unknown · · 521 lines

(เนื่องจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๔ นาฬิกา)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ เราเข้าสู่เรื่องที่ปรึกษาหารือตามข้อบังคับเลยนะครับ ซึ่งมีทั้งหมด ๓๐ ท่าน เป็นปกติฝ่ายละ ๑๕ ท่านนะครับ ทางฝ่ายค้านมีท่านนิยม เวชกามา ท่านอนุรักษ์ บุญศล นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านสิรินทร รามสูต ท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ท่านธนกร ไชยกุล ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านพีรเดช คำสมุทร ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านนพ ชีวานันท์ ท่านนิติพล ผิวเหมาะ ท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๑๕ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาลนะครับ มีท่านพิมพ์รพี ท่านกานต์กนิษฐ์ ท่านประกอบ ท่านพยม ท่านนพดล ท่านรณเทพ ท่านวชิราภรณ์ ท่านฐิติภัสร์ ท่านยศวัฒน์ ท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร ท่านสายัณห์ ท่านรังสิกร ท่านประสิทธิ์ ท่านกรวีร์ และท่านอาดิลัน ขอเริ่มจากท่านนิยม เวชกามา ก่อนครับ จังหวัดสกลนคร ปรึกษาหารือ เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ฝากไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ซึ่งกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพระภิกษุสงฆ์ทั้งประเทศระดับเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด ซึ่งยังไม่ได้รับค่านิตยภัตเป็นเวลาติดต่อกัน ๓ เดือนแล้ว ตอนนี้ทางพระสงฆ์บอกว่าไม่มีเงิน ค่าน้ำ ค่าไฟแล้ว ช่วยดูแลด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องซึ่งจะต้องฝากไปถึงกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ของท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ช่วยฝากไปถึงหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเข้าไปกำกับช่วยเหลือด้วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนิยม เวชกามา สกลนคร

รายแรก ผู้ป่วยติดเตียงรายแรก นางจารุณี ศิริพันธ์ อายุ ๗๐ ปี บ้านเลขที่ ๕๔๑ บ้านคำเพิ่มใหม่ กระดูกทับเส้นประสาท นอนติดเตียง มา ๔ ปีแล้ว อยากได้รถเข็น คนที่ ๒ นางปานทอง โพธิ์ชัยคุณ อายุ ๔๓ ปี บ้านเลขที่ ๑๒๑ บ้านคำเพิ่มใหม่ ป่วยติดเตียง เป็นโรคเบาหวาน ยากจน นอนมา ๔ ปีแล้ว ตาบอดด้วย พิการ อยากให้ความช่วยเหลือ คนที่ ๓ นางตาลใบ ตาลกะบอน อายุ ๕๖ ปี บ้านเลขที่ ๑๓๐ บ้านคำเพิ่มใหม่ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนครเหมือนกัน ป่วยติดเตียง ฝากดูแลด้วย ผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๒ หมู่เป็นผู้ร้องเรียนมา ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านพิมพ์รพี ท่านอนุรักษ์ และท่านกานต์กนิษฐ์นะครับ เชิญท่านพิมพ์รพีครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องแรก ท่านประธานคะ ดิฉันขอขอบพระคุณไปยังกองบังคับการตำรวจ ๗ กองทัพเรือภาคที่ ๒ ที่มีการจับเรือ ลักลอบขนน้ำมันปาล์มได้เป็นจำนวน ๓ ล้านลิตร และพบว่ามีการขายกันไปแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ ลิตร อันนี้ยืนยันชัดเจนเลยนะคะว่ามีการลักลอบน้ำมันปาล์มจริง ซึ่งทางกรรมาธิการทุก ๆ ครั้ง พยายามจะถาม ก็ไม่ได้คำตอบที่แท้จริงนี้ วันนี้ชัดเจนมากแล้วว่ามีการจับการลักลอบ น้ำมันเถื่อนจริง ขอให้ท่านประธานช่วยฝากขอบพระคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้อง แล้วก็กำชับ ให้ทำต่อไป เพราะว่าวันนี้ปาล์มราคาดีจริง แต่ผลผลิตน้อย การที่จะทำให้ผลผลิตได้ราคา เป็นสิ่งที่สำคัญ ราคาที่สูงกว่าประกันรายได้ทำให้เราไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม และพัฒนา อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มให้ดีขึ้น🔗

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของไฟฟ้า ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากผู้ใหญ่ที่อยู่ในเกาะทั้ง ๒ เกาะ คือเกาะศรีบอยาและเกาะลันตา ที่เกาะศรีบอยา ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่หมาดดน วงศาชล รองนายกสมหมาย ยกบุตร ส.อบต. สุรินทร์ ส.อบต. อาเหม็ด ดำดี และโต๊ะอิหม่ามดนก่า คำปา ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้ ไฟฟ้าที่หมู่ ๔ เกาะฮั่ง ตำบลศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง มีประชาชนประมาณ ๕๐๐ คน อันนี้ขาดแคลนไฟฟ้า ท่านประธานคะ ใกล้แต่ดูเหมือนไกล อีกที่หนึ่งที่มีการท่องเที่ยว สวยงามมากคือเกาะลันตาใหญ่ค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาจาก ส.อบต. สมหวัง หาญทะเล ผู้ช่วยผู้ใหญ่กาเร็ม หาญทะเล ว่าที่เกาะปอตรงปลายทางเกาะลันตา ห่างจากศรีรายา ประมาณ ๒ กิโลเมตร มีประชาชนเป็นชาวเลแล้วก็เป็นชาวประมง ง่ายมากที่จะได้ไฟฟ้า เพราะว่าเชื่อมไปไม่ไกลมาก แต่ขอ กฟผ. มาเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการดูแล เรื่องนี้ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกท่านให้ประชาชนดิฉันมีความสุขด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ ส.ส. สกลนครครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึง ๑. ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ๒. อธิบดี กรมชลประทาน ๓. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๔. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ๕. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ขอให้ก่อสร้างฝายชะลอน้ำบ้านโนนสร้างไพ ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ในลำน้ำยาง และขอให้ก่อสร้างฝายชะลอน้ำบ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ในแม่น้ำสงคราม กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าฝายชะลอน้ำทั้ง ๒ แห่ง มีประชาชนคนรากหญ้าอุทิศที่ดินให้กับการสร้างฝายชะลอน้ำเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะฝายชะลอน้ำบ้านโนนสร้างไพ ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้น แม้นว่าหัวหน้าครอบครัวจะเสียชีวิตไปเกือบ ๑๐ ปีแล้ว แต่ยืนยันว่า ลูกหลานยังอุทิศที่ดินในบริเวณที่จะสร้างฝายชะลอน้ำ การรอคอยฝายชะลอน้ำเพื่อชะลอ ความจนจากคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ท่านประธานคะ เกษตรกรรอแล้วรอเล่าเช่นเดียวกัน ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมด ทั้ง ๕ หน่วยงาน ผลักดันการสร้างฝายชะลอน้ำ ในครั้งนี้เข้าสู่การบรรจุ เข้าสู่งบประมาณหรืองบกลางของนายกรัฐมนตรี หรืองบประมาณ ในปี ๒๕๖๕ ขอกรมชลประทานมอบของขวัญพิเศษให้แก่เกษตรกร เพราะน้ำคือชีวิตค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านกานต์กนิษฐ์ ส.ส. กทม. ครับ เชิญครับ🔗

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรกอยู่ใน เขตพระนครค่ะ มีเสาไฟฟ้าต้นหนึ่งที่ถูกถอดถอนสายออกหมดแล้วค่ะ ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รื้อเสาออกไปสร้างความยากลำบากในการสัญจรของรถที่ เลี้ยวเข้ามาในซอย รบกวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมารื้อเสาออกไปด้วยนะคะ จุดนี้คือถนน ประชาธิปไตยตัดกับถนนดินสอนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ในเขตสัมพันธวงศ์ค่ะ เป็นเรื่องของปัญหาการจราจรเส้นสามแยก ตรงทรงวาด ตรงกับวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ ตรงจุดนี้รถมักจะวิ่งสวนผิด ทางตลอด ถึงแม้ว่าจะมีป้ายบังคับจราจรให้เลี้ยวซ้ายแล้ว แต่ว่าคนที่ไม่รู้เส้นทางเวลาขับมา ก็มักจะสวนเลน (Lane) เข้าไป ไม่ใช่ภาพนี้นะคะ ภาพเมื่อสักครู่นี้ มักจะสวนเลน (Lane) ขึ้นไป ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้หลายครั้ง ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาตีเส้นจราจรด้วยนะคะ เพื่อบอกทางให้ชัดเจนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ นะคะ เป็นเรื่องของสถานรับเลี้ยงเด็กตรงเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตรงโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ ร้องเรียนมาว่าราวกันตกริมคลองห่างมาก ตรงจุดนี้เป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก แล้วก็จะมีเด็กวิ่งเยอะเลย เกือบจะมีเด็กที่พลาดตกหลายครั้งแล้วนะคะ รบกวน กทม. ช่วยหาทางเชื่อมไม่ให้มันห่างกันขนาดนี้ เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ ค่ะ ฝากท่านประธาน ถึงกรุงเทพมหานครช่วยแก้ไขปัญหาให้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๔ ท่านนะครับ ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านพยม พรหมเพชร เชิญท่าน ส.ส. ณัฐพลครับ🔗

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือ ๒ นาทีต่อจากนี้นะครับ เรื่องที่ชาวบ้าน ร้องเรียนมานะครับ ถึงท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สังกัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องให้ยกเลิกประกาศ การประกาศอุทยานภูชี้ฟ้า ดอยยาว ดอยผาหม่น ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ พื้นที่ตรงนี้นะครับ มีความเป็นมาอย่างนี้ เป็นพื้นที่ที่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคนนะครับ เป็นพื้นที่ดั้งเดิม พื้นที่จิตวิญญาณ เป็นพื้นที่ที่มีชีวิตในคนที่อยู่ดั้งเดิมนะครับ เป็นพื้นที่ที่มี ความขัดแย้งทางความคิดมีการสู้รบ มีการสูญเสียมา🔗

ประเด็นที่ ๓ พื้นที่ตรงนี้ยังอยู่ในนโยบายที่สืบเนื่องจากนโยบาย ๖๖/๒๓ ที่ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่มี ความชัดเจน🔗

ประเด็นที่ ๔ พื้นที่ตรงนี้ มีความน่ากังวล น่าเป็นห่วง ยังเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มี ความชัดเจนในแนวเขตแดนระหว่างเพื่อนบ้าน เหตุผลทั้งหมดจึงเป็นข้อสรุปว่าการรีบ ประกาศเป็นเขตอุทยานใครได้ ใครเสีย ประกาศเพื่อใคร เพื่ออะไร นี่คือความห่วงใยของคน ในพื้นที่ร้องเรียนผ่านผมซึ่งเป็นตัวแทนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ส่วนใหญ่เป็นพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ ขอเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาว่าการที่จะประกาศเป็นเขตอุทยานต่าง ๆ ขอให้ทำความเข้าใจ บูรณาการทั้งท้องถิ่นท้องที่ว่าคู่ควร ถึงเวลาควรแล้วหรือยัง ที่จะประกาศไม่ใช่ประกาศแล้วทำให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นปัญหากับพื้นที่ที่คนในพื้นที่เคยใช้ จึงฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงรายด้วยว่าให้ยุติการประกาศเขตอุทยานพื้นที่ตรงนี้ ภูชี้ฟ้า ดอยยาว และดอยผาหม่นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส. นครศรีธรรมราชครับ เชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องสำคัญที่จะหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ที่มีความสำคัญ ต่อพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดเรื่องการเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงที่มีผลกระทบต่อกรณีน้ำท่วม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรือกสวนไร่นา พวกปศุสัตว์ พวกประมงที่มีความเสียหายมาก ตลอดทั้งทรัพย์สิน ของพี่น้องด้วย ในเรื่องเดียวกันนี้ ท่านประธานครับ เรื่องของการฟื้นฟู เพราะว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นทางคมนาคม ถนนหนทาง พวกสะพาน เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลเร่งรัดในการฟื้นฟูให้เร็วที่สุดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ผมหารือมาหลายครั้งแล้วครับ กรณีการสร้างอ่างเก็บน้ำ คลองวังหีบตามพระราชดำริ ผมหารือในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ขณะนี้ยังไม่ดำเนินการ อะไรที่เป็นรูปธรรม สร้างความเสียหายให้กับภัย อุทกภัยที่เกิดขึ้นในอำเภอทุ่งสง และภัยแล้งอย่างมากมาย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเขื่อนแห่งนี้สำเร็จจะช่วย สร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องชาวบ้านได้อย่างดียิ่งนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ กรณีเมื่อวันที่ ๑๓ ที่ผ่านมาเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม เกิดภูเขาถล่ม ภูเขาที่วัดวังยวนถล่มทับสิ่งปลูกสร้างและอาสินของชาวบ้าน ก็ขอให้ ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งรัดไปตรวจสอบถึงสาเหตุและแนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้ เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ละแวกภูเขาที่ได้พังทลายมาด้วยนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ อีก ๔ ท่านนะครับ คุณหมอกิตติศักดิ์ ท่านพยม ท่านสิรินทร และท่านนพดล เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ครับ ส.ส. มหาสารคาม เชิญครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำเรียนปัญหาพี่น้องประชาชน ในจังหวัดมหาสารคามที่มีความเดือดร้อนดังนี้ ก็คือ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

๑. ถนนสายทางหลวง หมายเลข ๒๐๘ หลักกิโลเมตรที่ ๓๕ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๓๘ มีสภาพทรุดโทรมและเป็น อันตรายต่อพี่น้องประชาชน ถนนเส้นนี้ท่านประธานครับ จากขอนแก่นมามหาสารคาม จะผ่านอำเภอโกสุมพิสัย ถนนเส้นนี้อยู่ระหว่างอำเภอโกสุมพิสัยมาอำเภอเมืองมหาสารคาม และตรงที่เกิดเหตุก็คือช่วงตำบลแก้งแก แก้งแกเป็นตำบลสุดท้ายของอำเภอโกสุมพิสัย ที่ติดกับอำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งผมได้รับร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วน ตำบลแก้งแก ก็คือท่านชัยเดช ลาโยธี และท่านทองสุข เถื่อนมูลละ ซึ่งเป็นกำนันแก้งแก บอกว่าถนนสภาพทรุดโทรมแล้วก็เกิดปัญหาอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตมามากมาย ซึ่งก็นำเรียนว่ามี ๒ ประเด็นที่จะให้แก้ไขก็คือ ๑. สภาพผิวถนนที่มีสภาพทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ สังเกตที่ในภาพนะครับ ซึ่งเป็นถนนทางหลวงแต่มีสภาพดังนี้นะครับ แล้วก็ เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะช่วงกลางคืน เสียหลักแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมานะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือสองข้างทางยังไม่มีไฟฟ้าส่องถนน ซึ่งกลางคืนก็เกิดปัญหา เรื่องของวิสัยทัศน์ในการที่จะมองเห็นถนน แล้วก็ชาวบ้านที่อยู่ข้างทาง บางที ก็รถมอเตอร์ไซค์บ้าง รถเล็กบ้าง ก็เกิดปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุขึ้นมานะครับ จึงขอนำเรียน ให้ท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับว่าให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการแก้ไขก็คือ ๑. ปรับผิวถนนให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ๒. ก็คือติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างตลอดสาย โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนทางโค้งเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพยม พรหมเพชร ส.ส. สงขลา เชิญครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอเรียนหารือผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เรื่องของถนนสายกาญจนวนิช ซึ่งเวลาฝนตกน้ำท่วม ประมาณ กม. ๑๙ ระหว่างหาดใหญ่-สงขลา ถึงแม้ว่าฝนตกธรรมดาหรือฝนตกหนักจะมี น้ำท่วมอยู่ตลอด กระผมได้พยายามปรึกษาหารือไปยังเขตการทางสงขลาก็ได้รับการแนะนำ ว่าจะพยายามดูแลให้นะครับ แต่มันเป็นแบบนี้มาเป็นเวลานานแล้ว ก็ขอความกรุณาไปยัง ส่วนที่เกี่ยวข้อง ฝากไปยังกรมทางหลวงช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย🔗

ประการที่ ๒ เรื่องของถนนสายเลี่ยงเมืองจากหลังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผ่านตำบลคอหงส์ ตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลท่าข้าม ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้จัดสรรงบประมาณเกินศักยภาพไปแล้วนะครับ ผ่านมา เมื่อปี ๒๕๖๒ ยังไม่ได้รับการดูแล กระผมประสานไปยังท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านบอกว่าจะได้ประสานงบประมาณผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็ขอฝากนะครับ ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อได้ดูแลถนนสายนี้เพราะเป็นสายเลี่ยงเมืองและผ่านหลาย ตำบลนะครับ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องถนนเพชรเกษมซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณมา แต่ก็ถูกโควิด (COVID) ตัดไปงบประมาณไม่ได้จัด ก็ฝากว่าปี ๒๕๖๔ ก็ขอความกรุณา ให้ทางกรมทางหลวงช่วยจัดสรรงบประมาณให้ด้วย ซึ่งเป็นความเดือดร้อนในพื้นที่ ของอำเภอหาดใหญ่บริเวณ กม. ๘ นะครับ ก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง หวังว่า ทางหน่วยงานราชการส่วนที่เกี่ยวข้องคงจะให้การอุปการะและดูแลเป็นอย่างดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิรินทร รามสูต ส.ส. จังหวัดน่านครับ เชิญครับ🔗

นางสิรินทร รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องจะมาขอหารือถึงคำเรียกร้องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่จังหวัดน่านนะคะ เมื่อวานดิฉันได้รับการประสานงานมาว่าค่าตอบแทนของเดือนพฤศจิกายนนี่ยังไม่ได้รับ แต่เมื่อเช้านี้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้โทรมาบอกว่าได้รับแล้วนะคะ แต่ดิฉันก็ไม่อยากจะให้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ค่ะ เพราะว่าขวัญและกำลังใจของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในช่วงนี้ ภาวะเศรษฐกิจก็ไม่ดี ปัญหาที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควิด (COVID) พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และยิ่งใกล้เทศกาลปีใหม่นะคะ หน้าที่รับผิดชอบมากมาย ดิฉัน ก็ไม่อยากจะให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เรื่องของการจ่ายค่าตอบแทนเลต (Late) นะคะ เมื่อครู่นี้ก็ได้ยินว่าพระภิกษุสงฆ์ก็ได้รับค่าตอบแทนล่าช้า ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดูแลเป็นกรณีพิเศษ อย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ นะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นะคะ ดิฉันเคยหารือในสภาแห่งนี้ว่ามักจะมีรถบัส (Bus) รถนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ค่ะ เวลาไป ท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ก็มักจะสตาร์ต (Start) เครื่องยนต์เป็นเวลานาน นั่นก็เป็น การสร้างพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างมหาศาล แต่ไม่มีหน่วยงานหรือมีข้อบังคับนะคะ มีใครรับผิดชอบเข้าไปดูแลอย่างแท้จริง พอถึงเหตุการณ์ฤดูนี้มาก็จะมีการโวยวายกันขึ้น ครั้งหนึ่งก็มีคนเข้าไปดูแล แต่ไม่มีการออกกฎระเบียบและผู้รับผิดชอบอย่างแท้จริงนะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาลค่ะ ได้กำหนดให้มีผู้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะว่า เครื่องยนต์ที่สตาร์ต (Start) เป็นเวลานานนับชั่วโมงนั้นก่อให้เกิดมลพิษต่อพี่น้องประชาชน อย่างมากมาย ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่าน ส.ส. นพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของประชาชนดังนี้นะครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ไพรัช เส็งเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๙ บ้านบัวล้มช้าง ตำบลหินมูล อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เรื่องขอให้ช่วย ซ่อมถนนลูกรังสายสันคลอง-หนองมะม่วง ที่เชื่อมต่อ ๒ ตำบล ระหว่างตำบลหินมูลกับ ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ที่ชำรุดเสียหายแล้วทำให้ชาวบ้าน เดือดร้อนเพราะตอนนี้มีฝุ่นมาก ช่วงหน้าฝนก็จะเกิดโคลนมาก ให้กระทรวงมหาดไทย และท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ขยายเพิ่มกำลังไฟฟ้าเป็น ๓ เฟส (3 Phase) เข้าไปในโรงสี ชุมชน บ้านบัวล้มช้าง หมู่ ๙ ตำบลหินมูล จังหวัดนครปฐม ซึ่งกระแสไฟไม่เพียงพอกับ การที่จะผลิตสีข้าวของพี่น้องประชาชนที่ได้ตั้งกันมาให้เกิดประโยชน์ เรื่องนี้ขอให้ กระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาช่วยพิจารณาดำเนินการช่วยแก้ไข ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เนื่องจากที่รัฐบาลได้ทำโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลน่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมาก แต่ว่ามีเด็กนักเรียนมัธยมจำนวนมากได้มาร้องเรียน นะครับ ขอให้ช่วยเพิ่มโครงการคนละครึ่งกับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมซึ่งอายุไม่ถึง ๑๘ ปี เขาไม่ได้สิทธิ ให้ได้สิทธิตรงนี้ไปด้วย เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวัน และจะเป็นการลดรายจ่าย ของผู้ปกครอง ก็จะเกิดความเป็นธรรมกับเด็ก ๆ จำนวนมาก ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เชิญครับ🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล🔗

ขอหารือในเรื่องประเด็นปัญหาของพี่น้องคนพิการที่ได้รับความไม่เป็นธรรมนะครับ คนพิการก็เป็นคนเหมือนกันนะครับ ๑ สิทธิ ๑ เสียงเท่ากัน คนพิการได้รับเบี้ยสวัสดิการ คนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน แต่ถ้าจะได้สัก ๑,๐๐๐ บาท ต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อน นั่นก็หมายความว่าคนพิการต้องถูกตีตรา ต้องถูกตอกย้ำถึงความจนอีกครั้งถึงจะได้ ๑,๐๐๐ บาท แต่แค่นี้ซื้อแพมเพิร์ส (Pampers) ก็ยังไม่พอเลยครับท่านประธาน แล้วที่รัฐบาลบอกว่าจะให้กู้ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่มีคนค้ำ ไม่มีดอกเบี้ย ช่วยเหลือในยุค สถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมานะครับ บัดนี้ก็สิ้นปีแล้วยังไม่ได้เลยครับท่านประธาน โควิด (COVID) รอบ ๒ กำลังจะมาแล้วนะครับ🔗

แล้วก็ตามที่เป็นข่าวนะครับ เมื่อต้นเดือนนี้ผู้พิการตาบอดที่ใช้สุนัขนำทาง นัดกันไปกินข้าวที่ร้านก็ถูกปฏิเสธ ไม่ให้เข้าร้าน สายการบินก็ไม่ยอมให้คนพิการที่นั่งวีลแชร์ (Wheelchair) เช็กอิน (Check-in) ได้ ซึ่งเขาก็ต้องซื้อตั๋วใหม่นะครับ และที่สำคัญที่สภาเรา แห่งนี้ในห้องแถลงข่าวก็ไม่มีล่ามภาษามือนะครับ🔗

และเรื่องสุดท้ายนะครับ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการการศึกษาของ คนพิการ งบ ๑๐ กว่าล้านบาทโดนตัด งบศูนย์การศึกษาพิเศษ ๒๐ กว่าล้านบาทที่ใช้ดูแล นักเรียนคนพิการทั่วประเทศกว่า ๑๐,๐๐๐ คนก็โดนตัด แต่รัฐกลับมีงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ได้นะครับ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขทบทวนด้วยครับ🔗

และฝากติดตามทวงถามความคืบหน้าจากประเด็นปัญหาที่เคยหารือมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่าเทียบเรือเกาะลิบง สนามกีฬานราธิวาส สวัสดิการค่าเหรียญรางวัล และเรื่อง ไฟฟ้าบ้านวังคราม บ้านปะเหลียน และอื่น ๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านรณเทพ ส.ส. ชลบุรีครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก เป็นปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาล ของรัฐในการดูแลผู้ป่วยที่เป็นพระภิกษุสงฆ์ ทำให้พระภิกษุสงฆ์นั้นต้องไปพักรักษาตัว อยู่ที่วัด โดยที่ไม่มีแพทย์หรือพยาบาลในการดูแลรักษา ทำให้เกิดการเสียชีวิตหลายรายแล้ว กระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โปรดเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย🔗

เรื่องที่สอง เป็นปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างพนังคันคลองและเทดาด คอนกรีตในคลองชลประทานที่ตำบลกุฎโง้ง บ้านเซิด หน้าพระธาตุ และตำบลวัดโบสถ์ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมใน ๒ เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวนั้น ไม่มีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ แต่ได้มีการประมูลในเรื่องของค่าแรง ค่าวัสดุ ในการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นดิน หิน ปูน ทรายเป็นรายการไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้น ผมไม่เห็นด้วย เนื่องจากปัญหาดังกล่าวนั้นไม่เป็นไปตามระเบียบพัสดุ กระผมจึงขอ กราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ยกเลิก วิธีการดังกล่าวและกลับไปใช้วิธีการประมูลจ้างเหมาเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย🔗

เรื่องที่สาม เป็นปัญหาความชำรุดเสียหายของถนนคันคลองชลประทาน สายทางแยก ทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ จังหวัดฉะเชิงเทราไปจังหวัดชลบุรี ที่กิโลเมตรที่ ๑๖-๑๗ ไปยังวัดแหลมเขา ตำบลหัวถนน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งทำให้การจราจรในเวลา ค่ำคืนนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก กระผมจึงขอกราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โปรดดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย เนื่องจากว่าเรื่องนี้ผมได้นำเรียนหารือในสภาแห่งนี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้วครับ จึงกราบเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ขอบคุณ มากครับ สวัสดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านธนกร ไชยกุล ท่านวชิราภรณ์ กาญจนะ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เชิญท่านธนกร ส.ส. ยโสธรครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีข้อหารือท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ๑ เรื่องครับ🔗

ด้วยกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในการใช้ทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๒๑๖๙ หรือถนนสายเอเชียไฮเวย์ (Asian Highway) เอเอช ๑๒๑ (AH121) ซึ่งเป็นถนนสายหลักในการสัญจรของรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบรรทุกสินค้า ขนาดใหญ่ขนตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ขนสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านทุ่งกุลาร้องไห้ ผ่านจังหวัดยโสธร เขตอำเภอเมืองยโสธร อำเภอทรายมูล อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ อำเภอเลิงนกทา ไปจังหวัดมุกดาหารข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๒ ไปประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเวียดนาม ซึ่งในแต่ละวันมีรถยนต์สัญจรเฉลี่ยวันละ ๘,๘๔๒ คัน นี่คือข้อมูลปี ๒๕๖๒ ซึ่งข้อมูล ณ ปัจจุบันน่าจะเฉลี่ยถึงวันละ ๑๐,๐๐๐ คัน ผ่านเขตชุมชนหนาแน่น มีสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีโรงพยาบาล ตลาดสด ซึ่งมักจะเกิด อุบัติเหตุบ่อย ๆ ครั้ง ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหายมามากมาย สภาพปัจจุบันถนนช่วงนี้เป็นถนนกว้างเพียง ๒ เลน (2 Lane) คับแคบ กระผมจึงอยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โปรดวางแผน ขยายถนน ๒๑๖๙ ช่วงอำเภอเมืองยโสธร อำเภอทรายมูล อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ อำเภอเลิงนกทา ความยาวประมาณ ๖๕ กิโลเมตร เป็นถนน ๔ เลน (4 Lane) พร้อมติดตั้ง ไฟฟ้าแสงสว่าง อาณัติสัญญาณต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ซึ่งกระผมเองต้องขอกราบขอบคุณแขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงยโสธร ซึ่งเป็น ผู้ดูแล ณ ขณะนี้และขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านวชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานีครับ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนที่เกิดอุทกภัยน้ำท่วม เมื่อหลายวันก่อนฝนตกหนักเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ในภาคใต้ หลายจังหวัดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของดิฉันซึ่งเกิดเหตุภัยพิบัติภายใน อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอเคียนซา อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน อำเภอบ้านนาสาร อำเภอเวียงสระ และอำเภอกาญจนดิษฐ์ ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืช ผลไม้ บ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นอย่างหนัก และที่สำคัญมีประชาชน เสียชีวิต และการลงพื้นที่ของดิฉันในส่วนของอำเภอบ้านนาสาร อำเภอเวียงสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมพืชผลทางการเกษตรและบ้านเรือนถูกน้ำพัดพา เช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าขณะนี้น้ำจะลดลงแล้ว แต่ในส่วนของถนนก็ยังมีการชำรุดอยู่ การคมนาคมบางเส้นถูกตัดขาด การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดิฉันอยากฝาก ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยที่สุดก็ให้ซ่อมแซมในส่วนของถนน ทราบว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการไปได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ อีกทั้งยังมาเจอโรคระบาดคือโรคโควิด (COVID) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า รวมถึงเศรษฐกิจ ภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานีซบเซาลงแล้ว ยังมาโดนน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้อีก จึงสร้าง ความลำบากให้กับพ่อแม่พี่น้องเป็นอย่างมาก ดิฉันอยากฝากแล้วก็ขอให้รัฐบาลหาทาง ช่วยเหลือ เยียวยา ชดเชย ฟื้นฟูจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้เหมือนรัฐบาลก่อนที่เคยปฏิบัติ🔗

สุดท้ายนี้ดิฉันอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการโดยด่วน และถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้า ดิฉันจะตั้งกระทู้ถามถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอจาตุรงค์ ส.ส. ศรีสะเกษครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรก คือเรื่องประปาของหมู่บ้านโนนสำราญซึ่งมีทั้ง ๒ หมู่ คือหมู่ ๑ และหมู่ ๑๐ มีประชากรประมาณ ๓๐๐ กว่าหลังคา ขณะนี้มีแค่หมู่เดียวคือหมู่ ๑๐ ส่วนหมู่ ๑ นั้นไม่มี ทำให้ต้องใช้น้ำประปาร่วมกัน เมื่อหน้าแล้งที่ผ่านมานั้นน้ำประปา ขาดแคลน ลำบากมากต้องขอรถน้ำจากอำเภอ จากจังหวัด จากกรมทหารพราน เข้ามาช่วยเหลือ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของแหล่งน้ำที่จะดูแลในเรื่องต้นน้ำของการทำประปา ก็คืออ่างเก็บน้ำฝายจันทน์หอมซึ่งได้มีการขุดลอกไปบางส่วนจากกรมทรัพยากรน้ำ แต่แค่ส่วนเดียวยังไม่เพียงพอ และอีกแอ่งก็คืออ่างห้วยเรือซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่จะทำให้ประปา ของหมู่ ๑ ในโอกาสต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ หารือเรื่องของเขื่อนริมตลิ่งนะครับ ผมเป็นอนุกรรมาธิการ ท่องเที่ยวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยท่านประธานอนุกรรมาธิการคือ ท่าน ส.ส. สิรินทร รามสูต เราได้มีโอกาสไปดูเรื่องการท่องเที่ยวใน ๒๐ จังหวัดภาคอีสาน และ ๑๗ จังหวัดทางภาคเหนือตอนบน มีการท่องเที่ยวในหลายมิติ ซึ่งจะมีที่สนใจคือ เรื่องของการท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งขณะนี้จะเป็นจุดซึ่งน่าสนใจโดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่บ้านแก้ง แม่น้ำมูลลงไปจนถึงกันทรารมย์ และถึงอำเภอพิบูลมังสาหารจนถึง จังหวัดอุบลราชธานี จึงอยากให้สนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเขื่อนริมตลิ่ง ที่น้ำกัดเซาะพังหรือการสนับสนุนในเรื่องการท่องเที่ยวกับชมรม สมาคมนักธุรกิจ การท่องเที่ยว🔗

เรื่องสุดท้ายคือผมได้ทำเรื่องญัตติเรื่องของไฟฟ้า รถไฟฟ้า รถไฟ ซึ่งขอปรึกษาในเรื่องของอยากจะทราบว่าการทำรถไฟเลน (Lane) คู่ ทางคู่จะจบสิ้นได้เมื่อไร ในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะที่จากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะ รองรับนักท่องเที่ยวที่จะมารถไฟฟ้าจากประเทศจีนในวันที่ ๒ ธันวาคม ปี ๒๕๖๔ จำนวนถึง ๕ ล้านคน จะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงทางเร็วคู่ แล้วก็เรื่องของระบบน้ำ สุขภาพในเรื่องของห้องน้ำห้องท่าตามถนนหนทางต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ทรุดโทรมลงมาก ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านฐิติภัสร์ ส.ส. กทม. ครับ🔗

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธาน อยู่ด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณทางเดินเลียบคลองแสนแสบนะคะ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไปออกกำลังกายบริเวณทางเดิน เลียบคลองแสนแสบที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น ทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ได้กรุณา ไปดำเนินการซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณนั้นเรียบร้อยแล้วนะคะ แต่ปรากฏว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีขโมยได้ไปลักลอบตัดสายไฟ จึงทำให้ไฟฟ้าริมคลองแสนแสบ ดับอีกครั้งหนึ่งนะคะ ก็เลยอยากนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ท่านผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ และท่านผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ได้ดำเนินการ ซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณริมคลองทางเดินเลียบคลองแสนแสบ ช่วงรามคำแหง ซอย ๙ จนถึงรามคำแหง ซอย ๓๙ เขตบางกะปิ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มบนถนน รามคำแหง และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองบนถนนลาดพร้าว ตลอดจนถนนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน บริเวณ ๒ ข้างทาง บางช่วงมีไฟฟ้าแสงสว่างดับ อาจจะเป็นเหตุให้เกิดเหตุอาชญากรรม แล้วบริเวณที่พักผู้โดยสารบางที่ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณช่วงถนนรามคำแหง แล้วก็ ถนนลาดพร้าวจนถึงถนนศรีนครินทร์ ประกอบกับทางเดินทางเท้าพี่น้องประชาชนก็สัญจร ไปมาลำบากมาก กว่า ๒ ปีนะคะที่จะดำเนินการสร้างรถไฟฟ้าเสร็จทั้ง ๒ สาย ก็อยากจะ นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่ ท่านกำกับดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง ๒ สีนะคะ บนพื้นที่เขตบางกะปิให้เร่งรัด แล้วก็ กำชับไปยังผู้รับจ้างในการดูแลในเรื่องความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ อีก ๔ ท่านที่จะปรึกษาหารือนะครับ ท่านพีรเดช คำสมุทร ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ ขอเชิญ ท่านพีรเดช คำสมุทร ส.ส. เชียงรายครับ🔗

นายพีรเดช คำสมุทร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงรายครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกฝากไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ อยากให้กระตุ้น การท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดเชียงรายครับ เพราะสถานการณ์โควิด (COVID) ในตอนนี้ ทำให้การท่องเที่ยวของเราเงียบมากครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากไปยังกระทรวงการคลังครับ อยากให้ช่วยผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดเชียงราย เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว เลยครับในช่วงที่ผ่านมา ค้าขายไม่ได้ครับ หลายร้านปิดไป อยากให้กระทรวงการคลัง ช่วยชะลอการชำระหนี้ที่เกิดจากช่วงโควิด (COVID) เมื่อตอนมีนาคมที่ผ่านมา หลายร้าน ไม่สามารถที่จะจ่ายต้นและจ่ายดอกได้ครับ ขอให้ช่วยสัก ๓ เดือนครับ เหมือนกับตอนที่ เกิดภัยโควิด (COVID) ครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมตัวแทนคนจังหวัดเชียงราย อยากเชิญชวน พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย เชียงรายของเราปลอดภัยครับ ผมขอยืนยันครับว่าเชียงรายไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ครับ แล้วก็อยากให้ พ่อแม่พี่น้องคนไทยอย่ารังเกียจคนเชียงราย พวกเราเป็นคนที่อยู่หน้าด่าน เป็นคนที่ปกป้อง การลักลอบเข้ามาครับ พวกเราคือฮีโร (Hero) ครับ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. เจ้าหน้าที่ทหาร ดูแลตลอด ๒๔ ชั่วโมง กว่า ๓๐๐ กิโลเมตรนะครับพื้นที่ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ดูตั้งแต่ เช้าจนถึงดึกครับ เพราะกันการข้ามมาของคนที่อาจจะติดโควิด (COVID) พวกเราไม่ได้เป็น คนที่น่ารังเกียจอะไรครับ และจังหวัดเชียงรายตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาวเป็นช่วงที่น่าเที่ยว มากครับ ผมก็อยากเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องในประเทศไทยทั้งหมดไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายครับ เพื่อกระตุ้นแล้วก็ทำให้พวกเราสามารถผ่านไปได้ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส. กาญจนบุรีครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีครับ วันนี้มีเรื่องที่จะหารือ ผ่านท่านประธานสภาไปยังส่วนราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรื่องแรก ก็เป็นเรื่องของสะพานที่พ่อแม่พี่น้องทั้ง ๒ อำเภอได้ใช้สัญจร แล้วก็ ชำรุดมานาน ก็คือสะพานเส้นนี้ก็อยู่ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่บนถนน คาบเกี่ยว กจ. ๓๐๙๕ ซึ่งสะพานตรงนี้นั้นมีผู้สัญจรใช้ในเรื่องของการเกษตร แล้วก็ เรื่องเดินทางระหว่างอำเภอนะครับ เพราะฉะนั้นคอสะพานบนผิวถนนจะลึกมากนะครับ โดยเฉลี่ยแล้วถ้าวัดจากระดับน้ำประมาณ ๔๐ เซนติเมตร และขณะเดียวกันทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งแล้วก็บ่อยมาก จนถึงกระทั่งผู้เสียชีวิต จึงขอฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยดำเนินการ และเป็นปัญหานี้มานานหลายปีนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของถนนที่เป็นประตูสู่กาญจนบุรี ถนนในส่วนของ อำเภอท่ามะกาครับ อยู่ตำบลลูกแก ซึ่งจะเป็นตำบลแรกที่จะเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี คือถนนหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากภาพที่เห็นเป็นถนนที่ไม่สามารถที่จะขยายได้ แต่ขณะเดียวกันครับ วันนี้อีกไม่กี่วันก็ใกล้ที่จะปีใหม่ แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าจังหวัดกาญจนบุรีในวันนี้นั้นเป็นจังหวัดที่มีผู้เดินทางไปท่องเที่ยว มากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ของประเทศไทยจากโพลล์ (Poll) หลาย ๆ โพลล์ (Poll) เพราะฉะนั้น ผมเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่สัญจรนะครับ เพราะฉะนั้นถนนที่ชำรุด ผมขออนุญาตให้ ทางกระทรวงคมนาคมเร่งรีบเข้าไปดูแลเพื่อที่จะรองรับผู้ที่จะเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงปีใหม่และตลอดไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา แถว ๆ ถนนรามอินทราครับ ท่านประธานครับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเก่าไปใหม่มา ด่านลอย ด่านจ๊ะเอ๋ ด่านเป๋าตุงน้อยลงครับ แต่ว่าวันนี้อบายมุขกลับมาอีกแล้ว กราบเรียน ไปยัง ผบ.ตร. ช่วยกวดขัน บก.น. ๒ และ บก.น. ๓ แถว ๆ ถนนคู้บอน ถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง ถนนนิมิตใหม่ ถนนหทัยราษฎร์ บ่อนม้ามาอีกแล้วครับท่าน ท่านประธานครับ หากไม่รู้ เดี๋ยวผมจะพาหน่วยงานอื่นไปเยี่ยมแล้วจะถ่ายคลิป (Clip) มาเหมือนคราวที่แล้ว ตอน ผบ.ตร. คนเก่าครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนสามวา ถนนคู้บอน ถนนหทัยราษฎร์ ถนนนิมิตใหม่ ถนนประชาร่วมใจ ถนนไมตรีจิต รวมกันแล้วในเขตคลองสามวายาวกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร มีป้ายรถเมล์ไม่ถึง ๘ จุด ว่าง ๆ เชิญท่านประธานไปนั่งรอรถเมล์จะเห็นครับ ทั้งเขต มีแค่นั้นจริง ๆ ครับ เรียนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่จำเป็นต้องเป็นป้ายอัจฉริยะ เอาป้ายแค่มีที่บังแดด มีเก้าอี้นั่งก็เพียงพอแล้ว🔗

เรื่องที่ ๓ เขตคลองสามวาเป็นเขตน่าอยู่ครับ ปริมาณประชากรเพิ่มขึ้น มาตลอด ๑๐ ปีมานี้จาก ๕๐,๐๐๐ กว่าคนวันนี้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็มีผู้แทนราษฎร ชื่อจิรายุ ห่วงทรัพย์ นี่นะครับ หารือไปแล้ว ๓ รอบ เรื่องของสภาพปัญหาที่อยู่อาศัย ที่เริ่มมีมากขึ้น คนก็มีรถกันมากขึ้นครับ สรุปแล้วหารือไป ๓ รอบไม่มีเสียงตอบรับ จากหน่วยงานราชการที่ท่านเรียก นั่นก็คือการขอเรื่องของทางข้ามแยกถนนคู้บอน ตัดเลียบคลองสอง ถนนหทัยราษฎร์ตัดเลียบคลองสอง หรือเรียกกันว่าแยกจ่าเฉย ถนนพระยาสุเรนทร์ตัดถนนปัญญาที่เรียกกันว่าแยกลำกะโหลก ถนนหทัยมิตรตัดถนนนิมิตใหม่ ที่นี่กรุงเทพมหานคร อย่าให้ใครมาต่อว่าผู้ว่า กทม. ได้ว่าทำแต่เขตเมืองชั้นใน เขตเมือง รอบนอกไม่ค่อยสนใจใยดี ก็ขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมดำเนินการเรื่องนี้เป็นที่เร่งด่วน ถ้าเป็นครั้งที่ ๔ และครั้งที่ ๕ จิรายุจะไปร้องเรียน ที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรีครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กระผมได้รับการร้องเรียนจาก นายพงษ์ชัย เจริญยศ และราษฎรอีกร่วมกว่าพันคนครับ ถึงความไม่เป็นธรรมจากกรณีที่ กรมธนารักษ์ได้มีหนังสือประกาศให้ประชาชนมาเช่าที่ดินราชพัสดุในแปลงที่มีชื่อว่า แปลงทุ่งฟ้าผ่า ซึ่งมีจำนวน ๔,๓๗๕ ไร่ มีประชาชนกว่า ๑,๒๐๐ ครัวเรือน ในพื้นที่ของ ตำบลท่าช้าง หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๘ หมู่ ๙ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ซึ่งพี่น้องเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของภาครัฐทั้งที่ประชาชนมีหลักฐาน การเข้าอยู่อาศัยและครอบครองทำประโยชน์เกือบเต็มพื้นที่มากว่า ๑๐๐ ปีแล้วครับ ทั้งที่ เป็นโฉนดที่ดิน โฉนดตราจอง น.ส. ๓ และ ส.ค. ๑ ซึ่งข้อพิพาทกรมธนารักษ์กล่าวอ้างว่า มีที่ดินในการดูแล ๔,๓๗๕ ไร่ แต่ประชาชนโต้แย้งว่ากรมธนารักษ์มีหลักฐานเพียง ๒๔๕ ไร่ เท่านั้น ประเด็นที่จะต้องมีการต่อสู้กันก็คือที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์กล่าวอ้างนั้นมีพื้นที่ เท่าไรกันแน่ระหว่าง ๔,๓๗๕ ไร่ หรือ ๒๔๕ ไร่ครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้พี่น้องประชาชน ได้ยื่นขอความเป็นธรรมกับผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็กรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ ให้พิจารณาใน ๒ ประเด็นด้วยกันคือ ถ้ากรมธนารักษ์ไม่สามารถหาหลักฐานมารับรองสิทธิในที่ราชพัสดุ จำนวน ๔,๓๗๕ ไร่ได้แล้ว ก็ควรให้สิทธิการครอบครองที่ดินแก่ประชาชนที่ได้พิสูจน์สิทธิแล้ว🔗

ประการที่ ๒ ขอให้พิจารณายกเลิกหนังสือที่ให้ประชาชนเช่าที่ดิน ซึ่งประชาชนคิดว่าเป็นที่ดินของตัวเองซึ่งอยู่อาศัยมากว่าร้อยปีแล้ว จนกว่ารัฐโดยกรมธนารักษ์ จะมีหลักฐานการอ้างเป็นเจ้าของและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป กราบขอบพระคุณแทน พี่น้องชาวจันทบุรีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านที่จะปรึกษาหารือนะครับ มีท่านนพ ชีวานันท์ ท่านสายัณห์ ยุติธรรม ท่านนิติพล ผิวเหมาะ ท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ เชิญท่านนพ ชีวานันท์ ส.ส. พระนครศรีอยุธยาครับ🔗

นายนพ ชีวานันท์ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนพ ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก เกี่ยวกับการจราจรที่หนาแน่นติดขัดบริเวณตรงวัดตะโก อำเภอภาชี เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องประชาชนเข้ามาสักการะบารมีหลวงพ่อรวยเป็นจำนวนมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือวันที่วัดมีพิธีการต่าง ๆ นะครับ เช่นอาทิตย์ก่อน มีประชาชนผู้ศรัทธามาร่วมเช่าวัตถุมงคลจำนวนหลายหมื่นคนรถติดยาวหลายกิโลเมตร มากครับ ซึ่งถนนทางเข้าวัดปัจจุบันมีแค่ ๒ ช่องทาง และยิ่งตรงสี่แยกวัดตะโกมีสะพาน ข้ามคลองชลประทานซึ่งเป็นคอขวดข้ามได้ทีละเลน (Lane) เท่านั้นครับ เมื่อวานได้รับแจ้ง จากทางนายอำเภอภาชีว่าทางกรมทางหลวงชนบทได้มีการเข้ามาสำรวจพื้นที่บ้างแล้ว เพื่อที่จะปรับปรุงขยายสะพานข้ามคลอง แล้วก็ขยายช่องทางจราจรช่วงใกล้วัดตะโก ต้องขอขอบพระคุณกรมทางหลวงมา ณ ที่นี้ครับ ก็อยากจะให้ช่วยเร่งรีบปรับปรุง เพราะชาวบ้านรวมถึงคนที่มาวัดเดือดร้อนจากการจราจรที่ติดขัดมาก และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้ถนนเส้น อย. ๒๐๒๒ ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรด้วยครับ จากปากทางเข้าวัด ทั้ง ๒ ฝั่ง ระยะทางรวมประมาณ ๑๑ กิโลเมตร🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งมาจากผู้ใหญ่บ้านนะครับ ผู้ใหญ่บ้านไชยยันต์ พุ่มมะลิ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๘ ตำบลกระจิว อำเภอภาชี แจ้งว่าบ่อบาดาลที่นำน้ำมาเพื่อการอุปโภค มีกลิ่นแล้วก็บางครั้งมีส้ม สีแดง ซึ่งบ่อนี้สร้างมานาน ๑๐ กว่าปี ปัจจุบันทางกรรมการ หมู่บ้านเป็นผู้ดูแลบ่อนี้ มีปัญหาทีเป่าบ่อทีก็เสียค่าเป่าหลายหมื่น เป็นหมื่นนะครับ น้ำก็ยัง ไม่สะอาดเท่าที่ควร ทางกรรมการหมู่บ้านเคยได้สำรวจสถานที่เพื่อมาเจาะบ่อแล้ว ก็มีสถานที่สาธารณะที่สามารถเจาะบ่อใหม่ได้ แต่ว่าขาดงบประมาณนะครับ อย่างไรก็ฝาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยเข้ามาสำรวจ พื้นที่เพื่อเจาะน้ำบาดาลใหม่ให้ชาวบ้านได้มีการใช้น้ำที่มีสุขอนามัยที่ดี ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับเชิญท่านสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส. นครศรีธรรมราช🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นที่ผมอยากปรึกษาหารือผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เดินทางไปตรวจ ไปดูปัญหาน้ำท่วมที่นครศรีธรรมราช ผมอภิปราย ในสภาวันที่ ๓ ธันวาคม วันที่ ๗ ท่านเดินทางไปถึงนครศรีธรรมราช ผมขอเปิดคลิป (Clip) หน่อยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอสมควรแล้วครับ ท่านต่อไปครับ ท่านนิติพล🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

แค่นี้ครับ ผมขอบคุณ ท่านประธานครับ เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต นำเรียนปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ ผมไม่มีคลิป (Clip) นะครับ มีปัญหา เน้น ๆ มาหารือเลยครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากท่านพ่อหลวงคมสันต์ ศรีเจริญพันธ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๓ บ้านธรรมจาริก ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นกรณีเกี่ยวกับเรื่องเพื่อขอออกเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากว่าที่ดินบริเวณนี้ชาวบ้าน ได้อยู่อาศัยกันมานานแล้ว แล้วข้อเท็จจริงก็ฟังเป็นยุติแล้วว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้ โดยมีการรับรองและตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วนะครับ ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่ที่ติดกันนี้สามารถออกเอกสารสิทธิได้แล้ว แต่พื้นที่ที่เป็นของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ มานานนี้ยังไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ก็ขอให้เร่งรัดไปที่กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิโดยเร่งด่วนให้กับชาวบ้านด้วยครับ🔗

ข้อหารือข้อที่ ๒ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากน้อง ๆ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะที่ผมเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยแห่งนี้เป็นกรณีที่ ท่านผู้อำนวยการคนปัจจุบันได้มีการถูกบีบบังคับให้ต้องลาออกจากโรงเรียนทั้งที่ได้บริหาร จัดการและดูแลโรงเรียนมาเป็นอย่างดี น้อง ๆ นักเรียนยุพราชวิทยาลัยของผมทุกคนก็ให้ ความเคารพนะครับ แล้วก็เชื่อถืออยากจะให้ท่าน ผอ. คนนี้ได้ปฏิบัติราชการต่อไป ก็ขอให้ เรียกร้องไปยังกระทรวงศึกษาธิการได้มีการตรวจสอบและพิจารณาถึงข้อเรียกร้องของน้อง ๆ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเพื่อที่ว่าจะคืนความยุติธรรมให้กับผู้อำนวยการของโรงเรียนยุพราช วิทยาลัยของผมนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส. บุรีรัมย์ครับ อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ท่านประสิทธิ์ มะหะหมัด ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส. กทม. ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนา บทบาทสตรี กรุงเทพมหานคร เขตภาษีเจริญ ถึงระยะเวลาในการอนุมัติโครงการว่า มีความล่าช้าเป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ กองทุนนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๕ ในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ เป็นเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มสตรี ให้มีความยั่งยืนถาวร ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการกำกับดูแลของกรมการพัฒนาชุมชน สังกัด กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับข้อมูลในส่วนของสมาชิกสภาเขตภาษีเจริญ ว่าได้มีการทำโครงการยื่นขออนุมัติเงินกู้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปัจจุบันนั้นไป จำนวนทั้งสิ้น ๖๐ โครงการ แต่ได้รับการอนุมัติมาเพียง ๓๐ โครงการ ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า ๒ ปีที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคมที่ผ่านมาได้มีการเรียกสมาชิกให้ไปทำสัญญาเพิ่มเติมอีก ๑๒ โครงการ และนัดจะโอนเงินเข้าบัญชีของสมาชิกในวันที่ ๕ ธันวาคมที่ผ่านมา แต่จนถึง ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการโอนเงินให้กับสมาชิกแต่อย่างไร ท่านประธานคะ เมื่อพิจารณาหาก ระยะเวลาการยื่นขอเงินกู้ในโครงการนี้ซึ่งดูแล้วจะมีการใช้เวลามากและล่าช้าเป็นอย่างมาก นี่เป็นเพียง ๑ ตัวอย่างของเขตภาษีเจริญ ถ้ารวมกันทั้งกรุงเทพมหานคร ดิฉันยังไม่ทราบว่าจะมี โครงการที่ตกค้างอีกมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองเช่นนี้ ดิฉันคิดว่า จะต้องรีบเร่งด่วนในการอนุมัติเงินกู้ค่ะ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ให้เร่งตรวจสอบดำเนินการแก้ไข โดยด่วนค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส. กทม. ครับ🔗

นายประสิทธิ์ มะหะหมัด กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ มะหะหมัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตสะพานสูง แขวงประเวศ ขออนุญาตหารือท่านประธานถึงปัญหา ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินชีวิตที่ไม่ค่อยได้รับการดูแล จากคนของเขาเองและจากสังคมมาโดยตลอด ก็คือเรื่องของอุบัติเหตุครับ ท่านประธานครับ อยากจะเรียนท่านประธานครับว่าปัญหาที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือการเกิด อุบัติเหตุขึ้นบนถนนสาธารณะ ก็คือถนนกาญจนาภิเษก ในช่วงของคู่ขนานกาญจนาภิเษก หรือชาวบ้านเรียกว่าถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ ท่านประธานครับ ถนนที่ผมว่านั้น จุดที่เกิดเหตุบ่อย ๆ ก็คือถนนราษฎร์พัฒนา ที่ตัดกับวงแหวนรอบนอกตะวันออก หรือที่เรียกว่าถนนกาญจนาภิเษก ในส่วนของคู่ขนานกาญจนาภิเษก เป็นถนนที่เชื่อมต่อ ระหว่างชุมชนและหมู่บ้านใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมากในเขตสะพานสูง ขออนุญาตท่านประธานครับ ขออนุญาตเรียนถึงจำนวนหมู่บ้านนะครับ ส.ส. ท่านเราอย่างน้อยก็อยู่แถว ๆ นั้นนะครับ การ์เดนสวีท ซอย ๖ ท่านสายัณห์ หมู่บ้านโกลเด้น ทาวน์ ธารารมณ์ หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ คาซา สีวลี ครับท่านประธาน เป็นหมู่บ้านใหญ่ ๆ ในถนนราษฎร์พัฒนา ที่จำเป็นจะต้อง ออกสู่ถนนหลักในการเดินทางเข้าไปทำมาหากินและมาประชุมสภาอันทรงเกียรติของเรา ปัญหาก็คือว่าการจราจรนั้นติดขัด อยากจะให้มีสัญญาณจราจรในช่วงของถนนราษฎร์พัฒนา ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก อยากเรียนถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ดูแลกรมทางหลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ช่วยดำเนินการ ประสานงานให้มีสัญญาณไฟจราจรในส่วนที่ผมว่าคือช่วงตัดระหว่างถนนราษฎร์พัฒนา กับถนนกาญจนาภิเษกครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอุบลศักดิ์ครับ ส.ส. ลพบุรี เชิญครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออนุญาตหารือต่อท่านประธาน ฝากไปถึง กรมชลประทาน ประเด็นคือเนื่องจากว่าพี่น้องชาวนาทำนา ช่วงส่วนหนึ่งที่นาปีก็เก็บเกี่ยว ไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่น้ำยังไม่ถึงนะครับ น้ำไม่มี ข้าวกำลังจะสุก ก็หมายความว่าตั้งท้อง กลัวว่าข้าวจะเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝากไปถึงพี่น้อง ให้ชลประทานลพบุรีตรงที่ อำเภอห้วยโป่ง เขตอำเภอโคกสำโรง ตรงหมู่บ้านพรหมโยธิน เส้นทางน้ำจะผ่านพุคา อำเภอบ้านหมี่ ฝากให้ท่านช่วยหาเครื่องสูบน้ำไปให้พี่น้องเกษตรกรทำนา อีกส่วนหนึ่ง น้ำจากคลองชลประทานมหาราช เขตอยู่สิงห์บุรี ติดต่อลพบุรี เขตอำเภอบ้านหมี่ คือตำบลบางขาม เช่นเดียวกันครับ ข้าวกำลังใกล้จะสุก น้ำไม่มีครับ ฝากให้ท่านช่วย ประสานงานผันน้ำไปให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ และอีกส่วนหนึ่ง คือพี่น้องชาวนา อำเภอท่าวุ้ง คลองพุดซา คือเขตต้นน้ำสิงห์บุรี ซึ่งสามารถจะปล่อยน้ำมายัง อำเภอท่าวุ้ง เขตตำบลท่าวุ้ง เขตตำบลบางคู้ เขตตำบลลาดสาลี่ พี่น้องที่ทำนาเดือดร้อน ข้าวกำลังใกล้จะสุกเช่นเดียวกัน ดังนั้นฝากท่านประธานไปประสานงานกับชลประทานช่วยกรุณาติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรงนั้น ช่วยระบายน้ำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ผลคือข้าวใกล้จะเกี่ยว ถ้าหากว่าช้าไปกว่านี้ ข้าวก็จะแห้ง ก็ต้องขอบคุณท่านประธาน🔗

ประการสุดท้าย วันนี้พี่น้องชาวนาทั้งประเทศเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว โครงการ ของรัฐ เงินยังไม่ถึงมือพี่น้องเกษตรกร ฝากการบ้านให้ทางรัฐบาลช่วยจัดการจ่ายเงิน ค่าชดเชยด่วนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน ส.ส. กรวีร์ต่อไปครับ เชิญครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่องหารือกับท่านประธานเป็นเรื่องปัญหาของความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ได้สะท้อนมายังผมแล้วก็ท่าน ส.ส. ภราดรนะครับ นั่นก็คือเรื่องน้ำ สำหรับทำการเกษตร น้ำเปรียบเสมือนกับชีวิตของพี่น้องเกษตรกรนะครับ ตอนนี้ทาง กรมชลประทานทั้งโครงการชัณสูตร โครงการยางมณี แล้วก็ชลประทานจังหวัดอ่างทอง ได้เร่งไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วยการไปติดแผ่นป้ายแล้วก็ประชาสัมพันธ์ ขอภาพ ประกอบนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้รับทราบถึงปัญหาสถานการณ์ของภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนะครับ พี่น้องประชาชน ก็เข้าใจถึงข้อจำกัดแล้วก็ปริมาณน้ำที่มันมีค่อนข้างน้อยในปีนี้ แต่ปัญหาก็คือมีพี่น้อง เกษตรกรจำนวนมากที่ทำนาล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากว่าปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องมาจาก ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่งจะเริ่มทำในช่วงเดือนตุลาคมหรือว่าช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้นนะครับ มีจำนวนทั้งสิ้นถึง ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน รวมพื้นที่การเกษตรมากกว่า ๗๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งคาดว่า จะเก็บเกี่ยวช่วงปลายปีต่อเนื่องจนถึงต้นปี ก็อยากที่จะประสานงานทางชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักชลประทานที่ ๑๒ ให้ช่วยปล่อยน้ำต้นทุนมาเพิ่มเติมให้กับ ทางชลประทานจังหวัดอ่างทอง โครงการชัณสูตร แล้วก็โครงการยางมณี ที่ตอนนี้ก็ทำได้ เพียงแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตั้งเครื่องสูบน้ำ แล้วก็เอาเครื่องจักรกลไปขุดลอก คลองต่าง ๆ🔗

นอกจากนั้นแล้วพี่น้องประชาชนยังฝากมาอยากจะเห็นการแก้ไขปัญหา ในระยะยาวอย่างยั่งยืนด้วยการหาพื้นที่ในการสร้างอ่างเก็บน้ำ ในการทำแก้มลิง หรือว่า อ่างเก็บน้ำชุมชนเพื่อใช้แก้ปัญหาการขาดน้ำในช่วงหน้าแล้งในปีต่อ ๆ ไปด้วย ช่วยเติมน้ำ ต่อชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกรครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เป็นเรื่องของถนนทางหลวงชนบท แล้วก็ทางหลวง แผ่นดินของกระทรวงคมนาคมที่อำเภอไชโย ทางหลวงแผ่นดินเส้น ๓๐๙ จากตำบลไชโย ต่อเนื่องมาถึงที่ตำบลย่านซื่อ แล้วก็ทางหลวงชนบทเส้น ๒๐๓๔ จากตำบลชัยภูมิต่อเนื่อง ไปถึงตำบลตลาดกรวดมีไฟบางช่วงครับ บางช่วงยังขาดไฟอยู่ ดังนั้นฝากท่านประธานไปถึง กระทรวงคมนาคมให้เติมไฟให้เต็มตลอดทั้งเส้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากนครพนมครับ กระผมมีเรื่องหารือในเรื่องของความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในบ้านของกระผมคืออำเภอท่าอุเทนถูกบุกรุกไปเนื้อที่ ๓,๒๐๐ ไร่ โดยนายทุนกลุ่มอิทธิพล เขาได้ต่อสู้มานาน มีการฟ้องร้องมานาน เขาได้พึ่งฝ่ายบริหารก่อน แต่ฝ่ายบริหารก็ตั้งคณะกรรมการชุดที่ ๑ จังหวัด ชุดที่ ๒ จังหวัดและกรม ชุดที่ ๓ คือ กระทรวงและกรมนะครับ ผลการประชุมในครั้งสุดท้ายคณะกรรมการได้สอบสวน ตามความมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดินและ น.ส. ๓ ของ บริษัท เกษตรปิยะมิตร จำกัด ตอนหลังเป็นบริษัทที่บุกรุกนะครับ ตั้งแต่เมื่อ กลางเดือนกันยายน ๒๕๖๓ แต่อธิบดีกรมที่ดินก็ยังไม่ลงนามเพิกถอนเอกสารสิทธิของบริษัท ดังกล่าวภายใน ๑๕ วันตามกฎหมายนับตั้งแต่ที่ได้รับการสอบสวนของคณะกรรมการ สอบสวนตามมาตรา ๖๑ วรรคสี่และวรรคห้า ประมวลกฎหมายที่ดินแล้วนะครับ จึงมาพึ่ง ทางฝ่ายนิติบัญญัติคือสภาผู้แทนราษฎร จึงเรียนท่านประธานว่าก็ขอให้ดำเนินการในเรื่องนี้ อย่างเร่งด่วนด้วยเพราะว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหน้าที่ของเรานิติบัญญัติ ที่ควบคุมการบริหารแผ่นดิน ควบคุมอะไร ควบคุมให้ประชาชนเขาอยู่ดีมีสุข ไม่มีทุกข์ เขาทุกข์มานานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ในการบุกรุกฆ่าควายเขาตาย แล้วก็ฟ้องร้องมาตลอด คือเขาพึ่งฝ่ายบริหารด้วย ฝ่ายบริหารก็ยังไม่ดำเนินการตาม จึงมาฝากท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ต่อไปก็คงจะพึ่งทางตุลาการด้วย เพราะว่าเขาผิดมาตรา ๑๕๗ อย่างชัดเจน กฎหมายอาญานะครับ เขาเตรียมจะฟ้องเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามหน้าที่ของสภาเป็นเรื่อง หน้าที่สำคัญที่ควบคุมบริหารแผ่นดิน ผมจึงฝากท่านประธานด้วย🔗

อีกอย่างหนึ่ง เรื่องที่ได้ดำเนินการปรึกษาหารือต่อสภานี้ก็ได้รับคำตอบมาว่า โดยมากจะเป็นว่าคณะผู้ที่ถูกฟ้องร้อง หมายถึงกรม กองทั้งหลายนะครับ กำลังดำเนินการอยู่ กำลังดำเนินการอยู่ ก็ตอบอย่างนี้ตลอดเวลา จึงฝากท่านด้วยนะครับ ก็เหมือนไปฟ้องที่ใคร ก็ตอบว่าอย่างนี้ จึงฝากท่านประธานด้วยว่าน่าจะมีคณะทำงานสักชุดหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้คำตอบให้ได้ว่าแก้อย่างไร แก้เมื่อไร ให้พี่น้องประชาชนเขาได้คลาย ความเดือดร้อนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อหนังสือที่ทางสภาทำไปถึงหน่วยงานที่ท่านได้ร้องเรียนเขาก็จะตอบมา ทางสภาก็จะแจ้ง ให้แก่สมาชิก ส.ส. ที่ร้องเรียนปรึกษาหารือ ในกรณีที่ต้องการตามท่านก็ทำหนังสือตามไป อีกครั้งก็จะดีครับ ช่วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย ผ่านมาทางท่านประธานสภาอีกครั้งก็ได้ครับ ในกรณี ต้องการความคืบหน้าต่อไป เชิญท่านสุดท้ายครับ ท่าน ส.ส. อรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากอาจารย์คนดังในอำเภอบางคล้าและผู้นำ ท้องถิ่นในตำบลบางกระเจ็ดว่าได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไฟตกอยู่บ่อยครั้ง โดยได้มา หารือกับผมว่าที่ตำบลบางกระเจ็ดมีการใช้ไฟเพิ่มขึ้น มีผู้ประกอบการจำพวกที่ทำบ่อกุ้ง แล้วก็เกิดการไฟตกทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ทำให้กุ้งตาย เสียหายเป็นเงินจำนวนมาก จึงร้องเรียนว่าอยากจะให้ผมประสานผ่านท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดฉะเชิงเทราครับ ขอให้ขยายไฟจากปัจจุบันเป็น ๒ เฟส (2 Phase) ให้เพิ่มเป็น ๓ เฟส (3 Phase) ด้วยเพื่อป้องกันปัญหาไฟตกของพี่น้องประชาชนในแถบนั้นครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หมอนทอง ท่านจำเริญ จันทร์เทศ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสิงโตทอง ท่านมานพ ยืนยง และผู้นำท้องถิ่นในละแวกนั้นว่าปัจจุบันถนนของทางหลวงชนบทที่ช่วงประมาณ คลอง ๑๘ คลอง ๑๙ คลอง ๒๐ คลอง ๒๑ เพิ่งได้ทำถนนใหม่ไปประมาณปีเศษ ๆ แต่ทุกวันนี้หน้าถนนเสียหายเป็นจำนวนมากมีหลุมมีบ่อครับ ก็อยากจะขอนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบทหรือว่าแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เร่งแก้ไขด้วย ผมยกตัวอย่างนิดเดียวครับ วันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปร่วมงานของพี่น้องมุสลิม ไปงานดื่มน้ำชาที่ตำบลสิงโตทองระหว่างทางก็เห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นครับ พี่น้องที่ใช้สัญจรไปมา ขับมอเตอร์ไซค์ก็ตกหลุมแล้วก็โดนรถบรรทุกวิ่งมาทับตัวแบน ก็คาดว่าก็คงเกิดความสูญเสีย ที่ยากจะเกินบรรยาย ก็เลยอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานครับ ให้ช่วยแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วนเพราะว่าช่วงนี้ก็ใกล้ปีใหม่แล้วถ้าแก้ไขปัญหาได้ก็จะช่วยชีวิตหรือว่าช่วยลด ความเสียหายได้อย่างเยอะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านสมาชิก ๓๐ ท่านที่ท่านรักษาเวลาดีครับ เป็นการจบ การปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ เรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๐๕ คน
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม จำนวน ๒๕๔ ท่านแล้วนะครับ เกินกึ่งหนึ่ง ถือว่าครบเป็นองค์ประชุมที่จะดำเนินการประชุมต่อนะครับ ดังนั้นผมขอ ดำเนินการการประชุมต่อไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๔ ส. (นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗

ขออภัยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถามกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขติดภารกิจทั้งคู่ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนนะครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๕ ส. (นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ ซึ่งท่านเองก็ได้ติด ภารกิจเหมือนกัน ขอเลื่อนเหมือนกันนะครับ เชิญท่านวรรณวรีครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกลนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือท่านประธาน สั้น ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกระทู้ถามสดในวันนี้นะคะ ซึ่งจริง ๆ วันนี้ดิฉันเตรียมเรื่องที่จะ ถามมา ก็คือเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพื่อมาถามนายกรัฐมนตรี แต่ว่านายกรัฐมนตรี ก็มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ มาตอบแทน แต่ปรากฏว่าท่านวราวุธก็ไม่ว่าง ซึ่งดิฉันก็ค่อนข้างจะผิดหวังจริง ๆ นะคะ ต้องบอกว่าช่วง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ อยู่ในระดับสูง แล้วก็เป็นอันตราย มาระยะเวลาหลายวัน แล้วก็ที่สำคัญมันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ แบบนี้มาหลายปีแล้วนะคะ โดยเฉพาะ ปีนี้ที่ค่าฝุ่นของไทยนี่มันมาแรงแซงอันดับโลกไปถึงที่ ๓ แล้วของโลก ซึ่งดิฉัน ถือว่าปัญหานี้มันเป็นปัญหาที่วิกฤติแล้วก็เร่งด่วนจริง ๆ นะคะ ดิฉันก็ค่อนข้างจะสงสัยว่า รัฐมนตรีมองเห็นหรือไม่นะคะว่าวิกฤติพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้มันเป็นวิกฤติอย่างแท้จริง แล้วท่านเห็นผลกระทบของเรื่องนี้จริง ๆ คนไทยทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ทุกคนจะต้องได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วมันไม่เหมือน กับโควิด (COVID) ที่ท่านมีแค่หน้ากากอนามัย แล้วก็มีแอลกอฮอล์เจล (Gel) ท่านก็สามารถ ป้องกันตัวเองได้มากถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ฝุ่นนี่ท่านต้องใช้หน้ากากอนามัยแบบเอ็น ๙๕ (N 95) ซึ่งมันค่อนข้างมีราคาสูง แล้วก็คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ แล้วถึงท่านจะมี หน้ากากเอ็น ๙๕ (N 95) แล้วนี่ท่านก็ยังต้องรู้สึกแสบตาเคืองตานะคะ ซึ่งยังไม่นับ กลุ่มคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงอย่างเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคปอด โรคทางเดินหายใจต่าง ๆ ซึ่งในมุมมองของดิฉันและพรรคก้าวไกล แล้วจริง ๆ ก็รวมถึงประชาชนนี่เห็นว่า สถานการณ์นี้มันเป็นวิกฤติจริง ๆ นะคะ แล้วก็ท่านควรจะให้ความสำคัญที่สุดแล้วในเวลานี้ ดิฉันก็ยังอยากจะตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้นี่สุดท้ายมันต้อง ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังเสียทีนะคะ แล้วเราไม่ควรจะต้องมาพูดเรื่องนี้ซ้ำ ๆ อีกแล้ว ในปีหน้านะคะ🔗

แล้วก็สุดท้ายจริง ๆ ดิฉันอยากจะฝากเอาไว้นะคะว่าความล่าช้าในการทำงาน ของท่านนี่มันอาจจะซื้อเวลาได้ แต่ว่าสิ่งที่มันไม่มีทางหายไปเลยคือสารพิษที่มันจะสะสม ในร่างกายของท่าน สะสมในร่างกายของเราทุกคน ในร่างกายของประชาชน แล้วก็ลูกหลาน ของพวกเรานะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจากทางสภาเราได้ตกลงกันที่จะเปลี่ยนวันตอบกระทู้จากวันพุธเป็นวันพฤหัสบดี ก็เลยทำให้ทางรัฐบาลอาจจะตั้งตัวยังไม่ค่อยทันเท่าไร เพราะว่าทางสภาเพิ่งแจ้งไป เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานะครับ ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีดอนไปแจ้งที่ประชุม ครม. ด้วยนะครับว่า วันพฤหัสบดีนี้ขอให้ทางฝ่ายรัฐบาล คือคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ ได้เตรียมตัวสำหรับสภา ในช่วงเช้าไว้ด้วย ฝากท่านดอนไปด้วยนะครับ ท่านวิรัชมีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานวิป (Whip) รัฐบาล ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน เนื่องจากประเด็นในการที่จะต้องตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ผมเองอยากเรียนท่านประธานว่า ก็เนื่องจากในส่วนหนึ่งนี่ครับก็มาจากข้อบังคับ แล้วก็มาจากในส่วนของมีการเปลี่ยนแปลง ระเบียบวาระที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุม ส่วนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือผมเองก็เพิ่งทำแจ้งไปยังทางคณะรัฐมนตรีว่าเราเปลี่ยนระเบียบวาระ เนื่องจากเราจะพิจารณาวันพุธเป็นเรื่องของกฎหมาย แล้ววันพฤหัสบดีจะเป็นเรื่องกระทู้ถามสด ด้วยวาจา แล้วก็กระทู้ถามทั่วไป แล้วก็เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพราะฉะนั้นก็อาจจะทำให้ เบื้องต้นอาจจะขลุกขลัก เข้าใจครับว่าในส่วนที่ท่านถามไม่ว่าจะเป็นเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือแม้กระทั่งเรื่องโควิด (COVID) ก็ตามที เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องเรียน ท่านประธานว่าจะพิจารณาในส่วนของทั้ง ๒ เรื่องนี้ท่านประธานครับให้เป็นญัตติด่วน ในการที่จะมาให้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีโอกาสได้อภิปราย แล้วก็แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น แล้วก็จะเชิญคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาดูแล แล้วก็มานั่งฟัง เพราะว่าถ้าเป็น การถามกระทู้เฉพาะท่านหรือเฉพาะคน อาจจะแก้ได้เพียงแค่เล็กน้อย แต่ถ้าเผื่อ เป็นภาพรวมแล้วผมคิดว่าในส่วนนี้จะช่วยให้รัฐบาลนำไปพิจารณาแล้วก็แก้ไขโดยเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความรับผิดชอบก็คือ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นไปได้ ต่อไปจะถาม กระทู้ถามสดในเรื่องใดก็ตามทีก็แอบ ๆ บอกกันสักหน่อยก็ได้ครับ จะได้ถามคอนเฟิร์ม (Confirm) ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าสะดวกหรือไม่ หรืออย่างไรก็ตามที อันนี้ก็ต้องเรียน ท่านประธานเบื้องต้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในส่วนของกระทู้ถามสดซึ่งเจ้าของทั้ง ๒ ฉบับนะครับ คือท่านศุภชัยกับท่านวรรณวรี ยังติดใจที่จะถามต่อไปก็จะได้พิจารณาบรรจุในคราวต่อไปนะครับ ท่านไม่ได้เสียสิทธิ แต่ต้อง ขอบคุณท่านวิรัชในความปรารถนาดีที่จะนำเรื่องทั้ง ๒ เรื่องนี้เข้ามาเป็นญัตตินะครับ อันนั้น ก็ดี ก็อยู่ที่ห้องประชุมนะครับ อยู่ที่ที่ประชุมว่าจะนำเรื่องนี้เข้ามาสู่การประชุมพิจารณากัน🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๖ ส. (นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบ🔗

เชิญท่านชลน่านครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมได้ตั้งกระทู้ถามสด ถามด้วยวาจา ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง เกี่ยวกับข้อมติของสมาชิกวุฒิสภาของ สหรัฐอเมริกาที่มีทัศนะต่อสถานการณ์ เหตุการณ์บ้านเมืองของประเทศไทย และกฎหมาย ของสหภาพยุโรปที่เพิ่งออกใหม่ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่วันที่ ๔ ธันวาคม เป็นต้นมาและในปัจจุบันด้วย สำคัญในแง่ที่มันจะกระทบประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนอย่างใหญ่หลวงและอย่างมหันต์ โดยเฉพาะถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ได้มีมาตรการที่จะไปรองรับกับเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมา ผมกราบขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ผู้แทนของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้แทนท่านนายกรัฐมนตรี ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านเป็นอย่างสูงนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีด้วย เหตุที่ผมถามนายกรัฐมนตรีมันไม่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ การต่างประเทศเท่านั้น แต่มันเป็นการที่จะนำเอาเหตุทั้งหลายทั้งปวงมาประมวล เพื่อแก้ปัญหาในประเทศชาติบ้านเมืองเรา ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของผู้บริหารประเทศ คือท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีผู้ได้รับมอบหมายคิดว่าจะตอบคำถาม ผมได้ ผมก็จะนำเอาคำตอบนี้เป็นแนวทางเพื่อจะติดตามการทำงานของท่าน เพื่อป้องกัน หายนะของราชอาณาจักรไทยเรา🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมา มีสมาชิกวุฒิสภาของอเมริกา ๙ ท่าน ในนามของคณะกรรมาธิการกิจการระหว่างประเทศ ได้มีข้อมติออกมาเรียกร้องต่อราชอาณาจักรไทย และเตรียมที่จะนำเสนอต่อวุฒิสภา ของอเมริกาเพื่อให้คำรับรอง ข้อเรียกร้องนั้นมีข้อเสนอมาทั้งหมด ๕ ข้อที่สำคัญ ๆ และมี ข้ออ้างถึงเหตุที่จำเป็นต้องเสนอนั้นอีกมากมายซึ่งผมจะเรียนถามต่อไป ข้อเรียกร้องนั้น เสนอมา แม้จะยังไม่เป็นทางการแต่ผมถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นสำคัญสำหรับประเทศมาก ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอง หรือรัฐบาลไทยเองไม่ได้ให้ความสนใจ ก็จะเป็นปัญหามาก จะกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างมหันต์ ไม่เฉพาะแต่รัฐบาลนะครับ ผมไม่ได้สนใจว่ารัฐบาลนี้จะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร แต่ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้รับ การเตรียมการมันจะกระทบต่อราชอาณาจักรไทย หมายถึงสถาบันหลักสำคัญของประเทศด้วย โดยเฉพาะสถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพยกย่องของพวกเรา🔗

และอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป ๒๗ ประเทศครับ เขาได้ผ่านกฎหมายที่เราเรียกว่าแมกนิตส์กี แอกต์ (Magnitsky Act) หรือกฎหมาย แมกนิตส์กี (Magnitsky) ว่าด้วยเรื่องของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน เขาขยายขอบเขต แมกนิตส์กี (Magnitsky) นี่เป็นกฎหมายของอเมริกา ท่านประธานครับ แต่แนวทางที่เขามาทำเสนอนี่ สหภาพยุโรปนำแนวทางที่อเมริกาใช้ เพื่ออะไรครับ เพื่อครอบคลุมไปทั่วโลกในการที่จะเอาผิดกับผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะบุคคลหรือส่วนตัวนะครับ และที่สำคัญครับสิ่งที่ผมต้องนำ ๒ เรื่องนี้มา เป็นเหตุเพราะเนื่องจากว่า ๒ เรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางสากลระหว่างประเทศ ที่สำคัญครับ เป็นเรื่องใหญ่ครับท่านประธานที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน และจะมีผลกระทบต่อราชอาณาจักรไทย คนไทย และที่สำคัญครับท่านประธาน ๒ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของรัฐบาลเองว่าจะเลือกปฏิบัติอย่างไร จะดำเนินการ อย่างไร มันจึงมีความจำเป็นครับท่านประธานที่ผมต้องถามกระทู้ถามสด เพราะสิ่งที่ มันเกิดขึ้นในขณะนี้มันเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยเรา เขาเอาสถานการณ์ในประเทศ ไทยเราเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะมติของ ส.ว. อเมริกา ๙ ท่านนี่นะครับ เหตุการณ์การชุมนุม การเรียกร้องการจับกุมคุมขัง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การอุ้มฆ่า อะไรต่าง ๆ ที่เขาอ้างมา ในข้ออ้างเพื่อประกอบมันเป็นเหตุของการกระทำในประเทศไทยเรา มันจำเป็นท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้คนคนเดียว การตัดสินใจของคนคนเดียว คือผู้นำรัฐบาลในขณะนี้ หรือรัฐบาลชุดนี้ ทำให้เสียหายทั้งราชอาณาจักรไทย ก็จำเป็นครับท่านประธานที่จะถามกระทู้🔗

ผมมีคำถามชุดแรกท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศและท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านทราบ หรือไม่ครับว่าสาระสำคัญของข้อมติของสมาชิกวุฒิสภาอเมริกา ๙ ท่าน ที่เตรียมจะเสนอต่อ วุฒิสภาอเมริกานี่ สาระสำคัญมันคืออะไร และสาระสำคัญของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนที่จะเอาผิดกับคนทั้งประเทศ ทั้งโลกได้มันมีสาระสำคัญอย่างไร ข้ออ้างที่เขา อ้างถึงไม่ว่าจะอ้างถึงเรื่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยตั้งแต่ปี ๑๘๑๘ เป็นต้นมา ไล่เรียงมาจนถึงสถานการณ์เหตุการณ์ปัจจุบัน พูดถึงการเข้าไปยึดอำนาจ ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า ฮุนทา (Junta) ด้วยครับท่านประธาน คือคณะผู้มีอำนาจเข้าไปยึดอำนาจปกครอง เขาเรียกว่าเผด็จการ ข้ออ้างทั้งหลายทั้งปวงที่เขาอ้างมาเพื่อประกอบเป็นข้อเสนอ ๕ ข้อ เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ นั่นเป็นคำถามที่ ๑ นะครับ🔗

คำถามที่ ๒ ในชุดแรกครับ ท่านคิดว่าการกระทำของ ส.ว.ของอเมริกาก็ดี หรือการออกกฎหมายของสหภาพยุโรปก็ดีที่จะมีผลมาถึงประเทศไทย ถือว่า เป็นการแทรกแซงกิจกรรมภายในประเทศของเราหรือไม่ เป็นคำถามที่ ๒🔗

และคำถามที่ ๓ ในชุดแรกครับท่านประธาน จากสาระสำคัญ จากสิ่งที่ เขาเสนอมา โดยเฉพาะข้อมติ ๕ ข้อนี่นะครับ จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองเรา อย่างไร ใครที่จะได้รับผลกระทบบ้าง ขอเป็นคำถามแรกครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีดอนตอบครับ🔗

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

ขอบคุณนะครับสำหรับกระทู้ กราบเรียนท่านประธานสภา ผม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ที่เกี่ยวกับ ส.ว. สหรัฐในเช้าวันนี้🔗

ในเรื่องของกระทู้หวังว่าจะเป็นที่เข้าใจนะครับว่าออกมาทำไม ที่บ้านเรา พูดประหนึ่งว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ในสหรัฐอเมริกาไม่มีใครเขาสนใจ ทำไมถึงพูดว่าไม่มี ใครสนใจ เพราะว่าเราได้สอบถามตั้งแต่แรกเมื่อได้รับการอะเลิร์ต (Alert) อะเลิร์ต (Alert) นี่ หมายถึงว่าบอกล่วงหน้าในเช้าวันที่ ๓ ธันวาคม และร่างข้อมติดังกล่าวก็ออกมาในช่วงเย็น ของวันที่ ๓ เราตามทันที แม้เวลามี ๖ ชั่วโมง เมื่อร่างข้อมติออกมาวันที่ ๓ ค่ำของ สหรัฐอเมริกาซึ่งเท่ากับตีสามตอนเช้าของวันที่ ๔ ในบ้านเรา สิ่งแรกที่ทางกรมอเมริกา และแปซิฟิกใต้ติดต่อไปก็คือเจ็ดโมงเช้า ห่างกันอยู่ ๔ ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ทันที ในขณะเดียวกันในวันเดียวกันตอนบ่ายก็มีการสั่งการปลัดกระทรวง ติดต่อแทมมี ดักเวิร์ธ เพราะว่าปลัดกระทรวงเพิ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ก็รู้จักแทมมีดี เพื่อจะถามไถ่ข้อมูลว่า อะไรมันเป็นอะไร เพราะฉะนั้นในวันเดียวกันคือวันที่ ๔ จากตีสาม ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ก็มีการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ท่านคงทราบว่าร่างข้อมตินี่ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ในสหรัฐอเมริกานี่ไม่ถือว่าเป็นปัญหา ถึงกับได้ข้อมูลมาจาก กต. สหรัฐอเมริกาว่าเขามีปัญหา เรื่องการเมืองบ้านเขามากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นความเห็นแรกของ กต. สหรัฐอเมริกา ก็คือร่างข้อมตินี่จะต้องคงตกไปก่อนที่จะมีการนำเสนอ เพราะว่าวันสุดท้ายของการประชุมสภา ก็คือวันที่ ๑๘ ธันวาคม พรุ่งนี้นะครับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าไปสู่ ณ ที่ใดเพราะฉะนั้นก็จะตกไป แต่แน่นอนเมื่อเปิดสภาใหม่จะนำเสนอใหม่ก็ย่อมได้ แต่เราก็เช็ก (Check) เหมือนกันนะครับ ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร มาจากความสนใจของ ส.ว. สหรัฐอเมริกาจริงหรือไม่ ในท่ามกลาง บรรยากาศของการเมืองภายในของสหรัฐอเมริกาที่คุกรุ่นอยู่ จากผลของการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีก็ยังไม่เรียบร้อย ทุกประการนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคน ในสหรัฐอเมริกามากกว่าเรื่องใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไหน ๆ รวมไปถึง ส.ว. บางคน ก็อยู่ในข่ายที่ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในตำแหน่งก็มุ่งที่จะไปสู่จุดของตำแหน่งของตน ไม่ได้สนใจเรื่องของประเทศไทยแต่อย่างใด มีการสอบถามหาข้อมูลเรื่องดังกล่าว ถ้าไม่อย่างนั้นอะไรล่ะเป็นต้นเหตุให้เกิดร่างข้อมตินี้ มันก็มีข้อสมมุติฐานอยู่ ๒ ประการ จากการตรวจสอบของเราก็คือ มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันของผู้ที่อาจจะสนใจ ไม่ว่าจะมาจากวงการภายในของสภาหรือข้างนอก🔗

ประการที่ ๒ ก็คือมาจากการล็อบบี (Lobby) จากข้างนอก แล้วเราก็ ตรวจสอบเรื่องนี้เหมือนกัน เราก็พบหลักฐานมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เป็น เจเนซิส (Genesis) หรือเรื่องที่เป็นต้นเหตุของเรื่องร่างข้อมติ เราถือว่าเราพอจะทราบ เป็นนัย ๆ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ทางสถานทูตก็ออกไปพบกับฝ่ายต่าง ๆ ของ สหรัฐอเมริกา ทั้งในสภา นอกสภา และวงการต่าง ๆ เพื่อจะรับทราบถึงจุด ที่จะเดินต่อไปที่เรียกว่าซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) ซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) ก็คือร่างข้อมติที่จะไม่มีผลในการบังคับใช้แต่อย่างใด เป็นเพียงแต่การแสดง ท่าทีนี้ออกมา ก็ได้รับการยืนยันว่าร่างข้อมติดังกล่าวเป็นซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) ที่ไม่มีผลอันใด แล้วก็กำลังจะตกไปในวันที่ ๑๘ อันนี้ก็คือข้อมูล ที่ขออนุญาตเรียนเพื่อกรุณาทราบว่าเรื่องเป็นเช่นนั้น แต่ว่าในประเทศไทยนี่ก็ถูกกระพือกัน เป็นพิเศษด้วยหลาย ๆ สาเหตุด้วยกัน ก็ขออนุญาตให้ทราบว่ามันมีความแตกต่างกัน ของการมองเรื่องนี้ในสหรัฐอเมริกา แม้กระทั่งมองจากภาคของฝ่ายทางการ ภาครัฐบาล ที่กระผมได้กล่าวไป เกริ่นไปว่าเรื่องนี้คงไม่ผ่านแล้ว เพราะว่าจะตกไปแล้ว แล้วมีเรื่องของ การเมืองภายในมากมายเหลือเกินที่ยังไม่ได้ดูกันในสภา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ใน ความสนใจ แล้วประกอบกับทางประธานาธิบดีและคนของประธานาธิบดีก็กำลังเตรียมตัวกัน เกี่ยวกับเรื่องเข้ารับตำแหน่ง เพราะฉะนั้นมีเรื่องที่อยู่ในบัญชีที่มีความเร่งด่วนสูง ก็ขออนุญาตเรียนว่านี่เป็นข้อมูลที่ได้มา แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ได้กล่าวว่าเราก็พยายาม จัดท่าทีทั้งหลายเมื่อวันที่ ๑๐ ในช่วงวันหยุดรัฐธรรมนูญนี่เราก็มีหนังสือนอกเหนือไปจาก ที่มีการติดต่อก่อนหน้านั้นตั้งแต่วันที่ ๔ เช้านี่นะครับ วันที่ ๑๐ ก็มีหนังสือออกไป ๒ ฉบับ สำคัญ แต่ว่าแตกย่อยออกไปเป็น ๙ ฉบับ ๙ ฉบับนั้นก็คือถึงแต่ละคนที่เป็นโคสพอนเซอร์ (Co-Sponsor) ของร่างข้อมติ แต่อีกฉบับหนึ่งนั้นไปถึงประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศของวุฒิสภาเพื่อให้เขาได้เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วเราก็หวังว่าในการดำเนินการต่าง ๆ ที่จะตามมาไม่ว่าจากฝ่ายใด จะมาด้วย ความสมเหตุสมผล สมดุล และได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย สหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย คำว่า สถานการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย นั้นเป็น ๑ ใน ๔ ข้อแรกที่เราออกไปเมื่อวันที่ ๕ เพื่อให้มี การรับรู้ว่าปฏิกิริยาแรกเริ่มของกระทรวงการต่างประเทศหรือของประเทศไทยเกี่ยวกับ เรื่องนี้เป็นเช่นใด🔗

ประการแรก ขออนุญาตย้อนว่าเมื่อวันที่ ๕ ได้กล่าวว่า ประการแรก เรื่องนี้ สิ่งที่ปรากฏในร่างข้อมติทั้งหมดมันไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย มันมีสาเหตุหลายประการที่ทำให้เกิดร่างข้อมตินี้🔗

ประการที่ ๒ ก็คือประเทศต่าง ๆ ไม่ได้มีใครมีความสนใจในเรื่องนี้เลยนะครับ ที่กล่าวถึงประเทศต่าง ๆ ก็คือว่าในประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดสถานทูตทั้งหลายที่มีอยู่ใน ประเทศไทย ไม่มีใครนำเสนอความห่วงกังวลเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย🔗

ประการที่ ๓ สิ่งที่ออกมาเราเชื่อว่าไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา แต่อย่างใด🔗

ประการที่ ๔ สิ่งที่ออกมานี่มันจะสร้างปัญหาตามมาในอีกหลาย ๆ ด้าน ด้วยกัน ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแง่ของการเข้ามาสู่ภูมิภาคและประเทศไทย โดยอีกหลาย ๆ ประเทศที่สนใจติดตามเรื่องนี้🔗

อันนี้อย่างน้อยที่สุดเป็น ๔ ข้อที่ได้ให้ออกไปเมื่อวันที่ ๕ ขออนุญาต เรียนด้วยว่าเราได้สอบถามทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาที่นี่นะครับ คำตอบก็เช่นกัน และแม้กระทั่งคำตอบสุดท้ายก็คือเมื่อวานนี้เอง ในช่วงรับประทานอาหารกลางวันก็ได้รับเชิญไปทานอาหารที่บ้านทูตสหรัฐอเมริกาก็คุยกัน บ้างเล็กน้อยในเรื่องนี้ แต่ทราบดีว่าไม่ใช่เป็นอิชชู (Issue) สำคัญ ถึงกระนั้น ทางเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกันก็ได้กล่าวในลักษณะที่ผมขออนุญาตอ่านให้ฟังว่า ชื่นชมที่ สถานการณ์ชุมนุมประท้วงในภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ และทางการได้ใช้ความอดกลั้น ในการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง โดยจากการหารือกับภาคเอกชนสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยไม่ได้มีข้อห่วงกังวล นอกจากนี้เป็นเรื่องปกติที่กระบวนการพัฒนา ประชาธิปไตยในทุกประเทศย่อมมีช่วงที่ประสบปัญหาความท้าทาย รวมถึงในสหรัฐอเมริกา ที่มีการประท้วงอยู่บ่อยครั้งตลอดเวลา ตนเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถหาทางแก้ไข สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันได้ในที่สุด อันนี้ก็เป็นมุมที่ได้ให้มา ก็ขออนุญาตตอบ ในภาพใหญ่แล้วก็ในสิ่งที่ได้ตอบไปก็หวังว่าได้ตอบข้อย่อยที่ท่านถามไปอีก ๒ ข้อนะครับว่า เป็นเรื่องของการแทรกแซงในไทยหรือไม่ คือแทรกแซงในไทยนี่ไม่ได้มาจากรัฐบาลของ สหรัฐอเมริกาอันนี้เรามีความชัดเจนอยู่แล้วจากการที่คุยกับทางกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกาโดยผ่านสถานทูตไทยซึ่งได้ให้ข้อมูลอย่างชัดเจนอย่างที่ได้กล่าวแล้ว ว่ามีปัญหาในบ้านเมืองของตนเองมากมาย แม้กระทั่ง ณ วันนี้ที่แคลิฟอร์เนียคนตาย ๒ คน ต่อ ๑ นาทีในเรื่องของโควิด (COVID) และคนเริ่มขนย้ายตัวเองออกจากแคลิฟอร์เนีย แทบจะเรียกว่าไม่มีคนใหม่จากรัฐอื่นที่เข้าไปตั้งรกรากที่แคลิฟอร์เนียเหมือนปีก่อน ๆ เพราะฉะนั้นปัญหาเขามากมาย ไม่ใช่ปัญหาที่ทาง ส.ว. สหรัฐอเมริกาให้ความสนใจที่จะมาดูว่า ในประเทศไทยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ณ วันนี้ อันนี้ก็เป็นมุมของทางภาคฝ่ายบริหาร แล้วก็ ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าเรื่องแทรกแซงนี่เราก็ตระหนักดี เรารับรู้ว่าเป็นความห่วงใยของคนไทย ในหลายแวดวง แต่ในชั้นนี้จากส่วนที่เกี่ยวพันกับร่างข้อมตินี้เราไม่ได้คิดว่าจะมีข้อห่วงใย เกี่ยวกับการแทรกแซงแต่อย่างใด นอกเหนือจากว่าจากการติดตามเรื่องนี้เพิ่มเติมเพื่อจะไป พบที่มาที่ไปที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ก็ดี หรือเป็นการนำเรื่องนี้ เข้ามาจากวงนอกของวุฒิสภาและเราจะติดตามต่อไป แต่เราได้กลิ่นอายว่ามันมีส่วน อย่างมากในแง่ของการล็อบบี (Lobby) แต่เชื่อว่าผลจากการนี้คงจะทำให้คนไทยในแวดวงต่าง ๆ มีความเบาใจลงได้บ้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้มองข้ามปัญหานี้ อันที่จริงไม่เคยมองข้ามปัญหาใด ๆและข้อสำคัญก็คือเวลาเราเจอปัญหาเราไม่โวยวาย เราไม่เป็นมวยวัดออกมาอาละวาดในสื่อหรือในที่ใด ๆ เราค่อยดูแลจัดการหาข้อมูลเพื่อให้ มีการตอบหรือปฏิกิริยาโต้ตอบในเรื่องนี้อย่างเหมาะสมกับความเป็นรัฏฐาธิปไตยของ ประเทศไทย เหมาะสมกับความเป็นประเทศที่มีอดีตอันยาวนาน มีความเหมาะสมกับอีก หลาย ๆ เรื่องที่เป็นฐานรากสำคัญของความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นอะไรก็ตาม ที่ท่านได้ยินอยู่ข้างนอกนี่มันก็เป็นบริบทปกติของคนไทยที่ท่านรับรู้อยู่ เพราะว่าท่านก็อยู่ใน วงสื่อ อยู่ในวงอะไรต่ออะไรผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าท่าทีแบบนี้ ปฏิกิริยาที่ออกมา ที่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่เราพูดกันภายในว่ามันเวอร์เสียเหลือเกินมันจะทำให้เกิดผลในทางลบ กับประเทศไทย อันนี้พูดถึงเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้พูดเรื่องนี้โดยตรง แต่ขอให้คนไทยเรามี ความมั่นคง มีจิตใจมั่นคงที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ และมีความใจเย็นใจร่ม ๆ มากขึ้น เมื่อได้รับข่าวอันใด ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องที่ออกมาเป็นข่าวจะต้องไปรีแอกต์ (React) อยู่ตลอดเวลา และรีแอกต์ (React) ทันควันแล้วต้องไปต่อสู้กันอยู่ในสื่อบนหน้าหนังสือพิมพ์หรือในเวทีใดก็ตาม โดยไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมหรือหาข้อมูลให้ครบ ก็เชื่อว่าถ้าเป็นเช่นนั้นหาข้อมูลให้ครบ มีความพร้อมเราก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลในภายหน้ากับทุกวงการ โดยเฉพาะกับ ประชาชนคนไทย ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โดยปกติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ ผู้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถามได้ ๓ ครั้ง แล้วก็ใช้เวลา ไม่เกิน ๖๐ นาที ทั้งผู้ถาม ผู้ตอบ โดยแบ่งให้ข้างละ ๑๕ นาที แต่เนื่องจากวันนี้กระทู้ถามสด มีฉบับเดียวก็เลยขยายเวลาให้นะครับตามสัดส่วน เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมเข้าใจครับว่าท่านใช้เวลาไป ของท่าน เหลืออยู่แค่ ๔๔ วินาทีจากการตอบ ๑๕ นาที ผมมีสิทธิขึ้น ๓ ครั้ง ๑ ครั้งผมจะถามกี่คำถาม ก็ได้ ผมใช้ไป ๗ นาที เพราะว่าท่านเองไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่เคยให้ความสนใจกับสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีไม่เคยมาตอบ กระทู้ครับ ไม่เคยครับ ก็ไม่เป็นไร ขอบคุณท่านประธานที่จะกรุณามอบเวลาให้กับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่จะตอบคำถามชุดที่ ๒ ของผม🔗

ท่านประธานครับ จากคำตอบชุดแรกผมถามเรื่องอียู (EU) เข้าไปด้วย กฎหมายอียู (EU) ท่านก็ละเลยไม่ได้สนใจว่ากฎหมายอียู (EU) ที่มีสภาพบังคับที่จะใช้ได้ ทั่วโลก และไทยเราเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับอียู (EU) เป็นคู่ค้า มีส่วนที่ไปทำธุรกิจสำหรับ บุคคลอะไรต่าง ๆ มีผู้คนของเราอาศัยอยู่ในอียู (EU) สหภาพยุโรปเยอะแยะไปหมดเลย ท่านไม่ตอบครับว่าจะกระทบอย่างไร เพราะเขาบอกว่าถ้าใครละเมิดสิทธิมนุษยชนคนนั้น ต้องรับผิด ผมตั้งคำถามนี้ไปถ้าท่านจะมีเวลาตอบต้องตอบนะครับ เรื่องนี้สำคัญมาก ถ้าท่านไม่เตรียมการมันจะกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ มันจะกระทบกับสถาบันสูงสุด ของเรา ท่านหาแนวทางที่จะแก้ไข ที่จะเตรียมการอย่างไรต้องตอบ ผมถามเป็นอันแรกสุด🔗

ชุดที่ ๒ ครับ ผมเน้นเลยว่าสิ่งที่ท่านบอกว่ามูลเหตุที่เขาอ้างในข้อมตินี่ไม่ใช่ เป็นเรื่องจริง แล้วท่านก็ทำหนังสือชี้แจงต่อไปแบบเงียบ ๆ แบบมวยหลัก ไม่ใช่มวยวัด ท่านประธานครับ ท่านเงียบจนกระทั่งพวกเราชาวไทยไม่รู้เรื่องเลยว่ากระทรวง การต่างประเทศทำอะไรอยู่ จนกระทั่งสื่อใหญ่หรือข้างท่านเองบอกว่ารองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมันอมอะไรอยู่ ไม่ได้ออกมาปกป้องศักดิ์ศรี ประเทศเลย เขาพูดถึงขนาดนั้นนะครับ ผมไม่ถ่ายทอดมากหรอก แต่สิ่งที่ท่านทำนี่ ท่านทำ ในมุมของท่านครับ สิ่งที่ท่านบอกว่าข้ออ้างที่เขามาอ้างว่าเป็นข้อมติไม่ใช่เรื่องจริง ผม พี่น้อง ประชาชนส่วนใหญ่ ผมว่าค่อนประเทศอ่านมันเป็นเรื่องจริงครับ โดยเฉพาะการคุกคาม การข่มขู่ การจับกุมคุมขัง การใช้กฎหมายที่ไม่ชอบ ผมขอภาพสไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เอาฉบับภาษาอังกฤษครับ ขอเน้น ขอขยาย ตรงที่ทำสีเหลืองเอาไว้นะครับ ท่านประธานครับ ตรงที่ขยายเป็นสีเหลืองนี่เขาเรียกร้องให้ ราชอาณาจักรไทยปกป้องแล้วก็ยกระดับประชาธิปไตยในบ้านเรา ยกระดับเรื่องของ สิทธิมนุษยชน เรื่องของหลักนิติธรรม เรื่องของการชุมนุมโดยสงบและสันติ เรื่องการใช้สิทธิ เสรีภาพในการแสดงออก เขาเรียกร้องครับ เขาเรียกร้องมาอย่างนั้น เพราะเขาเห็น เหตุการณ์บ้านเราเป็นอย่างนี้ ผมเองต้องขอบคุณ ส.ว. สหรัฐอเมริกาทั้ง ๙ ท่าน แม้ว่า ท่านรัฐมนตรีจะบอกว่าเหตุนี้เกิดจากการล็อบบี (Lobby) แต่ถ้าล็อบบี (Lobby) เพื่อปกป้อง ประเทศชาติบ้านเมืองนี่มันสมควรหรือครับที่จะล็อบบี (Lobby) มันสมควรที่จะล็อบบี (Lobby) ท่านตอบคำถามผมว่าท่านจะมีแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหากับประเทศชาติ บ้านเมืองอย่างไร แม้ท่านจะบอกว่าวันที่ ๑๘ นี่มันจะตกไป หรือจะเป็นซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) คือเป็นข้อมติเฉพาะกำหนดท่าที แต่ท่านอย่าลืมนะครับ กระแสโลกล้อมประเทศไทยนะครับ การต่อสู้ขณะนี้คนต่อสู้ไม่หนี เข้าป่าแล้วครับท่าน เขาจะหนีออกไปรอบโลกโดยสื่อสาร เทคโนโลยี เพราะฉะนั้นท่านต้อง เตรียมรับ ท่านจะเตรียมรับอย่างไร ท่านจะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ท่านต้องตอบผม ด้วยครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายอียู (EU) ที่ท่านยังไม่ได้ตอบ และที่สำคัญผมมีเวลาอีก นิดเดียวขอขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน รอฟังคำตอบจากท่านก่อนครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ เป็นชุดที่ ๒ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ก็ขยายทั้งคู่ ทั้งผู้ตั้งกระทู้ถามสดกับท่านรัฐมนตรีผู้ตอบ เชิญท่านรัฐมนตรีดอนตอบครับ🔗

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ

ครับ ก็สั้น ๆ นะครับ มีเวลา ๔ วินาที แล้วขอแบ่งของท่านไปบ้าง ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นผมได้รับมอบหมายให้ตอบเรื่องของ ส.ว. สหรัฐอเมริกาประการเดียว🔗

ประการที่ ๒ ท่านเองได้กล่าวว่าเป็นกฎหมายใหม่ที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคมนี้ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราไม่เคยได้ยินมาอาจจะตกข่าวหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่โดยวิสัย ของการทำงานของเราคือเราไม่รีแอกต์ (React) กับข่าวทันทีทันควัน เราก็ต้องไปหาข้อมูล เพื่อให้มีความชัดเจนกับสิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งของท่าทีหรือความเห็น เพราะฉะนั้น เมื่อวันที่ ๑๐ ในช่วงรัฐธรรมนูญที่เพิ่งออกมานี่ และท่านหวังว่าเราจะตอบได้ เพื่อท่าน ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะเอาไปใช้ประกอบการกล่าวอ้างว่าเป็นท่าทีของประเทศไทย หรืออย่างไร อันนั้นก็ขออนุญาตเรียนว่าคงจะต้องเป็นกระทู้ถามใหม่สำหรับใครก็ตามที่ เกี่ยวข้องที่ท่านจะถามอีกครั้งหนึ่งในภายหน้า🔗

แต่สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว. ที่ท่านพูดถึงร่างข้อมตินั้นได้กล่าวว่าไม่ได้ สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เป็นจริง แน่นอนมีหลายเรื่องที่เป็น ๕ ข้อในนั้นมีความเป็นจริง แต่ว่าภาพใหญ่ทั้งหมดไม่ได้สะท้อนสถานการณ์เป็นจริง แล้วอย่างที่เมื่อสักครู่ได้อ่านข้อความ จากสถานทูตสหรัฐอเมริกานะครับ ท่านคงพอจะทราบว่านี่คือมุมมองของต่างประเทศ ในประเทศไทย และไม่ใช่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น อีกหลาย ๆ ประเทศที่เราคุย ในประเทศไทยนั้น เขาไม่ได้กังวลมาก เพราะเขาเข้าใจสถานการณ์ เพราะว่าในบ้านเขามันเจอปัญหาหนักข้อ มากกว่านี้อีกด้วยซ้ำ และเขาดำเนินการจัดการรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างไปกว่าบ้านเรา เยอะแยะนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าเรานับถือและเคารพในทุกความเห็น ที่ได้แสดงออกและทุกสถานการณ์ที่เป็นจริง แต่ว่าก็เชื่อว่าจะสามารถทำให้เรื่องทั้งหลาย คลี่คลายออกไปได้ ก็ขออนุญาตได้กล่าวว่าในหนังสือวันที่ ๑๐ ธันวาคมที่เราไปถึง ๙ ส.ว. แล้วก็ตัวประธานคณะกรรมาธิการ เราลงท้ายบอกว่าขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยเข้าใจ ในข้อห่วงกังวลของท่าน และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพ ทางการแสดงออกและการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยต่อไป รัฐบาลพร้อมแก้ไข ปัญหาภายในของประเทศเราเองเพื่อประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งเพื่อความถูกต้อง และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อันนี้ก็ขอฝากไว้คำสุดท้าย เชิญครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญหมอชลน่านครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ที่ท่านก็ยอมรับ มาตรง ๆ ว่าท่านได้รับมอบให้มาตอบเฉพาะเรื่องของข้อร่างมติของ ส.ว. แต่ผมก็เรียนแจ้ง ท่านประธานไปเพราะท่านประธานเป็นผู้ถามผมเองว่าจะถามกระทู้เรื่องอะไร ผมเน้น กฎหมายอียู (EU) ด้วย เมื่อท่านไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ในเหตุผลของท่านผมฟังได้ครับว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องไปอย่างนิ่มนวล สุภาพบุรุษ มีข้อมูลพร้อม แล้วก็ค่อยไป แสดงออก อันนั้นรับได้ครับ รับได้ เพราะท่านเองจะต้องทำอยู่ในระบบที่เป็นทางการ อะไรเป็นข่าวท่านอาจจะเก็บไปดูเป็นข้อมูลอันนั้นไม่ว่ากันครับ แต่ว่าเราในฐานะ สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เราไม่มีข้อมูลเชิงระบบอย่างนั้นครับ ทุกสิ่ง ที่เข้าสู่ประเทศ ทุกสิ่งที่เข้าสู่สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะสิ่งที่คาดการณ์ไปข้างหน้าว่ามันจะเป็น ผลร้ายต่อประเทศชาติบ้านเมืองนี่เราทิ้งไม่ได้ครับท่านประธาน ขนาดสภาของประเทศอื่นเขายังสนใจ แล้วสภาไทยไม่ให้ความสำคัญเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผมจะนำเรื่องนี้ เข้าสู่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาศึกษา ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงต่อทั้ง ๒ เรื่องครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านบอกว่ามีล็อบบียิสต์ (Lobbyist) มีผลประโยชน์ ไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง อันนี้น่าสนใจมาก ก็กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านช่วยมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ จะได้เป็น ประโยชน์ร่วมกันในการที่จะหาทางออกให้กับประเทศนะครับ เราทำเพื่อประเทศ ผมไม่ได้ สนใจตัวนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้สนใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเลย เราจะ ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ จะเข้าสู่คณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ครับ🔗

เรื่องสุดท้ายที่เป็นคำถามของผม ท่านประธานครับ ผมขอบคุณที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเราจะยึดมั่นในวิถีทางในการแก้ปัญหาภายในบนพื้นฐานของ สิทธิมนุษยชน ไม่ละเมิดสิทธิ อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมรับได้ ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ แต่สิ่งหนึ่ง ที่จะเป็นคำถามผม ท่านประธานครับ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้นำมาสู่ปฏิบัติเลย ก็คือ คำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๒๕ ท่านประธานครับ แผนรุกฆาตทางการเมือง แก้ปัญหาทางการเมือง คำสั่งนี้ออกตั้งแต่สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คนคิด คนเขียนแผนการนี้คือ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อรองรับคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๒๓ การเอาชนะคอมมิวนิสต์ ทุกคนออกจากป่าเป็นผู้ร่วมพัฒนา ชาติไทย แต่สิ่งที่ต้องทำต่อต้องมีแผนรองรับว่าจะพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ในระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างไร มีแผน ๓ ข้อครับ ท่านประธาน ๑. ต้องให้ความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยว่าอำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย เราปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องที่ ๒ หน่วยงาน ของรัฐต้องมีแผนรองรับที่จะให้โอกาสนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ได้แสดงออกอย่าง อิสระเสรี พัฒนาเขา และที่สำคัญครับ ต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตย ไม่ใช้อำนาจ ไม่ใช้การรัฐประหาร ซึ่งในข้อเรียกร้องของ ส.ว. สหรัฐอเมริกา ก็มีนะครับ บอกว่าถ้าใช้อำนาจทางทหารมายึดอำนาจในการแก้ปัญหาวิกฤติทางการเมืองแล้ว เขาจะเคาน์เตอร์โพรดักทีฟ (Counterproductive) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ เคาน์เตอร์โพรดักทีฟ (Counterproductive) เขาจะตอบโต้อย่างหวังผล อย่างเห็นผล อย่างถึงพริกถึงขิงนะครับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านไม่ตอบครับ แต่ฝากไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ถ้าท่านนำเอานโยบาย ๖๕/๒๕๒๕ ที่รองรับคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๒๓ มาสู่การปฏิบัติแล้ว ข้อที่ ๓ มันจะเกิดขึ้นจริงคือกำจัดเผด็จการทุกรูปแบบ เมื่อกำจัดเผด็จการทุกรูปแบบได้ รับรองครับ สิ่งที่นานาประเทศกำลังจะคว่ำบาตรเรา กำลังจะแซงก์ชัน (Sanction) เรา ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษครับ มันจะไม่เกิดขึ้น กระทู้เป็นคำถามครับ ถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจะนำแนวทางหรือแผนการปฏิบัติทางการเมืองนี้ไปใช้ได้หรือไม่ และจะใช้อย่างไร ตอบให้ผมชื่นใจด้วยครับ เพื่อบันทึกไว้ในสภา กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ

๑ วินาทีนะครับ ไม่ได้ตอบคำถามนี้หรอกครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องทั้งใหม่ ทั้งเก่า ทั้งเป็นอะไรต่ออะไรผสมผสานกัน แต่อยากจะเรียนว่าโฆษกกระทรวง การต่างประเทศได้ชี้แจงเรื่องนี้ เรื่องเกี่ยวกับ ส.ว. หลายโอกาสด้วยกัน ไม่ได้ว่าไม่มีเสียง ออกมาจาก กต. เลย ท่านต้องไปตามดูข่าวให้ครบนะครับ ท่านก็จะเห็นว่าโฆษกเขาไปชี้แจง เรื่อง ส.ว. หลายโอกาส ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการจบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๖ เรื่อง การชดใช้เงินทุนในบทบัญญัติ มาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗

แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านติดภารกิจ ได้มีหนังสือแจ้งมาว่าวันนี้ไม่สามารถมาตอบได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน เชิญท่านสุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กระทู้นี้นะครับท่านประธานผมก็พยายามวิ่ง เมื่อวานก็มีคนยื่นญัตติแทรกผม เพื่อจะ อภิปรายญัตติด่วนผม วันนี้ผมกะจะทำแฮตทริก (Hattrick) คือมีทั้งกระทู้ที่นี่ กระทู้ห้องแยก ท่านดูในระเบียบวาระก็ได้ว่ากระทู้ที่นี่คือกระทู้ชดใช้เงินเป็นของการเงินทั้งนั้นเลยครับ แล้วก็ห้องแยกก็เป็นเรื่องของขอทราบการปรับโอนย้ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ ทั้งหมดทั้งระบบ ท่านไม่มีความพร้อมเลยครับโดยเฉพาะทางรัฐบาล ตรงนี้เลื่อนผมมา ครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ทั้ง ๒ กระทู้นี่ทั้งห้องแยกและห้องนี้ และเมื่อวานนี้ก็เลื่อนญัตติด่วน ผมไปอีก และข่าวมาว่าจะเลื่อนอีก แต่ถ้าเลื่อนนี่ผมประท้วงอยู่แล้วครับท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วย แล้วก็ขอฝากท่านประธานไว้ครับว่ามาตอบเถอะครับ คำตอบไม่ยากเลยครับ ถ้าท่านทำงาน ท่านตรงไปตรงมาเรื่องการเงินการคลัง ผมไม่เจาะลึกหรอกครับ เอกสารนี่ ผมมองหลับตาเห็นทะลุไปถึงตัวเลขว่าใครพิมพ์ตัวเลขหนังสือนั้นได้เลยครับ นี่แค่นี้ครับ ตอบผมเถอะครับ ชาวบ้านหรือประชาชนจะได้รู้ว่าเราเองสภาเราทำงานครับท่านประธาน แล้วก็จะช่วยให้เกิดความโปร่งใส รัฐบาลก็จะได้ซื่อสัตย์สุจริตตามที่คิดว่าตัวเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตในการใช้เงิน นี่ครับมาตอบครับ การเงินการคลังผมพร้อมตอบครับ แต่ขอยืนยันว่าขอให้ถ้าจะเลื่อนก็ขอให้บรรจุไว้คราวหน้าครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ กราบเรียนท่านสุพิศาลนะครับ ท่านประธานชวน ท่านรองประธานศุภชัยกับผมก็ดี เราอยู่ในสถาบันเดียวกันคือสถาบันนิติบัญญัติ เราไม่ได้อยู่ฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นอะไร ก็แล้วแต่เราต้องปฏิบัติตามข้อบังคับกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเห็นด้วยว่า ทางฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องมาตอบภาระที่รับผิดชอบกับสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ย้ำไปหลายครั้งกับท่านรัฐมนตรีที่มา เมื่อสักครู่นี้ก็เพิ่งย้ำไปอีกครับ เช่นเดียวกับท่านประธานชวนเหมือนกัน ท่านมีหนังสือไปที่เลขาธิการ ครม. เพื่อแจ้งให้ รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถาม ซึ่ง ครม. ก็มีมติแล้วครับ แต่ถ้าไม่มาตอบพวกเราก็คงจะต้อง ต่อว่ากันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยละครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็ฝาก ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์อีกครั้งหนึ่ง ประชุม ครม. ขอเอ่ยในที่ประชุมหน่อยนะครับว่า ขอให้เกียรติกับสภาหน่อย วันพฤหัสบดีช่วงเช้าเพราะเราเลื่อนจากวันพุธมาเป็นวันพฤหัสบดี ตรงนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่คราวนี้อาจจะมีการเลื่อน แต่ตั้งแต่นี้ต่อไปวันพฤหัสบดี ช่วงเช้าขอให้ ครม. รัฐมนตรีทุกท่านเผื่อเวลาไว้หน่อย อย่าไปรับนัดนะครับ เพราะกระทู้ถาม สดนี่เราก็ไม่รู้เราจะถามใครเพราะฉะนั้นท่านต้องเผื่อเวลาไว้สักนิดหนึ่ง อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ด้วยนะครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ กราบเรียนนะครับว่าผมกราบขอบคุณท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องกราบขอบคุณท่านที่มีความเมตตาครับ ท่านทราบไหมครับปีที่แล้วนี่ครับ ประชุม ครั้งที่แล้วผมยื่นกระทู้ ๒๕ กระทู้ ๒๐ กระทรวง ผมได้ตอบมาแค่ ๓ กระทรวงครับ ที่เหลือ ลงราชกิจจานุเบกษาไป ๘ กระทรวง ที่เหลือไม่ตอบ ครั้งที่แล้วนะครับ แต่ครั้งนี้ผมยื่นแค่ ๑๐ กระทู้เองครับ ผมจะรอดูว่า ๑๐ กระทู้ผมนี่จะได้ตอบไหม เพิ่งมา ๒ กระทู้นี้ แต่ยื่น ตั้งแต่วันที่ ๒๘ ครับท่านประธาน ผมมีความพยายามครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านประธานชวนอย่างยิ่งครับที่ได้บรรจุญัตติไว้ให้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็จะบรรจุในคราวต่อไปนะครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๑ เรื่อง กรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) อนุญาตให้นักท่องเที่ยววีไอพี จากประเทศฝรั่งเศส จำนวน ๔ ราย เข้ามาพำนักในจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางต่อไปยัง ประเทศกัมพูชา (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

ซึ่งท่านมีหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจ ขอเลื่อนตอบกระทู้ออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มกราคม จึงแจ้งท่านรังสิมันต์เจ้าของกระทู้เพื่อทราบ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๖ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการปล่อยน้ำเสีย ลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดบางปู (นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ท่านรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งมาเหมือนกันว่าติดภารกิจไม่สามารถมาตอบได้ ขอเลื่อนไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๔ ท่านกัญจน์พงศ์มีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณเลยนะครับท่านประธานที่ได้บรรจุวาระ เรื่องกระทู้ถามที่ผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรี แต่ผมขอแสดงความเป็นห่วงนิดหนึ่งว่า สภาเราจะต้องทำงานร่วมกับรัฐบาล เขาเป็นฝ่ายบริหาร เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราต้อง มีการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน แต่ว่าการทำงานลักษณะนี้อย่างกรณีในวันนี้ ค่อนข้างจะน่าผิดหวัง เพราะว่าอย่างกรณีกระทู้ถามสดก็โดนเลื่อนไป ๒ อัน ไม่มาตอบนะครับ กระทู้ทั่วไปทั้งหมดผมเห็นก็มีอยู่ ๔ กระทู้ ก็จะมีมาตอบเพียงแค่กระทู้เดียว แล้วแบบนี้การทำงานต่อไปเราจะเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ว่าในความเป็นจริงแล้วมันเกิดจากที่ สภาเราย้ายวันหรืออะไรกันหรือเปล่านะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วทางคณะรัฐมนตรีควรจะให้ ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่สภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งกระทู้ถามเพื่อจะได้มีคำตอบหรือมีการแก้ปัญหา แสดงความคิดเห็น ในกรณีเช่นเดียวกันอย่างผมเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ เรื่องศึกษาแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) รายงานผ่านสภาแห่งนี้ไปเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายนไปแล้ว รายงานส่งผ่านไปที่รัฐบาล จนถึงทุกวันนี้ครับท่านประธานไม่มีอะไร ตอบกลับมาเลยแม้แต่หนังสือฉบับเดียว ผมก็เลยยังงงอยู่ว่าตกลงแล้วเรายังทำงานร่วมกันอยู่ หรือเปล่าระหว่างสภานี้เป็นนิติบัญญัติกับฝั่งรัฐบาล อันนี้ผมขอฝากความห่วงใย ผ่านท่านประธานไปด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็คงจะมีความสัมพันธ์กันภายใต้รัฐธรรมนูญละครับ เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราจะดำเนินการ ต่อฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายคณะรัฐมนตรีก็คงต้องไปดูตามรัฐธรรมนูญว่าทางรัฐบาลปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็มีช่องทางในการที่จะควบคุม ดูแล บังคับให้ฝ่ายรัฐบาลทำงานนะครับ ท่านลองไปปรึกษาหารือดู เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก็จะขอนำเอาคำหารือแล้วก็ดำริของท่านประธานไปเรียนคณะรัฐมนตรี ให้ทราบว่าสภามีความกังวลอย่างไร แต่ว่าในวันนี้เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้มีการเปลี่ยนวัน เดิมกระทู้ถามเราจะอยู่วันพุธแล้วก็เข้าใจว่าการลงนัดก็นัดเวลาไว้ในช่วงวันพุธที่จะกันเวลาไว้ มาตอบกระทู้ที่สภา แต่เมื่อมีการเปลี่ยนวันนี้เป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนกระทู้มาเป็นการตอบ ในวันพฤหัสบดีก็อาจจะทำให้รัฐมนตรีหลายท่านซึ่งมีนัดไว้ก่อนในวันพฤหัสบดีก็ไม่สามารถ เลื่อนนัดได้นะครับ อันนี้ผมจะรับข้อกังวลของสภาแล้วก็ข้อดำริของท่านประธาน ไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็เรียนกับคณะรัฐมนตรีต่อไปครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๗ เรื่อง ปัญหาค่าตอบแทนคณะกรรมการ ชุมชนในเขตเทศบาลทั่วประเทศ (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗

เชิญผู้ตั้ง กระทู้ถาม ท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาค่าตอบแทน คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลทั่วประเทศ ซึ่งกระทู้นี้ผมตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ได้มาตอบ แต่ก็ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบกระทู้ถามนี้แทน อยากกราบเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้นครับ เป็นข้อมูลว่าในส่วนของการนำเสนอกระทู้นี้มีที่มาที่ไปว่าเนื่องจากว่ามีผู้ที่มี ส่วนร่วมเกี่ยวกับการพัฒนาของเทศบาลได้มีการทำหนังสือมาถึงผม ก็คือท่านประธาน คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลยทางหนึ่ง แล้วก็อีกทางหนึ่งมาจากการแสดง ความคิดเห็นแล้วการเรียกร้องของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ซึ่งผมก็ได้นำ เรื่องของการร้องเรียนของทั้ง ๒ ฝ่าย มาตั้งเป็นกระทู้ถามถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมการชุมชนมันมี ที่มาที่ไปจากทางกระทรวงมหาดไทยเอง ที่ต้องการให้เทศบาลทั่วประเทศมีการตั้งชุมชนย่อยขึ้น โดยให้ชุมชนย่อยได้ช่วยกันในการกำกับดูแล ช่วยเทศบาลในการบริหารงานของเทศบาล หลายเทศบาลได้มีการร่างระเบียบของเทศบาลเองในการตั้งคณะกรรมการชุมชน และคณะกรรมการชุมชนก็ไปเลือกกันเองให้มีผู้ที่เป็นประธานชุมชนในแต่ละชุมชน บทบาท หน้าที่ของกรรมการชุมชนในแต่ละที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากที่ช่วยให้เทศบาลนั้น ในการทำงานด้านต่าง ๆ เช่น เป็นการช่วยเหลือสนับสนุน แก้ปัญหาเสนอแนะ แล้วก็ยังเป็น การช่วยเอานโยบายของรัฐบาล นโยบายของเทศบาลนั้น ๆ ลงไปสู่การปฏิบัติร่วมกับพี่น้อง ประชาชนในแต่ละชุมชน ดังนั้นการทำงานของคณะกรรมการชุมชนเสมือนเป็นอาสาสมัคร ในสภาวะตอนนี้ เป็นอาสาสมัครเฉกเช่นเดียวกันกับ อสม. เฉกเช่นเดียวกันกับ อปพร. แต่ อสม. กับ อปพร. ตอนนี้ได้รับค่าตอบแทน อสม. ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน อปพร. ได้รับค่าตอบแทนเป็นลักษณะของการปฏิบัติงาน การทำงานของกรรมการชุมชนปฏิบัติ หน้าที่คล้ายกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำหน้าที่ช่วยอำเภอ ในการประสานงานดูแลทุกข์สุขของพี่น้องในเขตหมู่บ้าน ตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับ ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน แต่ในขณะเดียวกันคณะกรรมการชุมชนซึ่งทำงาน ในลักษณะเดียวกันกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับ อสม. ทำงานสำคัญในหน้าที่ที่ทางเทศบาล ได้มอบหมายให้ดำเนินการร่วมกันกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นบทบาทหน้าที่ ของคณะกรรมการชุมชนนี่ถือว่ามีความสำคัญมาก แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการชุมชนทุ่มเท ทำงานครับ แต่ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ที่จะมอบให้คณะกรรมการชุมชนได้เลย ผู้บริหาร ท้องถิ่นก็คือตำแหน่งนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ผมคิดว่า มีความกังวลใจแล้วก็หนักใจครับ เพราะว่าได้ใช้บริการคณะกรรมการชุมชนมาก ในการทำหน้าที่ช่วยเทศบาลทุกระดับ เมื่อให้กรรมการชุมชนทำหน้าที่ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะเบิกเงินงบประมาณของทาง เทศบาลเองไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการชุมชนได้เลย ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ ได้มีความพยายามในการผลักดันมาเป็นระยะเวลาหลายปี แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองในทาง ปฏิบัติที่ชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทยเลย เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๒ ครับ ทางสมาคม สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย โดยตอนนั้นเป็นท่านนายกมานพ ปัทมาลัย ตอนนี้ เป็นอดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ก็ได้ทำหนังสือถึง กระทรวงมหาดไทย ถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ช่วยติดตามว่าเรื่องของ การพิจารณาในการหาวิธีการในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับกรรมการชุมชนนั้นถึงไหนแล้ว ก็ได้รับคำตอบจากทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าได้ทำหนังสือถึง กระทรวงมหาดไทย โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับว่าให้ดำเนินการ ในเรื่องของการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยในการที่จะให้เทศบาลได้จ่ายค่าตอบแทน ให้กับคณะกรรมการชุมชนได้ แล้วเรื่องก็เงียบไปจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จากกระทรวงมหาดไทยถึงในเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทนนี้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทางคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลทั่วประเทศ ในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๒ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยท่านรองอธิบดีได้ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีหนังสือแจ้งกลับมาที่สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย แล้วก็แจ้งกลับไปที่ผู้ร้องก็คือ พันเอก คำผล ติวเฮือง ท่านเป็นประธานเครือข่ายของ คณะกรรมการชุมชนของเทศบาลเมืองเลย บอกว่าเรื่องนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับ แล้วก็ ได้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกระเบียบในการรองรับให้มีการจ่าย ค่าตอบแทนได้ แล้วก็ได้มีความพยายามในการบรรจุเรื่องนี้ในร่างประมวลกฎหมายท้องถิ่น แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จากกระทรวงมหาดไทยเช่นเดียวกัน ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ถึงแม้ว่าเทศบาลจะเป็นชุมชนเมืองก็ตามครับ แต่ถ้าไม่มีคณะกรรมการชุมชนช่วยในการทำ หน้าที่ปฏิบัติงานให้กับเทศบาลต่าง ๆ แล้ว ผมคิดว่างานของเทศบาลเองก็คงจะ เดินได้ลำบาก ถึงแม้ว่าจะมีสมาชิกสภาเทศบาล แต่สมาชิกสภาเทศบาลก็ทำหน้าที่ ในการพิจารณากฎหมายท้องถิ่น ในการพิจารณาเทศบัญญัติต่าง ๆ ดังนั้นกรรมการชุมชน นี่ละครับที่จะเป็นหัวใจในการช่วยเทศบาลในการปฏิบัติงาน จึงอยากให้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้เห็นความสำคัญ แล้วก็เห็นใจการทำหน้าที่ของกรรมการชุมชน อย่างน้อย ๆ ค่าตอบแทนไม่จำเป็นต้องเป็นรายเดือน หรือจะเป็นค่าตอบแทนที่เป็นลักษณะ ของการจ่ายเบี้ยประชุมก็ยังดี แต่ ณ ตอนนี้ไม่มีเลยครับ ผมจึงอยากขอถือโอกาสนี้ตั้งคำถาม ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

คำถามแรกครับ ผมจะถามว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นความสำคัญของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลหรือไม่ ท่านทราบหรือไม่ครับว่า บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนหน้านี้ ได้เสนอให้มีการตั้งกรรมการชุมชนย่อยขึ้นมาเองนี่นะครับ ท่านเห็นความสำคัญของบทบาท ของกรรมการชุมชนนี้หรือไม่ และถ้าเห็นความสำคัญ วันนี้ท่านได้ริเริ่มในการที่จะออก ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เพื่อรองรับให้เทศบาลสามารถที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับ กรรมการชุมชนหรือไม่ และเรื่องนี้ได้ดำเนินการถึงไหนแล้ว ขอกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ผมขออนุญาตที่จะตอบกระทู้ถามของท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเลย ที่ได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาค่าตอบแทนของคณะกรรมการ ชุมชนในเขตเทศบาลทั่วประเทศ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังท่านสมาชิกว่ากระทรวงมหาดไทยได้เห็นความสำคัญของคณะกรรมการชุมชนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในชุมชนที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในชุมชน ในเขตเทศบาล แล้วเรามีกลไกของ กรรมการชุมชนเป็นกลไกในการที่จะขับเคลื่อนในการทำหน้าที่แทนกรรมการหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นก็ถือว่ากรรมการชุมชนก็มีความสำคัญ ซึ่งในกระทรวงมหาดไทยเอง โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามเห็นชอบในการขออนุมัติยกร่าง ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. .... ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามอนุมัติไปตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ แล้วในร่างระเบียบดังกล่าว ซึ่งในระเบียบดังกล่าวนั้นปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นตอนของ คณะกรรมการร่างกฎหมาย คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณา ผมคิดว่าได้พิจารณากันมาหลายรอบแล้วน่าจะเสร็จสิ้นในเร็วนี้ ผมคิดว่าหากว่าไม่ปลายเดือนนี้ ก็เดือนมกราคมน่าจะมีการประชุมกรรมการร่างกฎหมายก็น่าจะได้ข้อยุติทั้งหลายทั้งปวง เกี่ยวกับการร่างออกระเบียบนะครับ กรณีที่จะให้มีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย คณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. .... นะครับ ซึ่งการที่ต้องมีระเบียบเพราะว่า ในขณะนี้เราไม่มีกฎหมายที่เป็นระดับพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชบัญญัติในการรองรับ อำนาจของคณะกรรมการชุมชน เพราะฉะนั้นเมื่อยังไม่มีระเบียบรองรับสถานะความเป็น องค์กรมันจึงนำไปสู่การใช้จ่ายเงินขององค์กรปกครองท้องถิ่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดทำในขณะนี้ก็คือเราเร่งรัดให้มีระเบียบเพื่อที่จะให้มีการกำหนด เรื่องอำนาจ หน้าที่ขององค์กร ความมีสถานะ ความเป็นองค์กรของกรรมการชุมชนเสียก่อน แล้วเมื่อมีสถานะตามกฎหมายหรือตามระเบียบรองรับแล้วก็จะได้ดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ของท้องถิ่นต่อไป ซึ่งในขณะนี้กระทรวงมหาดไทยจะพยายามเร่งรัดให้ระเบียบนี้ ออกมาบังคับใช้ให้ได้โดยเร็วที่สุดนะครับ เข้าใจว่าเมื่อช่วงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ และช่วงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓ นั้นในสภาแห่งนี้เคยได้นำประเด็นดังกล่าวมาหารือ ในสภาแห่งนี้ แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้แจ้งผลการหารือของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นให้ทราบแล้ว แล้วก็เร่งรัดนะครับ เพราะว่าชุมชนในเขตเทศบาล ที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งหมดมีอยู่ประมาณสัก ๕,๕๕๗ ชุมชน ในเทศบาล ๑๙๑ แห่ง ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรวบรวมอยู่ โดยเป็นเทศบาลนคร อยู่จำนวน ๒๙ เทศบาล เทศบาลเมือง ๑๔๒ เทศบาล และเทศบาลตำบลอีก ๒๐ เทศบาล รวมเป็นจำนวน ๑๙๑ เทศบาล แล้วก็ชุมชน ๕,๕๕๗ ชุมชน เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นถ้าหากว่า เรามีค่าตอบแทนชุมชนโดยเทียบกับ อสม. นี่นะครับ เราก็คิดว่าถ้าเอา อสม. มาเป็นฐาน ก็คือ มีค่าตอบแทน ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ก็จะมีงบประมาณเป็นภาระทางด้านงบประมาณ ประมาณ ๕๐ ล้านบาทต่อเดือน เพราะฉะนั้นเมื่อคิด ๑ ปีก็คือต้องมีงบประมาณประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งอันนี้เป็นพื้นฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ต้องทำการบ้านอยู่ในขณะนี้ว่า ภาระด้านงบประมาณนั้น จะให้เอางบประมาณส่วนไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ก็กำลัง คิดกันอยู่นะครับว่าในวงเงินปีละ ๖๐๐ ล้านบาทนี่จะทำกันอย่างไร เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จะ กราบเรียนได้ว่ากระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับคณะกรรมการชุมชม ขณะนี้ได้เร่งรัด ในการที่จะออกระเบียบมารองรับสถานะการมีอยู่ของกรรมการชุมชน แล้วหลังจากนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือว่ากรรมการชุมชนก็ดี ก็จะสามารถที่จะของบประมาณ อุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาที่คณะกรรมการชุมชนได้ เพราะฉะนั้นเร่งรัดทำ ในขณะนี้คือทำระเบียบเสียก่อนนะครับ ก็เรียนเบื้องต้นว่ากระทรวงมหาดไทยได้ให้ ความสำคัญกับคณะกรรมการชุมชนอย่างแน่นอนในขณะนี้นะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเลิศศักดิ์มีสิทธิถามได้อีก ๑ ครั้งครับ เชิญครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ที่ได้กรุณาชี้แจงให้เห็นว่าในขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการในการร่างระเบียบ ของกระทรวง เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุมชน ถึงแม้ว่าค่อนข้างที่จะล่าช้ามากในเรื่องของการร่างระเบียบ เพราะว่าเรื่องนี้ มีความพยายามในการเรียกร้องจากทั้งสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย แล้วก็ ทางเทศบาลเอง ทุกครั้งที่เวลาทางท่านรัฐมนตรีไปร่วมงานกิจกรรมของทางเทศบาล ของทางสันนิบาตก็จะมีการพูดถึงในเรื่องของค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุมชน เรื่องที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกรุณาเป็นห่วงในส่วนของงบประมาณ ทั้งของแหล่งที่มางบประมาณที่จะให้จ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการชุมชน เรื่องนี้ผมเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าโดยหลักแล้ว ถ้ามีการออกระเบียบของกระทรวงมหาดไทย กำหนดเพดานของการจ่ายค่าตอบแทนไว้ ตัวเทศบาลเองเขามีงบประมาณพอที่จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการชุมชน ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เพียงแต่ว่าจะเหมาะสมแค่ไหน ทางกระทรวงจะต้องดำเนินการ พิจารณาในการออกระเบียบตัวนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมยังคงมีความคลางแคลงใจ อีกสักนิดหนึ่งก็คือว่าหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยท่านรองอธิบดี ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดี เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๒ ครับ ได้ระบุว่านอกจากทาง กระทรวงมหาดไทยจะต้องออกระเบียบของกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังจะต้องบรรจุ เรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการชุมชนไว้ในประมวลกฎหมายท้องถิ่น ดังนั้นผมจึง อยากจะขออนุญาตกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติมว่าเรื่องนี้มันเป็นข้อเท็จจริงอย่างไรกันแน่ว่าออกระเบียบของ กระทรวงมหาดไทยเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว หรือยังจะต้องบรรจุเรื่องของโครงสร้าง เพื่อรองรับสถานะของคณะกรรมการชุมชนไว้ในประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่กำลังร่างอยู่ เพราะถ้าหากว่ายังจะต้องบรรจุไว้ในประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่กำลังร่างอยู่นั้น ไม่รู้ว่า อีกกี่ปีจะเสร็จครับ เพราะฉะนั้นการจะจ่ายค่าตอบแทนโดยอาศัยเพียงแค่ร่างระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทยได้เพียงอย่างเดียวได้ อันนี้ก็จะพอใจได้นะครับ แต่ถ้าหากว่า ยังต้องรอถึงร่างประมวลกฎหมายท้องถิ่นอีก อย่างนี้คงจะใช้เวลาอีกนาน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนถึงท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงความคืบหน้า ในส่วนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอตอบในประเด็นที่ ๒ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเลิศศักดิ์ ว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องออกเป็นประมวลกฎหมายท้องถิ่นอีกนะครับ ผมคิดว่าประเด็นนี้ก็คือว่าเริ่มแรกที่มีระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่มีขึ้นก็คือว่ายอมรับ สถานะการมีอยู่ของคณะกรรมการหมู่บ้านให้เป็นองค์กรที่มีระเบียบรองรับเสียก่อน อันนี้คือ เบื้องต้นที่เมื่อเป็นองค์กรที่ถูกต้องตามระเบียบแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถ ที่จะให้เงินอุดหนุนมาที่คณะกรรมการหมู่บ้านได้ เพราะว่าเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายแล้ว หรือว่าโดยระเบียบแล้ว เหมือนอย่างที่ให้เงินอุดหนุนไปยังสมาคม ชมรมต่าง ๆ อันนี้ใช้ ประเด็นนี้ได้ ส่วนที่ว่าจะต้องมีประมวลกฎหมายหรือไม่ ผมคิดว่าในประเด็นประมวล กฎหมายจะให้อำนาจไว้โดยตรงในการที่จะไปออกระเบียบเพราะว่าค่าใช้จ่าย ถ้าจะมีเป็น รายจ่ายประเภทใดก็ต้องมีกฎหมายกำหนดเอาไว้ ท้องถิ่นจะไปตราข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ ก็ต้องมีเรื่องกฎหมายให้อำนาจเอาไว้ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในขั้นตอนการยก ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ซึ่งได้มีข้อความไว้แล้วนะครับ โดยบรรจุไว้ในประมวลกฎหมายท้องถิ่นในมาตราที่เขียนอยู่ในปัจจุบันมาตรา ๒๒๗ ความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้มี คณะกรรมการชุมชน กระบวนการประชาคมท้องถิ่นหรือกระบวนการอื่นใดเพื่อสนับสนุน การปกครองท้องถิ่นตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดนะครับ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทย กำหนด อันนี้เป็นการจ่ายค่าตอบแทน แต่ถ้าเป็นเงินอุดหนุนที่ท้องถิ่นจะอุดหนุนไปให้ กรรมการหมู่บ้านไปดำเนินการให้เป็นไปตามภารกิจนี่ กรรมการชุมชนก็ดำเนินการตาม ระเบียบได้ แต่ถ้าจะมีค่าตอบแทนก็ต้องไปเขียนไว้ในกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ปัจจุบันนี้ อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นกันอยู่ แต่ถ้าผ่านจากการรับฟังความคิดเห็นของ กระทรวง ก็ต้องไปเข้า ครม. ซึ่งท่านเข้าใจว่ามันต้องใช้เวลา จึงจำเป็นจะต้องออกระเบียบ เสียก่อน ระเบียบถ้าพอใช้แล้วท้องถิ่นสามารถที่จะไปดำเนินการจัดเงินอุดหนุนให้กับ คณะกรรมการชุมชนได้ เพราะถือว่ามีระเบียบรองรับโดยถูกต้องแล้วครับ เพราะฉะนั้น แยกประเด็นกัน จำเป็นที่จะต้องรอประมวลกฎหมายท้องถิ่นอีกหรือไม่ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอน การยกร่างการรับฟังความคิดเห็นอยู่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันอาจจะล่าช้า แต่ถ้าระเบียบเสร็จก่อน การอุดหนุนจากท้องถิ่นให้กับกรรมการชุมชนสามารถดำเนินการได้ อันนี้แยกประเด็นกัน ให้เงินอุดหนุนไปทำภารกิจอะไรก็ได้ แต่ถ้าจะเขียนเป็นค่าตอบแทนมันต้องมีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องเอาเรื่องนี้ไปใส่ไว้ในประมวลกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ใน ขั้นตอนที่ได้กราบเรียนท่านประธานสภาไปแล้วว่าอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นอยู่ แต่ก็จะพยายามเร่งรัดให้ว่าทำอย่างไรจะให้มีค่าตอบแทนโดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องมา กังวลอีกว่าถ้าจ่ายค่าตอบแทนไปอย่างนี้จะถูกหน่วยตรวจสอบมาเรียกเงินนี้คืนอีกหรือเปล่า อันนี้ต้องทำเสียให้ครบถ้วนกระบวนความทั้งหมดครับ ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อแยกแยะ ระหว่างเงินอุดหนุนกับเงินค่าตอบแทนที่เรากำลังคุยกันอยู่ ให้มีความชัดเจนแยกจากกันครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังไม่เคลียร์หรือครับ เชิญครับ🔗

เชิญท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตที่จะกราบเรียนในประเด็นนี้นะครับว่า ที่จริงระเบียบในขณะนี้ก็คือระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยร่างอยู่ก็คือการยอมรับสถานะ การมีอยู่ขององค์กรคณะกรรมการชุมชน ซึ่งในขณะนี้คณะกรรมการชุมชนยังไม่มีกฎหมาย หรือระเบียบใดยอมรับ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นที่ท่านรัฐมนตรีได้ลงนามในหนังสือขออนุมัติ หลักการร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. .... ก็ได้เห็นชอบไปตั้งแต่ที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ นะครับ แล้วก็ ระเบียบนี้กำลังดำเนินการร่างอยู่เพื่อที่จะให้ยอมรับสถานะของการเป็นคณะกรรมการ เสียก่อนเมื่อยอมรับสถานะการเป็นคณะกรรมการแล้วนี่ เมื่อเป็นสถานะที่ถูกต้องมีกฎหมาย รองรับในเบื้องต้นจัดเงินอุดหนุนไปให้ท้องถิ่นอะไรนี่ จะให้เงินของท้องถิ่นอุดหนุนไปที่ คณะกรรมการชุมชนไปดำเนินการอะไรก็ต้องเป็นภารกิจที่ต้องไปดำเนินการได้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการจ่ายค่าตอบแทน การจ่ายอะไรต้องมีกฎหมายรองรับ การจ่ายเงินเดือน การจ่ายอะไรให้กับใครคนใดคนหนึ่ง ให้กับคณะกรรมการก็ต้องมีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่อยู่ ๆ จะเอาเงินของแผ่นดินไปจ่ายให้ใครก็ได้ อย่างนี้ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาต เรียนอย่างนี้นะครับว่าเวลาเราจะเอาเงินเดือน เช่นเงินเดือนอะไรต่าง ๆ มันต้องมีกฎหมาย รองรับว่าจ่ายตามกฎหมายอะไร เพราะฉะนั้นถ้าเรามีประมวลกฎหมายท้องถิ่น แล้วใน ประมวลกฎหมายท้องถิ่นนั้นได้บัญญัติเรื่องที่ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะ เป็นวิธีการได้มาซึ่งคณะกรรมการชุมชน การประชุมของคณะกรรมการอะไรทั้งหมด รายละเอียดก็จะไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น นั่นคือความจำเป็นที่จะต้องเอาเรื่องนี้ไปใส่ไว้ใน ประมวล แล้วถ้าประมวลบอกว่าเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ระเบียบนั้นละครับ เขาจะเขียนออกต่อไปเลยว่าจะทำอย่างไรในกรณีต่าง ๆ ก็ขออนุญาตที่จะได้เรียนให้รับทราบ เป็นเบื้องต้นนะครับ เพราะจะเห็นได้ว่าเรื่องทั้งหมดมันจะต้องแยกกัน ระหว่างการที่จะเอาเงิน ไปจ่ายเป็นค่าตอบแทน อันนี้ขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงอย่างนี้นะครับ ต้องมีกฎหมายรองรับครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นการจบกระทู้ถามทั่วไป🔗

ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งดำเนินการอยู่ในห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน ในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้นะครับ วันนี้ก็เป็นวันแรกที่เราเปลี่ยนวันซักกระทู้มาเป็นวันพฤหัสบดี ปกติเป็นการประชุมในวันพุธนะครับ ก็เลยทำให้กระทู้ถาม ทั้งกระทู้ทั่วไป และกระทู้ถามแยกเฉพาะ มีการเลื่อนไป โดยเฉพาะ วันนี้กระทู้ถามแยกบรรจุไว้ ๖ กระทู้นะครับ แต่ว่ารัฐมนตรีขอเลื่อนไป ๔ กระทู้ จึงเหลือ ๒ กระทู้ ซึ่งก็พอเข้าใจครับว่าท่านกันไว้ ตอนแรกก็กันวันพุธเอาไว้ แต่ไม่นึกว่าจะมาต่อวันพฤหัสบดีก็ เลยทำให้ต้องเลื่อนไป อย่างไรก็ตามก็ต้องเรียนว่าเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ว่ากระทู้ถามแยกนี้เป็นข้อกำหนดใหม่ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับปัจจุบันนี้เพื่อประโยชน์ในการ ที่สมาชิกจะได้ถามกระทู้ แล้วก็กระทู้จะได้ไม่ค้างมาก คือแยกมาต่างหาก เรียกว่ากระทู้คือห้อง นี้เป็นห้องกระทู้ถาม ซึ่งสมาชิกจะได้มีการเสนอ โดยกระทู้นี้ให้สมาชิกได้ถามเป็นเรื่องเฉพาะ เรื่อง เฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะบุคคล หรือลักษณะเฉพาะ หรือกรณีที่สมาชิกอยากให้ถามใน ห้องกระทู้ถามก็จะบรรจุไว้ในห้องนี้ ซึ่งตามข้อบังคับก็กำหนดให้ผู้ถามและผู้ตอบต้องถามและ ตอบให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที โดยเมื่อถามครั้งแรกจบแล้วก็จะอนุญาตให้ถามอีกครั้งหนึ่ง ก็ถาม ได้ ๒ ครั้ง เว้นแต่ประเด็นไม่จบนะครับ และผู้ถามกระทู้มีความประสงค์ที่จะถามต่อแล้ว ประธานอนุญาตก็มีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าประธานไม่อนุญาตก็ไม่ได้ครับ อันนี้ก็เรียนที่ ประชุม ผมขอเรียนว่าโดยกระทู้นี้สิ่งที่เราทำได้ยากอันหนึ่งก็คือที่ข้อบังคับบอกว่าต้องไม่มี ลักษณะเป็นการอภิปราย อันนี้ครับที่ทำได้ยาก เพราะว่าสมาชิกหลายท่านจะแยกไม่ออก ระหว่างถามกระทู้กับอภิปรายกระทู้ครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามเฉพาะที่ ๑๘๙ เรื่อง การตรวจสอบหนังสือแสดง สิทธิในที่ดิน กรณี โรงแรม รีสอร์ต (Resort) ที่สร้างบนเกาะหรือภูเขา (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบ ซึ่งคณะนี้ผู้ถาม ผู้ตอบ อยู่ในห้องนี้แล้วครับ🔗

เชิญคุณประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตคุณประเสริฐพงษ์ นิดหนึ่งนะครับ บังเอิญท่านรัฐมนตรีได้ขอให้ผู้มาให้ข้อมูลนะครับ ขอเชิญคุณชัชวาล สมจิตต์ มาแล้วนะครับ คุณณัฏฐ์ธนัน หอมจันทร์ คุณสรันย์ พานจันทร์ เชิญเลยครับ ขออภัยครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยได้ให้เกียรติมาตอบนะครับ ต้องกราบ ขอบพระคุณเกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินกรณี โรงแรม รีสอร์ต (Resort) ที่สร้างบนเกาะ บนภูเขา ซึ่งกรณีที่สังคมและสื่อมวลชนทราบเป็นการทั่วไปในพื้นที่หลายพื้นที่ ที่มีความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ปรากฏว่ามีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง ที่ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะตามเกาะต่าง ๆ เกาะสมุย เกาะลันตา หรือพื้นที่ตาม เกาะต่าง ๆ มีการปลูกสร้างอาคารบนภูเขาสูง มีความลาดชันเกินเป็นที่สงสัยว่าโรงแรมเหล่านั้น สร้างบนความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มีหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินอย่างไร ซึ่งข้อเท็จจริง ที่สื่อและภาคประชาชนทราบก็คือว่าในหลายพื้นที่แล้วก็มีคดีเกิดขึ้นด้วยท่านประธานครับ มีคดีเกิดขึ้นโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้เป็นผู้รักษาผืนแผ่นดิน รักษาความสวยงามบนเกาะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมเอาภาพสวย ๆ มาโชว์ เพราะว่าอยากจะโพรโมต (Promote) การท่องเที่ยวกระบี่ ตรัง บ้านท่านประธานด้วยว่า วันนี้ก็ไปเที่ยวได้นะครับ หาดทรายสวย ๆ ยังมีให้เราได้เที่ยวชม เป็นภาระของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับกรมป่าไม้ครับท่านประธาน ที่จะต้องฟ้องร้องเอาที่ดิน ที่มีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบกลับคืนมาเป็นของรัฐ กลายเป็นว่าภาระเหล่านี้ พระเอกไปอยู่ที่กรม ข้าราชการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ ไปฟ้องและมีหลายคดีมาก วันนี้ผมมีเคส (Case) คดีตัวอย่างมาเดี๋ยวจะมอบให้ท่านประธาน ได้ทราบด้วยนะครับว่าศาลอุทธรณ์ตัดสินแล้วด้วย โดยเฉพาะที่ภูเก็ตมีหลายคดีมาก และที่กระบี่โดยเฉพาะที่เกาะปอดะใกล้ ๆ ภาพที่มีภาพเหมือนกันนะครับ ก็ปรากฏว่าเขา เรียกว่า ส.ค. ๑ บินครับท่านประธาน และพอพิสูจน์กันในศาลแล้วก็ปรากฏว่ารัฐสามารถ เอาคืนมาได้บางแปลง และบางแปลงก็ยังอยู่ในศาล คือเป็นการออก น.ส. ๓ โดยไม่ชอบ ไม่มีหลักฐานแสดงการแจ้งการครอบครอง แม้กระทั่งสำนวนในคดีการฟ้องร้องกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็เคยมีหนังสือถึงกรมที่ดินให้เพิกถอน แต่กรมที่ดินก็ไม่มี การเพิกถอนนะครับ ก็แปลว่ามีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากลอยู่หรือไม่ เพราะว่ากฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ ปี ๒๔๙๗ ครับท่านประธาน ห้ามออกโฉนดบนที่ภูเขา ที่สงวนหวงห้าม เพราะฉะนั้น การตั้งกระทู้ถามของผมครั้งนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนว่าในพื้นที่เกาะและมี ประเด็นปัญหาหลายอย่างทำไมท่านรัฐมนตรีที่ดูแลกรมที่ดิน ณ วันนี้ท่านมีนโยบาย มีหนังสือ สั่งการ มีกระทรวง เพื่อรักษาที่ดินของรัฐอย่างไร หรือไม่นะครับ ท่านเองได้มีการตรวจสอบ หลักฐานที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น น.ส. ๓ ก ที่ออกโดยกรมที่ดินของโรงแรมนะครับ โดยเฉพาะของ กลุ่มทุนโรงแรมบนเกาะ บนภูเขาต่าง ๆ ว่าถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ท่านได้ออกคำสั่งไหม ท่านให้นโยบายไปยังกรมที่ดินหรือไม่ เมื่อไร อย่างไร ผมอยากทราบมาก ๆ เลย เพราะว่า หน่วยงานของกรมที่ดินมีรายงานการวิจัยพิสูจน์ชัด มีรายงานการวิจัยนะครับว่ามีกระบวนการ ทุจริตในกรมที่ดินมากกว่าหน่วยงานอื่นนะครับ มีรายงานวิจัยรองรับตรงนี้ผมถึงกล้าพูด เพราะฉะนั้นต้นเหตุที่เป็นภาระให้ข้าราชการที่ดีโดยเฉพาะของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ตอนนี้เขาพยายามที่จะไปค้นกรมแผนที่ทางทหาร ไปเอาระวาง แผนที่กรมที่ดินต่าง ๆ มา โดยเฉพาะก็ยังมีคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็พยายามจะไปเอาข้อเท็จจริงเรื่องนี้มาครับท่านประธาน แต่ว่าผมอยาก ทราบจริง ๆ ว่ากรณีของการออกเอกสารบนที่ความลาดชันเกิน ๓๕ องศา บนที่เกาะเยอะที่มัน ราคาแพง ทำรีสอร์ต (Resort) สร้างรายได้เยอะแยะมากมายทำไมกรมที่ดินถึงได้มีการออก หลักฐานกันได้ง่ายดายเหลือเกิน แล้วก็ภาคประชาชนก็มีการสอบถามว่าเวลาประชาชนไปขอ ออกที่ดินบนเกาะก็ติดกฎกระทรวงครับท่านประธาน ประชาชนที่อยู่อาศัยบนเกาะลันตา ร้องเรียนกับผมเมื่อล่าสุดที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งที่เกาะพยาม หรือหลายเกาะเขาก็บอกว่า ติดเรื่องกฎกระทรวง แต่ทำไมรัฐมนตรีถึงไม่ออกกฎกระทรวงเพราะเขาเกิดบนเกาะ โดยสภาพเกาะ ภูมิศาสตร์ก็คือเป็นหมู่บ้าน เป็นตำบล เป็นอำเภอ เกาะภูเก็ตก็เป็นจังหวัดด้วยซ้ำ แต่ทำไม ถึงไม่ออกกฎกระทรวงมาใหม่ และมีการให้ออกเอกสารสิทธิกับชาวบ้านจน ๆ นะครับ ก็อยากจะ สอบถามเป็นครั้งที่ ๑ ครับ ผมหวังว่าท่านคงจะจับประเด็นได้ เพราะว่าผมถามเป็นหลาย ๆ ข้อ แต่ถามครั้งที่ ๑ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ ของท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งในคำถามข้อที่ ๑ นั้นผมคิดว่าประเด็นแรกก็คือว่ากระทรวงมหาดไทยมีการตรวจสอบ การได้มาซึ่งหลักฐานหนังสือเอกสารสิทธิที่ดินไม่ว่าจะเป็น น.ส. ๓ หรือโฉนดที่ดินที่ออกโดย กรมที่ดินของโรงแรม รีสอร์ต (Resort) ต่าง ๆ บนเกาะ หรือบนภูเขา ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าโดยการออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส. ๓ ก โดยเฉพาะกรณีที่ท่านได้เรียนเบื้องต้นว่ากรณีที่บนภูเขากระทรวงก็ได้มีเรียกว่าได้กฎกระทรวง และต่อมาท่านรัฐมนตรีก็ได้มีประกาศของกระทรวง ฉบับลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๙ ซึ่งห้าม ไม่ให้บุคคลใดครอบครองในที่ดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับสิทธิการครอบครองโดยถูกต้องมาก่อน ปี ๒๔๙๙ เพราะฉะนั้นส่วนที่ออกกันอยู่นี่ก็ถ้าหากว่ามีหลักฐานมายืนยันได้ว่าออกมาก่อนได้ สิทธิครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๙ ย่อมมีสิทธิตามที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าบางพื้นที่ที่เป็นเกาะ มันมีคนอยู่เป็นหมู่บ้านมาก่อน เขาทำประโยชน์มาก่อน ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าเขาครอบครอง ที่ดินทำประโยชน์ที่ดินนั้นมาก่อนปี ๒๔๙๙ เขาย่อมมีสิทธิเอามาขอออกได้นะครับ ส่วนถ้าตอนขอออกแล้วถ้าเป็นกรณีที่ออกโดยไม่ชอบกรมที่ดินก็มีมาตรการดำเนินการ ในการเพิกถอน🔗

สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามว่าแล้วที่ลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ลาดชัน มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๒๘ คือวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๘ เห็นชอบกับกรรมการนโยบาย ป่าไม้ที่ห้ามไม่ให้ออกโฉนดหรือเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว แต่ถ้าเขาได้มาครอบครองมาก่อน วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๘ เขาก็มีสิทธิที่จะเอามาออกโฉนดหรือว่าออกเอกสารสิทธิได้ เพราะฉะนั้น กรมที่ดินก็พยายามจะตรวจสอบภายใต้สิ่งเหล่านี้ว่าถ้าเขามี น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก ส.ค. ๑ สิ่งเหล่านี้ เขานำมาสู่การออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินได้ เพราะฉะนั้นก็ได้เรียนเบื้องต้นอย่างนี้นะครับว่า มันอยู่ที่ตัวเลขว่าเขาได้มาเมื่อไร เขาครอบครองเมื่อไร แต่ถ้าสมมุติว่าได้ปรากฏหลักฐานชัดเจน ว่าการได้มาโดยไม่ชอบกรมที่ดินก็เพิกถอนเอกสารสิทธิเหล่านั้นได้โดยเป็นอำนาจของอธิบดี กรมที่ดิน ซึ่งในขณะนี้กรมที่ดินได้ตรวจสอบ กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แล้วก็ได้ให้ความสำคัญว่าเอกสารสิทธิที่ออกโดยไม่ชอบในขณะนี้ได้รับการร้องเรียนโดยอธิบดี กรมที่ดินนี่ได้ตั้งกรรมการสอบสวนจำนวน ๕๔ เรื่อง ๑๒๔ แปลง และมีคำสั่งให้เพิกถอนไปแล้ว ๓๐ เรื่อง จำนวน ๗๘ แปลงนะครับ แล้วก็ส่วนที่ออกโดยชอบแล้วก็ให้ยุติเรื่องที่ร้องเรียนคือ ๑๐๕ เรื่อง ๑๓๖ แปลง อยู่ระหว่างการสอบสวน ๑๐๘ เรื่อง ๑๘๘ แปลง อยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินได้ดำเนินการอยู่ขณะนี้ แล้วก็กรณี ที่ปรากฏชัดเจนว่าสั่งให้เพิกถอนกรมที่ดินก็ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่โดยเด็ดขาดครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านอาจจะตอบไม่ครบผมนิดหนึ่งก็ไม่เป็นไร แต่ว่าคงจะถามต่อไปอีกว่ากรณี ที่มีการลงโทษทางวินัยข้าราชการโดยเฉพาะของเจ้าพนักงานที่ดินท่านได้มีการดำเนินการ ไปแล้วบ้างหรือไม่ อย่างไร เรื่องวินัยร้ายแรง เพราะว่าในหลายคดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ที่ฟ้องไปก็ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินไปด้วย เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วครับ ท่านประธาน เจ้าพนักงานที่ดินโดนยิงตายที่บ้านท่านประธานที่จังหวัดตรัง เป็นคนกระบี่ โดนย้ายจากจังหวัดกระบี่ไปอยู่ที่จังหวัดตรัง แล้วก็โดนยิงตาย เป็นเจ้าพนักงานที่ดิน มีเสียง เล่าลือกันเยอะครับว่ามีอะไรเกิดขึ้นลับลมคมใน ซึ่งมันคลางแคลงใจสำหรับคนที่อยากจะ ออกโฉนดที่ดิน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ ก็เลยอยากจะตั้งคำถามอีกเป็นครั้งที่ ๒ ว่ากรณีที่ท่านพบการฝ่าฝืนแล้ว นอกจากท่านจะบอกว่าท่านจะให้เพิกถอนแล้วนี่ ท่านได้มี การสั่งการหรือฟ้องคดีกลุ่มบุคคล หรือกลุ่มทุน หรือบริษัทเอกชนที่มีเจตนาทุจริตที่จะ มาแสดงตนเพื่อออกเอกสาร น.ส. ๓ โดยอาศัย ส.ค.๑ บิน หรือออกโฉนดที่ดิน หรือไม่ อย่างไร เพราะว่าในข้อเท็จจริงที่ผ่านมาเกิดกระบวนการที่แม้กระทั่งหน่วยงานตำรวจส่วนกลาง เข้าไปพื้นที่เองก็ยังไปเจอกลุ่มทุนที่มีพลังเยอะพอสมควร แล้วผมเชื่อว่าการตั้งกระทู้ครั้งนี้ ก็จะเป็นช่องทางให้ท่านรัฐมนตรีได้สร้างผลงานว่าท่านก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ปกป้อง ไม่น้อยไปกว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ โดยเฉพาะจะได้สร้าง ความประทับใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าท่านจะได้สั่งทบทวน หรือมอบนโยบายใหม่ ๆ หรือเป็นวาระที่เน้นไปที่การครอบครองที่ดินของรัฐได้หรือไม่ เพื่อภาพลักษณ์โดยเฉพาะ ภาพลักษณ์ของกรมที่ดินจะได้เป็นบวก แล้วก็จะได้มีงานวิจัยว่าตอนนี้รูปแบบของการพัฒนา ของกรมที่ดิน ณ วันนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น ก็เป็นคำถามครั้งที่ ๒ แล้วเวลาเหลืออีก นิดหนึ่งก็อยากจะขอบคุณท่านประธาน และขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้รับความสนใจจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง แม้กระทั่งสื่อมวลชนหรือกรรมาธิการ เขาก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ก็อยากให้เป็นตัวอย่างที่ดีจริง ๆ เพราะหลาย ๆ เกาะท่านรัฐมนตรี ก็ทราบดีว่ามีมูลค่าของที่ดินสูงมาก เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะลันตา เกาะพีพี บ้านผม ก็เช่นเดียวกันนะครับ ความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ ๆ ก็มีการออกเอกสารสิทธิ แล้วสร้างโรงแรมกันได้ ชาวบ้านตาดำ ๆ เขาก็สงสัยกันครับ โดยวิญญูชนครับท่านประธาน ก็เลยอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยสร้างความกระจ่างเรื่องนี้ให้กับสังคมด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบในประเด็นที่ ๒🔗

ผมขออนุญาตที่จะได้กราบเรียนว่าเป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ชัดเจนที่ได้ให้ไว้ว่า ถ้าหากว่าพบการทุจริตก็จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่อย่างเด็ดขาด ก็ขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้นำประเด็นดังกล่าวมาสอบถาม แล้วผมคิดว่าในเรื่องการสอบสวน เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการทุกราย จะไม่เว้นกรณีที่มีการเพิกถอนแล้ว คือตราบใดที่ยังไม่มี การเพิกถอนข้อสันนิษฐานก็คือต้องถือว่าโฉนดหรือว่า น.ส. ๓ ก แปลงนั้นยังใช้ได้อยู่ เอกสารสิทธิแปลงนั้นยังใช้ได้อยู่นะครับ แต่ถ้าเพิกถอนแล้วเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการจะต้องถูก ดำเนินคดีไม่ว่าทางวินัย ทางแพ่ง หรือว่าทางอาญาต่อไป อันนี้กรมที่ดินยืนยันนะครับ กระทรวงมหาดไทยยืนยันจะใช้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินอย่างเด็ดขาด ในกรณี ที่ทุจริตต่อหน้าที่ ส่วนกรณีที่พบว่ามีการออกเอกสารสิทธิไม่ชอบแล้วนำไปสู่การสร้างโรงแรม หรือว่าสร้างรีสอร์ต (Resort) ต่าง ๆ อันนี้ก็นำไปสู่กระบวนการที่เมื่อเอกสารสิทธิโดนเพิกถอน ไปแล้ว ผมยืนยันได้ว่าในการก่อสร้างอาคารก็ถือว่าเป็นการก่อสร้างอาคารที่ไม่ชอบ ถ้าหากว่า นำเอกสารสิทธินั้นไปใช้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ในการออกใบอนุญาต ในการก่อสร้าง ในการใช้อาคารก็ต้องเพิกถอน แล้วหากว่าได้เอกสารสิทธิมาโดยไม่ชอบ เอาอาคารนั้นไปประกอบเป็นโรงแรม เป็นรีสอร์ต (Resort) ทางกรมการปกครอง หรือทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะเป็นนายทะเบียนก็ต้องไปเพิกถอนใบประกอบธุรกิจโรงแรมนั้น เพราะฉะนั้นถ้าต้นทางคือเอกสารสิทธิได้มาโดยไม่ชอบแล้วการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ก็ต้อง ถูกเพิกถอนด้วย อันนี้ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยจะไม่ยินยอมให้เอาที่ที่ได้มาโดยไม่ชอบ เมื่อที่ดินหรือว่าเอกสารสิทธิโดนเพิกถอนก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่ดินเหล่านั้น ไม่สามารถนำไปประกอบธุรกิจใดได้ อาคารที่ได้รับการอนุญาตให้ก่อสร้างให้ใช้โดยเข้าใจว่า เอกสารสิทธิได้มาโดยถูกต้องในครั้งแรกก็จะต้องถูกเพิกถอน เมื่ออธิบดีกรมที่ดินได้เพิกถอน เอกสารสิทธิ แล้วเมื่ออาคารนั้นถูกเพิกถอนไปแล้วใบอนุญาตที่ใช้ประกอบการก็ถูกเพิกถอน นั่นคือการไม่สนับสนุนให้นายทุนหรือให้กลุ่มทุนเอาที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบ เมื่อถูกเพิกถอน เอกสารสิทธิแล้วไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเสริฐพงษ์ เชิญครับ มีเวลา ๑ นาทีเศษ ๆ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน มีเวลา ๑ นาทีผมขออนุญาตแจ้งในเชิงลึกนิดหนึ่งว่าประเด็นของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นนายทะเบียน กรณีออกเอกสารต่าง ๆ ท่านประธานครับ ถ้าไม่ได้เกิดจากความร่วมมือ ของราชการมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จริงไหมครับท่านประธาน ต้องเกิดจากตัวข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ ท้องที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดิน ร่วมไม้ร่วมมือกัน ออกเอกสาร เพราะฉะนั้นผมถึงอยากฝากว่าถึงแม้ท่านจะไม่ได้ดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ แต่ว่าท่านอยู่ใน ครม. ท่านฝากกำชับไปด้วยนะครับ เพราะว่ากรณีที่ จังหวัดกระบี่ อดีตผู้บริหารระดับจังหวัดนามสกุลใหญ่ก็ไปเซ็นออกเอกสารในที่ดินของ กรมป่าไม้ หรือของเขตอุทยานแห่งชาติด้วยซ้ำ ด้วยนามสกุลของตัวเอง ด้วยชื่อของตัวเอง เซ็นเองออกเองครับ เขาเรียกว่าชงเองกินเองครับท่าน อยู่บริเวณริมชลในเขตตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ก็ฝากท่านด้วยว่าเป็นที่เคลือบแคลงใจของพี่น้องประชาชน แล้วก็ ยังมีอีกหลายแปลงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทราบว่ากรรมาธิการกำลังเรียกข้อมูลมา ก็อยากให้ ทบทวนว่า ส.ค.๑ บินนี่นะครับสำคัญที่สุด โดยเฉพาะที่เกาะปอดะ ท่านประธานครับ เราได้ ที่ดินกลับคืนมาสวย ๆ งาม ๆ แล้ว ๑ แปลง แต่อยู่ในระหว่างการตัดสินของศาลอีก ๑ แปลง แล้วผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็จะชนะคดี เราก็จะได้ฉลอง ว่าเรายังมีที่ดินสวย ๆ งาม ๆ บนเกาะคืนให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไปครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐมนตรีเชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอบคุณท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ที่ได้เรียนในประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของพี่น้อง ประชาชน ผมจะรับข้อมูลจากท่านแล้วเดี๋ยวจะให้กรมที่ดินลงไปตรวจสอบว่ามีการกระทำ ที่ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ถ้าหากว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมายจริงผมจะให้ดำเนินการ กลับไปผมจะสั่งให้อธิบดีลงไปตรวจสอบ ให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบที่ดิน ผมขอพยานหลักฐาน ที่ท่านมีอยู่ในมือว่าท่านมีเอกสารหรือว่ามีข้อสงสัยอย่างไร ที่พอจะเป็นต้นตั้งเรื่อง ให้มีการสอบสวนกรณีนี้ได้ผมจะดำเนินการตามที่ท่านได้ให้ข้อมูลทันทีครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอขอบคุณประเสริฐพงษ์ และท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณมากครับก็เป็นประโยชน์ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๐๓ เรื่อง ปัญหาการก่อสร้าง สถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าบ้านสบสอย (นางสาวศรีนวล บุญลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ ได้ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๔🔗

ขออภัยครับ อันนี้ของคุณศรีนวลเช่นเดียวกันนะครับ คุณศรีนวลมี ๒ กระทู้ ใช่ไหมครับวันนี้🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๐๒ เรื่อง ปัญหาความล่าช้า ในการออกเอกสารสิทธิพื้นที่ทับซ้อนที่สาธารณประโยชน์หนองหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (นางสาวศรีนวล บุญลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗

คุณศรีนวลได้ขอให้บุคคล ต่อไปนี้เข้ามาฟังการประชุมในครั้งนี้ นายแน่น จันทร์วัน นายวรเทพ มหายาโน นายทอง หลวงหล่อ นายแดง สมโน นายชัย ถานี นายเดช คำด้วง นายพงศ์สวัสดิ์ กันทาวิน นายนิคม ชัยชื่น ก็อนุญาตให้อยู่ฟังได้นะครับ แต่ว่าปฏิบัติไปตามระเบียบ ห้ามถ่ายภาพด้วยกล้อง หรืออะไรเพื่อเผยแพร่นะครับ ขอเชิญคุณศรีนวลได้ถามคำถามแรกนะครับ ถามได้ ๒ ครั้ง ถามและตอบไม่เกิน ๒๐ นาที ขอเชิญนะครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย พอดีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อำเภอจอมทอง เรื่องเกี่ยวกับที่ดิน สิทธิทำกิน ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่หมู่ ๒ และหมู่ ๕ ตำบล ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนที่มีความเดือดร้อนมีอยู่ ๑๙ ราย หรือว่า ๑๙ ครัวเรือน ได้รับ ความเดือดร้อนจากกรณีไม่ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินของตน เนื่องจากถูกกล่าวอ้างว่า เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่สาธารณะหนองหลวง ที่ดินดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ผู้ร้องและพวก ได้อยู่อาศัยทำประโยชน์มานานกว่า ๓๐ ปี รัฐได้เข้ามาแก้ไขปัญหาโดยมีการเดินสำรวจเร่งรัด และออกเอกสารสิทธิ ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๓๖ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๙ ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๙ มีการเดินสำรวจรังวัดที่ดินที่ตกค้างโดยเจ้าหน้าที่ที่ดินภาคเหนือประจำจังหวัดเชียงใหม่ และแจ้งให้ประชาชนทราบว่าเป็นที่ทับซ้อนกับสาธารณประโยชน์หนองหลวง จึงสามารถ ออกโฉนดได้ประมาณ ๑๖ แปลง จากนั้นจึงได้ส่งเรื่องดังกล่าวมายังสำนักงานที่ดินอำเภอ แต่สำนักงานที่ดินอำเภอจอมทองไม่ได้ดำเนินการแจกเอกสารสิทธิให้แก่ผู้ร้องและพวก จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานที่ดินอำเภอจอมทองฝ่ายทะเบียน หมายเลข โทรศัพท์ ๐๕๓-๓๔๑๒๖๘ ได้ความว่าที่ดินข้อพิพาทดังกล่าวได้มีเอกสารสิทธิสำรวจรังวัด ออกเอกสารสิทธิไปแล้วบางส่วน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๙ มีการเดินสำรวจรังวัดที่ดินโดยเจ้าหน้าที่ ที่ดินภาคเหนือประจำจังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้เนื่องจากเป็น ที่ทับซ้อนกับที่สาธารณประโยชน์หนองหลวง ระหว่างประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานที่ดินจอมทองจึงได้เสนอเรื่องจังหวัดเชียงใหม่พิจารณาดังกล่าว ทางจังหวัด จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้น โดยมีปลัดจังหวัดเป็นประธาน และในขณะนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการประชุมพิจารณาสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ในขณะการดังกล่าว เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้รับเอกสารสิทธิที่ดินของตน จึงไม่สามารถได้รับ ความช่วยเหลือจากมาตรการ หรือสิทธิอื่นใดจากรัฐได้ เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การเยียวยาจากภัยธรรมชาติ หรือการบริการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ เป็นต้น จึงเห็นสมควร เป็นการตั้งกระทู้แยกเฉพาะ เนื่องจากเป็นเรื่องเฉพาะที่เฉพาะบุคคล เพื่อสอบถาม ท่านรัฐมนตรีกับงานในหน้าที่ ข้าเจ้าขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ดังต่อไปนี้🔗

ข้อที่ ๑ ปัญหาความล่าช้าในการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ทับซ้อน ที่สาธารณประโยชน์หนองหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ ที่อยู่อาศัยมามากกว่า ๓๐ ปีไม่สามารถมีเอกสารสิทธิในที่ดินของตน จึงเรียนถามว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินมีแนวทางในการกำหนดแนวเขตพื้นที่สาธารณประโยชน์ หนองหลวงอย่างชัดเจนแล้ว เหตุใดจึงมีการสำรวจรังวัดและออกเอกสารสิทธิในที่ดิน แก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างไม่เท่าเทียมกัน ขอทราบรายละเอียด🔗

ข้อ ๒ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินได้ดำเนินการถึงขั้นตอนใดในการสำรวจ รังวัดและออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบที่ตกค้าง จากการสำรวจและรังวัด ในครั้งที่ผ่านมา พ.ศ. ๒๕๕๙ ขอทราบรายละเอียด🔗

ประเด็นที่ ๓ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินจะมีแนวทางการออกเอกสารสิทธิ ให้แก่ประชาชนอย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอถามท่านรัฐมนตรีเจ้า🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านนางสาวศรีนวล บุญลือ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดเชียงใหม่ โดยขออนุญาตที่จะ ตอบท่านถาม ๓ คำถาม ผมขออนุญาตตอบทีเดียวทั้ง ๓ คำถาม ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามก็คือที่สาธารณประโยชน์แปลงหนองหลวงนะครับ ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ ๒ บ้านหลวง ตำบลบ้านหลวง และหมู่ ๕ ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งที่ดินดังกล่าว ได้มีการขึ้นทะเบียนออกหนังสือสำคัญที่หลวงไปเมื่อปี ๒๕๓๙ จำนวน ๔๓ ไร่ เมื่อขึ้นทะเบียน เป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแล้วก็ถือว่าได้อาณาเขตชัดเจนแล้ว แต่ว่าต่อมาที่ออกไม่ได้ ที่มีปัญหาก็คือว่ามีคนมาร้องว่าที่ดินหนองหลวงแปลงหนองหลวงยังขึ้นทะเบียนเป็นที่ นสล. หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงไม่ครบ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ที่มีปัญหาทำให้ไม่สามารถ ดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับคนที่ครอบครองทำประโยชน์นอกพื้นที่ได้ เพราะมีข้อโต้แย้งว่า นสล. ที่ออกไป ๔๓ ไร่นั้นยังออกไม่ครบถ้วน นี่คือประเด็นปัญหาอยู่ตรงนี้นะครับ ต่อมาก็ได้มี การสอบสวนเรื่องนี้กรมที่ดินก็มีความประสงค์ในการที่จะออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ครอบครองทำประโยชน์อยู่นอกเขตพื้นที่ ซึ่งได้ออกไปแล้วจำนวนก็หลายแปลง ช่วงที่ยังไม่มีการคัดค้าน แต่พอมีการคัดค้านเกิดขึ้นก็ไม่สามารถที่จะเจ้าหน้าที่ก็คือฝ่ายอำเภอ ที่ดูแลที่สาธารณะก็ไม่รับรองแนวเขตให้ กรมที่ดินแก้ปัญหาแม้ว่าจะไม่มีเอกสารแสดง ส.ค. ๑ มาแสดง แต่ครอบครองการทำประโยชน์มาก่อนก็ใช้วิธีการเดินสำรวจออกเอกสารสิทธิให้ ซึ่งก็ถือว่าแม้จะไม่มี ส.ค. ๑ ถ้าทำประโยชน์ในที่ดินก็สามารถที่จะนำไปสู่การออกเอกสารสิทธิได้ กรมที่ดินได้ไปรังวัดไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ขั้นตอนที่จะลงนามเป็นขั้นตอนที่ให้รับรองแนวเขต ที่สาธารณะ ตรงนี้เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ต่อมาก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการกันมา ผมคิดว่า ๒-๓ ครั้งแล้ว คณะกรรมการก็ไม่สามารถจะชี้แนวเขตที่แปลงหนองหลวงในส่วนที่เพิ่มเติมได้ เพราะสภาพปัจจุบันนี้ไม่มีสภาพเป็นหนองน้ำแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อล่าสุดปี ๒๕๐๐ ครั้งสุดท้าย จังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลข้อเท็จจริงดังกล่าว ปัจจุบันได้มีคำสั่ง ที่ ๘๒๙/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๓ ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี อาณาเขตของพื้นที่สาธารณะหนองหลวงส่วนที่นอกเหนือจากที่ออกหนังสือสำคัญสำหรับ ที่หลวง เลขที่ดิน ๑๕๓๕ หมู่ ๒ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ว่ายังมี เนื้อที่คงเหลืออยู่เป็นที่สาธารณะหรือไม่นะครับ ซึ่งผมได้โทรศัพท์เรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เร่งรัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งตั้งไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๓ ซึ่งในที่สุด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เรียนกับผมว่าจะกำหนดให้มีการประชุมภายในวันที่ ๒๙ ธันวาคมนี้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าถ้าหากผลการประชุมมีมติชัดเจนว่าที่ดังกล่าว ไม่ได้เป็นที่สาธารณะนะครับ ก็จะได้เร่งรัดดำเนินการให้สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาจอมทอง ได้พิจารณาออกโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้นำรังวัดไว้แล้ว อันนี้ก็จะได้ จำนวน ๒๐ แปลง ในขณะนี้ที่มีข้อมูลอยู่ว่านำรังวัดไว้แล้ว ๒๐ แปลง ขอเพียงแต่ว่าให้ อำเภอจอมทองไปชี้แนวเขตว่าที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นที่สาธารณะก็จะดำเนินการออกเอกสารสิทธิ ให้กับประชาชนทั้ง ๒๐ รายได้ทันทีท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรว่าผมรับว่าจะเร่งรัดให้โดยผมได้เรียนกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงแล้ว แล้วสั่งให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เร่งรัดประชุมคณะกรรมการที่ตั้งมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวตั้งเดือนมีนาคม ผมยอมรับว่าไม่มีการประชุมจริง ผมมาทราบเรื่อง ตอนที่ได้รับกระทู้จากท่านนี่ละครับ ผมเร่งรัดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้เร่งรัดให้มีการประชุม โดยด่วน และผมจะได้แจ้งให้ท่านทราบว่าดำเนินการอย่างไร ผลเป็นประการใดจะได้แจ้ง ให้ทราบต่อไปครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศรีนวลเชิญเลยครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

ก็ต้องเรียนขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะเจ้า อยากจะถามอันนี้ขอถามนะเจ้า เพราะว่าชาวบ้านเอาเรื่องมาให้เขาบอกว่าเอกสารที่ออกแล้ว ไม่มอบให้กับประชาชนเจ้าของที่ดินนะเจ้า🔗

แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็คือเอกสารสิทธิว่าออกแล้วไปทับซ้อนไม่สามารถมอบได้ ประชาชนก็อยากรู้ว่าที่ทำกินมา ๓๐ กว่าปีแล้ว ถ้าออกเอกสารสิทธิทับซ้อนไม่รู้ว่าผู้มีอิทธิพล ทางการเงินหรือเปล่ามาออกเอกสารสิทธิทับซ้อนของประชาชนนะเจ้า🔗

แล้วเรื่องที่ ๓ อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีโดยที่มีหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับ ที่ดิน เวลาถ้าประชาชนเข้าไปประสานงานในหน่วยงานราชการเหมือนที่ผ่านมานะเจ้า มีประกาศ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาจอมทอง ชาวบ้านก็ด้วยความอุ่นใจเห็นหนังสือฉบับนี้ ก็เข้าไปที่สำนักงานที่ดินของอำเภอจอมทอง ชาวบ้านเข้าไปแล้วแทนที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะชี้แจง ให้ความเข้าใจกับชาวบ้าน อันนี้เจ้าหน้าที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ด่าชาวบ้านบอกว่าไม่รับเรื่อง ไม่ต้องเข้ามาอย่างนี้ อันนี้ก็คือเป็นการบั่นทอนจิตใจของประชาชน อยากจะฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยดูกำกับการทำงานของภาครัฐด้วย อย่างที่ชาวบ้านมาร้องเอกสารที่โฉนดของหนองหลวง มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว และชาวบ้านอีก ๑๙ ครอบครัวเห็นชัดเจนทางที่ล้อมรอบออกโฉนด ไปหมดแล้ว และทำไมที่เป็นจุดสีชมพูชาวบ้านคนที่ยากจนทำไมไม่มีเอกสารสิทธิทั้ง ๆ ที่ ทำมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อย่างตอนนี้เจ้าของที่ดินที่มานั่งข้างหลังบางคนฟันหลอหมดแล้ว ขอเอกสารก็ยังไม่ได้ อันนี้ก็อยากจะฝาก คนที่มีเงินเป็นที่มีอิทธิพลอยู่ล้อม ๆ พวกนี้มี เอกสารสิทธิออกให้หมดแล้ว และคนยากจนทำไมไม่มี แล้วก็ทำไมรัฐมันแบ่งเป็นสองมาตรฐาน อยากจะเรียนถามว่าขอให้รัฐบาลช่วยเป็นมาตรฐานเดียวได้ไหมสงสารชาวบ้านนะเจ้า ขอขอบคุณทางท่านประธานนะเจ้า และขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในครั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้า🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ขอขอบคุณนะครับ ผมคิดว่าในส่วนผมพอได้รับกระทู้ท่านก็พยายามลงไปพื้นที่ ผมเรียนว่า เป็นนโยบายเลยครับว่าผมนี่เป็นนโยบายกระทรวงมหาดไทยแล้วก็กรมที่ดินเลยว่าที่ดิน ที่ชาวบ้านถือครองทำประโยชน์อยู่ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิผมนี่เป็นคนเร่งรัดกรมที่ดินเลยว่า ให้เร่งรัดในการเดินสำรวจ แม้จะไม่มีเอกสาร ส.ค.๑ คือถ้าเขามี ส.ค.๑ เขาสามารถไปออก เฉพาะรายได้อยู่แล้วตามกฎหมายนะครับว่าปัจจุบันเขาให้ไปยื่นไว้แล้วว่าต้องยื่นภายใน ปี ๒๕๕๓ ช่วงนั้น ส.ค.๑ แต่หลังจากนั้นมาก็ไม่เป็นไร ถ้าใครจะยังไม่ยื่นปี ๒๕๖๓ ก็มายื่นคำร้อง ต่อศาลขอออกส่วน ส.ค.๑ กรณีไม่มี ส.ค.๑ ตอนนี้เป็นนโยบายของกรมที่ดินเลยให้เร่งรัด ในการเดินสำรวจจากเดิมที่เรามีอยู่กำลังงบประมาณอยู่ปีหนึ่งประมาณสัก ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ แปลง ผมพยายามเร่งรัดให้ทำได้ปีละประมาณสัก ๑๒๐,๐๐๐ แปลง รวมใน ทุกพื้นที่ถ้าของบประมาณเพิ่มได้ก็จะพยายามทำเพิ่มเพื่อมาอุดในพื้นที่ฟันหลอที่ท่านเห็น ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในแปลงที่ท่านศรีนวลได้นำมาเสนอก็คือได้ลงไปดูพื้นที่มันก็มี แปลงฟันหลออยู่จริง แปลงฟันหลอแม้ว่าจะไม่มี ส.ค.๑ ถ้าหากว่าพิสูจน์ได้ว่าชาวบ้าน ครอบครองมาจริงทำประโยชน์มาจริง แล้วก็ไม่ใช่ที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่ดินของรัฐ ก็พร้อมที่จะ เดินออกเอกสารสิทธิให้ในการเดินสำรวจจะมุ่งแก้ปัญหาเรื่องที่ดินฟันหลอทั้งหมดนี้ ก็ขอให้ ทราบว่ากำลังดูปัญหานี้อยู่ แล้วก็เร่งรัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการว่าถ้าหากว่าไม่ใช่ที่ คือขึ้นทะเบียนไว้แล้วตรงนี้ ๔๓ ไร่ คือหนองหลวงนะครับ ขึ้นทะเบียน นสล. ไว้เรียบร้อย แต่ว่าที่ออกไม่ได้เพราะมันมีคนมาคัดค้านบอกว่าที่รอบ ๆ นี้ยังขึ้นไม่หมด ประเด็นนี้เมื่อเป็น ประเด็นร้องเรียนกรมที่ดินก็จะต้องระมัดระวังว่ามีการกล่าวอ้างว่าที่ดินยังออก นสล. ไม่หมด ก็ต้องไปพิสูจน์ก็โดยจังหวัดในขณะนี้ตั้งกรรมการ ตั้งปลัดจังหวัดขึ้นมาเป็นประธาน ก็ผมเร่งรัด นะครับ ในขณะนี้จะให้เสร็จภายในจะให้ประชุมครั้งแรกวันที่ ๒๘ วันที่ ๒๙ ธันวาคมนี้ ขออภัย นะครับวันที่ ๒๙ ก็ให้ความมั่นใจได้ท่านประธานครับ ให้ท่านศรีนวลมั่นใจได้ แล้วก็เรียนกับ พี่น้องประชาชนว่ากรมที่ดินเร่งรัดในการที่จะแก้ปัญหาการถือครองสิทธิที่ดินพยายามที่จะเดิน สำรวจ ใช้มาตรการการเดินสำรวจออกโฉนด ออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อลด ความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนมีฐานะหรือไม่มีฐานะ กรมที่ดิน จะไม่คำนึงถึงฐานะว่าจะร่ำรวยหรือไม่ร่ำรวย จะดูว่าใครที่ได้ทำประโยชน์อยู่ในที่ดินแปลงนั้น ซึ่งไม่ใช่เป็นที่ดินของรัฐก็จะพยายามเร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิให้ทุกคนเลยนะครับ อันนี้คือสิ่งที่กรมที่ดินซึ่งผมก็ให้นโยบายกับกรมที่ดินชัดเจนว่าจะต้องเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ให้ชาวบ้านเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ที่มันไม่ใช่เป็นที่ดินของรัฐและเป็นฟันหลออยู่ต้องไปเดิน สำรวจให้หมด นี่คือสิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็เรียนไปยังท่านศรีนวลว่านี่คือ กระทรวงมหาดไทยเป็นนโยบายที่จะมอบให้กรมที่ดินได้เร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามนะครับ ยินดีกับคุณศรีนวลด้วย ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็พี่น้องที่มาทุกท่านนะครับ ท่านก็คงได้ยิน ได้ฟังด้วยตัวท่านเองแล้วว่าท่านรัฐมนตรีตอบว่าอย่างไร และท่านสมาชิกได้เอาเรื่อง เดือดร้อนของท่านมาหารือท่านรัฐมนตรีอย่างไรนะครับ🔗

ประชาชนที่เข้ารับฟังการประชุม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตถามท่าน รัฐมนตรีได้ไหมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบห้ามนะครับ ต้องรักษาความเป็นระเบียบในห้องประชุมครับ ได้ครับ ท่านศรีนวลฝากเด็กสั่ง ผมจะส่ง ต่อรัฐมนตรีนะครับ ส่งต่อได้ครับ พี่น้องชาวบ้านมีอะไรก็ถามรัฐมนตรีข้างนอกได้นะครับ ถามข้างนอกได้ครับ ก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายนะครับ รวมทั้งล่ามมือด้วยครับ ขอขอบคุณ ขอจบเท่านี้นะครับสำหรับกระทู้ถามแยกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนที่จะเข้า ระเบียบวาระที่ ๒ คือเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมผมจะขออนุญาตที่ประชุมเอาเรื่อง การตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างกับเรื่องขอขยายเวลาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งอยู่ใน ระเบียบวาระที่ ๗.๒ และ ๗.๓ ขึ้นมาดำเนินการก่อน ที่ประชุมคงไม่ขัดข้องนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องผมจะดำเนินการต่อไปนะครับ🔗

๗.๒ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทำหนังสือมาขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล และนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง จึงเป็นการพ้นจาก การเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) แต่ตำแหน่งที่ว่างลงนี้เป็นสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ดังนั้นขอเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมไหมครับ กรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๙ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ แทนตำแหน่ง ๒ ตำแหน่ง ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยดังนี้ค่ะ ๑. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๒. นางสาวกมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบนะครับ ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทาง การแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล อย่างเป็นระบบ ๒ ท่าน คือท่านพรเทพและท่านกมลพัฒน์ ของพรรคเพื่อไทยนะครับ🔗

๗.๓ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตร เหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ เนื่องจากท่าน ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ของพรรค เสรีรวมไทยได้ลาออก ดังนั้นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทยนะครับ ขอเชิญพรรคเสรีรวมไทย เสนอผู้ที่จะมาแทนครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย คือนางสาวธนภร โสมทองแดง ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีผู้รับรองครบครับ ตกลงท่านธนภร โสมทองแดง แทนนะครับในคณะกรรมาธิการชุดนี้🔗

ต่อไปเป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระนะครับ🔗

เรื่องนี้ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลา การพิจารณาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ำมัน ให้เป็นระบบและยั่งยืนออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งขอขยาย ออกไปอีกนะครับ ขอไป ๑๒๐ วัน ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ขัดข้องถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้คณะกรรมาธิการการพลังงานได้ขยายระยะเวลา การศึกษาไปอีก ๑๒๐ วัน🔗

ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย คือเดือนเมษายน-มิถุนายน ๒๕๖๓🔗

ในเรื่องนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้ง ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ เมื่อวันจันทร์ ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาม แผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ เรียบร้อยแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒.๒ รับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒🔗

ขอเชิญท่านอติโชค ผลดี ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ท่านสมฤดี ธัญญสิริ ท่านรองเลขาธิการ ท่านธรรมรังสี วรรณโก ท่านรองเลขาธิการ ท่านยุทธนา ศรีตระกูล รองเลขาธิการ ท่านกลิ่นแก้ว นพวงศ์ ณ อยุธยา เป็นที่ปรึกษา ท่านจิตผ่อง อภัยสันติพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีปกครอง ท่านดนัย ไชยราช ผู้อำนวยการสำนักบริหาร ยุทธศาสตร์ ทั้งหมด ๗ ท่านครับ ท่านอติโชคมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ขออนุญาตชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งได้มีการรวบรวมผลการดำเนินงานที่สำคัญและพัฒนาการ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานของศาลปกครอง อันเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงาน ตามแผนแม่บทศาลปกครองระยะ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ และแผนปฏิบัติราชการ ของสำนักงานศาลปกครองระยะ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๕ โดยรายงานฉบับนี้นอกจากจะได้ จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเพื่อนำเรียนต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อให้ เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓ แล้ว สำนักงานศาลปกครองก็ได้นำไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ (Website) ศาลปกครองเพื่อให้เป็นที่แพร่หลายต่อสาธารณะเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้ครับ ได้มีการเพิ่มการจัดทำในรูปแบบของอีบุ๊กส์ (e-Books) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้สนใจได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าสอดรับกับบริบทของสังคมยุคดิจิทัล (Digital) ในปัจจุบันนะครับ ในการนี้ผมขออนุญาตสรุปสาระสำคัญของรายงานโดยสังเขป ดังนี้ครับ🔗

ในส่วนที่ ๑ ในเรื่องของการเปิดที่ทำการศาลปกครองซึ่งภายหลังเปิดทำการ ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง ในปี ๒๕๔๔ แล้วนะครับ ทางศาลปกครองเอง เราก็ตระหนักดีว่าประชาชนในท้องถิ่นห่างไกลก็ควรที่จะมีสิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรม เช่นเดียวกับประชาชนในส่วนกลางครับ และเพื่อให้การดำเนินการพิจารณาพิพากษาคดี ในศาลปกครองชั้นต้นเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการรักษาผลประโยชน์แก่ ประชาชน หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเสริมสร้างโอกาสการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมทางปกครองของประชาชนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง จึงได้มีการเร่งรัด เปิดทำการศาลปกครองในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องครับ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ศาลปกครองก็ได้มีการเปิดทำการศาลปกครองในภูมิภาคทั่วประเทศแล้วทั้งสิ้น ๑๔ แห่ง ด้วยกันครับ🔗

สำหรับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ทางศาลปกครองเองก็มีจำนวนตุลาการอยู่ทั้งสิ้น ๒๖๖ คน เป็นตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด ๔๓ คน และเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ๒๒๓ คน รับผิดชอบ คดีทั้งหมดในปีนั้น ๓๔,๘๐๙ คดี เป็นคดีที่อยู่ในศาลปกครองสูงสุด ๑๕,๒๐๘ คดี และอยู่ใน ศาลปกครองชั้นต้นอีก ๑๙,๖๐๑ คดี โดยมีการเร่งรัดพิจารณาคดีในช่วงปีนั้นแล้วเสร็จไป ๙,๓๘๐ คดี ทั้งนี้หากนับตั้งแต่เปิดทำการจนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เป็นข้อมูลล่าสุด ทางศาลปกครองเองเรามีคดีรับเข้าสู่การพิจารณาทั้งสิ้น ๑๗๑,๘๑๘ คดี พิจารณาแล้วเสร็จไป ๑๔๔,๕๓๓ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๑๒🔗

อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของการบังคับคดีครับ ทางศาลปกครองก็ได้ให้ ความสำคัญกับการพัฒนางานด้านการบังคับคดีทั้งกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้แก่ การปรับปรุง แก้ไขระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการบังคับคดีปกครองและการพัฒนา บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับคดีปกครอง ซึ่งก็ส่งผลให้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีคดี คำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองที่เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีทั้งหมด จำนวน ๒,๒๙๔ คดี บังคับคดีแล้วเสร็จ จำนวน ๑,๑๗๒ คดี แต่ถ้าหากนับตั้งแต่ศาลปกครองเปิดทำการมาจนถึงช่วงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ก็จะมี จำนวนคำพิพากษาและคำสั่งของศาลที่เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีทั้งหมด ๑๕,๒๑๒ คดี บังคับคดีแล้วเสร็จ ๑๒,๕๗๕ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๖๗ นะครับ แล้วก็ยังมีคดีคงเหลืออยู่ ระหว่างการดำเนินการอยู่ ๒,๖๓๗ คดี ซึ่งจะปรากฏอยู่ในรายงานในหน้า ๕๔-๕๖🔗

สำหรับในรายงานหน้า ๕๕ ข้อ ๒ ในเรื่องข้อมูลสถิติการบังคับคดีในภาพรวม ตั้งแต่เปิดทำการจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ผมได้นำเรียนไปนะครับ ต้องขออนุญาต แก้ไขภาพกราฟทางขวามือจากกลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มที่ ๒ แล้วก็จากกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่ ๑ นะครับ เนื่องจากพิมพ์สลับกัน ทั้งนี้ ตั้งแต่ศาลปกครองเปิดจนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ข้อมูลล่าสุดก็มีคดีที่สู่การบังคับทั้งหมด ๑๗,๓๙๖ คดี ดำเนินการบังคับคดีแล้วเสร็จ ๑๓,๙๔๖ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๑๗ นะครับ🔗

ศาลปกครองได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวน ๒,๖๗๔ ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๖๑ อยู่ที่ร้อยละ ๐.๒๗๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรากฏอยู่ในรายงานที่หน้า ๓๖ ทั้งนี้ในรายงานการปฏิบัติงานนะครับ ทางสำนักงาน ศาลปกครองเองเราได้เห็นความสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็ได้มีการนำข้อแนะนำ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ที่ผ่านมานี้นะครับ โดยมีการสรุปประเด็นแล้วก็นำ ข้อแนะนำของทางสภาผู้แทนราษฎรในรายงานหน้า ๓๗-๔๐ ซึ่งก็ได้มีข้อแนะนำในเรื่องของ การก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลปกครองที่มีขนาดใหญ่ใช้งบประมาณ ก็ควรจะนำงบประมาณ มาใช้ในการบริหารงานบุคคลด้วยนะครับ ทางสำนักงานศาลปกครองก็ได้รับคำแนะนำ ดังกล่าวไปเสนอในที่ประชุมผู้บริหารศาลปกครอง แล้วก็ในปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ทางศาลปกครองเองก็ยังไม่ได้มีการขอรับการจัดสรรงบประมาณมาเพื่อในการก่อสร้าง อาคารที่ทำการศาลปกครองเพิ่มเติมนะครับ🔗

สำหรับในส่วนของการพัฒนาบุคลากรที่ได้รับคำแนะนำไปนะครับ ทางศาลปกครองได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากรค่อนข้างน้อย จึงต้องมีการแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ เช่นได้ขอความอนุเคราะห์จากมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และขอความร่วมมือทางวิชาการกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทยนะครับ เพื่อที่จะนำมาใช้ในการอบรมให้ความรู้บุคลากรของศาลปกครองแล้วก็สำนักงาน ศาลปกครองนะครับ ทั้งในส่วนของตุลาการ ทั้งพนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง ซึ่งก็ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการอบรมเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถ แล้วก็มีทักษะ ในการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นนะครับ🔗

นอกจากนี้ก็ได้มีการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานระดับหน่วยงานของ สำนักงานศาลปกครองในตัวชี้วัดที่ ๑๐ ในเรื่องร้อยละของบุคลากรของหน่วยงานที่ได้รับ การพัฒนาความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญด้วยตนเอง เช่น การเรียนทางอีเลิร์นนิง (e-Learning) แล้วก็การเข้ารับการอบรมต่าง ๆ และศึกษาจากหนังสือ ตำราต่าง ๆ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ก็มีบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาความรู้ทั้งสิ้น ๑,๐๑๓ คนด้วยกัน ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำของท่านสมาชิกสภานะครับ🔗

ข้อแนะนำในข้อที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาในการบังคับคดีปกครอง ซึ่งสถิติ ของหน่วยงานที่ถูกฟ้องคดี โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการกำหนดกรอบ ระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาคดีนะครับ ซึ่งปัญหาในการบังคับคดีโดยทั่วไป ก็จะมี ปัญหาในเรื่องของการบังคับให้หน่วยงานชดใช้เงินให้แก่คู่กรณี เพราะว่าในส่วนนี้ต้องมี การรอให้หน่วยงานดังกล่าวได้รับงบประมาณก่อนถึงจะสามารถดำเนินการได้🔗

สำหรับสถิติคดีการรับเข้าศาลปกครองชั้นต้นนะครับ ก็จะจำแนกตาม ประเภทเรื่องที่ฟ้อง แบ่งเป็น ๙ ประเภทด้วยกัน โดยจำแนกตามหน่วยงานผู้ถูกฟ้องคดี มากที่สุด ๑๐ อันดับแรกในระดับกระทรวง กรม แล้วก็รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในเอกสารรายงานก็จะปรากฏอยู่ที่หน้า ๔๗-๔๙ แล้วเราก็ได้มีการแสดงรายละเอียด หน่วยงานที่ถูกฟ้องคดีทั้งหมดเพิ่มเติมในรูปแบบของคิวอาร์ โค้ด (QR code) นะครับ ซึ่งอยู่ในเอกสารรายงานหน้า ๔๙ ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำนะครับ🔗

๓๘/๑🔗

สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาคดี กรอบการประเมิน ผลสำเร็จการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ของศาลปกครองก็ได้มีการกำหนดกรอบ ระยะเวลาดังนี้นะครับ🔗

คดีทั่วไปให้พิจารณาแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปีครึ่งถึง ๒ ปีนะครับ คดีสิ่งแวดล้อมก็ให้พิจารณาแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี คดีบริหารงานบุคคลให้พิจารณา แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี ทั้งนี้ก็ให้คำนึงถึงระยะเวลาผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ แล้วก็ใช้ มาตรการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อมาเยียวยาความเดือดร้อนแก่คู่กรณีได้ทันการณ์นะครับ🔗

ในอีกส่วนหนึ่งก็คือคดีที่มีคำสั่งรับคำฟ้องหรือไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา พิจารณาแล้วเสร็จให้ภายในระยะเวลา ๑ เดือน คดีที่มีคำสั่งระหว่างพิจารณารวมถึงคำสั่ง ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งบรรเทาทุกข์ คำสั่งทางปกครองในกรณี ฉุกเฉินก็ต้องภายใน ๗ วัน กรณีทั่วไปก็ภายในระยะเวลา ๑ เดือน🔗

อีกข้อหนึ่งในข้อแนะนำ ก็เป็นในเรื่องของการอบรมและการเผยแพร่ข้อมูล ของศาลปกครอง ควรมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับคดีปกครองและการฟ้อง คดีปกครองตามสถานที่ราชการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาข้อมูล และแนวทางการคุ้มครองสิทธิของตนเอง ปัจจุบันตามข้อแนะนำนี้ปัจจุบันศาลปกครองก็ได้มี การประชาสัมพันธ์เผยแพร่แนวทางปฏิบัติราชการที่ดีให้กับหน่วยงานของรัฐ กว่า ๙,๐๐๐ แห่งด้วยกันนะครับ แล้วก็มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ ในมิติต่าง ๆ ที่หลากหลายมากขึ้นครับ เช่นในเว็บไซต์ (Website) ศาลปกครองเป็นต้น ทั้งนี้ ในรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๒ ทางเราก็ได้มีการจัดทำในส่วนของรายงานการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดีปกครอง เพื่อการวางหลักกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติราชการที่ดีรวมอยู่ด้วย โดยมีรายละเอียด อยู่ในรูปแบบของคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในหน้าที่ ๘๔ นอกจากนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ก็มีหน่วยงานที่แสดงความประสงค์เข้ามาศึกษาดูงานที่ศาลปกครองทั้งสิ้น ๔๗ หน่วยงานนะครับ รวม ๕๒ ครั้ง มีผู้เข้ามาศึกษาดูงานทั้งสิ้น ๒,๗๒๙ คน ปรากฏอยู่ในรายงาน หน้า ๙๕ นะครับ🔗

สำหรับการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง ให้กับหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนทั่วไป เช่น อบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ ของรัฐผ่านระบบเว็บคอนเฟอเรนซ์ (Web Conference) ซึ่งเป็นระบบประชุมทางไกล ออนไลน์ (Online) ผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์นะครับ ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) นะครับ โดยสามารถทำการประชุมแบบเห็นภาพแล้วก็ฟังเสียง แล้วก็รับส่งข้อมูลได้ในเวลา เดียวกันนะครับ ก็มีการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้มาศึกษาดูงาน บรรยายความรู้ทางวิชาการ ให้หน่วยงานของภาครัฐ มหาวิทยาลัย รวมผู้ได้รับความรู้ทั้งสิ้น ๔,๖๔๔ คน นอกจากนี้ก็ได้มี การจัดทำแผนการดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓-๒๕๖๔ จำนวน ๗ หน่วยงานด้วยกันนะครับ ซึ่งก็ปรากฏอยู่ ในเรื่องการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการคดีนะครับ ในรายงาน หน้า ๙๙-๑๐๓ สำหรับในปี ๒๕๖๒ ต่อเนื่องถึงปีปัจจุบันทางศาลปกครองก็ได้มีการพัฒนา ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีลิทิเกชัน (e-Litigation) แล้วก็ขยายฟังก์ชัน (Function) การทำงานของระบบให้รองรับการใช้งานให้กับคู่กรณีมากขึ้นนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อ เป็นการลดภาระในการเดินทางของประชาชน ลดการใช้กระดาษในการยื่นฟ้องคดี ยื่นคำขอต่าง ๆ แล้วก็ยังสามารถรับหมายศาลหรือเอกสารต่าง ๆ ที่ศาลแจ้งไปยังคู่กรณีผ่าน ระบบได้อย่างรวดเร็วนะครับ รวมทั้งก็สามารถติดตามคดีของตนเองได้ด้วยตนเองอีกด้วยนะครับ ในปี ๒๕๖๒ นี้ทางศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีการเปิดให้บริการยื่นฟ้อง คดีทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ก็มีการให้บริการ ครบทุกศาล ซึ่งระบบดังกล่าวก็ประกอบไปด้วยระบบต่าง ๆ เป็นระบบย่อยก็คือทั้งในเรื่อง ของการยื่นฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางอีไฟลิง (e-Filing) การชำระค่าธรรมเนียมศาล ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนต์ (e-Payment) รวมไปถึงระบบจ่ายสำนวน อัตโนมัติไปยังองค์คณะนะครับ แล้วก็ระบบแจ้งหมายศาลผ่านระบบรับส่งเอกสารคำคู่ความ โดยคู่กรณีทั้ง ๒ ฝ่าย ก็สามารถยื่นเอกสารคู่ความ แล้วก็เข้าถึงข้อมูลในสำนวนคดีของตนเอง รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของคดีของตนเองได้อย่างต่อเนื่องครับ🔗

ในโอกาสนี้ครับ ในนามของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ของศาลปกครองด้วยดีตลอดมา แล้วก็ขอน้อมรับคำแนะนำแล้วก็ข้อสังเกตจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ของศาลปกครองต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ๓ ท่านที่จะอภิปรายซักถามนะครับ มีท่านคารม ท่านณัฐวุฒิ ท่านประเสริฐพงษ์ เชิญท่านคารมก่อน🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงาน คดีปกครอง ก็ขอเรียนว่าผมขออนุญาตที่จะพูดและขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ในการแสดงความคิดเห็นต่อรายงานนี้เพื่อบันทึกไว้ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายแล้วก็ในฐานะ ที่เป็นตัวแทนประชาชน ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นที่สำคัญคือ🔗

ประเด็นแรก เป็นเรื่องสถิติคดีค้าง ผมจำได้ว่าครั้งก่อนครับท่านประธานว่า ผมก็เคยพูดในเรื่องของคดีค้าง แล้ววันนี้ก็มาดูรายงานในปี ๒๕๖๒ สถิติคดีค้างก็ยัง ถือว่าเยอะ เหตุผลเพราะว่าเราต้องยอมรับว่าคดีที่ไปสู่ศาลปกครองตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองเป็นคดีที่ฟ้องง่าย ท่านเลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครองได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่ การฟ้องง่ายเป็นผลดีในแง่การคุ้มครองสิทธิประชาชน จริงไม่ว่าจะฟ้องด้วยระบบอีไฟลิง (e-Filing) ไม่ว่าจะฟ้องด้วยการเขียนเพียงจดหมาย ธรรมดา ผมก็ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาประชาชนที่เขาฟ้องอยู่ แต่ที่ผมต้องกราบเรียนแล้วก็ ขออนุญาตที่จะลุกขึ้นอภิปรายในเวลาสั้น ๆ นี้ว่าปริมาณคดีกับจำนวนตุลาการศาลปกครอง ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดไม่สอดคล้องกัน สถิติคดีที่ค้าง ในรายงานฉบับนี้ถือว่ามาก เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าศาลปกครองมีหน้าที่ต้องทำให้ ความยุติธรรมเร็วเพราะเหตุว่าประชาชนที่ถูกกระทบจากคำสั่งหรือว่าเขาฟ้องศาลปกครอง เขาต้องการให้คดีเสร็จเร็ว ยกตัวอย่างคดีซึ่งผมเกี่ยวข้องเฉพาะอยู่ตั้งแต่ศาลชั้นต้นมาถึง ศาลปกครองสูงสุด ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดแล้วก็เป็นรูปธรรมนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ มาถึง ปีนี้น่าจะ ๘ ปี คดีที่ไฟไหม้สถานีตำรวจภูธรไทรน้อยแล้วก็มีผู้ต้องหาเสียชีวิตโดยไม่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีการฟ้องกันก็ ๘ ปี ยกตัวอย่างคดีนี้เป็นตัวอย่างเนื่องจากว่าผมถือว่านานนะครับ จริง ๆ ศาลยุติธรรมทุกวันนี้เขามีศาลปกครอง เขามีศาลอุทธรณ์เร็วมากครับ คดีรอลงอาญา ยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ ๖ เดือนเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะให้ชื่นชมก็คงไม่ได้ แต่ก็เข้าใจ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเพิ่มบุคลากรตุลาการศาลปกครองโดยสอดคล้อง กับหลักที่มีความรู้ยุติธรรม อย่าลืมนะครับท่านประธานครับ พันธกิจของศาลปกครองข้อแรกนี่ ท่านเขียนเรื่องความรวดเร็ว เพราะฉะนั้นจริง ๆ คำสั่งทางปกครองต่าง ๆ เวลากระทบ ประชาชน ยกตัวอย่าง เช่น คดีผิด พ.ร.บ. อาคารหรือคำสั่งที่เขาต้องรื้อหรือเขาต้องปรับปรุง เร็วนี่ ถ้ามันลงเร็วจะเป็นประโยชน์มาก เพราะฉะนั้นการอภิปรายของผม แม้ว่าในนี้ท่านก็ได้ ใส่ไปในเรื่องสถานที่ที่ใหญ่โต ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณที่ผมได้อภิปรายไป ท่านก็กรุณาใส่ไป ซึ่งก็ถูกต้อง แต่จริง ๆ เรื่องนั้นก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักจริง ๆ ผมคิดว่าคดีปกครอง รวมทั้งตุลาการศาลปกครองนี่แตกต่างจากศาลยุติธรรมครับท่านประธาน แตกต่างอย่างไร แตกต่างตรงที่ว่ากฎหมายมหาชนเป็นเรื่องที่พูดคุยกับประชาชนได้ตลอด ขนาดคดีอยู่ในศาล ยังให้คำปรึกษาเขาได้เลย ท่านลองดูอยู่ในหน้า ๒๔ นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ถูกฟ้องนี่นะครับ เทศบาลถูกฟ้องไป ๘๖๐ คดี อบต. ๖๒๗ อบต. มีทั่วประเทศนี่ ๕,๐๐๐ เศษ ทั่วประเทศถูกฟ้องไป ๖๒๗ คดี อบจ. ๒๓๐ คดี กรุงเทพฯ ๑๘๕ คดี เมืองพัทยา ๓๙ คดี ที่ผมอภิปรายตรงนี้ผมขอกราบเรียนในฐานะที่เป็นคนที่พอรู้พอเข้าใจ บ้างสำหรับคดีปกครองแล้วก็อยู่ใกล้ชิดประชาชนว่าจริง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานที่ใกล้ประชาชนมากที่สุด ผมว่าศาลปกครองมีหน้าที่ที่จะสื่อสารให้เขาเข้าใจว่า การทำอย่างไรไม่ไปละเมิดทางปกครองกับประชาชน ไม่กระทบสิทธิเขา แล้วให้คดี ไม่ไปสู่ศาล น่าจะเป็นทางที่ทำให้คดีเข้าสู่ศาลน้อย อันนี้ต้องเรียนทางปฏิบัติเลย เพราะเหตุว่าเวลา มีผลกระทบคำสั่งทางปกครองนี่ผมมีคำปรึกษาให้กับทางชาวบ้านที่โดนฟ้องคดี เขาก็เขียน จดหมายมาฟ้อง ซึ่งคณะกรรมการที่มาจากศาลปกครองก็ทราบดีว่าศาลก็รับ เพราะเหตุว่า เป็นเรื่องที่เปิดช่องซึ่งถูกต้อง แต่ถ้ามีความเข้าใจให้คำปรึกษากับทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐพยายามที่จะออกคำสั่งไม่ละเมิดไม่กระทบเขา คดีขึ้นสู่ ศาลปกครองน้อย คดีเสร็จเร็ว อันนั้นน่าจะเป็นจุดที่เหมาะสมกว่า เพราะเหตุว่าท่านต้อง เข้าใจว่าตุลาการศาลปกครองของศาลชั้นต้น ๒๒๔ ท่าน ศาลปกครองสูงสุด ๔๓ ท่าน น้อยมากครับ น้อยมาก น้อยจนเวลาเราไปศาลปกครองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นนครสวรรค์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ตึกทั้งตึกนี่เงียบ แต่ว่าจริง ๆ มันเงียบไม่ใช่เพราะว่า มันไม่เหมือนคดีของศาลยุติธรรมที่ต้องไปศาลนะครับ เพราะเหตุว่าเราจะไปศาล เฉพาะการแถลงเปิดคดีหรือการพิจารณาบางครั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อได้ลุกขึ้นมาอภิปรายสั้น ๆ แต่อยากจะบอกว่าความรวดเร็วท่านต้องปรับปรุงนะครับ ท่านต้องปรับปรุงในนี้นี่มันก็ชี้วัด อยู่แล้วว่างานคดีค้างมาก🔗

แล้วประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะฝากในเวลาที่จำกัดนี้ว่าที่ขอท่านประธานกรุณา อนุญาตว่าท่านต้องพูดคุยกับหน่วยงานที่กระทบกับประชาชนตรง ๆ ว่าออกคำสั่งอย่างไร ไม่ให้ต้องไปฟ้องกัน ประชาชนส่วนใหญ่นี่ขนาดเขายังไม่ค่อยรู้ทั่วยังมาขนาดนี้ เพราะฉะนั้น ก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการที่มาจากศาลปกครองนะครับว่าพยายาม ที่จะสื่อสารไปยังประชาชน แล้วก็สื่อสารหลักคือหน่วยงานของราชการที่ออกคำสั่งให้ มันกระทบกับประชาชน ให้เขาไม่ต้องมาฟ้อง ความยุติธรรมที่มันมาล่าช้ามันก็คือ ความไม่ยุติธรรมครับ แล้วโดยหลักราชการได้เปรียบประชาชนอยู่แล้ว ก็ขอกราบเรียน ท่านด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านณัฐวุฒิครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีราบชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายการปฏิบัติงาน ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ซึ่งเป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ครับ ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมนะครับ ปีนี้ท่านทำรูปเล่มได้กะทัดรัดใจความสำคัญอยู่ในนี้หมดเลยครับ แล้วก็ ผมดีใจที่ท่านอาจารย์ผมทั้ง ๔ ท่าน วันนี้อยู่ในสถานะเป็นรองประธานศาลปกครองสูงสุด ทั้งที่เรียนในระดับปริญญาตรีและในระดับปริญญาโท ฝากความระลึกถึงท่านผ่านไปยัง ท่านทั้ง ๔ ด้วย ผมมีอยู่ ๓-๔ ประเด็นด้วยกันที่อยากจะนำเสนอ แล้วก็พูดคุยสอบถาม กับทุกท่านว่ารายงานฉบับนี้นั้นยังไม่ตอบโจทย์ใด ๆ บ้างครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้พูดถึงเรื่องของ แผนปฏิบัติงานของศาลปกครอง ซึ่งท่านจะมีแผนที่จะพูดถึงการทำงานในระหว่างปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ ท่านพูดถึงการปรับปรุง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ปี ๒๕๔๒ กฎหมายฉบับนี้ท่านเห็นไหมครับ ปี ๒๕๔๒ นี่ปี ๒๕๖๓ ถ้าไม่นับเรื่องของ การประเมินผลสัมฤทธิ์ว่ากฎหมายแต่ละฉบับจะมีประเด็นประสิทธิภาพประสิทธิผล ทุก ๆ ๕ ปีเป็นอย่างไร จริง ๆ ท่านอาจจะต้องนำเรียนเสนอพวกเราเหมือนกันว่า แล้วในหลักการของกฎหมายแม่บททั้งหมดนั้นมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีการปรับแก้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่ผมจะพูดในวันนี้ ประเด็นใหญ่ที่ผมติดใจกับเพื่อนสมาชิก หลายท่านติดใจมาโดยตลอดก็คือว่าในปีที่ผ่านมาศาลปกครองมีการเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองอยู่ ๒ ฉบับด้วยกันครับ ฉบับหนึ่งพูดถึงเรื่องการให้อำนาจของ คณะกรรมการบริหารศาลปกครองไปออกระเบียบรองรับการให้เบี้ยประชุมตุลาการ ศาลปกครองสูงสุด อีกฉบับหนึ่งที่กำลังจะรอเข้ามาก็คือการให้อำนาจคณะกรรมการ ศาลปกครองไปออกระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของตุลาการของเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองต่าง ๆ🔗

ประเด็นสำคัญที่เพื่อนสมาชิกเราหรือสภาแห่งนี้ติดใจก็คือว่า เพราะเหตุใด ท่านถึงไม่เสนอแก้กฎหมายเข้ามาเป็นแพ็กเกจ (Package) เข้ามาเป็นลักษณะร่วมกันครับ ท่านอาจจะไม่ทราบว่ามันมีค่าใช้จ่ายต่อคอสต์ (Cost) ในการที่จะต้องแก้ไขทีละ ๑ มาตรานี่ มากน้อยขนาดไหน อย่างไร เพื่อนสมาชิกหลายท่านไม่สามารถไปร่วมการประชุมได้ ต้องเอา คนนอกเข้ามาเป็น เพราะว่ามันเป็นกฎหมายที่มีการแก้ไขแบบขยักขย่อน นี่ไม่พูดถึง กฎหมายที่พูดถึงการชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลซึ่งท่านก็เกี่ยว แล้วก็มีการเสนอมา ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ฉะนั้นหลักการครับ ท่านอาจจะต้องตอบโจทย์แรกว่า นั่นเป็นเพราะเหตุใดท่านถึงไม่เสนอแพ็กเกจ (Package) ในการแก้ไขกฎหมาย แล้วที่ท่าน บอกว่าจะมีการแก้ไข พ.ร.บ ปี ๒๕๔๒ นั้นท่านเตรียมการไว้แบบใด ประการใดครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับ จะตามมาจากเหตุผลดังกล่าวครับ ก็คือกรณีที่ท่านเตรียม จะออกเรื่องของการให้สวัสดิการแต่ตุลาการ แต่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองต่าง ๆ ว่ากันตรงไปตรงมานะครับ เขาบอกว่าที่ต้องการจะออกมาเพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของ ตุลาการศาลปกครองจังหวัดยะลา ซึ่งแน่นอนครับมีคำถามผมไม่อยากลงรายละเอียด เพราะว่าท่านที่เสนอการจัดตั้งศาลปกครองจังหวัดยะลาก็เป็นอาจารย์ที่เคารพของผม เคารพรักท่านมาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้ท่านเสียชีวิตไปแล้ว แต่ประเด็นก็คือว่าตกลงแล้วนี่นะครับ ที่ท่านจะออกระเบียบตัวนั้นท่านรองรับแค่ ศาลปกครองจังหวัดยะลา หรือจะขยายไปแบบไหนครับ นั่นแสดงว่าท่านกำลังจะมีการจัดตั้ง ศาลปกครองในพื้นที่จังหวัดชายแดนอีกหรือไม่ ผมไม่ได้หมายถึงการอำนวยความยุติธรรม มันจำเป็นต้องมีการกระจายตัวนะครับ อันนั้นผมเข้าใจและตระหนักเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ผม คิดว่าอย่างที่ท่านคารม พลพรกลาง ท่านได้พูดครับ อาคารที่ใหญ่โตของท่าน จำนวนคดีที่มี จำนวนมากของท่าน ไม่ได้ตอบโจทย์นะครับว่าท่านไม่สามารถบริหารการจัดการ ศาลปกครองได้ แต่เราต้องการความชัดเจนเรื่องของการใช้งบประมาณ และเป็นการใช้ งบประมาณในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ซึ่งจะนำมาสู่เรื่องการใช้ งบประมาณแผ่นดิน รายงานฉบับนี้ไม่ได้เขียนถึงการเตรียมการดังกล่าว ถ้าไม่มีผมก็โอเค (OK) แต่ถ้ามีท่านบอกเราครับ เราจะได้รู้ว่าเราจะเตรียมการในการพิจารณาเรื่องเหล่านั้น อย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗

ในประเด็นที่ ๓ ครับ เมื่อดูเรื่องแผนแม่บทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บท ด้านที่ ๑ เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านที่ ๒ เรื่องการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ด้านที่ ๓ เรื่องการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องของการบริหารความเป็นเลิศ และนำไปสู่ความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศครับ สิ่งที่เราชื่นชมท่านนะครับ แต่ประชาชน ไม่เข้าใจครับ ท่านต้องสื่อสารมากกว่านี้เวลาที่ศาลปกครองจะรับหรือไม่รับเป็นคดี แล้วมี การออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในบางครั้งที่มีการออกคำสั่ง เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะคดี แต่ในขณะเดียวกันเวลาที่ออกคำสั่งแล้วไม่ออกคำสั่งคุ้มครอง ให้เขา เขาก็รู้สึกกลายเป็นผู้แพ้คดีที่อาจจะผูกพันไปในผลการพิจารณาคดีในระยะถัดไป ผมคิดว่าท่านอาจจะต้องเพิ่มวิธีการในแง่ของการสื่อสารการทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนว่ามันไม่ได้มีผลผูกพันขนาดนั้น แต่สิ่งเหล่านี้จำเป็นครับ และหลาย ๆ ครั้ง ที่นำไปสู่การออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้นเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนบนพื้นฐาน ที่วันนี้ด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่มั่นใจว่าเราจะพึ่งความยุติธรรมได้จากหน่วยงาน ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ศาล หน่วยงานอื่นใดนอกเหนือจากศาลปกครอง นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสุดท้ายครับ ก็คือประเด็นที่ผมอ่านเอกสารปุ๊บ มีความคลางแคลงใจนิดหนึ่งครับ ในหน้า ๑๒๘ เรื่องรายได้จากการช่วยเหลือรอการรับรู้ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ผมไม่ติดใจเลยครับ เพราะเขามีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องเหล่านี้ เรื่องประชาธิปไตย สำนักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย ผมไม่ติดใจเลยครับ ถึงแม้เดี๋ยวนี้ผมไม่ได้สั่งวารสารศาลปกครองแล้วนะครับ เพราะว่าต้องมาทำงานอีกแวดวงหนึ่ง แต่ในกรณีการที่รับเงินสนับสนุนจากกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จำนวน ๙๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ผมอาจจะ อ่านไม่ละเอียดนะครับ แต่ผมไม่มั่นใจว่าท่านรับเงินจาก สสส. มาเพื่อการใดในบทบาทของ ศาลปกครอง เป็นบทบาทประเด็นเรื่องสุขภาพอย่างไรครับ ของตุลาการ ของเจ้าหน้าที่ หรือของใครอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนนะครับ เพราะว่า หลายครั้งกรณีของสำนักงานหรือกองทุนต่าง ๆ นั้นก็อาจจะมีผลในทางคดีที่เข้ามาเกี่ยวพัน อาจจะขอคำชี้แจงจากท่านเพิ่มเติมตรงนี้สักเล็กน้อยครับ ต้องขอประทานโทษที่ผมไม่อาจฟัง คำชี้แจงด้วยตนเองครับ มีภารกิจห้องแถลงข่าว แต่ว่าผมจะติดตามคำตอบของท่านครับ ขอบพระคุณท่านมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ต้องขอบพระคุณท่านประธานวันนี้มีสมาชิกพรรคก้าวไกลลงชื่อติดต่อกัน ๓ คน แล้วก็เราได้อภิปรายต่อเนื่องโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแบบท่านประธานชวนเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งวิธีปฏิบัติของเราก็คือ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลสลับกันไปมา แต่ว่าการที่พรรคก้าวไกล ใส่ชื่อติด ๆ กันมาก็ต้องเป็นไปตามคิว ก็หวังว่าคงได้รับการพิจารณาเป็นมาตรฐาน ต่อไปนะครับ ขออนุญาตอภิปรายรายงานของศาลปกครองนะครับ วันนี้ต้องชื่นชมว่า รูปแบบการรายงานของท่านแทบหาที่ติไม่ได้เลยครับ แทบหาที่ติไม่ได้ เพียงแต่ว่ามีประเด็นว่าการมาให้กำลังใจตุลาการศาลปกครอง เพราะวันนี้ตุลาการ ศาลปกครองเกือบเสมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย ที่ท่านเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนของ การคานอำนาจในระบบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศนี้ เพราะ ณ วันนี้รูปแบบบริหาร ราชการของกระทรวง ทบวง กรมที่เอางบประมาณไปสร้าง ไปทำลายธรรมชาติ ผมยกตัวอย่างคดีเคส (Case) หาดม่วงงามหรือหาดมหาราช วันนี้มีการฟ้องคดีที่ ศาลปกครองสงขลา และได้รับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวชะลอโครงการ ซึ่งนั่นสร้างความดีใจ ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านกำลังสร้างความหวังที่ดีให้กับระบบการคานอำนาจ คือระบบ ตุลาการ นิติบัญญัติ แล้วก็บริหาร ศาลปกครองจะเป็นที่พึ่งอย่างยิ่ง วันนี้ท่านมีคดีค้าง ผมเข้าใจได้ครับ แต่ที่ผ่านมามักมีวาทกรรมเกี่ยวกับศาลครับ บอกว่าเป็นคดีรกศาล ซึ่งผมคิดว่า ถ้าใช้คำว่า คดีรกศาล นี่มันเหมือนกับว่า แหม มากันทำไม เยอะเหลือเกินมันเป็นภาระของเรา วันนี้ท่านใช้ศัพท์ดีมากครับ คดีค้าง แปลว่าท่านกำลังจะเร่งรัด ท่านกำลังจะให้ความสำคัญ ท่านกำลังจะติดตามเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความยุติธรรมที่รวดเร็วขึ้นนะครับ ผมก็อยากจะให้กำลังใจเกี่ยวกับการตัดสินคดี การดำเนินคดีโดยเฉพาะคดีด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับพี่น้องประชาชน ณ วันนี้เราก็ยังคาดหวังครับ คดีล่าสุดที่พี่น้อง ประชาชนฟ้องเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็คือที่หาดมหาราช ตอนนี้ฟ้องไป ก็ใช้เวลาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่มีคำสั่ง ก็คงต้องฝากเป็นประเด็นเอาไว้ด้วย และใน เอกสารรายงานของท่านนะครับ ผมก็ชื่นชมเกี่ยวกับการประกาศว่าจะต้องมีทัศนะที่ดีต่อ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย นั่นหมายความว่าศาลปกครองจะต้องไม่แสดงจุดยืนต่อ เผด็จการหรือการยึดอำนาจซึ่งผิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ผมอยากเห็นบทบาทของ ศาลปกครองครับว่าตราบใดที่มีการใช้อาวุธ ใช้อำนาจนอกกฎหมายขึ้นมาล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทำผิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ ขอให้ศาลปกครอง โปรดแสดงจุดยืนตรงนั้น เพื่อพี่น้องประชาชนได้เห็นว่าศาลปกครองไม่ได้ยืนหรือเชียร์ทหาร ที่จะออกมายึดอำนาจการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะโดยส่วนตัวรู้จักกับ ตุลาการท่านหนึ่ง ปรากฏว่าเชียร์เหลือเกิน เชียร์ทหารให้ออกมายึดอำนาจในขณะที่สอนผม สอนพวกเรา สอนลูกศิษย์มาก่อนว่าจะต้องใช้สิทธิทางศาล มีประเด็นปัญหาข้อขัดแย้งต้องไป ใช้สิทธิทางศาล แต่ทัศนะบางคนในศาลปกครอง ตุลาการศาลปกครอง โพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก (Facebook) หรือแสดงทัศนะบอกเชียร์เผด็จการ รัฐประหารในการล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ก็คงฝากไว้ว่าตุลาการจะมีความน่าเชื่อถือ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม ท่านคือความหวังที่จะคานอำนาจในระบบบริหารราชการที่กำลัง ล้มเหลวของรัฐบาลนี้อยู่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ขอชี้แจงท่านประเสริฐพงษ์สักเล็กน้อยนะครับ เกี่ยวกับการอนุญาตให้ ท่านสมาชิกอภิปรายนี่ ที่ท่านขอให้เป็นบรรทัดฐานมันไม่ใช่นะครับ คือถ้าท่านอ่านข้อบังคับ ข้อ ๒๙ ดี ๆ สมาชิกท่านใดต้องการจะอภิปรายให้ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ และ ข้อ ๖๘ ประธาน จะอนุญาตสมาชิกท่านผู้ใดอภิปรายก็ได้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว เพื่อให้ความเป็นระเบียบ เรียบร้อยเราเลยให้ส่งชื่อมาจะได้ไม่ต้องแย่งกันแล้วประธานจะพิจารณาเอง อย่างคราวที่แล้ว เมื่อการประชุมคราวที่แล้วนี่ ผมให้ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งประสบปัญหาอุทกภัย พูดต่อเนื่อง ท่านก็ประท้วงผมว่าทำไมไม่สลับ แต่คราวนี้พอท่านพูดได้ต่อเนื่อง ท่านก็บอก ถูกต้องแล้วนะครับ อย่างนี้เป็นต้น ผมก็เลยชี้แจงว่ามันเป็นอำนาจประธาน ตามข้อ ๖๘ เชิญอีกท่านหนึ่งครับ ขอฝ่ายรัฐบาลครับ ท่านวิรัช พันธุมะผล ครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมขอชื่นชมการทำงานของศาลปกครอง รวมถึง ศาลปกครองสูงสุดที่เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะการบริการประชาชนอย่างน่าประทับใจ เมื่อท่านสามารถยื่นฟ้องโดยไม่ต้องไปศาล ยื่นฟ้องทางไปรษณีย์ก็ได้ แล้วท่านก็ได้ตอบรับ ทางไปรษณีย์ให้กับประชาชนในการสั่งการหรือต่าง ๆ ท่านจะมีไปรษณีย์ส่งมาถึงประชาชน ผู้เป็นคู่ความซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แล้วท่านก็ได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน ให้คำแนะนำ มีนิติกรให้คำแนะนำ อันนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ มา เป็นความหวังของประชาชน สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นตัวอย่างที่ศาลยุติธรรมน่าจะเอาไปเป็น ตัวอย่างในการที่จะทำตัวเหมือนกับศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครอง นี่คือสิ่งที่ ผมขอชื่นชมและยินดีด้วยที่ท่านได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แล้วก็ใกล้ชิด ประชาชน แต่ผมก็ยังมี ๒ จุดที่ติดใจอยู่ตลอดเวลา หลักกฎหมายที่อาจารย์สอนไว้ว่า ความล่าช้าไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรม ความล่าช้าไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมตามรายงาน ที่ท่านเขียนมามันทำให้เราเห็นว่าคดีมันล่าช้ามาก ผมขออ่านที่ท่านเขียนมานะครับ ตุลาการ ศาลปกครองมีอัตรากำลัง ๔๓ คน ๔๓ คนเปิดดูในนี้มีรองประธานเสียหลายท่านนะครับ รองประธาน ๔-๕ คนจากในรายงานนะครับ และมีคดีที่รับผิดชอบ ๑๕,๒๐๘ คดี นี่เป็นสิ่งที่ มีปัญหาที่สุดครับ เพราะว่าตุลาการท่านหนึ่งต้องใช้เวลาในการอ่านสำนวนหนึ่ง คือโดยปกติ เผอิญผมเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อน เคยประสบกับทางศาลยุติธรรมก็คิดทำนองเดียวกันว่า ตุลาการคนหนึ่งควรจะอ่านสำนวนได้ ๗ สำนวนต่อ ๑ เดือน ท่านลองคิดดูสิครับว่ามี ตุลาการ ๔๓ คน ๔๓ ท่านนี่ไปเป็นฝ่ายบริหารเสียเกือบ ๑๐ คน เหลือ ๓๐ คน ๓๓ คน แต่คดีมีทั้งหมด ๑๕,๒๐๘ คดี และถ้าหารด้วย ๗ คือ ๓๕๔ คดีต่อตุลาการ ๑ คน แล้วกี่ปี จะจบล่ะครับ ๓๕๔ คดี หารด้วย ๗ แล้วแต่ละปีก็เข้ามาอีก คล้าย ๆ กับคดีของศาลปกครอง เหมือนดินพอกหางหมู ตัดสินน้อย แต่คดีขึ้นมาสู่ศาลมากขึ้น นี่คือสาเหตุที่ผมยังอยากจะให้ ศาลปกครองเพิ่มอัตรากำลัง ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับ เรายินดีสนับสนุนงบประมาณ ที่จะให้มีตุลาการศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดให้มาก นักกฎหมาย จบนิติศาสตร์บัณฑิตและเนติบัณฑิตมีมากมายนะครับ ปีหนึ่งมีเนติบัณฑิตตั้ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นขอสนับสนุนให้ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครอง เพิ่มอัตรากำลังของตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครอง เพื่อให้ การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าว่ามันช้าคนหนึ่งไปฟ้องต่อศาลว่า มีการกระทำไม่ชอบ กว่าจะตัดสิน ๓ ปี ๒ ปีบ้าง ๓ ปีที่ท่านรายงานมานะครับ มันก็ไม่ทันกัน เสียแล้ว อันนี้อันที่ ๑ นะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้มี และท่านไปเปิดศาลปกครองต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นมาก ๆ ผมเห็นด้วยครับ เพื่อประชาชนจะได้ใกล้ชิดกับศาลมากขึ้น ท่านเพิ่ม ไปเถอะครับ เพิ่มให้เกือบทุกจังหวัดก็ยิ่งดีครับ ประชาชนจะได้มีที่พึ่ง นอกจากที่พึ่ง ทางคดีแล้ว ยังสามารถที่จะไปขอคำปรึกษาจากนิติกรของท่าน ซึ่งก็เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ อันนี้ฝากศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองด้วย🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมไม่สบายใจครับ ไม่ว่าศาลปกครองก็ดีศาลยุติธรรมก็ดี ป.ป.ช. ก็ดี แม้แต่อัยการเดี๋ยวนี้ก็แปลกเหมือนกัน หลักสูตรอธิบดีอัยการก็มีบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นพ่อค้าวาณิชหรือเป็นนักธุรกิจเข้ามาเรียน แล้วก็อาศัยเงินราชการเรียน ผมไม่รู้จะทำ ไปทำไมครับ เพราะว่าความสนิทสนมไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมนะครับ นี่คือคำสั่งสอนของ อาจารย์สอนไว้ว่า ความสนิทสนมไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมได้ ถ้าผู้ที่มาเรียนหลักสูตรที่ศาล ปกครองแล้วได้รู้จักกับตุลาการศาลปกครอง ตีกอล์ฟด้วยกัน กินเหล้าด้วยกัน ความยุติธรรม ไม่เกิดแน่นอนครับ นี่เป็นสิ่งที่อดีตประธานศาลฎีกาบอกผมว่า ตุลาการไม่พึง ตีกอล์ฟกับพ่อค้าวาณิช เพราะว่าเมื่อคุณไปตีกอล์ฟกับเขา กินเหล้ากับเขาคุณก็สนิทสนม สิ่งเหล่านี้ขอฝากนะครับ นอกจากเปลืองเงินแผ่นดินแล้ว ยังก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรม ๒ ประเด็นนี้ผมฝากศาลปกครองนะครับ สิ่งที่ท่านทำความดีขอสนับสนุน เพิ่มอัตรา ให้มากที่สุดนะครับ ไม่ต้องห่วงเนติบัณฑิตเยอะแยะ เต็มไปหมดละครับ ท่านรับเถอะครับ แล้วก็พยายามทำได้ไหม ๖ เดือนตัดสินคดีให้จบ แต่ว่ามีอีกสิ่งหนึ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ ของท่านนะครับ เพราะว่าในพระราชบัญญัติ เมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิ ขอเอ่ยชื่อนะครับ ได้พูดไปแล้วว่ากระบวนการพิจารณาพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา ความในศาลปกครอง ใช้ระบบเยิ่นเย้อ ระบบไต่สวนนะครับ ขออนุญาตเยิ่นเย้อ ขออนุญาต เอาออกนะครับ ใช้วิธีไต่สวน แต่ขั้นตอนนี่เริ่มตั้งแต่ตุลาการคนหนึ่งอ่านสำนวน อ่านเสร็จ ต้องเสนอต่อตุลาการ ๓ ท่านพิจารณาคดี พิจารณาคดีแล้วยังตัดสินอีก โอ้โฮเท่ากับตุลาการ ๔ คน ๕ คน ต้องมีผู้แถลงคดีอีก รวมแล้วคดีหนึ่งต้องมีตุลาการ ๕ คนดูแล ถ้าดูกระบวนการ พิจารณามันไม่มีทางไปเร็วได้เลยครับ มันต้องช้ากว่าศาลยุติธรรมแน่ ทำอย่างไรครับ เปลี่ยนให้สั้นขึ้นกว่านี้ได้ไหมครับ ไม่ต้องถึงกับ ๓ คนหรอกครับ เอาสั้น ๆ หน่อย ผมอยากให้ แก้กระบวนการพิจารณาคดีของศาลปกครองให้สั้นลง แม้แต่ศาลปกครองสูงสุดก็เช่นกันครับ ผมกราบเรียนมาด้วยความเชื่อในฝีมือของศาลปกครอง อยากให้ทำงานให้เกิดประโยชน์ กับแผ่นดินมากขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอเชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมมีความสนใจในเรื่อง ระบบยุติธรรม ประเทศไทยได้เปลี่ยนจากระบบศาลเดี่ยวเป็นศาลคู่ หรือ ๓ ศาล ก็หลังจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในรัฐธรรมนูญปัจจุบันนี่ศาลปกครองมีอยู่แค่ ๒ มาตรา คือ มาตรา ๑๙๗ กับมาตรา ๑๙๘ แต่ใน ๒ มาตรานี่ได้เปลี่ยนหลักการการบริหารประเทศ ซึ่งการบริหารตามระบอบประชาธิปไตยเราจะมีอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจ ตุลาการ แต่ในอำนาจบริหารนี่เรามองว่าองค์กรอิสระหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญจะถือว่า เป็นอำนาจบริหาร เพราะเขาจะไปมีอำนาจในการบริหาร ในการไปกระทบกับประชาชน แต่จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ต่อมาปี ๒๕๖๐ ได้ไปห้ามศาลปกครองไม่ให้ทำการวินิจฉัย ตัดสินองค์กรอิสระที่ใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ อันนี้เป็นการเปลี่ยนหลักการ อำนาจประชาธิปไตย ทำให้องค์กร เช่น กกต. ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจ แม้แต่องค์กรอัยการ ถ้าเกิดไปกระทำ ทางการบริหารแล้วไม่สามารถมาที่ศาลปกครองได้ ซึ่งจะต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อันนี้ จึงเป็นที่มีการกล่าวโดยทั่วไปว่าเหมือนองค์กรต่าง ๆ พวกนี้ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ จำเป็นต้องไปพึ่งศาลยุติธรรม ซึ่งก็จะมีกระบวนการที่ยุ่งยาก พอไปถึงศาลยุติธรรมก็มีคนไปฟ้อง เช่น ไปฟ้อง กกต. แม้แต่รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ แต่ก็ไปติดกฎหมายลูกและระเบียบภายใน จึงทำให้องค์กรพวกนี้ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ ก็เป็นคำถามเป็นที่คลางแคลงใจของ ประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความเห็นใจทางศาลปกครอง เพราะศาลปกครองนี่ แม้แต่คนในสภายังไม่เข้าใจศาลปกครอง เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมามีการผ่านพระราชบัญญัติ แก้ไขพระราชบัญญัติ กสทช. ไปกำหนดคุณสมบัติบุคคลที่จะเป็น กสทช. ไปเอาตุลาการ ศาลปกครองระดับรองอธิบดีไปเท่ากับรองอธิบดีอัยการ ไปเท่ากับรองอธิบดีของศาลยุติธรรม ทั้งที่บุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น เป็นหัวหน้าศาล ต้องเป็นหัวหน้าศาลถึง ๓ ปีจึงจะสมัครเป็น ตุลาการชั้นต้นได้ เนื่องจากความไม่เข้าใจ วันนี้ก็ไปจัดเอาท่านตุลาการ ซึ่งถ้าเรามอง ความยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรมเท่ากันก็ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่เท่ากัน อันนั้นเอา ตำแหน่งรองตุลาการ ระดับรองอธิบดีศาลปกครองมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตุลาการ ศาลปกครองที่เข้าใหม่ อันนี้คือตัวอย่างคนไม่เข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามครับ วันนี้การก่อเกิด ของศาลปกครองมันจะเป็นประโยชน์อย่างสูงยิ่งต่อระบบรัฐสภา ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะหน้าที่ของรัฐสภา รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็คือมีหน้าที่ใช้อำนาจ นิติบัญญัติ การใช้อำนาจนิติบัญญัติ อีกส่วนหนึ่งสภาผู้แทนราษฎรก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบ การบริหารงานรัฐบาล การบริหารงานรัฐบาลคือการใช้อำนาจรัฐ วันนี้ก็มีช่องทางที่รัฐกระทำ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การไม่ชอบนี่อาจจะถึงขนาดทุจริตหรือไม่ก็ตามก็ยังมีศาลปกครอง เป็นที่พึ่ง แต่ศาลปกครองเป็นที่พึ่งสิ่งหนึ่งก็คือวันนี้ศาลปกครองมีคดีจำนวนมากเลยเป็นหมื่น ค้างเป็นหมื่น พบว่ามีตุลาการ ถ้าในรายงานฉบับนี้ก็ ๒๖๗ คน แต่มีบางข้อก็บอก ๒๖๖ คน อาจจะต่างกัน ๑ คนก็ตาม ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าถ้าความล่าช้ามันถือว่าไม่ใช่ ความยุติธรรม และสิ่งหนึ่งก็คือต้องเป็นสิ่งที่อยากจะขอฝาก การรายงานในครั้งต่อไปนี่ มีการรายงานตัวเลข แต่อยากให้มีการรายงานลึกไปนิดหนึ่ง เช่น เราพบว่าเรามีคดีเกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลคือการแต่งตั้งโยกย้ายหรือทางวินัยนี่เราพบว่ามีจำนวนที่มีการฟ้องร้อง จำนวนมากเป็นหมื่นคดีเลย แสดงว่าการจะผ่านกระบวนการมาฟ้องที่ศาลปกครองนี่ เช่น การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจหรือข้าราชการฝ่ายพลเรือน เขาเห็นว่าเขาแต่งตั้งไม่ชอบเขาก็ ไปอุทธรณ์แล้ว เพราะศาลปกครองจะรับต่อเมื่ออุทธรณ์ พอไปอุทธรณ์แล้วก็ยังบอกว่าเขายัง ยืนยันอยู่อีก คนนั้นจึงจะมีสิทธิที่จะมาฟ้องศาลปกครอง แต่ข้อมูลของท่านเราพบว่าอันนี้ เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลปัจจุบันเลยนะครับที่ปล่อยให้ข้าราชการนี่มาฟ้อง ผมมองว่า เป็นการใช้อำนาจที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะปริมาณการฟ้องมีเยอะกว่าทุกคดี คือตัวเลขในรายงานนี้มีเป็นหมื่น รวมของเก่าด้วยนะครับ ในสิ่งนี้ถ้าศาลปกครองรายงาน ครั้งต่อไปเอาผลคดีมาให้หน่อยได้ไหม เพราะกว่าจะมาถึงท่านแสดงว่าถ้าเป็นตำรวจก็ ก.ตร. ทางด้านวินัยก็วินิจฉัยแล้วว่ายืนยันว่า คนที่มาร้อง จะมาฟ้องศาลปกครองเขาแต่งตั้งโดยชอบแล้วถึงจะมาร้องท่าน แล้วถ้าผลของ ศาลปกครองออกมาว่าตรงกันข้ามกับ ก.ตร. อย่างนี้เราก็จะได้ไปปฏิรูป ก.ตร. ว่า ผบ.ตร. ไม่ควรนั่ง ๒ หัว คือเป็นหัวของ ก.ตร. ด้วย และเป็นการพิจารณาลงโทษด้วย อันนี้คือ ยกตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าศาลปกครองที่ได้รายงานข้อมูล มานี้ผมอยากให้มีข้อมูลที่มากขึ้นกว่านี้ แล้วก็อยากให้มีรายละเอียด โดยเฉพาะในคดีค้างเกิน ๔ ปีอยากจะทราบ ถ้าทราบในที่นี้ได้ก็ดีว่าที่ค้างนานที่สุดเท่าไร เพราะคดีค้างมาก ๆ มันเป็น การแสดงถึงความไม่ยุติธรรม ส่วนการที่จะรับตุลาการศาลปกครองเพิ่มขึ้นผมสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามเรามีกฎหมายที่เป็นธรรม แต่ผู้ใช้กฎหมายและตุลาการไม่ยุติธรรมมันจะมี ความล้มเหลวมากยิ่งขึ้น จึงฝากพิจารณาในประเด็นการเพิ่มประสิทธิภาพของตุลาการด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผู้แทนของ ศาลปกครอง เชิญเลยครับ🔗

นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

กราบเรียน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕ ท่าน ตั้งแต่ท่านคารม ท่านณัฐวุฒิ ท่านประเสริฐพงษ์ ท่านวิรัช แล้วก็ท่านทวีครับ ในส่วนตัว ของผมเองแล้วก็สำนักงานศาลปกครองและศาลปกครองให้ความสำคัญกับข้อแนะนำของ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มาโดยตลอดครับ หลังจากปรากฏเห็นในรายงานปี ๒๕๖๒ ที่อยู่ในมือท่านจะมีรายละเอียดถึงข้อแนะนำของท่านในปีที่แล้ว แล้วก็การดำเนินงาน ของศาลปกครองที่ได้ดำเนินการตามข้อแนะนำของท่านนะครับ ผมขออนุญาตให้ข้อมูล ตามที่ท่านให้คำแนะนำเป็น ๒ ส่วนแล้วกันนะครับ🔗

ส่วนแรกในภาพรวม เพราะว่าในกรณีที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปราย ในข้อมูลลักษณะเดียวกัน เรื่องแรกก็คือในเรื่องของคดีที่ล่าช้านะครับ ตรงนี้ผมขออนุญาต เรียนรายงานถึงการดำเนินงานของศาลปกครองซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่เราต้องคำนึงถึง ในเรื่องของคดีที่ล่าช้านะครับ ในขณะนี้ศาลปกครองชั้นต้นทั้ง ๑๕ ศาล ก็คือทั้งส่วนกลาง แล้วก็ภูมิภาคได้มีการจัดทำโครงการความร่วมมือบริหารจัดการคดีค้างสะสมของ ศาลปกครองชั้นต้น โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบริหารจัดการคดีค้างสะสม กับท่านประธานศาลปกครองสูงสุดหรือที่เราเรียกว่าเป็นเอ็มโอยู (MOU) แบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มเป้าหมายครับท่าน กลุ่มที่ ๑ ก็คือมีคดีค้างสะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงไป จำนวน ๘ ศาลด้วยกัน กลุ่มที่ ๒ มีคดีค้างสะสมตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ลงไป จำนวน ๒ ศาล กลุ่มที่ ๓ มีคดีค้างสะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงไป จำนวน ๓ ศาล กลุ่มที่ ๔ มีคดีค้างสะสม ที่รับโอนจากศาลปกครองชั้นต้นอื่น อันนี้กรณีที่เปิดศาลใหม่ จำนวน ๑ ศาล แล้วก็กลุ่มที่ ๕ มีคดีค้างสะสมที่ได้รับโอนจากศาลปกครองชั้นต้นอื่นและคดีรับใหม่ในพื้นที่พิเศษ ๑ ศาล ซึ่งกำหนดการบริหารจัดการคดีค้างสะสมให้แล้วเสร็จได้มากกว่าร้อยละ ๗๐ ของสำนวนคดี ค้างสะสมในแต่ละกลุ่มเป้าหมายภายใน ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จนถึง วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ และในเรื่องนี้ท่านประธานก็ให้มีการติดตามผลการดำเนินงาน ในการรายงานประจำเดือนในการประชุมตุลาการทั่วประเทศโดยวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ทุกเดือนนะครับ🔗

ผมขออนุญาตเรียนภาพรวมในเรื่องของการแก้ไขคดีล่าช้าให้ท่านได้เห็นภาพ ทั้งหมดไปด้วยเลยแล้วกัน นอกจากภารกิจด้านการพิจารณาพิพากษาคดีแล้วนะครับ ก็ได้มี การปรับปรุง พัฒนา แล้วก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านอื่น ๆ ควบคู่ กันไปด้วยครับ ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การพิจารณาพิพากษาคดีและบังคับคดีปกครอง ในเรื่องของการเพิ่มขั้นตอนไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทในคดีปกครองมาใช้ด้วยนะครับ นอกจากนี้ก็ได้มีการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนในการเปิด ใช้ระบบคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาชนตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ซึ่งก็เป็นระบบที่รองรับการพิจารณาคดีตั้งแต่ชั้นของตอนเริ่มต้น คือการยื่นฟ้องไป จนถึงสิ้นสุดกระบวนการพิจารณานะครับ🔗

สำหรับการดำเนินงานของศาลปกครอง ในปี ๒๕๖๓ ได้กำหนดให้เป็น ปีแห่งการพัฒนาการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองให้เป็นมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล โดยมีการพัฒนาให้การอำนวยความยุติธรรมทางปกครองให้มีกรอบระยะเวลา ที่ชัดเจนนะครับ มีความรวดเร็ว ส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทโดยการไกล่เกลี่ยอย่างจริงจัง ตรงนี้ครับก็เป็นเชิงที่ป้องกันเข้าสู่การพิจารณาคดีในกระบวนการต่าง ๆ ได้ แล้วก็ส่งเสริม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมผ่านทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สะดวกแล้วก็ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายนะครับ ตรงนี้เองในระยะสั้นมีการเตรียมการเพื่อนำเข้า ข้อมูลสารสนเทศเพื่อนำเข้าสู่ระบบจัดการข้อมูลขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่าบิ๊กดาต้า (Big Data)🔗

ในระยะต่อมาก็จะมีการนำเทคโนโลยีเอไอ (AI) ที่จะช่วยตุลาการ ในการสืบค้นกฎหมาย คำพิพากษา คำวินิจฉัยซึ่งก็จะช่วยในการสร้างบรรทัดฐาน ในการพิพากษาคดีของศาลปกครอง ส่วนในระยะยาวก็จะมีระบบสารสนเทศที่ช่วยวิเคราะห์ คำฟ้อง คำให้การและเอกสารหลักฐานด้วยเทคโนโลยีเอไอ (AI) เพื่อช่วยลดเวลาของตุลาการ ในการจัดทำคำพิพากษาคดีด้วย ท่านประธานศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีการกำหนดลักษณะ รายการสำนวนคดีออกเป็นสำนวนคดีทั่วไป สำนวนคดีเร่งด่วน แล้วก็สำนวนคดีสำคัญ ซึ่งก็จะช่วยให้การพิจารณาพิพากษาคดีของทุกศาลดำเนินการเป็นระบบ แล้วก็สอดคล้องกับ ความเร่งด่วนของแต่ละคดีมากยิ่งขึ้นนะครับ🔗

สำหรับกรอบเวลามาตรฐานในการพิจารณาคดีนะครับ ผมขออนุญาต เรียนซ้ำอีกทีนะครับ ก็เป็นคดีทั่วไปต้องดำเนินการภายใน ๑ ปีครึ่งถึง ๒ ปี คดีสำคัญนะครับ คดีสิ่งแวดล้อมจะต้องแล้วเสร็จภายใน ๑ ปี คดีบริหารงานบุคคลต้องแล้วเสร็จภายใน ๑ ปี ระยะเวลาในการสั่งคดีนะครับ สั่งคำฟ้องหรือไม่ฟ้องภายใน ๑ เดือน แล้วก็ต้องสั่งในเรื่อง ของการสั่งระหว่างการพิจารณากรณีฉุกเฉินต้องภายใน ๗ วัน แล้วก็กรณีทั่วไปภายใน ๑ เดือน ผมขออนุญาตเรียนให้เห็นถึงสิ่งที่ทางศาลปกครองเรามีทิศทางที่จะต้องทำต่อไป เพื่อให้ท่านได้เห็นถึงว่าจะแก้ปัญหาที่ท่านให้ข้อแนะนำได้อย่างไรนะครับ ซึ่งในแผน การดำเนินงานในปี ๒๕๖๔ มีแผนการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า🔗

ประการแรก ก็คือการดำเนินงานตามนโยบายของท่านประธานนะครับ เกี่ยวกับการพัฒนาให้ความอำนวยความยุติธรรมทางปกครองที่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน รวดเร็ว แล้วก็ส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทหรือวิธีไกล่เกลี่ย มีการเร่งรัดพิจารณาคดีค้างนาน ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการเพื่อเสนอแนะมาตรการ ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดี แล้วก็ดำเนินการให้รวดเร็วตามที่มีท่านผู้อภิปรายได้พูดถึง ในเรื่องของกระบวนการ แล้วก็ระยะเวลาด้วยนะครับ รวมถึงในการสรรหาตุลาการที่มี หลายท่านได้กรุณาอภิปรายถึง ก็คือว่าการสรรหาตุลาการในศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นเพิ่มเติมให้เหมาะสม แล้วก็สอดคล้องกับปริมาณคดีของ ศาลปกครองแต่ละแห่งนะครับ แล้วก็ในทางเดียวกันก็คู่ขนานกันไปด้วยการเสริมสร้าง ความเชี่ยวชาญในการพิจารณาคดี แล้วก็บังคับคดีให้แก่ท่านตุลาการแล้วก็บุคลากรของ สำนักงานด้วยนะครับ ซึ่งขอเรียนในเรื่องของการสรรหาตุลาการนะครับ ความจริงในกรอบ ของอัตรากำลังเรายังมีอยู่ เพียงแต่ว่าในการสรรหาถึงแม้เราจะสรรหาเป็นในรอบวงจร ต่อเนื่องกันทุกปี แต่ว่าผู้ที่สอบได้ผ่านกระบวนการการสรรหาก็ค่อนข้างยังน้อยอยู่ ตรงนี้ ก็ต้องเรียนว่าเราก็ต้องการบุคลากรที่มาเป็นตุลาการทั้งในเรื่องของความเก่ง แล้วก็ความดี แล้วก็ความเป็นธรรมด้วยก็ต้องมีการคัดเลือกค่อนข้างที่จะมีมาตรฐานในส่วนของตรงนี้ ค่อนข้างมากนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่าน แล้วก็ขอบพระคุณท่านครับที่กรุณาให้กำลังใจ ในเรื่องการสรรหาตุลาการในครั้งนี้นะครับ🔗

นอกจากนี้ในเรื่องของการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ แล้วก็วิธีพิจารณาคดีปกครอง อันนี้ก็มีการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุก ในรูปแบบของสื่อ ออนไลน์ (Online) เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความรู้ความเข้าใจ การให้ความรู้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องของการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดี ซึ่งตรงนี้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมไปเลยนะครับ เพราะว่ามีท่านที่พูดถึงในกรณีที่ทำไมหน่วยงาน ถึงมีการฟ้องซ้ำ ๆ กัน ซ้อน ๆ กัน ตรงนี้ทางสำนักงานศาลปกครองก็ได้วิเคราะห์เหตุ แห่งการฟ้องคดี และรายงานแนวปฏิบัติราชการจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองส่งไปให้ หน่วยงานต่าง ๆ ๙,๐๐๐ กว่าหน่วยงานในทุก ๆ ปี ซึ่งคดีที่มาสู่ศาลจากเหตุแห่งการฟ้องคดี เช่นเดียวกัน หรือเกิดจากข้อพิพาท ข้อผิดพลาด หรือการปฏิบัติทางราชการของหน่วยงาน ทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นกรณีที่ถูกนำมาฟ้องคดีต่อศาลอยู่อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ยังมีจำนวนปริมาณคดีเพิ่มขึ้นทุกปี ที่ท่านห่วงใยและให้ข้อแนะนำไว้ ซึ่งขณะนี้ ในสำนักงานศาลปกครองเองเราก็ได้ดำเนินการจัดทำเป็นประมวลผลสรุปแนวคำวินิจฉัยของ ศาลปกครองในการพิจารณาคดีนะครับ เช่น เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการส่วนท้องถิ่น การออกคำสั่งทางปกครอง การปฏิบัติตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำสั่ง หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หรือการใช้อำนาจตามกฎหมายที่สมควรให้หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแล้วก็ยึดถือปฏิบัติ รวมถึงคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยจัดทำในรายงาน สรุปแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการ หน่วยงานของรัฐ อันนี้เราเตรียมเรื่องเพื่อจะเสนอคณะรัฐมนตรีแล้วนะครับ เป็นรายละเอียด แบ่งหมวด ๆ เป็นแต่ละเรื่อง ๆ เลยครับว่าแต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานไหนบ้าง อันนี้ เตรียมที่จะเข้าเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ท่านได้กรุณามีมติ แล้วก็มีข้อสั่งการให้กับหน่วยงาน ของรัฐที่จะนำไปถือปฏิบัติต่อไป อันนี้เป็นสิ่งที่เราจะเป็นเชิงป้องกันได้อย่างดีนะครับ🔗

ในส่วนอื่น ๆ นะครับ ผมขออนุญาต มีของท่านคารมที่ว่าในเรื่องคดีไฟไหม้ โรงพัก ปัจจุบันมีคำพิพากษาจากศาลสูงเรียบร้อยแล้วนะครับว่าหน่วยงานต้องรับผิดชอบ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทุกราย ซึ่งครบถ้วน ตามคำพิพากษาแล้วนะครับ แล้วก็มีการเสนอถอนการบังคับคดีแล้ว อันนี้ก็เป็นความคืบ หน้าที่ท่านกรุณาให้ข้อซักถามนะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งนอกจากคดีค้าง แล้วก็ปริมาณท่านตุลาการยังน้อยอยู่แล้ว ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกนะครับ ตรงนี้ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดมาก เพียงแต่อยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าในด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับภาคประชาชน เราก็มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคม ต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่าศาลปกครองเองเราแทบไม่ได้รับงบประมาณในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์เลยนะครับ แต่เราก็อาศัยตรงนี้ละครับในการสร้างเครือข่ายโดยประเภท สื่อออนไลน์ (Online) ให้มากขึ้น แล้วก็มีการสร้างและพัฒนาโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของศาลปกครองให้มีความทันสมัย มีการปรับปรุงรูปแบบต่าง ๆ นะครับ แล้วตลอดช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา เราก็มีการเชื่อมโยงกับสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ทั้งส่วนกลางแล้วก็ท้องถิ่น แล้วก็วารสารหน่วยงานราชการ สื่อออนไลน์ (Online) และสื่อวิทยุกระจายเสียง ตรงนี้เรามี การวางแบนเนอร์ (Banner) สาระดี ๆ จากศาลปกครอง ทางหน้าเว็บไซต์ (Website) ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ แล้วก็เว็บไซต์ (Website) ของจังหวัดทุกจังหวัดลงไปถึงระดับ อำเภอเลยนะครับ แล้วก็ในปีนี้เรามีการขยายผลในเว็บไซต์ (Website) ขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด อบจ. จำนวน ๗๖ แห่งนะครับ รวมไปถึงเว็บไซต์ (Website) ของ อบต. อีก ๕,๐๐๐ แห่ง แล้วก็มีการสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online) ระหว่างสำนักงาน ศาลปกครองกับหน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐผ่านกลุ่มไลน์ (Line) ต่าง ๆ ร่วมกับทางกลุ่มสื่อช่อสะอาดซึ่งมีวิทยุท้องถิ่นอยู่ทั่วทั้งประเทศเลยนะครับ อันนี้ก็นำเรียน ให้เห็นว่าในความพยายามในภาวะที่ไม่มีงบประมาณแต่เราก็พยายามสร้างเครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ให้เกิดผลให้มากที่สุดนะครับ🔗

ในส่วนของการเสนอร่างกฎหมายที่ท่านณัฐวุฒิได้กรุณาให้ข้อแนะนำไว้ ที่ควรจะเสนอเป็นแพ็กเกจ (Package) ไปเลย ผมก็ขออนุญาตนำไปเรียนทางผู้บริหาร ศาลปกครองนะครับ แต่ว่ากรณีที่มีการเสนอกฎหมายเป็นบางเรื่องที่ใช้ในห้วงเวลาที่ต่างกัน เนื่องจากว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาที่ต่างกัน ต้องขอประทานโทษท่านด้วยนะครับ🔗

ส่วนในเรื่องของสวัสดิการ ที่ท่านพูดถึงที่เสนอกฎหมายเข้าไป อันนี้เป็นเฉพาะ ในเรื่องของศาลปกครองยะลานะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับศาลปกครองอื่น เพราะว่าทางยะลา เป็นพื้นที่พิเศษ ก็เพื่อให้ทางตุลาการแล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ของศาลเรามีสวัสดิการเหมือนกับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยที่ไม่ให้เกิดความแตกต่างกัน ก็เลยจำเป็น ที่จะต้องเสนอกฎหมายสวัสดิการตรงนี้ไปนะครับ🔗

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านณัฐวุฒิกรุณาให้ข้อสังเกตว่าทำไมถึงมีงบสนับสนุนจาก สสส. ด้วย ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าเนื่องจากว่าในส่วนของผมเองเลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครอง ผมมีนโยบายการทำงานในส่วนของสำนักงานก็คืองานได้ผล คนมีความสุข เพราะว่าผมถือว่างานที่สำนักงานศาลปกครองต้องสนับสนุนศาลปกครองก็ต้องเป็นงาน ได้ผลครับ คือต้องสนับสนุนงานของศาลปกครองให้บรรลุเป้าหมายให้เป็นศาลปกครอง ของประชาชนให้ได้นะครับ🔗

แต่ว่าอีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของคนมีความสุขก็คือว่ามีนโยบายที่จะทำให้ บุคลากรของสำนักงานศาลปกครองต้องมีความพร้อมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจด้วย ก็คือทางสุขภาพจิตแล้วก็สุขภาพร่างกายด้วย การที่มีความร่วมมือกับ สสส. ที่เขาสนับสนุน งบประมาณมาเขาก็เห็นถึงความตั้งใจของสำนักงานศาลปกครองในจุดนี้นะครับ ก็เป็น โครงการที่เราจะพัฒนาคนของเราอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีเพื่อความพร้อม คนเราก็เหมือนกับ พูดถึงถ้าอย่างไรก็เป็นคนที่ออกรบครับ ถ้าคนออกรบร่างกายไม่ดี ไม่มีสุขภาพดี ก็คงจะไป ต่อสู้กับใครเขาไม่ได้ เช่นเดียวกันถ้าคนในสำนักงานศาลปกครองสุขภาพกาย สุขภาพใจ ไม่พร้อมก็คงจะไม่สามารถส่งผลงานที่ดีให้กับศาลปกครอง แล้วก็ไม่สามารถส่งผลงานดี ๆ ให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้คือเป็นโครงการที่เราทำความร่วมมือกับ สสส. ซึ่งเขาก็เห็นความตั้งใจ แล้วก็มีเป้าหมายที่จะให้ศาลปกครองเป็นองค์กรตัวอย่างขององค์กร แห่งความสุขด้วยเหมือนกันนะครับ อันนี้ก็เป็นความพยายามของผู้บริหารที่จะทำให้บุคลากร มีความพร้อมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจนะครับ🔗

ในส่วนของที่ท่านวิรัชกรุณาให้ข้อสังเกตเรื่องของหลักสูตรกับที่หน่วยงาน ต่าง ๆ มักจะมีหลักสูตรที่มีทั้งผู้บริหาร ตุลาการ แล้วก็บุคคลภายนอกมาอบรมร่วมกัน ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างเครือข่ายอะไรต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ ทางศาลปกครองเรามีหลักสูตรที่เรียกว่า บยป. นักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง ซึ่งเมื่อเราได้รับฟังข้อแนะนำและข้อสังเกตจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในหลาย ๆ ครั้ง เราได้มีการงดการจัดหลักสูตรนี้มา ๔ ปีแล้วครับ ก็ไม่ได้มีการจัดหลักสูตรประเภทนี้ เป็นการต่อเนื่องมา ๔ ปีแล้ว ก็ขออนุญาตเรียนให้ท่านได้รับทราบนะครับ🔗

ส่วนข้อแนะนำอื่น ๆ ในเรื่องของการลงลึกในเรื่องของที่ท่านทวีได้กรุณา ให้ข้อแนะนำในเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ ของคดีในรายงานประจำปีด้วย ในปี ๒๕๖๒ ที่เราทำรายงานนี้เราก็พยายามลงในหลาย ๆ เรื่องที่ได้รับคำแนะนำมาในเรื่องของ การวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดีต่าง ๆ แต่ว่าไม่สามารถที่จะเอามาบรรจุไว้ในเอกสารได้ ทั้งหมด เพราะว่าไม่อย่างนั้นเอกสารจะค่อนข้างหนามากแล้วต้องใช้งบประมาณเยอะมาก เราทำอย่างนี้ ท่านทวีครับ เราทำเป็นคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในรายงานฉบับนี้ก็เป็นนิมิตหมาย เริ่มต้นที่ดีที่เราก็ทำจากคำแนะนำของทางสภาแห่งนี้ละครับ ในเรื่องที่ท่านแนะนำมา เราไม่สามารถที่จะเอามาพิมพ์ทั้งหมดได้ เราทำเป็นคิวอาร์โค้ด (QR Code) ไว้แต่ละหน้า ท่านเปิดดูได้เลย แล้วก็จะลงดูในรายละเอียดต่าง ๆ อย่างในเชิงลึกได้เลย เพราะฉะนั้น ที่ท่านให้ข้อแนะนำตรงนี้ในรายงานฉบับปีหน้าต่อไปเราก็จะทำอย่างนี้เช่นเดียวกันนะครับ แต่ว่าจะขออนุญาตเพิ่มไปแบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ท่านสามารถจะสแกน (Scan) ไป แล้วก็ลงไปไล่ดูในเรื่องราวต่าง ๆ ได้เลย ก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านอย่างนี้ และขอสรุป อีกนิดหนึ่งว่าในส่วนความตั้งใจของศาลปกครองก็คือว่าเราตั้งใจที่จะให้ศาลปกครอง ที่ดำเนินการอยู่นี้เป็นศาลปกครองของประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ ในส่วนของผมเอง ในส่วนของสำนักงาน ผมได้มีโครงการ ๑ หน่วยงาน ๑ โครงการเพื่อประชาชน ภายใต้ โครงการศาลปกครองของประชาชนนะครับ ก็ในส่วนตรงนี้ผมให้ทุกหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานศาลปกครองทำโครงการ เพื่อประชาชนออกมาอย่างน้อยหน่วยละ ๑ โครงการ ตรงนี้ท่านสามารถดูได้ผมมีรายการ ทางยูทูบ (YouTube) ยูทูบ (YouTube) ของสำนักงานศาลปกครองจะออกรายการ ทุกวันศุกร์ ตอนเวลาออกรายการคือ ๐๙.๑๙ นาฬิกา ก็เลยชื่อรายการว่าศุกร์ปันสุข ๙๑๙ ก้าวเริ่มต้นที่ศาลปกครอง ก้าวต่อไปเพื่อประชาชน เพราะว่าความจริงรายการนี้เป็น โครงการต่อเนื่องครับ ในตอนที่ช่วงโควิด (COVID) ระบาดมาก ๆ ผมมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานศาลปกครองทำงานที่บ้านค่อนข้างเยอะให้มากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ก็ต้องมีการสื่อสารกันทางยูทูบ (YouTube) มีการจัดรายการ ๙๑๙ ก้าวทันโควิด (COVID) ก็สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทุกวัน แต่พอมาเริ่มผ่อนคลายไปแล้วก็จะเหลือแค่ วันศุกร์ แต่ว่าจะเน้นในเรื่องของทุกหน่วยงานมานำเสนอในเรื่องโครงการศาลปกครอง ของประชาชนนะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าข้อแนะนำต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อแนะนำ ในวันนี้ทางผมเองและผู้บริหารสำนักงาน รวมไปถึงการไปนำเสนอผู้บริหารศาลปกครอง เพื่อที่จะเดินหน้าให้การทำงานของศาลปกครองให้เป็นศาลปกครองของประชาชนอย่างแท้จริง ให้ได้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก มีอะไรติดใจไหมครับ ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองและพวกเราได้อภิปรายกันมา ครบถ้วนแล้ว ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานที่ท่านเลขาธิการได้นำมาเสนอนะครับ ก็จบวาระนี้ก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่นะครับ ขอบคุณครับ🔗

๒.๓ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗

โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๔๗ ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ รับทราบรายงานตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเสนอ และนำรายงาน ดังกล่าวพร้อมด้วยข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบ ขอเชิญท่านผู้แทนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่ขอรายชื่อ ที่ขออนุมัติขอเข้ามาร่วมให้ข้อมูลนั้น ขอรายชื่อครับ มีรายชื่อผู้ชี้แจงที่สำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินขออนุญาตเข้ามาคือ นางนวลจันทร์ โพธิ์ช่วย นายวิทยา นิติธรรม นายสรรเพชญ แสงเนตรสว่าง นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย นางชลธิชา ดาวเรือง นายศิวัช ชาวบางงาม นางกาญจนา ลิ้มสมวงศ์ นางสาวมนต์สินี เห็นพร้อม เชิญครับ ผู้แทนจะชี้แจงเชิญนะครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเข้าชี้แจง ต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่มีความประสงค์ อภิปรายส่งชื่อมานะครับขณะนี้มีชื่อมาส่วนหนึ่งแล้วครับ มีท่านเดียวครับ เชิญท่านสรุป ให้สมาชิกได้รับทราบครับ🔗

นางนวลจันทร์ โพธิ์ช่วย (ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน) กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน เนื่องด้วย พลตำรวจตรี ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง. ติดภารกิจราชการด่วนไม่สามารถเข้าชี้แจงการรายงานผลการปฏิบัติงาน ของสำนักงาน ปปง. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในครั้งนี้ และมอบหมายให้ดิฉัน นางนวลจันทร์ โพธิ์ช่วย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมคณะผู้บริหารเข้าชี้แจงและรับข้อสังเกตของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ซึ่งการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นไปตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติให้สำนักงาน ปปง. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและให้คณะรัฐมนตรีเสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมข้อสังเกตต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีอย่างน้อยให้มี สาระสำคัญดังนี้🔗

๑. รายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินและการดำเนินการอื่น ตามพระราชบัญญัตินี้🔗

๒. ปัญหาและอุปสรรคจากการปฏิบัติงาน🔗

๓. รายงานข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่พร้อมทั้ง ความเห็นและข้อเสนอแนะ🔗

สำนักงาน ปปง. ได้เสนอเล่มรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ทราบแล้ว จึงขอรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญพอสังเกตดังนี้🔗

๑. การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน โดยสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงาน การทำธุรกรรมประมาณ ๑๘ ล้านธุรกรรม และได้นำรายงานการทำธุรกรรมดังกล่าว มาตรวจสอบ วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำมาซึ่งการตรวจสอบ สืบสวน โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน จำนวน ๒๑๐ คำสั่ง มีคดีสำคัญ เช่น คดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รายคดีบริษัท เมจิก สกิน จำกัด รายคดีนำเงินที่ได้จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไปซื้อ แร่ลาพิส ลาซูรี่ รายคดีบริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด และบริษัท อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด เป็นต้น มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดอายัดประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ศาลมีคำสั่ง ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน ๒๓๙ เรื่อง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๕๔๐ ล้านบาทเศษ การดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน ๓๔ เรื่อง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ รายคดีที่สำคัญ เช่น คดีบริษัท โอดี แคปปิตอล จำกัด รายคดี สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เป็นต้น และสำนักงาน ปปง. ได้บูรณาการ ทำงานร่วมกันกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนนำส่งคืนทรัพย์สินให้แก่ ผู้เสียหายชาวจีน จำนวนประมาณ ๓๕,๐๐๐ คน มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า ๕๓๐ ล้านบาท🔗

การบริหารจัดการทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่เก็บรักษาจากการยึดหรืออายัดไว้ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ จำนวนประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ โดยสำนักงาน ปปง. ได้นำทรัพย์สินออกบริหาร มีรายได้จากการบริหารประมาณ ๕๕ ล้านบาทเศษ และมี การนำทรัพย์สินที่ศาลสั่งตกเป็นของแผ่นดินส่งกระทรวงการคลัง จำนวน ๑๗๙ ล้านบาท🔗

การดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ มีการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดดังต่อไปนี้🔗

บุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย จำนวน ๑๘ ครั้ง รวมบุคคลที่ถูกกำหนด จำนวน ๓๔๖ ราย บุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๗ การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย จำนวน ๒๘ ราย บุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๑๕ การสนับสนุนทางการเงินแก่การแพร่ขยายอาวุธที่มี อานุภาพทำลายล้างสูง รวมบุคคลที่ถูกกำหนด จำนวน ๒๓๙ ราย🔗

นอกจากนี้สำนักงาน ปปง. ให้ความสำคัญในการประสานความร่วมมือกับ องค์กรต่าง ๆ เช่นการส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับภาคประชาชนและหน่วยงาน ภาครัฐ เช่น โครงการสายลับ ปปง. โครงการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส สายด่วน ปปง. ๑๗๑๐ โดยสำนักงาน ปปง. จัดให้มีการสัมมนาและเผยแพร่ความรู้ให้กับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การส่งเสริม และประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น กลุ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยข่าวกรอง ทางการเงิน องค์กรความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติของประเทศสมาชิก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล🔗

ด้านการต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย องค์กรที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามการต่อต้าน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย สำนักงาน ปปง. มีการนำงานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์และ การตรวจสอบการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ สามารถตรวจสอบการกระทำความผิด จำนวน ๕๔ เรื่อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ มีการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย จำนวน ๔ ฉบับ ได้แก่ ระเบียบคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการของสำนักงาน ปปง. ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ระเบียบสำนักงาน ปปง. ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการดำเนินคดีกับ ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๒ ระเบียบคณะกรรมการ ปปง. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องวิธีการแสดงตนของลูกค้า สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา ๑๖ ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒🔗

การขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้าน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายสู่มาตรฐานสากล สำนักงาน ปปง. มุ่งเป้า ยกระดับผลการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของประเทศไทยให้มีความสอดคล้องด้านกรอบ กฎหมายเพิ่มอีก ๖ ข้อ ให้ได้อย่างน้อย ๓๓ ข้อ เพื่อให้สามารถยกระดับเป็นกลุ่มระดับ เรกูลาร์ ฟอลโลว์อัป (Regular follow up) กลุ่มที่มีการปฏิบัติสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ในระดับดีให้ได้ภายในปี ๒๕๖๖🔗

สำหรับปัญหาและอุปสรรคด้านการทำงาน สำนักงาน ปปง. มีปัญหาในเรื่อง ของการปรับปรุงและผลักดันเพื่อปรับโครงสร้างและอัตรากำลังที่ไม่เพียงพอ ประกอบกับ คณะรัฐมนตรีได้มีข้อสังเกตให้สำนักงาน ปปง. ใช้วิธีการออกแบบกระบวนการทำงานให้มี ความเหมาะสม รวมทั้งบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานอื่น ๆ และนำระบบดิจิทัล (Digital) เทคโนโลยีมาใช้งานให้มากขึ้น ซึ่งในประเด็นดังกล่าวสำนักงาน ปปง. ได้มี การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องมือหลักที่สำคัญ ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลแล้ว แต่ทั้งนี้ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. ยังจำเป็นต้องใช้กำลังคนในการขับเคลื่อน ในด้านการปฏิบัติงานในด้านคดี การสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งมีคดี ตามกฎหมายฟอกเงินที่เกี่ยวกับมูลฐานความผิด ๒๙ มูลฐาน ซึ่งรับผิดชอบทั้งในและ ต่างประเทศ รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายซึ่งมีจำนวนมาก แต่ปัจจุบันยังมี อัตรากำลังในการปฏิบัติงานด้านคดีเพียง ๒๐๐ กว่าอัตรา ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน จึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านเพื่อโปรดทราบผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ หากมีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ สำนักงาน ปปง. จะได้นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปปรับปรุงและพัฒนา การปฏิบัติงานของ ปปง. ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นในลำดับต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

ครับ ขอบคุณครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอบคุณครับ ในวาระนี้ผมก็ขออภิปรายรายงานเล่มนี้สีน้ำเงิน โดยเฉพาะวันนี้ผมทำการบ้านมาเยอะ เริ่มเลยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

โดยเฉพาะ เรื่องผลการเบิกจ่ายถือว่าสำนักงาน ปปง. นี่ได้ใช้งบประมาณโดยได้รับคำขอ ยื่นคำขอ ๖๘๔ ล้านบาทเศษ และจัดสรรไป ๕๒๔ ล้านบาท แล้วก็สำนักงบประมาณโอนเพิ่มให้อีก ๒๙ ล้านบาทเศษ รวมแล้วก็ ๕๗๔ ล้านบาท เบิกจ่ายไป ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้สิ่งที่สำคัญ ในเล่มนี้นะครับ ผมก็เลยเปิดในหน้า ๑๐๖ ในหน้า ๑๐๖ มันเป็นรายงานที่แสดงคุณภาพ ของสำนักงาน ปปง. โดยเฉพาะเรื่องของ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ🔗

ในเรื่องของข้อ ๖.๓ ที่แสดงผลงานที่เกิดขึ้นจากการใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า พับลิก เซกเตอร์ แมเนจเมนต์ ควอลิตี อะวอร์ด (Public Sector Management Quality Award) หรือ พีเอ็มคิวเอ (PMQA) ก็อยู่ในระดับที่ดีคือ ๖๙ จาก ๒๗๐ แล้วก็มี ผลประเมินจากองค์กรระบบราชการ ๔.๐ อีกครับท่านประธาน ที่เรียกว่าของ ปปง. เองคือ ได้ ๒๓๗ คะแนน จากเดิมสูงขึ้น แล้วก็ผลประเมินอันสุดท้ายก็คือความโปร่งใสได้เอ (A) ครับ🔗

ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ สิ่งที่ผมจะอ่านในเรื่องของรายงานที่เกิดขึ้น ปปง. ได้ใช้ช่องทาง ๗ ช่องทางครับท่านประธาน ในปี ๒๕๖๑ นั้นคือ ตั้งแต่จดหมาย มาด้วยตนเอง สายด่วน เว็บไซต์ (Website) อีเมล (e-Mail) แล้วก็ตู้ ปณ. หนังสือพิมพ์ ส่วนราชการภายนอก สิ่งสำคัญคือมีเรื่องที่ต้องทำทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๑ ก็ถือว่า ผลสำเร็จทั้งหมด ๒,๖๘๓ คดี ทำไป ๒,๕๒๗ คดี ปี ๒๕๖๒ ก็ ๒,๔๓๐ คดี ทำสำเร็จไป ๒,๒๐๐ คดี ทั้งหมดนี้อยู่ใน ๓๐ รายการ อยู่ในเอกสารในหน้าที่ถัดไปครับ จะเห็นว่า ในหน้าของมูลฐานความผิดที่ผมจะเข้าในประเด็นนี้คือประเด็นของรายการที่ ๒๑ เมื่อสักครู่นี้พอดีท่านรายงานในเนื้อหาของความผิดมูลฐานที่ ๒๑ คือใน ๓๐ รายการ คือการค้าอาวุธ เครื่องสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และยุทธภัณฑ์ เพื่อไปใช้ ในการก่อการร้าย หรือการรบ และการสงครามค้าอาวุธ ท่านเชื่อไหมครับว่าสถิติที่ท่าน เอามาในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๑๕ ที่ท่านรายงาน ๓๑๐ ราย ๒๘ ราย ๒๓๙ ราย ในมาตรา ๑๕ ผู้ที่สนับสนุนนั้นถือว่าผมกำลังพาท่านไปถูกทางครับ แล้วผมก็ดูในตัวเลข ของท่านในเล่มสีน้ำเงินพบว่าในปี ๒๕๖๑ ท่านมีการจับกุมแค่ ๕ คดี ในคดีที่เกี่ยวกับ การยึดเงิน แล้วปี ๒๕๖๒ ไม่มี ทีนี้ผมกำลังจะย้อนกลับท่านไปนิดหนึ่งในปีที่ผมเคยทำงาน นะครับท่านประธาน มันมีการจับกุมตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เป็นการจับกุมพ่อค้า อาวุธสงครามของโลกและการขนอาวุธสงครามร้ายแรงเข้ามาในประเทศไทยนี่ครับ พ่อค้า อาวุธสงครามนี้เป็นที่ต้องการ ท่านประธานครับ ลอร์ด ออฟ วอร์ (Lord of War) ตัวเขา ถ้าท่านย้อนกลับไปดูเขาชื่อ วิกเตอร์ บูต นะครับ เป็นพ่อค้าอาวุธสงครามที่โลกต้องการ ประเทศไทยมีการจับกุมที่นี่ในปี ๒๕๕๑ แล้วทางการ สหรัฐอเมริกานำตัวคนนี้ไป ท่านเชื่อไหมครับว่าในการนำตัวพ่อค้าอาวุธสงครามไปนี่เป็น ที่ต้องการตัวของทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเซียแย่งกันที่นี่มาเอาตัวไป แต่ด้วยกระบวนการ ทางกฎหมาย ปรากฏว่ามีการรับตัวแล้วก็ส่งตัวไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกาติดคุก ๒๕ ปี จริง ไม่จริงครับ ในข้อเท็จจริงคือมีการสืบพยานกันถึงขนาดนั้น เชื่อไหมว่าเขามีค่าตัวครับ ท่านประธาน มีเงินรางวัลนำจับสูงมาก ถึงมีการแย่งตัวกัน เรื่องจริง ไม่อิงฮอลลีวู้ด มีการค้า อาวุธจริง มีเบื้องหลัง และการค้าอาวุธนี้อยู่ในเรื่องของความมั่นคงครับท่านประธาน🔗

ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ จะพบว่าการค้าอาวุธที่ยังมีอีก เรื่องการค้าอาวุธที่มีการขนมา ท่านคิดดูสิครับว่าการขนมาของการค้าอาวุธ โดยเฉพาะ ในเล่มนี้ท่านกำเนิดเรื่องโครงการสายลับ ในโครงการสายลับที่ปรากฏอยู่ในโครงการสายลับ ๗๕,๔๐๕ ราย แล้วมีการอบรมไปแค่ ๒๖ รายเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ยังน้อยไปครับ เพราะว่า การทำโครงการสายลับสิ่งนี้คือความจำเป็นของงาน เพราะว่าท่านจะต้องดูแลเขา เรื่องความปลอดภัย ดูแลเรื่องเงินรางวัล เงินสินบนนำจับ เพราะเงินพวกนี้เป็นเงินบริสุทธิ์ เมื่อเขาสามารถแจ้งข่าวสารหรือแจ้งปริมาณพวกนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน มีส่วนร่วมนะครับ เงินบริสุทธิ์พวกนี้สามารถที่จะเอาไปใช้จ่ายได้ แต่สิ่งที่สำคัญต่อมาคือ เรื่องความร่วมมือของภาคประชาชนที่ท่านมีการสัมมนา แต่สิ่งสำคัญในความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ๕๑ เอ็มโอยู (MOU) นี่ครับ ผมจึงถามว่าทำไมไม่มีสหรัฐอเมริกาเลย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กว่า ๆ ไม่มีเลย มีรัสเซียอยู่ ๒ ครั้งในเอ็มโอยู (MOU)🔗

และสุดท้ายครับท่านประธาน เทคโนโลยีที่ทันสมัย ขณะนี้โลกเปลี่ยนไป เราอยู่ในยุคของพรีดิกทีฟ โพลิซิง อีรา (Predictive Policing Era) ถ้าสมัยตำรวจก็ต้อง เรียกว่ายุคกิจการตำรวจเนตรทิพย์ครับ เราใช้อะไรครับท่านประธาน ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เอบีซี (ABC) ขอสไลด์ (Slide) หน้าสุดท้ายครับ เอบีซี (ABC) เอ (A) คือ เอไอ (AI) บี (B) คือบล็อกเชน (Block chain) หรือบิ๊ก ดาต้า (Big Data) ก็ได้ ซี (C) คือคลาวด์ คอมพิวติง (Cloud Computing) นั่นคือเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามา🔗

ขอสไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ ที่มาใช้ในการบริหารจัดการครับท่านประธาน บริหารจัดการที่ทำให้องค์กรสมัยใหม่ที่จะเป็นอะไจล์ ออร์กาไนเซชัน (Agile Organization) เดินทางไปสู่ความสำเร็จ และนี่คือคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลฐานที่ ๒๑ ครับท่านประธาน และต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะว่ายังมีสีต่าง ๆ ที่อยู่ในเบื้องหลังของผู้ค้าอาวุธครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านจะชี้แจง เชิญนะครับ สรุปชี้แจง เชิญครับ🔗

นางนวลจันทร์ โพธิ์ช่วย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน

ก็ต้องขอขอบพระคุณ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นะคะ ในส่วนของประเด็นคำถามของท่าน ในเรื่องของการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินคดีตามกฎหมาย ในเรื่องของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งโดยหลักหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวน คดีพิเศษหรือว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงต่าง ๆ ก็จะเป็นหน่วยงานหลักเริ่มต้นในการดำเนินเรื่อง ในงานนั้น ๆ หากมีประเด็นที่จะต้องส่งต่อมายังสำนักงาน ปปง. ถึงตอนนั้น ปปง. จะมาร่วม ในการบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่🔗

คราวนี้ในส่วนของประเด็นคำถามในเรื่องของสายลับ สำนักงาน ปปง. ก็จะรับข้อเสนอแนะของท่านแล้วก็ไปพัฒนาปรับปรุงต่อยอด ซึ่งกระบวนการการดำเนินการ ในเรื่องสายลับของสำนักงาน ปปง. จะเป็นขั้นตอนในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพ ของสายลับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสายลับสามารถให้ข้อมูลกับ ปปง. แล้วสามารถปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นสายลับหรือกระบวนการในการดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับประเด็นอื่น ๆ สำนักงาน ปปง. ก็จะรับไปเพื่อปรับปรุงพิจารณาและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิก เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่พอดีเวลามันน้อยไปหน่อย ผมก็พยายามจะหยุดให้พอดี เลยขอแถมตรงนี้นิดเดียวครับ พอดีไม่มีใคร🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ ยินดีครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

โดยเฉพาะเรื่อง ภาคสรุปครับท่านประธาน ในเรื่องของการสรุปนั้นก็เรื่องของการได้เงินมาและสินทรัพย์ ที่ริบและตกเป็นของแผ่นดินนะครับเมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้พูดไป โดยเฉพาะในหมายเหตุที่ ๙ ถ้าไปดูในหมายเหตุที่ ๙ ก็พบว่าสินทรัพย์ที่ถูกยึดมาในระยะยาวท่านยึดได้เยอะมากจริง ๆ ยึดได้ในปี ๒๕๖๑ นี่ ๒๘,๕๐๐ กว่า แล้วก็ปี ๒๕๖๒ นี่ ๓๔,๐๐๐ กว่า ซึ่งเงินทั้งหมดนี้ ต้องเข้าคลังครับ ทีนี้เป็นคำถามก็คือเข้าคลังจำนวนเท่าไร แล้วจัดเข้ากองทุนท่านอีกเท่าไร เพราะว่าท่านมีกองทุนอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องระมัดระวังเรื่องมาตรา ๔๕ ครับ ท่านประธาน โดยเฉพาะ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังเขียนไว้ชัดในนี้เรื่องของการทำรายงาน ส่งกระทรวงการคลังว่าท่านต้องดีแคลร์ (Declare) รายละเอียดเป็นบัญชี ๆ ผมก็เลย อยากรู้ คราวหน้าท่านต้องมีอยู่ในเล่มนี้ มีอยู่ในเล่มนี้นะครับ โดยเฉพาะหมายเหตุที่ ๙ ท่านไปดูครับ เท่านั้นเอง เพราะอันนี้ที่ขาดไป เป็นข้อสังเกตครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗

นางนวลจันทร์ โพธิ์ช่วย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน

ก็จะรับไปเพิ่มเติมในรายงานประจำปีในปีต่อไปนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกถ้าไม่มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงาน ผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม เป็นรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) รวม ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๖ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๗ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ซึ่งวางให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วนะครับ หากท่านสมาชิกไม่มีการทักท้วง อย่างใด ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ครั้งครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว วันนี้ไม่มีครับ🔗

ระเบียบวาระต่อไป โดยมติของที่ประชุมเมื่อวานนี้ว่าให้นำเรื่องที่ค้างพิจารณา ตามวาระที่ ๕.๑ วาระที่ ๕.๒ และวาระที่ ๕.๖ ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระเรื่องด่วน ผมจึงขอดำเนินการตามมติที่ประชุมนะครับ โดยวาระที่ ๕.๑ คือ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้เสนอ ซึ่งก็ปรากฏว่ามีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ คือ ฉบับที่ ๒ เป็นญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทาง ในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ และญัตติเรื่องที่ ๓ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๑๐๘ ขออภัยครับ ญัตติเรื่องที่ ๓ คือ ญัตติของคุณวีระกร คำประกอบ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการถ่ายโอนภารกิจด้านแหล่งน้ำ อุปโภค บริโภค ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น🔗

ระเบียบวาระเรื่องที่ ๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนา แหล่งน้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ ซึ่งอยู่ใน ระเบียบวาระ ๕.๑๓๗ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกันครับ ก็จะขออนุญาตที่ประชุมว่า ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องจะได้นำมาพิจารณารวมกัน🔗

ขอเรียนสมาชิกเพิ่มเติมว่าความจริงแล้วระเบียบวาระที่ขอเลื่อนเมื่อวานนี้ มันจะอยู่ในกลุ่มท้องถิ่นด้วยกันเกือบทั้งหมด แต่ว่าเนื่องจากญัตติบางเรื่องอาจจะต่างกันอยู่บ้าง แม้จะเป็นทำนองเดียวกัน จึงขออนุญาตว่าเอาเฉพาะใน ๔ ญัตติที่เสนอนี้ก่อนนะครับ หลังจากนั้นถ้าสมาชิกไม่ใช้เวลามากเกินไปเราก็จะไปในวาระที่ขอเลื่อนมาคือ ๕.๒ และ ๕.๖ ต่อไปครับ ขอเชิญท่านผู้เสนอญัตติ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นผมขอขอบคุณท่านประธานสภา ที่นำวาระของกระผมเข้ามาพิจารณาศึกษาในวันนี้นะครับ รวมทั้งขอบคุณเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้โอกาสได้นำญัตติกระผมเข้ามาพิจารณาในครั้งนี้ เพราะว่า ผมรอมาเกือบปีกว่ากับญัตติที่ผมเสนอมา ในหลักการของกระผมที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ผมได้มีเหตุผลในการนำเสนอ ดังนี้นะครับ ก็ขอเรียนท่านประธานเพื่อทราบว่าการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องภารกิจการจัดบริการสาธารณะที่ทับซ้อนกับ ส่วนราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กับภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งผลให้ การกำกับดูแล เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรค ต่อการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดจากระเบียบและกฎหมายทั้งของ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้อำนาจหน้าที่ทับซ้อนกันระหว่าง ส่วนราชการต่าง ๆ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งมีการจัดบริการสาธารณะ ในภารกิจที่ยังไม่มีการถ่ายโอนภารกิจมาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนงาน เงิน งบประมาณ และบุคลากรจากส่วนราชการให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้การปฏิบัติงานมีความขัดข้องและขัดกับระเบียบกฎหมายของ ส่วนราชการดังที่ผมกล่าวมาแล้ว จึงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน นี่คือหลักการที่ผมได้เสนอไว้🔗

อย่างไรก็ตามผมจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ผมเองอยากเรียนท่านประธาน ว่ามีความตั้งใจว่าในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดมการณ์หนึ่งที่ผมมีอยู่ตลอดเวลา ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะหน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีความเข้มแข็ง เพราะผมถือว่าเป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ในหลายประเทศ เขาเปลี่ยนมือมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานแทนภารกิจรัฐ เพราะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐที่แบ่งเบาภารกิจให้กับรัฐในการจัดบริการสาธารณะ ในรัฐธรรมนูญเองได้บัญญัติไว้ หลายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้บัญญัติถึงการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ นี่คือสิ่งที่ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติอย่างชัดเจน ผมย้อนไปรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้เขียนบทบัญญัติ ที่สำคัญบทหนึ่งว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดบริการสาธารณะ นั่นก็แปลความตามที่ผมได้มีความตั้งใจว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรท้องถิ่นนั้นได้เป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นฐานในการพัฒนาประเทศ เพราะปัจจุบันผมอยากจะตั้งคำถามว่ารัฐบาลกับท้องถิ่น แม้ว่าจะเป็นหน่วยที่ทำภารกิจด้วยกันนั้นต้องจัดแบ่งภารกิจกันใหม่หรือไม่ นี่คือประเด็นที่ ๑ ผมขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

ในสไลด์ (Slide) ที่ผม ตั้งคำถามก็คือว่ารัฐบาลกับท้องถิ่นต้องจัดภารกิจกันใหม่หรือไม่ นี่คือญัตติที่ผมอยากจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาว่าภารกิจรัฐที่ควรจะทำและภารกิจท้องถิ่นที่ควรจะทำ จะจัดความสัมพันธ์กันอย่างไร เหมือนกับในหลาย ๆ ประเทศที่เขากระจายอำนาจให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วเขาจัดแบ่งภารกิจอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามผมเห็นว่า ภารกิจรัฐในบางเรื่องมีความจำเป็น ยกตัวอย่าง เช่น ภารกิจเรื่องความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยของชาติ หรือเกี่ยวกับศาล เกี่ยวกับตุลาการ หรือเกี่ยวกับการต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นภารกิจรัฐ รวมไปถึงภารกิจที่เป็นนโยบาย ทิศทางเศรษฐกิจ ทิศทางการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศ นั่นคือเป็นภารกิจรัฐโดยรวม ซึ่งอันนั้นรัฐก็อาจจะทำในภารกิจ เหล่านี้เป็นหลัก ส่วนภารกิจท้องถิ่นเอง ผมอยากจะเรียนว่าการบริการสาธารณะที่อยู่ใกล้ชิด กับประชาชนนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรู้ว่าปัญหาของชุมชน ปัญหาของชาวบ้าน ปัญหาของท้องถิ่นอยู่ตรงไหน ทั้งในแง่ข้อมูล ทั้งในแง่ของการลึกซึ้งในปัญหา และตอบโจทย์ ปัญหาได้ทันท่วงทีในเรื่องของคุณภาพชีวิตประชาชน ในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชนทั้งในแง่ของการศึกษาพื้นฐาน ในแง่ของการอาชีพ ในแง่ของสวัสดิการและในแง่ของ การสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งบุคคลที่ไร้ความสามารถต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานว่านี่คือการจัดภารกิจกันใหม่ที่อยากจะเสนอไว้🔗

ในสไลด์ (Slide) ที่ ๒ สไลด์ (Slide) ถัดไป ผมได้เรียนท่านประธานว่า เมื่อเราพยายามจัดความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจรัฐกับภารกิจท้องถิ่นแล้ว คำถามต่อมา สิ่งที่ผมพูดไว้ก็คือว่าใครควรจัดบริการสาธารณะเรื่องอะไร อย่างไร อันนี้คือการจัดแบ่ง ที่เป็นสัดส่วนให้มันลงตัว เพราะหลายญัตติที่เสนอวันนี้ผมคิดว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพราะว่าภารกิจรัฐกับภารกิจท้องถิ่นมีความซ้ำซ้อน ในส่วนบรรทัดสุดท้ายในสไลด์ (Slide) ที่ผมเขียนไว้ก็คือว่าส่วนกลางซึ่งเป็นส่วนราชการในแง่ของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ส่วนภูมิภาคที่อยู่ในจังหวัดและอยู่ในอำเภอที่มีสำนักงานของส่วนราชการ ประจำจังหวัดก็ดี ประจำอำเภอก็ดี ยังมีงานที่เอางานที่เป็นงานพื้นที่ งานท้องถิ่น ที่ควรจะทำ ผมก็เลยบอกว่าส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเอางานท้องถิ่นไปทำก็มาก แล้วก่อให้เกิดความซ้ำซ้อน ถามว่าความซ้ำซ้อนจะทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่างบประมาณก็มี ความซ้ำซ้อน บุคลากรก็มีความซ้ำซ้อน การทำแผน ทำยุทธศาสตร์ก็ซ้ำซ้อนในการจัดโครงการ แผนงานและกิจกรรมที่พัฒนาพื้นที่ นี่คือประเด็นหลักที่ผมคิดว่าต้องมาจัดสรรปันส่วนกัน ระหว่างงานว่างานใดที่รัฐบาลกลางต้องมาจัดบริการสาธารณะ ท้องถิ่นควรจัดบริการ สาธารณะ🔗

ในสไลด์ (Slide) ต่อไป ผมอยากจะชี้แจงให้เห็นว่าบริการสาธารณะและ กิจกรรมสาธารณะ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ในมาตรา ๒๕๐ ได้พยายาม บัญญัติคำ ๒ คำขึ้นมา คำหนึ่งก็คือเป็นบริการสาธารณะ อีกคำหนึ่งเป็นกิจกรรมสาธารณะ งานเหล่านี้เป็นงานที่เขียนบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้ท้องถิ่นนำไปทำ ผมก็พยายาม จัดกลุ่มออกเป็นสัก ๖ กลุ่มด้วยกัน อันนี้เป็นตัวอย่างว่างานที่ท้องถิ่นทำอยู่ แล้วบางส่วน ราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคก็ไปทำ ยกตัวอย่างเช่นงานเรื่องถนนหนทาง เป็นต้น เราจะเห็นว่ากรมต่าง ๆ หน่วยต่าง ๆ ที่สร้างถนนหนทางเราไม่พูดถึงถนนที่เป็นไฮเวย์ (Highway) ถนนที่เป็นถนนเมน (Main) ถนนที่ไปภูมิภาคต่าง ๆ อันนั้นก็ว่ากันไปให้รัฐบาล กลางดูแล แต่ถนนในชุมชน แล้วก็ยังมามีทางเดิน ทางเท้า ทางคนพิการ ทางจักรยาน ทางพวกนี้ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นบริการสาธารณะที่ท้องถิ่นทำอยู่แล้ว แล้วก็ควรจะมาคิดว่า เรื่องของถนน อย่างเคยพูดเรื่องกรมทางหลวงชนบทก็เป็นส่วนหนึ่งที่กรมทางหลวงพยายาม โอนงานทางหลวงชนบทมาให้กับท้องถิ่น แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่ากรมทางหลวงชนบท ก็ไม่ยอมโอนเงินงบประมาณมาให้ เงินซ่อมบำรุงมาให้ แล้วก็บุคลากรที่เป็นวิศวกรมาให้ มันก็จะเป็นเรื่องที่ยังคาราคาซังที่จะทำให้ท้องถิ่นเอางานกรมทางหลวงชนบทคืนไปบ้าง ผมว่าเรื่องนี้จะต้องศึกษาให้ละเอียดว่าเรื่องการสร้างถนนก็ดีจะจัดทำอย่างไรให้ท้องถิ่น ได้มีศักยภาพที่จะทำและทำอย่างไรที่ให้หน่วยราชการทำอยู่ อันนี้ก็ต้องมาคิดกันในเชิง การศึกษา🔗

ท่านประธานครับ มาในเรื่องคุณภาพชีวิตเราจะเห็นว่าเรื่องอาชีพ เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข เรื่องสวัสดิการ งานบางงานมันยังมีซ้อนทับกัน ยกตัวอย่าง เช่นงานการศึกษา เราจะจัดแบ่งอย่างไรว่าการศึกษาชนิดใดควรจะอยู่กับรัฐบาลกลาง การศึกษาชนิดใดควรจะอยู่กับท้องถิ่น นั่นคือภารกิจที่เราในฐานะที่ผมเรียนท่านประธานว่า จะต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษากันให้ลึกซึ้ง แล้วก็จัดทำภารกิจให้ชัดเจนมากขึ้น🔗

ในเรื่องเศรษฐกิจชุมชนก็เหมือนกัน เพราะว่าหน่วยราชการบางหน่วย ก็ล้วงลูกลึกไปถึงการทำงานในระดับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของ การลงทุนในชุมชน เรื่องของวิสาหกิจชุมชน หรือการบริการในเชิงธุรกิจในชุมชน สิ่งเหล่านี้ มันมีคำถามอยู่ว่าเป็นงานท้องถิ่นหรือว่างานของรัฐบาลที่จะต้องทำ เราจะจัดสรรปันส่วนกัน อย่างไร รวมถึงงานที่ผมพูดถึงงานโบราณสถาน ภูมิปัญญา งานประเพณี งานศิลปะ ผมยกตัวอย่าง เขตพื้นที่บางพื้นที่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุอยู่ในเขตชุมชนท้องถิ่น แต่ว่าทำไปทำมายังซ้อนทับอยู่กับกรมศิลปากร ซ้อนทับกับสิ่งที่เราเรียกว่างานบางงาน ท้องถิ่นเข้าไปบำรุงรักษาไม่ได้ นำมาซึ่งการทำให้มีปัญหาเรื่องการจัดบริการสาธารณะ🔗

งานต่อมางานทรัพยากรธรรมชาติ งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สิ่งที่ผม กำลังพูดถึงนี่ผมกำลังเรียนท่านประธานว่าบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะทั้งหลาย เหล่านี้เราควรจะได้ศึกษาว่าศักยภาพของท้องถิ่นและการปฏิบัติงานในท้องถิ่นขณะนี้ สิ่งหนึ่งเขาก็ทำอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งมันเป็นการทำให้งานของที่ส่วนราชการไปทำมีความซ้ำซ้อนทั้งในแง่ของภารกิจ และที่สำคัญท่านประธานครับก็คือว่าในเชิงของกฎหมาย อันนี้สำคัญ เพราะว่ากฎหมาย บางฉบับที่มันซ้อนทับจากที่ผมเคยศึกษาตอนเป็นนักวิจัยและเป็นอาจารย์ เราพบว่า หน่วยงานที่ไปทำงานในชุมชนท้องถิ่น หมายถึงหน่วยราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เรามีกฎหมายที่ทับซ้อนกับท้องถิ่นด้วยเกือบ ๒๐๐ กว่าฉบับ ผมเองเคยอยู่ในคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย แล้วก็ได้ไปศึกษาที่สำนักงาน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่านวิษณุ เครืองาม ได้มาต้อนรับและให้การอธิบาย เราตั้งคำถามนะครับ ทางคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งคำถามว่างานที่ซ้ำซ้อน แต่ว่า ในกฎหมายกระจายอำนาจคือ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ระบุว่า งานใดที่ส่วนราชการมาซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น ต้องดำเนินการถ่ายโอนภายใน ๑๐ ปี ตั้งแต่กฎหมายนี้ออกมาปี ๒๕๔๒ ตอนนี้ปี ๒๕๕๒ แล้ว กฎหมายฉบับนี้บังคับให้ส่วนราชการถ่ายโอนภารกิจมาให้ท้องถิ่น เราพบว่าเราได้มีการถ่ายโอน อย่างช้ามาก แล้วก็ยังมีสิ่งที่ยังไม่ได้โอนอีกมาก ถามว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหน อุปสรรคก็คือ สิ่งที่เป็นกฎหมายที่ทับซ้อนกันอยู่ อย่างเช่นเขียนว่าให้ท้องถิ่นมีหน้าที่เรื่องบรรเทาสาธารณภัย ยังมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัยที่มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แล้วใช้กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันเราก็ให้ท้องถิ่นมีหน้าที่นี้ด้วย ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ถูก คลี่คลาย สิ่งที่ทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตอบ ก็คือว่าจะต้องไปแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ที่ยังซ้อนทับอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. การศึกษา พ.ร.บ. ด้านสาธารณสุขก็ดี ยังมีหลายพระราชบัญญัติที่ทับซ้อน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ จะต้องศึกษาเพื่อจะทำการปลดล็อกนะครับ🔗

ในแผ่นสุดท้ายในสไลด์ (Slide) ผมเรียนท่านประธานว่าจะได้นำเสนอ เพื่อเป็นข้อเสนอต่อท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นไว้เพื่อเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการ ศึกษากันต่อไป🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าทั้งหมดที่ผมพูดมาก็คือว่าการกำหนดอำนาจหน้าที่ระหว่าง รัฐกับท้องถิ่นจะต้องมีความชัดเจน และจะต้องได้มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่ออะไรครับ เพื่อทำให้การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินที่มีต่อปี ปีหนึ่ง ๆ มีอยู่หลายแสนล้านบาททีเดียว หลายหมื่นล้านบาท หลายพันล้านบาท ที่ยังมีความซ้ำซ้อนกันในการใช้งบประมาณระหว่าง ส่วนราชการต่าง ๆ และระหว่างท้องถิ่นด้วยกัน รวมทั้งราชการกับท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ก็คือ สิ่งที่จะต้องไปกำหนดเรื่องงบประมาณแผ่นดินของเราที่จะจัดสรรปันส่วนมาให้กับท้องถิ่น ที่มีภารกิจ เพราะฉะนั้นในเมื่อเราได้กำหนดภารกิจอย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ เรื่องของการทำงบประมาณ เรื่องของบุคลากร และเรื่องของการจัดสรรเรื่องระบบภาษี ต่าง ๆ ที่ให้กับท้องถิ่น เพื่อสิ่งที่ผมกล่าวไว้ข้างล่างว่าลดความซ้ำซ้อน นี่คือประเด็นสำคัญ ที่ได้เสนอญัตตินี้🔗

อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าวันนี้เรากำลังจะปฏิรูปประเทศ โดยแนวทางของการใช้ฐานท้องถิ่นที่จะไปทำงานเพื่อการพัฒนาพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที ให้มีประสิทธิภาพ ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้ศึกษา ลองดูในสไลด์ (Slide) สุดท้าย อีกสไลด์ (Slide) หนึ่งครับ สไลด์ (Slide) ตัวอย่างนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าที่พูดมา ทั้งหมดผมจะยกตัวอย่างจังหวัดเอ (A) สัก ๑ จังหวัดก็แล้วกัน ไม่ระบุจังหวัด แต่มาจาก งานวิจัย จังหวัดเอ (A) มีส่วนกลางที่ไปประจำอยู่ในจังหวัด ท่านอย่าลืมนะครับ ในจังหวัดหนึ่ง ๆ เรายังมีราชการส่วนกลางที่ไปตั้งศูนย์อยู่ก็ดี ไปตั้งสำนักงานอยู่ก็ดี ในท้องถิ่นจังหวัดหนึ่ง ๆ ยกตัวอย่างจังหวัดเอ (A) สักจังหวัด มีถึง ๕๗ หน่วยงาน นั่นก็แสดงว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ไปตั้งสำนักงานอยู่ในเขต ท้องถิ่นถึง ๕๗ หน่วยงาน โดยเฉพาะเป็นเขตจังหวัด🔗

ในประเด็นต่อมา ส่วนภูมิภาค คำว่า ส่วนภูมิภาคก็คือส่วนราชการที่เป็น ตัวแทนของกระทรวง ทบวง กรมที่ไปมีการปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดนั้น ๆ มีถึง ๔๒ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นถ้าจะบวกหน่วยงานของราชการที่อยู่ในจังหวัดถึง ๕๗ หน่วยงาน บวกกับงานของภูมิภาคที่อยู่ในจังหวัดรวมแล้วหน่วยงานมีถึง ๙๙ หน่วยงาน🔗

ส่วนท้องถิ่นในด้านขวามือ ผมคลี่ให้เห็นว่าท่านประธานครับ เรามี อบจ. ๑ แห่งต่อ ๑ จังหวัด แล้วผมคิดว่าต่ำจาก อบจ. เราก็จะมีเทศบาล ซึ่งจะแบ่งเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ในจังหวัดเอ (A) มีถึง ๑๒ เทศบาล แต่ถ้าจังหวัดใหญ่ ก็อาจจะมีถึง ๓๐ หรือ ๒๐ ก็แล้วแต่สัดส่วนของขนาดจังหวัดนะครับ ใน อบต. เอง จังหวัดเอ (A) มี ๗๙ อบต. เพราะฉะนั้นถ้ารวมแล้วจังหวัดเอ (A) ส่วนท้องถิ่นมีถึง ๙๒ แต่ท่านเห็นไหมครับว่าสัดส่วนของ ๙๙ กับ ๙๒ เราจะเห็นว่าจังหวัดเอ (A) เป็นจังหวัด ขนาดกลางนะครับที่ผมยกมา เรามีส่วนราชการที่เป็นส่วนกลางและภูมิภาคมากกว่า ส่วนท้องถิ่นอีก คำถามที่เราเคยพูดกันว่าในการปฏิรูปประเทศและในการทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่ปรากฏอยู่ในปฏิรูปประเทศบอกว่าจะลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น ถ้าเป็น สมมุติฐานตามตัวอย่าง ผมเรียนท่านประธานได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ครับจะลดอำนาจภาครัฐ ถ้ามีหน่วยงานมากเท่าไรจะต้องเพิ่มอัตรากำลังคนขึ้นมา จะต้องเพิ่มงบประมาณขึ้นมา งบประมาณก็ต้องตกอยู่ที่ภาครัฐมากกว่าภาคท้องถิ่น อันนี้คือสิ่งที่ผมชี้แจงท่านประธานว่า เป็นไปได้ยากมากที่จะทำให้ลดอำนาจภาครัฐอย่างที่ตั้งใจ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็คือ สิ่งที่ผมได้เสนอญัตติต่อท่านประธานว่าเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเรียนให้เพื่อนสมาชิก ทราบว่าเป็นภารกิจของผู้แทนราษฎรที่จะต้องทำให้ความฝันที่เราเคยคิดเอาไว้ว่าเราจะ ลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจภาคประชาชนให้เกิดความเป็นจริงให้ได้ และใช้ฐานท้องถิ่น เป็นฐานในการพัฒนาประเทศให้ได้ แล้วมันจะเปลี่ยนมือทันทีว่า ผมเรียนท่านประธานว่า เราอาจจะกังวลว่าบริการสาธารณะที่ได้คุณภาพ กิจกรรมสาธารณะที่ได้คุณภาพนั้น ของท้องถิ่นนั้นมีคุณภาพจริงหรือ มีงานวิจัยยืนยันนะครับ แม้แต่เรื่องของการศึกษา ผมเรียนว่าการศึกษาท้องถิ่นเราพบว่าการศึกษาท้องถิ่นมีคุณภาพดีกว่าการศึกษา หรือมีความเท่าเทียมกับการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการหรือสำนักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำไป และเรายังพบกิจกรรม ยังพบโครงการที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความคิดสร้างสรรค์ ในหลายเรื่อง ผมขอยกตัวอย่างบางเรื่องเพื่อให้ท่านประธานได้เห็นภาพว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ท้องถิ่นทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคิดเรื่องการจัดการเรื่องผู้สูงอายุ เราพบว่าการจัดการ เรื่องผู้สูงอายุเดี๋ยวนี้ท้องถิ่นทำได้ดี มีโรงเรียนผู้สูงอายุ มีกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุมากมาย เรามีโรงเรียนบริการ ศูนย์บริการคนพิการที่ท้องถิ่นทำแล้วได้ดี และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เอาไปใช้เป็นแบบอย่าง เรามีเรื่องของศูนย์พัฒนาครอบครัว ที่ท้องถิ่นทำได้ดี เรามีเรื่องของโรงเรียนเกษตรกร เรามีเรื่องของการจัดสวัสดิการสังคม ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำได้ดี สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วทำให้พี่น้องประชาชน ได้ถูกแก้ปัญหาโดยท้องถิ่น เมื่อถูกแก้ปัญหาโดยท้องถิ่น โดยชุมชนท้องถิ่น เพราะว่า การทำงานท้องถิ่นจะไม่เหมือนกับทำงานราชการ เพราะว่าจะมีความคล่องตัวมากกว่า และจะใช้กระบวนการมีส่วนร่วมได้มากกว่า จะใช้ข้อมูลในพื้นที่ชุมชนที่รู้ปัญหาลึกซึ้ง ได้มากกว่า ตอบสนองปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน จะได้เห็นภาพและจะได้สิ่งที่ท้องถิ่นได้ไปจัดบริการสาธารณะให้กับท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี และก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี นี่คือญัตติที่ผมเสนอ และผมขอเรียนท่านประธานว่า การศึกษาพิจารณาเรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะที่ผมเสนอนี้ ถ้าเรา ได้ดำเนินการตามที่ผมได้เสนอในประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติมแล้ว ผมหวังว่าการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้มันจะทำให้การจัดการบริการสาธารณะและกิจกรรม สาธารณะระหว่างรัฐกับท้องถิ่นมีความชัดเจนมากขึ้น และทำให้พี่น้องประชาชน จะได้ประโยชน์ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น แล้วก็สร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติโดยส่วนรวมต่อไป และนี่คือการพัฒนา ประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานที่ใช้ท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนาประชาธิปไตย ใช้ท้องถิ่น เป็นฐานในการพัฒนาประเทศ ผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผม ตั้งใจและมีความหวังในการเป็นผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นโอกาสหนึ่ง ที่ผมได้เรียนประธานว่านี่คือการเปลี่ยนประเทศโดยท้องถิ่นและจะไม่มีปัญหาในการจัด บริการสาธารณะที่จะเป็นตัวอุปสรรคอยู่ต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณท่านประธานมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๒ ของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขอเชิญนะครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านญัตติสั้น ๆ นะครับ🔗

ในอดีตด้านการพัฒนาแหล่งน้ำทั่วไปเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานจาก ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อมีการปฏิรูประบบราชการโดยมีการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งต่อมาได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๔๕ และแผนปฏิบัติการกำหนด ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้ส่วนราชการ ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถ่ายโอน ภารกิจการก่อสร้าง ดูแลและบำรุงรักษาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา โดยได้กำหนดให้ถ่ายโอนแหล่งน้ำที่มีขนาดน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลรักษา อย่างไรก็ตามพบว่าที่ผ่านมาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่รับการถ่ายโอนภารกิจมานั้นเกิดปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างต่อเนื่อง เช่นไม่มีงบประมาณในการบำรุงรักษาและบริหารจัดการ เนื่องจากแหล่งน้ำ บางแห่งมีขนาดใหญ่เกินกว่าศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการขาดบุคลากร ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน มีหลายแห่งปล่อยให้แหล่งน้ำกลายเป็นสถานที่ รกร้าง จึงทำให้เกิดช่องว่างของการปฏิบัติงานและทำให้ประชาชนในพื้นที่เสียโอกาส ในการได้รับผลประโยชน์จากการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีขนาดแตกต่างกัน บางแห่งอาจมีศักยภาพ ที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่บางแห่ง เช่น อบต. ขนาดเล็กไม่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระทบในหลาย ๆ ด้านต่อประชาชนทั้งในเรื่องของการดำเนินชีวิต การทำอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้นเพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง จึงควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจนและเหมาะสมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มีความพร้อมสามารถขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงาน ที่มีศักยภาพหรือขอโอนภารกิจด้านพัฒนาแหล่งน้ำคืนให้กับหน่วยงานสังกัดต่อไปได้🔗

ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหา เรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อบังคับ การประชุมสภา ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐🔗

เหตุผลขออธิบายครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย มีหน่วยราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบมากมายมีงานล้นมือ และที่สำคัญกระทรวงมหาดไทยนั้น มีการแบ่งงานคือประเทศไทยเราแบ่งการปกครองเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้รับงบประมาณปี ๒๕๖๔ ๒๖๘,๕๐๑ ล้านบาท แต่ไปอยู่ใน ท้องถิ่น ๒๓๓,๙๙๗ ล้านบาท และบุคลากรในกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในท้องถิ่นก็เยอะ รวมทั้งบุคลากรที่แยกเป็นการปกครองของกระทรวงมหาดไทยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง เทศบาล ๒,๔๗๒ แห่ง เทศบาลนคร ๓๐ แห่ง เทศบาลเมือง ๑๙๕ แห่ง เทศบาลตำบล ๒,๒๔๗ แห่ง อบต. ๕,๓๐๐ แห่ง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษคือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาอีก ๒ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๗,๘๕๐ แห่ง ซึ่งมีบุคลากรจำนวนเป็นแสน ๆ คน ในการที่ผมจำเป็นจะต้องขออนุญาต ท่านประธานสภา พวกเรายื่นญัตติในเรื่องของการถ่ายโอนแหล่งน้ำ แล้วก็ยังมีอีกหลายเรื่อง ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น🔗

เรื่องแรกก่อนครับ เรื่องแหล่งน้ำ ท่านประธานครับ เราไปตามพื้นที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนได้รับการร้องเรียนฝายตรงนั้น แหล่งน้ำตรงนี้ไม่ได้ขุด พัง ไม่ได้รับการซ่อมแซม ถามว่าใครเป็นเจ้าของ ก็บอกว่า อปท. รับเจ้าของไม่มี งบประมาณ ไม่มีเงิน ไม่มีบุคลากร ไม่มีความชำนาญ ก็กลายเป็นช่องว่างกี่ปี ๆ ก็ยัง ไม่ได้ใช้ นี่เป็นจุดที่กระจายอำนาจดังที่ผมได้กล่าวแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีกฎหมายแล้วก็ ถ่ายโอนฉบับหนึ่ง ปี ๒๕๔๕ และปี ๒๕๕๑ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่กำหนดให้ท้องถิ่น มีอิสระ แล้วก็ตามเจตนารมณ์ท้องถิ่น ดังนั้นมันไม่สอดคล้องกับความจริงท่านประธาน ในเมื่อถ้าถ่ายโอนให้เขาในเรื่องของแหล่งน้ำทั้งหมดก็ควรจะต้องให้เงิน ให้งบประมาณ ให้บุคลากร แต่ในความเป็นจริงหลักเกณฑ์ที่ให้นั้นทำไม่ได้ ท่านคิดดูนะครับท่านประธาน ถ้าขุดลอกแหล่งน้ำขนาดคิวหนึ่งนี่ประมาณ ๓๐-๔๐ บาท ถ้าใช้ ๔๐ บาท ๒ ล้านนี่ต้องใช้ เงินเกือบ ๆ ๘๐ ล้านบาท อปท. มีเงิน ๑๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย และหน่วยราชการอื่นที่จะมาทำก็ถูกกฎระเบียบของกระจายอำนาจล็อกไว้ว่าจะต้องให้ ท้องถิ่น ไม่อย่างนั้นท้องถิ่นต้องทำเรื่องขออนุญาต ในการให้หน่วยงานที่สูงขึ้นหรือมี ศักยภาพมากขึ้นเข้ามารับผิดชอบ ดังนั้นเป็นช่องว่าง ปัญหาอุปสรรคที่เห็นคือ ๑. ถ่ายโอน ก็ถ่ายโอนเฉย ๆ ๒. ต้องมีการตรวจสอบดูการถ่ายโอนย้อนหลังว่าได้มีการซ่อมแซมปรับปรุง ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์กับประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ ได้มากน้อยกี่ราย พันธกิจที่ทำไป ๒๐๐ กว่าภารกิจนั้นได้ผลประโยชน์หรือมีผลกระทบ อุปสรรคมากน้อย แค่ไหน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ สอดคล้องกับกรรมาธิการวิสามัญที่เราดูเรื่องน้ำ การจัดสรร บริหารน้ำทั้งระบบที่เข้าสภาไป ในนั้นก็มีเรื่องของการถ่ายโอนงบประมาณ ถ่ายโอนท้องถิ่น เรื่องของแหล่งน้ำให้กับท้องถิ่นด้วย ท่านประธานวีระกร คำประกอบ กับทางคณะก็ได้ พูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาหลัก นอกจากนั้นนะครับ ปัญหาที่เราเห็นทั้งหมด มันมีอยู่ ๑๕ ขั้นตอนหรือ ๑๕ เรื่องเป็นอย่างน้อยที่ท้องถิ่นได้รับถ่ายโอนไปแล้วมีปัญหาคือ🔗

๑. การส่งมอบและรับมอบอำนาจหน้าที่ภารกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนนั้น มีจำนวนภารกิจที่โครงการนี้มาก มีสภาพใช้งานแล้ว ลักษณะถ่ายโอนส่วนใหญ่จึงเป็น ส่งมอบและเอกสารบัญชีทรัพย์สิน คู่มือปฏิบัติไม่มีการตรวจสภาพโครงการ ไม่มีดูภารกิจ ศักยภาพ อปท. ในการบริหารจัดการก็ไม่พอ ภายหลังได้รับถ่ายโอนแล้วบางส่วนไม่มี การตรวจสอบดูแลการใช้งาน ภายหลังการถ่ายโอนแล้วมีทรัพย์สินของหน่วยงานที่ถ่ายโอน จำนวนมากจะต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ การสูบน้ำนอกเขตชลประทานและ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเมื่อรับถ่ายโอนแล้ว อปท. ไม่มีงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในกระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิงหล่อลื่นและค่าจ้างเจ้าหน้าที่คุมเครื่อง บางภารกิจ รับผิดชอบหลาย อปท. ไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน จึงเกิดปัญหาความขัดแย้ง ด้านบริหารจัดการและกลุ่มเกษตรกรขาดน้ำซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก การถ่ายโอนเป็น การถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้าง แต่ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามภารกิจนั้น ดูแลบริหารจัดการ ภายหลังการถ่ายโอนเมื่อเกิดความเสียหาย อปท. ราษฎรพื้นที่ มักร้องขอให้หน่วยงานซ่อมแซมให้ สภาพโครงการทรัพย์สินมีการชำรุดเสียหาย บางโครงการไม่ต้องการใช้ประโยชน์โครงการแล้วก็ขอคืนภารกิจ อปท. ไม่พร้อมรับถ่ายโอน แหล่งน้ำที่ถ่ายโอนส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยาน เขตกรมป่าไม้นะครับ แหล่งน้ำชลมารค ที่รับถ่ายโอนมาไม่มีการระบายจัดการน้ำไปในพื้นที่ที่ประชาชนจะได้ การถ่ายโอนภารกิจ ยังไม่มีความชัดเจน และสุดท้ายความซ้ำซ้อนในเรื่องของการบูรณาการแหล่งน้ำระบุ ฐานข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกัน นี่คือตัวอย่าง ๑๕ ประเด็นที่เป็นปัญหาต่าง ๆ ดังนั้น จึงต้องขอให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อดูในเรื่องของการถ่ายโอนในเรื่องแหล่งน้ำ🔗

นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการที่ถ่ายโอนการสร้างเขื่อน หรือฝายในพื้นที่รับน้ำ ก็เหมือนกันกำหนดไว้ว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ถ้าน้อยกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ให้ อปท. ถ้ามากกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ให้มากกว่านั้น ๒,๐๐๐ ไร่ ก็มีจำนวนจำกัดเช่นเดียวกับ การจุน้ำ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นอยากจะให้ลดจำนวนลงมา หรือในการปรับปรุง หรือให้บุคลากรเข้าไป เป็นต้น🔗

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของท้องถิ่นนั้น ผมต้องเรียนว่าการบริหารจัดการ ท้องถิ่นนอกจากเรื่องน้ำแล้วก็มีเรื่องถนน ซึ่งขณะนี้ทางท่านประธาน ท่านวีระกร คำประกอบ และผมก็เป็นที่ปรึกษาได้ทำเรื่องถ่ายโอนถนน ก็คิดว่าคงจะได้มีการจัดงบประมาณ จัดโครงการให้เหมาะสมในการบริหารจัดการ แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการบริหาร จัดการของท้องถิ่นในการดูแลสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อก่อนนี้ทางพี่น้อง ประชาชนขอให้ อปท. จัดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาล งานปีใหม่ งานสงกรานต์ งานประเพณีลอยกระทง ทาง อปท. ก็สามารถบริหารจัดการใช้งบประมาณเข้ามาช่วย ให้งานจัดการได้ แต่ขณะนี้ อปท. เกรงแล้วก็คิดว่าลำบากในเรื่องข้อกฎระเบียบ เพราะไม่มี ความคล่องตัว ซึ่งมีหน่วยตรวจสอบคือ สตง. ไปตรวจสอบว่าอันนี้ใช้เงินผิดประเภท ต้องคืนเงิน ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้ทางทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงบประมาณ สตง. อปท. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องบริหารจัดการทำเรื่องให้เป็นชัดเจนว่า แบบไหนทำได้ ไม่ได้ อันไหนที่พอทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่จะทำให้ ท้องถิ่นนั้นไม่ต้องมีความเดือดร้อน โดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละคนมีปัญหาและมี ความกังวลมาก ๆ ในเรื่องของการบริหารจัดการที่ไม่คล่องตัว กฎหมายก็ไม่ชัดเจน ต่อไปผมจึง คิดว่าผมได้เสนอญัตติหนึ่งคือเรื่องของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความคล่องตัว หน่วยงานต่าง ๆ จะได้มาดำเนินการตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องของแหล่งน้ำ เรื่องของการบริหารจัดการท้องถิ่นในเรื่องสาธารณะ เรื่องของถนน แล้วก็อีกหลายประเด็นที่เราจะได้นำมาพิจารณาร่วมกัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ให้กับ อปท. แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพราะว่าเขาไม่มีที่พึ่งนะครับ ตอนนี้ทำการเกษตร ก็ลำบาก ยิ่งน้ำไม่มี น้ำบาดาลก็ลำบาก น้ำประปาหรืออะไรต่าง ๆ ที่จะเกิดประโยชน์นี้ ลำบากมากนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา พิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๓ ของท่านวีระกร คำประกอบ ขอเชิญคุณวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนท่านประธาน เราลองมองภาพของเมืองหลวง ประเทศไทย กับไปแถวตำบลแม่เลย์ ตำบลแม่เปิน ตำบลชุมตาบง อะไรของนครสวรรค์ หรือจะเป็นบ้านนอกในชนบทของท่านก็ตาม ท่านจะเห็นถึงความแตกต่างอย่างมากครับ บางทีอาจจะเรียกว่าฟ้ากับเหว กรุงเทพฯ เรากำลังจะเปิดรถไฟฟ้า ๑๐ กว่าสาย ใช้กัน ทั่วไปหมดครับ บ้านนอกนี่ยังเป็นถนนดิน ถนนลูกรัง ถนนฝุ่นอยู่เลย มันแตกต่างกัน มหาศาลท่านประธานครับ วันนี้เราพูดกันถึงแหล่งน้ำที่ผมยื่นมานี่เพราะว่าในเรื่องของถนน กรรมาธิการที่ดูแลเรื่องการถ่ายโอนถนนเรามีความเห็นตรงกันเลยครับท่านประธานว่า เป็นเพราะตั้งแต่เรามีพระราชบัญญัติกระจายอำนาจ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ รัฐบาลไม่เคยที่จะจัด งบประมาณให้เพียงพอต่อภารกิจที่ถ่ายโอนไปเลยครับ ไม่ว่าภารกิจที่เกี่ยวกับถนนหนทาง ไม่ว่าภารกิจที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำ หรือเรื่องอื่น ๆ ท่านประธานทราบไหมครับว่าในเรื่องของ ถนนหนทาง ปีหนึ่งเขาจัดถนน เขาจัดงบประมาณเฉพาะกิจในเรื่องของการซ่อมแซมถนนไป ให้กับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ อปท. ทั่วประเทศ เป็นเงิน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีถนน ที่ต้องดูแลประมาณ ๕๙๗,๕๗๐ กิโลเมตร หารไปแล้วมันไม่เพียงพอหรอกครับท่านประธาน ลองเล่น ๆ ดูในหลาย ๆ อปท. หรือจะเป็น อบต. ที่อยู่ห่างไกลมักจะไม่ค่อยได้รับงบประมาณ สนับสนุน บางตำบลไม่เคยได้รับเลย ถนนหนทางที่นายกรัฐมนตรีพยายามที่อยากจะ ปรับปรุงถนนสายนั้นสายนี้ขอทำเรื่องมา ไม่ได้หรอกครับ เพราะเหตุว่างบมันน้อย แล้วจัด งบน้อยมาก ในขณะที่ถนนหนทางเราได้รับงบน้อย ในส่วนของแหล่งน้ำก็เช่นเดียวกัน จะไม่ลงลึกในเรื่องถนน เพราะทางคณะกรรมาธิการถ่ายโอนถนนเรากำลังเสนอรายงาน มาสู่สภาแล้วนะครับ ซึ่งจากรายงานของเราเนื่องจากพบว่ามันเกิดความลักลั่น เกิดระบบ ที่เรียกว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครที่อยู่ใกล้ชิดผู้ว่าราชการจังหวัด ใครอยู่ใกล้ชิด ท้องถิ่น จังหวัดนี่ แล้วอย่างงบตกมาอย่างจังหวัดนครสวรรค์ท่านประธานครับมีถนน ดูแลเกือบ ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ได้เงินไป ๑๓๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ๑๓๐ ล้านบาท หารแล้วท้องถิ่นจังหวัดก็ไม่รู้จะแบ่งอย่างไร มันให้ไปน้อยเหลือเกินครับ ก็เลยพบว่า ถ้าท้องถิ่นจังหวัดรู้จักใครก็จะได้ตรงนั้น ตำบลนั้นก็จะได้หน่อย ตำบลไหนที่ท้องถิ่น จังหวัดไม่เคยรู้จักเลยก็จะไม่ได้รับการพิจารณา นี่ครับปัญหาเกิดขึ้นก็คือเราจัดสรร งบประมาณไม่เพียงพอต่อภารกิจ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในงบประมาณ ที่เราจัดสรรให้กับท้องถิ่นซึ่งแบ่งเป็นงบอุดหนุนทั่วไปและงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ปี ๆ หนึ่ง นี่ตามงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ภาพรวม อุดหนุนทั่วไปเราจะส่งให้กับท้องถิ่นเป็นเงิน ๒๕๕,๘๒๐ ล้านบาท ในงบอุดหนุนเฉพาะกิจเราส่งไป ๔๔,๕๑๒ ล้านบาท ในการอุดหนุนทั่วไป มีหลายเรื่องหลายราวเหลือเกินครับท่านประธานที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายของท้องถิ่นเลย ยกตัวอย่างเช่น การดำเนินงานของ อสม. ในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในเรื่องของเบี้ยยังชีพ คนพิการ และเบี้ยยังชีพผู้ป่วยโรดเอดส์ อย่างนี้เป็นต้น ทั้ง ๔ รายการนี้มันเกิดขึ้นจาก แนวนโยบายของรัฐในสัดส่วนของรัฐบาลกลาง อย่าลืมว่าในพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ มันเขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐพึงจะต้องแบ่งจากรายได้สุทธิไม่ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้สุทธิรัฐบาลไปให้กับท้องถิ่น และไม่ให้เกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ให้กับท้องถิ่น ๒๕-๓๓ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้สำนักงบประมาณบอกว่าจัดสรรงบประมาณไปให้ท้องถิ่นแล้ว เป็นเงิน ๒๙.๗๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานทราบไหมว่าในสัดส่วนของท้องถิ่นเขาเล่นไปเอางาน ที่เป็นเรื่องของรัฐบาลกลางเอาไปอยู่ในสัดส่วนของรัฐบาลท้องถิ่น ก็เลยทำให้ดูเปอร์เซ็นต์ของ รัฐบาลท้องถิ่นสูงขึ้น เฉพาะ ๔ รายการนี้ที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่าเราก็ได้คุย กับทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุเป็นประธานแล้ว ท่านก็เห็นเหมือนกันว่า ๔ เรื่องนี้ไม่สมควรที่จะเป็นในสัดส่วนของรัฐบาลท้องถิ่นแต่อย่างใด มันเป็นสัดส่วนของรัฐบาลกลาง เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลกลางที่จัดให้มี อสม. ที่จะต้องจัดในเรื่องของเบี้ยเรียกว่าเงินค่าตอบแทนให้กับ อสม. มันเป็นเรื่องของ รัฐบาลท้องถิ่น หรือจะเป็นเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยโรคเอดส์พวกนี้ มันเป็นแนวนโยบายของรัฐบาลกลางต่างหากที่จะต้องจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ เป็นในสัดส่วนของรัฐบาลของกลาง เพราะฉะนั้นเอาไปอยู่ใน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ เอาไปอยู่ในสัดส่วนรัฐบาลท้องถิ่น อันนี้ไม่ถูกต้อง รวมแล้วเฉพาะตัวนี้ก็เป็นแสนล้านแล้วครับ ท่านประธาน ถ้ากลับไปอยู่ในสัดส่วนของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่นจะมีซีลิง (Ceiling) หรือมีเพดานที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนเพิ่มอีกไม่ใช่น้อย🔗

ท่านประธานลองดูนะครับว่าในเรื่องของแหล่งน้ำ ผมขออนุญาตย้อนกลับมา ที่แหล่งน้ำ จากการที่เรามีแผนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๓ ฉบับที่ ๑ แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๕ แล้วก็ปี ๒๕๕๑ ได้บ่งบอกถึง ๕๗ ภารกิจที่จะต้องถ่ายโอนไป ให้กับท้องถิ่น กรมชลประทาน ๑๓ ภารกิจท่านประธานครับ ประกอบไปด้วยการดูแล ปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดเล็ก การบำรุงรักษาทางน้ำ การดูแลบำรุงรักษา โครงการชลประทานระบบท่อ โครงการระบบขุดลอกหนองน้ำและคลองธรรมชาติ งานจัดสรรน้ำในแปลงนาหรือคันคู โครงการถ่ายโอนสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า งานบำรุงรักษา คลองส่งน้ำ งานเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้า เอาละ เอาเป็นว่าหลัก ๆ ก็คืองานแหล่งน้ำทั้งหมด การดูแลรักษาบำรุง โครงการชลประทาน ระบบท่อ หรือว่าจะเป็นโครงการระบบเปิด ระบบท่อ ชป. เล็กทั้งหมด ในปี ๒๕๔๕ เขาถ่ายโอนให้หมดเลยนะครับ ชป. เล็กทั้งหมด จะเป็นอาคารบังคับน้ำต่าง ๆ จะเป็นสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าทั้งหมด ส่งให้กับ อบต. หมดเลย เราต้องพูดคำว่า อบต. แล้วกัน ผมจะไม่พูดเรื่องของ อบจ. เอา อบต. เป็นหลัก ท่านประธานลองนึกดูภารกิจเหล่านี้สิครับ อบต. ไหนจะไปดูสถานีสูบน้ำพลังไฟฟ้าได้ อบต. ไหนที่จะไปดูแลในเรื่องของโครงการขุดลอกแหล่งน้ำและคลองธรรมชาติซึ่งมี ปริมาณ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรลงมา ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรดังที่ท่านนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อภิปรายสักครู่นี้ต้องใช้งบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ฟังแล้วขำ อบต. ไหนในประเทศไทยที่จะเอาเงิน ๘๐ ล้านบาทมาขุดลอกคูคลอง หรือจะสร้างแหล่งน้ำขึ้นมามันฟังดูแล้วตลก ไม่รู้คิดได้อย่างไรนะครับ แต่ก็ได้ปรึกษากับ ทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจแล้วเหมือนกันว่ามันมากเกินไป มันน่าจะลดลง เช่น อบจ. หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ควรจะไม่เกิน ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ยังพอไหว ๔๐ ล้านบาทนี่ยังพอไหว แต่ อบต. เหลือสัก ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร พอไหม ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ถ้าคูณด้วย ๔๐ บาท มันก็ประมาณ ๔ ล้านบาท บาง อบต. ก็ไหว ท่านประธานครับ เราอย่าไปนึกว่า อบต. ในประเทศไทยมันมีศักยภาพ ที่เท่าเทียมกัน ท่านประธานรู้จัก อบต. ราชาเทวะไหมครับที่อยู่ติดกับสนามบินสุวรรณภูมิ ได้รายได้จากสนามบินสุวรรณภูมิ ปีหนึ่งมีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาจนกระทั่ง อบต. ราชาเทวะเขาไม่รู้จะไปทำอะไร เขาไปปั้นควายอยู่ข้างถนน เดินเล่น เป็นรูปปั้นควายยาวเป็นกิโล ๆ เลย ปั้นเป็นรูปควาย รูปเกวียน รูปอะไรต่าง ๆ ผมไม่ได้ พูดเล่นนะครับ เรื่องจริง งบไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจนต้องเอาไปปั้นควาย แต่ในขณะที่ หลายเทศบาล ง่าย ๆ เทศบาลบางมะฝ่อซึ่งได้รับการถ่ายโอนประตูน้ำซึ่งเป็น ชป. เล็ก อาคารชลประทานขนาดเล็กรับถ่ายโอนไป ตั้งแต่สร้างมาจนถึงบัดนี้ยังไม่เคยใช้เลยครับ เพราะใช้ไม่ได้ ซ่อมก็ซ่อมไม่เป็น ไปบอกชลประทาน ชลประทานเขาบอกว่าไม่ได้ตั้งงบไว้ให้ เพราะถ่ายโอนไปแล้ว จะทำอย่างไรครับท่านประธาน ปัญหาเกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำ นอกเหนือจากเรื่องของงบประมาณแล้วยังต้องกราบเรียนท่านว่ามันเป็นเรื่องของเทคนิคด้วย เรื่องของความรู้ความสามารถและเทคนิค ทาง อบต. ไม่รู้หรอกที่จะทำอย่างไร ไม่ว่า จะเป็นประตูน้ำที่ผมพูดถึงคือประตูน้ำปากคลองบางประมุง ที่ตำบลบางมะฝ่อ แล้วก็ได้ ถ่ายโอนให้กับเทศบาลบางมะฝ่อแล้ว หรือจะเป็นเรื่องของแหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลระบุไว้ ณ ขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนะครับ ก็อยู่ที่ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องใช้ งบประมาณประมาณ ๘๐ ล้านบาท ซึ่งก็เริ่มเป็นเรื่องที่น่าจะต้องแก้ไข หรือจะเป็น ในเรื่องของ ท่านดูเรื่องของการถ่ายโอน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่ผมพูดถึงของกรมชลประทานนะครับ เรามาดูภารกิจถ่ายโอนของกรมทรัพยากรน้ำบ้าง อบต. ทั่วประเทศต้องรับการถ่ายโอน ระบบน้ำสะอาด หมู่บ้านมาตรฐาน ก และมาตรฐาน ข การก่อสร้างประปาหมู่บ้านน้ำผิวดิน การประปาแบบบาดาลขนาดกลาง ประปาบาดาลขนาดใหญ่ ประปาหมู่บ้านผิวดิน ประปา แบบผิวดินขนาดใหญ่ การประปา เรื่องของสารพัดประปานะครับ แล้วก็ยังเป็นในเรื่องของ การก่อสร้างและบำรุงรักษาแหล่งน้ำที่มีปริมาตรกักเก็บน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร คือมากสุดไม่เกิน ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร และการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล และยังมีการถ่ายโอน ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถ่ายโอน ๑๑ ภารกิจหลัก ๆ ก็คือในเรื่องของ การซ่อมบำรุงบ่อน้ำบาดาลทั้งหลายทั้งประเทศไทย ผมถามว่ามันมี อบต. ไหนบ้างครับ ในประเทศไทยนี่ที่มีเครื่องขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลหรือว่าเครื่องเป่าบ่อน้ำบาดาล นครสวรรค์ มีแห่งเดียวคือที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์เท่านั้นเองที่เขามีเครื่องไม้เครื่องมือ ในการเจาะบ่อน้ำบาดาล ในการเป่าบ่อน้ำบาดาลที่มันตันแล้ว มีแห่งเดียวคือที่ อบจ. นครสวรรค์ แต่ผมถามว่า อบต. ที่รับโอนสิ่งเหล่านี้ไปทำอย่างไรครับ เมื่อบ่อบาดาลมันตัน บ่อบาดาลใช้ไม่ได้ บ่อบาดาลไม่สามารถที่จะดูดน้ำขึ้นมาได้ หรือแม้กระทั่งซับเมอร์ส (Submerse) เสีย อบต. ก็ซ่อมไม่ได้ ทำไม่เป็นครับ หรือในเรื่องของที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ การถ่ายโอนของกรมชลประทานมีเรื่องของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ท่านประธานครับ อบต. ซ่อมไม่ได้ครับ สถานีสูบน้ำไฟฟ้า ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำ เพราะฉะนั้น โดยรวมแล้วผมพอจะมองเห็น ก็ฝากให้กับกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ช่วยพิจารณา ๑. ก็คือจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดูแล ๒. ทำอย่างไรที่จะให้องค์การบริหาร ส่วนตำบลเขามีศักยภาพในการดูแลบำรุงรักษาสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้ถ่ายโอนไปให้เขา แล้วก็ ๓. ในเรื่องของแหล่งน้ำที่จะต้องขุดลอกหรือก่อสร้างใหม่นี่ลดลงได้ไหม ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ดูแล้วมันเยอะเกิน มันทำไม่ไหวหรอกครับ ไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบลไหน อย่างที่ บอกแล้วว่าคงจะไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบลไหนที่จะร่ำรวยเหมือนองค์การบริหาร ส่วนตำบลในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี หรือระยอง เหล่านี้ ๔ จังหวัด ที่ผมกราบเรียนมานี้ส่วนใหญ่แล้วเขามีงบประมาณเยอะ แต่ต้องมองอีก ๗๓ จังหวัดด้วย ถ้า ๔ จังหวัดนี้เยอะ อีก ๗๓ จังหวัดไม่พอหรอกครับ ที่ผมไปดูในเรื่องของถนนมานี่ท่านประธานครับ ปวดหัวกันหมดเลย ณ วันนี้พอเราเริ่มแสดงให้เห็นว่าในเรื่องของถนน ต่อไปที่เราเสนอแล้ว เสนอให้คณะกรรมการถ่ายโอนได้รับทราบแล้ว ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุก็เห็นชอบว่า การจัดสรรงบประมาณจะต้องเป็นไปตามกิโลเมตรหรือตามภารกิจถนนที่เขามีอยู่ ถ้าเขามี ๑๐ กิโลเมตร เขาก็ควรจะได้เงิน ๑๐ กิโลเมตรคูณไป จะเอาเท่าไรนะครับ ยกตัวอย่าง เช่นคณะกรรมาธิการถ่ายโอนถนนเราได้พิจารณามองเห็นว่าเราไปอิงเอาตามมาตรฐาน ของกรมชลประทานเขามา คือถนนคอนกรีตกับถนนลาดยางนี่ในเงินค่าบำรุงรักษาต้องให้เขา ปีละต่อกิโลเมตร ๑๐๖,๑๑๐ บาท เป็นต้น หรือถนนลูกรังนี่กิโลเมตรละ ๘๓,๘๕๐ บาท ก็เอาตัวเลขตรงนี้คูณกับภารกิจที่เขามีอยู่ เช่นถ้าท่านมีถนนลาดยางกับถนนคอนกรีตรวมกัน ๑๐๐ กิโลเมตร ก็คูณไปสิ ๑๐๖,๐๐๐ บาท มันก็จะได้ประมาณ ๒๐ ล้านบาท ถ้าถนนลูกรัง มี ๑๐๐ กิโลเมตร ก็ได้ไปอีก ๘,๓๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๒๘,๓๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ เป็นต้นครับ ถ้าเรามีงบประมาณเพียงพอให้กับเขา ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพอาจจะยังไม่ได้ แต่สามารถที่จะไปทำการว่าจ้างเอาต์ซอร์ซ (Outsource) หรือการว่าจ้างผู้รับเหมาให้มา ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าตัวงบประมาณ ที่ผมได้กราบเรียนท่านไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ก็คืองบประมาณแบ่งเป็น ๒ ส่วนที่รัฐอุดหนุน ให้กับท้องถิ่น ๑. ก็คืออุดหนุนทั่วไปซึ่งอย่างที่เรียนแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ งานก่อสร้างทั้งหลายเลยหรืองานแหล่งน้ำทั้งหลายเลยนะครับ เป็นส่วนของบุคลากรบ้าง ค่าบุคลากร ค่านมโรงเรียน ค่าอะไรพวกนี้เป็นเรื่องของทางสังคม เรื่องของกีฬา แต่ในส่วน อุดหนุนเฉพาะกิจซึ่งมีอยู่ ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องถนนปาเข้าไป ๓๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว อีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งไปเรื่องของน้ำบ้าง เรื่องของอื่น ๆ บ้าง ก็มีเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องประปา เรื่องซ่อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า น้อยเหลือเกินครับ มาดูเอาเฉพาะเรื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ปี ๆ หนึ่ง ๗๗ จังหวัด นี่แบ่งไปสิ มีเงินอยู่ ๖๑๒ ล้านบาท เอาไปทำอะไรครับ ๗๗ จังหวัด ตกจังหวัดหนึ่งก็ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท จังหวัดหนึ่งประมาณ ๘ ล้านบาท สถานีสูบน้ำพลังไฟฟ้านครสวรรค์นี่ ท่านลองนับดูมีเป็นร้อยแห่ง แล้วมีเงินอยู่ ๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ จะเอาไปทำอะไร มันไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากจะสรุปว่าในส่วนของงบประมาณที่จัดสรร ให้กับท้องถิ่นแล้วมันไม่เพียงพอ ฝากกรรมาธิการไปด้วยว่าในเรื่องของการจัดสรรทำอย่างไร จะให้ท้องถิ่นมีเงินที่จะได้รับการจัดสรรให้เพียงพอต่อภารกิจ อย่างถนนนี่เราเอากิโลเมตร เป็นที่ตั้ง เราเอากิโลเมตรคูณกับราคามาตรฐานของกรมชลประทานหรือของหน่วยงานราชการ แต่เอาหน่วยงานราชการที่มีมาตรฐานต่ำหน่อยก็คือกรมชลประทาน ถนนของกรมชลประทาน เขาก็มี เพราะฉะนั้นเราก็เอาเงินตัวนี้ไปคูณกับภารกิจ ๑ ภารกิจควรจะได้เงินเท่าไร กิโลเมตรอย่างถนนมันคิดง่าย เอาถนนลาดยางมาแล้วก็คูณด้วยเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ถนนคอนกรีตเท่าไร มีดูแลอยู่เท่าไรก็คูณด้วย ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ แล้วก็ลูกรังเท่าไรก็คูณด้วย ๘๓,๐๐๐ บาท ก็อย่างนี้เป็นต้น แต่แหล่งน้ำนอกเหนือจาก ในเรื่องของงบประมาณที่จะต้องจัดให้ในแต่ละแหล่งน้ำให้เพียงพอแล้วซึ่งเรารู้ อบต. ก อบต. ข มีแหล่งน้ำอะไรบ้าง จัดสรรให้เขาให้เพียงพอ นอกเหนือจากจัดสรรแล้ว ทำอย่างไร ในเรื่องของปัญหาเทคนิค ปัญหาเรื่องวิชาการ กรมชลประทานจะต้องคอยช่วยเหลือดูแล และมีนายช่างที่คอยให้ข้อเสนอแนะในการตั้งงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ขอฝากทางกรรมาธิการนะครับ และหวังว่ากรรมาธิการที่ตั้งขึ้นคงจะได้แก้ไขปัญหา ในเรื่องของการถ่ายโอนแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศให้ลุล่วงไปเพื่อความเจริญผาสุก ของพี่น้องในท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ฉบับที่ ๔ ของคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทาง ในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังที่ผมได้กราบเรียนในเอกสารไปแล้วนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาของ การถ่ายโอนภารกิจแหล่งน้ำจากส่วนราชการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ ประเทศไทยที่ผ่านมานั้นยังไม่มีความชัดเจนและคืบหน้าตามแผนกระจายอำนาจให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยประเด็นในการถ่ายโอนภารกิจด้านแหล่งน้ำ แหล่งน้ำ คือชีวิต คือหัวใจ ตามแผนการกระจายอำนาจมีข้อเสนอแนะให้หลักการการถ่ายโอนภารกิจ ต้องศึกษาเรื่องความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนมีการประเมินศักยภาพ และเงื่อนไขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด เพื่อนำไปสู่การกำหนด เป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญของภารกิจถ่ายโอนสอดคล้องกับบริบทและความพร้อม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งในการที่จะช่วยพัฒนาท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ในกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ประโยชน์และสำคัญของแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงได้เสนอญัตติดังกล่าว เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ การพัฒนาแหล่งน้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลผมจะได้กราบเรียนพอเป็นสังเขป เนื่องจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๒ ท่าน ที่ผ่านมานั้นท่านได้ให้รายละเอียดเหตุผลที่สนับสนุนเพื่อจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ไปแล้วนั้น🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าประเทศไทยพี่น้องประชาชน ๗๐ กว่าล้านคน เราแบ่งการบริหารปกครองท้องถิ่นออกเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่งด้วยกัน เทศบาล ๒,๔๗๒ แห่ง เป็นเทศบาลนคร ๓๐ แห่ง เทศบาลเมือง ๑๙๕ แห่ง เทศบาลตำบล ๒,๒๔๗ แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล ๕,๓๐๐ แห่ง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอีก ๒ แห่ง รวมแล้วทั้งประเทศมีอยู่ ๗,๘๕๐ แห่ง ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้การบริหารงานการโอนอำนาจไปสู่ท้องถิ่นนั้นต้องเรียนว่า ไม่สามารถที่กระจายไปให้ความเจริญในท้องถิ่นได้ ส่วนพื้นที่ที่อยู่ในเขตชนบทหรืออยู่ ห่างไกลจากเมืองจะเห็นว่าการพัฒนาไม่ว่าทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ว่าแหล่งน้ำ ไม่ว่าไฟฟ้า ประปา ไม่ว่าถนนหนทางทั้งหลายนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเรียนว่าล่าช้ามาก ถามว่าคนในชนบทควรจะมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกันทุกคนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริโภคเช่นน้ำมัน ถ้าหากอยู่จังหวัดชายแดนเช่นแม่ฮ่องสอนน้ำมันแพงกว่ากรุงเทพฯ ถามว่าไฟฟ้า ประปาก็ราคาแพงกว่า แต่คนในเมืองถูกกว่า อาจจะมีเหตุผลว่าคนในเมือง มีจำนวนมากกว่าจึงลดต้นทุน แต่คนในชนบทนั้นถามว่าความได้เปรียบเสียเปรียบ ในการกระจายผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจนั้นก็ยังสู้ในเมืองไม่ได้ ดังนั้นถามว่าการแบ่ง การบริหารแบบที่ผ่านมานั้นทำให้คนชนบทได้รับประโยชน์และล้าหลังมากกว่าในเมือง ท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้อยากเห็นการบริหารปกครองท้องถิ่นมีศักยภาพ ศักดิ์ศรีเท่ากันหมด แน่นอนครับ ตั้งแต่ก่อนเกิด เกิด อยู่ เจ็บ ตาย พูดง่าย ๆ ว่าก่อนเกิด ตายแล้วถามว่ามนุษย์เหมือนกันหรือไม่ ท่านจะเห็นว่าความแตกต่างกันนั้นชัดเจน แน่นอนครับ คนที่ได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจย่อมมีความสุขในชีวิตเหนือกว่าคนที่อยู่ในชายแดน หรืออยู่ใน ต่างจังหวัด หรืออยู่หลังเขา เขาไม่ได้รับบริการจากรัฐเท่าที่ควร การที่มีองค์การบริหาร ส่วนตำบลนั้น ในฐานะที่ผมเคยทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น คือที่จังหวัดลพบุรีผมเป็นประธานสภา เคยทำหน้าที่มาตั้งแต่อายุ ๒๐ กว่าปี ก็ได้เห็นว่า การบริหารงบประมาณต่าง ๆ นั้นก็ไม่สามารถจะทั่วถึง หลังจากที่เขากระจายอำนาจ มีองค์การบริหารส่วนตำบล ผมจำได้สมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ในสภานั้นเราได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล สมัยนั้นก็ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ได้ทำหน้าที่ไปก่อน หลังจากทำหน้าที่ไประยะหนึ่งจึงมีการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องกราบเรียนว่าถ้าหากปล่อยไปอย่างนี้นั้นผมเชื่อเลยว่า ความแตกต่างทางสังคม ความแตกต่างการเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนจะยิ่งแตกแยกกัน มากขึ้นจะเห็นได้ชัด แต่ถ้าหากว่าวันนี้จากการพัฒนาประเทศหรือจะพัฒนาหลาย ๆ ด้าน ถ้าหากว่าความเป็นอยู่เหมือนกันผมเชื่อว่าการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรหรือปกครองท้องถิ่น ที่กำลังเลือกนั้นก็คงไม่ต้องใช้สตางค์ครับ ในขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าจดชื่อกันเกือบทุกจังหวัด จดไปทำไมครับ ต่างคนต่างจด บางจังหวัดก็จ่ายไปแล้ว บางจังหวัดก็รอจ่ายวันสุดท้าย อย่างนี้เห็นได้ชัดว่า เพราะ ๑. เนื่องจากการศึกษา แต่ถ้าหากวันนี้รัฐสามารถบริการให้กับ พี่น้องประชาชนตั้งแต่รอบก่อนเกิด ก่อนเกิดถ้าหากว่าวันนี้สุขภาพอนามัยเด็กเกิดมาแล้ว อุดมสมบูรณ์ แน่นอนที่สุดในวัยเด็กก็ต้องเข้าศึกษาขั้นปฐมวัย ถามว่าบางตำบลมีไหม บางตำบลแทบไม่มีเลย ก็มีอยู่แต่ในเมือง ถามว่าการศึกษาก็แตกต่างกันแล้ว ในขั้นมัธยมศึกษา หรือพื้นฐานนั้นก็จะเห็นว่าคนชนบทขาดโอกาส วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่ากระทรวงศึกษาธิการจะยุบโรงเรียนที่มีนักศึกษาน้อย เอามารวมอยู่ในเมือง ก็เห็นได้ชัดเรื่องการบริหารจัดการล้มเหลวครับท่านประธาน วันนี้ที่จังหวัดลพบุรีซึ่งมีครู มีผู้ปกครองจำนวนมหาศาลกำลังร้องเรียนอยู่ว่าไม่เห็นด้วยกับ วิธีการนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ทำไมครับ ถ้าหากว่าเด็กในชนบทอยู่หลังเขา อย่าคิดว่าเขาเป็นคนบ้านนอก อย่าคิดว่าเขาไม่มีคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในที่สุดก็ต้องยุบเรียน คนจนอยู่แล้วจะเอาค่าใช้จ่ายเดินทาง มาเรียนในเมืองได้อย่างไร อันนี้ผมเห็นว่าสนับสนุนว่าถ้าหากมีการปกครองท้องถิ่น กระจายอำนาจอย่างถูกต้องแล้ว แน่นอนครับ ไม่ว่าก่อนเกิด ความเป็นอยู่ การศึกษา ถ้าศึกษามันทันกัน ท่านประธานครับผมเชื่อเลยว่าไม่แน่ครับ คนอยู่หลังเขาในอนาคต อาจจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้นว่าโรงเรียนนั้นมีโรงเรียนเดียวอยู่ในป่า แต่หลาย ๆ ประเทศเขาเห็นว่าคนเป็นทรัพยากรถึงแม้นจะอยู่ห่างไกลอย่างไรก็ตามครับท่านประธาน เขาก็จะเอาครูไปสอน แม้แต่บางพื้นที่มีบ้านอยู่หลังเดียวเขายังต่อไฟไปให้ แม้แต่โทรศัพท์ สมัยก่อนต้องลากสายก็ต้องต่อไปให้คนเดียว ถือว่าเป็นทรัพยากรของประเทศประเทศนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ประเทศไทยในการปกครองเขาเรียกว่าฉกฉวย ช่วงชิงโอกาส ผูกขาด ตัดตอน ลิดรอนสิทธิ แทงหน้า แทงหลัง ได้ฝากเมีย เสียฝากเพื่อน นี่คือสังคมไทย เป็นอยู่ปัจจุบันเป็นอย่างนี้ครับ ผมจึงอยากเห็นว่าความอ่อนแอทางสังคมในหมู่บ้านในชนบทนั้น ควรจะมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับในเมือง แต่ถ้าหากว่าการกระจายปกครองท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการที่จะรับไปพิจารณานั้นก็ไปศึกษารายละเอียด เพราะฉะนั้นตรงนี้ รายละเอียดเบื้องต้น องค์ประกอบต่าง ๆ ท่านนายแพทย์ท่านได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ก็ละเอียดมากพอสมควร ท่านวีระกรก็พรรณนาไปจนเกือบหมดแล้ว ก็เห็นว่าเหตุผล น่าจะเพียงพอ แต่ส่วนผมก็อาจจะอภิปรายสนับสนุนเห็นว่าความเป็นธรรมของมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลต้องมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราปล่อยไปอย่างนี้นั้นผมเชื่อเลยว่าการบริหาร การเมือง การปกครองแบบ ประชาธิปไตยก็จะแบ่งชนชั้นอีก แน่นอนครับ ถ้าเมื่อเขาจน สภาพเศรษฐกิจเขาจน เขาไม่มีโอกาส วันนี้ท่านประธานทราบไหมว่าเราออกไปในพื้นที่ พอรถหาเสียงไปบอกว่า เบอร์นี้จ่ายเท่าไร จ่ายไม่มา ไปนาดีกว่า เงินไม่มา ไปนาดีกว่า เห็นไหมครับ เงินไม่มา กาไม่เป็น ผมเห็นชาวบ้านเขาพูดกันอย่างนี้ก็สะท้อนใจว่าเพราะความอดอยาก ความยากจน การขาดการศึกษาของพี่น้องที่อยู่ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญครับท่านประธานครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเลือกสภาท้องถิ่นหรือเลือกผู้แทน ในอนาคตนั้นก็จะเป็นแบบนี้นะครับ คนไหนที่มีทรัพยากร มีเงินมากก็สามารถจะมีโอกาส เข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมถึงกราบเรียนว่าพี่น้องเกษตรกรผมทั้งประเทศมันยากจน แม้แต่ค่าสมัครก็ไม่มี ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาเป็นผู้แทน ใบปลิวก็ไม่มีแน่นอน แสดงให้เห็นว่า วันนี้การบริหารงานของประเทศยังไม่กระจายความเจริญทุกด้านไปสู่ในชนบทที่ห่างไกล ท่านประธานครับ หลายตำบลท่าน ส.ส. หลายท่านก็ได้กรุณาฝากผมเหมือนกัน ท่าน ส.ส. ขอนแก่นก็ได้บอกว่าพื้นที่ของเขาเหมือนกัน เช่น น้ำ เครื่อง ฝายพังหลายอำเภอ คือท่าน ส.ส. วันนิวัติก็ปรารภว่าพื้นที่ผมพังไม่รู้กี่ปีแล้ว ก็ไม่เห็นมีใครไปซ่อมสักที ยกตัวอย่างให้เห็น แต่ถ้าหากว่าวันนี้เรากระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นอย่าง สมบูรณ์แบบ ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าประเทศเรานั้นจะพัฒนาไปไกลกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่ใช้เวลามากมาย แต่เหตุผลเพียงแต่ประกอบว่าอยากจะสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ ได้ลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและใช้เวลาละเอียดปลีกย่อยมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ได้อภิปรายด้วยเหตุผลสั้น ๆ ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปสู่ ความเจริญเหมือนอารยประเทศอื่น ๆ เขา ก็อยากจะให้รัฐบาลได้มีวางแผนกระจายอำนาจ ไม่ว่าบุคลากร เม็ดเงินลงไปให้มาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับจะเห็นว่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ส่งตัวแทนของส่วนกลาง ไปอยู่ในชนบท เขาไม่รู้หรอกครับว่าหมู่บ้าน ท้องถิ่น หลังคาบ้านหมู่บ้านนั้นรั่วอย่างไร คนในท้องถิ่น คนในหมู่บ้านย่อมรู้ดีว่าปัญหาของหมู่บ้านนั้นเขาควรจะแก้อย่างไร ผมจึง กราบเรียนว่าเราได้เคยทำแผนแม่บทหรือว่าพิมพ์เขียวของแต่ละตำบล หมู่บ้าน ในฐานะ ที่องค์กรเกษตรกรของผมนั้นเราพยายามถามพี่น้องเกษตรกรว่าท่านควรจะกำหนดนโยบาย ทิศทางชีวิตของเขาอย่างไร ที่ผ่านมานั้นการบริหารงานวางแผนในห้องแอร์คอนดิชัน (Air-condition) จากส่วนกลางแล้วก็ส่งไปให้ฝ่ายท้องถิ่นปฏิบัติซึ่งมันไม่ถูกต้อง วัฒนธรรม ประเพณี หรือทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนกันทุกภาค ทุกจังหวัด ต่างกันไป เพราะฉะนั้น ถ้าจะกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้บริหารเขาจะทราบดีว่าในหมู่บ้านเขา ตำบลเขา เขาขาดอะไร พื้นที่ดินเป็นอย่างไร น้ำเป็นอย่างไร น้ำคือชีวิต ไม่มีน้ำ ก็ทำอย่างอื่นไม่ได้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากเห็นว่าในพื้นที่ แต่ละพื้นที่ ท้องถิ่นแต่ละแอเรีย (Area) ของแต่ละหมู่บ้าน ตำบลนั้นให้เขาคิดกันเอง ทำกันเอง วางแผนกันเอง และกำหนดทิศทางชีวิตและอาชีพของเขาเอง ที่ผ่านมาเราได้ กำหนดเพียงไม่กี่คนว่าจะบริหารประเทศไปอีก ๒๐ ปี วางแผน ๒๐ ปี ส่วนคนในชนบท เขาไม่รับรู้หรอกว่า ๒๐ ปี คุณอย่างไร คุณจะพาประเทศไปอย่างไร จะพาหมู่บ้าน ตำบล เขาไปอย่างไร ดังนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าที่พื้นที่ใดเขาย่อมรู้ ท้องถิ่นใด เขาย่อมรู้ว่าเขาควรจะคิดแก้ปัญหาชีวิตอย่างไร เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไร เขาทำมาหากิน อย่างไร เขาจะอยู่อย่างไร เพื่อให้ชีวิตเขามีความสุขเหมือนทุกคนอย่างเสมอภาคกัน ดังนั้นก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการบริหารงาน ปกครองท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนรายละเอียดกรรมาธิการก็คงจะไปดำเนินการต่อ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป สมาชิกเข้าชื่อมาแล้วทั้งหมด ๑๓ ท่าน ท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ คุณจีรเดช ศรีวิราช คุณพีรเดช คำสมุทร คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข คุณมานพ คีรีภูวดล นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นายขจิตร ชัยนิคม นายประกอบ รัตนพันธ์ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา จะได้เตรียมตัวครับ เริ่มจาก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอเชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออภิปรายร่วมในญัตติที่เป็นญัตติของท่านศาสตราจารย์โกวิทย์นะครับ โดยเฉพาะญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มีสไลด์ (Slide) นะครับ ขออนุญาตไว้แล้วตั้งแต่เช้าครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ในประเด็นดังกล่าวนี้ก็ขอสนับสนุน โดยเฉพาะในภาพที่เราเห็นอยู่ ในการเป็นกรรมาธิการต่าง ๆ ขณะนี้ปัญหาการกระจายอำนาจของรัฐไทยไม่ทำกันอย่าง จริงจังครับท่านประธาน ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ลงไปยังพื้นที่ท้องถิ่น ประชาชน ผู้คน ที่อยู่ในชุมชนหรือชนบทห่างไกลออกไปจากศูนย์กลางของทางราชการ จากอำนาจนะครับ เพราะรัฐไม่ยอมปล่อยอำนาจนี้ออกจากส่วนกลาง ยังคงเป็นรัฐรวมศูนย์ที่แท้จริงครับ ท่านประธาน ทุกข์ร้อนของประชาชนที่อยู่ในชนบททุกท่านก็คงรับรู้ ๗๗ จังหวัดครับ ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ในห้องโสตทัศนูปกรณ์ แผ่นที่ ๓ เกิดขึ้นจากสภาพการใช้อำนาจคือเซ็นทราไลซ์ (Centralize) ในมาตรา ๗๖ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้ล็อกอำนาจนี้ไว้ครับ โดยเฉพาะเรื่องของการแบ่งส่วนราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้วยการกระจายอำนาจ นะครับท่านประธาน ในการกระจายอำนาจนั้นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ ครับท่านประธาน ก็มีครับ มีอำนาจนี้ได้บ่งบอกไว้ว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องเป็น ผู้ดูแล มีหน้าที่อำนวยดูแลและการจัดทำบริการสาธารณะและกิจการสาธารณะ ให้ประโยชน์ แก่ประชาชนในท้องถิ่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และรวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการศึกษาด้วยครับ นั่นเป็นส่วนใหญ่ที่ปรากฏอยู่🔗

ต่อไปครับ ในเรื่องของการบริการสาธารณะ วรรคสามก็เขียนไว้เป็นหน้าที่ แล้วองค์การบริหารส่วนจังหวัดนี่สามารถที่เข้าร่วมและดำเนินการกับภาคเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐ หรือจะมอบหมายให้เอกชน หรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการ ที่เป็นประโยชน์ครับท่านประธาน แก่ประชาชนและท้องถิ่นมากขึ้นก็ยังได้ พูดง่าย ๆ ว่าการกระจายอำนาจคือหัวใจสำคัญครับ การกระจายเงินทำแล้วแต่ยังทำไม่ถึง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์น้อยไป การกระจายอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปสู่ส่วนท้องถิ่น ก็ยังใช้อธิบดีท่านหนึ่งในการส่งเสริมส่วนราชการที่เรียกว่า สำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ยังยึดอำนาจไว้ครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ และสิ่งสำคัญคือประเทศเรา จะต้องมีการกระจายอำนาจการบริหารที่ครบถ้วน ในหลักการถ่ายโอนก็ต้องบอกอยู่แล้วว่า หลักการถ่ายโอนอำนาจนั้นคือการถ่ายโอนความสามารถ การถ่ายโอนความรับผิดชอบ เพื่อตามความต้องการของประชาชน การถ่ายโอนดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญครับ ยาวไปเลยครับ สไลด์ (Slide) หลักการเข้าถึงบริการสาธารณะต้องง่าย นั่นคือปัญหาที่พบอยู่ครับท่านประธาน และสิ่งที่ผมเห็นด้วยกับทางคณะของผู้เสนอญัตติทั้งหมด สิ่งจำเป็นที่สุดก็คือต้องแก้กฎหมาย ครับท่านประธาน ถ้าไม่แก้กฎหมาย ไม่มีทางครับ ขอสไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยครับ เพราะผมนั่งอยู่ในสภาเกือบ ๒ ปี เข้าคณะกรรมาธิการงบประมาณปีละครั้ง ครั้งสุดท้าย ที่เห็นชัด ๆ จาก ๔๙๙ หน่วยรับงบประมาณ ขณะนี้เป็น ๗๒๑ หน่วยรับงบประมาณ และ ๗,๐๐๐ ที่เป็นเทศบาลและ อบต. กำลังจะเข้าตามกฎหมายครับท่านประธาน ถ้าพวกเขาเหล่านั้นไม่เปลี่ยนแปลง รัฐเองไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็ไม่สามารถที่จะจัดการ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีหรือมีสุขได้ ฉะนั้นรัฐยังดำรงเป็นรัฐอำนาจนิยมคือการทำลาย การเมืองท้องถิ่นอย่างชัดเจน และขณะนี้การเมืองท้องถิ่น ๘ ปีมาแล้ว เขากำลังจะเติบโต เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้า ขอเถอะครับ ผมไหว้ครับ ท่าน ๆ ที่เคยบริหารการเมืองท้องถิ่น ที่เป็นอดีตบ้านเล็ก บ้านใหญ่ มาจากกลุ่มสีต่าง ๆ หรือบางท่านอาจจะถูกกล่าวหาอยู่ใน ป.ป.ช. ขณะนี้ หลายจังหวัดเลิกเถอะครับ ปล่อยให้เด็กรุ่นหลังครับท่านประธานครับ รุ่นหลัง ที่เป็นวัยเจริญพันธุ์ของท้องถิ่นนั้นและมีองค์ความรู้ เดี๋ยวนี้องค์ความรู้หาที่ไหนก็ได้ เพราะเปิดกว้าง สามารถดูโมเดล (Model) สมัยก่อนผมเล่นซิม (Sim) ในดิจิทัล (Digital) สร้างบ้านแปงเมืองอยู่ในซิม (Sim) ครับ เดี๋ยวนี้ซิม (Sim) มันพัฒนาไปเป็นเอวี (AV) เออาร์ (AR) วีอาร์ (VR) แล้วนะครับ มันทำให้เด็กมีความรู้มากขึ้น ปล่อยพวกเขาครับ ปล่อยให้เขาได้เลือกคนที่จะมาบริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยตัวของเขาเอง มันจะทำให้บ้านนี้ได้ถูกการจัดการสาธารณะ ที่เป็นประโยชน์กับท้องถิ่นอย่างดีที่สุดครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องขออนุญาตอภิปรายในญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอต่อสภาเพื่อขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาหาแนวทางในการจัดตั้งท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ ทั้งการยกฐานะจากกรมให้เป็นกระทรวง ตลอดจนความเป็นอิสระในการบริหารงาน ของท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา อุปสรรค และศักยภาพสูงสุด ต่อการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันองค์กรปกครองในรูปแบบท้องถิ่นนั้นมีทั้งหมดรวมกัน ๗,๘๕๐ แห่ง แบ่งเป็น อบจ. ๗๖ แห่ง เทศบาล ๒,๔๗๒ แห่ง อบต. ๕,๓๐๐ แห่ง และรูปแบบพิเศษอีก ๒ แห่ง คือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา มีบุคลากรทั้งผู้บริหาร สมาชิกสภาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตลอดจนลูกจ้างทั้งหมดรวมกันกว่าหลายแสนคน จะเห็นได้ว่าแทบทั่วทุกตารางนิ้ว ของประเทศอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งนั้น ปัจจุบันยังมี ฐานะเป็นกรมอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยที่มีกลไกคือจังหวัดและอำเภอเป็นผู้กำกับดูแล ประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด ๘๗๘ อำเภอ แต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอก็มีมาตรฐาน ในการกำกับดูแลที่ต่างกัน บางเรื่อง บางโครงการ บางแห่งก็ทำได้ บางแห่งก็ทำไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาผู้บริหารและพนักงานถูกตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดอยู่เสมอ หากมี การยกฐานะจากกรมเป็นกระทรวงก็จะทำให้มีเอกภาพ มีหลักเกณฑ์มาตรฐาน เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น รวมไปถึงความเป็นอิสระในการกำหนด แผนงานและโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น ตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหา ของประชาชนในพื้นที่ได้รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น สามารถแบ่งเบาภารกิจจากส่วนกลาง ไปได้มาก ระเบียบกฎหมายหลายมาตราที่เป็นปัญหาอุปสรรคหากจัดตั้งเป็นกระทรวง มีรัฐมนตรีของท้องถิ่นเองเป็นผู้บริหารการตัดสินใจ ก็จะทำให้มีการแก้ไขข้อระเบียบ กฎหมายได้เร็วขึ้น แต่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย กี่รัฐบาลก็มักไม่ให้ความสำคัญหรือ ให้ความสำคัญที่น้อยมาก เห็นได้จากการกระจายรายได้หรือการจัดสรรงบประมาณ ลงไปให้ท้องถิ่นที่แบ่งกันตามสัดส่วนงบประมาณของแผ่นดิน ผ่านมาหลายสิบปีจากวันนั้น ถึงวันนี้ตัวเลขยังหยุดอยู่ที่ ๒๙.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ภารกิจของท้องถิ่นในการบริหาร ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแทบล้นมือ ตั้งแต่เรื่องหมู หมา ไก่ จนถึงเรื่องดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ถนนหนทาง ที่อยู่อาศัย น้ำไหล ไฟสว่าง โครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ทั้งการดูแล ด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และยังมีงานฝากจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค การขอรับการอุดหนุน จากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ นี่คือตัวอย่างเพียงบางส่วนเท่านั้น หากพูดให้ลึกลงไปใน ภารกิจคงต้องใช้เวลาอธิบายอีกหลายวัน เอาเป็นว่าตั้งแต่เกิดจนตายเป็นภารกิจที่ท้องถิ่น ได้รับมอบหมายทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมายืนพูดอยู่ตรงนี้ผมเคยทำหน้าที่ ในท้องถิ่นมาก่อน เป็นทั้ง สจ. รองนายก อบจ. และนายกเทศมนตรี รวมแล้วกว่า ๒๐ ปี ที่ได้มารับใช้พี่น้องชาวบ้านในการบริหารท้องถิ่น ผมทราบดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในการพัฒนา บ้านเมืองของเรานั้นทำไมมันล่าช้า ทำไมการพัฒนาถึงไม่ไปถึงไหน ทำไมปัญหามากมาย จึงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที🔗

(นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจีรเดชครับ ขออภัย มีผู้ยกมือประท้วงครับ เชิญเลยครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังไม่ได้เข้าสู่กลุ่มญัตติกลุ่มที่ ๒ ในเรื่องของกระทรวงท้องถิ่นค่ะ ดังนั้นก็เลยขอแจ้งท่านประธานว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องของบริการสาธารณะ ญัตติเกี่ยวกับ เรื่องของกระทรวงท้องถิ่นจะเป็นกลุ่มถัดไป ขอให้ท่านประธานแจ้งผู้ที่กำลังอภิปรายด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

ใช่ครับ ก็อนุโลมนะครับ ก็พยายามให้โอกาสอยู่ในประเด็นท้องถิ่นครับ เชิญอภิปรายต่อครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

ครับ ท่านประธานครับ พอดีผมทราบว่า จะมีญัตติเข้ามาแล้วก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกัน ก็พยายามที่จะรวมปัญหาเข้าไปให้เป็น ในเรื่องเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ทุกปัญหาหรือความต้องการมันเกิดขึ้นมาที่ท้องถิ่น แล้วจะมีใครที่ไหนมารู้ดีไปกว่าคนในท้องถิ่น ซึ่งผมเองในการแก้ไขที่จะให้ท้องถิ่นได้หลุดพ้น จากปัญหาก็คงเป็นคนในท้องถิ่นเท่านั้น ดังนั้นท้องถิ่นหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ อุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาในท้องถิ่น หนำซ้ำบทลงโทษวันนี้นะครับท้องถิ่นติดปัญหา ขาดอุปสรรคในเรื่องของระเบียบของกฎหมาย จะคิดจะทำนวัตกรรมใหม่ ๆ อะไรก็ต้อง ติดกฎหมาย ทำไม่ได้หรือไม่ให้ทำ มิหนำซ้ำบทลงโทษก็ยังรุนแรงจากหน่วยงานหลายแห่ง ในหน่วยงานหลายแห่งต้องถูกปลด ถูกพ้นจากหน้าที่ มีมากมายที่ต้องติดคุกติดตะราง ผู้บริหารท้องถิ่นในวันนี้ก็ทำได้แค่หน้าที่ที่กำหนดไปวัน ๆ ไม่กล้าที่จะคิดนวัตกรรม หรือเรื่องใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน หากท่านปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศไทยของเราคงไม่มีทางที่จะพัฒนาได้เท่าทันกับอารยประเทศ จึงขอโอกาสนี้ ใช้เวลาในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อศึกษา หาแนวทางยกระดับสถานะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อตอบสนองความต้องการ และเกิดประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ต่อไปคุณพีรเดช คำสมุทร ครับ🔗

นายพีรเดช คำสมุทร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอเชิญครับ เดี๋ยวนะครับ ขออภัยครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตหารือท่านประธานนิดเดียวครับ ในเรื่องของ การพิจารณาก็เป็นข้อหารือท่านประธานแต่ต้นว่าเราจะแบ่งพิจารณาเป็น ๓ กลุ่ม ให้ผู้เสนอญัตติเป็นกลุ่มแล้วก็มีการอภิปราย ก็ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ในมุมของสมาชิกนี่ผมเอาตัวผมเองเป็นที่ตั้งนะครับ ท่านอื่นอาจจะมีข้อต่าง ผมนี่เตรียมการ อภิปรายรวม เพราะว่าเป้าหมายเรานี่เราต้องการตั้งกรรมาธิการชุดหนึ่งขึ้นมาแล้วไป พิจารณา ชุดนั้นอาจจะไปมีอนุพิจารณาในแต่ละกลุ่ม แล้วก็รวมมาเป็นหนึ่งเรื่อง เป็นผลงานของสภาเราหนึ่งเรื่อง ถ้าเราพิจารณาอย่างนี้นี่ผมว่าวันนี้ก็ได้เฉพาะกลุ่มแรก ถ้าท่านประธานจะกรุณาลองพิจารณาครับ ด้วยความขอบคุณยิ่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ได้หารือเจ้าหน้าที่ เมื่อสักครู่นี้ตอนเริ่มต้นนะครับ แล้วก็ในที่สุดก็คิดว่าเพื่อไม่ให้มีปัญหา คุณหมอครับ ก็ตัดสินใจใช้วิธีนี้ ก็เลยเตือนตั้งแต่ต้นว่าถ้าพวกเราอยากให้ญัตติที่ ๒ เข้ามา ญัตติที่ ๓ เข้ามา ก็ใช้เวลาอภิปรายพอสมควร แล้วก็จบ ตั้งกรรมาธิการ แล้วเอาวาระญัตติต่อไปขึ้นมา เพื่อพิจารณา แล้วตามที่ทราบว่าเจตนาก็คือว่าเมื่อเห็นชอบแล้วก็ตั้งกรรมาธิการชุดเดียว ก็จะเสียเวลาไม่มากนัก แต่ว่าหารือกับเจ้าหน้าที่ว่าถ้าจะใช้วิธีรวมหมดนี่จะมีปัญหา เกรงว่าจะมีปัญหาทักท้วงขึ้นมา คุณหมอครับ ผมขอเรียนให้ทราบว่าได้คุยเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า เอาให้จบก่อนนะครับวาระนี้ ขอเตือน เมื่อคุณหมอเสนอมาก็ดีนะครับ เตือนพวกเราว่า ถ้าอย่างไรเจตนาที่จะไปอภิปรายตอนตั้งกระทรวงท้องถิ่นอะไรนี่ก็เว้นไว้ตอนนั้นก็ได้ครับ เชิญคุณพีรเดชครับ🔗

นายพีรเดช คำสมุทร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ ผมขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา และหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมว่าถ้าเกิดเราพูดถึงท้องถิ่นนี่ เราก็ควรจะพูดถึงการกระจายอำนาจ วันนี้ท้องถิ่นของเราเป็นท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่มีอำนาจที่แท้จริง บวกกับงบประมาณที่มีแต่ละที่นี่ไม่เท่ากัน การดูแลพื้นที่แต่ละพื้นที่นี่ไม่มีความเท่าเทียมกัน อย่างในอำเภอแม่สายนี่เป็นอำเภอ ที่มีเทศบาลใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัดเชียงราย มีงบประมาณมาก แต่ท้องถิ่น ที่อยู่ติดกันกลับได้งบประมาณแตกต่างกันราวฟ้ากับดินทั้งที่อยู่ติดกันนะครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือการทับซ้อนของหน้าที่ครับ วิกฤติโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ทำให้เห็นเลยครับว่าการทับซ้อนของท้องถิ่นคือเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณ ใน ๑ ตำบล อาจจะมีทั้งเทศบาล แล้วก็ อบต. แล้วก็แบ่งหมู่บ้านในการดูแลกันของพี่น้อง อสม. บางหมู่บ้านได้เครื่องที่วัดอุณหภูมิ ๑๐ ตัวต่อ ๑ หมู่บ้าน แต่หมู่บ้านที่ติดกันและมี อปท. เป็นคนดูแลนี่ได้รับแค่ ๒ ตัว ก็เลยติดต่อมายังผู้แทนราษฎรอย่างพวกเรานี่ละครับว่า อ้าวทำไมแต่ละหมู่บ้านได้ไม่เท่ากัน ก็เพราะว่างบประมาณได้ไม่เท่ากันครับ แม้กระทั่ง หน้าที่ก็เหมือนกัน อยู่ติดกันแต่เทศบาลดูแลเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณในการจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ แต่ อปท. เป็นคนจ่ายค่าอุปกรณ์ มันมีการทับซ้อนกันจริง ๆ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ คือการถ่ายโอนงาน การโอนภารกิจ แต่ไม่มีงบประมาณครับ ในพื้นที่อำเภอแม่สายมีตาน้ำที่แรกก็คือถ้ำหลวง ไหลลงมาเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเข้าอำเภอแม่จัน เรามีประตูน้ำที่กรมชลประทานทำตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ก่อนผมเกิดอีกนะครับท่านประธาน ได้ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น เวลาผ่านไปเกือบ ๓๐ ปี มันทรุดโทรมครับ ท้องถิ่นก็ได้พยายาม ที่จะแก้ปัญหาเพื่อที่จะทำให้ประตูน้ำดีเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือระยะเวลา ๓๐ ปี ทำให้ฐาน ของประตูน้ำและฝายแตก ท้องถิ่นใช้งบประมาณกว่า ๑ ล้านบาทในการแก้ปัญหานะครับ สุดท้ายอยู่ได้แค่ปีเดียวพัง ปีต่อไปชาวบ้านก็เดือดร้อน เพราะนี่คือตาน้ำที่แรก สุดท้าย เราก็มามองดูว่าการบริหารจัดการน้ำมันเป็นสิ่งสำคัญครับ ปีที่แล้วแล้ง ปีนี้ไม่ต้องห่วง โดนแน่นอน แต่หน้าที่ไปอยู่ที่ใครครับ อยู่ที่ท้องถิ่น วันนี้เราก็ควรที่จะต้องกลับมานั่งคุย และพิจารณา เราควรจะต้องให้ท้องถิ่นคิดแบบใหม่ ทำแบบใหม่ ถึงจะได้อนาคตใหม่ ผมอยากให้ท้องถิ่นเรามีอำนาจ มีงบประมาณ มีการทำงานที่ดีขึ้นมากกว่านี้ครับ ก็ขอฝากไว้ แล้วก็ขอสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพีรเดชอภิปรายโดยตรง เรื่องแหล่งน้ำ ซึ่งก็เป็นไปตามญัตติที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ส่วนญัตติที่ ๑ ของศาสตราจารย์โกวิทย์นั้น ท่านก็เขียนมากว้าง เพราะฉะนั้นถ้าใครที่จะอภิปรายต่อไปนี้ถ้าอยู่ในประเด็นอย่างที่ คุณพีรเดชทำก็จะใช้เวลาน้อย และเราไปพูดใหญ่เรื่องของกระทรวงท้องถิ่น ในกรณีที่ท่าน อยากจะพูดในกรณีนั้นนะครับ จะไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญเลยครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออภิปรายเรื่องญัตติการขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดการบริหารสาธารณะและกิจการสาธารณะ ตลอดจน การถ่ายโอนภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำหรือเรื่องอื่น ๆ ในญัตตินี้ ผมในฐานะ เป็นคนท้องถิ่นเก่านะครับ ผมเป็น สจ. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ หลังจากนั้นก็เป็นผู้บริหารท้องถิ่น อบจ. มาโดยตลอดเป็นระยะเวลา ๒๐ ปี จนมาทำงานในการเมืองเป็น ส.ส. เพิ่งลาออก เมื่อก่อนจะสมัคร ก็ได้รับทราบปัญหามากมายก่ายกองของท้องถิ่น เนื่องจากก็ประสาน ทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ในพื้นที่ต่าง ๆ ปัญหาของการจัดการ บริหารสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภารกิจการที่ได้รับถ่ายโอน ปัญหาถ้ามันมีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมอย่างยาวนานผมว่ามันไม่เกิด การที่รัฐมีการถ่ายโอน ภารกิจต่าง ๆ ให้ท้องถิ่น ณ เวลานั้นผมเชื่อว่าผมก็อยู่ในเหตุการณ์รีบถ่ายโอนโดยไม่ได้ บอกว่างบประมาณจะเป็นอย่างไร พอหลังจากถ่ายโอนเสร็จปุ๊บงบประมาณที่ตามมา ในการซ่อมแซมดูแลอะไรต่าง ๆ ก็มาแบบ ไม่เป็นระบบ ปีไหนถ้ารัฐมีเงินเยอะก็จัดมาให้เยอะ ปีไหนให้น้อยก็จัดมาให้น้อย จนช่วงหลัง บอกว่าเงินที่ถ่ายโอนเมื่อก่อนท่านพอจะทราบถ้าใครอยู่ท้องถิ่นเขาจะมีเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนทั่วไปนะครับ เงินเหล่านี้จะมา แต่ท้องถิ่นต่าง ๆ บางที่ไม่รู้โดยระเบียบ เขาก็ไป จัดสรรลงในการทำงานอื่น ๆ โดยไม่เอาไปลงในภารกิจถ่ายโอนที่เขาได้รับ ปรากฏว่า หลังจากนั้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็พยายามปรับปรุงว่าถ้าได้รับเงินจัดสรร จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้วถ้าไม่ไปทำในกิจการที่ถ่ายโอนก็จะตัดงบ ช่วงหลังเงินมันก็หายไป พอหายเกิดอะไรขึ้นครับ ถนนที่ได้รับการถ่ายโอนหรือแหล่งน้ำ การจัดทำแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่ได้รับการถ่ายโอนมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางหลวงชนบท รพช. สมัยนั้น หรือว่าจะเป็นแหล่งน้ำจาก ส.ป.ก. อะไรก็แล้วแต่อื่น ๆ เงินก็ไม่มีดูแล พอไม่มีดูแลเสร็จปุ๊บท้องถิ่นก็ทำงานไม่ได้ ก็ปรากฏว่าโทษท้องถิ่นอีก ก็เลยเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำไม่ได้รับการขุดลอกหรือแม้กระทั่ง ถนนมีการเป็นหลุมเป็นบ่อแต่เงินไม่มีครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นมันจะเป็นภาพรวม จริง ๆ ผมตั้งใจอภิปรายในภาพรวม ในเมื่อมาตั้งญัตติอย่างนี้ผมก็ขออนุญาตเพิ่มเติมนะครับ ปัญหาที่ท้องถิ่นเกิดขึ้นจะได้รับการถ่ายโอนมันก็มีปัญหาหลาย ๆ เรื่อง ๑. ท้องถิ่นไม่มีอำนาจ แท้จริง จะทำอะไรก็ไม่ได้ จะใช้เงินผิดประเภทก็ไม่ได้ โดนครอบงำอำนาจ งบประมาณอย่างที่ ท่านจีรเดชได้พูดนี่ก็ ๒๐ กว่าปีแล้ว ตั้งใจว่าจะ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้วมเตี้ยม ๆ ยื้อกันไปยื้อกันมา พยายามจะเพิ่มภารกิจให้ท้องถิ่น แต่จริง ๆ เงินไม่อยู่ท้องถิ่นหรอกครับ เงินไปอยู่ที่ส่วนกลาง แต่พยายามเอาตัวเลขมาบวกให้มันได้เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เพิ่มอย่างไรก็ยัง ไม่ยักจะถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์สักที การตรวจสอบไม่มีมาตรฐาน ท้องถิ่นมีเงิน บางท้องถิ่น จะทำงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากการถ่ายโอนบ้าง ทำอะไรต่าง ๆ บ้าง บางที่ ทำได้ ท้องถิ่น ก จังหวัด ข ทำได้ แต่ท้องถิ่น ง จังหวัด ค ทำไม่ได้นะครับ มาตรฐาน ในการตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบต่าง ๆ ไม่มีมาตรฐาน ที่หนึ่งทำได้ ที่หนึ่งทำไม่ได้ แล้วเมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ผมก็ยังไม่เห็นท้องถิ่นชนะสักที การไม่มี อิสระในการบริหาร บางเรื่องนะครับ ถนนบางเส้นท้องถิ่นไม่อยากจะได้ แต่ก็พยายาม ยัดเยียดให้เขา แหล่งน้ำบางแหล่งน้ำเกินขีดความสามารถของท้องถิ่นที่จะจัดการได้ ก็ยังโอนให้เขา มันก็เลยเกิดปัญหา หลังจากนั้นท้องถิ่นจะเอาไปทำ บางที่เป็นแหล่งน้ำ สวย ๆ ท้องถิ่นจะไปทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ติดอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นอีก นี่คือเหตุผล ที่การทำงานที่มันติดขัดต่าง ๆ นะครับ และที่สำคัญที่สุดความเหลื่อมล้ำของท้องถิ่น ท้องถิ่นบางท้องถิ่น เมื่อสักครู่นี้ผมเห็นท่านวีระกร คำประกอบ ได้อภิปราย ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ท้องถิ่นบางท้องถิ่นเหลือเงิน ท่านประธานเชื่อไหมครับ ท้องถิ่นบาง อบต. เหลือเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อพัฒนา ๓๕ ล้านบาท เป็นเรื่องบุคลากร การใช้จ่าย ภายในทั้งหมด เหลือแค่ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทพัฒนาทั้งปีนะครับ ถ้าไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ก็เสร็จ บางท้องถิ่นเหลือเงินเยอะแยะ ผมเห็นบางท้องถิ่นซื้อรถกู้ภัย ซื้อรถอะไรแจก ทางกำนันบ้าง ผู้ใหญ่บ้านบ้าง โดยใช้ว่าเป็นคณะกรรมการรักษาความสงบภายในเทศบาล อะไรก็แล้วแต่ทำให้ถูกระเบียบ บางท้องถิ่นรถจะใช้ในสำนักงานยังไม่มีเลย เก่าแล้วเก่าอีก ซื้อใหม่ก็ไม่ได้เพราะไม่มีงบ สภาไม่ผ่านให้ นี่คือความเหลื่อมล้ำในการจัดการของท้องถิ่น ฉะนั้นที่ผมอภิปรายในวันนี้ในฐานะคนท้องถิ่นเก่าก็อยากจะเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้อง ความเข้าใจที่รัฐบาลคิดว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นนี่สามารถทำงานได้ให้ประชาชน ถ้าท่าน ไม่ปล่อยไม่คลายล็อกหลาย ๆ เรื่อง ท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ เพราะท้องถิ่นผมเชื่อว่ามีความสำคัญมาก งานต่าง ๆ ที่เป็นงานเร่งด่วน เป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากได้ด่วน ๆ ตกที่ท้องถิ่นหมด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนึกอะไรไม่ออกก็มาหาที่ท้องถิ่น ของบท้องถิ่นโดยเร็ว สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะให้มันเกิดขึ้นใน ส.ส. ชุดของเราในชุดที่ ๒๕ นี้ ผมทราบว่า ส.ส. หลายชุดได้มีการทำเรื่องนี้แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ผมมั่นใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของชุดสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้เป็นคนท้องถิ่นเก่าเยอะมาก น่าจะเป็นปริมาณสัดส่วนที่เยอะ ที่สุดในสภาทุกชุด ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นอยากจะให้เกิดในสภาชุดเรานะครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดการบริหารสาธารณะและกิจการสาธารณะ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีอาจารย์โกวิทย์ได้นำเสนอครับ🔗

ท่านประธานครับ ชีวิตผมอยู่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ตั้งแต่กลไกจังหวัด แล้วก็ อบต. อปท. แล้วก็ อบจ. มาตลอด ผมทราบว่าเวลาทำงานนี่จะมีปัญหา ผมอยากให้ เห็นภาพตัวนี้ครับท่านประธานเรื่องงานบริการสาธารณะ ตั้งแต่เราอยู่ในท้องแม่ไปถึงจน เราตายเราเกี่ยวข้องทั้งหมดเกี่ยวกับบริการสาธารณะของรัฐ อันนี้เป็นหัวใจสำคัญ มาก ๆ เลยครับท่านประธาน ตั้งแต่สาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ปกครอง หลาย ๆ เรื่อง ที่เกี่ยวข้องในการทำงานตั้งแต่เราเกิดมาจนถึงตาย เพราะฉะนั้นก็คือว่าหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ ในการบริการหรือบริหารสาธารณะเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลต่อพี่น้องประชาชน คือต้องอยู่ใกล้พี่น้องประชาชนครับท่านประธาน อันนี้เป็นเรื่องที่ผมสัมผัสและใกล้ชิด ผมจะเล่าประสบการณ์นะครับ ไม่กี่วันมานี้ผมไปที่แม่ฮ่องสอนคุยกับผู้บริหารระดับจังหวัด ท่านประธานครับ จังหวัดก็บอกว่าจังหวัดนี่ชื่อใหญ่ พ่อเมือง แต่ไม่มีอำนาจอะไรเลย ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ผู้บริหารมีหน้าที่แค่นายไปรษณีย์ หลาย ๆ เรื่องไม่ต่ำกว่า ๒๐ หน่วยงานเป็นหน่วยงานส่วนกลางที่ไปประจำอยู่ที่จังหวัด แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่มีอำนาจจัดการอะไรเลย ไม่มีอำนาจที่จะสั่งการเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้ หลาย ๆ อบต. หลาย ๆ ท้องถิ่น หลาย ๆ อบจ. มีแผนงาน มียุทธศาสตร์ มีโครงการต่าง ๆ ที่ดีมากครับท่านประธาน เวลาเสนอเข้าในอำเภอก็ดี เสนอให้จังหวัดก็ดี ไม่สามารถ ที่ดำเนินการได้ ต้องกลับไปถามเจ้ากระทรวง อันนี้คือปัญหาที่สัมพันธ์กันนะครับ ถ้าเรา ไม่ถอดรหัสตรงนี้ท่านประธานครับมันไม่มีทางที่จะเดินหน้าว่าประเทศไทยจะยั่งยืน หรือว่า จะมั่นคง หรือว่าจะมั่งคั่งนี่ยากมาก เพราะว่าระบบการตัดสินใจอำนาจตรงนี้มันไม่ได้อยู่ที่ ท้องถิ่นจริง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็น อยากจะเห็นว่ากระบวนการกระจายอำนาจ ผมคิดว่าหลัก ๆ มีแค่ ๓ ประเด็นครับท่านประธาน การกระจายอำนาจต้องอยู่ในกรอบ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ก็คือว่าเรื่องภารกิจและหน้าที่ ในประเด็นเรื่องภารกิจและหน้าที่ ต้องกระจายเอาให้ชัด ๆ เลยนะครับ🔗

อันที่ ๒ อำนาจในการตัดสินใจ🔗

อันที่ ๓ คือเรื่องของงบประมาณที่จะดำเนินการ🔗

สิ่งเหล่านี้ ๓ ข้อนี้ถ้าไปอยู่ในมือในระดับพื้นที่ ในระดับจังหวัด ผมคิดว่า มันสามารถที่จะแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้ ในความเข้าใจของผม เท่าที่ผมแลกเปลี่ยนกับ เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารระดับจังหวัดก็ดี ระดับพื้นที่ก็ดี ขอให้มันมีอำนาจในการตัดสินใจ ในระดับพื้นที่ คุยกับจังหวัดหลายจังหวัดที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ กรมทรัพยากรน้ำ ก็ไปถามที่อธิบดี กรมทรัพยากร ทุกกรมที่ว่ามาอำนาจไม่ได้อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด อำนาจไม่ได้อยู่ที่นายก อบจ. เพราะฉะนั้นคือปัญหาอยู่ในพื้นที่นะครับ แต่ว่าต้องถามคน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคนคนเดียวที่คุมอำนาจคือตาม พ.ร.บ. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำให้มันสั้นและเร็วขึ้นก็คือมันมีคณะกรรมการจังหวัด มันมีตัวแทน ท้องถิ่นอยู่แล้ว สามารถดำเนินการตัดสินใจได้เลย สิ่งที่ผมอยากจะเห็นในอนาคตนะครับท่านประธาน เรามีการบริหารส่วนกลาง ผมคิดว่า ส่วนกลางนี่ก็คือความเป็นรัฐก็ต้องมีส่วนที่ควบคุมอำนาจของรัฐไว้อยู่ แต่ผมอยากจะเห็น อำนาจส่วนกลางทำแค่ ๔ เรื่อง ที่เหลือปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ที่เหลือปล่อยให้เป็น หน้าที่ของจังหวัดครับ ๔ เรื่องที่ผมว่านี่มีอะไรบ้างครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการทหารและความมั่นคง อันนี้ยกให้เป็นรัฐบาลกลาง รัฐบาลส่วนกลางที่จะต้องดูแลบริหารเรื่องความมั่นคงในประเทศ ระหว่างประเทศ🔗

เรื่องที่ ๒ การต่างประเทศ เราเป็นประเทศรัฐเดี่ยว เราจำเป็นที่จะต้องมี การสื่อสารและมีมาตรฐานในการติดต่อกับต่างประเทศเหมือน ๆ กัน🔗

เรื่องที่ ๓ ระบบศาลยุติธรรม เราจำเป็นนะครับ ถ้าเรามีศาลหลาย ๆ ศาล คือว่าระบบยุติธรรมก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็คือว่าส่วนกลางเรื่องที่ ๓ ที่ควรจะทำ ก็คือเรื่องของระบบศาลยุติธรรม🔗

เรื่องที่ ๔ ระบบเงินตรา เราไม่มีทางที่จะใช้สกุลเงินในประเทศนี้หลาย ๆ สกุลเงินได้ เราต้องให้ส่วนกลางมีหน้าที่เรื่องนี้🔗

๔ เรื่องนี้นะครับ เรื่องความมั่นคง เรื่องการต่างประเทศ เรื่องระบบ ศาลยุติธรรมและระบบเงินตรานี่เป็นหน้าที่ของส่วนกลาง ที่เหลือทั้งหมด การบริการ สาธารณะตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จนตายขอให้มันเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ อันนี้สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็น ทีนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ที่ผมพูดมานี้ หลายท่านบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้ครับ เป็นไปได้ผ่านกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ในสภาในชุดนี้ เราจะต้องมีความกล้าหาญพอที่จะตอบว่ามันได้เวลาแล้วที่จะปลดปล่อย ศักยภาพของท้องถิ่นได้คิดได้ตัดสินใจ เราได้เวลาแล้วที่เราจะต้องตอบตัวเองว่าประเทศไทย ถ้าอยู่แบบรวมศูนย์แบบนี้นะครับ เราไม่มีทางที่จะก้าวหน้าหรือแข่งขันกับต่างประเทศได้ เราเสียโอกาสในการทำให้ท้องถิ่นได้ใช้ศักยภาพตัวเอง แก้ไขปัญหาตัวเองเยอะแยะมากมาย เมื่อวานผมก็อภิปราย ท่านนายก อบต. จากตำบลห้วยปูลิง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เสนอโครงการอย่างไรก็ไม่ผ่าน เพราะว่าติดในอำนาจส่วนกลางไม่อนุญาต แล้วอย่างนี้ เราจะมีนโยบายบอกว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนี่เป็นไปได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ ฝากกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นนี้นะครับ ผมพร้อมที่จะมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการว่า ในประเด็นเรื่องของท้องถิ่นทุกมิติว่ารูปแบบหรือว่าความพยายามของคนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ทำมาแล้ว แต่ว่าอาจจะมีปัญหาในข้อกฎหมาย แต่ก็ยังจะทำ เพราะว่าสิ่งที่ทำไปแล้ว ตอบโจทย์กับตัวเอง ตอบโจทย์กับพื้นที่ สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์ อันนี้ผมมี ความพร้อมนะครับ ขออนุญาตท่านประธานแค่นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันมีความชื่นชมและเห็นเป็นสำคัญอย่างยิ่งกับการเสนอญัตติในวันนี้ ในส่วนของปัญหา แล้วก็อุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะในเรื่องของการถ่ายโอน อำนาจต่าง ๆ ค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนกับการที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ขึ้นมา เพราะความสำคัญของการกระจายอำนาจและการจัดบริการในส่วนของท้องถิ่นนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะไม่มีใครรู้จักท้องถิ่นได้ดีเท่ากับพี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่น และในขณะเดียวกันโครงสร้างในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสภาท้องถิ่นจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างแท้จริงค่ะ อย่างไรก็ตาม ในสภาพของปัญหา แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ดิฉันมีข้อสังเกตในเรื่องของกฎหมายที่เป็น ประเด็นในลักษณะกว้างขวาง แล้วก็ในบางประเด็นก็มีความซ้ำซ้อน ในบางประเด็นนั้น ไม่มีความชัดเจนที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วท้ายที่สุดก็คือ ไม่สะท้อนกระบวนการกระจายอำนาจที่แท้จริงค่ะ ดิฉันขอเสนอในประเด็นของกฎหมาย ในเรื่องของการปฏิบัติ แล้วในเรื่องของการประเมิน กำกับ แล้วก็ตรวจสอบ แล้วก็ข้อสังเกต บางประการนะคะ🔗

ในเรื่องของกฎหมายที่มองว่าอาจจะต้องมีการทบทวนในกรณีที่จะฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป อาทิเช่น พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้วกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของมาตรา ๔๕ ก็ให้อำนาจองค์การบริหารส่วนจังหวัดในการมีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการในเรื่องของการส่งเสริมสภาตำบล การประสานสภาตำบล ตลอดจนการจัดสรร งบประมาณให้กับสภาตำบล ในความเป็นจริงแล้วควรได้มีการทบทวนว่าการกำหนดกรอบ กฎหมายลักษณะนี้สามารถปฏิบัติได้จริง แล้วก็มีกระบวนการขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ อย่างแท้จริงหรือไม่ เท่าที่เห็นข้อเท็จจริงก็คือในเรื่องของการประสานแผนพอเป็นไปได้ แต่ในเรื่องของการให้อำนาจหน้าที่ด้านอื่น ๆ อาทิเช่น ในเรื่องของการให้ อบจ. ทำงาน หรือว่าสามารถสนับสนุนในเรื่องของ อปท. อื่น หรือ อบจ. อื่น ๆ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มจังหวัด หรือว่าเป็นภูมิภาค ข้อเท็จจริงแล้วการปฏิบัตินั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริงหรือไม่ ตลอดจนในส่วนของการจัดบริการให้กับภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่กำหนดไว้ว่าให้มี ข้อบัญญัติหรือมีเทศบัญญัติต่าง ๆ กระบวนการขับเคลื่อนเชิงกฎหมาย ในองค์กรท้องถิ่นเอง จริง ๆ นั้นจะสามารถนำไปสู่การบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นปัจจุบันหรือไม่ ในเรื่องของ พ.ร.บ. กระจายอำนาจ ในส่วนขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด มาตรา ๑๗ ได้กำหนดภาระหน้าที่ในการดำเนินการไว้ ๒๙ ประการ ประการสำคัญ คือในเรื่องของสาธารณสุขและในเรื่องของการศึกษา ในการปฏิบัติจริงนั้นมีความซ้ำซ้อน หรือมีความยุ่งยากในหลาย ๆ ประการ ในใด ๆ บ้างอยากจะให้มีการไปทบทวนในเรื่องของ กฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องด้วยคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ในข้อวินิจฉัยใดก็ตามที่ไม่เป็นที่แล้วใจหรือยังมีข้อสงสัยประการใดให้ย้อนกลับไปที่ ภูมิภาค ราชการส่วนจังหวัดโดยท่านนายอำเภอ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะของ คณะกรรมการการกระจายอำนาจจังหวัด ตรงนี้เหมือนกับการหมุนวนกลับไปสู่การที่ให้ อำนาจของภูมิภาค อย่างไรก็ตามในสิ่งเหล่านี้ควรจะได้มีการทบทวนในขั้นของกรรมาธิการ ที่จะได้มีการปฏิบัติต่อไป ในเชิงปฏิบัติดิฉันมีกรณีตัวอย่างหลายประการที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แล้วไม่สามารถที่จะนำไปสู่การบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพแล้วก็มีประสิทธิผลได้ อาทิเช่น ในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ ในเรื่องของการให้บริการ ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี ในกรณีบางประการก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งต่อการพัฒนา อาทิเช่น ในเรื่องของการจัดการ ท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ระดับประเทศ เมื่อใดก็ตามถ้าพื้นที่นั้นอยู่ในพื้นที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นใด ๆ ก็ตามไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ผู้ประกอบการเข้ามาช่วย ในการดำเนินการได้ ดังนั้นอาจจะมีกรณีที่ว่าต้องไปเช่าสถานที่พื้นที่อื่น นี่ก็คือการที่เรา ใช้งบประมาณหรือการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องของ คุณภาพชีวิตก็ดีค่ะหลายพื้นที่สามารถดำเนินการในระบบ สพฉ. ได้ หลายพื้นที่ไม่สามารถ ดำเนินการได้ ความเข้าใจตรงไหนที่คลาดเคลื่อนระเบียบ กฎหมายข้อไหนประการใด หรือแนวปฏิบัติข้อใดที่ทำให้แต่ละพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้เหมือน ๆ กัน แล้วก็ ประสิทธิผลนั้นก็เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนไม่ทั่วถ้วนค่ะ🔗

ในประเด็นต่าง ๆ อาทิเช่นโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องประปาหมู่บ้านนี่ค่ะ เป็นที่ร่ำลือกันมากเลยว่าประปาหมู่บ้านเมื่อเป็นระดับหมู่บ้านก็ให้เป็นองค์การบริหาร ส่วนตำบลทำไป แต่แท้ที่จริงแล้วในเรื่องของสาธารณูปโภคเหล่านี้ความจำเป็นของ พี่น้องประชาชนอาจจะเกิดขึ้นในภาพกว้าง และที่สุดแล้วงบประมาณของประปาหมู่บ้าน ก็ให้ย้อนกลับมาในส่วนกลางที่ให้กระทรวง ทบวง กรม เป็นผู้จัดสรรลงไป อันนี้ถือว่า ไม่ได้มีการกระจายอำนาจที่จะต้องสอดคล้องกับพื้นที่ อยากจะเสนอให้ในเรื่องของ การทบทวนตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ให้องค์กรท้องถิ่นได้มีโอกาสในการทำ บริการสาธารณะให้มากที่สุด รวมทั้งในเรื่องของการกำกับ ติดตามประเมิน ประเมิน อย่างไร แม้แต่ประเมินตนเองขององค์กรท้องถิ่นในขณะนี้ก็ประเมินแล้วอาจจะมีลักษณะ ของผ่าน ไม่ผ่านนะคะ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดหรือใด ๆ ก็ตาม รวมทั้งการติดตามตรวจสอบ โดยหน่วยงานจากส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น สตง. ป.ป.ช. ทำให้พี่น้องท้องถิ่นเองมีปัญหา ในการทำงานอย่างมากและขาดความมั่นใจในการทำงาน อย่างไรก็ตามทั้งในเชิงกฎหมายแล้วก็ภาคปฏิบัตินำไปสู่การประเมินซึ่งอาจจะเป็นเครื่องมือ ของการพัฒนาในพื้นที่อีกประการหนึ่งนั้น ดิฉันมีข้อเสนอหลายประการที่อยากจะให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้สภาท้องถิ่นเทียบเคียงกับสภาผู้แทนราษฎร การมี กรรมาธิการในสภาท้องถิ่นหรือใด ๆ ก็ตามตรงนี้ก็อยากจะเสนอให้มีการทบทวนในเรื่องของ อำนาจหน้าที่ของสภาท้องถิ่น ตลอดจนดูแลขวัญกำลังใจ อาทิเช่นในเรื่องค่าตอบแทนของ สมาชิกสภาจังหวัด ๑๙,๔๐๐ บาท มีอย่างนี้มานานแล้ว ตลอดจนจะมีกลไกและเครื่องมือใด ที่ทำให้สภาท้องถิ่นสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาทิเช่นมีคณะทำงาน หรือมีผู้ช่วยการทำงาน ก็ขอเสนอเป็นประเด็นต่าง ๆ เพื่อจะนำไปสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อไป ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายต่อการเสนอญัตติของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๔ ญัตติ ในกลุ่มแรก ผมสรุปว่าญัตตินี้เป็นญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับ เรื่องภารกิจ เป็นกลุ่มภารกิจของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของการจัดบริการสาธารณะ ปัญหาการจัดบริการของท้องถิ่น หรือเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ผมขออนุญาตท่านประธาน ในกลุ่มนี้สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ🔗

ประการแรกสุด ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้งที่เรามี กรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องการกระจายอำนาจอยู่แล้ว ผมเห็นด้วยควรตั้ง เพราะว่าเรา จะได้มีบุคลากรที่มีความหลากหลาย ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่ไม่ใช่สมาชิกเราเข้ามาเป็น กรรมาธิการได้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการ ฝากท่านประธานไปนะครับ ปัญหาของการจัดบริการสาธารณะ และปัญหากิจการสาธารณะ ของท้องถิ่น ตลอดจนการถ่ายโอนต่าง ๆ โดยเฉพาะฟังจากเพื่อนสมาชิกแล้วไม่ว่าจะเป็นถนน แหล่งน้ำที่ถ่ายโอนแล้วมีปัญหา บางท่านได้ยกตัวอย่างแม้กระทั่งว่าการถ่ายโอนแหล่งน้ำ ที่มีขนาด ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรนี่มีปัญหามาก ไม่อยากรับ อยากจะถ่ายโอนคืนไปให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปทำ นั่นคือหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาครับไป เรื่องถนนนะครับ บอกเอาคืนไปไม่ต้องเอามา ท่านประธานครับ ผมฟังแล้วนี่ผมมีข้อขัดแย้งอยู่ในใจตัวเอง ตอบตัวเองไม่ได้ครับท่านประธานว่าขณะนี้ เรากำลังพูดเรื่องอะไร ผมสรุปได้อย่างนี้ครับ เหตุที่เพื่อนสมาชิกเสนออย่างนี้เป็นเรื่องแรก ที่ผมอยากเสนอท่านประธานเลยว่ากรรมาธิการต้องไปช่วยดูหน่วยว่า🔗

๑. ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นเกิดจากวิธีคิดครับ ไมนด์เซต (Mindset) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ เป็นวิธีคิดที่ผิด คำที่ใช้ก็ผิด การกระจาย อำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมถามว่าทำไมต้องใช้ว่ากระจายอำนาจ วิธีคิดนี้ ผิดอยู่แล้วครับท่านประธานครับ คิดผิด ๆ เลยทำผิด ๆ มาตลอดเลย อำนาจมันเป็นของ พี่น้องปวงชนชาวไทยนะครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญเองก็รับรอง โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๐ อยู่มาตรา ๒๔๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นอิสระ ท่านประธานครับ นั่นเรื่องแรกสุดฝากกรรมาธิการไปศึกษาและเขียนมาเป็นรายงาน ให้ชัดเจนว่าวิธีคิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นต้องตัดคำว่า กระจายอำนาจ ออก ต้องเป็น อำนาจของประชาชนในการที่จะปกครองดูแลตัวเองอย่างเป็นอิสระครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สิ่งที่เป็นปัญหาคือความไม่จริงใจของผู้ที่มีหน้าที่และอำนาจ ในการกระจายอำนาจ จริง ๆ ผมไม่อยากใช้คำพูดนี้ แต่ว่าสถานการณ์มันเป็นอย่างนี้ ก็ต้องพูดอยู่ โดยเฉพาะกรรมการการกระจายอำนาจที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่คนกำกับดูแลเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้ามาช่วยเป็นเสมือนฝ่ายสนับสนุน เขาเรียกว่าส่งเสริมครับ จริง ๆ ผมอยากจะพูดรวมทั้งหมดให้ประธานเห็นภาพ แต่ว่าพอแยกแล้วนี่ผมก็จะแยกส่วน ที่เป็นภารกิจให้ทราบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องปรับเรื่องที่ ๒ ก็คือว่าความจริงใจในการที่จะให้ อำนาจพี่น้องประชาชนคุณต้องยอมครับ คุณต้องยอม ยอมแม้จะต้องปรับโครงสร้างเลยว่า คนกำกับดูแลท้องถิ่นควรจะเป็นใครซึ่งมันอยู่ในกลุ่มที่ ๒ ผมจะไปพูดอีกทีหนึ่ง กลุ่มที่ ๒ เรื่องของการตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้น ผู้เสนอจริง ๆ เขาต้องการบอกว่าฉันต้องการหน่วยงาน ที่มากำกับดูแลเป็นอย่างไร อันนั้นเรื่องใหญ่ว่าไปอีกทีครับ🔗

ประเด็นที่ผมอยากยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็นภาพนะครับ ทำไม เขาบอกว่า ๒ ล้านคิวผมไม่เอานะ เพราะว่าผมไม่มีเงินไปขุดลอก สมาชิกคิดได้เลย บอก ๘๐ ล้านบาทไม่มีเงินไปขุดลอก นี่อย่างไรครับท่านประธาน เอาเงินเป็นตัวตั้ง เอางานมาเป็นตัวกำหนด ท้องถิ่นตายหมดเลย ที่สำคัญนี่ผมอยากได้ทั้งหมดเหมือน ส.ส. สมาชิกท่านเพิ่งพูดไปสักครู่ว่าภารกิจ ๔ เรื่องที่ส่วนกลางทำไป นอกนั้นเป็นภารกิจท้องถิ่น ทั้งหมด แหล่งน้ำจะกี่ล้านคิวท้องถิ่นก็ดูได้ อย่านะครับอย่าไปคืนให้เขานะ ใครที่ผลักดัน คืนให้กับหน่วยงานราชการนั่นแสดงว่าคุณยังตกเป็นสิ่งที่ครอบงำโดยรัฐราชการอยู่ซึ่งผมเอง ไม่ยอมครับ สิ่งที่ต่อสู้คือต้องเอาอำนาจมาแล้วจะบริหารจัดการด้วยตนเอง ท่านประธานครับ ต้องทำอย่างนั้นในเรื่องภารกิจ ท่านประธานครับ สิ่งที่จำเป็นและสำคัญในเรื่องของ การกำหนดภารกิจของท้องถิ่นมันต้องขึ้นกับว่าแต่ละท้องถิ่นเขามีความสามารถอย่างไร ที่เราเรียกว่าโลคัล คาพาซิตี (Local Capacity) ขออนุญาตท่านประธานครับ ความสามารถ ในการเข้าไปดูแลอย่างไร ความสามารถในการจัดบริการอย่างมีประสิทธิภาพเซอร์วิส เอฟฟิเชียนซี (Service Efficiency) แล้วก็ความสามารถที่จะเข้าถึงการบริการได้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญมีส่วนร่วมครับท่านประธาน วิธีคิดที่ผมบอกนี่ผมฟังเยาวชนคนรุ่นใหม่ วันที่ ๒๐ คุณจะไปเลือกตั้งหรือเปล่า อบจ. เขาบอกว่าไม่ไป ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนเดินขบวนเรียกร้อง ประชาธิปไตยที่แท้จริง ถามว่าทำไมไม่ไป เพราะ ๑. ไม่มีกฎหมายบังคับ ๒. ไม่มีการอำนวย ความสะดวก ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ถ้าไม่ไปก็แจ้งสิทธิได้ว่า ติดภารกิจ ก็หลุดจาก ๖ ข้อที่ตัดสิทธิทางการเมือง ไปแจ้งสิทธิได้ หลังจากวันเลือกตั้ง ๗ วัน ก็แจ้งสิทธิได้ว่ามีเหตุจำเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งท้องถิ่นนะครับ การกำหนด วันที่ ๒๐ นี้ก็บ่งแล้วว่าคนกำหนดวันเลือกตั้งไม่จริงใจเลยจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะมันมีวันหยุดปิดหัวท้าย ๗ วันที่ผ่านมา แล้วก็ปีใหม่อีกท่านประธานครับท่านคิดดู เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการอันแรกสุดหรือเป็นเรื่องแรกสุดที่ผมฝากท่านประธาน ไปยังท่านกรรมาธิการช่วยไปปรับวิธีคิดใหม่ กำหนดภารกิจใหม่ให้สอดคล้องสอดรับ แน่นอนครับตัวโครงสร้าง ตัวรูปแบบจริง ๆ ต้องพูดในกลุ่มนี้ได้ด้วย แต่เมื่อท่านประธาน บอกว่าเรื่องโครงสร้าง เรื่องรูปแบบนี้อาจจะไปพูดในกลุ่มที่ ๓ โน่น เวลาเขาพูดถึงท้องถิ่น พิเศษมันเกี่ยวกับตัวโครงสร้างตัวรูปแบบก็ไปอยู่โน่นก็ได้ ก็โดยความรวมแล้วผมสนับสนุน ให้มีกรรมาธิการ แต่สิ่งที่กรรมาธิการต้องไปทำเรื่องแรกโดยสรุป🔗

๑. ต้องเอาคำว่า กระจายอำนาจ ออกไป แล้วเอาอำนาจคืนให้กับท้องถิ่น🔗

๒. ให้เขามีความเป็นอิสระ🔗

๓. ภายใต้การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นต้องมี ภาพจำที่งดงามสำหรับการปกครองตนเองในพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มามีส่วนร่วมให้ได้🔗

และอันที่ ๓ สุดท้ายท่านประธานครับ การปกครองท้องถิ่นต้องเป็นรากฐาน ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้ได้ครับท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นะครับ ผมขอหารือว่าทั้งหมดมี ๑๔ ท่าน มีเพิ่มมาอีก ท่านหนึ่งคือ ท่านนิยม เวชกามา ขอเท่านี้ได้ไหมครับ ที่ประชุมถ้าเห็นด้วยขอคุมไว้ ๑๔ ท่าน แล้วใครที่มีปัญหา ความจริงท้องถิ่นก็จะมีในวาระ ๕.๒ ๕.๖ ต่อไป เพราะฉะนั้นอย่างที่ ท่านสมาชิกได้ท้วงและได้เตือนเรื่องนี้ว่าพวกเราขอให้ในประเด็นของ ๔ ญัตตินี้ ส่วนเรื่อง โครงสร้างใหญ่นั้นก็มีในญัตติอีก ๒ ญัตติต่อไป เราจะได้ประหยัดเวลาเพื่อพิจารณา ในญัตติที่ ๕.๒ ญัตติที่ ๕.๓ ต่อไปนะครับ ขอเชิญรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาต ที่จะเห็นด้วยในการที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่องปัญหา อุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้ญัตตินี้ เพราะผมมีความมั่นใจว่าเวลาเราพูดถึงคุณภาพของประชาธิปไตยก็คือ คุณภาพของท้องถิ่นครับท่านประธานครับ ถ้าคุณภาพของท้องถิ่นก็คือคุณภาพของบริการ สาธารณะ เช่นเดียวกัน คุณภาพของบริการสาธารณะก็คือ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ การศึกษาดี สิ่งแวดล้อมดี ภูมิปัญญาดี สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นบริการสาธารณะที่อยู่ในท้องถิ่นครับ ท่านประธาน เพียงแต่ว่าวันนี้เวลาเราพูดถึงบริการสาธารณะมันอยู่ไม่หนำใจ ก็แสดงว่า ประชาธิปไตยเรายังมีปัญหา ผมกำลังพูดถึงประชาธิปไตยที่ประชาชนกินได้ น้ำสะอาด มีรถที่มีคุณภาพ มีระบบน้ำที่น้ำไม่ท่วมเมือง มีระบบที่เด็กสามารถมีที่ออกกำลังกาย อินเทอร์เน็ต (Internet) สิ่งเหล่านี้เรายังมีปัญหามากมายในท้องถิ่นนะครับท่านประธาน ปัญหาที่เกิดตรงนี้ผมก็อยากจะอภิปราย แล้วก็ฝากไปยังท่านกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่า ปัญหาของผมไม่พูดในโครงสร้างเลย แต่ปัญหาของผมที่กำลังจะเสนอแนะผ่านท่านประธาน เพื่อไปยังคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณากันต่อแต่นี้เป็นต้นไป ก็คือปัญหาเรื่องการบริหาร จัดการ การบริหารจัดการท้องถิ่น การบริหารจัดการอำนาจท้องถิ่นในการบริการสาธารณะ ขออนุญาตภาษาอังกฤษนิดหนึ่งครับ โลคัล กัฟเวิร์นแนนซ์ (Local governance) สิ่งนี้เป็น เรื่องใหญ่มาก วันนี้เวลาเราพูดถึงบริการสาธารณะที่ไม่มีคุณภาพเพราะท้องถิ่นถูกกระจาย อำนาจ แต่ไปรวมอำนาจไว้ที่ท้องถิ่น ไม่ได้กระจายต่อ ผมยกตัวอย่างก็ได้ครับท่านประธาน บริการสาธารณะ ๗-๘ ประการที่ผมนำเรียน ผมยกตัวอย่างเรื่องเด็กเล็กก็ได้ เรื่องเด็กประถม หรือเด็กเล็ก เด็กที่อยู่ในเทศบาลของผม อยู่ในท้องถิ่นของผม มีตัวกระทำในการให้บริการ สาธารณะเรื่องเด็กอย่างน้อยที่สุดโรงเรียนประถม โรงเรียนของการศึกษาเอกชน ศูนย์เด็กเล็กในวัด ของเอ็นจีโอ (NGO) ของกระทรวง พม. นั่นคือหน่วยงาน หรือถ้าจะบอกว่า มีทั้งตัวแทนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่เอ่ยชื่อ ตัวแทนของสำนักงาน การศึกษาเอกชน ตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนกระทรวง พม. ตัวแทนกระทรวง ศึกษาธิการ หรือ สพฐ. สิ่งเหล่านี้ต่างคนต่างแยกส่วนในการทำบริการสาธารณะเรื่องเด็ก เรื่องเดียวที่อยู่ในท้องถิ่นครับ ประเด็นอันนี้ก็คือว่าเป็นประเด็นที่เรายังไม่บูรณาการ ผมจึงอยากจะนำฝากเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าถ้าเราพูดถึงบริการ สาธารณะที่ไม่มีคุณภาพ และยังมีปัญหา หรือไม่ทั่วถึง เราจะต้องแก้ที่การบริหารจัดการด้วย ผมไม่พูดถึงประเด็นอื่นซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้นำเรียนประเด็นปัญหาไว้หลาย ๆ เรื่องแล้ว เรื่องการบริหารจัดการที่เรียกกันว่าโลคัล กัฟเวิร์นแนนซ์ (Local governance) ก็คือ การที่จะต้องมาบูรณาการครับ หน่วยงานทั้งหมดที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่จะบูรณาการกัน อย่างไร บูรณาการในยามปกติ บูรณาการในยามฉุกเฉิน เช่นยกตัวอย่างว่าบ้านผมน้ำท่วม เมืองนคร มีหน่วยงานที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำกี่หน่วยงานล่ะครับ มันคงจะไม่เสียเวลา อธิบายว่ามีกี่หน่วยงาน แต่หน่วยงานเหล่านั้นได้มีการเตรียมการเรื่องการบริหารจัดการ ในภาวะฉุกเฉินไหม ยามน้ำไม่มี น้ำแล้ง เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ท่านควรจะมีการประชุม มีการเวิร์กชอป (Workshop) มีการปรึกษาหารือกันเพื่อว่าถ้าเราจะเผชิญกับเหตุการณ์น้ำที่มันท่วมเมืองแบบนี้ เราจะบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินอย่างไรแบบบูรณาการ เราจะบริหารแบบบูรณาการ ในแบบภาวะปกติอย่างไร สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นประสบการณ์สำคัญมาก ๆ ที่บริการ สาธารณะเหล่านั้นจะต้องทำ🔗

ท่านประธานครับ พูดถึงการบริหารจัดการในท้องถิ่น มีรูปแบบการบริหารจัดการ ในท้องถิ่นเพื่อสร้างบริการสาธารณะหลายเรื่องครับ เช่นบริหารการเปลี่ยนแปลงท้องถิ่น จะทำกันอย่างไร บริหารแบบบูรณาการที่เอาเป้าหมายมาเป็นตัวตั้ง ลดกระแสน้ำในท้องถิ่น การแก้ปัญหาขยะในท้องถิ่น การระบายน้ำในท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน ปภ. นี่คือหน่วยงานทั้งสิ้น แต่ถ้าหน่วยงานต่างคนต่างทำ หน่วยงานต่างคนต่างถือกฎหมายของตัวเอง หน่วยงาน ต่างคนต่างก็ถืองบประมาณเป็นของตัวเอง คุณภาพของสิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นยากครับ ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้การบริหารจัดการท้องถิ่นวันนี้ถ้าถามผมว่าให้ความสำคัญจัด ลำดับก่อนหลังว่าการบริการสาธารณะที่ยังไม่มีพลังพอ ยังไม่หนำใจพอ เรื่องน้ำยังมีปัญหา เรื่องขยะยังมีปัญหา เรื่องเด็กเล็กยังมีปัญหา หรือเรื่องอื่น ๆ เรื่องสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่า มาจากเรื่องการบริหารให้เป็นสิ่งแรกที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะต้องไปพิจารณา จะต้องไปทำ ผมยังไม่พูดถึงเรื่องเงิน ไม่พูดถึงเรื่องอำนาจซึ่งมีเยอะ สิ่งเหล่านี้ถ้าเรา ใช้คำว่าอินทิเกรตเตด แมนเนจเมนต์ (Integrated Management) ขอโทษนะครับ ท่านประธานก็คือการจัดการแบบบูรณาการดังที่ผมนำเรียนแล้ว หรือไม่ก็ใช้เรื่องการบริหาร จัดการเชิงเครือข่าย เน็ตเวิร์กกิง แมนเนจเมนต์ (Networking Management) จะไปแก้ สิ่งเหล่านี้ มโนทัศน์เหล่านี้ท้องถิ่นต้องใช้เยอะ วันนี้เรามีความรู้ เรามีประสบการณ์ แต่ถ้าเราทำแบบเดิม ๆ ซ้ำซากน้ำก็จะท่วมเหมือนเดิม ปัญหาเด็กก็อยู่แบบเดิม ปัญหา เรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็แบบเดิม สวนสาธารณะในท้องถิ่นก็ไม่เกิดขึ้น ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นถ้าเรามาบูรณาการกันทุกภาคส่วน เราต้องอย่าลืมว่าท้องถิ่นไทยอยู่ภายใต้ รัฐชาติ ท้องถิ่นไทยอยู่ภายใต้รัฐเดี่ยวนะครับ ส่วนกลางเขาก็มีอำนาจของเขา ส่วนภูมิภาค ก็มีอำนาจของเขา ส่วนท้องถิ่นเราก็มีอำนาจตามกฎหมายในการทำบริการสาธารณะ แต่ถ้าเราไม่คุย เราไม่บูรณาการ ทักษะตรงนี้ไม่เกิด ผมก็ขาดอนาคตเลยครับ อีกไม่กี่วัน เราก็จะเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดครับท่านประธาน ผมก็อยากฟังวิสัยทัศน์ของ แคนดิเดต (Candidate) ทั้งหมดที่จะมาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศว่า คุณจะพูดถึงโลคัล กัฟเวิร์นแนนซ์ (Local governance) อย่างไร สิ่งเหล่านี้ถ้ามันเป็นอย่างนี้ เสร็จก็แสดงว่าคุณภาพประชาธิปไตยมี คุณภาพของท้องถิ่นมี แล้วคุณภาพบริการสาธารณะ ก็จะดีขึ้น น้ำก็จะไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ การศึกษาดี สิ่งแวดล้อมดี สิ่งเหล่านี้คือหัวใจ ที่ประชาชนบอกว่าประชาธิปไตยกินได้ อยู่ได้ มีความสุขได้ครับท่านประธาน ขอขอบคุณ ฝากประเด็นเหล่านี้ไปยังกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไปคุณขจิตร ชัยนิคม เชิญเลยครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมสนับสนุนการขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ โดยเฉพาะในเรื่องแหล่งน้ำ ผมเป็นผู้รับรองญัตติของท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ผมสนับสนุน เพราะว่าต้องการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไปหาว่าตลอดระยะเวลา ๒๑ ปี ทำไม การกระจายอำนาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงดูเหมือนว่าล้าหลังแล้วก็ถดถอย ภารกิจทั้งหมดที่จะเตรียมการโอนให้กับท้องถิ่น ๓๕๙ ภารกิจ มีการประกาศกฎหมาย ขั้นตอนการกระจายอำนาจ ๒ ฉบับ เริ่มจากปี ๒๕๔๒ แล้วแก้ไขมาตามลำดับ เวลานี้ มีภารกิจที่จะกระจายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๖๒ ภารกิจ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำอยากให้กรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ต้องเชิญกรรมการการกระจายอำนาจมา แรก ๆ เขียนกำหนดเป็นกฎหมายว่าให้กระจายงบประมาณไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นอัตราส่วน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาล แต่เวลานี้ทำอย่างไรทำไปทำมาถึงเหลือ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ หรือเหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการการกระจายอำนาจคิดอย่างไร ทำอะไรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับโดยเฉพาะเรื่องน้ำเรื่องเดียวนี่ เวลานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันนี้ปีสองปีมา หรือว่าตั้งแต่ คสช. ยึดอำนาจมานี่ไม่ต้องพูด เรื่องการกระจายอำนาจหรอกครับ ไม่ต้องพูดการจัดสรรงบประมาณ พูดว่าทำไมทุกกรม กองจึงความสามารถเอาเฉพาะ เรื่องแหล่งน้ำอย่างเดียว จัดงบประมาณจากส่วนกลาง จากภูมิภาค ทำไมจัดลงไปยัง ท้องถิ่นได้ในงบประมาณเพียง ๕๐๐,๐๐๐ บาทเหมือนกันงบประมาณนี้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ไม่เท่านี้ครับ เวลานี้งบพัฒนาแหล่งน้ำลงไปถึง กรมการปกครองก็จัดได้ จัดให้นายอำเภอมีอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจ มีกลุ่มจังหวัดอีก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดหมดเลยครับ ลงไปก็หมายถึงโครงการละ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ทำไมให้กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาศึกษาลงไปศึกษาว่าทำไมงบ ๕๐๐,๐๐๐ บาท จึงไม่สามารถให้ อบต. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล ทำไมเขาไม่สามารถจะดูแลได้ เวลานี้มีเสียงบ่นจากองค์การบริหารส่วนตำบลว่าทำไม เฉพาะเรื่องเขียนแบบที่จะขุดลอกงบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นายช่าง อบต. ไม่สามารถ ที่จะรับรองได้ ก็เพราะว่าการกำหนดสเปก (Spec) คุณลักษณะของข้าราชการที่จะจ้าง คุณสมบัติเฉพาะไม่ได้อนุญาตให้เขาทำ เขาก็ทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เขามีงบประมาณสามารถ จะจ้างเงินเดือนได้ ทำไมไม่กำหนดให้เขา เวลานี้กลายเป็นว่าผมเห็นสมาชิกหลายท่าน ซึ่งจะพูดในต่อไปนี้ให้เสนอกระทรวงท้องถิ่น ผมก็งงผมก็ถามท่านเหล่านั้นทำไมเสนอไป อย่างนั้น เพราะว่าเรื่องของเรามันจะเดินไปสู่การปกครองตนเองของประชาชน เวลานี้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องน้ำ ถ้าจะแวะไปเรื่องถนนบ้าง ทำไมครับ ถนนต่าง ๆ ตามในเมืองมี โครงการทางด่วนเป็นหมื่นล้าน เป็นแสนล้าน ทำไมรัฐบาลไม่กำหนดภารกิจแล้วก็ส่งเงินลงไป ให้เขาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทำลาดยางทั้งหมดทั่วประเทศทุกหมู่บ้าน ทำไม ไม่ทำแบบนั้นครับ ในทางกลับกันกลับไปใช้ว่าเงินผู้สูงอายุ เงินอาหารกลางวัน แทนที่จะเป็น งบจากส่วนกลางหรืองบตั้งไว้ กลายเป็นเอาตัวเลขไปฝากไว้ยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น ทำทำไมครับ ทำอย่างนั้นทำไม การส่งเสริมองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันนี้ยิ่งเลวร้ายกว่านั้น ไม่เลือกตั้งมาเกือบ ๘ ปีแล้ว ใช่ ผู้บริหารองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็อาจจะชอบ เพราะไม่ได้มีการเลือกตั้งแล้วได้อยู่นาน ก็เป็นประเด็นเดียว ที่เขาชอบ แต่เวลาไปดูงบประมาณแต่ละปีที่ส่งไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่เรื่องเศร้าครับ ท่านประธานครับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีบ้านผมเคยได้รับเงินอุดหนุน จากส่วนกลางเรื่องถนนหนทางปีละ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท มา ๒-๓ ปีไม่ได้ ไม่ได้เลย นี่คืออะไร ทั้ง ๆ ที่พระราชบัญญัติแผนการกระจายอำนาจแรกได้ระบุไว้ว่าสิ่งสำคัญก็คือว่า ต้องกระจายระบบการเก็บภาษี เรื่องการเก็บรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีรายได้ที่เหมาะสม แต่เวลานี้เรื่องการกำหนดการจัดสรรภาษีอากร เงินอุดหนุน และรายได้อื่น ๆ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าสิ่งที่หลายท่านไม่ได้พูด เรื่องสำคัญก็คือเรื่องนี้ เรื่องการยึดอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง กระทรวงการคลังมีบทบาท สำคัญที่สุด เพราะไม่ได้กระจายวิธีเก็บภาษี เวลาจะเก็บภาษีน้ำมันบอกว่าให้ อบจ. ไปออก ข้อบัญญัติเอง เก็บเพิ่มจากส่วนกลาง เวลาอยากจะเก็บสถานบันเทิง โรงแรม บอกให้ อบจ. ไปกำหนดเอง นายก อบจ. อย่างนี้ก็เสียหาย เพราะว่าถ้าใครไปกำหนดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นแล้วสถานที่เหล่านั้นเขาจะชอบไหมครับ การกระจายอำนาจทางด้านภาษี ในด้านการคลัง ในด้านอากร และเงินต่าง ๆ นี้ มีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ทำไมคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ไม่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจฉบับแรกใน (๔) ที่กำหนด เรื่องเหล่านี้ให้เหมาะสม อันนี้คือปัญหาอุปสรรคล้วนมีมากมาย ก็ขอฝากคณะกรรมาธิการ ที่จะศึกษาเรื่องนี้ให้ไปศึกษาอย่างจริงจัง แล้วเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดว่า ถ้าประเทศนี้ต้องส่งเสริมประชาชนให้มีอำนาจปกครองตัวเองควรจะมีทางออก แล้วก็ดำเนินการตามแผนอย่างจริงจัง ไม่ใช่ถึงเวลาจะปรับเปลี่ยนจาก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เหลือ ๒๙ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงยิ่งครับ ที่ให้โอกาสกระผมได้แสดงความคิดเห็นต่อญัตติของเพื่อนทั้ง ๔ ญัตติที่เข้าสู่สภาในวันนี้ คือญัตติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของปัญหาอุปสรรคในการบริการสาธารณะและการจัดกิจกรรม สาธารณะ แล้วก็ญัตติของเพื่อนสมาชิกอีก ๓ ญัตติที่เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาอุปสรรค ในการถ่ายโอนแหล่งน้ำนะครับ🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายในญัตติแรกของ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ที่เกี่ยวกับเรื่องของการบริการสาธารณะและการจัดการ สาธารณะในมุมมองที่ไม่ซ้ำประเด็นกับที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาอภิปรายมา🔗

ประเด็นแรก ในเรื่องของการบริการสาธารณะ จริง ๆ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม และหลายท่านได้กรุณาอภิปรายหลายมุมมอง แต่สิ่งที่ผมจะพูดเพื่อให้เป็นรูปธรรม และเป็นตัวอย่างเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของบริการสาธารณะ ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อบัญญัติหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้มีหน้าที่ในการทำนุบำรุงการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ ไม่สามารถที่จะทำ ภารกิจตามข้อบัญญัติของกฎหมายได้ เหตุผลเพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีข้อห้ามไม่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำงบประมาณ ไปอุดหนุนหน่วยงาน ส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นท่านประธาน จะเห็นว่าหน้าที่ในข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับข้อห้ามขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นมันขัดแย้งกันไปในตัว ผมมีโอกาสได้กราบเรียนเชิญท่านอธิบดีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้มาพูดจาในเรื่องนี้ และท่านยอมรับ ยอมรับว่ามันขัดแย้งกันจริงนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้นี่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้แก้กฎหมายเหล่านี้หรือยัง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพราะว่า อบต. เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร เขามีงบประมาณพอที่จะดูแลสนับสนุนด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมให้กับ ท้องถิ่น ให้กับโรงเรียนได้ แต่เขาไม่สามารถทำได้ เพราะข้อห้ามกฎหมายของกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นมันห้ามไว้ และเป็นปัญหากับ สตง. ที่จะมาตรวจสอบการใช้จ่าย งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่ามันเป็นปัญหาอุปสรรคขัดแย้งกันไปในตัวในเรื่องของการจัดบริการสาธารณะ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของกิจกรรมสาธารณะ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พูดถึงเรื่องปัญหาอุปสรรคในการถ่ายโอนแหล่งน้ำมามาก พอสมควร แต่ว่าในเรื่องถนนหนทางพูดกันน้อยมากครับ ผมกราบเรียนว่าภารกิจถ่ายโอน ถนนหนทางที่ส่วนราชการอื่น ไม่ว่าทางหลวงชนบท ไม่ว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง สมัยก่อนได้ถ่ายโอนให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก แต่ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าเมื่อถ่ายโอนภารกิจแล้วรัฐบาลไม่ได้ถ่ายโอนงบประมาณ ให้สมดุลกับภารกิจที่ถ่ายโอนไป ก็ทำให้ถนนหนทางที่ท้องถิ่นได้รับมอบจากส่วนราชการอื่น ไม่สามารถที่จะซ่อมแซมทำนุบำรุงได้ นี่ก็เป็นปัญหาอุปสรรคอันหนึ่ง ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่อยกตัวอย่างในพื้นที่ให้เห็นชัดเจนสัก ๒-๓ เส้นทาง🔗

เส้นทางแรก ท่านประธานครับเส้นทางถนนเชื่อมระหว่างอำเภอนาบอน กับอำเภอทุ่งสง ก็คือจากบ้านคลองจังไปบ้านสหกรณ์นิคมเขาขาว เส้นทางนี้ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เมื่อก่อนอยู่ในภาระหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบทไม่มีปัญหาครับ ซ่อมแซม รวดเร็วมาก ถนนอยู่ในสภาพดี พอถ่ายโอนมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขณะนี้เป็นหลุม บ่อ ชำรุด ทรุดโทรม ไม่มีการซ่อมแซม ก็เป็นห่วงมากนะครับ นี่ก็คือการถ่ายโอนภารกิจ แต่ไม่ได้ถ่ายโอนเม็ดเงินเข้าไปให้สมดุลกัน🔗

เส้นทางที่ ๒ ก็คือเส้นทางไสยาสน์-ป่าแต้ว อำเภอบางขัน เส้นทางนี้ ผมเคยอภิปรายหลายครั้งนะครับ ก่อสร้างมาเป็นถนนดินแดง ๔๐ ปีครับ วันนี้ลาดยางไปได้ ๕ กิโลเมตร ในระยะเส้นทาง ๑๕ กิโลเมตร ยังคงเหลือ ๑๐ กิโลเมตร ไม่ได้ดำเนินการ เพราะกรมโยธาธิการและผังเมืองถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้ดำเนินการ อะไรเลยครับ พี่น้องชาวบางขันน้อยใจมากครับ เป็นอำเภอที่เป็นลูกเมียน้อย🔗

เส้นทางที่ ๓ เชื่อมระหว่างอำเภอทุ่งสงกับอำเภอบางขัน ก็คือบ้านทรายขาว ไปสู่บ้านคลองเสา ก็เช่นเดียวกัน ๑๐ กว่ากิโลเมตรถ่ายโอนมาแล้วไม่ได้รับการดูแลเลย มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญดูแลเรื่องนี้ครับ กราบขอบคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกษิดิ์เดช พรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ ลาดพร้าว วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐนะครับ วันนี้ก็ขออภิปรายสนับสนุนญัตติของท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านได้ตั้งญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ และกิจการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จริง ๆ แล้วผมคิดว่าวันนี้จะอภิปราย ในส่วนของแนวการบริหารใกล้เคียงก็คือกรุงเทพมหานคร ก็จะเป็นเรื่องขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ ซึ่งเราก็ทราบดีว่ามี ๒ ที่ ๒ จังหวัด ผมเข้าใจว่าปัญหา ที่ท่านโกวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านตั้งขึ้นมาเนื่องจากว่าการเห็นถึงปัญหา กับการจัดการที่ไม่สอดคล้องกัน ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมเรียนนิดหนึ่งว่า แม้แต่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษก็ได้มีการปรับปรุงถึงจุดที่ผม คิดว่าเป็นที่น่าพอใจนะครับ แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี ก็ฝากให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นในชุดนี้ได้เทียบเคียงเอาประโยชน์ของ การบริหารจัดการในรูปแบบพิเศษนี้มาปรับใช้กับท้องถิ่นทั่วไปทั่วประเทศ ผมเรียนนิดหนึ่ง ว่าความเจริญแต่ละท้องถิ่นไม่เท่ากันนะครับ การได้มาซึ่งงบประมาณก็น่าจะไม่เท่ากัน ฉะนั้นหลายท่านจะคุ้นเคยกับคำว่า คนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ ซึ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการ เขาใช้คำว่ากระจายอำนาจกัน จริง ๆ ผมว่าถ้าฟังกันง่าย ๆ ก็กระจายงานกับกระจายเงิน แล้วก็ให้ผู้รับผิดชอบไปทำ ฉะนั้นในเรื่องของกรุงเทพมหานครถ้าจะเทียบเคียง ของกรุงเทพฯ นี่มี ๕๐ สำนักงานเขต ๒๑ สำนักงาน ๕ หน่วยงานพาณิชย์ กทม. ๙ โรงพยาบาลในสังกัด แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกมากมายนะครับ ไหนจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นร้อยฉบับ ที่จะนำมาพิจารณาในการจัดการเรื่องของการบริหารจัดการ อันนี้ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ ปัญหามันเกิดจากการรวบอำนาจของผู้บริหาร ผมยกตัวอย่างว่าถ้าเป็นกรุงเทพมหานคร เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานโครงการก็ดี หรือพัสดุต่าง ๆ ก็ดี อะไร ที่มันไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากนักก็ควรจะกระจายไปให้หน่วยงานอย่างสำนักงานเขต ได้ดำเนินการ ซึ่งจะยกตัวอย่างให้เห็นได้ว่า อาทิเช่นอย่างถังขยะก็ไปรวบอยู่ที่สำนัก สิ่งแวดล้อม ถังดับเพลิงก็ไปอยู่กับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่องของการขีดสี ตีเส้น การทำการจราจรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไปอยู่กับสำนักการจราจรและขนส่ง เรื่องสวนสาธารณะ ก็ไปอยู่กับสำนักสิ่งแวดล้อม ทั้ง ๆ ที่บางทีสวนเล็ก ๆ ก็ควรจะถ่ายโอนให้สำนักงานเขต รับผิดชอบไปนะครับ ขีดสี ตีเส้นเล็ก ๆ ก็ควรจะให้เขาดำเนินการได้ ถังดับเพลิงก็ควรจะให้เขา จัดซื้อเองได้ ถังขยะด้วย อะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าการรวบอำนาจเข้าไปจัดซื้อ ทีละเยอะ ๆ ถ้ามองในแง่ดีก็เป็นการซื้อที่ประหยัด แต่ถ้ามองในแง่ร้ายก็กลายเป็นว่า ความต้องการท่านเอามาจากไหน มันเป็นความต้องการของประชาชนในเขตหรือเปล่า อย่างกรุงเทพมหานครก็มีการทำคำขอ คำร้องกันจริง ๆ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมว่าควรจะแบ่ง อำนาจให้เขาจัดการไปเลย อันนี้ยกตัวอย่างกรุงเทพมหานครนะครับ อย่างการจ้างที่ปรึกษา ก็ควรจะไปอยู่ในสำนักยุทธศาสตร์และผังเมือง คลองเล็กคลองน้อยก็ควรจะให้เขตเขาดูแลไป บางทีเราไปมองถึงการแบ่งทางด้านของความเชี่ยวชาญมากเกินไป เราก็ควรจะมองว่า อะไรที่ไม่ต้องการความเชี่ยวชาญมากก็แบ่งให้เขาไปดูแลเลยจะเกิดประโยชน์สูงสุด ทีนี้อย่างที่เราเห็นอยู่การแบ่งเงินตามงานเป็นเรื่องสำคัญ ผมเชื่อว่าไม่ว่าท้องถิ่นทั่วไป ก็คงมีปัญหาคล้าย ๆ กัน คือเงินงบประมาณที่มีสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็คงเป็นเงินของโครงการ งบลงทุนก็จะแบ่งออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องแบ่งตามยุทธศาสตร์นะครับ ไม่ว่ากรุงเทพมหานคร มียุทธศาสตร์ ๑๒ ปี ไตรมาสหนึ่งก็แบ่งไป ๔ ปี ก็จะต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ เป็นไปตามความต้องการของตัวเอง มันถึงได้มีความที่บริหารเข้าประเด็น เข้าจุด อันนี้ ผมจะให้เห็นว่าอันนี้ไปปรับใช้ได้ ปัญหาของท้องถิ่นทั่วไปผมมองว่าเรื่องของความต้องการ เป็นอันดับหนึ่งเลย ก็คงไม่มีอะไรมากนะครับ แค่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการในชุดนี้ว่า อย่างไรก็ดีต้องเอาแม่แบบของกรุงเทพมหานครเข้าไปศึกษาด้วย เพราะผมมองว่า การบริหารจัดการจะได้เกิดการพัฒนามากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่าน พันตำรวจเอก ทวีครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความชื่นชมกับ ท่านกรรมาธิการที่ได้เสนอญัตติในทั้ง ๓ เรื่อง จริง ๆ อาจจะทุกเรื่องก็ได้นะครับ แต่ว่า ทั้ง ๓ เรื่อง โดยเฉพาะหลายท่านเราก็รู้ว่าท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการกระจายอำนาจ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องเรียนว่าในการแก้ปัญหาของประเทศและปัญหาที่เรามี ความเหลื่อมล้ำที่สุด เราก็พยายามค้นหาทางออกของการแก้ปัญหา แล้วก็มีจุดหนึ่งที่เรา พูดว่าต้องยกเลิกรัฐรวมศูนย์ และใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพราะคนที่จะรู้ปัญหาของชุมชน คนที่จะรู้ท้องถิ่นท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วว่าก็คือคนในท้องถิ่น แต่ปัญหาที่เป็น รากเหง้าใหญ่จริง ๆ ที่เราเห็น เราต้องยอมรับว่าหลังจากยึดอำนาจมา การให้ความสำคัญ ของท้องถิ่นน้อยมาก น้อยจนกระทั่งไม่ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น จนจะเพิ่งมาเปิด การเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วที่น้อยที่สุดเข้าไปใหญ่ก็คือไปเขียนรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นการดอง เป็นการกำจัดอำนาจท้องถิ่น🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญถ้าดูชัด ๆ ก็คือในมาตรา ๑๖๒ เขาบอกนโยบายของรัฐจะต้อง การเป็นรัฐบาลนี่จะต้องไปจับรัฐธรรมนูญ ก็คือรัฐบาล จะขัดกับ ๑. หน้าที่ของรัฐ ๒. แนวนโยบายของรัฐ ๓. ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ ถ้าท่านไปดู หน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายของรัฐ ยุทธศาสตร์ชาตินี่ไม่เคยใส่ใจเรื่องการกระจายอำนาจเลย แล้วไม่เห็นคุณค่าของการกระจายอำนาจเลย รัฐบาลที่ดีที่สุดที่คิดว่ารู้แล้วว่าจะทำประเทศ ให้คนอยู่ดีมีสุขได้ ก็คือต้องกระจายงบประมาณ กระจายอำนาจ กระจายการตัดสินใจ ไปให้ท้องถิ่น แต่ถ้าลองไปจัดการก็จะมาถูกรัฐธรรมนูญฉบับนี้จัดการทันที เพราะว่า ไปเขียนล็อกไว้ไม่ให้ทำ ไม่ว่าคนจะเป็นรัฐบาลคนนั้นจะมีความยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม รัฐธรรมนูญในหมวด ๑๔ ในเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยอมรับว่าเราได้มี การถอยหลังไปมาก โดยเฉพาะถอยหลังไปจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ วันนี้รูปแบบการปกครองท้องถิ่นเท่าที่มีอยู่ก็มี อบจ. เทศบาล อบต. และรูปแบบพิเศษ ก็คือ กทม. กับพัทยา วันนี้ทางท่านสมาชิกอยากจะมาตั้งกรรมาธิการซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่ท่านประธานทราบไหมว่าวันนี้ในกรรมาธิการสามัญเราก็มี คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการ รูปแบบพิเศษอยู่ วันนี้ผมคิดว่ามันคงไม่ได้อยู่ที่การจะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือ กรรมาธิการสามัญ แต่ผมคิดว่าสมาชิกที่เสนอขึ้นมาเนื่องจากประเทศเราไม่มีทางออก และทางออกที่ดีที่สุดเราก็คือต้องคืนอำนาจอธิปไตยไปให้กับ ถ้าคืนได้ก็คืนไปให้ตัวประชาชน ถ้าดีที่สุดที่จะให้คอร์รัปชันน้อยที่สุดก็คืนไปที่ครอบครัว ถ้าครอบครัวไม่ได้ก็คืนไปที่ชุมชน ท้องถิ่น ก็คือรูปแบบการปกครองท้องถิ่น แล้วอันนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีคิดที่ค่อนข้างเห็นด้วย คือคณะกรรมาธิการสามัญมีหลายคณะ เช่น คณะกรรมาธิการเรื่องที่ดินก็มีคณะกรรมาธิการ วิสามัญเรื่องที่ดิน เพราะเราต้องการที่จะเอาคนรอบรู้ คนปราดเปรื่องมาแก้ปัญหา แบบต้องการจะให้ปัญหาที่มันเป็นปัญหาวิกฤตินี้แก้ให้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าความซ้ำซ้อนซึ่งท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ได้พูดไปแล้ว ความซ้ำซ้อนนี่ แม้แต่ในคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ เวลาส่วนใหญ่ก็พูดกันเรื่องการกระจาย อำนาจ มีคำถามว่าเรามีกรมทางหลวงชนบท เรามีกรมทางหลวงและมีกรมทางหลวงชนบท ทั้งที่มันอยู่ท้องถิ่น มีไว้ทำไม ทำไมไม่โยนไปให้ท้องถิ่น แล้วที่สำคัญเห็นด้วยอย่างยิ่ง มีคณะกรรมาธิการเรื่องการถ่ายโอนน้ำ ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าในเรื่องน้ำตอนมาชี้แจง กรรมาธิการนี่มีการขุดบ่อบาดาลบ่อหนึ่ง ๑๔ ล้านบาทบ้าง ๑๐ ล้านบาทบ้าง พอทำเสร็จ ก็ส่งไปให้ท้องถิ่น ผมได้ลองให้คนไปสำรวจน่าจะมีเป็นประมาณถ้ารวมบ่อเล็ก บ่อใหญ่ด้วย ๑,๐๐๐ กว่าแห่งใช้ไม่ได้เกือบหมดเลย นี่คือเอางบประมาณ พอเสร็จแล้ว ส่งไปให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นก็ใช้ไม่ได้ ผมยังมีการอัดคลิป (Clip) มาดูไว้ แต่ว่าเมื่อไม่ต้องการ จะประจาน แต่คิดว่าทำไมต้องเอาเงินงบประมาณ สักแต่ว่าทำ ทำแล้วก็ใช้ไม่ได้ อันนี้ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก แล้ววันนี้ท้องถิ่นนี่ซึ่งเป็นผู้มีความรอบรู้ดีทำไมไม่ให้เขาจัดการ ไปจัดการเองแล้ว เสร็จแล้วก็เอาภาระเหมือนเอาขยะไปให้กับเขา อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ผมอยากจะขออนุญาตสำหรับผู้แทนแต่ละพรรคนะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นวาระ ที่สำคัญ แล้วเป็นทางออกของประเทศที่แท้จริง ในการจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอเราสามารถเอาคนภายนอกได้ แล้วสิ่งที่เรามีความเจ็บปวดกับท้องถิ่น มีหน่วยงาน บางหน่วย ผมดูงบประมาณขององค์กรท้องถิ่นบางทีไม่ได้เกิน ตำบลที่ยากจนที่สุดเราก็คิดให้ งบประมาณมากที่สุดก็ ๙๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็จะ ๒๐ กว่าล้านบาท ๓๐ กว่าล้านบาท อบต. แต่ท่านทราบไหมว่าเนื่องจากมีความคิดเป็นรัฐรวมศูนย์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แค่มีงบ ๕๐๐ ล้านบาท งบสำหรับคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ประชุมนี่ ๑๑๐ ล้านบาท มากกว่า อบต. ทั้งประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง อันนี้ทำให้เห็นว่าวันนี้เราไม่เคยใส่ใจประชาชน แล้วมีการบริหารแบบรัฐรวมศูนย์ มีการบริหารที่ด้อยคุณค่าของประชาชน นั่นคืออำนาจ ท้องถิ่นนั่นเองครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา แล้วก็ อุปสรรคของการบริการสาธารณะ แล้วก็เรื่องของการกระจายอำนาจ ทีนี้หลักเกณฑ์ ของพวกเราทุกคนในห้องนี้ หลักการและเป้าหมายผมคิดว่าเราทุกคนก็ไปในทิศทางเดียวกัน ว่าทิศทางของความเจริญ ความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดในประเทศนี้ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนั้นจะต้องกระจายอำนาจ แต่ที่เราจะต้องมาศึกษาปัญหา ของเรื่องนี้ก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันไม่เคยอยู่ในวาระของประเทศ แล้วก็อยู่ในวาระของผู้นำ ของประเทศหรือเปล่านะครับ จุดมุ่งหมาย ความจริงใจ แล้วก็การกระจายอำนาจนั้น มันสอดคล้องไปกับเรื่องของการพัฒนาประชาธิปไตย และการยุติรัฐราชการรวมศูนย์ แต่ถ้าเรายังปล่อยให้มีการยึดอำนาจ และมีการสืบทอดอำนาจ รวมถึงการรับใช้รัฐบาล ที่มาจากการสืบทอดอำนาจ การกระจายอำนาจของเราผมยังไม่เห็นแววว่ามันจะเป็นไปได้ จริงหรือเปล่านะครับ เพราะหลังจากที่ผมได้ทนอยู่กับคุณประยุทธ์มาประมาณเกือบ ๒ ปีนี่การกระจายอำนาจก็ยังไม่เคยอยู่ในความคิดของท่านแต่อย่างใด🔗

ทีนี้ถ้าเราดูภาพการบริการสาธารณะที่มันเกิดขึ้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องงบประมาณ แต่อย่างเดียวนะครับ งบประมาณขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาททุกปี ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาททุกปี แต่ทำไมบริการสาธารณะของภาพรวมทั้งประเทศแย่ลง ถนนหนทางแย่หมด ชาวพิษณุโลกยังต้องใช้น้ำประปาที่เป็นสีน้ำตาลอยู่ เรากำลังพูดถึง เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่วางอยู่บนโครงสร้างที่ไร้ประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ บริการสาธารณะมากมายที่เราได้เห็นและเป็นปัญหา จนพวกเราต้องเอาเรื่องพวกนี้ มาคุยในสภา ๒ นาที ท่านประธานครับ ผมต้องแบกเรื่องจากพิษณุโลกเข้ามาที่สภาแห่งนี้ แล้วใช้เวลาได้แค่ ๒ นาที ต่อเวลา ๒-๓ เดือนพูดถึงปัญหาของคนพิษณุโลก อันนี้คือ ความล้มเหลวของการกระจายอำนาจครับ เรื่องของขยะที่หน้าบ้านเขา ทำไมเขาไม่สามารถ ไปจัดการที่เทศบาลของเขาเองได้ ทำไมน้ำประปาที่จังหวัดพิษณุโลกเขาไม่สามารถคุยกับ อบต. ของเขาเองได้ ต้องฝากผู้แทนมาคุยในสภา กว่าเรื่องจะเข้าที่สภา แล้วโยนกลับไปที่ ท้องถิ่น ท่านประธานครับนี่คือความเดือดร้อนวนไปวนมาที่ผมคิดว่านี่คือความพังพินาศ ของระบบบริหารของประเทศนี้ ท่านประธานครับ งบประมาณของ อปท. พิษณุโลก ปีหนึ่งเอามารวม ๆ โปะ ๆ กันนี่ อบจ. อบต. เทศบาล ๗,๖๐๐ ล้านบาท อำเภอเล็ก ๆ อย่างชาติตระการมี ๓๐๙ ล้านบาท เนินมะปราง ๓๙๒ ล้านบาท ใหญ่ขึ้นมาเป็นบางระกำ ๗๙๗ ล้านบาท พรหมพิราม ๗๕๒ ล้านบาท เรื่องพวกนี้ งบประมาณพวกนี้เอามาวางอยู่ในระบบรัฐราชการรวมศูนย์ ตอนนี้พวกเขา ยังต้องใช้รถเมล์คันเดิมตั้งแต่ผมเกิดเดินทางจากอำเภอของเขาเข้ามารับบริการทางสาธารณะ โรงพยาบาล แล้วก็หน่วยราชการที่อยู่ในอำเภอเมือง อันนี้คือการใช้งบประมาณที่ล้มเหลว เพราะฉะนั้นทางออกของเรื่องนี้กรรมาธิการก็คงต้องไปที่ประเด็นสำคัญเลยครับ เรื่องเทคนิคก็มี ในเรื่องของระเบียบ ในเรื่องของกฎหมายของระดับย่อย ๆ ต่าง ๆ แต่มันอยู่ที่การที่เรา อยู่ในรัฐบาลที่มีความจริงใจต่อการกระจายอำนาจหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นรายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะเป็นอีกแค่ ๑ รายงาน ซึ่งจริง ๆ เรามีพอแล้ว มีหนังสือเกี่ยวกับ การกระจายอำนาจเข้าไปเซิร์ช (Search) ในเว็บไซต์ (Website) มีข้อมูลของสถาบัน พระปกเกล้า ทุกคนมีข้อมูลหมด แต่ปัญหาก็คือว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำหรือเปล่า นี่ผม ค่อนข้างกังวลมากว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็อาจจะเสียเวลาได้ ต่อให้ผมเห็นด้วยกับ การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาก็ตาม เพราะฉะนั้นนี่เป็นภารกิจระดับประเทศนะครับ ที่เราจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีความจริงใจต่อการกระจายอำนาจ ผมคิดว่า ส.ส. พรรครัฐบาล ก็อภิปรายเยอะอยากกระจายอำนาจ แต่ก็ต้องกลับไปคุยกับผู้นำรัฐบาลว่าอยากกระจายอำนาจ จริงหรือเปล่า ทั้งที่ท่านมาจากการยึดอำนาจ แล้วทีนี้สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า นอกจากจะเป็นภารกิจระดับประเทศที่เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องปรับปรุง โครงสร้างของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แล้วก็ระเบียบต่าง ๆ ความสำคัญอยู่ที่ ประชาธิปไตยในท้องถิ่น คือคนพิษณุโลกและคนทุกจังหวัดจะต้องมีอำนาจในการตัดสินใจ เลือกผู้บริหารของเขาเอง การเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมาถึงในวันที่ ๒๐ นี้ กกต. ตั้งเป้า ผู้มาใช้สิทธิ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่เขาอยากจะให้คนไปใช้สิทธิ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นประชาชนมีความรู้เรื่องบัตรเลือกตั้งเลย จะกาอย่างไรก็ยังไม่รู้ ยังไม่มี ความเข้าใจ ยังไม่มีความพยายามจากรัฐบาลที่จะให้ประชาชนกลับบ้านไปเลือกตั้งได้ ท่านประธานครับ การจัดวันเลือกตั้งที่ไม่ตรงกับวันหยุดยาวและมีวันหยุดยาวมาคร่อมในช่วง ปลายปีแบบนี้ประชาชนหลายคนไม่มีเงินที่จะกลับบ้านไปเลือกตั้ง นี่เป็นความจงใจหรือเปล่า ผมไม่ได้พูดลอย ๆ เพราะสวนดุสิตโพลล์ (Poll) สำรวจเรียบร้อยแล้วนะครับ ประชาชน ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้สูง มากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าการเลือกตั้งนี้สำคัญ แต่มีความเชื่อมั่นในกระบวนจัดการเลือกตั้งต่ำครับท่านประธาน เชื่อมั่นในกระบวนการ จัดการเลือกตั้งแค่ ๑๔.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ค่อยเชื่อมั่น ๓๙.๗๕ เปอร์เซ็นต์ และไม่เชื่อมั่นเลย ๑๔.๒๙ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ มองไปที่หน้าของรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย มองไปที่หน้าของ กกต. มองไปที่หน้าขององค์กรที่จัดการเลือกตั้งแล้ว แล้วโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งรอบนี้โปร่งใส ยุติธรรมหรือเปล่า นี่เองอาจจะต้องเป็นบทพิสูจน์อันหนึ่งของคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่า เราจะศึกษาอย่างไรให้การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นเป็นอิสระออกจากการยึดโยงของรัฐราชการ ออกจากหัวคะแนนอย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกจากการที่จะต้องถูกการเมืองภาพใหญ่นั้น แทรกแซงและตัดตอนไม่ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น นี่เราเลือกตั้งท้องถิ่นเกือบ ๒ ปี หลังจากที่มี การเลือกตั้งใหญ่นะครับ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่ประชาชนจะเอาอำนาจคืนมา แล้วตัดสินอนาคตของพวกเขาเอง ไม่ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไปเลย ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เองผมคิดว่าด้านรายละเอียดและเทคนิคเรามีทรัพยากรมากมาย แต่ผมอยากจะ อภิปรายและสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปที่หัวใจของการกระจายอำนาจเลยครับ ก็คือรัฐไทยถ้าจริงใจและมีความคิดที่จะกระจายอำนาจจะต้องเห็นสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป ในปีหน้าคือการจัดการงบประมาณแบบใหม่ ถ้าปากบอกอยากกระจายอำนาจ แต่ยังเป็น งบฝากโอนและยังเป็นการจัดสรรงบที่ต่ำขนาด ๒๙.๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ ตัดไปตัดมาเหลือ ๒๔ เปอร์เซ็นต์แบบนี้ศึกษากระจายอำนาจไปไม่มีประโยชน์นะครับ🔗

แล้วประการต่อมา ที่จะต้องเข้าไปที่หัวใจของเรื่องนี้เลยคือการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้การกระจายอำนาจอยู่ในวาระสำคัญของประเทศและผลักดันให้รัฐบาล จะต้องทำให้ได้ แม้เราต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีก็ตามนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ คือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในกลุ่มนี้พรรคเพื่อไทยก็มี ๒ ท่านเสนอมา ผมเป็นคนหนึ่งที่รับรองญัตติ โดยนายแพทย์จาตุรงค์และคุณอุบลศักดิ์นำเสนอ แล้วก็เพื่อนสมาชิกของพรรคอื่นซึ่งบอกว่า เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดการตนเอง อย่างอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ นี่คือประเด็นที่ผมต้องยืมคำพูด ของท่าน เสนอโดยท่านประเสริฐพงษ์เลยนะคำนี้ มันเป็นภาษาที่สวยงาม สละสลวย แต่จริง ๆ แล้ววันนี้มีหลายกลุ่มที่อาจจะเสนอตั้งกระทรวงท้องถิ่นอะไรก็แล้วแต่ แต่เรา ต้องให้ความสำคัญว่ามันไม่เดินหน้าเดินหลังก็เพราะอำนาจบริหารยังอยู่ส่วนกลาง ผมยังคิดว่า โดยหลักจริง ๆ แล้วแม้รัฐธรรมนูญเองก็เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนว่าการบริหารราชการ ก็แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น แต่จริง ๆ แล้ว โดยเนื้อหาจริง ๆ แล้ว ก็มาอยู่ส่วนกลางหมด ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่บ้านนอกที่อยากเห็นอำนาจบริหารจัดการ อยู่ในภาคประชาชน คำว่า ประชาชน ในที่นี้ท่านประธานครับผมหมายถึงว่าเมื่อประชาชน เขามีอำนาจ เขาเลือกเอาตัวแทนเขาขึ้นมา คือนายกก็ดี สมาชิกก็ดี ให้เขามีบทบาท ในการบริหารจัดการในส่วนภาคของเขาจริง ๆ ผมไม่อยากเห็นเอาอำนาจอย่างอื่นมาทำครับ ท่านประธาน คือผมเห็นสมาชิก ทางสมาชิกบางท่านบอกว่าเงิน ๘๐ ล้านบาทท้องถิ่น ทำไม่ได้หรอก เรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ อันนั้นคือไปดูเรื่องของเงิน ทำไมไม่ไปดูที่เรื่องของงาน ท่านประธาน ถ้าท้องถิ่นให้เอางานเป็นหลัก ผมอยากเห็นแบบนั้นมันจะ ๘๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท อะไรก็แล้วแต่ ถ้างานมันใหญ่เงินก็ต้องให้เขา อย่าไปดู เรื่องอำนาจ ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญ ไม่มีใครรู้จักประชาชนในบ้านเขาดีเท่ากับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในเมื่อเขาเลือกตัวแทนเขาขึ้นมาแล้วให้เขาทำงาน ช้านะจริง ๆ นี่ ความจริง ก็บอกว่าท้องถิ่นหมายถึง อบต. เทศบาลให้เสนองบเข้ามาส่วนกลางได้เลย ช้าไป บอกปีที่แล้วยังไม่ได้ วันนี้จะให้ อบต. อย่างเดียว บอกทำไมล่ะ อบจ. ก็แค่ส่วนหนึ่ง ผมว่า นี่ยังช้านะ ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าทุกวันนี้บางท่านบอกต้องเสนอตั้งเป็นกระทรวง ท้องถิ่น ผมไม่ได้คัดค้าน แต่ว่าผมก็ถามว่าทำไมต้องตั้งกระทรวงท้องถิ่น เพราะอยากให้ เอาออกจากกระทรวงมหาดไทย มันไม่ต่างกันหรอกท่านประธาน เหมือนกบเลือกนาย จำได้ไหมท่านประธานในนิทานอีสป มันไม่ต่างกันเลย จะกระทรวงมหาดไทยหรือท้องถิ่น ไม่ต่างกัน ผมอยากเห็นอำนาจอยู่กับประชาชนอยู่ในพื้นที่ให้เขาทำ ผมนี่ยังเห็นว่าชลประทาน ยกตัวอย่างที่อำเภอโคกศรีสุพรรณบ้านผมนี่ไปทำหลายพื้นที่ ท้องถิ่นไม่รู้เรื่องเลย ไปกำหนด ขึ้นมาหมด วันนี้เป็นปัญหา ชาวบ้านเอาบ้าง ไม่เอาบ้าง เพราะเรื่องไหนเขาไม่อยากได้ แต่ให้เขา ไปตัดคลองเข้าบ้านเขา เขาจะเอาทำไมครับ ชลประทานก็คือที่ไร่ที่นา ไม่ได้ หมายถึงเข้าบ้าน อันนี้คือปัญหาหลักที่เกิดขึ้น มันกระทบมาถึงผมเป็นผู้แทนต้องลงไปช่วย แก้ปัญหา อันนี้จึงกราบเรียนประธานว่าบ้านเมืองเรามันจำเป็นต้องถึงเวลาที่จะให้เขา ทำงาน ให้อำนาจท้องถิ่นแบบสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ผมด้วยความเคารพว่าท้องถิ่น ในที่นี้หมายถึงว่านายกก็ดี สมาชิก อบต. หรือสมาชิกเทศบาลก็ดีท่านประธานต้องสำนึก สำเหนียกตลอดเวลาว่านายคือประชาชน อย่าไปคิดว่านายคือนายอำเภอ นายคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด บางทีผมเห็นท้องถิ่นไปคุมเฝ้า บอกนาย ๆ กับนายอำเภอ ผมสลดใจนะ คนที่เลือกเขามาคือประชาชน ผมนี่เอาอำนาจนี่โยนไปให้ประชาชนเลย ถ้าคนจะปลดนายก หรือสมาชิกได้ต้องให้ประชาชนเท่านั้นในความคิดผม อำนาจลงไปนั้นเงินเหมือนกัน เขาอยากได้อะไร งาน เขาต้องการบ้านเขาพัฒนา ให้เขาโดยตรง อย่าไปให้ส่วนการตัดสินใจ ไม่รู้หรอก ท่านรู้ไหมท่านประธานครับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนี่เขียนไว้ใน หมายเหตุด้วยซ้ำไปว่าถ้าตราบใด ๒-๓ ปีนี่ถ้าท้องถิ่นบอกตัวเองสามารถยืนได้ ให้ยุบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไป เขียนไว้ครับ แต่วันนี้ไม่มีพูดถึงเลย อำนาจอยู่ที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันนี้ไปถามท้องถิ่นทำอย่างไร ต้องรอดูอธิบดีจะให้ อะไรบ้าง ผมสลดใจในเรื่องแบบนี้ ให้เขามีบทบาทผมบอก แม้กระทั่งคนคิดว่าจะตัด สมาชิก อบต. สมาชิกเทศบาลให้เหลือหมู่บ้านละ ๒ คน ไปเหลือคนเดียว แม้คิดก็ยังผิดเลย ท่านประธาน อย่าว่าแต่ ๒ คนเลย ๓ คนก็ให้เขาไป อย่าตัดอำนาจประชาชน การที่คน ของเขามาอยู่ในสภา ในองค์การคือตัวแทนเขา ทำไมต้องตัดเขาไปให้เหลือคนเดียว อันนี้มันเป็นความคิดที่ผมรับไม่ได้เลยนะ รับไม่ได้ครับ ๒ คนก็คือ ๒ คน ๓ คนก็ ๓ คนไปเลย นั้นคือประชาชนเขามีบทบาท ผมจึงเห็นว่าอำนาจอนุมัติสั่งการต่าง ๆ ถ้าตราบใดจริง ๆ ส่วนกลางมันไปไม่ได้ครับ พ.ร.บ. กระจายอำนาจเขียนไว้ก็จริง แต่ว่าวันนี้ท่านประธาน ให้คิดให้กว้าง ให้เขามีบทบาท อย่าให้เป็นแค่หัวโขน จริง ๆ แล้วรอ โดยเฉพาะอำนาจ คสช. นายก อบต. เทศบาลหัวหดหมดเลยไม่กล้าคิดอะไร ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ อภิปรายกันครบทุกท่านแล้วนะครับ ถือว่าเป็นการยุติการอภิปรายเพื่อจะให้ผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๔ ฉบับได้ใช้สิทธิสรุปอีกครั้งหนึ่งก่อนจะลงมติ เจ้าของญัตติผู้เสนอท่านจะใช้สิทธิ สรุปไหมครับท่านอาจารย์โกวิทย์ ท่านหมอจาตุรงค์ ท่านวีระกร ท่านอุบลศักดิ์ จะสรุปไหมครับ ถ้าไม่สรุป ผมจะดำเนินการในขั้นต่อไปคือการขอมตินะครับ โดยจะใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นคือไม่ต้องการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญตามที่ผู้เสนอญัตติได้เสนอมาทั้ง ๔ ฉบับ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีท่านใด ที่ไม่เห็นด้วยมีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตามญัตติที่เสนอมา ทั้ง ๔ ฉบับ ขอกำหนดจำนวนกรรมาธิการว่าจะตั้งจำนวนกรรมาธิการกี่ท่านครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอจำนวนกรรมาธิการวิสามัญ คณะนี้ ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ช่วยยกมือ หน่อยนะครับ ๓๙ ท่านนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรตั้งในจำนวนอื่นไหมที่แตกต่าง จาก ๓๙ ท่าน🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่าน ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จะใช้สิทธิไหมครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา คณะรัฐมนตรีใช้สิทธิครับ แล้วก็จริง ๆ ต้องเรียนว่าผมได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีในการเสนอชื่อ จำนวน ๙ ท่าน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ไม่เกิน ๑ ใน ๔ ๙ ท่านใช่ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอเสนอนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร นายสันติธร ยิ้มละมัย นางนันทนา ธรรมสโรช นายวิทยา โชคเศรษฐกิจ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ นายธวัชชัย ปิยนนทยา ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นายสุพล จุลใส ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ส่วนของ รัฐมนตรีไม่ต้องใช้ผู้รับรองก็ได้ครับ ๓๐ ท่านจะเป็นสัดส่วนของกรรมาธิการของแต่ละ พรรคการเมือง แบ่งออกเป็นพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน เชิญเสนอเลยครับ พร้อมไหม พรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๒. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๕. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๖. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๗. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่าน เชิญเสนอได้ครับ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เขต ๓ จังหวัดสมุทรสาคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่านนะคะ ๑. นายภิญโญ นิโรจน์ ๒. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๓. นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ๔. นายวันชัย ปริญญาศิริ ๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๖. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๗. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๘. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบครับ พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน เชิญครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ขอเสนอสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน ท่านแรก ส.ส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ท่านที่ ๒ ส.ส. คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ท่านที่ ๓ ส.ส. อำนาจ วิลาวัลย์ ท่านที่ ๔ ส.ส. พิบูลย์ รัชกิจประการ ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคก้าวไกล ๓ ท่านครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ขอเสนอสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๓ ท่านครับ ๑. นายพีรเดช คำสมุทร ๒. นายขวัญเลิศ พานิชมาท ๓. นายชำนาญ จันทร์เรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายเทพไท เสนพงศ์ ๒. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๓. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการในนามของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอผู้รับรองครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ยกมือให้พรรคชาติไทยพัฒนาหน่อยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการ ในนามพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นายอนุชิต ปฐมพงศ์พิทักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณทุกท่านครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ ท่านซูการ์โน มะทา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน นายเนติภูมิ ริยาพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบ ถูกต้อง ขอเชิญเลขาธิการได้อ่านรายชื่อกรรมาธิการทั้ง ๓๙ ท่าน ทบทวนความถูกต้องครับ เชิญครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไข เรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๓๙ ท่าน ๑. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ๒. นายสันติธร ยิ้มละมัย ๓. นางนันทนา ธรรมสโรช ๔. นายวิทยา โชคเศรษฐกิจ ๕. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๖. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๗. นายธวัชชัย ปิยนนทยา ๘. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๙. นายสุพล จุลใส ๑๐. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๑๑. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๑๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๑๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๕. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๑๖. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๗. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๑๘. นายภิญโญ นิโรจน์ ๑๙. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๒๐. นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ๒๑. นายวันชัย ปริญญาศิริ ๒๒. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๒๓. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๒๔. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๒๕. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ๒๖. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๒๗. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๒๘. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๒๙. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ๓๐. นายชำนาญ จันทร์เรือง ๓๑. นายพีรเดช คำสมุทร ๓๒. นายขวัญเลิศ พานิชมาท ๓๓. นายเทพไท เสนพงศ์ ๓๔. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ๓๕. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๓๖. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ๓๗. นายอนุชิต ปฐมพงศ์พิทักษ์ ๓๘. นายซูการ์โน มะทา ๓๙. นายเนติภูมิ ริยาพันธ์🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จำนวน กรรมาธิการวิสามัญของแต่ละพรรคการเมือง ๓๙ ท่านครบ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ เห็นท่านประธานแล้วเข้าใจว่าท่านอาจจะปิดช่วงนี้ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะว่า ส.ส. ฝ่ายค้านก็เตรียมที่จะอภิปรายเยอะโดยเฉพาะพรรคก้าวไกล แล้วก็มีเรื่องที่ค้างพิจารณา อีกเยอะนะครับ แต่ถ้าท่านจะปิดก็ไม่เป็นไรครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังไม่ปิดครับ เพราะยังไม่จบครับ เดี๋ยวเอาให้จบก่อนครับ ที่ประชุมจะให้ใช้เวลาของกรรมาธิการ ในการพิจารณากี่วันครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ขอเรียนเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นใช้เวลาในการพิจารณา ๙๐ วันนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ที่ประชุมกำหนดให้ใช้เวลาในการพิจารณาภายใน ๙๐ วันนะครับ เป็นการจบการพิจารณา ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑ แล้ว ปิดประชุมแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๐๕ นาฬิกา