unknown · · 641 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๗ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ นะครับ โดยวันนี้และตลอด ๒ สัปดาห์นี้ก็จะเพิ่มจำนวนผู้ปรึกษาเป็นวันละ ๔๐ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตเริ่มต้นเลยนะครับ ขอสมาชิกได้รักษาเวลานะครับเพราะว่าเราขยายจำนวนคน เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเวลาผมจะไม่อ่านรายละเอียดของรายชื่อ แต่จะเชิญแต่ละท่านไปเลยนะครับ ท่านแรกคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ขอเชิญครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จากการลงพื้นที่ในเขตอำเภอนาแก อำเภอปลาปาก อำเภอวังยาง และ ๓ ตำบลของอำเภอเมืองนครพนม คือตำบลบ้านผึ้ง ตำบลกุรุคุ และตำบลวังตามัว พบปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ดังนี้🔗

๑. เกษตรกรชาวนายังไม่ได้รับเงินค่าส่วนต่างของโครงการประกันราคาข้าว อย่างทั่วถึง น่าเห็นใจชาวนา ซึ่งนอกจากราคาข้าวตกต่ำยังเจอพิษโควิด (COVID) แล้วก็ ลูกหลานตกงานกลับบ้านยังเจอการจ่ายค่าส่วนต่างที่ล่าช้าอีก🔗

๒. จากพิษโควิด (COVID) อีกเช่นกัน ประชาชนตกงานจำนวนมาก บัณฑิตจบใหม่ไม่มีงานทำกลับสู่ชนบท หวังพึ่งพาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน แต่พื้นที่ชลประทานในภาคอีสานมีน้อยกว่าทุกภาค น้ำเพื่อการเกษตรมีไม่เพียงพอ ชาวบ้าน เรียกร้องการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร ซึ่งรัฐบาลควรจัดงบประมาณให้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกระจายงบลงท้องถิ่นเพื่อขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร และควรมอบนโยบายให้กระทรวงพลังงานทุ่มเทงบประมาณเครื่องสูบน้ำด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร และที่สำคัญไม่ควรให้หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับ การเกษตร การชลประทาน เข้าไปทำโครงการโซลาเซลล์ (Solar cell) ดังเช่นที่เป็นข่าวที่ เกิดความเสียหายอยู่ในขณะนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปเชิญคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือคนไทยไร้บัตร มีคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีบัตรอะไรทั้งสิ้น ท่านประธานครับ พอเกิดปัญหาโควิด (COVID) ขึ้นมาไม่รู้จะไปรับการเยียวยาจากรัฐบาล อย่างไร คนที่ร้องมาคือคุณแม่อรษา เจริญศิลป์ และนายกเทศมนตรีจิรชัย ถนอมวงษ์ จากตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอยกเว้นค่าเทอม ค่าเล่าเรียน และค่ากิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียน นักศึกษานะครับ เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) กระทบไปทุกแหล่ง ทุกชุมชน ทุกซอกทุกมุมของประเทศไทย ท่านประธานครับ ไม่ทราบว่าไฟดับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ต่อไปเลย ทีนี้มันกระทบต่อพี่น้องนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัยครับ ท่านประธานครับ ผู้ปกครองได้ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากว่าไม่มีเงินค่าเทอม ไม่มีเงิน ค่ากิจกรรม ไม่มีเงินค่าต่าง ๆ ของนักเรียนไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารกลางวัน บางโรงเรียน ที่เราไปเสริมของโรงเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลได้ยกเว้นค่าเทอม ค่าหน่วยกิจ ของนักเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัยครับ อันนี้ขอฝากไปที่กระทรวงศึกษาธิการครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องเขื่อนบ้านจันเดย์ พี่น้องในอำเภอทองผาภูมิ เขาต้องการสร้างเขื่อนบ้านจันเดย์ เพื่อจะมีน้ำใช้ในการเกษตร ทุกวันนี้กระทรวงพลังงาน ยังใช้อยู่ ทางพี่น้องอำเภอทองผาภูมิได้บอกมาครับ ขอบคุณครับ กระทรวงพลังงานครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนายแพทย์ สุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการขยายเขตประปาส่วนภูมิภาคให้กับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ กราบเรียนว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้ใช้น้ำดิบ จากอำเภอคอนสวรรค์ คือบึงนกโง่ เพื่อเดินท่อผ่านเข้าไปยังอำเภอแก้งคร้อ ไปใช้ ในอำเภอแก้งคร้อซึ่งอยู่ติดกัน แต่พี่น้องชาวอำเภอคอนสวรรค์ที่ท่อน้ำประปาท่อเมน (Main) ไหลผ่าน ไม่ได้โอกาสในการใช้น้ำประปา จึงต้องเรียนมาว่าขอให้การประปา ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการเพื่อที่จะขยายเขตประปาให้กับหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ท่อเมน (Main) ประปาไหลผ่านในตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ เช่น บ้านนามน บ้านหนองปลาปึ่ง บ้านสำราญ บ้านนาฮี และในตำบลช่องสามหมอ เช่น บ้านหนองแดงใหญ่ บ้านภูทอง บ้านชนแดน และหมู่บ้านอื่น ๆ ที่ได้ขอมาเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำสะอาด อุปโภคบริโภค และผมเชื่อว่าการขยายเขตประปาของการประปาส่วนภูมิภาคจะช่วยทำให้ รายได้ของการประปาส่วนภูมิภาคสูงขึ้นดีขึ้น จึงสมควรอย่างยิ่งที่การประปาส่วนภูมิภาค จะได้จัดสรรงบประมาณหรือดำเนินการเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีท่อเมน (Main) ประปาไหลผ่านได้ใช้น้ำประปากันอย่างทั่วถึง ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนายชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗

นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ สืบเนื่องจากว่าผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชเรื่องน้ำประปาใช้ในการบริโภค ภายในพี่น้องเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ผมเรียนว่าพี่น้องในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีจำนวน ๑๐๐,๓๒๓ คน ๔๖,๕๖๕ ครัวเรือน ในทุกปีเวลาอยู่ในช่วงฤดูแล้งจะขาดน้ำประปาเป็นอย่างมากในพื้นที่ เทศบาลนคร ซึ่งเดิมทีนั้นเทศบาลนครได้มีโรงกรองอยู่ ๒ โรง คือที่โรงทวดทองและ โรงประตูไชยสิทธิ์ และเป็นโรงกรองที่ก่อสร้างมาเป็นเวลายาวนาน และที่สำคัญท่อประปา ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชก็มีการก่อสร้างมายาวนาน มีสภาพชำรุดเสื่อมโทรม ที่สำคัญน้ำประปาที่ใช้อยู่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชต้องนำไปใช้ในเขตพื้นที่ตำบล ปากนคร ท่าซัก ปากพูน มะม่วงสองต้น และท่าเรือด้วย ผมจึงนำเสนอหารือต่อ ท่านประธานสภาไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ได้นำ เรื่องนี้แก้ปัญหาบูรณาการร่วมกัน ให้เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อให้พี่น้อง ชาวเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้มีน้ำใช้ น้ำสะอาด และมีน้ำใช้ไม่ขาดสักเดือนหนึ่ง ภายใน ๑ ปี ผมขอนำเรียนท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วยครับ ขอบคุณมาก ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๑ เรื่องค่ะ คือเรื่องชาวบ้าน ตำบลบางชันทั้ง ๖ หมู่บ้านยังไม่มีระบบน้ำประปาใช้ทำให้เดือดร้อนมาก ในพื้นที่ ตำบลบางชันนั้นมีบางส่วนที่มีหมู่บ้านที่อยู่เป็นลักษณะแบบเป็นเกาะนะคะท่านประธาน แล้วน้ำจืดหายากมาก ชาวบ้านต้องใช้น้ำจืดโดยการซื้อจากเรือที่บรรทุกน้ำจืดมาขาย ปัญหา ก็คือว่ามันจะมีบางครั้งน้ำขึ้น น้ำลง ถ้าบางครั้งน้ำลงเรือจะไม่สามารถเข้ามาขายน้ำจืดได้ ดังนั้นดิฉันได้ลงพื้นที่นะคะ เดินตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอยเลยค่ะท่านประธาน ชาวบ้านก็จะ เล่าให้ฟังว่าเขาอยากได้น้ำประปามาก ถ้าเกิดว่ามีระบบน้ำประปามาจะทำให้คุณภาพชีวิต ของเขาดีขึ้นเป็นอย่างมากค่ะท่านประธาน ในส่วนของเรื่องการทำมาหากินอื่น ๆ นะคะ ชาวบ้านช่วยเหลือตัวเองได้ค่ะ ขอแค่ระบบน้ำประปาอย่างเดียวค่ะท่านประธาน ดิฉันได้คุย กับท่านนายกเทศมนตรี นายสนั่น แก้วขาว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่านายกน้องนะคะ ท่านนายกก็ได้บอกว่าเริ่มมีระบบน้ำประปาเข้ามาแล้วค่ะ โดยที่จะนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำ คลองขลุงซึ่งจะเสร็จสิ้นในปี ๒๕๖๕ แล้วก็มีท่อจากอ่างเก็บน้ำคลองขลุงมาที่ อบต. ตำบลบางชันแล้วค่ะ แต่ว่ายังขาดท่อส่งน้ำที่จะแยกส่งไปตามหมู่บ้าน ทั้งหมด ๓๗ กิโลเมตร แล้วก็ยังขาดถังแชมเปญ ถังใหญ่ ๆ ที่เป็นถังเก็บน้ำประปา ทางผู้นำชุมชน ชาวบ้านอยากได้ งบประมาณเพื่อให้มาจัดสรรในตรงนี้ค่ะ ดิฉันจึงอยากขอให้ทางหน่วยงานของรัฐ ช่วยแก้ไขปัญหา ช่วยจัดสรรงบประมาณ ก่อสร้างระบบน้ำประปาให้กับชาวบ้าน โดยหารือ ไปยังการประปาส่วนภูมิภาค แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงความเดือดร้อนในพื้นที่ จึงขอหารือท่านประธานผ่านถึง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

๑. กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรื่องถนนริมคลองส่งน้ำ บ้านหัวป่าถึงบ้านขี้นาก อำเภอระโนด เป็นหลุม เป็นบ่อ ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ไม่มีไฟแสงสว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง🔗

๒. แขวงการทาง กรมทางหลวง ถนนทางหลวงเส้น ๔๐๘๓ จากสี่แยก บ้านรับแพรกถึงเข้าตัวเมืองอำเภอระโนด ถนนเส้นดังกล่าวไม่มีเกาะกลางถนนและที่กลับรถ มีรถผ่านจำนวนมาก ทั้งรถใหญ่ รถบรรทุก และรถเล็กขับด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ทำให้เสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงร้องขอ ๑. แท่งแบริเออร์ (Barrier) กั้นกลางถนน ๒. ทำจุดกลับรถ ๓. ทางม้าลาย ทางระนาด สีกันชะลอความเร็ว สัญญาณไฟจราจร แล้วก็ ไฟแสงสว่างเพิ่มขึ้น🔗

๓. กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง ทะเลฝั่งอ่าวไทย ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด เนื่องจากเกิดคลื่นลมแรงกัดเซาะชายฝั่งตลอดทั้งแนวเลยครับ ท่านประธาน🔗

๔. ถนน อบจ. หลายเส้นทางชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากน้ำท่วมที่ผ่านมา บ้านผมปัญหาเยอะครับท่านประธาน หารือ ๒ นาทีคงไม่พอ ผมขออนุญาตทำหนังสือส่งถึง ท่านประธาน ส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขให้ทันท่วงทีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีครับ ต่อไปท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ ท่านประธานขอหารือ ๓ เรื่อง🔗

๑. ขอขยายเขตไฟฟ้าในพื้นที่ ๒ แห่ง คือบ้านโนนสามัคคี หมู่ ๖ ตำบลเชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว สกลนคร มีจำนวน ๖๐ หลังคาเรือน มีวัดด้วย ๑ แห่ง คือวัดจันดาราม และบ้านนางอย หมู่ ๔ ตำบลเต่างอย สกลนคร จากดอยปู่ตา วัดป่าหนองบัว ไปถึงออกรอบหมู่บ้านนางอย หมู่ ๔ มีสายไฟ มีเสาไฟ แต่ยังใช้ไม่ได้🔗

๒. ขอย้ายชุมชนบ้านน้ำพุ จำนวน ๖๐ หลังคาเรือน ปัจจุบันขึ้นต่อ บ้านโพนแพง หมู่ ๖ ตำบลกกปลาซิว ระยะทางติดต่อไกลมาก ของอำเภอภูพาน จากบ้านแม่มา ถึง ๑๕ กิโลเมตรทางลัด แต่ถ้าทางตรงก็ ๕๐ กิโลเมตร ขอย้ายไปที่บ้านหลุบเลา หมู่ ๑๕ ตำบลเลา อำเภอภูพาน สกลนคร ซึ่งใกล้กว่า ๔ กิโลเมตร🔗

๓. ขอให้ขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยควายนำ บ้านโนนสามัคคี หมู่ ๖ ตำบลเชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว สกลนคร พื้นที่ ๘๔ ไร่ แต่ฤดูแล้งน้ำแห้งขอดไม่มีน้ำ ชาวบ้านเดือดร้อน ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ🔗

นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึงโครงการ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ๐-๖ ปีค่ะ ปัจจุบันมีจำนวนเด็กที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายตกหล่น เข้าไม่ถึงสวัสดิการถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ทำให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและเด็กเกิดใหม่ค่ะ จากมาตรการที่มีการป้องกันและควบคุมโรค อย่างเช่น การปิดหรือหยุดสถานประกอบกิจการหลาย ๆ แห่งทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองตกอยู่ใน ภาวะลำบากไม่สามารถทำงานได้ตามปกติหรือถูกเลิกจ้าง การที่โรงเรียนแล้วก็ศูนย์พัฒนา เด็กเล็กมีการปิดตัวลงไปทำให้เด็กได้รับผลกระทบมากกว่า ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศค่ะ แล้วในขณะนี้ก็มีเด็กที่ขาดโภชนาการที่เหมาะสม ขาดกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาการ ตามวัย และที่สำคัญไม่มีคนดูแลในขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องออกไปทำงานค่ะ และอีกด้านหนึ่งการที่ระบบการตรวจสอบเข้าถึงสิทธิสวัสดิการยุ่งยากมาก เอกสาร ที่จำเป็นต้องยื่นเป็นจำนวนมากทำให้คนที่จะได้รับสิทธิได้รับไม่ครบ ดิฉันจึงขอเสนอว่า ในการจัดการนโยบายของรัฐให้มีการจัดนโยบายโครงการเงินอุดหนุนเด็ก ๐-๖ ปี แบบถ้วนหน้าให้ทั่วถึงจริง ๆ ไม่มีการตกหล่น ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะเป็นการที่ สอดคล้องกับมติของคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติด้วยค่ะ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องโปรดรับไว้พิจารณา เป็นการเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณวัน อยู่บำรุง🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ครับ คลองภาษีเจริญฝั่งธนบุรีเริ่มต้นที่บริเวณปากคลอง บางกอกใหญ่ไปเชื่อมแม่น้ำท่าจีนที่ตำบลดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร รวมความยาว ๒๘ กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างสมัยรัชกาลที่ ๔ แล้วเสร็จสมัยรัชกาลที่ ๕ มีประตูน้ำ ๒ แห่ง แห่งแรกประตูน้ำภาษีเจริญตอนนอกอยู่ในเขตภาษีเจริญ และประตูน้ำเขตภาษีเจริญตอนใน อยู่ทางด้านแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร คลองภาษีเจริญไหลผ่านอาณาเขตเขตภาษีเจริญ เขตบางแค เขตหนองแขม ของจังหวัด กรุงเทพมหานคร และไหลผ่านอำเภอกระทุ่มแบนของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นเส้นทาง สำคัญในการระบายน้ำทางด้านตะวันตก ผ่านอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครลงสู่ อ่าวไทย อีกทั้งยังไหลผ่านสถานที่สำคัญดังนี้ วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดอ่างแก้ว วัดรางบัว วัดนิมมานรดี วัดม่วง วัดป่าทองเนียม วัดหลักสาม และวัดหนองแขม มีเส้นทางเดินเรือ โดยสารคลองภาษีเจริญจากท่าเรือวัดปากน้ำภาษีเจริญถึงท่าเรือเพชรเกษม ๖๙ ระยะทาง ๑๑.๕ กิโลเมตร ซึ่งมีท่าเรือด้วยกันทั้งสิ้น ๑๕ แห่ง ปัจจุบันคลองภาษีเจริญแห่งนี้ น้ำกลายเป็นสีดำ เน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นสร้างความหดหู่และรำคาญให้กับพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลอง ตลอดจนผู้สัญจรผ่านไปมา อีกทั้งมีชาวบ้านร้องเรียนว่ามีโรงงาน บางแห่งปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองภาษีเจริญ จึงขอให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มาดำเนินการแก้ไขให้คลองภาษีเจริญซึ่งเป็นคลองเก่าแก่ที่สำคัญให้กลับมาใสสะอาด เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สัก ๓ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องของแหล่งน้ำทั้งหมดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกสุวิทย์ กำนันเด่นชัย ตำบลชีทวน ว่าบ้านหนองดูน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน เป็นชุมชนขนาดใหญ่ติดลุ่มแม่น้ำชี แต่ยังขาด ระบบประปาเพื่ออุปโภคบริโภค เรื่องต่าง ๆ ได้ส่งผ่านอำเภอ จังหวัดเรียบร้อย จึงอยากฝาก ท่านประธานนำเรียนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งบรรจุแผน เพื่อจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่ว่าจะเป็นปี ๒๕๖๔ หรือปี ๒๕๖๕ ก็ได้นะครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกราชัน กำนันวีนัส และรองแปลง พิมพ์บุญมา ตำบลศรีสุข ว่าบ้านหนองกวาง ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีแหล่งน้ำอยู่ติดกับลำเซบาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ สายหลักของภาคอีสานอีกสายหนึ่ง แต่ยังขาดสถานีส่งน้ำเพื่อการเกษตร จึงอยากให้ เร่งดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ พร้อมระบบท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยเรื่องดังกล่าว ทางพี่น้องผู้นำได้ส่งผ่านไปที่กรมชลประทานจังหวัดอุบลราชธานีเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ จึงอยากฝากกรมชลประทานได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

และเรื่องสุดท้ายครับ ได้รับ การร้องเรียนจากนายกเทียน แผลงฤทธิ์ และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในกลุ่ม ลำห้วยเรือ อำเภอเขื่องใน ว่าสถานีสูบน้ำพี ๒ (P2) บ้านชาติ บริเวณบ้านผักแว่น ซึ่งได้รับ ความกระทบเสียหายจากโพดุลที่ผ่านมา ตอนนี้ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมนะครับ จึงอยากให้ กรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณดังกล่าว ในรูปนะครับ ซ่อมแซมสถานีสูบน้ำพี ๒ (P2) บ้านชาติ บริเวณบ้านผักแว่นด้วยนะครับ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป คุณนิคม บุญวิเศษ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอนำ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้าหารือ ๒ เรื่องครับ จากการได้ลงพื้นที่ ได้พบ กับกำนันเสถียร ตำบลทุ่งโป่ง และทนายนิตยา จันโสม แล้วก็สมาชิกพรรคพลังปวงชนไทย จังหวัดขอนแก่น พบปัญหา ๒ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑ ถนนสัญจรหลักระหว่างตำบลทุ่งโป่ง บ้านโนนสะอาด หมู่ ๑ กับเทศบาลตำบลโคกสูง บ้านโคกสูง หมู่ ๑ ตำบลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็น เส้นทางหลักที่ไปโรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม โรงเรียนพูวัดพิทยาคม ปัจจุบันถนนหลุดร่อน เป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะหน้าฝนจะมีน้ำขังการเดินทางลำบากมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และถนนเส้นนี้ไม่มีไฟให้แสงสว่างครับ ประชาชนเดือดร้อนมายาวนานมาก โดยเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางคมนาคมที่สามารถไปสู่เขื่อนอุบลรัตน์ได้ จึงมีราษฎรใช้เส้นทางนี้สัญจรเป็นหลัก🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนทางหลวง แยกทางหลวง ๒๑๐๙ ซึ่งเป็นถนนลาดยางเชื่อมต่อ ระหว่างบ้านหนองผือ หมู่ ๕ ตำบลทุ่งโป่ง อำเภออุบลรัตน์ไปยังอำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ถนนมีความกว้างประมาณ ๖ เมตร แต่พอมาถึงสะพานคอนกรีต ซึ่งเป็นสะพานเก่า มันแคบครับท่านประธาน แค่ ๔ เมตรเท่านั้นเอง ท่านลองดูสิครับ ขับรถมาถนน ๖ เมตร พอมาถึงสะพานแค่ ๔ เมตร รถไม่สามารถสวนทางกันได้นะครับ แล้วก็ไม่มีไฟฟ้าด้วยจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผมจึงขอกราบท่านประธานได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วนครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ และรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้ลงไปพื้นที่ น้ำท่วมจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบสิบกว่าปี เราได้ ทราบประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะมีฝนตกหนัก ๔-๘ มกราคม น้ำท่วมในวันดังกล่าว ถือว่าเกิดจากธรรมชาติ ดิฉันไม่ติดใจค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

แต่ในวันที่ ๖ มกราคม เป็นวันที่เขื่อนบางลาง ยะลา ระบายน้ำโดยที่ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ต้นน้ำ จังหวัดยะลา และพื้นที่ปลายน้ำจังหวัดปัตตานี ฝนไม่ตก น้ำก็ท่วม ต้องจำเป็นบทเรียน และถือว่าเป็นภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ เรียนฝากท่านประธานไปยัง รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ดูแลกำกับจัดการน้ำแห่งชาติ การเปิดประตู ระบายน้ำของเขื่อนอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ใคร ทำไมต้องเป็นส่วนกลาง พื้นที่ปลายน้ำ ปัตตานีต้องรับน้ำมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเมินสถานการณ์หรือไม่ อย่างไร เราไม่อยากให้ เขื่อนแตกจากปริมาณน้ำที่ล้นเช่นกัน ดิฉันได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับอาจารย์สมพร ช่วยอารีย์ มีกราฟ (Graph) แสดงถึงปริมาณน้ำในเขื่อนสูงมาตั้งแต่ธันวาคมทำไมไม่ทยอยระบายน้ำ จากเขื่อน ทำไมปล่อยน้ำแบบฉุกเฉิน น้ำมาเร็วแบบไม่ได้ตั้งตัว ทั้ง ๆ ที่การเดินทางน้ำจาก เขื่อนบางลาง ยะลา มาถึงเมืองปัตตานีใช้เวลาถึง ๒ วัน เรามีเวลาเตรียมตัว ถ้ามีการเตือน ภัยสื่อสารให้เราทราบ เราไม่อยากได้รับการเยียวยาที่ปลายเหตุ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องมี ศูนย์รวมข้อมูลลุ่มน้ำปัตตานี ลุ่มน้ำสายบุรี บูรณาการข้อมูลอย่างเป็นระบบ สามารถคาดการณ์ ล่วงหน้า แก้ปัญหาได้ทันท่วงที และควรเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ เป็นโอเพินดาตา (Open Data) เราไม่ได้อยากคำสวยหรู เพราะน้ำคือความมั่นคงของประเทศจากสโลแกน (Slogan) ของหน่วยงานเท่านั้น แต่อยากได้การลงมือปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป นางสาวสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันจะนำหารือต่อท่านประธานในวันนี้คือ เป็นเรื่องของความกังวลใจของประชาชน ในการจัดการการรับวัคซีนโควิด 19 (COVID-19) ค่ะ ท่านประธานคะ แม้ว่า จังหวัดสกลนครจะไม่ได้อยู่ในบัญชีพื้นที่ควบคุม แต่ประชาชนยังต้องการพึ่งพารายได้ จากการทำงานของลูกหลานในเมืองใหญ่ค่ะ ดังนั้นผลกระทบจึงไม่น้อยไปกว่าพื้นที่อื่นค่ะ ความกังวลของประชาชนได้สะท้อนผ่านคำถามต่าง ๆ นานา ที่ดิฉันรับฟังมาจากการลงพื้นที่ ซึ่งแบ่งประเด็นเป็น ๒ เรื่องคือ ๑. ก็คือเรื่องของความรวดเร็วค่ะ ชาวบ้านเข้าใจค่ะ ท่านประธานว่าการอนุมัติวัคซีนเพื่อใช้ต้องรอการรับรองจากองค์การอาหารและยา หรือ อย. นะคะ ชาวบ้านก็ยังเข้าใจว่าการรับรอง อย. นั้นต้องใช้เวลานานมาก ด้วยเหตุนี้ดิฉัน จึงอยากจะร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีให้กำกับกระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งให้หน่วยงาน อย. ได้ทำงานเชิงรุกค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องความทั่วถึงและความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบโควิด 19 (COVID-19) ไม่ทั่วถึงค่ะ วันนี้ชาวบ้านก็ตั้งคำถามว่าวัคซีน จะเพียงพอหรือเปล่า และเขาจะมีสิทธิได้รับหรือเปล่า สิ่งที่สำคัญที่รัฐจะต้องระมัดระวังไม่ให้ เกิดขึ้นก็คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำค่ะ ท่านประธานคะ ความเหลื่อมล้ำในประเทศของเรา มีมากเกินพอ และดิฉันหวังว่าจะไม่มีความเหลื่อมล้ำในการรับวัคซีนนี้ค่ะ เพราะหากมี การเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นมันจะเป็นความเหลื่อมล้ำชนิดที่ต้องแลกด้วยชีวิตของประชาชนค่ะ ดังนั้น ดิฉันจึงขอเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุขว่าให้ออกมายืนยันว่า ระบบเส้นสายในการรับวัคซีนนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณสรวุฒิ เนื่องจำนงค์🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี จากพรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ได้กรุณาให้ผมและเพื่อน ๆ ซึ่งวันนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีมากนะครับ เพราะว่าผู้แทนราษฎรจากชลบุรีหลายท่านได้มีโอกาสหารือ ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ ลำดับต่อไปก็จะเป็นท่านจองชัย วงศ์ทรายทอง ต่อจากนั้นก็จะเป็นท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ และพรุ่งนี้จะเป็นท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะเขตอำเภอบ่อทอง หนองใหญ่ ซึ่งขณะนี้เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เพราะว่าภัยพิบัติที่มาจากการทำลายของช้างป่า ในขณะนี้บางคนอาจจะมองว่าปัญหาช้าง เป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ว่าเราคงได้ยินข่าวทั่วประเทศไทยในขณะ ๒-๓ เดือนที่ผ่าน โดยเฉพาะ นะครับว่าพื้นที่ผมที่เป็นพื้นที่หนึ่งในจังหวัดรอยต่อ ๕ จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทราและสระแก้ว มีการทำลายของช้างป่าเกี่ยวพันกับการทำมาหากินของ พี่น้องประชาชนจำนวนมากครับ บางครั้งจนถึงขั้นเสียชีวิต เพราะว่าวิถีชีวิตของ พี่น้องประชาชนนั้นต้องออกทำมาหากินในกลางคืน โดยเฉพาะอาชีพกรีดยาง แม้กระทั่ง พระสงฆ์ยังเดือดร้อนนะครับ มีการมรณภาพจากการทำร้ายของช้างป่า ดังนั้นสิ่งที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน แล้วก็ให้ความสำคัญสูงสุด เนื่องจากพี่น้องประชาชนทำมาหากินไม่ได้ แล้วก็เดือดร้อนเสียขวัญกำลังใจอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแหล่งอาหารในพื้นที่ที่ช้างหากินอยู่ การสร้างคัน การสร้างรั้ว วิธีต่าง ๆ นั้นต้องบูรณาการร่วมกันครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมขอให้ท่านประธานได้ช่วยหารือไปในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไข ระเบียบให้ อปท. หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีพื้นที่ภัยพิบัติ ประสบภัยกับช้างป่านั้นแก้ไขระเบียบให้สามารถนำเงินสะสมมาใช้ป้องกันตัวเองได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ขออนุญาตปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องแรกขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ท่องเที่ยวและกีฬาในเรื่องของปัญหาโครงการเราเที่ยวด้วยกันนะครับ แต่ผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนนั่นก็คือโรงแรม ๒ ดาว ๓ ดาว โรงแรมระดับล่าง ๆ ลงมาไม่ได้เที่ยวกับ เขาด้วย เพราะว่าโรงแรมระดับ ๕ ดาว ค่าที่พักวันละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ลดเหลือ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท โรงแรม ๒ ดาว ๓ ดาวไม่ได้มีส่วนร่วมกับเขาเลย ไม่มีประชาชน ตัดสินใจไปเที่ยวกับเขาเลย เพราะฉะนั้นอยากให้คำนึงถึงส่วนนี้ แล้วก็อยากให้ทางกระทรวง ได้มีการกระตุ้นให้กับโรงแรม ๒ ดาว ๓ ดาวด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องของมาตรการเยียวยาโควิด (COVID) ระลอกสอง อยากให้ ทางรัฐบาลแยกกันกับมาตรฐานเยียวยาโควิด (COVID) ระลอกแรก เพราะว่าความจริงวันนี้ ผมกะจะพูดในช่วงหารือเรื่องของการลงทะเบียนคนละครึ่งแต่ก็ไม่ทันครับ เพราะว่า เปิดประชุมมาได้ข่าวว่าเปิดลงทะเบียน ๙ นาทีก็ครบแล้ว เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้ที่ผมหารือ ก็ไม่ทันแล้ว แต่อยากให้ทางกระทรวงการคลังได้พิจารณาเพิ่มเติมครับ อย่าพิจารณาผู้ได้รับ การเยียวยาเพียงแค่ความแรงของอินเทอร์เน็ต (Internet) นะครับ🔗

แล้วก็เรื่องที่ ๓ ครับเป็นเรื่องเดิมครั้งที่ ๓ แล้วที่ผมได้พูดถึงเรื่องการพัฒนา ถนนริมคลองสหกรณ์ครับ คลอง ๑ คลอง ๒ เป็นถนนอยู่บริเวณเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เป็นถนนในเมืองหลวงที่มีชาวบ้านอยู่และได้รับผลกระทบอย่างมาก ถนนไม่มีสภาพที่พร้อมใช้งานเลย ชาวบ้านที่อยู่ในซอยลำบากอย่างมากในการออกมาจับจ่าย ใช้สอยหรือใช้ชีวิตประจำวันด้านนอก ผมนี่นำเรื่องนี้นำเรียนกับท่านประธานเป็นครั้งที่ ๓ แล้ว ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านไปยัง กทม. ฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของสหกรณ์ เรื่องนี้ขอให้ ท่านประธานได้นำเรียนแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนนะครับ ขอบคุณมาก ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณบัญญัติ เจตนจันทร์🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ นะครับ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ เนื่องด้วย ขณะนี้จังหวัดระยอง จังหวัดในภาคตะวันออกและประเทศไทยประสบภาวะสถานการณ์ ระบาดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) นะครับ นักรบเสื้อฟ้าซึ่งก็คือนักสาธารณสุขหรือ หมออนามัยที่ รพ.สต. ทำงานหนักมาก แล้วก็เสี่ยงมากครับ ยังไม่ได้เบี้ยเสี่ยงภัย ๑. ยังไม่ได้ เบี้ยเสี่ยงภัย ๒. ยังไม่ได้ขั้นเสี่ยงภัยโควิด (COVID) ตามมติ ครม. ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ เลย ก็ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งเบิกจ่ายให้ด้วย รวมทั้งนักรบเสื้อขาวที่อยู่ที่ โรงพยาบาลก็คือประกอบด้วยแพทย์ พยาบาลด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากจังหวัดระยองและจังหวัดในภาคตะวันออกในช่วงหน้าแล้งช่วงนี้ ช้างป่าออกจากป่ามาหากินในพื้นราบจำนวนมากนะครับ ในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมาคนจังหวัดระยองเสียชีวิตไป ๔ คน รวมทั้งจังหวัดชลบุรีและ ภาคตะวันออกเสียชีวิตรวมกันประมาณ ๑๐ คนแล้ว ก็ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้มีมาตรการที่เด็ดขาด เพื่อนำช้างป่าที่ดุร้ายเช่นนี้กลับเข้าสู่ป่าอนุรักษ์ โดยเร็ว แล้วก็หามาตรการป้องกันและเยียวยาให้จริงจังด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ สืบเนื่องจาก กระทรวงคมนาคมพัฒนาถนนสุขุมวิทรองรับอีอีซี (EEC) ในเขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง ถนนสุขุมวิทจะมีการทำเกาะกลางถนน ๓ เกาะ พี่น้องประชาชนบอกว่าทำเกาะเดียวก็พอ ตรงกลาง ถ้าทำอีก ๒ เกาะข้าง ๆ พี่น้องไม่ต้องค้าขายกันละครับ เพราะรถมันไม่สามารถ ที่จะเข้าออกจอดเพื่อการธุรกิจได้ แล้วก็ขออย่าได้ปิดสี่แยกโพธิ์ทองเนื่องจากเป็นสี่แยกที่แยก ไประหว่างอำเภอแกลงไปถึงอำเภอเขาชะเมามีรถจำนวนมากครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนจากสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานวันนี้ผมหารือ ท่านประธานเรื่องเดียวเกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการอาจจะลามปามไปถึงกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เราจะเห็นว่าตั้งแต่เช้ามาเราจะพูดถึงเรื่องของโควิด-๑๙ (Covid-19) หรือไวรัสโคโรนา (Virus Corona) กันเกือบทุกท่านที่หารือ ผมเองเหมือนกัน แต่ในส่วนของผมนั้นจะพูดถึงเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่าเรื่องสังคม เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง เรื่องกระทรวงสาธารณสุขเมื่อสักครู่คุณหมอก็หารือไปแล้ว คือกระทรวงศึกษาธิการมันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้พอเรามีโควิด 19 (Covid-19) มาครั้งหนึ่งเราก็จะให้เด็กเรียนออนไลน์ (Online) แต่ปัญหาวันนี้ครั้งที่แล้ว ก็เกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนี้ก็เกิดอีกนั่นก็คือนักเรียนแล้วก็ผู้ปกครองไม่มีอุปกรณ์ที่เพียงพอ บางบ้านก็มี บางบ้านก็ไม่มี เพราะฐานะความยากจนของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องในชนบท ก็เลยอยากจะฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ได้ ถ้ามีงบประมาณหรือหาโอกาสไปแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ให้กับนักเรียนแล้วก็ผู้ปกครอง คืออุปกรณ์ในการเรียนทางออนไลน์ (Online)🔗

อันที่ ๒ ครับท่านประธานก็คือเรื่องของการทดสอบโอเน็ต (ONET) ของนักเรียน วันนี้ทราบว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นให้เป็นทางเลือกว่าจะให้สอบ หรือไม่ให้สอบ แต่วันนี้คณะครูมาหารือกับผมนะครับ เพราะว่าผมก็เป็นครูบาอาจารย์อยู่ มาก่อนเขาบอกว่าปีนี้เห็นควรยังให้สอบโอเน็ต (ONET) เพราะเป็นการสอบวัดพื้นฐานความรู้ ของเด็ก อย่างน้อย ๆ ผู้ปกครองก็ได้ทราบ ครูก็ได้ทราบตัวเองว่าตัวเองสอนเด็กอยู่ในระดับ ไหนนะครับ ส่วนที่จะไม่สอบหรือจะให้เป็นทางเลือกก็ค่อยว่ากันในปีหน้า🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายก็คือวันนี้ก็อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รีบ บรรจุข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้อย่างเร่งด่วน เพราะว่าโรงเรียนต่าง ๆ ยังขาดบุคลากรอยู่ แล้วเด็กก็จะได้เข้าทำงานเพื่อความพร้อมในการจัดการเรียนการศึกษา ของเด็กนักเรียนครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ ผมมีเรื่องสำคัญมาหารือกับท่านประธานในภาวะวิกฤติโควิด (COVID) ระบาด ๒ เรื่องครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ ขอให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมบัญชีกลาง สำนัก งบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้ประชุมหารือกันเพื่อหาทางแก้ไขระเบียบ ปรับปรุงเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเทศบาลสามารถจัดซื้อและจัดการฉีดวัคซีน ที่มีคุณภาพให้กับประชาชนได้ฟรี ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนที่เร็วขึ้น รวมไปถึงเป็นการแบ่งเบาภารกิจของรัฐบาลกลาง กระผมรู้สึกชื่นชมรัฐบาลและบุคลากร ทางการแพทย์ อสม. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับที่ช่วยกันในการแก้ไขปัญหา โรคระบาดนี้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งโรคระบาดนี้นอกเหนือจากการที่ทำให้เศรษฐกิจ มีปัญหา ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว การฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วและฟรีที่มีคุณภาพ ด้วยถือว่าเป็นความหวังหนึ่งของประชาชนส่วนใหญ่ที่รอคอยอยู่ ผมจึงขอนำเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการดังกล่าว โดยคำนึงถึงศักยภาพขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ว่ามีศักยภาพมากน้อยเพียงใด หากขาดแคลนงบประมาณก็ขอให้รัฐนั้น อุดหนุนเงินงบประมาณเหล่านั้น เพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยวัคซีนนั้นจะต้องมี คุณภาพ ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากต้นทาง รวมไปถึงได้รับรองจาก อย. ไม่ว่าจะเป็น การผลิตภายในประเทศหรือนอกประเทศก็ตามครับ🔗

ในเรื่องที่ ๒ นั้นขอให้รัฐเยียวยากลุ่มประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึง การเยียวยามาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของรัฐได้ เช่นบุคคลที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ เราชนะ หรือเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งก็ตามไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี เช่น ไม่มีมือถือ เป็นคนยากไร้ เป็นคนกลุ่มเปราะบาง คนชรา เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องขอ ชื่นชมรัฐบาลเช่นกันที่ได้คิดโครงการดี ๆ ต่าง ๆ แต่การที่เกิดความเหลื่อมล้ำจากการเข้าไม่ ถึงเทคโนโลยีหรือเทคโนโลยีแก็บ (Gap) ตรงนี้ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างมาก จึงขอนำเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ให้เร่งมีมาตรการ วิธีการแก้ไข แล้วก็ให้เกิดความเสมอภาคในการเยียวยา พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนเพื่อมาหารือท่านประธานสภา พร้อมทั้งส่งเอกสารไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากนายนิคม มโนธรรม กำนันตำบลเสียว และนางมัณฑนา แสงยา ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองปลาซิว พร้อมทั้งผู้ใหญ่บ้านในเขตตำบลเสียว นั้นว่าได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนนซึ่งเป็นถนนสายหลักของตำบลเสียว โดยเริ่มต้น ที่จากถนนหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๕ ผ่านหลายหมู่บ้านไปสิ้นสุดที่ถนนหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๔ มีความยาวประมาณ ๑๐.๔๘ กิโลเมตร ขอให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด ศรีสะเกษได้ดำเนินการจัดงบประมาณซ่อมสร้างให้คืนสู่สภาพเดิม🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ได้รับคำร้องเรียนจากนายแมน ทองพามี ผู้ใหญ่บ้าน ดอนเขียว ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบญจลักษ์ ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินการซ่อมสร้างถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสายหลัก ๒๔ ไปยังหมู่บ้านดอนเขียว ระยะทาง ๓ กิโลเมตร🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับคำร้องเรียนนายบุญเชียร ศรีดาว กำนันตำบลโนนเพ็ก พร้อม นายฉลาด งอมสงัด ผู้ใหญ่บ้านโนนเพ็ก ว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนเกษตรกรได้รับ ความเดือดร้อน เนื่องจากว่าห้วยแฮดที่เคยใช้ในการเกษตรและเลี้ยงสัตว์นั้น ขณะนี้กำลัง ตื้นเขิน จึงขอให้ทางกรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกห้วยแฮด โดยเริ่มต้นจาก บริเวณหน้าฝายใต้ฝายน้ำล้นบ้านโพธิ์เก่าถึงหน้าฝายน้ำล้นบ้านโนนเพ็กซึ่งมีระยะทาง ๔ กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้กำลังตื้นเขินขาดการฟื้นฟูบูรณะ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณอนุชา น้อยวงศ์🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขต ๓ อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานที่เคารพสิ่งที่น่าเป็นห่วง ในทุกวันนี้คือระดับน้ำในลุ่มน้ำวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก น้ำลดน้อยลง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าอาจจะทำให้เป็นอุปสรรคน้ำขาดตอนสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชนในการนำน้ำมาอุปโภคบริโภค สิ่งที่กระผมต้องการคือกราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังกรมชลประทานให้ดำเนินการตามแผนงานอย่างเร่งด่วน กล่าวคือ กรมชลประทานได้วางโครงการการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ตำบลนครไทย และตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และมีประตูน้ำอีกแห่งหนึ่งที่ บ้านวังประดู่ ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะประตูน้ำบ้านวังประดู่ กระผมได้ประสานท่านผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดพิษณุโลกให้ดำเนินการวางแผน สำรวจเพื่อผันน้ำไปยังตำบลดินทอง ตำบลหนองพระ ซึ่งเรียกว่าบึงสะเดา โดยขอให้ทาง กรมชลประทานพิจารณาวางแผนการขุดบึงสะเดาให้เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่เพื่อผันน้ำไปยัง คลองเข็กซึ่งมีความยาวถึง ๗๗ กิโลเมตร เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในเขต อำเภอวังทอง อีกทั้งการขุดลอกบึงราชนก ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจะเป็นการกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำจากลุ่มน้ำวังทอง ขอให้กรมชลประทาน เร่งดำเนินการผลักดันโครงการทั้งหมดโดยเร่งด่วน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม กระผมมีเรื่องร้องเรียนถึงท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ด้วยกัน🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการที่มีการก่อสร้างบำบัดน้ำเสียที่จังหวัดนครพนม โดยใช้งบประมาณ ๔๐๙ ล้านบาท ก็ทำท่อฝังดินเสีย ๒๘๖ ล้านบาท แต่ว่าทำไม่ได้ เพราะประชาชนไม่ยอม ปัญหาก็คือขณะนี้ว่าท่อฝังดินก็ยังฝังอยู่นะครับ เงินก็คงไม่มี ผู้รับผิดชอบก็ไม่ได้ถูกฝังไปด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะกราบเรียนไปยังท่านประธานว่า ประชาชนเดือดร้อน เดือดร้อนจากอะไรในขณะนี้ คือ ๑. น้ำที่ได้จากของเสียขณะนี้มาลงที่นี่ ไม่ได้ก็ไปลงโขงนะครับ โดยท่อลงโขง เพราะฉะนั้นน้ำในแม่น้ำโขงก็เกิดสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ คนที่เลี้ยงปลากระชังเลี้ยงไม่ได้ และโดยขณะนี้แม่น้ำโขงก็ตื้นเขินขึ้นมากแล้วเพราะว่ามีเขื่อน ๑๑ เขื่อน ก็ในลาวอีก ๑ เขื่อนนะครับ นี่เป็นเรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เรื่องที่เกิดขึ้นที่หมู่ ๑๑ จังหวัดมุกดาหาร ตำบลบางทรายใหญ่ บ้านหนองหอย คือมีการระเบิดหิน เขาเรียกว่าระเบิดหิน หรือขอประทานบัตรเหมืองแร่ นั่นเอง การระเบิดหินที่หมู่บ้านนี้จะเกิดผลร้ายต่อพี่น้องประชาชนมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็น โรคภัยไข้เจ็บ หรือที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น เรื่องวัดวาอาราม แล้วที่สำคัญ มันเป็นที่อยู่ของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร ซึ่งรับนักเรียนในภาคอีสานประมาณ ๑๐ จังหวัด แล้วเป็นโรงเรียนที่เยี่ยมมากครับ นักเรียน เก่ง ๆ มาเรียนแล้วก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้อะไรได้ มีทุน โรงเรียนนี้จะเสียหาย เพราะอยู่ในที่ที่จะต้องระเบิดด้วย จึงกราบเรียนมายังท่านประธานว่าฝากด้วยครับว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ขอให้ระงับยับยั้งไปเสีย หรือไม่ก็ต้องแก้ไขให้สิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทาง ป.ป.ช. ทั้ง ๒ แห่งนี่ละ ฝากด้วยนะครับ เพราะว่า ป.ป.ช. จังหวัดผมขณะนี้ตึกราม บ้านช่องขยายมากมาย แต่ขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย อย่าให้เหมือนที่แม่ฮ่องสอน ที่มีข่าวออกมานะครับว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ได้ ๑ แห่ง เท่านั้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบถึง ๓ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรกครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนตำบลภูตาหลวงผมยังไม่มี สวนสาธารณะเป็นของส่วนรวมไว้ให้ครอบครัวลูกหลานได้วิ่งเล่น ได้ออกกำลังกายครับ แล้วผมทราบมาว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ขอถอนที่ดินสาธารณประโยชน์ เลขที่ ๑๓๗๓๗ ซึ่งมีเนื้อที่ถึง ๙๗ ไร่ครับท่านประธาน ตั้งอยู่ที่หมู่ ๕ ตำบลภูตาหลวง อำเภอสัตหีบ และ สตง. นั้น หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะนำไปสร้างศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ของตัวเอง พี่น้องประชาชนและผมเห็นว่าเนื้อที่ถึง ๙๗ ไร่ครับท่านประธาน ควรจัดสรรให้ พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันครับท่านประธาน เพราะเป็นที่ดินสาธารณะ จึงใคร่ ขอท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพิจารณามอบที่ดิน ๒๐ ไร่ ไว้สร้าง สวนสาธารณะเพื่อให้ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนได้วิ่งเล่นเพื่ออนาคตของลูกหลานพี่น้อง ภูตาหลวง พี่น้องอำเภอสัตหีบ มีสถานที่ออกกำลังกายถึง ๒๐ ไร่ครับ เพื่อสุขภาพที่ดี ของพี่น้องประชาชนด้วยครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องนี้ค้างคามาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีครับ ท่านประธาน เรื่องการถอดถอนอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองหญ้า เพื่ออะไรครับ เพื่อเป็น สถานที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสครับ จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาที่ ๓ และกรมธนารักษ์พิจารณาประสานงานร่วมกันโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของ ผู้สูงอายุและผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ให้มีที่พักพิงในอำเภอสัตหีบและตำบลภูตาหลวงครับ ท่านประธาน🔗

และประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องนี้ผมติดตามและประสานงานมาตลอด ในความล่าช้าของระบบราชการครับ เรื่องบ้านมั่นคง ตำบลภูตาหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ของ กรมป่าไม้ ตั้งอยู่หมู่ ๑ ตำบลภูตาหลวง อำเภอสัตหีบ ซึ่งทางจังหวัดชลบุรี และสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๙ ได้พิจารณาให้ท้องถิ่นที่ดูแลใช้ประโยชน์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน แต่เรื่องนี้ยังอยู่ที่กรมป่าไม้ครับ จึงขอให้ กรมป่าไม้เร่งพิจารณาเถอะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนหมู่ ๑ ตำบลภูตาหลวง ทั้ง ๖๐๐ ครัวเรือนนะครับท่านประธาน มีที่อยู่อาศัยและมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นครับ ท่านประธาน ดังนั้นผมจึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ๓ หน่วยงานครับ เพื่อประโยชน์สูงสุดและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม โดยเฉพาะในอำเภอเมือง อำเภอแกดำ เกี่ยวกับ เรื่องของปัญหาไฟฟ้าแสงสว่างของถนนของทางหลวงชนบทนะครับ ซึ่งเป็นจำนวน ๓ แห่ง ซึ่งมีปัญหาเรื่องของไฟฟ้าแสงสว่าง ซึ่งเกิดปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่สัญจรเข้ามาในเมืองหรือกลับเข้าไปในหมู่บ้านนะครับ🔗

๑. คือทางหลวง มค. ๒๐๐๘ จากแยก ทล. ๒๓ ถึงแยก ทล. ๒๐๔๐ นะครับ ก็คือเส้นจากแยกหนองจิกไปตำบลหนองโน ไปตำบลโคกก่อ ไปตำบลบัวค้อ ไปตำบล ดอนหว่าน ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่สำคัญที่ประชาชนใช้สัญจรไปสู่ตัวเมืองมหาสารคาม แล้วก็ มีปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้นเยอะโดยเฉพาะในเวลากลางคืน🔗

เส้นที่ ๒ คือถนนทางหลวงชนบท มค. ๒๐๑๐ จากแยก ทล. ๒๐๔๐ ถึงแยก ทล. ๒๓ คือจากตำบลหนองปลิงไปอำเภอบรบือซึ่งถือว่าเป็นแยกที่ประชาชนสัญจรเพื่อไปสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านบ้านหนองโจดและบ้านโคกก่อขาดไฟฟ้าแสงสว่าง และเกิดอุบัติเหตุขึ้นเยอะ🔗

เส้นที่ ๓ ถนนทางหลวง มค. ๒๐๐๔ จากตำบลเขวาถึงตำบลโนนภิบาล โดยเฉพาะช่วงตำบลหนองกุง อำเภอแกดำไปตำบลโนนภิบาล อำเภอแกดำ ซึ่งมีปัญหา เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างแล้วเกิดปัญหาอุบัติเหตุขึ้นเยอะนะครับ ผมจึงขอนำเรียนให้ท่านประธาน ฝากไปถึงกรมทางหลวงชนบทเพื่อพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วนครับ ขอบมากคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผลจากการที่มีการระบาดของไข้ โควิด (COVID) มาในรอบที่ ๒ นี่ ได้ทำให้ประเทศไทยของเราสูญเสียเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง ประการสำคัญเป็นการเพิ่มภาระให้กับบุคลากรต่าง ๆ ครับ วันนี้ในช่วงที่ไม่มีการประชุมได้มี โอกาสไปร่วมงานกิจกรรมของพี่น้องประชาชน จะเห็นได้ว่าพี่น้อง อสม. ของเรา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างก็ทำงานด้วยความเข้มแข็ง เสียสละ มีการตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้างาน ด้วยความเข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ไหนมีการระบาดท่านไปที่นั่น แม้กระทั่งจังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด สมุทรสาครนั้นก็ยังอยู่ในห้องไอซียู (ICU) แต่โชคดีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น แค่กักตัว ๑๔ วัน ปัญหาของการแพร่ระบาดครั้งนี้ จุดหลักอยู่ที่ ๒ จุดด้วยกัน จุดที่ ๑ มีการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาในบ้านเมืองของเรา โดยไม่ผ่านขั้นตอนของทางราชการ มาพร้อมกับเอาเชื้อโควิด (COVID) เข้ามาด้วย อันนี้ เป็นขบวนการในการขนแรงงานต่างชาติ🔗

ประการที่ ๒ ครับมาจากบ่อนการพนัน วันนี้จากบ่อนการพนันนั้นแพร่หลายมาก แต่ท่านประธานที่เคารพ สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกก็คือว่าหลายแห่งที่มีบ่อนการพนันนั้น สามล้อถีบรู้ครับว่ามีบ่อน มอเตอร์ไซค์รับจ้างรู้ว่ามีบ่อน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รู้ พอเสร็จแล้ว ไปย้าย ๕ เสือ ๖ เสือ ผมบอกไม่มีประโยชน์หรอกครับ ความจริงต้องให้ออกจากราชการเลยครับ แล้วก็เอาคนที่ดี ๆ มาทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ฝากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันได้เคยลุกขึ้นยืน ณ ที่นี้นะคะ หารือไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหลายต่อหลายครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นเรื่องติดตามนักกิจกรรมถูกทำร้าย หรือประเด็นละเมิด สิทธิมนุษยชนต่าง ๆ นะคะ ซึ่งต่อมาดิฉันจะได้รับคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรกลับมาว่า อยู่ระหว่างดำเนินการนะคะ คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ทำให้รู้สึกหดหู่แล้วก็สิ้นหวังค่ะ วันนี้ดิฉัน จึงขอเรียนถามผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง นะคะตามสำนวนไทยที่ว่าถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิกนะคะ ใน ๒ กรณี คือกรณีที่ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมักจะไม่ให้เกียรติสภาเมื่อถูกเชิญตัวจากคณะกรรมาธิการ เข้ามาตอบคำถาม อย่างเช่นคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของดิฉันได้เชิญท่านมา หลายครั้งแล้ว แต่ท่านก็มักจะส่งตัวแทน ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ทำให้ การมาตอบคำถามในกรรมาธิการไม่เกิดประโยชน์นะคะ อีก ๒ กรณีก็คือกรณีที่ระหว่างที่ปิดสมัยประชุมสภา เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม มีการนำกำลัง เจ้าหน้าที่ ตชด. หลายกองร้อยไปล้อมจับที่ราชดำเนินในกิจกรรมช่วยเกษตรกรขายกุ้งของ กลุ่มการ์ด (Guard) ของกลุ่มประชาชน ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และเกินกว่าเหตุ มีการจับคนถึง ๑๖ คนไปขังไว้ที่ ตชด. ทั้ง ๆ ที่มีการยกเลิกคำสั่งประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงออกไปแล้ว ตัดคำว่า ร้ายแรง ออกไปแล้ว ตรงนี้มีคำถามมาก ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมาได้มีการจับกลุ่มอาสาสมัครการ์ด (Guard) วีโว่ ไปขังไว้ที่ สน. บางแก้ว เป็นเวลา ๒ วันโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา สุดท้ายเมื่อถูกกดดันมาก ๆ เข้าเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมปล่อยตัวมาโดยแจ้งข้อหาว่าผิดแค่ พ.ร.บ. ความสะอาด ซึ่งไม่สมศักดิ์ศรีกับที่นำตัวไปขังไว้ถึง ๒ วัน อันนี้เป็นที่เคลือบแคลงใจของสังคมนะคะ และสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมืองไทยตอนนี้เป็นที่จับตาดูของสังคมโลกและ สังคมภายใน ขอให้ท่านอย่านิ่งนอนใจและท่านไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานนี้ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากรับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางหลวง หมายเลข ๑๐๙๑ ซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอจุน ไปอำเภอปง และจากอำเภอปงไปอำเภอเชียงม่วน เนื่องจากเส้นทางสายนี้ไม่ได้รับ การปรับปรุงแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ดีมีความปลอดภัยทำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นถนนที่ทั้งโค้ง ทั้งแคบ แทบไม่มีไหล่ทาง ผิวถนน ก็ชำรุดเสียหายตลอดเส้นทาง ประกอบกับเส้นทางสายนี้มีรถยนต์สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ทั้งจากนักท่องเที่ยว รถขนถ่ายสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านรวมแล้วหลายพันคันต่อวัน และเป็นเส้นทางที่สำคัญด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา ทั้งภูลังกา ภูอานม้า ที่อำเภอปงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมความสวยงามเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี ทางซ้ายเชื่อมไปยังภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ขวาแยกไปอำเภอเชียงม่วนแดนดินถิ่นไดโนเสาร์ มุ่งเข้าสู่จังหวัดแพร่และน่าน ผ่านแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติและโบราณสถานมากมาย ซึ่งนับได้ว่าเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสวยงามที่สุดของประเทศอีกเส้นทางหนึ่ง ขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการด้วยครับ อย่างน้อยขอให้ได้รับ การปรับปรุงแก้ไขให้มีไหล่ทางที่กว้างขึ้นเป็นถนน ๑๒ เมตร ก็จะสร้างความสะดวก และปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางสายนี้ได้เป็นอย่างดี อีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งแยกออกจากเส้นทางหลวง หมายเลข ๑๐๒๑ ซึ่งอยู่ในเขตตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เส้นทางสายนี้เสียหายมานานหลายปี ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ผิวทางจราจรเต็มไปด้วยหลุมบ่อตลอดเส้นทาง ขอฝาก หน่วยงานที่รับผิดชอบรีบดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานได้ประสานงานไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองกำกับการ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนครับ ด้วยได้รับการบอกกล่าวและร้องขอจากกำนันเล่าเอ๋อ ซึ่งเป็นกำนัน อยู่ในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ใน พื้นที่ราบสูงห่างไกลจากที่ว่าการอำเภอ ห่างไกลจากสถานีตำรวจภูธร เกือบ ๕๐ กิโลเมตร มีประชากรร่วม ๓๐,๐๐๐ คน ๓๐ กว่าหมู่บ้าน อีกจุดหนึ่งก็คือในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีสภาพพื้นที่เหมือนกันแล้วก็ห่างไกลจากตัวที่ว่าการอำเภอก็ ๕๐ กิโลเมตรเช่นกันครับ ด้วยในทั้ง ๒ จุดมีแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำอยู่ที่ตู้ยาม ๑ ท่านเอง จะปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในช่วงเวลาราชการ วันหยุดก็ไม่มีครับ เมื่อเกิดเหตุร้าย เกิดเหตุการณ์ ต่าง ๆ พี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถจะไปขอรับความดูแลได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒ เดือน ที่แล้ว ท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้านต้องระดมคนออกไปตรวจตราเพราะว่ามีการงัดแงะบ้าน ของพี่น้องประชาชนและได้อาวุธปืนไปพร้อมเครื่องกระสุน ผู้นำหมู่บ้านเองก็เกรงว่าจะไป ก่อเหตุซ้ำเติม ก็ได้ออกระดมทั้งกลางคืนเลยครับ อันนี้จะเล็งเห็นว่าความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้รับการดูแล ยิ่งนอกเวลาราชการและกลางคืนครับ ก็เรียนท่านประธานนะครับได้ทำหนังสือร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกองกำกับ การตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายขอให้เพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลในช่วงนอกเวลาราชการ ถ้าเป็นได้ยกฐานะให้เป็นสถานีตำรวจภูธรย่อยก็ยิ่งดีครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวศรีนวล บุญลือ ครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายธวัช สุยะ พร้อมกับพวกจำนวน ๙๐ ราย หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาความเดือดร้อนที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ จนถึงปัจจุบันไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ เมื่อปี ๒๔๙๗ วัดม่วงต่อ (ร้าง) มีที่ดิน ส.ค. ๑ จำนวน ๖ ไร่ ๒ งาน ต่อมาเจ้าอาวาสวัดม่วงต่อ (ร้าง) ได้มรณภาพ ที่ดินวัดม่วงต่อ (ร้าง) ก็มีเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาเข้าไปกำกับดูแล ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ เดือนมกราคม ๒๕๓๔ เจ้าหน้าที่ที่ดินพร้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน พระพุทธศาสนาสำรวจวัดเขตที่ดินวัดม่วงต่อ (ร้าง) ออกโฉนดที่ดิน เลขที่ ๔๙๖๐๒ เล่มที่ ๔๙๗ หน้า ๐๒ จำนวน ๑๗ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา ออกโฉนดทับซ้อนที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยของราษฎร บัดนี้ราษฎรจึงร้องเรียนมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังศาลยุติธรรม ขอความอนุเคราะห์ ขอความเมตตาธรรมจากศาลยุติธรรม เพื่อเพิกถอนโฉนดที่ดิน เลขที่ ๔๙๖๐๒ เล่มที่ ๔๙๗ ดังกล่าว เพื่อรังวัดออกโฉนดที่ดิน วัดม่วงต่อ (ร้าง) ตาม ส.ค. ๑ จำนวน ๖ ไร่ ๒ งาน ส่วนที่ดินที่เหลือขอออกโฉนดที่ทำกิน เป็นที่อยู่อาศัยให้ราษฎรต่อไป ขอขอบคุณเจ้า🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีพี่น้องชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานที่กลับไปอยู่ในถิ่นฐานเก่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคมที่ผ่านนี้ ท่านประธานครับ พี่น้องจำนวนประมาณ ๕๗ ชีวิตกลับไปอยู่ในถิ่นฐานเดิม ที่มาที่ไปเป็นอย่างนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ พี่น้องที่นี่ เป็นคนกะเหรี่ยง คนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงดั้งเดิมซึ่งในหมู่บ้านเก่าบ้านเดิม ในแผนที่ทหาร เมื่อปี ๒๔๕๕ ก็ปรากฏชื่อหมู่บ้านอยู่แล้ว แต่ว่ามีการบังคับอพยพโยกย้ายนะครับ เกิดขึ้น ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๒ แล้วก็มีอีกครั้งก็คือปี ๒๕๕๔ ซึ่งพวกเราจะทราบอยู่ว่าในการอพยพ บังคับครั้งนั้นมี ฮ. ตกอยู่ ๓ ลำ หรือเราเรียกว่ายุทธการตะนาวศรี สถานการณ์ตอนนี้ครับ พี่น้องประชาชนที่อพยพทำไมต้องกลับไปอยู่ในพื้นที่เก่า เนื่องจากว่าที่เคยสัญญาว่า จะให้ที่ดิน ไม่มีที่ดินทำกิน เขาจึงอพยพกลับมาที่เดิมนะครับ เพราะฉะนั้นล่าสุดผมทราบข่าว จากข่าวหนังสือพิมพ์ว่ามีการสนธิกำลังทหาร ป่าไม้ แล้วก็ฝ่ายต่าง ๆ ว่าจะบังคับชาวบ้าน เหล่านี้กลับมา ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าขอให้รับฟังชาวบ้าน แล้วก็ใช้แนวทางแบบประนีประนอม นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องของโรงเรียนบ้านซิแบรที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือไปถึงกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เรียบร้อยไปแล้ว หนังสือจากราชการตอบกลับมาเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๒ วันนี้คือ พลังงานไฟฟ้าที่จากแสงอาทิตย์หรือว่าโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ที่มีอยู่โรงเรียนใช้ไม่ได้ มา ๒ ปีแล้วนะครับ ขอให้ทางหน่วยงานที่รับปากกับโรงเรียนได้มาซ่อมแซมโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ให้กับโรงเรียนโดยด่วนครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดีลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลาครับ วันนี้ขอหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่องนะครับ เป็นกรณีของการจ่ายเงินเยียวยาแก่ครูและบุคลากรทาง การศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอ จังหวัดสงขลา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕ เห็นชอบอนุมัติ ในหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิต พิการ และทุพพลภาพ แล้วก็ในส่วนราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนั้นก็มีการประชุมของคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นชอบให้ช่วยเหลือครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ และทุพพลภาพ โดยชอบให้ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดตั้งงบประมาณ ผมเองได้รับการร้องเรียนจาก ผู้แทนของผู้สูญเสียไม่ว่าจะเป็นที่เสียชีวิต พิการ และทุพพลภาพ จะเป็นนางเสาวลักษณ์ ไชยสุวรรณ และนายอิบรอฮิม บาสอสิดิก ทั้ง ๒ ท่านพยายามผลักดันให้มีการจัดสรร งบประมาณส่วนนี้ แต่ตลอดระยะเวลายังไม่ได้รับการเยียวยา ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตที่เป็นครูทั้งหมด ๑๔๘ ราย และบุคลากรที่ทุพพลภาพและพิการ อีกจำนวนมาก มีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด ๖๐๐ กว่าราย ปีนี้งบประมาณ ที่จัดตั้งขึ้นก็ฝากกระทรวงศึกษาธิการนะครับ อย่าลืมคนที่สูญเสียจัดสรรงบประมาณให้ เพราะที่ผ่านมาอ้างว่าไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้ ก็ฝากทางกระทรวงศึกษาธิการ ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวสวนส้มที่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอไชยปราการ อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตท่านประธานนำเอาส้มตัวอย่าง มาให้ท่านประธานได้พิจารณา นี่คือส้มสายน้ำผึ้งผิวสวยราคาดีครับ แต่มีปริมาณเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็สายน้ำผึ้งเช่นกันครับ ผิวลายราคาถูก มีปริมาณมากถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส้มสายน้ำผึ้งผิวสวย ส้มสายน้ำผึ้งผิวลาย ข้างในสีส้มเหมือนกัน คุณภาพเหมือนกันครับ ท่านประธาน แต่ราคาต่างกันครับท่านประธาน ผิวสวยราคาดี วันนี้นะครับผิวสวยราคาดี ผิวลายราคาถูก แต่ในอดีตครับท่านประธานผิวลายราคาดี ท่านประธานทราบดีครับ ส้มบางมด อย่างไรครับท่านประธาน วันนี้ส้มบางมดเป็นตำนานไปแล้ว ผ่านท่านประธานสภาไปยัง รัฐบาล ขอให้รัฐบาลรณรงค์ให้คนไทยทั้งประเทศทานส้มสายน้ำผึ้งผิวลาย ทานส้มสายน้ำผึ้ง ผิวลายเพื่อสุขภาพที่ดี ผิวเนียน หน้าเด้ง ประสิทธิ์ วุฒินันชัย อายุ ๖๔ ปี ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอนำเสนอโครงการปรับปรุงคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวา ผ่านท่านประธานสภาไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ สืบเนื่องจากปัญหาคลองชักน้ำแม่น้ำยม ฝั่งขวาซึ่งมีระยะทาง ๕๑ กิโลเมตร เป็นเส้นทางระบายน้ำจากประตูระบายน้ำ หาดสะพานจันทร์ไปยังประตูคลองน้ำโจนผ่านอำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรงและอำเภอเมือง ไปลงทุ่งทะเลหลวงแก้มลิงแผ่นดินรูปหัวใจ ระยะทาง ๕๑ กิโลเมตรนี้นั้นมีปัญหาอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในปัจจุบันก็คือ เป็นลำคลองที่แคบมาก ลำน้ำมีความตื้นเขินและมีถนนตัดผ่านหลายแห่ง ตลอดจนท่อลอด ใต้ถนนนั้นมีขนาดเล็ก ประตูระบายน้ำมีระดับที่สูงมากทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในช่วงฤดูน้ำหลากและในช่วงฤดูน้ำแล้งก็ไม่สามารถที่จะส่งน้ำไปให้กับเกษตรกร แล้วก็พี่น้อง ประชาชนในการอุปโภคบริโภคได้ ยังความเดือดร้อนให้พี่น้องถึง ๒,๖๐๐ ครัวเรือน ในพื้นที่ ๕๓,๐๐๐ ไร่ ตลอดจนในพื้นที่ ๓ อำเภอ แล้วก็ ๑๒ ตำบล ได้แก่ อำเภอสวรรคโลก ตำบลป่ากุมเกาะ ตำบลวังพิณพาทย์ ตำบลวังไม้ขอน ตำบลย่านยาว แล้วก็ตำบลหนองกลับ อำเภอศรีสำโรงนะคะ ปัญหาเดือดร้อนอย่างยิ่งที่ตำบลบ้านซ่าน ตำบลบ้านไร่ ตำบลวังทอง ตำบลวังใหญ่ แล้วก็ตำบลทับผึ้ง และในส่วนของอำเภอเมืองสุโขทัยที่ตำบลปากแคว แล้วก็ตำบลบ้านกล้วย ในขณะนี้ส่วนราชการได้ลงไปสำรวจ แต่โครงการก็ไม่มีความชัดเจน ดังนั้นจึงขอเร่งรัดไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้พิจารณาศึกษา แล้วก็ออกแบบและดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว กราบขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนแรงงาน มีเรื่องหารือไปยังกระทรวงการคลัง ในเรื่องของการเยียวยาดูแลพี่น้อง ประชาชนที่ไม่เท่าเทียมเป็นธรรม พี่น้องแรงงานที่อยู่ในสถานประกอบการในระบบ ประกันสังคม มาตรา ๓๓ ๑๑ ล้านคน ไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของการเยียวยาในครั้งนี้ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี นักธุรกิจ รัฐมนตรี ข้าราชการ ไม่มีจิตสำนึก ไม่มีความเข้าใจ ในเรื่องความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเงินเดือนที่มีรายจ่ายคงที่ รายรับลดลง ๆ บุคคล ที่อายุ ๑๘ ปีลงมาก็ไม่ได้รับ คนเหล่านั้นก็คือลูกของพี่น้องแรงงาน แรงงานในมาตรา ๓๓ ครอบครัวมีความเดือดร้อนมาเป็นเวลาปีกว่าแล้วครับพี่น้องที่ไม่ได้รับการดูแล ดังนั้น พี่น้องแรงงานจึงฝากผมมาให้ช่วยแจ้งว่าจะไม่ทนต่อไปกับการดำเนินการดูแลเยียวยา ที่ไม่เท่าเทียมเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงาน ๑๑ ล้านกว่าคน โครงการเราไม่ทิ้งกัน ก็ไม่สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพ มีคำแนะนำไปแล้วก็ไม่ปรับปรุง มาในรอบ ๒ โครงการ เราชนะยิ่งแย่ลงไปอีก ใช้ระบบแอปพลิเคชัน (Application) ในการดูแลคำถามจาก ประชาชนว่าระบบแอปพลิเคชัน (Application) ผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่มีระบบ ไม่มีโทรศัพท์ รัฐมนตรีแนะนำให้ไปซื้อโทรศัพท์ เงินที่จะกินทุกวันนี้ยังไม่มีอยู่แล้วจะเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์ ได้อย่างไรครับท่านรัฐมนตรี แสดงว่าไม่มีความเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่แท้จริง ทำให้ประชาชนขาดความไว้วางใจ ขาดความน่าเชื่อถือกับการบริหารจัดการ การดำเนินการเหล่านี้สุดท้ายก็ไปเอื้อนายทุน จึงขอให้รัฐบาลรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน แรงงานฝากมาครับผม🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป คุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ธนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกที่ ๒ ส่งผลกระทบต่อปากท้องของพี่น้องประชาชนมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เริ่มมาจากจังหวัดสมุทรสาครลุกลามไปหลายพื้นที่หลายจังหวัด และมีแนวโน้มว่าจะมียอดผู้ติดเชื้อต่อเนื่องสูงขึ้น ขออนุญาตยกตัวอย่างที่กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ที่ผมได้ลงพื้นที่ ไม่ว่าจะมีวินมอเตอร์ไซค์วัดสิงห์ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ๒ สามีภรรยาติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ซอยจอมทอง ๓ ซอยเอกชัย ๓๐ แยก ๑๒ มีคุณตาคุณยายและบุตรอีก ๒ คน รวม ๔ คน ที่ติดเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ (COVID-19) เช่นกัน ส่วนที่เขตธนบุรีมีผู้ติดเชื้อเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดัง หลังจากไปแพกุ้งที่มหาชัย และอีก ๑๒ รายที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ไปนั่งร้านอาหารตรงข้ามห้างสรรพสินค้า แห่งหนึ่งย่านท่าพระ และล่าสุดนี้เห็นว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ร่วม ๖๑ จังหวัด แล้วนะครับ ทั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้และปากท้องของพี่น้องประชาชน รัฐบาลกับประชาชนต้องตั้งสติร่วมกันแก้ปัญหาความเดือดร้อน การหารายได้จุนเจือ ครอบครัวที่พี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มทุกอาชีพ หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกที่ ๒ ยังคงมีต่อเนื่องนะครับ เนื่องจากความเดือดร้อนของประชาชน ที่เลือกจะเป็นคนหาเช้ากินค่ำก็ดี หรือเจ้าของกิจการก็ดี ส่วนใหญ่ขาดรายได้ ดังนั้น ความเดือดร้อนของประชาชนกับสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) จึงไม่มีการเลือกกลุ่ม คนอาชีพนะครับ ก็ขออนุญาตฝากทางรัฐบาลต้องมีสตินะครับ แล้วก็แก้ไขปัญหาให้รอบคอบ ทำเพื่อพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง นั่นคือคำตอบของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจตุพร เจริญเชื้อ ครับ🔗

นายจตุพร เจริญเชื้อ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่นครับ ผมขอหารือ ถึงความเดือดร้อนของประชาชน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกคือ ถนนหมายเลข ๒๐๓๙ ซึ่งเป็นของกรมทางหลวงที่เชื่อมระหว่าง อำเภอน้ำพองไปถึงอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น สภาพการจราจรก็คือเป็น ๒ ช่อง การจราจร ซึ่งมีปริมาณรถใช้งานเป็นจำนวนมากนะครับ กรมทางหลวงได้ไปสำรวจแล้วว่า มีปริมาณการใช้งานการจราจรต่อวัน ๑๑,๐๕๐ คันต่อวัน ซึ่งถือว่าหนาแน่นมากนะครับ ความจริงเรื่องนี้ผมหารือท่านประธานมา ๓ ครั้ง แล้วก็นอกจากนั้นได้ทำกระทู้สอบถามไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านก็ตอบกลับมาว่าจะมีการเสนองบประมาณ ของปี ๒๕๖๕ ดังนั้นจึงขอให้กรมทางหลวงได้รีบเสนอคำของบประมาณเพื่อจัดทำ งบประมาณในปี ๒๕๖๕ โดยเร่งด่วนครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ ขอให้กรมทางหลวงชนบทและ อบจ. จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการในการปรับปรุงซ่อมแซมถนนเชื่อมระหว่าง ๔ ตำบล คือ ถนนบ้านดงเย็น ตำบลบัวใหญ่ ผ่านไปตำบลห้วยโจด ผ่านไปที่ตำบลหนองโน แล้วก็ผ่านไปถึงตำบลบ้านฝาง ถนนเส้นนี้ชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมากนะครับ แล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงนะครับ ท่านประธาน พื้นลาดยางที่ลาดอยู่นี่ร่อนออกมาหมดแล้วนะครับ จนเหลือเฉพาะดิน ดังนั้น ประชาชนเดือดร้อนมากที่ใช้เส้นนี้สัญจรไปมานะครับ จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท และองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นที่รับผิดชอบดำเนินการในการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน สงสารพี่น้องประชาชนมากสำหรับถนนเส้นนี้นะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนหารือปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรากับ ท่านประธานครับ เป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ🔗

เรื่องแรกนะครับ ที่อำเภอบางคล้า โดยผมและ ส.ส. ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ได้รับการประสานจากผู้นำท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น สจ. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำครับ ให้ลงพื้นที่ไปสำรวจปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ปลายน้ำ ปลายคลอง ณ วันนี้ไม่มีน้ำใช้ ครับ ในเขตตำบลเสม็ดเหนือ เสม็ดใต้ และท่าทองหลาง โดยการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทานให้ช่วยผันน้ำบางส่วนจากอ่างเก็บน้ำ สียัด ลงมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวบางคล้าในละแวกดังกล่าว ด้วยครับ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวและยั่งยืนครับ ผมก็ได้พูดคุยกับหลาย ๆ คน หลาย ๆ หน่วยงานครับ ก็ขอเสนอให้กรมชลประทานวางอุโมงค์น้ำจากเขื่อนพระสะทึง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีความจุประมาณ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทุกปีจะมีน้ำล้น ก็ขอให้ส่งน้ำ ผ่านอุโมงค์น้ำนี้มาเก็บไว้ที่เขื่อนสียัดครับ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนอย่างแน่นอน ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ มีปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อการอุปโภคบริโภคที่อำเภอ บางน้ำเปรี้ยว แล้วก็มีน้ำเค็มหนุนในจังหวัดฉะเชิงเทราครับ ก็ได้ประสานถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในตำบลดอนฉิมพลี ตำบลบึงน้ำรักษ์ ตำบลโยธะกา ตำบลดอนเกาะกา ตำบลบางน้ำเปรี้ยว ตำบลหมอนทอง ตำบลสิงโตทอง และตำบลบางขนากครับ โดยอยากจะขอความกรุณาท่านประธานครับประสานไปยังกรมชลประทานครับ ให้ช่วย ผันน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เขื่อนนฤบดินทรจินดา จังหวัด ปราจีนบุรี มาช่วยดันน้ำเค็มลงไปเพื่อจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในเขตดังกล่าว ครับ ถ้าสามารถทำได้ก็จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ได้อย่างมากมายมหาศาล กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาชาติ น้ำท่วมใหญ่ที่ปัตตานีและพื้นที่ชายแดนใต้มันสะท้อนถึงอาการบริหารจัดการที่ผิดพลาดหรือไม่ อย่างไร วันนี้หลังจากที่ท่วมก็จะปรากฏความเสียหายในชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินโดยเฉพาะในจังหวัด ปัตตานี ๘ อำเภอ เสียหายค่อนข้างที่จะมากจนในมิติของพี่น้องประชาชนได้สะท้อนถึง ความรู้สึกให้กับคนทั่วไปได้ฟังแล้วก็ได้รู้ ท่านประธานครับ ข้อความที่สะท้อนได้ชัดก็คือ สังคมมุสลิมถูกสอนให้ยอมรับตักบีรหรือการกำหนดสภาวการณ์จากพระเจ้า แต่มิได้ หมายความว่าไม่ให้ฝึกฝนให้หาวิธีแก้ปัญหาเพื่อสู่ตักบีรที่ดีกว่า หรือใช่ว่าจะพึงพอใจ รับสภาพที่เกิดขึ้นโดยอ้างตักบีรอย่างเดียว โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นเพราะการบริหารจัดการ ที่หย่อนยานหรือประมาทเลินเล่อ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ข้อสรุปจะเป็นอย่างไรว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดเพราะสาเหตุใด วันนี้เรามาร่วมกันเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ผมอยากจะเสนอ ต่อท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็คือในเรื่องของการเยียวยาอย่างเร่งด่วน และยุติธรรมต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ๒. ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็น ระบบ ๓. ต้องขอบคุณท่านประธานสภา ท่านรัฐมนตรี และยิ่งกว่านั้นก็คือขอบคุณพี่น้อง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดซึ่งมาช่วยกันอย่างล้นหลาม สุดท้ายนี้ขอกล่าวคำว่า ญะซากัลลอ ฮุค็อยร็อน ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานนะคะ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานคร ๒ เรื่องด้วยกัน แล้วก็รวมทั้ง เป็นปัญหาอีกหลายพื้นที่เช่นกันนะคะ🔗

เรื่องแรกในช่วงนี้จะเห็นว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง นะคะ ยังมีบางพื้นที่ที่เกินมาตรฐาน จากการติดตามผลที่ดิฉันได้เคยหารือไปเมื่อปีที่แล้ว ก็พบว่าดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ค่ะ จึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้คงมาตรการที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่องในการที่จะควบคุมต้นกำเนิดของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจ จับควันดำ การเผาขยะเป็นต้นค่ะ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีกในปีต่อ ๆ ไป หากทำได้เช่นนี้ ก็จะทำให้ประชาชนรวมถึงพวกเราทุกคนมีอากาศที่บริสุทธิ์ใช้ตลอดทั้งปีนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ หลังจากที่ทาง ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือถึงท่านประธานเพื่อขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจหา เชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงทั่วทั้งกรุงเทพมหานครแล้วก็ได้รับ ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องขอขอบพระคุณ แล้วก็เป็นกำลังใจ ให้กับทุกหน่วยงานค่ะ อย่างไรก็ดีก็ยังคงมีพื้นที่เสี่ยง ก็อยากจะขอให้มีการตรวจเชิงรุก เพิ่มขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แล้วก็เพื่อเป็นการเร่งรัดการควบคุมโรค จึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะให้ตรวจหาเชื้อ โควิด-๑๙ (COVID-19) เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามไซต์ (Site) งานก่อสร้างในบริเวณกรุงเทพมหานครซึ่งมีประชากรหนาแน่น🔗

และสุดท้ายเรื่องเสาไฟฟ้าชำรุดบริเวณชุมชนบ้านครัวใต้ เขตปทุมวัน จะขอนำส่งข้อมูลให้ท่านประธานต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต ๔ ปทุมธานี ผมขอหารือท่านประธาน ใน ๒-๓ ประเด็นครับ🔗

ในประเด็นแรก ผมได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านที่อยู่ในเขตอำเภอลำลูกกา พวกเทศบาลคูคต เทศบาลลำสามแก้ว แล้วก็เทศบาลเมืองรังสิต รวมทั้งเทศบาลบึงคำพร้อย ต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการจราจรบนถนนลำลูกกานะครับ ถนนเส้น ๓๓๑๒ อยากจะให้กรมทางหลวงหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทำที่กลับรถ หรือว่า ทำลูปแรมป์ (Loop ramp) หรือว่ายกสะพานขึ้นมาแล้วทำกลับรถบริเวณคลองสอง จนถึงคลองแปดนะครับ เพื่อให้แก้ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนลำลูกกานะครับ ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็นเลยนะครับ ติดตลอดเวลานะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ นะครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านแล้วก็ท่านเจ้าอาวาส วัดนิเทศน์ราษฎร์ประดิษฐ์ พระอธิการทวีทรัพย์ว่าบริเวณถนนเลียบคลองสาม ถนนเส้น ๓๐๓๕ ไม่มีไฟส่องสว่าง มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายรายในเวลากลางคืน อยากให้กรมทางหลวง ไปติดไฟส่องสว่างบริเวณช่วงตั้งแต่วัดนิเทศน์ราษฎร์ประดิษฐ์ จนถึงออกเชื่อมถนนรังสิต นครนายกนะครับ🔗

ในส่วนที่ ๓ อยากให้ทางรัฐบาลจัดชุดตรวจสอบโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้ชาวบ้านในเทศบาลลำสามแก้ว คูคต เทศบาลรังสิต แล้วก็ทั่วทั้งอำเภอลำลูกกา คือไปตรวจในเชิงรุกครับ หมายถึงว่าชุดตรวจซึ่งไปตั้งอยู่ตามตลาดหรืออะไรพวกนี้ ให้ชาวบ้านที่สมัครใจจะเข้ามาตรวจเพื่อค้นหาว่าตัวเองเป็นโรคโควิดอะไรไหมครับ เพื่อความปลอดภัยแล้วก็เพื่อในด้านเศรษฐกิจด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๔ อยากจะให้ กกต. จังหวัดปทุมธานีช่วยเร่งตรวจสอบคำร้องเรียน ของผู้บริหารท้องถิ่นที่เพิ่งเลือกตั้งไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อสร้างสนามกีฬา ประจำตำบลดอนประดู่ และตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน เพราะพื้นที่ดังกล่าว คนเล่นกีฬาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานสามารถเล่นกีฬาได้ทั้งปี เพื่อการดูแลสุขภาพของประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ สำนักนโยบายและแผน ศึกษาพิจารณาและให้ความเห็นชอบให้ตลาดเก่าปากพะยูน ตลาดเก่าบางแก้วเป็นเมืองเก่าบางแก้ว และเมืองเก่าปากพะยูน เพื่ออนุรักษ์คุณค่า ของเมืองไว้ และจะได้เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ กรมอุทยานเข้าไปแก้ไขปัญหาการเพิ่มจำนวนของลิงอย่างรวดเร็วและทำลายทรัพย์สินของ ประชาชนในบริเวณหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๘ และหมู่ ๙ ตำบลเกาะนางคำ เพราะว่าพื้นที่ ไม่สามารถดำเนินการเองได้ เพราะว่าลิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ต้องอาศัยพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการ🔗

และเรื่องสุดท้ายขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อสร้างอควาเรียม (Aquarium) หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขึ้นบริเวณริมทะเลสาบพัทลุง ซึ่งมีเนื้อที่หลายแสนไร่ ให้เป็นที่รวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำและแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และเพื่อสร้างสำนึกให้กับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์น้ำสำคัญก็จะได้เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุง ผมได้ หารือประเด็นสร้างอควาเรียม (Aquarium) ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง จึงขออนุญาตนอกจาก หารือครั้งนี้แล้วขอได้ติดตามว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมประมง ซึ่งควรจะเป็นเจ้าภาพหลักได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างอควาเรียม (Aquarium) ให้กับพื้นที่รวบรวมสัตว์ในทะเลสาบสงขลาต่อไปครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเลยขอถือโอกาสนี้ ต้องชื่นชมท่านสมาชิกทั้ง ๔๐ ท่านที่ได้รักษาเวลาอย่างดียิ่งนะครับ เราจึงใช้เวลาไป ประมาณไม่ถึงชั่วโมงครึ่งนะครับ ๑ ชั่วโมง ๕๖ นาที สำหรับการปรึกษา ซึ่งทุกท่าน นำเรื่องที่เป็นปัญหาของประชาชนมาพูด ก็ถือว่าเราใช้เวลาที่คุ้มค่า ต้องขอชื่นชม และขอบคุณทุกท่านไว้ในโอกาสนี้ แล้วก็ในช่วงที่เราประชุมในสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า นะครับ ก็จะให้สมาชิกได้ปรึกษาเพิ่มขึ้นเป็น ๔๐ ท่าน ชดเชยที่เราได้หยุดไป🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๒ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ แล้วทั้งหมด ๓๑๒ คน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว เพราะองค์ประชุมคือ ๒๔๔ ท่าน นะครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุม แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระขออนุญาตให้ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงให้พวกเราฟังถึงการเตรียมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และการเตรียมซึ่งทำให้เกิดความไม่สะดวกในบางเรื่องนะครับ ที่สภาได้เตรียมมาเป็นอาทิตย์ แล้วครับ เมื่อวานนี้ตอนเย็นก็ไปทดสอบกันอีกครั้งหนึ่ง ผมทราบดีว่าสมาชิกเข้ามา ก็ไม่สะดวกเพราะเราปิดเส้นทางบางเส้นทาง แต่ทั้งหมดนั้นก็เพื่อความปลอดภัยที่ให้เข้มงวด ที่สุดเท่าที่สามารถเป็นไปได้ ท่านเลขาธิการจะกรุณาสั้น ๆ นะครับ อธิบายให้เพื่อนสมาชิก ได้รับทราบ ขอเชิญนะครับ🔗

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ คือมาตรการของสำนักงานได้ดำเนินการเพื่อป้องกันการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สั้น ๆ นะคะ ก็คือมาตรการคัดกรองบุคคล เข้าอาคารรัฐสภา ซึ่งท่านสมาชิกได้พบเจอเมื่อเช้านี้นะคะ คือที่ชั้นบี ๑ (B1) บี ๒ (B2) และชั้น ๑ ถ้าหากคัดกรองแล้วมีไข้หรือไม่มีไข้ มีอาการระบบหายใจ ไอ มีน้ำมูก หายใจ เหนื่อยหอบ จมูกไม่ได้กลิ่น ผู้คัดกรองจะไม่ให้คนเหล่านั้นเข้าอาคารรัฐสภาโดยเด็ดขาดนะคะ แล้วขอให้ท่านสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ไทยชนะ หรือหากมีหมอชนะอยู่แล้ว ไม่ต้องสแกนเพื่อสะดวกในการติดตามและสอบสวนโรค เราได้เตรียมชุดตรวจโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้กับท่านสมาชิกและผู้ติดตามจากจังหวัดเสี่ยงทั้ง ๕ จังหวัดในพื้นที่ควบคุม สูงสุดนะคะ ก็คือ ระยอง สมุทรสาคร ชลบุรี ตราด จันทบุรี ซึ่งถ้าหากท่านสมาชิกท่านอื่น ถ้าท่านสมาชิกประสงค์จะตรวจคัดกรองเราก็จะจัดดำเนินการให้ ซึ่งทุกท่าน คนที่เข้ามา ในอาคารรัฐสภาต้องสวมหน้ากากทุกท่านในการเข้าอาคารรัฐสภาค่ะ🔗

สำหรับมาตรการป้องกัน เราได้ดำเนินการทำความสะอาดห้องประชุม โถง อาคารทุกวันอาทิตย์ คือทุกวันอาทิตย์เราดำเนินการเรื่องของไมโครโฟน เก้าอี้ บันไดเลื่อน ลิฟต์ ประตูที่จับ ห้องสุขา ราวบันได เรามีน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แอลกอฮอล์ แล้วก็น้ำยาฟอกขาว ๑ ส่วนต่อน้ำ ๙ ส่วนก่อนและหลังประชุมนะคะ ท่านสมาชิกที่อยู่ ในห้องประชุมขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากตลอดเวลาในการที่อยู่ในห้องประชุมนะคะ ยกเว้นในช่วงเวลาที่ท่านอภิปราย และขอความร่วมมือให้เว้นระยะห่างในการนั่ง ในห้องประชุมแห่งนี้ เพราะว่าช่วงระยะเวลานี้คือเป็นช่วงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) นะคะ ให้มีผู้ติดตามโดยไม่เกิน ๑ คน แล้วเรา จัดที่พักคอยให้กับผู้ติดตามของท่านที่ห้อง ศปก. ส่วนหน้า ชั้น ๑ และพื้นที่ห้อง ในที่สำนักการคลังที่ชั้น ๑ ห้องอาหารของท่านสมาชิกเราได้ทำความสะอาด และการจำกัด ที่นั่งรับประทานอาหารซึ่งติดฉากกั้นพลาสติกบนโต๊ะ เราได้ขอความร่วมมือกับ ผู้ประกอบการให้มีการคัดกรองพนักงานเสิร์ฟและผู้ประกอบอาหาร ผลการตรวจไม่พบเชื้อ โควิด (COVID) ทั้งหมดนะคะที่มาทำอาหารให้กับท่านสมาชิก ซึ่งได้ทำความสะอาดพื้น และพื้นห้อง แล้วก็สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวย ความสะดวกให้กับท่านสมาชิกค่ะ ซึ่งในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ การประชุมกรรมการ ต่าง ๆ เรามีการทำความสะอาดห้อง โต๊ะ เก้าอี้ ไมโครโฟน ก่อนและหลัง แล้วก็ตรวจวัด อุณหภูมิก่อนเข้าห้องประชุมด้วย แล้วเราจำกัดจำนวนคนเข้าห้องประชุม การเว้นระยะห่าง ซึ่งได้รับความร่วมมือดีมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาในช่วงที่หยุดการประชุมไปเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งมีการหยุดการประชุมไป ๓ สัปดาห์ เนื่องจากสภาพการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ระลอกใหม่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เราได้จัดมาตรการเวิร์ก ฟอรม โฮม (Work Form Home) ซึ่งข้าราชการของเรานี่เราได้ลด จำนวนบุคลากรเราในการทำงาน คือ ๒,๔๑๙ คน เราลดไปครึ่งหนึ่งนะคะ แล้วก็ขอความร่วมมือคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการต่าง ๆ ให้เข้าร่วมประชุมจำนวนน้อย ซึ่งผลปรากฏว่าเราดำเนินมาตรการเหล่านี้ ก็คือเราควบคุมได้ ก็คือไม่มีปรากฏว่า มีการติดเชื้อโคโรนา (Corona) เข้ามาในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อการกลับเข้ามาในการประชุม ณ วันนี้ ในมาตรการที่เราทำมาตรการเข้มข้นในการคัดกรองท่านสมาชิกซึ่งเป็นการยกระดับ ขึ้นมาก็คือทุกวันพุธที่ท่านสมาชิกจะเข้ามาเราขอคัดกรองเข้มข้นแบบนี้เพื่อเป็นการสอบสวนโรค ในการเข้าในพื้นที่ค่ะ ซึ่งขออภัยท่านสมาชิกซึ่งอาจจะไม่สะดวก ณ ที่นี้ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเลขาธิการนะครับ เมื่อตอนที่เราประชุมเพื่องดประชุมไป ๒ สัปดาห์นั้นตัวเลขของผู้ติดเชื้อก็ ๗๔๕ คน ก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็เลยทำเรื่องจึงได้หารือกัน แล้วในที่สุดเราก็หยุดไปในช่วงปีใหม่นี้ ๒ สัปดาห์ ในปีใหม่นี้วันนี้ก็เป็นวันแรก ก็เลยท่านสมาชิกไม่สะดวกบ้าง ก็ท่านเลขาธิการได้รายงานให้ทราบแล้ว สิ่งที่ขอความร่วมมือ ในห้องนี้ตามที่ท่านแจ้งก็คือว่าสวมหน้ากากนะครับ แล้วก็สมมุติว่าไม่สะดวก อึดอัด ท่านสมาชิกจะออกไปนั่งข้างนอกอย่างที่เราเคยปฏิบัติก็ไม่เป็นไร ส่วนระยะห่างนั้นความจริงแล้ว ถ้าไม่ติดเชื้อนี่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่ร่วมมือนะครับ ไม่ได้เป็นข้อบังคับ ที่เราจะต้องถูกบังคับให้ทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ แต่ว่าเป็นแนวปฏิบัติร่วมมือว่าที่ผมเคยใช้ คำว่า ทำอย่างไรให้เราไปตลอดรอดฝั่ง วันนี้ยังไม่มีปัญหาเพราะตรวจเข้ม คนในห้องอาหาร ท่านเลขาธิการก็ขอให้ไปตรวจทั้งหมดนะครับ กี่คน ก็ไม่มีผู้ติดเชื้อ ที่สมาชิกได้ขอร้องให้ผม ได้บอกกล่าวพวกเราก็คืออาจจะเกรงใจกันในกรรมาธิการขอความกรุณาว่าในกรรมาธิการ กรุณาอย่าเอาคนนอกหรือผู้ติดตามเข้าไปนะครับ เพราะว่าอาจจะเกรงใจไม่กล้าทักท้วง แต่ว่าจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจจะเป็นไปได้เราไม่ไม่มีโอกาสทราบ ก็เรียนท่านสมาชิก ได้มีโอกาสได้ทราบอีกครั้งหนึ่งครับ มีปัญหาอะไรสมาชิกกรุณาไปแจ้งให้ทราบนะครับ เพื่อเราจะได้แก้ไข เพราะเชื่อว่า ๑. สภาก็ยังสร้างไม่เสร็จเพราะฉะนั้นยังมีอะไรบางอย่าง ที่ทำได้ภายในขอบเขตที่จำกัดอยู่ เพราะฉะนั้นสมาชิกมีอะไรที่ติดขัดแล้วก็รู้สึก มีความประสงค์จะให้แก้ไขอย่างไรก็กรุณาไปแจ้งได้ทุกเวลานะครับ จะแจ้งที่เลขาธิการ หรือไปแจ้งที่ห้องผมก็ได้ครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เรามีวาระที่ขออนุญาตไปตามลำดับก็คือ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว วันนี้ก็มี ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาต่อจากนี้ขอเชิญ กรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ ฉบับนี้จะมีการลงมติแม้จะมีไม่กี่มาตราก็ตาม แต่ว่าดูแล้วว่า ทุกมาตราก็จะต้องมีลงมตินะครับ เพราะฉะนั้นพวกเราได้อยู่ภายในกันด้วย ขอเชิญ กรรมาธิการนะครับ ช่องทางให้เสรีภาพต่อหญิงในการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้เช่นเดียวกัน คณะกรรมาธิการเห็นว่าไม่มีหญิงคนใดที่ต้องการท้องเพื่อที่จะไปทำแท้ง บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้วจึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ โดยที่ การพิจารณาวาระ ๒ นี้ก็จะเป็นการพิจารณาเรียงลำดับมาตรานะครับ ซึ่งผมจะขออนุญาต ให้เลขาธิการได้ดำเนินการไปตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ขอเชิญเลยครับ🔗

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ชื่อร่าง พระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตให้กรรมาธิการ สงวนความเห็นให้ความเห็นได้ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ เหตุผลที่ผมจำเป็นต้องสงวนความเห็น ในมาตรา ๒ ไว้ครับ ด้วยนัยของสิ่งที่คณะกรรมาธิการยืนยันตามร่างเดิมของรัฐบาลนั้น ให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมเข้าใจ และตระหนักดีครับว่าการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เนื่องจากว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ผมเคยนำเรียนในวาระ ๑ นะครับว่าเจตนารมณ์ของท่านที่ตั้งใจจะวินิจฉัยในวันดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั้น ลึก ๆ ท่านคิดอะไรผมไม่อาจทราบได้ครับ แต่คำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะในคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นได้บอกให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ภายใน ๓๖๐ วัน นับจากวันที่มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ ผมเข้าใจว่าจะตรงกับวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นี้ครับ ก่อนวันวาเลนไทน์ (Valentine) ใกล้เคียงกับวันมาฆบูชาซึ่งไม่ได้มีนัยใด ๆ กับกฎหมาย ฉบับนี้ทั้งสิ้นครับ แต่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องขอสงวนไว้ครับ โดยผมขออนุญาตที่จะใช้ข้อความว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ด้วยเหตุผล ๒ ประการเพิ่มเติมดังนี้ครับ🔗

ในประการที่ ๑ ท่านประธานครับผมคิดว่าเป็นหลักการโดยทั่วไปที่เวลา ที่มีการแก้ไขกฎหมายฉบับใดก็แล้วแต่ ระยะเวลาของการเตรียมตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นั้นล้วนมีนัยสำคัญ ในบทบาทของคณะกรรมาธิการเองวันนี้ผมยังไม่ทราบเลยว่า ณ ขณะนี้ มีผู้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ที่ค้างอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนจำนวน เท่าไร ที่ค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาของพนักงานอัยการจำนวนเท่าไร ที่ค้างอยู่ในชั้น การพิจารณาของศาลยุติธรรมซึ่งยังไม่ได้มีการลงคำพิพากษาอีกจำนวนเท่าไร หรืออาจจะมี ผู้กระทำความผิดซึ่งจริง ๆ ไม่ควรจะนับว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิดด้วยซ้ำตามมาตรา ๓๐๑ นั้นอยู่ในการคุมขังของเรือนจำอีกจำนวนเท่าไร ยังไม่มีผู้ใดที่จะตอบหรือชี้แจงว่าหากมี การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ซึ่งหลักการทางกฎหมายนั้นเมื่อมีกฎหมายใหม่ออกมาบังคับ ใช้ย่อมเป็นคุณกับผู้ที่ต้องคดีหรือถูกบังคับใช้ตามกฎหมายเดิมอยู่ เขาเหล่านั้นจะได้รับ การดำเนินการอย่างทันท่วงทีตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานหรือไม่ ฉะนั้น นี่เป็นสิ่งที่ต้องยืนยันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าวันนี้ ไม่ว่าสภาแห่งนี้จะผ่านกฎหมาย ออกไปอย่างไรหรือไม่ผ่านก็แล้วแต่ท่านต้องเตรียมตัวหรือท่านต้องมีข้อมูลของผู้ที่กำลัง ถูกดำเนินการตามมาตรา ๓๐๑ ในระยะเวลา ๓๐ วันซึ่งไม่มากนัก นั่นเป็นเหตุผล ประการที่ ๑ ครับ🔗

เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ มาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๓๐๕ ของประมวลกฎหมายอาญานั้นได้กำหนดให้มีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในกฎหมายอาญา ฉบับนี้อยู่ ๒ หน่วยงานซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในกฎหมายอาญาความผิดเกี่ยวกับการทำแท้งครับ หน่วยงานที่ ๑ คือแพทยสภาซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ที่คณะกรรมาธิการ มีการแก้ไขนั้นได้ระบุว่าแพทย์ที่จะทำให้มีความผิดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา แพทยสภาก็มาชี้แจงในกรรมาธิการว่ามันมีข้อบังคับแพทยสภาที่ออกตามมาตรา ๓๐๕ เดิม ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ อยู่แล้วนะ แต่ผมถามแล้วถามอีกว่าตกลงแพทยสภาผมยังไม่รู้ ว่าชุดเดิมที่กำลังรักษาการอยู่หรือชุดใหม่ที่กำลังมีการลงคะแนนไปแล้ว ได้รายชื่อคุณหมอ ฉันชายเป็นอันดับ ๑ คุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นอันดับ ๒ ไม่รู้ว่าจะเข้ามาสู่ดำรง ตำแหน่งกรรมการแพทยสภาเมื่อไร แต่ท่านไม่เคยตอบในกรรมาธิการว่าท่านจะแก้ไข ข้อบังคับแพทยสภา ปี ๒๕๔๘ ให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่กำลัง จะออกไปหรือไม่ ผมจำเป็นต้องขอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗

หน่วยงานที่ ๒ ที่กำลังจะถูกระบุในมาตรา ๓๐๕ ก็คือกระทรวงสาธารณสุข ที่บอกว่าหลักเกณฑ์และวิธีการในการยุติการตั้งครรภ์ของกรณีผู้หญิงที่อายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ ซึ่งผมไม่ได้เห็นด้วยในอายุครรภ์ ๒๐ สัปดาห์นั้น ให้เป็นไปตามการเข้ารับการปรึกษาทางเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกระทรวง สาธารณสุข ร่างกฎหมายที่ผ่านกรรมาธิการไม่ได้บอกแค่กระทรวงสาธารณสุขด้วยนะครับ ไปบอกต้องภายใต้คำแนะนำของแพทยสภาบวกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น แต่เดิมผมเข้าใจว่ามี ๕ หน่วยงานก็ตกใจแล้ว แต่ปรากฏว่าวันนี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีอยู่ ๖ กระทรวง จะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นกระทรวงมหาดไทย จะเป็นกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านยังไม่ได้เคยมีการออกมาให้ข่าว ออกมาแถลง ออกมาชี้แจงว่าท่านเตรียมจะแก้ไข หลักเกณฑ์และวิธีการของกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมารองรับตามมาตรา ๓๐๕ นั้น ได้อย่างไร ด้วยเหตุผลทั้ง ๒ ประการนั้นที่ผมได้นำเรียนท่านประธานครับ ผมคิดว่ากรณี ที่การให้กฎหมายมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๓๐ วันที่ผมได้ตั้ง ข้อสงวนไว้นั้น มีนัยสำคัญครับที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ในรอบ ๖๐ ปีของกฎหมาย อาญานั้นเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้อาจจะมีผู้หญิงที่ถูก ดำเนินคดีอยู่โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เตรียมการรองรับดังกล่าว ต้องขออนุญาตท่านประธาน ขอคำชี้แจงจากกรรมาธิการเพิ่มเติมครับ และเดี๋ยวผมจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่ายังยืนยัน ที่จะสงวนหรือถอนข้อสงวนของผมหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการ หรือผู้ชี้แจงนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสันติ กีระนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สันติ กีระนันทน์ ครับ ในประเด็นดังกล่าวที่ท่านกรรมาธิการ ผู้สงวนความเห็นได้แสดงความไม่เห็นด้วยในมาตรา ๒ ดังกล่าวนั้น กระผมกราบเรียน อย่างนี้ครับ จะมีผู้แทนของคณะกรรมาธิการ ๒ ท่าน ที่จะขอความกรุณาท่านประธาน ในการชี้แจง โดยที่ท่านแรกก็คือ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก ซึ่งท่าน เป็นผู้แทนแพทยสภา จะชี้แจงในประเด็นที่ ๑ ว่าแพทยสภานั้นมีความพร้อมแค่ไหน หรือว่า ในหลักเกณฑ์เดิมที่แพทยสภาได้มีการออกหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ นั้น มีความขัดหรือแย้ง หรือว่าครอบคลุมกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ครั้งนี้เพียงแค่ไหนนะครับ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗

ส่วนท่านที่ ๒ นะครับ ที่เป็นประเด็นทางกฎหมายว่าหากมีหน่วยงาน ที่เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ๖ หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๖ หน่วยงานนั้น ถ้า ๖ หน่วยงานนั้นไปทำงานแล้วมีความไม่พร้อม หรือว่ามีความผิดพลาด ในประการใดนั้น ทางปฏิบัติจะมีทางออกอย่างไร ก็จะขอให้ผู้แทนของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ก็คือคุณนริศรา แดงไผ่ ได้กรุณาชี้แจงทั้ง ๒ ประเด็นครับ ขอกราบเรียนเชิญท่านกรรมาธิการตัวแทนทั้ง ๒ ท่านครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญเลยครับ🔗

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ข้าพเจ้า แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก นะคะ เป็นกรรมาธิการ แล้วก็ มาในนามเป็นตัวแทนของนายกแพทยสภา วาระนี้เลือกตั้งแล้วแต่ว่าคณะชุดใหม่ยังไม่ได้ เริ่มทำงาน แต่ตัวเองก็ได้เป็นกรรมการแพทยสภาชุดใหม่ด้วยนะคะ🔗

ในประเด็นที่ได้มีการอภิปรายในเรื่องของข้อบังคับแพทยสภาที่ถูกอ้างอิง ก็เรียนให้ทุกท่านทราบว่ากฎเกณฑ์ของข้อบังคับแพทยสภาที่มีใช้อยู่เดิม ครอบคลุม แม้กระทั่งในร่างใหม่ที่ได้พิจารณากัน แล้วก็ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ขัดหรือแย้งกับร่างที่เราได้ พูดคุยกัน ก็คิดว่าสามารถจะมาสอดรับและทำงานประสานกันได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ เชิญเลยครับ🔗

นางสาวนริศรา แดงไผ่ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านผู้มีเกียรตินะคะ ดิฉัน นริศรา แดงไผ่ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ขออนุญาตเรียนชี้แจงในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป นอกจากเรื่องของหลักเกณฑ์ แพทยสภาที่ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติซึ่งสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ก็ยังมีประเด็นในเรื่อง ของการออกกฎหมาย คือตามมาตรา ๓๐๕ (๕) ที่บัญญัติให้หญิงมีครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ ถ้าเกิดจะยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ จะต้องมีการให้คำปรึกษา ทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มาตรา ๓๐๕ เป็นบทบัญญัติที่กำหนดเป็นข้อยกเว้น ให้หญิง คือผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๒ คือผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมให้ไม่ต้องรับผิดถ้าเป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำ ซึ่งกรณีนี้มาตรา ๓๐๕ เป็นการให้ สิทธิกับผู้กระทำความผิดถ้าเข้าเงื่อนไขตามนี้แล้วก็ไม่ต้องมีความผิด จะไปสอดคล้องกับ พ.ร.บ. หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งบัญญัติไว้ว่าในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้สิทธิประโยชน์กับประชาชน แม้ว่าจะมี การดำเนินการที่จะต้องมีการออกกฎหรือว่าดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ ถ้ายังไม่มีการดำเนินการก็ให้บทบัญญัตินั้นใช้บังคับได้ทันที แม้จะไม่มีกฎ หรือมีการดำเนินการดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นเรื่องประโยชน์ ดังนั้นแล้วในการที่จะมี ข้อกังวลเกี่ยวกับว่าปัญหากฎหมายนี้จะใช้บังคับไม่ทัน ในประเด็นนี้จึงไม่มีค่ะ🔗

แล้วอีกประเด็นหนึ่งด้วยค่ะ เนื่องจากว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ โดยให้คำวินิจฉัยที่ว่ามาตรา ๓๐๑ สิ้นผล ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๘ คือกรณีที่บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในร่างกาย และให้คำวินิจฉัยมีผลใช้บังคับ ภายในสามร้อยหกสิบวัน นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย คือจะครบกำหนดในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นี้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่กฎหมายนี้จะต้องมีผลใช้บังคับในทันที เพื่อให้เกิดความแน่นอนในการบังคับใช้ ในขณะเดียวกันถ้าเกิดมีปัญหาในเรื่องของคดีความ เกิดมาในขณะที่ไม่มีกฎหมายใช้บังคับก็จะมีปัญหาในเรื่องตีความด้วยค่ะ เห็นว่าควรที่จะ กำหนดตามร่างที่รัฐบาลเสนอค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านกรรมาธิการ ณัฐวุฒิพอใจไหมครับท่านครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

นิดเดียวครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ผู้สงวนความคิดเห็นครับ ผมยังมั่นใจและเชื่อมั่นว่ากรรมการแพทยสภาชุดใหม่จะต้องมี การแก้ไขข้อบังคับปี ๒๕๔๘ ให้สอดรับแน่นอนครับ ส่วนกระทรวงที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น วันนี้นะครับ กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ออก กฎกระทรวงรองรับกฎหมายแม่บทฉบับเก่าที่ออกไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เลยครับ ผมเองยัง คลางแคลงใจว่าถ้าท่านต้องมารับผิดชอบตามกฎหมายฉบับนี้แล้วท่านจะให้คำแนะนำ ต่อกระทรวงสาธารณสุขทันท่วงทีหรือไม่ แต่เพื่อเป็นการเปิดช่องให้กับผู้หญิงเข้าถึง การตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การทำแท้งเสรีไม่มีนะครับ เรากำลังพูดถึงการยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย ผมเองไม่ติดใจข้อสงวนความเห็นของผมครับ ขออนุญาตถอนครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ก็ถือว่ามาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข ผู้สงวนความเห็นได้ขอถอนนะครับ ก็ผ่านไปมาตรา ๓ ครับ🔗

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ แก้ไข มาตรา ๓๐๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มาตรานี้มีทั้งแก้ไข นะครับ แล้วก็มีทั้งกรรมาธิการสงวนความเห็น แล้วก็มีผู้แปรญัตติครับ เพราะฉะนั้นคงใช้ เวลาให้กรรมาธิการที่มีความประสงค์จะให้ความเห็นในการสงวนความเห็นได้ชี้แจงต่อ ที่ประชุมนะครับ ท่านประธานมีอะไรก่อนไหมครับ หรือจะให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ได้อภิปรายเลย ขอเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ขอเชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน แล้วก็ ท่านกรรมาธิการทุกท่าน ดิฉัน รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล กรรมาธิการค่ะ และผู้ประสานงานของเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ซึ่งเป็น เครือข่ายภาคประชาสังคมทำงานร่วมกับภาครัฐ มีสมาชิกประมาณ ๘๐ องค์กร เป็นโรงพยาบาลของรัฐเสียประมาณครึ่งหนึ่ง เป็นหมอ เป็นพยาบาล เป็นนักวิชาการ ทำงานเพื่อช่วยส่งต่อผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ให้เข้าถึงบริการการยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย รวมทั้งผู้ซึ่งต้องการตั้งครรภ์ต่อสามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ แล้วก็ มีการคลอดอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้มีประชากรที่มีคุณภาพ มาตราที่ดิฉันขอสงวนและ แปรญัตติไว้คือมาตรา ๓๐๑ ซึ่งเป็นมาตราที่ดิฉันอยากจะเรียกว่าเป็นมาตราเดียวในประมวล กฎหมายอาญาที่ขยี้หัวใจผู้หญิงมาก เป็นมาตราเดียวที่ผู้กระทำความผิดไม่ใช้คำว่า บุคคล แต่ใช้คำว่า ผู้หญิง เป็นมาตราเดียวที่ทำให้เห็นว่าผู้หญิงซึ่งเขาตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาชีวิต ตัวเองถูกรัฐมองว่าเป็นการทำผิดอาชญากรรม เหตุผลอันนี้เป็นเหตุผลข้อที่ ๑🔗

เหตุผลข้อที่ ๒ มาตรานี้ได้ชื่อว่าเป็นมาตราที่เป็นอาชญากรรมที่ไม่มีเหยื่อ ภาษาอังกฤษเรียกว่าวิกทิมเลสไคร์ม (Victimless Crime) นั่นคือผู้หญิงไม่ได้ไปทำร้ายใคร ไม่ได้ไปทำผิดกับใครเลย ผู้หญิงตั้งใจตัดสินอยู่เหนือเนื้อตัวร่างกายของตนเอง เพราะเนื่องจากว่าเขาตั้งท้องแล้วเป็นท้องที่ไม่พร้อม ซึ่งอาจจะมาจากสาเหตุนานาประการ คำว่า ท้องไม่พร้อม เป็นภาษาไทยมาจากงานวิจัยที่เราพบว่าผู้หญิงไทยไม่ได้คิดแบบ ฝั่งตะวันตกที่มองว่าเป็นท้องที่ไม่พึงประสงค์ เป็นท้องที่ไม่ได้วางแผน เป็นท้องที่ไม่ต้องการ เพราะจากงานวิจัยที่เราทำเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเราพบว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาตั้งท้องแล้วต้องการ ยุติการตั้งครรภ์นั้นเขาให้เหตุผลว่าท้องของเขานั้นเป็นท้องที่ไม่พร้อม ภาษาอังกฤษ ไม่มีนะคะ อันเรดี เพรกแนนซี (Unready Pregnancy) ไม่มีนะคะ มันเป็นสิ่งซึ่งผู้หญิงใช้ วาทกรรมของตัวเองในการที่จะบอกกับสาธารณชนว่าฉันท้องไม่พร้อมนะ ดิฉันอยากจะให้ ท่านผู้แทนแล้วก็ใครก็ตามที่ฟังเรื่องนี้อยู่โปรดสังเกตว่าคนจนขายซี่โครงตัวเองลงไทยรัฐ หน้าหนึ่งเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาผิดไหมคะ ไม่ผิดค่ะ คนฆ่าตัวตายทำร้ายร่างกายตัวเองจนถึงแก่ชีวิตแล้วบังเอิญไม่ตายผิดไหมคะ ไม่ผิดค่ะ แล้วทำไมเมื่อผู้หญิงตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ตัวเองกฎหมายจึงเอาผิดเขา เป็นอาชญากรรม🔗

เหตุผลข้อที่ ๓ ทิศทางของโลกสมัยใหม่ปัจจุบัน ถ้าท่านไปติดตามเรื่องนี้ดู ท่านจะพบว่าประเทศต่าง ๆ ได้ทำการยกเลิกการลงโทษผู้หญิงไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่าทิศทางของโลกสมัยใหม่เป็นทิศทางที่ไวยากรณ์ชีวิตของสังคมที่สำคัญที่สุด คือเรื่องสิทธิมนุษยชน ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง ท่านใช้คำทันสมัยมากนะคะ เรื่องนี้ขัดกับ มาตรา ๒๘ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นแล้วดิฉันคิดว่าการที่เรายังคง มาตรานี้ไว้คือการที่เรามองว่าการทำแท้งคืออาชญากรรม แล้วเป็นอาชญากรรมที่ผู้หญิง กระทำต่อตัวเอง มองอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลค่ะ สิ่งที่จะเปลี่ยนเรื่องนี้ได้แล้วองค์การอนามัยโลก ได้แนะนำไว้แล้วนานมากแล้วว่าการทำแท้งหรือการยุติการตั้งครรภ์นั้นคือบริการสุขภาพ อะบอร์ชัน อีส เฮลท์แคร์ (Abortion is healthcare) นะคะ ถ้าสมมุติว่าสังคมไทยมองว่า การยุติการตั้งครรภ์เป็นเรื่องของบริการสุขภาพ เป็นเรื่องซึ่งผู้หญิงเขาเจ็บป่วยเขาเข้าบริการ สุขภาพ ข้อเท็จจริงในประเทศไทยคือหมอที่ยินดีและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้หญิงมีไม่มากนัก สังคมไทยบังคับหมอไม่ได้ ประทานโทษ สังคมอื่นก็บังคับไม่ค่อยได้นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว ในหมอจำนวนไม่มากที่ยุติการตั้งครรภ์ให้ผู้หญิง ต้องขอบพระคุณหมอทุกท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งงานของกรมอนามัยที่มีเครือข่ายอาสาที่ตั้งมาเมื่อปี ๒๕๕๗ ปัจจุบันการยุติ การตั้งครรภ์สามารถจะเบิกได้เป็นสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สปสช. จ่ายถ้าคีย์ (Key) เบิกในโรงพยาบาลของรัฐนะคะ ประกันสังคมจ่ายนะคะแต่ประกัน ของราชการดิฉันไม่ค่อยแน่ใจ ดิฉันเป็นข้าราชการเอง แล้วก็ตอนนี้ก็ท้องไม่ได้แล้วด้วยนะคะ แต่ดิฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าประกันของสิทธิราชการจะครอบคลุมเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ดิฉันขอเสนอต่อที่ประชุมว่าเพื่อให้เราเปลี่ยนวิธีคิด แล้วเราคุ้มครองสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน ที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงก็คือขอให้ยกเลิกมาตรา ๓๐๑ เลิกเอาผิดกับผู้หญิงที่เขาต้องการยุติ การตั้งครรภ์ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ กรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นต่อไปก็เชิญนะครับ หลังจากกรรมาธิการสงวนความเห็นเสร็จแล้วก็จะเป็น ผู้แปรญัตติ แต่ว่าเนื่องจากมาตรานี้แก้ไข ก็จะมีสมาชิกเข้าชื่ออภิปรายได้ครับ ขณะนี้ส่งชื่อ มาแล้ว ๔ ท่าน ก็เชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมจำเป็นต้องสงวนความเห็นเป็นเสียงข้างน้อยในกรรมาธิการในการแก้ไขประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๓๐๑ ครับ ผมอยากจะย้ำประเด็น ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านอาจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล ท่านได้ย้ำไปแล้วว่านี่เป็น มาตราเดียวในประมวลกฎหมายอาญาในประเทศไทย ไม่ว่าท่านจะลอกมาจากประเทศใด ๆ ก็แล้วแต่ แต่การบังคับใช้นั้นไปลงโทษต่อเนื้อตัวร่างกายของคนที่ตัดสินใจในชีวิตร่างกาย ของตนเอง ผมอ่านประเด็นวิวาทะเช้านี้เรื่องคนละครึ่งก็แบบเดียวกันเลยครับ กรณีของ ผู้หญิงจำนวนมากที่เข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์แล้วเขาไปไม่ถึงกระบวนการยุติ การตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยนั้น หลายคนต้องรวบรวมเงิน หลายคนต้องเก็บสตางค์ หลายคน ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน นั่นคือสภาพความเป็นจริงในสังคมไทยครับ แต่เมื่อกฎหมายนั้นไปลงโทษเขา ซึ่งผมได้เคยบรรยายแล้วก็พูดคุยในวาระหนึ่งไปแล้วว่าผมมั่นใจว่าในสภาแห่งนี้ อย่างน้อยที่สุด ผมก็คนหนึ่งที่เคยเข้าไปดูน้องผู้หญิงอายุ ๑๗ ปีที่ซื้อยาเหน็บแล้วแท้งออกมาตอน ๗ เดือน แล้วถูกดำเนินคดีข้อหาตามมาตรา ๓๐๑ ในขณะที่เขากำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ราชวิถี ผมเคยไปดูน้องผู้หญิงอายุ ๑๖ ปี ซึ่งภาพวงจรปิดจับภาพเขาในขณะที่กำลังทิ้งทารก ซึ่งคาดว่าแท้งออกมาแล้วเสียชีวิตแล้วลงไปในถังขยะ แล้วเขาเองก็ถูกดำเนินคดีแม้ข้อหา ไม่ใช่ตามมาตรา ๓๐๑ ครับ ฉะนั้นการยกเลิกมาตรา ๓๐๑ นั้นมีนัยสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิ ในเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิงสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นอย่างยิ่งครับ🔗

แต่อย่างไรก็ตามครับ ประเด็นที่ผมสงวนไว้นั้นผมขอแก้ไขและเพิ่มข้อความไป ในมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง เพราะเหตุที่ว่าร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขมา มีการเพิ่ม (๕) หรืออนุมาตรา ๕ ในมาตรา ๓๐๕ เข้าไป บอกว่ากรณีอายุครรภ์เกิน ๑๒ แต่ไม่เกิน ๒๐ นั้น สามารถทำได้โดยกระบวนการแบบใด ประการใด ซึ่งจั่วหัวของมาตรา ๓๐๕ นั้นพูดถึงกรณี ของแพทย์ที่เป็นผู้กระทำ แล้วถือเป็นเหตุยกเว้นโทษว่าแพทย์ที่เป็นผู้กระทำไม่มีความผิดครับ ในทฤษฎีทางกฎหมายอาญาเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ผมเองเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี ๒๕๓๘ ก็บอกกฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด กรรมาธิการพยายามจะชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องเขียนมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง เพราะเหตุที่ว่ากรณีการยกเว้นโทษที่เขียนในมาตรา ๓๐๕ แต่ต้นนั้นหมายรวมถึงแพทย์ และผู้กระทำความผิด แต่ในเมื่อกฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด ผมจำเป็นต้องเพิ่ม มาตรา ๓๐๑ วรรคสอง ดังข้อความต่อไปนี้ครับท่านประธาน ก็คือ กรณีเว้นแต่หญิงใด ซึ่งมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์แต่ไม่เกินยี่สิบสี่สัปดาห์ อายุครรภ์ต่างกันแล้วนะครับ กับร่างที่ผ่านการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ที่ได้รับการตรวจ และคำปรึกษาทางเลือก และการยุติการตั้งครรภ์นั้นเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ไม่จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์วิธีการของกระทรวง สาธารณสุข ไม่จำเป็นต้องมีกฎกระทรวงอื่น ๆ ที่อาจจะออกกฎระเบียบต่าง ๆ ให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่เพิ่มขั้นตอนกระบวนการ จนท้ายที่สุดผู้หญิงไม่อาจเข้าถึงกระบวนการยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย และผมใช้กรณีข้อความดังกล่าวนั้นให้ถือว่าการดำเนินการตามวรรคสองนี้ หญิงนั้นไม่มีความผิด ผมอยากจะเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับท่านประธานว่า กรณีการอ่าน ประมวลกฎหมายอาญานั้นถึงแม้ท่านอาจจะบอกว่ากฎหมายเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคน ต้องรู้ต้องเข้าใจทุกมาตรา แต่ในความเป็นจริงคนทุกคนไม่ได้อ่านกฎหมาย ขนาดพวกเรากันเอง บางครั้งการตีความกฎหมายข้อความเดียวกันก็อาจจะตีความไม่เหมือนกัน หากจะมี ข้อความเฉพาะวรรคหนึ่งที่เขียนว่าหญิงที่อายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ เชื่อได้เลยครับว่า ในกระบวนการทางปฏิบัติจริง ๆ จะเป็นผู้หญิง จะเป็นครอบครัวของเขา จะเป็นคนที่ เกี่ยวข้อง จะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ก็มีสายด่วน เช่น ๑๖๖๓ มีเครือข่ายท้องไม่พร้อม มีกลุ่มทำทาง หลายกลุ่มที่ให้คำปรึกษาทางเลือกกับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม กฎหมายเขียน แต่เพียงว่าหญิงใดอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ พออายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ เขาไม่เดิน เข้าหาระบบบริการของกระทรวงสาธารณสุขครับ พออายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ปุ๊บ เขาไม่เดินเข้าหาหน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนบางครั้งของการตั้งครรภ์ไม่ได้เดินไป ที่สาธารณสุขนะครับ แต่เดินไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบอกว่าฉันถูกละเมิดทางเพศแล้ว อาจจะตั้งครรภ์ ฉะนั้นด้วยเหตุดังกล่าวการจะเพิ่มข้อความไปแต่เพียงวรรคเดียว เป็นวรรคสอง เพิ่มเข้ามาในมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง ระบุให้ชัดเจนไปเลยว่าหญิงใดตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ เกิน ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๔ สัปดาห์ แล้วได้รับการยุติการตั้งครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของ แพทยสภานั้นก็ให้ถือว่าไม่มีความผิดเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าการเขียนข้อความให้ครบถ้วน เป็นหลักการ เป็นปรัชญาทางกฎหมายครับ เป็นการไม่ให้เกิดการตีความที่อาจจะเปลี่ยนแปลง ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ และในท้ายที่สุดอย่างที่ผมย้ำมาตั้งแต่มาตรา ๒ ที่ผมได้นำเรียน มาตรา ๓ ก็แบบเดียวกันครับว่าการเขียนแบบนี้นั้นจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิของผู้หญิง ที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างแท้จริง ก็ขอความเห็นของที่ประชุมแห่งนี้ว่า ท่านเห็นด้วยกับข้อสงวนความเห็นที่ผมได้เสนอหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นที่มีความเห็นว่าควรคงไว้ตามร่างเดิม จะมีผู้ใดอภิปรายไหมครับ มีหลายท่าน ในที่นี้ เชิญเลยครับ🔗

นางสาวนริศรา แดงไผ่ กรรมาธิการ

ขออนุญาตค่ะท่านประธาน ดิฉัน นริศรา แดงไผ่ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ขออนุญาต เรียนชี้แจงถึงการกำหนดประเด็นแรกของมาตรา ๓๐๑ ก็คือเรื่องของการกำหนดระวางโทษ ที่มีผู้ตั้งข้อสงวนว่าเห็นควรที่จะแก้ไขให้ลดจากร่างที่รัฐบาลเสนอคือจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็น จำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขออนุญาตเรียนว่าในร่างมาตรา ๓๐๑ เป็นบทบัญญัติ ความผิดฐานทำแท้ง ซึ่งอยู่ในหมวด ๓ ในลักษณะสิทธิความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ซึ่งความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายเป็นความผิดที่ร้ายแรงเพราะมีผลกระทบกับชีวิต และร่างกาย ระวางโทษจะสูงคือตั้งแต่ประหารชีวิตจนกระทั่งถึงจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ร่างที่รัฐบาลเสนอเราเห็นว่าควรที่จะลดระวางโทษจำคุกสำหรับหญิงที่ทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนเองแท้งลูก ให้ระวางโทษจากปัจจุบันคือจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ลงมาถึง ๖ เดือนเพราะมองว่าเป็นกรณี ที่หญิงก็ได้รับ คือได้ถูกกระทำอยู่แล้ว คือมีอันตรายต่อร่างกายของตัวเองเนื่องจากการทำแท้ง เพราะฉะนั้นแล้วก็ควรที่จะมีการลด ระวางโทษให้ลงมาด้วย แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมองในลักษณะเป็นการป้องปรามด้วย เพราะว่าความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดฐานทำแท้งนี้อย่างไรก็ตามก็ยังกระทบต่อร่างกาย ของหญิง แล้วก็ยังมีผลต่อชีวิตของทารกในครรภ์ การที่จะมาพิจารณาว่าระวางโทษใดที่จะ เหมาะสมเราก็ต้องมานั่งดูว่าในความผิดในลักษณะชีวิตและร่างกายนั้นควรจะเป็นได้เท่าไร มาพิจารณาก็คือดูในมาตรา ๒๙๗ ความผิดฐานผู้ใดทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตราย สาหัส ซึ่งใน (๕) จะมีเรื่องของการทำแท้งและระวางโทษ คือจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน จนกระทั่ง ถึง ๑๐ ปี ซึ่งระวางโทษสูงและให้ลงโทษปรับด้วย ดังนั้นเราก็มองว่าระวางโทษที่น่าจะเหมาะสม ในเรื่องของการทำแท้งก็ควรที่จะมาเอาที่ต่ำสุดเลยคือจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอันนี้ก็คือจะสอดคล้องในความผิดลักษณะที่ ๑๐ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย แล้วก็เหมาะสมในเรื่องของความผิดฐานทำแท้ง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการป้องปรามนะคะ เพราะมันก็เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคมอยู่แล้วค่ะ อันนี้ เป็นประเด็นแรกนะคะ🔗

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ทางท่านณัฐวุฒิถาม ขออนุญาตนะคะที่ได้เอ่ยนาม ก็คือท่านได้เห็นว่าควรที่จะมีการแก้ไขนะคะ เพิ่มวรรคสองในมาตรา ๓๐๑ ความผิดฐาน หญิงทำให้ตนเองแท้งลูก เลยมองว่าเราควรที่จะมากำหนดข้อยกเว้นไว้ในมาตรา ๓๐๑ ให้เห็นภาพทั้งหมด อันนี้ขอเรียนชี้แจงค่ะว่าความผิดฐานทำแท้งในหมวดที่ ๓ มันจะมี ทั้งหมด ๕ มาตรา🔗

ตั้งแต่มาตรา ๓๐๑ ก็คือพูดถึงว่าเป็นกรณีที่หญิงทำแท้งให้กับตนเอง หรือให้ผู้อื่นทำแท้งให้กับตน มีความผิดต้องระวางโทษคือหญิงนั้นเป็นผู้กระทำความผิด🔗

มาตรา ๓๐๒ พูดถึงบทบาทความผิดด้วยเช่นกัน เป็นกรณีที่ผู้อื่นทำแท้ง ให้กับหญิง โดยหญิงยินยอม ผู้อื่นมีความผิดระวางโทษคือต้องรับผิดนะคะ อันนี้ก็เป็นฐาน ความผิดในมาตรา ๓๐๒🔗

มาตรา ๓๐๓ เป็นกรณีที่ผู้อื่นทำแท้งให้กับหญิง โดยหญิงไม่ยินยอม มีความผิดต้องระวางโทษ อันนี้ก็เป็นฐานความผิด🔗

ส่วนในมาตรา ๓๐๔ เป็นการกำหนดกรณีที่ผู้ใดพยายามทำแท้ง ผู้ใดนั่นก็คือ กรณีหญิงนั้นเองพยายามทำแท้ง หรือว่าผู้อื่นตามมาตรา ๓๐๒ วรรคหนึ่ง คือพยายาม ทำแท้ง ถ้าเกิดว่าทำแท้งไม่สำเร็จนี่ก็คือไม่ต้องรับโทษนะคะ🔗

แล้วก็มาตรา ๓๐๕ อันนี้เป็นการกำหนดเหตุยกเว้นให้ผู้กระทำไม่มี ความผิดเลย นั่นก็คือว่าเป็นกรณีตามมาตรา ๓๐๑ คือหญิงนั้นเอง คือหญิงผู้ที่ทำแท้ง หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นกรณีที่ผู้อื่นเป็นผู้ทำแท้งให้กับหญิง ซึ่งถ้าเกิดว่าเป็นการกระทำ ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา แล้วก็เป็นไปตาม (๑) คือเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายของหญิง (๒) เป็นกรณีเกี่ยวกับสุขภาพของทารก ในครรภ์นะคะ (๓) เป็นเรื่องของการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ (๔) เป็นกรณีที่หญิงยืนยัน ที่จะยุติการตั้งครรภ์ หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ทั้งหมด เหล่านี้จะเป็นกรณีที่เป็นเหตุยกเว้นให้ผู้กระทำไม่มีความผิด เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปเขียน ค่ะว่าในมาตรา ๓๐๑ มันจะอยู่ในวรรคสอง แต่ถ้าเกิดพิจารณาโครงสร้างทั้งหมดแล้ว ในความผิดฐานทำแท้งก็จะเห็นว่ากฎหมายได้บัญญัติเป็นโครงสร้าง พูดถึงความผิดตั้งแต่ มาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๒ มาตรา ๓๐๓ มาตรา ๓๐๔ ไม่ต้องรับโทษ แล้วก็มาตรา ๓๐๕ ไม่ต้องรับผิด อันนี้ก็คือมีความชัดเจนอยู่แล้ว ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ต่อไปกรรมาธิการธัญวัจน์ เชิญเลยครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ธัญได้สงวนความเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มวรรคสอง ในมาตรา ๓๐๑ ธัญขออนุญาตอ่านทบทวน นิดหนึ่งนะคะ เพื่อให้ที่ประชุมในที่นี้ได้เข้าใจนะคะ🔗

มาตรา ๓๐๑ วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติไว้ว่า หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ขณะมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท อันนี้นั่นหมายถึงว่าสังคมเราจะเปิดสิทธิให้ผู้หญิงอายุครรภ์ก่อน ๑๒ สัปดาห์นั้นมีสิทธิเลือก นั่นหมายถึงว่าหญิงนั้นจะซื้อยาในการยุติการตั้งครรภ์เอง หรือจะเดินเข้าพบแพทย์ นั่นก็เป็น สิทธิของผู้หญิงที่จะสามารถเลือกได้ ทีนี้ในวรรคสองที่ธัญขอเพิ่มเข้ามานะคะ วรรคสอง ดังกล่าวนี้ธัญพูดถึงเหตุยกเว้นความผิดของผู้หญิงค่ะ ธัญได้สงวนความเห็นไว้ว่าวรรคสอง บัญญัติว่า เว้นแต่หญิงใดยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ภายหลังสิบสองสัปดาห์ต้องได้รับ คำแนะนำและการยุติการตั้งครรภ์จากการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา หญิงนั้นไม่มีความผิดตามวรรคหนึ่ง ด้วยเหตุผล ๓ ประการ ดังนี้ค่ะท่านประธาน ด้วยเหตุผลของผู้หญิงนะคะ🔗

ก่อนอื่นสังคมไทยต้องเข้าใจก่อนว่าผู้หญิงที่ยุติการตั้งครรภ์ภายใน ๑๒ สัปดาห์นั้น มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้หญิงนั้นไม่ต้องการที่จะตั้งครรภ์ค่ะ แต่มีคนอีก จำนวนหนึ่ง มีผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ในสถิติของการยุติ การตั้งครรภ์นั้น ๓ เดือนแรก เขาต้องการที่จะตั้งครรภ์ ต้องการที่จะมีลูก แต่ภายหลัง ๑๒ สัปดาห์แล้วเขาเกิดอุบัติเหตุทางชีวิตค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ชายหรือสามีติดยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นสามีต้องเข้าคุก ไม่ว่าผู้หญิงที่มีผู้ชายบอกให้ตนเองรอนะคะว่าจะต้องรับผิดชอบ เขาจะรับผิดชอบ เขาจะกลับมาแต่เขาก็ไม่กลับมา มันฟังเหมือนนิยายใช่ไหมคะท่านประธาน แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ นะคะ มีผู้หญิงบางคนรอผู้ชายทำตามคำสัญญาถึง ๕ เดือนกว่า หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถจินตนาการว่ามันจะเกิดขึ้นจริงในชีวิตตนเอง อย่างเช่น การคุมกำเนิดนั้นผิดพลาด แล้วก็คิดว่าตนเองไม่ท้อง แล้วมาทราบว่าตนเองท้องภายหลัง ๑๒ สัปดาห์ นี่คือเหตุผลต่าง ๆ ในสังคมไทยที่เกิดขึ้นนะคะว่าผู้หญิงอีก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในสถิติของการยุติการตั้งครรภ์นั้น ตอนแรกตนเองต้องการที่จะตั้งครรภ์ แต่ภายหลังนั้น เกิดอุบัติเหตุทางชีวิตค่ะ นั่นคือเหตุผลที่ ๑ ที่เพิ่มวรรคสองนะคะ🔗

เหตุผลที่ ๒ ค่ะ วรรคสองที่ธัญเพิ่มนะคะ ส.ส. ทุกท่านคงจะได้อ่าน แล้วก็ จะเห็นว่าธัญไม่ได้กำหนดอายุครรภ์ ทำไมธัญถึงต้องใช้คำว่า ไม่กำหนดอายุครรภ์ เพราะว่า ข้อมูลทางการแพทย์เปลี่ยนไปตลอดเวลา วันนี้ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) บอกว่า ๒๒ สัปดาห์ บวกลบสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ขึ้นอยู่กับข้อมูล ทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาไปทุกปี การที่ธัญไม่ได้กำหนดในเรื่องของอายุครรภ์ก็เพื่อให้ ทางแพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุขได้ดูข้อมูลที่อัปเดต (Update) เพราะว่าวันหนึ่ง มันอาจจะมีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วก็มีข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นการบัญญัติกฎหมายอาญาที่จะต้องมากำหนดกันใหม่ ตลอดเวลาก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เราควรจะทำกันถูกไหมคะ เราควรที่จะต้องอิงกับข้อมูล ของโลกใบนี้นะคะ นั่นก็คือเหตุผลที่ ๒ ค่ะ🔗

เหตุผลสุดท้ายเลยก็คือเรื่องของความปลอดภัยค่ะ ท่านจะเห็นว่าในสิ่งที่ ธัญบัญญัติแล้วก็สงวนความเห็นไว้นั้น ถ้าหญิงจะยุติการตั้งครรภ์ด้วยเหตุผลอื่น ๆ ภายหลัง ๑๒ สัปดาห์นั้น ธัญขอถึงความปลอดภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ คือผู้หญิงคนนั้น จะไม่มีความผิดเลยถ้าเกิดเขาเดินเข้ามาพบแพทย์ เพื่อที่จะให้คำปรึกษา แล้วก็ยุติ การตั้งครรภ์จากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมค่ะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดภายหลัง ๑๒ สัปดาห์ เป็นต้นไปในการยุติการตั้งครรภ์ ผู้หญิงยิ่งต้องการแพทย์ ยิ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มี ความชำนาญ ต้องการความปลอดภัยสูงสุด นี่คือสิ่งที่เราคำนึงถึงแล้วก็เป็นห่วงว่าผู้หญิงนั้น จะยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะฉะนั้นในการบัญญัติวรรคสองนี้ผู้หญิง จะไม่มีความผิดเลย แต่ขอให้เดินเข้ามาสู่แพทย์เพื่อยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยค่ะ นี่คือ ๓ เหตุผลในการที่ธัญยกมาตรา ๓๐๑ ให้มีวรรคสองค่ะ🔗

สรุปแล้วนะคะ ธัญเห็นด้วยกับคุณณัฐวุฒินะคะว่าการบัญญัติกฎหมายนั้น ก็ควรจะมีความชัดเจนลงไปเลย แน่นอนค่ะ อย่างที่คุณณัฐวุฒิพูด ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนะคะ การอ่านกฎหมายนั้นประชาชนทุกคนรัฐก็อาจจะมองว่าประชาชนทุกคนจะต้อง รู้อยู่แล้ว แต่สำหรับธัญ ธัญคิดว่าการที่เราบัญญัติมาตรา ๓๐๑ และยกเว้นความผิดของผู้หญิง ในมาตรา ๓๐๑ และจบไปในมาตรา ๓๐๑ เลย และมาตรา ๓๐๕ ที่กฤษฎีกาหรือคณะรัฐมนตรี ได้เสนอมาพูดถึงเหตุแห่งการยกเว้นธัญคิดว่ามาตรา ๓๐๕ นั้นน่าจะพูดถึงข้อยกเว้นของแพทย์ ที่ไม่มีความผิดอาญาค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ กรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นยังมีไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็จะให้ผู้แปรญัตติ ๒ ท่าน กฤษฎีกาเชิญครับ🔗

นางสาวนริศรา แดงไผ่ กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานนะคะ ขออนุญาตเรียนชี้แจง ในกรณีที่เรากำหนดมาตรา ๓๐๑ เรื่องของอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ เนื่องจากว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่ากรณีมาตรา ๓๐๑ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำวินิจฉัยขยายความได้ว่ารัฐจะต้องพิจารณามุ่งคุ้มครองสิทธิ ของหญิง และขณะเดียวกันก็ต้องดูแลสิทธิของทารกในครรภ์ด้วย ในการพิจารณาเราก็มองว่า อะไรคือความสมดุลกันระหว่าง ๒ สิทธินี้นะคะ เพราะฉะนั้นในการพิจารณาของคณะกรรมการ ปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเราก็ได้เชิญผู้แทน จากหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน ทั้งทางด้านสาธารณสุข ทางด้าน พม. ตำรวจ อัยการ ศาลต่าง ๆ มาร่วมกันให้ความเห็น แล้วก็ทางแพทยสภาก็ได้มีความเห็นเช่นกันว่าในกรณี อายุครรภ์ที่ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์จะเป็นความสมดุล กล่าวคือเป็นกรณีที่หญิงนั้นเองสามารถ ทำแท้งได้เอง คือตามมาตรา ๓๐๑ นี่เป็นกรณีที่ให้สิทธิกับหญิงที่จะทำแท้งได้เองนะคะ โดยที่ เขาอาจจะซื้อยาเองอะไรต่าง ๆ ได้เอง เพราะฉะนั้นเราก็มองได้ว่าความปลอดภัยกับหญิง มันควรจะมีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ซึ่งในทางการแพทย์ก็จะมองว่าอายุครรภ์ไม่เกิน ๓ เดือน หรือ ๑๒ สัปดาห์นี้จะเป็นอายุครรภ์ที่ปลอดภัยสามารถทำได้ ในขณะเดียวกันในส่วนของ ทารกในครรภ์เองก็ไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตมาได้ เจริญเติบโตมีชีวิตมาได้ เพราะฉะนั้น ก็จึงมากำหนดไว้ที่ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ทีนี้พอเราดูมุ่งคุ้มครองสิทธิทั้ง ๒ อย่างนี้แล้วก็มี การนำเสนอร่างนี้อาจจะมีเราก็รับฟังทางเครือข่ายต่าง ๆ ด้วยที่มาให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่ว่าในท้ายที่สุดก็จะมองว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องดูแลคุ้มครองทั้ง ๒ สิทธิซึ่งเพื่อให้เป็นไปตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ก็จะให้ท่านประธาน เชิญเลยครับ🔗

นายสันติ กีระนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม สันติ กีระนันทน์ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาครับ เรื่องนี้ขออนุญาตชี้แจงข้อซักถาม แล้วก็สิ่งที่ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นไว้เพื่อความกระจ่างชัดของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาเพิ่มเติมสักเล็กน้อยนะครับ🔗

ประเด็นแรกที่ท่านกรรมาธิการนริศราได้กรุณาชี้แจงไปแล้วนี่นะครับ ผมอาจจะขออนุญาตขยายความให้ชัดอีกสักนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากในเรื่องนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานั้น ผมขออนุญาต ยกข้อความบางส่วนของคำวินิจฉัยนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการที่บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพที่จะกระทำการใด หรือไม่กระทำการใดต่อชีวิตและร่างกายของตน ตราบเท่าที่ การกระทำนั้นไม่ไปรบกวน หรือล่วงล้ำเข้าไปในสิทธิหรือเสรีภาพของผู้อื่น ประเด็นนี้ข้อบ่งชี้ ที่ชัดเจนก็คือศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ แต่เดิมนั้น คำนึงถึงสิทธิของทารกในครรภ์เพียงฝ่ายเดียว แต่ไม่คำนึงถึงสิทธิของหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงชี้ว่าการคุ้มครองสิทธิของทารกในครรภ์ และสิทธิของหญิงตั้งครรภ์ ต้องให้เกิดความสมดุลกัน โดยอาจจะต้องนำช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์มาเป็นหลักเกณฑ์ ในการพิจารณา เรื่องนี้ท่านกรรมาธิการนริศราได้ชี้แจงไปแล้วนะครับว่าความเห็นทางการแพทย์ที่กำหนด ๑๒ สัปดาห์นั้นเป็นการให้สมดุลใน ๒ สิ่งดังกล่าวนั้นอย่างเหมาะสม แล้วก็คำนึงถึง ความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์ ในขณะเดียวกันอาจจะมีข้อโต้แย้งของบางฝ่ายนะครับว่า สิทธิของทารกในครรภ์นั้นไม่มีจริง เพราะว่ายังไม่ได้ถือกำเนิดออกมานะครับ ซึ่งนั่นก็เป็น ความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ก็อย่างไรก็ดีในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนั้นได้ยึดเอา หลักแรกที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลของสิทธิทารกในครรภ์กับสิทธิของหญิงผู้ตั้งครรภ์ เป็นหลัก อันนั้นคือหลักที่ ๑🔗

หลักที่ ๒ นอกเหนือจากหลักการความสมดุลทางที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว อีกหลักหนึ่งที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่าที่ประชุมคณะกรรมาธิการทั้งหมดเลย นี่นะครับเป็นเอกฉันท์ เห็นว่าการที่เราพิจารณาเรื่องนี้ไม่มีหญิงคนใดเลยที่ต้องการตั้งครรภ์ เพื่อที่จะไปยุติการตั้งครรภ์ ดังนั้นใน ๒ หลักนี้จึงได้มาปรากฏในการพิจารณายกร่าง มาตรา ๓๐๑ ให้เป็นไปตามข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่คำนึงถึงความสมดุลของสิทธิ ทั้งสองนะครับ🔗

อีกประการหนึ่ง ถ้ายกเลิกมาตรา ๓๐๑ ออกไปเลย ผลที่ต่อเนื่องก็จะเป็นผล ที่ทำให้คำนึงถึงสิทธิของมารดาเพียงฝ่ายเดียว ของหญิงตั้งครรภ์เพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้คำนึงถึง สิทธิของทารกที่จะถือกำเนิดออกมาและเป็นบุคคลต่อไป🔗

ส่วนอีกข้อหนึ่งนะครับ มาตรา ๓๐๕ ครับ ที่จริงแล้วถ้าอ่านมาตรา ๓๐๕ เริ่มต้นมาตรา ๓๐๕ เขียนไว้โดยบอกว่า ขอหยิบเอกสารนิดหนึ่งนะครับ มาตรา ๓๐๕ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ มาตรา ๓๐๑ นั้นเป็นการกระทำ ผิดของหญิงผู้ตั้งครรภ์ มาตรา ๓๐๒ นั้นคือเป็นความผิดของผู้อื่นที่ทำให้หญิงนั้นแท้งลูก ดังนั้นนั่นหมายความว่ามาตรา ๓๐๕ นี่นะครับ ที่เป็นเหตุยกเว้นความผิดนั้น ยกเว้นความผิด ให้ทั้งมาตรา ๓๐๑ ก็คือหญิงผู้ตั้งครรภ์ และมาตรา ๓๐๒ ก็คือผู้อื่น ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา โดยในวรรคนี้บอกว่า ถ้ากระทำเช่นนั้นแล้ว ผู้กระทำไม่มีความผิด คำว่า ผู้กระทำไม่มีความผิด ก็หมายความว่า หญิงผู้ตั้งครรภ์ถ้าอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ หญิงนั้นก็ไม่มีความผิด ฉะนั้นเจตนารมณ์ ของมาตรา ๓๐๕ นั้นมิได้มุ่งไปที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้น ยังมุ่งไปที่หญิง ที่ยุติการตั้งครรภ์โดยที่อายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ด้วย ดังนั้นความกังวลใจที่จะต้อง ไปเขียนในวรรคสองของมาตรา ๓๐๑ นั้นเพื่อชี้ให้เห็นชัดว่าหญิงผู้ตั้งครรภ์นั้นก็ไม่มี ความผิดด้วยก็จึงไม่มีความจำเป็นนะครับ🔗

คำสงวนความเห็นถัดไปนี่นะครับ ที่พูดถึงเรื่องของหญิงผู้ตั้งครรภ์นั้น ถ้าจะยุติการตั้งครรภ์ควรจะเข้าสู่กระบวนการสาธารณสุข เรื่องนี้ต้องกราบเรียนว่าประมวล กฎหมายอาญานั้น โดยวิธีการตรากฎหมายนั้นก็คงต้องสั้น กระชับ และรัดกุม เพราะว่า ต้องมีการตีความอย่างเคร่งครัด ฉะนั้นแล้ววิธีการปฏิบัติอะไรทั้งหลายนั้น ถ้าจะเขียนให้ ยืดเยื้อ ยืดยาวเกินไปนี่ก็จะมีผลต่อการบังคับใช้ แต่แน่นอนครับคณะกรรมาธิการเห็น ประเด็นเดียวกันว่าไม่ว่าหญิงตั้งครรภ์ที่จะต้องการยุติการตั้งครรภ์หรือไม่ต้องการยุติ การตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามทุกคนควรจะสามารถเข้าถึงกระบวนการสาธารณสุขได้ ดังนั้น ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนครับ จะปรากฏอยู่ ในข้อสังเกต ข้อ ๕ และข้อ ๖ ที่ตั้งข้อสังเกตให้ผู้ปฏิบัติทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะรัฐมนตรีคงจะต้องนำข้อสังเกตนั้นไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรการ ทั้งหลายเชิงรุก เพื่อทำให้หญิงผู้ตั้งครรภ์และหญิงผู้เคราะห์ร้ายสามารถเข้าถึงกระบวนการ สาธารณสุขได้ เพื่อความปลอดภัยและบนหลักการที่ต้องไม่มีการกระทำซ้ำให้หญิงนั้น ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้เคราะห์ร้ายแล้วยังถูกกระทำซ้ำซากในความเคราะห์ร้ายเหล่านั้น ไม่จบไม่สิ้น ฉะนั้นแล้วนี่นะครับก็ขออนุญาตต้องกราบเรียนว่าที่ได้นำเสนอประกอบกับความเห็นของ ท่านกรรมาธิการผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาที่พูดถึงความสมดุลระหว่างโทษจำกับ โทษปรับนี่นะครับ กรรมาธิการจำนวนหนึ่งจึงได้สงวนความเห็นว่าขอให้กลับไปใช้ร่างเดิม ของคณะรัฐมนตรีที่นำเสนอต่อสภาครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ศาสตราจารย์วิบูลพรรณ กรรมาธิการ เชิญเลยครับ🔗

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก กรรมาธิการ

วิบูลพรรณนะคะ เป็นกรรมาธิการ แล้วก็เป็นกรรมการแพทยสภา ในประเด็นของอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์นะคะ ถ้าตามศาลรัฐธรรมนูญเขียนอย่างที่ ขออนุญาตเอ่ย ท่านสันติ ท่านก็บอกว่า ต้องมองสิ่งสมดุลระหว่างเด็ก หญิง แต่จริง ๆ แล้วต้องมีสิทธิของแพทย์ด้วยนะคะ ทุกคนลืม สิทธิของแพทย์ไปด้วยความน้อยใจนิดหนึ่ง ที่ ณ ปัจจุบันนี้ในอดีตที่ผ่านมาแพทย์บางท่าน ท่านบอกว่าท่านมีหน้าที่รักษาคนไข้ เพราะฉะนั้นก็เลยมีข้อขัดข้องในการที่จะมีการยุติ การตั้งครรภ์ แต่ต่อมาในกฎหมายที่ร่างขึ้นมานี่มันก็ชัดเจนมากขึ้น แพทย์ก็รู้ว่าอะไรคือทำถูก กฎหมาย อะไรทำผิดกฎหมายนะคะ ทีนี้ประเด็นของสมดุลของ ๒ ฝ่ายนี่ ตัวตั้งต้นคือ ๑๒ สัปดาห์เพราะอะไร เพราะว่าจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันแล้วว่าตัวอ่อนที่อยู่ในมดลูก จะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต เพราะฉะนั้นเราคิดว่าในจุดนี้แพทย์ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าถ้ามันมี ความจำเป็นที่หญิงจะต้องยุติการตั้งครรภ์นี่คือการยุติการตั้งครรภ์ กฎหมายเปิดขึ้นมา ตรงนี้ปั๊บเราเชื่อมั่นได้ว่าหญิงส่วนใหญ่จะไม่เข้าสู่หน่วยบริการ ฉะนั้นสิ่งที่แพทย์จะต้องมอง ก็คือความปลอดภัย เพราะถ้าไม่ปลอดภัยแล้วตอนสุดท้ายก็ต้องเข้าหาแพทย์อยู่ดี แพทย์ก็ต้องมารักษาให้นะคะ เพราะฉะนั้นเราก็กำหนดอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ ถามว่า อายุครรภ์ดูจะมีปัญหาไหม ไม่มี เพราะมันจะไปอยู่ในข้อยกเว้น มาตรา ๓๐๕ ทีนี้ ต้องขออนุญาตเรียนว่าความปลอดภัยคืออะไร ความปลอดภัยนั่นคือ ๑. ต้องแท้งสมบูรณ์ ถ้ายิ่งโต ๆ โอกาสจะแท้งไม่สมบูรณ์ พอแท้งไม่สมบูรณ์เกิดอะไร มีการค้างของรกอยู่ในโพรงมดลูก ก็ต้องมีการให้ยาซ้ำ ต้องมีการรักษา ในบ้านเราถ้าเกิดเหตุการณ์ตามชุมชนหรืออะไรต่ออะไร แล้วไม่ได้มีการดูแล ไม่มีการควบคุม ก็อาจจะเกิดอันตรายกับคนไข้ได้ คนไข้จะตกเลือด แล้วการใช้ยาอย่างไม่ถูกวิธีก็จะทำให้มดลูกแตก หรือใช้ยาในขณะที่ไม่ใช่เป็นการตั้งครรภ์ ปกติ เช่น ท้องนอกมดลูก หรือใช้ยามากเกินไปก็มดลูกแตกอีก หรือน้ำคร่ำอุดตันได้ เพราะฉะนั้นแพทย์ก็มองว่าถ้าผู้หญิงจะกระทำกับร่างกายตนเองต้องเป็นการแท้งที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นถ้าโต ๆ ขึ้นก็ยิ่งไม่สมบูรณ์ใหญ่ บังเอิญบางท่านที่ไม่ได้เป็นแพทย์ ท่านไม่ทราบ ว่าบางครั้งเราเอาเด็กออกมา เด็กยังขยับตัวอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำอย่างไรคะ เราจะ ไปอุดจมูกเขาไม่ได้ เราก็ต้องให้ความอบอุ่นเขา อันนี้ก็เป็นภาระที่มันจะกระอักกระอ่วนใจ กันทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นเราก็เลยขอกรอบอายุครรภ์ แล้ว ณ ปัจจุบันนี้การแพทย์ก้าวหน้ามาก เพราะฉะนั้นเด็กยิ่งโตขึ้นก้าวล่วงมาตรงเกิน ๑๒ สัปดาห์ ไปใกล้ ๒๐ สัปดาห์ ๒๔ สัปดาห์ มีโอกาสจะเลี้ยงรอดมากขึ้น ก็จะมีแพทย์อีกฝ่ายหนึ่ง ในแพทยสภาก็จะมีคนไข้มาฟ้อง คุณหมอว่าทำไม ๒๐ สัปดาห์ไม่พยายามยับยั้งการไม่ดูแลเด็กให้เติบโตมา มันก็จะมี ๒ ฝ่าย ฉะนั้นตัวเองว่ามันก็ต้องมองถึงความสมดุลระหว่าง ๒ ฝ่าย ความปลอดภัย ทางแพทย์เรา ถ้ามีความเสี่ยงนิดหนึ่งเราก็ถือว่าจะเป็นอันตราย ก็เลยขออนุญาตว่าตามร่างของรัฐมนตรี น่าจะเป็นอันที่สวยงามแล้ว ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ถ้าไม่มี กรรมาธิการที่สงวนความเห็นจะได้ให้ผู้แปรญัตติ ๒ ท่าน แล้วหลังจากนั้นก็มีสมาชิก ๖ ท่าน ขออภิปราย เพราะว่ามีการแก้ไขนะครับ ผมจึงขออนุญาตให้ผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติไว้ ๒ ท่าน คือท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ แล้วก็คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้อภิปราย เชิญคุณอาดิลันครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา ในฐานะผู้ขอแปรญัตติแล้วก็ขอสงวนคำแปรญัตติไว้นะครับ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุน คำแปรญัตติโดยจะขออนุญาตอภิปรายทั้ง ๒ ส่วน ก็คือในส่วนทั้ง ๒ มาตรา ก็คือมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ ในคราวเดียวกันเลยนี่นะครับ ท่านประธานครับ ตามที่ได้ทราบว่ามูลเหตุ ที่รัฐบาลเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในหมวดความผิดฐานทำให้ แท้งลูกนี้นะครับ เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้ร้องว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๕ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๗๗ หรือไม่ ท่านประธานครับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ มุ่งหมายที่จะคุ้มครองชีวิตของทารกที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งสอดคล้อง กับทัศนะในหลักการอิสลามที่ไม่อนุญาตให้ทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ เพราะถือว่า ก้อนเนื้ออาจจะเติบโตเป็นทารกและคลอดออกมาเป็นมนุษย์เป็นสิทธิของทารกที่จะมีชีวิตอยู่ ต่อไปได้ และเชื่อว่าหลักการเช่นเดียวกันนี้ในพุทธศาสนาก็มีหลักการเฉกเช่นเดียวกัน กับศาสนาอิสลามนะครับ ผมจึงขอยืนยันตามหลักการเดิมของประมวลกฎหมายอาญา แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีการวินิจฉัยในคำวินิจฉัย ที่ ๔/๒๕๖๓ แล้วก็ตามนะครับ เดี๋ยวจะบอกในรายละเอียดเหตุผลประกอบการอภิปรายต่อไปนะครับ🔗

ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ นี้ที่ผมได้ขอสงวนและแปรญัตติไว้นั้น ผมได้ลดอัตราระวางโทษลงเพื่อความเหมาะสมจากเดิมซึ่งกำหนดระวางโทษไว้ไม่เกิน ๓ ปี ในส่วนของฉบับในร่างที่ผมขอสงวนไว้นั้นแยกเป็น ๒ ส่วน ก็คือส่วนกรณีที่ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์นั้นอาจจะมีระวางโทษไม่เกิน ๖ เดือน แต่กรณีที่หากเกิน ๑๒ สัปดาห์ แล้วจะมีอัตราโทษไม่เกิน ๑ ปี แล้วมีโทษทั้งจำและปรับด้วยเช่นเดียวกันนะครับ และในส่วน ของมาตรา ๓๐๕ นั้น ในส่วนของผมแล้วผมเห็นด้วยในบางส่วนในฉบับร่างที่เสนอโดยรัฐบาล และก่อนที่จะมีการเสนอแก้ไขโดยกรรมาธิการโดยในส่วนของการขอขยายความผมเห็นด้วย ในฉบับของรัฐบาลที่เสนอมาในส่วนของการขยายความผู้ที่ทำให้แท้งและยุติการตั้งครรภ์ว่า ไม่มีความผิดเนื่องจากเดิมเป็นเฉพาะแพทย์ แต่มีการขยายความให้รวมถึงนายแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาด้วย แต่ยังคงยืนยันตาม หลักการเดิมของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๕ ที่ยินยอมให้ยุติการตั้งท้อง หรือการทำแท้งได้เฉพาะ ๒ กรณีสำคัญก็คือ หากหญิงตั้งครรภ์แล้วต่อไปจะเสี่ยงต่อ การได้รับอันตรายต่อสุขภาพตัวเองหรือต่อจิตใจ และกรณีที่หญิงมีครรภ์เนื่องจากมี การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ๒ สาระนี้เป็นสิ่งที่ผมยังยืนยัน และขอตัดอีก ๒ อนุ ที่เสนอโดยรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น (๒) และ (๔) นะครับ🔗

ท่านประธานครับ เหตุผลที่มีการอภิปรายถึงเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของสตรี เข้าใจได้นะครับว่าเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสตรีตามรัฐธรรมนูญเองเช่นเดียวกัน ให้รับรองสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย เซลล์ (Cell) ของมนุษย์ที่มีการเตรียมเพื่อที่จะเกิดเป็นทารกก็เป็นชีวิต พร้อมที่จะเกิดเป็น ทารกได้เช่นเดียวกัน หลักการนี้ผมเชื่อว่าในการร่างกฎหมายอาญา ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ก็ยัง ยึดหลักนี้เช่นเดียวกันนะครับ จึงเป็นที่มาของการที่จะยืนยันในการที่จะขอสงวนและขอ แปรญัตติไว้นะครับ โดยที่จะลดระวางโทษที่ผมได้อภิปรายไว้ในเบื้องต้นแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเกียรติ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้สงวนคำแปรญัตติครับ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี้มีไม่กี่มาตรานะครับการเสนอการแก้ไข แล้วก็มีมาตรา ๓๐๑ กับมาตรา ๓๐๕ คือมาตรา ๓ มาตรา ๔ วัตถุประสงค์ของมาตรา ๓ ก็คือระบุว่าทำอะไรผิด ไม่ผิด มาตรา ๔ ก็คือยกเว้นของมาตรา ๓ อย่างไรบ้างนะครับ พอดีกรรมาธิการก็สลับบางเรื่องที่ผมสงวน (๒) ไว้ ผมเสนอให้ใส่ (๒) คือเรื่องที่ทำแล้ว ไม่ควรจะผิดนี่เพิ่มเติมเข้าไป แต่ตอนนี้ก็ไปปรากฏอยู่ในมาตรา ๓๐๕ (๕) ซึ่งผมไม่ติดใจ ในประเด็นนั้นนะครับ แต่ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับ มันมีบางเรื่องที่ผมได้มีโอกาสเสนอ ในวาระที่ ๑ ไปแล้ว แล้วก็ได้มีการร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการแล้วในวันที่ ๗ มกราคม ที่ผ่านมา แล้วก็อยากฟังคำตอบชัด ๆ จากกรรมาธิการว่าท่านได้คิดครบแล้วหรือยัง เหตุผลของผมที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว้มี ๒ ประการหลัก ๆ🔗

ประการที่ ๑ ก็คือว่าความแม่นยำในการตรวจอายุครรภ์ แม้กระทั่งหมอเอง ยังยอมรับเลยครับว่าไม่แม่นครับ ในโลกนี้ตอนนี้มันมี ๓ วิธี วิธีนับวันก็เป็นวิธีหนึ่ง วิธีตรวจร่างกาย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง วิธีที่ ๓ ที่แม่นยำที่สุดก็คืออัลตราซาวด์ (Ultrasound) นะครับ แล้วถ้าเรา เกิดกรณีที่เฉียดฉิวละครับท่านประธานครับ ถ้ากฎหมายเขียนออกมาแล้วไม่มีความยืดหยุ่น ในการบังคับใช้แล้วมีการประเมินผิดขึ้นมา เรากำลังพูดถึงอนาคตของผู้หญิงคนหนึ่งที่จะต้อง ติดคุกหรือไม่ติดคุกเพราะการประเมินที่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน ตรงนี้ครับผมอยากฟัง ให้ชัด ๆ ว่ากรรมาธิการได้พิจารณาประเด็นนี้ของผมไหม แล้วได้ระบุในข้อใดบ้างที่เป็น หลักประกันว่าจะไม่มีการประเมินคลาดเคลื่อนแล้วเป็นเหตุให้ผู้หญิงซึ่งไม่ควรต้องมีโทษอาญา กลับต้องโทษอาญา ตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากฟัง เพราะผมพยายามถอดรหัสนะครับ ไปอ่าน (๕) ของมาตรา ๔ หรือมาตรา ๓๐๕ (๕) ก็ไม่ค่อยชัดนะครับว่าจริง ๆ แล้วมีประเด็นนี้ หรือเปล่า🔗

ประการที่ ๒ ในโลกนี้นะครับ จริง ๆ ที่ผมอภิปรายไปในวาระที่ ๑ ก็คือว่า กฎหมายลักษณะนี้ในโลกนี้มี ๕ ประเภท ผมขออนุญาตห้องโสตทัศนูปกรณ์ขึ้นชาร์ต (Chart) นิดหนึ่งครับ ชาร์ต (Chart) เดียวสั้น ๆ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ทราบจะพอมองเห็นกัน หรือเปล่า อันนี้คือกฎหมายของทั้งโลกมี ๕ ประเภทเท่านั้นเองครับ ประเภท ๑ ประเภท ๒ ประเภท ๓ พูดถึงเรื่องสุขภาพ ประเภท ๑ คือห้ามเลยครับ ประเภท ๒ ประเภท ๓ คือสุขภาพของผู้หญิง แล้วก็สุขภาพของเด็กในครรภ์ ประเภท ๔ การยุติการตั้งครรภ์ด้วย เหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม ประเภท ๕ เป็นลักษณะกรอบกฎหมายใกล้เคียงกับ ที่เรากำลังออกในวันนี้ก็คือมีการกำหนดอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์บ้าง ๒๔ สัปดาห์บ้าง ๑๕ สัปดาห์บ้าง มี ๒ ประเทศในโลกนี้ครับไม่กำหนดอายุเลยครับ ทำได้มี ๒ ประเทศในโลก ตอนนี้เหตุผลที่ผมใส่ไว้ตอนผมสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๓ ก็คือว่า ถ้าเป็นกรณีที่ประสบ ปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาทางสังคม ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีพตามปกตินั้นควรจะต้อง ให้ทำได้ ก็คล้าย ๆ กับหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการอภิปรายไปแล้ว ผมอ้างอิงชาร์ต (Chart) นี้ เพราะว่าในโลกนี้มีผู้หญิง ๓๘๖ ล้านคน ๒๓ เปอร์เซ็นต์สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจและสังคม ผมก็นำเรื่องนี้เสนอกับกรรมาธิการไป แต่ท่านไปพิจารณาอย่างไรผมขอคำตอบนิดนะครับ ผมเห็นที่ท่านมีการปรับปรุงในมาตรา ๔ หรือมาตรา ๓๐๕ ของประมวลกฎหมายอาญา (๕) คือท่านไปใส่เพิ่มเติมนะครับ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีจะกำหนด อันนี้ ผมไม่ค่อยสบายใจว่าเวลาเราออกกฎหมายแล้วเรามักจะชอบ ประเทศไทยนี้ชอบมากเลยครับ เผื่อไปออกกฎกระทรวง แต่กฎกระทรวงนี้ไม่ได้ออกเฉพาะวิธีการไปออกหลักเกณฑ์ได้อีก ซึ่งอันนี้หลายประเทศเขาไม่ทำแล้วนะครับท่านประธานครับ มีหลายกรณีเลยครับ ของประเทศไทยที่รัฐมนตรีใช้อำนาจในการออกหลักเกณฑ์เพิ่มเติมซึ่งไม่ควรครับ ถ้าออกวิธีการ ในการดำเนินการก็โอเค (OK) ทีนี้พอดีใส่หลักเกณฑ์และวิธีการและในการเข้าสภาในครั้งนี้ ไม่ได้มีหลักเกณฑ์และวิธีการมาเล่าให้พวกเราฟังเราก็เลยไม่ทราบก็ต้องคาดเดาเอา ทีนี้ นอกเหนือจากนั้นไปก็มีบอกไปอีก สามารถยกเว้นได้โดยคำแนะนำของแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พอใส่คำว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผมก็ไปไล่ดูครับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. นี้ มีใครบ้าง ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นแล้ว ไม่ใช่เฉพาะแพทยสภาแล้วนะครับ มีอีก ๘ กระทรวงท่านประธานครับ กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน มหาดไทย ศึกษาธิการ สาธารณสุข ยุติธรรม วัฒนธรรม กทม. ด้วย แต่ไม่ได้บอกไม่ได้อธิบายให้ผมทราบว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาของหน่วยงานเหล่านี้มีประเด็นการยุติการตั้งครรภ์ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจและสังคมเหมือนกับ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรหญิงในโลกที่อยู่ใน วัยเจริญพันธุ์สามารถทำได้หรือไม่ ตรงนี้ผมอยากได้คำตอบชัด ๆ ครับเพื่อพิจารณาว่า ผมควรจะสงวนต่อไปหรือไม่ ถ้าสามารถทำได้ด้วยโครงสร้างนี้พอดีท่านกำหนดโครงสร้างไว้ แต่ท่านไม่ได้อธิบายวิธีการหรือหลักคิดในการที่จะเป็นการยกเว้นความผิดไว้นะครับ ตรงนี้ ก็อยากฟังว่าทางกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วมีข้อสรุปอย่างไรบ้าง🔗

ประการต่อไปครับเป็นประการสุดท้ายครับ จริง ๆ ประเทศไทยก็เป็น ส่วนหนึ่งของประชาคมโลกเราเป็นภาคีกับสหประชาชาติ มันมีคอนเวนชัน (Convention) มีโพรโตคอล (Protocol) อยู่ มีข้อตกลงระหว่างประเทศอยู่ที่พูดถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะเป็น เรื่องของการบริการและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์หรือรีโปรดักทีฟ เฮลท์ (Reproductive health) ซึ่งต้องให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้นะครับ เขาระบุไว้ว่า อย่างไรบ้างครับ อันนี้ผมขอคำตอบจากกรรมาธิการชัด ๆ ว่าท่านพิจารณาเรื่องเหล่านี้ไหมว่า ใครรับผิดชอบในเรื่องนี้ เพราะผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ต้องเข้าถึงได้🔗

๑. การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องใครรับผิดชอบครับ🔗

อันที่ ๒ ก็คือว่าต้องมีทางเลือกในการคุมกำเนิดและการยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย ได้ผล ราคาเข้าถึงได้และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่จะยุติการตั้งครรภ์ นี่คือ ข้อตกลงระหว่างประเทศครับ เราพิจารณากันหรือเปล่าครับ แล้วพิจารณาแล้วใครรับผิดชอบ แล้วหน่วยงานที่ระบุที่มี ๘ กระทรวง คนไหนรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง ก็ขอคำชี้แจง ของกรรมาธิการนิดหนึ่งว่าเราได้คิดกันรอบคอบแล้ว และกฎหมายที่กำลังจะออกมานี่ เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศและเจตนาที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และตอบโจทย์ ในความเป็นจริงนะครับ สภาพความเป็นจริงนะครับ นับผิดใครรับผิดชอบ นับพลาด ผู้หญิงต้องติดคุกทั้ง ๆ ที่ไม่ควรติดคุกเป็นไปได้หรือไม่ และการยุติการตั้งครรภ์ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจและสังคมทำได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ก่อนที่จะชี้แจงผมคิดว่ากรรมาธิการอาจจะรอให้ท่านสมาชิก ๖ ท่านได้อภิปรายเผื่อจะได้ตอบ ในครั้งเดียวกันนะครับ ๖ ท่าน ผมขออ่านชื่อเดี๋ยวเราจะได้เตรียมตัว นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผมสลับทั้ง ๖ ท่านนี้ ตามนี้นะครับ ขอเชิญคุณอมรัตน์ครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ ในวันนี้นะคะกฎหมายอาญา มาตราที่เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์นี่นะคะ ดิฉันคิดว่าไม่มีใครที่จะเข้าใจความรู้สึกนี้นอกจากเพศที่สามารถที่จะได้รับสิทธิอันนั้น ได้รับ สิทธิที่จะตั้งครรภ์ได้นะคะ คนที่ไม่ได้อยู่ในโซน (Zone) นี้ไม่มีสิทธิที่จะมาคิดแทนค่ะ ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ ดิฉันก็ขอร่วมอภิปรายในมาตรานี้ด้วยคนหนึ่งนะคะ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก การทำแท้งที่อันตรายนะคะ ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านคน และมีคนเสียชีวิตก็ไม่ต่ำกว่า ๗๐,๐๐๐ คน สำหรับในประเทศไทยของเราก็มีสถิติ การตั้งครรภ์แบบไม่พร้อมเป็นอันดับ ๒ ของโลก แล้วก็เป็นอันดับ ๑ ของเอเชีย (Asia) ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ รวมทั้งสถิติกูเกิล เสิร์ช (Google search) นะคะ คำว่า ยาเม็ด ทำแท้งก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่าในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ มาถึงวันนี้สักทีนะคะ ก็เป็นที่น่ายินดีว่า กฎหมายโบราณที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ จนบัดนี้ก็ ๖๓ ปีแล้ว จะได้รับการแก้ไขสักทีหนึ่ง แต่การแก้ไขนี้นะคะ ความคิดเห็นบางคนก็อาจจะสุดโต่งหรือไปถึงตรงไหน ถึงอย่างไรก็ตาม มันได้มาถึงจุดที่เราได้เล็งเห็นและมีการแก้ไขแล้ว หลังจากที่มีความพยายามจนใกล้จะถึง ความจริงมาหลายรอบนะคะ รอบที่ใกล้ความจริงที่สุดก็น่าจะเป็นรอบปี ๒๕๒๔ แต่สุดท้าย แล้วทุกอย่างก็ตีตกไปจนกระทั่งถึงวันนี้ อุปสรรคที่ผ่านมาที่ดิฉันสังเกตเห็น ๔-๕ รอบที่มี การพยายามที่จะแก้ไขกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ก็มักจะมาจากประเด็นทางศาสนา แต่ว่าดิฉัน ยืนยันว่าพวกเราอยู่ในรัฐฆราวาส ฐานความคิดไม่ได้เป็นฐานความคิดที่คนละชุดกับศาสนจักร หรือรัฐศาสนานะคะ ตัวบทกฎหมายนี้ก็อยู่ในบทบัญญัติของการอยู่ร่วมกันของสังคม ที่นอกจากศาสนจักรด้วยนะคะ ในทางโลกแล้วนี่นะคะ สิทธิในการที่จะมีชีวิตที่บางคน ถ้าจะใช้คำว่า โลกสวย ไม่ทราบว่าจะแรงไปไหมนะคะ เราก็ต้องเทียบกับสิทธิที่ไม่อยากจะมีชีวิต ด้วยนะคะ สิทธิที่ไม่ต้องการที่จะเกิดมันเป็นความรู้สึกที่ทรมานสำหรับการเกิดมา ในครอบครัวที่เขาไม่ได้ต้องการมีลูกที่ท้องไม่พร้อม การที่จะยุติการตั้งครรภ์นี้เป็นสิทธิ อันชอบธรรมของผู้เป็นเจ้าของมดลูกของผู้หญิงที่จะมีสิทธิเหนือร่างกายตัวเอง ดิฉันจึงคิดว่า เป็นเรื่องที่จะต้องเป็นบริการทางสาธารณสุข การท้องไม่พร้อม การที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ ควรจะเป็นเรื่องที่จะต้องมีบริการทางการแพทย์ให้ความปลอดภัยกับผู้หญิงคนนั้นด้วย และคิดว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพที่จะกำหนดวางแผนขนาดครอบครัวของตัวเองนะคะ เป็นกิจกรรมส่วนตัวของแต่ละครอบครัวที่รัฐไม่ควรจะเข้าไปแทรกแซงหรือว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ควรจะเข้าไปสอดแทรก แต่มีเพียงหน้าที่ซัปพอร์ต (Support) ให้บริการเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว รวมทั้งเราไม่ควรที่จะกำหนดอายุครรภ์ด้วยไม่ว่าจะอายุครรภ์เท่าไร ก็ขอให้เป็นเรื่องของ ผู้หญิงคนที่เป็นเจ้าของมดลูกนั้นกับแพทย์ที่เธอเลือกจะร่วมกันตัดสินใจ เพราะว่า ในเมื่อความปลอดภัยที่จะไม่ต้องการเป็นแม่ก็มีสูงแล้วในโลกทางสาธารณสุขในปัจจุบัน ดิฉันก็ยืนยันว่ารัฐไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปสอดแทรก และไม่ควรจะต้องมีโทษทางอาญาอีกต่อไป ไม่ว่าจะอายุครรภ์เท่าไรนะคะ ดิฉันก็ขอกล่าวสั้น ๆ ว่าในฐานะที่เป็นผู้หญิงแล้วก็มี ประสบการณ์ที่เคยคิดจะยุติการตั้งครรภ์ มีประสบการณ์ชีวิตในเรื่องนี้มาแล้วนะคะ ดิฉัน ขอสนับสนุนให้การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิงเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย ควรที่จะทำให้มี ความปลอดภัย รัฐมีหน้าที่ที่จะจัดให้มีความปลอดภัยทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ ของผู้หญิงคนนั้นโดยที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องอายุครรภ์ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมถือว่าวันนี้เป็นเรื่องที่ทางสภาผู้แทนราษรได้ทำงานอันยิ่งใหญ่ เพราะว่าเรื่องของการยุติ การตั้งครรภ์ พูดแบบชาวบ้านก็บอกว่าการทำแท้งเป็นเรื่องที่เป็นปัญหา เป็นเรื่องที่พูดคุยและมีการที่จะพยายามแก้ไขในเรื่องของกฎหมายดังกล่าวมาตลอด ระยะเวลา ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ตั้งแต่ ๒๕๐๐ เป็นต้นมา มีปัญหามาก ทั้งเรื่องพรรคการเมือง ต่าง ๆ ก็เตรียมขอแก้ไขกฎหมาย ทั้งเรื่องของทางสังคม ชุมชน ทั้งเรื่องศาสนา ทั้งในเรื่อง ของการที่พูดคุยกันต่าง ๆ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้นผมจึงขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้พิจารณาในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. .... ฉบับนี้ และที่สำคัญต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ให้มีการพิจารณากันในเรื่องของกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้มีการพิจารณาในวันนี้ และจะมีผลทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ เกี่ยวกับ การทำแท้ง ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนว่าในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ เราทั่วไปจะพิจารณาถึงสุขภาพอนามัยของผู้เป็นแม่หรือที่ท่านสมาชิกได้บอกว่าผู้เป็นเจ้าของ มดลูก อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ตั้งครรภ์แล้ว แม่หรือมารดาอาจจะ เจ็บป่วย มารดาอาจจะถึงกับเสียชีวิตถ้ามีโรคแทรกซ้อน สิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่เข้ามาพิจารณา ไม่มาดูแล เราจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็อาจจะทำให้มารดาหรือผู้เป็นเจ้าของมดลูก ดังกล่าวนั้นต้องเจ็บปวดและสูญเสียชีวิตได้ ขณะเดียวกันไม่ใช่เฉพาะแม่ ลูกในครรภ์ ที่ปฏิสนธิขึ้นอาจจะสามารถตรวจสอบได้จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ว่าขณะนี้ลูกในครรภ์ มีความสมบูรณ์หรือไม่ จะเจริญเติบโตออกไปหรือไม่ จะมีโรคอื่น ๆ ที่จะทำให้คลอด แล้วจะเป็นเด็กที่ไม่สมบูรณ์ เป็นเด็กที่มีปัญหา เป็นเด็กที่จะทำให้พ่อแม่หรือว่าสังคมต้องมี ภาระต่าง ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้ เพราะฉะนั้นจากปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา เรามีความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จนสามารถพิสูจน์ได้ การที่เราจะใช้กฎหมายเดิมมาตรา ๓๐๑ ประมวลกฎหมายอาญาเดิม ก็คงไม่สามารถที่จะมาบังคับไม่ให้มีการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ให้มี การทำแท้ง จะต้องคำนึงประกอบหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสังคม บุคคลที่ถูก ข่มขืนกระทำความผิดแล้วเกิดการตั้งครรภ์ ความเจ็บปวดจากการข่มขืน ความเจ็บปวด ที่จะต้องอุ้มท้องและคลอดลูกออกมา ถ้าเราไม่มีการดูแลช่วยเหลือ เราปล่อยใช้กฎหมายเดิม ก็อาจจะไม่สามารถให้ความเป็นธรรม ให้ความที่เขาจะมีสิทธิที่จะพิจารณาตัวเขาเองว่า ควรจะทำอย่างไรต่อไปนะครับ เรื่องจริยธรรม เรื่องกฎหมายต่าง ๆ ผมกราบเรียนว่าในเรื่อง ดังกล่าวนั้นเห็นด้วยที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อปรับปรุง ยืดหยุ่น ให้สิทธิ ให้โอกาสกับผู้เป็นแม่ที่กระทำโดยถูกต้องตามกฎหมาย และปลอดภัย ให้สิทธิ ให้โอกาส กับลูกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมอาจจะไม่เห็นด้วยในการที่จะมีมาตรา ๓๐๑ ที่ไปลดโทษ จำคุกผู้กระทำผิด มาตรา ๓๐๑ นะครับ เดิมจำคุก ๖ เดือน ลดลงเป็น ๓ เดือน ผมคิดว่า น่าจะยืนไว้ที่จำคุก ๖ เดือน เพราะอะไรจึงต้องยืนไว้ เพราะการที่กระทำผิดมาตรา ๓๐๑ ถ้าเผื่อมีเหตุมีผลก็ยังมีมาตรา ๓๐๕ ที่มาคอยดูว่าเป็นเหตุเป็นผลที่สมควรจะไม่ต้องรับโทษ ก็ได้ เพราะฉะนั้นกระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระผมก็ถือว่าเป็นคนหนึ่ง ที่นับถือเรื่องพระพุทธศาสนาเคร่งครัดพอสมควรนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องดูทั้งแม่ ทั้งลูก ทั้งสังคม และให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนตามกฎหมายที่ทุกคนจะสามารถปฏิบัติได้ โดยตามสมควรและถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สำหรับผมในวาระที่ ๑ ผมไม่มีโอกาสได้อภิปรายเพราะว่าในเรื่องของ ความเชื่อทางศาสนาส่วนบุคคลของผมนั้นผมนับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งศาสนาคริสต์นั้น ในลักษณะเดียวกับศาสนาอิสลามมีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าและความเป็นเจ้าของชีวิต รวมทั้งดีเบต (Debate) เรื่องนี้ในวงการศาสนาคริสต์ก็เป็นดีเบต (Debate) ที่ไม่มีสิ้นสุด สร้างความแตกแยกแล้วก็ทำให้ผมไม่สามารถจะนำเสนอเรื่องนี้ในมุมมองที่ผมเป็นตัวแทน ของศาสนิกชนได้ ความเชื่อที่แตกต่างกันในเรื่องของจุดกำเนิดของชีวิต ความเป็นบุคคล สิทธิของเด็กเป็นเรื่องที่ผมจะขอไม่อภิปรายนะครับ แต่สิ่งที่ผมทนไม่ไหวแล้วจำเป็นต้อง อภิปรายในวันนี้ก็คือในขณะที่จุดมุ่งหมายของการแก้ไขกฎหมายนี้คือความปลอดภัย คือสิทธิเสรีภาพ คือการคุ้มครองและทำให้สังคมนี้ดีขึ้นเรากลับระบุโทษไว้ในมาตรา ๓๐๑ ผมเห็นด้วยกับเครือข่ายอาร์เอสเอ (RSA) ไทยนะครับ ที่บอกว่ามาตรา ๓๐๑ ไม่ยุติธรรมเลย แล้วก็ไม่ชอบธรรมกับผู้หญิงด้วยนะครับ เพราะว่าเป็นการเอาผิดแต่ผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่การท้องไม่พร้อมนั้นผู้ชายเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นด้วยนะครับ แต่ไม่มีบทลงโทษ เกี่ยวกับผู้ชายในเรื่องนี้ เรื่องนี้ไม่ยุติธรรม🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเมื่อมีโทษที่วางไว้ในมาตรา ๓๐๑ ผมคิดถึงการบังคับใช้ครับ พ่อแม่พี่น้อง ประชาชน น้อง ๆ ที่อยู่ในวัยที่เจริญพันธุ์และตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมเขาจะกล้า เข้าสู่กระบวนการหรือไม่เมื่อมีโทษจำคุกรออยู่ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้ผู้หญิงกล้า ที่จะเข้ามาขอคำปรึกษา กล้าที่จะขอความช่วยเหลืออย่างตรงไปตรงมานะครับ แค่ลำพัง จะพิสูจน์ว่าตัวเองถูกข่มขืนก็ยากเต็มทีแล้ว แล้วยังต้องมาพิสูจน์อีกว่าตัวเองนั้น ไม่ผิดกฎหมายอย่างไรบ้าง เรื่องนี้เป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ โดยไม่พร้อม ท่านประธานครับ นอกจากนี้นะครับ นี่เป็นการซ้ำเติมผู้หญิงที่ในช่วงที่ตั้งครรภ์ โดยไม่พร้อมนั้นเป็นช่วงที่เปราะบางที่สุดในชีวิตนะครับ ขณะที่ภรรยาของผมตั้งท้องในวันที่ ผมพร้อมนะครับ ในวันที่ครอบครัวเราพร้อมเรายังเจอว่าเรามีปัญหามากมาย เรายังมี ความเปราะบางในชีวิต เรายังมีความคิดในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม เรายังไม่อยากจะให้ลูก ของเราเกิดมาในรัฐบาลแบบนี้เลย แต่ว่าผู้หญิงที่ตั้งท้องโดยไม่พร้อมจะเจอความกดดัน อีกมหาศาลมากขนาดไหน ผมเองเห็นด้วยนะครับว่าผมไม่มีสิทธิจะไปคิดแทนผู้หญิง แต่ผม นั่งคิดดูดี ๆ ว่าถ้าผมเป็นผู้หญิง เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกรุมข่มขืนแล้วไม่มีใครในสังคม อยู่ข้างผมเลยในวันที่ผมเข้าไปแจ้งความ กลับให้มาคุยกันเองในครอบครัว ผมคิดว่าผมเอง กำลังจะเข้าไปสู่การทำแท้งผิดกฎหมายแน่นอน ลองคิดดูนะครับ ผมเป็นผู้หญิงอายุ ๔๐ ปี คนหนึ่งแต่งงานช้าแล้วก็สุดท้ายแพทย์ให้ความเห็นว่าลูกอาจจะพิการ แน่นอนมีข้อยกเว้น ในมาตรา ๓๐๕ แต่อย่างไรก็ดีผมก็รู้อยู่ว่าผมกำลังจะทำผิดกฎหมายอยู่ แล้วอาศัย การตีความด้วยว่าจริง ๆ แล้วผมจะสามารถทำแท้งได้อย่างไม่ต้องถูกโทษจำคุกได้อย่างไร ในขณะที่ผู้หญิงเหล่านี้ที่ผมจำลองสถานการณ์ว่าถ้าเป็นผมเองผมยังหาคำตอบไม่ได้เลยนะครับ และผมยังจะไปอยู่ในชุมชนที่เป็นคริสเตียนหรือมุสลิมที่ผมเองมีสิทธิที่จะถูกตีความว่า เป็นคนที่ทำบาปในศาสนานั้น ๆ มี ๒ ปัจจัยที่บีบทำให้ผมยิ่งหนักหนาเข้าไปอีกก็คือ เรื่องของอายุครรภ์ ในวันที่กำลังจะตัดสินใจนะครับว่าจะดูแลตัวอ่อน ดูแลลูกในท้องต่อไป หรือไม่นั้น การที่เราขีดเส้นไว้ที่ ๑๒ สัปดาห์มันทำให้ตรงนี้มันบีบคั้นหัวใจมากและอาจจะ สุ่มเสี่ยงในการตัดสินใจในทางที่ผิดก็ได้🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่บีบเข้ามาก็คือมันมีโทษจำคุกรออยู่ที่ทำให้ผมรู้ว่าถ้าผมทำผิด กฎหมายเรื่องนี้มันอาจจะทำให้ผมนั้นไม่ใช่แค่เสียลูกในท้อง เสียสุขภาพนะครับ แต่เสียโอกาส ในชีวิตจากการที่ต้องถูกจำคุกก็ได้ ท่านประธานครับ ตอนนี้คุกในประเทศไทยเราล้นแล้ว แล้วเรายังจะเอาผู้หญิงที่มีปัญหา ในชีวิตหนักหนาขนาดนี้ไปเข้าคุกอีกหรือครับ ถ้าคุกเราล้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไทยชั่ว ปัญหาอยู่ที่กฎหมายหรือเปล่า ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหรือเปล่า ปัญหาอยู่ที่กระบวนการยุติธรรมหรือเปล่า ผมคิดว่าเรื่องนี้เราจำเป็นต้องมาทบทวนจริง ๆ นะครับ ผมไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องของอายุครรภ์ เพราะความเชื่อที่หลากหลายทางศาสนา แต่ผมอยากให้เราอยู่ในสังคมที่เราโอบรับความหลากหลายนี้ ไม่เอาความเชื่อของศาสนาใด ศาสนาหนึ่งมาเป็นกฎเกณฑ์ที่ไปบังคับใช้กับคนที่มีความเชื่อที่ต่างกัน เพราะกฎหมาย ที่จะอยู่ในสังคมประชาธิปไตยได้นั้นจะต้องส่งผลดีทั้งในเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล ในเรื่องของ สังคมโดยรวม และเคารพมติของเสียงส่วนใหญ่ ในขณะที่เสียงส่วนน้อยก็มีสิทธิที่จะให้ความเห็น และได้รับการคุ้มครองให้มีความเชื่อแบบนั้นเช่นกัน แต่ถ้าเรายังให้มาตรา ๓๐๑ มีโทษจำคุก และลำพังแค่เรื่องของอายุครรภ์ก็ยังเป็นที่ถกเถียงมากมายขนาดนี้ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ จะไปไม่ถึงจุดประสงค์หลักคือการที่จะทำให้ความปลอดภัยนั้นเกิดขึ้นกับผู้หญิง ความปลอดภัย เกิดขึ้นกับครอบครัว ความปลอดภัยเกิดขึ้นกับแพทย์ที่ต้องมีหน้าที่ในความผิดชอบเหล่านี้ ถ้าเรายังคงมาตรา ๓๐๑ ในลักษณะแบบนี้เอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับ ทางกรรมาธิการว่าถ้าเรามีมาตรา ๓๐๕ อยู่แล้ว เราตัดมาตรา ๓๐๑ ออกได้เลยนะครับ หรืออย่างน้อยเรากลับไปที่การเพิ่มความชัดเจนให้กับมาตรา ๓๐๑ ไม่ให้เกิดความกลัว ไม่ให้เกิดการตีความที่ไม่ชัดเจนและอ่านในมาตราเดียวที่รู้เรื่องเลยว่าถ้าเราอยู่ในหลักเกณฑ์ ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นผู้หญิงเหล่านั้นไม่สมควรมีความผิดแม้แต่นิดเดียว ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความจริงผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ แต่ต้องขออนุญาต มาอภิปรายเพื่อจะสนับสนุนเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้นะครับ กฎหมายฉบับนี้เป็น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ความผิด เกี่ยวกับการทำแท้ง ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาการทำแท้งเป็นปัญหาที่เจอมาตลอดในประเทศไทย และในมวลมนุษยชาติ ทุกประเทศมีปัญหาการทำแท้งนะครับ ผมเป็นสูติแพทย์ แล้วก็อาจจะเป็น สูติแพทย์คนเดียวในสภาแห่งนี้ที่เผชิญกับปัญหาการทำแท้ง คนไข้มีปัญหาทำแท้งมา ติดเชื้อ บางคนเสียชีวิต บางคนตาย บางคนตัดมดลูก ตกเลือด ต่าง ๆ นี่คือปัญหาที่แพทย์กลัวที่สุดก็คือ เรื่องของการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยนะครับ กฎหมายการทำแท้งอันนี้ก็เกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยบทบัญญัติความผิดฐานหญิงทำให้เกิดตนเองแท้งหรือยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง ซึ่งตาม มาตรา ๓๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญในวินิจฉัยคำสั่งที่ ๔/๒๕๖๓ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ว่าบทบัญญัติที่กล่าวมาข้างต้นขัดหรือแย้งต่อ ม. ๒๘ ของรัฐธรรมนูญก็คือสิทธิของประชาชนของสตรีคนนั้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและนำมาทำให้เรา มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมานะครับ นำเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาว่าการทำแท้ง แต่ก่อนถือว่าเป็นความผิดทั้งคนทำและคนให้ทำ ยกเว้นแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมารดา ไม่ว่าจะกี่อาทิตย์ก็เป็นความผิดหมด ซึ่งตอนนั้นสังคมก็คิดว่าเรื่องของศีลธรรม เรื่องของสิทธิ ของทารกในครรภ์มากกว่าสิทธิของมารดา แต่ก่อนที่เราคิดอย่างนี้ก็เกิดปัญหาเกิดขึ้นมา สตรีที่ตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมทางการแพทย์เรียกว่าอันวอนเทดต์ เพรกแนนซี (Unwanted Pregnancy) ก็ต้องไปทำแท้งเถื่อนหรือคริมินัล อะบอร์ชัน (Criminal Abortion) ก็เกิดปัญหา เรื่องของการติดเชื้อหรืออันตรายต่อสุขภาพมารดา แล้วก็ทำให้เป็นสิ่งที่วงการแพทย์เราตระหนักมากนะครับ เรียกว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ในอนามัยการเจริญพันธุ์ แล้วก็ปัญหากฎหมายที่ยังไม่ทันสมัย กฎหมายฉบับนี้จริง ๆ อันก่อนการทำแท้งกรณีบุตรพิการก็ไม่มีบัญญัติไว้ เช่น กรณีที่เราไปตรวจน้ำคร่ำในคนไข้ ตั้งครรภ์ที่อายุเกิน ๓๕ สัปดาห์ แล้วเป็นดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) ก็ไม่มี บทบัญญัติว่าการให้ทำแท้งเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่ในทางการแพทย์เราก็คิดว่านี่คือสิ่งที่เรา บัญญัติของแพทยสภา และนอกจากนั้นแล้วเรื่องของการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการข่มขืนกระทำ ชำเราก็ยังมีปัญหานะครับ เพราะว่าในกฎหมายไม่มีการตีความชัดเจนว่าการกระทำชำเรา คดีสิ้นสุดหรือยัง ทำให้แพทย์สับสนในเรื่องของการทำงาน ถ้าให้คดีสิ้นสุดบางทีคลอดออก มาแล้วก็ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งทำให้เป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพมารดา ทั้งจิตใจ ร่างกาย ที่เขาต้อง ทนทุกขเวทนา แล้วก็ต้องอุ้มครรภ์นั้นไว้แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการก็ตามนะครับ ซึ่งอันนี้ทำให้ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นการแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่จะปรับปรุงปฏิวัติแนวทางอนามัย การเจริญพันธุ์ขึ้นมา กรรมาธิการ ผมนำเรียนทุกท่านว่าด้วยความเคารพว่าเรามีบรรยากาศ ที่ดีมากในการที่จะหาทางในการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้เป็นประโยชน์มากที่สุดระหว่าง ทั้งสิทธิมารดา สิทธิของทารกในครรภ์ สังคม รวมทั้งสิทธิของแพทย์ ต้องยอมรับว่าแพทย์ เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะต้องมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน นำเรียนท่านประธานว่ากฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติมาตรานี้ก็จะมีมาตรา ๓ คือการแก้ไขมาตรา ๓๐๑ ของประมวลกฎหมาย อาญาว่าการทำผิด แต่ก่อนทำแท้งเท่าไรก็ผิด แต่กฎหมายฉบับนี้จะบอกว่าถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ถึงมีความผิด ถ้าไม่เกินก็ไม่มีความผิด ก็ว่าต่ำกว่า ๑๒ สัปดาห์หญิงมีสิทธิ ที่จะทำแท้งได้ แล้วก็แก้ไขมาตรา ๔ คือแก้ไขมาตรา ๓๐๕ นะครับ ก็คือเรื่องของการที่จะมี ข้อบัญญัติเพิ่มเติมว่าถ้าหญิงผู้กระทำความผิดในมาตรา ๓๐๑ ถ้าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมมีหลักเกณฑ์ตามแพทยสภา ข้อ ๑ คือจำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหญิงตั้งครรภ์ ต่อไปเสี่ยงต่ออันตราย ต่อสุขภาพทางร่างกายและจิตใจของหญิงนั้น ๒. จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์เชื่อได้ว่าทารกที่ออกมาจะมี ความผิดปกติขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรงนะครับ ๓. หญิงยืนยันต่อวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพว่าการตั้งครรภ์เนื่องจากมีความผิดปกติเกี่ยวกับทางเพศ แค่ยืนยันนะครับ ๔. ตั้งครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ๕. การตั้งครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องมีกระบวนการอีกกระบวนการหนึ่งก็คือการรับคำปรึกษาทางเลือกจาก ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น นี่คือความสำคัญนะครับ สิ่งที่ผม เจอมาบ่อย ๆ ก็คือว่าบางทีคนที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ก็จะมีความสับสน แล้วก็นึกไม่ออกว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร หลายครั้งต้องตัดสินใจโดยที่ไม่รอบคอบ การที่เราให้คำปรึกษานี้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่รอบคอบขึ้น เช่น บางทีผมเจอพ่อแม่พาลูกมาว่าลูกท้องต้องให้ คุณหมอทำแท้งให้ แต่จริง ๆ แล้วผมก็แนะนำนะครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับว่า ผมแนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่าต้องให้กำลังใจลูก ต้องเข้าใจลูก เขาเจ็บมามากแล้ว พ่อแม่ อย่าไปดุด่าเขาอีกเลย ต้องช่วยกันให้กำลังใจกัน แล้วการที่เขาจะตั้งครรภ์ต่อไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะให้ตั้งครรภ์ต่อไปเราช่วยกันเลี้ยงลูก แล้วก็โรงเรียนก็ต้องเข้าใจ เขาอาจจะ แก้ปัญหาเอาลูกไปเรียนที่อื่น ไปฝากครรภ์ที่จังหวัดอื่น เขากลับมามาเป็นคนดีในสังคม เรียนจบ ตอนนี้ก็จบไปหลายคนแล้ว ผมเจอคนไข้ที่จบมาหลายคนแล้วก็เป็นคนดีในสังคม แล้วก็ไม่ได้ทำแท้งอะไร นี่คือเป็นทางเลือกหนึ่ง แล้วก็พ่อแม่ ปู่ย่าตายายก็มาขอบคุณผม เพราะถ้าเขาตัดสินใจไปโดยที่ไม่ได้รับคำปรึกษาเขาจะเสียใจมาก ลูกหลานคนนั้นเขารักมาก แล้วเขาก็ขอบคุณผมที่ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์นะครับ นี่คือสิ่งที่กระบวนการจะเพิ่ม คำแนะนำเพื่อจะทำให้เขาได้ตัดสินใจที่รอบคอบขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณมากครับ ต่อไป นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายในวาระที่ ๒ นี้ ในมาตรา ๓ นะครับ เดี๋ยวผมจะอภิปรายในมาตรา ๔ ด้วย เห็นเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันไป ถึงมาตรา ๔ แล้วนะครับ ขออนุญาตแบบค่อยเป็นค่อยไปนะครับท่านประธาน ในมาตรานี้ มาตรา ๓ ซึ่งทางกรรมาธิการได้ยกร่างขึ้นมาเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๑ ในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแยกออกเป็น ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกนะครับ ประเด็นนี้ครับท่านประธาน ผมได้นำเสนอไปแล้ว ๑ ครั้ง ในตอนวาระที่ ๑ ถึงเรื่องของความไม่แน่นอนในทางการแพทย์ เมื่อสักครู่นี้ก็มีท่านสมาชิก ได้อภิปรายในประเด็นที่คล้ายคลึงกันนี้ไปอยู่ประเด็นหนึ่งนะครับ ในเรื่องของการประเมิน เจสเทชันนัล เอจ (Gestational age) หรืออายุครรภ์นั่นเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากครับ ท่านประธาน ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมได้อธิบายไปแล้วตั้งแต่ในวาระที่ ๑ ครับ ท่านประธานว่าความไม่แน่นอนนี้ในทางการแพทย์นี่ ทั้งในเรื่องของการประเมินอายุครรภ์ และดินแดนของการแท้ง และการตายคลอดนะครับว่ามันยังเป็นข้อเท็จจริงในทางการแพทย์ ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นรายละเอียดเหล่านี้ครับท่านประธาน การที่บัญญัติใส่ลงไปในกฎหมายนี่ จะยิ่งก่อให้เกิดความยุ่งยากในการตีความ โดยเฉพาะในประเด็นกฎหมายอาญา กฎหมายอาญา จะต้องอาศัยการตีความอย่างเคร่งครัด การตีความตามตัวอักษร และการแก้ไขกฎหมายนี่ เราทราบกันดีครับท่านประธานว่าไม่ได้แก้ไขได้โดยง่าย กฎหมายนี้ไม่ได้ถูกแก้ไขในรายละเอียด สาระสำคัญนี่กว่า ๖๐ ปีครับ ล่าสุดนี่คือตอนปี ๒๕๖๐ นี่มีการแก้ไขโทษเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ ในเรื่องของโทษปรับ จากเดิมที่ให้ปรับได้ไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท ขึ้นมาเป็น ๖๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตอนนั้นมีการแก้ไขในเรื่องของค่าปรับ ในลหุโทษเต็มไปหมดเลยนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ได้รับ การแก้ไขไปด้วย แต่ไม่ใช่ลหุโทษนี่นะครับ🔗

ประเด็นที่สำคัญครับท่านประธาน ก็คือว่าการที่กำหนดอายุครรภ์ เพียงแค่ ๑๒ สัปดาห์นี่มันค่อนข้างแคบ กว่าที่มนุษย์คนหนึ่งหรือว่าสตรีคนหนึ่งจะรู้ตัว โดยเฉพาะในท้องแรกและท้องที่ยังสาวนี่ กว่าที่เขาจะรู้ตัวแล้วไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ตรวจทีหนึ่งแล้วใช่หรือไม่ใช่ วันรุ่งขึ้นครับ ไปซื้ออีกทีหนึ่งมาตรวจแล้วขึ้น ทำใจอยู่ สักพักหนึ่งครับท่านประธาน ผมนี่เป็นแพทย์นะครับ แล้วเป็นแพทย์นิติเวช ได้เจอกรณี เหล่านี้มากมาย กว่าที่เขาจะเข้ามา กว่าที่จะมาตรวจและยืนยันนะครับท่านประธาน มันใช้เวลาครับ แต่เดิมข้อบังคับของทางแพทยสภาเองให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา คณะกรรมการหนึ่งคืออะบอร์ชัน คอมมิตตี (Abortion committee) ซึ่งในนั้นก็จะมีแพทย์ ที่หลากหลาย มีสูตินรีแพทย์ มีจิตแพทย์ด้วย แล้วก็หนึ่งในแพทย์ที่สำคัญก็คือแพทย์นิติเวช ที่จะได้เข้าไปร่วมในเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้นกว่าที่การประเมินอายุครรภ์จะเสร็จ กว่าที่จะมี ความคลาดเคลื่อนต่าง ๆ ในการประเมินเหล่านี้ เมื่อเขาประเมินออกมาแล้ว แล้วอายุครรภ์ เขาเกิน ๑๒ สัปดาห์ เหล่านี้ครับท่านประธาน พอเขียนไปแบบนี้ปุ๊บจะไม่เข้าสู่ความมุ่งหมาย ของกฎหมายครับท่านประธาน🔗

อีกเรื่องหนึ่งในประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะพูดต่อไปก็คือในเรื่องของเป้าประสงค์ ในเรื่องนี้ ทุกคนต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อเป้าประสงค์ว่าให้เกิดการยุติ การตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นแล้วการที่จั่วมาว่าคนที่จะไป ยุติการตั้งครรภ์หรือสตรีที่จะไปยุติการตั้งครรภ์มีความผิดต้องระวางโทษ อย่างนี้ ไม่ใช่แนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนครับท่านประธานครับ พื้นฐานว่า มีความผิด สันนิษฐานว่าผิดไว้ก่อนนะครับ การมองสตรีที่ตั้งครรภ์อย่างไม่พร้อมว่า เขาเป็นอาชญากรตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ผมคิดว่าไม่ได้สนับสนุนให้เกิดการยุติ การตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย🔗

ขออนุญาตย้อนกลับมาที่ดินแดนความคลุมเครือในทางการแพทย์ครับ เพื่อจะเข้าสู่ประเด็นที่ ๓ ว่าผมจะเสนอแนะอย่างไร และผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นท่านใด อย่างไรบ้างนะครับ ผมถามว่าตัวอ่อนของมนุษย์นี่นะครับท่านประธาน ถ้าออกจากร่างกายนะครับ ผมไม่ใช้คำว่า คลอด นะครับ เพราะเดี๋ยวจะไปถูกตีความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕ ในเรื่องของสภาพบุคคล คลอด และอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตายนะครับ ถามว่าตัวอ่อนที่ออกจากครรภ์มารดา ที่อายุครรภ์ ๒๕ สัปดาห์นี่ครับท่านประธาน อย่างนี้ถ้าออกมาแล้วไม่มีชีวิต จะลงการวินิจฉัยว่า เป็นอะบอร์ชัน (Abortion) หรือว่าเป็นสทิลเบิร์ท (Stillbirth) ครับ ผมยกตัวอย่าง ที่ง่ายกว่านั้นครับ อายุครรภ์ ๓๖ สัปดาห์เลยนะครับ ๙ เดือนแล้ว ถ้าออกมาแล้ว ไม่มีชีวิต ทุกคนคงตอบตรงกันถูกไหมครับว่าเป็นสทิลเบิร์ท (Stillbirth) คือตายคลอด และถ้า ๒๘ สัปดาห์ล่ะครับ แล้วถ้า ๒๕ สัปดาห์ล่ะครับ และถ้า ๒๑ สัปดาห์ล่ะครับ ที่ออกมานี่จะบอกว่าเป็นอะบอร์ชัน (Abortion) หรือเป็นสทิลเบิร์ท (Stillbirth) ครับ ดินแดนเหล่านี้มันเป็นดินแดนทางการแพทย์ครับท่านประธาน ผู้ที่จะวินิจฉัยก็คือแพทย์ ที่อยู่หน้างาน ประเด็นที่สำคัญอีกอันหนึ่งครับท่านประธาน การวินิจฉัยว่ากรณีไหน จะเป็นการแท้ง หรือกรณีไหนจะเป็นการตายคลอด ขึ้นอยู่กับศักยภาพของสถานพยาบาล หรือแพทย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วยนะครับท่านประธาน ถ้าสมมุติว่าในดินแดนที่ห่างไกล ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ยังไม่ค่อยเข้าไปถึงครับท่านประธาน การที่จะดูแลเด็ก ที่คลอดก่อนกำหนดนี่นะครับ ๒๗-๒๘ สัปดาห์ขึ้นไปก็ยังมีความยากเย็นเลย ยังไม่ต้องลง มาถึง ๒๔ หรือ ๒๐ สัปดาห์ แต่ในดินแดนหรือในสถานพยาบาลที่มีกุมารแพทย์ปริกำเนิด หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่าคุณหมอนิวบอร์น (Newborn) นะครับ ร่วมกับมีเอ็นไอซียู (NICU) หรือนีโอเนทัล อินเทนซีฟ แคร์ ยูนิต (Neonatal Intensive Care Unit) หรือหออภิบาล ผู้ป่วยวิกฤติปริกำเนิด ถ้ามีแบบนี้นะครับท่านประธาน ๒๔ สัปดาห์ ๒๒ สัปดาห์นี่พอไหว ในการศึกษาทางการแพทย์ ผมสืบค้นมาว่าในโลกใบนี้ที่เลี้ยงตัวอ่อนมนุษย์รอดในอายุครรภ์ ที่เล็กที่สุด เอาแค่อายุครรภ์นะครับ จริง ๆ ควรจะต้องคำนึงถึงเรื่องของน้ำหนักตัวด้วยนะครับ อายุครรภ์ที่น้อยที่สุดคือ ๒๑ บวก ๓ หมายความว่าอะไรครับ ก็คือ ๒๑ สัปดาห์บวกกับอีก ๓ วันนี่คือน้อยที่สุดเมื่อปี ๒ ปีก่อนนี้มาเองนะครับ เพราะฉะนั้นการกำหนดสิ่งเหล่านี้ลงไป ในกฎหมายผมไม่เห็นสมควรด้วยเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น🔗

๑. ดินแดนในทางการแพทย์ที่ยังไม่มีความแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในเมดิซีน (Medicine) ครับ กำหนดเขียนลงไปชัดเจนอยู่ ในประมวลกฎหมายอาญานี่ถูกต้องหรือไม่🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในเรื่องของการตั้งครรภ์ อย่างปลอดภัยครับท่านประธาน แต่กลับตั้งอยู่บนพื้นฐานในการมองสตรีเหล่านั้นว่าเป็น อาชญากร ซึ่งปฏิบัติผิดตามประมวลกฎหมายอาญาจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นในข้อเสนอของผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร เป็นแพทย์ และเป็นทนายความ ด้วยนะครับ โดยเฉพาะทางด้านกฎหมายการแพทย์ ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับอาจารย์กฤตยา ท่านกรรมาธิการกฤตยาที่เสนออะไรครับ ยกเลิกมาตรา ๓๐๑ ครับ ยกเลิกการมองสตรี เหล่านี้ว่าเป็นอาชญากร หรือถ้าอย่างน้อยก็เป็นไปตามที่ท่านกรรมาธิการณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้เสนอแนะเอาไว้นะครับว่าแทนที่จะไปเขียนข้อยกเว้นเอาไว้ในมาตรา ๓๐๕ ให้มาเขียน เป็นวรรคสองเลยครับ ให้ชัดเจนเลยครับ ประชาชนไม่ได้มีความรู้ทางด้านกฎหมาย ประชาชนไม่ได้เป็นทนายความ ไม่ได้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ ไม่คุ้นเคยครับ เสิร์ช (Search) กฎหมายไปปั๊บเจอปึ้งแบบนี้เขาไม่เข้าใจครับท่านประธาน ก็เสนอแนะไว้ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานครับที่จะถอดหน้ากาก เนื่องจาก ท่านประธานออกระเบียบใหม่มาว่าการอภิปรายให้ใส่หน้ากาก แต่ไม่ค่อยถนัดครับ และผม ก็อยู่ห่างจากท่านขจิตรพอสมควร ๒ เมตร🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ออกระเบียบอย่างนั้นครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ว่าด้วยการยุติการตั้งครรภ์ หรือกฎหมายทำแท้ง ได้ไปพิจารณา และนำมาเสนอต่อสภาในวาระที่ ๒ นะครับ ผมเองขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกได้อภิปราย ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ข้อ ๑๓๑ นะครับ ในการพิจารณา ในวาระที่ ๒ กรณีที่มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ แต่เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่ ๒ มาตราครับ มาตรา ๓ กับมาตรา ๔ ในมาตรา ๓ ทางท่านประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการได้ไปลงความเห็นใหม่และเสนอต่อสภาว่าในสิ่งที่แก้ไขมานั้นขอกลับไปร่างเดิม เพราะฉะนั้นผมเองไม่มีสิทธิที่จะไปพูดในประเด็นนั้นแล้ว ก็ขออนุญาตท่านประธานนะครับ พูดต่อเนื่องเกี่ยวเนื่องไปมาตรา ๔ เลย ถึงแม้ข้อบังคับจะบอกว่าพิจารณาเป็นรายมาตรา แต่ ๒ มาตรานี้มันเกี่ยวเนื่องกัน ผมจะขออนุญาตท่านประธานนะครับที่จะอภิปราย ในมาตรา ๔ ไปเลย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ กรรมาธิการได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมค่อนข้างเยอะจากร่างที่รับไปจากสภาผู้แทนราษฎรของเรา กระผมมีความไม่เห็นด้วย เกือบทุกประการครับที่กรรมาธิการไปแก้ไข เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยผมจะไล่เลียงไปตาม มาตราและอนุมาตรา ในมาตรา ๔ เป็นการให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวล กฎหมายอาญา และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทนนะครับ ซึ่งข้อความใหม่เขียนว่า มาตรา ๓๐๕ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ ก็คือหญิงให้ผู้อื่นทำแท้งหรือทำแท้ง ด้วยตนเองที่อายุครรภ์มากกว่า ๑๒ สัปดาห์นะครับ เรื่องอายุครรภ์เราไม่พูดกัน เพราะว่า กฎหมายในวาระนี้ยุติไปแล้ว ถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์หญิงนั้นมีความผิด มาตรา ๓๐๒ ยินยอมให้ บุคคลอื่นกระทำ บุคคลนั้นไม่กระทำบุคคลนั้นมีความผิด เขียนต่อว่า เว้นแต่เป็นการกระทำ ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และตามหลักเกณฑ์ของทางแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ที่กำลังต่อเติมเข้ามา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ มาตรา ๓๐๕ มุ่งคุ้มครอง ๑. หญิงตั้งครรภ์ ๒. ผู้กระทำ ผู้กระทำในตอนนี้หมายถึง ๒ นัยนะครับ ผู้กระทำ ที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ไปทำแท้งจะทำแท้งด้วยตนเองหรือให้บุคคลอื่นทำแท้งให้ กรณีอายุครรภ์ เกิน ๑๒ สัปดาห์ถือว่าผิดนะครับ มาตรา ๓๐๕ ก็เลยออกมาเขียนว่าจะไม่ผิดต่อเมื่อเป็น การกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ฟังให้ดีนะครับ จะไม่ผิดต่อเมื่อเป็นการกระทำ ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามหลักเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนดเขียนมา ๓-๔ วงเล็บ เรื่องสุขภาพของหญิงทั้งกาย จิตใจ เรื่องของสุขภาพทารกที่อยู่ในครรภ์มองไปถึงคลอด เพราะฉะนั้น (๒) ที่ท่านกรรมาธิการไปแก้มันเป็นการจำกัดให้ทารกเห็นเฉพาะอยู่ในครรภ์ ไม่ปล่อยให้คลอด หรือปล่อยให้คลอดออกมาและมีความเสี่ยงว่า ออกมาแล้วทุพพลภาพ อย่างร้ายแรง ร่างเดิมของสภาที่รับมาแล้วส่งให้ท่านไปทำเปิดกว้าง เพราะฉะนั้นร่างเดิม ของสภาหรือร่างที่ท่านรับไปให้ความคุ้มครองกับผู้กระทำแท้งหรือแพทย์กว้างขวางกว่าร่าง ที่ท่านเขียนมา ร่างที่ท่านเขียนมาจำกัดมาก เฉพาะทุพพลภาพอย่างร้ายแรงเท่านั้นเอง อย่างกรณีเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงนะครับ ตรวจแล้ว ก็ออกไปมีสภาพจิตใจ มีผลกระทบต่อเขา เขาก็พิจารณาทำแท้งได้ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่เห็นด้วยกับการไปแก้ไขอย่างนี้ขอให้คืนร่างเดิม ถ้าไม่คืนร่างเดิมผมไม่โหวตให้ (๓) ท่านไปเติม ข้อความเดิมบอกว่า หญิงมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ท่านหวังดีมาก ไปเติมคำว่า หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีความผิด เกี่ยวกับเพศ ท่านกำลังหาเรื่องที่อันตรายมากให้กับแพทย์ ทั้งที่คำว่า ความผิด การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับเพศ การที่กฎหมายบัญญัติอย่างนี้ฝากท่านกฤษฎีกาด้วยนะครับ ผ่านท่านประธาน การที่กฎหมายเขียนอย่างนี้นั่นหมายความว่ากระบวนการการวินิจฉัย ยุติแล้วว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ องคาพยพในกระบวนการเขามีทั้งผู้กล่าวหา ผู้ถูกกระทำ ตำรวจ แพทย์พิสูจน์นะครับ หรือนักสังคมจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด อยู่ในกระบวนการ เขาวินิจฉัยเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงจะเอาสิ่งนั้นมายืนยันกับแพทย์บอกว่า หนูถูกข่มขืนค่ะ มีสิทธิทำแท้ง แต่ถ้าท่านไปเขียนอย่างนี้ตีความลำบากมากนะครับ อาจจะตีความบอกว่าขณะที่ข่มขืนยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมท่านไปแจ้งแพทย์ แพทย์ทำได้ทันที อันตรายไหมครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขของกรรมาธิการผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ อันเดิมสมบูรณ์อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นกระบวนการ ไม่ใช่แพทย์ไปชี้ว่าคุณถูกข่มขืนมา ผมทำให้ แทนที่จะ คุ้มครองแพทย์นะครับ กลับไปทำลายแพทย์ แพทย์จะถูกจับเข้าคุกมากขึ้น ท่านทราบไหมครับ ทำไมคลินิกทำแท้งเถื่อนมันถึงเจริญงอกงามมีรายได้มหาศาลเพราะแพทย์ที่เป็นทางการ ไม่กล้าตัดสินใจที่จะช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากเขากลัว ผมขออนุญาตท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ อีก ๒ วงเล็บ🔗

เรื่องนี้เราต้องยกย่องและให้ความดีกับคุณหมอคนหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนะครับ เพราะเป็นประวัติศาสตร์ของสภาชุดนี้ที่คุณหมอศรีสมัย เชื้อชาติ เขาไปฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเขาถูกฟ้องว่าเขาเปิดคลินิกทำแท้ง ช่วยหญิงเขาถูกฟ้อง เขาเลยไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญครับ เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเป็นที่มาของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่คุ้มครองแพทย์ ไปเขียนอย่างนี้แพทย์อันตรายมาก เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วย🔗

(๔) เจตนารมณ์เพื่อเน้นย้ำเท่านั้นเองว่าคุณยืนยันนะ แต่ภายใน ๑๒ สัปดาห์ โดยข้อเท็จจริงนะครับ (๔) ไม่ควรเขียนอย่างนี้ด้วย เพราะว่าอย่างไรถ้าต่ำกว่า ๑๒ สัปดาห์ เขาจะยืนยันหรือไม่ยืนยันเขามีสิทธิทำแท้งครับ ถูกกฎหมายด้วย เอาผิดเขาไม่ได้ด้วยนะครับ ผมก็ยังจะถามผ่านท่านประธานไปยังทางผู้ยกร่างนะครับ เขียนผิดหรือเปล่า เจตนาจะเขียนว่า เกิน ๑๒ สัปดาห์หรือเปล่า มันเป็นเหตุให้ท่านมาเติม (๕) ครับ การเติม (๕) จากเดิม ถ้าไม่เติมนี่ อายุครรภ์ ๓๐ สัปดาห์ ผมเป็นหมอ ผมทำแท้งให้ได้เลยถ้าเข้าเงื่อนไข (๑) ถ้าเข้าเงื่อนไข (๒) เพื่อนสมาชิกผมพูดเมื่อสักครู่นะครับบอกว่า ๓๕ สัปดาห์เขายังทำได้ ใกล้คลอดแล้วนะครับ เพราะว่ามันเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ถ้าท่านไม่เขียน ล็อกอย่างนี้นะครับ แม้ท่านจะเจตนาบอกว่าเพื่อโพรเทกต์ (Protect) การตั้งครรภ์ในวัยใส เขามายืนยันว่าเมื่อผ่านการให้คำปรึกษาแนะนำเคาน์เซลิง (Counseling) แล้ว ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ เขายืนยันว่าฉันจะทำ ฉันจะเอาออก แล้วมันแตกต่างจากการยืนยันตรงไหนครับ จาก ๑๒ สัปดาห์ เพราะฉะนั้นท่านไปเขียนอย่างนี้มันทำให้ช่องว่างของอายุครรภ์น้อยลง แทนที่จะเป็นประโยชน์กับหญิงในการปกป้องคุ้มครองเขา ท่านกลับไปละเมิดสิทธิเขา อาจจะเข้าข่ายให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกรอบหนึ่งนะครับ จริงอยู่ครับผมไม่ได้เถียงว่า ๑๒ สัปดาห์เกิดจากความสมดุลระหว่างอายุ ระหว่างเด็กในครรภ์และสิทธิของแม่ และความปลอดภัยด้วยนะครับ ต้องเติมความปลอดภัยด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ กรรมาธิการแก้มานี่ผมไม่เห็นด้วยทุกวงเล็บเลยนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับคุณหมอ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขออนุญาตกลับไปร่างเดิมครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมออภิปราย ไปมาตรา ๔ นะครับ คุณรังสิมาเชิญครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันในฐานะพยาบาลเก่านะคะ แล้วก็เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ห้องทำคลอด แล้วก็อยู่แผนกทำแท้ง แต่ดิฉันไม่ได้ทำแท้ง คือได้ช่วยเหลือแพทย์ คือดิฉัน ก็ได้นั่งฟังมา ก็สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันเห็นด้วยเพราะว่าจะได้เปิดโอกาสให้กับ ประชาชนได้มีช่องทางในการที่จะสามารถทำแท้งได้ถูกกฎหมาย แต่ทีนี้ดิฉันก็เป็นห่วงนะคะว่า การทำแท้งได้ถูกกฎหมาย เดิมประชาชนไม่มีช่องทางที่สามารถที่จะทำแล้วไม่ผิดกฎหมาย ก็จะไปทำแท้งเถื่อนเยอะมาก ทีนี้ดิฉันก็เลยอยากจะฝากว่าเมื่อถ้าประชาชนสามารถ กฎหมายนี้สามารถทำแท้งได้ไม่ผิดกฎหมาย ก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบว่า ขณะนี้ถ้าคุณทำแท้งไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ คุณจะไม่ผิดกฎหมายเพื่อที่จะให้ประชาชน ไปใช้บริการในสถานบริการที่เป็นของรัฐ หรือที่ถูกกฎหมาย แล้วก็จะสามารถช่วยเหลือ ประชาชนได้ โดยที่ว่าตอนที่ดิฉันเป็นกรรมการสภาพยาบาลก็ได้ไปบุกจับคลินิกเถื่อนที่ทำแท้งหลายที่นะคะ แล้วก็ได้เห็นถึงว่าประชาชนที่ไปทำแท้งหลังจากทำแล้วติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วก็บางคน ไม่ติดเชื้อในกระแสเลือดก็ต้องมารักษา เป็นหนอง แล้วก็มีไข้อะไรอย่างนี้ค่ะ เป็นอันตราย ต่อชีวิต แล้วก็ทรัพย์สินด้วยนะคะ ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล แล้วก็เป็นปัญหาของสังคมนะคะว่า ถ้าเกิดว่าไม่ให้เขาทำแท้งที่ถูกกฎหมาย แล้วก็ปล่อยให้เขาท้องไป พอเวลาคลอดออกมานี่ เขาก็เอาเด็กไปทิ้ง แล้วก็เป็นปัญหากับสังคมอีก เพราะฉะนั้นดิฉันก็สนับสนุนกฎหมาย ฉบับนี้นะคะที่ทำให้ประชาชนสามารถมีช่องทาง แต่อยากจะให้ประชาสัมพันธ์ให้กับ ประชาชนได้ทราบนะคะว่ายังสามารถที่จะไปทำคลินิกที่ถูกกฎหมายได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ กรรมาธิการ ที่จะชี้แจงเชิญนะครับ🔗

นายสันติ กีระนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม สันติ กีระนันทน์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่ท่านได้กรุณาอภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านเห็นปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทย ผมกราบเรียนอย่างนี้ในเบื้องต้นประเด็นทุกประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา อภิปรายนั้น เป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ถกเถียงและอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมทุกประเด็นและมากกว่านั้นด้วยนะครับ ผมจะชี้แจงบางประเด็นเริ่มต้นก่อนนะครับ ส่วนประเด็นที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับทางการแพทย์นั้นจะมี ๒ ท่านซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็คือท่านอาจารย์วิบูลพรรณกับคุณหมอกิตติศักดิ์ซึ่งเป็นสูตินรีแพทย์จะชี้แจงให้เกิด ความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวกับการแพทย์🔗

ผมเริ่มต้นอย่างนี้ก่อนครับ ถ้าตอบคำถามก่อนนะครับว่ากรรมาธิการ ได้คิดรอบคอบไหมกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมั่นใจว่าเราคิดอย่างรอบคอบ เพราะว่าได้กราบเรียนไปเบื้องต้นแล้วนะครับ ทุก ๆ ประเด็นที่ท่านกรุณาแสดงความห่วงใยนั้น ได้มีการยกขึ้นมาพูดคุยกัน แล้วก็เรียนเชิญผู้ชี้แจงมาอย่างหลากหลาย พร้อมกับไปทำการบ้าน หาข้อมูลสนับสนุนอีกมากมายเลยทีเดียวนะครับ อย่างไรก็ดีกลับไปเรื่องเดิมสักนิดหนึ่ง การเขียนกฎหมายอาญาคงยากที่จะกำหนดรายละเอียดและวิธีการปฏิบัติให้เฉพาะเจาะจง ได้ชัดเจนมาก ๆ ดังนั้นฝ่ายบริหารซึ่งมีหน้าที่ในการทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่แล้วนี่นะครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการเอาไปปฏิบัติต่อ ซึ่งท่าน จะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อสังเกตค่อนข้างยาวถึง ๑๐ ข้อ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ข้อ ๕ ไปจนถึงข้อ ๑๐ นั้นเน้นย้ำนะครับว่าฝ่ายบริหารนี่ต้องมีประเด็นอะไรบ้าง ที่ต้องไปพิจารณา ผมยกตัวอย่างข้อ ๗ ข้อ ๗ นั้นเราบอกว่าต้องกำหนดให้รัฐมีมาตรการ ในการควบคุมการจำหน่ายยาที่ผิดกฎหมายและดำเนินการกับหมอเถื่อนและคลินิกเถื่อน อย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหามากครับ คณะกรรมาธิการเห็นชัดนะครับว่าเดิมทีนั้น ที่มาตรา ๓๐๑ กำหนดว่าการทำแท้งทุกกรณีเป็นความผิดหมด มันเป็นการผลักหญิง ผู้เคราะห์ร้าย หญิงผู้ตั้งครรภ์อย่างไม่พึงประสงค์ให้ออกจากกระบวนการสาธารณสุข แต่คราวนี้นี่นะครับวิธีการเขียนกฎหมายที่มีการแก้ไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทำตรงข้ามครับ พยายามดึงเอาหญิงผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดนั้นเข้ามาสู่กระบวนการสาธารณสุข ซึ่งนั่นคือเจตนารมณ์ที่ชัดเจน และถ้าถามว่าการเอาผิดหญิงที่ตั้งครรภ์แล้วยุติการตั้งครรภ์นั้น แม้กระทั่งดั้งเดิมมาตรา ๓๐๑ ที่ถือว่าผิดทุกกรณีนั้นนะครับ ตามสถิติแล้วแทบจะไม่เคยมี การเอาผิดกับหญิงเลยนะครับ แต่เอาผิดกับผู้กระทำเถื่อน ย้ำนะครับ ผู้กระทำเถื่อน🔗

ส่วนเรื่องความเชื่อทางศาสนานั้นได้คิดกันหรือไม่ กราบเรียนว่าได้คิดครับ ได้คิดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อตามศาสนาใดก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีในความเชื่อของศาสนานั้น แม้ว่าบางอย่างเป็นเรื่องที่เทา ๆ คลุมเครือก็ได้ถูกนำมาพิจารณา ในหลายประเทศที่เป็นประเทศ ที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างออกไปก็จะเห็นว่าได้มีการวางหลักกฎหมายที่อาจจะ ไม่ได้คล้อยตามความเชื่อของศาสนาในประเทศนั้น ๆ ด้วยซ้ำไปนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ก็เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่คณะกรรมาธิการได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาทั้งสิ้น🔗

อีกอันหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่าการทำงาน ของคณะกรรมาธิการนั้นเนื่องจากเราได้รับมอบหมายจากสภาในวาระที่ ๑ ในชั้นรับหลักการนั้น หลักการที่ให้ไปในการทำงานของเรานั้นมี ๒ ประการหลัก คือ ๑. ให้กำหนดอายุครรภ์ สำหรับความผิดฐานหญิงทำให้ตนแท้งลูก ขอโทษครับ กำหนดอายุครรภ์สำหรับความผิด ฐานหญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐๑ และหลักการที่ ๒ เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทำให้แท้งลูก เป็นการแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๓๐๕ จะเห็นว่าคณะกรรมาธิการที่ไปทำงานนั้นไม่ได้ทำอะไรที่ผิดไป จากหลักการนะครับ แล้วเราก็ไม่สามารถจะทำอะไรนอกเหนือจากหลักการที่รับไปจาก สภามอบหมายให้เราได้ ดังนั้นในมาตรา ๓๐๑ ซึ่งปรากฏในร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๓ ที่กำลังพิจารณานั้นเราก็ยึดถือตามหลักการที่สภาผู้แทนราษฎรได้มอบไปให้ทำงานนะครับ🔗

ประเด็นเรื่องความแม่นยำในการตรวจอายุครรภ์ซึ่งเดี๋ยวคุณหมอทั้งสองท่าน จะกรุณามาให้ข้อมูลชี้แจง ผมกราบเรียนว่าก็เป็นประเด็นที่เรากังวลใจจึงพยายามหาทางออก โดยการเขียนเพิ่มในมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อหาทางออกให้กับความไม่แม่นยำ ในการนับอายุครรภ์ ยังพอมีทางออกให้กับหญิงผู้ประสบปัญหาชีวิตนะครับ🔗

นอกจากนั้นมีคำถามนะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นร่างเดิมหรือว่าร่างที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาแล้วนะครับ ในมาตรา ๓๐๕ ซึ่งผมขออนุญาตเลยไปเพราะว่ามีสมาชิกบางท่าน ได้กล่าวถึงแล้วนะครับ ใน (๔) ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้า (๔) ของมาตรา ๓๐๕ ไม่เขียนเอาไว้นี่แพทย์ผู้กระทำให้มีความผิดครับ เพราะจะเห็นได้ชัดมาตรา ๓๐๕ ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง เริ่มต้นมาตรา ๓๐๕ นั้นได้พูดถึงการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ คือพูดถึงหญิงผู้ตั้งครรภ์ หรือมาตรา ๓๐๒ คือผู้อื่นที่ทำให้หญิงนั้นแท้งลูก ซึ่งในที่นี้ก็คือ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ดังนั้นถ้าไม่เขียนเอาไว้ใน (๔) แพทย์ไม่พ้นผิด หญิงพ้นผิดเท่านั้น หญิงไม่มีความผิดเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อกังวลใจ โดยที่บางท่านก็ยังมีข้อกังวลใจถัดไปว่าแล้วเหตุอื่นล่ะ เช่นเหตุทางเศรษฐกิจ ผมกราบเรียนว่า (๕) ที่คณะกรรมาธิการได้ร่างเพิ่มขึ้นนั้นได้ครอบคลุมทุกประเด็นไม่ว่าจะเป็นเหตุ ทางเศรษฐกิจ หรือเหตุทางสังคม หรือเหตุอื่นใดที่วันนี้อาจจะยังไม่สามารถให้นิยามชัดเจนได้ ก็ได้พยายามพิจารณาให้เกิดความครอบคลุมทุกประการทั้งสิ้นนะครับ🔗

เรื่องการไม่เอาผิดกับชายซึ่งเป็นเหตุต้นเหตุต้องกราบเรียนเช่นนั้นนะครับ ความจริงเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าถ้าเผื่อพูดตามประสาของ ชาวบ้านก็คงจะบอกว่าเวลาจะเปรียบเทียบฐานความผิดนั้นต้องเทียบส้มกับส้ม แอปเปิ้ล กับแอปเปิ้ล เราไม่สามารถเอาส้มกับแอปเปิ้ลไปเปรียบเทียบได้ ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ออกมาเช่นเดียวกัน เพราะว่าผู้ที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์แน่นอนครับ ทั้งชายและหญิง แต่คนที่จะทำการยุติการตั้งครรภ์นั้นมีเพียงหญิงข้างเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดี ไม่ได้บอกว่าชายที่เป็นต้นเหตุนั้นจะพ้นผิดนะครับ เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญาลักษณะ ๙ ที่พูดถึงเรื่องการกระทำความผิดทางเพศนั้นได้ครอบคลุมชายที่กระทำผิดไว้ครอบคลุมแล้ว ดังนั้นคงจะต้องไปพิจารณาแยกส่วนกันไม่ได้แปลว่าผู้ชายจะไม่มีความผิด ดังนั้นในเบื้องต้น ผมขออนุญาตชี้แจงไว้อย่างนี้ครับ แล้วจะขออนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๒ ท่านก็คือ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณกับคุณหมอกิตติศักดิ์ ได้ชี้แจงเรื่องประเด็นที่เป็น ทางการแพทย์ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญ กรรมาธิการครับ🔗

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณ ฐิติดิลก กรรมาธิการ

แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก กรรมาธิการ แล้วก็กรรมการแพทยสภา ประเด็นที่เรื่อง ๑๒ สัปดาห์นี้จะไม่พูดซ้ำเพราะได้ชี้แจงเหตุผลไปแล้วนะคะ ถามว่าทำไมต้องมีการกำหนด เป็นตัวเลข ถ้าเรามองจากของประเทศทั้งสหรัฐอเมริกาหรือหลาย ๆ ประเทศรอบบ้านเรา เขาจะใช้เป็นสัปดาห์ชัดเจนแล้ว แล้วก็เรียนทุกท่านให้ทราบว่าการแพทย์ไทยเราเก่งนะคะ ไม่น้อยหน้าต่างประเทศ ถามว่าในอดีตเราเคยใช้การคำนวณอายุครรภ์โดยใช้การซักประวัติ ซึ่งความแม่นยำมันน้อย เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้ด้วยบริบทหรือที่เราคิดร่างกฎหมายอันนี้ เราอยากจะให้ทุกภาคส่วนชี้แนะ เชิญชวนให้ผู้หญิงทั้งหลายเข้าสู่ระบบสุขภาพเขาก็จะได้รับ การดูแลอย่างครบถ้วน ได้มีการประเมินอายุครรภ์อย่างถูกต้อง ผู้หญิงเราเก่งนะคะ อยากจะ รู้ว่าท้องหรือไม่ท้องก็ไปตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์เอง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ฉะนั้น ถ้าเขาประสงค์จะดูแลตัวเองเขาก็สามารถเดินเข้าไปที่คลินิกไหนก็ได้ไปตรวจดูว่าเขาอายุครรภ์ เท่าไร ซึ่งจะเป็นผลดีด้วยนะคะ เพราะว่าดีไม่ดีเด็กอาจจะโตกว่าที่เขาคำนวณเอาไว้ก็ได้ ทางการแพทย์เราที่บอกว่าไม่แม่นยำก็หลาย ๆ อย่าง แต่ท่ามกลางความไม่แม่นยำก็มี ความแม่นยำ ถ้าเราตรวจอายุครรภ์เด็กในท้องอ่อน ๆ ใช้คำภาษาธรรมดานะคะ ในท้องอ่อน ๆ โดยเฉพาะ ๑๒ สัปดาห์เราสามารถวัดขนาดเด็กออกมาได้ และจากขนาดเด็กเราจะบอกถึง อายุครรภ์ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีการประเมินโดยแพทย์ ๑๒ สัปดาห์เราสามารถตอบได้แล้วว่า แม่นยำ ถามว่าทำไมตัวเลขถึงมีความสำคัญ เพราะว่ายาแต่ละอย่าง ความปลอดภัย การใช้ มันจะถูกจำกัดด้วยอายุครรภ์ อันนั้นประเด็นที่ ๑ นะคะ🔗

ประเด็นต่อไป ถ้าสมมุติว่ามีการพลาดเกินเลยแล้วเขามาอยู่ในระบบสุขภาพ เขาตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมเขาจะเกิดความเครียด เมื่อเกิดความเครียดขอก้าวล่วงไปถึง มาตรา ๓๐๕ เดิมใน (๑) ซึ่งเป็นข้อยกเว้น ถ้าเขามีปัญหาทางสุขภาพกายสุขภาพจิตเขาก็ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ถามว่าสุขภาพจิตประเมินยากไหม ข้อบังคับแพทยสภาที่ออกมา ก็ให้ใช้แบบทดสอบง่าย ๆ แล้วก็ทำโดยแพทย์ก็ได้หรือใครก็ได้ แต่ในที่สุดแพทย์ก็ต้องมา ตรวจสอบอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นในทุกปัญหาที่เขาตั้งครรภ์แล้วเขาไม่พร้อมเขาสามารถยุติ การตั้งครรภ์ได้โดยยังมีทางออก ก็เลยขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้ว่าตัวเลขจำเป็นต้อง กำหนด ๑๒ สัปดาห์ แล้วก็ความแม่นยำมีค่ะ มีค่อนข้างจะสูงมาก ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์กิตติศักดิ์ กรรมาธิการ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ ก็นำเรียนข้อที่สมาชิกห่วงใย ซึ่งจริง ๆ ที่ท่านประธานท่านสันติ กีระนันทน์ ขออนุญาต เอ่ยนาม ได้กล่าวมาก็คือทุกประเด็นเรียกว่าถกเถียงกันในที่ประชุมตลอดเวลานะครับ ผมขอยกประเด็นที่ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านเกียรติ สิทธีอมร นะครับได้ยกประเด็น เรื่องของมาตราที่แก้ไขมาตรา ๓๐๕ ในข้อ ๕ (๕) คือหญิงมีครรภ์อายุเกิน ๑๒ สัปดาห์ ถ้าไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ยืนยันจะยุติการตั้งครรภ์หลังจากได้รับการตรวจและรับคำปรึกษาจาก ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นนะครับ ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญพวกเราก็บอกว่าถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ถึง ๒๐ สัปดาห์มันน่าจะมีกระบวนการอีกกระบวนการหนึ่งที่จะช่วยให้สตรีมีครรภ์คนนั้น ได้มีคำแนะนำที่ถูกต้องเพราะช่วงที่เขาทราบว่าตั้งครรภ์ค่อนข้างจะสับสน แล้วก็ไม่มี คำแนะนำใด ๆ แล้วเราจึงกำหนดว่าน่าจะมีคำแนะนำ แล้วทีนี้คำแนะนำต้องนำเรียน ท่านประธานแล้วก็ผู้ร่วมประชุมว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้มีกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย มีกระบวนการที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งในโรงพยาบาลก็จะมีหน่วยงานเขาเรียกว่า โอเอสซีซี (OSCC) ผมเป็นหัวหน้าแผนกสูตินรีแพทย์ นรีเวชกรรมของโรงพยาบาลมหาสารคามมาก่อน แล้วก็เป็นหัวหน้าของโอเอสซีซี (OSCC) จะมีพยาบาลที่ทำงานแล้วก็มีเรียกว่าผู้ปฏิบัติการ ทางด้านสังคมมารับปรึกษาเรื่องนี้ซึ่งกระบวนการพวกนี้กระทรวงสาธารณสุขทำได้ดี แล้วก็ ได้ทำร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย ก็คือเรื่องของทั้ง พม. ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหลายส่วน ที่เกี่ยวข้องที่บอกว่า ๘ หน่วยงาน เป็นอย่างไรครับ ก็คือว่าจริง ๆ เราไม่อยากให้ผู้ที่มีปัญหา เขามาปรึกษาแล้วโยนไป เช่น มาปรึกษาโรงพยาบาลโยนไป พม. โยนไปโน้นโยนไปนี้ เราอยากให้การปรึกษาคนนั้นโดยมีคนที่เป็นศูนย์กลาง ก็คือกระทรวงสาธารณสุข ก็คือ โอเอสซีซี (OSCC) ในโรงพยาบาลเป็นเจ้าภาพในการที่จะประสานงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่นอย่างไรครับ เช่น กรณีที่เขาตัดสินใจเราให้คำแนะนำแล้วเขาตัดสินใจจะเลี้ยงลูก จะดำเนินการตั้งครรภ์ต่อ เราก็ปรึกษาว่าเขาจะเลี้ยงอย่างไร โรงเรียนจะเป็นอย่างไร โรงเรียนจะมีปัญหาไหมนะครับ เขาจะไปทำอะไรต่อ หรือกรณีเขาจะเรียกว่าตั้งครรภ์ต่อ แต่ไม่ประสงค์จะเอาเป็นบุตรก็แบบว่าเราก็มีกระบวนการ พม. ที่จะยกบุตรนั้นให้เป็น บุตรบุญธรรมกับคนอื่น นำเรียนท่านสมาชิกสภาและท่านประธานว่าตอนนี้มีคนอยากได้ลูก คนมีลูกยากอยากได้ลูกไปเป็นบุตรบุญธรรมเยอะมากนะครับ ซึ่ง พม. ตอนนี้ก็มีกระบวนการ ในการที่จะตรวจสอบว่าคนที่ต้องการมีบุตร เรียกว่ามีคุณสมบัติที่ถูกต้องครบถ้วนไหม บุตรที่ เกิดขึ้นมาได้รับการดูแลได้อย่างดี ซึ่งอันนี้กระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทางโอเอสซีซี (OSCC) คือ วัน สต๊อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ก็คือที่โรงพยาบาลก็จะประสานงานในทุกส่วน หรือกรณีที่ปรึกษาแล้วจะยุติการตั้งครรภ์ เซ็นเตอร์ (Center) นี้ก็จะไปหาสูตินรีแพทย์ ให้พิจารณาตามความเหมาะสมด้วย ซึ่งนอกจากนี้เรื่องของสิทธิแพทย์ เช่น สูติแพทย์บางคน เขาไม่สบายใจที่จะไปทำแท้งอย่างนี้เขารู้สึกเป็นบาป เป็นอะไรนี้เขาก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธ แต่กระบวนการโอเอสซีซี (OSCC) ก็จะต้องไปหาผู้ที่ดำเนินการทางการแพทย์ผู้ที่มีศักยภาพ ที่จะทำในอันนี้ นี่คือสิ่งที่เราออกแบบมาที่จะให้เจตนารมณ์อันนี้ให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดำเนินงานเพราะเป็นหน่วยปฏิบัติงาน เราบอกว่าแพทยสภาเป็นแค่ผู้กำหนดกฎเกณฑ์ แต่คนที่ทำงานจริงคือกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งค่อนข้างจะเรียกว่าแพร็กทิคัล (Practical) ก็คือว่าค่อนข้างจะตรงกับแนวปฏิบัติที่คิดถึงแม่เป็นหลักอยู่แล้ว อันนี้ก็นำเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านเกียรติ สิทธีอมร ในการที่จะตอบปัญหาเรื่องของทำไมให้กระทรวงสาธารณสุข ประกาศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีกระบวนการในการที่จะนำกระบวนการที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเอ็นจีโอ (NGO) หรืออะไรต่าง ๆ ของกรมอนามัยเสนอกับรัฐมนตรี เพื่อจะประกาศต่อไปนะครับ🔗

ส่วนประเด็นของเพื่อนสมาชิกของผมอีกท่านหนึ่งนะครับ คือของท่านชลน่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งบอกว่าในข้อ ๓ มาตรา ๑๐๕ นี่นะครับ บอกว่าหญิงยืนยันต่อ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์แล้ว เนื่องจากมีความผิดเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราถกเถียงกันนะครับ ตอนแรกว่าอย่างนี้พอหรือ อย่างนี้เขาโกหกหมอ หมอก็ทำให้ได้เลยหรือ จริง ๆ แล้วกระบวนการพวกนี้ก็มีประเด็นที่เราห่วงใยก็คือว่า ๑. ถ้าคดีจะสิ้นสุดบางทีการตั้งครรภ์อายุครรภ์ก็เยอะแล้ว ก็เป็นอันตราย แล้วก็เรียกว่า การทำแท้งก็จะลำบากนะครับ แล้วประเด็นที่ ๒ คือหญิงบางคนเขาไม่อยากจะไปเป็นคดี เขาไม่อยากจะไปฟ้องร้อง เขาไม่อยากไปแจ้งความ อาจจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ที่มี ความใกล้ชิดนะครับ ซึ่งพ่อแม่เป็นอะไรก็ไม่อยากให้สังคมเกิดความอื้อฉาวขึ้นมา ศูนย์โอเอสซีซี (OSCC) ก็จะเป็นคนที่พิจารณานะครับ ผมคิดว่าด้วยจรรยาบรรณของแพทย์ แล้วก็ของหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข น่าจะเป็นจุดสมดุลที่จะทำให้การตัดสินใจ ในครั้งนี้ได้รับการปกป้องจากกฎหมายด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนว่าจุดนี้ก็ต้องมีจุด ที่หาความสมดุลของการพิจารณาให้เหมาะสมเรื่องของการยืนยัน ที่ประชุมก็เลยบอกว่า ฉะนั้นแค่ยืนยันแล้วก็ยืนยันกับใครก็คงเป็นเกี่ยวกับแพทย์หรือศูนย์ที่ได้รับการมอบหมาย จากแพทย์ แล้วก็สู่กระบวนการที่ถูกต้องต่อไป น่าจะเป็นจุดที่เพียงพอให้กับกระบวนการ ในการที่จะทำให้กระบวนการนี้เกิดความสำเร็จ แล้วก็มีความสมดุล แล้วก็มีความถูกต้อง มีจริยธรรมที่ถูกต้องต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ กรรมาธิการ ยังมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มี คุณหมอครับ มาตรา ๓ ครับ ถ้าคุณหมอติดใจ ประเดี๋ยวมาตรา ๔ ไว้อีกทีนะครับ ตอนนี้ขอหารือมาตรา ๓ ครับ ท่านสมาชิกไม่มีอะไร เฉพาะมาตรา ๓ นะครับ ถ้าไม่มีก็ต้องขอมติครับ ต้องเชิญพวกเราเข้ามานะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกเชิญเข้ามานะครับ จะให้เวลาครับ พวกเราที่ไปรับประทานอาหารอยู่ข้างนอก แต่เรียนไว้ก่อนว่ามาตรานี้ มีการแก้ไขนะครับ แล้วก็มีกรรมาธิการสงวนความเห็น แล้วก็มีสมาชิกแปรญัตติ ดังนั้น สิ่งแรกที่จะต้องเป็นประเด็นที่เรียนเสียก่อนก็คือจะถามเบื้องต้นเสียก่อนว่าจะเห็นควรแก้ไข ตามที่กรรมาธิการแก้ไข หรือจะคงไว้ตามร่างเดิมนะครับ ถ้าสมมุติมีความเห็นว่าคงไว้ ตามร่างเดิมก็ไม่ต้องถามประเด็นต่อไป แต่ถ้ามีความเห็นว่าควรแก้ไข ก็จะถามว่าจะแก้ไข ตามที่กรรมาธิการหรือผู้สงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติ อันนั้นก็จะไล่ไปทีละลำดับ ก็เรียน ไว้เป็นเบื้องต้นเพื่อสมาชิกจะได้เข้าใจประเด็น เพราะลงมติเดี๋ยวจะสับสนนะครับ ขอเชิญ เข้ามาครับ สมาชิกเข้ามาแล้วแสดงตนนะครับเพื่อตรวจองค์ประชุม สมาชิกที่บัตร ฝากเจ้าหน้าที่ไว้ทยอยมารับบัตรนะครับ ระยะห่าง คำนึงระยะห่างไว้ด้วยครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณาแสดงตนนะครับ ให้เวลาครับ ยังอยู่ระหว่างแสดงตนเพื่อตรวจ องค์ประชุมครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ถ้าพร้อมขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ขณะนี้ที่แสดงตนนะครับ ๓๒๒ ท่าน ก็ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปก็จะถามมติย้ำ อีกครั้งหนึ่งว่าโดยที่มาตรา ๓ มีการแก้ไข ดังนั้นจึงมีทั้ง ๑. ร่างเดิม ๒. มีการแก้ไข โดยกรรมาธิการ ๓. มีการสงวนความเห็นโดยกรรมาธิการ ๔. มีการแปรญัตติโดยสมาชิก ดังนั้นจึงขอถามในเบื้องต้นว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขตามที่กรรมาธิการแก้ไข หรือจะให้ คงไว้ตามร่างเดิม ถ้าผลออกมาว่าแก้ไขก็จะค่อยถามลำดับต่อไปว่าแก้ไขตามผู้ใดนะครับ แต่ว่าถ้าเห็นว่าคงไว้ตามร่างเดิมก็จบไม่ต้องถามต่อครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ฟังคำถาม ให้ดีนะครับ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไข คือเห็นควรคงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนะครับ คือไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขครับ ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ สมาชิกเข้าใจนะครับ กรุณาลงมติครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับผม🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ผมไม่ค่อยแน่ใจในกรณีที่เห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นจะต้องโหวตแบบไหน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันมีร่างเดิมอยู่ครับ ถ้าสมมุติว่าเห็นด้วยให้แก้ไขผมก็จะถามต่อไปในข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของผู้ใด แต่ว่าถ้าออกมาว่าไม่เห็นด้วยคือคงไว้ตามร่างเดิมก็ไม่ต้องถามต่อครับ เชิญลงมติ นะครับ ให้เวลาลงมตินะครับ ท่านสมาชิกพร้อมไหมครับ ผู้ใดที่บัตรขัดข้องอะไรกรุณา พอปิดแล้วจะลงมติไม่ได้ครับ ถ้าพร้อมก็ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๕๔ ท่านนะครับ เห็นด้วยตามที่แปรญัตติ ๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วยคือให้คงไว้ตามร่างเดิม ๒๗๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗

เพราะฉะนั้นมติก็คือ ไม่เห็นด้วยในการแปรญัตติให้คงไว้ตามร่างเดิม จึงไม่ต้องถามคำถามต่อไปนะครับ ก็ถือว่า มาตรา ๓ นี้จบ ก็คือคงไว้ตามร่างเดิมครับ ก็ขอบคุณกรรมาธิการและสมาชิกครับ🔗

มาตรา ๔ เข้าใจว่าจะใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นสมาชิกที่ต้องทานอาหาร ก็เชิญนะครับ แล้วเมื่อถึงลงมติก็จะไปตามมาครับ ขอเชิญครับ ท่านเลขาธิการเชิญต่อครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๓๐๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มาตรา ๔ นี้ ก็เช่นเดียวกันนะครับ คือมีการแก้ไขแล้วก็มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและมีสมาชิก แปรญัตติ ขอเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตที่จะพูดเป็นคนแรกต้องขอประทานโทษที่เสียมารยาทครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ เชิญเลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

พอดีผมมีภารกิจสอนออนไลน์ (Online) ไปพร้อมกันด้วยครับ เดี๋ยวต้องไปสอนต่อครับ ผมขออนุญาตสงวนความเห็น ในมาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๓๐๕ อยู่ทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งเดี๋ยวผมจะเทียบให้เห็นว่า ร่างของกรรมาธิการนั้นแตกต่างกับสิ่งที่ผมขอสงวนอย่างไรครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ร่างของกรรมาธิการในมาตรา ๓๐๕ วรรคแรกนั้นท่านใช้คำว่า ถ้าการกระทำความผิด จั่วหัวมาท่านก็พูดชัดเจนเลยนะครับว่า ถ้าการกระทำความผิด ตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ ฉะนั้นความหมายก็คือว่าท่านมองอยู่แล้วว่า มาตรา ๓๐๑ นั้นต้องมีคนผิด มาตรา ๓๐๒ ก็เช่นเดียวกันครับว่าต้องมีคนผิด ถ้าในมุม ของผมนะครับ ผมคิดว่าเรากำลังจะบอกว่าผู้หญิงที่เขาเลือกที่จะยุติการตั้งครรภ์นั้น เราไม่ควรเรียกเขาว่าผู้กระทำความผิดด้วยซ้ำ เฉกเช่นเดียวกับคุณหมอที่ท่านให้ความเห็น ท่านดำเนินการในตามหลักวิชาชีพของท่าน แล้วยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิงนั้นก็ไม่สมควร ที่จะถูกเรียกว่าผู้กระทำความผิดด้วยซ้ำ คำเดียวมีนัยหรือมีความหมายสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ถ้าคำนั้นมันเริ่มจากในภาษาจิตวิทยาที่เรียกว่าการตีตรา หรือสทิกมา (Stigma) เมื่อท่าน เริ่มจากกระบวนการตีตราหรือสทิกมา (Stigma) ว่าคนเป็นผู้กระทำความผิด คนก็ไม่กล้า เดินมาหา ไม่กล้าเดินเข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ฉะนั้นผมสงวน ในประเด็นแรกของมาตรา ๓๐๕ ขอให้ตัดคำว่า ความผิด ออกไป เป็นเพียงการกระทำ ตามมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๒ เท่านั้น ส่วนจะมีเหตุยกเว้นเหตุผลประการใดนั้นว่ากันไป นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ใน (๑) ร่างของคณะกรรมาธิการจริง ๆ แล้ว ก็เป็นบวกนะครับ ผมก็แก้แต่เพียงเล็กน้อยครับ เพราะว่าท่านบอกว่าหญิงนั้นจำเป็นต้อง กระทำเนื่องจากสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิง จริง ๆ ประเด็นเรื่องจิตใจมิใช่เป็น ประเด็นที่อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๕ เดิมมาก่อนนะครับ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นคำที่คล้ายกับอยู่ในข้อบังคับแพทยสภา ปี ๒๕๔๘ แต่ว่าสิ่งที่เราเรียนรู้จากผู้ชี้แจง จากหลักเกณฑ์ มีหลายท่านเอามาแสดงให้เห็นว่าองค์การอนามัยโลกบอกว่าจริง ๆ แล้ว สุขภาพนั้นมีอยู่ ๒ แบบด้วยกัน สุขภาพแบบหนึ่งเรียกว่าสุขภาพทางกาย สุขภาพอีกแบบหนึ่ง เรียกว่าสุขภาพทางจิต หรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่าเมนทัลเฮลท์ (Mental Health) เรื่องนี้ มีนัยสำคัญต่อการประเมินนะครับ เพราะว่าสุขภาพทางจิตในมุมของผมนั้นมีความหมาย ที่กว้างกว่าคำว่า จิตใจ ผมมีเวลาค้นครับ แต่วันนี้ไม่สะดวกที่จะนำมาแสดงในระยะเวลา ที่มีอยู่จำกัดว่าศาลฎีกาในประเทศไทยเคยตีความให้ความหมายคำว่า ทารุณกรรมที่ส่งผลกระทบ ต่อจิตใจ นั้นหมายความว่าอย่างไร เช่นการได้รับของมึนเมาแล้วมีอาการเมาไม่รู้สติ ไม่รู้ตัว ไปหลายวันนั้นเรียกว่ามีผลกระทบต่อจิตใจ หรือในขณะเดียวกันอาจจะมีการตีความไปสุดขั้วไปอีกแบบหนึ่งว่า ภาวะทางจิตใจนั้น ต้องถึงขนาดมีโรคที่เรียกว่าดิสออร์เดอร์ (Disorder) ทางจิตเวช จะเป็นสคิโซฟรีเนีย (Schizophrenia) จะเป็นไบโพลาร์ (Bipolar) จะเป็นซึมเศร้า จะเป็นพีทีเอสดี (PTSD) ที่เรียกว่าโพสต์ ทรอเมติก สเตรส ดิสออร์เดอร์ (Post-Traumatic Stress Disorder) ก็สุดแล้วแต่ แต่ผมคิดว่ายิ่งเปิดความหมายของคำว่า จิตใจ แล้วนำไปสู่การตีความ ซึ่งศาล เคยบัญญัติไว้ในทางแคบนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองเด็กครับ เปลี่ยนให้สอดคล้อง กับหลักการที่องค์การอนามัยโลกยอมรับเป็นประเด็นสุขภาพทางจิตก็น่าจะเพียงพอ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ ในประเด็นที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากว่าหญิงนั้นมีความเสี่ยง ซึ่งเป็นผลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตัวของทารกที่อยู่ในครรภ์ วันนี้มีคนหลายคนพูดถึงสิทธิ ของตัวอ่อน ซึ่งในความเป็นจริงไม่เคยมีการใช้คำหรือบัญญัติคำว่า สิทธิของตัวอ่อน มาก่อน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่รองรับประเด็นเรื่องของการดูแลเด็กก็ไม่มีคำนี้นะครับ อนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิเด็กนั้นแค่เป็นเพียงแค่การขยายการดูแลแม่ในฐานะที่กำลังตั้งครรภ์ลูกอยู่ ว่าหากอนาคตนั้นลูกคลอดออกมาแล้วมีสภาพบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งในประเทศไทย ซึ่งนักกฎหมายทุกคนเรียนคาบแรก สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕ แต่จริง ๆ แล้วนะครับ ประเด็นเรื่องเหตุจำเป็นต้องกระทำนั้นเป็นเรื่องของการดูแลการประเมินที่แค่มีหลักฐาน ทางการแพทย์ควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติก็ควรค่าต่อการเพียงพอ ที่จะให้แพทย์ดำเนินการในแง่ของการยุติการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งประเด็นที่ผมสงวนไว้นั้นต้องด้วย กับสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข เฉพาะ (๒) ผมไม่ติดใจครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ ก็คือกรณีที่บัญญัติไว้ใน (๓) ซึ่งเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ผมเคยบรรยายหรืออภิปรายในวาระที่หนึ่งว่าคดีความผิดเกี่ยวกับเพศที่ถูกระบุไว้ แม้กระทั่ง ในข้อบังคับแพทยสภาเดิมที่ใช้คำว่า หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการตีความอย่างแคบ ในการปฏิบัติในหลายพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางโรงพยาบาลต้องการถึงขนาดมีบันทึก ประจำวันเป็นหลักฐาน บางโรงพยาบาลต้องการถึงขนาดบันทึกประจำวันรับแจ้งไว้เป็นคดี บางโรงพยาบาลต้องการถึงขนาดหลักฐานว่ามีเลขคดีอาญาที่เท่านั้นเท่านี้ ทับปี พ.ศ. เท่านั้น เท่านี้ บางโรงพยาบาลถึงขนาดต้องมีหนังสือขอตัวส่งตัวให้แพทย์ประเมินว่าควรหรือไม่ควร ในการยุติการตั้งครรภ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แถมให้ตำรวจเขียนต่อท้ายมาด้วยซ้ำว่า สมควรเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจพิสูจน์เรื่องสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) อีกหรือไม่ ด้วยความเคารพนะครับ ในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กบางจังหวัดถึงขนาดอ้างว่า ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุด นี่ไกลตัวมากเลย เรากำลังพูดถึงอายุครรภ์ ๑๒-๒๐ สัปดาห์ ซึ่งอาจจะมีการแก้ไข แต่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้นอาจจะเป็น ๑ ปีต่าง ๆ ไม่ตอบสนองต่อสิทธิ ในการยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิง ฉะนั้นวันนี้กรรมาธิการแก้ไขว่าให้หญิงนั้นยืนยันว่าตนเอง ตั้งครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ อันนี้โอเค (OK) ครับ แต่ผมเพิ่ม เพื่อประโยชน์ของผู้หญิงนิดเดียวว่า ถ้าหรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเขาตั้งครรภ์ เนื่องจากถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศก็ให้พิจารณาหลักฐานตัวนั้นเช่นเดียวกัน🔗

ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เป็นประเด็นที่ ๕ อยู่ในมาตรา ๓๐๕ ก็คือการสงวนเรื่องอายุครรภ์ ๒๔ สัปดาห์ ซึ่งเดี๋ยวอาจจะมีเพื่อนสมาชิกพูดต่อ เพราะว่า อายุครรภ์ ๒๔ สัปดาห์นั้นคือร่างประกบกฎหมายฉบับนี้ที่พรรคก้าวไกลได้มีความเห็น ร่วมกันของสมาชิกทั้งพรรค และได้มีการยื่นร่างประกบว่าเพราะเหตุใดเราจำเป็นต้องขยาย อายุครรภ์ให้รองรับไปถึง ๒๔ สัปดาห์ แล้วในขณะเดียวกันก็ไม่ควรมีหลักเกณฑ์ใด ๆ ที่มาสร้างความรุงรังให้กับผู้หญิงและแพทย์ที่จะประเมินเพื่อยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิง ฉะนั้นด้วยเหตุผลประเด็นความแตกต่างทั้ง ๕ ประการที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานครับ กรณีของมาตรา ๓๐๕ ผมขอยืนยันที่จะสงวนความเห็นเพื่อให้มีการลงมติในวาระ ๒ ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นมีอภิปรายอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านผู้แทนผู้ทรงเกียรติ และท่านกรรมาธิการที่ร่วมประชุมกับดิฉันมา ๖ วันเต็ม ๆ บวกอีก ๑ วันในการตรวจรายงานนี้นะคะ ดิฉันขอสงวนความเห็นแปรญัตติมาตรา ๓๐๕ เริ่มต้นตั้งแต่ ถ้าการกระทำความผิดมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นการกระทำของ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ดิฉันเสนอให้เปลี่ยนเป็น กระทรวงสาธารณสุข ด้วยเหตุผลดังนี้ค่ะ🔗

กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยได้ทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องการยุติ การตั้งครรภ์มาเนิ่นนานแล้ว เป็นกระทรวงที่ได้ลงทุนในการทำวิจัยระดับชาติเมื่อปี ๒๕๔๒ จนได้ข้อเท็จจริงมาถึงข้อสรุปทางวิชาการว่าอัตราตายของผู้หญิงที่ไปทำแท้งเถื่อนนั้น มี ๓๐๐ ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ เปรียบเทียบกับอัตราตายของผู้หญิงที่คลอดปกติซึ่งมี ๓๐ ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ นี่คืออัตราเมื่อปี ๒๕๔๒ สูงกว่ากัน ๑๐ เท่า ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวง สาธารณสุขสรุปว่าอันนี้เป็นปัญหาสาธารณสุขต้น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งจริง ๆ แล้ว เป็นปัญหาที่ค้างคาอยู่ในประเทศไทยมามากกว่า ๖๐ ปี เราใช้กฎหมายมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ นี่ปี ๒๕๖๔ แล้วนะคะ กระทรวงสาธารณสุขยังทำงานเกี่ยวข้องโดยกรมอนามัยเมื่อปี ๒๕๕๗ ได้จัดตั้งเครือข่ายอาสาซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาที่ทำงานด้านนี้ในการให้บริการที่เรียกว่าอาสาอาร์เอสเอ (RSA) นี่คือ รีเฟอร์รัล ซิสเตม ฟอร์ เซฟ อะบอร์ชัน (Referral System for Safe Abortion) ทำงานร่วมกับ สปสช. ในการที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์เรื่องนี้ ทำงานร่วมกับ อย. ในการที่ นำเข้ายาจากสูตรขององค์การอนามัยโลก แล้วก็ยังควบคุมยาตามสิ่งซึ่ง อย. กำหนดมา ขณะนี้ยาเมดาบอน (Medabon) ซึ่งเป็นยายุติการตั้งครรภ์นั้นอยู่ในความดูแลของ กรมอนามัย และอยู่ในบัญชียา ในบัญชี จ เพราะฉะนั้นแล้วดิฉันคิดว่าถ้าเราต้องการ จะมีหลักเกณฑ์เรื่องนี้ องค์กรที่เหมาะสมที่สุดต้องเป็นองค์กรที่เข้าใจปัญหาถึงรากเหง้าแล้ว คุ้นเคยกับปัญหานี้ ดิฉันไม่สบายใจอย่างยิ่งที่ในกฎหมายกำหนดให้แพทยสภาเป็นคนทำงานนี้ แพทยสภามีการเลือกตั้งเป็นระยะ ๆ แล้วเราเอากฎเกณฑ์ กติกา วิธีการต่าง ๆ นี้ไปอยู่ในมือ ของคน ๖๐ คน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยเข้าใจปัญหานี้มาเลยก็ได้ แล้วเราก็รู้ว่าไม่มากก็น้อย แพทยสภาเป็นองค์กรที่มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับพวกแพทย์ด้วยกันเอง องค์ประกอบ ของแพทยสภาในรอบ ๒๐ ปีนี้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ดิฉันไม่มีเวลา ที่จะอภิปรายให้เห็นว่าตลอดระยะเวลาที่องค์ประกอบเปลี่ยนแปลงไปนั้นแพทยสภา คุ้มครองใครกันแน่ แต่ดิฉันไม่มั่นใจว่าแพทยสภาจะคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงที่เขาต้องการยุติ การตั้งครรภ์ ดิฉันในฐานะคนที่ทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข ทำงานกันมา ๒๐ ปี ดิฉันไว้วางใจกระทรวงสาธารณสุขมากกว่า เพราะฉะนั้นจะขอเสนอให้มาตรานี้เปลี่ยนเป็น กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ดิฉันเองก็ไปปรึกษานักกฎหมายใหญ่ ๆ หมอใหญ่ ๆ หลายคน เขาเห็นด้วยกับดิฉันนะคะ แล้วเขาก็บอกว่าอันที่จริงแล้วแพทยสภาดูแลจรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพของหมอ ไม่ควรจะมายุ่งเรื่องนี้🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันขอสงวนแปรญัตติไว้ก็คือมาตรา ๓๐๕ (๓) หญิงมีครรภ์ เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ สิ่งที่ดิฉันสงวนคำแปรญัตติไว้ก็คือให้เพิ่มคำว่า ไม่ว่าจะได้มีการร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือฟ้องคดีในความผิดนั้นหรือไม่ ดิฉันมองว่าถ้าเราเติม คำเหล่านี้เข้าไปเราจะสบายใจนะคะ แล้วก็เชื่อมั่นได้ว่าในกรณีที่ผู้หญิงถูกละเมิดทางเพศ แล้วมีการท้องขึ้นมา เมื่อเขาต้องการยุติการตั้งครรภ์จะไม่มีเงื่อนไขที่จริง ๆ แล้วเราพบ ในการทำงานของเรา คือเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมนี่ตั้งมา ปีที่ ๑๔ ปีที่ ๑๕ แล้วนะคะ อย่างที่ ส.ส. ณัฐวุฒิพูด ขออนุญาตเอ่ยนาม เราพบว่าบางแห่ง มีการตั้งคณะกรรมการ บางแห่งบอกให้ไปฟ้องศาลก่อน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าฟ้องศาล คดีกว่าจะนั่นเด็กก็ต้องคลอดออกมาเดินแล้ว เป็นต้นอย่างนี้นะคะ บางแห่งบอกให้ต้อง แจ้งความ บางแห่งเข้าใจปัญหาบอกว่าให้เอ็นจีโอ (NGO) พามา ไว้ใจเอ็นจีโอ (NGO) ว่า เอ็นจีโอ (NGO) พามา แล้วก็ให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ละแห่งไม่เหมือนกันเลยค่ะ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าถ้าเราใส่ไว้ให้ชัดเจนตรงนี้ โดยแม้แต่คำว่า ยืนยัน นี่นะคะ ดิฉันยังคิดว่า เป็นเงื่อนไขสำหรับตัวผู้หญิง แล้วอย่าลืมว่ามีผู้หญิงหลายคนเขาอยู่ในภาวะที่เขาอาจจะ ตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ เช่น ผู้หญิงพิการ ผู้หญิงมีปัญหาในทางจิตใจ หรืออะไรก็ตามแต่ เราอย่าลืมกลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓๐๕ (๓) นี้ดิฉันเสนอให้เติมว่า ไม่ว่าจะได้มีการร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือฟ้องคดีในความผิดนั้นหรือไม่🔗

ขออีก ๑ อนุนะคะ คือ (๕) มาตรา ๕ (๕) คือหญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน สิบสองสัปดาห์ ดิฉันขอขยายไป แต่ไม่เกินยี่สิบสี่สัปดาห์ แล้วก็มีข้อความเหมือนกับร่าง ของกรรมาธิการนะคะ คือยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์หลังการตรวจ และรับคำปรึกษา ทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่น จบแค่นี้ค่ะ ตัดหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขจะไปกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภากับกระทรวง ทบวง กรมอะไร ๘-๙ กระทรวงทิ้งไปเลย เพราะดิฉันคิดว่าแค่ผู้หญิงเข้าไปตรวจครรภ์ แล้วก็รับคำปรึกษาทางเลือกนะคะ แค่นี้พอ ในที่นี้คือรับคำปรึกษาทางเลือกที่ศูนย์บริการนั้น จากแพทย์หรือจากนักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ในที่นี้คืออาจจะมี การรับคำปรึกษาทางเลือกจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านนี้มายาวนาน ซึ่งเขาให้ คำปรึกษาทางเลือกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่าดีเลย์อะบอร์ชัน (Delay abortion) ดีเลย์อะบอร์ชัน (Delay abortion) มันคือความรุนแรงประเภทหนึ่ง แล้วมันเป็นความรุนแรง เชิงโครงสร้าง คือมันเป็นสตรักเจอรัลไวโอเลนซ์ (Structural violence) ซึ่งสตรักเจอรัลไวโอเลนซ์ (Structural violence) หรือความรุนแรงเชิงโครงสร้างนี่มันมักจะเป็นลายลักษณ์อักษร ฝังอยู่ในตามข้อกำหนดและกฎหมายต่าง ๆ นี่ละค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการประชุมโดยให้กระทรวงสาธารณสุขมาทำโน่นทำนี่อีก ถ้าผู้หญิงเขาไปรับ การตรวจครรภ์แล้ว รับคำปรึกษาทางเลือกแล้วก็ให้เขายุติการตั้งครรภ์ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือควรจะมีกรอบเวลาว่ากระบวนการเหล่านี้จะต้องรวดเร็วที่สุดไม่เกินวันสองวัน เพราะ ดิฉันย้ำอีกครั้งหนึ่ง การเข้าถึงบริการการยุติการตั้งครรภ์ที่ช้ามันเป็นความรุนแรง เชิงโครงสร้าง เราจะออกกฎหมายทั้งทีเราควรจะต้องลดความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ที่จริง ๆ แล้วสังคมไทยถนัดมากในการที่จะใส่ไว้ในกฎหมาย แล้วทำกับคนตัวเล็กตัวน้อย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกรรมาธิการธณิกานต์ครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นค่ะ ท่านประธานคะ เราต้องไม่ลืมว่าเจตนารมณ์หลักของฝ่ายนิติบัญญัติของสภาแห่งนี้ในการปรับแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญาประเด็นการยุติการตั้งครรภ์นั้น นอกจากเป็นไปเพื่อคำวินิจฉัย และข้อเสนอแนะของศาลรัฐธรรมนูญแล้วนะคะ ยังเป็นไปเพื่อความเป็นธรรมด้านสิทธิมนุษยชน ของผู้หญิง และสิทธิของทารกที่จะเกิดแล้วก็รอดออกมามีสภาพบุคคลตามประมวลกฎหมาย แพ่งของเราแล้วนะคะ ยังเป็นเพื่อประเด็นสำคัญที่สุดค่ะ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัย ของผู้หญิงไทยทุกคนที่จะเกี่ยวข้องในประเด็นนี้นะคะ สืบเนื่องจากกฎหมายอาญา ต้องตีความโดยเคร่งครัด ดังนั้นภาษาที่ใช้ในการระบุค่ะ ดิฉันจึงมีการสงวนความเห็นไว้ เป็นเงื่อนไขในการยุติการตั้งครรภ์ ในการแก้ในมาตรา ๓๐๕ (๑) โดยระบุว่าจะขอแก้ไข เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๓๐๕ (๑) ดังนี้ค่ะ จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือสุขภาพทางจิตของหญิงนั้น ขอเปลี่ยนจากร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ลงมติว่าเป็น ต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจ นะคะ ด้วยดิฉันได้ไปค้นคว้าข้อมูลแล้วก็พบว่าในอะบอร์ชันแอกต์ (Abortion Act) ของประเทศ อังกฤษก็ดี ซึ่งทราบว่าทางกฤษฎีกาน่าจะใช้เป็นต้นแบบในการร่างจากประเทศต่าง ๆ ด้วยนะคะ มีการใช้คำว่า ฟิสิคัล ออร์ เมนทัล เฮลท์ (Physical or Mental Health) นะคะ ดังนั้นเมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วดิฉันคิดว่าภาษาที่น่าจะมีความชัดเจนและครอบคลุม มากกว่า น่าจะเป็นคำว่า ต่อสุขภาพทางกายหรือสุขภาพทางจิต จึงเรียนมาเพื่อให้ที่ประชุม แห่งนี้ได้ลงความเห็น เห็นชอบหรือไม่ อย่างไร ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกรรมาธิการเขมชาติ กิจค้า เชิญครับ🔗

นายเขมชาติ กิจค้า กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเขมชาติ กิจค้า ในฐานะกรรมาธิการผู้ขอสงวนความเห็นให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป สำหรับการขอสงวน ความเห็นแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้นะครับ ผมได้ขอสงวนความเห็นในมาตรา ๓๐๕ (๓) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าตนมีครรภ์ เนื่องจาก มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดในเรื่องเหตุผลของการขอสงวน ความเห็นครั้งนี้นะครับ ก็ขอย้อนกลับไปที่ร่างที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเข้าสู่สภานะครับ ได้มีการปรับเปลี่ยนแก้ไข มีความคล้ายคลึงกับกฎหมายซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน คือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๕ (๒) ซึ่งบัญญัติไว้ว่า หญิงมีครรภ์เนื่องจากมี การกระทำความผิดอาญาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๘๒ หรือมาตรา ๒๘๔ ทั้ง ๔ มาตราดังกล่าวนะครับ ได้อยู่ในลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งร่างที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้าสู่สภา ได้เปลี่ยนแปลง วรรคท้ายของมาตรา ๓๐๕ (๒) ของกฎหมายซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยได้เปลี่ยนเป็น การใช้คำว่า ความผิดเกี่ยวกับเพศ แต่ในทางปฏิบัติยังคงเป็นอุปสรรคต่อผู้หญิง ซึ่งตกเป็น เหยื่อของความรุนแรงทางเพศ ทำให้ไม่ได้รับความยุติธรรม คำถามที่เกิดขึ้นคือความล่าช้า ของกระบวนการยุติธรรม อาจจะเป็นความอยุติธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง อาจจะต้องรอให้มี คำพิพากษาก่อนหรือไม่ว่าผู้หญิงถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศจนตั้งครรภ์จริง จึงจะสามารถ ยุติการตั้งครรภ์หรือทำแท้งได้ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นจะไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มิได้มีส่วนช่วยให้ผู้หญิงได้รับความเป็นธรรม อาจคลอดทารกระหว่างรอคำพิพากษา หลังจากนั้นต้องแบกรับภาระปัญหาต่าง ๆ ไว้เพียงฝ่ายเดียว หรือในกรณีที่ผู้หญิงยืนยัน ต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์ เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ซึ่งเป็นการยืนยันกับแพทย์เพียงฝ่ายเดียวนั้น ผู้หญิงต้องใช้หลักฐานการแจ้งความว่า ตนถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศไปยื่นต่อแพทย์เพื่อขอทำแท้งหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ หลักเกณฑ์ของแพทยสภา ฟังดูเหมือนจะเป็นการช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้หญิงนะครับ แต่ในความเป็นจริงคือ มีเพียงบางรายที่เลือกที่จะเดินขึ้นไปสถานีตำรวจ แล้วแจ้งความว่าผู้หญิงตกเป็นผู้ถูกกระทำ ด้วยสังคมที่ยังมีทัศนคติมองในเชิงลบ เกิดการตั้งคำถามทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อ เช่น แต่งตัวโป๊เปลือยเกินไปหรือไม่ สมยอมใช่หรือไม่ นอกจากนั้นยังต้องมานั่งเล่าเหตุการณ์ซ้ำ เพื่อทำสำนวนเสมือนถูกข่มขืนอีกครั้งกับคำถามที่ว่า ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร อีกหลาย ๆ คำถาม ที่เกิดขึ้นระหว่างสอบปากคำ เพื่อเป็นการลดขั้นตอน ลดเหตุกระทบต่อจิตใจของผู้ถูกกระทำ เพื่อลดความไม่แน่นอนของกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ จึงเห็นสมควรขอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔ ดังที่ปรากฏในรายงานว่ามาตรา ๓๐๕ (๓) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ซึ่งเป็น การเพิ่มประโยคที่ว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ต่อจากร่างเดิมของที่คณะกรรมาธิการได้เสนอ เข้าสู่สภา ช่องทางนี้จะเป็นการช่วยเหลือผู้หญิงที่มีข้อจำกัดหลาย ๆ ประการ และไม่ประสงค์ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วย หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ มาตรา ๓๐๕ แห่งประมวล กฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๖ ที่เลือกใช้คำว่า ต้องมีหลักฐานหรือมีข้อเท็จจริงอันควร เชื่อได้ว่า แม้คำที่ใช้จะไม่ตรงกันทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้หญิง และหลังจากที่กฎหมายฉบับใหม่ได้ประกาศใช้ข้อบังคับนี้จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข ให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป การแก้ไขครั้งนี้นะครับท่านประธานได้คำนึงถึง สิทธิเสรีภาพในร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดเป็นสิ่งที่มนุษย์มีเท่าเทียมกัน ดังนั้นผู้หญิงต่างมีสิทธิและเสรีภาพในการกำหนดชีวิตและร่างกายของตัวเองได้ตราบเท่าที่ ไม่ละเมิดผู้อื่น อย่างไรก็ตามการยุติการตั้งครรภ์ยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน รวมทั้ง เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมและศีลธรรมของคนในสังคม เราไม่สามารถสนับสนุนสิทธิ และเสรีภาพของผู้หญิงในเรื่องดังกล่าวได้เพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ ของทารกที่กำลังจะคลอดออกมา ในขณะเดียวกันเราไม่สามารถละเลยผลกระทบที่จะเกิดขึ้น กับตัวผู้หญิงเพียงเพราะสังคมไม่เปิดกว้างมากพอ การหาจุดร่วมโดยใช้เหตุผลเป็นที่ตั้ง และทำความเข้าใจบริบทของสังคมที่ปรับเปลี่ยนไปจึงเป็นทางออกของเรื่องดังกล่าว สิ่งสำคัญที่สุดการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งเป็นเพียงทางออกหนึ่ง แต่ไม่ใช่การแก้ไข ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน และผมเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนใดตั้งใจที่จะตั้งครรภ์เพื่อที่จะไปทำแท้ง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็น ยังมีท่านผู้ใดสนใจอภิปรายอีกไหมครับ เชิญครับ แนะนำตัวเอง ด้วยนะครับ🔗

นางสาวธารารัตน์ ปัญญา กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธารารัตน์ ปัญญา ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ดิฉันได้สงวนความเห็นในมาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๓๐๕ (๒) ที่กำหนดเหตุยกเว้นความผิดของผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ เนื่องจากทารกที่คลอดออกมาจะมี ความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง ดิฉันสงวนให้แก้ไขเพิ่มเติมโดยการตัดถ้อยคำว่า มีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่า เพราะดิฉันมองเห็นว่าการบัญญัติถ้อยคำดังกล่าวจะเป็น การเพิ่มเงื่อนไขการพิสูจน์ให้กับศาลที่จะต้องพิสูจน์ว่า ๑. เป็นเหตุผลทางการแพทย์หรือไม่ และ ๒. เป็นเหตุผลอันควรเชื่อได้หรือไม่ และอีกทั้งดิฉันมองว่าการที่เพิ่มเงื่อนไขดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มความกังวลให้กับแพทย์ผู้ที่กระทำการยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิง จึงเสนอ ให้ตัดออกและกลับไปใช้ถ้อยคำว่า มีความเสี่ยงอย่างมากหากทารกที่คลอดออกมาจะมี ความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง ใช้ถ้อยคำนี้ก็เพียงพอและครอบคลุมแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะมีกรรมาธิการ เชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ในฐานะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนะคะ ธัญมีสงวน ความเห็นไว้เดี๋ยวจะขอไล่ไปเป็นประเด็นเลยในมาตรา ๓๐๕ นะคะ🔗

ธัญมองว่ามาตรา ๓๐๕ ธัญตัดในเรื่องของการกระทำความผิดมาตรา ๓๐๑ ก็เพราะว่าต้องการให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองนำเสนอว่า มาตรา ๓๐๑ นั้นควรจะพูดถึงผู้หญิง และยกเว้นความผิดของผู้หญิง แล้วก็มาตรา ๓๐๕ ต้องเป็นเหตุยกเว้นของมาตรา ๓๐๒ หรือหมายถึงแพทย์เท่านั้น นั่นคือประเด็นที่ ๑ นะคะ🔗

ส่วนประเด็นต่อมานั้นก็คือประเด็นของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรงนี้ อาจารย์กฤตยาได้พูดชัดเจนแล้วนะคะว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นเป็นกระทรวงที่ได้ดูแล ปัญหาเหล่านี้มาเป็นเวลานาน แล้วก็ตระหนักรู้ถึงข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะไม่ได้อภิปรายเพิ่มเติมนะคะ ทีนี้ธัญขออภิปรายเพิ่มเติมที่ไม่ซ้ำกับคณะกรรมาธิการ ท่านอื่นนะคะ ก็คือใน (๒) ทำไมเราถึงต้องเพิ่มคำว่า อันควรเชื่อ หลังคำว่า มีเหตุผลทาง การแพทย์อันควรเชื่อได้ว่า เพราะสิ่งนี้เราได้ถกเถียงในคณะกรรมาธิการแล้ว เวลาที่ผู้ที่ใช้ กฎหมายหรือผู้พิพากษาเขาพิจารณาจากหลักฐาน การที่บอกว่ามีเหตุผลทางการแพทย์ และมันจะต้องมีเหตุผลทางการแพทย์กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเหตุผลทางการแพทย์นั้น ก็ไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในทางกฎหมายการที่ใช้ว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นี้ มันก็จะได้สอดคล้องแล้วก็ตอบโจทย์ให้กับผู้หญิงนั้นไม่ต้องพิสูจน์ทุกอย่าง ต้องมีอะไร ทุกอย่างแน่ชัดนะคะ เพียงแค่ว่ามีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๓ นะคะ จริง ๆ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ทำไมเราถึง ต้องใส่คำว่า ยืนยัน นะคะ ธัญก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าตรงนี้เวลาที่ผู้หญิงออกมาบอกว่า ตนเองนั้นถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือมีการกระทำที่เป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ ผู้หญิง จำนวนเยอะมากที่ไม่กล้าเดินเข้าไปสู่กระบวนการแม้กระทั่งแจ้งตำรวจ มีผู้หญิงหลายคน ถูกทำร้ายร่างกายก็ไม่กล้าไปแจ้งตำรวจ ท่านจะไม่เชื่อเลยนะคะว่าผู้หญิงไม่กล้าแจ้งตำรวจ เพราะอะไร เพราะว่าเขากลัวผู้ชายติดคุกนะคะ อันนั้นคือประเด็น สรุปแล้วฉันก็ต้อง ทำแท้งอยู่ดี เพราะว่าฉันก็ไม่มีผู้ชายเลี้ยง อันนี้เราก็จะต้องพูดกันตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้น การที่หญิงยืนยันนั่นหมายถึงว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องเชื่อได้เลยว่าผู้หญิงนั้นเขายืนยันได้ กับตัวเองแล้วก็ลดขั้นตอน🔗

ส่วนประเด็นอีกอันหนึ่งที่แตกต่างกันที่ธัญขอเสนอใน (๕) ที่ใช้ถ้อยคำ คำว่า เหตุผลทางสังคมและเศรษฐกิจ เพราะจากที่เรารีวิว (Review) กฎหมายทั่วโลกแล้ว เราค้นพบว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ถูกแบ่งออกมานะคะ อย่างเช่น รักษาชีวิตมารดา เหตุผล ทางสุขภาพมารดา เหตุผลทางสุขภาพจิต ตั้งครรภ์กับบุคคลในครอบครัว ตั้งครรภ์จาก การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดปกติของตัวอ่อน และเหตุผลทางเศรษฐกิจนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่โลกเรากำลังพูดถึงการยุติตั้งครรภ์ว่าผู้หญิงต้องมีสิทธิในเหตุผลทางเศรษฐกิจ🔗

ข้อโต้แย้งของคณะกรรมาธิการก็อาจจะพูดถึงว่าครูธัญคะ เราก็ใช้วงเล็บ อื่น ๆ ได้นะคะว่าถ้าผู้หญิงมีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ ผู้หญิงก็อาจจะไปบอกแพทย์ว่า มีผลกระทบทางด้านจิตใจ มีผลกระทบทางด้านร่างกาย หรืออะไรก็ตาม หรืออาจจะต้อง ไปโกหกว่าตนเองนั้นถูกล่วงละเมิดทางเพศ ธัญก็ได้ชี้แจงไปว่าธัญต้องการเพิ่มเหตุผล ทางเศรษฐกิจสังคมเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่โลกใบนี้กำลังคุยกัน ธัญบอกกับคณะกรรมาธิการว่า เราควรจะเขียนกฎหมายนั้นให้เป็นความจริงและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะว่า ผู้หญิงที่อายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์นั้น เหตุผลคือเรื่องเศรษฐกิจทั้งสิ้นค่ะ ธัญได้พูด ในคณะกรรมาธิการว่าหากเราต้องการแก้ปัญหาและลดอัตราการทำแท้งนั้น เราจำเป็นต้องรู้ เหตุผลของการยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิงจริง ๆ ธัญบอกกับคณะกรรมาธิการว่าเรากำลังทำ กฎหมายทำแท้ง เราไม่ได้ทำกฎหมายไร่สตรอว์เบอร์รีนะคะ ที่ทำให้ประชาชนผู้หญิงพอมาดู ในวงเล็บอนุแล้วก็ตายแล้วฉันไม่เข้าอนุอะไรเลย ฉันก็ต้องไปเรียนแอ็กติง (Acting) ก่อน เพื่อมาบอกกับคุณหมอว่า คุณหมอคะดิฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศค่ะ เชื่อฉันเถอะค่ะ มันก็จะดู สตรอว์เบอร์รีใช่ไหมคะ ธัญคิดว่ากฎหมายที่แท้จริงควรจะครอบคลุมทุกเหตุผลนะคะ และเพื่อให้เราแก้ไขปัญหาและลดอัตราการทำแท้ง เพราะนั่นคือสเต็ป (Step) ต่อไป ที่เราจะต้องมาแก้ไขปัญหาร่วมกันค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ ยังมีท่านใดสนใจอภิปราย เชิญครับที่ขอสงวนความเห็นไว้นะครับ🔗

นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผม อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ในฐานะกรรมาธิการ นะครับ ก็สงวนความเห็นในมาตรา ๔ (๑) เรื่องเกี่ยวกับ จำเป็นต้องกระทำเนื่องจาก หากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ ก็เปลี่ยนเป็น สุขภาพทางจิตของหญิงนั้น เหตุผลเพราะว่าผมไปค้นคว้ามาว่าพจนานุกรมสาธารณสุขไทย ฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๑ ฉบับ ๑๐๐ ปี การสาธารณสุขไทย กระทรวงสาธารณสุข มีศัพท์คำว่า สุขภาพทางกายหรือสุขภาพกาย มีศัพท์คำว่า สุขภาพจิตหรือสุขภาพทางจิต ซึ่งตรงกับ ภาษาอังกฤษ สุขภาพทางกายก็คือฟิสิคัลเฮลท์ (Physical Health) สุขภาพทางจิตก็คือ เมนทัลเฮลท์ (Mental Health) ความหมายหมายความว่าสุขภาพทางกายก็คือ สภาพร่างกายอวัยวะต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่ดี มีความสมบูรณ์แข็งแรงทำงานได้ตามปกติ และทำงานประสานกันทุกส่วนอย่างดี ส่วนสุขภาพทางจิตก็คือสภาวะจิตใจที่เป็นสุข สามารถปรับตัวแก้ไขปัญหา สร้างสรรค์ทำงานได้ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความมั่นคงต่อจิตใจและมีวุฒิภาวะอารมณ์อยู่ในสังคมสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นมันสอดคล้องกัน แต่ส่วนจิตใจไม่มีในพจนานุกรมฉบับนี้ แต่จิตใจมีในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิต แปลว่าใจ หรือว่าอารมณ์ทางใจ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าควรจะปรับ เป็น (๑) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ต่อสุขภาพทางกายหรือสุขภาพทางจิตของหญิงนั้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นท่านต่อไปครับ เชิญครับ🔗

นางสุรางคณา วายุภาพ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพยิ่งค่ะ และท่านกรรมาธิการและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉันได้สงวน เอาไว้ในมาตรา ๓๐๕ (๓) มาตรา ๓๐๕ (๓) นั้นมีเจตนารมณ์ชัดเจนมากนะคะว่าเราจะทำ อย่างไรที่จะคงเจตนารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเคราะห์ร้าย เพราะมีการกระทำความผิด เกี่ยวกับเพศเอาไว้นะคะ จึงพยายามที่จะเขียนให้ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ และเป็นสิทธิของหญิง ที่จะทำแท้ง และทำให้แพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางเวชกรรมนั้นมีความสบายใจอย่างยิ่ง ว่าเขากล้าตัดสินใจที่จะทำแท้งให้หญิงผู้นั้น แต่เมื่อพิจารณาร่างของคณะรัฐมนตรีที่เขียน แต่เพียงว่า เมื่อมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศก็ให้สามารถทำแท้งได้ โดยผู้ประกอบ วิชาชีพทางเวชกรรมเพื่อให้มีความปลอดภัย พวกเราก็ไม่สบายใจว่าเขียนแค่นั้นจะเพียงพอ ที่จะทำให้แพทย์กล้าตัดสินใจหรือไม่ ในการประชุมของคณะกรรมาธิการซึ่งมีเวลาจำกัด เหลือเกิน เพราะมีเวลาพิจารณาเพียงแค่ ๗ บวก ๑ นะคะ วันเต็ม ๆ ดิฉันก็นึกไม่ออก เหมือนกันว่าจะเขียนอย่างไรที่จะคงเจตนารมณ์ตามที่กรรมาธิการได้คุยกันในเสียงข้างมาก จึงเป็นที่มาของการแก้กฎหมายมาตรานี้โดยเขียนว่า เมื่อหญิงยืนยันต่อผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศแล้ว แพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก็สามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ดิฉันนึกออก เอาวันสุดท้ายว่า เมื่อไปดูประกอบกับวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๐๕ ซึ่งดิฉันติดใจและไม่สบายใจอย่างยิ่งว่า เนื่องจากมาตรา ๓๐๑ วรรคหนึ่ง นั้นเขียนว่า ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นการกระทำของผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีต่อไปนี้ผู้กระทำไม่มีความผิด ซึ่งหมายรวมถึง (๓) ด้วย และเมื่อไปดูรายละเอียดของข้อบังคับแพทยสภาที่ใช้บังคับ อยู่ในปัจจุบันซึ่งยังไม่ได้มีการแก้ไขแต่อย่างใด ก็เขียนเงื่อนไขเอาไว้เรื่องของการมีหลักฐาน หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจึงจะสามารถทำแท้ง ให้กับหญิงผู้เคราะห์ร้ายดังกล่าวได้ ดิฉันเองกังวลแค่เพียงว่าแม้เราเขียนว่า หญิงยืนยัน ต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้วก็ตาม จะมีความชัดเจนเพียงพอที่แพทย์จะกล้า ตัดสินใจหรือไม่ที่จะทำแท้งให้หญิงผู้นั้นภายในระยะเวลาที่ต้องรวดเร็วทันต่อผลกระทบ ที่หญิงผู้เคราะห์ร้ายนั้นจะได้รับหากเวลาเนิ่นช้าไป นั่นเป็นที่มาที่ดิฉันจึงตัดสินใจว่า ได้เขียนสงวนเอาไว้ว่า ถ้าวรรคนี้หรือวงเล็บนี้เราเปลี่ยนเป็นว่า หญิงมีครรภ์เนื่องจาก มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ไม่ว่าจะได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือฟ้องคดี ในความผิดนั้นหรือไม่ จะชัดเจนเพียงพอหรือไม่ ดิฉันเชื่อว่าการเขียนทำนองนี้เอาไว้ เพิ่มเข้าไปอีกท่อนหนึ่งมันน่าจะทำให้มีความชัดเจนเพียงพอ ที่ทั้งหญิงก็สบายใจว่าตัวเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขใด ๆ ซึ่งจะต้องไปยื่นหรือไปแสดงต่อแพทย์ซึ่งทำแท้งให้ตัวเอง รวมทั้งผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก็จะได้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในการตีความไปในคนละทิศ คนละทางดังที่ท่านอาจารย์กฤตยา ขออนุญาตที่เอ่ยนาม กล่าวไว้ตอนต้น ก็เลยเป็นที่มา ที่ดิฉันถึงได้สงวนเอาไว้และเพิ่มเอาไว้ใน (๓) ด้วยเหตุนี้ จะอย่างไรก็ตามโชคไม่ดีค่ะ ดิฉัน นึกออกเอาวันสุดท้ายที่มีการพิจารณาวงเล็บนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อทบทวนส่งสภาใหญ่ ไม่มีเวลา พิจารณาเป็นอย่างอื่นแล้ว นั่นเท่ากับว่างานที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการทั้งชุดซึ่งทุ่มเท อย่างมากและพิจารณาทุกประเด็นด้วยความรอบคอบนั้นมิได้แตะประเด็นนี้สักเท่าไรนัก ตามที่ดิฉันได้ตั้งข้อสงวนเอาไว้ ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย สำคัญฉบับหนึ่งซึ่งแก้ปัญหาสังคมในบ้านเรา ดิฉันจึงอยากเสนอข้อสงวนนี้เพื่อประกอบ การพิจารณาของท่านกรรมาธิการทุก ๆ ท่านเอาไว้ในที่นี้ และอยากขอหารือท่านประธาน อีกประเด็นหนึ่งด้วยค่ะว่า เนื่องจากวงเล็บนี้แทบจะไม่ค่อยได้มีการพิจารณาตามข้อสงวน ของดิฉันเท่าใดนัก และในแนวปฏิบัติที่ผ่านมาเท่าที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตเมื่อเรามีการพิจารณา ในสภาใหญ่ ปกติไม่ยืนตามร่างของคณะรัฐมนตรีก็จะยืนตามร่างของกรรมาธิการเสีย เป็นส่วนใหญ่ จะทำอย่างไรที่จะทำให้ดิฉันได้มีโอกาสสักครั้งหนึ่งที่จะได้ชี้แจงเหตุผล ตามเจตจำนงของ (๓) มาตรา ๓๐๕ นี้ ก่อนที่ท่านจะกดให้ตัดสินใจในสภา เพราะฉะนั้น ดิฉันอาจจะขออนุญาตขอเวลาสัก ๑ หรือ ๒ นาทีเท่านั้นเองเพื่อจะอธิบายว่า มาตรา ๓๐๕ (๓) ที่สงวนเอาไว้นั้นเป็นอย่างไร เพราะมีโอกาสอันน้อยนิดที่ท่านจะเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้ แต่ดิฉันก็ยังมีความหวังเสมอ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นท่านต่อไปเชิญครับ มีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญเลยครับ🔗

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก กรรมาธิการ

วิบูลพรรณ ฐิตะดิลก เป็นคณะกรรมาธิการ แล้วก็กรรมการแพทยสภา ก่อนอื่นก็ต้อง ขออธิบายที่ถูกพาดพิงถึงกรรมการแพทยสภา🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช่วยแนะนำ ตัวเองด้วยครับ🔗

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก กรรมาธิการ

แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก เป็นคณะกรรมาธิการ แล้วก็กรรมการแพทยสภา แล้วก็ เป็นสมัยปัจจุบันด้วยค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตกล่าวที่ถูกพาดพิงนะคะว่า คณะกรรมการ แพทยสภาทุกท่านเป็นคนที่มีเกียรติเช่นเดียวกับหญิงกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาที่ไม่สามารถ จะตั้งครรภ์ต่อได้ เราทำงานโดยยึดหลักเกณฑ์ว่าเราจะให้ทางเลือกแล้วก็หาทางออกให้ โดยคำนึงถึงทุกภาคส่วนนะคะ ทั้งอายุครรภ์น้อย อายุครรภ์มาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียน ข้อมูลตรงนี้ก่อนนะคะ🔗

ทีนี้อีกประเด็นหนึ่งคือทางแพทยสภาขอสงวนไว้ ๒ ข้อ เนื่องจากข้อบังคับ แพทยสภาที่ออก ออกมานานแล้ว ออกปี ๒๕๔๘ แล้วก็ปรับปรุงเล็กน้อยในปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมายนี้ออกมาแล้วก็คงจะมีการปรับปรุงให้สมบูรณ์ ชัดเจน และครบถ้วน มากขึ้น โดยเชิญกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษา ในประเด็น (๓) ที่เกี่ยวกับความผิดทางเพศ แต่ก่อนนี้ทางแพทยสภาก็ได้ออกข้อบังคับเพื่อให้สมาชิกคือแพทย์ได้ทำงานง่าย ชัดเจน และสมบูรณ์ขึ้น เราเลยใช้คำว่า มีหลักฐาน แล้วก็มีเหตุผลทางการแพทย์ที่ควรจะเชื่อถือได้ แต่ในทางปฏิบัติแพทย์ก็อาจจะถูกฟ้องได้ เพราะว่าในเมื่อหญิงชายดีกันก็เกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากจะเอาเด็กออกแต่แพทย์ก็ได้เอาออกไปแล้ว เพราะฉะนั้นทางแพทยสภาก็ขออนุญาต แก้ข้อความว่า หญิงต้องการที่จะยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ เราจะมี คำสำคัญ ๒ คำ อันที่ ๑ ผู้หญิงที่มีปัญหาคนนั้นเดินมาบอกกับแพทย์ว่าต้องการที่จะยุติ การตั้งครรภ์มันก็จะจบประเด็นไป ถ้าใช้ว่าความผิดทางเพศก็เกรงว่า อันนี้ต้องขอประทานโทษ ที่อาจจะพูดอะไรที่ก้ำกึ่งไปนิดหนึ่ง คือผู้หญิงจะท้องได้ต่อเมื่อมีน้ำเชื้อผู้ชายเข้าไป ในช่องคลอด เพราะฉะนั้นเราก็เลยขอมีคำสำคัญอีกคำหนึ่ง เนื่องจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ อันนี้จะชัดเจนว่าเขาตัดปัญหาแค่ถูกอนาจารนะคะ ก็ขอแก้จากของร่างกรรมาธิการ🔗

อีกประเด็นหนึ่งใน (๒) ที่ระบุไปว่า มีประเด็นเกี่ยวกับให้ยุติการตั้งครรภ์ เนื่องจากปัญหาทางด้านเด็กนะคะที่กำหนดเอาไว้ว่ามีเรื่องของทุพลภาพอย่างร้ายแรง ทางการแพทย์เรากลัวจะไม่ครอบคลุมในเรื่องของทางพันธุกรรม เพราะฉะนั้นเราก็ขอแทรก ทางพันธุกรรมเข้าไป โดยให้ระบุว่า จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมาก หรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะผิดปกติทางพันธุกรรม หรือทุพพลภาพอย่างร้ายแรง เพราะทางภาษากฎหมายไปดูคำว่า ทุพพลภาพ เกรงว่า จะไม่ครอบคลุมไปถึงคำว่าโรคทางพันธุกรรม ก็มี ๒ ประเด็น ๒ อนุที่ขออธิบายชี้แจง ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการท่านต่อไป เชิญครับ🔗

นางสาวนริศรา แดงไผ่ กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ดิฉัน นริศรา แดงไผ่ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจง เกี่ยวกับร่างมาตรา ๓๐๕ ทั้งหมดในฐานะร่างของรัฐบาล🔗

มาตรา ๓๐๕ เป็นการกำหนดให้ถ้ามีการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ ก็คือเรื่องของหญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก หรือมาตรา ๓๐๒ คือเป็นกรณีที่ผู้อื่นทำแท้งให้หญิงโดยหญิงยินยอม กรณีนี้เป็นการกระทำความผิด แต่ถ้าเป็น การกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาแล้วไม่เป็นความผิดนะคะ เพราะฉะนั้นตามมาตรา ๓๐๕ เรายังคงต้องคงความว่า กระทำความผิด เพราะมันมีการกระทำ ความผิดถึงมีเหตุยกเว้นความผิด การจะตัดความผิดออกไปไม่สามารถกระทำได้นะคะ🔗

อันที่ ๒ เป็นกรณีที่เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตาม หลักเกณฑ์ของแพทยสภา เนื่องจากว่ามาตรา ๓๐๕ เป็นการกำหนดเหตุยกเว้นไม่ให้ผู้กระทำ ความผิดมีความผิดนะคะ แล้วถ้าเกิดเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนี้ กรณีนี้ ถ้าได้ทำตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาผู้กระทำไม่มีความผิด กรณีนี้เราไม่สามารถที่จะมากำหนดให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลได้ เพราะว่าสาธารณสุข จะดูแลแพทย์ซึ่งอาจจะเป็นข้าราชการพลเรือนก็ดูแลทางระเบียบข้าราชการพลเรือน ดูแลในเรื่องของทั่วไปของการแพทย์ แต่ว่าในกรณีของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งได้มาทำแท้งให้กับหญิงซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรฐานทางการแพทย์ตรงนี้ก็ต้องให้ แพทยสภาเป็นผู้มาดูแลตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาค่ะ🔗

ส่วน (๑) เป็นกรณีจำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยง ต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น แนวทางการยกร่างก็เป็นไปตาม ดิ อะบอร์ชัน แอกต์ ๑๙๖๗ (The Abortion Act 1967) ซึ่งภาษาอังกฤษจะใช้คำว่าฟิสิคัล ออร์ เมนทัล แอบนอร์มาลิตีส์ (Physical or mental abnormalities) คือพูดถึง ความผิดปกติทางกายหรือจิตใจของหญิง ในตอนพิจารณาเราก็ได้ดูหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ด้วยเช่นกันว่าใช้ถ้อยคำไหน ซึ่งก็คือทางกายหรือจิตของหญิง แต่เราไม่ได้มองแค่เรื่องจิต ที่มุ่งในเรื่องของอารมณ์นึกคิด ความสัมพันธ์ต่อชีวิตเท่านั้น แต่เรามองไปมากกว่านั้นคือ ในกรณีนี้หญิงอาจจะมีเรื่องของความเครียด ความเศร้า วิตกกังวล หรือถึงขนาดที่ว่า มีความทุกข์ทรมานจากการที่จะต้องทำแท้ง จากการที่จะต้องมีบุตรซึ่งจะส่งผลกระทบ ต่อการดำรงชีวิตของหญิงด้วย เราจึงใช้คำที่กว้าง คำว่าจิตใจ ทั้งนี้ในส่วนของความผิด ซึ่งเกี่ยวกับเพศ ความผิดฐานทำแท้งมันก็จะอยู่ในส่วนของลักษณะสิทธิความผิดเกี่ยวกับ ชีวิตและร่างกาย เราก็ไปดูเทียบเคียงด้วยว่าในมาตรา ๒๙๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นกรณีที่ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ต่อกายหรือจิตใจ เป็นความผิดต้องระวางโทษ อันนี้เป็นถ้อยคำ ซึ่งความผิดฐานทำแท้ง ก็อยู่ในลักษณะเดียวกันคือชีวิตและร่างกาย เราก็เอาถ้อยคำนี้มากำหนดด้วยนะคะ นี่คือ ใน (๑)🔗

(๒) ร่างของรัฐบาลคือเสนอว่า จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากทารกคลอด ออกมาจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติทางกายหรือจิตใจ ถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง ที่เสนอตามนี้มาเพราะมองว่าทารกคลอดออกมาจะมี ความสี่ยงอย่างมากเป็นคำที่กว้าง คือแพทย์สามารถที่จะใช้ดุลยพินิจที่จะพิจารณาจาก ความเสี่ยงอันนี้ได้ และความเสี่ยงอย่างมากถึงขนาดที่จะเกิดให้ผลกระทบต่อความผิดปกติ ทางกายหรือจิตใจของทารกนั้นที่ถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง คือเราจะไม่มองแค่ว่า ความผิดปกตินั้นซึ่งอาจจะเกิดจากโครโมโซมซึ่งเป็นผลจากการผิดปกติทางพันธุกรรม หรือเป็นเรื่องของทางสมอง หรือเรื่องอะไรต่าง ๆ คือเรามองไปมากกว่านั้นว่าถ้าเกิดว่า เขาเกิดมาทาลัสซีเมีย (Thalassemia) ลูคีเมีย (Leukemia) เขาต้องถึงขนาดทุพพลภาพ อย่างร้ายแรงด้วยเราถึงจะให้ทำแท้งได้ อันนี้คือเรามองภาพในลักษณะที่ว่าให้แคบที่สุด เพราะมันส่งผลกระทบถึงชีวิตทารกในครรภ์แล้วก็เสี่ยงต่อความปลอดภัยของหญิงด้วยนะคะ🔗

อันที่ ๓ ขออนุญาตนะคะ คือถ้าเกิดในตามร่างของกรรมาธิการที่ได้เขียนว่า มีความเสี่ยงอย่างมาก หรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมา จะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง ตรงนี้ก็จะเป็นภาระกับแพทย์ด้วย เพราะว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ว่าแพทย์จะมาใช้เหตุผลที่ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเหตุผลทาง การแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติ เพราะว่าการใช้ว่า ความเสี่ยงอย่างมากจะเป็นความหมายที่กว้าง อันนี้จะเป็นการที่ล็อกและการกำหนดไว้เป็น เงื่อนไขใน (๒) อันนี้ก็จะส่งผลให้ทางศาลก็จะมาพิจารณาว่าเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าเหตุผล ทางการแพทย์ที่เชื่อได้ว่าทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติจะมีหลักฐาน มีเหตุผล ทางการแพทย์ มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างไรที่จะมาตรวจพิจารณา อันนี้ก็จะยาก ต่อการที่แพทย์จะพิสูจน์ค่ะ🔗

(๓) กรณีร่างของรัฐบาลคือหญิงมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิด เกี่ยวกับเพศ อันนี้เราเขียนขยายเพิ่มออกมาจากเดิมเฉพาะเขียนเกี่ยวกับความผิดฐานข่มขืน กระทำชำเราหญิง และความผิดฐานกระทำชำเรา แต่ตอนนี้เราขยายออกมาถึงความผิด เกี่ยวกับเพศทุก ๆ ฐานที่อยู่ในความผิดเกี่ยวกับเพศ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนกระทำชำเรา อนาจาร การสนองความใคร่โดยการพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งถ้ากรณีนี้ทำให้เกิดหญิงนั้นมีครรภ์แล้ว แล้วหญิงก็มีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิด เกี่ยวกับเพศดังกล่าวแล้ว แล้วหญิงก็ไปทำแท้ง โดยการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาหญิงไม่ผิด ถามว่ากระบวนการเราเขียนไว้แค่นี้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องของประมวลกฎหมายอาญาซึ่งกำหนดข้อยกเว้น อันนี้จะเป็น องค์ประกอบหนึ่งในการที่แพทย์และหญิงนั้นสามารถอ้างว่าตัวเองไม่มีความผิดได้ ถึงแม้ว่า จะอ้างได้นะคะ ก็ต้องเข้าสู่ในกระบวนการ กระบวนการที่ว่าคือกระบวนการทางคดี ถ้าเกิดมี การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศเกิดขึ้น ก็จะต้องมีการแจ้งความ ร้องทุกข์ กล่าวโทษ อันนี้ จะเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งค่ะ แล้วก็อาจจะต้องมีการตรวจพิสูจน์ทางร่างกาย การที่เขียน แค่ว่าหญิงยืนยันอย่างเดียวนั้น หญิงยืนยัน แต่ว่าหญิงเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองทำแท้งเพราะเหตุ มีความผิดเกี่ยวกับเพศหรือไม่ แต่คนที่จะไปดำเนินการต่อจากนั้นอาจจะต้องมีการพิสูจน์ เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะพิสูจน์เหล่านี้ก็จะอยู่ในกฎหมายข้างนอก อย่างเช่นเรื่องของ การดำเนินคดีในชั้นตำรวจ ชั้นอัยการ ชั้นศาลนะคะ ส่วนหลักเกณฑ์ในเรื่องของทางแพทย์ ก็คือจะไปออกหลักเกณฑ์ว่าถ้าเกิดมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ แค่ไหน อย่างไร ที่แพทย์จะดูพิจารณา และจะดำเนินการให้นะคะ อันนี้ก็จะไปอยู่ข้างนอก🔗

ในส่วนของ (๔) เป็นกรณีหญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติ การตั้งครรภ์ อันนี้เขียนไว้เพื่อให้รองรับกับกรณีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมค่ะ🔗

ส่วน (๕) ที่เพิ่มเข้ามา เป็นกรณีหญิงมีครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ตรงนี้คือเรามองแล้วว่าในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้พิจารณาถึงความสมดุลของหญิงตั้งครรภ์และสิทธิของทารกในครรภ์ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่สมดุลก็คือต้องมองคุ้มครองทั้ง ๒ สิทธินี้ด้วย กรณีที่อายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์เป็นอายุครรภ์ที่เหมาะสม เพราะว่าหญิงนั้นทำแท้งไปคือมาตรา ๓๐๑ ให้หญิงทำแท้งได้เลยโดยไม่เป็นความผิด เพราะฉะนั้นถ้าเกิดหญิงทำแท้งเอง ซื้อยามา รับประทานเองโดยที่ไม่ได้เดินมาหาแพทย์ ตรงนี้ ๑๒ สัปดาห์ ก็จะเป็นความปลอดภัย ของหญิงที่สุด ในขณะเดียวกันเราก็เคารพต่อสิทธิของทารกในครรภ์ด้วยนะคะ เพราะว่า ถ้าเกิดเกิน ๑๒ สัปดาห์เขาก็สามารถที่เจริญเติบโต ที่จะดำรงชีวิตต่อไปได้ เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นว่าการกำหนดตาม (๔) ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ๑. ก็คือว่าคุ้มครองสิทธิของทั้ง ๒ ฝ่าย ตามศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีความปลอดภัยกับหญิงแล้วก็ทารกในครรภ์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นท่านต่อไปครับ หมดแล้วใช่ไหมครับ ถ้าหมดแล้ว ก็เชิญท่านสมาชิกที่ขอสงวนคำแปรญัตติอภิปรายครับ มีไหมครับ เชิญคุณหมอวาโยครับ เชิญครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๔ นี่นะครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมได้อภิปรายในมาตรา ๓ ไปแล้วนะครับ ที่เป็นการแก้ไข ในมาตรา ๓๐๑ เดิมในประมวลกฎหมายอาญา แล้วก็ยกเอาไว้ส่วนหนึ่งก่อน ยังไม่ได้ อภิปรายรวบไปเหมือนกับท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ นะครับ ก็แยกมาว่ามาอภิปรายตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ในมาตรา ๔ นี้🔗

ในเรื่องของมาตรา ๕ มาตรา ๓๐๕ นี่นะครับ ท่านประธานครับ ยังเหมือน เมื่อสักครู่ที่มีอยู่เหตุผลหนึ่งที่ทางท่านกรรมาธิการ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ก็ได้นำเสนอไปแล้ว ขอพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่งในเรื่องของการตีตราครับท่านประธาน เพราะว่ามาตรา ๓๐๑ ยังมองว่า หญิงในการที่ต้องการจะยุติการตั้งครรภ์เป็นอาชญากร ประชาชนเขาไม่รู้หรอกครับ ท่านประธาน เขาไม่ได้เป็นนักกฎหมายอย่างพวกเรา เขาไม่ได้เข้ามาใช้หน้าที่อำนาจ นิติบัญญัติอย่างพวกเรา เขาอ่านกฎหมายนี่นะครับ มันเป็นภาษากฎหมายครับ หลายท่าน บอกว่าอ่านไปทำไมภาษากฎหมายจะต้องเขียนให้มันดูยุ่งยาก อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ด้วยนะครับ แต่ในมาตรา ๓๐๑ สั้น ๆ ท่านพยายามเขียนให้ประชาชนอ่านเข้าใจได้ง่าย แต่ในมาตรา ๓๐๕ เป็นข้อยกเว้นของมาตรา ๓๐๑ อีกที แต่ถัดออกมาอีกหลายมาตรานะครับ แล้วก็มีรายละเอียดเยอะแยะมากมายจนถึง ๕ อนุมาตราเลยก็หลายบรรทัด น่าจะเกิน ๗-๘ บรรทัดนะครับ ทีนี้ปัญหาก็คือว่าเมื่อตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมองสตรีหรือว่ามนุษย์ผู้ใดผู้หนึ่งที่ต้องการ จะจัดการเรื่องที่เกี่ยวกับเนื้อตัวร่างกาย และภายในมดลูกของตนเองว่าเขาเป็นอาชญากร แบบนี้ แล้วมาเขียนข้อยกเว้นว่าท่านทำนี่ท่านทำผิด แต่ถ้ากรณีดังต่อไปนี้ยกเว้นให้ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเรากลับหลักคิดว่ามองเขาเป็นผู้สุจริต แล้วค่อยเขียนว่ากรณีไหน ทำไม่ได้ แบบนี้ผลในทางกฎหมายอาจจะเหมือนกัน แต่ความรู้สึกหรือว่าสภาพที่เกิดขึ้น ในทางปฏิบัติอาจจะแตกต่างไปนะครับ ท่านประธานครับ การตีตรานี่นะครับ เอาจริง ๆ แล้ว การมองว่าประชาชนหรือว่าสตรีเป็นอาชญากร ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนะครับ แต่ถามว่า ในมาตรา ๓๐๕ ที่เขียนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ผมเห็นด้วยไหม ส่วนใหญ่ค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ ท่านประธาน เดี๋ยวจะมีขอเสนอแนะเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยนะครับ แต่เมื่อสักครู่นี้ผมอภิปราย สนับสนุนไปว่าจริง ๆ ควรจะยกเลิกมาตรา ๓๐๑ ครับท่านประธาน ถ้าเรายกเลิก มาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๕ นี่นะครับ ในส่วนของวรรคแรกก็ควรที่จะตัดทิ้งในคำว่า ตามมาตรา ๓๐๑ ให้เหลือแต่มาตรา ๓๐๒ ซึ่งในมาตรา ๓๐๒ มันเป็นโทษของผู้ที่ไปทำให้ บุคคลอื่นแท้งลูก แต่เรายกเว้นในมาตรา ๓๐๕ เอาไว้เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมหรือคุณหมอสามารถทำได้ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้นะครับ ในเบื้องแรกก็มีอยู่ ๔ อนุมาตรา ทางกรรมาธิการก็มีเสนอใน (๕) มา ซึ่งน่าสนใจนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมคิดว่าในเรื่องของการจำเป็นว่าถ้าตั้งครรภ์ต่อไปแล้วจะมีผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ว่าทางกาย หรือทางจิตใจก็ตามนี่ก็เห็นด้วย ในส่วน (๒) ในเรื่องของการที่ถ้าคลอดออกมาแล้วจะมีภาวะ ทุพพลภาพอย่างร้ายแรง หรือว่ามีเจเนติกดิสออเดอร์ (Genetic Disorder) มีผลกระทบจาก ทางพันธุกรรมนี่ก็เห็นด้วย หรือว่าในเรื่องของการมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ตรงนี้ ก็เห็นด้วย ท่านประธานครับ แต่ถ้าเราต้องมานั่งเขียนข้อยกเว้น ข้อยกเว้น ข้อยกเว้นแบบนี้ ไปเรื่อย ๆ ผมขออนุญาตยก ๒ ตัวอย่างเท่านั้นครับท่านประธานว่า แล้วกรณีแบบนี้ล่ะ ท่านไม่ให้ความคุ้มครองหรือว่าเป็นข้อยกเว้นกับเขาหรือ ตัวอย่างแรกครับท่านประธาน ผู้ที่เขาใช้กระบวนวิธีในการคุมกำเนิดอยู่แล้ว เขาไม่ต้องการที่จะตั้งครรภ์ครับ ไม่ว่าจะด้วย วิธีการทำหมันในผู้ชายหรือว่าในผู้หญิง หรือการใช้ถุงยางอนามัยหรือใช้ห่วงอนามัย หรือที่นิยมกันมากในสตรีก็คือการรับประทานยาคุมกำเนิด เหล่านี้ถ้าประชาชนหรือว่าสตรี เขาใช้วิธีการคุมกำเนิดต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ปรากฏว่าเขาก็ยังท้องขึ้นมา แต่เขาไม่ได้ถูกกระทำ ความผิดเกี่ยวกับเพศนะครับ แล้วก็ไม่ได้ว่าตั้งครรภ์นั้นจะเป็นครรภ์เป็นพิษ หรือว่ามี ผลเสียหายต่อจิตใจของเขา หรือว่าเขาจะถูกกระทำในเงื่อนไขอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ แบบนี้ กฎหมายไม่ให้ความคุ้มครองนะครับ ผมอยากทราบในความเห็นของกรรมาธิการว่าท่านมี มุมมองในเรื่องของการตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ในกรณีนี้ก็คือ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์เนื่องจากว่าประชาชน บุคคลนั้นเขาได้ใช้กระบวนการวิธี ในการคุมกำเนิดไปแล้ว แต่ว่ามันล้มเหลวหรือว่าผิดพลาด ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้ครับ ทุกอย่างไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์🔗

อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ด้วยปัญหา เขาเรียกว่า โซซิโอ อีโคโนมิก พรอเบลม (Socio Economic Problem) นี่นะครับ ก็คือ ปัญหาทางเศรษฐานะ อย่างที่ท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ก็มีอภิปรายกันประเด็นนี้ไปแล้ว ไม่ใช่ แค่ฝั่งฝ่ายค้านอย่างเดียว ฝ่ายรัฐบาล วันนี้ก็ได้อภิปรายในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกันว่า ในต่างประเทศนะครับ กฎหมายที่ต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย คือเรื่องของ ปัญหาเศรษฐานะ เพราะฉะนั้นการตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือว่าการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาใช้วิธีการป้องกันแล้วตามเหมาะสมทางการแพทย์ เหล่านี้ก็ไม่ได้รับ ความคุ้มครองครับท่านประธาน🔗

ประเด็นสุดท้ายนะครับก็คือว่าจริง ๆ ท่านกรรมาธิการทั้งเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ตัวท่านประธานเอง หรือแม้แต่ผมเอง ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ แล้วก็ที่เป็นกรรมาธิการนี่เราต้องการจุดมุ่งหมายเดียวกันเลยครับ คือการยุติการตั้งครรภ์ อย่างปลอดภัยถูกต้องไหมครับ เพราะว่าเราต้องการที่จะช่วยเหลือให้สตรีหรือว่าบุคคลใด ๆ ก็ตามที่เขาตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงการแพทย์ สามารถเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่าง เหมาะสมและปลอดภัย มีการถกเถียงใน (๕) ที่ท่านเพิ่มเติมเข้ามาที่ถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ ซึ่งตรงนี้ผมก็คิดว่าเป็นความก้าวหน้ามากเลยทีเดียว ก็มีความดีใจ ในประเด็นนี้ แต่ในเมื่อที่ผมฟังกรรมาธิการหลายท่านได้พูดมาแล้วว่าท่านเห็นว่าถ้าอายุครรภ์ต่ำกว่า ๑๒ สัปดาห์จะให้หญิง สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง หมายความว่าเขาสามารถ ที่จะไปซื้อยาต่าง ๆ แล้วก็มาบริหารยาด้วยตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องกระทำที่สถานพยาบาล เพราะฉะนั้นท่านก็ไม่ควรที่จะกำหนดอัปเพอร์ลิมิต (Upper Limit) เอาไว้ คือด้านบนเอาไว้ ว่ามันควรจะกี่สัปดาห์ถูกต้องไหมครับ ในเมื่อพอท่านเปิดช่องเอาไว้ว่าถ้าต่ำกว่า ๑๒ สัปดาห์ ให้สามารถทำได้เอง แต่ถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ให้มาพบคุณหมอ ปัญหาก็คือพอท่านเพิ่ม (๕) มาว่า โอเค (OK) มาพบคุณหมอได้ แต่ท่านดันไปกำหนดว่าอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ ทีนี้จะเกิดปัญหาครับท่านประธานว่าคุณหมอโดยทั่วไปเขาก็จะเริ่มหวั่นเกรง แล้วครับท่านประธานครับว่า แล้วถ้าสตรีนั้นเขาไม่ได้มีเงื่อนไขข้ออื่นเลยแล้วมาหาคุณหมอ แล้วอายุครรภ์มันเกิน ๒๐ สัปดาห์ไปแล้วเขาจะสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าตีความตามตัวบท แบบนี้ก็ย่อมไม่สามารถที่จะกระทำได้ ซึ่งมันก็เลยจะทำให้ขัดไปหมดเลย แล้วก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันว่าอยู่ ๆ ตัวเลข ๒๐ สัปดาห์ปรากฏมาได้อย่างไรนะครับท่านประธาน ผมก็เลย ขอเสนอแนะแบบนี้นะครับท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วควรแก้ให้เป็นปลายเปิดไปเลยนะครับ ว่า ๑๒ สัปดาห์ตามเจตนารมณ์ของท่านเลยนะครับว่าให้กระทำได้ด้วยตนเอง แต่เกิน ๑๒ สัปดาห์เพื่อให้เขาได้รับการแพทย์อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะอายุครรภ์เท่าไรก็ตามนะครับ ถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ให้มาพบคุณหมอแล้วให้คุณหมอเป็นคนร่วมตัดสินใจ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ได้สงวน คำแปรญัตติในมาตรา ๔ ไว้นะครับ จริง ๆ ก็ได้พูดเมื่อตอนอภิปรายมาตรา ๓ ไปแล้ว แล้วก็ได้รับคำตอบบ้างในบางประเด็น โดยเฉพาะกับจากท่านประธานกรรมาธิการเอง แล้วก็นายแพทย์กิตติศักดิ์นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ก็เป็นประโยชน์ครับ แต่ขอให้ บันทึกให้ชัดเจนนะครับในสภาแห่งนี้ เพราะว่ามันจะเป็นบรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมาย ต่อไปด้วยนะครับ การที่อ้างอิงถึงคำอธิบายทั้งหมดที่เกิดขึ้นนะครับ มันมี ๒-๓ ประเด็น ที่ผมอยากจะทำความเข้าใจต่อไปอีกนิดหนึ่งนะครับ🔗

ประการแรก ท่านยืนยันกับผมนะครับว่านับผิดหรือคลาดเคลื่อนไปแล้วจะมี ผลกระทบต่อการให้ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ควรต้องคดีอาญากลับไปมีความผิดทางอาญาได้ ท่านยืนยันกับผมอย่างนี้นะครับ ท่านบอกท่านแม่น แม่นยำนะครับ ผมก็ไม่ทราบครับ วิธีที่จะทำคือวิธีไหน เพราะท่านไม่ได้เขียนว่ากฎกระทรวงของท่านคืออะไรท่านไม่ได้บอก เพียงแต่ท่านบอกว่ามีหน่วยงานเยอะแยะไปหมด แล้วหน่วยงานเหล่านี้จะช่วยดูนะครับ แต่ความแม่นยำตรงนี้ถ้าคลาดเคลื่อนมันจะทำอย่างไร ผมยังไม่ค่อยชัดนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่า ยังไม่ค่อยชัดเท่าไร ผมเข้าใจดีนะครับแพทย์ก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มันไม่ได้ทำให้มันแม่นขนาดนั้นนี่ครับ ตรงนี้ก็ยังเป็นประเด็นอยู่ แต่ถ้าการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ การเอาผิด พอดีท่านไปเปิดจาก ๑๒ สัปดาห์ และไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์แล้วใน (๕) ก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งนะครับ เพราะผมเขียนไว้ ๑๕ สัปดาห์ ตอนนี้ท่านบอก ๑๒ สัปดาห์ ถึง ๒๐ สัปดาห์ ก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ามัน ๒๐ สัปดาห์ แล้วมันบวกลบ ท่านจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร ช่วยชี้แจงทีจะได้เป็นบรรทัดฐานบันทึก ไว้นะครับ ผมก็เข้าใจวิธีคิดของท่านในตอนนี้นะครับ🔗

อันที่ ๒ ที่ท่านยังไม่ได้ตอบผมนิดหนึ่งก็คือว่า ในเรื่องของเป้าหมายเพื่อให้ยุติ การตั้งครรภ์ได้ และสนธิสัญญาที่เรามีหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เรามีเราพูดถึง เรื่องทางเลือกในการคุมกำเนิด การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ได้ผล ราคาเข้าถึงได้ อันนี้ ผมยังไม่ได้รับคำตอบครับ พูดง่าย ๆ นะครับ ถ้าไม่ผิดอาญาแล้ว พูดง่าย ๆ ค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นอยู่ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในการดำเนินการโดยคำแนะนำของหมอ ของบุคลากร ทางการแพทย์อยู่ในประกันสังคมไหม ครอบคลุมโดย ๓๐ บาทรักษาทุกโรคไหม ครอบคลุม โดยสวัสดิการรัฐไหมครับ เอาให้ชัดนะครับ เพราะเดิมถ้ามันผิดกฎหมายก็ต้องไปหาวิธีกันเอง ใช่ไหมครับ ตอนนี้ถ้ามันถูกกฎหมาย ถ้ามันไม่ผิดแล้วค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดใครรับผิดชอบครับ เป็นกรอบอันหนึ่งในสวัสดิการของรัฐบาลที่ให้กับประชาชนหรือไม่ ตรงนี้ขอความชัดเจน นิดหนึ่งนะครับ🔗

ประการสุดท้าย ผมเข้าใจจากคำตอบของท่าน เพราะคำถามผมมีอยู่ว่า กรณีเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถยกเว้นความผิดได้ไหม ท่านก็ตอบแบบอ้อม ๆ ท่านบอกว่ามันมีหลายหน่วยงานมาช่วยกันดู ยืนยันใช่ไหมครับว่าไม่ผิด จะได้สบายใจ เพราะในโลกนี้มันมีเหตุผลอย่างนี้จริง ๆ ในชีวิตจริงที่เกิดขึ้นกับประชาชนหรือกับสุภาพสตรี ที่ตั้งครรภ์มันมีเหตุผลอย่างนี้จริง ๆ เขาจะได้ไม่ต้องโกหกครับ เขาจะได้พูดได้ตรง ๆ ว่า เขามีปัญหาอย่างนี้ และมีกระบวนการของภาครัฐที่ท่านดึง ๘ กระทรวง ๘ หน่วยงานมาช่วยกันดูนี่ ครอบคลุมถึงเหตุผลในเรื่องเศรษฐกิจและสังคมใช่หรือไม่ ขอความชัดตรงนี้นิดหนึ่งครับ ถ้าชัดผมก็จะไม่ติดใจ แต่ถ้าไม่ชัดท่านช่วยบอกผมทีว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านมนพร เจริญศรี ครับ แล้วตามด้วยคุณเพชรชมพู กิจบูรณะ เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ท่านประธานคะ จากร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในชั้นกรรมาธิการ วิสามัญ เราก็มีบุคลากรที่มาจากหลากหลายอาชีพ ดิฉันต้องขอถือโอกาสขอบคุณ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็คณะแพทย์หลายท่านที่ได้มาให้ความรู้ในส่วนของการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยในอนาคต ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกต ในของมาตรา ๓๐๕ ก็ต้องยอมรับว่าสังคมปัจจุบันนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น จากการที่เรา ได้พูดคุยกันในเรื่องของเด็กวัยรุ่นที่เป็นคุณแม่วัยใสท้องก่อนถึงวัยอันควรนั้น การแก้ไข กฎหมายฉบับนี้เราคิดว่าเป็นเพียงปลายเหตุของการที่สังคมมีความซับซ้อน แต่ปัญหา สำคัญอย่างหนึ่งก็คือจากที่เราได้พูดคุยกันก็ต้องยอมรับว่าสังคมก็คงต้องมีการปรับทัศนคติ หรือว่าค่านิยมให้เด็กวัยรุ่นยอมรับว่าการที่จะมีการพูดคุยกันในเรื่องเปิดเผย ในเรื่องของ เพศศึกษาไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่ต้องมีความระมัดระวังในช่วงวัยที่ยังไม่ถึง วัยอันควรที่จะมีการตั้งท้องนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คงเป็นเรื่องปัจจัยของยาเสพติด ก็จะเห็นว่าสมัยนี้ได้มีการโฆษณา ในเรื่องของการขายเครื่องดื่มมึนเมาในทุกช่องทาง แล้วการที่เด็กวัยรุ่นได้มาเจอกันต้องใช้ คำว่าบางครั้งมีการเกินเลยในการที่จะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเหล่านั้นนำไปซึ่งการไม่สามารถ ควบคุมสติได้ นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นตั้งท้องโดยที่ไม่มีความตั้งใจแล้วก็ ไม่มีความพร้อม🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คงพูดถึงเรื่องของสถาบันครอบครัวว่าไม่ว่าจะเป็นสถาบัน ครอบครัว โรงเรียน หรือว่าสถานศึกษา ครู อาจารย์ เมื่อเด็กท้องก่อนวัยอันควรครูก็คงจะเป็น ทั้งแม่ เป็นทั้งครูที่จะให้กำลังใจแล้วก็สั่งสอนนะคะ แล้วก็พูดถึงกรอบของสังคมและวัฒนธรรม ประเพณีของคนไทย🔗

ประการสุดท้ายค่ะท่านประธาน ขณะเดียวกันดิฉันก็อยากจะส่งเสริม ให้ผู้หญิงเข้าสู่การดูแลตัวเองในระบบสาธารณสุขที่ทันสมัยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเข้าไปซื้อยา เรื่องของการที่เข้าไปทำแท้งที่เป็นหมอเถื่อน ถ้าเรามีระบบสาธารณสุข ที่ปลอดภัยแล้วก็ทันสมัย เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงการบริการที่ดีแล้วก็ปลอดภัยให้กับเด็ก หรือว่าพี่น้องประชาชนคนไทย แล้วก็รวมทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง นั่นก็จะทำให้ สังคมที่จะทำให้เด็กท้องก่อนวัยอันควร สังคมที่จะทำให้ประเทศชาติมีความเข้มแข็ง ไปในอนาคตก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ดิฉันก็ได้ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ในประเด็นของมาตรา ๓๐๕ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นคุณเพชรชมพู ความจริงคุณเพชรชมพูได้ขอสงวนคำแปรญัตติเอาไว้แล้วก็ได้รับ คำชี้แจงจากกรรมาธิการเป็นที่พอใจแล้วยังจะอภิปรายอีกไหมครับ🔗

นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย อย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่ว่าดิฉันได้ยื่น คำแปรญัตติไปในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ แล้วก็ได้รับคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการก็เป็นที่ พึงพอใจ แต่ในการพิจารณาในหลักการดิฉันยังมีข้อกังวลบางประการ อยากจะได้รับคำตอบ คำชี้แจงเพิ่มเติมจากกรรมาธิการค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ แบบบัญชีรายชื่อ

ที่ดิฉันเรียนไปก่อนหน้านี้ ว่าดิฉันได้มีการแปรญัตติในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยหลักการดิฉันต้องการให้มีการกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่เหมาะสมแล้วก็สมดุล ในการปกป้องสิทธิของหญิงผู้ตั้งครรภ์แล้วก็สิทธิของทารกในครรภ์ และในขณะเดียวกัน ก็ต้องให้เกิดความปลอดภัยทั้งตัวมารดาเองแล้วก็ตัวทารกในครรภ์ รวมถึงผู้ที่ประกอบ วิชาชีพเวชกรรมด้วยค่ะ ซึ่งในการแก้ไขกฎหมายในลักษณะนี้ก็จะเป็นการกระทำที่สอดคล้อง กับคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๓ ที่ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ไว้ ในขณะที่ดิฉันเข้าไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ดิฉันได้เน้นย้ำหลักการว่าจำเป็น ที่จะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ครอบคลุมเงื่อนไขสำหรับกรณีที่มีหญิงที่มีการตั้งครรภ์มากกว่า ๑๒ สัปดาห์ แต่ยังไม่ถึง ๒๐ สัปดาห์ และมีเหตุทางเศรษฐกิจหรือสังคมที่จำเป็นจะต้องยุติ การตั้งครรภ์ ยกตัวอย่างเช่นการที่มีการใช้การคุมกำเนิดที่ล้มเหลว การวางแผนครอบครัว ที่ไม่เป็นตามที่ตั้งใจไว้ อาจจะมีข้อห่วงกังวลเรื่องหน้าที่การงานที่ไม่เอื้ออำนวย หรือมีเหตุ ส่วนบุคคลที่พึงมีได้ เป็นต้น ซึ่งดิฉันก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขไป ในแนวทางเดียวกับที่ดิฉันแปรญัตติไว้ โดยมีการเพิ่มในมาตรา ๔ (๕) ของมาตรา ๓๐๕ ของประมวลกฎหมายอาญา อย่างที่ดิฉันเรียนไปข้างต้นว่ามีข้อกังวลบางประการ🔗

ในประการแรก การที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนมากได้กำหนดไว้ในมาตรา ๓๐๕ (๕) ให้ใช้ในกรณีที่หญิงที่มีอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ แล้วก็ให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ข้อความดังกล่าวถ้าจะพิจารณาโดยผิวเผินแล้วอาจจะเป็น ข้อความที่ค่อนข้างเปิดกว้างไว้ แต่ดิฉันมีข้อกังวลและคิดว่าในขั้นตอนการพิจารณา หลักเกณฑ์ดังกล่าวจำเป็นจะต้องทำด้วยความรอบคอบ ต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ แล้วก็ไม่ให้ ภาระการพิสูจน์ว่าหญิงต้องการยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์มันเกินสัดส่วนที่ควรจะเป็น แล้วก็ ควรจะมีการเขียนจำเพาะเจาะจงไปเลยว่าหากมีเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคมและยืนยัน ที่จะยุติการตั้งครรภ์สามารถทำได้ แล้วก็เข้าตามมาตรา ๓๐๕ (๕) ดิฉันสนับสนุนสิ่งที่ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านนะคะ ที่ท่านได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าทางคณะกรรมาธิการสามารถยืนยันชี้แจงในเรื่องนี้ได้ก็จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านก็จะสบายใจในประเด็นนี้ค่ะ🔗

ในประการที่ ๒ ดิฉันมีข้อสังเกตว่าประเทศไทยเราเน้นการป้องกันการตั้งครรภ์ ที่ไม่พร้อมในวัยรุ่น แต่ว่านโยบายดังกล่าวนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ที่ตามสถิติแล้วมีผู้หญิงที่อายุมากกว่า ๒๐ ปี ถือว่าอยู่ในวัยทำงานเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องมีเหตุ ยุติการตั้งครรภ์กว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในนโยบายของรัฐจำเป็นที่จะต้องมอง ในส่วนนี้แล้วก็มีการให้ความรู้ที่ถูกต้องถึงอนามัยเจริญพันธุ์ แล้วก็เป็นการทำที่ใส่ใจ ในทุกช่วงวัยไม่ได้เน้นแค่ช่วงวัยรุ่นอย่างเดียวค่ะ🔗

ในประการสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการในข้อที่ ๓ ที่ระบุไว้ว่าศูนย์บริการภาครัฐทุกแห่งต้องมีการกำหนด มาตรการการบริการและการสื่อสารที่ชัดเจน แล้วก็มีระบบส่งต่อการดูแลต่อเนื่อง มีบริการ ที่เป็นมิตร ผู้จัดบริการต้องมีความละเอียดอ่อนต่อสถานการณ์ชีวิตของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ โดยไม่พร้อม ไม่มีการตีตรา และที่สำคัญก็ทำให้ผู้หญิงที่เข้ารับบริการรู้สึกว่าเขาไม่ถูกกระทำซ้ำค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ สุดท้ายนี้ประเด็นที่ต้องย้ำแล้วย้ำอีกก็คือไม่มีผู้หญิง คนไหนที่ต้องการหรือตั้งใจที่จะท้องเพื่อที่เขาจะไปทำแท้งค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะลงมติรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ถือเป็นก้าวหนึ่งที่ประเทศไทยจะยืนยันถึงความเสมอภาคทางเพศ สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ของผู้หญิง และที่สำคัญการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่ายค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอ ชลน่าน ศรีแก้ว ตามด้วยท่านประสิทธิ์ มะหะหมัด นะครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกกรณีที่กรรมาธิการได้แก้ไข ในมาตรา ๔ ครับ ซึ่งผมได้อภิปรายไปรอบหนึ่งที่ท่านประธานอนุญาตให้อภิปรายเกี่ยวเนื่อง ตอนมาตรา ๓ ในมาตรา ๔ ผมขออนุญาตกลับมาเน้นอยู่ ๒ วงเล็บนะครับ (๓) กับ (๕) ที่กรรมาธิการได้แก้ไขและเพิ่มเติม ผมฟังจากท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงนะครับ โดยเฉพาะ ทางกฤษฎีกา ใน (๓) การเติมถ้อยคำยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งผมได้อภิปราย ไปแต่แรกว่ามันจะเป็นประเด็นเป็นปัญหามาก ถ้าถ้อยคำด้านหลังนี้ยังคงเดิมอยู่นะครับ หมายความว่ายืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับเพศ ฟังเจตนารมณ์กรรมาธิการต้องการเปิดกว้างนะครับ แล้วก็ ท่านอาจารย์วิบูลพรรณได้กรุณาเสนอถ้อยคำมาในมุมของกรรมาธิการดูเหมือนว่าไม่จำเป็น ต้องถูกตีความว่าเป็นความผิด การเขียนว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศนี่นะครับ มันต้องถูกวินิจฉัย ถูกพิพากษาว่ามีความผิด เพราะฉะนั้นท่านกำลังเอา ๒ เรื่องมาปนกันอยู่ ผมฟังจากกฤษฎีกาชี้แจงนะครับ ใน (๓) หรืออนุ ๓ นี่ถ้ามีความจำเป็นจะคุ้มครองผู้ที่ ถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศได้รับการคุ้มครอง กรณีเกิดมีการตั้งครรภ์ขึ้นย่อมได้รับ การคุ้มครองให้เข้าสู่กระบวนการการยุติตั้งครรภ์ได้ ไม่ว่าอายุครรภ์จะเท่าไร ผมเน้นนะครับ ขีดเส้นใต้ด้วย (๓) (๒) (๑) นี้ไม่จำกัดอายุครรภ์ สามารถกระทำได้ หมายความว่าเกิดนะครับ ต่ำกว่า ๒๘ สัปดาห์ลงมาเราถือว่าแท้ง อันนั้นก็เป็นดุลพินิจว่าเกิน ๒๘ สัปดาห์ไปนี่เขามีสิทธิ ที่จะเกิดแล้ว เพราะฉะนั้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ถ้าท่านต้องการคงความหมายนี้ไว้ ซึ่งจำเป็นนะครับ ซึ่งจำเป็นต้องคงไว้ คำพูดสั้น ๆ นี่มันแทนกฎหมายเดิมมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ และมาตรา ๒๘๔ ว่าด้วยการข่มขืน ขู่เข็ญ กระทำชำเราต่าง ๆ ล่อลวง แต่เรามาเขียนสั้น ๆ ว่าเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ถ้าปรากฏเหตุเหล่านี้มาหญิงเหล่านั้นสามารถได้รับการคุ้มครองไปยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่เจตนารมณ์ของท่านที่บอกว่า กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่เป็นคดี ไม่เป็นความ ไม่ไปแจ้งความ ท่านอยากจะให้หญิงนั้นเข้าสู่การยุติการตั้งครรภ์โดยไม่มีความผิด ท่านจะเขียนไว้ตรงไหน ถ้าเขียนอยู่ในอนุเดียวกันนี้ถูกตีความไม่แตกต่างจากความหมายเดิมนะครับ เพราะว่ามีความผิดเกี่ยวกับเพศเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเองอยากจะขอฟังกรรมาธิการ แล้วพูดให้ชัดนะ มันจะเป็นเจตนารมณ์นะครับ ถ้าเกิดการตีความนี่สารบัญญัติที่ท่านเขียนไว้ มันมัด แต่ท่านแสดงเจตนารมณ์ไว้ในสภาแห่งนี้มันก็จะเป็นหลักฐานว่าผู้เขียนกฎหมาย มีเจตนารมณ์ชัดเจนเรื่องนี้ เช่นผมยกตัวอย่างนะครับ ท่านไปเติม (๕) ตอนแรกผมเองรับไม่ได้ รับไม่ได้ในแง่ไหนครับ ในแง่ที่เหมือนกับเลี่ยงมาตรา ๓๐๑ ให้แค่ ๑๒ สัปดาห์ แต่ถ้าฉันจะให้ ๒๐ สัปดาห์ ฉันไปเขียนไว้ใน (๕) นะ มันต่างกันตรงไหน ต่างกันนิดเดียวครับ ๑๒ สัปดาห์สามารถทำแท้ง ด้วยตนเองได้ แต่ในมาตรา ๓๐๕ (๔) กลับมาเขียนบอกว่า ต้องยืนยันว่าต้องการยุติ การตั้งครรภ์กรณีไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ นั่นก็ต้องมาแจ้งแพทย์ให้เป็นผู้ทำอีก กรณีถ้าต้องการ ทำกับแพทย์ กรณีเป็นบุคคลอื่นกระทำนะครับ ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น แต่เขาสามารถกระทำ กับตัวเองได้ พอมาเขียน (๕) ปุ๊บนี่ถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ คุณไปซื้อยามา ทำแท้งเอง กระทำด้วยตนเองผิดกฎหมาย ผิดกฎหมายทันทีเลย ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น ทีนี้เจตนารมณ์เอาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหรือตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มาตีความ ใน (๕) หรือไม่ ท่านยืนยันเลยนะครับ ถ้าท่านบอกว่าคลุมหมด เขียนอย่างนี้คลุมหมดเลย จะพึงประสงค์ ไม่พึงประสงค์ ไม่เข้า (๑) (๒) (๓) (๔) แล้วมาเข้า (๕) ได้หมด เมื่อผ่าน กระบวนการการให้คำปรึกษาแนะนำให้ทางเลือกแล้วฉันยังจะยืนยันอยู่ พูดให้ชัดครับ จะได้เป็นเจตนารมณ์ พูดให้ชัดไปเลยบอกว่าไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม กินยาคุม แล้วพลาดอะไรต่าง ๆ พวกนี้กรรมาธิการต้องตอบให้ชัด ผมว่าถ้าชัดอย่างนั้นผมก็รับได้ เพียงแต่ต้องการถามเพิ่มเติมเท่านั้นว่าทำไม ๒๐ สัปดาห์ มากกว่า ๒๐ สัปดาห์ เป็น ๒๔ สัปดาห์ได้ไหม ๒๘ สัปดาห์ได้ไหม อะไรต่าง ๆ กรรมาธิการต้องแสดงเหตุผลตรงนี้ ด้วยนะครับ เพื่อเป็นบันทึกไว้ในสภาของเราว่าเหตุที่ต้องเป็น ๒๐ สัปดาห์ เพราะ ๑๒ สัปดาห์นี่ เรารับได้ครับ มันมีเหตุมีผลชัดเจน อันนี้ฝากกรรมาธิการช่วยตอบ ช่วยชี้แจงหน่อยนะครับ ถ้ายืนยันอย่างนั้นใน (๓) ก็ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เขียนให้ ฟุ่มเฟือยไปอย่างนั้นเอง ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยนะครับ ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประสิทธิ์ มะหะหมัด เชิญครับ🔗

นายประสิทธิ์ มะหะหมัด กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ มะหะหมัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นผมขอเรียนท่านประธานครับว่าผมอภิปรายในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา และวันนี้เรากำลังพิจารณาในเรื่องของ การทำแท้ง ท่านประธานครับ หลายคนเป็น ส.ส. หลายคนมาตรงนี้ หลายคนอาจจะได้รับ การถามจากประชาชนว่าวันนี้ ส.ส. จะพิจารณาการทำแท้งเสรีให้เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือ ผมเรียนครับว่าเรากำลังพิจารณา คณะกรรมาธิการพิจารณาเราไม่ได้เปิดโอกาสให้ประเทศไทย เปลี่ยนกฎหมายอาญาให้คนไทยนั้นสามารถทำแท้งได้อย่างเสรีขอยืนยันก่อน และประเด็น ในมาตรา ๔ ที่มีการพูดคุยกัน ผมขออนุญาตที่จะกระชับเวลาเพราะว่าหลายคน สมาชิก พร้อมกับกรรมาธิการได้พูดถึงเรื่องผลดีผลเสีย ผมขออนุญาตที่จะเสนอแนะแนวความคิด ของกระผมในเรื่องของการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ อยากเรียนท่านประธานครับว่าผมเองนั้นเป็นมุสลิม คือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ในประเด็น ที่ผมฟังมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการ หรือ ส.ส. อันทรงเกียรติ ในสภานี้ได้พูดถึง แล้วก็ยังหาข้อยุติ หรือผมฟังไม่เข้าใจเองไม่ทราบ ก็คือว่าการเริ่มต้น การนับการตั้งครรภ์เริ่มที่ไหน เริ่มวันไหน เริ่มสัปดาห์ไหน ท่านหลาย ๆ คนคงจะคิด เหมือนผมว่าบางครั้งไม่รู้ คนทำยังไม่รู้ หมอรู้ไหม ใช้หลักการอะไรในการพิจารณา แต่ประเด็นนั้นผมขออนุญาตที่จะไม่พูด แต่หลักการของอิสลามคือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามหรือมุสลิม มีความเชื่อทางด้านวิญญาณ ผมว่าหลายคนในที่นี้เชื่อเรื่องวิญญาณกันเยอะ หรือใครไม่เชื่อ มุสลิมเชื่อในเรื่องของวิญญาณ เรากำลังพูดเรื่องนี้ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องชีวิตของคน หรือที่จะเกิดมาเป็นตัวตนมีชีวิตรอดอยู่ เป็นมนุษย์ เป็นชีวิตที่จะต้องถูกทำลายไปนั้นผมว่าหลายคนไม่อยากจะพูดหรอก ตัวผมเอง ก็ไม่อยากจะพูด แต่นี่เรามาพูดถึงชีวิตที่จะต้องเกิดขึ้นมา แล้วชีวิตมันเริ่มต้นตรงไหน นี่คือ ประเด็นที่อยากจะเรียน บันทึกไว้ในสภาว่ามุสลิมนั้นเชื่อว่าการปฏิสนธิจนมีตัวอ่อน และมี การฝังตัวอ่อนในผนังมดลูกของสตรีนั้นจะเจริญเติบโตแล้วมีการให้วิญญาณจากพระผู้เป็นเจ้า มาในเวลา ๑๒๐ วัน หลังการปฏิสนธิ ๑๒๐ วันนั้นประมาณ ๑๗ สัปดาห์ ถ้าภายใน ๑๒๐ วันนั้น จะมีเหตุจำเป็น ต้องมีเหตุจำเป็นถึงจะอนุญาตหรืออนุโลมตามหลักของวิชาการของศาสนา อิสลามที่จะทำแท้งได้ ก็คือว่าตัวอ่อนนั้นยังไม่มีชีวิต แต่ถ้าตัวอ่อนนั้นมีชีวิตแล้วเกิน ๑๒๐ วัน ถ้าจะดำเนินการฆ่าชีวิตที่พระผู้เป็นเจ้าให้มานั้นเป็นบาปมหันต์ ต้องมีเหตุจำเป็นพิเศษ ผมยกตัวอย่างครับ เหตุจำเป็นพิเศษก็คือว่าถ้าเลย ๑๒๐ วันไปแล้วมีเหตุว่าทางแพทย์ ผู้ที่จะวินิจฉัย วิเคราะห์ว่าเหตุจำเป็นนั้นมันเป็นอันตรายแก่มารดา มันเป็นอันตรายแก่มารดา ถึงจะอนุญาตให้ทำแท้งได้ แต่ถ้าเกิน ๑๒๐ วันไปแล้วเด็กนั้นได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่า เป็นคนที่อาจจะเกิดมาพิการ เกิดมาไม่สมประกอบ แต่เลย ๑๒๐ วันแล้ว หลักการอิสลาม ห้ามทำแท้ง ถามว่าถ้าออกมาแล้วพิการทำอย่างไร ผมเรียนครับว่าพระผู้เป็นเจ้านั้นให้สิ่งหนึ่ง กับมนุษย์ เด็กออกมานั้นพิการ ผมเชื่อครับชมรมต่าง ๆ ที่ดูแลคนพิการต้องมีงานทำ จิตสำนึก ของมนุษย์ที่จะเห็นความเดือดร้อนของมนุษย์ด้วยกันจากการพิการของเพื่อนมนุษย์นั้น จะเกิดและมีการช่วยเหลือกัน มันเป็นปรัชญาเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้ผมอยากจะเรียน ท่านประธานครับว่าวันนี้ในมาตรา ๓๐๕ พูดถึงเรื่องของหญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ เมื่อนับ ๒๐ สัปดาห์มันเกิน ๑๒๐ วัน ตามหลักการของอิสลาม วิญญาณจะถูกนำเข้ามาสู่ตัวอ่อน ๑๒๐ วัน ถ้ามันเกินไปแล้ว ๑๔๐ วัน ๑๓๐ วันนี่เด็กมีชีวิตแล้ว ตามหลักการเมื่อมีชีวิตแล้วมันต้องอยู่ในเงื่อนไขของความจำเป็น จะต่ำกว่า ๑๒๐ วัน ถ้าจะทำแท้งก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขของความจำเป็น ถ้าเกิน ๑๒๐ วันต้องอยู่ในเงื่อนไขของ ความจำเป็นมากกว่าหลัง ๑๒๐ วันด้วยซ้ำไป อยากจะเรียนครับว่าหลักการของอิสลาม ผมเองนั้นจำเป็นต้องมาพูด เพราะพูดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นอยู่หรือเศรษฐกิจ แต่พูดถึง เรื่องของชีวิตที่พระผู้เป็นเจ้าให้มา แล้วเราเป็นมนุษย์จะไปทำร้ายชีวิตที่เกิดมานั้นเป็นสิ่ง ต้องห้ามตามหลักการของอิสลาม การจะโหวต (Vote) เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผมแล้วแต่ เพื่อนสมาชิก แต่ด้วยความรักในความเป็นมนุษย์ มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ผมเชื่อมั่นว่า เรานั้นถ้ารู้ว่าชีวิตหนึ่งจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ หรือเดรัจฉาน เราไม่มีสิทธิที่จะทำลายเขา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดยังสนใจที่จะอภิปรายไหมครับ ถ้าไม่มีเชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ ท่านกรรมาธิการ มีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายสันติ กีระนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สันติ กีระนันทน์ กรรมาธิการ อีกครั้งนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างหลากหลาย แล้วก็ต้องเรียนยืนยันอีกครั้งนะครับ ทุก ๆ ประเด็นที่ท่านได้กรุณาแสดงความไม่สบายใจ ความกังวล หรือข้อคิดเห็นใดก็ดี ไม่ได้นอกเหนือเกินกว่าที่คณะกรรมาธิการใน ๗ วัน วันละไม่น้อยกว่า ๖-๗ ชั่วโมง ที่ได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียด แต่ว่าเป็นการตอกย้ำครับ ชัดเจนว่าทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทุกคนที่ทำงานในเรื่องนี้เห็นปัญหาเดียวกันว่ามันเป็นปัญหาสังคมจริง ๆ ดังนั้นข้อกังวลใจ ของทุก ๆ ท่านนั้นเมื่อมีการบันทึกเอาไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ก็จะทำให้เห็นชัดว่าพวกเรา ได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วน ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ประเด็นบางประเด็น เช่นเป็นประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์นั้น เดี๋ยวคุณหมอกิตติศักดิ์จะช่วยกรุณาตอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ ประเด็นที่เป็นเรื่องการบริการของรัฐ ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ท่านจะกรุณา ชี้ให้เห็นนะครับว่ารัฐก็ต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง ผมขอไปสัก ๒-๓ เรื่อง ที่ท่านได้ แสดงข้อกังวลไว้นะครับ เช่น เรื่องการตีตรา เพราะว่าขึ้นต้นมาของมาตรา ๓๐๕ นั้นไปเขียน เรื่องการกระทำผิดตามมาตรา ๓๐๑ กับมาตรา ๓๐๒ สังเกตนะครับว่า ในวรรคหนึ่งนั้น ในที่สุดแล้วได้กำหนดว่าถ้ามันเข้าเหตุยกเว้นใน ๔ อนุมาตรา และบวก (๕) ที่คณะกรรมาธิการ ได้นำเสนอเพิ่มขึ้นนั้น ในท้ายวรรคหนึ่งนั้นได้เขียนชัดนะครับว่า ผู้กระทำไม่มีความผิด นั่นแสดงว่าเรากังวลใจเรื่องนี้เหมือนกันครับว่าจะมีการตีตราหรือไม่ ก็ต้องกราบเรียนว่า ไม่มีเจตนาที่จะตีตราใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องทราบอีกเช่นเดียวกันว่าวิธีเขียนกฎหมายอาญานั้น เริ่มต้นด้วยการกำหนดเหตุแห่งความผิด และมาเขียนต่อว่ายกเว้นมีเหตุอะไรบ้าง อันนั้น เป็นทางเทคนิคในการเขียน🔗

ส่วนการตีตราทางสังคมผมคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องของกฎหมายแล้ว มันเป็น เรื่องของการปฏิบัติว่าพวกเราเองจะมองเห็นการปฏิบัตินั้นสำหรับหญิงที่เคราะห์ร้าย แล้วต้องไปยุติการตั้งครรภ์นั้น ผมเชื่อว่าพวกเราเห็นเหมือนกันนะครับว่าเขาเคราะห์ร้าย สังคมก็ไม่ควรไปตีตราเขาซ้ำซาก และเรื่องนี้ผมเรียนยืนยันอีกครั้งนะครับ เป็นประเด็นที่ กรรมาธิการกังวลใจมากครับ จึงทำให้กระบวนการต่าง ๆ นั้นต้องยึดอยู่บนหลักการว่า ไม่ทำให้หญิงนั้นถูกตีตรา ไม่ทำให้หญิงนั้นที่เคราะห์ร้ายแล้วถูกกระทำซ้ำซากครับ จึงเห็นว่า ทุกตัวอักษรที่เขียนออกมานั้นได้กลั่นกรองเรื่องนี้เข้าไปจนครบถ้วน🔗

เรื่องถัดไป ใน (๕) ที่เพิ่มขึ้นมานั้นเรียนยืนยันครับว่าเหตุที่เกี่ยวข้องกับ เศรษฐานะได้ถูกนำมาพิจารณาอยู่ในอนุมาตรานี้แล้ว แต่ที่ไม่ได้เขียนลงไปให้เฉพาะเจาะจง เพราะไม่ต้องการเฉพาะเจาะจงเพียงเหตุใดเหตุหนึ่ง เพราะไม่ทราบครับว่าในอนาคตนั้น นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐานะ เศรษฐกิจของหญิงผู้ตั้งครรภ์นั้นเองแล้วอาจจะมีเหตุอื่นอีก เช่นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านได้ยกประเด็นการคุมกำเนิดล้มเหลวก็รวมอยู่ในนี้ด้วย หรือแม้กระทั่งเรื่องทางสังคม เช่นในตอนที่อายุครรภ์ยังไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ สามีผู้เป็นบิดา ของเด็กในครรภ์นั้นก็รับ แต่พอเกิดหลังจากนั้นขึ้นมา มีเหตุอื่นที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเสียชีวิต ไม่ว่าจะเปลี่ยนใจไม่รับเหตุเหล่านี้เป็นเหตุที่คาดไม่ถึงครับ ได้ถูกพิจารณาและรวมเอาไว้ อยู่ใน (๕) ส่วนตัวเลขเกิน ๑๒ ขึ้นไป และไม่เกิน ๒๐ นั้น อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นข้อถกเถียง ที่เถียงอย่างไรก็ไม่จบ ว่าจะเป็นตัวเลข ๒๐ หรือ ๒๔ หรือ ๒๘ ฉะนั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดตัวเลขขึ้นมาตัวเลขหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความมั่นใจ พอใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้อย่างพอสมควรในเรื่องของความปลอดภัยของหญิงผู้ตั้งครรภ์ และตามสถิตินั้นโดยส่วนใหญ่แล้วที่เราไม่พูดถึงข้อยกเว้นนะครับ เด็กที่อายุไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์นั้นรอดยาก แต่เกิน ๒๐ สัปดาห์ขึ้นไปนั้นสูตินรีแพทย์ทนไม่ได้หรอกครับ ที่เด็กออกมาแล้วยังดิ้นอยู่ แล้วจะไม่ทำอะไรเลย ก็ต้องส่งให้กุมารแพทย์ดูแลต่อ เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นข้อพิจารณาในคณะกรรมาธิการได้พิจารณากันอย่างรอบด้านนะครับ รวมอยู่ใน เรื่องที่เขียนออกมาในข้อกำหนดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ถ้าท่านสังเกตนิดหนึ่งจะเห็นเรา แนะนำคำใหม่ขึ้นมาก็คือคำว่า คำปรึกษาทางเลือก คำว่า คำปรึกษาทางเลือก นั้นจะเห็นว่า ไม่ได้ครอบคลุมมิติทางการแพทย์เท่านั้น แต่ครอบคลุมมิติอื่น ๆ ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ และอื่น ๆ ถ้าหากจะมีเกิดขึ้นในอนาคตไว้ด้วย และเช่นเดียวกันนะครับ ย้ำอีกครั้ง เจตนารมณ์คือต้องการทำให้หญิงผู้ประสบปัญหานั้นมีทางออกในชีวิต และเมื่อได้รับ คำแนะนำทางเลือกแล้วเขาจะตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ หรือจะตัดสินใจที่จะตั้งครรภ์ต่อ และมีภาครัฐสเต็ปอิน (Step in) เข้ามาช่วยดูแลความเป็นอยู่ทั้งของหญิงและของเด็ก อันนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทำต่อนะครับ ก็ยืนยันเป็นเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการ ในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ฉะนั้นส่วนที่เหลืออีก ๒-๓ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ทางการแพทย์แล้วก็บริการภาครัฐ ผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าจะมีกรรมาธิการ ที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา นะครับ ผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้เสนอข้อคิดเห็นที่หลากหลาย และทุกท่านก็เห็นความสำคัญของกฎหมายนี้ ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งสำคัญในการจะทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตนะครับ ซึ่งในส่วนของผมนั้น ขออนุญาตในการตอบปัญหาของท่านสมาชิกนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ คือท่านเกียรติ สิทธีอมร ก็คือเรื่องของการอยากให้บอกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานก็ได้กล่าวนะครับว่า คำใน (๕) ที่บอกว่า หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน สิบสองสัปดาห์ แต่ไม่เกินยี่สิบสัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ภายหลังการตรวจ และรับคำปรึกษาทางเลือก ซึ่งคำว่า ยืนยัน แปลว่าเป็นการตัดสินใจของเขาเอง แต่ต้องผ่าน กระบวนการในการที่จะให้คำแนะนำนะครับ ซึ่งเราก็ทราบนะครับว่าช่วงที่คนมีการตั้งครรภ์ แล้วก็มีความไม่พร้อม บางทีความสับสนแล้วก็ทางเลือกสิ่งต่าง ๆ ประสบการณ์ต่าง ๆ ก็ยังไม่ครอบคลุมนะครับ การให้คำปรึกษาจะช่วยให้การตัดสินใจมีความรอบคอบขึ้น แต่กระบวนการในการตัดสินใจขึ้นกับตัวเขาเอง ฉะนั้นแล้วคำว่า ยืนยัน แปลว่าเขาเป็น คนตัดสินใจเอง ซึ่งอันนี้ในการตัดสินใจเองก็นำเรียนว่าทุกเหตุผลไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเชื่อ หรือเรื่องของครอบครัว เรื่องของอื่น ๆ ก็อยู่ในส่วนนี้หมด เราจึงไม่เขียนเหตุผลไว้นะครับ แต่ถ้าท่านอยากให้ระบุเข้าไปในที่ประชุมสภาแห่งนี้ จริง ๆ เราก็ระบุเข้าไปในที่ประชุมกรรมาธิการแล้วนะครับว่า ทุกเหตุผลสามารถจะใช้ ใน (๕) ได้ทั้งหมด🔗

ทีนี้เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อทางศาสนานะครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านสมาชิก ได้อภิปรายไปนะครับ กฎหมายนี้ไม่ได้บังคับว่าใครต้องไปทำแท้งหรืออะไรนะครับ แต่ว่า ถ้ามีเหตุจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ ถ้าเขาตัดสินใจโดยที่กฎหมายก็จะ เปิดโอกาสให้เขาได้ใช้สิทธินั้นในกฎหมายที่เราผ่านร่างฉบับนี้ ก็สรุปว่าหนึ่งในประเด็น ที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ที่บอกว่าอยากให้ลงเรื่องเศรษฐกิจ สังคมอะไรต่าง ๆ ก็นำเรียน ท่านเกียรติด้วยความเคารพนะครับว่าเราหมายถึงทุกเหตุผลใน (๕) ก็คือยืนยันนะครับ🔗

ส่วนที่ท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็บอกว่า การตัดสินใจเป็นของหญิงนั้น อันนี้ถูกต้องครับ เพราะว่าคำว่า ยืนยัน แปลว่าหญิงนั้น ต้องเป็นคนตัดสินใจและการตัดสินใจต้องเป็นของสตรีท่านนั้นเองนะครับ ส่วนเรื่องความเชื่อ ทางศาสนาต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ของแต่ละศาสนา แต่ถ้ามีเหตุจำเป็น ที่จะต้องยุติการตั้งครรภ์ก็ถือว่าเขามีสิทธิที่จะใช้ช่องทางนี้โดยถูกต้องตามกฎหมายครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ครับ เมื่อสักครู่เห็นท่านประธานกรรมาธิการระบุชื่อไว้ ไม่อภิปรายแล้วนะครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมได้รับมอบหมายให้กราบเรียนชี้แจง ในเรื่องที่เกี่ยวกับการที่จะหาทางช่วยเหลือแก้ปัญหาให้กับหญิงที่ตั้งครรภ์แล้วตกอยู่ใน ภาวะที่ยากลำบากชนิดที่เธอหาทางออกอื่นไม่ได้แล้ว ต้องการที่จะยุติการตั้งครรภ์ เรามีกระบวนการอย่างไรที่จะช่วยเหลือหาทางเลือกอื่นให้แก่ผู้หญิงเหล่านั้นได้บ้าง ในคณะกรรมาธิการได้มีการปรึกษาหารือเรื่องนี้แทบทุกนัดว่าวัตถุประสงค์ในการทำ กฎหมายนี้ไม่ใช่เพื่อต้องการผลักผู้หญิงให้ไปสู่กระบวนการทำแท้ง แต่ต้องการที่จะหา ทางออกที่เหมาะสมที่เป็นที่พอรับได้ของสังคมไทยที่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้หลากหลาย แตกต่างจนบางครั้งถึงขนาดขัดแย้งกันอย่างประนีประนอมกันไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่า มีปัญหานิดหน่อยในกระบวนการจัดทำกฎหมาย คือกฎหมายฉบับนี้ถูกนำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในรูปของกฎหมายอาญาครับ กฎหมายอาญาแล้วไปอยู่ในประมวล กฎหมายอาญา ซึ่งมีข้อจำกัดมากว่าจะเอาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทางปกครอง หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับทางกระบวนการวิธีการบริหารจัดการมาใส่ไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ไม่เคยมี แบบอย่างของเรา แล้วก็อาจจะออกนอกหลักการและเหตุผลที่นำเสนอเข้ามา ด้วยเหตุนี้ครับ จึงเป็นความยากและมีข้อจำกัด แต่ว่าคณะกรรมาธิการท่านก็พยายามหาทางนะครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจงเท้าความนิดหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้เน้นที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพียงด้านเดียวครับ ในเรื่องความปลอดภัยของหญิงและเด็ก ก็เป็นเหมือนกับเป็นหลักการใหญ่ ที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการปรับปรุง แก้ไข และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าไม่ใช่ หลักเกณฑ์เดียวครับ คณะกรรมาธิการก็ได้คำนึงถึงโอกาสการมีชีวิตรอดเป็นบุคคลของทารก ในครรภ์มารดาด้วยครับ แล้วยิ่งกว่านั้นครับประเด็นที่พูดกันชัดเจนมากปรากฏอยู่ในมติของ คณะกรรมาธิการว่าเราต้องการให้มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้ง เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการอย่างนี้ และจะสามารถให้ความช่วยเหลือ ผู้หญิงและครอบครัวของเธอที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากแสนสาหัสเหล่านั้นให้พ้นจาก ความกดดันที่จะต้องตัดสินใจทำแท้งได้บ้างหรือไม่ ตรงนี้ครับ มาตรการหนึ่งที่ได้ถูกนำเสนอ ขึ้นมาจะปรากฏเห็นอยู่ในช่วงท้ายของ (๕) ของร่างมาตรา ๓๐๕ ก็คือจะต้องดึงให้ผู้หญิง ที่ตกอยู่ในภาวะที่จะต้องขอให้แพทย์ทำการยุติการตั้งครรภ์จะต้องผ่านกระบวนการปรึกษา ให้คำปรึกษาทางเลือก และคำแนะนำช่วยเหลือจากผู้ประกอบวิชาชีพให้คำปรึกษาทางเลือก และผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยได้ยึดโยงไปสู่ระบบการช่วยเหลือและหาทางออก ให้กับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในลักษณะนี้ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งก็ได้ผ่านการประกาศใช้ไปแล้ว และในกฎหมายนั้นเนื่องจาก เป็นกฎหมายเฉพาะตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ท่านจึงได้วางกลไกกระบวนการในการช่วย แก้ปัญหาเรื่องนี้เอาไว้ได้ดีมาก ประกอบด้วยองค์กรที่เกี่ยวข้องหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ทางสาธารณสุข ทางกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จะต้องระดมกระบวนการเข้ามาบูรณาการ เข้ามาช่วยเหลือ แต่กฎหมายฉบับนั้นมีขอบเขตจำกัดไว้ว่าให้ถูกนำมาใช้ได้เพียงในกรณีที่หญิงที่ตั้งครรภ์ มีอายุไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ ทีนี้ถ้าหญิงนั้นมีอายุเกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ไปแล้วก็ไม่สามารถ จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามกฎหมายฉบับดังกล่าวได้ครับ และด้วยเหตุนี้ใน (๕) ของร่างมาตรา ๓๐๕ จึงได้หาทางยึดโยงเข้าไปสู่การนำเอากระบวนการและกลไกในการช่วยเหลือ ทั้งด้านป้องกัน ด้านแก้ไขเยียวยาในกฎหมายดังกล่าวว่าต้องเข้ารับคำปรึกษาทางเลือก จากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยต้องได้รับคำแนะนำ ของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔-๕ กระทรวงนั่นละครับตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น นี่ก็อาจจะเป็นตัวอย่างเดียวในประมวล กฎหมายอาญาที่มีการเขียนยึดโยงเอากลไกกระบวนการในการช่วยแก้ปัญหาตามกฎหมายอื่น เข้ามา แต่ก็เมื่อคณะกรรมาธิการท่านเห็นว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ เป็นประเด็น ที่จำเป็น เพราะฉะนั้นเสียงข้างมากท่านก็ให้ใส่เข้ามาได้นะครับ แล้วถ้าเผื่อหญิงที่อายุครรภ์ เกิน ๒๐ สัปดาห์ไปแล้วเราจะปล่อยเขาหรือ เราจะไม่มีกระบวนการช่วยเหลืออย่างนี้หรือ หญิงที่อายุครรภ์ยังไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ก็จะไม่มีกลไกกระบวนการช่วยเหลือเขาอย่างนั้นหรือ คำตอบครับ คณะกรรมาธิการเห็นว่ามันไปอยู่นอกกลไกของกฎหมายอาญา ก็เลยขอนำเสนอ ไว้ในข้อสังเกตครับ ซึ่งทางสภาแห่งนี้ก็คงจะได้พิจารณาต่อไปนะครับ ผมขออ้างอิง ไปที่ข้อสังเกตตามร่างตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ข้อ ๕ ครับ🔗

ข้อ ๕ นี้พูดชัด ระบบการปรึกษาทางเลือกตามมาตรา ๓๐๕ นั้นต้องเปิด โอกาสให้ผู้หญิง ซึ่งหมายถึงผู้หญิงทั้งหมดครับ ไม่จำกัดวัย ไม่จำกัดอายุครรภ์ มีสิทธิที่จะขอรับ การปรึกษาทางเลือกและการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา และการจัดสวัสดิการสังคมได้ด้วย ทั้งนี้หน่วยงานที่ให้การปรึกษาทางเลือกหมายรวมถึง องค์กรประชาสังคมที่ทำงานด้านนี้ด้วย ข้อเสนอในตอนแรกเสนอจะให้เอาข้อสังเกตตาม ข้อ ๕ นี้ใส่เป็นวรรคสองของร่างมาตรา ๓๐๕ แต่ว่าเสียงข้างมากท่านเห็นว่า ไม่ใช่เสียงข้างมาก ธรรมดา ท่วมท้นเลยท่านเห็นว่ามันจะไกลเกินไปสำหรับกฎหมายอาญาในประมวลกฎหมาย อาญา🔗

และอีกประการหนึ่งกระบวนการนี้ก็ควรจะจัดให้บริการแก่หญิงที่ไม่เข้าเกณฑ์ ตามมาตรา ๓๐๕ ได้อยู่แล้วโดยการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่เห็นชอบที่จะเอาใส่ วรรคสองเข้ามา แต่ผมก็คิดว่านำไปไว้ในข้อสังเกตนี้ แล้วถ้าสภามีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตนี้ ส่งให้กับทางรัฐบาล กระบวนการที่ห่วงใยก็จะได้รับการสนองตอบแน่นอนครับ🔗

ข้อสังเกต ข้อ ๖ บอกว่า รัฐบาลควรดำเนินการโดยองค์รวมซึ่งครอบคลุมถึง การจัดสรรงบประมาณ สนับสนุน ช่วยเหลือดูแลผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมและตัดสินใจ ตั้งครรภ์ต่อ ตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอด การดูแลหลังคลอด การเลี้ยงดูทารกให้เติบโต และได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นประชากรที่มีคุณภาพของ ประเทศ ข้อนี้เชื่อมโยงกับหลักคิดของคณะกรรมาธิการว่าเราจะต้องช่วยกันคิดหาทาง สร้างทางเลือกอื่นให้กับผู้หญิงที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากนั้นไม่ต้องกระโจนเข้าไปสู่ การทำแท้งอย่างเดียว หาโอกาสให้มีทางเลือก แล้วทางเลือกเหล่านี้รัฐบาลควรจะต้องมี หน้าที่จัดการ จัดตั้งให้บริการนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการจัดการบริหารตรงนี้ดีจำนวน ผู้หญิงที่จะเข้าสู่การทำแท้งก็จะมีจำนวนน้อยลง เพราะจะมีจำนวนหนึ่งเรายังไม่มีตัวเลข เพราะว่ายังไม่เคยมีการจัดทำอย่างเป็นระบบ แต่มั่นใจว่าจะมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งซึ่งก็ไม่ได้ ประสงค์จะทำแท้งอยู่แล้วได้เห็นทางเลือกอื่น ได้มีความมั่นใจว่าสังคมจะไม่ทอดทิ้งเขา รัฐจะช่วยดูแลถ้าเขาตั้งครรภ์ต่อไปเขาประสบปัญหาอะไร รวมตลอดทั้งเด็กที่คลอดออกมา จะมีปัญหาลำบากยากแค้นอย่างไร รัฐจะดูแลอุ้มชู ซึ่งก็ปรากฏชัดเจนในข้อเสนอหรือข้อสังเกต ข้อ ๖ ครับ🔗

และสำหรับมาตรการป้องกันปรากฏอยู่ในข้อสังเกต ข้อ ๘ การแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ด้วยการยุติการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงควร ร่วมมือกันอย่างแข็งขันด้วยการดูแลเอาใจใส่บุคคลในครอบครัวและให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องเพศศึกษารอบด้านในสถานศึกษา จัดให้มีการคุมกำเนิดอย่างจริงจังและทั่วถึง อันเป็น การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมอย่างแท้จริง🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติป้องกัน และแก้ไขปัญหาให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม แล้วก็เอากลไกเต็มรูปแบบตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นขยายออกมา เราก็จะใส่มาตรการพวกนี้ ได้ครบถ้วนตามที่ท่านสมาชิกห่วงใยและประสงค์จะให้ประเทศไทยมีระบบ ระเบียบ กลไกอย่างนี้ครับ แต่เนื่องจากในวาระนี้ก็เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพียง ๒ มาตราเท่านั้น แล้วก็อ้างปฐมเหตุมาจากคำวินิจฉัยและคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จำกัดคับแคบอยู่เฉพาะมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ ในประมวลกฎหมายอาญา เพียง ๒ มาตรา เพราะฉะนั้นก็ทำกันได้เต็มที่ได้เพียงแค่นี้ครับ ก็หวังว่าข้อสังเกตทั้ง ๑๐ ข้อ ท้ายรายงานนี้จะได้รับการอนุมัติและเห็นชอบครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและท่านสมาชิกผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ หลังจากได้ฟังคำชี้แจงของท่านกรรมาธิการแล้วยังมีท่านใดติดใจอยู่ไหมครับ ติดใจก็ต้อง ได้ขอลงมตินะครับ เห็นหมอวาโยขอถามท่านกรรมาธิการ เชิญคุณหมอวาโยครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ไม่ติดใจ แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุกชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวาโย ไม่ติดใจ ท่านสมาชิกไม่มีใครติดใจแล้วนะครับ ยังมีติดใจ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขอพูด เพื่อให้การยืนยันในสภาหน่อยครับ ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมยังติดใจในมาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๕ ในเรื่องของ อายุครรภ์ครับ ผมยืนยันขอติดใจแล้วก็ขอให้มีการโหวตครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านสมาชิกยังคงติดใจนะครับ🔗

รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉันก็ยังติดใจอยู่ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจาก มาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมก่อน🔗

รองศาสตราจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล กรรมาธิการ

ประทานโทษ ดิฉัน จะขออนุญาตพูดเหมือนท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้องหรอกครับ ท่านกรรมาธิการเชิญนั่งเถอะครับ เพราะพูดกันเยอะแล้วนะครับ เมื่อติดใจก็ต้องถามมติ เท่านั้นละนะครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุม ก่อนว่าจะให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ กรณีที่ประชุมเห็นด้วย ผมจึง จะขอมติจากที่ประชุมต่อว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือผู้สงวนนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบ องค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุม หรือที่กำลังมีการประชุม กรรมาธิการอยู่ เชิญเข้าห้องประชุมใหญ่ก่อนนะครับ เพื่อจะได้มีการลงมติใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ามีก็เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๖๖ ขอแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธีรัจชัย ๑๖๖ แสดงตนนะครับ🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุทัศน์ เงินหมื่น แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น แสดงตนครับ เปิดโอกาสให้ท่านแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกของเรากำลังเดิน เข้ามานะครับ ยังเยอะอยู่ ฉะนั้นให้โอกาสท่านสมาชิกเราได้ร่วมแสดงตนนะครับ ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกยังไม่ได้แสดงตน แสดงตนทั้งหมดแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมในขณะนี้ ๓๓๐ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย คือเห็นด้วย กับร่างเดิมนะครับ ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ทวนอีกครั้งนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

ท่านประธานคะ ทัศนียา ๑๔๓ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วย🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

ท่านประธานครับ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๓๙๕ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วย นะครับ ๓๙๕ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้าง ถ้ามีขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนนะครับ ถ้าไม่มี🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม ๔๗๘ อัครเดชครับ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ เห็นด้วย ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๕ บวก ๓ เป็น ๓๑๘ ท่านนะครับ🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ🔗

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไข หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่ขอสงวน คำแปรญัตตินะครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรแล้วกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ามีขอเชิญครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๓๒ ท่าน🔗

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วย กับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๓๙๕ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๙๕ เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีก็ขอเชิญนะครับ ลงคะแนน ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ขอโทษที เห็นด้วย ๒๗๒ บวกอีก ๑ เป็น ๒๗๓ นะครับ เพื่อที่จะบันทึกเอาไว้🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ ท่านสมาชิกก็ถือว่า จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำ อีกหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ🔗

ต่อไปนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๓ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วย กับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่.. ) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีขอเชิญนะครับ ใช้สิทธิแสดงตนครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๓๓๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใด ไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างมีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๕๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบกับข้อ ๑๐๕ ซึ่งรายละเอียด ของข้อสังเกตได้ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ตามที่นั่ง ของท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว🔗

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิแสดงตน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตน ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๓๓๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม🔗

ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้าง ถ้ามีก็ขอเชิญนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๐ ท่าน เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ได้เสนอเอาไว้นะครับ ก็ถือว่า เป็นการจบการพิจารณา ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ทำหน้าที่อย่างดียิ่งนะครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน🔗

เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยคณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบ การพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้ท่านสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ ท่านวิรัชมีอะไร เชิญครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ในเรื่องด่วนเรื่องแรก คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าเรายังมีในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็อยากให้บรรดาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เรา ร่วมประชุมกันอยู่ในวันนี้ขอให้อยู่โหวตจนเสร็จ แล้วก็ทั้ง ๒ ร่างเสร็จแล้วจะขอเสนอ ท่านประธานได้ปิดการประชุม แล้วก็ประชุมต่อในวันพรุ่งนี้ท่านประธานครับ ก็ขอความร่วมมือ จากทุกท่านได้โปรดอยู่ช่วยกันโหวตดูแลในส่วนของทั้ง ๒ พระราชบัญญัติด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นข้อหารือ ฝากถึงท่านสมาชิก เรางดการประชุมมา ๒ สัปดาห์แล้วนะครับ ทุกท่านก็ตั้งใจที่อยากจะ มาร่วมประชุมเพื่อผลักดันให้กฎหมายผ่านให้เยอะมาก ๆ ส่วนเรื่องการประชุมก็ต้องขอดู เวลาก่อนนะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ขออนุญาตให้ ผู้แทนของกรมสรรพากรเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมนะครับ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ๑. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ๒. นางสาววีณา ลิ่มสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี ๓. นายมงคล ขนาดนิด ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ๔. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ์ ผู้ตรวจราชการกรม ๕. นางสาวยาริกา เรืองศิริ นักวิชาการภาษีเชี่ยวชาญ กองวิชาการแผนภาษี เชิญผู้เข้าร่วม ชี้แจงเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗

(ผู้แทนจากกรมสรรพากรเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อกำหนดอำนาจอธิบดี กรมสรรพากรในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาโดยหน้าที่ราชการ เพื่อให้เป็นไปตาม บทบัญญัติและเงื่อนไขของความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร หรือความตกลงระหว่างประเทศ (เพิ่มมาตรา ๑๐ ตรี)🔗

เหตุผล โดยที่ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้รูปแบบ การประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ไม่มีพรมแดน การเคลื่อนย้ายการลงทุน สามารถทำได้ง่าย ก่อให้เกิดการโยกย้ายกำไรในการดำเนินธุรกิจไปในประเทศที่มีความจูงใจ ด้านภาษีอากร ส่งผลให้การติดตามจัดเก็บภาษีอากรของแต่ละประเทศเป็นไปอย่างลำบาก ยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การให้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีอากรจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีอากรระหว่างกันที่มีการกำหนดไว้ในความตกลง หรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร หรือความตกลง ระหว่างประเทศ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อกำหนดอำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาโดยหน้าที่ราชการ เพื่อการปฏิบัติตามพันธกรณีตามความตกลงหรืออนุสัญญาดังกล่าว และเพื่อส่งเสริม ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเป็นการเพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา ๑๐ ตรี ของประมวลรัษฎากร โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้🔗

๑. ให้อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่ได้รับมอบหมาย ตามสัญญาระหว่างประเทศ มีอำนาจแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาโดยหน้าที่ราชการ กับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศคู่สัญญา🔗

๒. สัญญาระหว่างประเทศข้างต้น หมายความรวมถึงสัญญาหรือความตกลง ดังนี้🔗

๒.๑ ความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร หรือที่เราเรียกว่าดับเบิล แทกซ์ อะกรีเมนต์ (Double Tax Agreement) หรือดีทีเอ (DTA) ที่รัฐบาลได้ทำไว้หรือจะได้ทำกับรัฐบาลต่างประเทศ ปัจจุบันมีจำนวน ๖๐ ฉบับ🔗

๒.๒ ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยง รัษฎากรที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ทำไว้กับสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจ ของต่างประเทศ ปัจจุบันมีจำนวน ๑ ฉบับ คือ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำไทเป ได้ทำไว้กับสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าไทเป ประจำประเทศไทย🔗

๒.๓ ความตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่รัฐบาลไทยได้เข้าผูกพันเป็น คู่สัญญาและมีข้อบัญญัติในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษี เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการเลี่ยง รัษฎากร ปัจจุบันมีความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารภาษี หรือมัลติเลเทอรัล คอนเวนชัน ออน มิวชวล แอดมินิสเทรทีฟ แอสซิสแทนซ์ อิน แทกซ์ แมตเทอรส์ (Multilateral Convention on Mutual Administrative Assistance in Tax Matters) หรือตัวย่อว่าเอ็มเอซี (MAC) หรือแม็ก (MAC) ที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ และประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีโดยสมบูรณ์เมื่อร่าง พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ และประเทศยื่นสัตยาบันสารแสดงเจตนาให้ความตกลง ดังกล่าวมีผลผูกพัน🔗

ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอขยายความ เพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาและความจำเป็นที่ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ว่าการกำหนด อำนาจให้อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทางภาษี จะเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศตามบทบัญญัติที่สัญญา ระหว่างประเทศกำหนด ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ตาม มาตรฐานสากล อันจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการป้องกันการหลีกเลี่ยงและหลบเลี่ยงภาษีระหว่างประเทศ ทั้งนี้การแลกเปลี่ยนข้อมูล ดังกล่าวจะจำกัดอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการบริหารการจัดเก็บภาษี และต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลในเรื่องการรักษาความลับของข้อมูล คือเป็นการแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ เพื่อประโยชน์ในการบริหารการจัดเก็บภาษี และไม่สามารถ เปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้🔗

ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ท้ายนี้กระผมหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้กรุณาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อที่จะได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปก็ขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ อันดับแรกเชิญ นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ตามด้วยท่านเกียรติ สิทธีอมร นะครับ เชิญคุณณธีภัสร์ครับ🔗

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรทำการแลกเปลี่ยน ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศคู่สัญญา เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาการเว้น การเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร ซึ่งผมยังมีข้อสังเกตและข้อกังวล บางอย่างเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๖๐ ประเทศไทย ได้เข้าร่วมโกลบัลฟอรัม (Global Forum) และอินคลูซีฟเฟรมเวิร์ก (Inclusive Framework) ของโออีซีดี (OECD) รวมทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้ทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น ๖๑ ฉบับ และเมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐสภาเองก็ได้มีมติให้ความเห็นชอบให้ประเทศไทย เข้าร่วมความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารภาษี หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า แม็ก (MAC) ไปแล้ว ยังเหลือขั้นตอนการตรากฎหมายภายในประเทศเพื่อให้ปฏิบัติตาม พันธกรณีเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลตามความตกลงต่าง ๆ ที่ได้ทำไว้ ท่านประธานครับ เพื่อการปฏิบัติให้เกิดความโปร่งใสในทางภาษีในระดับนานาชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผล ประเทศที่จะเข้าร่วมโกลบัลฟอรัม (Global Forum) จำเป็นจะต้องเข้าสู่ กระบวนการเพียร์รีวิว (Peer Review) สำหรับการปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล แบบร้องขอซึ่งเป็นภาคบังคับ สำหรับประเทศไทยนั้นยังไม่เคยเข้ารับการเพียร์รีวิว (Peer Review) เลยสักครั้งครับ ในกำหนดการสำหรับการเพียร์รีวิว (Peer Review) รอบสองที่ดำเนินการ ระหว่าง ค.ศ. ๒๐๑๖ ถึง ค.ศ. ๒๐๒๓ ประเทศไทยจะต้องเข้ารับการเพียร์รีวิว (Peer Review) ในช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๐๒๒ หรือปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เหลืออีกเพียงปีเดียวครับท่านประธาน ที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ส่วนที่สำคัญก็คือความพร้อมทางด้านกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผลในทางปฏิบัติได้จริงของกฎระเบียบ เหล่านั้นด้วยครับ ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาดูจาก ๒๐๑๖ เทิร์มส ออฟ รีเฟอร์เรนซ์ (2016 Terms of Reference) ของโกลบัลฟอรัม (Global Forum) ซึ่งเป็นการกำหนด องค์ประกอบสำคัญของมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ จะเห็นได้ว่าเพียงอำนาจ ตามมาตรา ๑๐ ตรี รวมทั้งข้อมูลที่ได้มาโดยหน้าที่ราชการตามลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ไม่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอครับ ประเด็นที่สำคัญก็คือการที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในอำนาจของประมวล รัษฎากรได้ ท่านประธานครับ ตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอนั้น จะครอบคลุมถึงข้อมูลใน ๓ ประเภทหลักด้วยกันครับ🔗

ประเภทแรกคือข้อมูลของผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ข้อมูลผู้เป็นเจ้าของ ตามกฎหมาย และข้อมูลของผู้อยู่ระหว่างกลางของห่วงโซ่การส่งทอดผลประโยชน์ตาม แนวทางที่ประเทศกลุ่มจี ๒๐ (G 20) ได้เสนอไว้กับโกลบัลฟอรัม (Global Forum)🔗

ประเภทที่ ๒ คือข้อมูลทางบัญชีที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ บันทึกไว้อย่างครบถ้วน โดยสามารถใช้แสดงรายงานทางการเงินได้อย่างถูกต้อง🔗

และประเภทที่ ๓ ก็คือข้อมูลทางการเงินที่อยู่ในความครอบครองของ ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าได้บัญญัติคุ้มครองข้อมูลที่แลกเปลี่ยนตามความตกลงไว้อย่างชัดเจนกว่า ดังนั้นการคุ้มครองเพื่อเก็บรักษาข้อมูลความลับของข้อมูลตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงอยู่ใน ระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็นครับ🔗

ท่านประธานครับ สำหรับประเด็นต่อไปเป็นข้อกังวลของผม ซึ่งก็คือ ความเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลของ พลเมืองสหภาพยุโรปครับ เป็นความเสี่ยงของกระบวนการแลกเปลี่ยนและการใช้ข้อมูล ที่จะเกิดจากการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป หรือที่เรียกว่า จีดีพีอาร์ (GDPR) ซึ่งเป็นไปได้ทั้งจากความจงใจของผู้ที่ล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลกระทำต่อข้อมูลนั้น โดยผิดกฎหมาย หรือเกิดจากช่องว่างข้อยกเว้นและลักษณะที่ไม่ชัดเจนของกฎหมาย ที่ให้อำนาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ท่านประธานครับ แม้ว่ารัฐผู้ได้รับข้อมูล จะสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่นโดยเป็นวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน ตามกฎหมายของรัฐผู้ส่งข้อมูลให้ และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐนั้นได้อนุญาตให้ใช้เฉพาะ ตามวัตถุประสงค์นั้น แต่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายของไทยมีข้อยกเว้น ที่ให้อำนาจหน่วยงานรัฐกระทำต่อข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ใช้หลักความยินยอม โดยใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๒๕๖๒ บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ (๒) ไม่ให้ใช้บังคับ แก่การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ และใน มาตรา ๒๔ (๖) เปิดช่องให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ได้โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม หากเป็นไปตามการปฏิบัติตามกฎหมาย ขออนุญาต ท่านประธานอีกสัก ๑ นาทีนะครับ จะจบแล้วครับ แม้ว่าจะคล้ายกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒ และมาตรา ๖ ของจีดีพีอาร์ (GDPR) แต่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายสหภาพยุโรป จะเป็นไปในทางที่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนและเคร่งครัด ซึ่งอาจจะมี ความเหลื่อมล้ำกับแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายไทย และเกณฑ์การใช้อำนาจ ของกฎหมายไทยนั้นมักจะมีการตีความอย่างกว้าง คลุมเครือ ไม่มีความชัดเจน บุคคลทั่วไป ไม่อาจคาดหมายได้ จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดกรณีที่โดยดุลยพินิจแล้วสามารถปฏิบัติได้ตาม กฎหมายไทย แต่เป็นการฝ่าฝืนจีดีพีอาร์ (GDPR) และที่น่ากังวลเป็นพิเศษก็คือการใช้อำนาจ แบบเผด็จการผ่านทางกฎหมายความมั่นคง สอดแนมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ ทางการเมืองครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก็ขออนุญาต อภิปรายในส่วนของร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่จริงแล้วท่านประธานครับ เรื่องนี้มันก็โยงกับที่เราเคยอภิปรายในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ในครั้งที่ผ่านไปในวันที่ ๑ กันยายน ที่ผ่านมาเป็นการประชุมร่วม ตอนนั้นเราพิจารณาเรื่องสนธิสัญญา จริง ๆ แล้วผมก็ได้ตั้ง ข้อสังเกตไว้อยู่ ๓-๔ ข้อที่ผมคิดว่าควรจะอยู่ในกฎหมายที่ยื่นเข้าสภาในวันนี้นะครับ เช่น🔗

ประการแรก เรามีหลักประกันไหม เวลาเราเขียนกฎหมายว่ามันจะไม่กระทบ กับสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน สิทธิพื้นฐานเป็นอย่างไรนะครับ ในกรณีของข้อตกลงแม็ก (MAC) ขออนุญาตใช้คำย่อนะครับ ก็ได้เปิดช่องไว้ว่ารัฐภาคีเองอาจแจ้งแก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ หรือคนชาติของตนให้ทราบล่วงหน้าก่อนมีการส่งข้อมูลได้ ตรงนี้ของเราในครั้งนี้ไม่ได้ระบุ อะไรเลยนะครับ🔗

อันที่ ๒ กรอบโครงสร้างกฎหมายที่เรายื่นเข้ามาก็เป็นลักษณะเป็นประเพณี ปฏิบัติกระมังครับท่านประธาน เหมือนเดิม ๆ ก็คือยังไม่ลงรายละเอียดไปกำหนดในกฎกระทรวง แต่เขียนแค่ว่าให้อำนาจอธิบดีไว้นะครับ ทำอย่างไร ปฏิบัติอย่างไร เดี๋ยวไปว่ากันอีกทีหนึ่ง ตรงนี้ก็เป็นข้อกังวลเหมือนกัน เพราะว่าถ้าวันที่ท่านยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้าสภามีกฎกระทรวง แนบมาด้วยมันก็ง่ายดีครับ มันทำให้สบายใจ มันเข้าใจดีว่าแนวทางในการดำเนินการจะเป็น อย่างไรนะครับ🔗

อีกประการหนึ่งที่ได้พูดไว้ครั้งที่แล้วก็คือว่า คือตอนนี้อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) มันก็ไปไกลแล้วครับ กระบวนการการเก็บภาษี โครงสร้างภาษีของประเทศไทยเองก็เริ่มมี การปรับปรุงกฎหมายหลายฉบับ แล้วกำลังมีแนวทางที่จะไปออกเรื่องดิจิทัลแทกซ์ (Digital Tax) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะโยงอย่างไรกับการแก้ประมวลรัษฎากรในครั้งนี้ อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่ผมตั้งไว้ในคราวที่แล้ว ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปดูในร่างที่เสนอเข้าสภานะครับ ก็ต้อง ขอบคุณมากครับท่านก็ต้องทำอย่างรวดเร็วเพราะให้สัตยาบันไปแล้ว ก็ต้องดูมีการปรับปรุง กฎหมายภายในนะครับ🔗

สาระสำคัญนี่นะครับ ก็ต้องบอกว่าผมก็ยังมีประเด็นที่กังวล แต่ผมก็ฝากไว้ ฝากไว้ว่าเวลาเข้าไปกรรมาธิการ ไปพิจารณากันโดยกรรมาธิการนี่ขอให้พิจารณาประเด็น ที่ผมจะนำเสนอดังต่อไปนี้นะครับ🔗

ในกฎหมายเขียนไว้จริง ๆ สาระของมันก็คือบอกว่าให้อำนาจในการแลกเปลี่ยน ข้อมูลเป็นอำนาจของอธิบดี ในฐานะผู้แทนเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่ได้รับมอบหมาย และจะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาโดยหน้าที่ราชการจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอีกฝ่ายหนึ่ง มันก็เขียนแค่นี้ครับในสาระ ทีนี้ผมก็พยายามทำความเข้าใจว่าผมนี่เป็นประเภทวิตกจริต หรือเปล่า ถ้าเขียนกันแค่นี้แล้วเรายังไม่เห็นกฎหมายลูกหรือกฎกระทรวงนี่เราจะกังวล เกินไปไหมในแง่ของสิทธิ ผมก็ไปไล่ดูครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตขึ้นชาร์ต (Chart) ได้ให้ฝ่ายโสตไปแล้วนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ผมเอาตัวอย่างกฎหมาย เหมือนกันเลยนะครับ ภาคีฉบับเดียวกันเลยครับ ในเรื่องเดียวกันเลยนี่นะครับ ผมเอาตัวอย่างมาให้ดู ๓ ประเทศ สิงคโปร์ เยอรมนี และประเทศไทย ในแง่ผู้มีอำนาจ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล อันนี้ตรงกันนะครับ ๓ ประเทศตรงกัน ก็คือเจ้าพนักงานตรวจสอบ ภาษีเงินได้ หรือพูดง่าย ๆ อธิบดีสรรพากรใกล้เคียงกันครับ หัวหน้าส่วนราชการของเยอรมนี อันนี้เหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือหน้าต่อไปครับ หน้าต่อไปเขียนชัดเจนในกฎหมายนะครับ ไม่ใช่กฎกระทรวงอันนี้ผมย้ำนะครับ กฎหมายเขียนชัดเจนนะครับว่าหน้าที่เบื้องต้น ของทางการต้องทำอะไร ต้องแจ้งหรือไม่ต้องแจ้งนะครับ ของสิงคโปร์ชัดเจนนะครับว่า ภาระหน้าที่ต้องแจ้งเป็นหลักไว้ก่อน เยอรมนีก็บอกต้องแจ้งและเปิดโอกาสให้ชี้แจงด้วย ของเยอรมนีชัดเจนนะครับ เขียนในกฎหมายนะครับ ไม่ใช่กฎกระทรวงนะครับ ของประเทศไทยไม่ระบุต้องรอดูกฎกระทรวง ตรงนี้ก็เป็นความกังวล ชาร์ต (Chart) ต่อไปครับ🔗

ทั้งหมดมีข้อยกเว้นครับท่านประธาน กรณีที่จะไม่แจ้งมีกรณีใดบ้าง ประเทศสิงคโปร์ครับ กรณีแรกไม่รู้ที่อยู่ไม่ต้องแจ้ง หรือถ้าการแจ้งจะเป็นการขัดขวาง หรือชะลอกระบวนการยุติธรรมหรือกระบวนการตรวจสอบ หรือการไปแจ้งนี้จะส่งผลร้าย ต่อการสืบสวน ของประเทศเยอรมนีครับ ถ้าการไม่แจ้งเป็นประโยชน์สาธารณะก็ไม่ต้อง แจ้งได้นะครับ กระทบกรอบเวลาในการดำเนินการไม่ต้องแจ้งก็ได้ ไม่ก่อให้เกิด ความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ต้องแจ้งก็ได้ คือถ้าแจ้งแล้วเกิดได้เปรียบเสียเปรียบก็ไม่ต้องแจ้ง กฎหมายเขียนชัดนะครับ หรือเป็นคำสั่งทั่วไป เป็นหลักปฏิบัติของบางกรณีของทุกบริษัท ที่เกี่ยวข้อง อย่างนี้ทำได้ ของประเทศไทยเผอิญไม่ระบุครับท่านประธาน ตรงนี้มันต่างกัน อย่างไรครับ มันต่างกันตรงนี้ครับท่านประธาน อธิบดีหรือผู้ที่มีอำนาจในการแลกเปลี่ยน ข้อมูลนั้นต้องรับผิดชอบถึงเหตุผลของการจะแจ้งหรือไม่แจ้งต่อบุคคลเหล่านั้น ที่จะนำข้อมูล ไปส่งต่อให้ประเทศอื่น นี่คือความแตกต่างครับ แล้วก็จะไม่แจ้งได้ก็มีเหตุผลเพียงแค่นี้ครับ ของเรามักจะใช้ว่าเป็นดุลยพินิจแล้ว ถ้าไปเขียนเป็นดุลยพินิจมันก็จะไปเหตุผลใด ๆ ก็หลากหลาย แล้วครับท่านประธานคราวนี้ ตรงนี้คือข้อกังวลว่าเราจะสามารถปฏิบัติตามความตกลง ระหว่างประเทศ เช่นกับกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปหรือไม่ ถ้าเราใช้แค่เพียงอำนาจอธิบดี หรือดุลยพินิจอธิบดี อันนี้ที่ผมอภิปรายตรงนี้ไม่ได้มีข้อกังวลถึงพฤติกรรมของอธิบดีท่านใด ท่านหนึ่งหรือรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง ไม่ใช่เลยนะครับ เป็นวิธีการหลักคิดของกฎหมายเท่านั้นเอง อะไรคือหลักประกัน อะไรคือกระบวนการ ที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส และมีการถ่วงดุล และตรวจสอบได้ ตรงนี้เองนี่นะครับ ผมถึงยกตัวอย่าง ๓ ประเทศนี้มาให้ดู ก็ต้องถามท่านนะครับว่าทำไมท่านถึงใช้หลักคิด อันนี้ผมก็เข้าใจนะครับ จริง ๆ ประเพณีของบ้านเรานี่ก็ใช้ ใช้บอกว่าถ้ายังไม่ได้ลงรายละเอียด ก็ใช้กฎกระทรวงเดี๋ยวไปว่ากันอีกทีหนึ่ง เผอิญพอไปทำอย่างนั้นบ่อย ๆ หลายประเทศตอนนี้ เขาเลิกแล้วครับท่านประธาน ผมก็อยากเห็นประเทศไทยเข้าสู่กรอบที่ทันสมัยขึ้น ก็คือ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น กฎหมายโปร่งใสมากขึ้น มีความเป็นธรรมมากขึ้น ดุลพินิจลดน้อยลง ไมใช่ดุลพินิจอะไรก็ได้ ตรงนี้ครับนี่คือข้อที่ผมคิดว่าอยากตั้งข้อสังเกตไว้ เพื่อที่จะให้ คณะกรรมาธิการในขั้นต่อไปลองไปพิจารณาดูครับว่าควรจะปรับปรุงกฎหมายของเรา ไม่ได้ผิดเจตนาอะไรทั้งสิ้นนะครับ ผมคิดว่ามันตรงกันหมด เพียงแต่ว่าทำให้มันชัดขึ้นตั้งแต่ต้น และไม่ทิ้งไว้ให้เป็นดุลยพินิจมากจนเกินไป เพราะเหตุผลในโลกนี้ของการให้หรือไม่ให้ มันค่อนข้างจะชัดเจน มันมีไม่กี่เหตุผลเท่านั้นนะครับ🔗

ผมก็มีส่วนเพิ่มเติมอีก ๒-๓ ประเด็น ฝากนิดเดียวท่านประธานครับ ไม่ได้ มีคนอภิปรายเยอะ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ สาระล้วน ๆ ครับท่านประธาน การคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ผมคิดว่ากฎหมายต้องมีความชัดเจนครับว่าอะไรคือหลักประกัน อะไรคือ แนวทางที่จะทำให้สังคมเกิดความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกละเมิด ไม่ว่ากรณีใด ก็แล้วแต่ ยกเว้นมีความชอบด้วยกฎหมาย ทีนี้ปัญหามันซับซ้อนตรงนี้ครับ เวลาขอแลกเปลี่ยน ข้อมูลนี่ กฎหมายในประเทศไทยและกฎหมายของต่างประเทศมันไม่เหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นมูลความผิดของการปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศอาจจะไม่เท่ากัน บางเรื่องในประเทศไทยไม่ผิดแต่อาจจะผิดในประเทศอื่น บางเรื่องในประเทศอื่นไม่ผิด แต่ผิดในประเทศไทย คำถามมีอยู่ว่าท่านจะทำอย่างไรในกรณีเช่นนี้ ตรงนี้ต้องชัดนะครับ แนวทางต้องชัดนิดหนึ่งครับ หมายความว่าก่อนที่จะมีการส่งต้องมีการตรวจสอบไหม อย่างเช่นในเรื่องของ ผมยกเทียบเคียงนะครับ กรณีส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี่ มูลความผิด ของแต่ละประเทศ กฎหมายของแต่ละประเทศต้องเหมือนกันถึงจะส่งนะครับ อันนี้ถ้าเป็นแค่ ข้อมูล แต่ถ้ามูลความผิดไม่ตรงกัน แล้วการส่งไปจะทำให้เกิดความไม่ชอบของการเอาผิด ของบุคคลที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรดี ตรงนี้ต้องขอความชัดเจนนิดหนึ่งนะครับว่า ในหลักเราควรจะทำอย่างไรบ้าง กรณีของประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกานี่ต่างกันชัดเจนเลย นะครับเรื่องภาษี สหรัฐอเมริกานี่มองภาษีคือภาษีรายได้จากทั่วโลกครับ ของประเทศไทย มองภาษีที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมในประเทศเท่านั้น กิจกรรมนอกประเทศไม่เอามารวม ทีนี้ถ้าเกิดประเทศอื่นมาขอครับ มาขอแล้วเกิดเราส่งข้อมูลไป แล้วไปทำให้เกิดเป็น มูลความผิดของเขา ทั้ง ๆ ที่กฎหมายในประเทศไม่ผิดครับ ตรงนี้จะทำอย่างไรดี ต้องถามรัฐมนตรีนะครับว่าท่านมีแนวคิดอย่างไร🔗

ข้อที่ ๓ ฝากท่านเหมือนกันครับ เวลากรรมาธิการไปพิจารณา ศักยภาพ ของสถาบันการเงินไม่เท่ากันจริง ๆ ครับ รายเล็กรายน้อย เครดิตฟองซิเอร์ (Credit Foncier) หลักของการเก็บข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะต้องมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไหมครับ ถ้าออกกฎหมายฉบับนี้มานี่ แล้วมีภาระที่ต้องผูกพันกับประเทศอื่น แล้วต้องนำข้อมูลไป แลกเปลี่ยนกับเขานี่ ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านมีไหม หรือมีกรอบอะไรที่กระทรวงเองจะไปช่วย ให้การเปลี่ยนผ่านนั้นทำได้ด้วยความรวดเร็ว และไม่เป็นภาระจนเกินไปนะครับ ขอโทษนะครับ เมื่อสักครู่นี้แล้วก็เทคโนโลยีที่จะใช้ครับ ท่านจะใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันไหม ในประเทศต่าง ๆ มีเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนกัน อันนี้มีการตกลงกันไหมครับว่าเทคโนโลยีของประเทศไทย กับสถาบันการเงินไทย กระทรวงการคลังของไทยจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือประเทศไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า มีความแตกต่างตรงนี้หรือไม่ ก็ขอ ความชัดเจนนิดหนึ่ง เพราะอันนี้ในทางปฏิบัติมันอาจจะเป็นปัญหาได้🔗

ประการสุดท้ายครับ ผมกังวลกรอบอื่น ๆ ครับ ซึ่งเป็นกรอบมาตรการ ฝ่ายเดียว เช่น แฟตกา (FATCA) ครับ แฟตกา (FATCA) นี่พูดง่าย ๆ เขามัดมือชกเราครับ เราต้องส่งข้อมูลให้เขา ถ้าท่านมีบัญชีแล้วท่านเคยมีญาติอยู่ในสหรัฐอเมริกา ท่านก็ไป เปิดบัญชีที่แบงก์ไหนตอนนี้โดนเขียนหมดครับ ตรงนี้ครับด้วยสนธิสัญญาอันนี้ ด้วยการปรับปรุงประมวลรัษฎากรอันนี้ เราได้รับ การดำเนินการหรือความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เป็นมาตรการ ฝ่ายเดียวมันดีขึ้นไหมครับ เราใช้กระบวนการตรงนี้ ใช้ข้อตกลงเหล่านี้ในการให้เกิด ความเท่าเทียมกันมากขึ้นได้ไหมครับ เพราะว่าสหรัฐอเมริกาตอนนี้ใช้มาตรการฝ่ายเดียว มัดมือชก แล้วถ้าเกิดเราไม่ให้ก็จะไม่ร่วมมือกับประเทศไทยในเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน ตรงนี้ผมคิดว่าไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไร ต้องเจรจาระหว่างประเทศนะครับ เราต้องไม่ยอม ให้ประเทศที่เขาคิดว่าเขาใหญ่ใช้มาตรการฝ่ายเดียวมาบีบเราโดยความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ก็ต้องฝากประเด็นท่านเหล่านี้ช่วยอธิบายหรือให้หลักเพื่อทำให้เราเกิดความมั่นใจว่า การปรับปรุงประมวลรัษฎากรในครั้งนี้จะเป็นกระบวนการที่เป็นธรรม โปร่งใส แล้วก็ ตรวจสอบได้ และไม่ใช่มีการใช้ดุลยพินิจจนมากเกินไปโดยไม่มีหลักที่สามารถอ้างอิงได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีจะอภิปรายสรุปไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณในข้อสังเกต แล้วก็ความห่วงใยในเรื่องของการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเจตนารมณ์นั้นก็คือ เราก็แก้ให้เรียกว่ามีขั้นพื้นฐานที่สุดนะครับ ความจำเป็นในขณะนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็มี เดดไลน์ (Deadline) อยู่นะครับ มีข้อกำหนดในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ นี้นะครับ ซึ่งก็เป็นเกณฑ์เวลาที่เราจะต้องให้สัตยาบัน แต่ทั้งหมดทั้งปวงในข้อสังเกตทั้งหลายนี่ก็เป็น ข้อสังเกตที่ผมเห็นด้วยนะครับว่ามันจะต้องมีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องของความคิดทางกฎหมายของแต่ละประเทศนั้นก็แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้นั้นเราก็มองเฉพาะกฎหมายในเรื่องของภาษีอากรนั้นเฉพาะภายในประเทศ แต่ว่าในต่างประเทศนั้นเรายังไม่ได้มอง อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ🔗

เรื่องของศักยภาพทางการเงินนั้นก็เช่นเดียวกันนะครับ ที่ท่านสมาชิกได้ อภิปรายไว้สักครู่นี้ เรื่องเทคโนโลยีก็จะเป็นเรื่องของเทคนิค แต่ขออนุญาตว่าบางเรื่องนั้น ถ้าเป็นทางด้านเทคนิคที่เราอาจจะยังไม่ได้เขียนในขั้นตอนของกฎหมายนี้ก็ขอว่าไปเป็น ในเรื่องของกฎหมายลูกนะครับ🔗

เรื่องของกรอบในเรื่องของโกลบัลฟอรัม (Global Forum) ตรงนี้จริง ๆ แล้ว มันก็มีอยู่ ๒ กลุ่มหลัก ๆ งานตรงนี้ยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมดนะครับ อันนี้เป็นเพียงขั้นตอนที่ ๑ ซึ่งเป็นในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติ ถ้าพูดกันจริง ๆ ก็พูดถึงในเรื่องของ ข้อมูลการเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับทางด้านกรมจัดเก็บก็คือกรมสรรพากรโดยตรง แต่ก็จะมี อีกกลุ่มหนึ่งที่ท่านสมาชิกท่านแรกได้อภิปรายก็คือมีเรื่องของข้อมูลทางการเงิน เรื่องของ ทรัพย์สินในครอบครอง เรื่องของผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งอันนี้ก็จะมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขณะนี้ทางกระทรวงการคลังโดยสรรพากรนั้นก็เป็นเจ้าภาพอยู่ในเวลานี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องซีอาร์เอส (CRS) คอมมอน รีพอร์ทิง สแตนดาร์ด (Common Reporting Standard) หรือว่าเอกซ์เชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Exchange of Information) อันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องทำนะครับ ซึ่งในเรื่องของเอกซ์เชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Exchange of Information) นั้นก็จะมีเพียรีวิว (Peer Review) ในประมาณไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๖๕ อันนั้นแน่นอนที่สุดว่าเราต้องทำนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนั้นในขณะนี้ สถานภาพของเรานั้นก็อยู่ในเรียกว่าเป็นแบล็คลิสต์ (Blacklist) ยังไม่ถึงนะครับ ยังอยู่ใน สีเทา ๆ อยู่ ถ้าหากเราสามารถที่จะให้สัตยาบันภายในวันที่ ๓๐ สิงหาคมนี้ได้ เราก็จะพ้น ในทั้งเกรย์ (Gray) ทั้งแบล็ค (Black) ตรงนี้นะครับ อันนี้ก็จะผ่านพ้นไปในขั้นตอนหนึ่ง อันนี้ก็ที่เรียนอย่างนี้นี่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วยนะครับ ผมก็อยากจะให้ทำให้มัน ละเอียดมากขึ้นกว่านี้นะครับ แล้วก็ให้ครอบคลุมในสิ่งที่ท่านสมาชิกได้มีความเป็นห่วง แน่นอนที่สุดว่าหลังจากนี้ หลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้เราต้องไปทำในเรื่องของ เป็นกฎหมายลูกออกมาอีกฉบับหนึ่งนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตว่าถ้าอย่างไรก็ขอเป็นว่า ในขั้นของกรรมาธิการนะครับว่าทางกรมสรรพากรก็จะรับความเห็นตรงนี้ไป แล้วก็อาจจะเพิ่มเติมเท่าที่เราสามารถที่จะเพิ่มเติมได้ เพื่อให้เซอร์ทิไฟ (Certify) ในเรื่องของ กลุ่มอียู (EU) จริง ๆ แล้วในเรื่องของกฎหมายการหลบเลี่ยงภาษีตรงนี้ก็มีอยู่ ๒ ค่ายนะครับ มีค่าทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเราออกกฎหมายแฟตกา (FATCA) ไปแล้ว อันนี้มีอีกค่ายหนึ่งนะครับ ก็เช่นทำนองเดียวกันกับในเรื่องของเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎกติกาต่าง ๆ ที่บังคับเรา มีกฎกติกาโลกทั้งที่มีองค์กรกำกับดูแลโลกหรือว่าองค์กรซีกยูเอส (US) ซีกสหรัฐอเมริกา ซีกยุโรป (Europe) ก็มีความคิดคอมมอน (Common) ที่เหมือนกันอยู่ จะแตกต่างกัน ในรายละเอียดนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการเงิน การเงินเรื่องภาษีอากรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นข้อบังคับที่ถ้าหากเราไม่เข้าตรงนี้เราก็จะสูญเสียในเรื่องของเครดิบิลิตี (Credibility) เรื่องของความโปร่งใส แล้วก็จริง ๆ แล้วผมยังได้เรียนทางสรรพากรไปนะครับว่า ไม่ใช่ว่า ประเทศอื่นนั้นบังคับเราอย่างเดียวแต่ว่าเราเองก็ต้องดูในเรื่องของกำไรหดหายที่เรามักจะ พูดกันในเรื่องของทรานเฟอร์ไพรซ์ซิง (Transfer pricing) ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะเราจะเห็นว่าบริษัทต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยมีผลขาดทุน แต่ว่าบริษัทแม่ หรือต่าง ๆ นั้นก็มีผลกำไร ก็มีการถ่ายโอนในเรื่องของต้นทุนทั้งหลายตรงนี้ ซึ่งเราก็ต้อง ใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับเรา ด้วยนะครับ ในส่วนของผมก็อยากจะขอรับในเรื่องของข้อสังเกต ข้อห่วงใยทุกเรื่อง แล้วก็ ฝากให้ทางกรมสรรพากรนั้นได้พิจารณาร่วมกับในคณะกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นนะครับ ก็ขออนุญาตในเบื้องต้นเพียงเท่านี้นะครับ ถ้าหากมีรายละเอียดทางท่านอธิบดีสรรพากร จะชี้แจงในรายละเอียดก็ขออนุญาตให้ท่านอธิบดีนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าการอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่.. ) พ.ศ. .... หมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ฉะนั้นต่อไปนี้ก็จะเป็นการลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ ก่อนที่จะลงมติผมก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ส.ส. ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะมีการลงมติว่าเราจะรับหลักการหรือไม่ เชิญนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าสู่ห้องประชุมนะครับ ก่อนที่จะมีการลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนทุก ๆ ท่านนะครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน บ้างครับ ถ้ามีก็ขอเชิญแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ๒๗๔ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๗๔ แสดงตน เพื่อนสมาชิกเรากำลังวิ่งเข้าห้องประชุมอยู่นะครับให้เวลาอีกนิดหนึ่ง เชิญนะครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ๔๗๕ แสดงตนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๕ แสดงตน มีอีกไหมครับ ยังมีนะครับ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

๑๖๒ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๖๒ แสดงตนครับ กำลังเดินเข้ามาอีกเยอะ เชิญครับ บังเอิญว่ามีการประชุมกรรมาธิการ หลาย ๆ ห้องนะครับ ท่านสมาชิกเราก็วิ่งเข้าวิ่งออกระหว่างห้องประชุมกรรมาธิการ กับห้องประชุมใหญ่ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ยังแพร่ระบาดอยู่ ท่านประธานเป็นห่วงอย่างยิ่งนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องที่ไม่ใช่ผู้อภิปรายอยากจะขอ ท่านสมาชิกได้สวมหน้ากากอนามัยนะครับ สวมแมสก์ (Mask) ทุก ๆ ท่านนะครับ แล้วก็ ตอนที่ท่านสมาชิกอภิปรายก็ไม่จำเป็นก็อย่าไปรวมกันนะครับ เพราะเห็นหลาย ๆ ท่าน เวลาอภิปรายก็จะมานั่งรวมกันเป็นกลุ่มอย่างใกล้ชิด มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่แสดงตน มีไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิก เข้าอยู่ในห้องประชุม จำนวน ๓๓๙ ท่าน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมจะ ขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิด การลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ผลของคะแนนที่ท่านสมาชิกได้ลงไปนะครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งหมด ๓๔๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีครับ งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญ เสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญใช่ไหมครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมมีมติตามที่ท่านสมาชิกได้เสนอนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดจำนวน กรรมาธิการครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภานะคะ ดิฉันขออนุญาตเน้นย้ำเมื่อสักครู่ คือจำนวนกรรมาธิการ ๒๕ ท่าน ในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสมาชิกเสนอกรรมาธิการจำนวน ๒๕ ท่านนะครับ ในจำนวน ๒๕ ท่านนี้สัดส่วนของ กรรมาธิการที่มาจากคณะรัฐมนตรีจำนวน ๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ ท่านนะครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ๕ ท่านครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ดังนี้ ๑. นางสาววีณา ลิ่มสวัสดิ์ ๒. นายมงคล ขนาดนิด ๓. นายอภิวัฒน์ จิระศิริโสภณ ๔. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๕. นายพิกิฏ ศรีชนะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็นสัดส่วน กรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ผมขอแจ้งจำนวนสัดส่วนดังต่อไปนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐจำนวน ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทยจำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกลจำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทยจำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อ กรรมาธิการพร้อมกับผู้รับรองตามข้อบังคับนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทย ๖ ท่านครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๒. นายธนกร ไชยกุล ๓. นางสาวชนก จันทาทอง ๔. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๕. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๖. เรืออากาศเอก ณัฐพล โยธินพนาเวศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ กุลวลี นพอมรบดี ค่ะ ขอเสนอรายชื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๒. นายสันติ กีระนันทน์ ๓. นายจักรวี วิสุทธิผล ๔. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๕. นายประพิศ นวมโคกสูง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทยครับ ๓ ท่าน🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอ สัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ดังนี้ครับ ๑. ท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล ๒. ท่าน ส.ส. กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๓. ท่าน ส.ส. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ เชิญพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลจำนวน ๒ ท่านครับ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ และรองศาสตราจารย์เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอเสนอรายชื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๒. นายสุวรรณ อัษฎานุกูล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายโกไสย เดชรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายวีรยุทธ เจริญกูล ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ

รายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาววีณา ลิ่มสวัสดิ์ ๒. นายมงคล ขนาดนิด ๓. นายอภิวัฒน์ จิระศิริโสภณ ๔. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๕. นายพิกิฏ ศรีชนะ ๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๗. นายธนกร ไชยกุล ๘. นางสาวชนก จันทาทอง ๙. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๑๐. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๑๑. เรืออากาศเอก ณัฐพล โยธินพนาเวศ ๑๒. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๑๓. นายสันติ กีระนันทน์ ๑๔. นายจักรวี วิสุทธิผล ๑๕. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๑๖. นายประพิศ นวมโคกสูง ๑๗. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๘. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๑๙. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒๐. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๒๑. รองศาสตราจารย์เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล ๒๒. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๒๓. นายสุวรรณ อัษฎานุกูล ๒๔. นายโกไสย เดชรุ่งเรือง ๒๕. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

ขออนุญาตค่ะ กุลวลี นพอมรบดี ค่ะ ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติจำนวน ๗ วันค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากรนะครับ🔗

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ🔗

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องด่วน ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวด้วยการเงินตามมาตรา ๑๓๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานและผู้ที่ เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิก แล้วนะครับ🔗

ในการนี้รัฐมนตรีได้ขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุม ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ๑. นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ๒. นายสุนทร แก้วสว่าง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ๓. นางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย ๓. นางจริยา มิตรอุปถัมภ์ นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ ๕. นายกัมปนาท รุ่งเรืองชัยศรี ผู้อำนวยการ กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม🔗

(ผู้แทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้เข้าร่วม เข้าประจำที่แล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีทั้งสิ้น ๑๐ มาตรา🔗

หลักการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังต่อไปนี้🔗

๑. เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า กระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการให้ ความเห็นต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณา วัตถุอันตราย🔗

๓. กำหนดให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบมีอำนาจประกาศกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้🔗

๓.๑ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้มาและการขึ้นบัญชี อัตราค่าขึ้น บัญชีสูงสุด และค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ🔗

๓.๒ อัตราค่าใช้จ่ายสูงสุด ประเภทและค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอ🔗

๓.๓ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย🔗

๔. เพิ่มเติมหมวด ๒/๑ กระบวนการพิจารณาวัตถุอันตรายซึ่งประกอบด้วย ๔ มาตรา เพื่อกำหนดการทำหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย การได้มาและการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งอัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุด และค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บ อัตราค่าใช้จ่ายสูงสุด ประเภท และค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอ การนำเงินที่จัดเก็บได้ไปใช้จ่าย หลักเกณฑ์ ในการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินดังกล่าว รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย🔗

๕. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบในทางอาญา ของผู้แทนนิติบุคคล เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าการรับผิดมาตรา ๘๗/๒ มิได้หมายรวมถึง ผู้เชี่ยวชาญที่แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

เหตุผล โดยที่การพิจารณาวัตถุอันตรายมีความซับซ้อน ทำให้มีความจำเป็น ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่มีความรู้และมีความสามารถในเชิงลึก เพื่อดำเนินการดังกล่าว จึงสมควร แก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตรายโดยให้มีผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว เพื่อให้ การพิจารณาวัตถุอันตรายมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น🔗

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นำเสนอ สรุปได้ดังนี้🔗

๑. เพิ่มเติมหมวด ๒/๑ กระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย โดยเพิ่มบทบัญญัติ ดังนี้🔗

๑.๑ ให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศสามารถเข้ามาช่วยทำหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย นอกเหนือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ โดยบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรดังกล่าวต้องมาขึ้นบัญชีไว้กับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ🔗

๑.๒ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้มาและการขึ้นบัญชี และค่าขึ้นบัญชีที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งประเภท และค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานจะจัดเก็บจากผู้ยื่นขอ ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย🔗

๑.๓ เงินค่าขึ้นบัญชีและค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานจัดเก็บได้ให้เป็นของหน่วยงาน และไม่ต้องนำส่งคลังขึ้นเป็นรายได้แผ่นดิน และให้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ได้แก่ เป็นค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ใช้เป็นประโยชน์สาธารณะเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านวัตถุอันตราย เป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ เพื่อพัฒนา หรือเพิ่มประสิทธิภาพที่เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย หรือเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ที่จำเป็นกับกระบวนการดังกล่าวตามที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด🔗

๑.๔ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับเงินและการจ่ายเงิน🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า กระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย อำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และบทบัญญัติที่กำหนดให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ มีอำนาจออกประกาศกำหนดในเรื่องต่าง ๆ ดังที่กล่าวข้างต้น🔗

๓. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบในทางอาญาของผู้แทน นิติบุคคลเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผู้เชี่ยวชาญที่จะมีความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคล ตามมาตรา ๘๗/๒ มิได้หมายรวมถึงผู้เชี่ยวชาญตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขอเรียนว่าในการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้คำนึงถึงการคุ้มครองความปลอดภัย ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมการประกอบธุรกิจ รวมทั้งได้นำข้อคิดและข้อเสนอแนะ ทั้งจาก ภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน มากำหนดแก้ไขเพิ่มเติมด้วย โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะทำให้กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายของหน่วยงานผู้รับผิดชอบมีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันทางธุรกิจของประเทศไทย สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗๗/๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ ที่กำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยทำหน้าที่ในกระบวนการ พิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ ซึ่งหมายรวมถึงวัตถุอันตรายด้วย และปัจจุบัน ได้มีการนำหลักการของคำสั่งดังกล่าวไปกำหนดเพิ่มเติมไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สุขภาพแล้วหลายฉบับ ได้แก่พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปมี ท่านสมาชิกมีความประสงค์จะอภิปรายในวาระที่ ๑ เป็นการอภิปรายในขั้นรับหลักการ โดยการให้เหตุผลว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะแสดงความเห็นนะครับ มี ๔ ท่าน ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านเท่าพิภพ ท่านศักดินัย และท่านชาดา เชิญท่านชวลิตครับ พรรคเพื่อไทย🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายแสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคงจำได้ว่าสภาแห่งนี้ เคยมีมติเป็นเอกฉันท์ในการแบน (Ban) ๓ สารพิษ คือ พาราควอต (Paraquat) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และไกลโฟเซต (Glyphosate) ซึ่งทั้ง ๓ สารเคมีร้ายแรงดังกล่าวใช้ใน การเกษตร และคณะกรรมการที่จะพิจารณาตามกฎหมายในเรื่องนี้ก็คือคณะกรรมการ วัตถุอันตราย ดังนั้นองค์ประกอบของคณะกรรมการวัตถุอันตรายจึงสำคัญมาก เพราะเป็น คณะกรรมการในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตรายก่อนเสนอคณะกรรมการ วัตถุอันตรายพิจารณา ถ้ากระบวนการเริ่มต้นไม่เป็นธรรมหรืออาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน คณะกรรมการวัตถุอันตรายก็จะมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์รับไปพิจารณาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ประชาชนทั้งในประเทศของเราเองและทั่วโลกก็ว่าได้ ให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัญหาไวรัสโควิด (COVID) ระบาด ผู้คนทั่วโลกก็ยิ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัยเป็นทวีคูณ ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม มีหลายท่านหลายภาคส่วนรวมทั้งตัวกระผมได้เคยเสนอความเห็น ต่อรัฐบาลว่าประเทศไทยควรแปรวิกฤติให้เป็นโอกาสที่ชาวโลกให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัย การผลิตพืชผักปลอดภัยให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลกในการผลิตพืชผักปลอดภัยส่งออก สามารถนำเงินรายได้เข้าประเทศเป็นทางออกในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศได้อีก ทางหนึ่ง แต่การบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมาในการดูแลสุขภาพอนามัยประชาชน ในด้านการเกษตร อาหารการกิน จะเห็นได้ว่าสภาผู้แทนราษฎรแม้จะมีมติเป็นเอกฉันท์ ในการแบน (Ban) ๓ สารพิษแต่รัฐบาลก็ทำได้เพียงแบน (Ban) ได้ ๒ ตัว อีก ๑ ตัว อีก ๑ ชนิด เพียงจำกัดการใช้ และที่แบน (Ban) ไปแล้วก็ยังมีการค้าขายกันได้ใต้ดินอย่างกว้างขวาง ท่านประธานที่เคารพครับ มาคราวนี้ในการเสนอร่าง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย มีข้อสังเกต ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือมีการขอเพิ่มองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำหน้าที่ ในการประเมินกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย ปัจจุบันคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็อาจจะมีบางท่านที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเกี่ยวข้องกับ บริษัทค้าวัตถุอันตรายหากกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตรายมีองค์กรเอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศมีผลประโยชน์ทับซ้อน ความเสียหายก็จะตกแก่ประชาชนผู้บริโภคสินค้าเกษตร ประชาชนคนไทยจะมีหลักประกันอย่างไรทีจะปลอดภัยจากสารพิษที่จะนำเข้าจากต่างประเทศ🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาแบน (Ban) ๓ สารพิษที่ผ่านมาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งมีกระผมเป็นประธาน ได้ตรวจสอบพบว่ามีการนำเข้าสารเคมี การเกษตรร้ายแรงปีละมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งถ้าไม่วางมาตรการไว้ให้รอบคอบรัดกุม องค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศก็อาจจะแทรกซึมเข้ามาอยู่ในกระบวนการ พิจารณาวัตถุอันตรายได้ ดังนั้นก่อนที่จะรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงขอฟังเหตุผลจาก รัฐบาลในข้อสังเกตที่กระผมได้อภิปรายไปนี้ หากท่านตอบได้ไม่ชัดเจนหรือไม่มีเหตุผล ที่เพียงพอก็หวังที่จะเห็นรัฐบาลรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้รอบคอบ ให้รัดกุม เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของประชน รวมทั้งชาวโลกที่จะรับพืชผักผลไม้ของ ประเทศไทยไปบริโภค ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน เท่าพิภพครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมต้องขออนุญาตมาอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งแก้ไขอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดมาแล้ว เกี่ยวกับเรื่องผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ผมก็อยากจะขออภิปรายในหลักการ และในส่วนของ รายมาตราด้วยนะครับไปในทีเดียวเลย ในส่วนของหลักการผมต้องบอกว่า พ.ร.บ. นี้ เป็น พ.ร.บ. ที่สำคัญเหมือนกันนะครับ เพราะว่า พ.ร.บ. ควบคุมวัตถุอันตรายโครงสร้าง ด้านในมันคือการควบคุมและอนุญาตในส่วนเดียวกัน เพราะว่าวัตถุเคมีหลาย ๆ อย่าง วัตถุอันตรายก็มีความจำเป็นในการที่เราเอามาใช้ใน ชีวิตประจำวัน แต่ในทางกลับกันก็มีผลเสียหากเราดูแลไม่ดี ก็เหมือนกับคล้าย ๆ เรื่องของ อีไอเอ (EIA) ที่ผมทำอยู่ ก็คือถ้าสร้างไม่ได้มาตรฐาน สร้างตึกสูง บ้านคนอื่นร้าวก็มีผลกระทบ ตามมาเหมือนกัน ซึ่งผมได้มีโอกาสศึกษาร่าง พ.ร.บ. นี้และ พ.ร.บ. เดิมทั้งฉบับ ผมให้ข้อสังเกตว่ายังขาดเรื่องนี้อยู่นะครับ เรื่องการควบคุม แล้วก็ดูแลผลกระทบที่ตามมา รวมถึงการเยียวยานะครับ ในมาตรา ๒ นะครับ ได้บอกว่าหลังจาก พ.ร.บ. นี้ผ่านสภาแล้ว ให้ใช้ประกาศผลหลังจาก ๑๘๐ วัน ในตรงนี้ผมก็เข้าใจอยู่นะครับว่าอยากให้ท่านรัฐมนตรี ลองอธิบายกับผมดูว่าทำไมต้อง ๑๘๐ วันครับ เข้าใจอยู่ว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งการกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ นี่ก็ให้มาแค่คร่าว ๆ ในมาตรา เรายังไม่รู้เลย สภาผู้แทนราษฎรของเรานี่ ไม่รู้เลยว่ากฎเกณฑ์นั้นจะออกไปในหน้าไหน การออกกฎหมาย เช่นนี้ผมสังเกตในหลายฉบับในรัฐบาลสมัยนี้นะครับว่าส่วนใหญ่จะออกมากว้าง ๆ และส่วนใหญ่จะเหมือนรีบ ๆ ออก แล้วก็รออีก ๑๘๐ วัน ค่อยไปออกมาอีกที รอข่าวซา ๆ พอวันนี้สภาเห็นว่าเรื่องนี้มันเป็นอย่างนี้อีก ๑๘๐ วัน กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย อันนี้ ผมเกรงว่ามันจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ช่วยไขข้อข้องใจให้ผมด้วยได้ไหมครับ ในมาตรา ๕๖/๑ เข้าใจอยู่ว่าเดิมทีมาตรา ๕๖ ธรรมดา ก็คือให้เจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัว แล้วก็เข้าไป ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นต่าง ๆ ในที่โกดังหรือสถานที่ที่เก็บวัตถุอันตรายว่าถูกต้องหรือไม่ มาตรา ๕๖/๑ ที่เพิ่มขึ้นมานี้ก็เหมือนกับว่าอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถขอความช่วยเหลือ นั่นละจากผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ อันนี้ผมยินดีและเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเป็นที่ ที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐเอง บางคนตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ปกครองไม่มีความรู้เกี่ยวกับ สารกัมมันตภาพรังสี สารเคมีต่าง ๆ ที่มีไอระเหยเป็นอันตราย ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปด้วย ก็จะเป็นการปลอดภัยมากขึ้น แต่ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตนะครับว่า ที่ว่าเอกชนหรือผู้เชี่ยวชาญ หลักเกณฑ์มันเป็นอย่างไร และใครเป็นคนคัดเลือก ใครเป็นคนเลือกนะครับ อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างนะครับ ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการหนึ่งนี่แล้วอยู่ดี ๆ วันหนึ่งมีผมรู้จักมักจี่ กับเจ้าหน้าที่นี่วันนี้ขอตรวจหน่อย โอเค (OK) ไปแจ้งบริษัทเพื่อนผมเถอะ ผู้เชี่ยวชาญ เหมือนกัน อันนี้ก็หยวน ๆ กันไป อันนี้ก็ไม่มีกระบวนการในการตรวจสอบหรือระบุมาใน มาตรานี้เลยนะครับ ก็ต้องไปพึ่งว่าอีก ๑๘๐ วัน หน้าตาของกฎเกณฑ์ที่อาจจะเป็น กฎกระทรวงที่ได้ความเห็นจากท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมการวัตถุอันตรายนี้จะออกมา หน้าตาอย่างไร มีความโปร่งใสแค่ไหน อันนี้เราสภาก็ไม่รู้ใช่ไหมครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น🔗

แล้วอีกอย่างหนึ่งนะครับ ที่ผมอยากเพิ่มเติมไปที่ไม่มีในนี้เลย ซึ่งอาจจะ ออกเป็นกฎเกณฑ์ได้ ก็คือการเปิดเผยข้อมูลครับ อย่างเรื่องของทำอีไอเอ (EIA) เราก็มีไป ดูข้อมูลว่าอีไอเอ (EIA) เลขอีไอเอ (EIA) ผ่านอันนี้อันโน้น เราไปดูได้ใช่ไหมครับ ตึกข้างบ้านเรา แล้วก็มีมาตรการทักท้วง มีมาตรการคัดค้าน ก็อยากให้ใส่ตรงนี้ไว้ใน พ.ร.บ. ด้วยนะครับ ถ้าจะแก้ไขเพิ่มเติมทั้งทีก็อยากให้คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย ตามหลักการที่ท่านให้ใส่มาว่า เป็นห่วงเป็นใยประชาชน ให้มีมาตรการในการทักท้วง แล้วก็คัดค้านผู้เชี่ยวชาญด้วยนะครับ จะเป็นผลดีอย่างยิ่ง🔗

นอกจากนี้แล้วนะครับ ในประเด็นอื่น ๆ ที่ผมอยากเพิ่มเติมเป็นข้อสังเกต ให้ท่านรัฐมนตรีก็คือการปรับแก้ พ.ร.บ. นี้ รวมถึงกฎหมายลูกต่าง ๆ นี่เราควรสร้างสมดุล เกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองและการส่งเสริมไปด้วยกัน เนื่องจากผู้ประกอบการเองในช่วงโควิด (COVID) นี้ก็แย่อยู่แล้ว ในกฎหมายบ้านเราก็มีกฎหมายที่ในลักษณะนี้ที่ผมทำมากอยู่แล้ว สุดท้ายคนจะทำอะไรนี่ลำบากไปหมด ต้องไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่ สุดท้ายกลายเป็น อันนี้ไม่ว่านะครับ แต่ก็อย่างที่ทราบกันว่าสุดท้ายก็เป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้ทุกคนต้องไป จ่ายแป๊ะเจี๊ยะ จ่ายใต้โต๊ะ เพื่อให้สุดท้ายได้ใบอนุญาตต่าง ๆ มา เป็นช่องทางคอร์รัปชัน ซึ่งผมว่าประเทศไทยในยุคนี้เราควรเลิกกันได้แล้วนะครับ🔗

อีกอย่างหนึ่งที่อยากเพิ่มเติมนะครับ อยากให้เพิ่มเกณฑ์การตัดสินให้ชัดเจน เรื่องการแบน (Ban) นะครับว่า สารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง มีพิษเฉียบพลัน หรือจำพวกสารที่ไม่มี ยาถอนพิษนี่ก็อาจจะควรเห็นแบน (Ban) ได้ หรือเห็นว่าจะควบคุมเป็นพิเศษอย่างไรก็อยากให้ ควบคุมนะครับ และมาตรการที่ผมว่าเป็นปัญหามากอย่างหนึ่งในการใช้สารเคมีเกินควร ในเกษตรกร ก็อาจจะเป็นการโฆษณา หรือว่าในที่ต่าง ๆ ที่โฆษณามากเหลือเกิน โฆษณา เกินจริงนี่อยากให้ทางกระทรวงและท่านรัฐมนตรีลองควบคุมด้วยนะครับ อย่างแอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ มีการบอกโทษ มีคำเตือนใหญ่ชัดเจน ตอนนี้คือสุราที่ผมทำอยู่นี่แบน (Ban) ไปจน ไหนต่อไหนแล้วนะครับ แล้วก็อยากให้มีการตั้งกองทุนชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการได้รับ สารเคมีวัตถุอันตรายเหล่านี้ ตั้งเป็นกองทุนเลยครับท่านประธาน กองทุนนี้เอาเงินมาจากไหน ก็ยอดขายจากพวกวัตถุดิบ วัตถุอันตรายต่าง ๆ นี้เองนะครับ ก็เหมือนกองทุน สสส. ที่ได้ ภาษีสรรพสามิตแบ่งเปอร์เซ็นต์มาจากพวกภาษีน้ำเมา ผมว่าอย่างนี้ละครับเป็นสิ่งที่ ท่านรัฐมนตรีน่าจะผลักดันและน่าจะเป็นผลงานของท่าน แล้วท่านจะบอกได้เต็มปากเลยว่า นี่ละครับ ท่านทำเพื่อสุขภาพและสวัสดิภาพของคนไทยทุกคนในสังคมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านศักดินัยครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ พอได้ยินเรื่องของร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เข้าสู่สภา ทำให้ผมนึกถึง เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เรื่องของการแบน (Ban) สารเคมี ๓ สาร ซึ่งก็อยากที่จะให้ทางคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีได้ยินได้ฟังเสียงร่ำร้อง เสียงร้องทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรต่อการแบน (Ban) ๓ สารในอดีตที่ผ่านมานี้ด้วยนะครับ จากวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ นั้น ก็คือวันที่เรามีผล บังคับใช้สำหรับแบน (Ban) สารเคมี ๓ สาร พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) การแบน (Ban) ๓ สารนั้นนะครับ ก็เพื่อที่จะมองว่า เป็นการใช้สารเคมีที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ต่อชีวิตของพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ผู้บริโภคนะครับ แต่อย่างไรก็ตามมันได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างยิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะกระบวนการ แบน (Ban) สารเคมี ๓ สารดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีกระบวนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องเกษตรกร ทุกอย่างนั้นได้ดำเนินการมาอย่างรวดเร็วนะครับ ๑๔๙ ล้านไร่ที่เรามีผลผลิตทางการเกษตร และส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก วันนี้พี่น้อง เกษตรกรเขาร่ำไห้ ทุกข์ร้อน แล้วก็เดือดร้อนครับ ผมถึงอยากที่จะเห็นในร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้ฟังเสียง ได้รับการดูแลต่อพี่น้องเกษตรกรให้มากขึ้นนะครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่า ณ วันนี้หลังจากที่มีการแบน (Ban) สารเคมี ๓ สารนั้น ผลผลิตของพี่น้องเกษตรกร ก็ตกต่ำ ไม่ว่าเราจะต้องใช้ มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แรงงานที่เพิ่มขึ้น เครื่องจักรกลต่าง ๆ ก็ยังไม่สามารถ ที่จะรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพครับท่านประธาน ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอ แล้วก็เรียกร้องมาว่าอยากที่จะให้เป็นเกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ แต่การเปลี่ยนผ่าน ไปสู่การเป็นเกษตรเคมีแล้วไปสู่เกษตรอินทรีย์นั้น กระบวนการเปลี่ยนผ่านตรงนี้ยังเป็นปัญหาครับ ท่านประธาน ในขณะที่เรายังไม่มีสารชีวภัณฑ์ทดแทน เขาไม่มีอะไรเลยครับ มันจะไปใช้อะไร ในวันนี้จึงถามว่ารัฐบาลมีอะไรสำหรับการที่จะรองรับตรงนี้ ก็ไม่ได้มีอะไร ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกร ยกตัวอย่างครับท่านประธาน เหมือนกับตำรวจ จะต้องมีอาวุธประจำกายก็คือปืนพกประจำกายที่เป็นอาวุธ เป็นเครื่องมือสำคัญ พี่น้องเกษตรกร ก็ต้องมีสารเคมีโดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในเรื่องของการเกษตร แต่พรรคของเรานะครับ พรรคก้าวไกล หรือแม้แต่ตัวผมเอง เราไม่ได้มีนโยบายว่าจะต้องเป็น เกษตรที่ใช้สารเคมีอยู่ตลอดเวลา แต่กระบวนการเปลี่ยนผ่านเข้าไปสู่การเป็นเกษตรอินทรีย์นั้น เรายังไม่มีกระบวนการที่รองรับ เพราะฉะนั้นการขึ้นทะเบียนมันมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ มีการแบน (Ban) ๓ สาร ใครมีไว้มีโทษปรับไม่เกิน ๑ ล้านบาท มีโทษจำสูงสุด ไม่เกิน ๑๐ ปี นี่คือสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรที่ใช้สารเคมีเหล่านี้มาเป็นเวลามากกว่า ๖๐ ปี อยู่ ๆ แล้วก็ กลายมาเป็นว่าสิ่งที่ใช้อยู่นั้นเป็นความเลวร้ายนะครับ และไม่สามารถที่จะให้ใช้ต่อได้ แต่โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีการแอบทำ แอบขาย และมีราคา ที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันคุณภาพกลับลดต่ำลงไปด้วยครับ เราไม่สามารถที่จะเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันให้กับพี่น้องเกษตรกรได้หากเราไม่ให้เครื่องมือสำคัญสำหรับเขานะครับ ดังนั้น ก็อยากที่จะเรียนท่านประธานไปถึงทางคณะรัฐมนตรีที่จะพูดในเรื่องขององค์ประกอบของ คณะกรรมการวัตถุอันตราย วันนี้เราพูดถึงหลายภาคส่วนที่จะเข้ามาเป็นองค์ประกอบ แต่บุคคล ที่มีส่วนได้เสียสำคัญก็คือเกษตรกร ผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพี่น้องเกษตรกร เข้ามามีส่วนสำคัญในโครงสร้าง ในองค์ประกอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ไม่ใช่เป็น การกำหนดมาจากผู้ที่มีอำนาจ ข้าราชการ หรือนักการเมืองเท่านั้นนะครับ พี่น้องเกษตรกร ควรจะได้มีพื้นที่ตรงนี้ ดังนั้นจึงอยากเห็นว่าในการที่จะตราพระราชบัญญัตินี้ จึงขอให้เห็นว่า การมีพื้นที่สำหรับพี่น้องเกษตรกรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็น โดยเฉพาะใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ รัฐธรรมนูญของปี ๒๕๖๐ บัญญัติไว้ว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการ หรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิต ที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำและสามารถแข่งขันในตลาดได้ หากวันนี้เครื่องมือสำคัญของพี่น้องเกษตรกรนั้นไม่มี เขาจะแข่งขันได้อย่างไรนะครับ ผมยกตัวอย่าง ในภาคตะวันออกมีผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะไม้ผลทุเรียนที่จะต้องส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งเขาก็ จะดูว่าอัตลักษณ์หรือรูปลักษณ์ของมันในการที่จะส่งออกนั้นจะต้องมีคุณภาพที่เป็นมาตรฐาน และมีความต้องการของตลาดต่างประเทศ การที่จะส่งออกโดยที่มีแมลงศัตรูพืชที่จะส่งเข้าไป ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ เราไม่สามารถที่จะขายตลาดภายในประเทศของเราได้ เพราะฉะนั้นการใช้ สารเคมีหรือการกำหนดออกมาอย่างนี้ ในช่วงของระยะเวลาที่ยังไม่มีสารชีวภัณฑ์ทดแทน ผมถือว่านี่คือการทำร้ายพี่น้องเกษตรกร จึงอยากที่จะให้ในส่วนของท่านคณะกรรมการที่จะได้ ตรากฎหมายนี้ได้เปิดพื้นที่ให้กับพี่น้องเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาท ในฐานะที่เขาเป็น กระดูกสันหลังของชาติ วันนี้เราบำรุงกระดูกสันหลังนี้อย่างไร ไม่ใช่มีแต่มาตรการที่จะมา กดขี่บังคับและไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงหรือความเป็นจริงครับ เราจึงต้องมามองถึงความเป็นจริงนี้ ร่วมกันว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นได้สร้างรายได้ให้กับประเทศนี้ปีละนับล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ควรที่จะเป็นผู้ร้าย และควรปฏิบัติต่อพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลัง ของชาติอย่างแท้จริงนี้ด้วยความเคารพและให้เกียรติกับพี่น้องเกษตรกร เราก็หวังครับว่า เกษตรปลอดภัยจะเป็นทิศทางของภาคเกษตรของไทย ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่จะแบน (Ban) การใช้สารเคมี แต่ว่ากระบวนการใช้สารเคมีนั้นจะมีระยะเวลาของการเก็บเกี่ยว เพราะฉะนั้น การทำให้เกษตรปลอดภัยนั้นจึงเป็นทิศทางที่ถูกต้องมากกว่า ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านนิคม บุญวิเศษ และท่านชาดา ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ มีความสำคัญยิ่ง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นผมอยากให้เริ่มต้นหลักคิดก่อนครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่ถือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรจะมีกฎหมายที่เกิดจากลักษณะการอนุญาต หรือกฎหมายที่เกิดจากมีคณะกรรมการ กฎหมายที่เกิดจากการให้ดุลยพินิจ และกฎหมาย ที่กำหนดโทษทางอาญาถ้าเกิดว่าไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการ เนื่องจากว่าวันนี้ปัญหา ประเทศไทยเราจะเริ่มว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งประเทศได้ลดลง ๆ มาจนอยู่ใน อันดับท้าย ๆ ซึ่งเราก็ไม่สามารถแก้ภาพลักษณ์การคอร์รัปชันได้ ถ้าเราวิเคราะห์ในเชิงลึก การทุจริตคอร์รัปชันเกิดจากต้นทุนของกฎหมาย ต้นทุนของกฎหมายก็คือกฎหมายที่เขียนเอาอำนาจอธิปไตยของพวกเรา ของประชาชน ไปให้อยู่ในรูปของคณะกรรมการ หรือไปอยู่ในอุ้งมือของคนกลุ่มหนึ่ง แล้วคนกลุ่มนั้น ก็จะสามารถใช้อำนาจในการอนุมัติ อนุญาต หรือการใช้ดุลยพินิจ ผมไม่มีการศึกษา อย่างแท้จริง แต่ก็มีการพูดว่าต้นทุนของคณะกรรมการ ต้นทุนของกฎหมายไม่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณที่จะต้องไปใช้วิ่งเต้นกับเรื่องนี้🔗

ประการสำคัญอย่างยิ่งก็คือวันนี้เมื่อเราเขียนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ผมเอง ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ ผมเคยเป็นพนักงานสอบสวน เคยรับแจ้งความให้ดำเนินคดี ถ้าจำไม่ผิดวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ยังถูกฟ้องอยู่ที่ศาลปกครอง ก็คือการให้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายออกกฎห้ามวัตถุอันตรายบางประเภท เช่น ซัลเฟอร์ (Sulfur) หรือวัตถุอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ คือสารเคมีเป็นพิษต่อมนุษย์ แล้วอยู่ ๆ ไปถูกจับกุม พอไปถูกจับกุม ไม่ใช่สมัยนี้นะครับ นานมาแล้วตอนนั้นปี ๒๕๕๑ พอไปถูกจับกุม เรื่องวัตถุอันตราย เนื่องจากว่าปริมาณที่นำเข้าเยอะ การอนุญาตก็คือผู้ที่นำเข้าก็เป็น บริษัททุนใหญ่ จะต้องมีการเสียค่าปรับรวม ๆ ประมาณนับพันล้านบาท ตัวเลขอาจจะตกนิดหน่อย วิธีแก้ปัญหาก็คือใช้อำนาจของกรรมการวัตถุอันตรายไปยกเลิกวัตถุอันตรายที่เคยเป็นอันตราย กับไม่อันตราย แล้วก็เอาไปใช้ช่องกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญ ก็คือใช้มาตรา ๒ ของ กฎหมายอาญา เมื่อกฎหมายที่กำหนดขึ้นภายหลังไม่เป็นความผิด ไม่มีโทษทางอาญา การกระทำแม้ว่าจะติดคุกอยู่ก็ต้องปล่อย มีคำพิพากษาก็ต้องยกเลิก ก็ใช้ช่องนี้เพื่อให้เกิด การสั่งไม่ฟ้อง พนักงานสอบสวนก็ไม่กล้าจะสั่งไม่ฟ้องเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วมันเป็น ประเด็นทางวิชาการ ก็หารือไปกับกฤษฎีกา กฤษฎีกาก็ต้องตอบในหลักของกฎหมายว่า เมื่อกฎหมายกำหนดขึ้นภายหลังไม่เป็นความผิด ก็ไม่ต้องรับโทษ นี่คือยกตัวอย่าง ผมได้ถาม ทางศาลปกครองที่มาชี้แจงมารายงาน วันนี้เรื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ฟ้องปี ๒๕๕๕ ถ้าจำไม่ผิด ปี ๒๕๕๕ ตุลาการชั้นต้นตัดสิน วันนี้เรื่องเกือบ ๗ ปีแล้วศาลปกครองสูงสุด ยังไม่ตัดสินลงมาว่าการใช้ดุลยพินิจนี้จะเป็นอย่างไร ดังนั้นผมก็จึงอยากจะกราบเรียนว่า การเขียนกฎหมายในหลักการเช่นนี้น่าจะขัดกับพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์ ในการเขียนกฎหมายและการประเมินผล ซึ่งอยากจะฝากกรรมาธิการที่จะไปศึกษา และประการสำคัญอย่างยิ่งก็คือรูปแบบคณะกรรมการคือรูปแบบการขาดความรับผิดชอบ คือทุกคนเหมือนวันนี้เราใช้งบประมาณจำนวนมากไปกับแผนบูรณาการ ผมยกตัวอย่าง เช่น แผนบูรณาการยาเสพติด ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยิ่งบูรณาการ ยาเสพติดยิ่งเพิ่มขึ้น ๆ เพราะมันไม่มีเจ้าภาพที่แท้จริง มีแต่การใช้เงิน ตราบใดที่ยังมี การบูรณาการโดยใช้องค์กรกระทรวง ทบวง กรมเป็นหลัก ไม่เอาพื้นที่เป็นหลัก เราอย่าหวัง เลยว่าจะแก้ปัญหาได้ อันนั้นคือการกระจายอำนาจ ผมจึงเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่น่าจะมีการทบทวน ถ้าจะมีรูปของคณะกรรมการ ผมยังคิดว่าน่าจะเป็นองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นวิทยาศาสตร์อย่างเดียว ถ้าเป็นดุลยพินิจของคน บางทีคนจะเห็นความสำคัญ ของชีวิตมนุษย์ สำคัญน้อยกับบริษัทหรือนายทุนที่เอาสารเคมีพิษหรือวัตถุอันตรายมา เพราะสิ่งอันนี้มันไม่ได้เป็นภัยต่อวัตถุ มันเป็นภัยต่อชีวิตมนุษย์ มันเป็นภัยต่อสัตว์ ผมจึงอยากจะ ให้ทบทวนวิธีการเขียนกฎหมาย และที่สำคัญท่านรัฐมนตรีลองไปพิจารณานะครับ วันนี้ เงินนอกงบประมาณ ๔ ล้านล้านบาทนี่เรายังตามไม่ได้เลย วันนี้เหมือนเอาหน่วยราชการ ให้คนกลุ่มนี้มาเรียกค่าตรวจ มาได้เงินต่าง ๆ แล้วก็ไม่ต้องส่งคืนคลัง ทั้งที่เอาสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นเงินภาษีอาการของประชาชนไปใช้ แล้วกลับไปอยู่ในอุ้งมือของคนกลุ่มหนึ่ง ผมพูด ในหลักการนะครับ หลายส่วนมันอาจจะดี🔗

แล้วอีกส่วนหนึ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ในกฎหมายฉบับนี้มาตรา ๘ มาตรา ๙ ที่มานี่ให้ไปยอมรับมรดกของการรัฐประหาร ประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำอีกในการรัฐประหาร วันนี้กลับให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนไปรับอำนาจประกาศ คสช. เรื่องวัตถุอันตราย ที่เป็น อย. ซึ่งเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เกี่ยวกับหลายตัว เป็นการเขียนกฎหมาย ถ้าเรา ปล่อยผ่านไปนี่มันถือว่าเราไปยอมรับการกระทำที่ผ่านมาหรือที่จะมีอยู่ ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่า การกระทำนั้นมันต้องด้วยเหตุผลหรือเปล่า ดังนั้นผมจึงฝากกรรมาธิการครับ อยากให้ศึกษา กฎหมายฉบับนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยอย่างยิ่ง และจะเหมือนกฎหมายไปอยู่ในใต้อุ้งมือ ถ้าเป็นคนดีก็ดี ถ้าเป็นที่เรียกว่าโจรก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายร่าง พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอสู่สภาแห่งนี้ กระผมได้ตั้งข้อสังเกตก่อนที่จะรับหรือไม่รับหลักการ ในหน้าที่ ๒ ครับท่านประธาน ในหมวดที่ ๒.๑ ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย โดยเฉพาะมาตรา ๕๖/๑ นะครับ ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตรายนั้น นอกจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว ยังสามารถตั้งหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะเอกชนนี่นะครับ เข้ามาทำการประเมินเอกสารทางวิชาการ การตรวจวิเคราะห์ หรือแม้กระทั่งการตรวจ สถานที่ประกอบการ เพื่อที่จะให้ใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตนี้ หรือแม้กระทั่งการจัดเก็บ ค่าใบอนุญาตต่าง ๆ ผมเห็นว่าในการตั้งหน่วยงานเอกชนขึ้นมานี่นะครับ หรือตั้งคณะกรรมการ ตามที่หลายท่านได้มีการอภิปรายล่วงหน้าไปแล้ว ผมคิดว่าถ้าไม่เขียนให้ชัด ๆ ว่ากรรมการ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บแค่ไหน อย่างไร ใช้ดุลยพินิจได้แค่ไหนอย่างไรนี่นะครับ ผมคิดว่ามันจะเป็นช่องทางในการที่จะทำให้เกิดความไม่สุจริตเกิดขึ้น มีหลายหน่วยงานครับ หลายองค์กร หลายหน่วยงานที่เราเห็นลักษณะนี้ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาตต่าง ๆ นี่นะครับ โดยเฉพาะในมาตรา ๕๖/๓ เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อมี การจัดเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วนี่ เขียนไว้ชัดเจนครับว่าไม่จำเป็นต้องนำเงินเข้าคลัง ส่งเป็นรายได้แผ่นดินอย่างนี้ จริง ๆ ลักษณะกฎหมายประเภทนี้ผมเชื่อว่ามีอยู่หลายกระทรวง ซึ่งผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะนำกฎหมายประเภทนี้มาพิจารณาแก้ไขใหม่ รายได้ทุกอย่างที่เก็บได้มันควรจะนำเข้าแผ่นดินก่อน แล้วค่อยมีการพิจารณาจ่ายออกมานะครับ ไม่เช่นนั้นมันก็จะเกิดเงินนอกงบประมาณ หรือเงินที่มันซ่อนไว้ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ท่านสังเกตไหมครับประชาชนลงทุนจ่ายภาษี ทุกอย่าง พอมีการจัดเก็บ มีรายได้เกิดขึ้น มีอะไรเกิดขึ้นเงินเหล่านี้ไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ โดยให้รัฐมนตรีหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาสั่งจ่ายได้ ในการทำงานต่าง ๆ ถามว่าเงินจะไม่รั่วไหลได้อย่างไร และเงินนอกงบประมาณเหล่านี้มันมีมากมายมหาศาลครับ ประชาชนลงทุน แต่พอได้มานี่เงินไม่ส่งคลังครับท่านประธาน ผมว่าการเขียนกฎหมายลักษณะนี้เลิกเถอะครับ หรือแม้กระทั่งในกระทรวงอื่นก็ตาม อาจจะไม่ใช่กระทรวงนี้กระทรวงเดียว กระทรวงอื่นถ้ามีลักษณะนี้ก็ขอให้เลิกเถอะ ผมไม่เห็นด้วยนะครับที่จะไม่นำเงินส่งคลัง ท่านอาจจะมีภารกิจในหน้าที่ที่ท่านเขียนไว้นี่นะครับ ผมคงไม่อ่านเพราะมันมีหลายอย่างนะครับ ท่านบอกว่าท่านจะนำเงินที่เก็บได้ไปใช้จ่าย ในกิจกรรมของท่าน ก็เห็นด้วยครับ เพียงแต่ว่าเงินนั้นควรจะเข้าคลังก่อน ให้ประชาชน ตรวจสอบก่อนจะดีไหมครับ ดีกว่าท่านเก็บมาแล้วเอาเข้าแล้วก็มีการใช้จ่ายกันโดยที่ไม่มี การตรวจสอบ ฉะนั้นผมคิดว่าในมาตรา ๕๖/๓ นี้ผมไม่เห็นด้วยเลย ถ้าจะทำให้การนำเงิน พวกนี้ไปใช้จ่ายโดยที่ไม่เข้าแผ่นดินนะครับ🔗

อีกอันหนึ่งในมาตรา ๕๖/๔ นะครับ การเก็บรักษาเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ท่านอาจจะ เขียนไว้นะครับ กำหนดกฎเกณฑ์ตามที่ท่านอาจจะคิดว่ากฎเกณฑ์ของท่านบางทีผมก็ ไม่ทราบว่ามันจะเป็นกฎเกณฑ์อะไรนะครับ ซึ่งเราไม่สามารถที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า ท่านจะเขียนกฎเกณฑ์อย่างไร🔗

อีกอย่างนะครับ มาตรา ๕๖/๒ ก็เช่นกันนะครับ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีหน้าที่ในการกำหนดกฎเกณฑ์ ออกหลักการ และเงื่อนไขต่าง ๆ โดยที่ไม่ได้เขียนให้เราได้อ่าน ท่านอาจจะมาออกหลักการกฎเกณฑ์ ทีหลังก็ได้ กฎเกณฑ์ที่ท่านออกมาเราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเป็นกฎเกณฑ์อย่างไร มันประโยชน์เพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่ อย่างไร อันนี้คือเราไม่ทราบ แล้วการให้ใบอนุญาตต่าง ๆ โดยใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการอันนี้เป็นอันตรายครับ ถ้าไม่เขียนให้ชัด เพราะมี หลายหน่วยงานนะครับ ผมไม่อยากจะเอ่ยนะครับว่ามีหน่วยงานใดบ้าง ถ้ามีการไปขออนุญาต โดยเฉพาะอาชีพของประชาชนปัจจุบันนี้ค่อนข้างจะทำยากครับ ทุกอย่างจะต้องขออนุญาตหมด แล้วการขออนุญาตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ถ้าไม่มีเส้นไม่มีสาย ไม่มีการจ่ายอะไรใต้โต๊ะกัน นี่นะครับ ยากครับ ใช้เวลามากพอสมควร คนไทยมันชอบความรวดเร็วทันใจถูกไหมครับ มันจึงมีระบบนี้เกิดขึ้น ผมก็เลยคิดว่าถ้าไม่เขียนให้ชัด ๆ ถ้าสภาเราไม่ได้อ่านด้วยกัน แล้วไปกำหนดกฎเกณฑ์ทีหลัง ผมกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ประเภทนี้เกิดขึ้นนะครับ ก็เลยคิดว่าขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในส่วนที่ผมได้อภิปรายไปเพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านชาดาครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ผมขอชื่นชมกระทรวงอุตสาหกรรมจริง ๆ ว่าท่านเก่งมาก วิธีคิดของท่านนี่เก่งมาก แยบยล ฉ้อโกง ปลิ้นปล้อน เล่นกล นี่เป็นการกระทำที่คิดได้เก่งจริง ๆ มันไม่ได้มีอะไรมาก คำว่า วัตถุอันตราย สาเหตุที่เกิดจากนี้คืออะไรครับ สารพิษ ๓ ตัว ที่มีการยกเลิกไปแล้ว ๒ ตัว ยังเหลืออีก ๑ ตัวนะครับ ซึ่งอีก ๑ ตัวนั้นเป็นตัวสำคัญเลย เป็นตัวที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม กับสุภาพสตรี แต่วันนี้กำลังจะเอากลับมาทั้งหมด เพราะว่าอะไรครับ อยู่ดี ๆ ท่านเอาอำนาจ ไปให้ต่างชาติ ผมถามว่าเหตุผลอะไร คนไทยโง่หรือ คนไทยไม่รู้จักหรือ ผมเรียนท่าน ด้วยความเคารพครับ สารเคมีที่เข้ามาทั้งหมดมาจากต่างชาติ แล้วท่านมาออกกติกา ให้ต่างชาติเป็นคนกำหนด ผมถามว่าถ้าเกิดเขาไปทำวิจัยมาแล้ว เขาบอกว่าตัวนี้ไม่มีพิษ ตัวนี้ไม่มีปัญหา คณะกรรมการชุดเดิมกล้าไหมที่จะถูกฟ้อง อยู่ดี ๆ ท่านไปยื่นหอกให้ คนต่างชาติ ยื่นหอก ยื่นมีดให้เขา คิดง่าย ๆ เลยครับ วิธีของท่านนี่ผมบอกได้เลยนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมเก่งมากครับ ท่านคิดอยู่หลายเดือนเพิ่งคิดออก นี่มันเป็นเรื่องที่อัปยศอดสู เราถูกตีเมืองขึ้นโดยกฎหมายของเราซึ่งสภาผู้แทนราษฎรนี่ละจะเป็นคนออกกฎหมาย ให้ต่างชาติมาครอบงำประเทศไทย ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ แล้วท่านยังแก้ไข วิธีการง่าย ๆ เก่งจริง ๆ ครับ กระบวนการพิจารณาในมาตรา ๕๖ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สภาแห่งนี้ไม่มีใครรู้ เพราะท่านจะไปออกกฎกระทรวง แล้วอยู่ดี ๆ ครับเงินเข้าหลวงก็ดีอยู่แล้วเอาไปใช้ แต่อันนี้ผมไม่ว่าอะไรครับไม่ได้เป็นกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเดียวเป็นข้าราชการไทย เป็นกระทรวงการคลังที่คิดเงินนอกงบประมาณมาตลอด ทุก ๆ กระทรวงทำกันอย่างนี้ นี่ป๊อกเด้งนะครับนี่ยิ่งกว่าบ่อนโควิด (COVID) อีก ผมเรียนด้วยความเคารพครับ คิดอย่างง่าย ๆ เลยทำไมท่านจะต้องไปให้ต่างชาติ แล้ววัสดุการเกษตรเป็นเรื่องสำคัญ ท่านไม่ได้ทำวัตถุอันตรายผมเสียค่าโง่ให้ท่านครับ ผมโทรไปถามบอกมันคืออะไร เขาบอกเรื่องระเบิด ผมก็ระเบิดก็ไม่ได้อะไร ตอนหลังก็มารู้ว่าเป็นสารเคมี ท่านทำเพื่อ สารเคมีโดยเฉพาะ ผมไม่เข้าใจว่าทำทำไม แล้วอยู่ดี ๆ ท่านไปให้คณะกรรมการซึ่งเป็น องค์กรเอกชนและให้อำนาจรัฐมนตรี ในมาตรา ๕๖ ท่านเปลี่ยนแปลงหมด แล้วใครจะ รับผิดชอบได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่มีผล ต่อไปนี้ถ้าเกิดต่างชาติจะเอาอะไรที่เป็นสารเคมี มาประเทศไทย คณะกรรมการไม่กล้าหรอกครับถ้ามีบริษัทเอกชนต่างชาติลงว่าไม่มีพิษ ไม่มีปัญหา แล้วที่สำคัญนะครับท่านวัสดุที่ใช้เคมีในทางการเกษตรให้ต่างชาติมาพิจารณา ได้อย่างไร สภาพอากาศก็ไม่เหมือนกันของเราไม่ซับซ้อนเลย สารเคมีของเรา บ้านเรา ไม่ซับซ้อนเลย อะไรดีไม่ดี ขนาดป่าวประกาศกระทรวงสาธารณสุข พี่น้องประชาชน บอกกันตรึม ๆ ท่านยังเปลี่ยนแปลงได้ มติลงไปแล้วยังกลับมาเปลี่ยนได้ แล้วผมเรียนว่า เหตุผลมันไม่มีเลยที่จะให้คนพวกนี้เข้ามาพิจารณาเรื่องของเรา เพราะวัสดุการเกษตรนั้น มันคนละสภาพอากาศกับต่างชาติโดยชัด ๆ อยู่แล้ว หรือจะสภาพไหนก็ตาม แต่ท่านกำลัง จะบีบคณะกรรมการที่พิจารณา ซึ่งอำนาจจะไม่เหลือเลยจะออกกฎกระทรวงมาที่นั่งอยู่ ข้างล่างนี่นะครับเก่งมากครับ จากกระทรวงอุตสาหกรรมท่านเก่งครับ มีวิธีคิดที่ยอดเยี่ยมมาก ผมกราบเรียนด้วยความเคารพเรากำลังจะทำเพื่อบริษัทข้ามชาติที่นำวัตถุอันตรายมาให้ ประเทศไทยเท่านั้น ไม่ได้ว่ามาดูแลสุขภาพเลยครับ ทุนข้ามชาติมาทั้งระบบละครับ มาทั้งบริษัท มาทั้งคนรับรอง และนี่คือถ้าอ่านให้ดีนะครับข้อกฎหมายท่าน การพิจารณา การบรรจุภัณฑ์ มันรวมถึงการอนุญาตด้วย มันรวมถึงการอนุญาตด้วย แล้วจะไปบีบ คณะกรรมการซึ่งมีอยู่ชุดเก่า และผมเชื่อว่าเรื่องนี้ตามดูให้ดีเถอะครับ แต่ผมบอกไว้ อย่างหนึ่งนะครับสิ่งศักดิ์สิทธิที่คุ้มครองประเทศไทยมีครับ แล้วก็จะหายนะใครที่ทำร้าย ประเทศนี้ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีมีอะไรตอบชี้แจงไหมครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ ท่านที่ได้มีการอภิปราย แล้วก็ได้มีการให้คำแนะนำนะครับ แล้วก็ข้อที่ห่วงใย เกี่ยวกับการที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย🔗

สิ่งแรกเท่าที่ผมทราบจากการอภิปรายก็คือห่วงว่าการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เรามีกระบวนการนี้จะตอบตรงนี้ได้อย่างไรครับ คือผมขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดกลไกเพื่อป้องกันกรณีดังกล่าวไว้แล้ว ตามมาตรา ๕๖/๓ (๑) ซึ่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบจะต้องออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาและการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนอกจากการกำหนดคุณสมบัติแล้ว ยังสามารถกำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งสามารถเพิกถอนการขึ้นบัญชี ผู้เชี่ยวชาญได้ หากพบว่าขาดคุณสมบัติตามที่ประกาศกำหนด โดยประกาศจะต้องเสนอให้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน นั่นคือส่วนหนึ่งที่ทาง ท่านผู้แทนราษฎรได้อภิปรายนะครับ ห่วงใยตรงนี้นะครับ🔗

สำหรับเรื่องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตอนนี้ที่เสนอเข้ามาแต่มีการอภิปราย ย้อนไปถึงเรื่องการห้าม ๓ สาร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำไป ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้นได้ทำไปเพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชน สำหรับเรื่องของการห้ามพาราควอต (Paraquat) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เราห้ามเพราะเห็นแล้วว่ามันมีความเป็นอันตราย แต่สำหรับไกลโฟเซต (Glyphosate) มันมีความจำเป็นที่ต้องให้ใช้ เพราะว่ามันเป็นตัวที่ทางภาคอุตสาหกรรมเอง ทางอุตสาหกรรม อาหารและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้เข้ามาพบผมบอกว่าถ้าเราห้ามตัวนี้ไปอุตสาหกรรมอาหาร และห่วงโซ่ต่าง ๆ จะเสียหายเป็นจำนวนแสนล้านบาทเราได้ถึงมีการอนุญาตให้ไกลโฟเซต (Glyphosate) เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แบบที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าเราไปเอื้อให้ใคร เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอทำความเข้าใจด้วย🔗

สำหรับเรื่องของที่มีการพูดถึงเรื่องว่าทำไมพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงได้มี การกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็น ๑๘๐ วัน หลังจากลงพระราชกิจจานุเบกษานั้น ตรงนี้เป็น เรื่องที่ว่าจะได้ให้ประชาชน หลังจากได้ออกไปจะได้ไปรับฟังความคิดของประชาชน เพื่อจะได้มาแก้ไขปรับปรุงได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการที่จะทำประโยชน์ให้กับกระบวนการที่มี ความโปร่งใสนะครับ🔗

สำหรับประเด็นอื่น ๆ ผมได้ให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ แล้วเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จากทาง กระทรวงจะเป็นคนตอบในรายละเอียดนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตัวแทน กระทรวงอุตสาหกรรมจะชี้แจงไหมครับเจ้าหน้าที่ เชิญครับ แนะนำตัวเองด้วยนะครับ🔗

นายสุนทร แก้วสว่าง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม

ขออนุญาตถอดแมสก์ (Mask) นะครับ ผม สุนทร แก้วสว่าง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในประเด็นที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องคดีก่อนเก่านี้ในเรื่องคดีซัลเฟอร์ (Sulfur) ผมได้ตรวจสอบแล้วคดีดังกล่าวเป็นเรื่องของการออกประกาศยกเลิกวัตถุอันตราย ชนิดหนึ่งซึ่งก็ได้มีการพิสูจน์ทราบกันแล้วในศาลปกครองนะครับ ในศาลปกครองชั้นต้น มีคำพิพากษาว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการถูกต้องแล้วนะครับ พิพากษายกฟ้อง🔗

ส่วนในประเด็นอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอมาเป็นเรื่องของการกำหนดให้มีเอกชนมาช่วยพนักงาน เจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ในการพิจารณาวัตถุอันตรายจะต้องมีการคุ้มครองสุขภาพ อนามัยของประชาชน จะต้องมีการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ มิฉะนั้นก็จะเป็นอันตราย ต่อประชาชน แต่เอกชนนี้ที่จะมาช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นคนอนุญาตนะครับ การอนุญาตจะต้องเป็นของทางราชการเหมือนเดิม อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง🔗

สำหรับเงินนอกงบประมาณที่หลาย ๆ ท่านที่อภิปราย เนื่องจากว่า ตัวพระราชบัญญัตินี้โดยหลักแล้วไม่ได้ใช้อยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงเดียว มีอยู่หลายกระทรวง ดังนั้นเงินนอกงบประมาณก็จะเป็นเงินของแต่ละหน่วยนะครับ หน่วยไหนที่มีการออกกฎหมายลูกในเรื่องดังกล่าวนี้ก็หน่วยนั้นก็จะเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการ ในเรื่องนั้นนะครับ สมมุติวันนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นกฎหมายแล้ว ตราบใดที่ยัง ไม่มีการออกกฎหมายลูกก็ยังไม่มีการปฏิบัติการในหน่วยงานนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรม ในเบื้องต้นยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุข ในเรื่อง อย. ในเรื่องอาหารและยาได้มีการดำเนินการไปล่วงหน้าแล้วนะครับ ก็จะเป็นหน่วยงานแรก ที่มีความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพประชาชนนะครับ อันนี้ขอกราบเรียนท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็น การปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ คือจะต้องถามมติจากที่ประชุมว่าที่ประชุมจะมีมติ รับหลักการหรือไม่รับหลักการ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ยังไม่ได้ ตอบเลยว่าเหตุผลใดจึงใช้บริษัทข้ามชาติมาเป็นผู้พิจารณาหรือให้คำปรึกษา ต้องการทราบเหตุผล ท่านต้องตอบผมว่าทำไมต้องใช้คำว่า องค์กรเอกชนหรือบริษัทต่างชาติ มันเน้นมากครับ เน้นตรงนี้ ผมอยากจะรู้ว่าเหตุผลอะไรท่านถึงให้บริษัทต่างชาติเข้ามา แล้วท่านจะมาบอกว่า พวกนี้ไม่ได้เป็นคนพิจารณา เพราะเดี๋ยวไปออกกฎกระทรวงอีกนะครับ ไปออกกฎกระทรวงอีก แล้วถ้าพวกนี้พิจารณาให้ความเห็นแล้วว่าโน (No) เยส (Yes) ต้องทำตามเขา ถ้าเขาจะนำ สารพิษเข้ามาแล้วเขาบอกว่าบริษัทต่างชาติบอกว่าใช่ ไม่มีพิษ กรรมการต่าง ๆ จะว่าอย่างไร กล้าไม่อนุญาตหรือครับถ้าเขาฟ้องร้องขึ้นมา เรียนด้วยความเคารพครับ ทำมา ๓๐-๔๐ ปี ท่านยังไม่ห้ามเลย เพิ่งจะมาห้ามกันเมื่อปีที่แล้ว ก็ต้องตอบเหตุผลตรงนี้ให้ได้ก่อน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไร ชี้แจงไหมครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงประเด็นนี้นะครับ คือผมคิดว่าตอนนี้เราต้องเข้าใจว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเองนั้นเราต้องการความโปร่งใส และต้องการข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นการที่เรากำหนดให้องค์กรต่างชาติเป็นส่วนหนึ่งซึ่งสามารถศึกษา แล้วก็ให้ข้อมูลกับทางกระทรวงได้ ซึ่งผมคิดว่าเราจะไปมองว่าทางองค์กรคนต่างชาติเป็น คนไม่ดีไปทั้งหมดนะครับ คือความสำคัญของตรงนี้ ความรู้ทางวิชาการ เราต้องยอมรับว่า ในบางเรื่องทางองค์กรต่างชาตินั้นเขาก็มีองค์ความรู้ที่จะมาช่วยเราได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า การที่เราให้องค์กรต่างชาติเป็นข้อเสนอแนะ แต่ในที่สุดอำนาจการตัดสินใจ ผมยืนยันว่า อยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมครับ เพราะฉะนั้นผมขอตอบคำถามที่ท่านชาดาถามนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ขออนุญาต🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชาดา พอแล้วกระมังครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ไม่ครับ ผมต้องถามให้เคลียร์ (Clear) ครับ เพราะผมเป็นผู้ลงมติ สมาชิกสภาพวกนี้ที่นั่งกันอยู่พวกเราทั้งหมดเป็นผู้ลงมติ แล้วมันจะติดไปครับ ผมจะได้รู้ว่าคนไทยไม่มีความสามารถ ผมไม่ได้ว่าคนต่างชาติเลวหรือคนต่างชาติไม่ดีนะครับ แต่ผมกำลังพูดถึงพ่อค้าเอกชน พูดถึงบริษัทเอกชน แล้วพูดถึงว่าอยู่ดี ๆ เราเอาอำนาจเรา ไปให้คนอื่นด้วยเหตุผลอะไร ท่านตอบมาได้เลยว่านักวิชาการประเทศไทยไร้ความสามารถแล้ว ผมจะได้ทำใจครับ ผมบอกว่าถึงเวลาที่ ท่านยังพูดเลยครับว่าถ้ายกเลิกไกลโฟเซต (Glyphosate) บริษัทต่าง ๆ จะเจ๊ง แต่คนไทยจะตายช่างมันไม่เป็นไร ผมก็ยอมรับครับท่านรัฐมนตรี แต่ท่านอย่าลืมว่าท่านไม่ได้เป็นรัฐมนตรีตลอด แล้วปัญหาก็คือมันเป็นเรื่องที่ว่าเหตุผลอะไร ถ้าเหตุผลเพียงแค่นี้มันเบามากครับ อยู่ดี ๆ เราไปเปิดบ้านให้คนต่างชาติเอามีดไปให้เขา เหตุผลอันนี้มันเบามาก ถ้าว่าคนไทยไม่มีปัญญาก็จะได้รู้ครับว่าคนไทยไม่มีปัญญา🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

คือเดี๋ยว ผมขอไปพูดถึงเรื่อง ตอนนี้ย้อนไปที่ ๓ สารอีกแล้วครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมขอยืนยันอีกครั้งนะครับว่า ตัวไกลโฟเซต (Glyphosate) ประเทศสหรัฐอเมริกาเองซึ่งเป็นประเทศเขาคุ้มครองประชาชน เขานะครับ ผมว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกานะครับ เขาให้ความห่วงใยประชาชนของเขาไม่น้อยกว่า ที่รัฐบาลไทยเราห่วงใยประชาชนคนไทย ในเมื่อสารอันนี้นะครับ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เขายังอนุญาตให้ใช้ในประเทศเขา การที่ประเทศไทยมาใช้ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่ เป็นการเอื้อให้กับใคร แต่ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้อุตสาหกรรมอาหารของเราสามารถ แข่งขันได้ สามารถเอามาใช้แล้วเป็นประโยชน์ ดังนั้นผมขอชี้แจงประเด็นนี้นะครับ แล้วก็ ยืนยันนะครับว่าในเรื่องของ พ.ร.บ. วัตถุอันตรายที่เราเสนอมาในวันนี้ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ มันไม่ได้บอกเลยนะครับว่าจะให้อำนาจกับทางต่างชาติ ในองค์กรนี้เราก็หมายความว่า องค์กรเอกชนไทยก็ทำได้ แต่การที่มีองค์กรต่างชาติเข้ามามันก็อาจจะมาเสริมความรู้ตรงนี้ได้ แต่ไม่ได้ให้อำนาจเขานะครับ ผมยืนยันอีกครั้งครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

อ้ายที่ฟ้อง เอกชน ประชาชนสามารถ ฟ้องรัฐได้ ประเทศไทยไม่มีครับ แล้วบริษัทที่เป็นของต่างชาติของสหรัฐอเมริกาถูกฟ้อง เป็นหมื่น ๆ เป็นแสน ๆ ล้านครับ ประชาชนเขาฟ้อง แต่คนไทยฟ้องไม่ได้ครับท่าน ท่านอย่าไปยกสหรัฐอเมริกามาครับ เพราะสหรัฐเป็นผู้ผลิต และกฎหมายเขาไม่เหมือนเรา กฎหมายเขานี่ประชาชนฟ้องรัฐได้ครับเรื่องค่าเสียหาย ของเราทำได้หรือครับ ท่านต้องยก ประเทศอื่น อย่าไปยกสหรัฐเลยครับ โควิด (COVID) มันเต็มประเทศอยู่นั่น แล้วเขาคุ้มครอง ผลประโยชน์เขา คือมันไม่ได้ครับถ้าไปยกตรงนั้น เรียนด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ท่านประธานครับ คือผมยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกานะครับ เพราะว่าทางสหรัฐอเมริกาเอง ผมบอกแล้วว่า เขาเป็นประเทศใหญ่ เขานี่ห่วงใยประชาชนเขา เพราะฉะนั้นถ้าสารนี้อันตราย รัฐบาล สหรัฐอเมริกาคงไม่ไปเอื้อให้กับบริษัทเอกชนเพื่อทำลายประชาชนของเขาเอง แล้วที่ท่านบอก อย่าไปยกเฉพาะสหรัฐอเมริกา ผมเชื่อว่ามีเป็นจำนวนร้อยประเทศในโลกที่อนุญาตให้ใช้ สารไกลโฟเซต (Glyphosate) ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะขอมติ แล้วกระมังครับ ท่านชวลิต🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ขอสอบถาม ทางท่านรัฐมนตรีโดยผ่านทางท่านประธานว่าตามหลักกฎหมายไทยนี่องค์กรของต่างประเทศ สามารถที่จะเป็นหนึ่งในกระบวนการพิจารณาการอนุญาตหรือไม่อนุญาต ผมเห็นว่า ตั้งแต่เรียนกฎหมายมาไม่เคยเห็นกฎหมายแบบนี้ ไม่เคยเห็นกฎหมายแบบนี้ ในอันที่จะให้องค์กรต่างประเทศเป็นหนึ่งในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย ผมไม่แน่ใจครับ อยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ แล้วผมก็มั่นใจว่าไม่น่าจะมีอำนาจที่จะให้ องค์กรต่างประเทศมาเป็นหนึ่งในกระบวนการพิจารณาได้ ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไป ได้โดยง่ายครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ ชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ หรือไม่มีแล้วครับ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ🔗

นายสุนทร แก้วสว่าง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม

ขออนุญาตถอดแมสก์ (Mask) นะครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ในเรื่ององค์กรเอกชนเราเป็นเพียงขอความเห็น ในส่วนการพิจารณามันยังต้องมีรายละเอียด อีกเยอะนะครับ มันไม่ใช่เอาทุกเรื่อง เป็นเพียงความเห็นความเห็นหนึ่ง ที่ผ่าน ๆ มา เวลาเราพิจารณาวัตถุอันตรายนะครับ หลาย ๆ เรื่องเราก็เอาความเห็นจากต่างประเทศ เช่น ฉลากความเป็นอันตรายหรือไม่เป็นอันตราย ที่เรียกว่า เอ็มเอสดีเอส (MSDS) นะครับ เพราะฉะนั้นมันเป็นเพียงความเห็นหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าบางครั้งวัตถุอันตราย มีแหล่งกำเนิดมาจากต่างประเทศเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นความเห็นจากต่างประเทศ เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ บางครั้งมันก็มีความจำเป็นในการพิจารณาความเป็นอันตรายหรือไม่เป็น อันตรายในการพิจารณาอนุญาตครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ปิดการอภิปรายแล้วครับ ลงมติแล้วครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติต้องเช็ก (Check) องค์ประชุมนะครับตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกเข้าห้องประชุมครับ ลงมติครับ โดยการเสียบบัตรนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
(การประชุมดำเนินถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่เข้ามาแล้ว ก็กรุณาแสดงตนเพื่อตรวจองค์ประชุมนะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ พร้อมก็ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๓๐๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย (ประธานสภาผู้แทนราษฎร) ต่อไปก็จะขอถามมติที่ประชุมว่า จะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียงครับ ขอเชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ระหว่างลงมตินะครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ท่านใดมีปัญหาเรื่องบัตรไหมครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ลงมติมีไหมครับ ถ้าลงครบแล้ว ขอปิดการลงคะแนนนะครับ ผลการลงคะแนนมีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๒๕๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่านนะครับ มติที่ประชุมรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ต่อไป ขอเสนอว่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือจะใช้กรรมาธิการสามัญ เชิญผู้เสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จำนวนครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

จำนวน ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๕ ท่าน ใช่ไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้ใช้ กรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านนะครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านเพื่อพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ รัฐบาลเชิญครับ ๑ ใน ๔ ครับ รัฐบาลจะใช้สิทธิ เสนอกรรมาธิการไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเสนอกรรมาธิการไหมครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการ บุคคลที่จะเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของ ครม. จำนวน ๕ ท่าน มีดังนี้นะครับ ๑. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๒. นางจริยา มิตรอุปถัมภ์ ๓. นางสาวอิงอร ปัญญากิจ ๔. นางสาวสุภัทรา บุญเสริม ๕. นางณัฐนันทน์ อัศวเลิศศักดิ์ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของรัฐบาล เสนอมา ๕ ท่าน เพราะฉะนั้นเหลือเป็นของสัดส่วนพรรคการเมือง ๒๐ ท่านนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยก่อนครับ ๖ ท่านครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๒. นายไตรรงค์ ติธรรม ๔. นายสุรสาล ผาสุข ๕. นางสาวอรุณี กาสยานนท์ ๖. นายพิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่านค่ะ ๑. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๒. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๒. นายภูดิท อินสุวรรณ์ ๔. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๕. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต ๑ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยจำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. ส.ส. ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๒. ส.ส. สำลี รักสุทธี ๓. ส.ส. อดิพงษ์ ฐิติพิทยา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบนะครับ🔗

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ราย ๑. ศักดินัย นุ่มหนู ๒. ปรกชล อู๋ทรัพย์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒. นายอัศวิน วิภูศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายแพทย์อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ขอผู้รับรอง ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นายพิทักษ์ สันติวงศ์สกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกครับ ครบแล้วนะครับ ๒๕ ท่าน เลขาธิการลองอ่านชื่อเพื่อยืนยันความถูกต้องครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวน ๒๕ คน ๑. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๒. นางจริยา มิตรอุปถัมภ์ ๓. นางสาวอิงอร ปัญญากิจ ๔. นางสาวสุภัทรา บุญเสริม ๕. นางณัฐนันทน์ อัศวเลิศศักดิ์ ๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๗. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๘. นายไตรรงค์ ติธรรม ๙. นายสุรสาล ผาสุข ๑๐ นางสาวอรุณี กาสยานนท์ ๑๑. นายพิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ ๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๓. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๑๔. นายภูดิท อินสุวรรณ์ ๑๕. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๑๖. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๑๗. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๑๘. นายสำลี รักสุทธี ๑๙. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๒๐. นายศักดินัย นุ่มหนู ๒๑. นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ๒๒. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒๓. นายอัศวิน วิภูศิริ ๒๔. นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ๒๕. นายพิทักษ์ สันติวงศ์สกุล🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จำนวน กรรมาธิการ ๒๕ ท่าน รายชื่อถูกต้องนะครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ขอท่านสมาชิก กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญครับ เชิญท่านสมาชิกเสนอเวลาที่จะใช้เวลาแปรญัตติครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้แปรญัตติภายใน ๗ วันนะครับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน เป็นการจบการพิจารณาในวาระเรื่องด่วนที่ ๒ นะครับ ท่านวิรัชมีอะไรไหมครับ🔗

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ผมได้หารือทิ้งไว้ในช่วงแรกก็ยังขอยืนยันครับว่าขอจบในส่วนนี้แล้วก็ขออนุญาต ในกฎหมายส่วนที่เหลือก็ขอเป็นอาทิตย์หน้าครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบแล้วครับ ของท่านเรื่องวัตถุอันตราย จบแล้วครับ ท่านวิรัชเผอิญช่วงนั้นผมไม่อยู่ท่านหมายถึงว่า จบนี่ก็จะปิดการประชุม ครับ ก็คงปิดประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๐๙ นาฬิกา