รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ อาคารรัฐสภา
----------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตาม ข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอได้ใช้เวลา ๒ นาที ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนของเรานะครับ ผมไม่เสียเวลาอ่านเพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่าลําดับใด ท่านใดต้องการจะเปลี่ยน ลําดับนะครับ ก็กรุณาแจ้งให้ทราบครับ ท่านแรก นายไพจิต ศรีวรขาน เชิญท่านไพจิตครับ ยังไม่พร้อมนะครับ ผมขอท่านศุภชัย นพขํา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ🔗
ท่านไพจิตมาแล้วครับ เชิญนะครับ🔗
กระผม นายศุภชัย นพขํา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่มาปรึกษาหารือกับ ท่านประธานสภาถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ชาวจังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่ใช้เส้นทางจราจรสัญจรไปมาระหว่างถนนโลคัลโรด (Local road) ระหว่างรอยต่อระหว่างเทศบาลตําบลบางพูน หมู่ ๑ หมู่ ๒ จนไปถึงเทศบาลตําบล หลักหก หมู่ ๕ ระยะทางประมาณ ๓-๕ กิโลเมตร เนื่องจากทางเส้นนี้ได้ชํารุดทรุดโทรม เสียหาย เกิดการยุบตัวเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นบางช่วงและไฟส่องทางสาธารณะก็ไม่ติด เป็นระยะเวลานาน จึงทําให้เกิดอุบัติเหตุเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินบ่อยครั้ง ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลและแก้ไข ตลอดจนไฟทางสาธารณะถนนสาย ๓๔๖ ปทุมธานี-รังสิต ๓๔๗ ปทุมธานี-บางปะหัน และสาย ๓๑๑๑ ปทุมธานี-สามโคก-เสนา ไฟทางสาธารณะติด ๆ ดับ ๆ ตลอดเส้นทางดังกล่าว กระผมจึงมาปรึกษาหารือกับ ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคม แขวงทางหลวง ปทุมธานีและการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ช่วยดําเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนเพื่อ ความปลอดภัยของพี่น้องผู้ใช้รถใช้ถนนชาวจังหวัดปทุมธานีและใกล้เคียง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ครับ ต่อไปท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องอยากจะขอไฟแดงที่วัดสายไหม ท่านประธานครับ วัดสายไหม ตําบลคูคต อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี ตรงนี้วัดสายไหมมีโรงเรียนของ วัดสายไหมซึ่งอยู่ตรงข้ามกับชุมชน เด็กนักเรียนที่จะข้ามมาโรงเรียนปรากฏว่าไม่มีไฟแดง ตรงนี้บางทีรถก็เฉี่ยวก็ชนเป็นอันตรายมาก โดยเฉพาะตอนเช้า ส่วนช่วงเย็นท่านประธานครับ รฟม. ไปทํารถไฟลอยฟ้าดึงรถจากพหลโยธินเข้าไปตอนเย็น ยาวเป็น ๕ กิโลเมตร ท่านประธานครับ วันไหนที่ในฤดูฝนฝนตกนะครับตํารวจไม่ได้ไปทํางานรถติดเป็นบรรลัยเลย ท่านประธานครับ ก็ขอฝากไปที่กรมทางหลวงซึ่งได้คุยกับอธิบดีไปเรียบร้อยแล้ว ให้เร่ง ดําเนินการครับกระทรวงคมนาคม🔗
เรื่องที่ ๒ รถติดเหมือนกันท่านประธานครับ เพราะมันเชื่อมโยงกันระหว่าง รถไฟลอยฟ้าที่ไปทํา ตอนเช้าไปดึงรถมาจากเส้นลําลูกกามาไว้ที่แยก คปอ. ถนนพหลโยธิน นะครับ ปรากฏว่าแต่ก่อนรถติดประมาณ ๒๐ นาที เดี๋ยวนี้ติดเกือบชั่วโมงท่านประธานครับ ยาวเป็น ๒ กิโลเมตร ผมแนะนําให้ทําสะพานข้ามแยก คปอ. ฝากไปที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพราะว่าตรงนี้ติดมากตอนเช้านะครับ แต่ตอนเย็นไปติดที่สี่แยก ที่หน้าวัดสายไหมท่านประธานครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งฝากท่านประธาน ก็คือเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) เดี๋ยวนี้ แรงมากท่านประธานครับ ฝากไปที่ในการเข้มในการรักษาสุขภาพของตัวเองท่านประธานครับ พรรคประชาธิปไตยใหม่เป็นห่วงพี่น้องคนไทยทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงในภาคอีสานเกือบทั้งหมดได้รับทราบว่าเกิดโรคปากเท้าเปื่อย กับปศุสัตว์ วัวของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ขอให้ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์และปศุสัตว์ จังหวัดทุกจังหวัดได้ให้ความเอาใจใส่ เพราะว่าชีวิตจิตใจของคนที่มีวัว มีสัตว์เลี้ยงที่เกิด โรคระบาดก็ยากที่จะต้องได้มาแต่ละตัว ๆ นะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานได้โปรดให้ทาง ฝ่ายปศุสัตว์นี่ โดยเฉพาะปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดได้ทําเรื่องนี้อย่างเป็นชีวิตจิตใจด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ชลประทานลําน้ําก่ํา ได้ก่อสร้างระบบสูบน้ําด้วยไฟฟ้าเป็นเวลากว่า ๓ ปีแล้วท่านประธานครับ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ใช้ สร้างความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ต้องการใช้น้ําเพื่อการเกษตร แล้วหากได้ทําโดยเร็วก็จะทําให้การแก้ไขปัญหาของ ประชาชนที่ขาดแคลนน้ําแล้วก็จะพลอยได้ข้าว ได้น้ํา แล้วก็เป็นชีวิตจิตใจที่อยากให้ เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ขอความกรุณาท่านประธานได้ให้เร่งรัดให้ทําโดยเร็ว ปรากฏว่า ฝ่ายที่ไปทํานี่ก็ทําหลาย ๆ แห่งนะครับ ซึ่งกรมชลประทานเองควรจะได้จัดระบบให้เสร็จ เป็นแห่ง ๆ ไปโดยเร็ว และการทําก็ไม่ควรจะเกินปีเดียวน่าจะแล้วเสร็จไม่ใช่ ๓ ปีก็ยัง เหมือนเดิมอยู่ ก็ขอความกรุณาให้ท่านประธานได้กราบเรียนท่านอธิบดีกรมชลประทาน ได้โปรดช่วยเหลือด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสุชาติ อุสาหะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องหารือ ผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คือเรื่องมาตรการป้องกัน โควิด (COVID) ของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งขณะนี้คงทราบกันดีว่าทั่วทั้งประเทศข้อมูล ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ก็คือเมื่อวานนี้ถึงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา วันอังคารมี ๑๓ จังหวัดที่พบ ผู้ติดเชื้อ แล้วก็หนึ่งใน ๑๓ จังหวัดก็มีจังหวัดเพชรบุรีอยู่ด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องเรียนผ่าน ท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีมหาดไทย ก็คือว่ามาตรการของจังหวัดเพชรบุรี ผมเห็น ว่าจะต้องเข้มงวดมากกว่านี้นะครับ เพราะเรามีโรงงานขนาดใหญ่อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี หลายโรงงานเฉพาะโรงงานแคลคอมพ์โรงงานเดียวเรามีแรงงานต่างด้าวอยู่ประมาณ หมื่นคนเศษ นี่คือแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเราก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีแรงงานแฝง หรือมีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า แล้วก็ยังมีอีกหลายโรงงาน แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคมเหตุเกิดที่มหาชัยของสมุทรสาคร หลังจากมีการแถลงของ กระทรวงสาธารณสุขออกมาว่ามีผู้ติดเชื้อจํานวนมาก วันเสาร์ที่ ๑๙ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ มาถึง วันจันทร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ตลาดหลักทรัพย์เปิดมาท่านจะเห็นว่าในส่วนตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดหลักทรัพย์ลบไปประมาณ ๘๐ จุด เพราะฉะนั้นเป็นความกังวลเป็นอย่างมาก ผมนี่ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีมหาดไทยว่าอยากให้กําชับในส่วนของ จังหวัดเพชรบุรีให้มีมาตรการที่มากกว่านี้ เพราะว่าสถานการณ์ถึงวันอังคารที่ ๒๒ ธันวาคม เมื่อวานนี้ก็ยังไม่มีมาตรการอะไรของจังหวัดเพชรบุรีที่ออกมาในเรื่องของ ความชัดเจนว่าจะควบคุมดูแลเรื่องนี้อย่างไร ก็ทําให้ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ชะอํา หัวหิน และโรงแรมต่าง ๆ ในเขตจังหวัดเพชรบุรีเกิดความกังวลเป็นอย่างมากนะครับ ลูกค้าก็ เริ่มที่จะยกเลิกการจอง แล้วก็เกิดความไม่เชื่อมั่น ก็ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี มหาดไทยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณศักดินัย หนูนุ่ม ครับ นุ่มหนู ครับ ขออภัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขออนุญาตที่จะได้ หารือต่อท่านประธานต่อปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดตราดนะครับ เสนอผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมในเรื่อง ของยุทธศาสตร์ของการที่จะได้พัฒนาคุณภาพสินค้าผลไม้ของจังหวัดตราดในการที่จะ สร้างคุณภาพ แล้วก็การสร้างแบรนด์ (Brand) ให้เป็นที่ยอมรับในทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ก็สืบเนื่องมาจากว่ามีการหารือกันในพื้นที่ร่วมกันหลายฝ่ายท่านประธานครับ ทั้งภาคส่วนของราชการ ภาคเอกชน สหกรณ์การเกษตร แล้วก็ผู้นําเกษตรกรที่จะได้สร้าง คุณภาพแบรนด์ (Brand) ผลไม้ของจังหวัดตราดให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ก็อยากที่จะให้ทาง กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องของการควบคุมการตัดและ ส่งออกทุเรียนด้อยคุณภาพซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วก็เป็นปัญหากันมาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ🔗
อันที่ ๒ อยากที่จะให้มีการส่งเสริมให้ทุกส่วนนั้นมีการทําใบรับรองจีเอพี (GAP) จากกรมวิชาการ ทั้งนี้เพื่อที่จะให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศครับ🔗
อันที่ ๓ ท่านประธานครับ อยากให้มีการจัดทําคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อมี การตรวจสอบย้อนกลับให้รู้ว่าแหล่งต้นทาง แหล่งผลิตนั้นมาจากที่ใดนะครับ🔗
อันที่ ๔ อยากให้มีการส่งเสริมให้หน่วยงานของสหกรณ์การเกษตรนั้น ได้พัฒนาศักยภาพในการที่จะมีการรวบรวมสินค้านะครับ แล้วก็มีการคัดกรองเรื่องของ คุณภาพสินค้าผลไม้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่จะให้เน้นการปล่อยกู้เป็นด้านหลักนะครับ🔗
และอันที่ ๕ ก็อยากที่จะให้มีการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการศึกษาอบรม เพื่อการพัฒนาเรื่องของคุณภาพ การสร้างแบรนด์ (Brand) แล้วก็การแปรรูปนะครับ ทั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็พี่น้องชาวตราดมีความพร้อมที่จะร่วมมือในการที่จะได้ สร้างแบรนด์ (Brand) ผลไม้ของจังหวัดตราดให้เป็นที่ยอมรับ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบเนื่องจากปีนี้น้ํามาล่าช้า กว่าปกติ จึงเป็นสาเหตุให้พี่น้องเกษตรกรของจังหวัดพิจิตร คืออําเภอโพทะเล ประกอบ ไปด้วย ตําบลทะนง ตําบลท่าขมิ้น ตําบลท่าเสา อําเภอบึงนาราง ประกอบไปด้วย ตําบล ห้วยแก้ว ตําบลโพธิ์ไทรงาม และจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบไปด้วยตําบลหนองกรด ซึ่งในขณะนี้ผลผลิตที่พี่น้องเกษตรกรดังกล่าวที่พึ่งจะได้ทําการผลิตในรอบแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นนาข้าวนับหมื่นไร่ครับกําลังจะเสียหายเพราะไม่มีน้ํามาหล่อเลี้ยง เดิมทีแล้วรอบการใช้ น้ําในรอบสุดท้ายของจังหวัดพิจิตรและจังหวัดนครสวรรค์ ตามพื้นที่ข้างต้น คือวันที่ ๑๗ ถึง วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ แต่ในขณะนี้ตําบลเทพนิมิต อําเภอบึงสามัคคี จังหวัดกําแพงเพชร ได้มีการดําเนินการโครงการขุดลอกช่วงบ้านโพธิ์เอน จึงมีการปิดประตูระบายน้ํามาบไผ่ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม จนถึงปัจจุบัน เกษตรกรดังกล่าวจึงได้รับน้ําในรอบปีนี้จาก สํานักงานโครงการส่งน้ําวังยาง-หนองขวัญ ประกอบกับสํานักงานโครงการส่งน้ําหนองขวัญ ก็จะได้ทําการปิดการปล่อยน้ําตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป และวันนี้ เวลานี้ ก็มีพี่น้องเกษตรกรได้รวมตัวกันเพื่อไปขอให้ดําเนินการเปิดประตูน้ํามาบไผ่ โดยมีนายอําเภอ มนตรี ลังกาพินธุ์ นายอําเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อ ปรึกษาเจรจากันอยู่ครับท่านประธาน จึงใคร่ขอความเมตตาจากสํานักงานโครงการส่งน้ํา วังยาง-หนองขวัญ ขยายเวลาส่งน้ําให้กับพื้นที่ดังกล่าวเพื่อนาข้าวจํานวนหลายหมื่นไร่ ไม่ตายแล้ง และเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ไม่เป็นหนี้เป็นสินต่อไปครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ ท่านพิเชษฐ์ไม่พร้อมนะครับ ขอเชิญคุณวัน อยู่บํารุง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗
สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคมที่ผ่านมาได้มีข่าวใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ จังหวัดสมุทรสาคร พบว่ามีประชาชนป่วยติดโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นจํานวนมาก ซึ่งจํานวนผู้ป่วยนั้นส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งสร้างความตระหนกให้กับประชาชน ผู้อาศัยในเขตติดต่อใกล้เคียง และประชาชนที่ผู้ต้องไปพบปะสัญจรกับผู้มีภาวะเสี่ยงตามที่ต่าง ๆ เช่น รถเมล์ รถไฟ รถสองแถว หรือตามตลาด เป็นต้น ผมจึงมีคําถามฝากท่านประธานผ่าน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตามตะเข็บชายแดนปล่อยปละละเลย ให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาหรือไม่ แล้วมีการตรวจหาเชื้อโควิด (COVID) หรือเปล่า อยากรู้เรื่องนี้ถ้ามีคนผิดใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และจะรับผิดชอบอย่างไร🔗
เรื่องที่ ๒ จากเหตุการณ์ที่มีโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ในเขตจังหวัด สมุทรสาครซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเขตบางบอนและเขตหนองแขม ซึ่งผมเป็น ส.ส. อยู่ในเขตนี้ รู้สึกว่าประชาชนมีความวิตกกังวลในพื้นที่บางบอน หนองแขมเป็นอย่างยิ่งเพราะยังมี การสัญจรไปมาระหว่างประชาชนในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกัน จึงขอให้ท่านประธานสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วนเฉพาะ ให้ดําเนินการ จัดตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อและพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อตามสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะ ตามตลาดในเขตพื้นที่ดังนี้ ๑. ตลาดสุขสวัสดิ์ ๖๖ สามแยกบางบอน ตรงนี้เขาเรียกว่าตลาดพม่า มีพม่ามาจับจ่ายใช้สอย ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ในเขตบางบอนตรงนี้ครับ ๒. ตลาดบางบอน ๕ ตรงสี่แยกบางบอน ๕ ๓. ตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ํากรุงเทพฯ หรือสะพานปลา อยู่ตรงแยก บางบอน ๓ มีชาวพม่ามาจับจ่ายใช้สอยซื้อของเป็นจํานวนมาก ๔. ตลาดนัดหมู่บ้านดีเค ๕. ตลาดหมู่บ้านปิ่นทอง ๖.ตลาดวัดหนองแขม ๗. ตลาดนัดวัดหลักสาม สุดท้ายครับ ขอให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งจุดคัดกรองในพื้นที่เสี่ยงในเขตบางขุนเทียน บางแค ภาษีเจริญ บางบอน และหนองแขม ฝากอีกนิดครับท่านประธานครับ ฝากไปถึงพ่อค้า แม่ขาย พวกหน้ากากอนามัยและเจล (Gel) ล้างมือว่าช่วงนี้อย่าโก่งราคาเลยครับ อย่าซ้ําเติม คนไทยด้วยกันเองเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอภิชา เลิศเพชรกมล🔗
กราบท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗
ขออภัยนะครับ เลิศพชรกมล ครับ เชิญเลยครับ🔗
ผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องกราบเรียนหารือท่านประธานครับ เรื่องของโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกมันสําปะหลัง ประจําปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ในเรื่องของผลกระทบที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้กําหนด หลักเกณฑ์ของเกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับเงินส่วนต่าง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้กําหนด หลักเกณฑ์ไว้ว่าเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลังนั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ปลูกมันสําปะหลังกับ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยกําหนดวันปลูกมันสําปะหลังตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ ถึง วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะมาดูว่าเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมานั้น มีทั้งหมด ๙๗,๐๘๘ ราย ซึ่งเกษตรกรนั้นเขาจะปลูกมันสําปะหลังกันตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๓ ๓,๔๒๖ ราย เดือนกุมภาพันธ์ ๖,๖๓๑ ราย และเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ปลูกทั้งหมด ๓๘,๖๐๓ ราย รวมทั้งหมดทั้ง ๓ เดือนที่ปลูกก็คือ ๔๘,๖๙๖ ราย ซึ่งเป็นจํานวนครึ่งหนึ่ง ของผู้ปลูกมันสําปะหลังทั้งจังหวัดนครราชสีมา แต่กระทรวงพาณิชย์ไปกําหนดหลักเกณฑ์ว่า การที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลังได้นั้นต้องเริ่มวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ ทําให้เกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลังจํานวนครึ่งหนึ่งของจังหวัดได้รับผลกระทบมาก ถามว่า ทําไมพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลังนั้นจึงปลูกประมาณเดือนมีนาคมเยอะที่สุด เพราะว่าเกษตรกรนั้นต้องการน้ําฝนน้ําแรกของปี ซึ่งฝนจะตกน้ําแรกประมาณเดือนมีนาคม จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์ได้ทบทวนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ให้เริ่มตั้งแต่เดือน มกราคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการประกันราคาจาก ๒.๕๐ บาท ก็ควรที่จะเพิ่มให้สัก ๓ บาทนะครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน แรงงาน มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือปรึกษาหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข มาตรการตรวจโควิด (COVID) ไม่ทั่วถึง ข้อมูลจากเครือข่ายแรงงานในพื้นที่แจ้งมาว่ามีการตรวจเฉพาะแรงงาน ที่ถูกต้องที่มีเอกสาร และแรงงานที่ไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้ออกมาตรวจ ยิ่งมีคําสั่งจาก นายกรัฐมนตรีจะปิดโรงงาน ยิ่งทําให้แรงงานไม่กล้าออกมาตรวจ ดังนั้นไม่มีห้องควบคุม ความดันลบในการตรวจ และการเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามให้กับผู้ที่ตรวจพบ ก็ยังไม่มี การตรวจต้องมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะเอา แรงงานที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดินร่วมกับกระทรวงแรงงาน นี่คือเป็นสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น ถือวิกฤติเป็นโอกาสในการดําเนินการเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติครับ🔗
๒. ปรึกษาหารือไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จากการดําเนินการที่มี การตรวจแรงงานข้ามชาติ ปล่อยปละละเลย ทําให้มีแรงงานข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทย และที่สําคัญนะครับมีการตรวจพบและยังมีการปล่อยปละละเลยให้มีการขนแรงงานออกไป นอกพื้นที่ซึ่งไม่มีมาตรการควบคุม ที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นการทํางานที่หละหลวมของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ การตรวจด่านสกัดต่าง ๆ ไม่มีการดําเนินการ ดังนั้นอยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการ โดยเฉพาะที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือเกี่ยวกับหน่วยงาน ความมั่นคงควรลงพื้นที่เข้าไปทํางานร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดในการดําเนินการ ในครั้งนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความอุ่นใจ และโดยเฉพาะพี่น้องแรงงานข้ามชาติ พี่น้องแรงงานไทยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรมครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรกค่ะ ขอหารือเรื่องบริเวณที่ก่อสร้างถนนซอยงามดูพลี เขตสาทรค่ะ ซึ่งการก่อสร้างนี้ได้ล่วงเลยระยะเวลาแล้วเสร็จตามกําหนดในวันที่ ๒๐ ที่ผ่านมา ก็อยากจะ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งรัดการดําเนินการ แล้วก็ ในบริเวณก่อสร้างตรงนี้ก็มีฝุ่นมาก จึงอยากขอให้ทางหน่วยงานได้ช่วยพรมน้ําลดฝุ่นบริเวณ ที่ก่อสร้าง อย่างน้อยวันละ ๑ ครั้งเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยซ่อมแซมทางเท้าค่ะ บริเวณ ถนนเจริญเมือง เขตปทุมวัน จะขอนําส่งรายละเอียดให้ท่านประธานเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งนะคะ🔗
แล้วเรื่องสุดท้ายค่ะ บริเวณซอยหลังโรงเรียนวัดดวงแขนะคะ ที่ผ่านมาไม่ได้ มีการเข้าดําเนินการลอกท่อเป็นระยะเวลานานแล้ว ทําให้ท่อเกิดการอุดตันแล้วก็เกิด น้ําท่วมขังเข้าบ้านเรือนพี่น้องประชาชนอยู่บ่อยครั้ง ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานนะคะ ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยลอกท่อในบริเวณดังกล่าวค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณนพพล เหลืองทองนารา คุณนพพลยังไม่พร้อมนะครับ ต่อไปคุณประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องขอจากนายสําโรง หาศิริ นายกเทศมนตรีตําบลสงเปลือย อําเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างถนนลาดยาง สายบ้านหนองแสง ตําบลสงเปลือย อําเภอเขาวง ไปบ้านนาโก ตําบลนาโก อําเภอกุฉินารายณ์ ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ๖๐๐ เมตร และได้ทําการก่อสร้างไปแล้วประมาณ ๔ กิโลเมตร ๘๐๐ เมตร คงเหลือ ๘๐๐ เมตร แต่รอมา ๒ งบประมาณแล้วครับ จึงอยากขอรับการสนับสนุนอุดหนุน เฉพาะกิจจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ๒. ถนนทางหลวงท้องถิ่นเลขที่ กส.ถ. ๒๔-๐๐๒ สายไปบ้านนาขาม บ้านคําป่าหว้าน ตําบลนาขาม อําเภอกุฉินารายณ์ ระยะทาง ๕.๒ กิโลเมตร และถนนสาย กส.ถ. ๒๔-๐๐๕ จากบ้านบอนเขียวไปบ้านโนนสวาง ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ถนนเหล่านี้อยู่ในเขตเทศบาล ตําบลนาขาม อําเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งยังเป็นถนนลูกรังอยู่ ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จึงอยากขอรับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อพัฒนาให้เหมาะสมกับคําว่าอยู่ในเขตเทศบาล ท่านประธานที่เคารพ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปีใหม่ปี ๒๕๖๔ แล้ว กระผมในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ขอกราบอํานวยอวยพรให้ท่านซึ่งเป็น ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ให้ท่านมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน และในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พี่น้องประชาชนมีความสุข กินอิ่ม นอนอุ่น มีความหวัง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ และตลอดไปครับ🔗
ครับ ขอให้พรนั้น ตอบสนองท่านประเสริฐนะครับ ต่อไปคุณธารา ปิตุเตชะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายธารา ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดระยอง ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องร้องเรียนเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ ผมได้มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งหนึ่งแล้วครับ สําหรับถนน รย. ๓๐๑๓ เส้นปากร่วม-มาบเตย ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้ว่าจ้าง หจก. ประชาพัฒน์ ทําการก่อสร้าง แต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข การก่อสร้างยังล่าช้าและสร้างความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชน แรงงาน ผู้ประกอบการ ซึ่งถนนเส้นนี้สร้างมา ๓๕ เดือนแล้วครับ ๓๕ เดือนนี่ ๑,๐๐๐ กว่าวันแล้วนะครับ ล่าช้ากว่าแผนกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ความล่าช้า ในการก่อสร้างก็สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน แรงงาน ผู้ประกอบการซึ่งอยู่ถนน เส้นนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเพิ่งมีการเกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคมที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วอําเภอปลวกแดง ซึ่งมีโรงงานเข้ามาลงทุนกว่า ๕๐๐ โรงงาน เงินลงทุนกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างงานกว่า ๖๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ซึ่งความล่าช้าการก่อสร้างถนนนี้ ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจซึ่งเป็นมูลค่าประเมินไม่ได้เลยครับท่านประธาน โดยเฉพาะพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีนักลงทุนจากต่างชาติมาลงทุนมากมายนะครับ เป็นพื้นที่ ของอุตสาหกรรมถึง ๕ แห่ง ฉะนั้นความสูญเสียที่เกิดขึ้นของกรมทางหลวงชนบท ผมขอให้บอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมารายนี้ซึ่งไม่ตั้งใจทํางานนะครับ ผมทราบว่าจะต่อสัญญา อีก ๙๐๐ วัน เพราะผ่านมานี่ต่อสัญญาไปแล้ว ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นขอให้กรมทางหลวง เร่งดําเนินการให้พี่น้องลดความเดือดร้อน ก็ขอให้กรมทางหลวงเร่งแก้ไข เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนต้องเข้ามาหาที่กรุงเทพฯ แน่นอน ยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไป คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอหารือไปยังผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ต่อกรณีที่มีการออกหมายเรียกตามกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ กับ นักศึกษา ประชาชน ไม่เว้นแม้แต่นักสิทธิมนุษยชน ไม่เว้นแม้แต่เด็กเยาวชนที่มีอายุเพียง ๑๖ ปี ในระยะ ๑ เดือนเศษที่ผ่านมานี้ มีคนโดนหมายเรียกด้วยข้อหาอาญา มาตรา ๑๑๒ แล้ว เกือบ ๔๐ คนนะคะ จากการที่ออกหมายเรียกคดีที่มีอัตราโทษรุนแรง คือจําคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๑๕ ปี เป็นอัตราโทษที่เทียบกับฐานการเตรียมการก่อการกบฏ และเป็นอัตราโทษที่ เท่ากับการฆ่าคนตายโดยไม่ได้เจตนา อัตราโทษที่สูงเช่นนี้ ดิฉันได้เข้าร่วมฟังสอบสวน ในหลาย ๆ สน. พบว่าเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนมีการออกหมายเรียกโดยยังขาดน้ําหนัก ยังมีความบกพร่องแล้วก็ไม่ได้มีองค์ประกอบของคดีที่ครบถ้วน ที่ชัดเจน เป็นการออกหมายเรียกโดยตีความเกินเลยไปจากกฎหมายมากนะคะ เกิดเสียง วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแจกคดีเพื่อปิดปากประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล และที่เห็นต่าง จากผู้มีอํานาจในปัจจุบัน เพียงเพื่อสนองประกาศของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าจะใช้กฎหมายทุกมาตราที่มีอยู่มาใช้จัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขับไล่ตน ประชาคมโลกนะคะท่านประธานได้ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งสํานักงานข้าหลวงใหญ่ แห่งสหประชาชาติก็ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เรียกร้องให้ประเทศไทยหยุดใช้มาตรา ๑๑๒ กับผู้ชุมนุมประท้วงโดยสันติ และแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่นํามาใช้กับผู้เยาว์ อายุเพียง ๑๖ ปีด้วยค่ะ ดิฉันขอเรียกร้องให้ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติทบทวนท่าที ในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีมาตรา ๑๑๒ เสียใหม่นะคะ ขอให้มีวิจารณญาณที่รอบคอบกว่านี้ ควรออกหมายเรียกที่มีความชอบธรรม ไม่ควรสมยอม กับผู้มีอํานาจใช้กฎหมายกําจัดผู้เห็นต่าง แล้วก็การทําเช่นนี้จะยิ่งสร้างความแตกแยก ในหมู่ประชาชนไม่รู้จบและไม่เป็นผลดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งจะทําให้ มาตรา ๑๑๒ มีความเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ลงด้วย ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ กบินทร์บุรี อําเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
วันนี้กระผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ โดยได้รับคําร้องเรียนจากสมาชิกของโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ รองรับเกษตรกรรุ่นใหม่ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่ตําบลวังตะเคียน อําเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จํานวน ๑๕ ราย เนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ ซึ่งได้เริ่มเข้า ทําการเกษตรตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ และตามเงื่อนไขของ ส.ป.ก. นั้นจะต้องมีการ ทําการประเมินผลการปฏิบัติงานของเกษตรกรความก้าวหน้าและรายได้ทุก ๖ เดือน แต่การที่ เกษตรกรเข้าไปทําการเกษตรในที่ดินดังกล่าวได้พบอุปสรรคและปัญหามากมาย เช่น ๑. ขาดแหล่งน้ําซึ่งจะเป็นปัจจัยในการทําการเกษตร ซึ่งขณะนี้เกษตรกรก็ได้เพียงแต่ขุดเจาะ บาดาลระดับต่ําเพื่อให้อุปโภคบริโภค ๒. ขาดแหล่งให้ความรู้ในด้านเงินทุน ความรู้ทางด้าน การเกษตร ทั้งการประมงและปศุสัตว์ ๓. ขาดระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ซึ่งจะทํา การเกษตรได้ ๔. ที่อยู่อาศัย เพราะตอนนี้ก็เพียงแต่ทําเพิงชั่วคราวไม่เหมาะกับครอบครัว ที่มีลูกหลานเล็ก ๆ ดังนั้นจึงกราบเรียนมายังท่านประธานสภาที่เคารพได้โปรดผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส.ป.ก. หรือหน่วยงานดังกล่าวให้เร่งรัด ดําเนินการให้ดังนี้🔗
๑. เร่งรัดให้สํานักงาน ส.ป.ก. จังหวัดปราจีนบุรีประมูลหาผู้ขุดเจาะตามที่ ได้รับงบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ําบาดาลเพื่อทําการเกษตรและวางระบบน้ํา🔗
๒. ให้เกษตรกรต่าง ๆ ได้รับความรู้ในด้านการประมง ปศุสัตว์ อบรมให้ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถสําหรับการทําการเกษตร🔗
๓. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้มีที่อยู่อาศัยตามที่ได้จัดสรรงบประมาณไว้ เพื่อการมีอาชีพและมีรายได้ เพราะความมั่นคงของชุมชนคือความเข้มแข็งของประเทศชาติ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอให้ขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ๒ จุด ดังต่อไปนี้🔗
จุดที่ ๑ ดิฉันได้รับการประสานงานจากกํานันยุทธยา ต้นสาย ขอขยายไฟฟ้า เพื่อการเกษตรช่วงระหว่างโรงเรียนบ้านคําสะแนนถึงทุ่งนานางสุณา ศิริบุตร ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ในบ้านคําบอน ตําบลบ้านใต้ อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธาน ที่เคารพคะ ใน ๓ กิโลเมตรนี้พี่น้องต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรเป็นอย่างมากค่ะ รอคอย มานานแสนนาน🔗
จุดที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวิมุตติ์ วิเชียรเครือ นายก อบต. ตําบลกุดค้า ในบ้านกุดค้า ตําบลทุ่งฝน อําเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี เขตติดต่อบ้านดิฉัน ที่มีแม่น้ําสงครามกั้น วันที่มาร้องเรียนท่านประธานคะหนาว ๑๒ องศา นั่งท้ายรถกระบะ มาทั้งหมด ๙ คน ทั้งหนาวสั่นและหวั่นไหว เพื่อมาร้องขอให้พูดในสภาผู้แทนราษฎรบอกถึง ความต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในบ้านกุดค้า ตําบลทุ่งฝน อําเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ดิฉันไม่ได้ละลาบละล้วงเขตอื่นแต่อย่างใด แต่พี่น้องประชาชนที่หนาวสั่นและหวั่นไหว ๑๒ องศามาถึงตั้งแต่ยังไม่ ๙ โมงค่ะ ต้องเดินทางตั้งแต่ประมาณ ๖ โมงเช้าเลยทีเดียว ก็เลยขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพ นั่นคือการรับใช้พี่น้องประชาชนค่ะ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีหน้าที่บริการจําหน่ายไฟฟ้าแก่ประชาชนในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด และในครั้งนี้ดิฉันขอส่งเอกสารประกอบให้ท่านประธานต่อไปด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ครับ ขอเชิญนะครับ ต่อไป คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เร่งแก้ปัญหาราคา มันสําปะหลังตกต่ําในสถานการณ์ปัจจุบันครับ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมปีนี้ ราคามันสําปะหลังได้ลดลงต่อเนื่องจากราคาประมาณ ๒.๗๐ บาทต่อกิโลกรัม เหลือประมาณ ๒ บาทถ้วน เนื่องจากเกษตรกรได้ขุดมันสําปะหลังมาขายในหลายพื้นที่ทั่ว ประเทศทําให้สินค้าเกินความต้องการของตลาด ผมนําเรียนนะครับว่าเหตุการณ์เช่นนี้เคย เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมา แต่เกษตรกรจะชะลอการขุดครับ แต่ปีนี้เกษตรกรไม่ชะลอเพราะว่า เกษตรกรคิดว่าพวกเขาจะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างราคาจากรัฐบาลในโครงการประกันรายได้ แต่ในข้อเท็จจริงไม่ใช่ครับ เพราะโครงการประกันรายได้ไม่ได้ดูว่าเกษตรกรขายมันได้ราคา เท่าไร แต่จะดูว่าเกษตรกรไปแจ้งการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนใด ซึ่งส่วนใหญ่จะแจ้งในช่วงเดือน กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ซึ่งกระผมคาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีสินค้าออกสู่ตลาดน้อยมาก เพราะเกษตรกรขุดไปแล้ว ทําให้ราคาจะสูงกว่าราคาประกัน ซึ่งจะเป็นเหตุผลทําให้เกษตรกร ไม่ได้รับเงินชดเชยเลย กระผมจึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งประชาสัมพันธ์ทําความเข้าใจ ให้กับเกษตรกร เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากจุดอ่อนของโครงการประกันรายได้ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดพอสมควร ดังนั้นผมขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เร่ง ดําเนินการอย่างเร่งด่วนในปัญหานี้ และขอฝากให้รัฐบาลนําไปเป็นข้อมูลในการศึกษาเพื่อ ป้องกันแก้ไขในลําดับต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขอนําปัญหาเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนเข้าร้องเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ🔗
เนื่องด้วยคณะกรรมการและตัวแทนพรรคพลังปวงชนไทย สาขา จังหวัดขอนแก่น นําโดยทนายนิตยา จันทร์โสม ได้ลงพื้นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนสัญจรหลักในเขต เทศบาลตําบลนาคํา อําเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ช่วงระหว่างบ้านสัมพันธ์ หมู่ ๗ บ้านกุดกระหนวน หมู่ ๓ บ้านเล้า หมู่ ๘ ระยะทาง ๒ กิโลเมตรเศษ มีสภาพทรุดโทรมครับ ผิวถนนหลุดร่อนเป็นหลุมเป็นบ่อ การเดินทางสัญจรลําบากมาก ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของ นักเรียนโรงเรียนบ้านกุดกระหนวน โรงเรียนนาคําพิทยาสรรพ์ ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา ตอนต้น เป็นเส้นทางสัญจรทั้ง ๓ หมู่บ้านนี้ได้รับความเดือดร้อนมายาวนาน เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนสัญจรระหว่างบ้านเล้า หมู่ ๘ ช่วงทางแยกวัดโพธิ์สมานไป บ้านหนองแวง หมู่ ๑๐ บ้านสัมพันธ์ หมู่ ๗ ตําบลนาคํา อําเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เป็นเส้นทางลําเลียงพืชผลทางการเกษตร ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสําปะหลัง มีสภาพเป็นหลุม เป็นบ่อและเป็นดินลูกรังตลอดเส้นทางครับ โดยเฉพาะในช่วงสะพานไม้ข้ามห้วยคุมมุม โดยนายสมศักดิ์ เค้ามิม ได้ร้องเรียนกับประชาชน ตัวสะพานมีขนาด ๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร มีสภาพทรุดโทรม ตรงบริเวณคอสะพานไม้ผุพังครับ ชาวบ้านนําขอนไม้มาวางเพื่อการสัญจร นําเครื่องจักรกลแล้วก็ขนส่งสินค้าการเกษตร มีความลําบากแล้วก็มีความไม่ปลอดภัย หลังจากที่กลับมาแล้วสะพานก็ได้ชํารุดไปเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน จึงขอความกรุณา ท่านประธานได้โปรดสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมมีเรื่องเร่งด่วนที่จะหารือท่านประธานเพราะเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ ความจริงท่านประธานได้กรุณาอนุญาต ให้ผมได้เสนอญัตติร่วมกับเพื่อนสมาชิกในสภานี้เป็นญัตติด่วนไปแล้ว แล้วก็มีผู้อภิปราย สนับสนุนถึง ๒๖ ท่าน แต่มาถึงวันนี้ผมอยากจะกราบเรียนย้ํากับท่านประธานว่า ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายนจนถึงปัจจุบันนั้น ผมได้ติดตามเรื่องสถานการณ์ น้ําท่วม เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานได้ขึ้นภาพถ่ายเพื่อที่จะ ประกอบการอภิปรายของผมถึงความเสียหาย🔗
ที่มากที่สุดในรอบ ๑๐ ปี จริง ๆ ครับท่านประธานครับใน ๑๑ จังหวัด คือจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสครับ ๑๑๑ อําเภอ ๕๘๔ ตําบล ๔,๒๑๖ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบถึง ๖๘๔,๑๒๔ ครอบครัว ประชาชนเสียชีวิต ๒๙ รายท่านประธาน โดยเฉพาะในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานดูสิครับ ๒๑ รายเสียชีวิต เป็นเรื่องที่ ยิ่งใหญ่มากครับ สะพานเสียหาย ๑๗ จุด มีความเสียหายกับพี่น้องประชาชนอย่างมากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงจําเป็นต้องหารือในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง ตามจริงผมได้ส่งหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคมนะครับ🔗
ประการแรกที่จะขอให้ท่านประธานได้เร่งรัด คือ🔗
๑. ขอให้มีมติ ครม. ช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ โดยเฉพาะพี่น้อง ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเสียหายหนัก ประกอบกับครอบครัวบางครอบครัว เป็นบ้านเช่า ไม่มีบ้านเลขที่ แต่น้ําท่วมเร็วแล้วก็สูง แล้วก็เสียหายมากเหมือนปี ๒๕๓๑ ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนให้เห็นภาพเหมือนปี ๒๕๓๑ ผมจึงเห็นว่าเมื่อทาง ท้องถิ่นบอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็อยากจะให้มีมติ ครม. ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท และให้ พักชําระหนี้ธนาคารของรัฐทุกธนาคาร และที่สําคัญที่สุดให้มีมติ ครม. ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้เข้าไปช่วยเหลือเยียวยาในการดําเนินการในเรื่องนี้ด้วย🔗
นอกจากนั้นที่อยากจะฝากเป็นพิเศษท่านประธานครับ โรงพยาบาลท่าศาลา ท่านประธานทราบดีครับ ปี ๒๕๕๔ นั้นน้ําท่วมใหญ่ได้รับงบประมาณปรับปรุงด้านหน้า ไปแล้วครับ แต่ด้านหลังมีความเสียหาย ผมได้รับหนังสือจากคุณหมอกิตติ รัตนสมบัติ ผู้อํานวยการนะครับท่านประธาน ว่าให้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหา เร่งด่วนในการบริการประชาชน ของบประมาณมาปรับปรุงพื้นที่ ขณะเดียวกันผมก็ได้ทํา หนังสือถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แล้วด้วยครับ ก็อยากให้ประธานได้เร่งรัดเรื่องนี้นะครับ ขณะนี้ประชาชนเป็นบริการโรงพยาบาลอําเภอขนาดใหญ่ของท่าศาลา มีความเดือดร้อน เป็นอย่างยิ่งเลยครับ ผมอยากจะให้ดูแล จริง ๆ แล้วยังมีโรงเรียน วัด และโรงพยาบาล อีกหลายแห่งที่กระทบกระเทือนนะครับ ที่ผมอยากจะให้ได้ดูแลเรื่องงบน้ําท่วมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ รพ.สต. ปากน้ํา น้ําสูง ๔ เมตร มีคนตาย ๒ คน ที่อําเภอฉวางมีนักเรียน ม.๖ ตาย เพิ่งพบศพครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะเรียนเรื่องนี้เพื่อให้ท่านประธานได้ทําหนังสือ เร่งด่วนเพื่อขอให้ ครม. ได้มีมติในการช่วยเหลือทั้ง ๓ ข้อ และให้สั่งจ่ายงบฉุกเฉินให้กับ โรงพยาบาลท่าศาลา โรงพยาบาลอื่น ๆ พร้อมวัดและโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย อย่างเร่งด่วนต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณอาภรณ์ สาราคํา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรื่องขอให้ก่อสร้างฝายน้ําล้นห้วยดินอิฐค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวตําบลบ้านเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ขอความอนุเคราะห์สร้างฝายน้ําล้นห้วยดินอิฐค่ะ เนื่องจากบริเวณนี้มีลําห้วยนาน้อย ซึ่งเป็นแหล่งน้ํา ร่องน้ําที่เกิดตามธรรมชาติ ในหน้าฝนมีน้ําท่วมค่ะ แต่พอหน้าแล้ง กลับเก็บน้ําไม่ได้ น้ําก็ขาดแคลน ประชาชนที่จะใช้อุปโภคบริโภคขาดแคลนมากเลยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจึงขอฝากถึงท่านประภัตร โพธสุธน ช่วยแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายอาคม จวงทอง และนายสุรพล แจ้งดี ผู้ใหญ่บ้านบ้านเชียงงาม หมู่ ๓ และหมู่ ๑๕ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องขอความอนุเคราะห์ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเสาไฟกิ่งเดียวค่ะ ทางหลวงหมายเลข ๒๓๑๒ ถนนหนองหาน-สุมเส้า ท่านประธานคะ เนื่องจากบริเวณถนนเส้นนี้ประชาชนในหมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างไม่เพียงพอในการสัญจรไปมาในยามค่ําคืน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นย่านชุมชนที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก และการจราจร ก็หนาแน่น จึงทําให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินค่ะ ดิฉันจึงขอความอนุเคราะห์ ถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อําเภอหนองหาน ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง บ้านเชียงงาม อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ต่อไปคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ในเรื่องของสถานที่การจอดเรือประมงพื้นบ้าน ที่บ้านตะโละใส ตําบลปากน้ํา อําเภอละงู บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวนุ่น อุทยานแห่งชาติเภตรา ซึ่งปกติแล้วชาวบ้านจะจอดเรือกันบริเวณหน้าอ่าว เป็นพื้นที่ที่เปิดไปสู่ทะเลใหญ่นะครับ และสภาพบริเวณนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพื้นที่ที่มีน้ําค่อนข้างตื้น ทําให้เมื่อมีลมแรง หรือว่ามีมรสุมเกิดขึ้นก็จะทําให้มีคลื่นเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ที่ชาวบ้านจอดเรือ ล่าสุด เมื่อประมาณ ๑ เดือนที่แล้วก็เกิดมรสุมฉับพลันครับ ทําให้เรือประมงของพี่น้องประมง พื้นบ้านจมไปกว่า ๑๐ ลํา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดปัญหาลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น แล้วก็ได้มี การขุดลอกเพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับชาวบ้าน แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไข ปัญหาในระยะยาวได้นะครับ🔗
นอกจากนั้นอีก ๑ พื้นที่ที่มีปัญหาลักษณะคล้ายกันก็คือ ที่บ้านบุโบย ตําบลแหลมสน อําเภอละงู ตรงนี้ชาวบ้านจะจอดเรือกันในบริเวณลําคลอง ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่รับผิดชอบของป่าชายเลน ปัญหาคือในบางครั้งมีกระแสน้ําค่อนข้างที่จะเชี่ยว ทําให้ การจอดเรือทําได้ยากนะครับ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย บางทีจอดเรือผูกกัน ติดต่อกันเป็นกลุ่ม น้ํามาแรง ๆ เชือกก็ขาด เรือก็หลุดไปเป็นกลุ่มเลยนะครับ ซึ่งปัญหา ทั้ง ๒ จุดนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประมงพื้นบ้านเป็นอย่างมากนะครับ บางที กลางคืนไม่ได้นอนก็ต้องมาเฝ้าเรือ เพราะกลัวว่าจะเกิดความเสียหายกับเรือ ซึ่งอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม อยากจะให้มีการลงมาแก้ปัญหาส่วนนี้ให้กับพี่น้องประมงพื้นบ้านทั้ง ๒ จุด ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอํานาจเจริญ ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากนายประสิทธิ์ สุระสาย นายกเทศมนตรีเทศบาลตําบลเปือย อําเภอลืออํานาจ จังหวัดอํานาจเจริญ เนื่องจากว่าเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
พายุโพดุลได้พัดถล่มหลังคาอัฒจันทร์ และโรงยิมเนเซียม (Gymnasium) ของสนามกีฬา ซึ่งได้รับถ่ายโอนจากการท่องเที่ยวและ การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๖๒ นะครับ และหลังจากนั้นเขาก็ได้ทําหนังสือถึง อธิบดีกรมพลศึกษา เพื่อขอให้ไปตรวจสอบดูแลแล้วก็ซ่อมแซม ก็ยังไม่ได้รับการดูแลเลยครับ จนต่อมาก็ทําหนังสือถึงปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เหมือนเดิมครับ จนในที่สุดเขา ได้ทําหนังสือมาของบประมาณสนับสนุนจากผม ผมก็เลยได้กราบเรียนว่าเนื่องจากว่ามันเป็น ของราชการ ก็จะต้องให้ราชการเป็นผู้ดูแล เพราะผมเองก็คงไม่มีงบประมาณส่วนตัวที่จะไป สนับสนุนได้ จนบัดนี้ท่านประธานครับ เขาได้ทําหนังสือมาถึงผมอีกว่ายังไม่มีหน่วยงานใด ลงไปดูแลเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นผมเสียดายงบประมาณครับ ในอาคาร ๒ หลังที่มันชํารุด ใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๑๘-๑๙ ล้านบาทที่ไม่ได้ใช้เลย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจนขณะนี้ครับ จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากผ่านไปถึงท่านผู้เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงไปดูแล ไปช่วยเหลือซ่อมแซมเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ เพราะเสียดายงบประมาณที่เรา ลงทุนไปครับท่านประธาน และผมเองก็จะขอฝากเอกสารทั้งหมดให้กับท่านประธานเพื่อถึง หน่วยงานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญเลยครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือเรื่องการขอพิจารณางบประมาณเพื่อสร้างอาคารอุบัติเหตุ ฉุกเฉินและศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ปัจจุบันจังหวัดเพชรบูรณ์มีการพัฒนา ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้อุบัติเหตุเพิ่มขึ้นไปด้วย โรงพยาบาลเพชรบูรณ์เป็นโรงพยาบาลระดับมาตรฐานทั่วไป ----––––––––––––––––––– รองรับผู้ป่วยได้ ๕๐๙ เตียง สถิติการให้บริการของแผนกฉุกเฉินมีจํานวนผู้ป่วย ๑๕๔ รายต่อวัน คิดเป็น ๕๖,๑๒๐ รายต่อปี โรงพยาบาลมีบุคลากรที่มีคุณภาพทางการแพทย์ในสาขาต่าง ๆ เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยตามเกณฑ์มาตรฐานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ สพฉ. แต่กลับไม่สอดคล้องกับพื้นที่การให้บริการ ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่สําหรับการช่วยฟื้นคืนชีพ ตามมาตรฐาน คือ ๑๐๐ ตารางเมตร ปัจจุบันมี ๒๐ ตารางเมตร ห้องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมใช้ ๑๒๐ ตารางเมตร ปัจจุบันมี ๕๑ ตารางเมตร พื้นที่ชะล้างสิ่งปนเปื้อน ๒๕ ตารางเมตร ปัจจุบันไม่มี พื้นที่อีเมอร์เจนซี เมดิคัล เซอร์วิส (Emergency Medical Service) หรืออีเอ็มเอส (EMS) ๗๐ ตารางเมตร ปัจจุบันไม่มี หรือพื้นที่สํารองในการจัดการผู้ป่วย ฉุกเฉินจํานวนมาก ๒๐๐-๓๐๐ ตารางเมตร ปัจจุบันไม่มีเช่นกัน จากที่ดิฉันยกตัวอย่าง จะพบว่าพื้นที่สําหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินนั้นมีไม่เพียงพอทั้งขนาดของพื้นที่ และความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้พื้นที่ ปะปนกันตามสถานการณ์ในแต่ละวัน และที่สําคัญเรายังขาดแคลนห้องส่วนหัวใจ หอผู้ป่วย วิกฤติ และห้องผ่าตัดทรวงอกที่ยังรอการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น จึงมี ความจําเป็นต้องขอความกรุณาให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาอนุมัติโดยเร่งด่วน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนผู้เข้ามารับการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียนครับ วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง ฝ่ายรัฐบาล ๓ หัวเรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ส่งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังกรุงเทพมหานคร เรื่องถนนที่ยกเป็นพื้นที่สาธารณะแล้ว ยกให้กรุงเทพมหานครแล้ว ให้ช่วยเข้าไปปรับปรุง ดูแลแล้วก็ซ่อมแซมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้สอยได้อย่างสะดวก ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ ถนนริมคลองสหกรณ์ คลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม ผมลงพื้นที่ไป ตอนนี้พี่น้องประชาชน ลําบากเป็นอย่างมากนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเพื่อป้องกันโรคระบาดโควิด (COVID) เนื่องจากศูนย์บริการ ๔๒ ในสังกัดอนามัยกรุงเทพมหานครลงพื้นที่เชิงลึก เชิงรุก แล้วก็ยังขาดอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือจํานวนมาก ในหัวเรื่องที่ ๒ ปรึกษาหารือ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทําความเข้าใจกับพื้นที่ข้างเคียง เนื่องจากว่า เขตบางขุนเทียนตอนนี้ติดกับพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และเป็นพื้นที่ที่มีพี่น้องแรงงาน ต่างชาติเข้ามาทํางานอาศัยอยู่จํานวนมาก แล้ววันนี้เองผมก็ได้ร่วมกับภาคเอกชน จัดการประชุมในชุมชนวงแหวนชัชวาล ซึ่งมีพื้นที่การทํางานของพี่น้องแรงงานต่างชาติ จํานวนมาก เพื่อหาข้อสรุปแล้วก็นําเรื่องทั้งหมดส่งผ่านทางท่านประธานไปยังรัฐบาล อีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยเหลือ ในด้านของปัจจุบันมีปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาโรคระบาด ทําให้ผู้ปกครองและนักเรียน ส่งผลกระทบจํานวนมากในการจับจ่ายใช้สอยอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัจจุบันโรงเรียนมีมาตรการ ป้องกันไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ (Online) หรือการหยุดเรียนเพิ่มเติม ต้นทุน ของโรงเรียนลดลงครับ แต่ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองยังจ่ายค่าเทอม ค่าใช้จ่ายจํานวนเท่าเดิม หรือมากขึ้นในการซื้ออุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบไปยังโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนทุกระดับชั้น ทั่วประเทศนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องไฟจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนวัดบ้านเลือก ซึ่งเดิมที่ดิฉัน เคยหารือถึงปัญหาอุบัติเหตุที่มีผู้ปกครองและนักเรียนได้รับอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนน มีตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเยอะ วันนี้ประชาชนมีไฟจราจรบริเวณดังกล่าวแล้ว แล้วไม่ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอีก แต่ปรากฏว่าเกิดจราจรติดขัดโดยไม่มีความจําเป็นบางช่วงเวลา หมายถึงเวลาที่จะมีนักเรียน และผู้ปกครองข้ามถนนเยอะที่สุดบริเวณหน้าโรงเรียน ก็คือช่วงก่อนโรงเรียนจะเริ่ม และช่วงเวลาเลิกเรียน ขณะเดียวกันช่วงเวลาอื่นที่ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องใช้สัญญาณไฟ เพราะมิได้มีผู้สัญจรหรือผู้ข้ามถนนเยอะ จึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่มีส่วน เกี่ยวข้องให้ตั้งระบบสัญญาณไฟบริเวณหน้าโรงงานวัดบ้านเลือก อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ให้ใช้งานในช่วงเวลาก่อนเริ่มโรงเรียน หลังเลิกเรียน และช่วงเวลาที่มีตลาดนัด ส่วนเวลาอื่นนอกเหนือจากเวลาดังกล่าวให้ใช้เป็นระบบสัญญาณไฟเหลืองกระพริบ เพื่อจะ ได้ลดปัญหาจราจรติดขัดในบริเวณดังกล่าว🔗
อีกเรื่องที่จะขออนุญาตหารือท่านประธานคือเรื่องแหล่งน้ํา ซึ่งดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากประชาชนหลายหมู่บ้านในเรื่องของการขาดแคลนน้ําและคุณภาพของน้ํา จึงขอให้ทางหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กรมน้ําบาดาลได้มาขุดเจาะน้ําบาดาลขนาดยักษ์ ที่บริเวณหมู่ ๓ ตําบลบางโตนด หมู่ ๔ ตําบลธรรมเสน หมู่บ้านเกาะตาพุด หมู่ ๗ ตําบล บ้านเลือก หมู่บ้านหุบมะกล่ํา อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มี คุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ขาดแคลนน้ําและได้น้ําจากใต้ดินที่มีคุณภาพที่ดีกว่า ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป คุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อชาติ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะ ปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนดังนี้ครับ ฝ่ายโสตครับ ช่วยเปิดคลิป วิดีโอที่ผมเตรียมไว้แล้วนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในหมู่บ้านเขานมนาง หมู่ ๓ ตําบลลําพญากลาง อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ว่ามีโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีต ๒ เลน (2 Lane) เชื่อมต่อ ๒ หมู่บ้าน ระยะทางรวม ๔.๗ กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๑ แต่การก่อสร้างได้หยุดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุครับว่าเป็นเพราะอะไร ถนนทําได้แค่ เลน (Lane) เดียวครับ พร้อมทั้งมีการขนย้ายอุปกรณ์การก่อสร้างออกจากโครงการทั้งหมด ในช่วงปี ๒๕๖๒ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้ง ๒ หมู่บ้านเป็นอย่างมาก เพราะว่าถนนที่ทําได้เลน (Lane) เดียวนั้น มีเหล็กข้ออ้อยยื่นออกมาตลอดแนว บางครั้ง ก็ทิ่มแทงยางรถยนต์ของประชาชนให้เกิดความเสียหาย และยังทําให้เกิดอุบัติเหตุเป็นประจํา และอีกเลน (Lane) หนึ่งที่ทํายังไม่เสร็จ เวลาฝนตกน้ําจะเซาะเป็นร่อง รถของเกษตรกร ทั้ง ๒ หมู่บ้านนั้นไม่สามารถจะใช้ถนนดังกล่าวได้ ทําให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก ชาวบ้านได้ร้องเรียนและสอบถามไปยัง อบต. ตําบลลําพญากลาง เจ้าหน้าที่ของตําบล ก็บ่ายเบี่ยงมิได้ให้ข้อมูลหรือคําตอบใด ๆ เพียงแต่แจ้งว่าเป็นงบประมาณของ อบจ. โดยไม่ให้รายละเอียดใด ๆ พวกชาวบ้าน เกษตรกรคลองม่วงเหนือ หมู่ ๓ และชาวบ้าน เกษตรกรบ้านนมนาง หมู่ ๕ จึงได้รวมตัวกันมาร้องเรียน และขอความอนุเคราะห์มายังผม ในนามของพรรคเพื่อชาติ ให้ช่วยตรวจสอบและหาทางเร่งรัดการก่อสร้างให้ลุล่วงไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขอให้ทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกรุณารีบดําเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้ง ๒ หมู่บ้าน โดยด่วนครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป คุณนริศ ขํานุรักษ์🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมอุทยาน แห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จัดทําทางเดินธรรมชาติในพื้นที่อ่าวบางเตง อําเภอปากพะยูน ซึ่งเป็นป่าสงวนที่มีสภาพเป็นป่าพรุ ที่มีความสวยงามอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนการศึกษาทางด้านนิเวศวิทยาและเพื่อ สร้างสํานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทํารถไฟสายเพื่อการท่องเที่ยว จากหาดใหญ่ไปถึงสถานีสุดท้ายของจังหวัดพัทลุง คือ สถานีแหลมโตนด โดยการปรับปรุงสถานีรถไฟโคกทราย หารเทา ควนพระ ควนเคี่ยม บางแก้ว เขาชัยสน ปากคลอง เพื่อเป็นการเชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุง ซึ่งขณะนี้จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดเมืองรองที่มีการท่องเที่ยวมาเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับทะเลสาบที่มีความสวยงาม เชื่อมโยงกับทุ่งนาที่มีหลายแสนไร่ของ จังหวัดพัทลุง และเชื่อมโยงกับภูเขาซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม เหล่านี้เป็นทรัพยากร การท่องเที่ยวที่สําคัญ การจะมีรถไฟสายท่องเที่ยวจะทําให้คนจากหาดใหญ่เคลื่อนเข้ามา ท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุง และก็จะเป็นรายได้ที่กระจายลงสู่พี่น้องชาวจังหวัดพัทลุง เพราะสถานที่เหล่านี้มีความสวยงามและเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวอยู่ในขณะนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านบ้านเต๋น ตําบลสถาน อําเภอเชียงของ ว่าตอนนี้นะครับถูกแม่น้ําอิงกัดเซาะหมู่บ้าน ก็อีกนิดเดียวนะครับก็จะถึงตัวบ้าน ก็อยากจะให้ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยมาออกแบบที่จะเรียงหินป้องกันตลิ่งพัง ประมาณ ๒๕๐ เมตร ขอให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองมาสํารวจออกแบบด้วยนะครับ แล้วก็ทางตําบลหล่ายงาว อําเภอเวียงแก่น พี่น้องได้ขอทราบความคืบหน้าการสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยบงนะครับว่า ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว เพราะว่าแล้งทุกปี พี่น้องเดือดร้อนมากที่อําเภอเวียงแก่น🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนเข้าสุสานของ ๖ หมู่บ้าน เช่น บ้านต้า หมู่ ๗ บ้านต้าหลวง บ้านต้าน้ําอิง เชื่อมหนองปลาโอ่ พี่น้องสัญจรลําบากมากนะครับ ขอให้ท้องถิ่น ช่วยไปดูสํารวจออกแบบ แล้วก็สร้างถนนลูกรังให้เป็นถนนคอนกรีตด้วยนะครับ แล้วก็ถนน จากพระธาตุแท่นคําเชื่อมระหว่างบ้านต้าและบ้านป่าตาล อําเภอขุนตาล ช่วยสํารวจออกแบบด้วย พี่น้อง ๒ ตําบลก็ไปมาหาสู่กันลําบากมาก พอช่วงฤดูฝนก็ไปไม่ได้เลย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้อยากจะให้ทาง ส.ป.ก. ได้ออกไปสํารวจ เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ตําบลห้วยซ้อ ตําบลศรีดอนชัย ซึ่งพี่น้องจะทําการค้า จะทําซ่อมรถ จะทําค้าขายก็ไม่ได้นะครับ เพราะเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. หมู่บ้านอยู่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งหมด ขอให้เงื่อนไขใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยไปสํารวจยกเลิก การจํากัดสิทธิที่จะค้าขายที่จะทําธุรกิจอื่นต่อเนื่องจากการเกษตรขอให้ออกสํารวจด่วนครับ พี่น้องฝากมาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ครับ ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เพื่อจะฝากไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทางหลวง ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวโคราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในเขตตําบลบ้านโพธิ์ โดยเฉพาะ ท่านกํานันรุ่งเพชร ขึงโพธิ์ ท่านนายกชัยศิริ ศิริรุ่งสกุลวงศ์ และพี่น้องประชาชนอีกหลายตําบล ที่อยากจะให้มีการดําเนินการก่อสร้างทางข้ามแยก ตําบลบ้านโพธิ์ หรือเราเรียกว่า แยกตลาดค้าส่งโชคทวี ซึ่งอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข ๒ ช่วงจากจังหวัดนครราชสีมา จะไปจังหวัดหนองคาย ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วทางแยกแห่งนี้ได้มี การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาหลายปี และในขณะเดียวกันทางแขวงการทางที่ ๑ และกรมทางหลวงก็ได้มีการสํารวจออกแบบที่จะมีการดําเนินการก่อสร้างเป็นสะพานโอเวอร์พาส (Overpass) คู่ ซึ่งใช้งบประมาณจํานวน ๔๐๐ ล้านบาท และในขณะเดียวกันทาง สผ. ได้รับเรื่องแล้ว ในขณะเดียวกันก็จะถูกบรรจุเข้างบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งผมถือว่ามันช้ามาก กับความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนต้องได้รับ เหตุผลเพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ เพราะทางแยกแห่งนี้จะเป็นทางแยกที่จะทําให้ รถที่ยูเทิร์น (U-turn) จากจังหวัดนครราชสีมาที่จะยูเทิร์น (U-turn) กลับไปใช้ถนนสาย ฉ หรือถนนเลี่ยงเมืองสาย ฉ ของทางหลวงชนบท🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือถนนเส้นนี้จะเป็นถนนที่จะเป็นทางแยกไปเชื่อมกับถนน สาย ๒๒๖ ที่จะไปจากจังหวัดนครราชสีมาไปจังหวัดบุรีรัมย์🔗
อันที่ ๓ ก็คือถนนเส้นนี้แยกตรงนี้จะเป็นแยกที่จะไปสู่สถานีรถไฟสร้างใหม่ ที่บ้านกระโดนซึ่งจะเป็นต้นทางชุมทางสายจากจังหวัดนครราชสีมาไปหนองคาย🔗
สุดท้ายครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกปีก็คือในช่วงเทศกาลแยกตรงนี้จะถูกปิดลง ทําให้พี่น้องประชาชนต้องไปกลับรถถึงบ้านโนนหมันห่างจากนี้ไปประมาณ ๓-๕ กิโลเมตร ผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงครับ อยากให้ท่านทําเรื่องเร่งด่วน ให้ทางกรมทางหลวงได้ถูกบรรจุโครงการนี้เข้าสู่การพิจารณาในปี ๒๕๖๕ เถอะครับ กราบขอบพระคุณแทนชาวโคราชครับ🔗
ต่อไป คุณนพพล เหลืองทองนารา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องอยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
ก็เกี่ยวกับเรื่องน้ําที่จะมานําเรียนถึงความเดือดร้อนในเขตพื้นที่เกษตรกรที่อยู่ ในเขตพื้นที่เลือกตั้งของผมนะครับ น้ําคือชีวิตของทุกคนครับ แต่ว่าสําหรับเกษตรกรนั้น น้ํานั้นยิ่งกว่าชีวิตอีกเพราะว่านั่นคือเป็นแหล่งทํามาหากิน เป็นแหล่งที่เลี้ยงครอบครัว นั่นคือ อนาคตของเขา แต่ ณ วันนี้ในส่วนของนาปรังทางกรมชลประทานโดยสํานักงานชลประทานที่ ๓ ได้ออกหนังสือเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนว่าจะงดปล่อยน้ํานาปรังให้ชาวนาทําการเพาะปลูก เพราะฉะนั้นชาวนาทั้งหลายในเขตเลือกตั้งผมทั้งพรหมพิรามแล้วก็ในเขตอําเภอเมืองทุกคน ล้วนแล้วแต่โอดครวญ ต้องใช้คํานี้นะครับคําว่า โอดครวญ เพราะนั่นคือสุด ๆ แล้วของ ชาวนาให้ผมมาได้บอกกล่าวในสภาแห่งนี้เพื่อจะให้ชลประทานนั้นได้ช่วยเหลือแก้ไขนะครับ เพราะน้ําต้นทุนในเขื่อนสิริกิติ์วันนี้มันมี ถ้าไม่มีเราไม่ว่ากัน แต่ทีนี้อีกอย่างหนึ่งที่ทําให้ชาวนาที่นั่น ค่อนข้างจะอึดอัดแล้วก็รู้สึกน้อยใจก็คือว่าในท้องที่อื่นยกเว้นเขตการเลือกตั้งผมอย่างเดียว ที่นอกนั้นมีน้ําเพาะปลูกได้ แต่มันเป็นเพราะเหตุใดนะครับท่าน ผมเองก็กราบวิงวอน เหลือตรงนี้ที่เดียวแล้วครับท่านประธานที่จะได้รับความช่วยเหลือ ขอท่านประธานเป็นที่พึ่ง ด้วยเถอะนะครับ🔗
ท่านครับอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของน้ําเหมือนกันแต่เป็นเรื่องของข้าวโพด ทางราชการนั้นได้แนะนําให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ําน้อย เกษตรกรก็ทําตามที่ราชการนั้น ได้บอกกล่าวก็ได้ดําเนินการปลูกข้าวโพด แต่วันนี้เอาง่าย ๆ เมื่อวานก่อนที่ผมจะมาที่สภานี่ หมู่ ๒ บ้านคลองตก ตําบลดงประคํา แล้วก็หมู่ ๒ หมู่ ๑ หมู่ ๖ ของตําบลหอกลอง ทั้งผู้นํา แล้วก็เกษตรกรก็ได้มาบอกว่าการสูบน้ําไฟฟ้าของกระทรวงวิทยาศาสตร์จะปิดในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งต้นข้าวโพดนั้นยังไม่ได้งอกจนกระทั่งจะยืนได้ถ้าไม่มีการปล่อยน้ํามาอีก ก็รบกวน ท่านประธานช่วยบอกกล่าวหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่องขอหารือ ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus Covid-19) จากกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร ทําให้พื้นที่จังหวัด ข้างเคียงตอนนี้เริ่มมียอดผู้ติดเชื้อปรากฏแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสมุทรสงคราม นครปฐม เพชรบุรี ซึ่ง ณ เวลานี้ราชบุรียังไม่มียอดผู้ติดเชื้อจากเหตุการณ์นี้ ในการนี้เองจังหวัดที่อยู่รอบ ๆ จังหวัดสมุทรสาครได้ช่วยกันระดมบุคลากรทางการแพทย์ไปช่วยในการตรวจหาเชื้อโควิด (COVID) จากกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งในขณะเดียวกันพี่น้องชาวราชบุรีก็เกิดความกังวลใจ เป็นอย่างมากว่าจะมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ หรือแรงงานต่างด้าว ที่เป็นโควิด (COVID) ก่อนหน้านี้มีการไปมาหาสู่กับคนในพื้นที่ราชบุรีหรือเปล่า และจะมี การตรวจเชิงรุกกับกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างด้าวในจังหวัดราชบุรีบ้างไหม เพราะบางหมู่บ้าน ในเขตอําเภอเมืองก็มีแรงงานต่างด้าวอาศัยกันอย่างหนาแน่นปะปนอยู่กับคนไทย คําถามเหล่านี้ส่วนราชการในจังหวัดต้องทําการตอบคําถามและทําความเข้าใจกับพี่น้อง ในพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อลดความวิตกกังวล ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง สาธารณสุขว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอกําลังสนับสนุนของบุคลากรทางการแพทย์ จากภูมิภาคอื่นที่มีความเสี่ยงต่ํามาช่วยพื้นที่จุดนี้เนื่องจากราชบุรีตอนนี้ติดอยู่กับสมุทรสาคร ก็ต้องเฝ้าระวังตัวเองเช่นกัน เปรียบเสมือนกับพม่าจะตีเมืองตัวเองอยู่แล้วค่ะท่านประธาน แต่ว่าต้องเอากําลังคนของตัวเองไปช่วยจังหวัดอื่นรบนะคะ และบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อกลับมาจากสมุทรสาครก็ต้องกักตัวอีก ๑๔ วัน สุขภาพกาย สุขภาพใจอ่อนล้า อีกทั้งขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดหาอุปกรณ์และน้ํายาในการตรวจให้เพียงพอ ต่อความต้องการด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องปากท้องของพี่น้องชาวนา สืบเนื่องจากว่ามีมติ ครม. ขอความร่วมมือพี่น้องชาวนาในลุ่มน้ําแม่กลองงดทํานาปรัง เนื่องจากแล้งนี้น้ําค่อนข้างน้อย ในห้วง ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวนาทั้งตําบลคูบัว เกาะพลับพลา เขาแร้ง เจดีย์หักเขตเมือง ถึงความร้อนใจว่าถ้าไม่ได้ทํานาปรังจะเอาสตางค์ ที่ไหนจ่ายหนี้ ธ.ก.ส. เมื่อรายได้หลักของครอบครัวมาจากการทํานา ดิฉันขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดหาแนวทาง ในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนา อาทิเช่น จัดทําแผนในการเปิดปิดน้ํา และให้หน่วยงานในสังกัดของ กรมชลประทานลงพื้นที่พูดคุยหาแนวทางร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ําและชาวนา รวมถึงลงพื้นที่ สํารวจแหล่งกักเก็บน้ํา เพื่อใช้ในการเป็นแหล่งน้ําสํารอง และจัดหาเครื่องมือสนับสนุน เช่น เครื่องสูบน้ําเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องด้วยค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ครับ ก็จบสมาชิก ๓๐ ท่าน ที่ขอปรึกษานะครับ วันนี้เราก็ใช้เวลาเกินกว่าปกติไปเล็กน้อยนะครับ เพราะว่า มีปัญหาที่ต่อเนื่องก็อนุโลมให้สมาชิกได้ใช้เวลาเกิน ๒ นาที แล้วก็ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่ได้นําปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่ากรณีที่ท่านมีหนังสือร้องเรียน กรุณาส่งมานะครับทางสภาจะดําเนินการให้ท่านโดยรวดเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทําได้ครับ🔗
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๗ คน🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ แล้ว ๓๒๑ ท่าน องค์ประชุมของเราคือ ๒๔๔ ท่านนะครับ เพราะฉะนั้นครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตที่ประชุมเปิดประชุมครับ ระเบียบวาระวันนี้ขออนุญาตไล่ไปตามระเบียบวาระ นะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ก่อนที่จะไปวาระต่อไปผมขออนุญาตที่ประชุมว่าโดยที่มีกรรมาธิการบางคณะ ได้ขออนุญาตขยายเวลาในการปฏิบัติภารกิจนะครับ จึงขออนุญาตต่อที่ประชุมว่าจะขอ อนุญาตให้กรรมาธิการที่เสนอขอขยายเวลาการพิจารณาออกไป จํานวน ๒ คณะ คณะที่ ๑ คือคณะกรรมาธิการคมนาคม ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษา จํานวน ๒ เรื่อง ที่ประชุมไม่ขัดข้องก็จะขออนุญาตนําเรื่องเหล่านี้มาขออนุมัติที่ประชุมก่อนนะครับ🔗
เรื่องแรก ท่านประธานกรรมาธิการการคมนาคมแจ้งมาขอขยายระยะเวลา การพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา ตรวจสอบ และติดตามการดําเนินโครงการรถไฟ ความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ขอขยาย ระยะเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป มีท่านสมาชิกผู้ใด ขัดข้องไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีท่านผู้ใดขัดข้อง ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้คณะกรรมาธิการการคมนาคมขยายเวลาไปตามที่ขอ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายระยะเวลาพิจารณาญัตติศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้าง สาธารณะ ขอขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ขออนุญาตที่ประชุมว่าถ้าไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมนี้อนุญาตนะครับ🔗
ไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ถือว่า อนุญาตให้กรรมาธิการขยายระยะเวลาในเรื่องที่ ๒ นี้เช่นเดียวกับเรื่องที่ ๑ นะครับ🔗
กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ําทั้งระบบ ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไปนะครับ ก็ต้องขออนุญาตที่ประชุมว่าจะอนุญาตให้กรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ําทั้งระบบขยายเวลาไปตามที่ขอ หรือไม่🔗
ถ้าสมาชิกไม่คัดค้าน ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตนะครับ เห็นชอบให้กรรมาธิการ ขยายเวลาศึกษาออกไปตามที่ขอครับ🔗
ผมขอเรียนก่อนที่เราจะเข้าวาระเรื่องด่วนนะครับว่าเมื่อวานนี้ได้มีการหารือ ระหว่างผู้ควบคุมเสียงฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แล้วก็วุฒิสภาถึงแนวทางในการประชุม ตามกําหนดที่เรานัดหมายไว้วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ มะรืนนี้วันที่ ๒๕ เป็นวันประชุมชดเชยนะครับ แต่ว่าเมื่อวานนี้ก็มีความเห็นร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่าวันนี้เราควรจะประชุมให้จบสิ้นนะครับ จึงขออนุญาตเบื้องต้นว่า ๑. ขอความร่วมมือพวกเราในวันนี้ใช้เวลามากหน่อยนะครับ แต่ว่าขอพวกเราได้ช่วยดําเนินการประชุมเพื่อให้เรื่องที่ค้างอยู่ที่เสนอมาวันนี้ได้จบ บางเรื่องนั้น เจ้าของเรื่องได้มารอ ๓ สัปดาห์แล้ว ถ้าอย่างนั้นเราทําเรื่องเหล่านี้ให้จบวันนี้ แล้วก็จะอยู่ร่วมกัน จนถึงเย็นค่ํานะครับ หลังจากนั้นก็ได้มีการหารือร่วมกันว่าในสถานการณ์ที่มี เชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดและเป็นที่รู้กันอยู่ในสภาของเราอย่างที่เราเคยเรียน เราจะไม่ให้เรื่องเหล่านี้เป็นอุปสรรค แต่ว่าเนื่องจากว่าสถานการณ์มีสมาชิกได้ปรารภเรื่องนี้ ว่าเราอยู่ในห้องนี้กันมา รวมทั้งนอกห้องด้วย เราไม่รวมข้าราชการเราก็เกือบ ๕๐๐ คน มีข้าราชการในสภาผู้แทนราษฎร ๒,๐๐๐ กว่าคน ในวุฒิสภา ๑,๐๐๐ กว่าคน แม้ว่าสภาจะ ได้กําหนดให้ข้าราชการส่วนหนึ่งสามารถทํางานที่บ้านได้ก็ตาม แต่ว่าความหนาแน่นของ จํานวนบุคคลในสภานี้ก็ยังมากกว่าปกติอยู่นั่นเอง จึงได้ขอว่า ๑. สมาชิกกรุณานําผู้ติดตาม มาไม่เกิน ๑ คน แล้วก็เช่นเดียวกันได้ขอแจ้งกรรมาธิการว่ากรณีที่มีความประสงค์จะประชุม สภาก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าขอให้เลือกผู้ที่มีความจําเป็นเข้าประชุมอย่านําที่ปรึกษาหรือผู้ติดตาม ที่ไม่มีความจําเป็นเข้าไปนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกและข้าราชการ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนนะครับ และขอความร่วมมือพวกเราว่าได้ช่วยกันสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันและร่วมมือเพราะเราก็อยู่ในกลุ่มคนที่เสี่ยงไม่น้อยนะครับ เพราะเรา สัมผัสกับชาวบ้านตลอดเวลา ผมทราบดีว่าเพื่อน ๆ หลายคนก็ปรารภกับผมต้องไปงาน แต่งงาน ต้องไปงานศพ ไปพบชาวบ้าน ชาวบ้านก็มาขอถ่ายรูป ชาวบ้านก็มาขอพบปะพูดคุย ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้นที่เราเสี่ยงและเราจะปฏิเสธชาวบ้านก็เป็นเรื่องยาก ก็ด้วยความเห็นใจแต่ก็ขออย่าประมาทนะครับ เราอยู่รอดมา ที่ผมเคยใช้คําว่าอยากให้ตลอดรอดฝั่ง คือคนในสภาไม่ติดเลย ซึ่งก็ไม่แน่ใจ เพราะด้วยภารกิจทั้งพวกเราและผมด้วยครับ เราไม่สามารถ ที่จะปลีกตัวเองออกไปหลีกเลี่ยงจากชาวบ้านได้อันนี้ก็เสี่ยง แต่ว่าเมื่อเราใช้ความพยายาม มากที่สุดแล้วถ้าบังเอิญต้องมีอันไปผูกพันติดอะไรเข้า ก็เป็นเรื่องที่ด้วยความเห็นใจ แต่ว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือป้องกัน ป้องกันไว้ก่อนนะครับ นั่นประการหนึ่ง เพราะฉะนั้น ด้วยความเห็นร่วมกันดังกล่าวนี้เองก็ตกลงว่าวันพรุ่งนี้เราจะงดประชุมครับ รวมทั้งวันมะรืนนี้ด้วย ก็ตกลงว่าประชุมวันนี้เต็มที่ วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ งด โดยขอชดเชยในเดือนมกราคม เราขอชดเชยไปแล้วคือวันที่ ๒๒ มกราคม ก็ขอเพิ่มอีกวันหนึ่งก็คือชดเชยวันที่ ๘ เพราะฉะนั้นเราประชุมสภา ปีใหม่ วันที่ ๖ วันที่ ๗ ก็ขอชดเชยวันที่ ๘ อีกวันหนึ่ง ปีหน้า ก็ทํางานหนักกันหน่อย แต่ว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของเรา ก็ถือ โอกาสเรียนที่ประชุมได้รับทราบถึงข้อตกลงอันนี้นะครับ ท่านวิรัชเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ท่านประธานได้ดําริเกี่ยวกับวาระในการประชุมในวันนี้ ผมขอ อนุญาตเรียนเพิ่มเติมท่านประธานเล็กน้อยก็คือหลังจากที่เราพิจารณาในเรื่องด่วนเกี่ยวกับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย เสร็จแล้วจะขออนุญาตเลื่อนในวาระที่ ๑๔ ขึ้นมาเพื่อมาต่อร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีของศาลปกครอง หลังจากที่เราพิจารณาจนจบในส่วนของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา ซึ่งเป็นสาระเกี่ยวกับสตรี เสร็จแล้วได้ปรึกษากับในส่วนของฝ่ายค้านในการที่อยากจะ นําเสนอในส่วนของญัตติด่วน ผมเองทราบครับท่านประธานว่าวันนี้เราพิจารณาในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติ แต่เนื่องจากในสถานการณ์โควิด (COVID) ขณะนี้ก็ทวีความรุนแรง ซึ่งบรรดาเพื่อนสมาชิกอยากจะอภิปรายและนําข้อเสนอแนะให้กับทางรัฐบาลได้ทราบว่า ขณะนี้ในแต่ละจังหวัดระบาดกันไปแค่ไหน ถ้าไม่พูดในช่วงนี้ วันพรุ่งนี้เราจะมีการปิด การประชุม ก็เลยขออนุญาตนําเรียนเสนอท่านประธานไว้ครับ🔗
ก็เป็นการหารือล่วงหน้า นะครับ เมื่อถึงเวลาท่านวิรัชเสนออีกครั้งหนึ่งนะครับ ตอนเลื่อน เพราะว่าต้องมีผู้รับรอง อันนี้เพียงแต่ปรารภ ท่านสมาชิกเราเอาไว้ตอนนั้นถ้ามีความเห็นอย่างไรนะครับ🔗
ก็ขออนุญาตที่ประชุมว่าเราเข้าสู่ระเบียบวาระเรื่องด่วน เรื่องที่ค้างจาก การประชุมเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม คือร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย ๘ ฉบับนะครับ ซึ่งได้มีการอภิปรายและสรุปเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานในขณะนั้นคือ ท่านรองประธานสุชาติ ตันเจริญ ได้ปิดประชุมนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เราพิจารณา ต่อไปก็คือการลงมติในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ ผมจะขอดําเนินการต่อไปเพื่อให้ครบถ้วน กระบวนการของการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ พวกเราขอเชิญเข้ามานะครับ🔗
สมาชิกเข้ามากรุณาตรวจ องค์ประชุมโดยการแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องด้วยเช้านี้เท่าที่ตรวจสอบดูก็ยังมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่อยู่ ในห้องกรรมาธิการ ชั้น ๓ ชั้น ๔ ชั้น ๕ ก็ขอความกรุณาท่านประธานรอเพื่อนสมาชิก สักครู่หนึ่งนะครับ กราบขอบคุณครับ🔗
รอครับ พวกเราที่อยู่ใน ห้องคณะกรรมาธิการนะครับ วันนี้ก็มีคณะกรรมาธิการประชุมหลายคณะ ขอเชิญมาลงมติ ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทรายก่อนนะครับ สมาชิกเข้ามาแล้วก็กรุณากดบัตร แสดงตนก่อนนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สายัณห์ ๔๑๒ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ช่วงที่รอสมาชิก อยู่ท่านประธานครับ กระผมอยากจะให้ท่านประธานได้บอกว่าตกลงจะโหวตกี่ครั้ง อย่างไรครับ เพราะว่าประชุมกรรมาธิการอยู่ครับ ก็อยากจะทราบรายละเอียดหน่อย ท่านประธานครับ🔗
เราก็จะให้ลงมติพร้อมกัน ไปทั้ง ๘ ฉบับนะครับว่าจะรับหลักการหรือไม่ เมื่อที่ประชุมเห็นว่ารับหลักการหรือไม่รับ หลักการ ก็เป็นไปตามมตินะครับ ถ้าสมมุติว่ารับหลักการ เราก็จะตั้งคณะกรรมาธิการครับ เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว โดยที่มีกฎหมายภาคเอกชนอยู่ด้วย ตามข้อบังคับก็ต้องมี ของภาคเอกชนเป็นกรรมาธิการด้วย อันนี้ทางสมาชิกต้องเสนอนะครับ เสร็จแล้วหลังจากนั้น ก็จะต้องถามว่าฉบับใดเป็นฉบับหลักในการพิจารณา แล้วก็แปรญัตติ อันนี้ประเดี๋ยว ขออนุญาตไปตามลําดับนะครับ อันนี้คือสิ่งที่จะพิจารณาต่อไป อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ สมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พันตํารวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๑๐ แสดงตนครับ🔗
ครับ เจ้าหน้าที่จดไว้ด้วย นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๘๑ ครับ อันวาร์ สาและ ครับ🔗
๔๘๑ ครับ สมาชิก พร้อมไหมครับแสดงตน พร้อมนะครับ พร้อม ขอปิดการแสดงตน ขณะนี้จํานวนสมาชิก ที่แสดงตน ๒๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปก็จะขอถามมติ ที่ประชุมนะครับว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๘ ฉบับนี้หรือไม่ ผู้ใดเห็นควร รับหลักการ กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่รับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
อยู่ระหว่างการลงมติครับ สมาชิกที่เข้ามาใหม่อยู่ระหว่างลงมติครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ขอหารือ ท่านประธานในเรื่องของการลงมติค่ะ เนื่องจากว่าร่าง พ.ร.บ. ที่นําเสนอเข้ามาทั้ง ๘ ร่างนั้น เป็นร่างแก้ไขนะคะ เมื่อพิจารณาในหลักการที่ระบุไว้ในร่าง พ.ร.บ. จะพบว่าในแต่ละร่างนี่ หลักการไม่ตรงกันเลย ดิฉันจึงเห็นต่างว่าเราไม่ควรที่จะลงมติรวมทั้ง ๘ ร่างค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เป็นเรื่องทํานองเดียวกัน ถึงแม้ว่ามีแตกต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องทํานองเดียวกันก็พิจารณารวมกัน ก็ลงมติพร้อมกันไป ครับ อยู่ระหว่างลงมตินะครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ขอหารืออีกสักครั้ง🔗
ได้ครับ🔗
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ เนื่องจากว่าบางร่างในหลักการระบุว่าจะมีการแก้ ในมาตราที่จะเป็นการนําเอาเงินอุดหนุนที่เป็นอุดหนุนจากรัฐบาลนี่ออกไป บางร่างไม่มี บางร่างนี่มีการพูดว่าจะนําผลพลอยได้ที่เป็นน้ําอ้อยอย่างเดียว บางร่างบอกถึงกากอ้อย ตะกอนกรอง แล้วก็เอทานอล (Ethanol) นะคะ คือในหลักการถึงจะเป็นทํานองเดียวกัน แต่ว่าในหลักการและเหตุผลมันต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงขอทักท้วงอีกครั้งหนึ่งในการที่จะ ลงมติรวมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ได้ครับ สามารถพิจารณา ลงมติรวมกันได้ รายละเอียดนั้นขั้นตอนในตอนที่มีการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ จะเป็นขั้นตอนที่พิจารณาว่าอะไรที่รับ อะไรที่เพิ่มในหลักการนี้ครับ อยู่ระหว่างลงมตินะครับ สมาชิกพร้อมไหมครับ ถ้าพร้อม ขอปิดการลงมติครับ จํานวนผู้ลงมติ ๓๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วย รับหลักการ ๒๗๖ ท่านนะครับ รวมผู้ที่ประกาศชื่อมีหรือเปล่าครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีที่ประกาศชื่อ🔗
ต่อไปก็ขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ เชิญนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอจํานวนกรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
เสนอกรรมาธิการวิสามัญ ใช่ไหมครับ เสนอกรรมาธิการวิสามัญเท่าไรนะครับ🔗
ขอเสนอกรรมาธิการ วิสามัญ จํานวน ๕๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
จํานวน ๕๙ ท่าน ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ เสียงไม่ได้ยิน เสียงไม่ชัดเลยครับ🔗
ผมก็รู้สึกเหมือนกันครับ🔗
ขอเสนอจํานวน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๕๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
เสนอกรรมาธิการวิสามัญ ๕๙ ท่าน มีผู้รับรองนะครับ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๕๙ ท่านนะครับ สัดส่วน ผมขอรายงานไปเลยนะครับ ทางฝ่ายเลขาธิการได้แจ้งขึ้นมาแล้วครับ สัดส่วนก็จะเป็น อย่างนี้ครับ สัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๙ คนนะครับ สัดส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๒๐ คน สัดส่วนของพรรคการเมือง ๓๐ คน ก็จะได้เสนอไปแต่ละพรรคต่อไป ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีก่อนครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อบุคคลที่เสนอเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจํานวน ๙ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ๒. นางวรวรรณ ชิตอรุณ ๓. นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ ๔. นายจิรวัฒน์ ดําสี ๕. นายประยูร อินสกุล ๖. นายปวริศ หาญณรงค์ ๗. นางสาวเสาวนิต ผ่องใส ๘. นายกวิน ทังสุพานิช ๙. นายวิชิต จรัสสุขสวัสดิ์ ขอเสนอครับ🔗
คณะรัฐมนตรี ก็มี ๙ ท่านนะครับ ใครจะเสนอภาคเอกชนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว ในฐานะ ตัวแทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวนผู้ที่จะ เข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ จํานวน ๒๐ ท่านครับ ๑. นายบุญถิ่น โคตรศิริ ๒. นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ๓. นายวรวิทย์ ตันติวงศ์วิโรจน์ ๔. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย มีจํานวน ๕ ท่าน นายปารเมศ โพธารากุล นายพนม ตะโกเมือง นายวิชัย เปาวิมาน นายเสวก พุทธรักษา นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ จากชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน นายธีระชัย แสนแก้ว นายชัยวัฒน์ คําแก่นคูณ นายเลียบ บุญเชื่อง นายมนตรี วิศณุพรประสิทธิ์ นายสมศักดิ์ ขวัญแก้ว นายไพบูลย์ ธิติศักดิ์ นายเกียรติภูมิ ศรีจันทร์รัตน์ นายดร สีโสภา จากสหสมาคม ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย จํานวน ๒ ท่าน นายสุวิทย์ พันธุ์วิทยากูล นายสุรัตน์ อังศิริจินดา ในสัดส่วนของสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย จํานวน ๑ ท่าน คือนายมนตรี คําพล จํานวนครบ ๒๐ ท่านครับ🔗
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป จะเป็นสัดส่วนของพรรคการเมืองนะครับ พรรคเพื่อไทย ๘ คน พรรคพลังประชารัฐ ๘ คน พรรคภูมิใจไทย ๔ คน พรรคก้าวไกล ๓ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน พรรคเสรีรวมไทย ๑ คน พรรคประชาชาติ ๑ คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ คน ขอเชิญ พรรคเพื่อไทยเสนอครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. นายโกศล ปัทมะ ๒. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๓. นายเกษม อุประ ๔. นายประเสริฐ บุญเรือง ๕. นายนพพล เหลืองทองนารา ๖. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๗. นายจรัญ อิสระบัณฑิตกุล ๘. นายเกรียงไกร ปานสีทอง ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ๘ คนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จํานวน ๘ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายอนันต์ ผลอํานวย ๒. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๓. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๔. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๕. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ๖. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๗. นายดิสทัต คําประกอบ และ ๘. นายสุรทิน พิจารณ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๕ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย🔗
๔ คนนะครับ ขออภัย เชิญเลยครับ🔗
ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. ท่าน ส.ส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ ๒. ท่าน ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร ๓. ท่าน ส.ส. ชยุต ภุมมะกาญจนะ และ ๔. ท่าน ส.ส. สมบูรณ์ ซารัมย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๓ คน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๓ คนครับ ๑. ศาสตราจารย์ทัชมัย ฤกษะสุต ๒. นายวิโรจน์ ณ ระนอง ๓. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๓ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด สุราษฎร์ธานี จากพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๒. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๓. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คนครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
รับรองครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ คน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรา ณ วังขนาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย จํานวน ๑ ท่าน คือ พลตํารวจตรี เกษม สังขพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคประชาชาติ ๑ คน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี ขอเสนอกรรมาธิการ วิสามัญร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาชาติ จํานวน ๑ ท่าน ก็คือท่านมนตรี บุญจรัส ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ช่วยรับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไปเป็น พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ คน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญตามสัดส่วนของ พรรคเศรษฐกิจใหม่ จํานวน ๑ ท่านครับ นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ช่วยรับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ก็ครบจํานวน ๕๙ คน ท่านเลขาธิการกรุณาอ่านรายชื่อแต่ละท่านครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๕๙ คน ๑. นางวรวรรณ ชิตอรุณ ๒. นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ ๓. นายจิรวัฒน์ ดําสี ๔. นายประยูร อินสกุล ๕. นายปวริศ หาญณรงค์ ๖. นางสาวเสาวนิต ผ่องใส ๗. นายกวิน ทังสุพานิช ๘. นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ๙. นายวิชิต จรัสสุขสวัสดิ์ ๑๐. นายบุญถิ่น โคตรศิริ ๑๑. นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ๑๒. นายวรวิทย์ ตันติวงศ์วิโรจน์ ๑๓. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ๑๔. นายปารเมศ โพธารากุล ๑๕. นายพนม ตะโกเมือง ๑๖. นายวิชัย เปาวิมาน ๑๗. นายเสวก พุทธรักษา ๑๘. นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ ๑๙. นายธีระชัย แสนแก้ว ๒๐. นายชัยวัฒน์ คําแก่นคูณ ๒๑. นายเลียบ บุญเชื่อง ๒๒. นายมนตรี วิศณุพรประสิทธิ์ ๒๓. นายสมศักดิ์ ขวัญแก้ว ๒๔. นายไพบูลย์ ธิติศักดิ์ ๒๕. นายเกียรติภูมิ ศรีจันทร์รัตน์ ๒๖ นายดร สีโสภา ๒๗. นายสุวิทย์ พันธุ์วิทยากูล ๒๘. นายสุรัตน์ อังศิริจินดา ๒๙. นายมนตรี คําพล ๓๐. นายโกศล ปัทมะ ๓๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๓๒ นายเกษม อุประ ๓๓. นายประเสริฐ บุญเรือง ๓๔. นายนพพล เหลืองทองนารา ๓๕. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๓๖. นายจรัญ อิสระบัณฑิตกุล ๓๗. นายเกรียงไกร ปานสีทอง ๓๘. นายอนันต์ ผลอํานวย ๓๙. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๔๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๔๑. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๔๒. นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ๔๓. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๔๔. นายดิสทัต คําประกอบ ๔๕. นายสุรทิน พิจารณ์ ๔๖. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๔๗. นายศุภชัย ใจสมุทร ๔๘. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๔๙. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๕๐. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ๕๑. นายวิโรจน์ ณ ระนอง ๕๒. ศาสตราจารย์ทัชมัย ฤกษะสุต ๕๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๕๔. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๕๕. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๕๖. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๕๗. พลตํารวจตรี เกษม สังขพันธ์ ๕๘. นายมนตรี บุญจรัส ๕๙. นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์🔗
มี ๕๙ คน หมดนะครับ จะเปลี่ยนท่านใดไหมครับ เชิญครับ🔗
ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเปลี่ยนรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จาก นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ เป็น นายสมเกียรติ วอนเพียร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ ขอเปลี่ยน ๑ ชื่อนะครับ มีท่านสมาชิกจะเปลี่ยนท่านใดอีกไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่ากรรมาธิการ ๕๙ คนนี้สมบูรณ์นะครับ ต่อไปกําหนดเวลาแปรญัตติ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอแปรญัตติ ๗ วัน ผู้รับรองครับ ผู้รับรองถูกต้อง ที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ที่ประชุมเห็นชอบแปรญัตติ ๗ วันนะครับ โดยที่มีร่างอยู่เกินกว่า ๑ ฉบับ เพราะฉะนั้น ต้องถามว่าจะใช้ร่างใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ ครับ ขอเชิญเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้พิจารณาร่างรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอใช้ร่างของรัฐบาล เป็นหลักในการพิจารณาวาระที่ ๒ นะครับ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย คืออย่างนี้นะครับ ผมขออนุญาตปรึกษา ท่านประธาน คือร่างทั้งหมด ๘ ฉบับนะครับ ก็หลากหลายกันไป อย่างเมื่อสักครู่ที่ท่าน สมาชิกได้พูดถึงแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าตอนนี้ร่างรัฐบาลแก้เฉพาะงานธุรการอย่างเดียว จํานวนมาตราไม่กี่มาตรา แต่ร่างที่ผมดู ร่างของชาวไร่รู้สึกจะมากที่สุด🔗
ครับ🔗
ถ้าเกิดเอาของรัฐบาล ของ ครม. ผมว่าจะมีปัญหาในการพิจารณาว่าเกินหลักการหรือเปล่า เดี๋ยวเกิดไปพิจารณาฉบับอื่น จะกลายเป็นเกินหลักการหรือเปล่า ผมเองก็ปรึกษาด้วยความเคารพครับ เพราะผม ไม่ทราบข้อกฎหมาย แต่ทีนี้ผมเห็นว่าในเมื่อชาวไร่เขาเป็นผู้เสนอมาแล้วก็น่าจะเอา ของชาวไร่เขาเป็นหลัก เพราะว่ามีของชาวไร่ที่แก้ได้หลากหลายมากที่สุดนะครับ มีจํานวน มาตรามากที่สุด ผมกลัวว่าเดี๋ยวเวลาในขั้นตอนการพิจารณาจะมีปัญหาหรือเปล่านะครับ ก็เรียนปรึกษาท่านประธานครับ🔗
ครับ อันนี้แล้วแต่เรา จะตัดสินใจว่าจะใช้ฉบับใดเป็นหลักนะครับ ถ้าความเห็นต่างกันก็ต้องขอมติว่าจะใช้ฉบับใด เป็นหลักครับ ยืนยันไหมครับ ท่านชาดาจะขอเสนอไหม ยังไม่ได้มีการเสนอนะครับ🔗
ผมไม่ได้เสนอท่านประธานครับ แต่ผม ปรึกษาท่านประธานว่าเวลาที่ไปพิจารณาในวาระที่ ๒ ขั้นตอนการพิจารณาจะมีปัญหาหรือเปล่า เพราะร่างของรัฐบาล ของ ครม. มันแก้จํานวนมาตราน้อยมาก แล้วมันจะกลายเป็นเดี๋ยว ฉบับอื่นจะทําอะไรไม่ได้ จะกลายเป็นเรื่องเกินหลักการแค่นั้นเองครับท่าน🔗
อันนี้อยู่ที่ขั้นตอน ขั้นกรรมาธิการนะครับ หลังจากเลือกประธานกรรมาธิการแล้ว ทุกฉบับก็สามารถที่จะเสนอ แปรญัตติในตอนนั้นได้ครับ มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้ฉบับของรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณา วาระที่ ๒ นะครับ ก็จบร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกครับ🔗
ระเบียบวาระต่อไปเป็นระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๙ ขอบคุณตัวแทน ภาคประชาชนนะครับ ขอบคุณครับ ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๙🔗
๙. ร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. ....🔗
โดยที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้ นําเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรา กฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว ปรากฏตามเอกสารที่ได้มอบให้สมาชิกไปแล้ว นะครับ🔗
ในการนี้รัฐมนตรีผู้เสนอขออนุญาตให้มีผู้มาชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งผมขอ อนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้นะครับ ๑. นายเผ่าพันธุ์ ชอบน้ําตาล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจํา สํานักประธานศาลฎีกา ๒. นายภพ เอครพานิช รองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม ๓. นางสาวณัฐภัทร ถวัลยโพธิ กรรมการร่างกฎหมายประจําสํานักงานกรรมการกฤษฎีกา ขอเชิญได้เลยครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงนะครับ ผมขออภัยผู้มาชี้แจงด้วย เพราะว่า มา ๓ สัปดาห์แล้วนะครับ ขออภัยที่ไม่สามารถพิจารณาในวันก่อนได้ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งสํานักงานศาล ยุติธรรมได้เสนอมา เพื่อที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้กรุณารับไว้พิจารณา นั่นก็คือ ร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวง เวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. ....🔗
สําหรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือเป็นการยกฐานะของ ศาลแขวงนครไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย ซึ่งตั้งอยู่ที่ จังหวัดมหาสารคาม และศาลแขวงเวียงป่าเป้า ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงรายขึ้นเป็นศาลจังหวัด ซึ่งตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญได้กําหนดว่าการจัดตั้งศาลจังหวัดจะต้อง ออกเป็นพระราชบัญญัติ จึงจําเป็นต้องนําเสนอมาเป็นร่างพระราชบัญญัติในครั้งนี้ แต่ก็ไม่ใช่ เป็นการจัดตั้งศาลจังหวัดขึ้นใหม่แท้ ๆ ล้วน ๆ หากแต่เป็นการยกฐานะศาลแขวงที่มีอยู่ใน จังหวัดเหล่านั้นเองขึ้นมาเป็นศาลจังหวัด ทั้งนี้เหตุผลที่ได้นําเสนอมายังท่านประธานในครั้งนี้ ก็คือ เนื่องจากจังหวัดทั้ง ๓ ดังกล่าว ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดเชียงราย มีประชากรหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ในอดีตนั้นการคมนาคม สัญจรภายในจังหวัดไม่สะดวก เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะช่วยเหลือไม่ให้พี่น้องประชาชนทั้งหลาย ที่มีอรรถคดีจะต้องนําคดีมาฟ้องร้องกันที่ศาลจังหวัดในส่วนกลางของจังหวัดนั้น ซึ่งตั้งอยู่ที่ อําเภอเมือง ก็มักจะมีการไปเปิดทําการเป็นศาลแขวงขึ้นในอําเภอต่าง ๆ รอบนอก ศาลแขวง และศาลจังหวัดมีอํานาจหน้าที่แตกต่างกัน ศาลแขวงนั้นมีอํานาจน้อยกว่าศาลจังหวัด แต่วิธีเช่นนี้ก็ได้อํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทั้งหลายในอดีตในจังหวัดนั้น ๆ กล่าวคือ ถ้าเป็นคดีเล็กก็แยกไปฟ้องที่ศาลแขวง คดีใหญ่ คดีสําคัญ ก็นําคดีมาฟ้องที่ศาลจังหวัด แต่บัดนี้เรื่องการคมนาคมสัญจรอาจจะไม่ใช่เป็นปัญหาใหญ่ ที่เป็นปัญหาคือความหนาแน่น ของประชาชน และทําให้ความหนาแน่นของอรรถคดีคือจํานวนคดีความมีมากขึ้น คดีที่อยู่ที่ ศาลแขวงทั้ง ๓ ศาล ในจังหวัดทั้ง ๓ นั้นเริ่มมีมากขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าคดีมีมากขึ้น คดีสําคัญมากขึ้น คดีใหญ่มากขึ้น และไม่สามารถที่จะฟ้องร้องที่ศาลแขวงได้ ยังต้องเดินทางมาฟ้องที่ ศาลจังหวัด ณ ส่วนกลางที่อําเภอเมือง ก็จะเกิดความไม่สะดวกขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อได้ คํานึงถึงความพร้อมในทางธุรการ ความพร้อมของผู้พิพากษาแล้ว ก็สมควรที่จะยกฐานะ ศาลแขวงที่มีอยู่เดิมนั้นขึ้นเป็นศาลจังหวัด เพื่อจะได้มีอํานาจในการพิจารณาพิพากษาคดี ทุกประเภทได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็จะอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยที่อาจจะไม่ได้เป็น การเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอะไรมากมายนัก ครั้งนี้ก็เลยเสนอมาเป็นร่างพระราชบัญญัติ แต่ส่วนที่จะเปิดทําการจริงเมื่อใด ก็จะได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาอีกครั้งหนึ่งต่อไป ซึ่งก็คาดว่าจะตกอยู่ในระยะเวลาประมาณ ๒ ปี จึงจะมีความพร้อมในเรื่องของที่ตั้งที่ทําการ การก่อสร้างอาคาร ตลอดจนความพร้อมของหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น ตํารวจ อัยการ ราชทัณฑ์ เป็นต้น ขณะเดียวกันในร่างกฎหมายที่เสนอมาในวันนี้ก็จะได้มีการขอให้พิจารณาเลยต่อไปด้วยว่า ถ้าหากว่ามีการออกพระราชกฤษฎีกาให้เปิดทําการแล้วบรรดาคดีความที่ฟ้องร้องค้างคากัน อยู่ที่ศาลแขวง เมื่อศาลแขวงได้ยกฐานะเป็นศาลจังหวัด คดีนั้นจะโอนไปที่ไหน อย่างไร ก็ได้นําเสนอมาในร่างพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันในครั้งนี้เพื่อจะได้พิจารณาไปพร้อมกัน ด้วยเหตุดังกล่าวทั้งหมดนี้จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น จึงนําเสนอมายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณารับไว้พิจารณาครับ🔗
มีสมาชิกส่งชื่อมา ๒ ท่าน นะครับ ท่านแรก ท่านคารม เชิญเลยครับ ท่านคารม พลพรกลาง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ต้องขออนุญาตที่จะขอบคุณท่านประธานที่จะให้ผมได้อภิปรายในวาระ การยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงเวียงป่าเป้า แล้วก็ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. ....🔗
ประเด็นแรก ต้องกราบเรียนผู้ชี้แจงและท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลเรื่องนี้ ว่าที่ท่านได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องจํานวนประชากรที่หนาแน่นขึ้นจริง แล้วก็หลักจริง ๆ แล้ว ศาลแขวงเป็นศาลจังหวัด โดยเฉพาะศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย ซึ่งผมเคยไปว่าความและเป็น ศาลจังหวัด จริง ๆ สถานที่ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่ายุคนี้ ไม่จําเป็นต้องสร้างใหญ่ครับ บางทีผมเห็นหลายที่นะครับ ศาลเยาวชนต่าง ๆ เขาก็เอา ห้องแถวมาปรับปรุง การอํานวยความยุติธรรมไม่จําเป็นต้องรอในเรื่องของสถานที่เป็นหลัก นะครับ แต่ว่าทําได้ก็ดี ที่ผมต้องการอภิปรายก็คือว่าขณะนี้มีเรื่องน่าสังเกตก็คือว่าในแต่ละ จังหวัดคดี ผบ. เยอะมาก เราต้องยอมรับว่าศาลแขวงมีประโยชน์ไม่น้อย เหตุที่ผมพูดตรงนี้ ผมจะขออนุญาตกับท่านประธานเลยไปยังจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นบ้านผม ผมผ่าน ศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัยประจําแล้วก็ใช้บริการด้วย ข้ออภิปรายของผมจะเป็นประโยชน์ เพราะเหตุว่าศาลแขวงสุวรรณภูมิยื่นไปแล้วก็ยังไม่ตั้ง จะเป็นศาลจังหวัดก็ยังไม่ได้ อํานาจ ผู้พิพากษานายเดียวก็คือพิพากษาคดีแพ่งไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท คดีอาญาไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาทนี่นะครับ คดี ผบ. นี่คือคดีผู้บริโภคฟ้องเจ้าของกิจการ หรือเจ้าของกิจการฟ้องผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทครับ ถ้าเป็นศาลแขวง ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะคดีที่จําเลยไม่สู้นี่ครับ การจัดการจะเร็วมาก แต่พอเป็นคดีที่จําเลยสู้ ก็ต้องไปเข้าตาราง อันนี้กราบเรียนท่านก่อนว่าการยกฐานะขึ้นเป็นศาลจังหวัดถูกต้อง แต่ผมอภิปรายในแง่ของว่าการกระจายให้ศาลแขวงไปยังที่จังหวัดอื่น ๆ ซึ่งผมจะขออนุญาต เพิ่มเติมสักเล็กน้อยในจังหวัดร้อยเอ็ด คืออําเภอสุวรรณภูมิ การยกฐานะศาลแขวง เป็นศาลจังหวัดต้องทําเป็นพระราชบัญญัติถูกไหมครับ แต่การทําศาลแขวงทําเป็น พระราชกําหนด ถ้าผิดท่านก็แก้ไขให้ผมด้วย แต่ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการที่ ทําศาลแขวงขึ้นอํานวยความยุติธรรมประชาชนได้อย่างยิ่ง เพราะเหตุว่าในแต่ละจังหวัด คดีเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ขึ้นศาลแขวงเร็วครับ ผู้พิพากษานายเดียวสามารถจัดการได้ พอเป็น ศาลจังหวัดก็ต้องยอมรับว่า ยกตัวอย่างจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า จังหวัดมหาสารคาม มีคดีอันดับ ๑ ใน ๕ ของประเทศไทย ตอนนี้จังหวัดร้อยเอ็ดมีแค่ศาล เดียว ถ้าจะพูดถึงระยะทาง มหาสารคามกับพยัคฆภูมิพิสัยห่างกัน ๘๒ กิโลเมตร ถ้าจะพูดถึง ร้อยเอ็ด ห่างจากอําเภอโพนทราย ๘๔ กิโลเมตร ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่ถูกทีเดียว กราบเรียน ท่านประธานว่าผมอยากเห็นที่พูดตรงนี้ อภิปรายตรงนี้อยากเห็นการจัดตั้งศาลแขวงซึ่งง่าย แล้วก็อํานวยความยุติธรรมได้จริง โดยเฉพาะในจังหวัดร้อยเอ็ดมีคดีเยอะอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน น่าที่จะไปตั้งศาลแขวงสุวรรณภูมิ แล้วค่อยเป็นศาลจังหวัด ขณะนี้สถานที่ ก็ได้แล้ว ผมไปพบหัวหน้าศาลจังหวัดร้อยเอ็ดมาเมื่อ ๒ วันที่แล้ว ล่าสุดเรื่องนี้อยู่ใน อนุกรรมาธิการ กราบเรียนท่านอาจารย์วิษณุผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า อยากให้พิจารณาครับ ๖ อําเภอของจังหวัดร้อยเอ็ดมีอําเภอสุวรรณภูมิ มีอําเภอหนองฮี มีอําเภอโพนทราย มีอําเภอเกษตรวิสัย มีอําเภอปทุมรัตต์ นี่คืออําเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด อําเภอเมืองสรวงบ้านผม อันนี้จําเป็นมากครับ ขณะนี้ไปศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ถ้าเกิดไปตั้งศาลแขวงในจังหวัดร้อยเอ็ดอีก ความหนาแน่นจะเยอะมากครับ กราบเรียนท่านผู้มาชี้แจงซึ่งเป็นฝ่ายศาลยุติธรรมว่า ผมได้ตั้งกระทู้เข้ามาในสภาแล้ว ในเรื่องนี้จะถามโดยตรงถามท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน แต่ว่าเรื่องนี้ผมขอแตะไว้นิดหนึ่งก่อน เพราะว่าผมกลับบ้านทุกครั้ง คดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะมากครับ เมื่อไม่กี่วันนี้คดีที่บริษัทที่กรุงเทพฯ ฟ้องครุภัณฑ์กับครู หลายจังหวัด ทั่วอีสาน ๒,๐๐๐ กว่าคดี คดีหนึ่งไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด ๑๐๐ กว่าคดี บริหารจัดการด้วยการไกล่เกลี่ยเสร็จเรียบร้อยครับ ผู้พิพากษานายเดียว แล้วก็ใช้ระบบไกล่เกลี่ย แต่ไปกองอยู่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด อันนี้ละครับ ขออนุญาตที่จะอภิปราย การอํานวยความยุติธรรมไม่ต้องไปติดยึดครับ ขออนุญาตนะครับ ไม่ต้องไปดูอาคารใหญ่โต ศาลเยาวชนนี่ก่อนจะเป็นตัวอาคารที่เต็ม ท่านประธานก็เป็น นักกฎหมาย เขาใช้ห้องแถวทั้งนั้นละครับ ศาลแขวงสุวรรณภูมิ ที่ดินตรงแถวบ้านผม อําเภอสุวรรณภูมิเขาเรียก ดงป่าก่อ เป็นที่สาธารณะ ๕๐ ไร่พร้อมแล้ว ประชาคม เรียบร้อยแล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังอาจารย์วิษณุ แล้วก็ผู้มาชี้แจงว่า ศาลแขวง จัดตั้งง่าย การทําศาลแขวงขึ้นสามารถที่จะทําให้คดีไม่ไปกองอยู่ศาลจังหวัด กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าผมคนจังหวัดร้อยเอ็ดก็น้อยใจเหมือนกันนะครับ จังหวัดสุรินทร์ มีศาลแขวง มีศาลจังหวัดรัตนบุรี อําเภอพยัคฆภูมิพิสัยอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม ก็มีศาล จังหวัดมหาสารคามถูกไหมครับ จังหวัดบุรีรัมย์ก็มีศาลจังหวัดนางรอง ไม่ต้องไปพูดถึง นครราชสีมา มีศาลจังหวัดพิมาย ศาลจังหวัดสีคิ้ว มีเยอะแยะมีศาลแขวงด้วย เพราะฉะนั้น ท้ายที่สุดผมกราบเรียนว่าถ้าการทําศาลแขวงขึ้นได้เร็ว ประหยัดด้วย ใช้ระบบเกลี่ยพนักงาน จากศาลจังหวัดมาใช้จะได้ประโยชน์มาก แล้วประหยัดงบประมาณมาก ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าวาระต่อไปผมตั้งกระทู้แล้ว ผมจะถามเรื่องนี้อย่างจริงจัง อยากให้เกิด ศาลแขวงสุวรรณภูมิก่อน แล้วมาเป็นศาลจังหวัดสุวรรณภูมิ สุวรรณภูมินี่คืออําเภอสุวรรณภูมิ นะครับ ไม่ใช่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงก็อยากจะได้คําตอบ ด้วยนะครับว่าเรื่องนี้อยู่ในอนุกรรมาธิการด้วย ช่วยให้ความกระจ่างในฐานะเป็นตัวแทน ราษฎร แล้วก็รู้ว่าถ้าทําแบบนี้ความยุติธรรมจะเร็วครับ ทุกวันนี้คดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะมาก ที่ฟ้องไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลนะครับ ก็ต้องขอแสดงความขอบคุณนะครับ ที่ทางหน่วยงาน แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้มา เพราะว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนหลักการของร่างพระราชบัญญัตินี้ เพราะว่าประชากร ในศาลแขวงนครไทยจะต้องรับผิดชอบ มีทั้งหมด ๑๐๔,๐๙๒ คน คิดเป็น ๑ ใน ๘ ของประชากรในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมี ๘๖๕,๓๖๘ คน แล้วก็เศรษฐกิจที่กําลังเติบโตขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้เร็วนักนะครับ แต่มีแนวโน้มที่อําเภอนครไทยแล้วก็อําเภอชาติตระการ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดพิษณุโลก เพราะฉะนั้นมีผู้ประกอบการรายใหม่ มีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันการพัฒนาในเชิงของถนนหนทาง แล้วก็เศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชนที่อาจจะต้องมีการขึ้นโรงขึ้นศาลก็ยังไม่ได้สอดรับกัน เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยว่าคดีจะมีความซับซ้อนขึ้น แล้วก็มีการที่กระบวนการยุติธรรมจะล่าช้านะครับ ถ้าไม่ได้ยกระดับศาลแขวงให้กลายเป็นศาลจังหวัด สภาพปัญหาการเดินทางของพี่น้อง ที่อําเภอนครไทยกับอําเภอชาติตระการ ถ้าจะต้องมาใช้บริการที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก จะต้องเดินทางมากกว่า ๑๐๐ กิโลเมตรต่อเที่ยว เพราะฉะนั้นไปกลับ ๒๐๐ กิโลเมตร คิดเป็นเงินเกือบ ๑,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ครั้ง แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องมากี่ครั้งนะครับ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนที่เป็นคนหาเช้ากินค่ํา เป็นเกษตรกรนะครับ หรืออาจจะเป็นพี่น้องชาติพันธุ์ ที่จะต้องใช้บริการของกระบวนการยุติธรรมจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แล้วก็เสียเวลามาก ในการเดินทางเข้ามาในจังหวัด เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นหลักการที่เราเห็นตรงกัน ทีนี้ถ้าเราลอง ดูจํานวนคดีที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๒ ที่อยู่ในรายงานนี้ปี ๒๕๕๙ มีอยู่ ๑,๘๕๔ คดี ปี ๒๕๖๐ มี ๑,๕๖๖ คดี ปี ๒๕๖๑ ๑,๘๔๐ คดี แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ๑,๗๑๙ คดี เฉลี่ยแล้ว จะต้องพิจารณาต่อปีอยู่ที่ ๑,๗๔๔ คดีต่อปีนะครับ ซึ่งก็เป็นปริมาณที่มาก แล้วถ้าเรา สามารถยกระดับให้กลายเป็นศาลจังหวัดได้ ผมก็คิดว่าสถานการณ์นี้ก็จะดีขึ้น🔗
ทีนี้ข้อสังเกตที่เราได้อาจจะกังวลแต่มีคําชี้แจงอยู่ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็คือเรื่องของงบประมาณนะครับ ทางหน่วยงานบอกว่างบประมาณใน ๓ ปีแรกจะใช้อยู่ที่ ประมาณ ๙๙ ล้านบาท เกือบ ๆ ๑๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ซึ่งเป็นงบบุคลากร งบลงทุน และจะมีการเพิ่มเติมบุคลากรใช่ไหมครับ ข้าราชการตุลาการจาก ๕ คนเป็น ๖ คน แล้วก็ ข้าราชการศาลยุติธรรม ๑๔ คนเป็น ๑๕ คน เพราะฉะนั้นในเรื่องของงบประมาณผมก็คิดว่า เห็นด้วยกับท่านคารมนะครับว่าถ้าเราสามารถประหยัดได้นะครับ ให้ศาลมีประสิทธิภาพ แต่ว่าไม่ได้ลงทุนมากกับเรื่องของอาคารสถานที่ แต่ลงทุนในเรื่องของประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศ ไอที (IT) นะครับ แล้วก็การให้บริการที่รวดเร็ว ผมคิดว่าน่าจะช่วยให้ศาลนี่ สามารถบริการประชาชนได้ดีขึ้น มากกว่าการลงทุนในด้านของสถานที่แต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ส่วนมาตราที่ ๕ ได้เขียนไว้นะครับว่าบรรดาคดีของท้องที่ อําเภอชาติตระการ และอําเภอนครไทย ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ให้คงพิจารณาต่อไปในศาลจังหวัดพิษณุโลกใช่ไหม ครับ ส่วนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย ในวันเปิดทําการศาล จังหวัดนครไทยอีก ๒ ปีข้างหน้าก็ให้โอนพิจารณาต่อไปในศาลจังหวัดนครไทย เพราะฉะนั้น กระบวนการในการโอนถ่ายคดีที่ค้างอยู่นี่นะครับ ผมก็เป็นกังวลแทนพี่น้องประชาชน ที่อาจจะไม่มีความรู้แล้วก็ไม่มีความชัดเจนเรื่องของกรอบเวลาว่าทุกอย่างมันจะเสร็จเมื่อไร อย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ทางหน่วยงานได้มีโอกาสชี้แจงนะครับ ให้ความรู้ ให้ความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนที่ติดตามคดีความต่าง ๆ อยู่ เพื่อพวกเขาจะต้องไม่กังวล ว่าคดีที่พวกเขาติดตามนั้นจะหายไปหรือไม่ จะล่าช้าไปกว่าเดิมหรือไม่ แล้วถ้ามันล่าช้าแล้ว เกิดความเสียหายขึ้น ทางหน่วยงานจะมีวิธีการอย่างไรที่จะสนับสนุนแล้วก็รับผิดชอบเรื่องนี้ นะครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนทุกคนจะมีความยินดีนะครับ ในเรื่องของการยกฐานะ แต่เรื่องของกระบวนการที่มันจะเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน ๒-๓ ปีนี่นะครับ ถ้ามีความชัดเจน เกิดขึ้น แล้วพี่น้องประชาชนเข้าใจมีความร่วมมือกันนะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตํารวจ อัยการ หรือว่าราชทัณฑ์ให้ความเข้าใจที่กระจ่างกับพี่น้องประชาชนที่ติดตามคดีอยู่ ผมคิดว่าจะเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ดีมาก แล้วก็นําพาไปสู่การลดความเหลื่อมล้ํา ในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นให้กับชาวจังหวัดพิษณุโลกนะครับ เพราะฉะนั้นผมแล้วก็ พรรคก้าวไกลขอสนับสนุนในหลักการในวาระที่ ๑ นี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวีระกร คําประกอบ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการที่จะยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย ศาลแขวงเวียงป่าเป้า ขึ้นเป็นศาลจังหวัดนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชน แต่ที่วันนี้ต้องลุกขึ้นอภิปรายครับท่านประธาน ผมเห็นการสร้างศาล สร้างกันใหญ่โตมโหฬารครับ นครสวรรค์เดิมทีเรามีศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ซึ่งเป็นอาคาร ขนาดยักษ์เลยนะครับ ขนาดใหญ่มาก ซึ่งมันก็รวมทั้งศาลแรงงาน ศาลอะไรต่าง ๆ อยู่ในนี้หมด ศาลปกครอง ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแขวง ขอโทษศาลแขวงไม่เกี่ยวนะครับ แต่ว่า มันรวมอยู่ในอาคารเดียวกันหมดเลยครับ ซึ่งมันก็ไม่เคยเต็มเสียทีนะครับการใช้งานนี่ อยู่ ๆ ไม่รู้นึกอะไรครับ แยกไปเป็นสร้างมโหฬารเลยครับ ศาลปกครอง ซึ่งปีหนึ่งก็แทบจะ ไม่มีการพิจารณาสักเท่าไรหรอกครับ สร้างอาคารไม่พอใหญ่โตมโหฬาร ยังมีบ้านพักพนักงาน บ้านพักผู้พิพากษาเต็มหมดเลยครับ เสร็จจากนั้นก็มีศาลแรงงานภาค ๖ อีก ใหญ่โตไม่แพ้กัน ไปเป็นศาลอะไรอีกละ เยอะแยะหมดเลยครับท่านประธาน จนงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยนี่เงินมันเหลือใช้เหลือเฟือขนาดนี้เชียวหรือครับ ผมทราบมาว่าบางศาลมีบัลลังก์ อยู่แค่บัลลังก์ ๒ บัลลังก์เองครับ ท่านครับ แต่ท่านสร้างอย่างกับคนเป็นพัน ๆ คนจะไป ใช้งาน พอดีวันนี้เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองวิษณุท่านมาครับ ก็เลยต้องบ่น ให้ท่านฟังนิดหนึ่งว่า ท่านครับ ประเทศไทยไม่ได้รวยขนาดนั้น แล้วประเทศไทยไม่เห็น จะต้องไปเน้นในเรื่องของอาคารอะไรใหญ่โต ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของศาลนะครับ แต่ศาลนี่ เป็นกรณีพิเศษเลย เนื่องจากว่าช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานี่ กรรมาธิการงบประมาณเราเจอ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ไม่สามารถที่จะเอางบประมาณที่ตัดทอนแล้วนี่เอาไปช่วย กระทรวงต่าง ๆ ได้ กระทรวงสาธารณสุขไปทําโรงพยาบาลนี่ กลัวมันจะไปเจอโรงพยาบาล นครสวรรค์เข้า ซวยครับ เจอมาตรา ๑๔๔ เข้าก็จะโดนโน่นโดนนี่กันไม่รู้จะเอาเงินไปทําอะไรที่ตัดมาเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านประธาน โอนให้ศาลเขาไปหมดเลยครับ ปี ๒๕๖๓ นี่โอนไปให้ตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เอาไปทําอะไรก็เอาไปทําอาคารพวกนี้ครับ ประเทศไทยไม่ได้รวย ขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้มีความจําเป็นอย่างที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่คุณคารมได้พูดถึงว่าเพื่ออํานวย ความสะดวกให้กับประชาชนนี่ แม้ห้องแถวก็ยังดีครับ มีหลายที่ที่เมื่อก่อนนี้เราใช้ห้องแถว กันซึ่งก็เพียงพอ แต่ปัจจุบันทําไมท่านจะต้องไปทําอาคารมโหฬารขนาดนั้นครับ เพียงเพื่อจะ มีบัลลังก์ ๒ บัลลังก์ เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีคน ถ้าท่านไปถ่ายรูปหรือไปถ่ายคลิปวิดีโอตั้งแต่เช้า จรดเย็นนี่ท่านจะเห็นเลย ศาลปกครอง ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัวที่นครสวรรค์ นี่แทบไม่มีคนเข้าเลยครับท่านประธานครับ แล้วท่านไปทําอะไรลงทุนอะไรมหาศาลกัน ขนาดนั้นครับ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาคารของศาลนะครับ ในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏก็เหมือนกัน ทั่วประเทศขนสร้างกันไม่รู้จะสร้างอะไรกันใหญ่โตครับ แล้วนักเรียนก็น้อยลง ๆ ทุกวัน จะไปอ้างความหนาแน่นของประชากรไม่ใช่นะครับ ประเทศไทยเกือบจะเป็น ๐ แล้วนะครับ ความเจริญเติบโตของประชากรประเทศไทยตอนนี้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ และเชื่อว่าไม่ เกิน ๑๐ ปีข้างหน้านี่ ความเจริญเติบโตของประชากรจะเป็น ๐ ครับ แทบจะติดลบลงครับ แล้วทําไมเราต้องไปสร้างอะไรกันใหญ่โตอย่างนั้น วันนี้ราชภัฏเองทุกแห่งผมไม่ใช่พูดเฉพาะ นครสวรรค์ สร้างอย่างกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใหญ่เรียกว่า ต้องเอาอาคารสถานที่เป็นเครื่องล่อใจนักศึกษาอย่างนั้นหรือ หรือว่าเกียรติยศ ศักดิ์ศรี หรือ ศักดิ์สิทธิ ความมีศักดิ์มีศรีของมหาวิทยาลัยนี่มันอยู่ที่อาคารสถานที่หรืออย่างไร ทําไมเราไม่เน้น ในเรื่องของวิชาการ ขออนุญาตไปถึงตรงนั้นนิดหนึ่งนะครับ เพียงแต่จะเน้นว่าเราควรจะเน้น ด้านวิชาการเสียมากกว่าไม่ใช่ไปเน้นอาคารสถานที่ใหญ่โตมโหฬาร หมดงบประมาณไปปีละ เป็นแสน ๆ ล้านบาท เพียงเพื่อจะโอ้อวดอาคารใหญ่โตมโหฬาร ศาลอาคารใหญ่โตมโหฬาร หมดงบประมาณไปกี่หมื่นล้านบาทต่อปี มันอะไรกันนักหนาประเทศไทยนี่ผมนึกว่าประเทศ ไทยเป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลกนะครับตอนนี้ อะไรกันครับ ศาลอะไรใหญ่โตขนาดนั้นครับ เท่านั้นละครับบ่นให้ฟังท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
มีอีก ๒ ท่านนะครับ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ผมขอเรียนนะครับว่าประกอบเหตุผลได้บ้าง แต่อย่างไรถือหลักการคือร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... เดี๋ยวจะออกนอกประเด็นไกลเกินไปนะครับ เชิญคุณกมลศักดิ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการที่เรากําลังพิจารณาเรื่องร่างพระราชบัญญัติยกฐานะ ศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ท่านประธานครับ ผมจะพยายามอยู่ในประเด็นนะครับ แต่ว่ามันมีประเด็นข้อสงสัยคําถามหลายคําถามที่อยากถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานก่อนที่จะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ โดยหลักการเบื้องต้นนี่ผมเห็นด้วยว่าในสภาพปัจจุบันด้วยหลักการและ เหตุผลที่มีการระบุในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความจําเป็นที่บางพื้นที่หลายท้องที่ ในประเทศไทยจะต้องยกฐานะศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดเพื่อให้ทันกับสภาพการณ์แล้วก็ จํานวนอรรถคดีที่มีจํานวนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการยกฐานะ ศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดมันเกี่ยวข้องกับการเงินการคลังของประเทศ🔗
ประเด็นที่ผมจะเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือว่า เนื่องจากกฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่เห็นชัดที่สุดก็คือว่าขณะนี้ ๓ ศาลแขวงกําลังเปิดทําการอยู่ เมื่อมีการยกฐานะเป็นศาลจังหวัด แน่นอนที่สุดนะครับสิ่งที่เราเห็นภาพชัดก็คือว่ามันจะมีกระบวนการยุติธรรมอีกหลายหน่วยงาน เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นหมายความว่าจะต้องมีอัยการจังหวัดนครไทย จะต้องมีอัยการ จังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย และอัยการจังหวัดเวียงป่าเป้า นอกจากนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ กรมราชทัณฑ์อีกจะต้องมีการสร้างเรือนจํา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยชี้แจงในที่ประชุมก่อนที่ผมจะ พิจารณารับหลักการนะครับว่า เมื่อสักครู่ท่านแถลงว่า เมื่อผ่านขั้นรับหลักการ ผ่านวาระที่ ๓ พระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วจะต้องมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาต่อไปเป็นศาลจังหวัด เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียนถามว่าความพร้อมในเรื่องของฐานะการเงินของประเทศตอนนี้ ท่านได้มีการพิจารณางบประมาณทั้ง ๓ ศาล ที่จะมีการยกฐานะจากศาลแขวงเป็น ศาลจังหวัด แล้วก็มีการเพิ่มหน่วยงาน มีการสร้างเรือนจําอะไรต่าง ๆ เหล่านี้อีก ๓ แห่งนี่นะครับ ท่านบอกได้ไหมครับว่าต้องใช้งบประมาณอีกประมาณเท่าไร แล้วก็ทางรัฐบาลมีการเตรียม งบประมาณเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ในวงเงินประมาณเท่าไรบอกได้ไหมครับ🔗
สุดท้ายนะครับ ผมอยากจะเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานสภา ผมเองคนหนึ่งแล้วนะครับที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่ จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้พรรคประชาชาติเราเคยยื่นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลจังหวัดสุไหงปาดีเข้าสู่สภาแห่งนี้ แต่ด้วยตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ปรากฏว่า ผมได้รับหนังสือจากสภาแห่งนี้แจ้งมาว่าร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดี ซึ่งแยกออกต่างหากจากศาลจังหวัดนราธิวาส ซึ่งปัจจุบันนี้นราธิวาสก็มีจํานวนอรรถคดี จํานวนมากขึ้นนี่นะครับ ปรากฏว่าได้รับหนังสือแจ้งว่าร่างพระราชบัญญัติที่พรรคประชาชาติ เสนอไปนั้นเกี่ยวข้องกับฐานะการเงิน จนถึงขณะนี้ผมก็ยังไม่ทราบความคืบหน้า ก็เลย อยากเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติจังหวัดสุไหงปาดี ที่แยกออกต่างหากจากศาลจังหวัดนราธิวาส ด้วยหลักการและเหตุผลลักษณะคล้าย ๆ กัน อย่างที่ท่านแถลงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็คือปัจจุบันนราธิวาสมีจํานวนอรรถคดีมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงกับเหตุการณ์ความไม่สงบมีจํานวนคดีอาญามากขึ้น ทางรัฐบาล คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการเงินร่างพระราชบัญญัติที่ผมเสนอไปแล้ว ไปถึงไหน อย่างไร หรือมีกระบวนการระยะเวลาในการพิจารณาอีกนานไหมครับกว่าจะมีหนังสือ แจ้งมาทางฝ่ายผมได้รับทราบว่าสิ่งที่เราได้ยื่นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดีนั้น มีโอกาส มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดนะครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ให้ ผมมีโอกาสอภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงทั้ง ๓ ศาล แล้วก็ หวังว่าท่านจะให้ความสําคัญในเรื่องของการพิจารณาจัดตั้งศาลจังหวัดเพิ่มขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณเกษมสันต์ มีทิพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดพิษณุโลก ขออภิปรายสนับสนุนการยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ท่านประธานครับ จากเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีใช้เพื่อทําการยกฐานะศาลแขวงนั้นเป็นความจริงครับ เรากําลังพูดถึง การเติบโตของสภาพสังคมในพื้นที่ศาลแขวงของทั้ง ๓ ศาล ที่มีความจําเป็นที่จะต้อง ยกฐานะขึ้นเป็นศาลจังหวัด เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ที่มีความจําเป็นที่ต้องขึ้นศาล ซึ่งก่อนหน้านี้คดีความที่เกิดขึ้นในเขตศาลแขวงคือคดีความ ที่เป็นคดีอาญาที่มีโทษจําคุกเกิน ๓ ปี ปรับเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ คดีแพ่งที่มี ทุนทรัพย์เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนของทั้ง ๓ พื้นที่ต้องเดินทางไปที่ศาลจังหวัด ของจังหวัดนั้น ๆ เราไม่ได้พูดถึงระยะทางที่ตั้งของศาลจังหวัดกับศาลแขวงที่จะยกฐานะ ขึ้นในปัจจุบันนะครับ แต่เรากําลังพูดถึงพื้นที่ของพื้นที่ขอบจังหวัด ซึ่งมีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ เมื่อพี่น้องประชาชนเหล่านั้นมีความจําเป็นที่จะต้องขึ้นศาล เช่น บ้านร่มเกล้า บ้านน้ําจวง อําเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีระยะทางห่างจากศาลจังหวัดมากกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร ต้องเดินทางผ่านหุบเขา เป็นระยะทางมากกว่าจากเส้นทางทั้งหมดซึ่งใช้ ระยะเวลาในการเดินทางมากกว่า ๓ ชั่วโมง ซึ่งผมเคยเดินทางไปบ้านน้ําจวงจากตัวจังหวัดมาด้วยตนเองใช้ระยะเวลาในการเดินทาง มากกว่า ๒ ชั่วโมงครึ่งครับ บ้านโนนบ่อ อําเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่มีระยะทางห่างจากที่ตั้งศาลจังหวัดมหาสารคามประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร บ้านห้วยม่วง อําเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ที่มีระยะทางห่างจากที่ตั้งของศาลจังหวัดเชียงราย เป็นระยะทางมากกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร เป็นการเดินทางผ่านหุบเขาเกือบทั้งเส้นทาง ซึ่งทั้ง ๒ พื้นที่หลังนี้ผมไม่เคยเดินทางไปด้วยตนเอง แต่ได้วัดระยะทางจากกูเกิลเอิร์ท (Google Earth) และคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่น่าต่ํากว่าชั่วโมงครึ่งกว่าจะมาถึงศาลจังหวัด ในปัจจุบัน ท่านประธานครับหากเป็นนักกฎหมายหรือบุคคลที่เคยคลุกคลีอยู่กับการขึ้นศาล จะทราบดีว่ากระบวนการอันยุ่งยากก่อนที่จะมาถึงศาล และในระหว่างที่ขึ้นศาล ส่วนคนที่ยัง ไม่ได้มีโอกาสได้ขึ้นศาลแทบจะไม่รู้เลยครับว่าการขึ้นศาล หากเป็นคดีแพ่งยิ่งลําบากกับ ผู้เสียหาย เกิดมีกรณีพิพาทนะครับต้องมีหนังสือทวงเงิน หนังสือแจ้งเตือน คู่กรณีหลอก ประวิงเวลาทําเรื่องฟ้องศาลเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ไกล่เกลี่ยไม่ได้เข้าสู่กระบวนการฟ้อง คู่กรณีไม่มา ขอเลื่อน กว่าคู่กรณีจะมานะครับ ผู้เสียหายนะครับ เสียหายหนัก เพราะว่าเรื่อง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมด้วยตัวเอง ขนาดอยู่ในจังหวัดพิษณุโลกแล้วเดินทางไปยังศาลแขวง จังหวัดยังเสียเวลา เสียเงินทอง หากเป็นพี่น้องประชาชนที่อยู่ขอบจังหวัดและต้องเสียเงิน เสียเวลาในการเดินทางมาขึ้นศาลจังหวัดครึ่งค่อนวัน ต้องเสียค่าทนายความ เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างฟ้องร้องนะครับ แล้วก็พี่น้องโดยส่วนใหญ่ที่ไปฟ้องไม่ค่อยมีเงินหรอกครับ แทบไม่มีเงิน ไม่มีกําลังไปฟ้องร้องด้วยซ้ําไปครับ และมีความจําเป็นที่จะต้องใช้เงินก้อนที่ไปฟ้องร้องด้วย อย่างเช่น มีกรณีหนึ่งเป็นกลุ่มชาวนาในจังหวัดพิษณุโลก ๕๐ ราย ในพื้นที่หลายอําเภอ นะครับ เข้าใจว่าน่าจะมีจังหวัดข้างเคียงด้วยก็นําข้าวไปขายแล้วก็ไม่ได้เงิน ในระหว่างนี้ อยู่ในกระบวนการก็ยังไม่ได้เงินนะครับ แล้วก็พี่น้องเหล่านี้มีความจําเป็นที่จะต้องใช้เงินนั้น นําไปปลูกข้าวต่อ นําไปใช้หนี้ นําไปให้ลูกเรียนหนังสือแล้วต้องมาขึ้นศาล อย่างนี้เสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เรามีความจําเป็นที่จะต้องอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ให้มากที่สุดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ค่อนข้างที่จะเติบโตขึ้น สรุปผมสนับสนุนนะครับ การยกฐานะของศาลแขวงนะครับ ทั้ง ๓ ศาลเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ🔗
ครับ จะจบแล้วนะครับ แต่บังเอิญเจ้าของพื้นที่ ๒ จังหวัดก็ขออนุญาต ท่านวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ แล้วก็คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สั้น ๆ นะครับ ๒ ท่าน เชิญนะครับ คุณวิสิษฐ์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ต้องขอบคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสครับ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงทั้ง ๓ แห่ง ไม่ว่านครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิ แล้วก็มีศาลแขวงเวียงป่าเป้า เพราะว่าศาลแขวงของเวียงป่าเป้า ปัจจุบันนี้ ก็ใช้สํานักงานของที่ว่าการอําเภอเดิมซึ่งคับแคบมาก สํานักงานอัยการนี้ก็ต้องไปเช่าตึกแถวอยู่ สิ่งที่ผมสนับสนุนก็คือด้วยระยะทางจากอําเภอเวียงป่าเป้าไปสู่ศาลจังหวัดเชียงรายปัจจุบัน ระยะทาง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วก็เป็นพื้นที่ซึ่งการคมนาคมคดเคี้ยวเป็นภูเขา🔗
สิ่งที่สนับสนุนอีกอันหนึ่งก็จะได้อํานวยความสะดวกครับในการที่พี่น้อง ประชาชนได้ใช้บริการเกี่ยวกับความยุติธรรมครับ เพราะว่าการเดินทางในแต่ละครั้ง จากอําเภอเวียงป่าเป้าไปสู่จังหวัดเชียงรายเกือบ ๒ ชั่วโมง และยิ่งโดยเฉพาะในอําเภอ เวียงป่าเป้าและใกล้เคียงที่จะมาใช้บริการของศาลแขวงซึ่งจะยกเป็นศาลจังหวัดในโอกาส ต่อไปนั้นเป็นพื้นที่สูงทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นเห็นด้วยนะครับ🔗
อีกสิ่งหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นการสร้างให้ความเจริญมาสู่ อย่างอําเภอเวียงป่าเป้า นี่นะครับ แม้แต่ขนส่งจังหวัดก็มาตั้งแล้ว สํานักงานที่ดินจังหวัดก็มาตั้งแล้วนะครับ ก็ได้ เล็งเห็นว่าเป็นระยะทางที่จะอํานวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในการใช้บริการของรัฐ ในด้านต่าง ๆ นั้นได้ประหยัด ผมก็อาจจะไม่เห็นด้วยกับหลายท่านที่อภิปรายว่าการสร้างศาล หรือว่าหน่วยราชการนั้นอาจจะเปลืองงบประมาณ จริงครับ แต่ว่าระยะยาวนะครับ งบประมาณที่เราได้สร้างและได้ย่นระยะทาง ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายกับพี่น้องประชาชน นะครับ ระยะยาวจะได้คุ้มค่ากว่า ผมก็ขอสนับสนุนครับว่าในพระราชบัญญัติทั้ง ๓ แขวง ที่จะยกเป็นศาลจังหวัดในโอกาสต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ คุณยุทธพงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามที่วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกฐานะ ศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... กระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในพื้นที่อําเภอ พยัคฆภูมิพิสัย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในปัจจุบันอําเภอพยัคฆภูมิพิสัย เป็นอําเภอที่อยู่ทางตอนใต้สุดของจังหวัดมหาสารคาม มีชายแดนติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ และห่างไกลจากจังหวัด การเดินทางต้องใช้เวลามากกว่า ๑ ชั่วโมง แล้วก็ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยปัจจุบันที่เปิดบริการอยู่ก็เป็นการเช่าสํานักงาน แล้วก็มีความแออัด ซึ่งปัจจุบันนี้ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยก็มีประชาชนมาใช้บริการ จํานวนมาก ประกอบไปด้วยประชาชนจากอําเภอพยัคฆภูมิพิสัย อําเภอนาดูน อําเภอยางสีสุราช และอําเภอนาเชือก ท่านประธานครับ สถานที่ในการตั้งศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย คือศาลจังหวัดที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้ ก็มีสถานที่เรียบร้อยแล้ว แล้วขณะเดียวกันการคมนาคมขนส่ง ก็มีถนนที่ผ่านบริเวณที่ทําการใหม่เรียบร้อยแล้ว ผมก็ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ปัจจุบันถ้าประชากรเพิ่มขึ้น แล้วระยะทางก็ห่างไกล แล้วก็เป็นธรรมดาครับท่านประธาน คดีความก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย ทั้งที่คดีไม่มีใครอยากให้เพิ่มขึ้น แต่ในเมื่อมีประชากรเพิ่มขึ้น ก็มีเรื่องที่เข้าสู่ศาลมากขึ้น ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ขอสนับสนุนให้มีการยกระดับศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยขึ้นเป็นศาลจังหวัด ขอกราบ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านรอง นายกรัฐมนตรีมีอะไร เชิญเลยครับ หมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ เชิญท่านรองเลขาธิการชี้แจง🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผม ภพ เอครพานิช รองเลขาธิการสํานักงาน ศาลยุติธรรม ผู้แทนของร่างที่นําเสนอในวันนี้นะครับ ขออนุญาตนําเรียนข้อมูลในส่วน เกี่ยวกับการดําเนินการจัดตั้งศาลแขวงหรือศาลจังหวัด ในส่วนของศาลยุติธรรมนะครับ เราก็จะมีการพิจารณาว่าศาลที่จะดําเนินการจัดตั้งมีประชากรหรือมีปริมาณคดีมากน้อย เพียงใด อย่างที่ท่าน ส.ส. ที่ได้พูดถึงศาล ในส่วนของอําเภอสุวรรณภูมินะครับ ที่จังหวัด ร้อยเอ็ด ในปัจจุบันในส่วนที่สํานักงานศาลยุติธรรมในส่วนกลางก็ได้รับเรื่องในเรื่องเกี่ยวกับ ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการดําเนินการในส่วนนี้เช่นเดียวกัน โดยทางพื้นที่ศาล จังหวัดร้อยเอ็ดก็ได้ทําเรื่องเข้ามาว่าในปัจจุบันที่สุวรรณภูมินะครับ ห่างไกลแล้วก็มีปริมาณคดี ค่อนข้างจะมาก ทําให้ประชาชนเดือดร้อน ทางสํานักงานศาลยุติธรรมก็ได้มีการตรวจสอบ ข้อมูลอยู่ในขณะนี้นะครับ ในเบื้องต้น ขออนุญาตชี้แจงหลักการในเบื้องต้นนะครับถ้าว่าปริมาณคดีเพียงพอ มีสถานที่ ในเบื้องต้นถ้าจะจัดตั้ง ถ้าก่อสร้างก็ใช้เวลานาน ในการดําเนินการของศาลยุติธรรมถ้าเรา สามารถหาอาคารที่มีขนาดเหมาะสมเพียงพอ เราก็จะมีการเช่าและเปิดทําการในเบื้องต้น แล้วก็ในการเปิดทําการนี่ ถ้าเราสามารถเปิดทําการเป็นศาลแขวง เราจะเปิดทําการโดย การเปิดทําการตามกฎหมายนะครับ ก็จะเป็นการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ถ้าเป็นกรณี ที่จัดตั้งศาลจังหวัดเป็น พ.ร.บ. ก็ต้องใช้เวลานาน ก็อย่างที่ท่านมีข้อสังเกตในส่วนนี้ นะครับ เราก็รับไปดําเนินการแล้วก็คาดการณ์ว่าในส่วนนี้ทางส่วนกลางก็คงได้นําเสนอ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมในการดําเนินการในส่วนเรื่องเกี่ยวกับของศาลสุวรรณภูมิ ต่อไปนะครับ🔗
ในส่วนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องอาคารสถานที่ต่าง ๆ ในส่วนของศาลยุติธรรม อย่างที่เรียนครับว่าในเริ่มต้นเราใช้อาคารสถานที่ในเบื้องต้นก็เป็นอาคารเช่าหรืออาคารที่ ดําเนินการในเบื้องต้นก่อน แต่ถ้ามีปริมาณคดีมาก มีความจําเป็น เราจึงถึงได้มีการก่อสร้าง อาคารสถานที่ใหม่ให้เพียงพอเพื่อให้บริการต่อประชาชน หรือบางอาคารของศาลยุติธรรมเอง ในขณะนี้ ในส่วนของศาลยุติธรรมเองก็ยังมีอาคารของหน่วยงานของศาลยุติธรรมเอง อยู่ภายในหน่วยงานเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ขอนําเรียนว่าในส่วนของศาลยุติธรรมก็พยายาม ดําเนินการแล้วก็ใช้งบประมาณให้คุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของประชาชนครับ🔗
ท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในส่วนที่เป็นข้อสังเกตหรือคําถามของท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรนะครับ เรื่องการก่อสร้างอาคารที่ทําการศาลใหญ่โตนั้นก็คงจะมีส่วนจริงอยู่ ในบางพื้นที่ แต่ว่าเวลาเราจะใช้คําว่าใหญ่โตนั้นก็คงจะต้องดูปริมาณคดี ตลอดจนกระทั่ง ประโยชน์ใช้สอย การใช้งาน ที่จริงหลักที่ได้ตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับศาลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองก็มีอยู่ว่าถ้าหากว่าเป็นการก่อสร้างอาคาร ซึ่งอาจจะต้องใช้บริการ ให้บริการแก่หลายจังหวัด เช่น ศาลปกครองไปตั้งอยู่ที่จังหวัดใด แต่ก็จะต้องให้บริการแก่จังหวัดใกล้เคียง บางทีก็หลายจังหวัด ๗-๘ จังหวัดด้วยซ้ําไป อย่างนี้ ก็อาจจําเป็นจะต้องสร้างให้ใหญ่โตเผื่อเตรียมรับปริมาณคดีในอนาคต ตลอดจนประโยชน์ ใช้สอยในอนาคต แต่ถ้าหากว่าเป็นศาลประจําจังหวัดหรือศาลแขวง ประโยชน์ใช้สอย ก็อาจจะมีจํากัดอยู่เฉพาะในจังหวัดนั้น ก็จะพยายามดูแลจํานวนบัลลังก์ศาล ตลอดจน เรื่องอื่น ๆ ให้พอสมพอควร เรื่องนี้ในระยะหลัง ๆ มานี้ดูจะเข้ารูปเข้ารอยมากกว่าอาคาร ที่สร้างในระยะเก่า ๆ ก่อน ๆ หน้านี้นะครับ🔗
ส่วนกรณีที่ได้มีการสอบถามเรื่องการเปิดทําการศาล หรือว่าการจัดตั้งศาล ในบางพื้นที่นั้น ถ้าหากว่าเป็นกรณีของอําเภอสุวรรณภูมินั้น ทางท่านผู้แทนสํานักงานศาล ยุติธรรมก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แต่ในส่วนของการจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดี ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสนั้น เรื่องนี้ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดย ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจริง แต่เนื่องจากว่าเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงินก็ต้องส่งไปให้ รัฐบาล คือท่านนายกรัฐมนตรีให้คํารับรอง รัฐบาลก็ส่งไปขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานศาลยุติธรรม สํานักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณ ตลอดจนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยที่จะให้ความเห็น ในเรื่องอย่างนี้ได้แล้วก็มีความสําคัญที่สุดก็คือสํานักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเขามี คณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดตั้งศาลจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่กรรมการของรัฐบาล นะครับ แต่เป็นกรรมการของสํานักงานศาลยุติธรรมซึ่งเป็นองค์กรอิสระ คณะกรรมการก็ได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าการจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้วางเอาไว้ แล้วก็เป็นภาระในเรื่องของการงบประมาณ ตลอดจนเหตุผลความจําเป็นอื่น ๆ ซึ่งในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งกลับไปยังทางสภาผู้แทนราษฎรแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่ายังไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แล้วก็เข้าใจว่าท่านประธานจะได้กรุณาแจ้งให้กับท่านผู้เป็นเจ้าของร่างได้ทราบแล้ว แต่ส่วน ในอนาคตถ้าหากว่ามีเหตุผลความจําเป็นที่เปลี่ยนแปลงไปก็อาจจะมีการเสนอไปใหม่ เพื่อที่จะให้คณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดตั้งศาลจังหวัดได้พิจารณาตามจังหวะเวลา ที่สมควรต่อไป🔗
ส่วนในเรื่องข้อสังเกตอื่น ๆ รัฐบาลก็จะขอรับไปพิจารณาในส่วนของรัฐบาล แล้วก็จะมอบให้สํานักงานศาลยุติธรรมได้พิจารณาในส่วนของสํานักงานศาลยุติธรรม และถ้าหากว่าในอนาคตจะมีกระทู้ถาม หรือมีข้อสังเกตอย่างอื่นเพิ่มเติมก็จะได้นํากราบเรียน ต่อสภาและท่านประธานในโอกาสต่อไปครับ🔗
เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ ศาลแขวงทั้ง ๓ จังหวัดนี้ พวกเรามีอะไรติดใจไหมครับที่จะสอบถาม เฉพาะในส่วนของ ศาลแขวงทั้ง ๓ ศาลนี้ครับ ถ้าไม่มีก็จบการอภิปราย ท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสนอ จะสรุปอะไรไหมครับ ไม่มีข้อสรุป ก็ต้องขอมติที่ประชุมในการรับหลักการ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้ามานะครับ🔗
สมาชิกเข้ามาแล้วก็กรุณา แสดงตนนะครับ สมาชิกที่ประชุมกรรมาธิการหรืออยู่ห้องอาหาร กรุณาสละเวลาเล็กน้อย มาลงมติเรื่องนี้ก่อน ท่านที่เข้ามาแล้วแสดงตนนะครับ กดบัตรแสดงตนครับ🔗
สมาชิกแสดงตน พร้อมไหมครับ ข้างหลังเชิญนะครับ เข้าใจว่าพร้อมแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๗ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗
ต่อไปก็จะขอถามมติ ที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... หรือไม่ สมาชิกที่เห็นชอบรับหลักการ ก็กดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกที่ไม่รับหลักการก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย สมาชิกที่งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกเข้ามาใหม่จะรอ ให้เวลาครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๘ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๘🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สุชาติ ภิญโญ ๔๒๒ เห็นด้วยครับ🔗
ครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ถ้าพร้อม ก็ปิดการลงมติ จํานวนผู้ลงมติ ๓๔๕ ท่าน ที่กดบัตรนะครับ เห็นด้วย ๓๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เห็นด้วยบวกกับอีก ๒ ท่าน ที่ประกาศทางเครื่องเสียงนะครับ ก็เป็น ๓๔๓ ท่าน มติที่ประชุม รับหลักการนะครับ🔗
ต่อไปเชิญเสนอ กรรมาธิการนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอจํานวนกรรมาธิการทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
๒๕ ท่าน สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบ กรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ คน เชิญเลยครับ สัดส่วนก็จะเป็นของคณะรัฐมนตรี ๕ คน สัดส่วน ของกรรมาธิการของพรรคการเมือง ๒๐ คน พรรคเพื่อไทย ๖ คน พรรคพลังประชารัฐ ๕ คน พรรคภูมิใจไทย ๓ คน พรรคก้าวไกล ๒ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน พรรคเสรีรวมไทย ๑ คน เชิญสัดส่วนของรัฐบาล ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ คน ดังนี้ ๑. นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ําตาล ๒. นายภพ เอครพานิช ๓. นางสาวณัฐภัทร ถวัลยโพธิ ๔. นายภาณุมาศ บุญชูช่วย และ ๕. นายวรพล ชินเพชร🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป พรรคเพื่อไทย ๘ คน เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวง นครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๒. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๓. นายวาสุเทพ ศรีโสดา ๔. นายนพพล เหลืองทองนารา ๕. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ๖. ดอกเตอร์กริช สินธุศิริ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ขอผู้รับรอง🔗
ถูกต้องครับ พรรค พลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวง นครไทย ศาลแขวงพยัฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านค่ะ ท่านที่ ๑ นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒. นายปัญญา จีนาคํา ๓. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ๔. นางศรัณยา สุวรรณพรหม ๕. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ขอผู้รับรองของ พรรคพลังประชารัฐ ๕ คนนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. ท่าน ส.ส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๒. ท่าน ส.ส. โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ๓. ท่านอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ขอผู้รับรองครับ🔗
ครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคก้าวไกล ๒ คนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขอเสนอรายชื่อสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกฐานะ ศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล จํานวน ๒ ท่านครับ ๑. นายคารม พลพรกลาง ๒. นายวรรษภณ แสงเป่า ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๒ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญตามสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒. นางสาวมุธิตา ทองคํานุช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คนครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายอภิวัชร บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ คนครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายเกษม ศุภสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อเลยครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัฆภูมิพิสัย และศาลแขวง เวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ๑. นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ําตาล ๒. นายภพ เอครพานิช ๓. นายภาณุมาศ บุญชูช่วย ๔. นายวรพล ชินเพชร ๕. นางสาวณัฐภัทร ถวัลยโพธิ ๖. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๗. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๘. นายวาสุเทพ ศรีโสดา ๙. นายนพพล เหลืองทองนารา ๑๐. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ๑๑. นายกริช สินธุศิริ ๑๒. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๑๓. นายปัญญา จีนาคํา ๑๔. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ๑๕. นางศรัณยา สุวรรณพรหม ๑๖. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ๑๗. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๑๘. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ๑๙. นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ๒๐. นายคารม พลพรกลาง ๒๑. นายวรรษภณ แสงเป่า ๒๒. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๓. นางสาวมุธิตา ทองคํานุช ๒๔. นายอภิวัชร บัวพันธ์ ๒๕. นายเกษม ศุภสิทธิ์🔗
ครับ ๒๕ คน จะเปลี่ยน ท่านใดท่านหนึ่งไหมครับ🔗
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ🔗
ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติ ยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยน ๑ ท่านครับ คือจากนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ที่ได้อ่านไปตอนแรก ขอเปลี่ยนเป็น นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ที่ประชุมรับรองด้วยครับ🔗
ที่ประชุมขอเปลี่ยน ๑ ท่านนะครับ ๑ คน เป็น ๒๕ เท่าเดิมนะครับ ต่อไปขอเชิญเสนอแปรญัตตินะครับ ระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ขอแปรญัตติ ๗ วันนะครับ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี เห็นชอบ กําหนดเวลาแปรญัตติ ๗ วันนะครับ ก็จบ ขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ เจ้าหน้าที่ผู้มาชี้แจงนะครับ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกครับ เรื่องนี้เรารออยู่ ๓ สัปดาห์ แล้วก็ เป็นประโยชน์ของพี่น้องเราทั้ง ๓ จังหวัด เราก็ใช้เวลาไม่มากนักก็ผ่านไปได้นะครับ เชิญท่านวิเชียรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าก่อนที่จะมีการพิจารณาในระเบียบวาระต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องด่วนที่ ๑๐ ก็คือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุม โดยขอนําเรื่องด่วนที่ ๑๔ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอขึ้นมาพิจารณาก่อน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ท่านวิเชียรขอเปลี่ยน เลื่อนระเบียบวาระด่วนที่ ๑๔ ขึ้นมาต่อจากกฎหมายที่ผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ที่ประชุมอนุญาตให้เปลี่ยนระเบียบวาระนะครับ🔗
โดยที่ญัตตินี้เป็น พระราชบัญญัติซึ่งตามข้อบังคับที่ท่านวิเชียรอ้างถึงนั้นเองนะครับ ถึงแม้เราจะเปลี่ยนได้แล้วก็ตาม แต่ว่าตามข้อบังคับ วรรคสอง ก็จะบอกว่าถ้าเป็นการเสนอเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่เสนอแล้ว ให้มีผลในการประชุมครั้งต่อไป คือเราประชุม วันนี้ไม่ได้ ถ้าถือตามข้อบังคับ วรรคสอง ข้อ ๕๔ ท่านวิเชียรเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ว่า มาตรา ๓๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสมควรดําเนินการปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทําแท้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคําบังคับ ครบกําหนดในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นตามที่ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ญัตติตามที่ได้เสนอไปเมื่อสักครู่นั้น ถ้าจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จะต้องใช้ในคราวต่อไป เพราะฉะนั้นเนื่องจากห้วงเวลาจํากัดดังที่ผมได้เรียนเหตุผลแล้ว เมื่อที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเลื่อนระเบียบวาระ จึงขออนุญาตเสนอญัตติในการของดใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี เพื่อที่ที่ประชุมจะได้พิจารณา ในวันนี้ โดยพิจารณาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๑๐ คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
เดี๋ยว ๆ ท่านจะต่อจากนี้เลย หรือว่าจะต่อจาก🔗
ต่อจากเรื่องด่วนที่ ๑๐ หลังจาก พิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาปกครองครับ🔗
หมายถึงว่าเดี๋ยวถ้าลงมติ ไปแล้วก็จะรอให้ญัตติศาลปกครองผ่านไปก่อนใช่ไหมครับ🔗
ครับท่านประธาน🔗
อย่างนั้นนะครับ ท่านวิเชียร เสนอให้ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสองนะครับ🔗
ครับ🔗
ต้องมีผู้รับรอง ๒๐ ท่าน ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ๒๐ ท่าน ทีนี้การขอเลื่อน ขอยกเว้นข้อบังคับ โดยข้อบังคับบังคับไว้เลยนะครับ ถ้ามีการเสนอญัตติ จํานวนผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน เมื่อสักครู่นี้ผู้รับรองถึง ๒๐ คนไหมครับ ถึงนะครับ ถึง ๒๐ คน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใด หรือทั้งหมดบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้ เพราะฉะนั้นเราลงมติเพียงเท่านี้ก็ไม่พอนะครับ ต้องขอมติจากที่ประชุม ๒ ใน ๓ ของสมาชิก ที่อยู่ในห้องนี้ ท่านวิเชียรเสนอมาตามลําดับแล้ว ผมก็ต้องขออนุมัติจากที่ประชุม โดยขอมติ จากที่ประชุม ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ เพราะเราจะดูว่าองค์ประชุมในนี้มีเท่าไร แล้วเสียง เห็นชอบนั้นต้อง ๒ ใน ๓ ของที่เราอยู่ในนี้นะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ🔗
สิ่งแรกก็คือต้องขออนุญาต นับองค์ประชุม รบกวนเพื่อน ๆ ที่อยู่ห้องอาหารกลับมาอีกสักครั้งหนึ่ง เข้ามาแล้วก็แสดงตน นะครับ สมาชิกกรุณาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อน และเดี๋ยวเราค่อยตรวจสอบว่า มีอยู่เท่าไรนะครับ เพื่อว่าเราจะได้คํานวณ ๒ ใน ๓ ได้ สมาชิกเข้ามาแล้วก็แสดงตนนะครับ เพื่อเบื้องต้นก็คือตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ🔗
องค์ประชุมพร้อมนะครับ🔗
ขอเรียนท่านสมาชิกว่า เนื่องจากท่านวิเชียรได้ขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระด่วนที่ ๑๔ ขึ้นมาต่อจากระเบียบวาระ ต่อไปคือศาลปกครอง แต่ว่าในการขอเลื่อนระเบียบวาระที่จะต่อจากวาระต่อไปเมื่อเรา พิจารณาระเบียบวาระต่อไปจบแล้วก็จะขออนุญาตเลื่อนระเบียบวาระด่วนที่ ๑๔ ขึ้นมา ต่อจากนั้นนะครับ แล้วถ้าเสร็จวาระนั้นตามที่ท่านผู้ควบคุมเสียงได้หารือไว้ก็คือจะมีสมาชิก ขอหารือเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) เพราะฉะนั้นเราก็จะใช้เวลาพิจารณาอีก ๒ เรื่องนี้ นะครับ ในการเสนอขอเลื่อนนั้นที่ประชุมได้อนุญาตให้เลื่อนแล้วนะครับ แต่ว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง การเลื่อนกรณีที่เป็นพระราชบัญญัติเราจะพิจารณาในวันนี้ไม่ได้ ข้อบังคับ ก็ต้องพิจารณาครั้งต่อไป ท่านวิเชียรก็เลยขอเสนอให้ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ทีนี้การยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ชั่วคราวนั้นจําเป็นจะต้อง ๑. ก็คือญัตตินั้น มีผู้รับรองด้วย ๒๐ ท่าน ซึ่งเสร็จไปแล้ว แต่ว่ามติที่จะรับรองเห็นชอบกับการเลื่อนได้นั้น จะต้องมีเสียง ๒ ใน ๓ ของจํานวนสมาชิกที่อยู่ในที่ประชุม เพราะฉะนั้นจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องตรวจสอบว่าเราอยู่เท่าไร แล้วประเดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่คํานวณว่าที่ถามมติไปว่า เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตตินี้ แล้วพิจารณายกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็จะดูตัวเลขว่าเห็นด้วยหรือไม่ โดยนับจํานวนสมาชิกที่ลงมติไป เพราะฉะนั้น ถ้าเข้าใจแล้วผมจะขอเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบจํานวนของผู้ที่อยู่ในห้องนี้ทั้งหมด ท่านสมาชิก กดบัตรอีกครั้งครับ เพื่อตรวจสอบจํานวนที่เราอยู่ในห้องนี้ เมื่อรู้ตัวเลขแล้วเราก็มาคํานวณว่า ๒ ใน ๓ ต้องเป็นเท่าไรครับ รบกวนสมาชิกกดบัตรอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้เรากดบัตร เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม องค์ประชุมเราครบแล้วครับ แต่ว่าสมาชิกเข้ามาใหม่นะครับ ผมขอลงมติเลยนะครับ เพราะว่ากดบัตรที่เราอยู่ก็จะแสดงว่ามีอยู่ในห้องประชุมเท่าไร แล้วเห็นด้วยให้งดเว้นข้อบังคับจํานวนเท่าไร ท่านสมาชิกถ้าเห็นด้วยในการให้งดเว้น ข้อบังคับ กรุณากด เห็นด้วย นะครับ ถ้าไม่เห็นด้วยในการงดเว้นข้อบังคับ กด ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง กด งดออกเสียง กรุณาลงมติครับ🔗
อยู่ระหว่างการลงมตินะครับ สมาชิกพร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมขอปิดการลงมติครับ จํานวนผู้ลงมติ ๓๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน🔗
เกิน ๒ ใน ๓ นะครับ คือ ๓๐๙ ท่าน มติที่ประชุมก็ให้งดเว้นข้อบังคับ เพราะฉะนั้นหลังจากพิจารณาวาระต่อไป เสร็จแล้วก็จะนําวาระด่วนที่ ๑๔ นี้ขึ้นมาต่อจากนั้นนะครับ จํานวนก็ให้ทราบตัวเลขก็แล้วกัน นะครับว่า จํานวนสมาชิก ๓๑๗ ท่าน จํานวน ๒ ใน ๓ คือ ๒๒๑ ท่าน เพราะฉะนั้นตัวเลข ๓๐๙ ท่านก็เกิน ๒ ใน ๓ อย่างที่เรียนไปแล้วครับ มติที่ประชุมก็อนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับครับ🔗
ต่อไประเบียบวาระด่วนที่ ๑๐ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจาณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสํานักงานศาลปกครองได้เสนอมา รัฐบาล ได้รับเรื่องนี้ไว้ดําเนินการ และบัดนี้เห็นสมควรที่จะนําเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้🔗
หลักการของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมาในวันนี้ ก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกฎหมาย ฉบับเดิมที่ได้ออกมาใช้เมื่อประมาณ ๒๐ ปีก่อน การแก้ไขครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพียง ประเด็นเดียว🔗
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมขออภัยนิด พอดีรัฐบาลได้ขอให้บุคคลต่อไปนี้ได้เข้ามาให้ข้อมูลนะครับ คือ ๑. คุณสุชาติ ศรีวรกร อธิบดีศาลปกครองกลาง คุณเจตน์ สถาวรศิลพร ผู้อํานวยการสํานักกฎหมาย นางพัชฌา จิตรมหึมา ผู้อํานวยการฝ่ายวิเคราะห์และคดีปกครอง ขออนุญาตที่ประชุม ให้ ๓ ท่านเข้ามาได้ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ ขออภัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมาในครั้งนี้ ก็เป็นการแก้ไขเพียงประเด็นเดียว คือให้คณะกรรมการบริหารศาลปกครอง หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า ก.บ.ศป. มีอํานาจหน้าที่ เพิ่มขึ้นจากที่เคยมีอยู่แล้ว นั่นก็คือเพิ่มอํานาจในการออกระเบียบเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทน พิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครอง และพนักงานราชการ ตลอดจนลูกจ้างของสํานักงานศาลปกครอง ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมความในอนุมาตรา ๘ หรือ (๘) ของมาตรา ๔๑/๘🔗
สําหรับเหตุผลที่จะขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่าเหตุใดจึงต้องมี การแก้ไขในครั้งนี้ ก็คือตามกฎหมายศาลปกครองฉบับที่ใช้บังคับอยู่นั้น ให้อํานาจแก่ คณะกรรมการบริหารศาลปกครอง หรือ ก.บ.ศป. ในการที่จะออกกฎระเบียบต่าง ๆ ในการที่จะกําหนดเงินหรือค่าตอบแทนต่าง ๆ ซึ่งก็ได้วางระบบเอาไว้ในมาตรา ๔๑/๘ แล้ว แต่นั่นเป็นสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๒๐ ปีก่อน เมื่อวันเวลาผ่านไป มาจนถึงบัดนี้มีสถานการณ์บางอย่างที่ทําให้เกิดความรู้สึกว่าจําเป็นที่จะต้องสร้างขวัญ และกําลังใจแก่บุคลากรในศาลปกครองบางศาลเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น ตัวอย่างที่จะเห็นชัด เป็นรูปธรรมที่จะขออนุญาตยกให้ท่านประธานได้เห็น ก็คือกรณีที่เกิดขึ้นในบริเวณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้มีการจัดตั้งศาลปกครอง ณ ที่นั้น แล้วบุคลากรไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการตุลาการ หรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ตลอดจนพนักงานลูกจ้างอื่น ๆ ที่ทํางานอยู่ที่ศาลปกครองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว ไม่ได้มีโอกาสที่จะได้รับเงินเพิ่ม หรือเงินค่าตอบแทนพิเศษ เพื่อสร้างขวัญกําลังใจและแรงจูงใจในการให้ปฏิบัติหน้าที่ เหตุผล ที่จะสร้างแรงจูงใจอย่างนี้ได้เกิดขึ้นกับข้าราชการประเภทอื่นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ตํารวจ ทหาร หรือพลเรือนก็ตาม จนแม้แต่ในกระบวนการยุติธรรมเอง ศาลยุติธรรมก็ได้มี การแก้ไขเพิ่มเติม ให้สามารถกําหนดเงินค่าตอบแทนพิเศษแก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าวได้ และในเวลาต่อมาพนักงานอัยการเองก็ได้มีการแก้ไข กฎหมายในส่วนของตน ให้สามารถกําหนดค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าวได้เช่นกัน บัดนี้ก็เหลืออยู่แต่ศาลปกครอง ซึ่งเปิดทําการ มีข้าราชการ มีบุคลากร และจําเป็นต้องมีการสร้างขวัญกําลังใจ สิ่งจูงใจ ให้การเพิ่มพูนประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่ได้เงินหรือค่าตอบแทนดังกล่าว การปฏิบัติงานจะด้อยประสิทธิภาพลงไป แต่ก็ต้องนับว่าเป็นเหตุผล เป็นความจําเป็น เป็นความเสมอภาคทัดเทียมกัน โดยเฉพาะเมื่อได้มองไปยังบุคลากรที่มีลักษณะการทํางาน คล้าย ๆ กัน แล้วก็ได้มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวนี้แล้ว ซึ่งเมื่อเรื่องนี้เสนอมายัง รัฐบาล รัฐบาลก็ได้ให้ความเห็นชอบด้วย หลังจากที่ได้รับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนรับฟังความเห็นจากประชาชน ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ จึงสมควรที่จะ แก้ไขเพิ่มอํานาจของคณะกรรมการบริหารศาลปกครองหรือ ก.บ.ศป. ให้มีอํานาจ ออกระเบียบเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนพิเศษเช่นว่านี้ได้ ซึ่งคํานวณแล้วโดยเหตุที่ศาลปกครอง ไม่เหมือนกับศาลจังหวัดซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัด แต่ศาลปกครองนั้นมีอยู่เพียงศาลเดียว ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จํานวนบุคลากรจึงน้อย เงินที่จะต้องใช้ งบประมาณที่จะต้องใช้ จึงไม่ได้มาก ปีหนึ่งไม่เกิน ๓ ล้านบาท วงเงินที่คาดเอาไว้ก็คือภายในระยะเวลา ๓ ปีจะใช้ งบประมาณหรือเงินในส่วนนี้ประมาณ ๙ ล้านบาท จึงเห็นสมควรที่จะปรับปรุงแก้ไขในส่วนนี้ จึงนําเสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวครับ🔗
ครับ ขอบคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีนะครับ มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอชื่อมา ๒ ท่านแล้วนะครับ ผมขออนุญาต ให้แต่ละท่านได้อภิปรายนะครับ ท่านแรกคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ หลังจากนั้นก็เป็น คุณนิกร จํานง ขอเชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ก่อนที่จะรับหรือไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมีทั้งประเด็นสอบถาม และข้อสังเกตอยู่ทั้งหมดสัก ๔ ประการด้วยกันครับ ท่านประธานครับ แม้เหตุที่ได้ ดําเนินการจัดตั้งและมีข้อมูลอยู่ว่าท่านต้องการตอบสนองต่อการจัดตั้งศาลปกครอง จังหวัดยะลา จะเป็นความเข้าใจที่รู้กันในหมู่นักกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายปกครอง หรือใด ๆ ก็แล้วแต่ว่าการจัดตั้งศาลปกครองจังหวัดยะลานั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใด จําเป็นหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ แต่ผมจะไม่ตั้งคําถามในประเด็นนี้กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ เพราะว่า ผมได้ตั้งคําถามนั้นเมื่อทางคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองหรือตุลาการ ศาลปกครองได้มารายงานประจําปีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแล้วครับ และในวันนี้ก็มีการพิสูจน์กัน ในระดับหนึ่งว่าการมีศาลปกครองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จําเป็นอยู่ครับ และเป็นหลักประกันเรื่องการอํานวยความยุติธรรมที่อาจจะหาได้ไม่มากนักใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่วันนี้ครับมีผู้หลักผู้ใหญ่จากศาลปกครองมาร่วมชี้แจงครับ จึงจําเป็นที่ ผมจําเป็นจะต้องสอบถามว่าท่านต้องเข้าใจนะครับว่าปีนี้สภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณา ร่างกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดตั้งศาลปกครองฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๒ แล้วครับ ผมไม่พูดถึง กรณีของพระราชบัญญัติว่าด้วยอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งอันนั้น ก็มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครอง ก่อนหน้านี้กรณีที่มีการแก้ไข พ.ร.บ. ศาลปกครอง ก็คือการให้อํานาจคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่เรียกว่า ก.บ.ศป. ไปใน การกําหนดเบี้ยประชุมตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งสภาแห่งนี้ผ่านไปโดยที่พวกผมเอง ก็ไม่สบายใจ แล้วก็ไม่ได้ยอมรับทั้งหมดนะครับ แต่วันนี้ท่านมีอีกฉบับหนึ่งมาอีกแล้วครับ ข้อคําถามของผมอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศาลปกครอง ๕ ปีเลยนะครับ ที่บอกจะทบทวน พ.ร.บ. ศาลปกครอง ปี ๒๕๔๒ ว่าท่านเองในฐานะองค์กรที่กํากับดูแล กฎหมายมหาชน ที่กํากับดูแลกฎหมายปกครอง ท่านไม่ทราบหรือครับว่าท่านมีปัญหา หรือข้อจํากัดใด ๆ ใน พ.ร.บ. ของท่านบ้าง ท่านถึงใช้วิธีการเสนอกฎหมายมาทีละ ๑ มาตรา เสนอกฎหมายมาทีละประเด็น เสนอกฎหมายมาให้เราต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการ แก้ไขกฎหมายเพื่อไปตอบสนองปัญหาของท่าน ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วท่าน ตอบเราได้หรือไม่ว่าไม่ใช่สมัยประชุมหน้า สมัยประชุมถัดไป ก็จะมี พ.ร.บ. ศาลปกครอง เสนอมาอีกทีละ ๑ หรือ ๒ มาตรา นั่นผมเป็นประเด็นแรกที่ผมจําเป็นต้องสอบถามครับ🔗
ในประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ในบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญต่าง ๆ ของการแก้ไข พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฉบับนี้มันมีเหตุผลเหมือนซ่อนอยู่ ๒ ประการ ด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ท่านบอกว่ากรณีศาลปกครองฉบับนี้จะเป็นการกําหนด สวัสดิการสงเคราะห์ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์กับบุคลากรที่ทํางานในพื้นที่เสี่ยงภัย อันนี้พวกผมไม่ติดใจเลยครับ เห็นด้วยทุกประการ แต่มีการเขียนในลักษณะอยู่ในบันทึกสรุป สาระสําคัญนะครับบอกว่า ตอบสนองต่อภารกิจอื่นที่ต้องปฏิบัติงานที่มีความจําเป็นเร่งด่วน หรือเหนื่อยยากกว่าการปฏิบัติหน้าที่ปกติ ตกลงแล้วข้อความในประเด็นที่ ๒ ตรงนี้นี่ครับ ท่านกําลังจะบอกว่าไม่ใช่เฉพาะศาลปกครองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเท่านั้นนะ แต่มีศาลปกครองที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ผมไม่แน่ใจตัวเลขนะครับว่า ๑๔ หรือ ๑๖ จังหวัด ก็อาจจะเข้าข่ายเป็นกรณีจําเป็นเร่งด่วนหรือเหนื่อยยากกว่าการปฏิบัติหน้าที่ปกติ หรือไม่ อาคารท่านใหญ่มากถ้าเทียบกับศาลยุติธรรมที่เราผ่านกฎหมายไปก่อนหน้านี้ เมื่อสักครู่ ท่านวีระกรก็พูดถึงศาลปกครองจังหวัดนครสวรรค์ต่าง ๆ เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าว ผมจําเป็นต้องเรียนสอบถามว่ากรณีการบอกว่าจํากัดพื้นที่เสี่ยงภัยนั้นไม่ติดใจ แต่กรณี การตีความขยายนั้นท่านให้หลักประกันหรือความมั่นใจได้ไหมครับว่าสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จะเกิดขึ้นเฉพาะกับกรณีของพื้นที่เสี่ยงภัยเท่านั้น จะไม่ใช้มาตรานี้กับกรณีศาลปกครองอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ในเนื้อหาการแก้ไขในมาตรา ๓ ที่แก้ไข มาตรา ๔๑/๘ (๘) มาตรา ๔๑/๘ (๘) มีทั้งหมดอยู่ ๔ คํานะครับ คือคําว่า ตุลาการศาลปกครอง ผมไม่ติดใจ คือคําว่า พนักงานราชการ ผมไม่ติดใจครับ คือคําว่า ลูกจ้าง ผมไม่ติดใจครับ แต่มีคําที่ท่านเพิ่มเข้าไปคือคําว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ผมไปอ่านมาตราอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๔๑/๘ (๙) หรือมาตรา ๘๔ คําไม่เหมือนกันนะครับ มาตรา ๘๔ ท่านใช้ ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง แต่มาตรา ๔๑/๘ (๙) ท่านใช้คําว่า ข้าราชการศาลปกครอง ไม่มีคําว่า ฝ่าย นะครับ ตกลงใน พ.ร.บ. ศาลปกครองความหมายของคําว่าข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครอง กับ ข้าราชการศาลปกครอง นั้นเหมือนกันหรือไม่ ประเด็นแบบนี้อย่างไรครับ ที่ผมจะชี้ว่าถ้าไม่เหมือนกันเดี๋ยวท่านก็ขอแก้มาตรา ๔๑/๘ (๙) เข้ามาอีก ท่านตอบให้ชัด เพื่อเป็นหลักประกันว่าตกลงเหตุที่ไม่เหมือนกันนั้นเพราะเหตุใด แล้วจริง ๆ มันควรจะ เหมือนกันไหม หรือเขาเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่ ผมไม่อยากจะแก้กฎหมายทีละ ๑ อนุ ไม่อยากจะแก้กฎหมายทีละ ๑ มาตรา เพราะว่ามาตราเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๘๔ ท่านก็ไปออกระเบียบ เช่น ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับรถราชการต่าง ๆ ท่านก็ใช้คําว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง แต่เพราะเหตุใดมาตรา ๔๑/๘ (๙) ถึงใช้คําว่า ข้าราชการ ศาลปกครอง เหมือนหรือแตกกันอย่างไรครับ🔗
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ คือเรื่องของงบประมาณท่านได้ให้ข้อมูล กับเราว่าท่านตั้งงบประมาณเบื้องต้นไว้ ๙,๑๔๔,๐๐๐ บาทเศษ ๑๔๔ นี่ตัวเลขคือมันหาร ๑๒ เดือนเป๊ะลงตัวเลยนะครับว่า ๓ ปีท่านจะใช้ ๙,๑๔๔,๐๐๐ บาทเศษ หรือเฉลี่ยปีละ ๓ บาท เงินไม่เยอะครับประเด็นนี้ผมไม่ได้ติดใจ แต่ผมอยากให้ท่านชี้แจงรายละเอียดที่ท่านบอกว่า เขายกระดับไปแล้วทั้งศาลยุติธรรม ทั้งสํานักงานอัยการสูงสุดต่าง ๆ นั้นตัวเลขของเขาสูง หรือต่ํากว่าที่ท่านกําลังจะเตรียมการหรือไม่ครับ อันนี้เป็นไปตามข้อสังเกตของ กระทรวงการคลังตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๘.๓/๑๘๔๙๖ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เขาถามแล้วก็ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าท่านผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกระเบียบมา ระเบียบนั้นขอให้ผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลังก่อน ถ้าท่านให้หลักประกัน แบบนั้นได้ตามข้อสอบถามของผมและข้อสังเกตทั้ง ๔ ประการ ผมก็จะถึงความชัดเจนว่า ผมควรจะรับหรือไม่รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ซึ่งเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม กับประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิกร จํานง🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ผมจะขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยผม จะเสนอความเห็นอย่างนี้ครับ จะเสนอความเห็นว่าผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ผมมีเหตุผล ที่จะเสนอนะครับ และที่สมควรจะสนับสนุนก็คือ ๑. เพื่อความเสมอภาค อันนี้เป็นหลักการ ของศาลปกครองว่า ประชาชนต้องได้รับการดูแลด้วยศาลต่าง ๆ ด้วยความสะดวก ทุกมิติ เน้นคําว่า ทุกมิติ ครับท่านประธาน และทั่วถึงและเป็นธรรม🔗
ประเด็นต่อมาก็คือว่า เหตุผลก็คือ เพื่อความสะดวก รวดเร็วที่ต้องคํานึงถึง กฎหมายเชิงพื้นที่ ย้ําคําว่า เชิงพื้นที่ นะครับ ในการต้องดําเนินคดีนะครับ ผมมีรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องเชิงพื้นที่ที่เป็นที่มาของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับว่า🔗
ประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธาน พื้นที่ที่เกิดเหตุที่ว่าเป็นความจําเป็นต้องทํา ก็คือในจังหวัดยะลาเป็นศาลปกครองที่ยะลานะครับ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ คือมีความขัดแย้งแตกต่างมากในหลายมิตินะครับ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา จําเป็นต้องมีความรอบคอบ ผลการพิจารณาจะได้ไม่ถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือนะครับ เพราะผล การพิจารณาจะมีปัญหาเป็นอย่างมาก ต้องมีความแม่นยําและชัดเจนนะครับ อย่าไปทางใดทางหนึ่งอันจะเป็นการสร้างความขัดแย้งทางความคิดนะครับ เพิ่มเติม ในลักษณะที่เป็นพื้นที่พิเศษ กรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนกับทางรัฐที่มาร้องที่ศาล ปกครอง เพราะฉะนั้นผลของการตัดสินใด ๆ มีนัยสําคัญมากในเฉพาะพื้นที่ตรงนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในพื้นที่ดังกล่าวนี่นะครับเป็นพื้นที่เฉพาะตรงนี้ มีการใช้ กฎหมายอิสลามบังคับนะครับ ซึ่งต้องคํานึงถึงความสอดคล้องต่อเจตนารมณ์ของการตั้ง ศาลปกครอง ซึ่งเดิมคดีที่มีพิพาททางปกครองมักจะใช้ศาลยุติธรรมนะครับ เช่นกรณี เจ้าหน้าที่ดําเนินการไม่ถูกต้องหรือเกินกว่าเหตุประชาชนเสียหาย มักจะนําคดีสู้ในศาล ยุติธรรมนะครับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ นั่นเดิมที่ทําอยู่นะครับ แล้วก็ เรียกร้องความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งฐานละเมิดนะครับ ควบคู่กับมาตรา ๔๒๐ ควบคู่กันไปแต่เกิดความล่าช้า เพราะบางคดีสู้กันหลายปีท่านประธานครับ อาจจะถึง ๓ ศาล ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้ง คือความขัดแย้งมันมีต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเราต้องตัด ความขัดแย้งไปให้เร็ว สรุปให้เร็วจะไปสู้กันเป็นสิบ ๆ ปีใน ๓ ศาลมันจะมีปัญหา อาจจะเป็น การเติมเชื้อความขัดแย้งและลุกลามตามมามากมายนะครับ ถึงขยายผลเป็นเรื่องระหว่าง ข้าราชการไปสู่ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ที่ทราบกันอยู่ท่านประธานครับ🔗
ประเด็นต่อมาเป็นการสร้างระบบบริหารด้านบุคคล บุคลากรที่ให้มี ความสอดคล้องกับปัญหาเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญกําลังใจด้วย คือถ้าคนไม่อยู่ที่นั่นก็จะ ไม่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องขวัญกําลังใจมากมายขนาดไหนนะครับ ซึ่งเราก็ทราบกันอยู่ในพื้นที่ ดังกล่าว ผมขอเสนอตัวอย่างครับท่านประธานครับ ในรายละเอียดที่จําเป็นจะต้องกระทํา การเป็นพิเศษในพื้นที่ดังกล่าวอันเป็นเหตุผลสนับสนุนในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับ🔗
ประเด็นแรกก็คือว่า เป็นการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่าง ฝ่ายปกครองทุกภาคส่วนบริเวณนั้น ผู้บริหารศาลปกครองนะครับที่ยะลา ชี้ไปที่ยะลาเลยนะครับ จําเป็นจะต้องหารือข้อราชการกับผู้บริหารอื่นเพื่อทราบปัญหาที่ละเอียดอ่อนในพื้นที่นะครับ เช่น แม่ทัพภาค ๔ ส่วนหน้า เลขาธิการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ เลขาธิการ ศอ.บต. ที่เราทราบอยู่นะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด เป็นต้น เพื่อเกิดความร่วมมือเป็นอย่างดีในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลปกครองยะลา และยังสามารถขอความช่วยเหลือด้านกําลังพลในความคุ้มครอง พื้นที่ตรงนั้นต้องการความ คุ้มครองเป็นพิเศษครับท่านประธานครับ เพื่อความปลอดภัยแก่บุคลากรที่พูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ว่าบุคลากรศาลปกครองของในพื้นที่ดังกล่าวด้วยนะครับ🔗
ประเด็นต่อมา เป็นการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานศาล คือเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครองของศาลปกครองนี่นะครับ เพื่อทําหน้าที่ให้คําปรึกษาแนะนํา ในพื้นที่ตรงนี้มีความต้องการเป็นพิเศษครับท่านประธานที่จะต้องทราบภาษามลายูหรือ ภาษายาวีนะครับ และกฎหมายอิสลามไว้คอยบริการประชาชน เพราะว่าภาษาที่ใช้เราไม่ได้ ใช้ภาษากลางภาษาเดียวเราใช้ภาษาอื่นด้วย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตรงนี้ต้องจัดหาเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ว่าจะหาง่ายนะครับ หากไม่มีนะครับข้าราชการสํานักงานศาลปกครองก็ควรจะจ้าง พนักงานศาล หมายความว่าถ้าบุคลากรเองที่เป็นข้าราชการไม่มีก็ต้องจ้างพนักงานศาล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพื่อการสื่อสารกับประชาชนที่ไม่สามารถพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้ เพื่อที่จะได้ใช้แนะนํา ช่วยเหลือประชาชนได้นะครับ นี่เป็นเรื่องความยุติธรรมในทุกมิติ ที่ผมได้เรียนแล้ว🔗
ผมขอสรุปครับท่านประธานครับว่าข้อเสนอแนะเป็นข้อเสนอแนะต่อร่าง พระราชบัญญัติศาลปกครองฉบับนี้ว่ามีความจําเป็นที่จําเป็นต้องมีกลไกพิเศษ ในการกลั่นกรองวิธีการใช้ศาลปกครอง ต้องมีความรวดเร็ว มีบทสรุปทันกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั่นเป็นข้อสรุปแรก🔗
ข้อสรุปที่ ๒ ก็คือต้องมีระบบการจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพในแง่ ความรู้ความสามารถ ความปลอดภัยโดยมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม นั่นคือเป็นเหตุ แต่ผมมี ข้อเสนอแนะท่านประธานครับที่ยังไม่มีอยากจะฝากทางผู้รับผิดชอบไปว่าในกรณีดังกล่าว ควรจัดให้มีกระบวนการในการไกล่เกลี่ย เพราะว่าเรื่องการพิจารณาให้มีความยุติธรรม ถูกต้อง โดยเร็วนี้นั่นเรื่องหนึ่ง แต่ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัฐกับ ประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นการไกล่เกลี่ย วิธีการสันติวิธีเป็นการเบื้องต้นมีความจําเป็นมาก ในพื้นที่ดังกล่าว การเชิญมาคุยกัน หาข้อสรุป แล้วก็มันจะเป็นการคลี่คลายมากกว่าชนะคดี หรือแพ้คดีเสียด้วยซ้ํา ดังนั้นผมขอเสนอว่าให้มีลักษณะดังกล่าวในพื้นที่อันประกอบด้วย คนกลางเพื่อการไกล่เกลี่ยให้เกิดความเข้าอกเข้าใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน ในพื้นที่ต่อรัฐโดยใช้ศาลปกครองตั้งหน่วยขึ้นมาเพื่อไกล่เกลี่ยครับ ผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไรจะชี้แจง เชิญนะครับ🔗
ขออนุญาตให้ทางฝ่าย ศาลปกครองได้กราบเรียนท่านประธานก่อน🔗
เชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม นายสุชาติ ศรีวรกร อธิบดีศาลปกครองกลาง ผมเป็นอดีตอธิบดีศาลปกครองยะลาคนแรกครับ คงขอตอบคําถามของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ นะครับว่าความขัดแย้งใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้นะครับ หลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบว่า เป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน คดีที่เกิดขึ้นในศาลส่วนใหญ่ก็เป็น คดีระหว่างรัฐกับเอกชน การจัดตั้งศาลปกครองยะลาก็จะเป็นช่องทางหนึ่งในการที่จะ ระงับข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนได้ อันนี้คือประการแรก แล้วก็คดีที่เกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นในระยะหลังก็จะเห็นว่าข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นราษฎร ไม่สามารถที่จะมาใช้สิทธิทางศาลได้ในกรณีที่ยังไม่มีการจัดตั้งศาล เพราะว่าการใช้สิทธิทาง ศาลนั้นมีข้อยุ่งยาก ส่วนในศาลปกครองเองใช้ระบบไต่สวนซึ่งก็ทําให้การฟ้องคดีนั้นง่าย แม้แต่การฟ้องคดีทางไปรษณีย์นั้นก็สามารถทําได้🔗
ในประการต่อมา เนื่องจากว่าศาลปกครองยะลามีพื้นที่ไม่เหมือนกับระบบ ของศาลยุติธรรมนะครับ ก็ศาลปกครองยะลามีพื้นที่ครอบคลุมทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ก็คือทั้งนราธิวาส แล้วก็ปัตตานี แล้วก็มีจํานวนบุคลากรนั้นก็ไม่มากนัก การที่มาเสนอ ร่างกฎหมายเกี่ยวกับค่าตอบแทนพิเศษนั้นก็ให้เช่นเดียวกับในศาลยุติธรรม แล้วก็ในอัยการ ซึ่งอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าศาลปกครองนั้นยังไม่มีกฎหมายที่ให้ อํานาจในการพิจารณาเรื่องของค่าตอบแทนพิเศษ ส่วนที่ท่านกังวลว่าค่าตอบแทนพิเศษนั้น จะไปใช้ในศาลอื่นนั้นคงจะไม่ใช่ เพราะว่าเรามีศาลปกครองสงขลาซึ่งก็มีพื้นที่พิเศษอยู่ เช่นเดียวกัน ก็คือจะนะ ที่จะนะ ที่เทพา สะบ้าย้อย แล้วที่สะเดาซึ่งก็เป็นพื้นที่พิเศษ แต่ว่า ศาลปกครองสงขลาก็ไม่ได้มีเรื่องของค่าตอบแทนพิเศษนะครับ เพราะศาลปกครองสงขลานั้น ตั้งอยู่ในเขตอําเภอเมืองสงขลาซึ่งไม่ได้เป็นเขตพื้นที่พิเศษ แต่ว่าศาลปกครองยะลานั้น อยู่ในใจกลางของพื้นที่ความไม่สงบนะครับ แล้วที่สําคัญก็คือว่าศาลปกครองยะลาตั้งอยู่ ในเขตตําบลท่าสาปซึ่งต้องถือว่าเป็นนอกเขตเซฟตีโซน (Safety zone) แล้วก็ใกล้กับพื้นที่ เสี่ยงภัยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตั้งแต่โคกโพธิ์ แล้วก็นาประดู่ ลําใหม่ ลําพะยา ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นบ่อยครั้ง ผมก็ขอกราบเรียนข้อเท็จจริงตามนี้นะครับ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก ยังมีอะไรจะสอบถาม เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ อย่างที่ผมนําเรียน ท่านประธานว่าผมมี ๔ ประเด็นครับ จริง ๆ ท่านตอบผมแค่ประเด็นเดียวเองครับ จะขออนุญาต ถามสั้น ๆ อีก ๓ ประเด็นที่เหลือครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ อย่างที่ผมนําเรียนนะครับ อีก ๓ ประเด็นที่เหลือครับ ๑. ก็คือว่ากรณีของศาลปกครอง มีข้อความคําว่า ข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครอง ซึ่งท่านเสนอมาในร่างพระราชบัญญัติวันนี้ แต่ในมาตรา ๔๑/๘ (๙) ซึ่งเป็น มาตราที่ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีคําว่า ข้าราชการศาลปกครอง ผมอยากจะทําความเข้าใจ หรือความชัดเจนนิดเดียวครับว่าตกลงมันคือตําแหน่งเดียวกัน คนคนเดียวกันใช่หรือไม่ แต่เพราะเหตุใด ๒ จุดนี้ถึงมีความแตกต่างกัน แล้วจะนําไปสู่การแก้ไขกฎหมายในอนาคต หรือไม่ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือขอความชัดเจนนิดเดียวครับว่าท่านจะไม่มี ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองที่จะเสนอในสภาแห่งนี้ในระยะเวลาสั้น ๆ อีกแล้ว ใช่หรือไม่ ถ้าเป็นการแก้ใหญ่ผมไม่ติดใจนะครับ จะเป็นกฎหมาย ป. ๑ ย. ๑ ย. ๓ อะไร ผมไม่ทราบนะครับ เรื่องปฏิรูป เรื่องยุทธศาสตร์ต่าง ๆ แต่ผมคิดว่ามันเป็นภาระของสภา แห่งนี้ เราไม่ติดขัดในเรื่องการพิจารณา แต่ติดขัดว่าเราอยากทําทั้งหมดทั้งภาพรวม มิใช่ การแก้แต่ละมาตรา นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คือหนังสือของกระทรวงการคลัง ที่ส่งคําชี้แจงไปยังท่าน แล้วเขาเสนอว่าถ้าท่านจะออกระเบียบตามมาตรา ๔๑/๘ (๘) ในอนาคต เนื่องจากเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน ขอให้กระทรวงการคลังได้มีโอกาสเห็นชอบ ก่อนหรือไม่ ผมก็ขอคํามั่นจากท่านว่าท่านเห็นเป็นประการใดครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ ท่านผู้ใดตอบครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อขอ อนุญาตชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ นะครับ🔗
สําหรับในประเด็นกรณีการใช้ถ้อยคําว่า ข้าราชการศาลปกครอง นั้น ถ้อยคํานี้ เพิ่งเริ่มมีการใช้ขึ้นในปี ๒๕๖๐ นะครับ ในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ในคราวที่มีการจัดตั้ง ก.บ. ศป. ขึ้นมานะครับ แล้วก็กําหนดอํานาจหน้าที่ของ ก.บ.ศป. ดังนั้นบรรดาอํานาจหน้าที่ของ ก.บ.ศป. ที่อยู่ในอนุมาตราต่าง ๆ จึงใช้ถ้อยคําว่า ข้าราชการศาลปกครอง คําว่า ข้าราชการ ศาลปกครอง นั้น เป็นไปตามมาตรา ๑๑/๑ ซึ่งได้แก้ไขในคราวเดียวกันเมื่อปี ๒๕๖๐ ข้าราชการศาลปกครองก็คือข้าราชการตุลาการศาลปกครอง และข้าราชการฝ่าย ศาลปกครอง🔗
สําหรับประเด็นถัดมา ประเด็นที่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการขอเสนอแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองอีกหรือไม่ ทางสํานักงานศาลปกครองขอยืนยัน ในที่นี้นะครับว่าในช่วงระยะเวลาอนาคตอันใกล้นี้ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในรายมาตรา เช่นนี้อีก ต้องขอเรียนท่านประธานสภาอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ เรื่องการขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติม เงินค่าตอบแทนพิเศษนั้นเราได้เสนอมานานแล้ว เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในแผนของศาลปกครอง แต่เป็นการเสนอเมื่อครั้งในคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้วครับ ทีนี้เมื่อมีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ตามกฎหมายจึงกําหนดให้ต้องให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันให้การรับรองเรื่องนี้ เรื่องนี้เลย ดูเหมือนว่าจะเพิ่งคิด ดําริ และจัดทํา จริง ๆ เราได้ดําเนินการมาก่อนหน้านี้แล้วครับ🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่มีข้อคําถามคือว่าในกรณีของงบประมาณ แล้วมี ความเห็นของกระทรวงการคลังว่าควรจะต้องถามความเห็นกระทรวงการคลังนั้น ในทาง ศาลปกครองได้พิจารณาถึงประเด็นนี้ครับ แต่กระนั้นก็ตามทีครับ เราใช้หลักเกณฑ์อย่างนี้ ในการกําหนดเงินค่าตอบแทนพิเศษของยะลา ผมขอเน้นนะครับว่าเป็นของยะลา เพราะในระหว่างนี้เรากําลังดําเนินการยกร่างระเบียบเพื่อรอเอาไว้ก่อน เป็นระเบียบ ก.บ.ศป. กําหนดเงินค่าตอบแทนพิเศษกรณีผู้ปฏิบัติงานที่ศาลปกครองยะลานะครับ ท่านจะ สังเกตนะครับว่าเราก็จะไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงหลายอําเภอ ซึ่งอยู่ในพื้นที่พิเศษเหมือนกับ ของสงขลา ซึ่งอยู่ในเขตอํานาจของศาลปกครองสงขลา ขอชี้แจงคร่าว ๆ ครับว่าจํานวนเงิน ที่เรากําหนดขึ้นนั้นเราอ้างอิงมาจากของอัยการ และอ้างอิงมาจากของศาลยุติธรรมในส่วน ที่เป็นโครงการของศาลยุติธรรมที่ใช้เงินนอกงบประมาณอันเป็นเงินค่าธรรมเนียมศาลและ ทําความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อที่จะไม่ต้องนําส่งแผ่นดินครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็หมด ประเด็นไปนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไรจะสรุปไหมครับ ไม่มีนะครับ สมาชิกครับผมขอให้พวกเรามาลงมติอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ครับ ต้องขอถาม มติที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ขอเชิญสมาชิก เข้ามาแล้วแสดงตนครับ🔗
สมาชิกเข้ามาแล้ว แสดงตนนะครับ🔗
พยม พรหมเพชร ๒๒๙ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานคะ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๒๒๐ ค่ะ แสดงตนค่ะ🔗
ครับ สมาชิกพร้อมนะครับ พร้อม ปิดการแสดงตนครับ จํานวนผู้เข้าประชุมขณะนี้ ๒๘๔ ท่าน บวก ๒ ท่านนะครับ เป็น ๒๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปจะขอมติที่ประชุมว่า เห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่รับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ🔗
ท่านประธานคะ กุลวลี ๐๒๕ เห็นด้วยค่ะ🔗
ครับ ถ้าพร้อม ปิดการลงมติ จํานวนผู้ลงมติ ๓๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๘ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ต่อไปเชิญเสนอ กรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลัง ประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตนําเรียนเสนอจํานวนกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบ กรรมาธิการ ๒๕ คนนะครับ สัดส่วนจะเป็นอย่างนี้ครับ สัดส่วนจะเป็นของคณะรัฐมนตรี ๕ คน สัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ คน พรรคเพื่อไทย ๖ คน พรรคพลังประชารัฐ ๕ คน พรรคภูมิใจไทย ๓ คน พรรคก้าวไกล ๒ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน พรรคเสรีรวมไทย ๑ คน ขอเชิญสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ คน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายสมชัย วัฒนการุณ ๒. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๓. นายภาณุมาศ บุญชูช่วย ๔. นายจารุเดช บุญญสิทธิ์ และ ๕. นางพัชฌา จิตรมหึมา ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป สัดส่วนพรรคการเมืองนะครับ พรรคเพื่อไทย ๖ คนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นายสงวน พงษ์มณี ๕. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๖. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๕ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนาพร เกษเมธีการุณ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ๑. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๒. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๓. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๔. นายทศพล เพ็งส้ม ๕. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๓ คนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอับดุลบาซิม อาบู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. ส.ส. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒. ส.ส. กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๓. นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองนะครับ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๒ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายจรัส คุ้มไข่น้ํา ๒. รองศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. พลตรี สมโชค แดงบรรจง ๒. นายอิสสระ สมชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายภิเศก สายชนะพัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ ช่วยยกมือรับรองให้ด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ คน🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นางสาวเกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ผู้รับรองนะครับ🔗
ถูกต้องครับ เลขาธิการ เชิญอ่านรายชื่อ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายสมชัย วัฒนการุณ ๒. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๓. นายภาณุมาศ บุญชูช่วย ๔. นายจารุเดช บุญญสิทธิ์ ๕. นางพัชฌา จิตรมหึมา ๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๗. นายขจิตร ชัยนิคม ๘. นายนิรมิต สุจารี ๙. นายสงวน พงษ์มณี ๑๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๑๑. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา ๑๒. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๑๓. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๑๔. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๑๕. นายทศพล เพ็งส้ม ๑๖. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ๑๗. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๑๘. นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา ๑๙. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๒๐. นายจรัส คุ้มไข่น้ํา ๒๑. รองศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า ๒๒. นายอิสสระ สมชัย ๒๓. พลตรี สมโชค แดงบรรจง ๒๔. นายภิเศก สายชนะพัน ๒๕. นางสาวเกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์🔗
มีพวกเราจะเปลี่ยนท่านใด ท่านหนึ่งไหมครับ ถ้าไม่เปลี่ยน ก็กรรมาธิการ ๒๕ ท่านถูกต้องแล้วนะครับ ต่อไปกําหนด ระยะเวลาแปรญัตติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนาพร เกษเมธีการุณ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองแปรญัตติ ๗ วัน สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบแปรญัตติ ๗ วันนะครับ ก็จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็เจ้าหน้าที่ผู้ชี้แจงนะครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนที่เลื่อนมาตามมติที่ประชุมคือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่มี ร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม่ เห็นว่าร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นเรื่อง ทํานองเดียวกันสมควรจะได้นํามาพิจารณารวมกัน ท่านสมาชิกมีความเห็นเป็น อย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ อนุญาตให้นํามาพิจารณารวมกันนะครับ ฉะนั้นต่อไปฉบับแรกของรัฐบาล ขอเชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณารับไว้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการ ๒ ประการ🔗
หลักการแรก เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓๐๑ เพื่อที่จะกําหนด อายุครรภ์สําหรับความผิดฐานหญิงทําให้ตนแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทําให้ตนแท้งลูก🔗
หลักการที่สอง เป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับหลักการข้างต้นว่าจําเป็นจะต้อง มีการเพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทําให้แท้งลูก ซึ่งก็เท่ากับเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๓๐๕ ของประมวลกฎหมายอาญานั่นเอง🔗
สําหรับเหตุผลที่นําเสนอมายังสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมจะได้ขออนุญาต กราบเรียนต่อไป ในชั้นนี้ใคร่จะขออนุญาตท่านประธานให้คณะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชี้แจง เข้ามาอยู่ เพื่อที่จะเรียนชี้แจงและตอบคําถามที่ท่านสมาชิกสงสัยด้วยนะครับ🔗
ขอเชิญ ผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ๑. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ผู้อํานวยการ ฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒. นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย ๓. ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ แพทย์หญิงวิบูลย์พรรณ ฐิตะดิลก กรรมการแพทยสภา เชิญทั้ง ๓ ท่านเข้าร่วมชี้แจง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาในตอนนี้กราบเรียนถึงเหตุผลความจําเป็นในการแก้ไขกฎหมาย เข้ามาในครั้งนี้ดังนี้ครับ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มีผู้ร้องยื่นเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยว่าบทบัญญัติในประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้เวลาพิจารณาอยู่ประมาณ ๒ ปี จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์คือต้นปี ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบัญญัติในมาตรา ๓๐๑ มีหลักการสําคัญก็คือกําหนดความผิดของหญิงที่ทําให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทําแท้ง ให้แก่ตน ซึ่งจะเป็นความผิดอาญา มีโทษจําคุก มีโทษปรับ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ก็คือศาลเห็นว่าการที่กําหนดความผิดของหญิงซึ่งทําให้ตนแท้งลูก หรือยอมให้บุคคลอื่น ทําให้ตนแท้งลูกกลายเป็นความผิดอาญานั้น เจตนาก็คือต้องการที่จะคุ้มครองสิทธิของทารก ที่อยู่ในครรภ์มารดา แต่ขณะเดียวกันเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ความคิดความเห็น เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุผลความจําเป็นในสังคมมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ในประเทศไทยหรือในนานาประเทศก็ตามที จนกระทั่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติที่มี ข้อความทํานองดังกล่าวไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีความเห็นว่าการที่จะ คุ้มครองสิทธิของทารกที่อยู่ในครรภ์มารดานั้นก็มีเหตุผลและสมควรอยู่ แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องคํานึงถึงสิทธิของหญิงซึ่งตั้งครรภ์ ทั้งนี้ สิทธิของทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาและสิทธิ ของหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นมารดาควรจะมีการพิจารณาให้เกิดความสมดุลกัน ได้สัดส่วนต้องกัน นั่นแปลว่าการที่จะกําหนดให้หญิงซึ่งตั้งครรภ์ทําแท้งไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด และไม่ได้ คํานึงถึงอายุหรือระยะเวลาของการตั้งครรภ์เลยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะพิจารณา ในแง่ของเหตุผลความจําเป็นทางการแพทย์หรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม โดยเฉพาะก็คือเหตุผล ในทางสังคม เมื่อนํามาชั่งน้ําหนักเทียบเคียงกันเช่นนี้ก็มีคําแนะนําว่าที่จริงแล้วก็ควรจะ คํานึงถึงช่วงระยะเวลาหรืออายุในการตั้งครรภ์ว่าเท่าใดจึงจะพอสมพอควรที่ควรจะอนุญาต ให้หญิงซึ่งเป็นมารดาและตั้งครรภ์นั้นมีสิทธิที่จะสามารถทําแท้งได้ เพื่อสุขภาพของตนเอง ไม่ว่าสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต ตลอดจนกระทั่งเพื่อความจําเป็น ในทางสังคม ในทางเศรษฐกิจและในทางอื่น ๆ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยเช่นนี้ โดยปกติแล้วคําวินิจฉัยก็จะมีผลทันที นั่นแปลว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดเงื่อนไข เงื่อนเวลาไว้เป็นอย่างอื่น ทันทีที่ศาลได้มีคําวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บทบัญญัติ มาตรา ๓๐๑ ก็จะเป็นอันขัดต่อรัฐธรรมนูญและใช้บังคับไม่ได้ คือสิ้นผลไปทันที ผลก็จะกลายเป็นว่าเสมือนหนึ่งไม่มีมาตรา ๓๐๑ อยู่ หญิงทั้งหลายก็จะสามารถทําแท้งได้ โดยไม่มีเงื่อนไข เงื่อนเวลาใด ๆ มาเป็นข้อกําหนด ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาใคร่ครวญ แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันใดเช่นนั้น อาจจะทําให้เกิดปัญหาอื่นตามมา จึงได้ ใช้อํานาจตามความในกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญเอง กําหนดเงื่อนไขเงื่อนเวลาไว้ว่า คําวินิจฉัยเช่นนี้ให้ทอดระยะเวลารอไป ๓๖๐ วัน หรือประมาณ ๑ ปี เพื่อให้โอกาส ผู้เกี่ยวข้องนั่นก็คือรัฐ ไปดําเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเสีย จะกําหนดเงื่อนไข จะกําหนดสิ่งใดเพื่อรองรับให้การทําแท้งเป็นไปด้วยความรอบคอบ และแสดงให้เห็นว่า การทําแท้งจะสามารถทําได้ก็ควรจะเป็นกรณีสุดท้ายที่ไม่สามารถจะป้องกันหรือเยียวยา ด้วยเหตุอย่างอื่นได้ จึงจะเป็นความเหมาะสม กําหนดระยะเวลา ๓๖๐ วันนั้น จึงทอดระยะเวลายาวนาน ซึ่งก็จะมาครบกําหนดในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คืออีกประมาณ ๕๐ วันข้างหน้านี้ นั่นแปลว่าเมื่อถึงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ หากการปรับปรุงแก้ไขการตั้งเงื่อนไข เงื่อนเวลาใด ๆ ยังไม่ได้เกิดขึ้น มาตรา ๓๐๑ จะเป็น อันสิ้นผลทันที การทําแท้งก็จะเกิดขึ้นได้โดยเสรีไม่มีเงื่อนไข เงื่อนเวลาใด ๆ และหญิงผู้ทําแท้ง หรือยอมให้ผู้อื่นทําแท้งจะไม่มีความผิดอาญาใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อรัฐบาลได้ทราบความนี้จึงได้มี มติคณะรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาเพื่อดําเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และหามาตรการ ทั้งในด้านการแพทย์ กฎหมายและสังคม เพื่อรองรับคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว มิให้การทําแท้งเกิดขึ้นโดยปราศจากมาตรการใด ๆ มารองรับ รัฐบาลได้มอบหมายให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเจ้าภาพในการหารือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม สํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และองค์กร ภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพ เช่น แพทยสภา ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น คณะทํางานดังกล่าวได้ประชุมหารือกันแล้ว ในที่สุดก็มีความเห็นว่าสมควรจะแก้ไขมาตรา ๓๐๑ และเมื่อแก้แล้วก็ควรจะแก้ไขมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญาให้สอดคล้องกัน สิ่งที่ควรแก้ไขในมาตรา ๓๐๑ ก็คือการยอมให้หญิงซึ่งตั้งครรภ์สามารถทําแท้งได้ หรือยอมให้ ผู้อื่นทําแท้งให้แก่ตนได้ ถ้าหากว่าอายุการตั้งครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ หรือ ๑ ไตรมาส หรือประมาณ ๓ เดือน ซึ่งเรื่องนี้ใช้เหตุผลทางการแพทย์เข้าไปจับและเทียบเคียงกับ ที่ได้ใช้กันอยู่ในบางประเทศ เช่นประเทศเยอรมนี เป็นต้น โดยพิจารณาเห็นว่ากําหนด อายุครรภ์ต่ํากว่า ๑๒ สัปดาห์ หรือ ๓ เดือนนั้น สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในครรภ์มารดายังเป็นตัวอ่อน ยังไม่ถึงขนาดเป็นตัวตน และในกรณีเช่นนี้ การทําแท้งก็ทําได้ง่าย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของหญิงผู้เป็นมารดา คือมารดาจะมี ความปลอดภัยสูงมาก ผิดกับถ้าหากปล่อยให้มีการทําแท้งหลังอายุการตั้งครรภ์เกิน ๓ เดือน อาจจะมีความเสี่ยง และวิธีการทําแท้งอาจจะซับซ้อนเกินกว่าที่จะปฏิบัติต่อหญิงที่ตั้งครรภ์ และอายุครรภ์น้อยกว่า ๑๒ สัปดาห์ เรื่องนี้แน่นอนที่สุดที่ต้องฟังความเห็นของคณะแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ จึงได้หารือกับแพทยสภาอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งในที่สุดได้ข้อยุติว่าจะกําหนด อายุครรภ์ที่จะยอมให้มีการทําแท้งไว้ที่ ๑๒ สัปดาห์ จึงได้แก้ไขมาตรา ๓๐๑ ให้มีข้อความ ครอบคลุมเช่นว่านั้น และเมื่อแก้ไขเช่นนี้แล้วก็ตามไปแก้ไขมาตรา ๓๐๕ ซึ่งเดิมทีเป็นการเอาผิด บุคคลอื่นที่ทําให้หญิงแท้งลูก ซึ่งเดิมก็มีข้อยกเว้นว่าอาจจะยอมให้มีการทําแท้งให้แก่บุคคลอื่น โดยผู้ทําแท้ง เช่น เป็นแพทย์ เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่มีความผิดเอาไว้อยู่บ้างแล้ว เช่น หากการทําแท้งนั้นจําเป็นเพื่อสุขภาพของหญิงผู้เป็นมารดา หรือเพื่อประโยชน์ของทารก ที่อยู่ในครรภ์มารดา ครั้งนี้ก็จะได้แก้ไขให้มีข้อยกเว้นเพิ่มมากขึ้น เช่น กรณีที่หญิงผู้เป็นมารดา ถูกข่มขืนกระทําชําเรา หรือมีเหตุอย่างอื่นที่สมควรจะแก้ไขและยกเว้นความรับผิด รวมทั้ง ได้แก้โทษแก่หญิงที่ทําแท้งโดยที่ตนเองได้ตั้งครรภ์ ซึ่งเดิมมาตรา ๓๐๑ กําหนดโทษไว้ค่อนข้างสูง ก็ลดอัตราโทษลงมาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงจนเกินควร ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลความจําเป็น ที่นํามาซึ่งการแก้ไขกฎหมาย และต้องขอขอบพระคุณที่สภาผู้แทนราษฎรได้กรุณายกเว้น งดใช้ข้อบังคับ เพื่อที่จะทําให้นําร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาได้รวดเร็ว เพราะขณะนี้ก็คงจะต้องเป็นการทํางานแข่งกับเวลา เพื่อที่จะให้การแก้ไขลุล่วงจนกระทั่ง ประกาศใช้เป็นกฎหมายใหม่ได้ทันในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ หรืออีกประมาณ ๕๐ วัน ข้างหน้าดังกล่าว ทั้งนี้การดําเนินการแก้ไขครั้งนี้ได้ดําเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ ปรึกษากับคณะแพทย์ สูตินรีเวช นักกฎหมาย รวมทั้งได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ที่เป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ใช้ความรู้ในทางวิชาการ วิชาชีพที่ท่านถนัดชัดแจ้งมาร่วม ในการพิจารณาให้ความเห็นด้วย การดําเนินการได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และอาจจะทําละเอียดรอบคอบกว่าการปฏิบัติต่อร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับที่ผ่านมา กล่าวคือได้มีการเปิดรับฟังความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน ต่อจากนั้นก็ยังดําเนินการรอบ ๒ ด้วยการนําเอาร่างพระราชบัญญัติสื่อสาร โดยผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้มีผู้แสดงความเห็นเข้ามา แล้วก็ยังดําเนินการ ประการที่ ๓ คือเชิญชวนให้มีหนังสือติ ชม หรือข้อเสนอแนะเข้ามา ซึ่งก็มีผู้ลงชื่อเสนอ ความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามาเป็นจํานวนนับหมื่นราย ทั้งหมดนี้จึงได้ใช้เวลา ในการดําเนินการค่อนข้างนานอยู่หลายเดือน จนกระทั่งมาถึงบัดนี้การดําเนินการสําเร็จ เสร็จสิ้นเรียบร้อย การรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้นําร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณาพิจารณา ซึ่งก็มีหลักการที่ค่อนข้างจะกว้าง ๆ ดังกล่าว ถ้าหากว่าสภารับไว้พิจารณาในชั้นกรรมาธิการจะมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือสิ่งใดที่จะทําให้การทําแท้งเป็นไปด้วยความรัดกุมไม่เกิดความสุ่มเสี่ยง และทําให้เกิด ความปลอดภัยแก่หญิงมารดาผู้ตั้งครรภ์ ตลอดจนทารกในครรภ์มารดา ไม่ผิดศีลธรรม มนุษยธรรมจนเกินสมควรแก่เหตุ โดยคํานึงถึงมาตรฐานที่ใช้อยู่ในวงการแพทย์ ทั้งในประเทศไทยและนานาประเทศ ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานมาดังที่กล่าวนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้พรรคก้าวไกลก็ขอยื่นร่างแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือว่าถ้าเราพูดให้ ประชาชนทุกท่านเข้าใจ ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมความผิดอาญาในการยุติการตั้งครรภ์ หรือการทําแท้ง ก็ประกบกับร่างของคณะรัฐมนตรีที่เข้าสู่ และเสนอสู่สภาในวันนี้🔗
โดยหลักการและเหตุผล ร่างของคณะรัฐมนตรีนั้นก็มีความใกล้เคียงกับร่าง ของพรรคก้าวไกล ซึ่งพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้เห็นค้านในหลักการดังกล่าว แต่ในส่วนที่ธัญจะพูด เพิ่มเติมนอกจากที่เมื่อสักครู่นี้ท่านวิษณุ เครืองาม ได้พูดไปแล้วนะคะ ธัญก็ขอพูดส่วนที่ ไม่ซ้ํากัน ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่หายไป ฐานคิดบางอย่างที่ไม่ได้อยู่ในตัวอักษรของ หลักการและเหตุผล และฐานคิดบางอย่างที่ส่งผลต่อการบัญญัติกฎหมายนั้นไม่ครอบคลุม ถึงปัญหา🔗
การยุติการตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องที่มีอยู่ในสังคมไทย เป็นเรื่องใต้พรมที่ทําให้ คนในสังคมนั้น รวมถึงผู้หญิงไม่รู้และไม่มีความเข้าใจ ไม่สามารถที่จะหยิบขึ้นมาบนโต๊ะ และพูดคุยกันได้ว่าสาเหตุคืออะไร แล้วเราจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร อีกทั้งก็เป็นปัญหา ต่อแพทย์ที่ให้ความช่วยเหลือต่อหญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะก็อาจจะมีคดีอาญาติดตามมา สถานการณ์นี้จึงเปิดให้ใครได้ประโยชน์คะ ท่านประธาน ก็คือคนที่ขายยาหรือการทําแท้งเถื่อนออนไลน์ (Online) ที่มีเกลื่อนนะคะ ที่ผู้หญิงไม่สามารถทราบรายละเอียด ไม่สามารถทราบได้เลยว่ายาดังกล่าวนั้นปลอดภัย หรือไม่🔗
สถานการณ์ปัจจุบัน ธัญขอรายงานข้อมูลจากสํานักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ สปสช. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา มีผู้ป่วยจากการทําแท้งไม่ปลอดภัย หรือการ ทําแท้งเถื่อน ๒๗,๐๐๐-๓๒,๐๐๐ รายต่อปีค่ะท่านประธาน โดยจํานวนดังกล่าวนี้เสียชีวิต เฉลี่ยปีละ ๒๐-๓๕ ราย วันนี้สภาเราต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพื่อแก้ปัญหา ปัญหาสถานการณ์ที่เป็นสถานการณ์ลักปิดลักเปิด ความคลุมเครือจะผิดหรือจะถูก จะช่วยดี หรือไม่ช่วยดี ฉันทําถูกไหม แล้วเธอทําผิดไหม ที่ยิ่งนานวันก็ไม่ส่งผลดีด้านใดต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียในประเด็นดังกล่าว นี่คือเสียงของประชาชน ปัญหาของผู้หญิง และแพทย์ ของเราทุกคนนะคะ เป็นปัญหาของเราทุกคนด้วย จากการที่คุณศรีสมัย เชื้อชาติ เมื่อสักครู่นี้ ท่านวิษณุก็ได้กล่าวไปนะคะ เคยเป็นผู้อํานวยการของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เป็นแพทย์ ในเครือแพทย์อาสาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามกฎหมาย ถูกดําเนินคดีความผิด ฐานทําให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม จากนั้นเธอก็จึงยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ วินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายอาญาความผิดฐานทําแท้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเมื่อ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต้นปีนะคะ ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มันถึงเวลาที่สังคมไม่สามารถปิดตากับเรื่องดังกล่าวได้แล้วนะคะ ถึงเวลาที่ สภาของพวกเราในส่วนของนิติบัญญัติที่จะต้องแก้ปัญหาค่ะ องค์ประกอบของกฎหมาย สาระสําคัญที่มีความแตกต่างระหว่างร่างของคณะรัฐมนตรีและของพรรคก้าวไกลนั้น ก็คือ เงื่อนไขของเวลาค่ะ🔗
ทางคณะรัฐมนตรีเสนอว่า ๑๒ สัปดาห์เป็นเงื่อนไขเวลา ถ้าภายใน ๑๒ สัปดาห์นั้นหญิงจะไม่มีความผิดทางอาญานะคะ แต่ว่าทางพรรคก้าวไกลนั้นเสนอ ๒๔ สัปดาห์ ถ้าภายใน ๒๔ สัปดาห์หญิงจะไม่มีความผิดทางอาญาค่ะ ก่อนที่เราจะถกเถียง กันเรื่องนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านวิษณุ เครืองาม ใช้คําว่า ทําแท้งเสรี ธัญต้องขอชี้แจงก่อนว่า ไม่มีการทําแท้งเสรีในโลกใบนี้ เพราะว่าสิ่งแรกที่เราต้องทําความเข้าใจก็คือว่าไม่มีผู้หญิง คนไหนตั้งใจท้องเพื่อไปทําแท้งค่ะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนสนุกกับการทําแท้ง ต้องทําความเข้าใจ ข้อนี้ก่อนค่ะ สถิติการยุติการตั้งครรภ์นั้น ธัญขอรายงานดังนี้นะคะ น้อยกว่า ๕ สัปดาห์ มี ๑ เปอร์เซ็นต์ ๕-๘ สัปดาห์มี ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ๙-๑๒ สัปดาห์มี ๕๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๓-๑๖ สัปดาห์มี ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ๑๗-๒๒ สัปดาห์มี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ๒๓-๒๘ สัปดาห์ มี ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ และมากกว่านั้นมี ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ จากการประเมินว่าหญิงที่เข้าสู่ การยุติการตั้งครรภ์นั้นมี ๓๐๐,๐๐๐ รายต่อปีค่ะ จากตัวเลขตรงนี้เองนะคะ ท่านจะเห็นได้ ว่าการกําหนดเงื่อนไข ๑๒ สัปดาห์นั้นไม่ได้แก้ปัญหา เพราะ ๑๒ สัปดาห์นั้นยังคงทิ้งปัญหา และผลักให้ผู้หญิงส่วนหนึ่งที่ประสบปัญหานั้นก้าวเข้าสู่การทําแท้งเถื่อน อันตรายและ ไม่ปลอดภัยค่ะ🔗
ต่อมานะคะท่านประธาน สาเหตุของการยุติการตั้งครรภ์ภายหลัง ๑๒ สัปดาห์ มีหลายสาเหตุค่ะท่านประธาน เวลาที่เราจะโทษผู้หญิงนะคะท่านประธาน เราต้องฟังเหตุผล ของเธอด้วย มีสาเหตุหลายอย่างที่ท่านอาจจะคาดไม่ถึงเลยนะคะ เช่น การคุมกําเนิดไม่สําเร็จ ไม่มีเงินทําแท้ง การทําแท้งจากการทานยา และคิดว่าตนเองนั้นแท้งแล้ว แต่ว่าไม่แท้งจนเลย ๑๒ สัปดาห์ หรือแม้กระทั่งฝ่ายชายทิ้งไปค่ะ ฝ่ายชายมีหญิงอื่น ฝ่ายชายแต่งงานแล้วค่ะ ฝ่ายชายติดยาเสพติด ฝ่ายชายติดคุก ตกงาน แล้วก็ไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดูลูก การตั้งครรภ์ เป็นอุปสรรคในการประกอบวิชาชีพค่ะ ขออภัยนะคะ ดังนั้นถ้าเราจะพูดถึงสิทธิของผู้หญิง นะคะท่านประธาน และตัวอ่อนในครรภ์ ธัญคิดว่าคงไม่เพียงพอ ร่างของ ครม. ที่นําเสนอมานั้น เพราะหลักคิดของพรรคก้าวไกลนั้นสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าวและความเป็นจริง มากกว่า ปัญหาของแนวคิดสิทธิของสตรีแล้วก็ตัวอ่อนในครรภ์เป็นสิ่งที่ถูกต้องค่ะ แต่สิ่งหนึ่ง ที่เราต้องไม่ลืมที่จะคํานึงนั้น ก็คือความปลอดภัยของผู้หญิงในสถานการณ์ความเป็นจริง ในสังคมและเศรษฐกิจ และการเมืองแบบนี้ค่ะ🔗
และตรงนี้เองธัญขอเอาอย่างที่ธัญบอกตอนต้นว่า แม้หลากหลายเหตุผล จะเป็นเรื่องที่เห็นด้วยนะคะท่านประธาน แต่ก็ยังมีบางอย่างที่หายไป หากท่านกังวล ในเรื่องของอายุครรภ์กับตัวอ่อนในครรภ์ จริง ๆ ทางการแพทย์ ซึ่งเดี๋ยวหมอวาโย จะขยายความต่อไป ก็มีความชัดเจนในเรื่องว่าเงื่อนเวลาเท่าไรที่เราจะเรียกว่าแท้ง เงื่อนเวลาเท่าไรที่เราจะเรียกว่าคลอดก่อนกําหนด แล้วถ้าท่านไม่สบายใจนะคะว่ามันจะเป็น เรื่องของการฆ่าคนตาย เราก็ยังมีกฎหมายที่จะเอาผิดกับการฆ่าคนตายอยู่ถ้าตัวอ่อน ในครรภ์นั้นมีสัญญาณชีพที่เป็นบุคคลค่ะ🔗
และในอีกส่วนหนึ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอแตกต่างจากคณะรัฐมนตรี ก็คือ เรื่องของความเสมอภาคทางเพศ ธัญต้องการปลดปล่อยให้ผู้หญิงออกจากการตีตรานะคะ พรรคก้าวไกลได้แก้ไขเพิ่มเติมในร่างดังกล่าวนะคะ จากในคําว่า ผู้หญิง จะเปลี่ยนเป็น บุคคล ท่านประธาน ทําไมธัญถึงต้องเปลี่ยนตรงนี้ เพราะว่าสังคมตีตราผู้หญิงค่ะ สังคมเราจะมี คําพูดสําเร็จรูปในสถานการณ์ดังกล่าวมีอะไรบ้างคะ ใจแตก ไม่รู้รักนวลสงวนตัว คลอดมาแล้วสงสารเด็กมันจริง ๆ เลย กลายเป็นลูกไม่มีพ่อ แล้วเมื่อผู้หญิงไปทําแท้งค่ะ ท่านประธาน ก็จะมีคําพูดสําเร็จรูปอีกคําหนึ่งค่ะ อะไรนะไปทําแท้ง ใยแม่ใจยักษ์ ขออภัยนะคะท่านประธานใช้คําว่า ใย แต่มันเป็นคําพูดในสังคมจริง ๆ นะคะ แต่สิ่งที่หายไป คือคนที่ทําให้ผู้หญิงท้องกลับไม่โดนตรีตราใด ๆ จากสังคมค่ะ ธัญขอยืนยันตรงนี้ว่า ทางพรรคก้าวไกลไม่ได้สนับสนุนการทําแท้ง แต่เราต้องการทําให้ผู้หญิงปลอดภัย และต้องตั้ง คําถามต่อไปจากสถานการณ์ดังกล่าวว่าเราจะลดอัตราการทําแท้งได้อย่างไรค่ะ เราทุกคน ในสังคม รวมถึงการออกแบบนโยบายของรัฐที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาคนั้น ถ้าเราไม่ให้ ความสําคัญในประเด็นเพศ ก็ไม่สามารถที่จะลดอัตราการทําแท้งของผู้หญิงได้ และยังคง ทําให้ผู้หญิงก้าวเข้าสู่การทําแท้งอยู่ดี ธัญอยากให้ท่านประธานและทุกคนในที่นี้ ลองจินตนาการดูนะคะ ค่าใช้จ่ายความเป็นจริง เพราะเราจะได้แก้ปัญหาสถานการณ์ ของผู้หญิงได้ในปัจจุบันค่ะ อย่างชนชั้นกลางการฝากครรภ์รวมค่าคลอด ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท อุปกรณ์เด็กแรกเกิด ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ภาระค่าใช้จ่าย รายเดือน ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท ค่าอาหาร ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ค่าเล่าเรียนอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ เทอมละ ๒๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาทต่อปี ไม่รวมอุปกรณ์ ไม่รวม ค่าใช้จ่ายเสริม นี่คือเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๑ ล้านบาทใน ๑๐ ปีแรกค่ะ หรืออย่างสังคม ตาดํา ๆ ที่เราเห็นว่าเขาเป็นคนชนชั้นล่างนั้น สปสช. ก็มีค่าคลอด ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐมีเงิน อุดหนุนเด็กแบบไม่ถ้วนหน้า ๖๐๐ บาท เรียนฟรีจริงไหม ไม่จริงค่ะ เพราะยังมีค่าเครื่องแบบ นักเรียน ค่าขนม ค่าเดินทาง หรือแม้แต่ในวัฒนธรรมของสังคม ถ้าผู้หญิงในวัยเรียนคนหนึ่ง ตั้งครรภ์ขึ้นมาเธอยังสามารถเรียนได้อยู่หรือเปล่า จะมีเสียงซุบซิบนินทาด่าทอพวกเธอ จนเธอต้องออกจากโรงเรียนไหม และท่านอย่าคิดว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นสาเหตุนะคะ นี่คือนานาเหตุผลที่ผู้หญิงตัดสินใจทําแท้งค่ะ ดังนั้นการที่พรรคก้าวไกลเปลี่ยนคําว่า หญิง เป็น บุคคล ก็เพื่อให้สังคมไม่ตีตราผู้หญิง อย่างที่กล่าวมาเราต้องเข้าใจว่าผู้หญิงไม่ได้ สนุกกับการทําแท้ง แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทําให้พวกเธอต้องตัดสินใจแบบนี้ และการทํา แท้งนั้นเป็นทางออกสุดท้ายอยู่แล้วที่เธอเลือกค่ะ เราไม่ต้องไปตัดสินใจอะไรเธอแล้วนะคะ ผู้หญิงเดินมาต้องการทําแท้งนั่นคือทางเลือกสุดท้ายของเธอแล้วค่ะท่านประธาน หากเรา คิดจะช่วยผู้หญิงนะคะ การกําหนดเงื่อนไขเวลาเพียง ๑๒ สัปดาห์นั้นไม่ได้แก้ปัญหา ธัญขอยืนยันตรงนี้ เราต้องกําหนดเงื่อนเวลา ๒๔ สัปดาห์ เพราะต้องการคํานึงถึง ความปลอดภัยและความเป็นจริง และหามาตรการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศต่อไป เพื่อลดอัตราการทําแท้งต่อไปในอนาคต ให้ผู้หญิงมีทางเลือกไม่ใช่อยู่อย่างในสถานการณ์ ปัจจุบัน ธัญขอย้ําอีกครั้งหนึ่งนะคะ พรรคก้าวไกลการที่เรายื่นเสนอการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ถึงมาตรา ๓๐๕ นี้ไม่ได้เป็น การสนับสนุนการทําแท้ง แต่เราต้องการให้ผู้หญิงปลอดภัยในสถานการณ์จริง ในสังคมที่มี ชายเป็นใหญ่ กําหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้หญิงแบบกดขี่ เราต้องเปลี่ยนแปลงสังคม หลายอย่างค่ะ การตั้งครรภ์เด็กผู้หญิงในวัยท้องไม่พร้อมก็ต้องสามารถเรียนหนังสือได้ ปราศจากจากการตีตรา อย่างที่พรรคก้าวไกลเคยเสนอไป เราต้องมีเงินอุดหนุนเด็ก ๑,๘๐๐ บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า ซึ่งอันนี้เดี๋ยว ส.ส. มดก็จะพูดขยายความต่อไปนะคะ🔗
พรรคก้าวไกลมีนโยบายเพิ่มอัตราการเกิดของประชากร พูดถึงศูนย์เด็กเล็ก อัตราการจ้างแรงงานของผู้หญิง ซึ่งธัญก็จะได้อภิปรายไปในช่วงงบประมาณวาระหนึ่ง ในประเด็นเกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลําบาก ซึ่งธัญจะไม่พูดซ้ําในที่นี้นะคะ เพราะว่าเราต้อง ทําให้ผู้หญิงนั้นรู้สึกมั่นคง มั่นใจในความมั่นคงของตนเองค่ะ นั่นคือการแก้ปัญหาและลดอัตรา การทําแท้ง ธัญอยากจะทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งนะคะท่านประธาน วันนี้เราต้องหยุดตีตราผู้หญิง ทําให้ผู้หญิงปลอดภัย ร่วมใจกันแก้ปัญหาให้ผู้หญิงกันค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกที่สนใจที่จะร่วมอภิปรายนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ตามด้วยคุณหมอวาโย อัศวรุ่งเรือง ท่านเกียรติ สิทธีอมร แล้วก็ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านณัฐวุฒิเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะ ไม่อภิปรายในฐานะเป็นอดีตผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัย เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ จะไม่อภิปรายในฐานะที่เป็นอดีตคณะกรรมการอิสระ ในคณะอนุกรรมการอิสระเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผมจะ ไม่อภิปรายในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ทําเรื่องการคุ้มครองเด็กมามากกว่า ๒๐ ปี เพราะตระหนักดีครับว่าเรื่องสิทธิเด็กเป็นเรื่องที่สําคัญ ผมจะไม่อภิปรายในฐานะ ที่เป็นเพื่อนของเพื่อนที่เมื่อเธออายุครรภ์ ๕ เดือน ไม่รู้ที่จะยุติการตั้งครรภ์โดยเข้าถึงบริการ ที่เรียกว่า อนามัยเจริญพันธุ์ หรือรีโพรดักทีฟ เฮลป์ (Reproductive Help) ที่ใดในประเทศ แห่งนี้ ผมจะไม่อภิปรายในฐานะของสามีที่ภรรยาเคยแท้งลูก แต่ผมจะอภิปรายในฐานะ ความเป็นมนุษย์ครับ จะอภิปรายด้วยหัวใจ ผมเลือกที่จะวางเอกสารทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมด ซึ่งผมก็มั่นใจว่าผมมีไม่น้อยไปกว่าท่านลง แล้วจําเป็นต้องขออภิปรายเรื่องนี้ด้วยหัวใจ ของความเป็นมนุษย์🔗
ท่านประธานครับ ประการที่ ๑ ที่จําเป็นต้องพูดถึงก็คือว่าในคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ท่านตั้งใจจะตีคู่กับคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ในการวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างไร ผมไม่อาจทราบเจตนารมณ์ท่านได้ แต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ท่านวินิจฉัยนั้น ท่านบอกว่ามาตรา ๓๐๑ นั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตราใด ๆ ก็ว่ากันไป ในเมื่อท่าน บอกว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญครับ แล้วเหตุใดวันนี้ท่านถึงไม่ยกเลิกประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๓๐๑ เพราะไม่มีหลักประกันใด ๆ เลยครับว่าถ้าวันนี้สภาแห่งนี้ผ่านร่าง การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ แล้วกําหนดอายุครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น ๑๒ สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น ๒๐ สัปดาห์ ซึ่งผมสนับสนุนแนวคิดนี้ หรือ ๒๔ สัปดาห์ ซึ่งผม เคารพการตัดสินใจและเป็นมติของพรรคก้าวไกล จะไม่มีผู้ใดไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความอีกว่าการออกกฎหมายจํากัดสิทธิอายุครรภ์แค่ ๑๒ สัปดาห์นั้นขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ ผมไม่ประหลาดใจครับ ในศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันผมคงไม่อาจไว้วางใจได้ แต่กรณีที่มีศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตที่ออกตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกผมเองคาดหวัง จะมาจากตัวแทนของประชาชนที่แท้จริง ผมมั่นใจว่าการกําหนดอายุครรภ์ในประมวล กฎหมายอาญาวันนี้ก็ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอยู่ดีครับ ถ้ารัฐธรรมนูญนั้นเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์และเคารพในสิทธิของผู้หญิงอย่างแท้จริง และแน่นอนครับย่อมเคารพถึง เพศวิถีหรือเพศสภาพอื่น ๆ ด้วย🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีใครหรอกครับ ที่ต้องเข้าไปดูแลเด็กผู้หญิงอายุ ๑๗ ปีตาบอดที่ตั้งครรภ์ได้ ๗ เดือนแล้วเพิ่งรู้ว่าตนเอง ตั้งครรภ์ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่ใครหรอกครับที่เข้าไปดูเด็กหญิงอายุ ๑๖ ปี ไอคิว (IQ) ๔๖ ที่ถูกตาแท้ ๆ ละเมิดทางเพศแล้วตั้งครรภ์ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีใครไปดูเด็กหญิงอายุ ๑๗ ปี ที่ถูกภาพวงจรปิดถ่ายรูปว่าเขากําลังทิ้งทารกลงในถังขยะ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีใครไปดู เด็กหญิงอายุ ๑๖ ปี ซึ่งอายุครรภ์ ๗ เดือน แล้วซื้อยาเหน็บมาทางออนไลน์ (Online) แล้วก็ แท้งออกมา แล้วเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือแทนที่จะถามว่าตัวน้องเป็นอย่างไร กลับถามหา ว่าซากทารกนั้นอยู่ที่ไหน ผมนี่ครับที่เป็นคนเข้าไปดู ผมนี่ครับที่เป็นคนเข้าไปดูแล้วถามซึ่งไม่ เอาผู้แทนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาในที่นี้เพราะอะไร ว่าการคุ้มครองเด็กเหล่านี้เขาเป็นเหยื่อหรืออาชญากร เขาเป็นเหยื่อจากสังคมไทยซึ่งโทรไป สายด่วนเบอร์ใดบอกกับเขาว่าเธอไปทําอีท่าไหนถึงท้อง เขาเป็นเหยื่อกับเบอร์โทรสายด่วนต่าง ๆ หรือหน่วยรับบริการทางด้านสาธารณสุขหรือสังคมต่าง ๆ ที่บอกกับเขาว่าเมื่อเธอท้อง เธอต้องรับผิดชอบกับชีวิต ช่วยไม่ได้เธอเป็นเด็กใจแตกเสียเอง จะมีสักกี่เบอร์ เช่น ๑๖๖๓ ที่ให้คําปรึกษาอย่างกว้างขวางว่าไม่เป็นไรนะหนูเดี๋ยวค่อยมาพูดคุยกัน ทุกปัญหามีทางออก ตกลงเขาเป็นเหยื่อหรืออาชญากร พวกเขาเหล่านี้ไม่ควรมีกฎหมายใดไปลงโทษ ใครละครับ ที่ไปช่วยเขา ผมนะครับ ผมนะครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดที่ไปช่วยเขาในขณะที่ตํารวจ กําลังอายัดตัว เขาที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี นั่นคือเด็กหญิงอายุ ๑๖ ปี เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๕๓ กฎหมายฉบับนี้ไม่ตอบประเด็นนั้นครับ🔗
กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ตอบประเด็นถัดมาที่เป็นประเด็นที่ ๓ ครับว่า กรณี กําหนดอายุครรภ์แบบนั้นแล้วจะไปเกี่ยวเนื่องกับคดีความผิดเกี่ยวกับเพศต่าง ๆ ใครจะเป็นคน วินิจฉัยว่าอะไรเรียกว่าคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ผมกําลังทํางานอยู่จังหวัดพังงามีสายด่วน โทรศัพท์มาจากจังหวัดหนองคายในที่ประชุมอะบอร์ชันคอมมิตตี (Abortion committee) ในที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กถ้าเทียบกับจังหวัดอื่นนะครับ พนักงานอัยการ ตํารวจบอกว่า กรณีความผิดเกี่ยวกับเพศคุณต้องรอคดีถึงที่สุด เจ้าหน้าที่ศาลบอกว่าคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ คุณต้องรอคดีเสร็จเด็ดขาดประชาชนไม่รู้หรอกครับ แต่ถึงที่สุดหรือเสร็จเด็ดขาดนั้นอายุครรภ์ เขามากกว่า ๙ เดือนแล้ว เขาคลอดแล้ว ไหนละครับบริการที่บอกว่าเป็นอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งควรจะเป็นร่างพระราชบัญญัติต่างหากที่ไม่ควรจะอยู่ในกฎหมายอาญาฉบับนี้ด้วยซ้ํา และด้วย เหตุผลดังกล่าวครับ🔗
ประการที่ ๔ ท่านจะเขียนอย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่ข้อบังคับแพทยสภาที่กําหนด และด้วยความเคารพนะครับตัวแทนกฤษฎีกาท่านมาชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ กิจการเด็กและเยาวชน รอบนี้ผมต้องขอท่านประธานเกินเวลาจริง ๆ ครับ ผมไม่เคยพูด จากหัวใจนะครับ ทุกครั้งพูดด้วยข้อมูล ชี้แจงบอกว่าราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์กับแพทยสภา ยืนยันเป็นเอกสารว่าต้องอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์เท่านั้น ผมขอเอกสารจนถึงวันนี้ยังไม่ได้นะครับ ท่านช่วยชี้แจงหน่อยได้ไหมว่าผู้แทนราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์และแพทยสภาไปตอบแบบนั้น จริง ๆ ในคณะกรรมการกฤษฎีกา คุณหมอบัญชา ท่านอาจารย์วิบูลย์พรรณ ด้วยความเคารพ ผมเคารพท่านทั้ง ๒ ถ้าท่านตอบไม่ได้ผมก็ไม่อาจรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ครับ ด้วยเหตุดังกล่าวครับท่านประธานครับ วันนี้มีพี่น้องที่เขาเป็นตัวจริงที่ประสบปัญหามาอยู่ที่ หน้ารัฐสภา มี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนสมาชิกไปต้อนรับพูดคุยกันด้วยเหตุและผล เพราะเขาเป็นผู้หญิง แม้ผมจะเป็นผู้ชายแต่ผมขอพูดในนามของผู้หญิงทุกคนในประเทศนี้ ครับ วูแมน ไรต์ ทู ชอยส์ อิต อีส มาย บอดี มาย ชอยส์ (Woman right to choice it is my body my choice) กฎหมายที่หลักการไม่ได้เปิดทางเลือกให้กับผู้หญิง อย่าว่าแต่รับ หลักการเลยครับผมไม่เรียกว่านั่นคือกฎหมาย ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณหมอวาโยครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออนุญาตลดบรรยากาศทางอารมณ์ ในสภาลงนิดหนึ่งนะครับ ขออนุญาตอภิปรายด้วยหลักการและเหตุผลในเชิงของวิชาการ นะครับ ผมก็ถนัดแบบที่นําสไลด์ (Slide) ขึ้นนะครับ ขอฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นิดหนึ่งครับ ขอนําสไลด์ (Slide) ขึ้นครับ🔗
วันนี้ท่านประธานที่สภาของ พวกเราก็ได้พิจารณาในร่างการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ แล้วก็เป็นทนายความและนักกฎหมายการแพทย์โดยเฉพาะ ขออภิปรายในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยแล้วกันนะครับ การที่เราจะมา พิจารณาท่านประธานคงต้องเอามาเรียงดูกันว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๓๐๑ นี้นะครับท่านประธาน ของเดิมนี่ท่าน ท่านว่านะครับหญิงใดทําให้ ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทําให้ตนเองแท้งลูกทุกกรณี ไม่ว่าอะไรก็ตามผิดหมด ทีนี้ ร่างของทางคณะรัฐมนตรี แล้วก็ร่างของทางเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเป็นอย่างไร จริง ๆ ก็คล้ายเดิมแต่เปิดโอกาสเพดานในเรื่องของอายุครรภ์ขึ้นมาครับท่านประธาน ซึ่งแตกต่างกัน ในทางของ ครม. กําหนดอายุครรภ์ว่าไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ก็ถ้าเกินมีความผิดในทางย้อน กลับมาพิจารณาก็หมายความว่าอะไรครับท่านประธาน หมายความว่าถ้าไม่เกินไม่ผิดนะครับ จุดที่แตกต่างกับทางของพรรคก้าวไกลมีแค่ ๒ จุดเท่านั้นเองท่านประธาน คือ ๑. หญิงกับ บุคคล ซึ่งทาง ส.ส. ธัญวัจน์ท่านได้อภิปรายไปแล้วในเรื่องของความเท่าเทียม ในเรื่องของ การเบลม (Blame) เพศหญิง แล้วก็ในอนาคตอาจจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือในกลุ่มที่เป็น ทรานส์เจนเดอร์ (Transgender) นี้นะครับให้สามารถตั้งครรภ์ได้ ไหน ๆ เราก็แก้ไข กฎหมายแล้วให้มีความก้าวหน้าพัฒนาไปเลย แต่เดี๋ยวประเด็นเรื่อง ๑๒ กับ ๒๔ เดี๋ยวผมจะ ว่าอีกทีหนึ่ง สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
ทีนี้มันมีเรื่องที่จําเป็นครับท่านประธานว่าจะต้องทําความเข้าใจในเรื่องของ คําว่า แท้ง กับคําว่า ตายคลอด แท้งนี่ภาษาอังกฤษเราเรียกกันว่าอะบอร์ชัน (Abortion) ตายคลอดเราเรียกว่าสติลล์เบิร์ท (Stillbirth) ผมขึ้นเฉลยไปแล้วว่ามันไม่เท่ากัน มันไม่ เหมือนกัน ทั้ง ๒ กรณีเป็นกรณีที่ตัวอ่อนหรือว่าทารกมนุษย์นี้นะครับออกจากครรภ์ของ มารดามาแล้วก็เสียชีวิตทั้งคู่ ตายคลอดนี่ง่ายมาก คืออกมาปั๊บนี่ไม่มีสัญญาณชีพ แต่แท้ง ท่านประธานครับผมขออนุญาตยกกรณีที่เป็นตุ๊กตา ยกตัวอย่างเช่น ทารกตัวอ่อนที่ออกจาก ครรภ์มารดาในอายุครรภ์สัก ๒๐ สัปดาห์ ๕ เดือน ถามว่าออกมาถ้ามีความพยายามที่จะ หายใจเขามีสภาพบุคคลหรือยัง หรือเขานี่คลอดไหมหรือว่าเป็นแท้ง ในทางการแพทย์ ท่านประธานครับ ๕ เดือนถึงแม้จะมีสัญญาณชีพหรือมีความพยายามที่จะมีชีวิตนี่นะครับ ในทางการแพทย์เราก็ไม่ได้ตัดว่ามีชีวิตมันก็ออกมาเป็นแท้งอยู่ดี เพราะฉะนั้นมันมีดินแดน ท่านประธานว่า อ้าว สรุปแล้วในทางการแพทย์เราจะตัดว่าอะบอร์ต (Abort) นี่นะครับ ที่ ๒๐ หรือ ๒๑ บวก ๕ ที่มีเคสรีพอร์ต (Case report) ที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถเลี้ยงรอด ได้ในโลก หรือจะตัด ๒๒ หรือ ๒๔ หรือ ๒๘ เอาอย่างไรกันแน่นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแล้วจริง ๆ การกําหนดอายุครรภ์ลงไปในกฎหมายแบบนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วย เท่าไร ผมยังเห็นด้วยว่าในเรื่องของสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงในทางการแพทย์จะเป็น การดีถ้าเป็นแพทย์ช่วยในการวินิจฉัย อย่างไรก็ตามเราอภิปรายกันใน ๒ ร่างนี้นะครับ ท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไป🔗
มาตรา ๓๐๕ ท่านประธานครับ ของเดิมนี้นะครับกําหนดเอาไว้ว่าข้อยกเว้น ในตามมาตรา ๓๐๑ กับมาตรา ๓๐๒ ให้ทําได้ ๒ กรณี🔗
๑. คือมีผลกับสุขภาพของหญิง ก็เคยเป็นที่ถกเถียงครับท่านประธานว่า สุขภาพหมายถึงสุขภาพกาย หรือสุขภาพจิต หรือหมายถึงทั้งคู่ ซึ่งทางแพทยสภาก็ได้มี ประกาศแพทยสภาออกมา ขยายความว่าให้หมายความถึงสุขภาพจิตด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อถกเถียงท่านประธานว่าประกาศแพทยสภามีสถานะทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร🔗
และประการที่ ๒ ก็คือในความผิดที่เกี่ยวกับเพศทั้งหลายนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทีนี้ของใหม่เป็นอย่างไรครับ คอนเซ็ปต์ (Concept) ของทาง คณะรัฐมนตรีกับทางเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเหมือนกันเลยไม่ได้แตกต่างกัน ก็คือ ขยายความครับท่านประธานว่าสุขภาพหมายถึงทั้งกายและใจจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันอีก ต่อไปนะครับท่านประธานว่าทางด้านจิตใจเกี่ยวหรือเปล่าก็คือเกี่ยวไปเลย แล้วก็เพิ่มมาอีก ๒ เงื่อน เป็นเงื่อนไขที่ ๓ กับ ๔ ที่จะสามารถทําให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ ก็คือความผิดปกติของ ทารกในครรภ์กับเงื่อนเรื่องอายุครรภ์นั่นเอง สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
ทีนี้เรื่องของความผิดปกติอายุของทารกในครรภ์นี่นะครับ ในร่างของ ครม. กับทางพรรคก้าวไกลเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ก็ต้องบอกว่าภาพรวมแล้วไม่ได้แตกต่าง กัน คอนเซ็ปต์ (Concept) เหมือนกันเลยนะครับ ทางพรรคก้าวไกลใช้คําว่า พิการ ทางคณะรัฐมนตรีใช้คําว่า ทุพพลภาพ ทางพรรคก้าวไกลใช้คําว่า อย่างรุนแรง ทางคณะรัฐมนตรี ใช้คําว่า อย่างร้ายแรง จริง ๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกันนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดเลยก็คือเรื่องของอายุครรภ์ อย่างที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ ท่านประธาน ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์วิษณุ ปรมาจารย์ทางด้านกฎหมาย ท่านก็ได้เรียนเอาไว้เมื่อสักครู่นะครับว่าท่านได้กําหนดเอาไว้ที่ ๑๒ สัปดาห์ มันคือ ไตรมาสแรก การตั้งครรภ์ในทางการแพทย์นะครับท่านประธาน มันแบ่งเป็น ๓ ไตรมาส ก็คือเดือนที่ ๑ ถึงเดือนที่ ๓ เดือนที่ ๔ ถึงเดือนที่ ๖ แล้วก็เดือนที่ ๗ ถึงเดือนที่ ๙ แต่ว่า ทางคณะรัฐมนตรีกําหนดเอาไว้เพียงแค่ ๑๒ สัปดาห์ ผมเห็นพ้องกับท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ บัวประทุม ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าจุดกําเนิดของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เกิดจากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะคุ้มครองสิทธิของสตรีนะครับ ซึ่งก็เป็น ปัจเจกในรัฐให้สามารถมีได้เหนือเนื้อตัวร่างกายของตนเอง ซึ่งจะโอเวอร์รูล (Overrule) สิทธิของทารกในครรภ์ไปบางส่วนนะครับ แต่ถือว่าสิทธิของปัจเจกที่มีสภาพบุคคล แล้วเหนือกว่า เพราะฉะนั้นการกําหนดอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ ก็เห็นว่ายังอาจจะน้อยไป และหลาย ๆ ครั้งครับท่านประธาน ผู้หญิงท้องแรกนี่นะครับ กว่าจะรู้ ประจําเดือนหมดไป ๒ เดือน บางที ๓ เดือน มาตรวจเช็ก (Check) เหลือเวลาอาทิตย์หนึ่งจะครบ ๑๒ สัปดาห์ หรือบางทีเกินไปแล้วนะครับ กลับทําให้หญิงนั้นไม่สามารถแสดงเจตนาดังกล่าวได้ครับ ท่านประธาน ดูในสไลด์ (Slide) นะครับ คําที่สําคัญที่เหมือนกันของทั้งทางร่างของ ครม. กับพรรคก้าวไกลก็คือคําว่า ยืนยัน ครับท่านประธาน คําว่า ยืนยัน ตรงนี้ละเป็นการรับรอง สิทธิของปัจเจกที่อยู่ในรัฐนะครับ ถึงเจตนาของเขา ถึงความตั้งใจของเขา ฟรีวิลล์ (Free Will) ของเขานะครับว่าเขาต้องการที่จะทําอย่างไรกับร่างกายของตนเอง เพราะฉะนั้นการไป กําหนดก่อน ๑๒ สัปดาห์ก็อาจจะยังไม่เป็นการสมควรหรือว่าท้ายที่สุดในอนาคตครับ อย่างที่ท่านณัฐวุฒิว่า อาจจะมีการร้องเข้าไปว่าขัดหรือแย้งอีก แล้วทําไมครับ ทําไมพรรคก้าวไกลถึงเสนอว่าเป็น ๒๔ สัปดาห์ ก็คือในเซกคันด์ ไตรเมสเตอร์ (Second trimester) หรือไตรมาสที่ ๒ ซึ่งคือ ๖ เดือน อย่างที่ผมได้เรียนไปครับท่านประธานว่ามันมีดินแดน ของการแท้ง มันมีดินแดนของการตายคลอด มันมีดินแดนของการคลอดก่อนกําหนด ซึ่งแท้จริงแล้วมันอยู่ในบริบททางการแพทย์ จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับศักยภาพของโรงพยาบาล แต่ละแห่งด้วยซ้ําว่ากุมารแพทย์ปริกําเนิดมีหรือไม่ หรือกุมารแพทย์ปริกําเนิดนั้นสามารถ ที่จะให้การดูแลตัวอ่อนทารกมนุษย์ได้ที่อายุครรภ์เท่าไร แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้ากําหนดเอาไว้สูงก่อน ก็ย่อมที่จะเปิดสิทธิให้กับประชาชนมากกว่า เพราะว่าการที่ทารก ออกจากครรภ์มารดาในหลังอายุครรภ์ ๒๔ สัปดาห์ ส่วนใหญ่นะครับ ส่วนใหญ่ ในประเทศไทย คุณหมอค่อนข้างเลี้ยงได้รอด จริง ๆ มีสถิติด้วยนะครับว่าถ้าคลอด ใช้คําว่า คลอด เลยแล้วกัน ถ้าคลอดออกมาก่อน ๒๔ สัปดาห์ โอกาสการรอดน้อยมาก แต่มันมีคัตพอยต์ (Cut-point) ครับท่านประธาน ตัวเลข ๒๔ สัปดาห์นี่ละที่จะทําให้เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต ของทารกในครรภ์เพิ่มขึ้นเยอะเลยนะครับ ทางพรรคก้าวไกลก็เลยได้เสนอที่ ๒๔ สัปดาห์นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตฝากไว้สุดท้าย เกินเวลามาเล็กน้อยนะครับ อย่างไรก็ตาม ที่เรามาคุยกันทั้งหมดในวันนี้มันเป็นเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ แท้จริงแล้ว มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุครับท่านประธาน ในเรื่องของการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้แต่การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนะครับ ต้นเหตุที่แท้จริง เราอาจจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ให้ความรู้กับเยาวชน แล้วก็ในเรื่องสวัสดิการของ การคุมกําเนิดนะครับ ยาคุมกําเนิดเอย ในเรื่องของถุงยางอนามัยเองก็ตาม ก็ฝากท่าน ประธานผ่านไปทางรัฐบาลแล้วก็เพื่อนสมาชิกครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ขออภิปรายในเรื่องการยุติการตั้งครรภ์นะครับ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสไปดีเบต (Debate) ในเวทีระหว่างประเทศค่อนข้างเยอะ แล้วก็เอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกับพวกเรา ผมเองก็คงไม่มีธงเพราะผมทราบดีว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก ยากลําบากมาก แล้วในโลกของความเป็นเสรีประชาธิปไตยวันนี้ยังไม่มีข้อยุติครับ เพราะฉะนั้นจะบอกว่า ใครถูก ใครผิด ตรงไหนคือจุดที่สมดุล เหมาะสม ยากมากครับ แต่ผมก็ยังมีความหวังนะครับ ผมคิดว่ามันมีทางออกและมีทางที่เป็นไปได้ ผมจะแชร์ข้อมูลอย่างนี้ครับ จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องเฉพาะภายในประเทศครับ ทั้งโลกมีปัญหาเหมือนกันหมด แล้วจริง ๆ ในกรอบของ สหประชาชาติก็มีครับ มีข้อกําหนด ถ้าใครไม่คุ้นเคย เขาเรียกทีเอ็มบี (TMB) ก็คือเป็นทรีตตี (Treaty) ของสหประชาติ มอนิทอริ่ง บอดี (Monitoring body) เป็นทรีตตี (Treaty) ที่พูดถึง เรื่องสิทธิของสตรีและการดูแลในกรณีของการมีการตั้งครรภ์และต้องมีการยุติการตั้งครรภ์ ตรงนี้ผมก็ผิดหวังนิดหนึ่งครับในร่างไม่ได้มีเสนอขึ้นมา จริง ๆ มันเป็นเรื่องสําคัญมากครับ เป็นหลักการที่สําคัญมาก แต่ปรัชญาในเรื่องนี้ท่านประธานครับ ในโลกนี้ก็คงยังหาข้อยุติ ไม่ได้ แต่ทั้งโลกเองก็มีครับ มีการออกกฎหมายในลักษณะรูปแบบต่าง ๆ กัน เดี๋ยวผมจะเล่า ให้ฟังนะครับว่าในโลกนี้มันมีกรอบ หรือมีความคิด หรือมีกฎหมายในลักษณะใดบ้าง แต่ต้อง ยอมรับครับท่านประธาน ไม่ว่าในสังคมใดจะมี ๒ กลุ่มที่ไปคนละทิศคนละทางแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง โพร์ไลฟ์ (Prolife) กลุ่มที่มีความเห็นว่าชีวิตต้องปกป้องรักษาให้ถึงที่สุด ก็ไปเปลี่ยนใจเขาคงยากนะครับ โพรไลฟ์ (Prolife) ก็คือชีวิตต้องปกป้อง ทีนี้จุดที่มาเถียงกัน ในประเด็นข้อกฎหมายและในประเด็นความเชื่อสูงสุดด้วย ก็คือว่าชีวิตเริ่มต้นตอนไหน และถึงจุดใดถึงเป็นสิทธิของผู้ตั้งครรภ์ ถึงจุดใดไม่ใช่สิทธิของผู้ตั้งครรภ์อีกต่อไป ตรงนี้ เถียงกันครับ แล้วผมก็คิดว่าในโลกก็ไม่มีข้อยุตินะครับ ยังไม่มีข้อยุติ อีกกลุ่มหนึ่งคือ โพร์ชอยซ์ (Prochoice) นะครับ ก็คือเป็นสิทธิของข้าพเจ้า คนอื่นไม่มีสิทธิ เป็นผู้ตั้งครรภ์ เป็นผู้มีสิทธิโดยชอบ แต่ในกลุ่มนี้ก็มีทั้ง ๒ ประเภทนะครับ กลุ่มมีสิทธิแบบมีเงื่อนไขกับกลุ่ม ที่มีสิทธิแบบไม่มีเงื่อนไข มีทั้งคู่🔗
ผมไม่มีเวลาลงรายละเอียด แต่ก็แค่บอกท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าจริง ๆ แล้ว ในโลกนี้มันยังหาข้อยุติในเรื่องปรัชญาไม่ได้ แต่ชีวิตจริงต้องดําเนินไป ปัญหาในสังคมมี ต้องมีทางแก้ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดครับท่านประธาน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนี่เป็นตัวชี้ว่า กฎหมายที่มีอยู่ต้องแก้ ตรงนี้ทุกคนยอมรับ ไม่ต้องปฏิเสธแล้วต้องแก้ แก้อย่างไรถึงจะดีที่สุด สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมของบ้านเรามากที่สุด ผมก็อยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ในโลกนี้นะครับถ้าดูกฎหมายการยุติการตั้งครรภ์ มันมีทั้งหมด ๕ ประเภทครับในโลกนี้🔗
ประเภทที่ ๑ ห้ามทุกกรณีเลย ๒๖ ประเทศครับ🔗
ประเภทที่ ๒ รักษาชีวิตสุภาพสตรีที่มีครรภ์ คือการตัดสินใจกรณีนี้ รักษาชีวิตสุภาพสตรีอย่างเดียวเลยนะครับ ไม่พูดถึงเรื่องอื่นเลยนะครับ อันนี้มีทั้งหมด ๓๙ ประเทศ🔗
กรณีที่ ๓ ดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพจิตและสุขภาพกายของทั้ง สุภาพสตรีผู้ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ กลุ่มนี้ ๕๖ ประเทศ🔗
กลุ่มที่ให้เหตุผลในแง่ของกฎหมายด้านเศรษฐกิจ สังคม คือพูดง่าย ๆ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดว่าบางกรณีไม่สามารถดูแลได้จริง ๆ มีปัญหาคู่สมรสหรือ คู่แฟนนี่ละครับที่ทําให้ท้องนี่ก็ไปไม่ได้แล้ว ก็มีปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม ๑๔ ประเทศ ครับท่านประธาน🔗
ส่วนประเทศที่ให้สิทธิโดยมีเงื่อนไข ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกนะครับ อย่าใช้ คําว่า กฎหมายทําแท้งเสรีเด็ดขาด เพราะมันให้ภาพที่ผิดกับความเป็นจริงและเจตนาของ กฎหมาย ใช้ไม่ได้คํานี้ครับ มันเป็นการให้แบบมีเงื่อนไข ในโลกนี้ครับ อีก ๖๖ ประเทศ นะครับ คือการให้มีการยุติการตั้งครรภ์ได้แบบมีเงื่อนไข แต่ใน ๖๖ ประเทศนี่ค่าเฉลี่ยของ จํานวนสัปดาห์ของอายุครรภ์คือ ๑๒ สัปดาห์ นี่คือค่าเฉลี่ยครับ ที่บอก ๙๐ วันเลยนี่นะครับ ๙๐ วันมี ๔ ประเทศ มีตูนิเซีย มีออสเตรีย อิตาลี มองโกเลีย ถ้าบอก ๑๒๐ วัน ประเทศเดียวครับ ประเทศมัลดิฟส์ ที่ไม่มีกําหนดเลยเท่าที่ผมเห็นมี เนเธอร์แลนด์กับเปอร์โตริโก ที่เหลือเฉลี่ยประมาณจํานวนสัปดาห์ที่มีการเสนอโดยร่างของ รัฐบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้เองผมคิดว่าก็เป็นเกณฑ์ที่ต้องมาดูกันว่าความเหมาะสม อยู่ตรงไหน ผมก็จะฝากให้คณะกรรมาธิการศึกษาให้ดีหน่อยครับ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่กรณี ที่เรามองตัวเราเอง เรามีบรรทัดฐาน มีหลักการเหตุผลที่มีการพูดคุยกันในเวทีโลกมากมายครับ เอามาประกอบการพิจารณาครับ แต่ในการประกอบการพิจารณาตรงนี้ ผมฝากประเด็น อย่างนี้ครับ ๑. ห้ามใช้คําว่า กฎหมายแท้งเสรี ครับ ให้ภาพที่ผิดมาก ๒. ผมเห็นด้วยนะครับ ไม่มีใครอยากมีครรภ์แล้วไปทําแท้ง ไม่ใช่เรื่องสนุกครับ อย่าทําให้หรือการแถลงของใคร ก็แล้วแต่อย่าให้มีความรู้สึกอย่างนั้น เพราะไม่เป็นธรรมครับ อันนี้ไม่เป็นธรรมกับสุภาพสตรี ต้องคํานึงถึงสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี และความพอดี ๆ กับการคุ้มครองชีวิตมนุษย์ และความสงบเรียบร้อยของสังคม และศีลธรรมอันดีงามของสังคม ตรงนี้ไม่ง่ายแต่ท่าน ต้องทําให้ได้เป็นภารกิจของกรรมาธิการ ตอนนี้ถ้าไม่ออกกฎหมายก็เป็นปัญหา เพราะมี คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะฉะนั้นหลักการนี้ผมคิดว่าพอไปได้ แต่ต้องไป ปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการให้ดีนะครับ กฎหมายต้องไม่สร้างปัญหานะครับ ถ้าจะออกมา ต้องนําไปสู่ความสงบเรียบร้อยของสังคม ไม่ขัดหลักศีลธรรมอันดีงามนะครับ ในเรื่องเกณฑ์ ของอายุครรภ์ ผมอยากให้ลองพิจารณาตรงนี้นิดหนึ่งครับ หมอเองยังไม่สามารถ กําหนดได้เลยว่ากี่สัปดาห์แล้ว หมอเองเก่งที่สุด เอาหมอทางวิทยาศาสตร์มาระบุได้ไหมครับ แบบแม่นยํา มันไม่แม่นยําครับ ปัญหาพอไม่แม่นยําแล้วไปกําหนดตัวเลขที่ตายตัว ไม่ยืดหยุ่น จะสร้างปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย ทีนี้ผมก็ฟังทั้ง ๒ ความคิด ทั้งหลายความคิดในโลกนี้ ก็อยากจะเสนอว่าจริง ๆ แล้วมีเกณฑ์ค่าเฉลี่ยได้ แต่เราต้องยอมรับว่ามันไม่แม่นยํา ถ้าไม่แม่นยําหมายความว่าต้องปรับได้ ต้องมีข้อยกเว้นได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นและถ้ามีเหตุผล อันดีเสริมเข้าไปอีก และทําให้การบังคับใช้สามารถยืดหยุ่นได้บ้าง ผมคิดว่าพอไปได้ มันไม่ใช่เรื่องการตัดสินใจว่า ๑๒ สัปดาห์ หรือ ๒๔ สัปดาห์อะไรอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า น่าจะออกกฎหมายที่สามารถที่มีความยืดหยุ่นได้ระดับหนึ่ง โดยมีเกณฑ์เฉลี่ยและมีเงื่อนไข ของการปรับปรุงในกรณีที่มีความจําเป็นนะครับ ก็ต้องฝากไว้ครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องนี้สังคมรับรู้น้อยมาก และสังคมส่วนใหญ่ มีอคติครับ ทําอย่างไรให้ความรู้กับสังคมที่ถูกต้อง ต้องไม่มีอคติครับ เมื่อสักครู่บางท่าน อภิปรายไปแล้วว่าแม้กระทั่งคุมกําเนิดที่ดีที่สุดพลาดก็มีครับ ไม่ใช่ความผิดนะครับ แต่มันนําไปสู่สังคมที่ไม่พร้อม เป็นปัญหาในครอบครัว เป็นปัญหาของสังคม อันนี้ก็ต้อง ยอมรับความเป็นจริงนะครับ ให้ความรู้กับสังคมครับ ในขณะเดียวกันกฎหมายนี้ต้องปกป้อง สิทธิและให้ความเสมอภาคทางเพศ ให้ความเสมอภาคทางเพศชัดเจนในสายตาของกฎหมายครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนฝากท่านสมาชิกช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ เพราะว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็จะไม่มี การประชุม ฉะนั้นวันนี้ต้องพิจารณาหลาย ๆ เรื่องนะครับ และท่านประธานชวน หลีกภัย ฝากมาเรื่องหนึ่งนะครับ คือท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม ถ้าไม่ลําบากจนเกินไป ขอความกรุณาได้สวมหน้ากากอนามัยด้วย เพราะเท่าที่สังเกตรู้สึกจะการ์ด (Guard) ตกเยอะ นะครับ ต่อไปเชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ แล้วตามด้วยนางสาววรรณวิภา ไม้สน ท่านนิยม เวชกามา ท่านธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ แล้วก็ พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญท่าน กิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่อง ที่จะเปลี่ยนแปลงกฎหมายอาญาในมาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๒ และมาตรา ๓๐๕ ซึ่งถือว่า มีความสําคัญนะครับ กระผมเป็นสูติแพทย์ เป็นสมาชิกราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ แห่งประเทศไทย ของอาจารย์วิบูลพรรณนี้ครับ แล้วก็วันนี้นําเรียนว่ามาในฐานะประชาชน ที่ฟังจากทุกฝ่าย ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าต้องขอชื่นชมว่าร่างกฎหมายนี้เข้ามาในช่วงที่ การทํางานของแพทย์แล้วก็ในเรื่องของสตรีมีครรภ์และไม่ต้องการ ไม่พึงประสงค์ มีปัญหา มามากมายในสังคมไทย ตอนผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมตั้งใจว่าจะนําปัญหานี้ มาคลี่คลายในระบบรัฐสภาให้ได้นะครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าร่างที่ทางรัฐบาลหรือทาง คุณธัญวัจน์เสนอมานี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ทําให้การแก้ไขปัญหาด้านนี้ได้ดียิ่งขึ้น สมัยก่อน ต้องยอมรับว่าการทําแท้งในประเทศไทยมีปัญหามามาก แล้วที่แพทย์กลัวที่สุดก็คือว่า มันอันตรายต่อชีวิต บางคนตาย บางคนต้องตัดมดลูก บางคนติดเชื้อ สูญเสียอะไรมากมาย ซึ่งนี่คือปัญหาที่แพทย์ โดยเฉพาะสูติแพทย์ประสบปัญหามาตลอดนะครับ ซึ่งในมาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๒ ก็คือว่าใครทําแท้งคนทําแท้งก็ผิด คนทําให้แท้งก็ผิด แล้วก็มาตรา ๓๐๕ ยกเว้น ในกรณีเป็นสุขภาพของมารดา ซึ่งในทางการแพทย์เราสุขภาพมารดาก็เฉพาะเป็นที่รุนแรงว่า ตั้งครรภ์ต่อไปก็จะรุนแรง เช่นโรคหัวใจระดับ ๓ ระดับ ๔ หรือมีสิ่งที่ทางด้านจิตใจ ซึ่งก็ต้อง บอกว่าขนาดไหน🔗
อันที่ ๒ คือสตรีตั้งครรภ์ที่เกิดจากความผิดทางด้านการข่มขืน ซึ่งก็มีปัญหาว่า บางทีคดียังไม่สิ้นสุด แพทย์ก็งงเราจะทําแท้งให้หรือเปล่านะครับ กว่าจะสิ้นสุดเป็นอย่างไรครับ การตั้งครรภ์ก็เจริญก้าวหน้าไปเยอะแล้ว ซึ่งก็เรียกว่าบางคนคลอดออกมาคดียังไม่สิ้นสุดเลย แล้วก็สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็คือว่าความผิดปกติของทารกในครรภ์ก็ไม่ระบุในกฎหมาย เช่น สมัยนี้มีดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) ที่เราตรวจก่อนการตั้งครรภ์ได้ หรือบางทีเป็น ทาลัสซีเมีย (Thalassemia) ที่รุนแรงตายในครรภ์ อะไรต่าง ๆ หรือยังไม่ตาย แต่ว่าถ้าทิ้งไป ก็จะตายแล้วเป็นอันตราย ก็ไม่มีข้อบ่งชี้ในการที่จะให้ทําแท้ง นี่ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้น ในอดีตนะครับ ซึ่งในปัจจุบันปัญหาการทําแท้งเกิดมามากมาย โดยเฉพาะเรื่อง การทําแท้งเถื่อน สักครู่มีหลายท่านถามผมว่าทําแท้งเถื่อนมีปัญหาอะไรมากมาย ผมว่า การทําแท้งเถื่อนในปัจจุบันเรียกว่าทําแท้งไม่ถูกกฎหมายแล้วกันนะครับ ก็คือว่า ๑. การทําแท้งเถื่อนโดยที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ หรือเป็นอันเซฟอะบอร์ชัน (Unsafe abortion) หรือเป็นการทําแท้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งอันนี้เรากลัวมาก ทางการแพทย์ เรากลัวว่าทําแท้งพวกนี้มาติดเชื้อหรือมีปัญหาเรื่องของการที่จะตกเลือดตามมา ซึ่งผม ก็เจอเยอะ มีคนทําแท้งแล้วก็ติดเชื้อตาย แล้วก็หรือต้องตัดมดลูก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในอดีตนะครับ แล้วก็บางคนมีพังผืด มีติดเชื้อ มีลูกยากตามมา ปัญหาครอบครัว พ่อแม่เจอลูกตั้งครรภ์ปวดหัว มาหาคุณหมอให้คุณหมอทําแท้งให้ คุณหมอบอกทําแท้งไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย ผมเจอเยอะ แล้วก็ต้องแนะนําคุณพ่อคุณแม่ บางทีผมก็ต้องใช้เทคนิค บอกว่าคนตั้งครรภ์ไม่ใช่คนผิด ไม่ใช่คนที่ไม่ดี เขาอาจจะพลาดเรื่องคุมกําเนิดนะครับ ผมมีเพื่อน มีคนรอบข้าง หรือมีคนรู้จักที่มีการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม แต่เขาก็เอาไว้ต่อแปลว่า ยังยอมรับแล้วก็มีลูกจนคลอด แล้วลูกคนนั้นก็เป็นคนดี เขาก็เป็นคนดี เขาก็จบการศึกษา ก็สามารถจะทํางานได้ดีด้วยนะครับ แล้วก็ลูกเขาก็เป็นคนในสังคมที่ดี พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็มาขอบคุณผม ปัจจุบันลูกหลานเขาโตแล้ว ต้องขอบคุณคุณหมอที่แนะนําไม่ให้ทําแท้ง ความจริงก็แนะนําไม่ได้เพราะว่ามันผิดกฎหมาย เพราะว่าสมัยก่อนเราไม่มีทางเลือก เรามีทางเลือกเดียวคือว่าให้เขายอมรับแล้วก็ให้เขา ตั้งครรภ์ต่อ แต่ว่าบางคนเขาก็ไม่ได้เชื่อเรานะครับ ก็เป็นที่ทราบว่าในปัจจุบันมีที่ทําแท้งอีก มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางถูกต้องตามหลักวิชาการหรือเป็นการทําแท้งเถื่อนที่ไม่มี ความปลอดภัย และเราก็เจอคนที่เราแนะนํากลับมาหาเราในสภาพการติดเชื้อ แล้วก็บางคน ก็ต้องเสียชีวิตในรายที่รุนแรง นําเรียนว่าในเรื่องปัญหาของการตั้งครรภ์ที่จะมาพูดถึงในวันนี้ ก็คือว่าการท้องไม่พร้อม ซึ่งเรามีสิทธิให้เขาเลือกได้ไหม ซึ่งในกฎหมายนี้ก็ถือว่า ทางการแพทย์เราก็อะลุ่มอล่วยในการที่จะยอมให้เขาตั้งครรภ์ถึง ๑๒ สัปดาห์ แต่ว่าในส่วน ของภาคประชาชนที่เสนอมา ๒๔ สัปดาห์ก็เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาในขั้นกรรมาธิการ อีกครั้งหนึ่ง ผมก็จะรับฟังด้วยความเป็นมนุษย์ที่จะรับฟังในทุกปัญหาของทุกเหตุผลใน ตรรกะของสิทธิของคุณแม่ สิทธิของผู้ตั้งครรภ์ กับสิทธิหรือปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา🔗
และประเด็นที่ผมอยากเอ่ยถึงก็คือว่านอกจากกฎหมายนี้จะทําให้พวกเราได้มี การตั้งครรภ์ ยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกต้องมากขึ้น แล้วก็ทําให้แพทย์ทํางานง่ายขึ้น แล้วก็สตรี ตั้งครรภ์มีทางเลือกมากขึ้น มีประเด็นที่ผมขอกล่าวถึง ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับคือว่า การแพทย์ที่ไม่ประสงค์การทําแท้ง ผมเจอบ่อยนะครับ บางทีมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หรือถ้า ไม่มีข้อบ่งชี้ทางนี้ขึ้นมาแล้วแพทย์บางคนไม่อยากทํานะครับเพราะรู้สึกว่าเป็นบาปที่จะ ไปทําแท้ง บางคนบอกว่าไปฆ่าคนในตั้งครรภ์เขารู้สึกไม่สบายใจ มีสิทธิที่แพทย์จะปฏิเสธ ในการที่จะทําแท้งได้ไหม แล้วก็ในคลินิกเอกชนผมว่าก็มีที่เขาให้ทําเยอะแยะ แต่ในสถานที่ ของรัฐบาล เขาจะปฏิเสธในการที่เขาไม่ทําแท้งให้ได้ไหม แล้วก็ในสิทธิของผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็น สิทธิ ๓๐ บาท หรือเบิกได้ หรือประกันสังคม มีสิทธิในการใช้จ่ายพวกนี้อย่างไร แล้วก็ เรื่องอื่น ๆ ก็คิดว่าคงจะกล่าวในขั้นกรรมาธิการ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลแล้วก็ ทางผู้ที่เข้าเสนอกฎหมายนี้เข้ามา ผมคิดว่ากฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์ในเรื่องของ การทําแท้งให้เป็นที่ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับ แล้วก็ไม่ขัดกับศีลธรรม ประเพณีอันดี ของคนไทยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรรณวิภา ไม้สน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หญิง เป็นแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรง ท่านประธานคะ ในวันที่ ๘ มีนาคมของทุกปี หรือวันสตรีสากล แรงงานหญิง ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอได้มีการรวมตัวกันเดินรณรงค์ และแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการต่อสู้กับการกดขี่ขูดรีดจากระบบ ทุนนิยมและชนชั้นนายจ้างที่เห็นกําไรสําคัญมากกว่าคุณภาพชีวิตของคนทํางาน จนต้องมา กดขี่ด้านเวลาการทํางานหลายชั่วโมงเพื่อแลกกับค่าแรงที่แสนต่ํา และหนึ่งในข้อเรียกร้อง ของวันสตรีสากลก็มีเรื่องการทําแท้งที่ปลอดภัยรวมอยู่ในนั้นด้วย🔗
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นสําคัญก็คือความไม่เท่าเทียมระหว่างแรงงานผู้หญิง และแรงงานผู้ชายภายใต้อุตสาหกรรม จนถึงขั้นว่าในหลายที่หากแรงงานหรือพนักงานหญิง มีการตั้งครรภ์ขึ้นมาต้องมีการเรียกร้องไกล่เกลี่ยให้ลาออกจากงานทันที หรือแม้แต่แรงงานหญิง ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากสภาวะการทํางานหางานทําใหม่นี่ถือเป็นเรื่องที่แสนยากลําบาก ในที่สุดในขณะนี้ ก็จําเป็นที่จะต้องรีบคลอด รีบหาย เพื่อที่จะกลับมาทํางานให้ไวที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นก็จะสูญเสียรายได้ต่อครอบครัวไปอีก นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทําให้ผู้หญิงหลายคน คิดหนักเพราะต้องการรักษางานไว้เพื่อไม่ให้หลุดมือไป ท่านประธานทราบไหมคะว่าอีกข้อหนึ่งที่มีความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากคืออะไร สิ่งที่ ไม่เท่าเทียมกันก็คือวิธีคิดค่ะ ทั้งอุตสาหกรรมและในประเทศนี้ชอบคิดว่าการลาคลอด และเลี้ยงดูบุตรนั้นถือเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วควรให้สิทธิการลาคลอด โดยได้รับค่าตอบแทนหลายวันมากขึ้น และให้เลือกลาได้ทั้งพ่อหรือแม่ นี่คือสิทธิ ที่แต่ละครอบครัวควรเลือกเองตามบริบทของครอบครัวนั้น ๆ ค่ะ เพราะวันลาคลอดที่ระบุไว้ ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับปัจจุบันนี้มีเพียง ๙๘ วันเท่านั้น แถม ๘ วันหลังสุดท้าย ยังไม่รู้เลยว่าจะรับค่าจ้างกับใคร ซึ่งพรรคก้าวไกลตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่น ต่อสภาเพื่อแก้ไขวันลาคลอดให้เป็น ๑๘๐ วัน โดยลาได้ทั้งพ่อและแม่ และได้รับค่าจ้าง ไปแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายเหลือเกินค่ะท่านประธาน ที่ไม่สามารถนําเข้ามาถกเถียง และพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ได้ เนื่องจากถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไปแล้ว เพราะเป็น ร่างการเงิน และนี่คือกรณีที่พร้อมมีบุตรนะคะ ยังไม่นับรวมถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพที่ควรได้ ของผู้หญิงในทุกคน ในทุกสายอาชีพ ทุกวัย คือสิทธิทําแท้งได้อย่างปลอดภัยเมื่อไม่พร้อม มีบุตร ท่านประธานคะ ตัวดิฉันเองก็เป็นผู้หญิงและเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วยค่ะ เข้าใจดีค่ะ ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกอยากจะทําแท้งหากเขาพร้อมจริง ๆ ซึ่งความพร้อมในที่นี้คือ พร้อมในด้านสวัสดิการ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการทํางานที่มั่นคง ขนาดผู้หญิงที่ทํางาน อยู่ในระบบใช่ว่าจะมั่นคงนะคะหากตั้งครรภ์ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แล้วแรงงาน หญิงที่อยู่นอกระบบล่ะคะ ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่กว่าจะหาความมั่นคงและเข้าถึงสิทธิ การลาคลอดได้จากที่ไหนคะ การมีลูก ๑ คนใช้เงินเป็นล้านนะคะท่านประธาน กว่าเขาจะ เติบโตพร้อมที่จะไปใช้ชีวิตเป็นของตัวเองได้ ในหลายครอบครัวที่เลือกไม่ได้แล้วต้องก้มหน้า หาเงินอย่างขัดสนมากยิ่งขึ้น ทําให้คุณภาพชีวิตทั้งเด็กและคนในครอบครัวยิ่งแย่ยิ่งขัดสน มากขึ้นไปอีก คิดจะยุติครรภ์ก็ไม่ได้เพราะผิดกฎหมายเป็นคดีอาญา ทําให้หลาย ๆ คน ต้องพึ่งพาการทําแท้งเถื่อน ซึ่งถือเป็นการยุติครรภ์ที่ไม่มีความปลอดภัยทั้งสิ้น ผู้หญิง ตั้งหลายร้อยคนต่อปีเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ตกเลือด มดลูกทะลุ หรือไตวาย เห็นไหมคะว่าการทําแท้งไม่ใช่เรื่องสนุกเลย เท่านั้นไม่พอค่ะ ยังมีความเชื่อต่าง ๆ ของสังคมเราว่าหากผู้หญิงคนไหนทําแท้งก็จะมองว่าเป็นการผิดบาปอย่างมหันต์ การที่มีกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ออกมานี้จึงเป็นการตอกย้ํา และยัดเยียดความผิดบาป ให้แก่ผู้หญิงเข้าไปอีก และบุคลากรทางการแพทย์ก็ไม่ค่อยมีใครอยากช่วยเหลือในการทําแท้ง แม้หญิงผู้นั้นจะสามารถเข้าถึงสิทธิยุติการตั้งครรภ์ได้ก็ตาม เพราะความเชื่อเรื่องบาปกรรม และการจองเวรที่เราเชื่อกันมาอย่างยาวนาน จึงเป็นการตอกย้ําซ้ําเติมและตีตราผู้หญิง เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังจํากัดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงยังคงไม่เพียงพอค่ะท่านประธาน ควรสร้างการถกเถียง รวมถึงการให้ข้อมูลแก่สาธารณะที่มากยิ่งขึ้น จึงควรเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กันกับการแก้ กฎหมายฉบับนี้ และในการแก้ไขกฎหมายให้สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์แก่ผู้หญิงไม่ควร กําหนดอายุครรภ์ที่ ๑๒ สัปดาห์ เนื่องจากอะไรคะ เนื่องจากในแต่ละเดือนความพร้อม และสภาพร่างกายของบุคคลนั้น ๆ ไม่เท่ากัน เขาอาจเกิดภาวะหรือปัจจัยที่ทําให้ไม่พร้อม ในเดือนท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ก็เป็นได้ ถ้าเรานํากําหนดอายุครรภ์ที่ต่ําเกินไปเท่ากับว่า เป็นการยกเลิกการจํากัดสิทธิหนึ่ง แต่ไปจํากัดอีกสิทธิหนึ่งแทน หลักการในการแก้ไข กฎหมายครั้งนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ แต่สิ่งที่ต้องปรับคือกําหนดระยะเวลาการยุติ การตั้งครรภ์ที่หลายสัปดาห์มากขึ้น เนื่องจากสภาวะแวดล้อมและสภาวะร่างกาย ของผู้หญิงแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน จึงจะถือเป็นการสร้างทางเลือกบนความจําเป็น ให้กับผู้หญิงได้มากขึ้น เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อยากจะตั้งท้องเพื่อไปทําแท้งหรอกค่ะ ดิฉันจึงเห็นด้วยในหลักการ แต่ขอให้พิจารณาเพิ่มเติมเรื่องอายุครรภ์ตามร่าง พ.ร.บ. ของพรรคก้าวไกลค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป เชิญท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ความจริงก็แก้แค่ ๒ มาตรา คือมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๒ คือแก้ให้มีการทําแท้งได้ ไม่ใช่เสรีก็เหมือนเสรีละ แต่ว่า ยกเลิกโทษตามมาตรา ๓๐๒ แต่จริง ๆ แล้วร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังให้สิทธิของสตรี ที่บอกว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะมีครรภ์ต่อไป ผมจึงจําเป็นต้องลุกออกมาพูดในบางส่วน เพราะพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้ ผมเคารพในศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องแสดงความคิดเห็นว่าความมีศีลธรรมของชาวพุทธอยู่จุดไหน อันนี้ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานไปถึงผู้ที่จะมาเป็นกรรมาธิการต่อไป ผมไปดูในลักษณะของกฎหมายฉบับนี้ เดิมทีเดียวก็ไม่ได้บอกว่าทําแท้งไม่ได้นะ มาตรา ๓๐๑ หญิงใดทําให้ตนเองแท้งลูกหรือยอม ให้ผู้อื่นทําให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ อันนี้คือกฎหมายเดิม ก็หมายความว่าถ้าหากคุณทําแท้งไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ คือ ๓ เดือนก็สามารถทําได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมต้องลุกขึ้นมาพูดในลักษณะของชาวพุทธว่าในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งถือกันมาเป็นประมวลกฎหมายอาญาที่เรายึดถือกันมานานแล้ว และถือเป็นประเพณี ของชาวพุทธ แต่เมื่อจะมีการแก้ไข ผมในฐานะชาวพุทธต้องขอบอกว่าอาจจะไม่เห็นด้วย ในบางอย่าง เนื่องจากพระพุทธศาสนาได้สอนไว้เรื่องการฆ่ามนุษย์เป็นเรื่องใหญ่มาก การต้องทําแท้งก็คือทําลายชีวิตของมนุษย์คนคนหนึ่ง ฉะนั้นผมต้องขอให้ทางคณะแพทย์ ซึ่งวันต่อไปนี่เขาบอกว่ากรรมาธิการต้องไปศึกษาในรายละเอียดว่าคําว่า ปฏิสนธิของมนุษย์ คือจุดไหน ๑๒ สัปดาห์ หรือ ๒๔ สัปดาห์ ๑๒ สัปดาห์คือ ๓ เดือน ๒๔ สัปดาห์คือ ๖ เดือน คําว่า ๖ เดือนนี่ผมคิดว่าเป็นมนุษย์แล้วด้วยซ้ําไปนะ เพราะว่ามีบางคนคลอด ๖ เดือนแล้วมี ชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ไปดูหลายคนก็ยังมี เพราะฉะนั้นผมในฐานะเป็นชาวพุทธก็ต้องยอมรับว่า คุณธรรมและศีลธรรมเป็นสิ่งจําเป็นมนุษย์ต้องมี ถ้าหากมนุษย์ขาดศีลธรรม ขาดคุณธรรม แทบจะไม่มีความเป็นมนุษย์แล้ว วันนั้นประเทศชาติอยู่ยากครับ ผมไม่ปฏิเสธนะบอกว่าทํา ได้หรือไม่ได้ เพียงแต่อยากยืนยันหรือชี้แจงในที่นี้ว่า ความเป็นมนุษย์คือการปฏิสนธิ เป็นมนุษย์คืออยู่ในช่วงไหน พระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ค่อนข้างชัดเจนเลย บอกว่า มนุษย์ปฏิสนธิเป็นมนุษย์แล้ว เพราะฉะนั้นการทําลายมนุษย์ถือว่าเป็นการฆ่าชีวิตหนึ่ง ผมถึงกราบเรียน ณ ที่นี้ว่าผมมีประเด็นที่ท่านเขียนไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช่ ในมาตรา ๓๐๑ ท่านก็ทําเหมือนเดิมละ คือไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ที่ผมต้องมาพูดวันนี้ประเด็นหนึ่งต้องฝาก กรรมาธิการ ซึ่งจะมีขึ้นต้องไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเดิมทีเดียวก็สามารถทําแท้งได้ แล้วหาก จะเปิดฟรีไปมากกว่านั้น ผมว่าศีลธรรมของมนุษย์มันหมดไป ผมอยากให้ดูในรายละเอียด ของความเป็นมนุษย์ด้วย ไม่ใช่ดูในคุณธรรมของข้อกฎหมายอย่างเดียว ชาวพุทธนับถือศีล ๕ ปาณาติบาตคือข้อ ๑ ฆ่าชีวิต ชีวิตหนึ่งก็เหมือนฆ่าคน ฆ่าสัตว์ เป็นบาปครับ อันนี้คือประเด็น ซึ่งชาวพุทธรับไม่ได้ ในมาตรา ๓๐๕ ของท่านได้เขียนไว้ว่า การกระทําความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นการกระทําของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามหลักเกณฑ์ของ แพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทําไม่มีความผิด หมายความว่าปกติก็ทํานะ ทําแท้งนี่ไม่ใช่ ไม่ทํานะ ผมอยู่ในบ้านนอกบ้านนา อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน แพทย์ก็รับทําให้อยู่ แต่ท่านมาแก้ แบบนี้แล้วต้องให้รอบคอบนะ ชีวิต ชีวิตหนึ่งนะครับ บางคนลูกตกเลือดถึงขนาดร้องไห้ไป ทําบุญที่วัดกลัวเป็นบาป แล้วจะปล่อยให้มีการทําแท้ง ไม่เสรีก็ทําแท้ง ๑๒ สัปดาห์ ๓ เดือน ผมไม่พูดตรงข้ออื่นมันเหมือนกัน ข้อที่ ๔ (๔) ของมาตรา ๓๐๕ มาตรา ๓๐๒ ที่ท่านแก้บอกว่า หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ข้อนี้ต้องไปดูให้รอบคอบ คําว่า ยืนยัน หมายความว่าถ้าเจ้าตัวต้องการทําแท้ง ทําได้หมดเลย นะครับ ฝากคณะกรรมาธิการเนื่องจากเวลาหมด ให้ไปดูให้ละเอียด ผมไม่อยากเห็นชีวิตซึ่ง ปฏิสนธิเป็นมนุษย์แล้วต้องตายไปโดยไม่มีความผิดอะไรเลย เดี๋ยวมันจะเกลื่อนสังคมนี้ก็ไป ไม่ได้ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวธณิกานต์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่เล็งเห็นความสําคัญในเรื่องของ สิทธิมนุษยชน ประเด็นสิทธิสตรี จึงเป็นที่มาของการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญาในส่วนของการยุติการตั้งครรภ์ในมาตรา ๓๐๑ ถึง ๓๐๕ แล้วก็ ขอขอบคุณสภาแห่งนี้ที่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเร่งพิจารณาในวันนี้ โดยแนวคิดหลัก ที่อยากให้ทางสภาของเราได้นํามาพิจารณานะคะ คือประเด็นของการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย เพราะว่าจะมีผลพวงไปต่อเนื่องกับเรื่องความปลอดภัยของสตรี โดยการตั้งครรภ์ ที่มีความจําเป็นต้องได้รับการยุติการตั้งครรภ์ควรได้รับการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถ มีทักษะ ในการรับฟัง สามารถให้คําแนะนําปรึกษาที่เหมาะสม เพื่อให้หญิงที่ตั้งครรภ์ได้ปรึกษากับ ทางครอบครัวเพื่อร่วมไตร่ตรองในส่วนของความจําเป็น ทางเลือก และวิธีการช่วยเหลือ ในรูปแบบต่าง ๆ การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ถือว่าเป็นการรักษาพยาบาล อันนี้เป็น ข้อมูลจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดมุ่งเน้นไปถึงเรื่องของ ความปลอดภัย มีมาตรฐาน แล้วก็ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งวันนี้ได้มีการนําเสนอ เข้ามาเพื่อพิจารณาปรับแก้ไขเพื่อให้เป็นที่ยอมรับได้ตามหลักสากลและตามหลักศีลธรรม🔗
ในประเด็นที่อยากจะฝากไว้ค่ะท่านประธาน คือการรักษาสมดุล ซึ่งดิฉันเข้าใจ ว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากนะคะ ทั้งเรื่องของความสมดุลในส่วนของสิทธิมนุษยชน สิทธิของสตรี สิทธิของผู้ที่ตั้งครรภ์ที่มีความจําเป็น มีความไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ แล้วก็สิทธิ ของชีวิตอีกหนึ่งชีวิตของทารกในครรภ์ ดังนั้นในหลักการจากคําวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญจึงเป็น ที่มาของการที่เราต้องมากําหนดถึงเรื่องอายุการตั้งครรภ์ ทําให้เป็นที่มาของการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐๑ ดิฉันอยากจะฝากประเด็นในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นค่ะ ในขณะนี้ทางคณะรัฐมนตรีได้นําเสนออายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ แต่ก็มีอีกหลายภาคส่วน ได้นําเสนอที่ ๒๐ สัปดาห์ หรือ ๒๔ สัปดาห์เข้ามานะคะ ในการรับฟังความคิดเห็นของ ผู้ที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ หรือผู้ที่ได้ทํางานมาแล้วมีส่วนสําคัญอย่างยิ่ง ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะคะ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องเองหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราได้เปิดรับความคิดเห็นเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน อันนี้จะฝากให้เป็นภารกิจของกรรมาธิการ ที่จะตั้งในวันนี้นะคะ เข้าใจว่าประเทศของเราน่าจะมีการกําหนดการยุติการตั้งครรภ์ แบบมีเงื่อนไขซึ่งก็จะเป็นไปตามการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๐๕ อันนี้ก็อยากจะเรียนถามทาง คณะรัฐมนตรีที่ได้ร่างเข้ามา ในมาตรา ๓๐๕ มีการกําหนดถึงว่า ถ้าเกิดการกระทําความผิด ตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ มีเงื่อนไขต่าง ๆ ทีนี้ท่านตีความในส่วนของมาตรา ๓๐๑ อย่างไรบ้าง ครอบคลุมไปถึงประเด็นที่ถ้ามีอายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่มีความจําเป็น ทางด้านเศรษฐกิจสังคมอื่น ๆ หรือไม่อย่างไรนะคะ ดังนั้นกรรมาธิการชุดนี้ ดิฉันอยากจะ ฝากเรื่องของการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย ภาคประชาชน หรือว่าทางแพทย์ แล้วก็ผู้นําทางศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัดส่วนของ จํานวนกรรมาธิการที่เป็นผู้หญิงที่จะต้องเข้ามาพิจารณาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง โดยตรงแบบนี้มากกว่าผู้ชายหรือไม่ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ มีมากน้อยแค่ไหน ในฐานะตัวแทนผู้หญิงค่ะท่านประธาน ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ผู้หญิงทุกคนต้องการความปลอดภัยค่ะ อยากมีทางเลือก อยากหาทางออกให้กับชีวิตนะคะ ความเป็นแม่ที่มีความพร้อมส่งผลแน่นอนต่อเด็กที่จะเป็นอนาคตของประเทศ และเรา ก็เข้าใจในประเด็นของศีลธรรม แล้วก็เข้าใจในประเด็นของความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต ของอีกหนึ่งชีวิตที่กําลังจะเกิดมา จึงอยากฝากประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้ให้กรรมาธิการ พิจารณาอย่างละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตํารวจเอก ทวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องการทําแท้ง เราต้องยอมรับว่า ประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นต้นมา ซึ่งหลักฐานที่ค่อนข้างดีที่สุดก็คือหลักฐาน ของสภาผู้แทนราษฎรที่แจกจ่ายให้สมาชิก คือประมาณ ๒๑๖ ปีที่ผ่านมา เราเขียนเรื่อง การทําแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วก็จนกระทั่งมามีกฎหมายอาญาที่ท่าน รองนายกรัฐมนตรีวิษณุได้พูดเมื่อสักครู่นี้ เราก็ยังมีการทําแท้งเป็นความผิดคือมาตรา ๓๐๑ มาจนถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งเหลืออีกประมาณสัก ๕๐ วัน ถ้าถึงวันนั้น เนื่องจากว่าเป็นการต่อสู้ของนางสาวศรีสมัย เชื้อชาติ ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากพรรคก้าวไกลได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านลุกขึ้นต่อสู้เพราะถูกตํารวจที่กุยบุรีจับกุม เนื่องจากไปทําแท้งในฐานะแพทย์และถูกดําเนินคดี จึงได้นําเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นไป และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า มาตรา ๓๐๑ เป็นกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมีอันใช้ไม่ได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังได้วางเงื่อนไขว่าคุณต้อง ไปทํากฎหมายภายใน ๑ ปี🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าครบ ๑ ปี ผมอยากจะเรียนไปถึงพี่น้องประชาชน เพราะในเรื่องการทําแท้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัด เช่น ท่านกรรมาธิการดอกเตอร์นิยมก็ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ หรือในพื้นที่ที่นับถือศาสนาอิสลาม เราจะเห็นว่าเรื่องการทําแท้งมันเป็นการขัดหลักศาสนา แต่อย่างไรก็ตามการที่นํากฎหมาย ฉบับนี้เข้ามาไม่ใช่เป็นการทําแท้งเสรี แต่ถ้าปล่อยไว้ให้ถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ มันจะเป็นเรื่องการทําแท้งเสรี เพราะกฎหมายอาญา มาตรานี้เป็นกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ อันนี้อยากจะเรียนให้เข้าใจ ซึ่งเพื่อนสมาชิกที่มี ความกังวลว่าควรจะรับหรือไม่รับกฎหมายฉบับนี้ บางคนกลัวไปถึงขนาดเรื่องศาสนา จะไม่ควรจะเข้ามาแสดงความเห็น อันนี้ก็อยากจะฝากไว้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เป็นเรื่อง การทําแท้งเสรี เป็นเรื่องที่จะต้องแก้กฎหมายเพื่อให้เป็นตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ อาชญากรรมวันนี้เราต้องยอมรับว่า ๒๐๐ กว่าปีนี่เราจริง ๆ มันควรจะมี การทบทวนอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้มีการทบทวนเลย อาชญากรรม การแก้กฎหมายฉบับนี้ หรือ การทํากฎหมายฉบับนี้ผมถือว่าเป็นการลดทอนความเป็นอาชญากรให้ลดลง เพราะคําว่า อาชญา กร โดยเฉพาะในยุคนี้ ผมบอกมาหลายครั้งว่าไม่ใช่หมายความรวมถึง ผู้ที่กระทําที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด แต่ผมให้รวมถึงกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมด้วย เพราะว่ากฎหมายในระยะหลังจะเป็นกฎหมายที่ผู้มีอํานาจต้องการจะบังคับ ต้องการจะยึดครองอํานาจจึงได้ออกกฎหมายเพื่อมาใช้กับคนไม่มีอํานาจ การปฏิรูปกฎหมาย อาญาและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผมจึงให้เกียรติกับนางสาวศรีสมัยนะครับ ท่าน ผอ. ศรีสมัย ที่ท่านได้ทําให้เกิด ๒๐๐ กว่าปีเป็นจุดเปลี่ยนในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเหตุผลของเรื่องทําแท้งมันจะเป็นเหตุผลที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก🔗
ประการที่ ๑ การอยู่รอดเป็นมนุษย์ย่อมสําคัญต่อกฎหมาย ดังนั้น สิทธิเสรีภาพของบุคคลนี่จึงมีความสําคัญ แต่อย่างไรก็ตามในสังคมนั้นการที่จะบัญญัติ กฎหมาย กฎหมายที่เกิดขึ้นจะต้องเกิดเป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ เป็นประโยชน์กับชุมชน เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นประโยชน์ในการอยู่ร่วมกัน คือกฎหมายจะต้องชอบด้วย เหตุผล และกฎหมายอาจจะต้องชอบด้วยศีลธรรม การจัดทํากฎหมายฉบับนี้ ผมจึงต้องให้ ความสําคัญ อยากจะมาให้ความสําคัญของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น เพราะทาง รัฐบาลท่านได้กรุณาเขียนหลักการที่กว้างมาก คือทําให้เราทั้งหมดสามารถเดินไปในกฎหมาย และจะทํากฎหมายฉบับนี้ให้เกิด จะทําอย่างไรให้ประชาชนในประเทศไทยได้รับความเสมอภาค จากกฎหมาย จะทําอย่างไรจะให้ประชาชนในประเทศไทยได้รับประโยชน์จากกฎหมาย และที่สําคัญจะต้องทําอย่างไรจะให้กฎหมายฉบับนี้รักษาความยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครับท่านประธาน เรื่องการเกิดเป็นมนุษย์ เรื่องการจะทําให้มีประเทศที่เจริญ ปัจจัยสําคัญ คือมนุษย์ของในประเทศนั้นหรือบุคคลที่เกิดในประเทศนั้น ซึ่งเราต้องการบุคคลที่มีคุณภาพ การเขียนกฎหมายฉบับนี้ผมจึงอยากจะให้มองว่าการทําแท้งเป็นภยันตรายต่อสังคมหรือไม่ อย่างไร อันนี้เราต้องยอมรับว่าเราไม่ได้ยกเลิกการทําแท้ง แต่ถ้าเราปล่อยไม่แก้ไข ก็คือ การทําแท้งประเทศไทยจะเป็นการทําแท้งที่เสรี แต่อย่างไรก็ตามครับ ในการที่จะทํา กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการคงจะต้องมีเวลาไม่มากนัก การศึกษาในเรื่องนี้ถ้าเท่าที่ ได้อ่าน ก็เป็นการศึกษาที่ค่อนข้างจะรอบคอบและรอบด้าน แต่อย่างไรก็ตามครับ ยังมีอีก หลายประการที่ยังขาดตกบกพร่องดังที่ท่านกรรมาธิการหลายคนได้พูดถึง🔗
และที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือฝากไว้ว่าโทษที่จะกําหนดกับผู้กระทําผิดนี่ จะต้องไม่ไปเป็นโทษที่ไปทําการทารุณกรรมกับคนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้กระทําผิด แล้วก็การลงโทษจะต้องได้สัดส่วนกับการกระทําผิด อันนั้นจึงฝากไว้ ก็ต้องขอให้กําลังใจกับ คณะกรรมการวิสามัญที่จะมีการตั้งขึ้นนะครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ตามด้วยท่านประสิทธิ มะหะหมัด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในวาระรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิก ได้เสนอหลักการและเหตุผลต่อสภา ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อยประเด็นที่จะกราบเรียน ท่านประธานในเรื่องการรับหลักการ ด้วยหลักการและเหตุผลที่เสนอมานี่ผมเห็นชอบครับ ที่จะรับหลักการ แต่มีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานครับว่าเหตุผลที่ผมรับหลักการ และมีประเด็นข้อสังเกตที่จะฝากไปยังกรรมาธิการ🔗
ประเด็นที่ ๑ เหตุผลที่ต้องมีการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้เรื่องใหญ่ก็คือว่า มีคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ซึ่งเพื่อนสมาชิก แล้วก็ทางตัวแทนของคณะรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาไปแล้วนะครับ เรื่องนี้ถือว่าสําคัญ ท่านประธานครับ ถือว่าสําคัญเป็นเหตุผลแรกเลยเพราะว่าสิ่งที่ผู้ร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย ศาลมีคําวินิจฉัยว่า บทบัญญัติความผิดฐานหญิงทําให้ ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทําให้ตนเองแท้งลูกตามมาตรา ๓๐๑ ประมวลกฎหมายอาญา ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๘ ว่าด้วยบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในชีวิต ร่างกายของตัวเองไม่ว่าจะกระทําหรือไม่กระทํา อันนี้คือสาระสําคัญ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเขียนไว้ชัดเจนท่านประธานครับ ผมเอาเฉพาะประเด็นที่ศาลวินิจฉัย ประเด็นแรกสุดก็คือเรื่องของเป็นการกระทบสิทธิ กรณีที่จะดูแลสิทธิเฉพาะทารกในครรภ์ของหญิง แล้วไม่คํานึงถึงสิทธิของหญิงที่ตั้งครรภ์นั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะกระทําต่อตนเองในชีวิตและร่างกาย เป็นเสรีภาพ เป็นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เลย ถ้ามองด้านเดียวไม่มองเรื่องของ สิทธิสตรี ซึ่งกฎหมายเดิมเป็นอย่างนั้นครับ กฎหมายเดิม มาตรา ๓๐๑ เขียนไว้ว่า หญิงใดทําให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทําให้ตนเองแท้งลูกต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ บทบัญญัตินี้ศาลบอกว่า การเขียนอย่างนี้เป็นการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของหญิงเกินความจําเป็น เกินความจําเป็น แล้วก็มีข้อวินิจฉัยว่ากรณีถ้าไปไม่มองความสมดุลของชีวิตในครรภ์กับชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ ตรงนั้นเองจะเป็นเหตุให้นํากฎหมายมาใช้บังคับเกินความจําเป็น นั่นหมายความว่า ทารกในครรภ์และหญิงตั้งครรภ์ต้องมีหลักความสมดุลกัน ก็เลยเขียนในคําวินิจฉัยว่า โดยที่ไม่จํากัดระยะเวลาการตั้งครรภ์อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิตามความจําเป็น ประเด็นนี้ ทางกรรมาธิการต้องให้ความสนใจนะครับ เพราะว่าถ้าเราแก้ไปแล้วไม่ได้แก้คําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ทํากฎหมายไปแล้วยังละเมิดหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญอยู่อีกนั่นหมายความว่า สภาเราเองก็ไม่ได้ตอบหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานไว้นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นข้อวินิจฉัยว่าให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปจัดทํากฎหมายภายใน ๓๖๐ วัน ก็คือ ๑ ปี เขียนอยู่ในหลักการและเหตุผล มันมีความจําเป็นครับ เพราะว่าคําวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร กฎหมายที่ขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญใช้บังคับมิได้ พอพ้น ๓๖๐ วันไปแล้วใช้บังคับไม่ได้ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับสิ่งที่ เกิดขึ้นนะครับอันตรายมาก อย่าว่าแต่แท้งเสรีเลยครับ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือไม่มีหลักเกณฑ์ หรือกฎหมายใดที่จะมาคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานทางด้านการแพทย์ ถ้าไม่มีการตรากฎหมาย ออกมารองรับแพทย์ผู้กระทําในเรื่องนี้ก็จะผิดทั้งหมด เพราะเดิมนี่แพทย์ได้รับอนุญาตให้ทํา กรณีถ้าเป็นอันตรายต่อหญิงคนนั้นทั้งชีวิตและร่างกาย รวมถึงบุตรในครรภ์ด้วยนะครับ ก็สามารถกระทําได้ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ถ้าเป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ เกี่ยวกับ ประมวลกฎหมายอาญาทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่ากระทําชําเราข่มขืนทั้งหลายเป็นเหตุให้เกิด การตั้งครรภ์แพทย์สามารถทําแท้งให้ได้โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ถือเป็นความผิด เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นครับที่เราจะต้องเร่งรีบกฎหมาย เร่งรีบที่จะทํากฎหมายนี้ออกมา ให้รองรับก่อนวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผล ความจําเป็นอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า โทษอาญาตามมาตรา ๓๐๑ มันเป็นโทษหนักครับ เป็นโทษหนัก และการเขียนกฎหมายเมื่อ ไม่มีกําหนดระยะเวลาชัดเจนมันย่อมไปเอาหลักเกณฑ์ทางการแพทย์มาเป็นตัวกําหนด หลักเกณฑ์ทางการแพทย์ท่านประธานครับ ตั้งครรภ์ต่ํากว่า ๒๘ สัปดาห์ลงมาคือ ๗ เดือน ถ้ามีการยุติการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะออกมาเองหรือมีบุคคลทําให้ออกนี่นะครับ หมายถึงบุตรนะ ครับ หมายถึงลูก เขาถือว่าแท้ง จะมีชีวิตหรือไม่ก็ถือว่าแท้งครับ ถ้าต่ํากว่า ๒๘ สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดออกมาเกิน ๒๘ สัปดาห์ขึ้นไปเขาเรียกว่าคลอดครับ คลอด ชีวิตบุคคลเริ่มตั้งแต่ คลอดอยู่รอดเป็นทารกมาจากตรงนี้ละครับ การใช้หลักเกณฑ์ตรงนี้นั่นหมายความว่า ใครก็ตามที่ไปทําแท้งด้วยตนเอง หรือทําให้คนอื่นทําให้ต่ํากว่า ๒๘ สัปดาห์ลงมา เป็นความผิดหมดครับ เป็นความผิดหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาต้องการหลีกเลี่ยงก็คือ ไปทําแท้งเถื่อน หลีกเลี่ยงหลบกฎหมายได้ และบ้านเราเมืองเราการบังคับใช้กฎหมาย มีประวัติที่แย่ที่สุดในโลกท่านประธานครับ เลวร้ายที่สุดในโลกเหมือนแรงงานเถื่อนนี่ อย่างไรครับ นี่ตัวอย่าง เพราะฉะนั้นแท้งเถื่อนก็เกิดขึ้นจากสภาพการบังคับใช้กฎหมาย ใช้ดุลยพินิจ ใช้อํานาจในการเรียกรับประโยชน์ต่าง ๆ ตรงนี้เองก็เป็นเหตุผลที่มีความจําเป็น ที่จะต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ประเด็นที่ผมฝากครับว่า การแก้ไขมาตรา ๓๐๑ เติมอายุครรภ์ลงไป ตามคําวินิจฉัยรัฐธรรมนูญว่า ๑๒ สัปดาห์เหมาะสมหรือไม่ก็เป็นข้อถกเถียงที่ไปพูด ในกรรมาธิการ เหตุที่กําหนด ๑๒ สัปดาห์มีเหตุผลหลักอยู่ ๒ เรื่อง ตามที่ผมได้เรียนรู้มา🔗
เรื่องที่ ๑ เพื่อสุขภาพแม่ การทําแท้งที่ปลอดภัยครับถ้าต่ํากว่า ๓ เดือน ปลอดภัยสําหรับแม่🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขออีกนิดเดียวท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ครับ การที่จะบอกว่า คุ้มครองสิทธิของคนที่อยู่ในครรภ์ถ้าเกิดมาจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ถ้ามากกว่า ๑๒ สัปดาห์ เข้าไปนะครับ หรือ ๒๐ สัปดาห์เขามีโอกาสที่จะรอดเป็นบุคคลได้ แต่ถ้าต่ํากว่า ๑๒ สัปดาห์ อย่างไรก็ไม่มีรอดเป็นบุคคล🔗
เพราะฉะนั้นหลักสมดุลตรงนี้เขาเลยมาคํานวณ แต่สิ่งที่ผมฝากนะครับว่า การวินิจฉัยโรคที่อยู่ในครรภ์สําหรับทารกที่อยู่ในครรภ์นี่ด้วยความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยีทางการแพทย์บางครั้ง ๑๒ สัปดาห์ลงมาอาจจะไม่มีศักยภาพพอนะครับ เราเจาะน้ําคร่ํามาตรวจ สารพันธุกรรมหรือรหัสพันธุกรรม ๔ เดือน ๕ เดือนทําได้ง่ายสุด ถ้ามีความจําเป็นอย่างนั้นกฎหมายเก่าอนุญาตนะครับ แพทย์เจาะออกมาปุ๊บพบว่า มีความผิดปกติทางพันธุกรรมสามารถทําแท้งออกได้นะครับ โดยเฉพาะก่อน ๕ เดือน ก่อน ๕ เดือนอันนี้ทําได้ ถ้าหลังจากนั้นอันตรายสําหรับแม่ เรื่องเหล่านี้ฝากกรรมาธิการ ไปพิจารณาดูครับ แต่มีข้อดีอยู่นิดหนึ่งครับที่เขียนไว้ในมาตรา ๓๐๕ นะครับ มาตรา ๓๐๕ เขียนใหม่ว่า ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นการกระทําของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และ นะครับ และ ขีดเส้นใต้นะครับ ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทําไม่มีความผิด หลักเกณฑ์ของ แพทยสภานี้ฝากกรรมาธิการไปดูจะเชื่อมโยงไปที่มาตรา ๓๐๑ ที่กําหนด ๑๒ สัปดาห์ อย่างไร ตรงนั้นเป็นตัวล็อก (Lock) กฎหมายเขียนอย่างนั้น ถ้ามาตรา ๓๐๕ เปิดช่องอย่างนี้ ก็เขียนให้ชัดในเจตนารมณ์ว่าถ้าแพทย์พบเจอว่าเด็กทารกอยู่ในครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์มา เขาสามารถที่จะยุติการตั้งครรภ์ได้ ก็ฝากเป็นประเด็นครับ โดยสรุป ท่านประธานครับเห็นด้วยกับหลักการ แล้วก็ขอรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ฝากให้ กรรมาธิการไปดําเนินการต่อครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณหมอครับ ต่อไปเชิญท่านประสิทธิ์ ตามด้วยท่านศรีนวล บุญลือ แล้วก็ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญท่านประสิทธิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผม ประสิทธิ์ มะหะหมัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ของคณะรัฐมนตรี และของ เพื่อนสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าผมเองนั้นขอรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ที่หลาย ๆ คนได้อภิปรายถึงว่าร่างนี้ มีความเป็นมาอย่างไร ร่างนี้ถ้าไม่ผ่านแล้วจะมีผลอย่างไรในอนาคต จากที่ได้รับทราบจาก ท่านตัวแทนของคณะรัฐมนตรีที่มาพูดถึงความจําเป็นที่เรานั้นจะต้องพิจารณาในเรื่อง จะแก้ไขกฎหมายเพราะกฎหมายนี้ไปขัดกับรัฐธรรมนูญโดยคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มันเป็นเหตุผลที่จําเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนหรือปรับแก้ไขกฎหมายให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จากคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายคนนะครับ หลายคนคงจะฟังแล้ว ก็นึกถึงว่ากฎหมายอาญานั้นใช้มานาน วันนี้มีผู้เดือดร้อน มีผู้ร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ จนมีคําวินิจฉัยออกมาดังกล่าวทําให้เราต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าเรามา พิจารณาวันนี้เราต้องการให้มีการทําแท้งเสรีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ใช่ หลายคน อภิปรายอย่างนั้น แล้วถามว่าตามหลักการของคนไทย คนไทยมีหลายศาสนา ผมเป็นมุสลิม คนหนึ่งนะครับ ขออนุญาตที่จะพูดในนามของมุสลิมคนเดียว อาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับ หลาย ๆ คน ก็คือว่าตามหลักความเชื่อของอิสลามนั้น การที่จะทําให้ชีวิตนั้นต้องตายหรือ เสียหายหลักการอิสลามทําไม่ได้ และตอนนี้เรามาพูดถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์ อิสลามบอกว่า มนุษย์นั้นอยู่ในครรภ์มารดาตั้งแต่สัปดาห์แรกจนกระทั่งถึงสัปดาห์ที่นับไปแล้วตั้งแต่ปฏิสนธิ จนกระทั่ง ๑๒๐ วันนั้นยังไม่มีสภาพของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์คือมีวิญญาณ พระผู้เป็นเจ้า ยังมาให้วิญญาณกับทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนกว่าจะเลย ๑๒๐ วัน ปัญหาก็คือว่ามุสลิม หรืออิสลามนั้นสนับสนุนให้ทําแท้งหรือไม่ ผมตอบดัง ๆ เลยครับว่าไม่สนับสนุนให้มี การทําแท้งเกิดขึ้น แต่ถามว่าถ้ามีเหตุจําเป็นล่ะทําได้ไหม ผมก็ตอบเลยว่าถ้ามีเหตุจําเป็นจริง ๆ แล้วอิสลามอนุญาตให้กระทําแท้งได้แต่ต้องทําก่อนระยะเวลาที่ทารกนั้นมีวิญญาณ ผมพูดตรงนี้อาจจะสอดคล้องกับที่รัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๘ ที่ระบุเรื่องบุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ก็คือเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของเขา แต่ถ้าเรา มีความเชื่อว่า ๑๒๐ วันนั้นทารกมีวิญญาณแล้วท่านไม่มีสิทธิที่จะไปทําอันตรายกับสิ่งที่จะ มีชีวิตเกิดขึ้นมา ในร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอมานั้นบอกมีอายุครรภ์ที่เราทั้งหลายพูดกันว่า ๑๒ สัปดาห์ มันก็น้อยกว่า ๑๒๐ วันที่ในหลักการของอิสลามกําหนด ในส่วนของการจะนับว่ากี่วันมาแล้ว หรือตั้งครรภ์มากี่วัน ผมว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่จําเป็นจะต้องมีการพูดคุยกันใน คณะกรรมาธิการ ถามว่าตัวผมเอง และคนที่ไม่ใช่หมอ หรือมีความรู้ทางด้านของสูติ-นรีเวช หรือเรื่องของการตั้งครรภ์ ผมว่าหลายคนคงจะไม่รู้หรอกครับว่าเรานั้นทําลูกมาวันไหน เริ่มนับตั้งแต่วันไหน หรือว่าประจําเดือนขาดมาวันไหน แล้วนับตั้งแต่ประจําเดือนขาดหรือว่า นับตั้งแต่วันปฏิสนธิ ผมเองไม่มีความรู้เรื่องนี้ แต่อยากจะเรียนครับว่าปัญหาที่สมาชิกได้พูด ถึงว่าเราต้องคํานึงถึงว่ากฎหมายนี้ไม่ให้เกิดการทําแท้งเสรีและไม่มีมาตรฐานในการทํา นอกจากมีเหตุจําเป็น ผมยังติดใจและชื่นใจ หลาย ๆ คนบอกว่าบางครั้งผู้หญิงมีสามีโดยชอบ ด้วยกฎหมายแล้วไม่อยากจะมีทารกเพราะยังไม่พร้อม ปรากฏว่ากินยาผิดครับ หรือกินยา หมดอายุ หรือสามีใช้ถุงยางแล้วถุงแตก หลาย ๆ คนมันเกิดขึ้นได้ครับ ปัญหานี้คือว่า แล้วจะทําอย่างไรเมื่อเกิดทารกขึ้นมาโดยไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูเขา หรือไม่พร้อมด้วยหลักการ อะไรก็แล้วแต่ ผมว่าตรงนี้ฝากกรรมาธิการครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ผม ขอยืนยันนะครับ บางคนบอกว่าถ้าพูดถึงการทําแท้งมุสลิมจะไม่พูดเลย ผมคนหนึ่งละครับ พูด พูดให้หลาย ๆ คนได้รู้ว่าการทําแท้งนั้นอิสลามไม่อนุญาตนอกจากมีเหตุจําเป็น แม้กระทั่งเลย ๑๒๐ วันไปแล้ว ถ้านายแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่โต๊ะครูนะครับ ไม่ใช่ ผมบอกนะครับ นายแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญบอกว่าถ้าลูกยังอยู่ในครรภ์มารดาแล้วจะเป็น อันตรายกับคุณแม่เขา ศาสนายังผ่อนผันให้สามารถที่จะทําลายลูกถ้าแม่นั้นจะได้รับ ความเดือดร้อนหรือเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์🔗
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนั้น เรื่องของอายุครรภ์เป็นเรื่องที่สําคัญ สําหรับตัวผมที่จะต้องวิเคราะห์ วินิจฉัยว่าจํานวนของอายุครรภ์ที่จะมีการแก้ไข ตามคณะรัฐมนตรี คือไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์นั้น สอดคล้องกับความเชื่อ และสามารถที่จะทําให้ เกิดผล ฝากกรรมาธิการ เพราะสมาชิกพูดกันหลายคนว่าเราแก้ไขตรงนี้ ถ้าผ่านพ้นไป กฎหมายนี้ออกไปทําให้มาตรา ๓๐๑ มีการแก้ไข และมาตรา ๓๐๑ นั้นยังไม่ได้เป็นหมัน ก็ไม่มีการทําแท้งได้อย่างเสรี แต่ถามว่าถ้าเราไม่คุย เราไม่ดําเนินการให้ชัดเจนแล้ว ถ้ามีผู้ร้อง มาร้องกับศาลรัฐธรรมนูญให้มีการวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญอีกเราจะทําอย่างไร ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้ขึ้นอภิปรายครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย เรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้หญิงถ้าไม่ได้ออกมาอู้ก็คงจะเป็นแม่ที่ดีบ่ได้นะเจ้า ดังนั้นตามที่สมาชิกทุกท่าน ทุกคนได้อภิปรายมา ในฐานะเป็นผู้หญิงแล้วก็เป็นแม่คนหนึ่ง ก็น่าสงสารนะเจ้า การที่ เด็กนักเรียนหรือว่าเด็กที่บ่มีวุฒิภาวะไปท้องหรือไปเรียนแล้วก็ท้องก่อนวัยนะเจ้า ดังนั้น อยากจะเรียนไปยังผู้ปกครองที่อยู่ทางบ้าน เด็กที่จะเกเรมันมาจากครอบครัวที่บ่มีความอบอุ่น ดังนั้นอยากจะเรียนฝากทุกท่านทุกคน การทําแท้งหรือการแก้ไขครั้งนี้เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ นะเจ้า อยากจะฝากทางผู้ปกครองดูแลเด็กให้อยู่ในความอบอุ่นที่ดีนะเจ้า แล้วก็ป้องกัน แล้วก็ อยากจะฝากไปทางกระทรวงสาธารณสุขช่วยรณรงค์การป้องกันเด็กที่ท้องก่อนวัย ดังนั้น นะเจ้า การที่เราจะรณรงค์ให้ละอ่อนได้รู้รักษาตัว การที่จะท้อง เราก็จะต้องมียาคุมกําเนิด แล้วก็จะมีถุงยางอนามัยนะเจ้า แล้วถ้าท้องแล้วก็อยากให้ทางรัฐบาลมีกระทรวง กระทรวงหนึ่งที่รองรับ ถ้าเด็กท้องก่อนวัย ถ้าบ่อยากทําแท้ง ถ้าเกิดทําแท้งออกไปเป็น อันตรายต่อชีวิตกับมารดาโตยนะเจ้า อยากจะให้ทางรัฐบาลตั้งกระทรวงกระทรวงหนึ่ง เพื่อรองรับช่วยเหลือเด็กที่ท้องก่อนวัย เด็กที่อยู่ในท้องก็คือเป็นเด็กคนหนึ่งนะเจ้า ถ้า ๑๒ สัปดาห์ก็คือเท่ากับ ๓ เดือน โดยฐานะที่เป็นแม่หญิง ที่เป็นแม่เคยท้องมานะเจ้า ถ้า ๓ เดือนนี้ก็รู้แล้วนะเจ้าว่ามันจะเขม่นในท้อง เด็กนั้นก็เริ่มจะโต คําโบราณบอกว่า ๓ เดือน เท่ากบ ๖ เดือนเท่าฮอก คําว่า ฮอก ก็คือกระรอกนะเจ้า ถ้า ๖ เดือนเด็กก็โตแล้ว มีครบทุกอย่าง ถ้าเราจะไปทําแท้งอันนั้นก็เป็นอันตรายต่อเด็กนะเจ้า แล้วก็เป็นอันตรายต่อแม่ของลูกโตย อยากจะฝากทางรัฐบาลช่วยดูแลเกี่ยวกับกระทรวงที่จะรองรับในการดูแลที่ละอ่อนท้องก่อนวัย แล้วก็ฝากไปทางกระทรวงสาธารณสุขช่วยรณรงค์ตามที่ได้บอกกล่าวเมื่อสักครู่นี้นะเจ้า ดังนั้นก็อยากจะฝากคําคําหนึ่งไว้ให้กับทุกท่านทุกคนว่าชีวิตของคนเราเลือกที่เกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทําดีได้ ดังนั้นนะเจ้า อยากจะฝากทุกท่านทุกคนนะเจ้า การทําแท้งมันเป็นบาป เป็นกรรม แล้วอีกอย่างหนึ่งคนที่เพิ่นมีฐานะครอบครัวที่พร้อมทุกอย่างอยากจะมีลูกกลับมียาก จะต้องทํากิฟต์ (GIFT) ทําท้องนอกมดลูก แล้วก็สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายจํานวนมาก แต่บังเอิญนะเจ้า เด็กที่ท้องก่อนวัยนั้นคําโบราณท่านบอกว่าผีซะหน้านะเจ้า🔗
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม (แบบบัญชีรายชื่อ) ท่านประธานครับ ผมประท้วง ครับ🔗
ท่านศรีนวล รอสักครู่นะครับ ส.ส. ประท้วง เชิญครับ ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๙ ครับ ข้อ ๖๙ บอกต้องพูดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาในวันนี้ สิ่งที่ท่านพูดรายละเอียดผมไม่พูดถึงนะครับว่าท่านตีตราเด็กที่ตั้งครรภ์ ตีตราผู้หญิง ที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์อย่างไร แต่เนื้อหาที่ท่านพูดไปเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นซึ่งไม่เกี่ยวกับวันนี้ ไปพูดถึงกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เกิด โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวันนี้ครับ จริง ๆ ผมอยากจะให้ถอนตั้งแต่ต้นนะครับ แต่ว่าแล้วแต่ท่านประธานจะวินิจฉัยว่าควรจะถอน แค่ใดครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับว่าการแสดงความคิดเห็นของท่านสมาชิกก็เป็นอิสระของแต่ละคน แต่ละท่าน ถ้าตราบใดที่ยังไม่ผิดข้อบังคับก็ถือว่าไม่จําเป็นต้องถอนครับ เชิญท่านศรีนวล อภิปรายนะครับ🔗
เจ้าบ่เป็นหยังเจ้า ก็คือสิ่งที่ข้าเจ้าอู้มา ก็ด้วยความฮัก ความเป็นห่วงประชาชนในฐานะเฮาเกิดมาเป็นคนไทยเหมือนกันนะเจ้า ดังนั้นถ้าท่านจะคิดแบบไหนก็แล้วแต่ท่านจะคิดนะเจ้า อันนี้ก็ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะ เป็นแม่หญิงคนหนึ่งของคนไทยนะเจ้า ขอขอบคุณทางท่านประธานเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ และตามด้วยท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยหลักการการแก้ไขนั้นก็คือแก้ไขที่มาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๕🔗
ท่านประธานที่เคารพ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย ที่ ๔/๒๕๖๓ ว่า มาตรา ๓๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญาขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๒๘ แห่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ก็จึงเกิดเหตุที่จะต้องมีการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมานําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เหตุเพราะว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะผูกพันกับทุกองค์กร กระผมก็มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเนื่องจากการทําแท้งนั้นเป็นสิ่งที่มีหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นวันนี้นํามาพิจารณาเรื่องมิติทางข้อกฎหมายซึ่งเป็นความจําเป็นของบ้านเมือง แต่ในมิติเรื่องของศาสนาเอย เรื่องของศีลธรรมเอย ก็ห้ามความคิดของสังคมไม่ได้ แม้กระทั่ง ความคิดของนายแพทย์หรือของคุณหมอ ถ้ากฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ออกไปแล้ว คุณหมอทุกคน จะต้องมีหน้าที่ในการทําแท้งให้แก่หญิงที่ตั้งครรภ์อายุไม่ถึง ๑๒ สัปดาห์ ผมเป็นคนหนึ่งละ ถ้าผมเป็นหมอผมจะต้องขอปฏิเสธ ถ้ากฎหมายไม่เปิดโอกาสให้หมอได้มีทางเลือก กฎหมายนั้น ก็ย่อมกระทําให้คุณหมอนั้นมีความบาดเจ็บทางด้านจิตใจหรือเรื่องของศีลธรรมจรรยา จรรยาบรรณการแพทย์ได้ด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะให้ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ อย่าให้ไปจนถึงที่จะให้มีสังคมเรียกว่า เป็นการทําแท้งเสรี อย่าให้มีเจตนารมณ์ไปถึงตรงนั้น แม้เจตนารมณ์ไปไม่ถึงตรงนั้น แต่ต้องป้องกันทุกวิถีทางไม่ให้สามารถที่จะตีความว่าเป็นการ เปิดโอกาสให้มีการทําแท้งเสรี อันนี้คือสิ่งที่มีความเป็นห่วงและความกังวล เนื้อหาสาระที่จะ นําเรียนท่านสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รวมทั้งท่านพี่น้องทางบ้านก็คือว่า มีการเพิ่ม ถ้อยคําว่า ๑๒ สัปดาห์ ในมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ คําว่า ๑๒ สัปดาห์นั้นก็คือ ๓ เดือนนะครับ ถ้าเราได้ศึกษาเรื่องของเอ็มบริโอ (Embryo) หรือว่าตัวอ่อนในครรภ์มารดา ๑๒ สัปดาห์นี่ก็เริ่มเห็นเค้าลางว่ามีอวัยวะสําคัญ ๆ เกิดขึ้นแล้วเล็ก ๆ นะครับ แต่ว่า มองออกแล้วละว่าเป็นทารกที่เป็นมนุษย์ เพราะถ้าต่ํากว่านั้นบางทีดูไม่ออก ไม่มีแขนขา ไม่มีอวัยวะที่มองออกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น ๑๒ สัปดาห์ที่เขียนไว้ผมว่าก็ยังดีกว่าร่าง ในความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ที่เกี่ยวกับ ๒๔ สัปดาห์ เพราะผมเองเคยเป็นหมอนะครับ ดูแลเด็ก ๑๘ สัปดาห์อยู่ในตู้อบนี่เลี้ยงรอดมาแล้วนะครับ ๑๘ สัปดาห์ สมัยก่อนทั่ว ๆ ไปก็ ๒๐ สัปดาห์ สมัยโบราณ เดี๋ยวนี้ ๑๘ สัปดาห์ก็เลี้ยงรอด แล้วก็เลี้ยงรอดแล้วเยอะด้วย แล้วเด็กที่คลอดก่อนกําหนดมักจะฉลาดกว่าปกติด้วย พัฒนาการเร็วกว่าปกติด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ๑๒ สัปดาห์มันก็ถือว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าเกลียดจนเกินไปนะครับว่า จะมีความเหมาะสมมากกว่าอายุครรภ์ที่จะมากกว่านี้นะครับ แต่ในเรื่องของการเพิ่มถ้อยคําอยู่ ในมาตรา ๓๐๕ นั้น ใน (๑) การทําแท้งโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยหลักเกณฑ์ของ แพทยสภาใน (๑) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อชีวิตของแม่ อันนี้ผมก็เห็นด้วยเพราะมันเป็น กฎหมายเดิมก็เขียนไว้อย่างนั้น (๒) เสี่ยงต่อชีวิตลูก อันนี้ในกฎหมายเดิมก็มีเขียนไว้ แล้วก็ ต่อไปเป็นเรื่องของความผิดทางเพศ อันนี้ก็เห็นด้วย แล้วก็วงเล็บสุดท้ายอันนี้ค่อนข้างที่จะ กังวลคือหญิงมีครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ยืนยันยุติการตั้งครรภ์ ทีนี้หญิงมีครรภ์บางทีก็เป็น หญิงที่อายุ ๑๕ ปี หรือต่ํากว่า ๑๕ ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตัวหญิงมีครรภ์เองจะยืนยัน การไม่ตั้งครรภ์ขณะที่เขายังไม่บรรลุนิติภาวะนี่ ผมว่าให้สิทธิเขามากเกินไป ผมเองสมัยที่เป็นหมอก็พยายามพูดคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ ที่พาลูกตัวเองที่ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์แล้วก็ให้กําลังใจ สุดท้ายก็มีการเลี้ยงลูกรอด แล้วก็โตแล้วก็พามาขอบคุณหมออยู่มากมายทีเดียว อันนี้ก็เพราะว่าครอบครัวของ หญิงตั้งครรภ์นั้นมีการซัปพอร์ต (Support) มีการอุ้มชูแล้วก็ให้การตั้งครรภ์นั้น ประสบความสําเร็จนะครับเพราะฉะนั้นลําพังประโยคที่ว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ประสงค์หรือยืนยัน ยุติการตั้งครรภ์ ผมว่าอันนี้เป็นเหตุผลที่ให้สิทธิแก่เด็กที่ไม่บรรลุนิติภาวะมากเกินไป ควรที่จะ ให้ครอบครัวแล้วควรที่จะให้สังคมเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย อย่างน้อย ก็นักจิตวิทยาให้คําปรึกษา แล้วก็ครอบครัวให้คําปรึกษาต้องมีเนื้อหาสาระที่มากกว่าการให้สิทธิ แก่หญิงตั้งครรภ์ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวนะครับ ส่วนถ้อยคําในการร่างนั้นจะแก้ไขอย่างไร ผมก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไปปรับปรุงถ้อยคําเพื่อให้มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง แล้วก็สุดท้ายขอฝากไว้ว่า ต้องเปิดช่องให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมคือนายแพทย์ แพทย์หญิง ที่อย่างเช่นเป็นหมอไม่ได้เป็นสูติแพทย์ด้วย อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนมีหมอ อยู่คนเดียว ๒ คน จะต้องตัดสินใจทําตามกฎหมายแล้วทําแท้งโดยที่เขาไม่ยินยอม ก็ต้องให้ แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นสามารถที่จะปฏิเสธในส่วนนี้ได้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา ๓๐๑ แล้วก็มาตรา ๓๐๕ ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยขออนุญาตแสดง ความเห็นการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นมุสลิมนับถือ ศาสนาอิสลามหลักสําคัญที่สุดในการทํางานก็คือยึดหลักศาสนาเป็นหลักตามเหตุและผล ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายหลักการและเหตุผลในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ เพราะขัด หรือแย้งต่อที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว แต่ผมเองนั้นในการทํางานนอกจากจะต้อง ยึดหลักในเรื่องของกฎหมายที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดที่ยึดถือมา เป็นที่หนึ่งก็คือว่าการใดก็แล้วแต่หรือการกระทําใดก็แล้วแต่ต้องอยู่บนหลักการของศาสนาอิสลาม ตอนที่ทราบว่าจะมีระเบียบวาระกฎหมายเกี่ยวกับการทําแท้ง พูดง่าย ๆ ผมได้มีการศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมงานวิจัย ปรากฏว่าได้ค้นพบงานวิจัยฉบับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เปรียบเทียบกฎหมายการทําแท้งของกฎหมายอาญาในอิสลามและกฎหมายอาญาของไทย ท่านประธานครับ ปรากฏว่างานวิจัยในทัศนะของอิสลามกับกฎหมายอาญาไทยนี้บางข้อ บางประเด็นตรงกันแต่หลายอย่างมีหลักการทัศนะที่ต่างกัน🔗
อย่างประเด็นแรก ที่ผมขออนุญาตแสดงความเห็นข้อห่วงใยไปยังกรรมาธิการ ที่จะมีการตั้งขึ้นนี้นะครับ ที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ถกเถียงก็คือว่าในเรื่องของระยะเวลา โดยหลักการที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่เป็นมุสลิมนับถือศาสนาอิสลามได้อภิปรายก่อนหน้านี้คือ ท่านประสิทธิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม มีหลักการตรงกันในเรื่องของศาสนาอิสลาม คืออิสลามห้าม ไม่สนับสนุนในการทําแท้ง แต่ถ้ากรณีมีเหตุจําเป็นกรณีที่มีการกระทําความผิดทางเพศหรือ กระทําชําเราสามารถกระทําได้กรณีหากมีความจําเป็น แต่หากกรณีที่ท้องก่อนแต่งหรือเกิด การผิดพลาดอย่างไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้แต่งงานให้ถูกต้องตามหลักการ อันนี้กระทําไม่ได้ ไม่มี ข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ เมื่อมาดูหลักการที่ผมกล่าวถึงแล้วก็ดูงานวิจัย ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีแล้วนะครับ ผมดูมาตราที่มีการแก้ไขก็อดเป็นห่วงอยู่หลายข้อ หลายประเด็น แล้วก็มีคําถามที่อยากเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่มาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ด้วยความเป็นห่วง แล้วก็อยากฝาก กรรมาธิการว่าอยากให้ถกในเรื่องของระยะเวลา เพราะว่าโดยหลักการอิสลามก็คือว่า มีระยะเวลา ๑๒๐ วัน กว่าที่วิญญาณจะเข้าสู่ร่างกาย อันนี้คือประเด็นหลักที่ต้องถกเถียงว่า ท่านใช้หลักการอะไรในเรื่องของการกระทําที่ไม่เป็นความผิด ถ้ากรณีที่ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ เพราะในมาตรา ๓๐๑ ท่านใช้คําว่า เกิน ๒ สัปดาห์มีความผิด นั่นหมายความว่าถ้าน้อยกว่านี้ นั่นหมายความว่าไม่มีความผิด แล้วก็จะไปเข้าข้อยกเว้นในมาตรา ๓๐๕ ทีนี้พอเข้ามาตรา ๓๐๕ ก็อดเป็นห่วงอีกว่าใน (๑) ในคณะกรรมาธิการต้องมีการถกแล้วก็อธิบายความให้ ชัดเจน โดยเฉพาะใน (๑) ว่าจําเป็นต้องกระทําเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อ การได้รับอันตรายต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของหญิงนั้นถึงขนาดไหน ต้องตีความหมายของ คําว่า อันตราย สุขภาพทางกาย หรือ จิตใจของหญิง นั้นให้ชัดเจน และถ้าวันนี้ท่านได้ อธิบายชี้แจงในสภาแห่งนี้เบื้องต้นก็จะเป็นการดีนะครับ🔗
ข้อที่ ๒ ก็คือในส่วนของ (๒) ที่เป็นข้อยกเว้นก็คือว่า จําเป็นต้องกระทํา เนื่องจากหากทารกคลอดออกมาจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจาก ความผิดปกติทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง อะไรคือคําว่า ทุพพลภาพ อย่างร้ายแรง ในความหมายเจตนารมณ์ที่ท่านร่างกฎหมายอยู่ใน (๒) ของมาตรา ๓๐๕ สิ่งที่ ผมไม่เห็นด้วยในหลักการในประเด็นสําคัญที่สุดก็คือว่า ใน (๔) ของมาตรา ๓๐๕ เพราะว่า มาตรา ๓๐๕ (๔) ท่านใช้คําว่า หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันที่จะยุติ การตั้งครรภ์ ถ้าดูตามมาตรานี้นั่นหมายความว่าไม่ใช่เฉพาะเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ที่เกิดจาก การกระทําความผิดทางเพศอย่างเดียว เพราะว่าการกระทําความผิดทางเพศไปเข้าข้อยกเว้น ใน (๓) ตามที่ท่านได้ร่างขึ้นมา ใน (๔) เท่ากับว่าเป็นการสนับสนุนให้มีการท้องก่อนที่จะมี การแต่งงานหรือการผิดประเวณีนั่นเอง ตรงนี้โดยหลักการผมก็คงต้องยึดตามหลักการ ในทัศนะของอิสลามว่าเราไม่สนับสนุนในกรณีที่มีการท้องแล้วก็มีการแท้ง หากมีการท้อง ก่อนแต่ง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือว่ามีการสมัครใจร่วมประเวณีโดยไม่ได้แต่งงานนะครับ อันนี้ หลาย ๆ คําถาม ผมก็เลยอยากฝากทางคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นมา แล้วก็ อยากเรียนถามทางท่านรองนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ในกรณีที่ท่านได้ร่าง ข้อยกเว้นต่าง ๆ เหล่านี้ในความหมายที่ต้องมีการอธิบาย และผมเชื่อว่าในคณะกรรมาธิการ จะต้องมีการถกแล้วก็บันทึกในชวเลข เวลาขึ้นศาลขึ้นมาจะได้ตีความให้เป็นที่ยุติได้ง่าย ในความหมายหลาย ๆ อย่างที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นผมก็เลยมี ความเป็นห่วงกังวลในหลายข้อหลายประเด็น แล้วก็ในบางประเด็นผมไม่สามารถรับหลักการ เพราะว่ามันขัดหรือแย้งต่อหลักการศาสนาอิสลามที่ผมแล้วก็พี่น้องในพื้นที่นับถืออยู่ครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปผู้เสนอจะอภิปรายสรุปไหมครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะท่านสมาชิก หมดแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ใคร่จะขออนุญาต ให้ทางคณะแพทย์ได้ตอบคําถามหลายคําถาม ขออนุญาตครับ🔗
ผมมอง ไม่เห็นคณะแพทย์อยู่ตรงไหน อ๋ออยู่ข้างหลัง เชิญครับท่านผู้ชี้แจง🔗
กราบเรียนครับ ผม นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัยครับ ขออนุญาตนําเรียนว่ากรมอนามัย มีบทบาทสําคัญตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการกําหนดขอบเขตประเภท การให้บริการอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งขณะนี้ในประเทศไทยเราได้พัฒนาระบบบริการซึ่งก็จะ สอดคล้องกับนัยที่ได้เสนอในการปรับแก้ในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องของอายุ ครรภ์ที่น้อยกว่า ๑๒ สัปดาห์ ด้วยขณะนี้กรมอนามัยก็กําหนดมาตรฐานการบริการในส่วน อนามัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยด้วยหลักการว่าจะต้องประกอบ ไปด้วยองค์ประกอบ ๑๒ ขั้นตอน ในองค์ประกอบเหล่านี้ตัวอย่างสําคัญ ได้แก่ เรื่องของ การให้คําปรึกษา แล้วก็เรื่องของการที่จะต้องให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงปัจจุบัน นี้เรามียาที่เป็นยาผสมที่จะใช้รับประทานได้อย่างปลอดภัยอยู่ในพระราชบัญญัติหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าแห่งชาติ อยู่ในสิทธิประโยชน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตรงนี้โดยนัยก็คือว่า ถ้าอายุครรภ์น้อย ๆ ก็คือน้อยกว่า ๑๒ สัปดาห์ การใช้ยาจะมีความปลอดภัยสูง รวมถึง วิธีการกระทําโดยแพทย์ที่น้อยกว่า ๑๒ สัปดาห์ ก็จะมีความปลอดภัยและไม่ซับซ้อน ซึ่งกระบวนการนี้เราก็แนะนําไว้ ๒ วิธี วิธีที่ ๑ ก็คือเรื่องของการกินยา กับวิธีที่ ๒ ก็คือการใช้ เครื่องดูดสุญญากาศ อันนี้ค่อนข้างจะปลอดภัยสูง แต่อย่างไรก็ดีในมาตรา ๓๐๕ ก็ยังกําหนด ว่าถ้าอายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ ก็จะต้องทําโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งตัวนี้จะย้ําว่า มีส่วนสําคัญอยู่ ๒ องค์ประกอบครับ ก็คือการกระทําโดยแพทย์จะมีความเข้าใจในเรื่องของ การประเมินอายุครรภ์ การประเมินความเสี่ยง และอันที่ ๒ ก็คือการกําหนดวิธีที่จะยุติ การตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยนะครับ🔗
อีกประการหนึ่งที่ท่านสมาชิกถามถึงเรื่องของกรณีอายุครรภ์ของเด็ก ที่อายุน้อยกว่า ๑๕ ปี ผมอดไม่ได้นะครับที่ต้องอนุญาตว่าจะกล่าวถึงตัว พ.ร.บ. การป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งบทบาทนี้กรมอนามัยก็เป็นผู้รับผิดชอบ ในเรื่องการออกกฎกระทรวงว่าด้วยประเภทขอบเขตการให้บริการนะครับ ตรงนี้กําหนดว่า ถ้าเด็กที่อายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป ตาม พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น ความหมายถึงว่า ตั้งแต่ ๑๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ มีอํานาจ มีสิทธิตามมาตรา ๕ ก็คือตัดสินใจด้วยตัวเองในการขอรับบริการอนามัยเจริญพันธุ์ ยกเว้น สําหรับหญิงที่อายุน้อยกว่า ๑๕ ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง เฉพาะในเรื่องของ การยุติตั้งครรภ์นะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตนําเรียนว่าขณะนี้กรมอนามัยเองก็มีบทบาทสําคัญ ที่จะดูแลเรื่องการบริการไปรองรับกับอายุครรภ์ที่ออกมาขณะนี้ก็มีความเห็นสอดคล้องกับ ทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ทางแพทยสภา แล้วก็ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ แห่งประเทศไทย ซึ่งก็คิดว่าความคิดตรงนี้หลายท่านถามเหมือนกันว่าได้มีการสอบถาม ความเห็นของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ กระทรวงสาธารณสุข ได้เริ่มต้นในการพิจารณาไปปรับแก้กฎหมายร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและ กระทรวงต่าง ๆ ๖ กระทรวง รวมถึงได้ตอบข้อคําถามจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่สอบถามมาว่าร่างนี้เห็นชอบหรือไม่ ก็ได้ตอบเห็นชอบไปเป็นที่เรียบร้อยครับ🔗
ท่านผู้ชี้แจง ยังมีอะไรอีกไหมครับ🔗
มีค่ะ ขออนุญาตนิดนะคะ🔗
เชิญครับ🔗
วิบูลพรรณ ฐิตะดิลก ตัวแทนแพทยสภา เป็นสูตินรีแพทย์ค่ะ ก็เรียนตอบข้อคําถามบางประเด็นก่อนนะคะ คือที่ท่านบอกว่าจะรู้ได้อย่างไรว่ามีความพิการ หรือทุพลภาพ เราก็คงใช้หลักวิทยาศาสตร์บวกข้อมูลทางการแพทย์ แล้วก็ดูความอยู่รอด ของลูกและภาระที่มีต่อแม่ เราใช้หลักในการดูแลคนไข้ทั่ว ๆ ไป คือเราจะให้ข้อมูล ทางการแพทย์จนครบถ้วน ให้คนไข้ซักถาม หลังจากนั้นการตัดสินใจก็เป็นของคนที่เป็น คุณพ่อคุณแม่ อันนี้คือเป็นหลักที่เราปฏิบัติ ถามว่าที่มาของ ๑๒ สัปดาห์ ท่านรองบัญชา ก็ตอบไปแล้ว แต่เราก็มีความห่วงใยว่าประเด็นที่เกินอายุครรภ์โตขึ้นไป แต่มีความจําเป็น จะต้องยุติการตั้งครรภ์จะทําอย่างไร เราก็มองว่ามันยังมีช่องทางที่ทางแพทยสภาก็ต้องไป ออกระเบียบปฏิบัติหรือกฎเกณฑ์ที่ให้มันชัดเจน เพื่อให้มันถูกต้องตามหลักที่แพทย์ปฏิบัติ คือเวลาแพทย์ดูแลคนไข้จะยึดหลัก ๒ อย่างในประเด็นการทําแท้งคือ ๑. ความปลอดภัย ของคนไข้ ๒. เป็นไปตามกฎหมาย ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านธัญวัจน์ จะอภิปรายสรุปไหมครับ เชิญนะครับ เอาสรุปเชิญครับ🔗
สั้น ๆ ค่ะท่านประธาน ธัญอยากจะให้ผู้แทนราษฎร หรือผู้ชี้แจง หรือคณะรัฐมนตรี หรือท่านวิษณุนะคะ ได้ลองเสิร์ช (Search) คําว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์ฆ่าตัวตาย ในกูเกิล (Google) ของเรานี่ละค่ะ ท่านจะเห็นว่ามีผู้หญิงที่เดินลงน้ําฆ่าตัวตาย ท่านจะเห็นว่ามีผู้หญิงปิดล็อกรถรมแก๊สเพื่อ ฆ่าตัวตาย ท่านจะเห็นผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ผูกคอตาย ธัญจึงอยากให้สิ่งเหล่านี้ที่เรากําลังจะ บัญญัติกฎหมายใหม่ขึ้นมาได้ครอบคลุมและแก้ปัญหา จึงฝากเรียนทุกท่านไว้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมยังติดใจอยู่ ๑ ประเด็นครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ความจริง ผมมีเยอะกว่านี้นะครับ แต่ว่าส่วนใหญ่ท่านก็ได้ชี้แจง หรือว่าผมก็ทําความเข้าใจด้วยตัวของผม เองได้ครับ ยังติดใจในประเด็นร่างแก้ไขในมาตรา ๔ ซึ่งมีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๓๐๕ สักนิดเดียวครับ เนื่องจากว่าบรรทัดแรกของมาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๓๐๕ นั้น ใช้คําว่า ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๓๐๑ ซึ่งมาตรา ๓๐๑ นั้นถูกล็อกโดยอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ อันนี้ผมพูดถึงร่างของรัฐบาลนะครับ ผมขอคําตอบคําเดียวเลยครับว่าในกรณีที่แก้ไข ในมาตรา ๓๐๕ (๑) (๒) (๓) นั้น มิได้ถูกจํากัดโดยอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ใช่หรือไม่ครับ ขอคําตอบแค่คําตอบเดียวครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านผู้ชี้แจง จะชี้แจงไหมครับ🔗
ขออนุญาตเรียนชี้แจงค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ผู้แทนจากกฤษฎีกาค่ะ ไม่จํากัดด้วยอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่.. ) พ.ศ. .... ซึ่งก็มีคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ แล้วก็คุณธัญวัจน์จากพรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ ก็ได้อภิปราย เสร็จสิ้นลงนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อแสดงตนว่าองค์ประชุมครบหรือไม่ ก่อนที่เราจะได้ ลงมติต่อไป เชิญนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกรีบเร่งนิดหนึ่งนะครับ รอเพื่อนสมาชิกเรา นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าวันนี้มีการประชุมคณะกรรมาธิการค่อนข้างหลายคณะ แล้วก็พรุ่งนี้ แล้วก็มะรืนนี้จะไม่มีการประชุม ก็ถือว่าเป็นการประชุมส่งท้ายปีเก่าแล้วนะครับ คิดว่า ท่านสมาชิกก็คงยังอยู่ร่วมกันพิจารณากฎหมายสําคัญ ๆ เชิญนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม กรุงศรีวิไล ๐๐๗ แสดงตนครับ🔗
ท่านกรุงศรีวิไล นะครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ามี ขอเชิญแสดงตนนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๐ แสดงตนค่ะ🔗
๒๘๐ แสดงตนนะครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ🔗
ท่านประธานคะ ภาดาท์ วรกานนท์ ๒๖๗ ขอแสดงตนค่ะ🔗
๒๖๗ เชิญครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สาคร เกี่ยวข้อง ๔๐๘ แสดงตนครับ🔗
๔๐๘ ประธานอนุโลมนะครับ เพราะว่าวิ่งเข้ามา🔗
๓๖๕ รายงานตนค่ะ🔗
๓๖๕ แสดงตน ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องรีบร้อนครับ เดี๋ยวประธานยังให้โอกาสแสดงตนอยู่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๕๘ หมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ แสดงตนครับ🔗
๐๕๘ แสดงตน ยังเข้ามาเพิ่มอีกเยอะนะครับทางฝั่งโน้น ท่านสมาชิกครับ ที่จริงแล้วผมได้ปิด การแสดงตนไปแล้วนะครับ ขออภัย ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าท่านยังมีโอกาสที่จะลงมติ ตอนนี้ท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๙๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ🔗
ผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๐ เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านมัลลิกา ๒๘๐ เห็นด้วย🔗
ท่านประธานครับ ผม กรุงศรีวิไล ๐๐๗ เห็นด้วยครับ🔗
๐๐๗ เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๘๓ เห็นด้วยครับ🔗
๒๘๓ เห็นด้วย ท่านใดยังไม่ใช้สิทธิลงคะแนนก็เชิญนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จํานวนผู้ลงมติผู้อยู่ในห้องประชุมนะครับ ๓๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ ขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับก่อนเสนอ ขอประทานโทษท่านอรรถกรครับ ปรึกษาหารือท่านประธาน นิดเดียวครับ🔗
ปรึกษา เรื่องอะไรครับ เพราะมันอยู่ในระหว่างขั้นตอน🔗
พอดีมันมี ๒ ร่างครับ ท่านประธาน ต้องคุยกันก่อนว่าร่างใดจะเป็นร่างหลักครับ🔗
คือท่านณัฐวุฒิครับ ต้องมีการลงมติรับหลักการก่อนนะครับ แล้วค่อยมีการถามว่าจะตั้ง กรรมาธิการ เสร็จแล้วค่อยหารือกันต่อว่าจะใช้ร่างใดเป็นร่างหลักนะครับ เชิญเสนอ กรรมาธิการครับ🔗
อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอจํานวน กรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีผมถือว่า ที่ประชุมมีมติเสนอคณะกรรมาธิการ ๓๙ ท่านนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่มีสาระสําคัญเกี่ยวกับสตรี ตามมาตรา ๑๒๘ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจํานวน กรรมาธิการวิสามัญต้องประกอบด้วยสัดส่วนกรรมาธิการของบุคคลประเภทดังกล่าว หรือผู้แทนองค์กรเอกชนที่ทํางานเกี่ยวกับสตรีโดยตรง เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมดนะครับ เรียนให้ท่านสมาชิก ได้ทราบ จํานวนกรรมาธิการที่เสนอ ๓๙ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จํานวน ๖ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จํานวน ๒๐ ท่าน สัดส่วน กรรมาธิการของผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับสตรี จํานวน ๑๓ ท่าน เชิญรัฐมนตรีเสนอ รายชื่อกรรมาธิการครับ รัฐมนตรี จํานวน ๖ ท่านนะครับ เชิญท่านเสนอเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีรายนามดังต่อไปนี้ จํานวน ๖ คน ๑. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๒. นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ๓. ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก ๔. ศาตราจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ๕. นางสุรางคณา วายุภาพ และ ๖. นางสาวรวิวรรณ จตุรพิธพร ครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกเสนอรายชื่อกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง และรายชื่อผู้แทนองค์กร เอกชนที่เกี่ยวกับสตรี ตามสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง มีดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการของพรรค จํานวน ๖ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับสตรี จํานวน ๔ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ กรรมาธิการของพรรค จํานวน ๕ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับ สตรี จํานวน ๓ ท่าน พรรคภูมิใจไทย กรรมาธิการของพรรค จํานวน ๓ ท่าน ผู้แทนองค์กร เอกชนที่เกี่ยวกับสตรี จํานวน ๒ ท่าน พรรคก้าวไกล กรรมาธิการของพรรค จํานวน ๒ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับสตรี จํานวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการ ของพรรค จํานวน ๒ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับสตรี จํานวน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา กรรมาธิการของพรรค จํานวน ๑ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับ สตรี จํานวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย กรรมาธิการของพรรค จํานวน ๑ ท่านนะครับ ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรอง ตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย สัดส่วนจากพรรคการเมือง จํานวน ๖ ท่าน ๑. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๒. นางมนพร เจริญศรี ๓. นางผ่องศรี แซ่จึง ๔. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๕. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๖. นางอังคณา นีละไพจิตร นอกจากนั้นก็เป็น สัดส่วนของผู้แทนสตรี จํานวน ๔ ท่าน ๑. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๒. นางสาวประไพ ยั่งยืน ๓. นางสาวกุฎารัศมิ์ กุลฉัตร ๔. นางธมนวรรณ บุญเลิศวณิชย์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๒ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ ผู้แทนพรรคการเมือง จํานวน ๕ ท่าน ๑. นายสันติ กีระนันท์ ๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๓. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๔. นางภัทรมน เพ็งส้ม ๕. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ผู้แทนสตรี จํานวน ๓ ท่าน ๑. นางฉวีวรรณ พุ่มพวง ๒. นางสาวจิตติมา สินมา ๓. นายสมาน มากสุข ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเสนอสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ผู้แทน พรรคการเมือง ๓ ท่าน ๑. นายมณฑล โพธิ์คาย ๒. นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ๓. นางสาวศรีนวล บุญลือ สัดส่วนของผู้แทนสตรี จํานวน ๒ ท่าน ๑. นายซาการียา บิณยูซูฟ ๒. นางจินตนา พันธุฟัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลประกอบไปด้วยสัดส่วนของ พรรคการเมือง จํานวน ๒ ท่านครับ ๑. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๒. ณัฐวุฒิ บัวประทุม และผู้แทนองค์กรที่ทํางานในประเด็นด้านสตรี จํานวน ๒ ท่านครับ ๑. ธารารัตน์ ปัญญา ๒. รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังต่อไปนี้ค่ะ ผู้แทนพรรคการเมือง จํานวน ๒ ท่าน ๑. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๒. นายเขมชาติ กิจค้า ผู้แทนสตรีจํานวน ๑ ท่าน คือ นางพรเอื้อ เชื้อแหลม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรค ๒ ท่านนะครับ ๑. ผู้แทนพรรคการเมือง จํานวน ๑ ท่าน ก็คือ นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ๒. ผู้แทนสตรี จํานวน ๑ ท่าน คือ นางสาวปฐมาภรณ์ ทองโกมุท ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคเสรีรวมไทย🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๙ ท่าน ๑. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๒. นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ๓. ศาสตราจารย์แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก ๔. ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ๕. นางสุรางคณา วายุภาพ ๖. นางสาวรวิวรรณ จตุรพิธพร ๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๘. นางมนพร เจริญศรี ๙. นางผ่องศรี แซ่จึง ๑๐. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๑๑. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๑๒. นางอังคณา นีละไพจิตร ๑๓. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๑๔. นางสาวประไพ ยั่งยืน ๑๕. นางสาวกุฎารัศมิ์ กุลฉัตร ๑๖. นางธมนวรรณ บุญเลิศวณิชย์ ๑๗. นายสันติ กีระนันทน์ ๑๘. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๑๙. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๒๐. นางภัทธมน เพ็งส้ม ๒๑. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๒๒. นางฉวีวรรณ พุ่มพวง ๒๓. นางสาวจิตติมา สินมา ๒๔. นายสมาน มากสุข ๒๕. นายมณฑล โพธิ์คาย ๒๖. นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ๒๗. นางสาวศรีนวล บุญลือ ๒๘. นายซาการียา บิณยูซูฟ ๒๙. นางจินตนา พันธุฟัก ๓๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๓๑. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓๒. นางสาวธารารัตน์ ปัญญา ๓๓. รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล ๓๔. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๓๕. นายเขมชาติ กิจค้า ๓๖. นางพรเอื้อ เชื้อแหลม ๓๗. นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ๓๘. นางสาวปฐมาภรณ์ ทองโกมุท และ ๓๙. นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช🔗
มีรายชื่อ ที่ไม่ตรงกับที่เสนอมีไหมครับ ถ้าไม่มีขอเชิญกําหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ กําหนดระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันนะครับ ท่านสมาชิกครับ กรณีรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ จะใช้ร่างฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม ขอถามที่ประชุมนะครับว่า จะใช้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถึงแม้ว่าหลักการ ในร่างทั้ง ๒ ฉบับจะมีหลักการใกล้เคียงกันแต่เนื้อหาสาระแตกต่างกันครับ ผมขออนุญาต ที่จะเสนอร่างของท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ และเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเป็นหลัก ในการพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านประธาน🔗
มีท่านณัฐวุฒิ เสนอใช้ร่างของคุณธัญวัจน์นะครับ ท่านมีอะไรหารือครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมเองต้องขออนุญาตท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ว่าโดยปกติธรรมเนียมแล้ว เราก็จะใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักและเราก็พิจารณามาด้วยดี วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายในรอบปีนี้ ทั้งปีที่ผ่านมาเราก็เป็นไปด้วยดีก็ไม่อยากให้มีการโหวตเอาชนะคะคานกันเลยครับ ธรรมเนียมเราก็ร่างรัฐบาลเป็นหลักก็ขอน้องณัฐวุฒิเถอะครับ ถ้าขอถอนได้ก็เราไปว่ากัน ในคณะกรรมาธิการเถอะ เรื่องอื่นก็ใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะเลย🔗
ก็ท่านณัฐวุฒิ ได้เสนออีกร่างหนึ่งนะครับ แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง ก็อยู่ที่การตัดสินใจของท่านณัฐวุฒินะครับ🔗
นะท่านณัฐวุฒิก็มาถึงขนาดนี้แล้ว🔗
ถ้าท่านณัฐวุฒิ ยังยืนยันผมก็จะได้ขอมติโหวต (Vote) นะครับ แต่ถ้าท่านณัฐวุฒิบอกว่า🔗
ไม่อยากให้มีการโหวต (Vote)🔗
ท่านวิรัชครับ เข้าใจแล้วครับเชิญท่านนั่ง🔗
ถ้าเผื่อท่านมีอะไรที่คิดว่าจะต้อง นั่นก็ใส่เพิ่มเติมลงไปก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ ท่านณัฐวุฒิก็เป็นเองอยู่ด้วยครับ🔗
เชิญ ท่านวิรัช ท่านวิรัชต้องคุยกับประธานนะครับไม่ใช่ไปคุยกันเอง🔗
ก็คุยกับท่านประธานครับ ก็ขอ อนุญาตครับท่านประธาน🔗
เชิญนั่งแล้ว เข้าใจแล้วครับ🔗
ก็ขออนุญาตท่านประธานผ่าน ไปยังท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอฟัง ความเห็นท่านณัฐวุฒิหน่อยครับ🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม นะครับ ก็เรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านวิรัชนะครับ อย่างที่เรียน นะครับว่าเนื้อหาสาระแตกต่างกันอย่างยิ่งครับถึง ๓ จุดใหญ่ ๆ ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อายุครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ใช่หญิงแค่นั้น แต่เป็นเรื่องของบุคคลที่เราพูดกรณีที่อาจจะมี การรองรับการแปลงเพศ หรือการเปลี่ยนเพศต่าง ๆ ในอนาคต และเงื่อนไขในมาตรา ๓๐๕ ผมเรียนถามท่านเจ้าของร่างแล้วครับก็คงเป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกลครับ ความจริงมี ร่างกฎหมายก่อนหน้านี้นะครับที่เราเคยมีการโหวต (Vote) ว่าจะรับร่างใดไปแล้ว แล้วผมเองกับ ท่านวิรัชก็ให้ความเคารพท่านครับ เรื่องอื่นก็อนุญาตให้ท่านตลอดนะครับ อะลุ่มอล่วยกัน แต่ว่าร่างนี้เป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกลครับ ต้องขออนุญาตจริง ๆ ที่ต้องยืนยันว่าจะขอให้มี การลงมติครับ🔗
เมื่อท่านณัฐวุฒิ ยืนยันก็จําเป็นต้องลงมติ แต่ก็เรียนท่านณัฐวุฒิได้ทราบนะครับ ท่านสมาชิกได้ทราบว่า ถ้าเช็ก (Check) องค์ประชุมแล้วองค์ประชุมไม่ครบก็ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ต้องเลื่อนไปพิจารณา หลังปีใหม่อีกนะครับ ถ้าต้องการให้กฎหมายฉบับนี้รวดเร็วยิ่งขึ้นก็ควรจะอะไรพอ ประนีประนอมกันได้ก็ควรจะประนีประนอมเถอะครับ ขอท่านณัฐวุฒิ🔗
ขอท่านประธานอีกรอบหนึ่ง ครับ ถ้าฝ่ายรัฐบาลจะกรุณาใช้ร่างของพวกผมเป็นหลักผมก็ยินดีครับ🔗
อย่างนั้นก็ไม่ มีทางเลือกเป็นอื่นนะครับ ผมขอลงมตินะครับว่าจะใช้ร่างของรัฐบาลหรือร่างของคุณธัญวัจน์ เป็นหลัก ก่อนที่จะลงมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ มีท่านใดที่อยู่ข้างนอกไหมครับ ถ้าท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุมแล้วผมขอเชิญท่านสมาชิกได้ แสดงตนครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนมีไหมครับ เชิญนะครับประธานยังไม่ปิดการแสดงตนครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ ๒๐๑ แสดงตนครับ🔗
ปกรณ์วุฒิ ๒๐๑ แสดงตน🔗
ขออนุญาตครับ ๔๒๘ สุเทพแสดงตนครับ🔗
๔๒๘ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๖๐ แสดงตนครับ🔗
๓๖๐ แสดงตน ยังทยอยวิ่งเข้ามาอยู่นะครับ เชิญครับ ตรงไหนก็ได้ครับแสดงตน เชิญ เจ้าหน้าที่อย่าเพิ่งปิด นะครับ เพราะท่านสมาชิกทุกท่านก็ประสงค์ที่จะให้กฎหมายการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ผ่านออกมาใช้โดยไวนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ🔗
๐๔๑ แสดงตนครับ🔗
๐๔๑ แสดงตน🔗
ท่านประธานครับ ศุภชัย ใจสมุทร ๓๖๖ แสดงตนครับ🔗
๓๖๖ แสดงตน น่าจะปิดการแสดงตนได้แล้วนะครับ แต่ว่าก็ยังเห็นเดินเข้ามาเยอะอยู่ ไม่เป็นไรครับผมว่าน่าจะ ครบองค์ประชุมแล้วล่ะ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จํานวนสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม ๒๗๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมว่าใครเห็นควรให้ใช้ร่างของ ครม. เป็นหลักให้กดปุ่ม เห็นด้วย ใครที่เห็นว่า ควรใช้ร่างของท่านธัญวัจน์เป็นหลัก กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ใครเห็นด้วยในการใช้ร่างของ ครม. เป็นหลัก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ใครเห็นว่าควรใช้ร่างของท่านธัญวัจน์เป็นหลัก โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ต้องทําความเข้าใจหน่อยเดี๋ยวกลัวหลง ส่วนท่านผู้ใดจะงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนครับ เชิญครับ เมื่อใช้สิทธิลงคะแนนหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยรายงานผลครับ ท่านสมาชิกครับ จํานวนผู้ลงมติ ทั้งหมด ๒๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๐ ท่าน งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมได้ลงมติให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับ ของรัฐบาลเป็นหลักนะครับ🔗
ต่อไปเชิญ กําหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ มีการกําหนดเวลาไหมครับ หรือว่าพิจารณาศึกษาไปเรื่อย ๆ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ เนื่องจากอันนี้เป็นกฎหมายครับ แล้วก็ตามธรรมเนียมเราก็ ไม่ได้กําหนดระยะเวลาครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมก็เบลอ (Blur) เหมือนกันครับ ท่านสมาชิกครับต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน ท่านอรรถกรเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตท่านประธานว่า ณ วันนี้ครับ ตอนนี้ประเทศไทยของเรากําลังได้รับปัญหาความเดือดร้อนจากการระบาด ระลอกใหม่ของโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) หรือว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งสร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องชาวไทยเป็นจํานวนมาก🔗
ท่านอรรถกร ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ บังเอิญผมลืมนัดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ห้องประชุม ๓๐๔ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา เชิญท่านอรรถกรต่อครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ จริง ๆ แล้วที่ผมได้เกริ่นนําไปก็บอกว่า ณ เวลานี้โคโรนาไวรัส (Coronavirus) กลับมา ระบาดอีกระลอกแล้ว ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นวงกว้าง ผมจึงใคร่ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การ แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่ โดยผมขอยกข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ขอให้ที่ประชุมพิจารณาญัตติของผม เป็นเรื่องด่วนด้วยครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านอรรถกรได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา หาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ระลอกใหม่ ที่กําลังระบาดอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน มีท่านผู้ใด จะเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ ประธานก็ขอบรรจุญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ระลอกใหม่ เชิญท่านอรรถกรผู้เสนอ ได้นําเสนอหลักการและเหตุผลครับ หรือจะให้ท่านใดเสนอหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านนายแพทย์ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗
ผมเสนอญัตติร่วมด้วยกับ ท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ และเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยครับ ขอรวมญัตติด้วยกันครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีญัตติทํานองเดียวกันอีก ๑ ฉบับนะครับ คือญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์แพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ระลอกใหม่ ซึ่งท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอนะครับ ซึ่งรอการบรรจุในระเบียบวาระอยู่ ผมเห็นว่าเป็นญัตติในทํานองเดียวกัน น่าจะพิจารณาพร้อมกันนะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ก็เชิญผู้เสนอญัตติท่านแรกคือท่านอรรถกร ได้นําเสนอหลักการ และเหตุผลครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนอื่นนะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธาน แล้วก็ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่เห็นตรงกับผม เปิดโอกาสให้ผมแล้วก็ผู้ร่วมเสนอญัตติด่วนนี้ได้นําญัตตินี้เข้ามาถกกันในสภา เพราะว่าปัญหา โควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนชาวไทยทุก ๆ คนได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ก่อนอื่นครับ ผมต้องขออนุญาตใช้เวลาเล็ก ๆ ใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าผมได้รับ ความห่วงใยจากคุณจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัด สมุทรสาคร ซึ่งวันนี้ ส.ส. จอมขวัญท่านเสียสละตัวเองครับ ท่านไม่เดินทางออกนอกพื้นที่ ออกนอกจังหวัดตัวเอง แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมได้คุยกับท่าน ส.ส. จอมขวัญ ท่านก็แสดง ความห่วงใย และจริง ๆ แล้วท่านอยากจะมาร่วมเสนอญัตติด่วนญัตตินี้เพื่อหาวิธีในการแก้ไข ปัญหาที่เกิดจากโควิด-๑๙ (COVID-19)🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้น ระบาดกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนครับ ไม่มีใครมีความสุข มีแต่ความทุกข์ มีแต่ ความยากลําบาก มีแต่ความกังวลใจไปทั่วทุกหนทุกแห่งในประเทศไทยของเรา แต่ถ้าเรามอง อีกแง่หนึ่งครับ อย่างน้อย ๆ มันก็ยังพอมีแง่ดีอยู่ในสถานการณ์วิกฤติอันเลวร้าย ทําไมผมถึง พูดอย่างนั้นครับท่านประธาน ถ้าเรามองย้อนกลับไปในครั้งแรกที่มีการระบาดของ โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือว่าโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) รัฐบาลไทย บุคลากรทางการแพทย์ และที่สําคัญครับ พี่น้องประชาชนคนไทยเกือบจะทุกคน ในประเทศแห่งนี้ พวกเราร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันวิกฤติ ทําตามมาตรการที่ ทางรัฐบาลนั้นได้ร้องขอให้พี่น้องประชาชนได้ทํา ดังนั้นมันก็คงไม่ผิดนะครับ ถ้าผมจะพูดไป ว่าประเทศไทยเรารู้วิธีรับมือของสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราสังเกตจากข่าวสารบ้านเมือง เราก็จะรับรู้รับทราบครับว่าปัญหาของ การแพร่ระบาดในรอบนี้จริง ๆ แล้วปัญหาเกิดจากระดับของผู้ปฏิบัติการ ไม่ใช่ปัญหาเกิดจาก นโยบายหรือว่ามาตรการ ผมย้ํานะครับว่านโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ทําก็ดี หรือว่ามาตรการ ที่ได้ออกมาเพื่อเป็นระเบียบในสังคมของเรา ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดพลาดครับ แต่ผิดพลาดในขั้น ปฏิบัติการ🔗
ผมก็มีประเด็นหลาย ๆ ประเด็นครับ ประเด็นความห่วงใยที่อยากจะฝาก กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหา โดยการระบาดในระลอกนี้ ก็มีผู้ติดเชื้อจํานวนมากมาจากเขตชายแดนลักลอบเข้ามาครับ แอบเข้ามาในประเทศไทย ตรงนี้สิ่งที่ผมอยากจะบอกว่าเจ้าหน้าที่นี่ที่ผ่านมาก็ได้ทําสิ่งที่ผิดพลาดในชั้นปฏิบัติการไปแล้ว แต่หลังจากนี้เรารู้แล้วครับว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน ตะเข็บชายแดนมีอยู่ที่ไหน รัฐบาลต้องสั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกหน่วยเข้าไปประจําการ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อหรือว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สามารถเข้ามาสร้าง ความเสียหายให้กับประเทศไทยของเราได้อีก🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลครับ เนื่องจาก ณ วันนี้สถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) เราต้องมองหลาย ๆ มิติครับ เราไม่สามารถมองมิติเดียวในการกักกันในการควบคุมได้ เราต้องคํานึงถึงเศรษฐกิจ ที่จริง ๆ แล้วตลอดเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมามันดูเหมือนกําลังจะกลับมา ผู้ประกอบการ หลายคนเริ่มยิ้มออก การท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้นเป็นขั้นบันได โดยหลังจากนี้ครับ ถ้ามีมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลนั้นจะต้องใช้ ผมยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือว่าอะไรก็ตามครับ อยากจะให้รัฐบาลนั้นคํานึงถึงความสมดุลระหว่าง การกักกันเชื้อโรคกับการที่ต้องผลักดันให้เศรษฐกิจเดินต่อด้วย ถ้าจะล็อกดาวน์ (Lockdown) จริง ๆ สั้นเกินไปก็อาจจะไม่สามารถที่จะกักกันเชื้อโรคได้หรือว่าถ้ายาวเกินไป ผู้ค้าผู้ขาย นักธุรกิจก็อยู่ไม่ได้นะครับ ดังนั้นความสมดุลเป็นประเด็นที่มีความสําคัญ เหมือนกัน🔗
นอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ยังมีข้อสงสัยแล้วก็มีความอยากรู้ เหมือนกับพี่น้องปวงชนชาวไทยเกือบ ๗๐ ล้านคนครับ ในเรื่องของวัคซีน ที่จริง ๆ แล้ว ผมอยากจะขอความกระจ่าง โดยได้ข่าวนะครับว่าทางประเทศไทยนี่เป็นประเทศที่ได้รับสิทธิ ในการซื้อวัคซีนมาใช้กับคนไทยประมาณ ๒๖ ล้านโดส (Dose) ด้วยกัน ผมก็อยากรู้ครับว่า ตัวเลข ๒๖ ล้านโดส (Dose) นี่เราสามารถเพิ่มได้ไหม ถ้าเพิ่มเราจะต้องทําอย่างไร เพราะว่า ผมอยากจะเห็นครับ เห็นคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเมื่อวันที่ วัคซีนมาถึงนี่ใครจะได้รับการฉีดวัคซีนเป็นคนกลุ่มแรก มีหลักเกณฑ์อย่างไร อย่างที่ผม ได้นําเรียนไปตอนแรกนะครับว่าในช่วงเวลาวิกฤติที่มีความยากลําบาก เราก็ยังมีสิ่งดี ๆ หลายเรื่องที่เกิดขึ้นครับ ผมเชื่อว่าเป็นความหวังให้กับพี่น้องปวงชนชาวไทย เพราะว่าการที่ ประเทศไทยนั้นได้ร่วมลงนามในเอ็มโอยู (MOU) กับมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดของอังกฤษ และกับบริษัท แอสตร้าเซเนก้า จํากัด ที่ตึกสันติไมตรี ที่ทําเนียบรัฐบาล โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในงาน โดยในเอ็มโอยู (MOU) ฉบับนี้ก็ได้มีการบรรลุข้อตกลงร่วมจัดหาและพัฒนาวัคซีนระหว่างบริษัท แอสตร้า เซเนก้า กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ซึ่งเป็นของคนไทยครับ นั่นก็หมายความว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนครับ ที่จะสามารถมีโนว์ฮาว (Know-how) ที่จะสามารถผลิตวัคซีนภายในประเทศของพวกเรามาใช้เองได้ ซึ่งถ้าเราทําได้ครับ ผมเชื่อนะครับว่าไม่ใช่ประเทศของเราที่พวกเราจะช่วยได้ ยังมีเพื่อนบ้านของพวกเรา อีกหลายประเทศครับ ที่เขาอาจจะไม่ได้เตรียมตัวดีเหมือนกับประเทศของเรา เราสามารถ หยิบยื่นช่วยเหลือเขาได้ ทั้งหมดทั้งปวงครับท่านประธาน สิ่งที่ผมได้พูดไปมันก็คือ ความห่วงใยที่ผมเชื่อนะครับว่าสภาแห่งนี้คงจะรู้สึกเหมือน ๆ กัน คงจะรู้สึกว่าเราต้อง ช่วยกันคนละไม้คนละมือให้ประเทศไทยของเรานั้นฝ่าฟันวิกฤติไปได้🔗
และสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนสิ่งสุดท้าย ผมมีความปลื้มปิติเกี่ยวกับเรื่อง ของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ที่จริง ๆ แล้วต้องนําเรียนท่านประธานครับว่าบริษัทนี้ กําเนิดขึ้นจากพระปรีชาสามารถ จากสายพระเนตรอันกว้างไกลขององค์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงกรุณาสละทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อวางรากฐานทางด้านการแพทย์ให้กับประเทศ แล้ววันนี้สิ่งที่พระองค์นั้นได้ทําลงไปก็แสดงให้พวกเราทุกคน คนไทยทุกคนได้เห็นแล้วครับว่า สถาบัน ในหลวงได้ทําอะไรให้กับพี่น้องคนไทยมากมายมหาศาลขนาดไหน🔗
สุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าสภาวันนี้ เราจะร่วมกันรีบพิจารณา ร่วมกันอภิปรายเพื่อที่จะเร่งสรุปรายงานครับ และข้อเสนอแนะ ที่ผมเชื่อว่าพี่น้อง เพื่อน ๆ สมาชิกที่มาจากทั่วทุกภูมิภาคจะร่วมกันให้ความคิดในการแก้ไข ปัญหา แล้วก็ขอให้สภาเร่งนํารายงานนี้ส่งให้รัฐบาล เพื่อนําไปใช้ในมาตรการต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เสนอญัตติเพื่อให้ผลการพิจารณาส่งรัฐบาลไปดําเนินการนะครับ เจ้าของญัตติผู้เสนอครับ ท่านหมอจาตุรงค์ ฉบับต่อไปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมพร้อมทั้งท่าน ส.ส. คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอร่วมกันเสนอ ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ระลอกใหม่🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร จากกรณีที่มีรายงานสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ในหลายประเทศเพื่อนบ้าน ที่ติดกับประเทศไทย ได้แก่ ประเทศเมียนมา มาเลเซีย กัมพูชา และลาว โดยเฉพาะประเทศ เมียนมาและประเทศมาเลเซียที่พบว่าผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่องและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น แม้ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดําเนินมาตรการนี้ เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังกล่าวอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง แต่ยังพบว่ามีแรงงานต่างด้าวได้ลักลอบเข้าเมืองโดย ผิดกฎหมาย โดยไม่ผ่านการคัดกรองและการกักกันโรค อีกทั้งคนเหล่านี้ได้เดินทางไปยัง สถานที่ชุมชนในแหล่งต่าง ๆ โดยไม่มีมาตรการควบคุมการระบาดจนมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ เกิดขึ้นแทบทุกวันในจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยและจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ตลาดกลางกุ้งและแพปลา จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีผู้ติดเชื้อโดยไม่มีประวัติการ เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งคาดว่าเป็นการติดเชื้อจากแรงงานชาวเมียนมาในตลาดกลางกุ้ง และแพปลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานเมียนมาอยู่อย่างแน่น อีกทั้งที่พักอาศัยของแรงงานเมียนมา รวมกันอยู่แออัดจึงเกิดการติดเชื้อจํานวนมากอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเดือนธันวาคมและ มกราคม ประชาชนจํานวนมากจะมีกิจกรรมและพบปะสังสรรค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หากไม่มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคจากภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้ถือปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรมจะทําให้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) อาจทวีความรุนแรงและกลับมาระบาดซ้ําอีกครั้ง ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบให้เสถียรภาพ ในระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยเกิดความไม่มั่นคงและหยุดชะงัก ผู้ประกอบอุตสาหกรรมกุ้ง ปลา และอาหารทะเล ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก รวมทั้งประชาชนในประเทศเกิดความไม่มั่นคงในชีวิตและไม่มั่นใจในมาตรการการควบคุม การเฝ้าระวังการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ของประเทศ ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดําเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ของไวรัส ๒๐๑๙ (Virus 2019) ระลอกใหม่ และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลรับไป ดําเนินการ🔗
เหตุผลขอชี้แจงในที่ประชุม ท่านประธานครับขณะนี้ขออนุญาตยกสถิติ ของทั้งโลก ผู้ป่วยติดเชื้อรวมกันทั้งสิ้นขณะนี้มีอยู่ ๗๗,๓๔๓,๖๕๒ คน เสียชีวิตไปแล้ว ๑,๗๐๒,๒๙๓ คน ติดอันดับประเทศก็คือสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และรัสเซีย แล้วก็ มีพื้นที่ติดกันทั่วโลก ๒๒๒ ประเทศ ประเทศไทยก็ต้องเรียนว่าหลังจากที่เราได้ดําเนินการ โดยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนโดยแพทย์เขาเรียกวีรบุรุษเสื้อกาวน์ (Gown) แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขช่วยกันทุ่มเทสรรพกําลังทั้งหมดจนได้ผ่อนคลายและ รู้สึกโล่งอก แต่ที่ผ่านมาปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อคิดว่าระลอกใหม่ก็ได้จากด่านท่าขี้เหล็กก็ดี จากที่คนไทยออกไปนอกประเทศแล้วกลับเข้ามา หรือแม้กระทั่งล่าสุดก็คือที่ จังหวัดสมุทรสาครที่ประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปมีผู้ติดเชื้อรวดเร็วถึง ๔๐๐-๕๐๐ คน นี่คือปัญหาที่จะต้องเร่งแก้ไขและทําความเข้าใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ ตอนนี้ทุกคน เขากําลังเงี่ยหูฟังว่ารัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรจะทําอย่างไรในเรื่องของการป้องกัน โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่จะระบาดระลอกใหม่ เมื่อสักครู่มีโทรศัพท์มาจากกรุงเทพฯ มาจากเพื่อนบอกว่าขออย่างเดียวขอให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) เฉพาะในจังหวัดที่เป็น อย่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศ นี่เป็นข้อเสนอจากพี่น้องประชาชนที่ส่งมา🔗
ผมต้องเรียนท่านประธานครับ โรคของสายพันธุ์โคโรนา (Corona) ชนิดนี้ เป็นของที่จังหวัดสมุทรสาครพบเป็นสายพันธุ์จีเอช (GH) ตรงกับสายพันธุ์เมียนมา ต้นกําเนิดประเทศอินเดีย แพร่ระบาดยะไข่ ท่าขี้เหล็ก ไม่กลายพันธุ์ แต่ติดต่อง่าย ข้อที่น่ากังวลและห่วงใยคือติดต่อง่าย เพราะผู้รับเชื้อวันแรก ๒ วันแรกยังไม่รู้ว่าเป็น ก็สามารถแพร่เชื้อไปได้ นี่คือปัญหาที่ต้องบอกว่าเป็นปัญหาที่ผมแล้วก็คุณหมอกิตติศักดิ์ ได้พูดตั้งแต่ปีที่แล้วตั้งแต่ต้นปีของปีนี้แล้วก็ปีที่แล้วที่เริ่มเข้ามา ดังนั้นต้องระวัง🔗
ต้องเรียนว่าจากสถานการณ์ที่เห็นนะครับ เมื่อ ๒ วันที่แล้ว วันที่ ๒๒ มีผู้ติด เชื้อเพิ่มขึ้น แต่ว่าอยู่ในกลุ่มของจังหวัดสมุทรสาครหลายร้อยคนและติดเชื้อในประเทศแค่ ๑๖ คน แต่วันนี้ที่จังหวัดสมุทรสาครลดลงเหลือแค่ ๓๐ กว่าราย หรือไม่ถึงด้วย แต่นอกจาก จังหวัดเพิ่มจาก ๑๖ ราย เป็น ๓๙ ราย เป็นตัวเลขที่น่ากลัวเพราะขณะนี้กระจัดกระจายไป ดังนั้นต้องเรียนว่าทางหน่วยราชการ กระทรวงสาธารณสุข โดยคุณหมอกับสาธารณสุข อสม. ต้องทํางานหนักกันอีกแล้ว ผมเองต้องขอชื่นชม แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ พอทราบว่ามีข่าว ทีมงาน คปสอ. ของโรงพยาบาล ของสาธารณสุข ของสาธารณสุขจังหวัด เร่งลงไปเลยครับ พื้นที่ไหนมีลงไปเลย🔗
แล้วก็ประการสําคัญคือต้องดูพื้นที่ที่เป็นนั้นเขาไปที่ไหน ต้องเร่ง เขาเรียกว่า รุกเร็วที่สุด เข้าให้เร็วตรวจให้มาก แล้วก็ให้ความรู้ เข้าให้เร็วตอนนี้ก็ต้องเร่งทําตรวจสวอบ (Swab) ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงแรกที่เข้าไปนี่ก็จะพบว่ายังไม่ติดเชื้อ ก็ต้องเฝ้าระวังสเตตควอรันทีน (State Quarantine) อีกอย่างน้อย ๑๔ วัน และบางคน บอกว่ามันเป็นสายพันธุ์แบบนี้ ๑๔ วันก็ยังไม่พอ อาจจะต้องดูต่อไปด้วย ดังนั้นนี่คือสิ่งซึ่งต้อง เรียนว่าต้องเข้าให้เร็ว ตรวจให้เยอะและภาคเอกชนต้องให้ความร่วมมือ ซึ่งมีเอกสารหลาย โรงพยาบาลภาคเอกชนก็ช่วย เพราะฉะนั้นภาคเอกชนต้องช่วยกัน อย่าปฏิเสธคนไข้นะครับ อย่างน้อยก็ต้องช่วยระงับ แล้วก็มีข่าวว่าแรงงาน แรงงานที่อยู่ในกลุ่มเราต้องเร่งเยียวยา อย่างเป็นระบบ มีบางคนบอกว่าให้หนีไป ให้ไปอยู่ที่อื่น ไปอยู่กับญาติ เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่ จะมาตรวจ อันนี้ผิดเลย จะต้องให้หน่วยราชการเข้ามาแล้วให้แรงงานเหล่านั้น อยู่ในการควบคุมดูแลของจังหวัด ของอําเภอ สาธารณสุข เพื่อเราจะได้ล้อมกรอบ วิธีการแก้ ก็คือมีการป้องกันให้ความรู้ อันที่ ๒ ก็คือการรักษา ฟื้นฟู เยียวยา แล้วก็วัคซีน การป้องกัน นั้นผมต้องเรียนว่าขณะนี้จะแบ่งเป็น ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกก็คือเสนอรัฐบาลว่าจากในประเทศตอนนี้เรามีอยู่แล้วหลายร้อยคน เราก็รีบรักษาเคส (Case) ทั้งหมดให้หยุดไม่ให้กระจายต่อในประเทศ ก็เหมือนปิดแต่ละ จังหวัดที่มีปัญหา จะล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็ขอเป็นจังหวัดที่มีความจําเป็น และมอบให้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกับคณะเป็นทีมงานกับทางรัฐบาลดูแลว่าสมควรไหม ถ้ายังไม่สมควร ก็เป็นอําเภอ เป็นอะไร แต่ว่าการเคลื่อนย้ายคนที่เป็นนี่สําคัญ ช่วงเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมา เป็นปัญหา เพราะคนที่อยู่ในจุดเสี่ยงได้กลับมาพื้นที่ กลับมาเลือกตั้ง นอนอยู่กับบ้าน ๑ วัน อีกวันหนึ่งกลับไป อีก ๓ วันเจอเชื้อ ทําให้คนที่อยู่ตรงนี้รีบกันกระวีกระวาด อันนี้ก็ต้อง บอกว่าการป้องกันนี่สําคัญ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือคนที่เข้ามาหรือออกไปตามด่านชายแดน ผมต้องเรียนว่า ตม. ตรวจคนเข้าเมือง ต้องทําให้ประจักษ์ชัด อย่าให้เป็นที่สงสัยว่า เอ๊ะ ทําไมรู้ว่าเขาจะไป ทําไมปล่อยให้เขาไป แล้วกลับมาก็เอาเชื้อเข้ามา คนไทยทั้งประเทศไม่สบายใจ กังวลนะครับ เพราะฉะนั้นต้องดูว่าทําให้ชัดเจน แล้วรัฐบาลต้องประกาศไม่ใช่ว่าคนที่จะเข้ามารู้ว่ามี ด่านตรวจจะมีการตรวจ เขาเกรงว่าถ้าเข้ามาแล้วจะทําอย่างไร แล้วหนีเข้ามาตามช่องทาง ธรรมชาติอันนี้อันตรายสุด ๆ เพราะไม่มีใครรู้เลยครับออกมาตามช่องทางธรรมชาติ โดยเฉพาะชายแดนแม่น้ําโขง ชายแดนทางเดินเท้า ตลอดจนทางแม่น้ํา ผ่านเข้ามาไม่มีใครรู้ เอาเชื้อเข้ามา เราก็เหมือนเฝ้าอยู่กับบ้านเหมือนข้าศึกโจมตี ต้องบอกเลยครับว่าให้มาตาม ด่านปกติ รัฐบาลจะรับตรวจเอาไปดูแล แล้วก็ถ้าเจอก็รักษา ไม่มีความผิด แต่ถ้าเราปล่อยว่า เขามีความผิด เขาหนี ยิ่งทําให้เชื้อกระจายไปแล้วอันตรายมาก ๆ ด่านชายแดนนี่ผมต้อง เรียนบอกเลยว่าตามจุดต่าง ๆ แต่ถ้าตรงนี้สามารถประกาศได้เราจะลด แต่ก็ต้องกวดขัน เพราะบางคนไม่รู้ข่าวก็แอบเข้ามาลักลอบตามแนวชายแดน เป็นเรื่องที่กังวลนะครับ🔗
ถัดมาก็คือมาตรการที่ต้องเรียนว่าขณะนี้มาตรการของประเทศไทยเมื่อเทียบ กับ ๓ ๔ ๕ เดือนที่แล้วภูมิอากาศ อุณหภูมิ มีส่วนเกี่ยวข้องสูง มีงานวิจัยว่าอุณหภูมิปกติของ ประเทศไทยเชื้ออยู่ได้ ๓ นาที แต่ถ้าอากาศหนาวเป็น ๓ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นอากาศเปลี่ยน ตอนนี้อากาศเย็นโอกาสที่โควิด (COVID) จะโตขึ้น เร็วขึ้น แพร่ขึ้น น่ากลัว🔗
ประเด็นที่ ๒ คือการสวมแมสก์ (Mask) แมสก์ (Mask) ก็มีหลายแบบ แมสก์ (Mask) แรกก็คือแมสก์ (Mask) ที่มีเอ็น ๙๕ (N95) อันนี้ค่อนข้างแพงแล้วก็ป้องกันได้ เรียกว่าดีมาก อันที่ ๒ คือแมสก์ (Mask) ปกติ คือแมสก์ (Mask) พลาสติกที่เราใช้กัน อันที่ ๓ คือแมสก์ (Mask) ผ้า ซึ่งการป้องกันก็ลดหลั่นกันไป แต่อย่างไรก็ต้องยืนยันว่า ถ้าสวมแมสก์ (Mask) มีงานวิจัยครับท่านประธาน ถ้าคนติดเชื้อสวมแมสก์ (Mask) อีกคน ไม่ติดเชื้อไปคุยกันติดเชื้อลดไปได้ตั้ง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคนไม่ติดเชื้อใส่ลดได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าติดเชื้อพร้อมกันแล้วก็ใส่ทั้ง ๒ ฝ่าย ลดไปได้ถึง ๙๘.๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ยังยืนยันว่าการสวมแมสก์ (Mask) ในที่เราออกไปนอกบ้านตลอดเวลาจะเป็นการป้องกัน ตัวเอง บางคนบอกว่าถ้าไม่สวมแมสก์ (Mask) ออกไปเท่ากับเอาเปรียบสังคมเพราะโอกาส จะแพร่ นี่คือเรื่องของการป้องกัน🔗
ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องของสเตตควอรันทีน (State Quarantine) จากที่เรา ค้นให้เจอตรวจให้เยอะมาก แล้วก็ต้องเน้นสเตตควอรันทีน (State Quarantine) โดยเฉพาะ ขณะนี้มีเหตุเกิดตามโรงเรียน พ่อแม่มาเลือกตั้งอยู่กับลูก ๑ วัน วันรุ่งขึ้นพ่อกลับไปพ่อมา จากสมุทรสาคร เด็กนักเรียนในห้องแตกตื่นกันกลัวว่าลูกไปเล่นกับเพื่อนจะติด ซึ่งตอนนี้ กําลังสอบสวนหาโรคอยู่ แต่ว่าเขาก็แพนิก (Panic) ตื่นตระหนก ก็ห้ามไม่ได้นะครับ ความคิดของผู้ปกครอง ความคิดเด็กรู้ว่าพ่อมาจากสมุทรสาคร เริ่มตระหนกแล้วตอนนี้ ก็เป็นปัญหา ซึ่งต้องเรียนว่าขณะนี้ทางอําเภอ ทางกระทรวงสาธารณสุข ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้เข้าไป ในพื้นที่ เร่งให้ความรู้ความเข้าใจและไม่ตระหนก แต่ก็ต้องอะแวร์ (Aware) คือต้องระวัง ต้องมีการปิดโรงเรียนในส่วนห้องที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการกักกันเด็ก ต้องมีการตรวจไข้ ให้ อสม. ตรวจเข้มไม่ให้ไปไหน เพราะว่าถ้าไม่เจอก็โชคดีไป ถ้าเจอก็รีบรักษา ก็จะเป็นประโยชน์นะครับ🔗
เรื่องของการชดเชยเยียวยา ขณะนี้อุตสาหกรรมตลาดแพกุ้ง ตลาดปลา ซบเซาไปไม่ได้แล้วครับ อันนี้ต้องบอกว่าเขาลําบากมาก ลําบาก ๒ อย่าง คือลําบากในส่วนที่ จุดคือที่สมุทรสาคร แต่อุตสาหกรรมกุ้งกับปลาที่อยู่นอก ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องพลอยไปด้วย เพราะประชาชนกลัว ไม่กล้ากินกุ้ง กินปลาที่มาจากที่นี่ทําให้ราคาขายไม่ได้ ข้าวของที่เขา ผลิตไว้มีปัญหา รัฐบาลต้องเร่งเยียวยาโดยด่วน ทั้งการให้ความรู้ว่าถ้ามาจากที่อื่น ถ้าเรา ทําสุกทําอะไรต่าง ๆ แล้วเชื้อก็ตาย แล้วก็คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรสาครเอง ต้องเยียวยา โดยเฉพาะต้นทุนการช่วยเหลือ ทราบว่ากระทรวงแรงงานจะช่วย โดยเฉพาะ นอกจากเจ้าของแล้วคนที่ตกงานทราบว่าจะให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๓ เดือน ก็ต้องเรียนว่าและถ้าหลังจาก ๓ เดือนไปแล้วเขาไม่มีงานทํา ท่านจะทํา อย่างไร มาตรการตรงนี้คงต้องเต็มที่ เพราะเงินบางครั้งนี่ก็เป็นเงินประกันสังคมที่เขาส่ง ของเขาเอง เงินของเขาเอง อย่างคราวที่แล้วการชดเชยเงินของเขาเอง เขาน่าจะได้มีสิทธิ มากกว่านี้ แล้วก็เรื่องที่สําคัญก็คือขอให้การที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่น รัฐบาลต้องสร้าง ความเชื่อมั่นให้ได้ที่สุดว่าทําให้พี่น้องประชาชนได้ตื่นตระหนก และระงับป้องกันคุมให้ได้ ให้เร็วที่สุดเพื่อลดการสูญเสีย การล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็ต้องเรียนนะครับว่า แต่ละจังหวัดที่จําเป็น ถ้าจังหวัดไหนสามารถ เพราะเรื่องความปลอดภัย เรื่องของชีวิต ก็เป็นห่วง เรื่องเศรษฐกิจในทางคู่ขนานก็ต้องเดินได้ด้วย ดังนั้นก็ต้องฝากนะครับว่ายังต้อง ทํางานร่วมกัน ส่วนวัคซีนนี้ผมเรียนว่าเขาก็บอกว่าประมาณกลางปีหน้า เพราะฉะนั้นเรา ต้องอยู่กับโควิด (COVID) ไปอีกอย่างน้อย ๖ เดือน การใช้วัคซีน ๖ เดือนก่อนจะรอเขานี่ ไม่มีอะไรที่ดีกว่าป้องกันตัวเองแล้วครับ การไปหวังวัคซีนก็ดี แต่ว่าถ้าเราป้องกันตัวเอง จังหวะนี้ไม่ต้องรอวัคซีนมานะครับ และถ้าวัคซีนมาผมก็อยากเน้นว่าขอให้วัคซีนที่มีฉีดนั้น มีประสิทธิภาพสูงสุด วัคซีนที่ได้ผลสูงสุดเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แล้วก็ลงทุนน้อย แต่คุ้มค่าในการลงทุน🔗
ท้ายที่สุดนี้นะครับ ผม ทางท่านผู้เสนอญัตติ ทางคณะ โดยเฉพาะทาง ส.ส. จากจังหวัดโคราชนะครับ อําเภอบัวใหญ่ก็ฝากมาด้วยความเป็นห่วง มีเคส (Case) อะไร เข้ามานะครับ ท่าน ส.ส. โกศล แล้วก็อีกหลายคนในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยทุกคนเป็นห่วง อยากให้ประชาชนพ้นจากโรคนี้เสียที เพื่อให้เกิดความผาสุก และมีงานทํา มีเงิน มีรายได้ แล้วก็สุขภาพจิตดีขึ้นนะครับ ต้องขอบคุณและผู้ให้กําลังใจ ขอให้กําลังใจกับผู้ดําเนินการตั้งแต่ภาคปฏิบัติ ตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขไล่มาจนถึง อสม. ซึ่งทํางานหนักมากและต้องทํางานต่อ ต้องขอเป็นกําลังใจ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ของพรรคก้าวไกลเสนอเป็นญัตติไม่ได้นะครับ เพราะว่าตามข้อ ๖๔ มันถึงวาระการพิจารณา ไปแล้ว การเสนอญัตติในทํานองเดียวกันเสนออีกไม่ได้ แต่ผมจะอนุญาตให้หัวหน้าพรรค เป็นผู้อภิปรายนะครับ เชิญท่านพิธาครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งครับ ที่เกิดการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ครั้งใหม่ในช่วงก่อนปีใหม่ ช่วงปีใหม่ที่ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ของประชาชนที่จะพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูง ญาติมิตร และยังเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจ ร้านค้าต่าง ๆ ที่ลมหายใจรวยรินมาตั้งแต่ต้นปีจะได้มีโอกาสพลิกฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่เคราะห์ซ้ํากรรมซ้อนประเทศของเราครับท่านประธาน ที่เมื่อกําลังจะลืมตาอ้าปากได้ก็ต้องมาประสบกับวิกฤติอีกครั้งเมื่อเกิดการระบาดรอบใหม่ ที่จังหวัดสมุทรสาคร แน่นอนครับ โควิด (COVID) ไม่ใช่เชื้อกระจอกหรือไวรัสธรรมดาดังที่มี รัฐมนตรีกล่าวไว้ แต่เกือบ ๑ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตโควิด (COVID) แสดงให้เราเห็นแล้วว่าระบบสาธารณสุขของประเทศไทยเรานั้นเข้มแข็งเพียงใด ตัวผมยัง เชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของบุคลากรทางด้านสาธารณสุขว่าจะรับมือกับ การระบาดในระลอกนี้ได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตามเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นตอของ การระบาดรอบใหม่นี้เกิดขึ้นจากความหละหลวมของรัฐบาลเอง ไม่ว่าจะเป็น ๑. การเฝ้าระวัง ชายแดน ไม่ว่าจะเป็น ๒. การบริหารนโยบายแรงงาน ทั้งนี้มีบทเรียนในลักษณะเดียวกันได้เกิด ขึ้นกับประเทศสิงคโปร์ไปแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา🔗
สําหรับข้อ ๑ การบริหารชายแดนหละหลวม ไม่ได้เกิดขึ้นที่สมุทรสาคร เป็นที่แรก โดยปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการปล่อยให้คนต่างชาติลักลอบเข้ามาทาง ท่าขี้เหล็กได้ ซึ่งสํานักข่าวพีพีทีวี (PPTV) ได้รายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเรียกเก็บเงิน คนละ ๓,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท กระบวนการหาประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นสิ่งที่เราคนไทย ได้ยินมาช้านาน และนี่เป็นสิ่งแรกที่รัฐบาลต้องรีบดําเนินการตรวจสอบว่ามีจริงหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่รีบด่วนสรุปครับว่าไม่มี แล้วปล่อยให้คนทําผิดลอยนวลไปได้🔗
ข้อ ๒ ก็คือเรื่องของการบริหารนโยบายแรงงานที่ต้องยอมรับว่านโยบาย ไม่มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจเลย การนําเข้าแรงงานต่างด้าว อย่างถูกต้องนั้นที่ควบคุมได้มีต้นทุนที่สูงผลักให้คนที่ต้องการใช้แรงงานต่างชาตินําเข้า แรงงานอย่างผิดกฎหมาย เพราะมีแรงงานข้ามชาติกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน หลุดจากระบบ การจ้างงานถูกกฎหมายช่วงโควิด (COVID) แพร่เชื้อโรคในระลอกแรก ถึงแม้แรงงานต่างชาติใน อุตสาหกรรมอาหารทะเลที่สมุทรสาคร ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย มีการต่ออายุการ ทํางานในประเทศ แต่ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด ที่หลายครอบครัวเช่าห้องพักเล็ก ๆ อยู่ ด้วยกัน การที่พวกเขาเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข การดูแลสุขภาพ ทําให้เมื่อมีคนเพียงไม่กี่ คนลักลอบเข้ามาได้ ก็จะทําให้เกิดการระบาดของโรคได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เรื่องนี้รัฐบาล และท่านนายกรัฐมนตรีจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ครับ ท่านต้องไม่เอาตัวรอด ด้วยการโทษคนอื่นว่าเป็นสาเหตุในการระบาดครั้งใหม่ ไม่เบี่ยงเบนประเด็นเพื่อกลบ ความหละหลวมในการบริหารชายแดนและแรงงานที่ผิดพลาด ท่านต้องสืบหาความจริง ท่านต้องสืบหาสาเหตุของการระบาดครั้งนี้ และเร่งแก้ไขปัญหาในการปฏิรูปการจัดงาน แรงงานข้ามชาติและปฏิรูปกิจการชายแดนเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ อีกต่อไป แต่ในเมื่อเกิดการระบาดในสมุทรสาครแล้ว ผมก็เห็นด้วยครับว่าเราจําเป็นที่จะต้อง ตัดวงจรการแพร่ระบาดของการล็อกดาวน์ (Lockdown) แต่ผมขอย้ําในที่นี้ว่าการล็อกดาวน์ (Lockdown) ต้องควบคู่ไปกับการเยียวยา ตอนนี้รัฐล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่าจะช่วยผู้ประกอบการที่ต้องหยุดกิจการชั่วคราวอย่างไร คนหาเช้ากินค่ํา คนที่ต้องเลี้ยงชีพทุกวัน เราจะช่วยเหลือเขาอย่างไร ในเมื่อพวกเขายอมเสียสละให้รัฐ ใช้อํานาจในการล็อกดาวน์ (Lockdown) กิจกรรมทางเศรษฐกิจของเขา ในเมื่อรัฐใช้อํานาจ ในการล็อกดาวน์ (Lockdown) รายได้ของเขา พวกเราก็จําเป็นที่จะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) รายจ่าย จําเป็นที่จะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) หนี้สินของพวกเขา อย่างเหมาะสมเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าประกันสังคมจะช่วยจ่ายรายได้ให้ครึ่งหนึ่งตามกฎ ของกระทรวง แต่ผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่เพียงแรงงานในระบบ ยังมีแรงงานนอกระบบ ในธุรกิจต่าง ๆ กว่า ๓๐ ประเภท เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานบันเทิง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ไม่สามารถเข้าถึง ความช่วยเหลือเยียวยาได้เมื่อต้องหยุดงาน อีกทั้งผมต้องขอเรียกร้องไปยังทุนธนาคาร ทั้งของรัฐบาลและของเอกชนในการช่วยล็อกดาวน์ (Lockdown) หนี้สินเพิ่มเติมให้กับพ่อค้า แม่ขาย ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ต้องโดนล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปกับการแพร่ระบาด ในครั้งนี้ด้วย🔗
สุดท้ายครับ สําหรับพี่น้องแรงงานต่างชาติ ถ้ามีการล็อกดาวน์ (Lockdown) หอพักของแรงงานต่างชาติ แต่ไม่มีการช่วยเหลือน้ํา ไม่มีการช่วยเหลืออาหาร ไม่มี การช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคที่เพียงพอ พวกเขาเหล่านั้นก็ต้องดิ้นรนออกมา ซึ่งนี่เป็น เรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นเรื่องการจัดการความเสียหายในการแพร่กระจาย ไปในทางเดียวกัน สําหรับปัญหาเหล่านี้รัฐบาลไม่ต้องกลัวว่าเราจะไม่มีเงินมาแก้ปัญหา เพราะกลางปีรัฐบาลได้ใช้เงินเยียวยาจาก พ.ร.ก. เงินกู้ไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือวงเงินเพื่อเยียวยาที่ยังไม่ได้ใช้อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีเงินจาก พ.ร.ก. ในส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้อนุมัติอีกเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเรามีเงิน ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ ๔.๗ แสนล้านบาทในการต่อสู้กับปัญหา ฉะนั้นรัฐบาลจึงไม่มีข้ออ้างใด ๆ มาให้เหตุผลได้ว่ารัฐบาลไม่สามารถเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ (Lockdown) ดังนั้นรัฐบาลไม่สามารถพูดได้ว่าประชาชนผู้เป็นเจ้าของจะไม่ได้รับการเยียวยาอย่างถ้วนหน้า เลิกให้ประชาชนแสดงความจนแข่งขันกันลงทะเบียนแย่งเพื่อให้ได้สิทธิที่พวกเขา สมควรจะได้รับอยู่แล้ว ผมไม่อยากเห็นภาพว่ามีคนไปกินยาฆ่าตัวตายที่กระทรวงการคลัง อีกต่อไป เรามีบทเรียนมาแล้วเมื่อต้นปี การดูแลการติดเชื้อต้องควบคู่ไปกับ การประคับประคองเศรษฐกิจ ในขณะที่เราจําเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ แต่ประเทศไทย ต้องเดินหน้าต่อครับ ผมต้องย้ําไปยังรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีว่าการระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่ให้การล็อกดาวน์ (Lockdown) ครั้งนี้อยู่ในระดับที่เกินพอดีจนกลายเป็นพิษเศรษฐกิจ ที่ทําให้ประชาชนอดตายแทน เราต้องรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพและเศรษฐกิจให้ได้ ผมยังเชื่อมั่นในศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย บุคลากรของเราจะสามารถทําให้ สถานการณ์คลี่คลายได้แน่นอน แต่รัฐบาลต้องอย่าให้ประชาชนผู้เสียสละต้องสละชีวิต ของตัวเองในการติดเชื้อให้เป็น ๐ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
มีท่านสมาชิกแสดงความจํานงที่จะอภิปรายในญัตติทั้งหมดอยู่ ๒๔ ท่านนะครับ ผมจะเริ่ม ทีละ ๔ ท่านครับ ขอให้ท่านใช้เวลาประมาณสักท่านละ ๕ นาที ถึง ๗ นาทีนะครับ ท่านแรก ท่านเรวัต ท่านภาคภูมิ ท่านชวลิต ท่านไพลิน ขอเชิญคุณหมอเรวัตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ประชาชนทั้งประเทศเฝ้ารอฟังแถลงการณ์จากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยความหวังว่าจะได้ยินได้ฟังมาตรการเด็ด ๆ ที่ชาญฉลาดเพื่อจะทําให้ ประชาชนนั้นได้อุ่นใจ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ครับว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นไร้น้ํายาและความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ ท่านประธานครับ การระบาดของโควิด (COVID) ในรอบแรกนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวต่างชาติอื่น ๆ ได้นําเชื้อเข้ามาสู่คนไทยในประเทศ แต่ด้วยระบบสาธารณสุข ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ประกอบกับความร่วมมือของคนไทยทําให้ การควบคุมการระบาดของโรคเอาไว้ได้จนกระทั่งมีผู้ติดเชื้อเป็นจํานวนไม่มาก แล้วก็ปลอดจากการติดเชื้อในประเทศเป็นเวลามาหลายร้อยวันแล้ว แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ เกิดอะไรขึ้น ทันทีทันใดโดยฉับพลันทันทีที่ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ก็เกิดผู้ติดเชื้อ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ทั้ง ๆ ที่จังหวัดสมุทรสาครนั้นปลอดจากการติดเชื้อมามากกว่า ๒๕๐ วันครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่รัฐบาลควรจะมีวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์อย่างไรครับ ก็คือ ควรจะต้องมีการตรวจคัดกรองในแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเพื่อกักกันโรค เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันมีรายงานอยู่แล้วว่ามีการระบาดอย่างรุนแรงเป็นแสนรายในเมียนมา วันนี้มีแรงงาน เมียนมาติดเชื้อทะลุ๑,๐๐๐ ราย ภายใน ๔ วันครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๒ ธันวาคม และในวันนี้ ศบค. ได้รายงานว่ามีการติดเชื้อเพิ่มอีก ๔๖ ราย และติดเชื้อในประเทศ ๓๙ ราย และหลายรายยังมีประวัติเชื่อมโยงกับตลาดกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งประเด็นนี้มีนัยสําคัญนะครับ เพราะมันมีความหมายว่าอาจจะกระจายไปในวงกว้างทั้งประเทศ เชื้อที่ตรวจพบเป็นอะไรครับ เชื้อที่ตรวจพบเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่ระบาดอยู่ในเมียนมา คือสายพันธุ์จี (G) ซึ่งไม่ใช่ สายพันธุ์อู่ฮั่นเหมือนในรอบแรก โดยก่อนหน้านี้ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน มีผู้ติดเชื้อรายแรก จากไหนครับ จากท่าขี้เหล็ก เมียนมาครับ หลุดลอดเข้ามาในประเทศไทยทางด่านแม่สาย นอกจากนั้นยังมีข่าวว่ามีการลักลอบเข้ามาเอง หรือมีผู้นําเข้าแรงงานชาวเมียนมาด้วยการ ติดสินบนเจ้าหน้าที่เข้ามาทํางานในไทยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่าเรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้แรงงาน ต่างด้าวในโรงงานอุตสาหกรรมและการทําประมง แต่เราก็ควรจะมีนโยบายและมาตรการ บริหารจัดการเพื่อให้ได้แรงงงานสะอาดใช่ไหมครับ แรงงานที่ปลอดจากเชื้อ ซึ่งทําได้ครับ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยครับ ก็คือเราสามารถจะตรวจคัดกรองตามมาตรการของสาธารณสุข ของไทย เมื่อพบเชื้อเราก็กักกันตัว เมื่อป่วยเราก็รักษาให้หาย เพราะฉะนั้นเราก็จะได้แรงงานมา เป็นแรงงานที่สะอาดที่จะมาช่วยงาน ทั้งในอุตสาหกรรมแล้วก็การประมง มันเป็นความปลอดภัย ของคนไทยครับ ที่ควรจะต้องทําแบบนี้ครับ🔗
เราลองมาดูฝ่ายความมั่นคงครับ ทั้งทหาร ทั้งตรวจคนเข้าเมือง มหาดไทย กระทรวงแรงงาน ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จริง ๆ แล้วต้องคุมเข้มทุกด่าน และเส้นทาง ธรรมชาติตามตะเข็บชายแดน ซึ่งผมได้อภิปรายเรื่องนี้ไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ตั้งแต่มีการระบาดในรอบแรก ไม่สามารถจะอ้างครับว่าชายแดนนั้นมีระยะทาง หลายพันกิโลเมตร เพราะว่าท่านต้องเอาใจใส่และรับผิดชอบจริง ๆ ก็จะย่อมปฏิบัติได้ แล้วก็ไม่ปล่อยให้เชื้อหลุดเข้ามาติดคนไทย นอกจากนั้นท่านจะต้องรับผิดชอบไม่ให้คนไทย ต้องพบกับภาวะของการติดเชื้อในครั้งนี้อีก การที่อ้างว่าต้อง พ.ร.ก. ฉุกเฉินเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ วันนี้จะตอบประชาชนว่าอย่างไรครับ เมื่อการป้องกันเฝ้าระวังนั้นพังพินาศเสียขนาดนี้ครับ🔗
ท่านประธานครับ วันนี้ ๒๓ ธันวาคม มีผู้สัมผัสเกี่ยวโยงกับจังหวัดสมุทรสาคร กระจายอยู่ใน ๒๒ จังหวัดครับ และมีผู้ติดเชื้อแล้วใน ๑๗ จังหวัด รวมทั้งสิ้น ๓๙ ราย ยังไม่รู้เลยครับว่าพรุ่งนี้และอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ผมยังเชื่อมั่นในระบบ สาธารณสุขของไทย และคนไทยที่เคยประสบความสําเร็จมาแล้วในการควบคุม ป้องกัน เฝ้าระวัง รักษา ค้นหาและติดตามแม้รอบนี้อาจจะยากกว่ามากครับ🔗
ข้อเสนอของผมก็คือต้องการให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) ชุมชนครับ ไม่อยากให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศอีกต่อไป เพราะเราพังพินาศทางเศรษฐกิจ มาแล้ว จากการตัดสินใจผิด ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ชุมชนที่ติดเชื้อให้ได้แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ พร้อมกับการให้ความช่วยเหลือ อย่างครบถ้วนและโดยทันที มิเช่นนั้นจะมีคิวยาวเพื่อจะมารอขออาหารจากผู้บริจาคหรือ ผู้ใจบุญอีกครับ🔗
สําหรับคนไทยครับ ขอเสนอก็คือช่วยตัวเอง ไม่มีทางเลือกอื่นเลยครับ ช่วยตัวเองครับ หน้ากากอนามัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ล้างมือ และแอลกอฮอล์ ต้องอดทนกัน อีกครั้งครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน มีข้อห่วงใย คืออย่างนี้ครับ ผมขอหารือครับ คือผม สังเกตว่าพนักงานที่ให้บริการกับเราทั้งในห้องอาหารและห้องน้ํานั้นนี่ เขาให้บริการ ให้ความสะดวกสบายกับเราดีมากนะครับ แต่ว่าผมสังเกตว่าหลายคนนั้นน่าจะเป็นแรงงาน ต่างด้าว เราควรจะให้ความเมตตาเขาครับ ก็คือควรจะได้มีการตรวจคัดกรอง ถ้าหากว่า มีการติดเชื้อเราจะได้แยกกักกันโรค ถ้าป่วยก็จะได้รักษา เราควรจะดูแล และการดูแลนี่ ควรจะดูแลเป็นระยะ ๆ เพราะอะไรครับ เหตุผลเพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเขากลับบ้านนี่ เขาไปอยู่ ในชุมชนที่มีการติดเชื้อหรือไม่ อย่างไร เพราะอย่างไรก็ตามพวกเขาเป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งอาจจะเป็นแรงงานจากเมียนมาก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาว่าได้กรุณาได้บริหาร จัดการในเรื่องนี้ด้วยครับ เพื่อความปลอดภัยของแรงงานและของพวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้ ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณหมอเรวัตนะครับ ในส่วนของสภาจะรับคําแนะนําไปดําเนินการนะครับ เชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข พรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ในรอบที่ ๒ นี้ ผมเชื่อว่าจังหวัดตากเป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ เพราะทุกคนทราบว่าเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา และทุกคนก็คิดว่า เป็นต้นตอของการแพร่เชื้อมาจากต่างประเทศ จังหวัดตากถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความสุ่มเสี่ยง สูงมากจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ ผมในฐานะคนจังหวัดตากนะครับ มีความเชื่อมั่นว่าภายใต้การนําของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ท่านพงศ์รัตน์ได้ทํางาน อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ทหาร ตํารวจ สาธารณสุข เอกชน แม้กระทั่งประชาชน ของจังหวัดตาก โดยเฉพาะ ๕ อําเภอชายแดน ระมัดระวังเรื่องนี้กันอย่างเต็มที่ ท่านจะสังเกตนะครับไปจังหวัดตาก แถวชายแดนเขากลัวอยู่แล้ว เขามีการป้องกันสวมแมสก์ (Mask) อะไรอย่างเต็มที่นะครับ ที่ผ่านมาผมยืนยันว่าที่ผมพูดว่าจังหวัดตากให้ความสําคัญ เรื่องนี้ เมื่อเดือนที่แล้วท่านจะได้ทราบข่าวว่ามีการติดเชื้อจากคนในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่อง โด่งดังมาก เป็นเรื่องน่าตกใจมากของจังหวัดตาก น่าจะเป็นในรอบหลายเดือนของ ประเทศไทยที่มีการติด ติดอยู่ ๕ รายรวมทั้งหมด บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกส่วน รวมสรรพกําลังใช้เวลาตรวจเชื้อโควิด (COVID) โดยรถพระราชทานจากในหลวงของเรา ใช้เวลาตรวจเชื้ออยู่ ๑ อาทิตย์ ประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐ ตัวอย่าง ไม่มีใครติดแม้แต่รายเดียว และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดเชื้อเพิ่ม จนมาถึงเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา หลังการระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ในรอบที่ ๒ ผมยืนยันว่าพวกเราทํางานกันอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามจังหวัดตาก โดยเฉพาะ ๕ อําเภอชายแดน ตั้งแต่อุ้มผาง พบพระ แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง มีแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วผมยืนยันว่าทุกจุดสามารถ ข้ามไปมาได้ทุกเมื่อ ทุกเวลานะครับ คนภายนอกอาจจะมองว่าเจ้าหน้าที่จังหวัดตาก มีความหละหลวมในการป้องกัน ผมยืนยันไม่ใช่ครับ กําลังทหาร กําลังตํารวจ กําลัง การปกครอง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. จิตอาสา หน่วยกู้ภัยต่าง ๆ ทํางานกันเต็มที่ ลาดตะเวนทั้งวันทั้งคืนนะครับ แต่ที่ผมบอก ๕๐๐ กิโลเมตร ข้ามได้ทุกจุด ทุกเวลา ก็คงต้อง มีการเล็ดลอดบ้าง มีทั้งจับได้และจับไม่ได้ ส่วนท่านไม่ต้องกังวลนะครับ คนที่เข้ามาโดย ถูกต้อง เข้ามาผ่านสะพานเข้าถูกต้อง ตอนนี้ก็มีนะครับ แรงงานจากประเทศเมียนมาเข้ามา ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง วันละประมาณหลายร้อยคน แต่เขาเข้ามาปุ๊บเขาต้องมี การสเตตควอรันทีน (State Quarantine) ที่จังหวัดตาก ๑๔ วัน ก่อนจะส่งตัวเข้าชั้นใน ซึ่งผมคิดว่าคนเหล่านี้ไม่น่าจะมีปัญหา แต่การเล็ดลอดของคนแรงงานต่างด้าวหรือว่าคนที่เข้าในเมืองที่ผมบอกแล้วว่ามันมีปัจจัยสุ่มเสี่ยง ผมจะไม่ขอกล่าวถึงกระบวนการลักลอบนะครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้แล้วก็ก่อนหน้านี้ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงท่าน ผบ.ตร. ผบ.ทบ. ตลอดจน บุคคลระดับสูงในประเทศไทยยืนยันว่าจะต้องจัดการเด็ดขาดในกระบวนการลักลอบ เข้าเมืองในครั้งนี้ ผมก็เป็นกําลังใจให้คนที่จะปฏิบัติงานเหล่านี้ให้อย่างเต็มที่นะครับ เพราะว่าคนที่เอามาผมไม่รู้ว่าจะเป็นข้าราชการหรือเป็นชาวบ้านอะไรก็แล้วแต่ ปลาเน่า ตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง วันนี้ผมได้ยินที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าให้เต็มที่ ฉะนั้นผมก็อยากจะ เสนอรัฐบาลว่าควรจะมีมาตรการอะไรเพิ่มขึ้นอีกเยอะแยะ อย่างเช่นว่าหูตาสําคัญ ในการ ตรวจสอบของคนลักลอบเข้าเมืองก็คือประชาชนนี่แหละ ท่านน่าจะให้มีแรงจูงใจ เช่น มีรางวัลนําจับคนที่ชี้เบาะแส แล้วก็คุ้มครองเขาในการที่จะชี้เบาะแส แล้วก็รีบจัดการ โดยเร็ว เด็ดขาด เฉียบพลัน มีมาตรการลงโทษที่รุนแรงแล้วก็ทําให้ประจักษ์ เชือดไก่ให้ลิงดู โดยเร็ว คนที่จะให้ความร่วมมือรัฐมีเยอะแยะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งผมขออนุญาตพูดคือเรื่องทีมงานที่ช่วยเหลือรัฐโดยเฉพาะ กําลังสําคัญของชายแดน ๕ อําเภอตะวันตก ก็คือทีมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. อาสาสมัคร กู้ภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะ ชรบ. ทุกวันนี้มีการลาดตระเวนแนวชายแดนตลอดทั้งหมด ๕ อําเภอ มีข่าวมีตารางงานที่ออกทุกวัน ถ้าท่านอยู่ในจังหวัดตากข่าวสารในจังหวัดตากที่จะอยู่ใน วงหน่วยราชการท่านจะเห็นว่าเขาทํางานกันอย่างเต็มที่ แต่บุคคลเหล่านี้โดยเฉพาะ ชรบ. ยังไม่ได้รับการดูแลจากรัฐเลยแม้แต่ครั้งเดียว วันนี้เขาต้องใช้เงินส่วนตัว เงินของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้มีจิตศรัทธาต่าง ๆ มาบริจาค ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องดื่มชูกําลัง ค่าอุปกรณ์ ในการตรวจอะไรต่าง ๆ ต้องใช้เงินส่วนตัวหมด และที่เขาออกไปเขาก็ต้องใช้จ่ายส่วนตัว รัฐยังไม่เคยให้เลยนะครับ ผมก็อยากจะให้ทางรัฐดูแลคนเหล่านี้บ้าง ตอนนี้ผมเชื่อว่า จังหวัดชายแดนทุกจังหวัดมีปัญหาอย่างนี้ ตลอดจนจังหวัดทุกจังหวัดในประเทศไทย ก็มีปัญหาอย่างนี้ ชรบ. เป็นกลุ่มที่ปิดทองหลังพระมานาน ผมเห็นรัฐบาลเยียวยาทาง อสม. แม้กระทั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ได้รับเงินจากรัฐบาลไปพอสมควรแล้ว ท่านอย่าลืม คนเหล่านี้นะครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ถ้าหากท่านให้ขวัญกําลังใจเขา ช่วยดูแลเขา เขาจะเป็นหูเป็นตาอย่างดี แล้วเขาจะเป็นกําลังสําคัญหลักในการป้องกันแนวชายแดน ของประเทศไทย ตลอดจนเป็นกําลังสําคัญหลักในการดูแลสารทุกข์สุขดิบความปลอดภัย ของพี่น้องในจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย อยากจะให้กระทรวงมหาดไทยรีบตัดสินใจเรื่องนี้ โดยเร็วก่อนที่พวกเขาจะหมดกําลังใจครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านชวลิตครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็คงจะต้องขอให้กําลังใจบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อสม. ฝ่ายปกครองและคนไทยทุกคน อย่างน้อยก็อย่าตระหนกกับการระบาด ของไวรัสโควิด (Virus COVID) จนตระหนกตกใจกันไปหมด แต่ก็อย่าประมาทการ์ด (Guard) อย่าตก ผมขออนุญาตที่จะให้ความเห็นในการเสนอแนะไว้ดังนี้ครับ🔗
ประการแรก การระบาดรอบนี้สาเหตุน่าจะมาจากการ์ด (Guard) ตก ในการดูแลแรงงานต่างด้าว จึงควรตรวจสอบแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและจํากัดขอบเขตให้ได้ เมื่อเรารู้ปัญหาแล้วก็คงแก้ที่ต้นเหตุ แต่ในขณะเดียวกันที่ระบาดไปแล้วหลายจังหวัดนั้น ก็ต้องติดตาม ควบคุม ตรวจสอบให้อยู่ในวงจํากัดให้ได้ตามระบบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกระผมมีความมั่นใจในมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ระบบสาธารณสุขของไทย🔗
ในประการที่ ๒ รัฐบาลควรให้ข้อมูลต่อสาธารณะตามความเป็นจริง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด🔗
ในข้อที่ ๓ มาตรการป้องกัน ควรดําเนินการเหมือนตอนระบาดใหม่ ๆ กล่าวคือ ควรประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง การสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อสม. ฝ่ายปกครองผ่านทางจังหวัด อําเภอ ควรดําเนินการอย่างเร่งรีบอย่าขาดตกบกพร่อง กระผมมั่นใจในระบบของกระทรวงสาธารณสุขดังที่กล่าวแล้ว แต่การสนับสนุนก็ต้อง ทันการณ์เช่นกัน🔗
ประการที่ ๔ ควรประสานกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ระบาด เริ่มแรกหรือเป็นต้นทาง ปัจจุบันประเทศนั้นแก้ไขปัญหาการระบาดได้ระดับที่พอใจของเขา แสดงว่ามาตรการป้องกันของประเทศนั้นได้ผล มีประสิทธิภาพ จึงควรตรวจสอบว่าวัคซีน ของประเทศนั้นใช้ได้ผลแล้วหรือไม่ อย่างไร และเราจะประสานให้นํามาใช้ในประเทศ ของเราได้ในช่วงไหน อย่างไร เพราะของเรายังผลิตไม่สําเร็จ หรือยังต้องใช้เวลาในอีกระยะหนึ่ง🔗
ประการสําคัญครับท่านประธาน เหรียญมีสองด้าน หากมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็จะกระทบกับอาชีพชาวบ้านหลายอาชีพ อย่างน้อยรัฐต้องเยียวยา เช่น การสนับสนุนสินเชื่อ การพักชําระหนี้ และผมเห็นด้วยว่าเราไม่ควรล็อกในภาพรวมทั้งหมด ควรล็อกเฉพาะชุมชนถ้ามีความจําเป็นจริง ๆ🔗
ประการสุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความห่วงใยพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกท่านขออย่าได้ประมาท การ์ด (Guard) อย่าตก แมสก์ (Mask) ต้องใส่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา และเห็นด้วยกับการที่ท่านประธานได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่า คงจะต้องตรวจสอบในส่วนของแรงงานของเราที่เข้ามาด้วย เพราะว่าฟังจากหางเสียงก็น่าจะ เป็นแรงงานจากต่างประเทศส่วนหนึ่ง ก็เพื่อความไม่ประมาทของพวกเราครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
เชิญท่านไพลินครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัด สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันเองต้องขอนําเรื่องที่ประสบอยู่ใน ณ ปัจจุบันนี้ ก็คือการระบาดใหม่ของโรคไวรัสโควิด-๑๙ (Visus COVID-19) ซึ่งในเขตพื้นที่ของดิฉันเอง ในเขตพื้นที่เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบไปด้วยอําเภอพระสมุทรเจดีย์และ อําเภอพระประแดง ซึ่งบัดนี้เราได้พบผู้ติดเชื้อ ซึ่งทั้งหมด ๔ ราย จาก ๙ ราย ซึ่งดิฉันเอง ต้องขอนําเรียนท่านประธานค่ะว่าวันนี้ประชาชนในเขตพื้นที่รู้สึกกังวลแล้วก็เป็นห่วง ในเรื่องเกี่ยวกับการที่หน่วยงานต่าง ๆ จะเข้ามาดูแล ดิฉันเองขอยกตัวอย่างของเคส (Case) ในพื้นที่อําเภอพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งทั้ง ๓ รายได้ติดเชื้อมาจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครทั้งสิ้น มาจากการไปรับซื้อกุ้งในเขตพื้นที่สมุทรสาคร🔗
ทั้งหมดที่เราได้พบผู้ติดเชื้อ เป็นประชาชนคนไทยค่ะ ไม่ได้เป็นผู้ใช้แรงงานหรือบุคคลเป็นชาวต่างด้าวเลย ดิฉันเองมีข้อห่วงใย แล้วก็มีข้อเสนอแนะผ่านมายังพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วก็ผ่านไปยังท่านประธานว่า ในเขตพื้นที่ที่เราได้เจอแล้วก็เป็นพื้นที่ที่เราวิกฤติเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประชาชนหนาแน่น แล้วก็เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันแบบชุมชนดั้งเดิม ดิฉันเองขอนําเรียนกับท่านประธานค่ะว่า พื้นที่ตรงจุดนี้เองดิฉันอยากให้ทางหน่วยงานราชการระดับสาธารณสุขจังหวัดเองก็ดี คือเข้าตรวจนะคะ เข้าตรวจให้ประชาชนได้รับถึงการตรวจเพื่อที่จะได้ป้องกัน เพราะว่าจากที่ทราบจาก การรายงานจาก รพ.สต. ในพื้นที่แบ่งกลุ่มเป็น ๒ กลุ่ม คือผู้มีกลุ่มเสี่ยงสูงประมาณ ๘ ราย แล้วก็ผู้มีกลุ่มเสี่ยงต่ําประมาณ ๒๕ ราย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะประชาชนรู้สึกกังวลแล้วก็ อยากที่จะได้รับการตรวจเพื่อที่จะได้ป้องกันเพื่อที่จะไม่ให้เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) แพร่กระจายไปในวงกว้าง ดิฉันเองก็ขอนําเรียนผ่านยังท่านประธาน ว่าทั้งหมดนี้ประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือ พร้อมที่จะป้องกัน พร้อมที่จะกักตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้หน่วยงานราชการ อย่างสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการได้ให้โอกาส ประชาชนได้รับสิทธิในการตรวจไม่อยากให้แบ่ง เพราะถ้าเกิดในกลุ่มที่เราเจอ ณ ปัจจุบันนี้ ในอําเภอพระสมุทรเจดีย์เราเห็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วก็เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง แล้วก็เป็นกลุ่มที่อยู่ในชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งถ้าเกิดเป็นไปได้อยากให้ประชาชน ได้รับสิทธิในการตรวจอย่างเท่าเทียม แล้วก็ในส่วนที่ดิฉันเองอยากจะเสนอแนะ ก็คือในส่วน ของควรคํานึงถึงผลกระทบในเรื่องเกี่ยวกับสภาพจิตใจของคนที่ได้รับการติดเชื้อแล้วก็อยู่ใน พื้นที่ที่กลุ่มเสี่ยงอยากให้สาธารณสุขจังหวัดเข้าไปดูแล แล้วก็ตั้งศูนย์อํานวยให้กับประชาชน เพื่อที่จะได้รับเป็นศูนย์เซ็นเตอร์ (Center) ถ้าเกิดพื้นที่ตรงจุดนั้นประชาชนที่ได้เดินทางไป จังหวัดสมุทรสาครเองก็ดี หรือกลุ่มที่มีประชาชนหรือกลุ่มแรงงานต่างด้าวก็ขอให้มีการแจ้ง เพื่อที่จะได้รับการตรวจอย่างทั่วถึง ซึ่งตรงนี้เองดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นการที่ทําให้ พื้นที่กระชับมากขึ้นนะคะ และลดการแพร่ระบาดได้อย่างดียิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันเองก็ขอฝาก ในจุดนี้ แล้วก็ขอเป็นกําลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านเองได้เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจที่จะทําให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี ต้องบอกว่าระบบการดูแล ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยเข้มแข็งค่ะ แล้วก็บุคลากร ทางการแพทย์ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับ รพ.สต. อสม. ทุก ๆ หมู่บ้าน ทุกท่าน ทํางานอย่างเต็มที่สุดกําลัง แต่ขออย่างเดียวค่ะเราขอได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนําอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเป็นในเรื่องหน้ากากอนามัยเองก็ดี เจล (Gel) ล้างมือเองก็ดี เพื่อที่จะให้การทํางานได้สมูท (Smooth) มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันเองต้องขอขอบคุณ ผ่านไปยังท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่วันนี้ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มกําลังเพื่อที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่อําเภอพระสมุทรเจดีย์และอําเภอพระประแดง วันนี้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้ความสําคัญ แต่ขอให้หน่วยงานของรัฐซัปพอร์ต (Support) เพื่อที่จะทําให้การ ทํางานไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดิฉันเองก็ขอฝากท่านประธานในประเด็นนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณ เป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗
ต่อไป ท่านนิกรครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขออภิปรายเกี่ยวกับกรณีของ ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในช่วงปลายปี ๒๕๖๓ ที่กําลังระบาด อยู่ในขณะนี้ ผมมีความเห็นเสนอครับท่านประธานว่าจะขอเสนอว่าให้มีมาตรการด้าน ความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้มีความปลอดภัยทั้งอุบัติเหตุทางถนน และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เสียในคราวเดียว ท่านประธานครับ เมื่อเช้าผมไปออกรายการมองรัฐสภา แล้วประชาชนที่เขาโทรศัพท์เข้ามาคือไปออกรายการ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางถนนในช่วงปีใหม่ ซึ่งผมก็ไปพูดอยู่ทุกปีในการนําเสนอ เราได้เชิญหน่วยงานราชการมาในกรรมาธิการการคมนาคมมาพบแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี ที่แล้วก็ได้ทราบรายละเอียดแล้วตอนนั้นยังไม่เกิดโควิด (COVID) ประเด็นของ ครม. ก็คือ มีการกําหนดว่าให้ดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนในช่วงวันหยุดโดยเอาต้นแบบ มาจากโควิด (COVID) แต่ไป ๆ มา ๆ ลักษณะของโควิด (COVID) คือการไปดูแลตั้งเป็นด่าน เป็นอะไรพวกนี้แต่กลายเป็นไป ๆ มา ๆ กลายเป็นโควิด (COVID) ลงอย่างแรงในครั้งนี้ ดังนั้นมันจะกลับด้านกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมติดตามเรื่องนี้มาได้มีการประชุม ระหว่างประเทศในฐานะที่เป็นประธานเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนทางด้านของภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) ของสมาชิกรัฐสภาระหว่างประเทศ ได้มีการนําเสนอไปยัง การประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่าประสบการณ์ของประเทศไทยมีลักษณะพิเศษ ก็คือตอนช่วงโควิด (COVID) ตัวเลขของ การเสียชีวิตลดลง อย่างช่วงสงกรานต์ และตอนเรามีการล็อกดาวน์ (Lockdown) นะครับ มีการดําเนินการเคอร์ฟิว (Curfew) อะไรพวกนี้มันจะต่ําลง แต่มันมีปัญหาคือมันดีดกลับ นะครับ เวลาเราผ่อนคลายปุ๊บมันจะดีดกลับ มีปัญหาเป็นพิเศษ ซึ่งได้นําเรียนประเทศต่าง ๆ ไว้ว่ามันจะมีการสูญเสียชีวิตมากขึ้น ปีนี้เชื่อว่าแม้ว่าเราจะมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปประมาณครึ่งปีนะครับ แล้วก็มีการเคอร์ฟิว (Curfew) รถไม่วิ่งเลย แต่การสูญเสียชีวิต ตลอดทั้งปีไม่ต่ํากว่า ๑๘,๐๐๐ รายนะครับท่านประธาน มีต่ํากว่าไม่มากนัก คือประชาชน พอถูกกักไว้เยอะ ๆ เวลาพอมีการผ่อนคลายเขาจะออกเร็ว แล้วมันมีลักษณะพิเศษคือเขาจะ ใช้รถส่วนตัวแล้วขับด้วยความเร็ว เพราะบนถนนรถไม่มาก ทีนี้ปัญหาตรงนี้นะครับ ผมก็เลย เชื่อว่าในปีใหม่ที่จะถึงนี้เรามีมาตรการ ๗ วันอันตรายอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าความปลอดภัย ทางถนนอัตราการเสียชีวิตในช่วงปีใหม่ ๗ วันนี้จะลดลง เพราะว่าเราไปเริ่มวันที่ ๒๙ ไปถึง วันที่ ๔ ซึ่งในช่วงการเดินทางแบบนี้ประชาชนจะค่อย ๆ เดินทาง ประกอบกับเชื่อว่าพอเกิด ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ขึ้นมาประชาชนจะเดินทางน้อยลง ขณะนี้เราจะสังเกตได้ว่า พอเกิดการเผยแพร่ มีการประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ในหลายพื้นที่แล้ว การดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องการจัดเคาท์ดาวน์ (Countdown) ก็ลดลงไปหลายพื้นที่ ประชาชนเองก็คงมีความกังวล มีความหวาดกลัว กําลังเปลี่ยนแปลงการเดินทางนะครับ ยอมพักอยู่กับบ้าน ยกเลิกการเดินทางในช่วงปีใหม่ แล้วที่จะกลับภูมิลําเนาเดิมก็อาจจะ ลดลงเพราะไม่อยากจะเอาเชื้อถ้าเกิดขึ้นมากลับไปบ้าน มีผู้ใหญ่อยู่ ดังนั้นการระวังตรงนี้ มันจะเป็นลักษณะที่ว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ ทีนี้พอเกิดโรคโควิด (COVID) ระบาดไป ทั่วประเทศอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเชื่อว่าจะมีผลกระทบกับ ประเทศเป็นอย่างมากในทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างแน่นอน ผมก็เลยเสนอ ท่านประธานครับว่าในการดําเนินการที่จะดําเนินการต่อจากนี้ ในเมื่อเรามีด่าน เรามี การจัดการเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลอยู่แล้ว ตอนนี้มีการเตรียมการ แล้วคณะรัฐมนตรีก็กําหนดแล้ว มีงบประมาณออกมาแล้ว มีการเตรียมคนแล้ว ให้ใช้ตัวนี้ให้เป็น ทูอินวัน (Two in One) นะครับ ก็คือว่าใช้สําหรับการดูแลเรื่องภัยทางถนนด้วย แล้วก็ดูแล โควิด (COVID) ด้วย อย่างไรครับท่านประธาน ก็เสนอว่าอย่างนี้ครับ ในการตั้งด่านซึ่งมี การกําหนดไว้แล้วทั่วประเทศขณะนี้ ให้มีการตั้งด่านสกัดการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ไป ด้วยโดยการปรับเปลี่ยนเป้าหมายของมาตรการเป็นทูอินวัน (Two in One) ก็คือการลด อุบัติเหตุ และสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด (COVID) นะครับ ก็คือกลายเป็นว่าในพื้นที่ ในการป้องกันภัยทางถนนช่วงปีใหม่ เขามีการกําหนด ท่านประธานครับว่าจังหวัดไหน สูญเสียเยอะจากปีที่แล้วเทียบ คราวนี้ต้องวางใหม่เลยว่าจังหวัดไหนที่อยู่ในเส้นทางที่จะมี การเผยแพร่ของโรคให้มีการตั้งด่านใหม่ มีการกําหนดเป้าหมายใหม่ มีการปรับเปลี่ยนแผน ปฏิบัติการเสียใหม่ในนโยบายนี้ มีการกําหนดวิถีการปฏิบัติได้ในหลายมิติ ๑. ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเสนอว่าให้เพิ่มบุคลากรด้านสาธารณสุขเข้าไปในด่านที่จะตั้งอยู่แล้วในหน่วยสกัด เป็นการคัดกรอง เพราะว่าเราจะได้ตรวจสอบดูว่าอุณหภูมิเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็อาจจะมี หน่วยที่ตรวจสอบเรื่องแรงงานข้ามชาติที่อาจจะมีการเล็ดลอดไปอะไรไป ตรวจให้ละเอียด นะครับ ต้องมีการอบรมครับท่านประธาน เสนอให้มีการอบรมมาตรการทางความปลอดภัย ในการติดเชื้อเสียเองของหน่วยปฏิบัติ เพราะว่าการที่ว่ามีคนเดินทางไปตามเส้นทางนี้ ถ้าหน่วยที่ไปตั้งด่านไม่ดูแล ไม่มีแมสก์ (Mask) ที่ปลอดภัย มีการไม่ระมัดระวัง จะกลายเป็นว่า เป็นคนติดโรคเสียเอง มีด่านชุมชนจะเอาโรคกลับไปชุมชนของตัวเองได้ตลอดทั้งประเทศ ทั้งเหนือ กลาง ใต้นะครับท่านประธาน ต้องให้มีการอบรมด้านความปลอดภัย เครื่องมือ ท่านประธานครับ ตอนนี้เดิมถ้าเราดูแลเรื่องความปลอดภัยทางถนน เราก็มีแต่เครื่องสปีดกัน (Speed Gun) มีเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ ตอนนี้จะต้องเอาเครื่องมือที่ในหน่วยราชการ เพราะเป็นวันหยุด เอามายิงดูอุณหภูมิของคนเวลาเราตั้งด่านเหมือนเราล็อกดาวน์ (Lockdown) ท่านประธานครับ จัดการเสียในครั้งเดียว ถ้ามีไม่พอก็ใช้งบประมาณซื้อมาเพิ่มนะครับ งบประมาณต่าง ๆ ก็อยากจะเรียนว่าอยากจะให้เพิ่มงบประมาณในกิจการนี้ คือเพิ่มเข้าไป ในหน่วยที่เราจะตั้งอยู่แล้วนั่นละครับ ถ้าไม่มีก็เพิ่มซื้อเครื่องไม้เครื่องมือเพิ่มจํานวนขึ้นไป นะครับ🔗
ผมสรุปความเห็นนําเสนอนะครับท่านประธานว่าเสนอว่าต้องมี การปรับเปลี่ยนมาตรการความปลอดภัยทางถนนที่มีอยู่แล้วมาสกัดการแพร่ระบาดของโรค โควิด (COVID) นะครับ สมุทรสาครปลายปี ๒๕๖๓ นี้อีกทางหนึ่งด้วยกัน สถานการณ์นี้เป็น สถานการณ์ที่คับขันของประเทศครับท่านประธาน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ทุกคน ทุกภาค ทุกส่วนนะครับ แล้วก็ไม่ควรจะยึดติดกับรายละเอียดเกินไปว่าเรามาคุยกันว่านี่มันเป็น เซกันด์เวฟ (Second wave) หรือเฟิร์สเวฟ (First wave) อะไรที่ว่านี่ยังเถียงกันอยู่ ไม่ต้องเถียงแล้ว เพราะว่าคราวที่แล้วนี่ท่านประธานเรามีเฟิร์สเวฟ (First wave) การระบาดครั้งแรก เราชนะไปแล้วเป็นเฟิร์สวิน (First win) คราวนี้ถ้ามันจะเป็นเซกันด์เวฟ (Second wave) เราก็ชนะมันเสียให้ได้อีก ผมเชื่อในศักยภาพของเราครับ เราต้องช่วยกันทุก ๆ ท่าน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ฝากความเห็นไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ยังเหลืออีก ๒๐ ท่านนะครับ คงจะปิดการแจ้งเพิ่มรายชื่อแล้วครับ ขอท่านสมาชิกช่วยอภิปรายสรุปหน่อยนะครับ เพราะว่าผมต้องการให้จบในคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้ ผมจะส่งรัฐบาลเลยนะครับ เพราะเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน ต่อไปอีก ๒ ท่านครับ คุณหมอวาโย กับหมอชลน่านครับ เชิญท่านวาโยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพเป็นอย่างสูงนะครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับท่านประธาน สืบเนื่องจากการระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) นี่นะครับท่านประธาน ซึ่งคงไม่ต้องมาดีเบต (Debate) กันในที่นี้แล้วนะครับว่ามันเป็นการระบาดระลอกใหม่หรือว่ามันเป็นการระบาด ระลอก ๒ ก็ถือว่าโอเค (OK) ไม่เป็นไร ระบาดระลอกใหม่ก็ได้นะครับ เดี๋ยวขอฝ่ายโสต นําสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ ผมทําสไลด์ (Slide) ทันนะครับถึงแม้จะเป็นญัตติด่วนก็ตาม นะครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับท่านประธาน🔗
ต้องอัปเดต (Update) นิดหนึ่ง ครับท่านประธานว่าตอนนี้ประชาชนคาดหวังกับวัคซีน เรามาดูครับท่านประธานว่าตอนนี้วัคซีน ในระดับโลกแล้วก็ในระดับของประเทศเรามันไปถึงไหนแล้ว ดูจากคอลัมน์ (Column) ทางด้านซ้ายก็จะเห็นว่าตัวที่สําคัญคือตัวเลข ๑๒ นี่นะครับ ๑๒ นี่คือวัคซีนในโลกนี้ที่เข้าสู่ เฟส (Phase) ที่ ๓ ในการทดลองในมนุษย์แล้ว ถ้าผ่านเฟส (Phase) นี้ก็จะได้ใช้กันจริง ๆ แล้ว ซึ่งในหลายตัวเขาเชื่อว่าจะผ่านเฟส (Phase) นี้ในเดือนนี้ละ แล้วก็จะเริ่มผลิตจริงในช่วงต้นปีหน้า แต่เดี๋ยวดูว่าโควตาของประเทศเรานี่ได้เท่าไร ด้านล่างครับท่านประธานตรงข้างล่างเลย เห็นไหมครับ มีธงชาติไทยไตรรงค์อยู่นะครับ ก็มีแสดงอยู่ ๓ อัน มีของทางจุฬา ใบยา แล้วก็ ตัวไบโอเนท ก็จะเห็นว่าตัวกราฟโลคัล (Graph local) ของเราในประเทศนี่ยังไม่ค่อยคืบหน้า ไปสักเท่าไรนะครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
จากการประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนะครับ ในฐานะที่ผมเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขของสภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน ก็ได้รับการนําเสนอข้อมูลมาดังต่อไปนี้นะครับท่านประธาน ก็มาแชร์ให้กับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิก รวมถึงประชาชนทางบ้านได้รับฟังกันว่าตอนนี้ทางรัฐบาลได้กระทํากันไป ถึงไหนแล้วนะครับ แบ่งเป็น ๓ แนวทางครับท่านประธานว่าวัคซีนในประเทศเรานี่ ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มันจะมาจากไหนบ้าง🔗
ทางที่ ๑ ครับ มาจากการวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศครับ ก็มีจุฬา มี สวทช. มีมหิดล มีไบโอเนทอะไรของจีพีโอ (GPO) อะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ว่าจากที่คู่กับสไลด์ (Slide) เมื่อก่อนหน้านี้ แผ่นฉายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นว่ายังมีความล่าช้าอยู่ เรายังตาม ประเทศต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุอะไร อาจจะเกิดจาก การจัดสรรงบประมาณ เกิดจากรัฐราชการรวมศูนย์ที่งบประมาณเงินทุนในเรื่องของการ ลงทุนต่าง ๆ ผมอภิปรายไปแล้วในช่วงตอนอภิปรายในงบประมาณว่ามันไปรวมกองกันอยู่ใน กองทุน สกสว. ที่เดียวเลย สถาบันวัคซีนแห่งชาตินี่ปรากฏว่าได้งบประมาณไปดูแลแค่ใน เรื่องของการจัดสรรบุคลากรเท่านั้นเอง การลงทุนการวิจัยต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะริเริ่มขึ้นมา ได้ด้วยตัวเอง ต้องไปผ่านบอร์ด (Board) สกสว. นะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เพราะฉะนั้นหวังพึ่งในประเทศอาจจะลําบากหรือมีความล่าช้า ก็จะต้องใช้ความร่วมมือกับ ต่างประเทศ🔗
แนวทางที่ ๒ ซึ่งทางรัฐบาลก็ร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ร่วมเจรจากับ บริษัท แอสตร้า เซนเนก้า บริษัทผู้ผลิตยา เวชภัณฑ์แล้วก็วัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ก็เป็นยักษ์ใหญ่ลําดับที่ ๑๒ ของโลกนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ว่าจะให้เกิด การทรานเฟอร์เทคโนโลยี (Transfer Technology) ครับท่านประธาน คือเราไม่ได้ใช้ เทคโนโลยีตัวเอง เพราะว่าเราอาจจะมีความล่าช้าอย่างที่ได้นําเสนอไป แต่ว่าเดี๋ยวเราจะเอา เทคโนโลยีของเขามาเลยนะครับตัวไวรัลเวคเทอร์ (Viral Vector) เอามาเลย แล้วก็มาผลิตใน ประเทศ ซึ่งคาดว่าจะผลิตได้ตัวเลขนี้สําคัญก็คือ ๒๐๐ ล้านโดส (Dose) ต่อปี ซึ่งตัววัคซีนโค วิด (COVID) มันต้องฉีด ๒ โดส (Dose) ครับท่านประธาน เดี๋ยวจะให้ดูอีกทีหนึ่งนะครับ ที่น่าสังเกตครับท่านประธาน ถามว่าทําไม บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ถึงได้เป็นเจ้าเดียวเลย ในประเทศของเราที่ได้รับสัญญานี้ จะเป็นกึ่งสัมปทานหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า อย่างไร แต่ว่าเป็นบริษัทเดียว เป็นบริษัทยาเจเนอริก (Generic) ในประเทศเราบริษัทเดียว เท่านั้นเลยนะครับที่จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ จากการที่ผมเป็นกรรมาธิการของ ซีพีทีพีพี (CPTPP) นะครับ ได้เข้าร่วมประชุมมากมายครับท่านประธาน แล้วก็ได้พบกับผู้ชี้แจง ที่เป็นตัวแทนหรือว่าสมาคมบริษัทยาเจเนอริก (Generic) ในประเทศเรานี่เห็นว่ามีศักยภาพ มากครับท่านประธาน ในการที่จะผลิตยาหรือผลิตวัคซีนได้ ถ้าเป็นไปได้เรากระจายความรู้ กระจายเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ครอบคลุมให้ทั่วถึงกัน ประเทศไทยจะเป็นแหล่งในการผลิต วัคซีนโควิด (COVID) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเอกซ์พอร์ต (Export) ออกไป ได้หรือไม่ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
แนวทางสุดท้ายก็คือการซื้อเข้ามาดื้อ ๆ เลยครับ จัดหาวัคซีนโดยการซื้อเข้ามา โดยที่ทางรัฐบาลได้จัดเอาไว้ว่าเราไปจองวัคซีนมาจากหลายบริษัทเลยนะครับ ไฟเซอร์เองก็ตาม อยู่ที่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรเท่านั้นเองครับ อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์เรายังไม่ได้ จองนะครับ เรายังไปคาดหวังและไปวางความหวังเอาไว้กับการผลิตในประเทศ และการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามาซึ่งก็ยังไม่แน่ใจนะครับว่าจะสามารถผลิตได้เมื่อไร ตรงนี้ก็คงต้องฝากทางรัฐบาลไว้นะครับว่าการจัดสรรเงินงบประมาณอย่างที่ท่านหัวหน้าทิม พิธา ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าจริง ๆ แล้วเม็ดเงินมีอยู่เกือบ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะ แก้ไขวิกฤติโควิดนี้นะครับ แต่ว่าเม็ดเงินที่เอามาจองวัคซีนล่วงหน้าสําหรับประชาชนใช้ไป แค่อยู่ประมาณสัก ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองครับท่านประธาน และจองเอาไว้ ให้กับประชาชนแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ไปฝากความหวังเอาไว้กับ สิ่งที่ยังจับต้องไม่ได้ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
ตรงนี้เป็นตารางเปรียบเทียบ ผมไม่ได้ทําเองครับ อันนี้มาจากสถาบันวัคซีน แห่งชาตินะครับท่านประธาน จะเห็นว่าเราทําความร่วมมือกับคอลัมน์ (Column) ขวาสุด คือแอสตร้าเซนเนก้ากับออกซ์ฟอร์ดนี่นะครับ ท่านประธานครับดูสิครับว่าประสิทธิภาพ วัคซีนมันต่ํากว่าบริษัทอื่นอยู่ที่ ๖๒-๙๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อย้อนกลับไปดูแผ่นฉายก่อนหน้านี้นะครับ ทางรัฐบาลบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด เองได้ทําสัญญาร่วมกับทางแอสตร้าเซนเนก้า ในช่วงประมาณสักเดือนตุลาคม ซึ่งในช่วงนั้นแอสตร้าเซนเนก้าเองได้ออกมาเคลม (Claim) ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนเขา ตอนนั้นอยู่ประมาณสัก ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ผมไม่แน่ใจเลยครับท่านประธานว่าผู้มีอํานาจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใช้เกณฑ์ในการตัดสินใจ อย่างไรในการที่จะเข้าไปร่วมทําสัญญาหรือร่วมทุนกับบริษัทบริษัทหนึ่ง และราคาครับ ท่านประธาน ราคาบรรทัดสุดท้ายครับ ก็ยังไม่ออกว่าสรุปแล้วราคาที่เราจะได้ซื้อจาก แอสตร้าเซนเนก้ามันเท่าไร แต่ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติมาชี้แจงว่าโน โพรฟิต โน ลอสส์ (No profit No loss) แปลว่าอะไรครับท่านประธาน แปลว่าเขาก็ไม่ได้ขายเอากําไรหรอกนะ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ขายแบบขาดทุนแต่สรุปแล้วเท่าไร ยังไม่แน่ใจนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไป ครับ🔗
ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานที่ประชาชนเขาอยากจะรู้ก็คือว่า การระบาดในรอบนี้สายพันธุ์นี่มันสายพันธุ์อะไรกันแน่ อันนี้ผมก็นํามาจากศูนย์โควิด (COVID) ของท่าน ของทางรัฐบาลโดยอาจารย์ยงนะครับ ก็คือว่าสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ใน ประเทศไทยตอนนี้มันคือสายพันธุ์จีเอช (GH) ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์จี (G) อีกทีหนึ่ง ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์แอล (L) อีกทีหนึ่ง ซึ่งสายพันธุ์แอล (L) คือสายพันธุ์อู่ฮั่น ตอนที่ ระบาดในบ้านเราตอนแรกเป็นสายพันธุ์เอส (S) นะครับ แต่สิ่งที่ท่านควรจะต้องคํานึงถึง แล้วบอกกับประชาชนนะครับ และจัดสรรทรัพยากร ซึ่งเราพยายามพูดกันมาตลอดเวลาครับ ท่านประธานว่า การจัดสรรทรัพยากรและการบาลานซ์ (Balance) ระหว่างผลความเสียหายทางเศรษฐกิจกับ ผลความเสียหายทางด้านสาธารณสุข มันต้องได้สัดส่วนกันไม่ใช่ท่านทุ่มไปแต่ว่าให้ตัวเลข มันเป็น ๐ หรือว่าล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือปิดประเทศ แต่ทําเศรษฐกิจพังทลายนะครับ ตัวสายพันธุ์จีเอช (GH) มันแตกต่างกับสายพันธุ์ที่ระบาดก่อนหน้านี้อย่างไรนะครับ ก็คือว่า ตัวสายพันธุ์จีเอช (GH) มันจะระบาดได้ค่อนข้างง่ายและค่อนข้างเร็วกว่า แต่ความรุนแรงมัน จะน้อยกว่า ท่านประธานเห็นไหมครับว่าอยู่ ๆ ระบาดกันทีโป้งเป็นพันเลย ก่อนหน้านี้ ไม่มีอาการ คนไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครไปตรวจเลยครับท่านประธาน เพราะว่าอาการมันน้อยครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราเวจต์ (Weight) น้ําหนักแล้วจัดสรรทรัพยากร จัดสรรนโยบายอย่างดี ในกลุ่มประชาชนที่เฮลตี (Healthy) ในกลุ่มประชาชนที่เป็นวัยแรงงานเขาอาจจะติดเชื้อแล้ว บาลานซ์ (Balance) ในการรักษาแต่พยายามกันกลุ่มเสี่ยงออกไป ยกตัวอย่างเช่นในเด็ก ที่เล็กมาก ๆ หรือในผู้สูงอายุมาก ๆ ทํา ๒ กลุ่มนี้ที่เป็นกลุ่มเปราะบางให้รอดพ้นจากเชื้อ ให้ได้นะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
สุดท้าย ท่านประธานครับ การระบาดในประเทศไทยครั้งเก่า ครั้งใหม่ ครั้งหนึ่ง ครั้งสอง แล้วแต่ท่านจะเรียก ครั้งเก่าระบาดที่สนามมวย ครั้งใหม่ระบาดจากกลุ่ม แรงงานต่างชาติ ถูกกฎหมายบ้าง ไม่ถูกกฎหมายบ้าง ผมไม่อภิปรายในที่นี่แล้วก็มาระบาดที่ ตลาดอาหารทะเล ถามว่ารัฐบาลได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการระบาดครั้งก่อนจนมาถึง การระบาดครั้งนี้ และประชาชนเป็นผู้กระทําความผิดหรือการ์ด (Guard) ตก หย่อนยานอย่างไร เราในฐานะประชาชนครับท่านประธานเราไม่เห็นเลยว่าพวกเราการ์ด (Guard) ตกกันอย่างไร ทั้งหมดล้วนมาจากสถานที่ ทั้งหมดล้วนมาจากสิ่งที่หละหลวมในเรื่องอื่น🔗
รัฐบาลต้องบอกให้ได้ครับท่านประธานว่าท่านได้เตรียมพร้อมในช่วง ระยะเวลาครึ่งปีที่ท่านประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินตลอดมานี่ตั้งแต่ต้นปี ผมนับให้มาถึงที่อาจารย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกของ ศบค. ได้ประกาศออกมาว่าการระบาดระลอกแรกมันจบไปตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมแล้ว และท่านก็ยังลากยาว พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาจนบัดนี้ แล้วก็ยังเกิดการระบาดขึ้น ซึ่งไม่ใช่ความผิดของประชาชน สิ่งที่ท่านจะต้องตอบให้ได้ก็คือว่า ๖ เดือนที่ผ่านมานับแต่ เดือนพฤษภาคมจนถึงตอนนี้คาพาซิตี (Capacity) ในการที่ท่านจะรองรับในการดูแลประชาชน โรงพยาบาลต่าง ๆ เตียง และโรงพยาบาลภาคสนาม ท่านจะทําอย่างไร และท่านจะแนะนํา ประชาชนอย่างไร และท่านจะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่กรุณา ให้ผมได้มีส่วนร่วมในการที่จะแสดงความคิดเห็นในการกําหนดมาตรการฝากไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะดูแลสถานการณ์ของการระบาดระลอกใหม่ ผมใช้คําของกระทรวงสาธารณสุข ที่ประกาศว่ามีการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ มีเวลาน้อย ผมเข้าประเด็น🔗
เหตุของการระบาดชัดเจนอยู่แล้วเริ่มจากหญิงแพกุ้งอายุ ๖๗ ปี ก็ไล่เลียงมา ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๓ ปรากฏว่ามีการแพร่กระจายไปถึง ๒๖ จังหวัด ทั้งผู้ใกล้ชิด ติดเชื้อต้นตออยู่ที่ตลาดกลางกุ้งซึ่งมีแรงงานของพี่น้องชาวเมียนมาเข้ามา นั่นคือ ความสามารถของทีมแพทย์และสาธารณสุขในการติดตามบอกต้นเหตุได้ แล้วก็กระจายไป ชัดเจนครับต้นเหตุเรารู้ สาเหตุเรารู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนในระยะเวลาจํากัดมาตรการ ที่รัฐต้องทํานะครับ ๑. เรื่องการควบคุมป้องกันโรค การรักษาโรค ระงับยับยั้งไม่ให้มีการ แพร่กระจาย ตรงนี้เห็นรัฐบาลประกาศว่าจะใช้สิงคโปร์โมเดล (Model) มีสื่อมวลชนหลายช่อง หลายสํานักมาถามผม ผมก็บอกว่ามันอาจจะนํามาประยุกต์ใช้ได้ เพราะว่าสิงคโปร์โมเดล (Model) มันเกิดการติดเชื้อ การระบาดในหมู่คนงานแรงงานต่างด้าวที่เขาอยู่อย่างแออัด จํากัดพื้นที่และมีการระบาดติดเชื้อ เพราะฉะนั้นเขาสามารถที่ ๑. ขีดเขตเป็นวงไข่แดงได้ จํากัดพื้นที่ได้ ก็เลียนแบบมา มาจํากัดพื้นที่ แต่ว่าสิ่งที่ดูแล้วผมไม่สบายตาและไม่สบายใจคือ เอารั้วลวดหนามไปล้อมตลาดกุ้ง ท่านประธานครับ คิดได้แค่นี้หรือรัฐบาลไทย การขีดเขต บริเวณไข่แดงมันไม่จําเป็นต้องใช้รั้วลวดหนามหรอกครับ สงสัยหมดปัญญาจริง ๆ การกําหนด พื้นที่ให้ชัด เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข ทําโรงพยาบาลสนาม สิงคโปร์เขาทําอย่างนั้นครับ ๑๐๐ เตียงเขาทําเลย เอามาใช้ได้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งจะต้องบอกกับรัฐบาลชุดนี้ซึ่งไร้ความสามารถมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่อง เชิงนโยบาย ดีนะครับที่ว่าระบบการแพทย์ การสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุขเราเข้มแข็ง เราเก่งเป็นที่ยอมรับ จะต้องระงับยับยั้งหรือติดตามผู้สัมผัสโรค ให้ได้มากที่สุด ซึ่งไม่เหมือนสิงคโปร์ครับ ขณะนี้แพร่กระจายไป ๒๖ จังหวัดแล้ว ท่านจะใช้ สิงคโปร์โมเดล (Model) ทั้ง ๒๖ จังหวัดได้หรือไม่ อย่างไร ทําไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้น อย่าไปหลงคําว่า สิงคโปร์โมเดล (Model) และที่สําคัญท่านประธานครับ วันที่ ๒๔ พรุ่งนี้ จะมีการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ จะกําหนดพื้นที่เสี่ยง สีเขียว สีส้ม สีแดง ต้องรีบทําครับ กําหนดพื้นที่เสี่ยงเพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อจะกําหนดมาตรการรองรับให้สอดรับ สอดคล้องกับพื้นที่เหล่านั้น ปล่อยปละละเลยไม่ได้ครับนี่ ๗ วันมาแล้ว ๗ วันมาแล้ว รอวันราชการที่จะประชุม ทันการณ์หรือเปล่าท่านประธานครับ พื้นที่สีแดงมาตรการเข้มข้นที่สุด ที่ใช้คําว่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็ต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) เฉพาะพื้นที่ที่เป็นสีแดง จริง ๆ อย่าตีขลุมประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปทั่วประเทศ อันนั้นคือการฆ่าตัวตาย รอบใหม่ของรัฐบาลชุดนี้ ผมเตือนเลยนะครับท่านประธาน นั่นคือมาตรการแรกเกี่ยวกับ มาตรการด้านการควบคุม🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านอย่าลืมบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข รวมไปถึงระดับล่างสุดคือฐานรากสุดในพื้นที่คือ อสม. ท่านอย่าลืมเติมเต็มเสริมสร้าง สมรรถนะ เสริมสร้างศักยภาพของเขา เขายังมีความต้องการในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ สนับสนุนให้พร้อม🔗
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ แมสก์ (Mask) ราคา ๓๐๐ บาท ปล่อยขึ้นมาได้ อย่างไรท่านครับ จะต้องไปควบคุมดูแลสิ่งที่ใช้ในการป้องกันโรค ซึ่งจริง ๆ โดยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ ไปอ่านเลยท่านประธานครับ รัฐต้องจัดให้นะครับ โดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายนะ ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่ออันตรายนี่ แต่รัฐก็เพิกเฉย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ ของพี่น้องประชาชนในการช่วยเหลือตนเอง ต้องมีมาตรการตรงนี้อย่างชัดแล้วตอบสภาให้ได้ ว่าคุณมีมาตรการอย่างไร มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบครับ เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะ ต้องตอบสภานะครับหลังจากที่เรามีมติไป ท่านประธานยื่นไปที่รัฐบาลแล้วตอบเรามาว่า คุณจะมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร เยียวยาใคร เอาเงินมาจากไหน🔗
สมาชิกท่านสุดท้าย คุณหมอวาโย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดถึงเรื่องวัคซีน ท่านประธานทราบไหมครับ สิงคโปร์ประกาศเป็นฮับ (Hub) ที่จะรองรับเอาวัคซีน มาแพร่กระจายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขากล้าประกาศถึงขนาดนั้นครับ ขณะที่บ้านเรา ยังไม่มีการพูดถึงวัคซีนเลย เขาสั่งมาล็อต (Lot) แรกแล้ว แล้วบอกว่าจะให้ประชาชนฟรีด้วย นะครับ ทําไมสิงคโปร์เขาประกาศกล้าเป็นฮับ (Hub) ได้ครับท่านประธาน เพราะการเก็บ วัคซีนมันต้องติดลบถึง ๗๐-๘๐ องศานะครับท่านประธาน ของเราเตรียมการหรือยัง จะให้ได้เมื่อไร🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมไม่ลงรายละเอียดเยอะ เรื่องต้นเหตุครับ นายกรัฐมนตรีฮึ่มประกาศจะจัดการผู้ลักลอบแรงงานต่างด้าว นําแรงงานต่างด้าวเข้าไทย นั่นหมายความว่านายกรัฐมนตรีเองยอมรับว่ามีการลักลอบนําแรงงานเถื่อนเข้าเมืองไทย เป็นเหตุให้เกิดโรค ท่านรู้อยู่แก่ใจ ท่านจะทําอย่างไรครับ สิ่งที่ผ่านมาทั้งหลายทั้งปวงนั่นคือ การปล่อยปละละเลยครับ คุณฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีได้ โดนข้อหาปล่อยปละละเลยไปแล้ว นี่ละครับคือการปล่อยปละละเลยให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายอย่างใหญ่หลวง ท่านจะมี มาตรการอย่างไร ท่านต้องแจ้งมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคงตามด่านชายแดน รู้เห็นเป็นใจหรือเปล่า ได้รับผลประโยชน์ไหม มีการพูดไปทั้งหมดนะครับหัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท หัวละ ๑๕,๐๐๐ บาท สื่อมวลชนแพร่กระจายไปหมด มีแหล่งอ้างอิงได้อีกต่างหาก ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้เห็นเป็นใจมันจะเกิดขึ้นได้หรือครับท่านประธาน เราปล่อยปละละเลยกัน ขนาดนี้นี่ ครั้งแรกนําเข้ามาจากต่างประเทศทางอากาศ ครั้งนี้ปล่อยมาจากชายแดน ท่านก็รู้อยู่แล้ว ท่านประธานครับ ตรงนี้ซีกรัฐบาลต้องทํามาตรการให้ชัด และผมเสนอครับ ให้ฝ่ายสภาเราทําคู่ขนานเลย เสนอให้คณะกรรมาธิการการแรงงาน คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการทหาร คณะกรรมาธิการการตํารวจ ร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการสามัญนี่ละครับ ไปพิจารณาสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ แล้วมีรายงานต่อสภา แล้วกําหนดมาตรการออกมาว่าเราจะบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างไร ใครได้รับ ผลประโยชน์ ใครต้องรับผิดชอบ ท่านประธานทราบไหมครับ ธุรกิจที่มารองรับเครือข่ายของ การค้าทาสแรงงานต่างด้าว ค้ามนุษย์ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือธุรกิจอะไรท่านประธานครับ ธุรกิจ ขายบริการครับ ที่นํามารองรับแรงงานที่เป็นแสน ๆ นี่เฉพาะสมุทรสาคร ๔๐๐,๐๐๐ คน มีทะเบียนอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๒๓๐,๐๐๐ คน ๒๔๐,๐๐๐ คน ที่เหลือไม่มีทะเบียน ความหมายคืออะไรครับท่านประธาน ไม่ต้องปฏิเสธกันครับ ผมอยากให้กรรมาธิการ ไปตรวจสอบใบรับรองแพทย์ท่านประธานครับ ใบรับรองแพทย์นี่สําคัญที่สุด ตรวจเลย ถ้าเป็นไปตามระบบจริง ไม่มีการลักลอบจริง ต้องมีใบรับรองแพทย์รองรับในการที่จะเข้ามา ทํางานในประเทศไทย ใบอนุญาตการทํางานเวิร์คเพอร์มิต (Work permit) ต่าง ๆ ตรงนี้ชัด ครับท่านประธาน ผมฝากเลยว่าถ้ารัฐบาลไม่ทํา คณะกรรมาธิการที่ผมกล่าวชื่อไปแล้วนี่ต้อง ร่วมมือกันครับ ฝากท่านประธานมอบให้คณะกรรมาธิการเหล่านี้ไปสอบหาข้อเท็จจริงกรณีที่ เกิดขึ้นทําให้เกิดโควิด (COVID) แพร่ระบาด เพื่อจะได้เป็นผลงานของสภาเราไม่ปล่อยปละ ละเลยท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านณัฏฐ์ชนน พรรคภูมิใจไทย ท่านวรภพ พรรคก้าวไกล ท่านรังสิมา พรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านณัฏฐ์ชนนก่อนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อําเภอนาทวี สะบ้าย้อย สํานักแต้ว สํานักขามของอําเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้เรากําลังประชุมอยู่แต่เพื่อนสมาชิก ๑ ท่าน กําลังติดตาม พวกเรา ก็คือท่าน ส.ส. จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ จังหวัดสมุทรสาคร ท่านประธานครับ วันนี้ ๒๓ ธันวาคม โควิด-๑๙ (COVID-19) จังหวัดสมุทรสาคร ยับเลยครับ จังหวัดเล็ก ๆ ประชากรไม่เท่าไรครับ สงสารคนที่นี่เศรษฐกิจแย่ครับ การท่องเที่ยวจบ ยับทั้งจังหวัด วันนี้จังหวัดที่ ๒ จะเป็นจังหวัดไหน ใครจะเป็นผู้โชคร้ายและผู้โชคดี ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ วันนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายทั้งหมด ๓๒ จังหวัด🔗
จังหวัดสงขลาของผมนะครับ ก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีบุคคลเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาครไปในพื้นที่ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๑ ที่ผ่านมาปรากฏว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินทางจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นคนสงขลา ปรากฏว่าโลกโซเชียล (Social) ติดตามมาตั้งแต่เดินทางกลับ ไปหาดใหญ่ ไปสงขลาจุดไหน ท่านรู้ไหมครับ อลหม่านทั้งจังหวัดสงขลา สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมก็เลยอยากบอกว่า นี่คือผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือโลกโซเชียล (Social) ข้อมูลข้อเท็จจริง อันนี้ก็น่ากลัวพอ ๆ กับโควิด (COVID) มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดความสับสน เมื่อครู่นี้มีพี่น้องจากอําเภอสะบ้าย้อย ส่งไลน์ (Line) มาบอกว่าท่าน ส.ส. หมู่ ๖ บ้านถ้ําตลอด ตําบลเขาแดง มีข่าวลือ ท่านประธานครับ มันจะมีทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอ ทุกจังหวัด ถามว่าวันนี้สถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเร่ง ที่สุดก็คือข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงและฉับพลัน ถ้าเกิดเราปล่อยไปนะครับ มันจะมีปัญหา แต่ละจังหวัดคนที่ต้องออกมาแถลงก็คือผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ต้องออกมา แถลงเป็นระยะ ๆ ไม่ใช่ใช้เวลา ๒-๓ วันสรุปทีเดียว ไม่ได้ครับ วันนี้โลกโซเชียล (Social) มันไปทุกนาที ที่จังหวัดสงขลาผมนะครับ ผมก็ได้พูดกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ก็บอกว่าวันนี้สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือการชี้แจง ท่านประธานครับวันนี้ขอความชัดเจน อีกอย่างหนึ่งครับ พวกผมเป็น ส.ส. นี่ลําบากครับท่านประธาน รอบที่แล้ว กกต. ออกมา ประกาศว่าอย่างไรครับ การช่วยเหลือของพี่น้องประชาชน ส.ส. ช่วยได้ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้ระลอก ๒ ผมเองก็ยังกังวลอยู่ว่าเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนก็ยังกังวลอยู่ว่าเราสามารถจะ ช่วยได้ขนาดไหน ในวงเงินเท่าไร ขอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เราจะช่วยประชาชนได้อีกเท่าไร ท่านประธานครับ วันนี้เองที่จังหวัดสงขลาของผมนะครับ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ เรามีประชากรประมาณเกือบ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนครับ มีประชากรแฝงประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน และมีแรงงานต่างด้าวในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน เส้นทางที่น่ากลัวที่สุดที่สงขลา วันนี้เรียน ไปยังท่านประธานเพื่อส่งไปยังรัฐบาลในการป้องกัน เพราะอะไรครับ บ้านผมเป็นจังหวัด ชายแดนครับ ติดจากอําเภอสะเดา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบ้าย้อย เป็นจังหวัดชายแดน ติดกับประเทศมาเลเซีย นี่ก็คือเป็นด่านถาวร ๓ จุด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือช่องทางธรรมชาติ ที่จะมีการหลบหนีเข้ามา หรือออกไปยังประเทศมาเลเซีย หาดใหญ่โชคดีครับมีสนามบิน นี่ก็คือช่องทางทางอากาศที่พวกเราต้องระวัง เรามีชายทะเลประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร จากอําเภอระโนดจนไปถึงอําเภอเทพา เป็นช่องทางทางทะเลที่เรือประมงและผู้ทําการประมง จะเข้ามาสู่จังหวัดสงขลา เรามีเส้นทางรถไฟ เพราะฉะนั้นเราเป็นศูนย์กลางทั้งหมด ของภาคใต้ตอนล่าง สิ่งที่เรากลัวที่สุดวันนี้ถ้าเกิดมีบุคคลติดโควิด (COVID) สัก ๑ คน ที่สงขลาท่านประธานครับ อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นรอบแรกสงขลาสามารถป้องกันโควิด (COVID) ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เราป้องกันจากไหนครับ ป้องกันจากชายแดนครับ วันนั้น ข่าวผู้ติดโควิด (COVID) จากประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซีย แต่วันนี้ครับ พวกเราต้องระวัง การเดินทางภายในประเทศซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากครับ เราไม่สามารถที่จะห้ามคนไทย เดินทางระหว่างจังหวัด ระหว่างประเทศ นี่ก็คือความยากลําบากของรัฐบาลที่เกิดขึ้น สิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ หัวใจหลักที่ผมจะฝากก็คือข่าวสารต้องชัดเจนและเร่งด่วน🔗
ข้อที่ ๒ ครับ วัคซีน นี่คือตัวหยุดชะงักการแพร่กระจายของโควิด (COVID) รัฐบาลต้องเร่งดําเนินการ นอกจากการดูแล ควบคุมการจัดวัคซีนถือว่าเป็นหัวใจหลัก เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราไม่ต้องโทษใครครับ ไม่ต้องโทษ รัฐบาล ไม่ต้องโทษ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือโทษนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคผม วันนี้ขอให้กําลังใจบุคลากร ทางการแพทย์ ประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้พี่น้องปลอดภัย ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมอยากเริ่มต้นจากว่าจุดเริ่มต้นของการระบาดครั้งนี้ คือการที่รัฐบาลไม่มีมาตรการกักตัว แรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบครับ ซึ่งเรื่องนี้ ศบค. ก็รู้เรื่องดีครับ แต่ว่าไม่เข้าใจสถานการณ์ ความเดือดร้อน มันก็เลยเกิดกระบวนการลักลอบนําเข้านี่ละครับ ซึ่งรัฐบาลก็ออกมายอมรับ แล้วครับว่ามันเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเกี่ยวข้องด้วย หักค่าหัวคิวการนําเข้า หลักหมื่นบาทต่อราย ซึ่งประชาชนก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ และในขณะเดียวกันหลายจังหวัดก็เริ่มมีมาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) เกิดขึ้น แต่รัฐบาลเองก็ไม่ได้มีมาตรการรองรับความเสียหายจากภาคธุรกิจ กับความเสียหายจาก เอสเอ็มอี (SMEs) เลย เหมือนไม่เคยคิดจะรับผิดรับชอบใด ๆ กับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งผมก็คงต้องย้ําอีกครั้งครับว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกวันนี้อยู่ในสภาวะโคม่าครับ ถ้าดูตาม ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย ๓๔ เปอร์เซ็นต์นะครับ ที่ยังอยู่ในการปรับโครงสร้างหนี้ ตัวเลขรวมคือ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่รวมมาตรการพักชําระหนี้ ๑.๘ ล้านล้านบาท ที่เป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คือเดือดร้อนจากตั้งแต่ล็อกดาวน์ (Lockdown) ครั้งแรก ล็อกดาวน์ (Lockdown) ครั้งใหม่ก็คงหนีไม่พ้นเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ยังพอมีความหวังอยู่บ้างก็คงต้องเลิกความหวังไป ล้มเลิกปิดกิจการ เลย์ออฟ (Lay off) กันอีกรอบหนึ่ง ดังนั้นถ้าพิจารณาจากมาตรการรัฐบาลที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่ามาตรการ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) รัฐบาลที่ผ่านมาถือว่าล้มเหลว ไม่เข้าเป้า เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าไม่ถึงเลย มาตรการหลักอย่าง พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft loan) ที่ออกมาในเดือนเมษายน วงเงินตั้งไว้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายผ่านมาเกือบปีหนึ่ง ๑๐ กว่าเดือน ผลลัพธ์ ก็คือว่าเอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงเพียง ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เอสเอ็มอี (SMEs) เพียงแค่ ๗๘,๐๐๐ กว่ารายที่เข้าถึง ต่อให้มีมาตรการเพิ่มขึ้นมาในเดือนสิงหาคม ซอฟต์โลนพลัส (Soft loan plus) จาก บสย. สุดท้ายแล้วก็ทําให้เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงซอฟต์โลน (Soft loan) ได้เพิ่มขึ้นเพียง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่า ๒ ตัวเลขนี้มันยืนยัน ความล้มเหลวชัดเจนว่ามาตรการของรัฐบาลที่ออกมาที่เจตนาจะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) สุดท้ายก็ทําให้เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าไม่ถึงครับ ดังนั้นถ้าไปดูเองแม้แต่ธนาคารรัฐ ถ้าดู ตามมติ ครม. ก็ยังพบว่าสุดท้ายธนาคารรัฐเองก็ปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เดือดร้อนเพียงแค่ ๒-๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง คือธนาคารรัฐเองยังไม่ปล่อยให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เดือดร้อน ธุรกิจท่องเที่ยวก็ยังเข้าไม่ถึง ดังนั้นก็คงขอเป็นข้อแนะนําให้กับทาง รัฐบาลว่าการแก้ไข พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft loan) เพื่อรองรับวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่ มันคือทางออกเดียวที่จะทําให้เอสเอ็มอี (SMEs) สามารถก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปได้ ถ้าให้ผม รวบรวมมาจากปัญหาก็ขอสรุปเป็น ๕ ประเด็นที่เกี่ยวข้องครับ🔗
ประเด็นใหญ่ ๆ ประเด็นแรกครับ เพราะ พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft loan) ครั้งที่แล้ว เจตนามันคืออุ้มแบงก์ คือช่วยเหลือเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีวงเงินกับธนาคารเท่านั้น ผลลัพธ์ก็คือเอสเอ็มอี (SMEs) อีกเกือบครึ่งหนึ่งที่ไม่มีสินเชื่อเดิมกับธนาคารก็เข้าไม่ถึง🔗
ประเด็นที่ ๒ ด้วยการกําหนดระยะเวลา ๒ ปี และดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ มันคือเงื่อนไขที่สําคัญที่ทําให้ผมมั่นใจว่าแสนกว่าล้านที่ได้ไป สุดท้ายก็เป็นธุรกิจที่ ไม่เดือดร้อนเป็นคนได้ ธุรกิจที่เดือดร้อนก็ไม่เคยได้ เหตุผลมันง่ายมากเลยครับ ระยะเวลา ๒ ปีนี้มันทําให้ระยะเวลาที่ปล่อยกู้ได้ ๒ ปี ทําให้ธุรกิจที่สามารถผ่อนหนี้ที่ก่อขึ้นใหม่ภายใน ๒ ปีนั้น คือธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย ธนาคารถึงมั่นใจถึงจะปล่อยกู้ซอฟต์โลน (Soft loan) ให้ แต่ถ้าเป็นธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ธนาคารไม่มีความมั่นใจเลยครับ ว่า ๒ ปีนี้จะรอดได้อย่างไร ดังนั้นธุรกิจกลุ่มนี้ก็จะไม่มีวันได้ และอีกเงื่อนไขหนึ่งก็คือดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ผมคงต้องขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลควรจะเลิกนโยบายสินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา ได้แล้ว เพราะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ําคือมาตรการที่คนที่ได้คือคนที่ไม่ควรจะได้ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่เดือดร้อนนะครับ ดอกเบี้ยจาก ๒ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์ มันไม่มี ความหมายครับ คนทําธุรกิจรู้ดีครับว่าดอกเบี้ยไม่เคยเป็นสาระสําคัญ สาระสําคัญคือการกู้ ได้ครับ เพราะถ้ากู้ไม่ได้เขาก็ต้องไปหาดอกเบี้ยนอกระบบ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นี่ ต่อเดือนนะครับ ดังนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือต้องเปิดให้ธนาคารมีแรงจูงใจในการปล่อยกู้ให้กับ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่เดือดร้อน เอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีความเสี่ยง🔗
เรื่องที่ ๓ สิ่งสําคัญที่สุดที่เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เอสเอ็มอี (SMEs) สามารถ เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้คือการชดเชยความเสี่ยงครับ คืออัตราการค้ําประกันที่จะเป็น แรงจูงใจให้ธนาคารเองก็กล้าปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เดือดร้อน ให้ธนาคาร กล้าปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี (SMEs) ก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปได้ครับ ซึ่งก็คงต้องยืนยันอีกครั้งว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดเล็กก็จําเป็นที่จะต้องได้รับการชดเชยความเสี่ยงที่มากขึ้น ซึ่งอัตรา ที่ผมคิดว่าเหมาะสมสําหรับเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ไม่มีสินเชื่อมาก่อน แล้ววันนี้จะดึงเขา เข้าระบบก็อยู่ที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ก็คงต้องไปปรับแก้กันครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ คือควรจะต้องมีการกันวงเงินไว้ว่าอย่างน้อยครึ่งให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดเล็ก สินเชื่อไม่เกิน ๕ ล้านบาท ไม่มีหลักประกัน สามารถเข้าถึงได้ เพราะว่า นี่คือคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้จริง ๆ ครับ ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ อีกครึ่งหนึ่งสามารถ กําหนดได้ว่าธุรกิจที่เดือดร้อน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มาใช้ซอฟต์โลน (Soft loan) ได้🔗
ประเด็นสุดท้ายครับ คือเงื่อนไขการรักษาการจ้างงาน จริง ๆ ก็ต้องบอกว่า ทั้งหมดจุดประสงค์หลักที่ต้องการช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คือเพื่อรักษาการจ้างงาน ดังนั้น รัฐบาลควรจะกําหนดผลประโยชน์จูงใจให้ธุรกิจรักษาการจ้างงานได้ ซึ่งกําหนดวิธีการ ที่เรียบง่ายที่สุดนะครับ ก็คือว่าถ้าธุรกิจไหนสามารถรักษาจ้างงานต่อไปได้ รัฐบาลก็ช่วยเหลือ ภาระดอกเบี้ยได้🔗
สุดท้ายครับ ก็คงต้องขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลมีวงเงินเพียงพอครับ เพราะจาก พ.ร.ก. ๑ ล้านล้านบาท วันนี้ก็ใช้ไปเพียงแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่บอกครับว่า เหลือตั้ง ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นวงเงินนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลพิจารณาในการช่วยเหลือ เอสเอ็มอี (SMEs) มากขึ้นครับ รัฐบาลต้องรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดของมาตรการที่ผ่านมา ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปได้ครับ อย่าปล่อยให้ทุนใหญ่กินรวบ เศรษฐกิจไทยมากไปกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรังสิมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ตอนนี้ ได้แพร่กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัด แต่เริ่มต้นมันจังหวัดสมุทรสาคร แต่คนก็จะจําผิดค่ะ จําผิดมาสัมภาษณ์ดิฉัน วันหนึ่งนักข่าวหลาย ๆ คนจะมาสัมภาษณ์ดิฉัน เรื่องเกี่ยวกับโควิด (COVID) ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนทุกท่านนะคะว่าดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดสมุทรสงครามค่ะ ไม่ใช่จังหวัดสมุทรสาครนะคะ แล้วเวลาคนเข้าใกล้ดิฉันก็จะกลัวว่า จังหวัดคุณติดโควิด (COVID) แล้วเข้าใกล้คุณได้ไหม เข้าใกล้ได้นะคะ เพราะว่าตอนนี้ ที่จังหวัดสมุทรสงครามมีติด ๘ คน แต่ดิฉันก็มั่นใจในความเก่งของผู้ว่าราชการจังหวัด สมุทรสงคราม คือท่านชรัส บุญณสะ เพราะว่าท่านเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านสาธารณสุขมาก่อน แล้วมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็โดยเฉพาะ อสม. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. ก็ทํางานกันอย่างเข้มแข็งนะคะ ขนาดโควิด (COVID) ไม่ระบาดระลอกนี้ ในจังหวัดสมุทรสงครามก็ยังทําตรวจไข้ คัดกรองเหมือนเดิม จนถึงระลอกใหม่นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็มั่นใจว่าจังหวัดสมุทรสงครามสามารถที่จะควบคุมโรคโควิด (COVID) นี้ได้ นะคะ แต่ที่ดิฉันจะอภิปรายตรงนี้ ดิฉันสงสารชาวประมงค่ะ เพราะว่าชาวประมงมีปัญหามาก เดิมที่ผ่านมาที่ชาวประมงจะต้องอยู่ภายใต้กฎไอยูยู (IUU) ก็มีผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพ ประมงอยู่แล้วนะคะ แล้วพอมาเกิดเหตุการณ์นี้ทําให้อาหารทะเลขายไม่ได้ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนทางรัฐบาลนะคะว่าจะต้องประชาสัมพันธ์ แล้วก็ให้ความรู้กับ ประชาชนว่าอาหารทะเลกินได้ ไม่ติดโควิด (COVID) แต่คุณต้องปรุงให้สุก แต่ปัญหาที่ อาหารทะเลขายไม่ได้คือคนไม่สามารถเข้าไปซื้ออาหารทะเลในตลาดได้ ทําให้อาหารไม่ สามารถมาสู่ท้องตลาดตามจังหวัดต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากให้รัฐบาลหาแนวทางการ ช่วยเหลือผู้ที่ประกอบอาชีพประมงด้วยนะคะ🔗
ประการสําคัญที่ดิฉันอยากจะเน้น คือดิฉันฟังว่าท่านนายกรัฐมนตรีสั่งปราบ ขบวนการแรงงานต่างด้าว อันนี้ดิฉันพูดตั้งแต่เป็น ส.ส. สมัยแรกเลย จนปัจจุบันนี้ ๕ สมัยแล้ว ดิฉันก็ไม่ได้เห็นความคืบหน้าของการปราบขบวนการขนแรงงานต่างด้าว ที่ผิดกฎหมาย ถ้าท่านปราบตอนนี้นะคะ มันจะทําให้แรงงานต่างด้าวหนี แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะควบคุมได้ เพราะว่า ๑. บางคนก็ไม่มีบัตร บางคนบัตรหมดก็ยังไม่ได้ต่อ เพราะมันติด ช่วงโควิด (COVID) วีซ่า (Visa) หมดก็ยังไม่ได้ต่อ มันก็เลยกลายเป็นปัญหา ดิฉันก็อยากจะ บอกกับทางรัฐบาลว่าท่านอย่าทําอย่างนี้เลย อย่าปราบ ตอนนี้เป็นโอกาสของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลให้เขามาจดทะเบียน มาลงทะเบียน เราจะได้เงินเข้ารัฐด้วย แล้วสามารถควบคุมโรคได้ด้วย แล้วเราก็สามารถที่จะรู้ด้วยว่าแรงงานต่างด้าวอยู่ที่ไหน ให้เขามาลงทะเบียน ทําให้มันถูกต้อง เอาใต้ดินมาไว้บนดินเสียนะคะ แต่ตอนนี้ที่มันเกิด เหตุการณ์นะคะ เพราะว่ามันทําอย่างนี้ อย่างที่ดิฉันเคยอภิปราย อย่างเช่น ดิฉันไปดูงานที่ จังหวัดเชียงราย ที่แม่น้ําเมย ยืนอยู่นี่ดิฉันเห็นเลยว่าเขาแก้กางเกงจากฝั่งโน้น แล้วก็เอากางเกง ชูบนหัวมา แล้วเดินข้ามแม่น้ํามา ข้ามมาฝั่งไทยก็ข้ามได้ เพราะว่าพื้นที่มันติดกัน ที่มันงอก ออกมานี่ แล้วมาอยู่ฝั่งทางไทย แต่พื้นดินยังเป็นของเขา เพราะฉะนั้นอันนี้มันไม่สามารถที่จะ ตรวจคัดกรองอะไรได้ เพราะว่าชายแดนธรรมชาติมันสามารถข้ามไปข้ามมากันได้ แล้วเราก็ ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ทีนี้แรงงานต่างด้าวนี่ที่สมุทรสงครามที่ดิฉันสอบถาม ตอนนี้ที่ ประเทศพม่าเขาก็ล็อกดาวน์ (Lockdown) ไม่ให้ประชาชนออกจากบ้าน แต่เมื่อเขาไม่มีกิน เขาก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เขาก็ต้องหนีกลับมาทํางานที่ประเทศไทย ทีนี้การขนแรงงาน ต่างด้าวนี่ตอนนี้ อย่างเช่นยกตัวอย่างจากสังขละบุรีมาที่สมุทรสงคราม ก็จะมีรถตู้ไปรับ คิดค่าหัว ๑๒,๐๐๐ บาทถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ส่งถึงตลาดปลาเลยนะคะ ที่สมุทรสงคราม วิธีการของเขานี่เขาก็จะเอาแรงงานต่างด้าวมาพักที่ชายแดน พอพักชายแดนด่านไหนที่เป็น พวกตัวเองเข้าเวรก็ให้ผ่าน พอถึงช่วงตรงไหนที่จะมีการตรวจ ก็ให้แรงงานต่างด้าวเดินไปในป่า เพื่อที่จะไปออกทางที่มันเลยด่านที่จะตรวจนะคะ แล้วก็ให้ไปพักตามขนําต่าง ๆ ที่อยู่ในป่า บางคนนี่บอกเดิน ๕ วันกว่าจะมาถึงสมุทรสงครามกว่าจะผ่านด่านได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มี คนของรัฐช่วยนี่ เก็บส่วย มันไม่สามารถพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาได้ เพราะมันเป็นขบวนการ อย่างนี้มานานมากแล้ว ทําให้ไม่สามารถควบคุมประชากรของแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นเขาจะไปจะออกไปประเทศเขานี่สามารถเดินทางได้สะดวก ออกจากนี่ ๖ โมงเช้า บ่าย ๒ โมงเขาโทรกลับมาแล้วว่านี่ถึงแล้วที่ประเทศพม่า เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียน ทางรัฐบาลนะคะว่าอย่าสั่งปราบเลยค่ะตอนนี้ ท่านต้องให้เขามาลงทะเบียนเพื่อจะได้รู้ว่าแรงงาน อยู่บ้านใครเท่าไร แล้วคนไหนบัตรหมดอายุที่มันติดช่วงโควิด (COVID) ไม่ได้ต่อให้เขานี่ ให้ดําเนินการ ทยอยดําเนินการต่อให้เขา แล้วเราก็สามารถที่จะรู้ยอดเลยว่าในประเทศ ตอนนี้มันมีแรงงานต่างด้าวอยู่เท่าไร หลังจากที่เราลงทะเบียนแล้ว เราเก็บตกให้หมดแล้ว หลังจากนั้นเราต้องเข้มงวดชายแดน เราต้องเอาจริงเอาจัง จัดการคนที่เป็นคนที่หน่วยงาน ของรัฐไปสมรู้ร่วมคิดกับขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาทําให้เกิดผลกระทบที่เกิดขึ้น ในปัจจุบัน ทําให้ประเทศชาติเสียหาย เพราะฉะนั้นก็ฝากทางท่านประธานไปถึงรัฐบาลนะคะ ว่าให้เข้มงวดเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับขบวนการแรงงานต่างด้าวด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเอกภพ เพียรพิเศษ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคก้าวไกล ก่อนอื่นผมขอให้กําลังใจชาวไทยทุกท่าน แรงงานข้ามชาติ แล้วก็โดยเฉพาะชาวสมุทรสาคร ที่กําลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอยู่ในตอนนี้นะครับ ผมอยากให้ทุกท่านมีความเชื่อมั่น ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย แล้วก็อยากให้ทุกคนขอบคุณ แล้วก็นับถือ ในความเสียสละของบุคลากรสาธารณสุขของประเทศไทยที่ทํางานอย่างหนักในปัจจุบันนี้นะครับ ปัญหาเรื่องของการระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นสิ่งที่สภาของเราติดตามมา ตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลาร่วม ๑ ปีแล้วครับที่เราติดตามเรื่องนี้มา มีการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับโคโรนาไวรัส (Coronavirus) หลายรอบ มีการติดตาม ในชั้นกรรมาธิการหลายคณะ จากวันนั้นจนถึงวันนี้วงการแพทย์เราเข้าใจเรื่องของ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) มากขึ้น ถึงขนาดตอนนี้มีหลายประเทศเริ่มมีการฉีดวัคซีน กันแล้ว แต่สังเกตไหมครับว่าการรับมือกับโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ของประเทศไทยยังอยู่บน ฐานคิดเดิมเมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมาอยู่เลย เรายังคงมองโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นภัย ความมั่นคง เป็นอริราชศัตรู เรายังคงมองโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ว่าต้องกําจัดไปให้ เหลือตัวเลขเป็น ๐ ไม่สามารถอยู่ร่วมกับโรคนี้ได้ ที่ผ่านมาร่วม ๑ ปีระบบสาธารณสุข ของเรามีการเตรียมการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้อง ให้คําตอบ เรามีการเตรียมเตียงคนไข้ที่พร้อมสําหรับการรับมือผู้ติดเชื้อ มีการเตรียมชุดตรวจ มีการเตรียมหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ มีการเตรียมยา รักษาโรคไว้ มีการเตรียมเครื่องช่วยหายใจ พร้อมกว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาอย่างมาก สิ่งที่ผมย้ํา มาเสมอครับว่าเมื่อไรเราต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) วันนี้มีการพูดกันครับ มีข่าวลือกัน มากมายว่าตรงนั้นจะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) ตรงนี้จะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) เรามีการพูดในสภาวันนี้หลายรอบว่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ตรงนั้นล็อกดาวน์ (Lockdown) ตรงนี้ ผมต้องเรียนกลับไปที่ต้นเหตุครับว่าเราจะล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็ต่อเมื่อผู้ติดเชื้อ มีแนวโน้มว่าจะเกินศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะรับได้ ณ ตอนนี้บางจังหวัดมี ๕ คน ๔ คน ๘ คน ๑๐ คนบ้าง ยังอยู่ในศักยภาพของระบบสาธารณสุขที่จะรับมือได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้รัฐบาลต้องตอบครับว่าในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศมีความพร้อมที่จะรับมือ กับผู้ติดเชื้อต่อวันเท่าไร แล้วก็ต้องบอกให้ชัดเจนว่าเกณฑ์ของการล็อกดาวน์ (Lockdown) คืออะไร เมื่อไรจะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) ทําไมเราถึงต้องทํา และสิ่งที่ควรจะเน้น ให้ชัดคือว่าการล็อกดาวน์ (Lockdown) ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือโควิด (COVID) ครับ คือตอนนี้มีความสับสนอลหม่าน มีความกลัว มีข่าวลือไปหมด ซึ่งความกลัวของโควิด (COVID) นั้นเป็นการกลัวตัวโรคก็ส่วนหนึ่งครับ แต่อีกส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่คือการกลัวว่า ถ้ามีผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) เยอะ ๆ จะเกิดการล็อกดาวน์ (Lockdown) แล้วเขาจะต้องไป อดอยาก อดตาย ไม่มีเงินซื้อข้าว เราต้องกลับไปสู่สภาพที่ต้องไปแจกข้าว เราต้องไปแจกนมให้เด็ก ต้องไปแจกแก๊สให้บ้านประชาชนอีก🔗
ตรงนี้ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะบอกอีกครั้งว่าระบบสาธารณสุขของเรา มีประสิทธิภาพเพียงพอครับ ขอเพียงแต่มีการจัดสรรทรัพยากรให้บุคลากรให้ระบบสุขภาพ ดําเนินการตามระบบของเขาได้ อย่าให้มีการขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่าให้มีการขาด หน้ากากอนามัย อย่าให้มีการกักตุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตรงนี้เราจะสามารถจัดการได้ สถานการณ์ปัจจุบันยังเป็นสถานการณ์ที่ถ้าตัดสินใจอยู่ด้วยบนพื้นฐานของสติปัญญาแล้ว เราจะเห็นว่าการติดเชื้อตรงนี้เป็นกลุ่มก้อนครับ อยู่ในบริเวณหนึ่งเป็นส่วนมาก แล้วก็ที่กระจายไปตามแต่ละจังหวัดนี่อยู่ในจํานวนที่เราสามารถติดตามและตรวจสอบ แล้วก็รวมถึงเฝ้าระวังได้ สิ่งที่ต้องเน้นย้ําไปทางรัฐบาลคือว่าคนที่มีความเสี่ยงทุกวันนี้คนกลัว ครับ ทําอย่างไรเมื่อคนที่เข้าใจว่าตัวเองมีความเสี่ยงอาจจะไปสัมผัสผู้ติดเชื้อเขาต้องได้รับ การตรวจโควิด (COVID) ฟรีครับ การตรวจได้เร็ว การตรวจได้เยอะ และการตรวจฟรีจะทํา ให้เราสามารถติดตามผู้ติดเชื้อแล้วก็ป้องกันการระบาดต่อได้🔗
เรื่องของวัคซีนขณะนี้มีหลายประเทศฉีดวัคซีนไปแล้ว ประเทศไทยยังไม่มี กําหนดที่ชัดเจนว่าจะมีการฉีดเมื่อไร แต่มีตัวเลขที่บอกว่าเราจัดซื้อวัคซีนประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ตามหลักวิชาการโควิด (COVID) โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ต้องมีเฮิร์ด อิมมูนิตี (Herd Immunity) คือมีภูมิคุ้มกัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรครับ แสดงว่าเราซื้อมาแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์อาจจะไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าไม่เพียงพอก็ตาม ณ ตอนนี้ ยังไม่ชัดเจนนะครับว่าจะมีการกระจายวัคซีนให้ใคร ให้คนกลุ่มไหน และให้ที่จังหวัดไหนบ้าง การรับมือกับโควิด (COVID) ต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์และความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัว จนลนลานไปหมดแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จากกรณีของโควิด (COVID) เราได้เห็นตัวอย่างที่ดี ของผู้นําต่างประเทศหลายประเทศ ------------------------------------------------------------------ - ๑ ๐ ๔ / ๑ ประชาชนคนไทยเฝ้าแต่มองดูข่าวต่างประเทศ แล้วก็อยากมีผู้นําแบบนั้นบ้าง สิ่งที่ผม อยากจะสื่อสารไปถึงคุณประยุทธ์นะครับ ผู้รับผิดชอบ ศบค. ให้มีความชัดเจนในการจัดการ ปัญหาโควิด (COVID) ครับ ถ้าจะล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็ต้องมีการช่วยเหลือเยียวยา อย่าให้ประชาชนต้องอดตายเหมือนที่เป็นอยู่ในรอบแรก ถ้าจะใช้ระบบสาธารณสุขที่มี ประสิทธิภาพจัดการกับโควิด (COVID) ก็ต้องสนับสนุนทรัพยากรให้ทั่วถึงและให้เพียงพอ ผู้นําที่ดีครับ ต้องมีความรับผิดชอบและมีภาวะผู้นํา ขอบคุณครับ🔗
อีก ๒ ท่านนะครับ คุณหมอบัญญัติกับอาจารย์โกวิทย์ครับ เชิญคุณหมอบัญญัติ พรรคประชาธิปัตย์ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนของเพื่อน สมาชิกที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาศึกษาเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่จังหวัด สมุทรสาคร แล้วก็กําลังแพร่ระบาดไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ก็ประมาณ ๒๕ จังหวัด แล้วก็มีนักท่องเที่ยวหรือผู้คนที่เดินทางไปจากจังหวัดสมุทรสาครอีกอย่างน้อยก็ ๗ จังหวัด แต่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อนะครับ ก็เป็นผู้ติดเชื้อที่ขณะนี้ที่จังหวัดสมุทรสาครก็ประมาณ ๑,๐๖๓ คน แล้วก็จังหวัดอื่น ๆ อีกประมาณ ๒๔ จังหวัดนั้นก็ประมาณสัก ๘๐ คนด้วยกันนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพจังหวัดระยองเคยเจอทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด (COVID) มาลงที่ระยองเพียงแค่รายเดียวเศรษฐกิจทรุดไปประมาณ ๒ เดือนครับท่านประธาน เหตุการณ์นี้มีผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่เราเรียกว่าการระบาดในระลอกใหม่ถึง ๑,๐๐๐ รายเศษ และยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดแค่นี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ท่ามกลางการเริ่มฟื้นตัวจากภาวะโควิด-๑๙ (COVID-19) ช่วงปีใหม่นี้เป็นช่วงเวลาทอง ที่การท่องเที่ยวกําลังจะผงกหัวขึ้นมาก็มาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ตลบหลัง กระผมก็คิดว่า นาทีนี้ก็จะไม่โทษใครก็ถือว่าเรารู้ปัญหาได้รวดเร็วแม้นว่าจะชะล่าใจไปสักนิดหนึ่ง เราอาจจะมี ความพอใจกับตัวเลขที่การติดเชื้อต่ํามาระยะหนึ่งจนไม่ได้ระแวงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อ เจอเหตุการณ์นี้แล้วทุกคน ทุกภาคส่วนคงต้องหันหน้าเข้ามาร่วมมือกันเพื่อที่จะจัดการ ปัญหาโควิด (COVID) อันนี้ ซึ่งขณะนี้เมื่อเทียบกับต้นปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาตอนนั้นโควิด (COVID) ระลอกแรกจากเมืองอู่ฮั่นเข้าประเทศไทยเราใช้เวลาในการจัดการจากต้นปีจนถึง ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ก็ ๔-๕ เดือน ตอนนั้นขาดแคลนไปเสียหมดทุกอย่างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย ไม่ว่าจะเป็นพีพีอี (PPE) หรือยาฆ่าเชื้อไวรัส เครื่องมือแพทย์ แต่ขณะนี้ใกล้จะต้นปี ๒๕๖๔ แล้ว วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ และองค์ความรู้ต่าง ๆ นั้น มีความพร้อมมากกว่า และมีสรรพกําลังที่มากกว่าเยอะนะครับ แม้ปัญหาจะใหญ่กว่า แต่ผมให้กําลังใจทั้งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดจนทุกกระทรวง ทบวง กรม ในพื้นที่สมุทรสาครและจังหวัดอีก ๒๐ กว่าจังหวัดว่าท่านจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ในเวลาไม่นาน นะครับ ผมคิดว่าต้นปีใหม่สถานการณ์คงจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธานครับ การค้นหาผู้ติดเชื้อที่เป็นชาวต่างด้าวสัญชาติพม่านั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งค้นหาต่อไป รัฐบาลจะมาประหยัดเงินเพื่อการตรวจโควิด (COVID) ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวนี้มีวิธีการตรวจ หลาย ๆ คน โดยใช้เทสต์ (Test) เดียวนะครับ โดยใช้สวอป (Swab) ๑๐ คน แล้วก็มาตรวจ ถ้า ๑๐ คนนี้ไม่เจอนะครับก็คือไม่ต้องตรวจใหม่ แต่ถ้า ๑๐ พูลเลดแซมเพิล (Pooled Sample) ทั้งหมดนี่แซมเพิล (Sample) เจอก็แยกตรวจทีละรายไปนะครับ วิธีการตรวจหมู่มากเช่นนี้ก็ไม่ได้ เปลืองต้นทุนอะไร เหตุที่ต้องตรวจเยอะและตรวจเร็วเพราะจะได้แยกคนป่วยออกจากคนดี โดยเร่งด่วนนะครับ แล้วกระผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ว่าอย่าไปใช้มาตรการ ที่เข้มงวดว่าจะจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ถ้าไปจับกุมเขาขณะนี้เขามีข่าวว่าผู้ใช้แรงงานต่างด้าวนี่หลบหนีออกไปจังหวัดโน้นบ้าง จังหวัดนี้บ้าง ถ้าอย่างนั้นเป็นการทําให้ผึ้งแตกรัง เราควรที่จะให้เขามารายงานตัวในจุดที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจัดไว้อย่างรัดกุม แล้วก็บอกเขาว่าจะดําเนินการเอ็มโอยู (MOU) ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีบัตรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าท่านมา ผ่านการกักตัว ๑๔ วันแล้วปลอดเชื้อท่านจะได้รางวัลเพื่อให้เขามีแรงจูงใจ ผมขอไม่พูดถึง เรื่องระบบการป้องกันโรคมากนัก เพราะเชื่อว่าทางรัฐบาลเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่า การยกการ์ด (Guard) ให้สูงขึ้นทํา ๓ อย่าง คือ🔗
๑. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าร้อยเปอร์เซ็นต์อย่าให้หน้ากากนั้น อยู่ที่คางนะครับ ที่ผ่านมาเพราะหน้ากากอยู่ที่คางกันเยอะก็เลยทําให้โรคมันระบาด🔗
อันที่ ๒ ต้องล้างมือด้วยน้ําสบู่ แล้วก็แอลกอฮอล์ เจล (Gel) บ่อย ๆ ตามโรงเรียน ตามสถานประกอบการผมยังไม่ค่อยเห็นก๊อกน้ําล้างมือเลยครับ ทุกคน ก็มือไม่ค่อยได้ล้าง อันนี้ก็คือจะต้องยกระดับการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อย ๆ และ การเว้นระยะห่างทางสังคม เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยสแกน (Scan) ไทยชนะกัน แล้วก็ยังมีการจัดงาน แล้วมีการจัดกิจกรรม แม้กระทั่งในภาพที่ออกมาที่ให้แรงงานต่างด้าวมาตรวจโควิด (COVID) ก็เดินแออัดกันมาก ไม่ทราบเป็นรูปภาพที่ใด อย่างไร ก็ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่าเทคโนโลยีทางการป้องกันโรคนั้นมีเท่านั้นละยกระดับขึ้นมา ส่วนมาตรการต้นเหตุที่ แรงงานต่างด้าวเข้าประเทศไทยนั้น ผมอยากจะเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมหารือว่าระยอง ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวขอให้รัฐบาลเร่งทําเอ็มโอยู (MOU) ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว รอบใหม่ อย่าให้เขามีออร์เดอร์ (Order) ใต้ดิน เพราะว่าเขาเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ยางพาราก็ เริ่มราคาดี คนก็เริ่มอยากจะกรีดยางแต่ไม่มีแรงงาน ลําไย ผลไม้กําลังทยอยออก ก็ไม่มีแรงงาน รัฐบาลก็กลัวโควิด (COVID) จะเข้า แต่ลืมไปว่าการขาดแคลนแรงงานทําให้ มีออร์เดอร์ (Order) เขาไม่ได้เข้ามาเที่ยว เขาเข้ามาใช้แรงงาน เปิดขึ้นทะเบียนเอ็มโอยู (MOU) แรงงานต่างด้าวและกักกันโรค ๑๔ วัน ให้ตามระบบ ใครที่พลาดการขึ้นทะเบียนครั้งที่แล้ว หลงเหลืออยู่ในประเทศไทยก็ต้องไปขึ้นทะเบียนแล้วก็กักกันตัว รัฐบาลช่วยอุดหนุน การกักกันตัวนั้นเป็นค่าแรงสักครึ่งหนึ่ง นายจ้างสักครึ่งหนึ่งเพื่อจูงใจให้เขาไปกักกันตัว ไม่เช่นนั้นกักกันตัวฟรี ๆ เขาก็ไม่อยากไป ท่านประธานครับก็ขอฝากว่าเรื่องของแรงงานต่างด้าวนั้น จําเป็นต้องเปิดเอ็มโอยู (MOU) ขึ้นทะเบียนรอบใหม่อย่างถูกระเบียบ ถูกต้องเพื่อความปลอดภัย กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเห็นด้วยวันนี้ที่ เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนแล้วก็อภิปรายเรื่องของการหาทางป้องกันโควิด (COVID) รอบใหม่ที่จะเกิดขึ้น อันนี้เป็นประเด็นที่สําคัญมากเพราะว่าจริง ๆ แล้วผมเฝ้าดูเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แพร่กระจายไปทั่ว ปัจจุบันดูตัวเลขแล้วกระจายจาก ๑๐ กว่าจังหวัด เป็น ๓๒ จังหวัด แล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะกระจายต่อไปหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ ที่อยากจะฝากมาตรการต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อเสนอให้กับรัฐบาล จริง ๆ แล้วผมอยากกลับบ้าน ไปวันพรุ่งนี้เพราะปิดสภา แต่ข่าวล่าสุดจังหวัดนครศรีธรรมราชมีผู้ติดเชื้อแล้ว ๑ ราย ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีการประชุมกัน ผมเรียนว่าต้นตอจริง ๆ จากผู้ติดเชื้อที่บ้านผมนั้น ก็เกิดจากว่าเขาเป็นแม่ค้าที่มาติดต่อสัมพันธ์กับทางมหาชัย สมุทรสาคร ที่ทําเครื่องแกงมาขายแล้ว กลับไปบ้าน อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ทําให้ติด แต่ผมคิดว่าผมลองจําลองมาตรการจังหวัด ที่ดําเนินการอยู่ขณะนี้ ฟังข่าวแล้วดูเหมือนว่าจะมีมาตรการที่จะระดมคล้าย ๆ ว่าจังหวัด ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ดําเนินการป้องกันตามที่รัฐบาลเคยตั้งไว้กลับมาอีก แบบนั้นนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทํา ผมอยากจะเสนอไว้สัก ๓-๔ ประการ🔗
ประการที่ ๑ ผมคิดว่าเรื่องของข้อมูล ผมว่าประเด็นนี้สําคัญ เพราะว่า มันเป็นความเชื่อมโยง ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีข้อมูลแรงงานที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงด้านแรงงาน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ต้องรู้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ ผู้ค้าผู้ขายที่กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน อย่างที่ผมยกตัวอย่างจังหวัดผม เขามีการค้าขายติดต่อกัน เมื่อกลับไป แน่นอนว่าก็จะเกิดสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ อยากจะให้รัฐบาลเร่งทําแล้วก็ดําเนินการเชื่อมโยงดูว่ามันเป็นการเชื่อมโยงกับจังหวัดใดบ้าง อย่างไร นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าผมดูจากการที่เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการ ก็ลงไปที่ อําเภอ ลงไปที่ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นมาตรการหนึ่งผมคิดว่าน่าทําก็คือมาตรการเรื่อง สุขาภิบาลชุมชน เรื่องตลาด เรื่องอะไรนี่นะครับ เพราะว่าการค้าการขายที่เชื่อมโยงกับตลาด ที่เป็นเรื่องของอาหารต่าง ๆ ก็จําเป็นจะต้องทําการให้ชุมชนซึ่งอาจจะมีทั้ง อสม. มีทั้งท้องถิ่น มีทั้งผู้นํา ลองร่วมกันดูในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดขึ้น โดยอาจจะต้องทําความสะอาดตลาด หรือต้องให้ความรู้ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกพูดถึงการให้ ความรู้กับประชาชนในการเข้าตลาดก็ดี ในการอยู่ในชุมชนของตัวเอง ตั้งแต่ใส่แมสก์ (Mask) หรือว่าการล้างมือด้วยสบู่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทําให้การแพร่ของเชื้อมันจะลดลง อันนี้ผมยกมา ในระดับที่ต่ําลงมาจากจังหวัด และมาสู่ชุมชน🔗
ประการต่อมา เมื่อวานผมคุยกับเพื่อน เขามองว่าการปิดโรงงานเป็นส่วนหนึ่ง ของการผลักให้แรงงานผิดกฎหมายออกจากโรงงาน แล้วถามว่าไปไหนล่ะครับ ก็ต้องหนี หรือว่าเขาไม่บอก บางทีคนที่เป็นโควิด (COVID) ในแรงงานต่างด้าวเขาก็กลัว พอเมื่อกลัว ก็ไปกระจายเชื้อโรค สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าอาจจะผิดพลาดตรงนี้ ถ้าอย่างไรก็ตามผมเสนอให้ อาจจะต้องตรวจโรงาน แล้วอาจจะเข้าไปตรวจโควิด (COVID) ในโรงงานก็ได้ อันนี้อาจจะ สายเกินไปหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าควรจะทํานะครับ อันนี้ก็พูดไว้ในประเด็น ที่จะเกิดขึ้นในคราวต่อไป นั่นคือประเด็นที่ผมอยากจะเสนอไว้🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเกี่ยวกับการตั้งด่าน พอดีเมื่อสักครู่ท่านนิกรได้พูดถึง การตั้งด่านในช่วงปีใหม่ ซึ่งผมคิดว่าการแพร่เชื้อที่บอกว่าจาก ๒๖ จังหวัด มาสู่ ๓๒ จังหวัด แล้วต่อไปจะเกิดขึ้นอีกเป็น ๔๐ จังหวัด ๕๐ จังหวัดหรือไม่ เพราะฉะนั้นในช่วงปีใหม่ก็ดี การสกัดกั้นเรื่องของการเชื่อมโยงกับด่านต่าง ๆ ที่คุณนิกรได้เสนอเรื่องให้มีเจล (Gel) ให้มี แอลกอฮอล์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แทนที่จะตรวจคนเข้าคนออก แต่ว่าให้ความรู้ด้วย ให้มีเจล (Gel) ล้างมือ หรือว่าให้มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรารู้แล้วการฝ่าด่าน จะทําให้คนที่เข้าโดยผิดกฎหมายมันก็จะต้องกลัว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะ ฝากไว้เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งที่หลายคนได้พูดกับผมก็คือว่าความไม่ทั่วถึง ในการตรวจสอบหรือสกัดกั้นต่าง ๆ ผมคิดว่าฝากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า ช่วยดําเนินการให้ทั่วถึงด้วย นั่นคืออีกประเด็นหนึ่ง🔗
สุดท้าย ผมก็เห็นใจนะครับ เมื่อวานก็ไปรับประทานอาหาร ผมถาม ร้านอาหารแห่งหนึ่งบอกว่าทําไมคนน้อย ปกติเศรษฐกิจมันจะกําลังจะฟื้นตัว พวกเศรษฐกิจ ขนาดย่อม หรือพวกเอสเอ็มอี (SMEs) ผมคิดว่าไปได้ดี แต่วันนั้นของเมื่อวานที่ผมไป เขาบอกว่าตอนนี้คนเริ่มกลัว เพราะฉะนั้นการที่จะต้องทําให้ร้านอาหารที่ผมไปรับประทาน เริ่มไม่มีคน มันจะมีปัญหากระทบ เพราะฉะนั้นก็ฝากว่าในจังหวัดที่มีการระบาดแล้วต้องตรวจสอบสัก ๓-๔ เรื่อง ๑. ก็คือเรื่อง ของการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ท่านสมาชิกหลายคนพูดถึงเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ลองดู ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่ถูกกระทบ รวมทั้งแรงงานด้วยนะครับ ก็ขอฝากรัฐบาลใน ๓-๔ ประเด็นที่ผมได้นําเสนอด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านทองแดง เบ็ญจะปัก ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก เขต ๑ เมืองสมุทรสาครครับ เป็นเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งโควิด (COVID) ตอนที่ ๒ นะครับ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน ต้องขอบพระคุณ ท่านสมาชิกที่เสนอญัตติด่วนเรื่องโควิด (COVID) ที่เกี่ยวเนื่องกับสมุทรสาคร ผมก็ต้อง ขอเป็นกําลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรทางการดูแลความเรียบร้อย จังหวัดสมุทรสาคร อย่างเช่น คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดสมุทรสาคร ศปก.จ.สส. แล้วก็ สค. ครับ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง พันโท อานุภาพ พรหมเวียง และนาวาตรี อนุพันธ์ พูลละออ และนางสาวจันทราทิพย์ ภัทรรังษี นายอําเภอบ้านแพ้ว นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอําเภอ กระทุ่มแบน นายวิชิต ศรีจันทร์ แทนนายอําเภอบ้านแพ้ว และนางสาวจันทราทิพย์ ภัทรรังษี แทนนายอําเภอเมืองสมุทรสาครนะครับ เป็นบุคลากรที่เข้าประชุมกันเมื่อวานนี้ครับ ท่านประธาน เราได้เข้าประชุมกันที่ห้องพันท้ายนรสิงห์ที่ตัวจังหวัดสมุทรสาคร ที่ศาลากลาง ว่าเราจะบริหารจัดการอย่างไร จริง ๆ แล้วเราก็ต้องให้กําลังใจบุคลากรและเจ้าหน้าที่ แผนงานต่าง ๆ ที่จังหวัดสมุทรสาครที่ทํางานอย่างเข้มแข็ง แล้วก็ดูแลพ่อแม่พี่น้อง ชาวสมุทรสาคร ตั้งแต่เกิดโรคมานี้ก็ไม่มีวันพักเท่าไรเลยนะครับ แล้วก็ทรัพยากรต่าง ๆ ก็ใช้ไปในการดูแลพ่อแม่พี่น้องที่เกิดขึ้น อย่างเช่นในตัวที่มันเป็นเหตุเกิดขึ้นจริง ๆ นั้น ท่านประธานครับ ตัวตลาดกุ้งนั้นมันเป็นที่อยู่แออัด มันเป็นอยู่มานานแล้วครับ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับการจัดผังเมืองด้วย เพราะว่าถ้าเราจัดผังเมืองใหม่หรืออะไรอย่างนี้ ให้มันดีกว่านี้ การเข้าไปดูแลเรื่องสาธารณสุข เรื่องการหมุนเวียนอากาศอะไรพวกนี้ต่าง ๆ นี่ การเข้าไปดูแลตรวจโรคของเขามันก็จะเร็วขึ้น แต่ทีนี้ว่าเราจัดผังเมืองตรงนั้นยังไม่เรียบร้อย ทีนี้คนงานที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนมากจะเป็นแรงงานต่างประเทศนั้น มันเกิดขึ้นมา โดยการว่าเราก็ตั้งการ์ด (Guard) แล้วเราก็ดูแลอยู่ทุกร้านทุกที่ที่ผมได้ลงไปพื้นที่นั้น ตามร้านอาหาร ตามโรงงานต่าง ๆ ก็จะมีการตรวจคัดกรองอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกันครับ แต่เหตุที่มันเกิดขึ้นนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่ได้เต็มใจที่จะให้มันมีโรคโควิด (COVID) เกิดขึ้น ที่สมุทรสาครนะครับ อย่างไรจังหวัดสมุทรสาครก็เป็นจังหวัดเล็ก ๆ มี ๓ อําเภอครับ อําเภอเมือง อําเภอกระทุ่มแบน และอําเภอบ้านแพ้ว และเป็นจังหวัดที่สามารถทํารายได้ เก็บภาษีได้เป็นอันดับ ๓ ของประเทศนะครับ แต่เมื่อเกิดโรคโควิด (COVID) ขึ้นมา คนนั้น ก็จะบอกว่าต้นเหตุมาจากตรงนั้นตรงนี้ แต่จริง ๆ แล้วเราก็เหมือนประชากรของประเทศไทย ส่วนหนึ่ง หรือเป็นจังหวัดที่ติดต่อจากกรุงเทพฯ ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ แล้วทําเงินเก็บภาษี ส่งเข้ามาเพื่อดูแลคนทั้งประเทศ เมื่อมันมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นก็ต้องร้องขอไปทางรัฐบาล ต้องดูแลนะครับ เพราะตรงนี้เป็นที่ทํามาหากิน เป็นที่ส่งเงินเข้ามาให้สู่ระบบทางเศรษฐกิจ ของเราเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศนี้ แต่ถ้าเขาล้มละลายหรือเขาล้มเหลว ในการบริหารจังหวัด ในการบริหารครอบครัว ในการบริหารบริษัท แล้วเงินส่วนนี้จะหาย ไปเยอะ แล้วเราจะทําอย่างไร เราจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ หรือโทษว่าจังหวัดสมุทรสาคร ดูแลไม่ทั่วถึง หรือไม่ได้ใส่ใจ หรือใส่ใจแต่มีแต่ลมปากพูดออกไปเฉย ๆ แต่ไม่ได้ส่งบุคลากร ไม่ได้ส่ง ทรัพยากร อย่างเช่นเงินที่ลงไปอุดหนุนตรงนี้ แต่เราแจกได้นะ ทางรัฐบาลแจกได้นี่ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทก็แจกได้ แต่ในเมื่อเหตุมันเกิดขึ้นแล้ว ถึงเวลาต้องให้ร้องขอหรือครับ สมุทรสาครไม่ใช่ส่วนหนึ่งของประเทศไทยหรือครับ รัฐบาลมองไปทางไหนครับ การที่ถูกทําร้ายมาตั้งแต่เรือประมง การประมงต่าง ๆ ที่ออกมาก็เช่นเดียวกันไม่ได้มาดูแล เจ้าหน้าที่ลงไปก็ไม่ให้ประชาชนออกหาปลา จํากัดเรื่องอวน จํากัดเรื่องเรือพวกนี้มันก็เป็น สิ่งที่เรา เมื่อเหตุมันเกิดขึ้นอย่างนี้จริง ๆ ก็น้อยใจนะครับ แต่น้อยใจอย่างไรก็บอกพ่อแม่พี่น้อง ชาวสมุทรสาครนะครับ เราต้องสู้และเราจะต้องสู้ต่อไป ถึงอย่างไรเราก็จะทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น ไม่ได้ เพราะเราเป็นคนสมุทรสาคร เราเป็นคนที่ต้องทํางานในโรงงานอุตสาหกรรม เราต้อง เป็นคนทํางานลงเรือประมง เราต้องเป็นคนทํางานบ้านแพ้ว ทําสวนผลไม้ส่งเข้ากรุงเทพฯ ส่งให้คนทั่วประเทศกิน ตรงนี้เราต้องยังอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อโรคเกิดขึ้นมาแล้วคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอทั้ง ๓ อําเภอ ก็ได้ช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่นะครับ เหตุที่เกิดขึ้นนั้น เส้นทางต่าง ๆ ที่มันจะเข้ามาสู่ จังหวัดสมุทรสาครได้นั้น อย่างเช่น ถนนเพชรเกษมอย่างนี้ มาจากทางกําแพงแสน เข้ามา จากกาญจนบุรี แล้วก็เข้ามาเชื่อมต่อแถวอ้อมน้อย อ้อมใหญ่เข้ามาตรงนี้ มันก็เป็นเส้นทางที่ จะเข้ามาได้ แต่เหตุที่นําพม่าหรือคนต่างด้าวเข้ามาได้นั้น ก็คือมันเป็นเส้นทางพระราม ๒ จากทางสวนผึ้ง ราชบุรี เข้ามาทางพระราม ๒ ก็เช่นเดียวกันครับ ทางนี้ก็ติดต่อทางกรุงเทพฯ ได้ทางรถไฟ ทางรถยนต์ และอย่างสมุทรปราการเช่นเดียวกัน มันก็เชื่อมต่อไปหมดครับ เพราะฉะนั้นเป็นโครงข่าย เป็นจุดกลางของการกระจายสินค้า ของการกระจายอาหารเข้าไป ทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชน พ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศได้รับประทานได้กินเรื่องปลา เรื่องอาหารทะเลได้ ตรงนี้ต่างหากเล่าที่เรายังต้องรักษาไว้ พ่อแม่พี่น้องต้องสู้นะครับ ที่สมุทรสาคร อย่างไรแล้วทั้งบริษัท ทั้งโรงงานต่าง ๆ เราก็ต้องทํา แล้วก็เอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ นะครับ ขอเวลานิดหนึ่งนะครับท่านประธาน อย่างเช่นเอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ เขาก็ยัง รอโอกาส รอเวลา คือเขาต้องสู้ เขาต้องอยู่เพื่อธุรกิจที่เขาทําได้ ทําอยู่ ร้านขายของเก่า เล็ก ๆ น้อยตามริมถนน ร้านขายก๋วยเตี๋ยว ส้มตํา น้ําตก พวกนี้เขาก็รอโอกาสจากรัฐบาล ที่จะให้เขา เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเราจะรอจากรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ ขอให้พ่อแม่พี่น้องชาวสมุทรสาครให้ความร่วมมือทางราชการที่จะจัดการเรื่องโรคต่าง ๆ ให้ความร่วมมือ แล้วก็ฟังข่าวสารจากทางราชการทางสมุทรสาครให้มาก ๆ สุดท้ายนี้นะครับ ท่านประธาน อยากจะขอฝากไว้ว่า อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ในทางพุทธศาสนาของเราได้ฝากเอาไว้นะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ต้อง ขอขอบคุณท่าน ส.ส. ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร และนายแพทย์จตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ที่กรุณาเสนอญัตติเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมจะขอประธาน ๒ ประการครับ ผ่านไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องครับ ๒ ประการที่ว่าก็คือ🔗
ประการแรก ท่านประธานครับ กระผมจะขอกําลังใจครับ ขอกําลังใจจาก พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โปรดกรุณาให้กําลังใจกับรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ครับ ท่านประธานครับ ท่านเกิดปีหนูนะครับ ปีชวด ปีนี้หนูลําบากเหลือเกินครับ หนูลําบากตั้งแต่ต้นปียันปลายปี เลยครับ ก็ขอกําลังใจให้กับท่านรัฐมนตรีท่านนี้ด้วยครับ ขอกําลังใจจากพี่น้องคนไทย ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่ชื่อ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ที่ท่านทองแดง เบ็ญจะปัก จะได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ จํานวนคนต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาครเกือบ ๆ เท่ากับประชาชนคนไทยในจังหวัดสมุทรสาคร เช่นเดียวกันงานหนักมากครับ ขอกําลังใจให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีครับ ชื่อ ณัฐภัทร สุวรรณประทีป งานหนักเหลือเกิน รัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เตรียมจัดงาน มหกรรมการเกษตรครั้งที่ ๑ ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อําเภอดอนเจดีย์ เตรียมงานกันมาหลายเดือน วันที่ ๒๔ ธันวาคมนี้จะเริ่มแล้ว ต้องเลื่อนครับ ซึ่งจะมีท่านกัญจนา ศิลปอาชา ไปร่วมด้วย ต้องเลื่อนเลยครับ ท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ผู้ใหญ่บ้านขายไข่อยู่บอกเตรียมไข่ไว้แล้ว ๔๕๐ ตั้ง จํานวน ๑๒๓,๕๐๐ ฟอง ขาดทุนทันทีจากการยกเลิกงานนี้ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ขอกําลังใจให้กับนายแพทย์วรงค์ รุ่งเรือง นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสุพรรณบุรี ขอกําลังใจให้กับนายแพทย์ศุภฤทธิ์ เฮงคราวิทย์ ผู้อํานวยการโรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ อําเภอสองพี่น้องซึ่งกําลังปิดอําเภออยู่ขณะนี้ โรงพยาบาลนี้ รับผู้ป่วยโควิด (COVID) ๗ รายด้วยกัน เด็ก ๗ เดือนก็ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ ท่านนายอําเภอไพฑูรย์ วงศ์วีระกูล ท่านประพันธ์ ใยบุญมี สาธารณสุขอําเภอ ทํางานกัน อย่างหนัก รวมทั้งประธาน อสม. หมอสุภาพ หรือประธานชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ ปิยพจน์ เกียรติชูสกุล ท้องถิ่น ท้องที่ ร่วมกันล็อกดาวน์ (Lockdown) อําเภอสองพี่น้อง อยู่ในขณะนี้ กําลังทํางานแก้ไขปัญหาเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ในขณะนี้ ขอกําลังใจครับ ขอกําลังใจให้กับนายอําเภอบางปลาม้าซึ่งมีผู้ป่วยที่ต้องกักตัวอยู่ ๔๑ ราย นายอําเภอธีระพล โชคนําชัย ท่านนายแพทย์อนวัชช์ รักษ์วรรณวงศ์ ได้อาคารโรงพยาบาลประจําอําเภอหลังใหม่มา กําลังมีโครงการที่จะจัดวิ่งเขาเรียกว่ามินิมาราธอน ๒๐๒๐ หรือโนโน่บางปลาม้า วิ่งกลิ้งแลกไข่ วันที่ ๒๗ ธันวาคมนี้เตรียมงานกันอย่างดีแล้วครับ เพื่อจะหาเงินบริจาคเข้าซื้ออุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์เข้าสู่โรงพยาบาล ต้องยกเลิกแล้วครับวันที่ ๒๗ นี้ ท่านสาธารณสุขอําเภอ คํารณ ครื้นน้ําใจ ท่านประธานชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอําเภอ บางปลาม้า สัญญา พละเลิศ ท่านละออศรี วงษ์วันดี ประธาน อสม. อสม. ต่าง ๆ เตรียมทํางานกันอย่างหนักในขณะนี้ ขอกําลังใจให้ท่านเหล่านี้ด้วยครับ อันนี้เป็นการขอ เรื่องแรก🔗
ขอเรื่องที่ ๒ ขอไปยังรัฐบาลให้ช่วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ โรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ อําเภอสองพี่น้องหรือโรงพยาบาลบางลี่ โรงพยาบาลบางปลาม้า ยังต้องดูแลผู้ป่วยโควิด (COVID) อยู่ในขณะนี้ ยังขาดอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ งบประมาณ รัฐบาลช่วยดูแลด้วยครับ ให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าอาหารทะเล ซึ่งไม่มีผู้บริโภคเลย ไม่มีผู้ซื้อเลย ต้องหาทางเยียวยาอาหารทะเลขณะนี้ รวมทั้งเกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา กระทบกระเทือนไปด้วย อําเภอบางปลาม้าและอําเภอสองพี่น้อง มีเกษตรกรเลี้ยงกุ้งจํานวนมาก ทั้งกุ้งก้ามกราม กุ้งขาว แล้วก็ไปขายกันที่มหาชัย แพปลา แพกุ้ง กระทบกระเทือนมาก ฉะนั้นรัฐบาลต้องเร่งหาทางเยียวยาโดยเร่งด่วน ผมในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมได้นําเสนอเข้าสู่วาระ การประชุมวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๔ นี้แล้วนะครับ เรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการค้า อาหารทะเลและแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลาเหล่านี้ ก็คงจะได้ พิจารณาต่อไป สุดท้าย ท่านประธานครับ อีก ๑๐ วัน วันนี้วันที่ ๒๓ อีก ๘ วันจะสิ้นปีแล้ว ปีหนูจะไปแล้ว ปีอะไรจะมาครับ ปีโค ปีวัวหรือปีฉลู โคจะมา ดังนั้นผมขอให้โคที่อยู่ขณะนี้ คือโควิด (COVID) รีบไปเร็ว ๆ นะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไปท่านปกรณ์วุฒิครับ พรรคก้าวไกล เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพนะครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมเคยได้มีโอกาสอภิปรายในญัตติที่เกี่ยวกับโควิด (COVID) แล้ว ๒ ครั้ง แล้วก็วันนี้ผมจําเป็นต้องมาพูดในทั้ง ๒ ประเด็นอีกครั้งหนึ่งนะครับ หลังจาก เกิดเหตุการณ์ตั้งแต่ที่เชียงรายแล้วก็ต่อมาก็คือกรณีของจังหวัดสมุทรสาคร จนปัจจุบัน เรามีสถานการณ์ที่รัฐบาลเรียกว่าการระบาดรอบใหม่ แล้วก็ถึงตอนนี้เรามีกระแสข่าวมาแล้ว ว่ารัฐบาลอาจจะมีการพิจารณาการใช้มาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั่วประเทศ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าจะมีการใช้มาตรการนี้อีกครั้งจริงหรือไม่ ท่านประธานครับ ในขณะที่ยังไม่มีวัคซีน แน่นอนว่าตอนนี้จุดมุ่งหมายของเราก็คือการยับยั้ง การแพร่ระบาดให้เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด และการล็อกดาวน์ (Lockdown) นั้นก็เป็นหนึ่ง ในทางเลือกของการยับยั้งการแพร่ระบาด ผมต้องย้ําว่าเป็นแค่หนึ่งในทางเลือกนะครับ การล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นการยับยั้งการระบาดโดยการจํากัดการเคลื่อนไหวของ เชื้อโรคเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่น แต่นอกเหนือจากการจํากัดการเคลื่อนไหวของ เชื้อโรคเรายังมีทางเลือกอื่น ๆ นั่นก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาผู้ติดเชื้อ และทําการแยกออกมาทําการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการปูพรมตรวจเชื้อในเชิงรุก หรือการใช้ เทคโนโลยีในการทําคอนแทกต์เทรซิง (Contact Tracing) เพื่อตามหากลุ่มเสี่ยงได้อย่าง มีประสิทธิภาพ เรื่องนี้ผมเคยได้อภิปรายไปแล้วนะครับ แล้วก็ถึงวันนี้ผมคิดว่ามันพิสูจน์แล้ว ว่าลําพังการสแกน (Scan) คิวอาร์โค้ด (QR Code) ด้วยไทยชนะไม่มีประสิทธิภาพมากพอครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ถ้าเราไปขึ้นบีทีเอส (BTS) หรือเอ็มอาร์ที (MRT) ทุกตู้รถไฟฟ้า จะมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ให้สแกน (Scan) แล้วก็ในแต่ละตู้รถไฟฟ้าก็จะใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) แยกกัน ท่านประธานครับผมนั่งบีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) หลายครั้ง พอสมควรนะครับ ผมไม่เคยเห็นใครแม้แต่คนเดียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกน (Scan) คิวอาร์โค้ด (QR Code) ไทยชนะบนรถไฟฟ้า ซึ่งผมคิดว่าเราก็โทษประชาชนว่า การ์ด (Guard) ตกไม่ได้ด้วยนะครับ ในชั่วโมงเร่งด่วนบนรถไฟฟ้าลําพังจะยืนทรงตัวไปด้วย แล้วก็รักษาระยะห่างระหว่างคนอื่นไปด้วยมันก็ลําบากมากพอแล้วนะครับ ถ้าเรามีการใช้ คอนแทกต์เทรซิง (Contact Tracing) แบบบลูทูท โลว์ เอนเนอร์จี (Bluetooth Low Energy) ที่ดาวน์โหลด (Download) ครั้งเดียวข้อมูลก็เป็นแบบปกปิดตัวตน ไม่จําเป็นต้อง เก็บข้อมูลสถานที่ ไม่ต้องหยิบมาสแกน (Scan) และที่สําคัญคือจริง ๆ แล้วคนไทยเรา ก็มีอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ผมอภิปรายไปแล้วนะครับ นั่นก็คือแอป (APP) หมอชนะ ที่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเองก็สนับสนุนด้วย แต่จากวันนั้นกลับไม่มี ความเคลื่อนไหวใด ๆ จากรัฐบาลที่จะสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์ม (Platform) นี้ รัฐบาล ก็ยังคงยืนยันให้ใช้แต่ไทยชนะ จนถึงวันนี้เรากลับต้องมาพิจารณาการใช้วิธีการล็อกดาวน์ (Lockdown) อีกครั้งหนึ่ง🔗
ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ได้อภิปรายไปแล้ว ว่าการล็อกดาวน์ (Lockdown) ครั้งที่แล้วมันสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจอย่างมหาศาล ขนาดไหน และนี่ก็คืออีกประเด็นหนึ่งที่ผมเคยพูดเอาไว้ว่าความเดือดร้อนของกลุ่มคนที่ ถูกล็อกดาวน์ (Lockdown) ในรอบที่แล้วนานที่สุดก็คือกลุ่มคนกลางคืนครับ ครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าถึงคุณแม่ของเพื่อนผมที่เสียชีวิตเพราะว่าเพื่อนของผมไม่มีเงินให้คุณแม่ไปทําคีโม (Chemo) ผมเล่าถึงเรื่องของนักดนตรีที่ตั้งครรภ์แต่ไม่มีแม้กระทั่งเงินไปหาหมอ ณ วันนี้ลูก ของเธอคลอดแล้วปลอดภัยดีครับ สามีเธอเองก็ทํางานอยู่ในสถานบันเทิงเช่นกัน ถ้าเกิด การล็อกดาวน์ (Lockdown) อีกรอบหนึ่งรัฐบาลรับผิดชอบ ๓ ชีวิตนี้อย่างไรครับ ถ้าเขาไม่มี เงินไปเลี้ยงลูก ไปซื้อนมให้ลูกจะรับผิดชอบเขาอย่างไรครับ ในการระบาดรอบแรกนักดนตรี หลายคนปรับตัวด้วยการไปขายของตามตลาดนัดครับ แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้บางคน ก็เคราะห์ซ้ํากรรมซัดครับ ขาดทุนจากการลงทุนไปขายของ ล้มลงหนักเข้าไปอีกครับ ในตอนนั้น หลายชีวิตล้มลงแล้วก็ดิ้นรน ถึงวันนี้หลายชีวิตนั้นลุกขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง แต่พอเกิดเหตุการณ์ที่ สมุทรสาคร วันแรกที่เกิดเหตุเพื่อน ๆ ผมที่เป็นนักดนตรีก็เริ่มโพสต์ (Post) ในโซเชียล (Social) แค่วันแรกมีคนหนึ่งโดนยกเลิกงานไปแล้ว ๖ งาน บางคนเริ่มถูกสถานบันเทิง ลดวงดนตรีแล้วก็งดจ้างชั่วคราว วันนี้ล่าสุดเลยครับมีวงดนตรีงานแต่งชื่อดังวงหนึ่ง โดนยกเลิกงานไปทั้งสิ้น ๒๓ งานครับ มูลค่าทั้ง ๒๓ งานนั้นรวม ๑ ล้านกว่าบาทครับ นี่ยัง ไม่ล็อกดาวน์ (Lockdown) นะครับ ถ้าล็อกดาวน์ (Lockdown) จะเกิดอะไรขึ้นครับ ถ้าล็อกดาวน์ (Lockdown) รัฐบาลมั่นใจว่าจะรับผิดชอบคนกลุ่มนี้และอีกหลาย ๆ กลุ่ม ที่จะต้องล้มลงอีกครั้งได้ทั่วถึงหรือไม่ครับ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมบอกไปแล้วแน่นอน เราคงยินดีถ้ามีผู้ติดเชื้อเป็น ๐ แต่ตัวผมเองคงไม่สามารถยินดีได้ถ้าผู้ติดเชื้อเป็น ๐ แต่มีคนที่ต้องขายบ้าน ขายรถ ขายทรัพย์สินเพื่อประทังชีวิตตัวเอง ผมคงไม่สามารถยินดีได้ ถ้าผู้ติดเชื้อเป็น ๐ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ล้มลง กําลังจะลุกขึ้นได้ แต่แล้วก็ต้องล้มลงอีกครั้งหนึ่ง เพราะนโยบายของรัฐ ผมคงไม่สามารถยินดีได้ถ้าผู้ติดเชื้อเป็น ๐ แต่ต้องมีบางคนที่สิ้นหวัง จนต้องจบชีวิตตัวเองลง แล้วผมก็ไม่สามารถยินดีได้ที่ทุกคนที่ผมว่ามาก็ยังต้องทนอยู่กับรัฐบาล ที่เอาแต่ผลักภาระให้ประชาชน เอาแต่บอกให้ประชาชนร่วมกันเสียสละ โดยที่ตัวเอง พร้อมแต่จะรับชอบ และไม่เคยคิดจะรับผิดอะไรเลย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสิริพงศ์ พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอให้กําลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ทุก ๆ ท่าน ให้กําลังใจประชาชนคนไทยทุกคน ที่เรากําลังเผชิญหน้ากับวิกฤติโควิด (COVID) ในระลอก ๒ หรือระลอกใหม่นี้ ขอให้กําลังใจกับผู้ที่อยู่หน้างานทุกท่าน เมื่อสักครู่ ท่านณัฐวุฒิก็บอกว่าให้กําลังใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางจังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็ต้องให้ กําลังใจท่านหัวหน้าส่วนราชการในทุก ๆ จังหวัดที่กําลังอยู่กับความยากลําบากในขณะนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้องขอเสนอต่อรัฐบาลนั้น ผมสรุปมาได้ประมาณ ๔-๕ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือ วันนี้รัฐบาลมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประเมิน สถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด แล้วก็ตัดสินใจให้เร็วที่สุด เหตุที่บอกว่ารัฐบาลนั้นต้องมีหน้าที่ ที่จะต้องประเมินสถานการณ์ให้เร็วที่สุด เพราะว่าวันนี้พวกเราในหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้แทนที่มาจากต่างจังหวัดทุกท่าน ท่านรู้ดีครับว่าวันนี้สภาพการณ์ ในพื้นที่ของพวกเราเป็นอย่างไร ในต่างจังหวัดตอนนี้ทําอะไรไม่ถูกเลยนะครับ ไม่ทราบเลย ว่าเราควรจะเดินไปทางไหน เดินไปทิศทางไหน อะไรทําได้ อะไรทําไม่ได้ และสิ่งเหล่านี้ มันเป็นความเสียหาย มันเป็นความเสียหายที่บางครั้งเรามองไม่เห็นด้วยซ้ํา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่าประสบปัญหาในเรื่องของความยากลําบาก ในการทํามาหากิน วันนี้เอาเฉพาะอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ ที่ใกล้กับเทศกาลปีใหม่ ที่เขาเตรียมกันเอาไว้ อย่างเช่นงานกาชาด อย่างเช่นงานประจําปี งานเฉลิมฉลอง เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ทันทีที่มันมีการแพร่ระบาด หากเราไม่รีบประกาศว่าควรจะต้อง ทําอย่างไร งานไหนทําได้ งานไหนทําไม่ได้ มันจะกลายเป็นว่าประชาชนเขาจะลงทุน มากขึ้นไป แล้วก็จะมีความเสี่ยงต่อการสูญเสีย ผมยกตัวอย่างครับ ผมเพิ่งฟังเรื่องนี้มา เมื่อวานสด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ การบินไทยเขาจะจัดงานทีจีวินเทอร์เฟสต์ (TG Winter Fest) ทันทีที่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้น มีลูกเรือที่เขาไม่ได้บิน มีลูกเรือที่เขาอยู่ในแผนฟื้นฟู เขาเตรียม หาของดี ๆ มาขาย ที่ผมเห็นแล้วผมสงสารมาก ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เขาเตรียมไข่ เขาบอกไข่ออนเซ็นจากอําเภอแจ้ห่ม จังหวัดลําปาง มาขาย สั่งไข่มา ๒๐,๐๐๐ ฟอง ปรากฏงานยกเลิก ไข่กองเต็มบ้าน อย่างนี้เป็นต้นครับ วันนี้รัฐบาลเราเห็นปัญหาทั้งหมด เราเห็นหน้างานมากที่สุด เรามีข้อมูลมากที่สุด ฉะนั้นรัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องตัดสินใจ ให้เร็ว กําหนดทิศทาง ผมเชื่อว่าประสบการณ์ของรัฐบาลเรามีมามากพอว่าระดับไหน ระดับไหน ระดับไหนที่เราควรจะเลือกใช้🔗
ประเด็นต่อมาครับ รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือระดมทุกสรรพกําลัง ลงไปช่วยพื้นที่ที่เขากําลังเผชิญวิกฤติอยู่ในขณะนี้อย่าปล่อยให้เขาสู้ลําพัง ผมเชื่อมั่น ในกระทรวงสาธารณสุขตอนนี้ครับว่าเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ เรามีอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพียงพอที่จะดูแล แต่สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทํามาก ๆ ก็คือเราต้องไปช่วยพื้นที่ที่เขากําลัง เดือดร้อน แบ่งเบาเขาให้ได้มากที่สุด🔗
ประเด็นต่อมาครับ ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. ที่ท่านอภิปรายไปก่อนหน้านี้ นโยบายเกี่ยวกับเรื่องแรงงานต่างด้าว วันนี้อย่าไปตามจับเขาครับ วันนี้สมควรที่เราจะมี มาตรการที่จะเชิญชวนเขาเข้ามา เพราะวันนี้สิ่งที่เราอยากได้มากที่สุดก็คือเราอยากจะเจอตัว อยากจะเจอตัวกลุ่มเสี่ยงเหล่านั้น เอาเขามาขึ้นทะเบียน แต่แน่นอนครับ คนที่ทําผิด ไม่ว่าจะเป็นราชการ ไม่ว่าจะเป็นนายหน้า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามแต่ที่เขากระทําผิด ในท้ายที่สุดต้องโดนลงโทษ ต้องมีคนที่ได้รับโทษจากเรื่องนี้ แต่วันนี้ไม่ใช่เวลานั้น วันนี้เป็น เวลาที่เราจะต้องหาผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาร่วมกับเราให้ได้มากที่สุด การประชาสัมพันธ์ ของภาครัฐมีความจําเป็นที่จะต้องเพิ่มความถี่ให้มากขึ้น เพิ่มความแม่นยําให้มากขึ้น วันนี้สิ่งที่ เราเห็นเต็มโซเชียลมีเดีย (Social media) ในไลน์ (Line) ของทุกท่านเราเห็นครับ เด้งขึ้นมา บอกว่าที่โน่นเป็นแล้ว ที่นี่เป็นแล้ว ที่นั่นเป็นแล้ว แต่ไม่ใช่ข้อมูลของทางรัฐ ซึ่งหลายข้อมูล เป็นข้อมูลที่ผิด แล้วก็สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน แต่ในขณะเดียวกันหลายข้อมูล ก็เป็นข้อมูลที่ถูกครับ แต่ปรากฏว่าภาครัฐ เราแจ้งให้ประชาชนทราบช้ากว่าโซเชียลมีเดีย (Social media) ฉะนั้นวันนี้จําเป็นครับที่จะต้องปรับกลยุทธ์ มีการประชาสัมพันธ์ ทําความเข้าใจกับประชาชนให้รวดเร็วขึ้น🔗
มาตรการสุดท้ายที่จะเสนอแนะก็คือ อีก ๒ สัปดาห์จะเป็นเทศกาลปีใหม่ จะมีคนเดินทางจํานวนมาก ความเข้มงวดในการตรวจสอบ ความเข้มงวดในการให้ความรู้ ผมคิดว่าถ้าไปเริ่มเฉพาะช่วงปีใหม่อาจจะไม่ทัน มีความจําเป็นครับ ที่วันนี้รัฐบาลจะต้องมี นโยบายให้ทุกจังหวัดเขาได้มีการเตรียมความพร้อมกันแล้ว🔗
ท้ายที่สุดสิ่งที่ต้องฝากถึงรัฐบาล นอกเหนือจาก ๕ ประเด็นที่ผมได้พูดไปแล้ว นั่นก็คือสุดท้ายแล้วหลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปแล้วก็คือการเยียวยา การเยียวยาที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับครับว่าเราทําได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ดีมากนัก วันนี้ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ยังต้องการ การเยียวยาจากภาครัฐ ท่านจะต้องดูมาตรการที่มันกระจายมากกว่านี้สําหรับคนที่ได้รับ ผลกระทบในอีกหลาย ๆ กลุ่ม ดังที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้กล่าวไปแล้ว หลาย ๆ ท่าน สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ขอให้กําลังใจคนไทยทุก ๆ คนฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน เราสู้ชนะมาแล้วครั้งหนึ่ง และวันนี้เราก็จะชนะมันอีกครั้งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านณัฐชาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียนครับ วันนี้ขออภิปรายญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วนข้อเสนอในการแพร่ระบาด โควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่นะครับ ในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) รอบใหม่นี้ ผมขอสรุปสั้น ๆ ก็คือว่า ปัจจุบันสถานการณ์มันรุนแรงอยู่ที่เรื่องของข่าว ปัจจุบันในพื้นที่ มีทั้งข่าวจริง ข่าวปลอม ข่าวลวงรายวัน ทําให้พี่น้องประชาชนสับสนวุ่นวายกันไปหมด และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น นั่นก็คือว่าปัจจุบันมีจําเลยของสังคมอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น ๔ หัวข้อ🔗
หัวข้อแรก สิ่งที่เป็นจําเลยสังคมคือแรงงานต่างชาติ ปัจจุบันนี้แรงงานต่างชาติ ไปที่ไหน อยู่ที่ไหนก็เกิดความหวาดระแวง เกิดการกลัวกันเอง และแรงงานต่างชาติทุกคน ย่อมมีนายจ้างเป็นคนไทย ย่อมมีเพื่อนบ้านใกล้ชิด ใกล้เคียงเป็นคนไทย ย่อมมีญาติพี่น้อง ที่ใกล้ชิดคนไทย คราวนี้มันก็สับสนวุ่นวายกันไปหมดครับ แต่จําเลยสังคมเรื่องนี้ ผมไม่อภิปรายเยอะเนื่องจากเวลามีจํากัด เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว กระบวนการมา มาอย่างไร มีเรื่องราวของเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เห็นด้วยทุกอย่างครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือคนสมุทรสาคร ทุกวันนี้พูดถึงคนสมุทรสาครก็กลายเป็นหน้าตา เชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปหมดแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องเร่งทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนนะครับ ว่าคนสมุทรสาครคือกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น ไม่ได้ทั้งหมด คนสมุทรสาครแล้วจะเท่ากับเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติข้าง ๆ ผม ท่านทองแดง เบ็ญจะปัก นี่ก็สมุทรสาครเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้รัฐบาลควรทํา ความเข้าใจอย่างยิ่งว่าขอบเขตกรอบแค่ไหนที่คนสมุทรสาครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วจะต้องปฏิบัติตัว ปฏิบัติตนอย่างไร อันนี้เรื่องที่ ๒ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดไปแล้ว🔗
สิ่งที่ผมจะพูดคือหัวข้ออีก ๒ หัวข้อสุดท้ายนั่นก็คือว่าพื้นที่ใกล้เคียง สมุทรสาคร และอีกเรื่องหนึ่งก็คือกุ้ง เดี๋ยวผมขอพูดเรื่องของพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัด สมุทรสาครก่อน นั่นก็คือบางขุนเทียนเขตของผม ตอนนี้ในพื้นที่สับสนวุ่นวายเรื่องของ แรงงานต่างชาติจํานวนมาก พื้นที่ที่มีแรงงานต่างชาติจํานวนเยอะที่สุดของเขตบางขุนเทียน ก็ไม่น่าจะเป็นที่ไหนได้นอกจากชุมชนวงแหวนชัชวาล เนื่องจากว่ามีธุรกิจห้างร้านที่ใช้ แรงงานต่างชาติจํานวนมาก วันนี้ผมได้ส่งคุณวิเชียร กันทาทรัพย์ ลงไปประชุมร่วมกับ ผู้ประกอบการ วันนี้ครับ เมื่อบ่ายที่ผ่านมาไปประชุมร่วมกันมาแล้ว ประชุมร่วมกับ หน่วยงานเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มคนในพื้นที่ว่าสุดท้ายจะเอากันอย่างไร หน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาช่วยดูแลแก้ไข เข้ามาช่วยตรวจสอบได้หรือไม่ แล้วอุปกรณ์ เมื่อเช้าก็ปรึกษาหารือไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือสาธารณสุขต้องเร่ง สรรพกําลังพื้นที่โดยรอบทั้งหมด คุณต้องจัดสรรพกําลัง อุปกรณ์อะไรเข้าไปก่อนเพื่อบล็อก (Block) พื้นที่ไว้ ป้องกันพื้นที่ไว้ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างขวัญกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชน🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ สิ่งที่รัฐบาลควรออกมามากกว่าการแถลงการณ์ ๑๑ นาที ๒๐ วินาที เมื่อวานของท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้อะไรเลย ควรจะออกมาบอกว่า มาตรการจะทําอะไร อย่างไรต่อไป แล้วพี่น้องเขตใกล้เคียงตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่า จะเป็นเศรษฐกิจ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) เขาได้รับผลกระทบไปแล้ว นายกรัฐมนตรี จะต้องทําอย่างไร เมื่อวานไม่มีอะไรเลยครับ เราอยู่กับตัวเลข ๐ จนสร้างความหวาดกลัว หวาดวิตกให้กับพี่น้องประชาชนจํานวนมาก วันนี้สิ่งที่รัฐบาลควรบอกคือต้องบอกว่า พื้นที่ไหนมีอุปกรณ์ที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และเกณฑ์ตัวเลขไหนที่ผู้ติดเชื้อ สามารถติดแล้วปลอดภัย หมายถึงว่ามีอุปกรณ์รองรับ มีเครื่องไม้เครื่องมือรองรับ มีเครื่องช่วยหายใจ มีเตียงแรงดันลบ มีอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างนี้ต้องบอกเขาว่าถ้าเกิด ติดไม่ถึงพัน พื้นที่ของคุณยังรับได้ โรงพยาบาลยังรับได้ สถานประกอบการยังรับได้ บุคลากร ทางการแพทย์ยังสามารถช่วยเหลือดูแลได้ คนติดเชื้อและปลอดภัยหายแน่นอนในจํานวน เท่านี้ เกินกว่าจํานวนนี้ไปรัฐบาลบอกว่าอันนี้เส้นสีแดงแล้ว ต้องระวังแล้ว ถ้าเกินจากนี้ไป โหลด (Load) ความรับผิดชอบแล้ว ไม่สามารถทําได้ อันนี้ต้องพูดถึง ส่วนมาตรการ ทางเศรษฐกิจคุณจะต้องทําอย่างไร คุณจะช่วยเหลืออย่างไร พรรคพวกผมก็พูดตั้งแต่คลอด เรื่องของเงินกู้ ๑.๙ ล้านล้านบาทไปแล้ว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกวรภพ วิริยะโรจน์ ก็ได้พูดถึง งบประมาณ สิ่งที่กําลังจะพูด กําลังจะขมวดประเด็นคือจะบอกรัฐบาลว่า ๑ ล้านล้านบาท โอเค (OK) ไม่พูดกันคุณจะทําอะไร ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ว่ากันไป แต่ตัว พ.ร.ก. ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เข้าไม่ถึงเอสเอ็มอี (SMEs) เลยแม้แต่คนเดียว อันนี้คุณต้องแก้ แล้วคุณต้องแก้โดยเร็วด้วย ผมการันตี (Guarantee) เลยว่าถ้าเกิดคุณแก้รับรองเงินก้อนนี้ถึง พี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) แน่นอน และพี่น้องในพื้นที่ปัจจุบันร้านขายก๋วยเตี๋ยว ห้างร้านอะไร ที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) เขาเดือดร้อนครับ เวลาเหลือสุดท้ายผมทิ้งประเด็นเท่านี้ให้รัฐบาลได้ ไปคิดต่อ แต่สิ่งที่ต้องทําคือต้องแก้ พ.ร.ก. ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวนี้ให้ได้เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs)🔗
จําเลยสังคมคนสุดท้ายคือกุ้งครับ มันไม่ได้เป็นที่ชื่อตลาดกุ้งมหาชัยตรงนั้น แล้วทําให้พี่น้องประชาชนวิตกกังวลไป เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลหลาย ๆ ท่านก็พูด ไปแล้ว ตอนนี้อาหารทะเลต่าง ๆ ผู้ที่ทําบ่อกุ้ง นากุ้ง วังกุ้ง วังหอย วังปู เมื่อสักครู่นี้ ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ (Fanpage Facebook) ของผมมีคนทักอินบ็อกซ์ (Inbox) เข้ามาเลย เพิ่งจะ ๒๐ นาทีที่ผ่านมาครับ ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก (Facebook) ว่าท้าวชนวน หน้านวล เขาบอกว่า ส.ส. กายช่วยหน่อย ชาวคลองพิทยาลงกรณ์ตอนนี้ขายกุ้งไม่ได้แล้ว เพราะว่าชื่อตลาดทําให้ พี่น้องประชาชนไม่มาซื้อกุ้ง แล้วก็ส่งไปขายที่มหาชัยก็ไม่ได้ ผมอยากจะบอกว่าตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะหาตลาดที่ไหน นอกจากช่วยโพรโมท (Promote) ผ่าน ไปยังท่านประธานครับ ทุกคนรู้กันดีครับ ถ้ามหาชัยอาหารทะเลอร่อย บางขุนเทียนไม่แพ้กัน ครับ ตามสโลแกน (Slogan) หอยอร่อย ปูสด กุ้งใหญ่ มาได้ครับ บางขุนเทียนตอนนี้วิกฤติ อย่างหนักครับอาหารทะเล อยากให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ให้ช่วยกันครับ โค้งสุดท้ายปีใหม่ โอเค (OK) ถ้าเกิดเกิดการล็อกดาวน์ (Lockdown) ขึ้นจริง ๆ ส่งอินบ็อกซ์ (Inbox) ส่งไลน์ (Line) ส่งเฟซบุ๊ก (Facebook) เข้าไปสั่งกันได้ครับ มีแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ขอวิงวอนจริง ๆ ครับ ให้รัฐบาลช่วย กระตุ้นเศรษฐกิจตรงนี้ ใช้สรรพกําลังต่าง ๆ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรก่อน ณ ปัจจุบัน ผมก็ขอทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตในเขตบางขุนเทียน ทําอย่างเต็มที่ ถ้าทักไปที่ไหนไม่ได้ ทักผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ผมมาครับ วิ่งไปซื้อส่งไลน์แมน (LINE MAN) ให้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อําเภอกบินทร์บุรี อําเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ จากวิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งได้กลับมาอีก ๑ รอบ ผมคิดว่ามันเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพียงเดือนเดียวครับ กระจายไปถึง ๓๒ จังหวัดซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก มิใช่เพียงแต่ด้านสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่วันนี้มันกระทบไปถึงปากท้อง เศรษฐกิจ ปัญหาอาชีพการงาน จนต่อเนื่องไปถึง สุขภาพจิตซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวครับ เพราะวิกฤติครั้งนี้มันเป็นวิกฤติโลก ทุกประเทศ ทุกจังหวัด ทุกตําบล หมู่บ้านหมดเลยครับ มันกระทบทุกคนในแผ่นดินไทย คนไทยทุกคน ต้องหันมาช่วยกันแก้ปัญหาครับ ช่วยกันบริหารจัดการว่าทําอย่างไร มันจะแก้ปัญหาได้ เราคงไม่อยากจะมาพูดกันถึงว่าปัญหามันมาจากไหน ต่างด้าวหรือคนไทย เชื้อโรคมันไม่มี สัญชาติหรอกครับ มันอยู่ได้กับทุก ๆ คนนั่นละ ดังนั้นเราควรจะมองภาพแบบองค์รวม คิดแบบองค์รวม แล้วร่วมแก้ปัญหาทํางานกันแบบองค์รวม เพื่อจะแก้ปัญหาไปด้วยกัน เพราะปัญหานั้นเราจะแก้เพียงคนใดคนหนึ่งไม่ได้ แต่ขั้นต้นเราทําอย่างไรเราจะควบคุม โควิด (COVID) ได้ก่อน ทําอย่างไรจะควบคุม และถ้าเป็นแล้วเราจะรักษาอย่างไร จะเข้าควอรันทีน (Quarantine) แบบไหน และถ้าติดแล้วตอนนี้ที่ดีที่สุดเราก็ต้องรอวัคซีนครับ แต่เมื่อไรล่ะ ยังไม่มีใครบอกได้เลยครับ แล้วเราจะแก้ปัญหาเป็นระยะต่อไปว่าทําอย่างไร จะแก้ปัญหา จะเยียวยา จะฟื้นฟู จะแก้ปัญหาปากท้อง อาชีพ ยังเป็นเรื่องใหญ่มากครับ ที่ทุกคนต้องหันหน้ามา ดังนั้นผมในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคภูมิใจไทย มีความห่วงใยทุกภาคส่วน ดังนั้นผมก็จะมีข้อเสนอแนะหรือเป็นข้อที่อยากจะส่งเสริม ให้กําลังใจและการทํางานทุกคนครับ ทุกคนเหนื่อยลําบาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ คําแนะนําที่จะบอกในส่วนต่าง ๆ ก็คือในภาคประชาชนครับ ทุกคนต้องตระหนักในหน้าที่ของ ตนเองก่อน ก่อนที่จะขอให้ใครช่วย เราต้องช่วยตัวเราเองก่อนครับ🔗
ดังนั้นผมอยากวิงวอนครับ ทุกคนในแผ่นดินไทยต้องปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เราก็วางกันอยู่แล้ว ๑. ใส่หน้ากาก มีแอลกอฮอล์ ล้างมือทุกชั่วโมงถ้าเป็นไปได้ เว้นระยะห่าง ลดภารกิจที่จะทําดีที่สุด และผมอยากจะมุ่งไปที่โรงเรียนครับ ซึ่งเป็นทั้งประชาชน เยาวชน และสถานศึกษา ซึ่งมีกลุ่มนี้ละครับ มีโรงเรียนไม่ว่าจะเป็น สพฐ. ไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมกันทุก ๆ ที่ผมคาดว่าเกือบถึง ๔๐,๐๐๐ สถาบัน ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย จํานวนไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านคนทีเดียวนะครับ ที่อยู่รวมกัน อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งเว้นไม่ได้เลยครับ เด็กมาโรงเรียน คุณครูก็ต้องเข้าไปกอด เข้าไปจับ มันไม่สามารถจะเว้นระยะด้วยธรรมชาติของการดูแลเด็ก ซึ่งปัญหานี้ละครับ เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นผมอยากให้ภาคส่วนต่าง ๆ หน่วยราชการที่รับผิดชอบอยู่ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการได้หันมามองเด็ก ๆ เหล่านี้ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่ มีกิจกรรม มีนันทนาการต่าง ๆ มากมาย ซึ่งโรงเรียนต่าง ๆ ก็คงจะประกาศงดเว้นกันไปแล้ว แต่ไม่ใช่ เพียงเท่านี้ครับ อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยล่ะครับ ครั้งที่แล้วที่ผ่านมา รอบแรกก็มีแต่คําสั่งให้โรงเรียนปฏิบัติการ หน่วยงานต้องทําอย่างนั้น ต้องทําอย่างนี้ เข้าไปตรวจ แต่อุปกรณ์ล่ะครับ ได้เคยมองบ้างไหมว่าควรจะให้อย่างไรบ้าง ระดับชุมชนหมู่บ้านครับ ซึ่งโดยเฉพาะ ต่างจังหวัดเรานี่ก็มีสังคมที่อบอุ่น เรามีจุดเด่นวัฒนธรรม เรามีความรักเป็นพี่เป็นน้องกัน ตรงนี้ละครับ ซึ่งเป็นภาคสังคมซึ่งเรามองเห็นว่า เรามี อสม. ที่เข้มแข็งครับ มีบุคลากรที่เก่ง ที่ผ่านครั้งที่แล้วมาแล้วนี่ เรามีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน มีองค์การบริหารส่วนตําบล โดยเฉพาะวันนี้ เรามีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ได้รับเลือกตั้งมาใหม่ ๆ เรามีสมาชิกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ละครับน่าที่จะหันหน้าเข้ามาร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นวัด โรงเรียน บ้าน ห้างร้าน บริษัทต่าง ๆ ควรจะเข้ามาจับมือผนึกกําลังกันเถอะครับ เพราะรัฐคนเดียว รัฐบาลอย่างเดียวนั้นคงไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ ถ้าหากว่า ห้างร้าน บริษัท วัด โรงเรียนหรือภาคสังคม อย่าง อสม. ร่วมมือจับมือกัน เราเชื่อว่า โอกาสครั้งนี้ละครับจะทําให้เรารอดพ้นจากโควิด (COVID) ดังที่ท่านหลาย ๆ ท่านกล่าวไว้ นะครับบอกว่าตอนนี้ภาครัฐบาลก็เช่นเดียวกัน ทุกกระทรวง ทบวง กรม ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรจะมีการประสานงานกันอย่างเข้มงวดกวดขันจริง ๆ หันมือเข้ามาจับมือร่วมกันครับ เราคงไม่แบ่งเป็นภาคส่วน เราเชื่อว่าเรามีการแพทย์ ที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ดังนั้นถ้ารัฐบาลจริงจังแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มาโทษกัน โดยเฉพาะเอาวันนี้ หรือกฎหมายแรงงานเราก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นแรงงานเถื่อน แต่ทําไมล่ะครับ อย่างที่ท่านรังสิมา รอดรัศมี ขอเอ่ยนามนะครับ อีกทั้งท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ก็ได้ กล่าวกันว่าตรงนี้ล่ะครับท่านแรงงานในโอกาสหนึ่งเราก็ต้องการเขา เขาเป็นส่วนหนึ่ง ในการที่จะมาพัฒนาเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน แต่พอวันนี้มีปัญหาขึ้นมาเราก็โทษเขาอย่างเดียว เราจะมัวโทษกันทําไมล่ะครับ จับแรงงาน ตอนนี้ก็ไม่ใช่พม่าอย่างเดียวครับ ไหนจะ แรงงานเขมร แรงงานลาว จริง ๆ แล้วเราก็ต้องการเขามาเป็นแรงงาน ทําให้เศรษฐกิจเรา เคลื่อนตัวไปได้ในอนาคต ดังนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลควรจะจริงจัง และจัดข่าวสาร ซึ่งตอนนี้ ข้อมูลข่าวสารล่าช้า ควรจะรวดเร็วและชัดเจน กระชับส่งให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผู้นําในจังหวัดนั้น ๆ ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการช่วยเหลือ ระดมสรรพกําลังทุกอย่าง ที่มีอยู่ของเราในแต่ละจังหวัด ผมในนามของจังหวัดปราจีนบุรีขอสื่อข่าวไปยังท่าน ทุก ๆ ท่านในภาคส่วน ประชาชน สังคม และรัฐบาล ให้ร่วมจับมือกันเถอะครับ เพื่อแก้ผ่าวิกฤติครั้งนี้ให้แก่ประชาชนทุก ๆ คนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านวิโรจน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมมีเวลาไม่มากนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ เลยนะครับว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่นะครับ ที่วันนี้รัฐบาลก็ยังมาเล่นลิ้น บอกว่าไม่ใช่การระบาดระลอก ๒ แต่เป็นการระบาดระลอกใหม่ ใหม่ก็ใหม่ครับ ไม่เป็นไรครับ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนะครับมาจากความหละหลวมและการปล่อยปะละเลย การลักลอบเข้าประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านช่องทางทางธรรมชาติ และบางครั้งอาจจะ ไม่ใช่ช่องทางทางธรรมชาติก็ได้ครับ แต่เป็นช่องทางปกติที่อาจจะมีการเสียสตางค์ตามที่เขา เล่ามานะครับ และยังมีประเด็นในเรื่องของความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ แรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นฝุ่นใต้พรมมาโดยตลอด ที่สําคัญทัศนคติของคนที่เป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุขนี่น่าละเหี่ยใจมากนะครับ สมัยก่อนบอกว่าโควิด (COVID) เป็นไข้หวัดโรคหนึ่ง โรคหวัดโรคหนึ่ง ล่าสุดมาบอกว่าโควิด (COVID) กระจอก จนตอนนี้ โรงเรียนต้องสอนใหม่แล้วครับท่านประธาน แต่เดิมผมถูกสอนมาโดยตลอดครับว่า หนูเป็นพาหะของกาฬโรค ณ วันนี้หนูนี่เป็นพาหะของโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ การระบาดในระลอกนี้ถ้ารัฐบาลคุมไม่ดี แล้วปล่อยให้การระบาด นี่เกิดขึ้นทั่วประเทศ บริษัทเอกชนเขาไม่มีนโยบายเวิร์กฟรอมโฮม (Work from home) อีกต่อไปแล้วนะครับ คราวนี้สิ้นเนื้อประดาตัว มีแต่โนเวิร์ก โนโฮม (No Work No Home) ครับ ประชาชน ห้างร้าน ร้านอาหาร เขาหวังว่าจะโกยเงินรายได้ในรอบนี้รอบสุดท้ายหวัง จากการเคานต์ดาวน์ (Countdown) สุดท้ายเคานต์ดาวน์ (Countdown) ไม่มี มีแต่ ล็อกดาวน์ (Lockdown) ครับท่านประธาน นี่คือความน่ากังวลมาก ๆ ของระบบเศรษฐกิจ เพราะสุดท้ายคนต้องอยู่ได้ด้วยปากท้องและเศรษฐกิจครับ ผมมีเรื่องที่จะฝากรัฐบาลอยู่ ๓-๔ ประเด็นครับ🔗
เรื่องแรกที่ประชาชนเขาตั้งข้อสงสัยมาว่ามีการรับสินบนในการเข้า ราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมายหรือเปล่า บางรายบอกว่าเริ่มต้นที่หัวละ ๖,๕๐๐ บาท ล่าสุดบอกหัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ถามไปที่กองทัพที่มีหน้าที่เฝ้าชายแดนกองทัพตอบสั้น ๆ ครับ ว่าไม่มีสินบนครับ แล้วปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็เชื่อ ไม่คิดจะตั้งกรรมการสอบสวน อะไรเลย บอกว่าชายแดนตั้ง ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรใครจะไปเฝ้าไหว ท่านจัดลําดับ ความสําคัญไม่เป็นหรือครับ ท่านรู้อยู่แล้วครับว่าจุดไหนที่มีการลักลอบข้ามพรมแดนมา ท่านก็ไปสกัดกั้นครับ ท่านจัดลําดับความสําคัญได้ ไม่ใช่ว่าเอาทหาร ตํารวจ มาเฝ้าม็อบ (Mob) แต่พอชายแดนขึงลวด ๒ เส้น ๓ เส้น ในกรุงเทพฯ ในเมืองเจอตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เรื่องนี้ผมคิดว่าจะต้องฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ และล่าสุดครับ พอทานกระแสไม่ไหวเรื่องรับสินบน วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาสารภาพแล้วครับ บอกว่าอาจจะมีตํารวจและข้าราชการเอี่ยว แต่ไม่มีทหารอีกนะครับ ทําไมครับ ทําไมต้องปกป้องทหารกันขนาดนี้ครับ ทหารที่เฝ้าชายแดนนี่ไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยวอะไรเลย หรือครับ ผมไม่ได้บอกว่าเกี่ยวหรือเอี่ยวแต่ท่านต้องตั้งกรรมการสอบไว้ก่อน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ท่านมาแก้ตัวแทนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง จริง ๆ ตํารวจคนหนึ่งที่เคยเอี่ยวเรื่องนี้นะครับ แล้ววันนี้เขาหนีไปแล้ว ลี้ภัยไปแล้วคือ พลตํารวจตรี ปวีณ ค้ามนุษย์ก้อนใหญ่เลยครับ อยู่ไม่ได้จนต้องหนีไปออสเตรเลีย ไม่ใช่เรียกหนีครับ เรียกว่าลี้ภัยครับ ดังนั้นเรื่องนี้ จริง ๆ เป็นฝุ่นใต้พรมมานานครับ และมีขบวนการที่เป็นองคาพยพใหญ่โต ณ วันนี้ ไม่มีโอกาสไหนดีเท่าวันนี้อีกแล้วที่ต้องมาสะสางเรื่องของขบวนการค้ามนุษย์ และการลักลอบเอาแรงงานข้ามชาติข้ามมาทํางานอย่างผิดกฎหมาย🔗
ประเด็นที่ ๒ แรงงานต่างชาติจากการระบาดระลอกแรกนี่นะครับ แรงงาน ต่างชาติที่แต่เดิมเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายครับ พอถูกสถานประกอบการเลิกจ้างเพราะ สถานประกอบการปิดตัวลงไป ปรากฏว่าตามกฎหมายต้องหานายจ้างใหม่ภายใน ๓๐ วัน คราวนี้มันปิดกันหมดครับท่านประธานครับ หาไม่ได้ครับ จากแรงงานข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ ที่เคยถูกกฎหมายก็ต้องแปรสภาพกลายเป็นแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมาย แล้วก็ต้องซุกซ่อนตัวเอง และไม่กล้า เจ็บป่วยก็ต้องซื้อยากินเอง มาหาหมอก็ไม่กล้า เพราะกลัวถูกตํารวจจับ ล่าสุดครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แอ็กต์อาร์ต (Act Art) ทําขึงขังเสียงดังทุบโต๊ะอีกแล้วบอกว่าวันที่ ๒๓ ธันวาคม เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา สั่งกวาดล้าง ไม่สนใจอะไรเลย ปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้นครับ สถานประกอบการที่เขามีแรงงานผิดกฎหมายนี่ครับ เขาทําอย่างไรครับ เขาลอยแพครับ เขาเอามาทิ้งที่บางพลี คราวนี้ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) เลยสิครับ จากเดิมเคยกักอยู่ที่สมุทรสาครตอนนี้ลักลอบหนีออกไป หมดแล้ว ถ้ามันจะเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) คราวนี้ไม่ใช่เกิดจากแพกุ้ง แพปลาครับ เกิดจากปากของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอยู่ดี ๆ ครับ ผมรู้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านรู้ว่าท่านคิดผิดครับ พอ ๑๓.๐๐ นาฬิกาของวันนี้มากลับลําครับ บอกว่าจะมายอมให้ขึ้นทะเบียนชั่วคราว ไม่ทันไปแล้วครับต๋อย ตอนนี้เขาหนีเขาเทกัน เรียบร้อยแล้ว ทําไมท่านพูดไม่คิดเลย พลเอก ประยุทธ์🔗
ประเด็นต่อมาครับ รัฐบาลนี้ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมายาวนานมาก ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ โดยอ้างว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่สุดท้ายใช้สรรพกําลังไป กับการควบคุมการชุมนุมเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีมาตรการใด ๆ ที่เป็นรูปธรรมเลยครับ ท่านประธานครับ ที่ใช้ในการป้องกันการระบาด เดือนสิงหาคมปีนี้พูดถึงการจัดเตรียมสถาน กักกันโรคโดยองค์กรหรือที่เรียกว่าโอคิว (OQ) ออร์แกไนเซชันนอลควอรันทีน (Organizational Quarantine) ก็ยังไม่มีความคืบหน้า พูดถึงการจัดให้มีสถานกักกันโรค ในพื้นที่ระดับจังหวัดหรือโลคัลควอรันทีน (Local Quarantine) หรือแอลคิว (LQ) ก็ไม่มี ความคืบหน้า ไม่มีความเพียงพอ ไม่มีความทันต่อสถานการณ์ ตอนนี้ท่านประธานครับ การจะกักกันโรคของแรงงานต่างชาติที่เข้ามางบประมาณค่าใช้จ่ายอยู่ที่ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าจ่ายใต้โต๊ะนี่ ๖,๕๐๐ บาท ก็เอื้อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ที่ไต้หวันเขาทํา อย่างไรครับ ที่ไต้หวันก็คือรัฐออกส่วนหนึ่ง ให้เอกชน ให้สถานประกอบการออกไปก่อนแล้ว ค่อยมาขอคืนจากรัฐทีหลัง จัดไปเลยครับ ๖,๕๐๐ บาท แต่เดิมที่จ่ายใต้โต๊ะคิดราคาเท่านี้ แล้วที่เหลือรัฐอุดหนุนเพื่อส่งเสริมให้เกิดแรงงานต่างชาติเข้ามาอย่างเป็นระบบและ ถูกกฎหมาย พลเอก ประยุทธ์ ก็ไม่คิดจะทํา ไม่เคยมีการวางระบบ แล้วต้องคิดแล้วนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวสักพักจะมีแรงงานไม่ใช่แค่แรงงานต่างชาติที่มาทํางาน ประมงนะครับ ยังมีภาคบริการ ยังมีภาคการเกษตรที่มาเก็บผลไม้ เก็บลําไยอีกนะครับ ถ้าไม่วางระบบตรงนี้ ไม่ได้วางระบบการกักกันให้ถูกต้องนี่นะครับลําบากครับ ท่านประธาน ผมขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ผมเห็นข่าวโรงพยาบาลท่าฉลอมขอรับบริจาคพีพีอี เฟซชิลด์ (PPE Faceshield) หน้ากากเอ็น ๙๕ (N95) ทําไมครับ ทําไมไม่เตรียมเอาไว้ครับ ล่าสุด วัคซีนบอกว่าซื้อไว้ ๒๖ ล้านโดส (Dose) ต้องฉีด ๒ โดส (Dose) ด้วยนะครับ ต่อคนนะครับ ประชาชนคนไทยมี ๖๖ ล้านคน ผมตั้งคําถามเดี๋ยวจะให้แย่งกันลงทะเบียนแบบคนละครึ่ง อีกหรือเปล่า ทําไมซื้อมาทําไมไม่ให้เพียงพอครับ🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเสนอแนะให้ พลเอก ประยุทธ์ จับตัวเอง ไปปรับทัศนคติครับ เพราะคนคนนี้ไม่เคยที่จะโทษตัวเองโทษแต่คนอื่นตลอด ที่สําคัญวันนี้มา โทษข้าราชการปฏิบัติ ข้าราชการระดับปฏิบัติการ มีการไปซักผู้ว่าราชการสมุทรสาครด้วยว่า แรงงานข้ามชาติ แรงงานผิดกฎหมายนี่มาจากไหน ท่านไปถาม ผบ.ทบ. โน่นมาถาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครทําไมนี่เขาเป็นแหล่งรับ เขาเป็นปลายทางแล้วต้องไปถาม คนที่คุมชายแดนมาถามผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเพื่ออะไร และที่สําคัญผมบอกเลย นายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่เคยเรียนรู้ตั้งแต่สนามมวยลุมพินี ศึกลุมพินีแชมป์เปียนเกริกไกร วีไอพี (VIP) ลูกทูตทหารอียิปต์ไปที่ระยอง โรงแรมวันจีวัน (1G1) ที่ฝั่งท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน จนมาถึงแพกุ้ง แพปลาที่สมุทรสาครเคยเรียนรู้อะไรไหมครับ ไม่เคยเลย มีแต่โทษประชาชนบอกว่าต้อง รับผิดชอบร่วมกัน วันนี้ผมต้องถามแทนประชาชนไปถึง พลเอก ประยุทธ์ ผ่านท่านประธาน ว่า ที่ท่านบอกว่าต้องรับผิดชอบร่วมกันคนอย่าง พลเอก ประยุทธ์ เคยรับผิดชอบอะไรหรือ ยัง ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ครับ คุณหมอกิตติศักดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอนําเรียนท่านประธานครับว่าผมเป็นคนหนึ่งนะครับที่ร่วมกับ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส. ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ระลอกใหม่นะครับ ซึ่งวันนี้ทาง สภาผู้แทนราษฎรของเราก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องด่วนในการพิจารณา ก่อนอื่นนะครับ การระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) รอบใหม่นี่ก็ต้องขอเรียกว่าให้กําลังใจกับผู้ที่ ทํางานหนักนะครับ แล้วก็เรียกว่ารอบนี้เราก็ต้องทํางานหนักอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร ทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ทุกคนนะครับในโรงพยาบาล ใน รพ.สต. นะครับ แล้วก็ หัวหน้าส่วนราชการทุกจังหวัดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ รวมทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง อสม. ที่จะต้องมาทํางานหนักอีกรอบหนึ่งนะครับ แต่ก็เป็นเรื่อง จําเป็น แล้วก็ต้องเป็นเรื่องที่พวกเราต้องช่วยกันที่จะทําให้การระบาดของโควิด (COVID) รอบใหม่อยู่ในสิ่งที่เราควบคุมได้นะครับ ผมมองว่าการควบคุมได้เป็นความสําคัญ ไม่หมด หรอกครับ แต่เราควบคุมได้ แล้วเราจะซื้อเวลาเพื่อจะรอวัคซีน หลายประเทศติดเชื้อกัน มากมายจนไม่สามารถจะควบคุมได้ แต่ประเทศไทยของเราเรามีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง เรามีการทํางานที่ประสบความสําเร็จในรอบที่แล้วมา เราสามารถจะควบคุมได้ เพื่อจะรอ ความหวังกับเรื่องของวัคซีนที่จะมาในอนาคต ในรอบแรกเราคงได้ประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการทํางาน เรื่องของความลําบาก โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ จนเรียกว่า ร้านค้า ร้านเล็ก ร้านย่อย เอสเอ็มอี (SMEs) อาจจะเรียกว่าหมดเนื้อหมดตัวนะครับ จนถึงมี การฆ่าตัวตายในหลายจุด หลายคนนะครับ ซึ่งตอนนั้นเราก็บอกว่าอัตราการฆ่าตัวตาย มากกว่าอัตราการตายของโควิด (COVID) ด้วยซ้ําไปนะครับ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องมองในมิติ ของเศรษฐกิจ แล้วก็มองในมิติของการควบคุมโรคไปพร้อม ๆ กัน การควบคุมโรคเราจะต้อง ควบคุมให้เหมาะสมนะครับ ไม่ใช่ว่าเราจะปิดไปทุกอย่างนะครับ ซึ่งทําให้ระบบเศรษฐกิจมันแย่ เราจะต้องเลือกในการควบคุม ในการใช้อาวุธของเราให้แม่น แล้วก็ให้เหมาะสม แล้วก็ สามารถจะควบคุมโรคได้นะครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่ารอบนี้เป็นที่น่าเสียใจนะครับว่า ความจริง ผมเคยอภิปรายในสภารอบที่แล้วว่า ตอนนี้ประเทศไทยเราดีแล้วนะครับ เราสามารถจะควบคุมได้แล้ว เราช่วยกันกระตุ้นบริโภคภายใน แต่เราต้องระวังจากต่างชาติ ต่างแดนอย่างเดียว ๑. ต่างชาติที่มาจากทางอากาศ เราก็ควบคุมทางสนามบิน มีสเตตควอรันทีน (State Quarantine) มีอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน (Alternative State Quarantine) ซึ่งเราทําได้ดี แต่รั้วชายแดนเราผมบอกว่าต้องอย่าพลาดว่ารั้วชายแดนนี่ยาวมากมาย แต่ผมคิดว่าไม่เกินความสามารถของคนไทย ของทหารไทย เรามีทหารอยู่มากมายถ้าเรา สามารถจะควบคุมรั้วชายแดนได้ ซื้อเวลาเพื่อจะรอโควิด (COVID) รอวัคซีนที่จะปราบโควิด (COVID) ของเรา เราจะสามารถกระตุ้นการบริโภคภายในแล้วทําให้เศรษฐกิจของเราดีขึ้น🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่จะขอนํามาพูดกล่าวกันกับท่านประธานสภาคือเรื่องของ ผู้ใช้แรงงานจากต่างประเทศ ซึ่งประเด็นนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีการเรียกว่าแรงงาน ผิดกฎหมายเข้ามา แล้วเป็นแรงงานที่เราไม่ได้ควบคุม ไม่มีการตรวจ ไม่มีการควอรันทีน (Quarantine) ให้เกิดระบาดรอบใหม่ขึ้นมาที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งต้องยอมรับว่าตอนนี้ เราไม่ควรจะเอาเรื่องของนิติศาสตร์ เรื่องของการไปจับผิดของผู้ประกอบการของผู้ใช้ แรงงาน เราขอให้เขาบอกความจริงว่าอยู่ตรงไหน มีใคร แล้วเราต้องควบคุมเขาให้ได้ก่อน เพื่อให้เขาไม่กระจายวงไปตามที่ต่าง ๆ แล้วเอาเข้ามาในระบบนะครับ แล้วก็สามารถจะ ควบคุมตรวจสอบ แล้วก็ควบคุมโรคได้นะครับ ก็นําเรียนว่าหลายท่านได้อภิปรายไปว่า เราไปพูดว่าเราจะจับ เราจะทําโน่นทํานี่เขาเขาหนีไปหมดแล้ว ตอนนี้เราต้องประกาศ ให้เขาทราบว่าเขาคือคนที่จะต้องมาช่วยเราในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของการติดเชื้อ ในครั้งนี้ให้ได้นะครับ ก็ต้องขอบอกว่าอย่าเพิ่งเอาผิดผู้ประกอบการ อย่าเพิ่งเอาผิด ผู้ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ขอเข้ามาในระบบเขาบอกความจริงเรา แล้วเราก็เอาความจริงนั้น ไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดแล้วเราก็สามารถจะควบคุมได้นะครับ🔗
ในส่วนของจังหวัดมหาสารคามของผมเองต้องนําเรียนท่านประธานว่า ผมก็สอบถามไปท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ท่านนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัด ท่านนายแพทย์ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ มหาสารคามจริง ๆ อยู่อีสานเราไม่มีปัญหา เรื่องของการระบาดโควิด (COVID) มาก่อนนะครับ แต่จากการสอบถามก็มีผู้ไปซื้อกุ้งที่ ตลาดกุ้งสมุทรสาคร ตอนนี้ก็อยู่ในการควบคุมของทางจังหวัดนะครับ ทางนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ก็นําเรียนว่าถึงแม้ติด ไม่ติดอย่างไรถ้าเราควบคุมได้เรารู้ เราก็สามารถจะแก้ไขปัญหานี้ได้นะครับ ก็นําเรียนชาวมหาสารคามว่าไม่ต้องกังวลใจว่า ในทั้งมหาสารคาม ทั้งทุกแห่งทั่วประเทศต้องช่วยกันที่จะแก้ไขวิกฤตินี้ไปร่วมกันนะครับ ซึ่งในส่วนของ ขอสรุปเลยแล้วกันว่าเพราะว่าหลายท่านได้อภิปรายมาแล้วก็คือว่า🔗
๑. การตรวจโรคเราต้องเร็ว เร็วก็คือแอปโพรช (Approach) เรื่องของคนที่ ติดเชื้อและคนที่มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อให้เร็ว แล้วก็ตรวจให้มากตรวจทั้งหมดของกลุ่มนี้ ๒. ก็คือต้องแซมพลิง (Sampling) สุ่มตัวอย่างในชุมชนที่มีความหนาแน่นเพื่อว่าถ้ามีเชื้ออยู่ เราต้องรีบแก้ไขปัญหานั้นนะครับ🔗
อันที่ ๒ ก็คือมาตรการในช่วงนี้ก็ต้องบอกว่าเรื่องเศรษฐกิจอย่าเพิ่งปิดเมือง แบบครั้งที่แล้วเลย ถ้าปิดครั้งที่แล้วผมคิดว่าอัตราการฆ่าตัวตายหรืออัตราเรื่องเศรษฐกิจ มีปัญหาแน่ ขอให้คนไทยไปที่ต่าง ๆ ขอให้ล้างมือ สวมถุงมือ ผมคิดว่าแค่นี้ ล้างมือ ใส่หน้ากาก ก็สามารถจะป้องกันโรคได้นะครับ แล้วก็เรารอวัคซีนที่จะมาในอนาคตนะครับ🔗
สุดท้ายนี้ก็ขอให้กําลังใจคนไทยทุกคนนะครับที่จะสู้กับโควิด (COVID) ในครั้งนี้ แล้วโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องทํางานให้หนักในช่วงนี้ แล้วก็บอกคนไทย ทุกคนล้างมือ ใส่หน้ากาก แล้วเราจะก้าวไปด้วยกัน แล้วก็ฝากถึงรัฐบาลรั้วชายแดนต้อง ปิดสนิทครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านประเสริฐพงษ์ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผมเห็นท่านประธาน มาแล้วก็อุ่นใจคิดว่าท่านต้องมาปิดประชุมอีกแน่เลยนะครับ แต่ว่าขอให้ฟังผมก่อนนะครับ ยังมีอีกหลายคน ตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่แล้วคงจะมีคนตั้งฉายาให้ท่านแล้วครับว่าเป็นมือปิด ประจําสภา ขอบคุณนะครับ เรื่องของโควิด (COVID) ครับท่านประธาน🔗
เราเข้าเรื่อง โควิด (COVID) กันดีไหมครับ🔗
เข้าแล้วครับท่านประธาน เรื่องโควิด (COVID) ครับท่านประธาน มีคนไปตีตราหลายอย่าง มนุษย์คนเราโดนตีตรา ปรากฏว่าไปตีตราเขาเป็นแรงงานต่างชาติ จริง ๆ มันเป็นแรงงานสร้างชาตินะครับ ไปตีตรา เขาเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสาร แล้วก็ยังมีแรงงานสัญชาติอื่นด้วยนะครับ จริง ๆ แรงงานก็ไม่ใช่พลเมืองชั้นสองนะครับ เราควรจะยกระดับวิธีคิด ยกระดับของการให้ เกียรติมนุษยชน ทําไมล่ะครับ ทําไมที่นักลงทุนชาวต่างชาติเวลาเข้ามาในประเทศไทยเอาเงิน มาเป็นคนต่างชาติ เราก็บอกว่าเป็นนักลงทุนต่างชาติ แต่พอเป็นแรงงาน เขาลงทุนด้วยแรง ด้วยกําลังกาย แต่ไปตีตราเขาว่าเป็นคนต่างด้าว เป็นคนใช้แรงงาน ผมคิดว่าการระบาด รอบนี้กระทรวงแรงงานก็ต้องทํางานหนักขึ้น ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยครับ กระทรวงมหาดไทยผมคิดว่ามีกลไกผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ปลัดอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ผมคิดว่าสามารถทํางานอย่างเข้มงวดเพื่อตรวจ รวมทั้งตรวจคนเข้าเมือง แล้วการที่รัฐบาล มาอ้างเรื่องพื้นที่ติดธรรมชาติยากกับการควบคุม ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านรู้อยู่แล้วว่า อยู่ตรงไหนบ้างมากกว่านะครับ แล้วผ่านด่านสกัดต่าง ๆ มาได้อย่างไร เมื่อมีคนชี้เบาะแส ครับท่านประธาน ผมเคยเห็นหลายท่านในโลกโชเซียล (Social) บอกว่าก่อนหน้านี้ ถ่ายภาพว่าในชายแดนเรามีการลักลอบเข้ามา ก็ปรากฏว่าคนที่โพสต์ (Post) กลับถูก ตั้งข้อหา แทนที่จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการลักลอบผ่านด่านชายแดนเข้ามา อย่างผิดกฎหมายจริง เรื่องนี้ต้องไปปรับนะครับ นี่ไม่ใช่เวลาของการหาแพะรับบาปครับ แล้วนี่ไม่ใช่เวลาที่ผมอยากจะมาเห็นน้ําตาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อีกครั้งครับ จริง ๆ อยากเห็นน้ําตาของ พลเอก ประยุทธ์มากกว่า ที่สําคัญครับท่านประธาน แมสก์ (Mask) หน้ากากอนามัยตอนนี้ราคาปกติไหม สินค้าควบคุมคือแมสก์ (Mask) สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ปกติ มีจําหน่ายในร้านค้าต่าง ๆ ได้หรือไม่ หาซื้อได้ง่ายหรือยาก หรือมีราคาสูง เรื่องแบบนี้ต้องมาเน้นย้ําครับ การเอาจริงเอาจังกับโควิด (COVID) จะต้อง เอาจริงเอาจังมากกว่านี้ นี่คือผลพวงของความหละหลวมของการบริหารราชการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ท่านคุมม็อบ (Mob) เอาจริงเอาจัง อ้างความมั่นคง เยอะแยะมากมาย คุมม็อบ (Mob) กันเข้มงวด ในขณะที่เรื่องสําคัญเหล่านี้ท่านก็ปล่อยให้ เกิดมาเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งแรกมีผู้อภิปรายหลายคนนะครับ รอบแรก แต่ไม่ยักบอกว่ารอบแรก นี่มาจากไหน อย่างไร ผมก็มาตอกย้ํานะครับ รอบแรกก็ไม่ได้มาจากใคร มาจากไหนนะครับ ก็สนามมวยลุมพินีอย่างไรครับ เจ้าของสนามก็ไม่ใช่ใคร อดีต ผบ.ทบ. วันนี้มีความรับผิดชอบ ไหมครับ วันนี้มีการแสดงสปิริต (Spirit) หรือบอกกล่าวกับสภาแห่งนี้ บอกกล่าวกับสังคม บอกกล่าวกับประเทศไทยไหมครับว่าความผิดพลาดในครั้งนั้นของอดีต ผบ.ทบ. เกิดขึ้น ท่านแสดงสปิริต (Spirit) ไหม แล้ววันนี้รอบสองมากันอีก ผมมาย้ํานะครับว่านี่คือ ความล้มเหลวในการบริหารงานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และผมเชื่อว่าวันนี้ ถ้าหัวหน้าพรรคผมนะครับ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์แบบนี้ คงไม่เกิด แล้วเราทําได้ดีกว่านี้แน่นอน ในนามพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านซูการ์โนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้สภาได้อภิปรายญัตติด่วน เรื่อง สถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่นะครับ ท่านประธานครับ ผมว่าวันนี้รัฐบาล ต้องเลิกโทษประชาชน เพราะที่ผ่านมาอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้อภิปรายแล้วว่า มาตรการ ตัวชี้วัดที่บอกว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด (COVID) นั้นกําลังเข้าสู่ขั้นวิกฤติ เพราะว่าประเทศไทยเป็นไข่แดงของอาเซียน (ASEAN) ที่รอบ ๆ ประเทศเพื่อนบ้านเราก็มี เชื้อการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) อยู่แล้วนะครับ แต่วันนี้เรากลับมาโทษประชาชนว่า การ์ด (Guard) ตก แต่ข้อเท็จจริงที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็เห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านว่า วันนี้ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครนั้นไม่ใช่ต้นเหตุของการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส แต่ปัญหาก็คือการควบคุมการป้องกันแนวตะเข็บชายแดนของประเทศที่มีความ หย่อนยานแล้วก็มีการรับผลประโยชน์อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบไว้เรามีปัญหา แม้กระทั่งตั้งแต่เชียงรายมาถึงระนอง มาถึงกาญจนบุรี มาถึงชุมพร มาถึงเพชรบุรีมาถึง ประจวบคีรีขันธ์ก็มีแนวตะเข็บชายแดน ช่องทางธรรมชาติก็มากมาย ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีแนวตะเข็บรอยต่อของเส้นทางธรรมชาติก็มากมายนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าเลิกโทษประชาชน หันมามองตัวเองว่าวันนี้ รัฐบาลมีความหละหลวมเพียงไรที่ปล่อยให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) นี้เกิดขึ้นระลอกที่ ๒ ซึ่งผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการต่าง ๆ ที่เราเคยทํา แล้วก็ประสบความสําเร็จจะสามารถช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) มีผู้ประกอบการธุรกิจระดับเล็ก ระดับกลางตามภูมิภาคต่าง ๆ ต้องล้มละลายไปมาก แล้วเขาก็พยายามที่จะพยุง ที่จะประคองธุรกิจของเขาให้อยู่รอดได้ แต่ก็มาเจอกับมาตรการต่อไปที่คิดว่าอาจจะ มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) แล้วก็เชื่อว่าคงจะมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั่วประเทศ อีกเช่นกันนะครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสําคัญที่อยากจะอภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ ก็คือว่า🔗
๑. วันนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่สําคัญ ให้ประชาชนได้รับรู้ว่าที่มาที่ไปของการแพร่ระบาดนั้นมันเกิดขึ้นอย่างไร และมาตรการ ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นสเตตควอรันทีน (State Quarantine) หรือโลคัลควอรันทีน (Local Quarantine) เรามีความพร้อมเพียงไร เพราะว่าอย่างที่ปรากฏว่าเมื่อมีการแพร่ ระบาด มียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ที่พุ่งทะลุหลักพันขึ้นมา สิ่งสําคัญ คือสินค้าที่จําเป็นที่เป็นสินค้าควบคุม วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มต้องซื้อราคาที่แพงขึ้น แต่มาตรการในการควบคุมของรัฐบาลก็ยังไม่เคยแสดงให้ความชัดเจนว่าจะมีมาตรการชี้ชัด อย่างไรที่จะปราบพวกบรรดาที่ฉวยโอกาสช่วงที่ประชาชนกําลังเดือดร้อนแล้วมาขึ้นราคา สินค้าควบคุม อันนี้ผมให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง🔗
แล้วก็ประการที่ ๒ ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานว่าปัญหาของแรงงาน ต่างด้าวหรือแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทํางานในพื้นที่รอบ ๆ กรุงเทพมหานครนั้นไม่ใช่มีที่ สมุทรสาครอย่างเดียว มีทั่วไปกระจายอยู่รอบปริมณฑลของกรุงเทพมหานครนะครับว่า สิ่งที่สําคัญคือเราจะทําอย่างไรที่จะสื่อให้เขาเข้าใจในภาษาและข้อกฎหมายของเรา วันนี้เรา กําลังจะใช้มาตรการในการไปบีบบังคับเขา ผมตกใจครับ ตกใจที่ ผบ. ตํารวจบอกว่าต้องหา คนที่สื่อสารภาษาพม่าได้ เพื่อให้เขาเข้าใจถูกต้อง ผมเลยงง เอ๊ะ ระดับสํานักงานตํารวจ แห่งชาติไม่มีคนที่เข้าใจภาษาพม่าเลยหรือ อันนี้มันพูดแล้วมันย้อนแย้งกับข้อเท็จจริง เพราะว่ากองการต่างประเทศของสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็มี นั่นคือส่วนหนึ่งที่บอกว่า ข้อมูลไม่ชัดเจน แล้วก็พยายามสื่อต่อสังคม วันนี้พี่น้องบริโภคสื่อ สื่อสารต่าง ๆ ที่เป็นข่าว ทางโซเซียล (Social) มาก ฉะนั้นการจะพูดจะจาอะไรก็ต้องระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นํารัฐบาล อย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงนะครับ ท่านประธานครับ ผมคงจะใช้เวลาอีกเล็กน้อยเพื่อจะแจ้งเตือนให้รัฐบาลได้ตระหนักว่าวันนี้ เราก็มีแรงงานของเราที่ทํางานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ส่วนหนึ่งได้เดินทางกลับมาในประเทศไทยก็เป็นจํานวนมาก แต่ปัญหาก็คือวันนี้เงินเยียวยา ของเขาที่เขาได้รับจากรัฐบาลนั้นมันหมด มันไม่เพียงพอ กําลังอดอยาก แล้วพี่น้องแรงงาน คนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซียอีกจํานวนมากนะครับเขากําลังเดือดร้อน รัฐบาลเคยให้ ความสนใจไปดูแลอย่างจริงจังหรือไม่ ท่านรู้ไหมครับว่าที่ประเทศมาเลเซีย แรงงานคนไทย ที่ไปประกอบอาชีพร้านต้มยํากุ้งที่เดินทางกลับมาประเทศไทยแล้วไม่สามารถกลับไปใช้ แรงงานในประเทศมาเลเซียได้ เพราะทางมาเลเซียปิดชายแดนนั้น บรรดาทรัพย์สินที่เขาลงทุนทั้งหมด ที่เป็นร้านค้า ต้องเสียหายไปมากมาย รัฐบาลไปสํารวจความเสียหายเหล่านี้หรือยัง มีมาตรการจะไป ช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร แล้วแรงงานคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซียที่ยังอยู่ ไม่ยอมกลับมาประเทศเพราะเป็นห่วงเรื่องร้านค้าที่ตัวเองลงทุนไป กลัวจะมีปัญหาอย่างที่ เพื่อนร้านค้าต่าง ๆ ที่ประสบมา เราจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร ผมได้ยินเสียงสะท้อน จากพี่น้องที่อยู่ในประเทศมาเลเซียว่าตอนนี้เขากําลังเดือดร้อน ก็อยากฝากว่าวันนี้เราต้องมี มาตรการ นอกจากมาตรการในการควบคุมดูแลแรงงานต่างด้าวในประเทศแล้ว เราจะต้อง ช่วยเหลือแรงงานคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย ที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วยว่า เขาก็เดือดร้อน เขาก็คือคนไทยคนหนึ่ง เราต้องมีการหลักการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันนะครับ อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากขึ้นมาอภิปราย เพื่อสะท้อนปัญหาเสียงสะท้อนของคนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพร้านต้มยํากุ้งที่กําลังเดือดร้อน ทั้งอยู่ใน ประเทศไทยและที่อยู่ในประเทศมาเลเซียครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ครับ คงจะปิดการอภิปรายแล้วกระมังครับ ขั้นตอนต่อไปก็คือผู้เสนอญัตติมีสิทธิสรุป ก่อนจะลงมตินะครับ ท่านจะใช้สิทธิไหมครับ ผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ฉบับ🔗
เรียนท่านประธานครับ อรรถกรครับ ขอไม่ใช้สิทธิครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปมากพอสมควรแล้วครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เนื่องจากญัตติทั้ง ๒ ฉบับเป็นญัตติที่ให้สภาร่วมกันพิจารณา แล้วส่งไปให้รัฐบาลดําเนินการ ในผลของการพิจารณานะครับ ดังนั้นต้องขอมติจากที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นชอบให้ส่ง ผลการพิจารณาของญัตติทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่นะครับ แต่เนื่องจากท่านสมาชิกส่วนใหญ่เลย เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผู้ใดคัดค้าน มีความยินดีที่จะให้ส่งรัฐบาล ถึงอย่างไรก็ตามครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คงต้องถามที่ประชุมนะครับว่ามีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น คือเห็นคัดค้านไหมครับว่าไม่สมควรจะส่งไปให้รัฐบาล มีไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่า ท่านสมาชิกมีมติให้ส่งผลการพิจารณาของทั้ง ๒ ญัตติไปให้รัฐบาลดําเนินการ ตามคําอภิปราย คําเสนอแนะของท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ก็เป็นการจบการอภิปรายญัตติ ทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งท่านอรรถกรเจ้าของญัตติกับท่านหมอจาตุรงค์คงไปประสานกับถอดคําอภิปราย ทั้งหมดนะครับ ดูสรุปดี ๆ แล้วก็ส่งไปให้รัฐบาลดําเนินการต่อนะครับ ฝากท่านด้วย🔗
ท่านสมาชิกครับ วันนี้ต้องถือว่าเป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภา ประจําปี พุทธศักราช ๒๕๖๓ เราจะเจอกันอีกทีก็คงจะเป็นปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ซึ่งช่วงนี้ท่านคงจะ กลับไปพื้นที่เพื่อไปพบปะประชาชน ไปเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ก็อยากจะฝากท่านสมาชิก นะครับ เมื่อกลับไปก็ช่วยบอกประชาชน ช่วยเตือนประชาชนนิดหนึ่งว่าให้ทุกท่าน อย่าประมาท ตั้งสติให้มั่น การ์ด (Guard) อย่าตกนะครับ ในการที่จะร่วมมือร่วมใจกัน ป้องกัน ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (Covid-19) ให้ทุกท่านนั้นสวมหน้ากาก อนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม แลสุขภาพตนเอง ตรงไหนที่มีคนชุมนุมเยอะ ๆ ก็ต้องระมัดระวังสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ แล้วโอกาสที่จะถึงปีใหม่นี้ก็ขออํานวยอวยพรให้ ทุกท่านมีความสุขความเจริญ ให้ท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ มีสติกําลังปัญญา ที่เป็นเลิศในการที่จะทําหน้าที่ในตัวแทนของประชาชน แก้ไขปัญหาความทุกข์ ความ เดือดร้อนของประชาชน และการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป และต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่มาร่วมประชุม ทําให้การประชุมผ่านไปด้วยดี พร้อมทั้งก็ ขอขอบคุณท่านข้าราชการ เจ้าหน้าที่สภาทุกท่านด้วยครับ ท่านวิรัชเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ คําอวยพรที่ท่านประธานได้มอบให้พวกกระผมในนาม ท่านประธาน รวมทั้งท่านประธานชวน ท่านประธานศุภชัย และทุก ๆ คนที่อยู่และที่ไม่อยู่ วันนี้พวกผมก็ซาบซึ้ง และในขณะเดียวกันผมเองในนามประธานวิป (Whip) รัฐบาลก็ขอ อนุญาตกราบอวยพรให้ท่านประธานชวน ท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ และท่านศุภชัย มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ ผ่านพ้นวิกฤติโควิด (COVID) ไปพร้อมเพรียงกัน แล้วก็ ขอให้บรรดาเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านขอให้เราร่วมด้วยช่วยกันในการผ่านพ้นภัยวิกฤติโควิด (COVID) ไปด้วยกัน พบกันใหม่ปีหน้า ขอบพระคุณครับในความร่วมมือตลอดระยะเวลาที่ผ่าน มา ขอบคุณอีกครั้งครับ🔗
ขอบพระคุณทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ในฐานะ ตัวแทนฝ่ายค้านครับ🔗
ผมยังไม่ปิด เชิญครับ🔗
ในฐานะตัวแทนฝ่ายค้าน ก็อยู่ในสภานี้ได้ทํางานร่วมกันท่านมาปีกว่าก็ดีใจที่ท่านประธานเมตตาพวกเราที่ดําเนินการ ประชุม แล้วก็ถ้ามีเหตุกระทบกระทั่งอันใดก็ต้องขออภัยท่านด้วย แล้วก็ในวาระปีใหม่นี้ ก็คงขออวยพรให้ท่านประธานชวน แล้วก็ท่านรองประธานท่านสุชาติ แล้วก็ท่านศุภชัย รวมทั้งข้าราชการรัฐสภาแห่งนี้ครับ ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุข แล้วก็ห่างไกล โรคโควิด (COVID) ได้ทํางานร่วมกับพวกเราอย่างต่อเนื่อง แล้วก็มีความสุข สนุกกับการงาน เพื่อพี่น้องของประชาชนของพวกเรา แล้วก็เจอกันใหม่ปีหน้า กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
กราบขอบคุณทุกท่าน ขอบพระคุณครับ ปิดประชุมนะครับ สวัสดีครับ🔗