unknown · · 754 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๒ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ วันนี้ก็เป็นวันแรกของการประชุม (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) นะครับ ก่อนที่จะมี การประชุมตามวาระปกติผมขออนุญาตให้ที่ประชุมนี้ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอให้ท่านสมาชิกได้ใช้ประโยชน์ ๒ นาที เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของเรานะครับ ผมขออนุญาตไปลำดับแรกเพื่อไม่ให้เสียเวลารายชื่อแต่ว่าจะใส่ไปตามลำดับทุกท่านทราบดี อยู่แล้วนะครับ ท่านแรก คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ขอเชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องที่ไม่สบายใจและเป็นคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะในอำเภอศีขรภูมิและในอำเภอสำโรงทาบ ตลอดจนพี่น้องจาก ศรีสะเกษ ก็คือทางหลวงแผ่นดินสาย ๒๒๖ ซึ่งเป็นถนนยุทธศาสตร์ ในสมัยก่อนจะเป็น ถนนหลวงที่ผ่านระหว่างจังหวัดต่อจังหวัด ช่วงหลังมีถนนทางหลวงแผ่นดินสาย ๒๔ เข้ามา แต่สาย ๒๒๖ นี่มีความจำเป็นมาก วันนี้ยังเป็น ๒ ช่องจราจร โดยเฉพาะจากอำเภอ เมืองสุรินทร์ไปสู่อำเภอศีขรภูมิ แล้วก็ไปสู่อำเภอสำโรงทาบ แล้วก็ไปสู่อำเภอห้วยทับทัน แต่จากห้วยทับทันไปจังหวัดศรีสะเกษเป็น ๔ ช่องจราจรหมดแล้ว ฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าตรงนี้เป็นปัญหาอย่างยิ่งยวด เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนถนนสายนี้ แล้วก็ถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักของพี่น้อง จากอำเภอศีขรภูมิ พี่น้องจากอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็พี่น้องจากจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานีที่จะมาจังหวัดสุรินทร์ พอมาจากทาง ๔ ช่อง แล้วก็มาเป็นทางคอขวด ท่านประธานคงจะคิดออกนะครับ มันก็ทำให้เกิดอุปสรรค และตอนเช้า ๆ ผู้ปกครองไปส่ง เด็กนักเรียนในเมืองสุรินทร์จากอำเภอสำโรงทาบ อำเภอศีขรภูมิ จากจังหวัดสุรินทร์ก็เป็น ประจำนะครับมีคนตายบ่อย เข้ารักษาโรงพยาบาลบ่อย เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ขึ้นบ่อยครั้ง ผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมในเวลาค่อนข้างจำกัด ๒ นาทีนี้ว่าให้ท่านได้ช่วยดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์🔗

ผมขออนุญาตหารือเรื่องแรก ขอให้กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวง การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำหลักสูตร เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันหลักนี้ยังต้องอยู่คู่ กับสังคมต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมก่อสร้างโครงการย่านพัฒนาชุมชน โดยขยายถนนและติดไฟฟ้าส่องสว่างพื้นที่ชุมชนบ้านคู อำเภอกงหรา ซึ่งเป็นชุมชน ขนาดใหญ่ มีบ้านเรือน มีร้านค้าจำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้สำรวจออกแบบและก่อสร้างระบบน้ำประปา ระบบบาดาล แหล่งน้ำหรือแก้มลิงในพื้นที่ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว และตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอนซึ่งขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร🔗

เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก่อสร้างสนามกีฬาประจำ ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ซึ่งเทศบาลมีที่อยู่แล้ว โดยการก่อสร้างลู่วิ่ง แบบยางสังเคราะห์และอัฒจันทร์ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นตำบลขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และสนามกีฬาแห่งนี้ใช้จัดกิจกรรมในแต่ละปีหลายกิจกรรม ประการสำคัญเพื่อพี่น้องประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อที่จะทำให้สุขภาพดีขึ้น และเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ในจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ยาเสพติดระบาดค่อนข้างสูง จึงกราบเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ🔗

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก ข้าวเหนียวภาคเหนือ ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย ขายข้าวเหนียว ในราคา ๗.๕๐ บาท นี่ขนาดอำเภอแม่อาย อำเภอฝาง มีโรงสีขนาดกลางถึง ๔๐ กว่าโรงครับ ท่านประธาน แล้วจังหวัดใกล้เคียงละครับ เชียงราย พะเยา จะเหลืออะไรล่ะครับ ๖ บาทกว่าเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานนี้ผมทราบดีครับ ครม. อนุมัติเงินช่วยเหลือ เกษตรกร ฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลว่าขอให้หันไปดูชาวนาที่ขายข้าวในเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จะดูแลเยียวยาเขาอย่างไรครับท่านประธาน นี่ผมเป็นห่วงครับ รัฐบาลออก มาตรการมาช้า แต่ก็ยังดีครับที่ออกมาช่วยเหลือเกษตรกร กระผมขอฝากท่านประธานผ่าน ไปยังรัฐบาล หน่วยงานที่รับผิดชอบ หนีไม่พ้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง พาณิชย์ ประชาสัมพันธ์หลายเดือนผ่านมาบอกว่าเกษตรผลิตพาณิชย์ขาย ขอให้ช่วย เกษตรกรจริง ๆ ครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อครับ🔗

ท่านประธานครับ เรื่องแรกที่หารือท่านประธานก็คือถนนลาดยางชำรุด ที่บ้านหนองแสง ตำบลกุดรังนะครับ ระหว่างบ้านหนองแสง อำเภอกุดรังไปที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ระยะทางลำบากมากครับ ชาวบ้าน เดินทางไปลำบากมาก นอกจากเป็นเลนแล้วยังเป็นหลุมเป็นบ่อนะครับ แต่ก่อนเป็นของกรมทางหลวงชนบท เดี๋ยวนี้โอนมาให้ อบจ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปรากฏว่าท้องถิ่นไม่มีงบประมาณท่านประธานครับ ก็เลยเกิดปัญหาในการซ่อมแซม อยากฝากท่านประธานผ่านไปที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้ดูแลโดยตรงครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของกระทรวงวัฒนธรรม สมัยก่อนเรามีงบประมาณในการที่ จะให้วัฒนธรรมของตำบล วัฒนธรรมอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด ตำบล ๕,๐๐๐ บาท อำเภอ ๑๐,๐๐๐ บาท จังหวัด ๔๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันงบประมาณเหล่านี้ถูกตัดไปหมดแล้ว ไม่เหลือเลย เพราะฉะนั้นฝากไปที่กระทรวงวัฒนธรรมด้วยว่าขอให้จัดสรรงบมาเพราะว่า จะได้ส่งเสริมวัฒนธรรมตามท้องถิ่นนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องของประปา ที่บ้านดง หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๑๕ อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้มีกลิ่นเหม็นแล้วก็มีน้ำเป็นสีแดง ชาวบ้าน ไม่สามารถที่จะใช้ในการอุปโภคหรือบริโภคได้ ผู้ใหญ่บ้านปราณี แสงวัฒนกุล ที่ร้องมา ฝากไปที่กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอหารือ ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เขตบางนา ปัญหาด้านการจราจร โดยเฉพาะที่สี่แยกบางนา ซึ่งในช่วงเวลาเร่งด่วนการจราจรก็สาหัสอยู่แล้ว แต่ในอีกประมาณ ๒ ปีข้างหน้าจะมีการเปิด ให้บริการของห้างสรรพสินค้าที่ประชาสัมพันธ์ว่าจะมีพื้นที่มากที่สุดในอาเซียน (ASEAN) รวมถึงการขยายพื้นที่ของศูนย์จัดนิทรรศการและแสดงสินค้าที่อยู่ที่สี่แยกบางนาเช่นกัน ซึ่งเมื่อจัดงานใหญ่ การจราจรก็สาหัสขึ้นไปอีก ขอให้ทางกรมทางหลวง การทางพิเศษ แห่งประเทศไทย สังกัดกระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร ฝ่ายจราจรสถานีตำรวจ นครบาลบางนา ประชุมหารือร่วมกันเพื่อวางแผนจัดทำโครงการแก้ไขป้องกันปัญหาจราจร ระยะยาวที่สี่แยกบางนา ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคตะวันออก และจะเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) อีกที่หนึ่งของกรุงเทพมหานคร🔗

เรื่องที่ ๒ เขตพระโขนง ปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แม้จะเป็นพื้นที่ในเขตเมือง แต่ก็มีปัญหาเรื่องไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ฟุตพาท (Footpath) ที่ไม่ได้มาตรฐานเสียหายหลาย ๆ จุด ซอยปุณณวิถี สุขุมวิท ๑๐๑ และซอยวชิรธรรมสาธิต สุขุมวิท ๑๐๑/๑ มีไฟส่องสว่างแค่เพียงฝั่งเดียวแล้วก็สว่างไม่เพียงพอ ฟุตพาท (Footpath) ก็เสียหายเป็นระยะตลอดทั้งเส้นของทั้ง ๒ ซอย ขอให้ทางสำนักการโยธาส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบดูแลไฟส่องสว่างและฟุตพาท (Footpath) ของถนน ในซอยหลัก เข้ามาทำการสำรวจและติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม รวมถึงปรับปรุงซ่อมแซม ฟุตพาท (Footpath) ของทั้ง ๒ ซอย เพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุภายใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ คุณศิริพงษ์ รัสมี🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไป ๒-๓ ครั้ง ไปถึงท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งดูแลบริหารประเทศไทย อยู่ในขณะนี้ คงต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลชุดนี้ ที่ได้มอบ ของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับพี่น้องชาวเขตหนองจอก นั่นก็คือในเรื่องของการลอกคูคลอง เกือบ ๑๐๐ คลองในพื้นที่เขตหนองจอก วัตถุประสงค์เพื่อที่จะระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม แล้วก็ใช้ในเรื่องของการเกษตร ใช้ในเรื่องของการกักเก็บน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก ก็คือในพื้นที่เขตหนองจอกนั่นเอง เพราะฉะนั้นประชาชนฝากขอบคุณรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มา ณ ที่นี้ด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการตรวจสอบในเรื่องของการลอกคูคลอง ขณะนี้กำลัง ดำเนินการลอกอยู่ ทางกรุงเทพมหานคร ทางสำนักงานเขตหนองจอก แล้วก็ผู้สังเกตการณ์ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องของภาษีของพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ที่ไปทำการลอกคลอง ในพื้นที่เขตหนองจอก ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยแล้วก็กรุงเทพมหานครเป็นอย่างยิ่ง ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทยทั้งประเทศขออวยพรให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องแล้วก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นตลอดไป หนองจอกต้องดีขึ้นกว่าเดิม เราจะดูแลซึ่งกันและกัน จากใจ ส.ส. ศิริพงษ์ รัสมี ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ นางสาวชนก จันทาทอง🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ลำห้วยเกียมตื้นเขินมีวัชพืชปกคลุม ด้วยลำห้วยเกียมนั้นเป็น ลำห้วยขนาดใหญ่มีพี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำลำห้วยนี้หลายหมู่บ้านด้วยกัน หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๑๖ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลนาหนัง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ใช้ประโยชน์ร่วมกันถึง ๕ หมู่บ้าน และยังมีอีกหลายหมู่บ้านของจังหวัดอุดรธานีก็ใช้ แหล่งน้ำนี้เช่นกันค่ะ แหล่งน้ำนี้เราใช้เพื่อผลิตน้ำประปาและเพื่อการเกษตร ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือลำห้วยมีความตื้นเขินและมีวัชพืชปกคลุมหนาทำให้กักเก็บน้ำ ได้น้อย ประชาชนกังวลว่าหน้าแล้งที่จะมาถึงนี้น้ำจะไม่เพียงพอในการผลิตน้ำประปา และใช้เพื่อการเกษตร ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เข้าไปช่วยแก้ไขและบรรเทาทุกข์ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเชื่อมระหว่างตำบลไม่เคยได้การดูแลปรับปรุงแก้ไข มาหลายปีแล้ว เป็นถนนเส้นทางจากบ้านนาตาล ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย เชื่อมไปยัง บ้านกุดแคน ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ลักษณะถนนมีความยาว ประมาณ ๕ กิโลเมตร ถนนเป็นลักษณะถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ยิ่งหน้าฝน ประชาชนเดินทางด้วยความยากลำบากค่ะ ดิฉันนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้าไปช่วยทำเป็นคอนกรีตหรือลาดยางเพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคายของเราให้ดีขึ้นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ในช่วงนี้ เป็นช่วงที่ข้าวหอมมะลิซึ่งถือว่าเป็นพืชผลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ และภาคอีสาน ตอนนี้เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นก็คือตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ราคาของข้าวหอมมะลิลดลงจากราคาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท เหลือตันละ ๑๑,๐๐๐ บาท ทำให้ราคาพืชผลที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวได้ในช่วงนี้นั้นมีราคาต่ำมาก เกษตรกรบางรายบอกว่าข้าวเกี่ยวสดที่ไปขายได้ตอนนี้ได้เพียงกิโลกรัมละ ๖-๗ บาท เท่านั้นเอง ต้องขอฝากไปทางกระทรวงพาณิชย์ได้กรุณาดูแลกลไกราคาของข้าวหอมมะลิด้วย🔗

ประการต่อมาที่จะต้องฝาก ขอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้มีการทบทวน นั่นก็คือหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประกันราคาข้าวให้กับเกษตรกร เมื่อวานนี้เห็นทาง ครม. มีมติว่าจะมีการประกันให้ราคาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑๕ ตันแต่สิ่งที่ต้องเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือการปลูกข้าวหอมมะลินั้นพื้นที่ผลผลิต ต่อไร่ของเกษตรกรได้น้อยกว่าข้าวนาปรังครับ ต้องกราบเรียนว่าต่อ ๑ ไร่ที่ข้าวหอมมะลิ สามารถปลูกได้คือได้ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลกรัมเท่านั้นเอง ให้เกษตรกร ๑ ครัวเรือน ลงทะเบียนไม่เกิน ๑๕-๒๐ ไร่ เต็มที่เขาก็ได้แค่ ๑๐ ตัน ยังขาดอีก ๕ ตัน ต้องขอให้ทาง กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทบทวนด้วยครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายที่ต้องฝากครับ ช่วงนี้พายุเข้า จะมีพายุต่อมาอีก ๒-๓ ลูก แล้วข้าวออกรวงแล้ว ทำอย่างไรที่เกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยาในการที่จะปรับปรุง ราคาข้าวก่อนจะนำไปขาย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งมาหารือท่านประธาน ซึ่งเรื่องนี้ กระผมเคยหารือมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอภาพด้วยครับ ทางฝ่ายโสตครับขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

ท่านประธานครับ ถนนทางหลวง แผ่นดิน หมายเลข ๒๔๕๔ ระหว่างลืออำนาจ-พนา ช่วงสามแยกบายพาส (Bypass) ไปถึงเทศบาลตำบลพนาประมาณ ๑ กิโลเมตร ทางเป็นหลุมเป็นบ่ออย่างนี้มาเป็นเวลา เนิ่นนานครับ แล้วก็มีอีกช่วงหนึ่งก็คือช่วงจากเทศบาลตำบลพนาไปถึงบ้านดอนขวัญ ซึ่งเป็นถนนทางหลวงหมายเลขเดียวกันก็มีลักษณะเช่นกันครับท่านประธาน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเวลาเรามีการท้วงติงแต่ละครั้ง เราทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงแขวงทางหลวงจังหวัดแต่ละครั้ง ก็มีการมาซ่อมให้ บางครั้งก็มาหยอดยางพาราลงไป ไม่นานก็พังอีกนะครับ เป็นอยู่อย่างนี้มาโดยตลอด พอสอบถามรายละเอียด ซึ่งผมเอง ก็ได้ถามรายละเอียดทางแขวงการทางว่าไม่ได้มีการของบประมาณไปเลยหรือ เขาบอกว่า เขาทำขอมาทุกปีครับประธาน แต่ก็ถูกตัดทุกปี ไม่รู้เป็นด้วยเหตุผลกลใด น่าสงสารพี่น้อง ชาวพนาครับ ซึ่งเป็นอำเภอเดียวในจังหวัดอำนาจเจริญที่ทางหลวงเข้าสู่อำเภอยังเป็น ฝุ่นคลุ้งครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นย่านชุมชน ก็อยากจะกราบฝากท่านประธานผ่านไปถึงผู้เกี่ยวข้อง ได้ช่วยพิจารณาช่วยเหลือให้ความดูแล แล้วก็จะฝากเอกสารถึงท่านประธานด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับผม ต่อไปคุณพยม พรหมเพชร ครับ ขออนุญาตต่อไปนะครับ คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ ผมขอนำเรื่องของการสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ของจังหวัดตราดมาหารือ ต่อท่านประธานนะครับ ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ หน่วยงานของกรมชลประทาน ท่านประธานครับ จังหวัดตราดเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เมื่อเราพูดถึงภาคเกษตรแล้วน้ำจึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลที่ผ่านมาหลาย ยุคหลายสมัยครับ มีนโยบายมีแผนงานที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ๔ แห่งด้วยกัน แต่ก็ ยังไม่ได้มีการลงมือในการที่จะทำสักทีครับ อาทิเช่น โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ที่อำเภอเกาะช้าง อันนี้ก็พูดกันมาร่วมจะ ๑๐ ปีแล้วครับ ตอนนี้มีแผนที่จะดำเนินการสร้าง ในปี ๒๕๖๔ อ่างเก็บน้ำเขาปีกกาหรือคลองแอ่ง ที่อำเภอบ่อไร่ อันนี้เริ่มพูดกันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๗ ตอนนี้บอกว่าจะมีแผนงานในการที่จะสร้างในปี ๒๕๖๕ อ่างเก็บน้ำห้วยสะตอครับ ในอำเภอบ่อไร่ แล้วก็เขตพื้นที่อำเภอขลุงของจังหวัดจันทบุรี อันนี้ก็ ๑๐ กว่าปีครับ มีแผนว่าจะสร้างในปี ๒๕๖๖ แล้วก็อ่างเก็บน้ำวังตาสังข์ ที่อำเภอแหลมงอบ อันนี้ ก็ยาวนานครับ ทั้ง ๔ โครงการนี้มีการเลื่อนไปมา เลื่อนออกไปออกไปมากกว่า ๑๐ ปีแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมจึงอยากที่จะมาหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ของกรมชลประทานครับว่า ทั้ง ๔ โครงการนี้มีความสำคัญต่อเกษตรกรของพี่น้อง ชาวจังหวัดตราดเป็นอย่างยิ่งครับ จึงอยากที่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นได้ดำเนินงาน ตามแผนงานที่วางไว้ เพราะหากว่าเลื่อนออกไปอีกจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และความมั่นคงของพี่น้องภาคเกษตรครับ จึงอยากที่จะให้ดำเนินการตามที่กำหนดโครงการ นี้ไว้ เพราะว่าหากว่าเลื่อนออกไปนั้นจะสร้างความเดือดร้อนและสร้างความไม่มั่นใจเป็น อย่างยิ่งครับ ผมจึงขอย้ำต่อสภาแห่งนี้ว่าให้ดำเนินการโดยไม่มีการเลื่อนออกไป เหมือนอย่างในอดีตครับ หากว่าจะเลื่อนเข้ามาให้เร็วขึ้นก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณอภิชา เลิศพชรกมล ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องจะเรียนหารือท่านประธานก็คือเรื่องของน้ำท่วมในจังหวัด นครราชสีมา ท่านประธานครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ไปให้กำลังใจให้กับพี่น้องชาวโคราช สิ่งหนึ่งอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ณ วันนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้นเมื่อน้ำลดแล้วปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็คือเรื่องของการซ่อมแซม ปรับปรุง แล้วก็เยียวยาให้กับพี่น้องชาวโคราช ท่านประธานครับ เรื่องของการซ่อมแซมนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝาย ประตูระบายน้ำ หรือว่าถนน วันนี้ต้อง ได้รับการปรับปรุงแล้วก็แก้ไขโดยเร่งด่วน เรื่องของถนนที่อยู่ตามเหมืองชลประทานนั้น มันจะเป็นกำแพงกั้นทำให้น้ำไหลลงช้า น้ำระบายไปได้ช้า ดังนั้นแล้วจึงอยากจะให้ ทางชลประทานได้เข้าไปซ่อมแซม ปรับปรุงระบบระบายน้ำตรงนี้ให้ได้นะครับ จากที่ไปดู ในพื้นที่ของตำบลท่าเยี่ยม ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัยนั้น ท่อระบายน้ำไหลลงไปช้า ด้วยความที่ท่อมีขนาดเล็กแล้วก็มีจำนวนน้อยจุด ดังนั้นจึงอยากให้กรมชลประทานได้เข้าไป ปรับปรุง แก้ไขตรงนี้ให้ด้วย🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของถนนสาย ๒๒๔ ซึ่งมีท่อระบายน้ำเพียงแค่ จุดสองจุดเท่านั้นเอง จึงอยากให้ทางกรมทางหลวงได้มาปรับปรุงตรงนี้ให้ด้วย ส่วนเรื่องของ การเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้นะครับ เรื่องของ การเยียวยานั้นอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ช่วยพักชำระหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการลงทะเบียนบ่อเลี้ยงปลา ในอำเภอโชคชัยนั้น ไม่มีประมงนะครับ พี่น้องเกษตรกรไม่ทราบเรื่องนี้เลย จึงอยากจะให้ทางรัฐบาล ทางราชการ ได้ช่วยยกเว้นแล้วก็ให้เงินชดเชยกับพี่น้องที่ทำการเลี้ยงปลาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

ต่อไปคุณชวลิต วิชยสุทธิ์🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขอติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งได้หารือ ท่านประธานไว้ตั้งแต่สมัยประชุมที่ผ่านมา ดังนี้🔗

๑. การขอมีไฟฟ้าครัวเรือน บ้านนางิ้ว ตำบลนามะเขือ อำเภอปลาปาก หลังจากหารือท่านประธานแล้วมีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาตรวจสอบพบว่า มีชาวบ้านนางิ้ว ๔๐ ครัวเรือน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้จริง แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งรัดในการดูแลประชาชนให้มีไฟฟ้าครัวเรือนใช้โดยด่วน🔗

๒. กรณีกลุ่มเกษตรกรตำบลวังตามัว อำเภอเมืองนครพนม ร้องเรียนได้รับ ความเดือดร้อนจากเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. สาขานครพนม ยักยอกและฉ้อโกงเงินกู้ประชาชน จำนวน ๒๔ ราย วงเงิน ๒ ล้านบาท ชาวบ้านต้องการการเยียวยา ไม่ใช่เพียงไล่เจ้าหน้าที่ ที่ทุจริตออก แล้วก็กลับมาเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านรับสภาพหนี้ ขอให้ประสาน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รับเป็นคนกลางในการแก้ปัญหาแทนการฟ้องร้องกัน ยังโรงยังศาล🔗

๓. ขอให้กรมที่ดินพิจารณาเร่งรัดขอเปิดสำนักงานสาขาที่ดินอำเภอปลาปาก ซึ่งต้องเดินทางไกลไปทำนิติกรรมยังตัวจังหวัดนครพนม และขอให้จัดทำโครงการเดินสำรวจ เพื่อออกโฉนดที่ดินในเขตอำเภอนาแก อำเภอปลาปาก อำเภอวังยาง และอำเภอเมือง นครพนม🔗

๔. ขอให้กรมทางหลวงศึกษา สำรวจ ออกแบบถนนบายพาส (Bypass) อำเภอนาแกให้ครบวงรอบ ปัจจุบันมีเพียงครึ่งเดียว🔗

๕. ขอให้กรมทางหลวงชนบทศึกษา สำรวจ ออกแบบการก่อสร้างสะพาน ข้ามลำน้ำก่ำ ระหว่างบ้านดอนข้าวหลาม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก กับบ้านนาขาม อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอปรึกษาหารือท่านประธาน โดยมีข่าวดีและข่าวร้ายนะคะ ดิฉันขอเริ่มจากข่าวร้ายก่อนแล้วกันนะคะ ท่านประธานคะ คือเมื่อประมาณเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์ใจกลางกรุงเทพมหานคร มีศาลา ที่พักผู้โดยสารประจำทางบริเวณป้ายรถเมล์ล้มลง แล้วก็ทับผู้บาดเจ็บประมาณ ๗ คนด้วยกัน ที่มายืนรอรถโดยสารอยู่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณราชประสงค์ค่ะท่านประธาน สาเหตุก็น่าจะมาจากสภาพอุปกรณ์ที่ชำรุดทรุดโทรม แล้วก็อยู่ในความดูแลของสำนัก การจราจรและขนส่งของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเพื่อไม่ให้เป็นการเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย แล้วก็ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดิฉันก็ฝากกรุงเทพมหานคร ช่วยสำรวจในส่วนของศาลาที่พักผู้โดยสารส่วนที่เหลือในกรุงเทพฯ ด้วยค่ะ🔗

ส่วนข่าวดีนะคะท่านประธาน ก็คือท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดย พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ได้มีโครงการดี ๆ นะคะ ปรับปรุงโครงการในส่วนของ ศาลาที่พักผู้โดยสารประจำทางรูปแบบใหม่นะคะ เป็นแบบอัจฉริยะ หรือเรียกว่าสมาร์ต บัส เชลเตอร์ (Smart Bus Shelter) โดยเริ่มปรับปรุงก่อน ๓๕๐ หลังด้วยกัน จากทั้งหมด ๒,๐๐๐ หลังทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเริ่มทยอยจัดทำแล้วนะคะ ทยอยจากการที่สัญญา ที่ผู้รับเหมาเริ่มทยอยหมด รูปแบบใหม่ก็จะมี ๒ รูปแบบด้วยกัน ก็คือฟูลฟังก์ชัน (Full Function) แล้วก็ ไลต์ฟังก์ชัน (Light Function) ซึ่งระบบจะบอกสายรถโดยสาร ประจำทาง แล้วก็เวลามาถึงของรถโดยสารประจำทางอยู่บนจอขนาด ๓๒ นิ้ว เพื่อให้ ประชาชนได้สามารถวางแผนการเดินทางได้ จะมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้ง กล้องซีซีทีวี (CCTV) มีระบบไฟฟ้าส่องสว่าง มีชาร์จ (Charge) สำหรับระบบชาร์จแบตเตอรี่ (Charge Battery) โทรศัพท์มือถือ แล้วก็ฟรีวายฟาย (Wi-Fi) ค่ะ ดิฉันต้องขอชื่นชมโครงการดี ๆ เหล่านี้ เพราะเป็นการตอบโจทย์ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการเป็นอย่างมาก แต่ฝาก ท่านผู้ว่านะคะว่ายังมีอีก ๑,๖๐๐ กว่าหลังที่ยังเหลืออยู่ ฝากท่านให้ช่วยดูแลส่วนที่เหลือด้วยค่ะ ก่อนที่เหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ สืบเนื่องจากถนนบ้านน้ำเกลี้ยงถึงบ้าน ผักขย่าใหญ่ บ้านลุมภู เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาระหว่างอำเภอ หมู่บ้าน และลูกหลานอาศัยเส้นทางนี้ไปโรงเรียน และชาวบ้านใช้เส้นทางนี้ในการขนส่งสินค้าเพื่อ การเกษตร ซึ่งปัจจุบันเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าแล้งก็จะมีฝุ่น หน้าฝนก็จะมีน้ำท่วมขัง ฝากท่านประธานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านตองปิด หมู่ที่ ๑ ตำบลตองปิด อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ สืบเนื่องจากชาวบ้านตองปิด หมู่ที่ ๑ เดือดร้อนเรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เพราะชาวบ้านทำการเกษตร ไร่นาสวนผสมกัน เป็นจำนวนมาก ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย🔗

ส่วนเรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลหนองแก้ว ตำบล หนองแวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากถนนสายบ้านหนองแก้วไปหา บ้านหนองแวงเป็นถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถนนสายนี้ผมได้เคย หารือในสภาครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ได้รับดำเนินการ ท่านประธานครับ ช่วงนี้ข้าวหอมมะลิ จังหวัดศรีสะเกษกำลังเริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ ฝากท่าน ประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแลให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ เพราะว่าราคา ณ วันนี้ ราคา ๙,๐๐๐-๙,๒๐๐ บาทต่อตัน เพราะว่าชาวบ้านเดือดร้อนมาก เพราะข้าวหอมมะลิ จังหวัดศรีสะเกษนั้นปีหนึ่งจะมีแค่ครั้งเดียว ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรค ภูมิใจไทยท่านประธานครับ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรของเราปิดสมัยประชุม กระผมใน ฐานะผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่รับฟังปัญหาอย่างต่อเนื่องนะครับ ชาวแปดริ้วเป็นห่วงเป็นใย เรื่องปัญหาน้ำประปาเป็นอย่างมาก และเป็นปัญหาที่ชาวแปดริ้วห่วงใยที่สุดครับ ไม่ว่าจะ เป็นจากครั้งที่แล้วภัยแล้งครับ ส่งผลให้น้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง แล้วก็ในปีถัดไปน้ำประปาจะมี เพียงพอใช้หรือไม่ ทั้งคุณภาพน้ำ แต่ก่อนนั้นครับท่านประธาน น้ำดำเหมือนสีโค้ก เดี๋ยวนี้ ดีขึ้นมาหน่อยครับ เป็นสีชา เป็นบางเวลาเท่านั้น รวมถึงการขยายเขตของประปาส่วน ภูมิภาค ประปาตำบล ประปาหมู่บ้านยังมีความทับซ้อนกัน บางที่ก็ยังไม่มีน้ำประปา ขนาดผมเป็นผู้แทนอยู่ในอำเภอเมืองฉะเชิงเทราบางตำบลไม่มีน้ำประปาครับ บางบ้านก็มีใช้ เป็นปกตินะครับ รวมถึงความพร้อมของระบบน้ำประปาที่จะรองรับอีอีซี (EEC) ฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองก็ยังไม่พร้อมครับท่านประธาน จะผลักดันเราเข้าอีอีซี (EEC) อีอีซี (EEC) ให้โครงการที่ดีกับประปาของเราหรือไม่นะครับ แต่ในส่วนนี้ผู้มีอำนาจหลาย ๆ ท่าน กระผม ก็ได้มีโอกาสพูดคุยในเบื้องต้นเป็นขั้นตอนเป็นโครงการที่ดีก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ นะครับ สุดท้ายพ่อแม่พี่น้องชาวแปดริ้วหวังว่าอีอีซี (EEC) จะเข้ามาช่วยให้น้ำประปาของเราดีขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ คุณมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ โครงการอ่างเก็บน้ำสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โครงการนี้จะมี การศึกษาเรื่องการก่อสร้างปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ จะมีการสร้างประมาณปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๖๘ ประเด็นอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ โครงการเรื่องการพัฒนาต่าง ๆ เวลาก่อสร้างแล้วมักจะเกิด ปัญหาบ่อย ๆ ตัวอย่างนี้ก็เหมือนกันครับว่าการดำเนินการในการวางแผนการทำงานของ โครงการอ่างเก็บน้ำสะเนียนไม่ครอบคลุมถึงพี่น้องในพื้นที่ทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ กรณีนี้พี่น้องประชาชนร้องมาท่านประธานครับ ก็คือว่าหมู่ที่ ๑๔ บ้านใหม่เจริญสุข หมู่ที่ ๔ บ้านน้ำโค้ง แล้วก็หมู่ที่ ๕ บ้านสองแคว เป็นหมู่บ้านที่จะได้รับ ผลกระทบ กระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงไปทำแผนหรือทำ ประชาคม ๓ หมู่บ้านนี้ไม่ได้รับข้อมูลเลย เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะแก้ปัญหาว่าการดำเนินการ ของโครงการพัฒนาต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เกิดปัญหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะต้องสั่งการลงไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรไม่ให้พี่น้องทั้ง ๒ ฝั่ง มีความขัดแย้งกัน แล้วก็เกิดผลประโยชน์ร่วมกันนะครับ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ พี่น้องทั้ง ๔ หมู่ ประมาณ ๔๓๘ ไร่ เป็นทั้งพื้นที่ทำกิน แล้วก็พื้นที่ ทางจิตวิญญาณตามความเชื่อของพี่น้องชาติพันธุ์ม้ง และพี่น้องชาวเมี่ยนนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะส่งรายละเอียดที่ประชาชนร้องมาฝากไปยังท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา วันนี้ใคร่หารือ ท่านประธาน เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนผู้ประกอบการผู้ใช้ร่องน้ำเดินเรือในร่องน้ำ ทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วยผู้ประกอบการด้านการประมง ด้านการค้า ด้านอุตสาหกรรม และการแปรรูปสัตว์น้ำ ด้านพลังงานเชื้อเพลิง และด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ มีความเดือดร้อน ในการใช้เส้นทางในการเดินเรือเป็นอย่างมากเนื่องจากปากร่องน้ำทางเดินเรือทะเลสาบ สงขลาได้มีผู้ปักสร้างเครื่องมือประมงดักสัตว์น้ำเรียกว่าโพงพางครับท่านประธาน กีดขวางทางร่องน้ำทางเข้าเรือ ทางสัญจรทางเรือ ทำให้เวลาในการเดินเรือนั้นไม่ปลอดภัย และมีปัญหาในการกลับเรือ ในการล่องเรือต่าง ๆ จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านถึง จังหวัดสงขลา กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจน้ำ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล เขต ๒ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการร่วมกันจัดระเบียบเครื่องมือประมงโพงพางที่ขวางทางน้ำนะครับ โดยผู้ประกอบการอยากให้มีร่องน้ำในทะเลสาบสงขลาสำหรับทางเดินเรือ ของทะเลสาบ สงขลาบางส่วน เน้นว่าบางส่วน ในการเดินเรือให้มีความกว้างอย่างน้อย ๓๐๐ เมตร ในทะเลสาบปากทางร่องน้ำเพื่อให้การสัญจรทางน้ำทางเรือสะดวกยิ่งขึ้น และในการจัด ระเบียบในครั้งนี้ก็อยากให้สมประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย อยู่ร่วมกันได้ทั้งชาวประมงพื้นบ้านที่ทำ โพงพาง และผู้ประกอบการทางเรือที่ใช้ร่องน้ำในทางสัญจร โดยอยากให้แก้ปัญหา อย่างเร่งด่วนท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านนานกปีด ตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม จังหวัดเลย และพี่น้องชาวบ้านภูแผงม้า บ้านร่มเย็น และบ้านห้วยปลาดุก ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย สืบเนื่องจากถนนสายนานกปีด โพนสว่าง วังเย็น ผิวจราจรเสียหายหนักมากครับ พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนอย่างมาก เรื่องนี้ผมได้เคย อภิปรายหารือต่อท่านประธานสภาไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไขใด ๆ เลย จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังสำนักงบประมาณ หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาพิจารณาจัดสรร งบประมาณและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องทั้ง ๔ หมู่บ้านด้วยครับ🔗

เรื่องต่อมา เป็นเรื่องที่ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ที่บ้านซำไฮ และบ้านเหมืองทอง เขตเทศบาลตำบลคอนสา อำเภอปากชม จังหวัดเลย ผมได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องทั้ง ๒ หมู่บ้าน เนื่องจากถนนจากบ้านซำไฮ บ้านเหมืองทอง ไปเชื่อมถนนสายหลัก เชียงกลมไปปากชม ซึ่งเป็นถนนในสังกัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเลยรับผิดชอบอยู่ ผิวจราจรเสียหาย เป็นอันตรายต่อพี่น้องที่สัญจรไปมาอย่างมาก จึงขอความกรุณา ท่านประธานได้ประสานไปยังสำนักงบประมาณให้จัดสรรงบประมาณให้กับองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาซ่อมแซมผิวจราจรให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องต่อมา เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านซำไฮเช่นเดียวกันครับ สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่นี้ไม่มีเลยครับ ขอความกรุณาท่านประธานให้กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้กรุณาแจ้งไปยังผู้ประกอบการได้ติดตั้งเสาสัญญาณด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี เขต ๔ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง ว่าริมตลิ่งที่ดินของพี่น้องประชาชนได้โดนน้ำจากแม่น้ำแม่กลองได้กัดเซาะ จึงขอให้ทาง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ทำเขื่อนริมตลิ่งที่บริเวณหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๑ ของตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลลาดบัวขาว และพี่น้อง ชาวตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณเส้นทางสาย กจ. ๔๐๖๖ จุดตัดถนนเลียบคลองชลประทาน ที่บริเวณหมู่ ๔ ตำบลลาดบัวขาว จึงขอให้ ทางกรมทางหลวงชนบทซึ่งเป็นเจ้าของเส้นทางดังกล่าวได้ทำไฟสัญญาณจราจรให้กับพี่น้อง ประชาชนเพื่อความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลถนนผิวลาดยางเข้าหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมต่อจากหมู่ที่ ๒ ตำบลหนองกบ ให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวถนนเป็นบ่อ แล้วก็ไม่ได้รับการดูแลแก้ไข มาเป็นระยะเวลานาน ทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในการขนพืชผล ทางการเกษตรและสัญจรไปมา จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยครับ เรื่องหารือวันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาในเรื่องราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เป็นอย่างมากเป็นประวัติการณ์ แม้ว่า ครม. จะได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน เมื่อวานนี้ ว่าได้ออกมาตรการช่วยเหลือในการประกันราคาตั้งแต่ตันละ ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็มีเงินชดเชยเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวอีกไร่ละ ๕๐๐ บาท แต่ว่าท่านประธานครับ มาตรการดังกล่าวต้องถือว่ารัฐบาลช้ามาก ที่ว่าช้ามากเพราะอะไรครับ ข้าวนะครับ เริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่จากทางเหนือจะมาทางภาคกลาง และภาคใต้ เป็นระยะ ๆ ไล่กันไป ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายมีการเก็บเกี่ยวไป ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมมาแล้ว พี่น้องประชาชนชาวนาเดือดร้อน โดยเฉพาะในจังหวัด เชียงรายเขตรับผิดชอบของผม อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่ลาวนี่นะครับ ได้ไปร้องเรียนขอการช่วยเหลือจากสหกรณ์การเกษตรก็ดี พาณิชย์จังหวัดก็ดี แต่ก็ไม่ได้รับ ความดูแลในขณะนั้น จำเป็นต้องขายข้าวในราคาที่ต่ำมากครับ ข้าวเหนียวในขณะนั้นขายได้ ราคากิโลกรัมละ ๕-๖ บาทแค่นั้นเอง ปัจจุบันนี้นะครับ ข้าวเจ้าซึ่งเก็บเกี่ยวแล้วก็กิโลกรัมละ ประมาณ ๗ บาท และพี่น้องชาวนาเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วน้อยรายมากครับที่จะเก็บข้าวไว้ เก็บเกี่ยวเสร็จปุ๊บก็จำหน่ายทันที เพราะด้วยเรื่องเศรษฐกิจอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้น มาตรการวันนี้ อนุมัติมาเมื่อวาน วันที่ ๓ พฤศจิกายน กว่าจะมีผลนะครับ ฝากคณะรัฐมนตรี ด้วยนะครับว่าพี่น้องชาวนาที่ขายข้าวไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมไม่มีข้าวอยู่ในมือนะครับ ท่านต้องให้ความดูแล ต้องให้การชดเชยย้อนกลับไปให้เขา เพราะว่าเขาเดือดร้อนในเรื่อง ราคาตกต่ำมากครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านบุญช่วย เผ่าแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ และท่านกำนันจีระชัย อัมพุธ กำนันตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้ ขอให้แก้ไขปรับปรุง ทำนบดินบ้านใหม่พัฒนา หรือที่เรียกกันว่าห้วยแม่ช่าง เนื่องจากเกิดการรั่วซึมเสียหาย มานานหลายปี ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ขอฝากกรมชลประทานรีบดำเนินการด้วยครับ ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำเป็นปัญหาใหญ่ เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพ เกษตรกรรม จากข้อมูลในแต่ละปีจะเห็นได้ว่ามีปริมาณน้ำท่าค่อนข้างมาก แต่ปัญหาคือ ไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ แม้ผ่านมากี่ยุคกี่สมัยกี่รัฐบาลก็ไม่เคยแก้ปัญหาได้ น้ำท่วมฝนแล้งมีให้ เห็นอยู่เป็นประจำทุกปี สาเหตุใหญ่ก็เนื่องมาจากเรามีขั้นตอนของระเบียบกฎหมายที่มาก เกินไป จะสร้างอ่างสร้างฝายในแต่ละทีต้องขออนุญาตใช้พื้นที่กันนานมาก กว่าจะผ่าน แต่ละขั้นแต่ละตอน จากอำเภอสู่จังหวัด จากจังหวัดเข้ากรม จากกรมไปกระทรวง โน่นนี่นั่น กว่าจะพิจารณาอนุญาตบางทีใช้เวลาถึง ๒๐-๓๐ ปี หากจะให้ดีให้มีการแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ต้องปรับปรุงระเบียบ และขั้นตอนของกฎหมายให้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังหน่วยงานในพื้นที่ให้จบ กันที่จังหวัด เพราะเขาปฏิบัติงานอยู่ตรงนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าอะไรควรหรือไม่ควรอย่างไร มีผลกระทบ มีปัญหาอะไรหรือไม่ นี่เอาทุกเรื่องมากองไว้ที่ส่วนกลาง เอาทุกอย่างมาไว้ ที่กรุงเทพฯ หากเป็นเช่นนี้อีก ๑๐๐ ปีก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ปรับปรุงแนวคิดและวิธีการเสียใหม่ ลดขั้นตอน ของระเบียบกฎหมาย กระจายอำนาจการตัดสินใจไปในระดับท้องถิ่น ในระดับภูมิภาค เพื่อให้แก้ปัญหาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชนได้เร็วขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดมุกดาหารครับท่านประธาน ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านดังนี้ครับ ท่านประธาน🔗

กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากผู้นำชุมชนท้องถิ่น บ้านหนองบัว หมู่ที่ ๓ บ้านพังคอง หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร กรณีถนนลาดยาง เข้าออกหมู่บ้านเป็นหลุมเป็นบ่อสัญจรลำบาก เกิดอุบัติเหตุบ่อย ไม่มีหน่วยงานเข้าไปดูแล ชาวบ้านเดือดร้อนมาก🔗

ได้รับข้อร้องเรียนจากท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านกลุ่มพลังมวลชน ต่าง ๆ ในเขตตำบลบ้านโคก ตำบลกุดแข้ ตำบลโพนทราย กรณีถนนลูกรังเชื่อมต่อระหว่าง หมู่บ้านประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นหลุมเป็นบ่อสัญจรลำบาก ขนสินค้าทางการเกษตร ก็ลำบากครับท่านประธาน เดือดร้อนมาก🔗

ได้รับข้อร้องเรียนจากนางสมหมาย ภูมิสถาน อดีตสมาชิก อบต. ตำบลหนองแวงใหญ่ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กรณีน้ำท่วมขังภายในหมู่บ้าน มานานหลายปี ร้องขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้รับการดูแลแก้ไขเลยนะครับ🔗

ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านดงยาง หมู่ที่ ๗ ตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร กรณีบ่อขยะของเทศบาลตำบลคำชะอีตั้งใกล้ชุมชนและหมู่บ้านและแหล่งน้ำ สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่งกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน สภาพสิ่งแวดล้อมไม่ดีเกิดปัญหาด้านสุขภาพ ชาวบ้านต้องการให้ย้ายออกไปห่างไกลจาก ที่ชุมชนนะครับท่านประธาน หรือปรับปรุงให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับต่อไปนะครับ ทั้งหมดที่ผมหารือมาท่านประธานครับ ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านเดือดร้อนจริง ๆ นะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดหาทางช่วยเหลือและแก้ไขต่อไปนะครับ และขออนุญาตส่งเอกสารให้กับท่านประธานด้วย ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้รับคำร้องเรียนและร้องขอจากพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลกระบี่ให้มาหารือ ท่านประธาน เรื่องการประสบปัญหาน้ำท่วมเมืองที่บ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ ซึ่งจังหวัดกระบี่มีลุ่มน้ำอยู่ไม่กี่ลุ่มน้ำ โดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำกระบี่ที่ผ่านตำบลทับปริก และก็ตำบลกระบี่ใหญ่ในเขตเทศบาล เป็นแม่น้ำที่มีความตื้นเขิน มีความแคบ และมีความยาวถึง ๔๐ กิโลเมตรไหลมาจากเขาพนมเบญจา จะเกิดน้ำท่วมเมืองเพราะว่า น้ำไม่สามารถที่จะระบายออกไปยังทะเลได้ทันอยู่ตลอดในทุกฤดูกาลที่มีมรสุมหรือมีฝนตก อีกทั้งในฤดูแล้งก็ยังมีการขาดแคลนน้ำในระบบประปา เพราะประปาของเมืองกระบี่ โดยหลักก็ใช้น้ำดิบน้ำต้นทุนจากแหล่งน้ำจากแม่น้ำกระบี่ หรือลุ่มน้ำกระบี่ใหญ่ หรือคลองกระบี่ใหญ่ คลองกระบี่ใหญ่ผ่านหลายตำบล ผ่านหลายหมู่บ้าน และก็มีลุ่มน้ำสาขา อีกหลายลุ่มน้ำ อยากเรียกร้องท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมชลประทานได้ไปสำรวจออกแบบขุดลอกคลองกระบี่ใหญ่ แม่น้ำกระบี่ถึงคลองกระบี่ใหญ่ตลอดเส้นทาง แล้วก็จัดทำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ที่ไหลมาแล้วก็เก็บไว้ใช้ในระบบประปาเป็นน้ำดิบของประปาจังหวัดกระบี่เพื่อไว้รองรับ การขยายเมือง อีกทั้งต้องการขุดคลองเลี่ยงเมืองเพื่อผันน้ำ แบ่งน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาท่วม ในเขตเทศบาลและเขตตำบลข้างเคียง อย่างเช่น ตำบลทับปริก ตำบลไสไทย ตำบลกระบี่น้อย ที่มีผลกระทบจากน้ำท่วมตลอดทุกปี จึงขอเรียนให้ท่านประธานสั่งการมายังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนกรมชลประทานได้สำรวจออกแบบคลองเลี่ยงเมือง เพื่อจัดการน้ำท่วมเขตเทศบาลเมืองกระบี่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณองอาจ วงษ์ประยูร🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในช่วงปิดสมัยประชุมผมได้พบปะพี่น้องเกษตรกรพบว่าส่วนใหญ่มีปัญหา ในเรื่องน้ำคล้าย ๆ กันในหลาย ๆ อำเภอครับท่านประธาน ปัญหาแหล่งน้ำของจังหวัด สระบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ในช่วงแล้งก็ขาดน้ำ ในช่วงหน้าฝนปริมาณน้ำแม้จะเยอะก็จริงครับ แต่ท่านประธานครับก็ไม่สามารถจะเก็บกักน้ำได้ เพราะว่าชลประทานสุดท้ายก็ระบายน้ำทิ้ง ลงทะเลไปในทุก ๆ ปีชาวนาเดือดร้อนครับท่านประธาน ที่อำเภอหนองแซงเกษตรกร กำนันตำบลหนองกบร้องเรียนมา🔗

๑. ขอให้ซ่อมแซมประตูระบายน้ำคลองห้วยบ่า ตำบลหนองกบ ปกติมี ๕ บานสามารถใช้ได้เพียง ๒ บาน🔗

๒. ขอให้ชลประทานขุดลอกคลองส่งน้ำสำโหรงซึ่งรับน้ำจากเขื่อนพระราม ๖ ไม่ได้ครับ ไม่ได้ลอกคลองมานาน คลองตื้นเขิน ตะกอนดินแล้วก็วัชพืชมีมากมายนะครับ ต่อมาที่อำเภอหนองแคเกษตรกรขอให้ก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณหน้า บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด หมู่ที่ ๖ ตำบลไผ่ต่ำ เพื่อเก็บกักน้ำช่วงหน้าแล้งและระบายน้ำ ไม่ให้ท่วมในช่วงหน้าฝนจะได้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๑ ครับ วันนี้ขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องกรณีที่มีการร้องเรียนจากบุคลากรทางการศึกษา จากกรณีที่มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณปี ๒๕๖๔ ที่กระทรวงการคลังยังไม่ได้มี การกำหนดเรื่องหลักเกณฑ์กำหนดสำนักงานในพื้นที่พิเศษประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ทำให้การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ยังไม่ได้รับการพิจารณา และที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้รับการจ่ายในสิ้นเดือนที่ผ่านมา🔗

เรื่องที่ ๒ ถึงกระทรวงสาธารณสุข กรณีของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ซึ่งที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องต้องรับผิดชอบบุคลากรหรือผู้ป่วยจากจังหวัดใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และโรงพยาบาลอำเภอ มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการ จำนวนมาก และพื้นที่ของโรงพยาบาลศูนย์ยะลาไม่เพียงพอ แล้วก็มีการขอพิจารณาให้มี การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก ๑๐ ชั้น ซึ่งเป็นกรณีของการผิดมาตรฐานทั่วไป แต่จะมี การรวมห้องผ่าตัดเล็กเข้าไปด้วยในอาคารหลังนี้นะครับ ซึ่งทราบว่าในปีงบประมาณ ที่ผ่านมาไม่ได้รับการพิจารณาบรรจุ จึงทำให้โรงพยาบาลที่มีความคับแคบ แออัด แต่จะต้อง ให้ความช่วยเหลือกับผู้ป่วย ซึ่งกรณีอย่างนี้เป็นกรณีจำเป็นที่จะต้องให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาว่ากรณีพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็คงจะต้องให้การพิจารณาว่าจำเป็นจะต้องมีแบบ ก่อสร้างเฉพาะ ซึ่งในส่วนฝ่ายแบบของโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้ เขียนแบบให้แล้ว เพียงแต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขเองนั่นแหละไม่ได้พิจารณาอนุมัติให้ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งกรณีนี้เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานถึงกระทรวง สาธารณสุข แล้วผมจะมีรายละเอียดของโครงการก่อสร้างแนบเสนอต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากที่ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ที่ ๐๗๒/ร เรื่อง ยกระดับถนนพุทธมณฑล สาย ๑ และการเพิ่มการเดินรถ โดยสารประจำทาง เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ และได้มีการตอบในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๔๕๒ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ เนื่องจากสิ้นสุดสมัยประชุม ตามหนังสือด่วน ที่ สผ ๐๐๑๔/๗๐๖๒ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ตามเอกสารที่ได้รับ ท่านประธานคะ ขณะนี้ได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแนวเขตที่ดินบริเวณ ถนนพุทธมณฑล สาย ๑ เพื่อดำเนินการยกระดับถนนและปรับปรุงเต็มรูปแบบ ซึ่งคงต้องใช้ ระยะเวลาอีกยาวนาน ดังนั้นดิฉันจึงขอปรึกษาหารือท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคมผู้รับผิดชอบ ถึงเรื่องขอบเขตของระยะเวลาที่จะเริ่มดำเนินการ โครงการว่าเมื่อไรจะเริ่มดำเนินการได้ โดยเฉพาะในส่วนปัญหาของพี่น้องประชาชนในเรื่อง ของงานระบบท่อระบายน้ำถนนทั้ง ๒ ฝั่ง และการให้บริการเดินรถโดยสารประจำทาง ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนนั้นมีสะสมมา อย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ก่อนทั้ง ๒ เรื่อง ดิฉันจึงอยากจะฝากให้ช่วยแก้ไข ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในระหว่างที่รองบประมาณและกระบวนการต่าง ๆ ในการปรับปรุงยกระดับถนนพุทธมณฑล สาย ๑ ต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ ที่ผ่านมาจังหวัดตากได้ออกมาตรการอย่างเข้มข้น ได้ทำหน้าที่เป็นเมืองหน้าด่าน ในการป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ให้เข้ามาในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกส่วนได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการค้า ชายแดน ภูมิประเทศทำให้มีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยง่าย หลังจากที่มีผู้ติดเชื้อ ภายในประเทศ ๕ รายที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทำให้สามารถควบคุมเชื้อไม่ให้แพร่กระจายไปยังบุคคลอื่น ได้อย่างทันท่วงที ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดตากภายใต้การสั่งการของท่านพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก มีการล็อกดาวน์ (Lock Down) บางส่วนของอำเภอแม่สอด ไม่ว่าจะเป็นการปิดด่านชายแดน ปิดโรงเรียน ปิดชุมชน หรือปิดศาสนสถานต่าง ๆ มีการตรวจเชื้อเชิงรุกจากรถตรวจเชื้อ พระราชทานให้แก่ประชาชนในพื้นที่จำนวน ๘,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งได้รับข่าวดีว่า ไม่พบมีผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียวในจังหวัดตาก สถานการณ์ปัจจุบันของจังหวัดตากถือว่า ควบคุมโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียล (Social) สื่อออนไลน์ (Online) หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ได้นำเสนอข่าวจังหวัดตาก โดยเฉพาะ อำเภอแม่สอดว่าเป็นดินแดนอันตรายเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นอย่างสูง ทำให้จังหวัดตากได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากทางด้านเศรษฐกิจ การค้า ชุมชน การท่องเที่ยว จังหวัดตากถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านประตูสู่อันดามัน มีมูลค่าส่งออกเกือบ แสนล้านต่อปี กระผมถึงอยากขอให้รัฐบาล กระทรวง หน่วยงาน หน่วยงานราชการต่าง ๆ ช่วยประชาสัมพันธ์ ช่วยนำเสนอแง่มุมดี ๆ ของจังหวัดตากให้แก่บุคคลภายนอก ได้รับทราบ หามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเยียวยาจังหวัดตากโดยเร่งด่วนด้วยครับ🔗

ต่อไป คุณนิคม บุญวิเศษ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอหารือติดตาม ความคืบหน้าการปรับปรุงบำรุงซ่อมแซมผิวถนนจราจรทางเข้าบ้านเมย บ้านสวนโคก หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๓ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๑ ถนนชำรุดเสียหายครับท่านประธาน พอฝนตกลงมาน้ำท่วมขัง เนื่องจากไม่มีท่อระบายน้ำ🔗

และอีกส่วนหนึ่งครับ ปัญหาเรื่องน้ำประปาไม่มีคุณภาพ ไม่พอใช้ในช่วง หน้าแล้ง น้ำอุปโภคบริโภคหรือในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เปิดน้ำพร้อมกันน้ำไม่ไหลครับ ท่านประธานครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยดำเนินการด้วยครับ เรื่องนี้ผมได้หารือ ไปประมาณ ๕ เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าเลย🔗

อีกประการหนึ่งครับ เรื่องการจัดสรรงบประมาณตามแผนโครงการบรรเทา ภัยแล้งและน้ำท่วมปี ๒๕๖๓ ๗๖ จังหวัดครับท่านประธาน บางจังหวัดมีหลายโครงการ บางอำเภอมี ๗๐ โครงการ ๖๐ โครงการ แต่บางอำเภอไม่มีสักโครงการเลยครับ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่แน่ใจว่านายอำเภอทั้ง ๒ อำเภอไม่มีโครงการหรืออย่างไร ไม่มีสักโครงการเลยครับ แต่บางอำเภอมี ๗๓ โครงการ ๖๐ โครงการ ๕๐ โครงการ จึงฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสรรงบประมาณให้มีความเป็นธรรมให้ทั่วถึงด้วยครับ เพื่อพี่น้อง ประชาชนทุกพื้นที่จะได้รับความเป็นธรรมแล้วก็ไม่มีความเดือดร้อน อำเภอ ๒ อำเภอนี้ไม่ใช่ อำเภอที่ร่ำรวยนะครับท่านประธาน มีปัญหามากพอสมควรแต่เหตุไฉนจึงไม่มีโครงการ สักโครงการ จึงขอฝากท่านประธานไว้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณวัชรพล โตมรศักดิ์🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานเพียง ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้นำของ ๒ ตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลพลกรัง โดยท่านกำนันเดือนศักดิ์ ฟักโคกกรวด และตำบลสีมุม โดยท่านกำนันสิทธิพร บุญใหม่ กับท่านนายกเชาว์ กาญจนกาศ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ท่านประธานคงทราบนะครับว่าเกิดอุทกภัยน้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของผมก็คือจังหวัดนครราชสีมานั้น ปัญหาของ น้ำท่วมครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเรือนต่าง ๆ แต่สำคัญไปกว่านั้นก็คือพืชผลทางการเกษตรครับท่านประธานครับ ได้รับความเดือดร้อน อย่างยิ่ง แต่สิ่งหนึ่งบนความเดือดร้อนนอกเหนือจากนั้นก็คือในเรื่องของถนนหนทางครับ ได้มีถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทาน ๔ ที่เขาเรียกกันว่า เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างตำบลสีมุมจากสายทางหลักตำบลสีมุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ถนนสายนี้จะเชื่อมต่อกับในส่วนของตำบลพลกรังครับ ระยะทางทั้งสิ้น ๒.๔ กิโลเมตร มีถนนฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ถ้าท่านประธานได้เห็นรูปก็จะเห็นว่านี่คือถนนที่กว้าง ๖ เมตร แต่ปัจจุบันถนนเส้นนี้ซึ่งใช้ขนพืชผลทางการเกษตรได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานได้โปรดกรุณาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้นอกเหนือจากจะได้รับผลกระทบจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว ในเรื่อง พืชผลทางการเกษตรที่เสียหายแล้ว ในส่วนที่เหลืออยู่ก็คือการที่จะต้องลำเลียงพืชผล การเกษตรที่เหลืออยู่ได้นำมาขายมีรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานกรุณาได้ส่งต่อไปยังกรมชลประทานได้รีบดำเนินการ ในการซ่อมแซมถนนเส้นนี้ให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้ายนะครับ คุณสายัณห์ ยุติธรรม แทนคุณพยม พรหมเพชร เพื่อนร่วมพรรค เชิญครับ🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่ผมจะปรึกษาหารือครับ ผมขอกราบขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านให้ความสำคัญกับการพัฒนาคลองกลาย โดยเมื่อ วันที่ ๒๐ ตุลาคมที่ผ่านมาท่านได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมชลประทานไปทำประชาพิจารณ์ เพื่อสร้างเขื่อนคลองกลายที่บริเวณบ้านนากุนและบ้านบ่อกรูด ผมจึงขอบพระคุณท่านมากครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะหารือคือถนนเลียบชายทะเลจากบ้านบ่อนนท์ถึงบ้านปากดวด อำเภอท่าศาลา โดยเฉพาะบริเวณบ้านเราะ บ้านโคกตะเคียน บ้านตะเคียนดำ ทะเลได้กัดเซาะ ตอนนี้ถนนกำลังจะขาดแล้วครับ อยากให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดตั้งงบประมาณ ไปก่อสร้างโดยด่วนต่อไปด้วยครับ🔗

ข้อ ๓ ถนน ๔๑๘๙ จากบ้านท่าพุด-เขาหลวง-พิปูน อยากให้กรมทางหลวง ไปซ่อมแซม เพราะเป็นถนนโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่กรมทางหลวงลืมทิ้งไว้ ๓๐ กว่าปี🔗

โครงการที่ ๔ แก้มลิงที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศูนย์การแพทย์ ม. วลัยลักษณ์ จะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบประมาณวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๔ แต่ตอนนี้น้ำใช้ ยังไม่มีเลยครับ โครงการนี้กำลังจะได้ประมาณปี ๒๕๖๔ ถูกตัดไป ก็เลยอยากเรียนว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้งบเงินกู้ของโควิด (COVID) มาช่วยในการที่จะสร้างแก้มลิงโดยด่วนแบบ ทุกอย่างมีครบหมดแล้วของกรมชลประทานครับ กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตขอบคุณ พวกเราทุกคนนะครับ ตั้งแต่อันดับแรกคุณครูมานิตย์ไปถึงอันดับสุดท้ายคุณสายัณห์ คุณวัชรพล ทุกท่านได้ใช้เวลา ๒ นาที ตรงเวลาแล้วก็คุ้มกับนำปัญหาชาวบ้านมา เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ก็ขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจครับ จบวาระเพื่อการหารือตามข้อบังคับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๖ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ ๒๙๕ ท่านแล้ว สมาชิกของเราทั้งหมดขณะนี้ ๔๘๗ ครึ่งหนึ่งก็คือ ๒๔๔ ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิดประชุม ระเบียบวาระที่ลำดับเอาไว้แรกก็คือระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยเริ่มจากกระทู้ถามที่ ๑.๑ กระทู้ถามสดด้วย วาจา แล้วจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป ส่วนกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นท่านรองประธานจะทำหน้าที่ อยู่ที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นช่วงเวลาเดียวกัน กระทู้ถามสดมี ๓ กระทู้ ขออนุญาตเรียน ที่ประชุมเพื่อรับทราบว่ามีกระทู้ถามของท่านณัฐวุฒิ ของคุณรังสิมันต์ โรม ของคุณสมคิด เชื้อคง ซึ่งจะได้ลำดับต่อไป ถึงแม้ว่าทุกท่านมีประสบการณ์สูงแล้วก็ตาม แต่ว่าผมขอเรียนว่า ตามข้อบังคับนั้นกระทู้ถามจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ นะครับ ขออภัยที่ย้ำ อีกครั้งหนึ่งเพื่อประโยชน์ในเวลาของเพื่อนสมาชิกทั้งหมด คือตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียนซ้ำซากหรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ตรงนี้ที่เราส่วนหนึ่งที่จะปฏิบัติ ไม่ได้ ก็คือมีการอภิปราย ความจริงเป็นการอธิบายความนะครับ ถ้าหากว่าเป็นการอภิปรายก็จะผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ ก็เรียนย้ำอีกครั้งหนึ่ง กระทู้ถามแรกท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วนะครับ คือกระทู้ถามของ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

กระผม ครูมานิตย์ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครูมานิตย์ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ นิดเดียว ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

คือบังเอิญกระทู้ถามสดได้ตกลงกันไว้ แล้วในตอนเช้าผมรถติดนะครับ แล้วก็บังเอิญพี่สมคิด เชื้อคง ขออภัยที่เอ่ยนาม จริง ๆ เขาเป็นพี่ชายผมนะครับ ท่านก็คืนชื่อมาให้เป็นของผมแล้ว แต่ว่าพอบังเอิญท่านประธาน ประกาศยังเป็นพี่สมคิด เชื้อคง อยู่ ซึ่งตอนเช้าได้ไปคุยกันที่ห้องท่านรองประธานแล้วครับ ผมยังขอความชัดเจนนะครับ จริง ๆ ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ขอความชัดเจนในการเตรียมตัว ท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ตกลงแล้วครับ ท่านครูมานิตย์ครับ ขอบคุณมากครับ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นของคุณครูมานิตย์ กระทู้ที่ ๓ ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระทู้ถามแรกของ ท่านณัฐวุฒินะครับ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญท่านณัฐวุฒิ เลยครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาท่านละไม่เกิน ๓๐ นาที ถามได้ ๓ ครั้งนะครับ เชิญเลยครับ🔗

๑.๑. กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๑ ส. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เรื่องที่ ผมถามกระทู้ถามสดนี้ก็คือยุทธศาสตร์ วิจัย พัฒนา และปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทยเพื่อเพิ่ม ผลผลิตและการส่งออกหรือการแข่งขันในตลาดโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามสดและท่านรัฐมนตรีมาตอบด้วยตนเองอยู่ในขณะนี้ ท่านทราบ ไหมครับ ท่านกำลังสร้างคุณประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวถึงจำนวน ๔,๖๓๖,๐๖๐ ครัวเรือน หรือคิดเป็นประชากรถึง ๑๕ ล้านคน ประมาณนะครับ มีพื้นที่ปลูก ข้าวรวมทั้งหมด ๖๖,๕๓๑,๒๐๐ ไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะทำตามคำแนะนำ ของท่านประธานครับ ผมจะไม่อภิปราย แต่ผมจะอธิบายความเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ ปีนี้ประเทศไทยส่งออกข้าวได้เพียง ๔,๕๐๐,๐๐๐ ตันเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เราส่งข้าวได้ถึง ๗,๕๘๐,๐๐๐ ตัน ลดลงเกือบครึ่งครับ เมื่อลดลงข้าวไปไหนครับ ข้าวก็คงค้างสต็อก (Stock) อยู่ในประเทศ ในขณะที่ข้าวค้างสต็อก (Stock) ข้าวใหม่ก็กำลังจะออก กำลังจะเก็บเกี่ยว นี่ละครับเป็นสาเหตุสำคัญ ๒ ประการ ที่กระทบต่อพี่น้องเกษตรกรชาวนา ราคาข้าวขณะนี้กำลังตกต่ำลงเพราะเราส่งออกไม่ได้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลมีโครงการประกันรายได้ นั่นหมายความว่างบประมาณที่จะไปประกัน รายได้ก็ต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้น กระทบ ๒ ทางครับ กระทบชาวนา กระทบงบประมาณ สาเหตุก็เพราะว่าข้าวที่เราส่งออกไปราคาแพงกว่าเขา อย่างข้าวแข็งนะครับ แพงกว่าเขาถึง ๑๐๐ เหรียญต่อตัน ข้าวหอม ข้าวนุ่ม ราคาแพงกว่าเขาถึง ๒๐๐ เหรียญต่อตันก็มี สมาคมผู้ส่งออกเขาส่งสัญญาณมาแล้วครับว่าสาเหตุประการสำคัญก็เพราะว่าเราไม่มี ความหลากหลายในพันธุ์ข้าวที่ส่งออก ดั้งเดิมเรามีข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุม ข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ข้าวนึ่ง มีอย่างไรก็มีอย่างนั้น ไม่สามารถไปเปิดตลาดใหม่ ๆ ไม่สามารถมีพันธุ์ใหม่ ๆ ไปนำเสนอต่อตลาดเขาได้ ดังนั้น นี่ละครับ เป็นสาเหตุของการส่งออกที่ลดลง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้ คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมกำลังประชุมอยู่ แล้วเขาสนใจติดตาม เรื่องนี้เป็นอย่างมากครับ🔗

คำถามแรกครับ คำถามแรกของกระผมในฐานะที่รัฐมนตรีได้กำกับดูแล กรมการข้าวอยู่ในขณะนี้นะครับ ได้มียุทธศาสตร์ วิจัย พัฒนา และปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย เพื่อเพิ่มผลผลิต การเพิ่มผลผลิตนั้นหมายความว่าเราได้ผลผลิตมากขึ้น ต้นทุนก็จะลดลง แล้วก็การส่งออก การหาตลาดโลก การแข่งตลาดโลกนี่ท่านมียุทธศาสตร์ในการปรับปรุง พันธุ์ข้าวให้มีความหลากหลายอย่างไรบ้างครับ ขออนุญาตถามเป็นคำถามแรกครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นอย่างยิ่งที่นำคำถามวันนี้มา ถูกประเด็นทันเวลาของพี่น้องเกษตรกรคือชาวไร่ชาวนาจริง ๆ ที่ท่านอภิปรายมานี้ ผมยอมรับถูกต้องทุกอย่าง สิ่งแรกผมต้องทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน แล้วก็พี่น้อง ชาวนาที่อยู่ทางบ้านด้วย เราพูดกันมาโดยตลอดว่าประเทศไทยเรานั้นอยู่ด้วยชาวนา ชาวนา เป็นสันหลังของชาติ วันนี้เราไม่มีแล้วเพราะสันหลังมันหักไปหมดแล้ว ท่านพูดบอกว่าปีหนึ่ง เกษตรกรคือชาวนาทำนานี่ประมาณ ๖๐ ล้านไร่ เอาตัวเลขกลม ๆ จริง ๆ มันอาจจะ ๖๖ อย่างที่ท่านพูด แต่ขึ้นทะเบียนไว้ประมาณ ๖๐ ล้านไร่ แบ่งออกเป็นนาข้าวต่าง ๆ ชนิดต่าง ๆ ที่ชาวนาทำอยู่ในขณะนี้ ๑. คือข้าวหอมมะลิปลูกมากที่สุดในประเทศไทย จาก ๖๐ ล้านไร่ ประมาณ ๒๙ ล้านไร่ ในภาคอีสาน ๒๕ ล้านไร่ และในภาคต่าง ๆ ภาคเหนือ ๓ ล้านไร่ ข้าวรองลงมา วันนี้ผมในฐานะกำกับดูแล ผมแบ่งข้าวออกเป็น ๕ ประเภท ข้าวหอมไทยคือไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ปลูกทั่วไปประมาณ ๓ ล้านไร่ เช่น ข้าวหอมปทุม อย่างนี้เป็นต้น ต่อจากนั้นก็มาเป็นข้าวพื้นแข็ง ข้าวพื้นแข็งนี่ชาวนาทั่วไป จะปลูกโดยเฉพาะภาคกลางเหมือนกับข้าวนาปรัง ข้าวพื้นแข็งนั้นเราจะเห็นได้เลยว่ามันมี หลายพันธุ์ ข้าวพื้นแข็งนั้นประกอบด้วย ข้าว กข๒๙ กข๔๑ กข๓๑ กข๘๕ แล้วก็ชัยนาท ๑ ที่ชาวไร่ชาวนานิยมปลูก ข้าวพื้นแข็งนี่ก็ประมาณ ๑๑ ล้านไร่ แต่ที่ท่านพูดอยู่ในขณะนี้คือ ตลาดต่างประเทศสู้เขาไม่ได้ และไม่มีพันธุ์ข้าวสู้กับเขา ผมยอมรับครับ นั่นเขาเรียกว่า ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นนุ่มเราก็วิจัยคิดค้นกันมานะครับ มันมีทั้งตลาดภายในประเทศ และนอกประเทศที่เอาข้าวแข็งไปรวมกัน เช่นข้าวถุงอย่างนี้ใช้ข้าวพื้นนุ่มส่วนหนึ่ง ส่วนใหญ่ จะใช้ข้าวพื้นแข็ง ข้าวพื้นนุ่มจริง ๆ ขณะนี้เราปลูกกันเพียง ๓๐๐,๐๐๐ ไร่เอง ที่จะไปแข่งกับ ต่างประเทศนี่ไม่มี มีพันธุ์อะไรบ้างที่เป็นข้าวพื้นนุ่ม เช่น กข๗๗ กข๗๙ และ กข๘๗ นี่เรียกว่าข้าวพื้นนุ่ม ดังนั้นในการจะไปสู้ในตลาดนี่แพ้เลย แพ้ตั้งแต่ต้นเลย ผมเห็นด้วย ผมกำกับดูแลมา ปีที่แล้วเราเปลี่ยนกลยุทธ์เรียกผู้ส่งออก เรียกโรงสี เชิญท่านมา ประชุมร่วมกับผู้ปลูกข้าวคือชาวไร่ชาวนา ทุกฝ่ายเลยนะครับประชุมกัน ๕ ครั้ง จนได้ข้าว ออกมาด้วยกัน ๗ ประเภทนะครับ ส่วนใหญ่ ๑. ข้าวหอมมะลิ ๒. ข้าวหอมไทย ๓. ข้าวพื้นแข็ง ๔. ข้าวพื้นนุ่ม ๕ ข้าวเหนียว พื้นนุ่ม พื้นแข็งเรารู้แล้ว ๑๑ ล้านไร่ กับ ๒ ล้านไร่ ข้าวที่มากที่สุดอีกอันหนึ่งก็คือข้าวเหนียว ข้าวเหนียววันนี้ปลูกกันถึง ๑๖ ล้านไร่ มากที่สุด ภาคอีสาน ๑๓ ล้านไร่ ราคากำลังตก กำลังตกมาก ๆ ทั้งข้าวหอมมะลิแล้วก็ข้าวเหนียว อีก ๓ ล้านไร่ คือภาคเหนือ ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ผมชี้แจงมานี้ยังมีข้าวหลากสีอีกนะครับ นั่นประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ เรายังไม่ต้องพูดถึง เอาข้าวหลัก ๆ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นแข็ง ทำอย่างไร ต้องเห็นใจ เห็นใจคือกรมการข้าวมี ๒ แผนก แผนกหนึ่งเรียกว่าศูนย์วิจัย ซึ่งมีทั้งหมด ๒๘ ศูนย์ทั่วประเทศ อีกศูนย์หนึ่งเรียกว่าศูนย์ผลิต เมล็ดพันธุ์ที่จะเอาไปให้ชาวนาทำนา ๒๘ ศูนย์ที่วิจัยข้าวผมต้องทำความเข้าใจก่อน ขั้นตอน มันมาก กว่าจะได้ข้าวหนึ่งพันธุ์ใช้เวลา ๗-๘ ปี ๗-๘ ปีกว่าจะประกาศรับรองให้ชาวนาทำได้ ข้าวพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดีต้านทานโรคอะไรต่าง ๆ ใช้เวลา ๗ ปี ประการสำคัญ อีกอันหนึ่งก็คืองบประมาณไม่พอ ฉะนั้นความหลากหลายอย่างที่ท่านพูดว่าจะไปสู้กับเขานั้น สู้ไม่ได้ ปีนี้เราเปลี่ยนใหม่ ผมมาพูดถึงด้านวิจัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเชิญผมไป และพูดในที่ประชุมขอให้เชิญกระทรวง อว. มหาวิทยาลัย ทั้งประเทศ วันนี้เราดำเนินการแล้วครับว่าจะทำอย่างไรให้เกิดพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ให้สู้กับ ต่างประเทศได้ นำไปขายได้ในต้นทุนถูก อันนี้เรื่องจริงครับ ประเทศที่ท่านไม่เอ่ยถึงนั่น ดีแล้วครับ ประเทศเพื่อนบ้านเรานั่น เขาทุ่มเทในด้านวิจัยมาก ปีหนึ่งหลายร้อยล้านแล้วเขา ก็สู้จริง ๆ คนของเขาก็ขยันจริง ๆ ต้นทุนจึงถูก การวิจัยคนไทยไม่แพ้ใครครับ เก่ง วันนี้เขาก็วิจัยสำเร็จแล้ว สำเร็จเป็นบางพันธุ์นะครับ วันนี้เรามีข้าวอยู่ทั้งหมด ๑๕๔ พันธุ์ ที่รับรองไว้แล้ว แต่เรานำมาใช้ไม่ได้ ต้องให้เป็นไปตามกลไกของตลาด วันนี้ตลาดเขาต้องการ ข้าวนุ่ม เขาเพิ่งพูดปีที่แล้วนะครับ เราก็จึงเริ่มผลิต ทีนี้ข้าวนุ่มกับข้าวแข็งมันต่างกันอย่างไร ข้าวแข็งก็หมายถึงว่าข้าวที่มีอมีโลส (Amylose) สูง แข็ง ถ้านุ่มก็ต่ำ ทีนี้ข้าวนุ่มกับข้าวแข็ง ข้าวพื้นแข็งเขานำไปทำข้าวนึ่งด้วย มันจึงเกิดการสับสนเล็กน้อย ผมขอเรียนว่าเราจึงลดพื้นที่ ข้าวแข็งลง มาเพิ่มข้าวนุ่ม ตามที่ผู้ส่งออกต้องการ และวันนี้เราก็ทดสอบแล้ว พันธุ์นี้ใช้ได้ ข้าวพื้นนุ่มเราทดสอบแล้วให้ผลผลิตถึง ๑,๒๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานแมลง ข้าวพื้นนุ่มที่ผมพูดถึงนี้ก็คือข้าว กข๘๗ พันธุ์ใหม่ เริ่มทดลองแล้ว และจะรับรองพันธุ์ โดยถูกต้องตามกฎหมายภายในปีนี้ บางส่วนก็นำไปปลูกกันทดลองแล้ว ดังนั้นผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่เราจะต้องแข่งขันและวิจัย วันนี้เราวิจัยได้ข้าวพันธุ์ใหม่มาอีก ๑ ตัว อันนี้ เป็นเรื่องสำคัญและเป็นที่น่ายินดีขอชมเชย ขอชมเชยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั่นเขาได้สามารถนำข้าว กข ข้าวหอมไปผ่านรังสี เขาเรียกว่ารังสีไนตรอน (Nitron) ระดับต่ำ สามารถแตกเมล็ดพันธุ์ ออกมาใหม่เป็นพันธุ์ใหม่ ซึ่งให้ผลผลิตถึง ๑,๕๐๐ กิโลกรัมขั้นต่ำต่อไร่ และให้ความหอม มากกว่าเดิม วันนี้ผมก็ให้กองเมล็ดพันธุ์ไปประสานงานและนำความรู้มาทดลอง ตอนนี้เขา กำลังจดทะเบียนลิขสิทธิ์เรียบร้อย แล้วก็จะให้พันธุ์เรามาทดลอง ๒๐ กิโลกรัม มันดีตรงไหน รู้ไหมครับ คือปลูกได้ทั้งปีและได้ผลผลิตมาก เขาเอาข้าวหอมมะลิมาผ่านแสง แล้วก็ได้ เกิดข้าวพันธุ์ใหม่ขึ้นมา อันนี้เป็นไปตามความต้องการของประเทศด้วย แล้วก็ของชาวนาด้วย แล้วก็การตลาดด้วย ยุทธศาสตร์ตรงนี้ในขณะนี้ รัฐบาลให้ประสานกับทุกมหาวิทยาลัย พ่อค้า เอกชน วันนี้เราประกาศไปแล้ว เราประกวดแข่งขันไป ๑ รอบแล้ว เราได้ข้าวพันธุ์ดี ๆ มาไม่น้อยกว่า ๑๐ ชนิด ที่หลายคนเก็บเอาไว้ที่บ้าน เก็บไว้อยู่ในคลังข้าว ตอนนี้เราทำเกือบ ทุกเดือนในการเชิญเขามาร่วมวิจัยเพื่อให้ได้ข้าวพันธุ์ใหม่ เราจะไม่ให้แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน เราประกาศไปแล้วว่าถ้ามีการประกวดข้าวครั้งใหม่เราต้องเอาให้ชนะให้ได้ อันนี้เป็นความหวัง ส่วนที่ท่านพูดถึงยุทธศาสตร์ จะทำอย่างไรให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ ทำนาวันนี้ขาดทุนตั้งแต่ เริ่มแล้ว เพราะต้นทุนการผลิตของเรามันสูง สูงมาก โดยเฉลี่ยไร่หนึ่งตก ๕,๕๐๐ บาท เริ่มต้น ก็แพ้แล้ว เราจึงนำการทำนาแบบอัจฉริยะ เวลานี้เราคิดทุกหน่วยงานมาช่วยกัน การทำนาข้าว อัจฉริยะทำอย่างไร สิ่งแรกเราได้คิดค้นพบปัญหาการทำนา คือ🔗

๑. พื้นที่ทำนาไม่ราบ ไม่เรียบ สิ่งนี้สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสาน ที่ราบสูง ที่ราบ ฉะนั้นต้นทุนและการใช้น้ำจึงมาก วันนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ให้คันนาแปลงใหญ่ศูนย์ข้าวชุมชนกลุ่มละ ๓ ล้านบาท แล้วก็ ๒ ล้านบาท เพื่อให้นำไปซื้อ เครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะปรับปรุงพื้นที่ แล้วก็ใช้การปลูกให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด🔗

๒. เมื่อปรับพื้นที่ได้ระดับแล้ว การใช้น้ำก็จะน้อยลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง ปกติ เราใช้น้ำอยู่ ๑,๒๐๐ คิวต่อไร่ต่อปี เมื่อปรับพื้นที่แล้วมีเซนเซอร์ (Sensor) วันนี้เราใช้ เซนเซอร์ (Sensor) เราทำนาทดลองกันอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จะใช้น้ำประมาณ ๔๐๐ คิว ต่อไร่ ต่อปี หายไปกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และยิ่งไปกว่านั้นเราสอนให้ชาวนาต้องกลับมา หวงแหนน้ำ เราใช้ทำนาโดยระบบท่อวางสาย ใช้น้ำหยด ท่านเชื่อไหมครับว่าได้ผลผลิต มากและดี ใช้น้ำไม่เกิน ๓๐๐ คิวต่อฤดู อันนี้ละครับเป็นยุทธศาสตร์ที่ตั้งใจจะทำให้กับพี่น้อง ชาวนาต้องไปดูวิธีการ วันนี้เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยทั้งสิ้น ประการสำคัญวันนี้มีนวัตกรรม ซึ่งทางรัฐบาลให้โอกาสผู้คิดค้นนวัตกรรม จดทะเบียนแล้วให้ชาวนาซื้อ เช่น ปุ๋ย ปุ๋ยเวลานี้ปุ๋ยนวัตกรรมเขาประกันเลย ถ้าใส่ปุ๋ยชนิดนี้ประหยัด แล้วต้องได้ผลผลิต มากกว่าเดิม ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือยุทธศาสตร์ที่กรมการข้าว ดำเนินการอยู่ รัฐทำแปลงสาธิตให้ดู กำลังทำให้ทั่วประเทศครับท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้สั่งว่า อย่าทำที่เดียว ให้ทำทุกจังหวัดที่ทำนา ให้พี่น้องมีทางเลือกให้พี่น้องชาวนาได้เห็น แล้วได้ นำไปปฏิบัติ ต้นทุนก็จะลดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง อย่างที่เราทำอยู่ ๕,๕๐๐ บาท ตอนนี้เหลือ ประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ตามขั้นตอนลดไปหมด เราใช้เทคโนโลยีมีเซนเซอร์ (Sensor) ครับ มีระบบดาวเทียมเข้ามานะครับ แม้แต่โดรน (Drone) เราก็ใช้ เพราะวันนี้ชาวไร่ชาวนา แรงงานไม่มี ผมก็คิดว่าในเดือนหน้าเราจะเก็บเกี่ยวประมาณวันที่ ๑๕ ธันวาคม แปลงสาธิตนี้ เราจะเห็นหมดเลยว่าดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร จะปรับปรุงอย่างไร ขอกราบเรียนท่านสมาชิก ทางท่านณัฐวุฒิที่ได้สอบถามมาว่ามีกลยุทธ์อะไร พัฒนาอย่างไร วันนี้เราดำเนินการไปแล้ว ครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่อยากให้ท่านรัฐมนตรี เสียสมาธินะครับ แต่ว่าท่านตอบเวลาคำแรกก็เหลือ ๒๘ วินาทีเท่านั้นครับ ท่านณัฐวุฒิ ยังมีอะไรติดใจไหมครับ ของท่านณัฐวุฒิยังมีเวลาอยู่ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ผ่านท่านประธานครับ ท่านทำงานอย่างหนัก ท่านไปแก้ปัญหาน้ำท่วม ท่านไปประชุม ครม. สัญจร วันนี้ยังมาตอบ กระทู้ถามสด แล้วสิ่งที่ท่านตอบนี่นะครับเป็นคำถามต่อไปของผมในข้อที่ ๒ และข้อที่ ๓ ด้วยนะครับ ที่ผมจะถามท่านก็คือว่ากรมการข้าวมีนโยบายที่จะ ในเมื่อเราทำวิจัยนี่นะครับ งบประมาณเราน้อยลงทุกปีแล้วกระบวนการทำการวิจัยพันธุ์ข้าว ปรับปรุงพันธุ์ข้าวนี่ นักวิจัย นักปรับปรุงพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวก็มีน้อย งบประมาณก็น้อย ระยะเวลา ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวแต่ละครั้งนี่ตั้งแต่พันธุ์คัดมาสู่ปรับปรุงพันธุ์ มาสู่พันธุ์ขยาย มาสู่พันธุ์ จำหน่ายใช้เวลานานเหลือเกิน ท่านก็ไปแสวงหาสถาบันการศึกษาเข้ามาร่วมโครงการกับ กรมการข้าวด้วย ในขณะนี้อย่างที่ท่านกรุณาตอบไปแล้วทราบว่าสถาบันวิทยาศาสตร์ และวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เขามีนวัตกรรมใหม่ ใช้รังสีไอออนเข้ามาช่วย ในการที่จะเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวได้ ผมจะเรียนถามท่านนิดเดียวครับ อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า กรมการข้าวได้ร่วมวิจัยพันธุ์ข้าวกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นี่ทราบว่าท่านได้ดำเนินการอะไรไปแล้ว ในเรื่องของการทำเอ็มโอยู (MOU) กับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ นี้หรือไม่ อย่างไร เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว และลดระยะเวลา การทำวิจัยจาก ๗-๘ ปี ให้เหลือน้อยลง เพราะว่าขณะนี้ซีพีทีพีพี (CPTPP) นี่มีผลสำคัญ กับเราถ้าเราลงนามกับเขาไป การทำบรีดดิง (Breeding) การปรับปรุงพันธุ์ต่าง ๆ นี่นะครับ มันจะมีผลต่อการวิจัยพันธุ์ข้าวของเราในอนาคตด้วย ก็อยากจะเรียนถามว่าท่านได้ทำ เอ็มโอยู (MOU) กับสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานวิจัยใดเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ เป็นคำถามสุดท้ายครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ เวลาท่านอาจจะหมดแล้ว แต่ว่าขอใช้เวลาของท่านณัฐวุฒินะครับ เชิญครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพครับ เป็นคำถามตรงประเด็นเลย เวลานี้เขาเรียกว่า สถาบัน ผมให้กองผลิตเมล็ดพันธุ์ไปประสานงานกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว ขอถอนคำพูด ผมพูดผิดไป แสงไอออนครับ ไม่ใช่แสงไนตรอน (Nitron) แสงไอออนนี่จะสามารถทำให้การวิจัยเมล็ดพันธุ์ ซึ่งที่ผมกล่าวไปแล้ว ๗-๘ ปี จะเหลือ ๓ ปี แล้วสามารถรับรองเลยว่าดี และการผ่านแสงไอออนทำให้อายุการปลูกสั้นลง ต้นเตี้ย กลิ่นหอม และได้ผลผลิตถึง ๑,๕๐๐-๒,๐๐๐ กิโลกรัม อันนี้ผมประสานแล้ว แต่เขาก็ยัง ไม่ให้เอ็มโอยู (MOU) เขาบอกเขาขอทดลองอีกครั้งหนึ่ง แต่เขาให้เมล็ดพันธุ์เรามา ๒๐ กิโลกรัมก่อน อันนี้ขอกราบเรียนท่านณัฐวุฒินะครับว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ มหาวิทยาลัย ไหนดีเราก็เชิญ ตอนนี้เราก็เชิญทุกมหาวิทยาลัยที่เขามีพันธุ์ข้าวผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ภายในเดือนนี้ รอท่านอธิบดีคนใหม่มาก็จะเริ่มงานได้ทันทีเลยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณณัฐวุฒิ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

ขออนุญาตไปกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามที่ ๒ นะครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๒ ส. (นายรังสิมันต์ โรมเป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเชิญคุณรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คำถามที่ ๑ นะครับ ขอเท็จจริงเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ ตั้งแต่ กลางเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ ก็ปรากฏ ข้อเท็จจริงว่ามีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์ในการสลาย การชุมนุมที่จะเอาเข้ามาเพื่อประจันหน้ากับผู้ชุมนุม โดยได้เกิดกรณีการสลายการชุมนุม ขึ้นทั้งหมด ๓ ครั้งด้วยกัน ได้แก่การสลายการชุมนุมและใช้กำลังจับกุมผู้ชุมนุมบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ ๑๓ ตุลาคม การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง พร้อมทั้งสลายการชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้ามืดของ วันที่ ๑๕ ตุลาคม และการสลายการชุมนุมโดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงผสมสารเคมี ไม่ทราบชนิดบริเวณสี่แยกปทุมวัน เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ ๑๖ ตุลาคม การชุมนุมทั้ง ๓ ครั้ง ดังกล่าว ทั้งในแง่ของเจตนา ทั้งในแง่ของแนวโน้มและสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ปรากฏ พฤติการณ์ของการประทุษร้ายต่อชีวิตหรือร่างกายของบุคคลอื่น หรือทำลายทรัพย์สินของรัฐ หรือเอกชนอย่างร้ายแรง และเป็นวงกว้าง เป็นการชุมนุมที่พยายามลดผลกระทบต่อการใช้ ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ดังตัวอย่างเช่น ผู้ชุมนุมพยายามหลีกทาง ให้กับรถพยาบาลทุกครั้ง เป็นการชุมนุมที่มีการกำหนดเวลาสิ้นสุด แม้กระทั่ง กับข้ออ้างที่มักถูกใช้กับผู้ชุมนุมอย่างเรื่องขบวนเสด็จ ก็ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนว่า ขบวนเสด็จไม่ได้รับภยันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น นี่ยังไม่นับว่ากรณีที่สี่แยกปทุมวันที่มีการสลาย การชุมนุมก็ไม่ได้มีขบวนเสด็จผ่านมา ทั้งหมดนี้จึงนับเป็นการชุมนุมที่สอดคล้องตาม รัฐธรรมนูญ และไม่ควรจะมีเหตุให้เกิดการสลายการชุมนุมแต่ประการใด นอกจากนี้ ในการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมก็ยังพบข้อเท็จจริงต่อไปว่ามีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมด้วย มาตรา ๑๑๖ ซึ่งเป็นข้อหายุยงปลุกปั่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวแกนนำเอง หรือผู้อื่น หรือคนที่ มาร่วมชุมนุม ก็ปรากฏว่าศาลมักจะยกคำร้องฝากขังหรือยกฟ้องในข้อหามาตรา ๑๑๖ มาแล้ว แต่ก็ปรากฏข้อเท็จจริงต่อไปครับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม หรือแกนนำด้วยข้อหาซ้ำ ๆ เสมือนกับตำรวจไม่ได้สนใจต่อแนวทางการตีความของศาลเลย จึงนำมาสู่คำถามแรกอย่างนี้ครับท่านประธาน ในการตัดสินใจว่าจะสลายการชุมนุม หรือไม่นั้น ใครคือผู้รับผิดชอบสูงสุดในการตัดสินใจ มีเกณฑ์อะไรที่เป็นบรรทัดฐาน ในการตัดสินใจ ในการสลายการชุมนุมแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นนั้นได้ปรากฏข้อเท็จจริง ที่เข้าหลักเกณฑ์ที่นำไปสู่การสลายการชุมนุมอย่างไรบ้าง และเมื่อการสลายการชุมนุม เป็นไปโดยเกินกว่าเหตุจะมีมาตรการในการรับผิดชอบอย่างไร และในส่วนของการดำเนินคดี เหตุใดจึงยังคงมีการขอฝากขัง มีการดำเนินคดีด้วย มาตรา๑๑๖ ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ใช้หมายจับ ที่สิ้นผลไปแล้วในการอายัดตัวผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ราวกับจงใจใช้กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดผลร้ายต่อผู้ชุมนุม ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถามนี้ให้ชื่นใจหน่อยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ครับ ก่อนอื่น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่าในเรื่องของการชุมนุมสาธารณะนั้น ทางรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีนั้นท่านได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม ที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมา การมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติ ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัย เรื่องของการป้องกันเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วก็เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนนั้นได้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการที่จะชี้แจงทำความเข้าใจ ต่อผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุมให้ได้ทราบถึงขอบเขตและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญรวมทั้ง ข้อกฎหมายต่าง ๆ ต้องเรียนว่ากรณีที่หากมีการกระทำที่เข้าข่ายมีความผิด เจ้าหน้าที่ ก็จะต้องบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ มิฉะนั้นแล้วเจ้าหน้าที่เองก็อาจจะถูกดำเนินการ ในเรื่องของการร้องเรียนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตามเน้นย้ำว่า ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้นจะต้องดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย รัฐบาล ตระหนักดีว่าเสรีภาพในการชุมนุมและสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชน การจัดกิจกรรมที่จะเรียกร้อง ที่จะสนับสนุนหรือคัดค้าน หรือแสดงความเห็นต่าง ๆ นั้นเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามวิถีทางประชาธิปไตยภายใต้ กรอบของกฎหมายแล้วก็ต้องไม่กระทบสิทธิผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของพฤติกรรมที่ มีลักษณะยั่วยุ ก้าวร้าว หรือสร้างความเกลียดชัง หรือก้าวล่วง ในเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะ เป็นการสร้างเงื่อนไข และเป็นชนวนความขัดแย้งความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่งนั้น ได้กำหนดไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่ใน วรรคสองนั้นได้กำหนดไว้ในมาตราเดียวกันว่า การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งตามปกติในการดำเนินการนั้นก็จะใช้การดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ สำหรับในกรณีที่มีการประกาศ พระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการประกาศเมื่อวันที่ ๑๕ จากเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ที่มีเหตุการณ์ที่ท่านสมาชิกคงได้ทราบนะครับ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น จากนั้นก็ได้มีการประกาศยกเลิกวันที่ ๒๒ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ต้องเรียน อีกครั้งหนึ่งครับว่าในการดูแลผู้ชุมนุมนั้น ทางรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทราบดีว่าผู้ร่วม การชุมนุมนั้นมาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ในการดำเนินการนั้น การที่จะดำเนินการต่อผู้ชุมนุมนั้น ก็ได้ดำเนินการในขอบเขตของกฎหมาย ใช้การเจรจา ใช้ความละมุนละม่อมในการสร้าง ความเข้าใจกับผู้ชุมนุมในทุกขั้นตอน🔗

สำหรับคำถามของท่านถามว่า การตัดสินใจในการดำเนินการนั้น ในเรื่องของ การที่จะเข้าขอคืนพื้นที่ต่าง ๆ นั้นใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ ผมขออนุญาตเรียนว่า ในเหตุการณ์วันที่ ๑๓ นั้นเนื่องจากว่ามีการชุมนุมตรงอนุสาวรีย์ และในช่วงเช้านั้นก็มี การตรวจพื้นที่ เพราะว่าในช่วงเย็นนั้นก็จะมีหมายกำหนดการขบวนเสด็จ ในช่วงประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา เจ้าหน้าที่ก็ไปตรวจพื้นที่เช่นเดียวกัน ก็ได้มีการเจรจาตรงนั้นว่าขอให้ขึ้นไป บนฟุตพาท (Footpath) เพื่อที่จะให้ขบวนเสด็จนั้นได้มีความปลอดภัยสมพระเกียรติ มากที่สุด จนถึงเรื่องของการที่จะมีการจับกุม ต้องมีการเจรจาทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่ก็ใช้ ความอดทน อดกลั้น มีการสาดสีตรงนั้น เจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรตอบโต้ เพียงแต่ว่าเข้าจับกุมตามวิธีการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในส่วนของ วันที่ ๑๔ เหตุการณ์ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น ก็เรียนว่าคงทราบดีนะครับ มีคำถามว่าทำไมถึงมีเส้นทางหลัก เส้นทางรองหรือไม่ ขอเรียนว่า วันนั้นก็มีทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง ในเส้นทางรองนั้นในเส้นทางก็จะไปผ่านกลุ่ม ผู้ชุมนุมจำนวนมากเช่นเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ก็พิจารณาแล้วเห็นว่า ตัดสินใจแล้วว่า ในเส้นทางที่ใช้นั้นเป็นเส้นทางที่มีความเหมาะสมมากที่สุด จะไปปรับในเส้นทางอื่นนั้นก็จะมี การวางกำลังใหม่ ก็จะทำให้มีความไม่เรียบร้อยมากขึ้นนะครับ ก็เรียนว่าในการดำเนินการ ที่จะกำหนดเส้นทางใดเป็นเส้นทางเสด็จนั้นก็ได้มีการวางแผนทุกหน่วยงานต้องร่วมกัน วางแผนอย่างละเอียดรอบคอบนะครับ ในส่วนของวันที่ ๑๕ ที่พูดถึงว่ามีการดำเนินการ ประกาศในช่วงเช้านะครับ แล้วก็มีการดำเนินการขอคืนพื้นที่ในวันที่ ๑๖ ก็เรียนว่า ในการดำเนินการในวันที่ ๑๖ นั้น ก็เนื่องจากว่าเป็นการประกาศในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการดำเนินการมาชุมนุม เจ้าหน้าที่เองก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ขอเรียนว่าการดำเนินการ ตามขั้นตอนการปฏิบัตินั้นก็อยู่ในขั้นตอนของหลักสากลทั้งสิ้น มีการเจรจา มีการชี้แจงก่อน ล่วงหน้า มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาลไว้ทุกขั้นตอน ในการดำเนินการ เครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำเนินการต่อการดำเนินการในการดูแล ผู้ชุมนุมนั้นก็เป็นการดำเนินการตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งออกประกาศตาม พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะทุกประการนะครับ ท่านถามว่ามาตรการกำหนดในการ ตัดสินใจนั้นก็อยู่ที่ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ในขณะนั้นเป็นผู้ตัดสินใจสถานการณ์ว่าในการ บังคับใช้กฎหมายการควบคุมสถานการณ์จะทำอย่างไรให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยที่สุดก็มี อำนาจในการตัดสินใจในขอบเขตของกฎหมายที่กำหนดครับ ขออนุญาตเรียนตอบข้อที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญคุณรังสิมันต์ ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ นะครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามผม ท่านคงเตรียมทำการบ้านมาแล้วก็ คงคิดว่าผมจะถามท่านด้วยสิ่งที่ท่านได้พูดไป สิ่งที่ผมต้องการจะถามนะครับ ผมถามถึง หลักเกณฑ์ว่าท่านใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ ท่านบอกท่านเจรจา อย่างวันที่ ๑๖ ตุลาคม ท่านเจรจาเสร็จปุ๊บท่านฉีดน้ำเลยครับ อันนี้คือเกณฑ์ที่ท่านว่าหรือครับ แล้วผมถามว่า ใครคือคนที่ตัดสินใจในการสั่งเพื่อสลายการชุมนุม ท่านก็ไม่ได้ให้คำตอบว่าใครคือคนที่สั่งการ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าตำรวจอย่าง น. ๑ จะเป็นคนสั่งเพียงคนเดียว ต้องมีผู้มีอำนาจ ที่มากกว่านั้น และผมอยากจะทราบว่าคือใคร หรืออย่างวันที่ ๑๓ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันก่อน ที่จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ท่านไม่มีอำนาจในการไปสลาย การชุมนุม ท่านต้องขออำนาจจากศาล ซึ่งข้อเท็จจริงวันนั้นไม่มีครับ ท่านอ้างขบวนเสด็จ ข้อเท็จจริงก็ปรากฏทุกแหล่งข้อมูลว่าไม่ได้มีการกีดขวางการเสด็จ ท่านประธานครับ จริง ๆ เราต้องยอมรับอย่างนี้ว่าในการชุมนุมทางการเมืองวันนี้มันมีหลายกลุ่ม มีกลุ่มเสื้อเหลือง มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าราษฎร อย่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองก็ปรากฏทั้งใน กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด จัดกิจกรรมว่าเป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายกรณีพบว่าเป็นบุคลากรของราชการ มีการใช้ยานพาหนะของราชการในการขนส่ง หรือเกิดการรวบรวมและชักชวนโดยรัฐมนตรีบางท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น มีการเกณฑ์คนให้มารวมตัวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง หลายกรณีได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นรถสุขา อาหาร น้ำดื่ม เต็นท์ โดยไม่มีตำรวจมาวางกำลังรุมล้อม ไม่มีการสลายการชุมนุม บางกรณี มีการเผยแพร่ผ่านเพจ (Page) กรมประชาสัมพันธ์ บางกรณีเป็นการชุมนุมที่เกิดขึ้นใกล้เขต พระราชฐาน แล้วที่สำคัญคือการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่สนับสนุนรัฐบาลไม่มีเลย ทั้ง ๆ ที่มี หลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ (Video) รวมไปถึงมีตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งตำรวจสามารถใช้ดำเนินคดีการดำเนินคดีแบบซึ่งหน้าได้ แบบที่กลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรได้รับ เช่น กรณีคนเสื้อเหลืองที่ทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมราษฎรและนักข่าวบริเวณถนนกรุงเกษม เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม หรือกรณีคนเสื้อเหลืองเข้าไปทำร้ายนักศึกษาที่ปราศรัย ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม แต่ก็ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินคดีเกิดขึ้น เปรียบเทียบให้ท่านรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธาน ให้เข้าใจถึงความแตกต่าง ถึงมาตรฐานที่เกิดขึ้น ฝั่งหนึ่งรัฐเสิร์ฟน้ำให้ อีกฝั่งหนึ่งรัฐฉีดน้ำใส่ ฝั่งหนึ่งมีรถห้องน้ำ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งได้รถห้องขังแทน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ประชาชนเขารู้สึกถึง สองมาตรฐานได้อย่างไร ผมขอย้ำว่าที่ผมเอาเรื่องนี้เข้ามาพูดผมไม่ได้ต้องการให้ท่านไปฉีดน้ำ สลายการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง แต่ผมต้องการเห็นการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทุกกลุ่มอย่าง เท่าเทียมกัน🔗

จึงนำมาสู่คำถามข้อที่ ๒ ที่ผ่านมาได้มีการนำคนเสื้อเหลืองมาชุมนุมโดยใช้ ทรัพยากรและบุคลากรของราชการและองค์กรท้องถิ่นมาแล้วกี่ครั้ง ครั้งใดบ้าง คิดเป็น ค่าใช้จ่ายเท่าไร มีกรณีที่บุคลากรของรัฐสวมเสื้อสีเหลืองไปทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือไม่ แล้วทำไมการชุมนุมของคนเสื้อเหลืองกับการชุมนุมของราษฎรจึงได้รับการปฏิบัติจาก เจ้าหน้าที่แตกต่างกันทั้ง ๆ ที่เป็นการชุมนุมทางการเมืองเหมือนกัน ทำไมมีเพียงราษฎร ที่ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมเพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองได้รับการอำนวย ความสะดวกในด้านสาธารณูปโภคอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าฝ่ายราษฎรต้องการได้รับการอำนวย ความสะดวกแบบนั้นบ้างพวกเขาจะต้องทำอย่างไร ท่านสามารถจัดหาให้ได้หรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเรียนเรื่อง ความรับผิดชอบที่ท่านถามนะครับ ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาถามนั้น ที่ผมเรียนแล้วว่า ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นก็ได้มีมอบให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบ หัวหน้าผู้รับผิดชอบ นั้นก็เป็นผู้ที่จะประเมินสถานการณ์แล้วก็วิเคราะห์สถานการณ์ว่าสิ่งไหนที่ดำเนินการได้ อย่างไร เพื่อที่จะบังคับใช้กฎหมายในการที่จะขอคืนพื้นที่ให้กลับไปสู่ความสงบเรียบร้อยแล้วก็ ไม่ขยายลุกลามมากยิ่งขึ้น ในส่วนของวันที่ ๑๓ นั้น ที่ท่านบอกว่าไม่ได้ขัดขวางขบวนเสด็จ ผมว่าในภาพที่ปรากฏในสื่อทั่วไปนั้นจะเห็นได้ว่ามีการล้อมรถพระที่นั่ง มีการแสดงอาการ ที่ไม่สมควร ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วก็เกินกว่าประชาชนทั่วไปจะรับได้ ผมว่าตรงนี้สาธารณชนทั่วไปได้เห็นนะครับ ภาพข่าวได้เห็นชัดเจน ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในส่วนที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มที่ปกป้องสถาบันออกมาแสดง ความจงรักภักดีนั้นขออนุญาตเรียนว่าตรงนั้นก็เป็นความรู้สึกของประชาชนที่ได้ออกมาร่วมกัน แสดงความคิดเห็น ความรู้สึกที่จะปกป้องสถาบันที่พวกเราคนไทยทุกคนเคารพและเทิดทูน ในกรณีที่กล่าวว่าเมื่อมาแล้วทำไมถึงมีการดูแลอำนวยความสะดวก ผมขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนของวันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมาที่มีพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตนั้น ตรงบริเวณพระราชพิธีนั้นประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จถือว่ามาร่วมงานพระราชพิธีนั้น ก็ไม่เข้าข่ายในเรื่องของพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ในการดำเนินการดูแลในส่วนนั้น ก็เป็นหน้าที่ของส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตเรียนว่าในการชุมนุมที่ผ่านมานั้นก็มีทั้งชุมนุม ที่บางกลุ่มนั้นก็ไม่ได้แจ้งการชุมนุม บางกลุ่มก็แจ้งการชุมนุม ในการดำเนินการนั้นเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะต้องดูแลผู้ร่วมชุมนุมนั้นตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบของกฎหมาย ทุกอย่างจะต้องดำเนินการอย่างเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณรังสิมันต์ถามคำถามที่ ๓ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผิดหวัง เป็นคำตอบที่น่าผิดหวัง ผิดหวังข้อแรกผมต้องเรียนว่าผมอยากจะทราบ พูดกันให้ชัด ใคร ชื่ออะไร คือผู้ที่สั่งการสลายการชุมนุม ผิดหวังข้อที่ ๒ ท่านไปปนระหว่างการสลายการชุมนุม วันที่ ๑๓ ตุลาคม ซึ่งเกิดขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับกรณีที่มีการอ้างกันว่ามีการปิดล้อม ขบวนเสด็จซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ๑๔ ตุลาคม คนละวันครับท่านรัฐมนตรี ผิดหวังข้อที่ ๓ เหตุการณ์ที่ผมพูดถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง เอาเหตุการณ์ชัด ๆ ก็ได้ครับ ที่มีการปะทะกันในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการปะทะกัน มีการใช้ความรุนแรงกันครับ แต่จนถึงวันนี้เรายังไม่พบว่ามีการดำเนินคดีกับ กลุ่มคนที่สวมเสื้อสีเหลืองแล้วไปชุมนุมทางการเมืองเพื่อทำอันตรายต่อผู้อื่น บางคนก็บอกว่า นี่คือม็อบ (Mob) มีเส้น ผมไม่ได้หมายความรวมถึงการไปรับเสด็จครับ ที่ผ่านมาผมก็เข้าใจ มาโดยตลอดว่าการไปรับเสด็จไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่ม็อบ (Mob) แต่ท่าน รัฐมนตรีพูดแบบนี้ท่านต้องระมัดระวัง เพราะฟังระหว่างบรรทัดท่านพูดราวกับว่าการไป รับเสด็จกับการชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก นอกจากนั้น กล่าวกันให้ครอบคลุมและครบถ้วน ข้อเท็จจริงนอกจากการมีเรื่องของการชุมนุมแล้ว ผมอยากจะพูดถึงอีกฝั่งหนึ่งคือฝั่งของเจ้าหน้าที่ ในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราก็ พบว่าจำนวนมากมาจากต่างจังหวัด มีเสียงสะท้อนจากในท้องที่ เช่นจังหวัดตากที่ได้มี การเผยแพร่ข้อความส่งถึงกันว่ามีการนำ ตชด. เข้ากรุงเพื่อไปปฏิบัติภารกิจสลายการชุมนุม ว่าอยากให้มีการเอากลับมาเพื่อช่วยดูแลพื้นที่ ชะตากรรมของตำรวจที่ต้องเข้ากรุงนั้น ก็ปรากฏภาพว่าอาหารที่จัดเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยนั้นค่อนข้างขาดแคลน คุณค่าทางโภชนาการ สถานที่พักผ่อนก็ต้องไปอาศัยตามโถงทางเดินในสถานที่ราชการ เพื่อหลับนอน ในกรุ๊ปไลน์ (Group LINE) ของตำรวจโรงพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมาปฏิบัติงานควบคุมฝูงชนในกรุงเทพฯ ก็บ่นกันว่าเบี้ยเลี้ยงตำรวจ ที่ได้รับในการเดินทางมาควบคุมฝูงชนไม่เพียงพอกับรายจ่าย ข้าวกล่องที่ได้รับไม่พออิ่ม เวลารับข้าวไม่สอดคล้องกับมื้ออาหาร ทำให้สุดท้ายต้องไปซื้ออาหารจากข้างนอกมาเพิ่มเติม เสียเอง ส่งผลให้เงินที่ได้ไม่เพียงพอ ต้องขอเรี่ยไรจากเพื่อนตำรวจที่อยู่ในโรงพักเพื่อสมทบ เป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่าย ข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ มีตำรวจที่ถูกเกณฑ์เข้ามาในกรุงเทพฯ ถึง ๑๔,๐๐๐ นาย มีงบค่าอาหารตำรวจต่อ ๑ กล่อง อยู่ที่ ๖๐ บาท รับประทานวันละ ๔ มื้อ หมายความว่าอาหารในแต่ละมื้อของตำรวจทั้งหมดใช้เงินไปทั้งสิ้นแล้วต่อวัน ๘๔๐,๐๐๐ บาท ถ้าคิดเป็น ๑ สัปดาห์ จะอยู่ที่ ๒๓,๕๒๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อเราพิจารณา จากหน้าตาของอาหาร บางกล่องมีแค่ปีกไก่ปีกเดียวครับ บางกล่องมีแค่ไข่ต้มกับน้ำพริก ดูแล้วอย่างไรก็มีความผิดปกติเกิดขึ้น ทำไมการเกณฑ์เอาพวกเขาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกมาจากพื้นที่ ส่งเขาเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ทำไมรัฐไม่สามารถดูแลพวกเขาให้สมกับศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ให้เขาได้กินอิ่ม นอนหลับ มันยากเกินไปหรือครับที่จะเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่ เหล่านี้ เขามาปฏิบัติหน้าที่ โดนประชาชนด่าเพื่อให้พวกท่านที่สั่งเขามาได้หน้าได้ตา ได้ปกป้องอำนาจของพวกท่านเอง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ตำรวจนายหนึ่งไปชูป้าย ทำงาน แทบตายนายแดกหัวคิว ผมก็ไม่รู้นะครับว่านายคนไหน แต่ก็ปรากฏในภายหลังจากที่มีข่าว ว่านายตำรวจท่านนั้นถูกผู้บังคับบัญชาให้เขียนรายงานชี้แจงและน่าจะถูกสั่งขัง จนกระทั่ง สตช. ได้นำตัวตำรวจคนดังกล่าวมาชี้แจงต่อสาธารณะว่าตนแค่นำป้ายที่ติดอยู่มาชูให้เพื่อนดู อ้างว่าตนได้รับเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน ๒๐๐ บาท ไม่ได้ถูกลงโทษ ไม่ได้ถูกบังคับให้มาพูด แต่ก็ ไม่ยอมบอกรายละเอียดว่าอาหารที่ได้รับเป็นอย่างไร🔗

จึงนำมาสู่คำถามข้อที่ ๓ ครับท่านประธาน ที่ผ่านมาได้มีการนำเจ้าหน้าที่ ตำรวจจากต่างจังหวัดเข้ามาควบคุมการชุมนุมในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนกี่นาย ใช่ ๑๔,๐๐๐ นาย อย่างที่ผมทราบมาหรือไม่ เข้ามาประจำการในกรุงเทพฯ กี่วัน เหลือตำรวจประจำการอยู่ในท้องที่เป็นจำนวนเท่าไร เหตุใดจึงต้องใช้ตำรวจจากต่างจังหวัด เข้ามา ไม่ใช้ตำรวจเฉพาะในกรุงเทพฯ อาหารที่จัดให้ตำรวจมีเมนูอะไรบ้าง ได้รับวันละกี่มื้อ งบประมาณมื้อละเท่าไร ใช่ ๖๐ บาทหรือไม่ ถ้าใช่ เพราะเหตุใด ๖๐ บาท ถึงได้แค่ไข่ต้ม ฟองหนึ่งกับน้ำพริกหย่อมหนึ่ง เวลาไปนอน นอนที่ไหน นอนวันละกี่ชั่วโมง การจัดกำลัง ตำรวจเกินความจำเป็นในการควบคุมการชุมนุมหรือไม่ และจะยังคงเอาตำรวจจากต่างจังหวัดเข้ามาแบบนี้ต่อไปอีกจนถึงเมื่อไร การระดมกำลัง ตำรวจมาเพื่อควบคุมการชุมนุมทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณไปเท่าไร แล้วสุดท้ายแล้วในขณะที่ ประชาชนต้องเจ็บตัว ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกด่าทอ และอาจจะมีบางคนร่ำรวยจากการหักหัวคิวนี้ หรือไม่ ท่านได้เคยตรวจสอบการทุจริตเบี้ยเลี้ยง ตรวจสอบในเรื่องของการทุจริตสวัสดิการ ของตำรวจชั้นผู้น้อยหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาต อีกทีนะครับว่าในส่วนที่ผมชี้แจงวันที่ ๑๓ ตุลาคมนั้น คือเส้นทางเสด็จวันนั้นคือมีหมายเสด็จ พระราชดำเนินไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนวันที่ ๑๔ นั้นเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งนะครับ ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ขออนุญาตเรียนนะครับ🔗

คำถามท่านว่าที่รามคำแหงนั้นมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ขออนุญาต เรียนว่าในส่วนของรามคำแหงนั้นมีดำเนินการมาแล้วนะครับ มีผู้มาร้องทุกข์ทั้งหมด ๕ ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ๓ ราย ซึ่งตรงนี้แพทย์ลงความเห็นว่ามี ๒ ราย ต้องพักรักษาตัว ๑๐-๑๔ วัน ผู้ต้องสงสัยมีทั้งหมด ๑๐ คน ที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายนั้น พนักงาน สอบสวนได้เรียกมาสอบปากคำแล้ว พบการกระทำผิดชัดเจน ๑ ราย ได้ออกหมายเรียกให้ มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วนะครับ ในวันที่ ๖ พฤศจิกายนนี้จะต้องมาชี้แจง มาแก้ ข้อกล่าวหานะครับ ส่วนที่เหลือตอนนี้ได้ไปเปรียบเทียบพยานหลักฐานต่าง ๆ ในวันเกิดเหตุ ร่วมกระทำความผิดหรือไม่ หรือกระทำความผิดในข้อหาใด ซึ่งยืนยันว่าตำรวจนี่ไม่ได้เลือก ปฏิบัติหรือถ่วงเวลา มีการเร่งรัดดำเนินการนะครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ใช้เวลา ๙ วัน ในการที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาได้ แล้วอยู่ระหว่างการดำเนินการ ขออนุญาตเรียนว่า ทางเจ้าหน้าที่นั้นก็ดำเนินการในทุกกลุ่มที่มีการปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้ครับ🔗

ท่านถามว่าในส่วนของการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจากตำรวจตระเวนชายแดน หรือจะมาจากต่างจังหวัด ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าในการปฏิบัติในการดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่นั้น เจ้าหน้าที่ก็จะมีการกำหนดแผนการปฏิบัติ แล้วก็มีการกำหนด ความต้องการกำลังในแต่ละแผนการปฏิบัติว่าจะใช้กำลังเท่าไร ทำไมถึงจะต้องมีการเตรียม กำลังจากภาคต่าง ๆ หรือต่างจังหวัดเข้ามา ก็ได้เรียนว่าในการเตรียมการนั้นในส่วนควบคุม ฝูงชนที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่นั้นไม่เพียงพอในการปฏิบัติตามแผน ผมขออนุญาตเรียนว่า ถ้าเราจะเตรียมการให้มีกำลังที่พร้อมปฏิบัติตามแผนนั้นเราต้องมีการจัดตั้งหน่วย มีการเพิ่มเติมกำลังในยามปกติอีกจำนวนมาก วิธีการปฏิบัตินั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้นก็ใช้วิธีการในการที่จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกำลังจากภาคต่าง ๆ นั้นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกำลังที่เข้ามานั้นก็ได้มีการฝึกการปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนตามวงรอบการฝึกประจำปี ตามวิธีการ ตามหลักการที่กำหนด🔗

ท่านถามว่าอาหารเพียงพอหรือไม่ ขออนุญาตเรียนว่าตรงนี้ก็เป็นนโยบาย สำคัญของทางท่านนายกรัฐมนตรีเรียกได้ว่ากำลังพลที่เข้ามานั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้นจะต้องดูแลในเรื่องของสิทธิ ในเรื่องของที่อยู่ ในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจ เรื่องของสิ่งที่ พึงมีพึงได้ การเบี้ยเลี้ยง การอาหารอย่างเต็มที่นะครับ แล้วก็ให้ดูขวัญกำลังใจ อันนี้เน้นย้ำไป ให้สำนักงานตรวจแห่งชาตินั้นได้ดูแลกำลังพลที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเขามีการหมุนเวียน เข้ามาในรอบหนึ่งประมาณ ๑๕-๒๐ วัน แล้วก็จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่เดิม🔗

ถามว่ามีการตรวจสอบเรื่องการหักหัวคิวหรือไม่นะครับ จากข่าวสาร ที่เกิดขึ้นนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่นิ่งนอนใจได้สั่งการให้มีการตรวจสอบว่า มีการดำเนินการหรือไม่ มีการปฏิบัติเช่นนี้หรือไม่นะครับ บางส่วนนั้นก็มีเรื่อง ของการเบิกจ่ายบ้าง แล้วบางทีก็ไม่ได้ เนื่องจากว่าในขั้นตอนของการเบิกจ่ายงบประมาณนั้น ในขั้นตอนนี้ถือได้ว่ายังไม่ได้เบิกจ่ายจัดเป็นงบประมาณลงไปนะครับ การดำเนินการก็เป็น บริหารงบประมาณของหน่วย สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นนโยบายลงไปให้สำนักงานตำรวจ แห่งชาตินั้นได้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเจ้าหน้าที่แต่ละระดับที่มาทำหน้าที่เพื่อที่จะดูแล ความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมนั้นอย่างเต็มที่นะครับ เพื่อที่จะให้เขาได้ มีขวัญกำลังใจในการทำงานได้ดีที่สุด ขอบคุณมากครับ🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๐๙๓ ส. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

แจ้งคุณครูแล้วนะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบออกไปก่อนนะครับ ครูมานิตย์กรุณาตามด้วย ถ้าจะถามต่อกรุณาเสนอ ในครั้งต่อไปนะครับ เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ เพราะว่าได้ตั้งใจมามากเลยนะครับว่าจะมาถามกระทู้ถามสดเรื่องราคาข้าว เนื่องจากว่า พี่น้องผมโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้แทนศรีสะเกษ ก็นั่งอีกหลาย ๆ จังหวัดนะครับ ข้าวกำลังออกมาพอดี แล้วก็ราคาตกต่ำมาก วันนี้พี่น้อง ก็ยากจนมาก ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าชาวนาที่ผมกลับไปบอกเขา เมื่อครู่นี้เขาบอกเขาจะสีข้าวหรือเอาข้าวเปลือกมาวางหน้าทำเนียบ ผมบอกว่าใจเย็น ๆ ฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ตำหนิท่านจุรินทร์หรอกนะครับ แต่อยากฝากท่านประธานไว้ เพราะว่าตอนผมเรียนหนังสือ ผมเห็นเวลาตอบกระทู้ถามสด ในสภาท่านประธานมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือเป็นนายกรัฐมนตรี คนอื่นในสมัย ที่แล้วก็บ่อยครั้งมากที่เลื่อน ฉะนั้นผมอยากให้รัฐมนตรี ทุกวันพุธเตรียมการ เพราะว่าปัญหา ของชาวบ้านมาจากผู้แทนนี่ละครับ ท่านประธานจะสังเกตเห็นตอนเช้าไหมครับ หารือ ภาคเหนือก็เรื่องข้าว อีสานก็เรื่องข้าว สุพรรณบุรี ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ก็เรื่องข้าว ถ้าปากท้องกินอิ่มนอนหลับ ปัญหาอื่นจะลดน้อยลง ผมก็อยากฝากท่านประธานเรียนไปยัง รัฐมนตรีนะครับว่าท่านมาเอาข้อมูลจากพวกเราไป แล้วเราก็จะได้แจ้งให้ชาวบ้าน นี่ชาวบ้าน ก็รอฟังครับว่าประกันราคานี่เขาจะช่วยอย่างไร อะไร อย่างไร เมื่อวานรัฐบาลเขาก็ออก นโยบายมา เช้าวันเดียวเงินเขาหายไปหลายสตางค์นะครับกับชาวนา เขาจนอยู่แล้วครับ ท่านประธาน แล้วก็อยากเห็นความรับผิดชอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๔ ว่า รัฐบาลจะต้องมาฟังรัฐสภาหรือมาฟังสภาเพื่อมาทำหน้าที่ หน้าที่หลักก็คือมาฟัง พวกเราที่เป็นผู้แทน ฉะนั้นผมยังค้างไว้นะครับท่านประธาน ผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานมากครับที่ให้โอกาส จริง ๆ หลายเรื่องที่ผมจะพูดกับรัฐมนตรีนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจครับ และในส่วนหนึ่งก็ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรประสานกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตลอดนะครับว่ากระทู้ถามที่บรรจุไว้หลายเรื่องนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าเลื่อนนะครับ ในกระทู้ถาม แยกเฉพาะก็ได้ผลครับ ๖ กระทู้ บางทีก็มาทั้ง ๖ กระทู้ หรือ ๕ กระทู้ครับ แต่ในนี้ พอกระทู้ถามสดในส่วนหนึ่งก็เข้าใจครับ บางทีเราเพิ่งตั้งเมื่อตอนเช้า รัฐมนตรีบางที ก็ไม่ได้เตรียมเรื่องนั้นมา คือไม่ได้อยู่รับสำหรับเรื่องนั้น แต่ว่าจะเอาที่ท่านครูมานิตย์พูดจะให้ เลขาธิการแจ้งไปอีกทีครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป ซึ่งกระทู้ถามทั่วไปวันนี้ก็มีอยู่ ๓ กระทู้ แต่ว่าเช่นเดียวกันก็คือมีบางกระทู้ถามที่ขอเลื่อน ผู้ตอบไม่พร้อมนะครับ🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๔๙ เรื่อง พัฒนาขุดลอกแหล่งน้ำห้วยอีแร้ง บ้านหนองทุ่ม ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ผมอ่านกระทู้เพื่อเจ้าของกระทู้จะได้รับทราบ ประชาชนจะได้รับทราบว่า นางอนุรักษ์ บุญศล ได้ถามกระทู้นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยตอบนะครับ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ ก็มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบ แต่ว่าเนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแจ้งมาว่าติดภารกิจที่นัดหมายไว้ ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าว ออกไปในการประชุมครั้งต่อไป เรียนท่านอนุรักษ์ได้รับทราบนะครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๑ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าโครงการศึกษา และกำหนดแนวทางดำเนินงานก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี (วงแหวนรอบที่ ๒) (นางเทียบจุฑา ขาวขำ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบนะครับ ขอเชิญคุณเทียบจุฑาครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าโครงการศึกษาและกำหนดแนวทางดำเนินงานการ ก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี หรือถนนวงแหวนรอบที่ ๒ ท่านประธานคะ จังหวัดอุดรธานี มีจำนวนประชากร ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางบก ทางอากาศ ของภาคอีสานตอนบน ประชาชนที่ใช้ในจังหวัดอุดรธานี ส่วนใหญ่จะเป็นทางผ่านเข้าสู่ จังหวัดต่าง ๆ แล้วก็มาประกอบธุรกิจเป็นจำนวนมากจึงทำให้สภาพการจราจรนั้นแออัด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบที่ ๒ เกิดขึ้น สืบเนื่องจากที่ได้มีมติของคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาลให้สร้างถนนวงแหวนรอบที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๕๕๔ และใน พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสมัยนั้น ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ได้มีมติ เห็นชอบในหลักการให้ก่อสร้างถนนวงแหวนรอบที่ ๒ โดยให้จัดตั้งคณะทำงาน คณะกรรมการกำหนดเส้นทางขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้น ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า คณะทำงาน ตอนนั้นก็คือท่านเสนีย์ จิตตเกษม ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ได้สำรวจกำหนด เส้นทางดูสภาพทั่วไปของพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

จากสภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด อุดรธานี มีถนนเชื่อมโยงไปกับจังหวัดต่าง ๆ ๔ จังหวัด ประกอบไปด้วยจังหวัดหนองคาย สกลนคร หนองบัวลำภู ขอนแก่น และจังหวัดเลย ปัจจุบันปริมาณการจราจรทั้งขาเข้า ขาออก เฉลี่ยวันละ ๑๐๑,๒๒๒ คันต่อวัน อีกทั้งในปัจจุบันถนนวงแหวนรอบที่ ๑ ของจังหวัดอุดรธานี มีปริมาณเฉลี่ย ๖๘,๔๒๒ คันต่อวัน เพื่อเป็นการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี ให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมด้านทางบกและทางอากาศ ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จำเป็นต้องเปิดเส้นทางคมนาคมสายใหม่ที่มีความพร้อมและสะดวก เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการส่งเสริมและการพัฒนาการค้า การลงทุน อีกทั้งเป็นสายหลักของ โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงในระดับประเทศ ภูมิภาคและกลุ่มจังหวัด และจังหวัดในอนาคต ดังนั้นจะเห็นว่าถ้าได้ก่อสร้างถนนวงแหวนรอบที่ ๒ นี้ขึ้น ก็จะได้เกิดประโยชน์สูงสุด ในเรื่องของเชิงธุรกิจ ก็เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ในจังหวัดอุดรธานีให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็เพื่อเชื่อมโยงระบบการขนส่งสินค้า ส่งเสริมการลงทุน เพื่อรองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) แล้วขณะนี้จังหวัดอุดรธานีก็กำลังมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรม เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ สู่ชุมชนที่ใกล้เคียง แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนได้เดินทาง สะดวกสบาย เพราะฉะนั้นการเดินทางของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนด้านเศรษฐกิจ ดิฉันทราบมาว่าทางจังหวัดอุดรธานีได้เสนอให้มีโครงการศึกษา กำหนดแนวทางดำเนินงานก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี หรือวงแหวนรอบที่ ๒ ขึ้น โครงการดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ๔๐ ล้านบาท เพื่อให้ศึกษาและสำรวจ ออกแบบเส้นทาง รวมถึงส่งเรื่องถึงรัฐบาลเพื่อดำเนินการนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาออกกฎหมายเวนคืน หรือรองรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างแล้ว แต่ปัจจุบันงบประมาณดังกล่าวถูกระงับไป และงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรถูกโยกไป ศึกษาความเหมาะสม โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) นครราชสีมา-หนองคาย แทนค่ะ ก็ทำให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จากเหตุผลดังกล่าวอยากจะขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าโครงการศึกษาและกำหนดแนวทางการดำเนินงานการก่อสร้าง ถนนวงแหวนรอบที่ ๒ ว่าปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการก่อสร้างเป็นเส้นทางสายหลัก ของโครงข่ายทางหลวงจังหวัดอุดรธานีต่อไปหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมนะครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ถามของ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติในวันนี้นะครับ ก็คือท่าน ส.ส. เทียบจุฑานะครับ ก่อนอื่นก็ขออนุญาตขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมท่าน ส.ส. นะครับ ที่ท่านมีความเป็นห่วงผู้ใช้ถนน ของจังหวัดอุดรธานีนะครับ ในเบื้องต้นจากข้อมูลของกรมทางหลวง ผมก็ขออนุญาต กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าในแผนการศึกษาวงแหวนรอบที่ ๒ ของจังหวัดอุดรธานี ณ ปัจจุบันในแผนระยะสั้นของกรมทางหลวงยังไม่ได้มีแผนการศึกษาวงแหวนรอบที่ ๒ แต่อย่างใดนะครับ เพราะเนื่องจากว่ามีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ ๓ ประการนะครับ🔗

ประการแรก จังหวัดอุดรธานีตอนนี้ได้มีวงแหวนรอบที่ ๑ อยู่แล้ว ซึ่งวงแหวน รอบที่ ๑ ก็คือทางหลวงหมายเลข ๒๑๖ มีระยะทาง ๒๖.๕ กิโลเมตร ขนาด ๔-๑๐ ช่องจราจร แล้วก็วงแหวนรอบที่ ๑ สามารถรับปริมาณการจราจรได้ถึง ๗๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ คันต่อวัน ซึ่งจากตัวเลขตรงนี้กรมทางหลวงก็ได้พิจารณาแล้วว่าถนนตรงนี้ยังสามารถรองรับการเดินทาง ผู้โดยสารตรงนี้ได้🔗

ประเด็นต่อมาโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก และจะมีผลกระทบเรื่องการเวนคืนตลอดแนวสายทาง ฉะนั้นจะมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เป็นอย่างมาก ฉะนั้นต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการสอบถามความคิดเห็นการยอมรับของ ประชาชนทุก ๆ คน🔗

และประเด็นต่อมาก็คือประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือกระทรวงคมนาคมโดย กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทเอง เราได้มีการวางแผนพัฒนาสายทางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้น ๒๑๖ เอง เส้นใกล้เคียงเองทั้งหมดในการที่จะขยายเส้นทางจราจร เดี๋ยวผม ขออนุญาตอธิบายตามรูปในสไลด์ (Slide) นะครับ อย่างหมายเลข ๑ ก็คือโครงการการก่อสร้าง ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ กับทางหลวงหมายเลข ๒๑๖ อันนี้ก็คือ แยกรังษิณา สร้างเสร็จไปเมื่อต้นปี ๒๕๖๓ นี้เองนะครับ งบประมาณก็ประมาณ ๑,๐๔๘ ล้านบาท ตรงนี้ก็ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โครงการที่ ๒ ก็คือการก่อสร้างทางคู่ขนานจากทางแยก เข้าท่าอากาศยานอุดรธานีจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๑๖ อันนี้ก็ดำเนินการเสร็จไปแล้ว เช่นกันนะครับ แล้วที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก็จะมีหมายเลข ๓ กับหมายเลข ๔ หมายเลข ๓ ก็คือถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานีด้านตะวันตก ตรงนี้ก็จะเป็นการขยายจาก ๔ ช่องจราจร ไปเป็น ๖ ช่องจราจร ตรงนี้อยู่ระหว่างจัดจ้าง หมายเลข ๔ ก็คือถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี ตอนแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ ไปถึงแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๒ ก็เป็นการขยาย ช่องจราจรจาก ๔ ช่อง เป็น ๖ ช่องจราจร ระยะทางประมาณ ๗.๑ กิโลเมตร อันนี้อยู่ระหว่าง การก่อสร้างการดำเนินงาน และในอนาคตเองทางหลวงชนบทถ้าท่านเห็นจากถนนเส้นสีเหลือง ๆ หมายเลข ๕ กับหมายเลข ๖ หมายเลข ๕ ก็คือถนนผังเมืองสาย ง๘ ตอนนี้ทางหลวงชนบท ก็ให้ทำการออกแบบ ซึ่งก็ออกแบบเสร็จแล้ว และทางหลวงชนบทสาย จ ซึ่งอยู่ตรงหมายเลข ๖ ในสไลด์ (Slide) ก็คืออยู่ระหว่างออก พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดิน และเรายังมีหมายเลข ๗ ก็คือ สะพานข้ามแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ กับทางหลวงหมายเลข ๒๑๖ อยู่ระหว่าง การออกแบบ อันนี้ผมก็ยกตัวอย่างโครงการที่อยู่ในระยะเวลา ๓-๔ ปีอันสั้นที่รัฐบาลจะเร่ง ดำเนินการ ซึ่งถ้าทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของทางหลวงหรือทางหลวงชนบท ทำครอบคลุมหมด ตรงนี้ ก็คาดว่าการจราจรในเส้นในเมืองเองก็ดี หรือจะเส้นเลี่ยงเมือง ๒๑๖ เดิม ตรงนี้การจราจร ก็จะคล่องตัวมากขึ้นนะครับ ก็ขออนุญาตตอบคำถามชี้แจงท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติคำถามแรก ดังนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเทียบจุฑา ถามได้อีกครั้งครับ เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยนะคะ ท่านประธานคะที่ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้ตอบคำถาม คำถามที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินงานของวงแหวนรอบที่ ๒ ไปแล้วนั้น ท่านก็ได้ข้อสรุปว่าอยู่อุดรธานีมีถนนวงแหวนรอบที่ ๑ แล้วนะคะ แล้วก็กำลังดำเนินการ อยู่หลายช่วง แต่ในขณะนี้ถนนวงแหวนรอบที่ ๑ มันจะเป็นเมืองแล้วค่ะ มันแออัดค่ะ ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีนะคะ ถนนวงแหวนรอบที่ ๑ ขณะนี้ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชน จากทั่วสารทิศมาใช้บริการที่จังหวัดอุดรธานี ถือว่าเป็นถนนวงแหวนที่แออัดแล้วก็รถติด แล้วก็เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ นะคะ ดิฉันจึงขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าโครงการดังกล่าวนี้ ที่ดิฉันของบศึกษานะคะ งบศึกษาเพียง ๔๐ ล้านบาทนี้นะคะ มันเป็นประโยชน์มาก กับพี่น้องประชาชนจังหวัดอุดรธานีค่ะ ทางกระทรวงคมนาคมหรือทางรัฐบาลจะมีนโยบาย ที่จะทบทวนโครงการที่จะศึกษาในพื้นที่ที่เขานำเสนอมาหรือไม่คะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมก็ขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ นอกจากโครงการ ต่าง ๆ ที่เมื่อสักครู่ผมได้กล่าวไป ตอนนี้ของกรมทางหลวงเราก็ได้มีโครงการศึกษาพัฒนา เครือข่ายจังหวัด ก็คือเส้นระหว่างอุดรธานี-บึงกาฬ ซึ่งตรงนี้เองถ้ามีการศึกษาแล้วสร้างได้ สำเร็จ รถที่จะมาจากบึงกาฬก็จะไม่ต้องแล่นตัดเข้าในตัวเมืองอุดรธานี ก็จะสามารถ แยกขวาออกได้เลย แล้วนอกจากนี้ทางสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรก็ได้ทำ แผนแม่บทสำหรับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองอุดรธานี ซึ่งเสร็จไป เมื่อปลายปี ๒๕๖๒ นะครับ แล้วก็ส่งให้คณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ของจังหวัดอุดรธานีนะครับ ซึ่งหากมีการดำเนินการตามแผนแม่บทดังกล่าวก็จะช่วยแบ่งเบา ให้การเดินทาง การสัญจรด้วยรถยนต์ได้อีกทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับรัฐบาลก็ทราบถึง ปัญหา ทราบถึงคนที่ใช้ถนนเพิ่มขึ้นในเส้นนั้น ๆ นะครับ ในอนาคตกรมทางหลวงเอง ก็บอกว่าถ้าตัวเลขผู้ใช้ถนนตรงนั้นเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น ถ้ามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คันต่อวัน กรมทางหลวงก็จะหยิบโครงการนี้ขึ้นมาศึกษาแล้วก็ดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสมาชิก และรัฐมนตรีนะครับ กระทู้ถามทั่วไปเรื่องนี้ก็จบ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๒ เรื่อง การย้ายเรือนจำกลางอุดรธานี (นายศราวุธ เพชรพนมพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม🔗

ขอเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้มี หนังสือแจ้งว่าติดภารกิจจำเป็นเร่งด่วนไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ ขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามไปเป็นวันพุธที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เรียนท่านศราวุธได้รับทราบครับ จบวาระกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดถึงผู้เข้าร่วมประชุมนะครับ ต่อไปเราพิจารณากระทู้ถาม แยกเฉพาะ วันนี้ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของ ผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นดังนี้🔗

- ลำดับที่หนึ่ง กระทู้ถาม ของ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗

(ตามระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๖)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

- ลำดับที่สอง กระทู้ถาม ของ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗

(ตามระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๕)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

- ลำดับที่สาม กระทู้ถาม ของ นางอนุรักษ์ บุญศล🔗

(ตามระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๑)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

- ลำดับที่สี่ กระทู้ถาม ของ นายนิยม เวชกามา🔗

(ตามระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๔)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

- ลำดับที่ห้า กระทู้ถาม ของ นางอนุรักษ์ บุญศล🔗

(ตามระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๒)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

- ลำดับที่หก กระทู้ถาม ของ นายนิยม เวชกามา🔗

(ตามระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๓)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในการถาม ตอบกระทู้แยกเฉพาะขอย้ำอีกนิดหนึ่งว่าเราปิดสมัยประชุมไป ๑ เดือนกลัวจะลืมนะครับว่า ตามข้อบังคับเราจะใช้เวลากระทู้ถามแยกเฉพาะกระทู้ละ ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที ฉะนั้นเพื่อที่จะให้ท่านผู้ถามและผู้ตอบได้กำหนดเนื้อหาสาระกับระยะเวลาที่จะใช้ให้มัน เหมาะเจาะนะครับเพื่อที่จะไม่เกินเวลา แล้วก็ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ถามได้ ๒ ครั้ง ส่วนถ้าจะ ถามถ้ามีความจำเป็นจะถามครั้งที่ ๓ ท่านต้องให้ประธานอนุญาตก่อน ถ้าประธานอนุญาต ท่านค่อยถามได้ แต่ถ้าประธานไม่อนุญาตท่านจะถามต่อไม่ได้นะครับ เพื่อที่จะให้มันเกิด ความชัดเจนนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๘๕ เรื่อง การบรรจุบุคลากรด้าน สาธารณสุข สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือนายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบ ชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้สนับสนุนข้อมูลเข้าร่วมในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายเจษ เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ๒. นายไพศาล พันธุระ นักวิเคราะห์นโยบาย และแผนปฏิบัติการ พร้อมแล้วเชิญ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถามได้เลยครับ แล้วเชิญ รัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี เตรียมตอบนะครับ เชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา วันนี้ได้มีโอกาสถามกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบ ข้อกระทู้ กระทู้ของผมเป็นเรื่องของการบรรจุบุคลากรด้านสาธารณสุข สังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น🔗

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานี้มีปัญหาเรื่องของ โรคระบาดโควิด (COVID) และบุคลากรหนึ่งที่สำคัญในการบริหารจัดการเรื่องของเชื้อ โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็คือบุคลากรด้านการสาธารณสุข แต่ไม่ได้หมายความว่า บุคลากรด้านสาธารณสุขฝ่ายเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้ที่ช่วยเรื่องของการจัดการปัญหาโรคระบาด โควิด (COVID) ทุกภาคส่วนมีส่วนสำคัญ แต่ในส่วนของบุคคลที่ใกล้ชิดกับปัญหามากที่สุด ก็คือด้านการสาธารณสุข จึงเป็นที่มาของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อช่วงเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ว่าให้มีการพิจารณามติรับบรรจุข้าราชการสาธารณสุขที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าใน ส่วนราชการ จำนวน ๓๘,๐๐๐ กว่าอัตรา เพื่อให้ได้รับการบรรจุเป็นการตอบแทนที่บุคลากร ด้านการสาธารณสุขได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหาของประเทศ ทั้งในชั้นป้องกันเพื่อไม่ให้มีการแพร่กระจายของโรคระบาดโควิด (COVID) และมี การคัดกรองบุคคล รวมถึงการให้การสนับสนุน กรณีที่มีการปิดหมู่บ้านก็ต้องให้บุคลากร ด้านสาธารณสุขเข้าไปจัดการในการดูแลประชาชนในพื้นที่ บุคลากรส่วนหนึ่งที่ใกล้ชิด กับประชาชนด้วยก็คือบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ในส่วนของ บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่ได้หมายเฉพาะบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่ ด้านการสาธารณสุขอย่างเดียว ทุกภาคส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนเพราะว่าเป็นคนที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดนะครับ ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้พิจารณารับบรรจุข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข จำนวน ๒๔ สายงานแล้วนะครับ แต่ในส่วนของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ยังไม่มีความชัดเจนว่าบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ด้านการสาธารณสุข ด้วยจะได้รับการพิจารณาหรือไม่นะครับ ก็มีการร้องเรียนในส่วนของผมที่จังหวัดยะลาเอง ในส่วนของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดตาก แล้วก็ท่านวันชัย ปริญญาศิริ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ก็ได้รับข้อร้องเรียนเช่นเดียวกัน จากชมรมของบุคลากรหน่วยงานสาธารณสุข ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ซึ่งจะมีบุคลากรทั้งเป็นพนักงานทั่วไป พนักงานจ้างตามภารกิจ ลูกจ้างเหมาบริการ และลูกจ้างตามโครงการ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะให้ความช่วยเหลือในชั้นที่มี เหตุการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) บุคลากรเหล่านี้ประกอบด้วย ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยนักวิชาการสาธารณสุข ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ผู้ช่วยแพทย์แผนจีน ผู้ช่วยนักวิชาการ สุขาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานสาธารณสุข ผู้ช่วยเจ้าพนักงานสุขาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน สาธารณสุขชุมชนที่ปฏิบัติงานในกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น บุคคลเหล่านี้ยังไม่มีความชัดเจนในการที่จะได้รับการช่วยเหลือตามมติ คณะรัฐมนตรีที่ผ่านมานะครับ และทราบว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองนั้น ขณะนี้ ได้มีการพิจารณาในรอบที่ ๓ แล้วในการบรรจุแต่งตั้ง และทราบด้วยเบื้องต้นเหมือนกันว่า ในส่วนของ อปท. เอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น แต่ผมไม่รับรองในข้อมูลนะครับ ทราบว่าเหมือนกับว่าจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นพิจารณาเป็นรายหน่วยงานของ ตนเองว่าตัวเองมีความสามารถที่จะจ่ายตอบแทนค่าจ้างหรือไม่ หากว่าในงบประมาณของ ท้องถิ่นนั้นในอัตราร้อยละไม่เกิน ๔๐ ยังมีเงินคงเหลืออยู่สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนประจำ กับบุคลากรนั้นก็สามารถที่พิจารณารับได้ ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน และจริง ๆ แล้วในส่วน ของกระทู้นี้ผมได้ยื่นเมื่อก่อนปิดสมัยประชุม แล้วก็มีการถอนไปเพื่อจะมาถามอีกครั้งใน สมัยประชุมนี้นะครับ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับ บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ จึงขออนุญาตถามทางกระทรวงมหาดไทยว่า ในประเด็นตามที่อภิปรายดังกล่าวข้างต้นมีความคืบหน้าอย่างไรในการจัดการ ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนที่ ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ผมขออนุญาตผู้สนับสนุนข้อมูลเข้าร่วมในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะของท่านรัฐมนตรีน่าจะผิดพลาด ผมได้ข้อมูลมาใหม่ ก็คือ ๑. พันจ่าอากาศเอก ชนินทร์ ราชมณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ๒. นายปิยะ คังกัน ผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ขอเชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบ กระทู้แยกเฉพาะของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ในส่วนของ เรื่อง การบรรจุบุคลากรด้านสาธารณสุข สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนที่ ท่านอาดิลันได้เรียนไปแล้วว่าเรื่องเดิมเรื่องนี้ก็คือว่าคณะรัฐมนตรีนี่ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ ในการเพิ่มอัตราข้าราชการแต่งตั้งใหม่นะครับ และมาตรการอื่นสำหรับ บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขรองรับภารกิจสถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งได้ เห็นชอบให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติ ข้าราชการพลเรือนนั้น บัดนี้ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นประเด็น ที่ท่านอาดิลันได้สอบถามนั้น ได้มีมติได้นำเรื่องดังกล่าวนี่ครับเข้าไปสู่การพิจารณาของ ก.จ. นะครับ ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๓ แล้วก็ มีการประชุม ก.ท. คือคณะกรรมการเทศบาล แล้วก็ ก.อบต. นะครับ ในการประชุม ครั้งที่ ๗/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๓ ได้มีมติเห็นชอบให้การคัดเลือกข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่นปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เป็นกรณีพิเศษเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยไม่ต้องดำเนินการสอบแข่งขันนะครับ โดยจัดทำเป็นประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการคัดเลือก กรณีมีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน กรณีคัดเลือกข้าราชการ หรือพนักงานท้องถิ่นปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด (COVID) ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นการเฉพาะ พร้อมทั้งให้สำรวจข้อมูลรายชื่อบุคลากรด้านสาธารณสุข ที่ปฏิบัติงานอยู่ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่ามีจำนวนเท่าไร แล้วก็โดยให้บรรจุแต่งตั้งในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานเท่านั้น และให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นของบประมาณ สนับสนุนในการบรรจุแต่งตั้งต่อไป โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องได้รับงบประมาณ สนับสนุนก่อน จึงจะพิจารณากำหนดประกาศดังกล่าว เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการคัดเลือกต่อไป ประเด็นก็มีอยู่ว่าในจำนวนตำแหน่งที่มีอยู่ตามอัตรากำลังของ ตามบัญชีรายชื่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีจำนวนกรอบอัตราอยู่ที่ ๑,๐๗๘ อัตรา นะครับท่านประธานครับ แต่ว่าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จริงในขณะนี้ตามตัวเลขก็คือ ๘๖๙ อัตรา เพราะฉะนั้นก็ให้ถือข้อมูลที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่จริง ในเบื้องต้นได้สำรวจตัวเลข เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณสัก ๘๖๙ อัตรา อันนี้เป็นตัวเลขเบื้องต้นที่ได้สำรวจไว้ในขณะนี้นะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็มันมีประเด็นอยู่ว่าในเรื่องงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังเจรจากับสำนัก งบประมาณอยู่ มันจะมีกรณีที่เป็นปัญหาก็คือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีฐานะทาง การคลังดี มั่นคง ไม่เป็นปัญหาอย่างที่ท่านอาดิลันได้สอบถามแล้ว คือถ้าอยู่ในกรอบวงเงิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท้องถิ่นก็สามารถไปดำเนินการได้ แต่มันจะมีปัญหา เกิดขึ้นกับท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีฐานะทางการคลังที่ไม่มั่นคง ประเด็นนี้ครับที่ต้องไปเจรจา กับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงบประมาณ เฉกเช่นเดียวกับ กรณีที่ ก.พ. ได้ของบประมาณ หรือว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ขอรับงบประมาณ จากกระทรวงการคลังในการกำหนดเอามาเป็นค่าจ้าง เอามาเป็นเงินเดือนของพนักงานที่รับ บรรจุเข้าไป เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่กำลังเจรจากับสำนักงบประมาณว่า จะสามารถจัดสรรงบประมาณให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ในจำนวนเท่าไรครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ จริง ๆ แล้วในส่วนของ การร้องเรียนนั้น เนื่องจากที่ผมได้อภิปรายช่วงเบื้องต้นแล้วว่าจะมีจากทั้งจังหวัดตาก จังหวัด สงขลา จากทางจังหวัดปัตตานี คุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็มีส่วนร่วมด้วยในการที่ร้องเรียน เพราะปัญหาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นปัญหารวมขององค์กรนะครับ จากกรณีที่มีมติคณะรัฐมนตรี และเสมือนกับว่ามีความลักลั่นกันในการปฏิบัติว่าในส่วนของสาธารณสุข แต่ทำไมอยู่ใน สายงานเดียวกันแต่ไม่ได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน ตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่จะทำให้ บุคลากรด้านการสาธารณสุขที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทราบว่าจำนวน ๘๖๙ อัตรา ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยที่ได้ให้ข้อมูลนั้นเป็นบุคลากรที่ยังมีความหวัง แต่ไม่แน่ใจว่า ผมจะฝากประเด็นต่อนิดหนึ่งนะครับก่อนจะเข้าถึงคำถามที่ ๒ นะครับ เผื่อว่าท่านจะให้ ข้อมูลประกอบในการตอบคราวเดียวกัน ในคำถามที่ ๒ ก็คือลูกจ้างเหมาบริการตรงนี้ จะมีส่วนด้วยหรือไม่ เพราะเหมือนกับว่าลูกจ้างเหมาบริการนี้จะเป็นเฉพาะภารกิจที่ไม่เกี่ยว ถ้าหากว่าเราพิจารณารวมจากบนเกณฑ์ปฏิบัติงานจริงทั้งหมดที่ลงพื้นที่จริง รับผิดชอบจริง ในการทำงาน ไม่ใช่ดูกรอบของอัตราที่ตอนทำสัญญา หรือเสนอเข้ามาในการเป็นบุคลากร ของ อปท. นั่นเป็นสิ่งที่อยากจะให้พิจารณานะครับว่าอยากจะให้ได้กับบุคคลที่ปฏิบัติงาน จริงในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมา เพราะสถานการณ์โควิด (COVID) ยังไม่จบ เรายังต้อง ระวัง เฝ้าระวังเหตุการณ์ เฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เรากำลังจะเปิดประเทศ และมีนักท่องเที่ยวเข้ามา หลายภาคส่วนนักท่องเที่ยวเข้ามา เริ่มเข้ามาแล้วทางอันดามัน และกำลังจะมีการผลักดันให้มีรับนักท่องเที่ยวจากโลกอาหรับที่เกี่ยวกับด้าน การรักษาพยาบาล ซึ่งจะได้มีเงินเข้าประเทศเราอีกจำนวนมหาศาล ตรงนี้เป็นสิ่งที่อยาก จะฝากทางผู้ชี้แจงนะครับ ผู้ให้ข้อมูลทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ในส่วนของแผนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่า หลายภารกิจที่ยังเหมือนกับว่าเป็นภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับ ยังไม่สามารถ ที่จะได้รับการรับผิดชอบจาก อปท. โดยตรงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงเรียน หรือเรื่องของ สถานพยาบาล ตรงนี้อยากจะทราบแผนการกระจายอำนาจในแนวทางของกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นว่าได้มีการวางแผนการอย่างไรในการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึงสำหรับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตที่จะได้เรียน ในประเด็นเพิ่มเติมเรื่องลูกจ้างที่ท่านมีความกังวลว่าจะครอบคลุมหรือไม่อย่างไร ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานดังนี้นะครับว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เล็งเห็นความสำคัญของภารกิจด้านสาธารณสุข เพราะฉะนั้นในขณะนี้ได้มีมติของ คณะกรรมการที่เราเรียกว่า ก. กลางนะครับ ได้มีมติให้ อบจ. ทุกแห่งทั้ง ๗๖ แห่งในประเทศไทย ได้มีจัดตั้งภารกิจด้านสาธารณสุข ก็คือตั้งกองสาธารณสุขขึ้นที่ อบจ. ทุก อบจ. เพราะฉะนั้น นี่ก็คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเอง หรือว่ารัฐบาลเอง กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้เล็งเห็นความสำคัญภารกิจด้านสาธารณสุขที่ในท้องถิ่นว่า มีความสำคัญ จึงได้มีมติของ ก. กลาง ให้ตั้งกองสาธารณสุขขึ้นทุก อบจ. เพราะฉะนั้นเมื่อตั้ง กองขึ้นแล้วอัตรากำลังก็ย่อมจะต้องเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นบุคลากรด้านสาธารณสุข ก็มีความสามารถที่จะไป ก.อบจ. แต่ละแห่งก็สามารถเมื่อเปิดกองแล้ว ก็ต้องไปทำ คือการจะ มีกองได้มันต้องมีงาน มีงานเสร็จก็ต้องมีฝ่าย ฝ่ายก็มาเป็นกอง เพราะฉะนั้นในกระบวนการ เหล่านี้นี่คือสิ่งหนึ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เล็งเห็นความสำคัญของภารกิจ ด้านสาธารณสุข เพราะฉะนั้นจึงเรียนกับท่านว่าอันนี้เป็นสิ่งที่จะรองรับบุคลากร ด้านสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วเปิดสอบ เปิดบรรจุเป็นพนักงานต่อไป นอกจากนั้นผมขออนุญาตที่จะเรียนเพิ่มเติมว่านอกจากเรื่องการตั้งกองสาธารณสุข เพื่อรองรับภารกิจด้านสาธารณสุข เพื่อรองรับภารกิจด้านการแพทย์ฉุกเฉินด้วย บุคลากร ด้านการแพทย์ฉุกเฉินก็สามารถเข้ามาอยู่ในภารกิจกองสาธารณสุขของ อบจ. ทุกอัตราได้ ภารกิจอะไรต่าง ๆ ที่เรากำหนดขึ้นจะมีการอบรมอะไรต่าง ๆ ต่อไป🔗

ต่อมาก็คือว่า คณะกรรมการการกระจายอำนาจยังได้กำหนดภารกิจถ่ายโอน ภารกิจอย่างหนึ่งที่เรียกว่าภารกิจของ รพ.สต. ให้ถ่ายโอนภารกิจของ รพ.สต. ไปเป็นภารกิจ ของท้องถิ่น นี่คณะกรรมการการกระจายอำนาจมีมตินี้ไปแล้วนะครับในขณะนี้ โดยให้ไปเป็น ภารกิจของ อบจ. หรือว่าเทศบาลนคร เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่าใน ๒ ส่วนนี้ เมื่อถ่ายโอนภารกิจไปบุคลากรก็ต้องไป ถ่ายโอนงานไปก็ต้องถ่ายโอนคนไป ถ่ายโอน งบประมาณไป อันนี้เราเข้าใจกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ได้ถ่ายโอนเรื่องนี้ เรื่องนี้ถึงเป็นภารกิจที่ให้ท่านมั่นใจได้ว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้เล็งเห็นความสำคัญภารกิจด้านสาธารณสุขของประเทศ เห็นว่าอยู่ ใกล้ชิดกับประชาชนเพราะฉะนั้นต้องถ่ายโอนภารกิจนี้ไปให้อยู่กับประชาชน อยู่กับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จะกราบเรียนกับท่านนะครับ นอกจากนั้นยังเห็นว่าการถ่ายโอนภารกิจ โรงเรียนและเทศบาลแล้วยังมีการถ่ายโอนเรื่อง รพ.สต. นี่นะครับ มาเป็นถ่ายโอนภารกิจ นอกจากด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านแพทย์ฉุกเฉินซึ่งถือว่าเป็นภารกิจของท้องถิ่น อยู่แล้ว ก็ถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. มาให้กับ อบจ. มาให้กับเทศบาลนครตามที่ได้กราบเรียนแล้ว🔗

ส่วนเรื่องลูกจ้าง ถ้าหากว่าเป็นบุคลากรของ อบจ. หรือว่าเป็นบุคลากรของ ท้องถิ่นอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะไปสอบเวลาท้องถิ่นเขาเปิดสอบได้ แล้วถ้าหากว่าลูกจ้างที่ท่านบอกว่าจ้างเหมาบริการ ต้องไปดูว่าเขาจ้างเหมาบริการไปทำ ภารกิจอะไร เพราะว่ามันมีหลายภารกิจที่เขาให้จ้างอยู่ เพราะถ้าหากว่าไปจ้างเหมาภารกิจ ไปทำด้านอื่นมันก็ไม่สามารถที่จะมาเข้าข่ายเรื่องสาธารณสุขได้ ก็ต้องดูเป็นกรณีไปว่าลูกจ้าง เหมารวมบริการที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเขาจ้างเพื่อให้ไปทำอะไร ดูที่คำสั่ง ที่มอบหมายภารกิจ ถ้าหากว่าคำสั่งนั้น หรือว่ามีคำสั่งหรือมอบหมายภารกิจให้ลูกจ้าง เหมาบริการไปปฏิบัติหน้าที่ในด้านสาธารณสุขอยู่ อันนี้ก็ย่อมเป็นสิ่งที่จะถือว่าเป็นบุคลากรได้ เพราะฉะนั้นอยู่ที่คำสั่งที่มอบหมายเป็นกรณีไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่ากระทรวงมหาดไทยเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของ การสาธารณสุขของประเทศ แล้วก็บุคลากรด้านนี้ซึ่งถือว่าเป็นบุคลากรที่ต้องทุ่มเท แล้วก็อยู่ ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเมื่อสิทธิพิเศษที่ ครม. ได้มอบหมายให้กับบุคลากร ของกระทรวงสาธารณสุขก็นัยเดียวกันก็ต้องถือว่าบุคลากรด้านสาธารณสุขขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นเรื่องที่รัฐต้องดูแลเช่นเดียวกัน ขอกราบเรียนท่านประธานให้ได้ ทราบถึงความก้าวหน้าดังกล่าว ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ นะครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านนิพนธ์ บุญญามณี นะครับ ต่อไปเป็น ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๓ เรื่อง การลดภาระค่าใช้จ่ายยานอกบัญชี ยาหลักแห่งชาติ (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขติดภารกิจราชการที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงมอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามนี้แทนนะครับ🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗

๑. เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา🔗

๒. เภสัชกรหญิงอัญชลี จิตรักนที เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา🔗

๓. เภสัชกรธนกฤต มงคลชัยภักดิ์ เภสัชกรชำนาญการ สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา🔗

๔. เภสัชกรหญิงศิริพร ฉวานนท์ เภสัชกรชำนาญการ สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา🔗

๕. นางวราภรณ์ สุวรรณเวลา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานโยบาย และยุทธศาสตร์ สังกัดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ🔗

ท่านรัฐมนตรีเอามาหมดเลยนะครับนี่ เอามาทั้งกรมเลยนะ ที่ประชุมพร้อม แล้วนะครับ ขอเชิญท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถามครับ และเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เตรียมตอบครับ เชิญท่านอาดิลันครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบคุณครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา วันนี้ขออนุญาตสอบถามในส่วนของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ประเด็นเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายยานอกบัญชียาหลัก แห่งชาติ และได้รับเกียรติจากทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ช่วยมาตอบ ให้เกิดความกระจ่างกับการใช้นะครับ การรับการรักษาและด้านการสาธารณสุขของพี่น้อง ประชาชนโดยทั่วไปนะครับ🔗

ในประเด็นเรื่องของภาระยาตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เจตนารมณ์จริง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ก็คือเพื่อต้องการให้ประชาชนชาวไทยมีสิทธิเสมอกัน ในการรับบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานและผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล จากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แล้วก็ การให้บริการสาธารณสุขต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ นี่คือเจตนารมณ์ตาม พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๔๕ แล้วเราก็ใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ มาโดยตลอด แต่ปัญหาที่ผมได้ทราบจากข้อร้องเรียนทำให้ต้องมีการตั้งกระทู้แยกเฉพาะวันนี้ ผมเชื่อว่าทุกท่าน ทุกภาคส่วนทราบว่าปัญหาที่เราได้ยินมาก็คือเรื่องของการใช้ยานะครับ ยานอกบัญชีกับยาที่อยู่ในบัญชี ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องด้านการสาธารณสุข เพราะเป็นนักกฎหมายนะครับ แต่ด้วยความที่เราจะต้องสอบถามเนื่องจากว่าเราเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมานะครับ เพราะว่าในส่วน ของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เราได้ยินมาตลอดว่ากรณีที่มีการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล กรณีที่เป็นยานอกบัญชีนั้นก็จะต้องมีการจ่ายยานอกบัญชียาหลักแห่งชาตินะครับ ซึ่งไม่ได้ ปรากฏอยู่ในบัญชีนั้นเวลาประชาชนจะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ก็ต้องจ่ายเงินเอง ต้องเสียเงินเอง ซึ่งในส่วนของยาดังกล่าวนั้นจะมีราคาที่สูงกว่าหรือมาตรฐานคุณภาพ มาตรฐานที่สูงกว่าอย่างไรไม่อาจจะตอบได้ แล้วบางกรณีเราก็ได้ยินว่ายานอกบัญชีเป็นยาที่มี คุณภาพสูงซึ่งต้องมีราคาแพง ประชาชนโดยทั่วไปก็ไม่สามารถจะเข้าถึงได้ในการรับ การรักษาซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาอุปสรรคที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่สามารถ จะเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมกันสำหรับคนที่มีฐานะ มีรายได้ มีความสามารถ ก็ไม่ประสบปัญหาใด ๆ แต่สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ของประเทศก็จะ ไม่สามารถเข้าถึงยาชนิดนี้ได้นะครับ นี่คือสิ่งที่ได้รับข้อร้องเรียนมานะครับ แล้วผมก็ไม่ยืนยัน ว่าข้อมูลที่ได้อีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นความจริงอย่างไรหรือไม่ ก็คือกรณีที่เป็นยานอกบัญชีนั้น ที่จะต้องจ่ายเงินเองนั้น ถ้าเกิดกรณีที่เป็นประชาชนที่มีความสามารถเขาก็สามารถเขาจ่าย ด้วยตัวเขาเอง แต่หากเป็นชาวบ้านที่ยากจนไม่มีความสามารถที่จะจ่าย หากรู้จัก หรือสามารถจะขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการที่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม. ก็จะได้รับการจัดสรรเงินอย่างไร ก็ไม่ทราบเพื่อจะให้ได้มาจ่ายเงินยาชนิดนี้เพื่อจะให้ประชาชนได้รับการรักษา ตรงนี้เป็นข้อที่ มีการพูดกล่าวกันแล้วเราก็ไม่ได้มีการยืนยันว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไร แล้วโดยเฉพาะ การจัดการของกระทรวงสาธารณสุขสำหรับเรื่องนี้นี่จะเป็นอย่างไรนะครับ จึงขออนุญาต สอบถามทางฝ่ายบริหาร ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่ารัฐบาลมีนโยบาย ผลักดันยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติหรือไม่อย่างไรนะครับ ขอทราบรายละเอียดเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่ามาตรฐานการสาธารณสุขของ ประเทศไทยเราจะมีทิศทางอย่างไรในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านได้ตั้งคำถาม แล้วก็เข้าใจได้ดีว่า การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นนี่ ไม่ว่าเราจะอยู่ในอาชีพอะไร แต่หน้าที่ที่สำคัญที่สุด ของเราคือการปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ ที่จะมีขึ้นกับพี่น้องประชาชน สำหรับกรณีที่ท่านถามเรื่องของบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่ท่านเป็นห่วงว่า ท่านพูดถึงความเท่าเทียม ท่านพูดถึงการจัดการเข้าถึงยาด้วยความเสมอภาค ตามกฎหมายที่กำหนดไว้นะครับ ท่านพูดถึงเรื่องการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อจะได้ยานอก บัญชียาหลักเพิ่ม ซึ่งอันนี้ผมไม่มั่นใจว่าจะมีข้อมูลนี้จริงหรือไม่นะครับ แต่อย่างไร ก็ตามก็จะได้ตรวจสอบ ผมเรียนเป็นหลักการอย่างนี้ว่าการกำหนดยาบัญชียาหลักก็เป็น การใช้สิทธิยูซี (UC) หรือสิทธิทั้ง ๓ สิทธิ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ แล้วก็ประกันสังคม ตรงนี้ ผมยังมั่นใจว่าความเท่าเทียมของประชาชนที่ใช้สิทธินี่ได้สามารถใช้สิทธิในยาบัญชียาหลัก ได้เท่าเทียมกันทุกคน เพียงแต่ว่าความสามารถของพี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องใช้ ยานอกบัญชียาหลักนี่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละท่านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามทุกคน มีสิทธิและมีความเท่าเทียมกันในการใช้บัญชียาหลัก การกำหนดการใช้บัญชียาหลักนี่นะครับ ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือท่านอาจจะมอบท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล เช่น ขณะนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็เป็นผู้ดูแล แล้วก็มีคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่า ยาไหนควรที่จะอยู่ในบัญชียาหลักเพื่อให้การบริการพี่น้องประชาชน แล้วก็ขอเรียนว่า จริง ๆ แล้วคณะกรรมการชุดนี้หรือคณะอนุกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่ ๒ เรื่อง ก็คือการเพิ่ม หรือการปรับตามสถานการณ์ว่าบัญชียาหลักที่จะเพิ่มเข้ามาในส่วนไหน มีความจำเป็น แค่ไหนอย่างไร และทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณรายหัวของ สปสช. ที่จะถูกคำนวณเข้าไป ด้วยแล้ว แล้วก็สามารถที่จะไปกำหนดว่าในการใช้ยาบวกกับค่ารักษาในหน่วยบริการที่ใช้ ทั่วประเทศมันมีความคุ้มค่าหรือมีความเหมาะสมอย่างไร ซึ่งขณะนี้ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด ก็ประมาณ ๓,๗๐๐ ต่อหัวประชากร ซึ่งอันนี้รวมทั้งหมดค่ารักษาและค่ายาด้วยนะครับ🔗

อันหนึ่งก็คือว่าตัวคณะกรรมการพัฒนายาหลักนี่เราไม่ได้อยู่นิ่งกับที่นะครับ ทุกปีก็จะมีการประชุม แล้วก็มีการเพิ่มยาในบัญชียาหลักให้กับพี่น้องประชาชนในสิทธิยูซี (UC) หรือสิทธิข้าราชการก็ตามนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ปีที่แล้วถ้าผมจำ ไม่ผิดนะครับ ปีที่แล้วก็จะมีการเพิ่มยาเข้ามาในบัญชียาหลักเป็นยาที่รักษามะเร็ง ต่อมน้ำเหลืองของผู้ใหญ่นะครับ ชื่อริทูซิแมบ (Rituximab) ทั้งของผู้ใหญ่แล้วก็ของ เด็กนะครับ ในบัญชียาหลักจริง ๆ ขณะนี้มี ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งคือยาแผนปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ ๕ บัญชีย่อย มียาอยู่ประมาณ ๙๐๓ รายการ แล้วก็บัญชียาสมุนไพรก็มี ๗๔ รายการ เพราะฉะนั้นการดำเนินการของคณะกรรมการในแต่ละชุดในชุดอนุกรรมการ ในการพัฒนา ยาก็พยายามที่จะพูดง่าย ๆ ให้สิทธิประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ในการเข้าถึง อย่างเท่าเทียม แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณรายหัวที่มีอยู่นะครับ ส่วนเรื่องของ บัญชีนอกบัญชียาหลักนี่ จริง ๆ คณะกรรมการที่เป็นคณะอนุกรรมการนี่ก็ควบคุมราคา ต่อรองราคาเพื่อมีความเหมาะสมไม่ให้มีราคาสูงเกินไปด้วย ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามกลไก ที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ ก็ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในคำถามแรกเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน มีคำถามที่ ๒ นะครับ เชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับที่ได้ให้ข้อมูลทำให้เราได้ เห็นว่าในส่วนของฝ่ายบริหารเองก็ได้พยายามที่จะขยายกรอบของประเภทยา ฉะนั้นเพื่อจะ ให้ประชาชนได้เข้าถึงยาที่มีคุณภาพและยาที่ได้พิจารณาแล้วว่าจำเป็นจะต้องใช้ใน สถานการณ์ในช่วงเวลานะครับ🔗

ผมขออนุญาตไปที่คำถามที่ ๒ นะครับ รัฐบาลมีนโยบายช่วยลดภาระ ค่าใช้จ่ายยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด นั่นหมายถึงว่า ในส่วนของยานอกบัญชีนั้นที่ผมได้เกริ่นตอนช่วงต้นแล้วว่ากรณีที่ประชาชนไม่สามารถ จะเข้าถึงยาอยู่นอกบัญชี ยาอยู่นอกบัญชียาหลัก แต่จำเป็นจะต้องใช้และมีช่องทางใดบ้างที่ สามารถจะไปร้องขอจากสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นจาก พม. พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หรือหน่วยงานอื่นใดที่สามารถที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของประชาชนไว้ได้นะครับ ขออนุญาตเป็นคำถามที่ ๒ ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ก็ต้องเรียนย้ำกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าในส่วนของการใช้จ่าย นอกบัญชายาหลักนี่ คือคณะกรรมการทั้งคณะกรรมการพัฒนายา ทั้งคณะอนุกรรมการนี่ เราก็พยายามที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้มีการควบคุมเพื่อให้ยามีราคาด้วยความเป็นธรรมกับ การที่สมมุติประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชียาหลัก แต่อย่างไรก็ตามคือผมเข้าใจ ว่าท่านต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่จะก้าวข้ามจากบัญชียาหลัก แต่ว่า ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณภาครัฐรายหัวที่จะสามารถที่จะครอบคลุมราคายามากน้อย เท่าไร แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าในส่วนของแพทย์ที่ให้การรักษาหรือกรณีสิทธิต่าง ๆ ก็อาจจะมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในรายละเอียด เช่น ในระบบราชการนะครับ ประกันสังคม แต่ส่วนยูซี (UC) นี้ก็แน่นอนที่สุดมันก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณรายหัวที่เรามีอยู่ แต่อย่างไร ก็ตามก็ขอเรียนว่าคณะกรรมการในแต่ละฝ่ายจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะ ให้บริการพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงยาอย่างเท่าเทียมกันตาม พ.ร.บ. ตั้งแต่ต้น ในการให้บริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมกันอย่างเสมอภาคนะครับ หลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ นะครับ และต้องขอขอบพระคุณ ท่านจริง ๆ นะครับ เพราะว่าท่านได้ถามกระทู้หลายครั้ง แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า จบกระทู้ถามเฉพาะกระทู้ที่ ๒ ในวันนี้นะครับ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ที่กรุณา ให้เกียรติห้องกระทู้ถามเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่านผู้ที่เข้ามาร่วมชี้แจงด้วยนะครับ ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระ ๑.๓.๑🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๗๘ เรื่อง ขอให้ช่วยเหลือดูแล เยียวยาพนักงานช่วยเหลือคนไข้ในภาวะวิกฤติโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดภารกิจราชการที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฯพณฯ สาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบ ชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากกองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗

๑. นางสาวอรพิน ทองสมนึก นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ🔗

๒. นายบุญนำ ลองกระโทก นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ🔗

๓. นายปรีชา บุญญาภิสิทธิ์โสภา นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ แล้วผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม จำนวน ๒ ท่าน คือคุณวรชัย วงค์ศรีแก้ว ๒. นางสาวชนาพร เดชทันต์ ทั้งนี้ก็เรียนท่านผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ การประชุมได้ทราบว่าขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมนะครับ กรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรให้อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าว วาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ ต่อไปเชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ แล้วเชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมตอบนะครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงที่วันนี้นั้นต้องบอกว่า ท่านมาให้ความกระจ่างในเรื่อง ขอให้ช่วยเหลือดูแลเยียวยาพนักงานช่วยเหลือคนไข้ในภาวะ วิกฤติโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งต้องบอกว่าพนักงานช่วยเหลือคนไข้เป็นป้อมปราการ ด่านแรกที่ต้องรับเชื้อโรค แล้วทีนี้มันยังเสี่ยงกับโรคอื่น ๆ อีกมากมายค่ะท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะว่า นอกจากโควิด (COVID) ที่มันฟักตัวอยู่ใน ร่างกาย ๑๔ วัน แล้วแพทย์บางท่านยังบอกว่า ๒๐ วันที่ไม่แสดงอาการ ถ้าไปโรงพยาบาล และเป็นโรคอื่นล่ะคะ อย่างเช่น เกิดอุบัติเหตุเลือดไหลอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ไปสัมผัสกับพนักงาน ช่วยเหลือคนไข้อย่างนี้เขาก็เป็นด่านแรกจริง ๆ มีความเสี่ยงมาก แม้กระทั่งโรคเอดส์ (Aids) ด้วย แล้วก็โรคระบาดอื่น ๆ ด้วย ก็เลยว่าเขาทั้ง ๔๒,๐๙๕ คน ๔๐,๐๐๐ กว่าคนนี่นะคะ โดยประมาณทั้งประเทศเป็นป้อมปราการด่านแรกที่รับเชื้อโรค โดยเฉพาะวิกฤติโรคโควิด (COVID) นี่ โควิด-๑๙ (COVID-19) นี่นะคะ แล้วทราบมาว่าพนักงานเงินเดือนอยู่ที่ประมาณ ๗,๕๐๐ บาทเท่านั้นค่ะท่านประธาน แล้วทีนี้ถ้าไปทำงานหยุดเสาร์ อาทิตย์นี่นะคะ ก็จะทำงานประมาณ ๒๒ วัน ถ้าค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์ด้วย แล้วก็ค่ากินข้าวด้วยวันละ ๑๐๐ บาท ก็จะเป็นเดือนหนึ่ง ๒,๒๐๐ บาทแล้ว มีเงินเข้าครอบครัวแค่ ๔,๓๐๐ บาท ซึ่งบางท่านนี่นะคะ เงินเดือนขนาดนี้กินข้าวมื้อเดียวเท่านั้นละค่ะ แต่ทีนี้นั้นต้องดูว่าประเทศไทย ผ่านวิกฤติโควิด (COVID) มาได้ ได้เพราะว่าการผนึกกำลังกันของคนทั้งประเทศนั้นก็ใช่ ได้เพราะว่า อสม. เก่งกล้าสามารถนั้นก็ใช่ ได้เพราะว่าปราการด่านแรกนี่ก็ใช่ แล้วเขาไม่ควร จะถูกลืมไปจากความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศ ดิฉันถามท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะช่วยเหลือดูแลเยียวยาพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ตำแหน่ง พนักงานช่วยเหลือคนไข้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ นะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการได้มอบหมายให้มาตอบกระทู้ท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้แทนกันมาหลายสมัยรวมทั้งสามีท่านด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานกับท่านอนุรักษ์ว่าในสถานการณ์โควิด (COVID) นี่นะครับ เราทราบดีว่าเราจะเห็นคนส่วนใหญ่ก็ให้การยอมรับ หมอ พยาบาล อสม. ความจริงแล้วกระทรวงสาธารณสุขมีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ประมาณ ๗๐ กว่าสายงาน มีบุคลากรรวมทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างเหมาบริการ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ท่านที่ทำหน้าที่อยู่ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ คือต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าต้องเห็นใจน้อง ๆ ที่เป็นผู้ช่วย เรียกว่าเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ ถ้าท่านประธานไม่ทราบน้อง ๆ ที่ใส่ชุดเหลือง ๆ ตามโรงพยาบาลที่คล้าย ๆ เป็นผู้ช่วยดูแล ซึ่งแน่นอนที่สุดเป็นหนึ่งส่วนสายงานที่ทำหน้าที่อยู่หน้า และเป็นผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างานของ โควิด (COVID) รัฐบาลนี่เราสำเร็จมาด้วยกัน รัฐบาลพยายามที่จะให้ความสำคัญในทุกส่วน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลให้เรียกว่าบรรจุอัตราข้าราชการ ๔๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ๔๐,๐๐๐ อัตรานี่เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ไม่ได้รับเนื่องจากว่าคุณวุฒิเขาจะไม่สามารถ บรรจุได้ เราทราบดี แล้วเราก็ทราบว่าเขาเป็นผู้ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หน้างาน มีความเสี่ยง เหมือนกับคุณหมอ เหมือนกับพยาบาลผู้ช่วยเหลือแน่นอนที่สุด อันนี้กระทรวงเราคือผมต้อง เรียนว่าท่านรัฐมนตรีว่าการและผม เราเข้าใจระบบและเราดูหมด เราต้องการที่จะช่วยเหลือ ทุกเจ้าหน้าที่ ทุกสายงานให้ได้รับการดูแล ส่วนนี้เขาอยู่หน้างานโควิด (COVID) เราก็เห็นว่า เมื่อเขาอยู่หน้างานแต่เขาไม่สามารถที่บรรจุเป็นข้าราชการได้ เราก็ขอ ครม. ว่าเราจะทำ อย่างไร เพื่อให้เป็นกรณีเป็นขวัญกำลังใจให้กับพวกเขาในการปฏิบัติหน้าที่ แน่นอนที่สุด เรื่องของความเสี่ยง เรื่องของอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นชุดพีพีอี (PPE) หรือเซอร์จิคอล แมสก์ (Surgical Mask) อะไรเราพยายามที่จะสนับสนุนให้เขาได้เต็มที่เพื่อป้องกันความเสี่ยงของเขา แล้วก็ในส่วนที่เราขอ ครม. ไปนะครับ นอกจากเขาเรียกเบี้ยเสี่ยงภัยในช่วงของสถานการณ์ โควิด (COVID) ที่เขาต้องดูแลคนไข้เป็นพิเศษตั้งแต่เดือน จริง ๆ เขาทำงานมาก่อนนะครับ รัฐบาลก็ดูและพิจารณา แล้วก็อนุมัติย้อนหลังให้เขา ๗ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม จนถึง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เป็นเวลา ๗ เดือนนะครับ เป็นอัตราผลัดละนะครับ เป็นผลัดนะครับ ผลัดละ ๑,๐๐๐ บาทต่อคน ก็อันนี้เขาจะสามารถเบิกย้อนหลัง ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะได้ เบิกแล้วเพราะว่ามันเป็นที่เราขอไปอยู่ในงบกลาง งบเงินกู้ผมจำไม่ได้นะครับ แต่ว่าอันนี้ แน่นอนที่สุดเราอนุมัติหลักการไปแล้วแต่ถึงเขาหรือยังไม่ทราบ แต่ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่กระทรวง ได้เยียวยาเบื้องต้นกับการดูแลคนไข้โควิด (COVID) สำหรับพนักงานช่วยเหลือคนไข้นะครับ กรณีที่อยู่หน้างาน🔗

ส่วนเรื่องความเข้าใจเรื่องความมั่นคง หรือขวัญกำลังใจที่เขาจะมีสิทธิ เดี๋ยวค่อยตอบคำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ควบกันก็ได้นะครับ เพื่อที่จะได้มีความครบถ้วน แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงก็เข้าใจดีนะครับว่าอัตราค่าจ้างที่ท่านอนุรักษ์พูดถึงก็คือขั้นต่ำ ๗,๕๙๐ บาท แต่ก็มีขั้นสูงอยู่ตามอายุงานนะครับ ก็คือไม่เกิน ๑๖,๐๓๐ บาท แต่ว่าทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าในการปฏิบัติหน้าที่ก็อาจจะมีค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาที่จะสามารถทำงานเป็นผลัด นอกจากที่ทำงานปกตินะครับ ถ้าท่านจะถามเรื่องของความมั่นคง หรือเรามีคำตอบเรื่องว่า เรากำลังจะทำการปรับตัวเลขเพื่อจะเสนอกระทรวงการคลังในการปรับค่าจ้างให้เขาเดี๋ยว ท่านถามคำถามที่ ๒ ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอนุรักษ์ถามคำถามที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ เป็นอย่างสูงค่ะ ทราบมาว่าผู้ปฏิบัติงานด้านหน้า ต้องบอกว่าด้านหน้า ด่านแรกที่ดิฉันใช้คำว่า ป้อมปราการด่านแรกของเชื้อโรค ในโรงพยาบาลนี่นะคะ มีค่าตอบแทน ต้องเรียนให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ได้ทราบว่า ดิฉันยื่นเรื่องนี้มากว่า ๖ เดือนแล้ว พอจะปิดสมัยประชุมก็เลยถอนออกมาแล้วก็ มายื่นใหม่ กว่าจะได้บรรจุนี่ก็ ๖ เดือนผ่านไป แล้วก็ทราบมาว่าท่านสามารถเบิกเบี้ยเลี้ยง ย้อนหลังได้ถึง ๗ เดือน ผลัดละ ๑,๐๐๐ บาท ก็คงจะถึงพี่น้องประชาชนคนที่ทำงาน ป้อมปราการด่านแรก ก็คือพนักงานช่วยเหลือคนไข้ในภาวะวิกฤติโรคโควิด (COVID) แล้วก็ ทำงานอยู่ตรงนั้น รับโรค ต้องบอกว่ารับโรคต่าง ๆ มากมายมหาศาล ก็คงจะเป็น ขวัญกำลังใจได้อีกส่วนหนึ่ง ต้องขอบพระคุณไปที่ทุก ๆ ท่าน รัฐมนตรีทุก ๆ ท่านใน กระทรวงสาธารณสุขนะคะ แล้วก็นักวิชาการทุกท่านที่เห็นความสำคัญของต้องบอกว่า ผู้น้อย ๆ ที่มีเงินเดือนน้อย ๆ เพื่อการดำรงชีวิตขวัญและกำลังใจ ถ้าให้ขวัญและกำลังใจอย่างนี้ ท่านประธานคะ ต่อไปโควิด-๑๙ (COVID-19) จะระบาดอีกสัก ๒ รอบ ๓ รอบ ก็จะทำให้เรา รอดพ้นวิกฤติกันทั้งประเทศเลยทีเดียวค่ะ🔗

ทีนี้ท่านบอกว่าในเรื่องความมั่นคงของอาชีพกับเงินเดือนเริ่มต้นนี่ค่ะ จาก ๗,๕๐๐ กว่าบาท ไปจนถึง ๑๖,๐๓๐ บาท ที่ท่านบอกว่ามันจะเป็นความมั่นคงขึ้นไป เรื่อย ๆ นั้นนี่ ดิฉันเป็นข้าราชการเก่าทราบว่ามันเป็นแท่งของเงินเดือนอยู่นะคะ จะบรรจุ ตามเงินเดือนสามารถที่จะเป็นพนักงานของรัฐ สามารถที่จะเป็นข้าราชการได้เมื่อถึง กำหนดเวลาเท่าไร ๆ เช่น เป็นพนักงานช่วยเหลือ ๑๐ ปีอย่างนี้ สามารถที่จะตั้ง คณะกรรมการหรือว่าเลื่อนขึ้นไปรับเงินเดือนอีกแท่งหนึ่งที่สูงขึ้น อย่างนี้มันก็จะเป็นขวัญ และกำลังใจ และเป็นความมั่นคงของครอบครัวได้ไปตลอด ดิฉันเห็นนะคะ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะ ดิฉันไปนี่ละค่ะปราการด่านแรกวันนั้นดิฉันไปเห็น ที่เป็นที่มาของการตั้งกระทู้เรื่องนี้ซึ่งบอกกับสื่อไปแล้ว เมื่อเช้าสื่อก็ถามว่าเป็นเพราะอะไร มีแรงบันดาลใจอะไรหรือไม่ ดิฉันไปเจอด้วยตัวเองค่ะ วันนั้นคนบ้าต้องบอกว่าคนบ้า หรือคุณหมอจะเรียกว่าจิตเวชนี่นะคะ กว่าจะจับฉีดยาได้นี่นะคะ ดิฉันก็ต้องวิ่งหลบไปหลาย เสาเลยทีเดียว พนักงานก็วิ่งไล่ตะครุบเลยกันเลยทีเดียวอย่างนี้ อันนี้เขาก็จะเจอบ่อย ๆ แล้วก็ทุกครั้ง ๆ นอกจากโรคระบาดไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งเป็นโรคระบาดโลกใบนี้นั้น ก็สาหัสสากรรจ์อยู่แล้ว แล้วมาเจอชีวิตประจำวันอีกที่ต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้อีก ก็สาหัส สากรรจ์อยู่แล้วนะคะ🔗

ดิฉันถามคำถามที่ ๒ ค่ะ ท่านประธานด้วยความเคารพค่ะว่ากระทรวง สาธารณสุขจะปรับค่าตอบแทนพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ตำแหน่งพนักงานช่วยเหลือ คนไข้หรือไม่ อย่างไร และเมื่อไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ นะครับ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็คงจะตอบแบบสั้น ๆ นะครับ ให้ท่านอนุรักษ์ได้มี ความคืบหน้าในการที่จะทำหน้าที่ แล้วก็จะได้เป็นข่าวดีสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ เรียนอย่างนี้นะครับว่าจริง ๆ ด้วยความเห็นใจของเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคนไข้ ความจริงมันมี อีกหลายชนิดสายงานที่ทำอยู่หน้างาน ถ้าท่านอนุรักษ์ทราบ ท่านประธานเห็นพวกลูกจ้าง เขาเรียกลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำที่เขาเป็นพนักงานเปลบ้าง เขาเป็นอะไรปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในหน่วยบริการต่าง ๆ นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราคิดว่าน่าที่จะดูแลพวกเขา เพราะเขาก็อยู่ หน้างานพร้อม ๆ กับปฏิบัติงานพร้อมกับคุณหมอแล้วก็พยาบาลอันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามคำถามของน้อง ๆ กลุ่มพนักงานช่วยเหลือคนไข้นี่เป็นหน้าที่ของกระทรวง สาธารณสุขซึ่งจะต้องดูแลอยู่แล้วนะครับ ผมเรียนว่าเรากำลังทำแผนปรับบัญชีค่าจ้าง ฉบับใหม่นะครับ เพราะเพื่อให้มันสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งไม่ได้มีการปรับมานานมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามการขอเสนอปรับก็ต้องขึ้นอยู่กับ เกณฑ์อัตราเงินเดือน แท่งเงินเดือนที่พูดถึง ซึ่งท่านอนุรักษ์ก็ทราบดีว่าจะต้องปรับอะไร อย่างไร แล้วก็ทั้งหมดนี่คือกระทรวงสาธารณสุขทำเองไม่ได้ เราปรับได้แต่เราต้องเสนอไปที่ กระทรวงการคลังเพื่อให้เขาอนุมัติ บัญชีใหม่ของเรา เรากำลังจะเสนออัตราต่ำสุด เริ่มต้นที่ ๘,๖๙๐ บาท แล้วก็ไปยันเพดานที่ ๑๘,๔๘๐ บาท นี่คือบัญชีอัตราค่าจ้างที่เราจะทำเสนอ ขึ้นไปใหม่ แต่ทั้งหมดนี่ก็ต้องเรียนว่ามันเป็นไปตามวุฒิ มันเป็นไปตามสายงาน เป็นวิชาชีพ ที่กระทรวงก็ต้องดูแลทั้งระบบของ อ.ก.พ. กระทรวงนะครับ ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ทั้งหมด ๗๐ สายงาน เราก็ได้งบประมาณ จริง ๆ งบประมาณภาพรวมของเราของกระทรวง สาธารณสุขปีนี้ลดลงด้วยนะครับ ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่บังเอิญว่าเงินเดือนทั้งหมดก็มีบางส่วน ที่ไปผูกกับ สปสช. ในส่วนของงบประมาณของกระทรวงเองก็ได้ประมาณสัก ถ้าผมจำไม่ผิด ประมาณสัก ๗๐ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ทั้งหมดนี่ก็ต้องดูภาพรวมในการที่จะใช้งบ ที่กระทรวงได้รับไปจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ อัตราที่จะได้รับอนุมัติแต่ละปี อันนี้คือข้าราชการ นะครับ เรายังโชคดีที่หน่วยบริการยังสามารถที่ใช้เงินบำรุงมาช่วยจ่ายค่าล่วงเวลา หรือค่า อะไรให้กับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จะได้ให้กับพนักงานของเรา เพราะฉะนั้นระบบสาธารณสุข เป็นระบบที่พูดง่าย ๆ ว่ามันไม่ใช่เป็นระบบโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบ แต่ว่ามันเป็นระบบ ที่ค่อย ๆ แก้ไขปัญหา งาน เจ้าหน้าที่มีน้อยค่อย ๆ จ้าง คนก็เข้ามา ความมั่นคงก็อาจจะยังมี ปัญหาอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามเราทราบดีและพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นสำหรับบัญชี เงินเดือนโครงสร้างใหม่ก็จะถูกเสนอไปที่กระทรวงการคลังโดยเร็วที่สุดตามอัตราที่ผมเรียน ให้ทราบนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านครับ นิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นผมเพิ่มนิดเดียว ผมคิดจะมีคำถามที่ ๓ ท่านประธาน นิดเดียวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ถามได้ ๒ ครั้ง ท่านรัฐมนตรีตอบเพิ่มเติมก็ได้🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผมเพิ่มเติมเรื่องความมั่นคงของกลุ่มนี้นะครับ คือความมั่นคงของกลุ่มนี้ก็คือว่าเขาก็จะ ปฏิบัติหน้าที่จนถึงอายุ ๖๐ ปี ส่วนหนึ่งการได้รับเงินเพิ่มค่าจ้างก็เป็นไปตามอายุงานนะครับ สิทธิประโยชน์ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์นะครับ เวลาเกษียณเขาก็จะได้มีกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพ แล้วก็เห็นว่ามีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ด้วย ถ้าเสียชีวิตก็จะได้รับเงินประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เขาสามารถลาไปศึกษาต่อได้ถ้าเขาปฏิบัติงานมาครบ ๒ ปี แล้วก็สามารถที่จะขอเปลี่ยนย้ายสายงานได้ในกระทรวง อันนี้ก็เป็นหลักประกัน และความมั่นคงที่กระทรวงมีให้กลุ่มนี้นะครับ ก็เรียนท่านอนุรักษ์ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า จบการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง ขอให้ช่วยเหลือดูแลเยียวยาพนักงานช่วยเหลือคนไข้ ในภาวะวิกฤติโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ครับ ที่กรุณาให้เกียรติกับทางห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา🔗

ที่ประชุมครับความจริงแล้วเราต้องไปกระทู้ถามที่ ๑.๓.๔ ของท่านนิยม เวชกามา แต่เนื่องจากว่ารัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีที่จะมา ตอบนั้นนะครับ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังเดินทางมาไม่ทัน ฉะนั้นผมจึง ขออนุญาตเลื่อนเอากระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๓ ขึ้นมาถามก่อนนะครับ ก็ขอแจ้งที่ประชุม ได้รับทราบ ที่ประชุมคงไม่ขัดข้องนะครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระ ๑.๓.๓🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๘๑ เรื่อง ขอให้เร่งรัดดำเนินการ แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำทางช้างเผือกเพื่อผันน้ำ ลำห้วยน้ำพุง ลำน้ำก่ำ บ้านตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร และลำห้วยสาขาทั้งระบบ เพื่อบรรเทา ปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เป็นผู้ตอบ🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจราชการที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจง กระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากกรมชลประทานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗

๑. นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่🔗

๒. นายปรีชา รักศิลป์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักพัฒนาแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่🔗

๓. นายสมพร อารยชาติสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทาน ขนาดใหญ่ที่ ๓🔗

ผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ในครั้งนี้ด้วยนะครับ ซึ่งก็มี ๑. นางสาวปัญนิษา จำรัสธนเดช ๒. นางสาวกนกคัคนางค พงศ์สถาพร ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมนะครับ กรุณา ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรให้อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าว วาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายอกนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านนิยม เวชกามา ได้ถามนะครับ แล้วก็เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ได้เตรียมตอบครับ เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมขอขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่มาตอบกระทู้ผม ในวันนี้ครับ เนื่องจากเป็นความต้องการ แล้วก็เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน พื้นที่เขต ๒ ของผม เลยขอเรียนถามกระทู้ใช้เวลาซึ่งพอสมควรอันนี้ละครับ เนื่องจาก ช่วงนี้เป็นโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำจากน้ำก่ำลงไปสู่น้ำโขง ซึ่งเดิมทีเดียวก็เป็น การผันน้ำจากภูพานลงมาที่หนองหารเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จึงทำการก่อสร้างประตูระบายน้ำ เรียกว่า ทางช้างเผือก คือจากลำน้ำพุง น้ำก่ำ วันนี้ตัดออกมาไปสู่น้ำโขงโดยตรงไม่ต้องผ่านไปที่ หนองหาร คือไปส่วนหนึ่งครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เขาเรียกว่าโครงการ ทางช้างเผือกในพระราชดำริ โดยประตูน้ำอยู่ที่บ้านตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ หลังเทศบาลตำบลตองโขบ ปัญหาก็เกิดขึ้นพอสมควรตรงที่ที่ต้องมาถามวันนี้ ความจริง พี่น้องประชาชนอยากได้โครงการทางช้างเผือกอยากได้มาก แต่ก็เป็นปัญหาซึ่งเป็นเรื่องปกติ จึงมาบอกมากล่าวของท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าโครงการ ทางช้างเผือกซึ่งเป็นลำห้วย ความยาวจากบ้านตองโขบอีกลงสู่น้ำก่ำ โดยไม่ต้องผ่าน หนองหาร ความจริงลำห้วยทางช้างเผือกตรงนี้ไปลงที่บ้านหมากเฟืองในเขตอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ไม่ได้ลงที่หนองหาร แล้วก็ไม่ได้ลงโซน (Zone) สกลนคร แต่ปัญหา ที่ผมบอกนี่โครงการนี้ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีทราบว่า ๒,๑๐๐ ล้าน ก็ทำเป็นระยะ หลายขั้นตอน ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ดังนั้นเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจริง ๆ แต่ก็มีปัญหาตรงนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน คือว่าระบบคลองชลประทาน มันมาตรฐาน ทุกคนยอมรับ พี่น้องประชาชนก็อยากได้แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นตรงที่ว่า คลองชลประทานมันระดับมาตรฐานเกินจนไม่สามารถรับน้ำเข้ามาในคลองได้ หรือมันสูงนะ พูดง่าย ๆ มาตรฐานของกรมชลประทานสุดยอดละ เพราะฉะนั้นในการแก้ปัญหานี่จึงมา ถามว่าเราจะปรับเปลี่ยนกระบวนยุทธ์อย่างไรไหมที่ว่ามันจะไม่ท่วม ๑. คือถ้าน้ำมันไม่เข้า โดยปกติพอน้ำฝนตกลงมาโดยของมันจริง ๆ คือมันต่ำอยู่แล้วของทางช้างเผือกมันมี โดยธรรมชาติมันก็จะไหลเข้า แต่พอเราสร้างคลองชลประทานตัวนี้มันสูงขึ้นน้ำมันเข้าไม่ได้ เพราะมันมีคลองกั้นเป็นถนน ๒ ฝั่งละท่านประธานมันเลยมีปัญหาตามมาคือมันจะท่วม ผมเลยต้องมาถามวันนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ถามหรอกครับเพราะผมเรียกร้องมาตั้งแต่เป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ อยากได้ เพียงแต่ว่ามันมีปัญหาตรงที่ที่ผมพูดว่าน้ำเข้าไม่ได้ แล้วน้ำออกไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องไปแก้แบบแก้อะไรก็แล้วแต่ท่านต้องฝาก เป็นเรื่องใหญ่นะ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่แก้ปัญหานี่ โดยเฉพาะตำบลแมดนาท่ม ตำบล ด่านม่วงคำ ปีนี้น้ำไม่มากก็ไม่มีปัญหา ปัญหาน้อย แต่ถ้าน้ำมากท่วมหมดเลยครับ ท่วมถึง บ้านไม่ใช่ท่วมแต่นานับเป็นร้อย ๆ ไร่ ที่ต้องพูดถึงอีก ต่อมาคือพอทำแบบนี้เป็นเจตนาดีของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของชลประทานคือต้องทำคลองซอยออกไปอีก เรียกว่า คลองซอย แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะชาวบ้านมาร้องเรียนแล้ววันนี้เพราะยังไม่ทำนะ ขนาดยังไม่ทำก็มีปัญหาว่าพอเราจะทำไปมันไปกินที่กินทางชาวบ้านหมดกลัวไม่มีที่ทำกิน ทำกินก็คือทำนานั่นละครับอย่างอื่นไม่มีหรอกเพราะยังไม่มีน้ำวันนั้น ดังนั้นชาวบ้านก็ขอให้ ทางชลประทานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปรับวิธีการใหม่ เพราะคลองนี้มัน ๑๖ กิโลเมตรครับที่จะคลองซอยออกไปนี่มันไปกินที่หลายหมู่บ้าน ๒ ตำบล ๒-๓ ตำบล ตำบลตองโขบ ตำบลแมดนาท่ม ไปถึงตำบลด่านม่วงคำ พี่น้องบางคนมีที่ทำกิน มีไร่นาแค่ ๓ ไร่ เพราะคลองตัวนี้มันใหญ่ไป ใหญ่หมายความว่า ๑๖ ไร่ แต่ว่าพื้นที่กว้าง ๕๗ เมตร เป็น ๒ ฝั่ง บางคนมีที่น้อยอยู่แล้วหมดไม่เหลือ แล้วก็ไปกินอยู่ในที่ ในทาง ในบ้าน ในอะไร ด้วยผมไปดูแล้วมันไปเป็นที่ไร่ที่นาหมดผมเดินไปดูกับนายอำเภอแล้วก็ทำความเห็นพี่น้อง ยังไม่อยากได้ตรงนี้คือมันหมด หรือถ้าจะทำให้ไปปรับแผนใหม่ ปรับวิธีจัดการอาจจะเล็กลง หรือทำเป็นคลองไส้ไก่แล้วแต่ อันนี้ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ถ้าทำขณะนี้บอกชาวบ้าน ไม่เอาหรอกครับเพราะเอาแล้วเขาไม่มี ไม่มีที่ทำกินปัญหามันมันหมด ผมจึงต้องถามเป็น คำถามที่ ๑ ว่าการแก้ปัญหาในเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางแก้แนวทาง ที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงสร้างประตูระบายน้ำทางช้างเผือกลงลำห้วยน้ำพุง น้ำก่ำ ของที่บ้านตองโขบ เทศบาลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ และไปถึงลำห้วยสาขาทั้งหมดที่ ผมพูดมานี่เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนเขาอยากได้ ผมไม่พูดว่า อยากได้นะ ชาวบ้านอยากได้เพียงแต่ว่าอยากได้วิธีการใหม่ที่คลองทั้งหลายที่เป็นคลอง สาขาย่อยนี่ ส่วนคลองใหญ่ก็ยังแบบเดิมละเพียงแต่ไปปรับให้มันไม่ท่วมให้มันเล็กลง ไม่ใช่เล็ก พอทำแล้วคลองใหญ่คลองเมน (Main) มันทำเสร็จแล้วนะครับตอนนี้ที่ยังใช้ไม่ได้คือ ประตูใหญ่ยังไม่เสร็จเท่านั้นเองครับ เพียงแต่ว่าไปปรับให้น้ำเข้าได้ ออกได้ประเภทนั้นนะ นี่มันใหญ่ เห็นไหมนี่มันใหญ่มาก มันใหญ่จนน้ำเข้าไม่ได้ ปัญหาจะบอกว่าโดยมีการออกแบบ และก่อสร้างให้เหมาะสมกับภูมิประเทศแทนการสร้างแบบสากลมาตรฐานแต่ว่าชาวบ้าน ไม่ได้ประโยชน์มากหรือได้ประโยชน์แต่มันท่วมทั้งหมู่บ้าน ก็ฝากท่านว่าท่านจะดำเนินการ หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดให้ท่านตอบเสียก่อนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องพูดเลยว่า ท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา นี่เป็นผู้แทนรุ่นเก่าและน่าชมเชยเป็นห่วงใยชาวบ้านจริง ๆ ไม่เฉพาะเรื่องนี้ทุกเรื่องผมรู้จักท่านดี ขอชมจริง ๆ ว่าท่านเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่งนำเรื่องนี้ มาพูดก่อนนี้ดีแล้ว ถูกต้องเลย ผมขอทำความเข้าใจกับท่านประธานนะครับ ศึกษากันเรื่องนี้ ก่อนว่าคลองระบายหรือคลองเลี่ยงเมืองนี้เกิดขึ้นอย่างไร ท่านประธานครับพื้นที่ของจังหวัด สกลนครนั้นจะมีหนองน้ำใหญ่อยู่อันหนึ่งคือหนองหาร หนองหารมีเนื้อที่ประมาณ ๗๗,๐๐๐ ไร่ ที่รองรับน้ำ แล้วก็น้ำทุกสารทิศจะลงมาอยู่ในหนองหารแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะมันตื้นเขินทำให้น้ำที่ไหลลงมานี่ท่วมเมืองสกลนคร ดังนั้นทางการไฟฟ้าเขาสร้างเขื่อน ไว้เขื่อนหนึ่งเพื่อกักน้ำไม่ให้ลงหนองหาร คือเขื่อนน้ำพุง นี่เป็นเขื่อนที่ผลิตไฟฟ้าของ การไฟฟ้า เขื่อนน้ำพุงนี่จะไหลผ่านหลายอำเภอลงมาที่หนองหารมีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ตรง ๑๐๐ กิโลเมตรนี่ถึงหนองหารจะทำให้น้ำท่วมหมดเลย เขื่อนนี้บรรจุน้ำ ได้มีความจุน้ำเขื่อนประมาณ ๑๖๕ ล้าน แต่น้ำจริง ๆ มีเป็นพันล้าน แต่เก็บไว้ ๑๖๕ ล้าน เท่านั้น น้ำก็จะไหลเอ่อไปตามนี้ ดังนั้นเป็นโครงการพระราชดำริ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวบอกว่าต้องสร้างประตูระบายน้ำพุง น้ำก่ำเพื่อเลี่ยงเมือง จึงเกิดคลอง หรือลำห้วยทางช้างเผือกขึ้นมา ตรงนี้ก่อนที่จะเข้าหนองหารจะมีประตูน้ำอยู่ ๑ ประตู เขาเรียกว่าประตูน้ำหลักกิโลเมตร ที่ ๘๙ ๕๐๐ ประตูน้ำพุง-น้ำก่ำ เพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าหนองหารไม่อย่างนั้นไปท่วม เมื่อเสร็จแล้ว โครงการพระราชดำริท่านบอกให้ขุดคลองทางช้างเผือกที่ท่านพูดนี่เลี่ยงเมืองไม่ให้ลง หนองหาร มีระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ๑๘ กิโลเมตร แล้วก็ไปรวมกับน้ำก่ำนี่อีก ๔ กิโลเมตร พี่น้องครับ พี่น้องที่อยู่โคกศรีสุพรรณท่านต้องภูมิใจ ดีใจว่าท่านนิยมท่านห่วง และโครงการนี้ได้ขุดคลองเมน (Main) เสร็จแล้ว คราวนี้ท่านนิยมท่านกลัวบอกว่าขุดอย่างนี้ แล้วชาวบ้านจะไม่ได้น้ำ ขอทำความเข้าใจครับ เพราะน้ำก้อนนี้คลองเส้นนี้รับน้ำได้ประมาณ ๔๒ คิวต่อวินาทีนะครับ คลองเส้นนี้ถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องระบายนะครับ เก็บน้ำได้เป็นล้านคิว เก็บได้เลยที่เห็นว่าใหญ่ ๆ นี่นะครับ เก็บน้ำเป็นล้านคิว คราวนี้ท่านห่วงว่าคลองมันใหญ่ ไปไหม แล้วชาวบ้านจะได้น้ำไหม ลำห้วยต่าง ๆ มันไปปิดกั้น เราคิดแล้วครับก่อสร้างอย่างนี้ ครับ แผนที่เราดำเนินการเสร็จแล้วในขณะนี้คือกรมชลประทานคิดถึงท่านนิยม กลัวชาวบ้าน จะไม่มีน้ำกิน น้ำใช้จึงสร้างประตู ๗ ประตู ในลำน้ำทางช้างเผือก และปีนี้คลองเมน (Main) ทางช้างเผือกนี่เราเสร็จแล้วนะ ๑๘ กิโลเมตรนี่เสร็จแล้ว มาลงน้ำก่ำนี่จบแล้ว เราก็สร้าง ประตูปีนี้เลยทำให้พี่น้องได้เห็นเลยว่าระยะเริ่มประตูแรก กม. ๐ ๗๘๐ ประตูที่ ๒ กม. บังคับน้ำ ๓๐๐ กิโลเมตรที่ ๓ ๑๒๐ อันที่ ๓ หลักกิโลเมตรที่ ๕ บวก ๕๐๐ หลักกิโลเมตรที่ ๗ บวก ๗๐๐ หลักกิโลเมตรที่ ๑๐ บวก ๖๐๐ หลักกิโลเมตรที่ ๑๓ บวก ๓๐๐ หลักกิโลเมตรประตูน้ำอันสุดท้ายคือ ๑๕ บวก ๘๐๐ นี่เป็นประตูน้ำที่จะเก็บน้ำไว้ให้ พี่น้องได้ใช้ ท่านพูดถูกน้ำมันจะเก็บไม่ได้เลย เพราะระดับจากลำน้ำพุงมาผ่านทางช้างเผือก มันต่างกัน ๙ เมตร ฉะนั้นมีทางเดียวคือต้องสร้างประตูอย่างนี้กันไม่ให้น้ำไหลลงไปหมด เวลาท่านจะใช้น้ำท่านพูดถูกครับเพราะมันจะมีลำเหมืองเยอะแยะเลย เราก็สั่งเลยว่า ท่านผู้อำนวยการเสริมชัย คนนี้ คนนี้เป็นผู้รับผิดชอบนั่งคู่กับท่านนี่ ผมบอกว่าถ้าอย่างนี้ ท่านต้องไปดูอีกทีหนึ่งนะครับ ลำน้ำนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้องอำเภอ โคกศรีสุพรรณจะสามารถทำนาได้ถึง ๗๐,๐๐๐ ไร่ โครงการนี้ได้ทั้งอำเภอและบางตำบล ของท่าน ผมก็ขอแสดงความดีใจ ขอบคุณแทนชาวบ้านต่อท่านนิยมเป็นห่วงว่าน้ำจะไม่มี คราวนี้จบแน่ ปีนี้เราสร้างเลย ๒ ประตูนี้ ปี ๒๕๖๔ สร้างให้ท่านดูเลยว่าเก็บน้ำได้ แล้วก็จะ สร้างอีก ๕ ประตู ที่ท่านห่วงก็คือว่าน้ำจะไม่เข้าลำเหมือง เขาคิดไว้แล้วครับจะระบายน้ำให้ดู แล้วก็สิ่งที่ดีที่สุดเอาอย่างนี้ครับ ท่านนิยมการก่อสร้างทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ วันเสาร์นี้ เป็นอย่างไร ท่านกลับบ้านไหม ท่านประชุมเลยชาวบ้าน ผมจะให้ผู้อำนวยการทุกคน ไปเลย ชาวบ้านอยากได้อะไร วันเสาร์สิบโมงเช้าเจอที่ไหน อย่างนี้มันกว่านิยมเอ๊ย🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ที่ว่าการอำเภอ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ไม่ได้สิ ไปที่คลองเลย ไปที่คลองเลยว่านี่เขาติงอย่างนี้ ๆ นะ ท่าน ผอ. ส่งผู้เกี่ยวข้องไป ให้หมดเลย สร้างเต็นท์สักอันหนึ่ง ตั้งเต็นท์หน่อย ดูชี้พื้นนากันเลย ถ้าสร้างอย่างนี้น้ำมันกั้น อย่างนี้ไม่ไปมันท่วมอย่างนี้ ไปประชุมอำเภอไม่เห็นอะไรอยู่อย่างนี้ ขอตำบลไหน ที่ไหนบอกมา ที่เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านบอกมีตำบล ที่เดือดร้อนมีตำบลอะไรของท่านผมจดไม่ทัน🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ตองโขบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๒-๓ ตำบลนี้ ท่านเอาจุดไหนบอกมาเลย ท่านไปจัดสถานที่เลย บอกชาวบ้านมาสักพันคน นะครับ ต้องการอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ อย่างนี้ถึงว่าเรียกว่าช่วยกัน ก่อสร้างให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับชาวไร่ชาวนา ท่านนิยมนัดสิบโมงเช้า เก้าโมงก็ได้มันร้อนแดด ท่านบอก ไปดูสถานที่จริงดีไหม ชลประทานพร้อม ชาวบ้านจะได้เข้าใจแล้วก็พอใจ อันที่เสร็จแล้ว เป็นอย่างไร ท่านติชม เสร็จแล้วมีนะครับ อันนี้ก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นิยมอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านเอาใจใส่และทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชาวไร่ชาวนาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม คงไม่ต้องถามเพิ่มเติมกระมังครับ ก็ชัดเจนหมดแล้ว🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

นิดเดียวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้เกินกว่า คำตอบอีก เชิญครับ ท่านเหลือเวลาอีกนิดหนึ่ง เชิญ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมพอใจในคำตอบท่านรัฐมนตรีประภัตรมากครับ เพียงแต่อยากเพิ่มเติมนิดหน่อย คือที่ท่าน บอกมันเสร็จแล้ว วันนี้แล้วก็เป็นความหวังว่าท่านจะเร่งประตูใหญ่ฝากให้มันเสร็จเร็วขึ้นด้วย เพราะจริง ๆ แล้วมันใช้เงิน ๖๕ อีกแค่ ๑๐๐ ล้านนั่นเอง ถ้าเอาตรงนั้นมาทำให้มันเสร็จ มันเสร็จทุกอย่างแล้ว ถามท่าน ผอ. ก็ได้ ผมนี่ไปดูเพียงแต่ว่าทำอย่างไรมันจะได้ใช้เร็วขึ้น ทีนี้ผมจะต้องถามต่อไป เรียนท่านประธาน ท่านที่มาบอกตรงคลองใหญ่ คลองทางช้างเผือก ผมเข้าใจท่านเสร็จ ท่านคงแก้ปัญหาได้ที่บ้านจะท่วมไม่ท่วม ท่าน ผอ. โครงการก็เห็นแล้วว่า มันต้องไปแก้ปัญหา แต่ผมต้องพูดอีกนิดเดียวครับ ชาวบ้านฝากถามมาซึ่งผมก็ต้องบอกเขา ไปว่าเงินเวนคืนเพราะมันมีบางส่วนต้องใช้เงินเวนคืน ท่านตอบผมหน่อยว่าเร่งให้เขาหน่อย พี่น้องอยากได้ มันจะน้อยจะมากก็ไม่เป็นไรให้เขาหน่อย จะเป็น ๖๔ ๖ อะไร ที่ถ้ามันออก มาแล้วท่านก็จัดการให้หน่อย🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ของเดิมใช่ไหม🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ของเดิมด้วยเพราะเดิมก็ยังไม่ได้ อันใหม่ ก็ยังไม่ได้ ก็ฝากท่านว่าจัดการให้หน่อยพี่น้องฝากมาเวนคืน และที่ผมถามนิดเดียว ทีนี้ อันใหม่คือคลองที่ท่านมีโครงการใหม่ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร มันไปเข้าในที่ไร่ที่นา ในบ้าน ของคนด้วยครับ ผมไปดูแล้วกับท่านนายอำเภอเอกภพเดินดูเลย ไปทั่วเลยวันนั้น กับเจ้าหน้าที่ ทางชลประทานเราก็ไป บางจุดนั้นไปเข้าในบ้านเลยครับ อันนี้เป็นภาพของเก่า เข้าไปในบ้าน ในไร่ในนา บางอย่างเขาบอกเขาไม่เอาทำแบบนี้มันไม่เหลือเขาบอก ขอให้ทำ ให้เล็กลงหน่อยจาก ๕๗ เมตร คลองตัวนี้ทั้งถนนด้วย ถ้า ๕๗ เมตร โน่นนี่นั่นด้วยมันเป็น เกือบ ๑๐๐ เมตร พูดง่าย ๆ ถ้ามันกินไปวันนั้น เขาบอกแล้วเขาจะทำอะไรกิน แล้วนาเขา ได้น้ำมาแต่ไม่มีนาแล้วเอามาทำไม เขาบอก อันนี้คือเป็นประเด็นว่าฝากท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าปรับกระบวนไม่ได้ท่านหยุดเลยก็ได้เขาบอกตัวนี้ อันนี้ฝากท่านนะ แต่ว่าอยากให้มันเล็ก ลงเขาอยากได้น้ำ ถ้าท่านทำคลองใหญ่มันก็ไม่ถึงบ้านแต่ให้มันเล็ก เป็นไส้ไก่เป็นอะไร ที่ชลประทานเคยทำได้ไหม ไม่ใช่ ๕๗ เมตรนี่หมดเลย เขาบอกแล้วเขาจะไปทำได้อย่างไร อันนี้ฝากท่าน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อยู่ใกล้ ๆ กัน ไม่ต้องตะโกนแรงขนาดนั้นก็ได้ยิน เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่เราต้องคิดถึงปริมาณน้ำ เวลานี้ ปริมาณน้ำจากเขื่อนน้ำพุงนี่มีมากเป็นหลายร้อยคิวบิกเมตรต่อวินาที จริง ๆ ที่ท่านพูด ถ้าแค่นี้ท่านพอใจแล้ว สายใหม่ที่จะสร้างเขาเรียกว่า หนองแซง-ห้วยซัน-ห้วยยาง ความยาว ๑๖ กิโลเมตรยังไม่ได้สร้าง ได้ออกแบบเฉย ๆ ตรงนี้ให้จบก่อน ถ้าเมื่อไปดูท่านบอก ๕๗ เมตรมันเล็กไป ผมก็จะฝากทางเจ้าหน้าที่ไปดูใหม่นะครับ เลี่ยงเมือง อันนี้เป็นประโยชน์ ต่อสกลนครโดยตรง ถ้าเรามาทำตรงนี้อีกเส้นหนึ่งห่างกันประมาณ ๓ กิโลเมตรที่จะระบายน้ำ ตรงนี้คลองใหญ่กว่า ตรงนี้เมื่อสักครู่นี้ผมบอกแล้ว ๔๒ คิว แต่ตรงนี้ ๑๐๐ คิว ดังนั้นมันจะ ช่วยระบายไม่ให้ท่วมมันมีประโยชน์ แต่ท่านบอกว่ามันใหญ่ไปไม่เป็นไรยังไม่ได้สร้าง ไปออกแบบใหม่ แล้วก็เลี่ยงให้เขาหน่อยนะครับ ไม่ต้องตรง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะเลี่ยง บ้านเขานิดหนึ่งอันนี้ทำได้ครับ อันนี้ผมฝากไป ไปพูดเลยวันเสาร์ เรานัดนะวันเสาร์ เรื่องเงินเวนคืน เงินเวนคืนทั้งหมดนี่มันก็ทั้งหมด ๕๗ ล้านบาท ๕๗ ล้านบาทนี่เขาก็จะจ่ายปีนี้ ไม่ต้องจดไปพูดกันวันเสาร์ จดให้เมื่อย ผมจะเอาแผ่นนี้ให้ไปดู จะให้ใครบ้าง ๑๓ แปลงแรก ๒๒ ล้านบาทอะไรนี่ ผมไม่อ่านแล้วว่าเราได้จัดให้แล้ว จัดให้เรียบร้อยเราแล้วก็จะจ่ายให้ กับเขาในปีนี้🔗

ประการที่ ๒ คราวนี้ฝากท่านนิยมบ้าง แปลงนี้สำคัญเพราะน้ำมันจะมาช่วย ในการระบายไม่ไปท่วมนี่ด้วย ถ้าท่านให้เล็กแล้วก็บอกชาวบ้านค่าเวนคืนไม่เอาได้ไหม นิดหน่อย เล็กลงแล้วก็ต้องเอานิดหน่อยนะครับ อันนี้ยังแก้ได้คือเส้นสีแดงที่ว่าท่านอยากให้ เปลี่ยนแปลง หนองแซง-ห้วยซัน ถ้าไม่สร้างมันจะท่วมอีกจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะคลองอันใหม่ นี่ต้องการระบายน้ำน้ำพุงอย่างยิ่ง ไม่อย่างนั้นก็ไปล้นนี่ไปเข้านี่อีกน้ำก็เสียประโยชน์ ถ้ามา ทางนี้ท่านได้อีกไม่น้อย ๗๐,๐๐๐ ไร่ ๗๐,๐๐๐ ได้ทั้งอำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย อำเภออะไรของท่านหลายอำเภอได้หมด ก็ฝากเอาไว้ ท่านประธานครับ ก็เป็นอันว่าสรุป ทุกอย่างไปแก้ไขในพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ ราษฎร และท่านผู้แทนนิยมครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็จบการถาม กระทู้แยกเฉพาะของท่านนิยม เวชกามา นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตรนะครับ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของพวกเรา ที่ประชุมครับต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๒ เรื่อง ขอให้ส่งเสริมอาชีพการปลูกใบยาสูบ และชะลอการขึ้นอัตราภาษียาสูบ (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

กระทู้ถาม เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทนนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากกรมสรรพสามิตเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้นะครับ🔗

๑. นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักภาษี รักษาการในตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต🔗

๒. นางสาวศิริเพ็ญ ศิริสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการสรรพสามิต🔗

๓. นายภูดิศ จันทร์ขาว นักวิชาการภาษีชำนาญการพิเศษ🔗

และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ นะครับ ๑. นางสาวปัญนิษา จำรัสธนเดช ๒. นางสาวกนกคัคนางค พงศ์สถาพร ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาปฏิบัติตามระเบียบ สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้ เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ถามครับ เชิญครับ ขออนุญาตว่าฝ่ายถามมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ ฝ่ายตอบก็มีเวลา ๑๐ นาที ฉะนั้นก็ให้สั้น กระชับตามเวลาที่กำหนด เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ขอบคุณท่านครับประธานครับ ท่านประธานครับ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับผมขออนุญาตต้องขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านไพสิฐนะครับที่มาตอบกระทู้ผม🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาคมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านอาคมครับ ขออนุญาตครับพูดผิด คือเรื่องนี้ความจริงเป็นเรื่องของกระทรวงการคลังผมเลยเข้าใจผิดครับ คืออย่างนี้ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเรื่องยาสูบนี่มันเป็นวิบากกรรมของชาวบ้านครับ พี่น้อง บ้านผมปลูกใบยาสูบขายก็เป็นอาชีพหนึ่งอาจจะไม่มากมายเท่ากับบ้านท่านประธาน ทางบ้านแพงนี่แต่ก็ถือเป็นอาชีพที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ ประเทศไทยที่ปลูกยาสูบนี่ผมมี ข้อมูลสถิติไปเก็บมาแล้วว่า ๓๑ จังหวัดทั่วประเทศในพื้นที่ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ ภาคอีสาน มีพื้นที่ปลูก ๓๘,๐๐๐ ไร่ ๑๑ จังหวัดในภาคอีสานครับ รวมจังหวัดผมด้วย ก็หลายจังหวัด นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ทั้งหมดเมืองเลย เมืองอะไรหมดมีอาชีพอยู่กับ การปลูกใบยา แล้วก็เก็บใบยาขายเป็นอาชีพเลยท่านประธานครับหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเขาก็ มาทำอาชีพนี้ แต่ปรากฏว่าผมไปดูในหลายเงื่อนไข เพราะยาสูบมันเป็นพืชที่รัฐบาล ไม่ส่งเสริมพูดง่าย ๆ เกษตรก็ไม่มีนะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีนโยบายส่งเสริม ปลูกยาสูบเลยนะ กระทรวงการคลังก็ไม่มีนโยบายแบบนี้เพียงแต่ว่าเก็บเอาภาษีเท่านั้นครับ มันเลยเป็นปัญหาพี่น้องในเรื่องราคา บ้านผมสกลนครนี่ตกกิโลกรัมละ ๒๖ บาทก็มีพี่น้อง ก็ขาย ๒๖.๓๓ บาท แค่นั้นครับ ปลูกทั้งปีท่านครับ ผมจึงว่าแบบนี้มันจะเป็นความเมตตา จากท่านมาแทนนายกรัฐมนตรี ผมถามนายกรัฐมนตรีเพราะว่ามันคาบเกี่ยวกันระหว่าง กระทรวงการคลังกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว กระทรวงการคลังอะไรก็แกเข้าใจว่าอันนี้เป็นปัญหาที่พี่น้องจะต้องได้รับความดูแลจาก รัฐบาล เป็นภาษีบาปก็จริง ความจริงเงินจากภาษีสรรพสามิตเป็นมหาศาลนะ ไม่ว่า สสส. ไม่ว่าแม้กระทั่งทีวี (TV) ไอทีวี (itv) นี่เดิมนี่ก็ใช้เงินตัวนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และด้วยความเคารพว่าถ้าหากทางท่านรัฐมนตรีซึ่งวันนี้มาแทนนายกรัฐมนตรีนี่เมตตาว่า ประเทศไทย ๓๑ จังหวัดก็ปลูกยาสูบ ๑๓๔ ไร่ ปีหนึ่งก็ ๓๐,๐๐๐ กว่าตันนะ ผลผลิตต่อไร่ ก็ ๓๖๘ กิโลกรัม นี่ละคือราคาขายก็ ๖๓ บาทที่ผมพูดนี่ละบ้านผมก็ไม่มากเพราะเป็นจังหวัด ที่พื้นที่ปลูกได้ระดับหนึ่งของภาคอีสานจาก ๓๘,๐๐๐ ไร่ สกลนครปลูกได้แค่ ๓๘๐ ไร่ แต่ทุกคนมีอาชีพจากการขายยาสูบเป็นส่งลูกส่งเรียนลูกได้เรียนนะท่านประธาน ท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้มองข้าม ผมอยากหันกลับมาว่า เป็นคำถามที่ ๑ เลย ท่านประธานบอกไม่ต้องพูดยาว ส่วนท่านรู้อยู่แล้วว่ายาสูบสารกี่ชนิด เขาก็ปลูกส่วนใหญ่ก็ปลูกตัวเวอร์ยิเนีย (Virginia) นี่ละส่วนใหญ่ครับ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ฮิต (Hit) ติดอันดับอยู่นี่ส่วนใหญ่นะ ส่วนบริษัทรับจ้างอย่างไรก็ว่าไป แต่ในกระบวนการผมไม่ได้มองที่ บริษัทผมมองกับพี่น้องประชาชนว่าเขาได้อะไร เพียงให้เขาหน่อยโรงงานยาสูบเจ๊งไปแล้วก็ เรื่องของโรงงานยาสูบเพราะอะไรผมไม่รู้ ผมบอกเพื่อนผมนี่คุณน้อยนี่อยู่เรียนหนังสือ ด้วยกันนี่บอกโอ๊ยน้อยเอ๋ยถ้าโรงงานเจ๊งไปแล้วคุณจะทำอะไรกินเงินทั้งนั้นของหลวง อันนี้คือ ฝากท่านครับว่ารัฐบาลมีนโยบายไหมที่จะส่งเสริมอาชีพการปลูกยาสูบของเกษตรกรกลุ่มนี้ ๓๑ จังหวัดทั้งประเทศเพื่อเป็นการสร้างรายได้ในการดำรงชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ สร้างความยั่งยืนให้เขานี่ผมไปเห็นแล้วครับ ผมไปร่วมพิธีเขาจัดพิธีมอบทุนการศึกษาเขาก็ เอาเงินส่วนนี้มาทำครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีก็ฝากท่านว่าท่านมีนโยบายอย่างไรที่จะ ส่งเสริมเขาต่อไปในปีต่อไปนี่ ขอทราบรายละเอียดครับ คำถามที่ ๑🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะเรื่อง ขอให้ส่งเสริมอาชีพการปลูกใบยาสูบและชะลอการขึ้นอัตราภาษียาสูบ กระผมขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ดังนี้นะครับ🔗

ต่อคำถามที่ ๑ นั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องยาสูบนั้นก็ท่านใช้คำว่า เป็นวิบากกรรม ก็จริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่มีปัญหากันมาแต่นานมากแล้วนะครับ ตั้งแต่ ผมรับราชการอยู่ที่สภาพัฒน์ก็ได้เห็นปัญหานี้ในเรื่องของยาสูบ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทางกระทรวงการคลังนั้นก็อยากจะเรียนว่าการปรับโครงสร้างภาษียาสูบเกี่ยวกับเรื่อง ของการปรับโครงสร้างภาษีนะครับ ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ นั้นก็เป็น มาตรการหนึ่งซึ่งเราเดินตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกนะครับ หรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เพื่อลดการบริโภคยาสูบเพราะเราทราบดีอยู่แล้วว่ายาสูบนั้นก็เป็นสินค้าที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ซึ่งก็เป็นมาตรการทั่วโลกนะครับ ซึ่งมาตรการดังกล่าวนั้น ก็ก่อให้เกิดการบริโภคบุหรี่ภายในประเทศนั้นลดลง ก็สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคบุหรี่ ที่ลดลงทั่วโลกเช่นเดียวกันนะครับ อย่างไรก็ตามนั้นในเรื่องของมาตรการการปรับโครงสร้าง ภาษียาสูบนั้นก็ทำให้ราคาขายปลีกบุหรี่นั้นทั้งในประเทศและที่มีการนำเข้าก็มีการปรับราคา ก็มีทั้งเพิ่มขึ้น แล้วก็มีการลดลงด้วยแล้วแต่ประเภท ยี่ห้อต่าง ๆ พวกนี้นะครับ ก็สมควรให้ การยาสูบแห่งประเทศไทย ซึ่งอดีตนั้นก็คือโรงงานยาสูบ ตอนนี้ก็แปรสภาพมาเป็นการยาสูบ แห่งประเทศไทย ก็สูญเสียส่วนแบ่งของการตลาดไปส่วนหนึ่งนะครับ ดังนั้นเพื่อให้ปริมาณ การรับซื้อใบยานั้นสอดคล้องกับสัดส่วนการตลาดที่มันลดลงนะครับ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นการยาสูบแห่งประเทศไทยนั้นก็ได้ลดโควตานะครับ ลดโควตาการรับซื้อ ใบยาสูบจากเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบฤดูการผลิต อันนี้พูดถึงปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ก็ลดลงไป ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากตรงนี้เองนั้นรัฐบาลก็ได้ดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็มีทั้งหมดเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือนั้นก็ ๑๕,๐๕๖ ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่ให้การช่วยเหลือ ๑๓๓,๑๓๕,๑๙๓ บาท เพราะฉะนั้นโดยเฉลี่ยแล้ว เกษตรกรรายหนึ่งก็จะได้รับโดยเฉลี่ยก็ประมาณ ๘,๘๖๕ บาทต่อรายในฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าโควตาลดลงนั้นก็มีผลต่อการรับซื้อ ทางกรมสรรพสามิตนั้นก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้งเพื่อจะดูว่าการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น จะทำอย่างไรนะครับ ก็ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานระหว่างการยาสูบแห่งประเทศไทย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มี ๓ กระทรวงด้วยกัน ก็กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็แน่นอนที่สุดก็เป็นกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาในเรื่องของแนวทางการส่งเสริมเกษตรกรเพาะปลูกพืชชนิดอื่นแทน การปลูกยาสูบ ซึ่งต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของเกษตรกร แล้วก็พร้อมกับ การแนะนำและประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งก็ขออนุญาตเรียนว่า ในปี ๒๕๖๒ นั้นก็มีการประชุมหลายครั้ง พอมาในปี ๒๕๖๓ นั้นก็เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ก็ว่างเว้นการประชุมไป แต่ว่าเมื่อผมมารับหน้าที่ในเรื่องของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนั้นก็จะเร่งรัดในเรื่องของคณะทำงานตรงนี้ในเรื่องของการหารือแนวทาง ว่านอกจากการปลูกพืชทดแทนตรงนี้แล้วนี่จะมีแนวทางอะไรที่จะทำให้เกษตรกรนั้นมีรายได้ อย่างน้อยเท่ากับยาสูบที่เขาเคยได้นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่าน ส.ส. ว่าแน่นอนที่สุด เมื่อราคายาสูบมันดี ราคามันสูง แต่พอปลูกพืชทดแทนถ้าเป็นพืชที่มีราคานั้นก็ต้องดูว่า เราจะปลูกพืชมีราคาสูงหรือไม่ อย่างไร แล้วก็เหมาะสมหรือไม่ ประเด็นก็อย่างเช่น ขออนุญาตยกตัวอย่างที่ในพื้นที่สูงซึ่งสมัยก่อนนั้นเรามีการปลูกฝิ่นกันตามโครงการของ พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็ปรับเปลี่ยนในเรื่องของการปลูกฝิ่นไปสู่พืชที่มี ราคานะครับ แต่ก็ต้องเหมาะสมกับสภาพอากาศด้วย ปัจจุบันนี้ก็ทำให้รายได้ของเกษตรกร นั้นมีความเท่าเทียมกับในเรื่องของการปลูกฝิ่น ซึ่งก็ทำให้เราเองก็ปลอดจากในเรื่องเป็น แหล่งผลิตในเรื่องของยาเสพติดในโลกด้วย อันนี้ก็เป็นผลดีกับชื่อเสียงของประเทศไทย ก็ขออนุญาตเรียนว่าในคณะทำงานตรงนี้ผมก็จะเร่งรัดให้มีการหาข้อสรุปในโดยเร็ว เมื่อสักครู่นี้พูดถึงปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นั้นในฤดูการผลิตนี้ กระทรวงการคลังโดยสรรพสามิตนั้นก็ได้ขอจัดสรรงบกลางเป็นจำนวน ๑๕๙.๕๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ด้วย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบนั้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบังเอิญในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นั้นนี่ เรื่องของงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๓ งบกลางนั้นก็มีจำกัดนะครับ มีจำกัด เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่าขอให้ชะลอตรงนี้ไปก่อน แต่อย่างไรก็ตามนั้นเนื่องจาก งบกลางมีจำกัด แล้วก็เรายังประสบปัญหาในเรื่องของภัยแล้ง แล้วก็เรื่องอุทกภัยอีก นอกจากนั้นก็ยังมีโครงการที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ซึ่งก็รวมถึงเกษตรกรด้วย อันนี้อาจจะ ไม่เกี่ยวกับในเรื่องของผลกระทบจากการปลูกยาสูบ แต่ว่าเป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลนั้น ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้วก็พี่น้องเกษตรกรด้วย เรื่องนี้ก็คือเรื่อง ๕,๐๐๐ บาท ที่จ่ายทันทีในเรื่องของผลกระทบจากโควิด (COVID) ๕,๐๐๐ บาท คูณ ๓ ก็ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ให้การช่วยเหลือไป เพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่าโครงการดังกล่าวนั้นภาครัฐได้เยียวยา ส่วนหนึ่งบวกกับในเรื่องของสถานการณ์โควิด (COVID) นั้นก็ได้เติมเงินเข้าไปให้อีก ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าหากมีความจำเป็นนะครับ ทางกระทรวงเองก็พร้อมที่จะ นำเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลในเรื่องของการเยียวยานะครับ เพราะจำเป็นครับก็เข้าใจเพราะว่า เกษตรกรยังไม่ได้ยกเลิกการผลิตยาสูบทั้งหมด เพราะฉะนั้นเขาก็ยังทำอาชีพนี้อยู่ เพราะฉะนั้นทางเราที่เป็นรัฐบาลนั้นโดยเฉพาะโรงงานยาสูบที่ลดการซื้อลงไปที่จะต้องช่วย ชดเชยให้เขานะครับ ส่วนปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ก็คือปีนี้แล้วก็ทางกระทรวงการคลังก็อย่างที่ ผมกราบเรียนสักครู่นี้ก็ดูสถานการณ์แล้วก็ดูว่างบประมาณรายจ่ายของเรานั้นมีเพียงพอ หรือไม่ อย่างไร แล้วก็จะดูในเรื่องของการให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไปนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านนิยมถามคำถามที่ ๒ นะครับ คำถามสุดท้ายนะครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอบคุณท่านครับที่ท่านยังคิดว่ามีโครงการที่จะเยียวยา แต่ท่านต้องเข้าใจว่าตัวนี้เป็นเรื่อง ของภาษีครับคนละประเด็น เมื่อสักครู่นี้ผมขอให้ท่านกลับไปส่งเสริมเขาหน่อยพี่น้อง ประชาชน ต้องเข้าใจว่าการปลูกยาสูบนั้นก็เป็นวิถีชีวิตเหมือนกันนะ ผมเกิดมาจนถึงวันนี้ จนอายุขนาดนี้ใกล้ไม่กี่ปีก็ตายแล้วนี่ครับ เห็นเขาปลูกอยู่ แล้วก็ปลูกวันนี้ละ ครั้งแรก ไม่เข้าใจเอาใบยามาห้อย ๆ แล้วมาตากตามใต้ถุนบ้านส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะยากจนครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นผมจึงว่าถ้าวันนี้ท่านจะเมตตากว่านั้นว่าแล้ว การขึ้นภาษีจากเหตุที่การขึ้นภาษีของรัฐบาลเรานี่ทำให้ภาษีขึ้นแต่โควตาลดลงการซื้อ เพราะว่ารัฐบาลต้องซื้อ ลดจำนวนลงปัญหามัน เกษตรกรก็เดือดร้อนเพราะท่านมีโครงการ จะขึ้นภาษี จากที่จะเห็นว่าราคาเดิมขึ้นอีกจาก ๔๐ บาท เป็น ๖๐ บาท พอขึ้นภาษีเป็น ๖๐ บาท มันเท่ากับขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ราคาตรงนี้ พอขึ้นแล้วมันทำให้คนหันไปสูบยานอก ยาต่างประเทศเพราะราคามันเท่ากัน แต่วันนี้ก็เป็นยาเถื่อนทั้งหมด พอมันเป็นบุหรี่เถื่อน เข้ามาเลยเต็มเลยเพราะระหว่างบุหรี่ไทยกับบุหรี่นอกคนไปสูบบุหรี่นอกดีกว่า เพราะราคา มันถูกกว่า อันนี้คือปัญหาว่าเขาขอได้ไหม เรื่องภาษีนี่ขอชะลอไปก่อนได้ไหมอย่าเพิ่งขึ้นเลย เขาบอก เพราะถ้าขึ้นภาษีปัญหาการปลูกท่านก็ไม่ซื้อเพราะมันต้องลดลง บริษัทที่รับซื้อ ส่วนใหญ่เอกชนตอนนี้ เอกชนรับซื้อนะครับ โรงงานยาสูบน้อยมากชาวบ้านตาดำ ๆ ก็ลำบาก เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลนี่มีนโยบายหรือโครงการอะไรไหม ที่จะชะลอการขึ้นอัตราภาษียาสูบลงไป อาจจะยืดออกไปให้เขาปรับตัวหรือหาวิธีการให้เขา แบบท่านว่าชดเชยอะไรก็แล้วแต่ตาม พ.ร.บ. สรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ นี่ มันจะทำได้ไหม หรืออย่างไร อันนี้ผมอยากฟังจากปากท่านรัฐมนตรีว่ามีวิธีการที่จะชะลอการลดขึ้นภาษี แล้วไปหาวิธีการที่จะไปเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ผมกราบเรียนท่านนิดหนึ่งว่ายาสูบนี่ปลูก ไม่ได้ทุกพื้นที่ พวกแห้งแล้งนี่ปลูกได้เลยครับ ใช้น้ำน้อยมาก เพราะฉะนั้นในส่วนที่น้ำมาก ก็ไปปลูกอย่างอื่น ที่เขาปลูกอย่างอื่นไม่ได้คือที่มันแล้ง พี่น้องบ้านผมภาคอีสานมันแล้ง พอ มันแล้งก็ปลูกยา เพราะยาสูบสู้ทุกสถานการณ์แล้งอย่างไรมันก็อยู่ได้ อันนี้คือต้องกราบเรียน ท่านว่าท่านมีวิธีการที่จะชะลอออกไปก่อนไหมเรื่องการขึ้นภาษี ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๒ นะครับว่าเรามีแนวทาง ในการชะลอหรือไม่ อย่างไรนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของการปรับอัตราภาษีนั้นนี่ จริง ๆ แล้วก็ต้องดูในหลาย ๆ ปัจจัยประกอบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโดยเฉพาะ อย่างยิ่งผลกระทบต่อเกษตรกร แล้วก็อุตสาหกรรมยาสูบของเรา รวมทั้งนโยบายทางด้าน สาธารณสุขนะครับ อย่างนโยบายสาธารณสุขวันนี้พื้นที่สูบยาไม่ได้เลย สูบบุหรี่ไม่ได้เลย ภายในอาคาร แม้กระทั่งสนามบินนั้นผมก็เคยให้ตั้งข้อสังเกตเมื่อสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมบอกว่าในพื้นที่ของสนามบินซึ่งเป็นสนามบินระหว่างประเทศนั้นก็ควร จะมีพื้นที่จัดให้เขาเสีย เพราะว่าบางคนเดินทางมา ๑๑ ชั่วโมงลงเครื่องปั๊บเขาเรียกว่า ลงแดง มันลงแดงนะครับ เพราะฉะนั้นนโยบายทางด้านสาธารณสุขกับสุขภาพก็เป็นอีก เรื่องหนึ่งที่เราก็ต้องดู ถ้าหากเราปล่อยให้เรื่องภาษีที่อยู่ในระดับต่ำเตี้ยอย่างนี้ ก็อาจจะทำให้ ถูกคอมเพลน (Complain) ถูกต่อว่าจากในขององค์การอนามัยโลก🔗

ประเด็นที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ เราก็ต้องดูเหมือนกันว่าความสมดุล ในระหว่างราคากับการลักลอบสินค้าเข้ามาในประเทศของเราก็คงหลาย ๆ ปัจจัย แต่เพื่อให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นสบายนะครับว่าในโครงสร้างใหม่นั้นเราชะลอให้อีก ๑ ปี ก็จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ นะครับ ในระหว่างนี้นั้นก็ต้องดูติดตามสถานการณ์อย่างที่ ผมว่าหลาย ๆ ปัจจัยตรงนี้ แต่สิ่งที่สำคัญอันหนึ่งก็คือว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของเมื่อไปปลูก พืชอื่นไม่ได้ถ้ายังเป็นอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ สมมุติอย่างนั้นนะครับ เพราะท่านบอกว่า มันเป็นเรื่องของวิถีชีวิตเหมือนกัน เราก็ต้องมาดูในเรื่องของคุณภาพแล้ว คุณภาพเพราะว่า คนบริโภค บริโภคยาสูบนี่มีทั่วโลก ถามว่ายาสูบของเราไปอยู่ในต่างประเทศหรือไม่ ผมว่า ไม่มีเลย ยี่ห้อของไทยนี่ไม่มี เพราะอะไร เพราะคุณภาพเราสู้เขาไม่ได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ผมเคยให้นโยบายไปเหมือนกันว่าบุหรี่ของเรานี่เราก็ต้องออกไปขายข้างนอก ไม่ใช่ให้ ข้างนอกมาขายของเราอย่างเดียว ดิวตีฟรี (Duty free) ทั้งหลายต้องขายบุหรี่ไทยด้วย ในราคาที่แข่งขันได้กับบุหรี่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราเปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้ ก็ต้องกลับมาดูคุณภาพของเราแล้ว แล้วก็ส่งสินค้านี่ออกไปขายในต่างประเทศ อันนี้ก็เป็น แนวทางหนึ่งซึ่งขออนุญาตว่าในคณะทำงานนั้นเราก็จะได้มีการพิจารณากันในเรื่องนี้นะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ผมไม่ถามท่านประธานนิดเดียว ผมจะ ขอบคุณท่าน ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอบคุณ แต่ว่าต้องกราบเรียนท่านว่า สสส. นี่นะ กระทรวงสาธารณสุขเอาทุกอย่างหมด ห้ามสูบ โฆษณาก็ไม่ได้ ผมไปงานเขานี่เขาไม่ กล้าบอกสื่อเลยนะ แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขเอาเงินของเขานะครับ ภาษีมหาศาลเลยนะ มาใช้สื่อทีวี (TV) ๒,๐๐๐ ล้านบาท สสส. ใช้เงินเป็นหมื่นล้าน เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าคิดช่วยเขาหน่อย พี่น้องบ้านผมนี่ผมเป็นห่วง บ้านประธานยิ่งหนักครับ ปลูกเยอะกว่าผมแถวบ้านแพงเป็นหลายหมื่นไร่พูดง่าย ๆ อันนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรี ผมขอบคุณนะครับท่านที่ยืดเวลาขึ้นภาษีจะได้ทำให้เขาหายใจได้นิดหนึ่ง ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการจบกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้ส่งเสริมอาชีพการปลูกใบยาสูบและชะลอการขึ้นอัตราภาษี ยาสูบนะครับ ของท่านนิยม เวชกามา ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้แยกเฉพาะ ของพวกเราครับ ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๓.๒🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๗๙ เรื่อง การสร้างสะพานข้ามลำห้วยเสียว บริเวณวังผ้าอ้อม บ้านโพนสูง หมู่ที่ ๑ ตำบลโพนสูง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากกรมทางหลวงชนบทเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ นะครับ ๑. ท่านประศักดิ์ บัณฑุนาค รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ๒. นายถิรวัสส์ ธนโรจน์ศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิศวกรรมอำนวยการ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟัง การตอบกระทู้ถาม จำนวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายวรชัย วงค์ศรีแก้ว ๒. นางสาวชนาพร เดชทันต์ ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาปฏิบัติ ตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการขัดขวางการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ห่วงใยพี่น้องบ้านดิฉัน แล้วก็มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้นะคะ แล้วก็หวังว่าดิฉันและพี่น้องบ้านโพนสูง ตำบลโพนสูง หมู่ ๑ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จะโชคดีได้สะพานข้ามลำห้วยเสียว นะคะ สะพานนี้ค่ะ คนที่อยู่ด้านหน้าที่สุดก็คือดิฉันเองค่ะ วันนั้นที่ออกไปดู ไปดูหลายรอบ หลายสิบปีผ่านมาแล้วด้วยกันสะพานตัวนี้ อยู่หมู่ ๑ ค่ะท่านประธานคะ บ้านโพนสูง ตำบล โพนสูง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร แล้วสะพานนี้แปลงร่างจากไม้กระดาน แผ่นเดียว แล้วก็ทุกปี ๆ ใครมีไม้ก็จะเอาไปหนุนเป็นเสาค้ำยันไว้ที่ด้านล่าง นี่ค่ะที่ด้านล่าง ทำมาอย่างนี้ ๑๐๐ กว่าปีแล้วค่ะ ทีนี้พี่น้องอยากได้ ไม่ใช่ว่าดิฉันเป็น ส.ส. ในพื้นที่ แล้วไม่สนใจใยดีพี่น้องประชาชนนะคะ เมื่อปี ๒๕๕๔ ก็ได้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เช่นเดียวกัน แต่เมื่อรัฐบาลบอกว่าไม่มีงบประมาณดิฉันก็รอแล้วรอเล่าเหมือนพี่น้อง ประชาชนรอ แล้ววันนี้นั้นมันมีความจำเป็นอย่างไร บ้านโพนสูง หมู่ ๑ ข้ามสะพานนี้ นี่ค่ะ ที่เห็นอยู่นี้ไม่เกิน ๕๐ เมตรค่ะท่านประธานคะ แต่มันขนข้าวมาไม่ได้ ขนสินค้า ทางการเกษตรกลับบ้านไม่ได้จะต้องไปบ้านหนองตาล บ้านหนองตาลนี่ออกไปอีก ๒ กิโลเมตรจะถึงบ้านหนองตาล ถึงถนนใหญ่ แล้วก็อ้อมเข้ามาในตลาดค่ะ ท่านประธานคะ นั่งมอเตอร์ไซค์ ปั่นจักรยาน ขนข้าวใส่กระสอบปุ๋ยต้องผ่านตลาด ต้องไปติดไฟแดงถึง ๒ ไฟแดงค่ะ แล้วถึงจะอ้อมกลับไปบ้านตัวเองเป็นระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตรเลยทีเดียว นี่ค่ะจาก ๔๐ เมตร ๕๐ เมตรอย่างนี้ แล้วทำไมทางหลวงชนบทไม่สนใจใยดีบ้าง แต่วันนี้ค่ะ จะต้องสนใจใยดีนะคะ เพราะว่าได้นำเข้ามาสู่รัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่สนใจพี่น้อง ประชาชนค่ะ ดิฉันก็เลยขอว่าขอให้ทางหลวงชนบทผ่านท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ด้วยความเคารพว่าอันนี้คือย่นระยะทางเพื่อสร้างเศรษฐกิจชาวนาค่ะ ต้องขอความกรุณาด้วย🔗

ดิฉันถามคำถามแรกเลยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ กระทรวงคมนาคม มีนโยบายก่อสร้างสะพานข้ามลำห้วยเสียว บริเวณวังผ้าอ้อม ทำไมต้องบอกว่าบริเวณนี้ เป็นบริเวณวังผ้าอ้อม ๑๐๐ กว่าปีที่แล้วไม่มีน้ำบาดาล น้ำประปาค่ะ ตรงนี้จะเป็นที่ ซักผ้าอ้อมของลูกหลานที่เกิดในหมู่บ้านนี้ค่ะ ก็เลยบอกว่าไม่ ๆ ไม่ไปทำที่อื่นเพราะว่ามันเป็น สัญลักษณ์ของความเป็นอยู่ตราบนานเท่านาน กระทรวงคมนาคมมีนโยบายก่อสร้างสะพาน ข้ามลำห้วยเสียวบริเวณวังผ้าอ้อมของบ้านโพนสูง หมู่ ๑ ตำบลโพนสูง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมซึ่งท่านติดภารกิจนะครับ ให้ผมมาตอบกระทู้ในเรื่องการสร้างสะพานข้ามลำห้วยเสียว บริเวณวังผ้าอ้อม บ้านโพนสูง หมู่ ๑ นะครับ ก่อนอื่นนะครับผมก็ต้องขออนุญาตขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล นะครับที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยชีวิตของพ่อแม่ พี่น้องที่ใช้สะพาน ณ ตรงนั้นนะครับ ซึ่งโดยกรมทางหลวงชนบทก็ได้มอบให้ทางหลวงชนบท ของสกลนครเข้าไปสำรวจพื้นที่ ซึ่งก็เป็นอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้นำภาพออกมาก็คือสะพานก็มี อายุทราบว่าเป็น ๑๐๐ ปี แล้วก็มีสภาพทรุดโทรมนะครับ เป็นสะพานไม้กว้าง ๒.๘๐ เมตร ความยาวประมาณ ๓๐ เมตร ซึ่งอยู่บนถนนโครงข่ายถนนท้องถิ่นในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสูง แต่ก็เพื่อจะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ นะครับ โดยกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทก็เลยให้ทางหลวงชนบทสกลนครได้ไป ดำเนินการสำรวจออกแบบรายละเอียดจัดเตรียมไว้นะครับ แล้วก็ถ้าไม่พบปัญหาเรื่อง กรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งส่วนใหญ่ตรงนี้ก็จะไม่พบ ถ้าไม่พบตรงนี้เราก็จะสามารถบรรจุเข้าในแผน ปีงบประมาณรับคำขอก็คือ ปี ๒๕๖๕ โดยค่าก่อสร้างของสะพานวงเงินก็อยู่ประมาณ ๔.๕๒ ล้านบาท แต่ในเมื่อลงไปสำรวจแล้วนี่นอกจากสะพานแล้วเรายังจะเห็นถนนที่เป็น ลูกรัง ฉะนั้นผมก็เลยให้ทางทางหลวงชนบทไหน ๆ เราทำสะพานแล้วเราก็ควรจะทำถนนที่ เป็นจุดเชื่อมต่อซึ่งถนนตรงนั้นก็จะมีระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า ๆ รวมทั้งสิ้นก็จะใช้ เงินประมาณสะพานบวกถนนก็ ๙.๙ ล้านบาท ก็จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ ๑ ปี ก็คาดว่าพี่น้องประชาชนจะได้ใช้สะพานแห่งใหม่ในประมาณปี ๒๕๖๖ ครับ ก็ขออนุญาต ตอบคำถามท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติดังนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

น่าจะ จบนะครับเพราะได้คำตอบแล้ว ยังจะถามอะไรอีก เชิญครับ อีก ๑ คำถาม🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าถ้ามีคนอุทิศที่ดินนะคะ จะมีภาพหนึ่งของดิฉันนี่ค่ะ มีคนอุทิศที่ดินแล้วค่ะ นางลออ ศรีรฐาน แล้วก็นางบุญมี ศิริบุตร อุทิศที่ดินให้ตลอดเลยค่ะ ที่จะสร้างสะพาน แล้วต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรียิ่งกว่าถูกรางวัลที่ ๑ อีกค่ะท่านประธานคะ เพราะว่าถูกรางวัลที่ ๑ นี่มันเป็นของเฉพาะบุคคล อันนี้เป็นของ ส่วนรวมใช้ได้ทั้งบ้านโพนสูง หมู่ ๑ และบ้านหนองตาล และบริเวณบ้านใกล้เคียงอีกเพราะว่า ท่านบอกว่าอนุมัติกลางสภานะ สภาในห้องแยกเฉพาะนะคะท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ว่า เมื่อสะพานนี้ทำเสร็จแล้วจะทำถนนทางหลวงชนบทเชื่อมไปที่ถนนใหญ่ออกบ้านหนองตาลอีก หนองตาลนั้นตำบลบ้านดอน แต่ตรงนี้เป็นตำบลโพนสูงนะคะ นั่นคือความโชคดี ๒ ต่อเลย ทีเดียว แล้วก็มีคนอุทิศที่ดินเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นแม้ว่าจะดีใจขนาดไหนดิฉันก็จะถาม🔗

คำถามที่ ๒ ว่าหากมีการก่อสร้างสะพานข้ามลำห้วยเสียวบริเวณวังผ้าอ้อม ตรงนี้ ท่านบอกว่าอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๖๕ แล้วก็มีงบประมาณ ๙.๙ ล้านบาท แล้วก็ ระยะเวลาในการก่อสร้าง ๑ ปีใช่ไหมท่านประธานคะ แต่การที่จะเอาเข้าในเล่มขาวคาดแดง นั้นจะต้องเสนอมาหลายช่องทาง เสนอมาหลายขั้นบันได ดิฉันอยากให้เรื่องนี้อยู่ไม่เกิน อันดับ ๓ ของจังหวัดสกลนครได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ก็กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ก็ตอบคำถามเรื่องการบรรจุตัวแผนงบประมาณของสะพาน ลำห้วยเสียวนี้ก็เบื้องต้นก็ได้สอบถามทางกรมทางหลวงชนบท แล้วก็ทางหลวงชนบท สกลนคร ก็คือเราอยู่ในลำดับต้น ๆ ของจังหวัดสกลนครในแผนปี ๒๕๖๕ แต่อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนงบประมาณผมก็ต้องกราบเรียนว่านอกจากจะผ่านทางกรม กระทรวงคมนาคมแล้ว เรายังจะต้องผ่านสำนักงบประมาณโดยถึงสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาอีกหลายขั้นตอน แต่อย่างไรก็ดีทางรัฐบาล ทางกระทรวงคมนาคมเองเราให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ได้บรรจุอยู่ในลำดับต้น ๆ ตามที่ท่าน ส.ส. ต้องการครับผม🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ไม่มีคำถามแล้วค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า จบการถามกระทู้ เรื่อง การสร้างสะพานข้ามลำห้วยเสียว บริเวณวังผ้าอ้อม บ้านโพนสูง หมู่ที่ ๑ ตำบลโพนสูง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล แล้วนะครับ ผมต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณผู้ชี้แจงมาร่วม ชี้แจงทุกท่าน ขอบคุณท่าน ส.ส. ด้วยนะครับ🔗

ที่ประชุมครับสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราในวันนี้ นะครับถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ ผมขอปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ และ ๒.๒ รับทราบพระบรมราชโองการ ผมขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมรับทราบพระบรมราชโองการ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบวาระที่ ๒.๑ และ ๒.๒ เป็นพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม รัฐสภา (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) พุทธศักราช ๒๕๖๓ และพระบรมราชโองการโปรด เกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นะครับ ขอเชิญครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ เชิญเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการทั้ง ๒ ฉบับครับ🔗

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“พระราชกฤษฎีกา🔗

เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง🔗

พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗

พระวชิรเกล้าอยู่หัว🔗

ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตามความในมาตรา ๑๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“ประกาศ🔗

แต่งตั้งรัฐมนตรี🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗

พระวชิรเกล้าอยู่หัว🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ นั้น🔗

บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลาออกจากตำแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน🔗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง🔗

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป🔗

ประกาศ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เชิญนั่งครับ🔗

๒.๓ รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง🔗

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนตำแหน่งที่ว่า พ.ศ. ๒๕๖๓ และคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวแล้ว🔗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๒๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงประกาศรายชื่อ ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๑ คน คือนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สังกัดพรรคการเมือง พลังประชารัฐ🔗

จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ๒.๔ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับ หน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗

ขอเชิญ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ยืนขึ้นนะครับ กล่าวคำปฏิญาณตนโดยผม จะเป็นผู้กล่าวนำนะครับแล้วระบุชื่อของท่านด้วย คุณกรุงพร้อมนะครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

ด้วยความเคารพท่านประธาน ครับ พร้อมครับ🔗

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำ ปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

“ข้าพเจ้า (นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีด้วยครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอท่านสมาชิก รับทราบระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ขอเรียนเรื่องที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๓) นับแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ คือ กรณีของนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นะครับ🔗

โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สิ้นสุดลงดังที่ได้กล่าวแล้วนับแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นวันที่ พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครวันรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้มีตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อว่างลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคือวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๓ และเนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่จึงไม่มีรายชื่อสมาชิกในลำดับถัดไปที่จะเลื่อน ขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างเป็นกรณีมีเหตุทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบมาตรา ๘๓ วรรคสาม ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ คือ ๔๘๗ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๔๔ คน จึงเรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วาระต่อไป ๒.๕ นะครับ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ และครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันอังคารที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๘ วันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว จึงเรียน ที่ประชุมรับทราบตามระเบียบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปวาระที่ ๒.๖ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง จำนวน ๖ คณะ🔗

แต่ขอเรียนว่าเนื่องจากได้สอบถามแล้วปรากฏว่าในวันนี้ก็มีความพร้อม ๒ คณะ ผมจึงขอได้สอบถามแล้วปรากฏว่าในวันนี้ก็มีความพร้อม ๒ คณะ ผมจึงขออนุญาต ที่ประชุมว่าขอนำคณะกรรมาธิการชุดที่มีความพร้อมคือชุดที่ ๑๗.๒ ตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง ท่านสมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ ขออนุญาตนำเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อขออนุญาตสมาชิกครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยที่เรื่องนี้ประธาน คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้แจ้งว่าขอให้ตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายสิระ เจนจาคะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่าง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญผู้แทนพรรคพลังประชารัฐเสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตตั้งกรรมาธิการการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ท่าน ได้แก่ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ก็ตั้ง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก แทนตำแหน่งกรรมาธิการที่ว่าง🔗

อีกชุดที่พร้อมก็คือ ๗.๔ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการคมนาคม แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง🔗

โดยประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคมได้หนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้ขอลาออกจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งกรรมาธิการดังกล่าวจึงว่างลงตามกฎหมายครับ ตำแหน่งนี้ เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาชาติ ขอเชิญผู้แทนพรรคประชาชาติเสนอชื่อ กรรมาธิการครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมขอเสนอชื่อ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ การคมนาคม แทนท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านทวี สอดส่อง นะครับ ข้อ ๗.๒ และ ๗.๔ กรรมาธิการได้ตั้งเรียบร้อยนะครับ🔗

ทีนี้มีขอเพิ่มมาใหม่นะครับที่มีความพร้อม ๗.๖ ครับ กรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด (COVID) เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) แทนตำแหน่งที่ว่าง ๒ ตำแหน่งนะครับ🔗

โดยประธานคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้ได้แจ้งว่ากรรมาธิการ ๒ ตำแหน่ง ที่ว่างเนื่องจาก นายทศพร ศิริสัมพันธ์ นางสาวศิรสา กันต์พิทยา ได้ลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงพ้นจากตำแหน่งนะครับ โดยที่เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีนะครับ จึงขอ เชิญผู้แทนทางรัฐมนตรีเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก. ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ๒ ท่าน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑. นางธิดา พัทธธรรม ๒. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ทั้ง ๒ ท่านนะครับ เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องมีผู้รับรองครับ นอกนั้นก็เหลืออีก ๓ คณะที่ยัง ไม่พร้อมนะครับ🔗

ก็คงจะขอกรรมาธิการอีกชุดหนึ่งที่ว่าพร้อมที่เสนอได้เลย ก็คือ ๗.๕ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ แทนตำแหน่งที่ว่าง ๒ ตำแหน่ง โดย ๒ ตำแหน่งของกรรมาธิการชุดนี้ที่ว่างคือ นายศุภชัย นาคสุวรรณ์ นายเอกธนัช อินทร์รอด ได้ลาออกจากกรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการจึงขอเสนอแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทยและพรรคเพื่อไทย ขอเชิญตามลำดับนะครับ พรรคเสรีรวมไทยเชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอชื่อ นางสาวสุภาพร ทองปากน้ำ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ สัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย เชิญนะครับ พร้อมไหมครับ ถ้าไม่พร้อมก็ตั้งท่านเดียวไปก่อน มีที่พร้อมเสนอชื่อในวันนี้เท่านี้นะครับ พรรคเสรีรวมไทยพร้อมนะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ค่ะ ขออนุญาตแก้ชื่อทางท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่ที่ดิฉันได้เสนอ ไปนะคะ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ค่ะ ขอแก้จาก สุภาพร เป็น นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ ถึงจะถูกต้องค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็แก้ไขชื่อให้ถูกต้องนะครับ ผู้รับรองนะครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องครับ พรรคเสรีรวมไทย เชิญนะครับ ถ้าไม่พร้อมก็อาจจะต้องตั้งไปผู้เดียวก่อนนะครับ🔗

๒.๖ รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง จำนวน ๖ คณะ🔗

๒.๖.๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้ เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓🔗

๒.๖.๒ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริม แก้ไขปัญหา และพัฒนา การท่องเที่ยวของประเทศไทย ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓🔗

๒.๖.๓ คณะกรรมาธิการการพลังงาน ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุน น้ำมันให้เป็นระบบและยั่งยืน ขอขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓🔗

๒.๖.๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการ ปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓🔗

๒.๖.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออก ประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓🔗

๒.๖.๖ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และหามาตรการแก้ไขปัญหาการบำรุงรักษาที่ดิน การพัฒนา ทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคลและพื้นที่เอกชนทั่วประเทศ ขอขยายระยะเวลาศึกษาพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓🔗

ทั้งหมดนี้ผมในฐานะประธานสภาได้อนุญาตไปหมดทั้ง ๖ คณะ จึงเรียน ที่ประชุมรับทราบ และขอเตือนกรรมาธิการแต่ละคณะต้องพยายามให้เสร็จในระยะเวลา ที่กำหนดไว้นะครับเท่าที่สามารถจะทำได้เข้าใจดีว่าแต่ละคณะก็มีภารกิจยุ่งยากมาก แต่ว่า มิฉะนั้นเรื่องกรรมาธิการจะค้างเยอะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเป็นเรื่องในวาระ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ไม่ใช่ประท้วงครับ แต่อยากจะต่อเนื่องเรื่องกรรมาธิการสักนิดหนึ่ง🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิป (Whip) รัฐบาลครับ แล้วก็ได้ประสานงานกับพรรคการเมืองหลายพรรคที่มาคุยกัน ในอดีตเราเคยคุยเรื่องสัดส่วน กรรมาธิการว่ามันมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากว่าสมาชิกพรรคของบางพรรคก็มีการเพิ่มขึ้น หรืออย่างพรรคก้าวไกลก็มีการลดลง พรรคเพื่อไทยก็มีการลดลง เพราะฉะนั้นเข้าใจว่า สัดส่วนกรรมาธิการตั้งแต่ที่ตั้งมาวันแรกวันนี้มันน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรนะครับ อย่างเช่นผมเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยต้องลดบางกรรมาธิการส่งคืนมาให้พรรคพลังประชารัฐ จึงอยากให้ท่านประธานได้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้และดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ไหมครับ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ยังไม่ได้คุยครับ เดี๋ยวผมจะลองหารือผู้แทนพรรคทั้งหมดดูครับ🔗

วาระที่ ๒.๗ รับทราบระเบียบคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

ด้วยตามข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๕ (๕) กำหนดให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่และอำนาจวางหลักเกณฑ์ วิธีการ และระเบียบในการพิจารณาและสอบหาข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามข้อบังคับ ในการนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในระเบียบคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธี พิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้ว🔗

บัดนี้ระเบียบดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศงานทั่วไป เล่มที่ ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๒๕ ง ลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓ แล้ว ระเบียบนี้จะมีผล ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๓ เป็นต้นไป จึงเรียนที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในวาระ ๒.๘ รับทราบ ผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งกรรมาธิการตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗

สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาของ คณะกรรมาธิการตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ตามที่ท่านสมาชิกได้ทราบแล้ว เรื่องนี้ก็แจ้งให้ ทราบตามระเบียบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ยังอยู่ในวาระเพื่อทราบอยู่นะครับ ได้รับแจ้งว่าพรรคเสรีรวมไทยพร้อมแล้วที่จะตั้ง กรรมาธิการในตำแหน่งที่ว่างลง ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ให้พรรคเสรีรวมไทย ได้เสนอชื่อ เพื่อกรรมาธิการเขาจะได้ทำงานครับ เชิญนะครับ🔗

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอประทานอภัยท่านประธานและที่ประชุมครับ ขลุกขลักนิดหน่อยครับ ก็ขออนุญาตเสนอ ชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาบริหารจัดการน้ำมันปาล์มอย่างเป็นระบบ แทน คุณศุภชัย นาคสุวรรณ์ ก็คือ นายชาคฤช ศรีภิรมย์มิตร ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เจ้าหน้าที่บันทึกชื่อ นะครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ รับรองถูกต้องนะครับ กรรมาธิการชุดดังกล่าวก็ได้แทนตำแหน่งที่ว่างครบนะครับ เรามีเรื่องปิดสมัยประชุมแล้วค้าง อยู่มากพอสมควรก็ต้องทบทวนเพื่อสมาชิกได้รับทราบแต่ละเรื่องนะครับ ต่อไปนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่ ๒.๙ นะครับ ต้องย้อนกลับมา🔗

๒.๙ เรื่องรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗

ผมเรียนว่าวันนี้เราจะมีเรื่อง เพื่อทราบหลายเรื่องเลยนะครับ ตามระเบียบวาระท่านสมาชิกจะเห็นว่าจะมีเรื่องรับทราบ นับตั้งแต่ ๒.๙ เป็นต้นไปหลายเรื่อง ซึ่งขณะนี้แต่ละเรื่องจะมีผู้ชี้แจงมารออยู่แล้วนะครับ เราจะพิจารณาไปตามลำดับแต่ละเรื่อง เมื่อวานนี้ได้คุยกับผู้ควบคุมเสียงฝ่ายค้าน ผ่าย รัฐบาลเป็นการภายในนะครับว่าเราจะช่วยดูกันว่าเรื่องเพื่อทราบเหล่านี้ถ้าไม่จำเป็นต้อง เสียเวลามากก็กรุณาประหยัดเวลานะครับ โดยอนุญาตให้สมาชิกได้อภิปรายท่านละไม่เกิน ๗ นาทีนะครับ แต่ถ้าเห็นว่าซ้ำซ้อนหลีกเลี่ยงได้ก็อาจจะประหยัดเวลาเพื่อว่าเรื่องเพื่อทราบ เหล่านี้จะได้ผ่านไปได้ทั้งหมดนะครับ เรามีเรื่องสำคัญข้างหน้าต่อไปอีกหลายเรื่อง ผมขอเชิญ เจ้าหน้าที่ซึ่งได้ขออนุญาตมาชี้แจงในวันนี้ ก็เป็นเลขาธิการสำนักงาน กกพ. นะครับ คุณคมกฤช ตันตระวาณิชย์ คุณประเทศ ศรีชมพู นางฤดี ภริงคาร นางจิตมณี ทัพภะสุต นางปนัดดา ดาราฉาย ขอเชิญนะครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะอภิปรายกรุณาส่งชื่อ มานะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีสมาชิก มีความประสงค์จะอภิปรายเรื่องนี้ก็ขอรับทราบ เชิญมาแล้วก็ให้นั่งลงหน่อยนะครับ ก่อนที่ จะให้กลับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเข้าชี้แจง ต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเลขาธิการ มีความประสงค์จะอธิบายอะไรไหมครับ จะชี้แจงอะไรสั้น ๆ อนุญาตครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

ครับ กราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพนะครับ กระผม นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. นะครับ ขอนำเสนอรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานในคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนะครับ ซึ่งเป็นการดำเนินการตาม มาตรา ๔๖ ของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงานทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และเปิดเผยต่อสาธารณชน เราก็ได้มีการดำเนินการ ทำงบประมาณปี ๒๕๖๑ เสนอกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ แล้วก็คณะรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ในครั้งนี้ก็มานำเสนอทางสภาผู้แทนราษฎร ในเนื้อหา จริง ๆ ก็มีอยู่นะครับ🔗

เริ่มจากเรื่องการกำกับอัตราค่าบริการที่สะท้อนต้นทุนโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นรูปแบบกิจการพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป🔗

อันดับ ๒ เป็นเรื่องของการกำกับกิจการพลังงานเพื่อระบบพลังงานที่มั่นคง มีเสถียรภาพ แล้วก็ลงทุนด้วยความคุ้มค่า🔗

อันดับ ๓ เป็นเรื่องของการกำกับมาตรฐานการให้บริการอย่างทั่วถึง ยั่งยืน และปลอดภัย🔗

อันดับ ๔ เป็นเรื่องของการส่งเสริมการแข่งขัน และก้าวทันนวัตกรรมพลังงาน🔗

อันดับ ๕ เป็นการพัฒนาการมีส่วนร่วมแล้วก็สื่อสารกำกับกิจการพลังงาน อย่างเข้าถึง🔗

อันดับ ๖ ก็คือองค์กรที่มีสมรรถนะสูง เป็นมืออาชีพ🔗

สำหรับรายงานงบทางการเงินดำเนินการนี้ ไม่รวมรายจ่ายของกองทุนพัฒนา ไฟฟ้า โดยงบประมาณปี ๒๕๖๑ สำนักงาน กกพ. มีจัดรายได้การดำเนินงานทั้งหมด ๙๕๐ ล้านบาท แล้วก็มีค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน ๘๘๙ ล้านบาท มีรายได้นำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน จำนวน ๖๑ ล้านบาท โดยสรุปเนื้อหาก็มีประมาณ ๖ ข้อใหญ่ ๆ ตามที่ ผมได้กล่าวมาแล้วในการดำเนินการของปี ๒๕๖๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเลขาธิการ มีสมาชิกขอซักถามนะครับ คุณมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมดูในหน้า ๒๓ ทางคณะกรรมการได้กำหนดเรื่องของสัดส่วนกำลัง การผลิตพลังงานของประเทศ พูดถึงเรื่องการผลิตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การผลิตของเอกชนรายใหญ่ การผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก แล้วก็หลาย ๆ ส่วนนะครับ ทีนี้ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน คือรัฐบาลก็มีนโยบายในการชดเชยค่าใช้จ่าย ให้กับประชาชนที่ใช้ไฟไม่เกิน ๑๕๐ หน่วยต่อครัวเรือน อันนี้ก็มีงบประมาณในการจ่ายให้กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ทำหน้าที่ในการดูแลอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงิน ปีละประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องมาดูแลจ่ายค่าไฟแทนพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐที่จะดูแลพี่น้องประชาชนเหล่านี้ในการใช้ไฟที่ไม่เกิน ๑๕๐ หน่วย ต่อเดือนเหล่านี้ ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน วันนี้เรามีนวัตกรรม วันนี้เรามี เทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้วโดยเฉพาะภูมิภาคทั้ง ๔ ของประเทศ มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจาก ครัวเรือนด้วยตัวเอง ผมอยากจะให้คณะกรรมการได้เพิ่มเติมว่าในทิศทางต่อไปเราสามารถ ที่จะสร้างพลังงานจากครัวเรือนด้วยตัวเองนะครับ ซึ่ง ณ วันนี้ครัวเรือนที่เกี่ยวข้องในการใช้ ไฟประมาณ ๒๒ ล้านครัวเรือน และมีจำนวนครึ่งหนึ่งนะครับท่านประธานที่รัฐบาลจะต้องไป ใช้งบประมาณของแผ่นดินในการไปใช้จ่ายแทนให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าศักยภาพ ในการใช้จ่ายในการดูแลตรงนี้ไม่เพียงพอ และรัฐบาลจะต้องไปดูแลจ่ายค่าไฟฟ้าแทนนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นคือยุทธศาสตร์หรือว่าแผนการผลิตกำลังไฟฟ้าของประเทศ อะไรที่เป็นศักยภาพของพี่น้องประชาชนสามารถทำได้ ผมคิดว่านโยบายตรงนี้ควรจะส่งเสริม ลงไป งบประมาณประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่จะต้องไปจ่ายค่าไฟตรงนี้นะครับ ประชาชนเพียงแค่ให้เราสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าโซลาร์โฮม (Solar Home) พร้อมกับ ชุดความรู้การดูแลรักษา โดยมี อบต. เทศบาล หรือหน่วยงานเข้าไปสนับสนุนให้การดูแลว่า จะดูแลไฟฟ้าอย่างไร เราก็สามารถที่จะผลิตไฟฟ้าเองได้ เป็นการประหยัดพลังงาน ประหยัด งบประมาณ และที่สำคัญคือสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่เราไปตกลงกับ ต่างประเทศ เรื่องของการลดคาร์บอน เป็นตัวชี้วัดหนึ่งของเอสดีจี (SDGs) ในคอป ๒๑ (COP 21) โดยสั้น ๆ แล้วนะครับ ผมอยากจะเห็นแผนนี้ได้ปรากฏขึ้นในแผนยุทธศาสตร์ สัดส่วนการผลิตพลังงานไฟฟ้าในประเทศตรงนี้ให้กับคณะกรรมการชุดนี้ครับ ผมขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านเลขาธิการจะตอบอะไรสั้น ๆ ไหมครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ก็ขออนุญาตตอบท่าน ส.ส. มานพ คีรีภูวดล นะครับ ก็ต้องเรียนว่าปัจจุบันเราก็เปิดให้ ครัวเรือนติดตั้งโซลาได้อยู่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็มีกระบวนการส่งเสริมจากภาครัฐอยู่ด้วยในการ อำนวยความสะดวกให้ขายกลับได้ในราคาที่พอสมควรที่ไม่กระทบต่อระบบอันนี้เราก็ ดำเนินการอยู่ ผมเข้าใจว่าในส่วนนี้ทำเป็นวงกว้าง ทาง กกพ. เอง ก็ได้ดูแลสนับสนุน โครงการที่ใหญ่ ๆ อย่างเช่น โรงเรียน อันนี้เราก็ได้ไปเสริมสนับสนุน แต่ว่าในครัวเรือนที่จะ ดำเนินการเป็นลักษณะว่านำไปเป็นเงินเอาไปสนับสนุนตอนนี้เรายังไม่มีโครงการแต่ว่าเราจะ ขอรับตรงนี้ไปเพื่อจะไปหารือ กกพ. ว่าถ้าเกิดสนับสนุนเป็นรายครัวเรือนผู้ยากจนจะทำ อย่างไรได้บ้าง แต่ว่าแบบที่เรียนปัจจุบันมันก็จะมีบ้านที่ดำเนินการติดตั้งโซลาอยู่แล้วแต่ส่วน ใหญ่เป็นครัวเรือนที่มีฐานะนิดหนึ่งมีเงินที่จะมาติดตั้ง ส่วนครัวเรือนเล็ก ๆ เดี๋ยวจะขอไป หารือทาง กกพ. ว่าจะมีแนวส่งเสริมอย่างนี้ได้อย่างไรบ้างครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีแบบรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในรายงานของคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงานในวันนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานอันนี้ผมคิดว่าก็เป็น รายงานตรงไปตรงมาในรอบปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งเป็น ข้อสังเกตให้กับคณะกรรมการก็คือว่า สถานการณ์ของประเทศและของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งโลก การส่งออกตกต่ำ รายได้ของประชาชนลดลง สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นในการบริหารพลังงานจากที่เคยทำมาในอดีตจนถึงรายงาน ฉบับนี้ เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากโควิค-๑๙ (COVID-19) จะเห็นได้ ชัดเจนว่าแนวทางและเกณฑ์แม้กระทั่งแนวคิดต่อการกำกับพลังงานจะต้องปรับเปลี่ยนไป ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองจำเป็นนะครับที่เราจะต้องปรับแผน ในการปรับแผนนี้หัวใจสำคัญที่สุดก็คือการทำให้ราคาไฟฟ้าลดลง เพราะว่าประชาชนวันนี้ ของเราเดือดร้อนมาก ยากจน แต่ค่าไฟก็ยังสูง ถึงแม้รัฐบาลจะมีการช่วยเหลือในการให้ใช้ ไฟฟรีในบางกลุ่มบางประเภท อันนั้นก็เป็นมาตรการช่วยเหลือซึ่งรัฐบาลก็จะต้องจ่ายเงินอยู่ดี แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือจะทำอย่างไรให้ราคาค่าไฟฟ้าของเราถูกลงทั้งระบบ อันนี้จึงเป็น โจทย์ใหม่ และสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ไม่ใช่สถานการณ์ชั่วคราวครับท่านประธาน ผลกระทบจะอยู่กับเราอย่างน้อยอีก ๓ ปีจากนี้ไป ผมไม่อยากเห็นการรายงานในปีหน้าของ คณะกรรมการชุดนี้กลับมาพูดด้วยการมีสมมุติฐานของบริบทสภาพเศรษฐกิจเหมือนเดิม ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนในส่วนนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน ผมจึงอยาก ขออนุญาตสอบถามท่านเลขาธิการว่าตามแนวคิดดังกล่าวของท่านนี้ ท่านได้เห็น ภาพเดียวกับที่ผมเห็นหรือไม่ ว่าวันนี้ประเทศไทยควรจะมีราคาค่าไฟฟ้าลดลง เพราะสภาวะ เศรษฐกิจและความยากลำบากของพี่น้องประชาชนซึ่งกระทบทั้งค่าครองชีพ กระทบทั้ง ต้นทุนการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงอยากจะ ถามท่านว่าราคาไฟฟ้าจะถูกลงได้อย่างไรบ้างในแผนการกำกับนี้ ในระยะที่สามารถจะทำได้ ในระยะสั้น ๓ เดือนจากนี้จะทำได้อย่างไร ๖ เดือนจากนี้จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร ในอีก ๑ ปี จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าถ้าเราไม่สามารถที่จะลดราคาค่าไฟฟ้า ได้แล้ว และภาระตรงนี้ก็กลับไปอยู่กับประชาชนแล้วก็รัฐบาล ซึ่งจริง ๆ ก็คือภาษีของ ประชาชนในที่สุดนั่นเอง แต่การบริหารต้นทุนของไฟฟ้าเพื่อให้ต้นทุนถูกลงนั้น ผมคิดว่า ตรงนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น🔗

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่อยากจะขออนุญาตเรียนถามก็คือว่า ในระบบปกติของเราเรามีแผนพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติของเรา ซึ่งก็จะมีองค์ประกอบว่าที่มา ของไฟฟ้าจะประกอบด้วยสัดส่วนอะไรบ้างต่าง ๆ เป็นต้น ตั้งแต่ที่มาจากไฟฟ้าที่เกิดจากการผลิตโดยกระแสน้ำหรือเรียกว่าเป็นไฮโดรอิเล็กทริก (Hydroelectric) หรือไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำมันไปปั่นเครื่องจักร จนกระทั่งถึงพลังงาน แสงอาทิตย์ พลังงานทดแทนอื่น ๆ เป็นต้น ในแผนพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติของเราที่ผ่านมานั้น สัดส่วนในส่วนนี้เราคิดในบริบทที่ไม่มีโควิด (COVID) เราก็ไปเพิ่มน้ำหนักในเรื่องของไฟฟ้า ทางเลือก ไฟฟ้าถ่านหินมากขึ้นนะครับ แต่เราพบว่าไฟฟ้าทั้ง ๒ หลักนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้น มากนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าในสถานการณ์อย่างน้อย ๓-๕ ปีจากนี้ไปการลด ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็จำเป็นสำหรับประเทศไทยของเรา แล้วก็ พี่น้องประชาชนก็จะได้รับภาระในเรื่องนี้ลดลง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าจำเป็นที่คณะกรรมการกำกับพลังงานไฟฟ้าตรงนี้จะต้องทบทวนเรื่อง นี้อย่างจริงจัง แล้วก็แก้ไขโครงสร้างราคาต้นทุนของกระแสไฟฟ้าใหม่เพื่อที่จะทำให้ราคา ต้นทุนของกระแสไฟฟ้าโดยรวมถูกลง แล้วก็เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนด้วยการมีค่าไฟ ที่ถูกลง แล้วก็มีต้นทุนให้กับนักธุรกิจที่จะต้องฟื้นธุรกิจตัวเองหลังจากโควิด (COVID) แล้วก็ไป แข่งขันได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ผมคิดว่าอนาคตของการฟื้น เศรษฐกิจของประเทศก็จะมีความหวังมากขึ้น แต่ถ้าค่าไฟยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิม และในทางกลับกันถ้าคิดจากแผนพลังงานไฟฟ้าของชาติที่ผ่านมาราคาค่าไฟก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ซ้ำไป ตรงนั้นก็เป็นการซ้ำเติมมากขึ้นต่อพี่น้องประชาชนในสภาวะปัจจุบัน ผมเข้าใจนะครับว่า แผนพลังงานเดิมนั้นเราพูดถึงเศรษฐกิจที่ประเทศของเราจะโตประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี (GDP) ประเทศ เพราะฉะนั้นค่าไฟจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก็คงไม่เป็นไรเพื่อให้เกิดความสมดุล ของเศรษฐกิจของประเทศ อันนั้นเข้าใจได้ครับ แต่วันนี้บริบทมันเปลี่ยนไปแล้ว เศรษฐกิจของ เราติดลบไม่ใช่ ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ คิดว่าน่าจะเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้วก็ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดของใครครับ แต่เมื่อสถานการณ์นี้ เกิดขึ้นแล้วเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องทบทวนแล้วก็ปรับตัวอย่างรวดเร็วนะครับ ทำอย่างไรเราจะฟื้นตัวตัวนี้ให้เร็ว ท่านจะพูดว่าเราจะปรับได้แต่ต้องใช้เวลาอีก ๓ ปี ๕ ปี จึงจะปรับแผนได้ ผมคิดว่าอันนั้นไม่ใช่การบริหารที่เราใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้แล้ว ความเร็วของการตัดสินใจด้วยความแม่นยำที่มีองค์ความรู้ที่ชัดเจน และมีขนาดที่มากพอที่จะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศได้นะครับ ผมขออนุญาตย้ำนะครับ ความเร็ว ความแม่นยำและปริมาณ สเกล พรีซิชัน แอนด์ สปีด (Scale Precision and Speed) เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตให้ท่านเลขาธิการกรุณาช่วยตอบเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนที่รับฟังจะได้สบายใจว่าอนาคตค่าไฟจะถูกลง ต้นทุนการค้าของเอสเอ็มอี (SME) ซึ่งวันนี้ยากลำบากมากอยู่แล้วก็จะได้เห็นอนาคตว่าอย่างน้อยก็จะถูกลง ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะ ช่วยให้รัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวหลังจากโควิด (COVID) เรามีกำลังที่มาก ขึ้น เพราะฉะนั้นพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานสำคัญแล้วก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง สิ่งนี้ผมอยากจะขอคำตอบที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นนามธรรมเราต้องการรูปธรรมที่ รวดเร็วแม่นยำ แล้วก็ขนาดใหญ่พอที่จะเปลี่ยนแปลงได้ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวศิริกัญญา เชิญครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ขออภิปรายเพื่อรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน แต่อย่างไรก็ดีว่ารายงานประจำปีฉบับนี้อาจจะเป็นรายงานที่ย้อนหลังไป ค่อนข้างที่จะหลายปี ก็จะขออนุญาตสอบถามไปกับทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องที่ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปีค่ะ เมื่อสักประมาณ ๑ ปีที่แล้ว เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้เข้ามารายงานผลการประกอบการประจำปี ของปี ๒๕๖๐ ดิฉันมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการให้สัมปทานโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือว่าที่เรียกกันว่าอินดีเพนเดนต์ เพาเวอร์ แพลนต์ (Independent Power Plant) หรือ ว่าไอพีพี (IPP) ว่าในยุคสมัยปัจจุบันนี้ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ที่เราจำเป็นที่จะต้องให้ สัมปทานโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในระยะเวลายาวนานถึง ๒๕ ปีนะคะ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนนะคะว่าแนวทางของการกำกับกิจการและการให้ สัมปทานโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะเป็นอย่างไรไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีการอนุมัติให้ มีการสร้าง ให้สัมปทานสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มของทั้งรัฐและเอกชน🔗

ที่ผ่านมาเราทราบดีกันว่าสถานการณ์โควิด (COVID) นั้นส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหนักหน่วงและรุนแรง ทำให้ภาคการผลิตนั้นมีการใช้อัตรา ของการใช้คาพาซิตี ยูทิไลเซชัน (Capacity Utilization) อยู่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งนั่นก็ หมายความว่าอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าก็จะชะลอตัวลงด้วย🔗

ที่ผ่านมามีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง ทำให้กำลังไฟฟ้าที่ สำรองนั้นพุ่งสูงขึ้น ตามปกติแล้วการกำหนดระดับกำลังไฟฟ้าสำรองตามแผนพีดีพี (PDP) อย่างเช่นของปีที่ผ่าน ๆ มา ก็จะอยู่ที่ราว ๆ ประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์มาโดยตลอด แต่เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำลง ก็ทำให้กำลังไฟฟ้าสำรองนั้นพุ่งสูงขึ้นราว ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นหมายถึงภาระต่อค่าไฟฟ้าที่ผู้บริโภคต้องแบกรับเนื่องจากระบบการกำหนดค่าไฟฟ้า ยังไม่ได้เป็นระบบส่งผ่านต้นทุน และ กฟผ. ก็เป็นผู้ซื้อแต่เพียงรายเดียวที่ไม่ได้มี การปรับเปลี่ยนค่าไฟไปตามกำลังไฟฟ้าที่ลดลงด้วย ดิฉันจึงขอตั้งคำถามและตั้งข้อเสนอแนะ ดังนี้ค่ะ🔗

อยากจะตั้งคำถามไปถึงเรื่องของค่าความพร้อมจ่าย หรืออะแวลาบิลิตี เพย์เมนต์ (Availability Payment) ที่โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ต่าง ๆ ได้เรียกเก็บจากไฟฟ้า สำรองที่จะต้องจ่ายไปให้กับทาง กฟผ. ว่าจริงหรือไม่ว่าตามที่เรายิ่งมีกำลังไฟฟ้าสำรองสูงขึ้น จะทำให้ภาระต่อค่าไฟฟ้าที่ผู้บริโภคต้องแบกรับนั้นสูงขึ้นด้วย และยิ่งเรามีโรงไฟฟ้าเอกชน รายใหญ่เพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้สัดส่วนของค่าไฟที่เราต้องจ่ายไปยังโรงไฟฟ้าเอกชนนั้น สูงขึ้นตาม จึงขอเรียกร้องให้กับทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้เปิดเผยข้อมูลว่า ตัวค่าความพร้อมจ่าย หรือที่เรียกว่าอะแวลาบิลิตี เพย์เมนต์ (Availability Payment) ปัจจุบันนี้อัตราการจ่ายแท้จริงเป็นเท่าไร เพราะนี่คือต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้น แล้วจะส่งผ่าน ไปยังค่าไฟฟ้าที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายทุกคน ซึ่งมันเป็นความไม่เป็นธรรมถ้าเกิดเราไม่สามารถที่ จะบริหาร อาจจะเป็นความผิดของงานหน่วยทางที่กำกับดูแลเองก็ดี หรือว่าหน่วยงานที่เป็น ผู้ผลิตเองก็ดี ที่มีการคำนวณอัตราการใช้ไฟฟ้าที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ทำให้เกิดต้นทุน ที่เป็นภาระให้กับผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ก็อยากจะสอบถามตรงนี้ว่า จริงหรือไม่ แล้วค่าไฟตรงส่วนที่เป็นค่าเอพี (AP) อะแวลาบิลิตี เพย์เมนต์ (Availability Payment) คิดเป็นเงินเท่าไร และผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่แต่ละรายได้รับค่าเอพี (AP) เป็นจำนวนเงินเท่าไร🔗

แล้วก็จะตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะอีกเช่นเดียวกันนะคะว่าจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยควรจะต้องมีการรับซื้อไฟฟ้าในแบบที่เป็นเรียลไทม์ (Real Time) มากขึ้น ใช้ระบบสมาร์ตกริด (Smart Grid) และเพาเวอร์ เอกซ์เชนจ์ มาร์เกต (Power Exchange Market) ของด้านการไฟฟ้า เพื่อเปิดให้มีการประมูลว่าโรงไฟฟ้าใดสามารถที่จะส่งราคา ค่าไฟที่ถูกที่สุดให้กับประชาชนได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องให้สัมปทานไฟฟ้ากับโรงไฟฟ้าเจ้าใด เจ้าหนึ่งยาวนานถึง ๒๕ ปี จะทำให้ผู้บริโภคนั้นรับภาระต้นทุนของค่าไฟได้ถูกลง สามารถ บริหารจัดการกำลังไฟฟ้าสำรองได้ดียิ่งขึ้น แล้วก็ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่าน ส.ส. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ขออนุญาตเรียนชี้แจงดังนี้นะครับ ก็คือตามแผนการของสำนักงาน กกพ. จากเห็นก็คือว่า ในช่วงระยะสั้นเลยเราบริหารจัดการอย่างไร ก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการผ่านรูปแบบ เอฟที (Ft) คืออะไร ก็คือในช่วงที่มีโควิด (COVID) เราก็พยายามเลือกบริหารจัดการภาระค่าเชื้อเพลิง โดยพยายามเลือกเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำสุด ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงโควิด (COVID) เองก็มีการ ดำเนินการนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งถูกกว่าราคาก๊าซในอ่าวเข้ามาผสม ทำให้ต้นทุน ค่าไฟฟ้าถูกลงนะครับ ดังจะเห็นได้จากเอฟที (Ft) ในงวดที่ผ่านมา ซึ่งเราไม่ต้องใช้เงิน สนับสนุนแล้วนะครับ แล้วก็อาจจะส่งผลถึงเอฟที (Ft) งวดนี้ซึ่งจะประกาศในเร็ว ๆ นี้ ด้วยนะครับ อันนี้คือระยะสั้น สั้นสุดก็คือในช่วง ๓ เดือน ๔ เดือนที่จะประกาศค่าเอฟที (Ft) นะครับ🔗

ถัดมาในช่วงที่ระยะยาวหน่อย ก็คือประมาณ ๑ ปี ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ข้างหน้านี่นะครับ เราก็จะมีการบริหารจัดการโดยคุยกับทางการไฟฟ้านะครับ แล้วก็ เข้าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยขออนุญาตลดผลตอบแทนการไฟฟ้าลงบางส่วน เนื่องจากว่าต้นทุนทางการเงินถูกลง ก็มีการเจรจากันขอลดผลตอบแทนลง อันนี้ก็จะ ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับค่าไฟที่ถูกลงบ้าง ในส่วนที่ผลตอบแทนที่เขาลดลง อันนี้ เราก็ดำเนินการแล้ว ก็จะมีผลในช่วงของปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๔ ปีหน้า ก็จะเห็นผล ซึ่งก็จะนำเงินส่วนนี้มาช่วยบรรเทาค่าไฟให้ประชาชนได้นะครับ🔗

ส่วนในระยะยาวจริง ๆ แบบที่เรียนนะครับว่ามันเป็นเรื่องของแผนบริหาร จัดการพลังงานโดยภาพรวม ซึ่งทางเราเองก็ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่า จะเป็นภาคนโยบาย คณะปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน มาดูบริหารจัดการว่าในเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ที่เข้ามาเราจะมีวิธีบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโดยรวมได้อย่างไร มันก็จะเกี่ยวกับ โครงสร้างกิจการพลังงานโดยรวม ซึ่งต้องหารือร่วมกันนะครับว่าประเทศไทยจะเดินไป ทิศทางไหน ก็มีการพูดคุยในเรื่องนี้ระดับหนึ่งแล้วนะครับว่าจะแบ่งสัดส่วนอย่างไรนะครับ จะเตรียมการมีแผนพีดีพี (PDP) บางส่วน แล้วก็ให้เอกชนมาผลิตบางส่วน แบบอิสระ แบบที่ ท่าน ส.ส. ก็ได้กล่าวไว้ แต่ขอเรียนว่าอันนี้เดี๋ยวคงต้องคุยกันในภาพรวมกับทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะว่าเรื่องกิจการพลังงานไม่ได้อยู่ที่ทาง กกพ. แต่เพียงฝ่ายเดียว มันก็ มีทั้งฝ่ายนโยบาย ฝ่ายปฏิรูป ก็เลยขอว่าในระยะยาวคงต้องหารือร่วมกันกับทุกฝ่ายนะครับ ในการกำหนดว่าโครงสร้างอย่างไรที่จะเหมาะสม แล้วจะมีการกำกับอย่างไรตามโครงสร้าง ที่เปลี่ยนไปใหม่นะครับ อันนี้ก็ขอชี้แจงไว้ในส่วนนี้นะครับ🔗

ในส่วนของท่าน ส.ส. ศิริกัญญา ก็ขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับว่าโรงไฟฟ้า ถ้าเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ค่าเอพี (AP) จะอยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าไฟทั้งหมด ก็แน่นอนครับว่าถ้ามีโรงไฟฟ้าเยอะ เราก็ต้องจ่ายค่าเอพี (AP) เยอะ อันนั้นถูกต้องครับ แต่ก็อีกมุมหนึ่งนะครับ ก็เนื่องจากว่าเอพี (AP) มันประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็น ค่าพลังงาน โรงไฟฟ้าใหม่มีประสิทธิภาพดีกว่าโรงไฟฟ้าเก่า บางทีการนำโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามา เดินมันจะลดค่าใช้จ่ายทางด้านเชื้อเพลิงได้บางทีอาจจะมากกว่าค่าเอพี (AP) ที่เราจ่าย อันนี้ก็ขอเรียนชี้แจงว่ามันมีทั้งบวกและทั้งลบนะครับ แน่นอนว่าเราก็จ่ายค่าเอพี (AP) แต่เราจ่ายค่าเชื้อเพลิงน้อยลง เพราะเนื่องจากโรงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพดีขึ้นค่อนข้างเยอะนะครับ อันนี้ก็เรียนเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนนะครับ แต่ว่าจริง ๆ ก็เห็นด้วยในเรื่องของโครงสร้าง กิจการพลังงานในภาพรวมแบบที่เรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าในบริบทของการผลิตพลังงาน หมุนเวียนเข้ามาสู่ระบบมากขึ้น ถูกลง ในแผนพีดีพี (PDP) เองก็กำหนดไว้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะมีพลังงานหมุนเวียน ทางภาครัฐก็คงต้องมาคิดกันใหม่นะครับว่า โครงสร้างกิจการจะเดินไปทิศไหน แล้วก็มีการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนประเภทนี้ อย่างไร อันนี้ก็ขอเป็นเก็บไว้คุยกับทางภาคนโยบายรวมถึงเรื่องโครงสร้างกิจการพลังงานอีกที นะครับว่าจะเป็นอย่างไร🔗

ส่วนสัมปทานที่บอกว่าให้เอกชน ๒๕ ปีอะไรต่าง ๆ นี่ อันนี้ก็ขอเรียนว่า เป็นการดำเนินการตามแผน ซึ่งทางภาคนโยบายเขาวางไว้แล้วนะครับ ทางกำกับกิจการ พลังงานก็มีหน้าที่กำกับให้เป็นไปตามแผน อันนี้ต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับ แต่ว่า ถ้าจะเปลี่ยนรูปโครงสร้างกิจการหรือเปลี่ยนใหม่ อันนี้ต้องคุยกันใหม่ทั้งภาคนโยบาย และภาคกำกับ เพื่อให้เกิดการบริหารออกมามีประสิทธิภาพสูงสุดครับ ขอเรียนชี้แจง เท่านี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมขออีกสักท่านหนึ่ง เพื่อเรารับทราบวาระนี้ ขอเชิญนายแพทย์ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญเลยครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้เป็นรายงานประจำปีของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่กำกับนโยบายการวางแผนการใช้ พลังงานของประเทศให้เกิดความคุ้มค่า แล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยนะครับ ประเด็นของผมก็คือว่าการส่งเสริมพลังงานทดแทนแล้วก็การที่จะทำให้เกี่ยวกับโรงงานไฟฟ้า จากขยะนะครับ ซึ่งผมในฐานะที่เคยเป็นนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนายก เทศบาล เราก็พบปัญหานะครับว่า การที่ทางเทศบาลได้ศึกษาแล้วก็ผ่านกระบวนการของ กระทรวงมหาดไทย เช่น เทศบาลเมืองมหาสารคามมีปัญหาขยะมากแล้วขยะก็ส่งปัญหาต่อ สิ่งแวดล้อมนะครับ แต่ถ้ามีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ต้นทุน ในการที่จะกำจัดขยะดีขึ้นทำให้ประเทศชาติได้ประโยชน์มากขึ้นนะครับ แต่กระบวนการ ในการที่จะทำให้เกิดโรงงานไฟฟ้าจากขยะโดยการพิจารณาของ กกพ. ทราบว่าเป็นเวลานาน แล้วนะครับที่การขออนุญาตจาก กกพ. หรือได้รับอนุมัติจาก กกพ. ไม่สำเร็จสักทีนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทางเทศบาลก็มีปัญหาเยอะตอนนี้คือว่าหลังจากที่เราผ่านกระบวนการมาแล้วเรื่อง ของขยะก็ไม่คืบหน้า แล้วเรื่องของโรงไฟฟ้าจากขยะนี่ก็ไม่คืบหน้า ซึ่งประชาชนในพื้นที่ ต้องการโรงไฟฟ้าจากขยะที่ไม่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมแล้วก็ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แล้วก็ลด ค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะด้วยนะครับ ก็นำเรียนว่าทาง กกพ. มีนโยบายในการที่จะพิจารณา ส่งเสริมโรงไฟฟ้าจากขยะอย่างไร แล้วก็ไม่ใช่แค่ส่งเสริมนะครับ ทำอย่างไรให้มันเร็วขึ้น แม่น ขึ้น แล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์กับชุมชนเยอะขึ้น🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการส่งเสริมเกี่ยวกับโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ที่มากกว่า ๑ เมกะวัตต์ จะต้องมีการขออนุญาต ร.ง. ๔ ซึ่ง ร.ง. ๔ เป็นใบอนุญาตการพิจารณาโรงงาน ซึ่งในการทำเกี่ยวกับโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เหมือนกับการที่จะขอโรงงานทั่วไปนะครับ เช่น บางอาคารจะมีโซลาร์รูฟ (Solar Roof) มากกว่า ๑ เมกะวัตต์ แต่ไปติดกับสถานศึกษาบ้าง ไปติดกับแหล่งน้ำบ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ไม่น่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องของโรงงานเหมือนโรงงานอื่น ๆ นะครับ แล้วการพิจารณาเกี่ยวกับโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ที่มากกว่า ๑ เมกะวัตต์ ทาง กกพ.ได้มีนโยบายอย่างไรที่จะทำให้เกิด การส่งเสริมทำให้ใช้พลังงานสะอาด แล้วก็ต้องยอมรับนะครับว่าโซลาร์รูฟ (Solar Roof) มีจุดคุ้มทุนที่น่าลงทุนแล้วก็ทำให้ประเทศไทยเราสามารถจะลดต้นทุนการใช้พลังงานได้ มากขึ้นนะครับ ก็มีประเด็น ๒ ข้อ คือเรื่องของการส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องโรงไฟฟ้าจากขยะ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพิจารณาที่ยังล่าช้า ๒. เกี่ยวกับโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ที่มากกว่า ๑ เมกะวัตต์ ที่อยากให้มีกฎระเบียบที่ออกมาให้มีการยกเว้น ร.ง. ๔ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณหมอครับ มีอีกท่านหนึ่งคุณเกียรติ สมาชิกท่านใดที่ยังมีความประสงค์ติดใจจะสอบถามยินดีครับ เชิญคุณเกียรติครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ในหัวข้อที่เราอภิปรายกันก็เป็นรายงานประจำปีของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน ก็อ้างอิงไปถึงหน้า ๒๙ ที่ท่านพูดไว้ผมขอข้อเดียวเลยครับสะท้อน ต้นทุน เป็นธรรม โปร่งใส อันนี้ท่านเขียนไว้ในรายงาน แต่ก่อนหน้านี้ผมได้พูดเรื่องนี้ทุกรอบนะครับ รอบแรกก็พูดตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ในสภาแห่งนี้ครับคณะกรรมการมีรายงาน เข้าผมก็ตั้งคำถามไปที่ท่าน ผมทราบดีนะครับท่านกำกับดูแล ๒ เรื่อง ไฟฟ้ากับก๊าซธรรมชาติ ไม่ปนเรื่องอื่นนะครับ ผมถามท่านในสภาแห่งนี้นะครับว่าท่านกำกับดูแลก๊าซธรรมชาติซึ่งใน ประเทศไทยนี่เรามีทั้งก๊าซธรรมชาติที่มีในประเทศที่ซื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และที่ นำเข้าผ่านการขนส่ง ผมก็ถามท่านว่าท่านรู้ไหมครับว่าต้นทุนปากหลุมของแหล่งในประเทศไทย ราคามันเท่าไร ท่านตอบในสภาแห่งนี้ว่าท่านไม่ทราบ คณะกรรมการในครั้งนั้น ในวันนั้นมี บันทึกในสภา ผมก็ยิ่งกังวล แล้วผมก็บอกว่าถ้าท่านไม่ทราบนี่ท่านจะกำกับดูแลอย่างไร แล้วในการกำกับในประเทศเช่นเดียวกับประเทศไทยนี่นะครับ ซึ่งมีต้นทุนมาจากหลายแหล่ง หลายราคา ผมก็ต้องถามหลักคิดท่านที่สะท้อนในหน้า ๒๙ ท่านบอกว่าจะต้องสะท้อน ต้นทุน เป็นธรรม และโปร่งใส ซึ่งหมายความว่าท่านก็ต้อง ประกาศชัดเจนเลยนะครับว่าต้นทุนของท่านจากทุกแหล่งที่ท่านได้มามีต้นทุนเท่าไร และวิธีการเกลี่ยต้นทุนที่จะเป็นภาระกับคนต่าง ๆ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หลักคิดของท่านคือ อะไร ในครั้งนั้นเองผมก็ได้มีการอภิปรายแล้วก็บอกกับท่านว่า ถ้าเป็นระบบเช่นนี้ท่านไป อ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติที่ซื้อขายกันในตลาดโลกนั้นไม่ได้ เพราะมันจะไม่เป็นธรรม เพราะ มันจะเป็นฐานราคาที่สูงที่สุด แต่ของประเทศไทยท่านต้องเกลี่ยกับต้นทุนที่เราขุดเจาะได้ ในประเทศและที่ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนที่ต่างกันจากหลายแหล่ง แล้วก็ต้อง เกลี่ย ต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าหลักคิดของท่าน วิธีเกลี่ยของท่านเป็นอย่างไรถึงจะเป็น ธรรมกับประชาชนทุกคนและผู้ประกอบการทุกราย ปัญหาก็มีอยู่ที่ว่า ณ วันนี้แม้กระทั่ง โรงไฟฟ้าเอง ราคาที่ป้อนโรงไฟฟ้าเองก็ใช้ราคาที่มาจากแหล่งที่ราคาสูง ยังไม่ได้มีการเกลี่ย กับราคาที่ต้นทุนต่ำ อันนี้ก็ทำให้เป็นอย่างไรครับ ราคาต้นทุนค่าไฟฟ้าก็อยู่ในเกณฑ์ที่สูง สูงเท่าไรผมไม่ทราบครับ ผมต้องถามท่าน เพราะว่าท่านต้องเป็นคนอธิบายให้สังคมรับทราบ ด้วยความโปร่งใสที่ท่านพูดถึงว่าต้นทุนท่านได้มาสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ จากแหล่งไหน ราคา เท่าไร และวิธีเกลี่ยของท่านเกลี่ยอย่างไร ในวันที่ ๒๐ สิงหาคมที่ผ่านมา ผมก็อภิปรายเรื่องนี้ เพราะมีการตั้งญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ แล้วในที่สุดก็บอกให้กรรมาธิการเป็นคนไป พิจารณาเรื่องนี้กรรมาธิการสามัญของสภา ในวันนั้นผมก็ยกให้ท่านเห็นว่าจากผลของ การวิจัยและการสัมมนาของหลายเวทีมากเลย ไม่ใช่ผมพูดคนเดียวนะครับ เรื่องนี้พูดกัน เยอะมากในประเทศไทย เขาบอกว่าของที่ดีและถูก ก๊าซธรรมชาติที่มาจากอ่าวไทยวิ่งไปไหนครับ ไปโรงแยกก๊าซ ไปขายปิโตรเคมีในราคาที่ถูก สัญญาระยะยาว เวลาขายผู้บริโภค อ้างอิงราคา น้ำมันเตา แต่เวลาขายปิโตรเคมี อ้างอิงราคาตลาด นี่หรือครับคือวิธีเกลี่ยของท่าน ท่านก็ ต้องอธิบายให้ฟังว่าโอเค (OK) มาจากทุกแหล่งได้ครับ ผมไม่ติดใจนะครับ เพราะเรามี หลายแหล่ง มีหลายราคา มีหลายต้นทุน แต่หลักคิดจะบอกว่าท่ออันนี้มันใกล้พอดี คุณเอา ของถูกไปใช้เพราะมันอยู่ใกล้ผมว่าไม่ได้ อย่างนั้นไม่ผ่านครับ ก็จะไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค เพราะฉะนั้นมันมีกรณีที่มีสัญญาระยะยาวแล้วอ้างอิงราคาสูง แต่เป็นวัตถุดิบสำคัญ หรือเป็น ต้นทุนสำคัญในการผลิต อันนี้ท่านต้องอธิบายให้เข้าใจนะครับ🔗

ในส่วนของนโยบาย นโยบายหนึ่งที่มีการพูดคุยกันบอกว่าจะให้ประเทศไทย เป็นเทรดดิงฮับ (Trading Hub) เป็นศูนย์กลางการค้าของก๊าซธรรมชาติ ผมเคยตั้งคำถาม ในสภานี้ ๒ รอบแล้วครับว่ามันเป็นประโยชน์กับประชาชนได้อย่างไร ผมกลัวจริง ๆ นะครับ เพราะเมื่อไรท่านบอกว่าประเทศไทยจะเป็นเทรดดิงฮับ (Trading Hub) ในการค้าแอลเอ็นจี (LNG) หรือก๊าซธรรมชาติ ก็จะมีความพยายามไปอ้างอิงราคาที่ซื้อขายกันในตลาด และเป็น ราคาที่สูงกว่าราคาต้นทุนจากบางแหล่งของประเทศไทย และไม่ยอมมีการเกลี่ยต้นทุนที่ถูก ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง พูดง่าย ๆ ณ วันนี้ครับ นโยบายที่เห็นที่ปรากฏ ท่านต้องชี้แจง ครับ นโยบายที่ปรากฏก็คือว่าแหล่งถูกไปขายผู้ประกอบการบางรายในเงื่อนไขที่ค่อนข้างดี แหล่งแพงไปขายโรงไฟฟ้า เป็นต้นทุนผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนแพง นั่นคือสิ่งที่พูดกันในทุกวง เวทีสัมมนาทุกเวทีพูดอย่างนี้ แต่เราไม่เคยได้รับคำตอบ อันนี้ ก็ต้องถามท่านอีกทีครับ วันนี้เข้ามาผมก็ต้องถามท่านอีกที แล้วขอให้ตอบแบบตรงไปตรงมา และเปิดเผย โปร่งใสว่าท่านมีหลักคิดไหม แต่ตั้งแต่ครั้งที่แล้วผมกังวลในคำตอบของ คณะกรรมการ บอกว่าท่านไม่รู้ต้นทุนปากหลุม อันนี้ผมกังวลเลยครับ ท่านไม่รู้ไม่ได้ครับ เพราะท่านเป็นคนเกลี่ยต้นทุน เกลี่ยต้นทุนของราคา และเป็นคนจัดการว่าแหล่งใด หรือผู้ประกอบการใด หรือประชาชนคนไหน หรือเอกชนรายใด ที่จะต้องใช้ก๊าซในราคา เท่าไร🔗

อีกประการหนึ่ง กองทุนอุดหนุนนำเข้าก๊าซทำไมมันมีหลายราคา อันนี้อ้างอิง ผลการสัมมนาและงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ (TDRI) นะครับ การสัมมนานี้วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ ท่านไปเปิดดูได้ครับ เขาสรุปอย่างนี้ครับ ภาคอุตสาหกรรมอุดหนุน ๑๒ บาท ขนส่ง ๔ บาท ครัวเรือน ๑.๔๓ บาท ปิโตรเคมีใช้มากที่สุดจ่ายน้อยที่สุด ๑ บาท หลักคิด คืออะไรครับ ท่านกำกับด้วยหลักคิดอะไรถึงจะให้เกิดความมั่นใจและหลักประกันกับ ประชาชนว่าเราจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและกระบวนการ จัดการ หลักคิดมีความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป อีก ๔ ท่านนะครับ คุณกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี เชิญนะครับ🔗

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราได้มารับฟังรายงานของ กกพ. หรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน ผมอยากจะมีข้อแลกเปลี่ยนแล้วก็มีข้อสังเกตนิดหนึ่งคือในประเด็นของ วิสัยทัศน์ของท่าน ในเรื่องของการสร้างความสมดุลทางด้านพลังงาน ทีนี้ผมเปิดรายงาน ในเล่มอย่างเร็ว ๆ ผมก็ยังไม่ค่อยเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมในเรื่องของการส่งเสริมให้ ประชาชนลดการใช้พลังงานและใช้พลังงานทดแทนอื่น อย่างกรณีเช่นการส่งเสริมให้รถอีวี (EV) เป็นที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในหน้า ๓๒ ที่ท่านได้มีอยู่ในรายงานในเรื่องของ การกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สถานีอัดประจุที่แบ่งเป็น ๒ อย่าง ที่มีขนาดเกิน ๑,๐๐๐ แล้วก็น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ตรงนี้ผมเข้าใจว่าเป็นหลักการ แต่ผมอยากจะทราบว่าจริง ๆ แล้ว ในทางนโยบายเลยมีข้อใดบ้างที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินในการติดตั้งเครื่อง ประเภทนี้ เพราะว่ามันเรียกว่าเป็นไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ดูจากตัวเลขได้ครับ ผมไม่แน่ใจ ว่าปี ๒๕๖๑ เท่าไร แต่ว่าปี ๒๕๖๒ ตัวเลขรถที่จดทะเบียนใหม่เป็นรถที่เป็นรถไฟฟ้าจริง ๆ เพียงแค่ ๓๒,๒๔๘ คัน ตีเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน่าตกใจมากครับ ๑.๐๖ เปอร์เซ็นต์ของรถใหม่ ทั้งหมด มันแสดงให้เห็นว่าอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าภาคประชาชน ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น ในการที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อรถที่จะเปลี่ยนมาเป็นพลังงานที่เป็นพลังงานทางเลือก และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นรถบริการ สาธารณะ ที่น่าเสียใจคือแม้แต่รถของภาคราชการเองก็ยังไม่มีการพูดถึงว่าจะต้องสนับสนุน ให้มีการใช้เป็นรถอีวี (EV) เพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้าไม่มีดีมานด์ (Demand) ในการใช้ ไฟฟ้าผู้ประกอบการเขาก็ไม่มีทางที่จะไปติดตั้งสถานีการเติมประจุท่านเข้าใจไหมครับ เพราะว่าถ้าสมมุติว่ามันไม่มีรถ สถานีที่ตั้งไปก็ไม่มีใครมาเติม พอไม่มีใครตั้งสถานีเขาก็ไม่มี ความเชื่อมั่นในการซื้อรถมันก็จะวนอยู่อย่างนี้ แล้วเสร็จแล้วปัญหาที่มันเกิดขึ้นคืออะไร ปัญหาก็คือมลพิษสิ่งแวดล้อมเราก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การใช้พลังงานแทนที่มันจะเป็น พลังงานสะอาดซึ่งทั่วโลกยอมรับแล้ว แต่ว่าในฐานะที่ท่านเป็นคนกำกับนโยบายผมเลย อยากทราบว่าอะไรที่เป็นรูปธรรมที่ท่านเน้นไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนหรือภาครัฐบาลก็ตาม ในการที่จะสนับสนุนในเรื่องของการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้มาใช้รถอีวี (EV) มากขึ้น แล้วก็มันจะตอบโจทย์ในเรื่องของสถานีเติมประจุไฟฟ้า🔗

ส่วนในเรื่องของราคา ราคาค่าบริการของค่าสถานีไฟฟ้าผมมีความเห็นว่าจริง ๆ ท่านควรจะต้องมีการจูงใจให้มากกว่านี้ ผมเข้าใจว่าการเปลี่ยนมารถอีวี (EV) แล้วค่าไฟฟ้า ค่อนข้างจะถูกลงเยอะถ้าเทียบกับน้ำมันแต่ก็อาจจะยังจูงใจไม่มากพอ เพราะว่าถ้าสมมุติว่า เราลดค่าไฟฟ้าให้มันเห็นทั้งตัวรถใหม่ซึ่งราคารถอีวี (EV) เราก็ทราบอยู่ว่ารถอีวี (EV) มันจะแพง ผมไม่รู้ว่าแพงด้วยกลไกอะไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการผลิตรถอีวี (EV) บอดี้พาร์ต (Body Part) มันก็น้อยแล้วก็มีแค่มอเตอร์ชิ้นเดียว ราคาอาจจะสูงในเรื่องของ แบตเตอรี่แต่ว่าการเมนเทนแนนซ์ (Maintenance) ก็ต่ำ ผมว่าจริง ๆ ท่านควรจะเอาเรื่องนี้ เป็นบทบาทหลัก โรงไฟฟ้าขยะได้อย่างแท้จริงนะครับ อันนี้ผมถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ติดอยู่ที่ กกพ. เลย เห็นจากรายงานก็ทราบอีกว่าขอมา ๙ ราย ท่านก็ให้แค่ ๑ ราย ไม่ทราบว่าปัจจุบันเป็น อย่างไร อยากให้ท่านได้ชี้แจงเรื่องนี้นะครับ ท่านอาจจะอ้างว่าติดที่กระทรวงมหาดไทย ติดที่ ท้องถิ่นไม่มีความพร้อม ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าในฐานะที่ท่านเป็นหน่วยงานหลักในการที่จะให้ ใบอนุญาตการรับซื้อไฟฟ้าตรงนี้ท่านก็ต้องลงไปดูนะครับ ไปผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเกิดได้น้อยมากก็คือโรงไฟฟ้าชีวมวลหรือโรงไฟฟ้าที่ใช้ วัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรมาเผามาให้ความร้อนเพื่อไปปั่นไฟ โครงการนี้เป็นโครงการ ที่มีประโยชน์มากนะครับ เพราะเป็นการที่นำเศษไม้ ฟางข้าว วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร แม้แต่โรงน้ำตาลเองเขาก็มีชานอ้อยที่เอามาเผาให้เป็นพลังงานได้ แต่ผมติดตามมาในช่วง หลายปีที่ผ่านมาท่านก็ไม่ได้เปิดโครงการเหล่านี้เลย ทั้ง ๆ ที่โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นโครงการที่มีประโยชน์มากนะครับ ยกตัวอย่างเช่นอ้อย เขามีชานอ้อยเหลือถ้าเอาไปผลิต ไฟฟ้าได้และขายให้รัฐบาล ขายให้กับการไฟฟ้าได้ก็จะเป็นรายได้ที่สูงขึ้นของโรงน้ำตาล ซึ่งรายได้เหล่านี้ก็จะนำไปแบ่งให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อีกทำให้ราคาอ้อยก็สูงขึ้น หรือแม้แต่ เรื่องของยางพารานะครับ ที่เขาตัดไม้ไปทำเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ก็จะมีเศษไม้ที่เหลือ ซึ่งถ้าเศษไม้เหล่านี้สามารถนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า ก็จะส่งผลให้ไม้ที่เกษตรกร ไปขายมีราคาสูงขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง ของไฟฟ้า เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเกษตรกรด้วยในการที่เขาจะได้ขายสินค้าเกษตร ของเขาได้ในราคาดีขึ้น แต่ท่านกลับไม่ได้มีโครงการเหล่านี้เลยในช่วงที่ผ่านมา ไม่ให้ ความสำคัญกับเรื่องที่เป็นนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ ก็อยากจะ ถามท่านไว้ว่าท่านมีแนวคิดหรือมีนโยบายเรื่องนี้อย่างไรที่จะส่งเสริมให้เกิดโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่จะช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกร🔗

และสุดท้ายคือเรื่องโรงไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาด หรือบางคนใช้ว่า รีนิวเอเบิลเอเนอร์จี (Renewable Energy) เช่น ลม กังหันลม โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ พี่น้องประชาชนสนใจมากนะครับ นักลงทุนก็สนใจกันเยอะอยากจะลงทุน เพราะว่าวันนี้เทคโนโลยี ทั้งโซลาร์ ทั้งวินด์ เทอร์ไบน์ (Wind Turbine) มันมีราคาถูกลงมาก และมีประสิทธิภาพสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในราคาที่ถูก แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีโครงการเหล่านี้ เกิดขึ้นเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหมือน กกพ. แช่แข็งโรงไฟฟ้าพลังงานหรือรีนิว เอเบิล เอเนอร์จี (Renewable Energy) ซึ่งทั่วโลกเขาส่งเสริมกัน เพราะนอกจากจะเป็น พลังงานที่สะอาดและราคาถูกลงแล้ว ยังลดการนำเข้าก๊าซ ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อ มาปั่นไฟอีกด้วย ผมว่าด้วย ๒-๓ เรื่องที่ผมได้กล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นว่านโยบายการทำงาน ในการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าในประเทศไม่ตอบโจทย์ของการพัฒนาประเทศเลย เหมือนอยู่ อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น ไม่มีการปรับตัว ไม่มีการแก้ปัญหาเลยนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ ถูกต้อง🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้คือเรื่องกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งเป็น กองทุนที่ทาง กกพ. เก็บเงินจากโรงไฟฟ้า อย่างโรงไฟฟ้าก๊าซก็จะเก็บเป็น ๑ สตางค์ ต่อกิโลวัตต์-อาวร์ (Kilowatt-hour) โรงไฟฟ้าใหญ่โรงหนึ่งก็เสียประมาณปีหนึ่ง ๑๐๐ กว่าล้านบาทให้กับกองทุน ผมจำตัวเลขที่มาบตาพุดประมาณปีละ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แล้วมิหนำซ้ำโรงไฟฟ้าใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ท่านต้องเก็บเงินแล้วนะครับ เก็บเงินกองทุน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อเมกะวัตต์ (Megawatt) บางโรงก็เสียประมาณ ๕๐-๖๐ ล้านบาทต่อปี แม้แต่ในช่วงก่อสร้างยังไม่ได้ผลิตไฟฟ้า เงินเหล่านี้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเก็บไปทำไมครับ ท่านก็ทราบ เก็บเงินไปเพื่อเอาเงินเหล่านี้ ไปพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ารัศมี ๕ กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้า หรือถ้าโรงไฟฟ้า ขนาดเล็กก็อาจจะเหลือ ๓ กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้า อาจจะมีประชาชนได้ประโยชน์จากเงินนี้ ๓-๔ ตำบล ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เพราะฉะนั้นเก็บเงินไปแล้วเงินเหล่านี้ท่านต้องส่งกลับไปในชุมชนให้เร็วที่สุด ให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบได้นำเงินไปใช้แก้ปัญหาของเขา แก้ปัญหาผลกระทบ หรืออย่างน้อย เอาไปเยียวยาพัฒนาชีวิต พัฒนาชุมชนของเขา ขอสั้น ๆ ครับท่านประธาน แต่ปัจจุบัน ท่านรู้ไหมครับ เงินกองทุนบางแห่งส่งเข้าไป ๓-๔ ปีแล้วยังไม่สามารถนำเงินมาใช้ได้เลย เพราะความล่าช้าของ กกพ. ไม่มีความพร้อม ไม่สามารถจัดตั้งกองทุน ไม่สามารถบริหาร จัดการให้เขานำเงินมาใช้ได้ทัน ซึ่งจริง ๆ วันแรกที่ส่งเงินเข้ากองทุนท่านต้องให้เขาสามารถ รีบนำเงินไปใช้ได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน เพื่อลดผลกระทบจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งอันนี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ กกพ. สร้างปัญหาให้กับชุมชนอย่างมากนะครับ ผมดูในรายงานท่าน ท่านเขียนว่ามีการอนุมัติโครงการไปปีละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านไม่เขียนนะครับว่า ทั้งปีท่านเก็บเงินได้เท่าไร มันมากกว่านั้นเยอะครับ เพราะท่านใช้ไม่หมด มีปัญหา มากนะครับ ผมอยากให้ท่านชี้แจงด้วยรายงาน ท่านไม่ได้บอกว่าท่านเก็บเงินได้ปีละ กี่ล้านบาท ท่านบอกว่าท่านจ่ายไปปีละ ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่ผมรู้ว่าท่านเก็บเงินไป เยอะกว่านั้นมาก เงินที่เหลือไปไหนครับ ไปเข้ากระเป๋าใคร เก็บไว้ทำไมครับ เอามาดูแล แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนรอบโรงไฟฟ้าสิครับ ก็ฝากท่านแก้ระเบียบเรื่องนี้ด้วย เป็นปัญหามากนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนสมาชิกนะครับ มีอีก ๓ ชื่อ รวมทั้งหมด ๑๐ ท่าน พอสมควรนะครับ ขอใช้สิทธิประธานว่าครบ ๑๐ ท่าน แล้วให้ท่านเลขาธิการตอบ แล้วก็จบวาระนี้นะครับ ต่อไปเป็นนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หลังจากนั้นจะเป็นท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวทีนี้อภิปราย ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในเรื่องของพลังงานทางเลือกค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นคนที่มีทัศนคติเรื่องไฟฟ้าที่ดีมากค่ะมาจากจังหวัดกระบี่ จังหวัด กระบี่เป็นจังหวัดที่มีลิกไนต์ ความเจริญเติบโตของเราเป็นจังหวัดที่เกิดจากการทำไฟฟ้า เหมืองลิกไนต์นะคะ แล้วก็เติบโตเพราะว่าไฟฟ้าค่ะ นี่คือ ๑ ประการ เป็นครอบครัวที่ชุมชน ปกาสัย แล้วก็เติบโตเพราะลิกไนต์ คนกระบี่รักไฟฟ้าแล้วก็เป็นมนุษย์ที่เติบโตในสังคมของ กฟผ. ค่ะ🔗

ข้อ ๒ จังหวัดกระบี่มีความเกี่ยวพันกับน้ำมันปาล์ม ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นฐาน แหล่งน้ำมัน แหล่งพลังงานในอนาคตของประเทศ ตามพระราชบัญญัติ ตามนโยบายกิจการ พลังงานที่ผ่านมาเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เราหวังว่าปาล์มทุกต้นที่เราปลูกจะกลายเป็นน้ำมัน บนดิน สามารถสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับประเทศชาติได้ตามแผนพลังงานที่ทำเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา แต่ท่านประธานคะ แผนพลังงานที่ทำมานี้เปลี่ยนไปมายอกย้อน ย้อนแย้ง และไม่เก็บพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีบอกว่าจะให้พลังงานปาล์ม เป็นพลังงานทางเลือก ทำไบโอแมส (Biomass) เป็นพลังงานทางเลือกเสริมเติมจากดีเซล จากฟอสซิล (Fossil) แต่นโยบายพลังงานก็เปลี่ยนแปลงไปอีก ทำให้ประชาชนมีความสับสน และยอกย้อน ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำวันนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะตอบว่าเป็นปัญหาที่เกิดจาก นโยบายของกิจการพลังงาน นโยบายพลังงานที่กำหนดไว้ผิดทิศผิดทางให้กับประชาชน ซึ่งดิฉันคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลหรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานต้องเร่งแก้ไขค่ะ ดิฉัน ดูเอกสารที่ท่านให้มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ รายงานถึงสภาปี ๒๕๖๓ ในวันที่มีดิสรัปชัน (Disruption) แบบนี้ ในวันที่มันมีความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ การรายงานสภาห่างกันเกือบ ๑,๐๐๐ วัน อาจจะสร้างปัญหาให้กับนโยบายของประเทศชาติได้ ดิฉันอยากจะให้ ท่านเลขาธิการตอบว่าความล่าช้านี้มันจะเกี่ยวข้องกับปัญหาอย่างไร และมันสามารถพัฒนา ให้ดีขึ้นหรือเปล่า🔗

ท่านประธานคะ ปัญหาของปาล์มนี่คือปัญหาพลังงานทางเลือกค่ะ โรงงาน ไฟฟ้าจังหวัดกระบี่ ในนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ต้องถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้น้ำมันปาล์ม ใช้เพื่อลดอุปสงค์ในระบบถ้ามันโอเวอร์ซัปพลาย (Over Supply) วันนี้โรงงานปาล์ม ที่จังหวัดกระบี่พร้อมแล้วของ กฟผ. แต่นโยบายของพลังงานทางเลือกนี้ยังไม่ใส่ในนโยบาย เลยค่ะ เพราะสุดท้ายรัฐบาลยินดีที่จะจ่ายเงินซับซิไดซ์ (Subsidize) ทดแทน ๖๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าเพื่อการส่งออก มากกว่าการใช้พลังงานในประเทศ ท่านเลขาธิการอาจจะพูด ได้ว่าราคานี้ราคาถูก ราคาก๊าซนี้ราคาถูก แต่ราคานี้เป็นราคาอิมพอร์ต (Import) ค่ะ ราคา นำเข้า เงินที่ได้มาประชาชนไม่ได้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ในฐานะที่เป็น เจ้าของประเทศ เรื่องของไบโอก๊าซ (Biogas) ไบโอแมส (Biomass) ปาล์มเราผลิตได้ ซังปาล์ม ซังอ้อย ต้องถูกคำนวณลงไปในต้นทุนให้เกษตรกรได้เป็นรายได้ด้วย ไม่ใช่เป็น รายได้ของโรงงาน โครงสร้างราคาอย่างนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในระบบ โรงอ้อยที่คิดว่ามีในระบบ นี้แล้ว ที่ท่าน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐพูดก็ถูกต้องค่ะ แต่มันไกล มันมีค่าขนส่ง เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีสำคัญมาก ต้องหาเทคโนโลยีที่สามารถทำสกัดน้ำมันจากใบอ้อย ซึ่งตอนนี้ มีอยู่แล้วนะคะ ถ้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมาจัดการเรื่องนี้ให้รายได้ ทุกอย่างตกถึงมือประชาชนให้ได้มากที่สุดก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล ซังปาล์มมหาศาล ประชาชนไม่เคยได้รายได้นี้ค่ะ ไบโอแมส (Biomass) ทำไป ผลิตไฟฟ้าไปเท่าไร ประชาชน ไม่เคยได้รายได้นี้เลย เกษตรกรไม่เคยได้แบ่งปันรายได้นี้เลย ทำไมกิจการพลังงานไม่จัดการ เรื่องนี้คะ ทำไมละเลย ทำไมเมินเฉยต่อความทุกข์ของประชาชน ทำเหมือนว่าสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นในระบบ ไม่บูรณาการระบบ นโยบายวันนี้บอกอย่างนี้ นโยบายวันโน้นบอก อย่างโน้น ปาล์ม ยางพารา ไม่ใช่หญ้าเนเปียร์ (Napier) ที่มีระยะในการปลูกแค่ ๓ เดือน ๖ เดือน ประชาชนดิฉันอยู่ ๓๐ ปีบนสิ่งนี้ ดิฉันไม่สามารถรอเลขาธิการคนใหม่ ๆ แล้วบอกว่า ปัญหาแก้ไขไม่ได้เพราะอย่างไร ดิฉันขอให้แก้ไขวันนี้ และหวังว่าสิ่งที่จะเห็นในแผนพลังงาน ครั้งหน้ากับกิจการพลังงานมันจะดีอีกอย่างหนึ่งนะคะ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ ดิฉันขออ่านให้ชัด ๆ ในสภาแห่งนี้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ กำหนดว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกร ประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขีดเส้นใต้ประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณ และคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ใช้ต้นทุนต่ำและสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพึง ช่วยเหลือให้เกษตรกรผู้ยากไร้มีที่ดินทำกินโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่นใด ไม่ใช่หน้าที่ของ รัฐหรือคะ ของพลังงาน ปาล์มทุกวันนี้เลยมี ๓ ล้านตัน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๖๐ เกือบจะ เป็นร้อยละ ๗๐ แล้ว ใช้เพื่อการพลังงาน พลังงานยังเพิกเฉยต่อความรู้แบบนี้บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) ที่สัญญาว่าจะใช้ก็ใช้แบบเสียมิได้ จากบี ๑๐ (B10) ที่สัญญาว่าจะใช้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ใช้ ๘ เปอร์เซ็นต์ ใช้ ๙ เปอร์เซ็นต์ จากบี ๒๐ (B20) ที่ควรจะต้องมี ที่สัญญาว่าจะใช้ ก็ทำเหมือนว่าจะเลือนรางหายไป ดิฉันขอทวงคืนสัญญาตรงนี้ของรัฐบาลนี้ ต่อประชาชนนะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันกังวลมาก ๆ คือเรื่องของพระราชบัญญัติกองทุนทดแทน พลังงานและกองทุนพลังงานทดแทนค่ะ ที่มีสัญญาว่าภายใน ๖ ปี ต่อได้อีก ๖ ปี คือ ๑๒ ปีนี้ เงินกองทุนนี้จะไม่สามารถใช้เพื่อทำแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ซับซิไดซ์ (Subsidized) แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) ได้อีกต่อไปแล้ว มันแปลว่าสิ่งที่ท่านพูด เรื่องของอ้อย ที่เป็นพลังงานแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) หรือปาล์มที่เป็นพลังงานไบโอดีเซล (Biodiesel) รัฐจะไม่สนใจเรื่องนี้ต่อไปแล้ว ดิฉันอยากจะให้ท่านเลขาธิการได้นำสิ่งนี้ ไปประชุมกำหนดนโยบายที่ชัดเจนให้ประชาชนได้ไปพึ่งพามาก ๆ เลยนะคะ ดิฉันหวังว่า ท่านเลขาธิการจะได้คำนึงว่าปาล์มวันนี้ใช้เพื่อพลังงาน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๗๐ แล้ว หวังว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนี้จะเป็นที่พึ่งพาของประชาชนมาก ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะเรียนถาม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในหน้า ๒๕ สรุปว่าท่านได้รับซื้อไฟฟ้า จากการตรวจสอบดู ปรากฏว่าท่านได้รับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูใน จำนวนนี้ก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เราผลิตเพียง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ รับซื้อจากบริษัทขายไฟ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ ก็ซื้อมาจากต่างประเทศ อยากจะเรียนถามไปยังคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานนะครับ เนื่องจากว่าเรื่องไฟเป็นเหมือนปัจจัยสี่ในชีวิตของประชาชน ทุกคน เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการผลักภาระไปให้ประชาชน ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนในมาตรา ๕๖ ได้ระบุว่ารัฐจะต้องดำเนินการไม่ให้ตกเป็น กรรมสิทธิ์ของเอกชนที่อย่างน้อยรัฐต้องทำมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการที่เราไปซื้อไฟ จากเอกชนมากถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะไปสู่อย่างท่านกรรมาธิการหลายท่านได้สอบถาม ผมเองเคยได้สอบถามผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยว่าราคาไฟที่เป็นต้นทุน ประมาณเท่าไร ท่านกรุณาตอบว่าต้นทุนของไฟฟ้าถ้าผลิตจากถ่านหินประมาณ ๑.๖๐ บาท ถ้าผลิตจากก๊าซธรรมชาติประมาณ ๒.๓๐ บาท และถ้าชีวมวลประมาณ ๓-๔ บาท ถ้าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ก็ประมาณ ๑.๖ บาท ปรากฏว่าวันนี้ราคาไฟที่ประชาชนใช้ ประมาณเกือบ ๕ บาท ถ้าจำไม่ผิดจะ ๔.๗๐ บาท ดังนั้นเหตุที่ราคาไฟสูง ทั้งที่ต้นทุนต่ำ เนื่องจากว่าเราได้ซื้อไฟแพงโดยเฉพาะในการอนุมัติต้น ๆ ที่ให้สัมปทานต้น ๆ ค่าแอดเดอร์ (Adder) รวมไปแล้วราคาประมาณ ๑๑ บาท กับไฟพื้นฐาน คราวนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็เอาไฟฟ้าที่ตัวเองมีอยู่ อาจจะเป็นจาก เหมืองแม่เมาะอะไรก็ตามที่ไม่มีราคา เอามาผสมแล้วก็ไปขายให้ประชาชน ก็คือไปผลักภาระ ให้ประชาชน ที่สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันเท่าที่ตรวจสอบ ก็อยากจะเรียนถามว่าเราผลิตไฟ เกินอยู่เท่าไร เพราะการผลิตไฟเกิน อย่างไรก็ตามในสัญญาเราเสียเปรียบเราก็ต้องจ่ายให้กับ กลุ่มทุนที่ได้รับสัมปทานไปอยู่ดี ดังนั้นก็จึงเหมือนเอาภาษีอากรไปโปะให้อีก ก็คือเป็นการ ผลักภาระค่าไฟไปสู่ประชาชน ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คืออยากให้ท่านได้ตรวจสอบว่าการไม่ปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญเป็นการชอบหรือไม่ ผมได้เรียนถามผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่มาชี้แจง ท่านก็บอกว่าเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ผมก็ขอเอกสารยังไม่ให้ ก็บอกว่าท่านก็ วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากเมื่อส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะเป็นเรื่องผู้เสียหาย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ เหมือนรัฐบาลผลักภาระค่าไฟ ซึ่งทุกคนต้องใช้ไปให้ประชาชน และที่สำคัญอย่างยิ่ง ผมอยากจะฝากกราบเรียนไปว่าวันนี้ ประชาชนที่มีบ้านเลขที่ที่เป็นบ้านเลขที่ชั่วคราว จะใช้ไฟในราคาประมาณ ๖.๘๐ บาท ต่อยูนิต (Unit) อาจจะเป็นบ้านชั่วคราว อาจจะเป็นผู้มาก่อสร้างคอนโดมิเนียม แต่จริง ๆ ในประเทศไทยผู้มีบ้านชั่วคราวคือคนจน ไม่มีแผ่นดินหรือไม่มีที่ดินอยู่จึงไปขอใช้ที่ดินของรัฐ ก็เป็นที่ชั่วคราว ท่านกลับเก็บภาษีเรื่องค่าไฟฟ้ากับประชาชนสูงอีกนะครับ ดังนั้นผมจึง อยากจะเรียนถามทางคณะกรรมการ พอผมมาดูคณะกรรมการหลายท่านก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่รู้จัก แต่จริง ๆ แล้วไม่มีตัวแทนของประชาชนที่เป็นประชาชนคนธรรมดาที่บริโภคไฟเข้ามา อยู่ในกรรมการเลยนะครับ ดังนั้นกรรมการทุกคนบางทีก็อาจจะมองไม่เห็นทุกข์ร้อนของ ประชาชน ผมก็ยังอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการนะครับ อันนี้ ผมถือว่าเป็นการที่ทับถมความเดือดร้อนของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น แต่แทนที่จะเอาเงินของ ประชาชนได้มาแล้วกลับไปส่งเสริมให้กับผู้ได้รับสัมปทานซึ่งมีไม่กี่ราย แล้วถ้าดูงบการเงินใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็จะพบว่าพวกนี้ก็ได้เงินจากรัฐบาลเรื่องการขายไฟ ก็เป็น เศรษฐีระดับต้น ๆ เขาเรียกว่ามหาเศรษฐีของเมืองไทยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอท่านสุดท้าย สำหรับวาระนี้ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญเลยครับ หลังจากนั้นท่านเลขาธิการ ค่อยชี้แจง🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมจะขอ อภิปรายในรายงานของ กกพ. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ได้ดูรายงานของทาง กกพ. ก็คือเรื่องของค่าไฟ ผมเองนั้นเป็น ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีโรงไฟฟ้าหลายโรงนะครับ แล้วก็มีกำลังการผลิตไฟฟ้า ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีได้มีความเดือดร้อนจาก มลภาวะทางอากาศ แล้วก็เรื่องอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้าเป็นระยะเวลาเป็น ๑๐ ปีแล้ว ท่านประธานครับซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีได้รับการดูแลผ่านกองทุนโรงไฟฟ้า ที่ดูแลพี่น้องประชาชนรอบโรงงาน แต่ก็ยังไม่เป็นที่เพียงพอครับท่านประธาน เนื่องจาก รูปแบบการดูแลพี่น้องประชาชนนั้นผ่านกองทุนไฟฟ้า กองทุนโรงไฟฟ้านั้นมีข้อจำกัด หลายเรื่อง ทำให้การดูแลพี่น้องประชาชนนั้นไม่ทั่วถึง ผมเองนั้นได้เคยเสนอในสภาแห่งนี้ หลายครั้งว่าอยากให้ทาง กกพ. แล้วก็กระทรวงพลังงานไปพิจารณาในการปรับลดค่าไฟฟ้า ให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีเป็นกรณีพิเศษนะครับ เพราะว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ทางราชการควรจะต้องดูแลให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งทนกับมลภาวะแล้วก็ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่หลายโรง ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าราชบุรี แล้วก็โรงไฟฟ้าเอกชนอีกเป็นจำนวนมากอีกเป็น ๑๐ โรง ซึ่งตรงนี้ผมเองได้เสนอให้ทาง รัฐบาลได้ดูแล ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดราชบุรีอย่างเดียวครับท่านประธาน ทุกจังหวัดที่มี โรงไฟฟ้าเกิดขึ้น เพื่อในอนาคตเวลาท่านไปตั้งโรงไฟฟ้า ท่านจะได้ไม่มีแรงต่อต้านจาก พี่น้องประชาชนเหมือนอย่างทุกวันนี้นะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก็ใช้ไฟฟ้าราคาเดียวกับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีโรงไฟฟ้าอยู่ ฉะนั้นอนาคตท่านไปตั้งอยู่ตรง บริเวณไหน ก็จะลดแรงเสียดทาน ลดการต่อต้านจากพี่น้องประชาชน จึงขอให้ กกพ. ที่ท่านได้มารับฟังข้อมูลแล้วก็ข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับข้อเสนอ ของผมในฐานะผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีด้วยนะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ ก็คือเรื่องของก๊าซธรรมชาติหรือเอ็นจีวี (NGV) ครับ ซึ่งที่ผ่านมาอยากจะเรียนท่านผู้แทนของ กกพ. ครับ ว่าเอ็นจีวี (NGV) นั้น ผมเองในฐานะ ที่เป็นกรรมาธิการที่ดูรัฐวิสาหกิจ ก็ได้เชิญ ปตท. มาหารือหลายครั้งในการที่จะให้ลดราคา ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) เพราะว่าราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ปัจจุบันสูง เมื่อเทียบกับราคาน้ำมัน ดีเซล ทำให้ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการแล้วก็พี่น้องประชาชนหันมาใช้น้ำมันดีเซล เป็นหลัก แล้วทำให้เกิดมลภาวะฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมเองในฐานะที่เป็น กรรมาธิการวิสามัญฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีผลวิจัยที่ชัดเจนครับ ท่านผู้แทน กกพ. ว่า ๗๒.๕ เปอร์เซ็นต์ของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาจาก การสันดาปของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมาจากภาคขนส่ง ฉะนั้นจึงอยากให้ทาง กกพ. สนพ. แล้วก็ ปตท. นี่ ได้สนับสนุนให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เอ็นจีวี (NGV) ทดแทนดีเซล ด้วยการลดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ผมได้ใช้เวทีของสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายเรื่องนี้ หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของในช่วงของการพิจารณางบประมาณ ในการพิจารณา ในวาระต่าง ๆ เพราะว่าถ้าท่านไปรอรถอีวี (EV) อย่างที่ในหน้าที่ ๗ ที่ท่านประธาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานบอกว่าจะพัฒนารถอีวี (EV) ก็คือในส่วนยานยนต์ไฟฟ้า ท่านต้องรออีกหลายปี ไม่ว่าจะเป็นสถานี ตัวเทคโนโลยี ตัวรถ กว่าจะมีจำนวน เป็นที่แพร่หลาย จะลดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ท่านใช้เวลาอีกกี่ปีครับ แต่วันนี้ฤดูหนาว กำลังจะมาแล้ว นักวิชาการ ผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านสิ่งแวดล้อมก็กำลังเป็นห่วงว่าสถานการณ์ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น ปีนี้ก็จะน่าวิตกเหมือนเดิม แต่ถ้าท่านลดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ลง ผู้ประกอบการที่มาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรถบรรทุก ผู้ประกอบการ รถยนต์โดยสารที่ใช้ดีเซลปัจจุบันพร้อมที่จะไปใช้เอ็นจีวี (NGV) ทันที เพราะว่าเขามีชุดคิต (Kit) หรือชุดที่ดัดแปลงใช้เอ็นจีวี (NGV) แทนดีเซลได้ทันที ก็จะสามารถลดก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ก็สามารถเพิ่มปริมาณการใช้ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) แทนดีเซลได้ก็จะสามารถลดปริมาณ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ฉะนั้นตรงนี้จึงขอเรียกร้องให้ กกพ. แล้วก็ สนพ. นะครับ โดยเฉพาะท่านผู้แทน กกพ. ที่มารับฟังปัญหาวันนี้ ท่านดูเรื่องของธุรกิจก๊าซพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องของการคิดค่าบริการทางท่อ เวลาเชิญ ปตท. มาชี้แจงทีไรผู้แทนของ ปตท. ผู้บริหารของ ปตท.ก็มักจะอ้างครับว่าทาง กกพ. สนพ. กำหนดให้ขายราคานี้ ทำให้ ไม่สามารถลดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ได้ ตรงนี้อยากจะเรียนทาง กกพ. ครับว่าพี่น้อง ประชาชนขอเรียกร้องผ่านผู้แทนราษฎรนะครับว่าให้ท่านพิจารณาปรับลดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ลง เพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรถบรรทุก ผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร แล้วก็ พี่น้องประชาชนมาใช้เอ็นจีวี (NGV) เพื่อที่ปีนี้จะได้ไม่ต้องเจอฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้ทาง กกพ. ได้รับเรื่องไป ดำเนินการให้ ปตท. ลดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเลขาธิการ ชี้แจงครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

กราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็ท่าน ส.ส. ที่กรุณาถามทั้งหมด ประมาณ ๘ ท่านนะครับ ก็ขออนุญาตว่าจะพยายามตอบให้ครบทุกประเด็นนะครับ🔗

สำหรับท่านแรกนะครับ มาจาก ส.ส. มหาสารคาม เรื่องโรงไฟฟ้าขยะ ก็ขออนุญาตท่านกิตติศักดิ์ ขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ เข้าใจว่าในปี ๒๕๖๑ โรงไฟฟ้าขยะที่เรารับซื้อเป็นโรงไฟฟ้าขยะในกลุ่มควิกวิน (Quick Win) ซึ่ง ณ ขณะนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังประกาศ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดนะครับ เพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาโรงไฟฟ้าขยะ ก็ทำให้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเทศบาลหรือ อบต. ไปยืนยันว่าจะมีขยะแล้วไม่มี เขาพยายามจะแก้ไขตรงนี้ โดยนำเทศบาล อบต. มาผ่าน พ.ร.บ. รักษาความสะอาด ก็นำเสนอโครงการเข้ามา แล้วก็ต้องมีการพิสูจน์ว่าจำนวนขยะเท่าไร อย่างไรนะครับ แล้วก็ มีการดำเนินการในลักษณะเหมือนกับร่วมทุน ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก็เรียนว่าอันนี้เป็น พ.ร.บ. ซึ่งประกาศในปี ๒๕๖๑ ก็เลยทำให้กระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ของผู้ประกอบการที่ไป ดำเนินการมันก็อาจจะมีเวลาช้าบ้างนะครับ แต่ปัจจุบันทั้งหมดเกือบทั้งหมดแล้วก็ได้ ดำเนินการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไปแทบทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการแทบ ทั้งหมดเลยในส่วนของควิกวิน (Quick Win) แล้วก็ถามว่าทำไมเราไม่เปิดรับซื้อต่อ ต้องเรียนว่า อันนี้เวลาเรารับซื้อโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทเราต้องดำเนินการตามแผนพีดีพี (PDP) เนื่องจากว่าจะกระทบกับค่าไฟโดยรวม เราก็รอพิจารณาว่าถ้าแผนพีดีพี (PDP) ขยายเข้ามา มีขยะ มีโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม เราก็จะพิจารณารับซื้อเพิ่มเติมให้ตามลำดับต่อไปครับ🔗

ส่วนโซลาร์นะครับ ในรูปของโซลาร์ที่มากกว่า ๑ เมกะวัตต์ ก็ต้องเรียนว่า ในสมัยก่อนโซลาร์ที่น้อยกว่า ๑ เมกะวัตต์ ทาง กกพ. เองก็ดำเนินการผลักดัน ความเป็นโรงงานให้พ้นจากความเป็นโรงงานไป ส่วนมากกว่า ๑ เมกะวัตต์ปัจจุบัน เรากำลังร่วมมือกับทางปฏิรูปประเทศด้านพลังงานนะครับ กำลังดูเรื่อง ร.ง. ๔ ลำดับ ๘๘ ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณานะครับ เข้าใจว่าน่าจะประมาณปี ๒๕๖๔ น่าจะมีการปลด ร.ง. ๔ ลำดับ ๘๘ ออกจากความเป็นโรงงาน แต่ก็ต้องเรียนนะครับว่าต้องได้รับความร่วมมือ จากทางกระทรวงอุตสาหกรรมด้วยเช่นกันครับ อันนี้ในส่วนของท่าน ส.ส. มหาสารคาม นะครับ🔗

ถัดมาของท่านเกียรติ สิทธีอมร เรื่องก๊าซธรรมชาติ ก็เรียนตรง ๆ นะครับว่า ราคาก๊าซธรรมชาติถามว่าเรารู้ไหม เรารู้นะครับ แต่ว่าเรื่องสูตรที่ออกมาจากแต่ละหลุม ก็ต้องเรียนว่าผู้ประกอบการ ก็คือไม่ว่าจะเป็น ปตท. หรือเชฟรอนในอดีตต่าง ๆ เขาจะมี สัญญาสัมปทานกับทางภาครัฐ ทาง กกพ. เองไม่สามารถเปิดเผยสูตรตรงนี้ได้ เพราะเป็นเรื่องของสัมปทานภาครัฐ แต่ว่าเวลาเราดูนี่เราดูทุกรอบเอฟที (Ft) เราจะมีการดู ราคาก๊าซของแต่ละจุด แต่ละหลุม แต่ละหลุมนะครับ ก็แบบที่ผมเรียนตั้งแต่แรกโดยเฉลี่ย ก็จะอยู่ประมาณ ๔-๕ เหรียญขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ขึ้นอยู่กับราคาอัตราแลกเปลี่ยน เราตรวจเช็ก (Check) ตลอดนะครับ ที่ได้เรียนมาตั้งแต่ต้นว่าในช่วงโควิด (COVID) ราคา แอลเอ็นจี (LNG) ต่ำกว่าราคาก๊าซธรรมชาติในหลุม เราก็มีการซื้อแอลเอ็นจี (LNG) เข้ามา ประกอบ อันนี้ต้องเรียนว่าเราดูครับ🔗

ถัดมาเรื่องการเทรดดิงฮับ (Trading Hub) อันนี้ก็เป็นการดำเนินการ ก็เป็นช่วงของการทดลอง เราก็จะพยายามกำกับไม่ให้กระทบต่อประชาชน เนื่องจากว่า เป็นการใช้ถังที่เหลือจากการใช้ปกติมานะครับ🔗

ถัดมาเรื่องกองทุนอุดหนุน อันนี้ผมต้องเรียนว่าเข้าใจว่าเป็นเรื่องแอลพีจี (LPG) นะครับ ก๊าซแอลพีจี (LPG) ซึ่งทาง กกพ. ไม่ได้ดู ไม่ได้กำกับก๊าซแอลพีจี (LPG) ครับ🔗

ถัดมาเป็นคำถามของท่านกัญจน์พงศ์ เกี่ยวกับเรื่องส่งเสริมอีวี (EV) นะครับ ก็ต้องเรียนว่าอีวี (EV) ทาง กกพ. เองก็มี เราเป็นฝ่ายกำกับ เราพยายามที่จะดำเนินการ ให้สอดคล้องกับนโยบายที่ส่งเข้ามานะครับ ในเรื่องอีวี (EV) เองนี่ ก็แบบที่เรียนว่าเหมือนไก่ กับไข่ ปัจจุบันรถไม่ค่อยเยอะ รถที่ซื้อมาส่วนใหญ่ก็ชาร์จ (Charge) จากที่บ้านนะครับ ก็มี การพูดคุยกันว่าสถานีตามต่างจังหวัดไม่ค่อยมี เพราะสถานีตามต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเป็น สถานีประเภทควิกชาร์จ (Quick Charge) เนื่องจากเข้าไปแล้วต้องไปเติมนะครับ อันนี้ เราก็พยายามแก้ปัญหา โดยในเบื้องต้นเราก็ได้มีการออกอัตราทดลองให้สถานีควิกชาร์จ (Quick Charge) ต่างจังหวัดอยู่ได้ด้วยอัตราที่พิเศษ เป็นช่วงทดลอง ๒ ปี อันนี้ต้องเรียนว่า เราเสนอไปแล้ว แล้วปัจจุบันอยู่ระหว่างทำรายละเอียดสัญญา ก็น่าจะประกาศใช้นะครับ เพราะเราเข้าใจดีครับว่ารถเวลาวิ่งไปต่างจังหวัดอาจจะมีไม่เยอะคัน ชาร์จ (Charge) ปุ๊บ โดนดีมานด์ชาร์จ (Demand Charge) ก็ทำให้สถานีอยู่ไม่ได้ อันนี้เราพยายามแก้ไข แล้วก็ พยายามปรับทดลองอยู่นะครับ ส่วนอัตราระยะยาวถาวรคงต้องดูกันอีกทีหนึ่งว่าควรจะเป็น อย่างไร เพราะว่าเราก็ต้องเทียบกับผู้ใช้อีวี (EV) กับผู้ใช้ไฟบ้าน มันก็ต้องมีความเสมอภาคกัน อยู่ระดับหนึ่งเหมือนกันครับ🔗

ถัดมาของ ส.ส. ชัยวุฒินะครับ เรื่องของการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต รายได้ ของไฟฟ้าเผาขยะ แล้วก็โรงไฟฟ้าชีวมวล อันนี้ก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าก็จะเหมือนกับ เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าการรับซื้อไฟฟ้าเพื่อเข้ามาขายเข้าระบบเราต้องดำเนินการตามแผนพัฒนา กำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือพีดีพี (PDP) คือเราไม่สามารถที่จะเปิดรับซื้อได้เอง ต้องมีแผนก่อนเราถึงจะรับซื้อได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เราเดินตามแผน ถ้ากำหนดแผน มาแล้ว แล้วกำหนดอะไรต่าง ๆ กกพ. ดำเนินการอย่างเร่งรัด ดำเนินการตามขั้นตอนเลย รับรองว่าเสร็จได้รวดเร็วเลยครับ แต่เราก็ไม่บล็อก (Block) ผู้ประกอบการที่ไม่ได้ขายเข้าระบบ คือผู้ประกอบการที่สามารถ ผลิตแล้วใช้เอง อย่างนี้ก็ดำเนินการทำได้เลยแล้วก็มาขออนุญาตจาก กกพ. อันนี้ไม่มีประเด็น อะไร แต่ว่าถ้าจะขายเข้าระบบได้รับส่วนเพิ่มซึ่งกระทบกับค่าไฟ อันนี้เราคงต้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามแผนครับ🔗

สำหรับเรื่องกองทุนพัฒนาไฟฟ้า อันนี้ก็ต้องเรียนว่าเราก็พบปัญหาอยู่นะครับว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในอดีตทำมามันมีขั้นตอนค่อนข้างเยอะ การอนุมัติเงินช้า ปัจจุบัน ปี ๒๕๖๔ เราก็ได้ดำเนินการกระจายอำนาจโดยให้ คพรฟ. คือจะให้กรอบไป แล้ว คพรฟ. อนุมัติได้เอง ก็เข้าใจว่าในปี ๒๕๖๔ การดำเนินการของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าน่าจะมี ความรวดเร็วมากขึ้นแล้วก็ตอบสนองกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่ ตัวเลขก็คือกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ๙๗ (๓) ที่อยู่ในพื้นที่ ปีหนึ่งเรามีประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ก็เข้าใจว่าใช้เงินไปเกือบหมด ไม่เหลือ เพราะว่าส่วนที่ต่างกันนิดหน่อยอาจจะเป็นช่วงคร่อม ปีงบประมาณ โครงการที่คร่อมปีอะไรต่าง ๆ ยืนยันว่ากองทุน ๙๗ (๓) ไม่มีเหลืออยู่ ที่สำนักงาน ใช้ไปเกือบหมดครับ🔗

ถัดมาเรื่องของทางท่าน ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เรื่องของพลังงาน ทางเลือก แล้วก็รายงานปี ๒๕๖๑-๒๕๖๓ ต้องขอเรียนชี้แจงอย่างนี้นะครับ ก็คือ อย่างรายงานปี ๒๕๖๑ ครั้งนี้ได้มา พอหมดปี ๒๕๖๑ เราต้องรอ สตง. แอปพรูฟ (Approve) เรื่องของออดิต (Audit) รายงานเสร็จเราต้องมาดำเนินการเสนอ กพช. เข้า ครม. แล้วถึงจะ มาถึงสภา มันก็ใช้ขั้นตอนค่อนข้างนานถ้ารวมโพรเซส (Process) ทั้งหมด ทางเราเองก็เห็น อยู่ว่ามันก็เป็นประเด็นทำให้ได้รับข้อมูลที่ล่าช้า ก็เลยมีการคิดใหม่ทำใหม่ อย่างปี ๒๕๖๒ เราไม่รองบ สตง. แล้ว เราก็นำคอนเทนต์ (Content) ที่เป็นข้อมูลต่าง ๆ โพสต์ (Post) เข้าไปในเว็บ (Web) ปัจจุบันท่านสามารถเข้าดูในเว็บ (Web) ได้เลยแต่ว่าไม่มีงบ มีแค่ข้อมูล การดำเนินงานต่าง ๆ แล้วก็ของปี ๒๕๖๓ เราจะโพสต์ (Post) ภายในเดือนพฤศจิกายน ท่านก็สามารถเข้าไปอัปเดต (Update) แล้วก็ติดตามได้เลย แต่ส่วนเรื่องของงบประมาณ อันนี้ก็เรียนว่าต้องรอให้ สตง. เห็นชอบก่อนแล้วถึงเสนอตามขั้นตอน ก็จะมาอีกลำดับ ถัดไปนะครับ🔗

ถัดมาเรื่องของกำลังผลิตไฟฟ้า อันนี้ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าตัวเลขที่ท่าน บอกมาเป็นตัวเลขกำลังผลิตไฟฟ้า ณ จุดขายไฟฟ้า คือ ณ หน้าโรง อันนี้มันก็จะมีในระบบ ก็จะมีระบบสายส่ง สายจำหน่าย แล้วก็ระบบเขาเรียกว่ารีเซิร์ฟคาพาซิตี (Reserve Capacity) ซึ่งมีเผื่ออันนั้นเข้าไป บวกเข้าไปอีกมันก็ทำให้ค่าไฟฟ้าค่อนข้างสูง สูงขึ้นมากกว่า ที่ควรจะเป็น แต่คราวนี้ทาง กกพ. เองก็พยายามดูแล้วก็จะกำกับแอสเซส (Assess) ของการไฟฟ้าในส่วนของที่เป็นโครงข่ายให้กระชับขึ้นเพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ก็ต้อง เรียนว่าในเรื่องของสัดส่วนการผลิต ผมขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้ว่าเราเดินไปตามแผนพีดีพี (PDP) ซึ่งก็มีการนำเสนอไปที่เรื่องของเปอร์เซ็นต์ นำเสนอไปที่คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นอันนี้ผมขออนุญาตไม่ชี้แจงดีกว่าเพราะเป็นเรื่องของการดำเนินการตามแผน พีดีพี (PDP) แล้วก็มีการชี้ไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของกระทรวงพลังงานแล้วนะครับ🔗

ถัดมาลำดับที่ ๗ ของคุณศิริกัญญา พรรคก้าวไกล ในเรื่องของรายงาน ย้อนหลัง ๑ ปี ผลประกอบการ แล้วก็สัมปทาน รวมถึงความพร้อมจ่าย อันนี้ผมเข้าใจว่า ผมได้ตอบไปแล้วเรื่องความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้า เรื่องการใช้พลังงานที่ลดลง น่าจะตอบไป เกือบหมดแล้วนะครับ🔗

ถัดมาอีกอันหนึ่งลำดับที่ ๘ เรื่องของ ส.ส. ราชบุรี ก็ขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ เรื่องค่าไฟที่เอาเงินกองทุนมาลดค่าไฟ จากครั้งที่แล้วที่เรามารับความเห็นไปเราก็เอาไป ดำเนินการหารือกับทาง กกพ. ทางหน่วยงานต่าง ๆ แล้วเราก็เห็นว่าวัตถุประสงค์ ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเขาให้นำเงินไปพัฒนาท้องถิ่น อันนี้ก็คือว่าถ้านำเงินไปให้พื้นที่ โดยตรงอาจจะไม่สอดคล้องกับบริบทของ พ.ร.บ. ในเรื่องกองทุน แต่อย่างไรก็ตามเดี๋ยววันนี้ ผมจะรับข้อเสนอของทาง ส.ส. ราชบุรีไปหารือทาง กกพ. เพิ่มเติมอีกทีหนึ่งว่าจะมีกลไกอื่น ที่สามารถเอาไปลดค่าไฟได้ไหม แต่ว่าในส่วนของกองทุน พิจารณามาแล้วก็คือค่อนข้าง จะลำบากนิดหนึ่งเพราะว่าไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุนที่จะไปลดค่าไฟครับ🔗

ส่วนของเรื่องเอ็นจีวี (NGV) ก็ต้องขอเรียนตรง ๆ ว่า กกพ. เราไม่ได้กำกับ เอ็นจีวี (NGV) เช่นกัน แล้วก็เมื่อสักครู่มีอยู่ประเด็นหนึ่งคือเรื่องของค่าผ่านท่อในพื้นที่ของ ปตท. อันนี้ก็เรียนตรง ๆ ว่าเราก็พิจารณาตรงนี้อยู่นะครับ เราก็พยายามจะปรับโครงสร้าง การคิดค่าผ่านท่อ ค่าก๊าซให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก็ได้นำเสนอทางนโยบายไปแล้วนะครับ เข้าใจว่านโยบายคงจะดูภาพรวมในเรื่องของการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ และคงนำเสนอ ทีเดียวว่าค่าผ่านท่อต่าง ๆ ค่าก๊าซต่าง ๆ ควรจะเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น โรงแยกก๊าซ โรงไฟฟ้าควรจะคิดลักษณะเหมือน ๆ กันครับ ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงเท่านี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณท่านเลขาธิการ กับคณะนะครับ เราได้จบการอภิปรายซักถามรายงานประจำเรื่องนี้🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตถาม เพิ่มเติมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมก็ขอให้บันทึกไว้ เท่านั้นเองครับ พอดีท่านได้ตอบบางเรื่องและไม่ตอบบางเรื่อง ขอให้บันทึกไว้อย่างนี้นะครับ ว่าคราวที่แล้วที่ผมถามว่าท่านรู้ราคาต้นทุนปากหลุมหรือเปล่า คำตอบในสภาแห่งนี้คือไม่รู้ วันนี้พอผมถามอีก ท่านตอบว่ารู้แต่เปิดเผยไม่ได้เนื่องจากสัญญาสัมปทาน เอาให้ชัดเจนนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ท่านตอบ ขอให้บันทึกไว้อย่างนี้ แต่ผมก็ตั้งคำถามกลับกับท่านว่ามันจะโปร่งใส เป็นธรรมได้อย่างไรครับถ้าท่านไม่เปิดเผยครับ ถ้าบอกว่าต้องโปร่งใสก็ต้องเปิดเผย อันนี้ ผมตั้งเป็นข้อสังเกตไว้นะครับ และผมถามท่านว่าท่านใช้หลักอะไรในการเกลี่ยต้นทุน ท่านไม่ได้ตอบครับ ท่านเลือกไม่ตอบก็ไม่เป็นไรครับ แล้วผมถามท่านอีกเหมือนกันว่าในเมื่อ พอท่านไม่บอกว่าเกลี่ยต้นทุนอย่างไร แล้วท่านขายไปมีหลายราคา ผมถามท่านใช้หลักคิด อะไร ท่านก็ไม่ได้ตอบอีก ก็ให้บันทึกไว้ครับท่านประธาน เพราะสิ่งเหล่านี้ค้างคาใจ ประชาชนมาก และค้างคาใจ ผมอภิปรายเรื่องนี้นะครับท่านประธาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๗ ในรอบ ๙ ปีครับ แล้วผมไม่เคยได้คำตอบ ก็ให้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ค่าผ่านท่อที่ท่านเพิ่ง ตอบมาเมื่อสักครู่บอกพิจารณาอยู่ รับยากเลยนะครับท่านครับ ท่านทำงานอย่างไรครับ ถึงเพิ่งมาตอบในสภาบอกผมกำลังพิจารณาอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติเรื่องพื้นฐานอย่างยิ่งเลย ใช้เวลาพิจารณาไม่นานที่จะให้ความเป็นธรรม ก็ไม่เป็นไร ก็ขอบันทึกไว้ว่าท่านพิจารณาอยู่ ก็ต้องฝากท่านครับ ถ้าคำตอบเป็นอย่างนี้ คำถามสุดท้ายผม ถ้าท่านจะช่วยตอบได้ก็คือว่า ใครกำกับดูแลคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ คุณอัครเดช เชิญนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้ฟังท่านผู้แทนของ กกพ. ได้ชี้แจงเรื่องของก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้กำกับเรื่องของก๊าซเอ็นจีวี (NGV) จริงครับ แต่ว่าเวลา ปตท. มาชี้แจง ที่คณะกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ ท่านทราบไหมครับ ปตท. ก็จะอ้างว่า กกพ. นี่คิดราคา ค่าขนส่งก๊าซทางท่อนี่สูงมาก มาอ้างเพื่อเป็นต้นทุนในการที่ไม่ลดราคาจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ครับ ท่านยังเป็นคนให้ใบอนุญาตในส่วนของ ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) แล้วก็เอ็นจีวี (NGV) ซึ่งตรงนี้มันเป็นเรื่องของการแข่งขันในตลาด ปัจจุบันนี้ ปตท. นี่ผูกขาดการขายก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าท่านยัง ผูกขาดอย่างนี้อยู่นะครับ ผมถามแล้วเมื่อไรที่พี่น้องประชาชนจะได้ราคาก๊าซ (NGV) ที่เป็นธรรมแล้วก็ราคาลงมา ท่านจำได้ไหมครับเมื่อปี ๒๕๔๙ ราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ที่ชักชวนให้พี่น้องประชาชนไปติดตั้งชุดในการดัดแปลงเครื่องยนต์จากดีเซลมาใช้เอ็นจีวี (NGV) รถสิบล้อคันหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็รับปากว่าราคาเอ็นจีวี (NGV) จะอยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาดีเซล แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่ครับ ราคาแทบจะเท่ากันแล้ว ทั้ง ๆ ที่ค่าซ่อมบำรุงแล้วก็อัตราค่าบรรทุกแล้วก็อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงกว่าดีเซลมาก ฉะนั้นตรงนี้ท่านจะบอกว่าท่านไม่ได้กำกับดูแลโดยตรงแล้วไม่สามารถที่จะมาดูแลตรงนี้ผมว่า ไม่ใช่ เพราะว่าท่านนี่คิดต้นทุนค่าก๊าซก็เป็นหน้าที่ของท่าน การแข่งขันในตลาดกลไกเสรี กลไกตลาดในการกำหนดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ก็เป็นหน้าที่ของท่าน ฉะนั้นก็ฝากท่าน ผู้แทน กกพ. รับไปพิจารณาลดราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ให้กับพี่น้องประชาชน โดยท่านต้อง ไปหารือครับ ทั้ง สนพ. ทั้ง ปตท. กระทรวงพลังงาน แล้วก็ กกพ. ครับ อันนี้ขอเรียกร้องครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนตอนนี้เดือดร้อนมาก🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของไฟฟ้าที่ท่านจะรับพิจารณาในการลด🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปหน่อยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ครับท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ ในการลดให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ก็ขอขอบคุณครับในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรของ พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ก็ขอขอบคุณผู้แทน กกพ. ที่ท่านจะไปหาช่องทางในการลดค่าไฟ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกมีอะไร จะสอบถามเชิญนะครับ ก่อนที่ท่านเลขาธิการจะได้ตอบอีกครั้งหนึ่ง เชิญนะครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส. มหาสารคาม เขต ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

เมื่อสักครู่ถามเกี่ยวกับ เรื่องโรงไฟฟ้าขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งที่ท่านเลขาคมกฤชอธิบายมาก็คือว่า ตอนนี้มันยังขึ้นกับนโยบายของ กกพ. ใช่ไหมครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วปริมาณเมกะวัตต์ ที่โรงไฟฟ้าใช้ส่วนใหญ่ไม่ถึง ๑๐ เมกะวัตต์ ซึ่งกระทบกับแผนพลังงานของประเทศผมว่า น้อยมาก แต่การที่เรามีเรียกว่ากำจัดขยะแล้วก็เอามาผลิตไฟฟ้าได้ประโยชน์กับชุมชน และสังคมเยอะ กว่าจะผ่านประชาพิจารณ์ กว่าจะผ่านสิ่งต่าง ๆ มาลำบาก แต่ตอนนี้พอผ่าน ทุกอย่างแล้วปรากฏว่าติดที่ใบอนุญาตจาก กกพ. ซึ่งอันนี้ก็ต้องนำเรียนว่าอยากให้ ในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมผ่านกระบวนการมาเรียบร้อยให้ท่าน อนุญาตให้ใบอนุญาตให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนเรื่องของโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ที่ท่านตอบมาเกี่ยวกับเรื่องของมากกว่า ๑ เมกะวัตต์ บอกว่าต้องขอความร่วมมือจาก กระทรวงอุตสาหกรรมด้วย ผมว่าท่านต้องทำงานร่วมกันว่าท่านส่งเสริมเกี่ยวกับ เรื่องของพลังงานจากแสงอาทิตย์ก็ควรจะอนุญาต ถ้าไม่มีประเด็นอะไรไม่เกี่ยวกับเรื่องของ โพลลูชัน (Pollution) อะไร อย่างไร ท่านต้องทำร่วมกันในการที่จะให้อนุญาตโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ที่มากกว่า ๑ เมกะวัตต์ ซึ่งอันนี้ใช้เองนะครับ ไม่ใช่เอาไปขาย ซึ่งอันนี้คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการด้วย ประโยชน์กับประเทศไทยด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญสมาชิกท่านใด ยังติดใจเชิญนะครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพคะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ดิฉันพูดเรื่องหลายเรื่องมากเลย ดิฉันพูดเรื่องนโยบายพลังงานทางเลือก พูดเรื่องกองทุน พลังงาน พูดเรื่องโรงงานไฟฟ้าจังหวัดกระบี่โดยการใช้น้ำมันปาล์มเป็นพลังงาน พูดเรื่อง บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) แล้วก็นโยบายพลังงานที่มีความยอกย้อนและซับซ้อนกับพลังงาน ทางเลือก แต่ท่านเลือกตอบแค่เรื่องของการดีเลย์ (Delay) ตามเอกสารนี้อย่างเดียวค่ะ ดิฉันไม่มั่นใจว่าท่านได้ยินคำถามดิฉันที่ดิฉันพูดไปประมาณ ๕ นาทีหรือเปล่ารู้สึกสงสัย ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเกิดท่านไม่ตอบดิฉันจะขอติดตามจากรายงานในปีหน้าและหวังว่าสิ่งนี้ จะเกิดขึ้น ดิฉันมีประชาชนรอคำตอบอยู่ ดิฉันรอไม่ค่อยได้ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิก ท่านทวีครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ คือผมติดใจคำตอบนิดเดียวว่าทางผู้ชี้แจงได้บอกว่าการที่ให้เอกชนผลิตไฟ เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเนื่องจากเป็นแผนการผลิตที่ได้มีกำหนดไว้ คือผมไม่ติดใจในคำตอบของท่านแต่ว่าอยากให้ธำรงไว้ซึ่งความสูงสุดของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมายอื่นจะขัดหรือแย้ง หรือการกระทำจะขัดหรือแย้งไม่ได้ การที่ท่านบอกว่าให้เอกชนสามารถผลิตไฟได้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือสาธารณูปโภคอันนี้จึงอยากจะให้มีบันทึกไว้นะครับ ซึ่งก็ฝากท่าน ไปพิจารณาด้วยเพราะว่าเป็นการผลักภาระค่าไฟแพงไปให้ประชาชน ส่วนรายได้ไปให้ผู้ได้รับ สัมปทาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเลขาธิการคมกฤชมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

จริง ๆ ก็ต้องเรียนนิดหนึ่งนะครับ อาจจะขออภัยที่ได้เก็บประเด็นต่าง ๆ ได้ไม่ครบถ้วน จริง ๆ ต้องเรียนว่าเรื่องของพลังงานหมุนเวียนที่ได้เรียนมาแล้วว่าจริง ๆ ทาง กกพ. เป็นจุดปลายทางในการรับซื้อเข้าระบบแล้วก็ซื้อตามแผนพีดีพี (PDP) ถ้ามีการดำเนินการครบถ้วนตามแผนเรารีบดำเนินการให้ แต่การกำหนดว่าควรจะซื้อ ไม่ควรจะซื้ออย่างไรคือมันต้องเป็นไปตามภาคนโยบายที่เขากำหนดอยู่ในแผน อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่ง อย่างเช่นโรงไฟฟ้าขยะเขาก็มี พ.ร.บ. กำหนดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องมีผ่าน กระบวนการร่วมทุน ผ่านกระบวนการอนุมัติอะไรต่าง ๆ อันนี้เราก็เดินไปตามนั้น ส่วนในกรณีของน้ำมันปาล์มอะไรต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นส่วนว่าถ้าเปิดรับซื้อเราก็รับซื้อให้แน่ ๆ แต่ว่าในส่วนที่ว่าการที่จะไปแบ่งปันลงถึงชุมชน ชุมชนควรจะได้เท่าไร อันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่าทาง กกพ. ไม่ได้ลงลึกไปดูถึงตรงนั้น เพียงแต่ว่าเรารับซื้อพลังงานหมุนเวียนเข้าระบบ เพื่อเสริมกับพลังงานหลักเท่านั้นเองในส่วนของการกำกับกิจการพลังงาน แล้วก็ในส่วนของเรื่องราคาก๊าซในอ่าว ก็ต้องเรียนว่าเรากำกับอยู่ ผ่านในตลาดรอบเอฟที (Ft) เราก็จะรู้ว่าราคาก๊าซแต่ละงวดเอฟที (Ft) เป็นเท่าไร แต่ว่าเรื่องสูตรเราไม่มี ต้องเรียน ตรง ๆ ว่าสูตรเราไม่มี เพราะว่าเป็นเรื่องของการรับสัมปทานของผู้ผลิตกับทางรัฐโดยตรง เรารับเป็นตัวก๊าซขึ้นมาแล้วก็มีการรายงานการกำกับ เขาเรียกว่าพูลก๊าซ (Pool Gas) ซึ่งเป็นราคาเดียวกัน อันนี้เราจะมี เราจะรู้ว่าในงวดนั้น งวดคิดค่าเอฟที (Ft) ซื้อแต่ละหลุมมาด้วยราคาเท่าไร แต่ว่าสูตรนี่ต้องเรียนตรง ๆ ว่าไม่มี แล้วก็ในรอบเอฟที (Ft) เราก็มีการชี้แจงผ่านสื่อผ่านอะไรต่าง ๆ ซึ่งก็อยู่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ (Web site) ของ กกพ. อันนี้ก็ต้องเรียนขออภัยจริง ๆ ว่าเรามีตัวเลข แต่เราไม่ได้มีสูตรนะครับ🔗

แล้วก็มีประเด็นเรื่องของเอ็นจีวี (NGV) เอ็นจีวี (NGV) ก็ต้องเรียนตรง ๆ อีกว่า โครงสร้างค่าผ่านท่อของเอ็นจีวี (NGV) เป็นโครงสร้างค่าผ่านท่อเดียวกับของโรงไฟฟ้า ราคาเดียวกันนะครับ แต่ว่าราคาปลายทางสุดท้ายเข้าใจว่าเอ็นจีวี (NGV) มีการสนับสนุน ทางด้านราคา อันนี้เราไม่ได้ดู เราดูค่าผ่านท่อ ค่าผ่านท่อคือเท่าเทียมกันระหว่างโรงไฟฟ้า การใช้ก๊าซทั้งหมดได้ค่าผ่านท่อราคาเดียวกัน แล้วก็มีการกำกับค่าผ่านท่อ ก็คือถ้าเป็นเรื่อง ของการจัดการลงทุน ประมาณ ๔ ปีเราจะปรับครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายผันแปร ที่เรียกว่าทีซี (TC) เราจะมีการกำกับทุกปี อันนี้ก็ต้องขอเรียนชี้แจงตรง ๆ ว่าเรากำกับ ค่าผ่านท่อตามรอบการกำกับ แต่ว่าเรื่องของราคาสุดท้ายที่ส่งไปที่เอ็นจีวี (NGV) อันนี้ เราไม่ได้กำกับตรงนี้จริง ๆ🔗

แล้วเรื่องที่เรียนไปแล้วเรื่องน้ำมันปาล์ม อันนี้เราก็ไม่ได้ดูในส่วนของ น้ำมันปาล์ม ก็ต้องเรียนขออภัยท่านจริง ๆ ว่าเรื่องของน้ำมันปาล์มเราไม่ได้ดู ก็คือเป็น นโยบายการรับซื้อของทางรัฐว่าจะซื้อเข้ามาเผา เข้ามาอะไรต่าง ๆ อันนี้ก็ต้องเรียนขออภัยครับ ก็น่าจะมีประมาณเท่านี้นะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ ท่านพิมพ์รพี ท่านทวี ทางเลขาธิการได้ตอบครบไหมครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านคงลืมอีกแล้วครับ ผมบอกว่า หลักของท่านคืออะไรในการกำกับให้เป็นธรรม เรื่องต้นทุนก็เรื่องหนึ่ง ผมก็บอกว่าเราเป็น ประเทศที่มีต้นทุนจากหลายแหล่ง ท่านเกลี่ยวิธีไหน ท่านไม่ตอบ แล้วผมก็ถามท่านอีกว่า เวลาท่านขายท่านมีขายหลายราคา ท่านใช้หลักคิดอะไร ท่านก็ยังไม่ตอบ อย่างนั้นผมบอกบุญ ท่านนิดหนึ่งนะครับ ท่านบอกว่าท่านไม่รู้ ท่านไม่มีสูตร ในปี ๒๕๕๔ มีการศึกษาของ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุชัดเจนเลยนะครับ ผลการศึกษาออกมา ต้นทุนปากหลุมประมาณ ๓ บาทต่อกิโลกรัม ผมก็เคยตั้งคำถามว่าเมื่อต้นทุน ๓ บาท ต่อกิโลกรัม ไปขายในปั๊ม ๑๓ บาทเพราะอะไร ก็ไม่เคยมีคำตอบครับ แล้วถ้าท่านขวนขวาย สักนิดท่านไปดูครับ พอรายงานฉบับนั้นออกมาจากสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ไล่เก็บกันใหญ่เลยเพราะกลัวคนจะรู้แล้วโกรธว่าทำไมต้นทุนมันต่ำแล้วขายสูง ในรายงานฉบับเดียวกันก็พูดไว้ชัดเจนว่าถ้าปล่อยให้รัฐวิสาหกิจไปทำในการบริหารจัดการ เรื่องก๊าซธรรมชาติ ต้นทุนจะสูงกว่า ถ้าปล่อยให้เอกชนทำ ต้นทุนประมาณ ๒ บาท เมื่อเทียบกับรัฐวิสาหกิจทำที่ ๖ บาท ท่านไปไล่ดูนะครับ ท่านช่วยบันทึกแล้วก็ตั้งใจ ตั้งสติ ฟังคำถามให้ดีครับ ผมถามว่าหลักของท่านคืออะไร ท่านไม่เคยตอบว่าหลักในการคิด ในการเกลี่ยต้นทุน และหลักในการคิดในการกำหนดราคาขายคืออะไร ท่านไม่ได้ตอบครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขออย่างนี้นะครับ จากบันทึกการประชุม คำถามต่าง ๆ ของท่านสมาชิกทั้งหลาย ผมจะรวบรวมคำถามแล้วจะส่งไปให้ทางสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ยังดี เพราะไม่เช่นนั้น ก็เป็นเรื่องค้างคากันอยู่อย่างนี้ ประชาชนก็สนใจ เพราะเราเป็นตัวแทนประชาชน ซึ่งตาม กฎหมาย ทางสำนักงานมีหน้าที่ต้องรายงานสิ่งที่เราต้องตอบข้อซักถาม ดังนั้นเดี๋ยวผม จะรวบรวมคำถามของท่านทั้งหลายที่ยังไม่ชัดเจนให้ท่านตอบเป็นลายลักษณ์อักษร ดีไหมครับ ท่านเลขาธิการ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

ได้ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ยัง คั่งค้างอยู่อาจจะมีอีกหลายคำถามนะครับ ก็เป็นอันว่าจบเรื่องรับทราบรายงานประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานนะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านเลขาธิการ ท่านผู้ช่วยและ ผู้อำนวยการครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๐ นะครับ🔗

๒.๑๐ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบาย การตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔🔗

ซึ่งทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ขออนุญาตให้มีผู้แทนหน่วยงานเข้ามาร่วมชี้แจง ที่ประชุมด้วยนะครับ ผมได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ นะครับ ซึ่งมีกรรมการ ท่านยุพิน ท่านพิมล ท่านอรพิน ดอกเตอร์ประจักษ์ ท่านผู้ว่าการ และท่านผู้อำนวยการอลงกรณ์ และมีท่านนักวิชาการท่านจุฬาลักษณ์ ขอเชิญเข้าห้องประชุมได้ครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ซึ่งทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน นะครับ เรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ซึ่งได้วางให้สมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ ท่านดอกเตอร์ประจักษ์มีอะไรแถลงไหมครับ ถ้าไม่มี ผมจะถามท่านสมาชิกมีอะไรจะซักถามไหมครับ ท่านผู้ว่าการมีอะไรแถลงไหมครับ ไม่มีนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดมีข้อสงสัยซักถามไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ นะครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ ท่านสุพิศาลก่อนนะครับ ท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

อ๋อ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้มาในวาระรับทราบนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๔ ของ สตง. เรียกสั้น ๆ นะครับ ผมหยิบตารางอันนี้ของท่านมา และต่อไปนี้ ในปีนี้ท่านต้องไปตรวจนะครับ เพราะที่ผมกำลังจะบอกท่านนี่คือกระทู้ถามที่ผมยื่นไปแล้ว ต่อสภาแห่งนี้ แล้วท่านต้องจัดทีมงานไปตรวจเป็น ๔ กระทู้นะครับ อยู่ในกรอบทิศทาง และเป้าหมายในการตรวจราชการแผ่นดินของท่าน โดยเฉพาะอยู่ใน ๑.๑.๑ การใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ของโควิด (COVID) นะครับ ในกระทู้ถามของผมนี่มีไม่มากครับท่านประธานครับ ผมจะไม่ได้ อ่านกระทู้นะครับ แต่ผมจะอ่านประเด็นในเนื้อหาของการตรวจราชการแผ่นดินในปี ๒๕๖๔ ที่ท่านตีกรอบไว้นะครับ ในนั้นมันมีเรื่องของการที่ ครม. ได้นำเงินใน พ.ร.ก. วินัยการเงินการคลัง ที่ติด พ.ร.บ. นี้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ออกไปใช้ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว อันนั้นคือเป็นเงิน ที่เอาไปใช้เพื่อเยียวยาในโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วปัญหาคือชวนให้คิดนะครับ ท่านประธานครับ ท่านไปตรวจนะครับว่าในมาตรา ๔๕ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังนั้น เขียนไว้ว่าเมื่อจ่ายเงินไปแล้วให้ตั้งงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดใช้ในกฎหมายด้วย งบประมาณรายจ่าย เพื่อสมทบเงินไว้จ่ายต่อไปในโอกาสแรก พ.ร.บ. งบประมาณไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปแล้วปี ๒๕๖๔ ก็ผ่านไปแล้วครับ ไม่มีครับ ผมไม่รู้ว่าโอกาสแรกนั้น อย่างไร อันนี้เป็นวาระหนึ่งที่ท่านต้องไปตรวจว่ามาตรา ๔๑ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๕๐ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังที่เกี่ยวข้องของการบริหารหนี้สาธารณะ เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือเปล่า ของคณะรัฐมนตรีนะครับ🔗

ในประเด็นถัดไปครับ ประเด็นของข้อ ๑.๔ เรื่องการจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง เป็นเงินที่นอกงบประมาณ รวมถึงเงินสะสม เงินอื่น ๆ ที่มีอยู่ และสามารถนำไปใช้จ่ายได้ กราบเรียนท่านประธานครับ นอกจากนี้แล้วที่จะเห็นนะครับ ในประเด็นดังกล่าวคือมีการอนุมัติใช้เงินงบประมาณไปพลางก่อนครับท่านประธาน ใช้ พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๓ ไปพลางก่อน และใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๓ ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธานที่ใช้กรอบแรก พอมันบิด พอใช้ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ แล้วมันจะเกิด การเคลื่อนของแผนงาน เนื้องานกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ในช่วงไตรมาสแรกแน่นอนนะครับ ฉะนั้นการตรวจสอบนี่ผมก็จะถามว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะไปตรวจอย่างไรครับ เดิมก้อน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่ ครม. ใช้ และบิดเอาไปใช้ พ.ร.บ. ใช้เมื่อไร บังคับอย่างไร ท่านจะ ตรวจอย่างไรว่าวัตถุประสงค์หรือผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ พ.ร.บ. ไปพลางก่อน กับ พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๔ ที่ใช้อยู่นี่มันจะเมิร์จ (Merge) กันอย่างไร มันจะตรงเป้าที่จะได้รับ ประโยชน์สู่ประชาชนอย่างไร นั่นคือสิ่งหนึ่งที่อยากจะเป็นคำถามในนี้ครับ🔗

แล้วก็ใน ๑.๒ ครับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังพูดถึงผลสัมฤทธิ์นะครับ มีเงินการโอนงบประมาณท่านประธานครับ มีการโอนงบประมาณในปีที่แล้วไปใช้จ่ายในเรื่อง ของโควิด (COVID) นะครับ และมีการโอนงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ เป็นประจำครับท่านประธาน โดยเฉพาะการรายงานที่สภาแห่งนี้ก็จะมีการโอนงบ แผนบูรณาการ งบบุคลากร หรือไม่ก็ยังมีการโอนกันในไส้ของกระทรวงครับ และเป็นการบิด ทำให้หน่วยรับงบประมาณเปลี่ยนแปลงงบประมาณออกไป ผิดตามวัตถุประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ ที่เกิดขึ้นตั้งไว้ในกรอบงบประมาณ ผมถามว่านี่ผิด พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังหรือเปล่า ในมาตรา ๔๔ นะครับ ในเรื่องของการรักษาวินัยการเงินการคลัง เพราะว่าครั้งสุดท้ายยังมี การโอนงบประมาณ ๘๘ ล้านบาท รัฐบาลไปดำเนินการไว้แล้วเอาไปใส่งบกลางครับ และงบกลางนี่แพล็บ แพล็บ แพล็บ ผมอยากจะรู้ว่าสำนักงบประมาณไปตรวจเงินที่ลงไปนี่ อย่างไร เป็นการบ้านนะครับ🔗

อันถัดมาใน ๑.๓ ครับ ใน ๑.๓ คือการให้คำปรึกษาแนะนำและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับบริหารการเงินการคลังและงบประมาณแผ่นดินให้กับหน่วยรับงบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธานครับ เงินที่พวกเราหลายคนยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนอีกครับ เรื่องเงินแผ่นดินครับ เงินแผ่นดินที่เป็นไปตามมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ ที่เป็น พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลังที่เกี่ยวข้องก็คือเงินที่อยู่ในกองทุนครับ ท่านไปตรวจสอบที่กรมบัญชีกลาง มีเงินที่เป็นเงินที่มีรายได้จากเงินกองทุนเป็นเงินแผ่นดิน ๑๑๕ กองทุนครับ ที่มีผลผลิตจาก การใช้ทรัพยากรของแผ่นดิน ไม่ว่าน้ำ ไฟฟ้า อากาศ ดิน แร่ธาตุ ที่ให้สัมปทานและขุดกันไป หรือขายกันไปแล้วได้เงินออกมานี่ขอมาใน พ.ร.บ. นี้ ที่เป็น พ.ร.บ. ที่ผ่านไปนี่ประมาณ ๓๐ กองทุนเท่านั้นเองนะครับ อีกที่เหลือไม่รู้ครับว่าใช้เงินอะไร ใช้อย่างไร และเงินนั้นได้มา อย่างไร ผิดประเภทของการใช้เงินดังกล่าว สภาแห่งนี้ไม่สามารถตรวจสอบเงินกองทุน เหล่านั้นได้เลย ยกเว้นกฎหมายบางกฎหมายบอกให้ตรวจสอบที่นี่ครับ🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ข้อ ๑.๔ และ ๑.๕ การนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการประยุกต์ใช้ แล้วก็การให้ความรู้แก่ราษฎรหรือประชาชน ท่านบอกว่าท่านจะให้ความรู้ และความเข้าใจกับประชาชนเท่านั้นไม่พอครับท่านประธาน โลกขณะนี้โลกดิจิทัล (Digital) นี่ประชาชนเข้าถึงได้รวดเร็วครับ ฉะนั้นเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ที่ท่านประยุกต์ใช้นี่ ฐานข้อมูลมันไม่ใช่แค่บิ๊กดาต้า (Big Data) เท่านั้นครับท่านประธาน มันจะต้องเป็นคลาวด์ (Cloud) ขนาดใหญ่ แล้วทุกคนเข้าถึงแบบฟรีครับ ไม่ใช่พอมีแอปพลิเคชัน (Application) เข้าไปต่อต้องเสีย ค่าธรรมเนียมผ่านระบบตัวกลาง ผ่านตัวเจ้าของโพรไวเดอร์ (Provider) ที่แบ่งเอามาให้ นั่นคือการเสียเงินครับ ใครเข้าไปดู ฉะนั้นประชาชนต้องฟรีครับท่าน และสามารถเข้าไปไม่ใช่ เข้าไปแบบเรียนรู้และเข้าใจ แต่เข้าใจมีส่วนร่วมในงบประมาณแผ่นดินครับ ท่านประธาน สิ่งสุดท้ายผมอยากถามว่าท่านจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมของ การใช้เงินแผ่นดินอย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นก็ต้องขอเรียนท่านประธานว่าดูเหมือนจะเป็นความแปลกใหม่อยู่เหมือนกันนะครับ ที่มาตรา ๒๘ วรรคสอง ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๑ ได้กำหนดให้สำนักงาน สตง. ต้องมารายงาน ๒ รอบใน ๑ ปี คือรายงานผล การตรวจประจำปีที่ผ่านมา แล้วก็คราวนี้เป็นการรายงานเรื่องของนโยบายที่จะตรวจ ในปีถัดไป ปัจจุบันปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ก็เริ่มแล้ว สตง. ก็จะต้องมาแจ้งให้กับสภา ได้รับทราบถึงนโยบายที่จะตรวจในปี ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตามครับ ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพื่อที่สภาแห่งนี้จะได้มีแนวทางที่จะให้นโยบายกับ สตง. ว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๔ หรือปีถัดไป หรือต่อ ๆ ไป ควรจะมีนโยบายในการตรวจเงินแผ่นดินอย่างไรบ้าง เป็นการปรับปรุงและพัฒนาในเรื่องของการตรวจเงินแผ่นดิน ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า สตง. ความจริงก็เป็นหน่วยงานที่ทำให้บ้านเมืองมีความสุจริตและมีความโปร่งใสในเรื่องของ การใช้งบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ขอกราบเรียนไปยัง สตง. สักนิดเถอะครับ ท่านประธานว่ามันมีหน่วยงานที่เรียกว่าหน่วยงานท้องถิ่นนี่ครับ การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมอยากจะขอความกรุณาทาง สตง. ว่าท้องถิ่นไม่เหมือนกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ จะเป็นหน่วยงานส่วนกลางก็ดี ส่วนภูมิภาคก็ดี อันนี้เขามีข้าราชการเยอะ เขามีข้าราชการที่มี ความรู้ความสามารถในแต่ละเรื่องในรายละเอียดลงไปละเอียดยิบหมด ทุกเรื่องทุกราว เขาจะมีหมด เพราะฉะนั้นการตรวจต้องตรวจให้ละเอียดและตรวจให้ถูกต้องเป๊ะ ๆ ตามกฎหมาย แต่ว่าในส่วนของท้องถิ่น ผมยกตัวเลยว่า อบต. นี่ละครับ อบต. ตั้งแต่ผู้บริหาร ส่วนใหญ่ก็จะมีความรู้น้อย ไม่มีผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะขอความกรุณา สตง. ว่าการตรวจท้องถิ่นอยากให้เป็นลักษณะของ การให้ความรู้ ซึ่งก็จะเป็นไปตามข้อ ๑.๕ การให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจ เงินแผ่นดินแก่ภาคประชาชน อันนี้ผมเห็นชอบและเห็นด้วยนะครับ ซึ่งก็อยากจะให้ท่าน เน้นว่าการตรวจเงินแผ่นดินในส่วนของท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. ต้องดูเขาและให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ และคอยเป็นพี่เลี้ยงเสียมากกว่า เชื่อผมเถอะว่า อบต. มันอยู่กับพื้นที่ มันหนีไปไหนไม่ได้หรอกครับ ผู้บริหาร อบต. คือนายกและรองนายกทั้งหลายอยู่ในท้องที่ ยกตัวอย่างเช่นถ้าทำถนน ถนนไม่ดี ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำปีเดียวเป็นหลุมเป็นบ่อ นายก อบต. อยู่ไม่ได้หรอกครับ โดนด่าครับ ประชาชนอยู่ตรงนั้นนะครับ ผ่านหน้าบ้าน ก็จะด่าอ้ายนายกอย่างนั้น นายกอย่างนี้นะครับ อบต. จะทำอย่างดีที่สุดเท่าที่เขาจะมี งบประมาณ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้งบประมาณที่น้อย มาตรฐานก็ต่ำ เช่น ถนนลาดยางส่วนใหญ่ก็ จะต้องทำเป็นเคปซีล (Cape Seal) เพราะเงินมันน้อย เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ ทช. หรือทางหลวงชนบทเขาได้ เขาเป็นแอสฟัลติก (Asphaltic) หนา ๒๐ เซนติเมตร อะไรอย่างนี้เป็นต้น มาตรฐานมันต่างกันเยอะ เพราะฉะนั้นงบประมาณน้อย ๆ แต่ว่า อบต. ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ดีที่สุด ถ้าทำไม่ดีโดนด่าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมองในแง่ว่า อยากให้ สตง. เป็นมิตรกับท้องถิ่น เป็นมิตรกับ อบต. เป็นมิตรกับท้องถิ่นให้มากขึ้น เป็นเหมือนพี่เลี้ยงให้ความรู้แล้วก็ช่วยเหลือว่าเขาควรจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างอย่างผมเห็นชัด ๆ ว่ามาตรฐานถนนมันก็ต่างกัน ทช. ก็เป็นของแพง ส่วนของ อบต. ก็จะทำได้แค่อย่างมากก็เคปซีล (Cape Seal) ซึ่งทำแล้วแป๊บเดียวละครับปีกว่า ๆ ก็เป็นหลุมเป็นบ่อแล้ว เพราะฉะนั้นก็เรียกว่ามันก็ทำดีเท่าที่งบประมาณจะได้นะครับ ในส่วน ของงานของ อบต. มันเป็นงานประเพณีก็เยอะครับ การที่ท่านจะไปสตริกต์ (Strict) ตรวจ เช่นถึงเวลาสงกรานต์ อบต. ก็จะต้องมีหน้าที่จัดงานสงกรานต์ก็จะต้องให้ผ้าขาวม้า ให้เสื้อ คอกระเช้ากับคนเฒ่าคนแก่ที่มานั่งรดน้ำดำหัวนี่นะครับเขาก็จัดซื้อจัดอะไรของเขาไป ปรากฏว่า นายกต้องคืนเงินหมดครับไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ อย่างนั้นก็ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พยายามมองว่า อบต. หรือท้องถิ่นเล็ก ๆ อย่างนี้มันต้องอยู่กับประชาชนนะครับ งานประเพณีเป็นงานเรื่องที่สำคัญที่ เขาจะต้องคอยดูแลพี่น้องประชาชน งานแข่งเรืออย่างนี้เป็นต้น ท่านก็ไปสตริกต์ (Strict) เสียหนักเลย เช่น ค่าลากจูง คำว่า ค่าลากจูงเรือ ท่านก็ถามว่าจูงกี่กิโลเมตรนะครับ ซึ่งจริง ๆ คำว่าค่าลากจูง หมายถึงค่าเชิญเรือหรือค่าฝึกซ้อมทั้งหมดที่เขาจะเอาเรือมาแข่งเป็นเงิน เท่าไร แต่พอเขาใช้คำว่า ค่าฝึก ค่าลากจูง ท่านก็จะไปสตริกต์ (Strict) เลยลากจูง ๕ กิโลเมตรได้เท่านี้บาท ถ้าลากจูง ๒๐ กิโลเมตรได้เท่านี้บาท จริง ๆ มันไม่ใช่ นี่ยกตัวอย่าง เรื่องค่าลากจูงเรือยาวอย่างนี้เป็นต้น ท่านต้องเข้าใจถึงวัฒนธรรมด้วยว่าเวลาเขาเอาเรือมาแข่ง กันตามวัดวาต่าง ๆ อบต. ต้องจัดงบประมาณ หรือ อบจ. ต้องจัดเงินเกี่ยวกับค่าลากจูง อย่างนี้เป็นต้น ท่านก็ต้องพยายามเข้าใจถึงวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านว่าเขาทำกันอย่างไร นะครับ อยากจะเรียนท่านว่าผู้บริหารของ อบต. ผมว่าโดยรวมแล้วมันทำอะไรเขาก็พยายาม ที่จะทำอย่างชนิดที่เรียกว่าเท่าที่งบประมาณจะอำนวยนะครับ แล้วก็พยายามทำเพื่อ เอาอกเอาใจประชาชนโดยเฉพาะงานประเพณีต่าง ๆ อยากจะให้ท่านได้เข้าใจในสิ่งเหล่านี้ ด้วยนะครับ อย่าไปสตริกต์ (Strict) มาก ผมคิดว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะจัดมาตรฐานในการ ตรวจ สตง. ไปตรวจท้องถิ่นหรือ อบต. กับการตรวจหน่วยงานของทางราชการอื่น ๆ หรือไป ตรวจที่ใหญ่ขึ้น เช่น อบจ. ก็ดีนี่ มันต้องคนละมาตรฐานนะครับ อยากจะให้ท่านวามาตรฐาน ไว้นิดหนึ่งว่า อบต. เหมือนกับหน่วยงานที่เขาไม่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง อยากให้ท่านเป็น ลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าเสียใจนะครับว่านายก อบต. หลายคนต้องติดคุกติดตะรางไปแล้วเท่าที่ผมเห็น เท่าที่เจอแล้วนี่ ติดคุกติดตะรางกันเยอะ โดยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลยนะครับ โดยเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย สตง. ไปสตริกต์ (Strict) มาก หรือว่าไปเอามาตรฐานสูงเกินไปที่จะไปตรวจสอบกับ อบต. อยากให้ท่านได้กรุณาพิจารณา แล้วก็วางกฎเกณฑ์มาตรฐานให้กับ อบต. เรียกว่าให้เหมาะสมนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีกท่านหนึ่งครับ ท่านศาสตราจารย์กนกครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ผมขออนุญาตที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๔ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าอันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยัง สตง. นะครับ ในความเป็นจริงที่ผมได้ลงไปทำงาน ในพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดจันทบุรี แล้วก็อีกหลาย ๆ จังหวัดครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะเรียนคำของข้าราชการที่ผมไปพบในพื้นที่เหล่านั้น เขาบอกบอกว่า สตง. คืออุปสรรค และปัญหาของข้าราชการที่ดีที่จะทำงานให้สำเร็จเพื่อพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน สตง. คือปัญหาและอุปสรรคของข้าราชการที่ดีที่จะทำงานให้สำเร็จเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนครับ ท่านประธานครับ ทำไมข้าราชการเหล่านั้นจึงเก็บกดถึงขั้นที่พูดประโยคนี้ ออกมาครับ ไม่ใช่จังหวัดเดียวนะครับ หลายจังหวัดครับท่านประธาน แล้วก็หลายส่วนราชการมาก ผมคิดว่าประโยคนี้เป็นประโยคที่ สตง. โดยเฉพาะในเรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินต้อง หยุดคิดและฟังครับท่านประธาน ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า สตง. โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่นะครับ เจ้าหน้าที่ของท่านที่ประจำอยู่ใน จังหวัดต่าง ๆ ท่านให้ความสำคัญต่อการตรวจกิจกรรมมาก ตรวจเอกสารมากนะครับ แล้วก็ ดูว่าใช้เงินถูกต้องตามกฎระเบียบของทางราชการหรือไม่ ผมไม่ได้บอกเลยนะครับว่าสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ผิดครับท่านประธาน แต่ในความเป็นจริงแล้วเราพบว่ากิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้น มันขึ้นอยู่กับบริบทของเงื่อนไขต่าง ๆ ครับ เพราะว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรรไปนั้น พอลงไปแต่ละจังหวัด ซึ่งมีบริบทไม่เหมือนกัน เงื่อนไขในพื้นที่ไม่เหมือนกัน เขาจะทำ ทุกอย่างเหมือนกันไม่ได้ครับท่านประธาน แล้วถ้ากางระเบียบออกมาตรวจกิจกรรมอันนั้น บางจังหวัดผ่านครับ บางอำเภอผ่านครับ แต่อีกหลายอำเภอแล้วก็หลายจังหวัดสอบตกนะครับ ผิดระเบียบครับท่านประธานครับ นี่คือตรงไปตรงมาที่สุดครับ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าที่ เจ้าหน้าที่ของท่านไม่ได้ตรวจครับ ก็คือไม่ได้ตรวจผลสำเร็จ หรือเอาต์คัม (Outcome) ที่เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนได้อะไรจากการใช้ งบประมาณตรงนี้ ได้อะไรจากการใช้งบประมาณในเรื่องของน้ำครับท่านประธาน ถ้ากรมชลประทานในเรื่องน้ำเป็นแบบหนึ่งครับ ถ้ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นอีกแบบหนึ่งครับ ท่านประธาน ซึ่งอิมแพกต์ (Impact) ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนไม่เหมือนกัน ใช้เม็ดเงินเท่ากันแต่ผลลัพธ์ต่างกันครับท่านประธานสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินควรที่จะวางน้ำหนักไว้ที่ผลสัมฤทธิ์หรือเอาต์คัม (Outcome) ให้มากขึ้นครับท่านประธาน แล้วก็เรื่องของกิจกรรมควรจะน้อยลง ถ้าเป็นแบบนี้ แล้วการตรวจก็จะใช้คนน้อยลง วันนี้ผมเห็นใจข้าราชการของ สตง. ที่อยู่ในต่างจังหวัดนะครับ ท่านมีกิจกรรม มีเอกสารที่ต้องตรวจเยอะมากเหลือเกิน ท่านทำไม่หมดแล้วก็ทำไม่ไหวครับ ท่านก็เลยต้องเลือกทำบางส่วนแล้วอีกบางส่วนก็เก็บไว้ครับ ในขณะเดียวกันขณะที่ ผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณแทบจะไม่ได้ดูเลยครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้เกิดคำถามว่า สำนักงบประมาณที่อนุมัติงบประมาณไปนั้นใช้ถูกต้องหรือเปล่า เกิดผลประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนจริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลยครับท่านประธาน และตรงนี้ครับคือจุด รั่วไหลที่สำคัญมากสำนักงบประมาณอนุมัติงบประมาณไปให้ใช้ คนตรวจตรวจกิจกรรมแต่ไม่ ตรวจผลสำเร็จของงบประมาณ สุดท้ายสำนักงบประมาณกับ สตง. จึงเป็นปัญหาและ อุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศจริง ๆ ครับท่านประธาน🔗

ด้วยเหตุผลอันนี้เอง ผมจึงอยากขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไปทาง สตง. นะครับว่านโยบายการตรวจนี้ขอความกรุณาลดการตรวจกิจกรรม เพิ่มน้ำหนัก การตรวจของผลสำเร็จของการใช้งบประมาณให้มากขึ้น นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่ผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่างเป็น สาระสำคัญเพื่อประกอบในประเด็นที่ ๑ วันนี้นโยบายของรัฐบาลที่สำคัญมากคือการแก้ไข ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประเทศครับท่านประธาน เราใช้งบประมาณ ผมคำนวณดูคร่าว ๆ ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีนะครับเพื่อการนี้ แต่คำถามที่เกิดขึ้นก็คือว่าคนไทยยังจนอยู่ครับ โดยเฉพาะคนชนบทยังจนอยู่ครับ คำถามคือเงิน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้ไปทุกปี แต่คนยากคนจนในต่างจังหวัด เกษตรกรยังคงจนอยู่ครับ สตง. เคยถามตัวเองไหมครับมันเกิดอะไรขึ้น เราตรวจทุกอย่าง มาถูกต้องหมด งบประมาณก็บอกว่าจะไปแก้ไขความยากจน แต่มันไม่เกิดขึ้นครับ มันแก้ไม่ได้ยังจนเหมือนเดิมครับ คำถามคือว่าท่านตรวจอะไรครับ ท่านตรวจผิดที่หรือเปล่า ท่านตรวจผิดเรื่องหรือเปล่า ผมว่าท่านต้องถามคำถามใหญ่อันนี้ให้มากขึ้น ความยากจนครับ ท่านประธานเกี่ยวข้องกับเรื่องของการผลิต การผลิตเกี่ยวข้องกับเรื่องของดิน เกี่ยวข้องกับ เรื่องของน้ำ เกี่ยวข้องกับเรื่องของเมล็ดพันธุ์ เกี่ยวข้องกับวิธีการบริหารแปลงการผลิต เกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยวการผลิต เกี่ยวข้องกับการขาย จนกระทั่งถึงเกี่ยวข้องกับ การเพิ่มมูลค่าการผลิต ด้วยวิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครับท่านประธาน🔗

กระบวนการคร่าว ๆ ที่ผมยกตัวอย่างนี้เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๔ กระทรวง ครับท่านประธาน ผมถามว่าเจ้าหน้าที่ของ สตง. คนเดียวกันนั้นที่ดูเรื่องความยากจนไปตรวจ เรื่องเดียวกัน ๔ กระทรวงหรือไม่ครับ ความจริงคือไม่ครับ ท่านตรวจกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ตรวจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไป ท่านตรวจกระทรวง อว. ก็กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไป ท่านตรวจกระทรวงพาณิชย์ก็ตรวจ กระทรวงพาณิชย์ไป แต่เรื่องความยากจนมันเกี่ยวข้องหมดทั้ง ๓ กระทรวง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนนะครับ ท่านประธาน ตรงนี้เป็นนโยบายที่ผมคิดว่า สตง. ต้องกลับมาทบทวนใหม่จริง ๆ และเรา ไม่ได้ตรวจตามกิจกรรมแม้นกระทั่งเอาต์พุต (Output) หรืออิมแพกต์ (Impact) ในระดับ กระทรวงแล้ว เราต้องตรวจอิมแพกต์ (Impact) ทางนโยบายครับท่านประธาน แล้วถ้าเป็น อย่างนี้ งบประมาณปีละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราใช้เพื่อแก้ไขความยากจนนั้น ความยากจนจะได้ลดลงจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขอความกรุณา สตง. เถอะครับว่าท่านปรับนโยบายตรงนี้ใหม่ ลดการตรวจกิจกรรม ถึงแม้จะ ทำกิจกรรมถูกต้องตามกฎ ระเบียบแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้องกับประชาชน แก้ไขปัญหาได้ อันนี้เราเรียกว่าทำผิดอย่างถูกต้องครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้ สตง. ไปตามไล่คนทำผิดอย่างถูกต้องครับ ส่วนคนทำถูกต้องผิดพลาดบ้าง ผมว่าอันนี้มองข้ามได้ นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้นโยบายของ สตง. ผมคิดว่าควรจะต้องเปลี่ยนละครับ ที่จะตรวจ กิจกรรมที่ถูกต้องแต่ผลลัพธ์ผิด ท่านต้องตรวจผลลัพธ์ที่ถูกต้อง กิจกรรมผิดบ้าง คลาดเคลื่อนไปบ้าง เพราะบริบทของพื้นที่มันเปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ ท่านให้ข้ามไปเถอะครับ เพื่อที่ข้าราชการดี ๆ เหล่านั้นจะได้ทำงานได้ และที่สำคัญคือเพื่อพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ในอีสาน ในภาคเหนือ ในภาคกลาง และภาคใต้ ที่เรียกว่าเป็นคนไทยที่ยากจน วันนี้เขาจะ ได้รับประโยชน์จากการใช้งบประมาณและการทำงานของข้าราชการที่ดีซึ่งมีอยู่เยอะมาก ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรวีร์ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ให้เวลา แล้วก็ให้ผมมีโอกาสในการ ร่วมอภิปรายให้ข้อเสนอแนะ ให้ข้อคิดเห็นกับทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ที่ในวันนี้ท่านได้มานำเสนอนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ผมดูในเอกสารแล้วก็รายงานต่าง ๆ ที่ท่านมานำเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ในเบื้องแรก สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง และผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นจำเป็นที่จะต้องไปเร่งรัดแล้วก็ ติดตามการใช้เงิน นั่นก็คือเรื่องของการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เราใช้สภาแห่งนี้อนุมัติวงเงินกู้มากถึง ๑ ล้านล้านบาท ใน ๑ ล้านล้านบาท เพื่อที่จะเอาไปแก้ไขปัญหา เอาไปเยียวยานั้น ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอาไปฟื้นฟู สภาพเศรษฐกิจ สังคมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมก็ต้องถามนะครับว่าเงินที่เรากู้ไปนั้น ใช้ไปถึงไหนแล้ว ทาง สตง. ได้มีการไปติดตามไปเร่งรัดเพื่อให้การใช้เงินเหล่านี้ไปถึง พี่น้องประชาชน ให้เป็นไปตามเจตนาที่สภาแห่งนี้ได้อนุมัติวงเงินไว้หรือไม่ สิ่งที่อยากจะฝาก เอาไว้ก็คือผมอยากที่จะให้ทาง สตง. ได้ไปตรวจเพื่อให้เห็นว่าการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์นั้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดก็คือมันไปถึงมือประชาชน พี่น้องประชาชน ได้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งเป้าในการไปตรวจว่าจะทำอย่างไรให้ใช้จ่ายเงิน ให้ประหยัดที่สุด ให้ใช้จ่ายเงินให้น้อยที่สุด นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ สาระสำคัญคือการใช้เงิน ให้ตรงเป้า การใช้เงินเพื่อการฟื้นฟู การใช้เงินเพื่อเยียวยา การใช้เงินเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้เกิดประโยชน์มากที่สุดตามที่สภาแห่งนี้ตั้งใจเอาไว้ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากกราบเรียน ไปถึงทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ นั่นก็คือเรื่องของการไปทำหน้าที่ของท่าน การปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ที่ท่านออกไปให้ความรู้ ออกไปตรวจ ออกไปให้คำแนะนำกับ หน่วยที่รับตรวจต่าง ๆ ผมอยากที่จะสะท้อนเสียงจากเพื่อน จากข้าราชการ จากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. ถึงท่าน สักนิดหนึ่งนะครับ ในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้พบปะ ได้พูดคุยกับผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ค่อนข้างมาก หลายท่านสะท้อนปัญหามาถึงผม ซึ่งผมก็รอคอยวันนี้ที่จะได้มาสะท้อนเสียง เหล่านี้แทนพี่น้องประชาชนไปถึงท่านว่า การเข้าไปตรวจของผู้ตรวจการนั้นอยากที่จะให้ลดการใช้ดุลยพินิจและไปเพิ่มมาตรฐานที่ ชัดเจน ไปเพิ่มหลักการ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ระเบียบแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ที่ชัดเจน ไม่ใช่ไปใช้ ดุลยพินิจ ไม่ใช่ไปใช้ความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญที่สุดเราต้อง ไม่ลืมนะครับ เราอยากที่จะเห็นท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. เขาเติบโตขึ้น เขามีอิสระ เขามีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณที่เขามีอยู่เพื่อให้ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้สูงที่สุด และเราก็รู้ว่าไม่มีใครหรอกครับที่จะเข้าใจปัญหา ความเดือดร้อนและจะเข้าใจปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนได้มากเท่ากับคนที่อยู่ ในท้องถิ่นเอง ดังนั้นผมเชื่อว่าท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ที่อยู่ตามตำบล หรือแม้กระทั่ง อบจ. ที่อยู่ในแต่ละจังหวัด เขารู้ เขาเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนในแต่ละท้องถิ่น เขาต้องการอะไรมากกว่าที่ สตง. รู้ครับ แต่วันนี้กลายเป็นว่าบทบาทหน้าที่ของ สตง. ซึ่งท่าน ก็เขียนไว้นะครับ ทิศทางในข้อ ๑.๓ ให้คำปรึกษา แนะนำ และข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหาร การเงินการคลังและงบประมาณแผ่นดินแก่หน่วยรับตรวจอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การไป ปฏิบัติหน้าที่เราไม่ได้ไปในฐานะพี่เลี้ยงเลยนะครับ เราไปปฏิบัติหน้าที่ ไปสร้าง ความหวาดกลัว ไปสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อหน่วยที่รับตรวจจนเขาหวาดระแวง จนเขา หวาดระแวงวันนี้เวลาที่เขาจะทำอะไรเขาต้องมาถาม สตง. ว่าทำได้หรือไม่ได้ แล้วไหนล่ะครับ ที่เราอยากจะเห็นการเติบโตของท้องถิ่นที่เขาจะมีอิสระ ที่เขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่เขา สามารถที่จะไปนำเสนอนโยบายต่าง ๆ และใช้เงินงบประมาณของเขาไปแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่องให้ท่านได้เห็นภาพครับ เอาไม่กี่วันที่ผ่านมา เทศกาลลอยกระทงหรือแม้กระทั่งกิจกรรมอีกไม่กี่เดือนที่จะต้องจัดงานวันเด็ก จัดงานวันเด็กนี่ ท่านก็บอกนะครับ สตง. บอกว่าต้องจัดวันเสาร์ที่ ๒ เท่านั้น จัดวันศุกร์ก่อนล่วงหน้า ๑ วัน ไม่ได้ ต้องจัดให้ตรงวันเท่านั้น เด็กนักเรียนจากทั่วทั้งจังหวัดในแต่ละตำบลจะมา อบต. เทศบาล อบจ. จะนำเอาของเป็นของขวัญให้กับเด็กก็ให้ไม่ได้ เช่นกันครับประเพณีสงกรานต์ ประเพณีที่เป็นความงดงามของประเทศไทย อบต. ผู้บริหารจะเอาของที่ระลึกเป็นผ้าขาวม้า สักผืนหนึ่งไปให้ผู้สูงอายุ ให้ไม่ได้นะครับ จะไปเลี้ยงข้าวคนที่มาร่วมกิจกรรมเลี้ยงไม่ได้นะครับ อีกสักตัวอย่างนะครับ ที่จังหวัดอ่างทองของผม อบจ. นั้นไม่ได้มีโรงเรียนในสังกัดแต่มี นักเรียนที่อยู่ในจังหวัดอ่างทองเป็นจำนวนมาก ทาง อบจ. ก็หวังดีที่อยากที่จะเห็นนักเรียน ในโรงเรียนในต่างจังหวัด อ่างทองเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ครับ ก็อยากที่จะให้เขามีโอกาส เท่าเทียมกับคนที่อยู่ในเมืองหลวงที่เหมือนกับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ก็ไปหาติวเตอร์ (Tutor) ชื่อดังมา ไปหาอาจารย์กวดวิชาเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนสามารถที่จะ สอบแข่งขันเพื่อเข้าในระดับมหาวิทยาลัยได้ สตง. บอกนี่ไม่ใช่ภาระหน้าที่ นี่ไม่ใช่เรื่องของ อบจ. ที่จะไปทำ นี่เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ แบบนี้เป็นต้นครับ หลากสิ่งหลายอย่างนี่คือเสียงบางส่วนเท่านั้นที่สะท้อนออกมาจากคนที่ทำหน้าที่ ไปปฏิบัติหน้าที่ในนามของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมอยากที่จะสะท้อนปัญหาเหล่านี้ฝากไป ถึงท่านในวันที่ท่านได้มาเสนอทิศทางแล้วก็เป้าหมายในการตรวจเงินแผ่นดิน ท้ายที่สุดครับ ผมฝากถึงท่านนะครับ ผมอยากจะเห็นครับ และผมรู้ว่าหน่วยงานตรวจเงินแผ่นดินนั้น เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญและเราจำเป็นต้องมี เพื่อที่จะไปดูแลและไปดูว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์นั้นถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เป้าหมายหลักของเราไม่ใช่เป็นการวางกรอบ ไม่ใช่เป็นการกำหนด และไม่ใช่เป็นผู้กำกับดูแลท้องถิ่นนะครับ ท่านคือพี่เลี้ยงและทำอย่างไร ที่จะให้เขาใช้เงินได้มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องประชาชนต้องได้รับประโยชน์ มากที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี แล้วท่านนิคมนะครับหลังจากนั้น🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมก่อนอื่นต้องขอ ชื่นชมสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ท่านมีความกล้าหาญในส่วนที่ผ่านมา คือเนื่องจาก ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราจะดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง ในเรื่องรายจ่ายแผ่นดิน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราได้บัญญัติไว้ว่า มาตรา ๑๔๐ รายจ่ายเงินแผ่นดิน เหมือนเงิน งบประมาณนี่นะครับ จะจ่ายได้เฉพาะได้รับอนุญาตจากกฎหมายงบประมาณ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือจะต้อง เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง กฎหมายวินัยการเงินการคลังได้มอบอำนาจ ให้ สตง. ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นมาตรา ๖๘ หรือมาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๐ ก็คือเงินแผ่นดินที่จะ จ่ายออกไปได้นั้นหน่วยรับงบประมาณจะต้องให้ สตง. ตรวจสอบงบการเงิน อยากจะกราบ เรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกและท่านผู้ชมทางบ้าน งบการเงินถือว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องการที่จะดูว่าการใช้จ่ายเงินมีการเปรียบว่างบการเงิน เปรียบเหมือนกระจกบานใหญ่ที่จะบอกร่องรอยการใช้เงิน บอกเบาะแสต่าง ๆ ของการใช้เงิน เนื่องจากเงินงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีอากรของประชาชน มาจากเงินกู้ซึ่งเป็นเงินที่ ประชาชนจะต้องจ่ายเป็นภาษี เงิน ๓.๓ ล้านล้านบาทที่เราผ่านงบประมาณไป ทุกบาททุกสตางค์ จะต้องผ่าน สตง. ซึ่งในปีต่อไป สตง. ก็จะต้องตรวจสอบหน่วยที่รับงบประมาณ ซึ่งทุกหน่วย ก็จะต้องให้ สตง. ตรวจ คราวนี้หน่วยที่รับงบประมาณถ้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชี ภาครัฐ หรือ สตง. ตรวจแล้วไม่ถูกต้อง รายงานของ สตง. จะมีอยู่ ๔ ลักษณะงบการเงิน คือ ๑. ไม่มีเงื่อนไข ๒. มีเงื่อนไข ๓. ไม่ถูกต้อง ๔. ไม่ลงความเห็น ที่ผมชื่นชม สตง. เพราะว่า ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ สตง. มีความกล้าหาญมากที่ไประบุประมาณ ๕๕ หน่วยงาน พบว่างบการเงินแบบมีเงื่อนไขคือไม่ถูกต้อง หนึ่งในจำนวนนั้นก็จะมีสำนักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กองทัพบก กองทัพเรือ และอีกหลาย ๆ หน่วย อันนี้ถ้าเป็นไปทางกฎหมายถ้าการส่งตีความ หน่วยงานพวกนี้ไม่ควรที่จะได้รับ งบประมาณ เพราะ สตง. มีความเห็นไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานที่ สตง. ระบุเลย ว่าไม่ถูกต้อง ผมยกตัวอย่างเช่น กรมวิชาการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมราชทัณฑ์ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งการไม่ถูกต้องเหมือนเอาเงินภาษีของ ประชาชนไปใช้ แล้วก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการเงิน ซึ่งอันนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก รวมทั้งไม่ถูกต้องยังมีกรมการปกครองด้วยนะครับ อีกหน่วยหนึ่งที่เห็นว่าไม่ลงความเห็น ผมถือว่าไม่ลงความเห็นนี่มีความร้ายแรงกว่า เพราะไม่เอามาให้ตรวจ หรือเอามาให้ตรวจแล้ว ไม่สามารถลงความเห็นได้ ผมยกตัวอย่างเช่น กรมสรรพากร สำนักปลัด ก็คืองบสวัสดิการ ประชารัฐ สตง. ได้ระบุว่าเงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่สามารถลงความเห็นได้ เพราะหน่วย ไม่เอารายชื่อผู้ที่ได้รับเงินจากบัตรประชารัฐมาให้ตรวจ อันนี้ผมยกตัวอย่าง ในช่วงที่ท่านผู้ว่าการ สตง. ได้เข้ามาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ ท่านผู้ว่าการ สตง. ก็ยืนยันเลยว่าท่านมีมาตรฐาน เดียวคือมาตรฐานทางบัญชี ท่านกล้ามีความเห็นกับกองทัพบกซึ่งเป็นหน่วยงานที่คน มีความกลัว ท่านกล้ามีความเห็นกับสำนักงานอัยการสูงสุด กับตำรวจ ดังนั้นผมคิดว่า หน่วยงานพวกนี้ผมจึงไม่เห็นอยู่ในนโยบายที่ชัดเจนของ สตง. เรื่องทิศทาง ผมอยากจะฝาก เรื่องทิศทางและเป้าหมายของ สตง. อย่างน้อยหน่วยงานประมาณ ๕๐ กว่าหน่วยงานที่งบการเงินไม่ถูกต้อง ถ้าในบริษัทตลาด หลักทรัพย์ก็ต้องแขวนห้ามเทรด (Trade) หุ้น แต่วันนี้ยังปล่อยให้ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะ กรมการปกครองผมตรวจสอบย้อนไปตั้งนานมาก มันจึงเหมือนว่ารัฐบาลบอกให้บังคับใช้ กฎหมายอย่างเคร่งครัด กฎหมายเรื่องการเงินต้องมีความเคร่งครัด ผมจึงเห็นใจ เพราะพอ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๘,๐๐๐ กว่าหน่วยงานต้องส่งให้ สตง. ตรวจหมดนะครับ เป็นงาน หนักมาก แล้วเงินนอกงบอีก ๔ ล้านล้านบาทก็ต้องส่งให้ สตง. ตรวจหมด ดังนั้นผมจึง อยากจะเรียนท่านประธานแล้วขอให้กำลังใจ สตง. แล้วผมคิดว่าวันนี้เงินงบประมาณที่หลุด ออกไปแล้วการติดตามอย่างไรก็ค่อนข้างยาก แต่ถ้าติดตามโดย สตง. มันเป็นมาตรฐาน ทางบัญชี ซึ่งถ้าสมัยผมอยู่ดีเอสไอ (DSI) คดีที่งบการเงินไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. จะส่งมาให้ ดำเนินคดีเกือบทั้งนั้น แล้วตรวจสอบไปก็คือเป็นการไซฟ่อน (Siphon) เงินเป็นส่วนใหญ่ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปราย ให้กำลังใจผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านเคยมารายงานในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้งแล้ว ซึ่งกระผมจำได้ว่าหลายหน่วยงานที่การบัญชีนั้นไม่ถูกต้องเหมือนท่านทวี สอดส่อง ได้พูด ไปแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามว่าในเมื่อบัญชีไม่ถูกต้อง ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถ ส่งหน่วยงานเอาผิดได้หรือไม่ อย่างไร เพราะว่าที่ผ่านมานั้นเรายังไม่เห็นมีกระบวนการ เอาผิดในการที่หน่วยงานหลายหน่วยงานไม่สามารถทำบัญชีถูกต้อง อาจจะด้วยเงื่อนไขอะไร ไม่ทราบ ประชาชนอาจสงสัยว่ามีการทุจริตหรือไม่ อย่างไร อย่าลืมว่าในห้วงเวลานี้ ประเทศไทยเรานั้นเงินน้อย เราต้องใช้วิธีการกู้เงินมาบริหารประเทศ เรามีความคาดหวังกับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมากทีเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้เงินแบบไม่มี ประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมานั้นเราทราบดีอยู่ว่าหลายปีที่ผ่านมานั้นงบประมาณแผ่นดินนั้น เราก็มีมากพอสมควร แล้วก็มีการกู้เพิ่ม แต่เหตุไฉนประชาชนจึงยากจนเหมือนเดิม ประชาชนยังแห้งแล้งเหมือนเดิม น้ำไม่มีที่จะทำนาเหมือนเดิม ถ้าลงไปดูลึก ๆ นะครับ ท่านประธาน หลายโครงการผมไม่ทราบว่าการตรวจตรวจไปถึงปลายทางหรือไม่ อย่างไร ผมเคยเข้าไปปรึกษาหารือกับผู้ตรวจการท่านหนึ่ง ผมถามท่านว่าการตรวจของท่าน ตรวจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำหรือไม่ ท่านบอกว่าท่านมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ จึงใช้ วิธีการตรวจก็คือปลายน้ำ ปลายทาง คือการใช้งบประมาณหมดแล้ว เสร็จแล้วจึงมาตรวจ วิธีการนี้ก็ทำให้โครงการต่าง ๆ ที่ลงไปสู่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะภาคเกษตรไม่ประสบ ความสำเร็จ ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือเรื่องโครงการขุดลอกหนอง คลอง บึง ไปดูเถอะครับ งบประมาณลงไป สมมุติยกตัวอย่างว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปถึงผู้รับเหมาจริง ๆ ไม่กี่บาท เสร็จแล้วทำให้โครงการนั้นไม่ประสบความสำเร็จ โครงการบอกว่าให้ขุดลงไปจากพื้นเดิม ๒ เมตร ท่านไปดูเถอะครับ ไม่มีการขุดจริง มีแค่ไถหน้าดินขึ้นไปโปะข้าง ๆ เสร็จแล้ว ตรวจรับงานกันเรียบร้อย พอฝนตกมาก็ตื้นเขินเหมือนเดิมไม่สามารถเก็บน้ำใช้ในหน้าแล้ง ประชาชนยากจนเหมือนเดิมครับ นี่คือการใช้งบประมาณต่าง ๆ ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่ท่านกำกับอยู่ผมเชื่อว่าท่านมีข้อมูล แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ในที่ประชุมว่าถ้าเป็นไปได้ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินสามารถเอาผลการตรวจต่าง ๆ มาเปิดเผยต่อสาธารณะได้ว่าหน่วยงานใดบ้างที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ใช้ภาษีของประชาชน ไม่มีประสิทธิภาพมีหน่วยงานใดบ้าง เรื่องนี้จะเป็นการดีครับ แล้วถ้ามีการตรวจสอบเจอ ผมเชื่อว่ามีและมีเยอะด้วย ถ้ามีการตรวจสอบเจอว่าใช้งบผิด ไม่มีประสิทธิภาพสามารถเอาผิดหน่วยงานนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ถ้าท่านไม่มีอำนาจ ในการเอาผิด ท่านต้องส่งหน่วยงานที่สามารถเอาผิดได้สิครับ ไม่ใช่ว่าตรวจเจอแล้วท่าน ไม่ดำเนินการต่อ ไม่เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเจอคนผิดแต่ไม่แจ้งถูกไหมครับ ฉะนั้นผมถึงอยากให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เอาใจช่วยนะครับ ท่านทำงานหนักมาก ในขณะที่รัฐบาล มีอำนาจมาก ๆ ผมเชื่อว่าการทำงานของท่านก็จะลำบากพอสมควร แต่ผมเชื่อว่าท่าน เป็นหน่วยงานที่ประชาชนคาดหวัง ผมในฐานะสภาผู้แทนราษฎรผมก็คาดหวังกับท่าน ในส่วนหนึ่งที่ท่านบอกว่าลงไปตรวจหน่วยงานเล็ก ๆ ทำให้เขามีความลำบากในการทำงาน อันนี้ก็คือเรื่องจริงส่วนหนึ่ง เราอยากให้ท่านกำกับดูแลในหน่วยงานใหญ่ ๆ โดยเฉพาะ การทำงานของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรมใหญ่ ๆ ที่มีงบเยอะ ๆ ว่างบประมาณลงไปถึง พื้นที่มันตามจำนวนจริงหรือไม่ อย่างไร ผมเชื่อว่ามีข้อมูลแน่นอนนะครับ สิ่งที่ท่านได้มา รายงานหลายครั้งผมได้ยินท่านบอกว่าบัญชีไม่ถูกต้องบ้าง บัญชีไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความเห็นบ้าง ซึ่งลักษณะอย่างนี้ซึ่งถือว่าเป็นความผิด แล้วก็ท่านก็ให้โอกาสเขาไปทำใหม่ เหมือนกับทำผิด ไปทำใหม่ ซึ่งผมมองว่าการให้ไปทำใหม่นั้นผมว่ามันไม่ถูกต้อง ถ้าเกิดเขาทำมาผิดก็แสดงว่า เขาผิด ใช้งบประมาณผิด เราก็ควรจะเอาผิดในฐานะที่เราเป็นผู้กำกับดูแล เงินทุกบาท ทุกสตางค์ของพี่น้องประชาชนมันมีค่าครับ ประชาชนคาดหวังกับการตรวจสอบการทำงาน การใช้งบประมาณของรัฐ คาดหวังหน่วยงานของท่านเป็นอันดับต้น ๆ เพราะท่านมีอำนาจ สูงสุดแล้ว ฉะนั้นก็ขอให้กำลังใจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินของประเทศไทยจงทำงาน อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้นครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่าน ผอ. สำนักการงานตรวจเงินแผ่นดิน กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคภูมิใจไทย พูดถึงเรื่องสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกระผมมีเรื่องหลายเรื่อง ที่จะต้องพูดถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อย่างเช่น ท้องถิ่น ท้องที่ หลายที่ที่มีการใช้ งบประมาณ บางท้องที่ใช้งบประมาณไปโดยถูกต้อง แต่ถูกทางสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินหรือ สตง. ไปตรวจสอบแล้วก็คือความไม่เข้าใจและความไม่ชำนาญระหว่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกับทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพราะว่าองค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นคือมีหน้าที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ไม่ว่าสร้างอะไร สร้างความอยู่ดีมีสุข ให้กับชาวบ้าน เช่น สร้างถนน สร้างอาคาร แล้วก็ขุดลอกคลอง หลาย ๆ อย่างที่ทำไป ด้วยความหวังดีและให้เป็นประโยชน์กับชาวบ้าน แต่การทำงานบางครั้งอาจจะเอกสาร ไม่ครบข้อมูลและบางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่ถูกต้องที่ทำไป เมื่อสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินมาตรวจพบก็จะเจอปัญหาแล้วก็มีการคาดโทษ แล้วก็ตรวจสอบ และจุดจบก็คือ ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด บางครั้งหน่วยงานท้องถิ่นก็ไม่เข้าใจคิดว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จะแกล้งเขา แต่ถ้ามองในความเป็นธรรมคือไม่ได้แกล้ง แต่ทำเพื่อความถูกต้องและเพื่อ ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ อันนี้ต้องขอชมเชย แต่มีบางครั้งที่ สตง. ได้เข้าไป ตรวจสอบการก่อสร้างหรือว่าอะไรนี่ อย่างเช่นการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินบอกว่าไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีผู้ชำนาญงาน หรือมีวิศวกรก็มีน้อย การที่มีคนน้อย มีบุคลากรน้อยนี่แล้วไปตรวจสอบ แล้วบางครั้งเรื่องหยุมหยิมคือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปตรวจสอบเขา คนที่เขาก่อสร้างมาแบบเช่น อบต. หรือ อบจ. ที่ก่อสร้างพวกถนน พวกอะไรต่ออะไร พอตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วมันผิดพลาดนิดหน่อยนี่บางสิ่งบางอย่าง ก็อยากจะให้ใช้คำแนะนำ แล้วก็คือขอให้ข้อมูลดี ๆ ให้เขา แล้วก็สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็อยากจะให้มีวิศวกร ประจำให้มากพอที่จะไปตรวจสอบเขาได้ เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีสำนักงานใหญ่ อยู่แค่ไม่กี่จังหวัดของประเทศไทย แต่คนใช้บริการมากมายมหาศาล คือจังหวัดหนึ่งรู้สึกว่า ๔-๕ จังหวัดจะมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอยู่ที่เดียวต้องคอยตรวจสอบ สิ่งนี้ทำให้ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วไปเกรงกลัว สตง. อย่างมากที่จะมาตรวจสอบเมื่อไร บางครั้ง ช่างที่เขามาคำนวณราคาไปแล้ว แล้วก็ออกมาก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเข้าไปตรวจสอบบอกว่าอันนี้คือการก่อสร้างนี่คือค่าน้ำมันมัน แพงกว่าที่คิด ซึ่งบางครั้งการประมูลงานนี่คือไม่ใช่ประมูลปุ๊บแล้วก็ได้ทำปั๊บเลย การประมูล งานนี่สมมุติว่าทำงานเดือนมีนาคมประมูล แล้วก็ไปค่าน้ำมันเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม น้ำมันราคาต่ำลง ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ต้องหักเงินคืนช่างหรือว่าผู้บริหาร อบต. ต่าง ๆ เขาก็ไม่สามารถที่จะคำนวณตัวเลขผันผวนนี้ได้ ซึ่งทางสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินก็ต้องช่วยชี้แจงช่วยแนะนำว่าให้ทำอย่างไร แล้วก็คืออย่าให้คาดโทษถึงขนาดไล่ออก หรือว่าให้คืนเงิน บางที่มีช่างของ อบจ. เขาต้องควักเงินในกระเป๋าคืนให้กับทางสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินหรือคืนให้หลวงเพื่อที่จะชดใช้ในสิ่งที่เขาทำไป ค่าน้ำมันแบบที่ผมว่า เมื่อครู่นี้คือเดือนมีนาคมราคาเท่านี้ แล้วก็มาเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมราคาน้ำมัน ตกลงมาแค่นี้ แล้วก็การทำงานไปแล้วนี่คือมันก็เกินไป พอถึงเวลาปุ๊บค่าน้ำมันตอนส่งงาน ก็ถูกลง ทาง สตง. ก็ต้องใช้ข้อมูลตัวนี้เป็นเกณฑ์ ก็อยากให้ สตง. แนะนำ แล้วก็ช่วยชี้แจง ให้ อบจ. ทราบ แล้วก็สิ่งที่เจ้าหน้าที่ของ อบจ. หรือ อบต. ต่าง ๆ หรือส่วนราชการต่าง ๆ เกรงกลัวมากที่สุดก็คือเรื่องนี้ เรื่องที่ว่าเขาได้เงินเดือนคนหนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ แต่พอมา ถูกหักทีตกประมาณเป็น ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บางคนนี่ถูกหักที ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บางครั้งนี่เขาต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ปฏิบัติงานส่วนล่าง เป็นแบบนี้เกือบทุกราย อยากให้เจ้าหน้าที่ สตง. ช่วยแนะนำ ช่วยการประมูลงาน หรือว่า อะไรนี่ให้ช่วยแนะนำให้ช่วยส่งข้อมูลดี ๆ ให้เขาบ้างนะครับ🔗

แล้วก็สุดท้ายนี้ก็ขอให้กำลังใจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มาช่วยกัน ทำงาน เพื่อให้ประเทศชาติของเราประหยัดเงินและเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ อบต. บางแห่งที่ใช้อำนาจเพื่อที่จะหาผลประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และสิ่งนี้ เราต้องช่วยกันประคับประคองไว้ ก็ขอให้กำลังใจท่านผู้ตรวจการแผ่นดินหรือ สตง. ให้กำลังใจให้ท่านได้ทำงานต่อไป แล้วก็ขอให้ท่านช่วยปกป้องเงินทองของประเทศชาติเรา เพื่อที่จะไม่ให้สูญหายไปกับคนที่ต้องการคิดจะฉ้อโกงเงินแผ่นดิน และขอให้กำลังใจทุกคน ที่ทำงานครับ แล้วก็ขอให้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพิ่มบุคลากร เช่น วิศวกร หรือเจ้าหน้าที่เพื่อมาดูแลด้านนี้ เพื่อไม่ให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้หนักอกหนักใจ แล้วก็ให้เขาได้ทำงานแบบสบาย ๆ นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้แทน สตง. ตอบชี้แจงครับ🔗

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขออนุญาตได้เรียนข้อมูลและตอบ ข้อคำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในหลาย ๆ ประเด็นที่ท่านกรุณาให้ข้อเสนอแนะ ให้กำลังใจนะครับ แล้วก็สอบถามถึงการดำเนินการ และให้ข้อเสนอแนะในการที่ทาง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะได้ไปกำหนดนโยบายในการตรวจสอบให้สอดคล้องกับ งบประมาณที่ได้รับไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนนะครับ🔗

ผมขออนุญาตเรียนไปตามประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามและให้ข้อเสนอแนะนะครับ ท่านแรก ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ต้องขอบพระคุณท่านที่ได้ให้ความเห็นและเน้นให้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ ความสำคัญกับการตรวจสอบการใช้เงินกู้ ซึ่งผมได้เรียนกับทางสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีไปในเบื้องต้นแล้วว่าทางสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้มีนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับ การตรวจสอบเงินแผ่นดิน ซึ่งประกอบด้วยเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ รวมไปถึง เงินกู้ด้วยนะครับ ในส่วนที่ทางรัฐบาลได้กู้เงินมาเพื่อเยียวยาหรือฟื้นฟูในเรื่องของที่ได้รับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ๑ ล้านล้านบาท ไม่ว่า จะเป็นส่วนของการเยียวยาหรือส่วนของการฟื้นฟู โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณในส่วน ของ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาใช้ในการฟื้นฟู ซึ่งจะเป็นการดำเนินการของหน่วยงาน ต่าง ๆ ในการที่จะของบประมาณไปดำเนินการในความรับผิดชอบของตนเอง สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ความสำคัญในการตรวจสอบในเรื่องนี้ ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เฉพาะในการติดตามเพราะดูในหลายมิติ ทั้งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการใช้จ่าย ไปแล้ว และในระหว่างการดำเนินการนั้นถ้าจะมีการดำเนินการที่อาจจะไม่ถูกต้องหรือว่า เกิดความไม่แน่ใจว่าการดำเนินการนั้นจะทำได้หรือไม่ อย่างไร ทางสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินก็ได้มีทีมที่จะให้คำแนะนำในการดำเนินการ เพราะว่าในส่วนของการใช้จ่ายเงินกู้ ก็จะมีระเบียบ มีกฎหมายต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญ ในการตรวจสอบนั้น หลังจากปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งจะเริ่มมีการใช้จ่าย ผลของการใช้จ่าย เป็นอย่างไรนั้นทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็คงจะนำมารายงาน ในส่วนของ การรายงานประจำปีหรือว่าในส่วนที่กรรมาธิการที่รับผิดชอบในเรื่องการติดตามการใช้จ่าย เงินกู้ ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็คงจะนำมารายงานให้ทราบว่าผลการตรวจสอบ เป็นอย่างไรนะครับ🔗

ในส่วนของการตรวจสอบการจัดหารายได้ หรือเงินต่าง ๆ ที่เป็นเงินนอก งบประมาณ อย่างที่ผมได้นำเรียนไปว่าตั้งแต่เงินออกจากกระเป๋าประชาชนเป็นเรื่องของ รายได้ จะเป็นภาษี เป็นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นรายได้แผ่นดินเข้ามาที่ภาครัฐ สตง. ก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบด้วยว่าการจัดเก็บรายได้ การดำเนินการจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการดำเนินการนั้นเป็นไปตามระเบียบกฎหมายต่าง ๆ หรือไม่ เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ อย่างไร ก็จะเป็นหน้าที่ของ สตง. ด้วย🔗

ในส่วนของเงินนอกงบประมาณที่ท่านได้กรุณาพูดถึงนะครับ จริง ๆ แล้ว งบประมาณรายจ่ายประจำปีเราจะมีอยู่ประมาณ ๓ ล้านล้านบาท แต่ว่าก็จะมีเงินนอก งบประมาณซึ่งจะเป็นกองทุนต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาได้พูดถึงก็รวมกันแล้วในเอกสาร งบประมาณขาวคาดชมพูท่านก็จะเห็นว่ามีอยู่ประมาณ ๔.๔ ล้านบาท ซึ่งกระบวนการ เหล่านั้นก็จะมีคณะกรรมการกองทุน มีคณะกรรมการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะพิจารณา ในการใช้จ่ายเงิน รวมไปถึงเงินสะสมของท้องถิ่นด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ให้ความสำคัญในการตรวจเงินนอกงบประมาณ เพราะถือว่าก็เป็นส่วนหนึ่งในภาพสัดส่วน มากทีเดียวในการใช้จ่ายเงินแผ่นดินลงไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน อันนี้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็จะตรวจสอบด้วย ซึ่งก็ได้รับข้อเสนอแนะจากกรรมาธิการพิจารณา ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่อยากให้ สตง. ให้ความสำคัญ ในวันนี้ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ก็ได้ให้ข้อเสนอแนะในการที่จะดำเนินงาน อันนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็จะรับไป ดำเนินการ ผลการตรวจสอบในปี ๒๕๖๔ นี้จะเป็นอย่างไร ในรายงานประจำปีซึ่ง สตง. ก็จะมารายงานอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗

สำหรับการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๔๙ มาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๕๐ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ให้ ความสำคัญ เพราะว่าในการตรวจสอบ ในอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา ๕๓ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจตามนโยบายการตรวจ เงินแผ่นดินหลักเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้กำหนดและตาม กฎหมายวินัยการเงินการคลัง อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นอีกภารกิจหนึ่งซึ่งจากเดิมที่ สตง. ก็จะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายนั้น แต่ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ แล้วก็มีพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังมาก็ให้ สตง. ได้ตรวจตาม พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลังด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดนโยบายการเงินการคลังของประเทศ สัดส่วน เรื่องของหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP) หรือสัดส่วนงบประมาณในการลงทุนต่องบประมาณ รายจ่ายโดยรวม รวมไปถึงงบประมาณต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาได้พูดถึงพระราชบัญญัติ โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๘๘,๐๐๐ ล้านบาทที่เมื่อปี ๒๕๖๓ ได้ดำเนินการ แล้วเข้ามาอยู่ในงบกลาง ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ให้ความสำคัญและตรวจสอบ ในเรื่องนี้นะครับ ผลการตรวจสอบเป็นอย่างไรในปี ๒๕๖๔ ก็คงจะได้นำมารายงานให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ🔗

ในบทบาทของการให้คำปรึกษาและแนะนำ ซึ่งคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินได้เขียนไว้ในนโยบายในข้อ ๑.๓ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง อันนี้ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ถือว่า เป็นนโยบายสำคัญในการตรวจสอบที่จะตรวจสอบในเชิงสร้างสรรค์และให้คำปรึกษา แนะนำแก่หน่วยงานต่าง ๆ ในการใช้จ่ายเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนทางราชการ ในการให้คำปรึกษานั้นจริง ๆ กฎหมาย มาตรา ๕๗ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินได้เขียนไว้ ค่อนข้างชัดเจนว่าถ้าหน่วยงานมีความสงสัยในกฎหมายของ สตง. คือ พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือพระราชบัญญัติวินัยการเงิน การคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ และเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องที่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบ ของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งก็เป็นเรื่องของการรับการจ่าย การใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ซึ่งจะเป็นทั้งงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ และเงินกู้ก็สามารถที่จะสอบถามได้ว่า ในการดำเนินการนั้นทำอย่างนี้ทำได้หรือไม่ ถ้าจะทำให้ได้ต้องทำให้อย่างไรให้ถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมาย และให้เกิดประสิทธิภาพแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์ เมื่อดำเนินการ เมื่อได้ สอบถามแล้วก็ให้ สตง. ตอบโดยเร็วภายใน ๓๐ วัน ในวรรคสองก็ยังบอกว่าถ้าได้ดำเนินการ ตามที่ สตง. ได้ตอบไปแล้วก็ถือว่าดำเนินการโดยชอบ อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการดำเนินการ ที่จะช่วยให้คนที่มีความตั้งใจในการดำเนินการที่ไม่มีเจตนาทุจริตได้ดำเนินการได้อย่าง ถูกต้อง และเกิดการใช้จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นนะครับ🔗

นอกจากนั้นในส่วนข้อ ๑.๕ ที่ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ได้กำหนดนโยบายในการให้ความรู้แก่ประชาชนและหน่วยรับตรวจ อันนี้ก็ถือเป็นนโยบาย สำคัญที่ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้กำหนดไว้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเราก็อยากให้มี การใช้จ่ายเงินอย่างถูกต้อง ทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของ เงินแผ่นดินได้มีความรู้มีความเข้าใจในเรื่องของงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ หรือเงินแผ่นดินทั้งหมด ซึ่งเขาก็สามารถที่จะตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงาน ของรัฐที่ไปดำเนินการในโครงการต่าง ๆ นะครับ🔗

ทีนี้ในส่วนของที่ท่านกรุณาพูดถึงเทคโนโลยีที่จะมาใช้ในการดำเนินการ เพื่อจะให้ความรู้ประชาชน จริง ๆ แล้วสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็มีช่องทาง หลายช่องทางที่สามารถที่จะได้ทราบข้อมูลผลการตรวจสอบก็ดี ทราบข้อมูลผลการดำเนินการ ทั้งในเว็บไซต์ (Website) แล้วก็ในสิ่งที่เราได้ตอบไปโดยตรงของแต่ละท่าน อันนี้ก็ขอรับ แนวทางต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้นของ สตง. ต่อไปนะครับ หรือการเบิกจ่ายในส่วนที่ไม่สามารถเบิกได้นะครับ และมีการพูดคุยกันรวมไปถึงกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการการกระจายอำนาจ เพื่อที่จะหารือกัน ว่าในรายการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนซึ่งมีบทบาทหน้าที่ของท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ ที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนจะทำอย่างไรให้สามารถให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ แล้วถูกต้องตามระเบียบกฎหมายด้วยนะครับ ซึ่งทางกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยก็ได้ไปออกกฎเกณฑ์ ออกระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถ ดำเนินการได้ในหลาย ๆ กรณี โดยเฉพาะระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การช่วยเหลือประชาชนจะมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่สามารถดำเนินการได้ แต่อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมได้รับทราบหลังจากที่ได้มีการดำเนินการไปแล้วก็ยังมีบางส่วนที่อาจจะยังเป็น ปัญหาอุปสรรคอยู่ คราวนี้ก็ต้องเรียนว่าเราจะมีการพูดคุยและสัมมนากันเพื่อที่จะเอา ปัญหาเหล่านั้นนำเสนอกับกระทรวงมหาดไทยกับคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ว่าในบางเรื่องคณะกรรมการการกระจายอำนาจอาจจะต้องปล่อยให้ทางท้องถิ่น ได้ดำเนินการได้แล้ว เนื่องจากมีความพร้อมมากยิ่งขึ้นแล้ว อันนี้ก็จะนำไปสู่แนวทาง ของการใช้จ่ายเงินท้องถิ่นได้สามารถแก้ปัญหาของประชาชนและเกิดประโยชน์ กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงตามความต้องการของท้องถิ่นนั้นนะครับอันนี้ผมก็ขอรับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านได้สะท้อนมา ซึ่งท่านเองก็มีปัญหาในการดำเนินการท่านสามารถ โทรศัพท์สอบถามได้ ซึ่งท่านก็ได้เคยสอบถามแล้วก็ให้คำปรึกษาในการดำเนินการไปนะครับ🔗

ทีนี้ในส่วนของท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ต้องขอบพระคุณมากที่ท่านได้กรุณา พูดถึงการตรวจสอบของ สตง. ที่ควรจะมุ่งเน้นถึงความสัมฤทธิ์ผล แล้วนอกจากจะตรวจสอบ ในระดับของโครงการหรืองานต่าง ๆ ของแต่ละกระทรวงแล้ว ท่านยังเสนอแนะให้เรา ตรวจสอบในภาพของภาพที่เป็นบูรณาการในระดับแผนงาน อย่างเช่นกรณีของปัญหา ความยากจนนะครับ จริง ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นนโยบายของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในการตรวจสอบในเรื่องของผลสัมฤทธิ์หรือเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ทางสำนักงานก็ได้มีการวางแผนในการตรวจสอบและนำเสนอคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ได้พิจารณาให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งท่านก็ได้ให้ข้อเสนอแนะในลักษณะเดียวกับที่ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ได้พูดถึงว่าควรจะตรวจสอบในภาพที่เป็นระดับแผนงาน เป็นระดับ ที่สูงขึ้น ซึ่งต้องเรียนว่าในภารกิจของการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีด้วยกัน ๓ ภารกิจหลัก ๆ ก็คือการตรวจสอบในเรื่องของไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) ฝั่งที่ ๒ ก็คือคอมไพลอันซ์ ออดิต (Compliance Audit) การตรวจสอบที่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และในส่วนสำคัญก็เรื่องของเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ในมาตรา ๕๓ ซึ่งในหน้าที่ของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ต้องตรวจสอบได้เน้นให้ความสำคัญ ๕๓ (๒) ให้ตรวจสอบในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ความมีประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงิน ตอนนี้ ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้พยายามจะปรับในส่วนนี้ให้ทำงานได้มากขึ้นนะครับ จากการตรวจสอบในที่ผ่านมาอาจจะปีละไม่กี่โครงการ ในปีที่แล้ว ๒๕๖๒ เราได้ตรวจสอบ เรื่องของผลสัมฤทธิ์มีประสิทธิภาพของการดำเนินงานเรื่องของการใช้จ่ายเงิน ๕๐ กว่าโครงการ ซึ่งในปีต่อไปก็คงจะยกระดับในการตรวจสอบในระดับที่เป็นโครงการเป็นระดับแผนงาน ให้มากยิ่งขึ้น ในเรื่องของแผนการในการดำเนินงาน ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนก็อาจจะเป็นหัวข้อหนึ่งถึงแม้ว่าภาพมันจะใหญ่ แต่ว่าเดี๋ยวผมขอรับ ในประเด็นนี้ไปดำเนินการ แล้วผลการดำเนินการเป็นอย่างไรก็คงจะได้มานำเรียนต่อไปนะครับ🔗

จริง ๆ แล้วในน้ำหนักของการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ เนื่องจากมันมีภารกิจอื่นตามกฎหมาย อย่างถ้าในพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา ๗๑ ได้กำหนดให้ สตง. หรือผู้สอบบัญชีที่ สตง. เห็นชอบ ได้ตรวจรายงานการเงินของหน่วยงานของรัฐทั้งหมด ๘,๓๖๘ หน่วย ซึ่งมากกว่าปกติ ที่เราเคยตรวจอยู่มากทีเดียวนะครับ ซึ่งก็เป็นเจตนารมณ์ที่ดีที่รายงานการเงินของ ทุกหน่วยงานได้มีการตรวจสอบ สำนักงานการเงินแผ่นดินจึงจำเป็นต้องปรับบุคลากรต่าง ๆ เพื่อมาทำงานตามกฎหมายนี้ เราสามารถลดการตรวจสอบในเรื่องการเงินซึ่งมีมาตรฐาน ที่ชัดเจนแล้วก็จะทำให้เราทำหน้าที่ในการตรวจสอบในด้านอื่นได้มากขึ้น อันนี้ก็เป็นนโยบาย ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ🔗

ทีนี้ในการตรวจสอบรายงานการเงินที่ว่า สตง. หรือผู้สอบบัญชีที่ สตง. เห็นชอบ เพราะฉะนั้นหน่วยงานไหนที่มีความพร้อมที่จะให้ผู้สอบบัญชีภายนอกหรือว่า ผู้สอบบัญชีเอกชนเข้ามาทำหน้าที่ในการตรวจสอบรายงานการเงินสามารถทำได้ ซึ่งตอนนี้ เราสำรวจแล้วมีประมาณอยู่ ๑๓๕ หน่วยงาน เราก็ขอความร่วมมือให้หน่วยงานเหล่านั้น ใช้ผู้สอบบัญชีภายนอก เพื่อเราจะจัดสรรบุคลากรดังกล่าวนั้นไปตรวจสอบในเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพให้มากขึ้นหรือการตรวจสอบเรื่องคอมไพลอันซ์ (Compliance) ให้มากขึ้น ตอนนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ ๘๐-๙๐ หน่วยแล้ว ที่ใช้ผู้สอบบัญชีภายนอกในการตรวจสอบเรื่องไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) เพราะฉะนั้นเราก็สามารถที่จะบุคลากรเหล่านั้นมาตรวจสอบในเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นจะมีผลการตรวจสอบในเชิงผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพของการดำเนินงานให้มากขึ้นนะครับ🔗

ต่อไปท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ท่านได้พูดถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งผมได้นำเรียนไปบ้างแล้วนะครับ แล้วในส่วนของท้องถิ่นจริง ๆ เราก็ถือว่าเรื่อง การดำเนินงานในส่วนของท้องถิ่นท่านอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมจากที่ตอบไปแล้ว🔗

ในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ตอนนั้น ก็เป็นปัญหามากว่าในการดำเนินการจะใช้จ่ายได้หรือไม่ อย่างไร ในหลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะ ท้องถิ่นก็ได้มีปรึกษาเข้ามาที่ สตง. เยอะมากว่าการใช้จ่ายเงินซื้อของตอนนี้มันแพงขึ้นมา จะสามารถดำเนินการได้ไหม ซึ่งผมให้นโยบายไปชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบอยู่ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน และความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นในการดำเนินการต่าง ๆ ในการดำเนินการก็เป็นไปตามระเบียบต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงการคลังเองก็ได้มีการผ่อนคลาย หรือยกเว้นต่าง ๆ เพื่อที่จะให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับประชาชน อย่างเต็มที่ อันนี้ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็มีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะทำให้ การใช้จ่ายเงินนั้นไปถึงประชาชนและเกิดประโยชน์เต็มที่ เพราะฉะนั้นอะไรที่มันเป็นปัญหา ต้องยอมรับว่าในหลาย ๆ ส่วนที่เคยมีปัญหาเราก็ได้พยายามแก้ไขไปได้มากที่สุดนะครับ ในเวทีการสัมมนาก็ดี ในการประชุมของสันนิบาตเทศบาล ในการประชุมของ อบจ. อบต. ต่าง ๆ ผมจะไปด้วยตัวเองเพื่อที่จะไปบอกเจตนาในการดำเนินงาน บอกนโยบายของ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน บอกวิธีการดำเนินการ ถ้ามีปัญหาตรงไหนขอให้สอบถาม แล้วเราจะช่วยกันแก้ปัญหาในเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ แต่ปัจจุบันอาจจะยังมีอยู่บ้าง ก็พยายาม ที่จะทำให้มันดีที่สุด แล้วแก้ไขไปในจุดที่ยังเป็นปัญหาอยู่นะครับ🔗

ต่อไปของท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ต้องขอบพระคุณท่านนะครับ อันนี้ผมก็ได้เคยนำเรียนในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีในเรื่องของการตรวจรายงานการเงินที่ท่านได้กรุณารวบรวม จริง ๆ แล้วทั้งหมดนี่ ในความเห็นที่ท่านก็ได้กรุณาพูดถึงความไม่ถูกต้อง ความยังมีเงื่อนไขอยู่ ยังไม่แสดงความเห็น หรือแสดงความเห็นไม่ถูกต้อง รวมแล้วนี่มันประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าหน่วย อันนี้เราพยายาม มีนโยบายว่าเราก็อยากเห็นรายงานการเงินของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังอยากให้มีการตรวจสอบ เราก็มีนโยบายว่าสิ่งที่ มันไม่ถูกต้อง ในสิ่งที่ยังไม่สามารถแสดงความเห็นได้ ในสิ่งที่ยังมีเงื่อนไขอยู่ สตง. เองไม่ได้ตรวจ และจบแค่นั้น ก็จะเอาปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นได้พูดคุยกับหน่วยงานให้มีการแก้ไข ให้มันถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจว่าในการใช้จ่ายเงินมันถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าในอนาคตข้างหน้ารายงานการเงินของทุกหน่วยงานของรัฐได้มีการตรวจสอบ แล้วรับรองได้หรือแสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไขทั้งหมดว่างบคลีน (Clean) ทั้งหมด มันจะแสดงเห็นภาพความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐ อันนี้คือเป็นไปตาม จริง ๆ ไม่มีการไปซูเอี๋ยหรือยอมในบางส่วน อย่างที่ท่านกรุณาได้ชื่นชมเราในการแสดง ความเห็นของหน่วยงานใหญ่ ๆ ซึ่งเราก็ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เราก็จะทำตรงนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นหน่วยงานใดก็ตามที่ยังมีลักษณะของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ จะพยายามพูดคุยกับหน่วยงานเพื่อที่จะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง🔗

อันนี้จากข้อคำถามของผมไม่แน่ใจว่าท่านใดได้พูดถึงว่าในรายงานการเงิน ที่เป็นแบบนี้แล้วไม่ถูกต้องมันจะมีความผิดไหมในการทำรายงานการเงินออกมาถ้าสิ่งนี้ ที่อาจจะไม่ถูกต้องหรือไม่ได้แสดงความเห็นมันไม่มีโทษในเรื่องของการรายงานการเงิน แต่ว่าในการใช้จ่าย ในรายการจ่ายที่เราตรวจสอบ ในการตรวจสอบรายงานการเงิน เราสุ่มตรวจสอบในเรื่องของรายได้ รายรับ ในเรื่องการใช้จ่าย ถ้าการใช้จ่ายนั้นใช้จ่าย ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งในมาตรา ๙๕ หรือมาตรา ๘๕ ก็ได้พูดถึงว่า ถ้าไปตรวจพบว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรีหรือแบบแผนทางราชการ ถ้าไม่เกิดความเสียหายนี่ก็ให้แก้ไขให้ถูกต้อง อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่กฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิมที่ไม่ว่าถ้าผิดแล้วก็ต้องผิด แต่นี้ถ้าผิดแล้วไม่ได้เกิดความเสียหายหรือเกิดประโยชน์ซึ่งก็มีหลายกรณี ซึ่งหลังจากที่เรา ดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้แล้วมันเกิดประโยชน์ แต่ว่ามันอาจจะผิดระเบียบ ก็แก้ไข ให้ถูกต้องในโอกาสต่อไป หรือแก้ไขในส่วนนั้นให้ถูกต้องนะครับ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ต้องรับโทษ อะไร🔗

ส่วนที่ ๒ ลำดับต่อไปก็คือว่าถ้ามันเกิดความเสียหาย ทางเราก็จะแจ้ง ให้ทราบว่ามันเกิดความเสียหายอะไรบ้าง แล้วก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะไปหา ผู้รับผิดชอบชดใช้ในทางละเมิด ซึ่งถ้าไม่มีเจตนาในการที่จะทำให้เกิดความเสียหาย อย่างร้ายแรงมันก็จะไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้นนะครับ ยกเว้นกรณีที่ไปตรวจพบแล้วมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต อันนี้ล่ะครับคนที่รับผิดชอบในการใช้จ่ายดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายการนั้น ทางเราทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็จะส่งไปที่ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ ป.ป.ช. ต่อไป อันนี้ก็จะเป็นขั้นตอน ของการดำเนินงานเพื่อที่จะให้การใช้จ่ายเงินนั้นถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเกิดผลสัมฤทธิ์นะครับ🔗

ต่อไปของท่านนิคม ท่านนิคมได้พูดถึงในเรื่องของท้องถิ่นและกรุณา ให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของ สตง. อย่างกรณีของท้องถิ่นผมก็ได้นำเรียนไปในเบื้องต้นแล้ว ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ว่าในการตรวจสอบตรงนี้จะเรียนว่าในส่วนของท้องถิ่น เนื่องจากมันมี พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐที่ให้เราตรวจสอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ท้องถิ่นปัจจุบันจะได้รับการตรวจสอบจาก สตง. ทุกปี อย่างน้อย ๆ ก็คือรายงานการเงิน แต่เดิมที่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องตรวจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรามีนโยบายในการตรวจสอบ ว่าท้องถิ่นที่มีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าแห่งนี่เราจะตรวจประมาณ ๕ ปีครบ ๑ รอบ หมายความว่า ทุก ๆ หน่วยงานจะได้ถูกตรวจการสอบในรอบ ๕ ปี แต่เนื่องจากมี พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลังนี่ที่ต้องตรวจทุกปีภายใน ๑๘๐ วัน มันถึงได้มีการตรวจสอบของท้องถิ่นโดยตลอด เราก็ยังพิจารณาในทางเชิงที่เป็นนโยบายกันอยู่ว่าในการตรวจรายงานการเงินของท้องถิ่นนี่ มันจะมีแนวทางในการที่ดำเนินการอย่างไร เหมือนอย่างที่ผมได้นำเรียนว่าในส่วนรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีเอกชนดำเนินการในส่วนนี้ได้ เราก็จะมี บุคลากรที่จะทำหน้าที่ในส่วนอื่นได้ ในส่วนของประสิทธิภาพประสิทธิผลได้นะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้ว่า ประจักษ์ได้ตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกครบทุกท่านแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกประสงค์ จะถามอีกท่านหนึ่งที่ส่งชื่อมามีไหมครับ ท่านนิโรธนะครับ เชิญครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ผมจะขออนุญาตอภิปรายตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ในหมวดของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามมาตรา ๒๔๐ ใน (๑) ให้ท่านวางแผนนโยบายในการตรวจสอบ อันนี้กว้างนะครับ เพราะว่า ถือว่ารัฐธรรมนูญเปิดกว้างให้ท่านในการวางแผนนโยบาย และ (๔) ในการให้คำแนะนำในการใช้เงิน ให้อยู่ในระเบียบวินัยการเงินการคลัง ให้คำปรึกษา เหตุผลที่ผมจะอภิปรายในส่วนตรงนี้ และในหมวดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะมันมีประเด็นปัญหาที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแล้วท่านผู้มีเกียรติหลายท่านก็ได้อภิปรายในส่วนตรงนี้ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทำโครงการ ทำนโยบาย ทำงบประมาณ แต่ไม่ผ่านเรื่องโครงการ เพราะประเด็น ปัญหา ผมขออนุญาตอภิปรายมาตรา ๒๔๙ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่ามาตรา ๒๔๙ เขาบอกว่าการกระจายอำนาจนั้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นปกครองตัวเอง ตามเจตนารมณ์ในท้องถิ่นนั้น ๆ ของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ท่านต้องทำความเข้าใจ ในเรื่องหมวดของท้องถิ่นด้วยนะครับ อันนั้นโยงไป (๑) มาตรา ๒๔๐ การวางแผนนโยบาย และ (๔) ท่านต้องวางให้กว้างว่าท้องถิ่นนั้น ๆ มีประเพณีวัฒนธรรมอย่างไร แล้วเวลาท้องถิ่น ทำโครงการขึ้นมาท่านก็ตรวจสอบสิว่าโครงการนั้นเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นไหม ไม่ใช่ ท่านตรวจสอบโครงการแล้วแนะนำว่าโครงการนี้ทำไม่ได้ ทำได้ อันนี้ทำไม่ได้ อันนี้ทำได้ เจตนาของสำนักงานตรวจการเงินแผ่นดินนั้นต้องให้คำแนะนำการใช้เงินให้อยู่ในระเบียบ วินัยการเงินการคลัง ตรวจสอบคือโครงการอะไรที่คุณทำมาแล้วคุณใช้จ่ายเบิกจ่ายถูกต้องไหม ทุจริตไหมนี่คือเจตนารมณ์เพื่อไม่ให้ท้องถิ่นเกิดการทุจริต แต่ถ้าท่านไปตรวจเนื้อหา ของโครงการแล้วท่านบอกว่าโครงการนี้ทำได้ ทำไม่ได้ มันทำให้ท้องถิ่นขาดความมั่นใจ และประสิทธิภาพในการปกครองตัวเองในเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ อันนี้มันจะขัดกันนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านผู้ว่าและคณะกรรมการด้วยว่า มาตรา ๒๔๐ นั้นตามรัฐธรรมนูญ (๑) และ (๔) นั้นเปิดกว้างให้ท่านเพื่อไม่ให้เกิดประเด็น ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ท้องถิ่นมีปัญหามาก ก็ต้องฝากประเด็นนี้ไว้กับท่านนะครับ (๑) (๔) (๔) นโยบายท่านเปิดได้กว้างให้เข้ากับเจตนาของท้องถิ่นนั้น ๆ ประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ และให้คำแนะนำอยู่ในระเบียบการใช้เงิน ในระเบียบวินัยการเงินการคลัง อย่าให้ทุจริต ทำแบบนี้ทุจริต ทำแบบนี้ไม่ทุจริต อย่างนี้คือคำแนะนำและคำปรึกษา ไม่ใช่แนะนำ ตัวโครงการ กำหนด ชี้กำหนดว่าทำได้หรือทำไม่ได้นะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสในฐานะสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท ผมมีเรื่องที่จะถามประมาณ สัก ๓ คำถาม ประกอบการพิจารณาเรื่องของการรับทราบนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าจริง ๆ แล้วผมขอชมเชยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินว่า ได้ทำความเชื่อมโยงนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งความเกี่ยวข้องที่ไปเกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญนะครับ ในประเด็นที่ถามก็คือว่าเห็นด้วยกับการที่เขียนไว้ในตารางขวาง ที่แจกจ่ายสมาชิกในข้อ ๑.๓ คำถามของผมก็คือว่าการให้คำปรึกษา แนะนำ และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการบริหารการเงินการคลัง และงบประมาณแผ่นดินของหน่วยรับงบประมาณ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีว่าการให้คำปรึกษาเพื่อให้การบริหารงบประมาณของหน่วยรับ งบประมาณนั้นมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าปัญหาหนึ่งที่มันมีปัญหาก็คือไม่แน่ใจว่า สตง. ที่เขียนนโยบายนี้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญ ก็เลยอยากถามวิธีการ สักนิดหนึ่งว่าจะมีแนวทางเพื่อการให้คำปรึกษาแนะนำกับหน่วยรับงบประมาณที่จะต้องตรวจ เหมือนกับท้องถิ่นที่พูดกันมากในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น ส่วนหนึ่ง ไม่เข้าใจแล้วก็อาจจะขาดความรู้หรือทำไปโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่การเขียนทิศทาง นโยบายแบบนี้ผมเห็นด้วย ก็เลยอยากทราบว่าท่านจะมีแนวทางในเรื่องการให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะต่อหน่วยรับงบประมาณอย่างไรบ้าง🔗

ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าไปเชื่อมโยงกับการส่งเสริมและการพัฒนาบุคลากร ของสำนักงาน สตง. แล้วผมเห็นด้วยในประเด็นนี้ว่าการส่งเสริมวิชาชีพในการตรวจเงิน แผ่นดินอย่างมีระบบ เพราะว่ามีหลายจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดที่ได้รับการตรวจที่มี ความแตกต่างไม่เสมอภาค หรือการตรวจที่ขาดความชัดเจนของแต่ละกลุ่มจังหวัด หรือจังหวัดก็ยังมีอยู่ร่ำไร แต่ว่าในนโยบายแบบนี้จะไปเชื่อมโยงกับคำแนะนำ เพราะว่า บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและไปแนะนำให้คำปรึกษาที่ถูกต้องนั้นย่อมทำให้องค์กร หรือหน่วยที่ตรวจรับ อย่างที่เราพูดกันมากเรื่องท้องถิ่นที่เขาอาจจะขาดความรู้ความเข้าใจ ที่ชัดเจนก็จะทำให้ก่อให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการตรวจและสร้างนโยบาย ก็คือทำอย่างไรให้ทั้งผู้ตรวจและผู้รับตรวจนี่มีความเข้าใจที่ตรงกัน ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ สำคัญซึ่งปรากฏอยู่ในข้อ ๓.๒.๒🔗

อีกประเด็นหนึ่งคือการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยรับตรวจกับ สตง. เอง ซึ่งในที่ผ่านมาผมเคยได้รับฟังอยู่ว่าท่านเคยชี้แจงว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปพอสมควรในการที่ สร้างความร่วมมือกันระหว่างท้องถิ่นกับ สตง. ที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง หรือในรูปคณะกรรมการร่วมกันว่าเราจะช่วยกันในเรื่องการสร้างวินัยการเงินการคลัง หรือประหยัดงบประมาณให้กับรัฐได้อย่างไรบ้าง ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ก็อยากทราบ เหมือนกันว่าดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร🔗

ในประเด็นสุดท้าย ผมเข้าใจว่าเรื่องของการวิจัยและความร่วมมือ ทางวิชาการก็มีความสำคัญในการที่จะทำให้การวิจัยเพื่อส่งเสริมการรักษาวินัยทางการเงิน การคลังของหน่วยรับการตรวจ ก็อยากทราบทิศทางของ สตง. เองที่จะกำหนดในปี ๒๕๖๔ ว่าการส่งเสริมการวิจัยเพื่อทำให้หน่วยรับงบประมาณเกิดประโยชน์ต่อการรักษาวินัยการเงิน การคลังของหน่วยนั้น ๆ ผมคิดว่าอันนี้ก็คือการหาวิธีการหลายวิธีการ เพราะว่าการวิจัยก็คือ การทำให้มีคำตอบหรือแนวทางที่ชัดเจน ก็เลยอยากจะถามในประเด็นสุดท้ายว่าจะมี แนวทางวิจัยในรูปแบบนี้อย่างไรบ้าง ผมมีประเด็นคำถามที่อยากกราบเรียนท่านประธาน ไปยัง สตง. และขอขอบคุณที่ได้ดำเนินการทำนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินในปี ๒๕๖๔ ได้อย่างชัดเจนให้ทางสภาได้รับทราบ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้แทน สตง. ตอบชี้แจงอีกครั้งครับ🔗

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ในส่วนประเด็น เพิ่มเติมที่ท่านกรุณาได้พูดถึง ท่านวิโรจน์ได้พูดถึงในเรื่องของการดำเนินการตามนโยบาย ในเรื่องของการแนะนำซึ่งในสิ่งที่ผมพูดไปว่าทำได้หรือทำไม่ได้จะลักษณะอย่างนี้ครับ คือนโยบายในการให้คำแนะนำสำหรับการดำเนินการที่จะทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย ก็ส่วนหนึ่ง ในบทบาทของหน้าที่ในการตรวจสอบซึ่งเราก็จะตรวจสอบไปตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินและ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง หรือในการตรวจสอบตามลักษณะงานต่าง ๆ นั่นก็จะเป็นเรื่องการตรวจสอบ ถ้าพบว่า ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เราก็จะมีการแจ้งให้หน่วยงาน ดำเนินการได้แก้ไขให้ถูกต้อง ถ้าจะมีการดำเนินการที่มีการทุจริตก็จะได้ส่งให้ ป.ป.ช. อย่างที่ ได้นำเรียนไปแล้วนะครับ🔗

แต่ส่วนในการแนะนำจริง ๆ แล้วก็ขออนุญาตตอบไปในส่วนของ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ได้พูดถึงเรื่องของการให้คำแนะนำจะมีแนวทางในการดำเนินการ อย่างไรในเรื่องของการทำความเข้าใจในเรื่องการวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเราก็มีแนวทาง ในการที่จะให้คำแนะนำ ในเบื้องต้นเราได้มีการไปทำโครงการสัมมนาที่จะให้ความรู้กับ หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ทั้งราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งทางคณะกรรมการ การตรวจเงินแผ่นดินได้ลงไปเองในการที่จะไปอธิบายให้ทราบว่าพระราชบัญญัติวินัย การเงินการคลังในแต่ละหมวด แต่ละเรื่อง มันมีความสำคัญอย่างไร ต้องดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงว่ากรณีถ้าสุดท้ายแล้วจะมีการดำเนินการที่มีความผิดตาม พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลังจะมีโทษหรือไม่ อย่างไร ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีความเข้าใจว่าในสาระสำคัญ ในแต่ละเรื่อง ๆ นั้นมีอย่างไรบ้าง อันนี้เป็นภาพรวมของการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจนะครับ🔗

ส่วนที่ ๒ ก็เป็นกรณี ๆ ที่หากว่าหน่วยงานต่าง ๆ จะมีการดำเนินการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐนี่ก็สามารถขอคำแนะนำ หรือคำปรึกษาจากสำนักงานการตรวจการแผ่นดินได้ก็จะดำเนินการเป็นกรณีไป ส่วนในระดับเจ้าหน้าที่ ในส่วนของสำนักงานก็ได้มีการให้ความรู้ในระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) เราก็ปรับเปลี่ยนแนวทางในการที่จะสัมมนาในภาพที่เป็นการสัมมนาใหญ่ ๆ ก็จะเป็นการออนไลน์ (Online) ทั้งหมดซึ่งเราได้ทำไปแล้วในปีที่แล้วนะครับ🔗

ต่อไปอีกระดับหนึ่งก็คือวันนี้เรามีคณะทำงาน โดยเฉพาะของท้องถิ่น เรามีคณะทำงานในการที่จะรวบรวมเอาข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่ตรวจพบหรือว่าที่มีการสะท้อน มาจากของท้องถิ่นว่าต้องการให้ สตง. ได้เสนอแนะหรือว่า สตง. ได้ผลักดันให้มี การแก้ไขระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะให้สามารถดำเนินการได้ ตรงนี้เราก็มี คณะทำงาน แต่ว่าในคณะกรรมการที่จะเป็นคณะกรรมการร่วมระหว่าง สตง. ท้องถิ่น ในรูปแบบต่าง ๆ หรือทางกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมขอรับข้อเสนอ อันนี้ไปพิจารณาดำเนินการ เพราะว่ายังไม่มีคณะกรรมการในระดับนั้นที่อย่างเป็นทางการ แต่ว่าในคณะกรรมการที่ผมได้นำเรียนว่า สตง. ได้ตั้งขึ้นมาก็ได้มีการประสานกับ ทางกระทรวงมหาดไทยก็ดี ทางตัวแทนของท้องถิ่นก็ดีในการให้ความรู้🔗

นอกจากนั้นในเรื่องของเราได้จัดทำคู่มือในบางเรื่องที่อาจจะมีข้อบกพร่อง หรือความเข้าใจผิดในแนวทางการปฏิบัติงานในการเบิกจ่ายเงิน เราได้จัดทำเป็นคู่มือขึ้นมา ว่าถ้าการดำเนินการในเรื่องนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ร่างคู่มือได้เสร็จแล้วเดี๋ยวคงจะได้ นำประชาพิจารณ์กับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือท้องถิ่น เพื่อที่จะให้มันครอบคลุมว่า ทั้งหมดแล้วมันดำเนินการอย่างที่ได้จัดทำคู่มือออกมาหรือไม่ อย่างไรนะครับ🔗

ในส่วนของงานวิจัยของที่ท่านพูดถึง เราก็มีในนโยบายของคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินก็ได้มีการส่งเสริมให้มีการวิจัยในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องของ วินัยการเงินการคลังของรัฐ การพัฒนาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และดูในส่วนอื่น ๆ ด้วยนะครับ🔗

ในส่วนงบโครงการวิจัยเพื่อการส่งเสริมการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ แก่หน่วยรับตรวจก็มีวิจัย ๑ โครงการในปี ๒๕๖๔ นี้เราก็ได้ดำเนินการว่าจะมีการศึกษาว่า จะส่งเสริมให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการรักษาวินัยการเงินการคลังได้อย่างไรเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็ขออนุญาตนำเรียน เพิ่มเติมในส่วนที่ท่านกรุณาได้สอบถามครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในเรื่องนโยบายการตรวจเงิน แผ่นดินประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ แล้วนะครับ ตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ได้รับทราบเรียบร้อยแล้วนะครับ กราบขอบพระคุณท่านคณะกรรมการ ท่านผู้ว่าประจักษ์ เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ขออีกนิดเดียว แถมก่อนกลับครับ วีระกร คำประกอบ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาสั้น ๆ ท่านวีระกรนิดเดียวพอ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ผม วีระกร คำประกอบ พลังประชารัฐ นครสวรรค์ อยากฝากท่านไปนิดหนึ่ง บางทีขึ้นกับตัวบุคคลครับ คนไปเป็น สตง. จังหวัด บางคนก็ไปแบบชนิดที่ว่าบ้าอำนาจ ผู้ว่าเขาขอยังไม่ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น สนามหน้าศาลากลาง นครสวรรค์ซึ่งจุดประสงค์เขาเพื่อทำรัฐพิธี ทำพิธีการต่าง ๆ และสันทนาการ เขาเขียนไว้ ในข้อ เอาไปจัดงานอะไรก็ไม่ได้นะครับ เขาบอกว่าไม่ใช่สันทนาการ ไปจัดงานของจังหวัด ก็ไม่ได้ ไม่ใช่สันทนาการ ไปจัดงานกาชาดก็ไม่ได้ ไม่ใช่สันทนาการ ผมก็สงสัยว่าคำว่า สันทนาการคืออะไร คือส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาหรอก แต่พอเจอตาคนนี้แกไป คุณคนนี้แกไปนี่ แกก็อะไรก็ไม่รู้ ผู้ว่าก็ขอบอกโอ้โฮก็จัดมันมาทุกปี ปีนี้ขอได้ไหม ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่ได้ คือแล้วแต่คน บางทีนะครับ ท่านช่วยดูแล้วกันพวกสแควร์เฮด (Square head) ไปอยู่กับท่าน ใกล้ ๆ ท่านแล้วกัน ก็เอาเรียกว่าไปอยู่ต่างจังหวัดก็เอาคนที่แบบคนที่อะลุ้มอล่วยได้บ้างนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝากไป ก็แล้วกันนะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านผู้แทนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๑๑🔗

๒.๑๑ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยของเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ของเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบนะครับ🔗

ซึ่งเรื่องนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบไปแล้วเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ซึ่งเสนอโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ของคณะกรรมการการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศ รายละเอียด ทุกท่านคงจะมีแล้ว🔗

ผมได้อนุญาตให้ผู้ที่เข้ามาชี้แจงมีท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ซึ่งมาแทน นายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านสุรพงษ์ มาลี ซึ่งเป็นกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน ท่านสุขุมพงศ์ โง่นคำ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ท่านปุณณลักขิ์ สุรัสวดี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ท่านวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ท่านปิยะ หาญวรวงศ์ชัย เป็นกรรมการปฏิรูประเทศด้านสาธารณสุข ท่านวินัย ดะห์ลัน เป็นกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านสังคม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ เป็นกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านวรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ท่านดนุชา พิชยนันท์ เป็นเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านวันฉัตร สุวรรณกิตติ ที่ปรึกษาด้านนโยบาย และแผนงาน ได้อนุญาตให้เข้ามาร่วมชี้แจง ท่านมาครบแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกที่ต้องการ จะซักถาม ท่านมีอะไรจะชี้แจงก่อนไหมครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศหรือผู้แทนในแต่ละด้าน และเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจง รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศราย ๓ เดือน ซึ่งเป็น การดำเนินการตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ โดยการรายงานในรอบนี้เป็นผล การดำเนินงานที่เกิดขึ้นในรอบเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ที่รัฐบาลได้มอบหมาย ให้สำนักงานดำเนินการรวบรวมการรายงานความคืบหน้าตามแผนการปฏิรูปประเทศ จากทุกหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และประมวลรวมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และนำเสนอรัฐสภาทราบในการประชุมครั้งนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ การรายงานความคืบหน้าในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ครั้งนี้ถือเป็นช่วง ของการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงคณะกรรมการและปรับปรุงแผนปฏิรูป ประกอบกับ มีการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) จึงทำให้การดำเนินการในช่วง ๓ เดือนนี้ มีความคืบหน้าไม่มากนัก ดังนั้นการดำเนินงานที่ผ่านมา จากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่เห็นชอบการดำเนินการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ขยายระยะเวลาดำเนินการโดยกำหนดเวลาแล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการปฏิรูประเทศเพิ่มเติมทุกด้าน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ จำนวน ๑๓ คณะ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยเป็นการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ๑๑ คณะ และแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเพิ่มอีก ๒ คณะ ได้แก่ คณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้แผนการปฏิรูปประเทศมีความครอบคลุม ครบทุกประเด็นการพัฒนาประเทศที่สำคัญ ความคืบหน้าในการปรับปรุงแผนการปฏิรูป ประเทศ ท่านประธานครับ สำหรับความคืบหน้าในการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศนั้น คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๓ คณะ ได้ดำเนินการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น โดยสาระสำคัญของแผนประกอบด้วย ความสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ผลอันพึงประสงค์คาดว่าจะได้รับ กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ และข้อเสนอในการให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ร่างแผนปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุงได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมประธานกรรมการปฏิรูปประเทศแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอน ของกฎหมาย โดยคาดว่าจะเสนอรัฐสภาได้ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๖๓🔗

สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป จากข้อคิดเห็นของทุกท่านต่อรายงาน ครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่กำหนดให้ ปรับปรุงแบบของรายงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และให้แสดงการดำเนินงาน ที่มีลักษณะพัฒนาการจากงานเดิมและเป็นประโยชน์ในเชิงปฏิรูปมิใช่งานปกติ และเมื่อ ครบรอบระยะเวลาที่ต้องรายงานความคืบหน้าให้เร่งรัดเสนอรายงานต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อจะได้เสนอต่อรัฐสภาให้ทันกำหนดเวลาแต่ละวงรอบต่อไปนั้น🔗

สำหรับการรายงานในรอบ ๓ เดือนต่อไประหว่างรอบเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ จะได้ปรับปรุงรูปแบบการรายงานความคืบหน้าโดยแสดงให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ชาติกับเรื่องและประเด็นปฏิรูปภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ และกิจกรรมที่มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมและเห็นผลในเชิงปฏิรูป ซึ่งจะเป็นการสรุป ประมวลผลการดำเนินงานตามประเด็นปฏิรูปของแผนการปฏิรูปประเทศทั้งหมดที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้เห็นถึงภาพรวมความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศฉบับเดิม🔗

และสำหรับการรายงานความคืบหน้าระยะต่อไปในรอบเดือนตุลาคมถึง เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ จะเป็นการรายงานโดยให้ความสำคัญเฉพาะกิจกรรมที่ปฏิรูปที่ ส่งผลต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญหรือกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ตามที่ระบุไว้ใน แผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง ซึ่งสำนักงานจะเร่งรัดจัดทำรายงานความคืบหน้า ภายใน ๑๕ วันนับจากวันสิ้นสุดไตรมาสและเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนรายงาน รัฐสภาทราบ เพื่อให้เนื้อหาสาระของรายงานความคืบหน้ามีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้อง กับสถานการณ์ต่อไป🔗

ท่านประธานครับ การรายงานความคืบหน้าสำหรับการรายงานในรอบนี้ จะเป็นรายงานเฉพาะกิจกรรมที่มีส่วนขับเคลื่อนตามแผนการปฏิรูปประเทศ และก่อให้เกิด ประโยชน์แก่ประชาชนในภาพรวม โดยกระผมขออนุญาตยกตัวอย่างความคืบหน้ากิจกรรม สำคัญในการปฏิรูปประเทศที่มีความคืบหน้าดังนี้🔗

๑. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ได้แก่สมาร์ตโหวต (Smart Vote) กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น โดยสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้พัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) ฉลาดเลือก และอยู่ระหว่างเพิ่มเติมข้อมูล ความรู้และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้แก่ประชาชน ตลอดจน การช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ🔗

๒. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ การพัฒนา ระบบดิจิทัล งานพื้นฐานของรัฐแบบรวมศูนย์ รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงาน ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน โดยสำนักงานพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลสนับสนุนหน่วยงาน ภาครัฐในการนำประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่องมาตรฐานและหลักเกณฑ์ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลต่อสาธารณะไปปฏิบัติและดำเนินการ เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลเปิดของภาครัฐตามประกาศ เพื่ออำนวยความสะดวกและรวดเร็ว ให้กับประชาชนในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐที่มีระบบดิจิทัลโดยการรองรับการเชื่อมโยง ข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน🔗

๓. แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ได้แก่การขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติและปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งกฎหมาย ดังกล่าวจะก่อให้เกิดกลไกรองรับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน ให้สอดคล้องกับ หลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗

๔. แผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ได้แก่โครงการพัฒนา ระบบอนุญาโตตุลาการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการพัฒนาและ ติดตั้งระบบการอนุญาโตตุลาการทางอิเล็กทรอนิกส์ เปิดใช้งานระบบตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ มีบุคคลเข้ามา ลงทะเบียนใช้งานในระบบประมาณ ๑๒๐ ราย และมีข้อพิพาทที่รับใหม่ และข้อพิพาท ที่แล้วเสร็จจำนวน ๒๔ ข้อพิพาท โดยเป็นการอำนวยความสะดวกให้คู่พิพาทสามารถ เสนอข้อเรียกร้องและคำคัดค้านสู้คดี รวมทั้งนำเสนอพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ได้โดยสะดวกรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ (Online) ตลอด ๒๔ ชั่วโมง🔗

๕. แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ได้แก่การสนับสนุนเอสเอ็มอี (SMEs) สู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยคณะกรรมการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมเห็นชอบให้มีการยกร่างหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีหลักการที่สำคัญคือ ๑. การกำหนดสัดส่วนในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง จากเอสเอ็มอี (SMEs) อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้าง ๒. การกำหนด แต้มต่อพิเศษสำหรับเอสเอ็มอี (SMEs) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกรณีอีบิดดิง (e-Bidding) ร้อยละ ๑๐🔗

๖. แผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การจัดการขยะที่ต้นทางซีโร่เวสต์ (Zero Waste) ระดับจังหวัด โดยกรมควบคุมมลพิษ ส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทางระดับจังหวัด ซึ่งได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการจัดการขยะที่ต้นทางโดยประชาชน และได้ดำเนินกิจกรรมลดและ คัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ สามารถคัดแยกขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้ จำนวน ๙๔,๐๑๑.๙๓ ตัน🔗

๗. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ได้แก่ การส่งเสริมความรอบรู้ ด้านสุขภาพ โดยกรมอนามัยได้ดำเนินการสร้างการตระหนักรู้และกระตุ้นพฤติกรรมพึงประสงค์ ในการป้องกันตนเองจากการแพร่เชื้อโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ เฟซบุ๊ก (Facebook) ซึ่งมีการแชร์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและมีการจัดตั้งเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ สุขภาพเพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารปลอมด้านสุขภาพ🔗

๘. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ การนำเทคโนโลยีบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สายมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน การสื่อสารและโทรคมนาคม โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำแผนแม่บท เพื่อนำเทคโนโลยีบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สายมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน การสื่อสารและโทรคมนาคมเพื่อภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย🔗

๙. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร กองทุนการออมแห่งชาติ โดยกองทุนการออมแห่งชาติได้ดำเนินการเร่งรัดส่งเสริมให้ประชาชน เข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นจากเดิม มีนาคมจำนวน ๑๒,๘๗๙ คน สรุปจำนวนสมาชิกสะสมเป็นจำนวน ๒,๓๗๐,๘๗๒ คน🔗

๑๐. แผนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้แก่แนวทางการปรับโครงสร้าง การใช้พลังงานภาคขนส่ง โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติเห็นชอบ ร่างแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และกรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่าง ยกร่างแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมีเป้าหมายในการปรับโครงสร้างราคา รวมทั้ง ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนมาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในภาค การขนส่ง และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทาง🔗

๑๑. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ ได้แก่การผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่ต้องร้องขอ โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... และอยู่ระหว่างการตรวจ พิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา🔗

๑๒. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้แก่การพัฒนาครูในการจัดการ เรียนรู้เชิงรุกและการวัดประเมินผลโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำ โครงการการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ เพื่อพัฒนาความรู้และสมรรถนะ ด้านเนื้อหาสาระที่สอนด้านศาสตร์การสอน ด้านการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการเรียนรู้ และด้านบทบาทของครูยุคใหม่🔗

สำหรับสถานะกฎหมายภายใต้แผนปฏิรูปจากกฎหมายภายใต้แผน โดยจากกฎหมายภายใต้แผนจำนวน ๒๑๖ ฉบับ มีกฎหมายที่แล้วเสร็จจำนวน ๔๘ ฉบับ ความคืบหน้าในกระบวนจัดทำกฎหมาย ๑. อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา จำนวน ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ๒. ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๒ ฉบับ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... และ ๒. การปรับปรุงพระราชบัญญัติ อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๙ แก้ไขกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สำนักงานเห็นสมควรเร่งรัด หน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดทำกฎหมายตามแผนการปฏิรูปประเทศเพื่อจัดทำเสนอ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป🔗

สุดท้าย กระผมในนามของรัฐบาลขอขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร เป็นอย่างสูงอีกครั้งที่ให้โอกาสมาชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ สำหรับคำถามและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อการติดตามและเร่งรัดนั้น กระผมพร้อมด้วยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศใคร่น้อมรับและขอชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่ท่านประธานเห็นสมควรในลำดับต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกหลายท่านมีความประสงค์จะอภิปรายซักถามนะครับ ขอเริ่มด้วย ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ พรรคก้าวไกล ท่านสงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย และท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร พรรคพลังประชารัฐ เชิญท่านอาจารย์สุรวาทครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณา รายงานในเบื้องต้น และขอบคุณสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานเลขานุการ ตลอดทั้งได้ทราบว่ามีประธานคณะกรรมการปฏิรูป ด้านการศึกษามาด้วย ต้องขอบคุณที่เปลี่ยนแปลงไปจากคราวที่แล้วที่มีเพียงสภาพัฒน์ที่มา ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตอภิปรายส่วนที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญที่สุดเพียงด้านเดียว และด้านนั้นคือด้านการปฏิรูปด้านการศึกษานะครับ ในเอกสารรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาซึ่งเป็นด้านที่ ๑๒ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังทางสภาพัฒน์และคณะกรรมการ ปฏิรูปนะครับ สำหรับด้านการศึกษานี่ในคราวที่แล้วเราก็ให้ข้อสังเกตไปว่ามันไม่มี ความคืบหน้าในหลายต่อหลายรอบที่มารายงาน นั่นก็คือไม่มีความคืบหน้าแล้วก็เสนอแนะ ไปว่าให้ดำเนินการในสิ่งที่เป็นการปฏิรูปแล้วก็มารายงาน แต่ว่าสิ่งที่ท่านรายงานมาครั้งก่อน ก็ตามมันไม่ได้เป็นการปฏิรูป หรือแม้แต่ครั้งนี้ที่รายงานมากิจกรรมที่ดำเนินงานขึ้นใหม่นั้น ก็ยังไม่เป็นการปฏิรูปนะครับ ท่านประธานครับ ประเทศของเรารอมานานร่วม ๗ ปีที่จะให้มี การปฏิรูป แต่ว่าการศึกษาจะเปลี่ยนประเทศ จะปฏิรูปประเทศได้ จะพัฒนาประเทศ ประเทศจะเดินได้นั้นจะต้องอาศัยคนเป็นเครื่องมือ แล้วก็การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้คน มาพัฒนาชาติบ้านเมืองครับ คำว่า ปฏิรูป หลายคนมีข้อโต้แย้งเป็นวาทะกันว่าเป็นการล้มล้าง แต่หลายคนก็บอกว่าการปฏิรูปคือการทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่ล้มล้าง แต่ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าจะเป็นการปฏิรูปนั้น การปฏิรูปมาจากคำว่ารีฟอร์ม (Reform) ก็คือการจัดรูปจัดฟอร์ม (Form) ใหม่ ไม่ใช่แบบเดิม ๆ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปว่าที่ทำ ผ่านมานั้นเรื่องกฎหมายท่านก็ไม่มีอะไรคืบหน้า แล้วมันไม่ใช่เพียงกฎหมาย ๗ ฉบับเท่านั้น ที่จะปฏิรูปการศึกษาได้นะครับ ก็ควรจะมากกว่านั้น🔗

สิ่งที่ผมอยากจะให้คณะกรรมการปฏิรูปได้พิจารณาแล้วก็นำมาเสนอ คราวต่อไปนั้นก็คือว่าเราจะต้องจัดการกำหนดให้เกิดสิ่งต่อไปนี้ใหม่นะครับ🔗

อันที่ ๑ ก็คือเป้าหมายหรือปรัชญาการศึกษาของประเทศจะเป็นอย่างไร ในยุค ๔.๐ หรือในยุคศตวรรษที่ ๒๑ นี้ควรจะเป็นอย่างไร ให้การศึกษามันคืออะไร แล้วคน มาเรียนเรียนเป็นอะไร🔗

อันที่ ๒ คือเรื่องรูปแบบการเรียนหรือหลักสูตรการเรียนรู้ วิธีการเรียน สถานที่เรียน ระยะเวลาที่เรียนและวิธีวัดและประเมินผล มันจะต้องไม่ใช่แบบเดิม ๆ ที่เป็นอยู่🔗

และเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการทั้งระดับชาติ กระทรวง ควรจะเล็กกว่านี้ไหม จังหวัด เขตพื้นที่ ศึกษาธิการจังหวัดยังคงจะมีอยู่ต่อหรือเปล่า สถานศึกษาจะเป็นเช่นไร สถานศึกษาจะเป็นที่ที่มีความปลอดภัย สถานที่ศึกษาเป็นที่ ที่ให้โอกาสให้ผู้เรียนได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของเขาหรือไม่นะครับ🔗

นอกนั้นยังมีประเด็นที่อยากจะเห็นคือเรื่องของการผลิตครู การใช้ครู อาจารย์ด้วย วันนี้ระบบการจูงใจให้คนดีคนเก่งมาเป็นครูทำอย่างไร สวัสดิภาพ สวัสดิการ เงินเดือน ค่าจ้างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นครูหรืออาจารย์มหาวิทยาลัย เส้นทาง ความก้าวหน้า ความมั่นคงในชีวิตไม่มีเช่นนี้จะทำอย่างไร จะเป็นอย่างไร เขาต้องการเห็น รูปแบบใหม่ ๆ การผลิตครูไม่ใช่จะแบบเดิม ควรจะมีจุดเน้นอย่างไรเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ ของครู ให้ทำการควบคุมพฤติกรรมผู้เรียนโดยการเสริมแรงและจูงใจทางบวกแทนการใช้ วิธีเดิม ๆ คือการลงโทษหรือกลั่นแกล้งที่เคยเป็นมาครับ🔗

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เขาอยากเห็นใหม่ก็คือเรื่องวิธีการงบประมาณ ทำอย่างไรยังจะมีสถานศึกษาที่ต่างถิ่นกัน มีความเหลื่อมล้ำ มีขนาดเล็ก ได้เงินน้อย อะไร ทั้งหลาย🔗

ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปนะครับ สิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผมนำเรียนนั้น ท่านจะต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติซึ่งดองไว้นานแสนนานนะครับ เพราะนั่นคือแม่บทที่จะทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง และกฎหมายสำคัญ ๆ อีกมาก เป็นต้นว่าพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พระราชบัญญัติระเบียบพนักงานสถาบันอุดมศึกษา อะไรเหล่านี้เยอะแยะไปหมดซึ่งจะต้องเร่งรีบ ซึ่งจะทำให้เกิดกรรมการคุรุสภาใหม่ที่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ มีคณะกรรมการบริหารบุคคล ของครูคือ ก.ค.ศ. ที่มีครู มีผู้เชี่ยวชาญ มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปให้เป็นไปตามปกติ แล้วก็ต้องเร่งรีบ ปรับปรุงหลักสูตรขนานใหญ่ถึงวิธีการ วิธีวัดผล ประเมินผล อะไรอื่น ๆ เหล่านั้น รวมทั้ง วิธีการคัดเลือกคนเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งวิธีการจัดตั้งงบประมาณใหม่ ๆ ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่โรงเรียนเล็กก็ได้งบประมาณน้อยตามหัวของเด็ก มหาวิทยาลัยที่อยู่ บ้านนอก มหาวิทยาลัยที่อยู่กับท้องถิ่นก็จะได้รับงบประมาณเพียงหลักร้อย ส่วนมหาวิทยาลัย ในส่วนกลางก็หลักพันล้านหมื่นล้านอย่างนั้นหรือไม่ อย่างนี้คือสิ่งที่จะเป็นการปฏิรูปที่ผม นำเรียน ๔-๕ ประการนั้นจะต้องผ่านพระราชบัญญัติหรือกลไกทางกฎหมายที่จะให้เกิด การเปลี่ยนแปลงนั้น ส่วนที่ท่านรายงานมานี้ไม่ใช่การปฏิรูปครับ เป็นการทำงานรูทีน (Routine) ปกติ เป็นการพัฒนาครูด้วยหลักสูตรนั่นนี่เฉย ๆ อันนี้ไม่ใช่ เป็นเพียงโครงการ พัฒนาธรรมดา ๆ ก็ใคร่ขอฝากเรียนกรรมการปฏิรูปนะครับ หวังว่าคราวหน้าน่าจะนำเสนอ สิ่งที่เป็นการปฏิรูปและก็มีความคืบหน้าจริงครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านสงวนครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับ วันนี้เป็นที่ผมค่อนข้างดีใจว่าครั้งแรกที่มีการนำ มาตรา ๒๗๐ เข้าสภานี่ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยที่ไม่เห็นหน้ารัฐมนตรีมารับฟัง เพราะว่า งานนี้เป็นงานใหญ่ จริง ๆ แล้วนี่ภารกิจรายงานต่อสภาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ทุก ๓ เดือน ตัวผมเองคิดว่ามากเกินไป เพราะว่าการปฏิรูปมันต้องมีกฎหมายรองรับ แล้วระยะเวลา ๓ เดือนแม้กฎหมายเข้าสภาก็ยังไม่ออกสภาด้วยซ้ำไป ผมคิดว่า เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดอย่างนี้ แล้วยิ่งเขียนชัดเจนว่าเป็นภารกิจของวุฒิสภาในการที่จะ กำกับดูแลในเรื่องนี้ แล้วให้คณะรัฐมนตรีเมื่อทราบแล้วก็เอามารายงานต่อรัฐสภา ทำไม ผมพูดประเด็นเหล่านี้ครับ เพราะเห็นว่าวันนี้มันเป็นเอกสารเล่มเล็ก ท่านประธานครับ ทุกครั้งจะเล่มหนาขนาดนี้เพราะว่ากระบวนการจัดทำมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แล้วก็ดีใจว่า เริ่มจะเข้าสู่ในทิศทางที่มีความเข้าใจตรงกัน จะอย่างไรก็ตามกระบวนการที่ต้องมารายงาน มันเหลือเวลาอีก ๓ ปีกว่านิดเดียว สิ้นอายุของ ส.ว. ก็ถือว่ากิจกรรมนี้จะไม่เกิดขึ้นในสภาอีก ท่านประธานครับ ผมดูแล้วท่านรัฐมนตรีที่ได้บรรยายเรื่องว่าทำอะไรไปบ้างอย่างไร ก็เห็นภาพชัด แต่สำหรับผมผมจะดูรายละเอียดให้น้อยหน่อย ผมจะพูดในสิ่งที่ผมเรียกว่า ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมดูนี่ผมจะพูดสั้น ๆ ๒ เรื่อง เรื่อง ๐๑ กับเรื่อง ๐๒ คือเรื่องที่ ๑ กับเรื่องที่ ๒ ท่านครับ การปฏิรูปที่ท่านเขียนว่า ๐๑ แผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในนี้ท่านบรรจุว่า ในด้านหลังของอันนี้บอกว่าเรื่อง และประเด็นปฏิรูป ท่านได้พูดถึงการกระจายอำนาจ รายละเอียดของประเด็นนี้มันไม่มีในสิ่ง ที่ผมจะพูด ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านที่มารับฟังความสงสัยหรือคำถาม จากพวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเด็นไหนที่ผมคิดว่าไม่มี ท่านครับ ท่านช่วยดูว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มีอยู่นี่ ท่านเข้าใจการกระจายอำนาจเหมือนกับคณะกรรมการ การกระจายอำนาจปัจจุบันนี้หรือไม่ วันนี้กระจายอำนาจไม่ได้กระจายอำนาจนะครับ กระจายโครงการ โอนโครงการไป โอนกิจกรรมไปให้ท้องถิ่น แต่ว่าตัดอำนาจเขา ชลประทานกระจายเหมืองฝายไปเยอะแยะ ตอนนี้เหมืองฝายนี่เกินศักยภาพท้องถิ่น เสียหายไปแล้วนะครับ จะสร้างเองก็ไม่มีเงิน ขอหน่วยงานอื่นก็ไม่ได้ หน่วยงานอื่น เห็นชอบหมด ร่วมกันแก้ปัญหา ทำฝายขึ้นมาลูกหนึ่งที่ลำพูน ถูกดึงออกจากเล่มขาว คาดแดงท่านคณะกรรมการปฏิรูปช่วยไปดูหน่อยว่ากรรมการปฏิรูปขณะนี้ทำงานแบบไหน เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศไหม คณะกรรมการการกระจายอำนาจนะครับท่าน เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศมาก วันนี้ในหลาย ๆ เรื่องถ้าท่านไปดู ใน ๐๑ ท่านพูดถึงเรื่องที่ ๒ ก็คือว่าการเข้าสู่ตำแหน่ง คือการเลือกตั้ง ผมจะแตะเรื่องนี้น้อยสักหน่อยเพราะช่วงนี้มันจะเป็นช่วงเลือกตั้ง แต่ผม จะพูดในเรื่องของส่วนที่ ๒ มากสักหน่อยคือเรื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ประเทศ แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน การเข้าสู่อำนาจของ นักการเมืองก็เข้ามาบริหารเงินหลวง ท่านประธานครับ ในหมวดนี้ท่านได้กรุณาเขียนว่า กฎหมายภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านพูดถึง ๕ ฉบับ ใน ๓ ฉบับนั้นท่านพูดถึงเรื่องกฎหมายวิธีการงบประมาณใหม่ กฎหมายวิธีการงบประมาณ แบบใหม่ท่านช่วยกรุณาไปดูว่ามันมีหมวดเพิ่มขึ้น หมวดบูรณาการกับหมวดเรื่องนี้ เรื่องของ โอนงบประมาณ ท่านครับ กฎหมายวินัยการเงินการคลัง พูดแค่นี้ไม่ได้ นี่คือกระบวนการ จัดทำงบประมาณ ท่านต้องไปดูกฎหมายว่าด้วยการบริหารสัญญาที่เรียกว่าพระราชบัญญัติ ผมจะย้ำเรื่องนี้มาก พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ เพราะอะไรครับ ไปกำหนด คณะกรรมการตามมาตรา ๒๗ ขึ้นมาแล้วให้มีอำนาจตามมาตรา ๒๙ ให้ยกเลิกข้อระเบียบ ตั้ง ๒๐๐ กว่าข้อ ข้อใดก็ได้ ยกเลิกหมดเลย ท่านไปดูโควิด (COVID) ออกมา ท่านไปดู หนังสือจากคณะกรรมการตามมาตรา ๒๗ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ที่ไม่จำกัดวงเงิน ในการจัดซื้อจัดจ้างแบบที่เรียกว่าเฉพาะเจาะจงพันล้าน หมื่นล้าน ก็ไม่ต้องจำกัดวงเงิน ถ้าเป็นโควิด (COVID) แล้วท่านมีหมวดใหญ่เรื่องการปฏิรูป การมีคุณธรรม การไม่ทุจริต แล้วท่านปล่อยอย่างนี้โอกาสจะทุจริตมีไหม ผมใช้คำว่าโอกาสจะทุจริตมีไหม อันตราย หรือเปล่า ในวันที่ ๓๑ มีนาคมเหมือนกันมีหนังสือซ้ำไปอีกอันหนึ่งเรื่องราคากลาง ซึ่งดูแลโดยกรมบัญชีกลาง คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นต่อปลัดกระทรวงการคลังครับ แล้วพอมา วันที่ ๒๔ เมษายนอีกเดือนหนึ่งได้เขียนรายละเอียดหนังสือขึ้นมาว่ายกเลิกกฎหมาย มาตรา ๑๐๙ ว่าด้วยการทิ้งงาน บอกว่าในช่วงโควิด (COVID) การทิ้งงานไม่เข้าลักษณะ ทิ้งงานตามมาตรา ๑๐๙ ที่ผมพูดเรื่องนี้ผมเห็นว่าคณะกรรมการฝ่ายปฏิรูปกฎหมายท่านมา ท่านดูเรื่องนี้หน่อย🔗

ท่านครับ มีเวลาไม่มาก ผมเองจะพูดอีกกฎหมายหนึ่งที่เป็นอุปสรรค ก่อนหน้านี้วันนี้นึกว่าจะได้พูดกับคณะกรรมการที่จะเข้ามารายงานเรื่องที่ภาษีท้องถิ่น ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างไม่ได้พูดครับ เพราะท่านไม่ได้มาชี้แจง ท่านครับ ผมจะถือโอกาสนี้ เรียนผ่านท่านประธานไปว่าผมจะมอบเอกสารที่ผมศึกษามานี่ให้คณะกรรมการกฎหมายดู เป็นกฎหมายลักหลับครับ หมายความว่าอย่างไร ท่านครับ ออกวันที่ ๙ มีนาคม ก่อนพวกผม เลือกตั้งไม่กี่วัน ออกมานี่ครับท่าน เขาเคยเก็บได้เท่านี้ วันนี้เก็บได้เท่านี้ ลดลงไปแล้วไม่พอ ยังมีอีกฉบับหนึ่งเป็นพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินอีก ถ้าท้องถิ่นนี้เก็บได้ ๑๐๐ บาทจากที่ ลดมาแล้ว ให้เก็บได้ ๑๐ บาท นี่คือการทำลายท้องถิ่นอย่างที่ผมคิดว่าอธิบายเป็นภาษา กฎหมายไม่ได้เลย ท่านครับ ท่านดูรายละเอียดนะครับ ที่ผมจะให้ดูรายละเอียดนิดหนึ่ง ที่ดินที่เก็บแบบเดิม สมมุติว่าเก็บได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่ดิน ๑๐ ไร่ เก็บได้ ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้เก็บได้ ๒๙๘ บาท แล้ว ๒๙๘ บาท ยังลดให้เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์อีก ท้องถิ่นจะทำ อย่างไร ถ้าท่านจะทำการปฏิรูปประเทศท่านต้องดูกฎหมายที่เป็นอุปสรรคด้วย ผมจะขออนุญาตท่านประธานซ้ำอีกทีหนึ่ง จะมอบทั้งหมดผ่านท่านประธานเอาไปให้ฝ่ายที่มา รายงานวันนี้ดูว่าท่านปล่อยอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านครับ ผมจะเอาให้ท่านดูนะครับ ปี ๒๕๖๒ เก็บได้ ๑๕๖ ล้านกว่าบาทเทศบาลนี้ ปี ๒๕๖๓ ได้ ๑๑๓ ล้านบาท รับจริงเท่าไร รับจริง น้อยกว่านี้อีก ท่านดูนะครับ รับจริง ๓,๖๐๐,๐๐๐ เพราะอะไร ตัดอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ กฎหมายแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ กระจายอำนาจเสียหายหมด เมื่อกระจายอำนาจเสียหายหมด คณะกรรมการปฏิรูปจะคิดอย่างไร การปฏิรูปกฎหมายนี่เป็นหัวใจสำคัญของขณะนี้แล้ว ท่านครับ ท้องถิ่นเขาบอกว่าภารกิจเขาเท่าเดิม ท่านประธาน โรงงานเขาก็พร้อมเสีย แต่คิดแบบใหม่นี่เขาต้องเสียลดลง แต่พอเป็นชาวบ้าน เป็นชาวนาขึ้นมาท่านดูนะเสียเพิ่มขึ้น คิดอย่างไรครับ คิดตามมูลค่า เสียเพิ่มขึ้น ชาวสวนเสียเพิ่มขึ้น แต่ว่าผู้ประกอบการเสียลดลง เทศบาลที่เคยร่ำรวยเป็นเทศบาลตามนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากโรงเรียนเด็กเล็กมีไม่กี่สิบคน มี ๒๐๐ กว่าคน จากโรงเรียนประถม มัธยมมีไม่ถึง ๒๐๐ คน เดี๋ยวนี้มีเป็นพันคน ไม่มีเงินจ้าง ๒ ปีนี้จะต้องล้มละลายครับ ผมจบเพียงนี้เพราะเวลามันหมด ผมคิดว่าผมจะส่งเอกสาร เหล่านี้ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการปฏิรูปเพื่อดูว่าท่านจะต้องทำอย่างนี้ไหม แก้ปัญหาแบบนี้ไหม ผมไม่จำเป็นต้องเอากฎหมายไปให้ท่าน ผมจะเอาสิ่งที่ท้องถิ่นกับ พวกผมสรุปกันมา แล้ววันที่ ๑๒ นี่เขาจะสรุปกันที่เชียงใหม่ เรื่องอะไรครับ เรื่องเขาเสียภาษี เขากำลังจะล้มละลาย อันที่ ๒ ท่านจะต้องแก้ปัญหาโดยการให้รัฐไปชดเชยเขา เพราะมัน เป็นลดตามนโยบาย ออกกฤษฎีกามานี่เพื่อลดภาษีตามนโยบาย เมื่อเป็นตามนโยบายรัฐบาล ต้องไปใช้หนี้เขา แต่นี่เขาเก็บตามพระราชบัญญัติก็จะตายอยู่แล้ว นี่ยังลดอีก ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เอาหนังสือมาเลยครับ เชิญท่านต่อไป ท่านจักรพันธ์เชิญครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จักรพันธ์ พรนิมิตร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในวาระนี้ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งส่วนตัวผมเองผมคิดว่าในความคืบหน้าหรือความก้าวหน้าในการปฏิรูปการศึกษาภายใต้ รัฐบาลชุดนี้และต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้วผมคิดว่ามีความก้าวหน้าไปพอสมควรนะครับ แม้จะไม่ครบทุกด้าน แต่ผมคิดว่าด้านที่สำคัญ ๆ มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างใน ๒ เรื่องหลัก ๆ นะครับ🔗

เรื่องแรก ที่อยู่ในประเด็นปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นการรายงานในรอบ เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษา โดยสิ่งที่สำคัญก็คือการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือว่า ขออนุญาตใช้ตัวย่อว่า กสศ. ซึ่งก็ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ตั้งขึ้นในปี ๒๕๖๑ นะครับ ซึ่งจากกองทุนตรงนี้ก็จะมีสำนักงาน กสศ. ที่มาบริหารจัดการกองทุน ซึ่งในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายนที่เป็นการรายงานในรอบนี้ ท่านประธานก็คงจะจำได้ว่าเป็นช่วงที่พวกเรา กำลังอยู่ในช่วงของวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง จากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็คือกลุ่มที่เป็นเด็ก เยาวชน ตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไปจนถึงนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจากการจัดตั้งกองทุน กสศ. ที่ผมได้กล่าวมา เมื่อสักครู่ทำให้เรามีหน่วยงานหรือมีกลไกที่จะช่วยในการที่จะลดผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปสู่กลุ่มเยาวชนและเด็กเล็กที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่ เผอิญว่าผมเองได้มีโอกาสทำหน้าที่แทนที่ประชุมแห่งนี้ในกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณปี ๒๕๖๔ ดังนั้นก็ได้รับทราบผลงานหรือว่ากิจกรรมที่ กสศ. ได้ดำเนินการในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แล้วก็เห็นว่า กสศ. ได้เป็น ตัวแทนของหน่วยงานของภาครัฐในการที่เข้าไปรองรับไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยการศึกษา มีโครงการไปสู่เด็ก ๆ หลายกลุ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย ถ้าท่านประธานจำได้ช่วงนั้นทุกอย่างปิดหมดล็อกดาวน์ (Lockdown) แต่ว่าเด็ก ๆ เขาไม่สามารถที่จะหยุดการเจริญเติบโตได้ เราต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา เราก็มีโครงการที่จะอุดหนุนเรื่องของนมให้กับเด็กเล็ก เรื่องของอาหารกลางวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถที่จะหยุดได้แม้แต่เป็นช่วงโควิด (COVID) ตรงกันข้ามเราต้องเร่งที่จะ พัฒนาหรือว่าส่งไปให้ถึงมือของเด็ก ๆ กลุ่มนั้นนะครับ ก็ได้ กสศ. ในการที่จะช่วยเป็นกลไก อันหนึ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากกลไกปกติที่รัฐบาลมีอยู่ แล้วก็เป็นที่น่าดีใจว่าผมคิดว่าประเด็นนี้ สำหรับเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยผ่าน กสศ. ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ไม่มีการแบ่งแยกเรื่องฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะว่าท่านประธานจะเห็นว่าในการพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานี้ กสศ. เป็นหน่วยงานหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานที่ที่ประชุมแห่งนี้ มีมติที่จะอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อทำให้ กสศ. สามารถที่จะไปช่วยเด็กได้มากขึ้น จากตัวเลขคร่าว ๆ ในปี ๒๕๖๓ ช่วยอยู่ได้ประมาณ ๑ ล้านคน ก็สามารถเพิ่มให้ได้เป็น ๑,๓๐๐,๐๐๐ คนในปี ๒๕๖๔ ที่จะถึงนี้ สำหรับ ปีงบประมาณที่จะถึงนี้ ดังนั้นก็คิดว่าเป็นประเด็นหลักประเด็นหนึ่งที่พวกเราสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของสภาชุดนี้เห็นความสำคัญตรงกัน แล้วเราก็เห็นว่า กสศ. จะเป็นกลไก ที่สำคัญที่ช่วยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดขึ้นอีกทางหนึ่งนะครับ🔗

ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปที่ประเด็นซึ่งท่านรัฐมนตรี อนุชา นาคาศัย เมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านได้ชี้แจงที่ประชุมว่า การรายงานต่อไปนี้จะเน้นไปที่เรื่องของการรายงานกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ เขาใช้ภาษาอังกฤษว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งบิ๊กร็อก (Big Rock) ของด้านการศึกษาก็มีอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะกล่าวถึงเป็นพิเศษ🔗

เรื่องแรก ก็คือการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา ตั้งแต่ระดับปฐมวัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งอันนี้เมื่อสักครู่ผมพูดถึงเรื่องของ ลดความเหลื่อมล้ำไปแล้ว ผมอยากจะให้ความสำคัญในเรื่องของเด็กปฐมวัยสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าทุกครั้งที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายในหัวข้อนี้ผมก็จะพูดเรื่องของเด็กปฐมวัย ผมย้ำ อีกครั้งว่าเรื่องของเด็กปฐมวัยซึ่งรัฐบาลชุดนี้รวมทั้งต่อเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ก็จะเป็นรัฐบาลที่อนุมัติเรื่องของ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่เรามีการบูรณาการเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นรูปธรรมแล้วก็ครบทุกมิติ แล้วท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกอาจจะต้องทราบว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ฉบับแรก ที่ระบุชัดเจนว่าการศึกษาของเด็กปฐมวัยถ้าหากว่าใครที่ไม่สามารถจัดการศึกษาที่ครบทุกมิติ ให้กับเด็กได้ก็คือทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ถ้าไม่สามารถจัดให้ครบทุกมิติที่ผม กล่าวมาได้นี่ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย แม้จะยังไม่มีบทลงโทษแต่ว่าก็ถือเป็นความผิด ความหมายหมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาที่เราปิดสมัยประชุม ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเรามีข่าวดังข่าวหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ที่อยู่ในวัยปฐมวัยที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นข่าวที่สะเทือนใจพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือว่า พี่น้องประชาชนทั่วไปที่เห็นคลิป (Clip) เป็นการทำร้ายจากครูที่กระทำต่อเด็กปฐมวัย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาโดยเฉพาะการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย ที่ผ่านมาถ้าเราไม่เน้นให้ครบทุกกระบวนการทั้งเรื่องของอารมณ์ จิตใจ และร่างกาย เราก็จะเห็นโรงเรียนหรือว่าสถานศึกษาเด็กเล็กเหล่านี้บางครั้งก็จัดการศึกษาที่เน้น ทางด้านวิชาการอย่างเดียว หรือบางแห่งก็อาจจะเน้นเรื่องการเลี้ยงเด็กอย่างเดียวโดยที่ ไม่มีความถูกต้องทางด้านวิชาการไปช่วย เนื่องจากขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านออกแบบหลักสูตรบ้าง ครูพี่เลี้ยง หรือผู้ที่รับหน้าที่ดูแลเด็ก อาจจะไม่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการบ้าง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พอมี พ.ร.บ. พัฒนาเด็กปฐมวัยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วก็ทำให้รัฐบาลสามารถที่จะบูรณาการ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเข้ามาอยู่ภายใต้องค์กร หรือภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการระดับชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านจะมอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในช่วงนี้นะครับ ซึ่งที่ผ่านมา ผมคิดว่ากลไกทุกอย่างมีพร้อมหมดแล้ว เรื่องของเกณฑ์ในการพัฒนาเด็ก เกณฑ์ในการพัฒนาครู ที่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทุกอย่างครบหมด เพียงแต่ว่าเหตุที่ยังเกิดขึ้นก็เพราะว่าการที่นำนโยบาย หรือนำเกณฑ์เหล่านี้ไปปฏิบัติใช้ ซึ่งต้องเข้าใจว่าการปฏิบัติงานในระดับปฐมวัยถูกแยก ออกไปเป็นหลายสังกัด ไม่ใช่อยู่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไปอยู่กับกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทยก็มี มีมากด้วยสำหรับสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เป็นระดับอนุบาลหรือก่อนอนุบาล บางแห่งอยู่สังกัด สาธารณสุข กระจายไป ๔-๕ หน่วยงาน ดังนั้นการที่มีหน่วยงานที่เป็นบอร์ด (Board) อยู่ตรงกลางระดับชาติ และมีผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ในช่วงที่ผ่านมาไม่กี่เดือนนี้เห็นมีดำริว่า อาจจะตั้งเป็นสำนักงานถาวรในการที่จะพัฒนาเด็กปฐมวัยเหล่านี้ ก็ถือว่าเป็นมิติที่ดี ที่จะทำให้การนำนโยบายหรือเกณฑ์ หรือทุกอย่างที่วางกรอบไว้แล้วไปสู่ภาคปฏิบัติ ก็ต้องยอมรับว่าสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยมีความหลากหลายแตกต่างกันมาก ผลในการตรวจสอบคุณภาพปีล่าสุดของสำนักงานรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา หรือที่เราเรียกว่า สมศ. ซึ่งก็ตรวจเมื่อ ๕-๖ ปีที่ผ่านมาแล้ว ล่าสุดก็พบว่ามีไม่กี่แห่ง คือผลการประเมินคุณภาพที่อยู่ในระดับดีน้อยมากนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อจำกัดอันหนึ่ง ของระบบการศึกษาในระดับเด็กปฐมวัยของเรา ดังนั้นเมื่อมีคณะกรรมการชุดนี้ที่เกิดจาก รัฐบาลชุดที่แล้วได้มาผลักดันตรงนี้ ก็เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะต้องค่อย ๆ เบาบางลง แล้วผม ก็ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานทางด้านนี้🔗

สุดท้าย ท่านประธานครับ ประเด็นเกี่ยวกับอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี อันนี้ ขออนุญาตแสดงความเป็นห่วงนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าอันนี้เป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) หรือสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญอันหนึ่งที่จัดไว้ แต่ว่าในวิกฤติ โควิด (COVID) ที่ผ่านมานี่ต้องยอมรับเลยว่าไม่ต้องพูดทวิภาคี พูดถึงการจ้างงานปกติบริษัท เขาก็ไม่มีเงินจะจ้างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทวิภาคีซึ่งช่วยเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยเรียนให้มีงานทำ ไปด้วยเรียนไปด้วยระหว่างเรียน ไม่ทราบว่าเรามีใครไปช่วยเขาหรือเปล่าครับ เพราะว่า ดูเหมือนบริษัท ห้าง ร้านต่าง ๆ ที่เคยมีนโยบายที่จะขยายจำนวนรับเด็กเหล่านี้เพื่อเรียน ไปด้วยทำงานไปด้วยเขาต้องตัดงบประมาณลงเพราะว่าวิกฤติโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ดังนั้นผมก็ฝากตรงนี้ว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับทางคณะกรรมการปฏิรูปโดยตรง แต่ว่าเนื่องจาก ท่านทำหน้าที่ทางด้านการศึกษาทางด้านนี้ ก็ขอฝากเอาไว้ด้วยเนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญ ประเด็นหนึ่งที่ท่านต้องการนำไปเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการศึกษา ของประเทศนะครับ ก็คงจะฝากไว้ใน ๒-๓ ประเด็นเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกอีก ๓ ท่านที่จะซักถามนะครับ มีท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล และท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ เชิญท่านเกียรติก่อนครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ วันนี้ ก็เป็นครั้งที่ ๖ ที่รายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศเข้ามาสู่สภาชุดนี้ จริง ๆ แล้วผม ก็ได้อภิปรายทุกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๖ ผมอยากจะซักถามแล้วก็สอบถามจริง ๆ หรือตั้งข้อสังเกตในเรื่องรูปแบบของรายงานก่อนในเบื้องต้น ความสมบูรณ์ของรายงานนั้น มันมีมากน้อยแค่ไหน ปัญหาผมคืออย่างนี้ ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่เรามีการนำเสนอ ประเด็นหนึ่งที่สภาแห่งนี้สมาชิกทุกคนเห็นตรงกันก็บอกว่าท่านช่วยนำข้อสังเกตของสมาชิก ไปรวบรวมอยู่ในรายงานหน่อยได้ไหม ให้มันครบถ้วน แล้วตอบเลยว่าข้อกังวลของสมาชิก หรือคำถามของสมาชิก จริง ๆ พอกรรมการไปดูแล้ว ไปพิจารณาแล้วมีคำตอบอย่างไรบ้าง เขียนให้ชัดในรายงานฉบับนี้นะครับ เพราะฉะนั้นการนำเสนอก็ต้องเรียนท่านประธานครับ บางเรื่องนี่ครับ ใน ๔ รอบบางเรื่อง มีข้อคิดเห็นไปใส่ บางเรื่องตัดออก แต่ไม่มีคำอธิบาย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก สำหรับประชาชนทุกคน ผมยกตัวอย่างแล้วกัน เรื่อง ๒ เรื่องที่ผมเสนอทุกครั้ง เช่นเรื่องส่วนต่าง ดอกเบี้ยว่าทำไมมันสูง ท่านจะปฏิรูปอย่างไรนี่ ครั้งนี้ไม่มีหรือครับ ส่วนต่างดอกเบี้ย ท่านตัดทิ้ง ก็ต้องถามท่านว่าท่านตัดทิ้งทำไม เพราะเป็นเรื่องไม่สำคัญแล้วหรืออย่างไรครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือราคาพลังงานครั้งนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่มันเป็นสาระสำคัญ อย่างยิ่งที่กระทบต่อชีวิตประชาชนทุกคน ในรูปแบบของรายงานอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าถ้าจะ ทำให้พวกเราอ่านรายงานได้ง่ายท่านควรจะเสนอเฉพาะส่วนที่ก้าวหน้าในช่วงระยะเวลา ของรายงานนั้น ๆ เพราะบางเรื่องรู้สึกท่านก็ย้อนไปแต่ต้น แล้วก็ต้องไปถอดรหัสเอาเอง พวกเราอ่านนี่ต้องถอดรหัสเอาเองว่าส่วนไหนเป็นส่วนที่ก้าวไปข้างหน้า ส่วนไหนเป็นของเดิม ไม่ทราบเลยครับ ผมคิดว่าก็เสนอว่าต้องปรับปรุงวิธีการทำรายงาน ถ้าจะเอาวิธีไหนก็เอาให้ชัด แต่ทำให้พวกเราที่เป็นสมาชิกสามารถถอดรหัสได้ทุกครั้งว่าในช่วงเวลาของรายงานนั้น ท่านนำเสนอในส่วนใดมีความก้าวหน้าไปอย่างไรบ้าง และคำถามของสมาชิกในแต่ละเรื่อง ท่านมีคำตอบอย่างไรบ้าง จะได้มีข้อยุติครับ เพราะไม่เช่นนั้นพวกเราก็ไปเริ่มอ่านจากศูนย์ใหม่ อันนี้ก็เป็นปัญหานิดหนึ่งนะครับ🔗

แต่ผมต้องถามท่านครับ ๒ เรื่องที่ท่านตัดของผมไปไม่สำคัญหรือ ส่วนต่าง ดอกเบี้ยไม่สำคัญหรือ ราคาพลังงานไม่สำคัญหรือ ถามนะครับ ขอคำตอบด้วยครับ เพราะอันนี้ผมอธิบายชัดเจนทุกครั้งว่ามันกระทบต่อชีวิตของประชาชนอย่างไรบ้าง เรื่องพลังงานมี ๑๑ หน้า เดิมท่านเคยมีใส่คำว่า ราคาที่เป็นธรรม ครั้งนี้ท่านตัดทิ้ง ต้นทุน พลังงานที่เป็นธรรมทำไมท่านตัดทิ้ง เมื่อสักครู่นี้เพิ่งมีการนำเสนอของ กกพ. คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน เขียนไว้ชัดเจนในเอกสารของเขาว่าดูแลราคาพลังงานที่เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ในฉบับนี้ทั้ง ๑๑ หน้าของท่านที่เกี่ยวกับพลังงานท่านไม่มีคำว่า ราคาที่เป็นธรรมต่อประชาชนเลย ซึ่งผมขอให้ใส่ไป ๓ ครั้งนะครับ ผมก็เรียนท่านจริง ๆ แล้วท่านช่วยชี้แจงเถอะครับ ถ้าท่านจะไม่ใส่ก็บอกพวกเรา บอกผมก็ได้ว่าท่านจะไม่ใส่ เพราะอะไร ราคาไม่ต้องเป็นธรรมหรือ ไม่ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงหรือ อันนี้ก็ต้องขอให้ท่าน ช่วยอธิบายทีครับ🔗

ในเรื่องของปัญหาด้านเศรษฐกิจ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมาย ผมเคยท้วงติงท่านนิดหนึ่งบอกว่าถ้าท่านจะแก้กฎหมายผมยินดี ผมคิดว่าต้องปฏิรูป แต่ขอให้มีกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ไหม ครั้งนี้ท่านก็ไม่ได้ใส่กรอบเวลาครับ ผมก็ไม่รู้จะว่า อย่างไร ผมก็พูดทุกครั้ง แล้วท่านก็ตอบว่าท่านจะเอาไปใส่ แล้วกลับมาอีกก็ไม่ใส่อีก ผมก็ทำ การบ้าน ผมก็กลับไปดูว่าผมพูดอะไรไว้ ผมถามอะไรไว้ แล้วมาดูรายงานท่าน ก็ไม่ใส่อีก ตรงนี้ผมก็ไม่ทราบเหตุผลคืออะไรครับ ถ้าท่านวางแผนชีวิตไม่ได้ว่าท่านจะปฏิรูปในกฎหมายใด ต้องมีกรอบเวลาเท่าไร มันทันต่อเหตุการณ์ของประเทศไทยไหม เช่นมิติด้านต่างประเทศ ท่านต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับข้อตกลงพันธกรณีที่เรามีกับต่างประเทศทั้งหมด ให้ทันเวลาด้วย เพราะถ้าไม่ทันเวลาท่านก็ไปจอยน์ (Join) กับเขาไม่ได้ อย่างเช่นปัญหาหลัก อันหนึ่งของซีพีทีพีพี (CPTPP) พูดกันเยอะคือความไม่พร้อมของเรา ความไม่พร้อม จากการที่เราไม่ปฏิรูปอย่างจริงจัง และภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม และถูกต้องทันการณ์ ทันต่อเหตุการณ์ ทันต่อสภาพแวดล้อมของประเทศนี้ อันนี้ก็เป็นปัญหา ก็ต้องถามท่านว่า หลักคิดของท่านในการที่จะปฏิรูปในแง่ของกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมิติระหว่างประเทศ นี่ท่านใส่ไว้ได้ไหม ใส่กรอบเวลาได้ไหมครับ🔗

ในเรื่องอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) อีกประเด็นหนึ่ง เดี๋ยวท่านก็จะฟัง เรื่องร่างประมวลรัษฎากร อันนั้นเป็นแค่ตอบโจทย์เดียวโจทย์หนึ่งเท่านั้น แต่เรื่องนี้ต้องไป ปฏิรูปทั้งระบบเลยนะครับ ที่ผมพูดว่าทั้งระบบนี่ผมเคยพูดไปแล้ว ก็ถามท่านอีกครั้งหนึ่ง ก็ถามท่านอีกครั้ง ช่วยตอบทีครับ การกำกับดูแลทางเทคนิคเราได้หรือยัง ผมเคยเรียก กสทช. มาพูดคุย กระทรวงดีอี (DE) มาพูดคุย ก็เห็นชัดเจนว่ายังมีความไม่สอดคล้องกัน ถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานว่าใครรับผิดชอบทำอะไรแน่ เรื่องเกตเวย์ (Gateway) กำกับดูแลมากน้อยแค่ไหน เราจะไปมัลติเกตเวย์ (Multi gateway) หรือซิงเกิลเกตเวย์ (Single gateway) ผมเข้าใจว่าเราไม่มีทางเลือก เราไปมัลติเกตเวย์ (Multi gateway) อยู่แล้ว แต่กำกับดูแลอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ต้องการ ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้น ได้ไหมในเรื่องของอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) วันนี้ก้าวแรกของเราก็คือการปรับประมวล รัษฎากรก็ยินดีครับ แต่ไม่ตอบโจทย์ ตอนนี้มันเขย่งกันอยู่ครับ ภาระภาษีของผู้ประกอบการ ที่จดทะเบียนในประเทศกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในต่างประเทศยังมีภาระภาษี ที่ไม่เท่ากัน หลายประเทศในหลายภูมิภาคเขาเปลี่ยนแนวคิดในเรื่องกรอบภาษีไปแล้ว เขาไม่ใช่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของไทยยังใช้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายอยู่ ต่างประเทศเขาใช้ดิจิทัลแทกซ์ (Digital Tax) แล้วครับ ภาษีดิจิทัล (Digital) ตรงนี้ท่านมีความคิดอย่างไร ท่านจะไปในแนวนั้น ไหมครับ อันนี้ก็ขอความชัดเจน เพราะจะปฏิรูปต้องมีเป้าชัดเจนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ที่สำคัญในเรื่องอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ก็คือข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าและมีการขายกัน มีการเข้าถึง ถ้าใคร สามารถมีข้อมูลส่วนบุคคลแล้วสามารถเข้าถึงได้เป็นทรัพย์สินที่มีค่ามหาศาลครับ ทำธุรกิจ ขาดทุนได้ แต่ข้อมูลส่วนบุคคลกำไรล้วน ๆ ตรงนี้ท่านมีแนวอย่างไรในการที่จะเข้าไปกำกับ ดูแลก็ไม่ชัดนะครับ คือในภาพของการปฏิรูปเรื่องอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ยังไม่สะท้อน ให้สมาชิกและผมเห็นชัดเจนว่าท่านเข้าใจบริบทของอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ในวันนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ท่านจะส่งเสริมเฉพาะแพลตฟอร์ม (Platform) ต่างประเทศ หรือเปล่า จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยแพลตฟอร์ม (Platform) ไทย มันขยายตัว เขย่งก้าวกระโดดได้อย่างไร อันนี้เป็นโจทย์ แต่ถ้าท่านไม่ได้ระบุรายละเอียดตรงนี้เลย ผมก็คิดว่าเป็นปัญหานะครับ🔗

ในเรื่องพลังงานขอแตะนิดเดียว นอกจากที่ผมพูดไปแล้วนะครับ ผมก็เคย อภิปรายทุกเวทีรวมทั้งสภาแห่งนี้ ตั้งแต่โครงสร้างราคาน้ำมัน กำไรโรงกลั่นท่านก็ไม่เคยตอบ แล้วมันก็แพงกว่าชาวบ้านเขาตอนนี้ กำไรโรงกลั่นเราก็สูงกว่าชาวบ้าน ค่าการตลาด เราก็สูงกว่าชาวบ้านในภูมิภาคนี้ แล้วประชาชนเป็นคนแบกภาระ แล้วท่านจะใช้วิธีไหนครับ ก็ไม่เห็นมีนะครับ ก๊าซธรรมชาติเมื่อครู่นี้โดนซักไป กกพ. เพิ่งโดนซักไป ท่านทราบราคา ปากหลุมไหม คราวที่แล้วบอกไม่ทราบ คราวนี้บอกทราบ แต่บอกไม่ได้ เพราะเป็นความลับ ผมก็ถามว่าหลักการในการกำกับดูแลของท่านคืออะไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ท่านก็ไม่ตอบ แล้วผมก็ถามว่าท่านจะเกลี่ยต้นทุนอย่างไร เรามีต้นทุนจากหลายแหล่ง และเวลาขายดันขาย หลายราคาอีก หลักคิดคืออะไรถึงจะเป็นธรรม และนี่หรือเปล่าที่เป็นเหตุผลที่ท่านไม่ใส่คำว่า เป็นธรรมในเรื่องการกำกับดูแลด้านพลังงาน ผมตั้งคำถามไป ทำไมโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบทำไมซื้อก๊าซในราคาแพงกว่ากลุ่มอื่น ๆ ไม่มีคำตอบ ท่านปฏิรูปอย่างไรครับ ตรงนี้ผมก็ต้องตั้งคำถามท่านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ถามท่านมาแล้ว ๕ ครั้ง แต่ท่านไม่ได้ ให้คำตอบไว้ในรายงานฉบับนี้เลย ผมก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร ผมเองก็เบื่อตัวเองแล้ว เพราะพูดเหมือนแผ่นเสียงตกร่องครับ ซ้ำทุกครั้ง แต่ผมไม่เคยได้รับคำตอบ เมื่อครู่นี้ผมถาม ชัดเจนเลยว่าวิธีเกลี่ยต้นทุนอย่างไร ก็ไม่ตอบ ถามวิธีกำหนดราคาขายอย่างไร ก็ไม่ตอบ ประชาชนรออยู่ครับ ท่านประธานครับ🔗

ผมมีอีก ๒ เรื่องสั้น ๆ โพสต์ โควิด เทรด วอร์ (Post COVID Trade War) สงครามการค้าโควิดกระทบทุกประเทศทั้งโลก ผมก็ถามว่าทำไมท่านไม่ใส่ไว้รายงาน เพราะมันมีบางเรื่องที่ท่านต้องปฏิรูปโครงสร้างภายในระบบการให้บริการของรัฐ ไม่มีครับ ก็ไม่มีอีกเช่นกัน ท่านไม่เห็นว่าโควิดมันมีความสำคัญกับประเทศนี้หรือ ไม่ต้องปฏิรูปหรือ อันนี้ผมก็ฝากท่านครับ ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจที ผมจะได้ไม่ถามซ้ำอีก🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าตัวชี้วัดในรายงานครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ในรายงานของท่าน ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ครั้งนี้ครั้งที่ ๖ ท่านมีตัวชี้วัด ครั้งนี้ไม่มีครับ ทำไมท่านตัดตัวชี้วัดของท่านออก ผมไม่ทราบ ท่านช่วยอธิบายทีเถอะ ผมจะได้ไปอธิบายประชาชนต่อไปได้นะครับ แต่ละแผน ผมไม่เห็นท่านเปรียบเทียบเลยว่ามีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน ไม่ชัด อ่านยาก ท่านประธานครับ ก็พยายามอ่าน พยายามอ่านให้เร็วด้วย เพราะเวลาก็มีน้อย เวลาพูด ก็มีน้อย ก็ขอคำตอบเพื่อความชัดเจนครับ ผมก็ไม่อยากพูดซ้ำทุกครั้งเรื่องเดิม ผมยังยืนยัน โครงสร้างราคาพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศนี้ต้องปฏิรูป ส่วนต่างดอกเบี้ยเป็น เรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศนี้ ท่านต้องบอกให้ชัดในฐานะกรรมการปฏิรูปว่า ท่านมีแนวคิดอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านเกียรตินะครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายในแผนปฏิรูป ๔ ด้าน ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ผมขออนุญาตไว้แล้ว🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย และด้านกระบวนการยุติธรรม ๔ ด้านด้วยกัน ในเอกสารเล่มนี้ ด้านแรกก็คือเรื่องการเมือง สิ่งแรกในประเด็นอันนี้ของการเมือง คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สไลด์ (Slide) ต่อไป เลยครับ ส่งเสริมให้ประชาชน ในประเด็นนี้ ประชาชนและชุมชนมีความรู้ มีความเข้าใจ ถูกต้อง มีความสำนึกในการเป็นพลเมือง และมีส่วนร่วมในการพัฒนา ขณะนี้ประชาชน🔗

๒. ก็คือแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ในประเด็นของผมนะครับ ในประเด็น ของภาครัฐและการสะดวกรวดเร็วและตอบโจทย์ สิ่งที่ ก.พ.ร. กำลังดำเนินการนี้คือ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกครับท่านประธาน พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกเพียงแต่ต้องการทำให้มี การพัฒนา ผมจะพูด ๓ ข้อเท่านั้นเอง ในข้อที่ ๔ คือการพัฒนาดูอิง บิซิเนส พอร์ทัล (Doing Business Portal) ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร วงจรจริงหรือเปล่าครับ ครบแค่การใช้ดุลยพินิจก็ยังคงอยู่ครับ การที่จะทำบิซิเนส (Business) คือการใช้เงื่อนไข ตามอัลกอรึทึม (Algorithm) ที่ใส่ลงไป ถ้าครบก็ให้เขาเลยนะครับ เขายื่นเอกสารครบถ้วน ให้เขาไป ไม่ใช่ต้องเรียกมาใช้ดุลยพินิจอีก เรียกมาพบต่างหากอีก ยังดำรงอยู่แบบนั้น เจ๊งครับรัฐบาล มาตรการอำนวยความสะดวกเรื่องลดภาระประชาชนไม่ต้องเรียกสำเนา บัตรประชาชนครับท่าน สำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้มีเท่าไรครับ มีไม่กี่มาก มีแค่ ๖๐ หน่วย เท่านั้นเองครับท่าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังใช้อยู่เลย พกบัตรมาหรือเปล่า ขอดูนะครับ ปรับให้ดี ปรับให้เร็ว ผมว่าอนาคตต้องมองข้ามไป ท่านประธานครับ การปฏิรูปใช้ทัมบ์ ไดรฟ์ (Thumb drive) ทัมบ์ (Thumb) มือนี่แปะลงไปเลยพิสูจน์ความเป็นคน ไบโอ เทคโนโลยี (Biotechnology) ฮิวแมน (Human) เดินไปไหนก็เอาเครื่องมาสแกน (Scan) รู้เลยว่าเป็นสุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัตรประจำตัว ๓ ๑๐๐๑ ๐๐๘๙๗ ๓๒ ๔ ที่อยู่ที่ไหน บอกเลย หน้าตาแบบนี้บอก เลิกครับ เลิกให้จริง ๆ ครับ🔗

ถัดไปท่านประธานครับ การทบทวนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ตามมติ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ก.พ.ร. เองพยายามจะพัฒนาแล้วเอากฎหมายที่ค้านเรื่องของ อีเซอร์วิส (e-Service) ต่าง ๆ ออกไป ๒๑ ใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้อง มันจะต้องเป็น ๑๐๐ ใบอนุญาตครับ เคพีไอ (KPI) แค่นี้ใน ๑ รอบคราวหน้าต้องมานี่ ถ้าเรื่องนี้ไม่เกินร้อย ผลสัมฤทธิ์ตัวนี้ ก.พ.ร. เจ๊งครับ บอกได้เลย ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

ถัดไปแผนการปฏิรูปด้านกฎหมาย ด้านกฎหมายเป็นเรื่องของกลไก ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำและเสนอร่างกฎหมายที่มีความสำคัญและจัดให้มีกลไก ช่วยเหลือ พูดง่าย ๆ พ.ร.บ. ที่ออกมาใช้ครับ พ.ร.บ. ที่ออกมาใช้คือเรียก พ.ร.บ. จัดทำ ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย กราบเรียนท่านประธานครับ ผมพูดในสภาแห่งนี้มาหลายรอบแล้ว บังคับใช้นานแล้วครับท่านประธาน และรัฐบาล ทำอะไรอยู่เรื่องนี้ เรื่องการประเมินผลสัมฤทธิ์ครับท่านประธาน ท่านไปดูว่าใน พ.ร.บ. นี้ มาตรา ๓๔ วรรคแรกเลยบอกว่ากฎหมายที่ออกนี่เน้นนะครับอย่างน้อยทุก ๆ ๕ ปี ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ออกมานานแล้ว ครบ ๕ ปีตั้งนานแล้ว ประเมินผลสัมฤทธิ์หรือยัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับผิดชอบ ประกาศ ออกมาหรือยัง ประกาศบอกว่าหน่วยรับผิดชอบนะครับ บอกว่าจะประกาศ ผมยังไม่เคย เห็นประกาศเลยว่าหน่วยที่รับผิดชอบกฎหมายนี่ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ออกมา กี่ฉบับครับ ๘๐๐ กว่าฉบับ พ.ร.บ. ชุมนุมในที่สาธารณะปี ๒๕๕๘ นี่ปีเท่าไรครับ ปี ๒๕๖๓ ครับ ๕ ปีแล้ว ไม่ประเมินก็เป็นเรื่องรัฐบาลคณะนี้ต้องติดตามครับ🔗

สไลด์ (Slide) ต่อไป ท่านประธานครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปเลย เพราะอันนี้ พูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ครับ แผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนยุติธรรมในประเด็น ๔ ประเด็น คือกำหนดระยะเวลาทุกขั้นตอนในการปล่อยตัวผู้ต้องหา ท่านประธานครับ ในประเด็นของการปล่อยตัว ในประเด็นแรกผมว่าดีที่สุดว่าการปล่อยตัวนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความชัดเจนและยุติธรรมไม่ล่าช้า และสิ่งสำคัญ ในกระบวนการยุติธรรมนี้เป็นกระบวนการที่ควรจะเร่งรัดให้เกิดขึ้นนะครับ เพราะมิฉะนั้นการกำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะเป็นปมประเด็นของปัญหาของรัฐบาล เอาง่าย ๆ ขณะนี้คดีของผู้ชุมนุม ๘๐ คดีที่รัฐบาลจะดำเนินคดี การควบคุมตัว การแจ้งข้อหา การออกหมายจับก็เกิดปัญหาครับ ทุกวันนี้ระวังมาตรา ๑๕๗ ของพนักงานสอบสวน ผู้รับมอบอำนาจจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง ท่านไปดูว่าในคำแนะนำของ ท่านประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการพิจารณาคำร้องขอจับกุมควบคุมบุคคลตามพระราชกำหนด การบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ได้ให้คำแนะนำ เป็นกรณีพิเศษว่าการพิจารณาดังกล่าวนี้ก็ต้องรอบคอบ แล้วเป็นไปตามเจตนารมณ์ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ มีอยู่ข้อ ๑ ข้อ ๓ ข้อ ๖ ในสาระของคำแนะนำครับท่าน แนะนำว่ารายละเอียดของการซักถามนี่ผู้ที่ร้องขอจับหมายจับจะต้องถูกซักถามในศาลว่า ได้เคยอนุญาตให้จับหรือยัง และควบคุมหรือเปล่า พนักงานผู้ร้องขอคือตัวพนักงาน สอบสวนครับท่านประธาน ได้เคยบอกศาลไหมว่าที่ร้องไปทั้งหมดนี้เคยมาร้องมาแล้ว ระวังว่าการบกพร่องของการทำงานจะทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนราชการ และจะมีผู้ที่มาร้องเรียนและดำเนินคดี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง เจ้าพนักงานผู้นั้น ขอให้รอบคอบครับ🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับ โลกเดินเร็ว อนาคตมาถึงแล้ว ท่านประธานครับ ปฏิรูป ที่ประชาชนรออยู่ รัฐรออะไรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช ผมขออภิปราย รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน กราบเรียนท่านประธานครับ ผมพยายาม อ่านรายงานด้วยความตั้งใจว่าจะมีอะไรคืบหน้าตามชื่อรายงานความคืบหน้า แต่ก็พบว่า ความคืบหน้าโดยส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าตามเป้าหมายของการปฏิรูปมากนัก เพราะว่ารายงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงการที่หน่วยงานนั้น ๆ ส่งมาให้กับ คณะฝ่ายเลขาได้รวบรวมเหมือนเดิมครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นการปฏิรูปในรายงาน ในช่วง ๓ เดือนนี้ก็คือกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งแนวทางเรื่องของการเสนอกฎหมาย หรือแนวทางของการดำเนินงานในแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่อง บางเรื่องก็เหมือนกับงานปกติ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าอาจจะมีข้อ มีช่องว่างเรื่องของคณะกรรมการที่เคยได้พูดกัน ไปแล้วว่าคณะกรรมการส่วนหนึ่งได้ออกไปบ้าง และส่วนหนึ่งก็ต้องแต่งตั้งเพื่อให้เต็มครบชุด ผมคิดว่าอันนี้ก็คือสิ่งที่อาจจะเป็นปัญหาอยู่บ้าง ช่องว่างระหว่างกรรมการชุดเก่า ชุดใหม่ แต่งตั้งเพิ่ม แต่งตั้งเสริมเข้าไป แต่ผมคิดว่าต่อนี้ไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป กรรมการจะครบ แล้วก็จะทำให้เห็นความก้าวหน้า แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า โดยหลักการของการปฏิรูปตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย สภาเราอยากเห็น มรรคผลและเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เสนอมาผมคิดว่า สภามีความคาดหวังต่อการปฏิรูปประเทศที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ อยากเห็น การเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเห็นการเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ ความเสมอภาคที่จะเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่อง การกระจายอำนาจก็เป็นที่คาดหวังของสภานี้ว่าจะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้น ผมดูในรายงาน ส่วนหนึ่งหลายเรื่องอาจจะขาดไป หรือมีบางเรื่องก็เพิ่มเข้ามา ผมจะยกตัวอย่างสักบางเรื่อง ให้ท่านประธานได้ทราบ ยกตัวอย่างเรื่องของการปฏิรูปการเมืองและการปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งทั้ง ๒ การปฏิรูปนี้ดูแล้วจะมีความสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะ ในเรื่องที่ผมเคยได้อภิปรายและพูดไว้ นั่นก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในด้านการบริหารราชการแผ่นดินไปเขียนซึ่งก็ทำให้เห็นภาพว่าเรามีความจำเป็น จะต้องลดอำนาจภาครัฐก็คือส่วนราชการลง แล้วการเขียนในรายงานหลายครั้งบอกว่า ทำให้ภาครัฐมีความกะทัดรัด แล้วไปเพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่นให้มีอำนาจมากขึ้น เป็นต้น นั่นคือการปฏิรูปการเมืองที่ทำให้ทิศทางของประเทศนำไปสู่การให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นผู้จัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะในอนาคต ตรงจุดนี้ล่ะครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าควรเป็นเป้าหมายและควรกำหนดให้ชัดเจน แต่ว่าเวลารายงาน ออกมาเราไม่ค่อยเห็นว่าถ้าจะปฏิรูปท้องถิ่นและไปลดอำนาจภาครัฐจะทำอย่างไร ผมพยายามอภิปรายและเสนอแนวทางนี้หลายครั้ง เพราะฉะนั้นคณะปฏิรูปต้องบอก จะแก้กฎหมายเพื่อทำให้อำนาจภาครัฐในการจัดบริการสาธารณะไปตกอยู่กับองค์กร ท้องถิ่นในการดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้นก็จะต้องบอกและระบุให้ชัด หรือจะให้เพิ่มอำนาจ ท้องถิ่นก็ต้องไปเพิ่มอำนาจงบประมาณ ไปเพิ่มสัดส่วนงบประมาณระหว่างรัฐกับท้องถิ่น ให้ชัดเจนว่าท้องถิ่นจะได้งบประมาณต่อปีระหว่างรัฐกับท้องถิ่นเท่าไร อาจจะเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้น หรือไปทำกฎหมายที่เป็นกฎหมายรายได้ท้องถิ่นที่ทำให้ ท้องถิ่นมีรายได้จากการเก็บภาษีอากรต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจะอุดหนุนเงินให้กับ ท้องถิ่นมากขึ้น จะทำการถ่ายโอนอำนาจภารกิจทั้งงาน ทั้งเงิน ทั้งคน บุคลากร ให้กับ ท้องถิ่นมากขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เราไม่ค่อยเห็นในการกำหนดไว้ในการปฏิรูป มันจึงทำให้ ไม่เห็นอะไรที่จะเป็นทิศทางเพื่ออนาคตที่จะบอกว่าลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจ ภาคประชาชน อย่างไรก็ตามผมจะมีข้อเสนอเพื่อทำให้คณะปฏิรูปที่ครบชุดอยู่แล้ว ไปดำเนินการสัก ๔ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ผมเข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศถ้าเราดูจากประวัติศาสตร์ หลายประเทศที่ผมได้เรียนรู้มา สิ่งหนึ่งก็คือความร่วมมือร่วมใจของคนในชาติ ความตกลง ปลงใจร่วมกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องของท้องถิ่นจะต้องเป็นความตกลงปลงใจระหว่าง รัฐบาลเอง ระหว่างคนท้องถิ่นเอง ระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ต้อง ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น หรือมาจัดกิจกรรมสาธารณะ บริการสาธารณะแทนรัฐ เป็นต้น เพราะฉะนั้นคณะกรรมการปฏิรูปจะต้องเป็นผู้ประสานงานลงไปดำเนินการเจรจาหรือพบปะ กับหน่วยที่ผมกล่าวถึงให้ชัดเจนกรณีเรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นต้น🔗

ประการต่อมา ผมเข้าใจว่าคณะกรรมการปฏิรูปจะต้องประสานกับ คณะกรรมการการกระจายอำนาจและสร้างบรรยากาศร่วมกันปฏิบัติงานเพื่อผลักดัน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการจะนั่งประชุม หรืออยู่บนหอคอยงาช้างไม่ได้อีกแล้ว จะต้องลงไปดำเนินการสร้างบรรยากาศความร่วมมือ ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเรื่องกฎหมาย ผลักดันเรื่องกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการตามเป้าหมายที่ผมได้กล่าวแล้ว🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่อยากจะบอกว่าต่อนี้ไป เราอยากเห็นการปฏิรูปให้เกิดผล ไม่แน่เดี๋ยวแก้รัฐธรรมนูญเราอาจจะไม่ได้เห็นการปฏิรูป ในรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่สิ่งที่ผมพูดเป็นความหวังดีว่าต่อนี้ไปคณะกรรมการจะต้องเร่ง ดำเนินการให้เกิดผลสักเรื่อง ๒ เรื่อง ๓ เรื่อง อย่างเรื่องของการกระจายอำนาจเรายังไม่เห็น ทิศทางอะไรที่จะเป็นมรรคผลอย่างที่ผมกล่าวมา นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้🔗

ส่วนประเด็นสุดท้าย ท่านจะต้องไปรับฟัง รับรู้ปัญหาว่าที่มันเดินไปไม่ได้ ตามที่ผมกล่าวนี่มันเกิดจากอะไร มีปัญหาสาเหตุอะไร และควรจะแก้และดำเนินการอย่างไร นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปจะต้องดำเนินการ แล้วก็จะต้องดูว่าทิศทางการกระจายอำนาจ มีหลายส่วนที่ทำอยู่นี่เราจะทำให้เป็นเอกภาพได้อย่างไร มีกระทรวงมหาดไทย มีคณะกรรมการ การกระจายอำนาจ มีสำนักกระจายอำนาจ และมีกระทรวงต่าง ๆ ที่รับผิดชอบภารกิจ สิ่งเหล่านี้จะต้องดำเนินการ🔗

สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธาน ก็คือว่าการทำรายงานผมพูดหลายครั้งว่า คณะกรรมการต้องมาดูรายงานเอง มิใช่ปล่อยให้สภาพัฒน์หรือน้อง ๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ ในสภาพัฒน์มาเขียนและรวบรวม ท่านจะต้องเป็นนักสังเคราะห์ในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วต้องมาดูอย่างละเอียดว่าสิ่งที่สภานี้ได้เสนอแนะไปนั้นท่านได้ดำเนินการไปอย่างไร แค่ไหน ยกตัวอย่างที่ผมอภิปรายวันนี้ต่อคณะกรรมการให้ดำเนินการ ๓-๔ ประการ ก็กราบเรียนท่านประธานสภาฝากไปยังคณะกรรมการด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับท่าน ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ตามด้วยท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ แล้วก็ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผน การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปประเทศแปลว่าทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่แปลว่าล้มล้างแบบที่มีหลายคน หลายกลุ่มพยายามจะบิดเบือนว่าถ้ามีคำว่าปฏิรูปแล้วมันคือการล้มล้าง เพราะฉะนั้น ต้องตีความให้ถูกต้องก่อน วันนี้การปฏิรูปที่ท่านเอามาเสนอต่อสภา ผมไม่เห็นข้อเสนอแนะ หรือคำพูดรายงานต่าง ๆ ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เคยอภิปรายไปก่อนหน้านี้ ในช่วงไตรมาสก่อนเดือนเมษายน ท่านนำเสนอข้อดี ความคืบหน้าต่าง ๆ แต่ผมคิดว่า มันไม่คืบหน้าเลยครับ มีแต่ถอยหลัง ในเรื่องของการศึกษามีเคส (Case) กรณีตัวอย่าง มีการไถหัวนักเรียนในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคมที่นครสวรรค์ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่หนองคายวิทยาคาร เมื่อวานนี้เองครับ เหตุการณ์แบบนี้ทำไม ยังเกิดขึ้น มีการตบหัวนักเรียน เรื่องแบบนี้ต้องลงในรายละเอียดครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นจะไม่เห็นรูปร่างว่าทำไมถึงจะต้องรีบปฏิรูปพฤติกรรมครูป่าเถื่อน ผู้บริหาร ป่าเถื่อน โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่รับรู้เรื่องนี้แล้วแต่ยังเพิกเฉยอยู่ ไม่คืบหน้าเลยนะครับ🔗

เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินครับ มีการออกหนังสือไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วปัจจุบัน ก็มีการตั้งกองการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วก็ให้ข้อมูลข่าวสารก็ผิด ๆ ครับ ไปเพิ่มภาระงาน ให้กับท้องถิ่น ถามว่าเอากฎหมายตรงไหนไปให้อำนาจในการให้ท้องถิ่นกำกับดูแล งานเลือกตั้ง แล้วก็ไปสั่งการให้รายงาน ไปเพิ่มภาระงานให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่ไม่ใช่การปฏิรูป แต่คือการขยายอำนาจ เพิ่มภาระการทำงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นครับ และที่สำคัญมีเคส (Case) ตัวอย่างว่ากรณีประชาชนไม่สามารถไปใช้สิทธิ เลือกตั้งได้ในวันที่ ๒๐ ธันวาคมนี้ทำอย่างไร ปรากฏว่าข้อมูลการสื่อสารของกรมท้องถิ่น ก็บอกว่าให้ไปแจ้ง อบจ. มันไม่ใช่นะครับ🔗

เรื่องของการกระจายอำนาจครับ กรมท้องถิ่นหลาย ๆ กรมที่รับภาระ จากการกระจายอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่าหรือกรมการขนส่งทางบกไม่ยอมถ่ายโอน ภารกิจ งานรายได้ก็เก็บไว้เอง งานด้านที่จะต้องเผชิญหน้าหรือทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนก็โยนให้กับท้องถิ่น การปฏิรูปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างลึก ๆ เลยนะครับ เทศบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดกระบี่บ้านผมเคยเก็บรายได้ถึง ๑๗ ล้านบาท แต่หายไปเลย เพราะกฎหมายที่ออกในช่วงของ คสช. นี่ล่ะครับ แล้วประชาชนจะได้รับ ประโยชน์ตรงไหนกับการพัฒนาท้องถิ่นของเขา กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต กับเงินเดือน กับค่าอาหารกลางวันของเด็ก ๆ ของบุคลากรทางการศึกษา ปฏิรูปกันแบบไหนครับ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐถึงมีข่าวรั่วในกรมบัญชีกลาง คู่แข่งเวลาประมูลกันมีเบอร์คู่แข่ง โทรศัพท์ไปหาเพื่อฮั้วประมูล ปฏิรูปกันแบบไหนครับ🔗

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทหาร ตำรวจ ปรากฏว่าทหารเข้าไปก้าวก่าย ตำรวจ ตำรวจ อัยการ ศาล มีการจับ ๆ ปล่อย ๆ ปล่อยชั่วคราว ออกหมายศาลแล้ว สิ้นสุดแล้ว ก็ยังไปตามจับเยาวชน ประชาชนข้างนอก สื่อมวลชนรายงานให้เห็นข้อเท็จจริง เยอะครับ ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจประเทศไหนไม่ทราบถูกตัดจีเอสพี (GSP) ไปจากสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้ล้มเหลวชัด ๆ น่าอายมากนะครับ ฝากท่านรัฐมนตรีไปด้วยนะครับ ผ่านท่านประธานสภา🔗

แผนปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำแล้วดีครับ อ่านรายงานดีมากเลย ให้เป็นพระเอก แต่ปรากฏว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวง คมนาคมก็ยังทำมึนโยกโย้ ดื้อดึงทำโครงการทำลายชายหาดอีก โดยเฉพาะรองอธิบดี ท่านหนึ่งคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ เพราะเรารู้กันอยู่ว่าท่านคือใคร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ยอมออกกฎกระทรวงต่าง ๆ เพื่อมากำกับการจัดการทรัพยากรทางทะเล ปล่อยให้มี การจับปลาทูขนาดเล็ก ทุกวันนี้ทรัพยากรของเราร่อยหรอลงไป ปล่อยให้มีการทำปลาเป็ด มูลค่าสินค้าของอาหารทะเลต่ำลง🔗

ด้านกระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธาน ล่าสุดงบหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า สปสช. ปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่าถูกเบรกครับ รับงบล่าช้าออกไปอีก ทำให้โรงพยาบาล ทั่วประเทศไทยขาดสภาพคล่อง แล้วใครเดือดร้อนครับท่านประธาน ไม่ใช่ประชาชนหรือ ข้าราชการเขาอาจจะทนได้ โอที (OT) อาจจะสะดุดนิดหน่อย บุคลากรสาธารณสุขทำงาน หนักอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าเรื่องแบบนี้กระทบประชาชนโดยตรงครับ ปฏิรูปกันแบบไหนไม่ทราบ🔗

ผมคิดว่าในข้อเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา ประชาชนข้างนอกพูดชัดถึง เรื่องการปฏิรูป และมีอีกข้อหนึ่งที่ชัดเจนแล้วว่าการปฏิรูปอันหนึ่งก็คือให้นายกรัฐมนตรี ลาออกครับ บ้านเมืองจะได้สงบสักที ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ซึ่งในการอภิปรายเมื่อคราวที่แล้วของผม ท่านก็ได้กรุณานั่งฟัง แล้วผมสังเกตเห็นท่านก็จดประเด็นการอภิปรายของผมชัดเจน หวังว่าท่านจะทำในวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายวันนั้นก็คือเกิดการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศจริง รายงาน อันนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดิมจริง เนื้อหาสาระดีขึ้นกว่าเดิมจริงครับท่านประธาน ก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าการอภิปรายของพวกเราที่สภาก็เป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่สำคัญผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุที่กำกับเรื่องนี้ โดยตรงว่างานปฏิรูปนั้นยากมากครับ และผมอยากเห็นสภาแห่งนี้ให้ความเห็นเชิงลึก ลงไปถึงการปฏิรูปอย่างไรให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่เป็นแต่เพียง การสะท้อนว่ามันมีปัญหาแล้วก็แก้ไขไม่ได้🔗

ในประเด็นแรกครับท่านประธาน วันนี้มันเกิดการสับสนระหว่างงานประจำ กับงานปฏิรูปครับ ท่านประธานครับ กระทรวงที่รับไปนั้นเขาแยกไม่ออกว่า ๒ อันนี้ มันต่างกันอย่างไร แล้วก็บ่อยครั้งงานปฏิรูปซึ่งเป็นงานยุทธศาสตร์ของชาติก็ไปปฏิบัติ เหมือนกับงานประจำ แล้วก็ในบางกรณีงานประจำก็เอามาเร่งดำเนินการเหมือนงานปฏิรูป ตรงนี้เป็นปัญหาที่สำคัญมาก อันนั้นเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะขออนุญาตชี้ประเด็นก่อน🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ตามมาเกี่ยวข้องกันโดยตรงก็คืองบประมาณครับท่านประธาน ในส่วนนี้ก็คือว่างบประมาณที่เกี่ยวกับงานประจำกับงบประมาณที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ มันไม่ได้แยกออกจากกัน สำนักงบประมาณตอนทำงบประมาณเสนองบประมาณรายจ่าย ประจำปีมันก็ปนกันอยู่ในนั้นหมดละครับ พอถึงการปฏิบัติมันก็เลยกลายเป็นงบปกติไปหมด จึงทำให้งานปฏิรูปซึ่งสำคัญมาก เพราะงานปฏิรูปคือการที่เราต้องการจะเปลี่ยนแปลง ประเทศของเราให้ดีขึ้น มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๕ นั้น ควรจะต้องแยกออกให้ชัดว่างบประมาณนี้เพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่า เราจะใช้อย่างไร เมื่อเช้านี้ผมก็ได้อภิปรายกับรายงานของ สตง. ผมก็ได้เรียนกับผู้ตรวจการ แผ่นดินว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับงานสำคัญ ๆ หรืองานนโยบายที่เราต้องการอิมแพกต์ (Impact) ของการเปลี่ยนแปลงเราจะต้องเน้นไปที่การตรวจสัมฤทธิผลหรือที่เรียกว่า เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ไม่ใช่ไปตรวจกิจกรรมว่าใช้เงินถูกไหม เอกสารถูกต้องหรือไม่ สิ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน สำนักงบประมาณจะต้องรู้ว่างานนี้ งบนี้เพื่อการปฏิรูป จะได้ไม่ต้องมาตัดโน่นตัดนี่ แล้วก็ให้เล็ก ๆ น้อย ๆ สักแต่ว่าให้ไป จนกระทั่งพอถึงการปฏิรูปจริงไม่มีนัยสำคัญเพราะงบประมาณตรงนั้นน้อยมาก ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นนะครับ วันนี้เรื่องการปฏิรูปประเทศใหญ่ที่สุด คือการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ การแก้ไขปัญหาความยากจนนี้งบประมาณ กระจายทั่วไปหมดเลย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวคือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม งบในกระทรวง อว. นี้ก็มีหน่วยงานภายใน ที่เรียกว่า สกสว. ซึ่งรัฐบาลก็จัดงบประมาณให้เพื่ออุดหนุนการวิจัยประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นงบประมาณพอสมควรครับท่านประธาน แต่ภายใต้ สกสว. นั้นมีหน่วยงานที่จะ รับผิดชอบทางด้านการวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่จริง แก้ไขความยากจนจริงในพื้นที่ ที่เรียกว่า บพท. ได้งบประมาณเพียง ๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าเงินวิจัยเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศที่เป็น ยุทธศาสตร์ประเทศคือความยากจน เราได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบการวิจัย ท่านประธานครับ ความจริงผมคาดหวังว่าจะเป็นสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยนะครับท่านประธาน แต่นี่ความเป็นจริงคือได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาต ฟ้องท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุนะครับ ได้ ๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก ทั้ง ๆ ที่งานของ บพท. ทำได้ดีเหลือเกิน เดี๋ยวผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นตัวสะท้อน ให้เห็นว่าระบบบริหารราชการของประเทศที่เรามีอยู่ เรารับมาจนถึงวันนี้ไม่ได้เอื้อ ต่อการบริหารแผนปฏิรูปประเทศนะครับท่านประธานครับ ผมว่าตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่มากทางการบริหารที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุจะต้องไปคิดว่า จะทำอย่างไร และผมได้ชี้ประเด็นไปแล้วว่ามันมี ๒ เรื่องใหญ่ คือเรื่องของการแบ่งงานว่า อันไหนเป็นงานประจำ อันไหนเป็นงานปฏิรูป งบประมาณตรงไหนเป็นงบประจำ ตรงไหน เป็นงบปฏิรูป แยกกันให้ชัด วัดกันคนสเกล (Scale) ถ้าเป็นอย่างนี้งานปฏิรูปจะมีอิมแพกต์ (Impact) ครับท่านประธาน🔗

เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จะต้องกลับมาสู่ประเด็นที่ ๓ ที่สำคัญมาก อันนี้เป็น เรื่องใหญ่มาก คำถามก็คือว่าเราพูดถึงปฏิรูป ๆ แล้วเราก็บ่นกันเยอะมาก ผมเรียนถาม ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าปฏิรูปอะไรครับ ในเรื่องนี้จะปฏิรูปอะไร ประเด็น ของมันคืออะไร ถ้าเราทำผิดประเด็นมันก็ไม่ได้แก้ปัญหา เราต้องทำให้มันถูกประเด็น เพราะฉะนั้นคำถามใหญ่ครับท่านรองวิษณุในเรื่องการปฏิรูป เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่าง เรื่องการศึกษา การปฏิรูปเรื่องการศึกษาคำถามก็คือว่าปฏิรูปการศึกษาที่พูดถึงนี่ปฏิรูป อะไร และปฏิรูปที่ไหน ถ้าเราตอบไม่ได้ เราพูดกันเยอะมาก มันไม่เกิดการปฏิรูปหรอก เพราะเราปฏิรูปเรื่องผิด แล้วก็เราปฏิรูปในที่ที่มันผิดด้วยครับท่านประธาน ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดเลยตามรายงานที่พูดถึงตรงนี้เพื่อเราเห็นภาพจริง ๆ ผมต้องขออนุญาตขอเวลาท่านประธานนะครับ ผมต้องเดินให้ครบลูป (Loop) เพื่อที่ ท่านรองวิษณุจะได้เห็นภาพว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ แต่ต้องทำให้ได้ครับ🔗

ในเรื่องของการศึกษา ผมเอาเรื่องเดียว สำนักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษาของ สพฐ. ได้รายงานอันนี้ว่าท่านจะพัฒนาครู ฟังดูดีนะครับท่านรองครับ ลงไปดูสิครับ ๑. ทำอะไร จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาครู ๙ หลักสูตร ฟังดูดี อันที่ ๒ อบรมศึกษานิเทศก์ ๔๕๐ คน ฟังดูดีครับ อันที่ ๓ พัฒนาหลักสูตรวิทยาการคำนวณ สำหรับครู ๕ หลักสูตร ฟังดูดีครับ คำถามคือและอะไรเกิดขึ้นจริงล่ะครับ ทำครบหมด ทุกประการ ๓ เรื่องนี้อะไรเกิดขึ้นจริง ผมขอถามว่าหลักสูตรพัฒนาครูนี้ถ้าเราเอาครู มาอบรมที่เราเรียกภาษาวิชาการว่าเทรนนิง (Training) คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง เป็นเทรนนิง (Training) ครูมีความรู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าครูจะเอาความรู้นั้นไปสอนได้จริงนะครับ ในชั้นเรียนมีปัญหาเยอะมาก ที่เป็นอุปสรรคให้ครูสอนตามที่ได้ฝึกมา ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเป็นผมทำผมจะ ไม่เรียกการฝึกอบรม ผมจะเรียกตรงนี้ว่าเป็นฝึกอบรมและโค้ชชิง (Coaching) เทรนนิง แอนด์ โค้ชชิง (Training and Coaching) นี่คือประเด็นที่จะต้องชัดเจนนะครับ ศึกษานิเทศก์ทำอะไร เราบอกศึกษานิเทศก์ให้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับวิทยาการคำนวณ หรือโค้ดดิง (Coding) พอศึกษานิเทศก์อบรมเสร็จกลับไปทำอะไร ก็ทำเหมือนเดิม ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ตรวจโรงเรียนก็ตรวจแบบเดิม รอถึงอีก ๔ เดือน ก่อนงบประมาณหมดก็รอสำนักวิชาการนี้ส่งงบประมาณไปให้ บอกให้ทำวิจัยเรื่องนี้ ๔ เดือนให้เสร็จ แล้ว ศน. ทุกคนทั้งประเทศก็เลิกทำงานอื่นหมดไปทำเขียนงานวิจัย แบบนี้ล่ะครับ ตกลงศึกษานิเทศก์ของเรานี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ศึกษานิเทศก์ที่ดีมี แล้วเขา ก็พยายามจะทำเรื่องเหล่านี้ แล้วผมก็หวังว่างานปฏิรูปของเราจะช่วยศึกษานิเทศก์เหล่านี้ ไม่ได้ช่วยนะครับท่านประธานครับ🔗

ต่อไปพัฒนาครู เราให้ครูรู้สาระเกี่ยวกับวิทยาการการคำนวณคอมพิวติงไซเอินซ์ (Computing Science) ครูรู้สาระ ผมยกประโยชน์การถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ดี คำถาม วิธีการสอนสอนอย่างไรครับ ครูมีความรู้แต่สอนไม่เป็น ท่านประธานครับ วันนี้ปัญหา ประเด็นการศึกษาของประเทศที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องวิธีการสอน ท่านประธานครับ แล้วทำ อย่างไร ไม่มีครับ ในแผนปฏิรูปนี้ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้นที่ไหน เกิดขึ้นที่ตัว นักเรียน ท่านประธานครับ ไม่ใช่เกิดที่ครู ไม่ได้เกิดที่ ผอ. ไม่ได้เกิดที่ สพฐ. เกิดที่ตัวนักเรียน ที่ไหนครับ เกิดขึ้นในชั้นเรียนครับท่านประธาน แต่งานปฏิรูปที่รายงานมานี้ไม่มีตัวนักเรียน ออกมาเลย ไม่มีชั้นเรียนให้เราเห็นเลย เราผิดประเด็นหรือเปล่า ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าประเด็นการปฏิรูปในแต่ละเรื่องต้องชัดเจนและ ถูกต้อง การจะทำให้ถูกต้องได้จะต้องเป็นผู้ที่อยู่กับความเป็นจริงในชั้นเรียนนั้น ที่ผมพูด อย่างนี้ได้เพราะผมอยู่ในชั้นเรียนครับท่านประธานครับ วันว่างจากสภาผมลงไปชั้นเรียน ผมไปอยู่กับคนยากคนจนผมจึงรู้ปัญหาของท่านเหล่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ🔗

ท่านประธานครับ ขอประเด็นสุดท้าย ขออนุญาตเกินเวลานิดหนึ่งนะครับ เพื่อจะจบให้เห็นเด่นชัดเจน จากตัวอย่างที่ผมชี้มานี้เวลาพูดถึงการปฏิรูป ท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ เราเริ่มจากแผนงาน ของกระทรวงมีกรมหลายกรมที่เกี่ยวข้องระหว่าง กระทรวง อันนี้เราพูดกันระดับแผนงาน ใต้แผนงานเรามีโครงการ ใต้โครงการเรามี กิจกรรม ใต้กิจกรรมเรามีผลลัพธ์ ใต้ผลลัพธ์เรามีผลสำเร็จครับ ตกลงมันมี ๕ ขั้นตอน ท่านประธานครับ จึงจะทำให้ปฏิรูปสำเร็จ กำกับทั้ง ๕ ขั้นให้เดินอย่างถูกต้องตาม ประเด็นที่บอก ด้วยวิธีการที่ถูกต้องจึงจะปฏิรูปสำเร็จครับ และตรงนี้ยากมากครับ ท่านประธาน แต่ต้องทำ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองเมื่อประเด็นเป็นอย่างนี้ ความยุ่งยาก และสลับซับซ้อนเป็นเช่นนี้ ผมอยากขออนุญาตเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ ว่าเราจะต้องปรับกันใหม่และปรับกันให้มากกว่านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมขออนุญาต ถามตัวอย่างว่าผมอยากเห็นรายงานในครั้งต่อ ๆ ไป เช่นท่านรายงานว่าการปฏิรูป การศึกษาเรามีนักเรียนที่ได้รับประโยชน์และมีคุณภาพสูงขึ้นแล้ว ๑๐,๐๐๐ คน ในจังหวัดกระบี่ ในจังหวัดสกลนคร ในจังหวัดจันทบุรี เป็นต้น ท่านประธานครับ ถ้าเป็น อย่างนี้จะเป็นรายงานที่มีคุณค่ามาก ทำไมมีคุณค่าครับ เพราะแสดงว่าโรงเรียนของ กระทรวงศึกษาธิการสอนหนังสือเป็นแล้วครับท่านประธาน ทำให้นักเรียนมีความรู้จริง ทำให้นักเรียนคิดได้จริง ทำให้นักเรียนสามารถจะวิเคราะห์ปัญหาได้จริง และมีความอยากรู้ อยากเห็นจริง อันนี้สิเป็นผลสำเร็จของการศึกษา ถึงแม้จะเกิดขึ้น ๑๐,๐๐๐ คน ไม่เป็นไรครับ แต่เรามั่นใจแล้วว่ากระทรวงศึกษาธิการทำเป็นแล้วเรื่องปฏิรูป การศึกษา ให้เวลากับท่าน ให้งบประมาณกับท่าน ให้คนกับท่าน ท่านจะเพิ่มจาก หมื่นคน เป็นแสนคน เป็นล้านคน ท่านประธานครับ ไม่ใช่พยายามทำทั้งล้านคน อย่างที่พยายามทำอยู่วันนี้ แล้วไม่เกิดอะไรขึ้นเลยครับท่านประธาน นี่คือปัญหาจริง ๆ ของการปฏิรูปประเทศครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับด้วยความเคารพจริง ๆ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าการปฏิรูปยากและผมเห็นใจ คนทำทุกคน และผมรู้ว่าท่านแก้ไม่ได้หมดหรอก แต่ผมคิดว่าต้องสู้นะครับ เพราะถ้า ไม่อย่างนั้นแล้วประเทศของเราเปลี่ยนไม่ได้ แล้ววันนี้ไม่ต้องพูดว่าคุณภาพของคน ของเราตกไปแค่ไหน และเกิดปัญหาในบ้านเมืองของเรามากมาย และที่สำคัญก็คือ การไม่มีคุณภาพทางการศึกษามันนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศ คือความยากจนครับท่านประธานครับ ถ้าคนไทยของเรามีความรู้และฉลาด เขาไม่จนหรอก แต่วันนี้เขาพลาดโอกาสอันนั้นไป และเราก็มีความหวังว่าแผนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น ผมนี่หวังเต็มร้อยเลยนะครับ แล้วก็ไม่เคยคิดเลยว่ามีอคติ อยากให้ทำสำเร็จ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ ขอเสนอท่านรัฐมนตรี🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปได้แล้วนะครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เป็นประเด็นสุดท้ายครับ เสนอท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์วิษณุเป็นประเด็นสุดท้าย ท่านครับ กรุณา มอบรัฐมนตรีคนหนึ่งมากำกับเรื่องนี้เป็นด้าน ๆ ไปเลย เช่นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ท่านมีหลายคน มอบคนหนึ่งเลย แล้วบอกว่าท่านรับผิดชอบเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ถ้าคุณภาพนักเรียนไม่ดีขึ้น ท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบครับ ท่านมอบไปเลย รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑ คน รับผิดชอบเรื่องแก้ไขปัญหาความยากจน ของเกษตรกร ถ้าปฏิรูปไม่สำเร็จท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบครับ ผมว่าเราเดิมพันกันแบบนั้น แล้วก็ทำด้วยความรู้ด้วยความเข้าใจอย่างเป็นระบบจริง ๆ ผมว่าการปฏิรูปประเทศ ของเราก็จะเป็นเรื่องจริงและประสบความสำเร็จครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ บางอันก็เพิ่มเติมคำ มีความคืบหน้าเล็กน้อยถึงปานกลาง ผมจึงอยากบอกท่านประธาน ผ่านไปยังสภาพัฒน์ครับ ผมพูดแทนท่านนะครับ บอกถึงนายกรัฐมนตรี บอกถึงคณะรัฐมนตรี ว่าอย่าปล่อยให้เขามานั่งฟังเพียงแค่นี้อย่างเดียว อุตส่าห์ร่างรัฐธรรมนูญกันมาเสียเต็มเหนี่ยว แต่สุดท้ายก็ให้เจ้าหน้าที่ต้องมารับฟังคำด่าของสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตแปรคำด่า เป็นคำติติงและแนะนำแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ การรายงานฉบับนี้เป็นการรายงาน ความคืบหน้าที่ไม่มีความคืบหน้า เพราะอะไรรู้ไหมครับ หลายหัวข้อหลายประเด็นนั้น กำหนดไว้ว่าจะต้องแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๑ ก็เข้าใจได้นะครับ รัฐธรรมนูญประกาศปี ๒๕๖๐ แล้วก็เขียนหลายตัวบทในนี้ว่าจะต้องเสร็จในปี ๒๕๖๑ แต่ที่ผมอยากจะบอกท่านประธาน ต่อไปนี้นะครับ พอลงไปดูรายละเอียดของแต่ละการปฏิรูปนั้น ทำให้ผมเศร้าใจเหลือเกินว่า ปฏิรูปนี่คือการแหกตาใช่ไหม ที่เป่านกหวีดเรียกกันมาตั้งแต่ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง มันคือการแหกตาใช่ไหม เพราะดูแล้วท่านประธานครับ เป็นงานรูทีน (Routine) ที่ฝรั่ง เขาว่าก็คืองานประจำวันของข้าราชการเกือบทั้งสิ้น แล้วสุดท้ายก็เอาเข้ามารายงาน ๓ เดือน ๓ เดือนที เครียดนะคนบนนั้น คือเครียดที่จะต้องมาเอ๊ะเราจะหาอะไรใส่เพิ่ม อีกสัก ๓ เดือน มาจะได้อธิบายได้ จะได้ไม่ต้องโดนด่าเยอะ อันนี้ความเป็นจริงต้องพูดกัน ท่านประธานครับ ผมคิดถึงท่านประธานหลายเดือนไม่ได้เจอท่าน เพราะผมก็มีความรู้สึกว่า ท่านประธานเป็นประมุขทางด้านของสภา อะไรที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขให้กับชาติ บ้านเมืองมันต้องผ่านสภาแบบนี้ล่ะครับ แต่พอมานั่งแบบนี้คณะรัฐมนตรีก็ไม่เคยได้รู้อะไรเลย สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ ท่านประธานครับ🔗

ผมจะลงในเรื่องของข้อที่ ๑ การปฏิรูปการเมือง เพื่อนสมาชิกหลายท่าน พูดถึงเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ทำแอปพลิเคชัน (Application) ที่มีชื่อว่าฉลาดเลือก หรือว่าสมาร์ตโหวต (Smart Vote) คือผมไม่ได้ติดใจ กกต. นะครับ เป็นหน้าที่ส่งเสริม แต่เป็นงานประจำวันหรือรูทีน (Routine) ก็เอามาใส่ในแผนการปฏิรูป การปฏิรูปนะครับ ภาษามันก็ชัดเจน ทำให้เกิดการแก้ไข ปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม คือเป็นแนวนโยบาย แต่พอดูรายละเอียดแล้วกลับกลายเป็นเรื่องประจำวันเสียส่วนใหญ่🔗

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกว่าจะปฏิรูปการเมือง ในการส่งเสริมให้มีเสถียรภาพทางด้านการเมือง รู้เหมือนกันนะ ท่านประธานเป็นผู้แทน มาหลายสมัย ติดตามภารกิจท่านประธานตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ สหายแสงนี่จำแม่นขึ้นใจ เพราะฉะนั้นการมีเสถียรภาพทางด้านการเมืองคืออะไรครับ อย่างวันนี้อย่างไรครับ สหรัฐอเมริกาเขาเลือกตั้งกัน ๔ ปี ไม่พอใจเปลี่ยนใหม่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้วันนี้หรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของประชาชน อย่าคิดว่าประชาชนเขาโง่ พอประชาชนอย่างโน้นปฏิวัติอีกแล้ว แล้วเสถียรภาพทางการเมืองมันอยู่ตรงไหนครับ นี่คือปัญหาของประเทศชาติ ปฏิรูปนี่ ท่านต้องพูดให้ชัดเจน🔗

ประเด็นต่อมา ท่านเขียนในบทที่ ๑ ในการปฏิรูปทางด้านการเมืองท่านบอกว่า สร้างความปรองดอง ปรองดองนี่ได้ยินแบบยาดองกันมาหลายสมัย วันนี้เราพูดถึงการจะตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์ คณะกรรมการปรองดอง ทำกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ หลังการปฏิวัติ ปี ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ มีไม่รู้กี่ชุด ไปขอมาดูก็ได้ ไม่ต้องมาตั้งหรอกครับเสียเวลา พอไม่มีผู้ชุมนุมก็ไม่คิดจะทำ นี่หรือครับปรองดอง ปฏิรูปอะไรครับ🔗

ประเด็นที่ผมน่ากังขาใจมากที่สุดก็คือว่าหลายเรื่องที่อยู่ในนี้อยู่ระหว่าง การปรับปรุง คือเมื่อปีที่แล้วประมาณเดือนพฤศจิกายนผมอ่านก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุง เอาต์ ออฟ เซอร์วิซ (Out of service) แต่ประเด็นที่ผ่านมาท่านประธานครับ มันก็เลย ทำให้เราสงสัยว่ายึดอำนาจมาเขียนรัฐธรรมนูญเดี๋ยวจะไม่มีประเด็นที่จะบอกประชาชนได้ เลยเอาเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มีการปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ในมาตรา ๒๗๐ มาใส่ไว้ เหนื่อยข้าราชการสภาพัฒน์ ท่านประธานครับ🔗

ด้านการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าเกิดท่านประธานได้อ่านนะครับ ยังกล้าใส่มา ได้มีการปฏิรูปทางด้านการบริหารราชการ แผ่นดินด้วยการยกเลิกใบอนุญาตไป ๖ ใบของส่วนงานราชการ ท่านประธานครับ ๖ ใบ เขียนเข้าไปอีกครับ ลดค่าใช้จ่ายต่อปี ได้เท่าไร ท่านประธานครับ ตอนแรกผมก็ถอดแว่นดู ๓ รอบ มันพิมพ์ผิดหรือเปล่านี่ ลดค่าใช้จ่ายได้ปีละ ๑๖๘,๐๐๐ บาท คุณพระ เฉลี่ยต่อวันท่านประธานครับ ลดได้ ๔๓๐ บาทต่อวัน ปฏิรูปหรือนี่ นี่หรือปฏิรูป ท่านประธานที่เคารพครับ พอไปดูด้าน เศรษฐกิจหนักเลย ท่านเขียนชัดเจนครับ ผมฟุตโน้ต (Footnote) ไว้ ท่านเขียนบอกว่า กฎหมายด้านการเศรษฐกิจเป็นกฎระเบียบที่ล้าหลัง ก็รู้นี่ แล้วอย่างไรครับ กำลังพัฒนา กำลังแก้ไข กำลังปรับปรุง🔗

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ กฎหมายที่ล้าหลังเราก็รู้อยู่แล้วว่าทำให้เกิด การคอร์รัปชันมาก นอกจากนี้ท่านบอกว่าการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจท่านจะแก้ไขปัญหา ด้านสังคม เกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคม นี่ดีนะครับรัฐมนตรีจับกัง ๑ สุชาติ ชมกลิ่น เพิ่งมาทีหลัง รัฐมนตรีคนเก่าเขาไปแล้ว ไม่เป็นไรครับ แต่ท่านบอกว่าท่านจะลดปัญหา ความเหลื่อมล้ำโดยใช้สำนักงานประกันสังคม เงินโควิด (COVID) ที่ผ่านมาจ่ายครบหรือยังครับ คุณพี่🔗

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่ท่านเขียนบอกว่า จะให้แล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๒ เห็นไหมในตารางที่ท่านเขียนค่อนข้าง ชัดเลย ปี ๒๕๖๑ จะเสร็จ ปี ๒๕๖๒ จะเสร็จ อันนี้มันปีอะไรครับ พุทธศักราช ๒๕๖๓🔗

ผมข้ามไปกลุ่มที่ ๘ ท่านประธานครับ การปฏิรูปด้านสื่อมวลชนและเทคโนโลยี ที่เห็นชัดเจนเมื่อคืนนี้นี่ฮาตรึมนะ ภรรยาผมเมื่อเช้ายังถามเลยอ้ายพอร์นฮับ (Pornhub) มันคืออะไรครับ ผมก็ไม่กล้าบอกเยอะ ท่านประธานครับ เราผู้ชายเราไปพูดเยอะไม่ได้ เรื่องอย่างนี้ นี่ผลงานการปฏิรูปทางด้านเทคโนโลยี คือปิดเว็บ (Web) โป๊ พอร์นฮับ (Pornhub) จนทำให้คนไปประท้วงกัน ผมก็เพิ่งเคยเจอนะคนประท้วงไม่ให้ปิดเว็บ (Web) โป๊ ก็มีในประเทศไทยในยุคปฏิรูปนี่ล่ะครับ และท่านประธานครับ การปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม คณะกรรมการท่านตั้งดอกเตอร์เสรี วงษ์มณฑา ขึ้นมาเป็น ประธานคณะกรรมการปฏิรูป ผมไม่ได้ว่าอะไรท่านนะครับ เพราะมันเพิ่ง ๑๖ กรกฎาคม แต่นี่เขารายงานมาแค่มิถุนายน เดี๋ยวจะรอคราวต่อไปจะรอดูว่าประธานคณะกรรมการ ปฏิรูปชุดนี้ที่เป็นดอกเตอร์เสรี วงษ์มณฑา จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะในเอกสาร ท่านก็เขียนชัดเจนครับ เช่น การเปลี่ยนแปลงจริยธรรมการทำหน้าที่ของสื่อ สื่อมีการขาด จริยธรรม ทำข่าวเสนอเรื่องไร้สาระไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม มีอะเจนดาเซตติง (Agenda Setting) แปลเป็นภาษาไทยก็คือว่าตั้งธงของการทำข่าว คือจะด่าประธานก็ด่า เดินหนีบนิ้ว ยังด่าได้ ผิวดำผิวคล้ำก็ด่าได้ กินข้าวที่บ้านหยิบช้อนผิดทางก็ยังด่าได้ อันนี้ล่ะรอการปฏิรูป อย่างแท้จริงว่ามันจะเกิดขึ้นแบบไหน อย่างไร🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะเดียวกันในการปฏิรูปทางด้านของ เทคโนโลยีต่าง ๆ ผมเป็นกรรมาธิการด้านของยาเสพติดก็คือการออกกฎหมายใหม่ ที่รวบเอา ๒๐ กว่าฉบับมาประกาศใช้อยู่ระหว่างการพิจารณา ในต่างประเทศที่เขา เรียกกันว่าดีอีเอ (DEA) หรือว่าคณะกรรมการ ป.ป.ส. นี่นะครับ เขามีหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงมีการเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี (DE) เสี่ยบีของผมนี่ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อย่างนี้นี่เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการ แต่ท่านประธาน เชื่อไหมครับเมืองไทยไม่มี อ้ายอย่างนี้หรือปฏิรูป และท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าเวลาเขา ส่งข้อมูลกันเดี๋ยวนี้เว็บ (Web) โป๊ เว็บ (Web) การพนัน มันส่งกันทางไลน์ (Line) หมดแล้ว แทงหวยเดี๋ยวนี้หวยใต้ดิน ท่านประธานครับ เขายังแทงกันทางไลน์ (Line) สมัยก่อนตำรวจ ต้องไปจับโพย ไหนล่ะปฏิรูป อ้ายอย่างนี้นี่ให้จิรายุเขียนให้ก็ทำได้🔗

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกว่ามีการปฏิรูปทางด้าน เทคโนโลยีสื่อสาร กสทช. เงินกองทุนยูโซ (USO) เยอะแยะมากมายเป็นหมื่นล้าน คราวที่แล้วมาอภิปรายมาพูดในนี้ท่านนั่งอยู่บนบัลลังก์ ผมก็พูดท่านครับว่าเงินทั้งหลายแหล่ ที่ คสช. เขายืมไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้คืนหรือยัง เงียบกริบ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ คำตอบ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ในรายละเอียดเหล่านี้มีแต่นามธรรมครับ นามธรรมทั้งนั้น รูปธรรมแทบจะไม่ค่อยมีเลยท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ กระทรวงดีอี (DE) ทำศูนย์ดิจิทัล ศูนย์ดิจิทัลมีอยู่หลากหลายทั่วประเทศ เอาคนการเมือง เอาพรรคการเมืองบางพรรคหรือพรรคพวกของท่านเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ เจอกันแน่ อภิปรายไม่ไว้วางใจ🔗

ท่านประธานที่เคารพ ด้าน ๙ ด้านสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงมนุษย์ ช่วงหลัง ๆ บอกว่าท่านจะทำบ้านเคหะสุขประชา ๑๐๐,๐๐๐ หน่วย ท่านรู้ไหมตอนนี้เขาไปถมดินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และท่านรู้อีกไหมว่าการปฏิรูปชาติ ในโครงการต่าง ๆ นี้มันควรหรือไม่ อย่างไร บ้านสุขประชาอะไรที่ว่ากัน เคหะสุขประชานี่ คณะกรรมการปฏิรูปท่านต้องแก้ไขเรื่องพวกนี้นะครับ มันเป็นบ้านเช่า ไม่ได้ขาย เหมือนที่เราเห็น ทำให้เช่า และคำถามคือเช่ากี่ปีกว่าจะคืนครับ และเช่าแล้วจะได้เป็น เจ้าของไหม นี่หรือปฏิรูปที่อยู่ ปฏิรูปสังคมให้กับประเทศนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ท่านฟังไว้แล้วกันนะครับ🔗

ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เรื่องของพลังงาน ในนี้ท่านเขียนชัดเจน รู้ว่าพลังงานของชาตินั้นอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่ไฟอาจจะดับแบบในหนังฝรั่งดับทางภาคเหนือ ทั้งภาค อีสานทั้งภาค ภาคใต้ทั้งภาค รู้ครับ และปฏิรูปอะไร ปฏิวัติมาปี ๒๕๕๗ จนถึงทุกวันนี้ ใครรวยครับ บางคนได้ไปไม่รู้กี่เมกะวัตต์ (Megawatt) ก็ว่ากันไป แต่การปฏิรูปที่ คณะกรรมการชุดนี้ท่านต้องไปดูและตรวจสอบก็คือไปต่างประเทศ ท่านประธานครับ โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือว่าโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เต็มหลังบ้านไปหมด ท่านทำกัน หรือยังครับ วางแผนอย่างเป็นระบบไหมครับ ให้คนเขาได้ใช้ไฟฟ้า หรือว่ามันไปผูกขาด กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือว่ามันมีผลประโยชน์ทับซ้อน อันนี้ล่ะแผนการปฏิรูปท่านต้องทำ อย่างตรงไปตรงมาครับ🔗

สุดท้าย ท่านประธานครับ นโยบายในการปฏิรูปด้านพลังงาน ท่านประธาน ทราบไหมว่าเมืองไทยมีอำเภอเดียว ท่านประธานสุชาตินี่ฟังผมบ่อย ก็คืออำเภอสัตหีบที่ใช้ กฎหมายเก่าคร่ำครึตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ต้น ๆ เขียนบอกว่าให้อำเภอสัตหีบเป็นอำเภอที่ใช้ไฟ ของทหารเรือ นี่ดีนะเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารเรือไปแล้ว คำถามคือการปฏิรูปประเทศ ทำอะไรครับ ท่านรู้ไหมที่อำเภอสัตหีบไม่สามารถขอไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มี ตั้งแต่ตำบลบางเสร่ ตำบลนาจอมเทียน ภูตาหลวง แสมสาร และเกาะอีกเพียบ ท่านประธานครับ ต้องไปขอไฟฟ้ากับทหารเรือ วันดีคืนดี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศบอกว่า ตั้งเขตอีอีซี (EEC) คนมาลงทุนในจังหวัดชลบุรีที่อำเภอสัตหีบท่านต้องไปขอไฟเขา กับกองทัพเรือ เขาซื้อไฟจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้าไป แล้วเขาก็จ่ายไฟครับ เราไม่เห็น รถสีส้มแบบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเลย อย่างนี้ล่ะแผนการปฏิรูป คืออะไร ผมจึงบอก ท่านประธานที่เคารพครับ ๓ เดือนข้างหน้า อันนี้เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม ปีใหม่มาเจอกันอีกรอบ ผมหวังว่าคำที่อภิปรายแบบนี้จะสะท้อนไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ผมไม่คาดหวังกับทางสภาพัฒน์ครับ ผมเข้าใจ เข้าใจระบบราชการ แล้วผมก็มีเพื่อนอยู่ในสภาพัฒน์หลายคนก็บ่นแบบนี้ จิรายุ เบา ๆ หน่อยนะนี่จะต้องมานั่งหูชาฟังด่าอีกแล้ว ผมก็บอกว่าท่านก็รายงานไปให้ นายกรัฐมนตรีบ้างสิ เขาจะได้รู้ ครม. จะได้รู้🔗

สุดท้าย ท่านประธานครับ การปฏิรูปเป็นเรื่องดี แต่ขอทำให้มันจริงจัง อย่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ประเทศชาติจะได้พัฒนาต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ แล้วก็ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านธนกร ไชยกุล แล้วก็นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญครับ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ถ้าอ่านตามคำถามพ่วงนี่การปฏิรูปประเทศก็คือต้องการให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ปฏิรูปประเทศ เพราะในคำถามพ่วงไม่ได้บอกว่าให้ ส.ว. มาเลือกนายกรัฐมนตรี ผมเองก็ไม่ได้เฉลียวใจ จนกระทั่งทราบว่าในการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมาถึง ในส่วนของไอลอว์ (iLaw) ก็เสนอให้ยกเลิกการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ จึงไปอ่านคำถามพ่วง ซึ่งผมเชื่อว่าประชาชนทั่วไปอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ คำว่ารัฐสภาก็คือ เหมือนสภา ก็เลือกนายกรัฐมนตรี ก็อาจจะเห็นด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ผมยังมองว่าการปฏิรูปคือทำให้ดีขึ้น กับการพัฒนามันก็เป็นคล้าย ๆ กัน การทำให้ สังคมมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นสิ่งที่เห็นด้วย ผมได้อ่านรายงานแล้วก็ทราบว่า คณะกรรมการหลายท่านเพิ่งเข้ามาใหม่ พออ่านในรายงานการปฏิรูปประเทศ เนื่องจาก ตัวผมเองเคยรับราชการทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม แล้วก็ทาง จังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานฉบับนี้ผมว่ากิจกรรมระดับแผนกอาจจะทำคล้าย ๆ นี้ด้วย ซึ่งโดยการเขียนเป็นกิจกรรมที่ไม่แสดงออกถึงการนำประเทศไปในทางที่ดีขึ้น ไปทางยุทธศาสตร์ เช่นในข้อแรกท่านบอกว่าด้านการเมือง วันนี้ท่านต้องยอมรับว่า มีความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น ความขัดแย้งจะแสดงเป็นประจักษ์ก็คือการออกมา ชุมนุมประท้วง การชุมนุมประท้วงก็คือการมาใช้สิทธิ อำนาจอธิปไตยของประชาชน เป็นสิทธิโดยตรงที่จะมาแสดงออกว่าการบริหารประเทศมีปัญหาจึงได้ออกมาชุมนุม ประท้วง สภาหรือรัฐสภามีปัญหา ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นสภาของผู้มีอำนาจ ประชาชนจึงออกมาประท้วง ดังนั้นผมจึงคิดว่าการปฏิรูปการเมืองในที่นี้ควรไปแก้ปัญหา ความขัดแย้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้มีโอกาสสอบถามตอนที่สำนักงาน ขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง มาของบประมาณ ๓๗ ล้านบาทจากคณะกรรมาธิการ จึงได้ถามว่าสำนักงานนี้เกิดขึ้นได้ อย่างไร ผู้มาชี้แจงเป็นข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วอาจจะแยกมา เป็นหัวหน้าที่นี่ บอกว่าเอางานส่วนหนึ่งจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ และเอางานส่วนหนึ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามา เราก็ถามว่า มันไม่ซ้ำซ้อนกันหรือ ท่านก็ตอบว่าไม่ซ้ำซ้อน ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ก็คืออย่างน้อย ที่สุดวันนี้ในโครงของกรรมการก็เชื่อว่าท่านมีสำนักงานแล้วมีงบประมาณเบื้องต้นในปีนี้ ๓๗ ล้านบาท ผมเองก็เอากำลังใจช่วยท่านคณะกรรมการปฏิรูปชุดใหม่ แต่ผมเห็นว่า โจทย์ของท่านนี่จะต้องเปลี่ยน อย่างน้อยท่านทำได้แค่รัฐธรรมนูญกำหนดก็ถือว่าประสบ ความสำเร็จ อย่างเช่นในเรื่องการปฏิรูปทางการเมือง ผมเห็นว่าวันนี้การเมืองในข้อปฏิรูป ของรัฐธรรมนูญเมื่อมีปัญหาความขัดแย้งต้องไปแก้ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี คงไม่ต้อง ส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาเป็นผู้พิจารณา เพราะท่านได้รับงบปรองดองไปแล้ว ก็ฝากคณะกรรมการปฏิรูปว่าทำอย่างไร เพราะโจทย์ของผู้มาชุมนุมนี่โจทย์เขาคือท่านนายกรัฐมนตรีเป็นปัญหา การบริหารประเทศ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือใช้อำนาจที่อาจจะเป็นอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่โจทย์ ของรัฐบาลบอกการชุมนุมมีปัญหา ซึ่งทั้งที่การชุมนุมนี่ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านสมาชิก บางท่านก็ไปบอกว่า โดยเฉพาะผู้มาชี้แจงที่เป็นตัวแทนกระทรวงกลาโหมบอกไม่อ่าน ในวรรคสองล่ะ เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติ ซึ่งท่านกำลังเข้าใจผิด ท่านกำลังเอากฎหมาย ที่เป็นกฎหมายที่เล็กไปใช้ดุลยพินิจไปใหญ่กับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการชุมนุม ผมถือว่าข้อมูลที่มาใช้ชุมนุมนี่บางครั้งมีความสำคัญไม่แพ้กับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะเนื้อหาที่เขาพูดนั้นเขาต้องการให้สังคมมีความเท่าเทียมกัน ให้สังคมมีความเสมอภาคกัน ให้สังคมมีความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เป็นสังคมอย่างรัฐบาลต้องการ คือไปสงสารแล้วจะให้ เขาต้องการความยุติธรรม เขาไม่ต้องการความสงสาร เขาต้องการความเสมอภาค เขาไม่ต้องการความสงเคราะห์ อันนี้โจทย์มันก็ผิดกัน ถ้ารัฐบาลใจกว้างนะ ถ้าเห็นว่า การชุมนุมเป็นเรื่องที่เอาปัญหาความต้องการของประชาชนที่แท้จริงมาใช้ รัฐบาลจะได้ ประโยชน์ แล้วอาจจะเป็นรัฐบาลที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดนะครับ🔗

ผมอยากจะสรุปง่าย ๆ ในเรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องการบริหาร ราชการแผ่นดิน ท่านไปตั้งในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน จะพัฒนาระบบดิจิทัล ในการทำงาน อันนี้ผมคิดว่าแค่เริ่มคิดก็ผิดแล้ว การบริหารราชการแผ่นดินเป็นเรื่อง สำคัญมาก นโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินนี่ จุดเริ่มของการบริหารราชการแผ่นดิน ก็คือจะต้องไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน การไม่ทุจริตคอร์รัปชันต้องไปเริ่มที่นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก่อน การบริหารราชการแผ่นดินตามมาก็คือต้องใช้ระบบคุณธรรม ไม่ใช้ระบบอุปถัมภ์ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดที่รัฐประหารมาคณะ คสช. และท่านนายกรัฐมนตรีได้ทำลายระบบการแต่งตั้งโยกย้าย โดยเฉพาะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในหลาย ๆ หน่วยงาน ท่านลองไปดู อาจจะมี การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการยกเว้นมากมาย แล้วก็แอบอ้างว่าคนนี้ใครฝาก ใครฝาก ซึ่งเป็นการทำลายระบบยุติธรรม🔗

อีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะไปเร็ว ๆ คือในเรื่องกฎหมาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เรามีกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าฉบับ เรามีกฎหมายที่เป็นกฎหมายออกระดับกระทรวงอีกสัก ๗,๐๐๐ ฉบับ แล้วมีกฎหมาย ที่เป็นกฎหมายออกโดยกรมนี่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าฉบับ วันนี้เรามีกฎหมายมากมาย และสิ่งหนึ่งที่อันตรายอย่างยิ่งในการปฏิรูปเรื่องที่ดิน ท่านประธานทราบไหมว่าวันนี้เรามี ที่ดินของประเทศ ๓๒๐ ล้านไร่ แต่ปรากฏว่าที่ดินที่อยู่ในมือของรัฐ เฉพาะมือของรัฐ ๔๕๐ กว่าล้านไร่เศษ แล้วพอบวกโฉนดอีก ๑๒๘ ล้านไร่ เป็น ๕๐๐ กว่าล้านไร่ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มาเขียนว่ามาตรา ๕๓ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ในฉบับอื่นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และรวดเร็ว เพราะเคร่งครัด ที่ดินของรัฐก็เกินที่ประเทศไทยไปแล้ว พอบวกที่ดินโฉนดก็ยิ่งเกินไปใหญ่ วันนี้จึงเห็นว่า ท่านนี่มีหน้าที่ในการปฏิรูปกฎหมาย ผมยังคิดว่ากฎหมายที่ออกมาก่อนทั้งหมดน่าจะมา สังคายนาเสียที โดยเฉพาะกฎหมายที่ไปออกระดับกรม ระดับกระทรวงนี่ไม่เอาเข้ามาถึง ครม. ด้วย คืออย่างน้อยเอาเข้ามาให้สภาเป็นผู้พิจารณา อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่สำคัญก็คือ ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจประชาชน ไม่สนใจทุกข์ร้อนประชาชน🔗

ท่านสรุป ได้แล้วนะครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

คือในการปฏิรูปประเทศ ท่านบอกเรื่องปัญหาสังคม ปัญหาสังคมอันหนึ่งคือปัญหาหนี้สินประชาชน ท่านทราบไหมว่า วันนี้เงินฝากผมเคยถามผู้ว่าการแบงก์ชาติตอนมา เงินฝากท่านให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๕ สินเชื่อส่วนบุคคลท่านไปเก็บเขาร้อยละ ๒๕ นี่คือการที่รัฐบาลไปเอาใจกลุ่มทุน แล้วท่าน เอารถไปแม้แต่เอารถมอเตอร์ไซค์ไปจำนำก็ร้อยละ ๒๕ แม้ว่าผู้ว่าการคนเก่าจะลด ค่าธรรมเนียมไป ดังนั้นผมเห็นว่าการปฏิรูปประเทศมันเป็นการครอบงำหรือเป็น การบั่นทอนสติปัญญาของประชาชน เพราะว่าผู้ที่จะมาปฏิรูปประเทศมาจาก ส.ว. มาจาก คณะกรรมการที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนดีแล้วไปด้อยค่า ประชาชนหรือราษฎรเขาต้องการ สังคมดี สังคมดีคือสังคมยุติธรรม สังคมเสมอภาค นั่นคือการกระจายอำนาจ ต้องเลิก รัฐรวมศูนย์ ใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้มาพบกันอีกครั้งหนึ่งในเรื่องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ เราพบกันทุก ๓ เดือนละครับ ผมเป็นคนนั่งฟังตลอด ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ทำไมขอบคุณ ท่านใช้ ความพยายามสูงมากในการอ่านรายงานฉบับนี้ละเอียดยิบเลย ๑๒ ด้าน ผมตอนแรกว่า กำลังนั่งอ่านอยู่ ๒-๓ ด้าน ท่านมาอ่าน ผมเลยไม่อ่านเลยครับ ผมนั่งฟังตามท่านเลย ละเอียดครับ ผมเข้าใจ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขออภิปรายในบางประเด็นเท่านั้น เพราะท่าน อ่านอย่างสมบูรณ์แล้ว มาดูรายงานฉบับนี้รอบ ๓ เดือน พบกันทุกครั้งรอบ ๓ เดือน ผมก็ไม่เห็นว่าจุดไหนมันเคลื่อนไปมากมายอะไร ในบางด้านท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านไปดูคงไม่เห็นต่างกับผมหรอก บางด้านท่านเป็นการใส่เข้ามาในเรื่องงานธุรการ คำว่าปฏิรูปประเทศมันยิ่งใหญ่มาก ท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรี อนุชาครับ ที่ท่านมาดู ผมสงสารทางสภาพัฒน์ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการมานั่งรับการบ่น การด่าของนักการเมืองเลยบางครั้งมันไม่ถูก แรก ๆ ท่านมาอยู่ชุดเดียวทางเลขานุการมา ทางรัฐมนตรีไม่มาสักคนเลยผมจำได้ ฉบับแรกรายงาน แต่พอฉบับต่อมาก็โอเค (OK) ขอบคุณ ผมถึงกราบเรียนว่าท่านรัฐมนตรีอนุชาอ่านละเอียดยิบนี่ ผมดูตามแล้วก็ยัง ไม่เห็นจุดไหนว่ามันปฏิรูปมากกว่านี้ มันก็อยู่อันเก่า ผมไปดูด้านที่ ๑ เลย ปฏิรูป ด้านการเมือง ท่านอ้าง คงอาจจะเห็นว่าช่วงนี้วันที่ ๒๐ ธันวาคม จะมีการเลือกตั้ง ระดับท้องถิ่น ท่านใส่เข้ามาเลยเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ มันหมายความว่าอย่างไร มันเป็นงานขนาดนั้นเลยหรือ ยิ่งใหญ่มากนะการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ดูของท่านดูต่อมา ผมอาจจะไม่ซ้ำหรอก แต่ว่าอ่านให้ฟังเฉย ๆ เพราะหลายท่านพูดไว้แล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) ฉลาดเลือก ฟังดูแล้วมันเก๋นะใส่ภาษาอังกฤษเข้ามานี่ แต่ท่านรู้ไหมว่ายิ่งใส่เข้าไปปัญหายิ่งเพิ่มมากขึ้น ท่านมาคอยดูเลือกตั้ง สจ. คราวนี้ ในวันที่ ๒๐ ว่ามันจะแอปพลิเคชัน (Application) เร็วไหม เพราะเลือกตั้งผู้แทน ๓ วัน ๗ วัน ผลถึงออกมา ระบบไม่ต่างกัน ระบบเก่านี่ล่ะครับ ผมยืนยันว่านี่คือระบบที่ท่านคิด ขึ้นมาเพื่อให้ดูว่ามันคือปฏิรูป ท่านจึงใส่บอกว่าการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะวันที่ ๒๐ เขาจะเลือกตั้ง🔗

มาดูในข้อด้านที่ ๒ การบริหารราชการแผ่นดิน ดูแล้วไปเกี่ยวอะไรครับ พัฒนาระบบดิจิทัล งานพื้นฐานของรัฐแบบรวมศูนย์ รองรับเชื่อมโยงข้อมูล และการทำงาน ร่วมกับหน่วยงานของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ผมอ่านแต่หัวครับ ไม่ได้ใส่ในเนื้อหาหรอก เพราะผมอ่านให้ท่านรัฐมนตรีฟังแล้ว แต่ว่าที่ผมต้องพูด การพัฒนาการเมืองนี่ชั่วโมงนี้ ต่อไปนี้ท่านต้องคิดการบริหารจัดการประเทศเราประชาชนต้องมามีส่วนร่วมให้มากที่สุด ถ้าแบบนั้นคือการพัฒนา แต่ผมไม่เห็นแบบนั้น เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตรไปตรวจงานราชการ ดีใจนะไปตรวจเรื่องน้ำหนองหารผม ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท การบริหารราชการแผ่นดินเรื่องไปแบบนี้ประชาชน ต้องมีส่วนร่วม ทำไมไม่ให้ประชาชนเขามาดูมาอะไรด้วย ท่านไปดูหนองหาร ท่านใช้เวลา การรายงานของภาคราชการ ๔๐ นาที ท่านประธาน ผมดูในตารางของท่านในรายการ ที่มาทำ ขนจากกรุงเทพมหานครไปเลย ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอะไรเลย ทำไม ท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตรนี้ต้องถาม ถ้าผมไม่พูดไม่ได้ครับ สกลนครมีตัวแทน คือ ส.ส. ๖ คน ไม่มีใครรู้เลยว่าท่านจะไปสกลนคร ทำไมบอกเขาหน่อยได้ไหม ใจจะขาดหรือ การบอกให้ ส.ส. รู้นี่ ผมนี่ปาว ๆ พูดเรื่องหนองหาร ตั้งแต่เป็นผู้แทนตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ท่านไปดูหนองหารให้ผมดูหน่อยได้ไหม ผมจะบอกท่านที่นั่น ไม่ใช่ราชการ ราชการอย่างเดียว เขาไปกำมือเลย ไม่พูดอะไรหรอก ผมไปดูรายการท่าน การกำหนดเขตหนองหาร เอากรมที่ดินไปรายงาน ๕ นาที บริหารจัดการน้ำ ชะลอน้ำ กักขังน้ำ กรมชลประทาน ไปจากกรุงเทพมหานครครับ ๔ นาที อุทกภัยกรมผังเมือง ๕ นาที การจัดการน้ำ ในเรื่องดูแลน้ำ เรื่องเลี้ยงปูเลี้ยงปลา กรมประมง ๕ นาที การจัดน้ำเสียโดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการไปด้วยครับ ๕ นาที ผมไม่เข้าใจว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ นาทีกว่านั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุครับ ฝากด้วยว่า การไปครั้งนี้ใช้เครื่องบินของนายกรัฐมนตรีไปเต็มลำจากกรุงเทพมหานคร ผมเลยคิดว่า การไปครั้งนี้การไปตรวจงานแค่บังหน้า ท่านกลัวเวลามันเสีย ใช้โรงพยาบาลซึ่งอยู่ติดกับ หนองหาร ที่สำคัญท่านไปทอดกฐิน ถ้าสมัยก่อนผมบอกว่า ผอ.สตง. โดนเลยนะจัดอบรม เพื่อเอาเงินไปทอดกฐิน แต่นี่ผมไม่กล้าพูดหรอกครับ เพราะท่านเป็นหัวหน้า ป.ป.ช. บอกไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ท่านต้องกลับไปคิด ใช้เวลาอยู่สกลนคร ๔๐ นาที แล้วก็ไป ทอดกฐิน ผมสงสัยว่าทำไมท่านต้องขนาดนั้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยมครับ เข้าประเด็นการปฏิรูป🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

นี่ละคือประเด็น คือผมไปดูเลยว่า การบริหารราชการแผ่นดินต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เอาแต่ประชาชน ท่านประธานครับ ท่านฟังผมหน่อยมัน เกี่ยวข้องกันครับ ผมเป็นห่วงว่าเอาข้าราชการไปแล้วไปทอดกฐินที่วัด พระท่านก็ดีใจนะเงินเข้าวัด วัดโฆสมังคลาราม ตำบลโคกสว่าง ก็ได้เงินกฐินเป็นเรื่องที่ผมชื่น ชมยินดี เพราะในชีวิตผมก็อยากทำบุญ แต่ถ้าบอกว่าอันนี้คือการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เอาเวลา เมื่อไปแล้วก็ต้องทำเวลาให้เต็มที่ เอาประชาชนมาถามเขาหน่อยได้ไหม พี่น้องประชาชนบ้านผมเขาก็สนใจบ้านเขาคือแหล่งน้ำใหญ่ที่สุดคือหนองหาร ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ทำไมไม่ให้เขาดูด้วย ท่านทำไมต้องรีบไปนักหนา นั่งเครื่องบินหลวงนะ จัมโบ้ (Jumbo) ลำใหญ่เลยของนายกรัฐมนตรีไป ๔๐ นาที ฉะนั้นผมจึงเป็นห่วง แต่น่าเสียใจนะเงินเข้าวัดได้ ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท งวดนี้ แต่ปีนั้นโอ้โฮชื่นชมปี ๒๕๕๘ ๘๒ ล้านบาท สะท้านทั้งประเทศเลยนะครับ แต่ไม่เป็นไร🔗

เอาละต่อไปสิ่งที่ผมต้องพูดคือ ๒.๓ บอกว่าปฏิรูปกฎหมาย ด้านกฎหมาย ท่านอ้างว่าตอนนี้กำลังเสนอร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ผมเป็นหนึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้ เข้าชื่อเสนอกฎหมายไม่ใช่เป็นเรื่องแรกครับ ไม่ใช่ เรื่องการปฏิรูป มันมีอยู่แล้ว แต่เก่ามันก็มีของมัน แต่เรามาปรับปรุงแก้ไข นี่คือการปฏิรูป หรือครับ กำลังอยู่หางเพิ่งได้ ๘ มาตราเป็นวิสามัญ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมไม่ใช้ เวลามากหรอกครับ แต่ว่าพูดให้จบข้อนี้ ผมยังไม่ถือว่าอันนี้คือการปฏิรูปกฎหมาย เพียงแต่ มาแก้ไขของเดิมอยากจะให้มันดีขึ้นนิดหน่อย ซึ่งอาจจะยุ่งยากกว่าเก่าด้วยซ้ำไปเท่าที่ดู ท่านประธานครับ ผมจึงบอกว่า ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่เสนอเข้ามา ก็ไม่เป็นไรครับ นี้เป็นการยืนยันบอกนะท่านประธานครับ ให้ผม อภิปรายเรื่องการปรับปรุงกระบวนการปฏิรูปประเทศ ถ้าไม่ให้พูดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไปอย่างนี้ก็ไป เขาไปกันอยู่แล้ว นี่ผมพูดถึงรองนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ไม่เคยไป อันนี้คือ ปฏิรูปแล้วครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วครับ ต่อไปเชิญท่านธนกร ไชยกุล ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขอโทษที🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กำลังจะท้วงท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เพราะว่าตอนนี้พอเอาไปขายผู้ที่ประกอบการทางด้านนี้ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์พอไปขายให้ส่วนราชการก็บอกว่าใช้ไม่ได้ งานโครงสร้างยังต้องใช้พอร์ตแลนด์ (Portland) อยู่ แต่ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ตาม นโยบายแผนปฏิรูปประเทศยังไม่สามารถเอาไปใช้ในงานราชการได้ พอมาดูกฎหมาย ที่ท่านรายงานกับทางสภามามีอยู่ตัวเดียวที่ท่านแก้ก็คือในรายการที่ ๒๐ หน้าที่ ๑๓ ครับท่านประธาน ก็คือพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ พอไล่มาดูต่อมากฎหมายร่างพระราชบัญญัติที่มีอยู่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้พัสดุตัวที่สามารถรองรับปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เลยนะครับ ผมก็พลิกดูอย่างละเอียดนั่งดูอยู่ชั่วโมงหนึ่งตรงนี้ อันนี้ก็ขอเป็นข้อสังเกตให้กับทาง ผู้แทนรัฐบาลได้รับไปดำเนินการว่านโยบายที่เป็นแผนปฏิรูปประเทศควรจะต้องทำได้จริง ผมดูรายงานของท่านของรัฐบาลหลายหัวข้อ หลายประเด็นเป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นสิ่งที่ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แต่สิ่งที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไปก็คือเวลาของมัน ถ้าคำว่าปฏิรูประยะเวลาของมัน ควรจะต้องเป็นไปในความรวดเร็ว แล้วให้ประชาชนรู้สึกได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลง แต่ถ้า สิ่งที่ท่านทำเป็นสิ่งที่ดี แต่เวลาของมันยาวนานเกินไปไม่เหมาะสมกับสิ่งที่ทำ พี่น้องประชาชน ก็ไม่มีความรู้สึกว่ามีความเปลี่ยนแปลง มันก็ไม่ใช่การปฏิรูปนะครับ เหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าอันนี้คืองานรูทีน (Routine) ถ้าการปฏิรูปนั้นก็คือส่วนที่ ท่านจะต้องคิดใหม่ทำใหม่ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตของผมในเรื่องหนึ่งที่ท่านจะรับไป แล้วก็ไปพิจารณาตรวจสอบ แล้วก็แก้ไขให้สามารถปฏิบัติได้จริง🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือด้านเศรษฐกิจ ในส่วนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมในหน้าที่ ๔ เป็นแผนปฏิรูปในหัวข้อที่ ๕ ด้านเศรษฐกิจ เห็นด้วยที่รัฐบาลจะได้กำหนดสัดส่วนในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งจะมีการดำเนินการ จัดซื้อจากเอสเอ็มอี (SMEs) อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของงบประมาณ แล้วก็ในส่วนของ การให้คะแนน ให้แต้มต่อพิเศษสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในอัตราที่ร้อยละ ๑๐ แต่ท่านเชื่อไหมครับ สิ่งที่ท่านทำเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการ อยากได้นี่คือการเข้าถึงแหล่งทุน วันนี้เรียนกับท่านว่าในส่วนของเงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภัยโควิด (COVID) ก็ยังปล่อยกู้กันไป ไม่ถึงไหนเลย แต่แผนปฏิรูปของท่านในการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่ได้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นก็ตั้งข้อสังเกตให้กับท่านว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่อยากให้ท่านปรับแผนปฏิรูปให้เข้ากับ สถานการณ์ด้วย ปัจจุบันสถานการณ์เราเป็นสถานการณ์หลังจากวิกฤติไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ฉะนั้นวันนี้เรามีเงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ผมเอง ก็เป็นกรรมาธิการสามัญที่พิจารณาติดตามตรวจสอบเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ๓ ฉบับ ปัจจุบันนี้ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักบริหารหนี้ของกระทรวง การคลังมาชี้แจง ยังปล่อยกู้ไปไม่ถึงไหนเลยครับ แล้วผู้ที่เดือดร้อนเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ ผู้ที่เดือดร้อนจากวิกฤติโควิด (COVID) จริง ๆ ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ของรัฐบาลได้ แล้วผู้ที่ชี้แจงก็บอกว่าติดตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนด อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ด้วยว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ ไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินกู้ได้ แล้วตอนนี้การกู้ก็ไปไม่ถึงไหน ยังไม่สามารถปล่อยกู้ได้ตามที่รัฐบาลตั้งใจไว้ ก็ทำให้ภาวะเศรษฐกิจนั้นไม่สามารถที่จะฟื้นฟูได้ตามที่รัฐบาลต้องการ อันนี้คือเรื่องที่ ๒ สิ่งที่สำคัญวันนี้รัฐบาลต้องไปดูว่าการจะลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาได้คือ การกระจายโอกาสให้เยาวชนของเราเข้าถึงสถานที่หรือสถานการศึกษาที่มีคุณภาพ ผมเอง เป็นอนุกรรมาธิการที่ติดตามเรื่องขององค์การมหาชน อยากจะเรียนกับผู้แทนของทาง รัฐบาลว่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นองค์การมหาชนสามารถสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ สามารถไปแข่งขันกับนานาชาติได้ติดระดับโลกครับ เรามีโมเดล (Model) ที่ดี เรามี วิธีการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการให้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์นั้นมาเป็นองค์การมหาชน มีการบริหารจัดการที่ดี อนุกรรมาธิการได้มีการเชิญผู้บริหารสถานศึกษามาก็คือโรงเรียน มหิดลวิทยานุสรณ์ เรามาศึกษาดูก็พบว่ารูปแบบขององค์การมหาชนนั้นตอบโจทย์ การพัฒนาสถานศึกษาที่มีคุณภาพได้ แต่ถามว่าทำไมเราไม่สามารถขยายไปได้ เราก็มาติด ระบบราชการนี่ละครับ ฉะนั้นอยากจะเรียนผู้แทนเป็นข้อเสนอแนะว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้น ได้ขยายสถานศึกษาในรูปแบบขององค์การมหาชนไประดับภูมิภาคก่อนก็ได้ ภาคเหนือ ตั้งสัก ๑ โรง อีสาน ตะวันออก ตะวันตก ภาคใต้ หรือปริมณฑล เสร็จหลังจากนั้นก็ขยายไป เพื่อให้สถานศึกษานั้นที่มีคุณภาพกระจายไปอยู่ทุกภูมิภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งทุกวันนี้ผู้ที่ชุมนุมที่เราเห็นกันอยู่ก็อ้างว่าปัญหาเรื่อง ความเหลื่อมล้ำ จึงชักชวนกันออกมาเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลนั้นแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือรัฐบาลต้องมาแก้ไขปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา จึงอยากให้รัฐบาลได้รับข้อเสนอในการปรับเปลี่ยนเรื่องของโรงเรียน ตามภูมิภาคต่าง ๆ มาเป็นองค์การมหาชนเหมือนกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเรามี โมเดล (Model) อยู่แล้ว แล้วก็ขยายไปให้ทั่วประเทศเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา🔗

อีกนิดหนึ่งครับ สุดท้ายสั้น ๆ ว่าเมื่อก่อนก่อนเราจะกระจายอำนาจทาง การศึกษาให้กับท้องถิ่นดูแล เราไม่มีความเชื่อว่านักการเมืองท้องถิ่นจะสามารถบริหาร การศึกษาให้ดีได้ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าสถานศึกษาที่บริหารโดยองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น อย่างโรงเรียนเทศบาล ๑ เทศบาล ๒ เทศบาล ๓ อย่างของผมในเขต จังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านโป่ง โรงเรียนเทศบาล ๑ เทศบาล ๒ เทศบาล ๓ ที่บริหาร โดยเทศบาลเมืองบ้านโป่งกลับมีเด็กนักเรียนล้น เพราะอะไรครับ เพราะสามารถบริหารการศึกษา ได้ดีกว่าสถานศึกษาที่สังกัดของ สพฐ. ท่านไปดูโรงเรียนที่สังกัด สพฐ. วันนี้เด็กน้อยลง น้อยลงครับท่านประธาน เด็กน้อยลงทุกวัน บางโรงเรียนต้องยุบเพราะไม่มีเด็กเรียน แต่โรงเรียนที่เรากระจายอำนาจให้ท้องถิ่นไปดูแลวันนี้เด็กกลับเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น จนบางโรงเรียนต้องฝากกันแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะคุณภาพทางการศึกษา ฝากรัฐบาล ไปคิดว่าทำอย่างไรที่เราจะสามารถพัฒนาสถานศึกษาให้ดีได้ การกระจายอำนาจ ก็เป็นหัวใจหนึ่ง เป็นเครื่องไม้เครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาสถานศึกษา ให้ดีขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะของผมไปถึงทาง รัฐบาล ก็เป็น ๓ เรื่องด้วยกัน ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธนกร ไชยกุล ครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ต่อรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งรายงานระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ก่อนอื่นผมเอง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบคุณคณะกรรมการในการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๒ ด้าน ท่านประธานครับ ผมเองให้ความสำคัญเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง แล้วผมก็เชื่อว่าในสภาของพวกเราทั้งหมดให้ความสำคัญ กับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของพวกเรา ท่านประธานครับ ที่พวกเราได้อภิปรายกันมา ให้ข้อคิดความเห็นต่อการปฏิรูป ซึ่งดูเป็นคำที่ใหญ่มากและเป็นความคาดหวังของพี่น้อง ประชาชนในบ้านเราทั้งหมด ผมฟังมาวันนี้นะครับ ที่ทางท่านคณะกรรมการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ผมเองก็ต้องขอชื่นชมท่านที่ท่านได้ให้รายละเอียด ในการรายงานครั้งนี้ ประเด็นที่ผมมีความสนใจมากในเรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาสายอาชีวศึกษาที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเทียบเท่ากันกับมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นของพี่น้อง ประชาชนได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๘๐ ให้มี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ. การศึกษา แห่งชาติได้เกิดขึ้นปี ๒๕๔๒ แล้วขณะเดียวกันในกฎหมายฉบับนั้น พ.ร.บ. ฉบับนั้น ได้กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ ของการศึกษาไทยที่การอาชีวศึกษามี พ.ร.บ. ของตนเอง ที่ได้คลอดออกมาเมื่อปี ๒๕๕๑ จวบถึงวันนี้ ๑๒ ปี ผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนว่าการศึกษาของอาชีวศึกษานั้น เป็นการศึกษาที่ถือได้ว่าเป็นการศึกษาเฉพาะทางนะครับ ที่ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ไปเรียนเพื่อเป้าหมายในการประกอบอาชีพ เรียนแล้วจบแล้วไม่ว่าจะเป็นระดับ ปวช. ปวส. หรือระดับปริญญา เรียนแล้วจบแล้วทำงานได้ ทำงานเป็น สร้างรายได้ แม้กระทั่ง สร้างรายได้ในระหว่างเรียนซึ่งเราเรียกว่าระบบการศึกษาทวิภาคี ท่านประธานครับ ผมอ่านดูในรายงานหน้า ๒๒ ก็ค่อนข้างไม่ค่อยสบายใจนักที่เราไม่ได้พูดถึงการปฏิรูป การอาชีวศึกษาเลย ท่านครับ เราเคยได้ยินชื่อของวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยเกษตร วิทยาลัย ประมง วิทยาลัยการต่อเรือ วิทยาลัยบริหารธุรกิจ วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการ หรือวิทยาลัยลักษณะแบบนี้ซึ่งเป็นวิทยาลัยเฉพาะทาง ที่มุ่งเน้นในการสอนลูกสอนหลานเรา ผมเชื่อว่านักการศึกษาได้กล่าวเอาไว้หลายท่านว่า คนเรามีความสามารถที่แตกต่างกัน นั่นเป็นศักยภาพของแต่ละคน แต่ละคน ณ ปัจจุบัน อาชีวศึกษาของประเทศไทยของเรานั้น สถานศึกษาของรัฐบาล ๔๒๘ แห่ง สถานศึกษา ของเอกชน ๔๐๐ กว่าแห่ง รวมแล้วก็ประมาณสัก ๙๐๐ แห่ง ในขณะที่บ้านเราต้องดูแล พี่น้องประชาชนร่วม ๗๐ ล้านคน ดังนั้นในการปฏิรูปที่แท้จริงผมอยากจะฝากกราบเรียนว่า การที่เราปฏิรูปทั้งหมดทั้งมวลหลายท่านได้พูด ผมกราบขอบคุณท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านได้พูดบอกว่าที่เราพูดมาทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อการแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ท่านประธานครับ ถ้าแม้นว่าการปฏิรูปครั้งนี้เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริง ผมฝากวิงวอนไปถึงท่านประธานด้านการศึกษาได้ให้ความสำคัญของเรื่องการอาชีวศึกษานะครับ ท่านอย่ามองแค่มหาวิทยาลัยเท่านั้น แน่นอนนะครับ ผมเองชื่นชมที่ท่านจะออก พ.ร.บ. การศึกษาปฐมวัยที่ได้ประกาศไปแล้ว การศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ร.บ. ของอุดมศึกษา ก็ออกมาแล้ว ผมอยากจะให้เราได้มีการปฏิรูปของอาชีวศึกษา ดู พ.ร.บ. อาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ อะไรควรจะแก้ไขปรับปรุง เรื่องของครู เรื่องของเด็ก เรื่องของสถานประกอบการ เรื่องความร่วมมือ การเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา เราจะตอบโจทย์เหล่านี้ให้กับลูก กับหลานของเรา ท่านประธานครับ อาชีวศึกษานั้นถือว่าเป็นกำลังหลักในการพัฒนา บ้านของเรา ลูกหลานที่เข้ามาเรียนสายอาชีวศึกษาเขาจะมีเป้าหมายของเขาชัดเจน เลือกในการที่จะเรียนแต่ละสาขา ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ศิลปกรรม คหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือแม้กระทั่งสาขาอื่น ๆ สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องซ่อมอากาศยาน เรื่องหุ่นยนต์ เมคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ต่าง ๆ เขาจะมีเป้าหมาย แต่ละคน เพราะฉะนั้นลูกหลานที่เข้าไปเรียน ๓ ปี หลังจากที่จบ ม. ต้น ม. ๓ ไปเรียน ปวช. ๓ ปีก็จะทำได้ทำเป็น และเหนือสิ่งอื่นใดในการเรียนสายอาชีวะปัจจุบันนี้ลูกหลาน สามารถมีรายได้ระหว่างเรียน ผมได้ฟังท่านผู้มีเกียรติ ท่าน ส.ส. บางท่านที่ได้พูดถึง ระบบทวิภาคี ซึ่งเราต้องยอมรับว่าระบบทวิภาคีได้เป็นระบบของเยอรมนีที่เรามาดัดแปลง ใช้กับประเทศของเรา ผมอยากจะให้การปฏิรูปอาชีวศึกษาได้ดึงเอาศักยภาพของ สถานประกอบการมาร่วมไม้ร่วมมือกัน ตอนนี้อาชีวศึกษาได้ลงนามความร่วมมือกับหลาย ๆ ประเทศ ต่างประเทศ จัดการอาชีวศึกษาระหว่างไทย-เกาหลี ไทย-จีน ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-เยอรมนี ไทย-เดนมาร์ก อิสราเอล มีเยอะแยะนั่นคือศักยภาพ แต่ทำอย่างไร ในการปฏิรูปครั้งนี้จะได้เกิดประโยชน์ให้กับลูกกับหลานของเรา ผมฝากกราบเรียนท่านประธานทางด้านการศึกษาว่าในการเรียนสายอาชีวศึกษานอกจาก ครูซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เครื่องไม้เครื่องมือเป็นปัจจัยสำคัญ และเหนือสิ่งอื่นใดที่ผมอยาก จะกราบเรียนฝากรัฐบาลรวมทั้งการปฏิรูปจะต้องวางแผนในระยะยาวในการที่จะวางแผน ขยายโอกาสทางการศึกษาสายอาชีวศึกษาไปสู่ในระดับอำเภอให้มากขึ้น🔗

สุดท้ายผมฝากกราบเรียนว่าลูกหลานทั้งหมดทั้งมวลของชาวอาชีวศึกษา ภาคภูมิใจในการที่มาเรียนสายอาชีวศึกษา เขาดีใจที่เมื่อเรียนจบไปทำงาน เรียนจบแล้ว สร้างฐานะครอบครัวให้กับคุณพ่อคุณแม่ ปัญหาต่าง ๆ ของอาชีวศึกษาเดี๋ยวนี้น้อยมากนะครับ เพียงแต่ท่านผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเขา การอาชีวศึกษาก็จะสามารถที่ไปสู่การปฏิรูป อย่างแท้จริง กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก่อนที่คุณพิมพ์รพีจะอภิปรายนะครับ แจ้งล่วงหน้า ๔ ท่าน ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ท่านนิคม บุญวิเศษ แล้วก็ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญคุณพิมพ์รพีครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ ท่านประธานคะ เราพูดมานานมากเรื่องแผนปฏิรูปประเทศ ดิฉันก็จะขอ ทบทวนสักนิดหนึ่งผ่านท่านประธานเผื่อทางท่านผู้ชมทางบ้านจะได้ฟังว่าเราพูดทั้งหมด ๑๒ ด้านมีอะไรบ้างสั้น ๆ คือ ๑. เราจะปฏิรูปทางด้านการเมือง ๒. การบริหารราชการแผ่นดิน ๓. ด้านกฎหมาย ๔. กระบวนการยุติธรรม ๕. เศรษฐกิจ ๖. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ๗. สาธารณสุข ๘. สื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ๙. สังคม ๑๐. พลังงาน ๑๑. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และ ๑๒. ด้านการศึกษา🔗

ท่านประธานคะ สิ่งที่เราทำอยู่นี้อยู่ในแผน ๒๐ ปี ยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องทำ ซึ่งส่วนตัวดิฉันเองไม่ค่อยเชื่อความคิดนี้ เพราะว่าดิฉันเชื่อว่าในวันนี้ชัดเจนมากว่ายุคหลัง โควิด (COVID) นี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ยุคที่เรียกว่าชะงักงันดิสรัปชัน (Disruption) เข้าสู่สิ่งที่เรียกว่าบิ๊กดาต้า (Big Data) ข้อมูลล้นหลาม เข้าสู่ยุคที่เรียกว่า เอไอ (AI) ข้อมูลฉลาด ๆ คอมพิวเตอร์ฉลาดมากกว่ามนุษย์มากมายไปหมด ดิฉันไม่มั่นใจว่า สิ่งที่เราทำบนแผน ๒๐ ปีนี้ถึงแม้มีเจตนาดีต่อบ้านเมืองจะก่อให้เกิดผลดีในระยะยาว แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไหน ๆ ก็ทำแล้วเราก็ต้องตั้งใจทำให้มันดีขึ้น ๆ ไป และดิฉันขอเป็นกำลังใจ ให้กับคนทำงานทุกคนให้สำเร็จให้ได้ แต่ท่านประธานคะดิฉันมีเรื่องเรื่องหนึ่งที่คิดว่า เราอาจจะตกหล่นไปค่ะ ฝากถึงท่านวิษณุที่เคารพ คือว่าการปฏิรูปจะสำเร็จได้ต้องมี การปฏิรูประบบและโครงสร้างงบประมาณแผ่นดิน ในฐานะที่ดิฉันเป็นกรรมาธิการ งบประมาณปีที่ผ่านมา ดิฉันเห็นว่ามันมีปัญหามากมายไปหมด งบถูกแตกแยกเป็นชิ้น ๆ มองไม่เห็นระบบ ถูกเขียนจากส่วนต่าง ๆ ประกอบมาไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของยุทธศาสตร์ชาติ งบถ้าต้องถูกใช้ต้องถูกใช้ตามยุทธศาสตร์ชาติ เพราะงบปีนี้ มีอย่างจำกัด ต้องถูกจัดความสำคัญให้ได้ลำดับที่ถูกต้อง ดิฉันคิดว่าในกรรมาธิการ งบประมาณสิ่งนี้ยังมองไม่เห็นชัดนักค่ะ เพราะยังทำในสิ่งเดิม ๆ อยู่ ดิฉันมีความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณแผ่นดิน ๓ ล้านล้านบาท เรามีงบปีนี้มีพิเศษคืองบโควิด (COVID) ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปกติแล้วเราจะมีงบ ๓ ล้านล้านบาทนี้ เป็นงบของ ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียวงบกลาง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบลงทุน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และงบประจำ งบเงินเดือน งบข้าราชการ ๒ ล้านล้านบาท ดิฉันมองไม่เห็นว่าจะปฏิรูปได้ ตรงไหน จะปฏิรูปได้อย่างไร วัดผลตรงไหน ดิฉันมองไม่เห็น การเขียนแผนงบประมาณ ในสมุดขาวคาดแดงยังมองไม่เห็นรูปปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นเลย ท่านประธานที่เคารพคะ มองไม่เห็นจริง ๆ งบบูรณาการที่เกิดขึ้น บูรณาการเพิ่มขึ้นในเรื่องของบูรณาการ การท่องเที่ยว บูรณาการสังคมสูงวัย ก็เป็นแต่เพียงการเพิ่มงบต่าง ๆ เข้ามาในชื่อนั้น ไม่ได้สามารถแก้ไขปัญหาในทางโครงสร้างและการปฏิรูปได้เลยอย่างเห็นได้ชัด ดิฉันคิดว่า มันไม่ใช่ จึงฝากเรียนว่าเป็นความสำคัญมาก ๆ ที่ต้องใช้แล้วต้องทำให้ตรงตามวัตถุประสงค์ งบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัดต้องก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงส่งตรงลงถึงประชาชน ท่านประธานคะ การปฏิรูปแปลว่าการปรับปรุงให้เหมาะสม ปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วเรา จะปฏิรูปก็ต่อเมื่อเราอยู่กับสิ่งที่เรารักเท่านั้น สิ่งที่เขาไม่รักเขาไม่ปฏิรูปค่ะ เพราะฉะนั้น เพื่อชาติที่ดีขึ้นเราต้องตั้งใจทำให้มันดีขึ้นด้วย แต่ท่านประธานคะการปฏิรูปที่ดีนั้นจะต้องสร้าง ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม เปลี่ยนแปลงในแนวคิดของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่โครงสร้าง ยกตัวอย่างที่ท่านศาสตราจารย์กนก พูดให้ฟังคือ การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาคือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของนักเรียน การเปลี่ยนแปลงแนวคิดวิธีการเรียนรู้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรของ การเรียน หรือเปลี่ยนแปลงขนาด หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะของมหาวิทยาลัย ท่านประธานคะ สุดท้ายสั้น ๆ บ้านเมืองเราเดือดร้อนมากนะคะ ขอให้การปฏิรูปนี้ตั้งใจทำ ทำอย่างรวดเร็ว ทำอย่างแม่นยำ และทำให้ได้ขนาดมากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อประชาชนได้ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ วันนี้เราได้อภิปรายรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ในเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านคณะผู้มาชี้แจง ผมเองได้ดูแลแล้วก็เฝ้ามอง ในเรื่องของปฏิรูปในข้อ ๗ คือในด้านสาธารณสุขมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีการเข้าทุก ๓ เดือน ผมจะอภิปรายและดูถึงความคืบหน้าในการปฏิบัติงานแล้วก็ติดตาม วันนี้มีการเพิ่มมาก็คือ ปฏิรูปทั้งหมดมี ๑๐ ด้าน ที่รายงานมานั้นมีแค่ ๓ ด้าน ที่ได้รับความคืบหน้าคือด้านที่ ๔ ด้านที่ ๕ ด้านที่ ๘ ประเด็นด้านที่ ๔ คือเรื่องของปฐมภูมิ ด้านที่ ๕ คือเรื่องแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก และสุดท้ายคือด้านสุขภาพ อีก ๗ ประเด็นไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งที่ประเด็นที่ ๑๐ คือเรื่องหลักประกันสุขภาพนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ไม่เห็นเขียนเลยครับ กฎหมายที่ท่านทำบอกว่าจะมีการปฏิรูปนั้นมีทั้งหมด ๑๔ ฉบับ บัดนี้สำเร็จไปแค่ ๑ ฉบับ คือกฎหมายหลักประกันสุขภาพและแหล่งเงินสำหรับคนต่างชาติ ซึ่งถือว่าอีก ๑๓ ฉบับ ยังไม่ได้ทำหรือว่าทำแล้วแต่ยังไม่เห็นผลงาน ต้องฝากเรียนถามคณะด้วยว่าไปถึงไหนแล้ว ข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ ต้องเรียนว่าขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าเรื่องของการรักษา พยาบาลต่อไปเราสามารถเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ พี่น้องประชาชนสามารถเข้าได้ทุกที่ เรื่องนี้ พี่น้องประชาชนทุกคนเขาอยากเห็น เขาฝันว่าเมื่อไรจะเป็นจริงเสียที เพราะพี่น้องประชาชน ไม่มีโอกาสเข้าโรงพยาบาลที่ตามบัตรตลอดหรอกครับ บางครั้งเจ็บป่วยศักยภาพไม่ถึง ต้องมาขอใบส่งตัว นี่คือประเด็นที่หาไม่ได้ก็ต้องจ่ายเงินเอง เพราะฉะนั้นจะเรียนถามว่า ท่านเตรียมความพร้อมรองรับบุคลากรการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนทั้ง ๓ กองทุน เพื่อรองรับในการปฏิรูปในข้อที่ ๑๐ คือบริหารจัดการเรื่องประกันสุขภาพแล้วหรือยัง ในคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข โดยมีท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นประธาน มีท่านละออง ติยะไพรัช มีท่านคุณหมอโอชิษฐ์ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายท่านได้พิจารณา และมีความห่วงใยเรื่องนี้อย่างมาก ข้อที่ ๑ ก็คือถ้าเรายังไม่ได้เตรียมความพร้อมรองรับ ผมเป็นห่วงและกังวลอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนจะเสียเวลา เสียโอกาสในการไปเข้า โรงพยาบาลที่ยังไม่มีความพร้อม ผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังผ่านไปยังคณะผู้มาชี้แจงครับ🔗

อันดับที่ ๑ ก็คือถ้าไม่มีประวัติเชื่อมโยงของโรงพยาบาล ขณะนี้โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมีแอปพลิเคชัน (Application) ในการเชื่อมโยง ในการนัดหมาย ในการรักษา คนไข้ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขามี โรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นทางกรมการแพทย์ ผมเชื่อว่ากำลัง ดำเนินการอยู่ แต่โรงพยาบาลของสำนักงานปลัดที่อยู่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ไปถึงโรงพยาบาลชุมชนและ รพ.สต. ยังไม่มีแอปพลิเคชัน (Application) ในการเชื่อมโยง หรือระบบที่เป็นแอปพลิเคชัน (Application) กลางในการเชื่อมโยงบุคลากรว่า ท่านสามารถกดปั๊บชื่อคนนี้มีการรักษาที่ไหน มีโรคประจำตัวอย่างไร เคยทำอะไร มาแล้วบ้าง เชื่อมโยงตั้งแต่ไพรมารี (Primary) เทอร์เชียรี (Tertiary) และเซคันดารี (Secondary) และเทอร์เชียรี แคร์ (Tertiary Care) จนถึงมหาวิทยาลัย รวมพื้นฐาน หรือยัง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ท่านต้องรีบไปดูเลยว่าทำอย่างไรถ้าพี่น้องไม่สามารถ เชื่อมโยงได้ ไปถึงเขาไม่มีทางเลือก บางครั้งโรงพยาบาลเต็ม คุณหมอท่านจะเหนื่อยแล้ว ท่านจะตรวจคนไข้จาก ๕ นาที อาจจะต้องเหลือแค่ ๒ นาที ๓ นาที เพราะว่าคนไข้ ก็จะออกันไป เพราะไม่มีการนัดหมาย ประชาชนก็ไม่รู้อีกว่าโรงพยาบาลนี้ว่างเขาสามารถ เข้าไปได้ และคุณหมอเองก็ต้องมาถามประวัติตั้งแต่เริ่มจนจบ เพราะฉะนั้นการสำคัญ ก็คือการจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) เชื่อมโยงโรงพยาบาลทั้งหมดนี่คือข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ ท่านเตรียมบุคลากรหรือยัง แพทย์ที่อยู่ขณะนี้มีอยู่ ๒ ส่วนที่ผมจะ นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะปฏิรูปที่มีโอกาสจะมาช่วยได้ ๑. คือแพทย์ที่ท่านเพิ่ง เกษียณอายุราชการใหม่ ๆ ท่านพอจะทำงานได้ถ้าท่านอาสามาทำงาน ท่านสามารถชวน ดึงกันมาทำงานในส่วนของเชื่อมโยงในโรงพยาบาลเอกชนหรือในส่วนของโรงพยาบาลรัฐบาล ในช่วงของเวลาที่นอกเวลาเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้มีการรักษาเชื่อมโยงได้🔗

ข้อที่ ๒ ยุคนี้บริหารจัดการที่โรงพยาบาล เราบริหารจัดการแบบ คอนเวนชันนัล (Conventional) แต่ขณะนี้เป็นดิจิทัล (Digital) เราต้องการบริการ แบบทันสมัยสมัยใหม่ นักบริหารมืออาชีพต้องเข้าไปนะครับ แพทย์บางท่านต้องรับภาระ ทั้งการตรวจแล้วก็ไปนั่งรองแพทย์ เพราะฉะนั้นบุคลากรตรงนี้มีจำนวนหลายร้อยคน ที่อยู่ตามโรงพยาบาลต้องเสียสละหลายอย่าง ถ้าท่านมีนักบริหารมืออาชีพเข้าไป🔗

ข้อที่ ๕ ท่านพูดถึงเรื่องแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้งบประมาณ นิดเดียวเขามาชี้แจง แต่ที่สำคัญคือลูกหลานที่จบ ท่านประธานครับ ไม่ได้บรรจุ ถ้ามี เข้าบัญชีจบในส่วนของสาธารณสุขก็จะได้บรรจุ แต่ก็คิวยาวมาก คนที่จบทางมหาวิทยาลัย อื่น ๆ ที่จบไม่ได้บรรจุ ไม่ได้ขึ้นชื่อ แล้วก็ไปเป็นลูกจ้างรายเดือน ตอนนี้ให้เป็นรายคาบแล้ว ยิ่งยุคโควิด (COVID) นี่เป็นรายคาบ น่าเป็นห่วงท่านต้องเยียวยาบุคลากรที่เป็นลูกหลานเรา ไม่เฉพาะแพทย์แผนไทย ผมว่าทุกภาคส่วนที่เป็นบุคลากรสาธารณสุข ท่านต้องดูแลเขา เป็นลำดับต้น ๆ เพราะนั่นคือชีวิต อย่าลืมนะครับความรู้น้อย จน เจ็บ ยากจน วงจรนี้ ต้องตัดวงจรที่ไม่ดี ถ้าเขาจน เขาเจ็บ เขามีความรู้น้อย เขาก็วนอยู่อย่างนี้ ท่านแก้ไขเขา หรือยัง กองทุน ๓ กองทุน กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติขณะนี้ปี ๒๕๖๓ ได้รับเงิน เหมาจ่ายรายหัว ๓,๖๐๐ บาท ปี ๒๕๖๔ เพิ่มอีก ๒๕๓ บาท เพิ่มไปตรงนี้ท่านบริหารจัดการ ท่านบอกจะเพิ่มอีกประมาณ ๖ โรคต่าง ๆ นี่ ท่านทำได้ถึงไหน อย่างไร ผมพูดตลอด เรื่องการจัดการในเรื่องของเงิน ในเรื่องของการป้องกัน ป้องกันคือรักษานี่เม็ดเงินลงไป ไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสากลจริง ๆ ต้องให้เยอะกว่านี้ เพราะการป้องกันจะประหยัดเงิน ในการรักษามากมาย การที่พี่น้องประชาชนไม่ต้องไปโรงพยาบาลเพราะเจ็บป่วยเหมารถ ไปทั้งคันนี่ การป้องกันดีที่สุด ทำไปถึงไหนแล้ว นี่คือเรื่องที่อยากจะบอกพี่น้องประชาชนว่า เขารออยู่ว่าถ้าเรามีการเตรียมความพร้อมในการรองรับในเรื่องที่ผมได้กล่าวถึงนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการจ่ายเงิน การเชื่อมโยง ๓ กองทุนนี่กำจัด ความเหลื่อมล้ำไปได้มากน้อยแค่ไหน ๓ กองทุนนี้ มาถึงเขาคีย์ (Key) ข้อมูลสามารถเช็ก (Check) ได้เลยว่ามีประกันแบบไหน ๆ แต่ก็มีอีกประกันหนึ่งซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณ คือประกันเรื่องของประกันภัยของสุขภาพกับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แต่พี่น้องประชาชน เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าถ้าเขามีเขาต้องมาแจ้ง เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงข้อมูลตรงนี้ ท่านไม่สามารถกดได้เพราะยังไม่มีระเบียบข้อมูล ถ้าจะต้องแก้กฎหมาย แก้ระเบียบปฏิบัติ ให้สามารถโชว์ได้ถึงทั้ง ๔ กองทุน แล้วก็มีประกันภัย ให้ใช้เงินที่เขาลงเรื่องประกันภัยก่อน โดยเฉพาะเรื่องนักเรียน นักเรียนกลุ่มใหญ่เลยปรากฏว่าไม่ได้ใช้เงินที่ประกันภัย เอาเงิน เก็บไปเป็นรายปีก็มาใช้ ๓๐ บาท แทนที่พวกเราจะได้เซฟ (Save) เงินให้กับหน่วยงาน อื่น ๆ กลับต้องมาเสียไปกับทางด้านประกันภัย ซึ่งต้องฝากพี่น้องว่าตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของอีเมอร์เจนซี (Emergency) ท่านได้ดูหรือยังว่า อีเมอร์เจนซี (Emergency) ขณะนี้มีเรื่องเดือดร้อน มีรถของหน่วยเอกชนต่าง ๆ เข้าไปช่วย เป็นการดูแล แต่การดูแลตรงนี้ท่านเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องความรู้อุปกรณ์ให้ทันสมัย ให้ทันเหตุการณ์มากน้อย อย่างไร ถ้าเสริมให้เขาได้รวดเร็วเท่ากับเซฟ (Safe) ชีวิตคนไทย ไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วย หรือพิการ หรืออุบัติเหตุก็จะลดน้อยลง การสูญเสียโอกาสตาย เสียชีวิตก็ลดน้อยลง นั่นคือความผาสุกของพี่น้องคนไทยที่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงนำเรียนว่าวันนี้การปฏิรูปทั้งหมดนี่ ๖ ครั้งแล้วครับ ผมติดตามดูทุกครั้ง แล้วก็พยายาม จะดูว่ามีความคืบหน้าอย่างไร ความคืบหน้าแทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย หรือว่า มีก็แค่ ๓ ใน ๑๐ กฎหมายก็ช้า ดังนั้นครั้งหน้าอีก ๓ เดือนจะมีความคืบหน้าอย่างไร ท่านช่วยตอบว่ามีความเตรียมพร้อมในเรื่องต่าง ๆ ที่ผมได้อภิปรายไปหรือยัง ซึ่งนับว่า จะเป็นคุณูประโยชน์ คุณูปการให้กับพี่น้องประชาชน ยิ่งยุคนี้ยุคโควิด (COVID) ไปโรงพยาบาลก็ยาก แล้วต้องไปออกัน เหมารถไปทั้งวัน ไม่ได้ตรวจ หรือตรวจแน่น แต่ท่านมีแอปพลิเคชัน (Application) เชื่อมโยงนี่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะฉะนั้น วันนี้จะเป็นความโชคดีหรือว่าความภูมิใจที่พวกเราได้ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน คนยากจน โดยเฉพาะกองทุน ๔๗ ล้านคน ๓๐ บาทนี่ รวมทั้งหมด ๖๐ กว่าล้านคนให้มี การแก้ไขปัญหานะครับ การปฏิรูปเรื่องสาธารณสุขอยากเห็นความคืบหน้าให้มากกว่านี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ก็จะขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศไทย ก็คงจะพูดถึงในเรื่องของรายงานตรงนี้เกี่ยวกับเรื่องการที่ปฏิรูปภาพรวมโยงกับ การใช้งบประมาณแผ่นดินในปีที่ผ่านมานะครับ ซึ่งในช่วง ๓ เดือนตรงนี้เราได้ผ่านงบประมาณ ในสภาช่วงแรกก็คือ ๓.๒ ล้าน แล้วก็มาผ่านเรื่องของการกู้อีกประมาณ ๑.๑ แล้วก็ผ่าน เรื่องโอนงบประมาณอีกประมาณ ๘๐,๐๐๐ นะครับ ก็คงจะผ่านให้ทางฝ่ายบริหาร บริหารงบประมาณ ๔.๓๘ ล้านล้านบาท ซึ่งตรงนี้เองก็คงจะอยู่ในเรื่องของคณะปฏิรูป ที่จะต้องมีแผนในการที่จะทำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ซึ่งในแต่ละครั้งที่รายงาน ก็คงจะดูว่าเป็นเพียงโครงการหรือกิจกรรมเก่าที่ต่อเนื่อง แล้วมารายงานในแต่ละด้านของ ยุทธศาสตร์ประเทศ ใน ๖ ด้านตรงนั้นกับปฏิรูปอีก ๑๒ ด้าน ซึ่งผมคิดว่าจะตอบกับ พี่น้องประชาชนอย่างไรว่าคืบหน้าไปแค่ไหน โดยตัวแทนในสภาก็คงจะถามแทนนะครับ ก็คงจะเป็นประเด็นที่อยากจะพูดต่อไปในช่วงนี้ว่าโครงการกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีไว้อยู่ใน แผนปฏิรูปหรือในยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เรามีหน่วยงานที่รับงบประมาณไปบริหาร ทั้งหมดที่เป็นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นของส่วนราชการ ของส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น มีรัฐวิสาหกิจ มีกองทุนหมุนเวียน มีงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องแผนบูรณาการต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งในส่วนพวกนี้ผมคิดว่าบางกิจกรรม บางโครงการมีภารกิจซ้ำซ้อนกันในแต่ละส่วนราชการนั้น หรือในส่วนที่ท้องถิ่นจัดตั้งมีงบประมาณที่ตั้งไว้ซ้อนกัน มีบุคลากรที่เป็นผู้ปฏิบัติและเป็น ผู้บริหารซ้ำซ้อนกันนะครับ โดยที่มีกฎหมายหรือกติกาที่กำหนดให้แต่ละส่วนราชการใช้ในขอบเขตของส่วนราชการนั้น ๆ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าได้ผ่านงบประมาณที่เขาไปจัดตั้งและบริหาร อยู่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจะเป็นรายจ่ายประจำประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จะเป็นงบพัฒนาและงบลงทุน ซึ่งก็จะมีงบที่ถูกฝากจากส่วนราชการในเรื่องของ คุณภาพชีวิตและอื่น ๆ อีก ก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนด้วยกัน ทำให้ท้องถิ่น ก็ไม่สามารถที่จะมีงบลงทุนเป็นของตัวเองได้ครบถ้วนตามจำนวนนะครับ ซึ่งในส่วนตรงนี้เอง ผมคิดว่าในความสัมพันธ์ที่จะทำให้เกิดการใช้งบประมาณที่เกิดประโยชน์และลด ความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเกิดคุณภาพที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศและประชาชนจำนวนมาก ผมคิดว่าความสัมพันธ์ในด้านอำนาจหน้าที่ที่จะปฏิรูป ต่อไปในข้างหน้านี้ผมคิดว่าเราเองยังไม่ได้ทำเรื่องนี้ เพราะว่าเรายังมีส่วนราชการที่เป็น เจ้าของอำนาจหน้าที่ของตัวเองต่างคนต่างแบ่งกันอยู่ ความสัมพันธ์ในการมอบอำนาจ ที่จะให้ไปก็ไม่ชัดเจน การบริหารบุคคลซึ่งมีความซ้ำซ้อนในภารกิจเรื่องเดียวกันไม่ได้สามารถ ที่จะลดจำนวนค่าใช้จ่ายในภารกิจในเรื่องเดียวกันนั้นได้ ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ยังเป็นส่วนราชการ แม้แต่ในส่วนของท้องถิ่นเองซึ่งเป็นภารกิจที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ที่ทำกันในระหว่างท้องถิ่นเองก็ยังมีกฎหมายคั่นไว้ให้ทำได้เฉพาะในเขตพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เองไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้มีการรายงานในเรื่องของ การใช้งบประมาณเพื่อไปใช้ในการปฏิรูปให้ชัดเจน เพราะว่าระบบต่าง ๆ ฐานข้อมูลที่มีอยู่ ผมคิดว่าทุกส่วนราชการมีแล้ว แล้วเรามีกระทรวงดิจิทัล มีหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่อง เทคโนโลยีที่สามารถจะทำข้อมูลทั้งหมดเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงในการตรวจสอบ ได้ว่างบประมาณไปถึงพี่น้องในแต่ละพื้นที่เกี่ยวกับโครงการที่รัฐบาลกำหนดตามแผน ยุทธศาสตร์ชาติก้าวหน้าไปแค่ไหน ตรงนี้ผมคิดว่าไม่ได้พูดถึงและไม่ได้ทำ เพียงแต่ เขียนไว้ว่าเป็นเรื่องที่ทำในระยะยาว ๒๐ ปี แก้หรือประกอบกิจกรรมโครงการเพียงไม่กี่อัน ถ้าไม่ทันก็มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ผมคิดว่าการเพิ่มบทบาทที่จะให้ประชาชนเข้าถึง ในการบริหารงานของประเทศจะต้องมีการปฏิรูประบบราชการจริง ๆ ไม่ใช่ให้ส่วนราชการ มารายงานเกี่ยวกับเรื่องของการทำโครงการว่าจะพัฒนาให้เกิดประโยชน์เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งผมคิดว่าในส่วนนี้เองควรจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างเช่นคณะกรรมการบริหาร งบประมาณระดับพื้นที่ ซึ่งสำนักงบประมาณเองมีแค่เขตแล้วไม่ได้รู้ไปถึงจังหวัด การที่จะ รายงานให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าจังหวัดเขาหรือพื้นที่เขาได้รับงบประมาณ ของรัฐบาลที่มีอยู่ทั้งหมดไปสู่พื้นที่เขาเป็นรายหัวเท่าไร เพราะว่าในพื้นที่ที่กระจายอำนาจ ไปสู่พี่น้องประชาชนควรจะได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณของแผ่นดิน ที่จะไปสู่เขาได้มากขึ้นกว่านี้ มิใช่อยู่แค่เมืองใหญ่เท่านั้น ก็อยากจะฝากคณะกรรมการปฏิรูป ช่วยดูเรื่องนี้ในการทำแผนครั้งหน้าเพื่อที่จะมารายงาน แล้วพี่น้องประชาชนก็กำลังติดตามดู และน่าจะตรวจสอบได้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายรายงานความไม่คืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ทำไมผมถึงบอกว่า ความไม่คืบหน้าที่ผ่านมามีการรายงานตลอดระยะเวลา ๓ เดือนทุกครั้งผมยังไม่เห็นมี ความคืบหน้าใด ๆ เลย ท่านให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะเป็นเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมาเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาครับ โดยที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ท่านประธานครับ คำว่า ปฏิรูปประเทศ ฟังแล้วมันยิ่งใหญ่ มันเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน ในสมัยหนึ่ง เรามีความขัดแย้งกัน จึงมีคนเสนอว่าจะต้องปฏิรูปประเทศ เราฟังแล้วรู้สึกดีใจว่า มันเป็นไปได้หรือ คำว่า ปฏิรูปประเทศ คือมันต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมถูกไหมครับ ฉะนั้นคนที่ อาสามาปฏิรูปประเทศจะต้องมีความรู้ความสามารถมากกว่าคนเก่า ต้องเป็นคนที่เก่งมาก ๆ แล้วถามว่าเป็นอย่างไรครับ ๖ ปีที่ผ่านมานี่ปฏิรูปประเทศมันถอยไป มันถอยหลังกลับคืน มันแย่กว่าเดิมครับท่านประธาน หรือท่านใดคิดว่ามันดีขึ้น เราต้องยอมรับจริง ๆ ว่า การปฏิรูปประเทศเราต้องทำระบบใหญ่ ไม่ใช่ให้คณะกรรมการแค่ชุดเดียวมาทำกัน เจ้าภาพ ก็ต้องรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ กระทรวง ทบวง กรมเป็นเจ้าภาพ ไม่มีใครสามารถทำเองได้หรอกครับ คณะกรรมการจะมีกี่คนผมไม่เชื่อ ท่านมีความรู้ ความสามารถมากกว่าคนเก่าหรือคนอื่นหรือครับ เราเหมือนกำลังหลอกกันเองหรือเปล่า เสียเวลายืดเวลามา ๕-๖ ปี ไม่มีความคืบหน้าเลยครับ เสียงบประมาณเปล่า ๆ เรามี กระทรวง ทบวง กรมอยู่แล้ว ผมเคยอภิปรายในสภานี้ว่าไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรครับ🔗

กระทรวงกลาโหมก็ปฏิรูปกระทรวงกลาโหมไปชัด ๆ ไปเลยว่าจะทำอะไร ให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ถูกไหมครับ ลดขนาดกองทัพลงมา ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ลดค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ลดการเกณฑ์ทหาร ต้องเป็นทหารมืออาชีพ ต้องมีการสมัครทหารมืออาชีพเข้ามา กระทรวงกลาโหมจึงพัฒนาตัวเองได้ นี่คือการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม🔗

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ครับ ทำนา ทำเกษตร แบบเดิม ๆ ประชาชนยากจน ๆ ภัยแล้งมา ไม่มีน้ำ น้ำมาก็ท่วม เราจะปฏิรูปอย่างไร ให้ประชาชนอยู่ได้ ให้มีน้ำทำการเกษตร คลองชลประทานทั่วถึง การทำเกษตร แบบสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ปลูกพืชในพื้นที่น้อยแต่ได้กำไรมาก ได้ผลผลิตมาก ใช้วิธีการวิจัย วิเคราะห์ ตรวจสอบ ปรับปรุงฟื้นฟูดิน มีวิธีการนี้ไหมครับ นี่คือการปฏิรูป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ประชาชนหายยากจน ฟังแล้วมันง่ายไหมครับ🔗

กระทรวงยุติธรรมเช่นกัน ประชาชนทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่มีความสามัคคีกัน เขาก็มองว่ากระบวนการยุติธรรมมันไม่ยุติธรรม ทำอย่างไรให้มันยุติธรรมมากขึ้น ให้ประชาชน มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ท่านต้องทำไปในแนวนี้ครับ ตราบใดที่ประชาชนยังไม่มั่นใจ กระบวนการยุติธรรม คนเราก็ต้องทะเลาะกันครับท่านประธาน นี่เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ เรื่องเล่น ๆ นะครับ ฉะนั้นการปฏิรูปต้องมองกระทรวง ทบวง กรม ที่มันมีอยู่แล้วให้มันดีขึ้น🔗

กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมาก ทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ ล้วนแล้วแต่ผ่านการศึกษามาทั้งนั้น การศึกษาปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา การศึกษาสมัยก่อนเราอย่าไปดูถูกนะครับ สมัยก่อนเราสร้างคนให้เป็นคนดีครับ เน้นการอบรมสั่งสอนจริยธรรม ศีลธรรมต่าง ๆ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนเป็นคนดีก่อน วิชา ความรู้มันหาได้ทีหลังครับท่านประธาน มันไม่ยากหรอกครับ แล้วจะต้องมีสถานศึกษา ที่ประชาชนสามารถเข้าการศึกษาอย่างไม่เหลื่อมล้ำ ไม่แพงจนเกินควร พี่น้องประชาชน ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ บางคนฐานะทางบ้านมันไม่มีดีครับ แต่สมองมันเก่งมันดี แต่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อครับ จึงทำให้บุคลากรเหล่านี้เสียโอกาส ประเทศไทย เสียโอกาสครับ เนื่องจากว่าการศึกษาของไทยมันเหลื่อมล้ำครับท่านประธาน คนมีเงิน พ่อแม่รวยส่งลูกเรียนหนังสือได้ แต่คนยากจนครับ จบ ม. ๖ ครับ ไปทำไร่ไถนา มาขับแท็กซี่ ประกอบธุรกิจช่วยพ่อแม่อยู่ทางบ้าน สุดท้ายไม่มีเงินเรียนต่อ เป็นอย่างไรครับ การศึกษา ไทยมันถึงด้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ก็คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ต้องลงทุนในการศึกษา มากจนเกินจริง ฉะนั้นเราต้องปฏิรูปการศึกษาให้มีความเท่าเทียมกัน🔗

กระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธาน เป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมาก บ้านเราโชคดีที่เป็นเมืองร้อนแล้วเรามีระบบสาธารณสุขที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ สาธารณสุข ของเมืองไทยเราต้องมองไปถึงว่าเราจะต้องสามารถวิเคราะห์ วิจัยยาขึ้นมาได้เอง ถามว่า มีใครเคยคิดบ้างที่จะผลิตยาเอง มีแต่นำเข้า ๆ ยาจากต่างประเทศ เครื่องมือแพทย์จาก ต่างประเทศทั้ง ๆ ที่คนไทยมีศักยภาพในการทำแต่เราไม่คิด ไม่ทำ เราต้องปฏิรูปความคิด ของพวกเราก่อนว่าเราสามารถทำได้ แพทย์เรามีความสามารถเก่งมากอันดับ ๑ ของโลก แต่เราต้องกล้าคิด ต้องปฏิรูปความคิด ต่อไปนี้เราจะต้องทำ ผลิตอะไรครับ อุปกรณ์ การแพทย์เอง เราต้องทำยาเอง สมุนไพรเรามีเราต้องวิจัยเองเพื่อนำส่งออกต่างประเทศ แล้วนำเงินเข้าในประเทศครับท่านประธาน ไม่เช่นนั้นมันไม่เรียกว่าการปฏิรูป การปฏิรูปคือ การเปลี่ยนแปลง คิดใหม่ทำใหม่ ท่านต้องกล้าทำนะครับ อย่าทำเดิม ๆ อย่าทำเหมือนเดิม อย่าช้า ไม่ได้ การช้าคือไม่ใช่การปฏิรูป ปฏิรูปคือต้องเปลี่ยนแปลงทันทีทันใดและต้อง กล้าคิดด้วย🔗

เรื่องสื่อเช่นกันครับ การปฏิรูปสื่อไม่ใช่การปิดสื่อ ปฏิรูปสื่อคือสื่อเขามี จรรยาบรรณอยู่แล้ว สื่อต้องเสนอข่าวสารให้ตรงถูกไหมครับ เที่ยงธรรม หลากหลาย มีจรรยาบรรณในการเสนอความจริง กล้าเสนอข่าว ไม่ใช่ตกอยู่ในอำนาจของนายทุน คนใดคนหนึ่ง นี่คือการเสนอสื่อ การปฏิรูปสื่อ แต่อย่าไปปิดสื่อครับ สื่อเขามีสิทธิเสรีภาพ ในการเสนอข่าวสารเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน พี่น้องประชาชน เขามีความรู้วิเคราะห์ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ฉะนั้นสื่อก็ต้องมีการปฏิรูปเช่นกันครับ ฉะนั้น การปิดสื่ออย่าไปเลือกปิดสื่อบางประเภท ถ้าปิดต้องปิดทั้งหมด แต่ถ้าไม่ปิดก็คือไม่ต้องปิดครับ เราต้องมีการปฏิรูปทุกอย่าง สื่อก็มีความสำคัญในการที่จะชักจูงความคิดของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นทุกคนต้องปฏิรูป และที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือพวกเราต้องปฏิรูปตัวเอง นักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านต้องช่วยกัน ต้องปฏิรูป ความคิดเราก่อนว่าเราจะทำอย่างไร ปฏิรูปอย่างไร เราจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตถูกไหมครับ เราต้องมีความรับผิดชอบ เราต้องมีวินัย เราต้องทำงานตรงไปตรงมา ประโยชน์เพื่อ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ถ้าเราทำอย่างนี้ผมเชื่อว่าการปฏิรูปเกิดขึ้นแน่นอน ที่ท่านทำขึ้นมามีหลายด้าน ด้านกฎหมาย ด้านยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ผมอ่านแล้วมันไม่มี ความคืบหน้าครับ ท่านต้องปฏิรูปแต่ละกระทรวง ทบวง กรมเลยมันจะชัดเจน ง่ายด้วย ถูกไหมครับ แล้วก็ให้กระทรวง ทบวง กรมเขาเขียนขึ้นมาว่าเขาควรจะปฏิรูปอย่างไร เขามีปัญหาด้านใดเขาจะรู้ดีกว่าพวกท่านอีก พวกเราไม่มีความรู้เท่ากับคนที่เขาปฏิบัติงาน หรอกครับ ให้แต่ละกระทรวงเขียนขึ้นมาว่าควรจะทำอย่างไรให้มันดีขึ้น มีปัญหาด้านใด จะแก้ไขอย่างไร มันจะง่ายกว่าครับ ถ้าท่านมานั่งทำอย่างนี้ผมบอกได้เลยว่ายากและยังไม่มี เป้าหมายเลยว่าจะปฏิรูปกี่ปี ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะปฏิรูป ๒๐ ปีหรือเปล่า เห็นไหมครับ แผนพัฒนา ๒๐ ปี ท่านต้องมีเวลาในการปฏิรูปว่าต้องปฏิรูปให้เสร็จภายใน ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ใช้งบประมาณเท่าไร ไม่เช่นนั้นมันก็ไปเรื่อย ๆ สิครับท่านประธาน ๓ เดือนมาทีหนึ่ง ๓ เดือนมาทีหนึ่งแล้วก็อภิปรายกันสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉะนั้นอยากให้ตั้งเป้าหมายว่า ท่านจะปฏิรูปกี่ปี ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปีพูดให้ชัดครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณทางสำนักงานที่ได้พยายามที่จะนำเสนอรายงานความคืบหน้า ซึ่งก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ว่าเมื่อผมดูรายงานฉบับนี้แล้ว ก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์ในปัญหาที่เราประสบอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ เศรษฐกิจซึ่งเป็น แผนการปฏิรูปประเทศด้านที่ ๕ ที่มีปรากฏอยู่ ท่านได้พูดถึงเรื่องของเป้าหมายแข่งขัน ได้กระจายประโยชน์สู่ประชาชน และเติบโตยั่งยืน อันนี้คงไม่มีใครโต้แย้งนะครับ แต่ในเรื่องของ สถานการณ์ ท่านพูดถึงเรื่องของปริมาณและคุณภาพ เรื่องบทบาทของรัฐและปัญหา กฎหมาย อันนี้ก็เป็นเรื่องของปัญหานะครับ แต่ผมคิดว่าสถานการณ์ในปัจจุบันโดยเฉพาะ ในปีนี้เป็นสถานการณ์ที่ทางด้านเศรษฐกิจมีความสำคัญแล้วก็มีความเปลี่ยนแปลง ที่รุนแรงมาก มีภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก มีปัญหาที่มาจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ทำให้ประเทศไทยก็ต้องเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ถึงแม้ว่าตัวเลขจะมีการปรับให้ ดีขึ้นหน่อยหนึ่ง แต่ก็ยังติดลบ ล่าสุดเห็นทางการก็ประกาศไว้ว่าจะติดลบถึง ๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการชะลอตัวที่หนักหน่วงมาก เหตุการณ์อย่างนี้ก็ชอบที่รัฐบาลจะต้องมี การนำเสนอแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจว่าจะให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาแห่งนี้ก็ได้อนุมัติเงินตามพระราชกำหนดการกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีงบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ให้ไปดำเนินการในเรื่องของการฟื้นฟู เราคงอยากจะเห็นว่า ท่านได้เอาเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาช่วยในเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจในครั้งนี้อย่างไร ในการให้เศรษฐกิจได้มีการฟื้นตัว ถ้าเกิดโรคโควิด (COVID) มันจางหายไป หรือว่า เราสามารถควบคุมได้ เศรษฐกิจไทยก็จะมีการปรับตัว ปรับโครงสร้างให้เราสามารถแข่งขัน ให้เราสามารถที่จะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปตามเป้าหมายที่เราต้องการ ที่ผ่านมา หลายปีมานี้เศรษฐกิจไทยก็ถูกตีตราว่าเราเป็นคนป่วยของอาเซียน (ASEAN) เพราะว่า เศรษฐกิจไทยโตช้าที่สุด แถมเมื่อเจอวิกฤติโควิด (COVID) เราก็มีการถดถอยที่มากที่สุด ในอาเซียน (ASEAN) ผมก็อยากจะเห็นท่านใช้โอกาสนี้ในการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า เราจะต้องมีการเสนอแผนปฏิรูปเศรษฐกิจให้สภา ให้ประชาชนได้เห็นทุก ๆ ไตรมาส ท่านน่าจะต้องมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ว่าน่าเสียดาย ที่ในรายงานฉบับนี้ท่านไม่ได้กล่าวถึงในเรื่องนี้เลย ขณะเดียวกันท่านได้พยายามที่จะนำเสนอ เนื้อหาของความคืบหน้าว่าในไตรมาสที่ผ่านไปก็คือไตรมาสเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปีนี้ ได้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนนี้อย่างไรบ้าง ก็มี ๓ ประการที่ท่านได้ นำเสนอ🔗

ประการที่ ๑ เป็นเรื่องของการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งผมถือว่าอันนี้ ไม่ใช่การปฏิรูป อันนี้เป็นการทำงานปกติของหน่วยงานราชการ แล้วกว่าจะมีผลออกมา ก็เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศเท่านั้น แต่การปฏิรูปมันหมายถึงการผ่าตัดองค์กรภายใน ในระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาครัฐว่าเราจะผ่าตัดภาครัฐภายใน อย่างไรเพื่อเราจะได้เติบโตต่อไปอย่างแข็งแรงได้ ยิ่งในปัจจุบันเราเจอแรงกดดันทางการค้า ในเรื่องของประเทศมหาอำนาจได้ยกเลิกจีเอสพี (GSP) ประเทศไทยไปบางส่วน แล้วก็เชื่อว่า ในอนาคตเขาจะต้องมีการกดดันเรามากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะมีวิธีการไหนที่จะปฏิรูป เศรษฐกิจให้ภาคเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จีเอสพี (GSP) สามารถที่จะฟื้นตัว สามารถที่จะ แข่งขันได้ มีอะไรที่เราจะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาครัฐ ผมอยากเห็นสิ่งนี้ได้มี ปรากฏขึ้นนะครับ🔗

ประการที่ ๒ ท่านพูดถึงความคืบหน้าของเรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) ว่า มีการตกลงกันในระหว่างหน่วยราชการของรัฐว่าจะมีการตั้งเกณฑ์ไว้ว่าจะมีการให้ เอสเอ็มอี (SMEs) สามารถมาประมูลงานได้อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ อันนี้ก็เป็นความพยายาม ที่ดีครับ แต่ผมคิดว่าอันนี้ก็ยังไม่ใช่การปฏิรูป เป็นความดำริที่ท่านอาจจะมี แต่ถ้าปฏิรูปจริง ต้องมีแอ็กชัน (Action) เกิดขึ้นนะครับ🔗

แล้วประการสุดท้าย ท่านก็พูดถึงเรื่องของประกันสังคม แล้วก็บอกว่า มีมาตรา ๔๐ ซึ่งไตรมาส ๓ เขาก็รายงานว่ามีผู้ประกันตนสะสมมากขึ้นเป็น ๓.๓ ล้านคน จริง ๆ ท่านน่าจะทราบว่าคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมทุกวันนี้มีประมาณ ๑๕ ล้านคน แต่คนที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมนี่มีถึงกว่า ๒๐ ล้านคน พูดง่าย ๆ คือแรงงานส่วนใหญ่ นี่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เพราะฉะนั้นบ้านเรานี่ที่ผ่านมาก็เลยพยายามที่จะหา วิธีการที่จะให้คนที่ไม่อยู่ในระบบเข้ามาโดยสมัครใจ ๓.๓ ล้านคนที่ท่านได้มาในอัตราแบบนี้ ต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าที่จะครบ ๒๐ ล้านคน แล้วก็ไม่เชื่อว่าจะได้นะครับ ผมคิดว่า สิ่งนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของการปฏิรูป เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ท่านตั้งโจทย์ให้ดี ๆ ครับ ในการรายงานครั้งหน้า ผมไม่อยากที่จะต้องมาว่ากล่าวในลักษณะนี้อีกนะครับ เพราะว่า ผมก็เคารพท่านในการที่จะต้องทำการบ้านมาให้ประชาชนและสภาได้เห็นนะครับ แต่ว่า ก็อยากจะขอท้วงติงไว้เพื่อจะได้นำไปสู่การปรับปรุงนะครับ🔗

ในส่วนของประกันสังคมนี่นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตเรียนนำเสนอครับว่า ขณะนี้ทางทีมงานของคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ก็พยายามที่จะมีการศึกษาเรื่องนี้มีการนำเสนอที่จะมีการปฏิรูประบบประกันสังคม โดยการแยกในส่วนที่เป็นการเงินเพื่อชราภาพนี่ออกมานะครับ เรื่องของแก่ก็คือชราภาพนี่ เรามีการบรรจุไว้ในประกันสังคมปะปนกับเรื่องอื่น เช่น เรื่องของการเกิด การป่วย หรือการพิการ รวมไปถึงการเสียชีวิต แล้วก็เรื่องของการว่างงานนะครับ ทางเราก็คิดว่า ระบบที่มีอยู่ปัจจุบันของประกันสังคมนี่มีการออกแบบมากว่า ๓๐ ปี โดยลอกแบบของ สวีเดนมาในสมัยโน้น ซึ่งปัจจุบันสวีเดนเขาก็เปลี่ยนไปแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัญหาของชราภาพนี่นะครับ เรามีปัญหาเรื่องที่คนไทยทุกคนมีอายุยืนมากขึ้น แต่ไม่มีเงิน ใช้ในยามชรา ก็ได้มีการนำเสนอกฎหมายหลายช่องทางด้วยกันนะครับ ประชาชนเองก็มี การนำเสนอกฎหมายเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะให้มีบำนาญให้กับประชาชน ทางกระผมเองก็ได้ ร่วมกับทีมงานในพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ก็มีการนำเสนอเรื่องนี้แล้วก็จะมีการนำเสนอเป็นกฎหมาย มาเพื่อจะให้สภาได้เห็น เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นภาครัฐได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยว่าท่านควร จะต้องมีการปฏิรูประบบประกันสังคมอย่างไร โดยแยกส่วนที่เป็นชราภาพออกจากส่วนที่ เป็นเกิด เจ็บ แล้วก็ตายนะครับ หรือว่างงานออกมา เพราะว่าส่วนที่เป็นชราภาพนี่มันเป็น เรื่องของการลงทุนระยะยาวมันมีลักษณะคล้าย ๆ กับเรื่องของ กบข. ที่ข้าราชการทุกท่าน เป็นสมาชิกอยู่ ก็คือจะต้องมีการเก็บเงินไว้เพื่อใช้ในยามชรานะครับ ซึ่งส่วนนี้ก็คงจะต้องมี การเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ แล้วก็อาจจะมีข้อโต้แย้งจากบางท่านบางส่วนที่อาจจะ ไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นนะครับ ผมก็อยากจะขออนุญาตฝากให้กับทางสำนักงานได้ช่วยดูแล ตรงนี้ด้วยครับ🔗

ประการสุดท้ายก็คือท่านได้นำเสนอเอกสารในส่วนของการปฏิรูปเศรษฐกิจ นะครับ โดยมีข้อมูลของกฎหมาย ๓๕ ฉบับ ผมเรียนเปรียบเทียบกับการนำเสนอเมื่อครั้ง ที่ผ่าน ๆ มาของท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนสิงหาคมที่เราอธิปรายไปก็ดี หรือเดือนมิถุนายนนะครับ เบ็ดเสร็จแล้วนี่ผมสรุปได้ว่ากฎหมายที่ท่านเตรียมจะนำเสนอนี่ ไม่ได้มีความคืบหน้าเลยครับ ทุก ๆ ตัวอักษรที่ท่านนำเสนอเมื่อตอนปลายปีที่แล้วหรือต้นปีนี้ แล้วอภิปรายในสภานี้เป็นตัวอักษรเดียวกับที่มาเสนอวันนี้นะครับ ทั้ง ๓๕ ฉบับ ไม่มีอะไร คืบหน้าเลยครับ กฎหมายที่ท่านบอกว่าผ่านไป ๘ ฉบับนี่ก็ผ่านโดยสภาชุดที่แล้วก็คือ สนช. สภาแห่งนี้อยู่มาปีกว่ายังไม่เคยได้เห็นกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจเลยครับ ก็ขออนุญาตทักท้วง ไว้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตอภิปรายนะครับ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์วิษณุ ที่กรุณามาฟังนะครับ ผมได้อภิปรายคราวที่แล้วว่าการปฏิรูปนี่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง อำนาจ เอกสารที่ผมเห็นก็คือว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องการปฏิรูป มันเป็นเรื่องปกติ งานปกติ ของส่วนราชการ ของหน่วยงานที่ทำอยู่แล้วนะครับ อันนี้สิ่งที่ผมย้ำตลอดว่าถ้าจะคิด เรื่องปฏิรูปคำนี้มันเป็นคำใหญ่ แล้วถ้าจะให้มันมีพลังก็ต้องพูดเรื่องของโครงสร้างอำนาจ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่ากรรมการที่ทำเรื่องนี้เข้าใจคำว่า ปฏิรูป ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่า ท่านติดด้วยอะไร แล้วผมก็เชื่อว่าท่านมีความสามารถและมองอะไรทะลุ และมีประสบการณ์ ในการทำงาน แล้วผมเข้าใจว่าคำว่า ปฏิรูปประเทศ มันต้องไปดูเรื่องโครงสร้างอำนาจ เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสพูดความในใจว่าสิ่งที่ผมอยากจะเห็นคณะกรรมการที่จะต้องทำ เรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นอย่างไรบ้างนะครับท่านประธาน การปฏิรูปผมดูอยู่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องเชิงเนื้อหา เรื่องที่ ๒ คือเชิงกระบวนการ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นนี่ในเชิง เนื้อหาผมมอง ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรกก็คือว่าการจัดความสัมพันธ์อำนาจของรัฐ ส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นจะอยู่กันอย่างไร ประเด็นที่ ๒ คือการจัดความสัมพันธ์ของราชการ กับประชาชน อันนี้คือเนื้อหาที่ผมอยากจะเห็นในเรื่องของการปฏิรูปนะครับ ไม่ใช่ว่าหน้าที่ ในรายละเอียดที่มีอยู่อันนี้มันเป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะฉะนั้น ๑๒ เรื่อง ๑๒ ด้านที่ คณะกรรมการได้นำเสนอในประเด็นการปฏิรูปนี่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยถ้ากรรมการ ไม่ได้แตะ ไม่ได้ทำ ไม่ได้คิดในเรื่องของการปฏิรูปเรื่องของโครงสร้างอำนาจ โครงสร้าง อำนาจมันก็มีแค่ ๒ ส่วน คือรัฐส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค แล้วก็อำนาจราชการกับอำนาจ ของประชาชน มีแค่ ๒ เนื้อหาตรงนี้ครับท่านประธาน ทำไมผมพูดเรื่องอย่างนี้ครับ ๑๒ เนื้อหานี่นะครับ มันก็คือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน เป็นประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในประเทศนี้ ทำไมผมถึงบอกว่าเราจำเป็น จะต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างส่วนภูมิภาคแล้วก็ส่วนกลางว่าอะไรส่วนกลางควรจะทำ อะไรส่วนภูมิภาคควรจะทำ ถ้าเราพูดเรื่องนี้กันนะครับ แต่เราไม่ได้แบ่งหน้าที่ว่าอะไร เป็นหน้าที่ของส่วนกลาง อะไรเป็นหน้าที่ของส่วนท้องถิ่น มันไม่มีทางจะทะลุไปได้ครับ เราก็จะทะเลาะกันไป ผมอยู่ในพื้นที่นี่ผมทราบดีครับท่านประธาน ๑ ตำบล มีหน่วยงาน ส่วนภูมิภาคและส่วนกลางลงไปเต็มหมดเลย มีตั้งแต่กระทรวง มีตั้งแต่ทบวง และมีภูมิภาค และแต่ละครั้งที่ลงพื้นที่ก็ลงไปตามหน่วยงาน ตามภารกิจงบประมาณลงไป ๑ เดือน ก็คือ มี ๓๐ หน่วยงาน ก็ลง ๓๐ วันนะครับ และจะให้พี่น้องประชาชนทำกันอย่างไร สิ่งที่ผม อยากจะเห็นครับท่านประธาน บทบาทของรัฐบาลส่วนกลางมันต้องเป็นฝ่ายสนับสนุน หลาย ๆ เรื่องที่มันอึดอัด มันเดินไม่ได้ มันไม่ทะลุทะลวง มันไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ เรื่องความเหลื่อมล้ำได้ มันไม่สามารถที่จะตอบโจทย์เรื่องความยุติธรรมได้เพราะว่า ส่วนกลางเป็นคนผูกขาดอำนาจ หลาย ๆ เรื่องมันไม่ได้ปลดปล่อยอำนาจของท้องถิ่น ผมอยู่ท้องถิ่นผมรู้ครับ ผมอยู่กับพื้นที่ผมรู้ครับท่านประธาน ทำไมเราไม่ปล่อยให้ท้องถิ่น ได้มีศักยภาพในการพัฒนา ผมยกตัวอย่างแม่ฮ่องสอนก็ได้ ตากก็ได้ เชียงรายก็ได้ เขาก็มี ศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจด้านชายแดน ด้านวัฒนธรรม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือมิติอื่น ๆ เรามีศักยภาพในการที่จะจัดเรื่องของการศึกษา สังคม สาธารณสุข เยอะแยะมากมายที่เป็นอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าผมอยากจะฝากอย่างนี้ครับ ถ้าเราไม่คิดและไม่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่าไปเรียกว่าปฏิรูปเลยครับ อย่าไปเรียกว่า ปฏิรูป สิ่งที่ผมย้ำตลอดว่าท่านกรรมการที่ทำหน้าที่เรื่องนี้ ท่านต้องบอกนะครับว่าที่ท่าน ทำไม่ได้ ที่ ส.ส. เรียกร้องให้ทำนี่ทำไม่ได้มันเพราะอะไร เพราะรายงานทุก ๆ ครั้งมันก็เป็น เรื่องเดิม ว่ามันเป็นหน่วยงานปกติทำอยู่แล้ว ที่ทำไม่ได้เพราะอะไรครับ ผมอยากจะทราบ เหมือนกันครับ และถ้าอย่างนั้นคือไม่ต้องใช้คำว่าปฏิรูป🔗

ในส่วนของประเด็นที่ ๒ ในเนื้อหาครับท่านประธาน เรื่องของการจัด ความสัมพันธ์อำนาจของราชการกับประชาชน ตอนนี้ก็จะมีราชการอยู่ ๒ ส่วน ถ้าตามที่ ผมเสนอคือราชการส่วนกลาง แล้วก็ราชการส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นก็คือว่าอำนาจ ของราชการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น กับอำนาจของประชาชนและองค์กรประชาชน มันจะสัมพันธ์กันอย่างไร มันจะไม่ก้าวก่ายกันอย่างไร มันจะไม่รุกล้ำกันอย่างไร เพราะฉะนั้นก็คือว่าในหลาย ๆ เรื่องมันมีคำว่าท้องถิ่น มันมีคำว่าเฉพาะ มันเป็น อำนาจของประชาชนในบางเรื่อง รัฐไม่สามารถที่จะแทรกแซงได้ ผมว่าอันนี้เรื่องนี้ จะต้องไปคิดและไปตีดูว่าอำนาจของประชาชน อำนาจของท้องถิ่น อำนาจของส่วนกลาง จะสัมพันธ์เกี่ยวข้องและไม่ขัดแย้งกันอย่างไร ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ ๒ ในเชิงเนื้อหา🔗

สุดท้าย ในเชิงกระบวนการ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศไม่ใช่ทำกัน เงียบ ๆ ไม่ใช่ว่าตั้งขึ้นมา ๒๐ คน ๓๐ คน แล้วมานั่งคุยกัน แล้วก็ขอให้ลูกน้องส่งเอกสารมา ลูกน้องทำรายงานแปะ ๆ อย่างนี้ไม่ได้ครับ การปฏิรูปประเทศมันต้องเป็นเรื่องกระบวนการ พลังสังคมทั้งประเทศครับท่านประธาน การปฏิรูปประเทศมันต้องเป็นเรื่องการมีส่วนร่วม ของคนทุกชนชั้น การปฏิรูปประเทศมันต้องเป็นเรื่องราวของกลุ่มคนต่าง ๆ ที่หลากหลาย ในประเทศนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่เราเรียกว่าคนที่มีความรู้ก็ได้ คนที่มีสถานะก็ได้ มันไม่ใช่แค่นี้ครับ ถึงแม้ว่าท่านจะเขียนออกมาดีอย่างที่ผมพูดก็ได้นะครับ ท่านสามารถเขียน แล้วปฏิรูปได้ แต่กระบวนการอารมณ์ร่วมในสังคมมันไม่เกิด มันก็คือแค่เอกสารเล่มหนึ่ง มันคือเพเพอร์ (Paper) เล่มหนึ่งที่ไม่มีความหมายเลย เพราะฉะนั้นที่ผมเสนอ ๒ ประเด็น หลัก ๆ ก็คือว่าถ้าจริงจังที่จะคิดการปฏิรูปประเทศให้มีพลังจริง ๆ ในเชิงเนื้อหาคือเรา จะทำอย่างไรให้รัฐส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่ จะไม่ขัดแย้งซึ่งกันและกัน ส่วนที่ ๒ ก็คือในเชิงเนื้อหา อำนาจของราชการ และประชาชน จะสัมพันธ์อย่างไรที่ไม่มีความขัดแย้งแล้วก็เกิดผลในทางที่จะเกื้อหนุนกัน ประเด็นเนื้อหา ก็คือในเชิงกระบวนการ อย่าทำแบบเงียบ ๆ ครับ จะต้องทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม สร้างกระบวนการและองค์กรที่มีพลังจริง ๆ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาสกร เงินเจริญกุล ครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ให้เวลาผมได้เสนอแนะในเรื่อง รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ผมเห็นด้วยกับที่ประเทศเรา มีแผนปฏิรูปประเทศ เพราะจริง ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญมากและต้องทำ แต่มีข้อเสนอแนะ จากความคิดเห็นดังนี้นะครับท่านประธาน คือการปฏิรูปประเทศผมเห็นในเล่มที่ส่งมา ก็แบ่งออกมาประมาณสัก ๑๒ ด้าน แต่อยากจะเรียนเป็นข้อเสนอแนะ ข้อชี้แจงแบบนี้ ณ วันนี้การปฏิรูปเราจะปฏิรูปเป็นด้าน ๆ ไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะต้องมีการเชื่อมโยงกัน ในแต่ละด้าน เนื่องจากว่าวันนี้จะเห็นว่าในโลกมันเป็นโลกของ เขาเรียกว่าทรานสฟอร์เมชัน (Transformation) คือกำลังจะเปลี่ยนแปลงจากอีกจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ตัวนี้เป็นส่วนที่ สำคัญมาก ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ เห็นว่าสมัยก่อนเราขับรถเราก็ขับรถกันแบบนี้ กี่สิบปี ผ่านไป ๕๐-๖๐ ปี ผ่านมาเป็น ๑๐๐ ปี มันก็แค่มีสมรรถนะที่ดีขึ้นจากเกียร์ (Gear) กระปุก เกียร์แมนวล (Gear Manual) ก็กลายเป็นเกียร์ออโต (Gear Auto) เราก็ขับรถกัน สบายมากขึ้น ณ วันนี้กำลังจะเปลี่ยนไป ท่านเห็นไหมครับว่าอนาคตอีกไม่ช้ารถเราไม่ต้องมี คนขับแล้ว เขาขับให้เราได้ เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเราจะไปไหนเราก็ต้องใช้แผนที่ ถูกไหมครับ เดินไปถาม ตรงนี้ไปอย่างไร กว่าจะไปถึง ณ วันนี้เลิกแล้วครับ ไม่ต้องถามใครเลย ก็แค่บอกว่าส่งพิกัดมาแล้วไปได้ หมายความว่าเทคโนโลยีมันเข้าไปในทุกอย่างแล้ว แต่ ณ วันนี้ถ้าเรายังทำด้านใครด้านมันแล้วไม่มีการปฏิรูปที่เชื่อมโยงกันอนาคตเรา จะมีปัญหาที่จะต้องมานั่งแก้กันอีกเยอะแยะ ผมยกตัวอย่าง คือผมก็เข้าไปดูในแผน ของทางที่เกี่ยวกับดิจิทัล (Digital) เขาบอกว่าเขามีกฎหมายที่ทำอยู่ประมาณ ๗ ฉบับ มี ๒ ฉบับที่เสร็จแล้วก็คือ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) ก็คือ ไซเบอร์ซีคิวริตี Cyber Security) เอาง่าย ๆ แค่กฎหมายฉบับนี้เกี่ยวเนื่องกับกี่ด้าน กับกี่หน่วยงานไซเบอร์ซีคิวริตี (Cyber Security) ฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่เกี่ยวข้องกับแผนบูรณาการก็ต้องเข้ามา มีส่วนก่อน จริง ๆ แล้วก่อนที่กฎหมายจะออกด้วยซ้ำไป เพราะเขาเกี่ยวเนื่องหมดครับ การทำธุรกิจบนออนไลน์ (Online) เกี่ยวหมดครับในพวกนี้ อีกอันหนึ่งครับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าฟัง ๆ ดูก็คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จริง ๆ แล้วมันเกี่ยว เยอะแยะเลยครับการทำธุรกรรมพวกฟินเทค (FinTech) ต่าง ๆ เกี่ยวหมดเลยครับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัล กฎหมาย เต็มไปหมดเลยพวกนี้ ถ้าไม่มาช่วยกัน เพื่อทำให้เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันสุดท้ายท่านก็ต้องมานั่งแก้กฎหมายเราเยอะมากอยู่แล้ว การแก้ การแก้ไขมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราทำกันตั้งแต่แรกปฏิรูปกันตั้งแต่แรกจนจบ มันก็ง่ายขึ้น จะแก้อะไรมันก็จะน้อยลงนะครับ ทุกคนก็จะเดินบนกติกาเดียวกันเพราะเข้าใจ และวางแผนปฏิรูปมาด้วยกันตั้งแต่ต้น อีกตัวหนึ่งจริง ๆ ผมก็ดีใจนะที่กำลังจะมีกฎหมาย ว่าด้วยดาวเทียมสื่อสารและการดำเนินกิจการในอวกาศ ตัวนี้จริง ๆ ฟังแล้วมันเหมือน ห่างไกลเรามาก ในความเป็นจริงมันใกล้เรามาก ณ วันนี้ทุกท่านใช้ดาวเทียมอยู่อาจจะ ไม่รู้ตัวถือ ๆ อยู่บนมือถือทุกอันที่ท่านจับพิกัดก็คือพิกัดจากดาวเทียมทั้งสิ้น มันเป็นธุรกิจ ที่ใหญ่มากในโลกนี้นะครับ แต่หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ได้ไปสนใจมัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราใช้ข้อมูลจากดาวเทียมของประเทศอื่นเต็มไปหมดครับ ของประเทศจีนส่งมาเยอะแยะ มากมาย ณ วันนี้ความแม่นยำคลาดเคลื่อนระดับเซนติเมตรเรียกว่าแทบจะใกล้เคียงมาก ๆ สมัยก่อนอาจจะเป็น ๕๐๐ เมตร ๒๐๐ เมตร ๑๐๐ เมตร ณ วันนี้มันเรียกว่าแทบจะ คุณยืนอยู่ตรงไหนเขาก็ใช้ดาวเทียม สมมุตินั่นเป็นอาวุธนี่ก็พิกัด ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ และยังมีธุรกิจที่เกี่ยวกับอวกาศอีกมากมาย ซึ่งเรายังแทบจะไม่ได้ลงไปเลย จริง ๆ อยากให้มี หน่วยงานที่เกี่ยวกับกิจการอวกาศที่มองเรื่องพวกนี้ลงมาศึกษาก่อนที่ธุรกิจมันจะบูม (Boom) แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปอย่างไร ถ้าผมแบ่งให้คร่าว ๆ มันก็ง่าย ๆ ครับมีกิจการ ภาคพื้นดินกับบนอวกาศ ณ วันนี้ธุรกิจมันกำลังจะไปกันขนาดนั้นแล้วนะครับ เราคงต้องมอง เหมือนกันว่าที่เรากำลังปฏิรูป ปฏิรูป มันปฏิรูปอยู่บนพื้นดินบางทีมันก็ไม่พอแล้วเราก็ต้อง มองข้ามไปถึง ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า ถ้าเราปฏิรูปวันนี้ที่เห็นอยู่ ณ วันนี้ แล้วใช้เวลา ๒๐ ปี หรืออะไร ผมบอกเลยไม่มีทางทัน และเราก็จะถอยกลับไปอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน อยากจะเสนอแนะอีกนิดหนึ่งครับ คือเนื่องจากเรามี ๑๒ ด้าน ผมก็ไม่แน่ใจว่ามีหน่วยงานไหน หรือเปล่าที่ดูภาพรวมทั้งหมดว่าอันไหนมันจะต้องเชื่อมโยงกัน อันไหนจะต้องแก้ไข อันไหน จะต้องปรับปรุง เพราะแผนปฏิรูปประเทศมันไม่ได้หมายความว่าเราเขียนมาทีเดียวแล้วมัน ใช้ได้ตลอดจนกว่าจะจบ มันก็ต้องมีการรายงานความคืบหน้าแบบวันนี้ครับ แล้วก็ต้องมี รายงานเหมือนกันว่าอันนี้มันไปต่อไม่ได้ แผนนี้มันไม่โอเค (OK) ณ วันนี้มันไม่สามารถ ไปต่อได้แล้วเราต้องเปลี่ยนแผนก็ต้องมีครับ มันก็ต้องมีหน่วยงานที่คอยดูเรื่องเหล่านี้ เหมือนกันว่าเราจะต้องจัดการกันอย่างไรให้งบประมาณที่ลงไปแล้วทุกคนที่มีแผนปฏิรูป มันใช้ได้จริง แล้วปฏิรูปจริง แล้วมันมีผลต่อประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างแท้จริง อีกอันหนึ่ง คือเราปฏิรูปแล้วทุกอย่างต้องพยายามมองให้เป็นออโตเมชัน (Automation) เป็นอัตโนมัติใช้คนให้น้อยที่สุด เพราะอนาคตนี่เราจะไม่มาใช้คนทำงานกันแล้วนะครับ ส่งของวันหลังท่านก็จะเห็นว่าโดรน (Drone) บินกันเต็มไปหมด วันนี้อาจจะบอกว่ามันยัง ไม่ใช่หรอก เดี๋ยวท่านคอยดูครับรถนี่ก็เลิกครับคนก็ไม่ต้องขับ ส่งของวันหลังก็เป็นรถส่งถึง หน้าบ้านท่านเลยไม่ต้องมีคนขับนะครับ ก็ต้องมองเรื่องพวกออโตเมชัน (Automation) ด้วย ๓ เรื่องหลัก ๆ อยากให้มองเรื่องความเชื่อมโยง หน่วยงานต้องมีหน่วยงานอันหนึ่งมาครอบ ทั้งหมดคอยดูภาพรวมแล้วก็ต้องเป็นออโตเมชัน (Automation) นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก็พบกันทุก ๓ เดือนนะครับ รายงานความคืบหน้าของการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศนะครับ ข้ออ้างของการปฏิวัติรัฐประหารนะครับ ข้อสำคัญที่สุด ก็คือว่าเพื่อปฏิรูปประเทศนะครับ แล้วก็จัดมา ๑๓ ด้าน วันนี้เอาไปเอามาเรื่องของตำรวจ ก็ค่อย ๆ หายไปนะครับ ปฏิรูปตำรวจก็ไม่เห็นว่าจะมีรายงานอะไรออกมา ท่านเขียนใน รัฐธรรมนูญ ๒๖๐ ซึ่ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นหัวหน้าคณะร่างขึ้นมา เขียนในมาตรา ๒๗๐ แสดงว่าการปฏิรูปประเทศสำคัญที่สุดนะครับ ดังนั้นเมื่อมาถึงปี ๒๕๖๐ นะครับ ก็ได้ประกาศใช้คณะรัฐมนตรีรู้สึกว่าถูกด่าทุก ๓ เดือน ๓ เดือนก็มีคนมาด่าแบบนี้ละครับ ว่ามันไม่คืบหน้า มันไม่ปฏิรูปนะครับ ทุกครั้ง ทุก ๓ เดือน ผมก็จะพูดอย่างนี้ครับ คณะรัฐมนตรีก็มีมติวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ให้ปรับปรุงรูปแบบการรายงานนะครับ นี่เขาบอกให้ท่านปรับปรุงแล้วนะครับ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และให้แสดง การดำเนินงานที่มีลักษณะอย่างนี้นะครับ ลักษณะการพัฒนาการจากเดิม นี่คือการปฏิรูป เขาแนะนำท่านนะครับ และเป็นประโยชน์ในเชิงปฏิรูป ๒ ข้อนี้เขาแนะนำท่าน คณะรัฐมนตรีอนุมัตินะครับ เรื่องใหญ่นะครับ ซึ่งไม่ใช่งานปกตินะครับ นี่เขาบอกมันไม่ปกติ คณะรัฐมนตรีทนรำคาญไม่ไหวต้องมีมตินะครับ ต้องใช้คณะรัฐมนตรีตั้ง ๓๐ กว่าท่าน ดังนั้นอีก ๓ เดือนข้างหน้าหวังว่าจะไม่ถูกด่านะครับ ผมแนะนำอย่างนี้นะครับว่าวันนี้ จริง ๆ แล้วท่านขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ท่านเป็นองค์กรไม่ใหญ่ครับ ไม่ใหญ่ ขาดวัสดุอุปกรณ์ขาดคนที่มีองค์ความรู้นะครับ ท่านต้องไปจิ้มเอาหัวกะทิ มาตามกระทรวงต่าง ๆ เอาคนที่เก่ง คนรุ่นใหม่ ยืมตัวมาโยกย้ายเข้ามาในองค์กรของท่าน ท่านคือสมองของประเทศนะครับ ผมแนะนำ แล้วอีก ๓ เดือนจะไม่ถูกด่า ทุกวันนี้สภาพัฒน์ ท่านมีกำลังคนน้อยมาก งบประมาณก็ไม่ใช่มากนะครับ งบประมาณก็น้อยมาก เบี้ยเลี้ยง ก็ไม่มีนะครับ ก็เป็นข้าราชการปกติ ดังนั้นนะครับ อันดับแรกท่านต้องพัฒนาองค์กร ของสภาพัฒน์ก่อนให้พร้อม ให้สมบูรณ์มากกว่านี้ วันนี้ก็ยัดเยียดเอาโครงการต่าง ๆ ของประเทศเอาให้ท่านไปพิจารณาอีก เอาฝาย เอาถนน เอาอ่างเก็บน้ำให้ท่านดูหมดครับ ผ่านท่านหมด แล้วก็ไปผ่านกรมบัญชีกลางด้วย ท่านต้องรับงานที่ไม่ใช่ภารกิจของท่าน ท่านเป็นสมองของประเทศ แต่ท่านต้องมาพิจารณาโครงการตั้ง ๔๐,๐๐๐ โครงการ ถามว่าถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ หรือมีสิ่งเหล่านี้ ท่านได้เงินมากขึ้นไหม ก็ไม่ได้เงินเดือนมากขึ้น ดังนั้นอันไหนที่ไม่ใช่ภารกิจของท่านนะครับ ผมอยากจะให้ท่านโละทิ้งไป แล้วเครือข่าย ทุกกระทรวง ทบวง กรม สภาพัฒน์สั่งไปสิครับ ให้ทุกกระทรวงทำแผนปฏิรูปทุก ๓ เดือน มาให้ผมสั่งให้ทุกหน่วยงานราชการเอาแผนปฏิรูปส่งมาให้ผมทุก ๓ เดือน ท่านก็เอามาดู เอามาพิจารณา เพราะว่าท่านมีคนน้อย กรม กองต่าง ๆ ก็จะได้ส่งมาให้ท่าน ท่านก็จะได้ เอามาเพื่อวิเคราะห์นะครับ แล้วก็พิจารณาแล้วก็นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร อันนี้ก็คือทางลัด ท่านควรจะมีบิ๊กดาต้า (Big Data) ของท่านเอง มีแพลตฟอร์ม (Platform) ของท่านเอง เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงในประเทศนี้ และในโลกนี้ ท่านต้องมีศูนย์ข้อมูล ท่านต้องมีทิงก์แทงก์ (Think Tank) ของท่าน ผมถึงบอกว่าต้องมีคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยท่าน คือท่านสามารถที่จะเอาอะไรก็ได้ ในประเทศนี้มาเป็นเครื่องมือของท่าน เพราะท่านเป็นสมองของประเทศ แต่ท่านก็ยังไม่ทำ ผมแนะนำนะครับ วันนี้สภาพัฒน์มียุทธศาสตร์ชาติอยู่ในท่านด้วย มีปฏิรูปประเทศ อยู่ในท่านด้วย ผมถึงบอกว่าท่านเป็นองค์กรที่สำคัญที่สุดของประเทศวันนี้ จำเป็นจะต้องมีบุคลากร มีงบประมาณที่มากขึ้นกว่านี้อีก ๑๐ เท่าก็ยังน้อยไป ระบบบริหารจัดการของท่าน ผมคิดว่า สภาพัฒน์วันนี้ระบบบริหารจัดการซึ่งงานมันงอกขึ้นมาเรื่อย ๆ ท่านก็เพิ่มตรงนั้น แปะตรงนี้ ทำให้ท่านไม่มีเวลาที่จะมาจัดการบริหารองค์กรของท่าน ท่านไปดูการบริหารงานของ สนามบิน ไปดูการบริหารงานของโรงพยาบาล วันนี้ถ้าบริหารไม่ดีเครื่องบินตกครับ โรงพยาบาลบริหารไม่ดีคนไข้ตายเยอะ🔗

ท่านประธานครับ ทางด้านการเมือง ดีใจมากครับ พอดีว่ามีการเลือกตั้ง ท้องถิ่น หยิบมาใส่เลย โอ้โฮ สมาร์ตโหวต (Smart Vote) ได้พอดีเลย คือทุกทีไม่มี ไม่มีโครงการเลย วันนี้ได้สมาร์ตโหวต (Smart Vote) ขึ้นมา ผมก็ดีใจด้วยครับ แต่ท่าน ไปดูบ้างไหมว่าสิทธิการมาชุมนุมทางการเมืองดูแลสิทธิเขา ปฏิรูปสิทธิคนที่มาชุมนุม ลองเอามาเสนอต่อสภาดูสิ ดูแลคนที่เห็นต่างที่ออกมาชุมนุม ท่านจะดูแลคนที่เห็นต่าง ความคิดกันในประเทศนี้อย่างไร ท่านเอามานำเสนอในสภาผู้แทนราษฎรทางด้านการเมืองสิ อันนี้คือการปฏิรูปทำให้มันดีขึ้นนะครับ🔗

การปฏิรูปการศึกษา วันนี้ปฏิรูปดีมาก เพิ่มค่าใช้จ่าย เพิ่มความขัดแย้ง ศึกษาธิการจังหวัดตั้งขึ้นมาแล้วครับ นี่ครูแก้ว เมื่อก่อนมีศึกษาธิการจังหวัด ยกเลิกไป วันนี้ เอาศึกษาธิการจังหวัดมาทับกับเขตการศึกษา ศึกษาธิการจังหวัดจะต้องตั้งสำนักงานขึ้นมา วันนี้กำลังเช่าอยู่นะครับ เอาไปแฝงอยู่ตรงนั้นตรงนี้ตามจังหวัดต่าง ๆ ต่อไปจะต้องมี สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จะต้องมีบุคลากร จะต้องอุปกรณ์ มีเครื่องมือ มีรถยนต์ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีกทั้ง ๆ ที่มีเขตการศึกษาซึ่งกระจายอำนาจไปตามอำเภอต่าง ๆ อยู่แล้ว ตั้งมาทำไมครับ วันนี้ทะเลาะกันในจังหวัดไม่ต้องทำอะไร ทะเลาะกัน แล้วครูโรงเรียน ประชาบาลบางโรงเรียนมีนักเรียน ๔๐ คน มีครู ๕ คน ดูแลนักเรียนยังไม่เก่งเลย ทำไมครับ ครูจะต้องเขียนรายงานส่ง ประเมิน วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร ครูจะต้องประเมินผลงานส่งทุกวัน นี่หรือครับการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ใช้เงินเพิ่มมากขึ้น ๆ🔗

ท่านประธานครับ ด้านเศรษฐกิจ บอกว่ามุ่งสร้างโอกาส สภาพัฒน์ กรมบัญชีกลาง และเอสเอ็มอี (SMEs) ร่วมกัน ให้การประมูลงานให้เข้าถึงการตลาด นี่หรือครับการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ แล้วจะแก้หนี้สาธารณะ ๗ ล้านล้านบาท ได้อย่างไร มันนิดเดียวเองครับ เรื่องแบบเล็ก ๆ มาก การปฏิรูปเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ แล้วประเทศชาติจะเกิดความเชื่อมั่นขึ้นมาได้อย่างไร ท่านวิษณุออกไปแล้ว ผมบอกแล้ว การแก้หนี้ประเทศก็ต้องขุดคลองไทย ท่านสภาพัฒน์บรรจุเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองไทยเข้าสู่ แผนแม่บทในยุทธศาสตร์ชาติ ความเชื่อมั่นของประเทศจะกลับมา ผมเคยเห็นหน้าทุกท่าน เลยครับ ได้เชิญไปที่กรรมาธิการทุกท่านแล้วครับ แต่ท่านไม่สามารถที่จะพูดมากได้ ไม่สามารถจะให้คำตอบมากได้ เพราะหัวหน้ารัฐบาลมันไม่คิดครับ หัวหน้ารัฐบาลไม่เอาครับ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมเคยคุยกับท่านแล้ว แต่ท่านไปเอาแลนด์บริดจ์ (Landbridge) แลนด์บริดจ์ (Landbridge) กระบี่-ขนอมก็ร้างอยู่ตรงนั้นเป็นอนุสาวรีย์เลยครับ ถนน ๘ เลน วันนี้ยังปลูกยางพารากับปาล์มตรงเกาะกลาง แล้วยังมาทำแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ที่สตูลอีก ก็ร้างอยู่อย่างนั้น ยังไม่เกิด นี่จะมาเริ่มที่ชุมพร-ระนองอีก ที่จะทำไม่ทำ ทำไมล่ะ เพราะนายกรัฐมนตรีไปกินลอดช่องมาแล้ว ลอดช่องสิงคโปร์ ผมสงสารประเทศไทยจริง ๆ ถ้าขุดคลองไทยนี่นะครับ รายได้ไม่ใช่ ๔ ล้านล้านบาทแล้ว วันนี้ ๘ ล้านล้านบาทครับ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญขุดคลองไทยวันนี้ รายได้ที่จะเข้าประเทศ ๘ ล้านล้านบาทต่อปี ฝากพี่น้องประชาชนช่วยบอกนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ผมบอกว่าใช้เงินแค่ ๕๐๐ ล้านบาทศึกษาแค่นี้ความเชื่อมั่นก็เข้ามาสู่ประเทศไทยแล้ว ฟ้องประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอเพิ่มเติมมาอีกท่านท่านสุดท้ายนะครับ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ก็มาอภิปราย ถึงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศไตรมาสที่เมษายน ถึงมิถุนายน ๒๕๖๓ ก็เจอกันมา ๔-๕ รอบแล้วนะครับ ผมก็อภิปรายเกือบทุกครั้ง ท่านก็เหนื่อย ผมก็เหนื่อย ด้วยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ท่านต้องมารายงานต่อสภา แต่ความน่าเสียดาย ของมันรัฐธรรมนูญซึ่งออกมาในปี ๒๕๖๐ เรื่องของการปฏิรูปก็เขียนไว้สวยหรู แต่ใน การปฏิบัติจริงมันเกิดขึ้นได้ยาก รัฐมนตรีอนุชามาเป็นท่านแรกก็มาเข้าสู่รายงานฉบับนี้ ก็พูดกับพวกเราชัดเจนว่าในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมาที่มารายงานมันไม่มีความคืบหน้า เพราะอะไร อะไร อะไร ก็ว่าไป เข้าใจได้ ๓ เดือนมันถี่มาก แต่ท่านประธานครับ ผมเรียน อย่างนี้ครับ วันนี้เรามาดูในรายงานที่ท่านได้นำเสนอต่อสภานี่พวกผมต้องเรียนเลย ว่ามันเหมือนกับว่าพวกผมพูดไปแล้วมันสะท้อนกับกำแพงในช่วงหลายครั้งที่ผ่านมา สาเหตุ มันไม่ยากเพราะว่าตามรัฐธรรมนูญกำหนดพวกท่านมีหน้าที่มารายงานต่อสภา วาระที่เรา อยู่ในสภา ณ เวลานี้เขาเรียกวาระรับทราบคือท่านมาแจ้งเพื่อทราบเฉย ๆ พวกเราก็ท้วงติง ไปบ้าง พูดไปบ้าง ทำ ไม่ทำ พวกผมไม่มีบทกำหนดโทษ ไม่มีผลได้ผลเสีย ให้คุณให้โทษ พวกท่านไม่ได้เลย ในขณะเดียวกันการปฏิรูปที่มันล้มเหลวส่วนหนึ่งก็เพราะว่าสิ่งที่พวกท่าน ทำในฐานะที่เป็นคณะกรรมการปฏิรูปท่านก็ให้คุณให้โทษกับฝ่ายราชการประจำอื่น ๆ ไม่ได้ เช่นเดียวกัน เพราะว่าสุดท้ายท่านก็มีข้อเสนอแนะในการปฏิรูปต่าง ๆ นานา คนปฏิบัติจริง คือนายกรัฐมนตรีกับ ครม. บางเรื่องท่านทำออกมาเขาไม่พยักหน้ามันก็ไม่เกิดประโยชน์ มันก็ไม่เกิดรูปธรรม มันก็ไม่เกิดขึ้นจริงนะครับ ปัญหาเหล่านี้มันเป็นปัญหาซึ่งเป็นระดับ รัฐธรรมนูญ ก็ต้องมาว่ากันในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้กระบวนการปฏิรูป มันสามารถเดินหน้าผลักดันไปข้างหน้าได้จริง ๆ สักทีนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองต้องเรียนอย่างนี้ครับ ดูในเรื่องของการปฏิรูปผมจะพูดอยู่แค่สั้น ๆ เท่านั้นครับ ๑. ด้านกฎหมาย ๒. ด้านสาธารณสุข ๓. ด้านการเมือง พวกผมเป็นนักการเมืองผมก็ต้องพูด ด้านการเมือง🔗

ด้านกฎหมาย ท่านก็มาพูดบอกว่าในช่วงไตรมาสที่ท่านนำมารายงาน มีเรื่องของการให้ประชาชนสามารถทำแล้วก็เสนอร่างกฎหมายได้ ท่านประธานครับ มันไม่เกิดขึ้นจริง ดูง่าย ๆ เลยร่างกฎหมายของประชาชนอย่างเช่นที่ไอลอว์ (iLaw) เขาทำหลายฉบับ รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญที่นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนี่ผมถามพวกท่านว่า ท่านมีบทบาทอะไรกับเขาไหม ท่านมีการผลักดันช่วยเหลือหรือว่าเข้าไปซัปพอร์ต (Support) เขาอย่างไร หรือไม่ ผมเห็นมีแต่การป้องกันขัดขวางมาจากกำลังของฝ่ายรัฐด้วยซ้ำ ถ้าจะมอง ในแง่ร้าย นี่หรือคือการปฏิรูปในเรื่องของกฎหมายเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจริง อย่างที่ท่านได้เคลม (Claim) ไว้ อย่างที่ท่านได้บอกไว้ในตัวรายงานของท่าน🔗

เรื่องการสาธารณสุข มีการพูดถึงเรื่องของการสร้างการรับรู้ในเรื่องโควิด (COVID) ดูแลเรื่องของข่าวเฟกนิวส์ (Fake News) ในเรื่องสาธารณสุขอะไรต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ควรอยู่ในรายงานของท่านครับ มันไม่ใช่งานในเรื่องของการปฏิรูป มันเป็นแค่รูทีน (Routine) ปฏิบัติของฝ่ายราชการประจำซึ่งเขาก็ทำโดยหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว มันไม่ใช่สิ่ง ซึ่งเรียกว่าการปฏิรูปเพื่อให้มันดีขึ้น เราอยากจะมองเห็นการปฏิรูปที่อะไรต่าง ๆ มันสามารถ พัฒนาขึ้นได้ ผมติดตามเรื่องการปฏิรูปในด้านการเมืองจากในรายงานที่ท่านส่งให้สภามาโดยตลอด ทุกไตรมาส ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องของการพัฒนาระบบการเมืองการปกครอง โดยเฉพาะ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหาร ในเรื่องของการสืบทอดอำนาจอะไร ต่าง ๆ เราจะปิดตาข้างหนึ่งบอกว่าสังคมนี้มันไม่มีเหตุการณ์นั้น ๆ เกิดขึ้นหรือมันทำไม่ได้ เราต้องเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปเพื่อบอกว่าวันนี้ประเทศไทยมันจะมุ่งสู่ความเป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์ โดยที่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องปฏิวัติ ไม่มีนายกรัฐมนตรีที่ออกมาบอกว่าไม่แน่หรอก มันอาจจะเกิดก็ได้การปฏิวัติอย่างนี้หรือครับ เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปในระบอบ การปกครองของเราในระบบของเราอย่างนี้หรือครับ ถ้าตราบใดที่คณะกรรมการปฏิรูป โดยเฉพาะด้านการเมืองนี่นะครับไม่พูดถึงประเด็นเหล่านี้ ไม่หาทางออกประเด็นเหล่านี้ และไม่ใส่ใจประเด็นเหล่านี้ ผมมองว่ากระบวนการมันไม่มีทางไปถึงจุดสุดท้ายที่เป็น จุดสำเร็จไปได้ อย่าให้เขาครหาว่าคณะกรรมการปฏิรูปได้มีอำนาจวาสนา ได้มีเงินเดือน จากรัฐต่าง ๆ นานา กระบวนการมันเกิดเพราะว่าการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วท่านก็มา กินเงินเดือนหลวง สุดท้ายประเด็นซึ่งควรจะต้องไปพูดถึงเขา เราไม่กล้าพูด อย่าปล่อยให้เป็น อย่างนั้นครับ การปฏิรูปที่ผ่านมานี่ผมต้องเรียนว่ามองอย่างไรก็ตามมันไม่มีความคืบหน้า แล้วอยู่ในแนวโน้มที่จะล้มเหลวด้วย วันนี้ผมฝากคำถามสุดท้ายไปยังคณะกรรมการปฏิรูป จริง ๆ อยากจะฝากถามไปยัง ครม. ด้วยนะครับ การปฏิรูปท่านแปลว่าอะไรกันแน่ ผมนี่การปฏิรูปคือการทำสิ่งที่มีอยู่มันพัฒนาและดีขึ้น วันนี้นอกสภานี่เขาแปลกันไป หลายแบบนะท่าน แปลไปถึงการทำลาย การล้มล้างเลย ท่านช่วยตอบผมด้วยนะครับว่า การปฏิรูปในความหมายของท่านนี่คืออะไร เราอยากจะเห็นว่าประเทศไทยของเรามี กระบวนการปฏิรูปขึ้นแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะเห็นในรายงานของท่านคือหลังจากนี้ ๓ ปี ๕ ปี แสงปลายอุโมงค์ที่พวกผมในฐานะสภาผู้แทนราษฎรและในฐานะประชาชนจะเห็นกับ การปฏิรูปในประเด็นต่าง ๆ คืออะไร ไม่ใช่งานรูทีน (Routine) ที่มารายงานทุก ๓ เดือน แล้วก็บอกว่าพวกผมทำปฏิบัติภารกิจนี้ ๑ ๒ ๓ แต่เราไม่เห็นเลยว่าเอามาประกอบ ต่อจิกซอว์ (Jigsaw) กันแล้วสุดท้ายมันคืออะไรกันแน่ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ผู้ชี้แจงมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ผมมองไม่เห็น เชิญครับ ท่านเลขาธิการครับ🔗

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านนะครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ ครับ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินะครับ ขออนุญาตเรียนข้อมูลเพื่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้นะครับ คือขอบพระคุณมากในตัวข้อแนะนำต่าง ๆ ที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้กับทาง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแล้วก็สำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวัดผลการปฏิรูป เรื่องการศึกษา เรื่องของการปรับปรุงในแง่ของการรายงาน เรื่องของการกระจายอำนาจ เรื่องของการผลักดันในแง่ของการแยกเรื่องของการปฏิรูปออกจากงานประจำ แล้วก็เรื่อง ของการตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๕ ที่จะต้องมีเรื่องของปฏิรูปเข้ามาให้ชัดเจนมากขึ้น แล้วก็ เรื่องของการเชื่อมโยงระบบสาธารณสุขต่าง ๆ ทีนี้กระผมขออนุญาตเรียนท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติอย่างนี้ว่าการรายงานในครั้งนี้มันเป็นการตามรายงานตามแผนการปฏิรูป ฉบับเดิม ซึ่งรูปแบบรายงานก็มีการปรับปรุงไปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความเห็น ไว้ในวาระต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา จนกระทั่งสุดท้ายเราก็มาจัดทำรายงานในลักษณะที่เป็น การแสดงถึงในกิจกรรมที่มีความก้าวหน้า อันไหนที่ไม่มีความก้าวหน้าเราก็เลยไม่ได้ใส่มา เพื่อที่จะได้เห็นชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วมันมีเรื่องไหนบ้างที่ก้าวหน้า แล้วเรื่องที่มันไม่ก้าวหน้า ก็คงจะไม่เห็นอยู่ในรายงาน ทีนี้ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าสถานการณ์ในขณะนี้ ก็คือว่า แผนการปฏิรูปประเทศก็คือตอนนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนไปตอนต้นว่าอยู่ระหว่าง การปรับปรุง แล้วก็ได้มีการปรับปรุงผ่านที่ประชุมร่วมของกรรมการปฏิรูปประเทศไปแล้ว แล้วก็รอเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งแผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงก็คงจะเริ่ม เอามาใช้ได้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ แล้วใช้ได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งในการรายงาน ครั้งหน้าก็ยังคงจะต้องเป็นการรายงานภายใต้แผนการปฏิรูปฉบับเดิมอยู่🔗

ในส่วนประเด็นเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ที่อาจจะต้องมี การปรับปรุงตัวแผนปฏิรูปประเทศ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่ารัฐบาลได้ใช้กลไก ในการแก้ปัญหาขณะนี้ใน ๒ รูปแบบ เรื่องแรก ก็คือได้มีการตั้งตัวศูนย์บริหารเศรษฐกิจขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแง่ของเศรษฐกิจที่เกิดผลกระทบจากเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ในส่วนที่จะเป็นการปรับโครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มอบหมาย ให้มีการปรับปรุงตัวแผนแม่บทขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ เป็นแผนแม่บทเฉพาะกิจ ซึ่งก็จะใช้ในช่วง ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ ซึ่งก็จะเป็นการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ แล้วก็ หวังว่าจะเป็นการวางรากฐานระยะยาวในระยะถัดไป เพื่อเตรียมความพร้อมหลังจากที่ วิกฤตินี้ผ่านไป🔗

สำหรับในประเด็นเรื่องของตัวส่วนต่างดอกเบี้ยหรือว่าเน็ต อินเทอเรสต์ มาร์จิน (Net Interest Margin) ก็ต้องเรียนอย่างนี้ว่าสำนักงานไม่ได้ทิ้งนะครับ คือเราเคยรายงาน สภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ความก้าวหน้าในการรายงานเมื่อครั้งที่ ๓ หรือครั้งที่ ๔ ผมจำไม่ได้ชัดเจนนะครับ แต่ว่าได้เคยรายงานแล้วว่าเราได้ประสานกับทางธนาคาร แห่งประเทศไทยไปแล้วในเรื่องนี้ แล้วก็ได้ติดตามแล้ว ซึ่งในการประสานอย่างไม่เป็นทางการ เราก็ทราบว่าจริง ๆ แล้วทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้มีอำนาจในการที่จะไปบังคับ ธนาคารพาณิชย์ให้ลดส่วนต่างออกมา ก็ทำได้แต่การขอความร่วมมือ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็คงจะต้องมีการติดตามต่อไป เพื่อให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะต้องมี การพิจารณากลไกหรืออะไรก็ตามที่จะช่วยให้ส่วนต่างตรงนี้ลดลง🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของราคาพลังงาน ซึ่งเรื่องราคาพลังงานก็ได้เคยเรียน ท่านสมาชิกไปแล้วว่าได้ประสานกับทางกระทรวงพลังงานแล้วในเรื่องของการปรับโครงสร้าง ราคาพลังงาน ผมเข้าใจว่าขณะนี้เองก็ได้มีการติดตามอยู่ตลอด แล้วขณะนี้เขาก็ยัง ดำเนินการอยู่ เดี๋ยวจะติดตามความก้าวหน้ามารายงานในครั้งถัดไป ก็เรียนว่าไม่ได้ตัดทิ้ง หรอกครับ ก็ยังติดตามอยู่ครับ🔗

ในส่วนที่เป็นเรื่องของอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) แล้วก็คำแนะนำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลพวกนี้ เดี๋ยวจะขอรับไปแล้วก็ไปปรับ ผลักดันต่อ ในการทำงาน เพราะว่าบางเรื่องก็อาจจะไม่ได้พูดชัดเจนนักในแผนปฏิรูปประเทศ เพียงแต่ว่า มันก็มีความสำคัญที่จะต้องเดินต่อเหมือนกัน🔗

สุดท้ายนี้ผมขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ สำนักงานและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็จะรับ ข้อคิดเห็นพวกนี้ไปแล้วก็ไปปรับปรุงการทำงานต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เป็นรายงานช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ก็ถือว่า จบการรายงาน ต้องขอขอบคุณท่านคณะรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมชี้แจงทุกท่าน ขอขอบคุณ ทุกท่านครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราก็ได้ประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ขอปิดการประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๔๔ นาฬิกา