unknown · · 527 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๒๘ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตาม ข้อบังคับ ข้อ ๒๔ วันนี้มีรายชื่อทั้งหมด ๓๐ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกได้ทำดีมาแล้วนะครับ คือพยายามรักษาเวลา ซึ่งก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งในการย่อความทำให้ได้สาระภายใน เวลา ๒ นาที ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วก็ทำได้ดีมาเกือบทุกท่านนะครับ ขอให้รักษาความสามารถ อันนี้ไว้ครับ ผมขออนุญาตไล่ไปตามลำดับเลยนะครับ จะไม่อ่านรายชื่อล่วงหน้า เพราะพวกเรา ทราบดีอยู่แล้ว ขอเริ่มต้นด้วยคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงผิวจราจรบริเวณซอยรัชดาภิเษก ๑๘ เขตห้วยขวาง ซึ่งในปัจจุบันพื้นผิวจราจรชำรุดทรุดโทรมเป็นจำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตให้ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าไปจัด ระเบียบการจราจรบริเวณถนนซอยจตุรทิศ ๒ เขตดินแดง ซึ่งปัจจุบันมีรถจอดอยู่ข้างทาง ทำให้รถสวนกันไม่ได้ในปัจจุบัน ก็ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันค่อนข้างบ่อยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้โอน เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่เหลือจ่ายคืนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะได้ไปใช้ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในส่วนของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นในปัจจุบัน ซึ่งงบประมาณ ในส่วนนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีการเรียกเงินคืนกลับมา ก็ขออนุญาต นำเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องถนนบริเวณซอยงามดูพลี เขตสาทร ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ทาง กทม. ที่ได้ให้ความสำคัญแล้วก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จึงได้ทำโครงการ สร้างท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ตั้งแต่บริเวณหน้ากรมการบินพาณิชย์จนถึงปากซอยงามดูพลี ถนนพระราม ๔ แต่เวลานี้ก็ครบกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานของโครงการแล้ว แต่ว่า โครงการยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งดิฉันก็ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมา อยากจะขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้เร่งรัดติดตามการดำเนินงานของโครงการ เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อนเพราะว่าถนนขรุขระ รวมไปถึง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็กีดขวางทางจราจรเป็นจำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องทางเดินเท้าบริเวณหลังวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน ซึ่งเชื่อมไปประตูน้ำ เนื่องจากทางเดินบริเวณนั้นชำรุดเสียหาย เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทาง จึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการซ่อมแซม บริเวณดังกล่าว🔗

แล้วก็เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณริมคลองบ้านม้า เขตสะพานสูง เขตประเวศ ซึ่งไฟฟ้าบริเวณนี้ดับมาเป็นเวลานานแล้ว จึงอยากขอหารือท่านประธาน ประสานผ่านไปยังการไฟฟ้านครหลวงให้ช่วยติดตามดำเนินการซ่อมแซมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่กัญญา เทพา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านท่าข้าม ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เรื่องของปัญหาตลิ่งแม่น้ำเลย ช่วงบ้านท่าข้าม ระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร พังทลาย ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน พี่น้องประชาชนซึ่งต้องรีบเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเสียหายต่อทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชน ซึ่งทางกรมเจ้าท่าได้มาสำรวจพื้นที่ไปบ้างแล้ว จึงขอความกรุณา ท่านประธานได้ส่งหนังสือถึงกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดสำรวจออกแบบแล้วก็ จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างเขื่อนเรียงหินป้องกันตลิ่งพังโดยเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ริมคลองน้ำลาย ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต แล้วก็เป็นไปตามที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้รับปากพี่น้องประชาชนที่บ้านสูบไว้ ว่าจะเร่งรัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จึงขอให้ท่านประธานได้ประสานไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดขุดลอกคลองน้ำลาย แล้วก็ก่อสร้างเขื่อนป้องกัน ตลิ่งพังตลอดแนวคลองน้ำลายที่อยู่ในเขตพื้นที่ชุมชน ระยะทางประมาณ ๙๓๖ เมตร แล้วก็ปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณดังกล่าวด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ ผมถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่กระผมได้อภิปรายในสภา คือให้มี การชกมวยได้ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ว่าขณะนี้การเยียวยานักมวยและค่ายมวยยังไม่ครบถ้วน ยังไม่เพียงพอกับจำนวนค่ายมวยและนักกีฬาที่มีอยู่จริงในขณะนี้🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาการเปิดกีฬา พื้นบ้านคือวัวชน เพราะว่ากีฬาวัวชนในพื้นที่โดยเฉพาะภาคใต้นั้นมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย ทั้งเจ้าของวัว ทั้งคนเลี้ยงวัวและคนปลูกหญ้า รวมทั้งธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับผลกระทบ อยู่เป็นจำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบท ได้ลาดยาง ถนน ๒ สาย คือ สายหนองผักบุ้ง ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอน ไปยังบ้านโหล๊ะหาร ตำบลคูหาใต้ จังหวัดสงขลา ระยะทาง ๑ กิโลเมตร กับสายที่ ๒ หมู่ที่ ๙ ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอนไปยังบ้านป่าบาก หมู่ที่ ๔ ตำบลทุ่งนรี อำเภอป่าบอน🔗

เรื่องที่ ๔ ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ดำเนินการประกันรายได้ จนขณะนี้ยางพาราแตะกิโลกรัมละ ๖๐ บาทแล้ว ทำให้ไม่ต้องนำเงินงบประมาณมาประกัน รายได้ มาชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร🔗

เรื่องถัดมา ขอให้กระทรวงมหาดไทยจัดงบประมาณเพื่อให้ชุมชนได้จัดทำ จุดเช็กอิน (Check in) ซึ่งหมู่บ้านหลายหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดพัทลุงเป็นหมู่บ้าน เป็นชุมชน เพื่อการท่องเที่ยว ขาดจุดเช็กอิน (Check in) แล้วก็ให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ทำ สื่อโฆษณาให้กับจุดเช็กอิน (Check in) ดังกล่าวด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณทศพร ทองศิริ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรของชาวราษฎร์บูรณะ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีประเด็นที่จะขอหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กับท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องซอยที่ถูกลืม เส้นถนนพุทธบูชา ๔๔ แยก ๑๓ ซึ่งเป็นซอย ที่เจ้าของที่ได้ยกพื้นที่ถนนให้เป็นสาธารณประโยชน์แล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับ การพัฒนาแต่อย่างใด ถนนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างในช่วงตอนกลางคืน ทำให้เกิดความ ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีต้นไม้ที่ยื่นเกี่ยวพาดกับสายไฟอยู่หลายเส้น ซึ่งเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิดได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของป้ายรถโดยสารประจำทางที่ถูกรถประจำทางชน พังเสียหายบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ ๒๒ ซึ่งกระผมได้ประสานกับทางสำนักงานเขตแล้ว และทางสำนักงานเขตได้นำส่งเรื่องนี้ไปยังแขวงทางหลวงสมุทรปราการเป็นที่เรียบร้อย แต่ขอความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานครับ ฝากไปยังแขวงทางหลวงสมุทรปราการ ในการช่วยเร่งซ่อมแซมโครงหลังคาของศาลาที่พักผู้โดยสารให้ด้วยครับ เพราะในช่วงนี้ เป็นช่วงหน้าฝนและป้ายรถเมล์ดังกล่าวเป็นป้ายที่มีประชาชนมาใช้บริการรอรถโดยสาร ประจำทางตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนครับ🔗

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของการขอติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพื่อความปลอดภัย แก่พี่น้องประชาชนบริเวณจุดกลับรถหน้าปากซอยสุขสวัสดิ์ ๒๕ ที่มีการจราจรหนาแน่น และมักเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นจุดกลับรถหลักเพื่อเข้าโรงพยาบาลบางปะกอก จากถนนฝั่งซอยเลขคู่และเป็นจุดกลับรถไปเข้าซอยสุขสวัสดิ์ ๓๐ และซอยสุขสวัสดิ์ ๒๖ ตามลำดับ จากถนนฝั่งซอยเลขคี่ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงสมุทรปราการ อีกครั้งในการขอความอนุเคราะห์ในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทน ราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมใคร่ขอหารือท่านประธานกับปัญหาความเดือดร้อน และความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบทั้งปัจจุบันและอนาคต ในเรื่องของการ จัดทำร่างผังเมืองรวมของอำเภอสัตหีบ ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอสัตหีบเป็นอำเภอเดียว ที่ใกล้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ใกล้รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน และท่าเรือ พาณิชย์จุกเสม็ด แต่ท่านประธานทราบไหมว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวง มหาดไทยนั้นจัดทำร่างผังเมืองอำเภอสัตหีบกำหนดให้พื้นที่ตำบลพลูตาหลวง ตำบลนาจอมเทียน และตำบลบางเสร่ เป็นพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนใหญ่ครับ นั่นหมายความว่ากรมโยธาธิการและ ผังเมืองกำหนดให้อำเภอสัตหีบที่ใกล้สนามบินมากที่สุด ใกล้รถไฟฟ้าความเร็วสูงมากที่สุด เป็นพื้นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ท่านประธานครับ ท่านจะให้พี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบไปทำไร่ ทำสวน ปลูกผักข้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือข้างสนามบิน หรืออย่างไรครับ และในตำบลแสมสารก็เช่นเดียวกัน ซึ่งพี่น้องประชาชนตำบลแสมสาร ได้รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ท่านก็กำหนดให้เป็นพื้นที่สีขาวคือพื้นที่ ราชการครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่จะสร้าง รายได้ให้กับประเทศและส่งเสริมการลงทุนให้กับประเทศ แต่อยากให้มองลงมากับพี่น้อง ประชาชนในอำเภอสัตหีบ เพราะพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบคือชุมชน คือเจ้าบ้านที่ดี และเป็นเจ้าบ้านที่ดีเสมอมาครับ น้อมรับนโยบายของรัฐบาลทุกอย่าง แต่ท่านก็ไม่ควรมอง การเสียสละของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบนี้เช่นกัน เพราะการจัดทำร่างผังเมืองของ อำเภอสัตหีบกับของกรมโยธาธิการและผังเมืองไปคนละทิศคนละทางกับคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเลยครับ ดังนั้นผมจึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก หรือ กพอ. ร่วมกันพิจารณาปรับผังเมืองอำเภอสัตหีบให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบอย่างมั่นคงและยั่งยืนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณนิยม เวชกามา🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ผมขอนำเอา เรื่องเดือดร้อนของชาวบ้านในเขตอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ครับ ที่ผมต้องนำมาอีกเป็นครั้งที่ ๓ เพราะผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่เหลือ ชีมุล กับคณะกรรมการ มาพบผมอีกครั้งว่าผมหารือกับท่านประธานครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ท่านประธานครับ บ้านโนนเจริญ หมู่ที่ ๙ ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เป็นหมู่บ้านที่รวมเป็นชุมชน เมื่อปี ๒๕๓๖ และประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหมู่บ้านเมื่อปี ๒๕๔๖ ถูกต้อง ตามกฎหมาย วันนี้มีอยู่ ๑๑๓ หลังคาเรือน หมู่บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้าในระบบปกติ ไม่มีสะพาน เข้าหมู่บ้าน เดิมทีเดียวถนนไม่มีเลยต้องใช้ถนนดิน วันนี้ถามผู้ใหญ่บ้านบอกว่าเรื่องน้ำ ไม่พูดแล้วขุดบ่อกันใช้ได้ แต่ที่จำเป็นอย่างยิ่งคือถนนเข้าหมู่บ้าน อันนี้ผมต้องกราบเรียนว่า หลังจากที่หารือไป การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปสำรวจเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ หลังจาก หารือวันที่ ๒๘ แล้วสำรวจจากวันนั้นถึงวันนี้ยังไม่มีอะไร ส่วนทางอำเภอนั้นหลังจากหารือ วันที่ ๒๒ วันที่ ๔ มีนาคม ก็เข้าไปทำความเห็นร่วมกับชาวบ้านแล้วก็ร่วมกันสร้างสะพานให้ โดยการใช้ไม้ ให้ชาวบ้านสร้าง ถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ของรัฐที่ใหญ่กว่านั้น ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗

(นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่พร้อมนะครับ ผมขอ ต่อไปก่อนนะครับ คุณพีระเพชร ศิริกุล คุณพีระเพชรพร้อมแล้วเชิญเลยครับ🔗

นายพีระเพชร ศิริกุล กาฬสินธุ์

พร้อมแล้วครับท่านประธานครับ ขอประทานอภัยครับ เมื่อสักครู่หาการ์ด (Card) เสียบอยู่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายพีระเพชร ศิริกุล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่เคารพ กระผม นายพีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนพุทธศาสนิกชน เกษตรกรผู้เดือดร้อน กระผมจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้คือ🔗

เรื่องที่ ๑ การขอเอกสารสิทธิที่ดินที่ใช้จัดตั้งวัด ที่พักสงฆ์ ในเขตพื้นที่ อำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง อำเภอสามชัย อำเภอนามน อำเภอดอนจาน และอำเภออื่น ๆ อีกในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีวัดและที่พักสงฆ์ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิอยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่าแห่ง และที่ตกสำรวจอีกเป็นจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางวัด พี่น้องประชาชน ได้ทำเรื่องขอเอกสารสิทธิแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงอยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ช่วยดูแลในเรื่องนี้และได้บอกแนวทางปฏิบัติ ที่ถูกต้องให้กับทางวัด และผมขอแนวทางที่ถูกต้องในการขอเอกสารสิทธินั้นด้วย จะได้ช่วย ประชาสัมพันธ์นะครับ เช่นวัดเกาะแก้วชัยมงคล บ้านหลักเหลี่ยม หมู่ที่ ๖ ตำบลหลักเหลี่ยม อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ มีสภาพเป็นวัดที่สมบูรณ์ จะขอตั้งวิสุงคามสีมาก็ไม่ได้เพราะไม่มีเอกสารสิทธิ ฉะนั้นจึงให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนี้ ได้กรุณาเอาใจใส่เร่งรัดด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการเกษตรของ พี่น้องในเขตเลือกตั้งที่ ๔ และทั่วไปในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตัวกระผมเองได้หารือท่านประธาน มาแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคือการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคในอำเภอสามชัย อำเภอคำม่วง อำเภอสมเด็จ อำเภอนามน อำเภอดอนจาน ได้เร่งรัดในเรื่องนี้ และขอทราบแนวทางในการปฏิบัติในการขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัย และเพื่อการเกษตรด้วยครับ จึงกราบเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพ เอกสารรายละเอียด จะขอส่งผ่านท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีข้อหารือมานำเรียนต่อ ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อย่างเร่งด่วน🔗

เนื่องด้วยวันที่ ๑๐ มิถุนายนที่ผ่านมา ดิฉันเองได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จาก คุณปองกานต์ พุทธิสัตย์ และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ ในเรื่องเกี่ยวกับถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ สายประชาอุทิศ ๙๐ ดิฉันเอง ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตำบลบ้านคลองสวน ในเรื่องที่ได้รับแจ้ง เกี่ยวกับถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่ง อบต. ได้มาปะผิวจราจรแล้วครั้งหนึ่ง แต่ล่าสุดดิฉันเอง ยังได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนกับปัญหาเดิม ซึ่งดิฉันเองได้ลงพื้นที่ได้ทราบว่า ณ ปัจจุบันทาง อบต. บ้านคลองสวนได้ทำสัญญาว่าจ้างโครงการขยายผิวจราจร ๔ เลน (Lane) สายประชาอุทิศ ๙๐ ผิวจราจรกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๓๓๐ เมตร มูลค่าการก่อสร้าง ๒๑ ล้านบาท โดยทำสัญญาตั้งแต่วันที่ ๒๕ เมษายน จนจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ ๓๑ ตุลาคม ระยะเวลา ๑๘๐ วัน แต่วันนี้เวลาล่วงเลยมา ๑๒๗ วันแล้ว จะเหลือเวลาอีก ๕๓ วันถึงจะสิ้น โครงการ ดิฉันเองจึงอยากจะมานำเรียนต่อท่านประธานสภาว่าวันนี้ดิฉันเองได้รับการชี้แจง จากทาง อบต. ว่าการประปานครหลวงยังไม่มาวางท่อระบายน้ำใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ควร จะเกิดขึ้น ประเด็นนี้ดิฉันเองอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ควรที่จะทำ โครงการประสานงานกับการประปานครหลวงให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ดิฉันเองก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อบต. บ้านคลองสวน แล้วก็ท่านนายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ แล้วก็ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากว่ามีการก่อสร้าง ถนนคอนกรีตทับทางลาดยาง มี ๒ ช่วงครับ ช่วงที่ ๑ การก่อสร้างถนน คสล. บ้านดงยาง หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านค้อ ถนนมีความกว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๙๗ เมตร ส่วนช่วงที่ ๒ เป็นการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนมีความกว้าง ๖ เมตร หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๔ บ้านดงยาง ตำบลบ้านค้อ ถนน ๒ เส้น มาบรรจบกัน ปรากฏว่าไม่สามารถมาบรรจบกันได้เนื่องจากว่าถนนความกว้างไม่เท่ากัน เกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา🔗

เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอลอง อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีทั้งหมด ๕ หมู่บ้าน ๑. บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ ๑ ตำบลแม่ปาน ๒. บ้านศรีดอนชัย หมู่ที่ ๑๐ ตำบลทุ่งแล้ง ๓. บ้านแม่แขม หมู่ที่ ๕ ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง ๔. บ้านร่องบอน หมู่ที่ ๑ ตำบลปากกลาง ๕. บ้านป่าไผ่ หมู่ที่ ๕ ตำบลไทรน้อย อำเภอเด่นชัย ปัญหาคล้าย ๆ กันครับ ปัญหาเรื่องน้ำประปาและปัญหาเรื่องการเจาะบาดาล บางพื้นที่ เจาะบาดาลขึ้นมาไม่มีน้ำก็เป็นอนุสาวรีย์ตั้งโชว์ไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ แล้วก็ปัญหาเรื่องที่ดิน ทำกิน ปัญหาเรื่องน้ำในการเกษตรไม่เพียงพอ จึงขอกราบเรียนท่านประธานสั่งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องอำเภอลอง อำเภอเด่นชัยด้วยครับ🔗

อีกประการหนึ่ง ขอขอบคุณท่านประธานที่ช่วยเหลือในการโอนเงินคืนให้กับ โรงเรียนบ้านกุดแกลบที่ผมได้หารือไปครั้งที่แล้ว ปรากฏว่าตอนนี้เงินได้โอนคืนแล้ว กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอิสสระ สมชัย ครับ🔗

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในภาคอีสานที่จะมากราบเรียนต่อท่านประธาน ถ้าเราติดตามฟังข่าวของกรมอุตุนิยมวิทยานั้นดูเหมือนฝนจะตกทั่วประเทศไทย แต่แท้จริงแล้ว ไม่ใช่นะครับ อย่างภาคอีสานก็ตกเป็นเพียงบางแห่ง เช่นจังหวัดนครพนมเดี๋ยวนี้ฝนก็หายไปแล้ว อย่างภาคเหนือตอนนี้จะเจอก็ที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในภาคอีสานนั้นแท้จริงแล้วยังมีความเดือดร้อนเรื่องขาดแคลนน้ำอย่างมากเลย สถานี ฝนหลวงที่ไปตั้งในภาคอีสานนั้นตั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดขอนแก่น แล้วก็จังหวัดอุดรธานี กระผมอยากให้ไปตั้งที่จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนั้นผมได้สอบถามเพื่อน ส.ส. ในภาคอีสาน หลายคนก็ปรากฏว่าได้รับทราบปัญหาเช่นเดียวกันคือไม่มีน้ำอยู่ในนาเลยครับ โปรดสังเกตดู รูปภาพนะครับ รูปภาพที่ผมนำมาให้ดูนี้คือสภาพผืนนา ที่เขียว ๆ นั้นไม่ใช่ต้นข้าวนะครับ ทั้งหมดนั้นคือต้นหญ้า เนื่องจากว่าเมื่อฝนไม่มาหญ้าก็ขึ้นเต็มทุ่งมา ฝนมาเพียง กะปริดกะปรอยไม่สามารถจะหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ ปีนี้ภาคอีสานไม่รู้ว่าจะเอาข้าวที่ไหน ไปรับประทานนะครับ จึงอยากจะเรียกร้องให้ทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ไปทำ ฝนหลวงในภาคอีสาน อีสานตอนกลางและอีสานตอนล่างนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องแฟลตตำรวจที่อำเภอพิบูลมังสาหาร ปัจจุบันนี้เสียหายมาก โดยเฉพาะปีที่แล้วน้ำท่วม แฟลตเสียหายจนกระทั่งไม่สามารถจะอยู่ได้เลย เสียหายไป ทั้งหมด ๒ แห่งครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียกร้องให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ เนื่องจากมีกำลังพลอยู่ที่นั่นจำนวน ๑๗๐-๑๘๐ คน ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างแฟลตให้สถานีตำรวจภูธร พิบูลมังสาหารด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ครับ🔗

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมได้นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรในพื้นที่ ๕ ตำบล ริมฝั่งหนองหาน อำเภอเมืองสกลนคร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในการทำ การเกษตร ซึ่งพี่น้องเหล่านี้มีความประสงค์ต้องการให้กรมชลประทานจัดสรรน้ำเข้าสู่ระบบ คลองส่งน้ำและท่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรด้วยระบบการจัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ในบริเวณจุดที่ ๑ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท่าเยี่ยม ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง เพื่อขยาย ลำคลองส่งน้ำที่มีอยู่เดิมต่อไปยังบ้านห้วยปลาใย บ้านโนนหอมทั้ง ๒ หมู่ และบ้านไผ่ล้อม🔗

จุดที่ ๒ สถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าบ้านเหล่าละโมง ที่มีคลองส่งน้ำเดิมอยู่แล้ว ต้องการขยายเขตลำคลองไปยังบ้านกุดแข้ บ้านโพนปอหู บ้านนาลาย และพื้นที่ของ ตำบลม่วงลายคือบ้านกุดจิก บ้านนางเลิศ บ้านหนองห้าง🔗

และบริเวณจุดที่ ๓ ขอให้มีการจัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่สูบน้ำจาก ลำน้ำพุงเดิม ที่บ้านป่าแพง ตำบลดงชน ขยายคลองส่งน้ำไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง เช่น บ้านดงชน บ้านเหล่ามะแงว บ้านแมด และบ้านดอนยาง บ้านหนองแคน ของตำบลเหล่าปอแดง ซึ่งลำคลองส่งน้ำเหล่านี้อยู่บริเวณคลองส่งน้ำของโครงการเขื่อนเก็บกักน้ำลำน้ำพุง บ้านตองโขบน้อยของกรมชลประทาน ก็ขอฝากกราบเรียนท่านประธานเพื่อแจ้งไปยัง กรมชลประทานให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตยกประเด็นเรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social media) หรือว่าสื่อออนไลน์ (Online) ซึ่งทุกวันนี้มีบทบาทสูงมากในชีวิตประจำวันของเรา แล้วก็ทำให้ธุรกิจอื่น ๆ ได้รับผลกระทบ ทั้งดีและไม่ดี ตัวอย่างเช่นในกรณีของสื่อมวลชนทุกวันนี้หลายฉบับต้องมีการปิดตัวไป เพราะว่าไม่มีโฆษณามา เนื่องจากการโฆษณาไปอยู่กับทางสื่อออนไลน์ (Online) มากขึ้น ๆ สื่อเหล่านี้ก็อยู่ต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้เราได้มีการร่างกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการให้จ่าย แวต (VAT) และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระที่สองต่อไป แต่ว่า ณ เวลานี้ เมื่อวานก็มีข่าวจากประเทศออสเตรเลียว่าเฟซบุ๊ก (Facebook) กำลังมีเรื่องกับทางการ ของประเทศออสเตรเลีย เพราะว่าสำนักข่าวต่าง ๆ ในประเทศออสเตรเลียต้องการ ให้สื่อออนไลน์ (Online) เหล่านี้ ต้องมีการแบ่งปันรายได้จากการที่มีการนำเสนอข่าว ในสื่อออนไลน์ (Online) เหล่านั้น ซึ่งทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็ดี หรือบางแห่งก็อาจจะ ไม่ยอมรับ ก็จะเป็นเรื่องที่ในประเทศไทยเราก็น่าจะมีการศึกษากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ดี หรือว่าทางสำนักพิมพ์ สำนักข่าวต่าง ๆ น่าจะศึกษากันว่าทุกวันนี้แหล่งรายได้หลักของเขาก็คือที่เคยได้รับจากการโฆษณาไหลไปอยู่กับ สื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เหล่านั้น โดยที่สื่อออนไลน์ (Online) เหล่านั้นเอาข่าวหรือ ข้อมูลที่เพื่อนนักข่าวของเราทำงาน แต่ไม่ได้ค่าจ้างจากแต่เดิม เพราะว่ารายได้ไปตกอยู่กับ สื่อออนไลน์ (Online) เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเป็นประเด็นที่อยากจะขอให้ทางรัฐบาลไทย ได้ช่วยดูแลเพื่อความเป็นธรรมของสื่อมวลชนในประเทศไทยด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอใช้เวลา ๒ นาทีนี้ เพื่อที่จะได้พูดเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เขาอยู่ข้างนอก ที่เขากำลังได้รับ ความเดือดร้อน แล้วก็อยากให้ผู้ที่มีอำนาจได้รับฟังเสียงของเขา นั่นก็คือเรื่องของการแบน (Ban) สารเคมีที่ชื่อว่าพาราควอต (Paraquat) ซึ่งเป็นสารเคมีใช้ในการกำจัดวัชพืช ซึ่งพี่น้อง เกษตรกรใช้กันมาร่วมกว่า ๕๐ ปีแล้ว ท่านประธานครับ ผมแล้วก็พรรคก้าวไกลเราสนับสนุน เกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ เพราะเราก็ห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ต่อผู้บริโภค แล้วก็ต่อพี่น้องเกษตรกร แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลไม่ได้มี ยุทธศาสตร์หรือเป้าหมายในการที่จะทำให้เกษตรนั้นเป็นเกษตรที่ปลอดสารเคมี แต่เป็นเพียง การที่จะให้เกษตรกรนั้นเลิกใช้พาราควอต (Paraquat) แล้วก็แนะนำให้ใช้สารเคมีตัวใหม่ นั่นก็คือกลูโฟซิเนต (Glufosinate) เป็นการเปลี่ยนจากเคมีตัวหนึ่งไปสู่เคมีอีกตัวหนึ่ง เท่านั้นเอง ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่าแล้วก็มีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า หากวันนี้เกษตรกร ไม่มีสารเคมีในการที่จะใช้ในเรื่องของภาคการเกษตร จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อ พี่น้องเกษตรกรของชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพที่จะใช้ในส่วน ของการส่งออกก็มีปัญหาครับ ดังนั้นหากรัฐบาลจะมีนโยบายที่จะให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่ปลอดสารเคมีหรือเป็น ประเทศเกษตรอินทรีย์ ก็ควรจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และมีมาตรการรองรับควบคู่ ไปกับการค้นคว้าวิจัยในเรื่องของสารชีวภัณฑ์ทดแทนที่มีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่ต่ำ ไม่ใช่ใช้วิธีการหักดิบและมีบทลงโทษที่รุนแรงอยู่ในขณะนี้ครับ ผมจึงขอให้คณะกรรมการ วัตถุอันตราย แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทบทวนพิจารณาหารือ เพื่อที่จะได้ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยและเศรษฐกิจของเกษตรกรไทยด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ กับท่านประธานดังนี้นะคะ🔗

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากอำเภอท่าวุ้ง อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอเมืองของ จังหวัดลพบุรี ประสบกับปัญหาภัยแล้งมาเป็นระยะเวลานาน และขณะนี้เป็นฤดูการทำนา ซึ่งเราพูดกันในพื้นที่ว่าปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ แต่ว่าน้ำที่มามันน้อยมาก แล้วประกอบกับ คลองต่าง ๆ ก็มีวัชพืชมากมายทำให้น้ำไหลไม่สะดวกเลยค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องหลาย ๆ ตำบล ขอให้ขุดลอกและกำจัดวัชพืชตามคลองต่าง ๆ เช่น ๑. คลองพรหมมาสตร์ บางขันหมาก ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง ๒. คลองลำโพนทอง ซึ่งเชื่อมตั้งแต่ตำบลหนองเต่า อำเภอบ้านหมี่ ไปถึงตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง ๓. คลอง ตั้งแต่วัดเสือหมู่ที่ ๑๐ ไปถึงหมู่ที่ ๑๕ ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง ๔. คลองบริเวณ หน้าวัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ ไปถึงหมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง ดิฉันนำเรียนท่านประธานฝากถึงกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า ช่วยบรรเทาและแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอติดตามจากที่เคยหารือท่านประธานไว้เรื่องการสร้างฝาย หรือประตูระบายน้ำ บริเวณแม่น้ำลพบุรีในช่วงตำบลโพตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง ว่าขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ขอนำเรียนท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ตั้ง งบประมาณในปี ๒๕๖๕ ไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่า ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ คือเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็น โรงพยาบาลดีเด่น ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศด้านการสร้างเครือข่ายสุขภาพชุมชน แต่พบว่ามีปัญหาเรื่องคนไข้ล้นโรงพยาบาล ทราบว่าทางจังหวัดชัยภูมิได้ทำเรื่องเสนอ ของบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อก่อสร้างอาคารคนไข้ในให้โรงพยาบาล คนไข้ในขนาด ๖๐ เตียง งบประมาณ ๒๑ ล้านบาท ก็ได้ฝากกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาต่อไป🔗

๒. ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ประสานกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อที่จะให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิได้ดำเนินการก่อสร้างถนนลาดยางเชื่อมระหว่าง ตำบล ดังนี้ ๑. ถนนลูกรังสายบ้านหนองหญ้าขาว ตำบลช่องสามหมอ มายังถนน กรมทางหลวงหมายเลข ๒๐๕๔ ถนนลาดใหญ่-ช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ ความยาว ๔ กิโลเมตร ๒. ถนนลูกรังสายบ้านหนองม่วง ตำบลโคกกุง มาถึงบ้านโคกล่าม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ๓. บูรณะราดยางถนน สายบ้านห้วยหว้านไพร ตำบลบ้านแก้ง มาบ้านซำมูลนาก ตำบลหนองไผ่ อำเภอแก้งคร้อ ความยาว ๔ กิโลเมตร รายละเอียดต่าง ๆ กระผมจะได้ทำบันทึกเสนอท่านประธานต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตหารือ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าถนนเส้นหลัก บริเวณคลอง ๑๘ คลอง ๑๙ และคลอง ๒๐ ตำบลหมอนทอง ตำบลสิงโตทอง และ ตำบลดอนเกาะกา เป็นถนนที่พี่น้องในละแวกนั้นได้ใช้สัญจรเดินทางเป็นประจำครับ แล้วก็ ต้องขอบคุณทางกรมทางหลวงชนบทที่ได้ปรับปรุงซ่อมแซมถนนจนสามารถใช้สัญจร ได้อย่างสะดวก แต่อย่างไรก็ตามครับ ยังมีปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย🔗

ประเด็นแรก ถนนรถที่วิ่งบริเวณนี้วิ่งด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง และที่กลับรถ ยกตัวอย่างจากคลอง ๒๐ จะกลับรถต้องใช้ระยะเวลา ไกลพอสมควร จึงเกิดการวิ่งย้อนเลน (Lane) บ่อยครั้งทำให้เกิดอุบัติเหตุ นั่นประเด็นที่ ๑🔗

อีกประเด็นหนึ่ง ในทางจุดกลับรถในจุดต่าง ๆ ก็จะมีไหล่ทางซึ่งให้รถนั้น สามารถกลับรถได้เพียงพอ เผอิญก็มีหลายคนไปจอดรถในบริเวณไหล่ทางที่เขาให้กลับรถ เวลารถที่จะต้องกลับรถก็เลยมีพื้นที่ไม่เพียงพอจนเกิดอุบัติเหตุ บวกกับรถที่วิ่งทางตรงมา วิ่งด้วยความเร็ว จึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็คือขอให้เปิดช่องกลับรถเพิ่มอีก ๑ ช่อง ในช่วงระหว่างถนนคลอง ๒๐ แล้วก็ขอป้ายห้ามจอดในบริเวณไหล่ทางที่กลับรถครับ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ในภายภาคหน้าครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนน สายเสนา-ผักไห่-บางบาล บริเวณสี่แยกวัดกำแพงแก้วเป็นสี่แยกไฟแดง ซึ่งไม่มีสัญญาณ ไฟจราจร ไฟส่องแสงสว่าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก เพราะถนนเส้นนี้เป็นบริเวณ ทางแยกที่เชื่อมต่อระหว่างถนนหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนสายสีกุก-บางบาล ก็วิงวอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานทางหลวงชนบทที่ ๑ ทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยา ช่วยสำรวจติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ไฟเขียว ไฟแดง และติดตั้งไฟส่องแสงสว่าง เพื่อพี่น้อง ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนแห่งนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอผักไห่ และผู้สัญจรไป มาบนถนนสายผักไห่-ลาดชะโด ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลาดยาง อยู่ริมคันคลองชลประทาน ได้รับความเสียหายและไม่มีไฟส่องแสงสว่าง ยามค่ำคืนได้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ก็วิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานทางหลวงชนบทหรือ ทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยาช่วยซ่อมแซมถนนให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ เพราะถนนสายนี้สามารถเชื่อมโยงไปจังหวัดต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง ก็หารือท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอลาดบัวหลวง และพี่น้องชาวอำเภอบางไทร บริเวณสี่แยกไม้ตรา เข้าอำเภอลาดบัวหลวง ไฟฟ้าส่องแสงสว่าง ได้รับความเสียหาย ประกอบตรงจุดนั้นมีที่กลับรถ ก็วิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยซ่อมแซมไฟส่องแสงสว่างบริเวณดังกล่าว เพราะบริเวณดังกล่าวมีจุดกลับรถ ไฟฟ้า ที่เสียอยู่ก็ประมาณ ๓๐ ต้น ก็วิงวอนหารือท่านประธานช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมบูรณ์ ซารัมย์🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเกี่ยวกับการสร้างฝายกั้นน้ำและขุดลอกเพื่อเก็บน้ำดิบ สำหรับใช้ในการทำประปา จุดที่ ๑ ลำห้วยตะกั่ว อำเภอบ้านใหม่ จุดที่ ๒ ลำห้วยเตย อำเภอพุทไธสง จุดที่ ๓ ลำห้วยพังชู อำเภอนาโพธิ์ จุดที่ ๔ ห้วยเกียดิน อำเภอคูเมือง และจุดที่ ๕ ลำห้วยลำทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ ฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้สำรวจออกแบบในการขุดลอก พร้อมสร้างฝายให้เป็นระยะ ๆ ห่างกันแต่ละตัวนั้น ประมาณ ๕๐๐ เมตร จะสามารถกักเก็บน้ำเพื่อการประปาสำหรับพี่น้องประชาชนได้🔗

ประเด็นที่ ๒ คือขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์กระทบภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง พื้นที่ทำนาข้าว ทั้งจังหวัด ๒ ล้านกว่าไร่ แต่พื้นที่ที่กระทบภัยแล้งเป็นล้านไร่ ท่านประธานครับ ฝากถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมฝนหลวงและการบิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการ ปฏิบัติการทำฝนหลวงให้กับพี่น้องชาวนาในพื้นที่🔗

ผมขออนุญาตท่านประธานตามเรื่อง เมื่อปีที่แล้วมรสุมช่วงฤดูฝนน้ำหลาก ทำให้ฝายกั้นน้ำหนองกุดกั้ง อำเภอนาโพธิ์ ชำรุดเสียหาย ทางชลประทานได้ไปซ่อมชั่วคราว แต่ขณะนี้ยังเก็บน้ำไม่ได้ เกรงว่าในฤดูแล้งที่จะมาถึงข้างหน้านี้พี่น้องประชาชนชาวตำบลบ้านดู่ จะขาดน้ำดิบสำหรับใช้ผลิตน้ำประปาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเอกภาพ เพียรพิเศษ🔗

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอปรึกษาหารือในเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เนื่องจากผมและทีมงานได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน หมู่ที่ ๓ และ หมู่ที่ ๕ ตำบลนางแล แล้วก็บ้านโล๊ะป่าห้า ตำบลแม่ข้าวต้ม เพราะทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้ยังประสบ ปัญหาเรื่องของการขาดแคลนน้ำสะอาดใช้อุปโภคและบริโภค น้ำที่มีอยู่แล้วโดยเฉพาะ ช่วงหน้าแล้ง และในเฉพาะช่วงหน้าที่ไม่มีน้ำ ปรากฏว่าทั้งขุ่นแล้วก็มีตะกอนเยอะ ชาวบ้าน ประชาชนบริเวณนี้ประสบปัญหามานานหลายปี พยายามดำเนินการติดต่อหน่วยงานราชการ เพื่อแก้ปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นทางทีมงานได้ไปประสานงานกับการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดเชียงราย ทราบว่าการขยายเขตของประปาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งตามแผนจะต้องรอไปถึงปี ๒๕๖๗ ทำให้ประชาชนที่รอมาอยู่แล้วหลายปีก็ต้องรอต่อไป แล้วเมื่อติดต่อไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ปรากฏว่างบประมาณที่ต้องใช้อยู่ประมาณ ๑๐ ล้านบาท ในการขยายเขตประปานี้ก็ไม่มี ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากจะปรึกษาหารือนำเรื่อง ส่งไปถึงจังหวัดเชียงรายว่าหากเป็นไปได้อยากจะให้จังหวัดเชียงรายช่วยสนับสนุน การดำเนินการนี้ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ฝากประสาน ไปทางการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงรายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหานี้ ให้ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในส่วนของตำบลวังศาล อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนผ่านมาที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังศาล มีเอกสารประกอบ ซึ่งดิฉันจะ ขออนุญาตที่จะแนบไปกับคำหารือนะคะ คือมีความประสงค์ขอรับสนับสนุนงบประมาณ การก่อสร้างถนน คศล. เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางสัญจรไปมาของ ประชาชนและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ซึ่งโครงการทั้งสองเป็นโครงการ ซึ่งเกินศักยภาพของ อบต. วังศาล ซึ่งไม่มีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินงาน จะเป็น เส้นทางขอสร้างถนนคอนกรีต กว้าง ๖ เมตร ยาว ๙๙๐ เมตร จากหมู่ที่ ๕ ตำบลวังแช่กลอย ไปหมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านกุดพันสะเดา ตำบลวังศาล อีกเส้นหนึ่งคือคอนกรีต กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑,๔๓๐ เมตร จากหมู่ที่ ๗ บ้านโคกหนองแสง ไปที่หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านวังแดงเหนือ ทั้ง ๒ เส้นทางเป็นความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนชาวตำบลวังศาล ซึ่งปัจจุบันไม่มี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังศาล มีเพียงปลัดรักษาการอยู่ เป็นความเดือดร้อนไม่ได้รับ ความช่วยเหลือมาเกือบ ๑๐ ปีแล้วค่ะ ก็ขออนุญาตที่จะส่งเอกสารและคำหารือ ประกอบไปให้ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสุชาติ ภิญโญ🔗

นายสุชาติ ภิญโญ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตนำเรียนปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปยังรัฐบาล ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนคือ ความทุกข์ใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก พรรคเพื่อไทย🔗

เรื่องแรกท่านประธานครับ อยากให้เร่งรีบจ่ายเงินงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ที่เป็น เงินเหลือจ่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับการร้องเรียนจากทุก ๆ อบต. ทุก ๆ ท้องถิ่น ให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งคืนเงินเหลือจ่ายให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาพี่น้องเกษตรกร พี่น้องในชนบทต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือผู้ปกครอง นักเรียน ทั้งในระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในช่วงนี้ เนื่องจากโควิด (COVID) เขายังไม่ได้รับการดูแล เท่าที่ควร อยากให้รัฐบาลได้เร่งช่วยเหลือจากเงิน ๑ ล้านล้านบาทที่กู้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครอบครัวที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะครอบครัวที่ประสบอุบัติเหตุ แล้วก็พ่อแม่ไม่สบาย ป่วยไข้ ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อยากให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือดูแล เป็นการเร่งด่วนแล้วก็ให้ทั่วถึงด้วย🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องความเหลื่อมล้ำ ขอฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยแก้ไข โดยเร่งด่วน ในสถานการณ์ปัจจุบันพี่น้องในชนบทลำบากมากครับ🔗

เรื่องที่ ๕ ขอให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือแล้วก็ดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องของการทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งเยอะเหลือเกินในรัฐบาลนี้ช่วงนี้นะครับ ขอฝากท่านประธานด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๖ ขออนุญาตขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจดูแลท้องถิ่นที่ยังไม่เคยได้รับ งบใด ๆ เลย โดยเฉพาะเรื่องของถนนหนทางและแหล่งน้ำ ในเขตอำเภอโนนไทย อำเภอคง อำเภอขามสะแกแสง และอำเภอพระทองคำ โดยเร่งด่วนนะครับ เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนต่อไป ขออนุญาตฝากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

ท่านประธานชวนที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนเซราะกราว ผ้าภูอัคนี ของดีจังหวัดบุรีรัมย์ ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทล. ทช. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขาช่องตะโก ทางหลวง หมายเลข ๓๔๘ หนองเสม็ด ประตูสู่อีสาน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติมรดกโลก กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขอเข้าไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) นานหลายเดือนแล้วครับ ยังไม่ได้รับคำตอบ ขอด่วนครับ เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมาก ๆ อุบัติเหตุเกิดขึ้นแทบทุกวัน จนชาวบ้านจะประท้วงแล้วครับ และขอถนน ๔ เลน (Lane) ทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ ตรงอำเภอโนนดินแดงด้วยครับ ที่อำเภอปะคำ ทางหลวง หมายเลข ๒๒๔ บ้านสุขสำราญ ๘ หมู่บ้าน ขอท่อระบายน้ำ ๒ ข้าง พร้อมปรับปรุงถนนใหม่ โค้งตัวเอส (S) บ้านโคกเขา บ้านโคกมะม่วง บ้านเทพพัฒนา บ้านโคกกลาง บ้านโนนงาม สามแยกหนองน้ำขุ่น โค้งหักศอกบริเวณโรงเรียนมารดาวนารักษ์ เข้าอำเภอปะคำ ทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๖ ขอ ๔ เลน (Lane) ปรับปรุงย่านชุมชน พร้อมไฟฟ้าแสงสว่าง อำเภอละหานทราย ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒๐ ละหานทราย-โนนแดง ขอ ๔ เลน (Lane) เพราะรถเยอะ ชนบ่อยมาก ทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ บ้านหนองตะครอง บ้านหนองกี่น้อย บ้านสระคูณ บ้านตะครอง สี่แยกบ้านละลม บ้านตาจง บ้านสว่างพัฒนา บ้านหนองตะลุมพุก บ้านหนองไม้งาม บ้านบึงเจริญ ขอปรับปรุงย่านชุมชนพร้อมไฟฟ้าแสงสว่าง ที่อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๔ ตำบลตาเป๊ก ขอ ๔ เลน (Lane) เพื่อไปเชื่อมกับ ทช.๔๐๑๓ ตรงตำบลตาเป๊กต้องปรับปรุงเต็มระบบเพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอละหานทราย สาย ๓๐๐๑ ๔ เลน (Lane) จากอำเภอละหานทราย ไปโคกบ้านสมจิตได้แล้ว ขอต่อไป บ้านบุตาพวง บ้านคลองต้อ บ้านโคกสำราญ เพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอนางรอง งบซีอีโอ (CEO) งบพัฒนากลุ่มจังหวัด บ้านปลื้ม ศูนย์กลางตลาดผลไม้ อำเภอปะคำ อำเภอโนนสุวรรณ และ ของจังหวัดบุรีรัมย์ ขอถนนโครงข่ายโดยรอบบ้านปลื้มด้วยครับ สายบ้านปลื้ม-โคกเขา บ้านปลื้ม-บ่อทอง บ้านหนองขุนอัด บ้านผาแดง บ้านโนนสุวรรณ บ้านโนนตาล บ้านโคกตะคร้อ อำเภอชุมแสง แล้วก็ที่ตำบลชุมแสง ตำบลทรัพย์พระยา ของอำเภอนางรอง สี่แยกโคกยาง บ้านโคกมะค่า บ้านทุ่งโพธิ์ ขอไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่อำเภอพญาเม็งรายมีการก่อสร้างถนนอาร์ ๓ เอ (R3A) ถนน ๔ เลน (Lane) ผ่านอำเภอพญาเม็งราย แต่ไม่ได้เข้าตัวอำเภอ ทางกรมทางหลวง ได้รับปากทางพี่น้องอำเภอพญาเม็งรายว่าจะทำถนน ๔ เลน (Lane) เชื่อมเข้าไปในตัวอำเภอ ขอให้กรมทางหลวงช่วยจัดการด้วยครับ ถนนราชภักดี เชื่อมเทศบาลพญาเม็งราย กับเทศบาลเม็งราย ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ตอนนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ สัญจรยากลำบากมาก ขอให้ทางหลวงชนบทช่วยดูแลด้วยนะครับ ถนนเชื่อมคุ้มพ่อขุนเม็งราย ซึ่งเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวเชื่อมไปพระธาตุปู่ตุ๋ง ระยะทางแค่ ๑.๕ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวไปกราบไหว้ แล้วตอนนี้ทางยากลำบากมาก ขอให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายช่วยดูแลด้วย🔗

เรื่องขอสำรวจออกแบบก่อสร้างฝายเก็บน้ำแม่น้ำอิง ช่วงบ้านเวียงหวาย และบ้านสมบูรณ์ดี หมู่ที่ ๑๔ ที่นี่มีสถานีสูบน้ำอยู่ ๒ แห่ง แต่ว่าไม่มีน้ำให้สูบ ฉะนั้นขอให้ กรมชลประทานช่วยไปสำรวจออกแบบทำฝายกั้นน้ำ เพื่อให้พี่น้องในอำเภอพญาเม็งราย ได้เอาน้ำอิงขึ้นมาใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภคนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงบ้านหลุยส์ที่จังหวัดลำปาง บ้านแห่งนี้อายุ ๑๐๐ กว่าปี นอกจากมีความสำคัญทางด้านโบราณสถานแล้ว อีกความสำคัญหนึ่งก็คือเป็นบ้านของ คุณหลุยส์ ลีโอโนเวนส์ (Louis Leonowens) ซึ่งก็คือบุตรชายของแหม่มแอนนา ลีโอโนเวนส์ (Anna Leonowens) ซึ่งเคยถวายพระอักษรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกยาเธอ ในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ หนึ่งในนั้นก็คือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ หรือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ขณะนี้บ้านนี้กำลังถูกปรับปรุง โดยจังหวัดลำปาง งบประมาณ ๒.๙ ล้านบาท แต่ว่ากรมศิลปากรได้สั่งระงับชั่วคราว เนื่องจากว่ายังไม่ได้ขออนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร แต่พี่น้องประชาชนที่มีปัญหาก็คือว่า หลังจากถูกสั่งระงับ ปรากฏว่าท่านประธานจะเห็นในภาพ ก็คือหลังคาถูกรื้อไปแล้วส่วนหนึ่ง มีแต่เพียงผ้าใบคลุมไว้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ชาวบ้านอยากจะได้กรมศิลปากรให้ไปช่วยทำเป็น หลังคาที่จะคลุมเพื่อกันแดดกันฝน ไม่อย่างนั้นข้างในภายในอาคารก็จะเสียทั้งหมด🔗

ประการต่อมาคือชาวบ้านมีความกังวลว่าหากการบูรณะไม่ถูกต้องก็จะเป็น เหมือนกรณีของอาคารบอมเบย์เบอร์มาที่จังหวัดแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งรับผิดชอบโดย หน่วยงานเดียวกัน แล้วก็ถูกรื้อไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นประชาชนจึงร้องเรียนผ่านมายังผม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่กรมศิลปากร ออป. ของกรมป่าไม้ แล้วก็ตัวจังหวัดลำปาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัดลำปางได้ช่วยกันหารือแนวทาง ที่จะบูรณะพัฒนาบ้านหลุยส์แห่งนี้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้แล้วก็แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ ประเทศไทยต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดนครปฐม ดิฉันขอหารือไปยังท่านผู้กำกับ สน. ดินแดง พันตำรวจเอก ต่อเกียรติ พรหมบุตร ขอให้ท่านเร่งติดตามคดีทำร้ายร่างกายนายสุคนธ์ พุฒตาล หรือเปี๊ยก พนักงานทำความสะอาดที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เหตุเกิดเมื่อ วันที่ ๓๐ สิงหาคม เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา โดยถูกตีที่ศีรษะขณะทำงานกวาดพื้น ที่อาคารกีฬาเวสน์ ๑ บริเวณประตู ๓ ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าในวันที่เกิดเหตุได้เปิดใช้ประตูนี้ เป็นทางเข้าออกเพียงประตูเดียวค่ะ อาสาสมัครได้นำตัวส่งโรงพยาบาลทหารผ่านศึกและ ถูกเย็บที่ศีรษะ ๓ เข็ม เข้าแจ้งความที่ สน. ดินแดง ในความรับผิดชอบของท่านแล้ว เหตุที่ ดิฉันต้องลุกขึ้นยืนหารือในวันนี้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจติดตามความคืบหน้า ของคดี เพราะมีความเคลือบแคลงสงสัยว่าจะไม่ใช่การทะเลาะวิวาทในเหตุการณ์ปกติ ประจำวัน แต่อาจจะมีนัยทางการเมืองแอบแฝงอยู่ เพราะเหตุเกิดในวันเวลาเดียวกับที่ มีการจัดม็อบ (Mob) ไทยภักดีที่สนามกีฬาแห่งนั้น ที่จัดโดยอดีต ส.ส. สอบตกท่านหนึ่งค่ะ โดยในวันเกิดเหตุนายสุคนธ์ได้สวมใส่เสื้อสีแดงไปทำงาน ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า ตัวเองแต่งสีตามวัน วันนั้นเป็นวันอาทิตย์จึงได้เลือกใส่เสื้อสีแดง ดิฉันขอให้ท่านผู้กำกับ รักษาเกียรติภูมิของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยการไม่เลือกปฏิบัติแล้วปล่อยให้เรื่องนี้ ผ่านไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่งแบบที่เคยเกิดขึ้นผ่าน ๆ มา ตลอดเวลาที่นักกิจกรรมทางฝ่าย ประชาธิปไตยถูกทำร้ายร่างกายกลางวันแสก ๆ กลางเมืองหลวง เรื่องก็ถูกปล่อยให้เงียบ ไม่เคยมีความคืบหน้าใด ๆ ดิฉันขอเรียกร้องให้ท่านผดุงศักดิ์ศรีของผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อย่าให้ใคร มาครหาได้ว่าทำงานแบบเลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐานและไม่เหลียวแลคนตัวเล็กตัวน้อย ในสังคม แต่รับใช้ผู้มีอำนาจทางการเมือง ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชาญวิทย์ วิภูศิริ🔗

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายชาญวิทย์ วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตมีนบุรี ในเรื่องของ ไฟฟ้าส่องสว่างมาเรียนสภาเพื่อที่จะได้รับการแก้ไขต่อไป🔗

สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนในเขตมีนบุรีหลายท่าน หลายชุมชน มาร้องเรียนกับผมว่าไฟฟ้าส่องสว่างในหมู่บ้านเขาไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นระยะเวลานาน หลายเดือน หรือบางชุมชนถึงขนาดเป็นปีก็มี ผมเองได้สอบถามไปที่สำนักงานเขตว่าเหตุใด จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ก็ได้รับคำตอบมาว่าสำนักงานเขต ไม่ได้มีหน้าที่ในการดูแลไฟฟ้าส่องสว่าง แต่ว่าสำนักงานเขตรับเรื่องมา แล้วก็ต้องส่งต่อไปให้ ทางการไฟฟ้านครหลวง แล้วก็เมื่อการไฟฟ้านครหลวงซ่อมเสร็จ สำนักงานเขตก็จะทำหน้าที่ จ่ายเงินค่าซ่อมแซมให้กับการไฟฟ้านครหลวง เพราะฉะนั้นปัญหาตอนนี้ก็คือว่าการไฟฟ้า นครหลวงอาจจะมีบุคลากรไม่เพียงพอหรือว่าปัญหาอื่นใดผมก็ไม่ทราบ แต่ว่าพี่น้อง หลาย ๆ ชุมชน วันนี้ผมรวบรวมสถิติมานะครับ ในระยะเวลา ๒ เดือน เดือนกรกฎาคมถึง เดือนสิงหาคมมีประมาณ ๖๐ ชุมชนแล้วที่มีปัญหา รวมทั้งหมดไฟที่ดับไปแล้ว ๕๗๑ ดวง บางชุมชนดับมาแล้วหลายเดือน ก็จึงเรียนท่านประธาน ฝากไปยังการไฟฟ้านครหลวง ต่อไปยัง การไฟฟ้าเขตมีนบุรี ขอให้เร่งรีบแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว เพราะว่า ชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของลูกของหลานเขาในตอนกลางค่ำกลางคืนถือเป็นเรื่อง สำคัญนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนพพล เหลืองทองนารา🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ท่านสมาชิก ผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย ส.ส. จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมเองมีเรื่องจะมานำเรียนท่าน ๑ เรื่อง นั่นก็คือปัญหาการขาดแคลนน้ำ ไป ๆ มา ๆ แล้วตลอดระยะเวลาการหารือนับ ๑๐ ครั้ง ดูเหมือนว่าจังหวัดพิษณุโลกจะเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างจะกันดารที่สุดแล้วนะครับ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงนั้นมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ท่านครับ ผมเองจะขอร้องเรียนให้ท่าน ได้ช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร โดยเฉพาะ เกษตรกรที่ต้องอาศัยน้ำจากคลองพีแอลศูนย์ (PL0) เรื่อยลงไปจนถึงปลายคลองพีแอล ๓๒ (PL32) โดยเฉพาะที่พีแอล ๒๘ (PL28) พีแอล ๓๐ (PL30) และพีแอล ๓๒ (PL32) นั้น บัดนี้ การทำนาครั้งแรกในฤดูกาลทำนาปี ปีการผลิต ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ยังมิได้เริ่มเลย คลองพีแอล ๓๐ (PL30) ณ วันนี้แค่เครื่องสูบน้ำหรือที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าท่อแมงดา หน้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๔ นิ้ว สูบ ๓ เครื่องนี่น้ำหมดคลอง เป็นไปได้อย่างไร และทางชลประทานก็เคยบอกว่าระดับน้ำนั้นถ้าจะมาถึง ณ จุดนี้ได้ที่พีแอล ๓๒ (PL32) คือปลายคลอง น้ำจะต้องขึ้นถึงระดับ ๔๗.๘ แต่ทำไมเมื่อเดือนที่แล้ว น้ำแค่ระดับ ๔.๒ ก็ยังวิ่งมาได้ นั่นหมายความว่าอย่างไร และในช่วงที่พายุเพิ่งมาเมื่อไม่กี่วันนี้ ที่ว่า ทางจังหวัดสุโขทัย ทางจังหวัดแพร่นั้นน้ำท่วมมาก ผลปรากฏว่าที่นี่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ตรงนั้นที่ท่วมคือลำน้ำยม แต่ตรงนี้มันคือลำน้ำน่าน ทางกรมชลประทานโดยเฉพาะ เขื่อนนเรศวรนั้นปล่อยน้ำจนกระทั่งแม่น้ำแห้ง กระชังปลานั้นตะแคง ปลาเสียหาย นับเป็นแสนตัว ผมเองไม่เข้าใจการบริหารงาน ผมเองขอบารมีท่านประธานได้ช่วยพี่น้องเกษตรกร ในอำเภอพรหมพิราม ได้ปลูกข้าวนาปีนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปนางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ครับ🔗

นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย การท่องเที่ยวของไทยเป็นภาคธุรกิจที่เคยสร้างรายได้ให้กับประเทศ อย่างมหาศาล จากสภาวการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลควรสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มาก โดยเฉพาะโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก โรงแรม ค่าอาหาร ค่าสถานที่ ท่องเที่ยว ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน ก็ขอชื่นชมว่าเป็นโครงการที่ดีมากที่จะสามารถกระตุ้น เศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว แต่ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่พักโรงแรม ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตค่ะ เพราะพวกเขาก็ต้องการเข้าร่วมโครงการนี้เหมือนกัน แต่ไม่สามารถทำได้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็เป็นผู้ที่เสียภาษีให้กับรัฐบาลเช่นกัน ซึ่งโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตนี้มีจำนวน มากถึงเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของโรงแรมทั้งหมดในประเทศ ถ้ารัฐบาลต้องการช่วยเหลือ ธุรกิจโรงแรมก็ควรพิจารณาให้พวกเขาได้เข้าร่วมโครงการนี้เช่นกันค่ะ ทั้งนี้ได้มีมติ ครม. วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ให้กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงการอนุญาตให้ที่พัก โรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้ได้ แต่จนกระทั่งถึงวันนี้ ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ที่พักและโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตก็ยังไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วม โครงการนี้ได้ค่ะ ตั้งแต่เริ่มโครงการมาจนกระทั่งมาถึงเดือนนี้ก็เดือนกว่าแล้ว แต่ว่ายังมี เงินเหลือแล้วก็ยังมีสิทธิเหลืออีกมาก จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการคลังและ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้พิจารณาขยายระยะเวลาโครงการให้นานมากขึ้น จากเดิม ที่หมดเขตในสิ้นเดือนตุลาคม ก็ขอให้ขยายเวลาออกไปอีกถึงต้นปีหน้า และขอให้พิจารณา การใช้สิทธิผ่านบริษัทท่องเที่ยว โดยรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เช่นกันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจารึก ศรีอ่อน🔗

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ สืบเนื่องมาจากวันที่ ๒๗ สิงหาคมที่ผ่านมา ทางท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรีได้รับเรื่องแจ้ง มาจากอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรีว่าจะมีการสำรวจออกแบบเพื่อสร้างเหมืองแร่ทองคำ ในเขตตำบลพวา ตำบลสามพี่น้อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ให้ทางท้องถิ่น ได้ปิดประกาศให้พี่น้องประชาชนทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดจันทบุรีของผม เป็นเมืองเกษตรกรรม พี่น้องประชาชนทำสวนผลไม้นำขายต่างประเทศ ได้เงินเข้าประเทศ ปีละหลายหมื่นล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามีการสร้างเหมืองทองคำแห่งนี้ ที่จังหวัดจันทบุรีจะสร้างผลกระทบมากมายครับ เพราะว่าในอำเภอนี้เรากำลังสร้างอ่างน้ำ ทั้งหมด ๔ อ่าง เป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่เพื่อกระจายให้กับพี่น้องทางจังหวัดจันทบุรี เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ว และที่เหลือจากการใช้ในจังหวัดจันทบุรีเราก็จะส่งไปยัง ภาคอุตสาหกรรมจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรีในภาคอุตสาหกรรมคืออีอีซี (EEC) เหมืองแห่งนี้สร้างอยู่ใกล้ลุ่มน้ำวังโตนด ลุ่มน้ำวังโตนดเปรียบเสมือนสายเลือดใหญ่ของ จังหวัดจันทบุรี เปรียบเสมือนสายเลือดใหญ่ของภาคตะวันออก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมี สารปนเปื้อนลงไปยังลุ่มน้ำวังโตนดจะสร้างความเดือดร้อน ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดจันทบุรีเท่านั้นนะครับ จะเดือดร้อนไปกันทั้งภาคตะวันออก ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ จังหวัดจันทบุรีไม่เอาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ การหารือทั้ง ๓๐ ท่านจบนะครับ ก็ขอแสดงความชื่นชมกับพวกเราทุกคนที่ได้ทำหน้าที่ แล้วก็มีความสามารถในการรักษาเวลา อันนี้ไม่ใช่ใครทุกคนทำได้ เป็นการฝึกการย่อความ ในสาระของประเด็นที่เสนอครบถ้วนในเวลาที่จำกัด ซึ่งขอชื่นชมทุกคนนะครับ แล้วก็ชื่นชม สมาชิกที่ไม่ได้อภิปรายแต่ว่าสวมหน้ากาก เพราะว่าประชาชนเขาก็สนใจแล้วเขาแสดง ความคิดเห็นมาครับ ก็ยังไม่เปิดประชุมนะครับ คุณประเสริฐพงษ์มีอะไรเชิญเลยครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมมีเรื่องร้องทุกข์ท่านประธานครับ ไม่ได้หารือ เพราะว่าวันนี้อาจจะถือได้ว่าเป็นการประชุม แทบจะเป็นนัดสุดท้าย เพราะว่าอาทิตย์หน้าเราจะประชุมเรื่องของอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาทิตย์ถัดไปก็เรื่องวาระที่สองของงบประมาณ และอาทิตย์สุดท้ายก็น่าจะเป็นเรื่องของ รัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้ควรจะได้รับการพิจารณาถึงกระทู้ถามสด ที่เมื่อเช้าผมขอตั้งกระทู้ถามสด เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือเรื่องของอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนเหมืองตะกั่ว ที่จังหวัดพัทลุง โดยมีการแอบอ้างว่าเป็นโครงการในพระราชดำริ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากครับ ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบ หรือแม้กระทั่งมอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มาตอบเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากจะร้องทุกข์ว่าท่านประธานครับนี่คือเวทีที่ประชาชนควรจะได้รับคำตอบจาก รัฐมนตรีที่ไปนั่งเสวยสุข ที่ไปนั่งบริหาร ที่อาสามาทำงาน แต่ทำไมล่ะครับ ไม่กล้ามาตอบ กระทู้ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งพี่น้องประชาชนที่จังหวัดพัทลุงเขาได้รับ ความกระทบกระเทือน ได้รับการแก้ไขรายงานอีไอเอ (EIA) ที่ไปแอบอ้าง แล้วก็มีการ ปลอมแปลงเอกสาร โดยบอกว่าเป็นโครงการในพระราชดำริ เรื่องนี้สำคัญครับ เราควรจะ ได้รับการพิจารณาโครงการสำคัญ ๆ แบบนี้เพื่อเทิดพระเกียรติ แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรี ไม่มาตอบ นายกรัฐมนตรีก็ไม่มาตอบครับท่านประธาน ผมขอร้องทุกข์ท่านประธานครับว่า สภาแห่งนี้ควรที่จะช่วยกันว่ากดดันให้รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีให้เกียรติมาตอบประเด็น ปัญหาซึ่งเป็นความเดือดร้อน ถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ ทุกประการ ได้รับความสนใจ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องเขื่อนเหมืองตะกั่ว ที่อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุงครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้อนุญาตให้บ่นนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๗ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ทั้งหมด ๒๘๔ คน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดประชุมครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ท่านรองประธานก็จะทำหน้าที่ในการดำเนินการ กระทู้ถามแยกเฉพาะอีกห้องหนึ่งนะครับ ของสภาใหญ่นั้นก็จะเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งวันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจาทั้งหมด ๓ กระทู้นะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๐๘๘ ส. (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ท่านนายกรัฐมนตรีได้แจ้งมาขอเลื่อนนะครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๙ ส. (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ถามเรื่องการบริหารเงินงบประมาณ อปท. นะครับ ซึ่งรัฐบาลได้แจ้งมาขอ เลื่อนเช่นเดียวกัน🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๐ ส. (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ถามเรื่องการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งรัฐบาลก็แจ้ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแจ้งมาขอเลื่อน เนื่องจากติดภาระนะครับ🔗

เพราะฉะนั้นกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ ขอเลื่อนทั้ง ๓ กระทู้นะครับวันนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านประเสริฐพงศ์ได้บ่นมาแล้ว ผมอนุญาตให้ท่านณัฐพงษ์ถ้าอยากจะบ่น ก็อนุญาตให้บ่นได้ครับ สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่ให้โอกาสนะครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานครครับ ที่ผมยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจาครั้งนี้ เนื่องจากว่าเราอยู่ในกระบวนการโค้งสุดท้ายของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๔ ที่กำลังจะผ่านชั้นกรรมาธิการมาสู่ในสภาผู้แทนราษฎร ห้องประชุมใหญ่ แห่งนี้ครับ ดังนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนมากครับ ตามกระแสข่าวที่ออกไป ๒-๓ วันนี้ว่าท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเฉพาะในระดับเทศบาลต่าง ๆ รายได้เขาไม่เพียงพอครับ เนื่องจากการดำเนินงานโดยตรงของรัฐบาลครับ อย่างเช่นการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ไปกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน และอยากจะให้ทาง ฝ่ายบริหารเข้าตอบคำถาม ตอบกระทู้นี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ก็เป็นสิทธิของรัฐมนตรีที่จะขอเลื่อน ต่อไปกระทู้ถามที่ ๓ คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อยากจะบ่นอะไรก็อนุญาตครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ผม สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ไม่บ่นครับ ขอหารือท่านประธานครับว่าเนื่องจากในข้อบังคับการประชุม ก็ระบุเอาไว้ว่าการตั้งกระทู้ถามสดต้องเป็นเรื่องที่ทันสมัย แล้วก็อยู่ในความสนใจ ของประชาชน ดังนั้นกระทู้ถามสดที่กระผมได้ตั้งไปก็คือเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งตอนนี้ประชาชนมีความตื่นตระหนก มีความตื่นตัว แล้วท่านก็จะเห็นภาพตามสื่อต่าง ๆ สิ่งที่ถามไปเมื่อท่านรัฐมนตรีไม่มาตอบ ในสัปดาห์หน้าเราก็จะไม่มีเวลาแล้ว ก็เกรงว่าจะไม่ทันกาล จะหารือท่านประธานว่าท่านจะได้กรุณาบรรจุวันอื่นให้ได้มีการตอบ กระทู้ได้หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมตั้งใจว่าจะแจ้ง เพื่อว่าแม้จะไม่ได้ตอบก็ตาม แต่ว่าอาจจะขอให้รัฐมนตรีได้ประสานกับเจ้าของกระทู้โดยตรง อันที่ ๑ อันที่ ๒ ก็ตั้งใจว่าอาจจะให้ผู้ที่มีหน้าที่ชี้แจงได้สื่อเพื่อให้สาธารณชนได้ทราบ ในประเด็นที่ท่านถามนะครับ นี่เป็นความตั้งใจครับ ก็ต้องขอบคุณทั้ง ๓ ท่านครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

วันนี้กระทู้ถามทั่วไปเดิมตั้งไว้ ๗ กระทู้ เดิมนั้นคาดว่าจะเลื่อน ๒ กระทู้ ตอบ ๕ กระทู้ แต่ว่าหลังสุดนี้ได้รับแจ้งจากท่านรัฐมนตรีว่าจำเป็นต้องเลื่อนมากกว่า ๒ กระทู้ ผมขอไล่ไปทีละกระทู้เพื่อท่านสมาชิกจะได้รับทราบนะครับ🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๒๒๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาพนักงานจ้างเหมา บริการในหน่วยงานของรัฐ (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๘ (สมัย สามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗

ท่านเลขาธิการครับ อันนี้ เดิมท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ หลังสุดท่านมีภารกิจขอแจ้งเลื่อนมา คุณธีรัจชัยครับ ขอความกรุณาแจ้งให้ทราบนะครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในส่วนของกระทู้นี้ได้มีการบรรจุไว้ที่จะให้รัฐมนตรีมาตอบคำถามตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ต่อมาก็ได้มีการขอเลื่อนมาเป็นวันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ และถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ก็มีการขอเลื่อนมา ซึ่งท่านประธานก็บรรจุมาเป็นวันนี้และท่านรัฐมนตรี ก็ขอเลื่อนอีก ก็เกือบ ๑ เดือนนับแต่มีการนัดครั้งแรก แต่ว่ามีการเลื่อนกระทู้อย่างนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ก็ระบุว่าสามารถเลื่อนได้ แต่ว่าต้องแจ้งเหตุอันควร กรณีอย่างนี้ ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าทางฝ่ายรัฐมนตรีนั้นท่านมีเหตุขัดข้องอะไร เพราะการเลื่อนแต่ละครั้งนั้น คือเป็นการเลื่อนไม่มีเหตุที่ชี้แจงเลยว่าติดภารกิจอะไรที่สำคัญกว่าการตอบของฝ่ายบริหาร ที่จะตอบฝ่ายนิติบัญญัติ ผมคิดว่าในสิ่งเหล่านี้ทางท่านประธานควรที่จะมีมาตรการอะไร สักอย่างหนึ่งที่จะให้รัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าเลื่อนไป เพราะว่าในส่วนของกระทู้เรื่องการจ้างเหมางาน ภาครัฐนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญครับท่านประธานครับ เพราะว่าการจ้างเหมางานภาครัฐนั้น เป็นการทำให้คนที่อยู่ในระบบจ้างเหมางานภาครัฐไม่มีสิทธิลาคลอด ลาป่วย ลากิจส่วนตัว ลาพักร้อน ไม่ได้รับค่าตอบแทนระหว่างลา สิทธิรับปรับเงินเดือนก็ไม่มี การเบิกค่ารักษาพยาบาล ก็ไม่มี การนำเงินสมทบของผู้ว่าจ้างเข้ากองทุนประกันสังคมก็ไม่มี โดยส่วนราชการต่าง ๆ ได้จัดจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการในรูปแบบของสัญญาจ้างทำของเพื่ออำพรางการจ้าง แรงงานส่งผลให้พนักงานจ้างเหมางานไม่ได้รับความคุ้มครองในฐานะลูกจ้าง ทั้งที่ในทางปฏิบัติ มีลักษณะการทำงานที่ไม่ได้แตกต่างกัน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อนุญาตให้อภิปราย ได้พอสมควร แต่ว่าก็เป็นสิทธิท่านรัฐมนตรีเขาขอเลื่อนนะครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ขอนิดเดียวท่านประธานครับ เรื่องนี้สำคัญครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นหน่วยราชการทั่วไป ในองค์กรตุลาการ แม้กระทั่งในรัฐสภาแห่งนี้ก็มีจ้างเหมางานภาครัฐและก่อให้เกิด การไม่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้จ้างเหมางานนั้น ในสภาแห่งนี้มีเป็นร่วมร้อยเท่าที่มา แจ้งความ ร้องเรียนร้องทุกข์กับผม🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมเรียนท่านประธานว่า อยากจะให้แก้ไขสิ่งเหล่านี้ด้วย แล้วที่สำคัญที่สุดก็อยากจะให้มีการแก้กฎหมายคุ้มครอง แรงงาน มาตรา ๔ เพื่อให้สิทธิการจ้างเหมางานนั้นหมดไปเป็นการจ้างแรงงานได้รับ ความคุ้มครองตามกฎหมาย ผมคิดว่าคนเหล่านี้ควรได้รับความคุ้มครอง ไม่ควรแบ่งเป็น หลากหลายมาตรฐานในการจ้างแรงงาน เรื่องนี้ผมยังติดใจอยู่ ยังไม่ขอตกนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีปัญหาครับ ผมจะ บันทึกคำชี้แจงของท่านไปให้รัฐมนตรีด้วยครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๒๓๕ เรื่อง ผลกระทบจากพระราชบัญญัติ โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ โครงการก่อสร้างโรงอาหารแบบ ๑๐๑ ล./๒๗ พิเศษ (ปรับปรุงชั้นบนของโรงพลศึกษา) โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ (นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗

รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการพร้อมมาตอบแล้วครับ ขอเชิญคุณคุณากรครับ🔗

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ได้บรรจุกระทู้ถามในเรื่องของ ผลกระทบที่เกิดจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ รายการก่อสร้างโรงอาหารแบบ ๑๐๑ ล./๒๗ พิเศษ ของโรงเรียนจอมพระ ประชาสรรค์ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วกระทู้ถามนี้ได้ถูกบรรจุไว้ในวาระ การประชุม วันที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ท่านติดภารกิจ ท่านประสงค์ที่จะมาตอบคำถามด้วยตัวท่านเอง จึงได้เลื่อนมาเป็น กระทู้ถามในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้มาตอบคำถาม ด้วยตัวเองนะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์นั้น เป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอจอมพระ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓ เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีจำนวนนักเรียนอยู่ประมาณ ๑,๘๗๗ คน และมีบุคลากรในโรงเรียนอยู่ประมาณ ๑๕๐ คน ทางโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์นั้น เคยได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นงบลงทุนค่าที่ดินและ สิ่งก่อสร้าง รายการก่อสร้างโรงอาหารแบบ ๑๐๑ ล./๒๗ พิเศษ ปรับปรุงชั้นบนเป็น โรงพละศึกษา งบประมาณประมาณ ๑๑ ล้านบาทครับ ครั้งนั้นทางโรงเรียนได้ทำเรื่อง ขออนุญาตในการรื้อถอนอาคารจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓ และได้รับการอนุญาตในการรื้อถอนในปี ๒๕๖๒ จำนวนทั้งสิ้น ๔ หลัง ประกอบไปด้วย อาคารโรงอาหาร ๒ หลัง อาคารไม้สหกรณ์ ๑ หลัง และอาคารศิลปะ ๑ หลัง เพื่อเตรียม ความพร้อมที่จะก่อสร้างโรงอาหารหลังใหม่ ซึ่งวันนี้ผมได้เตรียมภาพมาประกอบในการ ก่อนรื้อถอนและหลังรื้อถอนอาคารมาให้ท่านประธานได้ชมครับ ขอสไลด์ (Slide) ไปที่ ภาพที่ ๑ นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

ภาพที่ ๑ เป็นอาคารประกอบโรงอาหาร ชั่วคราวก่อนการรื้อถอนครับ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยนะครับ ภาพที่ ๒ นี่ก็เป็นอาคาร ประกอบโรงอาหารชั่วคราวก่อนการรื้อถอนหลังที่ ๒ ครับ ถัดไปครับ นี่เป็นอาคารประกอบ ชั่วคราวหรืออาคารไม้สหกรณ์หลังที่ ๓ ก่อนการรื้อถอนครับ และภาพถัดไปอีกครับ เป็นอาคารประกอบชั่วคราวก่อนการรื้อถอน เป็นอาคารศิลปะหลังที่ ๔ ซึ่งอยู่บริเวณ เดียวกัน จะเห็นได้ว่าสภาพอาคารแต่ละที่นั้นมีสภาพเก่า ทรุดโทรม มีอายุการใช้งานมาอย่าง ยาวนานครับ ขอภาพที่ ๕ และภาพที่ ๖ เลยครับ นี่เป็นภาพอาคารก่อนการรื้อถอนนะครับ ที่มีนักเรียนกำลังรับประทานอาหาร จะสังเกตได้ว่าเป็นโรงอาหารที่ค่อนข้างจะคับแคบนะครับ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) อันที่จะต้องมีการเว้นระยะห่าง ทางสังคมหรือโซเชียลดิสเเทนซิง (Social Distancing) นั้น การที่มีโรงอาหารที่คับแคบ ประกอบกับจำนวนเด็กนักเรียนที่มีจำนวนมากนั้น สามารถปฏิบัติตามมาตรการโซเชียล ดิสเเทนซิง (Social Distancing) นั้นค่อนข้างยากครับ ขอเป็นภาพที่ ๗ และภาพที่ ๘ ครับ นี่เป็นสภาพพื้นที่หลังจากการรื้อถอนเป็นพื้นที่โล่ง เพื่อรองรับอาคารหลังใหม่เพื่อตอบโจทย์ ในด้านความปลอดโปร่ง ความสะอาด ถูกหลักอนามัย และสามารถปฏิบัติตามมาตรการ โซเชียลดิสเเทนซิง (Social Distancing) ได้ แต่ท่านประธานครับ เป็นที่น่าเสียดายครับ หลังจากการรื้อถอนอาคารเสร็จสิ้นแล้ว ทางโรงเรียนก็ได้รับแจ้งว่างบประมาณปี ๒๕๖๒ นั้น ได้ถูกยกเลิก เหตุที่ยกเลิกก็เนื่องมาจากว่าการนำงบประมาณไปใช้ในเรื่องของการพัฒนาครูแบบครบวงจร หรือที่เรียกว่าคูปองครูในสมัยนั้น ผลกระทบจากการรื้อถอนอาคารทั้ง ๔ หลัง ทำให้ เด็กนักเรียน ครูอาจารย์ ตลอดจนร้านค้า ผู้ประกอบการ ๑๔ ร้านค้า ไม่มีโรงอาหารครับ วันนี้ต้องไปใช้อาคารอเนกประสงค์เป็นการทดแทน ซึ่งอาคารลานอเนกประสงค์นั้นใช้สำหรับ ลานกีฬาและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ได้แบ่งครึ่งครับ ครึ่งหนึ่งเอาไปใช้เป็นการจัด กิจกรรม อีกครึ่งหนึ่งนำมาทำเป็นโรงอาหารชั่วคราว แล้วก็ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมา ทางโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์นั้นได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณอีกครั้งในปี ๒๕๖๓ แล้วก็ได้รับแจ้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓๓ ว่าได้รับงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ในการก่อสร้างโรงอาหารแบบ ๑๐๑ ล./๒๗ พิเศษ ด้วยงบประมาณ ๑๒,๔๕๕,๐๐๐ บาทครับ ทางโรงเรียนได้ดำเนินการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและได้รับ ผู้รับจ้างเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังไม่ได้ทำการเซ็นสัญญาแต่อย่างใด ก็ได้รับการแจ้งจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓ ว่างบประมาณนี้ได้ถูกยกเลิกอีกครั้งหนึ่งครับ เหตุเนื่องมาจากพระราชบัญญัติการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มาช่วย ในเรื่องของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) และภัยแล้งของทางรัฐบาลครับ ทำให้โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์นั้นได้รับผลกระทบในเรื่องของงบประมาณ ๒ ปีซ้ำซ้อน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ผมจะนำกระทู้นี้มาถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็ได้รับทราบจาก ผอ. สฤษดิ์ ซึ่งเป็น ผอ. โรงเรียน จอมพระประชาสรรค์ว่าทางคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้แจ้งมาว่าได้อนุมัติ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อก่อสร้างโรงอาหารที่เป็นปัญหา ดังที่ผมกล่าวมาไว้นี้ แต่ผมยังไม่ได้รับการยืนยันในข้อเท็จจริงแต่อย่างใดครับ ดังนั้นจึงทำให้ ผมต้องนำเอาปัญหานี้มาสอบถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผมขออนุญาตตั้งเป็นคำถาม ๒ คำถามรวดครับ🔗

คำถามแรก สืบเนื่องมาจากผมได้รับแจ้งจากผู้บริหารสถานศึกษาว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้ดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างโรงอาหาร เรียบร้อยแล้วนั้น ผมอยากจะทราบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่าขณะนี้ ดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณให้โรงอาหารดังกล่าว ขณะนี้อยู่ขั้นตอนใดและอย่างไร🔗

คำถามที่ ๒ ในช่วงระยะเวลาที่เรามีพระราชบัญญัติในการโอนงบประมาณ รายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่มีผลบังคับใช้ ผมได้รับทราบจากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ พื้นที่ว่าได้รับผลกระทบลักษณะเดียวกันนี้ ผมจึงอยากทราบว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหาลักษณะนี้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ได้มีความ ห่วงใยในเรื่องของเด็กนักเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ของท่านเกี่ยวกับเรื่องโรงอาหารที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว ได้มีการเลื่อนจัดงบประมาณลงไป ผมเรียนท่านครับ🔗

คำถามที่ ๑ วันนี้งบประมาณสำหรับการก่อสร้างโรงอาหารแบบ ๑๐๑ ล./๒๗ พิเศษ ของโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ได้รับการจัดสรร งบประมาณลงไปแล้ว แล้วอยู่ในระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง ตัวเลขที่ท่านพูดถึง ๑๒ ล้านกว่าบาท ทางโรงเรียนก็ได้มีการปรับแบบเพื่อให้งบประมาณต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท ทำให้การจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็การก่อสร้างสามารถดำเนินการได้อย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในช่วง ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ปี ๒๕๖๓🔗

ในประเด็นอื่น ๆ คำถามที่ ๒ ที่มีหลาย ๆ โรงเรียนได้รับผลกระทบจากการ โอนงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในปี ๒๕๖๓ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาเร่งด่วนของ รัฐบาลจากภัยแล้ง แล้วก็ปัญหาของไวรัสโคโรนา (Corona) กระทรวงศึกษาธิการได้มีการ โอนงบประมาณทั้งหมดของปี ๒๕๖๓ จำนวน ๓,๙๒๐ ล้านบาท เป็นงบลงทุน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแน่นอนต้องมีผลกระทบกับโรงเรียนจำนวนมากที่มีความคาดหวังว่าจะได้รับงบประมาณ จากปี ๒๕๖๓ ในการซ่อมแซมหรือว่าสร้างอาคารใหม่เพื่อทดแทนอาคารที่โดนรื้อถอน ออกไป วันนี้ผมทราบข้อมูลมาว่าโรงเรียนที่มีการรื้อถอนอาคารออกไปแล้ว จำนวน ๓๓ โรงเรียน อยู่ในสถานภาพคล้าย ๆ กับโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ ๓๓ โรงเรียนนี้ ได้รับงบประมาณไปแล้วเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างอาคาร และได้รับงบประมาณ เพื่อให้ดำเนินการไปตามแผนเดิมที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตามก็มีโรงเรียนอีกจำนวนมากที่ยัง ต้องรอการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการจากผลกระทบของการโอนงบประมาณ รวมถึงผลกระทบจากการโดนตัดงบประมาณปี ๒๕๖๔ ผมได้ให้นโยบายชัดเจนว่าถ้าหาก โรงเรียนที่มีการได้รับผลกระทบจากการรื้อถอนอาคารไปแล้ว หรือว่าเป็นโรงเรียนที่ได้รับ ผลกระทบจากอัคคีภัย อุทกภัย หรือเรื่องต่าง ๆ ที่ทำให้โรงเรียนไม่สามารถทำการเรียนการสอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือว่าทำการบริหารเรื่องของการจัดการของสถานศึกษาได้อย่าง มีคุณภาพ เราต้องจัดสรรงบประมาณเป็นลำดับแรก ๆ ซึ่งก็จะมีโรงเรียนหลายโรงเรียนที่อยู่ ในเครือข่ายของการซ่อมแซมเท่านั้น ก็จะต้องรองบประมาณในการจัดสรรงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ของสำนักงบประมาณต่อไป ปัญหาที่ท่านได้พูดถึงปี ๒๕๖๒ ในการโยกเงินลงทุนของอาคารเรียนแล้วไปวางอยู่ในงบประมาณของการพัฒนาครู หรือที่เรียกว่าคูปองครู ก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงศึกษาธิการมีข้อกังวลว่าในอนาคต การวางแผนต่าง ๆ ต้องมีความชัดเจน ไม่มีการขาดงบประมาณ ทำให้เราไม่สามารถบริหาร จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามงบประมาณก็มีจำนวนจำกัดในการที่จะ จัดการศึกษาของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ทางกระทรวงศึกษาธิการก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า แล้วก็มีการตัดงบประมาณในหลาย ๆ ส่วนที่อาจจะมีความ ไม่เหมาะสม ไม่ทันสมัย ไม่พร้อมกับการขับเคลื่อนการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ ก็เป็นการ ปรับปรุงภายในกระทรวง แต่ยืนยันว่าโรงเรียนที่ได้รับการรื้อถอนอาคารไปแล้วจะได้รับ งบประมาณอย่างแน่นอนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านมีสิทธิถามได้อีก ๑ ครั้งครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ เมื่อรัฐมนตรีตอบแล้ว ผู้ถามกระทู้ถามมีสิทธิถามได้อีก ๑ ครั้ง เชิญเลยครับ🔗

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ได้รับฟังคำตอบจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็รู้สึกสบายใจครับ กับที่ท่านได้นำปัญหามาแก้ไข ในความสบายใจขึ้นก็เนื่องจากผมเป็น ส.ส. เขตนะครับ การเอาปัญหาพี่น้องมาสะท้อนบอกและแก้ไขปัญหานั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ก็หวังอย่างยิ่ง ว่าพี่น้องลูกหลานชาวอำเภอจอมพระจะไม่ได้ผิดหวังเป็นครั้งที่ ๓ เพราะว่าทุกอย่าง ได้ดำเนินการเรียบร้อย แล้วท่านรัฐมนตรีก็ได้ตอบในสภาอันทรงเกียรติ เป็นการบันทึกต่อ ที่สภาอันทรงเกียรติ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่วันนี้ท่านให้เกียรติมาตอบคำถาม ด้วยตัวท่านเอง แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณคุณากรครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของกระทู้นะครับ แต่ขออนุญาตท่านประธานเรียนชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของ การตอบกระทู้หรือว่าการเลื่อนการตอบกระทู้ในวันนี้ของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะใน กระทู้ถามที่ ๑ ผมเรียนท่านว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอยู่ในที่ประชุมของ ครม. เศรษฐกิจนะครับ ในเรื่องของแรงงานเราก็ทราบดีว่าเป็นปัญหาหลักของประเทศ ในปัจจุบันแล้วก็ในอนาคตอันใกล้นะครับ ผมเรียนยืนยันว่าในคณะรัฐมนตรีเอง เราให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎรครับ ถ้าหากเรามีโอกาสมาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง ก็เป็นแนวทางที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้แล้วสำหรับรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงต่าง ๆ ส่วนถ้าหากไม่มีโอกาสก็ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็น หรือว่าข้อเสนอแนะของ ท่านสมาชิก และตอบข้อสงสัยของท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมได้เรียนให้เจ้าของ กระทู้ทราบแล้วครับ แล้วก็จะได้ส่งคำอภิปรายของท่านไปให้รัฐมนตรีเพื่อว่าจะได้มีโอกาส ชี้แจง แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้มาตอบก็ตาม อันนี้เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีมีสิทธินะครับ🔗

๑.๒.๓. กระทู้ถาม ที่ ๑๖๕ เรื่อง การสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติ สำหรับยานยนต์หรือ NGV เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินมาตรฐาน (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗

ได้ทราบหลังสุดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะมาตอบนะครับ ขออนุญาตรอนิดหนึ่ง ท่านกำลังมาครับ เชิญรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตนะครับ ด้วยความเคารพต่อท่านสมาชิก และท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ว่ากระทู้ถามทั่วไปนั้นถามได้ ๒ ครั้งครับ เว้นแต่คำตอบ ยังไม่จบ จะถามได้อีกครั้งแต่ต้องประธานอนุญาต ในการตั้งกระทู้ถามนั้นทั้งผู้ถามและผู้ตอบ อยู่ภายใต้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ คือการตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย เช่นเดียวกับการตอบกระทู้ถามก็ต้องยึดหลักชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย อันนี้เป็นข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ ท่านสมาชิกมีประสบการณ์มาแล้วก็คงเข้าใจดี ขอเชิญคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ทำกระทู้ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในการสนับสนุนการใช้แก๊สธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี (NGV) สำหรับยานยนต์ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันนี้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นปัญหาสำคัญที่สร้าง ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้รถที่เติม น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซล โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ซึ่งปัจจุบันยังมี การใช้งานอย่างต่อเนื่อง รถบางคันมีอายุการใช้งานมานานหลายปี ส่งผลให้การเผาไหม้ เชื้อเพลิงไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดควันพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในอากาศ เป็นผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน การลดการใช้น้ำมันดีเซลจึงเป็นแนวทาง ที่สำคัญที่จะช่วยลดมลภาวะเหล่านี้ จึงเห็นควรให้มีการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนอื่น เช่น ก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี (NGV) สำหรับยานยนต์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐาน และที่สำคัญเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถจัดหาได้เองในประเทศไทยบางส่วน ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) มีการใช้ และรัฐบาลนั้นได้มีการสนับสนุนการจัดตั้งสถานี จำหน่ายเชื้อเพลิงผ่าน ปตท. นั้นไปทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัญหาวิกฤติ ราคาน้ำมันดีเซลมีราคาสูงขึ้นเกือบลิตรละ ๕๐ บาท การที่มีราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้น ทำให้ ปตท. ในขณะนั้นได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกและพี่น้องประชาชนหันมาใช้ แก๊สเอ็นจีวี (NGV) ซึ่งเป็นพลังงานที่สามารถจัดหาได้เองในประเทศไทยในบางส่วน ซึ่งทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงในขณะนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ทำให้ ผู้ประกอบการจำนวนมาก รวมถึงพี่น้องประชาชนได้หันมาใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวี (NGV) ซึ่งเป็น สิ่งที่ดีนะครับท่านประธาน ในขณะนั้นประเด็นที่พี่น้องประชาชนหันมาใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) นั้น เป็นประเด็นในเรื่องของการลดการนำเข้าน้ำมันดิบ ซึ่งสิ่งที่ได้ตามมาก็คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม มีผลวิจัยที่ชัดเจนครับท่านประธาน ซึ่งเป็นเอกสารของ ปตท. ที่ได้นำมาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ซึ่งผมก็เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย มีผลการวิจัยที่ชัดเจนว่าการปล่อยพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เมื่อเทียบระหว่างเอ็นจีวี (NGV) กับดีเซลแล้ว มีการแตกต่างกันถึง ๔๗ เท่า ในส่วนของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กรัมต่อกิโลกรัม เชื้อเพลิง ของดีเซลนั้นปล่อยอยู่ที่ ๐.๙๔ ของเอ็นจีวี (NGV) ปล่อยอยู่ที่ ๐.๐๒ ถ้าคิด ในส่วนของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กรัมต่อกิโลเมตรในการวิ่งของรถยนต์แล้ว ดีเซลอยู่ที่ ๐.๒๓ เอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๐.๐๑ ลดลงถึง ๒๓ เท่า ตามที่ผมได้ขึ้นสไลด์ (Slide) ให้กับทาง ท่านประธานได้เห็นนะครับ แสดงให้เห็นว่าการใช้เอ็นจีวี (NGV) นั้นมีส่วนสำคัญในการลด ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ปัจจุบันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้นำเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) มานำเสนอท่านว่าปัจจุบันนี้รถบรรทุกได้มีการลดจำนวนการใช้เอ็นจีวี (NGV) ลงอย่างต่อเนื่องตามกราฟที่ได้นำเรียนท่านประธานครับ ก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ที่มีรถบรรทุก ติดตั้งเอ็นจีวี (NGV) ๔๔,๔๑๘ คัน ลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี ๒๕๖๒ เนื่องจากทาง ปตท. นั้นได้มีการขึ้นราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) เป็นราคาปัจจุบันนี้ ๑๕ บาทกว่าต่อกิโลกรัมแก๊ส ทำให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกและผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารได้หันไปใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งมีราคาถูก โดยเฉพาะช่วงวิกฤติโควิด (COVID) นั้น มีราคาถูกถึงลิตรหนึ่งผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) เพียง ๑๐ บาทต้น ๆ ในส่วนของน้ำมันดีเซล ซึ่งตรงนี้ถ้ารัฐบาลสามารถสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกสามารถกลับมาใช้เอ็นจีวี (NGV) โดยการที่กระทรวงพลังงาน สนับสนุนให้ทาง ปตท. ได้ลดราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ลง จะทำให้รถบรรทุกและรถยนต์ โดยสาร และรถส่วนบุคคลหันมาใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) ทำให้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีปัญหาเบาบางลง ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ผลกระทบฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สภาผู้แทนราษฎร มีผลการวิจัยที่ชัดเจนว่า ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มาจากภาคขนส่งถึง ๗๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ได้นำกราฟมาแสดงให้ท่านประธานได้เห็นแล้ว ซึ่งการที่เราสามารถ ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในภาคขนส่งได้ จะทำให้ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ท่านประธานครับ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในประเทศไทยนั้นมาจากแหล่งต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคนั้น ไม่เหมือนกัน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนใหญ่ ๗๒.๕ เปอร์เซ็นต์ มาจาก ภาคขนส่ง ก็คือรถบรรทุก รถยนต์โดยสารสาธารณะ แล้วก็รถส่วนบุคคล ส่วนทางภาคเหนือ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มาจากการเผาป่า ส่วนในต่างจังหวัดโดยเฉพาะที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งผมเป็นผู้แทนราษฎรนั้นฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ส่วนใหญ่มาจากการเผาไร่นา แต่ละที่ ไม่เหมือนกัน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลถ้าทาง ปตท. สนับสนุนให้ทางผู้ประกอบการ หันมาใช้เอ็นจีวี (NGV) ผ่านราคาที่ถูกลง ก็จะทำให้ปีนี้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลนั้นไม่ต้องเจอปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัย ของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้แนวคิดนโยบายในการที่จะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระทู้ถามต้องถามแล้วครับ เป็นการอภิปรายแล้วครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ครับท่านประธาน นอกจากนี้ ในเรื่องของปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็จะมีเรื่องของการห้ามรถบรรทุกเข้ามา ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถ้าเราใช้เอ็นจีวี (NGV) ปัญหาที่จะห้ามรถบรรทุกเข้ามา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นก็จะหมดไป ผมจึงขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานผ่านท่านประธานว่าทางกระทรวงพลังงานมีนโยบายในการลดราคา แก๊สเอ็นจีวี (NGV) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรถบรรทุก และรถยนต์โดยสาร และพี่น้องประชาชนนั้นหันมาใช้เอ็นจีวี (NGV) เพิ่มมากขึ้นเพื่อลดปัญหาฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นผู้ตอบ ชี้แจงกระทู้ถาม เรื่องการสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์หรือที่เรียกว่าเอ็นจีวี (NGV) เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐาน ผมขอตอบ กระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดราชบุรี ต่อคำถามที่ว่ากระทรวงพลังงาน มีนโยบายสนับสนุนการใช้ระบบแก๊สธรรมชาติสำหรับรถยนต์หรือเอ็นจีวี (NGV) หรือการ ลดราคา หรือเพิ่มเติมสถานีแก๊สเอ็นจีวี (NGV) เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้มากขึ้นหรือไม่ อย่างไร กราบเรียนท่านประธาน ผมขอย้อนไปถึงนโยบายของกระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี (NGV) มาโดยตลอด ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ เพราะเห็นตรงกันครับ เห็นตรงกันกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเอ็นจีวี (NGV) เป็นเชื้อเพลิง ทางเลือก เป็นเชื้อเพลิงสะอาด ไม่ก่อให้เกิดควันพิษหรือสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ลดปัญหาสภาวะแวดล้อม อีกทั้งยังจัดหาได้ในเวลานั้นปี ๒๕๔๓ ยังจัดหาได้จากแหล่ง ภายในประเทศ จึงมีต้นทุนที่ถูกกว่าการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ณ เวลานั้นปี ๒๕๔๓ กระทรวงพลังงานจึงมีนโยบายการส่งเสริมเอ็นจีวี (NGV) มาโดยตลอดในภาคขนส่งเพื่อใช้ ทดแทนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยการกำหนดราคาขายปลีกเอ็นจีวี (NGV) ระดับที่ต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล และสนับสนุนค่าใช้จ่าย ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ เอ็นจีวี (NGV) รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ใช้อุปกรณ์เอ็นจีวี (NGV) ในรถแท็กซี่อีกด้วย อันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ก็สนับสนุนอย่างนี้มาโดยตลอด มีการพัฒนาการใช้มาเรื่อย ๆ พอต่อมาปี ๒๕๔๙ ช่วงราคาน้ำมันแพงอย่างที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กล่าวนะครับ ราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นมาก น้ำมันดิบ ๑๐๐ กว่าเหรียญ น้ำมันดีเซลนี่เกือบ ๕๐ บาทจริง แต่หากจะใช้สูตรเดิม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็จะเป็นภาระกับ ผู้ที่ใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) กระทรวงพลังงาน ณ เวลานั้นก็มีนโยบายตรึงราคาเอ็นจีวี (NGV) ที่ ๘.๕๐ บาท เพื่อเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ถึงแม้ผู้ผลิต หรือผู้จำหน่ายเอ็นจีวี (NGV) จะประสบการขาดทุนก็ตาม แต่กระทรวงพลังงานก็เห็น แล้วก็สนับสนุนครับ และเมื่อถึงปี ๒๕๔๔ สถานการณ์ก็คลี่คลายขึ้น กระทรวงพลังงาน จึงค่อย ๆ ปลดภาระของผู้ประกอบการผลิตเอ็นจีวี (NGV) โดยให้ราคาของเอ็นจีวี (NGV) สะท้อนถึงต้นทุนหรือลอยตัวมากขึ้น โดยเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับ ผู้ใช้เอ็นจีวี (NGV) แต่อย่างไรก็ตามสำหรับกิจการที่เป็นกลุ่มรถยนต์สาธารณะเขต กทม. ปริมณฑล และในต่างจังหวัด กระทรวงพลังงานยังให้การดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ในการซื้อแก๊ส เอ็นจีวี (NGV) ในราคาที่ต่ำกว่ารถทั่วไป ผ่านบัตรเติมเครดิตพลังงาน และนอกจากนั้นแล้ว ในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) ก็มีการลดราคาในส่วนของเอ็นจีวี (NGV) สำหรับรถ สาธารณะเช่นกัน จาก ๑๕ บาท เหลือ ๑๐.๖๒ บาท แล้วหลังจากนั้นก็เพิ่งมาปรับเป็น ๑๓.๖๒ บาท แต่ก็ยืนราคาไว้ ไม่ใช่ ๑๕ บาท ยืนไว้จนถึงธันวาคม🔗

ต่อคำถามของท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดราชบุรี ที่ผมได้กล่าว ไปนั้นก็เป็นเรื่องของภาคสาธารณะ ภาคของประชาชน ที่ทางกระทรวงพลังงานมีนโยบาย ที่ยังให้การดูแลในราคาก๊าซธรรมชาติเอ็นจีวี (NGV) ที่ต่ำกว่าราคาตามที่กำหนดไว้ แต่ขณะนี้ เราเข้าใจในเรื่องของปัญหาของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เราพยายามที่จะมีนโยบายที่จะไปดู ในเชิงลึกว่าจะทำอย่างไรที่จะปรับราคาเอ็นจีวี (NGV) ให้อยู่ในระดับที่จูงใจอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวมา เพราะว่ามีการใช้ลดลงในสาระสำคัญ เนื่องจาก น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลที่เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งมีราคาที่ลดลงมาก ผู้ประกอบการก็หันไปใช้ วันนี้เราเล็งเห็นถึงปัญหาของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็กำลังพิจารณากันอยู่ว่าจะปรับปรุงราคา หรือสร้างแรงจูงใจอย่างไรให้ผู้ประกอบการขนส่งหันกลับมาใช้เอ็นจีวี (NGV) กัน ในระดับราคาที่รับกันได้ทั้งผู้ประกอบการผลิตและผู้ใช้ ซึ่งทางหนึ่งที่สามารถจะทำได้ทันที ก็คือการไปเติมแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ในสถานีแนวท่อ เพื่อให้ได้ราคาขายปลีกเอ็นจีวี (NGV) ที่ถูกลงไป แต่ก็ยังไม่พอ ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการคณะที่ดูแลเรื่องของการป้องกันและ แก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ผมได้เห็นรายงานของท่านแล้ว มีความยาว ๒๕๒ หน้า เพิ่งเห็นนะครับ ก็จะนำข้อเสนอ ข้อแนะนำของท่านกรรมาธิการ ไปประกอบการพิจารณาในสิ่งที่เราคิดอยู่ว่าจะให้รัฐหรือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน จะได้นำเรื่องนี้ไปร่วม พิจารณา ในการที่จะให้มีการสนับสนุนเอ็นจีวี (NGV) อย่างไร เพื่อที่จะลดปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ อันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทุก ๆ ท่าน เข้าใจว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็เป็นหนึ่งในสมาชิกกรรมาธิการด้วย ก็จะนำ ข้อเสนอแนะเหล่านั้นไปศึกษานะครับ และถ้ามีข้อเสนอดี ๆ ก็จะนำไปหารือกันใน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติว่าจะผนวกเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบได้อย่างไรครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกเชิญถาม ครั้งที่ ๒ ได้ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานผ่านท่านประธานคือท่านรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ท่านสละเวลา มาตอบกระทู้ถามของผม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ด้วย ซึ่งท่านนั้นเพิ่งมารับตำแหน่ง แล้วท่านก็เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในด้านพลังงาน ในระดับประเทศ ซึ่งตรงนี้ได้รับฟังคำตอบของท่านแล้วก็รู้สึกดีใจแทนพี่น้องประชาชน ที่ท่านได้เห็นความสำคัญของกรรมาธิการทั้งในส่วนของการศึกษาแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ทำในนามของสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านจะรับรายงานของกรรมาธิการไปดำเนินการ ศึกษา เพื่อที่จะออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เป็นปัญหาสำคัญ ในด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชน ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้ครับ ขอมีคำถามสั้น ๆ ว่าตอนนี้ในส่วนของรถที่จะช่วยในเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ก็คือ รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันนี้ต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนาน ซึ่งตรงนี้ทำให้การสนับสนุนการใช้ เอ็นจีวี (NGV) นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าทาง ปตท. มีสถานีจ่ายถึง ๔๔๒ แห่ง ซึ่งเป็น สถานีที่สามารถรองรับการให้บริการพี่น้องประชาชนที่ต้องการเติมได้อย่างเพียงพอ แล้วสามารถทำได้ทันที ตอนนี้ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการรถบรรทุกครับ ท่านรัฐมนตรีครับว่าพร้อมที่จะนำรถที่สามารถดัดแปลงจากดีเซล (Diesel) มาใช้เอ็นจีวี (NGV) ได้เลย ซึ่งทางประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยได้เข้ามาร้องเรียนที่ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และ กองทุน ซึ่งทางสหพันธ์นั้นมีรถอยู่ในเครือข่ายหลายแสนคัน ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนมาเป็น รถเอ็นจีวี (NGV) ได้เลยจากดีเซล (Diesel) ซึ่งเขามีพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นถังที่จำหน่าย ได้ติดตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ แล้วก็ชุดดัดแปลงต่าง ๆ ก็เลยกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานว่าถ้าในส่วนนี้สามารถที่จะลดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ทันทีเลยก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้เร่งรัดนโยบายนี้ เพื่อที่ปีนี้ถ้าราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ลดลงตามที่สหพันธ์ การขนส่งทางบกได้ร้องขอ ก็จะทำให้ปีนี้ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพฯ แล้วก็ ปริมณฑลนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะไม่เป็นผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน จึงขอเรียน ถามท่านรัฐมนตรีในนโยบายเร่งด่วนตรงนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน

ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภา เรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดราชบุรี ข้อเสนอของท่านเราก็จะรับไว้ เข้าใจว่า มีข้อเสนอไปที่กระทรวงพลังงานแล้ว แล้วก็ผมเชื่ออย่างนี้ครับ กระทรวงพลังงานเราเข้าใจดี รถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) แต่เป็นเรื่องของ ระยะเวลา อย่างไรก็ต้องมีช่วงของการถ่ายเทหรือการทรานซิชัน พีเรียด (Transition period) ระหว่างรถที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil) ไปสู่รถไฟฟ้า ในช่วงเวลานี้หากจะมีปัญหาในเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กระทรวงพลังงานก็จะรับไปดูจากเอกสารของท่านนี่ล่ะครับที่ทำกันขึ้นมาว่าจะมีข้อเสนอใด ที่เราจะนำไปปฏิบัติได้ แล้วก็ถ้าทำได้โดยเร็วเราทำอยู่แล้ว อันนี้ก็ขอรับไว้แล้วก็จะไป ศึกษาต่อเพื่อให้ได้คำตอบให้ได้เร็วที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณท่านสมาชิก และขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสำหรับ กระทู้นี้ครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๔ เรื่อง มาตรการการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่กำลังจะเก็บเกี่ยว ของท่านสมาชิกสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มาพร้อมแล้ว เชิญท่านสมาชิก สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ ยึดข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ ผมไม่เสียเวลาอ่านอีกครั้งหนึ่งเพราะ ท่านสมาชิกเข้าใจดีอยู่แล้วครับ เชิญครับ ท่านวิรัชมีอะไรเชิญก่อนครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครราชสีมา ผมเอง ต้องขออนุญาตท่านประธานแล้วก็ขออนุญาตว่าในส่วนวันนี้ในวาระต่าง ๆ เช่นอย่างวันนี้ กระทู้ถามแยกเฉพาะ พอท่านรัฐมนตรีตอบอยู่ที่ห้องนี้ กระทู้แยกเฉพาะที่เคยเรียงลำดับมา ก็ผิดพลาดก็ปิดห้อง เพราะวันนี้ท่านรัฐมนตรียังจะต้องไปตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ นี่ประเด็นแรก🔗

ประเด็นที่ ๒ ในส่วนของกระทู้ทั่วไปเมื่อสักครู่ของกระทรวงแรงงาน ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าในส่วนของกระทู้ทั่วไปจะต้องต่อจากกระทู้สด แล้วขณะเดียวกัน กระทู้สดไม่มีท่านรัฐมนตรีมาตอบ ผมเลยเรียนถามท่านประธานว่าวันนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานมารอแล้ว จะดำเนินการอย่างไร เพราะเขาก็แจ้งผมมาว่าลองประสานดู เพราะฉะนั้นก็ทั้งหมดทั้งปวงท่านประธานครับ ก็คงจะต้องขออนุญาตท่านประธานเอาเข้า คณะกรรมการประสานงานในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่เราจะได้หารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณมากครับ ความจริงก็ปกตินะครับ สำหรับเรื่องการตอบกระทู้แล้วขอเลื่อนนี้ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่เคยได้ ร้อยทั้งร้อย ก็เข้าใจดี แล้วเดี๋ยวนี้ก็มีปัญหาจริงก็คือในระหว่างที่เราถามกันอยู่ตรงนี้ กระทู้ถามแยกเฉพาะก็กำลังพิจารณาอยู่ คำถามของท่านสมาชิกบางทีผู้ตอบคนเดียวกันครับ ผมเป็นประธานที่นี่ ที่โน่นก็ต้องรอของเรา ผมเป็นประธานที่โน่นก็ต้องรอที่นี่เพื่อให้เสร็จ แล้วก็ตอบกระทู้ ซึ่งในส่วนหนึ่งที่เป็นบวกก็คือก็ได้ผลงานมากขึ้น แทนที่ตอบกระทู้ ๕ เรื่อง ก็กลายเป็น ๑๐ เรื่อง เพราะกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นเขาให้เวลา ๒๐ นาที ในเวลาที่ ๒๐ นาทีนั้น ทุกคนเท่าที่ผมไปนั่งทุกครั้งไม่เคยมีครั้งใดที่เกินเวลา จะมีบ้างก็เพียง เพราะเหตุว่ามันมีคำถามเพิ่มขึ้น อันนี้ขอให้พวกเราได้เข้าใจครับ เราทำงานหวังผล ที่ผมเตือนเรื่องเวลาเพราะว่าเวลาเป็นของพวกเราทุกคนนะครับ ผมต้องรักษาเวลาของ พวกเราเพื่อให้เวลาซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดนั้นได้ประโยชน์สูงสุดกับประชาชนของเราครับ ขออนุญาตกระทู้ถามที่ ๑.๒.๔ ของท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ โดยยึดข้อ ๑๕๒ แล้วเราจะได้ ประโยชน์ภายใต้เวลาที่จำกัดครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๒๓๗ เรื่อง มาตรการการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่กำลังจะเก็บเกี่ยว (นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ (สมัย สามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗

ขอเชิญครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรจุกระทู้ถามให้กระผมในวันนี้ และต้องขอกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามด้วยตนเองในวันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ มีพื้นที่ เพาะปลูกเกือบ ๗ ล้านไร่ มากเป็นอันดับที่ ๕ ของประเทศ มีเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด มากกว่า ๔๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ในปีนี้คาดว่าผลผลิตรวมของประเทศจะอยู่ที่ประมาณ ๔.๗ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่เกษตรกรพบเจอทุกปีก็คือราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำในช่วงการเก็บเกี่ยว ทั้งที่ ผลผลิตของประเทศของเรามีไม่ถึง ๕ ล้านตัน แต่ความต้องการใช้ภายในประเทศของโรงงาน อาหารสัตว์มีมากกว่า ๘ ล้านตัน สาเหตุหนึ่งก็คือโรงงานอาหารสัตว์พยายามที่จะนำเข้า วัตถุดิบทดแทน อย่างเช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ดีดีจีเอส (DDGS) หรือกากข้าวโพด ที่เหลืออยู่ในกระบวนการผลิตเอทานอล (Ethanol) พยายามนำเข้ามาเพื่อกดดันราคา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ตกต่ำ ใน ๔-๕ ปีที่ผ่านมารัฐบาลก็มีนโยบายที่จะพยุงราคาข้าวโพด ด้วยการกำหนดข้าวสาลีเป็นสินค้าควบคุม ให้นำเข้าได้ในสัดส่วน ๓ ต่อ ๑ หมายความว่า โรงงานอาหารสัตว์จะนำเข้าข้าวสาลีได้ ๑ กิโลกรัม จะต้องซื้อข้าวโพดภายในประเทศก่อน ๓ กิโลกรัม ซึ่งเป็นมาตรการที่พยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ดีในระดับหนึ่งครับ แต่ผมขอนำเรียนข้อมูลซึ่งเป็นข้อสงสัยของพี่น้องเกษตรกรว่ามาตรการการควบคุม การนำเข้าข้าวสาลี ๓ ต่อ ๑ นั้นมีความถูกต้องโปร่งใสหรือมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ เพราะมี ข้อมูลว่าในปัจจุบันมีโรงงานอาหารสัตว์บางแห่งซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการได้นำเข้าข้าวสาลี มากเกินมาตรการ มีการซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร แล้วมีการโยกย้ายขายต่อ ให้บริษัทอื่นซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน เป็นเจ้าของเดียวกันเพื่อเพิ่มตัวเลขการรับซื้อข้าวโพด แล้วนำเข้าข้าวสาลีได้เพิ่มขึ้น นำไปสู่คำถามของผมครับ ผมขอสอบถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการควบคุมกำกับดูแล การนำเข้าข้าวสาลีในสัดส่วน ๓ ต่อ ๑ ให้มีความโปร่งใสถูกต้องอย่างเข้มงวดหรือไม่อย่างไรครับ🔗

คำถามที่ ๒ การนำเข้าข้าวบาร์เลย์และ ดีดีจีเอส (DDGS) ซึ่งในขณะนี้เป็น สินค้ายังไม่ควบคุม แต่มีผลกระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศอย่างยิ่ง ขอสอบถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการ ที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร เป็น ๒ คำถามแรกครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ถามได้ถามเรื่องมาตรการในการนำเข้าข้าวสาลีว่ามีความโปร่งใส แล้วก็สามารถนำไปขาย ให้กับบริษัทอื่น ๆ นอกเหนือจากการขออนุญาตนำเข้าได้หรือไม่ อันนี้ก็คือประเด็นหลัก ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าความจริงที่มาของการอนุญาตให้มีการนำเข้า ข้าวสาลีนั้นถือว่าเป็นมาตรการเสริมในนโยบายหลักสำคัญของรัฐบาล คือนโยบายในการ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นหนึ่งในพืช ๕ ชนิดที่รัฐบาลนี้มีนโยบาย ประกันรายได้ อันประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม ยาง ซึ่งยางขณะนี้ราคาก็ดีขึ้น ยางแผ่นรมควันแตะ ๖๐ บาท ยางแผ่นดิบก็ขึ้นไปเกินกว่า ๕๐ บาทแล้ว แล้วก็ตัวที่ ๕ ก็คือ ข้าวโพดที่เรากำลังพูดกันอยู่ในที่นี้ มาตรการประกันรายได้สำหรับข้าวโพดนั้นขณะนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบไปเรียบร้อยแล้วว่าจะประกันรายได้เช่นเดียวกับปีที่แล้ว คือกิโลกรัมละ ๘.๕๐ บาท ครัวละไม่เกิน ๓๐ ไร่ แล้วก็แต่เดิมปีที่แล้วฟันหลออยู่เดือนหนึ่ง ไม่ได้ประกันคือเดือนมิถุนายน เพราะก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา แต่รัฐบาลก็มีมาตรการ เพิ่มเติมให้ย้อนหลังไปประกันเดือนมิถุนายนได้แล้ว แล้วก็สำหรับฤดูการผลิตใหม่ก็ประกัน รายได้ครบทั้งปี รวมทั้งมีมาตรการเสริมออกมา ๓ ข้อ ข้อ ๑ ก็คือถ้าช่วงที่ข้าวโพดออกมาก ให้สถาบันเกษตรกรสามารถที่จะกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ รวบรวมผลผลิตเก็บไว้ในช่วง ๒-๔ เดือน รัฐบาลจะช่วยดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ ๒. ถ้าเก็บสต็อก (Stock) ไว้ ๔ เดือน จะช่วยดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน แล้วก็มาตรการที่ ๓ นี่แหละครับที่ท่านผู้แทนราษฎร ท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ได้ถามเมื่อสักครู่ก็คือมาตรการเรื่องถ้าจะมีการนำเข้าข้าวสาลีจะต้องรับซื้อ ข้าวโพด ๓ ส่วน จึงสามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ ๑ ส่วน ท่านถามว่าถ้ามีการนำเข้ามา แล้วมี มาตรการที่จะควบคุมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสไม่เอาไปขายให้บริษัทอื่นได้หรือไม่ ก็ขออนุญาตเรียนว่ามีมาตรการที่กำกับดูแลการนำเข้าข้าวสาลีหลายมาตรการ โดยเฉพาะ มีการออกกฎระเบียบหลายฉบับ ยกตัวอย่างเช่น ฉบับที่ ๑ เป็นประกาศของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เรื่องการกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะวัตถุดิบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่าถ้าจะนำเข้าข้าวสาลีนั้นจะต้องมีคุณภาพ เช่น ข้าวสาลีเมล็ด โปรตีน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘.๕ ไขมันต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑ กากไม่มากกว่าร้อยละ ๓ ความชื้นไม่มากกว่าร้อยละ ๑๔ เถ้าไม่มากกว่าร้อยละ ๒ เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังมีประกาศ ของกระทรวงพาณิชย์ในการกำหนดให้ข้าวสาลีเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและปฏิบัติตาม มาตรฐานการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๙ นอกจากนั้นในเรื่อง ของการเคลื่อนย้ายก็ยังมีการกำหนดมาตรการไว้ชัดเจนตามประกาศของคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการในการควบคุมการขนย้ายข้าวสาลีที่นำเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ข้อ ๓ ในประกาศระบุชัดเจน ห้ามมิให้บุคคลใดขนย้ายข้าวสาลีซึ่งมีปริมาณครั้งละตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการ นอกจากนั้นในการ ขนย้าย เวลาจะเข้ามาในราชอาณาจักรก็เข้ามาได้แค่ ๒ จุดเท่านั้น คือเข้ามาได้ทาง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร และเข้ามาได้ที่แหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เท่านั้น นอกจากนั้นเมื่อจะมีการขนย้ายก็ต้องขนย้ายตรงตามชนิด ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่เก็บ และใช้ยานพาหนะที่มีหมายเลขทะเบียนตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตชัดเจน รวมทั้งต้องมีหนังสืออนุญาตกำกับการเคลื่อนย้ายไปด้วยทุกครั้ง และ ๑ ใบหนังสืออนุญาตนั้น ใช้เฉพาะการขนย้ายได้ครั้งเดียวเท่านั้น อันนี้ก็เป็นมาตรการที่ได้กำหนดไว้ชัดเจน นอกจากนั้น ก็ยังมีพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ กำหนดไว้ชัดเจนในส่วนของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ว่าการนำเข้ามาจากประเทศต่าง ๆ นั้นต้องผ่านมาตรฐานการตรวจสอบจาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งมีมาตรการภาษีกำกับด้วย ซึ่งใช้หลักของดับบลิวทีโอ (WTO) ว่าถ้านำเข้ามาในโควตาจะต้องเสียภาษีร้อยละ ๒๐ ถ้านำเข้ามานอกโควตาก็จะต้องเสียภาษีร้อยละ ๗๓ บวกกับค่าธรรมเนียมพิเศษที่กรมศุลกากร จะต้องจัดเก็บอีกตันละ ๑๘๐ บาท เป็นต้น อันนี้ก็คือมาตรการที่กำหนดไว้ว่าถ้าจะมีการ นำเข้าข้าวสาลีมาที่ท่านสมาชิกเป็นห่วง และเมื่อนำเข้ามาแล้วก็ยังมีประกาศ กกร. ควบคุม การขนย้ายอย่างที่ผมเรียนไว้เมื่อสักครู่แล้วชัดเจน รวมทั้งการกำหนดสถานที่เก็บไว้ชัดเจน ในเรื่องของปริมาณว่าจะต้องแจ้งปริมาณสถานที่เก็บกับพาณิชย์จังหวัดหรือกับ กระทรวงพาณิชย์ โดยแจ้งกับเลขาธิการ กกร. คือ อธิบดีกรมการค้าภายใน และถ้าผู้ใด ไม่ปฏิบัติตาม ไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้ายังไม่แจ้งอีกก็จะปรับอีกวันละ ๒,๐๐๐ บาท สำหรับการขนย้าย ถ้าไม่ขนย้ายตามกฎระเบียบปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เหล่านี้เป็นต้น อันนี้ก็เป็นมาตรการที่กำหนดไว้ทั้งหมด และเมื่อเพื่อนสมาชิกเป็นห่วงว่า จะมีการนำเข้ามาแล้วก็เอาไปขายต่อให้กับบริษัทอื่น ๆ หรือผู้ใช้รายอื่น อันนี้ก็มีประกาศของ กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ชัดเจนว่าในการนำเข้าข้าวสาลีต้องมาใช้ในกิจการของ ผู้ขออนุญาตเท่านั้น จะไปจำหน่ายจ่ายโอนให้กับผู้อื่นไม่ได้ ถือว่ามีความผิดตามประกาศ อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกเชิญถามได้ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ในคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจน ในส่วนผม ก็คงจะขอติดตามการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปด้วยความเข้มงวด จริงจังและ จริงใจต่อไปนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกมาตรการที่รัฐบาลได้ดูแลพยุงราคา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็คือการห้ามการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ วันที่ ๑ กันยายน ถึงวันที่ ๓๑ มกราคมของทุกปีเป็นระยะเวลา ๕ เดือน เพราะเป็นช่วง เก็บเกี่ยวผลผลิตภายในประเทศ ผมนำเรียนข้อมูลนะครับ เมื่อวานเป็นวันแรกที่มีการห้ามนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มีข้าวโพดออกสู่โรงงานอาหารสัตว์ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ตันครับเมื่อวานนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ แทนที่ราคาข้าวโพดจะขยับขึ้น แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือโรงงานอาหารสัตว์ จับไม้จับมือกันแจ้งราคารับซื้อลดลง ๒๐-๓๐ บาทต่อหาบ หรือประมาณกิโลกรัมละ ๓๐-๕๐ สตางค์ เป็นสิ่งที่เลวร้าย เป็นสิ่งที่โหดร้ายต่อเกษตรกรมากครับ แต่เกษตรกร ก็มีหน้าที่ต้องขายครับ เพราะว่าพื้นที่เกือบ ๗ ล้านไร่ ของเกษตรกรเป็นเกษตรน้ำฝน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ช่วงเพาะปลูกพร้อมกัน ช่วงเก็บเกี่ยวก็พร้อมกัน ถึงเวลาก็ต้องขายครับ เป็นกลไกตลาด ดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ครับ แต่เข้าใจครับ ปลาใหญ่ก็กิน ปลาน้อย แต่ผมเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งปลาน้อยตายหมด เดี๋ยวปลาใหญ่ก็อดอาหารตายเหมือนกัน ผมอยากสอบถามข้อมูลผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าได้ทราบข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการที่จะเข้าไปแก้ไขในปัญหานี้หรือไม่อย่างไร เป็นคำถาม สุดท้ายครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ท่านบอกว่าเมื่อวานเป็นวันเริ่มต้น ห้ามนำเข้าข้าวสาลี แต่ว่าราคาตกลงไปอีก แล้วก็กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการอะไรที่จะ เข้าไปแก้ไขหรือไม่ ก็ขออนุญาตเรียนว่าตั้งแต่เมื่อวานคือวันที่ ๑ กันยายน ไปจนถึง วันที่ ๓๑ มกราคม เรามีมาตรการห้ามนำเข้าข้าวสาลี จะใช้ ๓ ต่อ ๑ หรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ที่ห้ามนำเข้าเพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดในประเทศออกมาก มาตรการนี้ กำหนดไว้เพื่อคุ้มครองเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศไทย ราคาในช่วงระยะเวลานี้ นอกจากผลผลิตออกมาก ซึ่งผลกลไกตลาดมันก็บอกชัดอยู่แล้วว่าถ้าผลผลิตมาก โอกาสที่ ราคาจะลดลงก็มีความเป็นไปได้ แต่ว่าประเด็นที่ได้มีการตรวจสอบก็คือช่วงนี้เป็นช่วงฝนตกมาก แล้วทำให้ข้าวโพดมีความชื้นสูง เพราะฉะนั้นทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งที่เก็บเกี่ยวปั๊บ ขายปุ๊บก็ไม่สามารถขายได้ในราคาที่ดีตามสมควร หรือตามที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวานผมได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งลงไปตรวจสอบ แล้วก็กำกับให้ทุกอย่างเป็นไป ตามมาตรการที่กำหนดไว้เพื่อดูแลเกษตรกรให้ดีที่สุด และเมื่อมีรายงานมาอย่างไร ผมจะเรียนให้ท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้รับทราบภายหลังนะครับ เพราะวันนี้ อาจจะไม่ทัน แต่ว่าสำหรับในเรื่องของราคา เพราะก็ทราบดีว่าบางช่วงพืชผลการเกษตรนั้น ราคาอาจจะตกต่ำลงมาได้ตามเหตุผลของแต่ละสถานการณ์ รวมทั้งหลักกลไกตลาด ในบางช่วงที่ผลผลิตออกมากบ้างน้อยบ้าง เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่รัฐบาล จึงจำเป็นต้องมีมาตรการนโยบายสำคัญในเรื่องประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะประกัน รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด นั่นก็คือว่าเมื่อไรก็ตามถ้าราคาข้าวโพดต่ำกว่ารายได้ที่ประกัน คือกิโลกรัมละ ๘.๕๐ บาท เช่น ลงมาเหลือกิโลกรัมละ ๘ บาท ส่วนเหลื่อม ๕๐ สตางค์ รัฐบาลก็จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดนำมาขึ้นทะเบียน และเปิดบัญชีไว้โดยตรง เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถมีรายได้ ๒ ทาง แทนที่จะมีทางเดียว ถ้าไม่มีนโยบายประกันรายได้ ๒ ทางก็คือ ๑. ท่านขายข้าวโพดในตลาดได้กิโลกรัมละ ๘ บาท ทางที่ ๒ คือส่วนเหลื่อม ๕๐ สตางค์ ที่ต่ำกว่ารายได้ประกัน ๘.๕๐ บาท รัฐบาลก็โอนไปให้ ท่านก็จะได้ ๘ บาท บวก ๕๐ สตางค์ กลายเป็น ๘.๕๐ บาท ตามรายได้ที่ประกันในที่สุด อันนี้ก็คือสิ่งที่ขอเรียน นอกจากนั้นยังมีมาตรการเสริมเพื่อไม่ทำให้ราคาข้าวโพด ถ้าถึงเวลาที่ออกมาปริมาณ มากเกินไปมาทำให้ตลาดราคาตกลงไป ก็คือจะมีมาตรการให้ชะลอหรือเก็บข้าวโพดไว้ แล้วรัฐบาลก็ช่วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ ๓ อันนี้ก็เป็นมาตรการอย่างที่ผมเรียนไปแล้ว ตั้งแต่เบื้องต้นเพื่อเป็นมาตรการเสริมที่ขออนุญาตกราบเรียนให้กับท่านประธานได้รับทราบ รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ที่ผมได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วทั้งประเทศได้ติดตามสถานการณ์ การปลูกพืชเกษตรทุกตัว ถ้ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตามขอให้รายงานมา แล้วก็ให้ลงไปแก้ไขปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร่งด่วน อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาต กราบเรียนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ ท่านสัมฤทธิ์ มีอะไรเพิ่มเติมเชิญเลยครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ขอความเมตตาท่านประธานได้ฝากข้อเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีสักเล็กน้อยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีผ่านประธานอีกครั้งในข้อมูลที่ได้ตอบมา แต่ผมนำเรียนว่า เมื่อสักครู่ที่ผมได้กล่าวไปว่าในช่วงการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๕ เดือน ไม่ใช่ข้าวสาลีนะครับ บางทีข้อมูลท่านรัฐมนตรีอาจจะคลาดเคลื่อน เพราะว่าภารกิจท่านเยอะ ต้องขอขอบพระคุณ ในข้อมูลที่ให้มานะครับ ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า นโยบายประกันรายได้ที่ทางรัฐบาลได้ออกมา ขอขอบคุณแทนพี่น้องเกษตรกรที่ดูแล พี่น้องเกษตรกรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่กิโลกรัมละ ๘.๕๐ บาท ที่ความชื้นไม่เกิน ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ครัวเรือนละไม่เกิน ๓๐ ไร่ และต้องขอชื่นชมนโยบายเกษตรสร้าง พาณิชย์ขาย หรือที่ท่านรัฐมนตรีได้ประชาสัมพันธ์ว่าเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ผมอยากจะ เสนอให้ท่านรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้นแบบ เป็นโมเดล (Model) ในโครงการนี้ครับ เพราะว่ากว่า ๔๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน เป็นคนไทย เป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปเจรจาต่อรองที่ไหน ขอให้นำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาเป็นโมเดล (Model) ในโครงการเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ผมเชื่อว่าจะสร้างความสำเร็จได้อย่างแน่นอนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกสัมฤทธิ์ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไว้นะครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกสัมฤทธิ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ตอบกระทู้ถามภายในเวลาที่สมควรครับ🔗

๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๑๕๗ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำ ลำห้วยวังหิน ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ซึ่งรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่ได้รับมอบหมายให้ตอบได้แจ้งว่าติดภารกิจ นัดหมายไว้ล่วงหน้าไม่สามารถตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ครับ ขอเลื่อนไป อันนี้ก็เรียนให้ ท่านสมาชิกทราบแล้วนะครับ🔗

๑.๒.๖ กระทู้ถามที่ ๑๗๔ เรื่อง ปัญหาสุนัขและแมวจรจัด (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

รัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งได้มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามนี้ ได้แจ้งว่า ติดภารกิจเดินทางไปตรวจราชการการประปาส่วนภูมิภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนไป แจ้งสมาชิกรับทราบนะครับ🔗

๑.๒.๗ กระทู้ถามที่ ๒๓๘ เรื่อง การใช้ประโยชน์จากคลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก บริเวณพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี (นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งมาว่ากระทู้ถามนี้เนื่องจากรัฐมนตรีติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ไป ก็เรียนท่านสมาชิก ทราบแล้วนะครับ ก็หมดกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้เข้าร่วม ประชุมครับ ขณะนี้ทางสภาห้องประชุมใหญ่ได้มีการประชุมเกี่ยวกับระเบียบวาระกระทู้ถามสด ด้วยวาจาแล้วนะครับ ฉะนั้นในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราก็คงจะเริ่มดำเนินการ ในการที่จะถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเนื่องจากว่ารัฐมนตรี ได้ขอประสานมาเพื่อขอสลับลำดับการตอบกระทู้ถามนะครับ และเพื่อให้การถามตอบ กระทู้ถามที่มีผู้ตั้งกระทู้ถามและรัฐมนตรีผู้ตอบกระทู้คนเดียวกัน ถามตอบต่อเนื่องกันไป ดังนั้นผมขอสลับลำดับกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามของ นางอนุรักษ์ บุญศล ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ลำดับที่ ๒ กระทู้ถาม ของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามของนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามของนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คิดว่า ผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่ขัดข้อง ส่วนจะได้กี่กระทู้ก็คงดูห้วงเวลา เพราะได้ทราบคร่าว ๆ ว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจารู้สึกว่ารัฐมนตรีติดภารกิจไม่อาจจะมาตอบได้ อาจจะต้องขอเลื่อน ทั้ง ๓ กระทู้ แต่ก็ไม่แน่ต้องดูบรรยากาศในห้องประชุมต่อไป🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๒๗ เรื่อง “สร้างสนามกีฬารวม กลางแจ้ง จุด ลานกีฬาประจำอำเภอสว่างแดนดิน” อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓)🔗

ในการนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้อง จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกรมพลศึกษาเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้นะครับ ๑. นายเขมพล อุ้ยตยะกุล ๒. นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ๓. นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี คณะทำงาน รัฐมนตรี ๔. นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ๕. นายชัยยศ ใคร่ครวญ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานอาคารสถานกีฬา และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังได้นะครับ มี ๒ ท่าน ๑. นายวรชัย วงค์ศรีแก้ว ๒. นางสาวชนาพร เดชทันต์ ทั้งนี้ก็ขอแจ้งท่านที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมฟังการประชุมก็ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบ สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยา จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ห้ามแสดงนะครับ หรือห้าม กล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก ส่วนถ้าท่าน อยากจะชมการประชุมนี้ หลังจากปิดประชุมสภาใหญ่ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ กระทู้ถาม แยกเฉพาะสภาเราก็จะนำเอาเทปบันทึกการประชุมตรงนี้ไปออกรายการท้ายหลังจาก การประชุมใหญ่นะครับ ต่อก็ขอเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ถาม และเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เตรียมตอบนะครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี พิพัฒน์ รัชกิจประการ ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูง ที่เป็นกระทู้สัปดาห์ส่งท้ายของการส่งท้ายสมัยประชุมนี้ สละเวลาอันมีค่าของท่านมาตอบ ให้กับพี่น้องชาวอำเภอสว่างแดนดิน ไม่เฉพาะแต่ดิฉันนะคะ พี่น้องชาวอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครทั้งหมด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลกำลังรอความหวังอย่างใจจดใจจ่อว่า ลานกีฬารวมกลางแจ้งจะได้หรือไม่ เป็นความหวังของเยาวชน เป็นความหวังของ พี่น้องประชาชน เป็นความหวังของผู้ที่ออกกำลังกายทั้งหมดทั้งมวลเลยทีเดียว เพราะว่า ในอำเภอสว่างแดนดินของเรานั้นไม่มีศูนย์กีฬาเลย มีของเทศบาลเป็นสนามฟุตบอล อยู่สนามเดียว ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีให้ทราบว่าเหมือนจะ จับบัตรคิวเลยนะคะ แต่ละครั้งพอไปขอใช้เหมือนจะจับบัตรคิว ไม่ว่างสักทีเลย ขนาดนั้น เลยทีเดียว แล้วทำให้เยาวชนในอำเภอสว่างแดนดินซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ ตัวอำเภอนี่เป็น อำเภอใหญ่ ขอเป็นจังหวัดมาหลายครั้งแล้ว ก็เลยมีประชากรจำนวนมากเลยทีเดียว ที่ต้องการสนามกีฬาแห่งนี้เพื่อที่จะออกกำลังกาย ซึ่งข้าราชการครูเก่าอย่างดิฉันทราบดีว่า เมื่อสนับสนุนเยาวชนของชาติให้ออกกำลังกายมากเพียงใดนั้นยิ่งห่างไกลยาเสพติด มากหลายเท่าทวีคูณ ก็ต้องเรียนกันอย่างนี้เลยทีเดียว ในฐานะที่อยู่กับเด็กและเยาวชน ของชาติมากว่า ๓๐ ปี แล้วทำไมเราถึงต้องการ ความต้องการในครั้งนี้นั้นต้องบอกว่า เป็นความต้องการของเยาวชนของชาติที่อยู่เลาะตลาด ต้องบอกว่าอย่างนั้นเลย แล้วก็ ยื่นเรื่องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทางเมสเซนเจอร์ (Messenger) มาที่ดิฉัน ดิฉันก็ตอบลูก ๆ เยาวชนทั้งหมดว่าดิฉันจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่มีอยู่เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีเห็นถึง ความต้องการของเยาวชนของชาติ ของประชาชนในเขตพื้นที่ที่อยู่ตรงนั้น และให้เห็นถึง ความต้องการจริง ๆ และมีผลต่อเรื่องของยาเสพติดให้โทษนั้นจริง ๆ ด้วย ดิฉันถาม อย่างนี้ค่ะท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีนโยบายที่จะ สร้างสนามกีฬา ซึ่งสนามกีฬานั้นต้องเรียนท่านประธานว่ามี ๑ สนามเท่านั้น อยู่หลังศาล มี ๑ สนามเท่านั้น แล้วก็อย่างที่ดิฉันบอกว่าต้องจับบัตรคิวเลยทีเดียวเพื่อรอที่จะเล่นฟุตบอล ทีนี้ไม่มีสนามบาสเก็ตบอล ไม่มีสนามวอลเล่ย์บอล ไม่มีสนามฟุตซอล ไม่มีสนามตะกร้อเลย ทีนี้เราต้องการที่จะรวมเป็นสนามหนึ่งเดียวนั้น แล้วก็มีสถานที่ออกกำลังกายด้วยการที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกแบบไว้ให้กับชาวอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ การที่ท่านสมาชิก ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ที่ได้ทำการถามมาเรื่องของการสร้างสนามกีฬาที่ อำเภอสว่างแดนดิน ซึ่งตัวกระผมก็ต้องขอเท้าความเล็กน้อยนะครับ ซึ่งในอดีตกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมพลศึกษา เรามีหน้าที่โดยตรงในการที่จะรับเรื่องแล้วก็ ทำการสำรวจ และทำเรื่องขออนุมัติงบประมาณ แล้วดำเนินการจัดซื้อและจัดจ้าง แต่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ตาม พ.ร.บ. กระจายอำนาจ กำหนดให้ถ่ายโอนอำนาจการก่อสร้างสนามกีฬา จังหวัด อำเภอและตำบล และการสนับสนุนกีฬาอุปกรณ์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกรมพลศึกษาได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วนะครับ พอหลังจากนั้นเนื่องจากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่มีความ ชำนาญในการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดทำเรื่องของสนามกีฬา ก็เลยขอรับการสนับสนุนจาก กรมพลศึกษาให้เป็นผู้ดำเนินการต่อไป กรมพลศึกษาก็ได้ทำการสำรวจตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมา จนไปสิ้นสุดปี ๒๕๕๙ ตามมติ ครม. เราได้ทำการสำรวจแล้วมีผู้แสดงความจำนง มาทั้งหมด ๒๔๗ แห่ง ซึ่งตรงนี้ไม่มีการยื่นความจำนงจากอำเภอสว่างแดนดิน ในการที่จะ ขอรับการสนับสนุนให้สร้างสนามกีฬาเอนกประสงค์ ก็อย่างที่ท่านเรียนมาว่าขอเป็น สนามกีฬาฟุตบอล ๒ สนาม วอลเลย์บอล ๑ สนาม ฟุตซอล ๒ สนาม สนามตะกร้อ ๒ สนาม ซึ่งตรงนี้ไม่มีการแจ้งความจำนงว่าจะขอสร้างสนาม ซึ่งตรงนี้ผมขอเรียนผ่านท่านประธาน ไปสู่ท่านสมาชิกนะครับ ถ้าหากว่าทางอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีความประสงค์ ที่จะขอรับการสนับสนุนในการสร้างสนามกีฬา ก็ขอให้ท่านช่วยทำเรื่องผ่านทางท้องถิ่น เข้ามาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งตัวผมก็จะต้องนำเรื่องของท่านนี้เข้าไปใน ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันนี้เงื่อนไขของทางกระทรวงเราก็คือหมายความว่า ทุกสถานที่ที่เสนอมานี้ต้องทำการสำรวจและขออนุมัติผ่าน ครม. ตรงนี้ ซึ่งก็ขอให้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทำเรื่องผ่านเข้ามาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเมื่อ ทำเรื่องเข้ามาแล้ว ตัวกระผมเองก็จะให้ทางกรมพลศึกษาไปทำการสำรวจว่าความเหมาะสม ของสถานที่ว่ามีพื้นที่กว้างพอไหม และเหมาะสมที่จะสร้างอะไรได้กี่สนาม แล้วงบประมาณ เป็นเงินเท่าไร ซึ่งตรงนี้ผมก็จะได้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีในคราวต่อไป ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาถามเรื่องนี้มาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ ถามคำถามที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงที่ท่านมีเมตตา เอื้ออาทรต่ออำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร แค่นี้ชาวพี่น้องอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ก็ชื่นใจเป็นอย่างยิ่งแล้วค่ะ เพราะท่านบอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๙ นั้น ไม่ได้ขอรับงบประมาณเลย ท่านบอกว่าอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ท่านบอก ถ้านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมีการขอเข้ามาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านนั้นจะนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีให้ ดิฉันปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งแทนพี่น้องประชาชน ในอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และถ้ามีเสนาบดีที่เป็นที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชน เยี่ยงนี้แล้ว ทั้งประเทศไทยก็น่าจะลดปัญหายาเสพติดได้มากเลยทีเดียวค่ะ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะคะ ดิฉันถามคำถามที่เต็มไปด้วยความหวังกับ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสว่างแดนดิน เยาวชนของชาติ จังหวัดสกลนคร ดิฉันถามว่า ท่านจะให้กรมพลศึกษาออกไปสำรวจร่วมกับเทศบาลวันใด เมื่อใด พอไปถึงวันนั้นเราจะมี โครงการยื่นใส่มือให้กับกรมพลศึกษา แล้วนำสู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ทันที ดิฉันอยากทราบวันและเวลาที่ชัดเจน เพื่อที่ตัวดิฉันเองและพี่น้องประชาชนจะรอคอย อย่างมีความหวัง ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬา

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในคำถามที่ ๒ ที่ท่านได้ถามมาว่าเมื่อไรที่ผมจะให้ทางกรมพลศึกษาไปทำการสำรวจ ซึ่งตรงนี้ผมก็ต้อง ขอความกรุณาว่าให้ท่านช่วยทำเรื่องเข้ามาที่กรมพลศึกษา โดยการของบประมาณจากท้องถิ่น จากเทศบาลให้เข้ามาที่กรมพลศึกษาตรงนี้ เมื่อทำเรื่องเข้ามาแล้วผมก็จะได้ให้ทางอธิบดี กรมพลศึกษาได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการสำรวจโดยจะประสานกลับไปที่ทางเทศบาล อย่างไรก็ขอความกรุณาว่าให้ท่านสมาชิก ท่านอนุรักษ์ บุญศล ช่วยกำชับไปทางเทศบาลว่า อย่างไรก็ให้ทำเรื่องเข้ามาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาผ่านไปที่กรมพลศึกษาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำตอบ ก็ถือว่าชัดเจนนะครับ ก็ถือว่าเป็นจบการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๑ เรื่อง “สร้างสนามกีฬารวม กลางแจ้ง จุด ลานกีฬาประจำอำเภอสว่างแดนดิน” อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่กรุณาให้เกียรติกับทางห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ขอบคุณครับ🔗

แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราคงต้องรอพักการประชุมสักครู่นะครับ ผมขอพักการ ประชุมจนกว่าผู้ถามและผู้ตอบมีความพร้อมนะครับ🔗

พักการประชุมเวลา ๑๐.๕๕ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๐๓ นาฬิกา🔗

ขออนุญาต เปิดประชุมต่อนะครับ ขอเรียนเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ เนื่องจากว่ากระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ขณะนี้ผู้ถามกระทู้และผู้ตอบกระทู้ยังติดอยู่ใน ห้องประชุมใหญ่ซึ่งเป็นผู้ถามกระทู้ในห้องประชุมใหญ่ด้วย ฉะนั้นผมคิดว่าช่วงเวลา ประมาณบ่ายโมงผมก็มีประชุมแล้วก็มีภารกิจอยู่ และที่สำคัญก็คือว่าหลังจากพอผู้ถาม และผู้ตอบพร้อมมาห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ระเบียบวาระการประชุมในห้องประชุมใหญ่ ก็ผ่านไปแล้ว เป็นการเข้าสู่ระเบียบวาระอื่นแล้ว ฉะนั้นก็ยังมีปัญหา มีข้อสงสัยว่าจะได้รับ การรับรองว่าเป็นการอยู่ในห้วงการประชุมไหม ระเบียบวาระการประชุมกระทู้ถามไหม เพราะกระทู้ถามต้องเกิดในเวลาเดียวกันของการถามกระทู้ทั่วไป กระทู้ถามสดด้วยวาจา และกระทู้ถามทั่วไป และกระทู้ถามแยกเฉพาะก็อยู่ห้วงเวลาเดียวกัน แต่วันนี้เนื่องจาก กระทู้ถามสดด้วยวาจาทั้ง ๓ กระทู้เลื่อนไปหมด กระทู้ถามทั่วไปก็รู้สึกจะเหลืออยู่แค่ กระทู้เดียว ก็คงจะเป็นห้วงเวลาที่ผ่านพ้นช่วงระเบียบวาระการประชุมกระทู้ถามไปแล้ว ฉะนั้นวันนี้ผมจึงต้องขอปิดการประชุม ณ บัดนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่จะประชุมพิจารณา เรื่องระเบียบวาระต่อไป ผมขออนุญาตที่ประชุมนำเรื่องที่ ๗.๒-๗.๕ เกี่ยวกับเรื่อง กรรมาธิการขอขยายเวลาเพื่อมาขออนุญาตที่ประชุมเสียก่อนนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนา พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ แต่ขอเพื่อให้กรรมาธิการได้ทำหน้าที่ต่อนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้ถ้าที่ประชุม ไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้กรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวนี้ขยายเวลา ในการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน🔗

๗.๒ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานครและหามาตรการแก้ไขปัญหาการบำรุงรักษาที่ดิน การพัฒนาทรัพย์สิน ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคลและพื้นที่เอกชนทั่วประเทศ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายเชิงชาย ชาลีรินทร์)🔗

โดยประธานคณะกรรมาธิการ ชุดดังกล่าวนี้ได้แจ้งว่า เนื่องจากนายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วน ของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการและผู้รับรอง เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ เสนออนุญาตเสนอ นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ แทนในส่วนที่ลาออกครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองนะครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ก็อนุมัติครับ🔗

๗.๓ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการแรงงาน แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายสุชาติ ชมกลิ่น)🔗

โดยประธาน คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจาก การเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งนี้เป็นสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐครับ ขอเชิญเสนอชื่อครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอนายสมบัติ อำนาคะ เป็นกรรมาธิการสามัญแทน นายสุชาติ ชมกลิ่น ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองนะครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติครับ🔗

๗.๔ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (ผู้ช่วยศาสตราจารย์จันทจิรา เอี่ยมมยุรา)🔗

โดยประธานคณะกรรมาธิการ การชุดดังกล่าวนี้ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์จันทจิรา เอี่ยมมยุรา ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ เป็นสัดส่วน ของพรรคก้าวไกลครับ ขอเชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลงในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑ ท่าน คือ นายทศพร ทองศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองนะครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมอนุมัติครับ🔗

๗.๕ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมการตกลง ที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓🔗

เรื่องนี้ประธานกรรมาธิการ ชุดดังกล่าวนี้ได้ทำหนังสือแจ้งมาด้วยเหตุผลว่ามีความจำเป็นในการที่จะศึกษาเรื่องนี้ต่อไป จึงขออนุญาตจากที่ประชุมนี้เพื่อขยายระยะเวลาตามที่กล่าวแล้วต่อไปอีก ๓๐ วันครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมถ้าหากว่า ไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้ขยายเวลาไปตามที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ขออนุญาตนะครับ คือขยายต่อไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

มีเรื่องที่ไม่ปรากฏในระเบียบวาระ คือ🔗

เรื่องแรก ผลทางคดีของนางนาที รัชกิจประการ เรื่องนี้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบผลในคดีที่นางนาที รัชกิจประการ ผู้ถูกกล่าวหาในคดีหมายเลขดำ ที่ อม.อธ.๕/๒๕๖๒ ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นางนาที รัชกิจประการ ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายในส่วนที่ เกี่ยวข้อง บัดนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดี ชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ แล้ว พิพากษาว่า นางนาที รัชกิจประการ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบเฉพาะกรณี พ้นจาก ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และ มาตรา ๓๔ วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องที่ ๒ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับ ถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่ผมได้เรียนให้ทราบในเรื่องแรกเมื่อสักครู่นี้ ในคำพิพากษาของ ศาลฎีกาในชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ในคดี อม.อธ.๕/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ กรณีนางนาที รัชกิจประการ ถูกตัดสินนั้น เรื่องนี้ทำให้สมาชิกภาพของนางนาที รัชกิจประการ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๑ (๑๓) ตั้งแต่วันที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา คือวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงประกาศให้ผู้มีรายชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ ๑๖ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑ คน คือ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ จึงแจ้งที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งปรากฏอยู่ในระเบียบวาระคือ🔗

๒.๑ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ ฉบับ🔗

(๑) ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ตั้งคณะกรรมการจริยธรรมสภา ผู้แทนราษฎร🔗

(๒) ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การเลือกเลขานุการคณะกรรมการ จริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร🔗

โดยประธานสภา ผู้แทนราษฎรได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การตั้งคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๕ คน และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การเลือกเลขานุการ คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับข้อ ๕ และข้อ ๒๓ แห่งข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งสำเนารายละเอียดของประกาศทั้ง ๒ ฉบับ เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่าน สมาชิกได้รับทราบแล้วนะครับ ขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒.๒ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗

(๑) รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ และรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗

(๒) รายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๒🔗

โดยสำนักงานเลขาธิการ วุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่องดังกล่าว ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมพิจารณารับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ และรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอแล้ว🔗

๒. ในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๒๐ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๒ แล้ว จึงแจ้ง ให้ที่ประชุมรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒.๓ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑🔗

โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าสำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดทำรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ รับทราบรายงานดังกล่าว ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ จึงได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๗๑/๑๐ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งรายงานดังกล่าวได้ส่งให้ สมาชิกได้รับทราบแล้วครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในการนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานเข้าร่วมชี้แจงในกรณีที่สมาชิกมีความประสงค์จะสอบถาม ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกได้ขออนุญาตอภิปราย ผมขอเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ จะขอความร่วมมือว่าเพื่อประหยัดเวลาในการที่เรามีเวลาอยู่จำกัด และมีเรื่องสำคัญที่ต้อง พิจารณาอีกมาก ผมเคยปรารภกับพวกเราแล้วว่าอยากให้ญัตติที่เสนอได้รับการพิจารณา โดยไม่ชักช้าเกินไป ซึ่งเราก็จำเป็นต้องบริหารเวลา ทุกเรื่องมีความสำคัญก็จริง แต่เรื่องใด ที่เห็นว่าควรจะประหยัดเวลาได้ อยากขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิก สำหรับพรรคก้าวไกล ซึ่งได้เสนอสมาชิกมา ๕ ท่าน ผมจะอนุญาตให้ทั้ง ๕ ท่านได้อภิปราย แล้วก็ขอความร่วมมือ ประหยัดเวลา เพราะจริง ๆ แล้วผมไม่เคยใช้ข้อบังคับที่ว่าได้พิจารณามาพอสมควรแล้ว ผมขอปิดหรือขอยุติการอภิปราย ผมไม่เคยใช้สิทธิตามข้อบังคับนั้น เพราะได้เปิดโอกาส เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือพวกเราช่วยประหยัดเวลานะครับ ในกรณีที่เห็นว่าซ้ำก็กรุณา อย่าให้ซ้ำ ถ้าเห็นว่าซ้ำก็อาจจะขอตัดไป เพื่อให้ประเด็นใหม่ได้รับการพิจารณา แล้วก็สมาชิก จะได้มีโอกาสได้พิจารณาในเรื่องที่มีความสำคัญต่อจากนั้นไปครับ เรามีเรื่องวันนี้อีกหลายเรื่อง ซึ่งเวลาเราก็มีจำกัด ผมได้เปิดโอกาสให้เต็มที่แล้วได้ศึกษานอกรอบกับพวกเราแล้วว่าต่อไปนี้ ต้องขอความร่วมมือพวกเราครับ ก็หวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เวลา ของผมนะครับ เป็นเวลาของพวกเรา ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งในการที่เราจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ในภาพรวมทั้งหมดครับ ขณะนี้มีบุคคลที่ทาง ก.พ.ร. ได้ขอเข้าชี้แจงเพื่อประโยชน์ในการ ให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สอบถามนะครับ ๑. นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ๒. นางสาวสุนทรี สุภาสงวน รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ๓. นางสาวอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ๔. นางสาวรุ่งลักษณ์ เมฆะอำนวยชัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ๕. นางนันทนา ธรรมสโรช รองเลขาธิการ ก.พ.ร. อนุญาตให้ทั้ง ๕ ท่านเข้ามาครับ เชิญ ก.พ.ร. ครับ มีผู้เสนอขออภิปรายมา ๖ ท่าน เป็นพรรคก้าวไกล ๕ ท่าน เป็นพรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน ทุกคนช่วยรักษาเวลานะครับ ก.พ.ร. มีอะไรจะชี้แจงก่อนไหมครับ ไม่ชี้แจงนะครับ ขอเชิญสมาชิกครับ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านแรกครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออภิปรายรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย เสนอมาเป็นประจำปี ๒๕๖๑ นะครับ แต่ผมอยากจะเริ่มแบบนี้ครับ โดยขอเอามติ การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานี้เป็นกรอบในการพิจารณา แล้วย้อนกลับไปดูว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงาน ปี ๒๕๖๑ นั้น เพราะเหตุใด ท่านถึงวางเป้าหมายในปี ๒๕๖๑ แต่จนถึงปี ๒๕๖๓ ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นยังเป็นปัญหาอยู่ หรือไม่ประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ท่านได้เป็นคนตั้งหรือวางเอาไว้เองนะครับ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือที่เราเรียก กันว่า ก.พ. และสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ของท่านอยู่ ทั้งหมด ๕ ประการด้วยกัน🔗

ประการที่ ๑ ให้ร่วมปรับปรุงระบบการทำงาน เช่น เรื่องโครงสร้าง การจัดองค์กร การลดอัตราข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ รวมถึงการเน้นการนำดิจิทัล (Digital) มาใช้🔗

ประการที่ ๒ คือการให้เร่งการผลักดันเรื่องของอีเซอร์วิส (e-Service) ผมใช้คำภาษาอังกฤษเพราะเป็นคำที่อยู่ในหนังสือสั่งการทั้งหมด ไม่ได้เป็นคนพูด ภาษาอังกฤษเหล่านี้ขึ้นมาเอง เน้นการใช้อีเซอร์วิส (e-Service) ให้เป็นรูปธรรม และดำเนินการให้บริการแก่ประชาชนแบบ ๒๔ ชั่วโมง🔗

ประการที่ ๓ ให้มีการปรับปรุงระบบการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร ที่จะเข้ามาเป็นข้าราชการให้ตรงกับภารกิจ ตรงกับความต้องการของส่วนราชการ และให้เพิ่มระบบเขาเรียกเซคันด์เมนต์ (Secondment) หรือการปฏิบัติงานในส่วนราชการ อื่น ๆ อีกหน้าที่หนึ่ง🔗

ประการที่ ๔ คือให้ปรับตัวและปรับระบบราชการต่าง ๆ เหล่านี้ให้เหมาะสม กับเรื่องของเวิร์กฟรอมโฮม (Work from home) แล้วก็เรื่องของนิวนอร์มัล (New normal) หรือฐานชีวิตใหม่ อันนี้ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่เราเข้าใจกันอยู่ ในสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างดีแล้ว🔗

ประการที่ ๕ ให้สนับสนุนการพัฒนากำลังพล ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรเรื่องของ กลุ่ม นปร. กลุ่มฮิปส์ (HiPPS) หรือข้าราชการที่มีประสิทธิภาพสูงต่าง ๆ ให้มีบทบาทด้าน การปฏิรูปประเทศ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดองสามัคคี วันนี้ ผมไม่ได้มาถามว่าคำว่าความปรองดองสามัคคีที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีที่สั่งการท่านนั้น ความหมายเหมือนความปรองดองสามัคคีที่ผมเข้าใจหรือไม่ เอาไว้วาระอื่นจะพูดกันครับ แต่อย่างไรก็ตามผมจำเป็นต้องมีข้อสังเกตต่อรายงานฉบับนี้ เพราะว่าท่านคงทราบดีว่า ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่กำลังจะเข้าการพิจารณานั้น งบประมาณในส่วนของบุคลากร ภาครัฐสูงมากนะครับ โดยเฉลี่ยประมาณ ๑.๑ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น ๑ ใน ๓ ของ งบประมาณทั้งหมด ผมมีข้อสังเกตต่อรายงานฉบับนี้อยู่ ๓ ประการด้วยกัน🔗

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องการโอนถ่ายการปรับลดระบบโครงสร้างของหน่วยงาน และข้าราชการต่าง ๆ พิจารณาเฉพาะในรายงาน ปี ๒๕๖๑ ท่านพูดถึงความจำเป็นในการ ปฏิรูปประเทศตามแผนปฏิรูปประเทศที่มีผลมาตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ท่านพูดถึง การตั้งหน่วยงานทั้งหมด ๕๒ หน่วยงานด้วยกัน อยู่ภายใต้ภารกิจความรับผิดชอบของท่าน ๓๑ หน่วยงานครับ แบ่งเป็นกรม ๙ กรม แบ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กรม ๑๓ หน่วยงาน แบ่งเป็นองค์การมหาชนและอื่น ๆ อีกทั้งหมด ๙ หน่วยงาน มันมีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน ที่จำเป็นจะต้องจัดตั้งหน่วยงานขนาดนั้น และวันนี้ระบบที่ท่านผลักดันหน่วยงานขนาดนั้น ตกลงมันสำเร็จเป็นไปตามเหล่านั้นจริงหรือไม่ มันสอดคล้องกับวิสัยทัศน์แผนและเป้าหมาย ของ ก.พ.ร. เองที่พูดถึงการปรับลดหน่วยงานต่าง ๆ และในขณะเดียวกันท่านตอบได้หรือไม่ ว่าการตั้งหน่วยงานเหล่านี้สอดรับกับประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมซึ่งเป็นหนึ่งใน วิสัยทัศน์ของท่านอย่างไรครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ในงบของ ก.พ.ร. ในปี ๒๕๖๑ ท่านได้รับการจัดสรร งบประมาณทั้งหมด ๓๑๑ ล้านบาทเศษ เป็นงบบุคลากร ๑๐๙ ล้านบาท เป็นงบดำเนินการ และงบลงทุนประมาณ ๓๕ ล้านบาท อันนี้ผมไม่ติดใจ แต่ที่ผมติดใจก็คือว่าท่านตั้งงบไว้ สำหรับงบรายจ่ายอื่น ๆ เป็นจำนวน ๑๖๕ ล้านบาท แล้วท่านเขียนไว้เลยว่างบรายจ่าย อื่น ๆ นั้น คืองบของการจ้างผู้เชี่ยวชาญ และงบของการศึกษาวิจัย ซึ่งถือว่าเป็นกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณของท่าน ด้วยความเคารพนะครับ ถ้า ก.พ.ร. ไม่เชี่ยวชาญ แล้วใครจะเชี่ยวชาญอีกในประเทศไทยนี้ ท่านไปจ้างผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เพราะเหตุใดครับ หรือเอาเข้าจริง ๆ แล้วรายจ่ายเหล่านี้มันมีรายจ่ายอื่น ๆ ซึ่งท่านไม่ได้ยกตัวอย่างเช่น เหล่านั้นหรือไม่ เพื่อให้ผมสบายใจและไม่คลางแคลงใจว่าตกลงท่านจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ ท่านจะศึกษาวิจัยอะไรอีก ในเมื่อ ก.พ.ร. นั้นควรเป็นหน่วยงานที่มีความชัดเจนเรื่องเหล่านี้ มากที่สุดอยู่แล้ว นั่นเป็นคำถามประการที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ เรื่องของการทบทวนความจำเป็นขององค์การมหาชนต่าง ๆ ผมเข้าใจว่าในปี ๒๕๖๑ ในรายงานของท่านระบุถึงองค์การมหาชนอยู่ทั้งหมด ๓๘ แห่ง ด้วยกัน และแน่นอนตัวเลขปัจจุบันอาจจะมากกว่า ๔๐ หน่วยงานขึ้นไปแล้ว ผมคิดว่า วันนี้ ก.พ.ร. จำเป็นต้องสะท้อนอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาไปยังรัฐบาลถึงจำนวน องค์การมหาชนและกองทุนหมุนเวียนต่าง ๆ ตกลงวันนี้เราสร้างรัฐซ้อนรัฐหรือไม่ เรามี รัฐราชการอยู่แล้วนะครับซึ่งเข้มแข็ง เป็นทั้งข้อเด่นและเป็นปัญหาในตัวของมันเอง แต่เรากำลังจะมีรัฐซ้อนรัฐอีกรัฐหนึ่งครับ เป็นรัฐขององค์การมหาชนและกองทุนต่าง ๆ คำตอบของท่านต้องอยู่ที่ว่าองค์การมหาชนเหล่านี้ที่ดีก็มีครับ ที่มีประสิทธิภาพก็มี ที่มีเรื่อง เป็นการเฉพาะ ซึ่งผมเองมีโอกาสไปดูงานเช่นสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) นี่ผมอยากให้งบเขาเพิ่มด้วยซ้ำ แต่จำนวนเหล่านี้ตกลงมันเกิดประโยชน์ เป็นความจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ครับ แล้วในขณะเดียวกันถ้าท่านบอกว่ามันโตเกินไปแล้ว ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านเขียนอยู่ในนี้ว่าท่านจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม วิสาหกิจเพื่อสังคม สถานะของร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ตรงไหน ประการใดครับ🔗

ผมขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติมในเวลาที่เหลืออยู่เป็นประการที่ ๔ ครับ เรื่องการจัดสรรงบประมาณของกลุ่มจังหวัด ท่านยังวนอยู่กับประเด็นเรื่องการส่งเสริมการเกษตร การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม แต่วันนี้ฐานคิดของประเทศไทยมันเบี่ยงมาที่ งานบริการแล้วนะครับ ถึงแม้สถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้เราเห็นปัญหา แต่จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่างานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์และสังคมตอบโจทย์ว่าสังคมไทยกำลังพัฒนามาสู่สังคม ภาคบริการ แต่งบประมาณกลุ่มจังหวัดไม่ได้เขียนตอบสนองสิ่งเหล่านี้เลยครับ ด้วยความ เคารพครับท่านประธาน การรับราชการยังเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงครับ ครอบครัวผมเอง ก็เป็นครอบครัวข้าราชการ แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้ ก.พ.ร. ได้ตอบโจทย์กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ ฟอร์ เบตเทอร์ ไลฟ์ (Good governance for better life) จริงหรือไม่ ผมขออนุญาต ที่จะเป็นข้อสังเกตและเป็นคำถามในฐานะผู้แทนประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ดูหน้าเอกสารรายงานที่รับทราบรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทย ๕ ปี ถึงปี ๒๕๖๑ ที่เขียนมา แล้วก็ดู ๑.๔ ในหน้า ๘๒ เป็นต้นมา ท่านรายงานทั้งหมดอยู่ในหน้า ๘๒-๘๓ ในทั้งหมดนี้ท่านวางเป้าหมายของทิศทางการพัฒนาไว้ ผมไม่ลอกในนี้นะครับ ผมจะพูดถึงว่าทั้งหมดนี้ถ้าอะไรที่ยังตรงประเด็นที่ผมพูดนี่ตอบนะครับ แต่ถ้าไม่ตรงประเด็นในเอกสารทั้ง ๒ หน้า ที่เป็นผลสรุป สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญการขับเคลื่อน ในการพัฒนาระบบราชการไทยควรจะมี ๑. คือรูปแบบที่พัฒนามีความหลากหลายครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้นความหลากหลายนี้เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการยืดหยุ่น ทางสังคมไทยขณะนี้ที่มีโควิด (COVID) เกิดขึ้น แล้วก็จะต้องเป็นเรื่องของการต้องตอบสนอง ความต้องการของประชาชนครับ นั่นคือความหลากหลายที่สำคัญ สิ่งที่ท่านใช้ในงบประมาณ ปีที่แล้ว เป็นคำถามที่ ๑ ครับ โดยเฉพาะผลงานวิจัยที่ใช้งบประมาณถึง ๑๖๑ ล้านบาท ในงบที่ท่านมีอยู่ ๓๑๑ ล้านบาท ที่ได้รับจากรัฐบาล ครึ่งหนึ่งของงบที่ท่านมีเลย ท่านมีงานวิจัยกี่ตัว แล้วเอามาตกผลึกสู่การปฏิบัติในมิติไหน ในโครงสร้างของกลไกที่ท่านใช้ ลงสู่การปฏิบัติอย่างไร🔗

ประเด็นที่ ๒ ลดภาระของการสั่งการจากบนสู่ล่าง ท่านตอบในเอกสารเล่มนี้ ในหน้าที่ ๑๙๑ ถึงหน้า ๑๙๙ สรุปผลข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ผมถามว่าสรุปผล ข้อสั่งการ ไม่ใช่ครับ ต้องสรุปผลความต้องการของประชาชน ที่จากศูนย์ดำรงธรรม ที่ท่านรับอยู่นี้ ท่านตอบไปกี่ข้อครับ ท่านสนองต่อประชาชนไปเท่าไร อันนี้คำถามที่ ๒ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ คือการลดการพึ่งพาภาครัฐ ภาครัฐควรจะปลดระวางเรื่องนี้ ให้มากนะครับ แล้วก็ต้องพึ่งพาความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยเฉพาะการพึ่งพา ความเชี่ยวชาญจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี่เลิกได้แล้วครับ กลับมาสู่ภาคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เพราะงานวิจัยต่าง ๆ มุ่งเน้นที่จะต้องเสริมสร้างพลังทางปัญญาของ ภาคประชาชนให้มาก โดยเฉพาะหยิบเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ทั้งวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม โดยเฉพาะวรรคสองที่พูดถึงเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีมาตรานี้มาตราเดียวที่เป็นคุณแก่ประชาชนครับที่ตอบรับ ฉะนั้น ก.พ.ร. ต้องหยิบตรงนี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการรับฟังที่ ก.พ.ร. ใช้อยู่ในแดชบอร์ด (Dashboard) ในคู่มือสำหรับประชาชน ระยะที่ ๒ ผมเลยถามว่าแดชบอร์ด (Dashboard) นี้ตอบประชาชน ไปถึงไหนในระยะที่ ๒ ช่วยตอบผมด้วยครับเป็นคำถามที่ ๓ เพราะการใช้แดชบอร์ด (Dashboard) นั้นคือการต้องเอาปัญญาประดิษฐ์ ผมไม่รู้ว่าเป็นแมนวล (Manual) หรือเปล่า ขณะนี้โลกทั้งโลกเขาใช้เอไอ (AI) ปัญญาประดิษฐ์ครับท่านประธาน เพื่อมาบริดจ์ (Bridge) ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ประชาชนเข้ามาสู่ช่องทางของการสื่อสารบนโลกโซเชียล (Social) ทั้งหมด ในแดชบอร์ด (Dashboard) นี้ก็จะเป็นเรื่องของการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ การประเมินผล การใช้เลิร์นนิง (Learning) ดีป เลิร์นนิง (Deep learning) เข้ามาวิเคราะห์ ประเด็นที่ประชาชนต้องการครับ โดยเฉพาะแบ่งสัดส่วนตามเชิงภูมิประเทศหรือภูมิภาค เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน เอาศูนย์ดำรงธรรมยัดเข้าไปในแดชบอร์ด (Dashboard) แล้วตอบให้ได้ครับ นั่นคือคำถามที่ควรจะพัฒนา การวิเคราะห์ข้อมูลนั้นถือว่า สำคัญที่สุดในรัฐธรรมนูญ ย้ำครับ เครื่องมือสำคัญใน มาตรา ๗๗ คือผลสัมฤทธิ์ต้องต่อเนื่อง และอยู่ในกรอบ เพราะว่าจะต้องนำเอามาวิเคราะห์ มิใช่ไม่ตอบผลสัมฤทธิ์ที่ตั้ง เพราะในโครงสร้างนี้มีการเชื่อมผลสัมฤทธิ์ผมเห็น สวยงามมากครับ จากแผนชาติ แผนต่อเนื่องหมด แต่ต้องตอบในนี้ว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ปีหน้ารายงานฉบับนี้ก็ต้องเข้ามาอีก เพราะว่าสภาแห่งนี้ต้องรองรับการรายงาน ฉะนั้นปีหน้าจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ของแผนทั้งหมด ที่เกิดขึ้นและวัดได้ ท่านจะเห็นว่ามีตัววัดอยู่ที่ท่านบอกผ่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีหลายบล็อก (Block) นะครับ ในหน้าที่ ๑๘๘-๑๙๘ จะเห็นว่าในเบส (Base) ต่าง ๆ ๕ เบส (Base) ของท่าน สิ่งที่ผมกังวลใจ โดยเฉพาะที่ผมถามไปแล้วในเบส (Base) ของฟังก์ชัน เบส (Function base) ในเรื่องของความสำเร็จของการปรับปรุงคู่มือ คู่มือไม่ใช่ไปวางไว้เฉย ๆ ในนี้ก็ไม่มีความสำเร็จนะครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะให้เกิดขึ้นให้มากที่สุดในเรื่องของ การพัฒนาระบบราชการ สิ่งที่สำคัญคือท่านต้องตอบทุก ๓ เดือน แล้วเอามาแก้ไขกัน สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจ ขณะนี้รัฐรวมศูนย์เป็นหัวใจสำคัญ ของรัฐบาล สิ่งสำคัญคือข้าราชการท้องถิ่นในขณะนี้มีน้อย ข้าราชการส่วนกลางมีมาก ออกกฎหมายเลยครับ โอนย้ายข้าราชการส่วนกลางกลับภูมิภาคลงสู่ท้องถิ่นตาม ความต้องการของข้าราชการเหล่านั้น เพื่ออะไรครับ เพื่อไปสร้างความเจริญในท้องถิ่น ให้มากที่สุด แล้วกลับมาใช้หลักสุดท้ายครับ หลักคอมมูนิตี โพลิซิง แอปโพรช (Community policing approach) ตำรวจใช้ครับทั้งโลก ท่านไปเปิดอากู (Google) ดูครับ กระทรวงยุติธรรมใช้เรื่องนี้ แต่ไม่ใช่เฉพาะงานตำรวจนะครับ เป็นงานของข้าราชการยกเลิกเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กลับมาสู่การตอบรับคืองานบริการประชาชน และน้อมรับคำร้องขอ ร้องทุกข์ของประชาชน มาแก้ไข นั่นคือคอมมูนิตี โพลิซิง แอปโพรช (Community policing approach) ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายและต้องขอบคุณท่านประธานเพราะว่าพรรคก้าวไกลเราขยันจริง ๆ ทำการบ้านเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากการอภิปรายของพวกเรา ก็ไม่รังเกียจที่พรรคอื่นจะไปเสนอชื่อเพิ่มครับ ผมคิดว่าการรับทราบรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทยในปัจจุบัน ผมอ่านในเอกสารแล้วหลายอย่างตะขิดตะขวงใจมากเลย ท่านผู้มาชี้แจงอาจจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ แต่ผมคิดว่าความเป็นสำนึกของข้าราชการในการ รับใช้ประชาชน เพราะว่าท่านกินภาษีประชาชนควรจะเน้นเรื่องของประเด็นเหล่านี้ด้วย เรื่องของคำปฏิญาณตนตามระเบียบวินัยของข้าราชการ ข้าราชการหลายท่านมาอบรม ที่กรุงเทพมหานครตามที่กรมสั่ง กระทรวงสั่ง ปรากฏว่าเช้า ๆ ก็มีการปฏิญาณตนรักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกเช้า แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาฉีกรัฐธรรมนูญ ข้าราชการเหล่านั้นก็เอาตัวรอด อันนี้พูดถึงข้าราชการทั้งหมดรวมทั้งข้าราชการ ในศาลยุติธรรมด้วย การประเมินผู้บริหารท้องถิ่นผมอ่านเอกสารแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งนะครับ เขามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ๔ ปี ประชาชนเขาประเมินผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง แต่ท่านสร้างกลไกที่บิดเบี้ยว เอาผู้ว่าราชการจังหวัดไปประเมินผู้บริหารท้องถิ่น อย่างนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขาผ่านการเลือกตั้งมาทั้งจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดมีฐานะในการกำกับดูแลไม่ใช่บังคับ บัญชาครับ หรือนายอำเภอจะไปประเมินนายกเทศมนตรี จะไปประเมินนายก อบต. ไม่ได้ ท่านตั้งแบบนี้ท่านตั้งโจทย์ผิดนะครับ แปลว่าท่านไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยเลย ผมย้ำว่า ท่านไม่เข้าใจ เพราะหลายอย่างปรากฏในเอกสาร ท่านเขียนเอกสารว่าการลงพื้นที่ แหมอยู่สูงเหมือนเกินนะครับต้องลงพื้นที่ แปลว่าท่านคิดว่าการเป็นข้าราชการนี้มีศักดิ์ เหนือกว่าประชาชนตรงไหน ท่านกินภาษีประชาชน ท่านเข้าพื้นที่สิครับ ไปหาประชาชนสิครับ ท่านสูงตรงไหนท่านเป็น ซี ๙ ซี ๑๐ ซี ๑๑ แล้วท่านบอกว่าลงพื้นที่ลงไปหาประชาชน ผมรณรงค์นะครับ ข้าราชการไทยต้องยกเลิกวิธีคิดแบบนี้ แปลว่าท่านกำลังห่างจากประชาชน ในเอกสารท่านบอกว่าต้องใกล้ชิดประชาชน แต่ท่านใช้ศัพท์ที่น่าเกลียดที่สุด ผมรณรงค์ ให้ท่านยกเลิกและรายงานปีหน้าคงจะไม่เห็นรูปแบบนี้ ท่านต้องเข้าหาประชาชน อย่างพวกผมสิครับถึงความเท่าเทียม ไม่อย่างนั้นข้าราชการบางคนพอเกษียณท่านบอกว่า เกษียณแล้วครับจะได้กลับมาเป็นประชาชนคนธรรมดาเสียที ผมก็ถามว่าแล้วปัจจุบัน ไม่ใช่ประชาชนคนธรรมดาตรงไหน ท่านก็คือประชาชนคนธรรมดาต้องรับใช้ประชาชนสิครับ นี่คือความรู้สึกที่ผมรับทราบมา ก็อยากจะให้มีการแก้ไข ท่านตอบไม่ตอบก็ไม่เป็นอะไร การลดจำนวนข้าราชการลงผมยังไม่เห็นเอกสารที่ชัด หรือท่านชวนจะตอบผมก็ได้ว่า ในรูปแบบของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยนี้ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น ในประเทศอเมริกา ในประเทศที่เขาพัฒนาแล้วคือลดจำนวนข้าราชการส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคลงและไปเพิ่มสัดส่วนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ที่ผ่านมา ราชการส่วนกลางพยายามเขียนกฎหมายบอกว่าข้าราชการนั้นมีหลายระดับเหลือเกิน ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้วผมอยากให้ท่านคิดใหม่ ประสิทธิภาพของข้าราชการส่วนภูมิภาค หรือส่วนกลางถ้าเปรียบเทียบกันแล้วปรากฏว่าหลายอย่างที่ไปรับงบประมาณ มาขอรับ งบประมาณจากส่วนกลางแต่ไปขอให้ อบต. หรือเทศบาลทำ หรือรับนโยบายจากรัฐบาล ส่วนกลาง ปรากฏว่าบางแห่งไปจัดซื้อจัดจ้าง อำเภอจัดซื้อจัดจ้างเอง แต่ไปเอาเจ้าหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาตรวจการจ้าง มาช่วยเขียนแบบ มันใช่หรือครับ มันไม่ใช่ อำนาจหน้าที่สาธารณะของราชการส่วนภูมิภาคหรือพวกอำเภอต่าง ๆ มันต้องให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ เขาต้องจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่อำเภอไปจัดซื้อจัดจ้างแล้วให้เสมียนตราอำเภอหนี เสมียนตรา อำเภอบางแห่งลาออกนะครับเพราะเขาไม่อยากเข้ามายุ่มย่ามเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ ในอดีตที่ผ่านมาตอนตั้งองค์กรบริหารส่วนตำบล นายอำเภอบางแห่งบอกว่าฎีกาการเบิกจ่าย ของ อบต. ต้องให้นายอำเภอเซ็น มีอย่างที่ไหนแค่นี้ยังคิดไม่ได้เลย ต้องปรับปรุงใหม่นะครับ เอา มาอบรมนะครับ ผมคิดว่าราชการส่วนภูมิภาคตรงนี้ต้องเอามาอบรม ต้องเอามาเรียนรู้เขาไป ไกลแล้ว🔗

ถัดมานะครับ ท่านบอกว่าบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ท่านเน้นมากเลย แต่ว่าหลายโครงการผิดพลาด พรรคก้าวไกลเอาโครงการความผิดพลาดการทำประชาพิจารณ์ ที่หาดม่วงงาม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทำประชาพิจารณ์ในรูปแบบที่ปกปิด ไม่เปิดเผย มุบมิบกันทำ แล้วก็มีการกีดกั้น กีดกันคนที่ไม่เห็นด้วยจากโครงการเป็นต้น นี่หรือครับ การพัฒนาระบบราชการภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด ผมประเมินตรงนี้ว่าถ้าจะประเมินกันจริง ๆ หลายจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดสอบตกครับ เพราะว่าความรับผิดชอบเขาไม่ได้รับผิดชอบต่อภาคประชาชนอย่างแท้จริง เขารับผิดชอบ ต่อปลัดกระทรวง ต่อรัฐมนตรีโน่น ผมอยากให้เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาราชการ ให้ไปสู่ความเป็นสากล โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้นครับ ที่จะต้องจัดบริการ สาธารณะ แล้วก็อย่าดูหมิ่นดูแคลนข้าราชการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าท่าน จะตรากฎหมายว่าเป็นพนักงานท้องถิ่นโน่นนี่นั่น ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน แล้วยกตัวเองว่า ตัวเองเป็นข้าราชการที่สูงส่ง ผมคิดว่ามายด์เซต (Mindset) พวกนี้ละครับที่จะต้องเปลี่ยน ในการพัฒนาระบบราชการเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกอันหนึ่งเลยครับจังหวัดระนอง พี่น้องมอแกน (Mogan) บัตรหมดอายุ ต้องนั่งเรือไปกลับ แล้วรายได้เขาวันเท่าไร นั่งรถอีกครับ ทำไมอำเภอไม่เคลื่อนที่ไปหาเขา ของง่าย ๆ แบบนี้ทำไมทำกันไม่ได้ ยังมีตัวอย่างอีกเยอะครับ แต่ว่าท่านประธานบอกให้ ประหยัดเวลา ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมไม่ได้มีหน้าที่ ชี้แจงแทนนะครับ แต่ลงพื้นที่มันไม่ได้หมายถึงแสดงความเหลื่อมล้ำ ส.ส. ลงพื้นที่ วุฒิสภาลงพื้นที่ บางทีเป็นศัพท์ที่ใช้ในการไปตรวจพื้นที่นะครับ อันนี้เรียนคุณประเสริฐพงศ์นะครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมเข้าใจ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านประธานนะครับ ที่ท่านประธานได้ดำริไว้ว่าเราควรจะประหยัดเวลา เพราะว่าเรามีญัตติอื่น ๆ ที่มีความสำคัญ ผมก็คิดว่าถ้าไม่จำเป็นผมก็จะไม่อภิปราย แต่เนื่องจากว่าระบบราชการเป็นกลไกสำคัญมากในระบบประเทศไทย แล้วก็เป็นกลไกที่มี ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเกือบทุกคนในประเทศนี้ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีครับ เชิญเลยครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ผมต้องขอบคุณข้าราชการ ที่มีความตั้งใจที่จะปฏิรูปองค์กรแล้วก็พัฒนาองค์กรที่จะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชน ตอบโจทย์ที่จะไปในทิศทางข้างหน้าให้เท่าทันโลก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในประเด็นที่ ผมจะเสนอแนะให้กับการปฏิรูประบบราชการ ในหัวข้อที่ ๑.๔ เรื่องทิศทางการพัฒนา ระบบราชการไทย ซึ่งยังไม่มีเนื้อหาในตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นโอกาสของทีมงานของคณะกรรมการ ที่จะกลับไปพิจารณาเพื่อที่จะเห็นเนื้อหาในรายงานครั้งต่อไป ในทิศทางการพัฒนา ระบบราชการไทยผมเข้าใจว่าทิศทางได้เขียนไว้ดีมากเลยครับท่านประธาน เช่น ภาครัฐ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการและให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใสและเป็นธรรม ภาครัฐบริหารแบบบูรณาการโดยเชื่อมโยงการพัฒนาทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ ทุกพื้นที่ ภาครัฐมีขนาดเหมาะสมกับภารกิจ ส่งเสริมให้ประชาชน และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ภาครัฐมีวิธีการทำงานที่ทันสมัย ภาครัฐ มีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าทั้ง ๕ ประเด็นนี้คือทางหน่วยงานได้ออกแบบไว้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในหัวข้อทั้ง ๕ ข้อ ที่นี้ผมอยากจะเสนอแนะในข้อที่ ๓ ครับ ท่านประธานครับ ในข้อที่ ๓ ที่พูดถึงเรื่องรัฐมีขนาดที่เหมาะสมกับการภารกิจส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการพัฒนา ส่วนราชการก็มีอยู่แค่ ๓ ส่วน ก็คือมีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ ส่วนท้องถิ่น อันนี้เป็นเรื่องจำเป็น ผมเข้าใจว่าครั้งต่อไปในสิ่งที่จะต้องเห็นเรื่องนี้ถ้าจะพัฒนา เรื่องนี้ ข้อเสนอในแง่ของการปรับโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงหรือการเสนอให้มี อำนาจของแต่ละส่วนมีอำนาจขนาดไหน อันนี้ต้องเกี่ยวข้องเรื่องกฎหมายท่านประธานครับ ข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาชุดนี้จะต้องเสนอให้เห็นว่าการพัฒนาตรงนี้ที่มันจะ ไม่ซับซ้อน บทบาทภารกิจที่ควรจะเกิดขึ้นของแต่ละส่วน ที่ผ่านมามันซับซ้อนนะครับ มันซ้อนทับกันจนไม่รู้ว่าเป็นอำนาจของใคร ส่วนกลางก็ลงไปทำงานพื้นที่ก็มี ส่วนภูมิภาค กับส่วนกลางแทบแยกกันไม่ออก ข้อเสนอของผมอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ก็คือว่า อันที่ ๑ ผมคิดว่ามันต้องเท่าทันและแก้ปัญหาได้ทันที อันนี้เป็นระบบราชการที่ควรจะเกิดขึ้น เท่าทันแก้ปัญหาได้ทันที มีขนาดเล็กแต่ว่ามีความรวดเร็วแล้วก็เก่ง มีขีดความสามารถ ที่ชัดเจน และที่สำคัญก็คือว่าเราจะต้องเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากรข้าราชการที่มีอยู่ อันนี้คือ ๓ ประเด็นที่ผมคิด ผมอยากจะเห็นทิศทางการพัฒนาระบบราชการไทย ทีนี้ในจินตนาภาพของผมท่านประธานครับ ส่วนกลางผมอยากให้ทำแค่ ๓ เรื่อง ๔ เรื่อง เพราะว่าถ้าดูจากต่างประเทศหรือว่าประเทศที่เขาเดินไปข้างหน้า แล้วก็ให้ท้องถิ่น มีศักยภาพเติบโต ส่วนกลางนี่ข้อเสนอของผมควรจะทำแค่ ๔ เรื่อง อันที่ ๑ คือความมั่นคง และการทหาร อันนี้ก็ยังเป็นอำนาจของภารกิจของทหารอยู่นะครับ ส่วนกลางควรจะทำเรื่อง การต่างประเทศ เพราะว่าเราต้องติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ส่วนกลางควรจะต้องดู เรื่องของระบบศาลและยุติธรรม ส่วนกลางต้องดูเรื่องของระบบเงิน เงินตรา ซึ่งทั้งประเทศ ต้องใช้เงินตราระบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่เหลือนี้เป็นภารกิจของท้องถิ่นตั้งแต่เกิด จนตายเป็นภารกิจท้องถิ่น ยกเว้น ๔ เรื่องนี้ครับ ความมั่นคง การต่างประเทศ ระบบยุติธรรม แล้วก็ระบบเงินตรา ถ้าเราทำอย่างนี้เรามอบให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นหน่วยแบบ ระดับตำบลหรือระดับจังหวัดการแก้ปัญหาจะรวดเร็ว และที่สำคัญคือส่วนราชการ ที่เป็นฝ่ายบริหารในท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งถ้าไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา ประชาชนก็เลือกใหม่ หรือมีกระบวนการที่จะต้องขับไล่โดยผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการชุดนี้ไปดู แล้วก็ผมเข้าใจว่าในการรายงาน ครั้งต่อ ๆ ไปในหัวข้อทิศทางการพัฒนาระบบราชการใน (๓) ผมคิดว่าเนื้อหาต่าง ๆ อย่างน้อยก็คือให้เห็นหลักการว่าท่านจะไปทำเรื่องอะไรบ้าง มีระยะเวลา มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า ในระยะเวลากี่ปีหรืออาจจะเป็นพื้นที่นำร่องก็ได้ ทั้งหมดที่ผมพูดท่านประธานครับ สุดท้าย ก็คือเราไม่อยากจะให้ส่วนราชการมารวมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งผมเคยอภิปรายแล้ว ๑ เดือน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ที่เป็นวันราชการ ผู้ใหญ่บ้านและนายกไม่สามารถที่จะแยกร่างออกได้ เดี๋ยวก็มีกรมนี้มา เดี๋ยวก็กรมนี้มา มากันทั้งหมดเลย ทำไมเราไม่เอาพื้นเป็นตัวตั้งละครับ เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล เทศบาลจังหวัด วันนี้ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จะลงมาคุย เรื่องอะไรก็มาคุยพร้อมกันในวันประชุมจะได้จบทีละครั้ง ๆ ถ้าเราแยกอย่างนี้งบประมาณ ที่เราใช้จ่ายหมดไปกับการสัมมนา การเดินทางและการดูแลต่าง ๆ อันนี้เป็นข้อเสนอ เพื่อที่จะให้คณะกรรมการฝ่ายที่จะต้องไปยกร่างเพื่อพัฒนาระบบราชการไทยให้ไปตาม ในทิศทางที่ได้เขียนไว้ในข้อที่ ๓ ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านที่ช่วยกันพัฒนาระบบราชการไทย ท่านประธานครับ ผมพยายามอ่าน หนังสือเล่มนี้ แต่ก็เป็นหนังสือที่ปรากฏอยู่ทั่วไปมาหลายปีแล้ว ก็มีเพิ่มเติมบ้าง แต่ว่าผมอยากจะเอาความจริงมาพูดให้กับท่านคณะกรรมการบนบัลลังก์นะครับ ถ้าท่าน ฟังผมแล้วเป็นประโยชน์ท่านนำไปใช้ ท่านประธานผมอาจจะใช้เวลาเลยไปเพราะผมเขียนไป ๑๐ นาทีนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ข้าราชการทั้งประเทศ ฟังจิรายุแล้วห้ามหัวเราะ ห้ามยิ้ม ถ้ายิ้มหรือว่าอมยิ้มให้ยิ้มในใจเพราะว่ามันจะไปโดนใจ ข้าราชการทั้งประเทศในยุค พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เรียกกันว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ท่านประธานครับ ไปดูงานวิจัยที่เป็นความจริงของระบบราชการไทยจำนวน ไม่น้อยเลยทีเดียวเขียนกันไว้อย่างนี้ครับ นักวิชาการท่านหนึ่งก็คือคุณสุดปฐพี เวียงสี ก็เขียนไว้ น่าสนใจ เมื่อวานนี้ผมก็ไปรวบรวมมาท่านประธานครับ ได้มาเป็นบัญญัติ ๑๐ ประการ ท่านจดตามผมก็ลองดูนะครับ คำนี้เราเคยได้ยินบ่อยท่านประธานครับ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา วันอังคารไปพบปลัด วันพุธไปพบนายอำเภอ วันพฤหัสบดีก็นอน อันนั้นเป็นเรื่องราวที่เขาเล่าขานสู่กันฟังในอดีตนะครับ แต่ผมอยากจะบอกคณะกรรมการ ชุดนี้ว่างานศึกษาของท่านใช้เงินจำนวนมหาศาล ผลเป็นอย่างไรผมไม่อาจไปต่อว่าต่อขาน ท่านได้ครับ แต่ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนและข้าราชการที่ท่านทำตัวเป็นประชาชน คนไทยและรับใช้ประชาชน ผมชื่นชมนะครับ🔗

บัญญัติข้อที่ ๑ ท่านประธานครับ รายงานนี้น่าสนใจเขียนบอกว่าปัญหาที่ พัฒนาช้าก็เพราะว่าเขาคิดว่าเขาคือเจ้านาย การออกคำสั่งและคิดว่าประชาชนมารบกวน เป็นประเด็นสาระสำคัญที่คณะกรรมการนี้ต้องแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประเทศนี้ ไม่เชื่อท่านลองไปติดต่อ หน่วยงานราชการหลายหน่วยงานบ้างก็มีการพัฒนาไปครับ แต่โดยหลักก็ยังเหมือนเดิม เข้าไปในต้องเอามือกุมเอวไว้กุมเป้าเดินเข้าไป ท่านคะดิฉันมาต่อ บัตรประชาชนค่ะบัตรประชาชนหาย แล้วป้าทำไมมา ยังพอมีอยู่ อันนี้คือแนวคิดที่เราเรียกกันว่า ฉันเป็นเจ้านายครับ บัญญัติ ๑๐ ประการที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วมันไม่ได้มาจาก รากของความรู้สึกของข้าราชการหรอกครับ แต่มันถูกกรอบบีบบังคับให้เขาต้องเป็นเช่นนั้น หรือไม่🔗

บัญญัติข้อที่ ๒ คำว่าตัวใครตัวมัน ตัวกูของกู ขออภัยถอนคำว่า กู ตัวฉันของฉัน ท่านประธานครับ เป็นเพราะว่าหน่วยงานราชการไม่ค่อยมีการบูรณาการกัน พอมายุค ท่าน พลเอก ประยุทธ์ นี่ก็ตั้งงบบูรณาการมา แล้วผมก็อภิปรายไปหลายครั้งว่าสุดท้ายแล้ว ก็เหมือนกับตั้งงบมาเพื่อที่จะเบิกจ่าย เอาเข้าจริง ๆ ท่านบูรณาการกันไม่ได้หรอก เพราะอะไรรู้ไหมครับ ข้าราชการหลายท่านทำตัวเป็นปัจเจกนิยมไม่สนใจความร่วมมือ แผนกนี้ก็เรื่องของฉัน ฉันไปประสานแผนกนั้นไม่ได้เดี๋ยวหัวหน้าค้อน ครั้นที่จะมีปัญญา อยากจะมีครีเอทิฟ ทิงกิง (Creative Thinking) หรือว่ามีความคิดสร้างสรรค์ ทะลึ่งไปติดต่อ อีกแผนกหนึ่งหัวหน้าแผนกเราก็มีปัญหา หลายท่านก็เริ่มอมยิ้ม ท่านประธานที่เคารพครับ พอปัจเจกนิยมเกิดขึ้นไม่สนใจความร่วมมือ แต่ประเด็นคืออะไรรู้ไหมครับ เราพูดหน่วยงาน ราชการทั้งประเทศ หนังสือที่เขาเขียนไว้ก็คือสามัคคีคือพลัง แต่เอาเข้าจริง ๆ ที่ผ่านมา หน่วยงานราชการเมื่อใดก็แล้วแต่ที่ท่านสามัคคีกันคือพังเมื่อนั้นท่านประธานครับ ผมฝากท่านในประเด็นที่ ๒ ไว้ในบัญญัติที่ ๒🔗

บัญญัติข้อที่ ๓ คณะกรรมการชุดนี้ท่านต้องเร่งแก้ไขก็คือระบบอุปถัมภ์ค้ำชู ระบบอุปถัมภ์ค้ำชูที่ทำให้บ้านเมืองเราเป็นเช่นนี้ พอพูดถึงข้าราชการเรารู้สึกว่ามันต้อง พินอบพิเทาไปก็คือข้าพึ่งเจ้า บ่าวพึ่งนาย ละครโทรทัศน์นำเสนอในสังคมนี้มากมายนะครับ ก.พ.ร. ช่วยไปบอกสถานีโทรทัศน์ว่าเวลาทำละครช่วยทำให้ประชาชนเป็นใหญ่กว่าราชการหน่อย ไม่ใช่พอไปหาปลัดก็โหท่านปลัดรูปหล่อ มันปลูกฝังกันโดยระบบแบบนี้มาตั้งแต่โบราณ และท่านทราบไหมว่าคำนี้อยู่ในวงราชการมานานครับ ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงานครับ ท่านคณะกรรมการครับ แต่ค่าของคนนั้นอยู่ที่คนของใคร ข้าราชการเป็นแบบนี้จริง ๆ คนไหนนายรักไม่ต้องห่วงซี รูดปื๊ด รูดปื๊ด รูดปื๊ด แต่ถ้าคนไหนไม่รัก หรือว่าพูดจา ไม่ค่อยเข้าหู ทำงานไม่ค่อยรู้เรื่องไม่เข้าขา นายสั่ง ได้ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม แบบนี้ลื่นปื๊ด อันนี้คือข้อ ๓ ในบัญญัติข้อนี้🔗

บัญญัติข้อที่ ๔ ที่ผมอยากจะรวบรวมครับ ระบบราชการไทยที่ท่านจะต้อง แก้ไขก็คือการถีบคนดีไปไกลตัวแล้วเอาคนชั่วมาใกล้ชิด อันนี้เยอะ ท่านไปสังเกตเลยครับ ระดับผู้อำนวยการกอง ระดับรองอธิบดี ระดับอธิบดี รองปลัด ปลัด คนใกล้ชิดเดินนี่ครับ ใกล้ๆ กันไม่ได้เป็นคนชั่วนะครับ เป็นคนที่รู้มือกัน เขาเรียกว่าเข้าขากัน เข้าขากันอย่างไรล่ะ รู้แม้กระทั่งเจ้านายจะดื่มวิสกี้ยี่ห้ออะไรผสมน้ำแข็งกี่ก้อน ก็อย่างนี้ล่ะครับใครชงเหล้าเก่ง มันก็ขึ้นก่อนเป็นเรื่องปกติ คณะกรรมการชุดนี้ต้องยอมรับความจริง และท่านไปเอารากของ สังคมไทยมาแก้ไขครับ นอกจากนี้ท่านประธานครับ การดูแลลูกน้องเป็นสิ่งดีนะครับ แต่ว่าการปกป้องลูกน้องจนเลยเถิดเป็นผลเสียมากกว่าในระบบราชการไทยนะครับ ท่านลอง ไปทำออบเสิร์ฟ (Observe) หรือว่าท่านไปทำวิจัยเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ คณะกรรมการ ท่านลองไปทำครับ ให้ข้าราชการระดับล่างที่เขามีโอกาสจะขึ้นแล้วไม่ได้ขึ้นได้ตอบเรื่องพวกนี้ ท่านจะเห็นเลยว่าวิธีการนอกจากเล่มที่ท่านไปตั้งคณะกรรมการ ไปวางโน่นนี่นั่น ความจริง มันคืออย่างนี้ที่เราต้องเอามาพูดกันในระบบประชาธิปไตยครับ และอีกข้อหนึ่ง ในข้อ ๔ ที่ผมบอกว่าถีบคนดีไปไกลตัวนี่ครับ ผิดกฎระเบียบไม่เป็นไร แต่ถ้าผิดใจนายเปิดกฎระเบียบ ได้ทันที เคยเจอไหมครับ ข้าราชการทั้งประเทศเคยได้ยินไหมนะครับ เจ้าหน้าที่สภา หลายท่านเคยได้ยินไหมครับ🔗

บัญญัติข้อที่ ๕ ความยั่งยืนของแปลงผักชี ผักชีโรยหน้าเห็นไหมครับ ผมไม่ชอบ กินผักชี ร้านอาหารที่นี่ชอบใส่ผักชีผมบอกไม่เอาผมไม่กินไม่ต้องมาโรยให้เปลืองสตางค์ ระบบราชการไทยก็ใช้วิธีการทำงานแบบฉาบฉวยครับ ไม่คำนึงถึงระยะยาว อันนี้ท่านต้อง ให้คุณให้โทษเขียนให้มันเป็นแผนแม่บทเลยครับว่า ก.พ.ร. เวลาใครทำงานแบบวางแผน ระยะยาวจะต้องแก้ไขแบบไหน อย่างไร🔗

บัญญัติข้อที่ ๖ ปัดความรับผิดชอบ ยึดติดแต่ความชอบ โทษกันไปโทษกันมา แต่พอหน่วยงานไหนได้รางวัลปุ๊บโอ๊ยฉันเกี่ยว หนูเกี่ยวด้วยค่ะคุณพี่ขา เป็นอย่างนี้จริง ๆ เพราะอะไรครับ ระบบรางวัล ระบบการให้คุณไม่ค่อยมีครับ ระบบสร้างความกล้าให้กับ ข้าราชการไทยน้อยมากครับ🔗

บัญญัติข้อที่ ๗ ไม่ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ เขาเปรียบว่าข้าราชการมันคือเลื่อย ท่านเก่งกว่าคนทั่วไปผมเรียนตรงไปตรงมาครับ ผมไม่เคยสอบราชการได้เลย ผมจบ มหาวิทยาลัยมา ผมปัญญาไม่ถึงอ่านหนังสือแล้วโอ้โฮไปแข่งกับคนเก่ง ๆ เขาไม่ได้หรอก คนที่เป็นข้าราชการไทยส่วนใหญ่เป็นคนเก่งนะครับถ้าเปรียบเทียบกันในเชิงมหาวิทยาลัย พ่อแม่สมัยก่อนลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยก็อยากจะให้สอบราชการ พอเห็นลูกหัวไม่ค่อยดี ลูกอย่าไปแข่งกับเขาเลยแข่งกับเขาไม่ได้ เห็นไหมครับต้นทางมานี่เก่งหมดครับ หมายถึง เลื่อยที่มันคมครับ แต่อยู่ไปอยู่นานเลื่อยมันเริ่มจะฝืด ก.พ.ร. ต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ผมยกตัวอย่างเช่นบางคนพอใจที่ตัวเองพอเพียงที่เพียงพอของตัวเองมี เดี๋ยวซี (C) มันก็ ค่อย ๆ ขยับ เงินเดือนมันก็ไปตามขั้น เบี้ยเลี้ยงมันก็เท่ากัน คิดมากก็ทำมาก เวลาประชุม ก็ต้องนั่งนิ่ง ๆ อยู่มุมห้อง พูดเสนออะไรขึ้นมาเดี๋ยวเจ้านายใช้ โอกาสเสี่ยงก็สูง ผิดก็มาก ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยัง ก.พ.ร. ครับ ข้อ ๗ แล้วนะครับ มีแค่ ๑๐ ข้อ อีก ๓ ข้อ ประธานครับ พอรู้เยอะก็โดนใช้เยอะ ขาดการพัฒนาเรียนรู้ และท่านประธานนึกภาพต่อไปครับ ระดับพนักงาน ระดับเจ้าหน้าที่ขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการ ขึ้นไปเป็นปลัด ไม่มีความรู้ ความสามารถก็สั่งแบบมั่ว ๆ ซึ่งก็มีเยอะนะครับ อันนี้ท่านลองดู ข้อ ๗ ผมแล้วท่านเอาไปทำ🔗

บัญญัติข้อที่ ๘ ผมว่ามาจากสามัญสำนึกตั้งแต่เริ่มเข้าไปในโรงเรียนครับ ทำไมเวลาผมเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยรุ่นพี่รับน้องเขาจะสอนเลยครับ เนเจอร์ (Nature) ของผม เป็นเด็กเจซี (JC) น้องต้องเป็นอย่างนี้ พฤติกรรมเป็นอย่างนี้ ผมจะบอกบัญญัติข้อที่ ๘ ครับ คำว่าบุญหนักศักดิ์ใหญ่ มันไม่ผิดหรอกครับ เวลาท่านแต่งเครื่องแบบราชการแล้วนี่มันเจ๋ง มันดูเท่ห์ เชื่อไหมครับผมเคยถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่ใส่ชุดสีกากีผมถามว่า ไปตัดที่ไหนอยากลองใส่บ้าง แต่ไม่รู้จะไปใส่ที่ไหนท่านประธานครับ เพราะพอใส่ปุ๊บ ชาวบ้านจะมองว่าอ้ายนี่มันมีบุญ มันมีศักดิ์ มันมียศ มันมีโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด ผมจึงบอก ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้าตราบใดที่ ก.พ.ร. ยังไม่ได้ขัดเกลาตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ตอนที่ เขาไปสอบ ก.พ.ร. คณะกรรมการข้าราชการของท่านนี่ และให้มองว่าเขาเป็นชนชั้นปกครอง และเขาเป็นแค่ประชาชน เหมือนพนักงานบริษัทท่านประธานครับ ผมทำงานบริษัทเอกชน มาโดยตลอดนะครับ ผมไปนั่งตัวลีบ ๆ ในห้องประชุมไม่ได้นะท่านประธานครับ เขาบอก จิรายุโง่หรือนั่งไม่เสนออะไรเลยหรือ เปลืองแอร์ (Air-conditioned) บางคนมาประชุม ไม่พูดอะไร เอ็มดี (MD) ผมบอกไหวไหมนี่ เอาน้ำขิงสักถ้วยไหมไอ้ทิด พูดอย่างนี้เลยนะครับ แต่ราชการไม่ได้ครับต้องนั่งเรียบ ๆ นิ่ง ๆ อยู่มุมห้องตัวลีบ ๆ เดี๋ยวหัวหน้ามองส่ายตามา เดี๋ยวโดนถามตกใจ ท่านประธานครับ เพราะลูกน้องแต่ละคนมีเจ้านายซึ่งมีเงื่อนไข บุญหนัก ศักดิ์ใหญ่ก็ไม่กล้าเข้าไปพบครับ จะเคาะประตูเข้าไปทั้งทีก็มีปัญหาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจิรายุใช้เวลาเกิน ๑๐ นาทีแล้วนะครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ข้อที่ ๙ แล้วท่านประธานครับ🔗

บัญญัติข้อที่ ๙ เกียจคร้าน ไม่ได้เป็นทุกคนนะครับ ข้าราชการไทยจำนวนมาก ก็ขยันขันแข็ง แต่ว่าชอบยึดนโยบายหรือว่าแนวคิดอะไรรู้ไหมครับ เขาเรียกแนวคิดว่า มาอย่างไทยไปอย่างฝรั่ง เวลามาทำงานมาอย่างไทยครับมาสาย แต่เวลากลับตรงเป๊ะ ๔ โมงเย็น ปั๊มมือปั๊บกลับบ้านเรียบร้อย เพราะฉะนั้นพอทำไปเรื่อย ๆ ก็เกิดความเกียจคร้าน เพราะว่า ท่านไม่มีแรงกระตุ้น ก.พ.ร. ไม่ได้ให้อะไรเขา เขาเลิก ๔ โมงเย็น เขาทำออก ๒ ทุ่ม ท่านให้ เบี้ยเลี้ยง โอที (OT) เขาไหม แล้วอะไรเกิดขึ้นรู้ไหมครับ มาใหม่ ๆ เวลาเข้าไปเป็นข้าราชการ ระดับต้น ๆ ยิ่งมีช่วงทดลองงาน ๖ เดือน ๑ ปี มันขยันจริง ๆ แค่กาแฟวันหนึ่งมันชงไม่รู้ กี่แก้ว อันนี้คือเป็นประเด็นที่ท่านต้องจดไว้นะครับ ก็คือเรื่องของความชั่วไม่มีความดี ไม่ปรากฏ ท่านต้องลบคำนี้ออกในระบบราชการให้ได้🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรแก่เวลานะครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ข้อสุดท้ายท่านประธาน ที่เคารพครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ ก.พ.ร. ต้องนำไปพัฒนาและปรับปรุงนอกจากเอกสาร หนาขนาดนี้ ก็คือว่าข้าราชการไทยถูกจำกัดคำว่า ความอัจฉริยะ การจะสอบได้ทุน ไปเรียนต่อสักทุนหนึ่งเป็นความยากแค้นลำบากเข็ญ ปัญญาที่จะได้มาจากการไปเรียน ไปอบรมยากเหลือเกิน เพราะฉะนั้น ก.พ.ร. ต้องตั้งงบประมาณให้ชัดเจนครับ ข้าราชการ ท่านไหนทำงานดี มีปัญญา มีความกล้า ริเริ่มทำโน่นนี่นั่นเพื่อพัฒนาชาติ ประเทศให้มั่นคง แข็งแรง อย่างนี้ต้องส่งเสริมเรื่องของความอัจฉริยะ บางคนถามรู้ไหม รู้ครับ กลับมาบ้าน คุยกับภรรยา วันนี้หัวหน้าประชุมโง่จริง ๆ เลยเธอ พูดอะไรก็ไม่รู้ ภรรยาก็ถามแล้วทำไม เธอไม่พูดไปล่ะ พูดได้อย่างไรเดี๋ยวมันย้าย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปเลยครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ เป็นประโยชน์ครับ เพราะว่าเป็นบรรยากาศของการทำงานของข้าราชการ โดยสรุปครับ นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) การปฏิรูปประเทศ ระบบราชการไทยค่อนข้าง ที่จะมีหลากหลาย เราเอาความจริงมาพูดกัน และคราวหน้าผมว่าท่านทำมาทีเดียวเลย ได้ไหมครับ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เลย แล้วก็รวบรวมบัญญัติ ๑๐ ประการ ที่ข้าราชการไทยต้องอดทนนี้ เราจะได้ไม่เกิดอาการที่เราเรียกว่าศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ยังมีสมาชิกที่ลงชื่อ มาทั้งหมดอีก ๖ ท่าน ผมขออนุญาตที่ประชุมจะขัดข้องไหม ถ้าผมจะขอว่าเหลือ ๖ ท่านนี้ จะอนุญาตให้หมดเลย แล้วก็จบเท่านี้ เป็นวาระเพื่อทราบนะครับ เพื่อว่าคณะกรรมาธิการ ชุดต่อไป คือคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กจะได้เตรียมตัว เพราะผมคิดว่าคงต้องใช้เวลา🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ผมขออนุญาตเพื่อไม่ให้มีการแถมนะครับ ก็อ่านรายชื่อดังต่อไปนี้ จะเป็นคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ พรรคก้าวไกล ท่านที่ ๕ และคุณอนุรักษ์ บุญศล แล้วก็มีคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ คุณนิคม บุญวิเศษ แล้วก็จะมีศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกไม่ขัดข้องผมจะขอจำกัดไว้เท่านี้นะครับ เพื่อเราจะได้พิจารณาในวาระของ กรรมาธิการต่อไป ขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ต่อไปก็ขอคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นะครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานฉบับนี้ทุกตัวหนังสือครับ จริง ๆ แล้วผมเตรียมเนื้อหาอภิปรายไว้เยอะมาก โดยเฉพาะความเห็นต่อรายงานฉบับนี้ แต่ว่าด้วยเวลาอันจำกัดผมจะพยายามสรุปเลยนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้พูดไปหลายประเด็นแล้ว ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานครับที่บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระ ในการมาชี้แจงให้พวกเราได้แสดงความคิดเห็น เพราะว่าประเทศไทยทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ใช้อำนาจผ่านระบบราชการ ใช้ข้าราชการไปกดขี่พี่น้องประชาชน ลิดลอน สิทธิพวกเขาด้วยกฎหมายที่พวกเขาเขียนขึ้นมา ต้องบอกว่าที่ผ่านมาพัฒนาการปฏิรูป ระบบราชการเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนดให้มีการ ปรับปรุงหน่วยงานราชการให้ดูเป็นพับลิก เซอร์แวนต์ (Public servant) มากขึ้น ช่วงนั้น เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีครับ แต่ว่าตอนนี้มันกลับถอยหลังกันเป็นคนละเรื่องเลย ข้าราชการตอนนี้เข้าเกียร์อาร์ (Gear R) แล้วเหยียบสุดเลยครับ กลับไปแย่กว่าตอนก่อนที่จะมี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เสียอีก การปรับโครงสร้างควรจะเป็นการปรับที่เป็นการปฏิรูป จริง ๆ ครับ ควรต้องกระจายอำนาจให้หน่วยงานรัฐด้วย หากทุกอย่างยังต้องการผู้บริหารระดับสูงมาเซ็นอยู่ก็เป็นเรื่องยากที่จะต้องปฏิบัติให้ออกมา ที่ประชาชนพอใจ ทุกวันนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ กลับไปแข็งตัวไม่ได้ยืดหยุ่นเหมือนที่พูด ในรายงานเลย ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อประชาชนเป็นสำคัญ มุ่งช่วงชิงผลงานกันเอง เมื่อประชาชนเดือดร้อนแทนที่จะรีบจัดการทันทีก็ไม่ทำ ต้องรอให้พรรคฝ่ายค้าน รอให้ประชาชน สื่อมวลชนมาคอยดันหลังอยู่ตลอดเวลาถึงจะก้าวไปทีละก้าวแบบที่ว่าได้ครับ แต่โครงการที่มันเอื้อประโยชน์กันมันรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ซุกซ่อนแอบเจรจา ในรายงาน บอกว่ารัฐบาล ๔.๐ ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดวิธีการให้ประชาชนไว้ใจ ให้ความจริงกับประชาชน แต่ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมอยู่ในรายงานฉบับนี้เลย ผมอ่านรายงานฉบับนี้ทั้งฉบับ เหมือนเดิมเลยครับเหมือนกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ไม่มีประชาชนอยู่ในนี้ ไม่มีประชาชน มีส่วนร่วมเลยในนี้ ต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางของท่านที่จะปฏิรูปราชการแบบนี้ ท่านให้หน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่งมาปฏิรูปหน่วยงานราชการทั้งหมด ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเหมือนกับการประเมินของท่าน ท่านเพิ่มการประเมินจำนวนครั้งขึ้นมาปีละ ๒ ครั้ง ผมว่า ท่านประเมินปีละ ๒๐ ครั้ง ก็ไม่สามารถวัดประสิทธิภาพได้ ท่านให้นายอำเภอมาประเมิน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ท่านให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประเมินเจ้านายตัวเองมันเป็นไปได้หรือครับ ท่านมีหลักประกันอะไรไปประกันเขาว่าเขาจะไม่โดนย้าย เขาจะไม่โดนลดขั้น เขาจะไม่โดน แป้กไว้ ผมคิดว่าต้นตอที่ระบบราชการถดถอยมันเกิดมาจากการใช้อำนาจและความรุนแรง ในการทำปฏิวัติรัฐประหาร มันนำประเทศมาสู่ยุคที่ความกลัวมันปกคลุมไปทั่วประเทศ ผู้นำมีอำนาจแค่ไม่กี่คนในประเทศนี้ที่ใช้ดุลยพินิจของตัวเอง ให้คุณให้โทษกับใครก็ได้ กำหนดชะตาชีวิตของใครก็ได้ อำนาจที่มันเต็มไปด้วยความยุติธรรมเหล่านี้มันถูกใช้ ผ่านข้าราชการมาถึงประชาชน เมื่อสักครู่นี้ท่านสุพิศาลพูดถึงข้าราชการตำรวจ ผมในฐานะที่ เป็นลูกตำรวจชั้นประทวนคนหนึ่ง ผมมีความทรงจำที่ดีกับตำรวจไทยมากสมัยก่อน ตำรวจไทยให้ความสำคัญกับอนุสาวรีย์ที่เรียกว่าอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือที่เรา รู้จักกันว่าอนุสาวรีย์อุ้มเด็ก มันแสดงถึงความภาคภูมิใจที่ได้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้กับ ประชาชน ไม่น่าเชื่อว่าภาพอนุสาวรีย์อุ้มเด็กที่เราเห็นหน้าโรงพักสมัยก่อนตอนนี้เราเห็น ในทีวี (TV) แล้วครับ แล้วไม่ใช่ภาพถ่ายด้วยเป็นเหตุการณ์จริงอุ้มกันจริง ๆ ขึ้นรถจริง ๆ เลย นี่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพโดยการใช้อำนาจจากคำสั่งของเจ้านาย จริง ๆ แล้วหน้าที่ ข้าราชการคือการรับใช้ประชาชนครับ เมื่อครู่นี้หลายท่านก็พูดไปแล้ว เงินภาษีที่เอามา ขับเคลื่อนหน่วยงานราชการมาจากการทำงานอย่างหนักของประชาชน ประชาชนทำให้เรา มีเงินมาใช้พัฒนาประเทศ ซึ่งนั่นก็หมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนด้วย จะให้พูด เข้าใจง่าย ๆ ก็คือประชาชนเป็นเจ้านายข้าราชการ แต่สังคมไทยที่ผ่านมาผมเชื่อว่า หลายท่านเคยได้ยินหรือได้เห็นคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ที่บอกกับลูกว่าตั้งใจเรียนนะลูก โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มันผิดเพี้ยนไหมครับ มันกลับตาลปัตรไหมครับ ทั้ง ๆ ที่เขา ก็หวังให้ลูกเป็นข้าราชการ ทำไมล่ะครับ ทำไมความคิดของประชาชนทั่วไปถึงมองว่า ข้าราชการเป็นเจ้าคนนายคน ทั้ง ๆ ที่ความรับผิดชอบของเขาคือการรับใช้ประชาชน เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอะไรครับ มันสะท้อนให้เห็นถึงระบบชนชั้นศักดินาที่ดูเหมือนจะเป็น ค่านิยมและวัฒนธรรมของประเทศเรา แน่นอนครับท่านต้องปรับมายด์เซ็ต (Mindset) ด่วนเลย ไม่แปลกเลยที่รายงานฉบับนี้ยังคงเป็นรายงานที่ไม่มีคำว่าประชาชนอยู่ในนี้เลย เราปล่อยให้สังคมมันผิดเพี้ยนแบบนี้กันมานานขนาดนี้ได้อย่างไร สังคมที่ข้าราชการคิดว่า ตัวเองเป็นเจ้านายประชาชน ถืออำนาจจะลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนเมื่อไรก็ได้ ท่านรู้ไหมครับต่างจังหวัดประชาชนที่ไม่รู้กฎหมายถูกข้าราชการข่มขู่อ้างกฎหมายมั่ว ๆ ขึ้นมา ผมประสบด้วยตัวเองหลายครั้งจากที่เคยทำงานต่างจังหวัดมา ระบบโครงสร้าง ผิดเพี้ยนดูเหมือนข้าราชการส่วนใหญ่จะทำงานแค่ตามภาระหน้าที่ที่เขียนไว้ในกฎหมาย นอกเหนือจากนั้นไม่ทำเลย ท่านประธานเคยเห็นสติกเกอร์ (Sticker) ที่ติดอยู่ท้ายรถไหมรับ ที่ติดคำว่าสูงที่สุดของชีวิตราชการคือการทดแทนคุณแผ่นดิน ผมสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ความหมายของมันคืออะไร ผมสงสัยว่าแผ่นดินที่ว่านี้สรรพากรเคยเรียกเก็บภาษีจากเขาได้ไหม นี่เป็นคำนามธรรมที่ตรรกวิบัติที่สุด ดูเหมือนข้าราชการไทยลืมไปแล้วว่าผลประโยชน์จริง ๆ ของข้าราชการมาด้วยเงินเดือน สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ทั้งหลายมาจากภาษีประชาชน ด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่ได้พูดถึงข้าราชการไทยทุกคน ผมเชื่อว่ามีข้าราชการหลายคน ที่ยึดมั่นในหลักการแล้วก็ภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน แต่หลายคนก็ยอมขัดคำสั่งนายเพื่อความถูกต้อง อันนี้ผมเคารพนับถือจริง ๆ แต่อย่าถาม ว่าเขาชื่ออะไร เขาเป็นใคร เพราะว่าผมจะกลับไปชื่นชมเขา เขาก็ถูกย้ายไปแล้ว ประชาชน ที่เดือดร้อนไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ไม่เคยได้รับการแก้ปัญหาง่าย ๆ ครับ พวกเขาต้องวิ่ง ถือเอกสารไปทุกหน่วยงานทั่วประเทศไทย ปัดความรับผิดชอบกัน หาเจ้าภาพไม่เจอ จนสุดท้ายเขาได้รับผลกระทบนั้นไปแล้วเขายังไม่รู้เลยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ ผมไม่ได้พูดถึงประชาชนทั่ว ๆ ไปนะครับ ผมกำลังพูดถึงข้าราชการเองด้วยที่การประเมินผล ตอนสิ้นปีจะเลื่อนขั้นไม่เลื่อนขั้น ไม่มีผลเลยครับ ทุกอย่างอยู่ที่คำสั่งนาย แล้วประชาชน ที่ผมพูดถึง พวกที่ได้ผลประโยชน์อย่างเร่งด่วน พวกที่ข้าราชการรีบทำงานให้ทันที เป็นประชาชนที่เราเรียกว่าวีไอพี (VIP) พวกที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ไม่จำเป็นต้องถ่ายเอกสาร มาเซ็นรับรองถูกต้อง โทรศัพท์กริ๊งเดียวข้าราชการก็ทำให้ทันที ไม่ใช่ประชาชนนะครับ ที่ต้องเจอปัญหานี้อย่างเดียว จริง ๆ ข้าราชการก็เจอเหมือนกันอย่างที่ผมบอกไปแล้ว ให้ทายว่าวันไหนคือวันที่หน่วยงานราชการในต่างจังหวัดทำงานกันยุ่งที่สุดเลย วันที่ทิ้งงานที่ต้องทำให้ประชาชนแล้วก็มาจัดการงานตรงหน้า วัน ครม. สัญจรครับ การประจบเอาใจนายยังเป็นสิ่งสำคัญในประเทศไทยอยู่ นี่เป็นปัญหาการบริหารบุคคล ที่เป็นระบบอุปถัมภ์ ไม่ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ เน้นความเป็นพวกพ้อง ไม่เปิดโอกาส เท่าเทียมให้กับคนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ มันไปบิดเบือนหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่แท้จริงของการทำหน้าที่เป็นข้าราชการ การทำหน้าที่เพื่อประชาชนมันกลายเป็น การทำงานเพื่อรับใช้บุคคลหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจ คนที่ให้คุณให้โทษกับเขาได้ พวกที่มีอิทธิพลทางการเมือง พวกที่มีเงินมากกว่าคนอื่น สุดท้ายแล้วคนที่เดือดร้อน คือพี่น้องประชาชน แต่คนที่ได้ผลประโยชน์กลับเป็นกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศนี้ มันจะผิดไหมถ้าผมจะพูดว่าประชาชนทนตรากตรำทำงานทุกวันนี้เพื่อรับใช้ผู้มีอิทธิพล ก็ในเมื่อเงินที่เอาไปบำรุงข้าราชการสุดท้ายแล้วเขาทำประโยชน์ให้กับกลุ่มคนเล็ก ๆ กลุ่มนี้ สรุปแล้วเราเลิกทาสไปแล้วจริง ๆ หรือครับประเทศของเรา เราปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ ต่อไปไม่ได้จริง ๆ มันถึงเวลาต้องยกเครื่องประเทศนี้แล้ว ผมขอเสนอทางแก้ปัญหา ทางแก้ปัญหาที่แท้จริงไปถึงต้นตอของปัญหาจริง ๆ ผมขอเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่าง เร่งด่วนและนั่นเป็นทางออกเดียวของประเทศไทยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมเรียน พวกเราว่าวงการเราก็เคยขอร้องว่าอย่าไปเหมา เวลาเขาว่านักการเมืองเราก็พูดเสมอ ผมนี่ครับคือคนที่บอกว่าในทุกวงการมีคนดีมาก ดีน้อย คนร้ายอยู่ อย่าไปเหมา เช่นเดียวกัน ตำรวจดี ๆ เหมือนคุณพ่อของคุณจิรัฏฐ์มีครับ แล้วตำรวจดี ๆ ที่อื่นก็มีมากมาย ข้าราชการดี ๆ ก็มีมากมาย เวลาพวกเราอภิปรายก็อย่าไปเหมาเสียหมดครับ เพราะว่าข้าราชการดี ๆ เขาก็จะเสียใจ เหมือนอย่างที่เวลาเขาว่าเรานักการเมืองไม่ดีเราก็รู้สึกว่าอย่ามาเหมาเรา มันไม่เหมือนกันทุกคน อันนี้เรียนสมาชิกด้วยความเคารพครับ ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สักครู่ก่อนที่ดิฉันจะลุกขึ้นอภิปราย ดิฉันดูเฟซบุ๊ก (Facebook) ค่ะ ท่านประธานคะ เห็นข้าราชการชั้นผู้น้อยคนหนึ่ง ในตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน โพสต์ (Post) ว่าวันนี้รับใช้ประชาชน เพราะเงินเดือน ทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษีของประชาชน รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวค่ะ ทีนี้มันเป็นความท้าทายของ ก.พ.ร. ว่าจะนำกระบวนทัพของระบบราชการที่ใหญ่มาก ๆ ในประเทศไทยประสบความสำเร็จหรือไม่ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าความท้าทาย ของ ก.พ.ร. ที่จะเปลี่ยนแนวคิดสิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยงได้อย่างไร ถ้าเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนค่านิยมตรงนี้ได้ ข้าราชการทุกคนบอกว่าจะรับใช้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ ในประเทศไทยจะไม่เกิดขึ้นเลย ดิฉันต้องกล่าวอย่างนั้น โดยเฉพาะในเดือนกันยายนนี้ข้าราชการเกษียณ ข้าราชการเกษียณเวลาขึ้นป้ายข้างหลัง หลายคนขึ้นป้ายอย่างสง่างาม แต่ว่าถ้าจะมีใครสักกี่คนที่กล้าขึ้นป้ายว่า บางครั้งขึ้นป้าย อย่างนี้เลยว่าขึ้นสูงสุดก็คืนสู่สามัญในวันเกษียณ แล้วตลอดระยะเวลาเกือบ ๔๐ ปี ที่รับราชการไม่คืนสู่สามัญสักวันเลยหรือคะ นั่นเป็นแนวคิด แนวคิดนี้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเขียนไว้ว่าโคลนติดล้อเมื่อพสกนิกรของพระองค์อยากเป็น เสมียน โคลนติดล้อนะคะ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ ถึงปัจจุบันนี้ ก.พ.ร. ก็เลยเป็นความท้าทาย ที่ดิฉันบอกว่าสามารถที่จะนำระบบอันยิ่งใหญ่นี้สู่การรับใช้ประชาชนได้หรือไม่ ดิฉันอยากให้ เขียนว่าข้าราชการทุกระดับซี มีใจรับใช้ประชาชน แค่นี้ประชาชนก็ดีใจจนที่สุดถึงที่สุดแล้ว ที่ ก.พ.ร. ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ถ้าเปลี่ยนแนวคิดแค่นี้ได้เราจะลดความเหลื่อมล้ำ เราจะลด ความขัดแย้งของคนในประเทศทั้ง ๗๐ ล้านคนได้ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงข้าราชการ ก.พ.ร. ที่อยู่บนบัลลังก์ว่าข้าราชการของเรา ๒ ล้านกว่าคนต่อ ประชากรทั้งรวยและจน ๗๐ ล้านคน หมายความว่าข้าราชการ ๑ คน สามารถดูแล ประชาชนได้ ๓๑ คนเท่านั้นเอง ๑ คนต่อ ๓๑ คน คูณสิคะจะ ๗๑ ล้านคน ตอนนี้เราไม่ถึง ๒,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วใย ก.พ.ร. จึงให้พี่น้องประชาชนเรียกร้อง ร้องเรียน ร้องทุกข์ ร้องความยากลำบาก ร้องความเหลื่อมล้ำ ร้องความไม่เป็นธรรมอยู่เต็มประเทศ เพราะอะไร เพราะสิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง นี่คือความท้าทายของ ก.พ.ร. ดิฉันฝากด้วยว่า เราจะต้องขับเคลื่อนระบบรัฐราชการเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้อุ่นใจ ดิฉันได้รับข้อความ จากเมสเซนเจอร์ (Messenger) ในอำเภอบ้านม่วง ไม่ใช่เขตเลือกตั้งของดิฉันนะคะ เขาบอกว่า คุณครูใจดีที่สุดแล้วสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ดิฉันบอกว่าดิฉันไม่ใช่เทวี มีปาฏิหาริย์ไม่สามารถจะช่วยทุกคนได้ เขาบอกว่าบ้านเขาถูกยิงที่อำเภอบ้านม่วง ๑๕ นัด เขากลัวว่าเขาเป็นคนยากจน ข้าราชการในนั้นจะเข้าข้างคนร่ำรวย นี่คือวิธีคิดจากรุ่นสู่รุ่น กี่ปีมาแล้ว ก็เลยให้ความท้าทายนี้แด่ ก.พ.ร. ด้วยความรักค่ะ ระบบราชการไทยยังมีปัญหา อีกหลายประการเลยทีเดียว ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม สภาพปัญหาของระบบราชการไทยดังนี้ค่ะ ปัญหา ด้านโครงสร้างใหญ่เกินไปไหมคะ ซ้ำซ้อน เรื่องน้ำดิฉันร้องขอฝายชะลอน้ำแค่ไม่กี่สิบล้านบาท ไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท ท่านเชื่อไหมว่าน้ำอยู่ทุกที่ทุกกระทรวง ก็ไม่ทราบว่าใครจะทำเรื่องนี้ อะไรอย่างไร ซ้ำซ้อนกันไปหมด อยากจะให้รวมว่าใครจะดูแลเรื่องน้ำ เพราะว่าอีสานนั้นแล้ง ๗ เดือน แล้งแล้วต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อมาเป็นแรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อันนี้ปัญหา โครงสร้าง🔗

ปัญหาต่อไปปัญหาการบริหารงาน การบริหารงานของระบบราชการไม่มี ความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรมและตรวจสอบไม่ได้ เพราะว่ามีการแทรกแซงอยู่ตลอดเวลา ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร🔗

ต่อไปปัญหาระบบบริหารงานบุคคลและบุคลากร เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ แต่ละหน่วยงานแท่งเงินเดือนเท่ากันไหม บางหน่วยงานผู้บริหารเงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาทนะคะ ส.ส. เงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดนว่าแล้วว่าอีก ๆ แต่จริง ๆ ผู้บริหารบางหน่วยงาน ๓๐๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียวค่ะ อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปถึง ก.พ.ร. ด้วยความรักและเคารพในระบบบริหารราชการแผ่นดินค่ะ เป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสด์ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้อ่านรายงานของ ก.พ.ร. หรือกรรมการพัฒนาระบบราชการไทย ซึ่งในอดีตผมก็เป็นข้าราชการมาเกือบ ๑๗ ปี ซึ่งต้องยอมรับว่าระบบราชการไทยในปัจจุบัน คือรากฐานที่จะพัฒนาประเทศ ฉะนั้นระบบราชการมีความสำคัญกับประเทศไทยมายาวนาน แต่ว่าระบบราชการในปัจจุบันทุกคนก็ทราบว่าพอบอกระบบราชการนี่ มันช้า มันไม่ทันกาล หลายโต๊ะ กว่าจะไปถึงก็หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยุ่งยาก ระเบียบมาก ขั้นตอนมาก ไม่ทันสมัย มีไขมันมาก มีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเยอะ แล้วจำนวนคนก็มาก แล้วสำคัญก็คือว่า ส่วนกลางใหญ่ ส่วนทำให้งบหรือคนที่จะไปพัฒนาในส่วนพื้นที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งผมก็อยากให้ ก.พ.ร. เป็นนักคิด ศึกษาและหาวิธีที่จะทำให้ระบบราชการทันสมัย รวดเร็ว เป็นเลิศ คุ้มค่า แล้วก็ทั่วถึง ก็คือลดความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยด้วย ประเด็นที่ผมจะอภิปรายจาก รายงานของท่านก็คือด้านการยกระดับการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ คือการปรับปรุงบทบาท ภารกิจและโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผมนำเรียนว่าการจัดสรรงบประมาณ ในระดับพื้นที่ค่อนข้างจะมีปัญหาว่าท่านไม่เห็นว่ามีเป้าหมายเพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำ ให้ได้มากที่สุด ผมยกตัวอย่างเรื่องของจำนวนแพทย์ต่อประชากร พอดีผมเป็นเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขเก่า ก็นำเรียนว่าตัวที่หลัก ๆ เช่นแพทย์ในภาคอีสานประมาณอาจจะ ๑ ต่อ ๕,๐๐๐ คน กรุงเทพฯ ๑ ต่อ ๖๗๐ คน จังหวัดมหาสารคามบ้านผมก็ประมาณ ๑ ต่อ ๓,๐๐๐ คน ซึ่งแต่ก่อนเราจัดสรรงบประมาณจัดสรรตามขนาดโรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลไหนใหญ่มีหมอเยอะ งบประมาณก็เยอะโดยที่หมอไม่สัมพันธ์กับจำนวนประชากร ของในจังหวัดนั้น ๆ จังหวัดมหาสารคามจำนวนประชากร ๑ ล้านคนประมาณนั้น อาจจะได้งบ น้อยกว่าจังหวัดราชบุรี ประชากรน้อยกว่าอะไรอย่างนั้นนะครับ ผมก็เลยบอกว่าในส่วนของ การที่จะจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ก็อยากให้ท่านมีความชัดเจนที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ในการจะจัดสรรทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเรื่องของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับ จำนวนประชากรแล้วก็ปัญหาของพื้นที่ พื้นที่ที่เสียเปรียบก็จะเสียเปรียบมาตลอด🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือ ก.พ.ร. จะต้องมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการที่เกิดประโยชน์ สูงสุด ที่ท่านบอกว่า กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ ฟอร์ เบตเทอร์ ไลฟ์ (Good governance for better life) ก็คือท่านก็อยากให้มีกู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) แล้วก็ทำให้ชีวิต ที่ดีขึ้น แต่ท่านต้องรู้ปัญหาของประเทศในทุกมิติ ถ้าท่านรู้ปัญหาของประเทศไม่ทุกมิติ ท่านจะไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหา แล้วก็จัดสรรทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือทรัพยากรอื่น ๆ ที่ตามมา เช่น ปัญหาน้ำ ผมคิดว่าก็ยังต้องน่าจะเป็นไพรออริตี (Priority) แรก ๆ ของการจัดสรรงบประมาณ ปัญหา สาธารณสุขก็ยังเป็นไพรออริตี (Priority) แรก ๆ ฉะนั้นเราคงไม่ต้องมาพูดเรื่องของงบ ด้านความมั่นคงทางทหาร คืองบทุกส่วนนี่มีความสำคัญหมด เราอาจจะต้องมีเรเฟอเรนซ์ (Reference) จากต่างประเทศหรือประเทศอื่น ๆ ว่า เอ๊ะงบต่าง ๆ มีมาตรฐานเท่าไร เช่น งบด้านสาธารณสุขถ้าคิดต่อจีดีพี (GDP) ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ซึ่งน้อยกว่านานาอารยะประเทศ แต่เราก็สามารถจะต่อสู้โควิด (COVID) เป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ที่ดีมาก ในระดับโลก ซึ่งการจัดสรรทรัพยากรมนุษย์ตามสัดส่วนของคนและของพื้นที่ของงบประมาณ ต่าง ๆ ก็อยากจะบอกว่าท่านต้องลดส่วนกลางลงแล้วก็เพิ่มพื้นที่ส่วนบริการมากขึ้น ผมยกตัวอย่างกระทรวงศึกษาธิการนะครับ บุคลากรที่ไม่ได้สอนนักศึกษาไม่ได้สอนนักเรียน ควรจะต้องน้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้น บุคลากรครูผู้สอนนี้ต้อง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงต้องเล็กลง มีคนบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยนี่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมก็เชื่อว่างบในส่วนกลางมันใหญ่ เกินไป ท่านต้องลดคนลง ท่านต้องมีเคพีไอ (KPI) ผู้ตรวจราชการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเต็มกรม เต็มกระทรวงไปหมด ซึ่งถ้าท่านลดตัวนี้ลงท่านก็มีเงินที่จะไปใช้ในโรงเรียน ในพื้นที่ให้มี คุณภาพมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขก็เช่นกัน ถ้าท่านลดขนาดของกระทรวงลงท่านก็ สามารถไปเพิ่มพื้นที่เพิ่มงบประมาณให้โรงพยาบาลที่ดูแลประชาชน คงไม่มีปัญหาเรื่อง นอนระเบียง เตียงเต็ม ซึ่งในต่างจังหวัดไม่มีนะครับ กรุงเทพฯ มีเตียงเต็มนะครับ แต่ผมบอก ท่านเลยครับ ผมเป็นหมออยู่ต่างจังหวัดนี่ไม่มีคำว่าเตียงเต็ม คนไข้มาผมต้องรับ ไม่มีเตียงผมก็ให้นอนระเบียง นอนในเตียงเข็นคนไข้ก็ยังมี นี่คือความรับผิดชอบของแพทย์ ที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งสิ่งที่ท่านต้องลดขนาดกระทรวงเพื่อจะเอาเงินและเอาคนไปเพิ่มในส่วนของ พื้นที่บริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล รพ.สต. ที่ให้ได้มาตรฐานมากขึ้น🔗

อีกประการหนึ่งในการจะทำให้ในส่วนของพื้นที่ดีขึ้นก็คือการส่งเสริม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระเบียบต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นก็อยากให้ท่านให้ระเบียบให้ทำงานง่ายขึ้น ผมเคยมีตัวอย่างเรื่องของวัคซีนพิษสุนัขบ้าท่านก็คงได้ยิน กว่าจะแก้ไขปัญหาวัคซีนสุนัขบ้า ให้เสร็จใช้เวลา ๑ ปีกว่าจะแก้ระเบียบเสร็จ ซึ่งตอนนั้นเป็นความเสี่ยงของคนในพื้นที่ว่า มีโรคสุนัขบ้าระบาดแต่ฉีดวัคซีนให้ไม่ได้ เพราะกลัวว่านักการเมืองจะไปหาเสียง ซึ่งตรรกะ มันผิดไป ก็นำเรียนท่านประธาน สรุปก็คือ ๑. ท่านต้องปรับภารกิจโครงสร้างเพื่อลด ความเหลื่อมล้ำกระจายคน กระจายงบประมาณ แล้วก็มีแผนที่ชัดเจนที่จะลดส่วนกลาง เพิ่มส่วนพื้นที่ให้มากขึ้น ก็หวังว่า ก.พ.ร. จะเป็นหัวใจในการพัฒนาระบบราชการของเรา ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้อ่านรายงานการพัฒนา ระบบราชการของ ก.พ.ร. ก็มีความชื่นใจขึ้นมาว่าเราจะมีการพัฒนาระบบราชการให้ทันสมัย แล้วก็สามารถบริการประชาชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมได้อ่านแล้วมีทั้งหมด ๒ ส่วน ในส่วนที่ ๑ การพัฒนาระบบราชการในช่วงปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๖๑ ซึ่งมีในข้อ ๑.๑ เป็นเรื่องที่ดีก็คือ การยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ในหัวข้อที่ ๑ ก็คือการสร้างความเป็นเลิศในการ ให้บริการประชาชน นี่คือหัวใจสำคัญครับก็คือการให้บริการประชาชน คือถ้าข้าราชการ เข้าใจว่าเราเป็นผู้รับใช้ประชาชน เราก็จะมีความจริงใจในการบริการประชาชน ไม่มีการแบ่ง ชนชั้นวรรณะในเรื่องการบริการประชาชน เราไม่แยกว่าเราควรจะบริการใครก่อนใครหลัง ต้องมีความเท่าเทียมกันเท่าที่ผมอ่าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีครับถ้าเราสามารถทำได้แบบนี้ ระบบราชการก็จะเป็นระบบที่ดี เพราะประชาชนเขาไปหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ก็จะ ไม่ประทับใจ แต่ช่วงหลังมาก็มีการพัฒนาให้ดีขึ้น ในส่วนที่ผมจะเสนอแนะก็คือเรื่องการบริการ ประชาชน ก็คือในเรื่องของการที่ประชาชนไปหน่วยราชการซึ่งอาจจะคนละกระทรวงกัน เรื่องการขอบัตรประจำตัวประชาชน การถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ประชาชนทุกคนจะได้รับผลกระทบแน่นอน ไปถึงปุ๊บเขาก็จะให้เราไปถ่ายเอกสารมานะครับ บัตรประจำตัวประชาชน ๑ ใบ ถ่ายมาก็คือ ๑ บาท ทั้ง ๆ ที่เรามีข้อมูลของประชาชนอยู่แล้ว ถ้าเกิดท่านใดไม่สามารถหรือลืมบัตรประตัวประชาชนไม่สามารถทำติดต่อหน่วยงาน ราชการได้เลย ตรงนี้ละครับที่เป็นปัญหาที่เราคิดว่าควรจะมีการปรับปรุงแก้ไข ในหน่วยงาน ราชการแต่ละหน่วยจะต้องมีข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนอยู่แล้วนะครับ เราจะทำอย่างไร ให้ประชาชนได้รับความสะดวก🔗

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ ข้าราชการหลายส่วน ที่มีความรู้ความสามารถแล้วก็มีการพัฒนาตัวเองให้ตามยุคตามสมัย โดยเฉพาะยุค ๕ จี (5G) ก็มีราชการเป็นบางคนที่อาจจะเช้าชามเย็นชามก็มีการประเมินไป เท่าที่ผมดูก็มีการประเมินอยู่ แต่ส่วนหนึ่งที่ผมตั้งข้อสังเกต ถ้าใครก็ตามที่เป็นข้าราชการรับใช้นักการเมือง ทำงานให้นาย คนเหล่านี้ก็จะมีการเลื่อนขั้นมีตำแหน่งหน้าที่ที่ดีแล้วก็มีความมั่นคง ในส่วนนี้ต่างหากที่เรา ต้องช่วยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้ข้าราชการทำงานตรงไปตรงมา ยึดมั่นในจรรยาบรรณของ ตัวเอง ในวิชาชีพของตัวเอง ต้องช่วยกันครับ เพราะว่าประเทศไทยจะเดินได้สำคัญคือราชการ เพราะราชการอยู่ตรงกลาง ก็จะมีรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองให้ราชการทำงานตามนโยบาย ราชการก็ไปบริการประชาชน ถ้าราชการรับใช้ผู้มีอิทธิพล รับใช้นักการเมือง ผู้รับเหมาหรือ นายทุนต่าง ๆ โดยไม่คิดถึงประโยชน์ของชาติ ประโยชน์ของประชาชน ก็จะทำให้ประเทศเรา ไม่พัฒนา🔗

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องความโปร่งใส การสร้างความเชื่อมั่นในการ บริหารราชการแผ่นดิน ความโปร่งใสเราก็จะพูดถึงเรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ความสุจริต ในการบริหารราชการ ก็คือไม่ไปร่วมกับฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายใดก็ตามที่ไม่สุจริต เพราะส่วนใหญ่ การทุจริตนั้นถ้าข้าราชการไม่ร่วมด้วยไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ฉะนั้นข้าราชการจะต้องเป็นหลัก ให้กับประเทศเราให้ได้ ผมเห็นด้วยครับที่จะให้มีการพัฒนาระบบราชการให้ดีขึ้น🔗

ในส่วนที่ ๒ รายงานการดำเนินงานของสำนักงาน ก.พ.ร. ประจำปี ๒๕๖๑ เรื่องวิสัยทัศน์ เรื่องยุทธศาสตร์ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติไว้ก็ขอให้หน่วยงานนี้ ได้ทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน แล้วก็ให้มีการปรับปรุงระบบราชการให้ดีที่สุด ผมก็ขอ ชื่นชมในการที่ทำท่านขึ้นมา เท่าที่อ่านถ้าสามารถทำได้แบบนี้ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชน จะได้รับประโยชน์ครับ ในส่วนที่สำคัญผมได้พูดไปแล้วเรื่องการยกระดับความโปร่งใสและ ความเชื่อมั่น ความศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็คือการตรวจสอบการประเมินผล ของภาครัฐ ในส่วนที่มีการตรวจสอบการประเมินผลและการกำกับดูแลอย่างรอบคอบถึง ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความคุ้มค่า คุณภาพของการบริหารงานถึงความโปร่งใสและ ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ นั่นหมายถึงว่าการทำงานให้มีความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย กับเงินของแผ่นดินที่จ่ายมาจากภาษีของประชาชน ก็ขอฝากหน่วยงานราชการท่านต้องกล้า ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ท่านต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ แล้วก็ ไม่เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน สามารถปฏิบัติให้เสมอภาคกันได้ แล้วก็มุ่งมั่นในการ ทำงานให้สัมฤทธิผลตามงานของท่านและคุ้มค่ากับเวลา ผมก็ขออภิปรายสนับสนุน ให้หน่วยงานนี้ทำงาน แล้วก็เพื่อที่จะพัฒนาระบบราชการให้เป็นระบบที่สามารถรับใช้ ประชาชนได้อย่างเต็มที่สมกับที่ประชาชนให้ภาษีของท่าน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านสุดท้าย ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม หลังจากนั้นถ้า ก.พ.ร. มีความประสงค์จะชี้แจงก็อนุญาตนะครับ แล้วหลังจากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็กก็จะได้เตรียมตัวต่อไป นะครับ ขอเชิญท่านโกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทยประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อตั้งเป็นข้อสังเกต แล้วก็ให้ข้อมูลในการที่จะไป พัฒนาระบบราชการไทยต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าก่อนหน้านี้เราจะมี ก.พ. ที่เราเรียกว่าคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน แต่ต่อมาในปี ๒๕๔๕ มีการจัดตั้ง ก.พ.ร. ขึ้นมา ด้วยวัตถุประสงค์หลักผมคิดว่าเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ การบริหาร ราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล นั่นคือหลักของ ก.พ.ร. แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอบคุณรายงานของ ก.พ.ร. ที่ทำรายงานได้อย่างกะทัดรัด มีเล่มอย่างสวยงาม มีข้อมูลที่ทำให้เราได้ศึกษาเป็นอย่างดีรวมทั้งผลการทำงานในรอบปี ๒๕๖๑ ก็ขอชมเชย ไว้ด้วยครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้นะครับ ในรายงานผมคิดว่ามีหลายส่วนด้วยกันทั้งที่เสนอว่า เราจะไปยกระดับการบริการของประชาชนอย่างไร นั่นคือระบบราชการที่ต้องเน้นในเรื่องนั้น ส่วนที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของการปรับปรุงระบบราชการ ปรับโครงสร้างทั้งในแง่ของทำกฎหมาย ต่าง ๆ นะครับ ส่วนที่ ๓ ก็เป็นกระบวนการ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากก็คือ การวางระบบบริหารราชการ ซึ่งตั้งเป้าหมายในการทำให้เกิดการบูรณาการ ซึ่งจริง ๆ ผมจะ อภิปรายในจุดนี้นะครับ ส่วนต่อมาก็คือทำอย่างไรให้ระบบราชการนั้นเป็นระบบบริหาร ราชการที่ดีหรือที่เรียกว่ากู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) ท่านประธานสภาครับ ผมมาในประเด็นที่ผมอยากจะเสนอต่อ ก.พ.ร. ผมคิดว่าในหลายหน้าที่ ก.พ.ร. ได้กล่าวไว้ ขออ้างหน้า ๗๔ หน้า ๘๒ และหน้า ๑๒๗ หน้าเหล่านี้ที่เขียนไว้ในเอกสารเล่มนี้ก็เป็นการ บอกถึงการบริหารราชการที่ทำให้ราชการมีความเชื่อมโยงในการพัฒนาระบบราชการ ที่ไม่ซ้ำซ้อนแล้วก็ให้บูรณาการในการทำงาน ผมเรียนอย่างนี้ว่าเป้าหมายของการบูรณาการ ระบบราชการมันเป็นเป้าหมายที่สำคัญ เพราะว่าส่วนราชการหลายหน่วยที่มีความซ้ำซ้อน ทำงานซ้ำกัน แล้วก็ทำให้เปลืองงบประมาณ เปลืองบุคลากร แล้วส่วนเครื่องไม้เครื่องมือ ก็ทำให้สิ้นเปลืองไปด้วย แล้วผมเห็นด้วยว่าถ้าบริหารแบบบูรณาการและสามารถเชื่อมโยงกัน ก็จะทำให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพ แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่า การบูรณาการค่อนข้างจะมีปัญหาในระบบราชการไทย ยกตัวอย่างบูรณาการมีหลายเรื่อง เช่น บูรณาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเรื่องน้ำ เรื่องทรัพยากร เรื่องที่ดิน เป็นต้นนะครับ แล้วก็ยังมีเรื่องที่ไปจัดการในลักษณะเป็นจังหวัด กลุ่มจังหวัด แล้วก็บูรณาการเป็นภาค เป็นต้น มันสะท้อนไปถึงระบบงบประมาณที่มี ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณ รายจ่ายประจำปี เราพบว่างบประมาณแบบบูรณาการค่อนข้างจะทำไม่ได้ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผมอยากจะเสนอแนะว่าอยากให้ ก.พ.ร. ไปดำเนินการว่ามีการบูรณาการอย่างมี ประสิทธิภาพเพียงใดหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นไม่ว่าจะเป็นการวางเป้าหมายร่วมของ กลุ่มบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ เรื่องทรัพยากร เรื่องป่า เรื่องการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดและ กลุ่มจังหวัด เป็นต้น เพราะฉะนั้นการวางเป้าหมายร่วม แผนงานร่วม และภารกิจร่วม ของหน่วยที่บูรณาการนั้นมีความจำเป็นที่ ก.พ.ร. จะต้องให้ความสำคัญ ทั้งบูรณาการระดับ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำอย่างที่ผมกล่าวแล้ว ผมดูในรายงานส่วนหนึ่งท่านได้ไป ดำเนินการในการจัดอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจในการทำงานแบบบูรณาการ ผมคิดว่า ผลผลิตที่ได้ผมอ่านแล้วยังไม่ค่อยเจอ และยังไม่พบว่าการดำเนินงานเรื่องบูรณาการจะสำเร็จ ตามเป้าหมายอย่างไร ข้อสังเกตของกรรมาธิการตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้งปีนี้ดูเหมือนว่าพุ่งเป้า ไปที่เรื่องข้อสังเกตบูรณาการที่มีต่อรัฐบาล นั่นก็คือทาง ก.พ.ร. ต้องรับไปดำเนินการ ผมเสนอให้มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดในการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อจะได้ประหยัด งบประมาณของส่วนราชการ นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าการปรับปรุงโครงสร้างระบบภารกิจในส่วนที่เกี่ยวกับ การทำให้หน่วยราชการนั้นลดอำนาจภาครัฐหรือทำภารกิจภาครัฐ จัดโครงสร้างของ หน่วยราชการให้เหมาะสม ผมคิดว่าเป็นประเด็นหลักที่ ก.พ.ร. ยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะว่า ในรายงานบางเรื่องเป็นงานที่ทำเป็นเรื่องปกติ แต่ผมคิดว่าการที่จะพัฒนาระบบราชการ ให้เป็นส่วนที่มีประสิทธิภาพนั้นข้อนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบราชการก็คือ การทำอย่างไรให้หน่วยงานภาครัฐลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ข้อเสนอของผม ผมเรียนท่านประธานสัก ๑ นาทีครับว่าอยากจะให้มีการดูภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันระหว่าง ท้องถิ่นกับราชการ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อาจารย์ต้องเป็นตัวอย่างครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมยกตัวอย่างเช่น ในแง่ของการทำภารกิจที่ถ่ายโอนเป็นต้น ผมอยากให้ ก.พ.ร. ทำให้ชัดเจนในการทำภารกิจนี้ เพื่อการถ่ายโอนให้ชัดเจน ก็จึงกราบเรียนในประเด็นนี้ว่าผมอยากจะให้ ก.พ.ร. ได้ไปปรับ ในส่วนนี้ให้ชัดเจนตามรายงานที่กล่าวมา ขอบคุณท่านประธานครับ ๒ ประเด็น ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ เชิญ ก.พ.ร. ชี้แจง เชิญเลยครับ ชี้แจงโดยสรุปนะครับ🔗

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๐ ท่านที่ได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะและความเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างมากนะคะ ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็จะรับไป แต่ก็จะมีประเด็นอยู่ประมาณ ๒-๓ ประเด็นที่จะขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่จะเป็น ประโยชน์แก่ท่านนะคะ🔗

ประเด็นแรก เรื่องของการที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้น ๕๒ หน่วยงาน ต้องขอเรียนว่าไม่มีการจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้น แต่อย่างใดนะคะ ๕๒ หน่วยงานนั้นเป็นสิ่งที่แผนปฏิรูปประเทศได้เขียนไว้ว่าในการดำเนินการ แต่ละเรื่องจะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงาน แล้วพอมารวมตัวเลขเข้าก็ได้เป็น ๕๒ หน่วยงาน ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. ได้เห็นปัญหาตรงนี้ว่าไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ที่ต้องการลดขนาดภาครัฐ จึงได้มีการทำเรื่องเสนอไปยัง ครม. ออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ว่าให้หน่วยงานต้องมีการพิจารณาปรับบทบาทตัวเองก่อน ก่อนที่จะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ รวมทั้งได้มีการเสนอไปยัง ครม. อีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๖๒ ว่า ในการที่จะตั้งหน่วยงานใหม่จะต้องมีการยุบเลิกหน่วยงานเดิมไปด้วย คือเราใช้หลักการ ที่เรียกว่าวันอิน, เอกซ์เอาต์ (One-in, X-out) คือถ้าจะตั้งหน่วยงานใหม่ต้องบอกว่าจะต้อง ยุบเลิกอะไรไป ซึ่งในส่วนนี้ต้องขอเรียนว่ายังไม่มีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่แต่อย่างใด ในส่วนที่ ๒ คือเรื่องขององค์การมหาชน องค์การมหาชนที่ท่านบอกว่ามี ๓๗ หน่วย ปัจจุบัน มี ๓๕ หน่วย มีการยุบเลิกเป็น ๑ หน่วยแล้วคือสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ซึ่งตอนนี้ อยู่ในขณะการโอนภารกิจออกไป เรื่องของงบประมาณของสำนักงาน ก.พ.ร. ที่ท่านบอกว่า มีการจ้างที่ปรึกษาในหมวดรายจ่ายอื่นนั้น ต้องขอเรียนว่าสำนักงาน ก.พ.ร. ส่วนใหญ่การจ้าง ที่ปรึกษาดังกล่าว ร้อยละ ๙๐ จะเป็นการจ้างสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน ซึ่งเขาจะไปประสานงานกับภาควิชาการต่าง ๆ ต้องขอเรียนว่า การพัฒนาระบบราชการเป็นเรื่องที่ต้องใช้องค์ความรู้ที่หลากหลาย และเกี่ยวข้องบูรณาการ หลายสาขา อย่างไรก็ดีต้องมีการที่จะต้องใช้การจ้างหน่วยงานคือสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำเซอร์เวย์ (survey) เรื่องของ การพัฒนาดิจิทัล กัฟเวิร์นเมนต์ (Digital Government) การพัฒนาอีเซอร์วิส (e-Service) ต่าง ๆ ซึ่งจะต้องมีการเซอร์เวย์ (Survey) ว่าประชาชนมีความต้องการที่จะใช้บริการอะไร อย่างไรต่อไปในอนาคตค่ะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่จะขอนำเรียนคือเรื่องการจัดทำรายงาน ซึ่งต้องขอเรียนว่า ในวันนี้ที่มาเสนอเป็นรายงานของปี ๒๕๖๑ ซึ่งดิฉันต้องเรียนว่ามันจะล่าช้าไปนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นในปีหน้าก็จะขออนุญาตเป็นการนำรายงานของปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ มารายงานพร้อมกันตามความเห็นของท่านจิรายุต่อไปค่ะ จึงขอกราบเรียนมาเพื่อทราบ แล้วก็ขอขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็เป็นวาระเพื่อทราบนะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกได้มีโอกาสอภิปราย และซักถามทั้งหมด ๑๐ ท่าน เราจบวาระนี้ ขอบคุณ ก.พ.ร. ทุกท่านนะครับ ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ครั้งนี้ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ เรื่อง แนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ร่วมเสนอเรื่องในทำนองเดียวกัน จำนวน ๑๐ ญัตติ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการพิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าว และที่ประชุมได้มีมติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบขึ้นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖๙ และข้อ ๕๐ โดยมีระยะเวลาในการพิจารณาศึกษา ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคมถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ และคณะกรรมาธิการได้ขอขยายเวลา พิจารณาศึกษาออกไปอีกจำนวน ๒ ครั้ง รวมระยะเวลาการพิจารณาศึกษาทั้งสิ้น ๒๑๐ วัน ซึ่งกรรมาธิการในคณะนี้จำนวน ๔๙ คน มีผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ บุคลากรจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและ การแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) การดำเนินงาน คณะกรรมาธิการได้มี การกำหนดกรอบแนวทางพิจารณาศึกษาไว้ ๔ ประเด็น ได้แก่ ๑. สาเหตุของปัญหาฝุ่น ละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ๒. วิธีการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓. กฎหมาย ที่ใช้บังคับ ๔. วิธีการแก้ไขปัญหา โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น ๖๗ หน่วยงาน มาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ต่อคณะกรรมาธิการ แบ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ ๕๔ หน่วยงาน หน่วยงานภาคเอกชนและ หน่วยงานประชาสังคม ๖ หน่วยงาน และหน่วยงานภาควิชาการ ๗ หน่วยงาน รวมถึง การขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และมลพิษทางอากาศจากผู้ว่าราชการจังหวัด ๑๙ กลุ่มจังหวัด ๖ ภาค หน่วยงาน ในพื้นที่ที่จังหวัดสระบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ภาคอุตสาหกรรมและได้มีการดำเนินการ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากสวนดุสิตโพล เพื่อนำมาประกอบการจัดทำรายงานของคณะกรรมาธิการ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในระหว่างการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการในช่วงต้น ได้เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด (COVID) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ขึ้น เป็นเหตุทำให้คณะกรรมาธิการต้องขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาออกไป แต่ถึงกระนั้นคณะกรรมาธิการยังคงมีการประสานงานและพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวผ่านช่องทางการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์อยู่เป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นจำนวน ๒ คณะ เพื่อดำเนินการรวบรวม ข้อมูล ประมวลผล ติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้คณะกรรมาธิการสามารถ ดำเนินการพิจารณาศึกษาและจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษาจนสำเร็จไปตาม วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้และนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณานำรายงาน และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ กระผม ขออนุญาตให้ประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดทำรายงานของการศึกษา หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เป็นผู้ชี้แจงรายงานเพิ่มเติมต่อไปครับ ท่านประธานขออนุญาตนิดหนึ่งครับ คือผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งท่านติดภารกิจอยู่ครับ ก็มอบหมายให้ผม ทำหน้าที่แทนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

ยินดีครับ เชิญครับ🔗

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการ จัดทำรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ขอกล่าวถึงสาระสำคัญ ของเล่มรายงานผลการศึกษาคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้พิจารณาตามกรอบและแนวทางในการ ดำเนินงานของคณะกรรมาธิการใน ๔ ประเด็นคือ ๑. สาเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ๒. วิธีการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓. กฎหมายที่ใช้บังคับ และ ๔. วิธีการแก้ไขปัญหา รวมทั้งได้นำรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการหรือ คณะอนุกรรมาธิการที่เคยพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มาประกอบการจัดทำรายงานผลการศึกษาด้วย ซึ่งในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ได้กำหนดกรอบไว้ตามแหล่งกำเนิด ๕ แหล่งได้แก่ ภาคการคมนาคม ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเผาในพื้นที่โล่ง การเผาในพื้นที่อนุรักษ์ ฝุ่นควันข้ามแดน ซึ่งในส่วนสาระสำคัญของ รายงานผลการศึกษาจะอยู่ในบทที่ ๓ และบทที่ ๔ จะมีรายละเอียดตามสไลด์ (Slide) ที่กำลังจะขึ้นนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล กรรมาธิการ

พอเรามาพูดถึงเรื่องของ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ว่าเราต้อง มองปัญหานี้เป็นปัญหาของมลพิษในภาพรวม แต่ว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นสิ่งที่มีผลกระทบกับเรามากกว่าเพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถที่จะกำจัดได้ คราวนี้นโยบายในการแก้ไขปัญหาก็เลยต้องมาพิจารณาการแก้ไขในภาพใหญ่ ในเรื่องของ การควบคุมถึง ๕ ภาคส่วนด้วยกัน นั่นก็คือคมนาคม อุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง ไฟป่า แล้วก็หมอกควันข้ามแดน คณะกรรมาธิการมองว่าการแก้ปัญหาโดยที่ใช้นโยบายในการ แก้ปัญหาระยะสั้นเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ปัญหาให้หมดไป ต้องมีการวางวิสัยทัศน์ ในการแก้ปัญหาในระยะกลางแล้วก็ระยะยาวด้วย ในด้านของฝุ่นละอองที่มาจากภาคคมนาคม ๔๒ เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนเป็นยานยนต์ที่มีอายุมากกว่า ๑๔ ปี ซึ่ง ๑๔ ปีนี้ เป็นรถที่มีอายุใช้งานมาก่อนที่จะมีเครื่องยนต์ยูโร ๓ (EURO 3) ซึ่งเครื่องยนต์ยูโร ๓ (EURO 3) เป็นเครื่องยนต์ที่มีการพัฒนาระบบการเผาผลาญให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นแล้ว แต่รถ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นยานยนต์ที่อายุเกิน ๑๔ ปีนี้ ถ้าเราเอามาเทียบเรื่องของ การปล่อยมลพิษกับรถยานยนต์ใหม่รถเหล่านั้นจะปล่อยมลพิษที่มากกว่ายานยนต์ใหม่ถึง ๑๐ เท่าด้วยกัน ดังนั้นวิธีการในการแก้ปัญหาระยะสั้นที่จะเกิดผลที่สุดคือการบังคับใช้ กฎหมาย ซึ่งปัจจุบันนี้หลังจากที่คณะกรรมาธิการได้มีการศึกษาดูเราก็พบว่าเรามีกฎหมาย ที่ค่อนข้างจะครบถ้วนบริบูรณ์ เพียงแต่ว่าการบังคับใช้กฎหมายอาจจะเป็นสิ่งที่ต้องมีการ กำกับให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการบังคับให้มีการติดตั้งอุปกรณ์กรองมลพิษในยานยนต์เก่า มีการเพิ่มความเข้มงวดของการตรวจสภาพรถยนต์เอกชนหรือ ตรอ. แล้วก็มีการตรวจจับ ยานยนต์ที่ปล่อยควันดำ จะทำให้เราสามารถที่จะลดฝุ่นละอองที่ออกมาจากรถยนต์เก่า บนท้องถนนได้ อย่างไรก็ตามเราควรจะต้องมีการพิจารณาถึงเรื่องการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปรับราคาของเอ็นจีวี (NGV) ให้อยู่ในระดับที่สามารถสร้างแรงจูงใจ ให้ผู้ใช้ยานยนต์หันมาใช้เอ็นจีวี (NGV) มากขึ้นได้ เพราะว่าเอ็นจีวี (NGV) นั้นก็พิสูจน์แล้ว เหมือนกันว่าสามารถที่จะปล่อยมลพิษได้น้อยกว่าดีเซลอย่างชัดเจน ในระยะกลาง แล้วก็ระยะยาวเราควรจะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีการดำเนินการที่ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เดิมเคยมีรถที่ปล่อย ควันดำก็ต้องมีการปรับปรุงให้มีการพัฒนาให้ปล่อยควันดำน้อยลง หรือในขณะเดียวกัน ก็มีการส่งเสริมให้มีการลดปริมาณการใช้รถส่วนตัวประจำวันบนท้องถนนควบคู่ไปกับ การพัฒนาระบบยานยนต์ไฟฟ้า ที่อาจจะเอาเข้ามาเปลี่ยนการขนส่งมวลชนของประเทศ หรือมีการพัฒนาแหล่งชาร์จจิง สเตชัน (Charging station) หรือจุดชาร์จ (Charge) ไฟต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ยานยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้สามารถที่จะเดินทางไปครอบคลุมพื้นที่ได้ไกลขึ้นแล้วก็มี ความสะดวกสบายเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับการใช้ยานยนต์ที่เป็นน้ำมัน ข้อที่ ๖ เป็นเรื่อง ของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่จะช่วยดูดซับฝุ่นละอองในเขตเมือง เพราะปัจจุบันนี้มีปัญหา ฝุ่นควันที่มาจากภาคคมนาคมส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีจราจรค่อนข้างที่จะแออัด ทั้งนี้ประเด็นเรื่องของคมนาคมเป็นปัญหาของวิถีชีวิตซึ่งเราทุกคนควรจะต้องคำนึงถึง การไม่สร้างผลกระทบเพิ่มกับประชาชนด้วยในระหว่างการพิจารณาหามาตรการต่าง ๆ ที่จะ เข้ามาป้องกัน สำหรับฝุ่นละอองจากภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันนี้เราได้มีการทำโครงการนำร่อง ระบบการจัดทำฐานข้อมูลการปล่อยมลพิษหรือที่ชื่อว่าพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) ซึ่งระบบนี้ เป็นระบบที่ทำให้เกิดการเปิดเผยข้อมูล การเข้าถึงได้ทั้งในภาคส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็ภาคประชาชนทั่วไป เรามีการพัฒนาในพื้นที่ที่จังหวัดระยองแต่ว่ายังไม่ได้มีการ ขยายผลต่อ ซึ่งระบบนี้ถ้าเกิดได้มีการขยายผลต่อ จะช่วยให้เราสามารถที่จะประเมินแล้วก็ มีความเข้าใจถึงฐานข้อมูลของการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้ดีขึ้นกว่าเก่า ดังนั้น คณะกรรมาธิการก็คิดว่าควรจะต้องมีการขยายระบบการดำเนินการจัดทำฐานข้อมูล การปล่อยมลพิษหรือพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยอาจจะนำร่องในเขตพื้นที่ เศรษฐกิจพิเศษเพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนการจัดการมลพิษในภาคอุตสาหกรรมต่อไป ในขณะเดียวกันควรดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการตรวจสอบมลพิษและ การกำกับให้มีการติดตั้งปล่องควันและเครื่องวัดปล่องควัน หรือระบบที่ชื่อว่าซีอีเอ็มเอส (CEMS) คอนทินิวอัส อิมิชชัน มอนิเทอริง ซิสเท็ม (Continuous Emission Monitoring System) เป็นระบบตรวจวัดมลพิษที่ปากปล่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถที่จะปรับปรุง กระบวนการแล้วก็ควบคุมกระบวนการในการปล่อยมลพิษของจากภาคอุตสาหกรรม ประเด็นที่ ๓ คือฝุ่นละอองที่มาจากการเผาในที่โล่ง ในปัจจุบันนี้ปัญหาของฝุ่นละออง ในการเผาในที่โล่งเป็นประเด็นของการบริหารจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นหลัก เพราะต้นทุนที่ถูกที่สุดในการจัดการวัสดุเหลือทิ้งในการเกษตรคือการเผา เนื่องจากเกษตรกร ส่วนมากเป็นเกษตรกรรายเล็ก ขาดแรงงาน ขาดต้นทุนในการจัดการเครื่องจักร การเผาจึงเป็น วิธีที่ง่ายที่สุดของเขา ข้อมูลที่เรามีอยากจะเรียนท่านประธานว่าหากเราลองประมาณการ ชีวมวลที่เหลือทิ้งจาก ๑ ภาคการเกษตร คือทางภาคเหนือเราจะพบว่ามีวัสดุเหลือทิ้ง ทางการเกษตรจากแปลงข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และอ้อยกว่า ๔๓.๘ ล้านตันต่อปี ถ้าเกิดเรา เอาวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้มาเผาในช่วงที่อากาศนิ่ง ในช่วงที่ระยะเวลาใกล้เคียงกันทั้งหมด จะทำให้มลพิษนี้มีค่าสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง ๓ เท่าด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีข้อมูลเทคโนโลยี ในเรื่องของจุดความร้อน แล้วก็พื้นที่เผาไหม้หรือฮอตสปอต (Hotspot) แล้วก็เบิร์นสการ์ (Burn scar) อยู่แล้ว แต่ขาดศูนย์กลางในการวิเคราะห์แล้วก็ส่งข้อมูลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อที่จะบูรณาการการแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงทีแล้วก็ประสานงานจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบปัญหา เพราะฉะนั้นการที่เราจะสามารถจัดตั้งศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยในการบูรณาการ ข้อมูลเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์ การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุก็ต้องมุ่งเน้นถึงเรื่องของการจัดการ ชีวมวลที่ทิ้งอยู่ในพื้นที่เกษตรให้ได้ โดยที่เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้มันเกิดผลกระทบ น้อยที่สุด นั่นก็คือการสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นกับชีวมวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะรับซื้อ ชีวมวลไปทำเป็นถ่านหรือว่ามีการจัดการลงทุนในเรื่องของเตาเผาชีวมวลชุมชน หรือแม้กระทั่งว่าการลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลระดับชุมชนเพื่อที่จะทำให้ชาวบ้านสามารถ ที่จะเก็บวัตถุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปแล้วก็มาผลิตเป็นไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุน เกษตรกรให้มีการรวมแปลงการเกษตรให้เป็นเกษตรแปลงใหญ่เพื่อที่จะสามารถเข้าถึง แหล่งการระดมทุนหรือสามารถที่จะกู้เงินในการซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร เพื่อที่จะลด ปัญหาในการเผา และสุดท้ายคือเรื่องการส่งเสริมให้มีระบบการสอบกลับและฉลากสินค้า ทางการเกษตรที่ไม่เกิดกระบวนการเผา การที่เราสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์แล้วก็ ให้ผู้บริโภคได้เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเลือกซื้อสินค้าที่ไม่สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ก็อาจจะเป็นอีก ๑ ทางเลือกที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาว สำหรับฝุ่นละอองจากไฟป่า เราจะพบได้ว่าจากไฟป่าจุดเล็ก ๆ เพียง ๑ จุด ถ้าเกิดทิ้งเอาไว้เฉย ๆ สามารถที่จะลุกลามได้ถึง ๒๖,๐๐๐ ไร่ ข้ามคืน โดยที่ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาของป่า การล่าสัตว์ แล้วก็การเผาไร่ทั้งสิ้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้สามารถที่จะป้องกันได้หากมีความร่วมมือกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่และชุมชนที่ดีพอ ดังนั้นโจทย์ที่สำคัญคือทำอย่างไรที่จะให้เจ้าหน้าที่ และชุมชนสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้ ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังดูแลพื้นที่ ของตนเองไม่ให้เกิดไฟป่า นโยบายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการที่จะเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหา ในพื้นที่ ซึ่งนโยบายในการจัดการพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ชุมชนแล้วก็เจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทับซ้อนต้องมีทางออกให้กับ ประชาชนในการที่จะทำมาหากิน ไม่ใช่แค่เน้นการจับ หรือการให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ เท่านั้น อีก ๑ นโยบายที่สำคัญก็คือการใช้เทคโนโลยีในการจัดตั้งศูนย์อำนวยการ เพื่อประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่และชุมชนในการป้องกันเมื่อเกิดไฟป่าขึ้น โดยที่อาจจะ ต้องมีการสนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์ แล้วก็เบี้ยเลี้ยงให้สามารถที่จะดำเนินการแก้ไข ปัญหาเรื่องไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะยาวควรมีการสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้น จากการมีป่าและสิ่งที่สามารถจะทำได้คือการตรากฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อกำหนดเกณฑ์การ ปล่อยมลพิษและการซื้อขายมลพิษ เพราะเมื่อทุกบริษัทมีเกณฑ์การปล่อยมลพิษ ทำให้สามารถซื้อคาร์บอน เครดิต มาชดเชยการปล่อยมลพิษที่เกินได้ ชาวบ้านเดิมที่จะต้อง หากินจากป่าต้องทำลายป่าในการทำการเกษตรก็สามารถที่จะดูแลป่าและสามารถที่จะ ขึ้นทะเบียนเพื่อที่จะนำคาร์บอน เครดิต ตรงนี้ไปขาย เพื่อที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนของเขา ในระยะยาว ข้อที่ ๒ คือการตรากฎหมายการจัดตั้งตลาดการซื้อขายคาร์บอนที่ปัจจุบันนี้ ยังเป็นตลาดสมัครใจไม่ใช่ตลาดที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหามลพิษ จึงควรจะมีการ จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริษัทและองค์กรต่าง ๆ ที่ปล่อยมลพิษ เกินเกณฑ์สามารถที่จะเข้ามาซื้อขายคาร์บอน เครดิต ไปชดเชย ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของ ฝุ่นละอองที่มาจากหมอกควันข้ามแดน ผมต้องเรียนว่า ๔ ส่วนแรกเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ภายในประเทศ แต่ฝุ่นละอองที่ข้ามแดนมาปัจจุบันนี้ในบริบทของอาเซียน (ASEAN) มีข้อตกลง ร่วมกันในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศหรือทรานซ์บาวน์เดรี เฮซ โพลลูชัน (Transboundary haze pollution) โดยมีการดำเนินการผ่านอาเซียน อะกรีเมนต์ ออน ทรานซ์บาวน์เดรี เฮซ โพลลูชัน (ASEAN agreement on transboundary haze pollution) และเฮซ ฟรี โรดแมป (Haze free roadmap) แต่เป็นลักษณะของการให้คำมั่นสัญญา ที่ยังไม่สามารถที่จะผลักดันให้ประเทศสมาชิกและประเทศไทยเองแก้ไขปัญหาหมอกควัน ข้ามแดนได้ เนื่องจากยังขาดกลไกติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามพันธกรณีและมีการ เคารพซึ่งอำนาจอธิปไตยต่อกิจการภายในของแต่ละประเทศรัฐสมาชิกอย่างเคร่งครัด กระบวนการนี้จึงเป็นกระบวนการที่ยากที่สุดในการดำเนินการ ดังนั้นหากเราต้องการที่จะ แก้ปัญหาในภาพใหญ่ให้ได้ประเทศไทยควรจะต้องดำเนินการใน ๔ ประเด็นแรกให้สมบูรณ์ก่อน จึงจะมีเบสต์ แพร็กทิซ (Best practice) ที่จะนำไปแบ่งปันให้กับประเทศอื่น ๆ ผ่านในระดับ ทวิภาคีหรือในระดับพหุภาคี ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถที่จะผลักดันให้เกิดข้อตกลง ในระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหาในมาตรฐานเดียวกัน โดยมีตัวชี้วัดและกรอบระยะเวลา การดำเนินการที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้หลังจากการดำเนินการแก้ไขปัญหา ๔ ประเด็นก่อน ล่วงหน้านี้แล้ว สุดท้ายผมก็อยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่าพวกเราทุกคน เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม จะมากหรือจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับบริบทของ พวกเราทุกคน แต่สิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักคือธรรมชาติไม่ใช่ของฟรี ธรรมชาติมีต้นทุน สิ่งที่เราอาจจะไม่ได้จ่ายในลักษณะของตัวเงิน เราอาจจะต้องจ่ายในเรื่องของคุณภาพชีวิต ในเรื่องของสุขภาพแล้วก็ในเรื่องของอนาคต สิ่งที่ทุกคนควรจะต้องมุ่งทำร่วมกันคือ ทำอย่างไรที่จะรักษาต้นทุนทางธรรมชาติเหล่านี้ให้คงอยู่ในสภาพที่เท่าเดิมหรือดีกว่าให้กับ คนรุ่นหลังต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิก ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับรายงานคณะกรรมาธิการไหมครับ ต้องการจะอภิปรายไหมครับ ท่านมานพครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมส่งรายชื่อ ไปแล้วนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ อภิปรายใช่ไหมครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออภิปรายเพิ่มเติมนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปราย ในฐานะเห็นด้วย โอเค (OK) เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยอยู่แล้วครับท่านประธาน เรียนท่านประธานครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ ผมดูรายงานแล้วต้องชื่นชม แล้วก็เป็นรายงานที่ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ ทีนี้ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยครับท่านประธานครับ ในเนื้อหาในประเด็นเรื่องของสาเหตุ ค่าฝุ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยครับ จริง ๆ แล้วเป็นรายงาน ที่ค่อนข้างที่จะดีมากเลยครับ เนื่องจากว่าลักษณะป่าในพื้นที่ป่าบ้านเราที่จะเกิดขึ้นก็จะมีแค่ ประมาณ ๙ จังหวัด ตั้งแต่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่อะไรพวกนี้ ๙ จังหวัดนี้ทุกปีเลยก็จะเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยงานราชการและมีการบูรณาการ และทุกครั้งที่เกิดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ก็จะเป็นประเด็นเถียงกัน โต้แย้งกัน และที่สำคัญก็คือผลกระทบเราก็รู้อยู่แล้ว เรื่องสุขภาพ เรื่องสังคม เรื่องเศรษฐกิจ อันนี้ผมคิดว่าโดยรวม สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าข้อเสนอที่ผมอยากจะเพิ่มเติมเข้าไปก็คือเรื่องของ การบริหารโดยการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เพราะว่าเอาเข้าจริง ๆ หน่วยงานที่คณะกรรมาธิการบอก ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น กรมนั้นกรมนี้จะต้องทำอะไร ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดี แต่เวลาไปทำงานจริง ๆ พื้นที่ไม่ได้แยกออกให้คนไหนรับผิดชอบว่าจะต้องทำเรื่องใด ไฟป่าไม่เคยแยกว่าจะอยู่กรมไหนจะอยู่หมู่บ้านไหน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ มันไม่เคยแยกเลยนะครับ ไฟมันจะลามมาจากเขตอุทยาน หรือป่าสงวนหรือ ว่านอกเขตป่า หรือในพื้นที่ไร่ เพราะฉะนั้นการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งโดยใช้หน่วยนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายลุ่มน้ำ เขตอุทยาน ภูมินิเวศทั้งนั้น อาจจะเป็นพื้นที่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นล้านไร่ ก็แล้วแต่ต้องใช้หน่วยพื้นที่ แล้วค่อยเอาหน่วยงานที่อยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการไปจัด องค์กรว่าในพื้นที่ในนิเวศนี้จะจัดองค์กรกันอย่างไร เพราะแต่ละหน่วยงานถือกฎหมายคนละฉบับ ถืองบประมาณคนละตัว เทคโนโลยีคนละอย่าง อันนี้ผมอยากจะเพิ่มเติมในรายงานว่า เอาเข้าจริง ๆ มันจำเป็นที่จะต้องออกแบบให้ศูนย์ตัดสินใจมาอยู่ที่พื้นที่จริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก สาเหตุที่ท่านกรรมาธิการได้รายงานว่าปัญหาไฟป่า เกิดจากการหาของป่า ผมถือว่าประเด็นนี้ทุกคนสรุปอย่างนี้เลย แต่ว่าในความคิดของผม เท่าที่ผมอยู่กับไฟป่าเป็นการสังเคราะห์สาเหตุที่แบบไม่ลึกเท่าไร เวลาเจ้าหน้าที่รายงาน ก็รายงานหาของป่า วิถีวัฒนธรรมของพวกเรามันไม่ใช่เป็นเรื่องการล่าสัตว์หาของป่า เพื่อดำรงชีพแล้วนะครับ ล่าสัตว์อะไรครับมีลูกปิงปองอยู่ในเขตป่า ล่าสัตว์อะไรครับ มันมีระบบวงจรไฟฟ้าที่จะเป็นจุดประทุในป่าเป็นจุด ๆ เหมือนเป็นคนวาง สิ่งเหล่านี้ ต่างหากครับ ถ้าเราไม่เอาพื้นที่เป็นตัวตั้งประเด็นความขัดแย้ง ประเด็นการไม่บูรณาการกัน ประเด็นการสนับสนุนงบประมาณที่เหลื่อมล้ำกันแล้วก็ไม่ได้เชื่อมโยงกัน ผมว่าอันนี้ เป็นสาเหตุลึก ๆ ที่จะอธิบายว่าเกิดจากการหาของป่า อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะ เพิ่มเติมให้คณะกรรมาธิการทำอย่างไรให้การใช้หน่วยพื้นที่หรือพื้นที่โดยส่วนใหญ่เข้ามา ออกแบบ คือมันต้องออกแบบองค์กรใหม่ องค์กรใหม่ในที่นี้ก็คืออาจจะเป็นคำสั่ง นายกรัฐมนตรี คำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือระเบียบอะไรก็ได้ครับ มันไม่ต้องไป เปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพียงแต่ว่าช่วงในระยะเวลา ๓-๔ เดือนนี้ขอให้หน่วยนี้ประสานงาน ขอให้หน่วยนี้ทำงาน ขอให้บูรณาการ ผมยกตัวอย่างพื้นที่ประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ที่ผม เคยทำงาน นี่จังหวัดภาคเหนือนะครับ มีตั้งแต่ส่วนราชการ หน่วยงานภายนอก ท้องที่ท้องถิ่น และมีหน่วยบริหารแล้วว่าใครจะดูแล ใครมีทรัพยากรอะไร ใครมีศักยภาพอะไร ใครจะดูแล พื้นที่ตรงไหน พื้นที่ไหนไม่มีปัญหาก็วิ่งมาสนับสนุนกลุ่มนี้ สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตสรุปแบบสั้นอย่างนี้ครับ ผมเห็นด้วยอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าขออนุญาตเพิ่มเติม หลักการก็มีหนีไม่พ้นแค่ ๓ เรื่อง🔗

อันที่ ๑ คือเราจะใช้ความรู้และเทคโนโลยีคืออะไร มันมีเทคโนโลยีความรู้ ที่เป็นวิทยาศาสตร์และเป็นภายนอกและเป็นความรู้ที่เป็นเรื่องของพื้นที่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ความรู้ในเทคโนโลยีมันเหมาะสมกับบริบทพื้นที่คือความรู้อะไร เทคโนโลยีอะไรที่เหมาะสมกับวิธีการจัดการแบบนี้🔗

อันที่ ๒ คือระบบบริหารจัดการ ซึ่งผมได้พูดไปแล้ว ระบบบริหารจัดการ ที่ผ่านมาคือก็สั่งการลงไป มีผู้หลักผู้ใหญ่วิ่งไปทีหนึ่งไฟก็เกิดทีหนึ่งหรือไฟก็หายไปทีหนึ่ง ระบบตัดสินใจในการแก้ปัญหามันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบนิเวศป่าครับ หลังดอยสุเทพ ที่ไฟไหม้ขึ้นมาผมถามว่าเกิดจากอะไร จากคนหาของป่าหรือครับ ไฟไม่ไหม้มากี่ปี สะสมเชื้อเพลิงเท่าไร ความรู้ที่เราจะเอาใบไม้ออก เชื้อเพลิงออกเพื่อมาทำเป็นปุ๋ยก็ดีทำอย่างอื่นก็ดี เชื้อเพลิง มันสะสมเป็นสิบ ๆ ปี ผมเคยทดลองนะครับ เราควบคุมไม้ขีดไฟไม่ได้ไม่รู้ใครไปจุด ไม่รู้ ความขัดแย้งคืออะไร ต้นไม้ตายหมดกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นความรู้ กลไก หน่วยงานที่จะต้องจัดการ อำนาจในการตัดสินใจครับ เราต้องประเมินไม่ใช่แค่พีเอ็ม (PM) ต้องประเมินว่าตัวนิเวศที่เมื่อไฟเข้าไปแล้วมันจะเกิดอะไร ทางเลือกที่ดีทางเลือกที่เหมาะสม จะต้องเป็นอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ🔗

เรื่องสุดท้ายคือเรื่องระบบสนับสนุน ผมเข้าใจว่ามันมีการสนับสนุนสะเปะสะปะ ถ้าดูจากแผนงบประมาณของส่วนราชการ ผมเข้าใจว่าตั้งแต่เกิดไฟป่าหมอกควันตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๓ จะเข้าในปีนี้แล้วใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาท แต่ละหน่วยงาน ก็ตั้งครับ ตั้งแต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย แต่ละกระทรวงก็ตั้งไป แต่ละคนแยกกันทำไม่รู้ว่ามันไปตอบโจทย์ร่วมกันหรือไม่ อันนี้ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นถ้าระบบ สนับสนุนที่เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง แล้วพื้นที่ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ว่าการจัดการกรณีค่าฝุ่น ที่เกิดจากในป่า ตำบลนี้ อำเภอนี้ พื้นที่อุทยานนี้มีแผนอยู่ประมาณ ๓-๔ เรื่อง ๑. ป้องกัน ๒. จัดการเชื้อเพลิงหรือไม่ให้เกิดหรืออื่น ๆ แล้วแต่แต่ละพื้นที่ หน่วยงานที่เกิดขึ้นทั้งหมด ลงไปสนับสนุนแผนภายใต้พื้นที่บริบทนั้น ๆ น่าจะดี ที่ผ่านมาผมคิดว่าคนที่จะไปทำปุ๋ยก็ทำไป แล้วไม่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่มันเกิดฮอตสปอต (Hot spot) ด้วยนะครับ ก็ไปทำที่ไหนไม่รู้ คนที่จะสนับสนุนเรื่องเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ไปลงไม่ตรงจุด🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมเนื่องจากว่ามีการอภิปรายแค่ ๑ คน ผมขออนุญาตเวลาอีกนิดเดียว ประเด็นสุดท้ายก็คือถ้าจะดูเรื่องของอุปกรณ์และเทคโนโลยี ท่านกรรมาธิการถ้าจะไปดูสถานีควบคุมไฟป่าก็จะเห็นอยู่แล้วคือกระติกน้ำที่คนทางเหนือ เรียกว่าโบโดเอามาทุกปี ก็ชาวบ้านบอกว่ามันไม่ได้ตรงนี้พอแล้วเอาเป็นอย่างอื่นได้ไหม เอาเป็นกองทุนได้ไหม ซึ่งในรายงานของคณะกรรมาธิการเขียนไว้ต้องทำเป็นกองทุน บางปี ไม่มีไฟป่าจะเอาอุปกรณ์มาทำไม ประเด็นที่ ๒ คือไม้ตบไฟ ที่เป็นหนา ๆ ท่านประธานเดินขึ้นป่า ซึ่งความชันสโลป (Slope) ๕๐-๖๐ แบกข้าวสาร แบกอาหารมันก็หนักแล้วครับ ถ้าเอา ไม้ตบไฟขึ้นไป ผมคิดว่าเทคโนโลยีบางตัวต้องให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ กำหนดว่าต้องการเทคโนโลยีแบบไหน ต้องการเครื่องไม้เครื่องมือแบบไหน ไม่ใช่สั่งซื้อ มาจากระบบส่วนกลางแล้วก็ส่งลงมา🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน เพื่อการแก้ปัญหาเรื่องนี้ทำอย่างไร ความทับซ้อนของความรับผิดชอบตามกฎหมายและหน้าที่ของหน่วยงานให้มาบูรณาการ ในพื้นที่ร่วมกัน ผมนึกภาพไม่ออกแต่ถ้าเป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรืออไรก็ตามแต่ว่า ใช้หน่วยพื้นที่เป็นตัวตั้ง ทรัพยากรทั้งบุคคล ทรัพยากรทั้งงบประมาณ เครื่องไม้เครื่องมือ ความรู้ ให้ทุ่มลงไปทีละจุด ๆ ไม่ต้องกระจัดกระจาย แบบนี้ถ้าเราทำแล้วเราจะมีตัวชี้วัดและ เกิดผลสำเร็จ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไร เพิ่มเติมไหมครับ กรรมาธิการเชิญครับ🔗

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการที่มารายงานต่อสภา ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่าน ส.ส. มานพ คีรีภูวดล ที่ได้มีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ ว่าสิ่งที่ท่าน ได้กล่าวถึงเราได้มีการซักถามแล้วก็อยู่ในประเด็นต่าง ๆ แต่ก็ไม่สามารถที่จะรวบรวมได้ ทุกประเด็น แล้วก็สิ่งหนึ่งซึ่งท่านได้เสนอในเรื่องของอำนาจหน้าที่เราก็มีการเสนอไปว่า คนที่จะรู้เรื่องมากที่สุดคือคนที่อยู่ในพื้นที่ ก็เลยคิดว่าการบูรณาการที่ดีที่สุดก็คือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการในการที่จะมีส่วนร่วมในการบูรณาการ ทำเป็นแผนขึ้นมา ส่วนด้านอื่นนั้นคณะกรรมาธิการคิดว่าเราเสนอรายงานได้ครอบคลุม หมดแล้ว สิ่งที่ท่านเป็นข้อสังเกตผมคิดว่าสภาคงจะรับในส่วนนี้ต่อไป🔗

สุดท้ายนะครับท่านประธาน กระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกได้อภิปรายและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งความคิดเห็นของสมาชิกทุกท่านมีประโยชน์ ต่อคณะกรรมาธิการอย่างยิ่ง คณะกรรมาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกจะมีมติร่วมกัน ให้รายงานและข้อสังเกตฉบับนี้ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้คณะรัฐมนตรี🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ขออนุญาตอภิปรายครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธาน ก็ขอบคุณแล้วไม่ต้องแล้วกระมังคุณหมอบัญญัติ มีอะไรจะอภิปรายอีกหรือหมอบัญญัติ เดี๋ยวให้ท่านหมอบัญญัติฝากอะไรสักเล็กน้อย เชิญครับหมอบัญญัติ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานของผมด้วยครับ นายแพทย์จาตุรงค์อภิปรายด้วยครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมในนามของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ขออนุญาตอภิปรายรับทราบ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร เรื่องแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ กระผมขอชื่นชม คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีวิริยะอุตสาหะ รวบรวมรายงานที่ครบถ้วนพร้อมข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตที่จะส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหา กระผมเพียงแต่จะเสริมเพิ่มเติม ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณากันแล้วว่าเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นปัญหาทุกพื้นที่ ของประเทศไทย เนื่องจากต้นเหตุของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นมาจากภาคขนส่ง ภาคคมนาคมเป็นภาคที่ ๑ ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคที่ ๒ ภาคเกษตรเป็นภาคที่ ๓ ซึ่งภาคเกษตรนี้หมายรวมถึงการเผาในที่โล่งแจ้งแล้วก็เรื่องไฟป่า ภาคที่ ๔ ก็คือภาคที่มาจาก ต่างประเทศนะครับ ซึ่งสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสิ่งที่มีความจำกัดในตัวในการแบกรับภาระของฝุ่น ละอองและสารเคมี อย่างที่ผมเคยอนุมานให้ทราบว่าโลกเราเหมือนส้ม บรรยากาศก็มีความหนา เท่ากับเปลือกส้มซึ่งประมาณสัก ๑๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอากาศที่มนุษย์ จะใช้ได้ สิ่งมีชีวิตในโลกนี้จะใช้ได้มีปริมาณน้อยเพียงแค่ ๑๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า มีฝุ่นละอองหรือสารเคมีแม้ปริมาณไม่มากนักแต่อยู่ในพื้นที่จำกัดก็ทำให้กระทบต่อคุณภาพ ของอากาศและสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้นผมว่าเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษานี้ ถึงแม้ว่าจะส่งเรื่องให้รัฐบาล แต่ผมว่าอย่างไรก็ตามการที่ให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ที่เป็น เจ้าของอากาศได้ ๑. มีความรู้ที่ถูกต้อง การมีความรู้ที่ถูกต้องตอนนี้ก็เป็นสิ่งที่ง่ายเนื่องจากมีสื่อ โซเชียลมีเดีย (Social Media) แต่ก็มีความรู้ที่ผิดที่อาจจะเรียกว่าเฟกนิวส์ (Fake News) ก็ได้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องก็ควรที่จะต้องให้สื่อความรู้ให้ทั่วถึง แล้วก็มีการ แก้ไขข้อความรู้หรือข้อมูลที่ไม่ถูกไม่ต้องไม่ตรงให้ทันต่อเหตุการณ์ จะได้ลดความตระหนก แต่ว่ามีความตระหนัก ข้อแรก มีความรู้นะครับ หรือเรียกว่า โนว์เลดจ์ (Knowledge) ข้อที่ ๒ ต้องให้พี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ที่เป็นเจ้าของอากาศ หรือผู้รับผิดชอบนั้นมีความตระหนัก หรือเรียกว่า แอตติจูด (Attitude) มีความตระหนักว่าความรู้หรือพิษภัยของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ต่อร่างกาย ต่อชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ นั้นมีความสำคัญยิ่งต้องหวงแหน แล้วก็ข้อที่ ๓ ต้องมีการปฏิบัติได้จริง เมื่อมีความรู้ มีความตระหนักแล้วทุกคนต้องไม่ปฏิบัติ ในสิ่งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมให้แก่บรรยากาศของเรา ไม่ว่าจะเป็นภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม เป็นภาคเกษตรก็ดีต้องนำไปสู่การปฏิบัติหรือเรียกว่าแพร็กทิซ (Practice) ต้องทำให้ได้ และเราต้องบอกต่อ ต้องมีสปิริต (Spirit) มีจิตอาสาที่อยากจะบอกต่อแก่คนข้างเคียง ให้ปฏิบัติให้รู้ตามด้วย ผมว่าวงจรเหล่านี้จะเป็นวงจรที่ยั่งยืนครับ เพราะว่าการจับกุมหรือ การบังคับใช้กฎหมายเป็นขั้นตอนสุดท้ายสำหรับผู้ที่ไม่มีความตระหนักแล้วก็ไม่ปฏิบัตินั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อมีสิ่งที่จะต้องดำเนินการบริหารจัดการก็จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี ผู้บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ระดับ ๆ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ตั้งแต่ระดับของอำเภอ ระดับของ จังหวัด ระดับของภูมิภาค และระดับประเทศ ไปจนถึงระดับระหว่างประเทศด้วย ซึ่งผู้บัญชาการเหตุการณ์นั้นก็จะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจแล้วก็มีข้อมูลที่ถูกต้องและตรง แล้วก็มี การรายงานของผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาด้วยนะครับ จึงจะสามารถบริหารจัดการได้อย่าง ถูกจุดแล้วก็ได้ทันท่วงทีนะครับ ดังนั้นการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้ท้องถิ่นจัดการตนเอง ท้องถิ่นเป็นผู้ที่มีความรักและหวงแหนในบรรยากาศในพื้นที่ของตน แล้วก็มีเครื่องมือ มีงบประมาณที่พอสมควร ก็จะสามารถที่จะดูแลพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย เมื่อรวมกันจึงเรียกว่าเป็นการบูรณาการการแก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างยั่งยืน ทั้งระบบจริง ๆ ผมเองก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อเสริมและสนับสนุนในส่วนที่เป็น ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ท่านประธาน ท่านสมาชิก และ ท่านผู้ฟังทางบ้านได้เข้าใจว่าสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้มีความตระหนักเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็หวังอย่างยิ่งที่จะให้รัฐบาลนำข้อเสนอแนะข้อสังเกตนี้ไปปรับใช้ ในเชิงการบริหารจัดการเพื่อให้ท้องถิ่นแล้วก็ประเทศของเรานั้นมีความปลอดภัย มีบรรยากาศที่สะอาดนะครับ เพื่อทุกคนจะได้มีสุขภาพดีต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ หมอจาตุรงค์ ท่านสุดท้ายแล้วครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมเสนอญัตติเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ แล้วก็มี คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแล้วก็มาสรุปให้พวกเราฟังในวันนี้ ก็ยินดีแล้วก็ดีใจที่ท่าน ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราในเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เสนอเข้ามาในวันนี้มีทั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ๑๖๓ หน้า เรื่องแรกหน้า ๕๕๓ ที่บอกว่า ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ตรงนี้เราคงต้องหาสาเหตุ ผมได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ในส่วนของคณะกรรมาธิการอนุลุ่มน้ำภาคใต้ ได้ไปดูป่าพรุในภาคใต้ ก็มีพรุควนเคร็งที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรุบางกล่ำ แล้วก็พรุโต๊ะแดง ก็พอจะสรุปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของพรุควนเคร็งไม่สามารถคุมได้ เพราะมีการบุกรุก มีการเผา แต่ก่อนพรุโต๊ะแดง เขาดูแลได้ สรุปคือการที่เกิดไฟไหม้ที่เกิดฝุ่นเขาบอกร้อยละ ๙๐ กว่าเกิดจากคน เพราะฉะนั้นก็คือคน ถามว่าการมีส่วนร่วมเราต้องให้เขามีส่วนร่วม ทำอย่างไรให้ประชาชน ได้ตระหนักว่าเขาเข้ามาเก็บผลไม้ปลูกพืชที่เขาสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ใช่ว่า ให้นายทุนมาเพื่อจะไปปลูกปาล์มปลูกอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ เช่น ปลูกต้นสาคู มาเก็บผักผลไม้ มาหาปลาอะไรได้ ให้เขามีวิถีชีวิตเขาก็จะรักษา เขาจะหวงแหน เพราะฉะนั้นในส่วนที่การจะดูแลนอกจากปลูกจิตสำนึก ให้เขามีประโยชน์ให้เขามีส่วนร่วมด้วย เฉกเช่นเดียวกับเรื่องเผาอ้อย ผมอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษก็มี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคน รณรงค์บอกอย่าเผาตอซังข้าว อย่าเผาอ้อย แต่ถ้ามาถามเราก็พูดจนปากเปียกปากแฉะ ก็ในเมื่อเขาไม่มีเงิน รายได้เขาไม่มี เขาก็ต้องเอาปัญหาเฉพาะหน้า ลดต้นทุนการผลิต ให้รายได้ขึ้นมา เก็บเกี่ยวข้าวก็เผาตอซังข้าว ก็เผาอ้อย เพราะว่ามันคือวิถีชีวิตเราก็พยายามไป เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำ นอกจากปลูกจิตสำนึกแล้วเราคงต้องให้ทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ อันไหนที่ให้ดอกไม้ได้ให้รางวัลได้ก็ต้องให้ อันไหนที่เป็นเรื่องของระเบียบกฎเกณฑ์ก็ต้องใช้ ก็ต้องบอกกล่าวกัน ก็ตระหนักในเรื่องของการที่ทำให้เกิดฝุ่น หลักการเผานี่สำคัญ🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการขนส่ง บ้านเราผมกำลังยื่นญัตติให้ใช้ระบบรางคู่ ทั่วประเทศ ขณะนี้รถไฟมีประมาณ ๔,๐๗๓ กิโลเมตร ที่เป็นรางทั้งหมด แต่รางคู่มีอยู่แค่ ๗๐๐ หรือ ๓๐๐ กว่าเมตร น้อยมาก ถ้าเราสามารถใช้ระบบรางทั้งหมดรถระบบของการขนส่งที่การเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนมอนออกไซด์ (Carbon Monoxide) ไม่ว่าจะเป็นซัลเฟอร์ (Sulfur) ต่าง ๆ ละอองฝุ่นพวกนี้มันสะสมตลอด เพราะฉะนั้นต้องบูรณาการทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นส่วนของ องค์กรไหน ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงทุกกระทรวงต้องมาดูว่าเราต้องลดตั้งแต่น้ำมัน เรื่องของการพลังงาน ในเรื่องของการใช้ระบบขนส่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้พลังที่เราจะต้องช่วยดู ถ้ารถเก่าอย่างที่เราเคยคุยต้องให้รางวัล คนไหนที่เขาจะเปลี่ยนรถใหม่ก็ต้องมีอินเทนซิฟ (Intensive) ให้เขา รัฐบาลจะไปผลักภาระให้ประชาชนให้เขาตะหนักอย่างเดียว ในเมื่อ ขณะนี้ทั้งก่อนไม่โควิด (COVID) เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว หนี้สินก็ท่วมตัวและยังต้อง มาแบกภาระ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องช่วยในส่วนที่เป็นไปได้ ร่วมมือกันทั้งภาคของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องช่วยกัน ดังนั้นจึงบอกในเรื่องของฝุ่นถ้าเกิดเราไม่ทำ มีคนบอกว่าขณะนี้ถ้าเราปลูกต้นไม้ทั้งโลกยังไม่รู้จะสามารถทดแทนโลกร้อนที่ทำลาย ชั้นบรรยากาศทันหรือเปล่า มันจะไม่ทันอยู่แล้วนะครับ เพราะมีแต่เผามีแต่ทำลาย การมีฝุ่น มีควัน มีความร้อนมันก็มีปัญหาทั้งหมด ไม่ว่าจะจากการจุดธูป ไม่ว่าจากอะไรต่าง ๆ ถ้าเรา ไม่ทำตอนนี้ลูกหลานที่อยู่หลัง ๆ ต่อจากเราไปเขาจะมาต่อว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่เรา ปล่อยให้มัน เนิ่นนานขนาดนี้ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องแก้ในเรื่องของปัญหาในเรื่องควัน เรื่องของ การแก้ปัญหาตรงนี้ให้เขามีส่วนร่วม ในส่วนที่ทางคณะกรรมาธิการทำมา ไม่ว่าจะทางท่าน ประธาน ท่านธรรมนัส ท่านวิชาญ หรือพวกเราที่ร่วมนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนความภูมิใจของ กรรมาธิการของสภาชุดเราที่ได้ศึกษาแล้วก็ได้นำตรงนี้ไป และข้อสังเกตต่าง ๆ ข้อเสนอแนะ เราก็จะได้ร่วมกันสนับสนุนแล้วก็ส่งให้รัฐบาล แล้วก็มีโอกาสก็ต้องติดตามดูแลว่าผลเป็นอย่างไร การวิเคราะห์เรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) บางทีเมื่อก่อนพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) เราต้องเช็ก (Check) ต่างประเทศเขาเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างไร และความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ท่านสุชาติ ตันเจริญ ที่ได้ให้พวกเราได้สนับสนุนการรายงาน คณะกรรมการวิสามัญเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านพิสิฐ เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของฝุ่นคนที่อยู่ในแถบภาคกลางอาจจะเพิ่งพบ ในช่วงปีสองปีนี้ แต่ว่าคนที่อยู่ทางเหนือแถวจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น ได้ประสบเคราะห์กรรมนี้ มาเป็นเวลาร่วม ๑๐ ปีแล้วครับ เป็นปัญหาต่อเรื่องของสุขภาพ ทำให้ผู้คนมีปัญหาเรื่อง โรคทางเดินหายใจ ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะว่าช่วงที่ควรจะมีนักท่องเที่ยวมาก็คือตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน กลายเป็นช่วงที่จะมีหมอกควัน ทำให้ความเป็นอยู่เสียหายเดือดร้อนมาก นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่หรือว่าภาคเหนือในช่วงสงกรานต์ เพราะฉะนั้น ประเด็นเรื่องของหมอกควันกระผมเองก็ได้พยายามที่จะบอกกล่าวมาหลายที่หลายทาง ก็ยอมรับว่าเมื่อบอกกล่าวไปแล้วก็ไม่ได้เกิดผลอะไรมากมาย จริง ๆ แล้วทางออกมีหลายทาง ด้วยกันว่าปัญหาหมอกควันในภาคเหนือส่วนหนึ่งก็มาจากเรื่องของการเกษตร ต้องยอมรับว่า ในช่วงหลังทางด้านการปลูกพืชที่เป็นพืชไร่แล้วก็อยู่ในที่ลาดชันก็มักจะมีการใช้การเผากัน เพราะเป็นวิธีที่ง่ายแล้วก็ไม่ต้องใช้แรงงาน ขณะเดียวกันก็ยังมีการไปหาเก็บเห็ดเผาะ ด้วยความคิดที่ว่าถ้ามีการเผาจะเกิดเห็ด ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเข้าใจว่าทางด้านของเกษตรเอง เขาก็มีข้อมูลหรือมีความคิดกันว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อาจจะไม่ถูกต้อง เพราะว่าหญ้าหรือเศษไม้เศษต่าง ๆ ที่มาจากการเกษตรจริง ๆ ควรจะมาทำเป็นปุ๋ยที่จะให้ การเกษตรได้รับประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นการเผา หรือแม้กระทั่งเรื่องของเห็ดเองจริง ๆ แล้ว ก็จะมีวิธีการที่จะสามารถให้เห็ดขึ้นได้โดยความเชื่อที่ว่าการเผาทำให้เกิดเห็ด สิ่งเหล่านี้ ผมเชื่อว่าทางด้านวิชาการเขามีการศึกษากันพอสมควร โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยใน จังหวัดเชียงใหม่ที่ได้พยายามจะพูดจาในเรื่องนี้ ผมจึงอยากจะขออนุญาตใช้เวทีนี้ในการที่จะ สะท้อนสิ่งที่ได้มีการศึกษาเอาไว้เพื่อจะบอกกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ แล้วก็ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ว่าการเผาเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่น่าเสียดาย แล้วก็เป็นการ ทำให้สิ่งแวดล้อมผู้คนเดือดร้อนด้วย การท่องเที่ยวในภาคเหนือโดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และประเด็นปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่พื้นที่ในภาคเหนือ เท่านั้น มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน หมอกควันล่องลอยมาตามทิศทางของลม เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่อาจที่จะแก้ได้โดยลำพังแต่เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น จำเป็นต้องมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย และน่าจะต้องมีการวางแผนตั้งแต่บัดนี้ ไม่ใช่ไปรอเอาเมื่อมีหมอกควันเกิดขึ้นแล้วค่อยไปแก้เอา ลำพังที่แก้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ต้องมีการให้ความเข้าใจ จัดระบบขึ้นมาที่จะให้การเผาพืชไร่ก็ดีหรือการเก็บเห็ดก็ดี เป็นที่เข้าใจและยอมรับกันว่าการไม่เผาไปเรื่องที่ดีกว่า เพื่อที่จะให้สิ่งแวดล้อมแล้วก็สุขภาพ อนามัยของผู้คนในภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการปรับปรุง ก็ขออนุญาต กราบเรียนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรองประธานกรรมาธิการวิชาญครับ🔗

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของท่านสมาชิก ผมขอ อนุญาตสั้น ๆ ตอบประเด็นท่านนิดเดียวครับ คือในส่วนของท่านคุณหมอนายแพทย์บัญญัติ ได้แสดงแนะในเรื่องของการให้ความรู้สื่อต่าง ๆ นั้น ในส่วนหนึ่งก็ได้มีการทำรายละเอียด ในรายงานแล้วครับ ซึ่งท่านเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ แต่ท่านเพิ่มเติมคงบันทึกไว้อยู่ใน ส่วนของสภานะครับ🔗

ท่านนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านเองได้พูดถึงการมีส่วนร่วมในการ ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเผา แล้วก็ในเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของ การจัดเก็บต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำข้อตกลง ตรงนี้เราได้มีการศึกษานะครับ แล้วก็ตรงนี้ก็ไปถึงกระทรวงการต่างประเทศซึ่งมีการพูดคุยกันโดยเฉพาะในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งอยู่ตามชายแดนต่าง ๆ นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันรวมถึง การขนส่งด้วย อันนี้เป็นเรื่องรายละเอียดนะครับ ซึ่งกรรมาธิการก็ได้มีข้อเสนอแนะอยู่ใน แต่ละส่วนนะครับ ในหน้า ๑๕๓ ซึ่งขาดในเรื่องขององค์ประกอบในการมีส่วนร่วมแล้วรวมถึง รายละเอียดครับ🔗

ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านกล่าวถึงการให้ความรู้ แล้วก็การท่องเที่ยวตั้งแต่ ทางจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมีหมอกควันต่าง ๆ ครับ ก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องให้ทางจังหวัด ซึ่งเมื่อครู่นี้บอกไปแล้วเรื่องน่าจะให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นคนดูแล ทั้งระบบแล้วก็มาบูรณาการกัน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งคงจะต้องมีการทำความเข้าใจถึง เรื่องป่า เรื่องการอยู่ด้วยกัน การเก็บของป่าต่าง ๆ หรือการเผา หรือการมีส่วนร่วม อันนี้ก็คง จะต้องเป็นการชี้แจงร่วมกันของแต่ละภาคส่วนครับ ท่านประธานครับ ผมคงไม่ใช้เวลาของ ทางสภา ก็คงขออนุญาตอีกสักรอบหนึ่งครับ กระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งความคิดเห็นของสมาชิกทุกท่านนั้น มีประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่ง สุดท้ายนี้คณะกรรมาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกทุกท่านจะมีมติร่วมกันในการส่งรายงานและข้อสังเกตฉบับนี้ได้นำเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่ เกี่ยวข้องต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เนื่องจากเป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเสนอมาให้สภา ได้พิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรายงาน แล้วนอกจากนั้นก็มีข้อสังเกตในรายงานที่ทุกท่านมีเอกสารอยู่แล้ว ตั้งแต่หน้า ๑๕๙ จนถึง หน้า ๑๖๓ คือข้อสังเกตนี้ถ้าเราเห็นด้วยกับรายงาน เห็นด้วยกับข้อสังเกต ก็จะส่ง ทั้งรายงานและข้อสังเกตไปให้รัฐบาลได้ดำเนินการต่อไป หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ รัฐบาลต้องดำเนินการตามคำชี้แนะคำอภิปรายของรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ แต่เนื่องจากเมื่อสักครู่ผมถามว่ามีท่านสมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วย ต้องการอภิปรายไหม ก็ไม่มีนะครับ หรือท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ในกรณีของรายงานที่ท่าน ไม่เห็นด้วยหรือมีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่น🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ผมก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ซึ่งได้ถามที่ประชุมแล้วว่าไม่มีท่านใดคัดค้านและไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมทั้งข้อสังเกต คือเห็นด้วยกับข้อสังเกตด้วยที่จะส่งรายงานและข้อสังเกตนี้ไปให้รัฐบาล ได้ดำเนินการต่อไป หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติต่อไปตามคำชี้แนะในรายงานนะครับ ก็เป็นการจบการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔.๑ ครับ กราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ🔗

๔.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ เรื่อง แนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญครับ ได้แจกเอกสารให้ท่านสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าท่านประธานพร้อมที่จะเสนอรายงาน เชิญเลยครับ ในเอกสารนี้ท่านสมาชิกมีนะครับ มีอะไรจะรายงานนอกเหนือจากเอกสาร เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา การข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ผมขอเรียนท่านประธานเพื่อแถลง ผลการศึกษาต่อท่านประธาน ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณา ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการข่มขืนกระทำชำเรา ของ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เป็นผู้เสนอ และมีญัตติในทำนองเดียวกันที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการข่มขืน กระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งประกอบด้วย นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ เป็นผู้เสนอ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้เสนอ และ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้เสนอ กับนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ กับคณะเป็นผู้เสนอ และได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและ แก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยได้กำหนดระยะเวลา พิจารณาศึกษาไว้ ๖๐ วัน ต่อมาคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติขอขยายเวลาในการ ดำเนินการออกไปอีก ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ขยายระยะเวลาออกไป ๙๐ วัน โดยสิ้นสุดเมื่อ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ และครั้งที่ ๒ ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน โดยสิ้นสุด เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ นั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนท่านประธานสภามาเพื่อโปรดนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป ผมเรียนอย่างนี้ว่าโดยผลการศึกษาที่ปรากฏในรายงานนั้น มีข้อสรุปอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ เรื่องที่ ๑ เป็นแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาหรือการเยียวยา ผู้ถูกกระทำเรื่องการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ เรื่องที่ ๒ เราได้ พยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเชิงของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อหา แนวทางในการป้องกันแก้ไขปัญหาการข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้ง ๒ ส่วนนั้น ก็ได้มีคณะอนุกรรมาธิการไปศึกษา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนร่วม ในกรรมาธิการได้พูดในส่วนที่ ๑ ก็คือนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และในส่วนที่ ๒ ให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโทหญิง ศิพร โกวิท เป็นผู้เสนอ ส่วนในข้อสังเกตที่จะ ปรากฏในเล่มเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อไปนั้น ผมขออนุญาตให้นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เป็นผู้เสนอตามลำดับครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร และประธานอนุกรรมาธิการศึกษาสถานการณ์การป้องกันแก้ไขปัญหาการข่มขืน กระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ขอรายงานการศึกษาดังนี้🔗

๑. แนวทางการป้องกัน🔗

๑.๑ การป้องกันสำหรับผู้ถูกกระทำ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวมีกฎของ ก.พ. ว่าด้วย การกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศ พ.ศ. ๒๕๕๓ และมีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งจะมีการแต่งตั้ง มีการจัดตั้ง ทั้งศูนย์ของ พมจ. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในทุกจังหวัด ๗๖ จังหวัด🔗

๑.๒. กรมกิจการเด็กและเยาวชน โครงการการคุ้มครองเด็กระดับจังหวัด โดยมีบ้านพักเด็กและครอบครัวเป็นหน่วยงานประสานงาน โดยมีปัจจัยที่ยังเป็นปัญหา และต้องพัฒนาดังนี้ ๑. ขาดการวิเคราะห์ในพื้นที่ โดยมีการศึกษาในเชิงระบาดวิทยา และอุบัติการณ์ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจในการป้องกันในเชิงรุก ๒. การเข้าถึงพื้นที่เชิงรุก ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหลายหน่วยงานและต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ๓. การให้ความรู้และการ เฝ้าระวังในชุมชน โดยมีนโยบายเยี่ยมบ้านในหมู่บ้านของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติการ การคุ้มครองเด็กและสตรี ๔. ทุกโครงการและกิจกรรมต้องมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ๕. รูปแบบความรุนแรงทางเพศที่มีการเปลี่ยนไป เป็นการล่อลวง ลวนลามทางเพศผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet) มากขึ้น ซึ่งเป็นการ ทำได้ง่ายและมีการระบาดมากขึ้น มีการทำมากขึ้น จึงต้องมีการรณรงค์ให้สังคมได้ตระหนัก ถึงเรื่องนี้ให้มากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ อยู่ ๕ ประเด็น🔗

๑. ให้ความรู้ความเข้าใจและตระหนักแก่ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการป้องกัน หาทางออก เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์การละเมิดและสร้างกลไกการป้องกัน ให้เด็กนักเรียนที่ถูกละเมิด🔗

๒. ระบบการดูแลนักเรียน ครูที่ปรึกษา เอาใจใส่เด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิด และต้องทำงานเป็นทีม🔗

๓. บุคลากรในสถานศึกษา ดูแล พิทักษ์ ป้องกันและคุ้มครองเด็กนักเรียน มิให้ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากบุคคลทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกสถานศึกษา🔗

๔. จัดสถานที่ภายในสถานศึกษาให้เหมาะสม เช่น จัดให้มีกล้องวงจรปิด มีการจัดตั้งเวรยามตรวจตราพื้นที่จุดเสี่ยง เป็นต้น🔗

๕. สถานศึกษาได้มีการสอนเพศศึกษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีการดำเนินการในเชิงรุก ก็คือ ๑. การตรวจสอบ สถานที่ของสถานศึกษารัฐและเอกชนทุกประเภททั่วประเทศ โดยสำรวจปัญหาอย่างแท้จริง เพื่อเข้าถึงปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ๒. บุคลากรทางการศึกษาทุกคน จะต้องผ่าน การตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดทางด้านกาย จิต สังคม ตลอดจนจัดให้มีหลักสูตรเบื้องต้น สำหรับผู้ที่จะบรรจุเป็นครู ๓. ให้ความรู้กับผู้ปกครองในการประชุมผู้ปกครอง ติดตาม พฤติกรรมของนักเรียน ต้องมีการบันทึกและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอระหว่างครูประจำชั้น และผู้ปกครองเด็ก โดยให้ผู้ปกครอง ชุมชนเป็นเครือข่ายเข้ามาดูแลและป้องกันแก้ไขในเรื่องนี้ ๔. หลักสูตรเพศศึกษาที่มุ่งสอนให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้อง สอนให้มี ความฉลาด รู้เรื่องเพศให้กับเด็กและมีความเข้าใจในเพศสภาพ เพศวิถี ต้องมีการประเมิน ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ๕. บุคลากรทางการศึกษาที่มีการกระทำในลักษณะล่วงละเมิด ทางเพศต่อเด็กนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการต้องดำเนินการยึดใบประกอบวิชาชีพครู ในทันที และในส่วนนักเรียนให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาคุ้มครอง ดูแลสวัสดิภาพของเด็กนักเรียนตามที่กฎหมายกำหนด ๖. ต้องมีมาตรการ ในการป้องกัน แก้ไขเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายกรณีล่วงละเมิดทางเพศให้ชัดเจน และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดทางเพศ รวมทั้งโรงเรียนควรมีช่องทางในการ รับเรื่องราวร้องทุกข์ร้องเรียนโดยถือให้เป็นความลับและดำเนินการด้วยความยุติธรรม ทั้งนี้การให้ความรู้ทางการศึกษาเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรมีการกำหนด ในแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยนำหลักสูตรสิทธิมนุษยชนและสิทธิพื้นฐานต่าง ๆ บรรจุไว้ในระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวคือสิทธิทางเพศเป็นสิทธิพื้นฐานและเป็นรากฐานของสิทธิมนุษยชน การเรียนรู้สิทธิ ทางเพศเป็นการเรียนรู้สิทธิพื้นฐานของตนเองเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ ล่วงละเมิด สิทธิจากผู้อื่น และสามารถมีวิถีชีวิตของตนได้อย่างไม่ล่วงละเมิดทางเพศของผู้อื่นเช่นกัน ๒. แนวทางการป้องกันการกระทำผิดซ้ำของผู้กระทำผิดทางเพศ การจัดทำระบบลงทะเบียน ผู้กระทำผิดทางเพศ ประเทศไทยมีผู้รู้จักระบบการลงทะเบียนผู้กระทำผิดคดีทางเพศน้อยมาก ซึ่งทั้งนี้ประเทศไทยยังไม่มีการบำบัดหรือแยกนักโทษคดีความผิดทางเพศเพื่อการบำบัดใด ๆ มาก่อน และระบบการปล่อยตัวของนักโทษก็เป็นการปล่อยตัวเหมือนคดีทั่วไป ซึ่งเราก็เห็นในคดีของนักโทษสมคิดที่ได้เป็นข่าวที่ผ่านมา ฉะนั้นการนำระบบการลงทะเบียน ผู้กระทำผิดทางเพศมาใช้ในประเทศไทยจึงมีความจำเป็น และสามารถสรุปประเด็นได้ดังนี้🔗

๑. กฎหมายและนโยบายเพื่อรองรับระบบการลงทะเบียนผู้กระทำผิด คดีทางเพศจะต้องมีการจัดทำให้ถูกต้องและรวดเร็วในต่อไป🔗

๒. การเตรียมความพร้อมในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ ๑. ด้านทรัพยากรมนุษย์ หน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งต้องเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างระบบและการใช้ระบบควรเป็น ตำรวจที่จะต้องนำฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรมไปดำเนินการต่อไป ในปัจจุบัน กรมคุมประพฤติภายใต้กระทรวงยุติธรรมมีศูนย์ปฏิบัติการเจเอสโอซี (JSOC) ซึ่งเป็น ศูนย์เฝ้าระวังเฉพาะกิจ เฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกัน ได้ทำการศึกษาและทดลองระบบที่มีความใกล้เคียงกับการลงทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศ แต่ก็มีปัญหาอุปสรรคคือยังไม่มีการบูรณาการการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และขาด การสนับสนุนในด้านการรองรับทางด้านกฎหมาย ๒. การจัดการติดตามผู้กระทำผิด หลังจากออกจากเรือนจำจะต้องมีการติดตามจากทางผู้เกี่ยวข้องต่อไป ๓. ทรัพยากร ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เช่น ฐานข้อมูลอาชญากร การเชื่อมต่อข้อมูล ระหว่างหน่วยงานจะต้องมีการจัดทำ ๔. วิธีการในการจัดการกับผู้กระทำผิดในคดีทางเพศ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การใช้วิธีการบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำผิดคดีทางเพศในประเทศไทย หรือการใช้วิธีการลงโทษด้วยวิธีอื่น สำหรับประเทศไทยพบว่ามาตรการหรือวิธีการอื่น นอกจากการลงโทษตามกฎหมายอาญาแล้วยังไม่มีมาตรการการรักษาฟื้นฟูใดที่ใช้ ต่อผู้กระทำผิดคดีทางเพศอีก🔗

๓. ปัญหาและอุปสรรคแนวทางแก้ไขระบบลงทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศ มีมิติย่อยได้แก่ ๑. ด้านสังคม การใช้ระบบลงทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศในประเทศไทย อาจนำไปสู่การตีตราผู้กระทำผิดและผลักดันให้ผู้กระทำผิดใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะฉะนั้นแล้วก็เป็นดุลยภาพระหว่างการควบคุมการลงทะเบียน โดยที่ให้ผู้กระทำผิด ในการถูกตีตราให้เขาได้มีชีวิตได้อย่างปลอดภัยทั้งตัวเองและปลอดภัยแก่สังคม ๒. ปัญหา ด้านการจัดการ ระบบการลงทะเบียนผู้กระทำทางเพศต้องมีการป้องกันการเข้าถึงข้อมูล เพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้ที่มีชื่อในระบบด้วย และรูปแบบการลงทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศ ในประเทศไทยมีรูปแบบที่จะเสนอก็คือในระยะสั้น ประเทศไทยควรทำระบบลงทะเบียน ผู้กระทำผิดทางเพศที่เป็นผู้กระทำผิดซ้ำและเป็นผู้ที่ก่ออันตรายต่อเด็กนักเรียน เช่น ในประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งในส่วนของ ประเทศไทยควรมีการออกกฎหมายหลักและกฎหมายเพื่อรองรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยละเอียด ในระยะยาวประเทศไทยควรวางแผนที่จะจัดทำระบบให้ครอบคลุมทั้งผู้กระทำผิด ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อเด็กและบุคคลทั่วไป โดยบรรจุฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมและกำหนด แนวทางการเก็บข้อมูลของผู้ที่ถูกกล่าวหาและถูกจับในคดีความผิดทางเพศแต่คดีไม่ถึงชั้นศาล รวมไปถึงบุคคลที่พ้นกำหนดรายงานตัวหรือหลุดจากการถูกลงทะเบียนชื่อแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูล ที่เป็นความลับชั้นสุด แต่หากการเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ในเชิงสืบสวนเท่านั้น การเก็บ ตัวอย่างข้อมูลสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ในผู้ต้องขังในประเทศไทยซึ่งจะเป็น ประโยชน์ในการนำมาใช้เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอ (DNA) ในเหตุการณ์อาชญากรรมต่าง ๆ การพัฒนาเครื่องมือวัดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำของผู้กระทำผิดคดีทางเพศ ซึ่งมีเจตนารมณ์หลักก็คือการลดความเสี่ยงของผู้ที่มีความผิดซ้ำของผู้กระทำผิดทางเพศ จะสังเกตว่าบางครั้งมีผู้กระทำผิดทางเพศออกมาก่อคดีซ้ำจำนวนมาก ซึ่งการที่มีเครื่องมือ ในการวัดความเสี่ยงของผู้กระทำผิดซ้ำจะทำให้การเพิ่มโอกาสให้ผู้กระทำผิดทางเพศ กลับสู่สังคมได้ตามปกติโดยไม่ทำความผิดซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ๒. แนวทางการแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อสักครู่ มีการพูดถึงการป้องกัน นี่คือการแก้ไขนะครับ ก็คือการดำเนินการที่สำคัญคือการจัดตั้ง หน่วยงานเฉพาะด้านคดีความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรง การแก้ไขบำบัดฟื้นฟู เป็นการร่วมกัน ดำเนินการของกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ๑. ใช้เครื่องมือวัดความเสี่ยง ในการกระทำผิดซ้ำแก่ผู้กระทำผิดทางเพศที่กล่าวมาข้างต้นก่อนได้รับการปล่อยตัว ๒. การใช้ยาเพื่อปรับฮอร์โมนของผู้กระทำผิดหรือทางการแพทย์เรียกว่าเคมมิคัล คัสเทรชัน (Chemical castration) ซึ่งเป็นการยึดปรัชญาการลงโทษแบบบำบัดรักษาวิธีการทางเคมี ซึ่งในสื่อมวลชนอาจจะบอกว่าเรื่องฉีดแล้วฝ่อ ซึ่งแพทย์จะทำการฉีดเพื่อยับยั้งการสร้าง ฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะเพื่อลดความต้องการทางเพศ การสร้างอสุจิไม่ได้ และอวัยวะเพศ ไม่แข็งตัว แต่หากหยุดการใช้สารเคมีหรือฮอร์โมนสมรรถนะทางเพศก็จะกลับคืนมา เหมือนเดิม ๓. กระบวนการฟื้นฟูเด็กและเยาวชนชายที่เป็นผู้กระทำผิด ซึ่งใช้เป็นต้นแบบ จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ซึ่งถือว่ามีการทำงานที่เป็น ตัวอย่าง เป็นเบสต์ แพร็กทิซ (Best practice) ที่จะเอาเป็นตัวอย่างให้กับศูนย์เด็กและ เยาวชนทั่วประเทศ ซึ่งกระบวนการการเรียนรู้จากวิชาชีพ วิชาหนังสือ วิชาชีวิต รวมทั้ง ถอดบทเรียนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน เช่น การอ่าน การวิเคราะห์ข่าวประจำวัน การดูหนัง แล้วนำประเด็นที่ได้พบปะได้พบในชีวิตประจำวันมาพูดคุยและวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อให้เด็กเยาวชนผู้กระทำผิดได้ตระหนักรู้ถึงผลที่เกิดจากการกระทำ ผลกระทบที่เป็น ความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำ และนำมาสู่การเปลี่ยนปรับปรุงพฤติกรรมกระบวนการ ความคิดหรือมายด์เซ็ต (Mindset) เปลี่ยนพฤติกรรมจากผู้กระทำให้เป็นผู้รอด แล้วพัฒนาสู่ การเป็นผู้ปกป้องและเป็นพลังของสังคมต่อไปนะครับ ก็คือพัฒนาให้เป็นผู้ปกป้องและเป็นพลัง ของสังคมต่อไป ๔. แนวทางแก้ไขเยียวยาผู้ถูกข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการจัดศูนย์พึ่งได้ ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรี หรือวัน สตอป ไครซิส เซ็นเตอร์ (One Stop Crisis Center) โอเอสซีซี (OSCC) เป็นการบริการ ทางการแพทย์ และสาธารณสุข ซึ่งตอนนี้ก็จัดทำในทุกโรงพยาบาล โดยทีมสหวิชาชีพทั้งภายใน และภายนอกโรงพยาบาล และมีระบบการป้องกันและรักษาความลับที่ชัดเจน ทั้งนี้มีขั้นตอน การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกกระทำรุนแรงทั้งร่างกาย จิตใจและเพศ ณ โรงพยาบาล ที่จะเข้ารับการรักษา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ภายใต้การดำเนินงาน ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมหรือสายด่วน ๑๓๐๐ ศูนย์ประชาบดี มีบทบาทหน้าที่ในการ ให้คำปรึกษาผ่านช่องทางโทรศัพท์สายด่วนหมายเลข ๑๓๐๐ มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติงานและบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง รวมทั้งมีการช่วยเหลือเชิงรุกในกรณีวิกฤติ โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือโมบายทีม (Mobile team) ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาเบื้องต้นตลอดเวลา กล่าวโดยสรุปการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือทางสังคมเป็นรูปแบบการดำเนินการสหวิชาชีพ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ บ้านพักเด็กและครอบครัว เครือข่ายกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือสังคม หน่วยงานอื่น ๆ ภาครัฐ เอกชนและประชาชนซึ่งไม่ได้รับการสืบเสาะ แสวงหาข้อเท็จจริงและประเมินสภาพปัญหาเบื้องต้นทั้งด้านกาย จิต สังคม โดยชุดเคลื่อนที่เร็ว ได้แก่บ้านพักเด็กและครอบครัว พนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ครู อาจารย์ รวมทั้งสืบเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้วจะมีการประสานส่งต่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งได้แก่บ้านพักเด็กและครอบครัวเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ โดยจำเป็น โรงพยาบาลเพื่อพยาบาลรักษาทางกาย จิตใจ นอกจากนี้ยังมีการประชุม สหวิชาชีพทั้งระดับอำเภอและจังหวัดเพื่อประเมินสภาพปัญหา ความต้องการและ การวางแผนเพื่อให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ด้านการแพทย์และด้านสังคม การรายงานของผมเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันปัญหาการข่มขืนการกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ การแก้ไข แนวทางในการป้องกันการทำความผิดซ้ำ ปัญหาและ อุปสรรคในการทำงานรวมทั้งแนวทางการเยียวยาผู้ป่วย ผู้ถูกข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ ก็ขอรายงานเบื้องต้นแค่นี้ก่อน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพันตำรวจโทหญิง ศิพร ครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโทหญิง ศิพร โกวิท กรรมาธิการ

เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโทหญิง ศิพร โกวิท ในฐานะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการศึกษากระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศ ตามที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ดิฉันขอสรุปสาระสำคัญในประเด็นข้อกฎหมาย ดังนี้ค่ะ🔗

ประเด็นที่คณะอนุกรรมาธิการได้มีการพิจารณาศึกษาในเบื้องต้นเรื่องแรกก็คือ บทนิยามของคำว่ากระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑๘) ซึ่งเดิมประมวล กฎหมายอาญาบัญญัติว่าการกระทำชำเรา หมายความว่ากระทำเพื่อสนองความใคร่ของ ผู้กระทำ โดยใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น ซึ่งบทบัญญัตินี้มีการแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๖๒ โดยมีเหตุผลว่าเพื่อให้เป็นไปตาม ลักษณะของการกระทำชำเราตามธรรมชาติแล้วก็ให้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา หลายปีที่ผ่านมา แต่จากการพิจารณาศึกษาพบว่าบทบัญญัติดังกล่าวนั้น ยังไม่มี ความสอดคล้องกับพฤติการณ์สภาพแวดล้อมของสังคมปัจจุบัน ซึ่งลักษณะการกระทำผิด ทางเพศนั้นมีหลากหลายรูปแบบ และเพศในปัจจุบันไม่ใช่มีเพียงแค่เพศหญิงและเพศชาย ฉะนั้นการกำหนดองค์ประกอบความหมายของการกระทำชำเรา ที่ต้องเป็นการปรากฏว่า มีอวัยวะเพศล่วงล้ำนั้นทำให้ไม่สามารถนำตัวบทดังกล่าวไปปรับใช้กับการกระทำความผิด ที่เกิดขึ้นได้ครอบคลุมในทุกกรณี ส่งผลให้คดีที่เกิดขึ้นในหลายคดีไม่สามารถลงโทษ ผู้กระทำความผิดในฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นได้ จึงมีการพิจารณาให้แก้ไขบทนิยามคำว่า กระทำชำเราให้มีความหมายครอบคลุมสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยมีแนวทางว่า การกระทำชำเราหมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศ หรือสิ่งอื่นใดของผู้กระทำ หรือของผู้อื่นล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือผู้กระทำ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ในส่วน ของพฤติการณ์ของผู้ถูกกระทำที่ต้องมีการปฏิเสธด้วยวาจาหรือท่าทางอย่างชัดแจ้ง ซึ่งเดิม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ บัญญัติว่าผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น พฤติการณ์ของการข่มขืนกระทำชำเรานะคะ ผู้ถูกกระทำไม่ยินยอมอยู่แล้วค่ะ แต่ตามหลักของความไม่ยินยอมผู้เสียหายต้องแสดงการขัดขืนต่อสู้ พฤติการณ์ ตามข้อเท็จจริงถูกกระทำไม่สามารถที่จะแสดงการต่อสู้ด้วยสภาพบังคับ สภาพจำเป็นบางอย่าง เพราะฉะนั้นการพิจารณาคดีข่มขืนกระทำชำเราต้องคำนึงถึงผู้เสียหายในกรณีที่ไม่สามารถ แสดงการต่อสู้ขัดขืนได้ จึงเห็นควรให้มีการเพิ่มพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายปฏิเสธด้วยวาจาหรือ ท่าทางอย่างชัดแจ้งไปในบทบัญญัติของ มาตรา ๒๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้🔗

มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น หรือผู้ใดข่มขืนกระทำชำเรา ด้วยวิธีการอื่นใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลัง ประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นปฏิเสธด้วยวาจาหรือท่าทางอย่างชัดแจ้ง หรืออยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท🔗

ประเด็นต่อมาในเรื่องของบทกฎหมายนะคะ คือการเพิ่มบทนิยามและ บทลงโทษของการกระทำที่เป็นการคุกคามทางเพศไว้ในประมวลกฎหมายอาญาค่ะ เดิมการกระทำที่เป็นการคุกคามทางเพศ ประมวลกฎหมายอาญาได้มีบัญญัติไว้ว่าให้สามารถ ลงโทษผู้ถูกกระทำในความผิดฐานที่เป็นลหุโทษ ได้แก่ การกระทำที่เป็นการทำให้ผู้อื่นกลัว หรือตกใจ🔗

มาตรา ๓๙๒ ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท🔗

มาตรา ๓๙๗ ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือทำให้ได้รับความอับอาย เดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วพฤติการณ์ของผู้ถูกกระทำที่ถูกคุกคามทางเพศ การทำให้เกิดความรู้สึก ไม่ปลอดภัยในทางเพศ การข่มขู่ การรังแก ไม่ได้เป็นการทำต่อเนื้อตัว ไม่ได้รุนแรงถึงขั้น อนาจาร แต่ทำให้ผู้ถูกกระทำมีความรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยและถูกรุกรานรังแกนะคะ เมื่อเป็นความผิดลหุโทษความผิดโทษค่อนข้างเบา แล้วก็มีสภาพปัญหาในเรื่องของการ ฟ้องร้องดำเนินคดี คณะกรรมาธิการจึงพิจารณาความหมายของคำว่าคุกคามทางเพศ โดยเปรียบเทียบกับลักษณะการล่วงละเมิดทางเพศหรือคุกคามทางเพศจากกฎหมาย ๓ ฉบับ ก็คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ หรือคุกคามทางเพศของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ดังนี้นะคะ ให้เพิ่มบทนิยามการคุกคามทางเพศในมาตรา ๑ ว่า🔗

การคุกคามทางเพศ หมายความว่า การกระทำหรือพฤติการณ์อื่นใดไม่ว่า จะเป็นการกระทำโดยกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกริยาท่าทาง การแสดง การสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ไม่ว่าจะกระทำต่อหน้าหรือกระทำโดยการสื่อสารในช่องทางใด ที่ส่อไปในทางเพศ เป็นเหตุให้เดือดร้อน รำคาญ อับอาย หรือถูกเหยียดหยาม รวมถึง การติดตามรังควานหรือกระทำการใด ๆ ตามวิสัยและพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความไม่ ปลอดภัยทางเพศ อันนี้เป็นเบื้องต้นในประมวลกฎหมายอาญาที่คณะกรรมาธิการขอเพิ่มเติม แก้ไขมานะคะ🔗

ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมจะเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับการ ช่วยเหลือผู้เสียหายหรือผู้ถูกกระทำ ซึ่งมีข้อเสนอให้บัญญัติว่าความผิดในประมวลกฎหมาย อาญาลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศให้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถึงแม้ว่ากฎหมายจะได้กำหนดสิทธิของผู้เสียหายในการ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำความผิดเอาไว้แล้ว แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิที่ตนเองจะได้รับน้อยมาก ดังนั้นจึงควรมีการพิจารณาแนวทางการให้ ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การแจ้งสิทธิ การได้รับ ความช่วยเหลือจากทนายความ การจัดหาทนายความอาสาช่วยเหลือผู้เสียหายในการ ยื่นคำร้องในการต่อสู้คดีและการเรียกค่าสินไหมทดแทนต่าง ๆ เนื่องจากผู้เสียหายบางส่วน ไม่ทราบว่าตนมีสิทธิในส่วนนี้ แล้วก็ไม่มีทุนทรัพย์ในการที่จะว่าจ้างทนายความว่าด้วย เห็นควรให้มีการจัดทำคู่มือเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนทราบถึงสิทธิในการเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำทางเพศกับตน โดยอ้างอิงจากการแจ้งสิทธิผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๔ ที่มีการกำหนดว่าเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้เสียหาย ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการแจ้งให้ผู้เสียหายทราบในโอกาสแรกถึงสิทธิที่จะ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดและสิทธิที่จะได้รับ การช่วยเหลือทางกฎหมาย กล่าวโดยสรุปแล้วคณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำชำเรา การข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศ และเพิ่มเติม กระบวนการยุติธรรมในการช่วยเหลือผู้เสียหายในส่วนของกระบวนการวิธีพิจารณา ความอาญาค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะเสนอข้อสังเกตเลยไหมครับ เพราะว่าถ้าเสนอข้อสังเกตในข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ข้อสังเกตจะไม่มีการอภิปรายนะครับ ในเฉพาะข้อสังเกตอภิปรายไม่ได้ แต่แค่เห็นด้วยหรือ ไม่เห็นด้วยแค่นั้นเองในการลงมติ แต่จะเสนอเลยก็ได้ครับ หรือจะไว้ทีหลัง ผ่านรายงานก่อน แล้วเสนอข้อสังเกต จะเสนอเลยไหมครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตเสนอเลยก็ได้ค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพัชรินทร์ครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉันขอเสนอถึงข้อสังเกตสั้น ๆ ให้ทางสภาได้รับทราบ ทางคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่าในการดำเนินการของรัฐบาลควรจะต้องกำหนดให้เป็น วาระแห่งชาติในเรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ โดยให้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหา การข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศระดับชาติ ซึ่งมีกระทรวงและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเลขานุการดำเนินการจัดทำแผนบูรณาการ การวางโครงสร้างกำหนดความรับผิดชอบ ของหน่วยงานในภาคปฏิบัติ จัดทำระบบการประเมินผลการดำเนินงานเพื่อให้หน่วยงาน ทุกแห่งสามารถที่จะนำยุทธศาสตร์ไปใช้ในการขับเคลื่อนในการดำเนินงานได้อย่างจริงจัง และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและรูปแบบการบริหารเพื่อให้เกิดหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ รับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิด ทางเพศและการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดการบูรณาการในการปฏิบัติงาน ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยทางกรรมาธิการได้แบ่งข้อสังเกตไว้ ๕ หัวข้อด้วยกันคือ ๑. แนวทางการป้องกันก่อนการเกิดเหตุ ๒. แนวทางการดำเนินการของภาครัฐเมื่อเกิดเหตุ ๓. แนวทางการบำบัดฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดเหตุ ๔. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ และ ๕. ประเด็นสำคัญ เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งข้อสังเกตทั้งหมดดังที่ได้กล่าวมาในรายละเอียดทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้นำเสนอเอาไว้แล้วในรายงานที่ได้เสนอต่อสภาค่ะ จึงอยากขอเรียนมายังที่ประชุมเพื่อให้ ที่ประชุมนี้ได้โปรดรับทราบในรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการดังกล่าวเพื่อส่งต่อ ข้อสังเกตนี้ไปยังรัฐบาลให้รัฐบาลได้ดำเนินการ และขอให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันติดตาม ในการทำงานให้รัฐบาลได้ดำเนินการในการที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกจะอภิปรายซักถามนะครับ มีท่านธัญวัจน์ ท่านนิยม ท่านอรรถกร ท่านธณิกานต์ แล้วก็หมอบัญญัติ เชิญท่านธัญวัจน์ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ธัญจะมาขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาการศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ธัญได้อ่านรายงานฉบับนี้ธัญมีความ เห็นด้วยทุกประการ แต่อยากจะมีความเห็นเพิ่มเติมไป เพราะว่าธัญยังพบว่ายังมีส่วนที่ ขาดหายไปและเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ เลยค่ะท่านประธาน มีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๑ อย่างที่ท่านคณะกรรมาธิการได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับ ข้อเสนอบทนิยามของคำว่ากระทำชำเรา มีการแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งอยู่ในหน้า ฑ ของรายงาน ฉบับนี้ โดยใช้ข้อความนี้แทนค่ะ🔗

มาตรา ๑ (๑๘) การกระทำชำเรา หมายความว่า การกระทำเพื่อสนอง ความใคร่ของผู้กระทำ โดยใช้อวัยวะเพศหรือสิ่งอื่นใดของผู้กระทำหรือของผู้อื่นล่วงล้ำ อวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือของผู้กระทำ ธัญอยากให้คณะกรรมาธิการ เพิ่มเติมไปด้วยว่าให้หมายรวมถึงอวัยวะเพศที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงของบุคคลข้ามเพศ เพราะหากผู้หญิงข้ามเพศหรือผู้ชายข้ามเพศนั้นโดนข่มขืน ศาลจะตีความเรื่องนี้อย่างไร เพราะนับว่าในบทบัญญัติของกฎหมายของคณะกรรมาธิการนั้นขาดหายสิ่งตรงนี้ไป และโทษของการข่มขืนการกระทำชำเรานั้นก็อาจจะเป็นเพียงแค่การลงโทษการทำร้ายร่างกาย ธัญได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้หญิงข้ามเพศหลายครั้งเกี่ยวกับประเด็นนี้ แล้วก็ประเด็นนี้มีการ ถกเถียงกันมากในสังคม เพราะพิจารณาคดีแล้วก็มีการตีความกันว่าเป็นเพียงแค่แผลเป็น จากการผ่าตัด จึงทำให้ผู้ที่กระทำผิดได้รับโทษเพียงแค่การทำร้ายร่างกาย เพราะฉะนั้น ธัญสามารถบอกได้เลยว่าบทบัญญัติอันนี้ไม่ได้ปกป้องดูแลบุคคลข้ามเพศ บุคคลข้ามเพศ หมายถึงอะไร บุคคลข้ามเพศคือมีจิตสำนึกที่เป็นสิทธิมนุษยชนที่มีจิตสำนึกเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายแต่ว่าร่างกายของเขานั้นเป็นเพศที่ไม่ได้ตรงกับจิตสำนึกของเขา เพราะฉะนั้นเวลาที่ รัฐมองเขาก็จะมองว่าเขาถูกทำร้ายร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วภายในของเขานั้นถูกข่มขืนค่ะ ท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศแล้วก็นิยามของคุกคามทางเพศ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้นำเสนอ มาตรา ๑ (๑๙) การคุกคามทางเพศ หมายความว่า การกระทำ หรือพฤติการณ์อื่นใดไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยทางกาย วาจา และการส่งเสียง การแสดง อากัปกิริยาท่าทาง การแสดงหรือสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อหน้าหรือ การกระทำโดยการสื่อสารในช่องทางใดที่ส่อไปในทางเพศ เป็นเหตุให้เดือดร้อนรำคาญ อับอาย หรือถูกเหยียดหยาม และรวมถึงการติดตามรังควานหรือการกระทำอื่นใดที่วิสัยพฤติการณ์ อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในทางเพศค่ะท่านประธาน ธัญพบว่าส่วนที่ขาดหายไปนั้นคือ เสียงของผู้ถูกกระทำ การอ่านไดอะลอก (Dialogue) หรือกฎหมายอันนี้ธัญมองว่าเป็นการที่ คาดคะเนจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลเข้ามา แต่ว่าเสียงของ ผู้ถูกกระทำหรือคอนเซนต์ (Consent) ในภาษาไทยว่าการยินยอมหรือการไม่ยินยอมนั้นขาด หายไป และธัญอยากจะให้บัญญัติสิ่งนี้ลงไป เพราะเมื่อเหตุการณ์คุกคามทางเพศเกิดขึ้นก็จะ มีฝ่ายหนึ่งที่ฟ้องร้องว่าเขาถูกคุกคามทางเพศ แล้วก็จะมีอีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นการ ชอบพอกันพูดคุยกันธรรมดา เพราะฉะนั้นธัญมองว่าการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นก็ควรจะต้อง มีการบัญญัติเช่นเดียวกับการข่มขืน คือต้องแสดงอย่างชัดแจ้งว่าตนเองไม่ต้องการและ ไม่ยินยอม โดยเพิ่มข้อความดังนี้ ผู้ที่ถูกกระทำไม่ยินยอมและปฏิเสธด้วยวาจาหรือท่าทาง อย่างชัดแจ้ง หลังคำว่า ส่อไปในทางเพศ อย่างที่ธัญจะโชว์ (Show) เซ็กชวล เมทริกซ์ (Sexual matrix) นี้อยากให้สไลด์ (Slide) ลองเปิดนิดหนึ่งนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ทำไมธัญถึงต้องพูดตรงนี้ เพราะว่าเซ็กชวล เมทริกซ์ (Sexual matrix) นี้นำเสนอ ๒ ด้านนะคะ แนวนอนคือคอนเซนต์ (Consent) ซ้ายสุดคือไม่ยินยอม และขวาสุดคือยินยอมค่ะท่านประธาน และแนวตั้งคือ ฟิสิคัล คอนแทรกต์ (Physical Contact) ล่างสุดคือการร่วมเพศแบบสอดใส่ จนกระทั่งสูงสุดคือระยะห่างของผู้ถูกกระทำกับผู้กระทำ ห่างกันประมาณ ๒ เมตร ดังนั้นท่านจะเห็นว่าเราจะมีพื้นที่คลุมเครือในการตีความ ในการออกกฎหมายนะคะ โดยเฉพาะพื้นที่คลุมเครือด้านบนสุดที่สัมผัสตัวภายนอก จนถึงระยะห่าง ๒ เมตร และถ้าเกิดคอนเซนต์ (Consent) ไม่มีความชัดเจนก็จะเกิด ความคลุมเครือ หรืออาจจะตีความว่าเป็นการจีบกันหรือแสดงความพอใจค่ะท่านประธาน ท่านต้องยอมรับอย่างนี้นะคะ เมื่อเวลาที่ผู้หญิงหรือผู้ชายเดินไปแล้วมีเพศตรงข้ามหรือ เพศเดียวกันตะโกนแซวนี่ผู้หญิงบางคนอาจจะรู้สึกว่าตนเองนั้นถูกคุกคาม แต่ก็ไม่ผิดค่ะ ที่ผู้หญิงบางกลุ่มหรือบางคนก็อาจจะรู้สึกว่ามั่นใจผู้ชายแซวก็เป็นเพราะว่าฉันสวยนะคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้หญิงคิดได้ไม่ผิด เพราะฉะนั้นการที่แสดงคอนเซนต์ (Consent) อย่างชัดเจน และบัญญัติลงไปในกฎหมายเลยจะเป็นการปกป้องดูแลผู้ถูกกระทำอย่างชัดแจ้งค่ะ ดังนั้น ข้อเสนอของธัญ ธัญอยากให้ใช้เมทริกซ์ (Matrix) นี้ไปนำเสนอแล้วก็หาวิธีการออกแบบ กฎหมายและการพิจารณาเพื่อหาพื้นที่คลุมเครือว่าตรงไหนที่เป็นช่องว่างและไม่เกิดการ กลั่นแกล้งกันทางกฎหมายค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยม เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศของ สภาผู้แทนราษฎร ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ แต่ผมต้องขออภิปรายเพิ่มเติม ผมนั่งฟัง รายงานของผู้อภิปรายทั้ง ๓ ท่าน ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโทหญิง ศิพร โกวิท และการตั้งข้อสังเกตของ ท่าน ส.ส. พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ทั้ง ๕ ข้อ ด้วยความตั้งใจ แล้วผมก็มาเปิดดูในเนื้อหาของท่าน ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ แนวทางป้องกันก่อนเกิดเหตุทั้ง ๓ ข้อ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ผมไม่ลงในรายละเอียด แล้วก็เปิดไปเกือบทุกหน้าเลยครับ ถึงแนวทางการดำเนินการ ของภาครัฐถึง ๗ ข้อ มาดูหน้าท้าย ๆ ถึงประเด็นสำคัญ กระบวนการต่าง ๆ ของท่าน รวมถึงประเด็นการพิจารณา ประเด็นสรุปผลการศึกษาวิเคราะห์ เป็นเรื่องดี ท่านหาข้อมูลได้ดี แต่ผมกำลังจะพูดว่าทั้งหมดที่ท่านพูด ศึกษามาใช้เวลาต่อ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ผมเห็นว่าท่านขาดไป ประเด็นหนึ่ง ผมต้องขอพูด คือท่านคุณหมอก็ดี ทางท่านนายตำรวจก็ดี เป็นการพูดภายนอกครับ ด้านทางการแพทย์ ทางกฎหมาย แต่ท่านลืมไปว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นทุกวันนี้ท่านพูดถึง กระทรวงศึกษาธิการเห็นไหม ทั้งครู ทั้งนักเรียนมีปัญหาหมดเรื่องทางเพศ ถูกกล่าวหา เสียหาย เพราะท่านลืมเรื่องจริยธรรม ไม่มี ท่านไปดูเลยครับ เรื่องจิตใจของท่านไม่มี เพราะท่านลืมไป คนทุกวันนี้ที่มันเป็นอยู่แบบนี้เพราะขาดจริยธรรม คุณธรรมและจริยธรรม โดยเฉพาะสีหน้า ท่านประธานครับ ถ้าท่านตั้งประเด็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องสร้างกระแส ทางจิต จิตใจเขามีคุณธรรมไหม อันนี้คือเป็นประเด็นเลย เขาขาดศีลธรรม วันนี้แม้กระทั่ง หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการยกหนีหมดครับ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมหายไปเลย ในหลักสูตร เด็กทุกวันนี้เป็นการบกพร่องทางจิตที่มันเกิดขึ้น ท่านทำไมไม่ใส่เข้าไปในประเด็นก่อนที่ท่านจะไปศึกษา ผมก็พยายามอ่านด้วยความตั้งใจ มาเปิดดู ไม่มีครับ นี่คือประเด็นหลักที่ท่านหายไป ถ้าท่านเอาศีลธรรม คุณธรรม และ จริยธรรม มาเป็นตัววัดบุคคลเหล่านี้ ผมขอยืนยันว่าเขาจะไม่มีพฤติกรรมแบบนี้ ผู้ใหญ่มี พรหมวิหาร ๔ ครูบาอาจารย์ไม่เกิดเหตุการณ์ครับ อย่างที่จังหวัดมุกดาหาร พรหมวิหาร ๔ ท่านทั้งหลายก็ทราบอยู่แล้ว ทุกคนทราบไม่ต้องไปวัด เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มีต่อเด็กไม่เกิดเหตุการณ์ ผมขอบอกได้เลยไม่มี ที่มันมีเพราะไม่มีพรหมวิหาร ๔ เด็กเอง ถ้าขาดจริยธรรมในส่วนศีล เรื่องศีล ๕ พระพุทธศาสนา มหาเถรสมาคม สมัยท่านเจ้าคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ รักษาการสมเด็จพระสังฆราช เอาโครงการนี้มาใส่ทั่วประเทศ ในมหาเถรสมาคมเป็นโครงการรักษาศีล ๕ ท่านประธานครับ ไม่ต้อง ๕ ประเด็นหรอก ไม่ต้อง ปาณา อทินนา มุสา สุรา หรอก ซึ่ง ส.ส. ใหญ่ของผมจากพรรคก้าวไกลได้บอกผม เมื่อเช้านี้ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม บอกว่า สุรานี่ประเทศไทยติดอันดับ ๑ ใน ๕ ไม่เสียหายครับ เอ่ยชื่อท่าน ๑ ใน ๕ ของโลก คนไทยติด แสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่มีศีลส่วนใหญ่ ผมถึง กราบเรียนว่าทำไมไม่เอาโครงการศีล ๕ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์มาใส่ในโรงเรียนบ้าง เดี๋ยวนี้มีการสืบต่อกันมาทางพุทธศาสนา แต่พวกเราไม่ใส่ใจครับ สมเด็จพระพุทธาจารย์เดี๋ยวนี้ มาสืบต่อเลย นำมหาเถรสมาคมลงไปในหมู่บ้านให้เป็นโครงการรักษาศีล ๕ ผมถึงกราบเรียนว่า พวกเราลืมสร้างจิตสำนึกทางด้านจิตใจ ไม่สร้างจิตให้เป็นพุทธะ พระท่านสอนไว้นะครับ คือให้ตื่น ให้รู้จัก พุทธะนี่ไม่ได้หมายถึงว่าต้องเป็นพระพุทธเจ้านะครับ เพียงแต่ให้มีธรรมะ อยู่ในจิตใจ แค่นี้เหตุการณ์ที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ ไปศึกษากัน ๙๐ วัน ๑๐๐ วันนี่ไม่ยาก ผมก็พยายามดูว่าในบทสรุปของสุดท้ายนี้จะมีไหมยังคิดในใจอยู่เลย ผมมาเปิดดู สรุปผลการศึกษาวิเคราะห์ของท่านมีเยอะแยะเลย ตั้งหลายแนวทาง ผมก็เปิดดูจนหมด ไม่มีพูดถึงความมีศีลธรรมของคนของมนุษย์เรานี่ แล้วส่วนจิตใจไม่มีแล้วมันจะเดินไปอย่างไร ท่านประธานครับ พวกเราสร้างกำแพง สร้างความมั่นคงของประเทศชาติโดยการซื้ออาวุธ ซื้อรถถัง ซื้อเรือดำน้ำ แต่เราไม่สร้างความเป็นคนให้เป็นคนมีศีลธรรมท่านประธาน อันนี้ผมจึง กราบเรียนว่าต้องคิดใหม่แล้ว ฝากทางคณะกรรมาธิการ วันนี้คงหมดภาระแล้ว ต้องฝากรัฐบาล ประเด็นมันหายไป คือความมีจิตสำนึกทางศีลธรรมท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ ผมขอฝากเท่านี้ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอรรถกรครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายแสดงความเห็นต่อรายงานในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน กระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ได้จัดทำรายงานได้มีประโยชน์ แล้วก็มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้นผมไปดูรายชื่อของคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็เห็นว่าหลายท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ โดยเฉพาะท่านเลขานุการกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน ท่าน ส.ส. พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ท่าน ส.ส. กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ซึ่งถ้าจำกันได้ว่าตั้งแต่ เปิดสมัยประชุมสภามา ๒ ท่านนี้ก็จะเป็นผู้ที่รณรงค์เรื่องของการป้องกันปัญหาของ การข่มขืนมาโดยตลอด นอกจากนี้รายงานชุดนี้ประกอบไปด้วยไม่ว่าจะเป็นแนวทางในการป้องกันก่อนหรือหลัง การเกิดเหตุก็ดี แนวทางในการดำเนินการของภาครัฐเมื่อเกิดเหตุ หรือแม้แต่กระทั่งแนวทาง ในการแก้ไขฟื้นฟูเยียวยา แล้วก็ข้อเสนอต่าง ๆ ที่กรรมาธิการได้สรุปมาให้พวกเราได้ศึกษา กันต่อท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่กระผมอยากจะขออนุญาตสอบถามและ ฝากเป็นข้อสังเกตผ่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่าน ตัวอย่างเช่นว่า ในปัจจุบันมีประเด็นที่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Online) หรือว่าสื่อโซเชียล (Social) ในการล่อลวงคนในโซเชียล (Social) ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปปลอมก็ดีหรือว่าคำหลอกลวง ปลอม ๆ หลอกผู้หญิงเด็ก ๆ ไปข่มขืน ไปกระทำชำเราจนเกิดความเสียหายที่เราไม่สามารถ ประเมินค่าได้ หรือแม้แต่กระทั่งประเด็นที่ต้องบอกว่าประเด็นที่มีการใช้คำพูดหรือคอมเมนต์ (Comment) ในเชิงล่วงละเมิดทางเพศ เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในสังคมเรา ณ ปัจจุบันครับ ก็อยากจะสอบถามว่ามีมาตรการหรือมีการรณรงค์อย่างไรในการที่จะทำให้ เรื่องทำนองนี้ไม่เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้กระผมมองอีกประเด็นหนึ่งที่มองว่ามีความสำคัญมาก ๆ แล้วก็เชื่อว่าจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งก็คือประเด็นเรื่องของการทำแท้ง ซึ่งต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ อยากจะยืนยันว่าส่วนตัวผมไม่ได้เห็นด้วยกับการทำแท้งสักเท่าไร แต่เชื่อว่าในบางกรณี การทำแท้งก็อาจจะเป็นทางออกสุดท้ายที่พอจะเยียวยา พอจะลดความเสียหายสำหรับผู้ที่ ได้รับความเสียหาย ผู้ที่ถูกกระทำ ขอกราบเรียนครับว่าผมเห็นใจผู้ที่ถูกข่มขืน ผู้ที่ถูกกระทำ ชำเรามาก ยิ่งกว่านั้นผมจะเห็นใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกถ้าผู้ถูกข่มขืนหรือผู้ถูกกระทำชำเรา ตั้งครรภ์ โดยเข้าใจว่าในปัจจุบันมีกฎหมายฉบับที่เราบังคับใช้กันอยู่ ผู้ที่ถูกข่มขืน แล้วตั้งครรภ์ก็สามารถทำแท้งได้ แต่เผอิญเข้าใจว่ากระบวนการในการเยียวยาในปัจจุบัน ไม่ได้รวดเร็ว ไม่ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำแท้งก็ดีหรือว่า ค่าจิตแพทย์ที่ผู้ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจะต้องไปหาจิตแพทย์ก็มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น แต่ต้องผ่านกระบวนการในการคัดกรอง บางครั้งกว่าจะเบิกเงินเยียวยาได้ก็กินเวลานาน ไม่ทันท่วงที ทำให้สภาพจิตใจเสียหายไปยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ต้องขอชื่นชมประเด็นที่ทาง คณะกรรมาธิการได้เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามที่ว่าด้วยเรื่องของการกระทำชำเราที่เขียนไว้ใน มาตรา ๑ (๑๘) เมื่อสักครู่นี้ทางท่านกรรมาธิการก็ได้อ่านนิยามให้พวกเราฟังไปแล้ว สำหรับผมต้องบอกว่าถ้าเราสามารถแก้ไขกฎหมายได้แบบที่ท่านคณะกรรมาธิการได้นำเสนอ ก็จะสามารถสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมโดยเฉพาะกับผู้ชาย ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ครับ คือเนื่องจากกฎหมายที่บังคับใช้ปัจจุบันถ้าเราไปอ่านดูดี ๆ เราจะเหมือนว่ากฎหมายตั้งเป้า ไว้เลยว่าคนที่เป็นคนกระทำชำเราคนอื่นหรือว่าเป็นผู้ริเริ่มจะต้องเป็นผู้ชาย แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปแล้ว บางครั้งเราก็ได้รับรู้รับฟังข่าวว่ามีผู้หญิงล่อลวงผู้ชายก็มี วางยา ป้ายยา ผู้ชายเป็นผู้เสียหายก็เกิดขึ้นได้ครับ นอกจากนี้บางทียังมีการล่วงละเมิด ยังมีการกระทำชำเราจากผู้หญิงไปทำผู้หญิงก็มี หรือว่าผู้ชายไปล่วงละเมิดผู้ชายก็มี ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ให้ท่านคณะกรรมาธิการแล้วก็ให้สภานั้นได้รับรู้รับทราบ ผมสรุปสั้น ๆ ว่าข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดนี้จริง ๆ น่าสนใจ สามารถตีความว่า การกระทำชำเราที่ทางคณะกรรมาธิการสรุปมา บทนิยามทำให้เรานั้นสามารถตีความ ได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม แล้วก็มีความเหมาะสมกับคำว่าการใช้อวัยวะเพศล่วงล้ำ ซึ่งถ้าสมมุติว่า เรามองอย่างเป็นกลาง อย่างที่ผมได้นำเรียนไป จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้ชาย ที่สามารถล่วงละเมิดทางเพศได้ กระผมจึงอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกว่าผมนั้นเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ แล้วก็อยากให้สภานั้นได้รวบรวม ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้ปรับปรุงรูปแบบในการทำงานให้มีความเหมาะสม ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประเด็นสุดท้ายนิดเดียวครับ เพราะว่าช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาผมเชื่อว่ามีการพูดคุยในสภาแห่งนี้ บ่อยครับ ในเรื่องของการฉีดให้ฝ่อ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วการฉีดให้ฝ่อนี่เป็นการลงโทษ ที่มีคุณหรือมีโทษมากน้อยไปกว่ากัน ก็อยากจะฝากขอถามทางคณะกรรมาธิการครับ อย่างไรผมก็เห็นด้วยและยินดีที่จะรับรายงานฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธณิกานต์ครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ เขตดุสิต แขวงถนนนครไชยศรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้จะขออภิปรายในส่วนของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาข่มขืนกระทำชำเรา ท่านประธานคะ ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ เหมือนที่สมาชิกเมื่อสักครู่ ขออภัยที่เอ่ยนาม คือท่านนิยม เวชกามา ได้กล่าวว่าประเทศเราเป็นเมืองพุทธ มีจริยธรรม ศีลธรรม แต่น่าแปลกไหมว่าเราก็ยังมีปัญหาข่มขืนกระทำชำเราต่อเนื่องยาวนาน ดิฉันในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ผลักดันประเด็นเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิงมาตั้งแต่ช่วงที่ ดิฉันเริ่มได้เข้ามาทำงานการเมือง จึงอยากจะฝากข้อสังเกตเพิ่มเติม แบ่งเป็น ๒ ส่วน เพื่อจะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมได้นะคะ ผลกระทบที่ได้นอกจากปัญหาในเชิง กายภาพแล้วก็จะเป็นผลกระทบที่สำคัญอย่างยิ่งคือเรื่องของจิตใจค่ะท่านประธาน การละเมิดทางเพศมาจากผู้กระทำ แต่ผู้ถูกกระทำหรือเราเรียกว่าเหยื่อ ซึ่งส่วนมาก ก็คือผู้หญิงเพราะเป็นเพศที่อ่อนแอแล้วก็โดนกระทำ คำถามของดิฉันก็คือว่ากระบวนการ ของตำรวจในการสืบสวนสอบสวนได้ให้ความสำคัญแค่ไหนในจุดนี้ ดิฉันทราบมาว่า ตำรวจหญิงที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศมีจำนวนแค่หลักร้อยค่ะ โดยประมาณคือ ๕๐๐ คน ไม่ใช่ทุกโรงพักที่จะมีห้องสืบสวนสำหรับผู้หญิง ซึ่งเป็นประเด็นที่ ค่อนข้างอ่อนไหว อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงเราในการที่ให้ผู้สืบสวนเป็นตำรวจผู้ชาย แล้วเราต้องมานั่งพูดหลาย ๆ รอบ ตลอดจนการดูแลจากสังคมโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือว่าเพื่อน เขาจะต้อนรับผู้หญิงที่โดนกระทำหรือว่าเหยื่อเหล่านี้อย่างไร เราจะมีการดูแล จิตใจในส่วนนี้อย่างไร เพราะมันคือการเปลี่ยนมายด์เซต (Mindset) ของคนว่าเขาคือเหยื่อ ไม่ใช่ผู้ผิด ในอีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของกายภาพค่ะท่านประธาน หรือเราเรียกว่าในเชิงฟิสิคัล (Physical) ในเรื่องความปลอดภัยในเชิงพื้นที่ ซึ่งดิฉันเห็นว่าตอนนี้โลกเราได้หมุนไปสู่ การนำมาใช้ซึ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย จะเป็นไปได้หรือไม่หากเรามีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนก้าวเดินในบ้านของตัวเองด้วยความปลอดภัย ดิฉันขอยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่นการทำแชตบอต คอมมูนิตี (Chatbot communities) เพื่อมาเยียวยาในส่วนของการให้คำปรึกษาเบื้องต้น คำปรึกษาทางด้านจิตวิทยาหรือว่าการที่ เขาประสบปัญหาแล้วยังไม่ต้องการบอกใคร มีการพูดคุยอย่างนี้เกิดขึ้นได้ไหม หรือในส่วนของ ซีซีทีวี (CCTV) เราสามารถติดตั้งตามจุดที่มืดที่เปลี่ยว หรือโครงสร้างพื้นฐานค่ะท่านประธาน ง่าย ๆ คือไฟฟ้าบางจุดหรือว่าการแก้ไขของไฟฟ้า ในเขตดิฉันเองยังมีจุดที่มืดที่เปลี่ยวอยู่อีก หลายจุดเลยค่ะ โครงสร้างเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานรัฐสามารถจะช่วยทำให้มันเกิดขึ้นได้ค่ะ ดิฉันได้มานั่งดูรายงานฉบับนี้ ซึ่งต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าได้ศึกษามาอย่างดี ดิฉันเห็นว่ามีการนำเสนอการแก้ไขกฎหมายหลายส่วนด้วยกันนะคะ แต่ว่าดิฉันยังไม่เห็นว่า ในเชิงรูปธรรมเราจะร่วมกันผลักดันได้อย่างไรบ้าง ดิฉันขอยกตัวอย่างในส่วนที่ดิฉันสนใจ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้กล่าวมา อย่างเช่นเรื่องการคุกคามทางเพศค่ะท่านประธาน ปัจจุบันยังเป็นบทลงโทษที่เรียกว่าลหุโทษอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการส่งภาพลามกอนาจาร การทำให้เกิดความรำคาญ อับอายหรือการถูกเหยียดหยามต่าง ๆ ค่ะท่านประธาน บทลงโทษนี้ตามมาตรา ๓๙๗ วรรคสอง ได้เขียนแค่ว่าการกระทำอันมีลักษณะส่อไปในทางที่ จะล่วงเกินทางเพศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สิ่งเหล่านี้เหมือนที่ท่านคณะกรรมการได้กล่าวมา ดิฉันเห็นด้วยว่ากฎหมายอาญาควรจะเพิ่ม อีก ๑ มาตรา เพื่อที่สังคมจะได้รับรู้ว่าการคุกคามทางเพศก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้หญิงเรารู้สึก อึดอัดใจเช่นกันนะคะ ดังนั้นดิฉันจึงขอรับร่างพิจารณาที่ท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านได้มา แล้วอยากจะให้นำไปสู่การผลักดันในส่วนของการแก้ไขไปถึงร่างกฎหมายใหม่ ๆ เพราะดิฉัน ยังไม่เห็นในอันนี้ ซึ่งที่มาของการที่จะเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมาย นอกจากทาง คณะรัฐมนตรีหรือประชาชนเข้าชื่อกัน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ทาง ส.ส. เราเองจึงอยากจะเชิญชวน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ คน ก็สามารถเข้าชื่อเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับคดีทางเพศ🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ปัญหาผู้หญิงไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะปัญหาข่มขืน กระทำชำเรา ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้หญิงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ถ้าผู้หญิงทุกคน ในประเทศเรารู้สึกปลอดภัยย่อมเป็นเครื่องชี้วัดว่าสังคมไทยของเราปลอดภัยแล้วจริง ๆ จึงอยากฝากไว้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมอบัญญัติ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ เรื่อง แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้รวบรวมรายงานเรื่องนี้ โดยละเอียด ประกอบด้วยข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต พร้อมที่จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ดำเนินการ แต่ผมขออภิปรายเสนอแนะประกอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่บางส่วน อาจจะมีรายละเอียดน้อยเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการป้องกันการข่มขืน กระทำชำเรา ซึ่งประเด็นการป้องกันการข่มขืนกระทำชำเรานั้นมีเนื้อหาสาระที่น้อยกว่า ประเด็นของการแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่าการข่มขืนเป็นอากัปกิริยาแปลว่าการบังคับ การขืนใจ หรือการขู่เข็ญ การกระทำชำเราหมายถึงการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจนิยามคำว่าข่มขืนและกระทำชำเราแล้ว ผมก็ขออนุญาต ที่จะแบ่งปัจจัยที่มีผลส่งเสริมต่อการข่มขืนกระทำชำเราเป็น ๒ ด้านด้วยกัน ด้านที่ ๑ ก็คือ ด้านของตัวคน ตัวคนก็คือคนกระทำชำเรากับคนถูกกระทำชำเรา อันนี้เป็นปัจจัยในส่วนของคน อีกส่วนหนึ่งคือปัจจัยแวดล้อม สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยหรือทำให้ไม่เอื้ออำนวยต่อการข่มขืน กระทำชำเรา ล่วงละเมิดทางเพศ ในส่วนที่ผมกล่าวว่าการป้องกันนั้นมีรายละเอียด เนื้อหาสาระค่อนข้างน้อย ก็เพราะผมมองว่าอาจจะให้เวลากับการศึกษาเรื่องของการแก้ไข ค่อนข้างมาก ในส่วนของปัจจัยป้องกันที่เกี่ยวกับคนผมคิดว่าคนเราถ้ามีสติสัมปชัญญะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในทุก ๆ ศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธถ้าคนไม่มียาเสพติด ไม่มีสุรามึนเมา การที่คนปกติที่มีศีล ๕ ยากที่จะข่มขืนและกระทำชำเรา เพราะการข่มขืนนั้นเป็นการใช้กำลัง โทสจริต โทสะก็คือความโกรธ ความอาฆาตมาดร้าย การเบียดเบียนผู้อื่นด้วยใช้กำลัง ทางร่างกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ส่วนการกระทำชำเราเพื่อเป็นการเสพกาม อันนั้นก็เป็น เรื่องของราคะ เรื่องของความโลภ ความราคะ แต่อย่างไรก็ตามผู้กระทำการข่มขืนกระทำชำเราต้องเป็นผู้ที่มีโมหะ ก็คือว่าเมื่อดื่มสุรา ยาเสพติดเข้าไปสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อย เมื่อสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อยเขาก็เรียกว่า เป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะบกพร่องไป ก็คือโมหะนั่นเอง เพราะฉะนั้นในส่วนของการป้องกัน การกระทำชำเรานั้นผมมองว่าปัจจัยเรื่องคนเป็นปัจจัยเรื่องของศีลธรรม คำว่าศีลธรรม แท้ที่จริงแล้วก็คือในหมวดของกายกับวาจา การข่มขืนนี้ต้องใช้กำลังทางกาย ต้องใช้วาจา ศีลธรรมหมายถึงกายกับวาจา แต่เรื่องของจิตใจนั้นเป็นเรื่องที่ลึกกว่าเรื่องศีลธรรม ถ้าไม่อบรมบ่มนิสัยให้คนมีศีลธรรมและไม่อบรมจิตใจแล้วยากที่จะมีความยับยั้งชั่งใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสิ่งที่เป็นปัจจัยที่ ๒ คือปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ที่เอื้ออำนวยนั้นเช่นในมุมอับ ที่ที่มีแสงสว่างน้อย หรือที่ที่เป็นโซเชียลมีเดีย (Social media) แม้นว่าจะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ (Online) แต่มันมีมุมอับที่ผู้ที่ไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ไม่มีความ ยับยั้งชั่งใจก็สามารถที่จะสร้างบรรยากาศให้นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศหรือไปสู่ การข่มขืนกระทำชำเราทั้งโดยไม่ได้ตั้งใจหรือโดยตั้งใจก็ดีนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะ ให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกันการข่มขืนกระทำชำเรา คณะกรรมการนี้ แน่นอนครับจะต้องประกอบด้วยกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษา การสุขภาพอนามัย วัฒนธรรม เช่นมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านอาจจะมอบรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งดูแล การจัดการศึกษาของเด็กเยาวชนนับสิบล้านคน กระทรวงสาธารณสุขซึ่งดูแลสุขภาพอนามัย กระทรวงวัฒนธรรมดูแลทุกศาสนา การเผยแผ่ศาสนาทุกศาสนา สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ส.ส.ส. กระทรวงพัฒนาสังคม เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการนี้จะให้นโยบายแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลและกระทรวง กรมต่าง ๆ ในการกำหนดนโยบายเพื่อให้การศึกษาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เพศศึกษา ตลอดจน การจัดสิ่งแวดล้อม อาจจะตกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไปอีกกระทรวงหนึ่ง เพราะว่าโซเชียลมีเดีย (Social media) เดี๋ยวนี้เป็นที่สร้างบรรยากาศในสิ่งที่มีความล่อแหลม ได้เช่นเดียวกัน กำหนดแผน กำหนดนโยบาย จัดงบประมาณเพื่อให้สังคมได้จัดการป้องกัน การข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศเพื่อให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการ จะเป็นการ แก้ปัญหาที่ยั่งยืนแล้วก็ลดคดีความ ลดปัญหาของผู้กระทำความผิดที่จะเข้าสู่คุกตะรางนะครับ ผมขอสรุปในชั้นนี้ว่าศีล ๕ ในพระพุทธศาสนานั้นถ้านำมาบูรณาการให้อย่างทั่วถึงนั้นจะทำให้ ป้องกันการข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศได้อย่างดี ในสำหรับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการนั้น การให้เด็ก เยาวชน มีเซ็กชวล ลิเทอเรซี (Sexual literacy) หรือเซ็กชวล เฮลท์ ลิเทอเรซี (Sexual health literacy) คือความรอบรู้ในเรื่องของโทษ ในเรื่องของพิษภัยเรื่องเพศศึกษา ให้เขามี ๑. ความรู้ ๒. มีทัศนคติ มีความตระหนัก แล้วก็ให้เขา สามารถที่จะยับยั้งชั่งใจปฏิบัติได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อส่งเสริมให้สังคมนี้เป็นสังคมที่น่าอยู่ ไม่มีการ ข่มเหงกันทางเพศ ไม่มีการข่มขืนกระทำชำเรา ล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้สังคมมีความน่าอยู่ มีความปกติสุข และมีความปลอดภัยแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านนะครับ เชิญคุณหมอชลน่าน ท่านคารม และหมอจตุรงค์ เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมกราบขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในวาระพิจารณาเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วในเรื่องที่ ๒ นะครับ ผมได้อภิปรายในวาระพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในเรื่องที่ ๒ ตามที่สภาได้มอบหมายหรือตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปเพื่อพิจารณาศึกษาถึงแนวทาง การป้องกันแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ในนามสภา ก็ต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เป็นอย่างยิ่งผ่านท่านประธานไป ชิ้นงานที่ออกมาเป็นผลการศึกษาผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผมต้อง กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ทำให้สภาเราทำงานอย่างมีเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็สิ่งที่หวังจะเกิดขึ้นก็คือประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้น ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นถ้ามีการนำสู่ การปฏิบัติตามรายงานที่นำเสนอนี้ ผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายอยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ เรื่องการพิจารณาการศึกษาญัตติที่สภามอบหมายให้ ก็น่าเห็นใจ ท่านคณะกรรมาธิการ เพราะว่าญัตติที่เสนอไปในวาระรับหลักการของญัตติ เพื่อนสมาชิก อาจจะมีคำอภิปราย มีข้อเสนอแนะไปพอสมควร อันนั้นเป็นประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการว่าท่านได้นำสิ่งที่เป็นข้อสังเกตข้อเสนอของ เพื่อนสมาชิกนำไปสู่การศึกษาหรือไม่ เพราะว่านั่นเป็นวัตถุประสงค์ที่เรามอบให้ท่านไป ถ้าไม่ตอบคำถามตรงนั้นมันอาจจะมีประเด็นที่เมื่อรายงานกลับมาแล้วเพื่อนสมาชิกอาจจะมี การทักท้วงหรือทวงถามในประเด็นเหล่านั้น นั่นเป็นประการแรกสุด🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอบเขตของการศึกษาพิจารณาก็ขึ้นกับคณะกรรมาธิการว่าจะไป กำหนดขอบเขตอย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่นรายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการไปกำหนดขอบเขต พิจารณา ๒ เรื่องหลัก ๆ เรื่องที่ ๑ เรื่องสถานการณ์การป้องกันการแก้ไขปัญหา เรื่องที่ ๒ ไปมุ่งเน้นศึกษาเรื่องกระบวนการยุติธรรม ๒ เรื่องเพื่อนสมาชิกให้ความเห็นไปพอสมควร แต่เรื่องหนึ่งที่ผมดูแล้วกรรมาธิการได้มุ่งเน้นมากก็คือเรื่องกระบวนการยุติธรรม ได้เสนอ เรื่องของการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยเรื่องการข่มขืน กระทำชำเราต่าง ๆ อยู่ในรายงานนี้ค่อนข้างละเอียดเลยซึ่งเป็นผลงานที่ดี มีข้อสังเกตแนบท้าย ซึ่งท่านประธานได้กรุณาแจ้งต่อสภาแล้วว่าในการพิจารณาข้อสังเกต เมื่อคณะกรรมาธิการเสนอ ข้อสังเกตแล้วในวาระการพิจารณาสมาชิกไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย มีหน้าที่เพียงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเท่านั้น ถ้าเห็นด้วยก็ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการ ถ้าไม่เห็นด้วยรายงานนั้นก็ถูกเก็บไว้ที่สภาอย่างเดียว เพราะฉะนั้นประเด็นการพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อข้อสังเกตส่วนใหญ่สภาจะไม่ปฏิเสธ แต่อย่างไรก็แล้วแต่กรรมาธิการ ต้องไปเขียนข้อสังเกตที่เป็นข้อสังเกตที่พึงนำไปสู่การปฏิบัติได้ ไม่ใช่ข้อสังเกตไปในเชิง ข้อเสนอแนะแล้วไปบังคับให้มีผลเชิงการปฏิบัติที่ไม่ชอบ เช่นยกตัวอย่างเป็นการอนุญาต อนุมัติที่มีผลผูกพันโดยใช้สิทธิของสภาเป็นคนไปสนับสนุน อันนี้ไม่เรียกข้อสังเกต มันเป็น เรื่องของวิธีการ ผมดูข้อสังเกตของท่านก็มีความเป็นไปได้ แต่ว่าลักษณะการเขียนข้อสังเกต อาจจะดูค่อนข้างยากสักนิดหนึ่ง มีหลายคณะกรรมาธิการใช้วิธีการเขียนข้อเสนอแนะไปใน เนื้องานของผลการศึกษาในผลการพิจารณา ก็จะเขียนรายละเอียดได้เยอะแล้วก็ดึงมาเป็น ข้อสังเกตที่จะเขียนในเชิงของการมีสภาพบังคับว่าหน่วยงานไหนควรจะทำอย่างไร อันนี้คือ ประเด็นที่ ๒🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมขออนุญาตเมื่อพิจารณาดูรายงานแล้วผลจากการศึกษา ขอบเขตการศึกษาที่กำหนดไป ผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการเผื่อว่านำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เรื่องสถานการณ์ผมพยายามดูแล้วสมาชิก พูดไปเยอะ มูลเหตุและปัจจัยที่ไปส่งเสริมหรือไปเอื้อต่อการข่มขืน คณะกรรมาธิการเขียนมา ค่อนข้างน้อย และขณะที่เกิดเหตุ การรับรู้หรือการแจ้งเหตุคณะกรรมาธิการไม่ได้วิเคราะห์ ให้ดูเลย เพราะสิ่งที่เราทราบขณะนี้คือสถานการณ์ที่เรารู้อยู่นี้มันเป็นบนยอดภูเขาน้ำแข็งนั่นเอง ลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เราไม่รู้เลย เพราะสังคมไทยเองไปตราหน้าว่าถ้าใครถูกข่มขืนแล้วเป็นคนที่ ด้อยค่า อันนี้คือมาตรการทางสังคมครับ คณะกรรมาธิการก็ไม่ได้เขียนในมุมนี้ไว้ด้วยว่าจะแก้ อย่างไร ถ้าทุกคนถูกกระทำชำเรา ถูกข่มขืน แม้กระทั่งถูกคุกคามทางเพศ ผมไม่แน่ใจว่า ภาษาอังกฤษใช้คำว่า ฮาราสเมนต์ (Harassment) เป็นการคุกคามทางเพศหรือไม่ แต่ดูนิยามแล้วน่าจะใช่ สามารถที่จะไปบอกได้อย่างเต็มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ว่า ฉันถูกกระทำนะ ฉันเป็นผู้เสียหาย แต่ขณะนี้น้อยมากครับ ๑๐๐ คน ไปบอกต่อสังคมแค่ ๒ คน ๓ คน ที่ซ่อนอยู่ใต้ ๆ ลึก ๆ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครทราบ แล้วประเด็นที่เกิดไม่มีใครรู้ ใครทราบและเป็นแผลเป็นปมอยู่ในใจของคนมากที่สุดก็คือว่ามันเกิดในครอบครัว มันเกิดใน สถานที่เป็นอะไรที่ใกล้ ๆ ชมพู่หายมาได้ ๑๒๐ วันแล้วครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่าง ฉะนั้น ประเด็นนี้ผมเองก็ฝากว่าคงไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมาธิการศึกษาไม่ครบ ไม่รอบด้าน ครอบคลุมครับ เพียงแต่ผมก็ฝากข้อสังเกตแนบไป กรณีถ้าเอาข้อสังเกตคณะกรรมาธิการไป ประเด็นเหล่านี้ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดึงมาเป็นเหตุและปัจจัยในการที่จะบอกนะครับ ก็จะเป็นประโยชน์ ผมขออนุญาตท่านประธานอีกสักนิดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของมาตรการ สมาชิกพูดไปเยอะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด้าน ศีลธรรม แต่สิ่งหนึ่ง มีสมาชิกท่านหนึ่งพูด ความเสียหายที่เป็นผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจาก การข่มขืน เช่นการตั้งครรภ์ จริงอยู่ครับมันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องขณะนี้พอจะอนุโลม นำมาใช้ได้ แต่ถ้ามีข้อเสนอที่ดีเป็นหลักปฏิบัติเลย หญิงที่ถูกข่มขืนอยู่วัยเจริญพันธุ์ทุกคน ต้องไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์จะทำอย่างไร เช่นให้ยาอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ก็น่าจะเป็นข้อเสนอไป ถ้าเป็นไปได้ผมฝากเป็นข้อเสนอไปด้วยนะครับ โรคที่เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อันนี้ก็ต้องมีแนวทาง แต่โรคหนึ่งที่ไม่ค่อยพูดถึงคือโรคที่เกิดขึ้นที่เป็นแผลในใจ เป็นโรคจิต โรคประสาท โรคซึมเศร้าต่าง ๆ ตรงนี้เองก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่คิดว่ารายงานการศึกษานี้ ถ้าเติมไปจะเป็นประโยชน์ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการมุ่งหวังว่า จะเป็นวาระแห่งชาติ คำว่าวาระแห่งชาตินี้ผมเห็นด้วย แต่ประเด็นข้อเสนอที่บอกว่า อยากจะให้มีคณะกรรมการว่าด้วยการป้องกันแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนกระทำชำเราแห่งชาติ ผมอยากให้ฝากพิจารณา เพราะในสิ่งที่เรากังวลขณะนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสาม ถ้าท่านไปอ่านดี ๆ มีสิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักตลอดเวลา และต้องมาบอกกับสภาตลอดว่าท่านทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ถ้าท่านจะทำอะไรขึ้นมาโดยเฉพาะ เรื่องกฎหมายต้องคำนึงถึง เรื่องที่ ๑ เหตุผลความจำเป็นในการใช้ระบบอนุญาต เรื่องที่ ๒ เหตุผลความจำเป็นในการใช้ระบบคณะกรรมการต้องน้อยที่สุด คณะกรรมการเต็มไปหมด เรื่องที่ ๓ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับของเรามี ๒ เรื่องครับ ระบบคณะกรรมการที่ท่านเสนอมา แล้วก็ ข้อสังเกตที่ท่านเสนอที่จะไปแก้ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยนิยามของการกระทำชำเรา ต่าง ๆ แล้วก็เรื่องลหุโทษที่กฎหมายเดิมนะครับ รัฐธรรมนูญเขากำหนดว่าถ้าจะเป็นโทษ ทางอาญาต้องเป็นโทษเฉพาะกรณีร้ายแรงเท่านั้น ต้องคำนึงด้วยนะครับ ผมฝากว่าข้อเสนอ ของท่านมันจะไปขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่มีอยู่หรือไม่ ถ้าจะนำไปสู่การปฏิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ฝากประเด็นนี้ด้วยก็แล้วกัน ระบบคณะกรรมการไม่ได้เป็นการแก้ไข ปัญหาครับ รัฐบาลไทยรักไทยชอบตั้งคณะกรรมการมากครับ คณะกรรมการนโยบายน้ำ แห่งชาติ คณะกรรมาธิการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ถ้าจะมีแห่งชาติมาสิ่งที่ท่านเสนอต้องไปทำ กฎหมายรองรับถึงจะเป็นไปได้ ใช้กฎหมายเดิมไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องไปตรากฎหมาย พอไปตรากฎหมายก็เข้าเงื่อนไขที่ผมบอกว่า มาตรา ๗๗ วรรคสาม ท่านต้องไปดูด้วยว่า มันชอบด้วยหรือไม่ นั่นประเด็นที่ผมฝาก🔗

สุดท้ายครับท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเองเห็นด้วยว่าควรจะส่ง รายงานนี้และข้อสังเกตแนบท้ายให้กับรัฐบาลรับไปดำเนินการ แต่ก็ฝากในข้อสังเกตที่ทาง กรรมาธิการเสนอมา โดยเฉพาะนิยามของการกระทำชำเรา จริง ๆ ผมอยากจะพูดแต่แรกว่า ถ้าเราต้องการให้สิทธิ ๒ ทาง มันจะเข้าลักษณะของการเป็นพฤติกรรมเป็นเจตนาหรือไม่ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ถ้าจะมีบทบัญญัติลงโทษก็อาจจะต้องแยกไป แต่อาจจะไม่เขียนในเรื่องเดียวกัน ก็ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการ ท่านทำมาดีมากครับ ผมขออนุญาตเติมเต็มในสิ่งที่ได้อภิปรายไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านคารมครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๖ ขออนุญาตอภิปรายต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการ ล่วงละเมิดทางเพศ ผมจะอภิปรายสั้น ๆ ในเวลา ๗ นาทีให้เรียบร้อยอย่างแน่นอนโดยไม่เกินเวลา ประเด็นแรก ผมอภิปรายในฐานะผมเป็นนักกฎหมาย ประเด็นที่ ๒ ผมอภิปรายในฐานะ ผมมีลูกสาว ๒ คน และภรรยาผมเป็นผู้หญิง ไม่ได้เป็นผู้ชาย หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่ายุคนี้จะมาโทษผู้หญิงหรือผู้ชายยังไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายเรื่องข่มขืนเขาแก้แล้ว ทางคณะกรรมาธิการที่ได้ทำรายงานต่อหน้าผมถือว่าทำได้ดี แต่เท่าที่อ่านดูมีข้อสังเกตที่ ต้องตั้งคำถามอยู่ ๓ จุด แต่ก่อนที่จะลงไปสู่รายละเอียดอยากจะกราบเรียนว่าความรัก การมีเพศสัมพันธ์เป็นธรรมชาติ เพียงแต่อย่าให้มันเกินขอบเขต เพราะว่าถ้าไม่มีความรัก ไม่มีเพศสัมพันธ์กันก็ไม่มีมนุษย์ เรียกว่าโครงการคุณมีชัย วีระไวทยะ วันนี้ก็ทำให้คนเรา น้อยลง อันนี้ก็พูดไว้ก่อน แต่ผมเห็นว่าศีลธรรมเป็นตัวกำกับ เป็นตัวทำให้คนดีหรือไม่ดี ขออนุญาตลงรายละเอียดเลยนะครับ ด้วยความเคารพกรรมาธิการผ่านท่านประธานไปนะครับ อยู่ในหน้า ๖๕ ข้อ ๕ ผมมีคำถามและสงสัยในรายงานฉบับนี้ ข้อ ๕ เขียนว่ากระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุขควรต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมโดยละเอียดและอย่างเร่งด่วน เรื่องมาตรการการลงโทษคดีเกี่ยวกับเพศ กรณีการใช้ยาเพื่อปรับฮอร์โมนของผู้กระทำผิด เคมิคัล คาสเทรชัน (Chemical Castration) โดยลักษณะคดีที่ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับเพศ มีพฤติการณ์กระทำผิดซ้ำหรือมีลักษณะการกระทำที่เป็นภัยต่อสังคม หรือเป็นคดีที่กระทำ ต่อเด็ก รวมถึงควรมีกระบวนการประเมินสภาพร่างกายจิตใจทางการแพทย์ของผู้ต้องขัง ทั้งก่อนและหลังการใช้มาตรการดังกล่าว🔗

ผมสรุปอย่างนี้ครับ ความเข้าใจผมจะถูกหรือเปล่า ในรายงานฉบับนี้กำลังจะบอกว่า ถ้าคนที่ข่มขืนบุคคลอื่นท่านต้องทำให้ไข่เขาฝ่อใช่ไหม ผมไม่แน่ใจว่าท่านเขียนอย่างนี้ท่านดู รัฐธรรมนูญหรือยัง สามารถทำได้หรือเปล่า เป็นคำถามที่นั่งอยู่ข้างบนนี่นักกฎหมายนะครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิพร โกวิท ก็น้องเรียนปริญญาโทด้วยกัน และรวมทั้งท่านอื่นด้วย ท่าน ต้องดูว่าท่านทำเรื่องนี้ แล้วในระบบลงโทษถ้าเขาไม่ผิดท่านไปทำให้ไข่เขาฝ่อทำได้ไหม ท่านต้องคิดให้ดีนะครับ นี่เป็นคำถามแรกเพื่อจะให้เสร็จในเวลา🔗

คำถามต่อไป ในหน้า ๗๐ ส่วนที่ ๒ ข้อ ๑ การจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ต้องขังคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศ ได้เสนอการเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ต้องขังในคดีเกี่ยวกับความผิดทุกคนเพื่อเป็นฐานข้อมูล เป็นการติดตาม เฝ้าระวังไม่ให้เกิดความผิดซ้ำหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อพ้นโทษ รวมถึงการผลักดัน ให้พิจารณาออกกฎหมายรับรองการจัดเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ต้องขังเพื่อให้บังคับใช้ ในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง ประมาณนี้นะครับท่านอ่านดู ผมถามท่านเสียงดัง ๆ เลยครับ ท่านมีอำนาจทำหรือครับ จัดเก็บดีเอ็นเอ (DNA) เขานี้เอาอำนาจอะไรมาทำครับ รายงานจากสภานี่ผมไม่แน่ใจว่าถึงแม้ว่าเขาจะถูกกล่าวหาว่าผิดแล้วท่านจะต้องไปเก็บ ดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ต้องขัง แล้วแพะล่ะครับ ผู้ต้องขังเป็นแพะ แล้วเขาไม่ละเมิดสิทธิ เขาหรือครับ ท่านต้องดูรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องดูสิทธิมนุษยชนให้ดีนะครับ อันนี้ผมไม่ได้มา สนับสนุนคนที่ข่มขืนคนอื่น ทุกครั้งที่เห็นข่าวข่มขืนนี่ผมปิดหนีเลย เพราะว่าผมมีลูกสาว แล้วผมรู้ว่าคนที่ข่มขืนควรถูกจำคุก ควรถูกลงโทษอย่างเหมาะสม แต่เรื่องนี้ผมเห็นว่า ท่านไปไกลเกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจ🔗

สุดท้ายเพื่อจะให้จบใน ๗ นาที ขออภัยครับท่านประธาน ในหน้า ๗๒ เรื่องเซ็กซ์ทอย (Sex toy) สรุปง่าย ๆ ว่าเซ็กซ์ทอย (Sex toy) ท่านไม่ค่อยจะเห็นด้วย เพราะว่าไม่มีงานวิจัยสนับสนุนผลอย่างเป็นทางการ การใช้อุปกรณ์เซ็กซ์ทอย (Sex toy) สื่อลามก พูดง่าย ๆ ว่าไม่สามารถช่วยในการแก้ไขการข่มขืนกระทำชำเราได้ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไรนะครับ เซ็กซ์ทอย (Sex toy) แต่เห็นตามภาพนี่เซ็กซ์ทอย (Sex toy) คือสิทธิของเขา เขาเรียกว่าเขาดูแลตัวเองเป็น เขามีตุ๊กตายางผู้หญิงสวย ๆ เหมือนหน้านางงามที่เขาชอบที่บ้าน แล้วเขาเกิดอะไรขึ้นมา เขาทำร้ายตุ๊กตานี่เขาทำร้ายคนอื่นไหมล่ะ แล้วท่านบอกว่าไม่มีสถิติ ไม่มีข้อมูลที่บอกว่า จะไม่เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาผมว่ากลับช่วย กลับช่วยที่เขาจะไปทำคนอื่น อันนี้ เขาเรียกว่าเขียนด้วยจินตนาการที่ขาดข้อมูลรองรับ ท่านจินตนาการเกินเลย แต่จริง ๆ เรื่องนี้ ความผิดเกี่ยวกับเพศ ผมเป็นทนายความเคยทำคดีข่มขืน คือความรักนี่ครับ ชู้ทางใจ ลงโทษไม่ได้นะครับ ชู้ทางกายลงโทษได้ เรื่องนี้ถ้าเขาทำถ้ามันไม่ละเมิด ไม่ผิดศีลธรรม ผมเห็นว่าเรื่องนี้เขาทำได้ แล้วเป็นเรื่องที่ใหม่ ๆ ที่ควรจะเขียนให้ชัดเจนไม่อยากให้เกินเลย เพราะฉะนั้นสุดท้ายจริง ๆ ก็ไม่อยากให้เกินเวลา แล้วก็ไม่ชอบเกินเวลา กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่ารายงานนี้ดี แต่ต้องดูรายละเอียด และส่วนนี้ผมได้อภิปราย ก็นำเรียนไปยังรัฐบาลเพื่อให้แก้ไข ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณหมอจาตุรงค์ เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย สำหรับวันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเข้าสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ เดือนธันวาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมาธิการได้สรุปมาให้พวกเราฟังทั้งหมดทั้งสิ้น ๗๓ หน้า มีตั้งคณะอนุกรรมาธิการอยู่ ๒ อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการแรกคืออนุกรรมาธิการศึกษาสถานการณ์ป้องกันและ แก้ไขปัญหา อนุกรรมาธิการที่ ๒ คือเรื่องของกฎหมายยุติธรรม ผมเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้อยากเพิ่มเติม อันดับแรกขอชื่นชมในการทำงาน แต่ก็อยากเพิ่มเติมในหลายประเด็น🔗

ประเด็นแรก คือสถิติที่เราเช็ก (Check) จาก สตช. ว่ามีคดีเรื่องของความผิด ข่มขืนกระทำชำเราในปี ๒๕๖๐ ๒,๓๔๒ คดี จับกุมได้ ๒,๐๐๓ คดี ในปี ๒๕๖๑ ๒,๑๕๘ คดี จับกุมได้ ๑,๙๒๖ คดี ปี ๒๕๖๒ ๑,๘๐๕ คดี จับกุมได้ ๑,๓๙๗ คดี คดีลดลง แต่ว่าในส่วนที่ เขาไม่ได้แจ้งความไม่ได้พูดถึง ขณะนี้อยากจะเรียนว่าสถานการณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ เราลืมพูดถึงเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันในสถาบันครอบครัวในเรื่องของการป้องกัน คือล้อมรั้ว เราลืมพูดถึงว่าเรื่องของความที่มีสถาบันที่อบอุ่น ครอบครัวอบอุ่น เด็กผู้ชาย ที่จะไปคิดในเรื่องของเกเรต่าง ๆ ถ้าได้รับการล้อมรั้ว ได้รับความอบอุ่นอย่างดี มันจะอยู่ในเรื่องของการป้องกันเหมือนของเรื่องยาเสพติด เพราะฉะนั้นอันดับแรกคือ เรื่องของการป้องกันที่เราจะต้องดูในเรื่องของครอบครัวปลูกฝัง🔗

ประเด็นที่ ๒ การบูรณาการ ที่เขียนมาก็ดีแต่ผมว่ายังมีอีก ๒-๓ หน่วยงานที่เรา ละเลยเขาไม่ได้เลยคือเรื่องแรกคือเรื่องของที่ท่านนิยมพูด สำนักพระพุทธศาสนา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในเรื่องของ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ขณะนี้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ไปไกลเหลือเกินครับ สมัยนี้จะเปิดภาพทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เว็บ (Web) โป๊ ภาพต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งซีดี (CD) หรือหนังสือ สื่อลามกอนาจาร เมื่อผมเป็นผู้แทนในสมัยต้น ๆ ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ จะมีญัตติทุกครั้ง ป้องกันสื่อลามกอนาจารจะต้องมีตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดูทุกที ตอนนี้มันไปลงโซเชียล (Social) แล้ว เพราะฉะนั้นเราคงต้องดู อยากจะให้เพิ่มเติม หรือว่าประเด็นตรงนี้เข้าไป🔗

เรื่องต่อไปคือเรื่องของการปรับทัศนคติ ค่านิยม ลูกหลานผู้หญิงที่ถูกข่มขืน หรือว่าถูกกระทำชำเราล่วงละเมิดทางเพศอาจจะถูกด้อยอำนาจเขา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร กับลูกน้อง ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ว่าจะอะไร เขาด้อยกว่าเขา เพราะฉะนั้นการที่เขาจะไปบอกไปกล่าวมันเรื่องยาก ด้วยปัญหาต่าง ๆ ถูกบีบคั้น แล้วก็ไปแจ้งก็ถูกตราหน้าว่าบ้านนี้ลูกถูกข่มขืน เป็นเหมือนกับว่าเขาก็จะมี สภาพจิตใจที่แย่อยู่แล้วไปซ้ำเติม ต้องปรับทัศนคติ สังคมจะต้องชูว่านี่เขาเป็นผู้ซึ่งถูกกระทำ แล้วก็ต้องได้รับการเยียวยา แล้วก็ต้องได้รับการชื่นชมว่ากล้ามาเปิดโปงทำให้ไม่มีผู้ที่จะมา ข่มขืนกระทำชำเราลดน้อยลง🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของปัจจุบัน สังเกตไหมว่าเคส (Case) ต่าง ๆ จับได้ โดยเฉพาะมีซีซีทีวี (CCTV) มีภาพวงจรปิดนะครับ อยากให้ใช้ตรงนี้ เพราะว่าคนที่จะมาทำ คดีต่าง ๆ ที่จับได้ สมัยก่อนจับไม่ได้เพราะว่าไม่มีหลักฐานพยานก็ถูกฟ้องไม่ได้ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือการตัดสิน คนลืมไปแล้วครับนาน พอมาประกาศอีกทีคดีเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้คดีเคส (Case) เรื่องกระทำชำเราถ้าเป็นไปได้เร่งรัดคดีให้ได้เร็วทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เพื่อจะได้ติดตาม มันก็จะเป็นตัวอย่างในเรื่องของการดำเนินการ ในสายของกฎหมาย🔗

ประการถัดไปคือเรื่องของการรักษานะครับ ในด้านกระทรวงสาธารณสุข ผมเห็นที่เขียนในหน้า ฐ ข้อ ๕ ในเรื่องของการใช้เคมิคัล คัสเทรชัน (Chemical castration) ต้องเรียนว่าตรงนี้เป็นการวิจัยแล้วก็เป็นหนังสือแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายสิทธิมนุษยชน เพราะเป็นในลักษณะของการรักษา ฉีดฮอร์โมนก็คือฮอร์โมน ยาคุมของผู้หญิงนี่หละ รอบละ ๙๐ วันนี้แหละ ฉีดฮอร์โมนเข้าไป เป็นฮอร์โมนกลุ่มโพรเจสเตอร์โรน (Progesterone) ที่ทำให้กระตุ้นกดฮอร์โมนเพศชายมันเด่นขึ้นมาคือแอนโดรเจน (Androgen) เพราะฉะนั้น ฮอร์โมนเพศชายไม่เด่นก็ความที่อยากมีเพศสัมพันธ์ อยากจะไปข่มขืนอะไรต่าง ๆ ก็จะรู้สึกว่า ลดน้อยไปทุก ๓ เดือน พอหมดเขากลับขึ้นมาใหม่ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ฝ่อไปเลย เหมือนกับฮอร์โมนเพศหญิงที่ฉีดแล้วเขาไม่ตั้งครรภ์ เพราะเขาคุมทุก ๓ เดือนต้องมาฉีด ถ้าไม่ฉีดก็คืนมา การดูตรงนี้การฉีดฮอร์โมนตรงนี้ก็คือเรื่องของการรักษา แต่ว่าในนี้เขียนว่า ต้องมีการวิจัย ก็คิดว่ามันคงต้องใช้เพิ่มเติม เพราะว่าคนยังไม่ค่อยใช้เท่าไร เนื่องจากตรงนี้ อาจจะอยู่ในวงแคบนะครับ🔗

เรื่องของผลกระทบ อันนี้เรื่องสำคัญ ผลกระทบจากการถูกข่มขืน กระทำชำเรา ไม่ว่าด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ทั้งครอบครัว ทั้งสถานะเศรษฐกิจ สังคม และ ผลทางด้านสาธารณสุข พรีเวนชัน (Prevention) แรก คือพรีเวนชัน (Prevention) ของการตั้งครรภ์ พรีเวนชัน (Prevention) ที่ ๒ คือการติดเชื้อ ตามมาเลยครับ อันที่ ๓ คือ เป็นโรคทางด้านซึมเศร้า ข่มขืนถ้าเกิดรุนแรงก็เป็นโรคจิต เพราะฉะนั้นการเยียวยาเรื่องของ การตั้งครรภ์ก็มียาที่กินกันภายใน ๒-๔ ชั่วโมง ก็ยืนยันว่าเป็นการเลื่อนไม่ให้ไข่ตก ขออนุญาตอีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในการเลื่อนนี่ได้ แต่ถ้าเป็น ๒๔ ชั่วโมงก็ไม่แน่ เพราะฉะนั้นอย่างที่หลายท่านบอกว่า ท่านหมอชลน่านพูด ต้องไม่ให้มีการตั้งครรภ์ ก็คือ ต้องพาไปพบแพทย์ ถ้าเกิดไม่ทันเพราะเวลาประจวบเหมาะเลย เวลาอสุจิเข้าไปผสม ก็ไข่ตกพอดีเลยยาตามไม่ทัน ก็จะมีการป้องกันไม่ให้มีการฝังตัวก็คือใส่ห่วงไอยูดี (IUD) เข้าไปเขาก็ไม่ตั้งครรภ์ได้ นี่คือการกินยา อันที่ ๒ การป้องกันการติดเชื้อ โรคเอดส์ โรคอะไร ต่าง ๆ ก็ต้องดูแล การใช้เรื่องของการรักษาเราพูดไปแล้วนะครับ เรื่องของการใช้สหวิชาชีพต่าง ๆ ที่ดูแล ก็ต้องมาดูแลในเรื่องของการเยียวยาเขา เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่ากฎหมายที่แก้ใน พ.ร.บ. ผมก็เห็นดีด้วยว่าชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ที่ท่านเขียนถึงในกฎหมายในเรื่องของชื่อนิยามก็กว้างขึ้น แต่ถ้าเราเห็นว่าดีด้วย เราคงต้อง ฟอลโลว์ (Follow) ต่อ ติดตามต่อ เพราะต้องเสนอในสภาให้แก้ต่อ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การเยียวยา มีคนมาขอเคส (Case) รักษาเยียวยาประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าเคส (Case) เยียวยาแล้วได้เงินไป เงินไม่พอเพราะได้แค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาทปีหนึ่ง ซึ่งเห็นว่าต้องใช้ถึง ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คือของ พ.ร.บ. นี้ แล้วเงินเยียวยาไม่ได้มากเลย ๔๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท จึงคิดว่าการเยียวยาต้องมีการเพิ่มการดูแลตรงนี้เข้าไป เพราะว่าคนที่ ถูกกระทำแล้วเคราะห์ซ้ำกรรมซัดยิ่งยากจนยิ่งลำบาก ยิ่งไม่มีเงิน ดังนั้นก็คงต้องฝากไว้ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เขียนไว้นี้ก็ดี แต่ว่าก็อยากให้ครอบคลุม อย่างที่ผมบอกในเรื่องของสร้างภูมิคุ้มกัน ในเรื่องของการเขียน ในเรื่องของผู้บริหาร เขียนกระทรวงสาธารณสุขน้อยไปนิดหนึ่ง ไปเขียนแค่กระทรวงยุติธรรมบวกกระทรวงสาธารณสุข มารวม แต่ไม่ได้บอกถึงการเยียวยา การรักษา การตั้งครรภ์ แล้วก็เรื่องของการปรับทัศนคติ เรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social Media) ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ คุณหมอครับ ท่านฐิตินันท์ครับ เชิญครับ🔗

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศเป็นอย่างยิ่ง นี่ถือเป็นมิติใหม่ของรัฐสภาเราครับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรผมติดตามมายังไม่เคยมีการเสนอเรื่องราวทำนองนี้เข้ามา แรก ๆ ผมก็อยากจะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมไม่ได้โควตา ผมจะพูดหลายเรื่อง บังเอิญว่าอยู่คิวท้าย ๆ เพื่อน ๆ สมาชิกได้พูดไปมากแล้ว ผมจะไม่ลงใน รายละเอียดแต่ผมจะมองเชิงเป็นรูปธรรม จะชี้ให้เห็นครับ ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายท่าน แม้แต่รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่เสนอเข้ามาจะเน้นหนักถึงนิยามคำว่า ล่วงละเมิดอะไร แค่ไหน อย่างไร และบทลงโทษ แต่ผมจะพูดวันนี้ผมอยากเสนอเรื่องมูลเหตุ และแรงจูงใจครับท่านประธาน จะเห็นว่าคดีข่มขืนกระทำชำเราก่อนหน้านี้เป็นคดีที่เกิดขึ้น ยากมาก นาน ๆ ครั้ง แต่ปัจจุบันนี้เกิดขึ้นแทบทุกวันหรือวันละหลาย ๆ ครั้ง มูลเหตุจูงใจ ก็มาจากสังคมที่เปลี่ยนไป คนเราขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม ขาดศีลธรรม และขาด ความเป็นธรรม เหล่านี้เป็นแรงกดดันที่ทำให้เกิดคดีลักษณะนี้ขึ้นมา และสาเหตุหลักที่ปฏิเสธ ไม่ได้เลยก็คือสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ไม่ว่าจะเป็นไลน์ (LINE) เฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) ไอจี (IG) หรือในอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ ท่านประธานลองเสิร์ช (Search) เข้าไปดูสิท่านจะเห็นทันที เราอย่าละเลยมูลเหตุจูงใจพวกนี้ คือเรื่องเพศสัมพันธ์ เรื่องมีอารมณ์ทางเพศนี่เป็นเรื่องปกติของปุถุชนธรรมดา แต่ใครจะมีวิธีอย่างไร มีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ในใจแค่ไหน มันต่างกัน แต่สื่อลามกอนาจารที่สื่อออกมาแล้วหาได้ง่ายนี่ มันเป็นสิ่งที่ยั่วยวนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ในเว็บ (Web) มีหมดเลยทั้งหญิงและชาย ไม่เลือกเพศครับเรื่องสื่อลามกอนาจาร ผู้ถูกกระทำไม่ใช่เฉพาะผู้หญิง ทุกเพศตกเป็นเหยื่อด้วยกันทั้งนั้น ท่านประธานเคยได้ยินวลี คำว่าล่าแต้มไหมครับ เมื่อก่อนนี้ฮิต (Hit) มากนะครับ ถูกใจได้แต้ม ไม่ถูกใจโดนดำเนินคดี ทุกวันนี้ยังมีนะครับ ผมไม่ใช่ผู้ชำนาญเรื่องนี้แต่ผมศึกษามาพอสมควรและรับรู้รับทราบมา คิดว่าสมาชิกทุกท่าน ณ ที่นี้ ท่านกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาเรื่องนี้ก็คงจะรู้ดี แต่ผมอยากจะ ให้ท่านเอาข้อเสนอแนะของผมไปว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะให้สิ่งจูงใจ สิ่งยั่วยุเหล่านี้ มันหายไป หรือน้อยลง หรือหาได้ยากขึ้น ท่านที่มีอายุพอสมควรเกิดมานาน สมัยก่อน สื่อพวกนี้ไม่ใช่หาได้ง่าย ๆ นะครับ ถ้าท่านอยากดูนี่ขออนุญาตครับท่านประธาน มีแค่ หนังสือปกขาวที่ต้องไปแอบซื้อกันลับ ๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นความแพร่หลายในสิ่งจูงใจ มีน้อย มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าการใช้เซ็กซ์ทอย (Sex toy) ในเรื่องบำบัดความใคร่ทางเพศ ผมว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายนะครับ เซ็กซ์ทอย (Sex toy) เป็นอุปกรณ์ที่มีการซื้อขายตาม ท้องตลาด อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเราก็คือเซ็กซ์ทอย (Sex toy) โดยธรรมชาติ พวกเราจะยอมรับกันไหม วันนี้ต้องพูดเรื่องจริง ทฤษฎีส่วนหนึ่ง เรื่องจริงที่อยู่ในจิตสำนึก หรือใต้สำนึกในสังคมนี้อีกส่วนหนึ่ง เราต้องเอาทั้ง ๒ อย่างมารวมกันเพื่อจะหามูลเหตุ ที่แท้จริง ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ที่หาได้ การล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่สัมผัส เฉพาะร่างกายนะครับ คำพูด วาจา สายตา กิริยาท่าทาง ใช่ทั้งนั้น ไม่ว่าหญิงหรือชาย ไม่เลือกเพศ เรื่องนี้พูดไปเศร้านะครับ คนที่ถูกกระทำชำเรา คนที่เป็นเหยื่อนี่มีเพื่อนสมาชิก พูดไปแล้วว่าเราจะปกป้องพวกเขาเหล่านั้นอย่างไรไม่ให้เป็นตราบาป มาตรการหนึ่งที่เรา จะทำได้ด้วยหวังงานศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็คือการเยียวยารักษาแผลใจ มีคอสต์ (Cost) พิเศษ มีอาชีพ มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ทำไมล่ะครับ จะผิดไหมที่ผมจะยก บทเพลงของคาราบาวมาให้ท่านฟัง เสียตัวอย่าเสียใจ ไม่นานก็หายดี เห็นไหมครับ แต่กรณีนี้ บางคนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตาย ทำร้ายบุคคลในครอบครัว ผมฝากท่านประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ เอาข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นของผมไปรวมกับ งานศึกษาของท่านและงานวิจัยต่าง ๆ ว่าเราจะป้องกันเหตุอย่างไรก่อนที่จะถึงมาตรการ ลงโทษ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญกรรมาธิการชี้แจงนะครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉันจะขอเรียนชี้แจงในประเด็น ตามที่ทางท่านสมาชิก ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ท่านคารม พลพรกลาง แล้วก็ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ได้สอบถามถึงประเด็นในเรื่องที่เข้าใจกันว่าคำว่าฉีดให้ฝ่อ ว่ามีที่มาอย่างไร แล้วคณะกรรมาธิการเรามีข้อเสนอมีข้อสังเกตอย่างไร ต้องขอนำเรียน อย่างนี้ว่าก่อนที่เราจะนำเรื่องมาศึกษาในกรรมาธิการเรา เรามองว่าในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเรานี้มีโทษที่สูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตแล้ว แต่สุดท้ายทำไม การลงโทษที่รุนแรงแล้วยังไม่สามารถที่จะยับยั้งเรื่องของการข่มขืนกระทำชำเราต่าง ๆ ได้ เราต้องใช้โทษประเภทไหน อย่างไร ถึงสามารถที่จะช่วยในการปราบปรามปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งในทางคณะกรรมาธิการเอง เราก็ได้พยายามหาหลาย ๆ แนวคิด หยิบยกประเด็นต่าง ๆ ของต่างประเทศมาว่ามีอย่างไรบ้างที่เขาได้ทำกัน เราจึงได้ยกประเด็นในเรื่องของ ไม่ว่าจะเป็นการประหารชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ การฉีดให้ฝ่อ จริง ๆ แล้วอย่างที่ท่านสมาชิก ท่านจาตุรงค์ได้นำเรียนไปว่าฉีดให้ฝ่อในที่นี้คือไม่ใช่ฝ่อนะคะ เขาเรียกว่าเป็นการใช้ฮอร์โมน ฉีดฮอร์โมนเพื่อที่จะยับยั้งไม่ให้เกิดความรู้สึกทางเพศ เป็นเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่ง เมื่อยาหมดฤทธิ์ก็จะมีภาวะที่สามารถใช้ได้เป็นปกติค่ะ รวมไปถึงการบำบัดในรูปแบบต่าง ๆ อย่างที่ได้นำเรียน เราก็ค้นพบว่าอย่างในประเทศเกาหลีใต้เองได้ใช้วิธีนี้กับผู้ที่กระทำ ความผิดในคดีที่ข่มขืนซ้ำ โดยเฉพาะนักโทษที่ก่อเหตุกับเด็กและเยาวชน หรือว่าในหลาย ๆ ประเทศค่ะ อย่างประเทศรัสเซียเองก็มีในส่วนนี้ เราจึงมองว่าทางคณะกรรมาธิการควรจะต้อง หาประเด็นใหม่ ๆ ที่จะนำมาศึกษา เรามองกันว่าหรือว่าการที่จะทำให้หมดอารมณ์ไปเลย จะตัดเลยไหมหรืออะไร ซึ่งสิ่งเหล่านั้นแน่นอนค่ะเป็นการละเมิดสิทธิ ทางคณะกรรมาธิการเรา จึงได้ตกผลึก ซึ่งทางคณะกรรมาธิการเองรวมถึงที่ปรึกษาเองเราก็มีหลายภาคส่วนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นทางคุณหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านฮอร์โมนเลยก็เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ มีทั้งทนาย มีทุกภาคส่วนค่ะ มีกลุ่มสังคม เรียกว่าหลากหลาย เราระดมความเห็นกัน เรามีการถกเถียงกันซึ่งเป็นเรื่องที่ดีของคณะกรรมาธิการที่เราก็จะได้ความคิดเห็นในหลายมุมมอง ทางคณะกรรมาธิการจึงได้ข้อสรุปว่าในส่วนเรื่องนี้เป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ในการที่เราจะใช้ฮอร์โมน ซึ่งอาจจะยังไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่อาจจะเป็นในรูปแบบ การบำบัดไหม หรือว่าเป็นการยินยอมจากผู้ที่กระทำความผิดก่อนหรือไม่ ทำไมต้องบอกว่า หรือไม่ ทำไมถึงไม่ฟันธง เพราะอย่างที่ท่านคารมขออนุญาตเอ่ยนามก็ได้ติงว่าแล้วมีตัว ข้อกฎหมายสอดรับกันหรือยัง เพราะเรามองเห็นว่าหากเราจะใช้ในเรื่องนี้มันมีผลกระทบ อะไรอีกหลายอย่างไหม ทำให้เราได้เสนอแนะว่าเนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ เราจึงควรที่จะ ศึกษาวิจัยให้มากขึ้น เนื่องจากว่าในระยะเวลาศึกษาของคณะกรรมาธิการเองก็มีจำกัด แล้วการที่เราต่อขยายระยะเวลาด้วยสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้เราไม่สามารถ ประชุมต่อเนื่องได้ ก็เลยอาจจะดูว่าเป็นระยะเวลานานในการที่เราศึกษา แต่สิ่งเหล่านี้ ทางคณะกรรมาธิการเองไม่นิ่งนอนใจ เรามองว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เป็นประเด็นใหม่ เราต้องการให้ผลการศึกษาของเราเมื่อนำไปปฏิบัติใช้แล้วไม่เกิดผลกระทบ เป็นผลที่ดีที่สุด จึงได้ให้ข้อเสนอแนะในการที่จะขอให้ศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ก่อนว่ามีความเหมาะสม กับสังคมไทยอย่างไร ก็ขอนำเรียนให้ทางท่านสมาชิกที่ได้สอบถามทราบค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โมยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโทหญิง ศิพร โกวิท กรรมาธิการ

เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโทหญิง ศิพร โกวิท ในฐานะ กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการศึกษากระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราค่ะ ขออนุญาตตอบข้อซักถามแล้วก็ชี้แจงท่านสมาชิกที่มีการ อภิปรายเกี่ยวกับประเด็น ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ส.ส. ธัญวัจน์ค่ะ ขอตอบประเด็นท่าน เกรงว่าการศึกษาของเราที่ให้มีการเพิ่มเติมบทนิยามคำว่ากระทำชำเรานั้นจะไม่ครอบคลุมนะคะ ขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการที่มีการศึกษาเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในบทนิยาม คำว่ากระทำชำเรา มีความคำนึงถึงทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำนะคะ เพื่อที่ต้องการให้กฎหมายนี้ครอบคลุมและบังคับใช้กับผู้กระทำและผู้ถูกกระทำในทุกกรณี ส่วนที่ท่านเป็นห่วงว่าคำว่าอวัยวะเพศจะรวมถึงอวัยวะเพศที่มีการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงมา หรือไม่ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ว่าถ้าศึกษาจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลไม่ได้ให้ความหมายของ คำว่าอวัยวะเพศที่ถูกเปลี่ยนแปลงผ่าตัดมานั้นเป็นเพียงแผลเป็นนะคะ อวัยวะเพศนั้น หมายถึงส่วนของร่างกายที่บ่งบอกเพศ ดิฉันยืนยันว่าการแก้ไขบทบัญญัติในคำว่า กระทำชำเรานั้นครอบคลุมถึงผู้ถูกกระทำทุกเพศไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม🔗

ขออนุญาตชี้แจงอีกประเด็นนะคะ ที่มีท่านสมาชิกเป็นห่วงเรื่องของ การคุกคามทางเพศว่าจะครอบคลุมถึงการกระทำโดยใช้สื่อโซเชียล ออนไลน์ (Social Online) หรือไม่ ดิฉันขออนุญาตให้ท่านสังเกตที่ความหมายบทนิยามของคำว่าคุกคามทางเพศ ที่เราได้พยายามศึกษากลั่นกรอง โดยเปรียบเทียบลักษณะของการล่วงละเมิดทางเพศและ คุกคามทางเพศของกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับที่ได้เอ่ยไปในข้างต้น แล้วก็มาปรับให้ครอบคลุมกับ พฤติการณ์ทั้งหมดว่าการคุกคามทางเพศคือการกระทำหรือพฤติการณ์อื่นใดไม่ว่าจะเป็นการ กระทำโดยกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกิริยา การแสดงการสื่อสารโดยวิธีการใด ๆ ไม่ว่าจะกระทำต่อหน้าหรือกระทำโดยการสื่อสารในช่องทางใดที่ส่อไปในทางเพศให้เกิด ความเดือดร้อน รำคาญ อับอาย หรือถูกเหยียดหยาม และรวมถึงการติดตามรังควานหรือ กระทำการใดที่ตามวิสัยหรือพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยทางเพศ ซึ่งในส่วนนี้ ก็รวมถึงการใช้ข้อความ การคอมเมนต์ (Comment) ในสื่อโซเชียล ออนไลน์ (Social Online) ต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะการล่วงเกินให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยและ เป็นการล่วงละเมิดทางเพศ🔗

ส่วนอีกประเด็น ดิฉันขออนุญาตตอบท่านสมาชิก ท่าน ส.ส. คารม ในเรื่องของการเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ผู้ต้องขัง คณะกรรมาธิการได้ศึกษาไว้อยู่ในหน้า ๑๓ แน่นอนว่าการไปเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ผู้ต้องขังเป็นการละเมิดต่อสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของ บุคคลซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เรามีการเริ่มเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ผู้ต้องขังในระบบ ฐานข้อมูลของประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๕๕ โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวง ยุติธรรมกับเอฟบีไอ (FBI) แต่จะเก็บในกรณีที่ผู้ต้องขังนั้นยินยอมเท่านั้น เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้จึงไม่สามารถจะเก็บได้กับผู้ต้องขังทุกราย เราก็ศึกษาว่าจะต้องมีการออกกฎหมาย หรือวางระบบที่ชัดเจน แล้วก็ให้ข้อมูลที่มากกว่านี้ค่ะ ในส่วนนี้ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการชี้แจงเพิ่มเติมเชิญครับ🔗

นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาต ตอบประเด็นที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่าน ส.ส. คารม แล้วทางท่าน ส.ส. ฐิตินันท์ ได้สอบถามเรื่องของเซ็กซ์ทอย (Sex toy) แล้วก็เรื่องของสื่ออนาจารลามก ต้องขอนำเรียนว่า ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเสนอเรื่องนี้เข้ามาในคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง ทางคณะกรรมาธิการเองได้มีการศึกษาพิจารณาเรื่องของเซ็กซ์ทอย (Sex toy) และหนังโป๊อย่างละเอียด โดยเราได้ข้อสรุปว่าในตัวของการทำให้เซ็กซ์ทอย (Sex toy) หรือหนังโป๊ถูกกฎหมายนั้นเป็นสิ่งที่ยังไม่มีงานวิจัยเพิ่มเติม แล้วเราต้องมีการศึกษาเรื่องนี้ อย่างหนักเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ ในอนาคต เพราะว่าอย่างนี้ครับ ในตัวของอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย (Sex toy) วันนี้ก็มีการซื้อขายกันเยอะ แล้วก็มีการซื้อขายอย่างแพร่หลาย การทำขึ้นมา บนดินนั้นก็อาจจะทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่มันยังไม่มีงานวิจัยในเมืองไทยจริง ๆ ว่า เรื่องของเซ็กซ์ทอย (Sex toy) นั้นจะเป็นการลดหรือไม่ ข้อมูลวิจัยที่เราได้มีการหามา เซ็กซ์ทอย (Sex toy) มันอาจจะมีการช่วยในเรื่องของการบำบัด อาจจะมีการช่วยเหลือ ในเรื่องของทางการแพทย์ อาจจะมีการช่วยเหลือด้านการเยียวยาและจิตใจ แต่ต้อง กราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพผ่านท่านประธานว่าวันนี้ภารกิจของคณะกรรมาธิการเราคือ หาแนวทางการป้องกันและแก้ไขโดยการลดอัตราการล่วงละเมิดทางเพศการข่มขืน วันนี้ แม้ว่าการใช้เซ็กซ์ทอย (Sex toy) ที่ได้มีการนำเสนอมาและมีการพูดคุยอยู่จำนวนมากนั้น อาจจะดูน่าสนใจ แต่ในงานวิจัยเมื่อเข้าไปดูแล้วจริง ๆ ยังไม่สามารถที่จะมีงานวิจัย ในการรองรับ เพราะว่าในตัวของผู้กระทำเองวันนี้เราก็ต้องดูว่าผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่ ก็เป็นผู้ที่อาจจะมีความผิดปกติด้านของจิตใจด้วยนะครับ การใช้ตรงนี้อาจจะไม่ตรงจุดและ ไม่ตรงเป้าได้ ทางกรรมาธิการเลยนำเสนอว่าในตัวเรื่องของเซ็กซ์ทอย (Sex toy) นั้นยังไม่มีงานวิจัย ที่รองรับที่มากพอนะครับ รวมไปถึงเรื่องของหนังโป๊ที่ท่าน ส.ส. ฐิตินันท์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านได้บอกว่าสื่อลามกอนาจารนั้นจะเป็นการเพิ่มอัตราการข่มขืนหรือไม่ หรือจะเป็นการ ลดหรือไม่ ณ วันนี้เองก็ยังไม่ได้มีงานวิจัยเหมือนกันนะครับ แต่ผมขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานฝากไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังนี้ว่าในหลายประเทศที่หนังโป๊นั้นมีการ ถูกกฎหมาย อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างประเทศญี่ปุ่นก็ถูกต้อง ตรงนี้ก็ไม่ได้บอกว่า อัตราการข่มขืนนั้นก็ไม่ได้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีงานวิจัยเหมือนกันว่ามันลดลง อย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นทางคณะกรรมาธิการเราก็ขอนำเรียนอย่างนี้ว่าเราไม่ได้ปิดกั้นเรื่องนี้ เราได้มีการศึกษาเรื่องของกฎหมาย เรื่องของหนังโป๊ และเรื่องของเซ็กซ์ทอย (Sex toy) อย่างละเอียดนะครับ แต่วันนี้ต้องนำเรียนจริง ๆ ว่าการวิจัยยังไม่มีอย่างที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็จะสามารถลดอัตราตรงนี้ได้หรือไม่ ก็เป็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกต่อไปนะครับ ก็เลยขออนุญาตนำเรียนท่านประธานฝากไปสู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของประเด็น ๒ ประเด็นนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ทางกรรมาธิการยังมีอีกไหมครับ เชิญกรรมาธิการชี้แจงต่อ เอาสั้น ๆ นะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ผมอนุญาตขอบคุณฝากท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิก และขอตอบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกอยู่ ๓ กลุ่มด้วยกันครับ🔗

กลุ่มที่ ๑ ๓ ท่านแรกคือกลุ่มที่ท่านพูดถึงประเด็นเรื่องของศีลธรรมหรือ เรื่องของการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ท่านนิยม เวชกามา คุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านฐิตินันท์ แสงนาค จริง ๆ แล้วคณะกรรมาธิการได้มีการพูดคุยแล้วก็ศึกษา ในเรื่องดังกล่าวนะครับ คณะกรรมาธิการมองว่าประเด็นเรื่องของการสอนศีลธรรม ประเด็นเรื่องของศาสนานั้นทุก ๆ ศาสนามีเรื่องของคำสอน มีเรื่องของข้อระมัดระวัง ที่มิให้มีการไปละเมิดผู้อื่น ซึ่งเป็นส่วนต้นของรายงานฉบับนี้อยู่แล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในรายงานฉบับนี้ได้พูดถึงเรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษาที่มากไปกว่านั้น ทั้งในแง่ของหลักสูตรที่มีอยู่แล้วคือหลักสูตรเรื่องของเพศศึกษา ซึ่งวันนี้ขยับมาเรียกกันใหม่ว่า หลักสูตรเรื่องเพศวิถีศึกษา หลักสูตรเรื่องเพศวิถีศึกษาจะมองทั้ง ๒ ด้านนะครับ ด้านหนึ่ง ก็คือการสอนให้เด็กนักเรียนรู้จักว่าพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองตรงใดบ้างที่ไม่ควรมาให้ผู้อื่น เป็นผู้สัมผัส ต้องระมัดระวังตัวเองแบบไหนประการใดบ้าง ในขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้นก็เน้นไปที่ เรื่องของการเคารพพื้นที่ของผู้อื่น การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การเคารพ ความเท่าเทียมของผู้อื่น ซึ่งผมคิดว่าในนามของคณะกรรมาธิการมองว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาวนะครับ ก็ต้องขอบพระคุณทั้ง ๓ ท่านสำหรับข้อเสนอ ในประเด็นเรื่องการเรียนการสอนที่นำไปสู่เรื่องศีลธรรมแล้วก็การป้องกันการแก้ปัญหา นั่นเป็นกลุ่มที่ ๑ ครับ🔗

กลุ่มที่ ๒ ต้องขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ท่านตั้งอยู่ ๒ ประเด็นที่สำคัญนะครับ และในความเป็นจริงในรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ มีการพูดคุยกันอยู่บ้างครับ ในเรื่องแรก ท่านตั้งข้อสังเกตถึงกรณีของพนักงานสอบสวนหญิง ซึ่งทั่วประเทศวันนี้มีอยู่ ๕๐๐ คน แน่นอนครับเราตระหนักดีและตรงกับท่านว่าการมี พนักงานสอบสวนหญิงที่มีข้อจำกัดอยู่นั้นอาจจะไม่ตอบสนองการแก้ไขปัญหาการละเมิด ทางเพศ ซึ่งผู้เสียหายหรือว่าเหยื่อส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้หญิงได้ครับ แต่สิ่งที่คณะกรรมาธิการ ชุดนี้ได้ศึกษาก็คือการจัดให้มีศูนย์รองรับสถานการณ์ปัญหาในลักษณะแบบนี้ในระดับจังหวัด จัดให้มีการกระจายตัวของพนักงานสอบสวนที่ครอบคลุม มีการปรับวิธีการสืบสวนสอบสวน ที่เป็นมิตรต่อผู้เสียหาย แล้วที่ไปไกลกว่านั้นคณะกรรมาธิการมองว่าจริง ๆ แล้วประเด็น เรื่องของการเสาะแสวงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวผู้เสียหายและเหยื่อนั้น ไม่ได้มี แค่ในกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ยังมีในส่วนของโรงพยาบาล ยังมีในส่วนของโรงเรียน ซึ่งกรณีที่ท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงกรณีที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดที่มีการละเมิดทางเพศ หรือการซื้อบริการเด็กนั้นเป็นการสะท้อนปัญหาที่ชัดเจน ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ จึงนำไปสู่เรื่องของการให้มีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าไปสนับสนุน การสืบสวนสอบสวน เข้าไปสนับสนุนการเสาะแสวงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในพื้นที่ด้วยครับ🔗

ส่วนที่ ๒ ที่ท่าน ส.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ท่านได้พูดถึงก็คือกรณีของ การใช้แอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ และท่านยกกรณีศึกษาเรื่องการใช้แชตบอต (Chatbot) อันนี้ต้องขอบพระคุณนะครับเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการไม่ได้คิดถึงประเด็น เรื่องของการใช้แชตบอต (Chatbot) ในการศึกษา แต่คณะกรรมาธิการตระหนักแบบนี้ และในข้อสังเกตก็เขียนชัดเจนว่าวันนี้รูปแบบการรับเรื่องปกติที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการ เดินเข้าไปในสถานที่รับเรื่องต่าง ๆ เช่นสถานีตำรวจ เช่นโรงพยาบาล เช่นศูนย์ของ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หรือแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์สายด่วนต่าง ๆ นั้นยังมีข้อจำกัดอยู่ ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมองว่าตรงนี้เป็นบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่จะต้องคิดรูปแบบวิธีการที่มีความ หลากหลายยิ่งขึ้น คณะกรรมาธิการคงศึกษาและเปิดช่องว่าแอปพลิเคชัน (Application) ที่รองรับการรับเรื่องแบบนี้ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การให้คำปรึกษาที่เป็นมิตรและ การยอมรับในสถานการณ์ที่มีความยากลำบากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ นั้น ควรจะดำเนินการอย่างไร นั่นเป็นส่วนที่ ๒🔗

ส่วนที่ ๓ เป็นส่วนที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว แล้วก็คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยา ประเด็นนี้ในรายงานฉบับนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่เรามีการพูดคุยแล้วก็มีการถกเถียงกันเป็นระยะเวลาที่อาจจะเรียกได้ว่า นานที่สุดในรายงานการศึกษาฉบับนี้ คณะกรรมาธิการมองแบบนี้ครับ และส่วนใหญ่อยู่ใน เนื้อหาการศึกษาในช่วงต้น เช่น ในหน้าที่ ๑๔ แล้วก็ในหน้าที่ ๑๕ คณะกรรมาธิการมองว่า รูปแบบของการให้ความช่วยเหลือนั้นจะต้องคิดทั้ง ๒ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือกรณีการเยียวยา ผู้เสียหายจะต้องครอบคลุมทั้งมิติด้านสุขภาพ ซึ่งท่านทั้ง ๒ ได้กรุณานำเรียนว่าสุขภาพนั้น ต้องรวมถึงการประเมินผลกระทบและการบำบัดฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ อันนี้ตรงกับ ที่คณะกรรมาธิการได้ระบุอยู่ครับ คณะกรรมาธิการคิดไปถึงรูปแบบการให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องของสวัสดิการสังคมซึ่งก็อยู่ในหลายพื้นที่ของในรายงานฉบับนี้ คณะกรรมาธิการ ยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมต้องเป็นอีก ๑ คำตอบและหนี้ไม่พ้นว่าในเรื่องของ การศึกษา การฝึกอาชีพเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ อย่างไรก็ตามการให้ความ ช่วยเหลือแบบนี้ต้องเคารพสิทธิและการตัดสินใจของผู้เสียหายควบคู่ไปกับสิ่งที่ท่านใช้คำ ที่คุณหมอจาตุรงค์ได้เน้นย้ำก็คือการทำงานในรูปแบบสหวิชาชีพ ซึ่งวันนี้มีอยู่ในเกือบทุก พื้นที่แล้ว แต่รายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าเราอยากเพิ่ม ประสิทธิภาพของการทำงานแบบสหวิชาชีพ และในกรณีที่เกิดการละเมิดทางเพศก็ขอให้มี เคส เมเนเจอร์ (Case Manager) หรือซีเอ็ม (CM) ที่เป็นผู้รับผิดชอบที่จะบริหารจัดการ ทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อเกิดประโยชน์กับผู้เสียหายมากที่สุด อย่างไรก็ตามครับประการสุดท้าย ก็คือในส่วนของการบาลานซ์ (Balance) ระหว่างการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายกับการ แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด ถึงแม้ท่านสมาชิกท่านไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้มากนัก แต่ผม ขอขยายความเพิ่มเติมอีกนิดเดียวว่าการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ให้มีการกระทำ ความผิดซ้ำนั้นเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการยืนยันและค้นพบและมีรายงานฉบับนี้ออกมา เพื่อไปสู่ข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานด้านกระบวนการ ยุติธรรม และกระทรวงยุติธรรมว่าอย่างน้อยที่สุดในผู้ต้องขังต่าง ๆ ที่มีการกระทำความผิด เกี่ยวกับเพศ ขอให้มีการประเมินสาเหตุการกระทำความผิดที่ชัดเจน ขอให้มีการประเมิน ความเสี่ยงของโอกาสมีการกระทำความผิดซ้ำ ในรายงานฉบับนี้เราใช้คำว่าริสก์ แอสเซสเมนต์ ทูล (Risk assessment tool) เพื่อป้องกันมิให้หรือให้มีโอกาสในการที่เขา ออกมาจากเรือนจำภายใต้สิทธิและเสรีภาพของเขานั้นจะไม่นำไปสู่การกระทำความผิดซ้ำ ในเรื่องเพศซึ่งเป็นหัวใจของรายงานฉบับนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ กรรมาธิการยังมีอีกหรือครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ ศึกษาปัญหาแนวทางแก้ไข ปัญหาการข่มขืนและกระทำชำเรา ก็นำเรียนในสิ่งที่ท่าน ส.ส. ได้อภิปรายมาก็คือ ๑. ท่าน ส.ส. อรรถกร ศิริลัทธยากร ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายการทำแท้ง ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนว่า คณะกรรมาธิการได้มีการศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็พบว่าการทำแท้งเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในการ ตั้งครรภ์ที่เกิดจากการข่มขืน ซึ่งการทำแท้งจะถูกกฎหมายก็คือ ๑. เป็นผลเสียต่อสุขภาพมารดาทั้งร่างกายและจิตใจ อันที่ ๒ คือลูกในครรภ์มีความพิการ อันที่ ๓ คือการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการข่มขืน แต่มีปัญหา ก็คือว่าเรื่องของการข่มขืนถ้าคดียังไม่สิ้นสุดแพทย์ก็ยังไม่สบายใจที่จะทำแท้ง แต่ว่าถ้าคดีสิ้นสุด แล้วใช้เวลามากก็ทำให้การตั้งครรภ์ได้มีการเรียกว่าหลายเดือน ตั้งครรภ์หลายเดือนก็ทำให้ การทำแท้งเป็นไปด้วยความยากลำบากและเด็กก็อาจจะต้องมีชีวิตอยู่ถ้าหลัง ๒๐ สัปดาห์ ซึ่งอีกปัญหาหนึ่งของการทำแท้งก็คือว่าในเรื่องของช่วงที่เกิดเหตุขึ้น ก็คือที่อาจารย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้นำถามว่าการแอปโพรช (Approach) ผู้ที่เกิดเหตุจริง ๆ คณะกรรมาธิการ ในรายงานฉบับเต็มจะมีการศึกษาแล้วก็มีโฟลว์ชาร์ต (Flowchart) ในการที่จะแก้ปัญหา ตั้งแต่ของโอเอสซีซี (OSCC) ของในโรงพยาบาล แล้วก็ของผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นสหวิชาชีพ ที่มาทำงานร่วมกัน ซึ่งด้านการแพทย์เองเราพอมีคนไข้ที่เข้ามาเรื่องการข่มขืนเราจะรู้เรื่อง ๑. มีอันตรายที่เกี่ยวกับเรื่องของการบาดเจ็บอื่นไหม อันที่ ๒ การติดเชื้อ มีการติดเชื้อไหม ป้องกันการติดเชื้อด้วย แล้วก็การป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งถ้ามีการข่มขืนแล้วมาพบเราภายใน ๒๔ ชั่วโมง การให้ยาการป้องกันการตั้งครรภ์จะได้ผลถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อันนี้ก็เป็น ในโฟลว์ชาร์ต (Flowchart) ที่ในรายงานฉบับเต็มจะมีรายงานที่สมบูรณ์แบบแล้ว ส่วนเรื่องของ การรักษาอื่นก็เรื่องของจิตแพทย์ ซึ่งสหวิชาชีพและจิตแพทย์ก็จะดูแลร่วมกันด้วย ส่วนเรื่อง การฉีดให้ฝ่อก็เรื่องนำเรียนที่ท่าน ส.ส. คารม พลพรกลาง และคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ แล้วก็รวมทั้งท่านฐิตินันท์ แสงนาค ได้กล่าวไว้ก็นำเรียนว่าเรื่องของการฉีดให้ฝ่อเป็นเรื่องที่ อยู่ในการศึกษาอยู่ แล้วจะเหมาะสมกับประเทศไทยไหม ยังไม่ได้บอกว่าจะเป็นอย่างไร แต่ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แล้วก็มีการเริ่มต้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งออกกฎหมายใช้ยาบำบัดเพื่อลดอารมณ์ทางเพศของผู้ทำผิดเป็นครั้งแรก แล้วก็มีการใช้ในประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็ที่ประเทศรัสเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และ ประเทศโปแลนด์ แต่ว่าในประเทศไทยก็ต้องศึกษาต่อแล้วว่า ๑. ยาพวกนี้เป็นยาที่ชั่วคราว ความจริงก็คือยาฉีดยาคุมผู้หญิงที่ใช้ทุก ๓ เดือน ๑๒ สัปดาห์ หรือเขาเรียกดีเอ็มพีเอ (DMPA) หรือดีพอต เมดรอกซี โพรเกสเทอโรน อะคิเทต (Depot Medroxy Progesterone Acetate) ซึ่งตัวนี้ก็นำเรียนว่าในประเทศไทยอาจจะมีเป็นข้อเสนอ เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการ พ้นโทษก่อนกำหนด เช่นว่าคุณอยากพ้นโทษก่อนกำหนดคุณสามารถจะเลือกข้อมูลตัวนี้ได้ ซึ่งเขาอาจจะยินยอม ซึ่งในส่วนนี้การยินยอม ไม่ยินยอมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เช่นการยินยอม ก็คือเขาต้องเซ็นไลเซนส์ (License) ยินยอมไป ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือใน ประเทศเกาหลีใต้เขาถือว่าเขาบังคับ ศาลบังคับทำเลย อันนี้เราก็ต้องดูว่าสิทธิมนุษยชนแล้ว ก็เรื่องของความปลอดภัยในสังคมจะต้องมาเกิดดุลภาพทั้ง ๒ อย่างด้วย แล้วก็ส่วนเซ็กซ์ทอย (Sex toy) ก็นำเรียนว่าที่ท่าน ส.ส. คารม พลพรกลาง และ ส.ส. ฐิตินันท์ แสงนาค คือ การศึกษานี้คณะกรรมาธิการบอกเพียงว่าเซ็กซ์ทอย (Sex toy) ไม่ได้ช่วยลด ไม่มีการ ศึกษาวิจัยใดว่าเซ็กซ์ทอย (Sex toy) จะช่วยลดการข่มขืน แต่ไม่ได้บอกว่าเซ็กซ์ทอย (Sex toy) จะเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งอันนี้ก็คงต้องไปหาข้อสรุปในการศึกษาอื่น ที่ว่าจะว่าเหมาะสมกับสังคมไทยหรือเปล่า แต่ว่าเซ็กซ์ทอย (Sex toy) ไม่ได้ช่วยลดอัตรา การข่มขืน ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเซ็กซ์ทอย (Sex toy) จะลดอัตราการข่มขืนกระทำชำเราลง ก็นำเรียนท่านแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านกรรมาธิการชี้แจงต่อครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ศึกษาละเอียดมากเลยนะครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียน ท่านประธานโดยสรุปอย่างนี้นะครับ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ ก็ขอสรุปว่าทั้งหมดที่เพื่อนกรรมาธิการประมาณ ๑๐ ท่าน ที่ได้เสนอแนะ ให้กับพวกเรา แล้วก็ทางเพื่อนกรรมาธิการได้ตอบคำถามทุกประเด็นดังกล่าวนั้น ผมเรียนว่า บางเรื่องอยากจะเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าเรามีคณะอนุกรรมาธิการอยู่ ๒ คณะ แต่ว่าในการทำรายงานที่เพิ่มไปในรายละเอียดนั้นอาจจะบกพร่องอยู่บ้าง ก็น้อมรับทุกประเด็น แล้วอย่างหมอชลน่านพูดถึง ขออนุญาตเอ่ยนาม ว่าเรื่องของสถานการณ์ข้อมูลต่าง ๆ เราจะมี ในเล่มอนุนะครับ ก็เรียนไว้เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ก็คือมี เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้เพิ่มเติม ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถปรับได้ในรายงาน ก็ขอเรียน เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจด้วยเช่นกัน ทั้งหมดที่เราพูดมาเราได้ครอบคลุมทั้งก่อนเกิดเหตุ แม้กระทั่งเรื่องศีลธรรม เรื่องจริยธรรมทั้งหลาย เราก็ได้ใส่ไว้ตรงคณะอนุกรรมาธิการ เหมือนกันนะครับ ส่วนเรื่องเกิดเหตุ เรื่องหลังเกิดเหตุ อันนั้นท่านณัฐวุฒิได้พยายามตอบ คำถามทุกประเด็นที่มีความละเอียดครอบคลุม ผมในฐานะประธานก็ขอน้อมรับทั้งหมด ที่เพื่อนกรรมาธิการได้ตอบ แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้ถาม ซึ่งเป็นประเด็นที่ขอบคุณที่ให้ข้อมูลมา และคิดว่าข้อสังเกตที่เราเสนอไปเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ให้การสนับสนุน ก็ขอขอบคุณ ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ จากที่ได้ฟังคณะกรรมาธิการชี้แจง ก็ถือว่าได้ชี้แจงโดยละเอียด ผมจึงคิดเห็นว่าการรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน กระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ เรื่อง แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน การกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้นำเสนอรายงานนี้ต่อ สภาผู้แทนราษฎร จากที่ได้ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกซึ่งต่างก็เห็นว่าได้เห็นด้วย สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งรายงาน แล้วก็ทั้งข้อสังเกต ฉะนั้นผมจะขออนุญาต ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๘๘ ไม่ทราบว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่านสมาชิก ทุกท่านไม่มีความเห็นเป็นอื่น ผมถือว่าสภาเราได้รับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการ และรับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปพร้อมกันนะครับ ต้องขอขอบคุณทาง คณะกรรมาธิการทุกท่าน ขอบคุณมากครับ🔗

๔.๓ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็น ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน โดยได้กำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาไว้ทั้งสิ้น ๙๐ วัน โดยสิ้นสุดในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ นั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อย แล้วจึงขอเสนอรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันมีการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน เพื่อแสดงความเห็นและข้อเรียกร้องในประเด็นทางสังคม การเมืองการปกครองกันอย่างกว้างขวางผ่านการชุมนุม และผ่านช่องทางการสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของประชาชนในการใช้สิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม ในการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนนั้น แสดงความคิดเห็น และข้อเรียกร้องต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และที่สำคัญควรได้รับการ ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยจากรัฐ คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ได้กำหนดกรอบการพิจารณาดังนี้ครับ ๑. คณะกรรมการได้เชิญบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านการชุมนุมมาให้คำปรึกษาหรือแสดง ความคิดเห็นเพื่อให้ข้อเสนอแนะด้านประสบการณ์และด้านวิชาการ ๒. คณะกรรมาธิการ เชิญตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมมาร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการเพื่อแสดงความคิดเห็น ๓. คณะกรรมาธิการเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นและสังเกตการณ์ในพื้นที่การชุมนุมจำนวน หลายเวที ๔. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) โดยมีการ รับฟังผ่านระบบออนไลน์ (Online) เป็น ๓ แนวทางครับ คือ ๑. คณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) โดยการรวบรวมความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) ลักษณะเป็นการทั่วไปเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา จำนวน ๑๙๒ กลุ่ม ๒. กรรมาธิการได้รับฟังความคิดเห็นโดยการทำแบบสำรวจความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) ในรูปแบบของแบบสอบถาม โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันพระปกเกล้า จำนวนแบบสอบถามทั้งสิ้น ๒,๕๐๕ แบบสอบถาม และ ๓. คณะกรรมาธิการได้รับฟัง ความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) โดยรูปแบบของการจัดทำแบบการสำรวจทัศนคติ ของประชาชนต่อการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวง ดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน ๑๙ เวทีการชุมนุม ซึ่งจากการได้ไปร่วมพิจารณา ร่วมกันของคณะกรรมาธิการในส่วนของที่ได้ออกไปรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมตาม เวทีต่าง ๆ เราได้ข้อสรุปต่าง ๆ ดังนี้ครับ ในหลากหลายเวทีข้อเรียกร้องของทุกเวทีซึ่งเป็นข้อ เรียกร้องหลัก นั่นก็คือ ๓ ข้อเรียกร้องอย่างที่ท่านสมาชิก แล้วก็พวกเราได้เห็นกันตามหน้าสื่อ นั่นก็คือให้หยุดคุกคามประชาชน ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ยุบสภา ในขณะเดียวกันใน บางเวทีก็มีข้อเรียกร้องในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญให้มีการ แก้รัฐธรรมนูญในมาตราไหนบ้าง ในเรื่องของการมีอยู่คงอยู่หรือไม่ของสมาชิกวุฒิสภา ส่วนในเวทีของโรงเรียนมัธยมเราก็ได้เห็นข้อเรียกร้องที่หลากหลาย แล้วก็เพิ่มเติมมากขึ้นจาก บนเวทีของประชาชนทั่วไป นั่นก็คือมีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ มีการ เรียกร้องให้ปรับปรุงระเบียบหรือกฎเกณฑ์ของทางโรงเรียนที่มีความล้าสมัย เป็นต้น บางเวทีเช่นที่เวทีธรรมศาสตร์มีการเรียกร้องเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งตามที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อนสมาชิกคงจะได้รับฟังกัน ในขณะเดียวกันในชั้นกรรมาธิการ ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ เราก็ได้เชิญทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมแสดงความคิดเห็น มาร่วมแลกเปลี่ยน แล้วก็ มาร่วมหาแนวทางออกร่วมกันในการที่จะแก้ไขปัญหา เราได้มีโอกาสเชิญทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ เราได้เชิญทางอัยการ เราได้เชิญทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมกันเราได้มีโอกาสเชิญทางกระทรวงศึกษาธิการเพื่อที่จะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อม ๆ กัน ได้มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา ส่วนผลของการสำรวจ การแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ (Online) นั้น ทางคณะกรรมาธิการได้สรุปเอาไว้ อยู่ในเล่มบันทึกสรุป พร้อม ๆ กันได้มีรายละเอียดของข้อคำถามที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ทำแบบคำถามให้กับผู้ตอบได้อยู่ในภาคผนวกเช่นเดียวกัน ในภาคผนวก ค พร้อม ๆ กัน ทางคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะและข้อสังเกต เพื่อให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติต่อไปนะครับ เราได้ทำความคิดเห็นถึงคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่มีอำนาจ และหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณา เช่นในคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในส่วนของคณะรัฐมนตรีเราได้ เสนอแนะว่าในฐานะที่มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ราชการบริหารแผ่นดิน กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา จึงมีความ จำเป็นที่คณะรัฐมนตรีควรที่จะเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และ ประชาชน เพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระและอยู่ภายใต้บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่สำคัญทางคณะรัฐมนตรีต้องรับฟังกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยความจริงใจและไม่มีอคติ อย่ามองผู้ชุมนุมหรืออย่ามองผู้ที่เห็นต่างคือศัตรูทางการเมือง รัฐบาล คณะรัฐมนตรีควรตระหนักเสมอว่าบนโลกประชาธิปไตยความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ เราส่งความคิดเห็นถึงกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในสถานศึกษานั้น จัดกิจกรรมการชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็น ตลอดทั้งรูปแบบการจัดกิจกรรม ภายในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาได้อย่างมีอิสระ และอยู่ภายใต้กรอบบทบัญญัติ ของกฎหมาย จึงควรเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา และบุคลากร ในสถานศึกษาเพื่อได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ได้มีโอกาสแสดงออกทางความคิดเห็น ด้านการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดถึงทางกระทรวงศึกษาธิการควรกำหนดมาตรการความปลอดภัยให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อที่จะพยายามคัดกรองบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น ในสถานศึกษา นอกจากนั้นที่สำคัญที่สุดเราได้แสดงความคิดเห็นไปทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นควรปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยกรอบของกฎหมาย และที่สำคัญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไม่พยายามที่จะใช้ความรุนแรงกับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการชุมนุม ซึ่งเราจะเห็นว่าในช่วงที่มีการชุมนุม ในทุกเวที การใช้ความรุนแรงหรือการเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับทางกลุ่ม เจ้าหน้าที่ไม่มีให้เห็น แต่อย่างไรก็ตามการใช้ความรุนแรงหรือการคุกคามประชาชนไม่ได้อยู่ แต่เฉพาะในพื้นที่ที่มีการชุมนุมเท่านั้น ก่อนการชุมนุมหรือหลังการชุมนุม การบังคับใช้ กฎหมาย หรือการแจ้งข้อหาให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เราได้เสนอแนะไปว่าการดำเนินคดีต่าง ๆ ควรเป็นไปด้วยความยุติธรรม ไม่ควรที่จะไปยัดเยียดข้อกล่าวหาที่เกินเลยกว่าการกระทำ ของกลุ่มผู้ชุมนุม และที่สำคัญควรที่จะใช้หลักรัฐศาสตร์ในการที่จะพิจารณาประกอบกัน ควบคู่กับหลักนิติศาสตร์ ต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้ใช้เวลาของสภา เร็วที่สุดในการที่จะร่วมกันพิจารณาแล้วก็ศึกษาแนวทาง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของ น้อง ๆ นักศึกษากลุ่มต่าง ๆ เพื่อเอาความคิดเห็นต่าง ๆ นั้นมาเสนอให้กับที่ประชุมสภา เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ผมต้องเรียนกับท่านสมาชิก เรียนกับท่านประธานครับว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เวลาในการพิจารณาทั้งสิ้น ๙๐ วัน แต่พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า ด้วยสถานการณ์ค่อนข้างที่จะตึงเครียดแล้วก็รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ระยะเวลา ๙๐ วัน เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไปที่จะไปศึกษารายละเอียด เราจึงพยายามที่จะเร่งด่วน แล้วก็เร่งรัดในการทำงานของพวกเรา สรุปสุดท้ายแล้วคณะกรรมาธิการชุดนี้ ตั้งแต่ การประชุมครั้งแรก วันที่ ๓๑ กรกฎาคม จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายเราใช้เวลาไม่ถึง ๑ เดือน ในการที่จะสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อมานำเสนอต่อสภา และนำไปสู่การแก้ไขต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมสภาได้พิจารณารายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่สนใจที่จะร่วมอภิปราย ผมขอแจ้งล่วงหน้ารอบละ ๓ ท่าน ๑. ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒. ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๓. ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง คนบ้านเดียวกับท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมต้องขอบพระคุณ ทางคณะกรรมาธิการที่ได้มีการทำแล้วก็ศึกษาจนออกมาเป็นรายงานฉบับนี้ครับ เรียนด้วยความภาคภูมิใจในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รายงานฉบับนี้ใช้เวลานานกว่า ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่กี่วันเองครับ ถือว่า เป็นการทำได้รวดเร็วอย่างยิ่งครับ และผมก็ยังยืนย้ำอยู่ตรงนี้ชัดเจนว่าในนามของ พรรคฝ่ายค้านเรา เราก็คิดว่าสิ่งที่เราไม่อาจเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการคณะนี้ได้นั้น เราคิดถูกแล้วครับ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับตัวรายงานทั้งหมดผมมีความคิดเห็นอยู่ ๔ ประการด้วยกันครับ🔗

ประการแรก อย่างน้อยที่สุดรายงานฉบับนี้ทั้งหมดที่เป็นเนื้อหา ไม่นับ ภาคผนวก มีเนื้อหาทั้งสิ้น ๕๘ หน้าด้วยกันครับ สิ่งที่ชัดเจนอย่างยิ่งเลยคือท่านได้ รวบรวมการจัดเวทีการชุมนุมของทุกฝ่ายไว้หมดเลย มีรายละเอียดการจัดและสิ่งที่สำคัญ คือมีการระบุประเด็นเก็บข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่มีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่านี่เป็น สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเราศึกษาได้ง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น และเห็นถึงประเด็นร่วมกันของ ข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้นว่าเป็นข้อเรียกร้องแบบไหน ประการใด สิ่งที่ผมภาคภูมิใจในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คือในฐานะกรรมาธิการท่านไม่เคยมีข้อมูลหรือการปิดกั้น และบอกว่าท่านมีอคติต่อการแสดงความคิดเห็นของเวทีใดแบบใดแบบหนึ่ง ที่บอกว่า ภาคภูมิใจเพราะท่านประธานคงทราบดีว่าวันนี้องค์กรอิสระบางองค์กรก็ไปออก คำแถลงการณ์ ผมก็ไม่ทราบว่าใครเขียนนะครับ เขาบอกมีการแก้ไขกันหลายครั้ง บอกว่า การจัดชุมนุมต่าง ๆ ข้อเรียกร้องเลื่อนลอยบ้าง ข้อเรียกร้องไม่ชัดเจน ข้อเรียกร้อง ไม่รู้ต้องการแบบไหน ประการใด แต่คำเหล่านั้นไม่มีอยู่ในรายงานฉบับนี้ รายงานฉบับนี้บอกชัดเจนอย่างยิ่ง ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่รายงานบอกกับเราก็คือว่าข้อเรียกร้อง ของเวทีการชุมนุมต่าง ๆ เป็นข้อเรียกร้องที่มิใช่ประเด็นเฉพาะเรื่องของทางการเมือง การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องยุบสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่มันกินความ รวมไปถึงปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ที่ผมเคยนำเสนอมาโดยตลอดว่าแม้กระทั่งเรื่องของการสมรส อย่างเท่าเทียมก็ถูกพูดคุยกันหลายครั้งในเวทีของการชุมนุม นั่นคือสิ่งที่ผมชื่นชมและยอมรับ รายงานฉบับนี้ได้เป็นประการที่ ๑ ครับ ในประการที่ ๒ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้นำเสนอว่าท่านได้มีการส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์ในการเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น และขอความอนุเคราะห์ในการดำเนินการต่าง ๆ ทั้งสิ้น ผมพยายามอ่านในภาคผนวก ข มีทั้งหมด ๔ หน่วยงานด้วยกัน ได้แก่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือที่เรา เรียกกันว่าเลขาธิการ สพฐ. ได้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่รัฐมนตรีว่าการ เอาชื่อย่อ ๆ แล้วกันนะครับท่านประธานมีแค่ ๗ นาที อว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และได้แก่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่สิ่งที่ได้ กลับมาในรายงานฉบับนี้ ท่านส่งไป ๔ หน่วยงาน ผมได้กลับมาแต่ภาคผนวก ก ครับ ก็คือ หนังสือกลับมาจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนามของเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รักษาราชการแทนเลขาธิการ สพฐ. ที่ไปถึงเขตพื้นที่ การศึกษาต่าง ๆ แล้วหนังสือฉบับนี้มีคุณมากเพราะทำให้กลุ่มน้อง ๆ นักเรียนที่อยู่ใน โรงเรียนต่าง ๆ ที่กำลังผูกโบว์ขาว ที่กำลังชูแบบนี้แค่กระดาษขาว ๆ แบบนี้ ที่กำลัง ชูสัญลักษณ์บางประการในโรงเรียนของเขา และเรียกร้องสิทธิบางประการซึ่งรวมไปถึงสิทธิ ความเป็นนักเรียนของเขาต่อครูบาอาจารย์ที่มาละเมิดสิทธิเขานั้น โรงเรียนต้องตระหนัก ต้องเปิดพื้นที่ ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และในขณะเดียวกันต้องไม่มีการไปละเมิดสิทธิของ นักเรียน รวมถึงสร้างหลักประกันเรื่องความปลอดภัย หนังสือฉบับนี้ลงนามวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ โดยรองเลขาธิการ สพฐ. ที่ ศธ ๐๔๒๗๗/๘๘๕ นี่บอกให้นักเรียน ทั่วประเทศได้ยินว่ากระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายแบบนี้นะว่าโรงเรียนปิดกั้นไม่ได้ ฉะนั้น ผมไม่ติดใจในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ผมติดใจว่าหนังสือที่ท่านทำถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งวันนี้ชื่อท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ หนังสือที่ท่านทำถึง ผบ.ตร. ซึ่งวันนี้ชื่อ พลเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ตกลง เขาไม่ได้ตอบท่านหรือครับ หรือเพราะเหตุใดท่านถึงไม่รอให้เขาตอบท่านก่อน หรือเพราะ เหตุใดท่านถึงไม่ทำหนังสือถามย้ำไปอีกว่าตกลงท่านเอาอย่างไร โดยเฉพาะกระทรวง การอุดมศึกษา ซึ่งเรารู้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีการละเมิดสิทธิเด็กค่อนข้างมาก ท่านปิดมหาวิทยาลัยได้ แต่ท่านให้ตำรวจไปขอบัตรประชาชนเขาในมหาวิทยาลัย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ ท่านให้เขาเดินไปจับนักศึกษาในความดูแลของท่านในมหาวิทยาลัย ตกลงคำตอบของ หน่วยงานเหล่านั้นมีไหมครับ หรือวันนี้เขาตอบกลับมาไหมครับ เผื่อว่าไม่มีในรายงานผมจะ ได้รับทราบ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ ประการที่ ๓ ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมเรียนจบ ทางด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ รายงานฉบับนี้มีคำที่เขียนว่าควรใช้หลักรัฐศาสตร์มากกว่า หลักนิติศาสตร์อยู่ทั้งสิ้นถ้าผมจำไม่ผิด ๒ จุดด้วยกัน จุดที่ผมผิดสังเกตคือจุดที่อยู่ใน ข้อสังเกตในหน้า ๕๗ ท่านพูดถึงการใช้หลักรัฐศาสตร์ว่าให้ตำรวจควรคำนึงถึงการใช้หลัก รัฐศาสตร์มาใช้ประกอบหลักนิติศาสตร์ด้วย ด้วยความเคารพจนถึงทุกวันนี้ผมยังไม่เข้าใจว่า หลักรัฐศาสตร์กับหลักนิติศาสตร์แตกต่างกันอย่างไร ท่านให้ความหมายของคำแบบนี้ ประการใด นี่ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ผมจบทั้งรัฐศาสตร์จบทั้งนิติศาสตร์ ผมไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่ผมต้องการหรือเข้าใจมากกว่าคือเอาเข้าจริง ๆ แล้วผู้เกี่ยวข้องกับ การบังคับใช้กฎหมายทั้งหมด เข้าใจหลักการที่เรียกว่ารูล ออฟ ลอว์ (Rule of Law) หรือ หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมหรือไม่ นี่เป็นหัวใจที่สำคัญมากกว่านะครับ ผู้บังคับใช้กฎหมาย เข้าใจหรือไม่ว่าวันนี้ท่านกำลังใช้กระบวนการที่ทั่วโลกเขายอมรับแล้วที่เรียกว่ากระบวนการ ใช้กฎหมายปิดปากสแลป (SLAPP) กับพี่น้องประชาชน เรื่องที่ควรเป็นหมายเรียกท่านก็ ออกหมายจับ เรื่องที่ควรจะปล่อยให้นักศึกษากลับไปในชั้นพนักงานสอบสวนท่านก็ไป ขออำนาจศาล ศาลก็บ่นแล้วว่าวันนี้ท่านก็จะไม่ไหวแล้ว เรื่องที่ควรให้หลักประกันตามข้อหา ที่ถูกต้องท่านก็ไปตั้งข้อหาที่หนักเกินเกณฑ์ สิ่งเหล่านี้ท่านต้องการอะไรครับ ท่านไม่ได้ หมายถึงกรรมาธิการนะครับ แต่หมายถึงหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย และในขณะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเราเรียกว่าอะบิวส์ ออฟ พาวเวอร์ (Abuse of Power) หรือการใช้อำนาจ ที่เหนือกว่า ซึ่ง ผบ.ตร. ไม่ได้ตอบท่าน ประการที่ ๔ สั้น ๆ ครับเป็นประการสุดท้าย อันนี้ชื่นชมครับ ฝากขอบพระคุณไปยังน้อง ๆ เจน (Gen) กล้าที่นำเสนอประเด็นเรื่องผู้ลี้ภัยในรายงานฉบับนี้ ท่านประธานครับ ชีวิตของ คนหนุ่มสาววันนี้คืออนาคตของพวกเขา ถ้าหากเราไม่เริ่มตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็น แล้วสิ่งเหล่านี้มันจะจบที่รุ่นเราได้อย่างไร ขอบพระคุณครับท่านประธาน แต่ในส่วนตัว สนับสนุนรายงานฉบับนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอมรัตน์ครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดนครปฐม สำหรับรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติเรื่องให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษาและ ประชาชนฉบับนี้ ดิฉันได้อ่านจนครบทั่วทุกหน้าแล้ว กำหนดให้สิ้นสุดวันที่ ๒๑ ตุลาคม แต่ว่าสามารถเข็นออกมาสำเร็จได้ก่อน กรรมาธิการชุดนี้ข้อสังเกตก็คือมีแต่ ส.ส. ฝั่งรัฐบาล เพียง ๒๕ คนเท่านั้น ไม่มีตัวแทนของ ส.ส. ฝ่ายค้านเข้าร่วมเลย เป็นเพราะเราเห็นว่า สิ่งที่นักเรียนนักศึกษาเรียกร้องในสังคมปัจจุบันนี้ ชัดเจนแล้วและไม่ต้องมีการซื้อเวลาด้วย การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาอีก จากรายงานมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วม พูดคุยให้ความเห็นทั้งหมด ๖ ครั้ง และเชิญกลุ่มนักศึกษาได้สำเร็จเพียงกลุ่มเดียวค่ะ กลุ่มนั้นชื่อว่ากลุ่มเจน (Gen) กล้า เชิญมาได้ ๑๒ คน และหัวข้อที่แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันก็ไม่ใช่เป็นหัวข้อที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เรื่องร้อนในสังคมปัจจุบัน แต่เรื่องที่ กลุ่มเจน (Gen) กล้า มาพูดคุยกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ กลับเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การพัฒนาการท่องเที่ยว การกระจายรายได้ ความเท่าเทียมกันทางการศึกษา เรื่องแรงงาน และเรื่องผู้ลี้ภัยในประเทศ จะเห็นได้ว่าประเด็นสำคัญไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นร้อนในสังคม ขณะนี้เลย และเชิญมาได้เพียงกลุ่มเดียว ในขณะที่ดิฉันอยู่ในกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่หลากหลายเข้ามาร่วมพูดคุยกัน หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนเลว กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย รวมทั้งกลุ่มอื่น ๆ กระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ดิฉันเห็นว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ยังไม่มีความหลากหลายพอ และการเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นที่เวทีชุมนุม ๗ เวที ก็ยังน้อยไปถ้าเทียบกับสัดส่วน การจัดเวทีทั่วประเทศ อีกทั้งในรายงานฉบับนี้การไปดูสังเกตการณ์ใน ๗ เวที ก็บอกแต่ สถานที่ ชื่องาน ไม่ได้มีรายละเอียดของการไปสังเกตการณ์เลย จากการที่ดิฉันได้พบกับ บางท่านที่ไปสังเกตการณ์พร้อม ๆ กัน ก็ไม่ได้อยู่จนถึงมืด ไม่ได้อยู่จนถึงเห็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการไปสังเกตการณ์ที่ สน. ต่าง ๆ ดิฉันก็ไม่ได้เห็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ เอาใจใส่แล้วก็สังเกตการณ์อย่างจริงจังค่ะ แต่ว่าจะกลับก่อนนะคะ ประเด็น ก็คือมีความล้มเหลวที่นักเรียนนักศึกษาไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการของคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้เพราะเห็นว่าเปล่าประโยชน์ คนที่เขาต้องการจะคุยด้วยคือนายกรัฐมนตรี เขาทราบดีว่าการมาคุยกับคณะกรรมาธิการชุดนี้มันซ้ำซากและไม่เกิดประโยชน์อะไรนะคะ ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่หลังการรัฐประหาร ๒ ครั้ง คือ ในปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ ทำให้ประเทศไทยสูญเสีย สิ่งที่สูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการสูญเสียหลักการ นิติรัฐ นิติธรรม ถูกทำลายจนหมดสิ้น กฎหมายไม่เป็นกฎหมายและประชาชนหมดความเชื่อถือ ศรัทธา ในระบบ ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ ในส่วนของ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ก็ได้แจ้งว่าไม่ได้มีนโยบายหรือคำสั่งให้มีการปิดกั้น กีดกันการแสดงออก ในสถานศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง เราได้รับการร้องเรียนจากนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศอย่างท่วมท้น ถึงบอกว่ารายงานแบบนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าก็จะพูด ในสิ่งที่เลื่อนลอยแล้วก็ไม่ได้ตรงกับในทางปฏิบัติ รวมทั้งข้อมูลจากทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติด้วยค่ะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แจ้งกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าทางตำรวจ มีทัศนคติที่ดีต่อผู้ชุมนุมนะคะ ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างนุ่มนวล สุภาพ อ่อนโยน และให้ความสะดวก แต่ดิฉันไปสังเกตการณ์ มาด้วยตัวเองแทบเกือบจะทุกม็อบ (Mob) ใน กทม. นี้ ดิฉันได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง ทุก สน. ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละ สน. ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมและผู้เข้าสังเกตการณ์อย่างไรบ้าง ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง สน. สำราญราษฎร์ให้ท่านประธานฟังสักที่หนึ่งนะคะ มีการสาดสี ใส่ตำรวจ เหตุการณ์สาดสีใส่ตำรวจที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วันมานี้เกิดจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำตามที่ เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะมีการเอาแผงเหล็กมาปิดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุม ได้เข้าไปในเขตของโรงพัก ซึ่งท่านอ้างว่าเป็นโรงพักของประชาชน มีการถ่วงเวลาด้วยการ ขอตรวจบัตรทีละคน ๆ และคราวก่อนหน้านั้นเมื่อมีฝนตกหนักก็ไม่อนุญาตให้มวลชนเข้าไป หลบฝนอยู่ใต้ถุนของ สน. ดิฉันได้เห็นการปฏิบัติที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไว้ แก่คณะกรรมาธิการชุดนี้ค่ะ และล่าสุดสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดหรือผู้บริหารประเทศพูด ก็ไปทางหนึ่ง ในทางปฏิบัติผู้ปฏิบัติก็ไปอีกทางหนึ่ง ล่าสุดมีข้อมูลว่าผู้บริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ยกเลิกการจัดสัมมนาหัวข้อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเดิมได้ อนุญาตไว้แล้วอยู่ดี ๆ ก็มายกเลิกกะทันหัน คนที่จะเข้าสัมมนาในครั้งนี้ล้วนเป็นอาจารย์ นักวิชาการทั้งสิ้น และจัดในสถาบันที่ไม่ควรจะมีการปิดกั้นพื้นที่ ถือว่าเป็นสถาบันการศึกษา แล้วก็เป็นความรู้ทางวิชาการ การคุกคามในรูปแบบอื่น ๆ มีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ไม่ใช่ เพียงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ลุกลามไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ มีการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปคุกคามผู้ปกครองนักเรียนที่ไปร่วมชุมนุมโดยการเรียกไปพูดคุย และล่าสุด เมื่อวานนี้นักกิจกรรมทางประชาธิปไตย นายอานนท์ นำพา ได้โพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก (Facebook) ว่ามีนายอำเภอเข้าไปคุกคามคุณยายของเขาที่บ้านในต่างจังหวัดคือที่จังหวัด ร้อยเอ็ด จะสังเกตว่าการคุกคามมีการพัฒนารูปแบบไปเรื่อย ๆ หมดเวลาแล้วดิฉัน ไม่อยากจะเกินเวลามากขอเวลาอีกแค่นาทีเดียวค่ะ เผด็จการ ทรราชทั่วโลกล้วนมีจุดจบ แบบเดียวกันหมด วันหนึ่งก็จะเหลิงแก่อำนาจ ลุแก่อำนาจ และไม่ฟังเสียงคัดค้านต่อต้าน ของประชาชน ในที่สุดแล้วก็จะจบแบบโศกนาฏกรรม ดิฉันฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันด้วย ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา มีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการวิสามัญที่รับธุระจาก สภาผู้แทนราษฎรในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จนถึงวันนี้ ประมาณ ๑ เดือนเศษ ด้วยความวิริยะอุตสาหะสภาผู้แทนราษฎรจึงได้รับรายงานฉบับ สมบูรณ์ในวันนี้ครับ อย่างไรก็ตามผมต้องขออภิปรายเพิ่มเติมประกอบข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการพอสังเขปเท่าที่เวลาจะอำนวย ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับว่า ๒-๓ เดือนหลังมานี้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชนมีการ ตื่นตัวทางการเมืองค่อนข้างสูง แล้วก็มีพัฒนาการในการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย ค่อนข้างสูงเป็นที่น่าชื่นชม แต่ก่อนโน้นพวกผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังรู้สึกว่า การเมืองนั้นเป็นของวัยผู้สูงอายุ วัยผู้ใหญ่ เด็ก เยาวชนทำไมไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ทางการเมือง ระยะหลัง ๆ เห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งคือปัญญาชนออกมาเคลื่อนไหว แสดงทัศนะ ทางการเมืองถือว่าเป็นเรื่องที่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องรับฟังแล้วก็นำมาพินิจพิจารณาเพื่อที่จะ ได้มาปรับปรุงแล้วก็พัฒนากระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่า ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความกังวลของผู้หลักผู้ใหญ่พี่น้องประชาชนในบ้านเมือง ว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นในการชุมนุม ซึ่งความรุนแรงนั้นเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว นำความสูญเสียมาให้แก่เด็กเยาวชน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชน ตลอดจน บ้านเมือง แต่ว่าด้วยความระมัดระวังและการติติงของหลาย ๆ ภาคส่วน ก็ทำให้การชุมนุม ครั้งนี้ยังรู้สึกว่ามีความปลอดภัยอยู่ในระดับพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ทุกคนได้ เรียนรู้ รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นนี้ก็ได้เน้นย้ำประโยคซ้ำ ๆ ว่าไม่ว่าจะเป็น สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อุดมศึกษา หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้บันทึกไว้ในข้อสังเกตว่าจะต้องเปิดพื้นที่ รับฟังให้มากที่สุด แล้วก็ใช้ความระมัดระวังในการบังคับใช้กฎหมายให้มีความเรียกว่า ให้เกียรติ ให้ความปลอดภัยแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ผมก็ถือว่าสิ่งนี้เป็นการกลั่นเหตุการณ์ แล้วก็เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีการศึกษา เหตุการณ์ที่มีการประชุมหรือมีการชุมนุมทางการเมืองในช่วงโควิด (COVID) แล้วก็เป็น ที่น่าบรรเทาความกังวลท่ามกลางสถานการณ์โควิด (COVID) ในประเทศไทยมีการชุมนุม เช่นนี้ก็ไม่มีรายงานว่ามีการติดเชื้อโควิด (COVID) นั่นก็ย่อมแสดงว่าทางภาคราชการเอง แล้วก็ผู้ชุมนุมเองก็ได้ใส่ใจเรื่องของโซเชียล ดิสแทนซิง (Social distancing) แล้วก็มาตรการ ในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นเดียวกัน ผมเองนั้น เคยอภิปรายในวาระที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไว้ว่าขอให้คณะกรรมการวิสามัญ ที่ตั้งขึ้นนี้ได้ทำ ๒ อย่าง ก็คือ ๑. ให้ฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) และ ๒. ฟิลเตอร์ จัสทิฟาย (Filter justify) คำว่าฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) หมายถึงว่าช่วย กลั่นกรองประเด็นข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ว่าประเด็นเป็นไปตามข่าวสาร หนังสือพิมพ์ สื่อสารมวลชนหรือไม่ หรือมีประเด็นที่มากกว่านั้น หรือกลั่นแล้วประเด็น น้อยลงกว่านั้น เขาเรียกว่าเพียวริฟาย (Purify) หรือกลั่นกรองประเด็นให้มีความตกผลึก และ ๒. ฟิลเตอร์ จัสทิฟาย (Filter justify) ก็หมายความว่าช่วยถามนักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนว่าประเด็นข้อเรียกร้องนั้นมีเหตุ มีผล อย่างไร ในการที่เกิดข้อเรียกร้องนั้น เรียกว่าใช้มาตรการในเรื่องของปัญญาเข้าไป เนื่องจากข้อเรียกร้องนั้นเป็นเรื่องของข้อคิด ความเห็น ความเห็นนี่บางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบ เป็นการมองที่ผิวว่า เห็นแล้วชอบ เห็นแล้วไม่ชอบ แล้วเหตุผลของการชอบหรือไม่ชอบนั้นบางครั้งก็สามารถที่จะ ตกผลึกให้ประเด็นนั้นเล็กลงไปได้อีก ก็อยากจะสอบถามท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าได้ทำ ๒ สิ่งนี้หรือไม่ ผมเองนั้นมีความคาดหวังลึก ๆ ในการอภิปรายในชั้นตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าผมสังเกตว่าการชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะ ๓ ประเด็นหลัก ๆ นั้น คือ ๑. ให้ยุบสภา ๒. ให้หยุดคุกคามประชาชน ๓. ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็มี นายกรัฐมนตรีลาออก ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองนี้ผมเคยศึกษาแล้วก็อยู่ในช่วงที่ เหตุการณ์ทางด้านการชุมนุมต่าง ๆ พบว่าสาเหตุหลักจริง ๆ ก็มาจากเรื่องความไม่มีธรรมาภิบาล ของรัฐบาล หรือการมีทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล ซึ่งการทุจริตคอร์รัปชันการไม่มีธรรมาภิบาล การเผด็จการทางรัฐสภา หรือเผด็จการ ในรูปแบบของการใช้กำลังนั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ ๆ ที่ทำให้การเรียกร้องประชาธิปไตยทุกครั้ง ประสบความสำเร็จ ก็อยากที่จะได้เห็นบันทึกรายงานฉบับนี้ในตอนท้ายนี้ว่าถ้ามีการบันทึก เหตุผลของการเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาไว้ด้วยว่ารัฐบาล หรือรัฐบาลปัจจุบัน หรือรัฐบาลที่ต่อเนื่องมานั้นมีความทุจริต มีความคอร์รัปชัน หรือไม่มีธรรมาภิบาล สิ่งใดสร้าง ผลกระทบในการบริหารงานบ้านเมืองให้เกิดความไม่ปลอดภัย เกิดความไม่กินดีอยู่ดีของ พี่น้องประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็สมควรที่จะมีการบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ เพื่อประกอบการเรียนรู้และส่งให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไข หรือรัฐสภาดำเนินการแก้ไขต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ แต่ว่าฝากท่านสมาชิกนิดหนึ่ง ท่านประธานท่านย้ำเหลือเกินว่าอยากให้ช่วยกันรักษาเวลา เพราะอยากให้คำนวณเนื้อหาสาระให้มันลงตัวในเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ว่าหมดเวลา เสียงอ็อดดังขึ้นท่านค่อยมาสรุปมันก็ยาวไปอีกคนละนาที ๒ นาที มันก็จะยาวไปเรื่อย ๆ ต้องกราบประทานอภัยท่านสมาชิกด้วย ต่อไปแจ้งท่านสมาชิกที่จะอภิปราย ๓ ท่าน ๑. ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒. ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ๓. ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญท่านปดิพัทธ์ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในรายงาน ฉบับนี้ผมต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการเวลาที่เราไปสังเกตการณ์ที่ม็อบ (Mob) เราก็เจอกันบ้างและด้วยข้อจำกัดผมทราบดีว่าท่านคงไปไม่ได้ครบทุกที่ เพราะการที่ประชาชน ออกมาเรียกร้องนั้นทั่วทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศจริง ๆ และผมก็ขอชื่นชมที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ รับข้อเสนอแล้วก็จบสรุปมาอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ผมเห็นในรายงานฉบับนี้ข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการนั้น ผมเรียนด้วยความเคารพไม่ต้องมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็เขียนรายงาน แบบนี้ได้ เพราะเป็นการเขียนข้อเสนอที่เป็นหลักสากลอยู่แล้ว รัฐจะต้องไม่คุกคามประชาชน จะต้องมีการเปิดพื้นที่ในการรับฟังความคิดเห็นนักศึกษา แต่คำถามของผมก็คือว่าแล้วทำไม ยังต้องมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งเราอภิปรายไปแล้ว สิ่งที่เกิดปัญหาในตอนนี้คือไม่ใช่เราไม่รู้ หลักการว่ารัฐต้องรับฟัง ไม่ใช่เราไม่รู้หลักการว่าจะต้องไม่มีการคุกคามประชาชน ด้วยกฎหมาย แต่ปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติที่ไม่ว่าจะมีคณะกรรมาธิการมากี่ชุดก็เพียงเป็นการ ซื้อเวลาเท่านั้น เพราะรัฐบาลก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่าทีแต่อย่างใด เมื่อวานนี้แกนนำ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกควบคุมตัวไม่ใช่ที่มหาวิทยาลัยนะครับ แต่เป็น ระหว่างการเดินทางมีการขับรถเข้าไปประกบแล้วก็มีการจับกุม แบบนี้มีคณะกรรมาธิการ อีกกี่ชุดก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ได้ แล้วสภาของเราไม่ควรเป็นเครื่องมือของ รัฐบาลแบบนี้อีก ท่านประธานครับปัญหาสำคัญอยู่ที่ทัศนคติและอย่างที่ท่านอมรัตน์ อภิปรายทัศนคติของตำรวจที่บอกมีทัศนคติที่ดี ผมมีโอกาสได้คุยกับตำรวจบางท่าน ตอนนี้ ตำรวจที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายใช้กฎหมายจนกฎหมายตอนนี้ไม่เป็นธรรมแล้ว มีการใช้คดี อย่างไม่จำเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายอย่างเช่น มาตรา ๑๑๖ มีการพูดทำนองว่า รับไปก่อนอย่างไรก็ไม่มีการฟ้องจริง ๆ หรอก ท่านประธานครับ นักเรียน นักศึกษาอายุ ๑๘ ปี โดนคดีอย่าว่าแต่มาตรา ๑๑๖ เลยครับ โดนหมายเรียกสักฉบับไปที่บ้านพวกเขาก็ถูกคุกคาม อย่างหนักแล้ว นักศึกษาที่จัดชุมนุมที่จังหวัดพิษณุโลกถูกหมายเรียกไปเชิญตัวมาจาก จังหวัดลำปาง ถ้าไม่มาชี้แจงที่ สน. พิษณุโลกจะถูกจับกุม จะถูกเป็นหมายจับ ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่บรรยากาศของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมคิดว่า ข้อเสนอของท่านควรหนักแน่นกว่านี้ เพราะถ้าท่านเจอการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ถ้าท่านเจอ กฎหมายที่ไม่ชอบธรรมนั้นท่านจะต้องเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง หรือดำเนินการกับผู้ที่ใช้ กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมอย่างไรซึ่งเป็นเรื่องหลักของการคุกคามในตอนนี้ เพราะไม่ใช่ การคุกคามอย่างผิดกฎหมาย แต่เป็นการคุกคามด้วยกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ผมเอง ได้อ่านข่าวทัศนคติของผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการที่ตอนที่กรรมาธิการชุดนี้จะส่ง แบบสำรวจออกไปทั่วประเทศ แต่ผู้แทนกระทรวงก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีการส่งไป เพราะรู้อยู่แล้วว่านักศึกษา นักเรียนนั้นมีคำตอบอย่างไร ทัศนคติที่คับแคบแบบนี้ ทัศนคติ ที่มองประชาชนเป็นคนที่คิดไม่ได้ หรือมีชุดความคิดเดียวที่ไม่จำเป็นต้องรับฟัง แต่นั่งอยู่ใน คณะกรรมาธิการรับฟังครับท่านประธาน ผมคิดว่าตัวแทนของรัฐบาลแบบนี้ ผมไม่ได้ตำหนิไปที่ตัวกรรมาธิการนะครับ ผมเห็นท่าทีของท่านที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย อันนี้ผมขอขอบพระคุณ แต่ว่าท่าทีของรัฐบาลและผู้แทนจากกระทรวงทำให้ผมผิดหวังมาก แล้วก็ยังคิดว่าการคุกคามประชาชนคงไม่จบด้วยรายงานฉบับนี้อย่างแน่นอน สิ่งที่ยังขาด หายไปจากรายงานฉบับนี้อีกนะครับ ผมอ่านในหน้า ๑๑ แล้วก็ตกใจเวลาที่ท่านเชิญ หน่วยงาน อย่างเช่นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาให้ข้อมูลนะครับ เมื่อศูนย์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่ามีผู้ชุมนุมถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างน้อย ๗๖ ราย คณะกรรมาธิการบอกว่าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็มีบทบาทที่ดีก็ขอให้ ไปทำหน้าที่ต่อไป ท่านประธานครับนี่มันเรื่องอะไร รัฐคุกคามประชาชนศูนย์ทนายความ เพื่อสิทธิมนุษยชนมาปกป้องแล้วก็บอกดีละเราเป็นคนของรัฐให้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิ มนุษยชนไปปกป้องประชาชนจากรัฐต่อไป ผมอ่านแบบนี้แล้วไม่รู้ครับ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ มีปัญหาจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมจะพูดถึงอีกบทบาทหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าอีก ๒ อาทิตย์ เดือนข้างหน้า หรือ ๒ เดือนข้างหน้านั้น สถานการณ์ประเทศเป็นอย่างไร ตอนนี้เรามองไม่เห็น อนาคตนะครับ เราอยู่วันต่อวัน แต่เวลาที่ประชาชนถูกคุกคาม ถูกนำตัวไปที่ศาล ถูกนำตัวไป ที่ สน. ต่าง ๆ นั้น สิ่งที่เราขาดหายไปคือการรายงานข่าวที่ตรงไปตรงมาและสิทธิเสรีภาพ ของผู้สื่อข่าวที่สามารถเข้าไปในที่ต่าง ๆ ได้ ตอนนี้มีการพยายามจะใช้เงื่อนไข อย่างเช่น บัตรประจำตัวของนักข่าวที่ต้องได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ถ้าเราอยู่ในยุคของ ๖ ตุลา ไม่มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) ที่เราทุกคนจะสามารถถ่ายทอดได้ ตอนนี้เราแทบจะไม่รู้แล้วครับว่าคนที่ถูกจับนั้น ถูกจับไปที่ไหน แล้วนี่รัฐบาลยังไปมีเรื่อง กับเฟซบุ๊ก (Facebook) อีกนะครับ ท่านจะปิดช่องทางของประชาชนทุกช่องทางเลย หรืออย่างไรครับนี่ ท่านประธานครับถ้าเรายังไม่ให้สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนทำงานอย่างเต็มที่ เดือนหน้าเราอาจจะมีฝันดีของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ถ้าเราลงมติกัน ในวันที่ ๒๓-๒๔ นี้ เราจะอาจจะกระบวนการของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ส่วนร่วมของ ประชาชน สื่อมวลชนต้องทำงานเต็มที่ แต่ถ้าเราไม่ได้มีฝันดีอย่างที่คิด และยังมีการจับกุม ปราบปราม มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เราปิดปากสื่อ เราไม่ให้สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ทำงานเต็มที่ เรายังไม่ปกป้องเขาจากการคุกคามทุกรูปแบบ ผมเกรงเหลือเกินว่าประชาชน จะอยู่ในความกังขาในบทบาทของรัฐและทำให้พวกเขาไม่ปลอดภัยต่อไป ท่านประธานครับ สิ่งที่เราเห็นในรายงานฉบับนี้ผมเรียนด้วยความเคารพว่าเราคงต้องไปมากกว่านี้ ถึงตอนนี้ เราไม่ใช่ประเด็นของการทำความคิดเห็นหรือในการที่เรารู้หลักการทางวิชาการ แต่สิ่งที่ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจับตามองกับสภาของเราตอนนี้ก็คือเราทำอย่างที่รายงานฉบับนี้ พูดหรือเปล่า ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปที่แทบจะไม่ต้องมีการศึกษาเลย ประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น การคุกคามแบบที่ ไม่อยู่ในรายงานแบบนี้นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องออกมาปกป้องนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ผมขอบคุณที่มีความริเริ่มพยายามจากทาง คณะกรรมาธิการ แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดจะต้องอยู่ที่รัฐบาลนะครับ และถ้าเสียงของ ประชาชนบอกให้ยุบสภา ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณาได้แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านวิโรจน์ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับในรายงานฉบับนี้เรื่องที่ผมยินดีมาก ๆ ก็คือว่า ผมอ่านเจอประโยคที่ว่า การคุกคามประชาชนและนักเรียนนักศึกษามีการเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาเป็นเครื่องมือในการ คุกคาม จึงทำให้พวกเราพรรคก้าวไกลไม่เสียใจเลยครับ ที่ได้เคยแถลงการณ์เตือนรัฐบาลไว้ ว่าอย่าใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในการคุกคามประชาชนเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม วันนี้เราต้องยอมรับ ว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ได้เอาไว้ควบคุมโรค แต่เป็นกลไกในการกดขี่ประชาชนของรัฐบาลนี้ แต่สิ่ง ๆ หนึ่งนอกจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สิ่งที่ไม่ปรากฏในรายงานนี้ก็คือนวัตกรรมในการ คุกคามประชาชนที่รัฐบาลนี้รังสรรค์ขึ้นมา นั่นก็คือมาตรา ๑๑๖ จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะว่ามาตรา ๑๑๖ หรือข้อหายุยงปลุกปั่นเป็นข้อหายอดฮิต (Hit) ที่ถูกเอามาใช้ตั้งแต่มีการทำรัฐประหารโดยกบฏ คสช. ในปี ๒๕๕๗ และใช้จนถึงปัจจุบัน โดยมีการกล่าวหาแก่ประชาชนที่แสดงความคิดเห็นในทางตรงกันข้ามกับรัฐบาลเรียกว่า จะทำกิจกรรมอะไร พูดอะไร แสดงสัญลักษณ์อะไรที่ไม่ถูกใจรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการ ชู ๓ นิ้ว ยกกระดาษเปล่า ผูกโบว์ขาว ร้องเพลงแร็ป (Rap) ทำกิจกรรมสันทนาการด่าตุ๊กตา อภิปรายถึงความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างไร ก็จะถูกดำเนินด้วยมาตรา ๑๑๖ ยอดฮิต และถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อกระจัดกระจายทั่วประเทศ จนบั่นทอนความเป็นนิติรัฐของประเทศ ให้สูญสลายหายไปเรื่อย ๆ ผมตั้งคำถามครับ ประเทศที่มีประชาชนถูกดำเนินคดีด้วยข้อหา ยุยงปลุกปั่นทุกวันนี้ ประเทศนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับ มีคนโดนมาตรา ๑๑๖ ทุกวัน ผมยืนยันครับ ว่าการพูดถึงข้อเรียกร้อง ๓ ข้อคือหยุดคุกคามประชาชนตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับ ยุบสภา คืนอำนาจประชาชนภายใต้ ๒ จุดยืนคือไม่เอารัฐบาลแห่งชาติและไม่เอา รัฐประหาร และความฝันหนึ่งความฝันของพวกเขาคือการมีระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงเป็นมิ่งขวัญภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น จึงถือว่าเป็นการแสดงสิทธิและเสรีภาพของเขาที่ชอบตามมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๖๐ ดังนั้นนะครับ สิ่งที่เขาเรียกร้องไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับพวกเขา เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง นายกรัฐมนตรี เปลี่ยนรัฐบาล เขาไม่ได้คุกคามใคร เขาไม่ได้ใช้การประทุษร้ายข่มขู่ใคร ทุกคนที่มาชุมนุมมาด้วยความสมัครใจ จึงไม่เข้าองค์ประกอบในมาตรา ๑๑๖ เลย คำถาม ต่อมาก็คือว่าทำไมต้องใช้มาตรา ๑๑๖ หรือข้อหายุยงปลุกปั่น เพราะข้อหานี้มีโทษจำคุก สูงสุดถึง ๗ ปี ตำรวจสามารถขอศาลออกหมายจับได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีหมายเรียกและเงิน ประกันตัวก็สูงมากหลักแสนบาท นี่ละครับเป็นแทกติก (Tactic) ที่ใช้ในการคุกคาม ประชาชนคือสร้างภาระสร้างชนักปักหลังให้กับประชาชน นักเรียนนัก ศึกษาให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ของรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชุดนี้ รายงานฉบับนี้ไม่ได้พูดถึง และไม่ได้ให้คำแนะนำในการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการปกป้องตนเอง คือการ ใช้มาตรา ๒๐๐ ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งวรรคสอง ผมขออนุญาตอ่านครับ ท่านประธานเขาระบุไว้ว่าอย่างนี้ ถ้าการกระทำของเจ้าพนักงานหรือไม่กระทำการเป็นการ เพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งหรือบุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับ ตามวิธีการเพื่อความปลอดภัยผู้กระทำคือเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ที่ผ่านมาครับ ข้อกล่าวหาในมาตรา ๑๑๖ จากสถิติ พอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็มักจะสั่งไม่ฟ้องบ้าง จำหน่ายคดีบ้าง ยกฟ้องบ้าง นี่จึงเป็นหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามาตรา ๑๑๖ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการกลั่นแกล้งรังแกประชาชนของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยเหตุนี้ครับ นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชน ที่ถูกแจ้งข้อหามาตรา ๑๑๖ คณะกรรมาธิการชุดนี้ควรจะ แนะนำว่าหากยืนยันว่าการแสดงสิทธิเสรีภาพเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่มีการใช้ กำลังข่มขู่ผู้ใดให้มาร่วมชุมนุม หากถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาใน มาตรา ๑๑๖ ผู้ชุมนุมนักเรียน นักศึกษา ครับ ปรึกษาศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หาทนายความครับ ไปฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรงเลยครับ และให้ฟ้องพ่วงด้วยมาตรา ๑๕๗ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเข้าไปด้วย อีกกระทงหนึ่ง แต่มาตรา ๒๐๐ นำไปก่อน เขาให้มาตรา ๑๑๖ มา เขาให้มาตรา ๑๑๖ เราคืนไป ๒๐๐ ไม่ต้องทอน ที่ผ่านมาครับ พนักงานสอบสวนผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนหนึ่งที่จังหวัดพิษณุโลก เขาบอกว่าอะไรครับ มาตรา ๑๑๖ รับไปก่อน เดี๋ยวศาลก็ยก นี่ครับทัศนคติของตำรวจเป็นอย่างนี้ ผมก็เลยบอกว่าท่านก็รับมาตรา ๒๐๐ ไปด้วย เดี๋ยวศาลก็อาจจะยกเหมือนกัน โกรธครับ คราวนี้ผมยืนยันครับ ที่ผ่านมาตำรวจมักจะเอา มาตรา ๑๑๖ ให้ไปเป็นชนักปักหลังสร้างความวุ่นวายให้กับประชาชน เพราะต่อให้ได้รับ การประกันตัวก็ต้องมารายงานตัว ต้องถูกเรียกมาสอบเพิ่มเติมขึ้นโรงขึ้นศาลเสียเวลา มากมาย ดังนั้นแจ้งความเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่มาจับกุมด้วยมาตรา ๒๐๐ พ่วงมาตรา ๑๕๗ ไปเลย ให้ตำรวจได้มีภาระในการพิสูจน์ตนเองในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ถ้าสถิติบอก มาตรา ๑๑๖ ยกเป็นส่วนใหญ่ คราวนี้พอยกเมื่อไรมาตรา ๒๐๐ ก็เดินทันทีเพื่อจะได้สร้าง บรรทัดฐานของกระบวนการที่ทำเพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานสอบสวนและ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจบาตรใหญ่เอามาตรา ๑๑๖ กดหัวประชาชนไม่จบไม่สิ้นแบบนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะอ้างกับผมเสมอนายสั่งมา ผมก็ฝากท่านประธานไปยังตำรวจทุกคนว่า ถ้าท่านโดนมาตรา ๒๐๐ มีผลแน่ ๆ กับหน้าที่การงานของท่าน และนายท่านก็ต้องย้ายไป ต้องเกษียณไป นายใหม่มาจะดูแลท่านหรือไม่ และอย่างไรก็ตาม เมื่อคดีเข้าสู่ศาลอาญา คดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ต่อให้นายท่านเป็นใครก็ช่วยเหลือท่านไม่ได้ ผมยืนยันว่า รายงานฉบับนี้ควรเพิ่มเติมว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ควรใช้มาตรา ๑๑๖ ในการ คุกคามประชาชนแบบนี้ต่อไป และแนะนำให้ประชาชนทุกคนที่โดนมาตรา ๑๑๖ ให้คืน มาตรา ๒๐๐ กลับไปที่ตำรวจทุกผู้ทุกนาย และให้กระบวนการยุติธรรมสร้างบรรทัดฐานเพื่อ ยุติการใช้มาตรา ๑๑๖ ในการกดหัวประชาชนทั่วทั้งประเทศอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านประธานคณะกรรมาธิการขอชี้แจง เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ อันดับแรกผมต้องขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมกันอภิปรายเมื่อสักครู่ ตั้งแต่ท่านแรกนะครับ ท่านณัฐวุฒิ ท่านอมรัตน์ คุณหมอบัญญัติ ท่านประธานปดิพัทธ์ แล้วก็ท่านวิโรจน์ ผมต้องขอบคุณที่ท่านร่วมกัน แสดงความคิดเห็น และแน่นอนที่สุดครับที่ท่านกรุณาได้ให้ความคิดเห็นกับรายงานฉบับนี้ สิ่งแรกที่ผมต้องเรียนกับท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกครับว่านับตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเรา ได้รับแต่งตั้งจากสภาให้ไปเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ สิ่งแรกที่เรารู้สึกก็คือว่าเราเสียใจครับ เราเสียใจที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่สมประกอบครับ เป็นความไม่สมประกอบที่เกิดขึ้นจาก กรรมาธิการที่มีแต่สัดส่วนของพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล เป็นความเสียใจที่สภาแห่งนี้แทนที่จะเป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน และช่วยกันในการที่จะช่วยกันแสวงหาทางออกให้กับบ้านเมือง มากกว่าการผลักภาระทั้งหมด แล้วบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนไปให้กับรัฐบาล แต่อย่างไรก็ดีครับ เราเคารพ และเราก็ให้เกียรติในการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกจากฝ่ายค้าน ผมจึงได้บอกว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วินาทีแรกที่แต่งตั้งขึ้นเรารู้ทันทีครับว่า เราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะมันเป็นคณะกรรมาธิการที่ไม่สมประกอบจริง ๆ แล้วก็ ไม่ผิดคาด สิ่งที่ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่น่าจะเป็นอมรัตน์ ท่านบอกว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ เชิญกลุ่มเยาวชนมาได้เพียงแค่กลุ่มเดียว ถูกต้องครับ พวกผมกรรมาธิการก็ยอมรับว่าเราเชิญ มาได้เพียงกลุ่มเดียวจริง ๆ คือกลุ่มคนเจน (Gen) กล้า ส่วนกลุ่มอื่นไม่ใช่กรรมาธิการเพิกเฉย หรือไม่พร้อมที่จะรับฟังนะครับ พวกเราพร้อมที่จะรับฟังและเชิญไปตามกลุ่มต่าง ๆ โดยผ่าน ไปทางสำนักงานทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาก็คือว่าไม่ขอมาร่วม ให้ความเห็นกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ สิ่งที่มันเกิดขึ้นแบบนี้ผมก็เชื่อครับว่ามันเกิดขึ้นเพราะ เขารู้สึกครับ เขารู้สึกว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อเป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล เป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะมาซื้อเวลาและมาถ่วงเวลา ซึ่งกรรมาธิการได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ครับ เราไม่ใช่อย่างที่ถูกกล่าวหา ๑. เป็นตัวแทน ของรัฐบาล เป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่ใช่ครับ คณะรัฐมนตรีไม่ได้แต่งตั้ง พวกผมขึ้นมาทำหน้าที่นี้ มติของสภาผู้แทนราษฎรต่างหากที่ให้พวกเรามาทำหน้าที่ เช่นเดียวกันบอกว่าเราซื้อเวลาหรือไม่ ผมก็บอกแล้วตั้งแต่ตอนรายงานว่า เราได้เวลาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ๙๐ วัน แต่เรารู้ว่าปัญหานี้เร่งด่วนและจำเป็น ที่จะต้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เราใช้เวลาไม่ถึง ๓๐ วัน เพื่อสรุปรวบรวม ทั้งหมดแล้วก็เอาคำตอบมาให้กับสภาผู้แทนราษฎร ท่านอมรัตน์ได้บอกเมื่อสักครู่ครับว่า บอกว่าเชิญได้แต่กลุ่มเจน (Gen) กล้าซึ่งผมได้พูดไปแล้ว ซึ่งความคิดเห็นของกลุ่มเจน (Gen) กล้าไม่ได้สะท้อนความต้องการของเยาวชน ไม่ได้เข้ากับประเด็นที่มีการพูดคุยกัน ในกลุ่มผู้ชุมนุมเลย พวกผมก็ยอมรับอีกนั่นล่ะครับว่าใช่ มันไม่เข้ากับประเด็นหรือ มันไม่เหมือนกับประเด็นของผู้ชุมนุมที่เวทีต่าง ๆ ไม่เหมือนครับ เป็นคนละเรื่องกันครับ แต่ผมต้องเรียนกับท่านประธานแบบนี้นะครับ บอกคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยจะต้องมีหัวใจ ที่เป็นประชาธิปไตยด้วย จะต้องเป็นนักประชาธิปไตยด้วย จะต้องยอมรับฟังเสียงที่เป็นเสียง ที่ไม่เหมือนกับความคิดของตัวเองบ้าง ไม่ใช่อยากจะฟังแต่สิ่งที่อยากจะฟัง ท่านบอกว่า ให้คนอื่น ให้รัฐบาลรับฟังสิ่งที่เยาวชนเขาเรียกร้อง แต่ในขณะเดียวกันเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่ง เขามาท่านบอกว่าท่านไม่อยากฟังเพราะว่ามันไม่ตรงใจกับที่ท่านอยากจะฟัง แบบนี้ไม่ใช่ นักประชาธิปไตยครับ แบบนี้ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตยครับ ท่านบอกว่าพวกผมไปเวที ชุมนุมเพียงแค่ ๗ เวทีน้อยไป พวกผมมีกันท่านเท่านี้ครับท่านประธาน ทำไมท่านไม่มาร่วม กับพวกผมละครับ ผมก็ชวนท่านตั้งแต่วันแรกก่อนที่จะตั้งคณะกรรมาธิการผมบอกว่าพวกผม พร้อมทุกอย่างเลย ลงมติอย่างไรก็ได้ ญัตติของพรรคภูมิใจไทยผมยังเสนอญัตติว่าให้ส่งไปที่ ท่านประธานปดิพัทธ์เพื่อที่จะไปทำงานร่วมกัน พวกท่านก็ไม่เอานี่ครับ ท่านบอกอย่างเดียว ว่าจะให้ส่งไปที่รัฐบาล แต่เสียงมติของสภาบอกว่าเอาล่ะให้ตั้งคณะกรรมาธิการท่านบอกว่า ท่านไม่ร่วมด้วย ก็นี่ล่ะครับมันก็เลยไปได้แค่ ๗ เวทีเท่านั้นครับ แล้วก็บอกว่า ๗ เวที พวกผม อยู่กันไม่ถึง ไปเพียงแค่ไปรับฟังแล้วก็ไม่ถึงไคลแมกซ์ (Climax) ของมัน ที่เวทีธรรมศาสตร์ ผมอยู่ถึงจนเลิกละครับ จน ๑๐ ข้อเรียกร้องโน่นครับ ผมอยู่จนเลิกทุกเวทีครับ พวกผมไปกัน หลายคนก็อยู่กันจนเลิกทุกเวที ผมยังไปเจอท่านปดิพัทธ์ ขออภัยที่เอ่ยนามที่ สน. บางเขน แต่ผมไม่เจอกับท่านอมรัตน์เท่านั้นเอง ท่านบอกไม่เจอพวกผมเพราะว่าท่านไม่ได้ไปที่ผมไป อย่างไรครับ ก็เลยไม่เจอกัน แต่ผมก็เจอท่านหลายท่านที่ได้ไปร่วมกันในหลายเวที ต้องชื่นชม เช่นเดียวกันที่ท่านได้ให้ความสำคัญ แล้วก็ไปเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ เขาในหลายเวที ผมตอบคำถามท่านณัฐวุฒิแบบนี้ครับ ท่านบอกว่าเราทำหนังสือไปหลายหน่วยงาน ทั้ง สพฐ. ทั้งตำรวจ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่ว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงในภาคผนวกที่ ๑ ภาคผนวก ก เท่านั้นเองคือจาก สพฐ. ใช่ครับ เราได้หนังสือตอบรับจาก สพฐ. แต่กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเราได้มีโอกาสเดินทางไปพบเจ้ากระทรวงครับ เราได้มีโอกาส เดินทางไปพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกันเราได้มีโอกาส ไปพบกับท่านเลขานุการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม แล้วก็ได้มีการพูดคุยมีการแลกเปลี่ยนกัน แล้วก็มีความเห็นสอดคล้องเป็นไป ในทิศทางเดียวกัน ท่านจำได้ไหมครับ ก่อนที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะตั้งขึ้นน้อง ๆ ในโรงเรียนมัธยมเริ่มมีการชุมนุมนะครับ แต่สิ่งที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริหารสถานศึกษาคืออะไรครับ คือโรงเรียนพยายามที่จะ ปิดกั้นอย่างเต็มที่ อย่างทุกรูปแบบ แล้วพยายามที่จะผลักดันกลุ่มน้อง ๆ ให้ออกไปชุมนุม นอกโรงเรียน พวกผมก็เชิญมาที่คณะกรรมาธิการว่าพวกผมไม่เห็นด้วย เพราะการให้โอกาส เขาชุมนุมในพื้นที่ในโรงเรียนเป็นการดูแลความปลอดภัยให้เขาด้วย และเป็นสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานที่น้อง ๆ เขาควรจะได้รับ ทางกระทรวงศึกษาธิการ ทางกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็ตอบรับครับ ท่านจะเห็นท่าทีของท่านดอกเตอร์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่นเดียวกันกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกันกับทางเลขาธิการ สพฐ. ซึ่งตอบหนังสือกลับมา เราจะเห็นความผ่อนคลายหลังจากที่โรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งไม่ให้ชุมนุม จนสุดท้ายสามารถที่จะชุมนุมได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ กติกาของเขา คือห้ามให้คนนอกเข้าไปร่วมชุมนุม เพราะอาจจะก่อความวุ่นวายในโรงเรียนได้ ต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เราเห็นไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการคุกคาม ประชาชน ในประเด็นของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมเชื่อว่าท่านรู้จักพวกผมดีครับ ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจว่าพวกผมทำอะไร ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจว่าพวกผมกำลังพยายาม ที่จะทำอะไร แล้วผมได้เชิญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาก็ตามที่รายงานครับ เราได้แสดงความเป็นห่วง และในประเด็นมาตรา ๑๑๖ เราได้แสดงความเป็นห่วง เช่นเดียวกัน แล้วก็ได้แลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน แล้วก็เห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกัน แต่ผลที่ออกมาเป็นอย่างไรเราควบคุมไม่ได้ ผมเป็นผู้แทนเช่นเดียวกันกับท่านก็เป็นผู้แทน ท่าน ๑ เสียง ผมก็ ๑ เสียง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราพูด เขามีสิทธิได้ยิน เขามีสิทธิฟัง แต่เขาจะทำหรือไม่ผมไม่ทราบครับ เช่นเดียวกันกับท่าน ท่านพูด เขาก็มีสิทธิฟัง แต่เขา จะทำหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา เราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราจะทำได้ร่วมกันก็คือว่าในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องไม่อยู่เฉย ๆ ครับ ต้องแสดงความจริงใจและไม่ใช่การผลักภาระไปให้ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เราในฐานะตัวแทนของประชาชนเช่นเดียวกัน เราควรที่จะต้องร่วมมือกัน แล้วก็เรียกร้องข้อนี้ให้เกิดขึ้นจริง ท่านจะเห็นว่ามีเพียงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น ที่ยังไม่ทำตามข้อเรียกร้องของคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราทั้งหมด ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของผม ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของเพื่อนกรรมาธิการด้านบน แต่เป็นหน้าที่ของ สภาแห่งนี้ที่จะต้องช่วยกันผลักดันให้สิ่งที่เราปรารถนามันเกิดขึ้น ผมก็จึงถือโอกาส ในครั้งแรกนะครับ ตอบเพื่อนสมาชิก ๕ ท่าน เดี๋ยวขอครั้งต่อไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณามีมติรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร นี่ก็คือฉบับของประชาชน วันนี้ในการประชุมในครั้งนี้ผมเอง อยากเรียกร้องคนหนุ่มสาว ไม่ว่าท่านจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พวกเราเป็นกำลังหลัก ของประเทศ เป็นกำลังหลักของสภา ที่เป็นความหวังของประชาชนและน้อง ๆ นักศึกษา ที่กำลังดูการอภิปรายอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนที่ท่านภราดรได้กล่าวว่า รายงานฉบับนี้บิดเบี้ยว รายงานฉบับนี้พิการ เราจะโทษใครครับ จะโทษฝ่ายค้าน โทษฝ่ายรัฐบาล แล้วคณะกรรมาธิการชุดนี้เกิดขึ้นมาอย่างไร เกิดขึ้นมาจากการลงมติ ของเพื่อนสมาชิก ๕๐๐ คนที่เลือกคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผลการศึกษาจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ คณะกรรมาธิการต้องนำสู่ฝ่ายบริหาร ท่านนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและ คณะกรรมาธิการสามัญในสภาผู้แทนราษฎร ผมเองเข้าใจหัวอกน้อง ๆ นักศึกษา พี่น้องประชาชน ผมเองเป็นเด็กกิจกรรมครับ ผมจบรามคำแหง เป็นสมาชิกสภาองค์การ เป็นคณะกรรมการองค์การนักศึกษารามคำแหง วันนี้ผมพูด ๒ ครั้งในห้องประชุมนี้ว่า วันนี้ถ้าผมเป็นนักศึกษาอยู่ ผมไปร่วมชุมนุมครับ เพราะเป็นสิทธิของคนไทยที่จะไปร่วม ชุมนุม แต่สิ่งที่ผมตระหนักตลอด การชุมนุมทุกครั้งไม่ว่าระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ถ้ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังไม่น่ายกย่อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ผมเองนะครับ พรรคภูมิใจไทยได้ฝากพวกผมในฐานะคนหนุ่มคนสาวของพรรคให้ไปทำความเข้าใจกับ น้อง ๆ นักศึกษาทั่วประเทศ เราเคารพสิทธิความเห็นต่างของผู้ร่วมชุมนุมและผู้ไม่เห็นด้วย กับการชุมนุม เราต้องเคารพสิทธิของทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะฉะนั้นวันนี้เองผมดีใจที่สภา ให้ความสำคัญโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการชุดนี้ ให้กำลังใจครับ ในฐานะเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สิ่งหนึ่งวันนี้ที่คณะกรรมาธิการตั้งกรอบไว้ก็คือ ๑. คณะกรรมาธิการ เชิญบุคคลที่มีประสบการณ์จากการชุมนุม แสดงว่าเชิญคนที่ร่วมชุมนุม คนร่วมม็อบ (Mob) มาให้ข้อมูล ๒. คณะกรรมาธิการเชิญตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าร่วม คนที่เข้าชุมนุมปัจจุบัน เข้ารับฟังความคิดเห็น ๓. คณะกรรมาธิการเดินทางไปที่จุดชุมนุม ๔. คณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นผ่านออนไลน์ (Online) ๑๙๒ ทั้ง ๔ ข้อถือว่าเป็นบทบทของท่าน ผลจะออกมาดีหรือไม่ดี จะโดนใจหรือไม่โดนใจเป็นเรื่องของรายงาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เกิดขึ้นวันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญสรุปได้เป็น ๓ ประเด็นสั้น ๆ ก็คือผลจากการศึกษา วัตถุประสงค์ของกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม ๑. ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ๒. ให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง ๓. ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เป็นภาพรวมที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน วันนี้กลุ่มหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงก็คือกลุ่มตัวแทน นักศึกษา กลุ่มเจน (Gen) กล้า ท่านรู้ไหมครับเขาคิดอะไรอยู่ วันนี้ขอลงในรายละเอียด เขาคิดอะไร นักศึกษากลุ่มนี้บอกว่าอยากให้มีการศึกษาเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ข้อแรกนะครับ ข้อที่ ๒ เหลือเชื่อครับอยากให้มีการกระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ข้อที่ ๓ เที่ยวทั่วไทยสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ข้อที่ ๔ สนับสนุนสตาร์ตอัป (Start up) ข้อที่ ๕ การแก้ไขปัญหาแรงงานและผู้ลี้ภัย นี่ก็คือดอกไม้แห่งความสวยงามครับ กลุ่มนักศึกษามีหลายกลุ่มครับ ร้อยกลุ่มพันกลุ่ม เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพวกเรา ส.ส. ต้องให้กำลังใจครับ เขาไม่ใช่เทวดา เขาไม่ใช่ผู้วิเศษ เพราะมิฉะนั้นคณะกรรมาธิการเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาการชุมนุมได้ วันนี้รายงานทั้งหมด ที่ท่านรีบและสรุปมาให้พวกผมฟังเรารู้สึกว่านี่ก็คือบทบาท ส.ส. ครับ นี่ก็คือช่องหายใจ อีกช่องหนึ่งสำหรับประเทศไทยในทุกปัญหา ผมไม่อยากเห็นการแตกแยกทางความคิดจาก สภาแห่งนี้ เพราะวันนี้ประเทศไทยบอบช้ำมาพอสมควร ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษา ประชาชนในการต่อสู้ทางความคิดในรูปแบบที่สวยงาม ผมเองวันนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจเรา แต่พรุ่งนี้เขาอาจจะรักเรา ความหวังทั้งหมดวันนี้ขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่เสียสละ อย่างน้อยมีเพื่อนสมาชิก ๑ คนคือผมเป็นกำลังใจให้ท่านและ เห็นด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปแจ้งอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วก็ ท่านอนาวิล รัตนสถาพร เชิญท่านรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการที่เพิ่งยอมรับไป ว่ากรรมาธิการชุดนี้ไม่สมประกอบ ผมเองก็เห็นด้วยกับท่านว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ไม่สมประกอบจริง ๆ เหตุผลที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเราไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมก็เพราะเรารู้ดีว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้เป็นปัญหาระหว่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประชาชน หลายเรื่องที่ท่านเขียนในรายงานเล่มนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปร่วมฟังประชาชน ท่านก็พอ จะรับทราบว่าประชาชนเขาเสนออะไร เช่นเดียวกันเราไม่จำเป็นต้องส่งรายงานเล่มนี้ให้ พลเอก ประยุทธ์ เราก็รู้กันดีว่าประชาชนต้องการอะไร ดังนั้นเหตุผลหนึ่งที่ฝ่ายค้านเราเห็น ว่าการตั้งคณะกรรมาธิการไม่มีประโยชน์ก็เพราะเราต่างรู้ดีว่าหน้าที่ที่จะต้องทำคือการส่ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปรับฟังประชาชนอย่างตั้งอกตั้งใจ รัฐบาลจะต้องไม่หลบซ่อน อยู่ข้างหลัง แต่จะต้องออกมาเผชิญหน้าต่อประชาชนเบื้องหน้า🔗

อย่างไรก็ตามท่านได้ตั้งคณะกรรมาธิการสำเร็จแล้ว วันนี้เรามีรายงาน เล่มนี้แล้ว ผมก็อยากจะขออนุญาตท่านประธานเพื่ออภิปรายว่าถ้าเราไปดูในส่วนของ ข้อเสนอ ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้หยุดคุกคามประชาชน เรื่องนี้อันที่จริงแล้วเป็นหน้าที่ พื้นฐานของรัฐที่จะต้องปกป้องไม่ให้มีการคุกคามกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดมาไม่ใช่แค่ หลังวันที่ ๒๔ มีนาคมที่มีการเลือกตั้ง แต่ก่อนหน้านี้เรากลับพบว่าการข่มขู่คุกคามเกิดขึ้นอยู่ อย่างสม่ำเสมอ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วนี่คือหน้าที่พื้นฐานที่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น ตลอด ๑ เดือนที่คณะกรรมาธิการนี้ได้ดำรงอยู่และทำรายงานนี้ออกมา เราต่างพบว่า มีการจับกุม ควบคุมตัวนักศึกษาและประชาชนที่ไปชุมนุม จับประหนึ่งทอมแอนด์เจอร์รี่ (Tom and Jerry) จับอยู่นั่นละวันเว้นวัน อาทิตย์หนึ่งจับคนสองคน ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพื่ออะไร เพื่อให้ประชาชนที่เขาออกมาชุมนุมเกิดความหวาดกลัว ทำไปเรื่อย ๆ ถามว่านี่คือ สิ่งที่รัฐบาลต้องการจะปกป้องประชาชนอย่างนั้นหรือ พวกท่านที่เป็นกรรมาธิการรู้อยู่ดีครับ ท่านเองอยู่ฝ่ายรัฐบาลท่านรู้ดีว่าการจับกุมแบบนี้เป็นเรื่องที่ผิด เสียดายที่พวกท่าน เป็นฝ่ายรัฐบาล ท่านไม่ใช้โอกาสนี้เพื่อบอกกับรัฐบาลว่าการจับกุมประชาชนแบบนี้ ไม่เกิดประโยชน์อะไร ถามว่าการเอาประชาชนซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเราไปขังเอาไว้ มันมีประโยชน์หรือครับ ผมเองคือคนหนึ่งที่เคยผ่านประสบการณ์นี้ วันนี้ผมยังมีคดีความ ๔๐ ปี มาตรา ๑๑๖ ล้วน ๆ นี่คือสิ่งที่มอบให้ แล้วเรากำลังจะส่งต่อ ๔๐ ปีแบบนี้ให้กับ ลูกหลานของเรา เราจะเอากันแบบนั้นหรือครับ พวกท่านกล่าวว่าพวกเราเหมือนไม่มีหัวใจ ประชาธิปไตย แต่ถามหน่อยการที่ท่านดำรงอยู่พายเรือให้ พลเอก ประยุทธ์ นั่ง ท่านหัวใจ ประชาธิปไตยหรือครับ น่าผิดหวัง การคุกคามเกิดขึ้นตลอดเวลา เกิดขึ้นทั้งที่เรียน เกิดขึ้นทั้งที่พัก เกิดขึ้นในที่ทำงาน เกิดขึ้น ในทุกที่ จับกุมไปเรื่อย ๆ ใส่คดีไปเรื่อย ๆ แล้วหวังว่าคนเหล่านี้จะหวาดกลัวแล้วไม่กล้า ชุมนุมอีก นี่คือยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายรัฐกระทำต่อประชาชน อีกข้อเรียกร้องหนึ่งที่ประชาชน เขาเรียกร้องมาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมดีใจที่ผมเห็นการขยับของฝ่ายรัฐบาลต่อการ ร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเสนอให้แก้มาตรา ๒๕๖ มีการเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร. แต่พอเราไปดูเนื้อหา ก็เหมือนจะดีใจเห็นนักศึกษาที่อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ แต่ประทานโทษเถอะครับ คนที่จะไปเลือกไปจิ้มนักศึกษาคือ กกต. ตกลงที่ท่าน ไปฟังนักศึกษาท่านได้ฟังนักศึกษาอย่างไรกันแน่ ตอนที่ท่านไปฟังท่านบอกว่าท่านอยู่จนจบ เวที สรุปว่าที่ท่านอยู่จนจบเวทีท่านไม่ได้ยินเนื้อหาที่เขาพูดออกมาเลยว่าเขาต้องการอะไร ใช่หรือไม่ กรรมาธิการนี้เป็นกรรมาธิการของรัฐบาล เป็นกรรมาธิการที่มีองค์ประกอบจาก รัฐบาลทั้งสิ้น นักศึกษาก็เสนอไป เสนอไป พวกท่านก็บอกว่าพวกท่านฟัง แต่เวลาท่านทำ ท่านทำอีกอย่างหนึ่ง นี่คือปัญหา🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมันต์ ขออนุญาตครับ ผมอยากจะให้ความเคารพซึ่งกันและกันนะครับ อยากให้ถอนคำพูดที่บอก กรรมาธิการนี้เป็นกรรมาธิการของรัฐบาล เพราะกรรมาธิการนี้เป็นของสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติซึ่งกันและกัน🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานจริง ๆ ผมให้เกียรติ ท่านประธานเสมอด้วยรักและห่วงใย แต่ผมพูดจริง ๆ คือบางทีผมพูดรวบรัดตัดตอน ทุกคนทราบครับ ผมยืนยันกับท่านประธานให้ท่านประธานสบายใจเลย เพียงแต่เวลา ผมกำลังอธิบายเหตุผลกับท่านประธานอยู่🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่หรอก ท่านรังสิมันต์ครับ เราอย่าเถียงกันครับ เราอย่าเพิ่งเถียงกัน🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมอธิบายให้ท่านประธาน นี่ท่านประธานไม่ฟังผมอย่างนี้แหละ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ครับ ผมฟังท่านตลอด คือผมฟังท่านตลอดว่ากรรมาธิการนี้เป็นกรรมาธิการของรัฐบาล มันไม่ใช่ แต่มันเป็นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นท่านถอนคำพูดคำนี้เสีย🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ให้ถอนว่าอะไรครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถอนที่บอกว่า กรรมาธิการชุดนี้เป็นกรรมาธิการของรัฐบาล🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

แล้วเปลี่ยนเป็นอะไรครับ ท่านประธานช่วยชี้แนะผมหน่อยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าเล่นลูก กับประธานนะครับ ท่านรีบถอนคำนี้ผมจะได้ให้ท่านอธิบายต่อนะครับ แล้วผมถามว่า กรรมาธิการที่ตั้งโดยสภาเป็นกรรมาธิการของรัฐบาลหรือ เป็นกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ว่าวันนั้นเราตั้งกรรมาธิการเราเปิดโอกาสให้กับ ทุกพรรคไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพียงแต่ว่าฝ่ายไหนประสงค์จะตั้ง ฝ่ายไหน ไม่ประสงค์จะตั้งเท่านั้นเอง เราก็เคารพกันครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เพื่อให้เกิดความสบายใจนะครับ ท่านประธานจะได้เดินต่อ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช่ ถอนเถอะครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอยืนยันว่ากรรมาธิการชุดนี้ เป็นกรรมาธิการที่มีการลงมติแล้วสุดท้ายคือลงมติที่สภาผู้แทนราษฎร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านถอน คำพูดที่พูดนั่นก่อน🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตท่านประธาน ถอนคำพูดคำว่า กรรมาธิการชุดนี้เป็นของรัฐบาลครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญอภิปราย ต่อครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เนื่องจากว่ากรรมาธิการชุดนี้ เป็นกรรมาธิการที่มีการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร แต่มีองค์ประกอบทั้งหมดมาจากรัฐบาล ทั้งสิ้น ไม่มีส่วนใดเลยที่มาจากฝ่ายค้าน แบบนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ได้ไหมครับแบบนี้🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ แต่ว่า ท่านต้องอธิบายต่อว่าทางฝ่ายค้านไม่ได้ส่งคนเป็นกรรมาธิการ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานมาอภิปราย แทนผมไหมถ้าอย่างนั้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาไม่ได้ห้าม ให้ฝ่ายค้านเป็นกรรมาธิการนะครับ ฉะนั้นการพูดก็ให้ตรงไปตรงมาด้วย🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานผมไม่มีความ จำเป็นต้องอธิบายอะไรตรงนั้นเลย อันนี้ท่านประธานใส่ความคิดเห็นของตัวเองแล้ว เสมือนเป็นผู้อภิปรายแทนแล้ว นี่ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรส่วนตัวกับท่านประธานเลยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ คุณรังสิมันต์ครับ คือเราเอาประเด็นที่พูดถึงก็คือที่ท่านถอนไปแล้วใช่ไหมครับ แล้วท่านก็ พูดต่อว่ากรรมาธิการชุดนี้เป็นกรรมาธิการที่มีแต่ฝ่ายรัฐบาลมันจะทำให้คนฟังแล้วเข้าใจผิด ว่าตั้งกรรมาธิการอย่างไรมีแต่ฝ่ายรัฐบาล ฉะนั้นพูดให้มันชัดเจน เชิญอธิบายต่อครับ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ที่เติมเต็มในคำอภิปรายของผม ผมยืนยันอีกครั้งว่าเมื่อท่านทั้งหมดเป็นฝ่ายของรัฐบาล นี่คือโอกาสที่ท่านจะได้พูดต่อผู้นำรัฐบาลก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าอะไรคือสิ่งที่ รัฐบาลนี้จะต้องทำ นอกจากประเด็นเรื่องของที่ผมได้พึ่งกล่าวไป สิ่งหนึ่งที่ผมผิดหวัง ในกรรมาธิการชุดนี้ ในรายงานฉบับนี้ ท่านบอกว่าท่านไปเวทีวันที่ ๑๐ ที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ท่านเขียนเลยครับว่ามีการพูดถึง ๑๐ ข้อ แต่ประทานโทษครับ มีอยู่ติ่งหนึ่ง เนื้อหาที่ ประชาชน นักศึกษา เขาพูดถึงเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านไม่ได้ใส่เข้าไป ในนี้เลยครับ ท่านใส่แค่นี้ ติ่งเดียว ย่อหน้าเดียว นี่หรือครับคือกรรมาธิการที่รับฟังเสียงของ นิสิต นักศึกษา และประชาชน สุดท้ายผมสรุปอย่างนี้ครับ ผมคิดว่า พลเอก ประยุทธ์ จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนด้วยตนเอง ท่านจะต้อง โผล่หัวออกจากกะลา แล้วออกมาเผชิญหน้าสบตากับประชาชน บนฐานะที่เท่าเทียมกัน รับฟังความคิดเห็น ฟังทุกข้อเรียกร้อง ฟังทุกคำวิจารณ์ ฟังทุกเสียงประณามด้วย ๒ หูของท่าน แล้วผมเชื่อว่าประชาชนตั้งหน้าตั้งตารอ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับ ที่ได้มาอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ประเด็นของผมก็คือในเรื่องของการตกเป็นเหยื่อของรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมเคยพูดไว้ เมื่อคราวที่แล้วแล้วว่าเหยื่อของวาระอย่างนี้คือตำรวจและผู้ชุมนุม รัฐบาลคือคนที่อยู่ เหนือเมฆครับท่านประธาน แล้ววางกลไกของรัฐเพื่อทำร้ายผู้ชุมนุม แต่ขณะนี้ผู้ชุมนุมคือ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน เป็นต้นกล้าของประเทศครับท่านประธาน ไหนบอกว่า ให้เด็กและเยาวชนคิดนอกกรอบสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างงานบนพื้นฐานที่มีคุณธรรม เด็กกล้าที่จะออกมาทำ แล้วผมเชื่อว่าเด็ก เยาวชน คิดที่จะเห็นความต่างเป็นสิ่งงดงาม เหมือนกับ ส.ส. พรรคผม ที่พร้อมที่จะรับฟังประเด็นต่าง ๆ จากทุกสายงาน ทุกมิติ ทุกชนชั้น เพื่อฟังมาแล้วแก้ปัญหา ผมเองถ้าเป็นนิสิต กราบเรียนเลยครับที่จะเรียกร้อง ผมไม่ได้เรียกร้องครับ ถ้าผมกลับไปเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้วได้ ผมบอกว่าช่วยบรรจุวิชาการเมือง การปกครองในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ในหัวข้อประชาธิปไตยต้นกล้าสู่สังคมไทย ให้ได้เรียนรู้กันจริง ๆ ครับท่านประธาน ในระดับมัธยมและอุดมศึกษา จะได้ไม่ต้องออก มานอกสถาบัน เขาได้เรียนรู้ เขาโตแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญก็คือผมอยากเรียนครับ เชิญชวนเพื่อน พี่น้องตำรวจทุกท่านครับ ท่านอย่ากลายเป็นเหยื่อ ท่านเป็นตำรวจยุคใหม่ครับ ผมเคยเป็น ผู้ควบคุมฝูงชนตั้งแต่เป็นสารวัตรจนกระทั่งเป็นรองผู้กำกับ และเป็นรองผู้บังคับการ ผมอยู่ที่ สน.สำราญราษฎร์ ผมอยู่ที่ สน.บางเขน ผมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล ผมอยู่สะพานมัฆวาน รังสรรค์ สมัยก่อนวิธีปฏิบัติเขาเรียกว่าทำจากเบาไปสู่หนัก จะต้องปฏิบัติตามแผนขั้นตอน ถ้าข้ามขั้นตอนศาลลงโทษครับ มีหลายคดีที่ศาลวินิจฉัย ว่าเจ้าพนักงานกระทำเกินไป เพราะฉะนั้นนี่ม็อบ (Mob) หรือผู้ชุมนุมของเด็กต้นกล้า สิ่งที่สำคัญในรายงานแห่งนี้คือ ต้องเข้าใจว่าเด็กคือความบริสุทธิ์ ฉะนั้นสถาบันเอื้ออำนวยให้ไม่เพียงพอต้องดูแล ตำรวจ ต้องเข้าไปช่วยให้เขาอยู่ในสถานที่ที่ควรอยู่ ทุกสถาบันการศึกษาต้องอำนวยความสะดวก และสิ่งสำคัญก็คือการเปิดพื้นที่รับฟัง ถ้าบรรจุเป็นวิชาหนึ่งในการเรียนการสอน นั่นคือ สาระสำคัญ ส่วนตำรวจต้องเข้าไปอำนวยความสะดวก ผมกลัวอย่างเดียวเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. วิโรจน์บอกว่าระวังเด็กจะพกแบงก์ ๒๐๐ ไปให้ ผมกลัวมากเลยครับ เพราะแบงก์ ๒๐๐ ถ้าได้ ๒๐๐ นี่มันคือมาตรา ๒๐๐ ถ้าเด็กถือแบงก์ ๒๐๐ ไปจะกลายเป็นปัญหาอีก ก็ต้อง คิดใหม่ทำใหม่กลับมาในหน้าที่ตำรวจ ตำรวจที่อยู่ในสายการบังคับบัญชาควรจะมองเห็น เด็กหรือต้นกล้าเหล่านี้ผลิดอกออกใบของประชาธิปไตยในยุคที่ทันสมัย รัฐบาลเองควรที่จะ ลดราวาศอกถอยหลังกลับบ้าน ปล่อยให้เด็กพวกนี้เติบโตมาในวิชาการเมืองการปกครอง ตั้งแต่ระดับมัธยมเลยครับ ในเอกสารหน้า ๑ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้ส่งไป กระทรวงศึกษาธิการ ถ้าผมเติมข้อ ๕ ลงไปได้ผมก็จะเขียนว่าให้กำหนดเนื้อหาวิชา ประชาธิปไตยต้นกล้าสู่สังคมไทยในบทเรียนใหม่ของวิชาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อให้เขาใช้ความรู้ความสามารถที่เขาเรียนรู้จากโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social network) ก็ตาม รับรู้ด้วยตนเองก็ตามออกมาปฏิบัติทดลองและรู้จักการรับฟังความเห็นต่างจาก ทุกฝ่าย มิใช่มีกันแค่ไปทำกล่องลงคะแนนแข่งขันเป็นประธานนักเรียน ระบบการหย่อนบัตร มันไม่ใช่แล้วครับ นั่นคือสมัยที่เราเรียนกัน สมัยนี้เด็กต้องมีวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเข้าใจ บริบทของรัฐบาลที่ทำแก่ประเทศชาติ เรียนรู้ความรวดเร็วของเนื้อหาคอนเทนต์ (Content) ที่เป็นประชาธิปไตย นั่นคือสาระสำคัญที่ต้องรับฟังนิสิต นักศึกษา ผมเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหากฎหมายความมั่นคง ผมมีมิติวาระหนึ่งที่จะเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ชุมนุม ปี ๒๕๕๘ การชุมนุมที่ไม่อยู่ในข้อบังคับของพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะนั้นควรมีเพิ่มว่าการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษา นี่คือ ๑ มิติ แล้วก็เจรจา ใช้หลักเจรจามากกว่าที่จะใช้หลักบังคับทางกฎหมายในการจับกุมผู้ชุมนุม ก็หมายถึงเด็ก นักศึกษาไม่ควรถูกกระทำการเยี่ยงนี้ หลอกให้เขาชุมนุมอยู่ที่หนึ่งเคลื่อนเข้าไปอีกที่หนึ่ง แล้วก็ บอกเขาว่าเกิดความวุ่นวาย นั่นคือสิ่งสุดท้ายควรจะได้รับยกเว้นโทษทุกกรณีเมื่อนิสิต นักศึกษามีการชุมนุม เพราะคือความบริสุทธิ์ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการสิริพงศ์ขอชี้แจง เชิญครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กรรมาธิการ ต้องขอบคุณท่านเพื่อนสมาชิกผู้อภิปรายที่กรุณาให้ ความเห็น ความเห็นของท่านเป็นประโยชน์มาก เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังหลายความเห็นก็เสียดาย ท่านน่าจะได้มาอยู่ห้องเดียวกัน ถ้าท่านได้อยู่ห้องเดียวกันความเห็นของท่านได้มาอยู่ใน รายงานประกอบเรื่องนี้แน่นอน ตอบข้อซักถามของท่านในประเด็นที่ท่านได้กรุณาบอกว่า มีบางประเด็นที่เหมือนกับว่าคณะกรรมาธิการจะตกหล่น ก็ขอให้ท่านได้ลองพิจารณาดูว่า รายงานฉบับนี้เป็นการประมวลจากสิ่งที่เราไปฟังมา คณะกรรมาธิการก็จะทำการสรุปใจความสำคัญและในหลายเวที ยกตัวอย่างเช่น เวทีวันที่ ๑๑ สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยชื่อกลุ่มเยาวชนช่วยชาติ ข้อเรียกร้องของเขาก็มี หลายข้อที่อาจจะเห็นตรงข้ามกับท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ แล้วก็มีคำพูดบางคำพูดที่มันเป็น ลักษณะที่จะสุ่มเสี่ยง จะเพิ่มความขัดแย้ง คณะกรรมาธิการก็เห็นว่าตัวใดที่มันจะไม่เป็น ประโยชน์ต่อที่ประชุม ต่อประโยชน์สาธารณะเราก็ตัดออก เพราะเราคิดว่าเอาเฉพาะเนื้อหา ในความสำคัญ ผมคิดว่าวิญญูชนเขาอ่านดูเขาก็รู้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเขาต้องการสิ่งใด ฉะนั้น ขอบคุณท่านที่เป็นห่วง เราทำงานท่านทราบดีอยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเราตั้งใจทำงานขนาดไหน เราไปเวทีเจอกันหลายเวทีนะครับ เจอกันหลายเวทีบางเวทีท่านกลับก่อน บางเวทีผมกลับก่อน บางเวทีท่านอยู่ถึงเช้า บางเวทีผมออกมาพวกผมก็ดูวิดีโอ (Video) ต่อ ผมก็ดูไลฟ์ (Live) ต่อ และพวกผมก็ยืนยันว่าพวกผมทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยความตรงไปตรงมา คนเราเห็นต่างย่อมอยู่ด้วยกันได้ครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตย คือการดูถูกกัน พวกผมไม่เคยพายเรือให้โจรนั่ง พวกผมทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของปวงชนชาวไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนที่ท่าน อนาวิลจะอภิปรายนะครับ ขอแจ้งล่วงหน้า ๔ ท่าน จากท่านอนาวิลก็จะเป็นท่านคารม พลพรกลาง ท่านสาธิต วงศ์หนองเตย ท่านคำพอง เทพาคำ แล้วก็ท่านวีระกร คำประกอบ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นของท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการ ท่านสิริพงศ์ ต่อประเด็นข้อเป็นห่วงของท่านรังสิมันต์ว่ามันจะครบถ้วน มันจะถ้วนถี่หรือไม่ สำหรับประเด็นเวทีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม จริง ๆ พวกเรา พยายามนะครับ ซึ่งทางท่านรองประธาน ท่านดอกเตอร์อิสระก็ได้พยายามที่จะสรุปประเด็น ให้ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งพวกเราคณะกรรมาธิการได้อ่านแล้วมันไม่มีตรงไหนเลยที่ขาดตก บกพร่องไปใน ๑๐ ข้อนั้น ท่านประธานต้องลองฝากถามท่านรังสิมันต์ โรม ว่า ๑๐ ข้อที่ว่านี้ ถ้าท่านไม่พอใจท่านลองอ่านสิว่ามันคืออะไรบ้าง อ่านให้ชัด ๆ ครับจะได้ฟัง แล้วก็ขาดตก บกพร่องจะได้เติม ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมันต์ โรม คงขอพาดพิงใช่ไหม เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จริง ๆ ผมจะเรียนท่านว่าท่านขาดตกบกพร่อง ตรงไหนนะครับ จริง ๆ ต้องบอกว่าเอาแค่เบื้องต้นซึ่งประเด็นหนึ่งที่มันอยู่ในข้อ ๓.๒.๓.๕. ซึ่งเป็นเวทีการชุมนุมของมหาลัยธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ท่านใส่ มารวม ๆ ถูกต้องครับตามที่ท่านหมายความเลย แต่ท่านไม่ได้ใส่แบ็กกราวด์ (Background) ท่านไม่ได้ใส่ในรายละเอียดว่า ๑๐ ข้อจริง ๆ ที่พูดถึงมันมีว่าอย่างไร แล้วผมก็อดเปรียบเทียบ ไม่ได้ครับ เมื่อเราไปดูในเรื่องอื่น ๆ ภาคผนวกอื่น ๆ ท่านใส่เนื้อหาสาระครบถ้วนมากกว่า ซึ่งผมไม่ได้เปรียบเทียบหรอกว่าใครดีกว่าใคร เพียงแต่ผมคิดว่าในการทำหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการถ้าใส่เนื้อหาสาระให้ครบถ้วนผมว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่ากับทุกฝ่าย และกับใครก็ตามที่จะเอารายงานเล่มนี้ไปอ้างอิง ขอชี้แจงอีกนิดครับท่านประธานว่าเมื่อสักครู่ผมไม่ได้มีการพูดว่า พายเรือให้โจรนั่ง ผมบอก ว่าพายเรือให้ พลเอก ประยุทธ์ นั่งอันนี้ก็ต้องฝากท่านประธานไปถึงท่านผู้อภิปราย ผู้ชี้แจง ว่าผมไม่ได้พูดแบบนั้น ดังนั้นก็เรียนท่านประธานไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนาวิลนะครับ🔗

นายอนาวิล รัตนสถาพร ปทุมธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม อนาวิล รัตนสถาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามีรัฐสภาแห่งใหม่ เรามีรัฐบาลชุดใหม่ ผมอยากเห็น การเมืองที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ครับ สิ่งที่พวกท่านกำลังทำกันอยู่ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ไม่สมประกอบท่านกำลังเล่นการเมืองแบบเก่าอยู่ ผมอยากให้พวกท่านเล่นการเมือง แบบสร้างสรรค์มากกว่านี้ ไหนท่านบอกว่าท่านจะเล่นการเมืองแบบสร้างสรรค์ เล่นการเมือง แบบใหม่ นี่มันแบบเก่าทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ ขอเข้าเรื่องนิดหนึ่งเลย ท่านประธานครับ วันนี้ผมจำเป็นที่จะต้องพูดแทนพี่น้องชาวชาวไทย ก่อนที่จะมีการ นองเลือด ก่อนที่จะมีความรุนแรงไปมากกว่านี้ นี่คือลูกหลานเราทั้งนั้น อนาคตของชาติ ทั้งสิ้นนะครับ ท่านอย่าทำลายอนาคตของชาติเลยครับ วันนี้เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีนิสิตนักศึกษา และกลุ่มเยาวชนมาร่วมชุมนุม ในฐานะผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดปทุมธานี ก็มีผู้ร่วมชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างเช่นมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เหตุการณ์ของการชุมนุมในครั้งนี้นี่ผมอยากให้ทุก ๆ ฝ่ายมาร่วม บูรณาการ มาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ การชุมนุม ในครั้งนี้พวกน้อง ๆ เขาใช้ชื่อว่า ธรรมศาสตร์จะไม่ทน แท้ที่จริงแล้วก็คือการชุมนุมที่ต่อเนื่อง ที่เกิดขึ้นมาจากการริเริ่มของกลุ่มเยาวชน หรือที่เราเรียกในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งทั้งผู้ชุมนุมและผู้ปราศรัยส่วนใหญ่ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน และเป็นที่มาของข้อเรียกร้อง ๓ ข้อ ที่เรากำลังจะหาทางออกกันอยู่ในทุกวันนี้ ประเด็นที่ผม จะนำเรียนท่านประธานก็คือการชุมนุมของเยาวชนกลุ่มนี้มีมาหลายเดือนแล้วครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็เห็นแล้วว่าการชุมนุมนั้นได้ขยายวงกว้างไปขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำเพิกเฉยได้อีกต่อไป ความจริงลึก ๆ แล้วมันเป็นสถานการณ์ ที่ตึงเครียดมากในสังคมไทย มันกำลังพุ่งสูงขึ้นครับท่านประธาน ที่กระผมบอกว่า ความตึงเครียดกำลังพุ่งสูงขึ้นก็มาจากที่กระผมได้ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ที่ไปร่วมชุมนุมมา อีกทั้งยังมีตอนนี้เราก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ศึกษา ประเด็นที่เกี่ยวข้องตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม แต่พวกเขายังไม่เชื่อว่าการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ข้อเรียกร้องของพวกเขาเป็นจริงขึ้นมาได้ สิ่งสำคัญที่สุดครับ ท่านประธาน ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการชุมนุมตั้งข้อเรียกร้อง ๓ ข้อจากรัฐบาล พวกเขายังไม่เคยได้รับคำตอบใด ๆ จากท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ วันนี้รัฐบาลประกาศ นโยบายเร่งด่วน ๑๒ ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงด้วยตัวเองเมื่อปีที่แล้ว ในข้อที่ ๑๒ ระบุชัดเจนว่าสนับสนุนการศึกษารับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมขอย้ำอีกครั้ง หนึ่งนะครับ คือการสนับสนุนการศึกษารับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามีคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อรับฟังปัญหาของผู้ชุมนุม และอีกชุดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ส่วนใหญ่ที่เป็นตัวแทนของประชาชนเห็นพ้องด้วยกันทุกคนในข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา และน้อง ๆ ที่ชุมนุม ๓ ข้อ ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกอย่างถูกจัดจัดเตรียม ไว้หมดแล้วนะครับ ยังขาดอยู่อย่างเดียวก็คือขาดท่านนายกรัฐมนตรีไฟเขียว กระผมคิดว่า การแถลงจุดยืนต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอก พร้อมแนวทางการแก้ไขของ ท่านนายกรัฐมนตรี ถึงแม้กระทั่งการแถลงจุดยืนของฝั่ง ส.ว. เองนั้นมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการแก้ไขปัญหานี้ ท่านประธานครับ เราจะช่วยแสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำประเทศมีความจริงใจที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามเจตนารมณ์ของ ประชาชนส่วนใหญ่ ผ่านการทำงานของระบบรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตาม ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อความสงบสุขของประชาชน โดยแท้จริง ที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีไปเลยครับ ไปที่ชุมนุม ไปที่น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่ชุมนุม แล้วไปรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาหรือผู้ร่วมชุมนุม ตอบคำถามเขาเลยครับ ทุกอย่างจะได้ยุติลง ทุกอย่างจะได้ บรรเทาลงเพื่อความสงบสุขของบ้านเราครับท่านประธาน สุดท้ายนี้หากท่านนายกประยุทธ์ ทำได้จริง ๆ ผมจะยกให้ท่านเป็นรัฐบุรุษแห่งประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกลเราทำการเมืองยืนยันว่า เป็นการเมืองแบบสร้างสรรค์ การที่จะมาบอกว่าเราไม่เข้าร่วมคณะกรรมาธิการแล้วไปตีความ ถึงเจตนาว่าเราเล่นการเมืองแบบเก่านั้นขอปฏิเสธไว้ตรงนี้เลยว่าเราแสดงเจตนารมณ์ อย่างชัดเจนในคราวตั้งคณะกรรมาธิการแล้วว่าข้อเสนอ ข้อเรียกร้องของนักศึกษาสามารถ ส่งตรงไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้ภายใต้การลงความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และแน่นอนครับ ถ้าจะเทียบการเมืองแบบเก่าหรือแบบใหม่ เทียบกันง่าย ๆ เลยครับ การเมืองแบบเก่ามีการซื้อตัว ขายตัว ส.ส. ซึ่งสื่อมวลชนและคนทั่วประเทศไทยรู้กันว่านั่นคือ งูเห่าครับ นั่นคือการเมืองแบบเก่าครับ นั่นคือมีการขายตัว ซื้อตัว ผมคิดว่าพรรคก้าวไกล หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบมาเราไม่เคยมีแนวความคิดใด ๆ ที่จะไปซื้อตัว หรือ จะไปดึงเพื่อน ส.ส. จากพรรคอื่นมาอยู่กับเราเลยครับ ผมขอยืนยันอีกครั้ง และขอเรียนไปถึง ท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่าผมอ่านรายงานแล้วครับ รายงานเขียน ประหนึ่งว่าเห็นใจนักเรียน นักศึกษาเสียเต็มประดาครับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ฟังแล้วหรูมาก อ่านแล้วครับปรากฏว่าเป็นคำแนะนำ เป็นข้อเสนอแนะที่มุ่งตรงไปที่นักเรียน นักศึกษา บอกว่าจะต้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ไปสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเมืองการปกครองแก่นักเรียน นักศึกษาอย่างถูกต้อง แปลว่าไม่มีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะใด ๆ ที่มุ่งไปสู่ครูในสถานศึกษาเหล่านั้นเลย ท่านกรรมาธิการอาจจะไม่ได้เดินทางแบบผมครับ ผมไปหลายพื้นที่ เข้าพื้นที่ไปยังโรงเรียน หาดใหญ่วิทยาลัย โรงเรียนเก่าผม ไปยังโรงเรียนสตรีพัทลุง ไปยังโรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา และแม้กระทั่งไปยังภาคอีสาน บ้านท่านประธานคือจังหวัดบุรีรัมย์ ทำไมล่ะครับ ทำไมผมต้องเดินทาง เพราะเขาเชื่อว่าเราซึ่งเป็น ส.ส. สามารถให้ความอบอุ่น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐพงษ์ครับ บ้านผมอยู่จังหวัดนครพนมครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็อยู่ภาคอีสานล่ะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้อยู่ จังหวัดบุรีรัมย์ครับ เดี๋ยวพี่น้องฟังทางโน้นจะเข้าใจผิดว่าผมย้ายจังหวัดแล้ว🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ต้องขออภัยนะครับ แต่ว่า ผมบอกว่าอยู่ทางภาคอีสานนะครับ การตั้งข้อหานักเรียน นักศึกษาถึงมาตรา ๑๑๖ ยุยงปลุกปั่นเป็นข้อหาเพื่อประโยชน์ทางการเมืองโดยแท้จริงครับ และพฤติกรรมของ ครูบาอาจารย์นั่นแหละควรจะเป็นข้อเสนอแนะในรายงานนี้ให้ชัดเจน ควรจะมุ่งตรงไปที่ ผู้บริหารสถานศึกษาว่าท่านเองจะต้องปกป้องดูแลนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นลูกหลาน ของเขา ครูหลาย ๆ ท่านส่วนใหญ่ อดีตที่ผ่านมาปี ๒๕๕๗ เป่านกหวีดสนับสนุน ประชาธิปไตยด้วยซ้ำ แต่วันหนึ่งเมื่อนักเรียน นักศึกษา ปีนี้นักเรียน นักศึกษาออกมา แสดงความคิดเห็นกลับข่มขู่ กลับต่อต้าน แชตไลน์ (Chat line) แชตโซเชียล (Chat social) หลุดเยอะแยะครับ ครูข่มขู่ว่าไม่ผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์บ้างล่ะ หรือแม้กระทั่ง โรงเรียนเอกชนอย่างโรงเรียนแสงทองที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผมก็ต้องสื่อสารไปยัง ท่านศึกษาธิการจังหวัดสงขลาว่าให้ช่วยดูแลตรงนี้ด้วย ไม่ใช่ดูแลเฉพาะโรงเรียนของรัฐบาล โรงเรียนของเอกชนก็ดำเนินการ ตัวครูมีคลิป (Clip) หลุดออกมาชัดเจน นักเรียนแสดงออก ไปดึงป้ายชื่อเขา ไปถ่ายรูปนักเรียนเขา ไปถ่ายวิดีโอ (Video) นี่แหละครับคือจะต้องมีข้อสังเกต มุ่งหวังให้ครูซึ่งอ้างตัวว่ามีการศึกษาในสถานศึกษาต่างหากที่จะต้องมีความเข้าใจ ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ผมพาดพิงทางจังหวัดบุรีรัมย์ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมก็ประสานภายในไปยังท่าน ส.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ไปแล้ว ท่านก็รับปากไปดำเนินการไปดูแลให้ ที่โรงเรียนที่จังหวัดบุรีรัมย์ โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ปรากฏว่าเอาตำรวจ เอาปลัดอำเภอ เอา สจ. ไปคุกคามนักเรียนถึงบ้านเขาเลยครับท่านประธาน และต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. จังหวัดบุรีรัมย์นะครับ ที่อุตส่าห์เข้าไปช่วยดูแลหลังจากที่ผมไปแล้วที่โรงเรียนแห่งนั้นนะครับ ผมเชื่อว่ามีอีกหลายจังหวัดครับ แม้กระทั่งจังหวัดตรังบ้านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ครับ เมื่อนักเรียนไปแสดงออก ตำรวจไปนั่งเฝ้า เมื่อนักเรียนแสดงออก เสร็จเรียบร้อยไปรับประทานอาหารในตลาดตำรวจวิ่งไล่ตามครับท่านประธาน และไปนั่งเฝ้า เพื่อจะเอารายชื่อนักเรียน มีอย่างที่ไหนครับ ผมต้องโทรศัพท์ไปเคลียร์ (Clear) กับผู้กำกับ การตำรวจภูธรจังหวัดตรังว่าให้ได้เห็นใจนักเรียนเถอะครับ ลูกหลานเราแท้ ๆ ท่านกรรมาธิการอาจจะไม่รู้ข้อมูลนี้ แต่วันนี้ผมมาเล่าให้ท่านฟังว่ารายงานของท่านผมชื่นชม จริง ๆ ผมได้เห็นการรายงานของนักเรียน นักศึกษาที่ออกมาแสดงจุดยืน ออกมาแสดงออก ในเรื่องเสรีภาพการแสดงออกทางประชาธิปไตย ผมเห็นสถานที่ วัน เวลา ชัดเจน อันนี้ ท่านระบุชัด ผมก็อยากจะบอกว่ารายงานฉบับนี้แม้จะไม่สมบูรณ์ แม้จะไม่ได้รับคำชื่นชม อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่าเราสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้น้อมรับข้อคิดเห็น และ พร้อมจะทำการเมืองแบบใหม่จริง ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ การเสนอรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนในวันนี้ ทำให้ผมนึกถึงวันที่สภาของเราได้พิจารณาญัตติ ซึ่งเพื่อน สมาชิกจากหลายพรรคการเมืองได้เสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้าสภา และเราได้มีการ พิจารณาไปเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นเวลาประมาณเดือนเศษ ผมคิดว่าวันนั้นหลายฝ่ายได้พูดกันชัดเจนว่ารู้สึกเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็มีความกังวลต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แต่ทุกคนมีความรู้สึกร่วมกันว่าการออกมาชุมนุมก็ดี แสดงความคิดความเห็นก็ดี ของบรรดานักเรียน นิสิต นักศึกษานั้น เป็นลูกเป็นหลาน ของพวกเราเอง สมควรที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นของเขา แล้วก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ใด ๆ ที่จะทำให้มีความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นกับลูกกับหลานของเราเอง ผมคิดว่าความตั้งใจ เบื้องต้นเหล่านี้เป็นความตั้งใจที่ดีนะครับ ในที่สุดแล้วสภาในวันนั้นก็มีมติว่าให้ตั้ง กรรมาธิการชุดนี้ขึ้น เพื่อที่จะไปรับฟังความคิดความเห็น ไปติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วก็ มีความคิดความเห็นกลับมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าบทบาทตรงนี้สำคัญ เพราะว่าในปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นทุกครั้งนั้นผมเห็นด้วยกับท่านประธาน กรรมาธิการที่เอ่ยขึ้นเมื่อสักครู่ว่ารัฐสภาจะอยู่เฉยไม่ได้ ในเหตุการณ์นี้ก็เช่นเดียวกันครับ ญัตติที่เกิดขึ้นจนเป็นที่มาของคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นการทำหน้าที่หรือบทบาทของสภา ผู้แทนราษฎรในฐานะปวงชนชาวไทยที่จะติดตามปรากฏการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของบรรดานักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรามีการพิจารณา ญัตติกัน ซึ่งแน่นอนครับ การทำหน้าที่แบบนี้ เมื่ออ่านดูรายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว โดยส่วนตัวผมมีความรู้สึกชื่นชมนะครับ แม้ว่าท่านบอกว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการที่ ไม่สมประกอบ แต่ผมเห็นความตั้งใจจากรายงานนี้ว่าท่านได้ตัดอคติ ความชอบ ไม่ชอบ ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไปได้ นี่คือบทบาทของตัวแทนปวงชนชาวไทยครับ เพราะในประชาชนคน ไทยนั้นต้องยอมรับว่าต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเหตุการณ์ใดก็ตาม จะมีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย การชุมนุมนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ก็จะมีตั้งแต่คนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย บางคนอาจจะเห็นด้วยแค่บางประเด็น บางคนไม่เห็นด้วยทุกประเด็น หรือบางคนอาจจะ ไม่เห็นด้วยในทุก ๆ ประเด็นเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นบทบาทหน้าที่ของกรรมาธิการจะทำหน้าที่ อย่างหนึ่งก็คือไปดูว่าข้อเท็จจริงเกิดขึ้นอย่างไร แต่หน้าที่สำคัญของเขาก็คือการที่จะต้อง พิทักษ์รักษาสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่าในรายงานของคณะกรรมาธิการนี้ ได้เขียนไว้ชัดถึงข้อสังเกตที่มีต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่รายงานต่อคณะกรรมาธิการว่าควรจะ มีบทบาทที่เหมาะสมอย่างไร ผมคิดว่านี่ถูกต้องแล้วครับ เพราะว่ารัฐสภาจะไปถือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ว่าเป็นพวก แล้วก็บอกว่าอีกฝ่ายหนึ่งทำผิดนั้นไม่ได้ครับ เช่นเดียวกันกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเกิดว่ามีข้อกล่าวหากรรมาธิการชุดนี้ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาล นั่นแปลว่ามีอคติไม่เห็นด้วยกับ กลุ่มผู้ชุมนุม ผมว่ารายงานจะต้องออกมาอีกแบบหนึ่งอย่างแน่นอน แต่คณะกรรมาธิการชุดนี้ มีข้อสังเกตซึ่งเป็นข้อสังเกตที่เป็นจุดยืนประชาธิปไตยทั้งสิ้นนะครับ ผมอ่านครบทุก ๆ ความคิดเห็นของท่าน แม้แต่กระทั่งความคิดเห็นของท่านต่ออาจารย์ที่มา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ก็มีความคิดเห็นเอาไว้ที่ดี แล้วความคิดเห็น แบบเดียวกับของอาจารย์ธรรมศาสตร์ท่านนี้ก็อยู่ในความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการที่มีต่อ หน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย ผมคิดว่านั่นเป็นความถูกต้องที่สุดแล้วที่คณะกรรมาธิการชุดนี้พึงทำ เพราะฉะนั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นในสภาในการรับฟังรายงานฉบับนี้นั้นผมอยากให้พิเคราะห์ ดูจุดตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญ มากกว่าที่เราจะบอกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำถูกหรือทำผิด แต่บทบาทสภาจะต้องทำหน้าที่ในการทำให้พื้นที่แสดงความคิดความเห็นสิทธิเสรีภาพนั้น มันเกิดขึ้นได้และนิสิต นักศึกษา ประชาชนของเราได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้อง โดยหลักการของระบอบรัฐธรรมนูญ แต่ที่ผมกังวลก็คือว่ารายงานฉบับนี้รายงานต่อสภา เสร็จแล้วส่งไปยังรัฐบาลนั้นการชุมนุมยังไม่ได้จบลงนะครับ แล้วต้องยอมรับว่าการชุมนุม ระยะหลังนี้ไม่ได้มีแค่นักเรียน นิสิต นักศึกษาอย่างที่ปรากฏขึ้นตอนต้นเท่านั้น แต่เราเริ่ม มีกลุ่มความคิดต่าง ๆ มีการเข้าไปร่วมชุมนุมและนำเสนอความคิด รวมถึงในหลากหลาย การชุมนุมก็มีท่าทีหรือแนวโน้มที่เป็นการสร้างความคิดบางประการ ซึ่งอาจจะทำให้เกิด ความขัดแย้งอย่างที่เรียกว่าเป็นการสร้างวาทกรรมในเชิงที่เราเรียกว่าเฮตสปีช (Hate Speech) เกิดขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นรายงานกรรมาธิการชุดนี้อาจจะเป็นการตั้งหลักเบื้องต้น แต่รัฐสภาอาจจะต้องติดตามสถานการณ์นี้ต่อไป แนวโน้มการชุมนุมในเดือนกันยายนอาจจะ ขยายตัวมากขึ้น เราเองก็คงจะต้องติดตามต่อไปในฐานะสมาชิกของรัฐสภานี้ แต่จะต้อง วางตัวเป็นกลางแล้วดูว่าประชาชนนั้นมีทุกฝ่ายทุกความคิดเห็น แต่ทำอย่างไรให้ความคิดเห็น ที่หลากหลายนี้อยู่ในสังคมเดียวกันได้โดยไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นจบรายงาน กรรมาธิการชุดนี้ไปแล้ว แต่ภารกิจในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราคงยัง ไม่จบลงครับ คงยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด สุวรรณภูมิเมืองสูง จตุรพักตรพิมาน ต่อรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตใช้เวลา ๗ นาทีอย่างมีคุณค่า ผมเคย ได้ยินคนพูดว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด ภูมิประเทศดีที่สุด เสียอย่างเดียว มีคนไทยอยู่ในประเทศนี้ รวมผมด้วยที่ไม่สามารถทำให้ประเทศไทยดีได้ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ มีส่วนร่วมเป็นกรรมาธิการ แต่ผมไม่กล้าที่จะไปชี้หน้าด่ากรรมาธิการที่เชื่อว่ามีเจตนาดี แล้วก็เห็นอยู่ข้างบนทุกท่านรู้จักดี แล้วผมก็ยืนยันว่านี่คือคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภา แม้จะไม่มีฝ่ายค้าน ไม่ใช่พิกลพิการแต่อาจจะไม่สมบูรณ์ ผมต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียน ด้วยความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่สักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าประเทศไทยมีปัญหาเยอะ ไม่ใช่เกิดขึ้นในสมัย ที่ผมเป็น ส.ส. สมัยแรกแต่มันเกิดมานานครับ พรุ่งนี้ผมก็จะไปรายงานเอาตัวคุณอานนท์ นำพา ไปรายงานตัวต่อศาลอาญาในฐานะที่ผมเป็นนายประกัน ถามว่าผมคิดอย่างไร ต่อนักศึกษา ผมผ่านจุดนี้มาพอสมควร เป็นทนายความคดีเดียวกับคุณอานนท์ด้วยซ้ำไป แต่ถ้าวันนี้จะให้ผมบอก ผมเชื่อว่ารายงานนี้เป็นประโยชน์ ใครจะว่าอย่างไรแล้วแต่ ไม่มีสิ่งใด ที่จะทำแล้วสูญเปล่า ถึงแม้ว่าท่านจะไปผมก็เห็นท่านภราดร ท่านกรวีร์ ท่านสิริพงศ์ออกทีวี (TV) ผมก็ตามอยู่ ก็มีความขยัน แล้วผมก็เชื่อว่าการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีศักดิ์ศรี เท่ากัน เพียงแต่ว่าประเทศเรามันก็มีความมั่นคง มันก็มีเสรีภาพ มันก็มีเรื่องปากท้อง นักศึกษาก็เรื่องเสรีภาพ เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นปัญหามากแล้วคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็เป็น นายกรัฐมนตรีแล้ว แล้ววันนี้นักศึกษาเขาเรียกร้อง ผมก็เห็นว่าปัญหาที่เขาเรียกร้องนี้ ก็ทำได้ แล้วผมก็เห็นด้วยกับสมาชิกพรรคผมหลายท่านว่าการคุกคาม ใครก็แล้วแต่ ในประเทศนี้ก็ไม่ควรทำ แล้วก็อยากจะฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการว่าการที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเขาจะพูดอะไรที่มันอาจจะหนักบ้าง ก็ควรจะเปิดเวทีให้เขาพูด การปิดกั้นอาจจะ เป็นเรื่องที่ไม่ดีด้วยซ้ำไป แต่ในเวลา ๗ นาทีนี้ผมอยากพูดอะไรรู้ไหมครับ ผมไปศาลอาญา วันที่ประกันคุณอานนท์ ท่านประธานที่เคารพ วันนั้นมีการปราศรัยในบริเวณศาล ซึ่งละเมิดอำนาจศาลชัดเจน ถ้าศาลจะออกข้อกำหนด ผมเห็นสัญญาณจากศาลยุติธรรม ถ้าจะฟังผมพูดอยู่ นักศึกษาด้วยหรือศาลยุติธรรมด้วย ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ผมเป็น คนประสาน ไปบอกกับผู้ชุมนุมท่านหนึ่ง ไม่ขออนุญาตเอ่ยนาม ให้ใช้ความระมัดระวัง ในการพูดในที่บริเวณศาล แล้วก็ได้รับความร่วมมือที่ดี แล้วบางทีผมก็อยากจะกราบเรียนว่า มาตรา ๑๑๖ ผมว่าความอยู่กับ นปช. ทนาย นปช. เป็นทนายของกลุ่มคนเสื้อแดง ๑๐ ปีครับ ท่านประธาน ผมเห็นแล้วว่าการทะเลาะเบาะแว้ง ถ้ามันไม่พูดคุยกันมันไม่มีประโยชน์อะไร กับบ้านนี้หรอกครับ ผมจึงอาจจะมองต่าง แล้วก็มองว่าวันนี้ถอดความจริงใจมาพูดกัน คณะกรรมาธิการก็เจตนาดี รัฐบาลก็ต้องเอาความคิด อาจจะไม่สมบูรณ์ แต่คำพูด ในสภาผู้แทนราษฎรก็กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีไปผ่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธาน มันก็ไปได้ มันไม่มีใครที่จะเอาเรื่องใดเป็นของตัวเองได้หมดหรอกครับ นักศึกษาเรียกร้อง ก็ปล่อยให้เขาเรียกร้อง แต่ผมก็เรียนนะครับ ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด กับคุณอานนท์ แต่ว่าการกระทำของนักศึกษาของคุณอานนท์จะทำผิดทำถูกก็เป็นข้อเท็จจริง เพียงแต่ว่า การตั้งข้อหาของตำรวจนี่ผมก็อยากจะกราบเรียนว่ามาตรา ๑๑๖ ยุยงปลุกปั่นก็อยากให้ดู เจตนาพิเศษ ความผิดอื่นด้วยครับ ผมอาจจะไม่ได้จบกฎหมายเมืองนอกเมืองนาหรอกครับ แต่ก็ว่าความมา ประกอบอาชีพทนายความมา ๓๐ กว่าปี ถ้าเขาไม่ผิดก็ไม่ควรดำเนินคดีครับ การตั้งข้อหากับนักเรียน นิสิต นักศึกษา นี่เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง แต่จากที่ผมเป็น นายประกัน จะขอลงรายละเอียดเล็กน้อยว่าศาลยุติธรรมได้ส่งสัญญาณที่ดี ท่านให้ประกัน ท่านไม่ให้วางหลักประกัน อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณนะครับ คำว่าขอบคุณหมายความว่า ศาลนี่สามารถที่จะเรียกหลักประกันได้ สามารถที่จะเอาหนักก็ได้ แต่เขาเอาตำแหน่งผมไป นี่ไม่ได้ให้วางเงินประกันครับ นี่คือทิศทางที่ดี ผมอยากกราบเรียนว่าวันนั้นผู้บริหารของศาล ก็บอกว่าใช้หลักรัฐศาสตร์ซึ่งถูกต้อง แล้ววันนี้จะถามว่าใครผิดใครถูก ตอบไม่ได้หรอกครับ เราผิดกันทุกคนนะครับ เมื่อเราผิดทุกคน ประเทศมันมีความมั่นคง มันมีเรื่องปากท้อง อย่างที่ผมกราบเรียน มันเอาด้านใดด้านหนึ่งไปเลยไม่ได้หรอกครับ มันต้องมีวุฒิภาวะ พอที่จะก้าวผ่านไป สิ่งที่ผมไม่อยากเห็นในเวลา ๗ นาที คือผมไม่อยากสร้างเงื่อนไขให้มี การยึดอำนาจ เข้าทำนองว่าเตะหมูเข้าปากสุนัข ผมไม่รับ แต่สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ทำไป แต่ว่าก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ท่านกรรมาธิการ ก็ขอบคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านกรวีร์ ท่านภราดร ท่านสิริพงศ์ เป็นคนรุ่นใหม่ก็ช่วยกันครับ ผมก็คงพูดได้ เท่านี้เพราะว่าเราตัวเล็ก แต่ว่าถ้าได้พูดในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ผมผ่านการชุมนุมมา ๑๑ ปีครับ แต่ไม่ถูกดำเนินคดีก็โชคดีแล้วครับ ไม่อยากไปจบที่เรือนจำ แล้วก็ไม่อยากจะไปพูดให้ ข้างนอกมีปัญหา ทุกอย่างประเทศต้องเดินไป มันต้องช่วยกันประคับประคอง ผมไม่อยาก เห็นหรอกครับ ข้าราชการต้องฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุมไปทำงาน ไม่มีภาพที่สวยงามเลย แล้วก็ บ้านผมร้อยเอ็ดนี่มาชุมนุม นอนอยู่ในเวทีทุกที่ก็เห็นมาหมดแล้ว สุดท้ายก็กลับบ้านมือเปล่า หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่น ก็จะต้องขอชื่นชมกับรายงานของคณะกรรมาธิการซึ่งก็น่าเสียดายที่เรามีเฉพาะฝ่ายรัฐบาล แต่ความจริงแล้วพรรคผมหรือพรรครัฐบาลก็พยายามเลือกคนที่หน้าตาเด็กที่สุดแล้วที่ขึ้นไป เป็นกรรมาธิการ เพราะว่าจะต้องไปฟังน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา นักเรียน เขาพูดอะไรกันบ้าง เขาอภิปรายอะไรกันบ้างมาเล่าให้พวกเราฟังสิ ศึกษาดูสิว่าข้อเรียกร้องเขาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นก็พยายามเลือกที่สุดแล้ว แม้กระทั่งประธานก็เรียกว่าหน้าเด็กมากที่เราเลือกกัน ขึ้นไป ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุมที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาชุมนุมอยู่ในวันนี้ก็ต้อง ยอมรับก็เป็นเพราะว่าเราอยู่ในช่วงของการมีระบอบประชาธิปไตย เรามีสิทธิ เรามีเสรีภาพ ที่จะแสดงออก ที่จะอภิปราย ที่จะชุมนุมกัน ผมเชื่อว่าการที่โดนจับบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เป็นส่วนน้อย ซึ่งอย่างที่ท่านคารม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านก็บอกแล้วว่าศาลท่านก็มี ดุลยพินิจ การประกันก็ประกันตัวง่ายไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ว่าก็ต้องฝากไปถึงตำรวจ ทั้งหลายด้วยว่าหากนักเรียน นิสิต นักศึกษา เขาแสดงออกถือเป็นการแสดงออกในระบอบ ประชาธิปไตย เป็นการศึกษาประชาธิปไตยที่อยู่นอกห้องเรียน ผมชื่นชมกับเด็ก ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษาตรงใจผมข้อเรียกร้อง ๓ ข้อ แต่ว่า ข้อที่ให้ยุบสภาเห็นว่าจะต้องขอเลื่อนไปสักนิดหน่อยรอให้มีการเลือก ส.ส.ร. ให้มีการร่าง รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยให้สำเร็จเสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วก็ยุบสภาเลยครับ เลือกตั้งกันใหม่ เพื่อให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ในการคัดเลือกอะไรที่มัน ไม่เป็นระบบประชาธิปไตย เช่น การคิดคะแนน ปาร์ตีลิสต์ (Party list) ทั้งหลาย ซึ่งเดี๋ยวนี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเอาอะไรมาคิด เอาส่วนไหนมาคิด หรือเอาแบบไหนมาคิด การที่คิดแล้ว ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงพอเอาตรงนั้นเป็นเกณฑ์หรือเปล่า ความจริงมันต้องมีหลักเกณฑ์ ผมว่า กกต. เองก็ไม่เคยอธิบายให้ใครรู้ว่าหลักเกณฑ์การคำนวณปาร์ตีลิสต์ (Party list) เขาคำนวณ อย่างไร อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งสิ้นผมอยากจะเรียนว่าด้วยความที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เขาเรียกร้องอะไรต่าง ๆ ในช่วงนี้แสดงให้เห็นถึงความที่เขาต้องการประชาธิปไตย คำกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนก็เห็นจะกล่าวเหมือน ๆ กันก็คือเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตย จงเจริญ ในสภานี้ผมไม่เชื่อว่าใครรักเผด็จการ เพราะถ้ารักเผด็จการก็ไม่ได้มานั่งอยู่ในนี้ ถ้าเขายึดอำนาจเมื่อไรก็ไม่ได้มานั่งในนี้ วันนี้เป็นเพราะมันเป็นระบอบประชาธิปไตยเรามี รัฐสภา อย่างไรก็ฝากน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา นักเรียนด้วยว่าการที่เรามีรัฐสภา การที่เรามีที่ ให้มาพูดมาอภิปรายกันในสภาแสดงออกโดยตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างไรก็ดีกว่าไม่มี สภาครับ ถ้าไม่มีสภามันคือระบอบเผด็จการ แต่วันนี้เรามีสภา เราคือระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่น้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาแสดงออกส่งผลที่ทำให้ตัวแทนของพี่น้องทั้งหลาย ที่นั่งอยู่ในที่นี้ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาหลาย ๆ เรื่องให้กับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา เช่น การไม่จัดซื้อเรือดำน้ำ ก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อเรียกร้อง แล้วก็เป็นข้อเรียกร้องที่ตัวแทนพี่น้อง ประชาชนในสภานี้ก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจจนกระทั่งกองทัพเรือเขาก็เลื่อนงวดเงินที่เขาจะ จัดซื้อออกไป เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจมันไม่เหมาะสม ซึ่งก็ต้องขอบคุณ ทางกองทัพเรือที่ได้มีความคิดที่จะช่วยเหลือบ้านเมืองในยามทุกข์ยาก อย่างไรก็ตามน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาอยากจะเรียนท่านว่าปัจจุบันนี้พรรครัฐบาล ๒๐๐ กว่าคน ๒๕๖ คนถ้าผมจำ ไม่ผิดได้ร่วมกันทำญัตติที่จะขอเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้มาตรา ๒๕๖ แก้ไขโดยที่จะให้มี ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญ สิ่งที่น้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาจะทำได้ผมอยากให้ทราบไว้ นิดหนึ่งว่าเราจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ๑๕๐ คน เลือกจากประชาชน ๗๗ จังหวัด เรามีการแก้ไขให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา อายุ ๑๘ ปี บริบูรณ์และอยู่ในจังหวัดที่ตัวจะลงสมัครได้ สามารถสมัครได้นะครับ อายุ ๑๘ ปีครับ สมัครเป็น ส.ส.ร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ รัฐสภาเสนอ ๒๐ คน อธิการบดี โดยผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการต่าง ๆ ๒๐ คน และเอาตัวแทนจากนักเรียน นิสิต นักศึกษาอีก ๑๐ คนมาเป็น ส.ส.ร. ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังจากร่างเสร็จก็จะได้มีโอกาสใช้ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ท่านไม่ต้องไปตั้ง เวทีด่ารัฐบาล ไม่ต้องไปตั้งเวทีด่าการปฏิวัติรัฐประหาร แต่การที่ท่านได้ตั้งเวทีอยู่ทุกวันนี้ มันส่งผลที่ทำให้ท่านทั้งหลายที่คิดจะปฏิวัติรัฐประหารเขาก็เกรงแล้วล่ะ เขาเกรงแล้วว่า ระดับนักเรียนมัธยมเขายังตื่นตัวประชาธิปไตยกันอย่างนี้ การที่ท่านทำอย่างนี้ก็จะทำให้ ไม่เกิดหรือว่าถ้าจะเกิดมันก็ยากขึ้น ทุกคนมองเห็นแล้วว่านักเรียน นิสิต นักศึกษา มีการ ตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย อยากจะขอว่าขอให้น้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาออกไป รณรงค์หาเสียงครับ ใครอยากจะลงสมัครก็รีบเดินสายบอกประชาชนเลยว่าผมจะเข้า มาเป็น ส.ส.ร. จังหวัดนี้ ผมจะมาแก้ไขเรื่องนั้นเรื่องนี้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด ก็ขอฝากไปยังนักเรียน นักศึกษา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าจะเอาให้จบนะครับ แต่ว่ามีท่านสมาชิกทยอยส่งรายชื่อ ขอเพิ่มผู้อภิปรายมาเรื่อย ๆ ดูแนวโน้มก็คงจะดึกนะครับ ฉะนั้นวันนี้ผมถือว่าพวกเรา ได้ร่วมกันประชุมมาเป็นเวลาพอสมควรแล้วนะครับ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน ขอปิด การประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๕๘ นาฬิกา