unknown · · 783 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ เดี๋ยวผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อ แล้วก็เวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกขอเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ตามด้วยท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดพื้นที่ยะลา ปัตตานี ที่โดนน้ำท่วมจาก การปล่อยน้ำจากเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นความผิดพลาดซ้ำซากที่ผู้มีอำนาจกับเจ้าหน้าที่ละเลย บริหารจัดการ ซึ่งแย่มาก ๆ ขาดการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น หรือกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ไม่ทราบ ไม่รู้นะครับ เป็นความผิดพลาดซ้ำซาก ต้องเยียวยาทรัพย์สินที่เสียหาย แล้วก็ต้อง ดูแลพืชผลทางการเกษตรที่เสียหาย รวมทั้งวัว แพะ เป็ด ไก่ ทุเรียน ลองกอง ส้มโอ ต้องจัดการสอบสวนความผิด แล้วก็ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีกนะครับ แล้วก็ต้องเยียวยาให้ทั่วถึง ครบถ้วน สุดท้ายก็คงต้องให้ทบทวนการคงอยู่ของเขื่อนบางลางว่ามีไว้ทำไม สร้างเขื่อน เพื่ออำนวยประโยชน์จริงหรือไม่ ช่วยบรรเทาอุทกภัยจริงหรือไม่ ซึ่งมีภาพที่นำเสนอ ท่านประธานด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเคยไป เยียวยา แปลว่ามีการปล่อยน้ำแล้วน้ำท่วมมาแล้วนะครับ แล้วก็ทำให้เกิดซ้ำซากอีกในช่วง ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบข้อหารือด้วยนะครับ ท่านต้องรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องการขาดแคลนทรัพยากรในโรงพยาบาลทั่วประเทศนะครับ ทั้งหมอ พยาบาล บุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ อาคาร เตียงต่าง ๆ ที่โรงพยาบาลกระบี่ อาคารจอดรถ ก็ไม่มี เครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ (Scan MRI) ก็ไม่มี จังหวัดกระบี่สร้างรายได้เป็นแสนล้านบาท ให้กับประเทศนะครับ ภาษีมากองอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วก็ยังมีปัญหาที่โรงพยาบาลหลายแห่ง ที่จัดซื้อจัดจ้างสร้างตึก แต่เบิกจ่ายให้กับผู้รับจ้างไม่ได้นะครับ ชมรมแพทย์ชนบทเขาก็ฝาก มาว่าขอให้มีการทบทวนหนังสือสั่งการของกระทรวงการคลัง ว ๓๑๘ ที่ดึงงบประมาณ กลับไป ซึ่งเกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนผู้ป่วย ผู้บริหารโรงพยาบาล บุคลากรต่าง ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องหยุดสนับสนุนการซื้ออาวุธ รีบแก้ไขปัญหาของ โรงพยาบาลทั่วประเทศนะครับ เพราะว่าผู้รับเหมามีการยกเลิกสัญญารายแรก แล้วก็ต้อง จ้างรายที่ ๒ เพราะฉะนั้นก็ฝากรัฐมนตรีว่าอย่าบีบน้ำตา ช่วยรีบแก้ไขปัญหาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ คุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องหารือเรื่องของธุรกิจท่องเที่ยว ด้วยปัญหา ของธุรกิจโควิด (COVID) รอบใหม่นี้เราสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าอีก ๑ ปีธุรกิจนี้คงไม่มี ทางฟื้นได้ เพราะว่าปัญหาของวัคซีนน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ ๑ ปี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ดิฉันเสนอว่ามันมีนโยบายบางอย่าง เสนอถึงท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า🔗

ประการที่ ๑ เราต้องรักษาระดับการจ้างงานของพนักงานท่องเที่ยวเอาไว้ ผ่านการทำเรื่องของโคเพย์เมนต์ (Co-payment) ในมาตรฐานค่าจ้างงานที่ราคาต่ำและ อยู่ได้นะคะ เช่น ๗,๕๐๐ บาท รัฐบาลจ่าย แล้วก็ธุรกิจจ่ายอีก ๗,๕๐๐ บาท🔗

ประการที่ ๒ ต้องปรับปรุงระบบของประกันสังคมว่าถ้าธุรกิจปิดเพราะว่า กฎหมาย หรือธุรกิจปิดเพราะจำเป็นต้องปิดก็ขอให้ทุกคนได้รับมาตรการนี้ในการเยียวยาค่ะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของเงินทุนซอฟต์โลน (Soft Loan) ต้องรีบจัดการปลด พันธะปัญหาต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดขึ้นไม่ได้นะคะ ต้องทำทันที🔗

และข้อสุดท้ายค่ะท่านประธาน เราจะต้องช่วยให้มีการพักชำระหนี้ไป ประมาณ ๘๐๐ วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยประมาณร้อยละ ๒ ค่ะ🔗

ท่านประธานอีกเรื่องเดียวค่ะ ขอสั้น ๆ นิดเดียวคือเรื่องของยายสาค่ะ ที่จังหวัดกระบี่มีเรื่องของประติมากรรมยายสาสวยงามมาก ประชาชนชอบดูมาก แต่ว่าหมด ภารกิจของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งขอหารือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมขอให้เมตตาต่อโครงการนี้ออกไปสัก ๑-๒ ปีเพื่อให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ได้อยู่จนกระทั่งธุรกิจเปิดขึ้นนะคะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ ตามด้วยท่านรณเทพ อนุวัฒน์ นะครับ ท่านอุบลศักดิ์น่าจะไม่ทัน เชิญท่านรณเทพครับ ท่านรณเทพน่าจะเข้ามาไม่ทัน🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทันนะครับ เชิญครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีเรื่องที่จะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับการกำหนด ราคาค่าน้ำที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขายให้กับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในราคาคิวละ ๕๐ สตางค์ เพื่อนำไปขายให้กับ นิคมอุตสาหกรรมในเขตภาคตะวันออก ๗ จังหวัด ในราคาต่ำสุดก็คือคิวละ ๙ บาท ๕๐ สตางค์ เป็นอย่างน้อย ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาน้ำดิบที่กรมชลประทานขายให้กับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ นั้น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจมีราคาเท่ากันกับราคาน้ำดิบที่บริษัท อีสท์ วอเตอร์ขายให้กับบริษัทมหาชน ในตลาดหลักทรัพย์นะครับ เนื่องจากว่ามติ ครม. ในปี ๒๕๓๕ ได้กำหนดให้บริษัท อีสท์ วอเตอร์ นั้นเป็นผู้บริหารจัดการน้ำ แล้วก็ส่งน้ำไปขายให้กับนิคมอุตสาหกรรมในเขตภาคตะวันออก โดยขายให้ในราคา ๕๐ สตางค์ แล้วก็นิคมอุตสาหกรรมเอาไปขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ในราคา ๙ บาทกว่านะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาน้ำที่ทางบริษัท อีสท์ วอเตอร์ไปขายให้กับ นิคมอุตสาหกรรมนั้นมีราคาเท่ากัน ก็คือหมายความว่าบริษัท อีสท์ วอเตอร์ที่เป็นบริษัท มหาชนกับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ที่เป็นในส่วนของรัฐวิสาหกิจได้ขายน้ำให้กับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ ในราคาที่เท่ากัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าราคาน้ำที่ขายให้กับบริษัทอีสท์ วอเตอร์ที่เป็น บริษัท ขอสรุปสั้น ๆ ก็คือว่าปัจจุบันนี้บริษัท อีสท์ วอเตอร์ได้ขอขึ้นราคาขายน้ำให้กับ นิคมอุตสาหกรรมจากเดิมที่ขายให้ในราคา ๙ บาท ๕๐ สตางค์ขึ้นไป โดยจะขอให้มีการเพิ่ม ราคาขายให้กับบริษัทนิคมอุตสาหกรรมในราคาที่เพิ่มขึ้นก็คือ ๗ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระผมเห็นว่าราคาดังกล่าวนั้นเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรม ก็อยากจะให้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้โปรดระงับยับยั้งเพื่อให้มีการเพิ่มราคาดังกล่าวด้วยนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลานะครับ ท่านสมาชิกต้องเตรียมเนื้อหาให้มันกระชับนะครับ เชิญคุณจิรทัศ ไกรเดชา และตามด้วย คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจร ไปมาบนถนนสายอยุธยา-สุพรรณบุรี ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนน ๔ เลน (4 Lane) จราจร ไม่มี ไฟส่องแสงสว่างเพียงพอทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบริเวณตั้งแต่สี่แยกวรเชษฐ์ ถึงแยกสาลี จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่บริเวณวัดสามกอไปถึงอำเภอบางซ้าย ซึ่งเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจติดตั้งไฟส่องแสงสว่าง โดยเฉพาะ ตั้งแต่บริเวณวิทยาลัยการอาชีพเสนาซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ก็วิงวอนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องติดตั้งไฟส่องแสงสว่างให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอผักไห่ บนถนน สายผักไห่-ป่าโมก หมายเลขถนน ๔๐๓๑ ระยะทางประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งได้เกิด การเสียหายบริเวณกิโลเมตรที่ ๑๙ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๑ ซึ่งเป็นผิวจราจรได้เกิดการทรุดตัว ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาในอำเภอป่าโมกและมาที่อำเภอผักไห่ได้รับอันตรายและ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็วิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยา เร่งซ่อมแซมแก้ไขให้กับพี่น้องที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวเสนา ชาวผักไห่ ที่สัญจรไปมา บนถนนสายเสนา-ผักไห่ หมายเลขถนน ๓๔๕๔ ซึ่งเกิดบริเวณทรุดตัว ซึ่งน้ำในลำคลอง ได้ลดระดับอย่างรวดเร็วทำให้ถนนขาด ตอนนี้ได้มีการซ่อมแซมแต่ยังเป็นอ่าวลึกเกรงว่า ประชาชนที่สัญจรไปมาจะได้รับความเดือดร้อน ก็เรียนท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซม ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านประกอบครับ ตามด้วยนางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน นะครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗

เรื่องแรก ท่านประธานครับ นายไพโรจน์ จันทร์ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๘ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร้องทุกข์ว่าพี่น้องประชาชน ในหมู่ ๖ หมู่ ๗ หมู่ ๙ หมู่ ๑๐ และหมู่ ๑๘ ประมาณ ๕๐๐ ครอบครัวไม่สามารถใช้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เนื่องจากไม่มีคลื่นสัญญาณ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธาน เพื่อที่จะประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้กรุณาไปช่วยติดตั้ง เสาโทรศัพท์หรืออุปกรณ์เพื่อรับส่งคลื่นสัญญาณให้ความสะดวกในการสื่อสารกับพี่น้อง ประชาชนในอำเภอบางขันด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ผมเคยหารือมาหลายครั้ง แล้วสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวอำเภอทุ่งสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเทศบาล เมืองทุ่งสง พี่น้องในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสงและตำบลใกล้เคียงที่ได้รับความเดือดร้อนจาก อุทกภัยปีนี้น้ำสูงเฉลี่ยในเขตเทศบาลประมาณ ๑ เมตร แล้วก็รอบเขตเทศบาลหลายตำบล ก็ท่วมสูงมากเสียหายทั้งทรัพย์สินเรือกสวนไร่นานะครับ เหตุหนึ่งเพราะว่าทางรัฐบาล ไม่เร่งรัดในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังหีบตามพระราชดำริซึ่งได้ดำเนินการมาประมาณ ๒๐ ปี วันนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นก็ขอให้รัฐบาลเร่งรัดโดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้เร่งรัดก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังหีบตามพระราชดำริโดยเร่งด่วนด้วยครับ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสงและพี่น้องรอบนอกในอำเภอทุ่งสง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมมาทุกปีครับท่านประธานครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรรณวรี ตามด้วยคุณพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค นะครับ เชิญครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลนะคะ ท่านประธานคะ ในช่วงธันวาคมถึง มกราคมของทุกปีสถานการณ์ค่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร วันดีคืนดี ท่านก็จะเห็นว่ามันเกินมาตรฐานนะคะ เกิน ๕๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แล้วก็วันไหน ที่มันสูง ๆ ก็เกิน ๑๐๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรด้วยซ้ำ แล้วมันก็เกิดขึ้นแบบนี้ซ้ำ ๆ มาอย่างน้อย ๓ ปีแล้วที่เรารับรู้นะคะ ดิฉันจะไม่ขอพูดถึงสาเหตุของฝุ่นแล้วเพราะดิฉันมั่นใจ ว่าทั้งนายกรัฐมนตรี ทั้งคณะรัฐมนตรี รวมถึงประชาชนทั้งประเทศทราบกันหมดแล้วนะคะ ว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร รวมถึงสภาผู้แทนราษฎรก็เคยทำหนังสือตั้งกรรมาธิการแล้วก็ทำ รายงานส่งไปแล้วนะคะ ซึ่งตอนนี้ประชาชนก็ได้แต่รอว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอะไรที่เป็น รูปธรรมออกมาเสียทีนะคะ นอกจากดิฉันจะอยากได้คำตอบว่าคณะรัฐมนตรีได้ทำอะไร ที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหานี้แล้ว ดิฉันก็อยากจะทราบว่าท่านมีแผนในการปรับลดค่า มาตรฐานฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในประเทศไทยหรือไม่ ท่านประธานคะ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) กำหนดค่ามาตรฐานของค่าฝุ่นเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมงไว้ที่ไม่ควรเกิน ๒๕ ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตรนะคะ ในขณะที่ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ ๕๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งดิฉันเข้าใจว่ากรมควบคุมมลพิษก็มีเป้าที่จะลดนะคะ แต่ดิฉันเห็นแต่เป้าแต่ว่ายังไม่เห็นแผน ซึ่ง ณ ขณะนี้ท่านก็ยังไม่สามารถควบคุมฝุ่นจากแหล่งกำเนิดได้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งยิ่งท่านปล่อย ให้ปัญหานี้ยืดเยื้อต่อไปมันก็ยิ่งแก้ยากแล้วก็มีแต่จะหนักขึ้นทุกปีนะคะ ซึ่งดิฉันเห็นว่าปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในมันเป็นปัญหาระดับชาติไม่ต่างอะไรกับ วิกฤติโควิด (COVID) และมันไม่ใช่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งนะคะ ซึ่งประชาชน และพรรคก้าวไกลก็คาดหวังว่านายกรัฐมนตรีประยุทธ์ควรจะต้องนั่งหัวโต๊ะแล้วก็สั่งการ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง แล้วก็นำทางแก้สู่ทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเสียทีนะคะ ซึ่งดิฉันและ พรรคก้าวไกลก็จะขอติดตามแล้วก็จะขอกัดไม่ปล่อยกับเรื่องนี้ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพีระวิทย์ ตามด้วยคุณจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ครับ🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระผมได้ลงพื้นที่อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เกี่ยวกับปัญหา ประตูระบายน้ำพัง ได้รับการอำนวยความสะดวกและพาลงพื้นที่จริงจากท่าน ส.จ. สุชา เข็มมา และท่านกำนันสยุมภู เข็มมา🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

จึงพบว่าประตูระบายน้ำ ของคลองชักน้ำชลประทานชัยนาท-ป่าสัก เชื่อมกับทะเลสาบบ้านหมอพังใช้งานไม่ได้และ เปิดตลอด เมื่อน้ำคลองชลประทานแห้งระดับน้ำจากทะเลสาบก็ไหลออกสู่คลองชลประทาน จนทำให้ระดับน้ำลดลงมากแทนที่จะกักเก็บน้ำ แต่น้ำกลับถูกปล่อยทิ้งเพียงเพราะประตู ระบายน้ำพัง จึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้สั่งการไปยังสำนักชลประทานที่ ๑๐ โดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขซ่อมแซม ตลอดจน พัฒนาโครงการแก้มลิงทะเลสาบบ้านหมออันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นพื้นที่กักตุนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อการเกษตรต่อระบบประปา ตลอดจนพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ ของอำเภอบ้านหมอต่อไป🔗

เรื่องต่อมาอำเภอเดียวกันครับคือถนนเกษตรร่วมใจในพื้นที่หมู่ ๙ ตำบล บ้านหมอ มีพื้นที่ติดต่อกัน ๓ ตำบล คือตำบลบ้านหมอ ตำบลหรเทพ และตำบลตลาดน้อย เป็นเส้นทางสัญจรไปมาจึงอยากให้หน่วยงาน มีสภาพชำรุดอย่างมากดังที่เห็นตามในภาพ จึงอยากให้หน่วยงานที่ดูแลโดยตรงหรือ อบจ. สระบุรีได้ลงสำรวจปรับปรุงให้การดูแลถนน เส้นนี้ระยะทางเพียง ๒ กิโลเมตร แต่มีประโยชน์ถึง ๓ ตำบลให้แก่พี่น้องประชาชน อย่างจริงจัง ทั้ง ๒ เรื่องที่กระผมได้หารือต่อท่านประธานในวันนี้ขอกราบขอบพระคุณ ในการทำงานของเจ้าของพื้นที่ อย่างท่านนายอำเภอบ้านหมอที่มุ่งมั่นต่อการพัฒนาและ การแก้ไข และอีกท่านหนึ่งที่น่าชื่นชมในการประสานงานให้ผมมาโดยตลอดก็คือท่าน ส.ส. องอาจ วงษ์ประยูร ส.ส. เขต ๓ จังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นพี่ชายที่ผมเคารพยิ่ง ในการลงพื้นที่ ให้การดูแลเอาใจใส่ในทุกเรื่องราวความเดือดร้อนในพื้นที่เพื่อการแก้ไข มาโดยตลอด กระผมจึงอยากให้ข้อหารือต่อท่านประธานในวันนี้สัมฤทธิผลโดยไว ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรพล ตามด้วยนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ครับ🔗

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ตามมติ ครม. ที่อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานดำเนินโครงการผันน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ โดยการขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำส่วนเกินจากลำน้ำแม่แตง ประมาณ ๑๑๓ ลูกบาศก์เมตรต่อปี ลงสู่เขื่อนแม่งัดก่อนจะผันน้ำส่วนเกินสู่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนทั้ง ๒ แห่ง สำหรับความคืบหน้าล่าสุด จากการติดตามโครงการนี้ยังไม่แล้วเสร็จยังมีการเก็บงานอีกมากมาย และมีการต่อสัญญา เพิ่มอีก ๑ ปี โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่สนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เรื่องการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ส่งน้ำในพื้นที่ การเกษตรถึง ๑๔๘,๔๐๐ ไร่ ผมจึงขอเร่งรัดติดตามความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้าง ในสัญญาที่ ๑ เพื่อจะสามารถเพิ่มน้ำ ต้นทุนน้ำ และอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพิ่มศักยภาพในการควบคุมความมั่นคงของน้ำในเขื่อน และจัดสรรน้ำให้ทุกภาคส่วน ได้อย่างเท่าเทียมกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องความรุนแรงของค่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิน มาตรฐาน ตัวเลขจากกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในพื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับที่สูงมีผลต่อสุขภาพ เกิดผลกระทบอย่างยิ่ง ต่อประชาชนในพื้นที่ ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนเราได้เรียกร้องติดตามให้รัฐบาลลงมือปกป้อง สุขภาพ สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนมาโดยตลอด ทั้งในชั้นกรรมาธิการในรัฐสภา ๓-๔ คณะก็มีบทสรุป มีผลดำเนินการแล้วแต่ที่ผ่านมายังไม่มีการแก้ไขใด ๆ ไม่มีการยกระดับ ในการแก้ไขปัญหาใด ๆ เลย ทั้งยังเกิดการเผาไหม้ต่าง ๆ ฝุ่นควันที่ลอยจากข้ามแดน หมอกควัน ข้ามแดนก็ควรจะมีการยกระดับการคุยในกรอบอาเซียน (ASEAN) หรืออีอีซี (EEC) ด้วย เช่นกัน เป็นผลกระทบทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งทางสุขภาพ ระบบหายใจ กระทบ การท่องเที่ยวอย่างมหาศาล สิ่งนี้ครับจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา ติดตามสนับสนุนงบประมาณและจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ประชาชนรอไม่ได้แล้วครับ เราหายใจกันไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณฐิติภัสร์ ตามด้วยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นะครับ🔗

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภานะคะที่ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสหารือ ในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็สืบเนื่องเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ดิฉันก็ได้มีโอกาสหารือในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในเรื่องของไฟฟ้าแสงสว่างและระบบสาธารณูปโภคภายในเคหะชุมชน คลองจั่น ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ได้สั่งการให้การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างรอบอาคารเคหะชุมชนคลองจั่น แล้วก็มี การดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สะสมมานานหลายปี ก็ต้องขอบคุณ ท่านประธาน ขอบคุณท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ และขอบคุณการเคหะแห่งชาติที่ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนและดำเนินการแก้ไขค่ะ🔗

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องของมาตรการเยียวยาพี่น้องประชาชนรอบ ๒ โครงการ เราชนะ อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้โปรดพิจารณาในเรื่องของ เงินเยียวยาสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่าไปล็อกให้เขาได้ใช้เฉพาะในร้านค้า สวัสดิการแห่งรัฐหรือว่าร้านค้าเราชนะ แต่ควรที่จะเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาส ใช้สิทธิในร้านค้าโครงการคนละครึ่งเพื่อที่เขาจะได้สามารถนำไปซื้อสินค้าอาหารการกิน ให้กับตัวเองแล้วก็ครอบครัวนะคะ🔗

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร อยากให้กรุงเทพมหานครได้แก้ปัญหาเชิงรุกโดยให้ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตต่าง ๆ ได้ทำการสำรวจไฟฟ้าสาธารณะที่ดับ แล้วก็นำไปพิจารณา แก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธีรรัตน์ ตามด้วยท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลาดกระบังตามที่ได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากประชาชนที่ต้องทนกับปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากมาตลอดค่ะ🔗

ท่านประธานคะ สืบเนื่องจากวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ดิฉันได้นำ ปัญหาของประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องน้ำตื้นเขิน น้ำคลองแห้งขอดทำให้เกิดปัญหา ในการดำเนินชีวิตทั้งผู้ที่ใช้เพื่ออุปโภคและบริโภค และใช้เรือในการสัญจร ประสาน หน่วยงานทั้งกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้จัด งบประมาณเพื่อขุดลอกคูคลอง ซึ่งประกอบไปด้วยคลองเจ็ก คลองลำคูเวียง คลองหลุมบัว คลองลำอ้ายแบน คลองลำตาอิน คลองลำตาอู่ คลองลำมะละกอ คลองลำชวดเตย ผ่านมา ปีกว่าแล้วค่ะท่านประธานคะยังไม่เห็นการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นรูปธรรม มีผู้นำชุมชนแจ้ง กับดิฉันว่ามีคนของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล พร้อมทหาร ๑๐ นายลงพื้นที่และประกาศว่า มีงบประมาณในการขุดลอกคูคลอง ดิฉันไม่มั่นใจว่าจะเป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มี การชี้แจงว่าเป็นงบประมาณจากส่วนไหนและจะดำเนินการที่ใดบ้าง ดิฉันมีความยินดี หากงบประมาณลงพื้นที่แล้วจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนได้ แต่ดิฉันเป็นกังวลค่ะ ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงขอสอบถามรัฐบาลว่าวิธีการที่นำทหาร ลงพื้นที่และไปประกาศว่ามีงบประมาณขุดลอกคลองเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ และถ้า หากเป็นจริงขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลให้ทราบโดยทั่วกันเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มี ส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่🔗

และข้อ ๒ หากรัฐบาลปฏิเสธในเรื่องนี้ดิฉันขอประสานกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนขุดลอกคลองในพื้นที่ลาดกระบังเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยเร็วค่ะ ขอให้ท่านประธานรีบดำเนินการด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรพันธ์ ตามด้วยท่านองค์การ ชัยบุตร นะครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐนะครับ ขออนุญาตหารือ🔗

ประเด็นที่ ๑ เรื่องของการพัฒนาคลองบางกอกน้อยนะครับ ตามที่ผมได้เคย หารือโครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกน้อยจากสวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ถนนบางขุนนนท์ข้ามไปยังวัดนายโรงฝั่งตรงข้ามนะครับ ซึ่งต้องขอขอบคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ลงพื้นที่สำรวจจุดดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามจากข้อกังวลของ ท่านพระครูรัตนโสภณท่านเจ้าอาวาสวัดนายโรงก็แสดงความเป็นห่วงว่าในการออกแบบ สะพานดังกล่าวจะไม่สอดคล้องกับเรื่องของภูมิทัศน์ แล้วก็การส่งเสริมการท่องเที่ยว ก็อยากจะขออนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ อีกครั้งเพื่อรับทราบรับฟังข้อกังวลจากในพื้นที่นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอให้กระทรวง อว. ได้กรุณาพิจารณาจัดสรรงบประมาณ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ ชลทัศน์สำราญ ชลธารวิสิทธิ์นะครับ โดยสถาบันวิจัย ภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดลนะครับ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำการสำรวจ เส้นทางคลองบางกอกน้อย คลองชักพระ คลองบางกอกใหญ่ คลองมอญ แล้วก็ คลองบางระมาดนะครับ ซึ่งตามเส้นทางคลองที่ผมได้นำเรียนจะผ่านชุมชนเขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ตลิ่งชัน แล้วก็ภาษีเจริญ ซึ่งจะทำการสำรวจเส้นทางเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและ แหล่งท่องเที่ยวให้กับพี่น้องประชาชนริมคลองดังกล่าวนะครับ ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ก็อยากจะขอให้ทางกระทรวง อว. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรงบประมาณ ในการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยได้ลงพื้นที่แล้วก็พิจารณาจัดสรรโครงการดังกล่าวนะครับ🔗

สุดท้ายครับ ทางท่านผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามนะครับ ท่านพระครู สมุห์ วัชระ ภทฺทธมฺโม นะครับ ขออนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมเจ้าท่า แล้วก็ ทางกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่สำรวจการพัฒนาเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดระฆัง โฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านองค์การ ตามด้วยท่านณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ นะครับ เชิญครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัด มุกดาหารครับท่านประธาน ขออนุญาตหารือท่านประธานและส่งเอกสารประกอบการหารือ ดังนี้ครับท่านประธาน🔗

กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากนางสาวพัชร์สิตา ษีโยหะเรืองโชค และชาวบ้าน คำเขือง หมู่ ๓ ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กรณีน้ำประปาหมู่บ้าน ไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ น้ำประปาขุ่นเหลือง เดือดร้อนมาก แต่ชาวบ้านต้องจ่าย ค่าน้ำประปาทุกเดือน ชาวบ้านต้องการให้รื้อระบบกรองน้ำใหม่และแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วย🔗

เรื่องต่อไป ได้รับข้อร้องเรียนจากนายผล แข็งแรง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงได้สร้าง เกาะกลางถนน ทางยูเทิร์น (U-turn) ไฟส่องสว่าง และรั้วกันคอสะพาน บริเวณ กม. ที่ ๑๓-๑๔ ถนนสาย ๒๐๓๔ มุกดาหาร-ดอนตาล จะข้ามถนนก็ลำบาก อุบัติเหตุก็เกิดบ่อย เร่งแก้ไข โดยเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗

ได้รับข้อร้องเรียนจากนายทักษิณ สุวรรณไตรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน สยามกลการ ๔ สังกัด สพฐ. มุกดาหาร ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซม อาคารเรียนแบบ สปช. ๑๐๕/๒๙ หลังคารั่วซึม ฝ้าเพดานชำรุด เป็นอุปสรรคต่อการเรียน การสอนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหน้าฝนเดือดร้อนมาก แก้ไขโดยเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗

ได้รับข้อร้องทุกข์จากนายเข็มพร ตอซอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๒ บ้านขอนแก่น ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงาน ทางราชการได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างเมรุมาศที่ใช้ในการประกอบฌาปนกิจศพ ของวัดประจำหมู่บ้าน เวลามีคนตายไม่มีที่เผาศพครับท่านประธาน เดือดร้อนมากนะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗

ทั้งหมดที่กระผมกล่าวมาล้วนเป็นข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ตามด้วยท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิในเขตพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้อง มาร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเลียบ ตำบลปลักหนู อำเภอนาทวี บ้านสนี ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย บ้านนา บ้านไร่ ตำบลเขาแดง บ้านป๋อง ตำบลสะท้อน บ้านดารู ธารคีรี บ้านม่วง ตำบลสำนักแต้ว นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมเอ่ยชื่อ ท่านประธานครับ ท่านประธาน ไปยืนอยู่ในพื้นที่เขต ๗ แล้วเอาหนังสติ๊กยิงครับ รับรองครับว่าหินนี้จะตกในพื้นที่ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ ท่านประธานครับ ในพื้นที่เขต ๗ ทั้งหมด ๒๑ ตำบล ท่านรู้ไหมครับ มีกระทรวงต่าง ๆ ที่ไปดูแลเรื่องจัดการที่ดิน ๘ กระทรวง ๑๙ กรม ๓ รัฐวิสาหกิจ และมี กฎหมายทั้งหมด ๑๖ ฉบับที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นนะครับ วันนี้ในพื้นที่เองโดยเฉพาะสำนักงาน ที่ดินออกที่ดินในพื้นที่ได้น้อยมาก สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือสำนักงานปฏิรูปที่ดินหรือว่า ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้งอำเภอนาทวี ครึ่งหนึ่งของสะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ทุกตำบล การพัฒนามันก็จะไปยาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลพื้นที่รกร้างว่างเปล่า หรือพื้นที่สาธารณประโยชน์ คนที่ จัดการคือใครครับ ศอ.บต. ต้องจัดการดำเนินการให้กรมที่ดิน ส.ป.ก. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรีนะครับ ตามด้วยคุณธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ครับ เชิญครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก หอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะอำเภอราษีไศล ซึ่งมีตำบลหนองหมี ตำบลส้มป่อย ตำบลสร้างปี่ ตำบลไผ่ ตำบลเมืองแคน และอำเภอยางชุมน้อยอีก ๗ ตำบล นอกจากนั้นยังมี อำเภออื่น ๆ เช่น กันทรารมย์ อำเภอวังหิน เป็นต้น ร้องเรียนมาว่าราคาหอมแดงขณะนี้ ตกต่ำมาก ขายได้ในราคา ๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท และสูงสุดไม่เกิน ๘ บาทค่ะท่านประธาน ต้นทุนในการปลูกหอมแดงนี้เราได้ทำการคำนวณทั้งอำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อยแล้ว ต้นทุนอยู่ที่ ๑๐ บาทถึง ๑๑ บาทเศษ ๆ เพราะฉะนั้นขาดทุนมากค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้โปรดได้ช่วยเหลือด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่บ้านภาณุวัฒน์ อาจศรี หมู่ ๑๗ ผู้ใหญ่บ้านสุพัฒน์ วงศ์สาลี หมู่ ๖ และราษฎรหมู่ ๙ ตำบลบัวหุ่ง อำเภอราษีไศล ร้องเรียนมาว่ายังไม่ได้รับเงินชดเชย จากโครงการปรับปรุงคุณภาพข้าวและโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวนาปีประจำปี ๒๕๖๓ และ ปี ๒๕๖๔ เขาเดือดร้อนมากค่ะท่านประธาน เพราะว่าราคาข้าวตกต่ำมากปีนี้ แล้วเงินชดเชย ต่าง ๆ ก็ยังช้าอีก ภาวะโควิด (COVID) ก็ระบาดอีก เพราะฉะนั้นขอได้โปรดให้กระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส. ได้เร่งรัดให้เขาได้รับเงินช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยค่ะท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องที่ได้รับการร้องทุกข์ว่ามีพี่น้องจำนวนหนึ่งเยอะอยู่นะคะ ท่านประธาน โดยเฉพาะเวลาออกพื้นที่พี่น้องที่ยากจนจริง ๆ จะเดินมาหาแล้วก็จะบอกว่า ทำไมเขาไม่ได้รับบัตรอะไรเลย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเขาควรจะได้ก่อนคนอื่นด้วยซ้ำไป แต่ว่า เขายังไม่ได้รับ เพราะอาจจะเข้าไม่ถึงสิทธินี้หรือการสำรวจยังไม่เป็นไปตามความที่มันควร จะเป็น เพราะฉะนั้นขอได้โปรดให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินการสำรวจและดำเนินการต่อไปเพื่อช่วยเหลือเขาอีกครั้งหนึ่งด้วยนะคะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธณิกานต์ ตามด้วยท่านสุชาติ ภิญโญ ครับ🔗

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ ดุสิต แขวงถนนนครไชยศรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีข้อปรึกษาหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องแรก สืบเนื่องมาจากเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างค่ะท่านประธาน ประเทศไทย ของเราค่ะท่านประธานได้มีการพัฒนาก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี เห็นได้ จากการขยายตัวของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะเรื่อง การไฟฟ้าและระบบคมนาคมการสื่อสารนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นเมืองหลวง และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านอัศวิน ก็มีนโยบายกรุงเทพฯ เมืองสว่างค่ะ แต่ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนมาโดยตลอดค่ะ ในเรื่องปัญหา ไฟฟ้าแสงสว่างที่มืดที่เปลี่ยวสร้างความไม่ปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในเขตของดิฉัน ซึ่งทางทีมดิฉันได้ทำการสำรวจค่ะท่านประธาน มีอยู่ ๓ จุดใหญ่ ๆ ที่แจ้งไปนานมากแล้ว แล้วก็ยังไม่เกิดขึ้นค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

จุดที่ ๑ ค่ะ ท่านประธาน ชุมชนถนนนครไชยศรีแจ้งไป ๕ เดือนแล้วค่ะท่านประธาน เป็นจุดชุมชนที่มืด ที่เปลี่ยวมากค่ะ จุดที่ ๒ ชุมชนตรอกต้นโพธิ์ มีอยู่ ๓ ต้นค่ะท่านประธาน ตลอดทั้งซอย ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ จุดที่ ๓ ชุมชนปานทิพย์ค่ะ ดับตั้งแต่หน้าบิ๊กซีวงศ์สว่างมาเลยค่ะ จำนวนดับประมาณ ๔-๕ ต้น นอกจากเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างที่ดับแล้วก็แจ้งทางเขตไปนาน มากแล้วและไม่ได้รับการแก้ไขยังมีเรื่องของการจัดระเบียบสายสื่อสาร ซึ่งดิฉันได้เรียนไป ตั้งแต่ต้นว่ากรุงเทพมหานครควรจะเป็นเมืองที่น่าอยู่น่ามอง ดังนั้นดิฉันลองทำการสำรวจ มีอยู่ ๕ จุดอยู่ในเขต จุดที่ ๑ ห้างสุพรีมนะคะ ใกล้ ๆ กับสภาเรานี่เอง ดูสภาพค่ะ ท่านประธาน จุดที่ ๒ หน้าตลาดเตาปูนนะคะ จุดที่ ๓ หน้าห้างบิ๊กซีวงศ์สว่าง จุดที่ ๔ หน้าไปรษณีย์บางซื่อ และจุดที่ ๕ หน้าศูนย์สาธารณสุข ๓ ค่ะ ดังนั้นจึงฝากท่านประธาน เรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะคะ ให้โปรดจัดการ และวันนี้ดิฉันก็ได้เห็นญัตติ ได้เข้ามาแล้วเรื่องการจัดระเบียบสื่อสาร จึงขอขอบพระคุณ ท่านประธานมา ณ ที่นี้ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุชาติ ตามด้วยคุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญครับ🔗

นายสุชาติ ภิญโญ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตขอบคุณท่านประธานนะครับที่กรุณาให้ปรึกษาหารือในวันนี้🔗

เรื่องแรก อยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตเลือกตั้งของผมซึ่งประกอบไปด้วย อำเภอโนนไทย ขามสะแกแสง พระทองคำ และเมืองคง ซึ่งปีที่ผ่านมาถือเป็นฝันร้ายท่านประธานครับ เนื่องจากแล้งมาก น้ำใต้ดินก็เค็ม เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนถือว่าลำบากมาก ที่ผ่านมาเราโชคดีนะครับ ที่มีท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ผมต้องขออนุญาตขอบพระคุณท่านนายกเทศมนตรี คณะผู้บริหาร ท่านสมาชิก ตลอดจนท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุก ๆ ตำบล ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และขอบคุณในหยาดเหงื่อแรงงานของพี่น้องประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจสูบน้ำ เข้าสระน้ำประจำหมู่บ้านจนมีปริมาณน้ำที่เพียงพอเพื่อใช้ในปีนี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ยังมีหลายหมู่บ้านซึ่งยังต้องอาศัยการช่วยเหลือจากข้าราชการส่วนภูมิภาคให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปภ. ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ายังมีหลายหน่วยงานที่จะต้อง ได้รับการช่วยเหลือดูแลเยียวยานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านหนองเสากี่ เมืองคง น้ำก็ยัง ไม่เต็ม บ้านหนองกก ตำบลหนองหอย อำเภอพระทองคำ ก็ยังต้องการน้ำ ฝากท่านประธาน ไปถึง ปภ. ให้ช่วยดูแลตรงนี้ด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ นะครับ ของบอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลที่ยังไม่เคยได้รับเลยในปี ๒๕๖๕ นี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ช่วยเหลือด้วย โดยเฉพาะอำเภอโนนไทย พระทองคำ ขามสะแกแสง และอำเภอคงนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แบบยั่งยืน คือช่วยสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

ยังมีเรื่องที่ ๔ นะครับ เรื่องของสัญญาณไฟจราจรขออนุญาตทำเป็นหนังสือ ส่งให้ท่านประธานเพื่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมัลลิกา ตามด้วยท่านพีรเดช คำสมุทร ครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องขอหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ พี่น้องชาวตำบลไผ่ใหญ่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี มีความเดือดร้อนเรื่องเส้นทางน้ำที่ต้องใช้ในการทำนา โดยกำนันชำนาญ อโหสี และทีมงาน ได้แจ้งว่าในช่วงฤดูทำนาน้ำมีไม่เพียงพอทำให้การเพาะปลูกบางพื้นที่ล่าช้า จึงขอเพิ่ม เส้นทางน้ำเพื่อเข้าคลอง ๒ ซ้าย ๙ ขวา และขอประตูระบายน้ำที่มาจากคลองชัยนาท-ป่าสัก กว้าง ๑ เมตร ยาว ๑ เมตร พร้อมบานปิดเปิดช่วงระหว่างคลอง ๙ และคลอง ๑๐ ฝากท่านประธานถึงกรมชลประทานให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องที่มีความต้องการใช้น้ำประปาที่ตำบล หนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ ตำบลลาดสาลี่ อำเภอท่าวุ้ง และตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง ขณะนี้การประปาส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตเข้าไปถึงตำบลบางคู้ซึ่งเป็นรอยต่อ ของตำบลลาดสาลี่และตำบลบางขันหมาก ฝากท่านประธานถึงการประปาส่วนภูมิภาค ช่วยขยายเขตเพิ่มงบประมาณเข้าไปให้ถึงตำบลดังกล่าวด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโครงการไทยชนะซึ่งทางรัฐบาลมีโครงการ ที่จะให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือได้ แต่ก็ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากค่ะ ที่ไม่มีโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟน (Smartphone) อย่างเกษตรกรแถวบ้านเขาก็ยังใช้แบบรุ่นที่ เป็นอนาล็อก (Analog) ที่โทรออกได้ รับได้แค่นั้น ดังนั้นดิฉันเองอยากขอให้ทบทวน วิธีการลงทะเบียนสำหรับผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟน (Smartphone) เพื่อเป็น การลดความเหลื่อมล้ำแล้วก็เป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนควรที่จะได้รับ แล้วก็ให้ประชาชน ทุกคนได้เข้าถึงโครงการเราชนะ ฝากท่านประธานนำเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ช่วยพิจารณาเพิ่ม ช่องทางการลงทะเบียนโครงการเราชนะด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพีรเดช ตามด้วยคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ🔗

นายพีรเดช คำสมุทร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ฝากถึงกระทรวงแรงงานครับ เรื่องปัญหาบัตรแรงงานสำหรับ ต่างด้าว มีปัญหาคือแรงงานที่ทำงานเป็นฤดูกาล เช่น ปลูกข้าว หรือว่าเก็บลำไย พวกนี้ ไม่สามารถที่จะขึ้นทะเบียนหรือว่าทำบัตรแรงงานได้ เนื่องจากไม่มีผู้ที่เป็นนายจ้างถาวร อันนี้เป็นเรื่องที่มีปัญหามาก เพราะว่าหลังจากวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถ เข้าจับกุมได้ อันนี้จะต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากถึงกระทรวงคมนาคมขอความอนุเคราะห์ถึงแขวงการทาง ติดไฟส่องสว่างหน้าโรงพยาบาลอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย เนื่องจากมีอุบัติเหตุ หลายครั้งนะครับ แล้วก็เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถที่จะ เข้าโรงพยาบาลตรงนั้นได้ จะต้องส่งเข้าไปในตัวอำเภอเมือง จึงฝากไว้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ฝากถึง อบจ. จังหวัดเชียงราย ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ ซ่อมแซมถนนเส้นหมู่บ้านป่าสักน้อย หมู่ ๑๒ ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน เชื่อมไปยัง บ้านแม่คำน้ำลัด ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีระยะทางกว่า ๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นหลุมเป็นบ่อขรุขระ มีระยะประมาณ ๕ กิโลเมตร ทาง อบต. ไม่มีงบประมาณ ในการซ่อมแซม ก็สามารถซ่อมได้เพียงเล็กน้อยนะครับ ก็อยากฝากไปถึงทาง อบจ. จังหวัด เชียงราย ช่วยสนับสนุนและอนุเคราะห์ให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ได้ใช้เส้นทางนี้ด้วยครับ ก็ฝาก ท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกรณิศ ตามด้วยนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชิญ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา ท่านประธานคะ ขออนุญาตขอภาพขึ้นจอนิดหนึ่งนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

คือเราจะเห็นกับภาพ เหล่านี้ที่เห็นมาไม่รู้ว่ากี่ปี หลายสิบปี เป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบกับทัศนียภาพและชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร เราจะเห็นสายไฟและสายเคเบิล (Cable) ที่ระโยงระยาง ไม่เป็นระเบียบ รกรุงรัง จากภาพข่าวเราก็จะเห็นอยู่บ่อย ๆ ว่า มีรถบรรทุกไปเกี่ยวสายไฟ สายเคเบิล (Cable) แล้วก็ทำให้เสาไฟฟ้าล้มลงมา ถนนก็เกิดเป็น อัมพาต ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน ไฟฟ้าก็ดับ ซึ่งเป็นอย่างนี้มาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัยก็ยัง แก้ปัญหานี้ไม่ได้เราก็ยังเห็นภาพข่าวนี้อยู่บ่อย ๆ ค่ะท่านประธาน ดิฉันทราบดีว่าเรามี นโยบายในการที่จะนำสายไฟฟ้าแล้วก็สายเคเบิล (Cable) บนถนนสายหลักลงดิน แต่ดิฉัน อยากจะให้เรามาพิจารณาในส่วนของความสำคัญกับถนนสายรองที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างเช่น ย่านสุขุมวิท ตามตรอก ซอก ซอย เนื่องจากเป็นย่านเศรษฐกิจที่มีคนอาศัยอยู่ มากมายทั้งชาวไทยแล้วก็ชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยของเราค่ะ ท่านประธาน ในย่านธุรกิจก็คือในส่วนของสุขุมวิทถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจที่มีความสำคัญกับ กรุงเทพมหานครแต่ตามตรอก ซอก ซอย อย่างเช่น ถนนทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิท ๓๑ สุขุมวิท ๓๙ สุขุมวิท ๔๙ ซึ่งถนนเหล่านี้เต็มไปด้วยร้านค้าแล้วก็ประชาชนที่สัญจรไปมาอยู่ มากมาย ปัญหาเหล่านี้ในส่วนของสายเคเบิล (Cable) สายไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ถูกจัดระเบียบ ก็ยังระโยงระยางเต็มไปหมดค่ะท่านประธาน อย่างเช่นถนนทองหล่อซอย ๙ นี่มีเสาไฟฟ้า วางอยู่บนถนน ทำให้รถติดแล้วก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยวได้ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ดิฉัน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้หันมามองความสำคัญในส่วนของถนนสายรองที่เป็นอัตลักษณ์ของคนเมืองแล้วก็เป็น ย่านเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น เอกมัย ทองหล่อ แล้วก็พื้นที่ชั้นในในเขตอื่น ๆ ด้วยนะคะ ท่านประธาน ในย่านเศรษฐกิจเช่นเดียวกันช่วยจัดระเบียบ แล้วก็นำสายไฟฟ้า แล้วก็เป็น สายเคเบิล (Cable) ลงดินให้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณทัศนีย์ ตามด้วยคุณอันวาร์ สาและ ครับ🔗

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีใน ๒ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนถึงเรื่องเงินเยียวยา จำนวน ๓,๕๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๒ เดือน ดิฉันรับร้องเรียนว่าประชาชนว่ามันน้อยไปหรือไม่ ท่านประธานคะ เมื่อครั้งที่แล้วยังให้ ๕,๐๐๐ บาท แต่ครั้งนี้เหลือ ๓,๕๐๐ บาท แต่ค่าครองชีพ เรายังสูงเหมือนเดิมนะคะ🔗

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ประชาชนบางส่วนไม่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน (Smartphone) แล้วเขาจะเอาโทรศัพท์ที่ไหน แล้วก็ในการโหลด (Load) แอปพลิเคชัน (Application) อีก จะต้องมีความรู้ในการที่จะโหลด (Load) แอปพลิเคชัน (Application) อีก จึงขอท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีเยียวยาเป็นเงินสดเถอะค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นภาระ ของประชาชน และไม่เป็นที่ครหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเอื้อประโยชน์ทางอ้อมกับนายทุน ทางด้านการสื่อสาร🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องการขยายเวลา ค่าตอบแทน อสม. เพิ่มเติมพิเศษเดือนละ ๕๐๐ บาท ซึ่งมีมติ ครม. จ่ายถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ จึงขอท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีจ่ายให้ อสม. เถอะค่ะ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ ก็ยังดี เพราะโควิด (COVID) ยังอยู่กับเราไปอีกสักระยะจนกว่าเราจะมีวัคซีนในการฉีดให้กับ ประชาชน ฝากท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ การระบาดรอบใหม่ของ โควิด (COVID) ไม่ได้เกิดจากประชาชนการ์ด (Guard) ตกแต่อย่างใด แต่เกิดจากหน่วยงาน ของรัฐบาลเองซึ่งจงใจปล่อยปละละเลย หรือจงใจจะหาผลประโยชน์ในการที่ไม่ถูกกฎหมาย ของรัฐบาล ซึ่งสร้างผลกระทบในการเกิดการระบาดครั้งนี้รุนแรงมากกว่าครั้งที่แล้ว ดังนั้น ในฐานะนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจึงต้องมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งถ้าเป็น ดิฉันเองดิฉันคงลาออกไปแล้วค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ จิตใต้สำนึกของคนเราไม่เหมือนกัน จึงฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีรีบเยียวยาประชาชนให้ทั่วถึงและเร่งรีบต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอันวาร์ ตามด้วยคุณจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมมีรูปประกอบด้วยนะครับ ขออนุญาตด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ผมมีเรื่องร้องเรียนกับท่านประธานที่พี่น้อง ประชาชนเขาฝากมา ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก คือเรื่องของน้ำกัดเซาะชายฝั่งตำบลตันหยงลุโละ ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากท่านนายกอัมรันต์กับทีมงาน อบต. ที่นั่น ในกรณีบ้านของคุณมามะ แล้วก็ ในเขตตลิ่งที่พังทั้งหมดเป็นแนวเขตค่อนข้างระยะยาว เขตตรงนี้ผมอยากจะให้ทางหน่วยงาน รีบไปดำเนินการโดยด่วนครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยปละอย่างน้อยไปเยียวยาเบื้องต้น เข้าไปเพื่อทำให้ในพื้นที่ตรงนั้นไม่เสียหายไปมากกว่านี้🔗

ในเรื่องที่ ๒ ก็คือในเรื่องของน้ำกัดเซาะตำบลบางเก่า อำเภอสายบุรี จากนายกโมฮามัดแผนดี ยูซง นะครับ ที่นี่บ้านเป็นหลัง ๆ ก็หายไปเหมือนกันครับ ขอให้ทาง หน่วยงานกระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการในภาวะของวิกฤติตรงนี้เร่งด่วน และในระยะยาว ถ้าจะมีโครงการอะไรเข้าไปก็ยินดีครับ ต้องเร่งด่วนแล้วก็ต้องรีบด้วยครับ🔗

ในเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของความเป็นอยู่ของพี่น้องที่อยู่ใน เขตพื้นที่อยู่ในเขตริมชายทะเล ท่านครับ ใน ๑ เดือนที่ผ่านมาเขาไม่สามารถที่จะออกไป ทำมาหากินได้นะครับ เนื่องจากมีพายุคลื่นลมแรง เขาออกมาวันนี้เป็นวันที่ ๕ ครับ แล้วก็ ปรากฏว่าก็มีวิกฤติอีกอย่างหนึ่งครับ เดิมเรามีโครงการดี ๆ ในเรื่องของปะการังเทียม ทำให้ ปลามีลูกมีหลานออกมาเยอะมาก ปลาที่หายไปแล้วกลับมา ปรากฏว่าวันนี้มีปัญหาอีกครับ เนื่องจากว่ามีคนบางกลุ่มไปใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ผิดกฎหมาย แล้วทำให้สัตว์น้ำ ต่าง ๆ หายไป เพราะว่ามันไปกินลูกหลานไปหมดเลยครับ นั่นก็คือเรียกว่าไอ้โง่ครับ ไอ้โง่นี่ มันทำให้พันธุ์ของสัตว์น้ำที่อยู่ใต้น้ำหายไปหมดเลย อย่างไรขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบ เข้มงวดกวดขันแล้วก็ตรวจจับดำเนินการให้เร็วที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ ตามด้วยคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน นะครับ เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก คือเรื่องของถนน และเรื่องที่ ๒ คือเรื่องขุดลอกแหล่งน้ำ🔗

อำเภอกันทรลักษ์ในจังหวัดศรีสะเกษนั้นมีถนนที่เชื่อมจากตัวอำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มาที่อำเภอกันทรลักษ์ผ่านถนนสายหมายเลข ๒๔ โชคชัย-เดชอุดม และเข้าตัวอำเภอกันทรลักษ์ และไปสุดที่เชิงบันไดเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นที่ของผามออีแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าถนนเส้นนี้ยาว ๙๙.๗ กิโลเมตร มีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการสัญจรไปมา ที่สำคัญก็คือถนนเส้นนี้ตัดกับถนนหมายเลข ๒๔ จากโชคชัย-เดชอุดม ซึ่งเป็นจุดที่จะต้องรอ ไฟเขียวไฟแดงยาวนานมาก จึงขอรับการสนับสนุนจากกรมทางหลวงทำสะพาน ซึ่งสะพาน ที่จะคร่อมจากจังหวัดศรีสะเกษ จากตัวจังหวัดมาที่อำเภอกันทรลักษ์ แล้วก็จะได้ลด การจราจรที่ไม่ต้องรอไฟเขียวไฟแดงซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าที่ผ่านมามีสะพาน จากถนนหมายเลข ๒๔ จากสี่แยกบ้านจานไปเดชอุดม สร้างคร่อมถนนจากตัวอำเภอ จากจังหวัดอุบลราชธานี จากเบญจลักษ์มากันทรลักษ์แล้ว เป็นตัวอย่างที่ทำให้ไม่มี การจราจรติดขัด ทำให้พี่น้องประชาชนได้ขอรับการสนับสนุนเรื่องสะพานตรงนี้ นอกจากนั้น ถนนเส้นนี้มีจุดที่สำคัญคือผ่านตัวอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งมีการจราจรติดขัดที่บริเวณ ศาลหลักเมือง แยกเมืองทองเป็นห้าแยก ตรงนี้ก็อยากให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณาแก้ไข ปัญหาจราจร และตรงสามแยกบ้านกระแชงก็อุบัติเหตุเกิดบ่อยมากนะครับ ก็ขอรบกวน ในเรื่องของถนนเส้นนี้🔗

จุดที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนจากหมายเลข ๒๔ ก็คือทางกลับรถ พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก เพราะจุดกลับรถนั้นห่างมากประมาณ ๔ กิโลเมตร พี่น้องที่อยู่จากอำเภอ กันทรลักษ์ก็คือบ้านศรีอุดม บ้านตระกาจก็ดี หรือบ้านกระแชงก็ดีนะครับ🔗

อันที่ ๒ คือเรื่องแหล่งน้ำขอให้ขุดลอกแหล่งน้ำที่ตำบลสังเม็ก จากท่าน กำนันนิคม ห้วยเสือกระบือครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านยศวัฒน์ ตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตที่ ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีครับ ตามที่ผมแล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ ท่านได้ดำเนินการแล้วก็ติดตามเรื่องปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งตามมานาน บางท่านหลายยุคหลายสมัยแล้วก็หลายปี ที่ผ่าน ๆ มารวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน แล้ววันนี้ ผมก็อยากจะทวงถามฝากท่านประธานไปยังกรมที่ดิน แล้วก็เจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนว่าวันนี้กรมที่ดินนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินลงไปสำรวจอีกแล้วครับ ณ อำเภอพนมทวน อันนั้นเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางกรมที่ดินนั้นได้ลงไปดำเนินการ แต่ขณะเดียวกันครับ ประชาชนบอกว่ามาให้ความหวังเราอีกแล้วหรือครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมเลยอยากจะฝากท่านประธานครับว่าในการสำรวจของกรมที่ดินในการพิสูจน์สิทธิ ที่ผ่าน ๆ มา มันมีความชัดเจนเกิดขึ้นแล้วครับ โดยผมได้ข้อมูลมาจากกรมที่ดินนะครับว่า เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ นั้น ได้มีการสรุปข้อมูลในการพิสูจน์สิทธิที่เสร็จสิ้นแล้ว เช่นอำเภอพนมทวนได้มีการยื่นขอให้พิสูจน์สิทธินั้น ๖,๘๗๐ แปลง แล้วก็ที่พิสูจน์เสร็จสิ้น สามารถพร้อมที่จะออกโฉนดได้ ๔,๒๐๔ แปลงครับ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานว่า วันนี้จะยังต้องสำรวจไปเพื่ออะไรอีก เพื่อจะดึงหรือเพื่อจะอย่างไร โดยเฉพาะสถานการณ์ ในช่วงนี้ครับ ผมจะฝากท่านประธานครับว่ายุคโควิด (COVID) ชาวไร่ชาวนาที่ทำกินนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญ เขาไปทำกินในที่ดินที่เขาทำมาโดนข้อหาบุกรุก และขณะเดียวกันครับ ในโควิด (COVID) แห่งนี้ เขาไปรับจ้างทำนาก็ทำไม่ได้ เพราะมติ ครม. ไม่สามารถที่จะส่งน้ำ สนับสนุนน้ำให้ทำนาปรัง เพราะฉะนั้นอยากจะวอนขอท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ทำเถอะครับ ด้วยความจริงใจและให้มัน จบที่สภารุ่นเราเถอะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านศักดินัย ตามด้วยท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี นะครับ เชิญครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขอนำประเด็นของจังหวัดตราดมาหารือต่อท่านประธาน ผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ เพื่อที่จะบอกกล่าวถึงประเด็นภาคธุรกิจที่สำคัญของจังหวัดตราด นอกเหนือจากภาคเกษตรแล้ว นั่นก็คือเรื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวครับ เกาะช้าง เกาะกูดนั้นสร้างรายได้ให้กับ จังหวัดตราดไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ แต่ว่าในช่วงโควิด (COVID) ๒ รอบ ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผู้ที่ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก อยู่ในภาวะที่มีความยากลำบากของการที่จะได้ดำเนินธุรกิจนั้นต่อไปนะครับ จึงอยากที่จะ เรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยผลักดันโครงการสำคัญนะครับ ในการที่จะสร้างโครงสร้าง พื้นฐานที่สำคัญ ในการที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับจังหวัดตราดในเรื่องของด้านการท่องเที่ยว โครงการที่สำคัญ ก็คือ🔗

๑. ก็คือโครงการสร้างถนนรอบเกาะช้าง ซึ่งยังขาดอยู่เพียงแค่ ๑๒-๑๓ กิโลเมตร เท่านั้นเองครับท่านประธาน🔗

๒. อีกโครงการหนึ่งครับ ก็อยากที่จะให้รัฐบาลได้ทำโครงการสร้างสะพาน ข้ามเกาะช้างครับ จากอำเภอแหลมงอบสู่อำเภอเกาะช้างนะครับ เพื่อที่จะสนับสนุน เรื่องของการท่องเที่ยวให้ไปมาได้สะดวกนะครับ🔗

๓. ก็คือเร่งดำเนินโครงการสร้างให้มีการเปิดด่านผ่านแดนถาวรที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัดครับ🔗

ทั้ง ๓ โครงการนี้หากทำได้สำเร็จก็จะเป็นการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของ จังหวัดตราดที่ซบเซาจากภาวะโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ก็เลยอยากที่จะให้รัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์นั้นได้กระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นฐานรากสำคัญในการที่จะสร้างรายได้ให้กับคน ในจังหวัดตราดครับ ทั้ง ๓ โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าจะทำให้คนตราดนั้น กลับมามีลมหายใจ กลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้งครับ ก็อยากที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดผลักดันโครงการทั้ง ๓ โครงการนี้ที่ผมได้กล่าวในสภาแห่งนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรุ่งโรจน์ครับ ตามด้วยท่านกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เชิญครับ🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนเซาะกราว ผ้าภูอัคนี ผ้าไหมไผทรวมพล เขื่อนลำนางรอง ทุเรียน น้ำแร่ ภูเขาไฟ ขอนำปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องช่องตะโก ช่องตะโกบนทางหลวง หมายเลข ๓๔๘ ระยะทางแค่ ๓.๒ กิโลเมตรเท่านั้น ลักษณะทางคดเคี้ยวไปมา ถนนกว้าง แค่ ๖ เมตร ไม่มีไหล่ทาง ถนนแคบมาก ๆ อุบัติเหตุเกิดขึ้นแทบทุกวัน ยิ่งช่วงเทศกาล ไม่ต้องพูดถึง เป็นเส้นทางโลจิสติกส์ (Logistics) รถและรถบรรทุกเยอะมาก ช่องตะโก เป็นประตูสู่ภาคอีสาน เชื่อมภาคอีสานตอนล่างกับภาคตะวันออก ช่องตะโกเป็นช่องที่มี ความสำคัญอย่างยิ่งกับพี่น้องภาคอีสาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว ได้ส่งหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๔-๕ รอบแล้วครับ เพื่อขอเข้าไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอ (EIA) แต่ยังไม่เคยได้รับคำตอบเลย ขอคำตอบจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด้วยครับ ชีวิต ความปลอดภัยและทรัพย์สินของพี่น้องเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง วันนี้ชาวบ้านจะทนไม่ไหวแล้วครับ กราบขอความเมตตาจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเข้าไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอ (EIA) ช่องตะโกเร่งด่วนด้วยครับ ขอคำตอบครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ ขอถนน ๔ เลน (4 Lane) ปรับปรุงย่านชุมชน สาย ๒๑๒๐ ละหานทราย-โนนดินแดง ๔ เลน (4 Lane) สาย ๓๔๘ แยกส้มป่อย เทศบาลตำบลโนนดินแดง หนองเสม็ด ๔ เลน (4 Lane) อำเภอละหานทราย อำเภอบ้านกรวด ๔ เลน (4 Lane) ปรับปรุงย่านชุมชนสาย ๒๒๔ ตำบลหนองตะครอง ขอ ๔ เลน (4 Lane) ปรับปรุงย่านชุมชน สาย ๒๒๔ อำเภอปะคำ อำเภอเสิงสาง ๔ เลน (4 Lane) ปรับปรุงย่านชุมชน แยกตะโก ๒๔ ตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และตาเป๊ก อำเภอละหานทราย ส.ส. รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซาะกราว เพื่อพี่น้องบ้านเรา กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกฤษฎา ตามด้วยท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ🔗

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับเรื่อง ๓ เรื่องดังนี้นะครับ ที่จะหารือท่านประธานครับ🔗

ที่บ้านปากสวย หมู่ ๖ ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ในทุกฤดูฝนและฤดูน้ำหลาก ตลิ่งริมแม่น้ำสวยจะเกิดการสไลด์ (Slide) ของหน้าดิน และการทรุดตัวของตลิ่ง สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรและบริเวณที่อยู่อาศัยของ ประชาชนในพื้นที่ โดยช่วงที่ ๑ เริ่มจากหลังประตูระบายน้ำ ลำน้ำสวย แม่น้ำสวย จนถึง สะพานข้ามแม่น้ำสวย เป็นระยะทางประมาณ ๘๐๐ เมตร ช่วงที่ ๒ จากสะพานข้าม แม่น้ำสวย จนถึงแม่น้ำโขง ระยะทาง ๑,๕๐๐ เมตร ซึ่งปัจจุบันการทรุดตัวเริ่มเข้าใกล้ ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนเข้าไปทุกที เกรงว่าถ้าไม่เร่งรีบเข้าแก้ไข อาจทำให้เกิด ความเสียหายรุนแรงทั้งกับที่อยู่อาศัยและชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ บ้านสันติสุข หมู่ ๗ ตำบลสีกาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันทางเข้าบ้านสันติสุข บริเวณปากทางเข้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสีกาย มีสภาพเป็นถนนลูกรัง ประชาชนได้ทำการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด ซึ่งบางครั้งก็เกิด ฝุ่นละออง ทำให้ประชาชนในพื้นที่รวมถึงผู้ไปมาบริการสาธารณสุขของทางโรงพยาบาล และเป็นหลุมเป็นบ่อในช่วงที่มีฝนตก เป็นอันตรายกับประชาชนที่สัญจรไปมา และทำให้เกิด อุบัติเหตุหลายครั้ง🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากนายสงกรานต์ พรหมหิตา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองหมี เรื่องโครงการลานวัฒนธรรม เขื่อนป้องกันตลิ่งที่บ้านเมืองหมี หมู่ ๑ ตำบลเมืองหมี อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย สืบเนื่องมาจากการที่จังหวัดหนองคายมีเนื้อที่ติดริมแม่น้ำโขง และบางพื้นที่เป็นแหล่งชุมชน การสร้างลานวัฒนธรรมและเขื่อนป้องกันตลิ่งจึงมีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัย ในการกัดเซาะของแม่น้ำ อีกทั้งประชาชนยังสามารถได้ประโยชน์จากลานแห่งนี้นะครับ จึงฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณรังสิมา ตามด้วยท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และหัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดสมุทรสงคราม พาณิชย์จังหวัด สมุทรสงคราม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ช่วยกันแก้ปัญหาส้มโอล้นตลาดที่ประสบ ความสำเร็จ ซึ่งสามารถกระจายส้มโอออกไปสู่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แต่ว่าถ้าพี่น้อง ประชาชนชาวสวนส้มโอยังมีปัญหาไม่สามารถที่จะกระจายสินค้าได้ก็ขอให้ร้องเรียนมาที่ ส.ส. รังสิมา แล้วก็ที่ไปรษณีย์ แล้วก็ที่พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงครามนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้น้ำเค็มหนุนสูงขึ้นทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน เพราะว่าตอนนี้ลิ้นจี่กำลังจะติดดอกแล้วจะเป็นผล แต่ว่าน้ำทะเลหนุนทำให้มีความเค็มมากขึ้น มันก็จะร่วงหมด เพราะฉะนั้นก็จะให้ชลประทานปล่อยน้ำจืดลงมาไล่น้ำเค็มนะคะ แต่ปัญหา ระยะยาวดิฉันก็อยากให้ทางชลประทานช่วยแก้ปัญหาสร้างประตูระบายน้ำที่สามารถช่วย แก้ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำในจังหวัดสมุทรสงครามอีกหลายประตู อย่างเช่น ประตูตรงคลอง มอบลัด ประตูตรงคลองตรง ประตูคลองใหม่วัดศรีสุวรรณ ประตูคลองตะเคียน ประตู วัดประชาโฆสิตาราม คลองหัวกวด คลองตาหลำ คลองประดู่ แต่ว่าในจังหวัดยังแก้ไม่ได้ ต้องมีจังหวัดข้างเคียงคือจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดเพชรบุรีด้วย คือคลองสุนัขหอน ของจังหวัดสมุทรสาคร ให้สร้างทุกประตูจะแก้ปัญหาได้ ก็ฝากด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญอนุรักษ์ครับ ตามด้วยคุณปัญญา จีนาคำ ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงบริษัทไฟแนนซ์ ดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. มีนา แคปปิตอล ๒. เกียรตินาคิน ๓. เอเชียเสริมกิจ ๔. มิตรสิบ ๕. โตโยต้า ลีสซิ่ง และขอท่านประธานผ่านไปถึง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้ลดเงินต้นและดอกเบี้ยในการผ่อนชำระหนี้งวดรถแท็กซี่อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ในวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งปีแรกและปีที่ ๒ คือในปัจจุบันนี้ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากนายเกรียงไกร แก้วเกตุ ประธานสมาพันธ์แรงงานแท็กซี่ไทย คือผู้ประกอบการรถยนต์ รับจ้างสาธารณะรายบุคคล ไม่ได้เป็นสหกรณ์นะคะ รายบุคคล แท็กซี่กว่า ๒,๐๐๐ คัน เลยทีเดียวค่ะ วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ปีที่ ๒ ความเดือดร้อนของพี่น้องแท็กซี่ ท่านประธานทราบไหมคะว่าต้องเรียนว่าสาหัสสากรรจ์มากกว่าที่เราคิด คนหาเช้ากินค่ำ เดือดร้อนทั่วหัวระแหงทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูแล เรื่องการผ่อนรถแท็กซี่ส่งน้อยลง ดอกเบี้ยน้อยลงไม่ควรเก็บซ้ำเก็บซ้อน นั่นคือเครื่องมือ ทำมาหากินของผู้ขับรถแท็กซี่ค่ะ ท่านประธานคะ หากรถแท็กซี่ถูกยึดไป ๒,๐๐๐ กว่าคัน เครื่องมือทำมาหากินหายไป หายไปกับดอกเบี้ยที่คิดซ้ำคิดซ้อน ชีวิตประชาชนคนขับรถแท็กซี่ จะทำอย่างไร ครอบครัวจะอยู่อย่างไร ดิ้นรนอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากความตาย ดังนั้นแล้ว การทำนาบนหลังคนคือดอกเบี้ยมหาโหด รัฐบาลควรมีบทลงโทษการเก็บภาษี การเก็บ ดอกเบี้ยซ้ำ ดอกเบี้ยซ้อน เพื่อผ่อนร้อนเป็นเย็น ดิฉันขอส่งหนังสือถึงท่านประธานด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ คุณปัญญาครับ ตามด้วยคุณธนภร โสมทองแดง นะครับ🔗

นายปัญญา จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปัญญา จีนาคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่าน ๑ เรื่อง ความจริงแล้วเรื่องนี้ผมได้หารือมาครั้งหนึ่งแล้ว จนกระทั่งขณะนี้ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็คือเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเช่นเดิม เนื่องมาจากอ่างเก็บน้ำม่วงก๋อน อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านอาจจะไม่เคยไปที่แม่ฮ่องสอน อ่างเก็บน้ำนี้ถ้าสร้างเสร็จเรียบร้อย จะจุน้ำได้ ๑.๑๖ ล้านล้านลูกบาศก์เมตร เนื้อที่รับประโยชน์ ๑,๗๐๐ ไร่ ประชากรอยู่อาศัย จะได้รับประโยชน์ ๔๕๐ ครอบครัว เหตุเกิดที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเมื่อปี ๒๕๔๖ เกิดอุทกภัยร้ายแรงที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่าสิ่งของ ข้าวของต่าง ๆ เสียหาย ผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลต้องไปตั้งธนาคารชั่วคราวขึ้นที่ อำเภอปายทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือจุนเจือประชาชนที่แม่ฮ่องสอนให้ลุล่วงไปด้วยดี หลังจากนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีโครงการว่าเราจะต้อง แก้ไขปัญหานี้อย่างถาวร คำว่า ถาวร ก็คือไม่ให้คนเสียชีวิต ให้คนอยู่กับป่าได้ ให้ป่าอยู่กับ คนได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในพื้นที่นี้คือมี ๓ หน่วยงานด้วยกัน หน่วยงานแรก ก็คือกรมป่าไม้รับผิดชอบ ๓๓๖ ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๓๓ ไร่ ดำเนินการ ยังไม่เสร็จปีนี้เข้าปีที่ ๑๘ แล้ว เมื่อไรจะเสร็จหรือว่าจะให้ชาวบ้านเหมือนเดิมเสียก่อน ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธนภร ตามด้วยคุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี ท่านประธานคะ ดิฉัน ได้รับร้องเรียนจากตำรวจชั้นผู้น้อยได้รับผลกระทบ มีการทุจริตเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ออกปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมา ดิฉันติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ไม่คิดว่าจะมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นในวงการสีกากีนะคะ โดยปลายปีที่ผ่านมานั้นดิฉันได้รับ ร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้หัวหน้าพรรคของดิฉันช่วยเหลือนะคะ ดิฉันมั่นใจว่า ตำรวจกลุ่มนี้ได้รับความเดือดร้อนมิฉะนั้นคงไม่ออกมาร้องเรียนทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการร้องเรียนนั้น จะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานนะคะ ตำรวจกลุ่มนี้มีความหวังจากเบี้ยเลี้ยงโควิด (COVID) เพื่อจะไปเยียวยาครอบครัวได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณเบี้ยเลี้ยงโควิด (COVID) ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อตอบแทนกำลังพล จ่ายค่าเชื้อเพลิงและค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ บางรายได้รับเบี้ยเลี้ยงไปแล้วแต่ต้องทอนคืน บางรายได้รับไปแล้วแต่ไม่ครบ บางรายไม่เคย ปฏิบัติหน้าที่แต่ได้รับค่าเบี้ยเลี้ยง ท่านประธานคะ ในกรณีดังกล่าวนี้พี่น้องตำรวจได้รับ ผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค ๑ ถึงภาค ๙ รวมทั้งตำรวจ หน่วยอื่น ๆ นี่ยังไม่รวมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองซึ่งไม่กล้าออกมาร้องเรียนเพราะเกรงว่า จะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน การทุจริตนั้นน่าจะทุจริตที่ใดที่หนึ่งแต่ข้อสังเกตของดิฉันว่า การทุจริตนี้พี่น้องตำรวจได้รับผลกระทบในภาพรวมหรือว่าเป็นนโยบายของผู้บริหาร ใน ตร. นะคะ จเรตำรวจแห่งชาติได้ตั้งกรรมการตรวจสอบไม่ทราบว่าได้ตรวจสอบไปถึง ขั้นตอนไหนแล้ว ขอให้ออกมาชี้แจงให้พี่น้องประชาชน และพี่น้องตำรวจได้รับทราบนะคะ ขอฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ขอให้ เร่งรัด ตรวจสอบ กำชับ ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจของตำรวจชั้นผู้น้อย ดิฉันหวังว่าค่าเบี้ยเลี้ยงโควิด (COVID) ในรอบนี้พี่น้องตำรวจจะไม่ถูกปล้นเหมือนรอบ ที่ผ่านมา ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศิริพงษ์ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา นะครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ เขตหนองจอกมีพื้นที่กว้างถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีถนนอยู่หลายสาย แต่สายที่สำคัญ ๆ จะมีอยู่ประมาณ ๔ สาย ด้วยกัน นั่นก็คือในช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงเช้า ช่วงหน้าสำนักงานเขตหนองจอก ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

หน้าสำนักงานเขตหนองจอกจะมีรถ ประมาณสัก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คันที่มาวิ่งผ่าน จะมีสถานที่สำคัญ ๆ หลายสถานที่ ศูนย์เด็กอ่อนก่อนวัยเรียน โรงเรียนหลายโรงเรียน สำนักงานเขตหนองจอก ตลาด โรงพยาบาล ธนาคาร เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหารถติดในช่วงเช้า ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร รถติดประมาณ ๑ ชั่วโมง ซึ่งถนนเป็นสภาพคอขวดที่พี่น้องเดินทางมาจากถนนสุวินทวงศ์ เชื่อมสัมพันธ์ เลียบวารี มิตรไมตรี เข้ามาสู่ถนนหน้าสำนักงานเขตหนองจอกเพียงเส้นเดียว ซึ่งเป็นคอขวด เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานในเรื่องของการสร้างสะพานลอยเพื่อยกระดับ ข้ามระหว่างถนนมิตรไมตรีกับถนนเชื่อมสัมพันธ์ แล้วก็ถนนคู้ขวา ถนนสังฆสันติสุข ตรงนี้ ก็จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ประหยัดระยะเวลาอย่างมากมายนะครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็เร่งด่วนสำหรับเขตหนองจอก จังหวัดกรุงเทพมหานคร หนองจอกบ้านนอกกรุงเทพฯ นะครับ ต้องแก้ปัญหารถติดแยกหนองจอกต้องทำสะพานลอย ฝากท่านประธานที่รักแล้วก็เคารพของกระผมด้วยผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบตรงนี้ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพพล เหลืองทองนารา แล้วก็ตามด้วยท่านสัณหพจน์นะครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรกก็คือจะขอให้โครงการส่งน้ำ โครงการพลายชุมพล สำนักงาน ชลประทานที่ ๓ จังหวัดพิษณุโลกได้ก่อสร้างประตูน้ำในคลองซี ๙/๒ (C 9/2) นะครับ เพราะปัจจุบันนั้นในคลองซี ๙/๒ (C 9/2) ไม่มีประตูน้ำจะต้องอาศัยน้ำจากคลองซี ๙/๑ (C 9/1) ซึ่งประชาชนนั้นก็จะต่อท่อ ขุดท่อลอดใต้ถนนเพื่อนำน้ำมาสู่คลองซี ๙/๒ (C 9/2) เพราะฉะนั้นก็ขอให้สำนักงานชลประทานที่ ๓ ของโครงการพลายชุมพลได้ก่อสร้างประตูน้ำ ที่บริเวณคลองซี ๙/๒ (C 9/2) ซึ่งจะได้ดึงน้ำโดยตรงมาจากคลองซี ๙ (C 9) บริเวณหมู่ ๗ ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วตั้งใจจะขอในเรื่องน้ำทำนานะครับ น้ำนาปรัง เพราะสงสารชาวบ้านมาก หรือแม้แต่กระทั่งว่าการแนะนำจากทางราชการให้ปลูกพืช น้ำน้อยอย่างเช่นข้าวโพดนี่นะครับ ผมเองก็จะมาขอน้ำให้เขา ราชการเป็นคนแนะนำราษฎร ให้ปลูกอย่างนั้นปลูกอย่างนี้ แต่ว่าไม่มีอะไรที่รองรับเขาเลย นั่นหมายความว่าแม้กระทั่ง ข้าวโพดซึ่งให้น้ำไม่มากนี่นะครับทุกวันนี้ข้าวโพดแทบจะแห้งเหี่ยวตาย ถ้าจะให้น้ำเขา นี่นะครับก็ปล่อยมาแค่ ขออนุญาตเถอะครับ ถ้าชาวบ้านเรียกก็คือปล่อยน้ำมาในคลองแค่ ท่วมหลังเท้าแล้วก็ให้ราษฎรสูบเป็นทอด ๆ บางที ๕ ทอด ๖ ทอด ได้น้ำออกมาหน่อยเดียว เขาก็พยายามทำกัน เพราะฉะนั้นนี่นะครับซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีผมก็ไม่ว่าก็ต้องจนแต้มละครับ ทำอย่างไรได้ แต่ว่าก็ขอให้พืชน้ำน้อยให้ทางราชการได้ดูแลด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ระดับน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนสิริกิติ์มาจนถึงเขื่อนนเรศวร ผมเองแล้วก็ชาวบ้านหลายคนก็สงสัย ว่าบางครั้งมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์มาวันหนึ่ง ๑๗ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ว่าอีก ๓ วัน ต่อมาน้ำท้ายเขื่อนนเรศวรนี่นะครับมีการปล่อยออกแค่ประมาณ ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถามว่า ๗ ล้านลูกบาศก์เมตรมันหายไปไหน ไม่มีทางที่จะระเหยไปด้วยจำนวน ๗ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันหรอกครับ เพราะฉะนั้นนี่ถ้ามีการลักลั่นกันในการเพาะปลูก สำหรับเกษตรกรนี่ผมว่าไม่ยุติธรรมนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัณหพจน์ ตามด้วยคุณมนพร เจริญศรี นะครับ เชิญครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ครับ วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งวงจรปิดซีซีทีวี (CCTV) ติดตั้งตรวจสอบวงจรปิดในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีอาชญากรรมเยอะเพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานง่ายในการสืบสวน สอบสวน ติดตาม ขอให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมช่วยพิจารณาเรื่องนี้ ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งของอำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ระโนด ปัตตานี เมื่อสักครู่ที่มาด้วยเหมือนกันนะครับ ตอนนี้ตั้งแต่แหลมตะลุมพุก มาจนถึงอำเภอหัวไทรในเขตรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า แล้วก็มาในส่วนของโยธาธิการและ ผังเมือง ไม่ว่างบประมาณจะอยู่ที่ส่วนใดก็ตามที่โยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าท่าก็ตาม ขอให้แบบที่ออกมาเป็นแบบเดียวกันครับ เพื่อพี่น้องประชาชนในอำเภอเดียวกันจะได้ไม่ต้อง มีคันหินกันกัดเซาะชายฝั่งที่แตกต่างกันนะครับ เพราะพี่น้องที่เป็นประมงพื้นบ้านเขาต้อง ดำเนินชีวิตใช้เรือเข้าออก แล้วก็มีพื้นที่ทรายให้กับชายฝั่งทะเลเหมือนกันครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้องค์การตลาดเพื่อการเกษตร อ.ต.ก. พิจารณาตั้งตลาด เพื่อการเกษตรในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังที่เป็น แหล่งผลิตของพี่น้องเกษตรกรที่ผลิตไปนะครับ หากเกิดปัญหาเหมือนในช่วงที่ผ่านมาปัญหา ของโควิด (COVID) ทำให้เกิดการขนส่งลำบาก ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความลำบาก ในการที่จะส่งไปยังตลาดที่ข้ามไปยังจังหวัดสงขลาและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในขณะที่จังหวัด นครศรีธรรมราชเป็นเมืองใหญ่ขอให้มีพื้นที่เพื่อตลาดเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมนพร ตามด้วยคุณสรชัด สุจิตต์ เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรกค่ะ ขอภาพ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ตามรูปภาพนะคะท่านประธานเป็นรูปของ การขุดบ่อน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ไปขุดเจาะไว้บริเวณวัดพระธาตุ โพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยโครงการได้ระบุว่าเป็นโครงการพัฒนา บ่อน้ำบาดาล เนื่องจากการพัฒนาระดับชุมชน ซึ่งวันที่ขุดเจาะไปเสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓ แต่ขณะนี้หลังจากไปขุดเจาะไว้ทางวัดก็สงสัยว่าเป็นการขุดเจาะเพื่อศึกษา หรือว่าเรียนรู้ แต่ขณะที่ตอนไปติดต่อในการขุดเจาะนั้นเจ้าอาวาสแจ้งว่าต้องการขุดเจาะนี้ เพื่อมีการใช้น้ำอุปโภคบริโภค ก็ปรากฏว่าระยะเวลาเกือบ ๑ ปีแล้วก็ยังไม่มีการมาเปิดใช้น้ำ ทางวัดนี่ติดต่อไปที่หน่วยงานก็ไม่ได้รับการติดต่อมานะคะ ทางเจ้าอาวาสก็ได้ทำเรื่องถึงดิฉัน ว่าฝากเรื่องนี้ไปให้หน่วยงานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ลงไปแก้ไขเพื่อจัดหาถังน้ำ แล้วก็ ท่อน้ำให้ทางวัดสามารถใช้งานได้ค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะในพื้นที่ของจังหวัดนครพนมค่ะ ขณะนี้ในยุคที่มี สถานการณ์โควิด (COVID) โรงเรียนทั้งหลายเดือดร้อนค่ะ เนื่องจากจะต้องมีการสอน ออนไลน์ (Online) ความเท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนในต่างจังหวัดกับโรงเรียน กรุงเทพฯ ไม่เหมือนกัน ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการจะออกโครงการว่าจะมีการจัดการเรียน การสอนออนไลน์ (Online) แต่ความไม่พร้อมของโรงเรียนต่างจังหวัดค่ะ ขณะนี้พ่อแม่ ผู้ปกครองก็จะต้องจัดหาอุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือ หรือว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือว่า แท็บเล็ต (Tablet) ให้ลูกเรียน แต่ขณะเดียวกันทางโรงเรียนเองขณะนี้คุณครูต้องจัดหาผ้าป่า เพื่อการกุศล เรี่ยไรเงินผู้ปกครองทั้งหลายเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต (Internet) สายต่อต่าง ๆ ดิฉันขอฝากให้กระทรวง ศึกษาธิการได้มีการสำรวจแล้วก็จัดหาวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ลงไปให้โรงเรียนดังกล่าวต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสรชัด ตามด้วยนางสาวชนก จันทาทอง นะครับ เชิญครับ🔗

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ผมเองนั้นก็มาขอร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรไม้ผล ขอภาพด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

นี่คือสภาพของต้นมะม่วงที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้กำลังยืนต้นตายเพราะขาดน้ำในการเกษตร ซึ่งผมเองนั้น ก็ขออีกภาพหนึ่งครับ มี ๒ ภาพนะครับที่เข้ามา ได้ยืนต้นตาย ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังมีสวนมะม่วงอีกหลายแห่งนะครับ ขอภาพถัดไปเลยนะครับ อันนี้ครับ คลองต่าง ๆ ที่เป็นคลองท้องร่องในสวนมะม่วงนะครับ ซึ่งตอนนี้แห้งแล้งมาก ไม่มีน้ำ มะม่วงก็ได้รับความเดือดร้อน ท่านครับ มะม่วง ณ ที่แห่งนี้ ในพื้นที่ตรงนี้เองก็คือใช้น้ำจากคลอง ๑ ซ้าย ๑ ซ้ายของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ของโพธิ์พระยา ซึ่งในคลองแห่งนี้ลักษณะท้องคลองค่อนข้างจะเป็นคลองสูง แล้วมีพื้นที่ การเกษตรโดยเฉพาะสวนมะม่วงเป็นพืชอันสำคัญ และพื้นที่แห่งนี้ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วยังเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรอื่นอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ซึ่งในคลองตรงนี้ ท้องคลองค่อนข้างจะสูง ตอนนี้ในปัจจุบันขอเร่งด่วนนะครับ คือขอให้ทางกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วยดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำได้สูบน้ำช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรสวนมะม่วงด้วย แล้วนอกจากนั้นก็คือในระยะยาวนะครับ เพราะว่าในคลอง ตรงนี้ได้รับความเดือดร้อนมาเป็นระยะเวลาค่อนข้างจะนานแล้วก็ทุก ๆ ปีเลยนะครับ ที่เป็นแบบนี้ จึงอยากจะขอสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้าบริเวณปากคลองหนึ่งซ้ายหนึ่งซ้ายของโครงการโพธิ์พระยาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณชนก ตามด้วยคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก โรงเรียนมัธยมขนาดเล็กไม่เคยได้รับการดูแลค่ะ ดิฉันได้รับ การร้องทุกข์จากผู้นำชุมชน ผู้ปกครองในตำบลเซิม อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ถึงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนมัธยมประจำตำบลว่าไม่ได้รับงบประมาณก่อสร้าง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมามากกว่า ๔๐ ปีแล้วค่ะ ปัจจุบันนี้โรงเรียนนี้มีการเรียนการสอน ในระดับ ม. ๑ ถึง ม. ๖ มีจำนวนนักเรียนประมาณ ๖๐๐ คน แต่ในอดีตที่ผ่านมาเคยมี นักเรียนมากถึง ๑,๐๐๐ คน จำนวนนักเรียนลดลงทุกปีค่ะ ด้วยสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ไม่เอื้อ ไม่สร้างแรงจูงใจให้เด็กและเยาวชนเรียนโรงเรียนใกล้บ้านค่ะ ดิฉันจึงนำเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ให้เข้าไปช่วยดูแลและแก้ไขปรับปรุง ให้สภาพโรงเรียนเหมาะแก่การเรียนการสอนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เปลี่ยนถนนในหมู่บ้าน จากถนนลูกรังให้เป็นถนนคอนกรีต ดิฉัน ได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนจำนวน ๒ หมู่บ้าน ๑. บ้านพรพระธาตุ ๒. บ้านเวิน ของตำบลชุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ถึงสภาพถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบัน ยังเป็นถนนลูกรังค่ะ ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงนำเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ ให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนของดิฉันดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวัชรพล ตามด้วยคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ นะครับ เชิญครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องที่จะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ ผมมีความคิดที่อยากจะนำเสนอแนวคิดที่ผมเองกับผู้นำท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือเป็นความตั้งใจจริงที่ผมขอชื่นชม ก็คือท่านผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินของเรา สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่เกิดขึ้น ในวันนี้ซึ่งผ่านมาเป็นระยะเวลาปีเศษ ต้องยอมรับว่าพี่น้องประชาชนทั้งโลก และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง และท่านประธานพยายามหาช่องทาง ในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน และในขณะนี้เช่นกันครับ ก็มีโครงการเราชนะ ซึ่งจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ประมาณ ๓๑.๑ ล้านคน แต่สิ่งหนึ่งที่ทางท้องถิ่นเอง และผมเองมีแนวคิดที่จะกราบฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยครับท่านประธาน วันนี้ท้องถิ่นทุกท้องถิ่นในประเทศไทยมีเงินสะสมประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และในขณะเดียวกันก็มีเงินทุนสะสม ซึ่งเงินเหล่านี้โดยปกติก็ไม่ได้ใช้อะไรเลยครับ ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็อยากที่จะเห็นการใช้เงินตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ในช่วงภาวะ วิกฤติที่เกิดขึ้น แต่ระเบียบว่าด้วยการใช้จ่ายเงินสะสมมันไปติดขัด ทางท้องถิ่นต่าง ๆ ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ผมจึงอยากจะกราบฝากไปถึงรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยครับ ว่าในขณะนี้เงินสะสมซึ่งไม่ต้องกู้เลย เป็นเงินที่ไม่ได้ใช้อะไรเลยครับ ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา เราสามารถที่จะนำเงินเหล่านั้นมาก่อให้เกิดประโยชน์ช่วยเหลือในสถานการณ์โควิด (COVID) ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำเงินนั้นมาเป็นค่าจ้างแรงงานให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการ ช่วยเหลือสนับสนุนในการพัฒนาในพื้นที่ สามารถจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ในโคราชบ้านผมนี่ครับมีเงินสะสมอยู่ประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ก็สามารถจะสร้างแรงงานในพื้นที่และก่อให้เกิดประโยชน์ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลครับ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและ เศรษฐกิจของประเทศ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวันนิวัติ ตามด้วยนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นะครับ🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๙ พรรคเพื่อไทยครับ มีเรื่อง หารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก คือขอให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนริมแม่น้ำชีซึ่งขาดจากการถูก น้ำกัดเซาะชั้นผิวดินใต้ชั้นคอนกรีตนะครับ บริเวณบ้านวังเวิน หมู่ ๘ ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอชนบท เส้นทางนี้เป็นทางสำคัญที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ใช้ดินทางสัญจร ใช้ลำเลียง ผลผลิตทางการเกษตรครับ สามารถใช้เดินทางไปยังบ้านชีกกค้อ บ้านเหล่าหว้า ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ได้ด้วยนะครับ เส้นทางดังกล่าวพังลงตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ปัจจุบันผ่านมา ๖ ปีครับ ผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้วยังเป็นเหมือนเดิมครับ ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ขยายถนนมิตรภาพเส้นคู่ขนานทางทิศตะวันตก ต่อเนื่องจาก บริเวณสี่แยกไฟแดงอำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยจะขอให้ขยายไปถึงโรงเรียนโนนศิลาวิทยาคมจนถึงโรงพยาบาลโนนศิลา ระยะทาง ประมาณ ๖๐๐ เมตรครับ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่ออำนวยความสะดวก ต่อนักเรียน ประชาชน บุคลากรครูและบุคลากรทางการแพทย์ครับ ขอฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ นะครับ ยังห่างไกล ความสะดวกสบาย ห่างไกลต่อเทคโนโลยี มีผู้สูงอายุ มีเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย จำนวนมากที่เข้าไม่ถึงโครงการมาตรการการเยียวยาของรัฐ ผมจึงอยากจะขอฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ผู้มีอำนาจในรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งถืองบกลางอยู่เป็นจำนวนมากนะครับ ขอให้ได้ทบทวนวิธีการและมาตรการการเข้าถึง ให้กับบุคคลเหล่านี้ด้วยนะครับ ขอให้เยียวยาให้ทั่วถึงครับ ฟังเสียงของพวกเขาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณไพลิน ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์และตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง ดิฉันเองขอหารือผ่านท่านประธานสภานะคะ เรื่องถนนสาย ๓๐๓ สามแยกพระสมุทรเจดีย์ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนสายทางยุทธศาสตร์ ซึ่งมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานค่ะ เช่น ที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์ กรมอู่ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริษัทเอกชนอีกมากมาย นอกจากนั้นยังเป็นเส้นทางหลัก ในการเดินทางของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอพระสมุทรเจดีย์ แต่ปัจจุบันเส้นทางนี้ ยังเป็นถนน ๒ ช่องจราจร ทำให้เกิดการคับคั่ง จราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประสบอุบัติเหตุ บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีน้ำท่วมขังในห้วงน้ำทะเลหนุนสูงตลอดทั้งปี ทำให้ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนในเรื่องเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนนะคะ ทั้งรถขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งถนนเส้นทางนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานเป็นเวลาหลายสิบปี ดิฉันได้หารือผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๖๒ ซึ่งระยะเวลาล่วงเลยเกือบ ๒ ปีแล้วก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้าในการพัฒนา และยังไม่มี คำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแผนการพัฒนาอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ดิฉันจึงขอ ทวงถามผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชนถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเป็นครั้งที่ ๒ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่าจะได้รับคำตอบในแผนงานโครงการ อย่างเป็นรูปธรรมในปี ๒๕๖๔ นี้ ดิฉันเองก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ ท่านสุดท้ายนะครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอหารือกับท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกรทั้งจังหวัดลพบุรีและทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในเขตไพศาลี อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ แต่พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตลพบุรีทั้งหมดในพื้นที่น้ำ ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโครงการพระราชดำริบ้านหมี่โมเดล🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ถ้าได้ดูภาพ ท่านจะเห็นว่าวันนี้ โครงการพระราชดำริบ้านหมี่โมเดลนั้นแหล่งน้ำจะมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ จะผ่านมาทาง อำเภอหนองม่วง ตำบลบ่อทอง ตำบลดงดินดำ ตำบลชอนสมบูรณ์ ตำบลยางโทน และตำบล ชอนสารเดช และอีกส่วนหนึ่งที่จากอำเภอโคกเจริญจะผ่านมาทางเขตตำบลหนองมะค่า วังม่วง ยางราก และอีกส่วนหนึ่งเขตอำเภอสระโบสถ์ก็จะมีตำบลมหาโพธิ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำ อยู่แล้วนั้นก็จะขยายให้มากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตอำเภอ โคกสำโรงนั้นจะผ่านดงดินแดง สะแกราบ เกาะรัง เกาะรังจะมีฝายชนะไทย ซึ่งเป็นเขื่อน กั้นน้ำอยู่ผุพังจนจะหมดแล้วครับไม่สามารถจะใช้งานได้ แล้วจะผ่านมาทางตำบลวังทอง ตำบลถลุงเหล็ก ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องนั้นกรุณาขุดหนอง คลอง บึง ลอกที่ตื้นเขิน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายใหญ่ ในขณะเดียวกันถ้าโครงการดังกล่าวบรรลุตาม เป้าหมายแล้วนั้น ถ้าไปดำเนินการพื้นที่ในเขตอำเภอบ้านหมี่ ทางเขตดงพลับ บางกะพี้ บ้านกล้วย บ้านทราย พุคา ท่านประธานที่เคารพครับอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ไปลอกหนอง คลอง บึง🔗

สุดท้ายขอขอบคุณชลประทานที่กรุณาได้ไปสร้างเครื่องระบายน้ำที่อำเภอ เขตมโนรมย์คือเรียกว่าชัยนาท-ป่าสัก วันนี้ได้ขอได้แนะนำไปแล้วชลประทานได้ไปจัดกำลัง ก่อสร้างอยู่ ในอนาคตข้างหน้าก็กราบเรียนว่าถ้าโครงการดังกล่าวนั้นบรรลุตามเป้าหมาย พี่น้องเขตอำเภอหนองม่วง อำเภอโคกสำโรง สระโบสถ์ โคกเจริญ บ้านหมี่ อำเภอเมือง ก็จะได้ประโยชน์สูงสุด และขณะเดียวกันในภาคกลางตอนล่างทั้งหมดก็จะได้โครงการน้ำ ดังกล่าว กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๑ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๓๐๘ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

เรียนท่านสมาชิกครับก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามนะครับ ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะคือบริเวณชั้น ๑ ห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะบริเวณชั้น ๑ นะครับ ควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและ กระทู้ถามทั่วไปตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะครับ🔗

ต่อไปผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถามสด ที่ ๑๐๗ ส. เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของ แรงงานจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) (นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน🔗

ขอเชิญ นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แล้วก็ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เชิญครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ดิฉันขอตั้งกระทู้สดถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ของแรงงานจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ดังนี้นะคะ🔗

จากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่อุบัติขึ้นในไทยเมื่อปีที่แล้วจนเกิด ผลกระทบต่อชีวิต เศรษฐกิจ สังคมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อลูกจ้าง เกิดภาวะว่างงาน จากมาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) ในปีที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ได้เยียวยาแก่ลูกจ้างที่ได้รับ ผลกระทบจากการที่ต้องปิดกิจการด้วยภาวะเหตุสุดวิสัย และจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่ที่มีผลกระทบต่อลูกจ้างเช่นกัน แม้ว่ารัฐไม่ได้สั่งปิดกิจการ แต่กิจการหลายแห่งจำต้องปิดกิจการทั้งชั่วคราวและถาวร ดิฉันขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า ท่านยังคงมีมาตรการเยียวยาผู้ว่างงานเหล่านี้อย่างไรบ้างคะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนะครับ จากคำถามที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามในเรื่องการเยียวยาผู้ใช้แรงงานที่เกิดผลกระทบ จากการแพร่ระบาดโควิด (COVID) ระลอกที่ ๒ ระลอกใหม่ ผมย้อนกลับไประลอกแรก ระลอกแรกนั้นเราได้ช่วยพี่น้องผู้ใช้แรงงานไป ๙๔๕,๐๐๐ คน ใช้เม็ดเงินจากกองทุน ประกันสังคมไป ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ธันวาคม ที่มีข่าวในการที่ ตรวจเจอเชื้อของกลุ่มแรงงานต่างด้าวหรือตลาดกลางกุ้งที่สมุทรสาคร ผมเองในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แล้วก็มีนโยบายจากรัฐบาลในการที่ดูแลช่วยเหลือพี่น้อง ผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ วันที่ ๒๐ เราได้มีการประชุมกับทางท่านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ของปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรมในกระทรวงแรงงาน วันจันทร์สำนักงานประกันสังคม บอร์ด (Board) ประกันสังคมก็มีการประชุมกันหารือเรื่องนี้นะครับ ก็มีมติให้ออก กฎกระทรวงในการช่วยเหลือลูกจ้าง โดยช่วยเหลือเยียวยา ชดเชย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จากเหตุหยุดงานจากเหตุสุดวิสัย (โรคระบาด) เช่นถ้าสถานที่โดนสั่งปิดโดยการควบคุม โรคของจังหวัด เช่นผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งควบคุมโรคในพื้นที่นี้ปิดกิจการ ผู้ใช้แรงงาน เหล่านั้นก็จะไม่มีรายได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่รัฐบาลตระหนัก แล้วก็ได้จ่ายชดเชย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นมีเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ได้รับครึ่งหนึ่งคือ ๗,๕๐๐ บาท ระยะเวลา ๙๐ วัน ในส่วนนี้นะครับ แล้วเราเองก็นึกถึงเงินสมทบอีก กับลูกจ้างที่ต้องจ่ายเงินสมทบให้กับกองทุนประกันสังคม ในอัตราร้อยละ ๕ ทางบอร์ด (Board) ก็ได้ลดเงินอัตราสมทบให้ลูกจ้างนั้นจ่ายแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๓ ในเดือนมกราคมนะครับ จริง ๆ แล้วเราให้จ่ายเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม แต่ว่าเราเห็นแล้วว่าการระบาดรอบนี้มีผลกระทบกับผู้ใช้แรงงาน เป็นส่วนใหญ่ในส่วนของพื้นที่ที่ควบคุม เราก็เลยแก้ มีการประชุมบอร์ด (Board) ของ ประกันสังคมล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๙ ให้ในส่วนของลูกจ้างนั้นจ่ายสมทบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงแค่ เดือนมกราคม ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมนั้นให้จ่ายจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๐.๕ เช่น จ่าย ๗๕๐ บาท ให้สมทบแค่ ๗๕ บาท ที่เหลือนั้นจะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันช่วยเหลือ ครอบครัวเพื่อพยุงให้ผู้ใช้แรงงานหรือลูกจ้างนั้นได้มีเงินส่วนหนึ่งที่มาหล่อเลี้ยงในส่วนนี้ครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตถามท่านประเด็น ต่อไปด้วยค่ะว่า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉันขอบคุณที่ท่านไม่ทอดทิ้ง ลูกจ้างผู้ใช้แรงงานนะคะ แต่ขณะเดียวกันมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการท่านมีหรือไม่ เพราะถ้านายจ้างหรือผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ ลูกจ้างก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน รบกวนท่านรัฐมนตรี ช่วยชี้แจงด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบคำถามเพื่อนสมาชิกว่า ในส่วนข้อแรกที่เราตอบไป คือในเรื่องของลูกจ้าง ในส่วนที่ถามต่อคือในส่วนของผู้ประกอบการหรือนายจ้างเป็นส่วนที่ สัมพันธ์กันที่กระทรวงแรงงานจะต้องดูแลทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ส่วนของนายจ้างนั้นเราเอง ตระหนักว่าระหว่างที่เกิดโควิด (COVID) ที่จังหวัดสมุทรสาครนั้น นายจ้างที่มีการตรวจ คัดกรองด้วยตัวเองใช้เงินตัวเอง เรามีความรู้สึกว่าเราควรจะต้องลงไปช่วยในส่วนของโรงงาน เพื่อให้เขาประกอบกิจการได้ เราไม่ต้องการให้สายการผลิตนั้นหยุดชะงัก เราไม่ต้องการให้ การแพร่ระบาดในโรงงานนั้นเกิดขึ้นเป็นทั้งโรงงาน เราเลยขอบอร์ด (Board) การแพทย์ของ สำนักงานประกันสังคมก็ได้อนุมัติให้โรงพยาบาลเอกชนในเครือของสำนักงานประกันสังคม ลงไปช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยลงไปตรวจคัดกรองโควิด (COVID) แบบพีซีอาร์ (PCR) ที่โรงงานนั้น ๆ โดยที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายคนงานต่างด้าวหรือคนงานไทยออกจากพื้นที่ไปตรวจ ที่อื่น เราเข้าไปตรวจเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ แล้วก็ทำให้ตลาดการค้าต่างประเทศ เขาก็ชื่นชมมาตรการดูแลควบคุมของรัฐบาลไทยที่ลงไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพราะว่า ปลายทางที่รับสินค้าก็มีความมั่นใจว่าโรงงานที่เขารับสินค้าอยู่ก็เป็นสินค้าที่ปลอดภัยแล้วก็มี การควบคุม คัดกรอง คัดแยกคนที่เจ็บป่วยออกจากโรงพยาบาลในส่วนนี้ เราเองนั้นลงไป ช่วยที่จังหวัดสมุทรสาครเราตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนนะครับ ซึ่งมีแรงงานต่างด้าว อยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีทางกระทรวงสาธารณสุข สสจ. จังหวัด หลายหน่วยงาน ในภาครัฐที่ระดมกันลงไปช่วย เราก็แบ่งงานกัน แบ่งหน้าที่การทำงานแบบบูรณาการกัน ในการลงไปช่วยในเรื่องนี้🔗

ในส่วนของนายจ้างอีกส่วนหนึ่งคือก่อนหน้านี้จะจำได้ว่าเรามีการปล่อย สินเชื่อให้กับนายจ้างในการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปฝากไว้ที่ธนาคาร เราเตรียมเงินไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ในส่วนนี้ก็มีการปล่อย ไปแล้วประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท รักษาการจ้างงานไว้เกือบ ๔๐,๐๐๐ คน ในส่วนนี้ เราช่วยนายจ้าง แล้วก็ลดเงินสมทบอีกจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็ให้นายจ้างสมทบแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เพื่อช่วยเหลือเขาในส่วนนี้ครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ชี้แจงในประเด็นที่ท่านดูแลลูกจ้างและนายจ้าง ท่านเอ่ยถึงแรงงานต่างด้าว ซึ่งจังหวัด สมุทรสาครถือว่าเป็นจังหวัดที่มีจำนวนแรงงานต่างด้าวมากทีเดียว แล้วก็เป็นจังหวัดแรก ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุแห่งการทำให้เกิดการแพร่กระจายโควิด (COVID) ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากชาวสมุทรสาคร คือทราบว่าทางกระทรวงแรงงานมีการจัดระเบียบแรงงาน ต่างด้าวรอบใหม่ ดิฉันคิดว่าเป็นนโยบายที่ดีค่ะที่ช่วยให้คลายกังวลจากปัญหาแรงงาน ต่างด้าวที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของการแพร่กระจายโรคติดต่อ แต่มีเสียงร้องเรียนแล้วก็กังวล ว่าค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนสูงกว่าการนำเข้าด้วยระบบเอ็มโอยู (MOU) ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายด้านการตรวจสุขภาพ เลยมีความกังวลว่าแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีนายจ้างจะทำ เช่นไร และจะไม่ยอมเข้าสู่การลงทะเบียน เพราะเท่าที่ดิฉันทราบก็คือว่าค่าใช้จ่ายด้าน การตรวจสุขภาพถ้าเป็นการตรวจโควิด (COVID) ๓,๐๐๐ บาท ตรวจโรคต้องห้าม ๖ โรค ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาท แต่อีก ๓,๒๐๐ บาทนั้นเป็นค่าประกันสุขภาพ จริงเท็จ อย่างไรท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงให้ทราบด้วยค่ะว่าแพงกว่าเอ็มโอยู (MOU) ไหม และท่านจะ ดูแลในเรื่องเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สูงที่มีการร้องเรียนอย่างไร และดิฉันขอทราบจำนวน การลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวจากท่านด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตชี้แจงคำถามของเพื่อนสมาชิกนะครับว่าค่าใช้จ่าย ในการตรวจโรคหรือค่าดำเนินการในการที่จะให้คนงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบเข้าสู่ระบบ ผมจะเรียนอย่างนี้นะครับว่านโยบายรัฐบาลในเรื่องนี้ การที่เราทำเรื่องนี้วัตถุประสงค์มี ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกที่ได้คือทำให้การควบคุมโรคแพร่ระบาดโควิด (COVID) สามารถ เจาะเชิงรุกเชิงลึก ๆ ลงไปได้ว่าแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้อยู่ในระบบเอาขึ้นมาสู่ระบบเพื่อตรวจ โควิด (COVID) ให้ได้🔗

เรื่องที่ ๒ ที่นโยบายเรื่องนี้ทำไปแล้ว เรื่องที่ ๒ ที่ได้คือจากการขึ้นทะเบียน ขอตอบข้อนี้ไปเลยทีเดียว การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ณ ปัจจุบันตั้งแต่เราเปิดให้ขึ้น เมื่อวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้นะครับ มีขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่มีนายจ้างประมาณ ๑๐๐,๘๕๔ คน แรงงานต่างด้าวที่ไม่มีนายจ้างประมาณ ๗,๐๐๐ คน ตรงส่วนนี้ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าถ้าเราไม่เอาคนเหล่านี้ขึ้นมาสู่ในระบบ นายจ้างประมาณ ๓๐,๐๐๐ ราย ที่มีลูกจ้างอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ คนที่ขึ้นทะเบียนตอนนี้ นายจ้างก็ต้องมีผลกระทบ อีก ๓๐,๐๐๐ ราย ถ้ามีการดำเนินหรือการตรวจ ตรวจแล้วก็มีการดำเนินคดีนี่นายจ้างก็จะ ทำให้ธุรกิจที่เขาเดินอยู่มันกระทบไปด้วย เพราะเราไม่ได้ให้นำเข้าเอ็มโอยู (MOU) ในช่วงนี้ นะครับ ในส่วนนี้ก็คือเป็นการทดแทนแรงงานที่นายจ้างหรือผู้ประกอบการยังจำเป็นต้อง ใช้อยู่ นี่คือข้อที่ ๒🔗

ข้อที่ ๓ คือเรื่องของความมั่นคงในเรื่องของแรงงานต่างด้าว ซึ่งอยู่ใน ประเทศไทย เราจะได้บุคคลเหล่านี้ขึ้นมาสู่ในระบบ ขึ้นสู่ของดาต้า (Data) ข้อมูลต่าง ๆ ว่า เขาทำงานที่ไหน นายจ้างชื่ออะไร พักอยู่ตรงไหน รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ในส่วนนี้ คือสิ่งที่เราทำนโยบายเรื่องการขึ้นทะเบียนต่างด้าวได้ ๓ ข้อนี้นะครับ🔗

ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าแรงงานต่างด้าวที่หลาย ๆ ท่านได้กลัวกันว่า มีการเข้ามาจำนวนเยอะมากมายเป็นแสน ๆ คน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าแรงงานต่างด้าว ที่ผิดกฎหมายหรือแรงงานเถื่อนที่ผ่านมามีหลายกลุ่มนะครับ กลุ่มที่ผมวิเคราะห์ให้ทราบ นะครับว่ากลุ่มหลัก ๆ คือกลุ่มที่มีเอ็มโอยู (MOU) แล้วก็ไม่ได้ต่อเอ็มโอยู (MOU) หรือผิดนายจ้าง กลุ่มนี้เป็นหลักแสนแน่นอน แต่กลุ่มนี้คืออยู่ในประเทศไทยก่อนที่จะเกิด โควิด (COVID) ส่วนกลุ่มที่จะเข้ามานี่ผมเชื่อว่ามีแค่หลักหมื่น เช่น วันนี้แรงงานต่างด้าว ที่ไม่มีนายจ้างมีลงทะเบียนแค่ ๗,๐๐๐ คน สังเกตไหมครับว่าถ้ามีนายจ้างมี ๑๐๐,๐๐๐ คน ไม่มีนายจ้างมีแค่ ๗,๐๐๐ คน นี่คือประเด็นที่ผมกำลังนำมาวิเคราะห์นะครับ🔗

ในส่วนที่ถามเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าตรวจโรคนะครับ เมื่อวานนี้ผมมีการประชุม คณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าว โดยท่านรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาประชุมด้วย ก็ได้ตกผลึกในราคาค่าตรวจโรคโควิด (COVID) ก่อน โดยทางกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็จะอนุญาตให้กับโรงพยาบาลที่เป็นเอกชนก็ได้ หรือโรงพยาบาลที่มีการได้รับรองห้องแล็บ (Lab) จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ค่าตรวจนั้นก็ให้อยู่ในราคาของการประกาศ ราคาประกาศของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นั้นอยู่ประมาณ ๒,๒๐๐ บาท หรือ ๒,๓๐๐ บาท ในส่วนนี้จาก ๓,๐๐๐ บาท นั่นคือการประเมินไว้เบื้องต้นว่าไม่น่าเกินจากนี้ แต่เมื่อวานนี้ ตกผลึกแล้วว่าประมาณไม่เกิน ๒,๓๐๐ บาท ส่วนนี้ก็จะลดไป🔗

ในส่วนของการที่จะต้องทำประกันสุขภาพ ๓,๒๐๐ บาทนั้นนะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าแรงงานต่างด้าวเหล่านี้เป็นแรงงานต่างด้าวเถื่อนที่นำขึ้นสู่ระบบ หรือผิดกฎหมาย เราไม่เคยได้รับภาษีจากแรงงานกลุ่มนี้นะครับ แล้วถ้าเกิดเราตรวจโควิด (COVID) ตอนที่จะทำบัตร แล้วสมมุติตรวจเจอเชื้อโควิด (COVID) ขึ้นมา ค่ารักษาจะเอา ตรงส่วนไหน จะเอาเงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งประเทศมารักษาตรงนี้ มันก็เป็นอะไร ที่ไม่ถูกที่ควร ถูกไหมครับ เราก็เลยมีการตรวจมีการทำประกันสุขภาพที่ ๓,๒๐๐ บาท แต่อย่าลืมนะครับว่าการทำประกันสุขภาพนั้น ถ้าแรงงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบแล้วขึ้น สู่ระบบ แล้วพอเขาไปทำงานเข้าสู่ระบบประกันสังคม เขาจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ได้ ๓ เดือน เขาเองก็จะขอคืนตรงนี้จากกระทรวงสาธารณสุข เขาจะคืนให้เพราะถือว่า คุณอยู่ในระบบประกันสังคมแล้ว แต่ถ้าแรงงานประเภทเกษตรซึ่งไม่ได้อยู่หรือเป็นแม่บ้าน ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ถ้าเขาเจ็บป่วยค่ารักษาต่าง ๆ จะเอาตรงไหน นี่คือสิ่งหนึ่ง ที่ผมกำลังชี้แจงให้กับหลาย ๆ ส่วนที่ถามผมมา ค่าใช้จ่ายผมจะเรียนอย่างนี้นะครับ เอ็มโอยู (MOU) นำเข้านี่เขาแพงกว่าเราแน่นอน แพงกว่าเคส (Case) นี้แน่นอน เพราะเอ็มโอยู (MOU) นำเข้านี่เขาต้องมีค่าหนังสือเดินทางจากต้นทาง เขามีค่าดำเนินการของประเทศ ต้นทางอีกหลายพัน เขาต้องมีค่าตีวีซ่า (Visa) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีก ๑,๙๐๐ บาท ตรงส่วนนี้ที่เขาต้องเสียมากกว่าการทำบัตรชมพู การทำบัตรชมพูนั้น หรือการที่นำคนงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบขึ้นสู่ในระบบ เขาจะไม่เสียค่าตรวจคนเข้าเมือง ๑,๙๐๐ บาท แล้วเขาก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายต้นทางเลยนะครับ เบ็ดเสร็จแล้วนี่ ๙,๑๘๐ บาท นี่คือทั้งระบบ แต่ถ้าเกิดว่าเราลดจากการตรวจโควิด (COVID) ไปแล้ว จาก ๓,๐๐๐ บาท ลดออก ๗๐๐ บาท เหลือ ๒,๓๐๐ บาท ตรงนี้ก็เหลือแค่ ๘,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ ตกปีละ ๔,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ ตรงส่วนนี้ผมถือว่าไม่แพง แล้วก็ผมเชื่อว่านายจ้างที่มีลูกจ้างที่ผิดกฎหมายเอาขึ้นสู่ระบบนี่ เขายินดีที่จะจ่าย เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะเขาทำงาน เขาจะได้เดินหน้าธุรกิจของเขาได้ เต็มตัว เพราะถ้าเกิดเขามีแรงงานต่างด้าวที่ผิดอยู่ในมือ อยู่ในสถานที่ประกอบการ เขาจะ ทำงาน เขาก็กล้า ๆ กลัว ๆ ถูกไหมครับ เขาก็ไม่สามารถเดินธุรกิจของเขาได้เต็มที่ ในส่วนนี้ ผมถือว่าคุ้มค่านะครับ แล้วก็ถ้าเกิดแรงงานนั้นเข้าสู่ระบบประกันสังคมก็ได้รับเงินคืนอีก ๓,๒๐๐ บาท ลบ ๕๐๐ บาท ก็ประมาณ ๒,๗๐๐ บาท ถูกไหมครับ ตรงส่วนนี้ก็ทำให้เขา ลดลงไปอีกนะครับ เงินก็จะใช้จ่ายแค่ไม่ถึง ๙,๑๘๐ บาทแน่นอนนะครับ ในส่วนนี้ขออนุญาต ชี้แจงแล้วก็มีตรงส่วนไหนที่ผมยังตกหล่นอีกไหมครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านรัฐมนตรีตอบชัดเจน แล้วค่ะ ท่านรัฐมนตรีตอบชัดเจนให้ดิฉันเข้าใจจะได้สบายใจขึ้นค่ะ เพราะว่าทีแรกไม่เข้าใจค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอนุสรีครับ ตามข้อบังคับแล้วกระทู้ถามสดด้วยวาจา เราถามได้ ๓ ครั้ง ในกรอบเวลาไม่เกิน ๑๕ นาที แต่ถ้ายังมีอะไรไม่เคลียร์ (Clear)🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ยังมีค่ะ ขอ ๑ ประเด็น สุดท้ายค่ะ เวลาของดิฉันยังเหลืออยู่🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าประธาน อนุญาตก็ค่อยถามได้นะครับ ยังต้องการคำตอบจากท่านรัฐมนตรีอีกไหมครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอถามเพิ่มอีกประเด็นหนึ่ง ได้ไหมคะท่านรัฐมนตรี เพราะว่าเป็นประเด็นข้อเรียกร้องมาจากผู้ใช้แรงงาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอนุสรี อย่าไปคุยกับท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านต้องคุยกับประธาน🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉันยังมีประเด็นที่เป็นข้อเรียกร้องจากผู้ใช้แรงงานบางกลุ่มที่ดิฉันทราบว่า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือเนื่องจาก อย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าคุณอนุสรียังเหลือเวลาเยอะ ผมอนุญาตให้อีก ๑ คำถามแล้วกัน เชิญครับ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดิฉันยังมีข้อที่จะเป็นข้อซักถามท่านรัฐมนตรีอีก ๑ ประเด็น มาจากผู้ใช้แรงงานบางกลุ่ม ที่เป็นข้อเรียกร้องที่ขอใช้เงินสมทบบางส่วนจากเงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตน มาใช้ก่อน ดิฉันอยากทราบว่าท่านรัฐมนตรีมีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร และท่านได้ดำเนินการไป อย่างไรบ้าง เพราะว่าเรื่องนี้ดิฉันทราบว่ามีการพูดมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ขอบคุณครับ กราบสวัสดีครับท่าน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตชี้แจงประเด็นนี้ จริง ๆ แล้วประเด็นนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากนะครับ เพราะว่าเงินชราภาพที่ทุกคนพูด แม้กระทั่งสื่อมวลชนหลาย ๆ แขนงพูดอยู่ตลอดเวลาว่าเงินชราภาพก้อนนี้สามารถ เอามาช่วยเขาได้ไหม เรื่องนี้ผมคิดตั้งแต่วันที่ผมรับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม ผมตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ในการที่จะหาทาง หาข้อกฎหมาย ในการที่จะ เอาเงินชราภาพ เช่น ผมทำงานไปนี่ผมมีเงินชราภาพอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมรู้ว่า เขาจะได้คืนตอนอายุ ๕๕ ปี ในเรื่องของบำนาญ แต่วันนี้ผมรู้ว่ามันเกิดวิกฤตินะครับ ผมก็อยากจะเอาออกมาสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในการมาช่วยเขา ก็ตั้งคณะขึ้นมาในเรื่องนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๖๐,๐๐๐ บาท มันก็จะทำให้ผู้ใช้แรงงานนั้นไม่ต้องพึ่งพา พึ่งพิงเงิน นอกระบบนะครับ ส่วนนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมเข้ามาที่ตั้งคณะขึ้นมาเพื่อที่จะทำเรื่องนี้ แต่ปัญหาทั้งหมดทั้งปวงนั้นนะครับ กฎหมายประกันสังคมคือเป็น พ.ร.บ. พ.ร.บ. อันนี้ไม่ได้ เปิดปลายไว้ให้ในการเอาเงินกองทุนไปคืนหรือไปให้กู้ เราก็เลยตั้งคณะขึ้นมาประชุมไป ๓ ครั้ง คณะอนุกรรมการนี่นะครับ ผมเรียนตรง ๆ นะครับท่านประธาน ฝากไปยังเพื่อน สมาชิกว่ามีประธานสหภาพ ประธานสภาองค์การลูกจ้าง มีผู้ใช้แรงงาน กลุ่มที่เรียกร้อง ตามที่ออกสื่อต่าง ๆ อยู่ในนั้นทั้งนั้นเลยนะครับ เขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันติดข้อกฎหมาย แต่เรา พยายามจะทำให้ข้อกฎหมายนี้ให้ได้เร็วที่สุด นี่คือกระบวนการ ถ้าแก้ พ.ร.บ. ก็ได้ข้อตกผลึก ว่าเราจะทำไว้ ๓ เรื่อง เผื่อเอาไว้เลยนะครับว่าเรื่องขอคืนส่วนหนึ่ง ถ้าขอคืนส่วนหนึ่งทำให้ เราจะต้องเอากองทุนที่มีอยู่ไปขาย จะทำให้ตลาดการเงิน การทุนในประเทศอาจจะมีผล เราก็ใช้วิธีการกู้ธนาคารในราคาดอกเบี้ยต่ำ ๆ เราก็เอาเงินกองทุนของเขาค้ำตัวเขาเอง อันนี้ เรื่องที่ ๒ คือค้ำประกันได้ เรื่องที่ ๓ คือเลือกเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ เรากำลังทำอยู่นะครับ แต่ว่าทั้งหมดทั้งปวงจะต้องมีการประชาพิจารณ์ตามกฎหมาย น่าจะจบเสร็จสิ้นในเรื่อง ประชาพิจารณ์ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หลังจากนั้นก็มีกระบวนการต่าง ๆ ผมเชื่อว่า ถ้าเดินตามโรดแมป (Roadmap) ที่วางไว้นี่น่าจะเข้าเสนอคณะรัฐมนตรีได้ประมาณสัก เดือนกันยายน ตุลาคม แต่เรากำลังหาทางคิดอีกเมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ มีทั้งของทาง ประธาน ทางกลุ่ม ทางสมาชิกวุฒิสภาที่เขามีการคิดเรื่องนี้เหมือนกันก็ได้หารือกันใน ห้องใหญ่นอกรอบ ก็พยายามตีความเรื่องนี้แล้วก็นำเสนอให้ทางกฤษฎีกาตีความอยู่นะครับ ในนี้ทำเรื่องไปแล้ว ผมพยายามคิดเหมือนกับทุกคนอยากจะเอาเงินตรงนี้มาช่วยพี่น้อง ผู้ประกันตนส่วนหนึ่ง อยากจะกราบเรียนทางท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของคุณอนุสรี ทับสุวรรณ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ที่กรุณาให้เกียรติและให้ความสำคัญ กับสภาเรา🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๘ ส. เรื่อง สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ (COVID-19) (นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยได้รับ การประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข คือ ฯพณฯ สาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

เชิญท่านเรวัตถาม และเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมตอบ เชิญครับ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทยครับ วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเพื่อจะตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในรอบที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ก่อนจะถึงตรงนั้น ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยที่เกี่ยวกับ การแพร่ระบาดของโรค ก็คือจะไล่ไทม์ไลน์ (Timeline) ให้ดูตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงวันนี้ครับ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ มีเคส (Case) แรกป่วยในประเทศจีนซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ข้อมูลที่เกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก สิ่งที่ผมทำก็คือเราได้มีการติดต่อกับแพทย์ที่เมืองจีนโดยตรง เพื่อขอข้อมูลว่าโรคนั้นมีอาการอะไรบ้าง มีความรุนแรงอย่างไร แล้วก็การติดต่อเป็นอย่างไร ต่อมาโรคนี้ก็ได้ถูกตั้งชื่อว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) จนเป็นที่รู้จักกันในนามของโควิด-๑๙ (COVID-19) วันที่ ๑๓ มกราคมนักท่องเที่ยวชาวจีนได้มาป่วยในประเทศไทยนั้นเป็นเคส (Case) แรกนะครับ ต่อมาวันที่ ๓๑ มกราคมปรากฏว่ามีคนไทยคนแรกติดเชื้อและป่วยโดยที่ ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลยนะครับ หลังจากนั้นก็มีผู้ป่วยทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทย ตามมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สำคัญในเดือนมีนาคม คือวันที่ ๑๒ มีนาคม เกิดอะไร ขึ้นครับ เกิดซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ในสนามมวยลุมพินี ซึ่งอยู่ในความดูแล ของทหาร ทั้ง ๆ ที่มีคำสั่งห้ามการชกมวยก่อนหน้านั้น ๒ วัน ก็ปรากฏว่าซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ลุมพินีนั้นทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย ปรากฏว่ารัฐบาลก็ตกใจครับ เพราะว่าตัวเลขมันสูงขึ้นมามาก ในวันที่ ๑๗ มีนาคมก็เลยมีคำสั่ง ให้ปิดโรงเรียน ปิดมหาวิทยาลัย สถานบันเทิง สถานบริการ ใน กทม. และปริมณฑล ต่อมา ในวันที่ ๒๑ มีนาคมก็ปิดห้างและพื้นที่เสี่ยงใน กทม. แล้ววันที่ ๒๔ มีนาคมก็ล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศครับ อันนั้นคือเริ่มต้นของความหายนะทางเศรษฐกิจหลังจากที่มี การล็อกดาวน์ (Lockdown) แล้วนะครับ ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้นมีเชื้อหรือมีผู้ติดเชื้ออยู่ใน ประเทศเพียง ๗๐๐ คนเท่านั้นครับ ผลก็คือคนตกงานจำนวนมากเศรษฐกิจพังพินาศ หลังจากนั้นก็มีการระบาดอยู่เรื่อย ๆ แต่ด้วยความที่คนไทยมีวินัยแล้วก็ร่วมมือกับทาง กระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างดี พร้อมกับที่ระบบของกระทรวงสาธารณสุขนั้นเป็นระบบ ที่แข็งแกร่งมากก็สามารถที่จะทำให้การแพร่เชื้อลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ พบว่าไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยอีกเลย ถ้าจะมีก็เป็นผู้ติดเชื้อที่มาจาก สเตตควอรันทีน (State Quarantine) ก็คือผู้ที่มีการกักกันตัว อันนั้นปลอดภัยครับ ท่านประธานครับหลังจากนั้นคนไทยก็รู้สึกผ่อนคลายเพราะว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็น ๐ อยู่หลายเดือนครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน จนกระทั่งเกิดอะไรขึ้นครับ ในคืนวันที่ ๑๙ ธันวาคมครับ คนไทยช็อก (Shock) ทั้งประเทศครับ มีประกาศว่ามีการติดเชื้อจำนวนมาก มากกว่า ๕๐๐ คน ที่สมุทรสาครครับ สาเหตุเกิดจากอะไรครับ สาเหตุนั้นเกิดจากการที่มีการลักลอบนำแรงงาน ต่างชาติที่ติดเชื้อเข้ามาในประเทศไทย และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ที่สมุทรสาครนะครับ ต่อมาเพียง ๗ วันหลังจากสมุทรสาครที่เป็น ซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ก็คือในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ก็เกิดการแพร่ระบาด จากบ่อนอีกครับ จากบ่อนที่ระยองครับ ก็เป็นการระบาดรอบใหม่อีกครั้งหนึ่งเป็นอีก ๑ คลัสเตอร์ (Cluster) และเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ใหญ่มาก ๆ สรุปก็คือว่าท่านประธานครับ ผมสรุปนะครับ ในการระบาดรอบใหม่นี่ ๒ ซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ขนาดใหญ่ จากสมุทรสาครและบ่อนระยองก็เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดของโรคไปมากกว่า ๖๐ จังหวัดทั่วประเทศไทย ที่สำคัญก็คือว่ามี ๒๘ จังหวัดเป็นสีแดงก็คือเป็นพื้นที่ควบคุม สูงสุด และ ๕ จังหวัดใน ๒๘ จังหวัดนี้ก็ถูกระบุว่าให้เป็นพื้นที่สีแดงแบบเข้มข้นหรือพื้นที่ ควบคุมสูงสุดอย่างเข้มงวด จะใช้คำอะไรก็แล้วแต่ครับ มันก็คือการล็อกดาวน์ (Lockdown) นั่นเอง มันเป็นการล็อกดาวน์ (Lockdown) ครับ และผลของการล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็คือว่ามันจะทำให้เกิดภาวะพังพินาศทางเศรษฐกิจของประเทศแล้วก็ทำให้คนตกงานลำบาก ยากจน ท่านเปรียบเทียบอย่างนี้ครับว่า ๒ ซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ในรอบใหม่ เพียง ๑ เดือนนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อถึง ๘,๐๐๐ ราย ในขณะที่รอบแรกใช้เวลาถึง ๑๒ เดือน มีผู้ป่วยติดเชื้อเพียง ๔,๐๐๐ ราย ซึ่งมันแตกต่างกันมาก เพราะฉะนั้นในกรณีของรอบใหม่ หรือรอบที่ ๒ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งครับ ผมยังไม่ลืมภาพที่เคยไปบริจาคอาหารแล้วก็เห็น คนจำนวนมากเข้าแถวยาวเหยียดหลายพันคน ไม่ว่าจะเป็นใน กทม. ก็ดี หรือในต่างจังหวัด ก็ดี ในรอบแรกนะครับที่หลังจากที่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) แล้วก็คนตกงานและทำให้ คนลำบากมากครับ ที่สำคัญอย่างนี้ครับ พี่น้องประชาชนต้องการเห็นการแก้ปัญหาอย่าง จริงจังในเรื่องนี้ครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรามีหน่วยงานราชการที่มีกลไกสำคัญทั้งในแง่ของ กฎหมาย ทั้งในแง่ของอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบ่อนก็ดีหรือเรื่อง การลักลอบของแรงงานข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทยก็ดีมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว การไปตั้งกรรมการ ๒ ชุดขึ้นมาเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่า หน่วยงานของราชการมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ส่วนคณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมันไม่มีประโยชน์อะไร อำนาจก็ไม่มี จะไปดำเนินการอะไรได้ครับ มันไม่มีประโยชน์ เลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ไล่เลียงไทม์ไลน์ (Timeline) ให้เห็นนี่นะครับ เพื่อให้ เห็นภาพชัดเจนมาก ๆ ว่าปัญหานั้นมันเกิดจากอะไร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับ ขออนุญาต คุณหมอใช้เวลาไปประมาณเกือบ ๑๐ นาทีแล้วนะครับ ฉะนั้นอยากจะให้ คุณหมอเข้าสู่คำถามได้แล้วครับ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ครับ ผมมีเวลาพอครับ🔗

คำถามแรกครับ รัฐบาลได้ดำเนินการสอบสวนเพื่อหาผู้ทำผิดกฎหมาย ทั้งการลักลอบนำเข้าแรงงานข้ามชาติและการเปิดบ่อนผิดกฎหมายแล้วหรือยัง และถ้าได้ ดำเนินการแล้วมีความคืบหน้าไปเพียงใดแล้วต้องรีบแถลงให้ประชาชนทราบ เพราะประชาชนนั้นรอรับฟังอยู่ครับ ผมถามทีเดียวเลยครับใน ๓ คำถามครับ ยังมีเวลา อยู่ครับ🔗

คำถามที่ ๒ ครับ รัฐบาลได้มีมาตรการเข้มงวดเพียงใดครับที่จะให้ประชาชน มั่นใจได้ว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่หรือเอกชนก็ตามทำผิดกฎหมายเช่นนี้อีก เพราะหลังจากที่มีข่าว การลักลอบข้ามแดนที่แม่สายแล้วจนเกิดซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) แล้วเป็น ปัญหาให้ประเทศชาติก็ยังมีการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้ามาอีกที่แม่สอด และเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาก็ยังมีการลักลอบนำเข้าที่กาญจนบุรี เพราะฉะนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องมี มาตรการที่ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจครับ🔗

คำถามที่ ๓ อยากถามอย่างนี้ครับ อยากถามว่ารัฐบาลเกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมา ถึงได้ออกมาตรการเยียวยาเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท ๒ เดือน โดยทยอยจ่ายเป็นงวด ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ทั้ง ๆ ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนและต้องการเงินสดไป แก้ปัญหาที่กำลังประสบอยู่โดยทันที ไม่ต้องทำเท่ว่าจะสร้างสังคมแบบแคชเลสโซไซตี (Cashless society) หรอกครับ เพราะสังคมวันนี้มันเป็นแคชเลส (Cashless) หรือโนแคช (No cash) อยู่แล้วครับ คนที่กำลังเดือดร้อนเขาไม่มีแคช (Cash) ครับ ท่านต้องรีบสร้าง แคชโซไซตี (Cash society) มากกว่าครับไม่ใช่แคชเลส (Cashless) ครับ และถ้าประชาชน เขาเลือกได้นี่นะครับเขาอยากจะเลือกที่จะทำมาหากินด้วยตัวเอง การไปกำหนดเงื่อนไข ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาร์เชียลล็อกดาวน์ (Partial lockdown) หรือโททัลล็อกดาวน์ (Total lockdown) ก็ตาม เช่นนั่งร้านอาหารได้เพียง ๓ ทุ่ม ร้านอาหารก็เจ๊งครับ ผมนี่จะบินไป ภูเก็ตหรือเชียงใหม่ก็ตามผมต้องควอรันทีน (Quarantine) ๑๔ วัน เพราะอะไร เพราะว่า กรุงเทพฯ นั้นเป็นพื้นที่สีแดง พื้นที่ควบคุมสูงสุด ผมต้องถูกควอรันทีน (Quarantine) เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ไป นักท่องเที่ยวคนอื่นก็ไม่ไปมันก็จะเจ๊งเป็นลูกโซ่ตั้งแต่สายการบิน ก็เจ๊ง โรงแรมก็เจ๊ง ร้านอาหารก็เจ๊ง ร้านขายของจิปาถะ ธุรกิจขนส่งทั้งรถ ทั้งเรือเจ๊งหมด คนกรุงเทพฯ ๖-๗ ล้านคนติดเชื้อเพียง ๖๑๙ ราย ไม่ใช่ว่าทุกที่ในกรุงเทพฯ เป็นฮอตสปอต (Hotspot) ในการสเปรด (Spread) ไม่ใช่ครับ แต่ว่ากรุงเทพฯ ทั้งหมดถูกเลเบล (Label) ให้เป็นพื้นที่สีแดงมันเมกเซนส์ (Make sense) ตรงไหนครับ คนกรุงเทพฯ เป็นประชากร ที่มากที่สุดและมีกำลังซื้อมากที่สุด ถ้าคนกรุงเทพฯ ไปเที่ยวไม่ได้การท่องเที่ยวก็เจ๊งครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถามรัฐบาลว่าขอได้ทบทวนมาตรการเหล่านี้ได้หรือไม่ครับ กับกรณี ประกันสังคมมาตรา ๓๓ ทำไมถึงไม่เยียวยาเขาในเมื่อเขาก็ส่งเบี้ยประกัน แล้วเขาก็ เดือดร้อนด้วยเช่นเดียวกัน คำถามก็คือรัฐบาลควรจะนำเรื่องทั้ง ๒ ประเด็นนี้ไปทบทวนและ ปรับปรุงมาตรการแก้ปัญหาให้ตรงจุดจะดีกว่าครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้มาตอบคำถามกระทู้ถามสดของเพื่อนสมาชิกนะครับ คุณหมอเรวัต วิศรุตเวช ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ผมเข้าใจว่าที่ท่านได้ลำดับเหตุการณ์แล้วก็ สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-๑๙ (Covid-19) ในประเทศเราจนมาถึง ณ ปัจจุบันนี้ เพื่อนำไปสู่คำถาม ๒-๓ ข้อ ผมเรียนในเบื้องต้นนะครับว่า นโยบายของรัฐบาลในการที่จะ ต่อสู้กับโควิด (COVID) เรามียุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ อย่างนี้นะครับว่าเราพยายามที่จะเดินหน้า ลดการติดเชื้อ เราพยายามที่จะเดินหน้าลดการเสียชีวิตพร้อมกันไปกับการเดินหน้าเรื่อง เศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนที่สุดในเรื่องใหญ่ ๆ เหล่านี้ก็ทำคู่ขนานกันไป แต่ในการบริหารจัดการกับ การควบคุมโรค กับเรื่องของเศรษฐกิจมันมีมุมมองทั้งเพื่อนสมาชิกเอง ท่านคุณหมอเรวัต หรือมุมมองของพี่น้องประชาชนที่อาจจะมีมุมมองแตกต่างกันใน ๒ มิติ🔗

อันแรก ก็คือว่าถ้าเราจะวางมาตรการให้ควบคุมโรคให้เสร็จเด็ดขาดในบาง พื้นที่ก็จำเป็นต้องมีมาตรการที่มีความเข้มงวดเพราะโรคระบาดมันเป็นเรื่องของการเดินทาง ของเชื้อที่ติดอยู่กับคน เมื่อมีการวางมาตรการไม่ให้มีการเดินทางได้สะดวก แน่นอนที่สุด นะครับทั้งความเชื่อมั่น ทั้งการทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตปกติประจำวันก็กระทบกับ การดำเนินการในเรื่องของทางการเงิน ในเรื่องของทางเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาล ได้มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับโควิด (COVID) ในรอบแรกเหมือนที่ท่านได้ลำดับมา แล้วเราก็มาพบกับโควิด (COVID) ระลอกใหม่ ซึ่งในส่วนของระลอกใหม่เราก็ยังขับเคลื่อน ในการที่จะพยายาม เขาเรียกว่าการแก้ไขปัญหาในการควบคุมโรคแบบเหมือนกับการรักษา มะเร็งที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น คือการให้คีโม (Chemo) ที่ตรงเป้า เพื่อให้ไม่ให้มี ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจในภาพรวม แต่แน่นอนที่สุดครับคุณหมอเรวัตทราบดีว่าทั้งเรื่อง มาตรการหรือทั้งเรื่องข้อกำหนดที่เรากำหนดขึ้น ไม่สำคัญเท่าความเชื่อมั่นของพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของการป้องกันตัวเองหรือการกลัวที่จะติดเชื้อในโรคระบาดนี้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการขับเคลื่อนหรือการดำเนินงานในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในรอบนี้ จึงมีผลกระทบทั้งในแง่มาตรการถึงแม้ว่าบางพื้นที่มาตรการอาจจะไม่เข้มข้น แต่เราก็อาจจะ พบว่ามีผลกระทบในแง่เชิงเศรษฐกิจเนื่องจากความเชื่อมั่นของคนที่จะเดินทางจากพื้นที่หนึ่ง ไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง ผมยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่จังหวัดชลบุรีขณะนี้ ท่านก็ทราบดีว่าอำนาจ ในการที่จะวางมาตรการขณะนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อในแต่ละจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อในแต่ละจังหวัดก็มีอำนาจ มีหน้าที่ที่จะวางมาตรการ เพื่อป้องกัน เพื่อที่จะควบคุมตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อที่สูงและน้อยหรือมากแตกต่างกันออกไป ที่ยกตัวอย่างในส่วนของชลบุรี เนื่องจากว่าประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ในจังหวัดชลบุรีไม่ได้ประกาศปิดโรงแรมนะครับ แต่ในขณะเดียวกันในช่วงแรก ๆ ในคลัสเตอร์ (Cluster) บ่อนในจังหวัดชลบุรีมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น จึงทำให้ความเชื่อมั่น ของคนที่จะเดินทางไปจังหวัดชลบุรีนั้นแทบจะเป็น ๐ นะครับ เราก็จะเห็นภาพ ผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดชลบุรีในพัทยาว่ามีความเงียบเหงาเป็นอย่างมาก ซึ่งอันนี้ ก็อาจจะไม่เกี่ยวกับมาตรการแต่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนซึ่งเราก็ต้องถือว่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นตามมาตรการหรือตามนโยบายที่รัฐบาล ได้เดินหน้า แล้วก็ควบคุมโรคระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เดินหน้ามาถึงขณะนี้ ผมเรียนว่าเราเดินหน้าใน ๓ ยุทธศาสตร์ใหญ่ ก็คือเราลดการติดเชื้อ เราลดการเสียชีวิต แล้วก็เดินหน้าควบคู่กับเรื่องเศรษฐกิจไปด้วย หนึ่งในการยกตัวอย่างการจัดการที่ภายใต้ ยุทธศาสตร์นี้ก็คือตัวเลขคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ ๒ ที่ต่อจากสมุทรสาครนะครับ สมุทรสาคร ท่านก็ทราบดีว่าเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ท่านบรรยายว่ามาจากแรงงานต่างด้าวที่เรายังไม่มี ข้อสรุป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราอนุมานได้ว่าหญิงอายุ ๖๗ ปีที่มีอาการและมาพบแพทย์และ ตรวจพบเชื้อน่าจะอนุมานได้ว่ามาจากแรงงานต่างด้าวเพราะว่าในตลาดกลางกุ้งนั้นมีแรงงาน ต่างด้าวจำนวนมาก ในจังหวัดสมุทรสาครเองมีแรงงานต่างด้าวทั้งผิดและถูกกฎหมาย ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คน🔗

ส่วนคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ ๒ ก็คือคลัสเตอร์ (Cluster) บ่อนการพนัน ที่เริ่มต้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นะครับ กระจายตัวมายัง จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี ซึ่งคลัสเตอร์ (Cluster) นี้ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) จากบ่อนการพนันทั้งสิ้นนะครับ เพราะว่านักเล่นบ่อนการพนัน ก็นอกจากเดินทางไปเล่นในแต่ละจังหวัดก็สามารถที่จะเดินสายไปรอบ ๆ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือว่าคลัสเตอร์ (Cluster) บ่อนการพนันนั้น การสอบสวนโรคของเรา เราไม่ได้รับความร่วมมือ แล้วเราก็ตามหลังผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือสัมผัสเสี่ยงสูงกับในสถานที่ ที่เป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ในบ่อนการพนันที่แพร่เชื้อ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็เดินหน้าที่จะควบคุมในประกาศ ๕ จังหวัด เดิมเราประกาศ ๒๘ จังหวัดควบคุม สูงสุด แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขก็พยายามมุ่งเป้าคลัสเตอร์ (Cluster) ในส่วนของคลัสเตอร์ (Cluster) บ่อนการพนันใน ๕ จังหวัด รวมทั้งจังหวัดสมุทรสาครว่าควรจะเป็น ๕ จังหวัด นอกจากควบคุมสูงสุดแล้วต้องเป็น ๕ จังหวัดที่ต้องเข้มงวดพิเศษในมาตรการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนของ ๕ จังหวัดนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องออกมาตรการที่พิเศษ เหมือนที่ ท่านเรียนว่าคล้าย ๆ กับล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือกึ่งล็อกดาวน์ (Lockdown) แต่คำว่า ล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือกึ่งล็อกดาวน์ (Lockdown) หรืออะไรก็ตามนะครับ มันก็มี ความแตกต่างกันในความหมายหรือนิยามในแต่ละประเทศนะครับ ประเทศสิงคโปร์อาจจะ ใช้คำว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit breaker) ประเทศอังกฤษอาจจะใช้คำว่าเทียร์ ๓ (Tier 3) เทียร์ ๔ (Tier 4) ประเทศสก็อตแลนด์อาจจะใช้คำว่าเทียร์ (Tier) เหมือนกัน แต่ทั้งหมดนี้เป็นการกำหนดมาตรการเพื่อปิดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในแต่ละประเทศ รัฐบาลก็เดินหน้าในส่วนของการที่จะควบคุมการป้องกันพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงสูงใน ๕ จังหวัด มาตรการเดินทางเข้าออกมีการตั้งด่านตรวจนะครับ แต่ว่า จะตรวจขาเข้าหรือตรวจขาออก จะดำเนินการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคงและ กระทรวงมหาดไทยที่จะไปดำเนินการ ผมเรียนสรุปสั้น ๆ กับท่านว่าในเขต ๕ จังหวัดควบคุม สูงสุดและเข้มงวด จนถึงขณะนี้ที่ผมใช้คำว่าขอเจ็บแต่จบ เจ็บแต่จบเร็ว เจ็บหมายความว่า มาตรการก็ต้องมีความรุนแรงเข้มข้นมากกว่าที่อื่น เหมือนที่ท่านอาจจะยกตัวอย่างที่เดินทาง ไปภูเก็ต อันนั้นเดี๋ยวมาว่ากันอีกทีหนึ่งว่าประกาศในแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันอย่างไร แต่คำว่าเจ็บแต่จบเร็ว วันนี้ผมเรียนกับท่านได้เลยครับว่าใน ๔ จังหวัดควบคุมสูงสุดและ เข้มงวดเป็นพิเศษ ยกเว้นสมุทรสาครนะครับ ใน ๔ จังหวัด ระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด และเพิ่มสมุทรปราการเข้ามาด้วยนะครับ อาจจะมีฉะเชิงเทราที่มีสะเก็ดไฟเล็กน้อยที่ไปโผล่ ที่ฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ขณะนี้ในส่วนของจังหวัดเหล่านี้ ผมเรียนกับท่านว่ารัฐบาล สามารถควบคุมโรคระบาดไว้ได้เรียบร้อยแล้วนะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าเราตาม กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหรือเสี่ยงกลางได้ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่อาจจะมีหลงเหลือ ในส่วนของการที่สัมผัสวงก่อน ๆ ที่จะมาถึงวงที่เราตรวจพบ แต่เราก็ตรวจเชิงรุกในส่วนของ ๕-๖ จังหวัดนี้ไปกว่า ๕๐,๐๐๐ เคส (50,000 Case) นะครับ แล้วก็ยังพบอย่างประปราย วันนี้ที่ผมเรียนกับท่านว่าเราสามารถควบคุมในส่วนนี้ที่เป็นพิเศษได้แล้ว แต่เราก็ไม่ได้ส่ง สัญญาณหรือสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าต้องเสพติดกับคำว่า ๐ เราส่งสัญญาณว่าวันนี้ ถ้าสมมุติเกิดเคส (Case) ที่มันเป็นสะเก็ดไฟ เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่อาจจะเริ่มต้น หรือเป็นสะเก็ดไฟจากสมุทรสาครไปที่ไหน ในโซน (Zone) เขตสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ ๖ ทีมเราสามารถที่จะตามไปควบคุมสอบสวนโรคให้เสร็จภายใน ๔๘ ชั่วโมง และไม่ให้ แพร่กระจายไปในกลุ่มที่เป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมมีความมั่นใจว่าตามมาตรการที่เราเดินหน้ามาขณะนี้เราสามารถทำได้สำเร็จ แต่แน่นอนที่สุดนะครับว่าในส่วนของสมุทรสาคร หรือที่จะมีผู้ติดเชื้อในตัวเลขที่บางครั้ง อาจจะสูง บางครั้งอาจจะต่ำ ก็ขึ้นอยู่กับการตรวจเชิงรุกที่เราจะต้องตรวจเชิงรุกให้มากที่สุด เพราะเราทราบว่าในสถานการณ์ที่เราพบผู้ติดเชื้อตามหลังผู้แพร่ระบาดในวง ๒-๓ วงก่อน มันจำเป็นต้องมีการตรวจเชิงรุกให้มากที่สุด เพราะเราจะพบว่าเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ที่ซ่อนอยู่ในชุมชน เราจึงจำเป็นต้องไปตรวจเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นผมตอบคำถามท่านว่าโดยมาตรการเราได้ดำเนินการมาอย่างถูกต้อง แล้วก็ จะสามารถควบคุมได้ในที่สุด🔗

ส่วนคำถามของท่านใน ๒-๓ ข้อนะครับ เรื่องรัฐบาลสอบสวนหาผู้กระทำผิด เรื่องบ่อน เรื่องแรงงานต่างด้าวได้หรือไม่ ผมคิดว่าอันนี้ผมไม่สามารถตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ ก็ต้องเรียนกับท่าน ต้องขออภัยท่านนะครับ เพราะอันนี้ก็เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่ต้องไปดำเนินการ ส่วนเรื่องมาตรการเยียวยา ๓,๕๐๐ บาท ท่านก็ต้องถามกระทรวงการคลัง แต่ผมเรียนว่ารัฐบาลและกระทรวงการคลัง มีเจตนาดี เพราะเราพบว่าเหมือนที่ท่านเรียนให้ทราบนะครับว่ามีความเดือดร้อน ของประชาชนในทุกหย่อมหญ้า รัฐบาลจึงจำเป็นที่ต้องไปเยียวยาเพื่อบรรเทาอาการ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หนึ่งในการที่จะบรรเทาความเดือดร้อนคือเงินที่จะมี จับจ่ายใช้สอย มาตรการ ๓,๕๐๐ บาท หรือมาตรการที่จะออกไปแต่ละมาตรการต่อไปนี้ล้วน แล้วแต่มาจากการที่เราคำนึงถึงความเดือดร้อนในทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น🔗

แล้วสุดท้ายก็คือว่าส่วนการกักตัวและมาตรการในแต่ละจังหวัดนั้นเดี๋ยวค่อย ตอบกันเป็นรายจังหวัดว่าท่านมีความขัดข้องตรงไหนจะได้แจ้งให้กัน แต่อยู่ภายใต้ การดำเนินการในการที่จะควบคุมโรคของเรา ภายใต้การลดการติดเชื้อ ลดการเสียชีวิตและ เดินหน้าเศรษฐกิจครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ แจ้งท่านเรวัตได้ทราบนะครับว่าท่านเหลือเวลา ๓ นาที ๒๔ วินาทีนะครับ เชิญครับ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะสรุปหรือไม่ว่าเชื้อที่สมุทรสาครนี่เป็น การหลุดรั่วมาจากเมียนมาร์หรือไม่ ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าผมอยากจะกราบเรียนให้ท่าน ทราบว่าเชื้อ ผู้ติดเชื้อที่สมุทรสาครเมื่อนำเชื้อมาตรวจแล้วสายพันธุ์เป็นสายพันธุ์จีเอช (GH) สายพันธุ์จีเอช (GH) นี่เป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ระบาดในเมียนมาร์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ระบาดอย่างรุนแรง แล้ววันนี้เป็นแสน ก่อนหน้าที่จะมีจีเอช (GH) ในสมุทรสาคร ไม่เคยมี จีเอช (GH) ในรอบแรกในประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยตอนที่ระบาดเป็นสายพันธุ์จาก อู่ฮั่น เพราะฉะนั้นท่านก็เลยอาจจะไม่แน่ใจ แต่ผมจะสรุปว่ามันใช่นะครับ ก็คือการลีก(Leak) มาจากเพื่อนบ้านคือเมียนมาร์ เพราะฉะนั้นมีเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ที่ขอเป็นคำถามด้วยใน เวลาเดียวกันนี่นะครับว่าสมุทรสาครนั้นเป็นแหล่งโรคที่ใหญ่มากครับที่จะต้องระมัดระวัง คำถามคือมีมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถจะมั่นใจได้หรือไม่ว่าสามารถ จะล็อก หรือล้อมวงให้ผู้ติดเชื้อในสมุทรสาคร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมาร์จำนวน มากหลายแสนคนไม่หลุดรอดรั่วมาติดกับคนไทยให้คนไทยต้องติดเชื้อจากแรงงาน ต่างชาติอีก มีมาตรการอะไรที่สามารถจะรับประกันได้ แล้วทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มี การเล็ดลอด หลุดรอดหรือเล็ดลอดหรือรั่วไหลใด ๆ ทั้งสิ้นครับ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าถ้ารั่วจากคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตอนนี้นี่ก็คือปัญหา ที่เกิดขึ้นกับคนไทยก็จะรุนแรงมากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จะตอบเพิ่มเติมไหมครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ คุณหมอเรวัต ซึ่งอันนี้ที่ท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ก็เป็นความคิดที่ตรงกันแล้วก็เป็นมาตรการที่รัฐบาลจะต้องควบคุมคลัสเตอร์ (Cluster) สมุทรสาครให้อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครให้ได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ผมเชื่อตรงกับท่าน คือในส่วนของการระบาดรอบใหม่ที่สมุทรสาคร แน่นอนที่สุดครับ ผมใช้คำว่า อนุมานได้ เนื่องจากว่าการสอบสวนโรคของเรากับหญิงอายุ ๖๗ ปีที่ติดเชื้อคนแรก บังเอิญว่า เราไม่สามารถสอบไปได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าเขาไปสัมผัสกับใครอย่างไร เพราะมีการสัมผัส กับจำนวนมาก แต่ข้อมูลที่ท่านเรียนก็ตรงกันว่าพอไปพิสูจน์ซากเชื้อก็พบว่าเป็นซากเชื้อ เดียวกันกับที่ระบาดอยู่ในพม่า ซึ่งอันนี้ก็อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญที่จะสนับสนุนได้ แต่อาจจะ ไม่เป็นเหตุผลทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงใช้คำว่าอนุมานได้ว่ามาจากตรงนั้น แต่ผมก็เชื่อ ว่าในการระบาดนั้นมาจากฝั่งของประเทศเพื่อนบ้านนะครับ ส่วนของมาตรการในจังหวัด สมุทรสาครผมเรียนว่าเรามีมาตรการแล้วก็แนวคิดตรงกับท่านครับ คือล็อกดาวน์ (Lockdown) แรงงานต่างด้าวจากสมุทรสาคร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๒ ส่วน ก็คือว่าขณะนี้ เราให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีแรงงานต่างด้าวได้กักตัวแรงงานต่างด้าวอยู่ใน โรงงานของตัวเองนะครับ ใช้ชื่อคำว่า แฟกทอรี ควอรันทีน (Factory Quarantine) ซึ่งเป็น นวัตกรรมใหม่ ซึ่งต้องขอบคุณภาคเอกชนที่เขายอมที่จะเสียสละที่จะจัดพื้นที่ของเขาใหม่เพื่อให้จบโดยเร็ว โดยการที่เขาไปตรวจเชิงรุกคนเขาเองแล้วก็แยกผู้ที่ติดเชื้อทำเป็นโรงพยาบาลสนามนะครับ และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงก็ไปพักอาศัยอยู่ในห้องแยกออกจากกันเป็นตามมาตรฐานของ กระทรวงสาธารณสุข ส่วนมาตรการที่เราควบคุมในส่วนของจังหวัดสมุทรสาครก็คือว่า เรามีจุดคัดกรองเชิงรุกทั้งด่านบก ด่านทะเลนะครับ ไม่ให้แรงงานต่างด้าวได้ออกจากจังหวัด สมุทรสาครหรือเข้ามาในจังหวัดสมุทรสาครได้โดยฝ่ายความมั่นคง เรามีการคัดกรอง การเดินทาง เรามีการตรวจเชิงรุก ขณะนี้เข้าใจว่าการตรวจเชิงรุกทั้งหมดทั้งประเทศนะครับ แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่สมุทรสาคร ๑๑๔,๐๐๐ กว่าราย มาตรการปิดสถานที่เสี่ยงในจังหวัด สมุทรสาครเอง เช่น ร้านค้าปลีก ร้านขายยา ร้านอาหาร หรือร้านที่มีแรงงานต่างด้าว มารวมกันจำนวนมาก ทั้งหมดนี้เราล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งจังหวัด และล็อกดาวน์ (Lockdown) บางสถานที่ ยกตัวอย่างเช่นตลาดกลางกุ้งเราก็ล็อกทันทีเพื่อที่จะไม่ให้แรงงาน ต่างด้าวได้มีการมาสัมผัสกันนะครับ และในโรงงานก็มีการแยกไปกักอย่างที่ผมเรียนก็คือ ในส่วนของแฟกทอรี ควอรันทีน (Factory Quarantine) ที่ได้นำเสนอมานะครับ เพราะฉะนั้นในมาตรการห้ามแรงงานต่างด้าวย้ายข้ามจังหวัดก็ออกมาเป็นประกาศ ของกระทรวงแรงงาน ของกรมจัดหางานเรียบร้อยตั้งสักตั้งแต่เดือนที่แล้วตอนเกิด สถานการณ์ระบาดใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นในมาตรการทั้งหมดนี้เราล็อกดาวน์ (Lockdown) แรงงานต่างด้าวได้ ผมมั่นใจว่าได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าถ้าไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะพบว่ามันก็จะมีสะเก็ดไฟไปในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัด ๒๖ จังหวัด ในส่วนของภาคใต้หรือภาคตะวันออกทั้งหมดครับ ก็ขอขอบคุณท่านครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการจบการถามกระทู้🔗

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ มีนิดเดียวครับ สั้น ๆ เลยครับ ๓๐ วินาที ขออนุญาตให้คำแนะนำอย่างนี้ครับว่าการตรวจเชิงรุกในแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานเมียนมาร์เป็นเรื่องสำคัญ แล้วทุกครั้งที่รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อเท่าไรนี่นะครับ อยากจะ ขอเสนอแนะว่าขอให้มีการรายงานจำนวนการตรวจด้วย เพื่อจะดูว่าอัตราการติดเชื้อ มันสักเท่าไรคล้าย ๆ กับที่เราทำในสิงคโปร์ สิงคโปร์นี่นะครับเขาล็อกดาวน์ (Lockdown) ชุมชนแรงงานต่างด้าว เสร็จแล้วมีการตรวจเชิงรุกทั้งหมดก็พบว่าประมาณ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ติดเชื้อครับ เพราะฉะนั้นในกรณีสมุทรสาครผมอนุมานเหมือนกันครับว่า เหตุการณ์จะคล้าย ๆ กับที่สิงคโปร์ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านเรวัต วิศรุตเวช นะครับ ถามท่านนายกรัฐมนตรีและมาตอบโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้รับมอบหมายคือ ฯพณฯ สาธิต ปิตุเตชะ ขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีสาธิตนะครับ🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๘ ส. เรื่อง เยียวยา (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน หากนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ยังคงประสงค์ที่จะตั้ง เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ แจ้งท่านครูมานิตย์ ได้ทราบ🔗

อย่างนี้ครับ ท่านคุณครูมานิตย์ครับ กระทู้ของท่านเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถ้านำมาเปิดเผยตอนนี้ มันก็ไม่เป็นกระทู้ถามสดสิครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ไม่เปิดเผย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฉะนั้น ท่านเก็บไว้ก่อนครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ไม่เปิดเผยครับท่านประธาน อย่างนี้🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าเปิดเผย ข้อสอบสิครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

นิดเดียว ๆ ท่านประธานครับ ผมจะลงแล้ว ผมว่าเอาอย่างนี้ได้ไหม🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

น่าจะพอแล้ว ล่ะครับท่าน🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ไม่ ขอนาทีเดียว ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังให้โอกาสท่าน ถามในสัปดาห์ต่อไปได้🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

นาทีเดียวท่านประธานครับ ผมฝาก ท่านประธานแล้วคนที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมขอบคุณท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ท่านสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุขตอบไม่ได้ ก็ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการมา ผมฝากท่านประธาน อย่างนี้ครับฝากไปยังผู้ร่างรัฐธรรมนูญ จริง ๆ อยากให้ไปดูหมวด ๘ เรื่องคณะรัฐมนตรีซึ่งมี อยู่ ๘ วงเล็บในมาตรา ๑๖๐ คุณสมบัติ ต่อไปนี้ถ้าใครไม่เคยผ่านการเลือกตั้งห้ามเข้ามาเป็น รัฐมนตรีเพราะไม่ยอมมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนจากตัวแทนประชาชน แล้วเราจะพึ่ง ใครล่ะครับ นี่ผมชื่นใจรัฐมนตรี ๒ ท่านมา เพราะเขามาจากผู้แทน มาฟังผู้แทน เพื่อไป แก้ปัญหาให้กับประชาชน นี่รัฐมนตรีที่อยู่คลัง ๆ ทั้งหลายออกแต่ทีวี (TV) โชว์หน้าสลอน อะไร ๆ รัฐมนตรีพงษ์พัฒน์ สุพัฒน์หรืออะไร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วนะครับ ท่านครูมานิตย์🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมจำไม่ค่อยได้ ผมฝากเรื่องนี้ครับ เป็นสาระครับท่านประธาน เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะหารือกับท่านหัวหน้าพรรคแล้วก็ท่านสุทิน คลังแสง ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทุกฝ่าย ต่างก็มีเหตุผลซึ่งกันและกันนะครับ เราก็อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รัฐมนตรี ก็อาจจะมีภารกิจจำเป็นที่นัดหมายล่วงหน้า เพราะกระทู้ถามสดด้วยวาจาเป็นกระทู้ที่ ตั้งคำถามเมื่อเช้านี้ ๘ โมงครึ่งนี่ยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจา ฉะนั้นรัฐมนตรีก็ไม่ทราบล่วงหน้า ว่าจะมีกระทู้ถามถึงท่าน แต่ว่าเมื่อมีความจำเป็นเราก็สามารถเลื่อนได้ ก็ยังให้สิทธิ ท่านสมาชิกได้นำไปถามในโอกาสต่อไปนะครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๖ เรื่อง การชดใช้เงินทุนในบทบัญญัติ มาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากในวันนี้ติดภารกิจสำคัญ จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ ฯพณฯ สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ฉะนั้นจึงขอเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ได้เตรียมตอบ เชิญท่านสุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับในกระทู้นี้ผมเป็นกระทู้ถามเรื่องการชดใช้เงิน ส่วนที่ในบทบัญญัติ มาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เนื่องจากตามที่มติ ครม. ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓ มีมติเห็นชอบในการดำเนินการตามวิธีการปฏิบัติในการใช้ เงินทุนสำรองตามมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ตามที่สำนักงบประมาณ เคยเสนอไว้แล้ว โดยคราวนี้เป็นการใช้เงินโดยมีมติที่ให้ใช้เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ ในตอนใกล้ ๆ สิ้นปีครับท่านประธาน ออกมาเป็นทุนสำรองของพระราชบัญญัติ ท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัตินี้จะมีเงินอยู่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ติดพระราชบัญญัติ ไว้ใช้ฉุกเฉิน และต่อมารัฐบาลนี้ได้เสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ผ่านการเห็นชอบของสภาไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ ตลอดจน ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาแล้ว ขณะนี้ได้มีการบังคับใช้ไปแล้วนะครับ ไม่ปรากฏครับ สำคัญคืออย่างนี้ ท่านประธานครับ ไม่ปรากฏการตั้งงบประมาณในโอกาสแรกคืนพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณดังกล่าว เลยนะครับ และย้ำนะครับท่านประธาน ในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ปี ๒๕๖๑ ท่านประธาน มาตรา ๙ คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัย กิจการที่เกี่ยวข้องกับเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด มาตรา ๑๑ คณะกรรมการนโยบายการเงินและการคลัง ของรัฐบาลมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ผมไปที่ (๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติที่ว่านี้นะครับ หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมาย แล้วก็มาตรา ๒๐ การตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจำปีต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ โดยเฉพาะ (๔) ภาระของการเงิน ที่มีกฎหมายบัญญัติให้รัฐบาลจะต้องส่งเงินเข้าสมทบหรือชดเชย ชดเชยนะครับ ผมขีดเส้นใต้ คำว่า ชดเชย เพื่อการใดต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายให้ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด อันนี้ครับ คือมาตรา ๔๕ ที่ผมพูดถึง แล้วก็ (๕) ภาระทางการเงินเพื่อชดเชยต้นทุนทางการเงินและ การบริหารจัดการ รวมทั้งความเสียหายจากการดำเนินกิจการ มาตรการ หรือโครงการ ตามมาตรา ๒๘ ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายในโอกาสแรกที่กระทำได้ มันจึงเป็นคำถามแรก ครับท่านประธาน🔗

คำถามแรกคือ ขอทราบว่าผลการนำเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นดังกล่าวตามมาตรา ๔๕ ไปใช้เยียวยา เยียวยานะครับท่านประธาน กับหน่วยรับ งบประมาณและเป้าหมายได้รับการเยียวยาไปนั้นคือกลุ่มใดครับเงินจำนวน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้ได้บรรเทาทุกข์ร้อนของกลุ่มเป้าหมายไปจนครบถ้วนหรือไม่ ขอทราบจำนวนคน คนนะครับ จำนวนปริมาณคนที่บอกว่ามีจำนวนล้านคนอะไรพวกนี้ และงบประมาณที่ใช้ ต่อคน ตลอดจนการติดตามผลการดำเนินการของหน่วยรับงบประมาณเพื่อแจกจ่ายเงิน จำนวนดังกล่าวไปนั้นครบตามจำนวน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวหรือไม่ และได้ดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์และแนวทางและวิธีการปฏิบัติในการใช้เงินทุนสำรองจ่ายของสำนัก งบประมาณครบถ้วนหรือไม่ คำถามแรกครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคก้าวไกล ตามข้อคำถามข้อที่ ๑ ของท่านนั้น กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้มาตอบแทนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ในกรณีคำถามของท่านขอเรียนว่าสำนักงบประมาณได้อนุมัติให้ สำนักงานเศรษฐกิจและการคลังเบิกจ่ายเงินสำรองจ่ายตามมาตรา ๔๕ ในวงเงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายตามมาตรการชดเชยเยียวยาให้แก่ลูกจ้างของ สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ระหว่างวันที่ ๓๐ เมษายน ถึงวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุด ประกอบการของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความแออัด เบียดเสียด ยัดเยียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ เช่น สนามมวย สนามกีฬา ผับ สถานที่บันเทิง โรงมหรสพ สถานนวดแผนโบราณ สปาบิสซิเนส (Spa Business) และลูกจ้างแรงงานหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นอาชีพหลัก เป็นต้น หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามแนวทางและวิธีการ ดำเนินการตามมาตรการชดเชยรายได้ที่กระทรวงการคลังกำหนด ทั้งนี้ไม่รวมผู้ประกันตน ตามมาตรา ๓๓ ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขของการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณี ว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม เพื่อชดเชยรายได้ให้แก่สำนักงานประกันสังคม เพื่อทำการชดเชยรายได้แก่ผู้ได้รับสิทธิ จำนวนคนละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๓ เดือน รวมก็คือท่านละ ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้งนี้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอันเนื่องจาก แหล่งอื่น ๆ และประกอบด้วยเงินที่นำมาให้ความช่วยเหลือนั้น ประกอบด้วยแหล่งอื่น ๆ งบกลาง รายการสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินจำเป็น และเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดนะครับ รวมผู้ที่ได้รับการเยียวยาทั้งสิ้น ๑๕,๓๐๒,๘๐๖ ราย ซึ่งการอนุมัติเงินทุนสำรองจ่ายให้ สำนักเศรษฐกิจการคลังดังกล่าว เป็นไปตามแนวการดำเนินการตามวิธีใช้เงินทุนสำรองจ่าย ตามมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มี มติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓ โดย ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ได้ใช้ งบประมาณจำนวนดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ผู้ถามครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ คำตอบของท่านคือวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓ ก็คงเป็น ความชัดเจนว่าท่านได้ใช้เงินในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นช่วงของการใช้งบประมาณ อย่างนั้นในช่วง ของการใช้งบประมาณปี ๒๕๖๓ นี่ถ้าดูไทม์ไลน์ (Timeline) ผมก็ยังพอเข้าใจได้นะครับว่า ไทม์ไลน์ (Timeline) ของปฏิทินการตั้งงบประมาณนั้นคงเลยช่วงเวลามาพอสมควรนะครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นคำถาม ๑ คำถาม เกี่ยวกับในเรื่องของคำถามถัดไปครับ เพราะใน หมวด ๒ ของนโยบายการเงินการคลังแห่งรัฐ ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง แห่งรัฐตามมาตรา ๑๐ ครับท่านประธาน พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง แห่งรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน การคลังแห่งรัฐ ประกอบด้วย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นองค์ประธานนะครับ แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นรองประธาน รวมทั้งหมดนั้นจะมีอำนาจตามมาตรา ๑๑ รวมทั้ง ๗ วงเล็บ ผมไม่ลงรายละเอียดในวงเล็บ แต่ตรงนี้ละครับเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเป็น คำถามถัดไปที่ตั้ง และคำถามที่ตั้งมาผมยื่นไปประมาณเดือนกันยายน ก็ปลายปีที่แล้วนะครับ เป็นช่วงของการปิดงบประมาณพระราชบัญญัติงบประมาณเดิม ขณะนี้พระราชบัญญัติ งบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๔ ได้ผ่านไปหมดเรียบร้อย แล้วออกมาบังคับใช้แล้วนะครับ ในวงเงิน ๓,๒๘๕,๙๖๒ ล้านบาท เป็นงบขาดดุล จำนวนเงิน ๖,๐๘๙,๖๒๕ ล้านบาท เป็นงบ ที่มิได้มีปรากฏการใช้เงินจำนวนดังกล่าวตาม พ.ร.บ. นี้ ที่ผมบอกว่าไม่ปรากฏเพราะว่า ในความเข้าใจแรกของผมนั้น ท่านได้อนุมัติเมื่อประมาณวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ ตอนที่อนุมัติการใช้เงินกรอบเงินนี้ แต่ตัวท่านรัฐมนตรีมาบอกว่าอนุมัติแล้วมาใช้วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่ พ.ร.บ. งบประมาณนั้นยังไม่ได้ผ่านคือ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ มันเป็นประเด็นคำถามตรงนี้ครับท่าน คำถามก็คือโดยเฉพาะ ในการนับความหมายของคำว่า ใน พ.ร.บ. งบประมาณ มาตรา ๔๕ เขียนไว้ว่า เนื้อตอนแรก ผมจะไม่กล่าวนะครับ มาถึงว่า และเมื่อได้จ่ายเงินไปแล้ว ได้ตั้งงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดเชยในกฎหมายด้วยงบประมาณรายจ่าย เพื่อสมทบเงินทุนนั้นไว้จ่ายต่อไปในโอกาสแรก วรรคสุดท้ายของมาตรา ๔๕ คำว่า โอกาสแรก นี่ครับ ราชบัณฑิตยสถานตีความหรือ อธิบายความคำว่า โอกาส คือเวลาที่เหมาะหรือจังหวะ จังหวะแรกหรือเวลาแรกที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำได้ของรัฐบาล แล้วทำไมรัฐบาลถึงไม่ใช้โอกาสแรก เมื่อ พ.ร.บ. งบประมาณ ยังไม่ออก หรือตั้งไว้ในมาตรา ๔๐ ของ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ เพื่อชดใช้เงินจำนวน ดังกล่าวให้เงินดำรงอยู่ในสภาพของก้อนเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ติด พ.ร.บ. งบประมาณ นั่นคือเป็นส่วนหนึ่งของคำถามที่จะต้องถามว่าในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ผ่านสภา ไปแล้วทำไมถึงไม่ตั้งไว้ มีเหตุผลใดนะครับ ในมาตรา ๔๐ ซึ่งจะต้องกำหนดไว้ในนั้นนะครับ และถ้ามีการชดใช้ปัจจุบันนี้ผมทราบนะครับ เพราะว่ามติ ครม. ของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อวันที่ ๕ มกราคมที่ผ่านมาได้บรรจุเรื่องนี้ไว้ แล้วก็ผ่านมติมาแล้วนะครับก็คงเป็นข่าว เดี๋ยวท่านคง ตอบตรงนี้นะครับเป็นสาระสำคัญ จึงขอทราบว่ารายละเอียดในมาตราใดของพระราชบัญญัติ ดังกล่าวก็คงมีรายละเอียดที่ท่านจะตอบนะครับ ผมตอบให้ท่านไปก่อนนิดหน่อย แต่ท่านคง ลงรายละเอียด จึงขอทราบสถานะของเงินทุนว่ายังคงมีครบถ้วนใช่ไหมครับ ตอนนี้ไม่ได้ ออกอะไรแล้ว และขอทราบว่าถ้าไม่ครบถ้วนนั้นท่านจะชดใช้ด้วยวิธีใดและเมื่อใด เพราะบทบัญญัติได้กำหนดไว้ให้ชดใช้ในโอกาสแรก ช่วยอธิบายช่วงเวลาของโอกาสแรก เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ร.บ. งบประมาณกว่าจะออกก็เดือนตุลาคม ขอบคุณท่านประธานครับ เป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภา ถึงท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ นะครับ อันเนื่องมาจากกรณีมาตรา ๔๕ ของ พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้บัญญัติไว้ตามที่ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับว่า การใช้เงินกองทุนนั้นไปเพื่อการเยียวยา จำนวน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อใช้เงินกองทุนจาก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไป ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็จะต้องตั้งงบประมาณชดใช้หรือคืนเข้าไป ในเงินกองทุนให้ครบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในโอกาสแรกของการที่จะตั้งงบประมาณ ตามที่ ท่านได้กล่าวเอาไว้นะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าตามที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้เงินในวันที่ ๒๑ เมษายนโดยเริ่มใช้ แล้วก็ในวันที่ ๓๐ มิถุนายนนั้นได้ใช้งบประมาณในส่วนนี้ไปครบถ้วน ก็ต้องขอเรียนท่านว่าในปี ๒๕๖๔ รัฐบาล ได้เสนองบประมาณแผ่นดินต่อสภาของงบปี ๒๕๖๔ ในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ ในวันที่เสนอขอตั้งงบประมาณนั้นการใช้จ่ายงบประมาณ ในส่วน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ยังไม่ทราบจำนวนว่าจะใช้จริงเท่าไร และจะตั้งคืนในกรอบ วงเงินจำนวนเท่าไรนะครับ ดังนั้นในปี ๒๕๖๔ นั้นในวันที่ยื่นงบประมาณปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็น วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ จึงยังไม่ทราบจำนวนเงินที่แน่นอนที่ใช้ออกไปนะครับ ดังนั้น คำว่า ในโอกาสแรก นั้น บัดนี้ผมได้กราบเรียนแล้วว่าวันที่ ๓๐ มิถุนายนได้ใช้เงินไปเป็น จำนวนเท่าใดได้ชัดเจนแล้วคือ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท คือใช้หมดวงเงินเลย ในโอกาสแรกจึงจะ เป็นการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ในโอกาสแรกก็จะตั้งงบประมาณตัวนี้เข้าไปอยู่ใน งบประมาณเพื่อชดเชยเงินกองทุนที่ได้นำออกมาใช้เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นั่นละครับ ช่วงจังหวะของวันที่ปรากฏนั้นเป็นเงื่อนไขของเวลา ผมก็เลยตั้งเป็นกระทู้ถาม รัฐบาลเพื่อให้เกิดความระมัดระวังในการใช้เงินจำนวนดังกล่าวนะครับ แล้วก็ให้เกิด ความโปร่งใสแล้วตอบให้ประชาชน ก็ขอบพระคุณครับที่ได้นำเงินไปมอบให้กับประชาชน อย่างถึงตัว แล้วก็คงใช้จ่ายไปจนหมดแล้ว คงตกทอดถึงประชาชน ก็ถือว่าเป็นเงินที่รัฐบาล ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. งบประมาณที่ปรากฏนะครับ แต่สิ่งสำคัญคือถ้าในการตั้ง พ.ร.บ. งบประมาณ ผมยังมองถึงว่ายังมีกระบวนการที่ต่อเนื่องจากการที่ได้ใช้จ่ายไปแล้ว เพราะว่าปฏิทินของการกำหนดร่าง พ.ร.บ. งบประมาณยังไม่สิ้นสุดนะครับ ยังผ่านวาระที่ ๑ ไป ในช่วงวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ นั้นผมว่ายังมีเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายรัฐบาลควรจะรู้ตัว แล้วก็สามารถ แปรญัตติหรือแก้ไขมาตราต่าง ๆ ได้นะครับ เพราะว่าท่านมีเสียงในกรรมาธิการงบประมาณ พอเพียงอยู่แล้ว นั่นคือเป็นเหตุที่ผมตั้งคำถามนี้ครับ ที่ว่าทำไมถึงยังไม่ชดใช้แล้วโอกาสแรกนั้น เป็นโอกาสสำคัญเพื่อให้สภาวะเงินคงคลังของรัฐบาลติดตาม พ.ร.บ. งบประมาณ ๒๕๖๑ ได้อย่างชัดเจนนะครับ นั่นคือสำคัญ เพราะว่า พ.ร.บ. วิธีงบประมาณนั้นเป็น พ.ร.บ. ที่สำคัญ ของรัฐบาลจะต้องยึดถือและปฏิบัติให้ครบถ้วนนะครับ🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีซึ่งมาแทน นายกรัฐมนตรีนะครับ งบประมาณถัดไปเป็นงบประมาณเกินดุล ผมก็จะติดตามการใช้เงิน ของงบประมาณต่อไป และขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้ท่านประธานครับ ไม่มีคำถามแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก็คงถือว่าจบกระทู้ถามเรื่อง การชดใช้เงินทุนในบทบัญญัติมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ให้เกียรติกับ สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๑ เรื่อง กรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อนุญาตให้นักท่องเที่ยววีไอพี จากประเทศฝรั่งเศส จำนวน ๔ ราย เข้ามาพำนักในจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศกัมพูชา (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข คือท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น จึงขอเชิญท่านรังสิมันต์ โรม ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเตรียมตอบครับ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนะครับ ก็เป็นกระทู้ที่ถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการจัดการการแพร่ระบาดของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อ เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) นะครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยมาตอบแทน แต่ผมก็ขออนุญาตถือว่าเป็นการตอบในฐานะของ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมคงพูด ไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าการระบาดของโควิด (COVID) รอบนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน แต่เกิดจากการที่การ์ด (Guard) ของรัฐบาลตก ที่บริหารจัดการโรคระบาดผิดพลาด ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคหลายครั้ง ถ้าเรายังจำกันได้นะครับ เมื่อต้นเดือนกันยายนปีที่แล้วจังหวัดภูเก็ตได้มีการรับทราบข้อมูลในหมู่ของพี่น้องประชาชน ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสจำนวน ๔ รายได้เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตโดยเครื่องบิน ส่วนตัว ตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ซึ่งขณะนั้นจังหวัดภูเก็ตยังไม่มีการประกาศเปิดรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ประชาชนและผู้ประกอบการก็ยังไม่ทราบว่าจะมีการเปิดรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติหรือมีการทดลองให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ หลังจากที่มีข่าวหลุดออกมาว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาโดยวิธีการพิเศษ ในจังหวัดภูเก็ตครั้งนั้น ก็ปรากฏว่าได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมากเพราะไม่มีการแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ต ที่ในเวลานั้นกำลังจะฟื้นก็กลับซบเซาลงอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้าที่เราจะเกิดการระบาดรอบที่ ๒ มาตรการของรัฐบาลหละหลวม เพียงใด และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่รัฐบาลการ์ด (Guard) ตก สร้างความเสี่ยงในการนำโควิด (COVID) เข้าประเทศมาจากภายนอก ถ้าเรายังจำกันได้ ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นก็มีการปล่อยให้แขกวีไอพี (VIP) ของรัฐบาลเดินทางเข้ามาประเทศ โดยไม่ต้องกักตัวเหมือนประชาชนปกติ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อสัมผัสพังพินาศ แต่ครั้งนั้นก็นับว่ายังโชคดีที่ไม่มีการแพร่ระบาดแต่อย่างใด ต่อมารัฐบาลก็ปล่อยให้มีเที่ยวบิน วีไอพี (VIP) พิเศษแบบนี้อีกเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตโดยไม่มีแผนหรือมาตรการรองรับ ไม่มีการแจ้งให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้า ก็นับว่าเป็นความโชคดีของพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต อีกครั้งที่ไม่มีการแพร่ระบาดจากความหละหลวมของรัฐบาล แต่เราก็ทราบกันดีครับ ท่านประธานว่าต่อมาเราไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อน ๆ เราทุกคนรู้ดีว่ารัฐบาลภายใต้การบริหาร ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะโดยรับรู้หรือไม่รับรู้ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็แล้วแต่ ท่านได้ปล่อยปละละเลยให้มีอิทธิพลเถื่อนและธุรกิจสีเทาเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ทั้งการนำเข้าแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย การพนัน ยาเสพติด ซึ่งนั่นเป็นที่มาของ การระบาดโควิด (COVID) รอบใหม่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ🔗

ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำไปสู่คำถามในข้อแรก ที่อยากจะเรียนถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาตอบแทนนั้น ความผิดพลาดในการปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด (COVID) ซึ่งเกิดจากความหละหลวมของรัฐบาลที่คนรับกรรมแทนคือประชาชน ผมอยากทวงถาม ความรับผิดชอบของรัฐบาลว่าท่านจะรับผิดชอบต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร โดยเฉพาะประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการ เป็นแรงงานในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับ ผลกระทบกันถ้วนหน้า การระบาดของโควิด (COVID) ในประเทศครั้งนี้ไม่ใช่รอบแรก แต่เคย เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ความน่าเศร้าคือตั้งแต่มาตรการเยียวยาตั้งแต่รอบแรกมาจนถึงรอบนี้ ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะพี่น้องแรงงานภาคกลางคืนและผู้ประกอบการรายย่อยยังไม่สามารถเข้าถึง มาตรการเยียวยาได้ทั้งหมด ประชาชนหลายคนในธุรกิจท่องเที่ยวเขาเคยคาดหวังครับ ท่านประธานว่าสถานการณ์โควิด (COVID) กำลังจะดีขึ้น กำลังจะค่อย ๆ เปิดประเทศ และเงินในกระเป๋าของพวกเขาจะเริ่มกลับมา ธุรกิจที่เหี่ยวเฉารอวันตายยังมีหวังที่จะ ฟื้นกลับมาได้ แต่ความหวังทั้งหมดก็ต้องสูญสลายหายไปจากการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในรอบนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานที่ต้องขาดรายได้ไปอีกอย่างน้อย ๒-๓ เดือน ผมจึงอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนของรัฐบาลว่าท่านจะมี มาตรการช่วยเหลือ ชดเชยอย่างไรกับกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษกลุ่มนี้ นอกเหนือจากมาตรการเยียวยาที่รัฐบาลมีเป็นปกติ และในจังหวัดที่พึ่งพาเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง ท่านจะมีมาตรการใด เป็นพิเศษหรือไม่ที่จะชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข จะได้ตอบคำถามแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในคำถามกระทู้ทั่วไปซึ่งเพื่อนสมาชิก ท่านรังสิมันต์ โรม ได้ถามไว้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ผมเรียนเป็นข้อมูลให้กับสภาแห่งนี้ว่าในช่วงที่ ท่านรังสิมันต์ โรม เพื่อนสมาชิกได้ถามน่าจะเชื่อมโยงกับกรณีที่ระบาดรอบที่แล้ว ซึ่งเกิด กรณีที่มีการอนุญาตให้นักเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาพำนักแล้วก็กักตัวในจังหวัดภูเก็ต แต่ว่าท่านเพื่อนสมาชิกได้ถามเรื่องมาตรการที่เยียวยาในจังหวัดพิเศษ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น จังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ผมเรียนว่ามาตรการในทุกมาตรการของรัฐบาลนะครับ ของกระทรวงการคลังที่จะออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนนั้นส่วนใหญ่ ภาพใหญ่ก็เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละกลุ่ม ส่วนการที่จะต้องเยียวยาให้กับจังหวัดท่องเที่ยว อันนี้ผมเข้าใจว่ากระทรวงการคลังเอง หรือ ศบค. เศรษฐกิจกำลังจะพิจารณาข้อเรียกร้อง แต่ในส่วนของมาตรการเมื่อช่วง การระบาดรอบแรกนั้นก็มีหลายมาตรการที่ดำเนินการให้กับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เป็นพิเศษ ผมยกตัวอย่างเช่น จังหวัดภูเก็ตก็ดี จังหวัดพังงา จังหวัดระยอง หลังที่เกิด สถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดในจังหวัดต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งถ้าเราจำได้ภูเก็ตจะหนักหนา สาหัสมาก ที่หนักหนาสาหัสก็เนื่องจากว่าจังหวัดภูเก็ตมีรายได้ส่วนใหญ่เป็นรายได้จาก นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาที่จะเยียวยากับผู้ประกอบการ เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และในที่สุดนอกจากมาตรการแล้วการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยวในประเทศเอง คือเราต้องยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นเราจะสร้าง ความเชื่อมั่นอย่างไรที่จะให้นักเดินทางจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศเราไม่ใช่ เรื่องง่ายครับ เพราะว่าการปิดกั้นในการเดินทางจากต่างประเทศนักท่องเที่ยวต่างประเทศเอง ก็เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูง ในขณะเดียวกันเรากำลังแก้ไขปัญหาโดยการที่จะส่งเสริม ให้ไทยเที่ยวไทย แล้วช่วงเวลาหนึ่งหลังจากที่รัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นโดยการนำ ครม. ทั้งคณะเดินทางไปประชุม ครม. ที่จังหวัดภูเก็ตและในจังหวัดกลุ่มท่องเที่ยวทางภาคใต้ สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ตามไปด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่เราเติมเข้าไปในจังหวัดต่าง ๆ ที่ผม เรียนมาแล้วนะครับ รวมทั้งจังหวัดระยอง ทั้งภูเก็ตและจังหวัดระยองหลังจากที่เราได้สร้าง ความเชื่อมั่นโดยมีการจัดประชุม ครม. สัญจร แล้วก็ตามไปด้วยอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่ทุกถนนมุ่งไปสู่จังหวัดระยอง จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ หลังจากนั้นเราก็จะทราบครับ รวมทั้งโครงการเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เกิดการเดินทาง แล้วก็สร้างการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจในจังหวัดต่าง ๆ ที่ท่านรังสิมันต์ โรม เป็นห่วง อย่างมาก เกาะสมุยที่เคยเงียบก็จะพบว่านักท่องเที่ยวเป็นโอกาสพิเศษของนักท่องเที่ยว ที่ไม่เคยไปพักในโรงแรมที่ราคาสูง แต่ในช่วงเวลานั้นโรงแรมก็มีโพรโมชัน (Promotion) ที่มีราคาที่ต่ำลงมาพอที่คนไทย จะเดินทางไปเที่ยวได้ ภูเก็ตเองก็จะพบว่านักท่องเที่ยวของประเทศไทยเองได้เดินทางไป เที่ยวในจังหวัดที่ท่านเป็นห่วงเป็นอย่างมาก มาตรการทั้งสร้างความเชื่อมั่น ทั้งมาตรการ ที่ออกไปในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรม เจ้าพนักงานที่ประกันสังคมก็ทำให้เกิด ความเชื่อมั่น แล้วก็ทำให้สถานการณ์มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมเรียนว่าความรับผิดชอบในทาง การเมืองในส่วนตัวผมนะครับ ผมเรียนท่านรังสิมันต์ โรม ว่าคนที่เป็นรัฐบาล ไม่ว่าสิ่งใด จะเกิดขึ้นในการบริหารงานของรัฐบาล ถ้าเป็นเรื่องดีนะครับรัฐบาลก็ได้รับความดีความชอบ ถ้าอันไหนที่เป็นผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจหรือเป็นผลเสียหายในการบริหารประเทศ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดผมเรียนท่านในระบบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย คนที่ตัดสินคือพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่า รัฐบาลไหนบริหารประเทศในมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติสาธารณสุข ในมิติเศรษฐกิจ หรือในมิติ เรื่องของการเกษตร ทั้งหมดพี่น้องประชาชนจะเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจในการให้ ความรับผิดชอบ ผมเรียนว่าจนมาถึงขณะนี้การระบาดรอบใหม่ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ซึ่งพวกเราทราบดีนะครับ ผมคิดว่าเราต้องช่วยกันในการที่จะให้สถานการณ์โควิด (COVID) ในวันนี้ขจัดเรื่องสีเทาในประเทศนี้ออกไปให้หมดนะครับ คลัสเตอร์ (Cluster) แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย คลัสเตอร์ (Cluster) บ่อนการพนันที่สร้างความเสียหายให้กับ เศรษฐกิจและคนส่วนใหญ่จำนวนมากเราก็ต้องมาร่วมด้วยช่วยกัน โดยเริ่มต้นจากรัฐบาล ผมยังมีความเชื่อมั่นว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะมีความจริงใจในการที่จะเอาจริงเอาจังกับ ๒ คลัสเตอร์ (2 Cluster) นี้ และพวกเราในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ก็จะเป็นการทำหน้าที่ ในการช่วยกันตรวจสอบต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของมาตรการต่าง ๆ ที่จะเกิด ขึ้นกับจังหวัดที่ท่านตั้งข้อสังเกต ผมมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีมาตรการที่ออกมาช่วยเหลือเป็น พิเศษ นอกจากเยียวยาเป็นกลุ่มที่บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก แล้วก็เรียนว่าในส่วนของที่ท่านถามว่าในกรณีที่มีผู้เดินทางเข้ามาในช่วงเวลานั้น เป็น ๔ นักเดินทางที่เดินทางเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศส ๔ คน ทั้งหมดเขาได้รับอนุญาตได้รับ เซอร์ทิฟิเคต ออฟ เอ็นทรี (Certificate of Entry) จากสถานทูตในต่างประเทศที่ผมจะเรียน อยู่ในมือผมนี้นะครับ แล้วเขาได้รับอนุญาตในบุคคลประเภทกลุ่มที่ ๓ และในการได้รับ การอนุญาตตามคำสั่ง ศบค. ที่ ๘/๒๕๖๓ เข้ามาในราชอาณาจักร ในข้อ ๖ และข้อ ๗ ซึ่งเขาก็สามารถเดินทางเข้ามาได้แล้วก็ต้องได้รับการกักตัวซึ่งเขาก็กักตัวอยู่ในอัลเทอร์เนทีฟ ควอรันทีน (Alternative Quarantine) นะครับ ก็ครบ ๑๔ วัน ตามระเบียบและกฎหมาย ทุกอย่างครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนะครับ🔗

ก็ต่อคำถามแรกนะครับที่ท่านรัฐมนตรีตอบมา ผมสรุปที่ท่านรัฐมนตรีอธิบาย นะครับ คือ ครม. ได้ไปลงพื้นที่ที่ภูเก็ตจัดประชุมที่นั่น มีอีเวนต์ (Event) มีในเรื่องของ เที่ยวด้วยกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นนะครับ มันไม่ใช่มาตรการเยียวยาเป็นการเฉพาะสำหรับ จังหวัดที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากขนาดนี้ สรุปง่าย ๆ ก็คือท่านรัฐมนตรีเองท่านก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายเป็นการเฉพาะอะไร ทั้ง ๆ ที่ ท่านรัฐมนตรีเองก็มาจากภาคตะวันออกซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการท่องเที่ยวและพึ่งพารายได้ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็มีโอกาสอีกครั้งหนึ่งครับที่ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบ แต่ทีนี้ นอกเหนือจากเรื่องของมาตรการชดเชยเยียวยาเฉพาะหน้าแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญกว่า คือความชัดเจนจากรัฐบาลว่ารัฐบาลต่อสถานการณ์ความอึมครึมเกี่ยวกับโควิด (COVID) แบบนี้ สรุปแล้วมันจะจบอย่างไรครับ รัฐบาลจะมีแผนในการควบคุมโรคอย่างไร ภาคเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติได้ตอนไหน และเมื่อไรที่ภาคบริการและภาคการท่องเที่ยว จะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง สิ่งที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตและคนไทย ทั้งประเทศต่อเรื่องนี้นะครับ ก็คือเรื่องของวัคซีน ซึ่งวัคซีนนี้เองจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของความพร้อมของภาค การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มี การตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรัฐบาลจึงเลือกบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน เป็นผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนที่มาจากเงินภาษีของประชาชน ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่เพียงผู้เดียว แน่นอนครับว่าท่านรัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตอบโต้ชี้แจง ทั้งโดยสร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์ แต่เพื่อให้คลายข้อสงสัยแก่ทุกฝ่ายและสร้างมาตรฐาน ความโปร่งใส ผมจึงอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านสามารถเปิดเผยเอกสารเหล่านี้ ตามที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เรียกร้องให้มีการเปิดเผยได้หรือไม่🔗

ข้อแรก สัญญาจ้างผลิตระหว่างบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ว่าผลิตกี่โดส (Dose) ราคาต้นทุนการผลิต ของบริษัทเท่าไร ราคาขายให้บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เท่าไร มีรายละเอียดสัญญาอย่างไร🔗

ข้อ ๒ สัญญารับงบประมาณระหว่างสถาบันวัคซีนแห่งชาติกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ว่ามีรายละเอียดเงื่อนไขอย่างไร มีมูลค่าเท่าไร และเอาไปใช้ทำ อะไร🔗

ข้อ ๓ บันทึกการประชุมของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและเอกสาร ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการวางเงื่อนไขคุณสมบัติและรายละเอียดของเอกชนที่จะได้รับ การสนับสนุนจากรัฐในการผลิตวัคซีน เพื่อให้ประชาชนแน่ใจว่าการเลือกสนับสนุน บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามหลักการ ไม่มีผลประโยชน์ ทับซ้อน🔗

และ ข้อ ๔ ที่มีการชี้แจงตามสื่อมวลชนว่ารัฐบาลจะมีการจัดซื้อวัคซีนอีก ๓๕ ล้านโดส (35 Millions doses) ซื้อจากบริษัทอะไร เป็นแค่เพียงการอนุมัติงบประมาณ หรือมีการตกลงจัดซื้อกับบริษัทไว้แล้ว ผมขอย้ำกับท่านประธานอีกครั้งว่าวัคซีนเป็นเรื่อง ความเป็นความตายของคนทั้งประเทศ งบประมาณที่นำมาผลิตวัคซีนเป็นงบประมาณ จากภาษีประชาชน ผมจึงหวังว่าเราจะไม่เห็นการปิดปากประเด็นเหล่านี้ด้วยอำนาจ หรือการป้ายสีเรื่องความจงรักภักดี และขอให้ท่านรัฐมนตรีให้คำตอบชัด ๆ ตรง ๆ ว่า ถ้ารัฐบาลสนับสนุนบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่งด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ท่านสามารถเปิดเผย เอกสารเหล่านี้ตามที่คุณธนาธรเรียกร้องได้หรือไม่🔗

สุดท้ายนี้ครับท่านรัฐมนตรี ผมฝากให้เป็นข้อคิดนะครับ เราเองก็อยากจะ ทำงานแบบสร้างสรรค์ ในวันที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวคำสาบานก่อนเข้ารับตำแหน่ง ว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อปกปักรักษา คุ้มครอง และปกป้องรัฐธรรมนูญ สหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องที่ดีครับที่กล่าวแบบนั้น🔗

ส่วนท่าน พลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้สาบานว่าจะปกป้องรัฐธรรมนูญไทย วันนี้ จึงได้แค่เพียงปกป้องบริษัทขายยาเท่านั้น อย่าให้เป็นแบบนั้นเลยครับ ฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบคำถามให้จัง ๆ ให้ตรง ๆ ตอบให้ชัดเจน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจ ด้วยเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอตอบคำถามเพื่อนสมาชิกในกระทู้ถามทั่วไปในเรื่องของการต่อสู้กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ถึงแม้ว่าคำถามจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ผมก็พร้อมที่จะตอบคำถามกับ เพื่อนสมาชิก ผมคิดว่ามี ๓ ประเด็นที่ผมต้องตอบคำถามท่านนะครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือว่ามาตรการที่ช่วยกับกลุ่มจังหวัดที่มีผลกระทบกับ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นพิเศษ ผมเรียนกับท่านว่าเวลารัฐบาลหรือผู้ที่ใช้ งบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษีอากรของประชาชน ไม่ว่าจะใช้งบประมาณไปเพื่อ การเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อน แต่การพิจารณาในการใช้งบประมาณของพี่น้อง ประชาชนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ การช่วยเหลือในส่วนของ เอกชนที่ได้รับผลกระทบ เราพิจารณาในทุกเซกเตอร์ (Sector) ในทุกที่มีความเดือดร้อน แต่ในขณะเดียวกันกรณีที่เป็นพิเศษในแต่ละจังหวัด ก็ต้องหาเหตุผลให้ได้ว่าจังหวัดนั้น ๆ เขามีความเดือดร้อนในกลุ่มประกอบการ อาชีพอิสระ หรืออาชีพใด ๆ ก็ตาม ซึ่งมิได้ หมายความว่าจังหวัดที่มีความเดือดร้อนเป็นพิเศษ มีกลุ่มที่เดือดร้อนกลุ่มนั้นแล้วจังหวัดอื่น จะไม่มีด้วย เพราะฉะนั้นการพิจารณาที่จะเยียวยาเรื่องความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดที่เป็นพิเศษ ผมคิดว่ามีมาตรการบางมาตรการที่เป็นพิเศษ เช่น มาตรการเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม ที่ช่วยผู้ประกอบการโรงแรมที่กำลังถูกปิดตัวในช่วงแรก แล้วก็สืบเนื่องจนมาถึงขณะนี้ คือเราเอาโรงแรมที่มีปัญหามาทำสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) เราใช้โรงแรมที่ยัง ใช้การได้ที่ไม่มีคนเข้าพักให้เขาเข้าร่วมในโครงการอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน (Alternative State Quarantine) ท่านไปดูได้นะครับ มีโครงการที่โรงแรมใหญ่ ๆ ขนาดกลาง ขนาดเล็กเข้าร่วมโครงการ แล้วก็มีรายได้ประจำพอที่จะจ้างงานให้กับพนักงานของเขาได้ อันนี้คือ ๑ เรื่องที่เราสามารถดำเนินการและมีอีกหลายเรื่อง เพียงแต่ว่าในระยะเวลาสั้น ๆ ผมอาจจะไม่สามารถยกมาอธิบายให้ท่านได้ครบทุกเซกเตอร์ (Sector) ของผู้ที่ได้รับ ผลกระทบในจังหวัดที่เป็นพิเศษ🔗

ประเด็นถัดไปครับ ท่านเชื่อมโยงเรื่องของวัคซีนกับการแก้ไขในการระบาด รอบนี้ว่าวัคซีนเป็นความเป็นความตายของชีวิตมนุษย์ ที่จริงไม่ใช่ครับ วัคซีนการป้องกัน โรคระบาดโควิด (COVID) ถ้าเปรียบเสมือนเบรก (Brake) ตัวเดียวของเรือสินค้าขนาดใหญ่ ถ้าเราเปรียบโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นเรือสินค้าขนาดใหญ่ วัคซีนที่คนทั้งโลกกำลังจัดหา อยากได้ จัดซื้อ เป็นเพียงเบรก (Brake) อันเดียวของเรือสินค้าขนาดใหญ่ เป็นการชะลอ การติดเชื้อ ไม่ได้หมายความว่ามีวัคซีนแล้วจะเป็นไม้เท้ากายสิทธิ์จะหยุดการระบาดของ โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้ เราต้องทำมาตรการที่เราเดินมาตั้งแต่ต้น คือการควบคุมการติดเชื้อให้น้อยที่สุด รักษาให้มีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด และให้มีผลกระทบกับ เศรษฐกิจให้น้อยที่สุด นี่คือสิ่งที่เราเดินมา เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการที่พบผู้ป่วยเอาไปรักษา การให้ยาที่มีประสิทธิภาพโดยเร็ว การสร้างมาตรการ ป้องกันไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศ นี่คือสิ่งที่เราเดินมา เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ที่ผมเรียนก็คือว่าวัคซีนเป็นเพียงเบรก (Brake) หรือการชะลอการสู้กับ การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ส่วนการดำเนินการในการที่จะได้วัคซีนมาก็ต้องเรียนกับ ท่านว่าจริง ๆ สถาบันวัคซีนต้องให้ความเป็นธรรม กรมควบคุมโรคเขาได้เจรจากับทุกบริษัท มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม การเจรจาในช่วงนั้นก็ต้องยอมรับว่าเพิ่งเป็นการเจรจากับบริษัทต่าง ๆ ซึ่งเพิ่งเริ่มการทดลอง ยังไม่ทราบเลยครับว่าในช่วงที่เราเจรจาตอนนั้นบริษัทต่าง ๆ จะทดลองแล้วสำเร็จหรือไม่ วัคซีนจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือวัคซีนที่ทำการทดลองนั้น จะสำเร็จนำไปใช้เป็นวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ แต่ด้วยความรวดเร็วของสถาบัน วัคซีนแล้วก็รัฐบาล มีความจำเป็นต้องเจรจานะครับ เพราะฉะนั้นการเจรจาก็ต้องดูมีศิลปะ ว่าการเจรจากับบริษัทไหนที่จะเป็นประโยชน์แล้วก็มีโอกาสที่จะสำเร็จมากสุด การเจรจา เรื่องวัคซีนกับต่างประเทศก็เป็นเรื่องหนึ่ง เราให้งบประมาณกับคนของเราที่มีความสามารถ เป็นนักวิจัยเรื่องวัคซีนโดยเฉพาะก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง รัฐบาลก็ให้ทุนกับมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ไปทดลองแล้วก็ไปค้นคว้าวิจัยเรื่องเกี่ยวกับวัคซีนด้วย ในขณะเดียวกันการเจรจา ก็ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการที่จะไปพูดคุยเพื่อให้ในขณะนั้นความต้องการหรือดีมานด์ (Demand) ของวัคซีนทั่วโลกมีความต้องการจำนวนมาก เมื่อมีการทดลองคืบหน้าไประดับหนึ่ง บริษัทวัคซีนก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป สถาบันวัคซีนได้เจรจาได้บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ในมุมกลับต้องชื่นชมเสียด้วยครับว่าเราโชคดีที่มีบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ อันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และมีศักยภาพพอที่บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะเห็นความสำคัญในการที่จะต้องผลิตวัคซีนในประเทศในภูมิภาคนี้ แล้วก็ ตกลงเซ็นสัญญาในเงื่อนไขที่ดีกว่าประเทศอื่น เพราะฉะนั้นเรื่องวัคซีนที่เราทำสัญญากับ แอสตร้าเซนเนก้า ถึงวันนี้ท่านเปรียบเทียบทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย ถ้าวันนี้เราไปทำกับไฟเซอร์ (Pfizer) ท่านอาจจะมีอีกมุมหนึ่งบอกว่าไฟเซอร์ (Pfizer) ก็พบการฉีดและอาจจะมีข้อมูลว่า มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันซิโนแวค (Sinovac) ซึ่งมีการทดลองที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นภายใต้เวลาอันจำกัดถ้าเราจะพูดเรื่องวัคซีนเราก็ต้องหาเวทีมาคุยกัน แต่ผม ยืนยันกับท่านว่าข้อมูลที่ท่านต้องการ ข้อมูลที่ท่านอยากได้ แน่นอนที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ท่านสามารถหาได้โดยง่ายกับสถาบัน วัคซีนนะครับ เว้นเสียแต่ว่าข้อมูลที่บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับเราซึ่งเขาต้องการปกปิดเป็น ความลับ แต่ไม่ใช่ความลับในเรื่องอื่นนะครับ เป็นความลับในแง่ของธุรกิจของเขาเองหรือ ความลับในแง่ของการวิจัย เหมือนกับผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าเวลาบริษัทวัคซีนที่จะเข้ามา จัดจำหน่ายในประเทศไทยเขาจะต้องส่งเอกสารหลักฐานในการทำการทดลองหรือเอกสาร ในการไปแสดงถึงผลกระทบที่มีต่อการทดลองที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ให้กับ อย. ดู และ อย. จะต้องเก็บรักษาเอกสารนั้นเป็นความลับสูงสุดเพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์กับบริษัทอื่น อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่บริษัทผลิตวัคซีนเขาจะต้องมีการหวงแหนหรือเป็นการสงวนลิขสิทธิ์ ของเขาไว้ แต่ผมยืนยันว่าเอกสารใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายเราและเป็นประโยชน์กับ สาธารณชนท่านสามารถเข้าไปดูได้อยู่แล้วในเว็บไซต์ (Website) ของสถาบันวัคซีน หรือมติ ของที่ประชุมกรรมการวัคซีนซึ่งกรรมการวัคซีนแห่งชาติ มีทั้งกรรมการกระจายวัคซีน ที่จะต้องตกลงกันในอนาคตว่าจะแบ่งให้ใครบ้าง ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าถ้าเป็นข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเต็มที่ สถาบันวัคซีนเองก็สามารถที่จะนำ ข้อมูลนี้นำมาสู่พี่น้องประชาชนได้อยู่แล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานผมขอสั้น ๆ นิดเดียว ไม่เกิน ๑๕ วินาที🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ว่าเรื่องไหนที่ท่านรัฐมนตรีตอบ ไม่ได้นะครับ รวมถึงข้อที่ผมขอไป ไม่ว่าจะเป็นสัญญาอะไรต่าง ๆ ส่งมาเป็นเอกสารก็ได้ครับ ท่านรัฐมนตรีสามารถสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งมาให้ผมที่นี่ได้เลยนะครับ ก็เข้าใจ ครับเวลาน้อยแต่ว่าตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้นะครับ ผมไม่ติดใจนะครับ อยากได้ ข้อมูลตรงนี้จะได้ช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องของวัคซีน เพราะพี่น้องประชาชนเขามีคำถามและความสงสัยจริง ๆ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ เรื่อง กรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) อนุญาตให้นักท่องเที่ยววีไอพี (VIP) จากประเทศฝรั่งเศสจำนวน ๔ รายเข้ามาพำนักในจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางต่อไป ยังประเทศกัมพูชาของท่านรังสิมันต์ โรม ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ นะครับ เป็นตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ ขอบคุณที่ให้เกียรติกับทางสภาเรา🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๖ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการปล่อยน้ำเสีย ลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดบางปู (นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ แจ้งท่านกัญจน์พงศ์ได้รับทราบนะครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๘ เรื่อง การขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อก่อสร้างถนนในการใช้สัญจรไปมาของประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ (นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ฉะนั้นเชิญท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ตอบครับ เชิญครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้ยื่นกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง การขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการก่อสร้างถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีต เสริมเหล็กให้กับประชาชนผู้สัญจรไปมาในเขตพื้นที่ ๕ อำเภอ คือ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอไพรบึง อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอพยุห์ เหตุผลที่ผมได้ยื่นกระทู้ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานจะสังเกตว่าวันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้ยื่น กระทู้ถาม ไม่ได้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่ละกระทรวงเลย เพราะเมื่อยื่นแล้วได้คำตอบ ที่ไม่ชัดเจนและแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นจึงมุ่งมาที่ท่านนายกรัฐมนตรี เช่นดังกระทู้ผม ก็เช่นเดียวกัน เหตุผลที่ถามนายกรัฐมนตรีมีด้วยเหตุผล ๒ ประการ🔗

ประการที่ ๑ เรื่องถนน ๓ สายนี้ผมได้หารือในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ก็ได้รับ คำตอบจากสภาว่าได้ส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่าก็คงเดิม🔗

ประการที่ ๒ ที่ยื่นกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ก็สืบเนื่องมาจากว่ากระทู้ ถนน ๓ เส้นนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว ๒ ครั้ง ๒ สมัย แต่ปรากฏว่าก็ได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่ากระทรวงไม่มีงบประมาณให้ เหตุผลดังกล่าว ทั้ง ๒ ประการนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มาตอบกระทู้ ก่อนอื่นต้องขอกราบ ขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ตรงกับชีวิตและตรงกับประสบการณ์ ของท่าน เพราะท่านเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย พร้อมทั้งได้เคย ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบคุณ แต่ผม ขออนุญาตท่านประธาน ผมจะขออภิปรายถามกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ ก่อนอื่นขอภาพด้วยครับ เจ้าหน้าที่ขอภาพด้วยครับ ในช่วงที่ภาพยังไม่มา ผมถือโอกาส นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มาตอบกระทู้ก่อนเลยว่าถนนสายที่ ๑ เป็นสายบ้านพิงพวย ผ่านหนองสังข์ตะวันออก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ผ่านบ้านหนองสังข์ตะวันตก ผ่านบ้านหนองจิก บ้านหนองจิกนี้จะแยกออกไปทางบ้านโนนเม๊ะ ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง และอีกเส้นทางหนึ่งจะต่อไปยังบ้านหนองรุง ตำบลศรีโนนงาม ข้ามไปยังอำเภอพยุห์ เส้นทาง เส้นนี้มีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร เดิมทีอยู่ในความผิดชอบของ รพช. เมื่อปี ๒๕๔๕ หน่วยงานนี้ได้ถูกยุบไป ถ่ายโอนภารกิจให้กับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้รับผิดชอบ ผลปรากฏว่าเส้นทางเส้นนี้มีระยะทาง ๗ กิโลเมตร หารือทีไรผลปรากฏว่า ก็ได้รับหินลูกรังกับเกรต (Grate) งบประมาณจัดลงแต่ละครั้ง ๔๙๙,๐๐๐ บาท เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่เกิน ๗ วันก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เพราะฉะนั้นผมเสียดาย งบประมาณที่เป็นการแก้ปัญหาแบบไม่ยั่งยืน🔗

ส่วนเส้นทางที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเส้นทางจากสาย บ้านกระหวันไปบ้านโนนแสนคำ ไปบ้านหนองกระแชง ไปบ้านจานบัว ตำบลเสื่องข้าว ระยะทาง ๗ กิโลเมตร แล้วต่อจากบ้านจานบัวนั้นจะเชื่อมต่อไปยังบ้านหนองไผ่หนองแคน อำเภอเบญจลักษ์ และบ้านไผ่หนองแคนนี้เป็นจุดสำคัญซึ่งจะแยกไปทางที่ว่าการอำเภอ เบญจลักษ์และอีกเส้นทางหนึ่งไปเชื่อมต่อทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๕ อำเภอ กันทรลักษ์เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนใช้ในการสัญจรไปมา ทั้งไปทำงาน ทั้งขนถ่ายสินค้า เพื่อการเกษตร เส้นทางเส้นนี้มีความสำคัญมาก🔗

เส้นทางที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเส้นทางที่เริ่มต้นจากถนนเชื่อม ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๑ เริ่มต้นที่บ้านสันติสุข ตำบลภูเงิน ไปบ้านตายู ตำบลสระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ มีระยะทาง ๓.๑ กิโลเมตร เดิมทีถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมโยธาธิการ เมื่อปี ๒๕๔๕ กรมโยธาธิการได้ถูกยุบไป ถ่ายโอนภารกิจให้กับทางองค์การ บริหารส่วนตำบลภูเงิน ซึ่งเกินความสามารถที่องค์การบริหารส่วนตำบลภูเงินจะดูแลและ ดำเนินการซ่อมสร้างถนนสายนี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และถนนสายนี้ยังต่อจากบ้านตายู ไปเชื่อมต่อบ้านกระหวัน ตำบลเสื่องข้าว สรุปแล้วถนน ๓ เส้นนี้เป็นถนนที่เป็นหัวใจสำคัญ ของพี่น้องอำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอไพรบึง อำเภอพยุห์ และอำเภอกันทรลักษ์🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ จึงเป็นสาเหตุที่ผมได้ตั้งกระทู้ถาม และขอถาม คำถามที่ ๑ รัฐบาลมีหลักเกณฑ์ในการจัดการลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ถามของท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งในคำถามข้อที่ ๑ ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลมีหลักเกณฑ์พิจารณาแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนเรื่องการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนที่มีความชำรุดทรุดโทรมทั้งในเขต ชุมชนเมืองและในชนบทหรือไม่ อย่างไร ซึ่งในประการนี้ขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านวิวัฒน์ชัยว่ากระทรวงมหาดไทยนั้นมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นซึ่งไม่ว่าจะเป็น ที่เรียกว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล หรือ อบต. หรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษทั้ง ๒ รูปแบบ ก็คือทั้ง กทม. และเมืองพัทยานั้น ก็อยู่ภายใต้การกำกับของ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งแล้วแต่ประเภทนะครับ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็มีหน้าที่ ในการจัดบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ แต่การดำเนินการต่าง ๆ นั้นก็ต้องเคารพความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นเองก็ผ่านการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน แล้วก็ท้องถิ่นเองก็มีสภา ของท้องถิ่นเป็นคนกำกับแล้วก็คอยตรวจสอบการบริหารการทำหน้าที่ต่าง ๆ ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกลไกหนึ่งที่พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมนั่นก็คือ การจัดทำแผนในการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ของท้องถิ่นนั้นผู้บริหาร ท้องถิ่นเวลาทำประชาคมก็จะรับฟังความต้องการของแต่ละพื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่มี ความเดือดร้อนประการใด มีเรื่องใดบ้างที่จะนำไปสู่การจัดทำแผน แล้วก็ตามอำนาจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล หรือว่า อบต. นะครับ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็ต้องเป็นไปตามแผนพัฒนาท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งจากแผนพัฒนา ท้องถิ่นเวลาจัดทำงบประมาณก็จะถูกถอดออกมาเป็นแผนงบประมาณเรียกว่าข้อบัญญัติ หรือเทศบัญญัติงบประมาณต่อไป ซึ่งในข้อกำหนดต่าง ๆ หากว่าพี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อน ถ้าเป็นของ อบจ. หรือเทศบาล บัดนี้การจัดทำแผน การแก้ไขแผน ก็ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารแก้ได้ทันที แต่ถ้ากรณีเป็น อบต. ยังต้องฟัง การจะแก้ไข แผนยังต้องนำไปสู่ขอความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องการแก้ไขต่าง ๆ ต้องปฏิบัติไปตามแผนนะครับ ต้องปฏิบัติไปตาม ข้อบัญญัติของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นนั้น ๆ แต่กรณีที่หากว่ามีโครงการใดที่ท้องถิ่นไม่มี งบประมาณเพียงพอ ท้องถิ่นก็สามารถขอรับการสนับสนุนเข้ามาที่กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นหรือที่กระทรวงมหาดไทยได้ อันนี้ก็ขอกราบเรียนเบื้องต้นว่าก็ขอว่าการก่อสร้างถนน หรือว่าการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็ขอให้เป็นไปตามแผน เพราะว่าท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น มีความเป็นอิสระนะครับ เรียกว่าคนอื่นจะไปสั่งให้ท้องถิ่นทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะท้องถิ่นมีความรับผิดชอบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และท้องถิ่นมีสภาของแต่ละพื้นที่ คอยอนุมัติข้อบัญญัติ คอยที่จะควบคุมดูแลการบริหารงบประมาณอยู่ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านวิวัฒน์ชัยครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย นี่ล่ะครับท่านประธานเป็นเหตุผลที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ได้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะคำถามที่ผมถามไปนั้นผลปรากฏว่าคำตอบที่ได้มา ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ตั้งกระทู้ถาม ก็เข้าใจอยู่ว่าท่านผู้ที่มาตอบกระทู้แทนท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่ากระทรวงนั้นมีหน้าที่กำกับและเคารพในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังบอก อีกว่าเป็นไปตามแผนพัฒนาท้องถิ่น เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น และมันเกินอำนาจ ของผู้บริหารท้องถิ่น เกินอำนาจ อบต. เกินอำนาจ อบจ. เพราะงบประมาณไม่มี แล้วถามว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้บริหารประเทศจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างไร ในวันแถลงนโยบายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ามาแถลง มีข้อหนึ่งที่บอกว่าจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จะพยายามพัฒนาประเทศ ให้มีความเจริญ แล้วตอนนี้มันมีปัญหาประชาชนเดือดร้อน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านลองสอบถาม ไปทางจังหวัดดูว่าถนน ๓ เส้นนี้เขาได้ส่งแผนเข้าไปทางจังหวัดไหม เขาได้ส่งแผนเข้าทาง อบจ. ไหม ส่งแล้วส่งอีกจนกระทั่ง พูดง่าย ๆ ว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับเขาเกษียณไปแล้ว เกษียณไปอีกนะครับ ก็ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับทราบ🔗

ถ้าอย่างนั้นผมก็จะมาคำถามที่ ๒ เลยนะครับ ก่อนที่จะถึงคำถามที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ งบประมาณเข้าสู่การพิจารณา ผมได้มีโอกาสอภิปรายในเรื่อง ของงบประมาณว่างบประมาณส่วนกลางนั้นได้ตั้งไว้สูงถึง ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วงบของ กระทรวงมหาดไทยก็ตั้งไว้สูงถึง ๓๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงมหาดไทยได้รับ งบประมาณสูงเป็นอันดับ ๓ รองจากกระทรวงศึกษาธิการ แต่ก็ได้รับคำตอบการแก้ปัญหาว่า ไม่มีงบประมาณ ไม่มีงบประมาณ ผมจึงถือโอกาสนี้นำเรียนว่าถ้าอย่างนั้นในงบประมาณ ส่วนกลางที่เป็นงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมได้อภิปราย ในงบประมาณนั้น ท่านได้ให้คำตอบในที่สภาแห่งนี้ว่ามีไว้ใช้ในกรณีเร่งด่วน จำเป็น ฉุกเฉิน สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสนี้นำเรียนว่า หากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น อบต. อบจ. ไม่มีงบประมาณเพียงพอ ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พอจะแบ่งปันงบประมาณที่เป็นงบประมาณกลางที่มี สูงถึง ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนำมาบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนคน ๕ อำเภอ ให้เขาได้มี ชีวิตในการสัญจรไปมาเหมือนคนในชุมชนเมืองได้หรือไม่ และกระทู้เรื่องถนน ๓ โครงการนี้ จัดเข้าโครงการภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมประเทศไทย ปี ๒๕๖๔ ได้หรือไม่ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบคำถามในข้อที่ ๒ นะครับว่าในส่วนของหลักเกณฑ์ในการจัดลำดับความสำคัญ แล้วก็ การแก้ปัญหาความเดือดร้อนที่ชำรุดทรุดโทรมนั้น ในแต่ละจังหวัดได้กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไร หรือว่าในถนน ๓ สายที่ท่านยื่นกระทู้เข้ามาถามว่าสามารถจะใช้งบในส่วนไหน ได้อย่างไร กระผมขออนุญาตที่จะเรียนในเบื้องต้นนะครับว่าเมื่อข้อที่ ๑ ผมเรียนแล้วว่า ถ้ากรณีเป็นภารกิจของท้องถิ่นก็ต้องไปดูเบื้องต้นเสียก่อนว่าท้องถิ่นนั้นได้บรรจุเรื่องนี้ไว้ใน แผนพัฒนาท้องถิ่นนั้นว่าอย่างไร แล้วก็หากว่าเกินศักยภาพของท้องถิ่น ท้องถิ่นก็ทำเรื่อง ขอสนับสนุนงบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทย มาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถ้าหากว่าไปดูข้อมูลนะครับว่าจากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยนี่ได้จัดงบประมาณ อุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับการก่อสร้าง การปรับปรุงซ่อมแซมถนนทั้งประเทศ ๓ ปีย้อนหลัง ท่านจะได้เห็นตัวเลขเลยว่าในปี ๒๕๖๑ อนุมัติไปทั้งสิ้น ๒,๒๐๒ โครงการ ใช้งบประมาณ ๑๐,๗๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๒ ได้อนุมัติถนนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๓,๑๗๒ โครงการ งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น ๑๗,๒๖๑ ล้านบาทเศษ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จำนวน ๕,๖๔๙ โครงการ ใช้งบประมาณ ๓๐,๑๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ได้อนุมัติโครงการถนนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๗,๐๐๕ โครงการ ใช้งบประมาณ ๓๐,๓๖๗ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้นท่านจะได้เห็นว่า กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน กับเรื่องการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการก่อสร้าง ปรับปรุงซ่อมแซมถนนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นทุกปี ตามความต้องการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นประการแรกนี่จะเรียนท่านได้ ถามว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญหรือไม่ ให้ความสำคัญ แน่นอน ท่านดูจากข้อมูล ๓-๔ ปีย้อนหลังนี่เพิ่มขึ้นทุกปีครับ จาก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็น ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นผมขอตอบประเด็นนี้ ส่วนถนน ๓ สายนี้ ที่ท่านได้ กราบเรียนมา เป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองก็ได้ส่งเครื่องจักรกลไปซ่อมบำรุง ให้สามารถใช้การในถนนนี้ได้แล้ว โดยการเกลี่ยและอัดบดเป็นเบื้องต้นตามที่ท่านได้ทราบ แล้วนะครับ ซึ่งได้ส่งเครื่องจักรกลไปตั้งแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ นะครับ ได้ใช้วิธีเกรต (Grate) แล้วก็บดอัด เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สามารถสัญจรไปมาได้ ทั้งนี้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองก็ได้จัดทำโครงการซ่อมแซมถนนสายนี้บรรจุไว้ในแผนพัฒนา องค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้วนะครับ โดยอยู่ในแผนช่วงปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ ผมขออนุญาตที่จะเรียนให้ท่านได้เห็นว่า อบจ. ศรีสะเกษเองก็ได้บรรจุทั้ง ๓ เส้นทางนี้ไว้ใน แผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่แล้ว โดยโครงการซ่อมแซม โครงการถนนที่ ๑ ทั้ง ๓ โครงการ โครงการที่ ๑ โครงการซ่อมปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเชื่อมระหว่าง ตำบลสายทางบ้านพิงพวย หมู่ ๗ ตำบลพิงพวย ถึงบ้านหนองรุง หมู่ ๒ ตำบลศรีโนนงาม อำเภอศรีรัตนะ เชื่อมเขตอำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ผิวจราจรกว้าง ๕-๖ เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ ๕๐ เซนติเมตร รวมระยะทางการดำเนินการทั้งสิ้น ๓,๓๕๐ เมตร หรือมีผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๒๐,๘๐๐ ตารางเมตร ใช้งบประมาณตั้งไว้ทั้งสิ้น ๑๑,๓๑๗,๐๐๐ บาท ส่วนสายที่ ๒ โครงการ ซ่อมปรับปรุงถนนลาดยางโดยการปูผิวแอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic concrete) สายทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ บ้านสันติสุข หมู่ ๗ ตำบลสระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ ผิวจราจรกว้าง ๖ เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ ๑ เมตร รวมระยะทาง ดำเนินการทั้งสิ้น ๓,๑๘๐ เมตร มีผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๒๔,๒๘๐ ตารางเมตร ใช้งบประมาณ ๑๓,๗๒๐,๐๐๐ บาท โครงการที่ ๓ โครงการซ่อมบำรุงปรับปรุงถนนลาดยางโดยการปูผิว แอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic concrete) สายทางบ้านกระหวัน หมู่ ๒ บ้านจานบัว หมู่ ๓ ตำบลเสื่องข้าว อำเภอศรีรัตนะ ถึงเชื่อมเขตตำบลหนองฮาง อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผิวจราจรกว้าง ๖ เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ ๑ เมตร รวมระยะทาง การดำเนินการทั้งสิ้น ๕,๖๔๐ เมตร หรือมีผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๔๕,๑๒๐ ตารางเมตร ใช้งบประมาณ ๒๔,๘๙๔,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่ท้องถิ่นคือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ศรีสะเกษได้บรรจุถนนทั้ง ๓ เส้นทางนี้ไว้ในแผนพัฒนาระหว่างปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ เมื่อบรรจุไปในแผนแล้วท้องถิ่นก็ดำเนินการ หรือหากเกินขีดความสามารถท้องถิ่นก็ขอรับ สนับสนุน ซึ่งปัจจุบันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็สามารถขอรับสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงบประมาณได้โดยตรงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิวัฒน์ชัย น่าจะละเอียดแล้วนะครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ขอ ๑ นาทีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ต่อคำตอบของท่านผู้มา ตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีที่ว่ามีการเกรต (Grate) บด อัด ผมฝากท่านประธานไปยังท่าน ผู้มาตอบเลยว่าให้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยว่าหากเป็นไปได้ เกรต (Grate) บด อัด หินลูกรัง หินคลุก ควรยกเลิก ผมเสียดายงบประมาณ เพราะออกไปทำแต่ละครั้งงบประมาณ ๔๙๙,๐๐๐ บาท ลงอย่างมากไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๗ วันหายหมด และอันที่ ๒ ที่ท่านตอบบอกว่าเข้าแผนหมดแล้ว ถนน ๓ เส้นนี้เข้าแผนจนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดย้าย และเกษียณไป ๔ คนแล้วครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการถามตอบกระทู้ของท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ถามท่านนายกรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มาตอบนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี นิพนธ์ บุญญามณี ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็น ๑.๒.๕🔗

๑.๒.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๙ เรื่อง ขอให้มีการนำเรือประมงต่างชาติ เข้ามาซ่อมแซมในประเทศไทย (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

แต่ว่าก่อนที่จะ มีการถามตอบกระทู้ ผมขออนุญาตฝากความห่วงใยของท่านประธานชวน หลีกภัย แจ้งมา อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าขณะนี้เราอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโควิด (COVID) พื้นที่กรุงเทพมหานครและหลาย ๆ จังหวัดอยู่ในอันตราย ฉะนั้น ท่านประธานชวนเห็นว่าท่านสมาชิกหลายท่านไม่ได้สวมแมสก์ (Mask) ไม่สวมหน้ากาก อนามัย ท่านขอร้องนะครับ ท่านประธานชวนขอร้องว่าให้สวมหน้ากากอนามัยทุกท่านนะครับ เพราะว่าตั้งแต่เข้าสภามาแล้ว ถ้าท่านไม่มีหน้ากากอนามัยท่านจะเข้าสภาไม่ได้นะครับ ฝ่ายผู้รับผิดชอบมีการตรวจสอบ อย่างละเอียด ฉะนั้นขอร้องนะครับ ถ้าปรากฏว่าท่านใดไม่สวมหน้ากากอนามัย ยกเว้น ท่านผู้อภิปรายเราค่อยถอดออก ถ้าท่านผู้ใดไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยท่านประธานชวน อาจจะต้องขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำหน้ากากอนามัยมามอบให้ท่าน หรือไม่ก็อาจจะให้ท่านไปอยู่ข้างนอกห้องประชุมนะครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องอันตราย ที่เราจะต้องระมัดระวัง ๑. ให้ความร่วมมือกับ ศบค. ๒. มันมีการถ่ายทอดสดออกสู่ สาธารณะด้วยเราจะต้องเป็นตัวอย่างให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ฉะนั้นฝากทุก ๆ ท่าน ด้วยความห่วงใยนะครับ🔗

ท่านที่เคารพครับ ด้วยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ฉะนั้น ตอนนี้พร้อมแล้ว เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ได้ถาม แล้วก็เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ได้เตรียมตอบ เชิญครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้มีการนำเรือประมงต่างชาติเข้ามาซ่อมแซมในประเทศไทย ซึ่งที่มาปัญหาของ การขอให้นำเรือต่างชาติเข้ามาซ่อมแซมในประเทศไทยนั้น ก็คือเดิมการประมงของ ประเทศไทยเราเป็นการประมงแบบดั้งเดิมแล้วก็ค่อยพัฒนาการมา เรามีกฎหมายประมง เพียงฉบับเดียวคือ พ.ร.บ. ประมง ๒๔๙๐ เราก็มีกฎหมายฉบับนี้และผ่านการดูแลจาก สภาผู้แทนราษฎรมาโดยลำดับ ประมงที่ผมบอกว่าเป็นประมงแบบดั้งเดิมและค่อย ๆ พัฒนา การประมงไทยเรามีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ ดาราศาสตร์ และรวมทั้งไสยศาสตร์ด้วยนะครับ เราดำเนินการประมงอย่างไม่มีปัญหามาตลอดจนมาถึง ปี ๒๕๕๘ ซึ่งรัฐบาลในปีนั้นเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งภูมิคุ้มกันรัฐบาลจึงน้อย จึงถูกประเทศมหาอำนาจใช้การค้าเป็นเครื่องมือกับทุกประเทศไม่เว้นประเทศไทย🔗

๑. สหภาพยุโรปและอเมริการ่วมกันตั้งข้อกล่าวหาประเทศไทยว่า เราทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและขาดการควบคุมหรือที่เราเรียกกันว่าไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ให้ใบเหลืองกับประเทศไทย ให้เราแก้ไข🔗

๒. ตั้งข้อกล่าวหาว่าเรามีการค้ามนุษย์โดยเฉพาะในกิจการประมง ให้เทียร์ ๓ (Tier 3) กับเรา ให้ใบเหลืองกับเรา และกล่าวหาว่าเราทำประมงเกินศักยภาพ อียู (EU) และสหรัฐอเมริกากำหนดให้เราวางแผนเตรียมการแก้ไขปัญหาให้จบสิ้นภายใน ๖ เดือน แต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้นซึ่งเป็นจุดอ่อนเพราะว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คิดแก้ไขปัญหาให้จบเลยภายใน ๖ เดือน ทั้ง ๆ ที่อียู (EU) บอกว่าให้เตรียมมาตรการแก้ไข ปัญหาภายใน ๖ เดือน คือเตรียมการแต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้นจัดการให้มีการแก้ไขปัญหา ภายใน ๖ เดือน ซึ่งทำให้ประมงของเราได้รับผลกระทบเพราะอียู (EU) เองทำการประมง ให้ได้มาตรฐานแบบปัจจุบันใช้เวลาร่วม ๒๐ ปี และใช้เงินงบประมาณมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงยกระดับการประมงมาตรฐานอียู (EU) ได้ แต่กับเราอียู (EU) บอกว่า ให้ดำเนินการให้จบสิ้นเดือนภายใน ๖ เดือน ซึ่งมันเป็นไปได้ยาก และเหตุนี้ทำให้รัฐบาล จึงออกพระราชกำหนดประมง ปี ๒๕๕๘ ทำให้การประมงเราได้รับผลกระทบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับหลังจากรัฐบาลปี ๒๕๕๘ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มีท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และท่านประภัตร โพธสุธน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ได้แก้ปัญหามาโดยลำดับ แก้ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนตามข้อเรียกร้อง ๑๑ ข้อ ของสมาคมชาวประมงและปัญหาอื่น แต่ว่ายังติดอยู่บางปัญหา ผมจึงขออนุญาตมาตั้งกระทู้ ในวันนี้ก็คือ พระราชกำหนดดังกล่าวให้เราเลือก ให้คนไทยเลือกจดทะเบียนเรือว่าจะเลือก สัญชาติใด กราบเรียนท่านประธานครับว่าเดิมนี่เรือไทย มันจะมีเรือไทย มีสัญชาติมาเลเซีย ไทย-มาเลเซีย ไทยไปจดสัญชาติไทย-อินโดนีเซีย เพื่อสะดวกในการทำการประมง แต่ว่า พระราชกำหนดฉบับนี้ให้เลือกอย่างหนึ่งอย่างใด เรือไทยส่วนหนึ่งไปเลือกสัญชาติมาเลเซีย เรือไทยส่วนหนึ่งไปเลือกสัญชาติอินโดนีเซีย ซึ่งเขาก็ไม่ผิดครับ เพราะว่ามาเลเซียกับ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพในทางการเมือง กว่าเรา คนตัดสินใจเลือกสัญชาติให้เรือเป็นมาเลเซียกับอินโดนีเซียหวังว่าจะทำมาค้าขายกับ อียู (EU) กับสหรัฐอเมริกาได้มากกว่าอยู่กับประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นไม่มีการเลือกตั้งเขาจึง เลือกที่จะให้เรือของเขาไปอยู่ในมาเลเซีย สัญชาติมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทีนี้เรือที่ไปอยู่ ดังกล่าว พอสักพักหนึ่ง คือทุกปีเขาเอามาขึ้นคาน มาซ่อมแซม ทีนี้รัฐบาลมาเลเซีย รัฐบาล อินโดนีเซีย ไม่ปล่อยเรือเหล่านั้นเข้ามาซ่อมในประเทศไทย ๑. คนไทยที่จดทะเบียนเรือเป็น มาเลเซียกับอินโดนีเซียได้รับความเสียหายมาก เพราะไม่สามารถนำเรือมาซ่อมได้ ๒. คานเรือ อู่ต่อเรือในประเทศก็ได้รับความเสียหาย เพราะเขามีรายได้ปีหนึ่งร่วมพันล้านบาท ในการนำเรือทั้งต่างชาติและนำเรือของคนไทยขึ้นคาน ขณะนี้เราไม่สามารถนำเข้ามาได้ เพราะประเทศต้นทางไม่อนุญาตให้นำเข้ามา ทั้ง ๆ ที่ในอดีตเคยสามารถนำเข้ามาซ่อมแซม ขึ้นคานในประเทศไทยได้นะครับ🔗

ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมืองไทยเป็นแหล่งต่อเรือที่ดีที่สุดในโลก เป็นแหล่งซ่อมแซมเรือที่ดีที่สุดในโลก ทั้งมีความสวยงาม ทั้งรองรับประโยชน์ทางการประมง ได้มากที่สุด และราคาถูกมากที่สุดนะครับ ทีนี้ปัญหาที่ผมจะสอบถามท่านรัฐมนตรีก็คือ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายต่อปัญหาการนำเรือเข้ามาอย่างไร ท่านได้ เจรจาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การประมงคือคานเรือและอู่เรืออย่างไร เพราะสิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวประมง และสิ่งนี้เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ จึงขออนุญาตได้สอบถามรัฐมนตรีทีเดียวครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมขอชื่นชมนะครับท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ จากพัทลุง ซึ่งมีความห่วงใยต่อพี่น้อง ชาวประมงเป็นอย่างยิ่ง และท่านเข้าใจปัญหาประมงอย่างดีนะครับ ผมจึงขอตอบวันนี้สั้น ๆ กับท่านเลยครับว่า ท่านเข้าใจปัญหามาโดยตลอด แล้วก็ยังเสนอแนะให้รัฐบาลควรปฏิบัติ อย่างไรบ้าง อันนี้ผมขอชมเชยที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องชาวประมง ท่านพูดมานี่ ถูกต้องหมด พอหลังจากออกพระราชกำหนด ๒๕๕๘ แล้วเรือประมงไทย มาเลเซีย แล้วก็อินโดนีเซียทำกินอยู่ในน่านน้ำเดียวกันเป็นพัน ๆ ลำ เดิมก็ไม่มีปัญหา พอมีประกาศ พระราชกำหนดแล้วต้องเลือกอย่างที่ท่านบอก ต้องเลือกเอาสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง คราวนี้เรือที่เลือกสัญชาติอินโดนีเซียและมาเลเซียจากการบอกเล่าของกรมประมงที่ได้ฟังมา จากท่านบ้าง ฟังมาจากสมาคมชาวประมงบ้างก็จะมีเรือตกค้างอยู่ต่างประเทศประมาณ ๑๐๐ กว่าลำ ๑๐๐ กว่าลำนี่ก็เป็นเรือไทยแต่ไปซื้อสัญชาติอื่นเขาก็อยากจะมาซ่อมแซม อย่างที่ท่านว่าเรามีอู่เรือที่ดี ราคาถูก แต่เข้ามาไม่ได้ วันที่ ๑๕ สิงหาคม อธิบดีกรมประมง เดือนสิงหาคมนี่ ปี ๒๕๖๐ อธิบดีกรมประมงมาเลเซียได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมประมงไทย บอกขอความร่วมมือไม่ให้เรือที่มีสัญชาติมาเลเซียเข้ามาซ่อมแซมในประเทศไทย ยกเว้น ถ้าได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมประมงมาเลเซียแล้วจึงจะสามารถนำเรือเข้ามาเทียบท่า และซ่อมแซมได้ เมื่อเป็นอย่างนี้เป็นประเทศเพื่อนบ้านเราก็ต้องปฏิบัติตามคำขอร้อง ถามว่า หลังจากนั้นล่ะ มีเรือเข้ามาบ้างไหม พอห้ามไปแล้ว และมีหนังสือมาขอร้อง ขอความร่วมมือแล้ว ในปี ๒๕๖๑ หลังจากมีหนังสือมาแล้วนั้นก็มีเรือไทยที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง มาเลเซีย ๑๗ ลำ ในปี ๒๕๖๑ ได้มาซ่อมแซมในคานเรือหรืออู่ต่อเรือบ้านเรา ต่อจากนั้น ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ไม่มีเลยสักลำเดียว ที่ทางอธิบดีกรมประมงมาเลเซียเขาอ้างว่า ไม่สามารถจะอนุญาตให้เรือเข้ามาเทียบท่า เข้ามาอู่ประเทศไทยได้เขาต้องการส่งเสริมอู่ต่อเรือ บ้านของเขาให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น และขยายอุตสาหกรรมการต่อเรือของเขาให้มากขึ้นด้วย ดังนั้น การที่เราจะแก้ไขตามที่ท่านเรียนถามมาว่าจะทำอย่างไรให้สามารถนำเรือไทยที่อยู่ ต่างประเทศเข้ามาได้ เวลานี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง ๒ ประเทศ คือมาเลเซียและ ประเทศไทยกำลังดำเนินการเจรจาเอ็มโอยู (MOU) กัน แต่ยังไม่แล้วเสร็จนะครับ กำลัง วางกรอบกันอยู่ ผมก็ได้กำชับ พอท่านนริศ ขำนุรักษ์ ถามกระทู้นี้มาจึงเกิดประเด็นกันขึ้นมา ว่าในกรอบเดิมไม่มี ให้รีบเอากรอบนี้ว่าสามารถเจรจากับอธิบดีกรมประมงมาเลเซียที่มี ปัญหากันอยู่นี่เอาเข้ามาเจรจาในกรอบของเอ็มโอยู (MOU) นี้ด้วย สิ่งนี้ต้องประกาศเลยว่า เป็นสิ่งที่คุณนริศเป็นคนจุดประกายขึ้นมา จึงทำให้มีข้อมูลตรงนี้เพิ่มเข้าไปในกรอบเอ็มโอยู (MOU) ถามว่าเอ็มโอยู (MOU) นี้จะเสร็จเมื่อไร ยังตอบไม่ได้ครับท่าน กำลังดำเนินการ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ เมื่อกรอบเอ็มโอยู (MOU) จบนั่นละครับถึงจะรู้ว่าอธิบดีทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้ง ๒ ประเทศจะตกลงกันอย่างไร จะยอมเป็นชุด ๆ หรือเป็นจำนวนเท่าไร ดังนั้นวันนี้ ก็ขอตอบท่านว่าที่ท่านเป็นห่วงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านกำชับเลยว่าต้องเร่งให้เอ็มโอยู (MOU) วันนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านนริศ เชิญถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุงนะครับ ผมคงไม่เป็นคำถามนะครับ แต่ว่า ขออนุญาตได้ฝากรัฐมนตรีว่าปัญหาประมงนี่เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ขอให้กำลังใจทาง ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลที่จะเข้าไปเจรจาเพื่อที่จะให้ได้นำเรือไทยที่เปลี่ยนสัญชาติไป ได้กลับมาซ่อมในประเทศไทย แล้วก็มีประเด็นที่ผมขออนุญาตทางรัฐมนตรีและรัฐบาล ช่วยผลักดันโดยเร็ว ก็คือการแก้ไขปัญหากฎหมายทางการประมงซึ่งออกโดยพระราชกำหนด ปี ๒๕๕๘ ให้แก้ไขให้สอดคล้องกับวิถีประมงไทย🔗

๒. เรื่องการรับซื้อเรือคืนซึ่งผมดูในรายละเอียดผมคิดว่าซื้อในราคาต่ำไป แล้วก็ใช้เวลายาวนานเกินไปจนพี่น้องประมงได้รับความเดือดร้อน🔗

๓. ขอให้ท่านสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาทดแทนแรงงานคน ซึ่งหายากมากขึ้นทุกวันสำหรับแรงงานทางด้านการประมง คนไทยไม่ทำด้านการประมง อีกแล้วคนไทยมีแต่ประมงต่างชาติ สิ่งที่เข้ามาทดแทนได้ก็คือเทคโนโลยี🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือการพัฒนาการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง เรื่องนี้ก็จะมาแทน เรื่องประมงได้🔗

และสุดท้ายคือการสร้างสถาบัน โรงเรียน หรือการให้ความรู้ทางด้าน การประมงต่อพี่น้องประชาชน ต่อนักเรียน นักศึกษา เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องการ องค์ความรู้ และเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้🔗

ผมหวังว่ากระทู้ถามของผมนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงได้ ผมหวังว่ากระทู้ถามผมที่ตั้งขึ้นมาในวันนี้สอบถามรัฐมนตรี เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ของประเทศได้ในระดับหนึ่งด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็ขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ฝากข้อมูลอันนี้ไป ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยินดีรับไปปฏิบัติตามที่ท่านขอร้องครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถาม ตอบกระทู้ถามของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นะครับ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรา🔗

๑.๒.๖ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๑ เรื่อง ปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการปรับเพิ่ม เบี้ยความพิการสำหรับคนพิการที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

โดย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน🔗

ต่อไปขอเชิญท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ถามนะครับ แล้วก็เชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้ตอบครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามถึง ท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่ามีคาบเกี่ยว ๒ กระทรวงด้วยกัน นั่นก็คือ ๑. กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเรื่องของบัตรคนพิการ และอีก ๑ ประเด็น คือกระทรวงการคลัง ในเรื่องของงบประมาณและเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ🔗

จากมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีมีความเห็นชอบ ให้ปรับเบี้ยสวัสดิการความพิการ จาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชน หลาย ๆ ท่านก็ได้รับทราบ รับรู้ข้อมูล แล้วก็ได้มีการสื่อสารกันในวงกว้างว่าเบี้ยความพิการ ในยุคสมัยนี้ ในรัฐบาลนี้ได้ปรับขึ้นช่วยเหลือพี่น้องคนพิการ จาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ในทางการตลาดในการโฆษณาพี่น้องประชาชนเฮทั้งประเทศครับ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามไปในช่วงเวลานั้น และเพิ่งเข้าสภาในวันนี้ แต่ในดอกจัน ดอกจัน ดอกจันของ ๑,๐๐๐ บาท ผู้พิการ มีรายละเอียดลึก ๆ ซึ่งผมก็ได้ติดตามในเพจ (Page) ของท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ วันนี้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มาตอบ ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ครับ แล้วก็มี การบอกรายละเอียด รายละเอียดเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะมีเงินโอนเข้าบัญชีหรือผ่าน อปท. ส่วนท้องถิ่นก็แล้วแต่ ๑,๐๐๐ บาท ผู้พิการที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จะมีเงินโอนเข้าบัญชี ๘๐๐ บาทเท่าเดิม อีก ๒๐๐ บาทจะโอนเข้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งสิ้นได้รับ ๑,๐๐๐ บาท ผ่าน ๒ ช่องทาง ผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป เป็นผู้พิการ แต่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงต้องรับ ๘๐๐ บาทเท่าเดิม นี่คือ ความไม่เท่าเทียมในความไม่เท่าเทียม และเป็นจุดเป็นปมเล็ก ๆ ในความไม่เท่ากันของ สังคมไทย ผมยังมองไม่เห็นเหตุจำเป็นใด ๆ ที่เงินสนับสนุนผู้พิการต้องมาผ่านหลายช่องทาง และกระบวนการต้องซับซ้อนมากมายขนาดนั้น คนไทยทุกคนมีบัตรประชาชนแต่ผู้พิการ ต้องถือบัตรสวัสดิการผู้พิการอีก ๑ บัตร แต่หากจะได้รับเงินช่วยเหลือสมทบอีก ๒๐๐ บาท ก็ต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๓ ใบนี้คือสิทธิที่ควรรับ แต่ใบที่ได้รับเงินคือบัตรเอทีเอ็ม (ATM) อย่างน้อย ๆ ผู้พิการต้องมีกระเป๋าสตางค์แน่นอน เพราะว่าบัตร ๔ ใบนี้หายไม่ได้ เรามาดูเรื่องของรายละเอียดครับ ผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป มีทั้งสิ้น ๑๒๖,๐๓๒ คน ที่ได้รับ ๑,๐๐๐ บาท เข้าผ่านช่องเดียวคือการโอนเงิน ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีบัตรผู้พิการด้วย มีทั้งสิ้น ๑,๑๐๓,๐๖๕ คน แต่เรามาดูครับ วันนี้เรามีผู้พิการทั้งสิ้น ๒,๐๓๐,๘๐๐ คน ๒,๐๓๐,๘๐๐ คน นี่คือคนที่พิการและมีบัตรแล้ว ผมคิดว่าหน้าที่หลัก ๆ ของกระทรวง หรือหน้าที่หลัก ๆ ของรัฐบาลที่จะสามารถอธิบายกับพี่น้องประชาชนได้คือการทำหน้าที่ พิสูจน์ ค้นหาว่าคนพิการใดยังไม่ได้เข้ารับสิทธิ ค้นหาคนที่ตกหล่นมากกว่าการแบ่งแยกเป็น ขั้นบันได เป็นขั้นตอนขณะนี้ ผมพิจารณามาว่าถ้าเกิดเรื่องนี้จะเป็นอย่างเท่าเทียมกันและ ทุกคนจะได้รับเงินอย่างถ้วนหน้ามันใช้งบประมาณไม่มากเลยครับท่านประธาน ก่อนจะ เข้าถึงคำถาม ผมอยากจะชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกถึงรายละเอียดลึก ๆ เรื่องนี้อีกครั้ง ผู้พิการ ที่ยังตกหล่นอยู่ทั้งหมดมีเพียงแค่ ๘๐๑,๗๐๓ คน คูณ ๒๐๐ บาท จะใช้งบประมาณแผ่นดิน อีกเดือนละ ๑๖๐,๓๔๐,๖๐๐ บาท หรือคิดเป็นงบประมาณต่อปี ๑,๙๒๔ ล้านบาทถ้วน ๆ นี่คือความแตกต่าง นี่คือข้อบกพร่อง นี่คือจุดที่อยากจะฝาก และอยากจะนำเรียนไปยังทาง ตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดูแลทางเรื่องนี้และได้ มอบหมายมาตอบกระทู้ถามของกระผม นั่นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในเรื่องนี้ เหตุใดการพิจารณาเบี้ยคนพิการต้องมีการแบ่งกลุ่ม ออกเป็น ๓ กลุ่มอย่างนี้ และทำไมการช่วยเหลือของคนพิการต้องแยกการรับหลายช่องทาง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาก็น่าจะใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากอยู่แล้ว และเหตุใดการดูแลคนพิการ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ถึงได้เพิ่มความบอบช้ำ ตอกลิ่ม ความไม่เท่าเทียมกันในการรับสิทธิเรื่องนี้ และเหตุใดท่านจึงไม่ปกป้องสิทธิ ต่อสู้ ในคณะรัฐมนตรีของท่าน เพื่อให้เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นในสังคมไทย วันนี้ในคำถาม ๒-๓ คำถาม ที่ผมถามไปนี้ผมอยากได้รับคำตอบ และในสิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน ผมได้นั่งข้างกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เป็นตัวแทนสัดส่วนผู้พิการที่วันนี้ได้เข้ามาทำงานในสภา และได้รับเรื่องราวเหล่านี้ร้องเรียน เข้ามา ผมจึงอยากตั้งคำถามกับทางท่านรัฐมนตรีให้ช่วยชี้แจงในประเด็นนี้เบื้องต้นเท่านี้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามจากท่านสมาชิกสภาผู้มีเกียรติ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประเด็นที่ท่านได้ทำการบ้านมาถามเพื่อดูแลพิทักษ์สิทธิ คนพิการก็เป็นเรื่องที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง อยากจะกราบเรียนว่ามุมมองของท่านที่มีมา ก็ยืนยันว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการนั้นได้ต่อสู้ในทุกมิติ เพื่อรักษาสิทธิของคนพิการมาโดยตลอดตั้งแต่อดีต ก่อนผมมาเป็นรัฐมนตรี แล้วก็จนถึงปัจจุบันนี้ข้าราชการทุกคนก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ประเด็นที่จะต้องตอบท่าน และเป็นเรื่องที่ถ้าไม่ตอบแล้วคนก็จะมีความกังขาว่ากระทรวงนี้ รัฐบาลนี้ไม่มีความเท่าเทียมในเรื่องของความเท่าเทียม ซึ่งเป็นมุมมองของท่านกับผม ที่แตกต่างกันพอสมควร ท่านต้องการให้มีการช่วยคนพิการเท่าเทียมกัน โดยบอกว่าถ้าเผื่อ จะได้รับ ๑,๐๐๐ บาท ก็ได้รับ ๑,๐๐๐ บาทเหมือนกันหมดทุกกลุ่ม ทำไมบางกลุ่มได้ บางกลุ่มไม่ได้ จะกราบเรียนว่าจากมุมมองของความเท่าเทียมนั้นผมอยากจะถามท่านว่า ถ้าหากคนที่มีเงินล้านหนึ่ง คนที่มีเงินแสนหนึ่ง และคนที่มีเงินพันบาทท่านจะเอาเงินไปช่วย ทั้ง ๓ คนเท่า ๆ กันไหมครับ ในเมื่อคนที่สามารถดูแลตนเองได้ไม่ลำบากมากนักก็สามารถ ที่จะดูแลตัวเองต่อไป ในขณะที่คนที่ยังไม่สามารถดูแลตนเองได้มากรัฐบาลก็ควรจะต้อง ให้ความช่วยเหลือเขาในหลาย ๆ มิติมากกว่าคนที่สามารถดูแลตนเองได้ นั่นคือ ความแตกต่างที่มองในเรื่องของมุมมองว่าความเท่าเทียมหรือไม่เท่าเทียมกัน เช่นเดียวกัน ท่านจะเห็นในภาพการ์ตูนที่เขาเห็นว่าความเท่าเทียมนั้นคืออะไร ที่มีเด็ก ๓ คนไปยืนดู ฟุตบอลที่ต้องยืนเกาะรั้วดู คนหนึ่งเตี้ยมาก คนหนึ่งโตแล้ว คนที่เตี้ยมากก็จะได้รับเก้าอี้ ที่ดูบอลให้สูงขึ้น เพื่อได้ดูสู้กับคนที่ยืนมีความสูงอยู่แล้วได้ นั่นคือความเท่าเทียมในมุมมอง ของผม ฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ที่รัฐบาลได้พยายามทำก็คือให้ความเท่าเทียมกับคนที่เปราะบาง เพราะเราใช้คำว่า ผู้เปราะบาง อยู่แล้ว ฉะนั้นสำหรับผู้ที่เปราะบางนั้นในคำจำกัดความ หรือความหมายของกระทรวงการคลังนั้นเขาได้ให้ไว้ว่า สำหรับผู้ที่มีรายได้ปีละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นถ้าเผื่อรัฐบาลจะมีเงินจำกัดที่จะต้องช่วยเหลือคนที่เปราะบางก็ต้อง ให้คนที่ลำบากที่สุดก่อน ฉะนั้นในเรื่องของความเท่าเทียมนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านว่า นี่คือประเด็นที่เรามองต่างกัน แต่ว่าความเห็นของท่านผมก็จะไม่ปฏิเสธ แล้วจะนำไปหารือ ในที่ประชุมว่ามีอะไรบ้างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นั้น ต้องการให้มีการแก้ไข เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมมากขึ้น ผมจะไม่ผูกขาดความถูกต้องของผม ไว้คนเดียว ผมจะรับฟังแล้วก็จะไปฟังว่ามีสิ่งใดบ้างที่สามารถทำได้🔗

ประการที่ ๒ สิ่งที่มีข้อจำกัดของทุกรัฐบาลก็คือเรื่องของฐานะการคลัง วันนี้ ถามว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น กระทรวงการคลังนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น อยากจะให้เงินช่วยเหลือคนพิการมากกว่าที่ให้ไหม อยากครับ แต่วันนี้ท่านก็ทราบว่าฐานะการคลังของประเทศมีข้อจำกัดมากมาย เศรษฐกิจทั่วโลกไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทยนั้นหยุดชะงักครับท่าน ใช้คำว่า หยุดชะงัก ปิดประเทศ ปิดเมืองกัน มาร่วมปีแล้ว วันนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับไป เหมือนเดิมได้ในเวลากี่เดือน ท่านก็ทราบว่าถ้าผู้เสียภาษีทั้งประเทศคือประกอบไปด้วย นิติบุคคล เอกชนทั้งหลายไม่สามารถมีรายรับอย่างที่เคยมีเพื่อเสียภาษีได้ นั่นก็หมายถึงว่า ผลกระทบจากรายรับรัฐบาลที่จากการเก็บภาษีจะเป็นภาษีส่วนบุคคล ภาษีนิติบุคคลนั้น ก็มีปัญหาแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่เราคิดว่าอยากจะทำให้กับคนพิการ ทำให้กลุ่มเปราะบางทุกกลุ่มนั้น เพื่อเพิ่มเงินให้นั้นมีปัญหา ท่านก็ได้กรุณาให้ตัวเลขมา ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณแทนพี่น้อง ประชาชนว่าได้ทำการบ้านมาอย่างดีว่าเงินที่จะช่วยเหลือคนพิการนั้นเพิ่มอีกเพียง ไม่กี่พันล้านบาทก็จะสามารถดูแลเพื่อให้มีความเท่าเทียมกันได้ ท่านลงลึกถึงขนาด ๑,๙๒๔ ล้านบาท แน่นอนครับก็ต้องบอกบอกว่านั่นเป็นตัวเลขที่น่าจะทำได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันภาระของรัฐบาลนั้นต้องพัฒนาประเทศทุกมิติ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นปีปีหนึ่งรับเงินงบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ใน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นเป็นเงินที่ให้ตามสิทธิ กลุ่มเปราะบางนั้นหมื่นกว่าล้านแล้วครับ เงินที่เหลือจริง ๆ ที่จะมาพัฒนาคนที่ยังไม่ใช่ กลุ่มเป้าหมายแต่เป็นผู้ที่ประสบภัยทางสังคมอย่างเร่งด่วนมีประมาณปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น แล้วก็ใช้ ๗๗ จังหวัด ๑๒ เดือน ดังนั้นโอกาสของการใช้งบประมาณที่จะช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางที่มากกว่านี้ก็ไม่มี แต่ในขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าท่านที่เป็นคนพิการมีอยู่ ๓ ล้านคนนั้น วันนี้ก็ยังมีที่พึ่งพาคือกองทุนส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งกองทุนนี้ ก็ได้เก็บเงินมาจากบริษัทเอกชนที่ไม่สามารถที่จะจ้างคนพิการให้ทำงานได้ ก็จึงจ่ายเงิน สมทบเพื่อนำเงินสมทบเหล่านี้มาพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็มาทำให้เขา สามารถประกอบอาชีพได้หรือช่วยเขาในมิติหนึ่งมิติใดที่เขาขาดแคลน ฉะนั้นเราก็ยังมี กองทุนนี้ที่จะเข้ามาช่วยเหลืออีก แต่ในขณะเดียวกันกองทุนนี้ก็ต้องกราบเรียนท่านว่ารายรับ ของกองทุนนี้มาจาก ๒ ทางเท่านั้น ทางแรกก็คือเงินที่ภาคเอกชนนั้นชำระมาให้ผ่าน กฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่ตั้งขึ้นมา อีกส่วนหนึ่งก็คือมาจาก รายรับที่ปล่อยเงินให้กับคนพิการกู้ แล้วก็คนที่กู้แล้วก็นำเงินนั้นกลับมาชำระตามกำหนด แล้วคนพิการที่กู้เงินไปนั้นก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้สภาพเศรษฐกิจ เป็นแบบนี้ สภาพการจ้างงานเป็นแบบนี้ เศรษฐกิจหดตัวแบบนี้ คนพิการหรือคนทั่วไปก็มี ปัญหาในการประกอบอาชีพทั้งนั้น ฉะนั้นวันนี้เงินกองทุนที่ไหลเข้ามานั้นเริ่มมีปัญหาแล้ว ฉะนั้นเงินที่จะเอามาช่วยเหลือคนพิการที่เดิมทีเคยมีสภาพคล่องพอสมควร วันนี้ก็เริ่มมี ปัญหาจากเศรษฐกิจที่หดตัว🔗

นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนท่านว่าความซ้ำซ้อน ความซ้ำซ้อนที่ท่าน ได้กราบเรียนมาแล้ว เพราะว่ารัฐบาลนั้นมีมาตรการช่วยเหลือผู้เปราะบางหรือคนมีรายได้น้อย หรือคนจนนั้นในหลายมิติ เมื่อมีในหลายมิติแล้วเราก็ไม่ปรารถนาจะให้มีการจ่ายเงินซ้ำซ้อน ทุกโครงการก็เป็นโครงการที่อยู่ในตัวของเขาเอง เช่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ทำอยู่ก็คือ คนที่มีรายได้ไม่ถึงปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ได้รับความช่วยเหลือต่อเดือนสำหรับเป็นเงิน ซื้อของใช้จำเป็นสำหรับในการประทังชีพ ในขณะเดียวกันคนพิการที่นอกจากได้รับ เบี้ยยังชีพนี้แล้ว เบี้ยคนพิการนี้แล้วก็ยังสามารถมีมาตรการที่กระทรวงสามารถช่วยเหลือ ในการประกอบอาชีพ ในการฝึกอาชีพเท่าที่เราจะสามารถทำได้ตามศักยภาพที่เรามีอยู่ วันนี้ก็ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่าวันนี้ก็พยายามทำเต็มที่นะครับ แล้วก็ด้วยข้อจำกัดของ งบประมาณ ด้วยข้อจำกัดของระบบราชการ ระบบของการจำแนกตามรายกระทรวงนั้นยังมี ปัญหา ซึ่งถ้าเผื่อมีเวลาที่ต้องสะสางกันโดยใช้บัตรประชาชนนั้นเป็นตัวหลัก แล้วก็บูรณาการกัน ทั้ง ๓-๔ หน่วยงานก็จะทำให้การใช้จ่าย การดูแลสวัสดิการเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ ขอตอบเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐชา ยังมีอะไรจะถามต่อไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

มีอีก ๑ คำถาม ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ขออนุญาตตั้งคำถามเพิ่มเติม แล้วก็ อธิบายความเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งนะครับ ผมก็ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีที่ได้ชี้แจงเรื่องของ ความพยายามในการต่อสู้ประเด็น ๘๐๑,๐๐๐ คนที่เหลือจากคนพิการ แต่เมื่อสักครู่ ท่านได้อธิบายถึงภาพหนึ่งเรื่องของความเท่าเทียมกันก็ดี เรื่องของความถ้วนหน้าก็ดี ผมคิดว่าเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเรามีมุมมองที่ตรงกัน และเรามีมุมมองที่ต่างกัน ในภาพภาพนั้นผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็เคยเห็นแล้วที่มีกลุ่มคน ๓ คนยืนอยู่ แล้วก็มีกล่องที่จะถ้วนหน้าหรือว่าจะเท่าเทียมกันอะไรอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่า มุมมองต่างกันตรงนี้นิดเดียวก็คือว่า มุมมองของท่านท่านบอกว่ากล่องจะให้คนละ ๑ กล่อง ก็จะมองไม่เห็น ถ้าไม่เท่ากันให้มองเห็นเท่ากัน มุมมองของผมคือทลายกำแพงตรงนั้นเสีย ทุกคนมองเห็นได้แน่นอนเรื่องของการแจกกล่องไม่มีปัญหา🔗

คราวนี้มาสู่คำถามอีกนิดหนึ่งว่าแนวทางที่จะเกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีมองว่า อีก ๘๐๐,๐๐๐ คน นั่นคือกลุ่มคนพิการที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็ดี หรือคนพิการ ที่มีรายได้สูงก็ดี แต่เรายังไม่ได้พิสูจน์ว่า ๘๐๐,๐๐๐ คนนั้นเขาเป็น ๘๐๐,๐๐๐ คนที่สบาย มีเงินใช้แล้ว ไม่ต้องช่วยเหลือจุนเจืออีก ๒๐๐ บาทจริงหรือไม่ วันนี้ที่เราได้รับข้อมูล ที่เราได้รับการร้องเรียนผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีเองก็น่าจะได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากกลุ่มคน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ อาจจะไม่ได้มาครบทุกคน แต่ก็มีกลุ่มก้อนหนึ่ง ที่เขาก็บอกว่าเขายังลำบากอยู่ แต่เขาไม่ได้จะมาเรียกร้องว่าขอฉันด้วย ๒๐๐ บาท คนโน้นได้ ๒๐๐ บาท ฉันขอด้วย ๒๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ แต่เขากำลังตั้งคำถามว่าเงื่อนไข ๓ เงื่อนไขเมื่อสักครู่กลุ่มผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ไม่ได้คำนึงเลยว่าเป็นผู้พิการที่ร่ำรวย หรือยากจนได้ ๑,๐๐๐ บาททั้งหมด แต่พอกลุ่มผู้พิการอายุ ๑๘ ปีขึ้นไปก็มีการจำแนกว่า จะต้องมีการร่ำรวยหรือยากจนเพิ่มเข้ามาด้วย ประเด็นนี้ละครับที่ผมตั้งคำถาม เมื่อสักครู่ ท่านอธิบายสภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ผมเข้าใจดีครับว่ามันฝืดเคือง มันไม่มีเงิน มันเงินน้อย มันอัตคัด ขัดสน หรือเลยเถิดไปถึงขั้นว่า อย่างที่ผมตั้งฉายา อย่างที่ผมเคย อภิปรายกันไปอาจจะถึงภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมด ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นจะต้องเอาความเดือดร้อน ความฝืดเคืองของภาวะเศรษฐกิจไปใส่ให้กับ คน ๘๐๑,๐๐๐ คน ที่เป็นผู้พิการที่ยังคงพิการอยู่ ยังคงมีความลำบากอยู่ และท่านก็ยังตอบ ไม่ชัดเจนว่ากลุ่มคน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนเหล่านี้เขาพิการแต่ร่ำรวยจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้น งบประมาณ ๑,๙๒๔ ล้านบาท ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลเมื่อสักครู่ที่ท่านตอบมาท่านบอก ท่านมีความพยายามต่อสู้แล้วผมให้กำลังใจท่านอีกนิดเดียวครับต่อสู้ต่อ ปีงบประมาณถัดไป หรือการพิจารณาขอมติ ครม. ครั้งถัดไปเงินอีกไม่มากครับ ๑,๙๒๔ ล้านบาทนี้จะช่วยเหลือ กลุ่มคนพิการ ๘๐๑,๗๐๓ คน ให้ปลดพันธนาการ ปลดลิ่มความไม่เท่าเทียมกันในมนุษย์ และผมคิดว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมอยากจะถามกับทางท่านรัฐมนตรีว่ามีแนวทางที่จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้กลุ่มคนนี้ ได้รับเฉกเช่นเดียวกันกับเพื่อนผู้พิการอีก ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน หากเป็นไปได้และท่านกำลัง มีแนวโน้มหรือมีแนวทางที่จะทำอยากให้ท่านช่วยเปรยกับพี่น้องประชาชนว่าอีกนานแค่ไหน ระยะเวลาประมาณเท่าไร หรือท่านบอกว่ากระทรวงไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้เลย และณัฐชา บอกประชาชนเถิดว่าไม่มีทาง คำถามที่ ๒ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ห่วงใย แล้วก็เกาะติดสถานการณ์ว่าอยากจะให้คนพิการ กลุ่มที่เหลือได้รับความช่วยเหลือ ผมต้องยืนยันนะครับว่าเราทำเต็มที่ทุกมิติ แล้วก็อยากจะเรียนว่ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์นั้นก็เน้นเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์เป็นอย่างมาก เราดูแลตั้งแต่ เด็กแรกเกิด ดูแลเยาวชน ดูแลแม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว ดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็ดูแลคนพิการ หลายสิบล้านคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของการพัฒนาทุนมนุษย์นั้นผมก็ยอมรับว่าไม่ง่าย แต่ว่า ข้อคิดของท่านที่ฝากมาว่าทำอย่างไรที่จะให้ปลดพันธนาการให้ได้ มีแนวทางสนับสนุน อย่างไร ก็อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เงินเท่าที่มีเหลืออยู่ในกองทุนส่งเสริมพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการนั้นได้เปิดโอกาสให้คนที่สามารถประกอบอาชีพ คนที่สามารถประกอบอาชีพได้ แล้วก็ต้องการเงินกู้ ต้องการเงินกู้โดยที่เขาสามารถกู้ไปได้ไม่มีดอกเบี้ย แล้วก็กู้คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ในช่วงยามวิกฤตินี้ ผมก็เชื่อว่าอย่างน้อยก็เป็นตัวช่วยที่ให้โอกาสท่าน ทั้งหลายนั้นได้มาใช้สิทธิตรงนี้ นอกเหนือไปจากนั้นกระทรวงแรงงานก็ตาม กระทรวง สาธารณสุขก็ตาม แม้กระทั่งกระทรวงกลาโหม ซึ่งเวลาที่จะไปซ่อมบ้านคนพิการนั้นเราก็ พยายามกันเต็มที่ที่จะประหยัดเงินงบประมาณ เช่น มีงบอยู่ก้อนหนึ่งที่จะไปพัฒนา ซ่อมแซมบ้านคนพิการหรือผู้สูงอายุ เราใช้เงินที่มีอยู่ทั้งหมดไปซื้อวัตถุดิบเพื่อซ่อมแซม ในขณะเดียวกันเราใช้ทหารช่างที่มีอยู่เข้าไปช่วยซ่อมแซมบ้านเหล่านั้นเพื่อเพิ่ม เพิ่มการช่วยเหลือ แล้วก็เพิ่มปริมาณ และคุณภาพที่ให้คนพิการเหล่านั้นอยู่ได้ ฉะนั้น ผมยืนยันได้ว่าในเบื้องต้นที่เราจะทำนี้ก็คือช่วยเรื่องการประกอบอาชีพสามารถกู้ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้ก็มีคนเข้าไปลงทะเบียนแล้วยื่นขอกู้แล้วประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งทางกระทรวงก็ยังเปิดรับอยู่ยังไม่ปิดรับ แล้วก็จะมีคณะกรรมการที่พิจารณาสินเชื่อ โดยมีทั้งภาคราชการ แล้วก็ตัวแทนของสมาคมคนพิการร่วมพิจารณาด้วย ดังนั้นก็กราบเรียน ท่านว่าได้พยายามเต็มที่นะครับ แล้วก็วัน เวลาที่ท่านบอกว่าจะได้เมื่อไรนั้น ผมก็อยากจะบอก ว่าอยากจะทำให้เร็วที่สุด ถึงแม้วันนี้ยังจะไม่สำเร็จก็ยังจะตั้งใจทำหน้าที่ต่อไป แล้วขอขอบพระคุณในความห่วงใย และอยากจะฟังข้อเสนอแนะจากท่านในอนาคตต่อไป ด้วยว่าจะพัฒนาปลดพันธนาการเหล่านี้ให้กับคนพิการอย่างไรครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้อง ประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของเราก็เริ่มได้เลยนะครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ก็มี ๗ กระทู้ใช่ไหมครับ แต่ว่าไม่สามารถที่จะเรียงลำดับ เหมือนเดิมได้นะครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีบางท่านจำเป็นต้องไปตอบอีกห้องหนึ่ง ห้องใหญ่นะครับ ก็เลยสลับกันใหม่ ประเดี๋ยวจะได้เรียนให้พวกเราทราบโดยลำดับนะครับ แต่ว่าวันนี้กระทู้แรกก็คือกระทู้ที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกรุณามา ตอบแล้ว แต่ผมเรียนสำหรับผู้ถามและผู้ตอบนั้น ท่านเข้าใจทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนว่ากระทู้ถามแยกเขาจัดไว้พิเศษในรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ฉบับปัจจุบันนี้โดยให้มีห้องเขาเรียกห้องกระทู้ ห้องนี้ครับ โดยให้ถามต่างไปจากกระทู้ทั่วไปที่ว่าต้องมีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุว่าให้ตอบในห้องกระทู้ถาม ก็ให้ถือว่าเป็นกระทู้ถามแยก เฉพาะนะครับ แล้วก็กำหนดเวลาว่ากระทู้ถามนี้ ทั้งถามและตอบไม่เกินกระทู้ละ ๒๐ นาที ให้ถามได้ ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นผู้ถามก็เริ่มถามคำถามแรก แล้วก็หลังจากนั้นเมื่อท่านรัฐมนตรี ตอบแล้วก็ท่านถามได้อีกครั้งหนึ่ง เว้นแต่ว่าประธานอนุญาตให้ถามอีกเพิ่มเติม อันนั้นก็เป็น สิทธิที่ประธานอนุญาตหรือไม่ ก็เรียนอย่างน้อยเพื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็จะมี การถ่ายทอดหลังจากการประชุมสภาใหญ่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการถ่ายทอด บางครั้ง ก็ถ่ายทอด ๒-๓ วันนะครับ เท่าที่ผมตามดูอยู่ครับ อันนี้ก็เรียนเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนจะได้ติดตามครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๙๒ เรื่อง ขอทราบการปรับ โอนย้ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และบัดนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้มาตอบนะครับ🔗

ในการนี้ก็ขออนุญาตให้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณได้มามีส่วนร่วม ในการให้ข้อมูลชี้แจงด้วย ท่านแรกก็คือ นางวิยดา โชติรัตนะศิริ ๒. นายสมมิตร โตรักตระกูล ๒ ท่านนะครับ ก็อนุญาตครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ก็มาถามกระทู้ในเรื่องของงบประมาณนะครับ ในกระทู้ของกระผมนั้นเป็นเรื่องของการขอทราบการปรับโอนเงินงบประมาณประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณามาตอบนะครับ แล้วก็กระทู้นี้ก็เลื่อนมาหลายครั้งแล้ว แล้วก็ยังมีกระทู้ ที่ยังค้างอยู่ ซึ่งผมถามหลายเรื่อง แต่ก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้านะครับว่าท่านได้ให้เกียรติ แก่เราชาวสภานะครับ แล้วก็เป็นนักการเมืองที่พร้อมที่จะมา เขาเรียกหาคำตอบให้ ประชาชนครับ🔗

ผมเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธานเมื่อสิ้นสุดของงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ๓.๓ ล้านล้านบาทนะครับ แล้วก็เป็นงบขาดดุลโดยเฉพาะ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านไปแล้ว รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้วก็ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ เหมือนกัน ส่วนของรายจ่ายงบประมาณ ที่ผ่านไปนี่ครับ มักจะมีการปรับโอนย้ายอยู่เป็นประจำ ท่านก็คงทราบดีเรื่องของการปรับ โอนย้าย ส่วนใหญ่จะเป็น ๓ รายการครับท่านประธาน เป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับรายจ่าย บุคคล เป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณเอง แล้วก็เป็น งบประมาณแผนบูรณาการ ซึ่งถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณอยู่แล้วนะครับ เกิดขึ้น อย่างเสมอมาครับท่านประธาน สิ่งที่มีเพิ่มเติมอีกก็คือเรื่องของการกำหนดระเบียบการโอน งบประมาณรายจ่ายบูรณาการที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณที่ปรากฏไว้ ในระเบียบนั้นทั้ง ๑๕ ข้อ ซึ่งประกาศไว้แล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นั้น ซึ่งเพิ่งใช้มานี่นะครับ แล้วด้วยเหตุผลดังกล่าวปรากฏว่าการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะ ในหน่วยรับงบประมาณครับท่านประธานยังขาดประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ อย่างเต็มที่ แล้วเป็นช่วงจังหวะที่ไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ตามวัตถุประสงค์และ ตัวเคพีไอ (KPI) ที่ถูกกำหนดไว้ ประกอบกับมีเหตุการณ์หรือเวลาช่วงนี้ที่เกิดขึ้นด้วยช่วงของ โควิด (COVID) ต่าง ๆ นี่ครับ มันก็เลยเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านของตัวทั้งตัวการใช้ งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศนะครับ สิ่งสำคัญก็คือผมอยู่ในฐานะที่เคยเป็น กรรมาธิการในปีแรกนะครับ เจอท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นครั้งแรก ดีใจ ครับวันนั้น และก็ได้เป็นอนุกรรมาธิการด้วย ก็ได้ทราบถึงเหตุและผลหลายประการที่ทาง หน่วยรับงบประมาณชี้แจงกับทางตัวกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการนะครับ การโอนย้าย ของหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ มีการโอนย้ายทั้งด้วยตนเองในกรอบของตัวเองอยู่ แล้วก็ ของรัฐบาลเองก็มีการโอนย้ายอย่างเสมอมา โดยใช้อำนาจตามกฎหมายที่ใช้อยู่ แล้วก็ใช้ อำนาจตามที่ผู้อำนวยการจะใช้อยู่ สิ่งสำคัญก็คือในระเบียบของการโอนย้ายของ พ.ร.บ. งบประมาณ ในระเบียบงบประมาณที่ลงวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ในข้อ ๓ ที่เกี่ยวกับผู้มีอำนาจในการกำกับแผนบูรณาการ ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีแล้วก็ตัวผู้ที่ได้รับมอบหมาย คือเป็นผู้กำกับการแผนบูรณาการ ที่จะต้องมีอำนาจในการโอนย้าย ส่วนในข้อ ๖ ก็ผู้อำนวยการนี่เองครับ ผู้อำนวยการสำนัก งบประมาณคือมีอำนาจจะวินิจฉัยต่าง ๆ นานา นั่นก็คือเหตุผลอันหนึ่งที่ผมต้องขอถาม ในเรื่องของประเด็นดังกล่าว เพราะว่าตลอดในหมวด ๑ ตั้งแต่ข้อ ๗ ถึงข้อ ๑๘ ของการโอน งบประมาณบูรณาการนะครับ การโอนงบประมาณรายจ่ายบุคคลอันนั้นเป็นอนุบัญญัติที่ต้อง ถือบัญญัติอยู่แล้วนะครับ และตามหนังสือด่วนของ นร ๐๗๐๒/๔๘๕ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน ของสำนักงบประมาณเอง เรื่อง แนวทางการดำเนินการและวิธีการใช้เงินทุนสำรองจ่าย ในมาตรา ๔๕ เดี๋ยวคงมีคำถามข้างบน อันนั้นไปอันหนึ่งนะครับซึ่งใช้จ่ายอยู่ ฉะนั้น ในรายละเอียดดังกล่าวผมก็เลยตั้งคำถามเป็นคำถามครับท่านประธาน คำถามก็คือหน่วยรับ งบประมาณ ๔๙๙ หน่วย ซึ่งในปีงบประมาณเดิมใช้ ๔๙๙ หน่วย ได้มีการเปลี่ยนแปลง การใช้งบประมาณอย่างไรในหน่วยรับงบประมาณของตนเอง หรือปรับโอนย้ายภายใน กระทรวง หรือในแผนบูรณาการที่บรรจุไว้ก็ตาม ถ้ามีการโอนย้ายมีหน่วยรับงบประมาณ ไปบ้างได้รับเงินจำนวนเท่าไรนะครับ แล้วก็ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้ใช้อำนาจตามที่ กฎหมายกำหนดให้โอนย้ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณใดไปบ้างครับ มีเหตุผลใด และคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการโอนย้ายงบกลาง งบบุคลากรภาครัฐ และงบในแผนบูรณาการ ข้ามกระทรวง ข้ามกระทรวงนะครับ เป็นเงินจำนวนเท่าไรในหน่วยรับงบประมาณใดบ้าง ขอบคุณครับ คำถามแรกครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากคำถามข้อที่ ๑ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในครั้งนี้นะครับ คำถามและคำตอบข้อที่ ๑ ก็ต้องขอกราบเรียนว่าตามพระราชบัญญัติ วิธีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ หมวดที่ ๕ การบริหารงบประมาณรายจ่ายตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ ประกอบกับระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ หมวด ๕ ในเรื่องของการใช้งบประมาณรายจ่าย การโอนงบประมาณรายจ่าย และการโอน งบจัดสรรหรืองบเปลี่ยนแปลงจากการจัดสรร ตามข้อ ๒๕ บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่หน่วยรับ งบประมาณมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่าย หรืองบจัดสรรต่าง ๆ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน หรือประสิทธิภาพการให้บริการ หรือคุณภาพ หรือในด้านของการพัฒนาบุคลากร พัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ประชาชน ความประหยัด ความคุ้มค่า และความโปร่งใส รวมทั้งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทนะครับ แล้วก็แผนการปฏิรูปประเทศ แผนการให้บริการกระทรวงว่าด้วยการโอน เปลี่ยนแปลงงบจัดสรรดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายในหน่วยงบประมาณเท่านั้น โดยใน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ หน่วยรับงบประมาณมีรายการโอนเปลี่ยนแปลงและจัดสรร ปรากฏในจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) รวม ๒๑ กระทรวง ๔๔๔ หน่วยรับงบประมาณ จากจำนวนทั้งสิ้น ๒๑ กระทรวง จำนวน ๕๐๕ หน่วยรับงบประมาณ จำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๒๙,๖๕๔.๔๔๕๘ ล้านบาท สามารถจำแนกได้ดังนี้ครับ🔗

ภาพรวมรายการโอนออกมีรายการทั้งสิ้น ๗๑,๙๘๓ รายการ ในจำนวนเงิน ตามที่ได้กล่าวแล้วก็คือ ๑๒๙,๖๕๔.๔ ล้านบาท มีเหตุผลในการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ดังนี้🔗

๑. การโอนรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี กรณีของงานช้าและงานเร็วในจำนวน สัญญาที่มีการผูกพันงบประมาณไว้ รวมเป็นเงิน ๙,๒๐๖.๓ ล้านบาท เช่น โครงการที่ผูกพัน งบประมาณ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือกรมชลประทาน เป็นต้น🔗

๒. หมวดความจำเป็น จำนวน ๕,๑๑๔.๕ ล้านบาท🔗

๓. เงินเหลือจ่าย จำนวน ๓๘,๐๗๘.๑ ล้านบาท จากรายการดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างที่เรียบร้อยแล้ว🔗

๔. การควบรวมรายการในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณ ในระบบอีบัดเจต (e-Budget) ไปที่ระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) จากรายการย่อยไปเป็นรายการใหญ่ภายใต้ วัตถุประสงค์เดิม รวมเงิน ๑๑,๘๕๒.๕ ล้านบาท🔗

๕. การบริหารงบประมาณข้ามจังหวัดของหน่วยปฏิบัติในภูมิภาค หรือจากหน่วยงานในส่วนกลางไปยังหน่วยงานในภูมิภาค จำนวน ๒๕,๕๐๙.๙ ล้านบาท เช่น กระทรวงศึกษาธิการบริหารงบประมาณในรายการการสอนรายหัวตามปริมาณ นักเรียนจริง รวมถึงเงินอุดหนุนในอาหารกลางวันตามปริมาณนักเรียนที่เป็นจริงในแต่ละเขต การศึกษา🔗

๖. ส่วนที่เหลือเป็นกรณีการแก้ไขความคลาดเคลื่อนของรายการงบประมาณ เช่น การแก้ไขรายชื่อรายการให้ถูกต้องของพื้นที่ดำเนินการและแก้ไขความคลาดเคลื่อน ของหน่วยรับงบประมาณให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการให้ตรงหมวดรายจ่าย รายการเหลือจ่าย รายการจัดซื้อจัดจ้างที่บันทึกในระบบไม่ทัน เป็นต้น อันนี้หมายถึงเงินที่ โอนออก🔗

ต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของการโอนรับใน ๑๒๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ต่อไปเป็นรายการของการโอนรับ เมื่อสักครู่การโอนออกประมาณ ๗๑,๐๐๐ กว่ารายการ การโอนรับในวงเงินตามที่ได้กล่าวอ้างมาแล้วนั้น จำนวน ๒๘,๒๕๗ รายการ ในเงินจำนวน เดียวกัน ๑๒๙,๖๕๔ ล้านบาท มีเหตุผลในการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังนี้🔗

๑. เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน จำนวน ๑๔,๗๓๕.๔ ล้านบาท🔗

๒. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการ จำนวน ๑๗,๓๐๙.๐๔ ล้านบาท🔗

๓. ด้านพัฒนาบุคลากรและพัฒนาเทคโนโลยี จำนวน ๑,๕๙๕.๓๖ ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19)🔗

๔. แก้ไขปัญหาภัยแล้ง ภัยพิบัติ จำนวน ๙๒๗.๗๓ ล้านบาท และแก้ไข ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวน ๑,๔๗๒.๖๘ ล้านบาท🔗

๕. มีภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วน จำนวน ๓๗,๒๐๓.๓๓ ล้านบาท เช่น โครงการพัฒนาคนตลอดช่วงวัย เงินอุดหนุนอาหารกลางวัน โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค่าจัดการการเรียน การสอนและการซ่อมแซมอาคารโครงการเพื่อแก้ปัญหาในความเดือดร้อนของประชาชน เป็นต้น🔗

๖. การควบรวมรายการในขั้นตอนการจัดสรรในระบบอีบัดเจต (e-Budget) ไปที่ระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) อนุมัติจัดสรร และการโอนเพื่อปรับปรุงรายการ งบประมาณ ช่วงการใช้จ่ายงบประมาณ ๒๕๖๒ ไปพลางก่อน จำนวน ๒๒,๘๗๗ ล้านบาท🔗

๗. ส่วนที่เหลือเป็นกรณีแก้ไขข้อคลาดเคลื่อนของงบประมาณครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านรัฐมนตรี เหลือเวลาของท่านเพียง ๑ นาทีครับ เชิญท่านสุพิศาลถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม สุพิศาล ภันดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ กราบขอบพระคุณครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะถามให้สั้น แล้วท่านจะได้ตอบผมเยอะ ๆ ในเอกสารคราวที่มีการอภิปรายเรื่องการโอนงบประมาณครับ เล่มนี้ เล่มสีเหลือง หน้า ๙ ที่รายงานตามมาตรา ๕๑ ซึ่งอาทิตย์นี้ก็คงมีอีกนะครับ ของปีที่แล้ว หน้า ๙ จะพบว่า มีการโอนงบประมาณบุคลากรของกระทรวงกลาโหมไปยังหน่วยงานหนึ่งที่เรียกว่า กองทัพไทย แล้วใช้เงิน ๒๐ ล้านบาท ในหน้า ๙ ครับ แล้วก็เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการตั้ง หน่วยงานนี้ขึ้นมาใหม่หรือเปล่า แล้วก็จ่ายให้แก่ข้าราชการทหารในภารกิจที่ประจำด้วย จะเป็นข่าวลือหรือเป็นข่าวอะไรผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ก็เป็นเรื่องของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ ทหารพรานอีกประมาณ ๒๙๔ ล้านบาท ในการโอนงบประมาณท่านรัฐมนตรีว่าการ แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่าทราบเรื่องหรือเปล่า เรื่องการตั้งกรอบต่าง ๆ ของงบประมาณดังกล่าว แต่คำถามนี่ผมไม่ได้ถามเรื่องนี้ครับ แค่ฝากไว้เท่านั้น แต่คำถาม ที่จะถามเรื่องนี้เป็นคำถามเรื่องของเงิน เกี่ยวกับเรื่องการเอาเงินตาม พ.ร.บ. โอนงบประมาณ ๒๕๖๓ จำนวน ๘๘,๔๕๒,๕๙๗,๙๐๐ บาท รัฐบาลนำไปดำเนินการอย่างไร ครบถ้วนหรือไม่ ใน พ.ร.บ. โอนนะครับ โดยเฉพาะงบกลางที่ได้รับโอน มีรายการผล การใช้จ่ายงบประมาณในแผนงานและโครงการใด เป็นจำนวนเท่าใด ปรากฏผลสัมฤทธิ์ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ผมให้เหลืออีก ๓ นาทีครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล แถมเวลาให้ท่านรัฐมนตรีด้วย ของท่านมีเวลา ๑ นาที ๑๘ วินาทีครับ ขอเชิญเลยครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานครับ แล้วก็ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาลนะครับ ในกรณีการจัดการตาม พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ๒๕๖๓ ในกรณีกรอบวงเงิน ๘๘,๔๒๕.๕๙ ล้านบาทนั้น กระผมขอตอบดังนี้นะครับ ก็คือ🔗

กรณีตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการ เงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน ๒๕๖๒ ข้อ ๕ นะครับ กำหนดให้การขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินให้กระทำได้ในกรณีที่เป็นรายจ่ายเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ เพื่อเยียวยา บรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติร้ายแรง เป็นรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว แต่มีจำนวนไม่เพียงพอและมีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องใช้จ่ายเพื่อก่อหนี้ผูกพัน โดยเร็ว และเป็นรายจ่ายที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่มีภารกิจที่จำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการ ต้องใช้จ่ายและก่อหนี้ผูกพันโดยเร็ว ทั้งนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้รับงบประมาณรายจ่ายงบกลาง จำนวน ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้บัญญัติในการโอน งบประมาณรายจ่ายไว้ จำนวนอีก ๘๘,๔๕๒.๕๙ ล้านบาท รวมงบประมาณรายจ่าย งบกลางเป็นเงิน ๑๘๔,๔๕๒.๕๙ ล้านบาท และได้จำแนกดังนี้นะครับ🔗

๑. ค่าใช้จ่ายในการป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบความสงบ เรียบร้อยของประชาชน ในความมั่นคงของรัฐ จำนวน ๒,๐๖๙.๓๙ ล้านบาท🔗

๒. ค่าใช้จ่ายจากกรณีเยียวยา บรรเทาความเสียหาย ภัยพิบัติสาธารณะ ร้ายแรง🔗

๑. จ่ายแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ได้รับการจัดสรรเงิน จำนวน ๒๙,๐๔๙ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวนเงิน ๖๔,๒๕๘.๕๗ ล้านบาท🔗

๓. ค่าใช้จ่ายในการจัดสรรงบประมาณไว้แล้วแต่มีจำนวนไม่เพียงพอ และมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้จ่ายก่อหนี้ผูกพันงบประมาณโดยเร็วเพื่อให้โครงการ สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ได้ จำนวนเงิน ๓,๐๑๒.๕๒ ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เด็กและเยาวชน ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัย การจัดมหกรรมจัดหางาน เป็นต้น🔗

๔. โอนไปสมทบงบกลางรายการอื่น ๆ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไว้แล้ว แต่มีจำนวนไม่เพียงพอเบิกจ่ายถึงสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๓ โดยโอนงบประมาณ รายจ่ายงบกลางระหว่างรายการตามในมาตรา ๓๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ จำนวน ๓ รายการครับ รวมทั้งสิ้น ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้แก่🔗

๑. ค่าใช้จ่ายในเงินสมทบ ทดรองจ่ายราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติฉุกเฉิน จำนวน ๗,๕๐๐ ล้านบาท🔗

๒. รายการเงินเบี้ยหวัด บำนาญข้าราชการ จำนวน ๒๑,๘๕๐ ล้านบาท🔗

๓. รายการค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงาน ของรัฐ จำนวน ๕,๖๕๐ ล้านบาท🔗

๔. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ แต่มีภารกิจที่มีความจำเป็น เร่งด่วน🔗

๔.๑ ค่าใช้จ่ายด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น ๔๙,๖๕๐ ล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และสังคมที่มีความเร่งด่วนและจำเป็น🔗

๕. ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น ๑,๔๑๒ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านแก้ปัญหาความเร่งด่วนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านใช้เวลา เกินไปพอสมควร ที่จริงถ้ามีเวลาก็จะให้ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาลถามให้จบแต่ว่ามีเวลา เท่านี้เอง ขออภัยด้วยครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล🔗

กระทู้ถามต่อไป กระทู้ถามแยกที่ ๒๐๑ สลับกันเพื่อให้รัฐมนตรี ได้มีโอกาสได้มาชี้แจงครับ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามเฉพาะ ที่ ๒๐๑ เรื่อง การปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบ🔗

ท่านประเดิมชัยก็เข้าใจ เรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ ทั้งถามและตอบก็ ๒๐ นาที ในการนี้ก็ขออนุญาตให้ ผู้สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามคือท่านผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายธนัช นฤพรพงศ์ ท่านประเดิมชัย เชิญเลยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้แยกถามเฉพาะให้ผมในวันนี้นะครับ ขออนุญาตที่จะได้ เรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ต่อกรณีการดำเนินงานของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของท่าน ก็คือในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือว่า พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการพัฒนาดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยให้สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ในปัจจุบันนี้ ต่อกรณีที่ผมได้ติดตามตรวจสอบการทำงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือว่า พอช. ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างที่อยู่อาศัย ก็มีปัญหาต่าง ๆ มากมายในส่วนของการทำงานของ พอช. ต่อการให้บริการของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของกระบวนการในการทำงาน นอกจากเรื่องของ การสร้างบ้าน เรื่องของการปรับปรุงบ้านแล้ว ในขณะนี้ พอช. เองก็ยังมีโครงการที่เข้าไป ทำงานร่วมกับชุมชนอีกมากมายหลายโครงการ ก็เลยทำให้ผมพยายามที่จะได้ศึกษาถึง วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันแห่งนี้ว่าโดยแท้จริงแล้ววัตถุประสงค์ในการทำงานของ พอช. หรือว่าสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์อย่างไรกันแน่ มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย ปรับปรุงเรื่องสร้าง หรือว่าจะไปส่งเสริมอาชีพ หรือจะไปอบรมสัมมนาให้ความรู้ ซึ่งในขณะนี้มีความหลากหลายรูปแบบการทำงานที่ซ้ำกับ หน่วยงานอื่น ๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งทั้งหมดก็จะเกี่ยวโยงกับเรื่องของการใช้งบประมาณทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ต่อกรณีดังกล่าวขอความกรุณาเพื่อความชัดเจนถึงการทำงานของหน่วยงานว่าวัตถุประสงค์ หลักของการทำงานของหน่วยงานดังกล่าวนั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร แล้วก็จะมีวิธีการ ในการบริหารจัดการในการทำงานอย่างไรบ้างครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี กระทู้ถามแยกนี้ก็ถามได้ ๒ ครั้ง แล้วก็รวมเวลาแล้ว ๒๐ นาที เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ก็มีเวลา ๑๐ นาทีครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ของท่าน สมาชิกที่ถามว่าวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้น จัดขึ้นมาตาม พระราชกฤษฎีกาเมื่อปี ๒๕๔๓ จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียนว่าผู้ที่ตั้ง พอช. สมัยนั้น คือท่านประธานรัฐสภาวันนี้ คือตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีที่ตั้งมา ประเทศขณะนั้น มีความยากลำบากในเรื่องของสังคมจากพิษค่าเงินบาท ลดค่าเงินตอนนั้น แล้วก็สังคม มีปัญหา ก็จึงได้ให้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะนั้นคือท่านธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นผู้ก่อตั้งองค์กรนี้ แล้วก็เพื่อช่วยคนยากคนจนฐานรากของประเทศ ทั้งหมดให้มีที่ยืนแล้วก็ได้รับการช่วยเหลือนะครับ วัตถุประสงค์ ๔ ด้านตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งเมื่อปี ๒๕๔๓ มีดังนี้ครับ🔗

๑. ส่งเสริมความเข้มแข็งองค์กรชุมชนและเครือข่าย พัฒนาที่อยู่อาศัยชีวิต ความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชน ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและสินเชื่อ เชื่อมโยง เครือข่ายองค์กรชุมชน ซึ่งในขณะนี้มีถึง ๗,๐๐๐ กว่าองค์กรทั่วประเทศนะครับ แล้วก็ ประสานความร่วมมือพหุภาคี คือทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน เอกชน แล้วก็องค์กรสถาบันที่ เป็นสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าสถาบัน🔗

นอกจากนั้นแล้วมีภารกิจที่ดำเนินการคือ การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับ ผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท ได้แก่ บ้านมั่นคง บ้านริมคลอง บ้านพอเพียงชนบท ศูนย์คนไร้บ้าน และที่อยู่อาศัยชั่วคราว ในการนี้สภาพัฒนาองค์กรชุมชนนั้นจะบริหารงาน โดยคณะกรรมการสถาบันมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานโดยประธานกรรมการ ๑ ท่าน กรรมการผู้แทนจากส่วนราชการหรือหน่วยงาน ๔ ท่าน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ ท่าน กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน ๓ ท่าน กรรมการและเลขานุการอีก ๑ ท่าน ซึ่งในตอน ที่จัดตั้งตอนนั้น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ ได้รับความกรุณาจากรัฐบาลในขณะนั้น จัดสรรเงิน ที่ตั้งเป็นกองทุนให้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ พอช. นั้นมาได้รับเงินช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่ง ตอนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือเงินที่นำมาดำเนินการ ในการดูแลพี่น้องประชาชนตามวัตถุประสงค์หลักครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่าน ประธาน จากการที่ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีได้ตอบถึงวัตถุประสงค์ก็เพิ่งทราบว่าได้มีการจัดตั้ง เมื่อปี ๒๕๔๓ สมัยที่ท่านประธานได้เป็นผู้บริหารประเทศนะครับ ฟังดูวัตถุประสงค์ค่อนข้าง ชัดเจนครับท่านประธาน แต่ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าเมื่อวัตถุประสงค์ ชัดเจน คนที่กำกับดูแลก็คือท่านรัฐมนตรีในปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในขณะนี้นะครับ ผมคิดว่ามีลักษณะการทำงานที่แตกแขนงที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ค่อนข้างมาก แต่ขาด การติดตามตรวจสอบจากคนที่กำกับดูแลในเรื่องของนโยบาย ต้องกราบขออภัยก็คือ ท่านรัฐมนตรี เพราะว่าสิ่งที่ทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือว่า พอช. ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เรื่องของการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ผู้มีรายได้น้อย เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีเองก็พูดอย่างชัดเจนว่าสถาบันแห่งนี้ต้องการที่จะช่วย คนฐานราก คนยาก คนจน วันนั้นท่านประธานอนุมัติงบประมาณให้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้ มีพี่น้องประชาชนที่ได้อานิสงส์จากเงินก้อนนี้ แต่เป็นอานิสงส์ที่อยู่บนพื้นฐานของคราบน้ำตา ครับท่านประธาน ที่ผมต้องเรียนท่านประธานว่าประชาชนได้อานิสงส์จากเงินก้อนนี้ ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยหรือว่าคุณภาพชีวิตบนคราบน้ำตาก็ตรงที่ว่าสถาบันพัฒนาองค์กร ชุมชนในขณะนี้ได้เอาเงินก้อนดังกล่าวไปให้ประชาชนกู้เพื่อพัฒนา ปรับปรุง หรือว่าสร้างบ้าน ที่เรียกว่าบ้านมั่นคง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

อย่างในรูปภาพที่ผมได้ นำเรียนท่านประธาน ได้มีการให้ปล่อยกู้ร้อยละ ๔ ต่อปีในขณะนี้ท่านประธานครับ จากวันนั้น จนถึงวันนี้ยิ่งในขณะนี้สถานการณ์ในเรื่องของสภาวะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจของคน กลุ่มนี้ทั้งประเทศ และรวมทั้งพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครที่กำลังทำ โครงการเรื่องบ้านมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นคลองลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นคลองเปรมประชากร จะต้องกู้เงินจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้ เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๔ เท่านั้น ชาวบ้านยังมีการไปจัดตั้งเป็นองค์กรที่เรียกว่า กลุ่มสหกรณ์ของตัวเองขึ้นมา จะต้องมีดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่งไปบริหารจัดการสหกรณ์ ส่วนใหญ่ก็จะเก็บอยู่ที่ร้อยละ ๒ หรือว่า ๓ นั่นหมายความว่าชาวบ้านจะต้องแบกรับภาระ ดอกเบี้ยร้อยละ ๖ หรือร้อยละ ๗ ต่อปีในขณะนี้ ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์ดังกล่าว ในขณะนี้พี่น้องประชาชนได้รับความกระทบ ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก ฉะนั้นเมื่อวัตถุประสงค์มีความชัดเจนต้องการที่จะดูแลคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า พอช. สามารถที่จะลดดอกเบี้ย ของตัวเองจากร้อยละ ๔ ลงมาโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องแสวงหารายได้จากคราบน้ำตาของ พี่น้องประชาชนในเรื่องของดอกเบี้ยตรงนี้ได้หรือไม่ ในเมื่อเงินเหล่านี้ก็เป็นเงินภาษีของ พี่น้องประชาชน แล้ววัตถุประสงค์ก็มีความชัดเจนในเรื่องของการที่จะได้ดูแลพี่น้อง ประชาชน ลดภาระจากสิ่งต่าง ๆ แล้วยิ่งในขณะนี้เราได้รับผลกระทบจากเรื่องของวิกฤติ โควิด (COVID) พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ประชาชนส่วนใหญ่ ที่มากู้เงินสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนคือคนที่หาเช้ากินค่ำ หากลางคืนกินกลางวัน หาไม่พอ ที่จะทานแต่ละวันท่านประธานครับ ฉะนั้นทุกคนมีความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง🔗

และอีกส่วนหนึ่ง ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ในพื้นที่ห้วยขวางผม เป็นโครงการแรกที่สร้างที่คลองลาดพร้าว เป็นชุมชนแรกที่สร้างให้คนดูเป็นตัวอย่าง ในคลองลาดพร้าว ก็คือชุมชนริมคลองไทย-ญี่ปุ่น หลังวัดพระราม ๙ สร้างเมื่อปี ๒๕๖๑ ในขณะนี้เฟส (Phase) แรกสร้างไป ๒๙ หลังเหลืออีก ๔ หลัง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้ เลขบ้านเลยครับ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรมธนารักษ์ เห็นแบบเพื่อที่จะส่งให้เขต ในการที่จะให้เลขทะเบียนบ้านเพื่อไปขอน้ำ ขอไฟ พี่น้องเดือดร้อน ผมคุยกับเจ้าหน้าที่ พอช. นี่นะครับ โทรศัพท์ติดต่อประสานงานด้วยวาจาตลอดเวลานะครับ เขาก็ไม่รู้จะทำ อย่างไร ๒ ปีผ่านไปแล้ว เลขบ้านยังไม่ได้ น้ำ ไฟยังไม่มีนะครับ อย่าคิดว่าเป็นเพียงแค่ ๔ หลัง นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ผมคิดว่ามันเป็นความล้มเหลวที่อยากจะให้ หน่วยงานนี่นะครับ นำมาบูรณาการคิดแล้วก็อย่าทำให้เหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้น ผมถามว่า วันนี้เขาจะได้เลขบ้านวันไหน เขาจะได้น้ำ ได้ไฟเป็นของตัวเองเมื่อไรนะครับ ไม่มีใครใส่ใจ ไม่มีใครสนใจ ถามไปก็ครับ ๆ ติดตามให้ ธนารักษ์ยังตรวจไม่เสร็จ ล่าสุดผมทราบว่า ธนารักษ์แจ้งว่ารายละเอียดเอกสารที่ส่งไปธนารักษ์หายไม่มี จะต้องส่งเรื่องไปใหม่ เลยไม่รู้ว่า กลายเป็นว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ใคร นี่เป็นเพียงตัวอย่าง แต่สาระสำคัญหลักอยู่ตรงที่ว่า วันนี้มีความจำเป็นหรือไม่ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่ยังคงที่จะยืนราคาในเรื่องของ การเก็บดอกเบี้ยประชาชนคนทั้งประเทศที่มาเป็นลูกหนี้ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนอยู่ที่ ร้อยละ ๔ ในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เมื่อเหตุการณ์วิกฤติโควิด (COVID) ครั้งที่ ๑ พอช. ใจดีครับ คืนดอกเบี้ยให้ ๑๐ เดือน อันนั้นก็ต้องขอบคุณครับ แต่ถามว่าในระยะยาว อีก ๕ ปี อีก ๑๐ ปี คนเหล่านี้เขาก็ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้นี่นะครับ มันเป็นการทำงานอย่าง โครงสร้างที่ถาวรได้ไหมว่าเรื่องของดอกเบี้ยถึงเวลาที่ต้องทบทวน ก็ขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานไปถึงในเรื่องของแนวทางดังกล่าวที่ทางรัฐมนตรีจะสามารถประสานกับทาง บอร์ด (Board) หรือว่าผู้บริหารของ พอช. ในเรื่องของการดูแลเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรหรือไม่ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขอตอบ คำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่ได้เห็นความยากลำบากของพี่น้องประชาชนว่า เป็นอานิสงส์ของการช่วยเหลือบนฐานคราบน้ำตา คุณภาพชีวิตบนคราบน้ำตา ก็อยากจะ กราบเรียนว่าเงินที่ พอช. คิดอัตราดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็เป็นความจำเป็น ถามว่า เป็นความจำเป็นเพราะอะไร เพราะว่านับตั้งแต่ที่ท่านประธานสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ให้งบประมาณมา ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้งบประมาณมาอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท พอช. นั้นไม่ได้มีงบค่าบริหารแม้แต่บาทเดียว ต้องนำ เงินต่าง ๆ เหล่านั้นมาเป็นรายได้เพื่อมาบริหารองค์กร เพื่อที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนตาม วัตถุประสงค์ ๔ ข้อที่ได้กล่าวไปแล้ว พอช. นั้นดูแลสภาองค์กรชุมชนครับท่านประธาน ๗,๗๙๑ นิติบุคคล มีพนักงานเพียงแค่ ๓๑๐ คนดูแลทั้งหมด ๗๗ จังหวัด เงินเดือนนั้นก็ต้อง เอามาจากดอกผลของเงินทุนที่ให้มา ฉะนั้นท่านประธานจะเห็นได้ว่าที่ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แล้วก็เป็นเงินเดือนนั้น เงินเดือนต้องขึ้นเพิ่มทุกปี ในขณะที่รัฐบาลหลายรัฐบาลไม่ได้จัดสรร เงินค่าบริหารให้กับ พอช. เลยแม้แต่บาทเดียว พอช. จึงได้คำนวณว่า ๔ เปอร์เซ็นต์นั้น มาจากไหน ผมได้ถามแล้ว ๔ เปอร์เซ็นต์มาจากพื้นฐานว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแล ๗,๗๙๑ นิติบุคคล ก็เป็นค่า ๓๐๐ คนเงินเดือนในการบริหารทั้งหมด ก็จึงกราบเรียนให้ทราบว่านี่คือข้อจำกัด ข้อที่ ๑🔗

ข้อจำกัด ข้อที่ ๒ ซึ่งท่านสมาชิกอาจจะไม่ได้พูดถึง คืออุปสรรคในการทำงาน ที่ว่าสร้างบ้านได้ช้า เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของที่ดินครับท่านประธาน เพราะว่าที่ดินเป็นที่ดิน ที่บุกรุกที่ไม่ถูกกฎหมาย ก็ต้องทำให้ถูกกฎหมาย จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมาย การเวนคืน นอกจากนั้นแล้วเป็นการขอใช้พื้นที่ของราชการครับ เช่น กรมเจ้าท่า การรถไฟ แห่งประเทศไทย แล้วก็รวมถึงกรมธนารักษ์ ซึ่งกรมธนารักษ์ให้ความร่วมมือมากที่สุด เพราะแก้ปัญหาได้เร็วที่สุด ฉะนั้นความล่าช้านี่เกิดจากข้อจำกัดเรื่องที่ดิน ซึ่งกระบวนการ ทำให้ถูกกฎหมายนั้นก็ช้า🔗

ข้อจำกัด ข้อที่ ๒ คือข้อจำกัดงบประมาณ ซึ่งวันนี้ก็กราบเรียนท่านประธาน ว่าผมมานั่งอยู่ตรงนี้ประมาณปีเศษ ๆ นี่ ก็เรียนตรง ๆ ว่าทุกครั้งที่งบประมาณเข้าสภา ก็ถูกปรับลดทุกปี โดยที่ผู้ปรับลดก็ไม่ได้คำนึงถึงว่าจะเอาเงินจากไหนมาดูแลค่าบริหาร ของสภาองค์กรชุมชนเหล่านี้ ซึ่งสภาองค์กรชุมชนเหล่านี้มีจุดแข็งคือการจะสร้างบ้าน ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่นั้น ไม่ใช่จากบนสู่ล่างครับ จากล่างสู่บน สภาองค์กรชุมชนจะเป็น คนเลือกเองว่าใครยากจน ใครเหมาะสมที่จะได้รับการช่วยเหลือ เขาจะเป็นคนเลือกเอง แล้วก็ พอช. ก็ต้องสร้างบ้านตามมติของสภาองค์กรชุมชน🔗

ข้อจำกัด ข้อที่ ๓ คือ ข้อจำกัดทางการเงินของผู้อยู่อาศัยเอง ซึ่ง พอช. นั้น ตั้งขึ้นมาคือไม่ใช่แจกแหลก แต่จะสอนคนให้ตกปลานะครับ ฉะนั้นก็ต้องให้มีการมีส่วนร่วม จากพี่น้องประชาชนผู้อยู่อาศัยเหมือนกัน เราเข้าใจว่ามีความยากลำบากในการหากิน มีอาชีพอยู่ แต่ว่าวันนี้รัฐบาลก็มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกัน ฉะนั้นสิ่งที่เรา พยายามจะทำจะพยายามทำให้ได้มากที่สุดในสิ่งที่ช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้สามารถมีที่อยู่ที่กินได้ แล้ววันนี้ก็ได้มีมิติใหม่ที่พยายามไปคิดมาว่าที่ที่บุกรุกทั้งหมดครับ ท่านประธาน ก็พยายามจะไปตกลงว่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็สภาองค์กรชุมชน ไปสำรวจมาแล้วนะครับว่าวันนี้จะมีผู้ที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัยถึงหลายแสนครอบครัว เราก็บอกว่า ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวการเคหะแห่งชาติจะไปขอเช่าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย จากกรมเจ้าท่า เพื่อมาสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยได้เช่าครับท่านประธาน ไม่ต้องซื้อ ได้เช่า แล้วก็จะเป็น เช่าในราคาที่ถูกมาก ถูกกว่าตลาดถึงประมาณครึ่งหนึ่ง ขณะนี้ก็เริ่มดำเนินการ แต่ว่าก็ต้อง กราบเรียนตรง ๆ ว่ายังไม่ได้รับความเห็นชอบจากภาคประชาชน เพราะว่าภาคประชาชน ก็ขอสู้ในแนวทางของเขาก่อน ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่าไม่ได้นิ่งดูดายนะครับ ได้พยายาม ช่วยเหลือทุกมิติเท่าที่จะทำได้ อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่เราพยายามจะทำนั้น วันนี้เป็นเรื่อง ของการสร้างความเข้าใจ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่กรุณา ตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีวิสัยทัศน์ให้มีหน่วยงานองค์กรนี้ขึ้นมา ทำให้ชุมชนนั้นมีความเข้มแข็งขึ้น ทั่วประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าองค์กร แล้ววันนี้ก็จะเป็นฐานรากของประชาธิปไตย แล้วก็จะเป็นฐานรากของ เศรษฐกิจระดับล่าง ระดับชุมชมที่รัฐบาลนั้นให้ความสนใจ แล้วก็จะเข้าไปพัฒนาช่วยเหลือ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวต่อเนื่องครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ประเด็นที่ผม ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านท่านรัฐมนตรีครับ ผมไม่ได้บอกว่าอุปสรรคในเรื่องของ ความล่าช้าของการก่อสร้าง เพียงแต่ว่าผมยกตัวอย่างว่ามีอยู่โครงการหนึ่ง มีบ้านอยู่ ๔ หลัง สร้างเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ตอนนี้เขายังไม่ได้เลขบ้าน อยากให้ท่านได้ตรวจสอบนิดหนึ่งครับ ว่าความล่าช้าที่ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ๔ หลังนี่นะครับ เขาไม่สามารถขอน้ำ ขอไฟได้ เกิดจากอะไร ไม่ได้ตำหนิเรื่องอื่นครับ อันนั้นยกเป็นตัวอย่าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีฝากไป ช่วยดูให้ท่านประเดิมชัยหน่อยครับ ภายในเจ้าหน้าที่ ท่านรองช่วยดูแลชี้แจงท่านหน่อย🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านประเดิมชัย และท่านรัฐมนตรีนะครับ กระทู้ต่อไป🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามเฉพาะ ที่ ๒๐๕ เรื่อง การติดตั้งป้ายโฆษณา (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ชี้แจง แล้วก็ขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่สนับสนุนข้อมูล นางสาวมานิตา รุจะศิริ ขอเชิญ เข้ามาได้ ท่านประเดิมชัยต่อครับ พอดีเพื่อสะดวกแก่รัฐมนตรีที่ตอบในสภาใหญ่ด้วยครับ ถ้าพร้อมเชิญได้เลย ๒๐ นาที ท่านรัฐมนตรี ๑๐ นาที ท่านผู้ถาม ๑๐ นาที เชิญเลยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ ขออภัย เห็นเขียน ๒๐๕ ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ต่อกรณีที่ผมจะได้ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงแนวทางการดำเนินงานของ กรุงเทพมหานคร ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานครในขณะนี้🔗

ต่อกรณีเรื่องของการที่มีการติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีอย่างหลากหลายและมากมายในหลายรูปแบบด้วยกันในขณะนี้ ทั้งเป็นป้ายที่ถาวร ขนาดใหญ่ ป้ายที่ติดตั้งตามเสาไฟฟ้า ถนนหนทางที่เป็นลักษณะของฟิวเจอร์บอร์ด (Future Board) แผ่นเดียว และรวมทั้งป้ายที่ติดตั้งบนทางเท้า ซึ่งท่านประธานถ้าสังเกตท่านประธาน ก็จะเห็นนะครับว่ามีป้ายที่ติดตั้งอยู่มากมายในพื้นที่ที่เป็นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร ในขณะนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถามและคาใจมาตลอดเวลา เพราะว่า ในช่วงในยุคโดยเฉพาะช่วงเข้าฤดูฝน กรุงเทพมหานครเองก็จะมาพูดถึงมาตรการ ในการกำกับติดตามดูแล ตรวจสอบว่าให้ป้ายมีความมั่นคงแข็งแรง เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ต่อพี่น้องประชาชนนะครับ ถ้าฝนตกลมแรง ก็ให้มีการติดตามตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง แต่สิ่งที่ผมเรียนถามในวันนี้ก็คือว่าเหตุการณ์อย่างนี้เมื่อมันเกิดขึ้นมาอย่างมากมายต่อเนื่อง และยาวนาน กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานครจะมีมาตรการ อย่างไรในเรื่องของการที่จะให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ผมขออนุญาตย้ำท่านประธานนะครับว่าให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย อย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำอย่างสุกเอาเผากินเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานในข้อที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๐๕ เรื่อง การติดตั้งป้ายโฆษณาของท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ซึ่งในคำถามแรกท่านได้ถามว่า กระทรวงมหาดไทยมีมาตรการอย่างไรในการดูแลป้ายโฆษณาดังกล่าวที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบัน ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านประเดิมชัยว่าตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น กำหนดให้การก่อสร้างป้ายโฆษณาที่เข้าข่ายเป็นการก่อสร้างอาคาร อันได้แก่🔗

๑. ป้ายที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะที่มีขนาดเกิน ๑ ตารางเมตร หรือมี น้ำหนักเกิน ๑๐ กิโลกรัม🔗

๒. ป้ายที่ติดตั้งใกล้ที่สาธารณะน้อยกว่าความสูง และมีขนาดกว้างเกิน ๕๐ เซนติเมตร มีความยาวเกิน ๑ เมตร หรือมีขนาด .๕๐ ตารางเมตร หรือมีน้ำหนักเกิน ๑๐ กิโลกรัม🔗

๓. ป้ายที่มีความสูงตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป และยังรวมถึงป้ายที่ติดตั้ง บนส่วนใด ๆ ของอาคารที่เข้าข่ายเป็นการดัดแปลงอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารด้วย🔗

มาตรการในการควบคุมก็คือว่าการดูแลป้ายโฆษณาดังกล่าวตามกฎหมาย ควบคุมอาคารคือก่อนดำเนินการก่อสร้าง หรือดัดแปลงจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นหรือดำเนินการตามการแจ้ง ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ของพระราชบัญญัติการก่อสร้าง อาคารของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ปี ๒๕๒๒ ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน เจ้าพนักงานท้องถิ่น ก็มีอำนาจออกคำสั่งทางปกครองให้ระงับการกระทำ ห้ามใช้ให้แก้ไขและขออนุญาต หรือให้รื้อถอนป้ายที่ทำผิดกฎหมายนั้นแล้วแต่กรณีนะครับ จนถึงเข้าไปรื้อถอนป้ายนั้นได้เอง และดำเนินคดีทางอาญากับผู้ฝ่าฝืน ที่มีบทลงโทษทางอาญา ก็คือปรับ ไปถึงปรับและจำคุก หรือทั้งจำคุกแล้วก็ทั้งปรับนะครับ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็คือผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายควบคุมอาคารที่ต้องปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าการควบคุม การกำกับทั้งหลายอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ก็คืออยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ต้องดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่โดยตรง อันนี้ขอเรียนเป็นเบื้องต้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีกฎหมายบังคับที่เกี่ยวข้องกับ การควบคุมป้ายหรือการก่อสร้างป้าย ซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ปี ๒๕๒๒ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้ออกกฎกระทรวงเพิ่มเติมนะครับ ได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดตั้งป้ายตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคาร ปี ๒๕๕๘ นี่ครับ หลังจากที่เรามีกฎหมายควบคุมอาคาร ปี ๒๕๒๒ แล้ว ปี ๒๕๕๘ ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยก็ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ แล้วก็เงื่อนไขในการก่อสร้างการดัดแปลง การรื้อถอนหรือการเคลื่อนย้ายไว้เป็นการเฉพาะ อีกต่างหากด้วย เพราะฉะนั้นกรุงเทพมหานครก็ต้องควบคุมให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก🔗

อย่างไรก็ตามแม้ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดแล้วนี่ แต่เนื่องจาก การติดตั้งป้ายสามารถทำได้ ทำการก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วนะครับ เมื่อพบการกระทำ ความผิดก็มีขั้นตอนในการที่จะเข้าไปรื้อถอน ต้องแจ้ง ต้องอะไร ขั้นตอนอย่างนี้มันเป็น ขั้นตอนที่ทำให้การรื้อถอนไม่สามารถทำได้ทันที เพราะต้องแจ้งให้รื้อถอน แล้วก็แจ้งแล้วก็ยัง มีการอุทธรณ์ได้ อุทธรณ์แล้ว เมื่อรับคำอุทธรณ์แล้ว ผู้ตั้งหรือว่าผู้ที่ถูกบังคับให้รื้อถอน ยังสามารถนำเอาเรื่องดังกล่าวไปร้องยังศาลปกครอง ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาว่าอย่างไร ก็ยังสามารถที่จะไปร้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้อีกต่างหาก อันนี้ทำให้ขั้นตอนการรื้อถอน มันล่าช้า แล้วก็ในการพิจารณาของศาลก็ยังมีการขอคุ้มครองชั่วคราวได้ด้วย อันนี้คือ อุปสรรคที่ไม่สามารถจะเข้าไปทำการรื้อถอนได้ทันที เพราะฉะนั้นอันนี้จึงกราบเรียนว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว แล้วก็ได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการในฐานะเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยผู้ว่า กทม. ต้องดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาได้ให้ข้อมูลในเรื่องของแนวทางของ กระทรวงมหาดไทยนะครับ แต่ก็อยากจะฝากเรื่องของการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล กรุงเทพมหานครว่าตามที่รัฐมนตรีได้ตอบมา ได้ดำเนินการจริงจังตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ แล้วหรือไม่ อย่างไร เพราะว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา กรรมคือการกระทำนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ป้ายที่ท่านประธาน เห็นอยู่ในขณะนี้คือป้ายที่อยู่โดยรอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นป้ายขนาดใหญ่ มีอยู่ ประมาณ ๖-๗ ป้าย นี่ผมเพียงแต่ยกตัวอย่าง ถ้าท่านประธานไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านจะเห็นป้ายขนาดใหญ่ตรงบริเวณวงรอบ วงโค้งที่จะเลี้ยวเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ป้ายขนาดใหญ่ ผมยืนยันว่าป้ายเหล่านั้นผิดกฎหมายอาคารทุกป้ายไม่มีป้ายไหนถูกครับ ผิดทุกป้าย แต่ถามว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี แต่ถ้าพูดถึงตามเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีได้ตอบเมื่อสักครู่ ในขั้นของการอุทธรณ์ ในขั้นของการดำเนินการทางศาล ในขั้น ของการที่จะดำเนินการ ถ้าท่านลองไปตรวจสอบดูนะครับว่ากระบวนการเหล่านี้ได้มีจริง อย่างที่ท่านได้ตอบหรือไม่ กทม. ได้ทำจริงหรือเปล่า หรือว่าไม่ทำ อันนี้ฝากไว้🔗

ต่อกรณีคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานครับ ว่านอกจากป้ายที่อยู่ในที่เอกชนที่ก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ยังมีป้าย ที่อยู่ในที่สาธารณะ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ🔗

อันนี้ครับ ป้ายที่อยู่ในที่สาธารณะที่กรุงเทพมหานครขาดการติดตาม ตรวจสอบดูแล แต่กลับกลายเป็นว่ากรุงเทพมหานครอนุญาตให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ในการติดตั้งป้ายเพื่อทำการโฆษณาและหาประโยชน์ ซึ่งอาจจะมีทั้งใต้โต๊ะ บนโต๊ะหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่เหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองกันไปหมด ผมถามว่ามันเกิดขึ้น ได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการของแผ่นดินปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการ ไม่มี การติดตามตรวจสอบ ขออนุญาตตัวอย่างอีกป้ายหนึ่งครับ🔗

ตรงนี้ป้ายทางเข้าหน้าเขตห้วยขวาง นี่ก็คือป้ายตรงบริเวณหน้าเซ็นทรัล พระราม ๙ ตรงสี่แยกเลยครับท่านประธาน เป็นจุดที่ไม่สมควรในการที่จะติดตั้งป้ายโฆษณา แต่กรุงเทพมหานครจริง ๆ แล้วไม่สามารถอนุญาตได้ แต่ก็ปล่อยให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณา อย่างนี้เกิดขึ้นมามากมาย ยังมีป้ายที่อยู่ในที่สาธารณะอื่น ๆ ที่ผมไม่ได้นำมาเป็นตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้เห็นอีกจำนวนมากมาย แต่ผมได้ติดตามสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง ถามไปกี่ครั้งก็เงียบ ถามไปกี่คราก็หาย ไม่ได้ตอบ ไม่ได้บอก ไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ ทั้งสิ้น ก็จึงเป็นเหตุที่ผมต้องนำมากราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่กำกับดูแลนี่ครับ ว่ากรุงเทพมหานครในขณะนี้ได้เอากฎหมายมาเป็นตัว บรรทัดฐานในการดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกฎหมายหรือไม่ หรือว่าจะปล่อยให้บ้านเมือง เกะกะรกรุงรัง ซึ่งผลประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเทียบเป็นเม็ดเงินแล้ว มันได้เป็นจำนวนเงิน ไม่มากท่านประธานครับ ถ้าเปรียบเทียบกับภูมิทัศน์ที่เราจะต้องร่วมกันรักษาให้เป็นเมือง ที่สะอาด ให้เป็นเมืองที่สวยงาม ให้สมกับการที่เราจะต้องเตรียมการไว้รองรับนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถึงเวลาที่ กระทรวงมหาดไทยคงต้องคุยกับกรุงเทพมหานครเพื่อที่จะได้ให้ดูแลมีการจัดระเบียบ อย่างจริงจัง อย่างนั้นก็ขออนุญาตถามนะครับว่ากระทรวงมหาดไทยเองจะสามารถถามไปยัง กรุงเทพมหานครแล้วให้กรุงเทพมหานครส่งเป็นข้อมูลเอกสารหลักฐานมาให้ผม ได้ทราบได้ไหมว่าป้ายที่อยู่ในที่สาธารณะในถนนทุกสายของกรุงเทพมหานครในขณะนี้ จุดที่มีการติดตั้ง ติดตั้งถูกต้องเป็นจุดที่ติดตั้งตรงไหน ตรงไหนไม่ถูกต้องจริง ๆ ข้อมูลเหล่านี้ กรุงเทพมหานครมีอยู่ในมือหมด เพราะว่าป้ายพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นป้ายที่เป็นองค์ประกอบ ที่มากับสัญญาของการที่ กทม. ให้เอกชนไปลงทุนก่อสร้าง ในส่วนของป้ายรถเมล์ จุดที่พัก รอรถเมล์ ศาลาที่พักผู้โดยสารรอรถเมล์ก็จะอนุญาตให้เอกชนมาสร้างศาลาที่พัก แล้วก็ ให้หาผลประโยชน์จากป้าย แต่ป้ายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในจุดที่มีการกำหนดไว้ มีการลักไก่ ไปติดตั้งนอกจากจุดที่มีการกำหนด แต่ กทม. เองก็ไม่ได้ดูแลติดตามแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตาม เงื่อนไข ผมจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อขอข้อมูลผ่านไปยังรัฐมนตรีให้ กทม. ได้ส่งข้อมูลมาให้ผมได้ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าจะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไรครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตตอบในประเด็นที่ ๒ นะครับว่า ป้ายขนาดใหญ่หรือที่เป็นอาคารหรือเป็นการดัดแปลงอาคารในกรุงเทพมหานคร จำนวน ทั้งสิ้นที่สำรวจข้อมูลได้มีอยู่ประมาณสัก ๑,๔๐๐ ป้ายนะครับ แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ก็ได้กำชับให้กรุงเทพมหานครนี่ได้ดำเนินการกับป้ายที่กระทำผิดหรือว่าทำการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ปี ๒๕๕๒ อย่างเคร่งครัดนะครับ ได้พบว่ามีป้ายขนาดใหญ่ ที่กระทำความผิดกฎหมายอยู่ทั้งสิ้นจำนวน ๒๔๘ ป้ายในขณะนี้ โดยมีผลการดำเนินการ ดังนี้ครับ🔗

ประการที่ ๑ ก็คือว่าเสนอของบประมาณค่ารื้อถอนเอง แล้วเรียกเก็บจาก ผู้ฝ่าฝืนภายหลังจำนวน ๑๔ ป้าย อันนี้ต้องใช้งบประมาณ ๕,๘๐๙,๙๗๗ บาท🔗

ประการที่ ๒ อยู่ระหว่างการขอรื้อถอน จำนวน ๗๓ ป้าย🔗

ประการที่ ๓ อยู่ในขั้นตอนของการบังคับทางการปกครอง จำนวน ๑๖๑ ป้าย ในจำนวนนี้เป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในรอบอาคาร รอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จำนวน ๘ ป้าย ได้อยู่ระหว่างการอนุมัติรื้อถอนแล้วทั้ง ๘ ป้ายนะครับ กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าของป้ายที่กระทำผิด ฝ่าฝืน พ.ร.บ. ควบคุมอาคารแล้วทุกป้าย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไว้เป็นเบื้องต้นนะครับ🔗

ส่วนกรณีที่มีความจำเป็นที่มีพื้นที่ใดที่มีความจำเป็นจะต้องออกประกาศ กระทรวงมหาดไทย หรือกฎกระทรวงมหาดไทย หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นนี่ ก็กำหนดบริเวณ การก่อสร้างป้าย หรือว่าเข้าข่ายดัดแปลงอาคารนี่ในขณะนี้สำหรับบริเวณโดยรอบ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้มีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องกำหนดบริเวณก่อสร้าง ดัดแปลง อาคารป้ายหรือสิ่งก่อสร้างสำหรับการติดตั้งป้ายนะครับ ซึ่งในบางส่วนของ กทม. ได้ออกไป เมื่อปี ๒๕๔๙ ก็ได้ออกข้อบัญญัตินี้ไปแล้ว ในรัศมี ๒๐๐ เมตรจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นพื้นที่ที่ห้าม เว้นแต่ป้ายที่อยู่ในข้อบัญญัตินี้หรือว่าก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นใครที่มา กระทำความผิดตอนหลังก็จะดำเนินการ มีข้อยกเว้นอยู่ ๒-๓ ประการ ก็คือป้ายเล็ก ๆ ที่ตาม ซอยต่าง ๆ อันนี้จะไม่อยู่ในข้อกำหนดนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ถือว่านอกจากจะเป็น ข้อกำหนดดังกล่าวแล้วนี่ กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้าม ก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิด บางประเภทในพื้นที่ในส่วนท้องที่แขวงพญาไท แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แล้วก็แขวงทุ่งพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี ของกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๖๓ นี่ครับ เพิ่งได้ออกไป ควบคุมการก่อสร้าง การดัดแปลงอาคาร ที่มีสี มีวัสดุผนังภายนอกอาคาร และสีของหลังคาอาคารเป็นรูปที่เหมาะสมกลมกลืนด้วยแล้ว อันนี้คือสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกไป ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

พอดีที่ผมขอข้อมูล ไม่ทราบท่านรัฐมนตรีจะกรุณาได้ไหมครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมจะดำเนินการขอข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร แล้วก็ตอบให้ท่านทราบ อีกครั้งหนึ่งครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านประเดิมชัยนะครับ ท่านรักษาเวลาไว้ได้ดีครับ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๐๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาถนนชำรุดได้รับ ความเสียหาย ถนนสายบ้านห้วยบ่อซืน หมู่ ๑ ตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม-บ้านโพนสว่าง หมู่ ๓ ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง และถนนสายบ้านวังเย็น ตำบลนาดอกคำ-บ้านนานกปีด ตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม จังหวัดเลย (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมาหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบ ท่านมาแล้ว ทั้ง ๒ ท่านเข้าใจกระบวนการดีแล้วนะครับ เรามีเวลา ๒๐ นาทีครับ ถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นเลย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะที่จะถาม ในเรื่องของการแก้ปัญหาถนนชำรุดได้รับความเสียหายในพื้นที่ของบ้านห้วยบ่อซืน บ้านนานกปีด บ้านภูแผงม้า ห้วยปลาดุก แล้วก็บ้านร่มเย็นในเขต ๒ อำเภอ เหตุที่ผมต้อง ได้ตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเนื่องจากว่าถนนเส้นนี้พาดผ่าน ๒ พื้นที่ รับผิดชอบ ก็คือพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและพื้นที่ของเทศบาลตำบลนาดอกคำ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดหากจะมีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณประเภท เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เพื่อไปแก้ปัญหาในส่วนของถนนเส้นนี้จะต้องขอผ่านทางสำนัก งบประมาณ ในขณะเดียวกันหากเป็นพื้นที่ของเทศบาลตำบลนาดอกคำ ซึ่งจะขอรับเงิน อุดหนุนเฉพาะกิจเพื่อไปแก้ปัญหาถนนเส้นนี้จะต้องขอผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดังนั้นผมจึงได้ตั้งกระทู้ถามตรงไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ🔗

ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ใช้เพื่อการเกษตร แล้วก็ ถนนที่ใช้สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน แล้วก็ถนนเส้นนี้สามารถเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ ปากชมไปอำเภอเมืองเลย สามารถที่จะเป็นถนนเส้นหลัก ช่วยลดระยะทางในการสัญจร ไปมาตามถนนเส้นที่ใช้อยู่ปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยครับ แต่เนื่องจากว่าพื้นที่ถนนเส้นนี้ ได้รับความเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทาง นานมาก ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตชนบทได้รับความเดือดร้อน เหมือนเป็น ความเหลื่อมล้ำอย่างหนึ่งนะครับ ผมจึงอยากจะขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานว่า ถนนเส้นนี้ผมเคยได้ตั้งคำถามในการหารือต่อท่านประธาน ชวน หลีกภัย เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ระยะเวลาผ่านมาปีเศษแล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ขออนุญาต เรียนให้ทราบเป็น ๒ เส้นทาง ถนนเส้นเดียวกัน เส้นแรกจากพื้นที่ หมู่ ๑ บ้านห้วยบ่อซืน ตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม มาจนถึงพื้นที่ของบ้านนานกปีด ตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอ ปากชม พื้นที่นี้อยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม แต่ถนนเส้นนี้การดูแลเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด อีกเส้นหนึ่งอยู่ในพื้นที่เส้นเดียวกัน แต่ต่อเนื่องถัดไปครับ อยู่ในเขตของตำบลนาดอกคำ เริ่มจากบ้านภูแผงม้า แล้วก็ไปที่ ห้วยปลาดุก บ้านร่มเย็น แล้วก็บ้านหนองเป็ดก่า ตำบลนาดอกคำ นี่อยู่ในเขตดูแลของ เทศบาลตำบลนาดอกคำ ความเดือดร้อนทั้ง ๒ เส้นใกล้เคียงกัน ในปัญหาของสภาพผิว จราจรครับ ผมได้มีโอกาสขอข้อมูลจากทางเทศบาลตำบลนาดอกคำ โดยท่านนายกรัชกฤต สิริมหานาม ซึ่งท่านก็ติดตามปัญหาของถนนเส้นนี้ แล้วก็ทำเรื่องขอรับการสนับสนุน งบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาโดยตลอด แต่ว่ามีพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณที่เข้าไปดูแล ก็คือพื้นที่ที่เป็นในส่วนของเขตจากบ้านหนองเป็ดก่า ไปเขตร่มเย็น ภูแผงม้า ห้วยปลาดุก เส้นนี้จะมีความเสียหายค่อนข้างมาก แล้วก็ทางท่านนายก รัชกฤต แล้วก็เทศบาลตำบลนาดอกคำก็ได้ทำเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปแล้ว นะครับ แล้วก็ทำต่อเนื่องเรื่อยมา ส่วนอีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นจากหมู่ ๑ ตำบลห้วยบ่อซืน ไปที่ บ้านนานกปีด ตำบลห้วยบ่อซืน เส้นนี้อยู่ในเขตการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดครับ ถนนเส้นนี้เสียหายหนักมาก แล้วก็น่าเห็นใจพี่น้องประชาชน ผมมีโอกาสได้ไปลงพื้นที่หลายครั้ง พบกับท่านผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้านในเขตนั้น ต่างให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาถนนเส้นนี้ เป็นอันดับ ๑ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบ่อซืน นำโดยท่านนายกดุสิต เจนวิถี ท่านก็ได้ทำหนังสือไปถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดว่าถ้าหากยังไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณจากสำนักงบประมาณ ในการที่จะให้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจมาที่องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตนะครับ ได้ทำหนังสือขออนุญาตไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อที่จะดำเนินการซ่อมแซม เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของบ้านนานกปีดและห้วยบ่อซืน ก่อนในเบื้องต้น ซึ่งก็ได้รับการอนุญาต แต่เนื่องจากว่าความเสียหายมันเยอะมากครับ ดังนั้น การที่จะไปใช้เงินงบประมาณของทางองค์การบริหารส่วนตำบลเองในการไปซ่อมแซมถนน เส้นนี้ก็คงจะเป็นไปได้ยาก ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในบางส่วนเท่านั้นเอง จึงได้ ร้องขอผ่านผมมา ผมจึงได้ตั้งกระทู้ถาม ซึ่งก็อย่างที่กราบเรียนในเบื้องต้นครับว่าได้เคยหารือ ต่อท่านประธาน ชวน หลีกภัย ไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปีเศษที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบประมาณผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลยครับ ดังนั้นผมจึงอยากตั้งคำถามได้ถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยครับ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าในข้อที่ ๑ ผมอยากเรียนถามว่าเหตุใด ความเสียหายมากขนาดนี้ของถนนเส้นนี้ และพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก รวมถึงทาง เจ้าของพื้นที่ก็คือเทศบาลตำบลนาดอกคำ รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบ่อซืน ก็ได้รับความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชน แล้วก็แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว หลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ทั้งจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและจากสำนักงบประมาณเลยนะครับ จึงอยากขอ ความกรุณาเรียนถามว่าได้มีแผนงานที่จะแก้ไขซ่อมแซม โดยให้จัดสรรเป็นเงินอุดหนุน เฉพาะกิจบ้างหรือไม่ แล้วก็เมื่อใด ก็จึงอยากขอความกรุณาถามท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเลิศศักดิ์เหลือเวลาอยู่ ๒ นาทีเศษ ๆ นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องกราบขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเลย ความจริงท่านกับผมก็ คุ้นเคยกันดีนะครับ ผมเรียนกับท่านนะครับว่าเป็นความห่วงใยของท่านสมาชิกทุกครั้งที่ได้ไป พบเห็นปัญหาเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้ท่านถามเรื่องการแก้ไขปัญหาถนนชำรุด และความเสียหายถนนสายบ้านบ่อซืน หมู่ ๑ ตำบลบ้านบ่อซืน อำเภอปากชม ถึงบ้านโพนสว่าง หมู่ ๓ ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง และถนนสายบ้านวังเย็น ตำบลนาดอกคำ บ้านนานกปีด ตำบลบ่อซืน อำเภอปากชม จังหวัดเลยนะครับ เป็นเรื่องความห่วงใย และท่านมีคำถามว่า เหตุใดเมื่อถนนชำรุดเสียหาย และขอรับการสนับสนุนงบประมาณแล้วองค์กรปกครอง ท้องถิ่นหรือสำนักงบประมาณไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมแซมมาให้ แล้วก็ทราบ รายละเอียด ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าความจริงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีหน้าที่กัน อยู่แล้วในเรื่องของการก่อสร้างการบำรุงรักษา ตลอดจนการรักษาความสะอาดทาง เพื่อให้ การบริการสาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่ดำเนินการเป็นไปตามหน้าที่ที่ทำไว้ เพียงแต่ว่า การทำโครงการทั้งหลาย การซ่อมแซม การบำรุงนี่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องนำปัญหา ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนตามที่ท่านได้เสนอมาจัดทำแผนในการจัดทำงบประมาณ ของบประมาณนะครับ บางแผนถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงก็สามารถที่จะแก้ไขได้ โดยอำนาจ ของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ยกเว้นกรณีขององค์การบริหารส่วนตำบล เท่านั้นนะครับที่ต้องผ่านสภาความเห็นชอบในการจัดทำแผนการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป🔗

ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าโครงการที่ท่านได้พูดถึง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเองก็ยังเคยขอมา ของบประมาณมาต่อเนื่องหลายปีนะครับ แล้วก็ทาง ท้องถิ่นเองก็ได้ลงไปสำรวจตรวจสอบดูผ่านจังหวัดนะครับ แล้วก็ได้ทราบว่าถนนสายดังกล่าว เป็นถนนที่อยู่ในความเห็นชอบของท้องถิ่น ๒ ท้องถิ่นด้วยกัน คือ เทศบาลแล้วก็องค์การ บริหารส่วนจังหวัด เส้นทางยาวประมาณสัก ๓๓.๘ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของ อบจ. ๑๐ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลดอกคำ ๒๓.๘๐ กิโลเมตร ซึ่งโครงการดังกล่าว ผมเรียนว่าถ้าเกินศักยภาพของท้องถิ่น ความจริงท้องถิ่นมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิน ศักยภาพท้องถิ่นก็ต้องไปของบประมาณจากหน่วยงานอื่น อย่างเช่น อบจ. ซึ่งเป็นหน่วยงาน ท้องถิ่นที่ใกล้เคียงกัน รู้เรื่องปัญหา แต่ถ้าเกินไม่สามารถตั้งงบประมาณได้ก็อาจจะไปขอเงิน เป็นงบอุดหนุนเฉพาะกิจจากกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการอุดหนุนเงินเข้าไปโดยการรับเสนอโครงการจากท้องถิ่นในการเสนอโครงการมานะครับ ผมเรียนว่าท้องถิ่นเองก็มีหน้าที่ในการที่จะดูแลเรื่องโครงการต่าง ๆ ซึ่งเกินศักยภาพของ ท้องถิ่นในการจัดสรรงบประมาณลงไป เพียงแต่ว่าผมเรียนท่านประธานว่าในแต่ละปี ท้องถิ่นเองได้มีคำขอมา กรมเองมีคำขอจากท้องถิ่นมาแต่ละปี ๆ เป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองขอรับการสนับสนุนงบประมาณมา ทั้งสิ้น ๗,๓๔๖ โครงการ เป็นงบประมาณทั้งสิ้น ๓๐,๓๖๗ ล้านบาทเศษ แล้วก็ได้รับ การจัดสรรงบประมาณไป ๗๐๕ โครงการ เป็นเงินงบประมาณ ๓๓,๓๙๖ ล้านบาทเศษ มีตัวเลขข้างหลังนะครับ ขออนุญาตที่อาจจะไม่ได้พูดทั้งหมด🔗

สำหรับจังหวัดเลย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ได้เสนอขอรับงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ โครงสร้างปรับปรุงซ่อมแซมทางหลวงท้องถิ่น ทั้งสิ้น ๘๗ โครงการ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ๔๐๐,๘๕๘,๐๐๐ บาท และได้รับการจัดสรร ทั้งสิ้น ๘๒ โครงการ โครงการงบประมาณ ๓๗๕,๖๕๑,๔๐๐ บาท เทศบาลนาดอกคำเอง ก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเหมือนกันนะครับ ๑ โครงการ เป็นเงิน ๙,๙๘๗,๐๐๐ บาท🔗

สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ไม่ได้ของบประมาณมาในส่วน ในโครงการซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ อบจ. เอง อันนี้ผมเรียนท่านประธานว่าเกณฑ์ที่ การจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น ซึ่งทางท้องถิ่นขอมาที่กรม กรมก็ได้มีการพิจารณาไปตาม หลักเกณฑ์ แต่เนื่องจากว่าแต่ละปีขอกันมาเยอะ แล้วก็มีเกณฑ์ในการพิจารณาตามคำขอ แล้วก็เสนอไปตั้งงบประมาณ แล้วก็เสนอเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณต่อไปในแต่ละปี เบื้องต้นขออนุญาตตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเลิศศักดิ์มีเวลาอยู่ ๒ นาทีครึ่งนะครับ เชิญครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้กรุณาให้ข้อมูลในเบื้องต้นครับ แต่ก็กราบเรียนครับว่าโครงการที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปล้วนแล้วแต่เป็นโครงการ ที่เกินศักยภาพของทางองค์การบริหารส่วนตำบลเอง แล้วก็ทางเทศบาลตำบลนาดอกคำ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหาความชำรุดของถนนเส้นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับการอำนวยความสะดวก ทางเทศบาลตำบลนาดอกคำเองเขาก็ได้ทำคำขอเพื่อรับ การสนับสนุนงบประมาณไป อย่างเช่น ในปี ๒๕๖๕ งบประมาณปี ๒๕๖๕ ก็ได้ทำหนังสือ เพื่อขอรับการสนับสนุนไปเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ แล้วก็วันที่ ๑ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ผ่านทางอำเภอนาด้วง แล้วก็ผ่านสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเลยไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาถนนเส้นนี้ในช่วงบ้านหนองเป็ดก่าไปบ้านนานกปีด บ้านร่มเย็นก็ขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมไป แล้วก็ในส่วนของพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่งที่เป็นของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่านรัฐมนตรีกรุณาแจ้งว่ายังไม่ได้รับการทำคำขอรับ การสนับสนุนงบประมาณ ผมจึงอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าอยากให้เห็นความเดือดร้อนในถนนเส้นนี้จริง ๆ ครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วผมเองก็คงจะ ไม่นำเรื่องเข้ามาตั้งเป็นกระทู้ถาม🔗

แล้วก็อีกประการหนึ่งก็คือว่าได้เคยหารือต่อท่านประธานเมื่อปี ๒๕๖๒ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปแล้ว แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยนะครับ ดังนั้นจึงจะ ขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งได้กรุณาพิจารณาดูว่า งบประมาณที่จะจัดสรรในปี ๒๕๖๕ นี้ สามารถที่จะจัดสรรให้แก่หน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงาน เข้าไปแก้ปัญหาได้หรือไม่นะครับ🔗

ส่วนอีกคำถามหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนถามก็คือว่าถ้าหากว่ากรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ ทางจังหวัดเองก็มีงบที่เรียกว่างบยุทธศาสตร์ จังหวัดอยู่ เหตุใดทางสำนักงบประมาณหรือทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่อนุญาตให้ใช้ งบในส่วนของยุทธศาสตร์จังหวัดเข้าไปแก้ปัญหาที่เป็นถนนหรือโครงการที่เป็นของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ จึงอยากขอความกรุณาถามเพื่อให้หายสงสัย แล้วก็ ขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่ากรุณาจัดสรรงบประมาณให้แก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในทั้ง ๒ พื้นที่นี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามเพิ่มเติมในความห่วงใย ความจริงในปี ๒๕๖๕ ท้องถิ่น เทศบาลเอง ก็ได้ของบประมาณมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน ๖ โครงการด้วยกัน ก็จะเข้าเกณฑ์ในการพิจารณาในการของบประมาณไป ๒ โครงการ ในเบื้องต้นก่อนนะครับ แต่ว่าจะได้รับงบประมาณหรือไม่ก็ต้องอยู่ที่ขั้นตอนของกฎหมาย แต่ว่าทางกรมก็ส่ง ความเห็นชอบไปที่สำนักงบประมาณในการพิจารณาไป ๒ โครงการด้วยกัน ที่เข้าเกณฑ์ ก็เป็นโครงการที่อำเภอนาด้วง นาดอกคำเป็นซ่อม สร้างถนนพาราแอสฟัลท์ติก (PARA Asphaltic) อัดสายทางที่ ลย.ถ. ๑๒-๐๐๒ กับอีกโครงการหนึ่งก็เป็นซ่อมสร้าง แอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic concrete) อัดสายทาง ลย.ถ. ๑๒-๐๐๒ เป็นเส้นทาง เดียวกันนะครับ แต่ว่าคนละตอน ๒ โครงการ แต่ละโครงการก็มีวงเงินประมาณ ๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งไม่เกินกรอบในการที่จะไปขอใช้สบทบเงินอุดหนุนเข้าไป นี่ก็เรียนให้ ท่านทราบเบื้องต้นก่อนนะครับ แต่ว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณหรือไม่ก็อยู่ในขั้นตอน ของสภาด้วย ต้องฝากท่านไปช่วยติดตามด้วยนะครับ🔗

สำหรับคำถามข้อที่ ๒ ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าสำนักงบประมาณเอง แต่ละปีก็มีหลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งโครงการกิจกรรมที่ยื่นขอตั้งงบประมาณได้นั้น ต้องเป็นโครงการกิจกรรมที่อยู่ใน แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาราชการประจำปีของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัด เรียกงบบูรณาการ ก.น.จ. แล้วก็คณะกรรมการบูรณาการนโยบายภาค ก.บ.ภ. หรือต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบูรณาการนโยบายภาค อ.ก.บ.ภ. ซึ่งมีท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานอนุในภาคอีสาน ๒๐ จังหวัดด้วยกัน ซึ่งโครงการ ดังกล่าวต้องเป็นโครงการที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานงบประมาณที่เสนอในการตั้งงบประมาณ โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เวลาเสนอโครงการต้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและยื่นต่อ รัฐมนตรีเจ้าต้นสังกัด เพื่อเสนอต่ออนุกรรมการสำนักงบประมาณต่อไป อันนี้เป็นเพียง ระเบียบขั้นตอนซึ่งทำกันทุกปี ๆ อย่าง ๒ ปีที่ผ่านมาผมเองก็เป็นประธานคณะกรรมการ กลั่นกรองโครงการแต่ละจังหวัด ซึ่งจะเห็นว่าสภาพัฒน์เอง และสำนักงบประมาณเอง ก็จะมีการพิจารณาเรื่องของเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จังหวัดนำเสนอมา อันนี้ผมเรียนท่านเบื้องต้น ก่อนนะครับว่าเป็นหลักเกณฑ์ซึ่งปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมา🔗

สำหรับโครงการวันนี้การพิจารณาในโครงการ ๒ สายทางที่ท่านพูดถึง เป็นงบอันหนึ่งอยู่ในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งวันนี้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเองเป็นหน่วยเสนอขอรับงบประมาณโดยตรง เพราะฉะนั้นจะมาเสนอขอ แผนยุทธศาสตร์จังหวัดไม่ได้ วันนี้สำนักงบประมาณเองต้องเอาแผนโครงการที่ท่านเห็นว่า เป็นความเดือดร้อนนี่มาเสนอสำนักงบประมาณโดยตรง ส่วนท้องถิ่นเองก็สามารถเสนอผ่าน งบจังหวัดนี้ได้ แต่ว่าเนื่องจากท้องถิ่นเองไม่ใช่หน่วยงานโดยตรงที่ทำได้ เสนอขอผ่านจังหวัด ผ่านงบจังหวัดไปอย่างนี้นะครับ แต่ว่าก็จะมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างเช่น ทางหลวงชนบททำหน้าที่แทน ก็สามารถทำได้นะครับ เดี๋ยวผมจะติดตามท่านอีกทีหนึ่ง ว่า ๒ โครงการนี้จะมีวิธีการที่จะดำเนินการให้มันเกิดความรวดเร็วอย่างไร แต่ว่ามีสิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากท่านด้วยนะครับว่าความจริงวันนี้ท้องถิ่นเองมีงบประมาณจำกัดมาก วันนี้ ในชนบทเองความเจริญท้องถิ่นมีมากท่านประธานครับ อยากจะเชิญชวนให้ท้องถิ่น แต่ละแห่งนี่ทำเรื่องของการถ่ายโอนคืนให้กับกรมทางหลวงชนบทซึ่งเป็นหน่วยงานซึ่งมี ความรับผิดชอบแล้วก็มีขีดความสามารถในการดำเนินการ ในการพัฒนาโครงข่ายท้องถิ่น เป็นถนนสายรองที่เป็นหลักในชนบทให้เกิดความผาสุกกับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเลิศศักดิ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบคุณมากครับ หมดเวลาพอดีครับ พอดีวันนี้ ๗ กระทู้ครับ ไม่เลื่อน ต้องขอบพระคุณมาก ไม่เลื่อนนะครับ ต่อไป🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๐๓ เรื่อง ปัญหาการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ด้วยพลังไฟฟ้าบ้านสบสอย (นางสาวศรีนวล บุญลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ท่านศรีนวล ก็ถามหลายครั้งแล้วท่านรัฐมนตรีก็ตอบเกือบทุกอาทิตย์ เพราะฉะนั้นเข้าใจระเบียบดีอยู่แล้ว กระทู้ถามแยกเฉพาะก็ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ แล้วก็มีเวลาท่านละ ๑๐ นาที ไม่เกิน ๒๐ นาที ท่านละ ๑๐ นาที ก็บริหารเวลาด้วยครับ และขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่สนับสนุนข้อมูลนะครับ นางสาวมยุรี ศรียุคุณธร เป็นผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์งบประมาณ เชิญนางสาวศรีนวลครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ด้วยทางหมู่บ้านสบสอย หมู่ ๑ บ้านหนองคัน หมู่ ๒ บ้านนากบ หมู่ ๗ บ้านสบสอย หมู่ ๑๑ บ้านห้วยห้า ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เสนอโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้า จัดประชาคมเพื่อการจัดทำบูรณาการ แผนพัฒนาเทศบาลแม่สอย ยุทธศาสตร์การพัฒนาทางด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค ต่าง ๆ ทางหมู่บ้านได้มีมติ มีประชุมยืนยันขอเสนอโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วย พลังไฟฟ้า เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และมีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร เป็นหลัก แต่ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากปริมาณน้ำน้อย และไม่มีแหล่งน้ำมาทดแทน ในการนี้ประชาชนบ้านสบสอยและหมู่บ้านต่าง ๆ มีความประสงค์ขอก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนในหมู่บ้านทั้ง ๕ หมู่บ้าน และเกษตรที่ได้ใช้น้ำในการเกษตรให้มีน้ำใช้ใน การเกษตรอย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดฤดูกาลนั้น ในการนี้เทศบาลตำบลบ้านแม่สอย ได้รับหนังสือ ที่ กษ ๐๓๑๐๐๖/๒๒๗ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ สนับสนุนโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งได้แจ้งผลการดำเนินการของโครงการ ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าว่ามีขั้นตอนในการดำเนินการที่ซับซ้อน ต้องใช้ระยะเวลา ในการเตรียมความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงการได้รับการยินยอมและอนุญาตจาก ผู้มีส่วนร่วมได้เสีย จากเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงเรียนถามว่า🔗

ข้อที่ ๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งและติดตามผลความคืบหน้าของ โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าหรือยัง🔗

ข้อที่ ๒ หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สามารถสร้างสถานีสูบน้ำด้วย พลังไฟฟ้าได้ จะมีแนวทางช่วยเหลือการเกษตรในครั้งนี้ทั้ง ๕ หมู่บ้านได้อย่างไร ที่บ้านสบสอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่🔗

ตอนนี้ข้าเจ้าได้รู้ข่าวว่าเครื่องสูบน้ำไปอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีจำนวน หลายเครื่อง อยากจะขอฝากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบ่งมาใช้ที่จังหวัดเชียงใหม่จะได้บ้างไหมคะ ปกติพื้นที่ ๘,๐๐๐ กว่าไร่จะต้องใช้เครื่องสูบน้ำ ขนาด ๑๖ นิ้ว จำนวนประมาณ ๒ เครื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่นอกกระทู้นะครับ เชิญรัฐมนตรีครับ ท่านศรีนวลนั่งได้ครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอชื่นชมพี่คุณศรีนวลที่เอาใจใส่แล้วก็สนใจ เรื่องทำมาหากินของพี่น้องเกษตรกร เป็นผู้แทนต้องทำงานอย่างนี้ละ ผมขอชื่นชมนะครับว่า ท่านตั้งใจจริงและอยากจะช่วยชาวบ้าน ขอทำความเข้าใจนิดหนึ่ง ปีนี้น้ำน้อยนะครับ ผมต้องตอบเรื่องพาดพิงสักนิดหนึ่งว่าเครื่องสูบไปอยู่สุพรรณบุรีไม่จริงนะครับ เพราะวันนี้ ปริมาณน้ำรัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่ามีน้ำเพียง ลุ่มน้ำเจ้าพระยามี ๕,๐๐๐ กว่าล้าน ไม่สามารถที่จะแจกจ่ายให้ทำนาปรังหรือในภาคเกษตรที่ใช้น้ำมากได้เลย เก็บเอาไว้อุปโภค บริโภค ดังนั้นบ้านสบสอยของท่านนี่อยู่ในลุ่มน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศไทย ๑ ใน ๔ ลุ่มน้ำที่รวมกันมาเป็นเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน ถูกไหมครับ บ้านสบสอยของท่าน อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง ผมต้องพูดในภาพรวมให้ทุกคนได้ทราบก่อนว่าแม่น้ำปิงนี่ มาอย่างไร แม่น้ำปิงนี่เกิดขึ้นจากสันปันน้ำ ผีปันน้ำ อันนี้อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว จากเชียงดาว ก็ไหลผ่านมาที่จอมทองของท่าน แม่น้ำปิงนั้นจะผ่านเชียงใหม่ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร แค่นั้นเอง แล้วก็จะไหลมาที่ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร แล้วมาจบกันที่นครสวรรค์ แม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำสายหลักซึ่งมีความยาวถึง ๗๔๐ กิโลเมตร ดังนั้นการเก็บกักน้ำในแม่น้ำนี่ ก็ทำเป็นระยะ ๆ นะครับ ทางกรมชลประทานก็ดูแล ก็ได้สร้างประตูน้ำขึ้นอันหนึ่งคือ ประตูน้ำสบสอย บ้านท่านบ้านสบสอยถูกไหมครับ ประตูน้ำอันนี้ก็สร้างขึ้น คราวนี้หมู่บ้าน สบสอยเป็นหมู่บ้านใหญ่ แล้วมันเป็นที่ราบสูง ทางกรมชลประทาน ปี ๒๕๖๑ ได้สร้างสถานี สูบน้ำให้กับสบสอยไปแล้ว ๑ ตัวนะครับ ได้วางท่อไปประมาณ ๒,๒๐๐ เมตร ก็เลี้ยงน้ำให้กับ ๔-๕ หมู่บ้านได้ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ นี่ตัวแรกเมื่อปีที่แล้ว เปิดใช้แล้ว คราวนี้ที่ท่านศรีนวล ถามนี่ว่ายังขาดน้ำอยู่อีกประมาณ ๕ หมู่ เราก็ให้กรมชลประทานไปสำรวจแล้ว ไปสำรวจ แล้วว่าเห็นความจำเป็นที่จะต้องส่งน้ำไปช่วยท่าน ก็ออกไปสำรวจในขณะนี้ก็ยังติดอยู่นิดหนึ่ง เรื่องพื้นที่ เพราะว่าจะไปใช้น้ำต่อจากสูบเดิมไม่ได้ สำรวจแล้วต้องตั้งห่างจากสถานีเดิม สบสอยประมาณ ๑ กิโลเมตร ต้องห่างกัน แล้วส่งน้ำไปให้กับ ๔-๕ หมู่บ้านที่ท่านกล่าวถึงนี่ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ ๕ กิโลเมตร จะต้องวางท่อทั้งหมด ๔,๕๐๐ เมตร ไม่ใช่คลองนะครับ ใช้สูบระบบท่อ ใช้ ๔,๕๐๐ เมตรส่งไปให้พื้นที่ที่ท่านขอมานี่ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ไร่ ดังนั้น เราออกไปสำรวจแล้ววางแผนแล้ว แต่จะทันหรือไม่เรายังไม่รู้ปีนี้เงินงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ มันสิ้นสุดไปแล้ว ถ้าใครตั้งหลังวันที่ ๑๕ มกราคม ก็จะไม่ทัน แต่เราออกไปสำรวจแล้ว ก็ฝาก ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เวลาเขาเสนองบประมาณมาปีนี้ ท่านต้องพยายามแปรญัตติ ให้ได้ ดังนั้นที่ท่านขอมานี่ถามข้อที่ ๑ ว่าดำเนินการไปถึงไหน ตอนนี้ออกไปสำรวจ แล้วก็จะ กลับมาทำแบบ ซึ่งจะใช้ท่อทั้งหมด ๔,๕๐๐ เมตร ในการส่งน้ำช่วยเหลือ ๕ หมู่บ้าน งบประมาณก็เสนอไปแต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเพราะไม่มีแบบ ดังนั้นก็ฝากท่านสมาชิกเวลา งบประมาณเข้าท่านก็ขอแปรญัตติให้เอาโครงการนี้เข้าไปด้วย ในขณะนี้ที่ท่านถามว่า ช่วยอย่างไร สูบไปอยู่สุพรรณบุรีมากมาย ไม่จริง เวลานี้เราช่วยท่านแล้วครับ ใช้เครื่องขนาด ๘ นิ้ว ๒ เครื่องสูบน้ำขึ้นไปช่วย ปริมาณน้ำที่ท่านเห็นนี่คงจะตอนไหนก็ไม่รู้ ตอนนี้น้ำก็เหลือ น้อยแล้วนะครับ ดังนั้นข้อที่ ๑ เราไปสำรวจแล้ว เข้าแผนปี ๒๕๖๕ ไม่ทัน ก็จะเข้าไป ปี ๒๕๖๖ เพราะปี ๒๕๖๕ มันสิ้นสุดวันที่ ๑๕ มกราคม ถูกไหมครับ ถ้าใครไม่มีแบบไม่มีแผน ก็จะเอาเข้าไม่ทัน เรายืนยันว่าเราจะเอาเข้าให้ทันงบประมาณปี ๒๕๖๖ ในขณะนี้เราก็จะ ช่วยท่านโดยตั้งสูบ ๒ เครื่องตามที่ท่านขอครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญคุณศรีนวลครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

ข้าเจ้าก็ต้องขอขอบคุณท่านประภัตร โพธิสุธน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โพธสุธน ครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นอย่างมาก ในฐานะที่ข้าเจ้าเป็นตัวแทนของประชาชน เขต ๘ เชียงใหม่ ชาวบ้านเขาเดือดร้อนก็จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยดูแลเรื่อง การเกษตร ก็ต้องขอชื่นชมในการทำงานของท่านมาโดยตลอด และตอนนี้ที่เขต ๘ เชียงใหม่ โดยเฉพาะที่บ้านสบสอยหรือทั้ง ๕ หมู่บ้านมีสถานีสูบน้ำเครื่องหนึ่ง ที่ท่านเพิ่งอนุเคราะห์ไป และเครื่องมันเล็กไม่สามารถที่จะไปดูแลทั้ง ๕-๖ หมู่บ้านนี้ได้นะคะ ดังนั้นอยากจะขอ เพิ่มเติมตามที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ถ้าท่านทำได้ปีนี้ก็จะเป็นที่ขอบพระคุณท่านเป็นอย่างมาก แล้วตอนนี้คือลำไยกำลังออกผลผลิต แล้วก็เม็ดเล็ก ๆ ถ้าน้ำไม่เพียงพอในการดูแลลำไย ลำไยนี้ก็จะแห้งเหี่ยวตาย แล้วชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบ อย่างโรคโควิด (COVID) ก็มา แล้วก็ถ้าลำไยมาตายแห้งอีก ชาวบ้านเดือดร้อนจะไม่มีเงินทุนต่อยอดเลี้ยงครอบครัวต่อไป ก็ขอฝากท่านดำเนินการโดยเร่งด่วนด้วยนะคะ ขอขอบคุณท่านประธานสภา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านศรีนวลนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้นะครับ ท่านก็ฝากไว้ครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รับไปครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๐๔ เรื่อง ความคืบหน้าของโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมในทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ สายอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง- อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าได้มอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามครับ🔗

แล้วก็อนุญาตให้เชิญคุณอาทิตย์ สืบศิริวิริยะกุล วิศวกรโยธาชำนาญการ พิเศษ สำนักงานแผน เข้ามาร่วมให้ข้อมูลด้วยครับ รอสักนิดนะครับ พอดีกระทู้มันมีทั้ง ที่ประชุมสภาใหญ่ แล้วก็ที่ประชุมกระทู้ถามแยก ผมแนะนำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่ากระทู้ถาม แยกเฉพาะ ที่ ๒๐๔ เรื่อง ความคืบหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมในทางหลวง หมายเลข ๑๐๖ สายอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง – อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยท่านสมาชิก รังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ถาม ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐเป็นผู้ตอบนะครับ ทั้ง ๒ ท่านเข้าใจ กระบวนการดีอยู่แล้ว มีเวลากระทู้ละ ๒๐ นาทีนะครับ ฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญคุณรังสรรค์ครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ให้โอกาสผมได้มาสอบถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมในเรื่องถนนนะครับ ถนนหมายเลข ๑๐๖ ตอนดอนไชย-อุโมงค์ มีระยะทางทั้งสิ้น ๑๖๒ กิโลเมตร โดยช่วงที่ผ่านอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีระยะทางทั้งสิ้น ๕๒ กิโลเมตร ซึ่งช่วงนี้ท่านประธานครับ เป็นภูเขาสูงชัน แล้วก็ประกอบกับมีโค้งมากมาย ซึ่งถ้าจะดูลักษณะมีประมาณ ๑๗ กิโลเมตรที่เป็นช่วงเขา และมีโค้งซึ่งเรานับได้อยู่ ๑๐๖ โค้ง ตรงตามชื่อเลขถนนพอดี ซึ่งช่วงนี้ถ้าเกิดการสัญจรไปมา ในช่วงปกติจะมีรถขนพืชผักทางการเกษตร ขนสินค้าหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะว่าเป็นถนน ที่ลัดจากลำปางจะเข้าลำพูน แล้วก็เข้าฝั่งใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถ้าหากมีรถบรรทุก สักคันหนึ่งประสบอุบัติเหตุจะไม่สามารถสัญจรไปมาผ่านไปได้เลย ขอภาพประกอบด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

ซึ่งเป็นความยากลำบากของพี่น้องประชาชน ถ้าหากมีการเกิดอุบัติเหตุก็จะต้องใช้เพจ (Page) ใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (LINE) ประชาสัมพันธ์ให้ทางรถที่จะผ่านไปผ่านมาทราบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งทางนี้ผมก็ได้ ขออนุญาตใช้ภาพของเพจ (Page) คนเมืองลี้ ก็ขอขอบพระคุณท่านที่อนุญาตให้พวกเราใช้ ประกอบในการถามกระทู้ในครั้งนี้ด้วย และต่อมาทางท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหาร ท้องถิ่น ผู้แทนเกษตรกรในภาคเหนือนะครับ เรื่องทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ภาคเหนือ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี ผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนะครับ ประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ที่ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งส่วนหนึ่งของการหารือท่านประธานครับ ได้มีการพิจารณาเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคม ขนส่งทางบก โดยขอให้พิจารณาเร่งรัดดำเนินการประสิทธิภาพทางหลวง และสำรวจ ออกแบบช่วงอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เชื่อมต่อไปยังอำเภอ แม่สะเรียง อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งข้อหารือดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคมรับ ข้อเสนอไปเร่งพิจารณาในรายละเอียด จัดลำดับความสำคัญ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและ ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ท่านประธานครับ ข้อหารือนี้ได้หารือกันเมื่อปี ๒๕๖๐ แต่บัดนี้ผ่านมา ๓-๔ ปีแล้ว ข้อหารือดังกล่าวทางพี่น้องจังหวัดลำพูน พี่น้องอำเภอลี้ บ้านโฮ่ง รวมถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนที่จะได้รับผลประโยชน์จากการขยายถนนเส้นนี้ รอคอยมา โดยตลอด ท่านครับถนนเส้นนี้ถ้าสามารถขยายให้เป็น ๔ ช่องจาราจรได้ จะทำให้เกิด ความคล่องตัวในการสัญจร เพิ่มประสิทธิภาพในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว วิถีธรรมชาติ ถนนเส้นนี้ถ้าผ่านเข้ามาอำเภอลี้ มีทั้งอุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีวัดพระพุทธบาท ห้วยต้ม มีวัดบ้านปาง ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของครูบาศรีวิชัย และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งพวกผมพี่น้องลำพูนก็พูดกันเล่น ๆ ว่าถ้าหากมีการขยายถนนเส้นนี้ได้จริง ถ้ามีรถผ่าน วันละ ๑๐,๐๐๐ คัน ๑ คันใช้เงินที่อำเภอลี้คันละ ๕๐๐ บาท ไม่ว่าจะกิน จะเที่ยว ซื้อของฝาก วันหนึ่งพี่น้องเมืองลี้จะมีเงินสะพัดอยู่ในอำเภอ ๕ ล้านบาทต่อวัน ถ้าคิดเป็นปีก็ ๑,๘๒๕ ล้านบาทต่อปี ถ้ามากขึ้นเป็น ๒๐,๐๐๐ คันต่อวัน ใช้ ๕๐๐ เหมือนเดิม วันละ ๑๐ ล้านบาท ปีละ ๓,๖๕๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะสามารถทำให้พี่น้องอำเภอลี้ บ้านโฮ่ง รวมถึงเชียงใหม่ฝั่งใต้ ไม่ว่าจะเป็นฮอด ไปถึงแม่สะเรียง ขุนยวม แม่ฮ่องสอน มีรายได้ เพราะว่าคนจะใช้ถนนเส้นนี้ในการท่องเที่ยว ถ้าจะเห็นการเข้าอำเภอเถิน เข้าอำเภอลี้ ลำพูน ไปถึงบ้านโฮ่ง ถ้าเลี้ยวซ้ายไปจะไปออกจอมทอง เที่ยวอินทนนท์ก็ได้ เลี้ยวซ้ายไปผ่านไป อำเภอฮอด ขึ้นขุนยวม แม่สะเรียง ขึ้นไปถึงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เที่ยวปายเสร็จลงแม่ริม เข้าเชียงใหม่ เข้าลำพูน ออกลำปางอีก อันนี้เป็นวงกลมในการท่องเที่ยวเลยครับ ถ้ามี การพัฒนาถนนเส้นนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนในภาคเหนือทั้ง ๔ จังหวัดได้ประโยชน์ทั้งนั้น ผมเลยขอสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคมมีความคืบหน้า ในการก่อสร้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมในทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ ช่วงอำเภอเถินจังหวัดลำปาง ถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ตามข้อหารือที่ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ได้หารือไว้หรือไม่ อย่างไร และกระทรวงคมนาคมมีปัญหาและอุปสรรค ในการดำเนินการโครงการดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณนะครับที่ท่านเป็นห่วง เป็นใยพี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดลำปางหรือลำพูน โดยกระทรวง คมนาคม กรมทางหลวง ก็ขออนุญาตบอกภาพรวมของทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ สาย ดอนไชย-อุโมงค์ ก็มีระยะทาง ๑๖๒ กิโลเมตร ซึ่งตรงนี้ก็เชื่อมไประหว่างอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ผ่านไปอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยประมาณ ๒,๙๑๘-๑๔,๗๑๐ คันต่อวัน อันนี้ก็เป็นข้อมูลจากกรมทางหลวง แล้วก็ที่ผ่านมาโดย กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงเราก็ไม่ได้ทอดทิ้งถนนเส้นนี้ ก็ได้มีการจัดสรร งบประมาณพัฒนาขยายจาก ๒ เลน (2 Lane) เป็น ๔ เลน (4 Lane) มาโดยตลอด ที่ทำเสร็จแล้วตอนนี้ก็ ๔ โครงการนะครับ ระยะทางประมาณ ๑๙.๕ กิโลเมตร อันนี้ ก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และในปี ๒๕๖๔ ที่กำลังดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมา ตรงนี้ก็ได้อีก ๒ โครงการ🔗

อันแรกก็คืออยู่ในช่วงอำเภอเมืองลำพูนถึงอำเภอบ้านโฮ่ง ระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร แล้วก็ช่วงที่ ๒ ก็คือบริเวณชุมทางบ้านห้าดวง อำเภอลี้ ที่เป็นคอขวดอยู่อีก ๑ กิโลเมตร ก็คือปี ๒๕๖๔ ก็จะได้รวมทั้งสิ้นอีก ๑๗ กิโลเมตร แล้วก็ในแผนปี ๒๕๖๕ ที่กระทรวงคมนาคมตั้งไว้กับถนนเส้นนี้ก็จะมีจากบ้านแม่ป่าไผ่ไปถึงตำบลแม่ตืน รวมระยะทางประมาณ ๑๔ กิโลเมตร อันนี้ก็เป็นในส่วนที่แผนอันสั้น ส่วนช่วงที่เหลือ กระทรวงคมนาคมก็ได้เตรียมบรรจุไว้ในแผนของกระทรวง แผนระยะ ๕ ปีข้างหน้า คือปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยก็จะทยอยดำเนินการปรับปรุงขยายเป็น ๔ ช่องทางจราจรตามลำดับ ความสำคัญต่อไปนะครับ🔗

แล้วสำหรับทางหลวงช่วงที่ท่าน ส.ส. รังสรรค์ได้สอบถามมาก็คือช่วง อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ระยะทาง ๕๒ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบัน ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรแล้ว ทั้งหมดมีช่วงที่เป็น ๔ ช่องจราจรแล้ว ๔ กิโลเมตร ฉะนั้น จะเหลืออีก ๔๘ กิโลเมตร ที่ยังเป็น ๒ ช่องจราจร ก็ต้องกราบเรียนนะครับ เหมือนดังที่ ท่าน ส.ส. ได้พูดมาแล้วว่าถนนสายนี้ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่พื้นถนน ผิวถนนสลับกับเขาเข้าไป ข้อที่ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ที่มีข้อติดอยู่ก็คือช่วงนี้ ตัดผ่านเขตอนุรักษ์ ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมหรือที่เราเรียกกันว่าอีไอเอ (EIA) นะครับ อย่างไรก็ตามกรมทางหลวงก็มีแผน เราก็ของบประมาณไปในปี ๒๕๖๕ ที่วงเงิน ๓๕ ล้านบาท เพื่อจะดำเนินการสำรวจออกแบบ ทั้งศึกษา จัดทำรายงานอีไอเอ (EIA) ก่อนที่จะส่งให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณา รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบและสิ่งแวดล้อมหรือ คชก. หลังจากนั้นก็ยังต้องส่งให้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กก.วล. พิจารณาก็คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย ตั้งแต่เริ่มเราศึกษาปี ๒๕๖๕ ก็ต้องใช้ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ แล้วอาจจะต้องกลับมาเข้า คณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าถนนเส้นนี้ต้องตัดผ่านขอใช้พื้นที่ลุ่มแม่น้ำ ๑ เอ (1 A) อีก ฉะนั้นกรมทางหลวงประเมินเบื้องต้นว่าอย่างเร็วที่สุดที่เราจะสามารถดำเนินการขยายและ ของบประมาณได้ก็คือในปี ๒๕๖๘ นะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตตอบคำถามต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติดังนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณรังสรรค์ เชิญถามได้อีกครั้งครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบให้พี่น้องประชาชนคนลำพูนได้ดีใจนะครับว่า งบประมาณปี ๒๕๖๕ ทางกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะเอาเข้าทำของบสำรวจออกแบบ อีไอเอ (EIA) ๓๕ ล้านบาท แต่ทางผมเมื่อได้ฟังแล้วดีใจ อีกประเด็นหนึ่งก็คือกังวลไปด้วย นะครับ เมื่อเอาเข้าแผน แผนของผมจะอยู่อันดับที่เท่าไร อันดับที่ ๑ หรือไม่ หรืออันดับที่ ๒๐๐ กว่า อันนี้ก็ต้องขอฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าอย่างไรก็เห็นใจทางพี่น้องประชาชน คนลำพูนซึ่งขาดโอกาสจากถนน ผมไม่เข้าใจเหมือนกันครับ บอกว่าถ้าถนนไม่ดีจะไม่ขยาย แต่ถ้าเรามองมุมกลับกันนะ ถ้าถนนมันดีเป็น ๔ ช่องจราจร ไม่มีโค้ง เป็นสะพานแขวน เป็นอุโมงค์ก็ได้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ได้ รับรองนะครับคนใช้ถนนเส้นนี้แน่นอน เพราะว่า ผมเคย ผมอยู่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมด้วยนะครับ ผมเคยศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยไปขอความเห็นจากทางกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรธรณี ทุกคนมาให้ความเห็นว่าไม่ขัดข้องถ้าทางกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการตัดถนนเส้นนี้ แต่ขอให้ทำเป็นอุโมงค์หรือสะพานแขวนก็ได้ ซึ่งไม่กระทบกับป่าลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ (1 A) ซึ่งประเด็นนี้ต่อไปผมจะขอนำส่งรายงานให้ท่านรัฐมนตรีได้ทราบต่อไป🔗

และมีอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ที่พี่น้องจังหวัดลำพูนสนใจและขอทราบ รายละเอียด เป็นคำถามที่ ๒ คือรายละเอียดของการก่อสร้างโครงการเส้น ๑๐๖ จากอำเภอบ้านโฮ่งถึงอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ทางกระทรวงคมนาคมได้ให้ความสนใจ และจะตอบให้พี่น้องจังหวัดลำพูนมั่นใจได้ไหมครับว่าจะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เมื่อไร เพราะว่า ทางพี่น้องจังหวัดลำพูนฝากถามมาว่าได้ทราบข่าวมาว่าจะมีโครงการขยายถนนเส้นนี้ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญรัฐมนตรี🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ก่อนอื่นในนามของรัฐบาลแล้วก็กระทรวงคมนาคม ก็ต้องขอย้ำนะครับว่าการนำโดยท่านประยุทธ์ ท่านก็ได้ให้นโยบายตลอดว่าเราให้ดูแลทุกถนน ทุกสายทางอย่างทั่วถึงแล้วก็กระจายตามลำดับความสำคัญ ส่วนข้อกังวลที่ท่านสมาชิก อาจจะกังวลว่าโครงการจะอยู่ลำดับท้าย ๆ ไหม ผมก็ได้สอบถามกับกรมทางหลวงเขาก็ ยืนยันว่าภายในปี ๒๕๖๕ คาดว่าน่าจะได้รับจัดสรร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านก็ทราบว่าต้องผ่าน การคัดกรอง ไม่ว่าจะเป็นทางสำนักงบประมาณหรือสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งยังมีขั้นตอนตรงนั้น ถ้าไม่หลุดไป ช่วยกันก็คิดว่าในปี ๒๕๖๕ ก็จะเริ่มดำเนินการศึกษา แต่เนื่องจากต้องผ่านกฎหมายอีไอเอ (EIA) นี่แหละครับ ที่ผมบอกว่าเวลาอาจจะช้าไปสัก นิดหนึ่ง ต้องผ่านคณะกรรมการหลายชุด แต่อย่างไรก็ตามถ้ามาถึงกระทรวงคมนาคมแล้ว เราก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด🔗

ส่วนคำถามที่ท่านฝากไว้ สายบ้านโฮ่ง ผมขออนุญาตตรงนี้เดี๋ยวเป็นการบ้าน แล้วเดี๋ยวผมจะนำข้อมูลนำเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งว่าการดำเนินงานตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรังสรรค์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ จบกระทู้นี้ครับ เหลือกระทู้สุดท้ายอีกกระทู้ครับ🔗

๑.๓.๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๐๘ เรื่อง การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ทางดาราศาสตร์และพื้นที่ธรรมชาติเขาปาเร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ชี้แจง🔗

ทั้ง ๒ ท่านมีประสบการณ์ถามและตอบมาแล้วนะครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะ มีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ ท่านละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญเลยครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขออนุญาตถอดหน้ากากอนามัยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลานะครับ ขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มอบให้ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาตอบกระทู้ของผมในวันนี้ ก่อนอื่นผมมีคลิป (Clip) ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นะครับ จะขออนุญาตเปิดต่อที่ประชุมเพื่อจะให้ท่านประธานและ ท่านรัฐมนตรีได้ชมภาพก่อนนะครับ ประมาณ ๒ นาทีครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอาดิลันอันนี้เป็นอยู่ ขณะนี้ใช่ไหมครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ กระทู้วันนี้เป็นเรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางดาราศาสตร์และพื้นที่ธรรมชาติ เขาปาเร๊ะ ตำบลยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลานะครับ ศาลาดูดวงจันทร์บนเขาปาเร๊ะนี่ เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดยะลา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตัวอำเภอยะหา และอยู่ห่างจาก ตัวอำเภอเมืองยะลา ประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตรเท่านั้นเอง การดูดวงจันทร์นี้ถือว่าเป็นวิถี ชีวิตที่คู่กับพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม การดูดวงจันทร์จะเป็นการกำหนดวันที่ ๑ ของ ทุกเดือนตามความเชื่อการดูปฏิทินตามจันทรคติ ซึ่งวันสำคัญที่ทุกท่านน่าจะทราบนะครับ ก็คือเราจะดูดวงจันทร์กำหนดวันถือศีลอดเดือนรอมฎอน หรือการกำหนดวันตรุษอีดิลฟิตรี เฉลิมฉลองหลังจากสิ้นสุดการถือศีลอด แล้วก็การกำหนดวันตรุษอีดิลอัฎฮา คือหลังจากที่ กลุ่มของผู้ที่ไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดิอาระเบียได้ไปประกอบพิธีเสร็จสิ้นลงนะครับ เหตุที่มีการดูดวงจันทร์ในวันสำคัญดังกล่าว โดยความจริงแล้วทุกเดือนจะมีผู้แทนของ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะขึ้นไปดูดวงจันทร์ เพื่อที่จะกำหนดวันที่ ๑ ของทุกเดือน แต่ในช่วงวันสำคัญดังกล่าวข้างต้นนี่จะทำให้มีประชาชนจำนวนมากไปร่วมสังเกตการณ์ ในการดูดวงจันทร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการเองจะขึ้นไปร่วมเป็นจำนวนมาก ทำให้ พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ทั่วไปในประเทศไทย รวมถึงพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามจากโลกมุสลิม แล้วก็คนในภูมิภาค อาเซียน (ASEAN) ถ้ามีโอกาสก็จะแวะเวียนทำความรู้จักในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ปัจจุบันพื้นที่ ศาลาดูดวงจันทร์ที่ได้ให้ดูในคลิปไฟล์ (Clip File) เมื่อสักครู่นี้ส่วนบนจะอยู่บนยอดเขาปาเร๊ะนั้น จะเป็นพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแล แต่อาจจะด้วยเพราะงบประมาณที่จำกัดอย่างไรไม่ทราบ ทำให้การดูแล การบำรุงรักษาหรือ การพัฒนาไม่ดีเท่าที่ควรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบไฟฟ้าส่องสว่าง หรือระบบไฟฟ้า สาธารณะก็ยังไม่มีในปัจจุบัน เรื่องห้องน้ำ การรักษาความสะอาด ก็ยังไม่มีน้ำประปา น้ำประปาสำหรับใช้ในพื้นที่ก็ยังไม่มีนะครับ เหล่านี้นี่คือปัญหาที่คิดว่าหากทางราชการเอง เล็งเห็นถึงความสำคัญ และอยากต้องการจะพัฒนาพื้นที่เพื่อจะหนุนเสริมพัฒนาเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว หรือสามารถจะสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ ก็อาจจะเป็น สิ่งที่ดีที่สามารถจะผลักดันให้มีการสร้างงานแล้วก็เป็นการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ได้นะครับ จึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานในคำถาม ข้อ ๑ นะครับว่า รัฐบาลเองมีนโยบายจะดำเนินการสร้างศูนย์การเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในพื้นที่เขาปาเร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจงตอบ กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางดาราศาสตร์และพื้นที่ธรรมชาติเขาปาเร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ก็ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับที่กรุณาตั้งกระทู้ถาม ถามว่ามีนโยบายในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงธรรมชาติหรือไม่ ปัจจุบันนี้ก็เท่าที่เห็นในภาพตามที่ท่านสมาชิกได้มาฉายให้ดูนะครับ ก็ถือว่ามีการพัฒนาไปใน ระดับหนึ่ง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของเราในการที่จะเข้าไปบูรณะ หรือไปทำ การซ่อมแซม หรือเอางบประมาณเข้าไปในพื้นที่ตรงนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ เราไม่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ แต่ทางกระทรวงเราก็พยายามที่จะเข้าไปเพื่อเสริม ศักยภาพในการที่ว่าจะทำอย่างไรเชิญชวนให้คนมาท่องเที่ยว แล้วก็ทำการประชาสัมพันธ์ และที่สำคัญที่สุดก็คือการที่จะให้กรมการท่องเที่ยวไปให้ความรู้กับชุมชนรอบ ๆ ข้างที่เขาปาเร๊ะ ตรงนี้นะครับ และสำคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่งก็คือพยายามจะประสานกับกระทรวง อว. ในการที่จะนำงบประมาณไปลงในปี ๒๕๖๕ ผมไม่แน่ใจว่าเขาทำงบประมาณไปหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีการประสานไปที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา สงขลา ยินดีที่จะเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการ ดาราศาสตร์อิสลาม เพื่อสนับสนุนภารกิจสำนักงานจุฬาราชมนตรี และร่วมสนับสนุน กิจกรรมทางดาราศาสตร์ในพื้นที่นะครับ ตรงนี้ผมก็ขอตอบคำถามสำหรับข้อที่ ๑ ก่อนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอาดิลันถามได้ อีกครั้งครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ข้อมูลประกอบตามข้อซักถามนะครับ จริง ๆ แล้วในพื้นที่ ในเขาปาเร๊ะนอกจากส่วนบนที่เป็นยอดที่เป็นพื้นที่ที่ดูดวงจันทร์ สถานที่ดูดวงจันทร์ ซึ่ง อบจ. ได้พัฒนาได้ทำพื้นที่ไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์อย่างที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ ในพื้นที่ของเขาปาเร๊ะ ซึ่งเป็นพื้นที่เขาขนาดเล็กประมาณ ๑๕๐ ไร่แค่นั้นเองนะครับ แต่มัน อยู่ใกล้เมืองไม่ได้ไกลไปจากตัวเมือง เชื่อว่าสามารถจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเป็นป่าชุมชนในพื้นที่ได้ เพราะว่าโดยรอบจะเป็นป่ามีหลากหลาย พันธุ์ไม้นะครับ ที่สามารถที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ในพื้นที่ได้เข้าไปเรียนรู้ได้นะครับ เห็นว่าหากการท่องเที่ยวเองสนับสนุนในเรื่องของ การพัฒนา ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษา ของประชาชนในพื้นที่ ผมว่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ จึงขออนุญาตสอบถามเป็นคำถาม ที่ ๒ ว่ารัฐบาลมีนโยบายในการจะดำเนินการพัฒนาพื้นที่ศาลาดูดวงจันทร์เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างไร เพื่อจะสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ขอทราบคำตอบอีก ครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานครับ จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามคำถามที่ ๒ คือรัฐบาล มีนโยบายที่จะดำเนินการพัฒนาพื้นที่บริเวณศาลาดวงจันทร์ เขาปาเร๊ะ เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างไร ผมก็ขอย้อนสักนิดหนึ่งนะครับ จากปี ๒๕๖๑ ได้ดำเนินการพัฒนาและก็มีจัดงบประมาณไปแล้ว ๙,๖๐๓,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๖๓ ก็ได้มีการดำเนินการปรับปรุงถนนโดยของท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย ก็คือมีทำถนนขึ้นไประยะทางประมาณ ๑,๑๐๐ เมตร ในปี ๒๕๖๔ ก็มีการขอเสนอโดยผ่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผ่านสำนักงานจังหวัดยะลาเพื่อพัฒนา ปรับปรุงทางเดินและคันกั้นดินทางขึ้นศาลาดูดวงจันทร์ งบประมาณ ๙,๖๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ดำเนินการก่อสร้างลานจอดรถซึ่งได้รับงบประมาณ ๘๖๔,๐๐๐ บาท โดยประมาณนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ขอเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็อย่างที่ผมพูดตอบในข้อที่ ๑ ไปแล้ว ก็คือทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของเราไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ และด้วย ระเบียบปัจจุบันนี้หมายความว่ากระทรวงเราไม่สามารถที่จะไปสร้างสิ่งถาวรวัตถุหรืออะไร ประมาณนี้นะครับ ในพื้นที่ที่เป็นของกระทรวงอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ตรงนี้เท่าที่ทราบก็เป็น พื้นที่ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงนี้โอเค (OK) ลักษณะการที่จะเข้าไปพัฒนาหรืออะไร พวกนี้นะครับ ก็ทางกรมการท่องเที่ยวก็จะเข้าไปพัฒนาและให้ความรู้กับชุมชนต่าง ๆ ด้วยกันก็คงประมาณ ๕ ข้อนะครับ🔗

โดยเฉพาะข้อที่ ๑ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ กิจกรรมและบริการใหม่ ๆ🔗

ข้อที่ ๒ การพัฒนาบุคลากรผู้ทำกิจกรรมและผู้สื่อความหมายในพื้นที่🔗

ข้อที่ ๓ การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน🔗

ข้อที่ ๔ การพัฒนาด้านการนำเที่ยว กรุ๊ปทัวร์ และมัคคุเทศก์🔗

ข้อที่ ๕ การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์🔗

ซึ่งตรงนี้ทางกรมการท่องเที่ยวก็จะทำการเอางบประมาณที่สามารถนำไปใช้ ได้ก็จะลงไปพัฒนาและลงไปให้ความรู้ แล้วจัดสัมมนา จัดการฝึกอบรมกับมัคคุเทศก์ในพื้นที่ โดยเฉพาะมัคคุเทศก์ชุมชน ซึ่งตอนนี้ก็เป็นอะไรที่เป็นข้อเน้นและเป็นนโยบายหลัก ซึ่งรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเน้นว่าทำอย่างไรก็ขอให้กระจายรายได้สู่พื้นที่ชุมชน แหล่งท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ต้องลงไปทำตรงนี้ให้ได้ ในปี ๒๕๖๔🔗

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คงจะต้องวกกลับไปที่กระทรวง อว. หรือเขาเรียกว่า กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผมก็จะพยายามประสานกับทาง กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่าจะหาวิธีอย่างไรในการที่จะพัฒนา ตรงนี้ให้เป็นจริงขึ้นมา สามารถทำให้เป็นเรื่องของหอดูดาว ซึ่งตรงนี้ก็จะประสานทาง กระทรวง อว. ให้นะครับ แต่สุดท้ายในสิ่งเหล่านี้มันก็มีส่วนที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้นี่ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่เขาปาเร๊ะ อำเภอยะหา เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ทีนี้ กลายเป็นคร่อม ๒ กระทรวงแล้ว คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย กระทรวงมหาดไทยด้วย ซึ่งตรงนี้ไม่เป็นไรครับ ตัวผมเองก็คงจะขอลงพื้นที่สักครั้งหนึ่ง แล้วก็ คงจะให้ท่าน ส.ส. ช่วยนำให้ผมไปชม แล้วก็ทำการหารือ แล้วก็ประสานงานว่าเราจะทำ อย่างไรในการพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่พิเศษในการที่จะได้นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ สิ่งเหล่านี้นะครับ🔗

แต่ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าสิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเราทำได้ก็คือ มีหน้าที่ทำการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะในกรณีที่หลังจากที่มีการเดินทางได้ หลังจากโควิด (COVID) นี่นะครับ ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ทางชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซีย ที่เข้ามา เที่ยวบ้านเราให้ได้ไปชมว่าที่เขาปาเร๊ะที่นี้เป็นสถานที่สำคัญ ที่สำคัญคือสำคัญเรื่องอะไร ก็ตั้งแต่ในอดีต แต่ผมไม่แน่ใจว่ากี่ปีนะครับ ท่านน่าจะรู้ดีกว่าผมว่าตรงนี้เป็นจุดสำคัญ ในการดูดวงจันทร์ก่อนเข้าฤดูเขาเรียกเดือนพิเศษ คือถือศีลอด กับอีกครั้งหนึ่งก็คือดูว่า เมื่อไรจะเป็นวันที่ละศีลอด นี่คือเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด ซึ่งตรงนี้เราสามารถที่จะทำ การประชาสัมพันธ์แล้วก็ต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ให้ได้ว่านี่คือมีประวัติศาสตร์ที่มีการกล่าวขาน กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นการสนับสนุนให้ชาวมุสลิมได้มาดู จุดที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของประเทศไทยที่เป็นตัวชี้วัดว่าวันนี้เราเข้าเทศกาลถือศีลอดนะ วันนี้ เราเป็นวันที่ละศีลอดเรียบร้อยก็คือเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ใช่ไหมครับ อะไรประมาณนั้นนะครับ ซึ่งผมก็ขออภัยถ้าพูดผิดนะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าตัวผมเอง ก็คงจะขอเวลาลงพื้นที่แล้วก็ไปทำการพัฒนาครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอาดิลันพาท่านไป สักครั้งนะครับ ก็จบกระทู้ที่ ๗ นะครับ ผมก็ฝากท่านรัฐมนตรี ฝากขอบคุณรัฐบาลที่กรุณา ให้รัฐมนตรีมาตอบ ทำให้งานไม่ค้างครับ ขอบพระคุณ ก็จบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมต้องไปทำหน้าที่ต่อจากท่านรองศุภชัยต่อที่ห้องประชุมใหญ่ครับ ก็ขอปิดการประชุมครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็จบระเบียบวาระ กระทู้ถามนะครับ ผมขออนุญาตไปในวาระต่อไปครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ขอเรียนให้ทราบ ดังต่อไปนี้ครับ🔗

๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก คือรับทราบการลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว จำนวน ๓ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจ หน้าที่ระหว่างศาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

เรื่องที่ ๒ คือรับทราบรายงานการพิจารณา จำนวน ๖ เรื่อง🔗

โดย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้แจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณา รับทราบรายงานต่าง ๆ ๖ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗

เรื่องที่ ๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๒ ประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔🔗

เรื่องต่อไปก็คือ รับทราบรายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตรา พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒🔗

เรื่องต่อไป รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้เป็น จำนวน ๖ เรื่องที่วุฒิสภาได้แจ้งมานะครับ🔗

ขออภัยนะครับ มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปี ๒๕๖๓ ครับ🔗

ต่อไปผมจะขอเรียนเนื่องจากไม่อยู่ในระเบียบวาระนะครับ จะต้องขออนุญาต ที่ประชุม เพราะว่าเป็นเรื่องที่กรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขอขยายเวลาในการพิจารณานะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและ นวัตกรรม เสนอมาขอว่า เนื่องจากครบกำหนดการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องการศึกษาแนวทางในการวางแผนการผลิตบัณฑิต ปรับปรุงหลักสูตรการเรียน การสอนในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และนโยบาย ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายเวลาครั้งที่ ๒ เพื่อความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นอาศัยอำนาจตามข้อ ๙ (๒) ในช่วงที่งดประชุม ผมจึงอนุญาตให้ คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ตามที่ร้องขอนะครับ วันนี้ก็เลยมาเรียนแจ้งที่ประชุมเพื่อได้รับทราบนะครับ ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้องก็อนุมัติให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการไปตามที่ขอนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางในการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบ โดยเรื่องนี้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบได้แจ้งว่า เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) โควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้การงดประชุมกรรมาธิการ ทำให้ การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการไม่แล้วเสร็จตามกำหนด จึงขอขยายเวลาพิจารณา ศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้อง ก็ขออนุมัติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวนี้ได้ขยายเวลานะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้มีหนังสือ แจ้งว่า เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมแก้ไขปัญหาและพัฒนาการท่องเที่ยว ของประเทศไทยมีจำนวนมาก และต้องรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบ ซึ่งเกิดกับการท่องเที่ยวของประเทศไทย อีกทั้งสถานการณ์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ส่งผลให้คณะกรรมาธิการไม่สามารถลงพื้นที่ เพื่อศึกษาและรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวได้ ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาศึกษา มีความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงขออนุญาตขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป เป็นการขอขยายเวลา ครั้งที่ ๒ ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้องก็อนุญาตให้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้ขยายเวลา ไปตามที่ขอนะครับ🔗

เรื่องที่ ๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน โดยประธานคณะกรรมาธิการได้แจ้งว่า เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดระลอกใหม่ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ทำให้ไม่สามารถจัดการประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ ประกอบกับยังมีข้อมูลที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมหลายประเด็น ทำให้การพิจารณาจัดทำรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่แล้วเสร็จ จึงขออนุญาต ขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป ถ้าสมาชิก ไม่ขัดข้องอะไรก็ถือว่าเราอนุญาตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวนี้ขยายเวลาออกไป อีก ๙๐ วัน เรื่องพิเศษที่ขอมาก็เป็นไปตามนี้นะครับ🔗

ในวาระต่อไปจะเป็นเรื่องเพื่อทราบนะครับ ขอเรียนว่าเนื่องจากเรามีเรื่อง เพื่อทราบบรรจุอยู่ในระเบียบวาระวันนี้ ๑๐ เรื่อง แล้วก็มีผู้มาชี้แจงในแต่ละเรื่องได้มา รอคอยอยู่ ผมจึงขอเรียนเพื่อนสมาชิกว่าแต่ละเรื่องอนุญาตให้พวกเราได้ซักถามได้ตามที่ ต้องการนะครับ แต่ว่าให้ได้ระลึกถึงเวลาที่มีอยู่ เพื่อว่ากรรมาธิการขององค์กรต่าง ๆ ที่มา ชี้แจงนั้นจะมีโอกาสได้พิจารณาในเวลา ถ้าวันนี้ไม่เสร็จอย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่าครั้งต่อไป จะพิจารณาในวันไหนต่อไปนะครับ เรื่องนี้ความจริงแล้วผมขอเรียนเพื่อน ๆ ว่ายังไม่สามารถ หาข้อยุติได้ว่าเราจะควรตกลงอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาในกรณีที่เรื่องเพื่อทราบมันค้าง อยู่หลายเรื่อง ทำอย่างไรผู้ที่มาชี้แจงก็ไม่ต้องเสียเวลามารอเราตั้ง ๒-๓ อาทิตย์นะครับ ถ้าเราสามารถตกลงได้ว่าเรื่องไหนพิจารณาเสร็จในวันไหนก็จะเป็นการสะดวกแก่ทุกฝ่าย ด้วยกันทั้งเราและทั้งผู้มาชี้แจง แต่วันนี้โดยที่ยังไม่ได้ตกลงกันล่วงหน้า จึงขออนุญาตดำเนิน ไปตามวาระที่มีอยู่นะครับ🔗

วาระแรก ก็คือวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑🔗

ซึ่งบัดนี้คณะกรรมการ การเลือกตั้งได้มารออยู่แล้ว แล้วก็อนุญาตให้สมาชิกได้ส่งรายชื่อผู้ที่จะขออภิปรายส่งมา และผมขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้ที่ขออนุญาตนั้นได้มีโอกาสมาชี้แจงในที่ประชุม ท่านแรกคือ พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๒ นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ ท่านที่ ๓ นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหาร การเลือกตั้ง ท่านที่ ๔ นายสาโรช ไพเราะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ท่านที่ ๕ ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี ท่านที่ ๖ ร้อยตำรวจเอก มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนงานสืบสวนสอบสวน ท่านที่ ๗ นายสมพล พรผล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง ท่านที่ ๘ นางสาวสุธิดา โชคพระสมบัติ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเครือข่ายการเลือกตั้ง ขอเชิญทั้งหมดนะครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมคิดว่าสมาชิกส่งรายชื่อ มานะครับ ผู้ที่ประสงค์จะซักถามครับ มีอยู่ ๕ ชื่อขณะนี้นะครับ ถ้าคณะกรรมการ การเลือกตั้งอยากจะรายงานเบื้องต้นสรุปสั้น ๆ ก็อนุญาต หรือจะให้สมาชิกสอบถามแล้ว ค่อยตอบทีหลังเลือกได้ครับ ท่านเลขาธิการขอให้สมาชิกได้สอบถามได้ครับ แล้วท่านจะชี้แจง ภายหลังครับ ขอเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ หลังจากนั้นก็จะเป็นท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นท่านคำพอง เทพาคำ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ทั้ง ๕ ท่าน เชิญคุณวิรัตน์ วรศสิริน คนแรกครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก็อยากจะเสนอความเห็นต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ท่านประธานครับตามยุทธศาสตร์ ทั้ง ๕ ด้านในรายงานฉบับนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ หน้า ๒๗ การจัดการเลือกตั้งที่สะดวกและ คุ้มค่าต่อประชาชน สะดวกก็คือประชาชนได้ไปใช้สิทธิโดยสะดวก ก็มิใช่ว่า กกต. จะต้อง สะดวกนะครับ อันนี้ผมคิดว่าท่านก็คงต้องยอมรับกันอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมา คณะกรรมการ กกต. ได้มีมติไม่นำบัตรเลือกตั้งของนิวซีแลนด์ ๑,๕๔๒ ใบ มานับคะแนนอ้างว่า บัตรมาช้าแต่ที่จริงแล้วก็มาก่อนวันเลือกตั้ง ๑ วัน อย่างนี้เรียกว่าสะดวก กกต. แต่ลำบาก ประชาชนที่ต้องเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง คุ้มค่าคือต้องประหยัดคำนึงถึงภาษีประชาชน ความไม่คุ้มค่าก็อย่างเช่นการสรรหา ส.ว. ๒๕๐ คน เลือกมาจากกลุ่มอาชีพ ๕๐ คน แล้วก็ เลือกจากคนกันเองแท้ ๆ เป็นส่วนใหญ่อีก ๒๐๐ คน รวมเป็น ๒๕๐ คน ตรงนี้ใช้งบไปมาก ถึง ๑,๓๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ถือว่าไม่คุ้มค่าภาษี แล้วก็ไม่คุ้มค่ากับความคาดหวังของ ประชาชนนะครับ ในหน้า ๒๙ ผมมีความเห็นนะครับ โครงการผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้งและ ออกเสียงประชามติมืออาชีพ ประสิทธิผลที่ควรจะได้รับก็คือกรรมการการเลือกตั้งต้อง จัดการเลือกตั้งให้เกิดความยุติธรรม สุจริต โปร่งใส แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งหมดมีปัญหา มาก เรื่องการนับคะแนน รายงานคะแนนที่ไม่เที่ยงธรรม ผิดพลาดมาก การไม่ยอมรับให้ บันทึกภาพในระหว่างการนับคะแนน ผมขอเสนอเลยนะครับ เสนอต่อ กกต. ทุกหน่วย เลือกตั้งควรใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายทอดการนับคะแนนผ่านยูทูบ (YouTube) ไปเลยง่าย ๆ ไม่ได้ลงทุนอะไร เปิดเผยและโปร่งใสนะครับ🔗

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ หน้า ๓๘ การจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับหลัง การเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ได้เกิดปรากฏการณ์ประชาชนเข้าชื่อกันถอดถอน คณะกรรมการการเลือกตั้งนับเป็นล้านคนผ่านเว็บไซต์เชนจ์ (Website Change) เหลือเชื่อ ครับประชาชนไม่ยอมรับ เยอะจริง ๆ ท่านประธาน เยอะมาก แต่ก็เห็นว่า กกต. ไปแจ้งความ เอาผิดเขาด้วยนะครับ ผมคิดว่าไม่ควรทำนะครับ🔗

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ในหน้า ๕๐ โครงการประชาชนมีส่วนร่วมสังเกต และเลือกตั้ง และรายงานการทุจริตนะครับ อ่านดูในรายงานก็ได้จัดอบรมวิทยากรไปทั้งหมด ๖ รุ่น ๗๘๔ คน และอาสาสมัครองค์กรเอกชนอีก ๑๖๔ คน แต่ท่านประธานครับ ก็ไม่ปรากฏว่ามีอาสาสมัครเอกชนแม้แต่รายเดียวในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาทั้งหมด ทุกระดับแสดงถึงการใช้งบประมาณในด้านนี้เสียเปล่าไปทั้งหมดนะครับ🔗

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่พรรคการเมือง เรื่องนี้ทั้งที่ว่าเป็นเรื่องสำคัญแต่ในรายงานก็ไม่มีการดำเนินการอะไรทั้งสิ้น การเลือกตั้ง ที่ผ่านมามี ๗๔ พรรคที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนะครับ แต่ครั้งหน้าน่าจะมีเป็นร้อย เพราะว่าสามสี่หมื่นก็ได้เป็น ส.ส. แล้ว อย่างนี้ก็ไม่ทราบว่าในนิยามคำว่า พรรคการเมือง เข้มแข็งของ กกต. คือตรงนี้หรืออย่างไร ผมเสนอด้วยความเป็นห่วงว่าต่อไปอาจจะมีพ่อค้า ยาเสพติด นักเลงหัวไม้ตั้งพรรค ซื้อเสียงแล้วก็ได้เป็น ส.ส. ยิ่งกว่านั้นก็ได้เป็นพรรคร่วม รัฐบาลด้วยนะครับ ในอนาคตน่าเป็นห่วงนะครับ🔗

เอกสารหน้า ๖๓ นะครับท่านประธาน ข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการใช้จ่าย งบประมาณที่ กกต. ได้รับ ๒,๒๖๔.๘ ล้านบาท งบเกือบทั้งหมดใช้เป็นรายจ่ายประจำ ไปเกือบทั้งนั้น เงินเดือน ค่าก่อสร้าง วัสดุครุภัณฑ์ต่าง ๆ มีงบที่สามารถนำไปพัฒนาเนื้องาน ได้จริง ๆ ก็เพียงที่ตั้งไว้ ๔๑๖.๑ ล้านบาท แต่ก็เบิกจ่ายไปเพียง ๑๙๑.๗ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๘.๕ ของจำนวนงบประมาณทั้งหมด อย่างนี้ต้องถือว่าเป็นการบริหารงบที่ขาด ประสิทธิภาพ มีเงิน มีโครงการ แต่ว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันงบได้นะครับ และถ้าเงิน เหลือใช้ไปใช้เป็นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนพิเศษต่าง ๆ ของบุคลากรก็ยิ่งจะเห็นได้ว่าจะเป็น หน่วยงานที่มุ่งเอื้อประโยชน์และสวัสดิการมากกว่าที่จะมุ่งความสำเร็จของเนื้องานนะครับ ในหน้า ๗๑ ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการพัฒนาบุคลากรของพรรคการเมืองตามหลักสูตร พตส. รุ่น ๙ เป็นเงิน ๑๘.๖ ล้านบาท ผมคิดว่าควรจะมีการทบทวนว่าเกิดประโยชน์ จริงหรือไม่นะครับ การที่นักการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของ กกต. มีส่วนร่วมในหลักสูตร ด้วยกันจะนำไปสู่การสร้างระบบเครือข่าย ระบบอุปถัมภ์ ช่วยเหลือกันหรือไม่ในอนาคต ผมเห็นตัวแทนพรรครัฐบาลเข้าร่วมอบรมกันมากมายเหลือเกินนะครับ ผมยังมีข้อสังเกต เกี่ยวกับทำงานของ กกต. อื่น ๆ ที่ไม่มีในรายงานนี้นะครับ🔗

๑. กกต. มีผลการจัดการกับการทุจริตที่ต่ำมาก ในขณะที่ประชาชนทั่วไป พูดกันว่ามีการซื้อขายเสียงกันเต็มไปหมด แต่ กกต. ไม่สามารถจับการทุจริตได้เลย ไม่มีเลย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีใบส้ม ๑ ใบ จากการถวายเงินพระที่เชียงใหม่ และใบเหลืองอีก ๑ ใบที่สมุทรปราการเท่านั้นเอง ใบแดงไม่มีนะครับ🔗

๒. กลไกผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นกลไกที่สูญเปล่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณดำเนินการถึง ๕๐๐ ล้านบาท แต่ไม่มีรายงานเกี่ยวกับการทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น รายงานทั้งหมดก็เพียงรายงานว่าเหตุการณ์ปกติครับ แล้วก็ถ่ายรูปเต๊ะท่าหล่อ ๆ ผมว่าควรยุบเลิกไปได้แล้วครับไม่ต้องมีหรอกครับ🔗

สุดท้ายนี้ขอฝากความคิดเห็นทั้งหมดนี้ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ผมเรียน ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ วาระนี้เป็นรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ซึ่งกรรมการใหญ่ ของ กกต. ก็จะเปลี่ยนไปแล้วนะครับ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ประจำที่มาชี้แจงนั้นท่านอยู่มา เพราะฉะนั้นประเด็นที่เราอภิปรายนั้นคงจะ ๑. ก็คือเราถามเรื่องอื่นได้นะครับ แต่ว่าประเด็น ของวาระนั้นคือรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ขอเชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ผมเห็นด้วย กับท่านประธานครับว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่มัน แตกต่างจากหลาย ๆ ฉบับ ที่ว่าแตกต่างก็เพราะว่าในรายงานฉบับนี้มีรูปของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ๒ ชุด ชุดแรกจำนวน ๕ ท่านนี่นะครับ คือชุดที่ ๔ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ซึ่งชุดนี้น่าจะทำหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่มากนักครับ เพราะอะไร เพราะอยู่ ในช่วง คสช. ๕ ปี ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๑ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งระดับประเทศ การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นแทบจะไม่มีเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ชุดที่ ๒ ที่อยู่ใน เล่มนี้นะครับจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่ ๕ มี ๗ ท่าน ๕ ท่านแรกตั้งแต่วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ คาบเกี่ยวกันนะครับ อีก ๒ ท่านเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ เช่นเดียวกัน แล้วก็ ขอแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ครับ อย่างน้อย ๆ นี่นะครับท่านต้องมาจัดทำรายงานฉบับนี้ครับ และต้องรับผิดชอบการหมักหมมที่ไม่มี การเลือกตั้งมาเป็นระยะเวลา ๕ ปี ปลายปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ นี้จะถือว่าเป็นมหกรรม การเลือกตั้ง ตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่เสร็จสิ้นไปแต่ยัง ไม่สมบูรณ์ ยังไม่เรียบร้อย ตามด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และการเลือกตั้งสมาชิก องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศต่อไปในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ เสียดาย จริง ๆ ครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่ ๔ นี่นะครับไม่มีการเลือกตั้งหลายปี แต่ดูประสิทธิภาพจากเล่มนี้แล้วนี่นะครับใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ ดูครับ จากหน้า ๖๕ ของรายงานเล่มนี้นี่นะครับเขาตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๐ ไว้ ๒๐๙ ล้านบาท ในการทำยุทธศาสตร์ใช้ไปเพียง ๑๑๓ ล้านบาท เพียง ๕๔.๒๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ปี ๒๕๖๑ ตั้งอีกส่วนหนึ่ง ๔๑๖ ล้านบาท ใช้ไปเพียง ๑๙๑ ล้านบาท หรือ ๔๖.๖๗ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ผมเรียนถามคณะกรรมการการเลือกตั้งครับว่างบประมาณปี ๒๕๖๐ ผมไม่ทราบ ว่าสำนักงบประมาณอนุมัติงบประมาณอย่างนี้ได้อย่างไร ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ เรียนถามคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ ฝ่ายประจำนี่นะครับว่างบส่วนที่เหลือไปดำเนินการ อะไรบ้าง🔗

เรื่องต่อไปครับท่านประธานครับ ไปดูหน้า ๗๖ เกี่ยวกับกองทุนพัฒนา พรรคการเมือง ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ นี่นะครับท่านตั้งงบประมาณสำหรับการพัฒนา ปรับปรุง ระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง ตั้งงบประมาณไว้ ๒๒ ล้านบาท ดูผลลัพธ์ของการใช้ งบประมาณว่าผลลัพธ์ออกมาจะมีอะไรขึ้น ยังไม่มีรายงานครับ ในเอกสารเล่มนี้ไม่มีรายงาน ว่า ๒๒ ล้านบาทได้ไปดำเนินการอะไร ผลสัมฤทธิ์ของมันคืออะไร ผมอยากจะเรียนถาม ท่านคณะผู้มาชี้แจงครับว่าขอทราบผลลัพธ์จากการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนา พรรคการเมือง ๒๒ ล้านบาท ผลลัพธ์เป็นอย่างไรครับ มีความคืบหน้าอย่างไร🔗

ประเด็นต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อปีที่ผ่านมางบประมาณ ปี ๒๕๖๓ การจัดสรรงบอุดหนุนพรรคการเมือง สนับสนุนพรรคการเมือง สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งยังทำหนังสือไปถึงพรรคการเมืองว่าขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับ การจัดเก็บเงินค่าบำรุงสมาชิกรายปีว่าพรรคนั้นเก็บได้จำนวนเท่าไร เพราะมันเกี่ยวพันกับ หลักเกณฑ์ในการจัดสรรเงินสนับสนุนพรรคการเมือง หลายพรรคการเมืองก็ชี้แจง พร้อมแนบบุ๊กแบงก์ (Book Bank) สำเนาบุ๊กแบงก์ (Book Bank) ให้สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ทราบ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็จัดสรรเงินสนับสนุน พรรคการเมืองไป มาปีนี้ครับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ชี้แจงหรือครับว่า ให้คีย์ (Key) ข้อมูลเข้าไปในระบบแล้วจะอาศัยดูระบบอย่างเดียว โดยไม่มีหนังสือไปถาม พรรคการเมืองว่าท่านได้จัดเก็บค่าบำรุงสมาชิกรายปีได้จำนวนเท่าไร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มันก็จะทำให้เกิดการจัดสรรเงินสนับสนุนพรรคการเมืองนั้นที่ได้รับ เคยได้รับนี่มันอาจจะ น้อยลงไปถ้าไม่ได้คีย์ (Key) ข้อมูลลงไปในระบบ ก็ขออนุญาตเรียนถามผ่านท่านประธาน ไปยังผู้มาชี้แจงด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น คุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธาน ก็ต่อกรณีรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ นี้นะครับ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ถ้าหากจะดูหลักการแล้วเราก็จะเห็นว่าเป็นรายงาน ที่สมควรที่จะเป็นเรื่องของการเตรียมการเลือกตั้ง เป็นการเตรียมการที่จะให้ได้มา ซึ่งวุฒิสมาชิกและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ และการดำเนินการอื่นซึ่งพ่วงเข้าไปหลายประเด็นทีเดียวนะครับ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ เราทราบดีครับว่ามันเป็นเรื่องหลังจากที่คณะก่อรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ และเป็นเรื่องของ การที่จะต้องมีการเตรียมการเพื่อการเลือกตั้งเป็นการคืนอำนาจให้ราษฎร แต่ถ้าเราดู รายงานฉบับนี้แล้วเราจะเห็นว่าเนื้อหาสาระของรายงานมีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับ การเตรียมการเลือกตั้งเกือบจะน้อยนิดนะครับ แต่จะเป็นเรื่องของงานประจำเป็นการทำงานประจำ ของสำนักงานองค์กรอิสระสำนักงานหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี ๒๕๖๒ อย่าลืมนะครับว่าเราไม่ได้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังจากการก่อรัฐประหารมาตั้ง ๕ ปี เป็นความโหยหาของ พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่จะมีผู้แทนราษฎร ต้องการที่จะแสดงออกถึงอำนาจสูงสุดทางการเมืองของประชาชน ผ่านระบอบประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง หลังจากที่มีการยึดอำนาจไปอย่างฉ้อฉลของกลุ่มคณะบุคคลบางกลุ่ม ผมยกตัวอย่างอย่างยุทธศาสตร์ที่ ๑ ว่าการเตรียมการเลือกตั้งมีความบกพร่องอย่างไร ว่าไม่มีความพร้อมอย่างไร จะเห็นว่าในการจัดการเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร เราเห็นนะครับท่านประธานว่ามันโกลาหลขนาดไหน นั่นหมายความว่าเป็นเรื่องของการที่ ไม่พร้อม เราจะเห็นพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม บางคนเขาสามารถไปใช้สิทธิล่วงหน้าได้ แต่บางกลุ่มไม่สามารถที่จะใช้สิทธิล่วงหน้าได้เขาก็ต้องกลับภูมิลำเนา พี่น้องหลายพื้นที่ เสียชีวิตจากการไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ภูมิลำเนา นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนเขาสนใจ ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งของเขาจริง ๆ แต่ว่าการเตรียมการของเราไม่มีเนื้อหาสาระ ตามรายงานนี้ ถ้าเราดูแล้วจะไม่เห็นเลยนะครับ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเราเห็นนะครับทุลักทุเลมาก เราเห็นพี่น้องชาวไทยในต่างแดนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หีบเลือกตั้ง คูหา และที่สำคัญท่าน ผู้มีเกียรติได้กล่าวไปถึงแล้วก็คือคะแนนเสียงของพี่น้องถูกทิ้งเรี่ยราดไว้ที่สนามบินอย่าง น่าอเนจอนาถก็แล้วกันนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าในเรื่องของการพัฒนา ยุทธศาสตร์การพัฒนา ทางด้านการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในปี ๒๕๖๑ เราจะเห็นว่ามันย้อนยุคไปถึง ๒๐ กว่าปี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ถึงปี ๒๕๓๕ เลยทีเดียว ยังเป็นเรื่องของการรณรงค์ ให้ความเข้าใจในเรื่องของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยู่เหมือนเดิม เรื่องนี้ส่วนตัวของผม ผมคิดว่าผมทำมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาเสียด้วยซ้ำ และในห้วงหลังการก่อรัฐประหาร ปี ๒๕๓๔ เราก็มีการรณรงค์อย่างนี้ละนะครับ ถึงแม้ว่า จะเป็นข้ออ้างบอกว่ามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีกฎหมายใหม่ แต่ความเข้าใจของพี่น้อง ประชาชนเราต้องเชื่อมั่นในอำนาจของประชาชน และเชื่อมั่นในประชาชนว่าเขาต้องการที่จะ เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเขา เลือกคนของเขา ไม่ว่าจะโดยกระบวนการทาง กฎหมายอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ดังนั้นเราสูญเสียเวลา สูญเสียงบประมาณกับการไป รณรงค์ แม้แต่เรื่องพรรคการเมือง บางพรรคการเมืองในประเทศไทยอายุ ๗๐ ปี ๘๐ ปี ๙๐ ปี มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เขามีสมาชิก เขามีกระบวนการทำงาน ดังนั้นยุทธศาสตร์ของ การพัฒนาพรรคการเมือง พัฒนานักการเมือง ผมคิดว่าคืออย่างไรเสียนักการเมือง ๔ ปี ถ้าอยู่ครบ ให้อำนาจของราษฎรเลยครับในการที่เขาจะเลือกหรือไม่เลือก การที่เราจะไปบอก ว่าต้องเลือกคนดีนะ ต้องเลือกคนโน้นคนนี้นะ ต้อง กกต. นี่ละเป็นคนสรรหา เป็นคนเลือก มาแล้ว ต้องผ่านมือ กกต. นี่ละว่าใครดี ไม่ดี จริง ๆ แล้วราษฎรเขาเลือก เขาเลือกเอาคนที่ เขาคิดว่าเป็นตัวแทนของเขาได้ ดังนั้นในยุทธศาสตร์นี้เรื่องของการพัฒนาพรรคการเมือง พัฒนานักการเมืองผมคิดว่ามันตกยุคไปแล้วนะครับ ก็ปล่อยให้ประชาชนกับนักการเมือง เขาว่ากัน อำนวยความสะดวกเขาไป เป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของ กกต. ที่จะต้อง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนกับการเลือกตั้งนี้ไม่ถูกกีดกัน🔗

อีกส่วนหนึ่งนะครับ มีเรื่องหนึ่งอยู่ที่โครงการที่ ๒ บอกว่าไม่ได้ดำเนินการ แต่ปรากฏว่ามีผลการดำเนินการอยู่ในหน้า ๖๐ มันเกิดขึ้นเองเลยหรือครับบอกว่าไม่มี การดำเนินการแล้วบอกว่ามีผลลัพธ์ ก็ฝากคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับว่า การทำรายงานก็ต้องทำให้มันสอดรับกับยุคสมัยด้วยนะครับ การทำยุทธศาสตร์นะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปรายรายงาน ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ซึ่งได้ทำ รูปเล่มให้สมาชิกได้อ่าน แล้วก็มียุทธศาสตร์ที่ชี้แจงอย่างชัดเจน ก็ขอขอบคุณด้วยนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่ออ่านรายงานที่ทางสำนักงานได้จัดทำขึ้นมาแล้วนี่ผมมี ๒-๓ ประเด็นที่จะถามแล้วก็ให้ข้อคิดเพิ่มเติมดังนี้นะครับ🔗

ประเด็นแรก การรายงานทุกยุทธศาสตร์ที่มีอยู่ในเล่ม ดูเหมือนว่าจะเป็น การรายงานเป้าหมายของยุทธศาสตร์แต่ละยุทธศาสตร์ เป้าหมายของโครงการ กิจกรรม แล้วก็บอกถึงผลลัพธ์ในโครงการนั้น ๆ จำนวนโครงการด้วย สิ่งเหล่านี้ถามว่าเป็นประโยชน์ไหม ก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ของการบอกผลลัพธ์ว่าเป็นจำนวนเท่าไร ผมเข้าใจว่าการอธิบาย ทั้งหมดในรายงานที่บอกเป็นจำนวนโครงการก็ดี จำนวนกิจกรรมก็ดี มันเป็นเพียงรายงาน เพื่อให้มันทราบก็ถูกต้อง แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากได้ ผมอยากจะเรียนถามก็ได้ว่าในจำนวน เป้าหมายที่แต่ละยุทธศาสตร์วางไว้ ผมขอยกตัวอย่างสัก ๔-๕ กิจกรรม เพื่อให้เห็นว่า เราน่าจะรายงานในเรื่องประสิทธิผลด้วย ก็คือนอกจากผลลัพธ์แล้วผลที่เกิดเป็นเอาต์คัม (Outcome) ของโครงการมันคืออะไร ยกตัวอย่างเช่น การจัดตั้งหมู่บ้านไม่ขายเสียง ก็รู้ว่า จำนวนเท่าไรที่ไปจัดตั้ง จำนวน ๗,๐๐๐ กว่า หรือจำนวนรณรงค์หมู่บ้านไม่ขายเสียง ๑,๙๖๖ มีการประกวดศูนย์ประชาธิปไตยจำนวน ๗,๐๐๐ กว่า อันนั้นก็คือเป็นการรายงาน ว่าท่านไปทำเท่าไร สิ่งเหล่านี้มันจะต้องออกดอกออกผลในประสิทธิผลว่าถ้าไปรณรงค์ หมู่บ้านไม่ขายเสียง มันไม่ขายเสียงจริงไหม เรารู้จากอะไร เราทำอย่างไร หรือเราพูดเรื่อง ศูนย์ประชาธิปไตยที่ไปจัดตั้ง คำถามก็คือว่ากรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่อยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ ข้อที่ ๑ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ ๒ ก็คือว่าส่งเสริมให้ประชาชนที่เป็นพลเมืองมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตย หรือพัฒนาระบบการเลือกตั้งที่ไม่ขายสิทธิ ซื้อเสียงเป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้ผ่านไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย สร้างอาสาสมัคร กกต. ลูกเสืออาสา กกต. เป็นต้น แล้วโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นการอบรมสัมมนา และจัดโครงการตามหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งก็ได้รายงาน เป็นจำนวนต่าง ๆ รวมทั้งให้ข้อมูลเรื่องของประชาสัมพันธ์ สื่อสารต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเป็นต้น นี่คือสิ่งที่ได้รายงาน แต่สิ่งที่ผมถามก็คือเรื่องของท่านได้ประเมิน ประสิทธิภาพ หรือวัด หรือทำการวิจัยในโครงการที่ท่านได้ดำเนินการหรือไม่อย่างไรนะครับ นี่ก็เป็นคำถาม เพื่อจะทำให้การวัดประสิทธิผลเกิดขึ้นได้ออกดอกออกผล แต่ว่าถ้าดูรายงาน ผมยกตัวอย่างสักหน้าหนึ่งนะครับหน้า ๘๙ หน้า ๘๙ นี่เป็นตัวเลขสะสมของคดีการเลือกตั้ง ส.ส. มี ๙๑๒ คดี คดีการเลือกตั้งท้องถิ่น ๒,๒๕๖ คดี คำถามก็คือว่าเป็นการสะสมตั้งแต่ต้น เพราะว่าในช่วง ปี ๒๕๖๑ ไม่มีการเลือกตั้ง แต่คำถามที่ท่านได้ให้ตัวเลขไว้ในหน้านี้มันเป็นดอกผลจากการทำ กิจกรรมอย่างที่ผมกล่าวถึงหรือไม่ อย่างไร และดอกผลต่อนี้ไปที่ท่านทำโครงการทั้งหมด ในปี ๒๕๖๑ ย้อนมาปี ๒๕๖๒ เรามีการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๓ เรามีการเลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้ง อบจ. และเลือกตั้งในอนาคตก็คือเลือกตั้งเทศบาล มันจะต้องเป็นประสิทธิผลที่เกิดจาก การทำกิจกรรมที่ไปพบปะกับดอกผลที่จะออกในเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ที่ท่านจะเลือกตั้ง เทศบาลในวันที่ ๒๘ มีนาคม เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมก็คิดว่าโครงการที่ท่านทำ ไม่ได้ขัดแย้งอะไร แต่ว่าสิ่งที่จะต้องรายงานในโอกาสต่อไปเป็นข้อเสนอแนะก็แล้วกันว่า ท่านจะต้องพูดถึงดอกผลที่เกิดจากสิ่งที่ผมได้อธิบายไปว่าผลลัพธ์ที่มันเกิดอย่างมี ประสิทธิภาพคืออะไรในโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ควรจะมีในรายงานด้วย🔗

ประเด็นสุดท้าย ผมคิดว่ากลไกของท่านที่ใช้ทำงานทั้งหมดอยู่ที่ภูมิภาค ก็คือ กกต. จังหวัดและทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะให้ทำก็คือว่าเป็นข้อเสนอแนะ ที่ผมอยากจะพูดอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์จาก กกต. จังหวัดที่รับนโยบาย ไปจาก กกต. ส่วนกลางก็ดี ผมคิดว่าอาจจะต้องทำกลับกันในแง่หมู่บ้านโปร่งใสก็ดี หรือชุมชนไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ชุมชนปลอดการขายเสียงก็ดี อาจจะต้องให้ชุมชนกลับกันก็คือ ให้ชุมชนเป็นผู้เสนอว่าชุมชนตนเองนั้นจะเป็นผู้ที่ไม่ขายเสียงนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือในโครงการหลักสูตร พตส. ผมอยากให้การทำรายงานของ นักศึกษาจะลงถึงโครงการและกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ นั่นคือ ๒ ประเด็นที่จะเสนอไว้ ก็เป็นคำถามแล้วก็เป็นข้อเสนอ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ จะมีสมาชิกเข้าชื่อกันเพิ่มเติมนะครับ เดี๋ยวจากนี้ไปจะเป็นคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ และจะเป็นคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ จะเป็นคุณดะนัย มะหิพันธ์ จะเป็นนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เป็นคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เป็นศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เป็นคุณซูการ์โน มะทา แล้วก็เป็นคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ ขอเชิญคุณวิสารครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตก่อนท่านวิสารนะครับ ผม พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ครับท่านครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมเองอยากจะเข้าร่วมหารือในเรื่องการรับทราบรายงานของ กกต. ด้วยข้อมูลดังนี้นะครับ ผมฟังจากท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้ให้ข้อมูล ด้วยความเป็นห่วงนะครับว่า กกต. มีบทบาทความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งนะครับ เป็นการที่คัดคนที่ดี ๆ คนที่ประชาชนต้องการเข้ามารับใช้ประเทศไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ หรือระดับท้องถิ่น ผมขออนุญาต วัตถุประสงค์ ผมเข้าใจว่า กกต. เองนี่นะครับต้องการ จัดการเลือกตั้งท้ายที่สุดต้องให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมขออนุญาตสักเรื่องเดียวครับ เพื่อไม่รบกวนกับที่ประชุม เพราะว่าเนื้อหาแต่ละท่านคงจะใส่หลาย ๆ ท่านแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านวิสารก็คงจะให้ข้อมูลอีก ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตอย่างนี้นะครับ ท่านครับ ความยุติธรรมในการเลือกตั้งนะครับ ผมให้ความสำคัญกับคณะกรรมการประจำ หน่วยเลือกตั้งคือ กปน. ประจำหน่วย เรียนฝากด้วยนะครับ ทำไมผมพูดอย่างนี้ครับ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นหน่วยที่สรุปการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นอยากให้ กกต. ให้ความสำคัญกับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าเขาควรจะมีที่มาอย่างไร เช่นปัจจุบันก็ยังใช้จากผู้นำท้องที่เช่นผู้ใหญ่บ้านเสนอมา แล้วก็เสนอคนเก่า ๆ ทำงานซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ท่ามกลางข้อครหา บางหน่วยก็มีปัญหาอยู่ ไม่โปร่งใสบ้างก็ทำกันไปนะครับ ก็ตั้งข้อสังเกตว่า ฝากดูแลที่มาของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าให้มีที่มาที่มี ความยุติธรรม ยกตัวอย่างเช่นอาจจะเป็นที่มาจากผู้สมัครแต่ละคนส่งเข้าไปก็ได้มันจะลด ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการคัดค้านการเลือกตั้ง หรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ ในวันเลือกตั้ง อย่างชัดเจนมาก หรือเป็นข้าราชการที่เป็นส่วนกลางก็ได้ อย่าเอาข้าราชการท้องถิ่นนะครับ เพราะว่าข้าราชการท้องถิ่น เช่นครูท้องถิ่นบางท่านก็สังกัด อบต. ท้องถิ่นนั้น ๆ เวลาปฏิบัติ หน้าที่ก็ลูบหน้าปะจมูก ผมต้องการให้หน่วยงานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้รับ ความสนใจจากท่านกรรมการ กกต. กลางเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แล้วก็ถ้าตรงนี้มีที่มาที่ยอมรับ ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งทุกคนยอมรับครับ แล้วก็ผมสังเกตเห็นว่าข้อคัดค้านต่าง ๆ นานา ในเรื่องของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคัดค้านร้องกันน้อยมาก ก็ไม่มีปัญหา ก็เป็น เรื่องของเจ้าหน้าที่บกพร่องไป แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นการอ่านบัตร อ่านบัตรถูก อ่านบัตรผิดอย่างนี้ครับนั่นมันมีผลต่อการเลือกตั้งโดยไม่สุจริต ก็เลยอยากจะฝากเอาไว้นะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง วิธีการเลือกตั้ง ยกตัวอย่างเช่นที่เกิดขึ้นมาเร็ว ๆ นี้ อบจ. บัตร ๒ ใบ เวลาอ่านอ่านพร้อมกันเลยบัตรนายกกับบัตรสมาชิกสภาจังหวัด เสียงตีกัน มั่วหมดเลยครับ ดี ๆ ตีมั่วกันเลยครับ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากาถูก กาผิดอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากให้ กกต. กลางได้กำหนดวิธีการทำงานลงให้ชัดเจนด้วย🔗

ยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งครับเวลานะครับ เมื่อก่อนนี้บ่ายสามโมง ตอนนี้ กลายเป็น ๕ โมงเย็น ท่านทราบไหมครับ ๕ โมงเย็นตอนนี้มันมืดแล้ว มองไม่เห็นแล้ว แล้วบางหน่วยนะครับขยับบัตรออกไปตั้ง ๓ เมตร จากผู้ที่ตัวแทนสังเกตการณ์ ปัญหา เยอะมาก เลยอยากจะฝากท่านว่าให้ความสำคัญกับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคือที่มา ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนะครับ แล้วก็วิธีการทำงานด้วย ท่านครับผมอาจจะพูด ในข้อมูลที่แตกต่างแต่ผมก็หวังดีไม่อยากให้ท่าน กกต. ได้ทำงานเหนื่อยนะครับ บทสรุป ของการเลือกตั้งไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดว่ามันมีปัญหาอยู่ก็คลางแคลงใจคัดค้าน วันนี้ท่านต้อง รับเรื่องคัดค้านอีกเท่าไร ไหนจะเลือกตั้งเทศบาลท้องถิ่นที่จะเกิดมา ที่จะเกิดขึ้นมาเทศบาล แล้วก็ อบต. ในอนาคตผมฝากด้วยครับ เป็นประเด็นที่เป็นการปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอบคุณท่านประธานนะครับเรียนไปยัง กกต. กลางด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านพรเทพ เพื่อไม่ไปตำหนิ กกต. นะครับ ๕ โมงเย็นนี่ผมเองนะครับเป็นคนไปขอว่าไม่มีประเทศไหน ในโลกที่เขาให้เวลาเลือกตั้งน้อยเหมือนอย่างเรา ประเทศพัฒนาแล้วเขาให้จนค่ำมืดนะครับ ที่จริงขอไปมากกว่านี้แต่เขาให้ ๕ โมงเย็น อันนี้ไม่ใช่ความผิด กกต. เป็นเรื่องที่ผมกับ คณะพรรคพวกที่มีความเห็นร่วมกันไปเสนอขอครับ เชิญท่านชินวรณ์ครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมได้ให้ความสนใจกับรายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำปี ๒๕๖๑ เป็นพิเศษ เพราะเป็นรายงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการทำงาน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกที่โดดเด่นที่สุด ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง ๒ ชุดไม่ได้แสดงอะไรที่เป็นผลงาน ก็ไม่ได้โทษท่านนะครับ เพราะไม่ได้อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง จึงไม่สามารถที่จะวัดทั้งด้านปริมาณและด้านคุณภาพ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้ตั้งความหวังไว้อย่างสูงครับท่านประธานว่า เราจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ ยุติธรรม ท่านประธานสภาเองก็เป็นคนเรียกร้อง อยู่ตลอดเวลาว่าถ้าเราสามารถทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรมได้แล้วเราเชื่อว่า การยอมรับในการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนจะเกิดขึ้น และสิ่งที่ตามมาก็คือว่าเราจะได้ ระบอบประชาธิปไตยที่ต่างคนต่างคาดหวังว่าเป็นระบอบที่ดีกว่าระบอบอื่นในการแก้ไข ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง แต่ต้นตอหรือสายธารที่สำคัญก็คือว่าการส่งมอบอำนาจ จากประชาชนมาให้กับนักการเมือง ผมผ่านการเลือกตั้งมา ๑๐ สมัยครับท่านประธานครับ ๑๐ ครั้ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมก็คาดหวังว่าหลังจากที่มีคณะกรรมการ การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วเราจะเห็นการเลือกตั้งในทุกระดับที่รัฐธรรมนูญ ได้กำหนดเอาไว้ ทั้งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งท้องถิ่นหรือแม้แต่การออกเสียงประชามติ ซึ่งผมคาดว่าในปี ๒๕๖๔ นี้จะเป็นปีที่ อยู่ในช่วงฤดูการเลือกตั้งในทุกระดับที่สำคัญ แล้วก็ท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่นี้ แต่ว่าสำหรับในปีนี้เมื่อผมอ่านรายงานแล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็ได้มีการดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ในหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็น งานที่ท่านทำต่อเนื่องจากคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ แต่ที่ผมชมเชย ไว้เบื้องต้นนั้นผมมาดูยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการเองครับ ผมต้องขอชื่นชมว่า ในช่วงที่ผ่านมา ๑ ปีผมก็เฝ้าติดตามนะครับ และบางครั้งผมก็เคยไปเป็นวิทยากรให้กับ คณะกรรมการการเลือกตั้งในการอบรมเยาวชนในการส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง ของการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในเรื่องของการจัดการเลือกตั้งที่สะดวก คุ้มค่า ต่อประชาชน อันนี้เราก็ได้เห็นการเตรียมการ การศึกษา การหารูปแบบในการเลือกตั้งต่าง ๆ ที่เป็นข่าวออกมา และผมเองในการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคผมยังได้ขอใช้หีบบัตร เลือกตั้ง ใช้เจ้าหน้าที่ของ กกต. ในเขตจังหวัดเลือกตั้งมาแนะนำ มาให้ความรู้ ก็แสดงถึง ความสนใจในส่วนนี้ ส่วนที่ ๒ คือการจัดการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ อันนี้ก็ได้กราบเรียน ไปแล้วว่าไม่สามารถที่จะประเมินทั้งปริมาณและคุณภาพได้ เพราะว่าท่านจัดการเลือกตั้ง อยู่ในช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านคณะกรรมการ ผมก็ไม่อยากจะเป็นการตำหนิ แต่ผมคิดว่า สังคมก็มองอยู่ แล้วก็ประเมินคณะกรรมการชุดนี้อยู่ว่าเป็นเช่นไร ก็เหมือนกับเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ ท่านก็ให้ใบส้มได้เพียงใบเดียว ใบเหลืองเพียงใบเดียว การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นก็มีคนคาดหวังอีกครับ ท่านก็แขวนเอาไว้ ๔๙ จังหวัด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลไกการเลือกตั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัดมีแต่เป็นผู้ตรวจการก็คล้าย ๆ เสือกระดาษ อยู่นะครับ ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยตรงที่จะต้องไปดำเนินการ ในการไต่สวน สอบสวน และดำเนินคดี ซึ่งแน่นอนที่สุดครับผมเข้าใจว่าท่านก็พยายามที่จะ ส่งเจ้าหน้าที่ของท่านลงไป เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งระดับจังหวัด ผมไม่มีเวลาที่จะลงไปในรายละเอียดเรื่องตัวเลข เรื่องการใช้จ่าย งบประมาณและผมไม่ค่อยติดใจในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ ผมจะติดใจในเรื่องของ ประสิทธิผลที่ต้องการจะเห็นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมคิดว่าตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จนถึง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ผมยังประทับใจคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดแรกอยู่เลยครับ ไม่อยากจะเอ่ยนาม แต่ผมถือว่าเป็นเกียรติประวัติของท่านที่จัดการเลือกตั้งในครั้งนั้นทำให้ คนเปรียบเทียบได้เห็นว่าแตกต่างจากการที่ให้กระทรวงมหาดไทยโดยรัฐบาล เป็นคนจัดการเลือกตั้งเอง แล้วคนก็คาดหวังว่าท่านจะไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะ เป็นองค์กรอิสระ และท่านจะเป็นต้นตอของหน่วยงานที่ส่งมอบอำนาจในระบอบ ประชาธิปไตยให้เป็นที่ยอมรับเหมือนประเทศในสากลต่าง ๆ ด้วยเวลาที่จำกัดข้อเสนอแนะ ที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการทั้งหมด ๖ ข้อครับ🔗

ข้อที่ ๑ ก็คือว่าขอให้ท่านได้ดำเนินการในเรื่องการสืบสวน สอบสวน ไต่สวน ตามมาตรา ๔๑ ให้มีความเข้มแข็ง และให้ดำเนินการในเชิงรุกครับ ไม่ใช่ว่าต้องมี การร้องเรียนครับ เพราะในกฎหมายมาตรา ๔๑ เขียนไว้ชัดเจนครับ เพียงแต่ท่านค้นพบ ความจริงท่านก็สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะอันนี้เป็นกรณีที่เป็นเจตนาพิเศษครับ ไม่มีใครหรอกครับที่ซื้อเสียง ทุจริตการเลือกตั้ง แล้วก็ทำให้คนอื่นจับหลักฐานได้ มันต้องมี กระบวนการในการที่จะเข้าไปดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะฝากกรณีการซื้อ เสียงล่วงหน้า ท่านไปถามประชาชนสิครับมีไหมครับการเลือกตั้งในระดับประเทศ และการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น เดี๋ยวนี้พอมีมาตรา ๓๔ ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นพนักงานเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นการดำเนินการของบุคคลดังกล่าวนั้นทำมาก่อนล่วงหน้า ท่านจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไรครับ🔗

ประการที่ ๒ คือเรื่องการซื้อเสียงด้วยการพนันครับ เดี๋ยวนี้มีความชัดเจน มากครับว่าเจ้าของบ่อนได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งอย่างมาก ท่านจะมีนวัตกรรม หรือท่านจะมีวิธีการอย่างไรครับในทางกฎหมายที่จะไปเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้🔗

ประการที่ ๔ กรณีการเลือกตั้งที่ประชาชนมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ถ้าเพียงแต่ท่านจะไปคาดหวังกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไปคาดหวังกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ซึ่งในท้ายที่สุดก็ไปแต่งตั้งบุคคลที่เป็นไปตามมาตรา ๓๔ ได้อีก ต้องยอมรับความเป็นจริงครับ นี่คือคนกลุ่มเดียวที่อยู่ในกระบวนการที่ทำให้การเลือกตั้งทุจริตการเลือกตั้ง หรือสุจริต การเลือกตั้ง ผมคิดว่าทางท่านเลขาธิการท่านทราบดีครับว่าสิ่งเหล่านี้เกิดกับบุคคลกลุ่มใด ที่มีอิทธิพลต่อพี่น้องประชาชน ต่อการตัดสินใจการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม🔗

ข้อที่ ๕ ผมอยากจะเรียนเสนอแนะนะครับในเรื่องการส่งเสริมความเข้มแข็ง ให้กับพรรคการเมือง ท่านอย่าทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอนะครับ ถ้าเมื่อไรพรรคการเมือง เข้มแข็ง ผมยังเชื่อมั่นครับว่าพรรคการเมืองนั่นละครับ จะเป็นด่านแรกในการที่จะต่อสู้ กับระบบการเลือกตั้งที่เป็นระบบสีเทา ท่านประธานครับ ค่านิยมอันหนึ่งที่ผมต่อต้าน อยู่เสมอในขณะนี้ และผมพูดกับประชาชนทุกงาน ทุกกิจกรรมในขณะนี้ก็คือว่ามีการไปสร้าง ค่านิยมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น พวกที่ไปสร้างค่านิยมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น ก็คือคนไม่เคย ทำความดีมาก่อนพอถึงเวลาก็ได้เงินมาแบบง่าย ๆ ก็ไปซื้อเสียงอย่างไรครับ เราต้องช่วยกัน รณรงค์สิครับ และพรรคการเมืองจะเป็นองค์กรหนึ่งที่จะช่วยรณรงค์ในเรื่องนี้ ผมเลยถาม ชาวบ้านว่าเขาเคยมาแบกศพไหม เขาเคยมาวางพวงหรีดงานศพไหม เขาเคยมาเยี่ยม เวลาทุกข์สุขไหม พวกนี้ไม่เคยมาครับ แต่พอถึงเวลาเลือกตั้งบอกว่า เงินไม่มากาไม่เป็น ค่านิยมเหล่านี้ สำนักงาน กกต. มีความรู้สึกอย่างไรครับ ท่านเจ็บปวดไหม ในฐานะท่านต้อง ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ผมฝากไว้ครับ นี่เป็นข้อเสนอแนะที่มีความปรารถนาดีครับ ผมอยู่กับพรรคการเมืองและผมมั่นใจว่าพรรคการเมืองก็จะเคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ที่มีความชัดเจนในเชิงอุดมการณ์ในทางการเมือง🔗

ข้อสุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนเสนอแนะต่อ กกต. คือกรณีส่งเสริมประชาธิปไตยภาคพลเมือง ยุคหนึ่งตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการผมได้วางนโยบายและกำหนดให้มีคณะกรรมการในการที่จะสร้าง การศึกษา เพื่อความเป็นพลเมืองที่เรียกว่า ซีวิก อีดูเคชัน (Civic education) และต่อมา ท่านประธาน กกต. ท่านหนึ่งครับคือท่านศุภชัย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้กรุณา ไปพบผมที่กระทรวง และต่อมาก็มีลูกเสือประชาธิปไตย แต่ว่าแค่นั้นไม่พอครับ การสร้างความเป็นพลเมืองให้กับประชาชนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญครับ ถ้าเมื่อไร คนมีความรู้สึกว่าคนที่เป็นพลเมืองได้รับการยกย่อง ผมคิดว่าการมีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตยดีขึ้น ผมไม่สามารถลงรายละเอียดเพราะข้อจำกัดด้วยเวลาจริง ๆ ครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลา เพราะว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันและอยากจะเสนอแนะ ให้ กกต. ได้ดำเนินการไปปฏิบัติครับ และผมหวังว่าปี ๒๕๖๔ จะเป็นปีท้าทายผลงาน ของ กกต. ชุดใหม่นี้ และท้าทายสำนักงาน กกต. ที่จะต้องดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิผลที่ให้การเลือกตั้งในทุกระดับ ตลอดถึงการทำประชามติให้เป็นที่ยอมรับ ของพี่น้องประชาชนต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชินวรณ์ใช้เวลาเกินไป ๔ นาทีนะครับ ขอเชิญท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาต สิ่งที่ผม จะอภิปรายดังต่อไปนี้นะครับ จะขอเรียนว่าผมไม่มีอคติกับคณะกรรมการ กกต. ทั้ง ๗ ท่าน โดยเฉพาะทางข้าราชการประจำนะครับ ท่านเลขาธิการกับทีมงานทั้งหมดที่มาชี้แจง แต่สิ่งที่ ผมอยากจะเรียกร้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานชวน หลีกภัย นะครับ พวกเรามาจาก การเลือกตั้ง ท่านประธานเห็นไหมครับ การเลือกตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เราก็เห็นแล้ว ผมไม่ว่า มันจะดี จะผิด จะถูกอะไรอย่างไรนะครับ แต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสก็คือมีการเลือกตั้งซ่อม อีกหลาย ๆ จังหวัดครับ มีการปิดหมู่บ้าน มีการทำผิดกฎหมายชัดเจน แต่ผมเรียนว่า กกต. มีกฎหมายที่ค่อนข้างกว้างขวาง ท่านสามารถที่จะใช้หน่วยงานราชการไหนก็ได้ ท่านมีอำนาจ ครอบคลุมมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอยากเรียนท่านประธานว่านั่นเป็นเพราะการบริหาร จัดการนะครับ สิ่งแรกที่ผมอยากจะขอใช้เวลาสั้น ๆ นี้อภิปรายก็คือว่า เพื่อนสมาชิก ได้ชี้ให้เห็นแล้วครับว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มานี่ไม่ได้มีส่วนยึดโยงจาก พี่น้องประชาชน สิ่งสำคัญคือผมอยากเรียกร้องท่านประธานนะครับว่าจากการเลือกตั้ง วันที่ ๒๐ ธันวาคม ทั่วประเทศครับ ถามสมาชิกพวกเราในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ๑. ห้ามไม่ให้ นักการเมืองเข้าไปช่วย ๒. ไม่ให้คนที่มีเงินเดือนเข้าไปช่วย แต่ทีก่อนหน้านี้ล่ะครับ ช่วงเลือกตั้งเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ ทำไมทำได้ หลังสี่โมงครึ่งทำได้ สิ่งที่ผมอยากเรียกร้อง ท่านประธานก็คือว่าสภาเราแห่งนี้เราเป็นคนออกกฎหมาย สิ่งแรกที่ผมอยากเรียกร้อง เพื่อนสมาชิกก็คือว่าเราไม่ได้ตำหนิ กกต. ครับ แต่เราต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ หมวดองค์กรอิสระ กกต. สมัยก่อนผมเรียนท่านประธานว่า เราเรียกว่า กกต. กลาง กกต. กลางนั้นมีความเป็นกลางสูงมาก อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปนะครับว่าเราเคย หวาดระแวงว่าใครไปซื้อเสียง ใครไปทำผิดกฎหมายโดนใบเหลือง โดนใบแดง แต่สิ่งที่ผม อยากจะเรียกร้องท่านประธานกับทางข้าราชการประจำของ กกต. นะครับว่าสิ่งแรกผมเรียน ถามว่า ส.ส. เชียงใหม่ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ สุรพล เกียรติไชยากร ได้ใบเหลือง แต่ถึงเวลา ขึ้นมาแล้วนี่เขาต้องทนทุกข์ทรมาน ใบส้มครับ ๒ ปี ถึงเวลาตอนนี้ขึ้นมานี่ศาลก็ตัดสินว่า เขาไม่ผิดโดยใช้เงิน ๒,๐๐๐ บาทไปให้พระ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย ไม่มีคะแนนเสียงอะไรเลย แต่สิ่งที่ผมได้เรียนก็ไม่ได้ตำหนิ กกต. นะครับ แต่กำลังจะคิดว่ากฎหมายที่ออกมาคุณมีสิทธิ มากกว่าศาลหรือครับ ทุกเรื่องควรจะต้องขึ้นกับศาล ไม่ใช่ไปตัดสิทธิพี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ เสียงที่เลือกคุณสุรพลมา สิ่งนี้นะครับผมถึงอยากจะเรียกร้องท่าน ประธานว่าที่เราจะต้องแก้ไขก็คือเรื่องใบส้มครับ อันนี้ควรจะต้องแก้กฎหมายแน่นอน สิ่งที่ ผมอยากจะใช้เวลาสั้น ๆ เพราะว่ามีหลายประเด็นที่ผมอยากพูด แต่เรียกร้องท่านประธาน กับพี่น้องเพื่อนสมาชิกทุกพรรคนะครับ ถ้าเราเพิ่งมาจากพี่น้องประชาชนต้องเป็นคนออก กฎหมาย แต่ถ้าปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกว่านี่ครับ เงินไม่มา กาไม่เป็น ถึงเวลาขึ้นมาเราไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ใครมีเงินกองมากกว่าคนนั้นก็ได้เป็นไป สิ่งเหล่านี้ผมอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรม แล้วก็ให้ กกต. ผมเข้าใจดีว่าท่านมีกฎหมาย ท่านสามารถที่จะใช้อะไรก็ได้ที่เป็นข้าราชการมาช่วยดูแลในการเลือกตั้ง แต่เพื่อนสมาชิกได้ พูดแล้วผมไม่ซ้ำประเด็น แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่อยากเรียกร้อง เดี๋ยวนี้เสีย หายไปโดยใช่เหตุนะครับ ทุกปี ๆ เงิน กกต. ก็จะเพิ่มมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งก็มีมาก ขึ้น แต่ทำไมไม่ใช้เหมือนกับต่างประเทศล่ะครับ ผมเห็นชัด ๆ ในการรายงานของประเทศ ญี่ปุ่น ของประเทศสิงคโปร์ ตอนนี้เขาไม่ใช้คณะกรรมการ เดี๋ยวนี้ กกต. เวลาจะจัดเลือกตั้ง ขึ้นมาก็ใช้แบบเดิม ๆ เป็นงานรูทีน (Routine) มี กกต. ผู้อำนวยการจังหวัด มีข้าราชการ ประจำ ใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กระทรวงมหาดไทยดี ๆ นี่เองครับ กกต. ควรจะต้องเป็น คณะกรรมการกลางไม่ใช่ไปจัดการเลือกตั้ง ท่านมีสิทธิที่จะดูแลว่าใครทำผิดกฎหมาย ใครทำ ผิดการซื้อเสียงก็ว่าไปครับ แต่อันนี้กลายเป็นว่า กกต. เป็นทั้งกรรมการ เป็นทั้งคนจัดการ เลือกตั้งเอง ซึ่งผมคิดว่าตัวนี้เราต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ เราไม่ได้โทษ กกต. ชุดนี้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร สิ่งที่ผมชี้ให้เห็นอีกอันหนึ่งก็คืออะไรครับ เงินที่ท่านใช้มันมากขึ้นทุกปี ๆ และการซื้อเสียง ก็ไม่ได้ลดลงไป การทำผิดกฎหมายก็ไม่ได้ลดลงไป นั่นหมายถึงอย่างไรครับ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้บอกไว้ครับ ถ้าไม่มีคนร้องเรียนมาก็ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนร้องเรียนมา กกต. ก็ไม่รู้ กกต. ก็ไม่สืบ ภาระนำสืบต้องไปอยู่ที่พี่น้องประชาชนละครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกครับ ถึงเวลาตอนนี้คนทั้งบ้านทั้งเมือง คนทั้งประเทศรู้ว่ามีการทำผิดกฎหมาย ซื้อสิทธิ ขายเสียง ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท อุกอาจกว่านั้นก็คือมีการปิดสำนักงานข้าราชการจ่ายเงิน มีการซื้อ เสียงหน้าหน่วยพวกเรายอมกันหรือครับ อีกหน่อยไม่ต้องไปทำความดีกับพี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปดูความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน หาสตางค์ คอร์รัปชันมา ถึงเวลาขึ้นมาซื้อเสียง อีกหน่อยก็เป็นสภาอะไรก็อย่างที่พวกเราทราบ ผมเรียกร้องจริง ๆ ท่านประธานครับว่าเราต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะองค์กร อิสระ ผมเข้าใจว่า กกต. ทำงานตามกฎหมาย ทำตามระเบียบ แต่ถึงเวลาขึ้นมานี่ครับ พี่น้องประชาชนที่จะต้องมาเป็นกรรมการประจำหน่วยท่านก็ใช้คนเดิม ๆ ถึงเวลาขึ้นมาไม่ว่า จะเป็นการเลือกตั้งเทศบาลที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ท่านก็โยนเข้าไปอีก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชน ซึ่งเคยเป็นอยู่แล้ว ทำไมท่านไม่คิดบ้างล่ะครับว่าให้พี่น้อง ประชาชนสมัคร ประเทศสิงคโปร์ ประเทศญี่ปุ่น เขาใช้ให้พี่น้องประชาชนที่อยากเข้ามา สมัครกันเป็นล้าน ๆ คนเลยครับ กกต. ก็มีหน้าที่ไปคัดเลือกบุคคลเหล่านั้นที่มีส่วนร่วมในทาง การเมืองที่มีส่วนร่วมอยากให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิมีเสียงในเรื่องประชาธิปไตยมากขึ้น เอาบุคคลเหล่านั้นคัดกันมาเป็นเหมือนกับคณะลูกขุน คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้บอกนะครับ เอาพี่น้องเยาวชน เอาลูกเสือ เอาคนที่มีอาสา เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยให้ความรู้เหล่านี้สิครับ ให้เขามาเป็นกรรมการสิครับ ให้เขามา ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมสิครับ ไม่ใช่ใช้แบบเดิม ๆ คนทั่วบ้านทั่วเมืองรู้หมด มีการใส่เฟซบุ๊ก (Facebook) มีคลิป (Clip) ออกมา รับเงินคนนั้นมาทำงานคนนี้มา แต่ กกต. บอกว่าไม่มีผู้เสียหาย วิธีนำสืบก็ต้องไปเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนเอง ซึ่งผมเรียกร้องจริง ๆ นะครับท่านประธานครับว่าต้องเปลี่ยน ๒-๓ เรื่อง ต้องตั้งคณะกรรมาธิการอย่างเร่งด่วนครับ เพื่อที่จะแก้เรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าพวกเราอีกหน่อยไม่ต้องไปเยี่ยมชาวบ้านนะครับ ใครมีสตางค์มาก ๆ คนนั้นก็ได้เป็นไป การเลือกตั้งท้องถิ่นยิ่งยิ่งใหญ่นะครับ เป็นเรื่องที่ติดกับ พี่น้องประชาชน อีกหน่อยบ้านเราก็มีแต่เรื่องคอร์รัปชัน มีแต่เรื่องโกงกิน มีแต่เรื่อง ตรวจสอบไม่ได้ กกต. ไม่ใช่เป็น กกต. กลางที่จะต้องมาตัดสินดูแลว่าใครผิด ใครถูก ก็ขอ อนุญาตท่านประธานไว้เท่านี้นะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานก็บอกแล้วว่าอาจจะไม่ใช่ คณะนี้ที่อยู่ที่บัลลังก์นี้ที่พูดค่ะ แต่ดิฉันขออนุญาตพูดอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นกำลังใจให้กับ กกต. ให้ทำงานในวันข้างหน้า เพราะเราเชื่อว่าความล่าช้าของรายงานถึง ๓ ปี ก็จะเป็น ปัญหาในการรายงานอีกตลอดไป เพราะเวลาที่ทิ้งกัน ๓ ปี มันคงไม่สามารถพูดเรื่องที่มัน ทันสมัยได้ตลอดเวลา แต่ดิฉันหวังว่าสิ่งที่พูดภายในวันนี้ก็จะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง ใน ๓ ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลต่อการทำงานของปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ตรงนี้🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ค่ะ เชื่อในการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย มีท่านประธานนี่ละค่ะเป็นแรงบันดาลใจ เชื่อมั่นในการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และ ยุติธรรม ดิฉันหาเสียงมา ๓๐ ปี ครั้งนี้เลวร้ายที่สุด กลับไปอ่านสิ่งที่อับราฮัม ลินคอล์น พูดนะคะ ในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยสำคัญที่สุดคือเลือกตั้ง บัลลอต (Ballot) บัตรเลือกตั้ง ออร์ บูลเลต (Or Bullet) กระสุนปืน และสุดท้ายอับราฮัม ลินคอล์น ก็ต้องตาย ด้วยกระสุนปืน เพราะบัตรเลือกตั้งนั้นไม่สำเร็จผล ดิฉันเคยเรียนหนังสือร่วมกับท่านข้างบนบนโน้นเมื่อ ๒๐ ปีก่อนใน กกต. ดิฉันรู้สึก มีความหวัง แล้วก็มีความสุขในหลักการประชาธิปไตยหลังปี ๒๕๔๐ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ การเลือกตั้งดีขึ้นเรื่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ วันนี้ท่านที่เคยเรียนหนังสือกับดิฉันนั่งอยู่ ข้างบนหลายท่าน มองย้อนไปมันจริงไหมคะท่าน ทั้งการเลือกตั้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นใคร ๆ ก็รู้ โลกรู้ว่าการเลือกตั้งประชาธิปไตยเราถดถอย ถอยหลัง ประชาชนยากจนข้นแค้นจนคิดไปว่า การซื้อสิทธิขายเสียงทำได้ ท่านประธานคะ ๑ หมู่บ้านเลือกมา ๒๐ คนเป็นแกนนำ ๒๐ คนดูแลคนในครอบครัวตัวเอง ๒๐ คน ใครจะซื้อเสียงตามสบาย เพราะไม่มีใครที่จะขาย ครอบครัวตัวเอง ๒๐ คูณ ๒๐ ๔๐๐ เสียง เอาแค่ครึ่งเดียว ๒๐๐ เสียง ๑ หมู่บ้านได้เสียง เท่ากัน ๒๐๐ เสียง ทั้งอำเภอ ทั้งเขต ทั้งหมดไม่สงสัยกันบ้างหรือคะว่าเกิดอะไรขึ้น ภาคใต้ดิฉันไม่เคยซื้อสิทธิ ขายเสียง ประชาชนดิฉันมีความภูมิใจในการเรียกให้ผู้แทนราษฎร ลงมาจากรถแล้วสั่งให้ทำงานเพราะนี่คือเสียงสวรรค์ที่ต้องทำ วันนี้ก้มหน้าก้มตาเจอหน้าดิฉัน ไม่กล้า สารภาพบาปอย่าบอกใครว่าซื้อสิทธิ ขายเสียง ซื้อไปถึงบ้าน ซื้อจนผิดทิศผิดทาง ผิดคนจนสมเพชตัวเองหมดแล้ว เราทำอะไรกันอยู่คะท่านประธาน แล้วเราจะบอกว่า นี่คือกฎหมาย นี่คือกติกา พื้นที่ของจังหวัดตรังท่านประธานก็เดือดเนื้อร้อนใจ จังหวัดพัทลุง ซื้อกันจนจะยิงกันตายอยู่แล้ว กกต. บอกว่าไม่ผิดค่ะ ซื้อไก่ กกต. ท้องถิ่นในจังหวัดบอกว่า ผิด กกต. ส่วนกลางบอกว่าไม่ผิด ใช้กฎหมายเล่นเล่ห์เพทุบาย ดิฉันไม่เคยเปิดดูเลยว่านี่ใช้ เงินกี่พันล้าน ใช้พันล้าน ใช้สองพันล้าน ใช้สามพันล้าน ใช้หมื่นล้าน ใช้เลยค่ะท่าน เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนให้มีสิทธิหน้าที่พลเมืองชอบธรรม มีสง่าผ่าเผย ให้สบตากับ ส.ส. ที่ไม่ซื้อเสียงได้ ไม่ใช่ประชาชนก้มหน้าก้มตา อายหน้าอายฟ้า เพราะไม่กล้าบอกว่า ผมนี่ขายเสียงกับ ส.ส. อีกฝ่ายหนึ่ง ดิฉันเกิดมาซื้อเสียงไม่เป็นค่ะท่าน ถ้าซื้อคงแพ้ เพราะซื้อ ไม่เก่ง แล้วท่านคิดว่าคนอย่างดิฉัน พรรคดิฉันซึ่งซื้อสิทธิ ขายเสียงไม่เก่งจะต้องแพ้อีก มหาศาลขนาดไหน เพราะฉะนั้นเงินสัก ๒๐,๐๐๐ ล้าน ๓๐,๐๐๐ ล้าน ทำเถอะค่ะท่าน ประคับประคองด้วยจิตสำนึกของ กกต. ผู้ซึ่งผดุงไว้ซึ่งบัตรเลือกตั้งที่มีอำนาจมากกว่า กระสุนปืน เสียเวลามานั่งคุยกันเรื่องของบทบาท เรื่องของเงินกี่บาท เปิดดูปัญหาอุปสรรค มีปัญหาเรื่องของการให้ความรู้ของประชาชน มีปัญหาเรื่องการดูงานของหลักสูตรพัฒนา ดิฉันว่ามันไม่ใช่หลักการสำคัญ ประชาชนไม่เชื่อใน กกต. เหยียดหยาม กกต. เหมือนที่ ประชาชนเหยียดหยาม ส.ส. ปลาเน่าตัวเดียวทั้งเข่งเน่าไปหมด แล้วเราจะอยู่อย่างนี้ อีกนานไหมคะท่าน อีก ๓ ปี ๕ ปี เราจะตอบคำถามลูกหลานเราอย่างไร ท่านข้างบนที่นั่งอยู่ ดิฉันข้างล่างที่ยืนอยู่ ทำไมเราถึงไม่ก้าวข้ามขอบของตัวเอง แล้วบอกอะไรสักอย่างหนึ่งว่า เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงลงบนการเมืองไทย ให้บัตรเลือกตั้งส่งผลต่อประชาชน ประชาธิปไตย ความเสียหายของการเมืองในวันนี้เพราะมีการซื้อสิทธิ ขายเสียง อย่างมหาศาล ส.ส. ที่ได้รับตราหน้าว่าชั่วเพราะซื้อสิทธิ ขายเสียง ท่านประธานคะ วันนี้ ลงพื้นที่แล้วซื้อสิทธิ ขายเสียง ลงไปทำไมคะ อยู่บ้าน คอร์รัปชัน บ้านเมืองแล้วเอาเงินไปซื้อ และมันซื้อจริง ๆ ท่านประธานคะลงไปถามประชาชนที่พื้นที่ใครเชื่อว่าไม่มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง ไม่มีค่ะ แล้ววันนี้จะนั่งคุยทำไมคะเรื่อง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่คำตอบถ้าประชาชนไม่เคารพใน กกต. และไม่เคารพในกระบวนการ ที่ได้มาของนักการเมืองจาก กกต. ฉะนั้นปัญหาสิ่งนี้ดิฉันคิดว่ามานั่งคุยกันดีกว่า ดิฉันพูดนี่ เป็นปัญหาและหวังว่าปีนี้ ปีหน้าไม่ว่าพวกเราจะอยู่ตรงนี้หรือไม่ ดิฉันอยากจะได้รายงาน ที่เปิดแล้วอ่านดูว่า กกต. ทีมนี้ทำอย่างไรเลือกตั้งถึงบริสุทธิ์ ยุติธรรม อบจ. ที่ผ่านมาถ้าเขียน ใบสารภาพบาปคงตอบไปถึงดวงจันทร์ จะบอกว่าท่านไม่รับผิดชอบก็ไม่ได้นะคะว่าสิ่งนี้ มันก็ส่งผล แล้วอยากบอกถึงคณะกรรมการเลือกตั้งที่อยู่ข้างบนท่านเป็นองค์กร ท่านเป็น ข้าราชการซึ่งต้องผดุงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประเทศไทย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ ก็ได้ฟังท่านสมาชิก หลายท่านเหมือนกับว่าบ่นน้อยเนื้อต่ำใจที่เรามีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานเอง ก็พยายามเน้นย้ำว่าให้พูดอยู่ในรายงานนะครับ แต่ที่จริงสิ่งที่ท่านสมาชิกทุกท่านพูดผมว่า มันก็น่าจะสะท้อนรายงานได้พอสมควร🔗

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันก็อยู่ในรายงาน แต่ก็น่าจะเป็น การพิจารณาว่ารายงานฉบับนี้สมบูรณ์หรือไม่ เพราะว่าในรายงานนั้นมีคณะกรรมการอยู่ ๒ คณะ ผมได้ดูงบแสดงสถานะทางการเงินของสำนักงาน กกต. ที่ได้รายงาน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ มีรายละเอียดบางรายการที่ทำให้ผมเกิดความสงสัย นั่นก็คือรายการ ประกอบงบการเงินในหมายเหตุที่ ๑๖ ซึ่งไม่มีอยู่ในรายละเอียดประกอบงบการเงิน แต่ไปมี อยู่ในรายละเอียดหมายเหตุงบการเงิน นั่นก็คือรายการหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น มีคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและเลขาธิการการเลือกตั้ง ถูกฟ้องอยู่ทั้งหมด ๑๑ คดี มีทุนทรัพย์ตามฟ้องอยู่ ๑๖๑,๑๗๖,๑๙๓ บาท ท่านประธานอันนี้ ละครับไม่มีรายละเอียดแยกว่าฟ้องคณะกรรมการกี่คดี ฟ้องสำนักงานกี่คดี ฟ้องเลขาธิการ กี่คดี นั่นหมายถึงว่าการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง การทำงานของสำนักงาน การทำงานของเลขาธิการไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายการเลือกตั้งใช่ไหมถึงมีการฟ้องคดี ท่านประธานครับ ในคดีทั้งหมดแยกเป็นคดีปกครอง ๖ คดี ในคดีปกครองทุนทรัพย์ฟ้อง ๒๖,๖๒๗,๐๐๐ บาทเศษ เป็นศาลปกครองสูงสุด ๒ คดี ศาลนครราชสีมา ๒ คดี ศาลปกครองกลาง ๒ คดี รวม ๒๖ ล้านบาทเศษ ทำไมไม่แยกว่าในศาลปกครองกลาง ๒ คดี ฟ้องสำนักงาน หรือฟ้องกรรมการ หรือฟ้องเลขาธิการ แล้วแต่ละคดีใช้งบประมาณทุนฟ้อง เท่าไรในรายละเอียด ส่วนคดีแพ่งนะครับ คดีแพ่ง ๕ คดี ทุนทรัพย์ตามฟ้อง ๑๓๔,๕๔๘,๕๙๒ บาท ใน ๕ คดี มีอยู่ที่ศาลจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสระแก้ว ศาลจังหวัด นางรอง ศาลแพ่งและศาลจังหวัดธัญบุรี แห่งละ ๑ คดี แต่ละคดีไม่ทราบว่าฟ้องใคร เพราะมันเป็นการฟ้องส่วนตัวไม่ใช่ฟ้องสำนักงานที่เดียว ที่สำคัญครับท่านประธาน ในรายละเอียดยังบอกอีกว่าทั้ง ๑๒ คดียังไม่ถึงที่สุดศาลอาจยกฟ้องหรือสั่งให้คณะกรรมการ หรือสำนักงาน หรือเลขาธิการจ่ายค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงิน ที่มากกว่าหรือน้อยกว่าตามที่โจทก์ฟ้องก็ได้ ซึ่งขณะนี้ผ่านมา ๒-๓ ปีไม่ทราบว่าคดีเหล่านี้ ไปถึงไหน เป็นอย่างไร ใครเป็นผู้จ่ายเงิน เพราะท่านไม่ได้แสดงรายการไว้ในงบการเงิน ท่านประธานครับ ถามว่าถ้ามีการจ่ายเงินตามฟ้อง เงินที่จ่ายเอามาจากไหน เพราะท่านไม่ได้ ตั้งงบรายจ่ายไว้ หรือถ้าเป็นคณะกรรมการจ่าย มีกี่ครั้ง มีกี่คดีแล้วที่สิ้นสุด แล้วใครจ่าย ถ้าเป็นเลขาธิการ เลขาธิการจ่ายไหม เพราะว่าท่านไม่ได้บอกรายละเอียดเลยใน ๑๑ คดี🔗

ท่านประธานครับ มีค่าใช้จ่ายอีกรายการหนึ่งที่อยากจะให้ท่านได้ตั้งเป็น ข้อสังเกตและให้ท่านตอบคำถาม แต่เชื่อว่าวันนี้มันข้ามมาถึงปี ๒๕๖๔ แล้วท่านก็น่าจะ แก้ปัญหาได้แล้ว แต่ผมดูในรายงานนะครับ รายการค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากร ท่านได้รับ งบประมาณ จากปี ๒๕๖๑ ได้รับงบประมาณมาเพียง ๑,๕๙๕,๔๙๓,๓๐๐ บาท แต่ท่านใช้ไป เท่าไร รู้ไหมครับ ท่านใช้งบบุคลากรไป ๑,๗๑๑,๑๗๔,๔๑๗ บาท ท่านใช้งบประมาณของ บุคลากรเกินไป ๑๑๕ ล้านบาทเศษ ถามว่าท่านไปเอาเงินที่ไหนมาจ่าย งบบุคลากรเอา รายจ่ายอื่นมาถัวจ่ายได้หรือ ถ้าการกระทำอย่างนี้ผมว่าเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีวินัย ทางการเงินนะครับ🔗

แล้วอีกอันหนึ่งคือในหมายเหตุประกอบที่ ๒๐ มีค่าตอบแทนตำแหน่ง ๑๕,๐๑๑,๗๓๕ บาท ถามว่าเป็นค่าตอบแทนตำแหน่งใด เพราะในตำแหน่งบุคลากร ท่านไปตั้งค่าใช้จ่ายค่าเงินประจำตำแหน่งไว้ถึง ๗๔,๐๙๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือข้อสังเกต🔗

ส่วนข้อสังเกตอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ คือค่าใช้สอย ค่าใช้สอย ในรายงานครับเป็นที่น่าตกใจ ค่าเดินทาง ๕๒ ล้านบาทเศษ ในปีเดียว ค่าจ้างเหมาบริการ ๕๖ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ท่านมีค่าจ้างอยู่ในหมวดค่าใช้จ่ายอื่น แล้วสุดท้ายคือค่าอาหารว่าง ๕๕ ล้านบาท อันนี้เป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ประเทศชาติยากจน แต่เรามี ค่าใช้จ่ายในการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมากมาย ก็อยากจะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วก็ฝากตรงนี้เป็นข้อสังเกตให้กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ถ้าท่านจะรายงานในเรื่องของหนี้สิน ในเรื่องของคดีท่านก็น่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงไปทำงานในจังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดสงขลาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าในรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ ผมอยากจะขอเน้นประเด็นใหญ่ นั่นก็คือการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ของ กกต. หัวใจ ของยุทธศาสตร์ กกต. ก็คือทำให้การเลือกตั้งนี้มีความบริสุทธิ์และยุติธรรมครับท่านประธาน แต่วันนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือว่า เราพบว่าเงินและอำนาจรัฐมีบทบาทต่อการกำหนด ชัยชนะของการเลือกตั้งอย่างมาก ในทางทฤษฎีรัฐศาสตร์เราบอกว่าการเลือกตั้งคือ การแข่งขันในเชิงนโยบายและแข่งขันด้วยผลงานของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ชื่อเสียงของเขา คุณธรรม จริยธรรมของเขา ผลงานของเขา แต่วันนี้ครับท่านประธานนโยบายและคุณสมบัติ ของผู้สมัครต้องสู้กับเงินกับอำนาจครับท่านประธาน และแน่นอนครับผลการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาชัดเจนครับว่าเงินและอำนาจชนะนโยบายและผู้สมัครครับท่านประธาน ตรงนี้ผมว่า เป็นโจทย์ทางยุทธศาสตร์ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องคิดให้มากนะครับ ท่านประธานว่าท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร🔗

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมคิดตัวเลขง่าย ๆ จากผลงานวิจัยของผมเอง การเลือกตั้งเขตหนึ่งถ้าจะชนะด้วยการใช้เงินประมาณ ๕๐ ล้านบาท ครับท่านประธาน เรามี ๓๕๐ เขต เราใช้เงิน ๑๗,๕๐๐ ล้านบาทครับ บวกค่าบริหารจัดการ ให้โบนัส ก็ตีเสียว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ตรงนี้ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าถ้าใครมีเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เขายึด ประเทศไทยได้ครับท่านประธาน และอันนี้เป็นภาพที่น่ากลัวมาก และด้วยกระบวนการตรงนี้ ทำให้เราเห็นภาพที่พูดกันทั่วไปแล้วว่ามันเกิดระบบของการใช้เงินที่เรียกว่ายิงแม่นครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ ส.ส. พิมพ์รพีได้บอกชัดว่าใช้วิธีการมีหัว ๑ คนคุม ๒๐ คน ๑ คนคุม ๒๐ คน แล้วก็จ่ายเงิน ๆ แล้วก็จ่ายกันชัดเจน มีเบอร์โทรศัพท์ มีบัตรประจำตัว ประชาชนชัดเจนครับท่านประธาน ผมไปทำงานวิจัยหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้ การเลือกตั้งครับท่านประธาน ข้อมูลเหล่านี้ผมยังได้ยินจากพี่น้องประชาชน ผมไม่ทราบว่า สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยินเรื่องเหล่านี้บ้างหรือเปล่า นั่นก็ หมายความว่าต่อไปนี้นะครับท่านประธานน่ากลัวมาก ประเทศไทยราคา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นครับท่านประธาน ด้วยวิธีการอย่างนี้ แล้วรอ ๔ ปีก็เปลี่ยนเจ้าของใหม่ อันนี้เป็น อันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งท่านไม่ต้องไปทำอย่างอื่น หรอกครับ ทำอย่างไรจะจัดการกับอำนาจเงิน ทำอย่างไรจะจัดการกับอำนาจรัฐที่เข้าไป แทรกแซงการเลือกตั้งและทำลายให้มันไม่บริสุทธิ์และยุติธรรมครับท่านประธาน ด้วยเหตุผล ดังกล่าวนี้เองผมจึงมาตั้งคำถามว่าระบบการบริหารการเลือกตั้ง ซึ่งที่สำคัญเรามี ๓ ระดับ ๑. ระดับ กกต. กลาง ๒. ระดับ กกต. จังหวัด และ ๓. ระดับหน่วยเลือกตั้ง ผมขออนุญาต ตั้งคำถามกับท่านตรง ๆ ว่า กกต. กลางคุม กกต. จังหวัดได้ไหม กกต. จังหวัดคุม หน่วยเลือกตั้งได้ไหม และหน่วยเลือกตั้งคุมให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรมได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ครับท่านประธาน ทำไมจึงไม่ได้ครับ วันนี้ผู้สมัครทุกคนของทุก พรรคการเมืองจะต้องจ้างคนมหาศาลมาก แล้วก็เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องแสดงกับ กกต. เพื่อไปเฝ้าการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งครับท่านประธาน คำถามคือทำไมต้องเฝ้าครับ เพราะถ้าไม่เฝ้าโกงครับท่านประธาน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับท่านประธาน นี่คือโจทย์ที่ กกต. ต้องแก้ไขนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ คำถามก็คือว่าที่หน่วยเลือกตั้งมันเกิดปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุตินะครับ ผมสมมุติเอานะครับว่า ถ้ากรรมการหน่วยเลือกตั้งเป็นคนซื้อเสียงเอง กกต. กลางจะทำอย่างไรครับ ถ้ากรรมการ หน่วยเลือกตั้ง สมมุตินะครับ เป็นคนไปโทรศัพท์ตามมาเลยว่าคุณยังไม่มาเลือกตั้ง คุณมา ได้แล้ว เพราะเขาเป็นคนซื้อเสียงกับคนคนนั้นเอง แล้วเขาก็มีเบอร์โทรศัพท์หมดทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้จะเป็นอย่างไรครับท่านประธาน อันนี้ยิงแม่นมากนะครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ประเทศไทยแน่นอนเลยครับท่านประธาน ไม่มีข้อสงสัยครับ เราจะให้ประเทศไทยของเรา เป็นอย่างนี้หรือ เราจะให้ระบบการเลือกตั้งของเราเป็นอย่างนี้หรือ พรรคการเมืองไม่ต้อง พัฒนาอย่างอื่นหรอกครับ นโยบายไม่มีประโยชน์ หาผู้สมัครที่มีคุณภาพไม่มีประโยชน์ หาเงินดีกว่าครับ แล้วก็วางระบบการซื้อให้แม่นครับ อันนั้นคือชัยชนะของการเลือกตั้ง นี่คือ ยุทธศาสตร์ที่ท่านอยากเห็นหรือครับ สำหรับพวกผมในพรรคประชาธิปัตย์ เราต่อสู้กับเรื่องนี้ แล้วเราก็ไม่ยอมแพ้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากขออนุญาตเสนอกับท่านประธานว่า กกต. เรื่องอื่นท่านทำเป็นพิธีกรรมไปเถอะครับ แต่หัวใจคือเรื่องการป้องกันการใช้เงินและใช้ อำนาจในการเลือกตั้งครับท่านประธาน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างชัดเจนครับ ท่านประธาน ข้อมูลการเลือกตั้ง ข้อมูลการเลือกตั้งผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยัง ท่านเลขาธิการ กกต. นะครับ ข้อมูลการเลือกตั้งนี่ขอยากมากนะครับ แล้วก็ขอไม่ได้ ผัดวันประกันพรุ่งจนบอกว่าไม่มีแล้วครับ ขออนุญาตเสนอไปเลยนะครับ ท่านทำให้คะแนน การเลือกตั้งรายหน่วยเป็นดิจิทัลไฟล์ (Digital file) และใครอยากได้ก็มาดาวน์โหลด (Download) ไปเลยครับ ผมเรียนท่านประธานไปยังเลขาธิการ กกต. นะครับ ขออนุญาต ฟ้องท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์ผมเป็นคนทำเรื่องนี้ครับ และเราส่งเจ้าหน้าที่ไป ต้องไปถ่ายเอกสารเป็นรายหน้าครับ เราต้องเช่าเครื่องและแบกเครื่องไปเองครับ ท่านทำให้ มันง่ายหน่อยได้ไหมครับ บรรจุเป็นไฟล์ (File) หมดเลย ใครอยากได้มาดาวน์โหลด (Download) ไปเลย อย่างนี้เป็นต้นครับท่านประธาน ขออนุญาตขอความกรุณาทำอันนี้ ให้ได้ด้วย แล้วไม่ใช่เลือกตั้ง ส.ส. ครับ เลือกตั้งทุกประเภทครับ เลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้ง อบจ. วันนี้ผมขอคะแนนเลือกตั้ง อบจ. ก็ยังไม่ได้ครับท่านประธานที่ผ่านมา อย่างนี้ เป็นต้นครับ นั่นคือปัญหาที่ระบบไม่พร้อมและทำให้เกิดปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน🔗

ผมขออนุญาตยกอีกตัวอย่างเป็นประการสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือว่า ท่านดูปัญหาหลัก ๆ ของการเลือกตั้ง วันนี้เราเห็นแล้วว่าในบางเขตเลือกตั้งมีการเพิ่มของ ประชากรเยอะมากครับท่านประธาน กกต. วิเคราะห์สิครับทำไม ทำไมเขตนี้คนเพิ่มมา ๒๐,๐๐๐ คนครับ ทำไมเขตนี้เพิ่มมา ๘,๐๐๐ คนครับ ทำไมอีกเขตหนึ่งไม่เพิ่มเลยครับ พอลงไปดูแล้ว อ๋อ เขตนี้ตั้งใจจะชนะละครับก็เกิดการเคลื่อนย้ายคน เขาเตรียมการก่อน ล่วงหน้า กกต. บอกว่าก็เขาย้ายมาตามสภาพ ผมว่าอันนั้นคงจะไม่ใช่ความไร้เดียงสา จนเกินไปนะครับ แล้วยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน ลงลึกไปนะครับ บ้านนี้ทำไมมีคนอยู่ใน ทะเบียนผู้อาศัย ๓๐ คนครับ ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานจริง ๆ ว่า กระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้คน ๓๐ คนอยู่ในบ้านเดียวกันได้อย่างไรครับ มันอยู่ไม่ได้ นะครับอย่างนี้ติดโควิด (COVID) กันหมดทั้งประเทศละครับ ทีนี้เมื่อเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธาน สามัญสำนึกของเราบอกแล้วว่าจำนวนคนที่เยอะขนาดนั้นมันสะท้อนเจตนา บางอย่างครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยัง กกต. ว่ากรุณาใช้สามัญสำนึก และใช้ใจที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม มองการเลือกตั้ง และวิเคราะห์ผลของ การเลือกตั้งอย่างที่ผมทำแล้วท่านจะเห็นว่ามันมีปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพพวกผมพรรคประชาธิปัตย์อยากเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เราอยากเห็นประชาธิปไตยที่เบ่งบาน เราไม่อยากเห็นการทะเลาะเบาะแว้ง การเดินขบวนประท้วงด้วยความรุนแรงเราไม่อยากเห็น เราอยากเห็นบ้านเมืองเดินไป ข้างหน้า ขอให้เริ่มต้นด้วยการเลือกตั้งได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นขอ กกต. ครับ ลดอำนาจเงิน ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจนโยบาย เพิ่มพลังของผู้สมัครที่มีคุณภาพ ตรงนั้นละครับคือฐานของ ประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้วเรื่องอื่นท่านไม่ต้องทำเลยก็ได้ อันนั้นคือสิ่งที่เราอยากได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็นคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา แล้วก็จะเป็นคุณสุรทิน พิจารณ์ นะครับ ขอเชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมคิดว่าสมาชิกผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภาแห่งนี้ก็พูดไปในทิศทางเดียวกันว่าตอนนี้พวกเรา เห็นตรงกันว่าการเมืองของเราถดถอยนะครับ ผมเป็น ส.ส. ใหม่นะครับ แล้วก็เข้าสู่ กระบวนการเลือกตั้งครั้งแรกในปี ๒๕๖๒ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้ในการวางแผนต่าง ๆ ก็น่าจะสอดคล้องกับตอนที่ผมมีประสบการณ์เลือกตั้งเป็นผู้แทนในครั้งแรกนะครับ แต่ในขณะเดียวกันผมเองก็มีโอกาสได้วิพากษ์วิจารณ์แล้วก็เสนอแนะต่อ กกต. ในหลายกรรม หลายวาระนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราจริงใจกันนะครับ เราคุยกัน แล้วก็รับฟังความคิดเห็นในห้องนี้ ผมว่าเราก็ตรงกันว่าการเลือกตั้งเรามีปัญหา จริง ๆ นะครับ ผมสรุปออกมาเป็น ๔ ประเด็น หลายท่านที่พูดออกไปแล้วก็คือการทุจริต เยอะขึ้นแต่เราจับได้น้อยมากนะครับ การเลือกตั้งของเรานั้นถอยกลับไปหลายสิบปี เป็นตอน ที่การทุจริตนั้นสามารถทำได้อย่างอุกอาจ แล้วก็ผู้ที่ใช้อำนาจรัฐนั้นเป็นผู้ที่กระทำการทุจริต เสียเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนมากมายเสียกำลังใจว่าแล้วประชาธิปไตยของเราจะ แข็งแรงได้อย่างไรในเมื่อการทุจริตการเลือกตั้งเยอะขนาดนี้ และมันกำหนดชะตากำหนด อนาคตของพวกเขาได้ด้วยอำนาจของเงิน🔗

ประการที่ ๒ ก็คือพรรคการเมืองแทบจะทุกพรรคอ่อนแอลงนะครับ อันนี้ ผมคงไม่ลงรายละเอียด แต่ว่านี่คือสิ่งที่พวกเราเข้าใจกัน แม้กิจกรรมของพรรคการเมือง แม้ท่านจะมีกองทุนพัฒนาการเมืองก็ตาม แต่กิจกรรมของพรรคการเมืองเราเต็มไปด้วย ข้อจำกัด อย่างเช่นมาตรา ๓๔ ที่ทำให้เราไม่สามารถสนับสนุนพรรคการเมืองในการรณรงค์ หาเสียงได้เลย มันราวกับว่าตอนนี้กำลังมีกล้องจุลทรรศน์มาส่องความผิดของพวกเรา แต่เรื่องใหญ่ ๆ ที่มันควรจะผิด เช่น การเลือกตั้งที่มีข้อทุจริตมหาศาล หรือกฎ กติกา การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม เรากลับไม่เห็นความพยายามในการแก้ไข แต่กลับมี กล้องจุลทรรศน์มาส่องความผิดของพรรคการเมืองอยู่ เรื่องนี้ผมคิดว่าพรรคการเมือง จะอ่อนแอลงนะครับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องที่อยู่ในอเจนดา (Agenda) ของใคร🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือที่มาของ กกต. มีปัญหานะครับ อันนี้พวกเราทราบดี ผมไม่ได้ พูดถึงข้าราชการประจำนะครับ เหมือนที่ทุกท่านได้อภิปรายไป แล้วก็ประชาชน มีความเชื่อมั่นต่ำครับ ทั้งหมดเหล่านี้นะครับ ผมก็อยากจะชวนแลกเปลี่ยน แล้วจริง ๆ ผมก็ ทำการศึกษาในชั้นของกรรมาธิการ แล้วผมอยากจะแลกเปลี่ยนใน ๖ ยุทธศาสตร์ว่า เราจำเป็นต้องมีวิธีคิดใหม่อย่างไรนะครับ อย่างเช่น เรื่องของการจัดการเลือกตั้งที่สะดวก และคุ้มค่า กกต. ก็จะมีการตั้งเป้าของผู้มาใช้สิทธิใช่ไหมครับว่าทำอย่างไรให้ผู้มาใช้สิทธิ เลือกตั้งนั้นเพิ่มมากขึ้นให้ได้ แล้วก็ใช้งบประมาณไปใน ๒ เรื่องหลัก ก็คือเรื่องของ การฝึกอบรมแล้วก็เรื่องของการประชาสัมพันธ์ แต่เรียนด้วยความเคารพนะครับ การที่ ประชาชนจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากไม่ได้ขึ้นกับการประชาสัมพันธ์และการอบรม เพราะตอนนี้ข้อมูลข่าวสารนั้นพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้อง พึ่งป้ายไวนิล (Vinyl) ที่อยู่กลางสี่แยกแล้วนะครับ แต่พี่น้องประชาชนจะออกไปใช้สิทธิมาก ต่อเมื่อเขามีความหวังในการเลือกตั้งมาก แต่ถ้าเขามีความหวังในการเลือกตั้งน้อยเขาก็ อาจจะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็เป็นไปได้🔗

ประการที่ ๒ ก็คือการประชาสัมพันธ์ไม่ได้ช่วยให้คนไปใช้สิทธิเยอะขึ้น แต่การอำนวยความสะดวกต่างหาก ในหลายประเทศมีการประกาศให้วันเลือกตั้งเป็น วันหยุดราชการ ถึงตอนนี้จะเป็นวันอาทิตย์ก็ตาม อย่างเช่นการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม ก็เป็นวันธรรมดา หรือแม้แต่เรื่องของการที่จะลดค่าโดยสารของพี่น้องประชาชนลง ให้คนสามารถกลับไปเลือกตั้งที่บ้านเกิดของตัวเองได้ง่ายขึ้น สิ่งเหล่านี้ได้ผลมากกว่า การประชาสัมพันธ์และการอบรมสัมมนาหลายเท่า และสามารถเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ หรือแม้แต่การเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพก็ตาม🔗

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือการจัดการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับนะครับ ผมอยากจะ ถาม กกต. ว่าการยอมรับที่ว่านี้เป็นการประเมินของใครครับ ถ้าเราจะจัดการเลือกตั้ง ที่เป็นที่ยอมรับตัวชี้วัดและการประเมินเป็นการชี้วัดจากไหน ใครเป็นผู้ยอมรับ เพราะสิ่งที่ เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ นั้นถ้าเป็นการวัดผลนะครับ เป็นการประเมินจากองค์กร สังเกตการเลือกตั้งนานาชาติ เขาเรียกโอกาสในการเลือกตั้งครั้งนั้นว่าเป็นโอกาสที่หลุดลอย ไปจากการกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และเรียกการเลือกตั้งครั้งนั้นว่าเป็นประชาธิปไตย แบบชี้นำ ก็คือรู้ผลเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง อันนี้คือเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่เราต้องแก้ไขนะครับ แต่ถ้าเรายังปล่อยให้กติกาการเลือกตั้งเป็นแบบนี้ต่อไป ภายในอีก ๒ ปีเราต้องเลือกตั้งใหม่ ความเชื่อมั่นแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับแน่นอนในสากลโลก แล้วก็ในประเทศไทยด้วยนะครับ เพราะประชาชนหลังจากที่มีการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ นั้น ประชาชนเกือบ ๑ ล้านคนเข้าชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมพูดโดยที่ไม่ต้องลง รายละเอียดแล้วนะครับ เพราะว่าผมคิดว่า กกต. ก็รับคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน มากมายจริง ๆ แต่ถ้าเราไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้งบประมาณที่เราใส่ไปอีกหลายพันล้านบาท ก็ไม่มีทางแก้ได้ แล้วจะเป็นการที่เราทำให้ประชาธิปไตยถดถอยอย่างต่อเนื่องนะครับ🔗

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องการจัดการเลือกตั้งที่ประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านวิสิษฐ์นะครับที่บอกว่าจริง ๆ แล้ว กปน. มันควรจะเป็นให้ประชาชน เข้าไปสมัครแล้วก็มีส่วนในการเข้าไปเป็น กปน. ให้ได้มากที่สุด ตอนนี้คนที่จัดการเลือกตั้ง เป็นหัวคะแนนเองเหมือนกับที่ ส.ส. หลายท่านได้อภิปรายไปนะครับ สามารถเช็ก (Check) ได้หมดเลยว่าแต่ละคนมาเลือกแล้วคิดเป็นคะแนนเท่าไร ใครที่รับปากไปแล้วมาหรือไม่มา แล้วยิ่งมีบทบาทของหน่วยย่อย อย่างเช่น อสม. ในการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมา แน่นอนว่า มันเป็นการที่ทำให้ประชาชนนั้นรู้สึกว่าหน่วยเลือกตั้งนั้นมีแต่การควบคุม และพวกเขา ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ตอนที่กรรมาธิการของพัฒนาการเมืองตั้งโครงการสังเกต การเลือกตั้งโดยภาคประชาชน ชื่อว่า พีวีที ไทยแลนด์ (PVT Thailand) พาราเลล โวติง ทาบูเลชัน (Parellel Voting Tabulation) เราก็เจอว่าอาสาสมัครของเราแม้น กกต. จะบอกว่าประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบการเลือกตั้งได้ แต่อาสาสมัครของเราก็ถูกห้าม ไม่ให้ถ่ายรูป หลายคนถูกข่มขู่ไม่ให้เข้าไปสังเกตการเลือกตั้งที่อยู่ในหน่วย สิ่งเหล่านี้เองทำให้ เราไม่เห็นเลยว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมในการทำให้การเลือกตั้งนั้นโปร่งใส ยุติธรรม ได้อย่างไร และจริง ๆ ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมที่สุด สิ่งที่พวกเขาต้องการคือข้อมูล เหมือนกับที่ท่านอาจารย์กนกได้อภิปรายไปก็คือว่า เราต้องการข้อมูลคะแนนหน่วยที่เป็น คะแนนดิบในการเลือกตั้งทุกครั้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตามการขอคะแนนดิบ ก็ยังซับซ้อน ยุ่งยาก แล้วก็ไม่สามารถทำได้อย่างสะดวกยังต้องไปพรินต์ (Print) เอกสาร มาเป็นตั้ง ๆ ประชาชนไม่สามารถเอาข้อมูลไปวิเคราะห์ได้ และสิ่งเหล่านี้เองทำให้เราเห็นว่า เรื่องแท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องของบประมาณ แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของความตั้งใจที่จะทำให้ การเลือกตั้งนั้นโปร่งใสจริง ๆ หรือเปล่านะครับ ทั้งหมดเหล่านี้ผมอยากจะขอวิงวอนนะครับ แล้วก็อยากให้ กกต. ได้ตั้งใจจริง ๆ ว่าภายใน ๒ ปีจะมีเรื่องใหญ่สำคัญ ๒ เรื่องนะครับ ท่านประธานผมขอเลยนิดเดียวนะครับ ก็คือเรื่องของประชามติ ซึ่งถ้าเราทำประชามติแล้ว ยังไม่เป็นที่ยอมรับอีกประเทศจะเข้าสู่ความขัดเเย้งไม่รู้จบนะครับท่าน และถ้าเราเลือกตั้ง ครั้งหน้าถ้าสภาแห่งนี้อยู่ครบ ๔ ปีนะครับ และเรายังได้มีแนวทางของ กกต. แบบเดิม กฎกติกาแบบเติม กฎหมายแบบเดิม ผมคิดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่โกลาหล เพราะเราไม่มี ฉันทามติในประเทศนี้ซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ กกต. นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น คุณสุรทิน พิจารณ์ หลังจากนั้นจะเป็นคุณนิคม บุญวิเศษ แล้วก็นางสาวรังสิมา รอดรัศมี เชิญเลยครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ได้ดูรายงานของ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเล่มสวยงาม ทั้งรูปแบบ ทั้งเนื้อหา ก็ชื่นชม สมบูรณ์นะครับ แต่มันเสียอย่างหนึ่งที่ว่าเป็นรายงานที่ช้าไป เดี๋ยวนี้ปี ๒๕๖๔ ผ่านมาแล้ว ๒-๓ ปี ท่านประธานครับอยากจะให้เป็นปัจจุบันนะครับ🔗

เรื่องแรก ที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือเรื่องของพรรคการเมือง ท่านประธานครับ พรรคการเมืองตามกฎหมายของพรรคการเมืองปัจจุบันนี้ การจัดตั้งพรรค รู้สึกว่ายุ่งยาก ท่านประธานครับ วันนี้มีท่านเลขาธิการพรรค ท่านรองเลขาธิการพรรค ท่าน ผอ. พรรคมาชี้แจง ทุกท่านก็คือพรรคพวกกัน และบางท่านก็เป็นครูบาอาจารย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยู่ด้วยกันมา ต้องขอขอบคุณ เพราะว่าเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งที่ทำให้ กกต. เข้มแข็งมาได้ถึงทุกวันนี้ พ.ร.บ. พรรคการเมืองนี่ผมก็เคยไปร่างกับท่านเลขาธิการ คือท่านจรุงวิทย์ ตอนนั้นเป็น สปท. ด้วยกัน ก็บอกแล้วว่าการที่ไปเก็บค่าสมาชิกพรรค ของพี่น้องประชาชนมันยุ่งยากมากนะครับ แค่จะเชิญพี่น้องมารับประทานข้าวฟรี ๆ ถ้าบอกว่า พรรคการเมืองไปเชิญนี่เขาไม่มาเลย ท่านประธานครับ อันนี้ไปเก็บสตางค์เขาด้วย ยิ่งแล้วเข้าไปอีก นี้คือปัญหาโดยแท้ของ พ.ร.บ. พรรคการเมืองฉบับที่ร่างมาโดย คสช. เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยน ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนจะเกิดปัญหาต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มพรรคเล็กถูกฟ้อง ถูกปรับ เพราะว่าแต่ละปีต้องหาเงิน หรือว่าต้องบอกสมาชิก มาจ่ายสตางค์ นี่คือปัญหาทั้งนั้นนะครับ สมาชิกเป็นหมื่นครับท่านประธาน อย่างเช่น พรรคประชาธิปไตยใหม่ ๒๘,๐๐๐ ต้องไปหาให้พี่น้องมาต่อ ถ้าไม่ต่อก็สิ้นสภาพ โดยข้อกฎหมาย ไม่ได้ว่าให้ท่าน กกต. เพราะว่าทางฝ่ายบริหาร กกต. เหมือนกับตำรวจ ต้องทำตามหน้าที่ ถ้าไม่ทำตามก็มาตรา ๑๕๗ ละเว้น นี่คือปัญหา พี่น้องประชาชนที่มาทำ พรรคการเมืองเขาไม่อยากมา เพราะว่าทำพรรคการเมืองมันเสียไปทุกอย่าง มาเป็นสมาชิก อาจจะเสียไปทุกอย่าง มาเป็นกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ลงผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ ลงอิหยังก็ไม่ได้นะครับ นี่คือปัญหาของ พ.ร.บ. ที่เราไปร่างมาแล้ว ต้องแก้ไขครับ วันนี้ พรรคประชาธิปไตยใหม่ได้ยื่นญัตติแก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทุกพรรคเซ็นมาแล้ว ยื่นสภา ไปเรียบร้อยแล้วครับวันนี้ อยากจะกราบเรียนเชิญทาง กกต. มาเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกัน แก้ไขปัญหาเพื่อยื่นต่อสภาต่อไป ต้องแก้ไข หรืออย่างเช่นการตั้งสาขา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามี ๕๐๐ แล้วไม่ตั้งนี่ก็ถูกปรับอีก ๕๐,๐๐๐ บาท อีกอย่างหนึ่งคือผู้แทนพรรคการเมือง ประจำจังหวัด ถ้ามีสมาชิกครบ ๑๐๐ คนถ้าไม่ตั้งถูกปรับอีก ๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าไม่เสียหลังจาก ๑๕ วันแล้วปรับเป็นรายวันอีกท่านประธานครับ นี่คือปัญหาของ พ.ร.บ. ผู้ปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติ ตามนั้น เห็นใจ เห็นใจทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ ผมกับท่านเลขาธิการใหญ่ จรุงวิทย์เคยได้คุยกันเรื่องค่าสมาชิก บอกว่าค่าสมาชิกไม่เก็บได้ไหม ตอนนั้นคณะกรรมาธิการ ว่าต้องเก็บ เพราะว่ามีกองทุนเพื่อการพัฒนาการเมืองไปช่วยพรรคการเมือง พอมีกองทุนมา เดี๋ยวผมจะพูดต่อไปว่ากองทุนก็คือปัญหาของพรรคการเมืองอีกนั่นล่ะ นี่คือเรียนมาทั้งหมด ก็คือขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ. พรรคการเมืองซึ่งจะต้องแก้ไข ซึ่งผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าได้ยื่นต่อสภา ไปเรียบร้อยแล้วว่าต้องแก้ไข พ.ร.บ. พรรคการเมืองให้มันทันสมัย พอมาใช้ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง แล้วปรากฏว่ามันไม่ทันสมัยเราก็ต้องแก้ไขนะครับ🔗

เรื่องต่อมาคือกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองเจตนาคือตั้งมาเพื่อให้คนที่ไม่มีสตางค์ ให้คนที่ยากจน เหมือนกับพวกเราไปตั้งพรรค ไม่มีสตางค์เอากองทุนมาทำ พอมาทำเสร็จท่านประธานครับ กลายเป็นว่ามาปรับพรรคการเมือง เนื่องจากว่ามีข้อกฎหมายที่ระเบียบกำหนดไว้ว่าการใช้จ่าย ของเงินกองทุนต้อง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ถ้าจ่ายไม่ตามนี้ต้องเอาเงินคืน ต้องปรับ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล มีตัวอย่างอย่างเช่นพรรคประชาธิปไตยใหม่ ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปที่ทาง ท่านเลขาธิการ กกต. ว่า อย่างเช่นพรรคประชาธิปไตยใหม่เดี๋ยวนี้จะมีการปรับอยู่ ๓ คดี ขึ้นศาลมาแล้วคดีหนึ่ง ๒๒๓,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับไม่ใช่เงินน้อยนะครับพรรคเล็ก ๆ นี่ อีกคดีหนึ่งคือ ๑๔๐,๐๐๐ บาท อันนี้ยังไม่ส่งฟ้องมา อีกคดีหนึ่งก็คือคดีเรื่องว่าใช้จ่าย เงินกองทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เกือบล้านบาท เงินที่ว่ามา ทั้งหมดมันใช้ไปแล้วนะครับ สาขาก็มีแล้ว การประชุมใหญ่เราก็ประชุมไปแล้ว ทีนี้ กกต. มาเอาสตางค์คืนมันจะไปเอาที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ขายพรรคอีกใครจะซื้อ นี่คือความจริง อยากเรียนไปทางท่านประธานผ่านไปที่ทางฝ่ายบริหารทาง กกต. ว่าบางครั้งบางคราว อยากจะให้ลงไปชี้แจง คือข้อปฏิบัติบางครั้งมันไม่เข้าใจ พรรคการเมืองมีไหมที่จะเอาครู มาทำ ต้องลาออกจากครู ต้องลาออกจากราชการมาทำ มีไหมตำรวจ มี แต่ต้องลาออก เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคเล็กคนที่มาทำคือชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน บางคนไม่จบแม้กระทั่ง ป. ๔ ด้วยซ้ำมาเป็นประธานสาขาท่านประธานครับ นี่คือปัญหา ทั้งหมดของพรรคการเมืองที่กราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นปัญหาทางกฎหมาย ไม่ใช่ ปัญหา กกต. แต่ฝากไปที่ท่านบริหารว่าบางครั้งบางคราวก็ให้อนุโลมกันบ้างนะครับ ถ้าทำ เป๊ะหมดนี่อาญาหมดละครับ หัวหน้าพรรคติดอาญาหมด ถ้าไม่ทำผู้แทนพรรคการเมือง เขาจะทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) อาญาหมดเลย หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เพราะฉะนั้นก็ต้องแก้ พ.ร.บ. พรรคการเมืองตามที่ผมกราบเรียนไว้ นี่คือกองทุน เพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองแทนที่เราจะมาช่วยให้พรรคได้เติบโต ได้เข้มแข็งขึ้นมา กลายเป็นพรรคอ่อนแอไปอีกท่านประธานครับ พรรคอ่อนแอก็เป็นทางหนึ่งที่จะให้ผู้มีอำนาจ มาปฏิวัติอีกรอบหนึ่ง นี่คือปัญหานะครับ มันเป็นโซ่ เป็นวงกลมอุบาทว์กันมาอย่างนี้ ทำไม ไม่ให้พรรคเข้มแข็งขึ้นมาเรื่อย ๆ ขึ้นมา พรรคจะได้รับใช้พี่น้องประชาชนให้เข้มแข็ง เหมือนกับประเทศอื่น เมื่อเช้าก็คุยกับทาง กกต. หลายท่าน เมื่อเช้าไป กกต. ถูกสอบมาว่า พรรคการเมืองในเมืองไทยไม่ต้องมีระบบเอกสารได้ไหม เหมือนกับเดโมแครต (Democrat) ของอเมริกา เหมือนกับรีพับริกัน (Republican) ใครอยากเป็นก็เป็นด้วยจิตวิญญาณ ผลมัน ออกมาตรงไหนท่านประธานครับ ผลออกมาตรงที่คะแนนการเลือกตั้ง ไม่ใช่ผลออกมาเป็น กระดาษเต็มห้อง การประเมินผล ผมไป กกต. เห็นใจท่านเลขาธิการ ท่านรองเลขาธิการนะ ว่ามีแต่กระดาษประมวลผลเหมือนระบบราชการ หรือไม่กองทุนเพื่อการพัฒนา พรรคการเมืองเวลาตรวจสอบนี่ตรวจสอบเหมือนกับบริษัทเลย ถ้าเป็นไปได้ผมว่าตัดทิ้งเสีย กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไม่ต้องมีเลย ไปแข่งกันในนโยบายพรรค พรรคไหน มีนโยบายชาวบ้านสนับสนุนมันก็ได้รับการเลือกตั้ง อยากให้ทำอย่างนั้น เพราะว่ามันเป็น ปัญหาโดยแท้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างเช่นประเทศอินเดีย ผมไปประเทศอินเดีย ไปถามเขาว่าเป็นสมาชิกพรรคไหน เขาว่าเป็นสมาชิกพรรคชะนะตะ ได้เขียนใบสมัครไหม ไม่เลย อยากเป็นก็เป็นเลยโดยสัญชาติญาณ โดยจิตสำนึก อินเดียนะครับท่านประธาน คนที่ ขับรถอินเดียเขาไม่ได้เรียนหนังสือด้วยซ้ำแต่ขับรถได้ นี่คือสิ่งที่ไปเห็นไปเจอมาอยากนำเข้ามา พัฒนาเมืองไทยด้วยกันให้มันไปอย่างนี้ ไม่ใช่ระบบกระดาษ ระบบรายงานนะครับ🔗

อีกอย่างหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพครับ ที่ พ.ร.บ. พรรคการเมืองให้ไว้ ก็คือการปรับทางปกครอง การปรับทางปกครองบางครั้งบางคราวพรรคการเมืองไม่ได้ มีเจตนา แต่ไปโดนปรับ อย่างเช่นส่งสมาชิกพรรค ๓ เดือน ถ้าไม่ส่งภายใน ๑๕ วัน วันที่ ๑๖ ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาทแล้วท่านประธานครับ ๕๐,๐๐๐ บาท นอกจากถ้าไม่ปรับก็ปรับอีก วันละพัน ๆ บางพรรคพรรคเล็กนี่ถามด้วยกันล่วงมาแล้ว ๔๐ วันก็ ๔๐,๐๐๐ บาท บวกกับ ๕๐,๐๐๐ บาท เป็น ๙๐,๐๐๐ บาทแล้ว นี่คือสิ่งที่กราบเรียนไว้ว่าการปรับทางปกครอง มันเป็นการปรับที่หนักหนาสาโหด หนักหนาสามันเป็นโหด สาหัสของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เราเจอมาโดยเฉพาะกลุ่มพรรคเล็ก พรรคใหญ่ก็อาจจะไม่โวยวายเพราะว่ามีทรัพยากรเยอะ แต่พรรคเล็กนี่พูดให้ท่านประธาน แล้วก็ผ่านไปที่ กกต. ที่เป็นพรรคพวกกันว่ามันเจ็บใจ จริง ๆ อุตส่าห์ลาออกราชการมาทำพรรคการเมือง แต่มาเจอปัญหาลักษณะนี้คือสิ่งที่เราพบ เราเห็นนะครับว่าเราต้องแก้ไขนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปหน่อยครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เกินเวลาไปเยอะ แล้วสรุปเถอะครับ อนุญาตให้พวกเราเต็มที่ครับ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเราแต่ได้ช่วยดู เวลาหน่อยเท่านั้นเองครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้ยินท่านประธาน ท่านประธานว่าอย่างไรครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกินเวลาไปมากกว่าเพื่อน เลยครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมเกินเวลาใช่ไหมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เกินแล้วครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ประทานโทษครับ อีกเรื่องหนึ่ง นิดเดียวท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ นิดเดียวท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เชิญครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องลูกเสือ กกต. ครับ ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานไปที่ กกต. ว่าควรจะให้พรรคการเมืองมีส่วนร่วม ในการสร้างประชาธิปไตย ควรจะให้สาขาพรรคส่งสมาชิกพรรคเข้าไปอบรมลูกเสือ กกต. ในส่วนนี้บ้าง เพราะว่าจะได้เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องการซื้อเสียง ป้องกันการซื้อเสียง ขายสิทธิขายเสียงนะครับ ต้องป้องกันที่พรรคการเมือง ไม่ใช่ท่านไปทำอีกศูนย์หนึ่งขึ้นมา ท่านประธานครับ ต้องป้องกันตรงนี้นะครับ นี่คือกราบเรียนไว้นะครับ🔗

อีกกรณีหนึ่งคือกระบวนการเลือกตั้ง เรื่องคดีนะครับ อย่างเช่น คดีอาญา ของปี ๒๕๖๑ นะครับ ๙๑๒ คดี คดีอาญาของเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๙๑๒ คดี ท่านประธานครับ คดีของท้องถิ่น ๒,๒๕๖ คดี ก็อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่ กกต. ว่าอยากทราบเหตุผลว่าเราได้เคลียร์ (Clear) ให้สำเร็จกี่คดี ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้อง ประชาชนได้อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ พวกเรานะครับ ผมยินดีเราอภิปราย แต่ว่าช่วยดูเวลาเพื่อเพื่อนจะได้อภิปรายด้วยครับ ท่านต่อไปเป็นคุณนิคม บุญวิเศษ นะครับ เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๑ เสียดายครับ มันเป็นรายงานที่ค่อนข้าง จะย้อนหลังไปสักนิดหนึ่ง ผมเป็น ส.ส. ใหม่เลือกตั้งปี ๒๕๖๒ แต่อย่างไรก็ตามครับมันก็คง จะเกี่ยวเนื่องกัน ถ้าจะพูดถึงงบประมาณนั้นผมจะขอพูดทีหลังใช้เวลาไม่มากนะครับ ก่อนที่จะไปถึงงบประมาณผมขอพูดในส่วนของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีปัญหาอยู่ขณะนี้ ผมเชื่อว่าท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบดี เพราะว่าท่านเป็นผู้ปฏิบัติ รวมทั้ง พรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งสมาชิกพรรค พรรคการเมืองรู้สึกว่ามันเป็นภาระมากนะครับ ผมเชื่อว่าหลายพรรคกำลังยื่นแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้อยู่ ซึ่งคิดว่าก็คงจะร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ พรรคพลังปวงชนไทยก็เช่นกันครับเราได้มีการร่าง กำลังล่ารายชื่อที่จะเข้าสู่สภา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมันเป็นภาระอย่างไรครับ การให้สมาชิกพี่น้องที่ต้องการเข้าร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมือง จะต้องสมัครเป็นสมาชิกครับ ๕๐ บาท รายปี การเลือกตั้งครั้งที่ ๒ นี้จะเป็น ๑๐๐ บาทแล้วครับ ถ้าเป็นตลอดชีพ ก็คือ ๒,๐๐๐ บาท เห็นไหมครับ เป็นภาระกับพี่น้องประชาชน ผมทราบดีว่าผู้ที่เขียน กฎหมายต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของพรรคการเมืองจึงได้ออก พ.ร.บ. นี้ ออกมานะครับ ต้องการให้พรรคการเมืองทำการเมืองอย่างจริงจัง จึงมีกองทุนเพื่อการพัฒนา พรรคการเมือง แต่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองนั้นไม่สามารถช่วยพรรคการเมือง ได้หรอกครับ เพราะว่ามีกองทุนใช้เงินจำนวนน้อยมาก ปีที่แล้วใช้เงินประมาณ ๑๑๗ ล้านบาท ถ้าผมจำไม่ผิด พรรคการเมืองมีประมาณ ๗๐-๘๐ พรรค บางพรรคโดยเฉพาะพรรคใหญ่ได้ ๑๒-๑๓ ล้านบาทเอง พรรคเล็ก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท บางพรรคก็ ๒-๓ ล้านบาท ไม่สามารถที่จะพัฒนาพรรคการเมืองได้นะครับ โดยที่ท่านบอกว่าวัตถุประสงค์ของท่าน คือต้องการให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมืองผมมองว่าค่อนข้างจะยาก แล้วก็เงินก้อนนี้ ในการใช้จ่ายแต่ละครั้งใช้จ่ายค่อนข้างจะยากมาก มีกฎกติกามากมายครับ แต่สิ่งนี้ พรรคการเมืองยินดีที่จะทำ เพราะว่าต้องการไม่ให้พรรคการเมืองนำเงินก้อนนี้ไปทุจริต แต่ในส่วนของพรรคการเมืองที่เขาใช้จ่ายจริง ๆ ที่ใช้เกินล่ะครับ เงินก้อนนี้มาจากไหน ท่านบอกว่าจะต้องเป็นเงินที่มาจากการบริจาคหรือการหารายได้ของพรรคการเมือง อย่าลืมว่า พรรคที่ตั้งขึ้นใหม่นะครับ รายได้จะมาจากไหนถูกไหมครับ ก็ต้องมีการระดมทุนต่าง ๆ และยังเขียนกฎหมายยิบย่อยครับ ผู้ที่จะบริจาคเงินเข้าพรรคค่อนข้างจะบริจาคยากมาก เห็นไหมครับ จึงทำให้คนที่ต้องการจะมาสนับสนุนพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคใหม่ที่มี อุดมการณ์เขาก็ไม่กล้าครับ จะต้องมีการเปิดเผยโน่นนี่สารพัด แต่พรรคใหญ่เอาเงินมาจาก ไหนมาใช้จ่ายกันทุกวัน ๆ ถามว่า กกต. เคยตรวจสอบไหมครับว่าเงินที่ใช้จ่ายนี่มันมากกว่า เงินที่อยู่ในบัญชีท่านหรือไม่ เห็นไหมครับ ฉะนั้นการทำพรรคการเมืองค่อนข้างจะยาก เพราะถ้าใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้🔗

อีกส่วนหนึ่งครับ กกต. นั้น ประชาชนมีความคาดหวังว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งเขาต้องการอะไรครับ ต้องการให้มาควบคุมการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ต้องการให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใส คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องไม่เข้าข้าง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกไหมครับ ไม่เอนเอียงไปผู้มีอิทธิพลอะไรก็ตาม อันนี้คือความคาดหวัง ของประชาชน ความคาดหวังของพรรคการเมืองหรือ ส.ส. ก็ตาม เพราะอย่าลืมว่า ส.ส. น้ำดี ที่เขามาเป็น ส.ส. เพื่อที่จะมาทำงานการเมืองตามอุดมการณ์ เพื่อต้องการเข้ามาพัฒนา การเมือง พัฒนาประเทศ เราต้องการทำให้มันถูกต้องตามกฎกติกาที่ท่านเขียนขึ้นมา นี่ละครับ แต่ในขณะอีกฝ่ายหนึ่งที่มีอำนาจนี่นะครับ ไม่จำเป็นครับ ทำตามบ้าง ไม่ทำ ตามบ้าง บางคนพูดแม้กระทั่งว่าไม่จำเป็นต้องไปตั้งพรรคการเมืองหรอก ไม่ต้องไปลง หาเสียง ไม่ต้องเสียเวลา มีเงินเสียอย่างครับ รอซื้อ ส.ส. อย่างเดียวก็ได้ เขาพูดกันขนาดนั้น แล้วเราจะทำอย่างไรดีครับ ในฐานะที่ท่านเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ้ามีเหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นมาเราจะเอาความผิดพวกนี้อย่างไร ฉะนั้นถ้าวงการการเมืองยังต้องใช้เงิน ยังต้องมีอิทธิพล ผมเชื่อว่าการเมืองไทยมันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นก็ฝากความหวัง ไว้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ อยากให้ท่านใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม ใช้กฎหมายให้ครบทุกอย่าง ทุกฝ่าย ทุกพวก อย่าเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่ผ่านมาการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคพลังปวงชนไทยมีคนถามมากมายครับ ได้คะแนน ๘๑,๐๐๐ กว่าคะแนน ได้ ส.ส. มา ๑ คน ในขณะที่บางพรรคคะแนน ๓๐,๐๐๐ กว่า ๔๐,๐๐๐ กว่า ก็ได้ ส.ส. ๑ คนเท่ากัน เรื่องนี้ก็อยากให้ไปแก้ไขครับว่า การเลือกตั้งถ้าเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปไม่อยาก ให้มีเรื่องนี้อีก อยากให้ตั้งกติกาขึ้นมาสากลเลยครับว่าเท่าไร คืออย่างไรให้มันชัดเจน เลือกตั้งปุ๊บสามารถ ตัดสินได้เลยว่าใครได้เท่าไรไม่ต้องมานั่งคำนวณ ไม่ต้องมาอะไรสารพัด สูตรคำนวณก็มี หลายสูตรนะครับ มันเป็นที่กังขาของพี่น้องประชาชนมาก🔗

ในส่วนที่ท่านใช้งบประมาณไปผมได้อ่านแล้วทรัพย์สินต่าง ๆ ของท่านก็มี ไม่เยอะหรอกครับ ทรัพย์สินหมุนเวียน เงินทั้งหลายมีหลักสิบ หลักร้อยเท่านั้นเอง ผมก็ไม่ ทราบว่าทำไมกรรมการการเลือกตั้ง กกต. มีเงินน้อยขนาดนี้ แต่พอใช้เงินโดยการใช้เงิน เลือกตั้งที ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาทค่อนข้างจะเยอะมาก และเงินสนับสนุนพรรคการเมืองน้อย ผมอยากให้ท่านพิจารณานิดหนึ่งว่า การที่จะส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมือง ได้กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองควรจะมีเงินมากกว่านี้ และควรจะให้ พรรคการเมืองมีอิสระในการทำการเมืองมากขึ้นนะครับ พรรคการเมืองรู้ดีว่าจะต้องส่งเสริม ให้ประชาชนมีความรู้ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนะครับ ทุกพรรคผมเชื่อว่าทำแบบนี้อยู่ แต่อยากให้ กกต. ส่งเสริมพรรคการเมืองให้มากกว่านี้หน่อย อย่ามากำกับจับผิด จับปรับ เหมือนกับพรรคการเมืองอยู่ภายใต้ กกต. มากเกินไป อย่าลืมว่า พรรคการเมืองเป็นของพี่น้องประชาชนนะครับ กกต. มารักษากติกา มาดูแล อย่ามากำกับ ให้มาดูแลช่วยเหลือสนับสนุนหน่อย ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวรังสิมา รอดรัศมี จากนั้นก็เป็นนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว แล้วก็เป็นนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ขอเชิญครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ก็เป็นอีกปีหนึ่งแล้วนะคะที่มาฟังรายงานผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ส.ส. หลายท่านได้พูดไปแล้ว นะคะว่ามันไม่ทันสมัย อยากจะให้ท่านประธานบรรจุวาระปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ให้มันหมดไป ปี ๒๕๖๔ ให้มันหมดมันจะได้ทันสมัย ไม่อย่างนั้นมันก็จะค้างเรื่อยไปเป็นแบบนี้ค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรังสิมายังไม่มาครับ รายงานยังไม่มาเลยยังไม่ได้บรรจุ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ กกต. เร่งส่งมาให้สภาให้เร็วค่ะ มันจะได้ทันสมัยนี่พูดย้อนหลังตั้ง ๓ ปี พูดไปแล้วดิฉันก็ดูแล้วมันก็ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเท่าไรหรอก แต่ต้องพูดเพื่อบันทึกเอาไว้นะคะ คือการทำงานของ กกต. ถ้าท่านทำงานเอาจริงเอาจังนะคะ แล้วก็เข้มงวดทำตามกฎหมาย ไม่เห็นต่อหน้าใครทั้งสิ้น ฟันมันให้มันเด็ดขาด แต่ท่านไม่เด็ดขาดใช่ไหมคะ มันเลยทำให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ถ้าท่านทำได้ท่านจะช่วยประเทศชาติได้อย่างมหาศาลเลยนะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากว่า กกต. จะต้องทำงานให้ทันสมัย ให้ทันต่อเหตุการณ์ แล้วก็ต้องทันต่อสถานการณ์ คือหลาย ๆ ท่าน ก็ได้อภิปรายไปแล้ว อย่างเช่นท่านชินวรณ์ก็พูดตรงกับที่ดิฉันจะอภิปรายพอดี ดิฉันก็จะพูด เฉพาะในส่วนที่ดิฉันจะพูดนะคะ คือว่าการเลือกตั้งทุกครั้งจะมีการซื้อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ท่านอาจารย์กนกได้พูด ถ้าใครมีเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถซื้อ ประเทศไทยได้เลย จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาท่านก็เห็นอยู่แล้ว แต่ท่านทำอะไรไม่ได้เลย ดิฉันก็งงมากเลยมี กกต. ไว้ทำอะไร มีแล้วก็ไม่ฟันอะไรเลยสักอย่างเดียว ใบแดง ดิฉันก็ไม่เห็นเลยนะคะ ท่านทราบไหมคะว่าการซื้อเสียงมันมีการซื้อเสียงแบบใหม่แล้ว ท่านต้องอบรมสมาชิกเจ้าหน้าที่ของท่านทั่วทั้งประเทศ ไม่ต้องไปอบรมลูกบ้านแล้วค่ะ ไม่ต้องอบรมชาวบ้านแล้วที่ดิฉันพูดอยู่เรื่อย การอบรมของทุกหน่วยงานดิฉันเคยเป็นประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ดิฉันเคยพิจารณางบนี้ ดิฉันให้ความสำคัญ ว่าถ้าท่านให้อบรมประชาชนนี่ประชาชนรับจ้างอบรมอย่างเดียว เพราะว่ามันจะอบรม พร้อม ๆ กันหมด แล้วก็วิ่งเซ็นชื่อของกระทรวงมหาดไทย วิ่งเซ็นชื่อของกระทรวง พม. วิ่งเซ็นชื่อของกระทรวงอุตสาหกรรม ของ กกต. วันเดียวอบรมพร้อม ๆ กัน เพราะปลายปี งบประมาณมันจะต้องเร่งอบรมให้เงินมันหมดไป ดิฉันจึงอยากจะให้ท่านเปลี่ยนความคิดใหม่ แต่ท่านอบรมอย่างไรก็แล้วแต่เห็นไหมคะ การซื้อเสียงประชาชนนี่ดิฉันดูแล้วท่านบอกว่าหมู่บ้านที่ไม่ซื้อเสียง ท่านมีรายงานมาว่า หมู่บ้านปลอดการซื้อเสียง ดิฉันว่าไม่มีเลยประเทศไทยไม่มีหมู่บ้านไหนไม่มีการซื้อเสียง ซื้อหมด ทุกหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเรียนท่านนะคะว่าท่านที่นั่งนี่ท่านอาจจะไม่เก่งทางด้าน การพนัน เพราะตอนนี้การเลือกตั้งอะไรมีนักการพนันมาตั้งโต๊ะ แล้วมีการจ่าย อย่างเช่น เลือกผู้ใหญ่บ้านซื้อหัวละ ๖,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท จ่ายเงินสด ๔,๐๐๐ บาท ให้เป็น ตั๋วแลกเงินถ้าชนะคุณเอาตั๋วแลกเงินมาแลกอีก ๒,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงมันจะ เปลี่ยนไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านต้องทันสมัยที่ดิฉันบอกอย่างไร ถ้าท่านยังอยู่อย่างนี้หรือ ท่านเป็นเสือกระดาษมานั่งให้เสียเวลาเปล่า ๆ ไม่มีประโยชน์ค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะได้คนที่ไม่ดี เข้ามา คนดี ๆ ไม่ได้เข้ามาเป็นนักการเมือง คนซื้อเสียงได้เข้ามา คนที่ตั้งใจเข้ามาทำงาน ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้รับการเลือกตั้ง คนซื้อเสียง คนที่มีอิทธิพลก็จะได้รับ การเลือกตั้ง แล้วเลือกเข้ามาแล้วดิฉันก็มองว่าตอนนี้พรรคการเมืองมันตั้งง่าย มันทำให้คน ที่มาหากินจากการตั้งพรรคการเมือง มาหากินกับเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนา พรรคการเมือง ดิฉันก็อยากจะถามท่านว่าท่านมีพรรคการเมืองไหนที่มีพฤติกรรมหลอกลวง ประชาชน หลอกให้ประชาชนมาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พอได้เงินพรรคการเมืองแล้วยุบ สาขาพรรคทิ้งเสีย แล้วท่านดำเนินการไปกี่พรรคแล้ว แล้วท่านดำเนินการไปถึงไหน ดิฉัน อยากให้รีบดำเนินการ ถ้าท่านทำช้าอยู่อย่างนี้คนที่มันได้เข้ามาแล้ว ที่มันหลอกลวง ประชาชนแล้วเข้ามาเป็น ส.ส. ดิฉันฝากว่าประชาชนถามดิฉันมา ดิฉันไม่กล้าพูด ประธาน ต้องให้ดิฉันถอนว่าเขาเลือก ส.ส. แต่ทำไมมันได้ไอ้ตัวนี้เข้ามา ประธานจะให้ดิฉันพูดไหมคะ ถ้าดิฉันพูดดิฉันก็จะถอนนะคะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้ารู้ว่าจะถอนแล้วจะพูด ทำไมล่ะ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

พูดเพื่อให้ท่านได้ยินอย่างไรคะ แล้วก็ถอนออกเสียไม่ต้องบันทึก🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าไปพาดพิงคนนอกเลยครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ดิฉันไม่ได้พาดพิงคนนอกค่ะ เอ่ยตัวสัตว์ให้ท่านเห็นอย่างไรคะว่านี่ประชาชนเขาพูดมา🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยากเป็นคดีก็ตามสบาย🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ถ้าท่านอนุญาตดิฉันก็จะได้พูด บันทึกเอาไว้🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้อนุญาตนะครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่อนุญาตดิฉันก็ไม่เอ่ยค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็มองว่าการที่ตั้งพรรคการเมืองง่ายมันก็จะได้บุคคลที่ได้ไม่กี่หมื่นคะแนน ก็ได้เข้ามาแล้ว แล้วก็มาหากินกับเงินอุดหนุนพรรคการเมือง ดิฉันเคยประสานไปแล้วนะคะ ของ กกต. ว่าเขาเมื่อไรจะดำเนินการดิฉันก็คอยฟังอยู่ แต่ดิฉันอยากให้ท่านตอบแล้วบันทึก เอาไว้นะคะ🔗

อีกประการหนึ่ง ดิฉันอยากจะฝากนะคะ จากการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ผ่านมา สมุทรสงครามมีสิทธิเลือกตั้งได้ ๑๕๐,๐๐๐ กว่า คนมาใช้สิทธิ ๙๐,๐๐๐ กว่า แต่เวลานับ คะแนน ๑๗๐,๐๐๐ กว่า ดิฉันว่ามันมากเกินดิฉันก็เลยสงสัย ดิฉันอยากจะฝากนะคะว่า ให้ท่านรอบคอบเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่จะไปทำเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพราะว่ามันอาจจะติดคุกได้ ถ้าคนของท่านทำแบบนี้ เพราะฉะนั้นการกรอกคะแนน การอ่านคะแนน การรวมคะแนน ดิฉันเคยโดนมาแล้วอย่างไรคะ อย่างเช่นดิฉันได้คะแนนหน่วยนี้นะคะ ๓๒๑ แต่เวลา ไปกรอกคะแนนได้ ๑๒๓ สลับเอาตัว ๓ ของดิฉันหลักร้อยไปอยู่หลักหน่วย ดิฉันร้องเรียน ไปที่ กกต. ขอคะแนนคืนจนปัจจุบันเป็นสิบ ๆ ปีแล้วดิฉันยังไม่ได้คะแนนคืนเลย เขาบอกว่า ดิฉันได้คะแนนเยอะแล้ว ชนะเยอะแล้ว ไม่ต้องเอามาก็ได้ไม่มีผล แต่ดิฉันคิดว่ามันไม่ถูก อย่างไรคะ สถิติมันต้องเป็นสถิติมันจะได้เก็บเอาไว้ แล้วท่านจะต้องรอบคอบคนที่จะมา ทำงานเกี่ยวกับทางด้านการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝากท่านด้วยว่าให้อบรมเจ้าหน้าที่ ของท่านดีกว่าที่จะไปอบรมประชาชนเพื่อไม่ให้ประชาชนรับเงินซื้อเสียง เพราะฉะนั้น ท่านยิ่งอบรมยิ่งซื้อเสียงมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะแก้ปัญหายาก ต้องอบรมคนของท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หลังจากนั้นจะเป็นนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญเลยครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ ทางผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้ส่งรายงานเป็นผลการปฏิบัติงาน ประจำปีที่ต้องรายงานตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา ๒๒ (๘) ให้กับทางรัฐสภา หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภารับทราบ แล้วก็เผยแพร่เป็นการทั่วไปให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ผมขออนุญาตช่วยเหลือคณะกรรมการ การเลือกตั้งนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าสมาชิกเราหลายท่านก็ตั้งความหวังสูงมากว่ารายงานฉบับนี้ ควรจะมาทันเหตุการณ์ มันเป็นรายงานช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๑ ทันเหตุการณ์มันก็น่าจะอยู่ในปีงบประมาณก็คือตุลาคม ๒๕๖๑ ไปถึงกันยายน ๒๕๖๒ มันน่าจะประมาณนั้นนะครับ แต่ว่าสิ่งที่คณะกรรมการได้ดำเนินการไม่ได้มีข้อผิดพลาด บกพร่องใด ๆ นะครับ เพราะว่ากฎหมายเขียนเปิดกว้างมาก ผมจะอ่าน (๘) ให้ท่านประธาน ได้รับทราบนะครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา ๒๒ หน้าที่และอำนาจ (๘) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตต่อรัฐสภา และเผยแพร่ให้ประชาชน รับทราบเป็นการทั่วไป เขียนแค่นี้ครับ ไม่มีบทบัญญัติใด ๆ บังคับว่าจะต้องทำภายในกี่เดือน กี่ปี ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายอื่นที่เราเคยเขียนกฎหมายให้ไปนี่มันจะต้องรายงานภายในกี่เดือน กี่วัน เราได้ระบุไว้นั่นก็จะเป็นสิ่งที่บังคับไว้ในกฎหมาย พอไม่มีกฎหมายบังคับก็อาจจะเป็น ความจำเป็นที่ท่านเมื่อมีความพร้อม หรือสภาเราพร้อมก็นำมาสู่การรายงาน ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ท่านประธานครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ดูจากรายงาน ในปีต่อไปผมคาดหวังนะครับว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งจะส่งรายงานให้เรา แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นไส้ในในเชิงโครงสร้างในบทที่ ๑ หน้าที่ และอำนาจอยากให้เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของโครงสร้างเดิมคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดกับโครงสร้างใหม่ที่ท่านใช้อยู่ในขณะนี้ ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ท่านส่งไปประจำ จังหวัดนี่นะครับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและผลงานที่เกิดขึ้นในการที่จะทำให้การเลือกตั้ง โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรมมีนัยสำคัญหรือไม่ในข้อแตกต่างกัน ด้วยความรู้สึกนะครับ ผมไม่ได้ประเมินเป็นเชิงทางวิชาการ แต่เท่าที่ดูมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง กรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้งผมไม่แน่ใจว่า ผลงานที่ท่านได้รับขณะนี้เป็นอย่างไร เหตุที่ผมพยายามพูดเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มาเล่าให้ท่านฟัง เพราะรายงานของท่านเองเขียนคำนำไว้ว่าเป็นการเตรียมการเพื่อ การเลือกตั้งในปี ๒๕๖๒ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา หรือการเลือกตั้ง สมาชิกผู้แทนราษฎร เมื่อมีผลการเลือกตั้งจริงผมก็นำมารายงานให้ท่านเป็นการเตรียมการ ตรงนี้จะได้ดูในข้ามปีต่อไปจะได้เกิดผลการปฏิบัติที่ดีที่สุดนะครับ อยากให้เห็นครับ อยากให้ เปรียบเทียบดูว่าอะไรดีกว่ากัน และเหตุผลใดที่ท่านเปลี่ยนจากกรรมการการเลือกตั้งประจำ จังหวัดที่เขารู้พื้นที่ รู้ทุกซอกทุกมุมว่าจะมีการกระทำที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรมอยู่มุมไหน อย่างไรนี่ กับการที่ท่านตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งสุ่มไปตรวจนี่ท่านจะได้อะไร ผมฝากด้วย นะครับ นั่นประเด็นแรกสุดครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมดูในรายงานและสนใจนะครับ เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้ให้ความสนใจคือยุทธศาสตร์ ผลการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ นะครับ ผลการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ที่ท่านเขียนนี่ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการเลือกตั้งที่สะดวกและคุ้มค่าต่อประชาชน การจัดการเลือกตั้ง ที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในยุทธศาสตร์ที่ ๒ แล้วก็ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การจัดการเลือกตั้ง ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ถ้าทำได้ครบถ้วนตามที่ท่านวางไว้นะครับ การเลือกตั้งจะมี ความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสูด โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม แต่ว่าสิ่งที่ผมไปดูพอท่านเขียน ยุทธศาสตร์มา กลยุทธ์ที่ทำรองรับหลายเรื่องขาดหายไปครับ ในปีต่อไปผมอยากจะเห็นว่ายุทธศาสตร์ที่ท่านต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและคุ้มค่าที่สุด ท่านประธานทราบไหมครับ ผมเอาข้อเท็จจริงในหน่วยเลือกตั้งโดยเฉพาะเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือเป็นเลือกตั้ง ส.ส. หรือเลือกตั้งนายก อบจ. นี่บัตรเสียเยอะที่สุดครับ โดยเฉพาะ การเลือกตั้งนายก อบจ. และ สจ. ทั่วประเทศ สาเหตุของบัตรเสียเพราะอะไรท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนสับสนมากระหว่างบัตรถือไป ๒ ใบ แม้กระทั่งผมนะครับ ผมต้องเดิน ออกมาแล้วก็ดึงมาดูอีกทีสีไหนที่เป็นนายก อบจ. สีไหนที่เป็น สจ. ท่านประธานทราบไหมครับ บัตรเสียเยอะมาก ผมยกตัวอย่างในพื้นที่เลือกตั้งผม อำเภอหนึ่งขออนุญาตที่ไม่เปิดเผยชื่อ มีผู้สมัคร สจ. เบอร์เดียวก็คือเบอร์ ๑ แต่นายก อบจ. มี ๕ หมายเลขครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ท่านประธานทราบไหมครับ ในอำเภอนั้นกาผู้สมัคร สจ. เบอร์ ๓ ถึง ๑,๒๐๐ คะแนน กาเบอร์ ๓ ท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีผู้สมัครเบอร์ ๓ ถ้าเราคิดในมุมกลับถ้าอำเภอนี้ มีคนคนหนึ่งมีเสียงพอประมาณอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ไปลงเบอร์ ๓ นี้บวกอีก ๑,๒๐๐ ได้ ๔,๒๐๐ ชนะเลยนะครับท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่อยากให้ กกต. เข้าไปดูว่าจะมีกระบวนการ ทำให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดและสะท้อนสิทธิเสียงของพี่น้องประชาชนอย่างไร มันไม่จำเป็นท่านประธานครับที่คนคนหนึ่งเดินเข้าไปที่คูหาแล้วจะต้องถือบัตร ๒ ใบ ไปลงคะแนน ไปกาคะแนนพร้อมกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่มีความสะดวก การจัดระบบ การเวียนที่ดีถ้าท่านจำเป็นต้องใช้บัตร ๒ ใบพร้อมกัน หรือ ๓ ใบพร้อมกันนี่นะครับ ทำไมท่านไม่ทำ ๓ จุด ๓ สเทชัน (Station) สเทชันที่ ๑ (Station 1) จุดที่ ๑ รับบัตรนายก เข้าไปกาก่อนครับแล้วมาหย่อน ผ่านไปจุดที่ ๒ รับบัตร สจ. กามาหย่อนตู้ที่ ๒ รับรอง ไม่มีความสับสนครับเพราะเขารู้และเจ้าหน้าที่เราก็บอกตลอดเวลา ผิดกฎหมายไหมครับ ไม่ผิดสิครับ ไม่ได้บังคับบอกว่าคุณต้องถือบัตร ๒ ใบไปกาพร้อมกันแล้วมาหย่อนลงตู้เลือกตั้ง พร้อมกันไม่มีระเบียบ กกต. ที่เขียนไว้อย่างนั้นเลย อันนี้คือการอำนวยความสะดวก และทำให้ผลการเลือกตั้งคุ้มค่า เว้นแต่มีเจตนานะครับ เพราะหลายครั้งผมสังเกตว่า ทำไมออกบัตรเลือกตั้งมาเป็นลักษณะทำนองนี้ต้องการให้บัตรเสียมากหรือเปล่า ทำไมออก สีบัตรเลือกตั้งมันคล้ายกัน ทำไมออกเหลือง แดงไปเลยทำไมต้องมีน้ำเงิน ม่วง น้ำตาล ม่วง อย่างจังหวัดน่าน น้ำตาล ม่วง ท่านประธานครับ มันใกล้กันมากเลย อย่าว่าแต่ผู้สูงอายุเลยครับ พวกเรายังต้องดู ๓ ครั้งเลย อันนี้เรื่องที่ ๑ ผมฝากไปด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ สิ่งที่เป็นประเด็นและเป็นปัญหาและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง คะแนนเพื่อนสมาชิกผมพูดไปเยอะแล้วนี่ผมลงรายละเอียดให้เห็นตัวอย่าง การเขียน กฎหมายให้อำนาจบุคคลอื่นลงคะแนนแทนผู้ที่ไม่มีความสามารถ เช่น ผู้สูงอายุ ชราภาพ หรือผู้พิการเป็นประเด็นมากท่านประธานครับ อันนี้คือเหยื่ออันโอชะของการโกงยกหน่วย เลยนะครับ พอเห็นผู้สูงอายุเดินเข้ามานี่ไม่ต้องประเมินครับ ผ่าน ๖๐ ประคองแขนเข้าไป กาให้ทันที แม้ท่านจะเขียนกฎหมายว่าต้องลงคะแนนเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ประสงค์ ลงคะแนนแล้วใครดูครับเข้าไป ๒ คน ผมจะพยายามกราบเรียนท่านประธานขอแก้ไขมาตรานี้ อาจจะจำเพาะลงไปต้องเป็นญาติเท่านั้นหรือคนที่เขาไว้ใจเท่านั้น ห้ามกรรมการการเลือกตั้ง ในหน่วยจูงแขนเขาไปกาคะแนน คะแนนในหน่วยนั้นโดยเฉพาะการซื้อยกหน่วยนี้ เป็นไปตามที่เขากำหนดได้หมด เพราะว่าสิ่งที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์กนกพูดนี่ ผมเห็นชอบ เห็นพ้อง แล้วก็ชัดที่สุดก็คือปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกตั้งครับ เงิน อำนาจรัฐ และการจัดการ (โกง) การจัดการหรือการโกง🔗

เรื่องต่อไปครับ การอำนวยความสะดวกตามยุทธศาสตร์ที่ ๑ ท่านเขียน มองไปไกลถึงต่างประเทศครับ แต่ผมถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมานี่กฎหมายเลือกตั้ง ท้องถิ่นมีเจตนาอะไรที่ไม่จัดให้มีการลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ท่านก็รู้อยู่ว่า คนลงคะแนนส่วนใหญ่นี่เขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่เลือกตั้ง จริงอยู่ครับแม้ท่านจะให้สิทธิบอกว่า คุณก็ไปแจ้งเหตุของการไม่ได้ไปใช้สิทธิคุณก็ไม่เสียสิทธิ ผลการเลือกตั้งร้อยละของ การออกมาใช้สิทธิน้อยมากนะครับท่านประธาน คนหนุ่มคนสาวแทบไม่ได้กลับไปเลือกตั้ง และเจตนาการจัดวันเลือกตั้งให้อยู่ตรงกลางวันหยุด ๒ วัน หยุดมาแล้ว ๔ วัน มาจัดวันที่ ๒๐ สิ้นปีหยุดอีกนี่เพื่ออะไร ถ้าไม่มองเจตนาว่าอ๋อไม่อยากให้คนหนุ่มสาวมาลงคะแนน ท่านไปห้ามเขาคิดไม่ได้นะครับ ขนาดผมยังต้องคิดเลย แต่ผมก็คิดในเชิงบวก ก็คงว่า เอาที่เหมาะสมที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าท่านคิดว่าจะอำนวยความสะดวก ให้สิทธิให้เสียงเขาเต็มที่ เมื่อเป็นสิทธิและเป็นหน้าที่ท่านต้องอำนวยความสะดวกให้เขานะครับ ต้องแก้กฎหมายเอื้ออำนวยให้เขาไปลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้ ที่เราเรียกว่าคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า หรือคะแนนเลือกตั้งนอกเขตนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ประเด็นต่อไปครับ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ยากครับในการที่จะจับการทุจริต ยากครับที่จะจับการโกงได้ แต่ถ้าพี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมจริง ๆ นี่ มียุคหนึ่งที่ทาง กกต. สนับสนุน ส่งเสริมให้มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง มีองค์กรกลางไปสังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปี ๒๕๔๔ ผมเข้าการเมืองครั้งแรก ปี ๒๕๔๔ ผมมั่นใจมากว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นบริสุทธิ์ ยุติธรรม พรรคการเมืองทุกพรรค ส่งตัวแทนของตัวเองไปอยู่ในหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้สังเกตการณ์ เพราะว่าข้อ ๓ การจัดการ หรือการโกงในหน่วยเลือกตั้งนี่เป็นตัวแปรสำคัญของการได้มาซึ่งคะแนน ท่านประธานครับ ผมเคยมีประสบการณ์ ผมไปเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากที่ผมเรียนจบเมื่อปี ๒๕๓๑🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมออาจจะต้องคอย คุมเวลาด้วยนะครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบพระคุณ เสร็จแล้วครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ ผมไปลงคะแนนปรากฏว่าสิ่งที่ผมเห็นนะครับ กรรมการในหน่วยเลือกตั้ง ที่ท่านพูดถึง กปน. ๗ คนนี่ พอถึงบ่ายสองโมงปุ๊บเอาบัตรประจำตัวประชาชนของ พี่น้องประชาชนมากอง แล้วก็เอาบัตรมากายัด กายัด กายัด แบ่งหน้าที่กันทำ อันนี้เขาเรียก โกงยกหน่วยครับท่านประธาน พอนับคะแนนมาเบอร์ที่ต้องกานี่ ๔ ๕ ๗ เบอร์ ๖ ไม่เอานะครับ สมัยนั้นเลือกเป็นพวงเล็ก ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๔ ๕ ๗ มีบัตรบัตรหนึ่งกา ๔ ๕ ๘ นะครับ ดึงมาปุ๊บขาน ๔ ๕ ไม่อ่าน ๘ อ่าน ๗ ครับ ลงคะแนน ๔ ๕ ๗ เห็นไหมครับ สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่มันทำลายล้างระบบการเลือกตั้ง ถ้ามีเจตนาว่าการมีตัวแทนมาจากพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ มาอย่างไรก็ได้ ทำลายได้ ถ้าส่งเสริมให้มีการกระทำอย่างนี้ นั่นคือการทำลายล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มาจากการเลือกตั้ง ไปส่งเสริมอีกระบบหนึ่งให้เข้มแข็งขึ้น เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ ผมสะท้อนปัญหาที่เป็นตัวอย่าง อยากเห็นในรายงานปีต่อไปครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้นำเรียนมาเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง ถ้ากรรมการการเลือกตั้งจะ กรุณาไปปรับไปดูเราจะช่วยกันอย่างไร ทางสภาเรายินดีครับ โดยเฉพาะประเด็นการแก้กฎหมาย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปจะเป็นคุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ จะมีผู้เสนอชื่อมา เพิ่มเติม หลังจากคุณหมอแล้วก็จะมีคุณคารม พลพรกลาง มี ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี แล้วชื่อที่เสนอมาก่อนเพื่อนนะครับ แต่ว่าท่านขอไว้ตอนท้าย คือนายซูการ์โน มะทา ก็จะเหลืออีก ๔ ท่าน ผมขออนุญาตที่ประชุมว่าเราจบ ๔ ท่านนะครับ หลังจากจบแล้ว ก็จะให้ท่านเลขาธิการ กกต. ท่านชี้แจง คณะเจ้าหน้าที่เขาก็ชี้แจง ถ้าเรามีข้อข้องใจอะไร ก็ค่อยถามอีกทีหนึ่งนะครับ แต่ว่าการอภิปรายนั้นขอให้จบตรงท่านซูการ์โน มะทา เป็นคนสุดท้าย คนที่ ๑๙ ขอเชิญคุณหมอบัญญัติครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมกราบขอบพระคุณท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ท่านคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ได้เปิดโอกาสให้กระผมได้อภิปรายประกอบรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑🔗

ท่านประธานครับ กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นก็ประกอบด้วย ๒ คำ คือคำว่า กรรมการ และประกอบด้วยคำว่า เลือกตั้ง คำว่า กรรมการ ก็หมายถึงว่า อย่างการแข่งขันกีฬาอะไรก็แล้วแต่ต้องมีกรรมการ กรรมการก็จะต้องมีความเป็นธรรม สำหรับ กกต. นั้นมีสโลแกน (Slogan) ว่า สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม อันนี้ผมได้ยินมานานแล้ว ผมพยายามหาในรายงานฉบับนี้ ไม่ทราบว่า กกต. ขวยเขินที่จะเขียนคำว่า สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม หรือไม่ ผมหาเจอยากมากเลยนะครับ มันเป็นคำที่มีความหมายมาก ถือว่า เป็นวิสัยทัศน์ มองไปข้างหน้าว่าต้องสุจริต กรรมการต้องสุจริต ผลการเลือกตั้งก็ต้องสุจริต แล้วต้องโปร่งใส โปร่งใสก็คือว่ามีส่วนร่วม คนอื่น คนนอก คนใน โปร่งใส ได้รู้ได้เห็น กระบวนการและผลลัพธ์ และเที่ยงธรรม เที่ยงธรรมหมายความว่า เลือกกี่ที นับกี่ทีก็ได้ เท่านั้นมีความเที่ยงธรรม ตรงนี้ต้องมาตกลงกันก่อนว่ากรรมการการเลือกตั้งนั้นจุดหมาย ปลายทางคือสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมไปสู่อะไรครับ ไปสู่ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ประเทศไทยมีการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น กกต. จึงเป็นฝ่ายบุคคลของ ระบอบประชาธิปไตย ในการคัดเลือกนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น ผู้บริหารก็ดี สมาชิกก็ดี ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่นที่เป็นคนดี เป็นคนสุจริตไปทำหน้าที่บริหารงาน บ้านเมืองครับ แต่เท่าที่สังเกตใน ๑๐ ปีที่ผ่านมา ทุกท่านในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วก็ คนภายนอกจากที่กระผมได้ยินได้ฟังมาไม่อยากจะกล่าวคำให้ท่านคณะกรรมการ กกต. ที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้เกิดความท้อแท้ใจ ไม่อยากจะพูดคำว่าแย่ลงนะครับ แต่อยากจะพูดว่าเป็นที่ ยอมรับน้อยลง น้อยลงไปเรื่อย ๆ ตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา นักการเมืองที่สุจริตก็เข้าสู่ การเลือกตั้งและได้ออกมาเป็นนักการเมืองได้ยากขึ้น การใช้เงินใช้ทองก็ใช้มากขึ้น พรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดี ๆ มีบุคลากรที่ดี ๆ ก็เข้าสู่การเป็นนักการเมืองเพื่อมาบริหาร ประเทศชาติบ้านเมืองได้ยากขึ้น การเลือกตั้งนั้นใช้เงินมากขึ้น จนพี่น้องประชาชนเอ่ย ผมได้ยิน มาบ่อย ๆ ว่ากรมการปกครองสมัยก่อนก็เลือกไม่ต้องใช้เงินใช้ทองมากขนาดนี้นะครับ มี กกต. ก็เหมือนไม่มี มี กกต. เหมือนเสือกระดาษ ผมจำเป็นต้องเอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาบอกเล่าที่นี่ ไม่อยากจะให้ท่าน กกต. หมดกำลังใจนะครับ ดังนั้น กกต. จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวน บทบาทและงบประมาณที่ได้รับในปี ๒๕๖๑ นั้น ๒,๒๖๐ กว่าล้านบาทเพื่อไปบริหารองค์กร ของท่าน ทีนี้จะแก้ไขอย่างไรที่จะให้ได้นักการเมืองที่มีความสุจริต มีความโปร่งใส เที่ยงธรรม เข้าไปบริหารประเทศชาติ จึงอยากจะเสนอวิธีการแก้ไขว่า กกต. อย่าทำแต่พิธีกรรม การเลือกตั้งเข้าคูหากาบัตรอย่างนั้นอย่างนี้เขาเรียกว่า พิธีกรรม คำว่า พิธีกรรมนี่ทุกท่าน เข้าใจ ในการปฏิบัติศาสนาอะไรก็แล้วแต่ก็มีพิธีกรรม แต่อยากจะให้ กกต. ปฏิบัติวิธีการ คำว่า พิธี กับ วิธี ถ้าแยกให้ออกจะเข้าใจ คำว่า วิธี ก็หมายความว่าการที่กรรมการแข่งขัน กีฬา กรรมการการเลือกตั้งก็แล้วแต่จะให้มีความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม กรรมการไม่ใช่ นั่งอยู่อีกที่หนึ่ง กรรมการจะต้องอยู่ในสนามในการแข่งขันนั้นนะครับ จะต้องมีการให้กฎให้กติกา แล้วกระบวนการก็ต้องถูกต้อง ผลลัพธ์ก็ต้องถูกต้องจึงจะเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน จึงจะทำให้พี่น้องประชาชนศรัทธาต่อการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่า วิธีการ จึงต้องขยายผล วิธีการก็คือต้องเชิงรุก ไม่ใช่นั่งอยู่ที่สำนักงานเหมือนกับว่าเป็นศาลยุติธรรมให้คนหาข้อมูลไปร้องแล้วก็มาตัดสิน ต้องเชิงรุกนะครับ เชิงรุกอย่างไรท่านก็ไปขยายผล ต้องมีส่วนร่วม ปัจจุบันพี่น้องประชาชน ไม่มีส่วนร่วมกับการจัดการเลือกตั้ง ไม่มีโอกาสเข้าไปเป็นผู้สังเกตการณ์ แล้วก็ไม่มีนวัตกรรม ในการจับการซื้อเสียง ใช้เงินมากขึ้น ใช้อำนาจรัฐครับ เดี๋ยวนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐถือเงินแจกเสียเองเลยแล้วก็ไม่รู้จะไปแจ้งตรงไหน มิหนำซ้ำ เวลาโทรไปแจ้งไม่อยากจะบอกว่าที่ไหน ยังมีการเยาะเย้ยกลับมาว่าก็ไม่ไปแจกแข่งกับเขา บ้างล่ะ ทำนองนี้มันไม่ได้นะครับ เป็นกรรมการที่มีความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม พูดเล่นไม่ได้ จะต้องมีการเขียนเสือให้วัวกลัว จะต้องมีการสร้างบรรยากาศของความสุจริต โปร่งใส ที่เที่ยงธรรมให้เกิดแก่การเลือกตั้งประเทศชาติจึงจะมีที่พึ่ง ระบบประชาธิปไตยจึงจะไพบูลย์ พี่น้องประชาชนจะได้อยู่ดีกินดีครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ต้องขออนุญาตที่จะขอบคุณท่านประธาน และนาน ๆ ผมจะได้ลุกขึ้น อภิปรายนะครับ ๓ เดือนนี้ไม่เกิน ๓ ครั้ง แต่ก็จะอยู่ในเวลา ๗ นาที ผมต้องขออนุญาตเรียนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีความสำคัญมาก แล้วก็ท่านเลขาธิการก็ด้วยความนับถือกัน แต่ผมก็จะพูดความจริงแล้วก็จะตั้งคำถามให้ท่านตอบด้วยสัก ๓-๔ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกนะครับต้องยอมรับว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ องค์กรอิสระนี้ ในรัฐธรรมนูญเขียนชัดนะครับว่าจริง ๆ คุณสมบัติหรือการทำงานมีหลักการอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๕ เขียนเหมือนทำหน้าที่ศาลเลยนะครับ ถ้า กกต. ปฏิบัติหน้าที่ดีผมเชื่อว่า ประชาธิปไตยจะพัฒนาขึ้น ไม่อย่างนั้นคนเป็นลูกแม่ค้าอย่างท่านประธานนะครับ ไม่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ถึง ๒ สมัย อาจจะเป็นสมัยที่ ๓ ได้ อันนี้ขออนุญาตกล่าวถึงท่านชวน ด้วยความเคารพ ที่ผมพูดตรงนี้เพราะว่าอำนาจอธิปไตยที่มันอยู่กับประชาชนมันผ่านมายัง องค์กรที่ใช้อำนาจ ๓ อำนาจมันอยู่ที่ กกต. ครับ แล้วที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดทั้งหมดนี่ ไม่ว่าจะการซื้อเสียง ไม่ว่าจะการอะไรก็แล้วแต่ อยู่ที่ท่านไม่ได้ให้ความรู้กับประชาชน ระหว่างก่อนมีการเลือกตั้ง รายงานฉบับนี้บอกชัดครับว่า แม้ว่ามันจะเป็นรายงานที่ล่าช้า แต่ผมก็ไม่ตำหนิ แล้วผมก็ไม่ได้รังเกียจ กกต. แม้ว่าทำหน้าที่ไม่ดี ผมเชื่อว่าในประเทศนี้ เราอาจจะไม่ชอบทหารเราตัดทหารไม่ได้หรอกครับ เราอาจจะไม่ชอบการทุจริต เราอาจจะ ไม่ชอบ กกต. ที่ประกาศการเลือกตั้งช้า และไม่ชอบ กกต. ที่ควบคุมการซื้อสิทธิขายเสียงไม่ได้ แต่เราก็ตัด กกต. ไม่ได้ สิ่งที่จะเดินหน้าไปได้ท่านต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ผมนี่นะครับทั้งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วอยากจะกราบเรียนนะครับว่า การพนันที่บอกว่าพรรคการเมืองนี้ในเขตนี้จะได้อันดับหนึ่ง แล้วพรรคนี้จะได้อันดับ ๒ หรืออันดับ ๓ เล่นกันเป็นล้านนะครับ จังหวัดอะไรครับ จังหวัดที่เขียนเป็นตัวเลขได้ มีจังหวะเดียวในประเทศนี้ แล้วก็จริง ๆ พรรคนั้นก็ไม่ได้ด้วยอันดับ ๒ อย่างนี้เขาเล่น การพนันกันอย่างนี้ ผลก็กระทบต่อคนที่จะมาเป็น ส.ส. แล้วเราก็มาบอกว่า ส.ส. มาจาก การซื้อเสียง ส่วนหนึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องยอมรับว่าผิดพลาด เพราะฉะนั้นผมสนใจในส่วนที่อยู่ในหน้า ๑๐๑ ที่เป็นส่วนเรื่องการให้ความรู้ ให้การศึกษา แก่ประชาชน ในนี้นะครับท่านประธานที่เคารพ ท่านผู้มารายงาน ผู้มาชี้แจงนี้นะครับ คือในนี้มันล้มเหลวในเรื่องการผลักดัน โดยเฉพาะศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย ศส.ปชต. ล้มเหลวครับ ล้มเหลวเพราะเหตุว่าในนี้มันบอกเลยว่าท่านทำไปไม่ถึงไหน แต่ว่าผมไม่แน่ใจ อย่างหนึ่งก็คือว่า อันนี้มันเป็นรายงานของปี ๒๖๕๑ ปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าก่อนจะมีการเลือกตั้งท่านให้ความรู้ เลือก ส.ส. ที่เขาไม่ได้แจกเงิน ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้บริหารท้องถิ่นที่มีความตั้งใจ แต่ไม่มีสตางค์นี่ควรจะเลือกวิธีการที่จะทำให้ได้ ท่านประธานครับ ในนี้ท่านบอกว่า ท่านมีงบประมาณในการที่ทำเรื่องหมู่บ้านที่ปลอดการซื้อเสียง ประเทศไทยมีหมู่บ้าน อยู่ทั้งหมด ๗๕,๐๓๒ หมู่บ้าน ท่านทำไปได้ ท่านประธานครับ ท่านเลขาธิการจรุงวิทย์ ที่เคารพครับ ๑,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ลองคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้คนมีความรู้ เรื่องประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ท่านทำได้แค่นี้ แล้วมันจะไปแก้ไขการซื้อสิทธิขายเสียง ได้อย่างไร ผมลองคำนวณเล่น ๆ ในเวลาที่ท่านส่งมาเพิ่งได้รับนี่แล้วก็เป็นล่าช้าด้วย แต่ว่าน่าจะมีประโยชน์ก็คือว่า ท่านเอางบไปเลยหมู่บ้านละ ๒๐,๐๐๐ หรือหมู่บ้านละ ๑๐,๐๐๐ ก็ไม่กี่ร้อย ๗๕๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตย ให้ความรู้ว่าการซื้อสิทธิขายเสียง ส.ส. ต้องมาถอนทุน อบจ. ต้องมาถอนทุน ครั้งที่แล้ว ท่านไปดูสิครับ ใช้จังหวัดหนึ่งร้อยล้าน ไม่บอกจังหวัดไหน ทุกจังหวัดหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่มีแน่นอน ผมก็ไปเลือกตั้ง อันนี้คือหลักการนะครับ คือหน้าที่ของท่าน ท่านประธานครับ ถ้าแก้ปัญหาเรื่องซื้อสิทธิขายเสียงไม่ได้ ส.ส. ก็ถูกดูแคลนตราหน้าซื้อเสียงมานี่ อบจ. ก็ซื้อเสียงมาก็ถอนทุน แล้วบ้านเมืองมันจะไปได้อย่างไร หน้าที่ของท่านคือทำอย่างไรก็ได้ ให้คนเขารู้ ประชาชนรู้ว่าซื้อสิทธิขายเสียงมันไม่ดี ผมก็เรียนด้วยความเคารพว่าผมไม่ได้ บอกว่าประเทศไหนมันจะไม่มี ต้องมีครับ กกต. หลัก ๆ กกต. เคารพ พรรคพวกก็อยู่กัน นี่คือ เนื้อหาสาระที่อยากพูด ในนี้ล้มเหลวครับ คือท่านบอกเลยว่าท่านทำได้แค่ ๑,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน🔗

ประเด็นต่อไป เพราะว่าในเวลาจำกัดผมจะถามท่านนิดหน่อย การพนัน ผมถามไปแล้ว เกิดขึ้นเยอะ พนันกันเป็นรายคน พนันกันเป็นรายพรรคนะครับ อันนี้ก็ชัดเจน🔗

ต่อมาก็คือว่าเรื่อง อสม. อสม. ที่ศาลรัฐธรรมนูญเขาชี้ว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ของรัฐแล้ว อสม. มีเงินเดือนของรัฐถูกไหมครับท่านประธานที่เคารพ ก็ให้คุณให้โทษได้ เพราะฉะนั้นให้ชัดเจนว่า อสม. ถึงช่วงนั้นช่วยใครได้ ช่วยใครไม่ได้ ก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้มาชี้แจงนะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย นายกสมาคมสันนิบาติเทศบาลแห่งประเทศไทยเขาทำหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๔ เกี่ยวกับเรื่องการขอให้ ทบทวนกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี อันนี้เขาฝากผม ผมไม่ทราบหรอกว่าเหมาะสมอยู่ตรงไหน โควิด (COVID) ควรเลือกตั้งไหม แต่ก็ฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าก็มองให้รอบด้าน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ มานี้อยู่ฟรี มาโดยไม่ต้องเลือกตั้งก็นานแล้ว ความเหมาะสมอยู่ตรงไหนก็ต้องตอบให้ชัดเจน🔗

สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธาน ผมไม่ค่อยเลยเวลา แต่ขอสุดท้าย ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่ได้ยินมา คณะกรรมการการเลือกตั้งจะเล่นงานใคร จะยุบพรรคไหน ท่านเลขาธิการ รู้ไหมครับ มันต้องมีนาย ศ นาย ก นาย ค มาร้อง ถ้าคนนี้ร้องรู้ทางกันเขาจัดการได้เลย อันนี้ได้ยินมานะครับ จิ้งจกแถว อบต. บอกมา แล้วอย่างนี้ กกต. คดีเลือกตั้งเป็นคดีความผิด ต่อแผ่นดิน ถ้าคนนี้ไม่มาร้องยุบพรรคไม่ได้มันไม่ใช่พวกกัน กกต. ทำอย่างนี้หรือครับ ถ้าไม่มีคนนี้มาทำทำไม่ได้ คิดไม่เป็น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าผมไม่ได้ยิน ส.ส. ชื่อคารมไม่พูดครับ ได้ยินมาเรื่องนี้มันทำลายระบบด้วย ๒. กลั่นแกล้งด้วย คำพูดสุดท้าย พวกผมส่งข้อมูลมา จะบีบคุณก็ตาย จะคลายคุณก็รอด เป็นลูกไก่หรือครับ สหรัฐอเมริกาเขารักประชาธิปไตย ขนาดไหนครับ โจ ไบเดน เพิ่งรับตำแหน่งฝากสุดท้ายว่าประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะธำรง ทุกสถาบันไว้ให้ดำรงสถาพร กกต. มีหน้าที่ต้องทำตามมูลให้ดีที่สุด ถ้าทำไม่ดีต้องละอายนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือสมาชิก อีก ๓ ท่านสุดท้าย ไม่อนุญาตให้ลงชื่อแล้วนะครับ มีท่านอรุณ สวัสดี ท่านซูการ์โน มะทา ท่านนิกร จำนง เชิญ ร้อยตำรวจเอก อรุณครับ เชิญครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานก่อนที่ผมจะพูดนะครับ ผมขออันเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในบ้านเมืองเรานี้มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้ บ้านเมืองเรามีความปกติสุขเรียบร้อยจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่จะส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจก่อความเดือดร้อนและวุ่นวายได้ ผมว่าจากพระบรมราโชวาทนี้ทาง กกต. ต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรถึงจะไม่ให้คนไม่ดีเข้ามา ได้รับการเลือกตั้ง คนไม่ดีในที่นี้เราต้องดูง่าย ๆ เลย ถ้าคนซื้อสิทธิขายเสียงก็แน่นอนแล้วนะครับ แค่เจตนาเบื้องต้นก็เป็นคนไม่ดีแล้ว แล้วคิดโกงเขาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วเพราะใช้อำนาจเงิน อำนาจไปเบียดบังคนอื่นเขาเพื่อจะได้มาปกครอง ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลที่จะเลือกตั้งกันอีกไม่นาน หรือ ส.ส. ผมโชคดีมากท่านประธานครับ เป็น ส.ส. ผมเองจบมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมัยผมเด็ก ๆ รุ่นปี ๒๕๒๓ ผมจำได้ว่า บ้านผมรู้สึกจะภูมิใจมากนะครับ จังหวัดสงขลาผมคือภาคใต้นี่ผมจะภูมิใจนักการเมือง ของจังหวัดสงขลาของผมมากเลยว่าไม่มีการซื้อขายเสียง เพราะพ่อผมเป็นหัวคะแนน สมัยก่อนไม่มีนะครับที่จะมาจ่ายเงินซื้อเสียงกัน แต่ปัจจุบันนี้เพราะอะไร ผมว่าเพราะส่วนหนึ่ง ของการควบคุม กกต. อ่อนยาน ไม่สามารถจับกุมผู้ขายสิทธิขายเสียงก็เลยทำให้การเลือกตั้ง ทุกครั้งที่ผ่านมาไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จนบ้านผมท่านประธานทราบไหมเขามีคำกลอนครับ เงินไม่มา กาไม่เป็น เงินไม่มา กาบัตรเสีย ห้าร้อยไม่ต้องมาแหลง หนึ่งพันจะแบ่งให้ สองพันยิงลูกโดด สามพันโกรธก็ยังใส่ ก็เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะจับกุม หรือป้องกันปราบปรามเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงนี้ได้ มันก็เลยทำให้การซื้อสิทธิขายเสียง เป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกคนทุกพื้นที่ ในจังหวัดสงขลาผมก็เปลี่ยนไปแล้วนะครับ เลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมาก็มีการซื้อสิทธิขายเสียง ผมเองก็ได้รับการร้องเรียนมาจากชาวบ้าน ปึกใหญ่เลยครับท่านประธาน ผมจะขอโอกาสนี้มอบ เดี๋ยวอภิปรายเสร็จคนสุดท้าย จะขอมอบให้กับประธานกรรมการ ซึ่งคนที่ให้เอกสารผมมาเป็นผู้ใช้สิทธิร้องเรียน เขาไม่อยากเห็นความไม่ยุติธรรมในบ้านเขา เขาก็เลยไปรวบรวมเอกสารหลักฐาน ไม่ว่าจะ เรื่องเงินซื้อเสียง ไม่ว่าโพสต์ (Post) ในเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นหลักฐานที่ชัดเจนนะครับ ซึ่งปกติตรงนี้ผมว่ามันไม่ใช่หน้าที่ที่ชาวบ้านผู้ใช้สิทธิใช้เสียงต้องไปทำ มันจะต้องเป็น เจ้าหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องไปทำ ต้องไปจับผิดนะครับ ท่านประธานครับ การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นการทำลายประชาธิปไตย ทำให้คนดี ๆ ที่มี ความรู้ความสามารถไม่สามารถเข้าสู่ในวงการเมือง ไม่เข้าสู่ในอำนาจในการบริหารไม่ว่า จะเป็นเทศบาลหรืออะไรต่าง ๆ แล้วก็ถ้าใช้ทุนได้นี่นะครับ ต่อไปเหมือนที่ทุก ๆ ท่านที่อภิปราย มาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมไม่ขอย้อนกลับไปอธิบายซ้ำนะครับ เขาเห็นว่าถ้าเกิดมีเงินปุ๊บเขาสามารถ จะบริหารประเทศเราได้เลย ถ้าการใช้ทุน แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งนี่เป็นคนที่จะไป ควบคุมไม่ให้การซื้อสิทธิขายเสียง การที่จะควบคุมคนไม่ดีเข้ามาในการบริหารประเทศ เพราะเป็นหน้าที่ของท่าน ท่านเองผมก็รู้ว่าท่านตอนนี้ท่านหูอื้อแล้ว ตาลายแล้ว เพราะฟัง สมาชิกเราแต่ละท่านที่ให้ความคิดเห็นอภิปรายไป ผมขอเสนอของผมก็แล้วกันนะครับว่า ในการเลือกตั้งทำอย่างไรบ้างที่ทำอย่างไรให้ไม่ต้องใช้ทุนนะครับ ป้ายนะครับท่านเห็นไหม ทำอย่างไรถึงให้คนดี ๆ ที่ไม่มีทุนนะครับ คนดี ๆ ที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่มีเงิน เพราะว่าจะมาช่วยเหลือบ้านเมือง จะมาช่วยเหมือนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่ก็ต้องมี หน้าที่ในการเอาปัญหาของชาวบ้าน เพื่อนำมาประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานงานนำทุกข์ นำปัญหานี่มาอภิปรายในสภาเพื่อไปแก้ปัญหาให้เขา แต่ถ้าเขาลงทุน เป็น ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท หรือ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทนี่ แล้วคนดี ๆ เหล่านั้นคนที่มี ความรู้ความสามารถเขาจะมาอาสาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งนี่นะครับ ต้องยึด สนับสนุนคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ทำอย่างไรให้คนดี ๆ เหล่านั้นที่ไม่มีทุนสามารถที่จะเข้ามา สู่วงจรในการเลือกตั้งได้ ป้ายหาเสียงครับ ข้อที่ ๑ เลยนี่ ผมว่าต้องออกกฎ ป้ายนี่เราลงทุน ประมาณ ๔๐๐ บาท ท่านคิดดูโอ้โฮนี่เป็นหมื่น ๆ ป้ายเต็มไปหมดเลย แล้วถามว่า ถ้าคนไม่มีสตางค์นี่จะเข้าไปได้อย่างไร ผมว่าหน้าที่ที่จะนำป้ายไปติดหรือคนออกป้ายนี่ ออกกฎมาเลยว่าให้เป็นหน้าที่ของ กกต. เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนะครับ ออกค่าใช้จ่าย ต้องออกค่าใช้จ่ายให้เลย เพราะเขาอาสานะครับ คนดีจะอาสานี่รัฐต้องสนับสนุน ป้ายหาเสียงต้องออกให้นะครับ ออกเป็นจุด ๆ ตั้งเป็นจุด ๆ ให้ก็ได้ บอกว่าไม่ต้องมีเลย ผมชอบในการหาเสียง ตอนนั้น สว. ปี ๒๕๔๐ ที่บอกว่าไม่ต้องขึ้นเวที แจกนามบัตร อย่างเดียวเลยนะครับ อย่างนั้นผมว่าเป็นการลดค่าใช้จ่ายทำให้สนับสนุนให้คนดีเข้ามา ในการบริหารประเทศได้นะครับ🔗

อีกอันหนึ่งนะครับ แล้วก็กฎระเบียบต่าง ๆ มันขัดนะ มันขัดกับปกตินะครับ เหมือนอย่างนี้สร้างให้นักการเมือง สร้างให้ ส.ส. โกหกตั้งแต่วันแรกแล้วที่จะเข้ามา ก็คือ งานทำบุญ ไปช่วยงาน งานศพ งานแต่ง งานบวชนี่นะครับ บางทีไป ๕-๖ คนไป แล้วก็ นั่งรับประทานกาแฟ รับประทานข้าว เสร็จแล้วไม่ให้ช่วยงานอย่างนี้ มันเป็นไปไม่ได้ เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของเขานะครับ ผมว่าตรงนี้ต้องแก้นะครับว่าโอเค (OK) อาจจะแบบว่าให้สัก ๓๐๐ บาท ให้สัก ๕๐๐ บาท ให้ ๑,๐๐๐ บาท กำหนดราคานะครับ🔗

การป้องกันและปราบปรามนี่ครับ น้อยมากนะครับ ไม่มีประสิทธิภาพ ผมว่า มันจะต้องมีหน่วย ผมเป็นตำรวจเก่านี่เรายังมีตำรวจท้องที่ มันจะมีตำรวจส่วนจังหวัด เรามี ตำรวจกองปราบ กกต. เองเหมือนกันนะครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการที่จะให้คนดี ปกครองบ้านเมือง ก็คือท่านจะต้องปราบปรามในการซื้อสิทธิขายเสียง ท่านจะต้องมีหน่วย ที่จะต้องรณรงค์ในการที่จะไปปราบปรามนะครับ ถ้าทำอย่างนี้ได้ผมเชื่อได้ว่าคนนี่นะครับ ก็จะทำให้ซื้อสิทธิขายเสียงน้อยลง ไม่กล้าที่จะขายสิทธิขายเสียง เพราะว่าถ้าพอซื้อสิทธิ ขายเสียงก็โดนใบแดง โดนใบแดงแล้วใครจะกล้า ใครแจกสตางค์นี่นะครับ เดี๋ยวนี้มี กล้องวงจรปิดมีโน่นมีนี่ท่านก็รณรงค์เข้าไปทำสิ แล้วรู้ด้วยในพื้นที่ทำไมท่านจะไม่รู้ว่าใครเป็น หัวคะแนนใคร ผมเองยังรู้เลย ผมจะให้ข้อมูลของจังหวัดสงขลาว่าใครเป็นคนแจกสตางค์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เดี๋ยวผมจะเอาไปให้หรือให้ กกต. กลางก็ได้ว่าเขาแจกกันบ้านไหน เลือกตั้งเทศบาลในครั้งหน้า แต่ทีนี้พอเรารู้แล้วแล้วเราจะดำเนินการอย่างไร เทคโนโลยี ปัจจุบันนี่ทั้งโดรน (Drone) ทั้งอะไรต่าง ๆ นี่โอ้โฮมันเยอะแยะมากมาย แต่ว่าไม่สามารถทำ ได้จนคนที่ใช้สิทธิใช้เสียงไม่ใช่ผู้สมัครด้วย เขาทนไม่ได้ที่เห็นความไม่ยุติธรรมในการซื้อสิทธิ ขายเสียง เขาก็เลยทำเรื่องมาให้กับผมนะครับ เดี๋ยวผมจะยื่นให้กับท่าน กกต. ตอนจบ ถ้าการป้องกันปราบปรามในการซื้อสิทธิขายเสียงได้นี่คำว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น นี่นะครับ ๕๐๐ ไม่ต้องมาแหลง ๑,๐๐๐ จะแบ่งให้ ๒,๐๐๐ ยิงลูกโดด โกรธกันก็ยังใส่นี่ จะไม่มี ในประเทศไทย เมื่อนั้นเราจะได้ ส.ส. นักการเมืองทุกภาคส่วนเป็นคนดีตามพระบรมราโชวาท ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านซูการ์โน เชิญครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตอภิปราย รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ผมก็คงตั้งข้อสังเกตเรื่องของรายงานฉบับนี้เหมือน ๆ กับท่านสมาชิกหลายท่านก็คือ แม้ว่าจะมีกฎหมายให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องทำรายงานการปฏิบัติงานเสนอ ต่อสภาให้รับทราบนั้น ผมอยากได้ยินคำชี้แจงจากท่านเลขาธิการว่านับต่อจากนี้ไป ท่านในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะพยายามทำรายงาน ให้มันเป็นปัจจุบันที่สามารถตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมดูในรายงานฉบับนี้แล้วก็ภูมิใจในระดับหนึ่งว่าเป็นรายงาน ที่สมบูรณ์แบบ แล้วก็รู้สึกว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งบอกว่าเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และผมคนหนึ่ง ก็เชื่อมั่นว่าตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น การตั้งองค์กรอิสระให้มี คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นเป็นองค์กรที่จะธำรงไว้ ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้แนวทาง หรือแนวคิดของธรรมาภิบาลหรือกู๊ดกัฟเวอร์แนนซ์ (Good Governance) แต่ท่านประธานครับ เท่าที่นั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายทั้งหมดที่ผ่านมาก็มีแต่มุมมองที่ผมบอกได้เลยว่า กกต. เป็นทั้งพระเอกและเป็นทั้งผู้ร้ายในเวลาเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาเราเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ผมดูจาก รายงานฉบับนี้ก็คือท่านบอกว่าท่านเกิดจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีคณะกรรมการ การเลือกตั้งเข้ามาทำงานแล้ว ๔ ชุด ทำหน้าที่ในการเลือกตั้งจำนวน ๖ ครั้ง ๒ ใน ๖ ครั้งนั้น ก็คือการจัดการเลือกตั้งในปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังเสียดาย ในรายงานฉบับนี้ว่าในการจัดการเลือกตั้งในปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ นั้น มันมีเหตุของ ทางการเมือง เหตุผลทางการเมืองของประเทศไทย แต่ไม่มีระบุในรายงานว่าทำไมปี ๒๕๔๙ หลังจากการเลือกตั้งแล้วมีการปฏิวัติรัฐประหาร เหตุผลเพราะอะไร กกต. ถึงไม่ระบุว่า ในการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๗ จนเป็นที่มาของการปฏิวัติครั้งนี้ท่านก็ไม่ได้ระบุในรายงานตรงนี้ ท่านเป็นองค์กรที่ต้องดูแลเรื่องของการเลือกตั้ง อะไรคือปัญหาอุปสรรคที่มาทำลาย การปกครองในระบอบประชาธิปไตยท่านต้องกล้าระบุในรายงาน อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ผมยังเสียดายนะครับ เพราะ ๒ ครั้งที่ท่านเขียนในรายงานนี้ผมอยู่ในการเลือกตั้งพอดี ปี ๒๕๔๙ ผมเลือกตั้งมาไม่ได้รับเงินเดือนครับถูกปฏิวัติ ปี ๒๕๕๗ ชนะการเลือกตั้งก็เกิด การปฏิวัติขึ้นมา แล้วสำคัญที่สุดก็คือว่าทั้งหมดนี้มันเขียนชัดเจนในรายงานว่าท่านเป็นโจทย์ เพราะท่านจัดการเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จภายใน ๑ วัน แต่ท่านไม่บอกว่าการจัดการเลือกตั้ง ไม่แล้วเสร็จภายใน ๑ วัน ตามมาตรา ๑๐๘ วรรคสอง นั้นเพราะอะไร ทำไมครับความจริง เหล่านี้เราไม่เขียนในรายงาน สังคมทั่วไป พี่น้องประชาชนทั่วไปรู้ว่าทำไมการจัดการเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๗ ไม่สำเร็จ แล้วเป็นที่มาของการปฏิวัติรัฐประหารทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นต้องแขวน มา ๑๒ ปี นี่คือที่ผมบอกว่าท่านเป็นทั้งพระเอกและเป็นผู้ร้ายในตัว แต่ผมยังให้ความเคารพและยังเชื่อมั่นว่า กกต. จะเป็นองค์กรหนึ่งที่จะดูแลการปกครอง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนะ ให้เป็นที่พึ่ง ของพี่น้องประชาชนให้ได้ตามเจตนารมณ์ที่ท่านเขียนไว้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ระเบียบต่าง ๆ ที่ออกมาจากของ กกต. ที่มาใช้บังคับทั้งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งบังคับการเลือกตั้งของผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้นมันคือเป็นเพียง แค่ระเบียบ ท่านประธานครับ ผมอยากเสนอผ่านท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการว่า บางครั้งท่านไปออกระเบียบว่า ๑. การกำหนดบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ท่านก็กำหนด ชัดเจน แต่บางครั้งเรื่องของการใช้สิทธิในการโฆษณา การทำโพสเตอร์ (Poster) การติดโพสเตอร์ (Poster) ต่าง ๆ เหล่านี้ท่านบอกว่าห้ามผู้สมัครท่านใดติดโพสเตอร์ (Poster) ตามป้ายรถเมล์ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ผม ๒ ครั้ง ลงเลือกตั้ง ๒ ครั้งนะครับ กับระเบียบนี้ เจอคู่ต่อสู้ติดขัดขืนระเบียบตรงนี้ แต่ก็ไม่มีผลทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น วันนี้ ถ้าท่านจะออกระเบียบผมคิดว่าระเบียบตรงนี้ควรจะแก้ให้ผู้ที่สมัครและรับเลือกตั้งนั้น สามารถติดโพสเตอร์ (Poster) เพราะจะเป็นการช่วยการประชาสัมพันธ์ให้การเลือกตั้งนั้น ดำรงอยู่ได้และประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาถ้ารายงานตรงนี้มันมีปัญหา หลาย ๆ มิติ ผมว่าหลาย ๆ ท่านได้มองเรื่องของงบประมาณ ผมยังเสียดายงบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมยังเสียดายว่าสิ่งที่เราต้องการให้เห็นก็คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการเลือกตั้ง ทำอย่างไรให้ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงมันมี น้อยมาก ในการอบรมต่าง ๆ ก็มันน้อย ยิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ก็ชัดเจนว่าเงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นวลีเด็ดทางการเมืองไปแล้ว ผมถามท่านเลขาธิการว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างนี้อย่างไร อันนี้เป็นโจทย์ข้อที่ ๓ ที่ผมอยากถาม🔗

ส่วนสุดท้ายที่ผมอยากฝากก็คือ ระเบียบใดที่ท่านออกไปแล้วที่มันกระทบ ต่อสิทธิเสรีภาพของพวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มันจำกัดสิทธิมากเกินไปมันจะทำให้การส่งเสริมประชาธิปไตยนั้น ดูย้อนแย้งกับเจตนารมณ์ของท่าน ท่านให้โอกาสให้พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัคร ไปลงรับเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ แต่ท่านกลับไม่ให้สมาชิกในพรรคการเมืองนั้น ไปหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคการเมืองนั้น อันนี้มันย้อนแย้ง และผมในฐานะ ที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจก็ได้เอาเรื่องนี้ การบังคับใช้มาตรา ๓๔ ไปหารือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็จะหารือต่อศาลปกครองด้วย เพราะท่านบอกว่า มันมาจากเอกสารประกอบรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นโดย สนช. อันนี้มันล้าสมัยก็ต้องแก้ครับ ผมฝากท่านเลขาธิการด้วยประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องการละเมิดสิทธิในเรื่องของ การพัฒนาการเมืองนั้น ผมอยากให้มันมีความชัดเจนมากขึ้นว่าถ้าท่านให้โอกาสพรรคการเมืองแล้ว ท่านต้องให้สิทธิสมาชิกของพรรคการเมืองนั้นสามารถหาเสียงให้กับพรรคการเมืองนั้นได้ด้วย ขอขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิกรครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริงแล้วผมก็เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยมีองค์กรลักษณะนี้มาตั้งแต่ก่อนมี กกต. หลายสิบปี จะ ๒๐ กว่าปีแล้วนะครับ ที่จริงแล้วก็ทราบปัญหาอยู่ ตั้งใจว่าจะไม่พูด แต่ว่ามีสมาชิกก็มี ความเห็นว่ามันเป็นเรื่องของเราที่จำเป็นจะต้องพูดกันเพื่ออย่างน้อยเผื่อจะมีหลักคิดดี ๆ หรือว่ามีประเด็นอะไรในการแก้ไขปัญหาร่วมกันบ้าง พวกเราเป็นพรรคการเมือง ท่านเป็น นายทะเบียนพรรคการเมืองมันเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันในบ้านของเราเองหาทางออกร่วมกัน🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับ กกต. แล้วเกี่ยวเนื่องการเลือกตั้ง ผมเองนี่ ลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๙ ตอนนั้นกลับมาแล้วก็ผมเขียนติดไว้ที่สงขลาว่าเป็นหลักคิด ที่เอามาจากตะวันตกเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งแปลมาว่า ถ้าเครื่องมือในการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรมเสียแล้วทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย คือทุกอย่างมันจะล้มเหลวหมดนะครับ มันเป็นจุดเริ่มของระบบการเมือง ดังนั้นให้ความสำคัญกับตรงนี้มากนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้หลักคิดที่จะพูดหรือความเห็นที่จะพูดก็คือว่าเป็นการให้กำลังใจ กกต. ว่าถ้าท่านไม่แก้ ทุกอย่างมันจะล้มเหลวมากนะครับต้องช่วยกัน ท่านประธานครับ ขณะนี้ที่จะต้องพูด เพราะว่ากำลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญแน่ แล้วในการแก้ตรงนั้น เราคงจะมี ส.ส.ร. ผมเชื่อว่า กกต. จะถูกแก้ไขแล้วก็พระราชบัญญัติเกี่ยวเนื่องกับทาง กกต. เป็นประกอบรัฐธรรมนูญก็จะถูกแก้ไข มันเป็นโอกาสเดียวของท่านที่จะมีการแก้ไขปรับปรุง เกิดขึ้นแน่ครับ ผมเองได้ทำรายงานนะครับ ผมได้เขียนไว้ในหน้า ๙๖ ในของอนุกรรมการ เกี่ยวกับศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่า ของ กกต. เองควรมีการให้ความสำคัญ กับการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในการพัฒนาประชาธิปไตยมากกว่างานทางด้าน การป้องกันทุจริตการเลือกตั้ง ผมมีคำอธิบายเรื่องนี้ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าผมได้เคย ไปร่วมงานครั้งหนึ่งในการแถลงผลงานของ กกต. เนื่องจากว่าก็สนิทสนมกัน ปรากฏว่า ผลงานดีเด่นของ กกต. คือการจับทุจริตเลือกตั้ง ตรงนี้เป็นความเห็นที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก เป็นหลักคิดที่ผิดพลาดมาก ผมก็ถามไปนะครับว่าท่านจัดการเลือกตั้งแล้วกี่อย่าง ปรากฏว่า จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นไป ๓,๔๐๐ ตอนนั้น นั่นคือความสำเร็จคือการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเมือง แต่ว่าท่านมายึดติดอยู่กับภาพที่ปรากฏก็คือสามารถจับทุจริต การเลือกตั้งทั่วไปได้สัก ๔-๕ ราย ท่านก็รู้สึกมีความสุขแล้วมันไม่ใช่ หลักคิดตรงนี้ต้องเปลี่ยน หลักคิดก็คือว่าทำการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมมากขึ้น ทีนี้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม งานหลักก็คือว่าไปจับแต่การซื้อเสียง การขายสิทธิน้อยมากที่ทาง กกต. จะพุ่งเป้าไป ทางด้านตรงนี้ เราเคยมีการไปดูงานกันที่น่านเป็นหมู่บ้านที่ไม่ซื้อเสียง แต่ปรากฏว่า พอเจาะลึกลงไปข้างในแล้วนี่หมู่บ้านที่ไม่ซื้อเสียงกลายเป็นว่าเลือกตั้งกำนันกัน ๒ คน เป็นพี่กับน้อง แล้วก็ตกลงกันว่าเราจะไม่ซื้อเสียง คือไม่มีใครซื้อก็เลยไม่มีคนขาย ดังนั้น แชมป์ (Champ) ที่ว่ามันเป็นแบบนี้เอามาอ้างไม่ได้ ผมก็เลยจะเน้นในนี้ว่าต่อจากนี้ เราจะเห็นว่างานของปี ๒๕๖๑ คาบเกี่ยว งานที่ทำเป็นการให้ความรู้กับประชาชนในเรื่อง การเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งไม่ขายสิทธิมีน้อยมาก เราไปเน้น เรื่องการไล่จับ ทีนี้เรื่องนี้มันเป็นหมูไปไก่มา ถ้าไม่มีการขายสิทธิจะมีการซื้อเสียงได้อย่างไร เราไปจ้องอยู่อย่างเดียวคือการซื้อเสียง ๆ แต่ไม่ป้องกันการขายสิทธินี่แก้ลำบาก มันเป็น การแก้ในมิติเดียว🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้อยากจะให้มีการปรับปรุงนะครับ คือการมาเน้น เรื่องการให้ความเข้าใจกับการเมือง และที่สำคัญขณะนี้การพัฒนาการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีหมวดปฏิรูปการเมืองแต่ไม่มีหน่วยงานครับท่านประธาน หน่วยงานเองขณะนี้ก็ต้อง ขอความกรุณา กกต. ช่วยไปดูแลเรื่องนี้เป็นการให้ความรู้กับประชาชนให้มากขึ้น เพราะมีแต่ เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเรื่องการปฏิรูปการเมืองแต่ไม่มีหน่วยงานมาปฏิบัติ ถ้าเศรษฐกิจยังมี หน่วยงานคลัง มีกระทรวงกระทรวงโน่นกระทรวงนี่ แต่ว่าเรื่องการเมืองที่เป็นปัญหาใหญ่ ของประเทศนี่ไม่มีหน่วยงานดูแลเลยนะครับ ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ประเด็นที่สำคัญ ในรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมก็คือว่า กกต. เอง ที่ผมอยากจะให้เป็นก็คือผมเรียนแล้วว่าจะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไขกฎหมายที่ผ่านมาน่าน้อยใจที่ กกต. เองก็รู้ปัญหาแต่ไม่สู้ หมายถึงว่ายอมเขาหมด คราวที่แล้วการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็รวมทั้งเรื่องการเขียน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง กกต. หมายความว่า กกต. ก็รู้อยู่ว่าปัญหาคืออะไร แต่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ก็ปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น อย่างเช่น ปัญหาเรื่องพรรคการเมือง เรื่องสมาชิก กกต. ก็ทราบอยู่ว่าคนไทยเองนี่การจ่ายเงินค่าสมาชิกคนไทยเองไม่พร้อมที่จะ จ่ายก็ยังยอมให้เขียนมาแบบนั้น แล้วสุดท้ายท่านประธานลองดูว่าการเป็นสมาชิก พรรคการเมืองในประเทศนี้ได้อะไรบ้าง ไม่ได้อะไรเลย มีแต่เสีย เสียสิทธิโน่น เสียสิทธินั่น สมัครโน่นก็ไม่ได้ แล้วให้มีการจ่ายเงินนี่ตรงนี้ กกต. ทราบนะครับ แต่ว่าการต่อสู้ผมเห็นว่า ยังไม่พอ🔗

อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องการทำไพรมารี (Primary) การทำไพรมารี (Primary) กรรมาธิการในชั้นของ สนช. ไปทำ กกต. ก็ทราบว่าการทำไพรมารี (Primary) ตรงนี้มันเป็น เรื่องที่ทำไม่ได้นะครับ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เป็นสมาชิกเยอะ แล้วก็คัดตัวผู้สมัคร ไม่ได้เลยทำไพรมารี (Primary) ขณะนี้ให้ผู้สมัครไปทำไพรมารี (Primary) เองมันกลับหัว กลับหาง ตรงนี้ก็ไม่ได้สู้กันอย่างเต็มที่นะครับ ผมก็เลยฝากไว้ว่าขอให้ถ้าจะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งจะต้องมีแน่นะครับ อยากจะให้ท่านออกมายืนหลังตรงแล้วก็ให้รู้ว่าที่ผมพูด เมื่อสักครู่ว่าถ้าการเลือกตั้งไม่มีความหมาย หมายถึงว่าไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรมเสียแล้วทุกอย่าง ในระบบการเมืองจะไม่มีความหมายเลย อยากให้ กกต. ยืนให้หลังตรงสักครั้งหนึ่งเถอะนะครับ แล้วสู้ เพราะท่านเป็นองค์กรสำคัญที่จะทำให้พรรคการเมืองพวกเรานี่ งบประมาณ ในการดูแลพรรคการเมืองได้แต่ละปีนี่น้อยนะครับ ท่านต้องสู้ให้มากกว่านี้เพื่อพวกเรา พรรคการเมืองทั้งหมดนะครับ ก็อยากจะฝากไว้ว่าผมเองก็ยังยืนยันว่าไม่เสียความตั้งใจ ไม่เสียความเชื่อถือว่า กกต. จะเป็นทางออกสำคัญของระบบการเมือง แต่อยากให้ กกต. เอง ยืนขึ้นให้หลังตรงแล้วก็สู้เพื่อองค์กรของท่านเอง แล้วก็เพื่อระบบการเมืองที่ดีของประเทศนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกรรมการการเลือกตั้งได้ตอบชี้แจงข้อซักถามของท่านสมาชิกครับ เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ก็ได้รับฟังหลาย ๆ ท่านก็รู้สึกหูอื้อ ตาลายอยู่เหมือนกันนะครับ เมื่อสักครู่ก็ได้ยินนะครับ คำที่ดีมากของท่านอาจารย์กนกครับ ลดอำนาจเงิน ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจนโยบาย เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินแล้วผมค่อนข้างประทับใจครับ คือแนวทางการดำเนินงานของ กกต. เราได้ยินมาทุกปีเกี่ยวกับเรื่องการซื้อเสียงแล้วจัดการไม่ได้นะครับ แต่ว่าไม่ว่ายุทธศาสตร์ ต่าง ๆ ที่ออกมาก็เกี่ยวกับเรื่องการที่จะให้การซื้อเสียงลดลงหรือไม่ให้มีทั้งสิ้น ผมขออธิบายว่า บางท่านได้ถามว่า กกต. จะทำอย่างไร ยังมีซื้อเสียงอยู่หรืออะไรก็ตามอย่างนี้ครับ🔗

อันแรกเลยครับ การแสวงหาวิธีการที่สะดวก โปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วม กกต. พยายามทุกวิถีทางให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้เยอะ ๆ ใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก ๆ เพราะจำนวนของคนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งมาก ๆ อำนาจเงิน คนที่รับเงิน จ่ายเงินไปแล้ว อาจจะแพ้คนที่มาเลือกตั้งจำนวนมากได้ ปริมาณครับ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องหน่วยเลือกตั้ง ปัจจุบันนี้โยงมานิดหนึ่งนะครับ หน่วยเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ. ที่เพิ่งเลือกตั้งเสร็จนี่นะครับ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด (COVID) ก็พยายามที่จะออกแบบหน่วยเลือกตั้งร่วมกับ กรมควบคุมโรคว่าหน่วยเลือกตั้งท่ามกลางสถานการณ์โควิด (COVID) นั้นไม่เป็นสถานที่แพร่เชื้อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาเลือกตั้งกันเยอะ ๆ นั่นเองนะครับ กรณีนี้ก็คือให้คนมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ เยอะมากเท่าไรก็ยิ่งดีนะครับ ขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ การเลือกตั้งคุณภาพก็ต้องพลเมืองที่มีคุณภาพด้วย การมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ ก็คือพลเมืองที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง กกต. มีการส่งเสริม ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตระหนักรู้ เข้าใจในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย เราสร้าง ศส.ปชต. ทั่วประเทศครับ วันนี้ก่อนที่จะมาชี้แจงได้ไปพบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรามี ศส.ปชต. ทั่วประเทศทุกตำบล เรามีหน่วยแล้ว เรามีหมู่บ้านไม่ขายเสียง ปัจจุบันนี้ ๑๐,๒๐๘ หมู่บ้าน เราขาดอยู่ที่ระบบการศึกษาของเราว่าจะบรรจุหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยเข้าไปในหลักสูตร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก ๆ ๔ ช่วงชั้น จนถึงมหาวิทยาลัย บางท่านอาจจะไม่ได้ติดตามว่าหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย เป็นอย่างไร แก่นของเรื่องครับ คอนเซ็ปต์ (Concept) ของวิถีประชาธิปไตยคือ อันดับแรก คิดวิเคราะห์แบบมีเหตุผลนะครับ อย่างเช่นได้ข่าวอะไรมาเรื่องหนึ่งอย่าเพิ่งไปทึกทักว่า เป็นแบบนี้นะครับ ดูให้ละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไรแล้วค่อยตัดสิน นี่ละครับหลักการคิด วิเคราะห์แบบมีเหตุผล🔗

หลักการที่ ๒ มีจิตสาธารณะ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ ส่วนตน เงินภาษีราษฎรที่เก็บภาษีไปถ้ามีจิตสาธารณะแล้วคนที่มาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐหรืออะไรก็ตามก็ไม่ทุจริตครับ เพราะว่าเป็นของสาธารณะต้องไปใช้เกี่ยวกับ เรื่องสาธารณะทั้งสิ้น🔗

อันที่ ๓ เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่รู้จักแต่สิทธิของตัวเองเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย อันนี้ค่อนข้างจะเยอะพอสมควรที่บางคนก็ยังไม่เคารพสิทธิผู้อื่นที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เคารพ ระเบียบ กฎ วินัยต่าง ๆ นี่คือเนื้อหาสาระของพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ซึ่งจะเข้าไป ในโรงเรียน ปัจจุบันนี้ไปทุกหมู่บ้านแล้ว พัฒนาการ ศส.ปชต. คือหมู่บ้านไม่ขายเสียง บางท่านบอกว่าหมู่บ้านไม่ขายเสียง ซื้อกันทั้งหมู่บ้าน ขายกันทั้งหมู่บ้าน จริง ๆ แล้ว เป็นเรื่องการรณรงค์ครับ เพื่อให้เขาเกิดความรู้สึกว่าทำอย่างไรนะครับ ทำอย่างไรก็คือว่า จะให้ระบอบประชาธิปไตยของเราเจริญรุ่งเรือง ก็คือไม่ขายเสียง ไม่ให้คนมาซื้อเสียงนั่นเอง ๒ ประเด็นแล้วที่ผมอธิบายให้ฟัง ก็คือการให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ คนมาใช้สิทธิเลือกตั้งก็ต้องเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพด้วย🔗

อันที่ ๓ ส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นสถาบันทางการเมืองครับ ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็เห็นใจหลาย ๆ พรรค ที่ต้องมีโทษปรับทางปกครอง กฎหมายพรรคการเมืองนี่เปลี่ยนใหม่ครับ หลังจากที่ประชุม พรรคแล้ว กฎ ระเบียบต่าง ๆ ใช้ได้ทันที นายทะเบียนพรรคการเมืองมีแต่รับรายงาน เข้ามาแล้วลงราชกิจจาให้เป็นเรื่องทางธุรการ ก็คือส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทาง การเมือง แต่ไม่รายงานภายใน ๑๕ วันก็จะต้องโดนโทษปรับลักษณะอย่างนี้ก็เกือบ ทุกพรรคก็โดนปรับ แต่มีพรรคบางพรรคปรับน้อยที่ค่อนข้างจะละเอียดมีการดำเนินงาน ที่ค่อนข้างจะละเอียดมากครับ หรือน้อยถึงไม่โดนเปรียบเทียบปรับเลยก็มี การส่งเสริม ให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งนี่ก็คือรวมถึงสมาชิกด้วย เพราะฉะนั้น สมาชิกพรรคหรือผู้สมัครที่เป็น ส.ส. อะไรก็ตามก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่องพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยด้วย พรรคการเมืองก็เป็นเอเยนต์ (Agent) ในส่วนหนึ่ง แต่ว่าเรายังไม่สามารถที่จะให้ท่านมารับเป็นหลักสูตรอันนี้ได้ เพราะว่าพอเข้ามาทำหน้าที่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ค่อนข้างจะยาก ก็มีหลักสูตรอยู่หลักสูตรเดียวนะครับ หลักสูตร พตส. ของเราก็จะได้เชิญพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าไปเรียนรู้ว่า การดำเนินงานของ กกต. เป็นอย่างไรบ้าง คือ ศส.ปชต. ที่เราสร้างขึ้นมามีอยู่ปีหนึ่งเราได้พา นักศึกษา พตส. ซึ่งมี ส.ส. อยู่ด้วยไป ศส.ปชต. ซึ่งเข้าใจว่าเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนะครับ พูดว่านักการเมืองที่ซื้อเสียงจะเข้าไปทุจริตเลือกตั้งแน่นอน เราโซเชียลไลซ์ (Socialize) ไปในระบบอย่างนี้ เท่านั้นล่ะครับก็เกิดเป็นปะทะกัน ๒ ฝ่ายเกิดที่ตำบลตำบลหนึ่งครับ ผมต้องไปเป็นกรรมการว่าเขาไม่ได้กล่าวหาทั้งหมดเขากล่าวหาเฉพาะที่ซื้อเสียง แล้วเข้ามา มีอำนาจ แล้วเข้ามาทุจริตครับ นี่คือเนื้อหาสาระของที่เราบรรจุไว้ในหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยครับ มีเอกสารให้อ่านถ้าสนใจแล้วเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ได้ก็มี ของเราได้ต่อสู้มาตลอด ภาพที่ผมอธิบายให้เห็น ๓ อย่าง ก็คือเพื่อไม่ให้มีการซื้อเสียงเกิดขึ้น เราได้ยินมาตลอด แล้วขึ้นมานั่งตรงนี้ทีไรก็เกิดความรู้สึกชาไปทั้งตัวทุกที หูอื้อ ตาลาย เกี่ยวกับเรื่องซื้อเสียง แต่ที่พูดมานี่ครับเป็นเรื่องของระยะยาว แล้วระยะสั้นละครับ กกต. มีอะไรบ้าง🔗

อันแรก กฎหมายฉบับใหม่ พ.ร.ป. กกต. ให้เกี่ยวกับเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ให้สินบนรางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแส โดยเฉพาะคดีท้องถิ่นให้ ๑๐๐,๐๐๐ ถึง ๑ ล้านบาทเลยต่อคดี ก็ยังไม่มีนะครับ ยังไม่มีเราก็พร้อมที่จะรับอยู่ก็ประชาสัมพันธ์ตลอดก่อนเลือกตั้ง ก็ประชาสัมพันธ์ไปว่ามีสินบนรางวัลให้ ถ้าเอาพยานหลักฐานมาให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. ที่จังหวัด แล้วก็มีการคุ้มครองพยานด้วย มีปกปิดพยานด้วย มีครบทุกอย่างครับ มีอย่างเดียว ก็คืออาจจะประชาสัมพันธ์น้อยไปก็ได้ แต่ว่าก็มีการพูดตลอด แล้วก็ถ้ามีการเลือกตั้ง เราก็มีการแถลงออกไป มีการสื่อประชาสัมพันธ์ออกไปค่อนข้างจะเยอะพอสมควรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุ้มครองพยาน ให้สินบนรางวัลอะไรต่าง ๆ นะครับ การมีผู้ตรวจการเลือกตั้งนี่นะครับ เปลี่ยนจาก กกต. จังหวัดไปเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง ก็เอามาเพื่อจัดการเรื่องซื้อเสียงนี่ละครับ ให้ตรวจครับ ส่วนหนึ่งเราอาจจะประเมินผลไม่ได้ เวลานี้ แต่ถ้าเทียบกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ผมต้องขออภัยด้วยว่าในส่วนที่การเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมาผู้ตรวจการเลือกตั้งก็มีครับ แต่อาจจะทำงานยังไม่ได้ เพราะว่าเหมือนลักษณะที่ว่าใหม่ แต่เลือกตั้ง อบจ. ในครั้งนี้เราได้ดูและรับรายงานตลอด มีการประเมินผลผู้ตรวจการเลือกตั้งนี้ ด้วยนะครับ ก็มีการรายงานว่าไปพบกับผู้ใหญ่บ้านที่หมู่นี้ ๆ ให้ข้อมูลว่าอย่างนี้ ๆ อะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ ผลแห่งการป้องปรามด้วย แล้วผลแห่งการที่บางที่มีการจับกุมด้วย โดยร่วมกับ ตำรวจในการจับกุมหัวคะแนนที่กำลังไปซื้อเสียง อย่างที่ท่านติดตามข่าวก็คงจะเห็นนะครับ ทราบว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ทำงานเต็มที่ ดูจากรายงานในห้วงเวลานี้ ก่อนที่ท่านจะเสนอยุบ หรืออะไรก็ตามเปลี่ยนแปลงนะครับ ก็ขอให้รับทราบการประเมินผลในตอนปลายด้วยว่า จะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายใหม่ที่ให้มานี้ได้ผลเพียงไร🔗

ในการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมา ผมยกตัวอย่างนะครับ อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ รายงานนี้ เพราะว่าพัฒนาการของสิ่งต่าง ๆ มันก็เปลี่ยนแปลง ต้องขออภัยด้วยครับ รายงาน ก็มาช้า ผมก็เร่งรัดแล้วนะครับ ปี ๒๕๖๒ อีกไม่กี่เดือน สมัยหน้าน่าจะเข้ามาชี้แจงท่านได้นะครับ คือคดีที่ร้องเรียน อบจ. ทั้งหมดมี ๕๐๐ กว่าเรื่อง ที่เป็นสำนวนประมาณ ๒๖๐ เรื่อง เทียบกับปี ๒๕๔๗ นะครับ เลือกตั้งท้องถิ่นประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคดี ก็ดูลดน้อยลงนะครับ อาจจะมีเป็นประเด็น เป็นปัจจัยที่ทำให้คดีลดลงได้ ก็ขอให้มีการประเมิน รับฟังการประเมิน ต่อไปด้วยนะครับ🔗

ส่วนประเด็นเรื่องงบประมาณครับ งบประมาณของ กกต. นี่นะครับ เราก็ขอ ไปเต็มที่ เรามีเจ้าหน้าที่ครับ มีเงินต้องใช้จ่ายนะครับ โดยเฉพาะเงินใช้จ่ายบุคลากร เราก็ขอ ไปเต็มที่ แต่งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นลักษณะที่เหมามาให้ แล้วก็ไม่ต้องคืนครับ สำนักงบประมาณจะทราบตลอดครับว่าของเรามีเงินเหลืออยู่เท่าไร เราขอไป ๒,๐๐๐ เราได้ ๑,๕๐๐ ครับ ที่เหลือก็คือให้ใช้เงินที่เหลือจ่ายแต่ละปี แล้วจำนวน เงินที่ใช้จ่ายทำไมเบิกจ่ายน้อยครับ เหตุผลก็มีอยู่ครับ เพราะว่าบางทีการใช้จ่ายข้ามปี ไปเสร็จเอาสิ้นปีอีกปีหนึ่ง ไปเสร็จเอาปลายปีข้ามปีงบประมาณ ก็ต้องมีการชำระบัญชี ในปีถัดไปนะครับ บางโครงการที่กำลังจะดำเนินการ ปรากฏว่ามีการเลือก ส.ว. เข้ามาด้วย ทำให้ใช้ไม่ทันนะครับ เงินก็ใช้ไม่ทัน ของเรามีงานจรค่อนข้างจะเยอะ แต่จริง ๆ งานจร มันไม่ใช่งานจรนะครับ เป็นงานหลักครับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือก ส.ว. การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ด้วยนะครับ อาจจะใช้ งบประมาณในช่วงที่จะไปทำซีวิก เอดดูเคชัน (Civic Education) ไม่ทัน เพราะว่าจังหวัด เรามีประมาณ ๒๐ คน มีเจ้าหน้าที่ประมาณ ๒๐ คนต้องไปทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องจัดการ เลือกตั้งด้วย ก็กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องที่ชี้แจงมีเท่านี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคารมครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม คารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ขออนุญาต พอดีที่ผมสอบถาม ท่านเลขาธิการ กกต. เรื่องที่มีหนังสือของนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ที่สอบถามไปยังประธาน กกต. เรื่องว่าช่วงโควิด (COVID) นี้ที่จะเลือกตั้งนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล ในช่วงวันที่ ๒๘ มีนาคมนี้ ขอสอบถามความแน่นอน อยากให้ท่านตอบ นิดหนึ่งเนื่องจากเขาฝากมา ก็มีประเด็นเดียวครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสิมา มีอะไรยังติดใจอยู่ครับ🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สมุทรสงคราม ดิฉันถามทางท่าน กกต. นะคะว่าพรรคการเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุน จากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ที่ กกต. ได้ดำเนินการไปแล้วที่มีความผิดมันมี ทั้งหมดกี่พรรค แล้วก็พรรคที่มีความผิดท่านได้ดำเนินการไปถึงไหน ช่วยตอบหน่อยได้ไหมคะ เพราะว่ามีประชาชนอยากทราบค่ะ ดิฉันก็ตอบไม่ได้ ต้องรอคำตอบจากท่านค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศาสตราจารย์กนกครับ เชิญครับ ผมขออนุญาตให้สมาชิกสอบถามก่อนนะครับ อีกท่านหนึ่งนะครับ🔗

พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในส่วนของพรรคการเมืองตอนนี้ มีอยู่พรรคเดียวครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ เพราะว่าจะมีกระบวนการอยู่ที่ว่า กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองถ้าทำผิดหรือทำอะไรก็ตามก็จะไม่จ่าย รวมทั้งอาจจะ เรียกคืนด้วยนะครับ อันนี้รายละเอียดเดี๋ยวผมขอเอาให้ไปอีกทีได้ไหมครับถ้าหากอยากทราบ ผมขอรายงาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าข้อมูล ท่านยังไม่พร้อมก็ส่งกลับมา เดี๋ยวผมส่งไปให้สมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศาสตราจารย์กนกครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมจากที่ท่านเลขาธิการ กกต. ได้กรุณา ตอบคำถามเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน🔗

ในประเด็นแรกผมดีใจที่ท่านเลขาธิการ กกต. บอกว่าเห็นด้วยกับหลักคิด ที่สำคัญ คือการลดอำนาจเงิน ลดอำนาจรัฐ แล้วก็เพิ่มอำนาจของนโยบายและคุณภาพของ ผู้สมัครที่จะเป็นยุทธศาสตร์ของการทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ผมคิดว่าตรงนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วผมก็อยากขออนุญาตฝากกับท่านเลขาธิการ กกต. ว่าในเชิงระบบ เราจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไรอันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งนะครับ ทีนี้ในประเด็นที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนที่ผมได้อภิปรายไว้ ในระยะสั้นถ้าท่านจำได้ผมพูดถึงเรื่องการจัดการ เลือกตั้งในระดับหน่วยเลือกตั้ง ที่ท่านพูดถึงในแผนระยะสั้นเกี่ยวกับเรื่องสินบนนำจับ เรื่องอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าอันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดี แต่ที่สำคัญมากกว่าครับท่านประธาน ก็คือในการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาของ ส.ส. ปัญหาสำคัญก็คือการที่ กกต. จังหวัด ตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตรงนั้นคือปัญหาครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ก่อนหน้านี้ระบบเรื่องการทุจริตในหน่วยเลือกตั้งมันไม่รุนแรงเท่าปี ๒๕๖๒ นะครับ เพราะว่า กรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยคนหลายฝ่าย แล้วก็มีการเรียกว่าโปร่งใสแล้วก็ดูกัน แต่ปรากฏว่าถ้าการเลือกตั้งที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการการเลือกตั้งมันมีปัญหาอย่างยิ่ง🔗

แล้วเรื่องที่ ๒ ในหน่วยเลือกตั้งที่มันเป็นปัญหาก็คือว่าคนที่จะเป็นพยาน เขาไม่มั่นใจในเรื่องของการคุ้มครองพยานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่เห็นการเลือกตั้งแล้วก็ สามารถที่จะยืนยันเขาก็ไม่มั่นใจในความปลอดภัยครับท่านประธาน อันนั้นเป็นตัวอย่าง ความหมายที่ผมพูดตรงนี้เพื่อจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการ กกต. ว่า เราต้องการวิธีปฏิบัติครับท่านประธานที่จะแก้ปัญหา เราไม่ต้องการทฤษฎีหลักคิดแต่เพียง อย่างเดียว เราต้องการวิธีปฏิบัติในการแก้ปัญหาครับท่านประธาน🔗

สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ท่านเลขาธิการ กกต. ได้พูดถึงเรื่องของการทำงานกับ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่าการเลือกตั้งที่ดีต้องมาจากการที่มีประชาชนที่มีคุณภาพ ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านในประเด็นนี้ ทีนี้ในจุดนี้หลักคิดเรื่องพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ซีวิก เอดดูเคชัน ฟอร์ เดโมเครซี (Civic Education for Democracy) ที่ท่านพูดถึงนั้น ผมคิดว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้วก็สนับสนุน แต่ตัวที่ผมขออนุญาตเป็นห่วงกับท่าน พอไปถึงการปฏิบัติ ผมทำงานทางด้านการศึกษามากว่า ๓๐ ปี แล้วผมขออนุญาตเรียน กับท่านเลขาธิการเลยว่าสิ่งที่ท่านตั้งใจดีพอไปถึงกระทรวงศึกษาธิการแล้วมันจะบิดเบี้ยว ไปหมด เพราะว่าที่ท่านเรียกร้องว่าหลักสูตรการศึกษาที่จะเข้าใจวิถีประชาธิปไตยได้หัวใจคือ การคิดวิเคราะห์แล้วก็มีเหตุผลตรงนี้ไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียว มันทุกเรื่อง ท่านประธานครับ แล้วกระทรวงศึกษาธิการก็ยังทำไม่ได้จนถึงวันนี้ ครูของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ทำไม่ได้ครับ ทุกคนพูดเหมือนกัน ครูทั้งประเทศพูดเหมือนกันว่าเราต้องสอนให้นักเรียน ของเราคิดวิเคราะห์เป็น แต่ครูของเราสอนให้คิดวิเคราะห์เป็นไม่เป็นครับ นี่คือปัญหา ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมมีคำแนะนำครับท่านประธานครับ แล้วก็ผมยินดีถ้า กกต. จะให้ผมไปช่วยตรงนี้ไม่คิดค่าที่ปรึกษาเลยเป็นอาสาสมัครครับ🔗

ในเรื่องแรก ก็คือว่าเรื่องนี้ขอให้ท่านโฟกัส (Focus) ที่ชั้นประถมศึกษาก่อน อย่าไปถึงเรื่องมัธยมศึกษาอย่าไปครับ เอา ป. ๑ เลย เริ่มที่ ป. ๑ เลยนะครับ ในการทำอันนี้ มันมีเรื่องที่ต้องทำ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือการเข้าไปทำแผนการสอนวิถีประชาธิปไตยในชั้นเรียนครับ ตรงนี้ผมไม่มีเวลาที่จะอธิบายทางเทคนิคนะครับท่านประธานครับ มันมีเกมที่จะเล่นได้ เกมเดโมเครซี (Democracy) ที่มีการใช้จินตนาการและการแก้ปัญหาเพื่อการเป็นประชาธิปไตย ของมูลนิธิฟรีดริช เนามัน (Friedrich Naumann) ของเยอรมันดีมากครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำได้และผมก็เคยทำเรื่องนี้กับนักเรียนด้วยใช้เกมเดโมเครซี (Democracy) อันนี้แล้วนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่ ๑ การทำแผนการสอนของชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๖ เรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน กกต. จะต้องนำครูประจำชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๖ ทั่วประเทศครับ ผมคิดว่าก็ประมาณสักหมื่นกว่าคนมาจัดการอบรมให้เข้าใจเรื่องเหล่านี้ แล้วให้ทำให้เป็นครับ ซึ่งอันนี้ทำได้ หลักสูตรตรงนี้ใช้เวลาประมาณ ๒ วันก็ทำได้แล้วครับ อันนี้ก็ทำได้นะครับ นั่นคือเรื่องที่ ๒🔗

และเรื่องที่ ๓ ที่สำคัญมากที่ผมคิดว่า กกต. จังหวัดของท่านต้องลงไปทำ ก็คือการที่จะโค้ช (Coach) ให้ครูสอนจริงในชั้นเรียนเป็นไปตามนั้น เพราะถ้าท่านมีเครื่องมือให้ อบรมให้ แต่กลับไปชั้นเรียนครูก็ไม่สอนครับ ก็สอนตามที่ ผอ. เขตพื้นที่บังคับให้ทำล่ะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องลงไปโค้ช (Coach) แล้วไปเฝ้าดูในชั้นเรียนครับ แล้วตรงนั้นจะเกิด การเปลี่ยนแปลง ผมขออนุญาตฝาก ๓ เรื่องตรงนี้ และผมยินดีครับท่านเลขาธิการจรุงวิทย์ ผมจะไปช่วยท่านจริง ๆ เพราะว่าอันนี้คือสิ่งที่ผมถนัดและผมเก่งครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียน🔗

ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านเลขาธิการ กกต. ผ่านท่านประธานก็คือว่า วัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการโดยครูนี่เป็นวัฒนธรรมอำนาจนิยมครับ เพราะในชั้นเรียน ครูถูกนักเรียนผิดครับ ตัวอย่างรูปธรรมก็คือมีโจทย์การบ้านข้อหนึ่งนักเรียนทำมาไม่เหมือน คำตอบครู นักเรียนบอกครูผิด แต่นักเรียนจะอธิบายครูบอกเธอไม่ต้องอธิบายเธอผิด เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมในชั้นเรียนของเราเป็นวัฒนธรรมอำนาจนิยมครับ แล้วท่านก็จะ พยายามให้ครูที่เชื่อในอำนาจนิยมมาสอนประชาธิปไตยยากมากครับ ด้วยเหตุผลตรงนี้เอง ผมถึงเรียนกับท่านว่าท่านอย่าประชุมกับปลัดกระทรวงครับ อย่าประชุมกับเลขาธิการ สพฐ. ไม่มีประโยชน์ครับ ท่านลงไปทำในพื้นที่กับโรงเรียน อันนี้ผมเรียนท่านประธานจริง ๆ ผมยินดีช่วยเพราะผมอยากให้มีประชาธิปไตยเกิดขึ้น ท่านเลขาธิการกรุณาติดต่อผมเลย นะครับ🔗

แล้วก็ประเด็นสำคัญก็คือว่าในตลอดเวลาหลายสิบปีมานี้ในชั้นเรียนของเรา นักเรียนถูกอำนาจของครูกดทับมาโดยตลอด การเดินขบวนประท้วงของนักเรียนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มันเป็นผลจากการที่นักเรียนถูกอำนาจของครูกดทับในโรงเรียนติดต่อกันมา ยาวนาน นี่เป็นปัญหาท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจเลยครับที่นักเรียนไทย ของเราจะนิยมการใช้อำนาจในการแก้ปัญหาครับ ที่ไม่ใช่วิธีการประชาธิปไตยและใช้เหตุผล อย่างที่ท่านเลขาธิการ กกต. ได้พูดถึง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ว่าหลักคิดของท่านถูกต้องแต่วิธีปฏิบัติของท่านจะล้มเหลวนะครับ ถ้าท่านไม่อยากล้มเหลว ท่านติดต่อผมนะครับ แล้วผมจะไปช่วยท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเลขาธิการ มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอบคุณท่านอาจารย์กนกครับ แล้วผมจะประสานกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ในส่วนของ กกต. ที่จะดำเนินการต่อไปตาม ข้อแนะนำของท่านด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ผมยังไม่ได้ตอบคือเรื่องของท่าน ส.ส. คารมครับ ด้วยนายกสมาคม สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยมีหนังสือมาขอให้เลื่อนการเลือกตั้ง ผมได้นำเรียน ท่านกรรมการการเลือกตั้งแล้วนะครับ เมื่อเช้าท่านกรรมการการเลือกตั้งท่านได้หารือ กันแล้วนะครับ ท่านก็ให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งไปตามที่กำหนดไว้ครับ🔗

ส่วนในประเด็นอื่น ๆ นะครับที่ท่านได้กรุณาทั้งหมด ๑๙ ท่าน ได้กรุณา ให้ข้อแนะนำอะไรต่าง ๆ นะครับ ผมจะได้นำเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ ในส่วนของผมถ้าอยู่ในอำนาจหน้าที่ผมจะได้นำไปปรับปรุงเพื่อให้ระบบการเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๑ เรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณ ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นเรื่อง ตามระเบียบวาระที่ ๒.๓🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนการออม แห่งชาติ🔗

เชิญ เจ้าหน้าที่กองทุนการออมแห่งชาติเข้ามาในห้องประชุมได้แล้วครับ🔗

(ผู้แทนจากคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ซึ่งเรื่องนี้ ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนการออมแห่งชาติตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ซึ่งรายละเอียดได้แจกจ่าย ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านมีอะไรจะเสนอก่อนไหมครับ เชิญครับ🔗

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออม แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ หรือ กอช. ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ที่บริษัท เอเอสวี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ได้ตรวจสอบรับรองแล้ว ประกอบด้วยงบดุลและงบประกอบ รายละเอียดเงินลงทุน งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ และงบกระแส เงินสดสำหรับสิ้นปี สิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ มีสรุปสาระสำคัญดังนี้🔗

กอช. มีสินทรัพย์ ณ สิ้นปี ๒๕๖๒ รวมทั้งสิ้น ๖,๙๓๑.๓๔ ล้านบาท หนี้สิน ๗๓.๑๖ ล้านบาท ทำให้ กอช. มีสินทรัพย์สุทธิจำนวน ๖,๘๕๘.๑ ล้านบาท กอช. มีรายได้ รวมทั้งสิ้น ๑๐๗.๘๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๑ จำนวน ๙.๕๔ ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการลงทุน รายได้จากดอกเบี้ย รายได้จากการบริหารจัดการกองทุน และรายได้อื่น🔗

กอช. มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น จำนวน ๑๘๕.๔๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๖๑ จำนวน ๕๕.๕๓ ล้านบาท ประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสมาชิก ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับบุคลากรและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่ และด้านการลงทุนอื่น รวมถึงค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่ะ🔗

ในปี ๒๕๖๒ มีผลกำไรจากการลงทุน จำนวน ๑๖๖.๗๑ ล้านบาท ทำให้ ผลการดำเนินงานของปี ๒๕๖๒ มีผลประโยชน์กำไรสุทธิ จำนวนรวมคือ ๓๙.๑๒ ล้านบาท🔗

กอช. มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการส่งเสริมการออมเพื่อสร้างหลักประกัน ที่มั่นคงให้กับชีวิตยามชราภาพของแรงงานนอกระบบ และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ให้ได้ มีโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในวัยสูงวัยนะคะ🔗

ในปี ๒๕๖๒ ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด เรามีสมาชิกเพิ่มจาก ปี ๒๕๖๑ จาก ๖๑๐,๖๘๓ คน มาเป็น ๒,๓๓๕,๐๘๕ คนในปี ๒๕๖๒ คิดเป็นการเพิ่มขึ้น ถึงร้อยละ ๒๘๒ ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติและผู้แทนจากกระทรวงต่าง ๆ เครือข่ายผู้แทนสมาชิกทั่วประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจในการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเล็งเห็นการออมเงินเพื่อให้ ประชาชนมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ🔗

ในด้านบริหารเงินลงทุน กอช. สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนสำหรับ สมาชิกได้ถึงร้อยละ ๔.๔๖ โดยที่ กอช. เป็นกองทุนออมระยะยาวที่ต้องสร้างหลักประกัน ความมั่นคงในยามเกษียณของสมาชิก จึงมีเป้าหมายหลักในการลงทุนโดยการเน้น ในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภท ต่าง ๆ เพื่อสร้างศักยภาพของผลตอบแทนระยะยาว🔗

กอช. ยังคงมุ่งหวังพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกในการสมัครและส่งเงิน ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนได้เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่วัยเด็กนะคะ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานความมั่นคงในวัยเกษียณและประเทศชาติจะได้มีอนาคต ซึ่งอนาคต หากเด็ก เยาวชนรู้จักวางแผนทางการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย จะเป็นส่วนสำคัญในการลด ความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเราเองก็มี แผนพัฒนาที่จะสร้างตัวแทน กอช. ประจำหมู่บ้านให้ครบทั่วประเทศโดยที่ร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย เพื่อจะให้มีตัวแทน กอช. ระดับหมู่บ้าน เพื่อจะเป็นคนส่งข่าวหรือสร้าง ความตระหนักให้รู้จักวางแผนในชุมชนให้ได้ ขอกราบเรียนรายละเอียดเท่านี้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ประสงค์จะอภิปรายอยู่หลายท่านนะครับ เชิญท่านแรกก่อน ท่านอนุรักษ์ บุญศล แล้วตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นกรรมาธิการเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว กองทุนการออมแห่งชาติ จึงติดตามกองทุนการออมแห่งชาติ กอช. ตลอดมาค่ะ ในหน้า ๗๔ ท่านประธานคะ ดิฉันชื่นชมที่ท่านได้คะแนนเป็นอันดับ ๒ ของหน่วยงานประเภทของทุนของรัฐดีเด่น ต้องขอชื่นชมจากใจบริสุทธิ์จริง ๆ ค่ะ ทีนี้วัยเกษียณแล้วกองทุนการออมต้องการให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่ได้ประกัน ในด้านใด ๆ นั้นมีเงินเกษียณ แล้วก็จะไม่ทำให้ผู้ที่เกษียณจากงานแล้วทำงานไม่ได้สามารถ ที่จะมีเงินออมของตนนั้นเป็นเงินบำนาญ ทีนี้ในหน้า ๗๖ ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านเลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ กอช. ในปี ๒๕๖๓ กองทุน การออมแห่งชาติ กอช. ในหน้า ๗๖ บอกว่าจะดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ อย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ ๔๘๐ ล้านบาท และได้วางกรอบวงเงินงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์ไว้ ๓ ปี ปี ๒๕๖๔ ๔ ล้านคน วงเงินงบประมาณ ๑,๕๑๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๕ ๔.๕ ล้านคน ๑,๗๘๓ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ ๕ ล้านคน ในวงเงินงบประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันมีคำถามค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากให้กองทุนการออมแห่งชาติซึ่งเป็นครั้งหนึ่ง ในชีวิตของดิฉันเหมือนกันที่ดิฉัน ได้เป็นกรรมาธิการเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว อยากให้ท่านได้ทำเชิงรุกกว่านี้ ไม่อย่างนั้นถึงแม้ว่าจะตาย ไปแล้วก็ตามมันไม่ใช่เงินเกษียณก็ตามท่านจะไม่ทันฌาปนกิจสงเคราะห์ตามหมู่บ้าน ๑๐๐ บาท พอ ๑๐๐ บาท บางตำบลรวมกันเป็น ๑ ตำบล เมื่อเสียชีวิตไปแล้วก็สามารถที่จะมีเงินเหล่านี้ ไว้ให้ลูกหลานเป็นหลายแสนเลยนะคะ อันนี้หมายความว่าถ้าไม่เชิงรุกดิฉันอยากให้ ความงอกงาม งดงามมันเกิดในวัยเกษียณอย่างจริง ๆ จัง ๆ ดิฉันจึงให้นโยบายของการออม แห่งชาติต้องใช้นโยบายเชิงรุกเพื่อให้มีสมาชิกมากที่สุด ดิฉันอยากให้อยู่ในหมู่บ้านให้พี่น้องที่เป็น รากหญ้าเข้าถึงเข้าใจในการออมเงินทั้ง ๗๘,๐๐๐ หมู่บ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ ประชาชนที่จะเกษียณ และการรณรงค์ในสถานศึกษาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ก็เช่นเดียวกันจะได้มี เงินออม ในอนาคตอันใกล้ดิฉันทราบมาว่ารัฐบาล เป็นข่าวนะคะ จากข่าวดิฉันทราบมาว่า รัฐบาลจะดูแลผู้สูงอายุซึ่งจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี ๒๕๖๕ อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ทราบว่า เมื่อไรรัฐบาลจะให้ผู้สูงอายุนั้นมีเงินผู้สูงอายุคนละ ๓,๐๐๐ บาทเป็นอย่างน้อย ถ้าการบริหารจัดการของกองทุนการออมแห่งชาตินี้ แล้วถึงวันที่รากหญ้าเกษียณได้อีก ๓,๐๐๐ บาท ชีวิตเขามีเงินใช้ ๖,๐๐๐ บาท ใน ๖,๐๐๐ บาทนี้ วิกฤติโควิด (COVID) นี่ วิกฤติที่สุดในชีวิตแล้ว รัฐบาลให้เงินให้แล้วให้อีกก็ไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้ เพราะว่า ไม่สามารถหาเงินเพิ่มเข้ามาในระบบของครอบครัวได้ ทุกคนจะต้องมีงานทำ ทุกคนจะต้อง มีรายได้ครอบครัวถึงจะอยู่ได้ ครอบครัวใดไม่มีเงินเข้าแล้วเอามาจากรัฐบาลอย่างเดียว ท่านประธานผ่านไปถึงท่านเลขาธิการด้วยความเคารพค่ะ จะอยู่ยั้งยืนยงได้อย่างไร ฉะนั้นดิฉันต้องการจากกองทุนการออมแห่งชาติ ๓,๐๐๐ บาท จากรัฐบาล ๓,๐๐๐ บาท จะวิกฤติโรคระบาดไปทั้งโลกก็สามารถที่จะอยู่ได้ค่ะ นั่นคือข้อที่ ๑ นะคะว่านั่นคือเชิงรุก ของกองทุนการออมแห่งชาติเพื่อคนในชาติ เพื่อพี่น้องประชาชนที่มีเลข ๑๓ หลักเดียวกัน🔗

ข้อ ๒ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านเลขาธิการด้วยความเคารพค่ะ อีกข้อหนึ่ง ก็คือการนำเงินออมไปลงทุน แม้ท่านจะบอกว่ามุ่งเน้นการบริหารเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ก็อดห่วงไม่ได้ จึงขอทราบการลงทุนในเรื่องของเงินออมว่ากองทุนจะเติบโต เมื่อกองทุน เติบโต สมมุติว่ามี ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนกองทุนอื่น ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ บางกองทุนมีถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท มีปัญหามากเลยในเรื่องของ ตามข่าวนะคะ รัฐบาลไปยืมแล้วไม่มีเงิน จ่ายอย่างนี้ หรือการตัดสินใจไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำให้กองทุนนั้นงอกเงยขึ้นมาได้หายไป แล้วคนที่สะสมมาตลอดชีวิตด้วยน้ำพักน้ำแรง หยาดเหงื่อแรงงาน เป็นกระดูกสันหลังของชาติ อย่างนี้ แล้วเงินหายไปออกไปจากระบบอย่างนี้ค่ะ ดิฉันก็ถามว่านโยบายของท่านมีอย่างไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพคะ ออมเงินน้อย ออมเงินออม ออมเงินตรา เผื่อวันหน้าลำบากและ ยากเข็ญ แม้นน้อยนิดชีวิตไม่ลำเค็ญ ยามยากแค้นแสนเข็ญเย็นมาเยือน ขอบพระคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปรายรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนการออมแห่งชาติ ผมได้อ่านรายงาน แล้วก็ชื่นชมสำนักงานด้วยว่าได้ทำรายงาน การออมแห่งชาติให้มีความเข้าใจ แล้วก็แยกแยะประเด็นได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนดีมาก ก็ขอชมเชยไว้ด้วยครับ อย่างไรก็ตามผมจะให้ความเห็นต่อท่านประธานผ่านไปยังกรรมการ ที่มาวันนี้ว่าส่วนหนึ่งนี่การออมแห่งชาติน่าจะเป็นการส่งเสริมการออมทรัพย์ในระยะ ที่แรงงานที่อยู่นอกระบบ ตัวเลขแรงงานนอกระบบนี่ประมาณ ๒๐.๔ ล้านคน ประมาณนั้น หรือปัจจุบันอาจจะ ๒๑ ล้านคน แต่เป้าหมายที่ผมดูนี่ผมอยากเรียนท่านประธานว่ากองทุน การออมมีการเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี ๒๕๕๘ ที่เริ่มการออมที่มีสมาชิกเพียง ๓๙๑,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็ในปี ๒๕๖๒ มีสมาชิกที่ก้าวกระโดด ๒ ล้านกว่าคน แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ก็มีตัวเลขเป็นแสน อย่างปี ๒๕๖๑ นี่มีตัวเลขประมาณ ๖๑๐,๖๘๓ คน ตัวเลขนี้สะท้อน อยู่สัก ๓ ประเด็นที่อยากจะฝากก็คือว่า🔗

ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๑ ก็คือว่ายุทธศาสตร์ที่บอกเรื่องการเพิ่ม สมาชิกและการบริหารการลงทุนของกองทุนการออมก็ดีมันจะต้องสัมพันธ์กันอยู่พอสมควร ในประเด็นการเพิ่มสมาชิกผมพบว่าการเพิ่มสมาชิกถ้าดูอย่างรวบรัดก็คือว่าจากแรงงาน นอกระบบ ๒๐ กว่าล้านคนมีสมาชิกตามเป้าหมายในปี ๒๕๖๔ แค่ ๔ ล้านคน ผมว่ามันยัง น้อยไป แล้วได้ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่อยู่แรงงานนอกระบบด้วย อันนี้ละที่ผม ยังสงสัย เพราะว่ากระบวนการรณรงค์ในรายงานท่านมีช่องทางเยอะมาก แล้วก็เรียนว่า ท่านทำเยอะไม่ว่าจะช่องทางประชาสัมพันธ์ ช่องทางออนไลน์ (Online) การใช้สื่อต่าง ๆ มากมาย สิ่งเหล่านี้มันไม่ค่อยสัมพันธ์กับสมาชิกที่ท่านอยากจะให้เขาเป็น จึงอยากถามว่ามันมี อุปสรรคอะไรไหมครับในการหาสมาชิก นั่นคือประเด็นที่ ๑ เพราะฉะนั้นผมดูเป้าหมายต่อไป ในการขยายการออมนี่ซึ่งผมเห็นด้วยนะ เป้าหมายการออมที่จะขยายไปสู่หมู่บ้าน ในเป้าหมายเขียนไว้ว่าประมาณ ๗๘,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านจะใช้หมู่บ้านละ ๑ คน แล้วก็ขยาย ไปสู่เยาวชน ซึ่งอันนี้ดีนะครับว่าเยาวชนของเรานี่ต้องส่งเสริมการออม เพราะการออมเป็น หลักประกันของชีวิตตั้งแต่ต้นจนถึงวัยที่เราจะต้องเป็นผู้สูงอายุ จะต้องใช้เงินในการดำรงชีพ และคุณภาพชีวิตของตนเอง อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ ผมอยากจะบอกตัวเลขที่จะขยายไปสู่หมู่บ้านก็ดี เยาวชนก็ดี โครงสร้างประชากรของเรา เยาวชน ถ้าดูตัวเลข ๐-๑๔ ปี มีประมาณ ๑๑ ล้านคน ๑๕-๒๔ ปีประมาณ ๘ ล้านคน เกือบ ๙ ล้านคน ในจำนวนนี้เกือบ ๒๐ ล้านคนนี่ผมคิดว่าอันนี้ทำอย่างไรที่จะขยายสมาชิก อย่างที่ว่าให้มากขึ้นเพิ่มขึ้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราบริหารแบบราชการ บริหารแบบรัฐหรือเปล่า หรือเราจะบริหารแบบหลักการมีส่วนร่วมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเป็นเจ้าของเงินนี้ ผมคิด ว่าประเด็นต้องตีให้แตกว่าจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของกองทุนนี้ เขาได้รับ ประโยชน์จากกองทุนนี้ เพราะฉะนั้นการบริหารกองทุนในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ดูจะไม่ค่อยชัดว่า เงินลงทุนนี่ไปทำเพื่ออะไร และตอบโจทย์ไปสู่สมาชิกอย่างไร อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผม อยากจะฝากไว้ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูว่าผมเคยอยู่ในชุมชน ตำบล หมู่บ้าน เขามี การออมทรัพย์เพื่อการผลิต ประชาชนออมนี่มีภูมิปัญญาชาวบ้านหลายคน ไม่ว่าจะเป็นลุงอัมพร ครูชบ หมู่บ้านเดียวเขาออมเป็นร้อยล้านบาท และถ้าหลาย ๆ ปี เป็น ๕-๖ ปีก็ ๑๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาทนี่คือตัวอย่าง มีตำบลหนึ่งที่ตำบลหนองสาหร่าย ผมอยากจะเรียนไว้เป็น เบื้องต้นว่าเขาทำสถาบันการเงินชุมชน ตำบลนี้สามารถเรียกการออมได้มากเป็นร้อยล้านบาท เหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำก็คือว่าจะทำอย่างไรให้สมาชิกมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ผมดู ในรูปของกรรมการหรืออนุกรรมการนี่ผมไม่แน่ใจว่าในรายงานจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เป็น เจ้าของมีส่วนร่วมมาเป็นกรรมการด้วยหรือไม่ เพื่อดึงให้เขารู้สึกว่าเขาได้ประโยชน์จาก กองทุนนี้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการกองทุนอาจจะต้องกลับมาดูว่าจะทำ อย่างไรให้สมาชิกได้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วไปเป็นกรรมการกองทุนส่วนหนึ่งให้เขาบริหาร จัดการ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้าเราตั้งเป้าหมาย ๑๐ ล้านบาท ประชากรไทย ๖๕ ล้านคน ออมวันละบาท วันหนึ่งก็ได้ ๑๐ ล้านบาท ๓๐ วันก็ได้ประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท นี่แค่เดือนเดียวนะครับ ๑ ปีก็จะมีเงิน ๑๒ เดือน เดือนละ ๑,๕๐๐ ล้านบาท นี่ผมคิดง่าย ๆ จะได้ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็คือถ้าคิดแบบประชาชน เพราะฉะนั้นกองทุนจะต้องผสมผสานระหว่างประชาชนเข้ามาช่วยบริหารใช้ปัญญาของ ชาวบ้าน ท่านบอกว่ารณรงค์ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการออม แต่ในทางกลับกัน ตัวเลขที่มันปรากฏผมว่าไม่เข้าเป้า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเสนอว่ารัฐ ราษฎร์ ประชารัฐ ประชาชน ควรจะร่วมกันในเรื่องการออม แล้วทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่าเขาได้เป็นเจ้าของ กองทุนนี้ แล้วนั่นละคือเขาจะตระหนักถึงการออม และการรับประโยชน์จากกองทุนนี้ อย่างแน่นอนครับ ก็เป็นข้อเสนอและเป็นคำถามด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนให้ทีมงานหรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนเข้าสู่ กองทุนการออม กอช. ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าขณะนี้ถ้าเราสามารถแนะนำ ให้เด็กตั้งแต่ ๑๕ ปี หรือน้อยกว่า ๑๕ ปีเข้าสู่การออมได้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะนั่นทำให้ในการใช้เงินในช่วงสูงอายุ ๖๐ ปีเขาจะได้มีเงินใช้ แต่ท่านประธานครับ สังคมผู้สูงอายุขณะนี้ปี ๒๕๖๔ เข้าผู้สูงอายุถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๗๔ หรือ ปี ๒๕๗๘ นี่ เราจะเต็มที่ถึง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราอย่าประมาทครับ ต่อไปนี้ผู้สูงอายุจะมากขึ้น ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ท่านจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ และคณะ ว่าผมเห็นด้วยและสนับสนุนอย่างยิ่งให้มีการออม แต่ที่ท่านเขียนมาที่เราวิเคราะห์กันก็คือ ประเด็นของแรงจูงใจ การออมของท่านมีแรงจูงใจน้อยมาก และผลตอบแทนมีการวิเคราะห์ กันแล้วว่าผลตอบแทนที่เรียกว่าอินเทอร์นัล เรต ออฟ รีเทิร์น (Internal Rate of Return) ไออาร์อาร์ (IRR) นั้นไม่เพียงพอกับเงินที่ครบ ๖๐ ปี เส้นความยากจนกับเงินที่ด้อยค่าลง มันไม่เพียงพอกัน เขาจะได้แค่พันกว่าบาท เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าท่านและคณะคงได้ คุยกันแล้วละว่ามันมีปัญหาเรื่องของแรงจูงใจหรือผลตอบแทนที่มันน้อยมาก ถ้าเปรียบเทียบ กับประกันสังคม ท่านประธานครับ ประกันสังคมนี่นายจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาล ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายความว่าเขาจะได้เงินจากรัฐบาล ไม่ได้พูดถึงนายจ้าง ครึ่งหนึ่งหรือเกือบครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเขาออมเท่าไรเขาก็จะได้เงินเกือบเท่า แต่ของเราไปล็อก ไปล็อกอย่างไรท่านประธาน ไปล็อกว่าออมตั้งแต่ ๕๐ บาทจะให้สมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของวงเงิน แต่ไม่เกิน ๖๐๐ บาทต่อปี ในอายุ ๑๕-๓๐ ปี พอ ๓๐-๕๐ ปี ไปล็อกไว้ว่าสมทบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกินวงเงิน ๙๖๐ บาทต่อปี และอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ๕๐-๖๐ ปีขึ้นไป สมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกินวงเงินแค่ ๑,๒๐๐ บาทต่อปี เงินแค่ ๑,๒๐๐ บาทต่อปี ถามว่าแรงจูงใจที่รัฐบาลสมทบมันน้อยมาก แล้วไปล็อกไว้ว่าสมทบ ๕๐ ๘๐ ๑๐๐ ในงานวิจัยผมว่าควรจะสมทบ ๑ ต่อ ๑ ไปเลย ออมเท่าไร ออม ๕๐ ก็สมทบ ๕๐ ทุกช่วงอายุ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นช่วงอายุปลาย ๆ นี่ข้อที่ ๑ ทำให้เด็กนักเรียนลูกหลานเราจะเข้ามาสู่ วงการออมมากขึ้นคือ ๑ ต่อ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ การออมที่จะได้เงินท่านก็ไปล็อกอีกว่าไม่เกินในอายุช่วงสั้น ไม่เกิน ๖๐๐ บาทต่อปี ๙๖๐ บาทต่อปี และ ๑,๒๐๐ บาทต่อปี ถ้าเขาออมเยอะและไปล็อก ว่าไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ถ้าเขาออมปีหนึ่ง ๑๓,๒๐๐ บาท เขาควรจะได้สัก ๖,๐๐๐ บาท แต่ได้แค่ ๑,๒๐๐ บาท นี่คือแรงจูงใจที่มองแล้วว่ามันไม่น่าจูงใจ ถ้าไปออมอย่างอื่นอย่างที่ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล การออมมีเยอะมากในพื้นที่ ในสหกรณ์ ในกลุ่มของผู้สงเคราะห์ ในส่วนของที่อยู่ในพื้นที่ไม่ว่าสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการอะไรต่าง ๆ เขามีแรงจูงใจเยอะกว่านี้🔗

ประเด็นที่ ๓ ท่านบอกว่าปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ เราเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๘ เริ่มมีการออม ปี ๒๕๖๑ มีคนประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ มีอยู่ ๒ ล้านคนกว่า ๓ ล้านคนซึ่งยังน้อยกว่าเป้า เป้าทั้งหมดที่มีคนที่ทำงานแรงงานนอกระบบ ที่ไม่มีนายจ้างประมาณเกือบ ๒๐ ล้านคน ยังมีพวกอาชีพอิสระอีก ที่ไม่ได้เข้าระบบอีก ทำไมเราไม่สามารถดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาได้ กลุ่มคนนี้ก็ได้ก็คือเราต้องมีการสมทบให้มากกว่าเดิม มีแรงจูงใจแล้วก็ไม่ต้องไปล็อกว่าได้แค่ ๑,๒๐๐ บาท เพราะว่าเมื่อถึงอายุจริง ๆ แล้ว เขาจะได้เงินคืนแค่ ๑,๗๐๐ บาท แต่ว่าเส้นของความยากจนกับเรื่องของเงินมันไม่พอแล้ว เพราะฉะนั้นตามวิเคราะห์มันต้องเพิ่มอย่างน้อย ๆ เป็น ๒ เท่า ถึง ๓ เท่าตัวจะเป็นประโยชน์ เท่านั้นท่านไม่ต้องกลัวเลยครับว่าคนที่อยู่ในกำลังออมจะต้องไปหาจากทางส่วนของ มหาดไทย อะไรต่าง ๆ ไม่ต้องไปหาเยอะหรอกครับ ถ้าเรามีแรงจูงใจเขามาเอง นี่คือข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ ในช่วงโควิด (COVID) ท่านมีแรงจูงใจมีอินเซนทีฟ (Incentive) มีอะไรช่วยเหลือเขาบ้าง อย่างเช่นประกันสังคมตอนนี้เขาลดให้นายจ้าง ๓ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้างอาจจะ ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป ของเรามีแรงจูงใจอะไรบ้าง ในช่วงโควิด (COVID) มีอะไรช่วยเหลือเขาบ้าง ที่ท่านประกาศมาบอกว่ามีอินเซนทีฟ (Incentive) คือประกันภัยมาช่วย บริษัทนั้นนี้ไปช่วยมันน้อยมาก ผมว่าเราต้องระดมผู้ซึ่ง บริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะมาดูแลหรือบริษัทที่เขาจะดู ใครมาทำการออมท่านให้เขาไปเลยนะครับ ผมว่ามีคนเยอะแยะถ้าเราปรึกษาหารือกัน นักธุรกิจต่าง ๆ เขาอยากจะช่วยอยู่แล้ว อย่างที่ ท่านเขียนมามีอยู่ ๔-๕ เรื่องเองที่มาช่วยแต่มันถือว่าน้อยมาก ประเด็นไม่ว่าจะเป็นอะไรต่าง ๆ มันแทบจะไม่มีแรงผลักดัน มันไม่มีอิมแพ็กต์ (Impact) เพราะฉะนั้น อิมแพ็กต์ (Impact) ตรงนี้สำคัญ ผมเป็นกำลังใจอยากให้ออมมาเยอะ ๆ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่มีโอกาสได้ออม เขาได้ออมแล้วเขาจะภูมิใจ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนถามทางท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการและคณะว่าท่านได้คิดไหมครับว่าประเด็นเราจะมีการเพิ่มค่าตอบแทน ผลตอบแทนอย่างไร ท่านบอกอาจจะติดที่ พ.ร.บ. พ.ร.บ. กำหนด ท่านก็เสนอมาได้ สภาทางนี้ก็สามารถที่จะดูแล้วว่ามันเป็นประโยชน์เราก็สามารถแก้กฎหมายได้ ติดที่ระเบียบ ก็แก้ที่ระเบียบ หรือแม้กระทั่งว่าอินเซนทีฟ (Incentive) ท่านไปหาภาคเอกชนมาช่วยเหลือ ท่านระดมเต็มที่ได้ เพราะว่าในสมาชิกคณะกรรมการต่าง ๆ มีแต่ผู้ทรงคุณวุฒิ มีแต่คนเก่ง ๆ มีแต่ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์มาก ผมชื่นชม ผมอยากให้กองทุนออมนี้มีเงินแค่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทมันยังน้อยมาก มันต้องเป็นหมื่นล้านหลายหมื่นล้าน ประกันสังคม จะเป็นแสน ๆ ล้านนะครับ แล้วผลประโยชน์จะเกิดกับพี่น้องประชาชน เพราะขณะนี้ เขาลำบากมาก ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณแล้วก็ฝากทางท่านเลขาธิการและคณะ เป็นกำลังใจและช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับขึ้นบัลลังก์ เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิสิฐครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณทาง กอช. ที่ได้นำเสนอข้อมูลแล้วก็ได้แสดงถึงความก้าวหน้า ในการที่จะเพิ่มสมาชิก แล้วก็ในการที่จะช่วยให้คนไทยได้รู้จักการออม เรื่องการออม เป็นเรื่องที่ผมเองโดยส่วนตัวก็ได้คลุกคลีแล้วก็เห็นความสำคัญมาตั้งแต่หลายสิบปีตั้งแต่ เริ่มต้นทำงานก็ว่าได้นะครับ แล้วก็ได้เห็นถึงวิวัฒนาการของบ้านเราว่าเรื่องนี้เราต้องถือว่า ยังค่อนข้างที่จะโตช้าหรือว่าพัฒนาช้ากว่าที่อื่นนะครับ ซึ่งก็ปรากฏว่าสังคมวัยชรา มันมาเร็วมากคนไทยหรือประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมที่มีคนชรามากขึ้น และคนชราไม่น้อย ทุกวันนี้ก็จะประสบปัญหาว่าจะเลี้ยงดูตัวเองอย่างไร เมื่อวานนี้มีข่าวหนึ่งที่น่าตกใจคือเพื่อนที่เรียนด้วยกันยิงตัวตายที่สะพานพุทธ แล้วก็ มีจดหมายว่าเครียด เพราะว่าไม่อยากจะพึ่งใคร ไม่อยากจะเป็นภาระของใคร ความหมาย ก็คือว่าเมื่อพ้นวัย ๖๐ แล้วนี่โอกาสในการทำงานนี่ยาก แล้วถ้าไม่มีเงินเก็บก็ต้องไปอาศัย คนอื่นเขานะครับ แล้วคนที่มีศักดิ์ศรีเขาก็มีความรู้สึกไม่ดีในเรื่องนี้ ซึ่งสภาพนี้จะเกิดมากขึ้น ๆ ในสังคมไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำจะมีความหมายมากต่อการที่จะผดุงให้สังคมเราอยู่ได้ ก็คือวัยทำงานก็ทำงานแล้วก็มีการออม และเมื่อถึงวัยเกษียณก็อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องลำบากลำบนที่จะต้องไปพึ่งพาคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพารัฐบาล หรือว่าครอบครัวก็ตาม เพราะว่าอนาคตภาระค่าครองชีพก็คงจะมีปัญหากันมากขึ้นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็ได้ศึกษาเรื่องนี้ในกรอบของคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง แล้วก็ได้นำเสนอแนวคิดและแผนในการดูแลเรื่องนี้ มีการนำเสนอกฎหมาย ๒-๓ ฉบับ🔗

ฉบับที่ ๑ ก็อยู่ในขั้นตอนที่ส่งไปยังรัฐบาลแล้วในเรื่องของการแก้ไขให้ การออมโดยผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แทนที่จะเป็นแบบที่สมัครใจแล้วก็มีผู้ออมเพียง ๓ ล้านคนให้เป็นแบบเชิงบังคับ คนที่ทำงานบริษัทควรต้องเป็นสมาชิกทุกคน อันนี้เป็น ตัวอย่างหนึ่ง เหตุที่ทำอย่างนี้เพราะว่าผมเชื่อว่าวิธีการออมที่เป็นสมัครใจมันเป็นเหมือนกับ เข็นครกขึ้นภูเขา ที่ท่านทำมาก็คงจะได้ระดับหนึ่ง แต่ครั้นจะให้มีมากกว่านี้ ครอบคลุม คนไทยอีกกว่า ๒๐-๓๐ ล้านคนที่ยังไม่ได้มีการออมที่เหมาะสมก็คงจะยาก คงต้องหาวิธีการ ที่จะให้มีการออมที่อย่างน้อย ๆ มีลักษณะที่เป็นธรรมชาติแล้วก็ให้มีความทั่วถึง เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนั้นผมก็ได้นำเสนอไปแล้ว ก็อยากจะขออนุญาตฝากให้ท่านประธานได้ช่วย ดูแลด้วยครับว่ารัฐบาลควรต้องรีบตอบมาโดยเร็ว นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง🔗

อีกฉบับหนึ่งก็เป็นเรื่องของการปรับปรุง กอช. เองนะครับว่าให้มีลักษณะ เป็นบอดี้ (Body) ที่จะดูแลการออมทั้งระบบ เพราะว่าทุกวันนี้เรามีหน่วยงานที่ทำเรื่อง การออมเพื่อใช้ยามชรากระจัดกระจายอยู่หลายที่ทั้งที่ประกันสังคม ทั้งที่ กบข. ทั้งที่กองทุน สำรองเลี้ยงชีพ ไม่มีหน่วยงานกลางที่จะมาดู เราควรจะใช้ระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มาครอบคลุมให้ทั่วถึง ดูแลให้คนไทยทุกคนในอนาคตแน่ใจว่าเขามีเงินใช้ยามชรา มีตัวอย่าง เกิดขึ้นที่ฟินแลนด์ที่ผมเคยไปดูงานมาที่เขามีองค์กรกลางแบบนี้ ซึ่งก็อยากจะเห็นเรา ได้แปลง กอช. ให้มาทำหน้าที่นี้มากขึ้น แล้วที่สำคัญกว่านั้นก็คือเรื่องของกองทุน ประกันสังคม ผมเองขณะนี้ก็อยู่ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง ก็กำลังนำเสนอกฎหมาย ที่จะให้กองทุนประกันสังคมได้แยกเงินส่วนที่เป็นกองทุนชราภาพออกมาให้มีการบริหาร ที่คล้าย กบข. แล้วก็ให้มีการครอบคลุมไม่เฉพาะแต่คนที่รับเงินเดือนเท่านั้น เพราะทุกวันนี้ ประกันสังคมดูแลแต่เฉพาะคนที่เป็นลูกจ้าง แต่คนที่ประกอบวิชาชีพอิสระที่ไม่ได้มีฐานะ เป็นลูกจ้างกลับไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องดูแลเขาให้ทั่วถึง แม้กระทั่ง คนต่างด้าวที่มาทำงานเป็นลูกจ้างในบ้านเราประกันสังคมยังดูแล รัฐยังจ่ายชดเชย แต่ทำไม คนไทยที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างทำงานอิสระกลับไม่ได้รับการเหลียวแล ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นนะครับว่าเราได้มีการปฏิรูประบบการออม เพื่อจะได้ให้คนไทย ทุกคนในอนาคตมีชีวิตวัยเกษียณที่มีศักดิ์ศรีต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านณัฐชา เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ขออนุญาตนำเสนอผ่านไปยังกองทุน การออมแห่งชาติ ความจริงผมและท่านเลขาธิการ ท่านจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ก็ได้พบเจอกัน ในชั้นกรรมาธิการหลาย ๆ ห้องแล้วนะครับ เนื่องจากผมก็ได้ทำเรื่องของบำนาญพื้นฐาน ประชาชน ๓,๐๐๐ บาทแก่ผู้สูงอายุ ซึ่งก็ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด แต่ว่าในวันนี้ผมอยากให้ท่านได้ช่วยนำเสนอเรื่องของเงื่อนไขของ กอช. ที่กำหนดเรื่องของ สิทธิที่ได้รับเงินสมทบจากทางรัฐบาล ผมอยากจะนำเรียนท่านอย่างนี้ครับ คือเรื่องของ จำนวนเงินสมทบที่น้อยเกินไปและเปอร์เซ็นต์การสมทบให้กับประชาชน เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดแล้ว ผมพูดภาษาชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ เลย คือว่าไปขายที่ไหน ก็ไม่มีคนเอาด้วยเนื่องจากอะไรครับ มันไม่หวือหวามากพอ มันไม่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน ผมลองเข้าแอปพลิเคชัน (Application) ของ กอช. คร่าว ๆ ถ้าเกิดพี่น้องประชาชนสมทบรายปี ปีละ ๑,๒๐๐ บาท ตั้งแต่ตอนช่วงอายุ ๓๕ ปี จะต้องสมทบอีก ๒๕ ปี รวมเงินต้น ๘๙,๐๐๐ บาท พออายุ ๖๐ ปี ประชาชนจะได้เงินบำนาญ ๖๐๐ บาท เอาไปตั้งขายที่ไหนชาวบ้านก็พูดเป็น เสียงเดียวกันครับ บอกรอเงินรัฐบาลดีกว่าไม่ต้องมาออมตรงนี้ คุณก็บอกว่า อ๋อ อันนี้มันได้ เพิ่มคุณได้เงินคนชราเพิ่ม คุณได้เงินคนชรา ๖๐๐ กองทุนการออมที่คุณออมมา ๒๕ ปีนี่ เราจะให้คุณอีกเดือนละ ๖๐๐ บาท เขาก็สะบัดหน้าเดินหนีแล้วก็บอกว่าไม่เป็นไร อย่างนี้ มันขายไม่ได้ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ กองทุนการออมเราจะปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้ ผมพูด เร็ว ๆ เปิดไปหน้า ๔๖ ของรายงาน บอกว่าวันนี้กองทุนการออมเข้าถึงพี่น้องประชาชนแล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๗,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ปีที่แล้วมีสมาชิก ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปี ๒๕๖๒ ก้าวกระโดดมาเป็น ๒ ล้านกว่าคน เพิ่มมา อีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน พอไปดูจริง ๆ ก็กลุ่มประชาชนที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี่ครับ อายุ ๓๕ อายุ ๓๖ ลงทุนกันเป็น ๔๑ เปอร์เซ็นต์ของประชาชนทั้งหมดที่เข้ามา พอเข้าไปดูอีกครับ กลุ่มอาชีพที่เยอะที่สุด คือเกษตรกร กลุ่มภาคที่มีกองทุนการออม แล้วก็เป็นสมาชิกเยอะที่สุดก็คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมก็เลยสงสัยและเข้าไปดู พอเปิดแอปพลิเคชัน (Application) กองทุนการออมเข้าไปดูครับ มีโพรโมชัน (Promotion) บอกซื้อสินค้าเกษตรลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ พอลงไปถามลึก ๆ เรียกกันพิจารณาเรื่องอื่น แล้วก็มีการลงไปถามพี่น้อง ประชาชนที่เป็นสมาชิกกองทุนการออมเขาบอกสมัครแล้วได้ส่วนลดค่าปุ๋ย อย่างนี้ ไม่ตรงโจทย์ กองทุนการออมทำมาเพื่อจะเก็บออมอายุ ๖๐ ได้เงินแต่พี่น้องประชาชนเข้าใจ ว่าสมัครแล้วได้ส่วนลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากการซื้อปุ๋ย อย่างนี้ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ กองทุนได้พิจารณาปรับเปลี่ยนตรงนี้เพื่อให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนมากขึ้น ผมเปิดไปดูหน้า ของการสื่อสาร กองทุนการออมทำการสื่อสาร ทำการประชาสัมพันธ์ใช้งบประมาณมากมาย สื่อโทรทัศน์ ๓๒๐ ครั้ง วิทยุ ๓๖๐ ครั้ง หนังสือพิมพ์ ๔๐๐ ครั้ง ออนไลน์ (Online) อีก ๒,๔๐๐ ครั้ง แต่เดินไปตรงไหนก็ยังไม่เข้าใจ พี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจ ผมจัดงานแต่ละครั้ง ผมก็ทำหนังสือเชิญให้กองทุนการออมไปร่วมด้วย เพราะว่าผมทำเรื่องบำนาญ ๓,๐๐๐ บาท กองทุนการออมไปเสริมด้วยเผื่อเขาอยากได้เงินเพิ่มจะได้สมัคร แต่ว่า การลงทุน การโฆษณาต่าง ๆ ผมอยากช่วยนะครับ ติดต่อมาได้เลยเข้าประสานงานกันได้เลย ผมก็ขยับเขยื้อนเรื่องเงินสมทบของผู้สูงอายุ ๓,๐๐๐ บาท กองทุนการออมไปเสริมด้วย อยากได้เงินเพิ่มต้องช่วยกันลงทุน แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันขายไม่ได้อย่างนี้มันต้องไปเพิ่มให้ มันหวือหวา ภาษาชาวบ้านให้มันหวือหวาหน่อยนิดเดียวเอง เพราะฉะนั้นเงินงบประมาณ ได้มาเท่าไร ลดการจัดอบรม ลดการจัดสัมมนา ลดการทำหนัง เดอะมูฟวี่ (The movie) อะไรต่าง ๆ ลดลง แล้วก็ไปเพิ่มผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเท่านั้นเอง ง่าย ๆ สั้น ๆ ผมไม่อยากใช้เวลาเยอะ อยากจะนำเรียนทางกองทุนการออมไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ หมอบัญญัติครับ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง กระผมขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิก แล้วก็คณะกรรมการ กองทุนการออมนะครับ ที่วันนี้ได้นำรายงานประจำปี ๒๕๖๒ มาให้สภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายเพื่อบันทึกไว้ประกอบการรายงานของกองทุนการออม ปี ๒๕๖๒ ก่อนอื่นจะต้อง ขอเท้าความนิดหนึ่งว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ สมัยนั้นรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ ก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็เป็นสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนั้นได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ คงไม่ลืมที่สมัยก่อนเราเรียกว่า บำนาญประชาชน กฎหมายบำนาญประชาชน กฎหมายฉบับนี้ออกเมื่อปี ๒๕๕๔ แต่ว่ากว่ารัฐบาลจะได้ตั้งงบประมาณเข้ามาสมทบการออม ของพี่น้องประชาชนก็ปาเข้าไปปี ๒๕๕๘ สมัยรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลักการก็คือว่า ๑. เป็นการสร้างวินัยการออมให้แก่พี่น้องประชาชน ๒. สร้างความมั่นคง ในบั้นปลายของชีวิตโดยยึดหลักว่าใครออมใครได้ ยกตัวอย่างถ้าอายุ ๑๕-๓๐ ปี มีการออม เกิดขึ้นขั้นต่ำ ๕๐ บาทต่อครั้ง สูงสุดก็ ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ก็เดือนหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ บาท ขั้นต่ำออมครั้งละ ๕๐ บาท อายุ ๑๕-๓๐ ปี ถ้าเราออมรัฐบาลจะสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีเพดานให้ ๖๐๐ บาทต่อปี ก็คือเดือนหนึ่งประมาณ ๕๐ บาทนะครับ อายุ ๓๐-๕๐ ปี ถ้ามีการออมรัฐบาลจะสมทบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อายุ ๕๐-๖๐ ปี รัฐบาลจะสมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพดานในช่วงแรกอายุ ๑๕-๓๐ ปี ดังที่กล่าวไว้ก็คือ ๖๐๐ บาทต่อปี อายุ ๓๐-๕๐ ปี เพดานที่รัฐบาลสมทบให้คือ ๙๖๐ บาทต่อปี แล้วก็อายุ ๕๐-๖๐ ปี ก็มีเพดานอยู่ที่ ๑,๒๐๐ บาทต่อปี เมื่ออายุครบ ๖๐ ปี ก็จะได้บำนาญที่ใช้ในยามเกษียณ สำหรับแรงงานนอกระบบและเกษตรกรที่ไม่มีเงินบำนาญตามระบบ เนื่องจากพี่น้องประชาชน ที่เป็นข้าราชการเขาก็จะมีระบบบำนาญของเขาอันนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ในส่วน ผู้ใช้แรงงานซึ่งใช้กฎหมายประกันสังคม อันนั้นก็จะมีระบบบำนาญของเขาเมื่ออายุ ๕๕ ปี หรือ ๖๐ ปีขึ้นไป แต่สำหรับเกษตรกร แรงงานนอกระบบ ถ้าหากว่าได้มีการออมตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปเรื่อย ๆ พอถึงอายุ ๖๐ ปี ถึงตอนนั้นจะมีเงินที่มาหล่อเลี้ยงค่าครองชีพ เพิ่มความมั่นคงในสังคมผู้สูงวัยในอนาคตนะครับ ก็ต้องชื่นชมคณะกรรมการกองทุน ที่ได้ทำการขยายกิจการให้มีพี่น้องประชาชนเข้ามาในกองทุนการออมนี้ ปัจจุบันสมาชิก ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ก็ยังเหลือกลุ่มประชากรเป้าหมายอีกถึง ๑๕ ล้านคนด้วยกันที่ยังไม่ได้ เข้ามาอยู่ในกองทุนการออม แม้นว่ามีการขยายตลาดออกไป ไปถึงผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ทำให้มีการสมัครเข้ามาจำนวนมากขึ้นถึง ๒๐๐-๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงระยะหลังนี่นะครับ แต่ว่าตลาดยังอีกใหญ่มาก แล้วก็ในสื่อต่าง ๆ เท่าที่รับทราบ ก็ยังไม่มีแคมเปญ (Campaign) อะไรที่มากมายนัก อาจจะเนื่องจากว่ากองทุนการออมนี้ อาจจะไม่หวือหวา มันเป็นลักษณะของการสร้างวินัยการออม ไม่มีลด แลก แจก แถม จะแตกต่างจากเรื่องของการที่รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา ในกรณีอย่างโควิด (COVID) นี่นะครับ มีการลงแอปพลิเคชัน (Application) อย่างโน้นอย่างนี้นะครับ มีกิจกรรมที่ค่อนข้างจะจูงใจ แต่นี่มันเป็นการที่รัฐบาลช่วยแต่ถ่ายเดียว สำหรับการออมในกองทุนการออมแห่งชาตินี้ เป็นลักษณะว่าใครออมใครได้ ถ้าเราออมรัฐบาลก็สมทบให้ เป็นแรงจูงใจ ผมคิดว่าถ้าหากว่า พี่น้องประชาชนของเราอายุ ๑๕ ปี ก็ประมาณนักเรียน ม. ๔ นะครับ ถ้าได้จับมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ปวช. กรมอาชีวศึกษาให้โรงเรียนออม ถ้ามีการออมเกิดขึ้น รัฐบาลสมทบถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่จำเป็นจะต้องออมทุกเดือน บางเดือนค่าขนม ไม่เหลือก็ไปออมในเดือนถัดไปก็ได้ แต่ในแต่ละปี มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และช่องทางในการที่จะนำ เงินเข้าสู่การออมของแต่ละท่านที่สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ เลยนะครับ เท่าที่ผมได้อ่าน รายงานนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติที่ได้เพิ่มช่องทางและเร่งขยายตลาด ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้เพื่อใครครับ เพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะได้อยู่มีชีวิตที่มั่นคงในการที่เข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยเมื่อเขาอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปใน พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ๒๕๕๔ นี้นะครับ ก็สามารถที่จะให้มีการทบทวนว่าจะมีสิ่งใด ประการใดที่จะปรับปรุงให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัย ในสมัยนั้นเงินสมทบ ๖๐๐ บาทต่อปี ก็ดูเยอะนะครับ เมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบัน ๖๐๐ บาทต่อปีก็ดูเหมือนน้อยนะครับ ถ้าจะมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้มีแรงจูงใจมากกว่านี้ ผมก็เชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็คงจะเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตอนที่เราพิจารณากองทุนที่ออกมาช่วงแรกนี่นะครับก็ตื่นเต้นดีใจว่า คนที่นอกอาชีพราชการหรือนอกระบบประกันสังคมจะได้มีความหวังขึ้นที่จะมีหลักประกันชีวิต หลังอายุ ๖๐ ปี คือเราได้ดำเนินการมาหลังจากปฏิบัติการมา ๖ ปีที่มีเงินของรัฐบาล มาช่วยเหลือ มีตั้งสำนักงานเรียบร้อยหมดแล้วนะครับ ปรากฏว่าเงินทุนหมุนเวียนมีอยู่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วสามารถที่จะหาสมาชิกได้ ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ผมคิดว่ากองทุนนี้ล้มเหลว ในภาวะปัจจุบันนี้ท่านหาสมาชิกได้ ๒ ล้านคน ผมคิดว่าภายใน ๖ ปีท่านล้มเหลว ท่านเอาตัวอย่างรัฐบาลคนละครึ่งภายใน ๙ นาทีหมดแล้ว ๙ นาทีมีคน มาลงทะเบียนเต็มไปหมดแล้ว ผมคิดว่างานของท่านมันล้าสมัยมาก ปี ๒๕๕๔ มาจนถึงวันนี้ ท่านใช้เงินเพื่อก่อตั้ง ใช้เงินเพื่อดำเนินการ ใช้เงินเพื่อจัดการกองทุนนี้ไปเท่าไร ค่าบุคลากร ปี ๒๕๖๒ ๕๘ ล้านบาทเฉพาะบุคลากร ท่านบริหารจัดการอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ๖๐๐ บาท มันล้าสมัยมาก มันไม่ทันสมัยแล้ว ค่าเงินมันเฟ้อไปเยอะเลย ผมถามว่าจากวันนี้ไปท่านต้อง ตอบว่าท่านจะทำอย่างไร ท่านจะปล่อยไปอย่างนี้แล้วปีหน้าท่านก็มาชี้แจงต่อสภาอีก หรือท่านจะมีแผนปรับปรุงให้มีแรงจูงใจมากขึ้น วันนี้คนผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ๘๐ ปี ๙๐ ปี เขาก็ได้ฟรี ๆ อยู่แล้ว มากกว่าเอาเงินมาออมปีละแสนกว่าบาท ปีละ ๑๓,๐๐๐ บาท ๑๐ ปี แสนกว่าบาท แล้วท่านก็ให้เงินสมทบ ท่านก็ให้เงินบำนาญเขา ๖๐๐ บาท มันไม่ทันสมัย หลักการของท่านใช้ไม่ได้ ต้องปรับปรุงอย่างรวดเร็วขนานใหญ่ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านจะมานั่ง ใช้เงินงบประมาณของชาติไปตลอด ๆ ค่อย ๆ เติบโตมันไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจครับ ใครที่มีอำนาจสูงสุดที่จะปรับปรุงองค์กรของท่าน ให้มีแรงจูงใจสำหรับประชาชนที่เขา อยากจะมาลงทุน อยากจะมาสะสมในองค์กรของท่าน ไปดูกองทุนหมู่บ้านสิครับ วันนี้เติบโต ไปเท่าไร ไปดูธนาคารหมู่บ้านสิครับ ที่ทำโดยชาวบ้านเพื่อชาวบ้าน ทำกันเองมีหลักการง่าย ๆ ตกลงกันเอง เขาเติบโตมีเงินเป็นร้อย ๆ ล้านต่อหมู่บ้าน เขาทำกันอย่างไร อันนี้กองทุน ของรัฐบาลนะครับ ท่านค่อย ๆ เติบโต แต่ว่าเสียโอกาสของประชาชน เสียรายได้ที่ต้องไป จ่ายค่าแรง ค่าเงินเดือนของพวกท่าน ทำให้มันมีชีวิตชีวา ทำให้กองทุนไม่เป็นกองทุน ที่จะเริ่มชราภาพแล้วก็ตายไป กองทุนของรัฐบาลมีเป็นร้อย ๆ กองทุนที่ตายสนิท แก้ไขปัญหาไม่ได้ อยู่ในกระทรวง เยอะแยะไปหมดเลยกองทุน ซึ่งเขาเรียกว่ามันตายแล้ว ถ้าท่านค่อย ๆ เพิ่ม ๒ ล้านคน ๓ ล้านคน ๔ ล้านคน ไม่ใช่ว่าท่านจะก้าวหน้านะครับ ถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ใช่ว่าก้าวหน้า เพราะเทคโนโลยีวันนี้มันไปทีละ ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ดูสิครับคนละครึ่ง รอบสอง รอบสาม ไปเท่าไรแล้ว แล้วเงินตอบแทนอยู่ดี ๆ ก็แจกจ่ายให้ประชาชนไป ของท่านมันไม่ทันสมัยแล้ว ท่านจำเป็นจะต้องปรับปรุงขนานใหญ่ท่านตอบผมว่าใครที่มีอำนาจสูงสุดที่จะมารีโนเวต (Renovate) กองทุนของท่านให้ทันสมัย ให้ค่าตอบแทนมันเป็นปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังหรือไม่ หรือนายกรัฐมนตรี หรือจะต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจะแก้ไข ให้ท่าน ท่านอย่าอยู่อย่างนี้ อย่าอยู่ไปวัน ๆ นะครับ ต้องรีบปรับปรุงให้กองทุนนี้ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด จะเห็นว่าเกษตรกรมีความหวังกับกองทุน ของท่าน แต่แล้วพอเขาอายุครบ ๖๐ ปี มันไม่เป็นที่พึ่งที่หวังไม่สามารถให้เขามั่นคงในชีวิต ได้เลย ถูกต้องไหมครับ นี่อายุ ๖๐ เมื่อปีที่แล้ว วันนี้ถามว่ากองทุนทำให้ความมั่นคงในชีวิตเขา ดีขึ้นกี่คน ท่านไปทำวิจัยไหมครับ คนที่ฝากปีละ ๑๓,๐๐๐ บาทนี่ทำมา ๒๐ ปี มันคงยังไม่ถึง ๒๐ ปี มันมา ๖ ปีเอง วันนี้หลังจาก ๖๐ ปีแล้วท่านวิจัยไหมครับว่าคนอายุ ๖๑ ปี ผลตอบแทนจากกองทุนสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตเขาได้หรือไม่ ท่านต้องทำวิจัยไปว่า ถ้าครบกำหนด ๑๐ ปี เขาอายุครบ ๖๐ ปี เขาจะมั่นคงในชีวิตไหม หรือเด็กอายุ ๑๕ ปี ๖๐ ปีข้างหน้าเงิน ๖๐๐ บาท หรือเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทมูลค่ามันเท่าไร เงินเฟ้อไปเท่าไร ท่านต้องวิจัยล่วงหน้าไปแล้ว ต้องทำซีนาริโอ (Scenario) ไปเลย ถ้าอย่างนั้นวันนี้มันไม่เป็น ประโยชน์กับใครเลย มันจะเป็นกองทุนที่ไม่จูงใจและไม่มีใครสนใจ เหมือนหลายท่านบอก เดินหนี ฟังแล้วก็เดินหนี เพราะแหล่งเงินที่รัฐบาลตอบแทนที่อื่นมันมีมากกว่านี้เยอะแยะ ไปหมด แล้วเกษตรกรเขาไม่รู้หรอกครับ เขาไม่สามารถที่จะมาเข้าใจกองทุนท่านทั้งหมด การจูงใจ การให้ความหวังเขาก็เอาตามนี้ แต่เมื่อผลตอบแทนออกมามันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ท่านมีกิจกรรมเยอะแยะเลย ถ่ายรูปมาเต็มเลย วันหลังอย่าเอารูปใส่มาเยอะนะครับ เงินทั้งนั้นครับ เงินรัฐบาลทั้งนั้น ภาษีของประชาชน อย่าไปถ่ายรูปมาเยอะแยะ เอาเนื้อ ๆ แล้วบอกว่าจะปรับปรุง ปีหน้าท่านต้องมาบอกว่านโยบายที่จะปรับปรุงทำอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรช่วยเราหน่อยช่วยเราปรับปรุงให้ค่าตอบแทนสำหรับประชาชนมากขึ้นหน่อย อย่างไร ถือว่าท่านไม่ประสบผลสำเร็จแล้วไม่จูงใจกับพี่น้องประชาชนคนในประเทศไทย ต้องปรับปรุงโดยด่วนสำหรับกองทุนการออมนี้ ดีครับ แต่ต้องดีกว่านี้ ต้องให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์มากกว่านี้ วันนี้รัฐบาลล้ำหน้าท่านไปเยอะมาก ให้เงินฟรีมาหลายรอบแล้ว กี่แสนล้านแล้วครับ ดังนั้นอย่าไปกลัว ให้ผลตอบแทนให้มากสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่เป็น คนส่วนใหญ่ในกองทุนนี้ ปรับปรุงเสียครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน สุดท้ายนะครับ พอสมควรจะได้ให้เจ้าหน้าที่กองทุนได้ตอบชี้แจง ให้ท่านละ ๕ นาทีนะครับ ท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ท่านวรภพ และท่านสันติ ท่านละ ๕ นาทีนะครับ เชิญท่านสมศักดิ์ครับ🔗

นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมขอบคุณทางกองทุนการออมแห่งชาติที่ได้กรุณา นำรายงานเล่มที่เรียบร้อย มีเนื้อหาสาระที่อ่านเข้าใจง่าย แต่อาจจะมีปัญหาในเชิงหลักการ ก็คงจะเป็นเรื่องของกฎบัตรกฎหมาย🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตเริ่มต้นที่หน้าที่ ๔๕ หน้าที่ ๔๕ แผนยุทธศาสตร์ จะให้ข้อมูลค่อนข้างชัดว่าปี ๒๕๖๔ เราได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุร้อยละ ๒๐ และอีกไม่นานปี ๒๕๗๔ เราจะเข้าสังคมผู้สูงอายุสุดยอด ๒๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเป็นเช่นนี้ สังคมไทยเราจะเตรียมต้อนรับสถานการณ์อย่างไร ถ้าดูตามกติกา ตามกฎหมายปัจจุบันเรามี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๙๐๐ บาท ตามขั้นบันได ปีหนึ่งเราใช้เงินประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อผู้สูงอายุทั้งหมด ๑๒ ล้านคน นั่นคือสิ่งที่เป็นอยู่ ทีนี้ถ้าหากว่ามาเปรียบเทียบ ตามรายงานบอกว่าภาพรวม ของประเทศไทย ๓๗.๕ ล้านคน เป็นภาพรวมแรงงาน แล้วเป็นแรงงานนอกระบบ ๒๐.๔ ล้านคน นอกนั้นจะเป็นแรงงานในระบบ ๑๗.๑ ล้านคน ก็ยังมีอยู่ในประกันสังคมและกองทุนการออมแห่งชาติ ๒.๓ ล้านคน รวมจะเหลือคน ๑๕ ล้านคนที่ไม่มีสวัสดิการ ผมเชื่อว่ากองทุนการออมแห่งชาติ คงจะต้องดูกลุ่มเป้าหมายนี้เป็นหลัก เพราะฉะนั้นตัวเลขที่บอกว่าประสบความสำเร็จ อย่างก้าวกระโดดจาก ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน สมาชิกขึ้นมาเป็น ๒.๓ ล้านคนจึงเป็นเรื่อง ที่ยังห่างไกล นั่นเป็นข้อสังเกตข้อที่ ๑🔗

ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ถ้าหากว่า ดูตามวิสัยทัศน์ของ กอช. ที่บอกว่าจะเป็นหนึ่งในเสาหลักของประเทศที่จะส่งเสริมการออม และยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ทั่วถึงและยั่งยืน อันนี้เป็นการออม ภาคสมัครใจผมอยากจะเห็น แล้วอย่างที่ตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ปี ๒๕๕๔ มาถึงวันนี้ ๙ ปี ๑๐ ปี แล้วเราประกาศเปิดกองทุนเมื่อปี ๒๕๕๘ มาถึง วันนี้เพียง ๖ ปียังไม่มีคนที่ได้รับผลคือบำนาญที่เรียกว่าบำนาญตลอดชีพแม้แต่คนเดียว เพราะยังไม่ครบ ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเปรียบเทียบดังกล่าวนี้เราก็มาดูเรื่อง สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเรื่องบำนาญ เรื่องอายุของสมาชิก และเปรียบเทียบกับกฎหมาย ฉบับอื่น ผมเห็นด้วยกับเพื่อน ๆ สมาชิกหลายคนที่ตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจจะจำเป็นต้องทำ การปรับปรุงและปฏิรูประบบการออมและเรื่องของบำนาญ บำนาญที่เราเรียกว่าบำนาญ ตลอดชีวิต เพราะว่าสังคมเราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยจำนวนมากขึ้น ๆ และปัจจุบันเราก็มีกฎหมาย หลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการด้านนี้ เพราะฉะนั้นยิ่งถ้ามาเปรียบเทียบกับสิ่งที่รัฐจัดให้ คือเบี้ยผู้สูงอายุ จะเห็นว่าเบี้ยผู้สูงอายุทำไม ๖๐๐ บาท มันมาเท่ากันกับบำนาญตลอดชีพ คนหนึ่งออม แต่คนหนึ่งไม่ต้องออม เท่ากัน นี่ก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ยากที่จะทำความเข้าใจ เพราะฉะนั้นก็อยากขออนุญาตสรุปแต่เพียงว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องปฏิรูปการออม แล้วให้มันสำเร็จเรื่องของบำนาญตลอดชีวิต อย่างน้อยที่สุดให้เขาได้รับอย่างมีเป้าหมายว่า เอาเส้นแบ่งของความยากจนมาเป็นเป้าหม้าย ถ้าหากว่าทำได้เช่นนี้ก็น่าจะเป็นที่พึ่งที่หวัง แล้วก็น่าจะขายสินค้าตัวนี้ให้กับพี่น้องประชาชนของเราได้ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรภพ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเริ่มจากประเด็นแรก อยากจะขอตั้งข้อสังเกตว่าในรายงานประจำปี ในหมายเหตุ งบการเงินไม่มีการเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่ กอช. ลงทุนอยู่ ซึ่งผมคิดว่า มันต่างจากมาตรฐานกองทุนรวมทั่วไปที่ในหมายเหตุงบการเงินจะมีการเปิดเผยอัตรา ดอกเบี้ยตราสารหนี้ที่ลงทุน🔗

ประเด็นที่ ๒ ถ้าไปดูผลตอบแทนในปี ๒๕๖๒ กอช. เปิดเผยว่าผลตอบแทน ได้ถึง ๔.๔๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมก็ขอเป็นคำถามขอคำชี้แจงว่าอัตราผลตอบแทนจริง ๆ จะดูเหมือนน้อย แต่ถ้าเทียบกับพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) การลงทุนที่มีแต่ตราสารหนี้จริง ๆ ก็ถือว่าค่อนข้างสูง ซึ่งเมื่อเทียบกับว่าไม่มีการเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยก็เลยอยากขอคำชี้แจงว่า ในไส้ในผลตอบแทนอันนี้มาจากส่วนไหนบ้าง แล้วก็แต่ละพอร์ต (Port) การลงทุน ได้ผลตอบแทนเท่าไรบ้าง🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมอยากตั้งเป็นข้อสังเกตว่าสัดส่วนการลงทุนผมมองว่า กอช. อาจจะลงทุนแบบอนุรักษ์นิยมมากเกินไป หรือเรียกว่าทูคอนเซอร์เวทีฟ (Too Conservatives) เพราะว่าลงทุนในเงินฝากสูงถึง ๔๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่มีการลงทุนในตราสารทุนเลย ซึ่งผมก็เข้าใจว่าใน พ.ร.บ. ของ กอช. เอง ในมาตรา ๔๓ กำหนดไว้ว่าจะต้องลงทุนในตราสาร ที่ไม่มีความเสี่ยงสูงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาตรา ๔๔ ที่กำหนดไว้ว่า กอช. ต้องการันตี (Guarantee) ผลตอบแทนให้กับผู้ออม แต่ว่าในขณะเดียวกันอยากให้ตั้งเป็นข้อสังเกตว่า ถ้าเราแยกตามแผนการลงทุนตามอายุของผู้ออม นั่นหมายถึงว่าถ้าผู้ออมอายุน้อยก็สามารถ ลงทุนในตราสารทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพราะว่าเมื่อผู้ออมอายุน้อยเมื่อระยะเวลาผ่านไป ระยะเวลาการลงทุนที่นานขึ้นจะทำให้โอกาสที่เขาจะขาดทุนจริง ๆ น้อยมากอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าเราแบ่งแผนการลงทุนตามอายุน้อยลงทุนความเสี่ยงสูงหน่อยอายุมากก็ลงทุน ความเสี่ยงที่ต่ำหน่อย ผมว่ามันจะเป็นประโยชน์กับผู้ออมมากกว่านะครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ อยากตั้งเป็นข้อสังเกตว่าต้นทุนในการดำเนินงานของกองทุน ถ้าไปดูในรายงานประจำปีก็จะพบว่าปี ๒๕๖๒ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดคือ ๑๘๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ๑๓๐ ล้านบาท ถ้าเอามาเทียบกับพอร์ต (Port) การลงทุนที่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าคำนวณได้ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งจริง ๆ ตั้งเป็นข้อสังเกตถือว่าค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับกองทุนรวมหรือกองทุนตราสารหนี้ที่เขาก็จะมีค่าใช้จ่ายไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ ก็ถือว่าสูงอยู่แล้ว ซึ่งนี่ก็เลยเป็นประเด็นครับว่าถ้าเราใช้ค่าใช้จ่ายสูงขนาดนี้ เปิดให้บริษัทกองทุนเอกชนเข้ามาบริหารแข่งขันกับ กอช. จริง ๆ แล้วจะเป็นประโยชน์ กับผู้ออมมากกว่าหรือไม่🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ถ้าไปดูในรายงานงบประจำปีก็จะพบว่าเงินกองกลาง ของ กอช. ลดลงทุกปี ปี ๒๕๖๑ ลดลง ๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ลดลง ๓๐๐ ล้านบาท ล่าสุด ก็คือเหลือ ๑,๑๐๐ ล้านบาท คำถามผมก็อยากขอเป็นคำชี้แจงว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้ เงินกองกลางต้องลดลงทุกปี มันคือสาเหตุว่ารัฐบาลไม่ยอมสมทบเงินมาให้ กอช. ตามที่ต้องสมทบ หรือเป็นเพียงเพราะว่า กอช. มีการใช้งบเกินกว่าที่มันควรจะเป็นทำให้เงินกองกลางตรงนี้ ลดลง แล้วผลลัพธ์ที่เงินกองกลางจะลดลงไปเรื่อย ๆ คืออะไร อยากขอคำชี้แจงให้เกิด ความเข้าใจด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสันติ🔗

นายสันติ กีระนันทน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สันติ กีระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ อย่างแรกเลยต้องกราบเรียนว่าอยากจะให้กำลังใจกับผู้บริหารทุกท่าน ของกองทุนการออมแห่งชาติ เพราะว่างานของท่านไม่ง่ายเลยครับยากมาก อย่างไรก็ดีครับ ผมคิดว่าปัจจัยความสำเร็จที่จะทำให้กองทุนนี้ไปต่อได้แล้วก็เป็นที่พึงหวังของพี่น้อง ประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในระบบแรงงานแต่มิได้มีนายจ้างที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ปัจจัยความสำเร็จของท่านคือเรื่องขนาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวน สมาชิกหรือว่าขนาดของพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ในการลงทุน เมื่อพูดถึงเรื่องขนาด ผมก็ดูตามรายงานของท่าน พบว่าปี ๒๕๖๐ จำนวนสมาชิกประมาณ ๕๔๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๑ ๖๑๐,๐๐๐ คน โตขึ้นมาประมาณ ๑๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่จากปี ๒๕๖๑ มาเป็น ปี ๒๕๖๒ โตขึ้น ๒๘๒ เปอร์เซ็นต์ คือกระโดดจาก ๖๐๐,๐๐๐ มาเป็น ๒,๓๐๐,๐๐๐ ซึ่งอันนี้ขอถามคำถามก่อนเบื้องต้นเลยนะครับว่าท่านทำอย่างไรถึงได้มีการเติบโตแบบ ก้าวกระโดดเช่นนั้น มันน่าจะเป็นการถอดบทเรียนและนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ต่อไป น่าเสียดายนิดหนึ่งครับ ปี ๒๕๖๓ ยังไม่เห็นตัวเลขว่าจำนวนสมาชิกเท่าไร แต่ว่า ท่านตั้งเป้าหมายว่าปี ๒๕๖๔ นั้นท่านอยากจะเห็นสมาชิกสัก ๔ ล้านคน แล้วก็เติบโตปีละ ๕๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ ก็ต้องเรียนถามอีกเช่นเดียวกันว่าจะมีกลยุทธ์อย่างไร ในการเพิ่มสมาชิก แล้วที่จริง ๔ ล้านคนในปี ๒๕๖๔ นี่เป็นเป้าหมายที่ท้าทายเพียงพอ หรือเปล่า เพราะถ้าเป้าหมายทั้งหมดประมาณ ๑๕ ถึง ๒๐ ล้านคนนั้น แปลว่า ๔ ล้านคน ก็ยังช้าเกินไปนะครับ🔗

ถัดไปนี่นะครับ เมื่อพูดถึงเรื่องขนาดแล้ว เพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้ว ขนาดของพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ของท่านนี่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ยังเล็กกว่า กองทุนที่เป็นมิวชวลฟันด์ (Mutual fund) ของภาคเอกชนโดยเฉลี่ย ๆ ทั่วไปอีกนะครับ ซึ่งอันนี้ น่ากังวลใจแทนแล้ว เพราะว่าพวกเราที่เคยอยู่ตลาดทุนมาด้วยกันนี่เราก็ทราบยิ่งกองทุนเล็ก เท่าไรนี่ยิ่งบริหารยาก ยิ่งต้นทุนแพง เพราะฉะนั้นจะทำให้ผลตอบแทนที่จะชนะเงินเฟ้อได้ เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ยิ่งไปดูพอร์ตโฟลิโอคอมโพสิชัน (Portfolio composition) ของท่านนี่ อย่างที่ท่านสมาชิกท่านก่อนหน้านี้นะครับ ท่านวรภพ ขออนุญาตนะครับ ที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดไปแล้ว ทั้งหมดของท่านนี่อยู่ในตราสารหนี้ทั้งสิ้น ที่เป็นเครดิตสูงจริง ๆ เลยก็คือ ตราสารหนี้ภาครัฐ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เงินฝากธนาคาร ๔๔.๔๕ เปอร์เซ็นต์ คอร์เพอเรตบอนด์ (Corporate bond) ที่เป็นอินเวสต์เมนต์เกรด (Investment grade) ๒๔.๘๓ ตราสารหนี้ รัฐวิสาหกิจ ๖.๗๓ ตราสารหนี้ที่รัฐค้ำประกัน ๗.๙๗ ตอนแรกผมก็แปลกใจว่าทำไมท่านมี แอสเซตอัลโลเคชัน (Asset allocation) แบบแปลก ๆ แบบนี้ เพราะแอสเซตคลาส (Asset class) เดียวกันหมดเลยนะครับ ริสก์คลาส (Risk class) ก็แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ก็นึกว่านโยบายการลงทุนของท่านนี่มันปิด ปรากฏว่าพอไปเปิดดูนโยบายการลงทุน ที่จริง ยังเปิดรูม (Room) ให้นะครับว่ายังมีริสกี้แอสเซต (Risky asset) นี่ได้สักประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมเข้าใจว่าวัตถุประสงค์เพื่อจะเอ็นฮานซ์ยิวด์ (Enhance yield) นั่นเอง แต่ว่าไม่ปรากฏ ในพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ของท่าน แปลว่าแอสเซตอัลโลเคชัน (Asset allocation) อันนี้น่าจะต้องถูกถาม แล้วผมเข้าใจว่าเรื่องแอสเซตอัลโลเคชัน (Asset allocation) นี่เป็นปัญหาหมดของพวกคอนแทรกชวลเซฟวิงฟันด์ (Contractual Saving Fund) ไม่ว่าจะ เป็น กบข. ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ซึ่ง กบข. พยายามแก้ปัญหาไปแล้ว เรส (Raise) เพดาน ๒๐ ให้ขึ้นเป็น ๓๐ คำถามก็คือว่าท่านจะทำบ้างหรือไม่ เพราะมิฉะนั้นแล้ววันนี้ ถ้าเผื่อดูผลตอบแทนเฉลี่ย ๆ แบบบอตทอมไลน์ (Bottom line) จะเห็นผลตอบแทน ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแพ้เงินเฟ้อนะครับ ดังนั้นไม่มีทางเลยครับที่จะจูงใจผู้ออมได้เลย ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก เรามาดูงบการเงินนิดหนึ่งนี่ก็ตกใจเล็กน้อยตอนดูบอตทอมไลน์ (Bottom line) ของปี ๒๕๖๑ ก็ยังไม่ว่าอะไร เพราะว่าขาดทุนนั้นผมเดาว่าอาจจะเป็นเรื่อง ของการปรับมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ใส่เจ้ามาตรฐาน ๑๖ เข้าไป ๑๓ เข้าไป ๙ เข้าไป ก็เจอด้อยค่าเข้าไปล่ะก็อาจจะขาดทุน แต่พอดูปี ๒๕๖๒ บอตทอมไลน์ (Bottom line) ท่านกำไรอยู่ ๓๙ ล้านบาท แล้วก็เกิดขาดทุนจากการลงทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๑ ขาดทุนไป ๓๑.๖ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ขาดทุนไป ๗๗.๖ ล้านบาท คำถามก็คือว่ามันขาดทุนจริง ๆ หรือเปล่าจากการลงทุน เพราะถ้าเผื่อลงทุนแล้วขาดทุนนี่ ก็จะยิ่งทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนของท่านยิ่งมีปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ คือผมอยากจะสรุปไว้สุดท้ายนิดเดียวครับว่าถ้าเช่นนั้นแล้วนี่นะครับ ผลการดำเนินงาน เป็นแบบนี้ ไซส์ (Size) ของกองทุนเป็นแบบนี้ ผลตอบแทนเป็นแบบนี้ ถ้าเผื่อจะให้การออม ภาคสมัครใจไม่เป็นภาระของพี่น้องประชาชนไปใช้ดีซีเอ (DCA) ของพวก บลจ. ดีกว่าไหมครับ ต้นทุนถูกกว่า ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำครับ ก็ขอรับทราบสักนิดหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านเลขาธิการจารุลักษณ์ตอบครับ🔗

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออม แห่งชาติ

ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ ต้องบอกว่าสิ่งที่ ท่านพูดนี่เป็นสิ่งที่ทางดิฉันนี่ตระหนักดีแล้วว่า อย่างที่บอกว่าตัวเองก็อยู่ในสายการเงิน เป็นคนที่อยากจะให้ทุกคนไทยนี่มีเงินออม จะขอตอบท่านสมาชิกนะคะ คือฝากท่านประธานนะคะ คือท่านอนุรักษ์นะคะว่าจริง ๆ แล้ว กอช. จริง ๆ เราก็พยายาม ที่จะทำพัฒนาโพรดักต์ (Product) ปัญหาที่เกิดขึ้นคือว่า กอช. เองเป็นกองทุนที่มีการจำกัด วงเงินลงทุนไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทต่อคน แล้วก็ต่อปีด้วยนะคะ แล้วก็เงินสมทบตาม พ.ร.บ. ก็มีตามกฎหมายอยู่แล้ว อันที่ ๑ เป็นข้อจำกัดด้วยนะคะ ถึงจะมีเงินอย่างไรอยากออม มากกว่านั้นก็ออมไม่ได้ เพราะด้วยข้อจำกัดของกฎหมายนะคะ🔗

ประการที่ ๒ ก็คือว่าทำอย่างไรจะให้สมาชิกมีเงินออมบำนาญเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท อย่างที่บอกว่าถ้าจะออมจริง ๆ กับ กอช. ถ้าออมโดยกฎหมายปัจจุบันคือ ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ถึง ๖๐ ปี จะได้บำนาญต่อเดือนประมาณเดือนละ ๗,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้า ๔๕ ปีออมมันก็ยาว ซึ่งต้องบอกว่าตั้งแต่ลงพื้นที่มาชาวบ้านเขาไม่ ค่อยถนัดนะคะ การออมระยะยาว เขาต้องการที่ได้ผลตอบแทนเร็วและได้ใช้จ่ายเร็ว อันนี้ เป็นพฤติกรรมของชาวบ้านที่พยายามจะให้เขาเข้าใจว่าการออมเพื่อการเกษียณมันต้องใช้ ระยะเวลาในการออมนะคะ ซึ่งทางเราก็พยายามทำทุกวิถีทางให้เขาเข้าถึงและเข้าใจว่า การออมเพื่อการเกษียณจำเป็นแล้วกับทุกคน🔗

สำหรับเรื่องการเอาเงินออมของเราที่จะไปลงทุน ต้องบอกว่าเรามี พ.ร.บ. และมีอนุกรรมการการลงทุนกำกับด้วยนะคะ การลงทุนแต่ละอย่างอย่างที่บอกว่า เนื่องจากว่า กอช. มีความไม่เหมือนกองทุนอื่น คือมีการคุ้มครองผลตอบแทนตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นหากถ้าเราไปลงทุนหวือหวาขึ้นมา ขาดทุนขึ้นมา รัฐบาลต้องเติมสตางค์ให้กับ ประชาชนอย่างน้อยนะคะ ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑ ปี อันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะลงทุน ได้อย่างมืออาชีพ หรือเป็นลักษณะว่าต้องมีผลตอบแทนสูง แต่ถ้าขาดทุนขึ้นมามันก็จะเป็น ภาระรัฐบาลในอนาคต เป็นสิ่งที่กำลังศึกษาอยู่ว่าการจัดพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) เป็นอย่างไร ปัจจุบันที่เราทำอยู่คือ ๘๐ ๒๐ คือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในความเสี่ยงต่ำมาก แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในความเสี่ยงปานกลางถึงสูง ซึ่งที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๒ หรือปี ๒๕๖๓ จริง ๆ ในพอร์ต (Port) ลงในหุ้นยังไม่มีนะคะ เพราะเนื่องจากว่าพยายามจะดูแลเงินกองทุน อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเรามองลองเทิร์ม (Long term) นะคะว่าตั้งแต่ตั้งกองทุนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยตกประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ต่อปีอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกว่าอาจจะไม่ชนะเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งเรามองลองเทิร์ม (Long term) อยู่แล้ว ว่าการลงทุนพอร์ต (Port) นี้อยากจะเห็นนะคะ ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย ๑๐ ปีข้างหน้าคือ ๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการจัดพอร์ต (Port) เอสไอเอ (SIA) มันก็ต้องมีการวางกลยุทธ์ ซึ่งเรามีทางอนุลงทุนแล้วก็มีทางรองเลขาธิการมาทำหน้าที่นี้อยู่นะคะ🔗

สำหรับของท่านสมาชิกนะคะ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ก็บอกว่า จริง ๆ แล้วแรงงานทั้งหมด ๒๐ กว่าล้านคน เป็นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ อยู่แล้ว แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นก็คือว่าตัวคนที่สมัครได้จะต้องเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีระบบ ประกันสังคม ไม่ได้เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ได้สมาชิก กบข. ซึ่งอยู่กระจัดกระจาย ตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็เป็นการออมภาคสมัครใจนะคะ แล้วก็อายุ ๑๕ ปี ถึง ๖๐ ปี จากการที่เราลงพื้นที่จะเห็นว่าสมาชิกเราจริง ๆ พอ ๕๘ ปี ๕๙ ปีเริ่มตระหนักการออม เพื่อการเกษียณ แล้วก็หมดอายุที่ไม่สามารถสมัครได้ เพราะฉะนั้นในปีนี้เองเรามีการจ้าง ทางที่ปรึกษาคือทางทีดีอาร์ไอ (TDRI) มาศึกษาแล้วว่าเราต้องปรับปรุงกฎหมาย กอช. ซึ่งตอนนี้อยู่ในการพิจารณากันอยู่นะคะว่า ๑. ที่จะต้องทำเลยก็คือการขยายอายุให้ถึง ๖๕ ปี เพื่อจะเปิดโอกาสให้คนมีการออมมากขึ้นในวัยชราภาพ ซึ่งล้อกับประกันสังคมที่เขาแก้ กฎหมายไปแล้วนะคะ อันนี้จะต้องเข้าสภา อันที่ ๒ คือการเปิดโอกาสให้กับคนประกันสังคม มาตรา ๔๐ ที่เป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ การตั้งกฎหมายฉบับนี้ตอนนั้นไม่มี มาตรา ๔๐ มีแต่มาตรา ๓๓ ก็จึงต้องกัน พ.ร.บ. เองก็คือไม่ให้คนที่มีการจ่ายบำเหน็จบำนาญ ซ้ำซ้อนของภาครัฐภาระทางด้านการคลังเข้ามาสู่ กอช. ได้ ดังนั้นจะพยายามเสนอปลดล็อก ตรงนี้เพื่อจะให้สมาชิก กอช. สามารถสมัครประกันสังคมมาตรา ๔๐ ได้ เพราะว่า ตัวประกันสังคมเอง กอช. เอง มีความต่างคือว่าเราดูแลแค่บำนาญอย่างเดียว แต่ตัว ประกันสังคมดูแลทั้งสวัสดิการ เรื่องชดเชยรายได้และฌาปนกิจ การทำบูรณาการ ๒ กระทรวงนี้อาจจะเป็นผลดีกับประชาชนในอนาคต แต่ว่าก็อยู่ในช่วงที่ต้องทำภายในปีนี้ นี่เป็นแผนงานอยู่แล้วค่ะ🔗

สำหรับความน่าสนใจของกองทุน จริง ๆ เราเองก็รู้อยู่แล้วค่ะว่า ๑,๒๐๐ บาท หรือ ๖๐๐ บาท มันน้อยมากนะคะ ก็พยายามปรับกฎกระทรวง ซึ่งเราก็มีจ้างทางวิจัยว่า จะขอปรับเงินสะสมของประชาชนจาก ๑๓,๐๐๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ของฝั่ง รัฐบาลจาก ๑,๒๐๐ บาท เป็นแมกซิมัม (Maximum) คือ ๑,๘๐๐ บาท แต่ที่ผ่านมาเรามี การทบทวนแล้วก็มีการส่งเรื่องให้ที่กระทรวงการคลังพิจารณาอยู่นะคะ อันนี้เป็นการแก้ปรับ กฎกระทรวงที่เรากำลังดำเนินการอยู่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเราทำอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าอย่างที่บอก ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะคะ🔗

สำหรับในช่วงโควิด (COVID) นะคะ เรามีอะไรช่วยเหลือบ้างไหม ต้องบอกว่า เราเองไม่ได้มีงบประมาณขนาดนั้นนะคะว่าเราก็คือเป็นกองทุนภาคสมัครใจ สมาชิกสามารถส่ง ไม่ส่งก็ได้ ไม่ได้บังคับ อย่างที่บอกว่า ๕๐ บาทต่อปีต่อครั้ง ไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ต่อครั้ง เขาไม่ใส่ ๒-๓ ปี ไม่ได้ว่าอะไร แต่รัฐบาลไม่สมทบ เพราะหลักการของเราเมื่อคุณออม รัฐช่วยออม แล้วคุณจะได้บำนาญเป็นการยืดหยุ่นนะคะ แต่ก็มีสมาชิกโทรศัพท์เข้ามาปรึกษา ว่าทำอย่างไรก็หยุดการส่งออมเสีย ต้องบอกว่าปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๓ เองปีนี้จะเห็นได้ว่า เราเจอภาวะโควิด (COVID) ประชาชนก็บอกว่า ต้องบอกว่าเป้าไม่ได้ตามเป้านะคะ ดิฉัน บอกล่วงหน้าเลย เนื่องจากว่าเข้าใจว่าแรงงานในระบบคือพอโดนล็อกดาวน์ (Lockdown) เขาไม่มีรายได้ ก็ต้องดูแลเขาก่อน เพราะฉะนั้นเราก็บอกว่าก็หยุดออมไปก่อนจนกระทั่งมีถึง มาใส่กันและกัน แต่ก็ต้องบอกดีใจว่าสมาชิกค่อนข้างเข้าใจ แล้วพยายามสะสมอย่างน้อย เดือนละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท เป็นการเริ่มนะคะ ต้องบอกเป็นการเริ่มให้ประชาชนเข้าใจ ว่าการออมเพื่อการเกษียณจำเป็นจริง ๆ จะบอกว่าเงิน กอช. พอใช้ไหม ต้องบอกว่าไม่พอใช้ แน่นอน เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการออม เป็นทางเลือกหนึ่งที่ท่านสมาชิกบอกว่าการออมดูไม่น่า จูงใจก็เห็นด้วย แต่ถ้าเทียบว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากถ้าสมมุติท่านเอาเงิน ๑๓,๒๐๐ บาท ไปฝากธนาคาร ๑ ปี ฝากประจำ ๑ ปี ถ้าเงินสมทบของภาครัฐสำหรับเยาวชนตั้งแต่ ๑๕-๓๐ ปี ๖๐๐ บาท เทียบก็ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ถ้าเป็นเงินฝากนะคะ ถ้าเงินสมทบ ๙๖๐ บาท ก็ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสมทบ ๑,๒๐๐ บาท คือ ๙ เปอร์เซ็นต์ เราพยายามจะบอก ชาวบ้านว่าถ้าเงินก้อนนี้เป็นเงินออมสำหรับฝากธนาคารระยะยาวกองทุนนี้ กอช. เหมาะสมค่ะ แต่ต้องจัดเงินให้ดี เพราะเนื่องจากว่าเขาอาจจะมีเงินจำกัด เราพยายามสอนเขาว่าพยายาม แบ่งเงินบางส่วนมาออมกับ กอช. บางส่วนท่านก็กองทุนหมู่บ้านก็ว่าไป อันนี้เป็นสิ่งที่ การลงพื้นที่พยายามสอนให้ชาวบ้านเข้าใจว่าการกระจายความเสี่ยงหรือการลงทุนเป็นสิ่งที่ต้อง ไดเวอร์สิฟาย (Diversify) ให้เข้าใจนะคะ🔗

สำหรับเงินกองกลางที่ทางท่านสมาชิกถามมา เงินกองกลางของ กอช. เวลา เราของบประมาณเราจะเอาเงินตรงนี้ที่รัฐบาลให้มามาอยู่กับเงินกองกลางเป็นเงินสำหรับ สมทบสมาชิกและเงินใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน เมื่อไรสมาชิกเติมเงินมาเราก็จะใส่ ตามสัดส่วนช่วงอายุ เงินกองกลางที่ลงนี้ถ้ามีสมาชิกเข้ามาเราก็ต้องเอาเงินนั้นมาเติมให้ได้นะคะ ที่ผ่านมาเงินกองกลางลดลงเนื่องจากว่าสมาชิกโตก้าวกระโดดประมาณ ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราดึงเงินกองกลางที่เคยมีตั้งแต่ตั้งกองทุนมาที่สมาชิกไม่เข้าเป้าเงินกองกลาง ก็ยังคงเหลือนะคะ เนื่องจากว่าการเติมเงินสมาชิกต้องเป็นตาม พ.ร.บ. คือต้องเป็นตามที่ สมาชิกเข้ามารัฐบาลเติมให้ทำให้เงินกองกลางลดลงค่ะ🔗

สำหรับเรื่องพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ท่านสันติคะ เราลงทุนโดยตัวพนักงาน ของเราเอง คือเรามีรองเลขาธิการในการบริหารจัดการ ต้องบอกต้นทุนในการดำเนินงาน ไม่ได้สูงอะไรเลย รายได้จากกองทุน กอช. มีทางเดียวคือเก็บค่าบริหารจัดการจากกองทุน ของสมาชิกแค่ร้อยละ ๑.๐ ก็คือประมาณ ๑๐ สตางค์ต่อปีนะคะ นี่เป็นสิ่งที่รายได้จาก กอช. มีแค่ ทางเดียว เพราะฉะนั้นต้นทุนในการดำเนินงานค่อนข้างต่ำค่ะ แล้วก็การกระจุกตัวที่ท่านพูดถึง ก็คืออย่างที่บอกว่าเรากำลังปรับพอร์ต (Port) ว่าทำอย่างไรจะให้ผลตอบแทนกับความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นของกองทุนมันสมดุลกัน อันนั้นเป็นสิ่งที่เรากำลังพิจารณาแล้วก็ดำเนินการกันอยู่ค่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะทำความเข้าใจกับสมาชิกว่าจริง ๆ แล้วกองทุนเราไม่ได้หวือหวา ไม่สามารถจะหาผลตอบแทนได้ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ เพราะเนื่องจากเรามีเรื่องภาระ ทางการคลัง ถ้าเราขาดทุนมาเมื่อท่านครบ ๖๐ ปี ถ้าขาดทุนรัฐบาลต้องสมทบเงินให้อย่างต่ำ เท่ากับด้วยเงินฝากประจำ ๑ ปีที่เป็นไปตามกฎหมายนะคะ🔗

สำหรับบทเรียนที่ท่านถามว่าทำไมสมาชิกก้าวกระโดด เนื่องจากว่า เรามีการลงพื้นที่อย่างที่บอกว่าไปทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต้องบอกทั่วประเทศ เลยให้เข้าใจว่าการออมกับ กอช. เป็นการวางแผนระยะยาวถึงจะเป็นเงินน้อยแต่ลองใส่ดูว่า ถ้าคุณฝากธนาคารหรือคุณทำอย่างอื่นนี่คุณอาจจะได้ผลตอบแทนที่หวือหวาแล้วก็สั้น แต่ว่าอันนี้เป็นเงินเก็บระยะยาว แล้วพยายามถอดบทเรียนว่าต้องทำงานคู่กับกระทรวงต่าง ๆ สำหรับเยาวชนในปี ๒๕๖๓ นี้เองเราไปทำงานกับกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็จะพยายาม ให้เข้าใจว่าพยายามให้นักเรียนออมวันละบาท สองบาท อย่างน้อยเดือนละ ๕๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท เป็นการสร้างให้เขามีวินัยในการออม ซึ่งน่าจะมีผลจะทำให้เต็มที่ประมาณ ปีนี้ที่จะลงโรงเรียนซึ่งเราทำไปแล้วปีที่แล้วคือทำอบรมคุณครูแล้วก็นักเรียนที่เป็นประธาน นักเรียนของโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ ไปแล้วประมาณ ๑๐๐ กว่าโรงเรียน ซึ่งพยายาม จะอิมพลีเมนต์ (Implement) ทำอยู่ แต่เนื่องจากติดภาวะโควิด (COVID) ก็เลยยังไม่ได้ สมาชิกเท่าที่ควรนะคะ🔗

อุปสรรคในการหาสมาชิกอย่างที่เรียนท่านว่าพอเราไปถึงชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ ทุกคนอยากออมแต่ติดเรื่องอายุค่ะ อันนี้เราก็แก้ปัญหาแล้วคือจะขอขยายอายุ ซึ่งเสนอ ทางคณะทำงาน แล้วก็กำลังจะปรับปรุง พ.ร.บ. จะต้องเสนอเข้ามาอีกทีนะคะ🔗

สำหรับถ้าบอกว่าสมาชิกมีส่วนร่วมไหม ต้องบอกว่าโครงสร้างของบอร์ด (Board) เรา คณะกรรมการเราจะประกอบไปด้วยสมาชิกตัวแทนของ กอช. เองตามภูมิภาค มี ๖ ท่าน มาจากภาคตะวันออกคือทุกภาคจะเป็นการเลือกมา ๓ ปีครั้งหนึ่งเป็นการเลือก ตัวแทนสมาชิกเข้ามามีบทบาทนั่งในคณะกรรมการกองทุน กอช. เพื่อจะดูแลการดำเนินงาน หรือให้ความคิดเห็น จริง ๆ อันนี้มีส่วนร่วมอยู่แล้วในโครงสร้าง ก็จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะท่าน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นอันว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนการออมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว นะครับ ขอบคุณท่านเลขาธิการ ท่านรองเลขาธิการและเจ้าหน้าที่ครับ ขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๖๓🔗

ซึ่งรายงานนี้ทางคณะรัฐมนตรีได้รับทราบเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ซึ่งได้รับทราบรายงาน ผลการดำเนินงานตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดที่ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เมื่อรับทราบเรียบร้อยแล้ว ก็ขอนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบนะครับ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในเอกสารรายงาน ที่แจกท่านสมาชิกแล้วนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตัวแทนสำนักงานบริหารหนี้ สาธารณะเข้ามาชี้แจงครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกคงจะมีรายงานแล้วนะครับ ทางเจ้าหน้าที่จะมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มี จะได้ให้สมาชิกอภิปรายครับ ในขณะนี้ยังไม่มี โอเค (OK) อย่างนั้นเชิญท่านสมาชิกได้ อภิปรายซักถามครับ มีท่านหัวหน้าพรรคก้าวไกลครับ เชิญครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานฉบับนี้ที่ทำโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ตามมาตรา ๑๐ ของ พ.ร.ก. เงินกู้ฟื้นฟูโควิด (COVID) รายงานฉบับนี้สั้น ๆ ครับ แค่ ๑๑ หน้า แต่เป็น ๑๑ หน้าที่ยืนยันถึงปัญหาและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการแก้ไขวิกฤติ ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบของโควิด ๑๙ (COVID-19) ปี ๒๕๖๓ เป็นปีที่เราจะไม่มีวันลืม เป็นปีที่เม็ดเงินเหือดหาย เศรษฐกิจเหือดแห้ง เป็นปีที่ความสิ้นหวังกัดกร่อนหัวใจของพี่น้อง ประชาชน พี่น้องประชาชนกำลังลำบาก สิ้นหวัง หลายคนต้องปิดธุรกิจของตัวเองลง หลายคน ต้องวิ่งหางานเสริมจุนเจือรายได้ หลายคนต้องจำใจก่ออาชญากรรมเพื่อหาเลี้ยงชีพ หลายคน เพิ่งเรียนจบและไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองรอดอย่างไรในวิกฤตินี้ หลายคนที่ต้องดิ้นรน หางานใหม่ในวัยที่ไม่น้อยแล้ว และมีอีกหลายคนที่ต้องตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลง เป็นเรื่องน่าเศร้านะครับถ้ารัฐบาลไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะ ในยามที่วิกฤติทั้งหลายถาโถมเข้ามา กับเวลาที่เหลืออยู่ ๘ นาที ผมขออภิปราย ๓ ปัญหา ๓ ข้อเสนอ และ ๑ ข้อสรุป🔗

สำหรับปัญหาข้อแรก ท่านประธานครับ เป็นปัญหาเชิงมหภาคเราเห็นว่า ความช่วยเหลือของภาครัฐนั้นช้าเกินไป น้อยเกินไปและไม่ตรงจุด กับสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนกำลังกลั้นหายใจทำมาหากิน ๑ นาที ๑ วินาทีมีค่ามหาศาล การทำงานที่รวดเร็ว ของรัฐบาลจะช่วยต่อลมหายใจให้กับประชาชนให้ยังพอมีแรงที่จะต่อสู้ได้ แต่ดูเหมือนว่า รัฐบาลจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าตอนนี้ประเทศของเรากำลังเจอวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะถ้าดู ในเชิงมหภาคแล้วจีดีพี (GDP) ของเราติดลบ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์คือเท่าไรครับ ๘ เปอร์เซ็นต์คือ ๑.๓ ล้านล้านบาท วงเงินที่เสนอมาฟื้นฟู ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เบิกใช้จริง ๆ แค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑.๓ ล้านล้านบาทเท่านี้ครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช้เท่านี้ครับ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้เท่านั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะทำงานเชิงรุก เพื่อพยุงเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายก็ล่าช้าแสดงให้เห็นว่าเป็นการแก้วิกฤติแบบเช้าชามเย็นชาม🔗

ปัญหาที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นปัญหาเชิงจุลภาค รัฐบาลอยู่บนหอคอย งาช้าง แล้วก็ไม่เข้าใจประชาชน ในรายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลยังผิดซ้ำซาก และไม่ได้ถอดบทเรียนจากความผิดพลาดกับโครงการเก่า ๆ ถ้าท่านประธานพลิกไปที่หน้า ๗ ข้อ ๔ มีการกล่าวถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับโดยกล่าวถึง ๔ โครงการที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ยกตัวอย่างเพียงโครงการเดียวโครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่ให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับเงิน ๕,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๓ เดือน โดยในรายงาน ของท่านบอกว่าปัญหาอุปสรรคทำให้มีคน ๑๐๐,๐๐๐ คน ตกหล่นจากโครงการนี้ ๑๐๐,๐๐๐ คน คือมากกว่าครึ่งของจังหวัดสมุทรสาครที่ตกหล่นจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน พอมาถึงตอนนี้รัฐบาลก็ยังทำผิดซ้ำซากทั้งที่มีเวลาเตรียมตัวหลายเดือน อย่างโครงการล่าสุด เราชนะที่จะแจกเงินให้กับประชาชน ๓,๕๐๐ บาท จำนวน ๓๑ ล้านคน เป็นเวลา ๒ เดือน ก็ยังคงใช้วิธีเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนทั้งที่รัฐบาลสามารถโอนเงินให้กับประชาชนโดยตรง อย่างถ้วนหน้าและได้สัดส่วน รัฐบาลเองมีข้อมูลอยู่แล้วครับว่าสมัยเราไม่ทิ้งกันโอน ให้กับประชาชน ๒๕ ล้านคน ในแอปพลิเคชัน (Application) เป๋าตังมีอีก ๑๔ ล้านคน แต่เหมือนว่ารัฐบาลยังไม่เคยเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วยังทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี บังคับให้ ประชาชนใช้เงินผ่านแอปพลิเคชัน (Application) เป๋าตังเท่านั้นไม่ยอมให้เบิกเงินสด เพราะกลัวว่าประชาชนจะไปใช้จ่ายในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย🔗

ปัญหาข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์วัคซีนและความมั่นคงทางสุขภาพ ตามหน้า ๓ ของโครงการ แผนงานที่ ๑.๕ รัฐบาลมีโครงการเพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพ ควบคุมคุณภาพวัคซีน ควบคุมเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของ ประเทศไทย ถูกต้องแล้วครับ ผมเห็นด้วยว่าวัคซีนคือจุดตัดของความมั่นคงทางสุขภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยิ่งเรามีความชัดเจนในเรื่องของยุทธศาสตร์วัคซีนมากเท่าไร เราจะยิ่งสามารถเปิดประเทศได้เร็วเท่านั้น ถ้าเราช้าจีดีพี (GDP) หาย ๑ เปอร์เซ็นต์ทันที ต่อ ๑ เดือน มีหลายคนบอกว่าปีนี้จีดีพี (GDP) จะโตประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ถ้าการควบคุมโรคโควิด (COVID) ยังชักช้าอยู่อย่างนี้ ๑ เดือน ๑ เปอร์เซ็นต์ ๒ เดือน ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เดือน ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เดือน ๔ เปอร์เซ็นต์ สงกรานต์นี้ เมษายนนี้เศรษฐกิจ ไทยติดลบทันที วัคซีนคือโอกาส🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

แต่ในขณะเดียวกันก็คือ ความท้าทายเช่นเดียวกันครับ เพราะว่ามันมีความไม่แน่นอนของวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน เจ้าไหน ไม่ว่าจะเป็นแอสตราเซนเนกา (Astrazeneca) ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ (ZPfizer) ไม่ว่าจะเป็น โมเดอร์นา (Moderna) ไม่ว่าจะเป็นสปุตนิก (Sputnik) ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค (Sinovac) ไม่ว่าจะเป็นซีโนฟาร์ม (Sinopharm) จอนห์สันแอนด์จอห์นสัน (Johnson&Johnson) ทั้งหมดนี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ มาจากเทคโนโลยีคนละแบบ การตรวจสอบมากันคนละแบบ ราคาคนละแบบ ประสิทธิภาพคนละแบบ ผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์กันคนละแบบ เพราะฉะนั้นการบริหารความเสี่ยงคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับยุทธศาสตร์วัคซีน การบริหารความเสี่ยงก็คือความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยงก็คือการประเมินความเสี่ยง ออกมา และการบริหารความเสี่ยง การกระจายความเสี่ยงคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด และภาพที่ ท่านกำลังเห็นอยู่นี้คือการกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของ โควิด (COVID) ในแต่ละประเทศที่ผมเอามาเทียบให้ดู ซ้ายสุดคือประเทศไทย ตรงกลางคือ อียู (EU) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และระดับโลก สีที่ท่านเห็นคือวัคซีนต่าง ๆ ของแต่ละ ยี่ห้อ ผมเชื่อว่ารัฐบาลที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว🔗

- ๑๒๐ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นในระดับโลกทุกคน ต้องการจะกระจายความเสี่ยง ไม่มีผู้นำคนไหนที่อยากจะผูกอนาคตของประเทศ ไม่มีผู้นำ คนไหนที่อยากจะผูกอนาคตของสุขภาพของประชาชน ไม่มีผู้นำคนไหนที่อยากจะผูกอนาคต ของสุขภาพ ของเศรษฐกิจอยู่เพียงหนึ่งเดียว แต่ภาพที่เห็นมันทำให้พวกผมที่นั่งอยู่ในที่นี้ พรรคก้าวไกลอดห่วงไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังผูกอนาคตกับวัคซีนเพียงเจ้าเดียว โรงงานเดียว ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเกิดบางทีวัคซีนไม่สามารถที่จะช่วยผมได้ล่ะครับ ถ้าบางทีวัคซีน ไม่สามารถที่จะช่วยคนเอเชีย (Asia) ได้ล่ะครับ ถ้าวัคซีนไม่สามารถจะช่วยผู้สูงอายุที่อายุ มากกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปล่ะครับ เราใส่ไข่ทุกใบอยู่ในตะกร้าเดียว ตะกร้านี้ตกแตก เมื่อไรประเทศไทยหมดโอกาส ความเสี่ยง ความน่าจะเป็น ลอว์ ออฟ พรอบาบิลิตี (Law of probability) ขึ้นมาสูงทันที และนี่คือความจำเป็นที่เราต้องถามหาความโปร่งใสการประเมิน ความเสี่ยงและการกระจายความเสี่ยงในการจัดการวัคซีนของรัฐบาล มีความจำเป็น เป็นอย่างยิ่ง🔗

สำหรับข้อเสนอ ๓ ข้อ ในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนแสนสาหัสอยู่ตรงนี้ กับเงินที่ยังเหลืออยู่ ๒.๕ แสนล้านบาท🔗

ข้อที่ ๑ เงิน ๓,๕๐๐ บาทที่รัฐบาลจะให้ทั่วหน้าอยู่แล้วต้องให้ได้สัดส่วน กับความเข้มข้นของมาตรการด้วย ต้องมีมาตรการออนท็อป (On-top) ลงไปตามระดับ ความรุนแรงของคำสั่งล็อกดาวน์ (Lockdown) ถ้าโซน (Zone) สีแดงเข้มเพิ่มไปอีก ๑,๕๐๐ บาท ถ้าโซน (Zone) สีแดงอีก ๒๓ จังหวัด เพิ่มไปอีก ๑,๐๐๐ บาท ถ้าโซน (Zone) สีส้มเพิ่มไปอีก ๕๐๐ บาท ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดการเยียวยาชดเชยอย่างทั่วหน้าและได้สัดส่วน กับความเข้มข้นของมาตรการ กับความเสียสละของพี่น้องประชาชน ใช้งบประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยังมีเงินครับ🔗

ข้อที่ ๒ มาตรา ๓๓ แรงงานในประกันสังคมถึงเวลาแล้วครับที่รัฐบาล ต้องเข้ามาช่วยพยุงการจ้างงาน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ครับแคป (Cap) ไว้ที่ ๗,๕๐๐ บาท ในกรณีที่นายจ้างยอดขายตกมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงที่มีล็อกดาวน์ (Lockdown) มาตรการนี้ถ้าทำได้กับ ๕ จังหวัดแดง เข้ม และกรุงเทพมหานคร ๒ เดือนใช้เงินแค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เปลี่ยนชีวิตของแรงงานที่อยู่ใน ประกันสังคมได้ทันที🔗

ข้อที่ ๓ เพิ่มเงินประกันสังคมของธุรกิจที่ถูกสั่งปิดจาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เวฟ (Wave) แรก ๖๒ เปอร์เซ็นต์ เวฟ (Wave) นี้เหลืออยู่แค่ ๕๐ เราเสนอว่าต้องเป็น ๗๕ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นมาตรการในการช่วยเหลือลูกจ้างที่ธุรกิจถูกปิด ชั่วคราว ข้อที่ ๒ ช่วยทั้งนายจ้าง ช่วยทั้งลูกจ้าง ข้อ ๓ ช่วยลูกจ้างทำให้เขาสามารถ ที่ยังจะอยู่ได้ ที่ผ่านมาทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมาชี้แจงกับสภาแห่งนี้บ่อยครั้งครับว่าการคลัง ของรัฐบาลยังเข้มแข็ง ผมก็อยากจะเชื่อท่านเช่นนั้นแต่รัฐบาลต้องกล้าใช้เงินอย่างตรงจุด อย่างกล้าหาญ ช่วยประชาชนในเชิงรุกทำให้ประเทศของเรารอดพ้นจากวิกฤติข้อนี้ได้🔗

และ ๑ ข้อสรุปสุดท้ายครับ จากนี้ไปรัฐบาลต้องลงมาจากหอคอยงาช้าง มาฟังประชาชนให้มากขึ้น เลิกมองความเดือดร้อนของประชาชนว่าเป็นปัญหาส่วนบุคคล ไม่ใช่เป็นปัญหาโครงสร้างของประเทศนี้ สะกดคำว่า ทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนให้เป็น และหันมาดูว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยนั้นเกิดจากอะไร และจะชดเชย อะไร เยียวยาอะไร แก้ไขปัญหาของพวกเขาได้จริงอย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากคณะกรรมการประสานงานสภาปรึกษาหารือมาแล้วว่ามีผู้ประสงค์จะอภิปราย ในวาระรับทราบเรื่องนี้จำนวนมาก และต้องการอภิปรายต่อเนื่อง ดังนั้นผมขอยกไปพิจารณา รับทราบเพื่อรับทราบต่อไปในการประชุมครั้งต่อไป วันนี้ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๑๑ นาฬิกา