับ เชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ท่านได้สละเวลามาตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ทํากระทู้มาเรียนถามท่านรัฐมนตรี ถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันนี้ผมเองนั้นได้มีการพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกก็มีปัญหากันแทบจะทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ เรื่องของการขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียนของสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะได้นํากระทู้นี้เรียนถามท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องด้วยปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียน ขนาดเล็กเป็นปัญหาสําคัญในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาไทยมา อย่างยาวนาน โดยเป็นผลจากการเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ได้กําหนดสัดส่วนครูต่อจํานวนนักเรียน ประกอบกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่า ด้วยการเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ออกระเบียบ เกี่ยวกับการควบรวม เลิกสถานศึกษาอัตราครูและผู้บริหารสถานศึกษา อีกทั้งมีนโยบาย ยุบเลิกและควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก หากมีครูเกษียณก็จะไม่มีการบรรจุครู ส่งผลให้ เกิดปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลนครูผู้สอน มีครูไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนคนหนึ่ง ต้องรับผิดชอบหลายชั้นเรียนและไม่ครบสาขาวิชา โดยจะต้องสอนควบชั้นควบวิชา จนทําให้ ผู้นําชุมชนและผู้บริหารศึกษาจะต้องไปหางบประมาณเพื่อไปจัดจ้างครูผู้สอนให้ครบชั้นเรียน และครบสาขาวิชา เพื่อให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กได้รับโอกาสทางการศึกษา อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง และสร้างความเป็นธรรมให้กับเด็กนักเรียนในการรับโอกาส ทางการศึกษา จึงถือได้ว่าปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กเป็นปัญหา สําคัญที่กระทบต่อระบบการศึกษาไทย และคุณภาพทางการศึกษาของเด็กนักเรียน ทั่วประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เคารพ กระผมเองนั้นในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสลงพื้นที่ แล้วก็ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง แล้วก็ ผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่นเป็นจํานวนมากว่าในเขตจังหวัดราชบุรีนั้นปัจจุบันนี้สถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนชั้นประถมศึกษานั้นมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนครูผู้สอน ผมเองนั้น ก็ได้รับการร้องขอจากผู้นําท้องถิ่นให้เป็นประธานจัดการทอดผ้าป่าเพื่อที่จะนําเงินจาก การทอดผ้าป่าไปจ้างครูเพิ่มเติมในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ปัญหานี้เป็นปัญหา ที่ถือว่าเป็นปัญหาสําคัญ เนื่องจากครูนั้นไม่ครบชั้นเรียน แล้วครูก็ไม่ครบสาขาวิชา ทําให้ เกิดปัญหาเรื่องคุณภาพทางการศึกษา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเนื่องจาก ปัจจุบันนี้เราได้มีความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาอย่างรุนแรง เนื่องจากปัจจุบันนี้นโยบาย ในการยุบ แล้วก็ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการถือว่าเป็นการลดปัญหา คุณภาพทางการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากเด็กนั้นมีจํานวนน้อย แต่อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการที่มีเด็กจํานวนน้อยหลายโรงเรียนในพื้นที่ จังหวัดราชบุรีโดยเฉพาะที่อําเภอบ้านโป่งไม่ได้เกิดจากไม่มีเด็กเรียน แต่เกิดจากปัญหา คุณภาพทางการศึกษาทําให้ผู้ปกครองต้องส่งเด็กไปเรียนในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองซึ่งเป็น โรงเรียนที่ผู้ปกครองนั้นมีความรู้สึกได้ว่ามีคุณภาพมากกว่าโรงเรียนในชุมชนที่อยู่ใกล้กับ ที่อยู่อาศัยของผู้ปกครองหรือของเด็กนักเรียนในสังกัดของ สพฐ. ซึ่งกํากับดูแลของ กระทรวงศึกษาธิการ อันนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ครับ เพราะว่าคุณภาพทางการศึกษานั้นไม่ได้ จริง ๆ ผมลงพื้นที่เด็ก ป. ๓ ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนชุมชนยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็ก ป. ๓ ที่อยู่ในโรงเรียนเทศบาลเมือง ที่โรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการก็มี สังกัดท้องถิ่นก็มี สังกัดสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็มี เอกชนก็มี เด็กนั้นอ่านออกเขียนได้แล้ว ผมเองก็ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาดูก็พบว่าครูนั้นไม่เพียงพอ ทําให้ผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่นนั้น ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าอดรนทนไม่ได้ ต้องไปจัดทอดผ้าป่าเพื่อจะไปจ้างครูมาสอน เพิ่มเติม เพื่อให้เด็กนั้นได้รับคุณภาพการเรียนการสอน อันนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ในระดับประเทศ จึงนํากราบเรียนท่านรัฐมนตรี แล้วสิ่งที่สําคัญก็คือผมเองนั้นได้เป็น อนุกรรมาธิการงบประมาณเมื่อปีที่แล้ว ได้พิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีโอกาสสอบถามนโยบายนี้กับ ท่านเลขาธิการ สพฐ. ถึงนโยบายในการแก้ไขปัญหา ก็ได้รับทราบว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้น มีนโยบายในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการทํานโยบาย ๑ โรงเรียน ๑ ตําบล แต่ท่านประธานครับ ในทางปฏิบัติผมลงพื้นที่หลายตําบลเหลืออยู่โรงเรียนเดียว โรงเรียนที่เหลืออยู่ก็ยังขาดแคลน ครูผู้สอนนักเรียน แล้วนโยบายที่กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้มีนโยบาย ๑ โรงเรียน ๑ ตําบล เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาคุณภาพทางการศึกษานั้นจึงไม่สามารถที่จะสัมฤทธิผลได้ เพราะปัจจุบันนี้ ครูที่มีอยู่ในโรงเรียนที่เหลืออยู่นั้นก็ยังขาดแคลนอยู่ อันนี้เป็นปัญหาในพื้นที่จริง ๆ ที่อยากจะ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเป็นปัญหาที่รุนแรง แล้วก็จะรุนแรงขึ้น ฉะนั้น ในอนาคตถ้าท่านรัฐมนตรีไม่แก้ไขปัญหานี้ ทางรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหานี้ เราจะเห็นว่า ในอนาคตโรงเรียนเหล่านี้จะถูกยุบต่อไปอีก ๓ ปีข้างหน้า ๕ ปีข้างหน้าก็จะยุบไปเรื่อย ๆ เด็กนั้นก็จะต้องเข้ามาเรียนในเมืองมากขึ้น ความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาก็จะมากขึ้น เพราะอะไรครับ เพราะว่าเด็กที่ผู้ปกครองมีรายได้น้อยก็ต้องมารับภาระค่าใช้จ่าย ในการเดินทางให้เด็กมาเรียนในเมือง ๓๐ กิโลเมตร ๔๐ กิโลเมตร บางพื้นที่ ๕๐ กิโลเมตร เหมารถตู้มาเป็นคันเพื่อจะส่งบุตรหลานของตนเองนั้นเข้ามาเรียนในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งมีคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า ฉะนั้นปัญหานี้จึงเป็นปัญหาสําคัญที่ผมคิดว่าจะได้นําเสนอ เป็นกระทู้นํากราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงขอได้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบถึงปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียน ขนาดเล็กหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. อัครเดชนะครับ ต้องขอขอบคุณจริง ๆ ที่ท่านเป็นตัวแทน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศที่น่าจะประสบปัญหาเดียวกันกับการที่ต้องมี การรบกวนท่านในเรื่องของการทอดกฐิน มันแสดงให้เห็นถึงปัญหาของการศึกษาไทยว่า เราไม่สามารถจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมไปลงในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ซึ่งผมก็ยืนยันมาตลอด ว่าส่วนหนึ่งของการที่เรามีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาคือจํานวนโรงเรียนที่อาจจะไม่ตรง กับความต้องการของนักเรียน ของสถานที่ ในขณะเดียวกันผมไม่ได้สนใจว่าโรงเรียนจะมี จํานวนเท่าไร จะ ๓๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕,๐๐๐ แต่ทุกโรงเรียนควรจะเป็นโรงเรียน ที่มีคุณภาพ คุณครูก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่ทําให้โรงเรียนมีคุณภาพ แล้วอันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ทางกระทรวงศึกษาธิการเข้าใจดี โดยเฉพาะในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมาเราพยายามจะรวบรวม ข้อมูลให้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ผมจากประสบการณ์ที่ได้ไปลงพื้นที่ในหลาย ๆ จังหวัด สัดส่วนครูต่อนักเรียนของประเทศไทยถ้ารวมแล้วน่าจะอยู่ประมาณ ๑๖ คนต่อ ๑ คนครับ ซึ่งน่าจะถือว่าดีที่สุดในโลก แล้วทําไมการศึกษาของเรายังล้าหลังหรือไม่ทันสมัยกับ สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน เมื่อวันที่ผมไปรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพการศึกษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นเรื่องที่ กระทรวงศึกษาธิการต้องรีบทําอย่างเร่งด่วน และหลาย ๆ เรื่องเราก็อยู่ในกระบวนการ ที่จะทํา ๑ เรื่องที่น้องได้พูดถึงคือเรื่องความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา เขาถามว่าทําไมเขาต้อง มาเรียนในเมืองเหมือนอย่างที่ท่านอัครเดชได้พูดถึงเมื่อสักครู่ ทําไมเขาต้องมาเรียน ในกรุงเทพฯ แปลว่าความเหลื่อมล้ําทางการศึกษายังมีอยู่ ผมก็ยืนยันว่าเรากําลังแก้ตรงนี้ โดยที่เราแยกจํานวนโรงเรียนขนาดเล็กออกมาสําหรับโรงเรียนที่เรียกว่าสแตนด์ อโลน (Stand alone) โรงเรียนขนาดเล็กมีอยู่ ๑๕,๐๐๐ โรงเรียน มีโรงเรียนที่เป็นโรงเรียน สแตนด์ อโลน (Stand alone) ไม่ว่าจะอยู่บนเขา บนเกาะ หรือเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพได้ ซึ่งในกระบวนการตรงนี้ ก็ได้บอกว่าโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนสแตนด์ อโลน (Stand alone) จะต้องมีครู ผู้อํานวยการ สถานศึกษาครบถ้วน ซึ่งก็ได้มีการแก้กฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้สามารถ ดําเนินการตรงนั้นได้ โดยที่การจัดสรรงบประมาณสําหรับโรงเรียนขนาดเล็กก็จะทํา ในแนวทางที่แตกต่างจากเดิม แต่ก่อนโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศเฉลี่ยแล้วได้ประมาณ แสนกว่าบาทถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อโรงเรียน ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า เราก็มาดูว่าโรงเรียนที่เป็นสแตนด์ อโลน (Stand alone) ความต้องการของเขาคืออะไร เขาอาจจะเก่งทางวิชาการหรือว่าเขาอาจจะอยากเก่งทางด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อโจทย์ ตรงนั้นมาวางแล้วผ่านผู้อํานวยการสถานศึกษาเราก็จัดสรรงบประมาณให้ครบถ้วน เพื่อเขา จะได้สามารถมุ่งเข้าสู่เป้าที่ตั้งเอาไว้ได้ ฉะนั้นถ้าพูดถึงการขาดแคลน แน่นอนครับถ้าหากใช้ กฎระเบียบเดิมนักเรียน ๑๒๐ คน มีอัตราครูได้ไม่เกิน ๖ อัตรา ฟังดูดีครับ ๒๐ ต่อ ๑ แต่ในความเป็นจริงในโรงเรียนนั้นมีอยู่ ๘ ชั้นเรียนครูขาดแน่นอนครับ เด็กต้องเรียน ผ่านออนไลน์ (Online) หรือว่าดีแอลทีวี (DLTV) ซึ่งก็เป็นทางออกหนึ่ง แต่ผมได้สัมผัส ด้วยตัวเอง น้อง ๆ เหล่านั้นจะมีอนาคตทางการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ เราพยายามจะแก้ไข ปัญหาด้วยการเอาเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถสร้างคุณภาพทาง การศึกษาได้ ฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ก็ปรับ ถ้า ๕,๐๐๐ โรงเรียนที่พูดถึงมีความจําเป็น ต้องสอนให้ครบชั้น ๘ ห้องเรียนก็ต้องสอน มีครู ๘ คนก็ต้องมี ๘ คน แต่ในความเป็นจริง เราสามารถทําได้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านมีหลักสูตรการสอนควบชั้น ผมดู หลักสูตรนั้น เป็นหลักสูตรที่ดีมาก ๆ แต่ไม่มีครูคนไหนหรอกที่สามารถเอาหลักสูตรนั้นมาจํา แล้วสามารถถ่ายทอดได้ ฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการเองกําลังพยายามที่จะดึงครูออกมาจาก โรงเรียนขนาดเล็ก ๕,๐๐๐ โรงเรียนนั้นแล้วมาศึกษาวิธีการสอนควบชั้น ทําให้เขาสามารถ มีอัตราครูได้ ๖ อัตราหรือน้อยกว่าด้วยซ้ํา แต่จะมีการบาลานซ์ (Balance) ในการสอน ทีนี้ ในช่วงที่ดึงครูออกมาเราจะทําอย่างไร ตอนนี้มีคนว่างงานเยอะ มีครูที่รอขึ้นบัญชีอยู่เยอะ เราก็สามารถนําครูเหล่านั้นหรือว่านักศึกษาที่ยังไม่มีงานทํา แต่อันนี้ต้องแก้กฎระเบียบ หรือประกาศอะไรต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อไปทดแทนในระหว่างที่ครู ผมคิดว่า ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ออกมาพัฒนาตัวเอง ซึ่งกระบวนการนี้เราก็จะทําให้โรงเรียน ขนาดเล็กเริ่มต้น ๕,๐๐๐ โรงเรียนจะมีศักยภาพในการสร้างทักษะทางด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการหรือว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ ส่วนโรงเรียนที่เหลืออีก ๑๐,๐๐๐ โรงเรียน เราก็อยู่ในกระบวนการที่ต้องพิจารณา และจริง ๆ แล้วจังหวัดราชบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เรา มองว่ามีความสามารถในการบริหารจัดการได้ในการควบรวมโรงเรียน แต่ต้องมั่นใจว่า การควบรวมโรงเรียน ณ ปัจจุบันไม่ได้ดึงศักยภาพออกจากโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ถูกรวม แต่เรา กําลังสร้างสถานศึกษาโรงเรียนแม่เหล็ก จะโรงเรียนดีประจําตําบลหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ให้เด็ก ๆ ได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพจริง ๆ ก็ต้องขอความร่วมมือจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วทั้งประเทศที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น โรงเรียนที่เราดูอยู่ มีพื้นที่ไม่ไกลเกิน ๕ หรือ ๖ กิโลเมตรทั้งนั้น แล้วโรงเรียนที่จะเป็นโรงเรียนแม่เหล็กอยู่ใน สภาพที่สามารถรองรับนักเรียนได้มากกว่าเดิม ๒ เท่า ๓ เท่า ๔ เท่าด้วยซ้ํา จะเป็น การจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็หวังว่าไม่ไปกระทบท่านในการที่จะต้อง มีกฐิน แล้วก็ระดมในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้น ยืนยันว่าทางกระทรวงศึกษาธิการเข้าใจ และกําลังหาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านอัครเดช คําถามสุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับได้ฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงแล้ว ก็ต้องขอบคุณรัฐมนตรีที่ท่านได้รับทราบปัญหาในระบบการศึกษา ซึ่งท่านก็เป็นรัฐมนตรี ที่มีวิสัยทัศน์ทางด้านการศึกษาคนหนึ่งที่เป็นความหวังของประเทศ เพราะว่าท่านเองก็มี ประสบการณ์เรื่องการศึกษาเป็นอย่างดีนะครับ ทําให้ปัจจุบันปัญหาหลายอย่างของ กระทรวงศึกษาธิการ ผมได้ติดตามผลงานของท่านก็ได้รับการแก้ไขไปหลายเรื่องที่สําคัญ ก็ขอเป็นกําลังใจให้ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเองนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าปัจจุบันนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้บอก แล้วผมก็ได้อภิปรายในขั้นต้นก็คือสิ่งที่ วันนี้เราเป็นห่วงคือเรื่องของความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา ที่วันนี้เด็กในเมืองก็ต้อง เข้ามาเรียนในเขตเทศบาลเมือง ก็เกิดขึ้นหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องแล้วจะรุนแรงมากขึ้น ผมเองได้ยินท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปถึงพี่น้องประชาชนว่าปัจจุบันนี้กระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาเรื่องของการสอนควบชั้นเรียน ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทาง พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนก็จะได้รับการแก้ไขปัญหาในเรื่องของคุณภาพ ทางการศึกษา อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าผมเองนั้นในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร เราไม่ได้เกี่ยงงอนหรอกครับเรื่องของการทอดผ้าป่าที่จะมาบริจาคเพื่อที่จะมาช่วยเหลือ คุณภาพทางการศึกษามาเยียวยาสถานศึกษาต่าง ๆ แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงก็คือคุณภาพทางการศึกษาที่อยากให้ทางรัฐบาลนั้นได้แก้ไขอย่างยั่งยืน แล้วก็เป็นการแก้ไขปัญหาที่ถึงแก่นแท้ที่จะทําให้เยาวชนของเราได้รับคุณภาพทางการศึกษา ที่ดี ผมเองนั้นอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่านอกจากที่ท่านได้ชี้แจงว่ามีการสอน หลักสูตรในการที่จะสอนควบรวมชั้นเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพแล้ว ตอนนี้ หลายโรงเรียนผมเองก็เห็นด้วยที่ท่านนั้นจะได้มีการควบรวมโรงเรียนที่เล็กจริง ๆ อย่างมี โรงเรียนหนึ่งที่ท่านได้ยุบไปก็คือโรงเรียนวัดตาลปากลัด มีเด็ก ๒๐ คน มีครู ๑ คน อันนี้ ก็เห็นด้วยครับ ถ้ายิ่งเปิดสอนไปคุณภาพทางการศึกษาไม่ได้แน่นอน เพราะว่าเด็กก็ ๖ ชั้นเรียน มีครูอยู่ ๑ คน แต่ตอนนี้หลายโรงเรียน โดยเฉพาะโครงการของท่าน ๑ โรงเรียน ๑ ตําบล ที่ท่านได้มีนโยบายไป ของ สพฐ. คําถามที่ ๒ กระทรวงศึกษาธิการจะมีแนวทาง หรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนในโรงเรียนเหล่านี้ที่อยู่ในโครงการ ๑ โรงเรียน ๑ ตําบล ของท่านหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาของคุณครูที่ยังขาดแคลนอยู่ อย่างที่ ผมเรียนให้ทราบครับ เมื่อดูสัดส่วนแล้วคุณครูของประเทศไทยเพียงพอครับ เพียงแต่ว่าวิชาที่ คุณครูมีความสามารถในการสอน ณ ขณะนี้เรากําลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ก็พบว่าเรามีคุณครู จากหลายสาขาวิชาที่ขาดแคลน ทําให้ถึงแม้ว่าสัดส่วนจะดูดี แต่ว่าในความเป็นจริง ในด้านคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นเรื่องที่เราต้องกังวลในการที่พัฒนาคุณครู เหล่านั้น รวมถึงคุณครูที่เป็นครูต่างชาติด้วย จริง ๆ แล้วทางคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติ อัตราจ้างครูต่างชาติจํานวน ๒๐,๐๐๐ คน เป็นครูภาษาอังกฤษ ๑๐,๐๐๐ คน แล้วก็ ภาษาจีน ๑๐,๐๐๐ คน เพื่อจะได้กระจายไปตามโรงเรียนต่าง ๆ ในอดีตเมื่อเรากระจาย ๑๐,๐๐๐ คน แล้วมีโรงเรียนถึง ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน จะทําให้ประสิทธิภาพในการกระจาย ไม่ดีเท่าที่ควร แต่หากเราสามารถควบรวมโรงเรียนได้เราก็จะทําให้คุณครูที่มาอยู่ มีความสามารถมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วต้องเรียนท่านนะครับ เราไม่มีความตั้งใจ ที่จะเอาครูต่างชาติมาทดแทนครูไทยที่สอนเอกภาษาอังกฤษนะครับ แต่ ณ วันนี้ครูไทย ที่สอนเอกภาษาอังกฤษจริง ๆ อาจจะยังไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะถ่ายทอดให้เด็กไทย สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนได้อย่างเข้มข้น ในอนาคตหลังจากที่ได้มีการพูดคุย กับทางกระทรวง อว. แล้วนี้ เราจะสามารถมีครูที่จบวิชาเอกทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน ทดแทนครูต่างชาติได้ นั่นคือความหวัง แต่ความเป็นไปได้ก็คงต้องดูการพัฒนาเหล่านั้น ฉะนั้นในเรื่องของอัตราครูที่มีอยู่ เราพยายามจะเอาฐานข้อมูลมาแยกแยะให้เห็นชัดเจนว่า ในแต่ละโรงเรียนความเหมาะสมไม่ใช่ว่า ๑ โรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแต่มีครูพละ จบพละมาแล้วก็สอนอยู่ในโรงเรียนนั้น ๔ คน แล้วก็ให้พยายามสอนเลข สอนภาษาอังกฤษไป อันนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเราจะเอาข้อมูลมาเรียง แล้วก็ต้องมีการโยกย้ายครู เพื่อความเหมาะสมแน่นอน ฉะนั้นปัญหานี้ก็หวังว่าคงได้รับการแก้ไขในเร็ววันนี้ครับ🔗
ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๒ กระทู้ถาม เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน ครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุณาให้เกียรติกับกระทู้ถามแยกเฉพาะของ พวกเรา🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๓๒ เรื่อง ขอให้กําหนดมาตรการ ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของนักเรียนในกรณีที่โรงเรียนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงโทษนักเรียน ด้วยการประจาน เหยียดหยามศักดิ์ศรีให้นักเรียนรู้สึกอับอาย ซึ่งผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู (นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากสํานักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายวชิรพันธ์ นาคก้อน ผู้อํานวยการ สํานักนิติการ ๒. ว่าที่ร้อยตรี โอฬาร พญาสุวรรณ นิติกรปฏิบัติการ ๓. นายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อํานวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน และผมได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมได้เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ๑. นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ๒. นายพงศกร แซ่อึ้ง ๓. นายเมธากุล ชาบัญ ๔. นางสาวจอมเทียน จันสมรัก ๕. นางสาวณัฐชา เรสลี ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุม ได้กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกําหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทําการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวาง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทําการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอก นี่ถือว่าเป็นระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ ฉะนั้น จึงขอเชิญนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ได้ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมตอบ เชิญคุณสุทธวรรณครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีความประสงค์อยากขอตั้งกระทู้ถาม ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับมาตรการในการคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพของนักเรียน ในกรณีที่โรงเรียนไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย การไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ มีการลงโทษนักเรียนด้วยการประจาน เหยียดหยาม ศักดิ์ศรี ทําให้นักเรียนรู้สึกอับอาย ซึ่งผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู สืบเนื่องจากที่ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศบังคับใช้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผม ของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้เกือบ ๔ เดือนแล้ว แต่ดิฉันก็ยังได้รับเรื่อง ร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะว่าทางโรงเรียนไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการเลย ยังคงบังคับให้นักเรียนตัดผมตามคําสั่งที่ขัดต่อระเบียบนี้ หลายโรงเรียนมีการอ้างระเบียบ ในข้อ ๗ ที่ระบุว่าโรงเรียนสามารถวางระเบียบทรงผมที่มีความเฉพาะเจาะจงได้ โดยอ้าง เหตุผลต่าง ๆ นานาว่าการแก้ระเบียบเหล่านั้นผ่านการมีส่วนร่วมของนักเรียนมาแล้ว ซึ่งก็ เป็นตัวแทนนักเรียนเพียงไม่กี่คนค่ะ แต่ก็มีความคืบหน้าล่าสุดจากทางกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ออกหนังสือด่วน เรื่อง การเปิดรับฟังความเห็นของนักเรียน นักศึกษา เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เนื่องด้วย ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการแสดงความคิดเห็นเป็นวงกว้างในประเด็นที่เกี่ยวกับการพัฒนา การศึกษา ทั้งเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน เครื่องแบบนักเรียน ทรงผมนักเรียน และการแสดงออกทางการเมืองของนักเรียน ดิฉันจะเจาะจงลงไปที่ทรงผมนักเรียนนะคะ ในย่อหน้าสุดท้ายของบันทึกข้อความฉบับดังกล่าวแจ้งว่าให้งดการดําเนินการระเบียบทรงผม ของนักเรียนในระเบียบ ข้อ ๗ เนื่องจากสถานศึกษาได้ดําเนินการตาม ข้อ ๗ แตกต่างกันไป จนเกิดปัญหาต่อนักเรียนบางส่วน และที่ผ่านมาครูอาจารย์หลายท่านก็ไม่สนใจประกาศ เรื่องทรงผมนี้ ยังมีการตรวจผมก่อนเข้าแถวอยู่ และยังมีการลงโทษนักเรียนอยู่เรื่อย ๆ ที่ร้ายแรงกว่านั้นการลงโทษนักเรียนเหล่านั้นเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีการกล้อนผม ตัดผมให้แหว่ง หรือตีตราประจาน เช่น ใช้สีเขียนที่ศีรษะ ทั้งหมดนี้ เป็นการกระทําให้นักเรียนเกิดความอับอาย และมีการใช้อํานาจข่มขู่คุกคามนักเรียน ซึ่งเป็น การกระทําที่ผิดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพครู ดิฉันจึงอยากถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าทางกระทรวงมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมอย่างไร ที่จะให้นักเรียนทุกโรงเรียนปฏิบัติตามคําสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านได้ออกหนังสือมา หลายฉบับแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นผล และถ้าโรงเรียนไม่ทําตาม ทางกระทรวงจะมีมาตรการ อย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตตอบคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในการถามเรื่องกฎระเบียบของทรงผม อย่างที่ท่านได้พูดถึง ในระเบียบปี ๒๕๖๓ ที่ออกมามีความสับสน หรือว่ามีความไม่เข้าใจ ในแนวทางหรือการปฏิบัติก่อให้เกิดปัญหาในการที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของนักเรียน หรือว่าในมุมมอง อาจจะมองว่าเป็นการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมเข้าใจตรงนั้นดีครับ แล้วก็ได้มีการปลดล็อกในเรื่องของมาตรา ๗ ออกไปแล้ว ทําให้ความสับสนนั้นน่าจะหายไป จากการตัดสินใจของคุณครูหรือว่าผู้บริหารสถานศึกษา ก็เป็นแนวทางที่เราคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นน่าจะเบาบางลงจนถึงไม่เกิดขึ้นเลย ส่วนแนวทางที่มองว่าแล้วทําไมไม่ปฏิบัติ ทั่วทั้งประเทศให้เหมือนกัน แล้วไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยทันที นั่นก็เป็นเรื่องที่ทาง กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางจะลดปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ต้องยอมรับว่าในหลายเรื่อง เราไม่สามารถทราบแนวทางของคุณครูที่จะปฏิบัติต่อนักเรียนได้ แต่ถ้าหากมีการผิดวินัย หรือว่าผิดจรรยาบรรณของครู กระทรวงศึกษาธิการดําเนินการแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็น การค้นหาข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือว่าแนวทางปัญหาที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจาก การรับรายงานของกระทรวงศึกษาธิการผ่านเครือข่ายสํานักงานเขตพื้นที่ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทรงผม ยอมรับว่ามีการกระทบกระเทือนจิตใจ มีการตักเตือนกันในแนวทาง ที่อาจจะไม่เหมาะสม หรือที่เราได้รับทราบกันอยู่อย่างต่อเนื่องในสื่อมวลชน แต่ก็ต้อง รับทราบแนวทางที่คุณครูทั่วทั้งประเทศ สถานศึกษาทั่วทั้งประเทศก็ได้ปฏิบัติตามประกาศ ของกระทรวงศึกษาธิการเหมือนกัน และวันนี้จากการที่เราปลดล็อกข้อ ๗ ออกไป ผมคิดว่า ทุกโรงเรียน ผู้อํานวยการสถานศึกษาทุกคน คุณครูเข้าใจในแนวทางตรงนี้ดี ก็หวังว่าปัญหา ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยกประเด็นขึ้นมานี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในกระทรวงศึกษาธิการ หากมีการกระทําของคุณครูที่ผิดจรรยาบรรณและไม่ตรงกับแนวทางปฏิบัติของ กระทรวงศึกษาธิการ เราก็จะดําเนินการตามขั้นตอนระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป แน่นอนครับ🔗
เชิญ คุณสุทธวรรณถามเป็นคําถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ดิฉันอยากสอบถามเพิ่มเติม เรื่องบันทึกข้อความเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคมค่ะ หนังสือฉบับดังกล่าวออกโดยสํานักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแจ้งให้ สพฐ. งดใช้ระเบียบข้อ ๗ ไปก่อน ดิฉันจึงอยากสอบถาม ความคืบหน้าว่าได้ส่งหนังสือเวียนแจ้งแต่ละโรงเรียนหรือยัง แล้วนอกจากนั้นโรงเรียนที่ยัง ยืนยันว่าจะไม่ปฏิบัติเนื่องจากโรงเรียนมีระเบียบเฉพาะของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมาดิฉันได้เข้าไป คุยกับทาง ผอ. โรงเรียนบางแห่ง โรงเรียนก็ยืนยันเหตุผลอื่น ๆ ออกมา ซึ่งขัดกับระเบียบของ กระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันจึงอยากทราบว่าจะมีการดําเนินการอย่างไร จะมีการเรียกครู มาทําความเข้าใจร่วมกันหรือไม่ เพราะว่าก็เข้าใจว่าครูอาจารย์หลายท่านเป็นครูยุคเก่า ซึ่งยังไม่เข้าใจระเบียบตรงนี้ แล้วค่อนข้างมีปัญหามาก แล้วก็เรื่องการคุกคามนักเรียน ทําโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุบางครั้งเป็นคดีอาญา อยากทราบว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ จะจัดการเรื่องนี้หรือไม่ ถ้าเกิดนักเรียนขึ้นโรงพักไปฟ้องร้อง คือท่านอยากปกป้องนักเรียน จริง ๆ หรือเปล่า และท่านจะช่วยได้อย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่าปกป้องสิทธิของนักเรียนแน่นอน แล้วก็ประกาศที่ประกาศออกไปแล้วโรงเรียน ไม่ปฏิบัติไม่ได้ครับ ส่วนความเข้าใจในแต่ละโรงเรียนที่จะรับรู้ตรงนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้อํานวยการ สถานศึกษาแต่ละท่าน แต่ผมมั่นใจว่าวันนี้ทุกคนเข้าใจในแนวทางปฏิบัติอย่างดี แล้วก็หวังว่า ปัญหานี้ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน ส่วนการตีความต้องยอมรับว่าเมื่อเราพูดถึงผมรองทรง เวลารองทรง แต่ละคนก็อาจจะมีแนวทางที่ไม่เหมือนกัน เราก็จะพยายามหาแนวทางให้ทุกคนเข้าใจใน แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ถึงมีการพูดคุยกันในวันที่ ๑๗ กันยายน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม กับมาตรการที่ออกไป เราเข้าใจดีถึงสถานการณ์ปัจจุบัน สิทธิเสรีภาพของนักเรียน แนวทาง ที่โลกเปลี่ยนไป นักเรียนแต่ละคนก็อาจจะอยากมีการแสดงออกที่แตกต่างกันไป ทรงผม ก็เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งครับ แต่อย่างไรก็ตามในกระทรวงศึกษาธิการก็มีระเบียบ ที่เราก็อยากจะมองว่าเป็นการสร้างวินัยของนักเรียนหรือว่านักศึกษาในอนาคต ระเบียบ หลาย ๆ อย่างที่มีข้อเรียกร้องมา จากการที่พบนักเรียนในช่วงวันที่ ๑๙ ผมก็ตอบไปว่าบางเรื่อง อาจจะทําได้ บางเรื่องอาจจะทําไม่ได้ และผมเปิดช่องทางทางออนไลน์ (Online) ที่นักเรียน จะสามารถร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เหตุผลที่ผมยังไม่สามารถประกาศได้ทันที เพราะผมต้องมั่นใจว่าข้อมูลสิทธิของส่วนบุคคลไม่ได้รับการเปิดเผย ฉะนั้นช่องทางตรงนี้ ผมต้องหาวิธีป้องกัน ถ้าหากว่าน้อง ๆ จะเอาช่องทางนี้เป็นการพูดคุยในเรื่องของการคุกคาม ในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผม เรื่องต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ผมขอเวลานักเรียนในการที่จะหา ผู้มีประสบการณ์ในการที่จะปกป้องสิทธิข้อมูลของเขา และเราก็หวังว่าแนวทางที่เดินไป ข้างหน้าเราจะได้รับทราบปัญหาต่าง ๆ ที่ยังมีอีกมากมายในกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ท่าน มั่นใจว่าเรารับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ตามคําเรียกร้องของนักเรียนได้ เรารับเรื่องต่าง ๆ มาพิจารณาแล้วก็ดูความเหมาะสม แม้แต่ในเรื่องทรงผมเอง ถึงแม้ว่าเราจะประกาศไปว่าน้อง ๆ ผู้ชายสามารถไว้ผมยาวได้ วันนี้ ก็มีเสียงสะท้อนกลับมาว่าปัญหาเหาในผม ความไม่สะอาด สกปรก สําหรับเด็กนักเรียนที่ยัง ไม่มีความเข้าใจในการรักษาสุขลักษณะของบุคคลก็เป็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการก็ต้อง รับมาพิจารณา ทุก ๆ เรื่องที่มีความเหมาะสมหรือไม่มีความเหมาะสมเราก็ต้องเอาทุกเรื่อง มาประกอบการพิจารณา แต่ผมมั่นใจว่าเราเข้าใจดีถึงแนวทางของโลกในปัจจุบันว่า เราต้องการความทันสมัย ความที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผมก็เคยโดนกล้อนผม ตอนเด็ก ๆ ฉะนั้นวันนี้ถ้าผมอยู่ในสถานะตรงนั้นผมก็คงไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และผมก็คง แสดงออกในแนวทางที่น้อง ๆ หลายคนแสดงออก ฉะนั้นเราเข้าใจแบริเออร์ (Barrier) หรือว่าข้อจํากัดตรงนี้ และพยายามจะยกขีดจํากัด หรือข้อจํากัด หรือแบริเออร์ (Barrier) อันนั้นออกแน่นอนครับ เพื่อน้อง ๆ และเพื่ออนาคตของประเทศไทยครับ🔗
ก็ถือว่า การถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๔ เกี่ยวกับขอให้กําหนดมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ นักเรียนในกรณีโรงเรียนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผม ของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงโทษนักเรียนด้วยการประจาน เหยียดหยามศักดิ์ศรีให้นักเรียน รู้สึกอับอายซึ่งผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู ถามโดยท่านสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ก็ถือว่า จบลงนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุณาให้เกียรติการถามตอบในกระทู้เฉพาะของพวกเรา🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๓๓ เรื่อง ขอให้กําหนดมาตรการ ปกป้องนักเรียนในกรณีที่ผู้ปกครองค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา หรือค่าบํารุงการศึกษา แล้วโรงเรียนใช้วิธีการประจานนักเรียนให้เกิดความอับอาย เพื่อทวงหนี้ผู้ปกครอง (นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากสํานักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายวชิรพันธ์ นาคก้อน ผู้อํานวยการ สํานักนิติการ ๒. ว่าที่ร้อยตรี โอฬาร พญาสุวรรณ นิติกรปฏิบัติการ ๓. นายธีระ โกวิทวัฒนา นิติกรชํานาญการ ๔. นางสาวจันทร์ยา โพธิ์สาชัย นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ปฏิบัติการ แล้วก็ได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีความสนใจเข้าร่วมรับฟัง จํานวน ๔ ท่าน เหมือนเดิมนะครับ ต่อไปก็ขอเชิญคุณสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ได้ถามรัฐมนตรี แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อําเภอบางเลน อําเภอดอนตูม อําเภอพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล ดิฉัน มีความประสงค์จะขอตั้งกรทู้ถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ขอให้มี การกําหนดมาตรการในการปกป้องนักเรียนในกรณีที่ผู้ปกครองค้างจ่ายค่าธรรมเนียม การศึกษาหรือค่าบํารุงการศึกษา แล้วโรงเรียนใช้วิธีการประจานนักเรียนเพื่อให้เกิดความอับอาย เพื่อทวงหนี้ผู้ปกครอง เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นในช่วงเปิดภาคการศึกษาที่ผ่านมา ด้วยวิกฤติ เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการดําเนินมาตรการของรัฐบาล ต่อสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ทําให้พ่อแม่ผู้ปกครองจํานวนมากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จนส่งผลให้มี ความจําเป็นต้องค้างค่าธรรมเนียมการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่โรงเรียนจะ บริหารจัดการติดตามการชําระเงินด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ กลับมีบางโรงเรียน ใช้วิธีการลงโทษนักเรียนด้วยการประจานให้นักเรียนเกิดความอับอาย เช่น ติดป้ายประจาน บนชุดนักเรียน หรือขานชื่อทวงค่าเทอมให้เพื่อนทราบว่านักเรียนคนดังกล่าวติดหนี้โรงเรียน ซึ่งการค้างค่าธรรมเนียมการศึกษานั้นไม่เกี่ยวกับนักเรียนแม้แต่น้อย การประจานนักเรียน จึงเป็นการประทําที่ไม่สมเหตุสมผล เป็นการกระทําเกินกว่าเหตุ ซึ่งในกรณีนี้ทราบว่า ภายหลังครูประจําชั้นคนดังกล่าวก็ได้ถูกตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้น ครั้งแรก ยังมีอยู่เรื่อย ๆ ดิฉันจึงอยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าทางกระทรวงมีมาตรการอย่างไรที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการประจาน นักเรียนเช่นนี้อีก และจะช่วยเหลือผู้ปกครองอย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านได้มีการพูดถึงการตั้งกรรมการสอบ ทุกเรื่องที่เป็นประเด็นในการผิดจรรยาบรรณของครู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทวงค่าเทอม ค่าธรรมเนียมการศึกษา บังคับหรือว่าประจานนักเรียน อันนี้ เป็นการผิดจรรยาบรรณวิชาชีพตาม พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๔๗ ฉะนั้นเป็นความผิดทางวินัย แล้วกระทรวงศึกษาธิการก็ยืนยันว่าเราจะดําเนินการบังคับใช้ กฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด แล้วผมก็หวังว่าเมื่อสักครู่ที่ผมพูดถึงการเปิดช่องทาง ออนไลน์ (Online) ให้นักเรียนมีการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ เข้ามา เราก็จะมีโอกาสในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและดําเนินการอย่างรวดเร็ว ผมเรียนท่านแล้วว่าในทุก ๆ เรื่องที่เป็นปัญหา กับนักเรียนที่มีผลกระทบ เราต้องดําเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และกระบวนการนี้ ต้องไม่ใช้เวลานาน ที่ผ่านมาทุก ๆ เรื่องในการที่มีเรื่องร้องเรียนมาเราใช้เวลานานใน กระทรวงศึกษาธิการในการสืบหาข้อเท็จจริง ทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ เรื่องสามารถทําได้ในเวลา อันสั้น อันนี้ก็เป็นมาตรการที่เป็นตัวชี้วัดความสามารถของทั้งผู้อํานวยการโรงเรียน ผู้อํานวยการเขตพื้นที่ ศึกษาธิการจังหวัดว่าประเด็นต่าง ๆ ที่ได้ยกมาผมติดตามว่าเราใช้ เวลานานเท่าไรในการดําเนินเรื่องต่าง ๆ อย่างไรก็ตามต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ ถูกกล่าวโทษว่าเขาได้กระทําความผิดจริงหรือไม่ ได้มีการกระทําผิดทางวินัยหรือเปล่า ก็ยืนยันครับ ถ้าหากคุณครูผิดจรรยาบรรณวิชาชีพตาม พ.ร.บ. เราดําเนินการทางวินัย แน่นอนครับ🔗
ท่านสุทธวรรณ มีคําถามที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีค่ะ จากที่ดิฉันได้ถามไปเรื่องการค้างค่าเล่าเรียน ต้นเหตุก็มาจากวิกฤติ เศรษฐกิจ ดิฉันจึงอยากสอบถามเพิ่มเติมว่าจากวิกฤติเศรษฐกิจนี้ที่ส่งผลมาจาก การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งทําให้พ่อแม่ผู้ปกครองว่างงาน ถูกเลิกจ้าง กะทันหัน ในส่วนของนักเรียนเองตอนนี้มีจํานวนนักเรียนยากจนพิเศษในระบบการศึกษา เพิ่มขึ้นมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็เสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษา ปัจจุบัน กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. ก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างทั่วถึง คุณภาพชีวิตนักเรียนก็ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น อย่างเรื่องงบประมาณอาหารกลางวัน ที่ท่านรัฐมนตรีเคยชี้แจงในสภาตอนพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ วาระแรก ที่แจ้งว่าได้มีการเสนอให้ปรับงบประมาณอาหารกลางวันจากหัวละ ๒๐ บาท มาเป็น ๒๔-๓๖ บาท ซึ่งขึ้นกับขนาดโรงเรียน นี่ก็เสนอมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ แล้ว แต่ในงบ ปี ๒๕๖๓ ก็ยัง ๒๐ บาทเท่าเดิม และในงบปี ๒๕๖๔ ก็ ๒๐ บาทเท่าเดิม ก็เท่ากับว่า งบอาหารกลางวันไม่ได้ปรับเพิ่มเลยตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ จากปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ดิฉัน จึงอยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าท่านมี มาตรการอย่างไรที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน แล้วก็ป้องกันไม่ให้นักเรียนหลุดออก นอกระบบการศึกษาในวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบคําถามเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่รุมเร้า พี่น้องประชาชนที่มีบุตรหลานอยู่ในสถานศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการ ปรับลดค่าเทอมหรือว่าขยายระยะเวลาชําระค่าเทอมของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ให้ทาง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุก ๆ แห่งพิจารณา แล้วก็แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ แต่ต้อง ยอมรับว่าในแนวทางปฏิบัติสําหรับทั่วทั้งประเทศเมื่อวานที่ประชุม ครม. ก็มีการพูดถึงตรงนี้อยู่ ในเรื่องของเครื่องแบบนักเรียนที่อาจจะต้องพิจารณา เพื่อลดภาระในช่วงที่มีวิกฤติโควิด (COVID) นี้ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะมาลดภาระให้กับผู้ปกครอง ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ดูอยู่ว่า เราจะสามารถทําอะไรได้บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าในการจัดสรรงบประมาณนี้เรามีข้อจํากัด ในหลาย ๆ เรื่องที่จะมีความคล่องตัวในการปรับงบประมาณต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ แต่ทาง กระทรวงศึกษาธิการเองก็นําเสนอเข้าไปใน ครม. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน และหวังว่ากระบวนการจัดสรรงบประมาณจะผ่านงบกลางหรือว่างบกองทุนฟื้นฟู กระทรวงศึกษาธิการก็น่าจะได้รับการพิจารณาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีบุตรหลาน ส่วนเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษา ผมเข้าใจดีว่าวันนี้กระบวนการต่าง ๆ ที่เราเริ่มมี การสลับเวลาเรียน ซึ่งตอนนี้กลับมาปกติแล้ว รวมถึงโอกาสที่จะเกิดการแพร่ระบาดของ โควิด (COVID) รอบที่ ๒ จะส่งผลกระทบให้เด็กนักเรียนหลุดนอกระบบการศึกษา จํานวนหนึ่งเหมือนกัน อันนี้เราก็พยายามจะเอาข้อมูลที่เรามีอยู่ ตามหานักเรียน ทั่วทั้งประเทศ ไม่ใช่ว่าเฉพาะเด็กยากจน เด็กหรือว่าผู้ที่มีรายได้น้อย ทุก ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น ในกระทรวงศึกษาธิการพยายามเอาฐานข้อมูลมาจับเพื่อเราจะได้ติดตามหาแนวทางที่ เหมาะสมได้ โดยเป็นการเอาข้อมูลมาร่วมกับกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข หาแนวทางให้เป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) รวมกัน เพื่อเราจะได้ไม่ให้เด็ก ออกนอกระบบการศึกษา เพราะอันนั้นเราทราบดีว่าจะเป็นปัญหาของสังคมในอนาคตครับ ก็หวังว่าการนําเสนอแผนการต่าง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองน่าจะได้รับการพิจารณา จากคณะรัฐมนตรี ส่วนปัจจุบันก็มีการขยายระยะเวลาชําระค่าเทอมแล้วตามความเหมาะสม ของแต่ละพื้นที่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๕ ของคุณสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๓๔ เรื่อง ขอให้กําหนดมาตรการ การปกป้องนักเรียนจากการถูกครูหรือโรงเรียนบังคับให้หมอบกราบโดยไม่สมัครใจ (พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจาก สํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๓ ท่านชุดเดิมนะครับ ๑. นายวชิรพันธ์ นาคก้อน ผู้อํานวยการสํานักนิติการ ๒. ว่าที่ร้อยตรี โอฬาร พญาสุวรรณ นิติกรปฏิบัติการ ๓. นายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อํานวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ส่วนประชาชนผู้มีความสนใจที่จะเข้าร่วมรับฟังก็ชุดเดิม คือ ๔ ท่านเหมือนเดิมนะครับ เชิญท่าน พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ได้ถาม แล้วก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กระผมก็มีความประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องขอให้กําหนดมาตรการการปกป้องนักเรียน จากการที่ถูกครูหรือโรงเรียนบังคับให้หมอบกราบโดยไม่สมัครใจ การหมอบกราบนั้นก็เป็น การแสดงความเคารพนับถือ แล้วก็เป็นการแสดงถึงการอ่อนน้อมต่อผู้มีอํานาจตาม วัฒนธรรมไทยสมัยก่อน แต่การหมอบกราบนั้นควรที่จะเป็นการกระทําที่เกิดจากความสมัครใจ เช่น การกราบพระพุทธรูปในพุทธพิธี หรือการกราบพระอริยสงฆ์ในพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น ผมไม่ติดใจหากจะเป็นการปฏิบัติตามทางศาสนาหรือวัฒนธรรมประเพณี โดยสมัครใจ แต่ปัจจุบันนี้ก็มีหลายโรงเรียนที่มีการบังคับทั้งทางตรงแล้วก็ทางอ้อม มีการกดดันทั้งในทางอ้อมเพื่อให้นักเรียนหมอบกราบในพิธีกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน และก็ไม่เกี่ยวกับความเลื่อมใสศรัทธาส่วนตัวด้วย อาทิ การหมอบกราบในการต้อนรับผู้อํานวยการโรงเรียนที่เข้ามารับตําแหน่งใหม่ การหมอบกราบ ครูอาจารย์ในวันเปิดภาคการศึกษา หรือการหมอบกราบครูอาจารย์ที่เป็นตัวแทนในการมอบ ทุนการศึกษา เป็นต้น ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรม ๑ ค่ํา ปีจอศก ๑๒๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมี พระราชวินิจฉัยไว้ว่าแลธรรมเนียมที่หมอบกราบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้เห็นว่า เป็นการกดขี่กันแข็งแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้นได้ความเหน็ดเหนื่อยลําบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ก็ทําการยศที่ให้คนหมอบกราบคลานกราบไหว้นี้ไม่ทรงเห็นว่า มีประโยชน์แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศ ต่อท่านผู้ที่เป็นใหญ่นั้นก็ต้องทนลําบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้วจึงจะได้ออกมา พันท่านผู้ที่ เป็นใหญ่ธรรมเนียมอันนี้แลเห็นว่าเป็นต้นแห่งการที่เป็นการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉะนั้น จึงต้องละพระราชประเพณีเดิมที่ถือว่าการหมอบคลานเป็นการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้ เสีย ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความสุข ไม่ต้องทนยากลําบาก หมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน แล้วเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ พระองค์ท่านก็ทรงประกาศยกเลิกธรรมเนียมการหมอบคลาน ไว้ว่าธรรมเนียมที่หมอบคลานนั้นให้เปลี่ยนอิริยาบถเป็นยืน เป็นเดิน ธรรมเนียมที่ถวายบังคม และกราบไหว้นั้นให้เปลี่ยนอิริยาบถเป็นก้มศีรษะ ก็จึงไม่เป็นการสมควรที่สถานศึกษา จะนําเอาธรรมเนียมการหมอบกราบ หมอบคลานกลับมาบังคับใช้กับนักเรียนอีกในยุคสมัย ปัจจุบัน ยิ่งเป็นการบังคับโดยไม่สมัครใจหรือกดดันทางอ้อมก็ยิ่งเป็นการไม่สมควรใหญ่เลย นะครับ นอกจากนี้เมื่อนักเรียนจํานวนหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตหรือมีข้อโต้แย้งกับมาตรการการ บังคับหรือกึ่งบังคับให้นักเรียนหมอบกราบหรือหมอบคลาน เนื่องจากเป็นคําสั่งที่ลดทอน ศักดิ์ศรีและด้อยค่าความเป็นมนุษย์ที่ไม่สอดคล้องกับโลกในยุคปัจจุบันอีกต่อไป แทนที่ครู และผู้อํานวยการโรงเรียนจะตระหนักถึงเหตุผลและพิจารณายกเลิกคําสั่งอันมิชอบดังกล่าว ก็กลับใช้วิธีการคุกคามข่มขู่นักเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อที่จะกดขี่ให้นักเรียน ต้องยอมจํานนต่อคําสั่งอันมิชอบดังกล่าว ราวกับว่านักเรียนนั้นเป็นไพร่หรือเป็นทาส ซึ่งเป็น การกระทําที่ผิดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพครู ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการไม่อาจที่จะปล่อยปละ ละเลยได้ จึงจะขอเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่ากระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการอย่างไรในการระงับไม่ให้โรงเรียนบังคับหรือกึ่งบังคับให้นักเรียนหมอบกราบ หรือหมอบคลานโดยไม่สมัครใจ ซึ่งเป็นคําสั่งที่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งไม่เหมาะสมอีกแล้วสําหรับโลกในยุคปัจจุบัน ก็ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การที่นักเรียน ถูกครูบังคับให้หมอบกราบโดยไม่สมัครใจ ผมเข้าใจดีในสิทธิเสรีภาพของบุคคลโดยเฉพาะ ในโลกปัจจุบัน การเป็นประชาธิปไตยที่หลาย ๆ คนพูดถึง ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าหากมีความสามารถในการให้ความรู้นักเรียนได้ ผมคิดว่าประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่สวยงาม แต่ในขณะเดียวกันมันก็ต้องบาลานซ์ (Balance) หรือคํานึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี หรือว่าที่มาที่ไปของวิถีต่าง ๆ วัฒนธรรมของประเทศไทย ผมว่าถ้าหากเราสามารถ ผสมผสาน ๒ ส่วนนี้เข้าด้วยกันได้ การขับเคลื่อนประเทศไทยที่จะเข้าไปสู่ประชาธิปไตย อย่างสมบูรณ์ภายใต้พระมหากษัตริย์เป็นประมุขก็น่าจะเป็นเรื่องที่เราหาทางออกโดยที่ มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ปัจจุบัน แต่การที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง ยึดถือตามขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดไป ผมไม่ได้พูดตรงนั้น แต่ผมอธิบายว่าถ้าหากเรา ผสมผสาน ๒ ส่วนนี้ได้มันจะแสดงถึงความเป็นคนไทยที่เราประสบความสําเร็จมาพอควร ในอดีต หลาย ๆ คนก็อาจจะมองว่าเราล้าหลัง เราไม่ทันสมัยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผม ก็ภูมิใจในการที่เรามีกระทรวงศึกษาธิการที่จะเป็นหลัก แล้วก็คุณครูในกระทรวงศึกษาธิการ ที่เป็นคนถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอาจจะ มองว่าการกราบไหว้หรือว่าหมอบกราบเหมาะสําหรับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างเดียว ก็เป็นความคิดเห็นที่อาจจะมองว่ามีความแตกต่างทางความคิด เพราะมีหลาย ๆ คน หลาย ๆ โรงเรียนที่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ก็ไม่เป็นไรผมคิดว่าการผสมผสาน ระหว่างแนวทางที่ควรจะเดินไปข้างหน้ากับขนบธรรมเนียมประเพณี ผู้บริหารสถานศึกษา สามารถวางแนวทางที่เหมาะสมได้ ผมยืนยันว่าถ้าหากผู้บริหารสถานศึกษาบังคับให้นักเรียน หมอบกราบหรือหมอบคลาน รวมถึงลงโทษนักเรียนด้วยการให้ก้มกราบ อันเป็นการลดทอน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน โดยการบังคับนักเรียนไม่มีความยินยอมในเรื่องตรงนี้ ไม่สมัครใจ เรามีมาตรการ ในการคุ้มครองสวัสดิภาพนักเรียน โดยให้สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเมื่อได้รับ เรื่องร้องเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน ๔๘ ชั่วโมง และรายงาน ให้ทราบทันที รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินการทางวินัย อันนี้เป็นมาตรการที่มีอยู่ ส่วนแนวทางปฏิบัติถ้าหากว่าไม่ได้มีการปฏิบัติตรงนี้ก็กลับไปที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ เราเปิด ช่องทางที่จะให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตใจหรือว่าในเรื่องต่าง ๆ สามารถ ร้องเรียนมาได้โดยมีการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลหรือว่าข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อจะทําให้ ปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ หรือว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาไทย ได้รับการแก้ไข ผมให้ความสําคัญกับการที่เราเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งผมก็เชื่อว่าครูก็คือ ผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่ง ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ฉะนั้นการไหว้หรือการกราบ เป็นการแสดงให้เห็นความรัก ความกตัญญูระหว่างครูกับนักเรียน แต่ทั้งนี้ผมยอมรับว่า ต้องเป็นความสมัครใจของนักเรียน ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วว่าในช่วงปี ๒ ปีที่ผ่านมามีกลุ่มคน หรือว่าบุคคลหลาย ๆ คนที่ไม่มีความสมัครใจที่จะทําตรงนี้ ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของครูและ ผู้อํานวยการศึกษาสถานศึกษาที่ไม่ใช้มาตรการบังคับให้นักเรียนปฏิบัติในสิ่งที่นักเรียนคิดว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของเขา ซึ่งเราคงเห็นมีนักเรียนที่มี ความคิดเห็นแบบนี้ในวงกว้างมากขึ้น มีจํานวนกว้างมากขึ้น แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าอาจจะมี นักเรียนจํานวนมากส่วนใหญ่ของประเทศที่อาจจะเห็นต่าง แล้วก็มีความภูมิใจที่มีครู ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับเขา ก็หวังว่าเราสามารถผสมผสานทั้งการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ แล้วก็ประชาธิปไตยร่วมกับขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ประสบความสําเร็จมาในระดับหนึ่งเราถึงมายืนได้อยู่ตรงนี้ทุกวันนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านชวลิตถามคําถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมดีใจที่ท่านรัฐมนตรีได้ยอมรับการไม่บังคับนักเรียน อย่างที่ผมได้เรียนไปผมก็ไม่ติดใจหากจะเป็นการปฏิบัติตามศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี โดยสมัครใจ ประเด็นอยู่ที่การบังคับโดยเฉพาะในลานซีเมนต์ร้อน ๆ อย่างที่เราได้เห็นกัน เข้าแถวตอนเช้าแล้วต้องมาคุกเข้าร้อน ๆ ตรงนี้ มีภาพแบบนี้ออกมามากเลย ก็อยากถาม ไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีมาตรการในการลงโทษทางวินัยต่อครู และผู้อํานวยการโรงเรียนที่ใช้มาตรการการบังคับหรือกึ่งบังคับให้นักเรียนหมอบกราบหรือ หมอบคลานโดยไม่สมัครใจอย่างไร ขอทราบรายละเอียดมากขึ้น มีโทษอย่างไร มีขั้นตอน อย่างไรที่จะรวดเร็ว แล้วก็เป็นธรรมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ในเรื่อง ของบทลงโทษ เมื่อสักครู่นี้ผมได้พูดไปแล้วว่าเรากําชับให้สํานักงานเขตพื้นที่แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน ๔๘ ชั่วโมง แล้วก็รายงานให้ทราบทันที หากไม่ได้ ดําเนินการตามนั้นก็ต้องมาดูว่าเหตุผลคืออะไร ต้องให้สิทธิกับผู้ที่ได้ถูกกล่าวหาด้วย อันนี้ ผมเป็นคนที่ให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่าย แต่ก็ไม่ใช่ใช้เวลา ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน ๑ ปี ๓ ปี เหมือนในอดีต ผมได้เรียนท่านสมาชิกไว้ในการตอบกระทู้ถามสดเมื่อสักครู่นี้แล้ว ว่าหลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นการล่วงละเมิดหรือว่าทําทารุณกรรม นักเรียนมีผลกระทบต่อจิตใจของนักเรียน โดยยกตัวอย่างเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศใช้เวลา ในการสอบสวนจากที่ผ่านมาหลายปี ผมพูดหลายปีนะครับ เดี๋ยวนี้สามารถจบคดีต่าง ๆ ได้ หรือว่าหาข้อเท็จจริงในเรื่องต่าง ๆ ภายใน ๑ อาทิตย์ หรือว่า ๒ อาทิตย์ ซึ่งผมก็ยังไม่พอใจ ผมคิดว่าในกระบวนการน่าจะเร็วได้มากกว่านี้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละสถานที่ไม่เหมือนกัน ก็เรียนท่านเลยว่าถ้าหากมีการบังคับ โดยไม่สมัครใจบทลงโทษทางวินัยมีแน่นอนในเรื่องของจรรยาบรรณความเป็นครู เราก็จะ ดําเนินการเพื่อทําให้การอยู่ร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียนสามารถอยู่ร่วมกันได้ อย่างมีความสุขครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่า จบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๖ ของ พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของพวกเรา ท่านที่เคารพครับ วันนี้ถือว่าการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จบ ระเบียบวาระ หมดระเบียบวาระแล้ว ผมขอปิดการประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ คือรับทราบพระบรมราชโองการ พระราชกฤษฎีกาขยายเวลาประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง พุทธศักราช ๒๕๖๓🔗
ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชกฤษฎีกา ขยายเวลาประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง พุทธศักราช ๒๕๖๓🔗
จึงขอเรียนเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญ เลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ🔗
“พระราชกฤษฎีกา🔗
ขยายเวลาประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง🔗
พุทธศักราช ๒๕๖๓🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗
โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญ ประจําปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น บัดนี้ จะสิ้น กําหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ตามสมัยประชุมสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่งในวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นี้แล้ว แต่โดยเหตุที่ยังมีกิจการที่รัฐสภาจะต้องประชุมปรึกษากันอยู่อีก🔗
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา ขยายเวลาประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๓ ออกไปอีก จนกว่าจะได้มีพระราชกฤษฎีกาปิดประชุม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี🔗
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบ ซึ่งปรากฏอยู่ในระเบียบวาระนะครับ🔗
รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จํานวน ๒ เรื่อง🔗
ด้วยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง ในวันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้ พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้🔗
(๑) ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว จํานวน ๒ ฉบับ🔗
(๑.๑) ร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
(๑.๒) ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ....🔗
(๒) รับทราบรายงานประจําปี ๒๕๖๑ ของสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ🔗
ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เสนอแล้ว ซึ่งที่ประชุมสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับทราบทั้ง ๒ เรื่อง ได้แจ้งมาเพื่อให้เรารับทราบ ทั้ง ๒ เรื่อง จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ผมขอที่ประชุมนําเรื่องระเบียบวาระที่ ๗.๒ คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ขึ้นมา พิจารณาก่อน เพื่อประโยชน์ในการทํางานของคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ถ้าไม่มี ขอดําเนินการต่อนะครับ ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗
๗.๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออก เอกสารสิทธิในที่ดิน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗
ในเรื่องนี้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ได้มีหนังสือแจ้งมาว่าประเทศไทยเรามีปัญหาที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิมาเป็นระยะเวลานาน โดยในแต่ละพื้นที่มีสภาพปัญหาด้านที่ดิน แตกต่างกันไป จึงจําเป็นที่ต้องรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ แล้วในขณะเดียวกันก็เจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Corona) หรือที่เรารู้จักกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้คณะกรรมาธิการไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อศึกษาและรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ และแม้ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นตามลําดับคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่คณะกรรมาธิการยังรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งมีการตั้งคณะอนุกรรมการวิชาการและกฎหมายพิจารณาข้อเท็จจริงควบคู่กันไปกับ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการ ดังนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอให้ที่ประชุม ได้พิจารณาขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ เพื่อประโยชน์ในการทํางานของคณะกรรมาธิการ จะมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเรามีมติอนุญาตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิในที่ดินขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไป ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๙ สิงหาคม🔗
ต่อไป คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาของการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๓ เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจาก การพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีรายละเอียดข้อมูลที่จะต้อง พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องเป็นจํานวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การจัดทํารายงาน การพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่สภาได้มีมติมอบหมาย จึงมีความจําเป็นต้องขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๓ จึงขอมติจาก ที่ประชุม มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ให้ที่ประชุมมีมติให้ขยายระยะเวลาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๓ ต่อไปเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๔🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
- รายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์และการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ จากการประกอบธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ (นายภาสกร เงินเจริญกุล เป็นผู้เสนอ) และญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาผลกระทบการค้าตรงและการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ต่อเศรษฐกิจชุมชน (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ) และลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบจาก การประกอบธุรกิจออนไลน์และการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ จํานวน ๒๕ คน โดยได้กําหนด ระยะเวลาพิจารณาไว้ทั้งสิ้น ๙๐ วัน และคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลา ในการพิจารณาออกไป ๙๐ วัน ซึ่งครบกําหนดระยะเวลาในการพิจารณาดําเนินการของ คณะกรรมาธิการในวันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๓ บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย ซึ่งในการพิจารณาศึกษา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาประจําคณะกรรมาธิการจาก ผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกี่ยวกับญัตติดังกล่าว จํานวน ๒๑ คน และมีการประชุมทั้งสิ้น ๑๒ ครั้ง โดยในช่วงแรกได้พิจารณาศึกษาเรื่องผลกระทบจาก การประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘) พุทธศักราช ๒๕๖๒ ประเด็นการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเพย์เมนต์ (e-Payment) จนแล้วเสร็จ จากนั้นได้พิจารณาผลกระทบ ศึกษาผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) ของประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ต่างประเทศ และผลกระทบ การค้าตรงและการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) หรืออีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ต่อเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและทุกภาคส่วน ตัวแทนผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ทั้งใน และต่างประเทศ สมาคมผู้ค้าปลีก ตลอดจนตัวแทนผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ตอัป (Startup) มาร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ตลอดจนชี้แจงแสดงความคิดเห็น อนึ่งคณะกรรมการ ขอแก้ไขคําผิดในหน้า ๔๖ (๖) (๗) ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจกให้กับทุกท่านแล้ว จากการพิจารณา ศึกษาข้อมูลทั้งจากคณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เสนอญัตติ หน่วยงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายมาเข้าร่วมประชุม และหน่วยงานที่คณะกรรมาธิการเชิญมา เข้าร่วมประชุมจนครบทุกมิติแล้ว จึงได้มีข้อสังเกตเพื่อสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดําเนินการต่อไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้🔗
๑. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกตามความในประมวล รัษฎากร ว่าด้วยการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลที่ทําธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่กําหนดให้ สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องรายงานกรณีมีการฝากหรือรับโอนเงิน ทุกบัญชีตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ครั้งขึ้นไปต่อปี หรือกรณีการฝากหรือรับโอนรวมกันตั้งแต่ ๔๐๐ ครั้ง และมียอดรวมของการทําธุรกรรมฝากและรับโอนรวมกันตั้งแต่ ๒ ล้านบาทขึ้นไปต่อ กรมสรรพากร ซึ่งประกาศใช้บังคับในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ โดยผลการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ทําให้พฤติกรรมการใช้เงิน ของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปโดยหันมาใช้เงินสดมากยิ่งขึ้น ประกอบกับตามข้อมูล การรายงานพฤติกรรมทางธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในรอบปี ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๒๔-๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ซึ่งมีระยะเวลาน้อยมาก จึงมีอัตราส่วนที่น้อยเกินไปไม่สามารถประเมิน ผลสัมฤทธิ์ในการดําเนินการได้ ดังนั้น กรมสรรพากรต้องมีการทบทวนและประเมินผล การดําเนินการตามมาตราดังกล่าวอีกครั้ง และต้องรับฟังความเห็นหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึง หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงต่อไป🔗
๒. กรมสรรพากรต้องมีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ได้รับทราบเหตุผลในการจัดเก็บข้อมูลการทําธุรกรรมทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลด ความกังวลเกี่ยวกับแนวทางและเหตุผลในการจัดเก็บข้อมูลทางด้านการเงินที่เกิดขึ้นภายหลัง จากการบังคับใช้ประมวลรัษฎากรเพื่อทราบว่าเป็นการรวบรวมข้อมูลเฉพาะผู้โอนเงิน ทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ ๓,๐๐๐ บาทขึ้นไป หรือกรณีการฝากหรือรับโอนตั้งแต่ ๔๐๐ ครั้ง ขึ้นไป และมียอดรวมของธุรกรรมการฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ ๒ ล้านบาทขึ้นไป ต่อกรมสรรพากรเท่านั้น โดยการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้เป็นข้อมูลเชิงสถิติ ในการดําเนินการคัดกรอง จัดรวบรวมเป็นฐานข้อมูล มิได้มีเจตนาในการใช้เป็นข้อมูล ในการคํานวณเพื่อจัดเก็บภาษีแต่อย่างใด🔗
๓. ธนาคารแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อีเพย์เมนต์ (e-Payment) ในภาพรวมที่เกิดขึ้นภายหลังจากการประกาศและบังคับใช้พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ประกอบการประเมินผลกระทบ รวมทั้งให้พิจารณาปรับปรุงกระบวนการอนุญาต ประกอบธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อรองรับกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป🔗
๔. กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้เอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการชุมชน สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ด้วย วิธีการเข้าไปให้คําแนะนําเรื่องการขายสินค้าและบริการ ผ่านช่องออนไลน์ (Online) ควบคู่กันไป🔗
๕. รัฐบาลควรสนับสนุนการดําเนินการของสตาร์ตอัป (Startup) ไม่ว่า จะเป็นมาตรการด้านกฎหมาย ภาษี รวมถึงส่งเสริมภาคธุรกิจ เช่น ส่งเสริมให้มีการแปลงหุ้น เป็นทุน และมีการส่งเสริมจากบีโอไอ (BOI) ให้กับสตาร์ตอัป (Startup) ด้วย และส่งเสริม ให้สตาร์ตอัป (Startup) ของประเทศไทยกลายเป็นยูนิคอร์น (Unicorn) หรือการประเมิน มูลค่าของสตาร์ตอัป (Startup) นั้นคิดเป็นมูลค่า ๓๐ ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป🔗
๖. รัฐบาลควรที่จะเน้นการส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดดิจิทัล อินฟราสตรักเจอร์ (Digital infrastructure) และกําหนดมาตรการในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจสําหรับ ผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ตอัป (Startup) ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการ รายใหญ่ของประเทศไทยและต่างประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม และสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยยึดหลักการว่าประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลต่าง ๆ ในระบบไพรเวซี (Privacy) เพื่อลดความเหลื่อมล้ําในการแข่งขัน เช่น เงินทุนและข้อมูล เป็นต้น🔗
๗. หน่วยงานของภาครัฐที่กํากับดูแลธุรกิจออนไลน์ (Online) ควรสร้าง ช่องทางเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในการทําธุรกรรมออนไลน์ (Online) โดยขอ ความร่วมมือจากเจ้าของเว็บไซต์ (Website) แพลตฟอร์ม (Platform) ที่ให้บริการซื้อขาย ออนไลน์ (Online) ทั้งหมด เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพจัดเก็บไว้เป็นศูนย์กลาง สําหรับผู้บริโภคที่ใช้บริการเว็บไซต์ (Website) และแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ ให้เข้าถึงได้ลักษณะโอเพน ดาต้า (Open data)🔗
ดังนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงขอเสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาต่อไป คณะกรรมาธิการวิสามัญขออนุญาตให้ นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ รองอธิบดีกรมสรรพากร นางสาวจิตรา ณีศะนันท์ ผู้อํานวยการกองสํารวจติดตามธุรกิจนอกระบบ และนายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาประจําคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรด้วย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ได้อนุญาตไปแล้วครับ เชิญท่านสมาชิกที่ต้องการจะซักถาม เชิญท่านคารมก่อน ตามด้วย ท่านบัญญัติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นก็กราบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้ โอกาสในการอภิปรายต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ จากการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) และการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สภาผู้แทนราษฎร อันนี้จากใจนะครับ ต้องกราบเรียนเลยว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่มีประโยชน์ ผมนี่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ แล้วก็ผมเห็น ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นคนที่ มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนที่เรียกว่ามีอนาคต ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาต อภิปรายต่อญัตตินี้เป็นข้อสังเกตคือว่าผมเป็นผู้ใช้บริการสินค้า ผมเป็นคนบ้านนอก ที่เพียงจะโอนเงินเป็น ดูทีวี (TV) ดูจากสื่อต่าง ๆ ขายสินค้าเยอะ ลูกสาวผมเวลาซื้อของ โอนเงินเสร็จ ซื้อของขนาดนี้เวลาส่งเล็กนิดเดียว ซื้อของเข้าใจว่ามีคุณภาพ ปรากฏว่า พอมาถึงแล้วไม่รู้จะเปลี่ยนใคร นี่มุมหนึ่งครับ มุมที่ ๒ เท่าที่ดูอ่านรายงานในเวลารวดเร็ว แล้วก็แต่พอเข้าใจ ความที่เป็นนักกฎหมายมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ไม่ว่าจะเรื่อง ภาษีสรรพากรที่ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญจะพูดด้วย กฎหมายเรื่องโฆษณา กฎหมายเรื่อง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายเรื่องฉ้อโกงประชาชน ยุคนี้ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นเรื่องที่การค้าขาย มันไม่ได้ต้องอยู่ในตลาด มันอยู่ในมือถือ เรื่องมันมีเกิดขึ้นบ่อยมากท่านประธานที่เคารพ ไปยังท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ บ้านผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดครับ คนภายนอกได้รับ มือถือจะมีคนโอนเงินมาให้ โอนเอาของมาให้ เป็นทรัพย์สมบัติอาจจะเป็นมรดกของตระกูล แต่ต้องเสียเงินโอนค่าส่งของ ๒๕,๐๐๐ บาท อันนี้คือวายร้ายคืออาชญากรรมยุคนี้ ท่านประธานที่เคารพ และเกิดขึ้นเยอะ นี่ประเด็นแรก ประเด็นที่กรรมาธิการชุดนี้เท่าที่อ่าน ถือว่าได้ประโยชน์เอาข้อมูลมารวมกัน ผมไม่อยากให้กรรมาธิการชุดนี้คิดเฉพาะที่จะ เก็บสตางค์จากการขายของทางออนไลน์ (Online) ท่านประธาน จริงอยู่ขายของรัฐได้รายได้ แต่ต้องคุ้มครองประชาชนด้วย ขณะนี้ผมยังว่าความอยู่ครับ บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาบัตรประจําตัวประชาชน เอาหน้าตาคนอื่นให้เขาโอนเงินมาซื้อสินค้า และสินค้าก็ส่งไปให้ เขาเจอคดีเยอะแยะครับท่านประธาน ไปยังท่านประธานกรรมาธิการ อันนี้เป็นข้อสังเกต ข้อ ๒ ก็คือว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ทั้งหลายเป็นของต่างประเทศ เราเก็บเงินภาษีเขาได้ หรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องที่กรรมาธิการต้องส่งเรื่องนี้ให้รัฐบาล และเป็นเรื่องที่ต้องจริงจัง เพราะเหตุผลว่ามูลค่าการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์เยอะมาก และผมก็เชื่อว่าจะเยอะขึ้น ทุกวันนี้คนไม่อยากไปธนาคาร คนไม่อยากจะไปไหน แล้วยิ่งยุคโควิด (COVID) อย่างกรุงเทพฯ รถยิ่งติดผมก็ไม่ไปครับ แต่ถ้าซื้อของแล้วมันฉ้อโกงกัน แล้วเรียนว่า จะไปตามตัวที่ไหน มันไม่มี ขายของส่งมาแล้วมีสิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือการส่งทางไปรษณีย์เคอรี่ (Kerry) พอส่งเสร็จหายแล้วครับ อันนี้ความเดือดร้อนของประชาชน บ้านท่านอยู่อําเภอแปดริ้ว บ้านผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดไม่ต่างกันครับ อยู่ที่ไหนพอกดเงินเข้าไป โอนเงินเป็น ของมาแล้ว นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนไปยังท่านกรรมาธิการ นั่นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ยาเสพติด เดี๋ยวจะมีญัตติยาเสพติด ผมเป็นนักกฎหมาย ขณะนี้ยาเสพติดขายทางออนไลน์ (Online) เยอะมาก อันนี้เป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคม ต่อประชาชนมาก เขาอาจจะมีสัญลักษณ์ครับ เรียนท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการ อาจจะบอกว่าขายอะไรสักอย่าง ซึ่งไม่บอกแต่ส่งมา อําเภอสุวรรณภูมิบ้านผมนี่แหละครับ เคยมีส่งยาเสพติดไปบ้านเช่า คนถูกจับอยู่ในบ้านนั้น แต่ไม่ใช่ตัวคนสั่งเลย เป็นคดีฝ่ายปกครองกับตํารวจต้องวุ่นวายกัน สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้องครับท่านประธาน อันนี้คือพิษจากการใช้ออนไลน์ (Online) ที่มัน ทําให้ประชาชนเขาเดือดร้อนนี่เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องต่อไปคือว่าท่านก็ทราบดีครับ พอเรามี โทรศัพท์มือถือบางทีเลื่อนดู ๆ ขายบริการทางเพศ ไม่ได้เจตนาหรอกครับ มันผ่านเข้ามา ถ้าสื่อมวลชนถ่ายไป ส.ส. เสียคนเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนเยอะแยะ ก็อยากฝากไปว่า อันนี้ไม่รู้เขาเรียกขายออนไลน์ (Online) สินค้าคืออะไร แต่อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ระบบธุรกรรมที่มันก้าวหน้าเราก็ต้องคุ้มครองประชาชน คําว่าคุ้มครองประชาชนคือ กรรมาธิการส่งรายงานฉบับนี้ไป รัฐบาลท่านต้องอย่าเก็บแต่ภาษี ท่านประธานสิริพงศ์ กราบเรียนขออนุญาตเอ่ยนาม🔗
สุดท้ายที่จะฝากไปยังกรรมาธิการผ่านท่านประธานไปก็คือว่าผมอยากเห็น สินค้าเกษตร โอทอป (OTOP) ที่ท่านประธานทราบดีสมัยที่เป็นนักการเมืองก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นมาทุกสมัยว่ายุคก่อน ๆ เขาโอทอป (OTOP) มีชื่อ หรือสินค้าชุมชน สินค้าเกษตรมีชื่อ ถ้าเข้าระบบออนไลน์ (Online) ได้โดยที่อาจจะจดทะเบียนบริษัทผ่านกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า จัดร้าน จัดคุณภาพสินค้า เพราะว่าทุกวันนี้มันขายผ่านมือถือ โอนเข้าและส่งของ ผมอยากให้พัฒนาไปอย่างนั้น เพราะว่าชาวบ้านเงินมันไปถึงเขา เขาจะได้อยู่ได้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าไม่ใช่ว่าเก็บแต่รายได้ ยิ่งแพลตฟอร์ม (Platform) อยู่ต่างประเทศ ท่านเก็บภาษีเขาไม่ได้เลย ท่านรีดเอาแต่คนไทย เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งครับ ถ้าเราต่อยอดไปเพื่อช่วยคนที่เขาอยากมีร้านค้าหน้าร้านที่เป็นยุคนี้ เพราะฉะนั้นในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้าน แล้วก็พอมองเห็นไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่จะมาเล่นเฟซบุ๊ก (Facebook) อะไรบ่อย เล่นบ้าง แต่กราบเรียนว่ารายงานฉบับนี้มีประโยชน์ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตในเวลา ๗ นาที แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านกรรมาธิการทุกท่านว่าอยากจะให้รายงาน ฉบับนี้ไปเป็นประโยชน์กับธุรกิจ เขาเรียกอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) สําหรับบ้านเรา กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
เชิญ คุณหมอบัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) และการทํา ธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง ขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ที่ได้ทํารายงานที่สมบูรณ์เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่เสนอญัตติเรื่องนี้ แล้วก็ขอให้ได้ผลสรุปเพื่อที่จะ ส่งให้ทางรัฐบาลได้พัฒนาธุรกิจการค้าออนไลน์ (Online) ของประเทศไทย เนื่องจากธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจใหม่ แล้วมีความสําคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อเสนอแนะ เพิ่มเติม ในส่วนของข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นผมได้ศึกษาอ่านโดยละเอียด แล้วก็เห็นด้วยกับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธาน ที่เคารพ ธุรกิจออนไลน์ (Online) หรือเรียกว่าธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเรานี้ สําคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมา มีผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ผลกระทบ ทางเชิงบวก ผมยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดระยองผม มีผลไม้ ทุเรียนตามฤดูกาล ตั้งแต่ มีธุรกิจค้าขายออนไลน์ (Online) ราคาผลไม้ไม่มีตกเลยครับ ทุเรียนนี่ราคาก็ไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ บาทตลอดฤดูกาล เดี๋ยวนี้กรมไปรษณีย์โทรเลขของประเทศไทย แล้วก็ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistics) ต่าง ๆ แข่งขันกันส่งสินค้า ผมส่งทุเรียนไปจังหวัดสงขลา ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปจังหวัดอุบลราชธานี ใช้เวลาแค่ ส่งวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนถึงแล้ว แล้วคุณภาพสินค้า ไม่เปลี่ยนแปลงเลย อันนี้มันเกี่ยวข้องกันทั้งธุรกิจออนไลน์ (Online) และธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นนี่ เขาก็ใช้แพลตฟอร์ม (Platform) ของเขา ซึ่งทําให้ราคา ต้นทางกับปลายทางนั้นตัดพ่อค้าคนกลางออกไปได้เยอะ แล้วกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ได้อย่างรวดเร็ว มีความสะดวก มีความรวดเร็ว ราคาถูก แต่ว่าผลกระทบเชิงลบมีไหม ก็มีผลกระทบเชิงลบสําหรับสินค้าที่คนมีหน้าร้าน ยกตัวอย่างสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป (OTOP) หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนมีหน้าร้าน เขามีภาระที่จะต้องเสียภาษีร้านค้า มีภาระ ที่จะต้องเสียภาษีโรงเรือนต่าง ๆ ธุรกิจที่จะมาทําสินค้าออนไลน์ (Online) เขาไม่มีภาระ สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น แล้วรัฐบาลก็ยังไม่ได้มีมาตรการในการเก็บภาษีของเขาเท่าที่ควร ก็ทําให้ เกิดความเหลื่อมล้ําสําหรับผู้ค้าขายออนไลน์กับผู้ค้าขายที่มีหน้าร้าน ก็ทําให้ชุมชนนั้น เงียบเหงาไปถนัดตา แล้วก็ผู้จัดซัปพลายเออร์ (Supplier) ต่าง ๆ ก็พลอยทําให้ได้รับการกระทบกระเทือนไปด้วย สําหรับผู้ที่สูงอายุที่ค้าขายตามบ้านตามชุมชนก็ไม่รู้เท่าทันวิธีการค้าขายทางออนไลน์ (Online) แล้วรัฐบาลก็ยังไม่มีการส่งเสริมให้มีการเรียนรู้อย่างจริงจัง การโอนเงินต่าง ๆ ก็พบว่าตามไม่ทันกันเยอะ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่กระทบในเชิงลบต่อชุมชน ก็อยากที่จะเสนอ ทางออกเพื่อให้รัฐบาลโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญสรุปตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปว่า รัฐบาลควรจะมีการบริหารจัดการทั้งเรื่องของกฎหมาย ทั้งเรื่องของระบบภาษี ทั้งเรื่อง ระบบคุณภาพและระบบธรรมาภิบาลให้ผู้ค้าขายออนไลน์นั้นต้องค้าขายอย่างเป็นธรรม แล้วก็ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รับผิดชอบประกันสินค้า กรณีเกิดปัญหาก็จะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะสามารถไปฟ้องร้อง แล้วก็สามารถที่จะ มีแพลตฟอร์ม (Platform) ที่รวบรวมผู้ค้าขายต่าง ๆ ทั้งที่มีคุณภาพ ไม่มีคุณธรรม จะได้ เรียนรู้และศึกษาเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อไม่ให้มีการหลอกลวงกันในการค้าขายออนไลน์ (Online) ขอยกตัวอย่างว่าปัจจุบันกรมการค้าภายในก็มีประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการ (ฉบับที่ ๔๙) พ.ศ. ๒๕๖๒ เรื่อง การแสดงราคาและรายละเอียด เกี่ยวกับสินค้าบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ (Online) ซึ่งคร่าว ๆ ก็คือว่า ๑. จะต้องแจ้งราคาสินค้าด้วยเลขอารบิก (Arabic) บางคนที่โพสต์ (Post) ไป โพสต์ (Post) มา บางทีไม่มีใส่ราคา ๒. ต้องมีรายละเอียดประกอบชนิด ลักษณะ ขนาด น้ําหนักให้ชัดเจน ๓. ต้องแสดงรายการและราคาเป็นภาษาไทย ถ้าภาษาอื่นร่วมด้วยก็ได้ แต่ต้องภาษาไทย ๔. ราคาต้องตรงกับราคาขายจริง เว้นแต่ว่าจะขายถูกกว่าที่โพสต์ (Post) ไว้ แพงกว่าไม่ได้ ๕. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต้องระบุด้วย เช่น มีค่าขนส่งหรือไม่ ต้องชัดเจน ต้องครบถ้วน ต้องเปิดเผย และอ่านง่าย ฝ่าฝืนปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท อินบ็อกซ์ (Inbox) ไม่ได้ ค้าขายแล้วก็มาอินบ็อกซ์ (Inbox) กัน ต่อรองราคากันไปกันมาไม่ได้ แต่ถ้าเกิดว่าโฆษณาว่า มีขายที่ร้านให้มาชอป (Shop) ให้มาเลือกกันที่หน้าร้าน อันนั้นไม่ต้องบอกราคาได้เพราะเขา สามารถตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งได้ ถ้าเจอให้แจ้งกรมการค้าภายใน สายด่วน ๑๕๖๙ และมี สินบนนําจับด้วย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐต้องให้ความรู้แก่สังคมเรื่องของการค้าขายออนไลน์ (Online) ต้องมีหน่วยงานทางด้านการส่งเสริมด้วย เรียกว่าต้องมีดิจิทัล ลิเทอเรซี (Digital literacy) คําว่า ลิเทอเรซี (Literacy) คือต้องประกอบด้วย ๓ อย่าง เคเอพี (KAP) ๑. โนว์เลดจ์ (Knowledge) ๒. แอตติจูด (Attitude) ต้องมีความตระหนัก ๓. ต้องมี แพร็กทิซ (Practice) ต้องฝึก ต้องปฏิบัติได้ ซึ่งรวมเรียกว่าลิเทอเรซี (Literacy) เดี๋ยวนี้ พี่น้องประชาชนกว่าที่จะรู้ความตระหนักก็โดนหลอกไปเยอะแล้ว สินค้าก็มาเป็นขยะที่บ้าน อย่างนี้ไม่ได้นะครับ ก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้รับข้อเสนอแนะของผมเพื่อที่จะได้ให้ พี่น้องประชาชนค้าขายได้มากขึ้น ผู้รับสินค้าสะดวก รวดเร็ว มีความปลอดภัย สินค้า มีคุณภาพ กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอีกเยอะ ค้าขายเครื่องสําอางต้องมีเลขจดแจ้ง โฆษณากันไป โฆษณากันมาไม่มีเลขจดแจ้งไม่สามารถจะทําได้ ต้องให้มีเลขจดแจ้ง ให้มีเลข อย. อันนี้เฉพาะกฎหมายกรมการค้าภายในก็ตั้ง ๕ ประการแล้ว กฎหมาย อย. อีก การโฆษณา ต่าง ๆ อีก มีการทําผิดกฎหมายในธุรกิจออนไลน์ (Online) มากมายเหลือเกิน รวมทั้ง เรื่องของการพนันออนไลน์ (Online) ก็คงจะเป็นสินค้าธุรกิจอย่างหนึ่งกระมังมากมาย เหลือเกิน เพียงแต่ไปตั้งแพลตฟอร์ม (Platform) ในต่างประเทศก็สามารถเล่นการพนันกัน ได้มากมาย ทําให้คนเป็นทาสของการพนัน ซึ่งก็เป็นสินค้าของนักธุรกิจการพนันอีกอย่างหนึ่ง ขออย่าให้มีการฉ้อโกง ต้องให้มีความปลอดภัย ก็ขอให้การค้าขายทางด้านนี้เป็นทางหลักแล้ว ไม่ใช่ทางเลือกแล้วสําหรับประเทศไทยในการที่จะพัฒนาด้านนี้ สุดท้ายบริษัท เฟซบุ๊ก (Facebook) ประเทศฝรั่งเศสยินยอมจ่ายภาษีและค่าปรับให้รัฐบาลฝรั่งเศสจํานวน ๑๐๖ ล้านยูโร คิดเป็น ๑๒๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ กรณีทําธุรกรรมออนไลน์ (Online) ในประเทศฝรั่งเศสในปี ๒๐๐๙-๒๐๑๘ รัฐบาลไทย ต้องไปศึกษาแล้วว่าแพลตฟอร์ม (Platform) เฟซบุ๊ก (Facebook) แล้วยังมีแพลตฟอร์ม (Platform) ใหญ่โตอีกมากมายที่ทําการค้าขายในประเทศไทย ทําอย่างไรประเทศไทยจะได้ ประโยชน์ รัฐบาลไทยจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินภาษีและรายได้จากบริษัทแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เหล่านี้ตกเข้ามาในรัฐบาลเพื่อนํามาส่งเสริม นํามาบริหารจัดการ เพื่อที่จะให้การค้าขายด้านนี้มีความเป็นธรรมและเอื้อให้ระบบเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจ ฐานราก และเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยได้รุ่งเรืองเจริญก้าวหน้าตามเทคโนโลยีดิจิทัลนี้ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
จะเรียนเชิญ ท่านสมาชิกอีก ๓ ท่านนะครับ ท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล และท่านภาสกร แล้วก็ท่านเท่าพิภพ เชิญท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ก่อนครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สําหรับรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์และการทําธุรกิจ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ถือว่าเป็นรายงานฉบับแรกของสภาชุดนี้ที่ทันสมัย แล้วผมคิดว่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ในสภาชุดถัด ๆ ไปต้องทําต่ออีกอย่างต่อเนื่อง เพราะคลื่นดิจิทัล มันเร็ว มันแรง และมันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มันจะเกิดปัญหาอีกมากมายที่จากโลกกระแสหลัก แล้วเคลื่อนเข้าไปสู่โลกของดิจิทัล (Digital) คือเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะเกิดขึ้น และกําลัง เคลื่อนตัวจากการใช้เทคโนโลยีที่อยู่ในศตวรรษของคอมพิวเตอร์เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ สิ่งสําคัญก็คือว่าผมเห็นด้วยหลายประเด็นโดยข้อเสนอแนะของท่านกรรมาธิการ แต่อยากจะ ขอให้ความเห็นไว้เพิ่มเติมในเรื่องของช่วงนี้เป็นเรื่องของระบาดโควิด (COVID) สิ่งที่รัฐบาล ควรจะให้คําแนะนําไปเรื่องของการใช้แพลตฟอร์ม (Platform) หรือการสร้างโลกดิจิทัลที่อยู่ บนภาคเกษตรให้มากที่สุด เพราะเป็นธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจฐานรากและ ท้องถิ่นให้มากที่สุด จะต้องดึงเอาระบบดิจิทัล (Digital) ที่อยู่บนการออนไลน์ (Online) ค้าขายในระบบเกษตรเข้ามาสู่การขายถึงมือลูกค้าให้เร็วที่สุด อย่างเช่นสินค้าโอทอป (OTOP) ที่ท่านจะใช้ขายอยู่ทุกวันนี้ ต้องให้อยู่บนมือของลูกค้าที่จะเข้ามาในประเทศ ๔๐ ล้านคน ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ มัคคุเทศก์ก็ดี โรงแรมก็ดี ระบบการท่องเที่ยว ทั้งหมดจะต้องหยิบเอาแพลตฟอร์ม (Platform) ของเกษตรกรที่ขายสินค้าทั้งหมดอยู่ในมือ ให้ได้ แล้วจะต้องมีมาตรการหรือคําสั่งของรัฐบาลว่าหน่วยภาคเอกชนที่จะทํางานธุรกิจ ในการค้าจะต้องเข้าถึงสินค้าพวกนี้อย่างรวดเร็ว และมีสัดส่วนการเยี่ยมชมเข้าพบเดินดูสินค้า ในสถานที่ท่องเที่ยวนี้ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดแวลู (Value) คือมูลค่าของเกษตรกร หรือผู้ขายในท้องถิ่นหรือเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตให้ได้ อันนี้คือสิ่งแรกที่ต้องฝาก นั่นคือ ประเด็นของการใช้แพลตฟอร์ม (Platform) หรือธุรกิจออนไลน์ (Online) ที่กําลังเติบโตอยู่ ในขณะนี้ แล้วสามารถใช้ได้จริง ขณะนี้เราใช้ข้ามโลกโดยใช้โลจิสติกส์ (Logistics) ก็ได้ แต่ต้องทําให้เกิดมูลค่า สิ่งถัดมาก็คือผมได้ยินคําว่ามีสํานักงานตรวจสอบและติดตามธุรกิจ นอกระบบมาด้วย อยากฝากว่าสิ่งสําคัญคือผมมีอาชีพเดิมเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ ท่านเคย ได้รับรู้รับทราบเรื่องของขบวนการมิจฉาชีพที่ใช้ออนไลน์ (Online) ในเชิงธุรกิจผิดกฎหมาย มากมายมหาศาล ตั้งแต่การหลอกลวง ตั้งแต่การขายสินค้าผิดประเภทไม่ตรงตามสเปก (Spec) สินค้าที่ผิดกฎหมาย ขายปืน ธุรกิจบางประเภท แล้วก็ที่นิยมหลักก็คือรุนแรงที่สุด คือหลอกลวง เมื่อก่อนก็มีอย่ากดอย่าโทร หลอกลวงว่าจะได้เงิน มีจะถูกตรวจสอบบัญชีบ้าง ขณะนี้ตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไลก์ (Like) มันอยู่บนมือถือแล้ว ระวังนะครับ รัฐต้องช่วยคนจน อย่าให้ถูกกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกบนมือถือโดยเด็ดขาด ต้องออกแพลตฟอร์ม (Platform) หรือคําเตือนก่อนโอนเงินหรือกดเงินบนหน้าจอนี่ชัดเจนว่าท่านคุยกับใครอยู่ ทําธุรกิจออน (On) อะไร ๆ ไม่อย่างนั้นก็จะถูกหลอกเหมือนเช่นเดิมตาสีตาสา ยายมียายมา ที่อยู่บ้าน หรือคุณยายที่รวยเป็นพัน ๆ ล้านบาทถูกขอตรวจสอบบัญชีบนมือถือ บอกว่าเป็นธุรกิจ ออนไลน์ (Online) อันนี้คือสิ่งหนึ่งคือถูกกลลวงของคนที่อยู่ในต่างแดน คือใช้พร็อกซี (Proxy) เข้ามา ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปลอมตัวเป็นบริษัทห้างร้านใหญ่โต แล้วก็ หลอกลวงให้โอนเงิน แต่แน่นอนว่าโอนเงินในมือถือมันต้องมีลิมิต (Limit) อยู่แล้ว คงโอน หมดบัญชีไม่ได้ แต่เต็มที่ก็ขณะนี้ถ้าเปิดบัญชีอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็โอนได้ทีเดียว นั่นคือสิ่งที่ ต้องควรระมัดระวัง ในธุรกิจออนไลน์ (Online) อย่างอื่น ธุรกิจสีเทาที่บอกว่าเป็นธุรกิจ นอกระบบมีเยอะแยะในสินค้าต่าง ๆ ท่านต้องตามเก็บภาษีของผู้ที่เป็นยูเซอร์ (User) สิ่งสําคัญคือท่านมีอันหนึ่งที่เขียนไว้ในข้อแนะนําคือการสร้างระบบตัวตนยืนยันทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อ โดยเฉพาะผู้ขายต้องมีความแม่นยํา มีเทิร์ด พาร์ตี (Third party) เข้าไปตรวจสอบ ในตัวไอดี (ID) ของเขาชัดเจนว่าอยู่ที่ไหน มีแหล่งกําเนิดอยู่อย่างไร เสียภาษีเข้าระบบ การควบคุมภาษีของรัฐถูกต้องหรือไม่ ไม่อย่างนั้นไม่ยอมเปิด ปิดไปเลยครับ จะปิดเหมือนตัว แพลตฟอร์ม (Platform) ใหญ่ ๆ ที่ถูกปิดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม ท่านก็สามารถใช้ข้อกําหนด ของรัฐปิดไปได้ ในระบบที่กําลังเฟื่องฟูอยู่ขณะนี้ ธุรกิจการเล่นพนันออนไลน์ (Online) การพนันขณะนี้เล่นทุกนาที ทุกวินาทีเลยครับ ขึ้นมามีทุกอย่าง จะแทงม้าในสนามม้า ต่างประเทศ จะแทงเบอร์รถเมล์ที่วิ่งอยู่บนถนนในลอนดอนก็ยังได้ นั่นคือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ฉะนั้นท่านต้องควบคุมธุรกิจออนไลน์ (Online) ซึ่งเป็นสีเทาให้มากที่สุด เพื่ออะไรครับ เพื่อทําให้ธุรกิจพวกนี้หายไปจากระบบ หรือตอบโต้ สิ่งสําคัญต่อมาครับ ท่านใช้เงินสดอยู่ ตอนนี้ เปลี่ยนเป็นเงินในแบงก์ อีกหน่อยมันจะมีดิจิทัล แบงก์ (Digital bank) เกิดขึ้น ในดิจิทัล แบงก์ (Digital bank) ก็จะต้องมีเงินตราที่เป็นเงินดิจิทัล (Digital) เราเคยเห็น บิตคอยน์ (Bitcoin) แล้ว เราเคยเห็นริบรา (Ribra) แล้ว ขณะนี้หยวน ดิจิทัล (Digital Yuan) กําลังมา อนาคตบาท ดิจิทัล (Digital Bath) ก็คงจะเกิดขึ้นจากมูลค่าหรือแวลู (Value) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเซ็ต (Set) โครงสร้างขึ้นมา แล้วใช้เป็นค่าใช้จ่ายจ่ายทั้งระบบได้ แต่ระวังว่าถ้ามีดิจิทัล (Digital) ที่เป็นเงินตราปลอมเกิดขึ้นจากพร็อกซี (Proxy) ที่สร้างตัวตน ขึ้นมาเป็นแบงก์หรือเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมาว่ามีแวลู (Value) ของเงินตราปลอม ดิจิทัล (Digital) ปลอมขึ้นมาท่านจะทําอย่างไร ท่านจะแก้ไขอย่างไร และระวังที่สุดคือการควบคุมให้ผู้ค้าหรือผู้ค้ารายย่อยที่กําลังเติบโตจากสตาร์ตอัป (Startup) เป็นยูนิคอร์น (Unicorn) อย่าถูกแรนซัม (Ransom) เรียกค่าไถ่โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะ การแรนซัม (Ransom) ยี่ห้อดัง ๆ อาจจะตัวจี (G) ของระบบการออกกําลังกายถูกไปแล้ว ๑๐๐ ล้านบาท นี่คือสิ่งหนึ่งที่ท่านต้องปกป้องการแรนซัม (Ransom) คือการเรียกค่าไถ่ บนออนไลน์ (Online) ให้กับผู้ประกอบการค้าอย่างครบถ้วน มิฉะนั้นการค้าที่ได้เม็ดเงิน อย่างนั้นก็ถูกกลุ่มมิจฉาชีพเอาเงินพวกนี้ไป ผมฝากไว้เท่านี้ครับ เพราะว่าเวลามันน้อยมาก ที่จะพูดในเรื่องนี้ ก็ขอสนับสนุน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านภาสกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ท่านประธานครับ ผมเห็นรายงานฉบับนี้ผมมีความดีใจมาก ต้องขอบคุณ ท่านประธาน แล้วก็คณะกรรมาธิการ รวมทั้งสภาที่เห็นความสําคัญของธุรกิจออนไลน์ (Online) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโลกดิจิทัล (Digital) ที่จะทําธุรกิจออนไลน์ (Online) เนื่องจากมูลค่าในตลาดมันสูงมาก ๓.๓ ล้านล้านบาท แล้วก็เติบโตต่อเนื่อง เกิดวิกฤตินี่ ไม่ใช่ว่ามันจะไม่เติบโตนะครับ ธุรกิจอื่นอาจจะมีปัญหา แต่ธุรกิจนี้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจรอบข้างที่เกี่ยวกับบนตลาดอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ธุรกิจออนไลน์ (Online) มันเยอะแยะไปหมด พอเกิดโควิดออนไลน์ (COVID Online) ผมขออนุญาตแชร์ (Share) สิ่งที่บางประเด็นให้กับในสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่า พอเราเกิดโควิด (COVID) ขึ้นมาเราเจอ อะไรบ้าง แพลตฟอร์ม (Platform) อีมาร์เกต (e-Market) ที่เราเห็นอยู่เป็นเรื่องปกติ เราเห็นอยู่แล้วว่ามันคืออะไรก็ค้าขายกันบนออนไลน์ (Online) แต่สิ่งที่มันกําเนิดเกิดและรวดเร็วมากขึ้นก็คือการส่งอาหารครับ ธุรกิจเดลิเวอรี (Delivery) การส่งอาหาร เพราะเนื่องจากว่าเรามีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั่วโลก กลายเป็นว่า เราออกไปซื้ออาหารไม่ได้ ก็สั่งกัน ธุรกิจอาหารที่วิ่งส่งกันอยู่ดี ๆ ก็เพิ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งสินค้าก็เช่นกันเพราะเราออกไปซื้อไม่ได้ ก็สั่งกัน เท่ากับว่าธุรกิจนี้กําลังเติบโตมากเลย ฉะนั้นมันเป็นช่องว่างที่คนรุ่นใหม่หรือผู้ที่ต้องการทําธุรกิจสามารถทําได้ อยู่บ้านท่านก็ทําได้ นะครับ อยู่ที่ว่าเรารู้แค่ไหน แล้วก็เรื่องของการซื้อสินค้ามันกลายเป็นว่ามันมีการซื้อบริการ อย่างอื่น ยกตัวอย่าง การดูหนัง ออกไปข้างนอกไม่ได้ไม่รู้ทําอะไรครับ ก็เข้าไปสมัครบริการ ดูหนังออนไลน์ (Online) เต็มไปหมด ดาวน์โหลด (Download) เพลง รวมถึงอีเพย์เมนต์ (e-Payment) การขายคอนเทนต์ (Content) ก็เลยมีเยอะขึ้น ที่นี้ผมอยากจะแชร์ (Share) สิ่งที่เป็นปัญหาเผื่อว่าจะเป็นสิ่งที่เราสามารถช่วยให้คนรุ่นใหม่ประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) หรือช่วยเหลือเขาได้ในอนาคต🔗
ปัญหาแรกที่ผมคิดว่าเราเจอก็คือปัญหาทางเทคนิค แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เราไม่มีอยู่แล้ว เราต้องพึ่งต่างชาติเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็มีสิ่งหนึ่งที่เราสามารถใช้เขา เป็นช่องทางได้เหมือนกัน อีกมุมหนึ่งคือในเมื่อเราใช้แพลตฟอร์ม (Platform) ต่างประเทศ หมายความว่าเขาก็อยู่ในประเทศอื่นเหมือนกัน เราก็ไม่จําเป็นต้องขายสินค้าของเรา ในประเทศไทย เราก็ขายออกไปในประเทศอื่นก็ได้ในเมื่อกฎหมายมันยังไม่ได้แก้เอื้อให้กับ คนในประเทศไทย เราก็ถือโอกาสขายออก ก็เหมือนการส่งออกชนิดหนึ่ง ฝากเป็นเทคนิค อันหนึ่งแล้วกัน🔗
สิ่งที่น่ากลัวอันหนึ่งก็คือความเข้าใจในการซื้อขายบนโลกออนไลน์ (Online) ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายนะครับ ผู้ซื้ออาจจะไม่รู้ว่าการซื้อขายบนโลกออนไลน์ (Online) เขาควรจะ ดูอะไรบ้าง ฉะนั้นปัญหาเราก็จะเจอเต็มไปหมด โดนหลอก เพราะเราหาร้านขายถูกอย่างเดียว อันนี้น่ากลัวมาก เพราะมิจฉาชีพใช้ช่องว่างอันนี้ หรือความคิดอันนี้ในการหลอกเรา สมมุติ ที่อื่นขาย ๑๐๐ บาท เราบอกว่าขาย ๕๐ บาท อ้าว ทําไมอันนี้ขาย ๕๐ บาท จริง ๆ มันมีนัย ของมันบอกอยู่แล้ว ของดีและถูกไม่มีในโลก ก็เลยเกิดช่องว่างพวกนี้ขึ้นมามากมาย ในเมืองนอกการซื้อขายออนไลน์ (Online) พวกแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เขามี การจัดเรตติง (Rating) ของร้านค้า คนซื้อเขาก็จะมีความรู้ เขาก็จะไปดูก่อนว่าร้านที่ขายวันนี้ มีความเชื่อถือขนาดไหน เขาได้เรตติง (Rating) ที่เท่าไร มีคนมารีวิว (Review) เป็นอย่างไร เพื่อป้องกันว่าเราจะได้ไม่ถูกหรอกบนการค้าออนไลน์ (Online) อันนี้ฝากไว้เป็นข้อคิด ตัวหนึ่งสําหรับผู้ที่กําลังจะซื้อสินค้าบนโลกออนไลน์ (Online) ผู้ขายก็ต้องมีความรับผิดชอบ และซื่อตรง เพราะท่านจะขายของได้ดี ไม่ดี อยู่ที่ความซื่อตรงและไว้ใจของผู้ซื้อบนโลก ออนไลน์ (Online) เช่นกัน🔗
อันที่ ๓ กฎหมาย กฎหมายสําคัญมาก แต่ก็ยังดีเรามีการแก้กฎหมายอยู่ฉบับ หนึ่ง เป็น พ.ร.บ. แก้ไขประมวลรัษฎากร แต่เป็นเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม อันนี้ฝากแก้ไขเรื่อง อื่น ๆ ด้วยนะครับ เพราะว่าภาษีมูลค่าเพิ่มมันตกกับผู้บริโภคเสียส่วนใหญ่🔗
อันที่ ๔ พอเกิดโควิด (COVID) เราเห็นเลยครับ ความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึง อินเทอร์เน็ต (Internet) หรือบรอดแบนด์ (Broadband) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เป็นเหมือนกัน มันมีการรายงานจากบรอดแบนด์นาว (Broadband now) ของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ราว ๆ กว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็เข้าถึงเรื่องบรอดแบนด์ (Broadband) ต่าง ๆ อินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่ได้ พอเกิดโควิด (COVID) เราเห็นเลยว่า อันนี้มีความสําคัญมาก ผมยกตัวอย่างฉีกออกไปเลยเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา พอเกิดโควิด (COVID) ปุ๊บ เราบอกว่าให้เรียนออนไลน์ (Online) คนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ถึงจะเรียนออนไลน์ (Online) ได้ ถ้าเข้าไม่ได้ก็เรียนไม่ได้ ไม่มีคอมพิวเตอร์ก็เรียนไม่ได้ มีมือถืออาจจะเรียนได้ แต่ความสะดวกอาจจะน้อยหน่อย ก็ยังดี เพราะฉะนั้นตัวนี้มันควร จะต้องปิดช่องว่างด้วยเหมือนกันเพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเจริญเติบโตบนโลกออนไลน์ (Online) ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขายบริการ การขายสินค้าเดี๋ยวอนาคตจะมีมากมายกว่านี้ อีกเยอะครับ และเรากําลังจะมี ๕ จี (5G) ตัวนี้ผิดโลกเลย เราก็ต้องเตรียมเหมือนกันว่า ๕ จี (5G) เราจะไปแบบไหน เพราะว่า ๕ จี (5G) นี้ถ้าเราไม่เตรียมเราก็จะช้ากว่าเขา แต่ถ้าเราเตรียม เราก็จะก้าวกระโดดจนตามไม่ทัน เพราะ ๕ จี (5G) มันสามารถคอนโทรล (Control) ได้ หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นอุตสาหกรรม ตามบ้านเราอาจจะมีผลบ้าง แต่ทาง อุตสาหกรรมมันจะเยอะ เนื่องจากเวลาผมไม่มีเยอะผมก็ไม่สามารถที่จะลงลึกได้ อีกส่วนหนึ่ง ก็คือความปลอดภัย ความปลอดภัยอันนี้สําคัญมาก ในระบบผมเชื่อว่าแฟลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เขาทําอยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้ความสําคัญกับมัน ผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ วันนี้เราใช้แค่เลขบัตรประจําตัวประชาชนหรืออะไร พวกนี้ใช้ไม่ได้แล้ว การพิสูจน์ตัวตน ผิดหมด รบกวนภาครัฐช่วยดูแลปรับปรุงเรื่องพวกนี้ด้วย เพราะทั้งหมดนี้คือการสร้างโอกาส และเพิ่มโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ในการทําธุรกิจบนโลกออนไลน์ (Online) ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอเพิ่มข้อเสนอแนะในส่วนของ ที่คณะกรรมาธิการได้ทํามาโดยท่านประธานสิริพงศ์ก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าจะรู้เรื่องดิจิทัล (Digital) ดี คือหน้า ๔๔ ข้อ ๖ แล้วก็ข้อ ๔ ย่อย การประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) ของบริษัทเอกชนควรกําหนดนโยบายหรือวิธีการในการตรวจสอบความถูกต้องในการยืนยัน ตัวตนของผู้ขายสินค้า ซึ่งอันนี้ผมอยากจะเพิ่มเติมว่าคําว่า ผู้ขายสินค้า การยืนยันตัวตน หรือการไอเด็นทิฟาย (Identify) บุคคลมันเป็นสิ่งสําคัญ เพราะออนไลน์ (Online) เราอาจจะไม่เห็นหน้ากันใช่ไหมครับ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีปัญหาอย่างที่ทุกท่านได้ อภิปรายมาก่อนว่าโดนหลอกโน่นโดนหลอกนี่ ผมก็เข้าใจดี มันเป็นเรื่องของการไอเด็นทิฟาย (Identify) ผมอยากให้เพิ่มเติมในการให้ยืนยันบุคคลผู้ซื้อด้วย เพราะอันนี้เป็นปัญหาของ การซื้อขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ (Online) ที่เขาบอกว่าเขาไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ซึ่งผมว่าไม่ควรไปปิดกั้นโอกาสทางธุรกิจไม่ว่าสินค้าใด ๆ ผมไม่ใช่แค่มาบอกชุ่ย ๆ ให้ทํา ผมมีวิธีการให้ทํามาด้วย ยกตัวอย่างเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นใครในออนไลน์ (Online) จริง ๆ แล้วรัฐอย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้บอกว่าอยากสนับสนุนให้ทํา ดิจิทัล อินฟราสตรักเจอร์ (Digital Infrastructure) หรือโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (Digital) ของต่างประเทศ อันนี้สําคัญมากจะเริ่มอะไรไม่ได้เลย หลายคนพูดไปแล้วว่า มีการทําบิ๊กดาต้า (Big Data) อะไรต่าง ๆ ส่วนดาต้า (Data) ด้านในจริง ๆ แล้วเราก็ ควรจะทําดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ผมไม่รู้ว่าภาษาไทยจะเรียกอะไรดี ก็เหมือน บัตรประจําตัวประชาชนดิจิทัล (Digital) แล้วกัน ซึ่งถามว่าสิ่งนี้อย่างประเทศในยุโรป หลายประเทศ ยกตัวอย่างประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศเอสโตเนียที่มีประชากร ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน เขาได้ทํา ถามว่าเขาใช้ดิจิทัล ไอดี (Digital ID) มาทําอะไรบ้าง ก็บอกได้ เลยวิธีการซื้อขายออนไลน์ (Online) ระบุตัวตนที่จะชัดเจน แล้วก็ถ้าใครโกงสามารถ ดําเนินคดีกับผู้กระทําผิดได้ ประโยชน์ของมันมากมายมหาศาล อย่างเช่น อันที่ ๑ ในประเทศเอสโตเนียเป็นอีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ไม่เป็น อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ก็คือการต้องไปแต่งงานหรือการไปหย่าร้างเท่านั้นเอง นอกนั้นทําทางออนไลน์ ดิจิทัล (Online Digital) ได้หมดเลย ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเมืองไทยถ้าออกมาใช้จะทําอย่างไรได้ ถ้าเรามีดิจิทัล ไอดี (Digital ID) เราไม่ต้องไป กรอกข้อมูลอะไรในสถานที่ราชการหรอกครับ เรากรอกออนไลน์ (Online) ไปก่อนที่บ้าน ก็ได้ หรือเราไปยืนยันตัวตนที่โน่นเขาก็มีหมดแล้ว สําเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจําตัว ประชาชน ทําแค่นี้ประเทศเราประหยัดค่ากระดาษ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาง่าย ๆ ว่า คนใช้ติดต่อราชการปีหนึ่งคนละ ๒๐ กว่าใบใช่ไหมครับ แค่นี้ง่าย ๆ ดีดนิ้วก็ประหยัดสตางค์ ได้เยอะ แล้วอย่างที่ ๒ ประโยชน์ของมันก็คือการจัดเก็บภาษีที่ประเทศเอสโตเนีย ๙๘ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดคือการยื่นภาษีออนไลน์ (Online) ก็ทําให้รัฐไม่สูญเสียรายได้ และประเทศไทยก็มีปัญหาในเรื่องการจัดเก็บภาษีอยู่แล้ว อันนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ รวมถึง การเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย จริง ๆ แล้วเสียงบประมาณจํานวนมาก ในการใช้สิทธิ เพราะว่าหลาย ๆ คนอยู่ต่างประเทศใช่ไหมครับ ก็ต้องส่งไปโน่นส่งไปนี่ แล้วก็จริง ๆ แล้ว ก็เป็นความลําบากของผู้ใช้สิทธิเองด้วย เพราะอย่างประเทศสหรัฐเมริกาประเทศตั้งใหญ่ มีหน่วยเลือกตั้งหรือสถานที่ให้เลือกตั้ง หรือส่งไปไม่กี่ที่เอง ก็ต้องเสียงบประมาณรัฐ ในการทํานะครับ ซึ่งที่ประเทศเอสโตเนียเขาทําโดยการล็อกอิน (Login) เข้าดิจิทัล ไอดี (Digital ID) เรานะครับ แต่การเลือกตั้งเราก็ไม่รู้ว่าใครเลือกอะไรใช่ไหมครับ คราวนี้ระบบ ก็จะส่งไปที่ กกต. ของประเทศเอสโตเนียนะครับ โดยที่เป็นอโนนีมัส (Anonymous) หรือเป็นนิรนามก็สามารถลงคะแนนได้ใช่ไหมครับ นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องของคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) ต่าง ๆ ที่จะเอามาใช้ได้ และที่สําคัญทุกคนชอบบ่นว่าให้เห็นภาพจริง ๆ ก็คือเวลาเราไปโรงพยาบาลต่อคิวยาวนานมาก หรือว่าเราจะย้ายโรงพยาบาลทีหนึ่งโอ้โฮ จะไปขอหมอนี่หมอก็กั๊ก ยิ่งไปโรงพยาบาลเอกชนบางอันไม่ยอมให้ประวัติเราสักที ที่ประเทศเอสโตเนียเขาก็มีอีเฮลท์ เรคอร์ด (e-Health record) ก็คือเป็นประวัติสุขภาพ ของเราเอง ซึ่งเรามีสิทธิเต็มอย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้บอกว่าประชาชนต้อง มีสิทธิเต็มในข้อมูลหรือไพรเวซี (Privacy) ของตัวเองนะครับ ซึ่งเขาก็สามารถไปใช้บริการ ทางสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็วนะครับ จากการที่รอตีห้าจนถึงบ่ายโมงก็อาจจะลงออนไลน์ (Online) ให้เรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลก็จะได้เหนื่อยน้อยลงนะครับ ไม่ต้องมารอเข้าเวร แล้วก็มาซักประวัติอะไรกันยาวนาน จะได้ง่ายขึ้นนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าถ้าเราทํา ดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ให้เป็นธรรมดา เวลาเราไปส่งสินค้าให้ใคร คนไหนรับอาจจะ พิมพ์ลายนิ้วมือได้ใช่ไหมครับ มือถือเราสแกนลายนิ้วมือได้ เรียบร้อยแล้วเราก็น่าจะทําเรื่องนี้ ให้เป็นประโยชน์ อันนี้ก็ฝากให้กรรมาธิการส่งไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่ง พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็มีคนบ่นมาเยอะ เพราะว่าในเขตผมมีตลาดพลูซึ่งของกินเยอะ แล้วก็ คนขับแกร็บ (Grab) ก็เยอะ ผมก็ไปนั่งคุยบ่อย ก็โดนหัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เขาก็บอกว่า ไม่ไหว ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจอยู่ครับว่าเป็นเรื่องของฟรีมาร์เกต (Free market) ที่เราไม่มีคนที่ไป แข่งกับเขาได้เพียงพอ ซึ่งอันนี้ก็อยากจะฝากไปนะครับ อันนี้ผมยังคิดวิธีแก้ให้ไม่ได้ ผมว่า ถ้ามีแล้วผมจะมาพูดอีกที แต่ตอนนี้ก็ต้องฝากบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้เราเสียอํานาจอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital) ให้ต่างชาติไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอํานาจอธิปไตยแบบนี้ใช้เรือดําน้ําสู้เขาไม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญอีกท่านนะครับ ท่านศาสตราจารย์กนก เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) และการทําธุรกรรมผ่าน ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ด้วยกัน ๔ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่ขออนุญาตเรียนก็คือว่าหัวใจสําคัญของเรื่องนี้ที่มีผลกระทบ อย่างมากคือกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ก็คือให้สถาบันการเงินรายงานกรณีรับโอนเงิน ๓,๐๐๐ ครั้งต่อปีขึ้นไป การรับฝากเงินหรือรับโอนเงินรวมกัน ๔๐๐ ครั้งต่อปี รวมถึงยอดธุรกรรมของเงินฝาก หรือเงินโอนก็แล้วแต่ตั้งแต่ ๒ ล้านบาทขึ้นไป เงื่อนไขตรงนี้ที่จะต้องให้รายงานกับ กรมสรรพากร คนที่ทําธุรกิจทุกคนจะทราบดีว่าตรงนี้คืออันตราย แล้วก็ความเสี่ยง และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองจึงทําให้ผู้ประกอบการของประเทศไทยเราจํานวนมากที่เป็น เอสเอ็มอี (SMEs) จําเป็นที่จะต้องไปฝากขายให้กับธุรกิจออนไลน์ (Online) ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลาซาด้า ช้อปปี้ อาลีบาบา อะเมซอน ก็ตาม นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น กฎข้อนี้ กฎกระทรวงนี้บีบให้เอสเอ็มอี (SMEs) ไทยไม่มีทางที่จะทํามาหากินบนธุรกิจออนไลน์ (Online) ครับ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบมีการแก้ไข เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วธุรกิจออนไลน์ (Online) ของประเทศไทยด้วยกฎกระทรวงข้อนี้ ก็ถูกบีบให้ไปอยู่กับรายใหญ่ แล้วก็ถูกรายใหญ่หักเปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าท่านกรรมาธิการก็คงมี ข้อมูลอยู่แล้วว่าค่าคอมมิชชัน (Commission) ของธุรกิจขนาดใหญ่นั้นเขาคิดกี่เปอร์เซ็นต์ ผมไม่จําเป็นต้องพูดในเรื่องนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการเห็นเอสเอ็มอี (SMEs) โตเราก็ควรที่จะปลดล็อกตัวนี้แล้วก็ให้ เอสเอ็มอี (SMEs) ได้เกิดขึ้น แล้วในเวลาเดียวกันสัญญาณ ๕ จี (5G) สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งหลายทั่วประเทศมันไม่มีเสถียรภาพ วันนี้มีพี่น้องประชาชนเยอะมาก ที่ผมทํางานด้วยในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดสกลนคร ที่จังหวัดขอนแก่น ในภาคกลาง ที่จังหวัดจันทบุรี ในภาคใต้ที่จังหวัดกระบี่ เป็นต้น พี่น้องประชาชนหรือเกษตรกรรายย่อย ที่เราพยายามส่งเสริมให้เขาขายออนไลน์ (Online) สัญญาณในพื้นที่ของเขาไม่มี ไม่เสถียร การขายออนไลน์ (Online) ภาพก็กระตุก ขายไม่ได้ สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการวางโครงสร้าง พื้นฐานคือระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) จะต้องมีเสถียรภาพและให้ชาวบ้านเข้าถึงได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราก็พูดว่าส่งเสริมออนไลน์ (Online) แต่ชาวบ้านจะทําจริง ๆ ทําไม่ได้ มีเฉพาะรายใหญ่ ๆ ที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น ผมคิดว่าทําไมคณะกรรมาธิการน่าจะบอก กับ กสทช. เอารถไปวิ่งในชนบทให้หมดเลย แล้วตรงไหนไม่มีสัญญาณก็ขึ้นสายสัญญาณ ขึ้นเสาสัญญาณเพื่อรับสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านคนยากคนจนในชนบทของเราได้ มีโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากธุรกิจออนไลน์ (Online) นี้ นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่สําคัญก็คือสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เกิดขึ้นนี้ มันบีบ แล้วก็เปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจออนไลน์ (Online) แล้วก็การทําธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น แล้วก็กลายเป็นทางเลือกใหม่จริง ๆ นั่นก็หมายความว่าเปิดโอกาส ใหม่ขึ้น เอสเอ็มอี (SMEs) ชาวบ้าน เกษตรกร เกษตรกรก็เห็นว่าอันนี้เป็นโอกาสแล้วที่ผม จะขายผลผลิตทางการเกษตรของผมตรงไปยังผู้บริโภค ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่มีคุณภาพ แล้วก็ ในราคาถูก เกษตรกรก็ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่ต้องเสียการหักกําไรจากคนกลางออกไป เป็นการดีทุกฝ่าย ความเป็นธรรมในสังคมก็มากขึ้นแต่ก็ทําไม่ได้ครับ ในชนบทสัญญาณ อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นปัญหา พอเขาทําได้มากขึ้นสรรพากรไปตรวจเขาอีก นั่นเป็น ปัญหา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อโควิด (COVID) ให้โอกาสกับเอสเอ็มอี (SMEs) เมื่อโควิด (COVID) ให้โอกาสกับคนยากคนจนแล้วท่านก็อย่าทําลายเลยครับ ผมอยากจะขอเรียกร้อง ความเป็นธรรมให้กับคนยากคนจน ให้กับพี่น้องเกษตรกรแล้วก็เอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีอยู่ ทั่วประเทศ ให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้เกิดเถอะครับ เพราะอันนี้เป็นโอกาสของเขาจริง ๆ🔗
ประการที่ ๓ ผมมีคําถามเรื่องนี้กลับไปยังนโยบายของรัฐบาลว่ารัฐบาล คิดเรื่องนี้อย่างไร ถ้ารัฐบาลคิดแต่เพียงว่าส่งเสริมให้เกิดธุรกิจออนไลน์ (Online) ให้เกิด การทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วก็จบแค่นั้น โดยไม่ไปดูว่าระบบนี้ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ผมคิดว่าจะเป็นการกําหนดนโยบายที่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เป็นนโยบายที่ขาดความเป็นธรรมต่อการกระจายผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนโยบายของรัฐบาลจะต้องชัดเจนว่าธุรกิจออนไลน์ (Online) เราต้องการให้ เศรษฐกิจฐานรากเติบโต เราต้องการให้เอสเอ็มอี (SMEs) เกิด เราต้องการให้เกษตรกร รายย่อยมีช่องทางทางการตลาดที่มากขึ้น ต้องเป็นนโยบายที่ชัดเจนอย่างนี้ครับ ส่วนคน ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ท่านไม่ต้องห่วงเขาหรอกครับ ท่านไม่ต้องไปห่วงอาลีบาบาเลยว่า จะต้องขายได้หรือไม่ได้ในประเทศไทย ท่านไม่ต้องห่วงลาซาด้าเลยว่าเขาจะขายได้หรือไม่ได้ ในประเทศไทย เขาเอาตัวเขารอดครับ แต่กลุ่มเกษตรกรของผมที่อยู่ที่จังหวัดสกลนคร อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี อยู่ที่จังหวัดกระบี่ ของเราเอาตัวไม่รอดครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมขอเรียกร้องความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการนะครับว่ากรุณาบอก รัฐบาลเถอะว่านโยบายธุรกิจออนไลน์ (Online) นี้ไม่ใช่นโยบายเฉย ๆ แต่นโยบายที่ต้อง พ่วงโอกาสที่ให้ความเป็นธรรมกับคนยากคนจนด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้เราต้องกลับไปที่เอสเอ็มอี (SMEs) เราต้องกลับไปที่เกษตรกรรายย่อยครับ และในเงินกู้ ๑.๙ ล้านล้านบาท เราก็มีปัญหานี้ เช่นเดียวกันครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย เมื่อเราคิดอย่างนี้ และนโยบายชัดเจนเช่นนี้ ผมอยากเสนอ ให้คณะกรรมาธิการได้แจ้งกับรัฐบาลว่าขอให้ทํานโยบายที่ผมได้กล่าวไปแล้วอย่างรวดเร็ว เพราะความเร็วเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ทุกท่านก็คงจะทราบดีว่าธุรกิจเอสเอ็มอื (SMEs) นี้ มีช่วงจังหวะเวลาของโอกาส เราเรียกว่าวินโดว์ ออฟ ออปพอร์ทูนิตี (Window of opportunity) หน้าต่างมันเปิดในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นที่จะทําให้เกษตรกรรายย่อย คนยากคนจนและเอสเอ็มอี (SMEs) รายเล็ก ๆ ได้มีโอกาส และโอกาสคือกําลังเกิดขึ้น ณ วันนี้แหละ ถ้าเราทิ้งตัวนี้ไปอีก ๑ ปี ทุกอย่างในตลาดมันเต็มหมดแล้ว คนตัวเล็กตัวน้อย ก็จะไม่ได้เกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะฉะนั้นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทําในเรื่องนี้ก็คือไปแก้ปัญหาและอุปสรรคที่ขวางทาง เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ขวางทางเกษตรกรรายย่อยครับ อย่างเช่นที่ขวางทางเกษตรกรรายย่อย ก็คือสัญญาณอินเทอร์เน็ตแก้ออกให้หมด อุปสรรคที่ขวางทางเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คือ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕๕ (พ.ศ. ๒๕๖๒) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ นี่ละครับ ท่านไปแก้ให้หมด เถอะครับ เพื่อให้เส้นทางเดินของเอสเอ็มอี (SMEs) เพื่อให้เส้นทางเดินของเกษตรกรรายย่อย เดินได้สะดวกขึ้น คนไทยของเราทุกคนมีศักดิ์ศรี เราพร้อมที่จะลุกขึ้นและเดินด้วยตัวเราเอง ครับ แต่ขออย่างเดียวว่าเส้นทางที่เราเดินนั้นอย่าสร้างอุปสรรคที่มันมากจนเกินไปครับ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕๕ สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มันไม่ได้เรื่องตรงนี้ละครับ ท่านประธาน ที่มันเป็นอุปสรรคที่ขวางทางคนยากคนจนครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรที่ยืนอยู่ ข้างคนยากคนจน และผมต้องการที่จะต่อสู้เพื่อขจัดอุปสรรคเหล่านี้ให้ออกจากเส้นทางนี้ เพื่อให้เอสเอ็มอี (SMEs) ตัวเล็ก ๆ คนยากคนจนที่อยู่ทั่วประเทศได้มีโอกาสได้เห็นโอกาสว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่การซื้อขายออนไลน์ (Online) นี้ พวกผมก็มีโอกาสด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ใช่คนรวยเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ครับ ประเทศนี้เราให้โอกาสคนรวยมาเยอะมาก ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไรครับ แต่วันนี้ผมขอร้องให้คนจนได้โอกาสบ้างครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญท่านประธาน🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ท่านได้กรุณาให้ทั้งกําลังใจแล้วก็ข้อเสนอแนะ ไม่ว่าจะเป็นท่านคารม พลพรกลาง ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านภาสกร งามเจริญกุล ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ความคิดเห็นของทุกท่านล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นครับ แล้วก็ต้องกราบเรียนว่า ทางกรรมาธิการวิสามัญคณะของเราก็คิดเห็นในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เราได้เห็นปัญหา ก็จะขอรวมประเด็นที่ท่านเสนอแนะตอบในคราวเดียวเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปสรรค ต่อการประกาศใช้ประมวลรัษฎากร ซึ่งทางกรมสรรพากรเขาก็ได้ชี้แจงออกมาว่าการเก็บ ข้อมูลเป็นเพียงลักษณะของการเก็บรวบรวมข้อมูลในเบื้องต้นเพียงเท่านั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ ว่ามีผู้คนที่ตื่นตระหนกอยู่จํานวนมาก เราก็ได้สอบถามทางธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็บอกว่าหลังจากประกาศใช้ยอดผู้ใช้บริการโอนเงินออนไลน์ (Online) ก็ลดลง หลังจากนั้นก็กลับขึ้นมาสูงขึ้น แต่เหตุเนื่องจากว่าปีที่แล้วการประกาศ บังคับใช้ของกรมสรรพากรมีระยะเวลาพิจารณาแค่ ๗ วันครับ เราจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า นโยบายนี้เป็นอุปสรรคหรือไม่เป็นอุปสรรค เพราะหากเราไปตัดสินเลยว่าเป็นอุปสรรค ก็ไม่เป็นธรรมกับหน่วยงานราชการเขา หลังจากนั้นในปีนี้ปรากฏว่าประกาศของกรมสรรพากร ไม่ได้เป็นอุปสรรคแล้วครับ เพราะปีนี้มีสถานการณ์โควิด (COVID) ยอดการใช้บริการ ทางธุรกรรมทางออนไลน์ (Online) ก็สูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ กรรมาธิการจึงได้แจ้งกับทาง กรมสรรพากรครับว่าดังนั้นเมื่อสิ้นปีแล้วท่านต้องมาประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าจะพิจารณาใช้ต่อ หรือจะยกเลิก เพราะเราเป็นห่วงครับ เราเป็นห่วงว่าหากพฤติกรรมของผู้บริโภคเขาเกรงกลัว ที่จะโอนเงินมันก็จะกลับกลายเป็นว่าไปเข้าสู่สังคมเงินสดอีก ในส่วนของเรื่องการคุ้มครอง ผู้บริโภค อย่างที่ท่านคารมหรือท่านเท่าพิภพได้กรุณาให้ข้อมูลมา กรรมาธิการได้รับทราบมา เช่นเดียวกันว่าในการซื้อขายทางธุรกรรมออนไลน์ (Online) ไม่ได้มีเฉพาะผู้ขายเท่านั้น ที่บางครั้งผู้ซื้อสั่งซื้อของและไม่ได้รับของตามที่ซื้อ ในขณะเดียวกันเราก็ได้รับฟังมา เช่นเดียวกันว่าบางครั้งผู้ขายขายไปแล้วและผู้ซื้อก็ปฏิเสธ หรือผู้ซื้อมีการติดต่อขอรับเงินคืน แล้วก็ไม่ส่งของคืน ดังนั้นเราจึงเห็นว่าการที่จะมีการแสดงตัวตนในโลกดิจิทัล (Digital) นั้น จึงเป็นสิ่งสําคัญครับ เพื่อจะคุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ประเด็นที่ท่านกังวลเรื่องการนําเข้า ยาเสพติดโดยผ่านช่องทางก็เป็นประเด็นที่กรรมาธิการก็ตั้งข้อสังเกตไปเช่นเดียวกันครับ ปัจจุบันต้องเรียนว่าระบบเนชันนัล ซิงเกิล วินโดว์ (National single window) ของเรานี่ ยัง ไม่สามารถทําได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ช่องทางที่กรมศุลกากรจะสามารถตรวจสอบสินค้าได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คือส่งโดยไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณีย์ไปทําสัญญาไว้กับบริษัทใด ช่องทางนั้น จะเป็นช่องทางที่กรมศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ทั้งสิ้น แต่บริษัทที่เป็นบริษัทเอกชน รายย่อยอื่น ๆ เนื่องจากมีจํานวนเยอะมาก แล้วระบบของกรมศุลกากรยังไม่พร้อม เขาจึงใช้ วิธีสุ่มตรวจ แต่อย่างไรก็ดีทางกรรมาธิการก็ได้ให้ข้อสังเกตไป แล้วก็ให้การสนับสนุนนโยบาย ของเขาในการที่จะแก้ไขประเด็นนี้ตามที่ท่านกรรมาธิการให้ข้อสังเกตมา ส่วนเรื่องภาษี เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วก็ได้มีญัตติหนึ่งเข้าเรื่องเกี่ยวกับภาษีวีเอที (VAT) ซึ่งท่านพิสิฐท่านก็ได้ เป็นประธานคณะกรรมาธิการคณะนั้น ก็จะขออนุญาตให้ท่านพิสิฐได้กรุณาชี้แจงในประเด็นนี้ แล้วหลังจากนั้นก็จะมีประเด็นเรื่องที่ท่านบัญญัติถามมา เรื่องเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ประเทศฝรั่งเศสเขามีการจัดเก็บภาษี ซึ่งทางสรรพากรก็ได้มอบหมายให้ท่านผู้เชี่ยวชาญ เรื่องนี้โดยเฉพาะเลย ก็คือท่านสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ กับท่านจิตรา ณีศะนันท์ เป็นผู้ชี้แจง เป็นลําดับถัดไป กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ท่านพิสิฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องภาษี ก็อยากจะเรียนว่าขณะนี้ทางสภาก็ได้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายแก้ไขประมวลรัษฎากรให้มี การจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์ม (Platform) ต่างประเทศ ซึ่งแต่เดิมเป็นวิธีการที่อาจจะ ปฏิบัติไม่ได้ แต่ว่ากรรมาธิการชุดนี้ก็ได้มีการประชุมมาจนกระทั่งได้ดูร่างครบถ้วนหมดแล้ว ก็จะนํามาสู่การพิจารณาของที่ประชุมแห่งนี้ในระยะต่อไปว่าเราจะต้องให้เกิดความเป็นธรรม ระหว่างแพลตฟอร์ม (Platform) ภายในประเทศกับต่างประเทศ ขณะเดียวกันประเด็น เรื่องของการที่ท่านสมาชิกเป็นห่วงเรื่องของการถูกฉ้อโกงหรือถูกหลอก เรื่องหลักเลยก็คือ เรื่องของเควายซี (KYC) คือเรื่องของโนว์ ยัวร์ คัสทูเมอร์ (Know Your Customer) เรื่องของการที่ระบบจะต้องมีการจัดให้ผู้ที่อยู่ในระบบค้าขายออนไลน์ (Online) จะต้อง แสดงตัวตน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการแสดงตัวตน ผู้ที่กระทํามิชอบก็จะไม่สามารถที่จะทําได้ อย่างง่ายเช่นอดีต ลักษณะขณะเดียวกันก็จะเป็นการสกัดไม่ให้เกิดความแตกต่าง ระหว่างแพลตฟอร์ม (Platform) ภายในประเทศกับต่างประเทศด้วย อันนี้ก็ขออนุญาต กราบเรียนครับ🔗
เชิญท่านสมศักดิ์ครับ🔗
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์(รองอธิบดีกรมสรรพากร) : กราบเรียน ท่านประธานครับ ในส่วนของเรื่องภาษีจะขออนุญาตกราบเรียน ประเด็นแรกคือ การเสียภาษีของแพลตฟอร์ม (Platform) ก็อยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ ในการเสียภาษี ของแพลตฟอร์ม (Platform) โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีประเด็นว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ของต่างประเทศได้เสียภาษีหรือเปล่า ก็ขออนุญาตแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือในส่วนของ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านอาจารย์พิสิฐก็ได้กรุณาเรียนแล้วว่าตอนนี้ทางกรมสรรพากร อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของตัวภาษีเงินได้ที่จะต้องเสียภาษี ในประเทศไทย รวมถึงตัวเฟซบุ๊ก (Facebook) หรืออะไรก็ตามที่เป็นข่าว ซึ่งกรมสรรพากร ก็ขออนุญาตเรียนว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ต่างประเทศส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้เราได้ มีการจัดเก็บภาษีแล้ว แต่การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปัจจุบัน มันจัดเก็บภายใต้ ประมวลรัษฎากรที่มันถูกออกแบบและเขียนมาในระบบการเสียภาษีแบบเก่า เพราะฉะนั้น ถึงจะเก็บได้ก็ต้องใช้ความพยายามสูงมาก อาจจะใช้วิธีการต่าง ๆ ที่กว่าจะได้ข้อมูลมา มันยุ่งยากลําบาก เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องของตัวกฎหมายภาษีเงินได้ ประเด็นอันหนึ่งก็คือเป็นเรื่องของ ข้อตกลงระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถดําเนินการในฝ่ายเดียวได้ ซึ่งตรงนี้ ในส่วนของกรมสรรพากรก็อยู่ระหว่างการดําเนินการ อีกอันหนึ่งก็คือที่พูดถึงเรื่องของ การจัดเก็บภาษีของประเทศฝรั่งเศส ในผู้ประกอบการรายนั้นในปัจจุบันกรมสรรพากรก็อยู่ ระหว่างการตรวจสอบอยู่เช่นเดียวกัน แต่ ณ วันนี้ก็อยู่ระหว่างขั้นตอนยังไม่สามารถที่จะสรุป ตัวเลขออกมาได้ แต่ก็กําลังดําเนินการอยู่ในขณะนี้ ประเด็นเรื่องของตัวกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕๕ ก็ต้องขออนุญาตว่าทางกรมสรรพากรก็ขอยืนยันว่าข้อมูลที่เราได้ไปไม่ใช่เป็น ข้อมูลที่จะนําไปเพื่อประเมินภาษี เป็นข้อมูลที่จะใช้ในการที่จะวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้น แล้วอีกอย่างหนึ่งคือการค้าขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) จริง ๆ มันเป็น ช่องทางการจําหน่าย เขาไม่ได้เป็นการขายให้แก่แพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อหลีกเลี่ยง ประเด็นเรื่อง ๓,๐๐๐ กับ ๔๐๐ ทรานส์แซกชัน (Transaction) มันเป็นแค่ช่องทาง แล้วขณะเดียวกันทางตัวผู้ประกอบการก็จ่ายค่าธรรมเนียมให้ตัวแพลตฟอร์ม (Platform) แต่การที่จะมองว่าจะไม่จ่ายภาษี อันนี้ก็ขออนุญาตเรียนว่าถ้ามองในแง่ความเป็นธรรมในแง่ ของกรมสรรพากรก็ต้องดูว่าทั้งออนไลน์ (Online) กับออฟไลน์ (Offline) ปัจจุบันออฟไลน์ (Offline) ก็มีการเสียภาษี เพราะฉะนั้นในส่วนของออนไลน์ (Online) ก็คงจะต้องอยู่ภายใต้ กฎหมายเดียวกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
มีอีกไหมครับ จะชี้แจงอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอเพิ่มเติมประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย นอกจากประเด็นภาษีแล้ว ทางกรรมาธิการเราก็ยังพิจารณาถึงว่าทําอย่างไรประชาชน คนไทยจะสามารถมีโอกาสค้าขายได้ ก็ต้องกราบเรียนว่าในวันนี้มีอยู่หลายตลาดที่ต้อง ยอมรับว่าประเทศไทยเราเสียโอกาสให้กับต่างชาติไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตลาดที่พักออนไลน์ (Online) อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นทางกรรมาธิการเราจึงได้ทําข้อสังเกตถึงทางรัฐบาล อย่างที่ท่านกนกได้กรุณาให้ความเห็น เราเสนอให้ทางรัฐบาลได้จัดเตรียมเกี่ยวกับดิจิทัล อินฟราสตรักเจอร์ (Digital infrastructure) ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง การที่ให้ประชาชน ที่เขาทําอาชีพสตาร์ตอัป (Startup) ได้เข้าสู่แหล่งข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือการลด ข้อจํากัดของเขาว่าเขาไม่จําเป็นที่จะต้องไปหาแหล่งดาต้า (Data) จากที่ไหน วันนี้เราจะเห็นว่า การค้าขายในแพลตฟอร์ม (Platform) ไม่ว่าจะเป็นของต่างประเทศหรือการค้าขายบริการ ต่าง ๆ ในโลกธุรกิจปัจจุบันเขาแข่งกันโดยการทุ่มตลาด แล้วเขาก็เอาข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ หาผลประโยชน์อื่น ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมให้กับประชาชนของเรานั่นก็คือการที่มีข้อมูล ลักษณะแบบนี้ที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของผู้บริโภค ข้อมูลของ มิจฉาชีพต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น ดังนั้น ข้อเสนอแนะที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณา ให้กรรมาธิการเพิ่มเติมมา กรรมาธิการก็ขอน้อมรับไว้ และไปใช้ในการปรับปรุงรายงาน แล้วก็จะนําเสนอต่อรัฐบาลต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ต้องการอภิปรายไหมครับ คือที่ไม่เห็นด้วย ถ้าไม่มีผมจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถ้ามีท่านสมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่น คือท่านเห็นชอบ หรือเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่ามติของ ที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ ไม่มีท่านสมาชิกเสนอเห็น เป็นอย่างอื่นใช่ไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่ามติของที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ แต่เนื่องด้วย คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้อ่านข้อสังเกตตอนต้น มีท่านสมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตมีไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมก็จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เหมือนกัน ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่จะส่งไปให้คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการต่อไปตามข้อบังคับ เป็นการจบการพิจารณาของ รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการปรับปรุงพื้นที่และสภาพภายในเรือนจําทั่วประเทศให้มีสภาพเหมาะสม (นายวีระกร คําประกอบ เป็นผู้เสนอ)🔗
และมีญัตติที่ราพิจารณาเมื่อการประชุมคราวที่แล้ว มีญัตติทํานองเดียวกัน อีก ๔ ฉบับที่เรานํามาพิจารณารวมกันทั้งหมดเป็น ๕ ฉบับ🔗
๕.๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหานักโทษล้นเรือนจํา (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
๕.๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ของประเทศ (นายนริศ ขํานุรักษ์ และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๕.๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา เรื่องแนวทางการย้ายเรือนจําออกจากเขตชุมชนเมือง (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
๕.๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการย้ายเรือนจําออกจากเขตชุมชนเมือง (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งขั้นตอนการประชุมครั้งที่แล้วผมจําได้ว่าเราได้มีการปิดการอภิปรายไปแล้ว เพราะว่าผู้เสนอญัตติไม่ใช้สิทธิในการอภิปรายสรุป ขั้นตอนต่อไปก็คงจะต้องเป็นการขอมติ ของที่ประชุมว่าเราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาหรือไม่นะครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องด้วยข้อจํากัด ของห้องประชุมในปัจจุบันก็ได้ประสานกับทางวิปฝ่ายค้าน แล้วก็อยากจะเสนอให้เราส่งญัตติ ที่มีความสําคัญแบบนี้ไปให้คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อไปศึกษาต่อครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
๒๐ ท่านนะครับ ผู้รับรอง ๒๐ ท่านยกมือให้ครบนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการสามัญ แทนที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้นําเรื่องญัตติทั้ง ๕ ฉบับส่งไปให้คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อดําเนินการ พิจารณาศึกษาต่อไปนะครับ🔗
๕.๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษากรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคม ต้องชําระเงินค่าเสียหายให้ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จํากัด อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจาก ท่านพีระพันธุ์ ผู้เสนอ ท่านได้ลาออก สมาชิกภาพความเป็นสมาชิกของท่านพีระพันธุ์ก็ได้ สิ้นสุดลงแล้วนะครับ รวมทั้งในระเบียบวาระที่ ๕.๓๕ อีกฉบับหนึ่ง🔗
๕.๓๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการรถไฟแห่งประเทศไทยแพ้คดี ต้องชําระเงินค่าเสียหายให้ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จํากัด (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นผู้เสนอ)🔗
เรื่องลักษณะทํานองเดียวกันคล้ายกันทั้ง ๒ ฉบับของท่านพีระพันธุ์ ท่านพีระพันธุ์ได้ลาออก จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ดังนั้น เรื่องทั้ง ๒ เรื่องก็ถือว่าตกไป🔗
ท่านสมาชิก ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๗ นะครับ🔗
๕.๗ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด (นายคมเดช ไชยสิวามงคล กับคณะ) เป็นผู้เสนอ🔗
เนื่องจากมีญัตติทํานองเดียวกันอีก ๗ ฉบับ🔗
๕.๑๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กําลังระบาดอย่างรุนแรง (นายอิสสระ สมชัย และ นายสุทัศน์ เงินหมื่น) เป็นผู้เสนอ🔗
๕.๖๐ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์) เป็นผู้เสนอ🔗
๕.๗๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางในการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติดทั่วประเทศ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ) เป็นผู้เสนอ🔗
๕.๗๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (นายชัชชาลล์ คงอุดม และ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม) เป็นผู้เสนอ🔗
๕.๑๐๘ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ) เป็นผู้เสนอ🔗
๕.๑๒๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน (นายนริศ ขํานุรักษ์ และ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์) เป็นผู้เสนอ🔗
๕.๑๓๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติด (นางผ่องศรี แซ่จึง) เป็นผู้เสนอ🔗
ซึ่งผมเห็นว่า เป็นเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะนํามาพิจารณาร่วมกัน จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ผมขอดําเนินการ ตามนี้นะครับ เชิญผู้เสนอแถลงเหตุผลตามลําดับ🔗
๕.๗ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด (นายคมเดช ไชยศิวามงคล กับคณะ) เป็นผู้เสนอ🔗
เชิญท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่อง ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ยาเสพติด กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากเกิดรัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รัฐบาลได้ปล่อยปละละเลยการบริหารบ้านเมืองในช่วง ๕-๖ ปี ปรากฏว่า ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ใบกระท่อม และสารเสพติดพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดไป ทั่วประเทศ ส่งผลให้ลูกหลานเยาวชน รวมทั้งผู้ใช้แรงงานต้องติดยาเสพติด เสียอนาคต เสียโอกาส และเป็นภัยต่อสังคมโดยรวม รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการเยียวยาแก้ไข และฟื้นฟูสุขภาพของผู้ติดยาเสพติดและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ทําให้ประเทศไทย ต้องเสียโอกาสในการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นวัยเรียน วัยทํางาน เป็นปัญหาความมั่นคง ของชาติ จึงได้ยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาดําเนินการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลไปดําเนินการ ส่วนเหตุและผลรายละเอียดต่าง ๆ ผมขอชี้แจง ดังนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริง ๕ ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกันเลย เพื่อให้การใช้ ระยะเวลาที่สั้นเข้า ปัญหายาเสพติดถ้าเราเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สมัยที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี มีตัวเลขเกี่ยวกับยาเสพติดหายไปประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนสมัยรัฐประหารที่มีท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่ายาเสพติดได้แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ มีข้อมูลหนึ่งท่านประธานครับ ในช่วงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีหญิงสาววัย ๒๓ ปี ที่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เสพยาบ้าจนมีอาการหลอน ยอมรับจุดไฟวางเพลิงในบ้านหลังยายไปทํานา กลับมายายแทบเป็นลม พบเพลิงลุกไหม้บ้านวอดวายลามไปไหม้ข้างเคียงอีก ๑ หลัง ท่านประธานครับ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ช่วงล่าสุด ประเด็นหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นข้อเท็จจริงมันมีอย่างนี้ครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก โครงสร้างตํารวจที่ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวอ้างไว้ ก่อนการปฏิวัติ โดยมีกํานันท่านหนึ่งที่เดินขบวนขับไล่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งว่า จะมีการปฏิรูปตํารวจ ปรากฏว่าช่วง ๖ ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการดําเนินการเลย ข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ครับ ตํารวจกับทหารซึ่งมี กอ.รมน. อยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้มี การสนับสนุนผู้ค้ายาเสพติดหรือยาบ้า ประเด็นแรกเลยชาวบ้านมาร้องเรียนผมในฐานะที่เป็น ผู้แทนว่ามีคนมีสีให้การสนับสนุนผู้ค้ายาเสพติดทั่วประเทศ นี่คือประเด็นแรกที่เกิดขึ้น🔗
ประเด็นที่ ๒ เวลาจับผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตํารวจเอาทั้งเงินและยาบ้าไปขาย แล้วมันจะหมดไปได้อย่างไร นี่คือประเด็นที่ ๒🔗
ประเด็นที่ ๓ ไม่ใช่มีแต่ปัญหายาบ้าเท่านั้น ตํารวจยังขยายกิจกรรมไปสู่ บ่อนการพนันและหวยใต้ดิน โดยการสร้างกลไกนี้ขึ้นมา ถ้าเปรียบเทียบหมายถึงว่า การเลี้ยงไก่ไว้กินไข่อย่างต่อเนื่อง เก็บค่าต๋ง เช้า กลางวัน เย็น ตัวนี้มันหมายถึงว่า การเก็บส่วยไปส่งเจ้านายครับ มันหมายถึงการซื้อขายตําแหน่งจากข้าราชการตํารวจ ที่เกิดขึ้นที่ทางรัฐบาลว่าจะแก้ไขมีการผ่าตัด จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นเลย ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจําได้ ก่อนการเลือกตั้งท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้ เงินงบประมาณส่วนหนึ่งคืองบกลางประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ทั่วประเทศ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านว่ามีปัญหาอะไรว่าจะดําเนินการแก้ไขประมาณ ๔-๖ ข้อ ปรากฏว่าข้อมูลที่ได้รับจากการปกครองส่วนหนึ่ง จากตํารวจส่วนหนึ่ง จากทหารส่วนหนึ่ง ปรากฏว่าปัญหายาบ้าขึ้นอันดับ ๑ ของประเทศไทย แต่โครงการนี้ถูกพับเก็บไว้ เอาเก็บไว้ ใต้พรมหมด เงียบสนิท มันไม่มีการดําเนินการแก้ไข🔗
ปัญหาที่ ๔ การจับกุมที่เกิดขึ้นหลังจากเอาทั้งเงินทั้งยาบ้าไปขายแล้ว มันไม่มีโอกาสที่จะจับลูกค้ารายใหญ่เลย มีแต่ปลาซิว ปลาสร้อยทั้งหมดเลยที่ถูกจับมา แล้วปัญหาก็ค้างคาอยู่ ท่านประธานครับ ซึ่งมันแตกต่างกันกับสมัยท่านทักษิณ ท่านแก้ไข ปัญหาและปราบปรามยาเสพติดได้ถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ มีข้อมูลตัวหนึ่งที่เกิดขึ้น ในจังหวัดผม ปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรมราชทัณฑ์คนที่ติดคุกติดตะรางสมัยท่านทักษิณ ปรากฏว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มีประมาณ ๑,๔๐๐ คน แต่เดี๋ยวนี้ ณ ปัจจุบันนี้มีคนติดคุกถึง ๓,๘๙๑ คน ปรากฏว่าเป็นคดียาเสพติด ๙๑ เปอร์เซ็นต์ คนล้นคุก เสียงบประมาณทิ้งไป ไม่น้อย ปรากฏว่าสิ่งที่เขามาร้องเรียนกับผมทางพี่น้องที่ติดคุกเขาบอกว่าในคุกที่ดิน ๑๒ ไร่ มีคนติดคุกอยู่ ๓,๘๙๑ คน ทานข้าวผลัดกัน ตื่นมา ๗ โมงเช้าเข้าแถวประมาณ ๑,๘๐๐ คน สลับไปชั่วโมงหนึ่งทานข้าว ๑,๘๐๐ คน เข้าห้องน้ําพร้อมกัน นอนเรียงกันขัง ๘ แดนด้วยกัน ถ้าใครปวดท้องตื่นขึ้นมาที่นอนหายทันที ครกเท่ากันกับโอ่งมังกร ส้มตําตําครั้งหนึ่งทานได้ ๑๕๐ คน ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและมีผลต่อเนื่อง ข้อมูลอยู่ในโรงในศาลเกิดขึ้น อย่างต่อเนื่องตลอด ล้นทั้งศาล ล้นทั้งคุก มันไม่ได้รับการแก้ไขเลย ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นโดยสรุปอย่างนี้ ๑. ก่อนที่ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาได้รับปากต่อ พี่น้องประชาชนทั้งหมดว่าจะปฏิรูปตํารวจ อันนี้ข้อแรก ๒. ได้มีการตรวจสอบทั้งหมด ทั่วประเทศ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ปรากฏว่ายาเสพติดขึ้นมาอันดับ ๑ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ๓. ตํารวจและทหารรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนว่าคนมีสี ให้การสนับสนุน แสดงว่าท่านมีเจตนาอยากให้เกิดเหตุเกิดสถานการณ์แบบนี้ ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมว่าเขตพื้นที่ผมลูกเผาบ้านพ่อแม่ไปประมาณ ๓ ครั้งแล้ว ผมถามสมาชิกสภาจังหวัดอยู่ในเขตพื้นที่ คนติดยาเสพติดยาบ้า ผมถามว่ามันมากไหม มันเยอะไหม ได้คําตอบอย่างไรครับ มีคนติดยาบ้าทุกครอบครัวครับ ตัวเลขที่เกิดขึ้น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นคนอายุ ๑๕-๓๐ ปีทั้งหมด กลุ่มเยาวชน เด็กติดยาเสพติด ทั้งคนแก่ ลามไปถึงโรงเรียน ลามไปถึงผู้สูงอายุ โดยไม่ได้รับการแก้ไข ผมจะชี้ให้เห็นการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดในช่วงยุคท่านทักษิณอย่างนี้ครับ การแก้ไขปัญหายาเสพติดถ้าตั้งใจจะแก้แล้ว ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ยาก ผมยกตัวอย่างเลย การเปิดให้ผู้ค้ายาเสพติดเข้ามามอบตัว เป็นตัวอย่าง เปิดให้ผู้ค้ายาเสพติดเข้ามามอบตัว พอมามอบตัวเสร็จสิ่งที่เกิดขึ้นอะไรรู้ไหมครับ ปรากฏว่า ความไม่ไว้วางใจกันเกิดขึ้นครับ สมมุติว่ามีคนค้าอยู่ ๑,๐๐๐ คน เข้ามามอบตัว ๕๐๐ คน หรือ ๓๐๐ คน ขบวนการของคน ๑,๐๐๐ คน เกิดการสงสัยแล้วว่ามันไปบอกชื่อเรา หรือเปล่า มันไปให้รายงานต่อทางรัฐบาลหรือเปล่าว่าคนนี้นาย ก นาย ข นาย ค เป็นคนค้า พอสิ่งนี้เกิดขึ้นถ้ารุนแรงที่สุดมีการฆ่าตัดตอนกันเอง รัฐบาลไม่ได้เสียเงิน สักสลึงหนึ่งครับ เป็นมาตรการที่ไม่ยาก ถ้าท่านมีความจริงใจสามารถดําเนินการได้เลย🔗
ประเด็นที่ ๒ คนของรัฐบาล ยาเสพติดที่เข้ามามากที่สุดอยู่ตามชายแดน ชายแดนใครดูแล ท่านประธานครับ ตํารวจกับทหารครับ อย่างว้าแดงกองกําลังของ ประเทศพม่าชนกลุ่มน้อย ความต้องการของชนกลุ่มน้อยเป็นกองทัพ เป็นกองกําลัง มีความต้องการอยู่ ๓ อย่าง อย่างแรก ข้าวสาร อาหารแห้ง ๒. ยารักษาโรค ๓. เงินทอง ๔. อาวุธสงคราม ใครเอาอาวุธสงครามไปแลกได้ถ้าไม่ใช่คนมีสี เพราะฉะนั้นท่านต้องผ่าตัด ตรงนี้ การตั้ง ผบ.ตร. มา ๒ คน ๒ ยุค ๒ สมัยล้มเหลวทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณบอส กระทิงแดง ชัดเจน🔗
ท่านคมเดช ช่วยสรุปแล้วนะครับ🔗
กําลังจะสรุปว่าตัวแนวทาง การแก้ไขผมขอเสนออยู่ ๒ อย่าง🔗
ประเด็นแรก เปิดให้ผู้ค้ายาเสพติดเข้ามามอบตัวทั้งหมด ถึงจะไม่มาหมด มันจะฆ่าตัดตอนกันเอง นี่คือการใช้สมอง🔗
อีกประเด็นหนึ่งง่าย ๆ ท่านนายอําเภอหลายท่านแนะนําผมบอกว่า ให้ทางรัฐบาลทํายาบ้าปลอมขึ้นมา ยาบ้าปลอมอะไร ยาบ้าปลอมทานแล้วอ้วก อาเจียน มันจะเป็นการทําลายขบวนการของการค้ายาเสพติดทั้งหมด วาง ๒ อย่างมันจะได้ผล ประมาณครึ่งหนึ่ง ท่านผ่าตัดทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ตรงนี้จะไปได้ เพราะฉะนั้นผมในฐานะที่ เป็นคนเสนอญัตตินี้ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเข้ามาพิจารณา แก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเร่งด่วนครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญผู้เสนอญัตติท่านต่อไป ท่านอิสสระ สมชัย และท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เชิญครับ🔗
๕.๑๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กําลังระบาดอย่างรุนแรง (นายอิสสระ สมชัย และ นายสุทัศน์ เงินหมื่น) เป็นผู้เสนอ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม พร้อมด้วยนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมกันเสนอญัตติโดยมีหลักการ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดที่กําลังระบาดอย่างรุนแรง🔗
เหตุผล ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันปรากฏว่ายาเสพติดเกือบทุกชนิดได้ระบาด อย่างรุนแรง และนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชุมชน แออัด พื้นที่ล่อแหลม ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อสังคม ทุกภาคส่วน ทําให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณปีหนึ่งเป็นจํานวนมาก หากภาครัฐไม่ดําเนินการ อย่างเป็นรูปธรรมปัญหาอาจบานปลายจนยากแก่การแก้ไขเยียวยา ดังนั้นกระผมและ นายสุทัศน์ เงินหมื่น จึงได้ยื่นญัตตินี้ต่อสภาเพื่อนําเสนอปัญหาให้รัฐบาลรับไปดําเนินการ เพื่อหามาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะกราบเรียนต่อประธานว่าปัจจุบันนี้ยาเสพติดนั้น ได้ระบาดอย่างแพร่หลายจริง ๆ เข้าใจว่าการผลิตยาทุกวันนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตแล้ว จะแตกต่างกันมาก ผมสังเกตได้จากการจับกุมพวกยาเสพติด เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่ตํารวจ จับยาเสพติดได้จะประเภทยาบ้า ซึ่งเป็นยายอดฮิต (Hit) นี้นะครับ จับได้ครั้งละหมื่น ครั้งละแสนเม็ดนี้ก็ตื่นเต้นกันแล้ว แต่ปัจจุบันนี้จับได้ครั้งละเป็นล้าน ๆ เม็ดเลยครับ เมื่อก่อน ยาบ้าเขาขายกันในตลาด ในบรรดาวงการผู้เสพยาบ้านั้น ราคาเม็ดละ ๓๐๐-๓๕๐ บาท ปัจจุบันนี้เม็ดละ ๔๐ บาทถึงเม็ดละ ๑๐๐ บาท ก็แสดงว่าปัจจุบันนี้ยาบ้าเกลื่อนกระจายอยู่ เต็มบ้านเต็มเมืองของเราแล้วเวลานี้ ท่านประธานครับ แหล่งผลิตยาบ้านั้นก็คงจะเป็นที่ ทราบกันดีว่าจะผลิตกันอยู่รอยต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า กับประเทศลาว โดยเฉพาะที่สามเหลี่ยมทองคํา แล้วลงมาที่ประเทศลาว เมื่อผลิตแล้วก็ได้เอามาขาย ในประเทศไทย ถ้าเราสังเกตการจับกุมของเจ้าหน้าที่จะพบว่ายาบ้าของกลางที่จับได้นั้น เขาไม่ได้ใส่ในพลาสติกห่อเล็ก ๆ แล้วนะครับ เขาใส่เป็นกระสอบเหมือนกระสอบปุ๋ยเลย เป็นกระสอบ ๆ และไม่ได้พูดเป็นเม็ดแล้ว พูดเป็นตันแล้ว ยาบ้าที่มีการจับกุมกันมาก ๆ จะเห็นว่ายาเสพติดนั้นที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่ ๑. ยาบ้า ๒. เฮโรอีน ๓. ยาไอซ์ ๔. ยาอี ครั้งสุดท้ายที่มีการจับกุม เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๓ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ จับกุมตรงจุดร่วมตรวจสามแยกอําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้ของกลาง เฮโรอีน ๗๗ กิโลกรัม ยาไอซ์ ๑,๓๘๕ กิโลกรัม คาเฟตามีน ๕๐๐ กิโลกรัม รถบรรทุกขนยา ๑ คัน รวมมูลค่าของกลางดังกล่าวนั้น ทั้งหมด ๑,๖๓๗ ล้านบาท เป็นข่าวครึกโครมกัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ จับผู้ต้องหาได้เพียง ๑ คน มีของกลางเพียง ๑ คน เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่าลําพังผู้ต้องหาเพียง ๑ คนนั้นจะสามารถขนยาบ้าผ่านเข้ามาได้ไกล ขนาดนี้ จากการสอบสวนบอกว่าขนยาบ้ามาจากรอยต่อระหว่างประเทศทางภาคเหนือ ท่านประธานครับ ลงมาได้ถึงขนาดนี้ปลายทางก็จะต่อไปที่ภาคใต้ ถ้าหากว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ เป็นเครือข่ายแล้ว ผมไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถนํายาบ้าเข้ามาได้ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนกับท่านประธานว่าแหล่งผลิตทั้งหลายนั้นที่อยู่รอบนอกประเทศของเราเวลานี้ ได้เป็นแหล่งผลิตรายใหญ่ เมื่อเดือนที่แล้วท่านคงจะเห็นว่าศาลอุทธรณ์ได้อ่านคําพิพากษา จําคุกพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่รายหนึ่งซึ่งเป็นคนสัญชาติลาว นายไซซะนะครับ ศาลชั้นต้นตัดสิน ประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์ก็ยืนยันประหารชีวิตเหมือนกัน นายไซซะนะมีเครือข่ายในการขาย ยาบ้า ยาเสพติดในประเทศไทย ทั้งยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ แอมเฟตามีนนี้ เป็นเจ้ามือรายใหญ่ โดยมีเป้าหมายกับกลุ่มพวกไฮโซชั้นสูง เขาบอกอย่างนี้ตามข่าว แล้วก็กว่าตํารวจจะจับได้ ต้องรอดักจับในขณะที่นายไซซะนะเดินทางจากต่างประเทศ จับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานครับ ของกลางได้จํานวนมหึมาพร้อมด้วยเครือข่าย แล้วก็เงินเป็นจํานวนนับ ๑๐๐ ล้านบาท ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ นี่ก็จะเห็นว่าเป็นการร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ทั้ง ๒ ประเทศนี้ กลุ่มเป้าหมายของยาบ้านอกจากจะส่งไปทางภาคใต้แล้ว หรือจะต่อไป ประเทศที่ ๓ ก็แล้วแต่ แต่ในประเทศไทยนั้น กลุ่มเป้าหมายนั้นก็ได้แก่บรรดากลุ่มเยาวชน เด็ก นักเรียน นักศึกษา กลุ่มผู้ใช้แรงงาน และพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งหลาย ซึ่งเป็นพื้นที่ ซึ่งเขานําเอายาบ้าเข้าไปจําหน่ายนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในจํานวนผู้ที่ถูกจับ และดําเนินคดีอยู่เวลานี้ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าจํานวนผู้ต้องขังในเรือนจํา ในคดียาเสพติดนั้น ตามรายงานของกรมราชทัณฑ์เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ นี้เองครับ ปรากฏว่ามีผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจํา จํานวนทั้งหมด ๓๐๒,๘๔๙ คน แยกเป็นชาย ๒๑๗,๔๔๘ คน แยกเป็นผู้ต้องขังหญิง ๓๓,๗๕๙ คน จํานวน ๓๐๒,๘๔๙ คนนี้เป็นนักโทษคดียาเสพติดนี้ เท่ากับผู้ต้องขังทั้งหมด ๗๙.๘๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนผู้ต้องขังทุกคดีรวมกัน ก็แสดงว่า บรรดานักโทษ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ที่ถูกคุมขังอยู่ ณ เวลานี้ ล้วนแล้วแต่ถูกดําเนินคดี โดยข้อหายาเสพติดทั้งสิ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอาญาอื่น ๆ ครับ ท่านประธานครับ ในจํานวน ๓๐๐,๐๐๐ กว่านี้เป็นนักโทษเด็ดขาดแล้ว คือหมายความว่าคดีจบแล้วทั้งหมด ๒๕๑,๒๔๗ คน อยู่ในระหว่างดําเนินคดี คือคดียังไม่ถึงที่สุดนี้มีจํานวนทั้งหมด ๕๐,๕๕๑ คน หากว่าทางการ ไม่ดําเนินการในการปราบปรามอย่างจริงจังแล้ว ผมเชื่อว่าจํานวนผู้ต้องขังนี้ก็นับวัน จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นที่ทราบกันว่าในบรรดานักโทษที่ถูกขังอยู่ในที่นั่นนะครับ มากที่สุด จนกระทั่งทางเรือนจํา ทางกระทรวงยุติธรรมมีแนวความคิดจะขยายเรือนจําทั่วประเทศ เพราะไม่สามารถจะรองรับนักโทษในคดียาเสพติดนี้ได้ หากว่าไม่มีมาตรการแก้ไขแล้ว จํานวนก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ จะขยายเรือนจําเท่าไรก็ไม่พอหรอกครับ ถ้าหากว่าทางการ ไม่ดําเนินการในการปราบปรามอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติดนั้น ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ รายใหญ่ รายใหญ่ที่จับล่าสุดมูลค่า ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท นอกไปกว่านั้นเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมนี้จับได้รายละ ๑๒ ล้านเม็ดก็มี ยาบ้านะครับ ๓ ล้านเม็ดก็มี นับเป็นมูลค่า จํานวนมาก ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาบ้า ในท้องถิ่นตามหัวเมืองต่าง ๆ นั้น เป็นไปไม่ได้หรอกที่ว่าพวกบรรดาขบวนการค้ายาบ้า จะกระทําโดยลําพังถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความร่วมมือด้วย ผมเห็นหลายแห่งเวลาไป จับกุม มักจะจับไม่ได้เพราะว่ามีสายจากตํารวจแจ้งไปก่อนว่าวันนี้จะเข้าไปทําการจับกุม นี่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนอกจากการจะปราบปรามขบวนการค้ายาบ้าแล้ว ต้องปราบปรามเจ้าหน้าที่อยู่ในองค์กรนั้นด้วย ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วการปราบนั้นจะเป็นอุปสรรค ตลอดไป ผมจึงเสนอญัตตินี้เข้ามาเพื่อให้รัฐบาลได้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้ เพื่อจะต้องการให้ยาบ้า ยาเสพติดทั้งหลายหมดไปจากสังคมไทยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๓ เสนอโดยท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ เชิญท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ครับ🔗
๕.๖๐ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์) เป็นผู้เสนอ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนมครับ กระผมมีเรื่องที่เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ท่านประธาน ที่เคารพ ด้วยสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในการผลิตและการลําเลียงยาเสพติดไปยังภูมิภาค อื่น ๆ ทั่วโลกด้วย แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะให้ความสําคัญกับปัญหาดังกล่าว แต่ก็ยังปรากฏว่า ไม่มีจังหวัดใดในประเทศสามารถประกาศได้ว่าเป็นพื้นที่ปลอดจากยาเสพติดอย่างแท้จริง จะมีเพียงหมู่บ้านหรือชุมชนสีขาวบางแห่งเท่านั้น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ดังกล่าวส่งผลให้เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นักศึกษาหลงผิดยาเสพติดกันมาก เสียอนาคตเป็นจํานวนมาก ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา ยาเสพติดตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสําคัญของโลกใช่ไหมครับ บ้านเรามีกฎหมาย มากมาย แต่ไม่สามารถที่จะขจัดเรื่องยาเสพติดได้ มีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี ท่านประธานครับ สถิติการเสพติดไม่ได้ลดลงเลย มีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี เดี๋ยวนี้ในคุกก็เกือบจะ ๔๐๐,๐๐๐ คนแล้ว ผู้ต้องหาล้นคุก ต้องนอนตะแคง ๙๐ องศา เรามีนักโทษเป็นระดับ ๖ ของโลก เป็นระดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) เป็นระดับ ๓ ของเอเชีย (Asia) และประเทศที่ใกล้เคียงของเราก็คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีนักโทษ ๓ ล้านคนเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นที่ ๑ ของโลกครับ ประเทศไทยเราเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซียมีคนตั้ง ๒๐๐ ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบแล้วยังมีผู้ที่ติดยาเสพติดน้อยกว่าเรา ประเทศเราเมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วก็มี ท่านเสนอญัตติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านวีระกร คําประกอบ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ได้พูดแล้วว่า เราล้นคุกจริง ๆ ใช้ค่าอาหารตั้ง ๒๐ ล้านบาทต่อวัน ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณ ยาเสพติดเราใช้ที่คุกใช้ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ค่าอาหารปีละ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าที่ทําอย่างนี้เพราะมันขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานที่เคารพ ในปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔ การดําเนินการเรื่องยาเสพติดของเราปรากฏว่านักโทษในคุกมันลดลงนะครับ จาก ๒๔๐,๐๐๐ คนในขณะนั้น ลดลงมาเหลือ ๑๖๐,๐๐๐ คน ลดลงมา ๘๐,๐๐๐ คนครับ ทําไมถึงเป็นอย่างนั้นละครับ เพราะในสมัยนั้นผมจําได้เป็นสมัยชวน ๒ คณะรัฐมนตรี ชุดที่ ๕๒ เขาแยกครับ เขาไปเอาจริงจังทางการสาธารณสุข การสังคมเป็นตัวนําครับ นักโทษ ลดลงครับ นี่เป็นตัวอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่หลังจากนั้นมามีการปราบอย่างจริงจัง ไปเปลี่ยนยาเป็นยาบ้าตื่นเต้นกันใหญ่ ก็เลยสถิติ สูงขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่มีทางที่จะลดลงเลย ทั้งนี้เป็นอย่างไร เพราะว่าเรายึดถือ การปราบปรามเป็นสําคัญ เพราะยึดถือว่าผู้ที่เสพยาเสพติดเป็นอาชญากรอย่างร้ายแรง เข้าไปแค่ ๑๕ วันออกมาก็ถูกรังเกียจรังงอน เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เราควรจะต้อง เปลี่ยนแปลงเสียแล้วในความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ การสะกดจิตว่าเป็นอาชญากรรมอย่างรุนแรง ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นเรื่องสังคมเสียแล้วว่าเราต้องรักษาเขา ช่วยเขาให้เขาเป็นผู้เป็นคน เหมือนกับคนธรรมดา เพราะว่าเป็นการหลงผิดทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพ ในทวีปยุโรป สาธารณรัฐเช็ก ประเทศเยอรมัน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏว่า เขามียุทธศาสตร์ที่ตรงข้ามกับเรา เรากับประเทศสหรัฐอเมริกาปราบปรามอย่างเดียว แต่ของเขาใช้การสาธารณสุขเป็นตัวนํา สังคมเป็นตัวนํา มีการป้องกัน ใช้ระบบการป้องกัน ใช้การลดอันตรายจากการใช้ยา ใช้การบําบัดรักษา มีเสาหลักอย่างนั้น แล้วที่สําคัญเขาก็ลด สิทธิมนุษยชนทุกพื้นฐาน มีจุดรับบริการทั่วไป ที่สําคัญมีการแจกยาด้วย เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่มีเหตุผล เขาแจกยา มีสถานที่แจกยาเป็นสถานพยาบาลแจกให้คนมากิน ไม่ใช่ แจกกลับไปบ้าน แจกยาบ้า แจกเฮโรอีน ขณะที่แจกเขาก็คุมไม่ให้เอากลับไป มันเป็น การตัดตอนการขาย ท่านประธานคงทราบเด็กนักเรียนหรือเด็กคนหนึ่งรับยามากิน เมื่อติดแล้วไม่มีก็ต้องเอามาขายต่อ มันขยายไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าใช้วิธีการแจกยาและคุม ไม่ให้เขากินที่นั่นมันก็ลดการที่จะไปขายต่อ ในเรื่องนี้ยังเกิดความเข้าใจผิดหลายอย่าง ผมได้ประชุมกับคณะกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการมีกระทรวงสาธารณสุข แต่ละแห่ง ก็คิดว่าการตั้งนี้ก็คือการไปแจกยารักษา นั่นคือการรักษา ไม่ใช่การป้องกันให้เกิดขึ้น หลายคนก็บอกไม่ได้เดี๋ยวจะเสียหายไปให้เขากินยาฟรีก็เท่ากับขยายไปใหญ่ ไม่ใช่อย่างนั้น ต้องเข้าใจครับ แจกแล้วคุม คุมให้ได้ ขึ้นทะเบียนกันหมด ท่านที่เคารพทั้งหลาย ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเมื่อข่าวคราวนี้ ๓ วันที่แล้วมาในประเทศเนเธอร์แลนด์ คุกคนน้อยลง จนกระทั่งประกาศเอาคุกให้คนอื่นเขามาเช่าที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ขณะนี้ เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเขาใช้วิธีการศึกษาให้เป็นเรื่องของสังคม ทางสาธารณสุข คือไม่ปราบปรามอย่างรุนแรง ถ้าปราบปรามอย่างรุนแรงก็ปราบเฉพาะผู้ที่ผลิตที่ส่ง รายการใหญ่ ๆ จะสังเกตเห็นว่าในบางครั้งบางคราวประเทศเหล่านี้มาถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อหาผู้ที่ผลิตใหญ่ ๆ ให้จงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้จะเห็นว่าเมื่อเราแจกยาไป การขโมย การอะไรน้อยลงมาก มีท่านอัยการท่านหนึ่งท่านเป็นอดีตอัยการท่านเขียนหนังสือ น่าฟังมาก เขาบอกว่าประเทศเนเธอร์แลนด์พวกเหล่านี้เป็นผู้ที่ติดยาเป็นปัญหาสังคม ท่านบอกว่าไม่ใช่อาชญากรที่ควรเอาไปติดคุก การแจกยาควบคู่พวกนี้ไม่ต้องการขายยา ๒ อย่างนี้จะลดอาชญากรรมได้ ท่านยังพูดต่อไปเลยว่าท่านไม่กล้าที่จะพูดต่อไป เพราะว่ามัน เป็นผลประโยชน์ของผู้กระทํา คือท่านพูดถึงว่าเป็นผลประโยชน์ของผู้ปราบปราม ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. ไม่ว่าจะเป็นทางอัยการ ไม่ว่าจะเป็นทางศาลอย่างนี้ ท่านพูดอย่างนั้นจริง ๆ ผมมีหลักฐานที่จะให้ท่านทราบว่าท่านก็กลัวว่าถ้าเกิดเขียนลงไป คงจะมีใครว่า ผมเลยมาเรียนในที่ประชุมในที่นี้ให้ท่านประธานได้ทราบเพื่อเป็นข้อคิด เพื่อเข้าไปศึกษาในฐานะที่จะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากันนะครับ ท่านประธานที่เคารพ อันนี้เป็นเรื่องซึ่งผมกราบเรียนว่าเราได้ถูกสะกดจิตมา ๕๐ ปีแล้วว่าอาชญากรรมรุนแรงก็คือ ยาเสพติด เรื่องนี้ถ้าเปลี่ยนแปลงไปทางสังคมได้ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะลดสภาพที่ติดในคุกได้ ประการที่สําคัญเดี๋ยวนี้เขามีอิเล็กทรอนิกส์ มอนิเตอร์ (Electronic monitor) ที่สําหรับ คนติดคุกไม่ต้องไปนอนมากแล้ว บังคับให้ไปอยู่ข้างนอก แล้วก็ควบคุมก็คงจะทําได้ดี ท่านประธานที่เคารพ ยาเสพติดผมได้เรียนถึงเหตุถึงผล และยกตัวอย่างต่างประเทศแล้ว แล้วประเทศเราละจะทําอย่างไร ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าประเทศของเรานั้น ยาเสพติดมีร้ายแรงอย่างเช่นประเภทที่ ๑ คือเฮโรอีน ประเภทที่ ๒ คือยาเสพติดให้โทษ ทั่วไป เช่น มอร์ฟีน โคเคอีน ฝิ่น ยา ห้ามไม่ให้ผู้ใดผลิตพวกนี้เป็นประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตํารับยา ประเภทที่ ๔ สารเคมีที่ใช้ ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ เช่น อาเซติกแอนไฮไดรด์ (Acetic anhydride) แอนทรานิลิค อาซิด (Anthranilic Acid) เป็นต้น ประเภทที่ ๕ ยาเสพติดที่เป็นยา อย่างเช่น กัญชา พืชกระท่อมอย่างนี้ เห็ดขี้ควาย ผมกราบเรียนครับ ประเภทที่ ๑ เรื่องของยาเสพติดที่เกี่ยวกับ พืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย พวกนี้น่าจะปล่อยฟรี (Free) ได้แล้วครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เป็น ยาเสพติด ขณะนี้หลาย ๆ ประเทศบอกแล้วไม่ใช่ยาเสพติด แล้วก็ผมเคยเรียนในที่ประชุม สภาแล้วว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เราถูกให้เป็นยาเสพติด เพราะมันมีการเสียผลประโยชน์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีผลประโยชน์แล้ว ออกเป็นกฎหมาย บ้านเราไปแปลกฎหมายเขามาก็ลืม ไม่ได้เอากฎหมายข้อที่ว่ากัญชายาเสพติด แต่สามารถ นํามาวิเคราะห์วิจัยให้เป็นทางการแพทย์ได้ ข้อความนี้ถูกลบออกแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะแก้ไขได้แล้ว กระท่อมก็มีคนอภิปราย กระท่อมมีแต่ในประเทศไทยเท่านั้นครับ ท่านประธานเชื่อไหม กระท่อมทําให้ผู้กินฝิ่นน้อยลงได้ กระท่อมเลยกลายเป็นยาเสพติด เพราะในสมัยหนึ่งทางภาคใต้เขาใช้กระท่อมมาอม มาเคี้ยว ฝิ่นมันลดลงครับ แต่ผู้เสียผลประโยชน์ในขณะนั้นคือผู้ค้าฝิ่น กระท่อมเลยกลายเป็นยาเสพติดไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องเหล่านี้เปลี่ยนได้ พวกที่มาผลิตยาเสพติด เช่น อาเซติกแอนไฮไดรด์ (Acetic anhydride) แอนทรานิลิค อาซิด (Anthranilic Acid) คนควบคุมก็คือ อย. แล้วก็มีตํารวจ ทหารนี้เราคุมได้ ไม่ได้ยากอะไร ประเภทที่ ๓ กัญชา พืชกระท่อม ผมได้พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราป้องกันได้ ทําได้ ถ้าจะทําอย่างจริงจัง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอันดับแรกที่เป็นสาเหตุในเรื่องนี้ก็คือคน คนที่ยังมีความโลภ ทําทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ตัวเองไม่ว่าที่ไหน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องควบคุมให้ได้ แต่ควบคุมยาก ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าจะควบคุมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ต้องมีการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น เพราะการปกครอง ประชาธิปไตยนั้นมีการควบคุม มีการสอบสวน ไม่มีการปกครองประเทศอื่นที่ควบคุมไม่ได้ ฉะนั้นกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้ามีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ผมเชื่อเหลือเกิน ว่าเราปราบปรามได้ทําได้ครับ ทําอย่างถูกต้อง เพราะว่ามนุษย์เรามีกิเลส ถ้าไม่ควบคุม คงทําไม่ได้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ ว่าให้ศึกษาอย่างจริงจัง แล้วขอให้เปลี่ยนโครงสร้างเสียที ขอให้ฝากพวกเรา ไม่ว่าจะเป็น ตํารวจ ทหาร อัยการ ไม่ใช่ไปดูงานประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว ให้ไปดูในทวีปยุโรป ด้วยครับ เพื่อมาดูเปรียบเทียบกันครับ เพื่อจะได้แก้ไขในสิ่งที่ถูกต้องต่อไป ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๔🔗
๕.๗๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางในการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติดทั่วประเทศ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ) เป็นผู้เสนอ🔗
เชิญท่าน เจ้าของญัตติ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กับท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ผมกับคณะ มีท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้ยื่นญัตตินี้ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด ทั่วประเทศ ซึ่งในนโยบายของพรรคภูมิใจไทยก็มีความชัดเจนในเรื่องของการที่จะพัฒนา ในการแก้ไขในเรื่องปัญหายาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของยาเสพติด ในประเทศไทยมิได้หมายความว่ามันจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ บางยุคบางสมัยก็น้อยลง บางยุค บางสมัยก็เพิ่มขึ้น แล้วก็ตัวอย่างในประเทศไทยนั้น ผมคิดว่าหลายพื้นที่หลายจังหวัด ที่แก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดแล้วได้ผลชนะ จากพื้นที่สีแดงกลายมาเป็นพื้นที่สีขาว ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ทราบข้อมูลว่าในหมู่ที่ ๔ บ้านบ่อม่วง ตําบลทรายขาว อําเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ในอดีตมีวัยรุ่นติดยาเสพติดมากเหลือเกินจนเป็นพื้นที่สีแดง ใช้เวลาดําเนินการแก้ไข ณ วันนี้เป็นพื้นที่สีขาว หมู่ที่ ๑๐ บ้านคลองไคร ตําบลคลองพน อําเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ อันนี้ก็เช่นกันเป็นพื้นที่สีแดง แล้วก็มีท่านผู้กํากับ พันตํารวจเอก วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งท่านเป็นผู้นํา แล้วก็จับมือกับผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ผู้นําประชาชน ผู้ปกครอง เข้าไปประกาศต่อสู้ในเรื่องของ การป้องกันภัยยาเสพติด ซึ่งมียาบ้าเป็นหลัก ทําอยู่ประมาณสัก ๓-๔ เดือน จับเยาวชนเหล่านี้ ไปเข้าค่ายครั้งละประมาณ ๙-๑๒ วัน วันนี้ท่านผู้กํากับวิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ได้รับรางวัล ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดและยกระดับพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านสีขาว ได้รางวัลร่วม ๑๒ รางวัลด้วยกัน จากเหตุการณ์เหล่านี้ผมก็อยากจะเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าประชาชนไทยวันนี้จากสถิติข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในปีที่ผ่านมา ผมอ่าน ในเอกสารของท่านนายแพทย์พาสกร มีผู้ติดยาเสพติดอยู่ประมาณ ๓ ล้านกว่าคน แต่เข้าใจว่า ณ วันนี้น่าจะมีมากกว่า ๓ ล้านคน อาจจะเป็น ๔ ล้านคน ๕ ล้านคน เพราะไม่มี องค์กรไหนที่จะไปตรวจสอบ แล้วก็ไปเช็ก (Check) ข้อมูลว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดยาเสพติด ทั้งหมดทั้งสิ้นกี่ล้านคน แต่เราพิจารณาได้ว่า ณ วันนี้ เวลานี้ยาเสพติดในประเทศเรานั้น มากหรือน้อย มีดัชนีตัวเลข แล้วก็พฤติกรรมในการสังเกตว่าถ้าช่วงไหนยาเสพติดมันเยอะ เราเห็นได้เลยว่ายาเสพติดราคาถูก ในกรณียาบ้าเม็ดละไม่กี่สิบบาท แต่ถ้าในกรณีไหน ที่รัฐมีนโยบายที่เข้มงวด แล้วก็กวดขัน มีกระบวนการที่ดียาเสพติดก็เม็ดละเป็น ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ขบวนการค้าการขายก็น้อยลง อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าในเรื่องของยาเสพติด เราสังเกตได้หลายประการด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ องค์ประกอบวงจรของ ยาเสพติดมีอยู่ ๓ วงจรด้วยกัน🔗
อันดับที่ ๑ วงจรผู้ผลิต วงจรผู้ผลิตส่วนใหญ่เพื่อนสมาชิกก็พูดไปแล้วว่า ส่วนใหญ่ก็จะอยู่แนวตะเข็บขายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถ้าเราพิจารณาในเรื่องของ วงจรการผลิตนั้นภายในประเทศ หรือผู้นําท้องถิ่น หรือว่าองค์กรในภาครัฐคงที่จะเข้าไป ปราบปรามยาก เพราะฉะนั้นวงจรการผลิตในต่างประเทศ ผมคิดว่าต้องเป็นหน้าที่ ของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทําแนวเขตป้องกัน ในเรื่องของรอยตะเข็บหรือรูปแบบอื่นก็มีอีกหลายรูปแบบในวงจรเบื้องต้นที่จะเกิดขึ้นของ ยาเสพติด🔗
วงจรที่ ๒ เป็นวงจรพ่อค้าคนกลาง ณ วันนี้องค์กรพ่อค้าคนกลางได้ขยายแนว มากขึ้นเข้าไปสู่โรงเรียน เข้าไปสู่ชุมชนมีมากมาย อันนี้ผู้มีหน้าที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็ดี หรือในหน่วยที่เกี่ยวข้องก็จะต้องมีหน้าที่เข้าไปควบคุม กํากับ ดูแล ป้องกัน วันนี้พัฒนา ในส่วนของการขนส่ง มันมีรูปแบบการขนส่งมากค่อนข้างที่จะตรวจสอบจับยาก ไม่ว่าจะเป็น ไปรษณีย์ จะเป็นเคอรี่ (Kerry) หรือว่าจะเป็นรูปแบบการขายตรงก็เอามาหลายรูปแบบ ก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น🔗
วงจรที่ ๓ ก็คือวงจรผู้เสพ ผู้เสพก็คือประชาขนทั่วไป นักเรียน หรือใคร ก็ตามที่ใช้เป็นผู้เสพ แล้วก็วงจรผู้เสพพอติดมาก ๆ ขึ้นไปก็จะต้องหารายได้ เนื่องจากว่า ไม่มีอาชีพทํางานก็ต้องหาเครือข่าย ก็ขยายต่อไป ยกระดับเข้าไปจากวงจรผู้เสพกลายเป็น วงจรคนกลางผู้ค้า ซึ่งรากฐานในส่วนของต้นไม้ยาเสพติดอันนี้ถ้าขบวนการภาครัฐ เราตัดวงจร โดยตัดวงจรผู้เสพให้น้อยลงโดยการควบคุมผมคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดี ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไปดูในเรื่องของงบ ป.ป.ส. ซึ่งมีมากเหลือเกินในแต่ละจังหวัด แต่ผมดูลงลึกเข้าไปอีกว่าเวลาจัดสรรงบของ ป.ป.ส. เขาแบ่งเป็นงบป้องกันกับงบบันทึกข้อมูล ไม่น่าเชื่อว่างบป้องกันข้อมูลมี ๘๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่งบบันทึกข้อมูลมี ๕-๖ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเราดูในเรื่องของวิธีการใช้งบไม่ได้เน้นในเรื่องของการป้องกัน แต่เน้นไป เรื่องของการบันทึกข้อมูล ซึ่งตรงนี้ผมไม่ทราบว่ามีอะไรที่อยู่เบื้องหลัง มันเหมือนลักษณะ การเลี้ยงค่าย เลี้ยงค่ายของกลุ่มผู้ติดยาเสพติด สิ่งสําคัญที่สุดวันนี้เราจะต้องไปดูอีก หน่วยหนึ่งก็คือหน่วยในระดับจังหวัดเขาจะมีค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีทุกจังหวัดนะครับ ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวันนี้ถ้างบประมาณต่อหัว ๓,๖๐๐ บาท มีทุกจังหวัด แต่ในขณะเดียวกันพอทํา ๆ ไป เพราะออกมาจากค่ายปรากฏว่ามีเครือข่ายในจังหวัด คนที่ออกมาจากค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลับไปค้ายาเสพติดเพิ่มมากยิ่งขึ้น ก็แสดงให้เห็นว่า การตั้งค่ายตามนโยบายการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของจังหวัดไม่บรรลุผล ผมขออนุญาต ท่านประธานฝากไปถึงท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้านั้น น่าจะไป ศึกษาในเรื่องของการตัดวงจรในเรื่องของยาเสพติด ก็คือในเรื่องของการจัดตั้งศูนย์ เปิดศูนย์บําบัดหมู่บ้านเหมือนกับตัวอย่างที่ผมได้หยิบยกมาที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้ผลมาก เราอาจจะใช้มัสยิด เราอาจจะใช้วัด เราอาจจะใช้โรงเรียน หรืออาจจะใช้ศาลาประชาคม ใน อบต. ก็ได้ ซึ่งต้นแบบในส่วนของจังหวัดกระบี่นั้นทําได้สําเร็จอย่างดียิ่ง วันนี้เราจะเห็นได้ว่า อันดับหนึ่งก็คือยาบ้า อันดับ ๒ คือยาไอซ์ แต่สิ่งสําคัญที่สุดที่เรากําลังจะพิจารณาอยู่ก็คือ ในเรื่องของกัญชาและกระท่อม ผมเห็นว่าเราควรน่าจะเอากัญชาและกระท่อมปลดออกจาก ยาเสพติด ประเภทที่ ๕ แล้วขึ้นมาให้เปิดเผย แล้วมาควบคุม ผมคิดว่าการแก้ปัญหาในเรื่อง ของยาเสพติดในส่วนของกัญชาและกระท่อมที่จะเข้าไปผสมในสูตร ๔ คูณ ๑๐๐ หรือผสม ยาอย่างอื่นนั้นก็สามารถที่จะควบคุมจากการที่นํากัญชาแล้วก็กระท่อมขึ้นมาควบคุม โดยมีองค์กรต่าง ๆ ในระดับจังหวัดก็สามารถที่จะทําได้ดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้เราจําเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องลดดีมานด์ (Demand) ในส่วนของยาเสพติดโดยการตัดวงจรผู้เสพ ผมคิดว่าถ้าเราตัดวงจรผู้เสพซึ่งเป็นส่วนที่ ๓ เป็นขาที่ ๓ ที่ประชาชนไม่เพิ่มขึ้น ถ้าผู้เสพ ไม่เพิ่มขึ้น คนกลางที่จะมาขายก็ไม่ทราบที่จะไปขายให้ใคร เพราะฉะนั้นเมื่อเราตัด ผู้เสพได้ คนกลางก็น้อยลง ในขณะเดียวกันถ้าเราทําควบคู่กันไป เช่น กระทรวงสาธารณสุข อาจจะวิเคราะห์ในเรื่องของการผลิตยาเพื่อที่จะควบคุมหรือพยุงอาการของผู้ที่ติดยาเสพติด ให้อยู่ในการควบคุมของแพทย์ เราก็จะเป็นการช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัญหาเรื่องยาเสพติดวันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้กระบวนการ ยุติธรรม ทําให้เรือนจําที่เราได้อภิปรายกันมาก่อนหน้านี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังที่มี ความผิดในเรื่องของยาเสพติด ถ้าเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้เราอาจจะไม่ต้องไปเพิ่มไปสร้าง เรือนจําโดยการใช้งบประมาณที่สิ้นเปลือง ยาเสพติดยังนําผลในเรื่องของภัยต่าง ๆ ในชุมชน อีกหลายเรื่อง แล้วก็ทําให้ประเทศชาติในเรื่องคุณภาพของบุคลากรทรัพยากรมนุษย์ มีความถดถอยลง ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ผมเห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญในส่วนของยาเสพติด ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านผู้เสนอญัตติที่ ๕🔗
๕.๗๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (นายชัชวาลล์ คงอุดม และ ศาสตราจารย์ โกวิทย์ พวงงาม) เป็นผู้เสนอ🔗
เรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของท่านชัชวาลล์ คงอุดม และศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชัชวาลล์ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ก็เห็นด้วยกับ ทุกท่านที่เสนอมาเยอะแยะเลยที่ฟัง ๆ ดูนี้มันก็คล้าย ๆ กัน ผมเองก็มีประสบการณ์จาก การที่ทํามาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนั้นอายุ ๑๙ ปีทางบ้านก็มีเยอะมาก ก็เลยรวบรวมพรรคพวก แล้วก็รวบรวมชาวบ้านที่ไม่ชอบ ใครที่รู้ก็ให้มาบอกกัน ผมก็จะเป็นตัวกลางที่จะเชื่อมต่อ ระหว่างตํารวจให้มาดูแลในเขตชุมชนบ้านผม ตรงนี้ก็เลยคิดว่าน่าจะมีตํารวจชุมชนซึ่งตั้งมา อย่างในท้องถิ่นนี้ก็เป็นตํารวจหมู่บ้าน ในกรุงเทพมหานครนี้ก็เป็นตํารวจชุมชน ผมเชื่อว่า ให้เขามีรายได้กันแบบไม่ต้องเป็นเงินเดือน เป็นแค่เบี้ยเลี้ยง ก็เชื่อว่าถ้าใครมาขายและให้เขา มีอํานาจจับกุมได้มันก็จะทําให้ยาเสพติดน้อยลงแน่ แล้วก็ผมเชื่อว่าจะต้องหมดไป ถ้าบ้านไหนขาย อย่างที่ได้มีท่านหนึ่งกล่าวว่ามีการวิสามัญ มีการที่จะตัดตอนกัน ผมเชื่อว่า ถ้าเราจะทํากันจริง ๆ ไม่ผิดตัว เพราะทุกคนในชุมชนจะรู้หมดว่าบ้านไหนขาย ถ้าเขามี กองกําลังการเดินกัน ๒๔ ชั่วโมงใครขายจับได้เลย ผมเชื่อว่าหมดครับ ไม่ต้องห่วงเด็ก ๆ ก็คง จะไม่เป็นภาระให้พ่อแม่ต้องมาปวดหัวทุกข์ยาก ลูกเราไปติดยาเสพติด เลิกเรียนหนังสือไป หรือเปล่า อันนี้เห็นด้วยกับการที่จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็ขอเสนอแค่นี้เอง คิดว่าต้องสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็ขอบคุณครับ🔗
เสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ🔗
๕.๑๐๘ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ) เป็นผู้เสนอ🔗
ขอเชิญ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ท่านนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย พร้อมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยร่วมกันขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ขออนุญาตทําตามท่านประธานชวน และท่านศุภชัยแนะนําให้อ่านญัตติสั้น ๆ ครับ กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสําคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมไทยเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการเสพ การค้า การบําบัดรักษา จึงควรมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ครบวงจร เนื่องจากประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหายาเสพติดที่ผลิตมาจากแหล่งผลิต ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคํา โดยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงถูกใช้ ให้เป็นช่องทางในการลักลอบนําเข้ายาเสพติดไปยังประเทศที่ ๓ เมื่อจําแนกชนิดที่มี การแพร่ระบาดมากที่สุดคือยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ตามลําดับ และที่สําคัญคือเฮโรอีน มีแนวโน้มการแพร่ระบาดสูงขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องมีการเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดควรได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อต้านยาเสพติดและปัจจัยยั่วยุต่าง ๆ รวมทั้ง การเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อป้องกัน การกลับไปใช้ซ้ํา ซึ่งเมื่อจําแนกชนิดยาเสพติดผู้ที่เข้าร่วมการบําบัดรักษามากที่สุดคือยาบ้า ร้อยละ ๗๕.๒๐ รองลงมาคือกัญชา ร้อยละ ๖.๘๓ และกระท่อม ร้อยละ ๔.๑๗ ด้านพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดที่น่าเป็นกังวลคือการใช้ยาเสพติดมากกว่า ๑ ชนิดร่วมกัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยังพบว่าเด็กและเยาวชนมีการนําสารต่าง ๆ ที่หาได้ง่ายมาผสมกัน เพื่อให้ออกฤทธิ์เหมือนสารเสพติด ซึ่งเด็กและเยาวชนมีการทดลองดื่มสารเหล่านี้ เนื่องจาก มองว่าเกิดจากส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นอันตราย โดยที่ไม่คํานึงถึงว่ามีฤทธิ์เสพติด ปัญหาสารเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกาย จิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจและสมอง โดยเฉพาะในเด็กทั้งในระยะสั้น ระยะยาว กระทบการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ซึ่งเยาวชนที่มีอายุต่ํากว่า ๒๕ ปีเป็นกลุ่มประชากรที่มี ขนาดใหญ่ และเป็นกําลังสําคัญของการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวจะเป็น เรื่องสําคัญ และทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมในการศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อการสกัดกั้นช่องทางการลักลอบนําเข้า การผลิต การปราบปราม การบําบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดตาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจรตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลรายละเอียดขอชี้แจงในที่ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าขณะนี้ในห้วงเวลา ๓-๔ ปีย้อนหลังไป พวกเราลงพื้นที่ สิ่งแรกเลยที่พี่น้องประชาชนมาบอกมากล่าวกับพวกเราในฐานะที่เป็น ส.ส. ก็ดี บอกว่าช่วยปราบยาเสพติดให้หน่อย มันเยอะ มันมากเหลือเกิน พอพูดถึงยาเสพติด ทุกคนเป็นเสียงเดียวกัน และภาพเมื่อปี ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ท่านประธานจําได้ ขณะนั้น พรรคไทยรักไทยซึ่งผมก็เป็น ส.ส. อยู่นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ประกาศ สงครามกับยาเสพติดอย่างเข้มข้น ขณะนั้นพี่น้องประชาชนยกมือให้เลยว่าเป็นสิ่งซึ่งเขา เห็นแล้วว่าโดนใจที่สุด มั่นใจว่านี่คือทําให้สังคมสงบ หลังจากนั้นปี ๒๕๕๔ วันที่ ๑๑ กันยายน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง และมาถึงปีปัจจุบัน ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๒ ก็มีหนังสือ เป็นปีรวมว่าจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ถือว่า เป็นปัญหาสังคมที่ร้ายแรงที่สุด ผมเป็นแพทย์ผมรู้เลยครับว่าร้ายแรงมากอย่างไร ผมขออนุญาตนําเสนอว่า ๑. ลูกหลานที่ติดเป็นปัญหาสังคม คนที่ติดต้องไปหาเงินมา เมื่อไปหาเงินมาหาไม่ได้ก็เกิดปัญหาสังคม ถ้าเป็นผู้ชายก็ไปทําในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ในเรื่องของผิดกฎหมาย ทั้งศีลธรรม แล้วก็ศีล ๕ ข้อ ถ้าเป็นผู้หญิงก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะถูก ละเมิดในหลายเรื่อง เมื่อหาไม่ได้ก็ต้องเอาตัวเองเป็นเอเยนต์ (Agent) จําหน่ายต่อ แล้วผล ที่ตามมาคือ ๑. ครอบครัวแตกแยก สังคมล่มสลาย นี่คือเรื่องแรกของสังคมไทย ที่สําคัญคือ สถาบันครอบครัว เราต้องให้สังคมนั้นยืนอยู่ได้ สถาบันครอบครัวต้องเข้มแข็ง หลังจากนั้น ถ้าติดเชื้อขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอดส์ การใช้เข็มยาเสพติดร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการมี เพศสัมพันธ์เรื่องยาเสพติด หรือแม้กระทั่งส่งผลในเรื่องของปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลไปยัง ด้านเศรษฐกิจสังคมและความเจ็บป่วย ดังนั้น เป็นปัญหาที่เราจําเป็นจะต้องถือว่า เป็นวาระแห่งชาติ และต้องประกาศอย่างจริงจัง วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่บรรจุญัตตินี้ขึ้นมา จะเห็นว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเราเสนอถึง ๓ ใน ๘ ญัตติ นั่นเป็นนโยบายหลักที่เราทํางานเต็มที่ โดยเฉพาะผู้แทนทุกคนได้คุยกันว่า วันนี้เราจะได้อภิปรายให้พี่น้องประชาชนได้ชื่นใจว่าเราตั้งใจและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมต้องเรียนว่าปัญหายาเสพติดนั้นต้องถือว่าเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะ สถาบันครอบครัว ถ้าครอบครัวอบอุ่นไปโรงเรียนเพื่อนชักจูงก็ไม่ได้ แต่เป็นที่น่าตกใจครับ ตอนนี้มีพี่น้องประชาชนรายงานว่ายาเสพติดกลับมาระบาดในเด็กนักเรียนเยาวชนมากขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายเพราะว่าเป็นผู้ซึ่งกลุ่มเสี่ยง แล้วเราต้องป้องกันโดยให้ความรู้ แต่ปรากฏว่ามองว่ายาเสพติดอย่างที่ผมอ่านญัตติไปเด็ก ๆ ที่ถูกล่อลวง กลับมองว่า มันระบาดจนเกลื่อนไปหมด จนทําให้พวกเราต้องบอกว่าอันนี้คือเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ การที่จะดําเนินการนั้นต้องทําแบบครบวงจรตั้งแต่ป้องกัน การลักลอบ การผลิต การผลิต จากสามเหลี่ยมทองคํา ซึ่งวันที่ ๑๙ สิงหาคมนั้นทาง ป.ป.ส. ก็ได้ออกมารายงานว่าสามารถปราบยาไอซ์ได้ในช่วง ๑๐ เดือนถึง ๓๒ ตัน โดยเฉพาะในรอบที่โควิด (COVID) ผ่อนคลาย ๑๐ เดือนนี้ หลังจาก โควิด (COVID) ผ่อนคลายปรากฏว่ามีการลักลอบใน ๖ ประเทศถึง ๓๒ ตัน ซึ่งเป็นที่ น่ากังวลมาก🔗
เรื่องต่อมาก็คือ เรื่องของการที่เราจะต้องบําบัดรักษาแบบครบวงจร นอกจากสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กแล้ว เรื่องของการปราบปราม แล้วก็เรื่องของการรักษา รักษานี่ดีใจนะครับ ของเราตั้งแต่รัฐบาลเราทราบมาว่าผู้เสพถือเป็นผู้ป่วยต้องรักษา ในจํานวนผู้ที่มารักษานั้นต้องเรียนว่าในห้วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมามีผู้รักษาทั้งสิ้น ๑๔๐,๐๐๐ คน มีคนกลับมารักษาซ้ําประมาณ ๖.๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราทําอย่างไรให้การรักษานั้น ลดน้อยลง โดยเฉพาะผู้รักษาทั้งรายเก่ารายใหม่ เรื่องของผู้ซึ่งถูกรักษาเสร็จแล้ว บําบัดแล้ว เรื่องที่ถูกจับอยู่ในเรือนจําขณะนี้ตัวเลขล่าสุดวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ มีนักโทษในเรือนจํา ทั้งสิ้น ๓๗๙,๒๗๔ คน เป็นนักโทษยาเสพติด ๗๙.๘๕ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นนักโทษที่เกี่ยวพันกับยาเสพติด ตรงนี้เราต้องตัดวงจรในเรื่องของนักโทษที่อยู่ตรงนี้ มีข่าวอยู่เนือง ๆ เรื่องของนักโทษที่อยู่ในเรือนจําต่าง ๆ ต้องเรียนว่ายาเสพติดอันดับต้น ๆ เลย ก็คือยาบ้า ประมาณ ๗๐,๐๐๐ เท่าที่จับได้ กัญชา ๑๑,๐๐๐ ไอซ์ ๔,๗๐๐ และกระท่อม ๔,๐๒๙ หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ต้องบอกว่าเราใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๗ หน่วยงาน ป.ป.ส. ได้ไปมากที่สุด ซึ่งถือว่าทั้งหมดใช้เงินทั้งสิ้น ๕,๑๐๕ ล้านบาท จากการป้องกัน ๑,๖๓๙ ล้านบาท ปราบปราม ๑,๖๙๗ ล้านบาท และบําบัด ๑,๗๖๘ ล้านบาท ในการใช้งบประมาณทั้ง ๒๗ หน่วยงาน เราจําเป็นจะต้องบูรณาการทํางานให้สอดคล้องกัน แล้วก็ให้เห็นผลอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเรื่องของการใช้งบประมาณ ปี ๒๕๖๒ นั้น เราได้ใช้ งบประมาณไป วันต่อต้านยาเสพติดโลกคือวันที่ ๒๖ มิถุนายน เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การรณรงค์ให้มีการกําหนดเป็นวาระแห่งชาติและสินบนนําจับ สุดท้ายต้องขอสรุปว่าวันนี้ อยากเห็นพวกเราได้ทําหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มความสามารถในการเสนออภิปรายและ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเป็นกําลังให้พี่น้องประชาชนที่เฝ้าดูพวกเราอยู่ว่าเราจะต้อง ร่วมกันป้องกันปราบปรามรักษา รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการผลิต การจําหน่ายให้ครบวงจร และต้องช่วยลูกหลาน นักเรียน เยาวชน ของเราให้หลุดพ้นจากยาเสพติด เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องถือว่าเป็นวาระสําคัญขอพวกเราได้ร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๗🔗
๕.๑๒๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน (นายนริศ ขํานุรักษ์ และ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์) เป็นผู้เสนอ🔗
เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมพร้อมด้วย ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ร่วมกันเสนอญัตติตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างยั่งยืน ความละเอียดของญัตติปรากฏตามเอกสารที่ได้แจกจ่ายให้กับ เพื่อนสมาชิก ผมจึงขออนุญาตได้อภิปรายเพิ่มเติมถึงเหตุผลความจําเป็นที่ผมและ เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตตินี้ขึ้น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้🔗
๑. ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาทุกข์ใหญ่ของคนทั้งประเทศไทยและคน ทั้งโลก เขาบอกว่าคนเรามีความทุกข์อยู่ ๓ เรื่อง ความทุกข์เกี่ยวกับ ๑. ทุกข์ไม่มีลูกนะครับ คนไม่มีลูกมีความทุกข์ มีวัดหนึ่งที่จังหวัดพัทลุงชื่อวัดเกิด มีคนไปแก้บนกันมากนะครับ บนให้มีลูก เขาบอกว่าคนไม่มีลูกนี่เป็นทุกข์ ๒. คนที่ลูกตายก่อน คนเกิดมาอยากเผาศพ พ่อแม่ แต่ว่างานใดที่พ่อแม่มาเผาศพลูกเป็นความทุกข์ แต่ว่าเขาบอกว่าทุกข์ทั้งสองคือ ทุกข์ไม่มีลูกกับทุกข์ที่ลูกตายก่อนไม่เท่ากับลูกติดยาครับ ซึ่งเป็นความทุกข์มหันต์ของคน ทั้งประเทศไทยและคนทั่วโลกอยู่ในขณะนี้🔗
๒. เหตุผลที่ผมเสนอญัตตินี้ขึ้นมาก็คือยาเสพติดเป็นพิษร้ายทําลายเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ทําลายเด็กเยาวชนซึ่งเขาควรจะเติบโตเป็นอนาคต เป็นความหวังของชาติถูกทําลายลง ย่อยยับ ๒. คนวัยทํางาน แทนที่เขามีโอกาสทํางานตามศักยภาพก็ถูกทําลายลงและผู้สูงอายุ ที่ติดยาก็มีปัญหา สร้างปัญหา เพราะข้อมูลบอกว่าเด็กเล็ก ๆ ก็เริ่มใช้ยา ผู้หญิงก็เริ่มใช้ยา มากขึ้น ยามีในวัยผู้สูงอายุ ยามีในวัยทํางาน แล้วก็พิษร้ายของยาเขาบอกว่าคนเสพยาเสพติด โอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติแทบไม่มีนะครับ🔗
๓. ยาเสพติดทําลายงบประมาณของชาติปีละไม่ต่ํากว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าเราใช้หลายหน่วยงาน อย่างน้อยที่สุดก็ ๒๗ หน่วยงานที่เห็น ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็โดยเฉพาะทางสื่อมวลชนก็ได้ใช้ทุ่มเทเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติด และเราก็ได้แบ่งคนไปเพื่อในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดจํานวนมาก เราแบ่ง ข้าราชการไปเพื่อการนี้ เราแบ่งทหาร ตํารวจ ไปเพื่อการนี้ เราได้แบ่งพระ นักบวช ผู้นําศาสนาไปเพื่อการนี้ไม่ใช่น้อย ที่ผมเสนอญัตตินี้ก็เพราะผมเห็นว่าสถานการณ์ยาเสพติด ยังคงรุนแรง เดิมเมื่อหลายปีที่แล้วการจับยาเสพติด ๑๐๐ เม็ดตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่โต เป็นข่าวหน้าหนึ่ง ขณะนี้ ๑,๐๐๐ เม็ด ไม่หน้าหนึ่งไม่เป็นข่าว ๑๐,๐๐๐ เม็ด ๑๐๐,๐๐๐ เม็ด ไม่เป็นข่าวแล้ว ตอนนี้ต้อง ๑ ล้านเม็ดถึงจะเป็นข่าวหน้าหนึ่ง นี่คือสถานการณ์ความรุนแรง ของยาเสพติด ประการถัดมาที่เป็นเรื่องของสถานการณ์ความรุนแรงก็คือมีการขายยาเสพติด ทุกที่ครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรือนจํา ใกล้สถานีตํารวจก็ขาย ใกล้โรงพยาบาล ก็มีขาย มีเสพ แล้วก็ที่ทําให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นเพราะว่าอีกประการหนึ่งก็คือราคายาถูกลง ทําให้คนเข้าถึงยาเสพติดง่ายขึ้น🔗
๔. เส้นทางของยาเสพติดยังคงเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยสําหรับคนค้ายาเสพติด ผมเรียนท่านประธานครับว่าแหล่งผลิตยาเสพติดอาจจะอยู่ตอนเหนือของประเทศ อาจจะอยู่ ตรงไหนก็ไม่แน่ใจ แต่ว่ากว่าจะผ่านมาถึงจังหวัดพัทลุงผมได้ ท่านลองดูว่าผ่านด่านตํารวจ กี่ด่าน ผ่านกี่เมือง ผ่านกรุงเทพฯ ผ่านหลายจังหวัดกว่าจะถึงจังหวัดพัทลุง ผมคิดว่าไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ด่านตํารวจกว่าจะถึง ทําไมเล็ดลอดไปได้ ต้องเป็นขบวนการใหญ่จริง ๆ แล้วก็มี ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบางคนจึงจะทําสิ่งนี้ได้ จึงจะลําเลียงเส้นทางยาเสพติดนี้ ไปจนถึงจังหวัดพัทลุงของผมได้ นี่คือความรุนแรง แล้วก็ความซับซ้อนของปัญหายาเสพติด ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ มีการขายทางออนไลน์ (Online) มีการลักลอบค้าทาง พัสดุไปรษณีย์ และมีการโอนเงินผ่านออนไลน์ (Online) ด้วย นี่คือปัญหาที่รุนแรงที่ซับซ้อน เป็นเหตุผลที่ให้ผมได้ขอเสนอญัตติเพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาศึกษา ผมจึงขออนุญาตได้ฝากประเด็นดังต่อไปนี้เพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการ ไปดู คือเราจะยกระดับสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราจะเพิ่มกําลังตํารวจ กําลังฝ่ายมหาดไทยขึ้นสัก ๓ เท่าตัว เราจะเพิ่มงบประมาณขึ้นมาสักกี่เท่าก็ตาม ถ้าสถาบันครอบครัวไม่ร่วมมือ ไม่เป็นหลักในการแก้ปัญหายาเสพติด ไม่มีวันที่จะประสบความสําเร็จได้ ความสําเร็จมันอยู่ที่ บ้านเรา ครอบครัวเราไม่มีใครซื้อ ต้องไม่มีคนเสพ และครอบครัวคนข้าง ๆ ต้องไม่มีใครเสพ และไม่มีใครค้า อย่างนี้ครับสถาบันครอบครัวปลอดยาเสพติด และยาเสพติดมันจะปลอดไป จากครอบครัว ชุมชนและสังคมไปในที่สุด อยากฝากคณะกรรมาธิการไปศึกษาว่าจะทํา อย่างไรให้สถาบันครอบครัวได้มีระดับขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกครอบครัว ๒. ให้ไปศึกษาดูว่าการร่วมมือบูรณาการของหน่วยงานที่ผ่านมาว่า ประสบความสําเร็จมากน้อยแค่ไหน การบูรณาการหลายหน่วยงานดูเท่นะครับ ดูว่า จะเป็นไปได้ แต่ว่าอยากเรียนท่านประธานว่าลองไปดูผลสําเร็จของการบูรณาการนั้นว่า มีผลสําเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ทําให้โรงเรียนเป็นสีขาวแท้จริง ครูต้องไม่ปกปิด ไม่ต้องกลัวการประเมิน เพราะขณะนี้มีการปกปิด เพราะว่ามีผลต่อ การประเมินถ้าโรงเรียนใดมีเด็กค้ายาเสพติด แล้วก็มีการเสพยาเสพติด เรือนจําต้องสีขาว เรือนจําไม่ใช่เป็นที่พบปะของนักค้ายาเสพติด ไม่ใช่เป็นการผลิตนักค้ารายใหม่ ชุมชน ต้องเป็นสีขาว และสําคัญก็คือการบําบัดต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอ เพราะผมเรียนแต่ต้นว่า คนเสพยาเสพติดไม่มีโอกาสกลับมาเป็นคนปกติได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมอยากจะให้เห็นว่าถ้าการบําบัดมีประสิทธิภาพพอ คนกลับมาจากหลังเสพยาเสพติด คงใกล้เคียงกับความเป็นปกติก่อนเสพยาเสพติด ผมจึงเสนอญัตติโดยหวังว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะได้เก็บประเด็นที่ผมอภิปราย และเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้ช่วยกันอภิปรายนําไปสู่การพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมหวังว่าปัญหายาเสพติด ในอนาคตต่อไปนี้จะได้ลดลง และจะหมดไปในที่สุด เพื่อนําไปสู่การลดของอาชญากรรม ของประเทศซึ่งมีสูงมากและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผมหวังว่าผลการศึกษานี้จะนําไปสู่ การลดคน ลดงบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดลง และหวังว่าสังคมจะมี ความปลอดภัย และกลับมาสวยงาม และเป็นสังคมเฉกเช่นเดิมที่ไม่มียาเสพติด และสังคม จะเป็นสังคมสีขาว ผมมั่นใจในกลไกของ สภาแห่งนี้ว่าถ้าเราร่วมมือ ถ้าเราร่วมใจ เราศึกษา และผลของการศึกษานี้เราส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกิดความร่วมมือร่วมใจ ที่สําคัญต้องเกิดความจริงจังในการทําหน้าที่ ผมเชื่อว่าเราจะแก้ไขปัญหายาเสพติดได้สําเร็จ และอย่างยั่งยืน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๘ นะครับ🔗
๕.๑๓๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติด (นางผ่องศรี แซ่จึง) เป็นผู้เสนอ🔗
ขอเชิญ ท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด เนื่องจากว่าปัจจุบันปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่ในขั้นวิกฤติและส่งผลกระทบ ต่อประเทศชาติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เนื่องจากมีการผลิตยาเสพติดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ลักลอบนําส่งเข้ามา เช่น เฮโรอีน ยาบ้า ยาอี เป็นต้น และถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้มีการปราบปรามการค้า ยาเสพติดอย่างจริงจังแล้ว แต่ก็ไม่ทําให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศลดลงเลย นอกจากนั้นการดําเนินการปราบปรามยาเสพติดบางครั้งยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐจํานวนหนึ่ง เข้าไปมีผลประโยชน์และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดเสียเองด้วย ส่งผลให้การป้องกัน และการปราบปรามยาเสพติดไม่สัมฤทธิ์ผล จากปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม และจากสถิติจะพบว่าผู้ติดยาเสพติดจํานวนมากจะเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ แล้วยังก่อให้เกิด ปัญหาอาชญากรข้ามชาติและเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย ซึ่งจากปัญหายาเสพติด ภายในประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้เกิดวิกฤติการณ์ทางสังคม อย่างรุนแรงจนไม่สามารถจะแก้ไขได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงเสนอญัตติด่วนดังกล่าวเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติดตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ดังเหตุผลที่จะได้ อธิบายเพิ่มเติมต่อไปนี้ ท่านประธานคะ ในช่วงที่ดิฉันทําหน้าที่ประธานคณะกรรมการพัฒนา บทบาทสตรีจังหวัดศรีสะเกษ มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจํา ท่านประธาน เชื่อไหมว่าผู้ต้องขังส่วนใหญ่เกิน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเป็นคนที่อยู่ในวัยฉกรรจ์ วัยที่กําลังมีครอบครัวที่มีลูก ๑ คน หรือ ๒ คน เป็นวัยที่กําลังสร้างครอบครัว สร้างสังคม สร้างประเทศชาติ แต่ไปอยู่ในคุก ซึ่งอันนี้ส่งผล ทําให้ลูกเขาต้องอยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ท่านประธานคงนึกออกว่ามันจะเป็นเช่นไร แล้วคุกก็ล้นขึ้น ๆ จนไม่มีที่จะให้คนเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว จนมีการพูดถึงว่าคนคุกจะล้นคุกแล้ว จะเอาไปไว้ที่ไหน ปัญหาที่เข้าไปติดคุกส่วนใหญ่ก็เป็นปัญหาเรื่องยาเสพติด ท่านประธาน ที่เคารพคะ ในช่วงโควิด (COVID) เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดว่าเศรษฐกิจแย่ลง การซื้อ การขายยุ่งยาก ไม่มีใครจะได้ซื้อได้ขาย การส่งออกอะไรก็ตาม แต่มีธุรกิจหนึ่งที่ไม่ได้รับ ผลกระทบเลยนั่นก็คือธุรกิจซื้อขายยาบ้า แถมยังซื้อง่ายขายคล่อง แล้วก็ปรากฏว่าในช่วง วิกฤติโควิด (COVID) นี้คนเสพยาบ้าเพิ่มขึ้น การเสพยาบ้าเพิ่มขึ้นนี้ทําให้ปัญหาในสังคม รุนแรงขึ้น ปัญหาฆ่าฟันกัน ปัญหาจี้ ปล้น ขโมย ลัก ไม่เว้นแม้แต่บุพการีของตน ดังจะเห็นว่า ขอเงินไปซื้อยาบ้าไม่ได้ก็ทําร้ายพ่อแม่ปู่ย่าตายาย มีหลายคนที่โทรศัพท์มาหาดิฉัน บอกว่าท่าน ส.ส. ช่วยหน่อยช่วยให้ตํารวจมาจับลูกให้หน่อย จับแล้วกรุณาอย่าปล่อยมา ได้ไหมคะ เพราะว่าวันนี้จะเผาเรือนแล้ว ทุบบ้านทุบเรือน ทุบพ่อทุบแม่แล้ว อันนี้เป็นปัญหา ที่น่ากังวลมากค่ะ เพราะฉะนั้นความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ส่วนใหญ่เลยก็มาจากปัญหายาบ้า นั่นเอง รัฐบาลทุกสมัยก็พยายามที่จะแก้ปัญหา แต่ดิฉันชื่นชมรัฐบาลสมัยนายทักษิณ ชินวัตร ต้องเรียนเลยว่าหลายท่านได้อภิปราย แล้วสังคมก็ไม่ปฏิเสธว่าในช่วงที่รัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศที่จะทําสงครามกับยาบ้าอย่างเข้มข้นนั้น ในช่วงปี ๒๕๔๖ ต่อปี ๒๕๔๗ ปรากฏว่าพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนมีความสุขได้ลูกได้หลานกลับคืนมา กลางคืนไม่มีคน ขับมอเตอร์ไซค์วิ่งว่อน ไม่มีคนเดินไปเดินมาเงียบสงบ ทุกคนมีความสุขมาก นี่คือความสุข ที่แท้จริง นี่คือสวรรค์ของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ในปีนั้นจํานวนผู้ต้องหายาเสพติดที่จับกุมได้มี จํานวนลดลงเกือบ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ดังจะเห็นได้จากปี ๒๕๔๖ มีจํานวนคดี ๑๐๒,๕๖๑ คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ ๑๐๘,๕๙๙ คน และในปี ๒๕๔๗ ลดลงเหลือ ๕๖,๗๔๙ คดี จับกุม ผู้ต้องหาได้ ๖๒,๒๘๔ คดี อันนี้เป็นความสําเร็จที่พี่น้องประชาชนยังถามหาค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ จากนั้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มาถึงปี ๒๕๖๒ คดีที่ถูกจับกุมในปี ๒๕๕๘ ๒๖๔,๐๐๐ กว่าคดี ผู้ต้องหา ๒๘๐,๐๐๐ กว่าคน ปี ๒๕๕๙ คดี ๒๒๓,๐๐๐ กว่าคดี ผู้ต้องหา ๒๔๙,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๐ ๒๖๑,๐๐๐ คดี ผู้ต้องหา ๒๘๗,๐๐๐ คนเศษ ปี ๒๕๖๑ ๓๑๑,๙๔๑ คดี ผู้ต้องหา ๓๕๗,๕๘๕ คดี ปี ๒๕๖๒ ๓๖๓,๗๖๙ คดี ผู้ต้องหา ๓๘๕,๗๗๑ คดี ทีนี้มาดู ของกลางยาบ้ากันบ้าง ปี ๒๕๕๘ ยาบ้า ๘๗.๔๖ ล้านเม็ด เฮโรอีน ๑๗๙ กิโลกรัมเศษ ยาไอซ์ ๑,๔๔๒ กิโลกรัมเศษ กัญชา ๒๒,๙๒๑ กิโลกรัม ปี ๒๕๕๙ ยาบ้า ๙๓.๔ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๐ ยาบ้า ๒๑๔.๙๓ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๑ ยาบ้า ๓๓๙.๖๙ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๒ ยาบ้า ๕๑๘.๙๐ ล้านเม็ด เฮโรอีน ยาไอซ์ กัญชา เพิ่มขึ้นทุกตัวตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์สามารถที่จะจัดการเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าน่าจะจัดการได้ อย่างดีและเด็ดขาด เพราะว่าท่านมีอํานาจค่อนข้างจะเบ็ดเสร็จในช่วงที่เป็นรัฐบาล คสช. แต่เรื่องของยาบ้ายาพวกนี้ไม่ได้ลดลงเลย แถมมาในปีช่วงนี้ที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยัง ไม่ลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น อันนี้ค่ะท่านประธานจึงทําให้เห็นว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดนี้เราได้ทําอย่างจริงจังหรือไม่ มีช่วงหนึ่งที่ประกาศว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ผู้ป่วยจะได้รับ โอกาสในเรื่องนี้ในการบําบัดฟื้นฟู แล้วก็จะได้รับโอกาสในการดูแลเพื่อให้กลับคืนมาเป็น คนดีของสังคม วันนี้ทําไมมันจึงเพิ่มขึ้น ท่านประธานคะ จากผู้เสพซึ่งเป็นเด็กที่อายุน้อยลง ๆ กลายมาเป็นผู้ค้ารายย่อย เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นผู้ค้ารายย่อยที่พรึบขึ้นพร้อมกันเหมือน ดอกเห็ดในฤดูฝนก็ไม่เยอะเท่าค่ะท่านประธาน อันนี้เป็นภาพที่เรามองเห็นได้ชัดเจน การจับกุมแต่ละครั้ง ท่านประธานคะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน เมื่อวานนี้ เร็ว ๆ นี้เห็นว่าเป็นรถสิบล้อที่ขนยาบ้า บ้านดิฉันหรือบ้านคนอื่น ๆ บ้านนอกไม่เคยรู้จักว่า ยาไอซ์เป็นอย่างไร วันนี้มีการจับกุมในแถบชนบทยาไอซ์เป็นกิโลกรัม ๆ เลยค่ะท่านประธาน ส่งทางเคอรี่ (Kerry) ค่ะ ท่านจะเชื่อไหมว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นนอกจาก มันจะเยอะมากมายแล้ว การกระจายยาบ้าจํานวนหนึ่งชนิดหนึ่งซึ่งมันยังไม่เคยไปถึง ชนบทเลย มันกระจายไปทั่วแล้ว ลูกหลานของพวกเราได้รับสิ่งเหล่านี้แทบถ้วนหน้าค่ะ ท่านประธานมีท่านผู้อภิปรายท่านหนึ่งพูดถึงเกือบทุกคน ดิฉันว่าทุกคน ดิฉันว่าเกือบทุกคน เด็กเล็ก ๆ ขายก็เป็น เสพก็เป็นแต่ละบ้าน ถ้าท่านมีโอกาสได้ลงไปดูนะ ไม่ต้องเชื่อพวกเรา อภิปรายก็ได้ ลองลงไปดู ทุกคนจะพูดเหมือนกันหมดเลยว่ายาบ้าเยอะมาก แล้วทําอะไรกันอยู่ ทําไมไม่ปราบปราม เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ มันเป็นเรื่องของ ความมั่นคง มันเป็นเรื่องของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติในเรื่องของเศรษฐกิจ และปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาของสังคม ท่านจะมีอะไรมากมายแค่ไหนก็ตาม ท่านจะมี รถไฟฟ้าสีส้มซึ่งกําลังจะประมูล ท่านจะมีรถไฟความเร็วสูง ท่านจะมีสนามบินโอ่อ่า ท่านจะมี อะไรก็ตามมากมาย แต่ถ้าลูกหลานเยาวชนของเราติดยางอมแงมเต็มไปหมด มันไม่ใช่แต่ เยาวชนที่ติด พ่อแม่ ลูกหนึ่ง ลูกสองก็ยังเสพยา และประเทศชาติท่านจะเหลืออะไร ท่านจะมีรถไฟความเร็วสูงให้คนติดยาเต็มไปหมดนั่งใช่ไหมคะ เด็กในมหาวิทยาลัยของท่าน ในอนาคตจะเป็นอย่างไร คนที่จะขึ้นมารับผิดชอบบ้านเมืองของเราจะเป็นอย่างไร จะมีคุณภาพไหม เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าสิ่งที่เราควร จะต้องคํานึงถึง วันนี้ท่านประธานเชื่อไหมว่าบางบ้านมีเครื่องปั๊มยาบ้า เป็นเครื่องปั๊มขนาดเล็ก ๆ แล้วก็ ยอมให้คนในครอบครัว ๑ คนถูกจับ ที่เหลือก็ทําต่อ แล้วที่น่ากังวลมากก็คือติดคุกแล้ว ออกมาแทนที่จะกลับมาเป็นคนดีของสังคม กลับไปเสพอีก แล้วจะเป็นวนเวียนเข้าวนเวียน ออกอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด จนไม่รู้เราจะหวังได้อะไรกับเรื่องการใช้กฎหมาย มีกฎหมาย หลายฉบับมากเลยที่ดิฉันดูเยอะมาก ออกมาเยอะแยะเต็มไปหมดเลย แต่ทําไมการแก้ปัญหา ทั้งกระบวนการเยียวยา กระบวนการฟื้นฟูมันถึงไม่สําเร็จ กระบวนการจับกุมมันจึงมี ข้อร้องเรียน เจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างโน้นอย่างนี้ ทําไมคะ ทําไมเราถึงจัดการเรื่องนี้ ไม่ได้ ดิฉันสงสัยมากเลย ข้าราชการเป็นผู้ที่จะต้องดําเนินการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิด ความสงบเรียบร้อย ทําไมถึงจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเอง การดูแล การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการเป็นอย่างไรมันถึงเป็นไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะขอเสนอแนะ ในทางที่จะแก้ไขปรับปรุงว่าอย่างนี้ ที่จริงข้อนี้ดิฉันอยากเอาไว้ข้อสุดท้าย แต่ขอเป็น ข้อขึ้นต้นก็แล้วกัน🔗
ข้อ ๑ ท่านจะต้องขจัดความสงสัยของพี่น้องประชาชนในกรณีที่เจ้าหน้าที่ ของบ้านเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทุกรูปแบบต้องทําให้ชัดเจนว่ามันจะต้องไม่ใช่ มันจะต้องไม่เป็น เช่นนั้น🔗
ข้อ ๒ ท่านจะต้องขจัดความสงสัยของพี่น้องประชาชนว่ายาบ้าที่ถูกจับกุมแล้ว เอาไปไว้ที่ไหนอย่างไร ได้เผา ได้ทําลายให้เขาเห็นเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ๒ ข้อนี้ชัดเจน🔗
ข้อ ๓ กระบวนการการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลต้องชัดเจนค่ะ ท่านประธาน เอาให้ชัดเลยวันนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแพทย์ ผรส. อบต. พ่อบ้าน แม่บ้าน เขารู้หมด ในตําบล ในหมู่บ้าน ในชุมชนใครติดยา ใครขายยา ลูกใครกินยา ลูกใครเสพยา แต่ เขาไม่กล้าพูดค่ะท่านประธาน เพราะเขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าเขาพูดแล้วเขาจะปลอดภัยไหม พูดแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะมันก็คือคนใกล้ชิดนั่นเอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องทําเรื่องนี้ให้ มันชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ทําให้คนพวกนี้กล้าที่จะพูด กล้าที่จะบอก กล้าที่จะปฏิบัติ หน้าที่เพื่อให้เกิดความสําเร็จในการขจัดยาบ้า🔗
ข้อ ๔ ก็คือกระบวนการป้องกัน ดิฉันจะเน้นให้ความสําคัญเรื่องการป้องกัน เริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัว เมื่อกี้ขออภัยนะคะที่เอ่ยนามท่านนริศ ขํานุรักษ์ เริ่มตั้งแต่ ครอบครัวเลย ชุมชน สังคม โรงเรียน วัด บ้าน ต้องช่วยกันอย่างไรที่จะทําให้การป้องกันนั้น ได้ผล เพราะถ้าการป้องกันได้ผลแล้วก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการปราบปราม ไม่ต้องพูดถึงการใช้ งบประมาณเพียงพอหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เราทํากันดีแล้วหรือยัง สิ่งหนึ่งที่มันชัดเจนก็คือต้องให้ พ่อแม่ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันค่ะ ภาคอีสานของดิฉันทํานาเสร็จไม่กี่วันลงมาหางานทํา ที่กรุงเทพ เสร็จแล้วปล่อยลูกไว้กับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ไม่มีทาง ไม่ทันค่ะ ไปกับยา ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นทําอย่างไรให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน ต้องพัฒนาพื้นที่ ต้องให้คนอีสาน มีน้ํา ต้องให้เขาทํากินได้ ให้อยู่กับครอบครัว ข้าวก็ต้องให้มันมีราคา อ้อย มันสําปะหลัง ทุกอย่างให้มีราคาที่เขาไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องใช้ยาเสพติดเป็นเครื่องระบาย การป้องกันเยียวยาฟื้นฟูต้องมาก่อนการปราบปราม การฟื้นฟูต้องชัดเจน การเยียวยา ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้คนที่ติดยาแล้วเข้าไปสู่การบําบัดฟื้นฟูแล้วกลับไป เสพอีก เขาจะต้องเป็นคนดีสู่สังคมให้ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ จะต้องให้งบประมาณที่เพียงพอ ให้มีเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจกระบวนการในการฟื้นฟู กระบวนการ ในการเยียวยา สังคมต้องให้โอกาสคนเหล่านี้นะคะ🔗
ท่านผ่องศรี ช่วยสรุปได้แล้วนะครับ🔗
ไม่ใช่ไปตราหน้าเขา และกันเขาออกไปว่า เป็นคนขี้ยา ต้องให้โอกาสเขาได้ปรับตัว ให้โอกาสเขาได้มีที่ยืนในสังคม เพื่อให้ความรัก ให้ความเข้าใจเมตตาต่อกัน เขาจะได้ไม่กลับไปสู่แบบเดิม🔗
ท่านผ่องศรีครับ🔗
อีก ๒ ข้อค่ะท่านประธาน🔗
คือมันเลย เวลานานแล้วครับ🔗
จบแล้วค่ะท่านประธาน สุดท้ายแล้วค่ะ ข้อนี้อีกข้อเดียว การมีส่วนร่วมของประชาชนดิฉันได้พูดไปแล้ว ที่จริงมีโครงการตาสับปะรด แต่เราใช้ได้เกิดประสิทธิภาพไหม อันนี้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะว่าทุกคนเต็มใจ ดิฉันเชื่อ เพราะว่าลูกหลานของเขาจะได้กลับมาเป็นลูกหลานที่ดีมีคุณภาพ เพราะฉะนั้น เขาเต็มใจที่จะช่วยแต่ต้องให้ความมั่นใจ🔗
สุดท้ายก็คือเรื่องงบประมาณ ท่านประธานคะ งบประมาณต้องเพียงพอ และใช้อย่างมีประสิทธิภาพให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริง ๆ การบูรณาการดิฉันมองไม่เห็นว่า เกิดความสําเร็จแต่ประการใด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็มีส่วนในการใช้ งบประมาณในการบูรณาการ มันมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนี้คือความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ความท้อแท้ใจของผู้เป็นพ่อ เป็นแม่ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง สมควรอย่างยิ่งที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประเทศชาติมั่นคง ทุก ๆ ด้านอย่างแท้จริงค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ท่านสมาชิกช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ เนื่องจากว่ามีผู้เสนอญัตติเรื่องนี้หลายญัตติ แล้วก็ มีผู้แสดงความจํานงที่จะอภิปรายเยอะแยะเลยทีเดียว ผมว่าเผลอ ๆ พรุ่งนี้ก็ไม่จบครับเรื่องนี้ ต่อไปท่านสมาชิกที่แจ้งความจํานงที่อยากจะอภิปรายเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ตอนนี้มีทั้งหมดประมาณ ๑๘ ท่าน น่าจะถึง ๒๐ ท่าน เชิญท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เชิญครับ ท่านสุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พันตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ผมขอสนับสนุนในญัตติเรื่องของการให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบครบวงจรของ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และกับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เราสามารถตั้งญัตติได้ทุกยุคสมัย ของสภาที่จะเปิดแน่นอนนะครับ เพราะว่ามันเป็นโรคร้ายที่เกาะกินประเทศไทยมานาน พอสมควรแล้ว ถึงแม้ยุคหนึ่งจะมีการปราบปรามเป็นระบบที่แข็งแรงก็ตาม แต่เมื่อมีรัฐบาล เปลี่ยนแปลงไปแล้วนโยบายนี้ไม่ถูกผูกติดกับแนวนโยบายแห่งรัฐก็ไม่สามารถที่จะทําให้คน ประชาชนในประเทศนี้ได้อยู่ดี กินดี ผมอยากกราบเรียนเลยครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ รัฐบาลวางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในแผนการป้องกันและปราบปรามเท่านั้น เน้นในเรื่องของ ลดความรุนแรงในพื้นที่ของการแพร่ระบาด เน้นในเรื่องของลดประชากรวัยเสี่ยงสูง ที่เกี่ยวข้องยาเสพติด เน้นในเรื่องการลดการกระทบยาเสพติดต่อผู้เสพและสังคม มีเท่านั้น แล้วก็งบประมาณที่ใช้ตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ ๕ ปีใช้ไป ๓๑,๐๗๖ ล้านบาทเศษ ปีนี้ก็ใช้อีก ๖,๒๘๖ ล้านบาทเศษ แต่ไปใช้ใน ๓ ตัววัดเท่านั้นเอง คือการปราบปรามผู้ค้า ผู้เสพ ผู้ป่วย นั่นคือแนวนโยบายที่รัฐทํา มันจึงไม่ครบลูป (Loop) วงจร ในที่นี้ผมผ่านระบบ การป้องกันและปราบปรามมา ผมเคยเป็นทั้งเจ้าพนักงานผู้ล่อซื้อ เป็นผู้สืบสวน เป็นอันเดอร์คัฟเวอร์ (Undercover) คือเป็นคนปลอมไปเป็นคนซื้อซึ่งคงรู้เห็นประเด็นของ การที่รัฐใช้นโยบายในการปราบปรามและสร้างดีมานด์ (Demand) เทียม ท่านประธานครับ เช่นล่าสุดนี้ที่จับเป็นรถสิบล้อเลย แล้วได้ผู้ขนคนเดียว นั่นคือดีมานด์ (Demand) เทียมครับ ประธาน ถามว่าคนที่เหลือไปไหน รัฐรู้ครับ ไม่ใช่ไม่รู้ รัฐมีไฟล์ (File) มีแฟ้ม แต่รัฐเก็บไว้ก่อนเพื่อเก็บไว้จับคราวหลัง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ หรือไม่รู้เลย คือไม่รู้เลย ฟลุก (Fluke) หรือไปล่อเขาออกมาซื้อ จ้างเขาไปขนมา เอาเงินมากองไว้ คือมันมี ดีมานด์ (Demand) เทียม รัฐสร้างดีมานด์ (Demand) เทียมที่ผิด แล้วมันก็เกิดการจับกุม เยอะแยะ นี่รัฐต้องเลิก อันนี้ต้องเลิกชัดเจน มีฝีมือ รัฐมีฝีมือต้องสืบสวนให้ได้ถึงตัวกลุ่มผู้ค้า เป็นกระบวนการ เป็นสายใยลงมา แล้วตัดไปให้หมดโดยกฎหมายสมคบ ผมจึงขอเพิ่ม ในวงจรที่จะต้องครบถ้วนในประเด็นนี้ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณของรัฐบาลยังไม่ตรงเป้า ตรงประเด็น ผมอยากให้เกิดการครบลูป (Loop) ของมันก็คือเพิ่มหัวกับท้าย มีแค่ ปราบปรามและป้องกัน บําบัด มันต้องมีเรื่องกัน ลดและควบคุมราคายา กํากับสารตั้งต้น หรือสารเสพติด นั่นคือห่วงแรก และห่วงสุดท้ายของผมหลังจากที่เอาไปเป็นผู้ป่วยรักษาแล้ว มันจะต้องมีการควบคุมดูแลและส่งคืนสู่สังคม เรือนจําต้องทํา ๒ ส่วนนี้ ผมจึงขอเสนอแนะ ในเรื่องของประเด็นที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุง เพราะว่าคนไทยจะหลุดพ้นได้ก็มีแค่ ๒-๓ ส่วนนี้เท่านั้นเองในเรื่องของการดําเนินการเพื่อให้เกิดการลด ๑. ลดจํานวนผู้ขัง ยาเสพติดที่มีปริมาณมากคือ ๓๐๐,๐๐๐ คน ที่อยู่ในเรือนจํา ออกจากเรือนจําทันที ก็มีกระบวนการจะต้องออกกฎหมาย จําแยกผู้ที่ติดหรือลงโทษ หรือรอลงโทษออกจาก เรือนจํา เพราะบางคนถูกลงโทษเป็นแค่คนหิ้ว คนถูกล่อซื้อ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขาย ตํารวจ จะซื้อก็บอกไปซื้อให้หน่อยจากแหล่ง ไม่ใช่เป็นผู้ขายหรือผู้จําหน่ายที่เป็นต้นกําเนิด ของสาร นั่นคือสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นต้องเอาคนพวกนี้ออกจากเรือนจํา ออกกฎหมาย ออกวิธีการลดหรือแยกประเภทของการขังออก ส่งคืนใส่อีเอ็ม (EM) ออกไปเลย อันที่ ๒ คือ การควบคุมราคายาเสพติด สามารถเข้าถึงได้ แทรกแซงราคากลไกตลาด ตอนนี้เม็ดละ ๓๐ บาท ลดราคา ๔ เม็ดตก ๑๐๐ บาท ถ้าแทรกแซงได้ยิ่งดีลดลงให้มากที่สุด โดยเฉพาะ ราคากลไกตลาด ทําราคากลไกตลาดให้พัง รัฐต้องแทรกแซง หรือแม้กระทั่งหายามาบําบัด ทดแทน แต่ก่อนมีเมทาโดน มาแทนเฮโรอีนจนเฮโรอีนมันหายไปจากระบบ เพราะฉะนั้น รัฐเอง กระทรวงสาธารณสุขต้องคิดค้นยาที่ถูกกฎหมายแล้วปล่อยลงไปในตลาด แทรกแซง ราคาตลาด อันที่ ๓ การคืนคนดีสู่สังคม จากสังคมที่อยู่ในห้องควบคุมขังเป็นนักโทษ ในเรือนจํามีแค่ศาสนากับแนวคิดเท่านั้นเองที่จะเปลี่ยนแปลงความเป็นคนที่อยู่ในสังคมนั้นได้ เพื่อมีพื้นที่ รัฐบาลจะต้องหาพื้นที่หรือสังคม หรือภาคเอกชนต้องช่วยกัน เมิร์จ (Merge) กัน เพื่อหาที่ปลอดภัย และเป็นสังคมอันน่าอยู่ให้กับคนที่ถูกควบคุมขังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ป่วย หรือผู้ติดกะไดพลอยโจรเข้าไป ไม่ใช่ผู้ค้าที่แท้จริงที่เป็นต้นเหตุของการค้ายาเสพติด รัฐเองรู้ดีว่าใครคือผู้ค้า ไม่ใช่มั่วไปจับสุ่มมาแล้วก็ยัดเข้าห้องขังบอกว่านี่คือผู้ค้ายาเสพติด ข้อสุดท้ายเอกชนต้องร่วมมือกันเปลี่ยนทัศนคติรับคืนคนดีสู่สังคม สร้างแรงงานใหม่ สู่อุตสาหกรรมรองรับคนพวกนี้โดยปราศจากอคติ แยกคน แยกน้ําให้ชัดเจน ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งร่วมกับท่าน ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ ร่วมกับแสดงให้เห็นว่ายาเสพติดเป็นพิษต่อบ้านต่อเมือง วันนี้ ๙ ญัตติ ทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันว่าต้องมีญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาแก้ปัญหายาเสพติด เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ บ้านผมไม่ว่าอื่นเลย อันนี้ ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง ผมพูดหลายรอบแล้วว่ามันเป็นปัญหาซึ่งรัฐไม่แก้ไข ผมถือว่า ไม่แก้ไขเลย เพราะว่าความเดือดร้อนที่มันเกิดขึ้นไม่ใช่ความธรรมดาท่านประธาน ความเดือดร้อนนี้มันเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พี่น้องของ ผู้เสพยาบ้าเดือดร้อนอย่างมหันต์ พี่น้องบ้านผมลูกติดยาแม่ต้องคอยหลบกลัวลูกมาขอเงิน ไปซื้อ ขอไม่ได้ถูกทําร้ายฆ่า อันนี้คือปัญหาซึ่งเป็นโลกแตก ผมห่วงมากกว่านั้นท่านประธาน ถ้าเยาวชน ผมยังพอทําเนา วันนี้มันลุกลามถึงเด็กชั้นประถมศึกษาท่านประธาน อายุ ๗-๘ ปี เดินขายยาบ้าตามคําสั่งผู้ใหญ่ เพราะการหลีกกฎหมาย อันนี้คือปัญหา แล้วรัฐบาลนี้ คิดอะไรอยู่ครับ ผมไปดูในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เมื่อเช้านี้ ป.ป.ส. ออกมารายงาน ในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ผมดูแล้วตกใจว่ายาบ้าอยู่ในประเทศไทยได้อย่างไร หน่วยงานที่รับผิดชอบ ๙ กระทรวง ๒๖ หน่วยงาน ๒ ส่วนราชการที่เปิดขึ้นมาเห็นเลย กระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ รวมไปถึง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน ๙ กระทรวง ๒๙ หน่วยงาน โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติดคือ ป.ป.ส. คือนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็ ผบ. เหล่าทัพ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวง ๙ กระทรวง แสดงให้เห็นว่าถ้าขณะนี้ปราบปรามยาเสพติดไม่ได้แล้วจะไปทํา อะไรท่านประธาน ไปดูงบปี ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ เอาแค่เบาะ ๆ ที่เอางานหน่วยงาน มาให้ผมดู กระทรวงสาธารณสุข สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ป.ป.ส กรมคุมประพฤติ เบาะ ๆ กระทรวงสาธารณสุขปีนี้ขอมา ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ปีที่แล้ว ๙๙๕ ล้านบาท ท่านประธาน อันนี้ยืนยันให้เห็นว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติเองปีที่แล้ว ๑,๐๐๕ ล้านบาท ปีนี้มาขอเพิ่ม ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ป.ป.ส. เองก็ไม่น้อยหน้าครับ ๑,๘๐๐ ล้านบาทปีที่แล้ว ปีนี้มา ๒,๕๐๐ ล้านบาท ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่านี่คือความล้มเหลวในการบริหารจัดการ เรื่องยาเสพติด เพราะเราไปมุ่งจับกุมบําบัดเท่านั้นเอง ไม่ได้ดูกระบวนการลึกกว่านั้น จับกุม ท่านประธานรู้ไหม พอจับผู้ต้องหาได้ยัดเข้าห้องขัง เป็นผู้เสพบ้าง เป็นผู้ขายรายเล็กบ้าง รายใหญ่ยาก พอจับไปไปฝึกวิทยายุทธเลยประธาน กลับมาเก่งกว่าเก่าคนพวกนี้ เพราะมี เครือข่ายในเรือนจําแล้ว ทีนี้พอออกมาส่งขายยาบ้าหนักขึ้นเลย ใช้โทรศัพท์ติดต่อรู้กันหมด อันนั้นเรื่องการกลับไปขังพอเสียทีท่านประธาน คิดวิธีใหม่ได้ไหม เพราะเมื่อเช้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขยืนยันชัดเจนว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ในเมื่อรักษาผู้ป่วย ไม่จําเป็นต้องไปขัง ผมเสนอว่ารัฐควรจะผลิตยาซึ่งมีคล้าย ๆ ยาบ้ามากํากับดูแลเขา ให้เขาเสพ ช่วงใหม่ ๆ เสพแล้วค่อยถอยออกมา ให้มันเลิกได้ เพราะตอนนี้การตั้งต้นของ หน่วยงานที่มาปราบปรามทั้งหลายพอจับได้บอกต้องเลิก ให้หยุดเลย ซึ่งมันยากมาก ไปอยู่ ในเรือนจําจะมีการซื้อการขายกัน การลักสูบลักอะไร เพราะฉะนั้นในจุดนี้หน่วยงานของรัฐ เอาให้ชนะเลย พวกขายยาบ้าพ่อค้าทั้งหลายเอามาดําเนินการเองให้มันเสพอยู่ระยะหนึ่ง จนกว่ามันจะหยุด ไม่ต้องขาย รัฐบาลผลิตออกมาเป็นตัวยาที่ช่วยไม่ให้เขาไปซื้อไปขายอีก รัฐบาลให้เลยแจกไป แล้วกํากับดูแลเขาว่าเสพได้ขนาดไหนแล้ว เพราะผมดูในเงื่อนไข ผู้ต้องหาที่ถูกจับ ของ ป.ป.ส. นะครับ ไม่ใช่ผมเอามาจากที่อื่น ผู้ต้องหาถูกจับ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วไปอยู่ไหน วันนี้ปัญหาใหญ่ที่เลิกไม่ได้คือเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้อง ทุกกระบวนการ ผมจึงกราบเรียนว่าเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องจะให้ใครเลิกท่านประธาน เลิกได้อย่างไร ผมจึงบอกว่าผู้ต้องหา ๒๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วงบประมาณใช้แต่ละปี เป็นหมื่นล้านบาท หลายหมื่นล้านบาท ถ้าวิธีเราจะเอาให้มันอยู่ เจ้าหน้าที่รัฐไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งห้ามไม่ได้หรอกครับ เมื่อเช้านี้ก็บอกแล้ว ทางตํารวจยืนยันว่าถ้าพบก็ไล่ออกติดคุก ติดตะราง บ้านผมว่าไก่มันขึ้นบ้าน พอจับตัวหนึ่งไปฆ่ากินตัวอื่นมันขึ้นอีก เพราะฉะนั้น วิธีการเอาชนะโดยเจ้าหน้าที่รัฐเรานี่ละผลิตยาทดแทนไปรักษาคนป่วยคือที่พวกเสพ ให้มันหยุดไปโดยการรักษา ผมใช้เวลาพอสมควรแล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมาอภิปรายเป็นข้อสังเกตใน ๘ ญัตติ ศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด ท่านประธานครับ คําว่า ยา เฉย ๆ เป็นสสารที่ดีสําหรับ ร่างกาย แต่ถ้าคําว่าเสพติดมาต่อท้ายคําว่า ยา กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายและเป็นโทษ มหันต์กับมวลมนุษยชาติ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกลุ่มชาติพันธุ์ วันนี้ผมขอ มาให้ข้อสังเกตอภิปรายอีกมิติหนึ่งของผู้เดียงสาเรื่องยาเสพติด อีกมิติหนึ่งของเหรียญที่อยู่ ด้านหลัง คําว่า ยาเสพติด อยู่ด้านหน้า ในจํานวนผู้ต้องขังคดียาเสพติด ๓๐๒,๘๔๙ คน มีผู้ที่ติดอยู่ในนั้นคือกลุ่มชาติพันธุ์แทบจะทุกหมู่บ้านของประเทศไทยครับ นี่คือความห่วงใย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมาอภิปราย เพื่อทําความเข้าใจกับเพื่อนผู้แทนราษฎร และพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ท่านประธานครับ คําว่า ยาเสพติด กลุ่มที่บอบบางที่อยู่ บนดอย อยู่ที่ราบ อยู่ชายฝั่งทะเล พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กเยาวชน เราไม่รู้ครับว่า เม็ดส้ม ๆ นั้นคืออะไร แต่มีคนมาชักจูงบอกว่าเอาไปขายได้เงิน เราไม่รู้ว่าผงขาว ๆ ที่เรารู้จัก แต่เป็นแป้ง เขาเอาไปขายได้เงินเยอะ ประเด็นที่ผมจะอภิปรายคือความห่วงใยคําว่าการล่อซื้อครับท่านประธาน ล่อซื้อ ล่อขาย คําว่า ล่อซื้อ ล่อขาย คนที่ล่อค่อนข้างหรือเป็นเจ้าหน้าที่เสียส่วนใหญ่นะครับ ผู้ที่เดียงสา เรื่องยาเสพติดท่านประธานลองนึกดูว่าไม่มีความรู้เรื่องยาเสพติดเลย ทั้งนําไปเสพจนติด กับล่อซื้อล่อขายให้เอาไปขาย นี่คือปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนดอย และผู้ที่กําลัง ประสบปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ส่งผลถึงเวลาถ้าถูกจับ ถูกดําเนินคดีปัญหาครอบครัวที่อยู่บนดอย แม่ต้องจากพ่อ พ่อต้องจากแม่ ลูกกําพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นภาพที่น่าเศร้า ผมเคยเห็นลูกที่ ถูกทิ้งไว้อยู่บนดอยเพราะพ่อแม่ถูกดําเนินคดีเป็นผู้ต้องขังเรื่องยาเสพติด คดียาเสพติด ผมอยากให้หายจากประเทศไทย การล่อซื้อล่อขายไม่ควรที่จะเป็นการล่อซื้อสําหรับคนที่ เดียงสา ถ้าล่อซื้อล่อขายเรื่องยาเสพติดกับผู้ประกอบการรายใหญ่นั่นเป็นเรื่องที่น่าชมเชย ในการปราบปรามเรื่องยาเสพติด แต่สําหรับผู้ที่ไม่มีความรู้หรือผู้ที่บอบบาง ผู้ที่หาเช้ากินค่ํา แล้วถูกล่อซื้อล่อขายด้วยเจ้าหน้าที่ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสําหรับประเทศไทย ผมจึงอยากให้ ภาพการล่อซื้อล่อขายให้คํานึงถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องที่บอบบาง อยู่ในสังคมไทยทั้งหมดครับ ข้อสังเกตเรื่องยาเสพติด สุดท้ายประเทศไทยมีทั้งหน่วยงาน ป.ป.ส. หน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ทําไมเรื่องยาเสพติดยังไม่หายจากประเทศไทยเสียที ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน ถึงเวลาที่เราจะเอาจริงเอาจังกับคําว่ายาเสพติดควรที่จะหาย จากประเทศไทย เด็กเยาวชนของประเทศไม่ว่าทั้งพื้นราบทั้งที่อยู่บนดอยควรที่จะปลอดจาก ยาเสพติด ผู้ที่ทุกข์ยากแค่หาเช้ากินค่ําด้วยวิกฤติโควิด (COVID) ทั่วประเทศ วิกฤติเศรษฐกิจ ที่ย่ําแย่ไม่ควรที่จะซ้ําเติมด้วยคําว่ายาเสพติด และไม่ควรที่จะซ้ําเติมมากกว่านั้นก็คือ การล่อซื้อ ล่อขาย จากเจ้าหน้าที่ ทุกวันนี้ผู้ที่อยู่ในคุกในตะรางที่ถูกขังอยู่จํานวนไม่น้อยเลย ข้อมูลที่ทราบมา และมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าถูกการล่อซื้อ ล่อขาย ทําให้หลงไปอยู่ใน วังวนวังเวียนของคําว่าซื้อขายยาเสพติด สุดท้ายนี้ ท่านประธานครับ ผมสรุปเห็นดี และขอสนับสนุนการญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้หมดจากประเทศไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แล้วก็ตามด้วยท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แล้วก็ท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่าเทียมกันครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบครบวงจร ของท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และอีกหลาย ๆ ท่าน ในญัตติ ประเด็นเดียวกันนี้ ท่านประธานคงจะทราบดีว่าหลังจากวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดนั้นสังคมไทยเราก็ได้เข้าสู่สังคมแห่งรัฐเผด็จการอันธพาลครองเมือง ท่านประธานก็เห็นเหมือนกันว่าเราได้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหมือนกัน แม้กระทั่งว่าได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วก็ยังมีเสียงข้างมากรับรองเห็นด้วยนะครับ มันคือแพ่งครับท่านประธาน รัฐเผด็จการกับยาเสพติดถือเป็นเรื่องเดียวกัน มาดูกันว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ และมันเป็นไปได้อย่างไรที่จะให้โจรมาจับโจร ขนาดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์วันนี้ยังไม่กล้าที่จะจับโจรเลย มัวแต่มาตามดูเด็ก ตามดู พี่น้องประชาชนชู ๓ นิ้วอยู่ หลังจากรัฐบาลปี ๒๕๕๗ เราจะเห็นว่ายาเสพติดได้เพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดด ก็อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้พูดไปในเรื่องของจํานวนไปแล้ว ผมก็จะมาเพิ่มเติม อีกนิดหนึ่งจาก ๑๐๐ ล้านเม็ด ยกตัวอย่างยาบ้า จาก ๑๐๐ ล้านเม็ด เป็น ๒๔๐ กว่าล้านเม็ด และล่าสุดเป็น ๕๐๐ กว่าล้านเม็ด และจากราคายุคประชาธิปไตยราคาอยู่ที่ ๔๐๐-๕๐๐ บาทต่อเม็ด เดี๋ยวนี้ผมนั่งรถแท็กซี่ (Taxi) คุยกับแท็กซี่ (Taxi) แท็กซี่ (Taxi) บอกว่าเม็ดละเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน เม็ดละ ๑๐ บาท นี่คือราคายาบ้าเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อมันถูกลงพี่น้องประชาชนก็จะเข้าถึงได้ง่าย และเมื่อเราไปดูว่าผู้ที่ยุ่งเกี่ยว ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดเหล่านี้โดยมากแล้วก็จะเป็นพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน และวันนี้ ก็เห็นแล้วว่าน้อง ๆ เด็ก ๆ เยาวชนอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้ให้ข้อมูลไปเมื่อสักครู่นี้ก็ถึงมือเด็ก ๗ ขวบแล้ว จะเห็นว่ายาเสพติดเข้าถึงทุกกลุ่มทุกวัย แล้วรัฐก็จะใช้งบประมาณในการป้องกัน บําบัด ต้องเสียงบประมาณไปแต่ละปี ๆ เป็นหมื่นล้านบาทครับท่านประธาน ซึ่งถ้าเรานําเงิน เหล่านี้ไปส่งเสริมทางด้านการศึกษา สนับสนุนทางด้านการกีฬา ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องเยาวชน แล้วก็สนับสนุน ส่งเสริมในเรื่องของการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กับ น้อง ๆ ยกตัวอย่างการสนับสนุนด้านกีฬาซึ่งตัวกระผมเองก็เป็นนักกีฬา แล้วก็ที่สําคัญ เป็นคนพิการด้วย ก็ได้จัดการแข่งขันในเรื่องของกีฬา ในเรื่องของฟุตบอลตลอดมา ตั้งแต่อยู่ มัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทางบ้านผมก็จะมีเด็ก ๆ ใช้เวลาว่างมาเล่นกีฬาด้วยกันในตอนเย็น เยอะมาก แล้วก็หลังจากที่เราไม่ค่อยได้อยู่บ้าน คนเหล่านี้ก็เหมือนกับว่าขาดหายไป แล้วมีประเด็นว่าการส่งเสริมกีฬา ทางท้องถิ่นก็พยายามจัดการแข่งขันกีฬาในทุก ๆ ปี ซึ่งชื่อหัวเรื่องว่ากีฬาต้านยาเสพติด ทุก ๆ ท้องถิ่นทั่วประเทศจัดทุกปี แต่ทําไมยาเสพติด มันไม่ลดลงเลย แล้วยังมีผู้ที่ติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นอีก อันนี้ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องของระบบ โครงสร้างทางการเมืองของสังคมไทยอย่างชัดเจน แล้วทีนี้สิ่งที่จะนําเสนอทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหายาเสพติด ผมเชื่อว่าการกระจายอํานาจจะเป็นคําตอบในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดนี้ได้ ถ้าให้งบประมาณไปให้ท้องถิ่นเขาสร้างลานกีฬา สนับสนุนกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพราะท้องถิ่นเหล่านี้เขาเข้าถึงน้อง ๆ เข้าถึงพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว และที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ฝากว่าทั้งผู้แทนในห้องนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนทางบ้าน ร่วมกันเปลี่ยนแปลงจากรัฐเผด็จการนี้ให้เป็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจเสรี และนําไปสู่การสร้างรัฐสวัสดิการที่รัฐต้องรับผิดชอบและดูแลพี่น้องประชาชนตั้งแต่เกิด จนตายได้ ถามว่าทําไมต้องเป็นรัฐสวัสดิการ เพราะรัฐสวัสดิการรัฐดูแลคนเป็นหลัก ดูแล สุขภาพ ดูแลเรื่องการศึกษา ดูแลเรื่องการทํางาน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยที่จะให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อนจบผมขอทิ้งท้ายด้วย บทกลอนในเรื่องของอํานาจ ไม่มีอํานาจใดในโลกหล้า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใคร ล้ําเลิศน่าเทิดทูน ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้จะอภิปรายสนับสนุนผู้เสนอญัตติและขอให้เป็นญัตติที่พิจารณาแล้ว แล้วนํามาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นจริงได้ ๘ เดือนที่ผ่านมาผมได้อภิปราย และนําเสนอข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องของยาเสพติดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จนมาปี ๒๕๖๓ อัตราการขยายตัวของยาเสพติดถือว่าเป็นปัญหาที่ก้าวกระโดดขึ้นมา ซึ่งในปี ๒๕๖๑ คดีที่เกิดขึ้นต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างในกรณี ของยาเสพติดเกี่ยวกับพวกแอมเฟตามีน (Amphetamine) ก็คืออยู่ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คดี แต่ปี ๒๕๖๓ กระโดดขึ้นมาเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คดีเกี่ยวกับยาเสพติดเรื่องยาบ้าและยาไอซ์อยู่ ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คดี เรื่องอย่างนี้ปัญหายาเสพติดที่มันเกิดขึ้นก็เกิดอยู่ในบริเวณ ลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกิดขึ้นแถวสามเหลี่ยมทองคํา ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศไทย ซึ่งแต่ก่อนปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นมันมาจากสารตั้งต้นที่เรา เรียกกันว่าซูโด (Pseudo) และซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) มันไหลขึ้นมาตาม ลําแม่น้ําโขงและเกิดการต่อสู้ขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็เล็ดลอดขึ้นมา อีกสิ่งหนึ่ง ที่มาจากกรมศุลกากรที่สั่งเข้ามา ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) นี้เป็นสารที่เอามาผลิต เป็นยาแก้ไอ ณ ปัจจุบันนี้ จากซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ในปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ แต่ว่าในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ นี้ การผลิตยาเสพติดนั้นมันได้พัฒนาขึ้นไป โดยการใช้ สารไซยาไนด์ (Cyanide) ขึ้นมา ท่านประธานรู้ไหมว่า ๑๐๐ กิโลกรัม ผลิตได้ ๑๐ ล้านเม็ด เราถึงเห็นการจับกุมยาเสพติดมีปัญหามากที่สุดและรุนแรงที่สุด ประเทศไทยของเรา คดีที่ปัญหามากที่สุดก็คือคดียาเสพติด ซึ่งมีจํานวนผู้ต้องขังอยู่ทั้งหมดประมาณ ๓๑๐,๐๐๐ กว่าคน ในปี ๒๕๖๓ ข้อมูล ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม แต่เป็นที่น่าตกใจมากคือ อัตราเฉลี่ยจํานวนอายุของประชากรที่มาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดคืออายุแค่ ๑๕ ปีจนถึง ๒๔ ปี อันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าปัญหายาเสพติดเข้าขั้นวิกฤติทั้งที่เป็นวาระแห่งชาติ ของรัฐบาล เราเคยเห็นอยู่ในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าลูกฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ปล้น จี้ วิ่งราว ลักเล็กขโมยน้อย การค้ายาเสพติด ส่งยาเสพติด อย่างที่หลายท่านได้คุยไปแล้ว อายุน้อยลง เป็นเด็กส่งยา ในพื้นที่ เราก็จะเห็นอยู่ในพื้นที่ไม่ว่าอยู่ต่างจังหวัดหรือชั้นในของกรุงเทพมหานคร งบประมาณที่ได้ทุ่มลงไปถือว่าเป็นจํานวนมหาศาล แต่รูปแบบการดําเนินการอย่างที่ท่าน หลายท่านได้พูด รูปแบบการดําเนินการก็เป็นรูปแบบลักษณะเดิม ๆ ๑๕ ปีที่ผ่านมา เป็นอย่างไร ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น เช่น เมื่อสักครู่นี้ท่านหนึ่งก็บอกว่ากีฬาต้านยาเสพติด ประสบผลสําเร็จไหม ๑๕ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมามันก็เป็นลักษณะการจัดกีฬาต้านยาเสพติด เหมือนเดิม แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับเม็ดเงินงบประมาณไปแล้วก็ทําเรื่องหมู่บ้านปลอดยาเสพติด หมู่บ้านสีขาว โครงการมีเยอะแยะ แต่งบประมาณเป็นหลายแสนล้านบาทที่ทุ่มลงไป กระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ จริง ๆ แล้วผมในฐานะเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาเรื่องหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่า ป.ป.ส. ป.ป.ส. นี่ท่านประธานทราบไหมว่า มีจํานวนบุคลากรของ ป.ป.ส. แค่ ๑,๒๐๐ กว่าคน แต่ทําไมถึงจับยาได้ ก็ไปอบรมตํารวจบ้าง อบรมเสร็จแล้วก็มอบไป มอบอะไร ตราคล้องคอขึ้นไปบอกว่าเป็น ป.ป.ส. ออกไปหาจับยา ไปจับยาเสพติด แล้วก็การจับยาเสพติดบางครั้งเราก็ได้ยิน เกิดการขู่กรรโชกหรืออะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ขู่กรรโชก เอาไปขู่บ้างเอาไปรีดเงินบ้าง ต่าง ๆ นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วงบประมาณตั้งหลายกระทรวง ๙ กระทรวง ๒๖-๒๗ หน่วยงาน งบแม้แต่ผมเป็น อนุกรรมาธิการอยู่ปัจจุบันนี้ก็ยังได้เห็นว่างบอนุกรรมาธิการยังได้เห็นสอดแทรกเข้าไปว่า หน่วยงานส่วนใหญ่ที่รับเม็ดเงินไปแล้วก็คือไปจัดการอบรม ไปจัดสัมมนา บางหน่วยงาน รับงบประมาณไปแล้วซึ่งเป็นงบฟังก์ชัน (Function) แล้วก็งบบูรณาการเพิ่มเติมเข้าไป นี่เขา บอกว่าการใช้เม็ดเงินจะเป็นประโยชน์หรือไม่ ท่านประธานก็จะเห็น จนพี่น้องประชาชน เกิดความเอือมระอาเกิดขึ้นในสังคมของประเทศ เห็นจากสื่อทั้งทีวี (TV) เห็นจากสื่อ ทั้งโซเชียล (Social) และเห็นจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์อะไรต่าง ๆ เห็นหมด พี่น้องประชาชนขาดกําลังใจจนไม่ดูแล้วประธาน ไปดูข่าวอะไร ข่าวลุงพลบ้านกกกอกเดี๋ยวนี้ เยอะแยะ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอย่างนี้ ผมบอกว่าการจะแก้ไขปัญหาอย่างนี้ ป.ป.ส. ที่เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ เราต้องมา พินิจพิเคราะห์เรื่องการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ต้นน้ํามันคืออะไร ต้นน้ํา คน ๑,๒๐๐ คน แล้วก็มีหน่วยสนับสนุนก็คือเป็นตํารวจที่อบรมเข้าไป จริง ๆ แล้วทหาร ณ ปัจจุบันนี้หน่วยงานของกระทรวงกลาโหมก็ยังไม่ได้รบราฆ่าฟันอะไรกันต่าง ๆ น่าจะเอา เรื่องลักษณะนี้ เอาเม็ดเงินไปสนับสนุนหน่วยงาน ไปสกัดกั้นในกรณีของต้นน้ํา ยาข้ามฝั่ง ขึ้นมาสืบรู้ดําเนินการตัดปัญหาแต่ต้นลม กลางน้ําคือกระทรวงสาธารณสุข ก็สร้าง ความเข้าใจ กระทรวงมหาดไทยก็สร้างความเข้าใจ แต่ว่าการสร้างความเข้าใจนี้ลองหา วิธีการที่มันชัดเจน และดําเนินการแล้วเป็นผลสําเร็จเกิดขึ้น อย่างนี้ต้องดําเนินการ และปลายน้ําคือกระทรวงยุติธรรม ปัญหาของกระทรวงยุติธรรมไม่ว่ากรมราชทัณฑ์ที่มัน เกิดขึ้นนี้ ถูกจับไปอยู่ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คนคัดคนออกมา คัดคนออกมาว่าคนนี้ เป็นนักโทษชั้นไหน คนนี้เป็นนักโทษชั้นไหน ลดบทบาทของกรมราชทัณฑ์ช่วยเหลือ กรมราชทัณฑ์ให้จํานวนนักโทษ ๑ ต่อ ๘๐ ตามสเต็ป (Step) ที่เขาดําเนินการ แล้วแยกไปให้ กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ดําเนินการอัดเม็ดเงินเข้าไป ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือ ข้อเสนอแนะ แล้วก็เห็นด้วย แล้วก็เห็นชอบที่จะตั้งคณะกรรมาธิการและญัตติตรงนี้ ผ่านเข้าไปครับท่านประธาน อาจจะได้เวลาน้อยก็ขอท่านประธานแค่นี้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
ท่านบัญญัติ ยังเข้ามาไม่ทันนะครับ นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ทุกประเทศ เผชิญอยู่และพยายามแก้ไข แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยการมองภาพเพียง จับผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้เสพเท่านั้น การจะแก้ไขปัญหานี้ต้องมองทะลุให้ได้ทุก ๆ มิติ ที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งมิติด้านครอบครัว สาธารณสุข อาชญากรรม คอร์รัปชัน หรือกระทั่ง การกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายให้สํานักงานคณะกรรมการ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพดําเนินงานหลักในเรื่องนี้ แต่ท่านประธานครับ ไม่ว่า ป.ป.ส. จะทํางานหนักมากอย่างไร ยาเสพติดในประเทศไทย ก็ไม่มีแนวโน้มที่จะลดน้อยถอยลงเลย เมื่อผมเข้าไปดูการดําเนินงานก็ได้พบประเด็น ข้อสังเกตหลายประเด็นถึงวิธีการทํางานที่อาจจะเดินทางไปผิดจุดหรือเกาไม่ถูกที่คัน ซึ่งผม ขออภิปรายบางส่วนไว้ ณ ที่นี้เพื่อให้ท่านประธานได้ประจักษ์ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ ละเอียดอ่อนมีมิติมากมาย ซึ่งจําเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและรอบด้าน ข้อสังเกตแรก มาตรการที่มุ่งเน้นการจับผู้เสพ ผู้ครอบครองนั้นช่วยลดการระบาดของยาเสพติดได้ผลจริง หรือไม่ ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยสามารถจับคดียาเสพติดข้อหาเสพได้มากถึง ๑๗๗,๑๐๑ คดี และสามารถจับข้อหาครอบครองได้ถึง ๑๐๔,๔๐๒ คดี โดยในจํานวนนี้ยาเสพติดที่ถูกจับ มากที่สุดคือยาบ้า ซึ่งสามารถจับของกลางได้มากถึง ๕๑๘ กว่าล้านเม็ด รองลงมาคือยาไอซ์ ซึ่งมีมากถึง ๑๖,๒๘๔ กิโลกรัม ท่านประธานครับ ยาบ้าและยาไอซ์นั้นถูกผลิตขึ้นจาก สารตัวเดียวกัน โดยรวมทั้ง ๒ ถูกเรียกว่าเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) จากรายงานของสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) พบว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาด เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) หรือยาบ้าและยาไอซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปี ๒๕๖๒ ปีเดียวจับกุมและยึดเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) ได้สูงถึง ๑๒๐ ตัน ท่านประธานครับ เรื่องที่น่าตกใจเรื่องหนึ่งคือยาไอซ์นั้นมีอัตราการขยายตัว ในตลาดประเทศไทยที่สูงขึ้นมาก โดยในปี ๒๕๖๒ ปีเดียวจับกุมได้สูงถึง ๑๖ ตัน จากที่ เมื่อปี ๒๕๕๙ นั้นจับกุมได้เพียง ๑.๖ ตันเท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตมากถึง ๑๐ เท่า ในเวลา ๓ ปีเท่านั้น นอกจากยาไอซ์แล้วยาบ้าก็เติบโตสูงเช่นเดียวกัน โดยจากเมื่อปี ๒๕๕๙ จับกุมได้ ๑๑๔ ล้านเม็ด มาเป็น ๕๑๘ ล้านเม็ด ในปี ๒๕๖๒ เพิ่มขึ้นถึงเกือบ ๕ เท่า เลยทีเดียว ท่านประธานครับ แม้ว่ามีรายงานการจับกุมที่สูงขนาดนี้ แต่น่าแปลกใจกลับมี ความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น ถ้าเป็นการค้าขายในตลาดทั่ว ๆ ไปหากมีการจับกุมมาก ๆ ก็จะส่งผลให้ราคาของยาตัวนั้นในตลาดนั้นแพงขึ้น แต่ราคายาบ้าปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อปี ๒๕๕๖ ยาบ้า ๑ เม็ดเคยขายอยู่ที่ ๒๐๐ บาท แต่ข้อมูลในปี ๒๕๖๐ ราคายาบ้าอยู่แค่ เพียง ๘๐ บาทต่อเม็ดเท่านั้น ทําไมกลไกราคาถึงกลับเป็นตรงกันข้ามได้ นั่นหมายถึง เป็นไปได้ว่าจํานวนยาบ้าที่อยู่ในตลาดนั้นมีจํานวนมากมายมหาศาลที่ทะลักเข้ามาถึงขนาด จะจับได้มากขนาดไหน ยาบ้าอีกจํานวนมากก็ยังไม่ได้ถูกจับ และหลุดรอดเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จนทําให้ราคาถูกลง ท่านประธานครับ จากข้อมูลดังกล่าวบ่งบอกว่ายาบ้าและยาไอซ์กําลัง ระบาดอย่างหนักในประเทศไทย หายนะของสังคมกําลังคืบคลานเข้ามา และปัญหา คงไม่สามารถลดลงได้หากเรายังมุ่งเน้นทํายอดจับแต่ผู้เสพหรือผู้ครอบครองเท่านั้น เราจึงควรมุ่งเป้าไปที่ผู้ขายรายใหญ่ ซึ่งว่ากันว่ามีโรงงานระดับใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณสามเหลี่ยมทองคํา มีเส้นทางลําเลียงผ่านประเทศไทยออกสู่ประเทศอื่น ๆ หากเรา สามารถจับได้ก็จะสามารถตัดทอนเส้นเลือดใหญ่ของวงจรนี้ได้ ซึ่งการจะสัมฤทธิ์ผลได้นั้น จําเป็นต้องได้รับการสืบสวนอย่างจริงจังทั้งสายส่ง เส้นทางลําเลียง รวมไปถึงการแก้ปัญหา คอร์รัปชันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ท่านประธานครับสําหรับอีก ๑ ข้อสังเกต เนื่องจาก ผมได้มีโอกาสดูผลการดําเนินงานป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของ ป.ป.ส. ซึ่ง ป.ป.ส. นั้น ทํางานโดยแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนคืองานป้องกัน ปราบปราม และบําบัด ซึ่งแต่ละส่วนผมมี ข้อสังเกตถึงวิธีการดําเนินงานว่าได้มองปัญหาเพื่อครอบคลุมทุกมิติแล้วจริงหรือไม่ หรือได้มี การละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ในด้านการป้องกัน การดําเนินงานบางอย่างของ ป.ป.ส. ยกตัวอย่าง เช่น โครงการหมู่บ้านสีขาว โรงเรียนสีขาว โรงงานสีขาว โครงการเหล่านี้ได้สร้าง ตราบาปให้ผู้ใช้ยาเสพติดให้เป็นคนบาป คนไม่ดี หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นมาตรการที่สร้าง มโนภาพด้านลบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งผลให้ทัศนคติของคนในสังคมมองผู้เสพ เป็นคนกระทําผิด ไม่ได้มองผู้เสพเป็นผู้ได้รับผลกระทบหรือเป็นผู้ป่วยที่จะต้องได้รับ การบําบัด ซึ่งวิธีการเหล่านี้อาจผลักดันให้ผู้เสพเหล่านั้นหนีจากสังคมและหันหน้าเข้าหายาเสพติด ซึ่งนอกจากจะไม่ทําการรักษาแล้วยังกลับใช้ยาต่อไปอีกด้วยครับ ถัดมาในด้านของ การปราบปราม มาตรการบังคับตรวจปัสสาวะในชุมชน โรงเรียน ตั้งด่านตรวจในชุมชน ท้องถนน โดยเจ้าหน้าที่ทึกทัก ปรักปรํา และเหมารวมเพื่อควานหาผู้เสพ ใช้ปัสสาวะ เป็นหลักฐานในการเอาผิดผู้อื่น ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและละเมิดสิทธิมนุษยชน มาตรการเหล่านี้ช่วยลดจํานวนผู้เสพได้จริงหรือครับ ที่สําคัญคือมาตรการเหล่านี้ยังส่งผล เอื้อให้เกิดการคอร์รัปชันระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ได้อีกด้วย สุดท้ายครับ ในด้านการบําบัด มาตรการบังคับบําบัดของ ป.ป.ส. หลายอย่างไม่สอดคล้องกับกระบวนการรักษาบําบัดที่เป็น สากล เช่น การเอาคนเสพไปอยู่สถานพินิจ ไปเข้าค่ายวิวัฒน์พลเมือง หรือการบังคับการฝึก แบบทหาร มาตรการแบบนี้ไม่ได้สามารถทําให้เลิกใช้ยาได้ และยังถือเป็นการทารุณกรรม เป็นทาสรับใช้ในระบบ ซึ่งเป็นวิธีลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นเรื่องที่ ไม่สอดคล้องกับหลักสากลยุคสมัยและกติกาสากล ดังนั้น การดําเนินมาตรการการแก้ไข ปัญหายาเสพติดทุกวันนี้ หลายมาตรการไม่ได้สร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับผู้ใช้สารเสพติด ในสังคมและชุมชน แต่กลับเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและ คอร์รัปชันอย่างชอบธรรมอีกด้วย สุดท้ายนี้ ผมขอกล่าวถึงนโยบายใหม่ของการประชุม สมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยปัญหายาเสพติดของโลกว่าให้เปลี่ยนมุมมองต่อปัญหายาเสพติด ให้เป็นเรื่องของสุขภาพ ระบบสาธารณสุข อาชญากรรม สิทธิมนุษยชนและความยากจน ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงไม่ควรมองแค่เพียงมิติของการป้องกันปราบปรามและบําบัดเท่านั้น ผมจึงขอสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อที่จะได้ศึกษาและแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมในทุกมิติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และสอดคล้อง กับกติกาสากลขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป คุณเทพไท เสนพงศ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กําลังระบาดอย่างรุนแรง ของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ คุณอิสสระ สมชัย และคุณสุทัศน์ เงินหมื่น ต้องเรียนกับท่านประธานว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่ทุกยุค ทุกสมัย ทุกรัฐบาลได้พยายามที่จะหาวิธีการปราบปรามยาเสพติด แต่ว่าก็ไม่ประสบความสําเร็จ ยาเสพติดก็ลุกลามเข้าไปสู่ทุกวงการ ทุกอณูของประเทศนี้ก็ว่าได้ครับท่านประธาน ตั้งแต่ ครอบครัว ตั้งแต่สังคมไปสู่ครอบครัว และไปสู่โรงเรียน แล้วก็ไปถึงวัด ก็ยังเห็นข่าวว่า มีการจับพระภิกษุสงฆ์เสพยาเสพติดกันเห็นกันบ่อยครั้ง จึงเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสถาบันครอบครัว ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าครอบครัวไหน ถ้าประสบปัญหายาเสพติด ลูกติดยาเสพติด แน่นอนที่สุดความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น มีความแตกแยก มีอาชญากรรม มีปิตุฆาต มาตุฆาต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดเป็นอย่างยิ่ง ผมต้องเรียนกับประธานว่าปัญหายาเสพติดยิ่งปราบยิ่งมาก การเกิดขึ้นในครอบครัว ผมได้ประสบกับตัวเองในพื้นที่เลือกตั้ง ครอบครัวที่ลูกทําร้ายพ่อแม่ แน่นอนที่สุดความเสียใจ ก็เกิดขึ้น พ่อแม่ก็ไม่อยากที่จะลงโทษลูก พยายามอดทน แต่ความรุนแรงก็เกิดขึ้น สิ่งที่พ่อแม่ เสียใจ คนที่เป็นพ่อเป็นแม่เสียใจมากที่สุดต่อลูกผมคิดว่ามีอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรกเรื่องลูกเกเร เรื่องที่ ๒ ลูกเสียชีวิต เรื่องที่ ๓ ลูกติดยาเสพติด นี่ทรมานไปตลอดชีวิตครับท่านประธาน ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วในยุคของรัฐบาล คสช. ซึ่งได้มีการเข้ามา โดยวิธีพิเศษ แล้วก็ได้มีการใช้กฎหมายประกาศ คสช. มาตรา ๔๔ ซึ่งผมก็คาดหวังว่าการใช้ มาตรา ๔๔ ใช้ความเด็ดขาดทางด้านกฎหมายต่อผู้กระทําผิดยาเสพติดทําได้ง่ายกว่า รัฐบาลอื่น ๆ แต่ว่าที่สุดก็ล้มเหลวไม่ประสบความสําเร็จ เพราะมาตรา ๔๔ ไปเน้นหนัก เรื่องการปราบปรามพี่น้องประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองมากกว่าการปราบปรามยาเสพติด ถ้าหากว่ารัฐบาลที่มาจากอํานาจพิเศษมีอํานาจเด็ดขาดปราบปรามยาเสพติดไม่ประสบ ความสําเร็จ แน่นอนที่สุดท่านประธาน มีคนกล่าวถึงรัฐบาลที่ผ่านมา เหมือนกับท่านสมาชิก ในสภานี้พูดถึง รัฐบาลยุคคุณทักษิณ คนก็คิดว่าถ้าหากว่ารัฐบาลไหนปราบไม่สําเร็จก็น่าจะ ไปใช้วิธีการแบบคุณทักษิณ นั่นก็คือการฆ่าตัดตอน ฆ่าตัดตอนยาเสพติด ๒,๕๐๐ ศพ ใน ๒,๕๐๐ ศพนี้ต้องเรียนกับท่านประธานว่ามีผู้บริสุทธิ์อีกกี่ศพที่อยู่ในนั้น มีการสวมรอย มีการฆ่ากันเอง ใช้วิธีการแบบนี้บางคนอาจจะพึงพอใจ แต่ผมคิดว่ามันขัดต่อ หลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องแบบฆ่าตัดตอนขึ้นมาหรือการเข่นฆ่าขึ้นมาก็โยนใส่บัญชีฆาตกรทั้งสิ้น จนเป็นที่มา การถูกตําหนิจากประชาคมโลกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด ซึ่งผมก็อยากเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้วผมไม่อยากที่จะให้ประเทศไทย ย้อนรอยไปถึงการฆ่าตัดตอนซึ่งมันขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม รัฐบาลชุดนี้ก็ยังมีเวลา ยังมีโอกาสที่จะต้องเร่งแก้ปัญหายาเสพติด ผมก็เชื่อว่าแม้ว่าจะระบาดหนักเท่าไรก็ตาม แต่ว่าถ้าหากว่าทุกฝ่ายร่วมมือกันปัญหายาเสพติดก็คลี่คลายลงไปได้ครับ ส่วนที่ ๒ ที่จะ พูดถึงยาเสพติดในพื้นที่เลือกตั้งของผมคือพืชกระท่อม พืชกระท่อมเป็นพืชที่สามารถที่จะให้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทําสถิติจับกุมยาเสพติดได้มากที่สุด เพราะการจับ คนเสพพืชกระท่อมง่ายที่สุด ง่ายกว่ายาเสพติดทุกประเภท ถ้าจะเพิ่มสถิติขึ้นมาเมื่อไรก็จับ พืชกระท่อมได้ทันตาเห็น วันนี้รัฐบาลชุดนี้ได้ยกเลิก มีมติ ครม. ยกเลิกยาเสพติดออกจาก บัญชียาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็ยังเหลือมีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ซึ่งผมก็ได้นําเสนอยื่นต่อท่านประธานไปแล้ว ผมก็เชื่อว่าถ้าหากว่าได้แก้ไขปัญหา ยาเสพติดให้โทษ ตาม พ.ร.บ. ปี ๒๕๒๒ แล้ว ปัญหาพืชกระท่อมต่อไปก็จะไม่เป็นปัญหา ยาเสพติด จะไม่เป็นสถิติของผู้เสพยาเสพติด ซึ่งถ้าหากว่าสามารถยกเลิกพืชกระท่อม ออกจากยาเสพติดแล้วก็จะทําให้พี่น้องประชาชนต้องหวาดกลัวกับการจับกุม แล้วก็ที่สําคัญ ก็คือว่ายาเสพติดเสพเข้าไปแล้วอาจจะเป็นอันตราย แต่ว่าพืชกระท่อมกินเข้าไปแล้ว ทําให้ขยัน ทําให้ทํางานหนักได้ เพราะฉะนั้นฝากเรียนกับท่านประธานว่าปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาใหญ่ ผมอยากจะให้รัฐบาลเอาใจใส่ ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล ทุกภาคส่วน พี่น้องประชาชนทุกคนก็มีส่วนที่จะช่วยกันปราบปรามยาเสพติด และผมก็คาดหวังว่า อย่างไรก็แล้วแต่ปัญหายาเสพติดก็คงจะหมดสิ้นไปจากประเทศไทยได้ถ้าทุกคน ทุกฝ่าย ร่วมมือกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร หลังจากนั้นจะเป็นคุณคารม พลพรกลาง ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนญัตติการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา ยาเสพติดตามที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปรายเรื่องเรือนจําแน่น หรือคุกแน่น และเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วว่านักโทษที่อยู่ในเรือนจําส่วนใหญ่ ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นนักโทษที่มาจากคดียาเสพติด ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราย้อนกลับไปดูในปี ๒๕๔๗ เรือนจํามีนักโทษอยู่ประมาณ ๑๒๖,๐๐๐ คน ปี ๒๕๔๙ เรือนจํามีนักโทษอยู่ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ คน แต่วันนี้ในเรือนจํา มีนักโทษ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน หลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร นักโทษในคดียาเสพติด เพิ่มขึ้นทุกปี ลองมาดูครับ ในปี ๒๕๖๑ นักโทษในเรือนจําเพิ่มขึ้นเป็น ๒๖๖,๐๐๐ คน หลังจากรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ แล้ววันนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมาสถิตินักโทษเกิน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๒๕๐,๐๐๐ คน เป็นนักโทษที่มาจากคดียาเสพติด ก็แสดงว่าการแก้ปัญหายาเสพติดภายใต้ รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แม้กระทั่งรัฐบาลที่สืบทอดอํานาจมาจนถึงปัจจุบันไม่ได้ให้ ความสําคัญกับการแก้ปัญหาใหญ่ของสังคม ปล่อยให้มีคดียาเสพติดระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี และวันนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือแม้กระทั่งการออกคําสั่งของ คสช. ในปี ๒๕๕๗ หลังจากรัฐประหารเสร็จแล้ว ๔ ฉบับก็เป็นการพูดถึงการแก้ปัญหาในสุดท้าย หรือปลายทางทั้งนั้น แต่ต้นทางไม่ได้มีมาตรการ ทั้ง ๆ ที่มีอํานาจเด็ดขาดภายใต้อํานาจปืน ของคณะรัฐประหาร นี่คือสิ่งที่มันพิสูจน์ให้เห็นว่าภายใต้รัฐบาลที่ไม่สามารถจะตรวจสอบได้ การค้ายาเสพติดมันยิ่งขยายขึ้นเรื่อย ๆ ผมเคยมีลูกของเพื่อนไปเรียนโค้ช (Coach) ฟุตบอล ที่ประเทศบราซิล สิ่งหนึ่งที่ลูกเขาเอามาบอกว่าถ้าออกไปนอกเมืองเมื่อไรเห็นบ้านใหญ่ ๆ โต ๆ แบบคฤหาสน์ชี้ได้เลยว่านี่คือบ้านนักกีฬา นักฟุตบอล นักวอลเลย์บอล นักแข่งรถ แต่ถ้ามา ในเมืองไทยออกไปบ้านนอก ๆ ที่มีบ้านหลังใหญ่ ๆ ไม่ทราบว่าจะเป็นบ้านของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หรือบ้านของผู้ค้ายาเสพติด ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอภาพหน่อยครับ🔗
การแก้ปัญหายาเสพติด ถ้าหากว่าพวกเราทั้งองคาพยพของประเทศที่ไม่มีส่วนร่วมของประชาชน แน่นอนครับ มันแก้ปัญหายาก เรากําลังจะสิ้นลูก ครอบครัวที่มีลูกอายุ ๑๐ กว่าปีขึ้นไปกําลังมีความกังวลมาก ในสมัยปี ๒๕๕๖ มีผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่งก็คือท่านเฉลิม กาญจนพิทักษ์ หมู่ที่ ๑ ตําบลทอนหงส์ อําเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช พยายามที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องเดินทางด้วยเท้า จากจังหวัดนครศรีธรรมราชมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อบอกว่าให้รัฐบาลให้ความสนใจกับ การแก้ปัญหายาเสพติด โดยเอาประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน มาตรวจสอบหมู่บ้าน ของตนเอง พยายามที่จะประกาศให้หมู่บ้านที่ตัวเองอยู่เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด แต่ท่านประธานที่เคารพ ท่านเชื่อไหมว่าเราได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการ ได้รับ ความร่วมมือจากผู้มีอํานาจน้อยมาก แน่นอนครับ ขบวนการค้ายาเสพติดเขาย่อมมี พลังอํานาจและมีอิทธิพล เพื่อนอยู่พอสมควร ถ้าหากว่าหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไม่ให้ความสนใจ ไม่ให้ความจริงจังต่อการแก้ปัญหานี้ ในการตรวจสอบเซอร์เวย์ (Survey) ทุกหมู่บ้าน ปัญหายาเสพติดย่อมดํารงอยู่และยิ่งขยายขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเล่าให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง ผมกลับไปบ้านในหมู่บ้านอําเภอหนึ่งตําบลหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เจอกับญาติพี่น้อง สิ่งที่ท่านบอกก็คือบอกว่าสมชายในหมู่บ้านเราไม่มีใครเหนือกว่าใครแล้ว ผมก็ถามว่าเรื่องอะไร ที่ไม่เหนือกว่ากัน เขาบอกว่าทุกบ้านลูกถูกจับยาเสพติดหมดทั้งหมู่บ้าน และกําลังเกือบ ทุกบ้านในตําบล นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงภายใต้รัฐบาลสืบทอดอํานาจมาจาก คสช. นี่แหละ นี่คือสิ่งที่ผมจึงจําเป็นจะต้องขออภิปรายสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อที่จะให้เป็นแบบอย่างและเริ่มต้นอย่างจริงจังภายใต้เงื่อนไขที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสได้พูดในสภานี่แหละว่าเราจะดูแลลูกหลานของเราอย่างไร ภายใต้สิ่งที่เรามีก็คือสิทธิ ในการที่จะพูดในสภา ขณะที่นอกสภาไม่ค่อยมีสิทธิเท่าไร ผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้ด้วย ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมชาย เพื่อความเป็นธรรมแก่ ป.ป.ส. นะครับ ก็คงไม่มีบ้านใหญ่ทุกคน ผมไม่ได้ให้ถอน แต่ว่า เพื่อให้ความเป็นธรรมว่าทุกองค์กรมีคนดี คนร้าย อยู่เสมอนะครับ🔗
ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกต เพราะว่าเป็นเรื่องที่อยากจะบอก คืออยากจะสร้างโมเดล (Model) ว่าบ้านใหญ่ที่ประเทศบราซิล คือบ้านของนักกีฬา ผมอยากจะให้รัฐได้มาส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจัง และบางครั้งเป็นที่ สงสัยของคนว่าบ้านใหญ่นี้เขาทําอะไรบ้าง🔗
แต่ว่าเพื่อความเป็นธรรม ใน ป.ป.ส. ผมตั้งข้อสังเกตไว้🔗
ผมขอถอนในประโยคนั้นครับ🔗
ไม่ได้ให้ถอนครับ แต่ว่า ทุกวงการมีคนดี คนร้าย อยู่ครับ ต่อไปท่านคารมเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด อําเภอสุวรรณภูมิ อําเภอเมืองสรวง อําเภอจตุรพักตร์พิมาน ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอมาหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่านอิสสระ สมชัย ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ เพราะอะไรครับ เพราะเหตุว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นหนึ่งเดียว เวลาอยู่ในสภา ญัตตินี้ไม่ว่าใครจะเสนอ แต่ถ้าเป็นญัตติที่มีประโยชน์ แล้วก็เป็นเรื่องที่ สมควรจะสนับสนุน ผมไม่ได้เสนอญัตติ ซึ่งปกติก็อภิปรายได้อยู่แล้ว แต่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเป็นญัตติที่มีประโยชน์มาก แล้วก็จะละเลยไม่ได้ถ้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในทัศนะของผมเรื่องยาเสพติดผมจะพยายามอภิปรายไม่ซ้ําประเด็นเพราะว่าความจริงแล้ว เนื้อหาสาระอยู่ในเอกสารก็มี อยู่ในญัตติก็มี แต่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหา ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่หลวงเหลือเกิน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมอยู่ จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่อําเภอสุวรรณภูมิ หมู่บ้านเล็ก ๆ ตรงกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน มีแม่ มีพ่อ มีลูกชายคนหนึ่ง ปรากฏว่ามีลูกชายก็ติดยาเสพติด ตื่นเช้ามาก็ต้องหาสตางค์สัก ๕๐๐ บาท ถ้าซื้อยาได้ก็ต้องซื้อสุราเพื่อจะเอาแก้กัน วันหนึ่งถ้าไม่นอนเวลากลางวันก็หาเรื่อง ทะเลาะ อันนี้ยกตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างนี้ผมเชื่อว่าเกิดทั่วประเทศ แต่อาจจะไม่ทั่วทุกหมู่บ้าน แต่มีส่วนใหญ่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมนึกไม่ออกว่าประเทศชาติจะไปได้อย่างไร ความเสียหายอันเกิดจากยาเสพติดที่เป็นตัวเลขจะขอยกตัวอย่างสักนิดหนึ่ง ปีหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเคยเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการเรื่องความปลอดภัย ทางถนน ความเสียหายทางถนน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราแก้ปัญหาแค่ ๒ อย่างได้ ให้ดีขึ้น เงินที่จะสูญเสียไปในการดูแลป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางถนนหรือเรื่องนี้เข้ามา เรามีรายได้เยอะนะครับ แต่ที่สําคัญคืออะไร ผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลนี้ไม่ค่อยให้ความสําคัญ กับเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่จังหวัดแต่ละจังหวัด บ้านผมจังหวัดร้อยเอ็ดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือรองผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายความมั่นคง มีนายอําเภอ มีผู้กํากับ ผู้กํากับโรงพักใหญ่ มีสารวัตรใหญ่ แต่ปรากฏว่าข้อมูลทางนี้ผมรู้ว่า ปัญหายาเสพติดไม่ได้เกิดในสมัยยุคคุณทักษิณ ไม่ได้เกิดสมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน ท่านประธาน มันเกิดมาพอสมควรแล้ว เปลี่ยนยาม้ามาเป็นยาบ้าก็ไม่หาย แต่ประเด็นสําคัญ มันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น มันอยู่ที่ว่าคนเรายุคนี้อยากรวยครับท่านประธาน เห็นเขามีบ้านใหญ่ อย่างที่เพื่อนสมาชิกผมบอกก็อยากมี เขามีรถเยอะก็อยากมี อาชีพที่มันได้เงินเร็ว ได้เงินเยอะคือขายยาบ้า แล้วก็สุดท้ายท่านประธานก็เห็นตามข่าวยึดทีก็ ๕๐๐ ล้านบาท อย่างเราจะมีสักล้านบาททั้งชีวิตยังไม่รู้จะมีหรือเปล่า พอมีเงินสุดท้ายก็เอาไปไม่ได้ อันนี้ หลักใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นมันต้องจําแนกแยกแยะออกมา คนป่วยก็คนป่วยก็รักษากันไป คนที่กระทําผิดก็ต้องเอาเข้าคุกเข้าตะราง เวลาสู้ก็ต้องวิสามัญ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดมันจึงเป็นเรื่องใช้อย่างเดียวไม่ได้ จะบอกว่ารัฐบาลนั้นฆ่าตัดตอน ผมก็ไม่ได้อยู่ พรรคที่บางคนเอ่ยถึงเลยครับ แต่ผมเห็นว่าคนที่ติดยา คนที่ค้ายาเขาสู้ เขามีอาวุธ ครบหมดครับ เขามีเครือข่าย แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออภิปรายสนับสนุนญัตติทั้งหมด ผมอยากจะบอกว่าคนที่ต้องคุมกติกาและแก้ไขปัญหาไม่ใช่ท่านประธานหรือผม เราแค่เสนอ ท่านประธานเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย คือข้าราชการ คือรัฐบาล ถ้าหัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก ผมเห็นเวลาแถลงทียึด ๕๐๐ ล้านบาท เมื่อไม่กี่วัน ผบ. ตร. ก็ไปยึด ที่จังหวัดกาญจนบุรี ผมทําการบ้านอ่านหลายอย่าง ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดท่านรู้ไหมครับ คดียาบ้าสูงที่สุดของภาค ๔ สูงที่สุด ผมไปศาลอยู่เห็นเข้ามาก็ยาบ้า ไม่เสพก็ขาย เม็ด ๒ เม็ด ๓ เม็ด ประเด็นที่สําคัญขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อสนับสนุนญัตตินี้ก็คือว่ารัฐบาลจะทํา อย่างอื่นก็ทําไป แต่ว่าเรื่องแก้ปัญหายาเสพติดคือยาเสพติดนี่แหละครับที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการนี้ขึ้นมาเพื่อจะรวบรวมข้อมูลเอาญัตตินี้ แล้วก็นําเสนอให้รัฐบาลเพื่อจะได้รู้ จริง ๆ ท่านก็รู้อยู่แล้ว แล้วข้าราชการบางส่วนผมคิดว่าท่านประธานก็ไม่โต้แย้งผม แล้วก็ ไม่คิดว่าจะมาให้ผมถอนหรอก มีแน่นอนครับ เราไม่กล่าวหา แล้วก็ไม่บอกว่าบ้านโต ๆ จะเป็นบ้านคนที่ขายยาบ้าเสมอ บ้านประชาชนผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดนี้บ้านโต ๆ สามี เป็นฝรั่ง ไม่ใช่สามีเขาไปขายยาบ้า อันนี้ก็แซวกันเล่น ๆ ต้องเรียนท่านประธานเพื่อความเป็นธรรม แต่สิ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าประเทศไทยถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปแย่ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีจังหวัดทหารบก เรามีตํารวจ อยากกราบเรียนไปยังฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายทหารใช้สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ได้ไหม จังหวัดร้อยเอ็ดก็จังหวัดทหารบก จังหวัดนั้น ก็จังหวัดทหารบก ใช้สิครับ ใช้กลุ่มเหล่านี้มาบูรณาการ แล้วคนมีสีเกี่ยวข้องไม่ได้ ถ้าก็มีสี ไปเกี่ยวข้องท่านต้องเต็มที่เลย ต้องติดคุกครับ ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เขาไม่ได้เกี่ยวข้องหรอกครับ คนมีสีทั้งนั้นละครับ ท่านก็เห็น เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงต้องพูดเต็มปากเต็มคําเลยว่าอย่างบ้านผมอําเภอสุวรรณภูมิ อําเภอจตุรพักตรพิมาน อําเภอเมืองสรวง บางทีเราเห็นเราก็สงสาร แต่เราก็ทําอะไรไม่ได้ เราจับเขาไม่ได้ เราได้แค่บอกเห็นครอบครัวแล้วสงสาร เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดนี้ในเวลา ๗ นาทีนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุนญัตตินี้แล้วอยากให้ทําให้มันจบ เป็นชิ้นเป็นอัน แล้วก็นําเสนอรัฐบาลและให้รัฐบาลใส่ใจในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญไม่น้อยกว่า เรื่องอื่น เพราะไม่อย่างนั้นบ้านเราก็จะลําบากครับท่านประธาน เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป จะเป็นคุณองค์การ ชัยบุตร หลังจากนั้นจะเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล แล้วก็จะเป็น ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นะครับ เชิญท่านองค์การเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดมุกดาหาร ก่อนอื่นต้องขอบคุณมากที่ ส.ส. ทุกพรรคได้ยื่นญัตตินี้นะครับ เพราะว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ผมเห็นญัตติแล้วผมก็รู้สึก เพราะว่าปัญหายาเสพติด มันเกิดทุกหย่อมหญ้าครับท่านประธาน จากสถานการณ์แต่ก่อนเขาเรียกว่ายาขยัน ยาขยันกินแล้วขยันทั้งวัน ทํางาน นายจ้างก็ชอบ พักเที่ยงก็ไม่ชอบพักเที่ยง เพราะว่ายาขยันไม่ทําร้ายใคร เสร็จงานก็มีเหล้าขาวสักครึ่งกลม ครึ่งขวด จบก็นอน ไม่ได้ไปทําร้ายใคร มีแต่สร้างงาน มีแต่สร้างรายได้ พอสักระยะมานี่ รัฐบาลก็มีความคิดว่าเปลี่ยนยาขยันเป็นยาบ้า ยาม้าบ้าง ตัวยาบ้ามันมีปัญหาเลย ผู้ประกอบการก็ไปใส่สารอะไรก็ไม่รู้ให้มันบ้าตามชื่อมันเลย ใครกินก็เป็นบ้า พระกินก็เป็นบ้า ดอกเตอร์กินก็เป็นบ้า ใครกินเป็นบ้าหมด ไม่รู้ ควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้ ใครอยู่ใกล้เป็นได้รับ อันตราย นี่คือผลกระทบจากชื่อของมันและพิษของมัน ถ้าคุณสมบัติบอกว่ายาขยัน คือยาขยัน กินแล้วทํางานทําการ ผมอยากจะไปใช้ชื่อเดิมนะท่านประธาน และทําให้ มันถูกกฎหมาย จากสภาพปัจจุบันมันมีปัญหาที่สืบเนื่องมาจากที่ให้มันเกิดผลปราบแล้ว ไม่เคยหมดก็คือสภาพเศรษฐกิจ สภาพเศรษฐกิจย่ําแย่ หลังโควิด (COVID) นี่ยิ่งหนัก คนตกงาน ข้าวไม่มีจะกิน เงินก็ไม่มี ดอกเบี้ยธนาคารก็ขึ้นทุกวันไม่ได้หยุด ขึ้นทุกวัน ๆ บ้านก็จะหมด รถก็จะหาย เมียก็จะไป บ้านก็จะแตก ตามมาคือปัญหาครอบครัว ลูกที่เรียนหนังสือดี ๆ ก็ไม่ได้เรียน เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินให้ ก็ไปเป็นคนซื้อบ้าง คนขายบ้าง คนส่งยาบ้าง ผันตัวเองไปเพื่อให้อยู่รอด ผมไม่ได้ว่าเขานะ เพราะปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจาก การบริหารบ้านเมือง ปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากตัวเด็กที่อยากได้เงิน ที่อยากมีรายได้ พอมาเข้า ตรงนี้สภาพครอบครัวก็แตกแยก จากเด็กที่เคยติดยา เข้ารับบําบัดแล้ว บําบัด ๑๕ วัน ไปวันแรกเอาพวงมาลัยไปกราบแม่ กราบพ่อว่าลูกได้กระทําผิดแล้ว บัดนี้ลูกได้สํานึกแล้ว ไม่ถึง ๒ อาทิตย์กลับไปเหมือนเดิม ไปกับเพื่อนอีกแล้ว ยิ่งหนักกว่าเดิม จากเสพเป็นส่งแล้ว อัพเกรด (Upgrade) ตัวเองเป็นส่งแล้ว กลับมาเที่ยวนี้ได้พรรคได้พวกแล้ว เครือข่ายก็ใหญ่ขึ้น ตั้งตัวเป็นเจ้ามือแล้วถ้าเป็นหวย มิหนําซ้ํายังไม่พอครับ มีครอบครัวแล้วก็เอาลูกเมีย ไปส่งด้วย บ้านผมนี่มีตัวอย่างเลย แต่งงานใหม่ ๆ ตกงานจากกรุงเทพฯ ไปไม่มีอะไรทํา ก็ไปรับจ้างเป็นคนส่งยา ที่จังหวัดมุกดาหาร ที่ริมโขงตั้งแต่จังหวัดนครพนมเลยมายัน จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแหล่งค้าขายที่ดีมากเลย แล้วทําเป็นขบวนการครับท่านประธาน มีคนดูต้นทาง มีคนส่ง มีคนขับรถสลับสับเปลี่ยนกันไป บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็ดูไม่ทัน ไปซุ่มอยู่ ๒ วันยังไม่ได้เลย เขารู้ตัวก่อน เขาไปส่งที่อื่น จากสภาพตัวนี้มันเป็นสารเสพติดที่เข้าไปใน เส้นเลือดทุกวันนี้ เป็นโรคระบาดหนึ่งที่ติดต่อกันทางพันธุกรรม ทําไมถึงพูดอย่างนั้น ครอบครัวที่ผมเอ่ยมานี่มีลูกเล็ก ไม่มีเงินค่านมก็ต้องไปอย่างนี้แหละ มันหาเงินง่าย ๆ รถก็จะไม่โดนยึดถ้าไม่โดนจับ ถึงแม้จะเป็นเงินผิดกฎหมายก็ต้องเอาเพราะว่าไม่มีอะไรทํา ยางก็กรีดไม่ได้ไม่เป็นราคา ทําอะไรไม่ได้ ไม่เป็นราคา หาเงินใช้หนี้ไม่ทัน มันก็ต้องทําอย่างนี้ แหละครับท่านประธาน ทําไปทํามาตัวเองก็เสพ เสพแล้วเอาลูกให้ไปกินนม มันก็ติดนมไป กับลูก นี่คือผลพวงอย่างหนึ่ง ก็ไปในสายเลือดเลย เวลาลูกร้องอุแว๊ ๆ แม่ต้องเอานมให้กิน ลูกก็ติดยาไปด้วยเพราะมันไปกับนม พ่อแม่ก็ติดคุกแหละครับคราวนี้ แล้วใครจะดูแล พ่อแม่ ปู่ย่าตายายอีก ต้องบําบัดเด็กอ่อนด้วยนะครับท่านประธาน นี่คือน่าสังเวชมากมายเลย มาหาผม ผมเป็นผู้แทน ให้ช่วยหน่อยผมถามไปถามมาทํากับใคร ทํา ๒ ครอบครัวครับ ครอบครัวหนึ่งดูต้นทาง ครอบครัวนี้ไปส่ง จะไปรับจากริมโขงมา ผมไม่เอา ผมไม่สู้ คดีอย่างนี้ ไม่ช่วย ผมก็บอกเลยว่าไม่ได้คะแนนผมก็ไม่เอา จะให้ ส.ส. ไปทําอย่างนี้ได้อย่างไร ส.ส. ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ผมไม่เอา คุณไปที่อื่น ผมก็บอกเลย จากสภาพปัจจุบันมันจะเป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารบ้านผมจับกันทุกวัน จะมากจะน้อยก็แล้วแต่สายรายงาน บางที ก็ไปอยู่ในร้านตัดผมบ้างที่ส่ง บางทีก็ไปอยู่เถียงนา มีทั้งทหารเรือ มีทั้งทหารบก มีทั้งตํารวจ เยอะแยะมากมายตามริมโขง หน่วยงานความมั่นคงตรึงพื้นที่เขายังทําได้ ไม่ได้ว่าหน่วยงาน ไม่มีประสิทธิภาพ มี แต่บางทีบางครั้งก็ตาบอดเหมือนกันพูดตรง ๆ ก็อยากให้ช่วย ก็อยากให้ทํา วิธีแก้ก็คือมันต้องเชือดไก่ให้ลิงดู นานแล้วไม่มีอย่างนี้ รัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่ทําเขาเชือดไก่ ให้ลิงดู รัฐบาลชุดนี้ต้องมีอย่างนี้ละมันถึงจะอยู่ได้ ใครผิดก็ต้องเชือด เอาเคส (Case) ภาคอีสานก็ได้ เอาเคส (Case) ภาคกลางก็ได้ ปักษ์ใต้ก็ได้ ทําพร้อม ๆ ทั้ง ๔ เคส (Case) มันไม่หาย สุดท้ายผมก็อยากจะขอบคุณสภาแห่งนี้ว่าเห็นดีเห็นงามที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาปัญหานี้ เพราะเป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานมา รัฐบาลชุดไหนก็ไม่หมด ผมก็อยากให้หมด ในรุ่นนี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาหนึ่งที่มีการต่อต้านจากสังคมไทยในทุกยุคทุกสมัย เป็นปัญหาที่ไม่รู้จบ เมื่อมีผู้ผลิตย่อมมีผู้เสพ เมื่อมีผู้เสพย่อมมีผู้ผลิต ซึ่งเป็นเรื่องของ การแสวงหาความร่ํารวยโดยอาศัยร่างกายของมนุษย์เป็นบันไดก้าวเหยียบไหล่หลีกความตาย สู่ความมั่งคั่ง ยิ่งรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐอ่อนแอไม่สามารถที่จะป้องปราม ปราบปราม ป้องกัน แก้ไขได้ ปัญหายาเสพติดก็ยังมีอยู่ในสังคมไทยต่อไป และจํานวนปริมาณยาเสพติด การกระทําความผิดด้านการผลิต ด้านการค้า ด้านการเสพ กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่ามหาศาล ท่านประธานที่เคารพคะ ข่าวรายวันเลยไม่ว่าจะเป็นตํารวจภาค ๕ รวบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ยึดยาบ้า ๒.๓ ล้านเม็ดได้ ตํารวจจังหวัดเชียงใหม่จับยาบ้า ลอต (Lot) มหาศาล ๑๕ ล้านเม็ด ตํารวจ ปส. ทลาย ๓ แก๊งยาบ้ายึดกัญชา ๒.๔ ตัน ยาบ้า ๑.๕ ล้านเม็ด ยึดทรัพย์มหาศาล ทุกวันนี้กราบเรียนให้ท่านประธานทราบอีกครั้งว่าเล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ค้า สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้สร้าง ความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ตลอดจนความรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่สงบสุข เดือดร้อน ทุกข์ทรมานของผู้คนในสังคมทั้งคนใกล้ชิดและสังคมโดยส่วนรวม ในปัจจุบันนี้ การแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันได้แพร่กระจายเข้าสู่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา อย่างกว้างขวาง การปฏิบัติการในเชิงรุกทางตลาดการค้าของผู้ค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มช่องทางเข้าถึงนักเรียน นักศึกษา โดยใช้นักเรียน นักศึกษาด้วยกันเป็นเครือข่ายของ ผู้จําหน่าย ผู้เสพจะกลายเป็นผู้ค้า เมื่อเป็นผู้ค้าก็จะออกจากวังวนยาเสพติดและผู้ค้าไม่ได้ เส้นทางสุดท้ายก็ไปอยู่ในเรือนจํา คนล้นคุก ออกมาค้าอีกเอาไว้เสพ ค้าติดคุก ออกจากคุกก็ค้า อย่างนี้ร่ําไปค่ะ ทีนี้เรื่องของการท้าทายอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการผลักดันกัญชาให้ถูกกฎหมาย หลัง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๗ พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ทําให้เกิดความสับสนว่ากัญชาสามารถปลูกได้แล้วครอบครัวละ ๒-๓ ต้น ครอบครัวละ ๔-๕ ต้น เพื่อรักษาโรค โดยเฉพาะตอนนี้กําลังดังมาก ๆ ท่านประธานคะ พันธุ์หางกระรอกจากจังหวัดสกลนคร รัฐบาลทุกกระทรวงต้องออกมาบอกให้ชัดเจน ทุกกระทรวงนะคะ ดิฉันต้องให้สื่อว่าทุกกระทรวง เพราะทุกกระทรวงนั้นยึดโยงกับ ประชาชน ข้าราชการยึดโยงกับประชาชน กัญชาใช้ทางยาเท่านั้นโดยมีแพทย์สั่งเป็นยา เพราะสามารถรักษาโรคได้ ประชากรทั้งโลกเกือบ ๒๐๐ ล้านคนเสพกัญชา ถ้ารัฐบาล ปล่อยให้ทุกคนในประเทศไทยคิดไปเองว่ากัญชาถูกกฎหมายแล้ว แต่จริง ๆ แล้วกัญชา ผิดกฎหมาย แต่คนในประเทศบอกว่ากําลังจะถูกกฎหมาย ทําให้วัยรุ่นเสพกัญชากัน อย่างบ้าคลั่ง เดี๋ยวนี้วัยรุ่นทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะวัยรุ่นชาย ต้องกราบเรียนให้ ท่านประธานทราบว่าเสพกัญชากันอย่างบ้าคลั่ง เรียกกลุ่มก๊วนของตนเองว่าสายเขียว ดิฉัน ฝากคณะกรรมาธิการไปถึงรัฐบาล ต้องฝากคณะกรรมาธิการว่าต้องศึกษาให้รอบด้านจริง ๆ ว่าจะทําอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะดิฉันนั่งฟังเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าการที่มา แก้ปัญหาป้อมปราม ปราบปรามแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นเงินเป็นจํานวนมากเลย ทีเดียว ต้องบอกว่าจํานวนมหาศาลเลยทีเดียว เป็นหลัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรร้องขอฝายชะลอน้ําแค่ ๓๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ปีหนึ่งที่จะไปกั้นให้พี่น้องประชาชนของดิฉันได้ใช้น้ําบริเวณนั้นแค่ ๒๐๐-๓๐๐ ไร่ ยากแสนเข็ญ ยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาอีก แต่อันนี้นั้นพอเอามาสู่ การป้องปราม ปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด ดังนั้นดิฉันฝากคณะกรรมาธิการผ่านไปให้ ถึงรัฐบาลและแก้ปัญหาให้ได้ว่าวิกฤติคนเสพยาเสพติดจํานวนมากจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร วิกฤติคนค้ายาเสพติดจํานวนมาก เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ค้าจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร ดิฉัน มีตัวอย่างของระเบิดเวลา เป็นระเบิดเวลา เป็นระเบิดอารมณ์ เป็นระเบิดการฆ่า ระเบิด การข่มขืน คือคนเสพยาเสพติดอยู่ในหมู่บ้านที่เสพจนติดแล้ว ไปบําบัดมาแล้ว ถ้าภาษา ของดิฉันเรียกว่าไม่สมบูรณ์ทางสมองแล้ว แต่ถ้าเสพเหล้าเข้าไปหรือดูดบุหรี่เข้าไปเพียง มวน ๒ มวน ปฏิกิริยาที่จะให้สํานึกของความเป็นมนุษย์นั้นถดถอยลงทันที เพราะอะไรดิฉัน ถึงเรียกว่าระเบิดเวลาในหมู่บ้าน เพราะว่าสามารถที่จะก่อเหตุได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะ ข่มขืนเด็กเล็ก ๆ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ดิฉันสนับสนุนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไข ปัญหาอย่างรอบด้าน แก้ปัญหายาเสพติดให้ได้ เป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม หลังจากนั้นก็จะเป็นคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม คุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นางสาวละออง ติยะไพรัช ขอเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในเรื่องแนวทางแก้ไข ปัญหาของยาเสพติดร่วมกับเพื่อนสมาชิกหลายญัตติด้วยกันในวันนี้ ส่วนใหญ่โดยสรุปแล้ว ก็เป็นการศึกษาเพื่อป้องกันและหาแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน ซึ่งผมคิดว่า ผมเห็นด้วยกับทุกญัตติที่เสนอ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นข้อคิดให้กับการตั้งคณะกรรมาธิการ เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดในครั้งนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมอยากจะเสนอให้ ในส่วนที่เพื่อนสมาชิกบางส่วนยังไม่ได้อภิปรายและกล่าวถึง ก็อยากจะเสนอแนะฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นดังนี้ ผมคิดว่าเรื่องของยาเสพติด ผมจะขอ อภิปรายเน้นในส่วนของการป้องกัน เพราะว่ายังมีส่วนของการป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติด เพราะว่าสิ่งที่ตรงกันอย่างหนึ่งถ้าเราดูงบประมาณรายจ่าย ประจําปีที่ถูกเสนอมาให้คณะกรรมาธิการงบประมาณในแต่ละปี ผมพบว่างบประมาณ ส่วนหนึ่งเกือบทุกกระทรวง ทบวง กรม เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติด แล้วก็ยังมีงบบูรณาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอีกต่างหาก นั่นคือ ส่วนที่จะบ่งบอกให้ทราบว่ายาเสพติดเป็นส่วนหนึ่งของอันตรายสําหรับประเทศ แล้วทําให้ ประเทศต้องสูญเสียในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมไปมาก เพราะฉะนั้นส่วนแก้ ในการป้องกันที่กระผมจะเสนอนั้นก็คือว่าถ้าเราเริ่มจากต้นทางของการป้องกัน ผมเข้าใจว่า ในส่วนของชุมชนเป็นจุดสําคัญที่สุดเรื่องของชุมชนท้องถิ่นทําได้ ๒ เรื่องครับ ในระดับชุมชน ผมเข้าใจว่าชุมชนนั้นมีผู้ที่เกี่ยวข้องมากมายที่จะช่วยกันตั้งแต่ครอบครัว ตั้งแต่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ตํารวจ อสม. และผู้นําชุมชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันในระดับชุมชน นั่นคือ ส่วนที่ ๑ ที่คิดว่าน่าจะเป็นการผนึกกําลังหรือจัดตั้งเป็นคณะกรรมการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน แล้วก็มาทําเป็นมาตรการชุมชนก็ได้ ผมเห็นตัวอย่าง ของชุมชนที่ใช้มาตรการทางสังคม แต่มาตรการทางสังคมนี้จะต้องไปร่วมมือ วางกติกา ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น อบต. หรือเทศบาล แม้กระทั่ง อสม. ครู และส่วนกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อมาวางกติการ่วมกันว่าในครอบครัวที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น จะมีมาตรการทางสังคมในเชิงเข้มก็ได้ เช่น ไม่สนับสนุนเงินสวัสดิการ ไม่ดําเนินการ ในการให้บริการสาธารณะในเรื่องต่าง ๆ อันนี้ผมเห็นตัวอย่างมาในหลายชุมชนเป็นอย่างนี้ ในส่วนของชุมชนเอง ผมคิดว่าเราจะต้องมาให้กรรมการที่ผมกล่าวถึงมาทําแผน แล้วก็ มาวางเป้าหมายร่วม ผมเห็นเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของการทําแผนเรื่องลานกีฬาเพื่อให้ เยาวชนและประชาชนมาเล่นกีฬาหรือมาใช้พื้นที่สําหรับออกกําลังกาย เป็นต้น อันนี้ผมเคย ไปทําที่จังหวัดปัตตานี แล้วก็ใช้กรรมการฐานของชุมชนในรูปกรรมการป้องกันยาเสพติด ในระดับชุมชน ผลที่ออกมาก็คือเขาเสนอในเรื่องเดียวกัน ก็คือว่าหามาตรการที่จะให้ ครอบครัว ให้กรรมการชุมชนดูแลช่วยกัน แล้วทางออกก็มีการทําเรื่องลานกีฬา นั่นคือ ระดับชุมชนที่ผมพูดถึง เพราะฉะนั้นถ้าต้นทางมีมาตรการที่เข้มแข็ง เป็นชุมชนเข้มแข็ง มันส่งผลต่อระดับกว้างขึ้นไป ทีนี้เราต้องมาออกแบบว่าในระดับจังหวัดผมเข้าใจว่าเรามีคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัดขึ้น ฝากท่านประธานว่าให้กรรมาธิการจะต้องไปดูว่า ในระดับจังหวัดทําไมมันไม่มีประสิทธิภาพ และจะทําให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร อาจจะ ต้องรื้อคณะกรรมการที่ทํางานอย่างจริงจัง แล้วดูองค์ประกอบของคนที่เข้าไป มีส่วนร่วม แล้วคนที่มีประสบการณ์ระดับชุมชนเข้าไปอยู่ในกรรมการระดับจังหวัด ส่งผลต่อ ระดับชาติ เช่นเดียวกันที่ผมกล่าวถึงงบประมาณที่ส่งผ่านไปยังกระทรวง ทบวง กรม ที่ทําเรื่องนี้ แล้วยังมีงบบูรณาการด้วย ล้วนแล้วแต่ไปแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นในระดับชาติเราต้องดูว่าขณะนี้ เราก็ต้องใช้งบปีหนึ่งเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพูด ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นอยากให้ดูกลไกโครงสร้างตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น มาระดับจังหวัด รวมจนถึงระดับชาติ ถึงเวลาแล้วหรือยังว่าจะต้องจริงจัง ในแง่ของการทําเรื่องนี้เพื่อให้คณะกรรมการระดับชาติ รวมทั้ง ป.ป.ส. เองที่มีหน่วยกลไก ที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ รวมทั้งการปราบปรามมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่างบที่ทุ่มไป ๆ ก็จะทําให้เกิดการไม่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ผมจึง ฝากเรียนท่านประธานไปยังกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นว่าในส่วนของการป้องกันที่ผมเสนอนี่ให้ไปดู กลไกตั้งแต่ฐานข้างล่างไปสู่ฐานระดับชาติ อาจจะรวมถึงฐานระดับระหว่างประเทศก็ได้ เพราะว่ามันมีความสัมพันธ์อย่างเชื่อมโยงกันทุกระดับในเรื่องของการหาแนวทางแก้ไข ปัญหายาเสพติด ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป จะเป็นท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม แต่ผมเรียนว่ามีสมาชิกฝ่ายค้านอยู่อีกประมาณ ๑๐ ท่าน เดิมว่าท่านวิรัตน์ วรศสิริน ขอเป็นคนสุดท้าย แต่ว่ามีเพิ่มมาอีก ๑ ราย อีกท่านหนึ่งคือ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ฝ่ายรัฐบาลนั้นจะมีเพิ่มเติมไหมครับ มีของคุณสําลี รักสุทธี เป็นคนสุดท้าย ที่ถามเพราะว่าถือว่าพรรคที่มีเสียงข้างมากอยู่ในสภานั้นให้สิทธิเป็นพิเศษ ถ้าไม่มีผมขออนุญาตที่ประชุมว่าเราขอเพียงเท่านี้ กําหนดไว้เท่านี้เพื่อไม่มีแถมหลังจากจบ คนสุดท้ายแล้ว🔗
ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง เอาอย่างนี้นะครับ จะให้ทุกท่านได้มีโอกาสได้อภิปราย ต่อไปท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เป็นผู้หนึ่งที่ได้ยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบครบวงจร ท่านประธานที่เคารพครับ ซึ่งผู้ร่วมยื่นญัตติด้วยกันนั้น อาทิเช่น ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ท่าน ส.ส. นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ และมวลสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกจํานวนมาก ซึ่งในจํานวน ๘ ญัตตินั้นได้มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยยื่นถึง ๓ ญัตติ แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย มีความสนใจจะแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดที่สะสมมาช้านาน ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนว่าผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจํานั้นมีทั้งหมดประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ คน เป็นผู้ติดยาเสพติด เสียประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ คนเศษ ถ้าจะสรุปแล้วรวมแล้วปรากฏว่าบุคคลที่อยู่ในเรือนจํานั้น ที่ไม่ได้ติดยาเสพติดหรือต้องโทษข้อหาค้ายาเสพติดมีเพียง ๖๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น จะเห็นว่าในเรือนจํานั้นแออัดไปด้วยบุคคลที่ติดยาเสพติดให้โทษ ท่านประธานทราบไหมว่าวันนี้พี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง และญาติผู้ติดยาเสพติดนั้น มีความเจ็บปวดทรมานชีวิตขนาดไหนทั้งครอบครัว ในขณะเดียวกันที่ผู้ค้ายาเสพติด หรือผู้ผลิตมีความสุขบนความทุกข์ของพี่น้องประชาชนร่วมชาติ แน่นอนครับ ในโอกาส เดียวกันนั้นทําให้ทรัพยากรมนุษย์หรือทรัพยากรบุคคลที่เราต้องสูญเสียกําลังบุคคลที่จะ ช่วยกันสร้างชาติ แน่นอนที่สุด ถ้าหากว่ายังมีบุคคลที่ผลิตยาเสพติดหรือผู้ค้า เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าสมัยที่เป็นผู้แทนพรรคความหวังใหม่ แล้วก็ พรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทยนั้น เราได้เคยพูดอยู่เสมอว่าควรจะเอาผู้เสพยา ไปบํารุงรักษา เอาผู้ค้าไปติดคุก เอาผู้ผลิตนําไปประหารชีวิต เราได้พูดกันอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหลักการ ในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จะเห็นว่า ความสงบเรียบร้อย ยาเสพติดลดลงไป ผู้ติดยาเสพติดก็ลดลงไป ผู้ผลิตถูกประหารชีวิต จํานวนมาก แต่อย่างไรก็ตามถือว่าบุคคลดังกล่าวนั้นเราไม่มีความจําเป็น เราไม่เห็นด้วย ที่จะไปประหารชีวิต แต่ถือว่าบุคคลดังกล่าวนั้นฆ่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ฆ่าญาติพี่น้อง ของเขาทั้งเป็น แน่นอนครับ ผมคิดว่าวันนี้ขอสนับสนุนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยู่ในพื้นที่ ยกตัวอย่างที่ผ่านมาจังหวัดลพบุรี ผมเห็นไม่ทราบว่ายา มันลอยมาอย่างไรกลางอากาศ แล้วก็มีสัญญาณไฟส่งลงมาบนอากาศ ในขณะเดียวกันก็มีรถ เข้าไปเก็บยาดังกล่าว นั่นเขาไม่ได้ค้าบนถนนหรอกครับ เขาค้ากลางอากาศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ประจักษ์ชัด พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีทราบดี วันนี้ผู้ปกครองมาปรารภกับผมช่วยไปบอก เจ้าหน้าที่มาจับบุตรของเขาหน่อย ถ้าอยู่อย่างนี้จะติดยา ในขณะเดียวกันนั้นทรัพย์สิน เงินทองที่มีอยู่ก็ลักถึงกับฆ่าผู้ปกครอง สิ่งต่าง ๆ นี้เป็นประจักษ์ชัด ผมคงไม่ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าปัญหาตัวเลขต่าง ๆ นั้นท่านสมาชิกทั้งหลายได้กรุณานําเรียนไปแล้ว สนับสนุนโครงการดังกล่าวเพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในขณะเดียวกันนั้นพี่น้องครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ยอมไปจับ เกือบทุกหลังคาเรือนนักศึกษา นักเรียนจํานวนมหาศาลติดยาเสพติด เจ้าหน้าที่ไม่เอาจริงเอาจัง ผมบอกว่ามีบางคน ผู้มีอิทธิพลค้ายาบ้า ฆ่าคนตาย ขายของเถื่อน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปดําเนินการได้เลย ก็ฝากท่านประธาน ฝากไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องช่วยปราบปราม ให้มันเด็ดขาด ถ้าทําแบบนี้ชาติบ้านเมืองก็จะล้าหลัง รัฐบาลก็ต้องหางบประมาณมาเยียวยา ผู้เสพยาเสพติด ดังนั้น ผมอยากสรุปว่าฝากใครก็ตามที่เป็นคณะกรรมาธิการ อยากให้เห็น ออกมาอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ไปนั่งเป็นกรรมาธิการแล้วก็ไม่ค่อยเข้าประชุม อันนี้ฝากการบ้านไปเลยว่าอยากให้ทุกคนที่เข้าไปนั้นใช้สมอง ใช้ความคิด ช่วยกันแก้ไข ปัญหาอย่างยั่งยืนอย่างครบวงจร ดังนั้น ผมขอสรุปสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาท่านประธาน ประหยัดเวลาเพราะมีสมาชิกอีกหลายท่านที่จะอภิปราย ก็ขอสนับสนุนการยื่นญัตติทุกญัตติ ๘ ญัตติ ซึ่งเป็นของพรรคเพื่อไทย ๓ ญัตตินั้นให้บรรจุเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ ขอให้สภาแห่งนี้ลงมติ ถ้าเข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการสามัญก็คิดว่าจะไม่เกิดผลเท่าไรนัก ดังนั้นผมก็ขอสรุปสั้น ๆ ว่าขอสรุปเพื่อประเทศชาติ เพื่อพี่น้องประชาชน ถ้าหากว่า ประชาชนยังติดยาเสพติด แน่นอนประเทศชาติก็ไม่สามารถจะพัฒนาได้ เสียบุคลากร เสียบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศไทย ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ถึงแม้ประเด็นจะซ้ํา แต่ผมจะไม่ห้ามนะครับ อนุญาตให้ท่านสมาชิกอภิปราย แต่ขอช่วยดูเวลานะครับ ต่อไป คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมกราบเรียนว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมลงพื้นที่เยี่ยมหรือไปพบปะพี่น้องประชาชน อย่างสม่ําเสมอ ได้รับคําร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ มากมาย จะเป็นในเรื่องของความแห้งแล้ง เรื่องเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมากที่สุดก็คือเรื่องปัญหายาเสพติด ที่ได้รับคําร้องเรียนมากนั้น ความจริงก็พบได้แทบทุกอายุ แต่ที่พบมากก็คือวัยกําลังทํางาน หรือวัยรุ่น ในส่วนของนักเรียนขณะนี้ก็ลุกลามเข้าไปในโรงเรียนไม่น้อย ถึงแม้ครูอาจารย์ จะพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สามารถที่จะปราบปรามได้หมด เพราะว่ายาเสพติดในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศนั้นมีระบาดไปแทบทุกหย่อมหญ้า🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนว่าการระบาดของยาเสพติด ในช่วงหนึ่งที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล ช่วงนั้นก็รู้สึกว่า พี่น้องประชาชนชอบ เพราะเห็นว่ามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ได้ยาเสพติด จับได้ ปราบได้ก็นํามาเผาให้เห็น ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้จับได้มากขึ้นแต่ไม่เคยมีข่าวคราวในเรื่อง ของการนําไปเผา ไปทําลายให้พี่น้องประชาชนได้เห็น หลายคนยังพูด ซึ่งผมไม่เชื่อหรอกว่า ยาเสพติดที่จับได้มันอาจจะวนเวียนออกมาอีกหรือไม่ อันนี้ถ้ามีการทําลายให้เห็น ข้อกังขา เหล่านี้ของพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้นครับ ผมเรียนว่าการติดยาเสพติดมีผลกระทบอย่างมาก การระบาดของยาเสพติดก็จะทําให้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ต้องยอมรับในฐานะที่เป็นแพทย์ ก็เน้นว่าสุขภาพอนามัย ถ้าเป็นเด็กนักเรียนสมองก็จะทรุดโทรมลง ความจําเสื่อมต่าง ๆ การเล่าเรียนต่าง ๆ ก็จะไม่ประสบความสําเร็จ อนาคตเสียไป วิปริตต่าง ๆ เช่น การทําร้าย ตัวเอง เมายาบ้า ใช้มีดมาจ่อคอตัวเอง เหล่านี้เห็นบ่อยในข่าว ทําร้ายบุพการี พ่อแม่พี่น้อง ก็ไม่เลือก ถ้าในคนที่ติดยาเสพติดแล้วก็เสพอย่างรุนแรงทําร้ายผู้อื่น บางครั้งอาจจะเกิด การประมาทหรืออย่างไรไม่ทราบ เสพยาบ้าขับรถไปก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น แม้แต่ข่าวคราว ที่ครึกโครมอยู่ในปัจจุบันก็ดูเหมือนว่าจะมีข้อหาใหม่เกิดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย การปราบปราม ท่านประธานที่เคารพครับ ข่าวคราวต่าง ๆ ในเรื่องของการปราบปราม ก็ถือว่ามีการปราบปรามที่จับได้มาก แต่หลายคนก็ยังพูด ซึ่งผมไม่คิดว่าจะเป็นที่ใดที่หนึ่ง แต่ว่าอาจจะมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิต การค้า การขนส่งยาเสพติด ผู้มีอิทธิพลก็มี หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็จะถูกกล่าวหาไปด้วย อันนี้เป็นภาพทั่วไป ไม่ได้ระบุฝ่ายใด แต่ต้องกราบเรียนให้ทราบว่าพี่น้องประชาชนเขาคิดอย่างนั้น สงสัย อย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นการปราบปรามจะลําบาก เพราะว่ามีหลายฝ่ายล้วนแต่ผู้ที่มีอิทธิพล หรือมีอํานาจต่าง ๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง บางครั้งการตรวจปัสสาวะของผู้ที่เดินทางผ่านไปผ่านมา ผ่านด่าน อันนี้มีข่าวคราวทางสื่อมวลชนออกมาก็เห็นว่าพอตรวจที่ด่าน ด่านตรวจ ของเจ้าหน้าที่ตํารวจพบว่ามีปัสสาวะสีม่วงคือเหมือนกับว่าเสพยามา แต่เขาก็ปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เสพ เขาไปตรวจใหม่ที่โรงพยาบาลในเวลาใกล้เคียงกัน สถานที่ใกล้เคียงกัน ก็ปรากฏว่าไม่มี ปกติ เหล่านี้ก็เกิดขึ้นในข่าวคราวที่เห็นในสื่อมวลชนก็ดี สิ่งเหล่านี้ ก็หมายความว่าบางทีก็ทําให้ลําบากเหมือนกันที่เราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะว่าก็เป็นเรื่องที่ หลายคนกังขา ผมอยากจะเรียนตอบว่าการบําบัดผู้ติดยาเสพติดเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ เพราะผู้ติดยาเสพติดไม่ใช่อาชญากร อยากจะให้กฎหมายชัดเจนว่าผู้ติดยาเสพติด ไม่ใช่อาชญากรจะต้องเอาไปบําบัดรักษา แต่ที่ผ่านมาเวลาตํารวจหรือเจ้าหน้าที่จับได้ มักจะบอกข้อหาว่าเป็นผู้ค้า ถ้าเสียเงินเสียทองหรืออะไรต่าง ๆ บางทีก็หายไป จบไป แล้วก็ การที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทําให้ผู้ปกครองของลูกหลานต่าง ๆ ไม่กล้าที่จะนําลูกหลาน ไปรักษา ไปบําบัด เพราะเกรงจะถูกข้อหาว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติด นี่คือปัญหาอุปสรรคอันหนึ่ง ที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องนําไปพิจารณา การตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติดให้โทษในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดน่าจะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญและจําเป็น เพราะคนติดยาเสพติดถ้าไม่เสพ ถ้าไม่มีอาการก็จะเหมือนคนธรรมดา พ่อแม่ผู้ปกครองพาไปโรงพยาบาลก็จะไปเข้ากลุ่ม ก็จะรู้สึกละอาย ไปครั้งเดียว หมอนัดไม่ไปอีกแบบนี้ก็ไม่ประสบความสําเร็จในเรื่องของ การบําบัด เพราะฉะนั้นการมีศูนย์บําบัดยาเสพติดเกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่น่าจะ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยนะครับ ที่สําคัญอีกอันหนึ่งคือเรื่องการป้องกัน การที่จะนําผู้ที่ติดยา เสพติดไปเข้าคอร์ส (Course) เข้าฝึกอบรมต่าง ๆ ซึ่งเคยเห็นทํามากอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ หาย ๆ ไป ผมสรุปว่าขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป นางสาวละออง ติยะไพรัช หลังจากนั้นจะเป็น พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แล้วก็เป็น นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ขอเชิญ นางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ท่านประธานคะ ในเรื่องของยาเสพติดไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งจะเกิด แต่เป็นเรื่องที่ เป็นปัญหาเรื้อรังมาตลอด ปัญหาของสังคมไทย และดิฉันเองก็ต้องขอขอบคุณสํานักวิชาการ ของสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันพยายามหาข้อมูลว่าข้อมูลในการศึกษาในเรื่องของปัญหา ยาเสพติดนี้ทําไว้ แล้วก็มีหน่วยงานไหนบ้างที่ทํา และดิฉันก็อ่านเรื่องรายงาน ผลการดําเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ดิฉันอ่านแล้ว ในทุกหัวข้อเราได้ทําในเรื่องของการบริหารจัดการ มีหัวข้อการบริหารจัดการในเรื่องของ ปัญหายาเสพติด มีหัวข้อการป้องกันยาเสพติด การปราบปรามยาเสพติด การบําบัดรักษา ยาเสพติด แล้วก็อื่น ๆ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีศึกษาแล้วเราไม่มีข้อมูล และดิฉันก็สงสัยว่าเมื่อเรามีงบประมาณให้ ในส่วนของ ป.ป.ส. หรือแก้ไขปัญหายาเสพติดตรงนี้ ทําไมยาเสพติดถึงระบาด แล้วก็มีเพิ่ม มากขึ้นเกือบทุกวัน แล้วก็ปัญหาเรื่องของอาชญากรรมก็มากขึ้น ดิฉันก็มาหาสาเหตุว่าปัญหาและสาเหตุจริง ๆ ในเรื่องของยาเสพติดเราเคยทําวิจัย หรือเราเคยดูไหมว่าปัญหาจริง ๆ แล้วมันเกิดจากความยากจนหรือเปล่า ความยากจนของ พ่อแม่พี่น้องประชาชน ความยากจนก็คือการที่ไม่ได้รับโอกาสจากรัฐบาลที่จะดูแล พี่น้องประชาชน แล้วก็เรื่องของการตกงานในเรื่องของอาชีพต่าง ๆ เหล่านี้ ดิฉันว่ามันน่าจะ เป็นสาเหตุหนึ่งของการค้ายาเสพติด แล้วก็มีผู้เสพยา อันนี้คือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก เยาวชนก็ได้ หรือในเรื่องของอารมณ์ หรือเรื่องของอะไรต่าง ๆ ที่ทําให้คุณต้องไปติดยาเสพติด อันนี้น่าจะมีปัญหาหนึ่งที่ดิฉันมองไม่เห็นว่าเราได้รับการดูแลจากรัฐบาลในตรงนี้นะคะ🔗
อันที่ ๒ ในเรื่องของยาเสพติดที่ ป.ป.ส. จับได้ล็อต (Lot) ใหญ่ ๆ ที่ผ่านมา ดิฉันได้อ่านในรายงานนี้บอกว่าเราเก็บรักษาที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดูแล แล้วก็ได้ ทําลาย ถึงแม้จะไม่ครบอายุก็ทําลาย และดิฉันเห็นว่าในเรื่องของที่มันเป็นมหาศาลเหล่านี้ มันสามารถที่จะเอาสารเคมีบางตัวในยาบ้าหรือในสารเสพติดเหล่านี้ มันสามารถที่จะ ทําประโยชน์ เอามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ใหม่ได้หรือไม่ อันนี้ดิฉันก็สงสัยว่าเราเผาทิ้งไป มันเหมือนกับเราเอาทรัพยากรที่มันมีส่วนผสมหลายอย่าง ถ้าเราแยกตัวยาออกมา เราสามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อหรือไม่ อันนี้พอดีดิฉันอ่านแล้วมันไม่มีในข้อมูลเหล่านี้ ดิฉัน ก็อยากจะให้กรรมการที่ศึกษาลองดูว่าเม็ดเงินที่เราใช้มหาศาลในเรื่องของการปราบปรามก็ดี เงินมหาศาล ทรัพยากรที่เราสูญไปก็ดี ในประเทศชาติไม่ว่าจะรายงานหรือมันสมอง ของประเทศมันได้สูญไปกับในเรื่องของยาเสพติด เราสามารถที่จะทําวิธีไหนที่จะทําให้เรา มีเงินเพิ่มขึ้น หรือเราสามารถที่จะเอาแรงงานกลับมาได้มากขึ้น นโยบายของรัฐบาลที่ควรจะ เข้าไปในชุมชน สังคม เมื่อสักครู่คุณอนุรักษ์ บุญศล ได้พูดถึงทั้งเรื่องของอ่างเก็บน้ํา ทั้งในเรื่องของอาชีพ ในเรื่องของราคาพืชผลต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มีส่วนทั้งนั้นที่ทําให้ พี่น้องประชาชนของเรา มันมีความยากจน สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้ บางทีเราก็มอง เหมือนกับคนค้ายาเสพติดเป็นเหมือนอาชญากรรม เป็นอะไรก็ตาม ก็คือทุกคนมันมีตัณหา และทุกคนดิฉันมองดูก็มีความอยากที่จะได้ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเราไม่สร้างพื้นฐาน เราไม่ได้สร้างอาชีพ เราไม่สร้างโอกาสให้กับประชาชน ดิฉันว่ายาเสพติดเป็นส่วนหนึ่ง ที่มาจากตรงนี้ คุณปราบปรามอย่างไร ใช้เงินอย่างไร มันก็อยู่อย่างนี้ แล้วก็ในเรื่อง การรักษา🔗
อันที่ ๓ ในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ดิฉันอยากจะทราบว่า ในส่วนของการป้องกันเราสามารถที่จะใช้เหมือนกับ อสม. การดําเนินการร่วมกันทั้งประเทศ ในเรื่องของโควิด (COVID) มันสามารถจะเป็นบทเรียนในการที่เราจะมาใช้เป็นนโยบายของ เรื่องยาเสพติดได้ไหม เราสามารถจะให้ความรู้ได้ไหม และเราสามารถที่จะดูในทั้งพื้นที่ของ แต่ละพื้นที่ได้ว่าคนเสพยา สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็จะมีการประชาคมกันว่า ในพื้นที่ในหมู่บ้านนี้มีคนเสพยาเสพติดที่เราสามารถรู้ได้ แล้วเขาก็เอาไปใส่กล่อง ความคิดเห็นในหมู่บ้าน แต่วันนี้ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็สามารถที่จะทําได้ ดิฉันอ่านแล้วก็ ไม่มีในส่วนของการที่จะทําให้แจ้งเบาะแสการป้องกันแก้ไขยาเสพติด ไม่มีแอปพลิเคชัน (Application) หรือการสื่อที่จะให้ทางหน่วยงานรู้ได้ว่าตรงไหนที่มีคนติดยา หรือตรงไหน เป็นแหล่งที่ผลิตยาเสพติด ตรงนี้ดิฉันอยากจะให้เรามีแอปพลิเคชัน (Application) หรือมี สื่อสารที่ไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนบอก หน้าสุดท้ายก็จะมีเบอร์โทรศัพท์ที่จะแจ้ง เบาะแส ถ้ามีเบอร์โทรศัพท์ดิฉันว่าคนที่จะแจ้งไปทางหน่วยงานสํานักงาน ป.ป.ส. คงจะ ไม่กล้า เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของผลประโยชน์ เป็นเรื่องของที่มีได้มีเสีย อันนี้ดิฉันคิดว่า พี่น้องประชาชนคนที่มีความอยากจะให้การปราบปรามนี้ได้ก็คงจะไม่มีใครกล้าโทรศัพท์ไป ตามเบอร์ที่ ป.ป.ส. ให้ไว้ วันนี้ดิฉันก็ขอฝากว่าถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการหรือมีการศึกษา คงจะต้องศึกษาในเรื่องของปัญหาและสาเหตุจริง ๆ ของยาเสพติดนี้มันมาจากอะไรกันแน่ มาจากว่าคนอยากเสพหรือมาจากเศรษฐกิจค่ะ ท่านประธานขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนางสาวละออง รักษาเวลา ต่อไป พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขอสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาวิธีแก้ไขปัญหายาเสพติด จริง ๆ ปัญหา ยาเสพติดนี้ก็เกี่ยวเนื่องกับญัตติก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก ก็คือญัตติเรื่องเรือนจําที่เราได้ ร่วมกันอภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็ทราบกันดีแล้วว่าผู้ต้องขังในเรือนจําของ ประเทศเรานั้นก็เต็มไปด้วยนักโทษคดียาเสพติดถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า ถ้าเราแก้ไขปัญหายาเสพติดนี้ได้เราก็จะแก้ไขปัญหาของเรือนจําได้ไปในตัวเอง และนักโทษ คดียาเสพติดเองก็เป็นรายเล็กรายน้อยแทบจะล้วน ๆ เลยนะครับท่านประธาน โดยที่คนค้า รายใหญ่ก็ยังอยู่กันสบายอยู่ ผมก็เลยอยากที่จะเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาฉุกคิดกันว่าถ้าไม่มี รายใหญ่มันก็จะไม่มีรายน้อย แต่ถ้ามีรายใหญ่ คือรายใหญ่มันก็จะผลิตรายเล็กรายน้อย เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ก็จับกันไม่หวาดไม่ไหว เพราะว่าจับรายเล็กรายน้อยแล้ว รายใหญ่มันก็ผลิตรายเล็กรายน้อยเพิ่มขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ได้ผลจริงต้องโฟกัส (Focus) ที่รายใหญ่เท่านั้น ส่วนรายเล็กรายน้อยเราต้องมองว่าเขาเป็น อาชญากรให้น้อยลง เราต้องทุ่มทรัพยากรไปทางนี้ให้น้อยลงสําหรับพวกรายเล็กรายน้อย ที่มีจํานวนมากนี้ แล้วเราก็ต้องทุ่มทรัพยากรไปกับการจัดการกับผู้ค้ารายใหญ่ให้ได้ เพราะว่า อะไรครับ เพราะว่าทรัพยากรบุคคลของเรามีจํากัดใช่ไหมครับ เราต้องโฟกัส (Focus) ให้ถูกจุด ถ้าเราสังเกตดี ๆ คดีอาชญากรรมอื่น ๆ ที่เป็นคดีดัง ไม่เกินกําลังของตํารวจ หรอกครับที่จะตามสืบตามจับได้ เช่น คดีฆ่าคนตายที่เป็นคดีดัง คือตํารวจไปดูที่เกิดเหตุ เจอแต่ร่องรอย ไม่ได้เจอคนที่จะไปสอบถามคนต้องสงสัยที่จะไปสาวถึงผู้ว่าจ้างได้ คือเขายัง ใช้แค่ร่องรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ ยังตามหาคนร้ายได้เลย ได้ทั้งยวงด้วย พอมาเทียบกับ คดียาเสพติด การที่ตํารวจจับคนที่เป็นรายเล็กรายน้อยได้ ทําไมถึงสาวไปถึงผู้ค้ารายใหญ่ ไม่ได้ละครับท่านประธาน ด้วยเทคนิคแล้วไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยตํารวจจะสืบหารายใหญ่ได้ แล้วทําไมไม่ทํา ทําไมถึงปล่อยให้รายใหญ่ยังคงอยู่ แล้วก็ทําให้รายใหญ่ก็สร้างรายเล็กรายน้อย เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่จับอย่างไรก็จับไม่หมด หรือว่าผู้ค้ารายใหญ่มันมีอิทธิพลต่อ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ๆ หรืออย่างไรถึงไม่กล้าทํา ถึงแม้เราจะกําหนดโทษให้สูง ๆ เอาไว้ก่อน อย่างกําหนดโทษให้สูงถึงประหารชีวิตเลยก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเกิดว่าพ่อค้ารายใหญ่ เขาไม่กลัว ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่ไม่กล้าไปจับ จะว่าไปข้าราชการในประเทศเราโดยเฉพาะตํารวจ ก็มีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทแรกก็คือเป็นคนประเภทที่ขี้เบ่ง วางก้ามกับคนตัวเล็กตัวน้อย แต่พอไปเจอคนรวย คนใหญ่คนโตก็นอบน้อมเอาใจ และอีกประเภทหนึ่งเป็นคนประเภทที่ อ่อนน้อมต่อประชาชนตัวเล็กตัวน้อย แต่ว่ายืนตรงไม่อ่อนข้อกับคนรวย คนใหญ่คนโต ประเภทแรกก็คือพวกอยู่เป็น แต่ประเภทหลังก็คือพวกอยู่ไม่เป็น เราต้องให้คุณค่ากับ ข้าราชการประเภทหลัง ส่วนข้าราชการประเภทแรกต้องอย่าให้เขาได้เติบโตได้ รวมไปถึง นโยบายจากรัฐด้วย รายเล็กรายน้อยเราอาจจะต้องเปลี่ยนนโยบายว่าเขาไม่ใช่อาชญากร ไปเลย แล้วเอากําลังมาจัดการกับรายใหญ่ เมื่อไม่มีรายใหญ่ก็จะไม่มีรายเล็กรายน้อยนะครับ หลักการที่ผมเสนอไปนี้เรียบง่ายมากเลย ทุกท่านน่าจะเข้าใจได้ง่าย ไม่ทราบว่าทําไมรัฐบาล ที่ผ่านมาหลายปีตั้งแต่รัฐประหารปี ๒๕๔๙ ทําไมจึงไม่ทํา ปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ ได้อย่างไร การแก้ไขปัญหาต้องแก้ด้วยนโยบายรัฐ ปล่อยให้ข้าราชการเอาจริงเอาจัง เขาก็ไป เอาจริงเอาจังแต่กับรายเล็กรายน้อยแค่นั้นสิครับ เพราะง่ายกว่า ดังนั้น รัฐต้องตีกรอบ ต้องให้โฟกัส (Focus) ให้ถูกจุด หรือถ้าจะมีคนโทษว่าต้องแก้ที่สถาบันครอบครัว ต้องแก้ ที่จิตสํานึก พูดง่าย ๆ คือเป็นการโทษที่ประชาชนนั่นแหละ คิดแบบนี้ก็ไม่มีวันแก้ไขปัญหาได้ เพราะมันต้องใช้นโยบายแก้ ถ้าแก้ไม่ได้ต้องโทษที่รัฐบาล ไม่ใช่โทษที่ประชาชน ประเด็นต่อมาผมก็จะพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกแบบหนึ่งที่ทวีปยุโรปเขาใช้กัน แล้วมันเวิร์ก (Work) มากเลย วิธีนี้เราอาจจะไม่คุ้น อาจจะต้องใช้เวลากันสักหน่อย ถึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เวลาที่ผมพูดก็จะมีจํากัด ผมก็เลยอยากจะเชิญชวนดูภาพยนตร์ สารคดีกันอีกรอบหนึ่ง จากญัตติก่อนหน้านี้ที่ผมได้อภิปรายและแนะนําให้ดูสารคดีที่สนุก มาก ๆ เรื่องหนึ่งชื่อแวร์ ทู อินเวด เนกซ์ (Where to Invade next) ชื่อไทยก็คือ บุกให้แหลก แหกตาดูโลก กํากับโดยไมเคิล มัวร์ เกี่ยวกับประเด็นการจัดการผู้ต้องขังและ กระบวนการยุติธรรม และสภาพเรือนจําของประเทศนอร์เวย์ ในญัตตินี้ผมก็ขออนุญาต แนะนําเรื่องนี้อีกรอบหนึ่งนะครับ เพราะว่าเขาก็ได้เข้าไปดูการแก้ไขปัญหายาเสพติด ของประเทศในประเทศโปรตุเกสด้วย มันก็จะทําให้เราเข้าใจได้ดีกว่าการที่เราเอาเงินภาษี ของประชาชนไปดูงานที่ทวีปยุโรปอีก ก็เลยอยากจะเชิญชวนให้หาเวลาว่างมาดูกัน โดยเฉพาะท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กําลังจะตั้งนี้นะครับ กล่าวโดยสรุปเลยก็คือวิธีการ คิดของประเทศโปรตุเกสนั้นเขาไม่ได้มองผู้ใช้สารเสพติดบางชนิดว่าผิดกฎหมายหรือมีปัญหา ร้ายแรง เพราะอัตราคนที่ใช้สารเสพติดแล้วก่อให้เกิดปัญหานั้นมีน้อยมากเลย เทียบกับ จํานวนผู้ใช้สารเสพติดทั้งประเทศที่ใช้สารเสพติดเพื่อความบันเทิงอย่างพอเหมาะก็จะ ไม่ทําให้เกิดผลเสียต่อตัวเองและสังคม ดังนั้น คนที่ใช้สารเสพติดจึงไม่ถูกจับ ไม่ผิดกฎหมาย และแนวคิดดังกล่าวก็มีใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แนวคิดดังกล่าวก็ทําให้ประเทศโปรตุเกส ประสบความสําเร็จในการลดผลกระทบที่เกิดจากยาเสพติดมากเลยทั้งต่อสุขภาพของผู้ใช้เอง และสังคมโดยรวมอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งกับประเทศไทยเราก็ได้แค่ฝันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่มีผลต่อผลลัพธ์ดี ๆ ที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าทุกท่านก็คงเล็งเห็นว่า ประเทศที่มีประชาชนพลเมืองที่เข้มแข็ง สังคมที่แข็งแรง เศรษฐกิจดีก็จะทําให้ปัญหายาเสพติด น้อยลงไปมาก ๆ หมดเวลาแล้ว ก็ฝากทุกท่านช่วยกันผลักดัน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หลังจากนั้นก็จะสลับไปที่นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ หลังจากนั้นก็จะเป็น คุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา คุณคําพอง เทพาคํา ขอเชิญนายแพทย์กิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ร่วมกับท่านคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ รวมทั้ง สมาชิกอีกหลายท่านนะครับ ก็นําเรียนท่านประธานสภาว่ายาเสพติดเป็นเรื่องสําคัญ และเป็นเรื่องที่ประเทศไทยของเรามีปัญหาและทําลายประเทศไทยของเรามามาก ท่านประธานครับ ในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจําจังหวัดจะต้องเดินทางพบปะ กับพี่น้องประชาชนในทุกวันหยุดที่เราหยุดจากการประชุมสภา ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ฝาก ปัญหา ๒ เรื่องใหญ่ ๆ บอกว่าท่านผู้แทน ผมมีปัญหาที่อยากฝากท่านผู้แทนอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องของเศรษฐกิจ อยากให้ผู้แทนไปหารือกับทางรัฐบาลจะทําอย่างไร ให้เศรษฐกิจดีขึ้น เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของยาเสพติด พี่น้องประชาชนบอกว่าปัญหายาเสพติด ในปัจจุบันมีความรุนแรงขึ้น สร้างปัญหาให้กับครอบครัวของเขาซึ่งไม่ว่าพ่อแม่หรือลูก ก็กระทบไปหมด นําเรียนว่าผมไปพบกับพี่น้องประชาชน เขาขอมาพบ แล้วก็ขอฝาก เรื่องของปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะ ผมอยู่จังหวัดมหาสารคาม เป็นเมืองการศึกษา มีนักศึกษาเยอะที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย แล้วก็ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราพบว่านักศึกษา แล้วก็เด็ก ๆ นักเรียนมีปัญหายาเสพติด มามากมาย การซื้อขายยาเสพติดก็ง่ายขึ้น ราคายาเสพติดก็ถูกลง ลูกหลานก็ติดยา พ่อแม่ ก็ติดยา ผมยังมีสิ่งที่เรียกว่าน่าจะตลกนะครับ ผมถามเขาบอกว่าคุณตาคุณยายเลี้ยงหลาน พ่อแม่ไปไหน เขาบอกว่าพ่อแม่ไปฮ่องกง ผมก็คิดว่าสงสัยทํางานฮ่องกงเงินเดือนคงจะดี เขาบอกไม่ใช่คุณหมอ คุณแม่คุณพ่อเขาติดคุก ซึ่งอันนี้คือสิ่งที่สะท้อนว่าตอนนี้สังคมเรา ปัญหายาเสพติดเข้าไปทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ในประเทศไทย ท่านประธานครับ สถานการณ์ ยาเสพติดในประเทศไทยมีความรุนแรงขึ้น ในเดือนสิงหาคมมีผู้ป่วย ผู้ต้องขังติดคดี ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนผู้ต้องขัง นี่คือผู้ต้องขังคดียาเสพติดคือ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ส่วนใหญ่อายุ ๑๕-๒๐ ปี แล้วก็เป็นคดียาบ้า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ กัญชา ๖.๘ เปอร์เซ็นต์ กระท่อม ๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เยาวชนของเราที่ติดยาเสพติดต้องเรียกว่า ประเทศไทยของเราต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่จําเป็นต้องใช้ในการแข่งขัน ในการพัฒนา ประเทศ เราต้องแบกกับปัญหายาเสพติด เราต้องสูญเสียทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่ต้องมาดูแล มาแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกมากมาย ถ้าคิดเป็นตัวเลขค่าใช้จ่าย ในการดําเนินคดี ค่าเงินเดือน ค่าสถานที่ ค่าใช้จ่ายของกรมราชทัณฑ์เฉลี่ย ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อคดี ผู้ต้องขังคดียาเสพติด ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้คิดไปก็เป็น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เป็นจํานวนเงินถ้าสูญเสียผลิตภาพของสมาชิกในครอบครัวจากการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล คิดเป็นตัวเลข ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ค่าความสูญเสียจากผู้ต้องขัง อันนี้ก็เป็น ๒๕๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี แล้วก็งบประมาณของการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอีก ๔,๙๐๐ ล้านบาทต่อปี ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ตัวเลขก็มีความสุขของคนในครอบครัวที่หายไป พ่อแม่ที่ลูกหลานติดคุก ลูกหลานที่พ่อแม่ติดคุก ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หนี้สินที่เพิ่มขึ้น ความเครียดที่ตามมา อันที่ ๒ คือความเสี่ยงของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมา ยาบ้า เราไม่เป็นหรอกครับ ครอบครัวเราไม่มีใครติดยาบ้า แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า คนที่ติดยาบ้า เมายาบ้าจะมาทําร้ายคนในครอบครัวของเรา นี่คือความเสี่ยงของคนในสังคม ที่เพิ่มขึ้น เราสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาประเทศ ในการแข่งขันของประเทศอื่น ๆ ผมขออนุญาตว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดสิ่งที่สําคัญที่สุดคือการป้องกันการสร้าง ความเข้มแข็งให้กับสังคมของเรา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสถาบันที่ใกล้ชิดก็คือครอบครัวจะต้อง เข้มแข็ง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รพ.สต. อสม. อบต. เทศบาล โรงเรียน ครูบาอาจารย์ วัดวาอารามก็ต้องช่วยกันหมดนะครับ ผมเจอโครงการของสํานักงานตํารวจแห่งชาติคือ ครูแดร์ (D.A.R.E.) ก็คือย่อมาจาก ดรัก อะบิวส์ รีซิสแทนท์ เอดดูเคชัน (Drug Abuse Resistance Education) ตอนผมเป็นนายกเทศมนตรีก็มีการอบรมกับทางตํารวจ เขาจะให้ เด็กเรียนรู้ผลเสียของยาเสพติด ๒. รู้จักทักษะในการตัดสินใจ ๓. รู้จักวิธีต่อต้านและ การปฏิเสธ ๔. รู้จักทางเลือกอื่นนอกจากยาเสพติดหรือการใช้ความรุนแรง นอกจากนั้นแล้ว การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง การสร้างพื้นที่ดี ไม่ว่าจะเป็นลานกีฬาหรือพื้นที่สีขาวอื่น ๆ ให้กับ ลูกหลานของเรา นี่คือสิ่งที่เราจะต้องทําร่วมกัน🔗
สุดท้ายนี้ผมก็ขอสนับสนุนการเสนอญัตติในการที่จะขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบครบวงจรครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ญัตติ เป็นญัตติของท่านนริศ ขํานุรักษ์ ญัตติของท่านอิสสระ สมชัย พร้อมด้วยญัตติ ของเพื่อนสมาชิกอีก ๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกท่านคงไม่ปฏิเสธว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติ เป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งมีสาเหตุสลับซับซ้อนยากที่จะแก้ไข ควรอย่างยิ่งที่จะหยิบยกปัญหานี้มาแก้ปัญหา เป็นวาระแห่งชาติเพื่อระดมทุกภาคส่วน ระดมแนวคิดจากทุก ๆ ท่านในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้เพื่อหาทางออกจากปัญหายาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอแบ่งปัญหา ยาเสพติดออกเป็น ๔ ด้านด้วยกัน🔗
ด้านที่ ๑ เป็นปัญหาของผู้เสพ ผู้เสพก็จะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการบําบัด และการรักษา ผู้เสพนั้นเป็นที่บุคคล บางคนมียาเสพติดอยู่ตรงหน้าก็ไม่ติดครับ อาจจะด้วย ว่าเป็นคนมีจิตแข็งก็ได้ไม่ติดยาเสพติด บางคนเมื่อมีสิ่งเสพติดอยู่ใกล้ตัวก็ชอบที่จะทดลอง ชอบที่จะเรียนรู้ คุณสมบัติของสารเสพติดก็คือเมื่อใช้แล้วจะต้องใช้มากขึ้น แล้วใช้แล้วก็มี คุณสมบัติในการทําให้สมองทําให้จิตใจจะต้องพึ่งพาสิ่งนั้น ซึ่งจะเรียกสิ่งนั้นว่ายาเสพติด นั่นเอง เพราะฉะนั้นในด้านของผู้เสพนั้นขึ้นกับปัจเจกบุคคลด้วย อาจจะขึ้นกับเรื่องของ พันธุกรรม ขึ้นอยู่กับยีน (Gene) ด้วยก็ได้🔗
ด้านที่ ๒ ด้านผู้ค้า ผู้ค้านี้ก็หวังผลประโยชน์จากเงินทอง จากความร่ํารวย แล้วก็พัวพันไปจนถึงเรื่องของส่วย เรื่องผลประโยชน์ที่จะมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่🔗
ด้านที่ ๓ ก็คือด้านที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ผมเชื่อว่ากฎหมาย ในประเทศไทยมีเพียงพอสําหรับการบังคับใช้เพื่อจัดการผู้ค้ายาเสพติด แต่ว่าการบังคับใช้ กฎหมายอาจจะย่อหย่อนไป ในส่วนนี้เป็นส่วนด้านที่ ๓🔗
ด้านที่ ๔ เป็นปัจจัยในเชิงป้องกันมิให้ประชาชนหรือเยาวชนติดยาเสพติด ปัจจัยในเชิงป้องกัน ปัจจัยในเชิงสนับสนุนให้ติด ปัจจัยที่จะยับยั้งหรือเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุน ให้เกิดการติดยาเสพติด🔗
เพราะฉะนั้น ๔ ปัจจัยนี้แหละผมอยากที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นได้แยกแยะเพื่อระดมความคิด แล้วก็ข้อเสนอแนะออกเป็นส่วน ๆ เพื่อที่จะได้นําไป แก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและถูกด้านของยาเสพติด ในด้านของผู้เสพจะต้องเตรียมโรงพยาบาล หรือศูนย์บําบัดให้เพียงพอ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผมถ้ามีคนในครอบครัวติดยาเสพติด พ่อแม่เหมือนตกนรก ไม่รู้จะทําอย่างไรกับลูกของเขาที่ติด โดยเฉพาะขณะนี้ก็คือเรื่องของ ยาบ้า พฤติกรรมก็เปลี่ยนจากคนที่มีอารมณ์ดีก็กลายเป็นคนดุร้าย เป็นคนที่มีประสาทหลอน ความไม่ปลอดภัยในครอบครัวเกิดขึ้น ครอบครัวก็เหมือนกับตกอยู่ในนรก แล้วก็ไม่รู้จะเอาไป บําบัดที่ไหน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ศูนย์บําบัดก็หายาก มีแต่ผู้ป่วยนอก ถ้าเป็นผู้ป่วยในก็หายาก อันนี้จะต้องจัดให้มีศูนย์บําบัดหรือโรงพยาบาล หรือมีจิตแพทย์ หรือพยาบาลจิตเวช ให้เพียงพอในทุก ๆ จังหวัดนะครับ🔗
ด้านที่ ๒ เกี่ยวกับผู้ค้า ในส่วนนี้ต้องดําเนินคดีให้เฉียบขาด แล้วส่วนใหญ่ ที่ไปอยู่ในเรือนจําก็เป็นผู้ค้ารายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ แล้วก็เข้า ๆ ออก ๆ อันนี้เกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ บางทีผู้ค้านี่ไม่ได้ติดยาเสพติด แต่ว่าก็มีผู้ค้ารายเล็ก รายกลาง ก็คือ เสพไปด้วย ขายไปด้วย หาเงินรายได้มาเพื่อเสพด้วย ซึ่งถ้าจะให้ไปอยู่ในเรือนจําหรือ ทัณฑสถานไม่เพียงพอ ปัจจุบันเรือนจําจุนักโทษ ๓๗,๐๐๐ กว่าคน คดียาเสพติดเกือบ ทั้งหมด เกือบส่วนใหญ่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าจัดการเรื่องคดียาเสพติดได้ จัดการตั้งแต่ ต้นทางป้องปรามอย่าให้มีการค้ายาเสพติดได้ เรือนจําว่างเลยครับ ประหยัดงบประมาณ เป็นจํานวนมาก🔗
ด้านที่ ๓ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย จะต้องให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่ ผมไม่ระบุว่าหน่วยงานไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตั้งแต่ ป.ป.ส. ตํารวจ ฝ่ายปกครองก็เกี่ยวข้องด้วย กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ถ้าเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่มีธรรมาภิบาล แล้วก็เป็นพวกที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ ดํารงชีวิตด้วย เศรษฐกิจพอเพียง มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะให้สังคมมีความสะอาดเกลี้ยงเกลา ไม่มีปัญหา ยาเสพติดในชุมชนหรือในสังคม เขาย่อมสามารถที่จะรู้และจะจัดการกับผู้ค้ายาเสพติดได้เป็น อย่างดี ในด้านสุดท้าย🔗
ด้านที่ ๔ ที่ผมจะขยายความ ปัจจัยสนับสนุน ปัจจัยป้องกัน ปัจจัยที่จะยับยั้ง ก็คือเรื่องของการจัดให้มีการบริหารเวลาว่างของเด็กและเยาวชนในชุมชน กีฬานั้น เป็นยาวิเศษ ในชุมชนเราจะออกแบบกีฬาให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อยากจะนําเรียนว่าเวลาวันละ ๒๔ ชั่วโมงนั้น ๘ ชั่วโมงสําหรับการนอนไม่มีปัญหา ๘ ชั่วโมง สําหรับการทํางานไม่มีปัญหา แต่ ๘ ชั่วโมงสําหรับเวลาว่างคือเวลาที่จะทําให้จิตตกและทําให้ ยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมจึงขอฝากท่านคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องนั้นได้จัดการระดม ความคิดเห็นทั้ง ๔ ด้านนี้เพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคมเพื่อส่งต่อให้รัฐบาล ดําเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๙ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ มาอย่างยาวนาน และเป็นห่วงโซ่ที่ผูกร้อยกันเป็นขบวนการ เป็นระบบ และขยายวง อย่างเงียบ ๆ แบบท้าทายต่อกฎหมายบ้านเมือง จากระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม ระดับชาติก็ดูเหมือนว่าประเทศของเรานั้นไม่สามารถก้าวข้ามพ้นคําว่าเป็นประเทศที่เป็น เส้นทางทางผ่านของการลําเลียงของยาเสพติดไปได้ เราจะเห็นได้จากข่าวล่าสุดที่จับกุมได้ ล็อต (Lot) ใหญ่ที่สุดของการจับยาเสพติดที่จังหวัดกาญจนบุรี มีมูลค่ายาเสพติดถึง ๑,๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนขณะนี้ได้มีปัญหาแพร่เข้าไป ในสถานศึกษาทุกระดับอย่างรุนแรง ผลคือประชาชน ประชากรของประเทศอ่อนแอ กลายเป็นผู้ป่วย มีคดีของผู้ติดยาเสพติดที่เพิ่มจํานวนผู้ต้องขังอย่างมากมายจาก คดีอาชญากรรมความผิด ทั้งกระทําต่อผู้มีพระคุณ บิดา มารดา ปู่ย่าตายาย พี่น้อง คนในครอบครัว และกระทําต่อบุคคลอื่นในสังคม ท่านประธานคะ ถึงเวลาที่เราต้องมีกระบวนการในการบริหารจัดการอย่างจริงจังและ เคร่งครัด เราต้องสร้างภูมิคุ้มกัน โดยผ่านกระบวนการอบรมเลี้ยงดู หล่อหลอมให้เด็ก สามารถดํารงชีวิตได้อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด เราต้องอาศัยพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยเฉพาะ กลไกของครูเป็นหลักในการถ่ายทอดในช่วงของปฐมวัย ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และกลไกจากเพื่อนในระดับอุดมศึกษา เราต้องมีมาตรการเชิงรุก ต้องมีการค้นหา ตรวจสอบ ให้องค์ความรู้กับเด็กเยาวชน ผู้นําชุมชนด้วยระบบเครือข่าย สร้างระบบจิตอาสาอย่างจริงจัง และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะให้ความร่วมมือในการแจ้ง เบาะแสของผู้ค้ายาเสพติดอย่างเป็นกระบวนการด้วยความเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น จะสามารถดูแลปกป้องพี่น้องประชาชนได้ มาตรการในการให้การรักษาผู้ป่วย เราต้อง ให้โอกาสเมื่อเด็กเยาวชนประชาชนนั้นได้พลั้งพลาดเข้าไปสู่วงจรของยาเสพติด ในอดีต เราเคยให้โอกาสของผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย เราเคยคืนลูก เคยคืนคนดีกลับสู่สังคม โดยเฉพาะ ปัจจุบันนี้เรามีผู้ป่วยอันดับ ๑ คือผู้ป่วยของยาบ้า ผู้ติดยาบ้า ดิฉันได้ข้อมูลมาจากอาจารย์แพทย์ หัวหน้าส่วนยาเสพติดของโรงพยาบาลตํารวจว่าปัญหาใหญ่ในขณะนี้คือผู้ติดยาบ้านั้น รัฐได้มี ให้การรักษาฟรี แต่เป็นการรักษาตามอาการ ไม่ได้มีการรักษาที่ฟรีจริง เพราะอะไร เพราะว่า เรามียาตัวหนึ่งที่จะใช้ในการรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติด แต่ยาตัวนี้ก็ยังไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียน ยังเป็นยานอกบัญชีของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ ยาตัวนี้มีชื่อว่ายาเวลล์บูทริน (Wellbutrin) มีขนาด ๓๐๐ มิลลิกรัม ราคาต่อเม็ดอยู่ที่ ๔๖ บาท เราให้การรักษาวันละ ๑ เม็ด มีสรรพคุณ เป็นยาแก้โรคซึมเศร้า ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นํายาตัวนี้มาใช้ให้กับผู้ที่ต้องการอดบุหรี่ และสามารถนํามาใช้รักษาผู้ที่ต้องการอดยาบ้าได้ แต่ปัญหาของมันคือผู้ที่เป็นผู้ป่วยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทอง เป็นผู้ป่วยใช้สิทธิบัตรประกันสังคมก็จะเบิกไม่ได้ เพราะเป็นยาที่ยังอยู่นอกบัญชี ดังนั้นคนก็เลยกลับไปใช้ยาบ้า เพราะว่าราคาของยาบ้า ในขณะนี้มีราคาอยู่ที่ ๑๓ บาทต่อเม็ดเท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ถ้าเป็นไปได้กระทรวง สาธารณสุขนั้นสามารถช่วยเหลือเยาวชนผู้ติดยาเสพติดโดยการขึ้นทะเบียนยาเวลล์บูทริน (Wellbutrin) ให้เป็นยาในบัญชีก็จะสามารถลดจํานวนของผู้ป่วยที่มีอาการต่าง ๆ ซึ่งสร้าง ปัญหาอยู่ในขณะนี้ แล้วก็สามารถตัดวงจรของผู้ที่ติดยาเสพติดได้ ท่านประธานคะ การป้องกันยาเสพติดจะสําเร็จได้ต้องมีความร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน ต้องมี กระบวนการดูแลเชื่อมโยงส่งต่อ กํากับ ติดตาม และต้องให้งบประมาณอย่างเต็มที่ในการ ที่จะดูแลให้ครบทุกขั้นตอน ดิฉันจึงขอสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดในครั้งนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านรักษาเวลา ต่อไปเป็นคุณคําพอง เทพาคํา แล้วก็หลังจากนั้นจะเป็นคุณนิคม บุญวิเศษ หลังจากนั้นก็จะสลับไปที่นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอเชิญคุณคําพองครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม คําพอง เทพาคํา สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่จะสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อทําการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด จริง ๆ แล้วการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนับตั้งแต่มีปัญหาเรื่องนี้ผมคิดว่า ทุกภาคส่วนก็ได้มีการดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับนโยบาย แล้วก็ทั้งในระดับ ปฏิบัติ ในบางช่วงนโยบายก็คึกคัก หมายความว่าเอาจริงเอาจัง แต่ในบางช่วงจะปล่อยให้ เป็นการปฏิบัติงานแบบปกติ เป็นงานประจําไป บางยุคสมัยเราก็จะเห็นว่ามีการระดม ทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร เข้าร่วมกันในการป้องกันและแก้ไข มีทั้งเรื่องของการสกัดกั้น การป้องกัน การปราบปราม ตามแนวชายแดนมีการตั้งสกัดกั้น ตั้งหลายชั้น แต่ปรากฏว่ายาเสพติดยังเล็ดลอดมาได้ มาถึงโคราช มาถึงพระนครศรีอยุธยา เข้าถึงกรุงเทพมหานครหลุดรอดจากแนวชายแดนมาได้ นั่นก็หมายความว่าความต้องการ ที่จะใช้ยาเสพติดในชุมชน ในเมืองมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมคิดว่าการทํางานทั้งในเรื่องของ การป้องกัน การแก้ไขหลังจากที่สกัดกั้น มีการสกัดกั้น มีการป้องกัน มีการปราบปราม การป้องกันแก้ไขก็มีการทํากันอย่างต่อเนื่อง มีทั้งปลุกทั้งปลอบ ศัพท์แสงอะไรต่าง ๆ นี้ เกี่ยวกับยาเสพติดเกิดขึ้นมากมาย เช่น เรื่องของการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดบ้าง สงครามเอาชนะบ้าง ชุมชนเข้มแข็ง สร้างภูมิคุ้มกัน เอกซเรย์ (X-ray) คัดกรองเป็นศัพท์แสง ที่นําขึ้นมาอธิบายการทํางานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในระดับชุมชน ระดับเมือง ระดับจังหวัด ระดับอําเภอก็แล้วแต่นะครับ แต่สิ่งที่ผมได้มีโอกาสได้ร่วมกับคณะทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะเห็นอยู่อย่างหนึ่งว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถที่จะทําให้ ปัญหายาเสพติดเบาบางลงถึงกับขั้นที่เรียกว่าเกือบจะเป็นชุมชนที่มีปัญหาเบาบาง แต่ไม่เคย ขาดหายนะครับท่านประธาน ก็คือถ้าจะมีการศึกษาผมอยากจะให้มีการศึกษาครอบคลุม ไปถึงบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ในเรื่องของป้องกันสกัดกั้นก็ว่ากันไปนะครับ แต่ว่า เรื่องของบทบาทสําคัญของชุมชน มีตัวอย่างหลายชุมชนที่เขาทนกับปัญหายาเสพติดไม่ไหว ลูกหลานไม่ไหว เอาไม่อยู่ เขาต้องลุกขึ้นมาช่วยกัน ลูกเล็กเด็กแดงนะครับ ท่านประธาน เชื่อไหมว่าบางชุมชน ผมจะยกตัวอย่างที่อื่นก็ได้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีชุมชนลับแล คนได้ลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาตั้งแต่เด็กก่อนอนุบาลเลยนะครับ เยาวชน เพราะเขาเจอปัญหา แล้วเขาทนไม่ไหวแล้วเขาลุกขึ้นมา หน่วยงานภาครัฐก็มีหน้าที่เข้าไปส่งเสริม ไปสนับสนุน ทั้งงบประมาณ ทั้งวิชาการต้องเข้าไปให้บทบาท เด็กเยาวชนเขาตั้งกลุ่มขึ้นมาเป็นเด็กรักบ้าน เป็นเด็กรักสิ่งแวดล้อม คนเฒ่าคนแก่ก็เป็นภูมิปัญญา ถ้าให้โอกาสชุมชนในการที่จะป้องกัน สร้างภูมิคุ้มกันหรือว่าสร้างระบบการแก้ไขปัญหาป้องกันตัวเองของเขาได้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ผมคิดว่ามันอาจจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ การศึกษาบทบาทของกลุ่มเล็ก ๆ เหล่านี้น่าจะเป็น อีกส่วนหนึ่งที่จะทําให้การใช้ยาเสพติดหรือการแพร่ระบาดของปัญหายาเสพติดลดถอยลงหรือว่า นําไปสู่การเป็นชุมชนปลอดยาเสพติดที่มีความที่ทุกคนคาดหวังนะครับ รวมถึงการที่จะ ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลุทะลวงไปถึงในระดับครอบครัวหรือตัวบุคคลด้วย อีกบทบาทหนึ่ง นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าน่าจะมีการให้ความสําคัญก็คือบทบาทของท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านนายกเทศมนตรี นายก อบต. ทั้งหลาย หรือสภา อบต. สภาเทศบาลทั้งหลาย ผมคิดว่าน่าจะมีบทบาท ให้บทบาทเขาเปิดระเบียบ หมายความว่า เปิดช่องระเบียบอะไรต่าง ๆ ให้มันเป็นบทบาทของท้องถิ่น บางทีเขาอยากทํางาน แต่ว่ามันก็ บอกว่าไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของท้องถิ่น มันก็ทําไปได้ลําบาก ทําไปได้ยาก ดังนั้นบทบาทของการศึกษาที่เราจะให้บทบาทกับท้องถิ่นต่าง ๆ เพราะว่านายกเทศมนตรี เขาก็มาจากชาวบ้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสังคม ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน เกิดขึ้นกับครอบครัว เกิดขึ้นกับชุมชน นายกเทศมนตรีหรือว่า เทศบาล อบต. ทั้งหลายเขาก็มาจากประชาชน มาจากพี่น้อง ปัญหาของพี่น้องประชาชน ปัญหาในครอบครัว ในชุมชน ก็เป็นปัญหาของเทศบาล เป็นปัญหาของท้องถิ่น ดังนั้น ผมคิดว่าอะไรที่เป็นอุปสรรคที่จะบดบังบทบาทของท้องถิ่นที่เขาจะเข้าไปแก้ไขปัญหา อาจจะใช้คําว่าชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งอะไรก็ว่ากันไป แต่ว่าต้องเปิดโอกาสให้ ให้งบประมาณเขา ให้เขามีโอกาสได้สร้างกลุ่ม สร้างองค์กร สร้างเครือข่ายในการที่จะป้องกันตัวเองนะครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือบทบาทของเครือข่ายประชาสังคมต่าง ๆ ซึ่งเขาอาจจะทํางานพัฒนา ทางด้านอื่น แต่ว่าก็จะมีผลกับการที่จะทําให้งานพัฒนานั้นมีผลต่อเนื่องไปถึงการแก้ไขปัญหา สังคม อย่างกรณีของปัญหายาเสพติด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าชุมชนในประเทศไทย หมู่บ้าน ตําบลอะไรต่าง ๆ สามารถที่จะป้องกันตัวเองจากการระบาดของยาเสพติด การไหลทะลัก การไหลบ่าของยาเสพติดก็จะลดน้อยถอยลง ลดความต้องการที่จะใช้ยาเสพติดก็จะเป็น เกราะป้องกันสําคัญ การศึกษาเที่ยวนี้ผมสนับสนุนแล้วก็อยากจะให้บทบาทส่วนนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอ อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติดของสมาชิกหลายท่านที่เสนอเข้ามา เป็นเรื่องที่ดีครับ ถ้าพูดถึงเรื่องยาเสพติดคนส่วนใหญ่เขาก็จะนึกถึงผู้ที่มีอิทธิพล เขาจะนึกถึงคนมีสี เขาจะนึกถึง เจ้าหน้าที่หรืออื่น ๆ แต่ในส่วนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ถ้าผู้มีอิทธิพลหรือคนมีสีไม่เกี่ยวข้อง ผมเชื่อว่าการปราบปรามยาเสพติดก็จะง่ายขึ้น แต่ปัจจุบันนี้ยาเสพติดไม่สามารถปราบปราม ได้เลย ยิ่งจับมากยิ่งมีมาก ยิ่งขยายออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ นั่นหมายถึงว่าคนมีสีอาจจะ มีส่วนเกี่ยวข้องได้ และอีกอย่างหนึ่งเรื่องผลประโยชน์ เรื่องรายได้ ในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ํา บางท่านก็หาวิธีหารายได้แบบง่าย ๆ รับจ้างขนยาเสพติดบ้าง เอายาเสพติดไปขายได้กําไรบ้าง ในส่วนนี้เราต้องช่วยกัน ถามว่ามีวิธีแก้ไขไหม มีครับ ถ้ารัฐบาลเอาจริงเอาจัง ประกาศ สงครามกับยาเสพติดอีกสักครั้งหนึ่งให้คนค้าคนขายเกรงกลัวกับอํานาจของรัฐบาล เกรงกลัว กับกฎหมายที่เอาจริงเอาจัง ผมเชื่อว่ายาเสพติดก็จะหมดไปได้ เหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลหนึ่ง ตอนนั้นยาเสพติดกําลังจะหมดแล้วครับ มีบางจังหวัดประกาศเป็นจังหวัด ปลอดยาเสพติด จังหวัดกาฬสินธุ์ก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ประกาศตอนนั้น เยาวชนของคนไทยเรา ไม่มียาเสพติด แต่ปัจจุบันนี้เราไปห่วงผู้ค้า โดยเฉพาะมีการฆ่าตัดตอน จับกุมคุมขังอะไร ก็แล้วแต่ ก็มีสิทธิมนุษยชนอะไรทั้งหลายออกมาคุ้มครอง แต่ปัจจุบันนี้ท่านเชื่อไหมว่า คนที่ตายกับการติดยาเสพติดมีมากกว่า โดยเฉพาะเยาวชนคนไทยเรา บางคนติดยาเสพติด ประสาทหลอน ขู่ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ลักขโมย ผมลงพื้นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ไปเจอบุคคล ๆ หนึ่ง มาเล่าให้ฟังว่าลูกตัวเองติดยาเสพติดมีความทุกข์ยากมาก หาเงินได้วันละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ลูกขโมยเอาไปใช้หมด ขโมยยังไม่พอ สุดท้ายไปขโมยเงินบ้านญาติอีก เห็นไหมครับ ท่านประธาน ไม่รู้จะทําอย่างไร สุดท้ายแจ้งตํารวจมาจับลูกชายตัวเอง ท่านดูสิครับ หัวอกของคนเป็นแม่แจ้งจับลูกตัวเอง แต่ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ นี่คือ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่มีลูกติดยาเสพติด ปัญหาเหล่านี้ครับ มันควรจะหมดไปจาก ประเทศไทยได้แล้ว ผมอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังสักครั้งหนึ่ง ประกาศเลยครับ ประกาศ สงครามกับยาเสพติดเลย แล้วช่วยกันครับ ให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลแจ้งเบาะแส พลังแผ่นดินต้านภัยยาเสพติดที่เราเคยทํา ได้ผลแล้ว เราควรจะมีแรงจูงใจให้ประชาชน ช่วยกันแจ้งเบาะแส ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ถูกต้องจะต้องให้ประชาชนทุกคน ช่วยกันครับท่านประธาน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําชุมชน เยาวชนในชุมชนนั้น ผมเชื่อว่า เขาอยากจะช่วย รัฐบาลอย่าทําฝ่ายเดียว เจ้าหน้าที่อย่าทําฝ่ายเดียวครับ ถ้าให้ประชาชน ร่วมด้วยช่วยกันแจ้งเบาะแสไปในที่ใดที่หนึ่ง อาจจะเป็นมีเบอร์กลาง ตู้ ปณ. กลาง เพราะปัจจุบันนี้เรามีการสื่อสารที่รวดเร็วทันใจครับท่านประธาน ทุกคนช่วยกันผมเชื่อว่า ไม่มีใครกล้า ใครเสพเราไม่ต้องจับคนเสพหรอกครับ เอาคนเสพให้โอกาสเขามาบําบัด ให้เวลา ๓ เดือน ๕ เดือน มาลงชื่อ รัฐบาลมีงบประมาณลงไปบําบัดรักษาให้ ใน ๓ เดือน ๕ เดือนหลังจากนี้ไปถ้าใครมีการเสพหรือถ้าใครมีการค้าเอาจริงเอาจังเลย ประกาศสัก ครั้งหนึ่ง ผมยังไม่เห็นรัฐบาลนี้ประกาศสักครั้งหนึ่ง รู้ว่ามียาเสพติดมากขึ้น มากขึ้นแต่ยังเฉย รัฐบาลเอาจริงเอาจังเถอะครับท่านมีอํานาจแล้ว กฎหมายอยู่ในมือของท่าน งบประมาณ ท่านมี ทําไมท่านไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นภัยสังคม เป็นความมั่นคงของชาติ ถ้าประเทศใดมียาเสพติดประเทศนั้นจะตกเป็นทาส ประเทศไทยเราอย่าให้เป็นเช่นนั้น ผมอยากให้เยาวชนคนไทยทุกคนมีสมองที่ดี ไม่อยากให้ยาเสพติดมันลุกลามไปถึงโรงเรียน หรือสถานศึกษาต่าง ๆ เราไม่โทษนักเรียน นักศึกษาหรอกครับ เราโทษผู้ค้า เราโทษผู้ใหญ่ เราโทษผู้มีอิทธิพล แต่เราจะช่วยกันป้องกันปราบปรามอย่างไร ผมเชื่อว่าพลังแผ่นดิน พี่น้องคนไทยทุกคนยินดีที่จะช่วย แต่รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนจะให้ช่วยอย่างไร จะให้ โทรศัพท์ไปหาเบอร์ที่ไหนที่ปลอดภัย ผมเชื่อว่าทุกคนช่วยท่านได้ การศึกษาก็เช่นกันครับ เราต้องให้การศึกษาเยาวชน ให้การศึกษาพ่อแม่พี่น้องว่ายาเสพติดมันไม่ดีอย่างไร ให้โทษ อย่างไร หรือแนวทางอีกทางหนึ่งที่เขาพูดกันเล่น ๆ นะครับท่านประธาน ทําไมองค์การเภสัชกรรม ทําไมไม่ผลิตออกมาเลย สาเหตุที่ยาเสพติดระบาดเพราะมันขายแล้วได้กําไร แต่ถ้าขายแล้ว ขาดทุน ถามว่ามีใครทําไหม ขนส่งขาดทุนไม่มีใครทําหรอกครับ แต่จะทําอะไรให้ยานี้ มันไม่หลอนประสาท ให้มันเหมือนยาสมัยก่อนก็คือยาขยัน มันยังมีประโยชน์ครับ สามารถทาน ทํางานได้ แต่ให้ทุกคนทานในอัตราที่ปลอดภัย เราสามารถทําได้ ผมว่านโยบายพวกนี้ ถ้าเราคิดกันดี ๆ แล้ว ผมเชื่อว่ายาเสพติดสามารถป้องกันและปราบปรามได้ครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณที่รักษาเวลาครับ ต่อไปนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉันแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทุกพรรคการเมืองกับ ๘ ญัตติที่เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ดิฉันมีความสนใจ และให้ความสําคัญกับปัญหายาเสพติดตั้งแต่ครั้งแรกที่รับราชการเมื่อปี ๒๕๔๔ หน่วยงานแรก ที่ได้ปฏิบัติงานคือกระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่กองประสานปฏิบัติงานยาเสพติดและได้ถูก ส่งไปอบรมเรื่องของเทอราพูติก คอมมูนิตี (Therapeutic Community) หรือว่าชุมชน บําบัดที่องค์กรเอกชนที่ชื่อว่าเดย์ทอป (Daytop) ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา ๓ เดือนที่ได้กินอยู่ร่วมกิจกรรมกระบวนการบําบัดฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด ชุมชนบําบัดเป็นหนึ่งในการฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด ประเทศไทยเองก็ได้ส่งผู้ไปเข้าร่วมอบรม เกือบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นรูปแบบหนึ่งที่ได้นํามาประยุกต์ใช้ในการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ในปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ตรงนั้นเองทําให้ดิฉันได้เห็นภาพใหญ่ว่ายาเสพติด ไม่มีทางที่จะหมดไปในโลกใบนี้ เขาเปรียบยาเสพติดเสมือนลูกตุ้มนาฬิกาที่แกว่งไปแกว่งมา ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่จะขึ้นพีก (Peak) สูงขึ้นในการแพร่ระบาดของแต่ละชนิด แล้วแต่ละยุค แต่ละสมัย สมัยที่ดิฉันเด็ก ๆ ลูกตุ้มขึ้นสูง ยาเสพติดนั้นก็คือเฮโรอีน โคเคน หลังจากนั้น ลูกตุ้มลดลง ยุคต่อมาก็จะเป็นยาบ้า ยาม้า ยาอี ยาไอซ์ ฉะนั้นเมื่อยาเสพติดต้องอยู่คู่กับ โลกใบนี้เพราะผลประโยชน์มากมายเหลือเกิน เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป ต้องร่วมมือกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านดิฉันที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ปีนี้เป็นปีที่ ๑๖ ยาเสพติดซึ่งก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ก็มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มักอาศัยสถานการณ์ขณะเกิดเหตุ ความรุนแรงในการขนย้ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ทุ่มพละกําลังไปดูแลด้านความมั่นคง เป็นหลัก ด่านก็เยอะ กําลังพลก็แยะ แต่ก็ผ่านด่านหลายด่านไปได้ เป็นคําถาม เป็นข้อสังเกต ที่ไม่มีคําตอบว่าการบูรณาการงานในการทํางานยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นปัญหาอยู่หรือไม่ อย่างไร ในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากโครงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงโดยออกซ์แฟม (Oxfam) ได้ข้อมูลจากการนําเสนอของคุณฟิตรา เจ๊ะเวาะห์ ในเวทีสัมมนาการเตรียมรับมือโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๒ ของคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจาก ภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร จัดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่จังหวัดปัตตานีค่ะ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าความรุนแรงต่อผู้หญิงช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดในโลก และในประเทศไทย อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก การใช้บริการสายด่วนเพิ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศส ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอาร์เจนตินา อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย เหตุเกิดจากสุรา ยาเสพติด ซ้ําเติมปัญหาเศรษฐกิจ มีลูกที่เป็นพยานรู้เห็นการทําร้ายร่างกาย มีการหย่าร้างที่เพิ่มขึ้น อีกด้วย รายงานความรุนแรงต่อผู้หญิงจากคู่สมรสของคณะกรรมการอิสลามประจํา จังหวัดนราธิวาสในปี ๒๕๖๒ พบว่ายาเสพติดเป็นสาเหตุอันดับ ๑ ของความรุนแรงต่อผู้หญิง ในชีวิตคู่ เกือบ ๑ ใน ๒ ของผู้หญิงที่ฟ้องหย่าเพราะสามีติดยาเสพติด ฉะนั้น ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณแผนบูรณาการ ป้องกันปราบปรามและบําบัดรักษายาเสพติด งบประมาณปี ๒๕๖๔ จะเห็นได้ว่า งบประมาณแผนบูรณาการยาเสพติดอย่างเดียวในปี ๒๕๖๔ ๖,๒๘๖ กว่าล้านบาท ให้น้ําหนักเรื่องการปราบปราม ๔๗.๔๗ เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการป้องกัน ๒๗.๔๔ เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการบําบัดรักษา ๒๕.๐๙ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออนุญาตเน้นเรื่องของการป้องกัน แล้วก็ เรื่องของการบําบัดรักษาที่ตั้งเป็นข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อ🔗
เรื่องแรกคือเรื่องของชุมชน ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เมื่อกฎหมาย จะมีบทลงโทษที่หนัก แต่ละพื้นที่ที่ระบาดยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นประชากร การศึกษา เศรษฐกิจ ความรุนแรงจะแตกต่างกันไป ก็ควรที่จะมีชุมชนที่มีความเห็นร่วมกันและจัดทํา ประชาพิจารณ์ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งได้กล่าวไว้แล้ว ในพื้นที่ภาคใต้ เองที่เขาเรียกว่าฮูกุมปากัต มีมาตรการของชุมชนร่วมกันเองว่าจะดูแลผู้ที่ติดยาเสพติด ในพื้นที่นั้นอย่างไร🔗
ประการถัดมาเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณ เรื่องของการบําบัด ฟื้นฟู การจัดการปัญหายาเสพติด ต้องเน้นการคงไว้ซึ่งการบําบัดมากกว่ามุ่งจะให้หยุดเสพ เพราะว่าการติดตามต่อเนื่องจะช่วยการปรับพฤติกรรมได้ มีเพื่อน ๆ ที่สนับสนุนครอบครัว ดูแลอย่างอบอุ่นมีงานทํา แต่งบประมาณเบิกจ่ายไม่รองรับเท่าที่ควร การนัดติดตาม มีหลายรูปแบบ ให้สะดวกทั้งผู้บําบัดแล้วก็ผู้ป่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกค่ารถให้มา สถานบําบัดและอื่น ๆ🔗
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่สําคัญมากนั่นคือเรื่องเด็ก การส่งเสริมป้องกันระบบ การศึกษาเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กครอบครัวสําคัญ เรื่องการยั้งคิด แยกถูก ผิด มีวินัย รอคอย ซื่อสัตย์ อีเอฟ (EF) หรือว่าเอกซ์เซกคูทิฟ ฟังก์ชัน (Executive function) คือกระบวนการทางความคิดในส่วนสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก เช่น ทักษะในการที่จะปฏิเสธ โดยเฉพาะช่วงเด็กวัย ๓-๖ ขวบของเด็กจะเป็นช่วง ที่ดีที่สุดในการพัฒนา ฉะนั้น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นควรเน้นเรื่องของการป้องกันให้ได้อย่างมากที่สุด ส่วนเด็กมัธยมโรงเรียนที่มี กิจกรรมส่วนร่วมเรื่องสันทนาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี เรื่องของกีฬา ต้องมีพื้นที่ ที่แสดงออกให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่า ทั้งนี้เด็กเกินครึ่งที่อยากลอง อยากที่จะท้าทายสิ่งใหม่ ๆ การเรียนรู้ทักษะสังคม จริยธรรม หรือว่าเอสเอ็ม (SM) โซเชียล มอรัล (Social Moral) ก็เป็นเรื่องสําคัญ ฉะนั้น ดิฉันขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ฝ่ายค้าน มีอีก ๒ ท่าน โดยท่านวิรัตน์ขอให้เป็นคนสุดท้าย แต่ว่าเนื่องจากมีคนเพิ่มมาอีก ๑ ท่าน ตามที่เรียนมาแล้วคือคุณณัฐชา เพราะฉะนั้นท่านวิรัตน์ยังยืนยันเป็นคนสุดท้ายนะครับ ขอคุณณัฐชาก่อนนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การแก้ปัญหายาเสพติด ในญัตตินี้ผมสนับสนุนให้มีการตั้งญัตติการแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีการเพิ่มขึ้นเป็นอัตราที่ก้าวกระโดด มีผู้ติดยาเสพติด นักโทษในเรือนจําคดียาเสพติดถึง ๓๒๐,๗๐๒ คน เทียบกับประชากรคนไทยทั้งสิ้น ๖๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมีปริมาณเยอะขนาดนี้ วันนี้เราต้องเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ ได้แล้วครับ แต่ในส่วนของความไว้วางใจในการพิจารณาในช่วงเวลานี้ผมก็ยังไม่ค่อยไว้วางใจ สักเท่าไร เนื่องจากว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในฟากฝ่ายรัฐบาลก็ดี ในฟากฝ่ายบริหารก็ดี เมื่อครั้ง อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาก็มีการเชื่อมโยงเกี่ยวโยงกันถึงคณะรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การปรับ ครม. ครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยาเสพติดก็ยังทํางานอยู่ในคณะรัฐบาลนี้ได้ อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตไว้ และน่าเป็นห่วงครับ ส่วนในเรื่องของยาเสพติดผมอยากจะให้มองเปรียบเทียบง่าย ๆ อย่างนี้ เมื่อสมัยครั้งผมเรียนโรงเรียนช่างกล สมัยนั้นก็มียาเสพติดแพร่ระบาดเหมือนกัน แต่ขณะนั้น ยาบ้าเม็ดละ ๔๐๐ บาท กับข้าวอาหารการกินต่อครั้ง ๔๐ บาท เพราะฉะนั้นคนที่จะ เลือกเสพยา ถ้าเขาเสพยาเขาไม่ทานข้าวแน่นอน เพราะว่าภาษาชาวบ้านเรียกดีด ไม่ทานข้าวแน่ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยาบ้าตกเม็ดละ ๕๐-๖๐ บาท แต่กับข้าวจะกินให้อิ่มมื้อหนึ่งปาเข้าไป ๘๐-๙๐ บาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าซื้อกับข้าวกิน ๒ มื้อก็ปาไป ๑๖๐ บาท แต่ถ้าดูดยาบ้า ๖๐ บาทดีดทั้งวัน ไม่ต้องกินข้าวด้วย เพราะฉะนั้นด้วยผลกระทบทางเศรษฐกิจผนวกกับ ผลกระทบของยาเสพติดที่ราคาลดลงถึงขนาดนี้และกระจัดกระจายไปทั่ว เมื่อวันก่อน ผมดูข่าววันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาดีเอสไอ (DSI) พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมยึดทรัพย์ผู้ค้ายากว่า ๕๐๐ ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าบอกปีหน้าจะยึดทรัพย์ ให้ได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อตัดตอนกระบวนการเส้นทางการเงินของผู้ค้ายาเสพติด พี่น้องประชาชนตั้งหน้าตั้งตารอ เพราะวันนี้ยึดได้ ๕๐๐ ล้านบาท แต่ท่านตั้งเป้าปีหน้า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นต้องรอดูว่าดีเอสไอ (DSI) กับกระทรวงยุติธรรมจะทํางาน อย่างไรเพื่อให้ตอบโจทย์สถานการณ์ในปัจจุบัน วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในเขตของผม เขตบางขุนเทียนมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนกันเข้ามาเยอะเรื่องของผู้เสพ โดนจับขับเสพบ้างละ ซ้อนเสพบ้างละ แต่ผู้ค้าไม่ค่อยโดนจับ เพราะว่าเดินส่งกันเป็นหลอดดูดน้ํา ใส่ที ๑๐ เม็ด ๕ เม็ด เรียกเป็นแถว เมื่อก่อนแถวหนึ่งหลายพันบาท เดี๋ยวนี้แถวหนึ่งหลักร้อยบาท รับไปเมื่อก่อนต้องแบ่งกัน ๔ ขา รวมกัน ๔ คนถึงจะได้ ๑ เม็ด เดี๋ยวนี้ซัดกันคนละเม็ด พอมีปัญหาเดือดร้อน พี่น้องประชาชนแจ้งความ ตํารวจไม่มาครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่ามาจับแล้วสุดท้ายก็เป็น แค่รายย่อย เป็นแค่ผู้เสพ เพราะฉะนั้นวันนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจการตัดสินใจที่จะไปจับหรือจะไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมันก็จะทําได้อย่างยุ่งยากเนื่องจากว่าเขาไม่มีผลประโยชน์ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตรวจฉี่แล้วเรียกเงิน หรือว่าจับแล้วเรียกเงิน ถ้าเกิดในชุมชนแออัด หรือชุมชนที่มีสภาพเศรษฐกิจไม่ดีนัก ตํารวจก็จะมองข้ามไปเลย ไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ ในสถานการณ์ตอนนี้ เพราะฉะนั้นอย่างที่ผมบอกถ้าเกิดคณะกรรมาธิการนี้ศึกษาและเอาจริงเอาจัง กับเรื่องนี้นักโทษ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนเวลายึดทรัพย์แต่ละปี ถ้าเกิดยึดทรัพย์ได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาทจริงอย่างที่กระทรวงท่านว่า ผมคิดว่าเงินจากการยึดทรัพย์ยาเสพติด ต้องนําไปสู่สวัสดิการของพี่น้องประชาชน เพราะอะไร เพราะพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบเขาไม่ได้เสพด้วย เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย แต่มันอยู่ในสังคมที่เขาได้รับ ความเดือดร้อน ถ้าเงินตรงนี้ได้เข้าไปเยียวยาช่วยเหลือเขามันจะได้ซับน้ําตาเขาได้บ้าง จึงฝากให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ได้พิจารณาเรื่องของเงินการยึดทรัพย์ของคดียาเสพติดด้วยว่าจะนํามาซับน้ําตา พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ขอฝากประเด็นนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ รักษา เวลาไว้ดี ต่อไปท่านวิรัตน์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงนะครับ กระผมใคร่ขอแสดงความเห็นเพื่อสนับสนุนญัตติพิจารณาศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด พูดถึงยาเสพติดก็มีหลายชนิด ทั้งเฮโรอีน ยาไอซ์ ยาอี ยาบ้า กัญชา มีมากมาย กัญชาก็เป็นต้น ใช้ได้ทั้งต้น ทั้งดอก ปัจจุบันผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับ การค้ายาเสพติดจากจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันก็ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน จนนักโทษล้นคุกนะครับ ผู้เสพจากจํานวน ๑๐,๐๐๐ คน ก็เป็น ๑๐๐,๐๐๐ คน ๓๐๐,๐๐๐ คน เป็นล้านคนในปัจจุบัน มากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะยาบ้าราคาถูกหาซื้อง่าย จับอย่างไรก็ไม่หมด วงจรของ ผู้ค้ายาบ้า ผู้เสพยาบ้านี้ก็เริ่มต้นจากการเสพ ต่อไปก็เพื่อนขอ จากเพื่อนขอก็ขายเพื่อน เมื่อขายเพื่อนแล้วก็กลายเป็นผู้ค้ารายย่อย ก็ต้องถูกตํารวจจับ ถูกตํารวจจับเข้าคุกก็ไปรู้จัก เครือข่าย ออกมาก็พัฒนาจากผู้ค้ารายย่อยก็เป็นผู้ค้ารายใหญ่ วงจรก็เป็นอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน ในอดีตการจับยาบ้า จับได้ ๕๐๐ เม็ดก็ถือเป็นข่าวใหญ่ข่าวโตแล้ว แต่ปัจจุบัน เมื่อปีที่แล้วเอง ท่านประธานทราบไหมจับได้เท่าไร รถดั้ม มียาบ้าอยู่บนรถดั้ม โดยเอา ข้าวโพดปิดไว้ กลบไว้ รถดั้มเทลงมา ๑๑ ล้านเม็ดเลย มากมายมหาศาล เดือนที่แล้วเอง ก็จับได้ ๒ ล้านกว่าเม็ด และยึดเงินสดได้อีกหลายร้อยล้านบาท และสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานนี้ เองที่อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ก็จับเฮโรอีนได้ ๗๗ กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งจับก็ยิ่งเยอะ เพราะอะไรครับ เพราะว่ายาบ้าปัจจุบันราคาถูกและหาซื้อ ได้ง่าย คนขายก็กําไรดี อดีตเม็ดละ ๓๐๐ บาท ปัจจุบันแม้จะเหลือ ๕๐ บาท แต่ก็ค้าขายกัน เป็นล้าน ๆ เม็ด ก็กําไรดี จับคนเสพ คนขาย จับเท่าไรก็ไม่หมด คนล้นคุกก็จับไม่หมด จับเข้าคุกเข้าค่ายทหารไปฝึก ไปออกกําลังกาย ซ้ายหัน ขวาหัน ออกมาก็พัฒนาจากผู้เสพ พัฒนามาเป็นผู้ขายทุกครั้ง จับเท่าไรก็ไม่หมด ส่วนสาเหตุของการเสพยาเสพติดในวัยรุ่น ในเยาวชนก็คืออยากลอง เพื่อนชักชวน อวดเพื่อน และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ทําให้ไป เสพยากันนะครับ ส่วนสําหรับผู้ใหญ่บางรายก็เป็นเพราะว่าต้องการจะกระตุ้นการทํางาน รัฐจับกุมปราบปรามเท่าไร กําหนดโทษให้สูงเท่าไรก็ตามก็ไม่สามารถจะทําให้ลดการเสพ ยาเสพติดลงไปได้ เพราะว่าสาเหตุอย่างที่ผมว่า เพราะว่ายามีราคาถูก ท่านประธานครับ ปัจจุบันสหประชาชาติ ก็มีข้อสรุปแล้วว่าโอกาสที่โลกจะปราศจากยาเสพติดนั้นไม่มี จําเป็นที่จะต้องควบคุมและ อยู่กับยาเสพติดให้ได้ ดังนั้นสหภาพยุโรปเองก็ยกเลิกการจับกุมผู้เสพยาเสพติดแล้ว ปัจจุบัน ยกเลิกไปแล้ว และเลือกอยู่กับยาเสพติด เลือกที่จะควบคุมให้อยู่กับมันแทนการจับกุม ให้อยู่ โดยไม่ให้ไปใช้ในทางที่ผิดต่อไป ประเทศไทยเราเองก็เช่นกัน ผมจึงมีข้อเสนอว่ายาบ้า แม้จะจับกุมปราบปรามอย่างไรก็ไม่หมด มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่เห็นที่ผ่านมานี้ เพราะว่า ราคาถูก ซื้อขายง่าย ผมจึงมีแนวคิดที่จะเสนอต่อท่านประธาน ท่านฟังดูอาจจะแปลก ๆ แต่ว่าเป็นแนวคิดที่ผมอยากจะเสนอ จะต้องตัดวงจรการขายยาบ้านี้ลงไปให้ได้ ให้ยาบ้า มีราคาถูกที่สุด ถูกจนกระทั่งไม่คุ้มกับการผลิต ไม่คุ้มกับการลักลอบนํามาจําหน่าย ในท้องตลาด ท่านประธานครับ ผมใคร่เสนอให้รัฐเป็นผู้ผลิตยาบ้าเสียเอง ข้อเสนอผม อาจจะแปลก ผมคิดว่ารัฐเป็นผู้ผลิตเอง แจกจ่ายเอง ควบคุมเอง อยู่บนแนวคิดที่ว่า เพราะการเสพยาเสพติดควรอยู่ในการควบคุมของรัฐ ให้อยู่บนแนวคิดนี้ว่าการเสพยาเสพติดนั้น รัฐจะต้องเป็นผู้ควบคุมไม่ใช่ตลาดมืด ไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติด รัฐจะต้องเป็นผู้ควบคุมเอง ใครที่ต้องการจะเสพยารัฐจะแจกจ่ายให้ ควรจะแจกจ่ายเท่าไร คนนี้รับไปเม็ดหนึ่งอีกกี่วัน จะมารับอีกเม็ดหนึ่งอย่างนี้เป็นต้น รัฐจะเป็นผู้ควบคุมแจกฟรี ควบคุมแล้วก็ฟื้นฟู บําบัด ต่อไป หากทําอย่างนี้ผมเชื่อว่าราคาของยาบ้าจะลดลงไปจนผู้ค้ายาเสพติดจะผลิตไม่ได้ ราคาจาก ๕๐ บาทจะเหลือศูนย์บาท ในอนาคตการติดยาเสพติด ติดยาบ้าจะค่อย ๆ ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ แต่แนวคิดนี้อาจจะฟังดูแปลกแล้วอาจจะตลกสักนิดหนึ่ง แต่ผมเชื่อว่า น่าจะแก้ปัญหาได้หากใครที่จะรับไปก็ไม่หวงลิขสิทธิ์ ลองเอาไปทําดู ก็อยากจะเสนอ ท่านประธานตามแนวคิดนี้เพื่อไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ผมขอสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด จึงกราบ ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสุดท้าย คุณสําลี รักสุทธี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สําลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลําเนาจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ยาเสพติดเป็นญัตติหนึ่งที่ผมต้องการพูด เพราะว่าต้องการสะท้อน แล้วก็ สื่อจากประสบการณ์จริง แล้วก็คนที่ใกล้เคียงรอบข้างผมก็เจอปัญหานี้อย่างมากมาย มีครอบครัวหนึ่งขอเล่าให้ท่านฟังนิดหนึ่ง ลูกเขาติดยาทั้ง ๒ คน ลูกชาย ๒ คนติดยาหมด เขาต้องขายที่ขายนาไปรักษาบําบัดลูกเขา เดี๋ยวนี้ลูกชาย ๒ คนนั้นเป็นคนเสียสติ แล้วก็ เป็นบ้ากันหมดทั้ง ๒ คน คิดดูครับเขาจะเจ็บปวดแค่ไหน มีลูกหวังว่าจะได้พึ่งพาอาศัย กลับต้องขายที่ขายนามารักษา แล้วก็เหลือคนบ้าให้เขาดูไว้ต่างหน้า ๒ คนขณะนี้ นี่คือ สิ่งเจ็บปวดที่ผมเจอกับชาวบ้าน แล้วก็อีกเป็นจํานวนมากที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ยาเสพติด ยาบ้า ถ้าจะพูดโดยไม่เกรงใจชาวบ้านแล้ว ผมอยากจะบอกว่าคนที่ใจอ่อนเอาชนะตนเองไม่ได้เท่านั้นที่เสพ อันนี้ผมพูดตามจริงนะครับ เพราะว่าคนที่ใจแข็ง คนที่ใจไม่อ่อนเข้าใจสภาพว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วเขาจะไม่เสพ อย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ยาเสพติดหรือยาบ้าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาล ที่ผ่านมาแล้วก็จนถึงปัจจุบัน เราจะทราบว่าปรากฏการณ์ที่ทําให้เห็นนั้นก็คือจากรัฐบาลหนึ่ง ที่สามารถปราบปรามยาบ้าได้อย่างชนิดที่ชาวบ้านยอมรับ เขาก็ได้รับความนิยมจากชาวบ้าน อันนี้เราต้องยอมรับนะครับ ในขณะที่รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงรัฐบาลที่มี อํานาจเข้มแข็ง เป็นรัฐบาลที่ชาวบ้านฝากความหวังไว้ในเรื่องนี้อย่างมาก กลับเป็นสิ่งที่ ตรงกันข้าม อันนี้ผมไม่อยากจะพูด แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ กลับเป็น รัฐบาลที่ทําให้ประชาชนหมดหวัง ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ประชาชนฝากความหวังไว้ อย่างมากครับ ยาบ้ากลับทะลักเข้ามาอย่างมากมาย ประชาชนแปลกใจสงสัย ผมเอง ไม่แปลกใจ ไม่สงสัยครับ เพราะความจริงนั้นมีว่ารัฐบาลที่มีอํานาจล้น รัฐบาลที่มีอํานาจเกิน เท่านั้นที่จะทําให้สิ่งผิดกฎหมายเกิดขึ้นอย่างตรวจสอบได้ยาก และผลประโยชน์ทางไม่ชอบ จะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายกับรัฐบาลที่มีอํานาจล้นเกิน ท่านประธานครับ ในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองการศึกษาของผมนั้นกลับเป็นจังหวัดที่น่าตกใจมาก ทุกอําเภอเกือบจะทุกสัปดาห์ จะมีข่าวการจับกุมยาบ้าเข้ามาให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา แล้วก็เป็นจังหวัดที่แปลกมากครับ เป็นจังหวัดที่นักโทษล้นคุก จึงต้องนํานักโทษไปฝากไว้กับจังหวัดที่ใกล้เคียง อันนี้เป็นสิ่งที่ ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเมืองการศึกษาจังหวัดมหาสารคามครับ อันที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจ แห่งใด ที่มีนักเรียน นักศึกษามาก ๆ ปัญหานี่ก็จะยิ่งมาก ปัญหาเรื่องยาเสพติดนี้มันรุนแรงมากครับ ท่านประธาน รุนแรงมากจนเราจะต้องตั้งญัตติเรื่องนี้ขึ้นมาศึกษาโดยเฉพาะ ที่บอกว่า รุนแรงมากก็เพราะว่ามันเข้าไปเคาะประตูทุกหย่อมหญ้า ทุกหนทุกแห่ง ที่น่าตกใจก็คือผู้นํา ทางศาสนา ไม่เอ่ยว่าเป็นศาสนาใด ยาเสพติดเข้าไปเคาะประตูแล้วก็ขี่คอผู้นําทางศาสนา ท่านประธานครับ มันไม่น่าจะเกิดขึ้นในสถาบันสอนคนให้เป็นคนดี มันเกิดขึ้นบ่อยมาก และที่เป็นข่าวนั้นมันน้อย ที่ไม่เป็นข่าวนั้นมากมายเหลือเกิน แล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่ ปราบปราม มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลเรื่องนี้กลับไปให้ยาเสพติดขี่คอ ผมใช้คํานี้เพราะว่า มันบังคับ เมื่อมันขี่คอแล้วมันบังคับให้ต้องทําผิดกฎหมาย แล้วก็ไปขี่คอผู้นําทางศาสนา ก็ทําให้ทําผิดศีลธรรม ทําผิดกฎหมาย อันนี้ผมจึงใช้คําว่าขี่คอ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องพากัน แก้ไข พากันทําให้จริงจัง อย่าเพียงพูดแล้วก็ผ่านเลย เป็นเพียงลมปากผ่านเลย ถ้าเราทํา เพียงแค่ลมปาก ไม่มีทางแก้ไขได้ครับ เราอย่าไปโทษรัฐบาลที่ผ่านมา ผมไม่โทษเลย แล้วก็ประชาชนเขาไปโทษประชาชน เขานิยมชมชื่น ดังเราจะเห็นจากผลการเลือกตั้ง เขาเท คะแนนให้พรรคนั้น เพราะอะไรครับ เพราะเขาชื่นชอบกับนโยบายปราบยาเสพติด ทั้ง ๆ ที่ เขาไม่มีอํานาจพิเศษอะไรล้นเหลือ แต่กับรัฐบาลที่มีอํานาจล้นเหลือกลับทําให้ยาเสพติด ล้นบ้านล้นเมือง อันนี้ผมไม่ได้ว่าใคร แต่ประชาชนเขารู้ เหตุการณ์มันบอก ท่านครับ อย่าเป็นแค่ลมปาก ผมขอฝากบทกลอน ทุกครั้งผมจะฝากครับ ยาเสพติดจะลดหมดไปได้ ต้องจริงใจจริงจังตามหวังไว้ ใช่เพียงแค่ลมปากเอ่ยผ่านเลยไป รัฐจะต้องแก้ไขด้วยใจจริง ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรักษา เวลานะครับ ก็จบการอภิปราย แต่โดยที่ญัตติทั้ง ๘ นี้จะต้องลงมติ ดังนั้นเมื่อจบอภิปรายแล้ว ถือเป็นการยุติการอภิปราย แต่ผู้เสนอญัตติมีสิทธิที่จะสรุปนะครับ ผมเรียนถามว่าเจ้าของ ญัตติใดมีความประสงค์จะสรุปไหมครับทั้ง ๘ ญัตติ ถ้าไม่ติดใจที่จะสรุปก็ต้องขอมติจาก ที่ประชุมนะครับ โดยที่ทั้ง ๘ ฉบับนั้นมี ๗ ฉบับที่เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๑ ฉบับ ของท่านชัชวาลล์เสนอเพื่อสภาส่งให้รัฐบาลพิจารณา แต่ว่าท่านได้แจ้งมาแล้วว่าไม่ติดใจที่จะ ให้ส่ง ขอร่วมส่งไปตั้งคณะกรรมาธิการกับอีก ๗ ฉบับ สมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ท่านประธานผมขอสรุป🔗
เชิญเลยครับ มีผู้สรุป หรือครับ ถ้าอย่างนั้นก็ย้อนขออนุญาตสรุป ขอสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย เขต ๓ ในฐานะที่เป็นผู้เสนอญัตติเกี่ยวกับ เรื่องยาเสพติด ท่านครับ เพื่อให้งานดําเนินการไปอย่างมีคุณภาพทุกข้อมูลที่ทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นําเสนอไปไม่ต่ํากว่า ๓๐-๕๐ คน ผมว่ามันเป็นข้อมูลที่ดี มีคุณภาพ แต่การทํางานในสภา แล้วก็ในฝ่ายนิติบัญญัติหลายครั้งหลายคราที่เราทํางานไป แบบไม่มีการสื่อสาร ผมอยากนําเสนออย่างนี้ครับ อยากให้สื่อที่ใช้เงินภาษีของ พี่น้องประชาชน ตัวอย่างเช่นสํานักข่าวไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ใช้เงินของพี่น้องประชาชน ไปปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเป็นสื่อกลางตรงนี้ด้วย และหรือขอให้เข้าไปมีส่วนร่วม ในการทํางานในฝ่ายนิติบัญญัติหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ อาจจะผ่านสภาหรือว่าไปผ่าน ทางฝ่ายคณะกรรมาธิการ หรือท่านประธานก็อีกส่วนหนึ่ง แต่กราบเรียนท่านประธานว่า ผมขอนําเสนอว่าให้มีสื่อ โดยเฉพาะสื่อที่ใช้เงินงบประมาณของพี่น้องประชาชน ในการขับเคลื่อนงานตัวนี้จะมีประโยชน์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ถ้าทําไปตาม เป็นปกตินี้ผมคิดว่ามันเสียของ มันเสียทิ้งเฉย ๆ จะเสียเวลา และไม่มีประโยชน์ เพราะว่าทางรัฐบาลช่วง ๕-๖ ปี เข้าปีที่ ๗ แล้ว ไม่ว่าการตั้ง ครม. ที่มีอดีตผู้ติดยาเสพติด ผมถือว่ามันเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีเลยที่ไม่ควรเกิดขึ้น เจตนาของรัฐบาลหรือของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ดําเนินการมาทั้งก่อนมีการเลือกตั้ง ทั้งระบอบประชาธิปไตย และระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบมันไม่เกิดผล และไม่มีคุณภาพ ทําให้ประเทศเสียหาย โดยเฉพาะเยาวชนที่มีอายุ ๑๕-๓๐ ปี ประมาณ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ของประเทศถือว่าทําให้ ประเทศเสียหายอย่างรุนแรง ๑ ใน ๓ ของประเทศผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ๘๐ ปี ผู้สูงวัย ก็ตกเข้าไปประมาณ ๒๕-๒๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปบวกกับกลุ่มที่ติดยาเสพติดอีก ผมว่าเหลือคนที่จะไปบริหารประเทศอยู่ ๑ ใน ๓ ของประเทศ นี่คือการทําลายประเทศนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคิดว่าควรแก้ไข อย่างเร่งด่วน ผมขอนําเสนอให้สื่อเข้ามามีส่วนร่วม ผมยกตัวอย่างเช่นคดีเรื่องคุณบอส กระทิงแดง พอสื่อเข้าไปมีส่วนร่วมปั๊บสื่อมันจะขับเคลื่อนการทํางานตั้งแต่เริ่มแรกเลย ทุกวัน ๆ จะมีเรื่องราวตรงนี้ขยับเขยื้อนไป จะมีผลกับการแก้ไขปัญหาครับ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านเจ้าของญัตติอื่น มีความประสงค์ สรุปนะครับ เชิญครับ🔗
สรุปครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมแล้วก็ท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา กับ ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม แล้วก็พรรคเพื่อไทย เราได้ร่วมเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบครบวงจร ผมขอสรุปในช่วงบ่ายเราได้อภิปรายไปแล้วว่า🔗
ประเด็นที่ ๑ เราจะต้องดูถึงปัญหาซึ่งเกิดปัญหาในเรื่องของทางด้านสังคม แล้วก็เศรษฐกิจ รัฐบาลจะต้องจริงจังเยียวยาสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก เยาวชน เพราะขณะนี้ แนวโน้มยาเสพติดเข้ามาระบาดในเด็ก ในโรงเรียนอย่างมากมาย ตรงนี้ต้องรีบทําอย่างจริงจัง🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้บูรณาการงบประมาณร่วมกัน ทั้งในการป้องกัน ปราบปราม บําบัดรักษา ทั้งการผลิต จําหน่าย ตัดวงจร แล้วก็ให้ความรู้และเชื่อมโยง การปราบปรามกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเราทราบว่าในห้วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมา จับยาไอซ์ได้ตั้ง ๓๒ ตัน โดยเฉพาะจาก ๖ ประเทศในช่วงที่โควิด (COVID) ได้ผ่อนคลาย ตรงนี้เป็นประเด็นต้องเชื่อมโยง🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องงบประมาณที่บูรณาการทั้ง ๒๗ หน่วยงาน ขณะนี้ได้ไป ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้งป้องกัน ปราบปราม และบําบัดรักษาประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ต้องทําให้อย่างจริงจัง ทั้ง ๒๗ หน่วยงานต้องมาให้ได้ และรัฐบาลเราจะต้องมีการควบคุม ปรับปรุง พ.ร.บ. พระราชบัญญัติกฎหมายที่ไม่เป็นปัจจุบัน ให้เป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งกฎหมายทุกฉบับ รวมทั้งต้องให้ประกาศสงครามเหมือนกับ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ ของรัฐบาลของพรรคไทยรักไทย และวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๔ ของท่านยิ่งลักษณ์ที่ประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างจริงจัง อยากให้รัฐบาลนี้ ได้ทําอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็ตั้งใจทําจริง ๆ คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นทั้งหมดเราจะได้ ร่วมกันพิจารณา แล้วก็นําความเห็นนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และส่งรัฐบาลเพื่อจะได้เป็น ขวัญกําลังใจให้พี่น้องประชาชนได้ลูกคืนกลับมาสู่อ้อมอกของพ่อแม่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ฉบับอื่นมีความประสงค์ เชิญนะครับ ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าการพิจารณาก็จบ ขอซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่าโดยที่ญัตติ ทั้ง ๘ นี้ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ญัตติของท่านชัชวาลล์ก็ได้ ขออนุญาตให้ในการตั้งคณะกรรมาธิการ สมาชิกไม่ขัดข้องเราก็ได้พิจารณาทั้ง ๘ ฉบับ ในการตั้งคณะกรรมาธิการ แต่โดยหลังจากที่ได้ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกทั้ง ๘ ฉบับ ๘ ท่าน รวมทั้งผู้อภิปรายฝ่ายค้านอีก ๒๐ ท่าน และรัฐบาล ๕ ท่าน รวมทั้งหมด ๓๓ ท่าน ก็ไม่มีความเห็นที่แตกแยกเป็นอย่างอื่น นอกจากสนับสนุนนะครับ ก็ถือว่าเข้ากับข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คือญัตติใดไม่มีผู้คัดค้านให้ประธานถามที่ประชุมว่าจะมีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ผมขอเรียนถามว่าพวกเรามีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีให้ถือว่าที่ประชุม ลงมติเห็นชอบกับญัตตินั้น ที่ประชุมลงมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตามข้อเสนอของ ญัตติทั้ง ๘ ข้อนี้ ขอเชิญสมาชิกเสนอกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอจํานวน กรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ สัดส่วนก็จะเป็นดังต่อไปนี้ ผมเรียนสัดส่วนเลยนะครับ ตามสัดส่วนที่สภาแบ่งไว้ให้ ถ้าเป็นจํานวน ๓๙ ท่าน ก็จะเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๙ ท่าน ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ๓๐ ท่าน ก็เป็นพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคก้าวไกล ๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ขอเชิญเสนอเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากได้รับมอบหมายจากท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เสนอสัดส่วนในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จํานวน ๙ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายนิยม เติมศรีสุข ๒. นายวัลลภ นาคบัว ๓. นางสาวสุภัทรา บุญเสริม ๔. พลตํารวจตรี พรชัย เจริญวงศ์ ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตํารวจโทหญิง ศิพร โกวิท ๖. พลตํารวจเอก ยงยุทธ เทพจํานงค์ ๗. พันตํารวจเอก วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ๘. นายอิสสระ สมชัย ๙. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗
ของรัฐบาลไม่ต้องมี ผู้รับรองนะครับ ของพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๒. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๓. นายนิยม เวชกามา ๔. นางผ่องศรี แซ่จึง ๕. นางสิรินทร รามสูต ๖. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๗. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๘. นายนิคม บุญวิเศษ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ยาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่านครับ ๑. นายพยม พรหมเพชร ๒. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ๓. นายธรรศกร พันธารีกุล ๔. เภสัชกรหญิงนพวรรณ หัวใจมั่น ๕. นายนภดล อังคสุภณ ๖. นายสามารถ เจนชัยจิตรวณิช ๗. นายอนันต์ ปาลีคุปต์ และ ๘. นายชัชวาลล์ คงอุดม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ พรรคภูมิใจไทยขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบ ๑. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๒. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๓. นายมณฑล โพธิ์คาย ๔. นายอนาวิล รัตนสถาพร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคก้าวไกล ๓ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้ง ศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของ พรรคก้าวไกล จํานวน ๓ ท่าน ๑.นายวุฒินันท์ บุญชู ๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๓. เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๒ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ๒. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๓. นายปารเมศ โพธารากุล ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ยาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือนายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับของด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้ง ศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ พันตํารวจโท เสวก อรุณชุมแสง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๔ พรรคประชาชาติ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบ ในส่วนของพรรคประชาชาติ คือพลตํารวจตรี สุรศักดิ์ รมยานนท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัดยาเสพติด การป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่านครับ นายสุริยันต์ สุริยะโชติกุล ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ🔗
รายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บําบัด ยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ จํานวน ๓๙ ท่าน ๑. นายนิยม เติมศรีสุข ๒. นายวัลลภ นาคบัว ๓. นางสาวสุภัทรา บุญเสริม ๔. พลตํารวจตรี พรชัย เจริญวงศ์ ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตํารวจโทหญิง ศิพร โกวิท ๖. พลตํารวจเอก ยงยุทธ เทพจํานงค์ ๗. พันตํารวจเอก วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ๘. นายอิสสระ สมชัย ๙. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๑๐. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๑๑. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๑๒. นายนิยม เวชกามา ๑๓. นางผ่องศรี แซ่จึง ๑๔. นางสิรินทร รามสูต ๑๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๑๖. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๑๗. นายนิคม บุญวิเศษ ๑๘. นายพยม พรหมเพชร ๑๙. นายธรรศกร พันธารีกุล ๒๐. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ๒๑. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๒๒. นายชัชวาลล์ คงอุดม ๒๓. นายนภดล อังคสุภณ ๒๔. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ๒๕. นายอนันต์ ปาลีคุปต์ ๒๖. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๒๗. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๒๘. นายมณฑล โพธิ์คาย ๒๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร ๓๐. นายวุฒินันท์ บุญชู ๓๑. เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข ๓๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๓๓. นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ๓๔. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๓๕. นายปารเมศ โพธารากุล ๓๖. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ๓๗. พันตํารวจเอก เสวก อรุณชุมแสง ๓๘. พลตํารวจตรี สุรศักดิ์ รมยานนท์ ๓๙. นายสุริยันต์ สุริยะโชติกุล🔗
ท่านสมาชิกมีอะไร จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขไหมครับ ถ้าไม่มี กรรมาธิการ ๓๙ ท่านก็จะไปทําหน้าที่นะครับ ขอเชิญ เสนอเวลาในการพิจารณาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วันครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองนะครับ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็เป็นไปตามเสนอ สมาชิกครับ วันนี้เราก็ประชุมมาร่วม ๑๐ ชั่วโมงเศษนะครับ ก็จบวาระนี้ วาระอื่น ก็คงเริ่มต่อไปในวันพรุ่งนี้ ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ขอปิดประชุมครับ🔗