รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
---------------
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้มีการปรึกษา หารือกันตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญนายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ตามด้วยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร เชิญท่านณัฐพงษ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน ตำบลเชียงกลาง ตำบลพญาแก้ว อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ขอให้ผมช่วยหารือท่านประธานช่วยประสาน ไปยังกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยเร่งรัดในการอนุญาต การขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๙ ของพื้นที่ตำบลเชียงกลาง พญาแก้ว อำเภอเชียงกลาง เนื่องจากพี่น้องบ้านผาน้ำย้อย ตำบลพญาแก้ว บ้านเกวต บ้านกอก บ้านหนอง บ้านชี ตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง ได้รับความเดือดร้อน ในเรื่องของเส้นทางคมนาคมเป็นอย่างมากครับ ซึ่งถนนเข้าไปยังหมู่บ้านเหล่านี้ได้รับ การจัดสรรงบประมาณจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ปี ๒๕๖๔ นี้แล้ว แต่ทางพี่น้องก็กลัวว่า การขออนุญาตจะเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้งบประมาณตกไปอีกครับ เลยอยากให้ช่วยเร่งรัด ในการดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันมนัส พลหล้า ประธานชมรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน อยากให้ช่วยติดตามความคืบหน้า ของโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำกอน ตำบลพญาแก้ว อำเภอเชียงกลางครับ ซึ่งเรื่องนี้เอง ผมก็เคยได้หารือท่านประธานไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้า เท่าที่ควร ก็ขอท่านประธานได้ช่วยประสานไปยังกรมชลประทานให้ช่วยเร่งดำเนินการ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกร ตามด้วยท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอกราบเรียนหารือปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทราผ่านท่านประธาน ๒ เรื่องวันนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการประสานถึงความเดือดร้อน เนื่องจากตลิ่งบริเวณ วัดคลองหลวงแพ่งเสียหาย และได้รับการประสานจากท่านพระอธิการสมศักดิ์ เจ้าอาวาส วัดปากคลองหลวงแพ่ง ท่าน สจ. ไพศาล ช้างพลายแก้ว ท่านกำนันชนม์สวัสดิ์ เจริญขำ ที่ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเหตุเกิดจากน้ำในคลองนครเนื่องเขต ลดลงทำให้ตลิ่งพัง ขอรูปเมื่อสักครู่นี้อีกนิดหนึ่งครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ🔗
ด้านซ้ายท่านประธาน จะเห็นว่าเป็นตลิ่งฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ ส่วนด้านขวาที่เห็นนี่ครับ เป็นตลิ่งของ ฝั่งกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ๒ ฝั่งมีความแตกต่างกันมาก กระผมจึงใคร่ขอความกรุณา ท่านประธานประสานไปยังคุณวิรศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดฉะเชิงเทรา กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ให้เร่งรัดในการลงพื้นที่และซ่อมแซมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องตำบลโยธะกา หมู่ ๓ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทราครับ และผมได้รับการประสานจากท่านกำนันธีรพล อุทัยพันธ์ ขอรูปด้วยครับ ถนนเส้นที่เห็นครับ จะเป็นถนนเส้นคันชลประทานช่วงประมาณเลียบคลอง ๑๙ ได้ทรุดตัวลง ได้มีรอยร้าวนะครับ ซึ่งถนนเส้นนี้ จริง ๆ แล้วคันคลองเส้นนี้เป็นเส้นที่พี่น้องชาวตำบลโยธะกา ใช้สัญจรไปมาอยู่เป็นจำนวนมากครับ จึงขอประสานผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทาน ให้ช่วยซ่อมแซมคันคลองเส้นนี้ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปกติด้วยครับ และในระหว่างนี้ขอให้ ตั้งป้าย ตั้งกรวย เพราะว่าในช่วงดึก ๆ พี่น้องสัญจรไปก็เกิดอุบัติเหตุครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ ตามด้วยท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ก็คือผมลงพื้นที่อำเภอดอนมดแดง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร อำเภอดอนมดแดง มีตำบลเหล่าแดง ตำบลคำไฮใหญ่ ตำบลท่าเมือง และตำบลดอนมดแดงจำนวนหลายร้อยราย ได้นำเงินของตัวเองที่เก็บไว้ ทำไร่ไถนาไปฝากไว้ที่สหกรณ์การเกษตรอำเภอดอนมดแดง เวลาผ่านไป ๒-๓ ปีครับ เกษตรกรก็ไปขอเบิกเงินของตัวเองคืน ก็ทราบว่ามีการทุจริต มีการเบิกเงินออกไปจาก บัญชีทั้งหมด วันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงขอประสานงานไปถึงท่านอธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่านสหกรณ์จังหวัด ซึ่งวันนี้พรุ่งนี้ผมได้นัดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อจะลงพื้นที่เพื่อจะรับทราบข้อปัญหาต่าง ๆ เพื่อจะนำเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ครับ ในขณะนี้เป็นที่ทราบกันครับว่าโควิด (COVID) ระบาดทั่วไป เกิดจากบ่อนการพนัน เกิดจากเด็ก พ่อแม่ไปเล่นตู้สล็อต (Slot) ซึ่งในอาทิตย์ที่ผ่านมา จังหวัดระยอง ระยองโมเดล (Model) ก็คือการไล่ล่าจับขอยึดตู้ ซึ่งผมก็ได้ประสานงานกับ ท่านผู้กำกับ ท่านนายอำเภอ ได้ประสานงานขอตู้สล็อต (Slot) จากพี่น้องประชาชน ที่ติดตั้งตามร้านโชห่วยต่าง ๆ ก็ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องในร้านโชห่วยว่ากลัวผิด กลัวถูก ดำเนินคดี ก็ได้นำตู้สล็อต (Slot) มามอบให้ผมประมาณ ๑๐ กว่าตู้ ซึ่งอยากจะฝากถึง ท่านผู้การ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เร่งรัดในการเก็บรวบรวมตู้สล็อต (Slot) ที่ผิดกฎหมาย อยู่ในพื้นที่กลับออกจากพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในความยากจน🔗
และเรื่องสุดท้ายครับ ๓,๕๐๐ บาทนี่ขอเป็นเงินสดได้ไหมครับ เพื่อจะให้ พี่น้องประชาชนได้ใช้จ่าย เพราะคนเฒ่าคนแก่ไม่มีโทรศัพท์ คนเฒ่าคนแก่ไม่มีปัญญาที่จะไป สแกน (Scan) หรอกครับ ขอจ่ายเป็นเงินสดให้กับพี่น้องประชาชนได้ ๓,๕๐๐ บาท ๒ เดือน ทีเดียวเลยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาคภูมิครับ ตามด้วยนายขวัญเลิศ พานิชมาท นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๓ ผมมี เรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
จากการระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) จังหวัดตาก โดยเฉพาะ อำเภอแม่สอดมีอัตราการติดเชื้อสูงมาก ในช่วงระยะเวลา ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนติดเชื้อ เกือบ ๑๐๐ คน ซึ่งทุกคนเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเมียนมา ในขณะนี้ทุกคน อยู่ระหว่างการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ผมก็ขอยืนยันนะครับว่าผู้ติดเชื้อเหล่านี้ ไม่สามารถแพร่เชื้อภายในประเทศได้ เพราะเนื่องจากมีการคัดแยกตั้งแต่ทันที ที่ข้ามประเทศมา ซึ่งในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ต้องรับศึกหนักมากโดยเฉพาะบุคลากรทางด้าน สาธารณสุข ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว จึงอยากจะให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนบุคลากร งบประมาณ ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ จำเป็นที่เจ้าหน้าที่ร้องขอมาอย่างเต็มที่นะครับ ส่วนสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็วส่วนหนึ่งก็มาจากการลักลอบข้ามแดน ระหว่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านแม่ทัพ ภาคที่ ๓ ได้ลงพื้นที่ แล้วผมคิดว่าท่านน่าจะได้ทราบข้อมูลบางส่วนแล้ว จึงอยากจะให้ ท่านเร่งรัดกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการสรุปข้อมูลเพื่อดำเนินการจับกุม ผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วนะครับ ประชาชนรอฟังข่าวดีอยู่ครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงพาณิชย์จะอนุญาตให้นำ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งข้าวโพดส่วนหนึ่งเป็นของ คนไทยที่เดินทางข้ามไปปลูกที่ประเทศเมียนมาแต่ว่ากำลังรอการนำเข้าอยู่ แต่เงื่อนไขต่าง ๆ หลังจากวันที่ ๑ แล้วค่อนข้างจะยุ่งยาก เช่นต้องข้ามสะพานเท่านั้น จึงอยากจะให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ให้นำเข้าให้ถูกต้องตามกฎหมายและ สะดวกต่อการขนส่ง เช่น อาจจะเปิดท่าข้ามตามธรรมชาติบางท่าให้นำเข้าโดยยึดตาม ระเบียบของศุลกากรและการควบคุมโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างเคร่งครัด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขวัญเลิศครับ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี อำเภอศรีราชา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ อำเภอศรีราชาในจังหวัดชลบุรีนั้น มียอดผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) เป็นอันดับ ๒ ของประเทศรองจากจังหวัดสมุทรสาคร ชาวบ้าน ประชาชนส่วนใหญ่ต่างหวาดกลัว วิตกกังวล และทุกคนก็พร้อมปฏิบัติตาม มาตรการอย่างเคร่งครัด แต่มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด (Virus COVID) นั้น ควรมีมาตรการเยียวยาควบคู่ไปด้วย ผมลงพื้นที่ไปพบว่าหลากหลายกิจการต้อง ปิดตัวลง โรงแรม ร้านอาหาร ผับ (Pub) บาร์ สปา คาราโอเกะ พนักงานลูกจ้างถูกให้ออก จากงาน หลายชีวิตที่ต้องดิ้นรนอยู่ในขณะนี้ คนส่วนใหญ่รอความหวังจากหน่วยงานรัฐบาล ในการหาช่องทางเยียวยาพักชำระหนี้ ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ แบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้อง ทำเรื่องเพื่อรออนุมัติให้ยุ่งยากนะครับ สำหรับคนจำนวนมากที่ถูกกักตัว ๑๔ วันเพื่อรอดู อาการนั้น ใครที่มีญาติคอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำก็โชคดีไป แต่คนอีกจำนวนไม่น้อยที่มาจาก ต่างจังหวัด ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำที่ต้องถูกกักตัวแต่ไม่มีญาติที่คอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำ ซึ่งไม่มีงบสนับสนุนในส่วนนี้ของหน่วยงาน จนบางเคส (Case) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องรวม เงินกันซื้ออาหารไปแขวนไว้ให้นะครับ แล้วส่วนที่เหลือต้องทำอย่างไรครับ หรือต้องให้ พวกเขาแอบออกไปซื้อข้าวปลาอาหารตามตลาดนัดกินกันเอง🔗
อีกเรื่องคือชุดอุปกรณ์ แมสก์ (Mask) และเครื่องป้องกัน อยากให้ส่งไปหา เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์อย่างทั่วถึง เพราะบางที่หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ต้องหาซื้อ ใช้กันเอง หรือบางครั้งก็ต้องรอรับบริจาคจากหน่วยงานเอกชนนะครับ แล้วแบบนี้จะตกไปถึง ชาวบ้านตาดำ ๆ ได้อย่างไรครับ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อส่งต่อ ข้อมูลประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐนะครับ ตามด้วยท่านนิรมิต สุจารี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อตอนกลางปีนี่ผมได้มีข้อหารือในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ เพื่อขอให้มี การชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีการเรียกร้องเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของโรงไฟฟ้าขนอม เพราะขณะนั้นมีข่าวใหญ่ไปทั่วโลกว่าทางการญี่ปุ่น ได้ลงโทษบริษัทญี่ปุ่นที่ได้ไปให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ของไทยนะครับ ก็เป็นที่อับอาย ของคนไทยนะครับที่เกิดกรณีแบบนี้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยที่หน่วยงานตัวเอง ในต่างประเทศเป็นคนที่ให้ข่าว แต่ฝั่งไทยกลับเงียบไม่มีการชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ผมถึงได้มีการซักถามขึ้น ซึ่งก็ได้รับคำตอบนะครับ ทางกระทรวงพลังงานก็ได้มีคำตอบมา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ตอบมายังท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่คำตอบ เป็นการตอบแบบผมใช้คำว่าไม่ให้ข้อมูล ไม่ตอบตรงคำถามนะครับ คือตอบในลักษณะที่ว่า กระทรวงพลังงานได้ตรวจสอบแล้วก็ปรากฏว่าก็คือเป็นเรื่องระหว่างผู้รับเหมากับเจ้าหน้าที่ ของรัฐในการขออนุญาตใช้ท่าเทียบเรือ โดยที่ปฏิเสธบอกว่าทางกระทรวงพลังงาน หรือการไฟฟ้าไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยนะครับ แต่พูดในตอนท้ายว่าการดำเนินการในประเทศไทย ได้มีการลงโทษทางวินัยและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐแล้ว กระผมได้ขอให้ท่านชี้แจง รายละเอียดเพื่อจะได้เป็นข่าวออกไปว่าประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ก็ขออนุญาต ที่จะขอทวงถามเรื่องนี้อีกครั้งครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิรมิต ตามด้วยนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกราบเรียน ต่อท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปัญหา เรื่องน้ำประปาไม่ได้มาตรฐานของประปาภูมิภาค ของเทศบาลตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด มีกลิ่นเหม็น มีสีเหลือง มีสิ่งเจือปน ท่อประปามีสนิม เครื่องกรองบ่อพักน้ำชำรุด จึงขอความกรุณาจากท่านประธานได้ส่งปัญหาไปยัง กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อที่จะบูรณาการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องภัยแล้งให้แก่ราษฎรในเขตเทศบาล แล้วก็ฝากไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ได้มาดูแลขุดลอกเพื่อที่จะ นำน้ำดิบมาผลิตเป็นน้ำประปาให้พี่น้องในเขตเทศบาลหนองพอก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ขอสัญญาณไฟจราจรสี่แยกบ้านเหล่าขุมมัน ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก ทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ เกิดปัญหารถชนกันตลอด ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อน ผู้สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน ขอความกรุณายังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงแผ่นดิน ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา🔗
แล้วก็เรื่องสุดท้าย ขอสัญญาณไฟจราจรสี่แยกบ้านอุ่มเม่า ถนนสายโพนทอง ขอนแก่น ถนนหมายเลขทางหลวง ๒๑๖ ของกรมทางหลวงแผ่นดิน ขอได้โปรดดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้ราษฎรด้วยครับ ขอกราบขอบคุณ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ ตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร วันนี้ดิฉันจะขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เรื่องคุณภาพชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารสูง ที่ไม่มีการวางแผนในเรื่องสาธารณูปโภคและการจัดการผังเมืองที่ดีพอค่ะ วันนี้หน่วยงาน ที่ต้องรับฟังและรับผิดชอบมีดังนี้ ๑. สำนักงานเขตพญาไท ๒. กรมโยธาธิการและผังเมือง ๓. การประปานครหลวง ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่แสดงถึง ผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากการก่อสร้างอาคารสูงที่แออัด โดยเฉพาะในถนนหรือซอย ที่สาธารณูปโภคมีไม่เพียงพอ และไม่พร้อมในการที่จะรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่พื้นที่ เขตพญาไท ซอยสายลมหรือว่าซอยพหลโยธิน ซอย ๘ ท่านประธานคะ พื้นที่ตรงนี้ไม่ควรมี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เหตุการณ์เพลิงไหม้นี้รถดับเพลิงเมื่อมาถึงเข้าไม่ได้ เพราะอะไรคะ เพราะว่ามีรถยนต์จอดกีดขวางอยู่ริมซอยมากมายเหลือเกิน เพราะว่ารถเหล่านี้เป็นรถที่ล้น ออกมาจากในคอนโดมิเนียมที่มีปริมาณที่จอดรถไม่เพียงพอค่ะ นอกจากนี้เมื่อไปเปลี่ยน รถดับเพลิงที่เป็นขนาดเล็กมา สิ่งที่เกิดขึ้น น้ำไม่พอค่ะ และแย่ไปกว่านั้น ความเลวร้าย ยังไม่จบค่ะ ประปาหัวแดงที่ใช้สำหรับดับเพลิงในซอยนั้นแทบจะไม่มีเลย หรือที่มีก็ใช้ การไม่ได้ค่ะ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นจริง ๆ ค่ะ ประชาชนทุกคนเสียภาษีเขาก็คาดหวังว่า จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีจากภาครัฐ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ดิฉันขอฝากเอาไว้ ๓ หน่วยงาน🔗
๑. รถยนต์ที่ล้นออกมาจากคอนโดมิเนียม ขออนุญาตให้สำนักงานเขต ช่วยดูแลเรื่องการออกใบอนุญาตก่อสร้าง🔗
๒. กรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องเปลี่ยนเกณฑ์ในการออกผังเมืองได้แล้ว🔗
๓. การประปานครหลวงจะต้องประสานกับเขตในการดูแลเรื่องประปาหัวแดง ให้ใช้งานได้และเพียงพอค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัยนะครับ ตามด้วยท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ผมได้ลง เยี่ยมพี่น้องในเขตพื้นที่ที่ผมได้ดูแลอยู่ นั่นก็คือเขต ๒ จังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับเรื่อง ร้องทุกข์จากนายประยูร วงศาธรรม ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาตากล้า หมู่ ๕ ตำบลหนองข่า อำเภอปทุมราชวงศา พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านอีก ๘ หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในตำบลหนองข่า🔗
ชาวบ้านได้รับความทุกข์ทรมานจาก ถนนดินแดงที่เป็นฝุ่นในหน้าแล้ง เพราะถนนเส้นนี้ใช้สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านคำไหล ผ่านบ้านสงยาง บ้านนาตากล้า บ้านหนองข่า บ้านป่าหวาย ไปจนถึงบ้านหนองหิน เป็นถนนดินแดงที่มีฝุ่นมากที่สุด ไม่ว่าจะขนรถ ขนสิ่งของ ขนผลไม้ ขนพืชผักไปส่ง การเกษตร ฝุ่นนะครับ ท่านประธานครับ พี่น้องจะต้องนอนสูดฝุ่น ท่านประธานดูภาพครับ ต้นไม้ข้างทางจะเป็นสีแดงทั้งหมดเลยเพราะมีแต่ฝุ่น ท่านประธานเชื่อไหมครับว่านักเรียน ที่ไปเรียนมัธยมในอำเภอนั่งรถสองแถวไป ตอนไปนี่เสื้อขาวครับ กลับมาเสื้อแดง เพราะมีแต่ ฝุ่นครับ พอถึงหน้าฝนครับท่านประธาน ถนนเส้นนี้พอถึงหน้าฝนจะกลับกลายเป็นโคลนครับ เป็นโคลนดินแดง ซึ่งลำบากในการเดินทาง ลื่นก็ลื่น แล้วก็รถติดนะครับ เมื่อต้นปี ๒๕๖๒ มีทหารหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ นพค. ๕๑ ได้ลงไปสำรวจแล้วก็ทำประชาคมกับชาวบ้าน บอกว่าจะหางบประมาณมาก่อสร้างให้ จนวันนี้ผ่านไปก็ยังไม่มีหน่วยงานใดมารับผิดชอบ เลยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ สงสารพี่น้องประชาชน ข้าราชการครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เขาจะต้องสัญจรไปมาเพื่อทำภารกิจของเขา ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ถึงหน่วยงาน หน่วยงานใดจะรับผิดชอบก็ไม่ทราบ เพราะว่าถาม อบต. อบต. ก็บอก อบจ. ถาม อบจ. ก็บอกไม่มีงบประมาณ ก็ถึงต้องถามประชาชนมาถามผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎร ก็ต้องมาถามท่านประธานว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบ ก็ฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ให้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และผมเองก็จะขอฝากเอกสารให้กับท่านประธาน ด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิริพงศ์ ตามด้วยท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก คือช่วงนี้พืชผลทางการเกษตรออกมาหลายตัว และจังหวัดศรีสะเกษ กำลังมีปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ จึงฝากให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลครับ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของราคาพริกเขียว ซึ่งผมยกตัวอย่างครับ ผมเทียบราคาเมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ราคาพริกเขียวหน้าสวนกิโลกรัมละ ๔๕-๕๕ บาท หน้าตลาด ๘๐-๙๕ บาท แต่ในปัจจุบันเช็ก (Check) ราคาเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ราคาพริกเขียวหน้าสวนราคา กิโลกรัมละ ๓๐-๔๐ บาท แต่ราคาหน้าตลาดก็ยังคงเป็น ๘๐-๙๐ บาท ฝากกระทรวงพาณิชย์ ดูแลด้วยครับ ต่อมาครับ เรื่องราคาหอมแดงที่มีแนวโน้มว่าปีนี้เนื่องจากมีฤดูหนาว ที่ยาวนาน ทำให้ผลผลิตอาจจะออกมาล้นตลาด และประกอบกับตอนต้นฤดูการผลิตนั้น มีพายุเข้า ทำให้เกษตรกรต้องลงทุนเพาะปลูกใช้เมล็ดพันธุ์ถึง ๒ ครั้ง ปัจจุบันราคาอยู่ ประมาณ ๕ บาทถึง ๙ บาทเท่านั้นเอง และเกรงว่าจะไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพของ เกษตรกร ขอให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลด้วยครับ และสุดท้าย คือราคายางพารา ที่ตอนนี้ราคา ยางถ้วยเหลือกิโลกรัมละ ๑๖-๑๗ บาท และได้รับการชดเชยจากรัฐเพียงไร่ละ ๑๔๖ บาท ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้หารือเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เรื่องการตื้นเขินของ หนองห้องเรือ ตำบลทุ่งสว่าง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษไป และได้รับคำตอบมา เมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ว่าอยู่คนละหน่วยงานไม่เกี่ยวข้องกับกรมชลประทาน วันนี้ผมจึงขอถาม ใหม่ครับ ฝากสอบถามไปทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าขอให้ท่านได้กรุณา หางบประมาณมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องด้วย หรือให้ท่านให้คำปรึกษากับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการทำแผนงบประมาณด้วย🔗
สุดท้ายครับ ผมคิดตามโครงการการขุดลอกนิคมห้วยคล้าตอนล่าง อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ สอบถามตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วไม่ได้ความคืบหน้า วันนี้มาขอถาม อีกครั้งครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพล ตามด้วยท่านทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ขอหารือ ๒ นาทีจากนี้ผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดพิษณุโลก ถือเป็นการให้กำลังใจท่านด้วยครับ🔗
ประเด็นครับ ขอช่วยประสาน อนุมัติงบทำทางลาดยาง หรือถนนคอนกรีต ๘ กิโลเมตรแค่นั้นเองครับ ให้กับหมู่บ้าน ห้วยทรายเหนือ ตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานครับ ถ้าท่านจำไม่ได้หรือใครที่จำไม่ได้ การเลือกตั้งวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมาปีที่แล้ว ในการเลือกตั้ง อบจ. หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่ยอมใช้สิทธิ บอยคอตต์ (Boycott) ไม่เลือกตั้งนะครับ เพราะปัญหาที่สะท้อนออกมาให้เราได้เห็นว่าหมู่บ้านนี้ไม่ได้รับสิทธิ ในการรับสิทธิของการได้รับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนะครับ แค่ ๘ กิโลเมตร ท่านประธานครับ จากที่ท่านเห็นอยู่ในภาพนะครับ เส้นทางเข้าออกนะครับ ชาวบ้าน ในช่วงหน้าฝนต้องมาคลอดลูกกลางทาง การจะขนพืชผักผลไม้จากหมู่บ้านออกมาลำบาก ต้องมาติดอยู่กลางทาง นี่คือปัญหาสิทธิขั้นพื้นฐานของประเทศไทยว่าใน ๔,๑๙๓ หมู่บ้าน หมู่บ้านนี้คือหมู่บ้านหนึ่งที่ไม่ได้รับสิทธินั้นเท่ากับ ๗๕,๐๐๐ หมู่บ้านในประเทศไทย ท่านประธานครับ ท่านจะเข้าใจดีว่าหมู่บ้านนี้นะครับ ผมคิดว่าท่านเป็นคนเข้าใจคนหนึ่ง ปัญหาที่เกี่ยวข้องจากนโยบาย ๖๖/๒๓ หมู่บ้านนี้คือหมู่บ้านหนึ่งที่เป็นหมู่บ้านดั้งเดิม เสียงปืนแตกก็คือหมู่บ้านนี้ ที่เกิดอยู่ในหมู่บ้านนี้นะครับ วิกฤติข้อกฎหมายของ พ.ร.บ. ป่าไม้ และ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ในการพัฒนาหมู่บ้านจะติดขัดด้วยข้อกฎหมายหมดแล้ว ท่านประธาน หวังว่าปัญหาทั้งหมดคงจะได้รับการแก้ไขไว ๆ นี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทวิรัฐ และตามด้วยท่านประเสริฐ บุญเรือง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธานนะครับ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา พี่น้องประชาชนแจ้งว่าถนนเส้นเลียบทางรถไฟสายเทศบาลตำบลด่านคล้า อำเภอโนนสูง ถึงเทศบาลตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นหลุมเป็นบ่อ เสียหายอย่างหนักครับท่านประธาน ทำให้การสัญจรไปมาในช่วงบริเวณนั้นเป็นไป ด้วยความยากลำบาก🔗
ซึ่งถนนสายนี้มีระยะทางทั้งหมด ประมาณ ๗.๗ กิโลเมตร ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เทศบาลตำบลด่านคล้า ๕ กิโลเมตร เทศบาลตำบลหนองไข่น้ำ ๒ กิโลเมตร และเป็นในความดูแลของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ๗๕๐ เมตร ซึ่งปัญหานี้ผมได้เคยหารือกับท่านประธานนะครับ แล้วก็ได้ ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านผู้บริหารเทศบาลตำบลด่านคล้า ท่านบรรยง ไม้กลาง แล้วก็ท่านผู้บริหารเทศบาลตำบล หนองไข่น้ำ ที่ได้จัดสรรงบประมาณในการดูแลซ่อมแซมถนนให้กับพี่น้องประชาชน เป็นอย่างดี แต่ก็ยังเหลืออีก ๗๕๐ เมตร ในส่วนที่เป็นของพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งผมก็ได้ประสาน แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่ายังไม่มีงบประมาณนะครับ ตอนนี้ก็เป็นเวลา ๒ ปีแล้ว ซึ่งจากภาพนะครับ อันนี้จะเป็นภาพที่พี่น้องประชาชนต้องเรี่ยไรเงิน รวบรวม เงินกันเองเป็นจำนวนเงินกว่า ๒๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะมาซ่อมถนนให้ได้พอสัญจรไปมา ได้นะครับ แม้ว่าซ่อมแล้วแต่ก็ยังต้องการงบประมาณจากทางภาครัฐนะครับ เพื่อที่จะทำให้ ถนนนั้นมีความคงทนถาวรมากขึ้น เพราะว่าในช่วงหน้าฝนถนนเส้นนี้จะเป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำขัง แล้วก็ในส่วนของหน้าแล้งนั้นจะมีฝุ่นจำนวนมาก วันนี้ผมจึงอยากขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณไปปรับปรุง ซ่อมแซมถนนให้กับพี่น้องประชาชน อย่าให้พี่น้องประชาชนต้องมาเรี่ยไรเงินบริจาค ในลักษณะเช่นนี้อีกเลย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง แล้วก็ตามด้วยท่านอิสสระ สมชัย นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณขุดลอกหนองมะง้อง ซึ่งมีพื้นที่ อยู่ทั้งหมด ๖๐๑ ไร่ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำแห้งขอด และทำให้มีผลกระทบทั้งระบบประปา หมู่บ้าน จึงขอเรียนกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ แห่งชาตินะครับ พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงย่านชุมชนจาก กรมทางหลวง ภายในเขตเทศบาลตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรคับแคบ และช่วงหน้าฝนจะเป็นเลนตมอยู่ข้างถนนทำให้การสัญจร ไปมาลำบากมาก จึงขอรับการพิจารณางบประมาณให้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลสายนาวัง ตำบลนาคู อำเภอนาคู และพื้นที่ตำบลสระพังทอง ตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลใช้เป็นโมเดล (Model) ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน ซึ่งจะทำให้นำน้ำใต้ดินที่เป็นทรัพยากร น้ำบาดาลที่มีอยู่มหาศาลในความลึกไม่ต่ำกว่าประมาณ ๒๐๐ เมตร นำมาบริหารจัดการ บาดาลรูปแบบใหม่ โดยการจัดเก็บและกระจายไปในรัศมีไม่ต่ำกว่า ๒๐ กิโลเมตร ครอบคลุมครัวเรือนทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ ครัวเรือน ผมเชื่อว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จนะครับ เมื่อถึงเวลาฤดูแล้ง เราก็คงจะไม่เห็นรถบรรทุกน้ำที่นำน้ำไปแจกจ่ายราษฎรอีกต่อไป ทำความดีก็ขอชื่นชม กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสสระ ตามด้วยท่านอับดุลอายีนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผม มีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของสถาบันการศึกษา ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหารครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่า วิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหารก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ โดยกระผมเองครับ เป็นผู้ร่วมกับ พี่น้องประชาชนที่นั่นเสนอเรื่องให้จัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคนี้ขึ้นมานะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ มีนักเรียนทั้งหมดเพียง ๗๔๕ คนครับ ปัจจุบันนี้ตั้งมาได้ ๙ ปี นักเรียนเพิ่มจำนวนขึ้นมากถึง ๒,๐๐๗ คนครับ ในขณะเดียวกันมีข้าราชการที่ว่าเป็นครู อาจารย์ ผู้บริหาร มีผู้บริหาร ๕ คน ครูผู้สอน ๘ คน พนักงานราชการ ๕ คน ลูกจ้างชั่วคราว แล้วก็เจ้าหน้าที่อื่น ๆ รวมแล้วทั้งหมดมี ๘๓ คน เมื่อเทียบกับอัตราส่วนของครูแล้วปรากฏว่าน้อยมากครับ นั่นเรื่องที่ ๑ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ตั้งแต่มีการตั้งวิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหารนี้ ขึ้นมาท่านประธานครับ เชื่อไหมครับ มีอาคารเรียนอยู่เพียง ๓ อาคารแค่นั้นเองครับ อาคารที่ ๑ อาคารขนาด ๔,๐๐๐ ตารางเมตร อาคารที่ ๒ เป็นอาคาร ๑,๙๐๐ ตารางเมตร แล้วมีอาคารอเนกประสงค์แค่นั้นเอง ท่านประธานครับ เมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียน ที่เรียนอยู่ที่นั่นแล้วมันไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผู้ปกครองเดือดร้อน นักเรียนเดือดร้อน อาจารย์เดือดร้อน เวลาประชุมต้องแออัดยัดเยียดกัน เขาได้ขอ เงินงบประมาณผ่านมาที่กระทรวงศึกษาธิการหลายรอบแล้ว ทางกรมก็หลายรอบแล้ว เขาบอกว่าวิทยาลัยใหญ่ ๆ นั้นมีอาคารเยอะแยะก็ให้ไม่หยุดไม่หย่อน แต่วิทยาลัยแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอแล้วขออีกก็ไม่ให้ เขาจึงส่งเรื่องมาที่ผมว่าให้นำเรื่องนี้มาเรียน ต่อที่ประชุมที่สภาแห่งนี้ว่าสิ่งที่เขาต้องการก็คือ ๑. อาคารโรงฝึกงาน ๔ ชั้น ๒. อาคาร โรงอาหารและหอประชุม ๒ ชั้น แล้วก็นอกจากนั้นอุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอนนะครับ หนังสือที่เขาร้องเรียนมาผมจะขออนุญาตส่งท่านประธานส่งไปยังกระทรวงศึกษาธิการต่อ เพื่อให้จัดสรรงบประมาณต่อไป ไม่เช่นนั้นแล้วในการพิจารณางบประมาณจะมีปัญหา แน่นอนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี ตามด้วย พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา ได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย หลังจากที่มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนบางลาง อย่างเร่งด่วนนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ นะครับ มีความเสียหาย เนื่องจากว่าฝนตกหนักที่ผ่านมาก็มีน้ำไหลลงจากเขา แล้วก็ถนนทางหลวงสายหมายเลข ๔๑๐ ยังไม่มีคูระบายน้ำที่เป็นคอนกรีต แล้วก็ทำให้น้ำไหลลอดลงใต้ถนน ทำให้สภาพ ที่อยู่อาศัย แล้วก็อาคารสาธารณะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างที่เห็นในภาพนี่นะครับ เกิดความเสียหาย อย่างมาก ตรงนี้ก็อยากจะประสานให้ท่านประธานช่วยประสานไปทางกรมทางหลวง เพื่อที่จะมาแก้ไขแล้วก็เร่งในเรื่องของการเยียวยาผลกระทบจากดินสไลด์ (Slide) และดินถล่มตลอดของถนนสาย ๔๑๐ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยน้ำของเขื่อนเหมือนกันนะครับ ทำให้น้ำหลากล้นตลิ่งอย่างมากมาย ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของสวนรากไม้ของพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ตามแนวใกล้กับแม่น้ำปัตตานี ทำให้สวนทุเรียน แล้วก็สวนหลาย ๆ ประเภท ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะทุเรียนนะครับ มีการจมน้ำอยู่ประมาณสัก ๓ วัน ทำให้สวนเหล่านั้น เกิดความเสียหาย ตอนนี้ก็เน่าตายไปหมดแล้ว แล้วก็ทราบว่าทางเกษตรพยายามที่จะไป จ่ายค่าชดเชยเพียงแค่ ๑,๖๐๐ บาทต่อไร่นะครับ ซึ่งจริง ๆ ต้นทุนของกล้าไม้ทุเรียน อย่างน้อยก็ต้อง ๒๐๐ บาทต่อต้น ใน ๑ ไร่ก็มีการปลูก ๒๕ ต้น ค่าชดเชยเบื้องต้นน่าจะเป็น ไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ บาท ส่วนเรื่องของความเสียหายตามอายุของต้นไม้นั้นก็ต้องพิจารณา ให้เกิดความเหมาะสม ส่วนพืชผลอย่างอื่นก็ให้พิจารณาให้มันมีเหตุผลเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร ตามด้วยท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องหารือกับท่านประธานครับ กรณีที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจากการที่มาใช้บริการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรีแล้วไม่มีที่จอดรถครับ ซึ่งในกรณีดังกล่าวผมได้สอบถามไปยังผู้บริหารแล้วได้ความว่า โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด ๗๕๕ เตียง ที่ให้บริการรองรับ ผู้ป่วยตั้งแต่ระดับทุติยภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะระดับสูง ได้แก่ ศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน และศูนย์ทารกแรกเกิด โดยเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่รองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งในจังหวัดจันทบุรี และผู้ป่วยในเขต ภาคตะวันออก รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยผู้ใช้แรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีผู้ป่วยเฉลี่ยนะครับ คือมีผู้ป่วยนอกมารับบริการเฉลี่ยวันละ ๒,๔๐๐ คน มีผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล วันละ ๗๐๐ ราย รวมทั้งญาติผู้ป่วยที่ติดตามมาส่งอีกเฉลี่ยวันละ ๖๐๐ คน ท่านประธานครับ แต่ที่จอดรถของโรงพยาบาลพระปกเกล้านั้น ในปัจจุบันนี้สามารถจัดสรรพื้นที่จอดรถให้กับ ผู้ใช้บริการได้ประมาณ ๒๕๐ คัน โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในโรงพยาบาล ๘๐ คัน และหน้าโรงพยาบาล ซึ่งเป็นที่ของเทศบาลเมืองจันทบุรีอีก ๑๗๐ คัน ขณะที่ความต้องการของพี่น้องประชาชน ในการใช้ที่จอดรถนั้นประมาณ ๑,๐๐๐ คัน ที่ผ่านมานั้นทางโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ได้มีการส่งแผนคำของบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และส่วนของงบประมาณ งบพัฒนาจังหวัด แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับสร้างอาคาร ที่จอดรถของโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี กระผมและพี่น้องชาวจันทบุรี ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิรสิทธิ์ ตามด้วยท่านอัครเดช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนคนปากช่องนั้นเขาเดือดร้อนครับ ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ รถไฟทางคู่ ในระหว่างก่อสร้างนั้นได้เปิดช่องจราจรที่ถนนเทศบาล ๙ บริเวณเขาแคน ต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นได้แจ้งปิดถนน แล้วให้ไปใช้เทศบาล ๕ แทน บริเวณ บ้านหนองมะค่า ท่านประธานครับ ถนนเทศบาล ๕ มันแคบ ไกล และต้องผ่านซุ้มประตู วัดเขาไทรสายัณห์ รถพ่วง รถดิน รถหิน รถทราย ผ่านโดยไม่เกิดความปลอดภัย ผมจึง นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ใช้ถนนเส้นเดิมคือบริเวณ เขาแคน เทศบาล ๙ ด้วย ท่านประธานครับ อำเภอปากช่องเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองหน้าด่าน เป็นประตูสู่อีสาน แต่ผมไม่เข้าใจครับว่าทำไมการก่อสร้างรถไฟทางคู่นั้นผ่านเมืองปากช่อง ได้มีการออกแบบเอาถนนหลวง ๒ เส้น คือ ๒๒๔๓ และ ๒๔๒๒ เป็นถนนหลัก ถนนยุทธศาสตร์เชื่อมต่อกัน และเป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังหลายจังหวัดด้วยกันเอาลงอุโมงค์ ทำให้รถติดไม่เกิดความปลอดภัย นี้เป็นปัญหาใหญ่ของคนปากช่องในอนาคตครับ ท่านประธาน แล้วทำไมกระทรวงคมนาคมไม่ได้ให้ความสำคัญในการลงมาตรวจสอบ ออกแบบให้ดีกว่านี้ ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ขอให้จัดทีมทำงานลงมาตรวจสอบดูแลแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าของอำเภอปาก ช่องบ้านผมด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ตามด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผม มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี พี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง ๓ เรื่อง มากราบเรียนท่านประธานเพื่อดำเนินการให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง ที่อาศัยบริเวณ ริมน้ำแม่กลอง ที่ตำบลลาดบัวขาว ตำบลท่าผา ตำบลเบิกไพร ตำบลคุ้งพยอม ตำบลนครชุมน์ และตำบลบ้านม่วง ว่าปัจจุบันนี้แม่น้ำแม่กลองนั้นตื้นเขินทำให้ลำน้ำเปลี่ยนทิศ กัดเซาะ ริมตลิ่ง พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พิจารณาขุดลอกลำน้ำแม่กลองให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณเทศบาล ตำบลกระจับ อำเภอบ้านโป่งว่ามีน้ำท่วมขังที่บริเวณชุมชนริมถนนสายสามแยกกระจับ ถึงสามแยกหนองโพ จึงขอให้ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณา ทำท่อระบายน้ำให้กับพี่น้องประชาชนชุมชนเทศบาลตำบลกระจับด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากรัฐบาลได้มีโครงการเราชนะ เพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ในครั้งที่ ๒ นี้ แล้วรัฐบาลได้ดำเนินการโครงการเราชนะเยียวยาพี่น้องประชาชนเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท เป็นจำนวน ๒ เดือน จำนวนเงิน ๗,๐๐๐ บาท ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถ เข้าถึงโทรศัพท์มือถือได้ได้ร้องเรียนผ่านผมมาว่าอยากให้รัฐบาล โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาหาวิธีเยียวยาให้กับพี่น้องที่ไม่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์มือถือได้ ได้รับสิทธิในการเยียวยาเงิน ๗,๐๐๐ บาท ในการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงเงินดังกล่าวด้วยครับ จึงขอกราบเรียน ท่านประธาน ๓ เรื่อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพครับ ตามด้วยท่านศิริพงษ์ รัสมี🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอปรึกษาหารือ ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกนะครับ อยากให้ท่านทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่องของเรื่องก็คือเอกซ์เชนจ์ (Exchange) ของ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือบิตคอยน์ (Bitcoin) ที่ชื่อว่าบิตคับ (Bitkub) มีปัญหาเซิร์ฟเวอร์ (Server) ล่มบ่อยครั้งนะครับ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก ก็อยากให้มีมาตรการในการที่ป้องกันและคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนนะครับ อย่างเช่นถ้าจะปิดเซิร์ฟเวอร์ (Server) ก็ควรจะให้เขาถอนได้นะครับ ไม่ใช่ว่าปิดห้ามซื้อขาย อย่างเดียว ก็ควรจะให้เขาถอนเงินออกมาได้ อย่างไรฝาก ก.ล.ต. ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานส่งหนังสือไปยังศาลฎีกานะครับ เนื่องจากหนังสือ ศย ๐๑๖/ว ๕๗ ที่มีคำสั่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการศาลยุติธรรมในช่วงโควิด (COVID) ทำให้ศาลยุติธรรมพิจารณาแต่คดีอาญาอย่างเดียวนะครับ คดีแพ่งหยุดการพิจารณา ไว้หมดเลย ซึ่งคดีแพ่งจริงอยู่ไม่มีโทษจำคุก แต่สุดท้ายเป็นเรื่องหนี้สิน เป็นเรื่องความลำบาก ของประชาชนก็ได้รับการร้องเรียนมาเช่นกันนะครับ เพราะว่าความยุติธรรมที่ล่าช้า ก็คือความไม่ยุติธรรมไม่ใช่หรือครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ฝากถึง ศบค. เรื่องของการที่เปิดร้านอาหารได้ถึงแค่ ๓ ทุ่ม ส่งผลกระทบอย่างมาก ทั้งยอดขายที่ลดลงเหลือแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ บางร้านเหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บางร้านนะครับ รวมถึงผับ (Pub) บาร์นะครับ อยากให้ท่านแยกแยะ การขายแอลกอฮอล์ ผับ (Pub) บาร์มันมีหลายประเภท บาร์ที่แบบนั่งกันห่าง ๆ อย่างร้าน คราฟต์ (Craft) เบียร์พวกผมอยู่ดี ๆ ก็โดนสั่งให้ปิดทั้งที่ไม่มีการเต้น ไม่มีการตะโกน โหวกเหวกโวยวาย ก็นั่งกินสงบ ๆมีสุนทรียะ อย่างไรก็อยากให้ท่านแยกแยะด้วยครับว่า ร้านเหล้ามันไม่ใช่ที่ที่ติดโควิด (COVID)และร้านเหล้าหรือร้านอาหารมีผลให้ติดโควิด (COVID) เพียงแค่ ๐.๗๑ เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเท่านั้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงษ์ ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ที่กว้างที่สุดในกรุงเทพมหานคร ถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร เป็น ๑ ใน ๗ ของกรุงเทพมหานคร ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
เขตหนองจอกมีพื้นที่ที่ทำการเกษตร ๕๕,๔๔๔ ไร่ เป็นพื้นที่ทำนาข้าวถึง ๕๑,๑๘๒ ไร่ ส่วนอีก ๔,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นพื้นที่ ที่ทำการเกษตรในเรื่องของผลไม้ ต้นไม้ยืนต้น แล้วก็พืชผัก ท่านประธานครับ ในขณะนี้ จะเห็นได้ว่าในพื้นที่เขตหนองจอกมีคลองถึง ๑๐๔ คลอง แต่ได้ดำเนินการลอกคลองไปแล้ว แต่ระบบการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ระบบการกักเก็บน้ำไม่ดีพอ การขุดลอกคลอง ถึง ๙๘ คลองที่ผ่านมาทำให้น้ำไหลลงทะเลหมด ในขณะนี้ทำการเกษตรก็ไม่มีน้ำทำ เพราะฉะนั้นผมฝากไปถึงกรมชลประทาน สำนักระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร จากการขุดลอกคลองแล้วไม่มีระบบการกักเก็บน้ำ ในขณะนี้นาข้าวกำลังจะตายลงนะครับ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่นะครับ ก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย แล้วก็ฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ให้ช่วยพี่น้องในพื้นที่ เขตหนองจอก ทั้ง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตรหน่อย ในเรื่องของการปล่อยน้ำมา แล้วก็กักเก็บน้ำ เพื่อไม่ให้ต้นข้าวประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ได้ตายลงนะครับ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานนะครับ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวันนี้ ด้วยความเห็นใจพี่น้องชาวเกษตรกรในพื้นที่เขตหนองจอก หนองจอกอยู่ในกรุงเทพมหานคร ที่เขาเรียกว่า หนองจอกบ้านนอกกรุงเทพฯ ๑ ใน ๗ ของ กรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นผมต้องให้กำลังใจกับชาวเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลัง ของชาติ ฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกหน่วยงานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วยท่านเกษม ศุภรานนท์ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมา จังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๓๕๒ ของพี่น้องอำเภอสุวรรณคูหา ช่วงระหว่างบ้านหนองเหลืองไปยังธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร เกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายครั้งหลายคราวในเวลากลางคืน โดยเฉพาะ บริเวณแยกทางไปบ้านนาคำน้อย ตำบลกุดผึ้ง และบริเวณตลาดนัดคลองถมข้างปั๊มน้ำมัน บางจาก กระผมจึงขอฝากไปยังกรมทางหลวงได้โปรดขยายถนนหรือติดตั้งไฟฟ้าส่องแสงสว่าง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องน้ำในการใช้ อุปโภคของพี่น้องชุมชนคลองเจริญ ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา ซึ่งชุมชนดังกล่าวครับ ใช้ระบบสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยโซ่มาเป็นเวลานาน จึงทำให้ระบบสูบน้ำชำรุดทรุดโทรมลง ตามกาลเวลา เป็นเหตุให้น้ำประปาที่พี่น้องประชาชนนำมาใช้อุปโภคบริโภคนั้น ขุ่น ตกตะกอน บางครั้งนำมาใช้อาบก็เกิดอาการคันตามผิวหนัง ตามร่างกาย เป็นอันตราย ต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก กระผมจึงขอฝากปัญหาความเดือดร้อนนี้ ไปยังทางสำนักงานจังหวัดหนองบัวลำภู ทางการประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โปรดช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาก่อสร้างใหม่ ปรับปรุง หรือจัดหาแหล่งน้ำใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณและขอสวัสดีปีใหม่ด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษมครับ ตามด้วยท่านโกศล ปัทมะ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ ซึ่งประกอบไปด้วย เทศบาลโพธิ์กลาง เทศบาลหนองไผ่ล้อม เทศบาลหนองจะบก ท่านประธานครับ ผมได้รับการประสานงานและร้องเรียนจาก ส.ท. ในเขตโพธิ์กลาง ในเขตเทศบาลหนองไผ่ล้อม แล้วก็เทศบาลหัวทะเล โดยเฉพาะท่าน ส.ท. สนั่น ส.ท. ดวงใจ ส.ท. ไฉไล🔗
ส.ท. หลายท่านนะครับ มีความคิด สร้างสรรค์ มีจิตวิญญาณที่อยากจะให้กระทรวงมหาดไทยกระจายอำนาจลงสู่เขตเทศบาล ท่านประธานครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องการทำบัตรประชาชน ท่านครับ ถ้าท่านดูที่สไลด์ (Slide) ก็จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น เทศบาลหัวทะเล เทศบาลโพธิ์กลาง เทศบาลหนองไผ่ล้อม พร้อมครับที่จะบริการประชาชน โดยเฉพาะเขตอำเภอเมืองโคราชของเรานี่แออัดท่านประธาน ที่จอดรถเอย ที่เดินทางไปมาเอย แล้วก็การบริการ ก็คนมันมาก ถ้าทางกระทรวงมหาดไทยมีมาตรการที่รัดกุม มีมาตรการ เรื่องการปกครองที่เข้มข้น คือถูกต้องตามกฎหมาย กระจายลงไปสู่เทศบาลที่ผมนำเรียน เมื่อสักครู่นี้ จะทำให้ประชาชนมีความสุขท่านประธานครับ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ลดการแออัด ลดความเดือดร้อน การเดินทางไปมาหาสู่ของเทศบาลของอำเภอเมืองโคราช ครับท่านประธาน ด้วยเหตุนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งไปยังกระทรวงมหาดไทย ที่ผมนำเรียน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอผ่านท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องค่าตอบแทนประธาน ชุมชน ผมนำเรียนท่านประธานบ่อยครั้งแล้วท่านประธานครับ ผมรู้สึกว่าเกรงใจ ท่านประธานและเกรงใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพราะเรื่องยังไม่ถึงไหนเลยครับ ท่านประธาน โดยเฉพาะประธานชุมชนนี่เปรียบเสมือนผู้ใหญ่บ้าน เปรียบเสมือน ผู้นำชุมชนนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกศล ตามด้วยท่านฉลอง เทอดวีระพงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับผมมีเรื่องหารือท่านประธาน🔗
เรื่องแรก คือผมได้มีโอกาสได้ปรึกษาหารือกับนายแพทย์ชาญชัย บุญอยู่ และทีมผู้บริหารโรงพยาบาลบัวใหญ่ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายขยายศักยภาพการให้บริการ ที่สูงขึ้น กล่าวคือขยายโรงพยาบาลจากโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๑๗๐ เตียง เป็นโรงพยาบาล ทั่วไป ซึ่งกระผมได้เคยตั้งกระทู้ถามที่สภาแห่งนี้มาแล้ว แต่ยังประสบปัญหาที่พักอาศัย บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายศักยภาพ การให้บริการพี่น้องประชาชนที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องมีอาคารที่พักเจ้าหน้าที่ บุคลากร ทางการแพทย์อย่างเพียงพอ ดังนั้นกระผมจึงกราบเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงสาธารณสุขให้จัดสรรงบประมาณไปดำเนินการให้กับโรงพยาบาลบัวใหญ่ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้มีโอกาสหารือกับคณะผู้บริหารสมาชิกเทศบาลเมืองบัวใหญ่ และพี่น้องประชาชน สืบเนื่องมาจากเทศบาลเมืองบัวใหญ่ได้จัดทำโครงการขอรับ การสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหลายครั้ง เพื่อก่อสร้าง สนามกีฬาระดับอำเภอเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในด้านกีฬาและนันทนาการ ตลอดจนให้ลูกหลานห่างไกลยาเสพติดและส่งผลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอบัวใหญ่ ซึ่งปัจจุบันอำเภอบัวใหญ่ยังไม่ได้รับการจัดสรรและยังไม่มีสนามกีฬา ที่ได้มาตรฐาน ยังไม่มีสระว่ายน้ำให้กับลูกหลาน ดังนั้นจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวบัวใหญ่ด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านฉลอง ตามด้วยท่านกูเฮง ยาวอหะซัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง เขตเลือกตั้งที่ ๒ ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ครับ จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในหลายจังหวัดเมื่อต้นเดือนธันวาคม ได้สร้างความเสียหาย เป็นจำนวนมากทั้งสิ่งสาธารณประโยชน์และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพื้นที่ จังหวัดพัทลุง จึงขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งฟื้นฟู ซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์และเยียวยาความเสียหายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ในส่วนของการแก้ไขปัญหาในระยะยาวน้ำท่วมขังบริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง ซึ่งเป็นจุดที่ ถนนทางหลวงสาย ๔๑ หรือถนนเอเชียตัดกับถนนทางหลวงหมายเลข ๔๑๖๔ จุดนี้จะมี น้ำท่วมขังทุกปีและเป็นจุดที่มีการจราจรคับคั่งทำให้การสัญจรผ่านไปมาไม่ได้ ผู้ใช้รถใช้ถนน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงอยากจะเรียนผ่านท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคม ได้แก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยการก่อสร้างสะพานยกระดับในบริเวณสี่แยกนี้เพื่อที่จะเป็น การแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกูเฮง ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคประชาชาตินะครับ ผมขอพูด ๒ เรื่องวันนี้ผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี🔗
เรื่องแรก คือผลกระทบจากน้ำท่วม เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดนะครับ คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ ก่อนหน้านี้อย่างที่ทราบกันว่าหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ อาชีพ หลาย ๆ ธุรกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่จบหรือว่าเจ๊งไปหมดแล้ว ตั้งแต่ การท่องเที่ยวครับ ตั้งแต่มีเหตุการณ์ก็ไม่ต้องพูดถึง ตลาดนัดวันนี้ก็ขายของไม่ได้ ผลผลิตไม่มี ราคา ไม่ว่าจะเป็นลองกอง มังคุด มังคุดวันนี้ไม่ต้องพูดถึงขายอะไรไม่ได้แล้วครับ แล้ววันนี้ ประมงก็เดือดร้อนหาปลาก็ไม่ได้ มีปัญหา ปาล์มก็มีปัญหา ราคาต้นทุนสูงชาวบ้านไม่มี ปัญญาจะปลูก แล้ววันนี้อียู (EU) ก็ทำท่าจะมีปัญหาอีกบอกว่าการปลูกปาล์ม เป็นการทำลายระบบนิเวศ ราคาก็ไม่ดี แล้วพอจะขึ้นมาดีหน่อยอียู (EU) ก็มีปัญหาอีก วันนี้คนตกงานไปมาเลเซียไม่ได้เกือบแสนหรือว่าเป็นแสนกว่าผมก็ไม่ทราบตรงนี้ แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งวันนี้คน ๓ จังหวัดบ้านผมนี่เขาพูดอย่างเดียวครับ วันนี้ยังดีที่มีขี้ให้กินครับ วันนี้ ถึงแม้ขี้มันจะราคาถูกก็ยังดีที่มีให้กิน ขี้ที่นี่เขาหมายถึงขี้ยางครับ วันนี้คนที่อยู่ได้ก็คือคนที่มี เงินเดือน แต่คนที่อยู่สบายหน่อยก็จะเป็นพ่อค้ายา พวกฟอกเงิน หรือว่าพวกกินส่วนต่าง แค่นี้ละครับ🔗
แล้วเรื่องที่ ๒ ที่ผมจะพูดวันนี้คือเรื่องโควิด (COVID) ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่คือมีชายแดนติดต่อกับทางมาเลเซียอยู่ ๓ ๔ ๕ รัฐ เหมือนเปรัก กลันตัน ตรังกานู เกอดะฮ์ หรือว่าปะลิส วันนี้รัฐเหล่านี้มีคนติดเชื้อเป็นหมื่นครับท่านประธาน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีท่าทีว่าจะลด แล้ววันนี้ผมอยากจะให้ระมัดระวังกับเรื่องนี้ ฝากท่าน นายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่าวันนี้ทางด้านชายแดนเรายัง มีการหาผลประโยชน์อยู่ คิดรายหัวของชาวบ้านอยู่ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมชาวบ้านที่มีความ ลำบากอยู่แล้ว ก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพยม และตามด้วยท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านผู้มีเกียรติ ทุก ๆ ท่านครับ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๒ ที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
ด้วยเหตุที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพรรคพลังประชารัฐ โดยมี ท่านสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ซึ่งเป็นผู้ช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วก็เป็นผู้อำนวยการ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ผมเองก็เป็นคณะกรรมการอยู่ด้วย ได้รับเรื่องราวเป็นส่วนใหญ่ กับในพื้นที่ของผมในจังหวัดสงขลา เป็นความเดือดร้อนของผู้ปกครอง นักเรียน เรื่องขอให้ เยียวยาค่าเล่าเรียนของเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงสูงสุดของการศึกษา ก็ถือว่า ช่วยลดภาระผู้ปกครองแล้วก็ครอบคลุมไปทั้งประเทศนับว่าเป็นสิ่งที่ดี เราได้รับความชื่นชม รัฐบาลได้รับความชื่นชมจากคนละครึ่ง และจากเราชนะก็ถือว่าสุดยอดอยู่แล้ว ตอนนี้ ถ้าได้มีสวัสดิการส่วนนี้นับว่าเป็นความภาคภูมิใจ และช่วยแก้ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๒ ได้เป็นอย่างดี🔗
ประการที่ ๒ เรื่องของการสัญจรไปมาในเขตพื้นที่ โดยเฉพาะถนนลพบุรีราเมศวร์ เป็นถนนสายเอกของจังหวัดสงขลา อยู่ระหว่างหาดใหญ่กับอำเภอเมืองสงขลา ระหว่าง กม. ที่ ๖ จากสงขลามา กม. ที่ ๑๑ มาหาดใหญ่ ตรงนั้นไม่มีกระแสไฟฟ้าหรือไฟเสาสูงใช้ ทำให้การสัญจรมาในเวลาค่ำคืนไม่สะดวกเป็นเหตุให้มีปัญหา อุบัติเหตุบ่อย ๆ ก็ขอฝาก เขตการทาง ซึ่งกระผมได้มีโอกาสติดต่อกับเขตการทางแล้ว เขตการทางรับว่าจะทำแผน เพื่อเสนองบประมาณต่อไป ก็ขอความอนุเคราะห์ครับ ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานะศักดิ์ ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี วันนี้ขอมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับ ปัญหาน้ำเค็มตามคลองต่าง ๆ ในเขตอำเภอบางกรวยและอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นปัญหาของชาวสวนชาวไร่ที่ได้รับผลกระทบในวงกว้างจากการลงพื้นที่ และมี อาสาสมัครได้รับการตรวจวัดค่าน้ำเค็มคุณภาพน้ำลำคลองนะครับ🔗
จำนวน ๘ จุดในอำเภอ บางกรวย ไม่ว่าจะเป็นท่าน้ำบางขนุน คลองบางกอกน้อย บางกอกน้อย วัดรวก ตำบลบางศรีทอง คลองบ้านจีน หมู่ ๓ บางขุนกอง คลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกอกน้อย หน้าวัดโบสถ์บนนะครับ ตรงแยกจุดจากวัดสุนทร หมู่ ๕ ตำบลปลายบาง คลองบางนา ตอนกลาง คลองขุดมหาสวัสดิ์ วัดใหม่ผดุงเขต รวมทั้ง ๘ จุด วิกฤติทุกจุดนะครับ ค่าวัดมากกว่า ๓ พีพีที (3 PPT) การแก้ระยะสั้นก็คือจำเป็นที่จะต้องเติมน้ำประปา เพื่อเจือจางระดับของน้ำเค็ม ทราบมาว่าหลายต่อหลายคลองวันนี้ไม่สามารถที่จะเติมน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาของน้ำเค็มได้ นั่นก็เป็นปัญหาที่พี่น้องชาวสวน ชาวไร่ได้รับผลกระทบ เพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ใกล้ถึงช่วงหน้าร้อน ทุเรียนจังหวัดนนทบุรีถือว่ามีชื่อเสียง วันนี้ ต้องใช้น้ำประปารดน้ำซึ่งเพิ่มภาระให้แก่พี่น้องประชาชน ระยะยาวต้องทำประตูน้ำ เพื่อเก็บกักเพื่อการเกษตรต่อชาวสวน ประตูที่สร้างเสร็จแล้วก็คือประตูตรงเขตบางนา ส่วนประตูตรงคลองบางโสน และคลองปลายบางมีแต่โครงการไม่มีงบประมาณ ในการก่อสร้าง เช่นเดียวกันกับที่อำเภอบางใหญ่ สำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่ได้ตรวจวัด ค่าน้ำเค็มรวมทั้งหมด ๒๐ จุด วิกฤติทุกจุดและเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปเร่งดำเนินการโดยด่วนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตรงซอยวัดพระเงิน ไฟฟ้าตามริมคลอง คลองบางนา คลองวัดหัวคู คลองปลายบาง ขอเร่งให้มีการติดตั้งไฟฟ้าโดยกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังไฟฟ้านครหลวงให้ช่วยเข้าไปตรวจสอบดูแลหน่อยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดลครับ ตามด้วยนางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้ยกเว้นระเบียบการเบิกจ่ายเงินทุนสำรองสะสมขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีมากเกินเกณฑ์ที่กำหนดจำนวนมากและนำมาใช้ประโยชน์ แต่ยังมี เงื่อนไขมากเพื่อนำมาใช้ในเรื่องของการจ้างงานกับผู้มีรายได้น้อยในช่วงโควิด (COVID) ช่วงนี้ เรื่องที่ ๒ ที่จะช่วยจัดซื้อคือจัดซื้อวัคซีนโควิด (COVID) ก็ต้องใช้ระเบียบของ เงินทุนสำรองสะสม เพราะว่าเงินสะสมของท้องถิ่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ใช้ได้ แต่เรื่อง ทุนสำรองสะสมมีเงื่อนไขมากนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้สนับสนุนดูแลค่าใช้จ่ายของพระเณรในช่วงโควิด (COVID) นี้ ซึ่งรอบที่แล้วรับปากว่าจะให้ก็ยังไม่ได้ นี่รอบที่ ๒ ก็คิดว่าควรจะมีวิธีการงบประมาณที่จะให้ ถึงพระเณรและนักบวชให้ทั่วถึงโดยเร็วเพื่อจะได้เยียวยาเหมือนกับท่านอื่น ๆ ที่ได้นะครับ ขอขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกิตติ์ธัญญา ตามด้วยท่านภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ อำเภอนาเยีย เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันนำเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี นำมาปรึกษาหารือ ต่อท่านประธาน เนื่องจากตลิ่งด้านข้างสะพานลำน้ำโดมมีความยาวประมาณ ๕๐ เมตร ได้ชำรุดและพังทลายลงมา🔗
ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปทำการปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแซม ตลิ่งแห่งนี้ตั้งอยู่ ด้านข้างสะพานลำน้ำโดม ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างเทศบาลตำบลนาเยียและเทศบาล นาจาน อำเภอนาเยีย ประชาชนในบริเวณนั้นหวั่นว่าจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอันตราย ต่อชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชนได้ เพราะเป็นตลิ่งที่อยู่ในเขตชุมชนค่ะ ใกล้กัน กับวัดนาเยียและโรงเรียนวัดนาเยียวิทยา ซึ่งมีประชาชนและเด็กนักเรียน ครู อาจารย์ พลุกพล่าน สถานที่แห่งนี้ประชาชนได้ใช้หาปลา เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและในฤดู ของการแข่งเรือนะคะ สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่ประชาชนได้ใช้ในการรับชมการแข่งเรือ ดังนั้นดิฉันจึงขอฝากกราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อแก้ไข ซ่อมแซมตลิ่งแห่งนี้ให้ดีขึ้นเพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง ซึ่งอนาคตข้างหน้าคาดว่าใกล้ ๆ นี้ท่านจะทำการปรับปรุงแก้ไขให้ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภราดร ตามด้วยท่านอภิชาติ ศิริสุนทร นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เกี่ยวกับมาตรการการเยียวยาพี่น้องประชาชนสำหรับผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากโควิด (COVID) ซึ่งรัฐบาลนั้นได้มีมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้อง ประชาชนที่ ๓,๕๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน แต่ว่าพี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมาครับว่า ด้วยกระบวนการ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่ได้กำหนดเอาไว้นั้น นั่นก็คือรัฐบาลจะให้เงินกับ พี่น้องประชาชนเป็นรายสัปดาห์เพื่อนำไปจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน รวมถึงสามารถ ที่จะนำเงินไปใช้กับโครงการคนละครึ่งได้ แต่พี่น้องประชาชนก็ร้องเรียนมาครับว่า เขาอยากจะได้เป็นเงินสด แล้วก็อยากจะได้เป็นจำนวนเต็มเลยได้หรือไม่ เพราะว่าสิ่งที่ เขาได้รับผลกระทบนั้นมีมากกว่าการใช้ชีวิตประจำวัน เขาอาจจะต้องนำเงินเพื่อไป ใช้หนี้ใช้สินที่ไปกู้ยืมมา ซึ่งสามารถที่จะตอบโจทย์ในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ได้มากกว่า เพราะฉะนั้นจึงหารือไปทางรัฐบาล มากกว่านั้นครับ การขึ้นทะเบียนที่วันก่อนนี้ ทางพรรคภูมิใจไทยได้ทำเรื่องหารือไปทางท่านนายกรัฐมนตรี การขึ้นทะเบียนนั้นเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างที่จะยากมากสำหรับพี่น้องประชาชนบางส่วนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) จะต้องนำสมาร์ตโฟน (Smartphone) นั้นไปโหลดแอปพลิเคชัน (Load Application) เราชนะ เพื่อที่จะได้เข้าถึงการเยียวยาครั้งนี้ พี่น้องประชาชนบางส่วนไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงมาตรการนี้ได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ มาตรการเยียวยานี้ไม่ครอบคลุมถึงผู้ประกันตนในมาตรา ๓๓ ผู้ประกันตนในมาตรา ๓๓ นี้ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันคือผู้ประกอบการนั้นไม่ได้ ปิดกิจการ เพียงแต่ลดกำลังการผลิตลง ทำให้รายได้ของผู้ประกันตนนั้นลดลง จากที่เคยทำ โอที (OT) เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ทำโอที (OT) จากวันงานที่ปกติทำอยู่ ๕ วันถึง ๗ วัน เดี๋ยวนี้ก็ถูก ลดลงเหลือ ๓ วัน ๕ วัน กลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถที่จะเข้ารับการเยียวยาตามมาตรการได้ ก็ขอให้ช่วยดูแลให้ครอบคลุมในกลุ่มนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ สั้น ๆ นิดเดียวครับ เรื่องคลองบางแก้ว ที่ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง มีวัชพืชเยอะมากครับ ฝากกรมชลประทานให้ช่วยดูแล ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอภิชาติ ตามด้วยท่านกันตวรรณ ตันเถียร นะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากประชาชนและนายกสุพจน์ นามโคตร นายกเทศบาลตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ว่าถนนหลายสายในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดขอนแก่นชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนมาก ทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา ลำบาก มีจำนวนทั้งสิ้น ๔ สายด้วยกันครับท่านประธาน เส้นที่ ๑ ตำบลยางคำไปยัง ตำบลบ้านเม็ง เส้นที่ ๒ บ้านยางคำไปยังบ้านหินฮาว เส้นที่ ๓ บ้านหนองหว้าไปยังบ้านนางิ้ว เส้นที่ ๔ ทางบ้านหนองแวงไปบ้านจระเข้ ซึ่งสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อลึกตามภาพที่เห็นนะครับ ขอความกรุณาท่านประธานประสานหน่วยงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้พิจารณา ดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ นายพงษ์สิทธิ์ อวยนอก สมาชิก อบต. โพนทอง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ได้ร้องเรียนผ่านผมและท่าน ส.ส. โกศล ปัทมะ ว่าพี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนจากอ้อยที่เกิดจากรถบรรทุกได้ร่วงหล่นลงไหล่ทางและบนถนน ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาในถนนหมายเลข ๒ ได้รับอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ดังนั้นผมอยากจะหารือผ่านท่านประธานประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน เพราะว่าการบรรทุก บรรทุกสูงครับ แล้วก็ไม่มีผ้าคลุมที่มิดชิดทำให้สภาพเป็นอย่างนี้ครับ อ้อยร่วงหล่นลง พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุและสูญเสียชีวิต ดังนั้นฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกันตวรรณครับ ตามด้วยท่านสิรินทร รามสูต ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส. จังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันจะขอมา ทวงถามความคืบหน้านะคะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดิฉันเคยปรึกษาผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มาหลายครั้ง ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ ทุกครั้งที่ดิฉันขึ้นสอบถามก็จะได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า กำลังดำเนินการ แต่ในความเป็นจริงในพื้นที่การดำเนินการกลับไม่มีความคืบหน้าค่ะ🔗
เรื่องแรก ก็คือการสร้างจุดยูเทิร์น (U-turn) หน้าโรงพยาบาลตะกั่วทุ่งค่ะ ท่านประธาน จุดนี้คือนาทีชีวิตของพี่น้องประชาชน และดิฉันได้รับการร้องเรียน จากท่าน ผอ. โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้เปิดจุดยูเทิร์น (U-turn) หน้าโรงพยาบาลตะกั่วทุ่งนะคะ มันคือนาทีชีวิตของพี่น้องประชาชน แต่แขวงทางหลวง จังหวัดภูเก็ตซึ่งรับผิดชอบจังหวัดพังงายังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ดิฉันก็ขอความเป็นธรรม ให้กับพี่น้อง ให้กระทรวงคมนาคมลงมาดูแลความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ การสร้างสะพานข้ามเกาะคอเขาและทุ่งนางดำ เกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า ทุ่งนางดำ อำเภอคุระบุรี ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทศึกษาผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสร้างสะพานให้กับพี่น้องใน ๒ ชุมชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องไฟจราจรค่ะ ดิฉันได้พูดในสภาเช่นกันนะคะ ก็คือสามแยก ไฟแดงบริเวณแยกลำวะ ก็ทราบว่าทางหลวงพังงาได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว กำลังอยู่ใน ช่วงหาซื้อผู้จัดจ้างนะคะ ต้องกราบเรียนขอบพระคุณแขวงทางหลวงจังหวัดพังงา จุดที่ ๒ สามแยกบริเวณทับปุด อำเภอทับปุด ใกล้ที่ว่าการอำเภอ จุดนี้ก็เกิดอุบัติเหตุ มีการเสียชีวิต หลายครั้ง จุดนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากจังหวัด ก็ฝากทางกระทรวงคมนาคม ให้ความเป็นธรรมและให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวจังหวัดพังงา อย่ามีเพียงแต่เอกสารที่ตอบกลับมาว่ากำลังดำเนินการ โดยเฉพาะจุดยูเทิร์น (U-turn) หน้าโรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง ดิฉันพูดมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ และนี่ปี ๒๕๖๔ ขอความเป็นธรรมให้พี่น้องชาวจังหวัดพังงาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิรินทรนะครับ ตามด้วยท่านอดิพงษ์นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ โควิด-๑๙ (COVID-19) นอกจากจะจู่โจมต่อร่างกายและชีวิตของผู้คนแล้ว ยังมีผลต่อสภาพ จิตใจอย่างมาก ทำให้ความเครียด ความกังวล หวาดระแวง ความกลัวเพิ่มขึ้น ยิ่งความกังวล ความเครียดมากเท่าไรภูมิต้านทานของผู้คนก็น้อยลงเท่านั้น นโยบายของรัฐบาลที่มี ความเหลื่อมล้ำคนเข้าไม่ถึง สร้างความเครียดมากขึ้นค่ะ การกลับมาของโควิด (COVID) รอบ ๒ นี้ทำให้ผู้คนสิ้นหวัง ความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยวลดลง สภาพของปางช้างค่ะ ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติของชาติไทยนะคะ ตลอดระยะเวลา ๑๐ เดือนที่ผ่านมาช้างตัวโตค่ะ กินทุกวัน กินจุค่ะ แต่ผู้ประกอบการปางช้างไม่มีรายได้ นักท่องเที่ยวไม่มีนะคะ เอาช้างไป ขอค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินที่ไหนก็ไม่มีใครรับค่ะ นอกจากนั้นรถทัวร์ รถบัส ขนาดใหญ่จอดสนิทเลยไม่มีกรุ๊ปทัวร์ (Group Tour) ไม่มีการท่องเที่ยวผ่านทัวร์ (Tour) แต่รถต้องบำรุงรักษาค่ะ ต้องเติมน้ำมัน ต้องต่อทะเบียน เพื่อความหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ เอาออกมาประกอบการธุรกิจค่ะ แต่เอาไปขอค้ำประกันจากสถาบันการเงินหรือไปกู้ที่ไหน ก็ไม่ได้เช่นกันค่ะ ขอภาพบนหน้าจอด้วยค่ะ🔗
อันนี้เป็นข่าวประชาสัมพันธ์ของหอการค้า ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเพื่อที่จะได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาล แต่ข้อที่ ๑ ห้ามเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ท่านประธานคะ ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจ เป็นเช่นไร โควิด (COVID) มา ๒ รอบจะให้มีใครคะ กี่รายคะที่รอดจากการเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ดิฉันก็อยากจะฝากไปถึงรัฐบาล นโยบายที่สร้างความเครียดให้กับประชาชน ลดลงเถอะค่ะ เพื่อให้ความอยู่รอดของพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอดิพงษ์ครับ ตามด้วยท่านรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ใน ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑. ปัญหาด้านแหล่งน้ำ เนื่องจากได้รับแจ้งจากนายประสพ บวรรัตนกุล นายกเทศมนตรีตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกุดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พ่อแม่พี่น้องชาวตำบลหนองเต็งและตำบลใกล้เคียงใช้ ในการอุปโภค ในปัจจุบันนี้เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่แต่ตื้นเขินไม่ได้รับการพัฒนามาเป็น เวลานานปี หากได้รับการขุดลอกพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ในการกักเก็บน้ำของบ้านหนองกุดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เก็บน้ำได้มากขึ้น และจะมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี จึงขอนำเรียนไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนด้วยครับ🔗
๒. เนื่องด้วยได้รับการประสานงานจากนายอุดม สุขมา นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลป่าชัน อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าประชาชนในตำบลป่าชัน และตำบลใกล้เคียงได้ความได้รับความเดือดร้อนจากลำห้วยหนองตะแบกอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เป็นลำห้วยขนาดใหญ่ที่ไหลผ่าน ๓ ตำบล เวลาหน้าฝน น้ำฝนที่มีปริมาณ มากเกินไปก็ไหลหลากมาท่วม แต่พอถึงหน้าแล้ง ลำห้วยที่ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ และประชาชนได้ขาดน้ำในการอุปโภคบริโภคเดือดร้อนทุกปี จึงขอนำเรียนไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยเหลือพัฒนาขุดลอกลำห้วยตะแบก อันเนื่องมาจากพระราชดำริให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหา ความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้เป็นอย่างมาก ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ตามด้วยคุณบุญยิ่ง นิติกาญจนา นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี ๒๕๖๒ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ได้ชูนโยบาย ปรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น ๑,๐๐๐ บาททุกช่วงอายุ โดยบอกว่าเป็นนโยบายเร่งด่วน ใน ๑ ปีแรกของรัฐบาลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เพิ่มคุณค่า เพิ่มรายได้ เปลี่ยนผู้สูงวัยเป็นพลังของชาติ แต่บัดนี้นะครับท่านประธาน อีกไม่กี่เดือนก็จะครบ ๒ ปีของ อายุรัฐบาล แต่ปรากฏว่าผู้สูงอายุยังได้รับเบี้ยยังชีพเท่าเดิม ท่านเดือดร้อนกันมากนะครับ ท่านทวงถามถึงข้อสัญญาของท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ว่าจะให้ผู้สูงอายุได้เมื่อไร คนละครึ่งให้ได้ เราเที่ยวด้วยกันให้ได้ เราชนะให้ได้ แต่เงินยังชีพผู้สูงอายุเมื่อไรจะได้ ผู้สูงอายุจังหวัดลำพูนฝากสอบถามมาครับท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับ ผู้ใช้น้ำจากฝายบ้านโฮ่งหลวง ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ฝากผมติดตามถึงกรมทรัพยากรน้ำว่าฝายบ้านโฮ่งหลวงซึ่งผู้รับจ้างทิ้งงาน และบัดนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข เขาฝากถามมาว่าจะให้เกษตรกรทำอย่างไร ทำสวน ทำนา ทำลำไย มะม่วง ต้องใช้น้ำทั้งนั้นนะครับ ๕-๖ ปีแล้วครับ เขาไม่ได้ใช้น้ำจาก ฝายบ้านโฮ่งหลวงแห่งนี้นะครับ ผมเคยหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ เมื่อปีที่แล้วนะครับว่าจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องเกษตรกรบ้านโฮ่งอย่างไร แต่บัดนี้ ผ่านมาแล้วหลายเดือนหลายปีแล้วยังไม่ได้รับคำตอบ เขาเดือดร้อนมากครับ ฝากท่านประธาน ช่วยถึงกรมทรัพยากรน้ำนะครับ ช่วยแก้ไขฝายบ้านโฮ่งแห่งนี้โดยเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบุญยิ่งนะครับ ตามด้วยนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ที่อำเภอปากท่อ อำเภอวัดเพลง อำเภอเมือง ประมาณ ๑๐๐ กว่าหมู่บ้าน ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ทำไร่ ทำสวน ทำนา พี่น้องเกษตรกรได้พึ่งพาอาศัยน้ำจากชลประทานเป็นหลักในการบริโภค และทำการเกษตร ปัจจุบันทราบมาว่าทางชลประทานจะไม่ปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนา จึงมีผลกระทบกับเกษตรกรโดยตรง ทำให้ขาดรายได้เพื่อยังชีพในครัวเรือน ในช่วง สถานการณ์ปัจจุบันนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ส่วนหนึ่งตกงาน ก็ได้กลับมาสู่ท้องถิ่นตนเองและยึดอาชีพ เกษตรกรรมโดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูทำนาปรัง ถ้าไม่มีน้ำที่จะทำนาปรังจะทำให้เกษตรกร มีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ก็ฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือ เกษตรกรได้นะคะ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ดิฉันขอเสนอในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร อย่างเร่งด่วน และพร้อมกันนี้ดิฉันอยากให้กรุณาช่วยวางแผนงาน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำแผนงานการสร้างอ่างเก็บน้ำตามจุดต่าง ๆ เพื่อกักเก็บน้ำให้ประชาชนได้ใช้น้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค ทำการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไปนะคะ และพร้อมกันนี้พี่น้องประชาชน จำนวนมากได้ฝากดิฉันผ่านท่านประธานสภา ขอขอบคุณรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อพี่น้องประชาชน โดยตั้ง ด่าน ๒๔ ชั่งโมงทุกพื้นที่ทั่วทุกจังหวัดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ได้เป็นอย่างดีนะคะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุทธวรรณ ตามด้วยท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๓ อำเภอบางเลน ดอนตูม และพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉัน มีเรื่องอยากจะขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จำนวน ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับทราบความเดือดร้อนของประชาชนในตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เรื่องการใช้ถนนนะคะ🔗
ถนนดังกล่าว คือทางหลวงชนบท นฐ. ๔๐๔๒ เลียบคลองชลประทาน อยู่ระหว่างหมู่ ๕ ตำบลดอนพุทรา ยาวไปถึงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๙๖ ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ปัจจุบัน ถนนชำรุดเสียหายมีลักษณะทรุดตัวลง บางจุดถูกแก้ไขด้วยการนำหินคลุกมาเท แต่เมื่อเทไปแล้วก็เกิดฝุ่นและถนนก็ทรุดตัวลงเช่นเดิมค่ะ จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้ปรับปรุงถนนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของผู้ใช้ถนนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากประชาชนในตำบลนราภิรมย์และตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เรื่องอุบัติเหตุบริเวณสามแยกหน้าร้านอริยะเกษตร ๒ ซึ่งจุดนี้มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นสามแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรค่ะ คนที่ขับรถมา ต้องดูกันเอง เรียกได้ว่าเป็นแยกวัดใจเลย อย่างในรูปจากกล้องวงจรปิดนี่ก็เพิ่งมีอุบัติเหตุ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จึงอยากขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องสะพานข้ามคลองพระยาบันลือ เชื่อมระหว่าง ตำบลบัวปากท่า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กับตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนนี้สะพานชำรุดทรุดโทรมมากนะคะ เป็นสะพานที่ชาวบ้าน สร้างกันเอง เลยไม่มีงบประมาณจากหน่วยงานรัฐมาซ่อมแซมค่ะ แต่ทราบว่ากรมชลประทาน ก็มีโครงการที่จะทำสะพานปูนตรงนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร เมื่อไร ชาวบ้านจึงฝากถาม อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านประเดิมชัย ตามด้วยนางสาวกุลวลี นพอมรบดี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ไปถึงหน่วยงานนะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ ขอให้กรุงเทพมหานครได้เร่งรัดในการที่จะได้แก้ไขปัญหาผิวจราจร ในบริเวณซอยรัชดาภิเษก ๑๘ ซึ่งเกิดจากการขุดถนนของการไฟฟ้านครหลวงที่นำสายไฟฟ้า ลงใต้ดินอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถนนชำรุดเสียหายค่อนข้างมาก🔗
เรื่องที่ ๒ นะครับ ขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
ก็ขอให้ทางการเคหะแห่งชาติ ได้เข้าไปดูแลในเรื่องของระบบไฟฟ้าในอาคารของการเคหะแห่งชาติ ที่อยู่ในพื้นที่เขตดินแดง ประมาณ ๑๑๗ อาคาร ซึ่งในขณะนี้ระบบไฟโดยเฉพาะสายไฟต่าง ๆ เก่า ชำรุด อาจจะเกิด การชอร์ต (Short) ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ตลอดเวลา และรวมทั้งในเรื่องของท่อระบายน้ำ โดยรอบพื้นที่ของอาคารและปล่องทิ้งขยะ ซึ่งในขณะนี้ปัญหาชำรุดค่อนข้างมาก ก็อยากจะ ให้การเคหะแห่งชาติได้เร่งเข้าดำเนินการ🔗
ในเรื่องที่ ๓ ขออนุญาตให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงเข้าไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ซึ่งในขณะนี้มีผู้ค้าประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย ซึ่งคน ๑๐,๐๐๐ รายนี้จะต่อยอดไปสำหรับการให้การช่วยเหลือสำหรับผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มต่าง ๆ ที่อยู่ ทั่วประเทศประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ราย ในขณะนี้เขาได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องค่าเช่า และรวมทั้งเรื่องที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังฟ้องเพื่อที่จะเรียกการชำระการค้างค่าเช่า ซึ่งต้องยอมรับในตอนนี้ว่าทางผู้ค้าได้รับผลกระทบจำนวนมากเพราะว่าไม่มีผู้ซื้อเข้าไป เดินซื้อของในตลาดนัดจตุจักร ฉะนั้นก็อยากจะให้นายกรัฐมนตรีได้ลงไปแก้ไขปัญหา โดยด่วนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกุลวลีครับ แล้วตามด้วย หมดแล้วนะครับ เชิญคุณกุลวลีคนสุดท้ายครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากว่าดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องกลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว หมู่ ๔ หมู่ ๕ ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี ถึงสภาพคูส่งน้ำสายใหญ่ ๒๑ ๑๔ ซ้าย ๑ ขวา ที่สร้างมาเกือบ ๓๐ ปี ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม แผ่นคอนกรีตแตกร้าว มีตะกอนดินทับถมทำให้คูตื้นเขิน ส่งผลทำให้น้ำไปไม่ถึงปลายคลอง และอาคารบังคับน้ำ ชำรุดเสียหายไม่สามารถเปิดปิดได้ รวมถึงถนนลูกรังบริเวณคันคลองเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุรถเกี่ยวข้าวตกลงไปในคันนา ดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่ามะกา สำนักชลประทานที่ ๑๓ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดเข้าดำเนินการด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ ๑๐ หมู่ ๑๒ ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี ถึงความเดือดร้อนในการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาด เพราะผู้คนเริ่มอยู่เยอะขึ้น ชุมชนเริ่มเยอะขึ้นนะคะ เนื่องจากระบบประปาหมู่บ้านปัจจุบัน เป็นประปาน้ำดิบบาดาลไม่สามารถใช้ดื่มได้ มีลักษณะเป็นสนิมและหินปูน โดยเฉพาะ เมื่อถึงฤดูแล้งปริมาณน้ำในบ่อบาดาลไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้อง ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ได้โปรด เข้าดำเนินการขยายเขตจ่ายน้ำประปาภูมิภาคให้กับพี่น้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน กสทช. เขต ๑๖ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดราชบุรี ช่วยประสานงานบูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ ในเขตอำเภอเมืองราชบุรีทั้งอำเภอ ทำการปรับปรุงจัดระเบียบสายสื่อสาร สายเคเบิล (Cable) สายไฟฟ้าที่หย่อนยานรกรุงรัง และพิจารณาจุดที่เหมาะสมในการนำสายต่าง ๆ เหล่านี้ ลงท่อร้อยสายใต้ดิน พร้อมทั้งขอให้ทำการรื้อถอนสายเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกจาก เสาไฟฟ้า โดยดิฉันขออนุญาตชี้แนะให้ท่านเริ่มทำในเขตเทศบาลเมืองราชบุรีก่อนค่ะ ซึ่งถือว่า เป็นแหล่งชุมชนคนหนาแน่น เป็นที่ตั้งของส่วนราชการ ศาลากลาง สถานการศึกษา โรงพยาบาล ซึ่งนอกจากจะสร้างทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด อันตรายให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกมาร่วมประชุมจำนวน ๒๘๔ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอเปิดการประชุมและขอดำเนินการประชุมตาม ระเบียบวาระนะครับ แต่ว่าก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมได้รับแจ้งจากทางสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยท่านสมาชิกนะครับ เพราะว่าเสร็จจาก ประชุมวันนี้แล้วท่านก็จะเดินทางกลับต่างจังหวัด ฉะนั้นเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ก็ขอให้ท่านได้ไปรับหนังสือรับรองการเข้าออกรัฐสภาได้ที่สำนักบริการทางการแพทย์ อาคาร รัฐสภา ชั้น ๑ สำหรับท่านสมาชิกที่จะต้องเดินทางต่างจังหวัดนะครับ ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อประโยชน์ ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนักนะครับ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ส่งผลให้คณะกรรมาธิการ ไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อศึกษาและรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวได้ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาศึกษามีความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ ขอขยายเป็น ครั้งที่ ๕ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เพื่อที่กรรมาธิการจะสามารถปฏิบัติ หน้าที่ ปฏิบัติงานได้นะครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาการศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างการพิจารณานะครับ ท่านวิโรจน์มีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานสั้น ๆ ครับว่ามันมีเรื่องกรณีญัตติด่วนที่ทาง พรรคก้าวไกลได้เสนอ แล้วก็มีการบรรจุเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ นั่นก็คือเป็นญัตติด่วน ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและตรวจสอบกรณีขบวนเสด็จครับ แล้วในเมื่อถูกสภาผู้แทนราษฎรบรรจุเป็นญัตติด่วนแล้วนี่นะครับ ผมเห็นว่าการจัดวาระ การประชุมในลักษณะนี้จะไม่มีโอกาสที่จะพิจารณาญัตติด่วนในเรื่องนี้เลย ทั้งที่ญัตติด่วนนี้ มีประชาชนถูกดำเนินคดีในมาตรา ๑๑๖ แล้วก็อยู่ในระหว่างกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ มีข้อเท็จจริงต่าง ๆ นานาที่ถูกหารือแล้วก็ถูกโต้แย้งไปมาในสังคมมากมาย จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งครับท่านประธานครับ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งหมดเพื่อทำให้ข้อเท็จจริงและความจริงปรากฏออกมาครับ จึงอยากจะปรึกษาหารือ ท่านประธานว่าการจัดวาระการประชุมจะมีทางเป็นไปได้ไหมครับ ที่จะทำให้ญัตติด่วน ได้ถูกพิจารณา เพราะว่าถ้าเกิดญัตติด่วนในวันศุกร์นี้หรือวันพฤหัสบดีอย่างนี้ ปรากฏว่า ก็ถูกข้ามไปเลยอย่างนี้อยู่ร่ำไปอย่างนี้มันก็จะไม่ได้พิจารณาสักทีครับ ท่านประธานครับ จึงขออนุญาตปรึกษาหารือครับ🔗
เรียนท่านวิโรจน์ อย่างนี้นะครับว่าท่านประธานได้มีดำริในการพิจารณาในการจัดระเบียบวาระการประชุมนี่นะครับ วันพุธนี่เมื่อก่อนเราเป็นกระทู้นะครับ เป็นกระทู้ต่าง ๆ แต่ว่าวันพฤหัสบดีก็จะเป็นญัตติ แต่ว่าการจัดระเบียบใหม่เพื่อที่จะให้กฎหมายได้รับการพิจารณาได้รวดเร็วขึ้นนะครับ เราก็ เอาพวก พ.ร.บ. ไปไว้ในการพิจารณาประชุมในวันพุธนะครับ ส่วนวันพฤหัสบดีก็จะ เป็นรายการของญัตติ ฉะนั้นญัตติด่วนก็จะอยู่ในกรอบตรงนี้เหมือนกัน แล้วเมื่อก็ได้จัดคิว ไว้แล้วนะครับ มันก็ดำเนินการไปตามคิวที่ได้จัดวางเอาไว้ ไม่ได้มีการข้ามเอาเรื่องที่จัดคิว ไว้แล้วนี่ข้ามขั้นตอนแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าจะต้องให้มีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน มีเหตุมีผล ก็ขอให้วิป (Whip) ทั้งสองฝ่าย ได้หารือกันเสนอในที่ประชุมสภาเลื่อนญัตติขึ้นมาก็ดำเนินการได้ แต่ต้องได้รับความเห็บชอบ จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรานะครับ ฉะนั้นฝากวิป (Whip) ของพรรคก้าวไกล แล้วก็วิป (Whip) ของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้หารือกันนะครับ ทางประธานเองคงไม่มีอะไร ขัดข้อง ขอแต่ให้เป็นความเห็นชอบมีมติร่วมกันของสภาเรานะครับ ส่วนการพิจารณา การประชุมในวันนี้ ระเบียบวาระที่ ๕ เป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณา ก็เป็นญัตติเหมือนกันนะครับ ฉะนั้นผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระที่ได้จัดวางเอาไว้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างการพิจารณา🔗
๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในที่ดินหมดสัญญาสัมปทานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ คือ🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาปัญหาประชาชนบุกรุกพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตรวจสอบและแก้ไข ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในเขตพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดกระบี่ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณาร่วมกัน จะมี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้เลยนะครับ ขอเชิญผู้เสนอญัตติแถลงเหตุผล ตามลำดับนะครับ🔗
เชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ที่ญัตติของกระผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ ในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบและแก้ไข ปัญหาในที่ดินหมดสัญญาสัมปทานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งค้างมานานแล้วนะครับ สภาพปัญหาในเรื่องของที่ดินเช่าของกรมป่าไม้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เกิดขึ้นแต่เฉพาะ จังหวัดกระบี่และจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เป็นที่ดินที่เช่าในลักษณะเดียวกัน เกือบทั่วประเทศนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ก็มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ ๕,๘๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ เพราะฉะนั้นใน ๕,๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นที่ดินของรัฐ แล้วก็มีนายทุนเข้าไปสัมปทานในการเช่าที่ดินรายละ ๓๐ ปี แล้วก็ในขณะนี้สัญญาสัมปทาน ในการเช่าที่ดินนั้นก็หมดสัญญาไปแล้วนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ แล้วก็หมดสัญญา ครบ ๓๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วมติ ครม. ก็ไม่ได้ต่อสัญญาให้กับผู้เช่าสัมปทาน🔗
ประเด็นปัญหาด้วยเหตุผลนะครับ ก็เนื่องจากว่าที่ดินในจังหวัดกระบี่ เมื่อหมดสัมปทานก็จะเกิดปัญหา พี่น้องประชาชนที่อ้างว่ายากจน และบางท่านก็ยากจนจริง บางท่านก็อยากจน ไม่ได้ยากจน ก็มาตั้งทีมเป็นขบวนการในการไปยึดครองที่ดิน ในการยึด ครองที่ดินนั้นเป็นการยึดครองด้วยมีกลุ่มผู้นำ ไม่ได้กระทำโดยภาครัฐให้อนุญาต เพราะฉะนั้นในการเข้าไปบุกรุกที่ดินนั้น เจ้าของสัมปทานก็มีประเด็นปัญหาในเรื่องของ ความขัดแย้งกับผู้บุกรุก กลุ่มผู้บุกรุกหลายคน กลุ่มหนึ่งก็มีร่วมเกือบร้อยคน แล้วก็ไปแบ่งปัน ในส่วนของที่ดินคนละ ๒๐๐ ต้น แล้วบางพื้นที่ก็มีอาวุธสงครามเข้าไปด้วย ก็จะเป็นประเด็น ปัญหาในเรื่องของการที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ที่หมดสัมปทาน แล้วก็มีพี่น้องประชาชนเข้าไปบุกรุกนั้นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมก็เป็นเหตุให้สถิติ คดีในส่วนของจังหวัดนั้น ๆ ก็เพิ่มขึ้นแต่ละครั้งร่วม ๓๐-๔๐ คดี หรือเป็นร้อยคดี แล้วก็ ไม่เคยมีภาครัฐในส่วนของการไปแก้ปัญหาที่มีความชัดเจนให้เป็นระบบนะครับ เพราะฉะนั้น ในวันนี้ก็ยังมีให้ได้เห็นว่าพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้มีความต้องการที่จะเข้าไปครอบครอง ที่ดินนะครับ แล้วรัฐโดยกรมป่าไม้ก็ดี วันนี้ยังมีอุปสรรคในเรื่องของการกำหนดแนวเขต ในขณะที่ให้พี่น้องประชาชนเข้าไปสัมปทาน ๓๐ ปีนะครับ แนวเขตเบื้องต้นนี่ครับ ท่านประธานไม่มีแนวเขตชัดเจนว่าจะให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือกลุ่มของนายทุน กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นจะเช่าในจำนวน ๑๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐,๐๐๐ ไร่ โดยในการขีดตามแผนที่ เมื่อผู้เช่าเข้าไปดำเนินการในส่วนของปลูกปาล์มน้ำมัน ก็โดยเอากำหนดแผนที่ว่ามีเช่า ๑๐,๐๐๐ไร่ ก็วัดในจำนวนให้ได้ครบ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่าในจำนวนที่เช่า สมมุติว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ปรากฏว่าก็เข้าไปทับที่ดินของชาวบ้านที่มี น.ส. ๓ แล้วก็ที่ดินของ ชาวบ้านที่ครอบครองอยู่ก่อนนะครับ หรือว่าในส่วนของโรงเรียน แล้วก็วัดด้วย เมื่อเข้าไป ครอบครองทับซ้อนกันก็เกิดการฟ้องร้อง อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาหนึ่งที่ชาวบ้านกับนายทุน ก็มีการฟ้องร้องโดยอ้างสิทธิว่าไปทับซ้อนในเรื่องของที่ดินเช่า🔗
อีกประการหนึ่งนั้น ในส่วนของนายทุนที่เช่าเมื่อวัดไปแล้วไปเจอของชาวบ้าน ชาวบ้านออกมาโต้แย้งสิทธิ ก็พยายามวัดให้ครบกับจำนวนที่เช่า ก็ปรากฏว่าไปบุกรุกในส่วน ของเขตป่าที่ภาครัฐไม่อนุญาตให้เช่า ก็เป็นประเด็นมีความขัดแย้งกันระหว่างผู้เช่าสัมปทาน กับภาครัฐในพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐไม่ได้อนุญาตตั้งแต่ตอนต้น นี่ครับท่านประธาน ถ้าฟังแล้ว จะเห็นว่ามันจะเป็นปัญหาทับซ้อนกันหลายประเด็น และมีข้อพิพาทกันระหว่างราษฎรกับ ราษฎร ระหว่างนายทุนกับราษฎร ระหว่างราษฎรกับภาครัฐ และระหว่างผู้เช่ากับ ภาครัฐด้วย ประเด็นปัญหาเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนในส่วนของมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๖ แล้วก็ไม่มีการต่ออายุสัญญาเช่า ประเด็นที่ควรพิจารณาท่านประธานครับ ภาครัฐการที่จะ มอบสิทธิให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ เข้าไปแก้ปัญหาโดยการที่จะกดดันหรือผลักดัน ผู้บุกรุกออกไปนั้น โดยหลักการแล้วอาจจะไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน แล้วก็อาจจะต้องใช้ กำลัง แล้วก็ใช้ทุนในเรื่องของการเข้าไปดำเนินการ แต่วิธีที่ชัดเจนที่สุดผมเข้าใจว่ามติ ครม. ต้องมีความชัดเจน แล้วก็ให้นโยบายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการอนุญาตให้เช่า เพราะฉะนั้นใบอนุญาตให้ เช่าก็สามารถที่จะกำหนดว่าเมื่อสัญญาเช่าครบ ๓๐ ปี ถ้ารัฐจะต่อสัญญาเช่าให้ผู้เช่ารายเดิม ก็ไปดำเนินการต่อ โดยอาจจะกำหนดในส่วนค่าธรรมเนียม ค่าเช่าที่สูงขึ้น หรือมีในข้อจำกัด เงื่อนไขว่าในประเด็นอาจจะให้เช่าน้อยลงก็ได้ อันนี้ก็ว่ากันไปนะครับ แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้ กระทำเช่นนี้🔗
ประการที่ ๒ ถ้าในกรณีนโยบายของรัฐไม่ให้เช่า ต้องการที่จะเอาคืนมา อาจจะให้ ส.ป.ก. เข้าไปจัดสรรที่ดินทำกิน แล้วก็ออกเป็น คทช. ในส่วนของที่ดินทำกินให้กับ ชาวบ้าน ก็ไปว่ากันไปตามระเบียบ แต่ในขณะนี้ความไม่ชัดเจนในส่วนของการจัดสรร ในส่วนของจากกรมป่าไม้ไปสู่ ส.ป.ก. จาก ส.ป.ก. ไปสู่จังหวัด จากจังหวัดไปสู่ภาคประชาชนนั้น ทำได้ล่าช้าและไม่มีความชัดเจน ก็ทำให้พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ต้องการอยากได้ ที่ดินทำกิน ก็แบ่งกันคนละ ๑๐ ไร่ ๕ ไร่ ๕ ไร่ บวก ๑ ก็มี ๒๐ ไร่ ๒๕ ไร่ อะไรประมาณนี้ ครับ ซึ่งในประเด็นปัญหาทั้งหมดผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ดินของรัฐที่พ้นจากการเช่า สัมปทานที่ดินนั้น และนายทุนหลายบริษัทก็ร่ำรวยไปแล้ว ร่ำรวยตั้งแต่ตอนประกาศ เป็นป่าเสื่อมโทรม แล้วก็ให้นายทุนเข้าไปเช่า ท่านประธานครับ ป่าเสื่อมโทรมในขณะนั้นยังมีต้นไม้หลงเหลืออยู่ เพียงแต่เอาไม้ที่หลงเหลืออยู่ จำนวนที่ดิน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่ รวม ๆ เบ็ดเสร็จจังหวัดละประมาณ ๗๐,๐๐๐ ไร่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ประมาณสัก ๗๐,๐๐๐ ไร่ ก็รวมเป็นแสนกว่าไร่ และยังมีแปลงอื่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ เพียงแต่เอาต้นไม้ยืนต้นออกมาขายแปรรูปก็รวยมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ แล้ว แต่ในขณะปี ๒๕๒๖ ก็มาปลูกปาล์ม แล้วก็เก็บผลปาล์มมา ๓๐ ปี ท่านประธานครับ วันนี้ ปาล์มน้ำมันในประเทศไทย ๕.๘ ล้านไร่ เก็บเกี่ยวได้ประมาณสัก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๔,๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ไร่หนึ่งเฉลี่ยแบบต่ำสุด ผลผลิตของปาล์มน้ำมันนะครับ ๒.๙ ตันต่อไร่ต่อปี ณ วันนี้ท่านประธาน ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อ ๑ กิโลกรัม ท่านประธานคิดดูสิครับว่า ผลประโยชน์ในส่วนของปาล์มน้ำมันทั้งประเทศนี่ปีละกี่หมื่นล้าน แต่เรามาโฟกัสในส่วน ประเด็นที่เป็นพื้นที่ปัญหาที่เป็นที่ของรัฐนี่ครับว่าเมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วรัฐควรจะดำเนินการ อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม รัฐจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับ ประเทศชาติ ผมขอแยกอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่จริงแล้วนี่ในญัตตินี้นะครับ เพื่อน ๆ ทั้ง ๓ ท่านด้วยกันซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ภาคใต้นะครับ ก็มีความเห็นว่า ควรจะตั้งกรรมาธิการศึกษา เนื่องจากว่ามันจะมีประเด็นปัญหาทางด้านกฎหมาย ประเด็น ปัญหาในเรื่องของเชิงนโยบาย ประเด็นปัญหาในพื้นที่ แล้วก็เป็นประเด็นปัญหาที่เรื้อรัง แก้ไขไม่เคยจบสักครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าสภาของเรานั้นในส่วนของวิป (Whip) รัฐบาลก็ดี ก็มีความเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ในส่วนของญัตตินั้นก็ไม่ควรที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ ผมก็ ไม่ขัดข้อง ในการที่จะให้ญัตติของผมไปสู่คณะกรรมาธิการสามัญในส่วนของที่ดิน และทรัพยากรเป็นผู้กำหนด แต่ท่านประธานครับผมก็อยากจะอภิปรายในเรื่องของประเด็น ปัญหาเพื่อให้ครบในประเด็นปัญหา เมื่อกรรมาธิการสามัญของสภาได้รับเรื่องไป แล้วก็จะได้ไปพิจารณาเพื่อที่จะได้ครบประเด็นว่าวันนี้เราควรจะพิจารณาประเด็นอะไร เป็นประเด็นหลัก ประเด็นสำคัญในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินที่หมดสัมปทาน ที่ดิน ที่หมดสัมปทานในส่วนของภาครัฐนะครับ เป็นพื้นที่แปลงใหญ่ต่อเนื่องกัน บางพื้นที่มีพื้นที่ ติดต่อกันเป็นหมื่นไร่ครับ เพราะฉะนั้นผมมีความเสียดายครับ ผมมีความเสียดายว่าเป็นที่ดิน ของรัฐผืนใหญ่นั้น บางพื้นที่ไม่เหมาะสมในเรื่องของการที่จะไปปลูกพืชการเกษตร ลักษณะ ที่ดินอย่างนี้ควรสงวนเอาไว้🔗
ไม่ควรนำไปสู่ ส.ป.ก. แล้วก็จัดสรรนะครับ ไม่ควรไปจัดสรรให้ ไม่ควรไปจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันที่ดินของรัฐ ขออภัยครับ อันนี้ของกรมอุทยานในเรื่องของจำนวนอุทยานนะครับ เป็นประเด็นในเรื่องของ อ่าวมาหยา ขออนุญาตนะครับ ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ในส่วนของกรมป่าไม้ บางพื้นที่ เป็นที่ดินแปลงน้อยคือตั้งแต่ ๒๐๐ ไร่ขึ้นไป ๕๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่อย่างนี้ครับ เอามาจัดสรร ให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ผมเห็นด้วย แล้วก็จัดในรูปแบบ คทช. ผมก็เห็นด้วย แต่คราวนี้ อาณาเขตความชัดเจนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ในส่วนของรัฐบาลต้องมี ความชัดเจนในเรื่องของวิธีทำ และวิธีคัดกรอง กลั่นกรองเกษตรกรผู้ยากจนโดยมีมาตรฐาน ที่ชัดเจน ไม่ใช่ใช้เส้นในเรื่องของการไปวิ่งเต้น แล้วก็เป็นบุคคลที่อยากจนแล้วก็เข้าไปทำ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ บางพื้นที่ไม่เหมาะสมกับภาคการเกษตรแล้วเนื่องจากว่าเวลาล่วงเลยไป ๓๐ ปี และที่ดินก็อยู่ในเมืองแล้ว อยู่ในเขตตัวเมือง อยู่ในเขตเทศบาล ในส่วนของอำเภอ ปลายพระยา ก็ควรที่จะกันเอาไว้เป็นพื้นที่ เช่นพื้นที่ตรงนี้เหมาะสมที่จะปลูกป่าใหม่ขึ้นมา ทดแทน เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นว่าต้นยาง ต้นหลุมพอในอดีตที่ถูกทำลายไปนั้น ในอนาคต ก็หลงเหลืออยู่บ้าง แล้วก็เป็นปอดของเมืองเพื่อที่จะให้ได้พี่น้องประชาชนรุ่นลูกรุ่นหลาน ได้ไปเรียนรู้ว่าป่าชุมชน หรือว่าป่าที่อยู่ในดั้งเดิมในพื้นที่ที่สูญเสียไปร่วม ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่นั้น สภาพเดิม มันเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเราต้องไปจัดโซนนิง (Zoning) ว่าส่วนนี้คงสงวนไว้ เพื่อปลูกป่าชดเชยแบบดั้งเดิม พื้นที่บางส่วนนี่ครับก็ควรจะไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะฉะนั้นการที่แก้ปัญหาคนจนนี่ครับไม่มีวันหมดสิ้นนะครับ เดี๋ยวก็คนจนเกิดขึ้นใหม่ แล้วก็คนจนบางท่าน บางส่วนหลังจากไปครอบครองได้สิทธิจากรัฐแล้วก็เป็นนอมินี (Nominee) ให้กับนายทุน ก็เป็นการรวบรวมรายชื่อเพื่อที่จะให้นายทุนอยู่เบื้องหลังแล้วก็ เข้ามาดำเนินการต่อ ซึ่งอย่างนี้ก็เห็นอยู่บ่อยครั้งนะครับ บางเรื่องทำแล้วเกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะว่ากำลังของภาครัฐไม่เพียงพอ ก็จะได้เห็นว่าบางพื้นที่ ๕๐๐ ไร่นะครับที่ประชาชน โดยเขาไม่ทราบเรื่องของข้อกฎหมาย เกิดขึ้นที่อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นข้าราชการเกษียณ ขายที่ดินห้องในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ได้ราคาห้องละ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๘๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง รวบรวมเงินที่เหลือจากชีวิตราชการไปซื้อต่อจากนายทุนซึ่งหมดสัญญา สัมปทานเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลปาล์มมาเลี้ยงชีวิตในบั้นปลาย ปรากฏว่าภาครัฐก็เห็นว่า เป็นความผิด วันนี้ก็ใช้รถแบ็กโฮ (Backhoe) ไปดันต้นปาล์มแล้วก็นำคืนมาสู่ภาครัฐ ในขณะที่ที่ดินบางแปลงก็มีลักษณะเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ได้ถูกล้มต้นปาล์มนะครับ ผมชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าบางแปลงนะครับ นายทุนที่หมดสัญญาสัมปทานแล้วไปหลอกขาย ชาวบ้านในกลุ่มที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเป็นข้าราชการเกษียณก็มี เป็นพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ก็ดี ต้องการที่จะมาเก็บเกี่ยวผลปาล์มนั้น อย่างนี้นะครับผมคิดว่าก็ควรที่จะผ่อนผันเยียวยา หรือว่ายืดระยะเวลา เพื่อที่จะให้เขานี่ครับได้เงินทุนจากการลงทุนนะครับ เป็นทรัพย์สิน ชิ้นสุดท้ายที่เขามีอยู่ แต่เขาไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในเขตเทศบาล คือเป็นที่ดินห้อง เมื่อเป็นที่ดินห้อง กว้าง ๕ เมตร ลึก ๒๐ เมตรนี่ครับ เขาก็ยอมขายเพื่อที่จะมาซื้อสวนปาล์ม ได้ก็ประมาณสัก ๓๐ ไร่ ๒๕ ไร่ ท่านเห็นไหมครับท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนจากการที่ กำหนดนโยบายที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลมันส่งผลให้กับความเดือดร้อนต่อเนื่องไปสู่ภาคส่วน ของพี่น้องประชาชนผู้ที่สุจริต แล้วก็นำมาซึ่งสถิติคดีในส่วนของศาลแต่ละจังหวัดนั้นนี่ครับ เรือนจำก็ล้น แล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวที่พี่น้องประชาชนเกษตรกรซึ่งเขาไม่ใช่ เป็นอาชญากรอาชีพ แต่เขามีความตั้งใจในการประกอบอาชีพ เพราะฉะนั้นความชัดเจน ในส่วนของการจัดสรรที่ดินนี่ควรจะต้องมีความชัดเจนนะครับว่าที่ดินในจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดตรัง จังหวัดอื่น ๆ นั้นนี่ควรจะมาจัดว่าที่ดินแปลงนี้หมดอายุ สัมปทานเมื่อไร ควรจะต้องไปจัดสรรเหมาะสมกันอย่างไร แล้วควรจะไปจัดสรรให้ใคร จำนวนเท่าใด ในวิธีแบบใดนะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นนะครับ เพื่อที่จะให้สภา เพื่อนสมาชิกได้รับทราบประเด็นจากการที่ยื่นญัตติของกระผมมาร่วมเกือบปีแล้ว แล้วปัญหาก็ยังไม่ได้ถูกแก้ปัญหา แล้วก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกในพรรคภูมิใจไทย ที่สนับสนุนเห็นด้วยทุกคนในการเซ็น ในการยื่นญัตติ แล้วก็เพื่อนสมาชิกของภาคใต้ที่เห็น ในทำนองเดียวกัน แล้วก็มีปัญหาเหมือน ๆ กัน แล้วท่านประธานได้กรุณาในเรื่องของ การรวบญัตติในลักษณะทำนองเดียวกันเข้ามาพิจารณาเพื่อให้เกิดความรวบรัดและก่อให้เกิด ประโยชน์ ผมเชื่อว่าต้องฝากกรรมาธิการสามัญในส่วนของที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งท่านอภิชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเป็นประธาน เพื่อที่จะให้ ความสำคัญ แล้วก็นำประเด็นทั้งหมดนี่ครับเพื่อนำเสนอในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมก็ขอขอบคุณท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหา ประชาชนบุกรุกพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญคุณสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีญัตติของการแก้ปัญหา พื้นที่หรือที่ดินสวนปาล์มหมดอายุสัญญาสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ ในเมื่อประมาณปี ๒๕๒๕ ปี ๒๕๒๖ ทางรัฐบาลขณะนั้นได้มีนโยบายที่ให้เอกชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้เข้าไป เช่าพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมของรัฐบาลเพื่อมาประกอบกิจการสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งในขณะนั้นสวนปาล์มน้ำมันในภาคใต้ก็กำลังได้รับการส่งเสริม แล้วก็มีผู้ประกอบการ รายใหญ่ รายกลางหลายรายด้วยกันได้ไปเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้หรือจากทางรัฐบาล แล้วก็ ได้ทำสวนปาล์มต่อเนื่องมายาวนาน สร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน ให้แก่ภาคใต้ แล้วก็นำมาสู่ ปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจตลอดจนเป็นพืชพลังงานทดแทนในปัจจุบันนี้ ก็ถือว่าได้ทำ คุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ท่านประธานครับ แต่หลังจากปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ พื้นที่แปลงสัมปทานเหล่านั้น หมดอายุสัมปทานลง การจัดการจาก ผู้ที่เกี่ยวข้อง การจัดการจากภาครัฐ ความชัดเจน ในเรื่องต่าง ๆ ที่จะจัดการกับพื้นที่หมด สัญญาสัมปทานเหล่านั้นก็ไม่มีความชัดเจนเปิดช่องว่างให้ผู้ที่ไม่สุจริตได้เข้าไปใช้โอกาสนั้น เป็นช่องทางในการทำมาหากิน หาประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนเอง ได้เข้าไปบุกรุกพื้นที่ เปรียบเสมือนไม่มีกฎหมายมากำกับ โดยมีกองกำลัง มีอาวุธ มีการทำร้ายกันถึงชีวิตต่อเนื่อง ในพื้นที่ในละแวกของจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียง ที่มีปัญหาเหล่านี้ มีกระบวนการจัดเก็บค่าสมาชิก แล้วจัดการแบ่งสรรที่ดินให้ แต่ละสมาชิกให้เข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้และแบ่งปันกันโดยอำเภอใจ ก็อยากจะ เรียกร้องไปทางรัฐบาลว่าน่าจะมีการแก้ไข การจัดสรร การดูแลทรัพยากรหรือทรัพย์สิน เหล่านี้ ภาครัฐเหล่านี้ให้มีความชัดเจน ถ้าไม่เช่นนั้นความขัดแย้งเช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยไป ญัตติที่พวกกระผม ส.ส. ภาคใต้ได้เสนอก็เพราะมีความกังวล มีความกังวลในเรื่องของ ผู้ที่ไม่สุจริตเข้ามาทำมาหากิน มีความกังวลในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการเหล่านี้ แล้วก็ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องที่สุจริตอยู่รอบ ๆ แปลงสัมปทาน พี่น้องที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเหล่านี้ มีการจัดสรร มีการแบ่งปัน มีคณะกรรมการของจังหวัดหลายคณะกรรมการด้วยกันได้เข้าไป พิจารณา การประกาศหลักเกณฑ์ การประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบถึงหลักเกณฑ์ ที่เกษตรกรผู้ยากไร้เหล่านั้นสามารถที่จะเข้าไปเข้าชื่อมีสิทธิในที่ดินที่รัฐอาจจะจัดสรรให้ ในโอกาสต่อไป ได้มีการเรียกร้องจากเกษตรกรในพื้นที่ว่าการจัดลำดับความสำคัญของ เกษตรกรที่จะได้รับการจัดสรรเหล่านั้นก็ควรจะดูถึงเกษตรกรในพื้นที่เป็นลำดับต้น ควรที่จะให้ เขาได้รับความสำคัญในการจัดสรรปันส่วนในการแบ่งพื้นที่สัมปทานที่หมดอายุสัญญา สัมปทานเหล่านั้นด้วยเช่นกัน ในจังหวัดกระบี่เคยมีหลายกรณีตัวอย่างที่เคยมีการจัดสรร พื้นที่เสื่อมโทรมของป่ามายาวนาน อย่างเช่นในอำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา เคยมี การจัดสรรพื้นที่ดินในเรื่องของ ส.ป.ก. ส.ท.ก. ก็ดี เคยมีการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ปาล์มน้ำมัน รวมไปถึงการรวมตัวกันเป็นชุมนุมสหกรณ์ การตั้งโรงงานชุมนุมสหกรณ์ โดยการช่วยเหลือจากภาครัฐ แล้วก็ประสบความสำเร็จมาระยะหนึ่ง ระดับหนึ่ง จนถึง ในขณะนี้แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างก็ยังรอคอยการแก้ไขจากภาครัฐอยู่ ท่านประธานครับ ความชัดเจนในเรื่องการแก้ปัญหาการที่มีความจริงใจหรือมีความเร่งด่วน ในการที่ภาครัฐจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาผมมองว่าสภาของเรา เรามี ส.ส. จากในพื้นที่ภาคใต้ เป็น ส.ส. มาจากพื้นที่ที่มีสัญญา หมดสัมปทานสัญญาเหล่านี้นะครับ ก็ได้รับความเดือดร้อน ได้รับคำร้องเรียนตลอดมา ผมกับเพื่อนสมาชิกทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ แล้วก็ได้ยื่นญัตติต่อสภาเพื่อให้สภาจะได้แก้ไข จะได้ส่งให้ทางรัฐบาล จะได้แก้ไขเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ต่อไป แม้ว่าทางสภาหรือทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้มองว่าเราจะไม่ต้องถึงกับ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา และจะส่งต่อให้กับทางคณะกรรมาธิการสามัญ ก็อยากจะเรียนไปทางคณะกรรมาธิการสามัญว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นปัญหาต่อเนื่อง มายาวนานและยังเป็นปัญหาอยู่ ได้เร่งรัดจัดการแล้วให้ข่าวประชาสัมพันธ์ให้พี่น้อง ผู้ประกอบการก็ดี ผู้ที่ประกอบการแล้วหมดอายุสัมปทานก็ดี ได้ส่งมอบคืนให้แก่รัฐ อย่างถูกต้อง ผู้ที่จะมีสิทธิเข้าไปได้รับการจัดสรรจากที่ดินของรัฐ หรือแม้แต่รัฐจะเอาที่ดิน เหล่านี้ไปใช้ในกรณีใด ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็ควรที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับทราบ รับรู้อย่างชัดเจน และจะได้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง รองรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น ที่อาจจะเกิดปัญหาลุกลามกันมากไปกว่านี้ จึงอยากจะฝากเรียนกับท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการที่จะรับเรื่องนี้ต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญธีรภัทร พริ้งศุลกะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอญัตติ ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหา ที่ดินทำกินในพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งญัตตินี้ได้รับการบรรจุเข้าไปในสภา ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และในวันนี้เป็นที่มาของการอภิปรายร่วมกับเพื่อนสมาชิก ซึ่งมีปัญหาในทำนองเดียวกันอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ เนื่องด้วยมีส่วนราชการและบริษัทเอกชน ได้ขอใช้พื้นที่จำนวน ๖๙,๖๕๐ ไร่ ในพื้นที่ตำบลคลองพา และตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการขอใช้พื้นที่ดังนี้ กองทัพอากาศ จำนวน ๑๙,๒๐๐ ไร่ กองทัพบก จำนวน ๓๓,๕๕๐ ไร่ บริษัทเหมืองแร่กมลา จำนวน ๙,๘๐๐ ไร่ และบริษัท ประมงวิชิต จำนวน ๗,๑๐๐ ไร่ แต่ปัจจุบันส่วนราชการและเอกชนดังกล่าวมิได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ดังกล่าวแล้ว ประกอบกับได้มีเกษตรกรในพื้นที่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๐ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินได้ เนื่องจากติดปัญหาเป็นที่ดินส่วนราชการและเอกชนได้ขอใช้ประโยชน์ ดังนั้นเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม สถาบันธรรมาภิบาลไทยได้จัดเวทีสัมมนาเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร เรื่องการปฏิรูปที่ดินสัมปทาน ณ บริเวณศาลาประชาคม อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนกว่า ๕,๐๐๐ คน เข้าร่วมการเสวนา ในเวทีดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อยู่ใน อำนาจการดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าหาก ทางกรมป่าไม้ได้มีการพิจารณาตรวจสอบและเห็นว่าสามารถส่งมอบที่ดินให้แก่สำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการ จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ จะทำให้การแก้ไข ปัญหาที่ดินดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและภาครัฐ มากยิ่งขึ้น ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งในอันที่จะต้องเร่งศึกษาและแก้ไข ปัญหาที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบและยั่งยืน และอีกทั้งยังสามารถลดความเหลื่อมล้ำให้กับ ประชาชน อันสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ ในการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการกระจายที่ดินถือครองให้กับเกษตรกรเพื่อประโยชน์ ในที่ดิน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ดังเหตุผลและรายละเอียดที่ผมจะได้ชี้แจง ในสภานี้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ปัญหาที่ดินมันเป็นปัญหาที่เรื้อรังและยืดเยื้อมานาน ปัญหาที่ดินอย่างนี้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ใช่มีเฉพาะในอำเภอท่าชนะหรือในอำเภออื่น ๆ เท่านั้น มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นไปในทั่วประเทศ แต่วันนี้ผมเพียงจะพูดเฉพาะในส่วนพื้นที่ ที่กำลังกระทบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นประเด็นที่จะนำมาสู่เสนอในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ครับ ผมขอเล่าสภาพโดยทั่วไปของพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่ดังกล่าวตรงนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งในอดีตเคยมีการประกาศหลายครั้งแล้วว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่จัดมอบให้กับราษฎรได้มีการเข้าไปอยู่อาศัยและทำประโยชน์ จนกระทั่งปัจจุบันนี้เหลือเพียงประมาณพื้นที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่เท่านั้นที่ยังเป็นเขตที่เป็น ป่าสงวนแห่งชาติจริง ๆ จากพื้นที่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานครับพื้นที่เหล่านี้ ในช่วงตลอดหลายระยะเวลา ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมา ได้มีราษฎรเข้าไปทำกินและเข้าไปก่อน หน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ได้ทำกินเหล่านี้สืบทอดต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ เมื่อมีการปรับให้มีการนำพื้นที่บางส่วนนี่ครับให้เอกชนหรือหน่วยงานนำไปให้ก่อเกิด ประโยชน์ พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกตัดออกเป็นบางส่วน ทั้งหมดทั้งสิ้น ๔ ส่วน โดยให้ภาคเอกชน เข้าไปใช้ดำเนินการ ๒ ส่วน นั่นก็คือ บริษัท เหมืองแร่กมลา และบริษัทประมงวิชิต จำกัด เข้าไปทำการปลูกสวนปาล์ม พื้นที่รวมกันแล้วประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ไร่ และให้กองทัพบก และกองทัพอากาศเข้าไปใช้พื้นที่รวมประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ตรงนี้ปัจจุบันนี้พื้นที่ เหล่านี้ไม่มีเอกชนหรือส่วนราชการเข้าไปทำประโยชน์แล้วเพราะว่าหมดอายุสัมปทานไปแล้ว ราษฎรซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตรงนี้มีความหวังว่าจะได้เอกสารสิทธิในการดำเนินการ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกในพื้นที่ของเขาอื่น ๆ ที่เคยได้รับเอกสารสิทธิ ซึ่งกรมป่าไม้ได้เคย มอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้กับคนในพื้นที่ มาแล้ว ท่านประธานครับ พื้นที่ตรงนี้ปัจจุบันมีคนเข้าไปอยู่อาศัยประมาณเกือบ ๙,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มีประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าคน และในพื้นที่คลองพาและท่าชนะนี่ครับ มีประมาณ ๔,๕๐๐ ครัวเรือน คิดเป็นประชากรประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน คิดดู ก็แล้วกันในพื้นที่ตรงนี้มันมีประชากรที่เข้าไปอยู่จำนวนมากมหาศาลอยู่แล้วนะครับ พื้นที่บริเวณที่ถูกกันออกมาตรงนี้ผมขออนุญาตพยายามให้ทุกท่านเข้าใจถึงสภาพพื้นที่ ก็คือว่า ถ้าเราเปรียบเทียบพื้นที่ตรงนี้เป็นไข่ พื้นที่ไข่ขาวเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้มอบให้กับสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนี่ครับ ได้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนไปแล้ว แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ที่เอกชนและส่วนงานราชการเข้าไปขอใช้พื้นที่สัมปทาน จำนวน ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผมถือว่าเป็นพื้นที่ไข่แดง สิ่งเหล่านี้ได้สืบทอดต่อเนื่อง กันมาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งวันนี้เมื่อมันหมดอายุสัมปทาน พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ไข่แดง ตรงนี้ ประชาชนที่เข้าไปอยู่ตรงนี้เขาก็มีความคาดหวังว่าเขาควรจะได้รับเอกสารเหมือนกับ เพื่อนเกษตรกร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผมเรียกว่าไข่ขาว ได้รับ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มาแล้ว แต่ปรากฏว่า เนื่องจากความไม่ชัดเจนของนโยบายของรัฐบาลซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมาในหลาย ๆ ครั้ง และหลายโอกาส ปัจจุบันแนวคิดของการใช้คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ จะนำที่ดิน ของส่วนราชการต่าง ๆ หรือหน่วยงานต่าง ๆ นำมามอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นผู้บริหารและจัดการ แนวความคิดก็คือว่าจัดพื้นที่ต่าง ๆ มอบ โดยใช้คำว่า โฉนดแปลงรวม ทีนี้พอเป็นที่มาของโฉนดแปลงรวมครับ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่เขาคาดหวัง เขารอคอย เป็นระยะเวลาประมาณเกือบ ๓๐-๔๐ ปีที่เขาจะได้เอกสารสิทธิ ท่านประธานครับ คนที่เขารอเอกสารสิทธิของรัฐทั้งชีวิตขอให้มีตราครุฑที่เป็นชื่อเขา เขารอมานาน เขารอด้วย ความหวังครับ วันดีคืนดีนโยบายของรัฐเปลี่ยนไป สิ่งที่เขาคาดหวังกลายเป็น ความผิดหวัง เขาคาดหวังว่าเขาจะได้เอกสารสิทธิเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เขาอาจจะได้ เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มาแล้ววันนี้เปลี่ยนไป เพราะพื้นที่ทั้งหมดคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติมีนโยบายว่าเราจะจัดให้เป็นลักษณะของโฉนดแปลงรวม โฉนดแปลงรวม ท่านประธานครับ ในความเข้าใจของประชาชนมันต่างกับเอกสารสิทธิอื่น ๆ มากมาย เขาได้รับสิทธิ แต่ยังถือว่าเป็นผู้เช่าครับ ไม่ได้เป็นสิทธิที่เขาจะได้มอบเอง ความแตกต่างของ เอกสารทั้ง ๒ ส่วนนี้ทำให้ราษฎรเกิดความกังวลว่าเอกสารที่เขาได้รับทำไมเขาไม่ได้รับ ความยุติธรรมเหมือนกับเพื่อนคนที่เคยได้ออกมาแล้วเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อน วันนี้เขารอเอกสาร ชิ้นนี้ชิ้นเดียวกันครับ ในเมื่อรัฐมีความชัดเจนในการที่จะวางแผนแล้วว่านโยบายของที่ดิน แห่งชาติจะถูกนำมาใช้ มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ชื่อ คชก. ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุที่ทำให้มีปัญหา อยู่ในทุกวันนี้เพราะความไม่ชัดเจนของรัฐบาลนี่เองครับ ในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงาน อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในอดีตมีกรมป่าไม้ มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมอยู่ด้วยกัน พอวันหนึ่งมีการปฏิรูประบบราชการ ๒ ส่วนนี้แยกออกจากกัน มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ไปอยู่ที่นี่ และมีการตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งต่างหาก ทำให้ปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไข ในหน่วยงานเดียว ในกระทรวง ๆ เดียวถูกแยกออกไป กลายเป็นว่าวันนี้แต่ละกระทรวง ก็มีหน้าที่ และบทบาท และงานของตัวเอง สุดท้ายในเมื่อแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ต้อง มาทำ คชก. ขึ้นมา ตั้งเอามา เอารวมกันขึ้นมาอีกครับ นี่ละครับคือความสับสนในช่วง การทำงานของรัฐที่ผ่านมา ประชาชนเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาไม่มีส่วนรับรู้ ในเรื่องนี้ สิ่งที่เขาคาดหวังอย่างเดียวอย่างที่ผมเรียนท่านประธานก็คือว่าการได้เอกสาร ชีวิตหนึ่งชิ้นเดียวที่มีชื่อของเขาเป็นผู้ครอบครอง วันนี้หลายคนเขารอมา หลายคนไม่มีโอกาส ดูเอกสารชิ้นนี้ด้วยซ้ำ วันนี้พอเมื่อมีการออกเอกสารที่เรียกว่าโฉนดแปลงรวม เขาก็เกิด ความคับข้องใจว่าทำไมความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นกับเขา เขาควรจะได้เอกสารสิทธิ เหมือนเพื่อนสมาชิกในชุมชนคนอื่น ๆ ก็คือ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ตรงนี้ละครับเป็นที่มาของปัญหา ของเขตที่ดินที่ผมกล่าวว่าเป็นไข่แดงตรงนี้ครับ ท่านประธานครับเมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงคิดว่า ถ้ามีการตั้งญัตติเรื่องนี้ขึ้นมา ก็จะได้มีการนำเสนอและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา ให้กับราษฎรในอำเภอท่าชนะ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลประสงค์ ตำบลคลองพาดังกล่าว แต่เมื่อ มีการทราบว่าจะได้มีการมอบเรื่องนี้ให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่พวกเราได้มี การตั้งกันขึ้นมาอยู่แล้วเพื่อพิจารณา ผมก็ขออนุญาตครับ ฝากในเรื่องนี้ คงเป็นประเด็น ที่จะทำให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่จะได้รับเรื่องของพวกเรานี้เข้าไปเพื่อดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของป่าท่าชนะ ก็คือว่าขอให้กรมป่าไม้ในพื้นที่ดังกล่าวทำหนังสือ มอบให้ชัดเจนอีกครั้งครับ วันนี้ได้รับที่ดิน ๒ แปลงของเอกชนคืนมาแล้ว มีราษฎรเข้าไปอยู่ ในนั้น แต่ขณะเดียวกันที่ดินในชื่อการขอใช้ที่ดินของกองทัพอากาศและการขอใช้ที่ดินของ กองทัพบกวันนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน กองทัพบกและกองทัพอากาศยังไม่มีหนังสือยืนยันมา ว่าได้มีการส่งมอบพื้นที่ตรงนี้กลับคืนให้กับกรมป่าไม้แล้ว ผมเคยสอบถามไปครับ ปรากฏว่า มันมีประโยคอยู่ประโยคหนึ่งครับ ที่ไม่ระบุวัน เวลาในการหมดอายุของการขอสัมปทาน ก็คือมีการระบุเอาไว้ว่าขอสงวนสิทธิใช้จนถึงเวลาที่จำเป็น ท่านประธานครับ ประโยคตรง จุดนี้มันไม่สามารถบอกหรือระบุได้เลยว่าหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยจะใช้จนถึงสิ้นสุดเมื่อไร ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันนี้ครับพื้นที่ทั้ง ๒ ส่วนนี้ หน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยนี้ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว ขอให้ หนังสือจากกรมป่าไม้ที่มีถึงหน่วยงานทั้ง ๒ ดังกล่าว คือกองทัพบกและกองทัพอากาศ ได้ดำเนินการตอบมาโดยชัดเจนครับ เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เขารอคอยในการวัดอยู่จะได้ ดำเนินการเข้าไปรับมอบและดำเนินการเข้าไปรังวัดได้อย่างชัดเจน🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะฝากก็คือว่าขอให้ดำเนินการเข้าไปสำรวจ และทำความเข้าใจกับราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นไข่แดงตรงนี้ว่าการดำเนินการเข้าไป สำรวจนั้นเป็นการดำเนินการสำรวจเพื่อที่จะระบุว่าใครมีที่ดิน มีใครเป็นชื่อเจ้าของ จำนวนเท่าไร ตรงนี้ขอให้สร้างความชัดเจน เพราะหลาย ๆ ท่านหวั่น เพราะจาก ประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้งที่มีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เขาก็คิดว่ามีความรู้สึกว่าอาจจะถูกรังแกหรือเปล่า แต่ในเมื่อวันนี้มันมีความชัดเจนของ การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจครับ พยายามแก้ปัญหา เจ้าหน้าที่ในหลาย ๆ ช่วงเปลี่ยนมาหรือเปลี่ยนไป แต่ราษฎรเขาอยู่ที่เดิม คนที่เข้ามาพบ เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาพบเขา บุคลิก หน้าตา ท่าทาง วิธีการนั้นต่างกันไป สิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นตลอดมา แต่เมื่อวันนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ขอให้มีการส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความเข้าใจในพื้นที่ เป็นคน ในพื้นที่เข้าไปดำเนินการขอการทำการรังวัดสำรวจ ขณะเดียวกันก็ขอให้ดำเนินการ อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าถ้าเมื่อมีการรังวัดที่ชัดเจนอยู่แล้ว นโยบายในการกำหนดตัวพื้นที่ที่เรา จะใช้ต่อไปก็คือว่าแนวเขตที่ดินแห่งชาติหรือว่าวันแมป (One Map) ขอให้นำมาใช้ได้อย่าง ชัดเจน และขณะเดียวกันก็ขอให้มีการดำเนินการกับผู้ที่บุกรุกในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผมได้มี โอกาสอภิปรายมาหลายครั้งแล้วว่าได้มีผู้บุกรุก แล้วราษฎรเป็นผู้แจ้ง แล้วเจ้าหน้าที่ ดำเนินการ ขอให้มีการดำเนินการจัดการจับกุมกับผู้บุกรุกแผ้วถาง นายทุน หรือเข้าไป ดำเนินการในส่วนนี้ นี่คือการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ของภาครัฐและชาวบ้าน หรือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่🔗
ส่วนเรื่องที่ ๓ ครับ ลองพิจารณาดูครับ ถ้าหน่วยงานของรัฐที่ได้มีการตั้ง เสร็จแล้ว คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติลองพิจารณาครับ มันมีความยืดหยุ่นได้หรือไม่ ว่าที่ดินทั้งหมดถ้าคุณได้มาแล้วลองพิจารณาดูไหมว่าแนวทาง แนวทางเดียวเลยหรือที่คุณจะให้ กับราษฎรก็คือว่าโฉนดแปลงรวม เป็นไปได้ไหมที่หน่วยงานต้นสังกัดหรือบริเวณพื้นที่ ใกล้เคียงที่เขาได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ อย่างเช่นในกรณีนี้มีการมอบที่ดินของกรมป่าไม้ ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แล้วออกเอกสารสิทธิเป็น ส.ป.ก. ๔-๐๑ ก็ขอให้ดำเนินการเช่นนี้เช่นกัน ดูเป็นพื้นที่ ดูเป็นความเหมาะสม ราษฎรกลุ่มนี้เขาต้องการ ความชัดเจนในเรื่องนี้🔗
แล้วก็สุดท้ายครับ ถ้าสิ่งที่ราษฎร เกษตรกรหรือประชาชนทั้งหมดที่เขามี ความฝันในเรื่องนี้ให้เขาเป็นจริงขึ้นมาครับ ก็ขอให้ได้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ มอบให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และดำเนินออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับราษฎรที่อยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งเขารอคอยเรื่องนี้มาเป็นเวลานานครับ ก็ขอหวังใจเป็นอย่างยิ่งครับว่าข้อเสนอทั้ง ๔ ข้อของผมนี่ครับ คณะกรรมาธิการ หรือส่วนราชการถ้ามีโอกาสได้ยินขอให้ได้นำไปพิจารณาแล้วก็ดำเนินการ ราษฎรเขารอคอย สิ่งนี้มาเป็นเวลายาวนานแล้วครับ ขอให้สำเร็จในรุ่นของเราครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในเขตพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดกระบี่ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตรวจสอบที่ดินและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน ในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดกระบี่ ญัตตินี้เสนอมาตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ ครับ วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้อภิปราย แล้วก็ได้รับการประสานงานว่าแม้จะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็ไปเสนอต่อ ในคณะกรรมาธิการสามัญเรื่องที่ดิน สิ่งแวดล้อมรับไปแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ครับท่านประธานครับ สัญญาสัมปทานที่ให้เช่านี่ ทุกคนรู้เหมือนกันหมดละครับว่ามันหมดอายุตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แล้วหลังจากปี ๒๕๕๖ เกิดอะไรขึ้นครับ รัฐบาลก็คือรัฐบาล คสช. นี่ละครับ ก็คือทหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ไม่กล้า แม้กระทั่งจะไปทวงคืนที่ดินที่เป็นของรัฐกลับมาเป็นของรัฐให้ได้ก่อน กลับไปแสดงวิธีการ ไปตัดต้นยางของพี่น้องประชาชน ส่งทหารไปตัดโค่นต้นยางได้ตามภูเขา ไหล่เขา ไปทำกันได้ ในพื้นที่บุกรุกไปทำกันได้ แต่พื้นที่หมดสัญญาสัมปทานทำไมขาดความกล้าหาญครับ คสช. ขาดความกล้าหาญได้อย่างไรครับ และเมื่อสืบทอดอำนาจมาก็คือนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรักษาดินแดนอยู่ไหมครับ ทหารก็มีหน้าที่รักษาดินแดนนะครับ แต่ทำไมกล้าไปทำกับกลุ่มคนรวยไม่ได้ครับ คนรวยเหล่านั้นตั้งตนเป็นบริษัทแล้วไปเช่าที่ดิน ของรัฐ สร้างความร่ำรวยจากบริษัทเดิมธรรมดาจนกระทั่งไปจดทะเบียนเป็นบริษัท หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ท่านประธานครับ คิดดูถึงความร่ำรวยของเขาสิครับว่า จากเดิมเป็นแค่บริษัทจดทะเบียน แล้วตอนนี้ไปจดทะเบียนเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ร่ำรวยขึ้นขนาดไหนครับ แล้วพอหมดสัญญาแทนที่จะมีความอับอายคืนที่ดินให้กับรัฐ แต่ไปอาศัยช่องว่างใช้ระบบอุปถัมภ์ ใช้การวิ่งเต้น โดยมีกลุ่มนักการเมืองและกลุ่มข้าราชการ บางคนเอื้อประโยชน์ ผมคงไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเป็นใคร อย่างไร แบบไหนครับท่านประธาน แต่ที่ผ่านมาลองย้อนไทม์ไลน์ (Timeline) ให้เห็นสิครับ เราจะเห็นว่ารัฐบาลไหนบ้างดูแล เรื่องนี้ รัฐมนตรีใครบ้างดูแลเรื่องนี้ วันนี้ผมก็ต้องบอกท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วครับว่าท่านต้องมีความกล้าหาญ แม้ว่า จะมีรัฐมนตรีบางคนไปในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ไปแจก ส.ป.ก. สื่อพาดหัวใหญ่เลยครับ รัฐมนตรีกร้าวเรียกที่ดินคืน ผมอยากให้กร้าวจริงครับ เรียกที่ดินคืนจากบริษัทเอกชน ที่เช่านาน ๆ อันนี้คืนมาก่อนสิครับ ลองดูสิครับว่าท่านกร้าวจริงไหม หรือว่ามีแค่ คำคุยโม้ครับ และพฤติกรรมของบริษัทที่เช่าหมดสัญญา หน้าหนายังไม่พอ แสดงความเป็น เจ้าของครับท่านประธาน แสดงความเป็นเจ้าของว่านี่ที่ดินของกูใครมาเอาไม่ได้ ชาวบ้าน ที่เขาเดือดร้อนเขาก็บอกว่าเขาไม่มีที่ดินทำกิน รัฐไม่ดูแลเขา เขาก็ไปยึด ขอแบ่ง ขอปัน เพราะเขาเห็นการเลือกปฏิบัติของบรรดาข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่และอยู่ในกรมป่าไม้ ปัจจุบันเป็นกรมอะไรก็แล้วแต่ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ผมคิดว่าถ้ายังเพิกเฉยละเลยแบบนี้นะครับ ความขัดแย้งในพื้นที่ก็ยังเกิดขึ้น ความตายก็ยังเกิดขึ้น ลูกกระสุนที่ยังยิงคนกันอยู่ในพื้นที่ ก็ยังมีขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีการแบ่งปันกันให้ผู้นำชุมชนเอาไปเลย แบ่งกันเลย คุณจะต้องไม่นำภาคประชาชนมาต่อต้านกันในพื้นที่ จัดสรรปันส่วนกันภายใต้ที่ดินของรัฐ แท้ ๆ ทำไมไม่มีความสำนึกครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ข้าราชการตัวเล็ก ๆ ในจังหวัดกระบี่ กล้าเซ็นนะครับ กล้าเซ็นใบอนุญาตให้เก็บของป่าของพื้นที่สวนปาล์ม ของป่าที่ไหน ล่ะครับ มันก็คือปาล์มน้ำมัน ทะลายปาล์มครับ มันไม่ใช่ของป่า แต่ไปบีบบังคับให้ข้าราชการ เล็ก ๆ เซ็นอนุญาต ผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่กล้าเซ็นเลยครับ ต่อใบอนุญาต ๑ ปี ๒ ปี ต่อทีละปี แล้ววันนี้นะครับ ส่งผู้จัดการ ส่งหน่วยวิจัยต่าง ๆ ขึ้นมาวิ่งเต้นที่กระทรวง ข่าวก็ส่ง กันมาหนาหู ทุกคนรู้กันครับว่ามีการวิ่งเต้นจะต่ออายุสัมปทานกันอีก ไม่ใช่เฉพาะบริษัท ใหญ่ ๆ ครับท่านประธาน ยังมีอีกหลายบริษัท ยังมีกลุ่มชน กลุ่มชนอีกหลายคน ก็ย้อนถาม สิครับว่ามีใครบ้างที่เคยเป็นรัฐบาลที่ดูแลภาคใต้ ทำไมวันนี้ต้องมาตั้งกระทู้ ตั้งญัตติเสนอ พร้อมกันกับพวกผม ทำไมไม่แก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จไปตั้งแต่สมัยท่านอยู่ วันนี้ผมมาเป็น ฝ่ายค้าน ผมก็ต้องเสนอญัตตินี้เพื่อแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมามันคาใจกันหมดเลยครับท่านประธาน หมดสัมปทานแท้ ๆ แต่ตอนนี้ใครรับประทานกันต่อผมไม่รู้นะครับ ขอต่อสัมปทาน ขอต่อ สัญญาเช่า ส่งฟ้องศาลปกครองกันไปแก้เก้อ อยู่วันดีคืนดีรัฐมนตรีหรืออธิบดีไม่กล้าอุทธรณ์ ในศาลปกครองสูงสุด จะรักษาผลประโยชน์ของรัฐกันหรือเปล่า เขาสู้คดีกันเพื่อปกป้องครับ ข้าราชการดี ๆ ก็มี ผมยังยกย่องเลย มีการบุกรุกเกาะปอดะ ตำบลอ่าวนาง กรมป่าไม้มีนิติกร ดี ๆ มีข้าราชการอดีตดี ๆ ต่อสู้กันมา เอาแผนที่กรมแผนที่ทางทหารมาต่อสู้ได้ที่ดินคืนมา แต่ปรากฏว่ามันก็ยังมีข้าราชการชั้นเลวอีก ยังมีกลุ่มคนบางคนอีกที่ยังปล่อยให้มีการยึดที่ดิน ของแผ่นดินของทุกคน ของคนไทยทุกคนแท้ ๆ นะครับ และเอาไปก่อให้เกิดประโยชน์ จนตัวเองร่ำรวยแล้วก็รับเงินสินบน ผมให้กำลังใจข้าราชการดี ๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ ข้าราชการบางคนเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอยู่ในกระทรวงวันนี้ต้องตอบคำถาม ผมคิดว่า พอเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการสามัญแล้วกรุณามาตอบคำถามดี ๆ ด้วยแล้วกันว่าท่านเลือก ปฏิบัติกันจริงหรือไม่ ภาษาใต้เขาบอกว่าตัวนวลครับท่านประธาน ตัวนวลเหม็ดนี่พวกนี้ครับ ก็คือยืนกุมเป้าครับท่านประธาน ถ้าแปลเป็นภาษากลางนะครับ ตัวนวลเหม็ดนี่ ยืนกุมเป้านะครับ แปลว่าถ้าคนรวยมานี่กูพร้อมที่จะตอบสนองให้เขา แต่ถ้าพี่น้องประชาชนไปประท้วง ไปหน้าศาลากลาง โน่นละครับนอนไปเถอะ ๓ เดือน ๔ เดือน ๖ เดือน ไม่ได้รับการเหลียวแล หรอกครับ ผมก็ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีที่ประกาศกร้าวจะไปเอาคืนจริงหรือเปล่า หรือแค่ไปเขย่า ต้นปาล์มให้ ทะลายปาล์ม หรือปาล์มร่วงลงหล่นลงใส่ตัวเองเฉย ๆ นะครับ ญัตตินี้ครับ ท่านประธานจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ จะเป็นประโยชน์ จะช่วยกัน เปิดโปงว่าบริษัทไหน กี่บริษัท เชื่อมโยงกับอดีตนักการเมืองคนไหน ข้าราชการคนไหน เกษียณไปแล้ว ข้าราชการคนไหนยังอยู่ จะได้รู้ข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น อย่าไปกลัวชาวบ้าน เลยครับว่าเขาจะมีที่ดินหรือเขาจะรวยขึ้นจากการปลูกปาล์ม เพราะราคาปาล์ม ๗ บาท ๘ บาท ตัวเองมีความร่ำรวยเยอะแล้วนะครับ ท่านก็ทราบดีนะ ผมคิดว่าท่านก็อยู่ในสภามานานครับ ท่านประธานครับ แล้วการที่รัฐบาลอยู่อย่างต่อเนื่องมาโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ มาจนปัจจุบันนี่ เรื่องแบบนี้มันต้องยุติไปแล้วครับท่านประธาน ไหนบอกว่า เก่งนักหนาครับ ไหนบอกว่าจะแก้ปัญหาครับ ควรยุติด้วยซ้ำ แต่ทำไมครับ ผมคิดว่ามันเรื่องของ การลูบหน้าปะจมูกหรือเปล่า จะเอื้อกับกลุ่มทุนหรือเปล่า ทำไมล่ะครับ ปีใหม่ชาวบ้าน ประชาชน นายห้าง เจ้าของบริษัท ถือกระเช้าไปอวยพรปีใหม่ โอ๊ย เปิดห้องต้อนรับกันดี เหลือเกิน แต่เวลาชาวบ้านเอาทุกข์ไปให้ปิดประตูไม่รับ ผู้ว่าบอกไม่ให้พบ รัฐมนตรีบอกไม่ให้พบ มันไหวหรือครับแบบนี้ เรากำลังอยู่ในประเทศที่เลือกปฏิบัติ เห็นกลุ่มทุนก็ตัวนวลไปเหม็ด ใช้ไม่ได้ครับ ผมคิดว่าข่าวล่าสุดท่านประธาน แปลงเพาะชำของบริษัท วันนี้ถ้าท่านประธาน นั่งรถไปกระบี่กับผมเข้าพื้นที่อำเภอปลายพระยานะ แปลงเพาะชำนี่เพาะชำปาล์มน้ำมัน อยู่ริมถนนใหญ่ครับ เห็นชัดเจน มีข่าว เจ้าหน้าที่เอากำลังไป ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ ไม่รู้มันเส้นดีอะไร กันนักหนาครับ เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ความไม่แน่นอนของรัฐที่เพื่อน ส.ส. อภิปรายนี่ใครมีประโยชน์ ใครได้ ใครเสีย ผมตั้งคำถามเอาไว้ครับท่านประธาน วันนี้คนจังหวัด กระบี่ คนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาก็คาใจหลายเรื่อง เวลาไปวัดพื้นที่ท่านทราบไหมครับ ทำสัญญาเช่าสัมปทานสมัยก่อนนี่หลักพันไร่มี หลายพันไร่มี แล้วรวม ๆ กันหลายแปลง หลายบริษัทแตกแขนงกันออกไป รวมกันแล้วเป็นหมื่นไร่ก็มี จนกระทั่งบริษัทเหล่านั้นไปสร้าง โรงกลั่นโรงหีบจนร่ำรวย เหมือนที่ผมเล่าให้ท่านประธานฟังตอนนี้ละครับ แล้วเขาก็ยังยืนหยัด อยู่ในสังคม ณ วันนี้ได้อย่างไร ผมตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่าเมื่อท่านรับเรื่องนี้เข้าสู่ กรรมาธิการแล้วจะต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเรียกบรรดาข้าราชการในกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องเรียกบริษัทต่าง ๆ รวมถึงท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีมีความกล้าหาญจริง ๆ ว่าจะรักษาแผ่นดิน รักษาทรัพย์สมบัติ ของส่วนรวมของประเทศเอาไว้ อย่ามีแต่ราคาคุยครับ ขอให้ลงมือทำด้วย อย่าให้พรรคก้าวไกล เป็นรัฐบาลนะครับ เราทำแน่ครับเรื่องนี้🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผู้เสนอญัตติได้มีการแถลงเหตุผลจบลงไปแล้วนะครับ ต่อไปก็เป็น ท่านสมาชิกที่สนใจที่จะร่วมอภิปราย ตอนนี้มีทั้งหมด ๕ ท่าน ท่านแรกเชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ตามด้วยนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ตามด้วยท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร เชิญครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูไมโครโฟนให้ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาประชาชนบุกรุกพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันและที่ดินที่หมดอายุสัมปทาน ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และพื้นที่ภาคใต้ โดยขออนุญาตจะได้ชื่นชมผู้เสนอญัตติ ที่คิดจะแก้ปัญหาดังกล่าวทั้ง ๔ ญัตติ ทั้งท่านสฤษฏ์พงษ์ ท่านสาคร ท่านธีรภัทร ท่านประเสริฐพงษ์ ที่มีเจตจำนงที่จะปกป้อง แก้ไข หรือพัฒนาที่ดินของรัฐ ทั้ง ๔ ญัตติ ๒. ขอขอบคุณ ท่านประธานและสภาที่ได้กรุณาบรรจุญัตติที่สำคัญญัตตินี้ในวันที่เราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ญัตติแบบนี้ถูกพักไป การแก้ปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนเราทำได้น้อยกว่าในวันที่ มีสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ติดตามสดับตรับฟังการทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาพี่น้อง ประชาชนและที่ดินของรัฐ พบว่ามีหลายเรื่อง มีหลายญัตติมีอยู่ในหลายกรรมาธิการ ส่วนนี้ ก็ทั้งชื่นชมผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ญัตติ แล้วก็ขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาให้พวกเรา ได้หยิบยกญัตตินี้ขึ้นมาร่วมกันพิจารณา🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่กราบเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาการบุกรุกที่สวนปาล์ม น้ำมันที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ขณะนี้ไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะ แต่ว่าเป็นปัญหาทั่วไปของประเทศ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะเพราะกรมป่าไม้ไม่ได้ให้สัมปทาน หรือให้เช่าที่ป่าเพียงทำสวนปาล์ม แต่ว่าได้ให้เช่าพื้นที่และสัมปทานปลูกป่าทำนากุ้ง ทำป่าชายเลน และทำเหมืองแร่ด้วย และไม่จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหานี้จึงเป็นปัญหาทั่วไป ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะอีกต่อไปแล้ว กรมป่าไม้ให้เช่าพื้นที่ป่าปลูกปาล์มรวมกันประมาณ หลักแสนไร่ ร่วม ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ปลูกป่าก็มาก แต่ว่ารวมกันแล้วนี่ร่วม ๓ ล้านไร่ ทั้งที่ให้ทำเหมืองแร่ ให้ทำป่าชายเลน และให้ทำนากุ้งนะครับ แต่ว่าทุกสัมปทานนี่จะมี เงื่อนไขห้อยท้ายไว้เสมอ บางเงื่อนไขบางสัมปทานนี่ให้ปลูกต้นไม้หลังหมดอายุสัมปทาน และปรับพื้นที่ให้คงสภาพเดิม เช่น การทำเหมืองแร่ ต้องปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเหมือนกับ ตอนเข้าเริ่มดำเนินการ และปลูกต้นไม้ การทำป่าชายเลน ต้องปลูกป่าชายเลนกลับคืน แล้วก็ ให้ปรับสภาพให้เหมือนเดิมก่อนสัมปทาน รวมทั้งทำนากุ้งด้วย แต่ว่าข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนประธานว่าการให้สัมปทานประเทศไทยล้มเหลวที่สุดเท่าที่ผมศึกษาแล้วอยู่ใน แวดวงนี้มากกว่าทุกประเทศ หลังจากสัมปทานจบสิ้นนี่กรมป่าไม้ไม่เคยเอาที่ดินกลับคืน มาเป็นของรัฐได้แม้แต่ไร่เดียวท่านประธานครับ แล้วนอกนั้นเขาละเลยไม่ไปดู ไม่ไป ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าท่านประธานจะได้ลงดูในรายละเอียดจะพบว่าป่าที่ต้องปลูกตามเงื่อนไข สัมปทานนี่ เราหาไม่เจอเลยครับ เช่นเขาให้ระเบิดหินไป ๑ ที่ ในเงื่อนไขก็บอกว่าต้องปลูกป่าทุกปี ปีละ ๑๐๐ ไร่ ๒๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่นี่ วันนี้หาป่าที่ปลูกตามเงื่อนไขสัมปทานนั้นไม่เจอนะครับ ไม่มีครับ หนำซ้ำที่ซ้ำร้ายกว่านั้นไม่คืนที่ให้อยู่ในสภาพเดิมแล้วกลับไปออกเอกสารสิทธิครับ ท่านประธานครับ ป่าชายเลน คนเจ้าของสัมปทานป่าชายเลนหลังจากหาผลประโยชน์ บนป่าชายเลนเสร็จแล้วนี่ไปออกเอกสารสิทธิทำนากุ้ง ทำโรงแรม ทำที่อยู่อาศัย คนเช่าป่า หลังจากหมดอายุสัมปทานแล้วไม่ปลูกป่าคืน กลับไปแบ่งขายเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณา อภิปรายกันไปแล้ว ขายคนในประเทศ ขายนายทุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อ แถบกระบี่ ในสุราษฎร์ธานีก็มีนายทุนต่างชาติเข้ามาซื้อ ทำเหมืองแร่ ท่านประธานครับ หลังจากขุดเหมืองแร่แล้วหลุม ๆ นี่เขาเรียกขุมเหมือง มีอยู่หลายจังหวัดผ่านการทำเหมืองแร่ ขุมเหมืองนี้เป็นของเอกชน คือเจ้าของสัมปทานทำแร่นี่ไม่ยอมกลบ แล้วเอาน้ำจากขุมแร่นี่ ขายรัฐอีกต่างหาก ได้ประโยชน์หลายต่อ ๑. ได้แร่เสร็จแล้ว ได้เอกสารสิทธิมาเป็นของตัวเอง แล้วขายน้ำให้กับรัฐอีกนะครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าการพิจารณาในวันนี้จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็ดี หรือจะส่งให้ คณะกรรมาธิการสามัญการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ดี แต่ว่า ในวันที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วนี่ ผมได้เสนอทางออกเรื่องนี้ไว้ ๕ ข้อ ผมคิดว่ายังทันสมัย และยังใช้ได้อยู่🔗
๑. ให้ตรวจสอบการเช่าพื้นที่ป่าทุกสัญญาว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่🔗
๒. ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ว่าดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้น หรือไม่ และให้ยกระดับปัญหานี้ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงาน ในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ต่อไปได้🔗
๓. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดชุดกำลังเข้าไปแก้ไขปัญหา เอาที่ดิน ทุกแปลงคืนหากผิดเงื่อนไข หลังจบสัมปทานแล้วนี่ต้องคืนกลับมาสู่รัฐ หากพบว่าไม่คืน ฟ้องคดีอาญาและฟ้องแพ่ง เจ้าหน้าที่หากปฏิบัติไม่ชอบมีความผิดทางอาญา เอาผิด ทางวินัยและเอาผิดทางแพ่ง นี่คือทางออกที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องการสัมปทาน ที่หมดอายุแล้วไม่คืนกลับสู่รัฐ ผมจึงขออนุญาตเสนอท่านประธานไว้เป็นทางออกของการแก้ไข ปัญหานี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพิมพ์รพีครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีความเกรงใจ เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าญัตติที่จะพูดเกือบจะทั้งวันเลยนะคะ เป็นเรื่องของจังหวัดกระบี่ ทั้งเรื่องของปัญหาการบุกรุกสวนปาล์มในญัตตินี้ แล้วก็ครั้งต่อไปคือเรื่องของมาหยา ดิฉัน ถึงจะขอพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องของภาพกว้าง แนวทาง แนวคิดที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ แล้วก็ไม่เป็นเรื่องของจังหวัดเดียว ท่านประธานคะ ปัญหาของความขัดแย้งระหว่าง ประชาชน ระหว่างอำนาจรัฐ ไม่ควรเป็นเรื่องของประเด็นทางการเมือง นักการเมือง ไม่ควรจะเข้าไปก้าวก่ายวุ่นวายกับปัญหานี้ในฐานะเป็นส่วนร่วม ถือฝักฝ่ายฝ่ายใด ดิฉัน ถึงพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะรักษาความเป็นกลางทางการเมือง และไม่ยุ่งกับประโยชน์นี้ใด ๆ สิ่งที่ดิฉันพูดต่อไปนี้นะคะท่านประธาน เป็นการสังเกตจากข้อสังเกตที่ดิฉันได้เฝ้าดู ๓๐ ปี ที่ผ่านมาที่มีการเช่าสวนปาล์ม ก็เป็นความชอบธรรมของบริษัทหรือนายทุนที่เขาจะบุกเบิก ทำธุรกิจใหม่ ๆ ทำให้จังหวัดมีความมั่งคั่ง พัฒนา จ้างงาน ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย ที่สะสมทุนได้ มีโอกาสได้เช่าที่ดินบ้าง ขยายใหญ่โตขึ้น และสามารถมีบริษัทที่ใหญ่ขึ้นก็ไม่ใช่ เป็นความผิด เพราะว่าเขาเป็นคนที่ขยัน แต่เมื่อสัญญาหมดลงก็ต้องหมดลง ทุกอย่าง ควรจะได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรมและยุติธรรม ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ ความขัดแย้งทางอำนาจต่าง ๆ ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม และชุมชนเล็ก ๆ ของบ้านดิฉัน มีความวุ่นวายเรื่องผลประโยชน์ เอาเรื่องการเมืองเข้ามา วุ่นวายเรื่องของอำนาจอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนถือฝัก แบ่งเป็นฝักแบ่งเป็นฝ่ายเข้าหา นักการเมืองแต่ละพรรค สวามิภักดิ์ในแต่ละผลประโยชน์ ทำทุกอย่างให้วุ่นวายทั้งในทุก ระดับตั้งแต่หมู่บ้านถึงจังหวัด ถึงสภาในวันนี้ท่านประธานคะ ปัญหาเขาอย่างไรคะ เพราะปัญหามันคือความไม่ได้รับความยุติธรรม ความชอบธรรมในการจัดสรร ทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ ชาวบ้านที่ปลายพระยาที่เฝ้าดูที่ดินที่นี่อย่างอดทนรอคอย ๓๐ ปี ยากจน หรืออาจจะเป็นคนสวนในเขตนี้มาก่อนก็ได้ ควรจะได้รับการจัดสรรไม่ใช่เท่ากับนะคะ แค่ขอให้ได้รับการจัดสรรก่อนคนที่อยู่ไกลกว่า และคนที่อยู่ข้างนอกกว่า ฉะนั้นการที่ปล่อย ให้มีความไม่ยุติธรรมในกระบวนการการทำงาน ทำให้ความขัดแย้งนี้ต่อเนื่องยาวนาน แล้วก็ สร้างความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันเห็นกองทัพหลาย ๆ กองทัพขับรถผ่านบ้านดิฉันนะคะ มีอาวุธในบางครั้ง ยิงกัน ชาวบ้านมีความทุกข์มากค่ะ ต้องปิดพื้นที่ยิงกันเพราะว่าแย่งกัน ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติคือที่ดิน ซึ่งดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ที่ต้องการที่ดิน ในฐานะที่เป็นความสะสมความมั่งคั่ง ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเสนอว่าเป็นไปได้ไหมคะ ว่าเราจะมองที่ดินในมุมมองอีกมุมหนึ่ง ที่ดินที่ไม่ใช่เรื่องของการสะสมความมั่งคั่ง แต่ที่ดิน ในฐานะที่เป็นปัจจัยการผลิต ประชาชนผูกติดกับรัฐในเรื่องของอำนาจอธิปไตย รัฐนะคะ ท่านประธาน ประกอบด้วย อำนาจอธิปไตย พลเมือง และขอบเขตของรัฐ ที่ดิน เพราะฉะนั้น คำตอบคือประชาชนจะผูกติดกับความรักประเทศชาติคือเขาต้องมีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถ ทำกิน สามารถมีความสุข อยู่อาศัย และได้ฝังร่างตัวเองตายลงไปในสิ่งที่เป็นแผ่นดินแม่ ของตัวเองนั้น ฉะนั้นปัญหาที่ดินในการมองเป็นทรัพยากรปัจจัยการผลิตนี้ มันก็จะเพียง พอที่จะจัดสรรกันอย่างเป็นธรรม ไม่ได้ส่งผ่านนะคะ เป็นลูกใคร หลานใคร หรือซื้อขายได้ เป็นเพียงแค่เราอยู่ในประเทศไทยได้สามารถใช้ที่ดินแถวบ้านเรา สร้างความมั่งคั่ง มั่นคง ให้กับชีวิตเราและลูกหลานเรา และถ้าสมมุติว่าลูกหลานเรายังทำต่อ เป็นเกษตรกรต่อ เขาก็จะมีสิทธิที่มีที่ดินอย่างมีความปลอดภัยนี้ต่อไป ฉะนั้นปัญหาก็คือว่าทุกวันนี้ ท่านประธานคะ การทำ ส.ป.ก. ต้องเร่งทำให้เร็วขึ้น การออกโฉนดที่ดินที่ถูกต้องต้องเร่งทำอย่าให้เป็น เรื่องของคอร์รัปชัน เพราะประชาชนไม่มีใครอยากผิดกฎหมาย ทุกคนอยากถูกกฎหมายหมด เพียงแต่ว่าปัญหาคือความถูกต้อง เที่ยงธรรม ชอบธรรมมันไม่เกิดขึ้น คนรวย รวยมหาศาล คนจนไม่มีที่ดินทำกิน พวกนี้มันเป็นปัญหาคลาสสิก (Classic) ซึ่งเราคิดว่าการกระจาย อำนาจ การกระจายความเข้าใจควรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยนะคะ ที่สำคัญที่สุด ท่านประธานคะ ดิฉันมองว่าเราควรใช้ความรู้ นอกจากจะจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรมแล้ว ถ้าให้สวนปาล์มไปทำปาล์มคนละ ๓ ไร่ ๕ ไร่ ก็คงไม่ใช่เกิดประโยชน์นักเพราะมันไม่พอ รัฐต้องคิดวิธีใหม่ จัดสรรที่ดินพร้อมองค์ความรู้ พร้อมปัจจัยการผลิต น้ำ พืชพันธุ์ดี ๆ นวัตกรรม ให้ ๓ ไร่ ๕ ไร่นี้อยู่ได้ แล้วการจัดสรรนี้ดิฉันปรึกษาทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ท่านทำได้อย่างเป็นธรรมนะคะ ท่านให้คนในพื้นที่ได้ก่อนในสัดส่วนที่เจรจากันได้ เช่น ๓ ไร่ ๕ ไร่ แล้วคนคนนั้นต้องมีภาระพันธะในการทำที่ดินการเกษตรบนดินนั้น ไม่ใช่ซื้อเก็บไว้ เป็นทรัพย์สิน ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันว่ามันได้รับความเป็นธรรมพอสมควรในแนวคิดของผู้ว่าราชการ จังหวัดกระบี่นะคะ และขอให้ความคิดดี ๆ นี้ได้ทำต่อไป ฉะนั้นแนวคิดของ ส.ป.ก. แนวคิด ของวันแมป (One Map) แนวคิดของการเดินออกโฉนดที่ดินต่าง ๆ จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ ด้วยอีกอย่างหนึ่ง เมื่อประชาชนได้รับความเป็นธรรมแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ใช่เจ้าของที่ดินนะคะ ฉะนั้นฉันไม่มีอำนาจในการกดทับ รังแกประชาชนโดยถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่ดิน มันก็ไม่ใช่ ดิฉันอยากจะให้มองว่ารัฐ ผูกติดกับประชาชนในเรื่องของที่ดิน การจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรม เพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำมาหากินที่ดิฉันว่ามีความสุข มีความร่ำรวย พอเพียง มีภูมิคุ้มกัน อาจจะเป็น คำตอบในการมองรัฐใหม่ที่มันดีขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล บ้านอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินที่หมดสัญญาสัมปทาน หรือหมดสัญญาเช่าในพื้นที่ ซึ่งผมมีความใกล้ชิดก็เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ และที่สำคัญผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า การพูดในวันนี้ผมไม่มีสวนยางหรือสวนปาล์มแม้แต่ต้นเดียว แต่พูดในฐานะที่ในความรู้สึก ที่ฟังการอภิปรายมาแล้วเหมือนกับว่าประชาชนบุกรุก นี่คือข้อกล่าวหาที่เป็นอมตะมาตลอด ว่าประชาชนบุกรุกป่า ขณะที่พื้นที่ที่หมดสัญญาสัมปทานและที่ดินนั้นควรจะเป็นของรัฐ แล้วเอามาจัดการให้กับพี่น้องประชาชนที่ยังไม่มีที่ทำกินตามแนวทางในการแก้ปัญหา ความยากจนกลับไม่ได้รับการดูแล ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุก ถ้าหากว่าท่านประธาน เคยเห็นภาพในปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ มีพี่น้องประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่มองเห็นถึงมติของคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นบอกว่าที่ดินที่ได้รับสัมปทาน จะไม่ต่อสัญญาเช่าให้ และจะเอามาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน นี่คือที่มาของ กระบวนการประชาชนที่ต้องการจะได้ที่ดินแล้วรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะที่รัฐบาลมีแนวทางในการที่จะเอาที่ดินมาจัดการให้กับพี่น้องประชาชน แต่กลุ่มทุนซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมปล่อยมือทั้ง ๆ ที่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือที่ดินเหล่านี้มันเป็นทรัพยากรของชาติไม่ใช่ของเขา และที่สำคัญรัฐเปิดโอกาสให้พวกเขาร่ำรวยมั่งคั่งมาในระยะเวลา ๓๐ ปี โดยทรัพยากรของ ประชาชนทั้งหมดที่ยืนเฝ้ารออยู่ เพราะพื้นที่เหล่านั้นก่อนที่จะมีการให้สัญญาสัมปทาน มันเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ อาจจะอ้างว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมก็ได้ แต่ส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านั้น เป็นป่าสมบูรณ์ที่ยังเอาไม้ออกมาขายทำกำไรมหาศาลได้ และกลุ่มทุนที่ได้สัญญาสัมปทานไป ใช้เวลา ๓๐ ปีในการสร้างความมั่งคั่ง นี่คือโอกาสที่รัฐไทยให้กับเขา ขณะที่พี่น้องที่อยู่รอบ ๆ เทือกเขาเหล่านั้นมองดูผืนป่าที่เคยเป็นแหล่งหากิน เคยเป็นแหล่งหารายได้ เป็นแหล่ง เลี้ยงชีพ กลับถูกยกมอบให้กับคนข้างนอกซึ่งไม่รู้ใครมาสร้างความมั่งคั่ง ยืนดูอยู่รอบข้าง อยู่ตลอดเวลา รอวันเวลาอย่างจดจ่อว่าถ้าหากเมื่อไรก็ตามรัฐเอาคืนมาได้เขาก็จะได้มีโอกาส กลับมาเป็นเจ้าของบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐไทยทำก็คือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ใช้กระบวนการทางกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่ จนกระทั่ง ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีรายใดออก แล้วแบ่งที่ดินกันจัดสรรทำกิน บางส่วนเป็นพื้นที่บุกรุกสวนป่า ที่อยู่พื้นที่ป่าสมบูรณ์ไปอีกเป็นหมื่น ๆ ไร่กลายเป็นโฉนดมาได้ วิธีการที่เขาทำกัน อย่างแยบยลง่าย ๆ ก็คืออำนาจอธิบดีกรมป่าไม้ในสมัยนั้นสามารถมอบอำนาจให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตให้เก็บของป่า วันนี้กระบวนการในการอนุญาตให้เก็บของป่า ก็ยังอยู่ตั้งแต่วันหมดสัญญา ของป่านั้นคืออะไรครับ ก็คือสวนผลปาล์มดี ๆ นี่เอง ประชาชน ที่เห็นว่าสัญญาหมดแล้วขอกระบวนการในการเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบ แน่นอนครับ ทุนกับอิทธิพลมันคู่กัน เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าพนักงานท้องที่ท้องถิ่นทั้งหลาย ผู้ใหญ่บ้าน กำนันล้วนแต่มีผลประโยชน์ ถ้าหากว่าทุนยื่นมือเข้าไปเกี่ยว และนี่คือที่มาของ พี่น้องประชาชนถูกไล่ล่า พี่น้องเรียกร้องให้รัฐเอาที่ดินคืนมาแบ่งให้กับคนจนที่ไม่มีที่ทำกิน แล้วขอให้รัฐเข้าไปตรวจสอบโดยใช้กระบวนการประชาชน เขาถูกยิงกลับมานะครับ เจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยดูแล ผู้ว่าราชการจังหวัดก็บอกว่าฉันอนุญาตให้เก็บของป่าอยู่นะ อธิบดีกรมป่าไม้บอกว่าฉันให้เก็บของป่าอยู่นะ นี่คือที่มาของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สำคัญ ที่สุดในภาคใต้ คนไม่มีที่ทำกินก็ยังไม่มีที่ทำกิน แต่ทรัพยากรแผ่นดินของประเทศในภาคใต้ นับแสน ๆ ไร่ นับล้านไร่อยู่ในมือของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่ราย อาจจะพ่วงกับกลุ่มทุนการเมือง ในภาคใต้ก็ได้ เพราะฉะนั้นปัญหานี้มันจึงจำเป็นจะต้องมีการตั้งให้คณะกรรมการ ในสภานี่ละ บทบาทของสภาผู้แทนราษฎรถ้าจะปกป้องพี่น้องประชาชนจริง ๆ ต้องทำเรื่องนี้ ให้สำเร็จ ก็คือเอาที่ดินคืนมาเป็นของรัฐ ส่วนจะดำเนินการในการแก้ไขปัญหาพี่น้อง ประชาชนที่ไม่มีที่ทำกินจะทำอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายที่มีอำนาจทางการเมือง ดำเนินการ แต่สิ่งแรกที่ต้องทำให้ได้ก็คือเอาที่ดินกลับมาเป็นของสาธารณะคือความเป็นรัฐ ให้ได้เสียก่อน กลุ่มทุนได้โอกาสในการแสวงหาประโยชน์มา ๓๐ กว่าปีแล้วโดยทรัพยากร ของชาติ อย่าให้คนจน ๆ ต้องเจ็บช้ำไปมากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบคุณทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่ท่านได้เสนอญัตติ ตรงนี้เรื่องนี้ขึ้นมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ดินหมดสัมปทาน ที่ดินบุกรุกป่า ที่หมดสัมปทาน แล้วก็ยังมีที่ดินทำกินหลาย ๆ ที่นะครับ ที่มีปัญหาของทั่วประเทศต้องขออนุญาต แต่ในส่วนของผมเองในฐานะของจังหวัดระนอง แล้วก็ ส.ส. ภาคใต้ ต้องขอนำเรียนว่าในส่วนของภาคใต้เป็นพื้นที่ทำกิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ใน ติดเขตป่าเกือบทั้งหมด เกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดระนองนี่เป็นพื้นที่ ที่เขตติดป่าเลน ติดเขตกรมป่าไม้ ติดเขตอุทยาน ในส่วนนี้ครับ ผมขออนุญาตว่าเรื่องนี้ มีการแก้ไขมาโดยตลอด ซึ่งสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ระนอง ก็ได้ดูแลในพื้นที่เขตของกรมป่าไม้ ซึ่งวันนี้ได้โอนให้กับกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งเป็นผู้ดูแล ซึ่งในส่วนนี้นะครับ ขออนุญาตว่าในส่วนของที่ดินทำกินของ อบจ. ที่ได้เคยเช่ากับป่าไม้หรือเคยเช่ากับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื้อที่ ประมาณ ๕๘๐ ไร่ ซึ่งในส่วนของ อบจ. ได้ดูแลประมาณ ๔๘๔ ไร่ ในส่วนนี้ผมได้เคย ปรึกษาหารือ ๑ ครั้ง เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ และยังได้มีการอภิปรายในส่วนของที่ดิน ทำกินปัญหาต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ แล้วก็มีการส่งเรื่องไปให้ในส่วนของผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาหารือและพิจารณา ก็ได้รับการแก้ไขในส่วนของจังหวัดระนองเกิดขึ้นมา ในส่วนของจังหวัดระนองนี่เห็นว่าควรที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน ก็ได้รับ คำตอบจากทางคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน ซึ่งทราบมาว่าน่าจะเป็นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านก็ได้มีความเห็นว่า ควรที่จะให้เพิกถอนนะครับ เพิกถอนป่าในส่วนนี้ให้ทางกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล แล้วก็ให้ ทางประชาชนได้ทำสัญญาเช่ากับธนารักษ์ แต่ในส่วนนี้นะครับ พื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติ ที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ นั่นคือการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติปากคลองหัวเขียว และปากคลองเกาะสุย พื้นที่ทั้งหมด ๕๒๔ ไร่ ท่านประธานครับ ในส่วนนี้คือ แค่ส่วนเล็กน้อย ประมาณแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในส่วนอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือพื้นที่ ที่ติดป่าชายเลนเกือบทั้งหมดที่ยังไม่มีในการสัญญาเช่า แล้วพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ไม่ได้เป็นป่า แล้วนะครับ เป็นพื้นที่มีประชาชน ไม่ว่าจะทำที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะทำประมง หรือทำธุรกิจ ต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ทราบมาว่าประชาชนกลุ่มนี้เดือดร้อนครับท่านประธาน เหตุเพราะอะไรครับ เพราะหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมายของทางทะเล ของทางประมง ข้อกฎหมายของกรมป่าไม้ ข้อกฎหมายสิ่งต่าง ๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่ออกมาทำให้ประชาชนเดือดร้อน วันนี้นะครับท่านประธาน และมาเจอปัญหา ในเรื่องเกี่ยวกับไวรัสโควิด (Virus COVID) อีก ทำให้ประชาชนในกลุ่มนี้แทบจะไม่มีรายได้ แทบจะดูแลลูกน้อง ดูแลลูกหลานของท่านไม่ได้แล้ว ผมต้องขออนุญาตนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ต้องขออนุญาตนะครับ เพราะว่าท่านก็เป็น ส.ส. ท่านหนึ่งที่เคยลงพื้นที่สำรวจกับท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่จังหวัดชุมพร แล้วก็นำปัญหา ของภาคใต้มาโดยตลอด ในส่วนนี้ต้องขอขอบคุณมากที่ท่านทราบถึงปัญหาดีของภาคใต้ และผมขอนำเรียนว่าประชาชนไม่ได้บุกรุกป่านะครับ ถ้าบุกรุกป่าผมว่าประชาชนคงอยู่ ไม่ได้แล้ว วันนี้ประชาชนอยู่กับป่ามาโดยตลอด เพราะฟังเสียงจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านว่า เราอยู่กันมาอยู่กันไปก่อนไม่เป็นไร เดี๋ยวหน่วยงานภาครัฐจะกลับมาแก้ไขให้ จะกลับมาดูแลให้ แต่วันนี้ยังไม่ได้รับการดูแล ทราบมาว่าเรื่องพวกนี้ได้เสนอให้กับ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คทช. แต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแลและแก้ไข ต้องขอ นำเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้นำเรียนนี่เป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้ จะมาร้องเรียนหรือจะมาเรียกว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือเยียวยา แต่วันนี้ อยากให้รีบดำเนินการนะครับ ถ้าเผื่อรีบดำเนินการแล้วนี่ประชาชนก็จะได้มีรายได้ จะได้มา ดูแลครอบครัวของเขา และมาสร้างจังหวัดของเขาให้เจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น จะทราบมาว่า วันนี้นะครับ จังหวัดระนองก็เป็นจังหวัดยุทธศาสตร์จังหวัดหนึ่งที่สามารถไปเชื่อมต่อกับ ฝั่งอ่าวไทย นั่นคือฝั่งอันดามันและระนอง ก็จะรู้ว่าฝั่งอันดามันมีจังหวัดระนอง มีจังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล หลาย ๆ จังหวัดนะครับที่จะทำงานร่วมกันได้ และสามารถเชื่อมต่อในเรื่องกับยุทธศาสตร์ของเอสอีซี (SEC) ได้ แต่วันนี้ติดปัญหาในเรื่องเขตที่ดินเช่า อบจ. บ้าง ที่ดินเช่าของกรมป่าไม้บ้างที่หมดสัญญา หรือแม้แต่ที่ดินเช่าที่อยู่กันมาโดยตลอด แม้แต่กรมเจ้าท่าที่ตอนนี้ก็มีปัญหาอยู่ในส่วนหนึ่ง ก็คือในเรื่องเกี่ยวกับการออกระเบียบ แต่ว่าวันนี้ผมทราบมาว่าในส่วนของกรมเจ้าท่า ไม่ได้ติดปัญหาอะไร แต่ติดอยู่ที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนี้ ประชาชนอยู่กับป่ามาโดยตลอด ต้องขอนำเรียนว่าผมเข้าใจประชาชนดีและเข้าใจหน่วยงาน ภาครัฐดีว่าสิ่งที่ทำมาคือเราทำเพื่ออยู่ด้วยกันได้ แต่วันนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มี ส่วนร่วมและพัฒนาร่วมกันจะทำให้เราได้เดินไปด้วยกันได้ และทำให้ประชาชนได้มีความสุข และมีการพัฒนาต่อไป แล้วก็ทำให้ประเทศชาติของเราไม่ต้องมีผลกระทบในสิ่งต่าง ๆ กลับมาในอนาคต ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ มากนะครับที่ได้เสนอญัตตินี้ขึ้นมา ถ้าเผื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้นเข้ามาไม่ว่าจะเป็นการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญหรือส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญ ผมก็ขอฝากในเรื่องนี้ด้วยว่าขอให้ ฝากของจังหวัดระนองในเรื่องของที่ดินเช่าที่ยังติดปัญหาอยู่ครับ ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อที่เชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ นะครับ ตามด้วยท่านองค์การ ชัยบุตร แล้วก็ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมเจ้าของญัตติทั้ง ๔ ท่านนะครับ ที่ได้เสนอญัตติ ตรงประเด็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกร และตรงกับการแก้ปัญหาของที่ดินที่มีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะที่เป็นอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ในส่วนของภาคใต้ ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวกับท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมาธิการภาคใต้ ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ที่ท่านกรุณาพูด เมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนว่าเราไปแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีพิพาทในพื้นที่ป่า พื้นที่ที่มีปัญหา ก็คือพื้นที่สัมปทานปลูกพืชเศรษฐกิจ ทั้งปาล์ม ทั้งยาง แต่วันนี้ยางไม่มีใครพูดถึง พูดถึงเรื่องปาล์ม เป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าพื้นที่ปาล์มนั้นเป็นพื้นที่ที่ก่อการพิพาทระหว่างสมัชชาคนจน ที่ต้องการจะมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่หมดอายุสัมปทานกับนายทุน หรือเอกชนที่ไปสัมปทานป่า ตามนโยบายรัฐบาลเมื่อปี ๒๕๒๖ ผมเข้าใจว่าเป็นรัฐบาลของ ฯพณฯ เปรม ติณสูลานนท์ ที่ท่านมีนโยบายที่จะเอาป่าเสื่อมโทรมซึ่งเป็นป่าของป่าสงวนแห่งชาติที่ไม่มีสภาพเป็นป่าแล้ว ให้เอกชนมาเช่าปลูกพืชเศรษฐกิจเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในสมัยนั้น และผมกราบเรียนว่า นโยบายนี้ก็เป็นนโยบายที่ดี ที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าเมื่อทำไปแล้วมันเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่บอกว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่พอเหลาลงไปเป็นบ้องกัญชา มันไม่ตรงวัตถุประสงค์เดิม ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าเดิมทีเมื่อปี ๒๕๒๖ นั้น นโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน กว่านั้นนะครับว่าป่าที่มีความเสื่อมโทรมที่หมดสภาพแล้วให้เอกชนเข้ามาสัมปทาน เป็นระยะเวลา ๓๐ ปีนะครับ ๓๐ ปี และหลังจากนั้นก็ไม่ได้บอกว่าหลัง ๓๐ ปีแล้วจะทำ อย่างไร พอถึงเวลาใกล้ ๓๐ ปีพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาคนจน ก็เริ่มที่จะเข้ามาบุกรุกพื้นที่ที่คิดว่ากำลังจะเป็นพื้นที่ของรัฐที่หมดสัมปทาน ป่าแล้ว ที่หมดสัมปทานของนายทุนแล้วก็เกิดปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ อนุกรรมาธิการแก้ปัญหาที่ดินทำกินภาคใต้ ที่นำโดยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ไปแสวงหา ข้อเท็จจริงในพื้นที่ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งจังหวัดชุมพร จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และที่จังหวัดสงขลา ผมขอสรุปว่าปัญหาเกิดขึ้นนี่นะครับมาจาก ๓ ส่วนด้วยกันที่ไม่สามารถ จะแก้ปัญหาวันนี้ได้🔗
ส่วนแรกครับ ต้องยอมรับว่าปัญหาจากนโยบายของรัฐที่ไม่มีความชัดเจนนะครับ ที่ไม่มีความชัดเจนตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ มาแล้วครับว่า หลังจากที่ให้เอกชนไปสัมปทานป่าแล้วนี่ หลังจากนั้นจะทำอย่างไร ไม่มีแผนที่ชัดเจนนะครับ แล้วหลังจากนั้นเมื่อหมดอายุสัมปทาน ๓๐ ปี ก็ถึงปี ๒๕๕๖ รัฐบาล คสช. จริง ๆ ผมกราบเรียนว่าพอหมดอายุสัมปทานนี่มันเป็น โอกาสดีที่สุดที่มาบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้ได้อย่างตามใจของรัฐบาล แต่ก็ไม่สามารถทำได้ คสช. ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ คงสร้างปัญหาระหว่างพี่น้องเกษตรกรที่ยากจนที่ไม่มีที่ดิน ทำกินกับนายทุนที่ครอบครองพื้นที่ รัฐบาลก็ไม่สามารถไปบริหารจัดการได้ จนเกิด การทะเลาะวิวาทฆ่ากันก็มีที่กระบี่ใช่ไหมครับ ชัดเจนมาก ก็ไม่สามารถแก้ได้ ที่แก้ไม่ได้ เพราะว่ารัฐบาลชุดต่อมาแม้จะ คสช. นี่ครับ ใช้หลักการประนีประนอม ผ่อนปรนนะครับ ซื้อเวลาไปวัน ๆ เพื่อให้ปัญหานี่ไปแก้กับรัฐบาลอื่น เป็นการยืดปัญหาไป ไม่บริหารจัดการ ปัญหาให้จบสิ้นภายในรัฐบาลของตัวเองที่กำลังเกิดเรื่องขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ไม่ใช่ใส่ร้าย คสช. นะครับ แต่ว่าผมคิดว่าโอกาสดีแล้ว เพราะ คสช. มีอำนาจในมือ ประชาชนนี่กริ่งเกรง แต่ก็ไม่ทำอะไรเลยจนกระทั่งคาราคาซังจนถึงปัจจุบัน🔗
ปัญหาที่ ๒ ครับ คือปัญหาเอกชน ปัญหานายทุนที่มาเช่าสัมปทานป่าของรัฐ ปลูกปาล์ม ปลูกยาง ปลูกพืชเศรษฐกิจในระยะเวลา ๓๐ ปี ก็กราบเรียนว่าความมุ่งหวังของ นายทุนเท่าที่ผมพูดคุยกันในบางคนที่เขามีความจริงใจก็ไม่แค่ ๓๐ ปีครับ ก็หวังว่าหมด ๓๐ ปีแล้วจะเช่าต่ออีก ทำจนกระทั่งโน่นละครับถึงลูก ถึงหลาน ถึงเหลน ทำไปเรื่อย ๆ นี่ช่องทางหนึ่ง ช่องทางที่ ๒ ถ้าการเมืองเข้าข้างเขาถือโอกาสที่จะทำกรรมสิทธิ์ แล้วเกิดขึ้น จริง ๆ ครับ บางรายนี่เอาพื้นที่ที่มาสัมปทานนี้ออก น.ส. ๓ เอกชนฉลาดครับ พอทราบว่า เขาไม่สามารถต่ออายุสัมปทานป่าตรงนี้ได้แล้วเขาทำอย่างไรครับ แบ่งพื้นที่ขายต่อให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นแปลง ๆ ครับ ๒๐ ไร่ ๑๕ ไร่ ๓๐ ไร่ ขายก่อนที่หมดอายุสัมปทาน ๓๐ ปี ก่อนปีหนึ่งหรือหมดแล้วขาย ชาวบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็คิดว่าเป็นกรรมสิทธิ์ ของบริษัทเอกชนก็หลงซื้อครับ ซื้อเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนนะครับว่ายอมขายที่ ในเทศบาลมาซื้อที่ก็มีปัญหา ขอนิดเดียว ท่านประธานครับ🔗
ส่วนที่ ๓ เข้าปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่ดินยังไม่เคลียร์ (Clear) เลยครับ ว่าทำอย่างไร พอรู้ว่าจะหมดอายุสัมปทานบุกรุกแล้ว และมีผู้นำส่วนหนึ่งก็ทำมาหากินกันนะครับ ส่วนที่ ๒ ก็ยากจนจริง ๆ ก็มาบุกรุกครอบครองกัน ก็เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ถึงมี ยามรักษาการณ์ มีปืนรักษาพื้นที่มาครอบครอง มาช่วงชิงกันพื้นที่ของรัฐคิดว่าพื้นที่หลวง ของหลวง ตรงนี้ก็กราบเรียนว่ามันเป็นปัญหาสำคัญ สิ่งที่กระผมเสนอก็เสนอเหมือนกับ ที่เพื่อนเสนอว่าต้องจัดการที่ดินตรงนี้ให้มาเป็นของรัฐ แล้วรัฐต้องบริหารจัดการ ๓ เรื่อง ๑. ตรงไหนออก ส.ป.ก. ก็ให้ออก ส.ป.ก. แบ่งที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนไหน ที่จะให้เช่าก็ให้เช่า ส่วนไหนที่รัฐต้องยึดมาเพื่อที่จะฟื้นฟูเป็นป่าของรัฐก็ต้องทำ ถ้าทำตรงนี้ได้ ผมคิดว่าก็คงจะแก้ปัญหาสิ่งนี้ได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป คุณองค์การ ชัยบุตร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดมุกดาหารครับท่านประธาน ต้องขอบคุณ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทั้ง ๓ ท่าน ที่ได้ยื่นญัตตินี้เข้ามาในสภานะครับ เมื่อผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกอัดอั้นตันใจ เพราะปัญหาที่ท่านว่ามาทั้ง ๓ ท่านไม่ได้มีเฉพาะที่ปักษ์ใต้ ทั่วประเทศมีหมดครับท่านประธาน อีสานบ้านผมก็มีต่อสู้กันมาตั้ง ๒๐ ปีแล้ว ภาคเหนือ ก็เหมือนกัน ชาวบ้านตั้งเป็นกลุ่มเป็นก้อนตั้งในนามอะไรก็แล้วแต่มันมีปัญหาอยู่ ๓ อย่าง ครับท่านประธาน ปัญหาของเกษตรกร ๑. ปัญหาที่ทำกิน ปัญหาป่าไม้ แล้วก็ปัญหาหนี้สิน ๓ ตัวนี้ขาดจากกันไม่ได้ เพราะการที่เกษตรกรจะมีที่ทำกิน มีหลักประกันของชีวิตต้องมี ที่ทำกินเป็นที่ตั้งเป็นที่หนึ่ง คือปัจจัยที่หนึ่ง ถ้าชาวบ้านไม่มีที่ทำกินจะทำอย่างไร ก็เร่ร่อน ปัญหาที่ตามมาคือการบุกรุก ไม่ว่าที่เอกชน ที่หลวงก็บุกรุกไปพอได้อยู่ได้นอนเพราะว่าไม่มี ที่ทำกิน และถามว่าส่วนนี้ ๒๐ ปีที่ผ่านมาเขาเป็นอะไร เขาเป็นประชาชนคนไทยหรือไม่ เป็นส่วนไหนของประเทศไทย เป็นประชาชนแล้ว เป็นรากหญ้าหรือเป็นอะไร เป็นกระดูกสันหลัง ของชาติหรือเป็นอะไร รัฐหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาผมเองอยู่ในกระบวนการตรงนี้มาตลอด หลายรัฐบาลสู้กันมา ท่านประธาน ผมก็เคยได้เรียกร้องกับท่านประธาน สมัยท่านประธาน เป็นนายกรัฐมนตรีในนามสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน ดันเรื่องนี้กันมาจะเป็นจะตาย ได้แต่ข้อตกลงครับท่านประธาน ได้กระดาษแผ่นเดียวกลับไปบอกชาวบ้าน รัฐผ่อนปรนให้ อยู่แล้ว กับมติ ครม. รัฐบาลผ่านมาก็ยกเลิก ใครเข้ามาก็ยกเลิก ไม่จีรังยั่งยืน ไม่วัฒนาถาวร ไม่มั่นคง แก้จะได้ก็กลับไปใหม่นะครับ จะจัดสรรแล้วก็กลับไปใหม่รัฐบาลนี้ไม่เอา ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วท่านประธานผมอยากเรียกร้อง บริบทตรงนี้มีทั่วไปมีทั่วประเทศ รัฐต้องนำ รัฐต้องทำ กฎหมายที่มีปัญหาแก้ ระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศเกี่ยวกับ เรื่องนี้ต้องทำ ต้องแก้ ต้องช่วยกัน สภาต้องช่วยกัน ไม่ใช่ว่าให้เกษตรกรตาดำ ๆ รับเป็นแพะ ตลอดเวลา รัฐก็ไม่เคยบอกว่ารัฐบุกรุกที่ประชาชน มีแต่ประชาชนไปบุกรุกรัฐ นี่มันเป็น อย่างนี้ที่มันแก้ไม่ได้ รัฐต้องยอมรับว่าท่านก็เคยบุกรุกของเกษตรกรเหมือนกันนะครับ รัฐต้องกล้าทำ ผมเอาเข้ากรรมาธิการที่ดินไม่รู้จะแก้ได้หรือเปล่า อย่างที่ผมเคยเห็นเคยทำมา รัฐต้องกล้าตั้งกรรมการระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาคประชาชนไปร่วมกันแก้ในพื้นที่ เอากระบี่ เอาสุราษฎร์ธานีนี่ก่อนเลยที่มีปัญหาในสภานี่ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีต่าง ๆ เป็นรองประธาน หน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ๓-๔ หน่วยงานที่ว่ามา เป็นกรรมการ ประชาชนเป็นกรรมการ ไปตกลงกันดูสิครับ ไม่ถึง ๒ อาทิตย์แก้ได้เลย ถ้าทำอย่างนี้ กรรมาธิการผมไม่มั่นใจ ก็เป็น ส.ส. เรานี่ละ แต่กรรมาธิการเสนอเข้า ครม. ครม. ก็ไม่เห็นทำเสียที ทางรัฐ ฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทำ ทำจริง ๆ ด้วย รัฐบาลหลายรัฐบาลก็เคยตั้งกันมาระหว่าง กรรมการภาครัฐและเอกชนและประชาชนในเรื่องการแก้ปัญหาให้ป่าไม้ ที่ดิน และที่ทำกิน ก็เคยทำกันมาแล้วท่านก็ไปดูสิว่าทำสำเร็จหรือไม่ ประชาชนพอใจหรือไม่ ผมพูดเรื่องนี้ ผมไม่ต้องดูตำราเลย อยู่ในสมองผม อยู่ในสายเลือดผมสู้กันมา ๒๐ ปี อ้างแต่กฎหมาย ปี ๒๔๘๔ ปี ๒๔๘๗ อยู่นั่นละ ซึ่งมันล้าหลัง พ.ร.บ. ป่าไม้ไม่เคยแก้ไข ไม่เคยปฏิรูป ไม่เคยสังคายนาเสียที ท่านก็รู้ว่าประชาชน มันเพิ่มขึ้น ๆ ป่ามันก็ต้องลดลงสิ เพราะคนมันเพิ่มขึ้น อย่างติดประกาศนี่มันผิดตั้งแต่ นโยบายที่ คสช. เข้ามาทวงคืนผืนป่าแล้ว พักหลังจะประกาศเขตป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม การประกาศเขตป่าส่วนนี้เพิ่มเติมไปกระทบกับที่ทำกินของพี่น้องเดิมด้วยนะครับ จากหลักเขต หมุดเดิมที่เป็นรั้ว ไปประกาศกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม เขตวัด เขตอะไร กระทบ ไปหมดนะครับ ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ไปถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปถึง ผู้มีอำนาจด้วยนะครับ ที่ผมพูดมาล้วนประสบปัญหาทั้งตัวเองกับพี่น้อง ถ้ารัฐบาลทำตรงนี้ ไม่ได้ก็ต้องถอยละครับ ให้คนอื่นเขาไปทำแทนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำงานในจังหวัดกระบี่และจังหวัดสงขลาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติในเรื่องของที่ดินทำกินที่ประชาชนบุกรุกพื้นที่ป่า สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานของนายสาคร เกี่ยวข้อง ครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ดินทำกินสวนปาล์มที่จังหวัดกระบี่ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาที่ดินทำกินนี้รัฐบาลของเราที่ผ่านมาหลักการบริหาร ในการแก้ไขปัญหาประเทศนั้นของเราไม่ถูกต้องครับท่านประธาน ที่ไม่ถูกต้องนั้นคืออะไร ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมจะขออนุญาตอภิปราย หลักเบื้องต้นคือประเทศไทยของเรา เรามีที่ดิน อยู่ประมาณ ๓๒๐ ล้านไร่ครับท่านประธาน ในขณะที่ประชากรของเราก็เพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรผู้สูงอายุก็เพิ่มขึ้น คำถามคือที่ดิน ๓๒๐ ไร่นี้เราจะทำ อย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทุกคน และหลักประการที่ ๒ ก็คือ เมื่อเรามีที่ดินจำกัด เราทำอย่างไรเราจึงจะเพิ่มผลิตภาพหรือโพรดักทิวิตี (Productivity) ของการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศของเรา นั่นหมายความว่า การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินทำกินในป่าสวนปาล์มที่หมดอายุสัมปทานนั้น ก็จะต้อง สะท้อนหลัก ๒ ข้อนี้ครับท่านประธาน🔗
ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดประเด็นที่สำคัญก็คือว่าหลักเบื้องต้นถ้าเรา จะต้องวิเคราะห์เรื่องนี้ก็คือเราถือว่าที่ดินนี้เป็นอะไรครับท่านประธาน ถ้าเราถือว่าที่ดินนี้ เป็นสินทรัพย์ เป็นสมบัติของคนที่เป็นเจ้าของที่ได้รับเอกสารสิทธิ ผลที่ตามมาชัดเจนครับ ท่านประธาน ก็คือจะเกิดการซื้อขาย แล้วก็เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ที่เราได้รู้มาแล้ว การซื้อขาย ตรงนี้คนยากคนจนที่ขายไปแล้วก็ต้องไปบุกรุกป่าต่อไปละครับ แล้วเราก็ไปประคองตัวนี้อีก แล้วก็ซื้อขายอีก แล้วก็บุกรุกป่าต่อไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นที่ดิน ๓๒๐ ไร่ตรงนี้ก็ไม่มี วันที่จะเป็นธรรม และการบุกรุกนั้นก็เป็นการทำชั่วคราวเพื่อหวังจะได้เอกสารสิทธิ โพรดักทิวิตี (Productivity) ก็ไม่เกิดขึ้นครับท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง เราจะต้องกลับมาคิดในอีกด้านหนึ่งครับท่านประธาน ที่พูดเช่นนี้ผมไม่ได้หมายความว่า การมีโฉนดที่ดินเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ป่า เป็นสิ่งที่ เราต้องกลับมาทบทวนครับท่านประธาน🔗
ในหลักประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตครับ ตรงนี้เป็นหัวใจที่สำคัญมากที่กรมป่าไม้ไม่เคยเข้าใจเรื่องนี้ ที่ดินเป็นปัจจัยการผลิต หมายความว่าเราต้องให้สิทธิกับประชาชนที่จะอยู่ทำกินบนที่ดินอันนั้นให้ได้ และตรงนี้เอง พรรคประชาธิปัตย์ที่เราได้ทำหน้าที่นี้ก็คือการออกแนวคิดใหม่ที่เรียกว่าโฉนดชุมชนครับ ท่านประธาน ที่เราเรียกกันทั่วไปว่าโฉนดสีฟ้า นั่นหมายความว่าให้ประชาชนได้อยู่ทำกิน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ซื้อขายไม่ได้ครับท่านประธาน ตรงนี้คือความเป็นธรรมที่สำคัญ ในหลักของการบริหารที่ดินทำกินที่สำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชน ซื้อขายไม่ได้ มีสิทธิทำกินได้ ส่งต่อให้ลูกหลานได้ ตรงนี้ก็ไม่ต้องไปบุกรุกป่าอีกต่อไปครับท่านประธาน นี่ คือหลักการที่สำคัญที่ผมคิดว่าจะต้องใช้ในการแก้ไขปัญหา ด้วยเหตุผลอันนี้เองครับ ท่านประธาน เรากลับมาดูในกรณีของสวนปาล์มที่บุกรุกป่าครับ ถ้าเราแก้ไขด้วย การพยายามจะให้สิทธิในการที่จะซื้อขายที่ดินตรงนั้นอีก ป่าของกระบี่ก็จะหายไปอีกครับ ท่านประธาน ถ้าเป็นอย่างนี้ผลกระทบที่ตามมาก็คือความรุนแรงของการแย่งที่จะเป็น เจ้าของที่ดินครับ แล้วก็เกิดขึ้นแล้ว ส.ส. ในกระบี่นะครับ ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ดอกเตอร์พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ก็พูดชัดเจนครับ มันยิงกันแล้วครับท่านประธาน เราจะทำ อย่างนั้นหรือ เพราะฉะนั้นเราจะต้องกลับมาตั้งหลักในเชิงการบริหารกันใหม่ของการแก้ไข ปัญหานี้สำหรับประเทศของเรา นั่นก็คือต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นครับท่านประธาน ให้กับคนกระบี่เขารู้สึกว่าคนกระบี่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลของเขา คนกระบี่ได้รับ ความเป็นธรรมจากประเทศที่เขาเป็นพลเมืองอยู่ครับท่านประธาน ถ้าคนกระบี่ไม่รู้สึกเช่นนี้ ความเป็นพลเมืองไทยของคนกระบี่ก็จะลดลงครับท่านประธาน และถ้าเป็นอย่างนั้น แน่นอนครับ สุดท้ายจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และจะกระทบต่อความเป็นชาติไทยครับ ท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมาสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราได้รักษาคนที่อยู่ชายขอบ เพื่อให้เขารู้สึกว่าเป็นพลเมืองไทย เพื่อให้เกิดความมั่นคงในแผ่นดินของเรา แต่วันนี้ปัญหา ที่ดินทำกินกำลังที่ทำให้คนไทยที่อยู่กลางประเทศมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนไทยน้อยลงครับ ท่านประธาน ตรงนี้ไม่ใช่เป็นปัญหาเรื่องที่ดินทำกินในแง่ของป่าไม้เท่านั้นครับ มันกลายเป็น เรื่องของความเป็นพลเมืองของคนในชาติแล้วครับท่านประธาน และอันนี้เป็นจุด ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งที่ผมคิดว่าหลักของการแก้ไขปัญหาของประเทศจะต้องชัดเจน เพราะถ้าเราไม่ปรับหลักอันนี้ผมขออนุญาตที่จะต้องกล่าวว่ากรมป่าไม้แทนที่จะเป็น ผู้ให้ทางออกของการแก้ไขปัญหา แต่กรมป่าไม้กลับเป็นตัวปัญหาเสียเอง และถ้าผมจะขยาย ตรรกะนี้ก็จะต้องกล่าวว่ารัฐบาลแทนที่จะเป็นทางออกของปัญหา แต่รัฐบาลกลับเป็น ตัวปัญหาเองครับท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จะมีปัญหาแล้วก็จะรุนแรงมากยิ่งขึ้นอีก พวกผมที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์เราพยายามจะทำงานอย่างยิ่งที่จะพัฒนาประเทศของเรา และตรงนี้หลักก็คือว่าเราจะต้องไม่พัฒนาด้วยพลังของตลาด ก็คือการซื้อขายแต่เพียง อย่างเดียวครับท่านประธาน แต่เราจะต้องพัฒนาด้วยพลังของประชาชน คือการทำให้ คนกระบี่มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นคนไทย แล้วหวงแหนในแผ่นดินนี้ แล้วใช้แผ่นดินนี้ ให้เกิดกับความมั่นคงในชีวิตของเขา นี่คือหลักของการบริหารประเทศครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมขออนุญาตฝากไว้ว่ากรุณาอย่าแก้ปัญหานี้ เป็นกรณี ๆ แต่ขอให้จับหลักของการแก้ไขปัญหาประเทศได้ และขออนุญาตเสนอ จังหวัดกระบี่เป็นต้นแบบที่จะทำเรื่องนี้ และผมเองซึ่งเป็นแบบบัญชีรายชื่อก็จะลงไปทำกับ ท่านด้วยที่จังหวัดกระบี่ เพื่อเราจะได้มีกระบี่โมเดลที่จะขยายให้เป็นประเทศไทยโมเดล ต่อไป และถ้าอย่างนั้นชาติของเราจะมั่นคง คนไทยของเราจะมีที่ดินทำกิน ความเป็นธรรม จะเกิดขึ้นในแผ่นดินครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ที่ได้ขออภิปรายได้อภิปรายครบทุกท่านที่เสนอชื่อมานะครับ ก็ถือว่าจบการอภิปราย ของสมาชิก แต่โดยสิทธิของเจ้าของญัตติมีสิทธิที่จะสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นฉบับใด มีความประสงค์จะสรุปขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย จังหวัดกระบี่ เขต ๒ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาส สำหรับผมนี่ประเด็นสรุป คงไม่มากนะครับ แต่ก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมอภิปรายเพิ่มเติมในส่วนของ ข้อมูลนะครับ แล้วก็ขอฝากในส่วนของกรรมาธิการสามัญการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ฝากประเด็น ก็น่าจะต้องไปพิจารณานะครับ เนื่องจากว่าการเสนอญัตติของผม แล้วก็เพื่อนร่วมเสนออีก ๓ ท่าน ก็มีท่านสาคร เกี่ยวข้อง ท่านประเสริฐพงษ์ แล้วก็อีกท่านผมขออนุญาต ต้องขออภัยที่จำไม่ได้นะครับ ผมคิดว่า เป็นประเด็นที่ใหญ่พอสมควร แล้วก็ตั้งใจว่าจะ🔗
อีกท่านหนึ่งเป็นของ ท่านธีรภัทรครับ🔗
ท่านธีรภัทร สุราษฎร์ธานี ของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ซึ่งเราก็มีปัญหาประเด็นเดียวกันทั้งกระบี่และสุราษฎร์ธานี ขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ประเด็นนี้ที่จริงแล้วเป็นประเด็นค่อนข้างใหญ่ ถ้าเราศึกษาลงลึกเข้าไปนั้น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในส่วนของความยากจน และมีความต้องการเรื่องที่ดิน ประเด็นปัญหาของภาครัฐที่มีความยากในเรื่องของการบริหาร จัดการที่ดินที่มีจำกัดแล้วก็ประชาชนเพิ่มขึ้น แล้วป่าไม้ก็จะถูกบุกรุกต่าง ๆ ขึ้นมานั้น อันนี้ เป็นความยากของภาคราชการของรัฐบาล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความต้องการ ความเดือดร้อนของภาคประชาชน ทั้ง ๒ ฝ่ายก็น่าเห็นใจมาก เพราะฉะนั้นตั้งใจว่า จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะได้มีกำหนดเวลาที่ลงไป และเชิญผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ลงไปสอบหาข้อเท็จจริงลึก ๆ ในส่วนของพื้นที่ แต่บังเอิญว่าด้วยข้อจำกัดของสภา ที่ท่านประธานให้นโยบายว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรตั้งเยอะ เนื่องจากว่าห้องก็จำกัด แล้วเจ้าหน้าที่ก็มีน้อย แล้วก็อยู่ในภาวะที่โควิด (COVID) เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการ อย่างนี้ผมก็เห็นด้วยในเรื่องของการที่จะให้คณะกรรมาธิการสามัญรับไปพิจารณานะครับ ประเด็นทั้งหมดก็กราบเรียนว่าในขณะนี้เราน่าจะมีประเด็นปัญหาแล้วก็แนวทางในเรื่องของ การที่จะไปศึกษานั้นก็น่าจะครบถ้วนบริบูรณ์แล้วนะครับ ก็ขอสรุปไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ อีก ๓ ฉบับเชิญนะครับถ้ามีความประสงค์ เชิญนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอญัตตินี้ด้วยเช่นเดียวกัน คงต้องสรุป ผ่านท่านประธานง่าย ๆ นะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัด ใกล้เคียงภาคใต้ รวมทั้งเพื่อน ส.ส. ที่มาจากทางอีสานหรือแทบทุกพื้นที่ในประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานการเช่าที่ดิน เกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินของ ทั้งกลุ่มทุน เกี่ยวกับวิธีคิดของบรรดาข้าราชการที่มีมุมมองต่อพี่น้องประชาชนในการเข้าพื้นที่ ต่อมุมมองของกลุ่มทุนบริษัทเอกชนต่าง ๆ และวิธีคิดที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าท่านประธานก็ทราบดีเพราะท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีมา ๒ รอบ แล้วก็ ดูแลภาคใต้มาตลอดนะครับ ผมคิดว่าเรื่องหมดสัญญาทุกคนทราบดีนะครับ เรื่องของ ไม่มีที่ดินทำกินทุกคนทราบดี เรื่องของการไม่คืนของบริษัท หรือกลุ่มบุคคลทุกคนทราบดี เป็นข้อเท็จจริง เรื่องของการบุกรุกก็จริง เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏ แล้วก็มีความร่วมมือ ของบรรดาข้าราชการที่ทุจริต รวมทั้งอำนาจในการตัดสินใจของผู้บริหาร ก็คือรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี รวมทั้งบรรดาอธิบดี ข้าราชการในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้ผ่านคณะกรรมาธิการสามัญสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่นานครับ ผมคิดว่า สามารถสรุปได้แน่นอน ที่สำคัญนั่นละครับ รูปธรรมของการแก้ไขปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารของ ประเทศนี้ที่มีความกล้าหาญที่จะแก้ไขบนพื้นฐานความคิดให้พี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ เอากลุ่มทุนหรือเอาข้าราชการทุจริตเป็นตัวตั้ง หรือมีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้อง ความกล้าหาญของผู้บริหารเท่านั้นครับที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ อีก ๒ ฉบับครับ ท่านสาครไม่ติดใจนะครับ ฉบับสุดท้ายก็ไม่ติดใจนะครับ🔗
ถ้าไม่ติดใจก็คงจะต้อง ขอมติที่ประชุม🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะตัวแทนวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าก่อนหน้าที่ญัตตินี้จะเริ่มผมก็ได้ ประสานกับผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ท่าน ก็ว่าอย่างที่เมื่อสักครู่ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้นำเรียนในที่ประชุม ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ว่าเนื่องด้วยจากสถานการณ์โควิด (COVID) ก็ดี หรือว่าข้อบังคับในเรื่องของห้องประชุมและบุคลากรก็ดี ก็อยากจะขอเสนอให้ นำญัตติที่มีความสำคัญเรื่องนี้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผมเรียนถามท่านสฤษฏ์พงษ์ได้เห็นด้วยแล้ว แต่ว่านอกนั้นมีผู้ใดขัดข้องไหมครับต่อข้อเสนอนี้🔗
ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งญัตติทั้ง ๔ นี้ไปยังคณะกรรมาธิการสามัญนะครับ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเวลาไหมครับ ขอเวลา เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ขอเสนอกรอบระยะเวลาในการพิจารณา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗
๙๐ วัน ผู้รับรองครับ🔗
สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้กรรมาธิการพิจารณา ๙๐ วัน ก็จบในวาระแรก วาระที่ ๕.๑ แล้วก็ญัตติที่ประกอบ ทั้งหมด ๔ ญัตติ เราก็ผ่านไปได้ ๔ ญัตติ ต่อไปจะเป็นญัตติที่ ๕.๒🔗
๕.๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
และเป็นญัตติเดียว ไม่มีญัตติอื่นประกอบนะครับ ขอเชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ประเด็นในเรื่องของญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีปิดอ่าวมาหยาในจังหวัดกระบี่ นั้น ด้วยเหตุผลนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าอ่าวมาหยา นี้ครับเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ แล้วก็อยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ติดลำดับ ๑ ใน ๓ ของโลก เดี๋ยวผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
ในส่วนของอ่าวมาหยา หลายท่านคงจะ ถามว่าจริง ๆ แล้วอ่าวมาหยานี่จะอยู่จังหวัดกระบี่หรือจังหวัดภูเก็ต ขอเรียนให้ทราบว่า อ่าวมาหยานี้เป็นพีพีเลซึ่งอยู่ในทะเล ไม่มีพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยนะครับ แล้วก็เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่น้ำสะอาด หาดทรายขาว ทรายละเอียดมาก อยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ อยู่ใน ตำบลอ่าว อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง ๔๕ กิโลเมตรด้วยกัน โดยใช้เรือในการเดินทางไปอ่าวมาหยา ในระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร นั่งเรือประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเป็นสปีดโบ๊ต (Speed Boat) ก็ประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นอ่าวที่อยู่กึ่งกลางจังหวัดกระบี่ กับจังหวัดภูเก็ต จากภูเก็ตก็ห่างกันประมาณสัก ๔๕ กิโลเมตรเช่นกัน เพราะฉะนั้นอ่าวมาหยา เป็นตำนานหลายเรื่องนะครับ อ่าวมาหยาเป็นอ่าวที่ทั่วโลกรู้จัก แล้วก็ได้มีการสร้างภาพยนตร์ เดอะบีช (The Beach) มาก่อนหน้านี้แล้ว และเป็นแหล่งที่ทำรายได้ให้กับจังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต และอุทยานแห่งชาติ ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ท่านก็จะได้เห็นว่าในส่วนของพื้นที่ทั้งหมด ๑๓๓ แห่ง และอยู่ในการเตรียมการอีก ๒๒ แห่ง รวมเป็นพื้นที่อุทยานทั้งหมด ๑๕๕ แห่ง เพราะฉะนั้นใน ๑๕๕ แห่งในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ไม่ได้หมายความว่ามีทั้ง ๑๕๕ แห่งนะครับ แต่ก็จะมีพื้นที่ เช่น จำนวนอุทยานแห่งชาติทางทะเลทั่วประเทศที่ประกาศขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ในขณะนี้ ๒๓ แห่ง และอยู่ในการเตรียมการอีก ๓ แห่ง ก็รวมเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ๒๖ แห่ง ท่านประธานทราบไหมครับว่าในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่มีรายได้จากการจัดเก็บคนที่เข้าไปในเขตอุทยาน หรือเราเรียกง่าย ๆ กันในส่วนของภาษา ชาวบ้านว่าค่าเหยียบเกาะ แล้ว ๑ ใน ๑๐ นั้นก็มีหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ก็คืออ่าวมาหยานี่ละครับ เป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้ให้กับอุทยานและการท่องเที่ยวมาเป็นลำดับ ต้น ๆ ถ้าเราย้อนหลังในเรื่องของสถิตินะครับ ย้อนหลังในเรื่องของสถิติไปตั้งแต่ ๕ ปีที่แล้ว เราจะเห็นได้ว่าอุทยานอ่าวมาหยานี่ครับ หาดนพรัตน์ธารานี่ครับ เก็บค่าเหยียบเกาะซึ่งเป็น ภาษีนอกงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนะครับ ได้เงินสูงสุด ๖๖๘-๖๖๙ ล้านบาทต่อปีนะครับ เกือบ ๗๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วหลังจากนั้นเมื่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศในเรื่องของการปิดเกาะไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ารายได้ของพี่น้อง รายได้ของอุทยาน ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ประเด็นนะครับ ผมก็รู้สึกไม่ดีแล้วก็รู้สึกต้องขอโทษผู้ประกอบการในพื้นที่ เกาะพีพี ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ในพื้นที่จังหวัดพังงา และพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ขาดรายได้ไป จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดอ่าวมาหยา ท่านประธานครับ ในเรื่องของการวางแผนในเรื่องของการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ ทั้งบริษัทเรือ ทั้งโรงแรม และเคาน์เตอร์ทัวร์ (Counter Tour) ในส่วนของอันดามันนั้นเขาจะมีการขายทัวร์ (Tour) ล่วงหน้าไป ๑ ปีนะครับ เมื่อก่อนสามารถไปจัดกิจกรรมโรดโชว์ (Roadshow) ได้ ที่เยอรมนี ก็ดี ในส่วนของเอเชีย (Asia) ก็ดี เขาก็จะเอาโปรแกรมทัวร์ (Tour) ไปขายว่านักท่องเที่ยว เข้ามาในอันดามัน ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ระนอง ว่าจะต้องมีออปชัน (Option) ในเรื่องของการจะพาไปเที่ยวในหมู่เกาะอะไรบ้าง หนึ่งในนั้นก็คืออ่าวมาหยาที่ถูกนำไปขาย เพื่ออยู่ในโปรแกรมของการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการที่ขายอย่างนี้ อ่าวมาหยาสวยมาก ท่านดูสิครับว่าภาพซ้ายมืออ่าวมาหยาที่มีนักท่องเที่ยวยืนเต็มชายหาดเลย แล้วน้ำทะเล ก็ใสมากนะครับ แล้วอยู่มาวันหนึ่งหนังสือพิมพ์ก็ไปประกาศว่าทำไมพื้นที่อ่าวมาหยา เก็บค่าเหยียบเกาะได้น้อยกว่าจังหวัดพังงา ในขณะที่จังหวัดพังงาที่เขาตะปูมีคนน้อยกว่า แต่ปรากฏว่ารายได้การเข้าสู่อุทยานมากกว่ากระบี่ ก็เป็นเหตุให้มีปัญหาในส่วนของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่จะต้องเปลี่ยนผู้บริหารคือหัวหน้า อุทยาน หลังจากเปลี่ยนหัวหน้าอุทยานแล้วจาก ๓๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาทนี่ครับ เก็บปีต่อมาได้ ๖๐๐ กว่าล้านบาทเลยนะครับ เพราะฉะนั้น ๑ ปีที่เปลี่ยนการบริหาร การจัดการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้น เราจะเห็นได้ว่ารายได้ ความต่างกันนั้นครึ่งหนึ่งเลยครับ ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ผมก็ไม่อยากคิดว่าที่ผ่านมาเป็น ร่วมสิบ ๆ ปีรายได้ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชสูญหายไปตกไปอยู่ที่ผู้ใด เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นสาระที่ผมเสนอเป็นญัตติเพียงคนเดียวนะครับ ที่จริงแล้ว วันนี้ผมต้องลา ท่านประธานครับ เพราะเมื่อวานผมลาท่านประธานเนื่องจากว่าผมติด งานศพของพี่สาว วันนี้ผมไม่ได้อยู่นะครับ ด้วยให้ความสำคัญในเรื่องของภารกิจงาน ของสภาของประเทศชาติเป็นสำคัญ ผมก็ต้องนั่งเครื่องมาเพื่อที่จะมาอภิปราย แล้วก็จะฝาก เพื่อนในพรรคภูมิใจไทยก็เกรงใจว่าเพื่อน ๆ คงไม่ทราบรายละเอียดในส่วนของอ่าวมาหยา ผมก็เลยจำเป็นที่จะต้องมาพูดในญัตติด้วยตนเอง🔗
ประเด็นหลักที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ในกรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีพื้นที่กรมอุทยานถึง ๑๕๕ แห่ง และเป็นพื้นที่ เป็นหัวใจสำคัญในเรื่องของการผูกโยงกับในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะฉะนั้นรายได้จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เรามีรายได้เข้าประเทศนั้น ไม่ว่า จะเป็นนักท่องเที่ยวภายในประเทศหรือต่างประเทศที่เข้ามาเที่ยว ส่วนใหญ่ก็จะไปเที่ยว ในพื้นที่เขตอุทยานทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นรายได้ที่กระบี่ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จังหวัดภูเก็ต ร่วม ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีนะครับ เราจะต้องมีการบริหารจัดการ ในเรื่องของทรัพยากร ซึ่งเป็นทรัพยากรต้นทุนของประเทศชาติที่เราขายทรัพยากร ที่ธรรมชาติสร้างให้พวกเรา แล้วก็ประเทศอื่นที่อื่นไม่มีวันที่จะสร้างได้ แล้วก็จะเป็น คู่แข่งของประเทศไทยเราได้ เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะยื่นเพื่อที่จะให้ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญนะครับ แล้วก็เป็นอีกเช่นกันนะครับ ด้วยเหตุผลเหมือนกับญัตติ ๕.๑ ในส่วนของวิป (Whip) ก็มาพูดคุยกับผมว่าเรื่องนี้ก็น่าจะฝากไว้กับกรรมาธิการสามัญในเรื่องของที่ดิน และทรัพยากรเข้าไปพิจารณาด้วย ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ก็ได้มาพูดประเด็นในส่วนของสภา เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังของกระทรวงที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ในเรื่องของการที่จะเปิดจะปิดในส่วนของอุทยานที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาแล้วนั้น จะต้อง ให้เกียรติ จะต้องให้โอกาส จะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรภาคเอกชน หอการค้า สมาคมธุรกิจโรงแรม สมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเขาได้นำเอาทรัพยากรในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในเขตกรอบอำนาจ การบริหารการจัดการของท่านนั้นรู้ล่วงหน้าเพื่อที่จะไปวางแผน มิเช่นนั้นแล้วบริษัททัวร์ ต่าง ๆ เขาจะถูกปฏิเสธ เขาจะถูกคืนในเรื่องของสัญญาที่ไปทำสัญญาไว้ในต่างประเทศ ล่วงหน้า ๑ ปีหรือ ๒ ปี อันนี้ก็ถือว่าเกิดความเสียหายนะครับ🔗
ประเด็นต่อมานั้นก็คือในกรณีเขตอุทยานนะครับ ก็มีความหลากหลาย ต่างกันไป ผมมองในประเด็นที่ฝากเพื่อนกรรมาธิการสามัญที่จะมารับศึกษาประเด็นในญัตติ นี้ว่าอุทยานมีหน้าที่หลัก ๆ ใหญ่ ๆ อยู่น่าจะเป็น ๒ เรื่อง คืออุทยานมีหน้าที่อนุรักษ์ รักษา บำรุง ในพื้นที่ป่า พื้นที่เขา พื้นที่ทะเล ทุกอย่างให้มีความยั่งยืนตลอดไป แต่ในขณะเดียวกันอุทยานก็มีหน้าที่ในการนำพื้นที่เหล่านี้ออกไปจัดหาผลประโยชน์ คือไปจัดหารายได้จากการเปิดให้เป็นพื้นที่ให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา เพราะฉะนั้น ในเรื่อง ๒ เรื่องอันนี้นะครับ มันมีความย้อนแย้งในเรื่องของการบริหารการจัดการ ส่วนหนึ่งมีหน้าที่อนุรักษ์ อีกส่วนหนึ่งมีหน้าที่จะต้องการพัฒนาเพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยว เข้ามา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นไปได้ไหมว่าในเขตอุทยานที่อนุรักษ์ปิดเลยครับ คือปิดไม่ให้ประชาชนทั่วไปนี่เข้าไปเยี่ยมชมนะครับ แล้วก็ให้เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในพื้นที่จังหวัด ในเขตอะไรต่าง ๆ นั้นนะครับ คือปิดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากว่าเป็นอุทยานที่เห็นว่าควรที่จะเปิดแล้วก็ให้ประชาชนทั่วไป เข้าไปท่องเที่ยวได้ ไปศึกษา ไปพักผ่อนหย่อนใจได้นั้น ผมคิดว่าคงน่าจะต้องตั้งเป็นรูปของ คณะกรรมการในจังหวัดในพื้นที่ อาจจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานรวมกับ อปท. องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ และในส่วนของจังหวัดเข้ามาบริหารการจัดการ มิเช่นนั้นแล้ว มิติในเรื่องของวิสัยทัศน์ ในเรื่องของการพัฒนา แล้วก็การแก้ปัญหาอย่างครบทั้งระบบทุกมิติ นั้นบางครั้งก็ยังอาศัยมีความจำเป็นนะครับ ในทางกฎหมายก็บอกว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจากการ จัดเก็บเข้าพื้นที่อุทยานนั้นส่งส่วนกลางก็จริง แต่ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็จะต้องคืนส่วนหนึ่ง ๕ เปอร์เซ็นต์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไป บริหารการจัดการทำแผน เช่น ปัญหาเรื่องขยะ ปัญหาเรื่องน้ำเสียอะไรต่าง ๆ นี้ครับ ซึ่งตรงนี้ในเบื้องต้นก็ไม่ได้ในส่วนของจังหวัดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่จะเข้าไป ร่วมตัดสินใจก็ไม่มี ซึ่งประเด็นนี้ถ้าแยกในเรื่องของการบริหารการจัดการกับเรื่องของโซน (Zone) กับเรื่องของแหล่งอุทยาน เพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับจังหวัดในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องที่นั้นเข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจนะครับ ก็น่าจะดีขึ้น โดยกำหนดวิธีการระเบียบให้ได้มาตรฐานสากล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดที่ขาด องค์ความรู้นะครับ ก็สามารถที่จะเชิญนักวิชาการ เชิญบุคคลที่มีความรู้ให้เป็นที่ปรึกษาได้ ซึ่งหลายพื้นที่ต่างกัน อย่างกรณีภูกระดึง อย่างกรณีที่บึงกาฬนะครับ มีประชาชนไปขีดเขียน ก้อนหินมีตำหนินิดเดียวนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็สั่งปิดทันทีเลย ซึ่งอย่างนี้นะครับ คนในพื้นที่ที่เขามีรายได้ แล้วเขาก็ขายการท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าเขาก็มีความเสียหาย บางแห่ง เราป้องกันได้ครับท่านประธาน ในเรื่องของการบริหารการจัดการ เช่น จำกัดจำนวน นักท่องเที่ยวที่จะเข้าในพื้นที่ว่าวันนี้ผมจำกัดไม่เกิน ๑,๐๐๐ คน โดยกำหนดเวลาเป็น ๓ ไทม์มิง (3 Timing) เวลาเช้า เที่ยง เย็น อย่างนี้ครับ ซึ่งจะทำให้มีคุณค่าในเรื่องของการใช้ ทรัพยากรที่ยั่งยืนได้ด้วย แล้วก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราได้ฟังในส่วนของอุทยานประกาศด้วย เหตุผลในการปิดมาตลอดเลยครับว่า เมื่อปี ๒๕๖๑ เขาประกาศปิด ๔ เดือน ปรากฏว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ที่เขามามีเรือ วิ่งผ่านกันมาแล้วก็พานักท่องเที่ยวเข้ามานั้น เขาก็วางแผนว่า ๔ เดือนจะไม่ขายร่วมพังงาด้วย ๔ เดือนจะไม่เปิดขายในตั๋วของมาหยา แต่พอปรากฏว่าครบ ๔ เดือน ท่านประธาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บอกว่าขอต่อการปิดอ่าวมาหยาอย่างไม่มีกำหนด เพราะฉะนั้นเสียหายครั้งแรก ๔ เดือนนี่อันนั้นก็เสียไปแล้ว เยียวยาคืนค่าปรับ คืนค่ามัดจำ ไปแล้ว พอมา ๔ เดือนหลังนี่ครับ รับมาใหม่อย่างนี้ก็เสียอีก อันนี้ก็ขาดความเชื่อมั่นในเรื่อง ของนโยบายในเรื่องของการท่องเที่ยวในส่วนของภาคประชาชนในพื้นที่ด้วย ก็ได้สงสาร เขาเถอะครับว่าเราน่าจะมาทบทวนในเรื่องของการวางแผนว่าโครงสร้างที่เราจะทำนั้น อย่างไร และการที่เราจะอ้างว่าปิดเพื่อธรรมชาติอยากเห็นฉลามหูดำเข้ามา ผมกราบเรียน ท่านประธานแล้วครับว่าพวกเราเป็นลูกทะเล อยู่ในทะเลมาตั้งแต่เกิด ฉลามหูดำก็ยังอยู่ ที่เดิมครับ แต่ทะเลมันกว้างมาก แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปที่ชายหาดนะครับ ฉลาดหูดำ ก็ไม่ได้ว่ายมาแล้วครับ เพราะว่าไปรบกวน เขาก็ไปอยู่ข้างนอก แต่เราสามารถที่จะวางทุ่น ได้นะครับ เราวางทุ่นได้ แล้วก็ทำทางยกระดับในบริเวณชายหาดเพื่อให้นักท่องเที่ยว โดยการกำหนดในเรื่องของปริมาณและที่จอดเรือได้ แต่ในความคิดเห็นของผมนะครับ ว่าในส่วนของอ่าวมาหยาท่านประธานครับ ในความคิดเห็นผม ณ วันนี้ผมอยากให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปิดถาวร บอกเลยว่าปิดถาวรได้และเรายังมีเกาะต่าง ๆ อีกเยอะมากนะครับ ที่ ๑๓๐ เกาะในจังหวัดกระบี่นั้นมีหลายเกาะ เกาะไม้ไผ่ก็ดี เกาะรอก เกาะจำ เกาะศรีบอยา เที่ยวได้ทั้งหมดนะครับ อาจจะต้องเป็นการจัดโซนนิง (Zoning) ในเรื่องของบางหาดบางอ่าว อย่างในกรณีอำเภอเหนือคลองนะครับ หาดยาวนะครับ ชื่อว่า หาดยาว ตำบลตลิ่งชัน ยาวจริง ๆ ครับ มีความยาวของหาดทรายถึง ๑๓ กิโลเมตรด้วยกัน แต่ปรากฏว่าในส่วนของ การทำกิจกรรมในพื้นที่ นโยบายของจังหวัดบางครั้งก็ไปจำกัดสิทธิ ซึ่งผู้ประกอบการที่ไปซื้อ ที่ดิน มีที่ดินลงทุนทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นศักยภาพในเรื่องของชายหาด บางชายหาดก็น้ำใส ทรายขาว มีปะการัง บางชายหาดเป็นเม็ดทรายสีดำ น้ำก็ไม่ค่อยใส ขุ่นเล็กน้อย ปะการัง ก็ไม่มีนะครับ ลึกลงไปก็มีปะการัง เพราะฉะนั้นอย่างนี้ต้องไปกำหนดเป็นโซนนิง (Zoning) ว่าตรงนี้น่าจะให้มีกิจกรรมกีฬาทางน้ำได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นะครับ ในส่วนของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็คงจะต้องไปทบทวนนะครับว่าการจัดกิจกรรมบางเรื่อง อย่างกรณีภาคธุรกิจการท่องเที่ยววันนี้เขาประสบโควิด (COVID) โรงแรมจะบอกขายไป หมดแล้วครับวันนี้ โควิด (COVID) รอบ ๒ วันนี้ขายเกือบทุกโรงแรมแล้วครับ แล้วก็ลดราคา ด้วยนะครับ เพื่อนสมาชิกสนใจก็ไปติดต่อได้นะครับ วันนี้ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คือขายกิจการทิ้ง แต่ในขณะเดียวกันบางกิจการเขาต้องการที่จะโพรโมต (Promote) ให้คนไทยแล้วก็ คนในพื้นที่มาเที่ยวกัน เช่นจัดกิจกรรมชายหาด แต่ปรากฏว่าไปขออนุญาตหัวหน้าอุทยาน ท่านก็ไม่อนุญาต ท่านก็อ้างว่าติดในเรื่องระเบียบบ้าง ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมบ้าง ส่วนใหญ่ จะอ้างเรื่องสิ่งแวดล้อมครับ เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาอย่างนี้ผมอยากให้กรณีกระบี่ อ่าวมาหยานี่เป็นโมเดล (Model) เป็นปัญหาหลักเพื่อที่จะกำหนดในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งหมด ๑๕๕ อุทยาน ซึ่งผมคิดว่ามีประมาณสัก ๔๐-๕๐ อุทยานแล้วครับที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไป จะต้องไป ทบทวนในเรื่องของการวางหลักเกณฑ์มาตรฐานว่าการเปิด การปิด การจัดกิจกรรม การทำเป็นโซนนิง (Zoning) หรือว่าในเรื่องของการที่จะให้ภาคเอกชนไปขายมีอีกหลายเรื่องครับ ในรายละเอียด ทั้งในเรื่องของการประกันของนักท่องเที่ยวด้วยอะไรด้วยนะครับ ซึ่งล้วนแต่ เป็นประเด็นปัญหาแล้วก็เป็นผลประโยชน์ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องมาหยาเป็น พื้นที่ตำนานแห่งผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นในส่วนเกี่ยวข้องบางเรื่องอย่างกรณี เรือสปีดโบ๊ต (Speed Boat) ท่านประธานครับ เขาก็จะมีการบังคับนะครับว่าสปีดโบ๊ต (Speed Boat) นั่งได้กี่คน ต้องมีชูชีพตามจำนวนคนโดยไม่เกินกับจำนวนผู้โดยสาร เพราะฉะนั้นจะมีการเหมาจ่ายด้วย จะมีตั๋วด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ก็จะเห็นว่าเขาจะให้เป็น ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ปรากฏว่าก็ไม่ทำ ก็บอกว่าตั๋วฉีกดีแล้ว ที่ตั๋วฉีกนี่ดีแล้วท่านประธานครับ เพราะตั๋วฉีกมันปลอมง่าย แล้วก็เช็ก (Check) ยากนะครับ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์อย่างนี้ทำให้ ผลประโยชน์ของชาติมันเสียหาย แล้วพื้นที่เขาก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเป็นการเหมาจ่ายอย่างไร แม้กระทั่งเรือสปีดโบ๊ต (Speed Boat) นี่ครับเป็นเรือคู่แฝดนะครับท่านประธาน เขาเรียกว่า เรือคู่แฝดก็คือทะเบียนซ้อน มีทะเบียนเดียว แต่ว่ามีเรือเหมือนกันเข้าไปในพื้นที่เดียวกัน แล้วก็เหมาจ่ายเป็นรายเดือนนี่ครับ มันมีอีกหลายเรื่องท่านประธานครับ สาเหตุที่พวกผมตั้ง ญัตติอันนี้ขึ้นมาในกรณีเคส (Case) ปัญหาพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ และผมมองเห็นว่าอุทยาน เราสามารถที่จะยกระดับแล้วก็พัฒนาเพิ่มรายได้ ผมไม่ได้อิจฉาครับว่ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะร่ำรวยจากเงินนอกงบประมาณเป็นหมื่นล้านเพิ่มขึ้น อย่างนี้ก็ยิ่งดีครับ พวกผมก็จะได้ประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันพวกเรามองเห็นว่าภาษีรายได้ งบประมาณของอุทยานที่เข้ามานั้นมันถูกไหลออกไปมากทีเดียว ท่านประธานคงจะได้ข่าวว่า การที่จะนั่งเป็นอธิบดีนั้นคงนั่งได้ไม่นาน คงนั่งแล้วแล้วมีของดีนะครับ หรือว่าต้องมีความเก่ง ความสามารถเป็นพิเศษอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ในพื้นที่อุทยานของประเทศไทย นั้นเป็นพื้นที่อุทยานที่เป็นแดนสนธยาที่คนนอกค่อนข้างที่จะเข้าไปล้วงลูกค่อนข้างที่จะทำ ได้ยากนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมเป็นห่วงและผมเสียดายโอกาสนะครับ แต่ในขณะนี้เมื่อโควิด (COVID) รอบ ๒ เข้ามานั้นเป็นเรื่องของทำให้ความสงบนักท่องเที่ยวไม่ได้ออกไปท่องเที่ยว ก็เป็นเรื่องดีครับที่เราจะได้มีเวลาในเรื่องของการมาทบทวนนะครับ เราได้มาทบทวนแล้วก็ ทำการบ้านศึกษาว่าประเด็นปัญหาที่ผ่านมานั้นมีประเด็นใดบ้างที่เป็นอุปสรรคแล้วก็สามารถ จะยกระดับเพื่อที่จะมาวางการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลังจากโควิด (COVID) หมดไปนั้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยคงไม่เหมือนเดิมแน่นอน วันนี้การท่องเที่ยว ในประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบมากทีเดียว แล้วคนที่เป็นพระเอกในเรื่องนี้ก็คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมก็กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ท่านอธิบดีด้วย🔗
ท่านประธานครับ มันเป็นความเกี่ยวเนื่องในเรื่องของความล่าช้า ในเรื่องของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บังเอิญว่าเพื่อนผมบอกว่าไม่อยากเสียเวลาในเรื่อง ของการเสนอพูดในสภานะครับ ก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ก็ฝากผมว่าช่วยกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด้วยว่าปีกว่าแล้วที่ช่องตะโก ทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ ที่ทำหนังสือ ปรากฏว่า ไปติดอยู่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เช่นกัน ไม่ตอบหนังสือ ทั้งได้เอกสาร อะไรครบไปหมดแล้วนะครับ ในเรื่องหนังสือที่ทำอีไอเอ (EIA) ก็จบไปหมดแล้ว อันนี้ เป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกฝาก แล้วก็ผมคิดว่าเป็นหน่วยงานของท่านอธิบดีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นท่านเดียวกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลา ก็ขออนุญาต ท่านประธานใช้ข้อความที่เพื่อนฝากมานำเรียนท่านประธานไปยังท่านอธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด้วยนะครับ ในส่วนประเด็นของผมใหญ่ ๆ ก็คงมีแค่นี้ครับ แล้วก็ ขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าผมไม่ติดใจในเรื่องของการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อมติวิป (Whip) เห็นว่าให้กรรมาธิการสามัญในส่วนของที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปรับเรื่องนะครับ เพื่อที่จะไปดำเนินการต่อผมก็ยินดีนะครับ แล้วก็ฝากเพื่อนสมาชิก ส.ส. ที่ได้ลงชื่อในการร่วมอภิปรายในประเด็นญัตติของผมนะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่ามีอีกหลายประเด็นที่ผมยังไม่ได้พูดในรายละเอียด แล้วก็เกี่ยวเนื่องกับ ในกรณีอ่าวมาหยา และเชื่อมโยงในเรื่องของกรมอุทยานกับการท่องเที่ยวในของกฎหมาย หลายฉบับในเรื่องของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคมในเรื่องของกรมเจ้าท่าอะไร ต่าง ๆ นี่ครับ ซึ่งมันเกี่ยวพันกันหมดนะครับ ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกในสิ่งที่ผมยังไม่ได้พูด ก็เพื่อนสมาชิกที่ลงชื่อไว้ก็ได้กรุณาเติมเต็มไปด้วยนะครับ ผมขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็โดยส่วนสมาชิกผมก็ขออนุญาตแสดงความเสียใจกับครอบครัวท่านสฤษฏ์พงษ์ด้วยครับ มีสมาชิกเข้าชื่อมาแล้ว ๕ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตท่านแรก คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ จากนั้นก็เป็นนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ขอเชิญนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ครับ🔗
ญัตติเรื่องปิดอ่าวมาหยานี่ ท่านประธานครับ ผมอยากนำท่านประธาน ย้อนหลังครับ ไปปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๔๒ ผมจำได้ว่าสมัยนั้นมีนักการเมืองท่านหนึ่งที่ได้รับ ฉายาว่าเป็นมีดโกนอาบน้ำผึ้งเป็นนายกรัฐมนตรี และอยู่ในคณะรัฐมนตรีที่มีรัฐมนตรี ท่านหนึ่งซึ่งเป็นจำเลยในคดีการฟ้องร้องหนังเรื่องเดอะบีช (The Beach) อ่าวมาหยา ซึ่งในปีช่วงปีดังกล่าวนั้นผมก็อยากฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นนะครับ ว่ามันเป็นรอยด่างพร้อยที่ชัดเจนมากครับท่านประธาน การปิดอ่าวมาหยาตอนนั้น ปิดอ่าวเพื่อให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ของบริษัทต่างประเทศร่วมกับบริษัทในประเทศไทย ผมจำชื่อได้หลายชื่อครับ บางคนตายไปแล้วครับ บางคนตายด้วยคำสาปแช่ง เพราะว่า มีสึนามิ (Tsunami) เข้ามา บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ครับ อย่างอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ดอกเตอร์วีระชาติ เทพพิพิธ ก็ยังอยู่นะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้นไม่อยู่เสียแล้วนะครับ แล้วผมก็อยากจะนำเรียนท่านประธานว่ารอยด่างพร้อยตอนปิดอ่าวมาหยาตอนนั้น สร้างความเจ็บช้ำให้คนที่รักทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความเจ็บช้ำให้กับคนที่รักชายหาดมากครับ ผมดีใจมากครับ ตอนนั้นผมรับราชการอยู่ ผมดีใจที่มี ส.ส. ท่านหนึ่งจากจังหวัดสงขลา พรรคของท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ส่งคนไปสืบหาข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนสมัยนั้น ไม่ได้รับการตอบสนองจากคณะรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีในสมัยนั้น จึงมีการฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง สมัยนั้นไม่มีศาลปกครองนะครับ ศาลแพ่ง ท่านประธานทราบไหมครับ ผ่านมาจน ณ วันนี้คดียังไม่สิ้นสุดครับท่านประธาน สู้กัน ๗ ศาลครับ ถึงฎีกาลงมาชั้นต้น ถึงฎีกาลงมาชั้นต้น เพราะกองถ่ายหนังเอารถแบ็กโฮ (Backhoe) ท่านดูภาพนะครับ ผมมีภาพมานำเสนอท่านด้วย🔗
ภาพนี้สวย ๆ นะครับ มีภาพที่มีรถแบ็กโฮ (Backhoe) เอาไปไถสันหาดทรายที่สวยงามของอ่าวมาหยา ขุดหลุม ปลูกมะพร้าว นักกฎหมาย ๖๐ กว่าคน คณบดีคณะนิติศาสตร์ลงนามบอกว่าการอนุญาต ของรัฐมนตรีและอธิบดีกรมป่าไม้สมัยนั้นใน ครม. ท่านนายกรัฐมนตรีชวนผิดกฎหมายครับ วันนี้คดียังไม่สิ้นสุด ผมยังกล้าท้าเลยว่า เอ๊ะ ศาลแพ่งแผนกสิ่งแวดล้อมจะกล้าตัดสินในคดีนี้ หรือเปล่า ท่านลองเปรียบเทียบง่าย ๆ ครับ วันนี้เรามีโทรศัพท์มือถือ ถือโทรศัพท์มือถือ และเอาจอบ เอาเสียม เครื่องไม้เครื่องมือเล็ก ๆ ครับเข้าไปในเขตอุทยานไปขุดทรายแล้วก็ ถ่ายรูปสิครับ หรือถ่ายยูทูบ (YouTube) ถ่ายหนังสั้น ๆ นะครับ ท่านว่าผิดไหมครับ ผิดแน่ ๆ ครับ แล้วกองถ่ายหนังล่ะครับ เอารถแบ็กโฮ (Backhoe) ไปไถ ไปขุดหลุมใหญ่ ๆ ไปทำลายรากไม้ทำให้สันทรายเสียหาย แล้วก็ไปเอาทรายนุ่ม ๆ บนอ่าวมาหยา เวลาเหยียบ แล้วนุ่มละเอียดมากเอาไปโรยที่อื่น ไปเปลี่ยนแปลงสภาพสันทรายที่นั่นนะครับ แล้วปัจจุบัน การปิดอ่าวมาหยานี่ ปิดเพื่อฟื้นฟูครับ ผมคิดว่าการปิดเพื่อฟื้นฟูนี่เป็นการไถ่บาปของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไถ่บาปแทนกรมป่าไม้สมัยนั้น ผมยินดีมากครับ วันนี้มีศูนย์ปฏิบัติการอุทยานทางทะเลที่ ๓ จังหวัดตรัง บ้านท่านประธานครับ ไปช่วยบ้านผมอีก น่ารักมากเลย ส่งเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ไปทำปะการังเทียมครับ ทำมาแล้วครับตอนนี้สวยงาม ผมยกย่องมาก และผมดีใจมาก เลยนะครับ เพราะที่ผ่านมา มีภาพนะครับ มีคนเข้าไป นักท่องเที่ยวเข้าไปที่อ่าวมาหยา วันหนึ่งมีเรือไม่ต่ำกว่า ๕๐ ลำ นักท่องเที่ยวเป็นพันคน แล้วไปย่ำยี แล้วไปสร้างความแออัด ให้กับนักท่องเที่ยว วันนี้ปิดถาวรไปเลย ผมยินดีด้วย แต่ประเด็นก็คือว่าทำไมล่ะครับ ที่ผ่านมานี่ถึงไม่สนใจไยดีกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้มีรายงานศึกษา ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว ก็เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ตราบาปวันนี้ มีการไถ่บาปแล้วโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมชื่นชมนะครับ แล้วก็ขอให้ กำลังใจเจ้าหน้าที่เหล่านั้นที่เข้าไปไถ่บาปนะครับ เพราะว่ามีการทำลายแล้วก็ปิดอ่าวมาหยา จริง ๆ ปิดหลายเดือนด้วยท่านประธาน ขอคุ้มครองชั่วคราวศาลก็ไม่ให้ ผมนี่หลงดีใจมากเลย สมัยนั้นผมเลือกท่านประธานนะครับ ผมเลือกพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก่อนนั้นผมยังไม่ได้ ไปสมัครสมาชิกพรรคไหนเลย ผมดีใจมาก ผมมีความรู้สึกว่าท่านประธานจะรักษา ทรัพยากรธรรมชาติเหมือนที่ผมรัก เหมือนที่แม่ผมไว้ใจ เหมือนที่ครอบครัวของผมไว้ใจ แต่ปรากฏว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ปรากฏว่าเราต้องฟ้องศาล แล้วเรื่องก็ยังไม่ยุติ ปิดแล้ว ไปไหนได้ครับท่านประธาน ปิดอ่าวมาหยาวันนี้ฟื้นฟู ชื่นชมครับ คำว่า ฟื้นฟู มันมาจาก กระบวนการของการถูกทำลายมาก่อนแน่นอน พอจะฟื้นฟูปั๊บมันก็เห็นได้ชัดว่ามีคนทำลายแน่ ไปอ่าวมาหยาไม่ได้ ไปที่ไหนครับ ไปเกาะยุงสิครับ เกาะยุงตอนนี้บอกว่าปิดห้ามเข้ามานาน ดีมากครับ เกาะไผ่มีอยู่แล้วให้นักท่องเที่ยวเข้าได้ทดแทนได้ มีอ่าวลิง มีอ่าวนุ้ย ผมก็เคยเป็น ไกด์นะครับ มีบัตรไกด์พานักท่องเที่ยวเที่ยว ผมก็พาไปดูที่อื่นได้ อ่าวมาหยาสมควรปิดครับ เพียงแต่การบริหารจัดการวันนี้นะครับของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องรอบคอบ ต้องมีการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขอให้ยึดหลักธรรมาภิบาลได้ไหมครับ แผนงานปรับปรุงอ่าวมาหยา ไม่ว่าจะเป็นทำจุดชมวิว (View) ทำที่จอดเรือด้านหลังอ่าวมา หยา ด้านหน้าไม่ให้เรือเข้า ความเละเทะผ่านมาแล้วเยอะแยะ การเก็บเงินก็มีข้อสงสัย แล้ว เรือเยอะแยะที่เข้าไปทำลายที่จอดเรือ ทุ่นเรือนะครับ ผมก็มีภาพ ผมคิดว่าตราบาปที่ทำเอาไว้ บนแผ่นดินนี้ถึงเวลาไถ่บาปของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เราจะได้ชายหาด อ่าวมาหยา เกาะพีพี เป็นจุดขายจริง ๆ เสียที เพราะท่านประธานทราบไหมครับว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เอาภาพสวย ๆ ของจังหวัดกระบี่ไปขายทั่วโลก ไปดูสิครับ ททท. ออกโปรแกรมเชิญชวนนักท่องเที่ยว มีภาพกระบี่แน่นอนครับ อย่างน้อย ๑ ภาพ ผมยืนยัน และผมอยากให้การปิดอ่าวมาหยาคงอยู่ และถ้าเป็นไปได้นะครับ ถ้าจะมี การขอโทษจากการทำลายอ่าวมาหยาตอนปิดสร้างหนังเดอะบีซ (The Beach) ผมอยาก ได้ยินครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ คุณประเสริฐพงษ์มั่นใจเถอะครับ ใครคิดร้ายต่อบ้านเมืองนะครับ ทำอะไรไม่ดีไว้นี่กฎหมาย ตามไม่ทัน กฎแห่งกรรมตามไม่ทัน แต่กฎหมายตามทันเสมอช้าหรือเร็วก็ตามครับ เชิญนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ อ่าวมาหยาเป็นสวรรค์บนดิน ดิฉันคิดว่าถ้าใคร ตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นอ่าวมาหยาคงคิดว่านี่อยู่บนสวรรค์ อ่าวมาหยาถูกเก็บเป็นสวรรค์ที่มอง ไม่ค่อยเห็น เพราะนักท่องเที่ยวยังน้อย สำหรับแบ็กแพกเกอร์ (Backpacker) คือนักท่องเที่ยวที่ค่าใช้จ่ายไม่มากนะคะมาหลาย ๑๐ ปี เพราะว่าไม่มีชุมชน เป็นอ่าวที่ปิด แล้วแยกออกจากเกาะพีพี เป็นพีพีเลอีกส่วนหนึ่ง ดิฉันเคยไปครั้งแรกตอนอายุสัก ๑๐ ขวบ สวยเหมือนสวรรค์ท่านประธานคะ แต่นั่งเรือไปนานมากเลยกว่าจะถึง🔗
อ่าวมาหยาเป็นแม่เหล็ก สำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ๒๐ ปีที่ผ่านมาดิฉันแบกรูปนี้ละค่ะเดินทาง ไปเยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น หลังจากที่ท่านประธานเมื่อสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีเมตตาเปิดจังหวัดกระบี่ด้วยสนามบิน จังหวัดกระบี่ ความยากจนจังหวัดกระบี่หายไป ท่องเที่ยวเป็นระดับโลก ทุกคนเริ่มรู้จัก อ่าวมาหยามากขึ้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ททท. ใช้รูปจากดิฉันนี่ละค่ะ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่หาคนมาถ่ายรูป เผยแพร่ความสวยงามของอ่าวมาหยาให้กับโลก ๒๐ ปีที่ผ่านมาอ่าวมาหยาสวยงาม คนกระบี่ร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นโดยการท่องเที่ยว เกาะพีพีดอนมีโรงแรมมหาศาล คนสร้างรายได้ ตั้งแต่คนจนที่สุดถึงคนรวยที่สุด ปัญหาของอ่าวมาหยาที่ถูกปิดตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ ปิดด่วนอ่าวมาหยา อ่าวโล๊ะซามะ อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ปัญหาสำคัญไม่ใช่ควรจะปิด หรือไม่ควรจะปิด หรือควรจะเปิดอย่างไร ส.ส. ได้อภิปราย ไปแล้วว่าควรจะมีมาตรฐานที่ชัดเจนว่าควรจะมีการควบคุมอย่างไรให้อ่าวมาหยานี้สวยงาม เหมือนสวรรค์เหมือนที่เคยเป็น ท่านประธานคะ สูงสุดของอ่าวมาหยาที่เคยรับนักท่องเที่ยว คือ ๔,๐๐๐ คนต่อวัน นั่นคือปัญหาของการจัดการของอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ไม่สามารถจัดการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ได้ร้องขอ สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ได้ร้องขอการทำแคร์ริอิง คาพาซิตี (Carrying Capacity) คือความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่อ่าวมาหยาและจังหวัดกระบี่มา ๒๐ ปี แต่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล ดูแล ปริมาณนักท่องเที่ยว ๔,๐๐๐ คน เพราะว่าเรามีประเทศจีน มาเยอะท่านประธานคะ มาทั้งกระบี่ มาทั้งภูเก็ต เข้าสู่อ่าวมาหยา อ่าวมาหยาเป็นไฮไลต์ (Highlight) สำคัญในการท่องเที่ยว สร้างความเจริญมากมายไปหมด เพราะฉะนั้น การปิดอ่าวมาหยาจะถาโถมสร้างความยากจนให้คนกระบี่อย่างมากมาย ฉะนั้นการปิด หรือเปิดไม่สำคัญเท่าว่าจะปิดอย่างไร จะเปิดอย่างไรค่ะ ถ้าจะปิดโดยมีการบอกว่า ปิดเพราะอะไร หรือถ้าจะเปิดจะต้องถามว่าเปิดแล้วเป็นอย่างไรต่อ ท่านประธานคะ การท่องเที่ยวนำความมั่งคั่งให้กับประเทศชาติ ประเทศไทย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านภูเก็ต ๑๕๐,๐๐๐ ล้านกระบี่ อ่าวมาหยานี่ละค่ะเป็นนางเอก เพราะฉะนั้นดิฉันไม่ได้หลับตาว่า เป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดัดจริต ดิฉันดำน้ำ ดิฉันอนุรักษ์ทะเล และดิฉันอนุรักษ์ทรัพยากร แต่ความสมดุลในการอยู่กันในสังคมเศรษฐกิจ การทำมาหากิน กับความอนุรักษ์ต้องทำควบคู่ ด้วยกัน ให้ประชาชนมีความสุขและปลาในทะเลก็มีความสุข ดิฉันไม่ได้หวังให้ประชาชน เห็นฉลามหูดำหรือฉลามวาฬผ่านหน้าบ้านแต่ยากจนข้นแค้น แล้วฉลามหูดำนั้น ฉลามวาฬ จะอยู่ได้อย่างไรท่านประธานคะ โควิด (COVID) นี้มีการขายแพ็กเกจ (Package) มากมาย ฉลามวาฬว่ายกับเรือยอร์ช แล้วชาวบ้านทำอย่างไรคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำก็คือว่าต้องมีการบริหาร จัดการอย่างไรให้ไม่รบกวนธรรมชาติเกินไปและสมดุลกันบ้าง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธค่อนข้างจะเชี่ยวชาญและให้ความสำคัญ เรื่องนี้มาก ท่านประธานคะมันมีการจัดการใหม่ คือ เช็ก แคร์ริอิง คาพาซิตี (Check Carrying Capacity) แล้วว่าความสามารถในการรองรับนี้คือ ๓๐๐ คนต่อวัน ซึ่งดิฉันเชื่อว่า จาก ๔,๐๐๐ คน เหลือ ๓๐๐ คน อาจจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง ถ้าเราได้คิดว่าเราจะมี การจัดการเป็นรอบผ่านการจัดการให้ถูกต้องอาจจะเป็นคำตอบที่ดีก็ได้ คำตอบของ การจัดการ คำตอบของการโปร่งใสในการขายบัตรอุทยานใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ ในการเช็ก (Check) นักท่องเที่ยวที่เข้ามา ทำให้ไม่เกิดการคอร์รัปชันในการโกงเงินตั๋ว อุทยานอาจจะเป็นการดูแลที่ดีก็ได้ ให้ อบต. มีส่วนสำคัญในการดูแลประเทศชาติและพื้นที่ ของตัวเอง ความสำคัญนี้เกิดขึ้น กำหนดกติกาให้ชัดเจน แบ่งสรรประโยชน์ให้เป็นธรรม กระจายรายได้ กระจายโอกาส กระจายอำนาจเหมือนที่ท่านประธานเคยสอนเสมอ ปกป้อง ปะการัง ทั้งทำสมอ แล้วก็เรือท่องเที่ยว ให้ประชาชนรู้สึกว่านี่ความเป็นประโยชน์ของตัวเอง ให้ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความยากจน หนังเดอะบีช (The Beach) ค่ะ ถูกกลายเป็นจำเลย แต่ดิฉันเชื่อว่าหลับตาลงคนกระบี่ต้องขอบคุณหนังเดอะบีช (The Beach) นี้ และขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ในวันนั้นที่เห็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ใด ๆ ที่ดีเก็บไว้ให้ประชาชน ใด ๆ ที่เสียหายก็ใช้กฎหมายทำค่ะ ฟ้องร้องให้ถูกต้อง ทำเรื่องผิด ให้ได้รับโทษ แต่เรื่องถูก เรื่องดีก็ต้องให้ความรู้ ให้ความสามารถ และต้องชมเชยเขาด้วย ท่านประธานคะหนูขอเวลาอีกนิดเดียวค่ะ แล้วถ้าเกิดเราทำอย่างนี้ตลอดเวลาแล้วเมื่อไร กิจการท่องเที่ยว การถ่ายหนังในประเทศ ซึ่งนำรายได้มหาศาลนี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทยได้คะ ถ้าเราไม่สามารถจัดการทุกอย่างให้ลงตัวได้ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเพิ่มเติมอีกสัก ๒ นาที ขออนุญาตค่ะท่าน ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของมาหยาเหมือนที่ท่าน ส.ส. เขาพูดว่าเป็นปัญหา ของโครงสร้างด้วย และดิฉันขอพาดพิงไปถึงว่าเราควรมีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เทเม็ดเงินลงมาเพื่อสนับสนุนเป็นจริง ๆ จัง ๆ สร้างระบบการตรวจอุทยาน ให้ถูกต้องตามระบบ ให้ความรู้ ให้องค์ความรู้กับเรือหางยาว การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสำคัญที่สุดคือตอนนี้ท่านประธานคะ โควิด (COVID) เกิดขึ้นแล้ว ญัตตินี้ยื่นเมื่อปีก่อน มันล่าช้าไป ๑ ปี วันนี้ค่ะเปิดหรือปิดชาวบ้านไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เพราะว่าทุกวันนี้มาหยา ก็สวย ถ้าคิดว่าเปิดชาวบ้านคงมีความสุข แต่ต้องเปิดอย่างมีข้อกติกาที่ถูกต้อง และประคับประคองให้มันดีแบบไม่ต้องปิดอีก เปิดให้มันพอดี ๆ สมดุลกันแล้วว่าอย่างไร ก็จะว่ากันให้มันดีขึ้น ชาวบ้านได้หายใจหายคอ และได้ส่งลูกหลานเรียนหนังสือ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลานี้ส่งสารถึงธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะว่าการดูแล ถึงรัฐบาลด้วยว่าการท่องเที่ยวตอนนี้ไม่ตอบโจทย์เลย โควิด (COVID) ระลอกใหม่นี้ คนในธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่ได้รับการดูแลเลย ซอฟต์โลน (Soft Loan) ยังไม่ออกมาชัดเจนนัก เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะที่ขอไปคือ ๘๐๐ วัน หรือการหยุดพักชำระหนี้ชั่วคราวพอสมควร ที่ทำให้ชาวบ้านหายใจหายคอออกไปได้ ถ้าโรงแรมประเทศไทยบนอ่าวมาหยา บนเกาะพีพี ถูกขายไปที่ต่างชาติมันคงเหลือเพียงแค่ผู้ประกอบการเจ้าถิ่นไม่กี่คนที่เป็นผู้มีอิทธิพล ถือปืนอยู่บนนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนอยากจะดูนะคะ ขอบคุณมากท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แล้วก็จะเป็นคุณประกอบ รัตนพันธ์ เป็นคุณสาคร เกี่ยวข้อง เชิญคุณเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายให้ความเห็นนะครับ แล้วก็ทราบว่า จะไม่ตั้งเป็นกรรมาธิการก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นบันทึกแล้วก็ส่งไปยังเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ที่จะเข้าไปพิจารณาในกรรมาธิการสามัญด้วยนะครับ เรื่องราวของอ่าวมาหยาที่ปิดอ่าวนะครับ ก็เป็นปัญหาที่ผมเข้าใจครับว่าเห็นว่านักท่องเที่ยวเยอะเกินไป สภาพแวดล้อมไม่ดีขึ้น ทรุดโทรม ทำลายปะการังแตก หัก พัง ปลาสวย ๆ ก็หายไป เพราะว่าไม่มีถิ่นที่อยู่ ในการอนุบาล มันเป็นปัญหาคลาสสิก (Classic) ครับท่านประธาน ผมเข้าใจปัญหาดีครับ เพราะก่อนที่ผมจะเป็น ส.ส. หรือไกด์ในกรุงเทพฯ นี่ผมเคยเป็นไกด์ทะเลมาก่อน แล้วเคย ทำงานอยู่ตามหมู่เกาะในอันดามันนะครับ เคยหากินกับมันและมีความรักกับมัน ผมก็เป็น คนหนึ่งครับที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของหมู่เกาะในอันดามันต่าง ๆ มาอย่างมากมาย ในช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเรียกได้ว่าหมู่เกาะสิมิลันนี่ เกาะแปดรับประทานอาหารกัน ไม่มีที่นั่งครับ อย่าว่าที่ยืนเลย ไม่มี ต้องผลัดคิวกันไป มันเป็นการโอเวอร์โหลด (Overload) ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มันเกิดจากแนวคิดที่เราไม่เคยคิดว่าการท่องเที่ยว หรือทรัพยากรธรรมชาติเราได้มาฟรี ๆ โดยตลอด การท่องเที่ยวไม่ฟรีครับ เราต้องจำคำนี้ไว้ ผมอยากเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพิ่มเติม จากท่านสมาชิกคนอื่น จริงอยู่มันก็มี ๒ ทาง เปิดหรือปิดใช่ไหมครับ ปิด ธรรมชาติ ก็ได้ฟื้นตัว เปิด ชาวบ้านก็ได้หากิน เราจะทำอย่างไรให้ตรงกลางมันเกิดขึ้นได้อย่าง ท่านสมาชิกท่านก่อนหน้านี้ได้อภิปราย ผมขอเสนอแนวทางว่าเราควรแก้ปัญหา ด้วยมาตรการ เขาเรียกว่า ไฮ สแตนดาร์ด ทัวริซึม (High standard tourism) นะครับ คืออะไร การจัดสรรโควตาที่ผ่านมาที่เคยทำกันมานี่ใครไปขอก็ได้ อย่างผมเป็นบริษัท เอ ผมไปขอ ผมมีเรือ ๒ ลำ ผมก็ได้โควตา ๒ ลำ เผลอ ๆ มันก็มีการสวมสิทธิว่าอยู่ดี ๆ ให้นายบีไปขอ แต่นายบีไม่มีเรือเลย แล้วไปขายโควตาให้นายเอ สุดท้ายนี่ใคร ๆ ก็ขอได้ แต่ขอแล้วคือถ้าไม่เต็มก็ขอได้ สุดท้ายไม่มีมาตรฐานอะไรเลยในการอนุญาตให้ผู้ประกอบการ รายใดได้ทำ เอาอย่างนี้ไหมครับ เราทำกันใหม่จากโควตาที่เรามีตามแคร์ริอิง คาพาซิตี (Carrying Capacity) ที่ควรจะได้ในเกาะเกาะหนึ่งหรือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง เราเอาผู้ประกอบการทุกคน เรามีมาตรฐานเดียวกัน แล้วทุกคนต้องทำให้ได้มาตรฐาน แล้วมาวัดผลกัน อย่างมี ๒๐ รายในปีหนึ่ง ก็มาวัดกันเลยว่าใครทำได้ดีกว่าใคร แล้วก็ได้ โควตาตามสัดส่วนนั้น ใครมีไกด์ที่ดีกว่าที่ดูแลนักท่องเที่ยวได้มากกว่า มีสต๊าฟ (Staff) เรือ ที่มากกว่าก็สามารถได้โควตาเพิ่มขึ้นในปีถัดไป มันก็เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก (Premier league) นั่นละครับท่านประธาน เหมือนกับว่าทีมที่เล่นดีก็ได้แชมป์ (Champ) ทีมที่เล่นไม่ดี มาตรฐานไม่ดีก็ตกชั้นไป ปีหน้าก็เอาใหม่ ก็ไปปรับปรุงมาตรฐาน ให้ดีขึ้น ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ไฮ สแตนดาร์ด ทัวริซึม (High standard tourism) ที่จะทำมานี้ ยังทำให้บริการมีคุณภาพดีขึ้น นักท่องเที่ยวพร้อมจ่ายมากขึ้น ราคาค่าตั๋วแพงขึ้น ผู้ประกอบการได้เงินมากขึ้น ดังนี้ถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทรัพยากรธรรมชาติที่เราเสียไป ท่านประธานครับปัญหาของการทิ้งสมอเรือมันก็เกิดมาจากการที่ดูแลไม่เพียงพอของอุทยาน ด้วยเช่นกัน บางครั้งอุทยานก็ละเลยขาดการดูแลรักษาพวกทุ่นลอยต่าง ๆ ผมเชื่อครับ ผมก็เคยอยู่กับคนที่ขับเรือหรือว่าอยู่กับคนที่เป็นเด็กเรือ หรือพี่น้องชาวมอแกนที่ได้ ประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้มาเป็นเด็กเรือนะครับ ทุกคนก็รักทะเลเหมือนกันหมดเพราะ เขาหากินกับทะเล เขาอยู่ใกล้ทะเลมากกว่าพวกเราที่อยู่ในสภานี้ด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าหากมีมาตรการ จากทางภาครัฐทำเรื่องไฮ สแตนดาร์ด ทัวริซึม (High standard tourism) แล้วผมว่า จะแก้ปัญหาระยะยาว คำตอบของปัญหานี้ครับ ไม่ใช่จะบอกว่าจะเปิดหรือปิด คำตอบ ของมันก็คือเราจะทำอย่างไรถ้าเปิดมาแล้วทุกอย่างมันเกิดความสมดุลและมันเป็นมาตรฐาน ที่ทุกคนยอมรับได้ และการแข่งขันของตลาดและบริการนี่ละครับที่จะเป็นคำตอบที่จะช่วยให้ ทุกคนสามารถกลับไปใช้ประโยชน์จากอ่าวมาหยา หรือเกาะแก่งต่าง ๆ ที่อื่นได้ในอ่าวอันดามัน และอ่าวไทย แล้วไม่ทำลายมันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประกอบ รัตนพันธ์ เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอกราบอนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปราย ญัตติอ่าวมาหยา จริง ๆ ท่านประธานครับอ่าวมาหยาเป็นเพียงกรณีหนึ่งเท่านั้นเอง บังเอิญว่า อ่าวมาหยาเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้นิยมและเป็นเกาะ เป็นอ่าว ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติในลำดับต้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีของ อ่าวมาหยานั้น ผมคิดว่าเราต้องถอดบทเรียนเพื่อที่จะไปดูแลสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ของบ้านเรา ท่านประธานครับสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลในภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อลือเลื่องชาวต่างชาติรู้จักดี และวันนี้ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวทางทะเล แม้ว่าในภาวะวิกฤติโควิด (COVID) ก็ยังที่จะ สอดแทรกมาเที่ยว เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ เป็นที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าจริง ๆ ชาวต่างชาติ นิยมชมชอบมากครับ เพราะฉะนั้นกรณีของอ่าวมาหยาในการปิดนั้น ผมคิดว่ามันเป็น บทเรียนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่จะต้องตระหนักแล้วก็วางแผน บริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลอื่น ๆ ไม่ว่าเป็นอ่าว เป็นเกาะ เป็นแก่งที่มีชื่อเสียง ของประเทศไทย ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เพราะผมคิดว่าบทเรียนนี้ก็ไม่ควรที่จะไปเกิดกับ สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในบ้านเรา บ้านเราหลายจังหวัดท่านประธานครับ มีที่ท่องเที่ยว ที่ดีมากและขึ้นชื่อลือชา ไม่ว่าทางภาคตะวันออก ตั้งแต่ชลบุรี ตราด จันทบุรี ระยอง ภาคใต้ ของกระผมนะครับ ทั้งอ่าวไทย ทั้งฝั่งอันดามัน เกือบทุกจังหวัด ยกเว้นไม่กี่จังหวัด ที่ไม่ติดทะเลและเป็นพื้นที่ที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งพี่น้องชาวไทยและเพื่อนบ้านต่างประเทศ ที่ให้ความนิยมชมชอบบ้านเราอย่างมาก ที่จังหวัดตรังบ้านของท่านประธาน ที่ผมกราบเรียน เพราะว่าติดกับบ้านผม ครอบครัวผมก็มาเที่ยวที่จังหวัดตรังมาก ไม่ว่าที่หาดปากเมง ไม่ว่าที่หาดยาว ไม่ว่าที่เกาะลิบง ผมกราบเรียนว่าเป็นพื้นที่ที่สวยงามมาก ถ้าเกิดว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตระหนัก อนุรักษ์ ฟื้นฟู กันไว้ก่อนแก้ ผมว่า มีประโยชน์มาก ๒ เส้นทางจากอ่าวปากเมงไปเกาะยาวสวยงามมากครับ มีต้นไม้ร่มรื่น ๒ ฟากถนน ผมคิดถึงท่านประธานที่เคารพจริง ๆ ครับว่าท่านเป็นคนรักธรรมชาติ รักต้นไม้ พยายามที่จะส่งเสริมในการปลูกต้นไม้ เป็นเส้นทางที่สวยงาม ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้าเกิดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ตระหนัก ไม่ใส่ใจ ปล่อยให้สายเกินแก้เหมือนกับอ่าวมาหยา ก็จะเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าเสียดายนะครับ ผมเลยขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะขอเสนอแนะหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นะครับว่าต้องถอดบทเรียนของ อ่าวมาหยา ต้องศึกษาข้อเท็จจริงของอ่าวมาหยา ซึ่งเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กรุณาพูดหลายมิติหลายทางว่าเหตุก่อนที่จะปิดอ่าวมาหยา ปิดแล้วได้รับผลกระทบ อย่างไร และควรบริหารจัดการอย่างไร ผมคิดว่านี่คือบทเรียนที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องตระหนัก แล้วก็นำไปบริหารจัดการ นำไปดูแล นำไปปกป้อง สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ที่อื่นที่ไม่เกิดกรณีเหมือนกับอ่าวมาหยานะครับ ก็คือผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าสถานที่ท่องเที่ยวเก่า ๆ เดิม ๆ ที่มีชื่อเสียง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตระหนักเป็นอย่างมากในการให้สัดส่วน ของนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชม เข้าไปเที่ยว ท่านประธานเคยไปต่างประเทศ เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเคยไปเที่ยวต่างประเทศ ท่านจะเห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ที่มีความสำคัญ เขากำหนดโควตาครับว่าในช่วงวัน ๆ หนึ่งนั้นเขาอนุญาตให้นักท่องเที่ยว เข้าไปชมวันละไม่เกินเท่าไร เป็นเวลา เวลาใด และเมื่อเข้าไปท่องเที่ยวแล้วจะต้องมี ข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อย่างนี้ผมคิดว่าจะสร้างความยั่งยืน คือจะทำคู่กันระหว่างเรื่องของการอนุรักษ์สภาพเดิมให้ยั่งยืนอยู่เหมือนเดิม ตามบ้านเรา ท่านประธานจะเห็นว่าเราปล่อยปละละเลยสิ่งนี้มายาวนาน เราไม่เคยได้จำกัด ใครจะเที่ยว ก็เที่ยว ใครจะไปก็ไป ใครจะทำอะไรก็ทำ ทั้ง ๆ ที่เราก็มีกฎหมายอยู่ แต่กฎหมายบ้านเรา ไม่ศักดิ์สิทธิ์🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในเรื่องของสิ่งก่อสร้าง ของพี่น้องประชาชนที่ไปทำมาหากิน ไม่ว่าร้านอาหาร ไม่ว่าที่พักอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญมากที่จะทำให้อ่าว ทำให้เกาะและสถานที่ท่องเที่ยวนั้นมีทัศนียภาพที่ไม่ดี และทำลายธรรมชาติเก่าเป็นมากมายหลายที่นะครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพเพื่อที่จะได้รับทราบแล้วก็ให้สติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์ ในการพัฒนา ในการที่จะดูแลให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของเรานั้นยั่งยืนและเป็นที่ทำรายได้ ให้ประเทศชาติต่อไปครับ กราบขอบคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติของการสอบหา ข้อเท็จจริงในการปิดอ่าวมาหยา เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของผมนะครับ อ่าวมาหยาอยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นอ่าวมีหาดทราย มีน้ำทะเล มีปะการังที่สวยงามถือว่า เป็นลำดับต้น ๆ ของโลกก็ว่าได้ เป็นสวรรค์บนดิน เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งโลกใฝ่ฝัน ที่สักครั้งหนึ่งจะได้มาเยือน จะได้มาดำน้ำ เดินบนหาดทรายอันนวลนุ่มของอ่าวมาหยา สักครั้ง จึงก่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่หนาแน่น ชุกชุม ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ การบูรณะหรือการปิดอ่าวมาหยาของทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมได้รับคำพูดคุยกับพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการในเขตตำบลอ่าวนาง ในเขตอำเภอเมือง แล้วก็ข้างเคียงในจังหวัดกระบี่ที่ได้มาใช้อ่าวมาหยาเป็นทรัพยากร เป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ในการทำมาหากิน ทุกคนเกือบทุกท่าน ผู้ประกอบการเหล่านั้นเห็นด้วยในการปิดอ่าวมาหยา ท่านประธานครับ การปิดอ่าวมาหยาด้วยความร่วมมือแล้วก็ได้ประกาศบอกว่าจะปิด อ่าวมาหยาเพียงแค่ ๖ เดือน ๙ เดือน เพื่อการปรับปรุงในการเปิดทางขึ้นหรือปรับเปลี่ยน ทางขึ้นไม่ให้เรือนำเข้าไปกระทบต่อหาดทราย ชายทะเล หรือปะการังในอ่าว เปลี่ยนทางขึ้น ให้ไปขึ้นทางหลัง สร้างบันได สร้างท่าเทียบเรือที่มีการออกแบบมีการศึกษามาอย่างชัดเจน ทุกคนก็รอคอยได้ แล้วก็รอคอยในวันที่มีการปรับปรุงเพื่อความสมบูรณ์แบบแล้วก็ดูแลรักษา อ่าวมาหยานั้นเพื่อความยั่งยืน แต่กระนั้นก็แล้วแต่ การปิดอ่าวมาหยาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนมาถึงปี ๒๕๖๒ ขณะนี้ปี ๒๕๖๔ แล้วท่านประธานครับ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมี การเปิดอ่าวมาหยาเมื่อไร การกำหนดการที่ชัดเจนจะทำให้มีการวางแผนเพื่อการทำ การท่องเที่ยว แม้ว่าในช่วงนี้จะอยู่ในช่วงการปิดการท่องเที่ยวจากผลกระทบของโควิด (COVID) ก็ดี แต่บุคลากรทางการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยวก็ยังจำเป็นที่จะต้องทำ แผนงานของเขาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เคยทำรายได้ถึงพันล้านบาทต่อปี ปิดอ่าวมาหยาแล้วกระทบกับโควิด (COVID) โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วรายได้ ก็ลดลงเรื่อย ๆ ก็อยากจะให้ใช้วิกฤติอันนี้ได้เป็นโอกาสในการแก้ไข เป็นการวางแผนว่า จากการที่อ่าวมาหยารับนักท่องเที่ยวถึง ๕,๐๐๐ คนต่อวัน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ไม่สามารถที่จะรองรับได้ ก็อยากให้ทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะได้วางแผนว่าน่าจะมีการจัดแบ่ง มีการจอง มีระบบการจอง มีระบบโควตา อย่างเช่น ท่านสมาชิกท่านก่อน ๆ ได้พูดไปแล้วว่าอยากให้มี การจัดการที่ดี ได้มีระยะเวลาประกาศออกมาว่าเสร็จวันไหนแล้วจะเปิดอ่าวมาหยาในวันไหน ซึ่งนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ยังรอคอยอยู่🔗
ท่านประธานครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่พี่น้องในรอบ ๆ เขตอุทยาน ร้องเรียนแล้วก็บอกให้มาพูดให้มาบอกท่านประธานผ่านไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการจัดเก็บรายได้ ที่ท่านจัดเก็บได้นับร้อย นับพันล้านบาทต่อปีได้คืนกลับไปสู่ท้องถิ่น ได้กลับไปพัฒนาดูแล สาธารณูปโภคต่าง ๆ เหล่านั้นในท้องถิ่นที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบในเรื่องของค่าครองชีพ ที่สูงขึ้นบ้างไหม ชาวบ้านในเกาะพีพียังต้องใช้น้ำ น้ำประปา น้ำจืดในราคายูนิต (Unit) ละ ๒๐๐ กว่าบาท ๓๐๐ บาทในบางฤดูกาล ควรจะจัดงาน จัดการ ประสานงานกับหน่วยราชการใด เพื่อไปจัดระบบน้ำให้ดี ให้มีคุณภาพ ให้ได้ราคาตามที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำเค็ม ปรับเปลี่ยนกลั่นมาเป็นน้ำจืดที่เรียกว่าอาร์โอ (RO) ก็แล้วแต่ ในหลาย ๆ เรื่องที่จะต้อง จัดการ อย่างเช่น การจัดการน้ำเสียบนชายหาดเกาะพีพี บนอ่าวนาง บนเมืองกระบี่ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแถบทะเลอันดามันหรือจะเป็นแถบเขตอุทยานอื่น ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีการท่องเที่ยวและมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาก็ย่อมมี ปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสียต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ก็อยากจะให้มีส่วนร่วมจากรายได้ที่อุทยาน จัดเก็บไปได้บ้าง รายได้ท้องถิ่นในภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อที่จะทำให้มีการแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ แล้วก็ได้แก้ปัญหาจริง ๆ เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มองเห็นว่าการพัฒนาได้มีความยั่งยืน ขอบคุณท่านชวนที่ท่านได้จัดการให้มีการเปิดประตูสู่จังหวัดกระบี่ ได้มีการสร้างสนามบิน อันใหญ่โตและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ทำให้กระบี่ของเรามีรายได้ต่อปี จากการท่องเที่ยวถึง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และถ้าไม่เจอโรคระบาดโควิด (COVID) คาดว่า จะถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตามจังหวัดภูเก็ตไปอีกไม่นาน ขอบคุณท่าน ที่ท่านได้อนุญาตให้มีการจัดถ่ายทำภาพยนตร์เดอะบีช (The Beach) ในเมื่อครั้งปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ สร้างชื่อเสียงให้กับอ่าวมาหยา ส่งผลกระทบให้กับการท่องเที่ยวได้ขยายตัว อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวโลกได้รู้ว่าอ่าวมาหยา ทะเลอันดามันมีความสวยสดงดงามเป็นที่ อยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับ🔗
สุดท้ายนี้กระบี่ก็ยังเตรียมรับกับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกอยู่ตลอด ต่อไปต่อเนื่องครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่ขออภิปรายได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วนะครับ ท่านเจ้าของญัตติมีสิทธิจะสรุป ขอเชิญนะครับ สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ครับ ที่ได้แสดง ความเสียใจกับการจากไปของพี่สาวกระผมในนามสภานะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิก ส.ส. ทุกท่านที่ได้เติมประเด็นในสิ่งที่ยังไม่ได้พูดนะครับ ซึ่งประเด็นในเรื่อง ของปัญหาการท่องเที่ยวก็ดีนั้น ผมเข้าใจว่าถ้าสภาแห่งนี้ทั้งฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ฝ่ายค้าน เรามองเห็นปัญหาของบ้านเมืองเป็นเรื่องของทุกคนนะครับ แล้วก็ไม่เอาประเด็นการเมืองมาพูด ผมคิดว่าน่าจะสำเร็จได้โดยง่าย แล้วอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นตรงกันนะครับ สรุปสั้น ๆ ที่จริง ได้ประโยคเดียวก็คือว่าในส่วนของการแก้ปัญหาในเขตอุทยาน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ในอ่าวมาหยานั้นมันเป็นที่เดียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศใน ๑๕๕ พื้นที่ แล้วก็ในส่วนของ อ่าวมาหยานั้นในส่วนตัวผมนี่ผมเห็นด้วยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการอนุรักษ์ในส่วนของอ่าวมาหยาไว้นะครับ แต่ประเด็นที่จะต้องไปศึกษา แล้วก็ฝากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือในเรื่องของการไปปรับโครงสร้างในเรื่องของการแก้ปัญหาและการบริหารการจัดการ ในขณะนี้ก็ขอเรียกร้องว่ารัฐบาลได้เห็นใจกับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเถอะครับว่าโควิด (COVID) วันนี้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย การท่องเที่ยว หนี้สิน ในเรื่องของซอฟต์โลน (Soft Loan) ก็ไม่มีการลงทุน นักท่องเที่ยวรายได้ก็ไม่เข้า เพราะฉะนั้นเรามีทรัพยากรอย่างไร เราจะยืดหยุ่นเอื้อประโยชน์กันอย่างไรนั้น ผมคิดว่าการบริการการจัดการหรือเปิดโอกาส ให้ประชาชนไปประกอบธุรกิจให้มีรายได้ ดีกว่าในเรื่องของตั้งงบประมาณเพื่อที่จะไปแจก เป็นรายหัวด้วยซ้ำไปนะครับ เพื่อความยั่งยืน อันนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ จริง ๆ ญัตตินี้เสนอเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ญัตติของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมก็ได้ พูดคุย ก็เป็นญัตติที่มีความสำคัญแล้วก็มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากมายมหาศาลนะครับ ก็อยากจะขอเสนอให้ที่ประชุมส่งญัตตินี้ไปให้กรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่อศึกษาพิจารณาต่อไปครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองหน่อยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องแล้วครับ แล้วก็เจ้าของญัตติท่านสฤษฏ์พงษ์ได้กล่าวไว้เมื่อตอนต้นแล้วว่าท่านไม่ติดใจเรื่องนี้ และเห็นด้วยให้ส่งกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมรับไปนะครับ🔗
ถ้าสมาชิกไม่เห็น เป็นอย่างอื่น ถือว่าเรามีมติเห็นชอบนะครับ ขอบคุณสมาชิกทุกท่านครับ ก็จบวาระ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ ขอเวลา ใช่ไหมครับ🔗
ครับ ด้วยความเคารพครับ ขออนุญาตครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเรียนเสนอกรอบระยะเวลาในการพิจารณา ๙๐ วัน🔗
เชิญครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอเวลาเท่าไรนะครับ🔗
๙๐ วันครับ🔗
๙๐ วันนะครับ สมาชิก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ขอเวลาในการพิจารณา ๙๐ วัน ขอบพระคุณครับ เราก็จบญัตติไปอีกญัตติหนึ่งนะครับ ต่อไปจะเป็นเรื่องญัตติใน ๕.๓🔗
๕.๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการ พัฒนาศักยภาพของคนไทย (นายสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็นผู้เสนอ)🔗
ก็ปรากฏว่ามีญัตติทำนอง เดียวกันอีก ๘ ฉบับ ก็จะรวม ๙ ฉบับ ผมขอเรียนเจ้าของญัตติให้ทราบดังต่อไปนี้ เพราะว่า ญัตตินั้นถ้าเจ้าตัวไม่อยู่หรือไม่เสนอนั้นก็จะตกนะครับ ก็จะได้เตรียมตัวครับ ญัตติที่เสนอดูแล้ว เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ฉบับแรก คือฉบับของท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นผู้เสนอ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๔ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาสถานการณ์กลไก กระบวนการสร้างความเป็นพลเมืองเพื่อรองรับการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ ญัตติที่ ๒ ที่เสนอเข้ามาถือเป็นเรื่องที่ ๓ ก็ของคุณธนกร ไชยกุล และคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม อยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๓๙ ชื่อญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแก้ไข ปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาครับ ญัตติที่ ๓ เป็นญัตติที่ ๔ นะครับ แต่ว่าเสนอเข้ามาประกอบด้วย ก็คือญัตติที่ ๕.๑๐๒ ของ คุณรุ่งโรจน์ ทองศรี และคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็นผู้เสนอ ชื่อญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไข ปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษาระดับอาชีวศึกษาเพื่อสนองต่อตลาดแรงงานในอนาคต ญัตติ ที่เสนอเข้ามาประกอบที่ ๔ เป็นญัตติที่ ๕ เป็นญัตติอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๑๑๔ ผู้เสนอคือ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ชื่อญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการตรากฎหมายการศึกษาแห่งชาติ (ร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง) ญัตติที่เสนอเข้าที่ ๕ เป็นญัตติ ที่ ๖ แต่เสนอประกอบมาเป็นญัตติที่ ๕ ก็คือเป็นญัตติตามวาระ ๕.๑๒๕ ของนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ชื่อญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการปฏิรูปการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษา ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ญัตติที่เสนอประกอบญัตติที่ ๖ จะเป็นลำดับที่ ๗ ก็คือญัตติตามระเบียบวาระที่ ๖.๙ เป็นของคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร และนายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เป็นผู้เสนอ ชื่อญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศ ญัตติที่เสนอประกอบที่ ๗ เป็นลำดับที่ ๘ ก็คือญัตติ ซึ่งไม่อยู่ในระเบียบวาระนะครับ เป็นการเสนอเข้ามาในวันก่อนยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ แต่ว่าเสนอมาก่อนแล้ว ก็คือญัตติของนายประกอบ รัตนพันธ์ และนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ชื่อญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษาทุกระดับอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ญัตติที่เสนอประกอบ อันดับที่ ๘ เป็นญัตติที่ ๙ ก็คือญัตติของคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้เสนอ ชื่อ ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การสร้างสื่อการเรียนรู้ ที่เปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน โดยการสร้างสื่อทีวิดิจิทัล (TV Digital) เพื่อเด็กและ เยาวชน อันนี้ก็เสนอมาก่อนแล้วครับ แต่ยังไม่บรรจุระเบียบวาระ🔗
โดยที่ได้ตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายแล้วนะครับเห็นว่าเป็นญัตติทำนอง เดียวกันสามารถรวมพิจารณากันได้ ผมก็ขออนุญาตที่ประชุมว่าถ้าไม่ขัดข้องจะนำญัตติ ทั้ง ๘ ญัตตินี้เข้ามาร่วมพิจารณากับญัตติของท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ซึ่งเป็นญัตติแรกที่ ๑ ก็รวมทั้งหมด ๙ ญัตติ คงใช้เวลาท่านสมาชิก ญัตติที่ท่านสมาชิกมีความประสงค์ที่จะชี้แจง ญัตติที่ยังไม่ได้บรรจุแต่ว่าเสนอเข้ามาก่อนแล้วครับ ไม่ได้เสนอวันนี้ เสนอวันก่อนแล้วครับ ก็ไม่มีอะไรต้องชี้แจงนะครับ ขอไล่ไปตามลำดับ เจ้าของญัตติแรก คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็นผู้เสนอ ขอเชิญนะครับ โดยที่ ๙ ญัตติ เพราะฉะนั้นสมาชิกที่ไม่มีความประสงค์อภิปราย หรือต้องการพักผ่อน หรือต้องการไปอยู่นอกห้องประชุมเพื่อเตรียมงานของท่านก็อนุญาตนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอเสนอญัตติที่ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แนวทางปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มศักยภาพ ของคนไทยในญัตติที่ ๑ และญัตติที่ ๔ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันในเรื่องของแรงงานและ ศักยภาพครับ🔗
เนื่องด้วยการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนหรือเป็นทรัพยากร ของประเทศ ประเทศใดที่มีประชากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ มีการศึกษา ย่อมส่งผล ให้ประเทศพัฒนาไปด้วย ปัจจุบันกระแสโลกด้านต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเทคโนโลยี สารสนเทศ สิ่งแวดล้อม สังคม การเมือง การปกครอง จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ประเทศควรมีการปฏิรูปการเรียนรู้แบบใหม่ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะใฝ่เรียนใฝ่รู้ อยู่ตลอดเวลา พัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อให้สอดคล้องและตอบสนองต่อ การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ของตลาดแรงงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ในอนาคต ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติเพื่อปฏิรูปการเรียนการสอนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไปนะครับ จากการศึกษาที่ทางด้านอาชีวะ ทางด้าน แรงงานนั้น ปัจจุบันนี้ปัญหาต่าง ๆ ที่รุมล้อมเข้ามาในกระบวนการอาชีวศึกษาภาพลักษณ์ จึงทำให้การศึกษาอาชีวะไม่ตรงกับความต้องการ ซึ่งองค์ความรู้มีอายุสั้นลง โลกเปลี่ยนแปลง โดยเทคโนโลยี การปฏิรูปการศึกษาแม้แต่ที่เป็นยุทธศาสตร์ของชาติก็ได้มีการปรับปรุง ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีการปรับปรุงอีกแล้ว มีการพัฒนาไปแล้วก็ยังไม่สำเร็จรูปแบบ ดังนั้นวันนี้ กระผมในฐานะยื่นญัตติในการศึกษาจริง ๆ แล้วการศึกษานั้นเป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ เรามีการปฏิวัติ ปฏิรูป รูปแบบต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่ก็ยังไม่มีความสำเร็จ เหตุผลมาจาก หลาย ๆ รูปแบบ กระผมจึงขอเห็นบอกว่าโดยเฉพาะด้านอาชีวศึกษานั้นเรามีการนำเสนออีก หลาย ๆ ประการ ตั้งแต่เราพูดกันถึงเรื่องของหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรนั้นยังไม่ทันต่อเหตุการณ์ ของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป การปฏิรูปประเทศในด้านศักยภาพก็เช่นเดียวกัน แรงงาน ซึ่งไม่มีการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงย่อมไม่สามารถจะอยู่รอดและแข่งขันกับ โลกาภิวัตน์ได้ จนเราพบอาชีวศึกษากำลังจะต้องให้ความสำคัญต่อทักษะ แต่ในปัจจุบันนี้ การเรียนการสอนยังเน้นในรูปแบบของทฤษฎีเป็นการบอกกล่าว เป็นการบอกเล่าในรูปแบบ ขององค์ความรู้ แต่ในปัจจุบันนั้นสถานประกอบการหรือหน่วยงานต้องการผู้ที่ปฏิบัติงานเป็น รู้ในการปฏิบัติ ในการที่จะสามารถที่จะมีสมรรถนะในการเรียนการสอนที่ดีขึ้น เราถึงบอกว่า ขณะนี้แผนปฏิรูปการศึกษาของชาติในฉบับปรับปรุงจาก ๗ ประเด็น ลดลงมาเหลือ ๕ ประเด็น ในเรื่องของการขยายโอกาสการศึกษา รูปแบบของการพัฒนาการจัดการเรียน การสอนสู่ฐานสมรรถนะ เพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ ๒๑ โดยเฉพาะ กิจกรรมที่ ๓ นั้นเราจะปฏิรูปเรื่องการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งให้สอดคล้องกับคุณภาพ การศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมที่ ๔ การจัดอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้น การปฏิบัติเป็นรูปแบบ คิดถูกแล้วครับการศึกษาการเรียนการปฏิบัติคือการศึกษาอย่างแท้จริง แต่ที่ผ่านมายังไม่สนองตอบต่อองค์ความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของอาชีวศึกษานั้น เราเห็นว่าครูคือหัวใจของทั้งปวง เป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุดในการที่จะปฏิรูป แต่คุณครู โดยเฉพาะด้านอาชีวศึกษานั้นการผลิตครูเป็นอุปสรรคที่ถูกที่ควรแล้ว เราจะต้อง มีการปฏิรูปสถาบันที่ผลิตครูออกมา นั่นคือมหาวิทยาลัยให้มองออกว่าครูที่จะมาสอน อาชีวศึกษามาสอนการปฏิบัตินั้นครูจะต้องปฏิบัติงานเป็นก่อน การสอนแบบระบบ โดยเฉพาะวันนี้เรามีการนำเสนอกิจกรรมในเรื่องของทวิภาคีเป็นหลักเป็นหัวใจ เราพูดกันมา โดยตลอดครับเรื่องของทวิภาคี ไม่ว่าจะเป็นทวิภาคี ทวิศึกษา หรือสหกิจศึกษา และการฝึกงาน ผมเชื่อว่าคุณครูผู้สอนยังอาจจะขาดความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้พอสมควรทีเดียว โดยปกติแล้วนักเรียน นักศึกษาที่เรียนจบ ๓ ปี โดยเฉพาะอาชีวศึกษาในด้านการปฏิบัติงานนั้น จบแล้วปีที่ ๓ ถึงออกไปฝึกงาน อันนี้รูปแบบยังไม่ถูกต้อง ยังไม่ถูกเลยว่าทำไมถึงเด็กปฏิบัติ ไม่เป็น เพราะเด็กเรียนรู้จากทฤษฎี แต่ในยุคทุกวันนี้โลกออนไลน์ (Online) โลกการเรียนรู้ ศึกษาทุกอย่างนั้นเด็กได้เรียนรู้ในรูปแบบหลากหลาย โดยเฉพาะคุณครู🔗
อีกส่วนหนึ่งที่เราต้องเร่งพัฒนาอย่างรีบด่วน คือเรื่องของหลักสูตรครับ หลักสูตรยังเขียนกำหนดจากส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดไป โรงเรียน เป็นผู้นำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ ก็จะขาดความเข้าใจ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคุณครูผู้สอน หลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนยิ่งมีความสำคัญมาก ตราบใดที่มีการเน้นหนักทฤษฎีแล้วนะครับ เด็กก็ไม่สามารถจะลงปฏิบัติและสนองตอบต่อตลาดแรงงานได้ อีกทั้งการวัดผล ประเมินผล ซึ่งส่วนต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบในการที่จะปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะวันนี้เรามีหน่วยงานหลาย ๆ กระทรวงเป็นผู้รับผิดชอบ ขาดองค์เจ้าภาพซึ่งจะเป็น ผู้กำหนดกฎเกณฑ์นำสู่การปฏิบัติ ดังนั้นผมพยายามที่จะเสนอรูปแบบในเรื่องของการจัดการ ทวิภาคี มันต้องมีสถานประกอบการ ซึ่งน่าจะดึงสถานประกอบการมาร่วมในการออกแบบ หลักสูตร ให้มีความชัดเจนว่าสถานประกอบการต้องการคนแบบใด ต้องมีการอบรมคุณครู ผู้สอน เพราะคุณครูผู้สอนนั้นจะต้องปฏิบัติเป็นถึงจะสอนคนปฏิบัติได้ ดังนั้นวันนี้นะครับ ด้วยความหลากหลายของกระบวนการที่จะนำไปสู่การพัฒนาให้นักเรียนอาชีวะมีศักยภาพ ที่ตรงกับความต้องการของสากลนั้นมันเป็นเรื่องยากมากมายเหลือเกิน เพราะมันเป็น นามธรรม ซึ่งจะต้องมีการพัฒนารูปแบบ แต่ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการเองอุ้ยอ้ายอยู่กับ โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอำนาจ การบริหารจัดการ เลยไม่ค่อยจะมีเวลาให้ ความสำคัญกับครูผู้สอน ซึ่งเป็นปัจจัยและหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ กระผมในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เราอยากจะนำเสนอรูปแบบของทวิภาคีซึ่งเป็น นโยบายรูปแบบที่เพราะเรื่องนี้จากที่ผมเสนอมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ ปีกว่า ๆ แล้ว ในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา การเรียนการสอน แต่เนื่องจากนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่พูดกันเรื่องของกัญชา กัญชง ตั้งแต่เริ่มหาเสียงเป็นต้นมา และวันนี้ผมอยากจะนำเสนอ ในรูปแบบซึ่งเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและเกี่ยวพันกันกับการศึกษา และจะเป็นทางออกตั้งแต่ โควิด-๑๙ (COVID-19) เข้ามานี้ปีกว่า ๆ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับประเทศชาติ และสังคมโลกโดยทั่วถึงกัน เราอยากจะนำเสนอโมเดล (Model) ของเรื่องของการศึกษา สู่ปากท้องของประชาชนในรูปของสุขภาพอนามัย เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำอันนี้มาเป็น นโยบาย เป็นยุทธศาสตร์ของชาติที่สามารถจะแก้ไขประเทศชาติได้ในระยะหลังจาก โควิด-๑๙ (COVID-19) หายไป ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว เรื่องของยา เรื่องของ แรงงาน ซึ่งกำลังจะหายไปจากตลาดจำนวนมากมายเหลือเกิน นั่นก็คือเรื่องของกัญชง กัญชาครับ🔗
ซึ่งในวันนี้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ เราได้ปลดกัญชา กัญชง ออกจากยาเสพติดให้โทษ และเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ซึ่งผ่านมาเพียงวันสองวัน กระทรวงสาธารณสุขร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการได้จับมือกัน พัฒนาหลักสูตร ซึ่งจะเป็นอาชีพโดยร่วมกันกับสร้างโมเดล (Model) และลงมือปฏิบัติ ด้วยการใช้กัญชง กัญชา และส่วนประกอบ ซึ่งได้ปลดถอดออกจากสารเสพติด ยกเว้น ดอก ใบที่ติดกับดอก และเมล็ดเท่านั้น ส่วนองค์ประกอบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นราก ลำต้น เปลือก และใบ สามารถที่จะนำมาใช้ได้ ดังนั้นนี่ละครับคือการบูรณาการและจะนำสู่ หลักการใหม่ ๆ ซึ่งทันต่อเหตุการณ์ ในรูปแบบของการเรียนการสอนด้วยหลักสูตร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านเป็น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านได้ร่วมมือกันกับ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำหลักสูตรบูรณาการ โดยนำกัญชาและกัญชงมาทำเป็นหลักสูตรเพื่อการเรียนการสอน ได้สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และเป็นยาในการที่จะร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะนำเป็นหลักสูตรในการเรียน การสอนนะครับ ผมถึงสนับสนุนว่าในชั้นนี้เราเป็นโลกเรื่องของทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ และจะได้นำอันนี้ มาเป็นฐานเศรษฐกิจของประเทศในการที่จะนำรายได้ และอีกทั้งเป็นการที่จะส่งเสริม ให้เยาวชนหรือเด็กได้เรียนรู้ และส่งเสริมให้เป็นการสร้างอาชีพไปในอนาคต ในเรื่องเหล่านี้ เราได้จัดทำเป็นหลักสูตรเพื่อให้ร่วมกันกับสถานประกอบการนะครับ ในวันนี้โรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นต้นตำรับในการที่จะจัดทำหลักสูตรและเป็นผู้นำในเรื่องของยา ซึ่งได้ทำมาเป็นเวลาหลายปีแล้วนะครับ นโยบายอันนี้เป็นนโยบายที่เราสามารถที่จะมาสร้าง ให้เป็นการเรียนรู้ หากรัฐบาลนำยุทธศาสตร์ตรงนี้ ซึ่งเราเชื่อกันว่าจะมีการทำวิจัย และเอามาต่อยอดสร้างเป็นแนวการเรียนการสอนในรูปแบบของทวิภาคีร่วมกันกับหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องของรากหญ้าที่จะลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง คงจะเห็นว่าวันนี้การศึกษาไม่ใช่ยืนอยู่ ในห้องเรียนแล้ว เด็กควรจะเรียนรู้การทำงานได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริงตั้งแต่การเริ่มปลูก การที่จะเห็นประโยชน์การสร้างเวชภัณฑ์จากผลผลิตจากกัญชาและกัญชงที่จะนำมาเป็นพืช อุตสาหกรรมและพืชเศรษฐกิจต่อไป อีกทั้งประเทศไทยเรามีจุดเด่นอยู่จำนวนมาก ภาวะในนี้ ภาวะการแรงงานก็ตกงานเป็นจำนวนมากเหลือเกินครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหากรัฐบาล จริงใจ จริงจัง และจะสร้างรูปแบบการเรียนการสอนทางด้านอาชีวะ มันเป็นการรวมพลัง ของหลาย ๆ กระทรวงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ต้องเร่งรีบการทำการวิจัยนะครับ ศึกษาหาความรู้ต่อยอดจากกระบวนการของกัญชาและกัญชง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มันเป็นยุคของความล่มสลาย ของการท่องเที่ยวแล้วครับ หากประเทศไทยมีความจริงใจในการที่จะปลุกการท่องเที่ยวขึ้นมา ใหม่เราเชื่อว่าเราเป็นเมดิคัลฮับ (Medical Hub) ทุกคนห่วงใยสุขภาพ โดยเฉพาะวันนี้ สังคมสูงวัยกำลังเข้ามาอย่างเต็มที่เราต้องฉวยโอกาสตอนนี้ครับ สร้างหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนให้ทันสมัยให้ตรงต่อความต้องการของโลก กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านได้สนับสนุนการเรียนของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ ได้เร่งการทำหลักสูตรมีหนังสือเป็นจำนวนมากที่จะ ส่งเสริมให้มีความรู้ เรามีโรงพยาบาลอภัยภูเบศรซึ่งเป็นต้นแบบของยาสมุนไพร แล้ววันนี้ การทำวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้นำกระชายขาวซึ่งเป็นสมุนไพรธรรมชาติ นี่ละครับ ประเทศไทยเรามีทั้งเด่นทั้งเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องสุขภาพ ในเรื่องของสมุนไพร เกษตรอินทรีย์ เป็นครัวโลก ดังนั้นผมถึงเห็นโอกาสอันนี้ในการที่จะทำหลักสูตรเร่งรัดให้กระทรวงศึกษาธิการ และกรมอาชีวศึกษาได้พัฒนาให้มีการเรียนเชิงปฏิบัติการโดยใช้จุดเด่นและโอกาสที่มีอยู่ ณ วันนี้จากวิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) มาให้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจน จึงนำเสนอให้ ประเทศชาติและทางรัฐบาลได้นำเรื่องนี้เป็นไพโอเนียร์ (Pioneer) ของประเทศไทยเพื่อที่ จะได้นำกระตุ้นให้สังคมโลกหลังจากโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้นะครับ เราเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เด่นในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควิด (COVID) เรื่องของ การรักษาในเชิงสุขภาพ โดยเฉพาะกระชาย เขาวิจัยแล้วว่าสามารถที่จะป้องกันและเป็นพืช ที่ภูมิปัญญาท้องถิ่น เราสามารถที่จะมาใช้ป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ซึ่งไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ผมในนามของพรรคภูมิใจไทยมีความภาคภูมิใจมากที่เรารับผิดชอบกระทรวงหลัก ๆ ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำพาประเทศชาติในการแก้วิกฤติและส่งเสริม นำการศึกษาให้มีรูปแบบของการปฏิบัติเพิ่มศักยภาพตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ในอนาคตอย่างแท้จริงครับ ผมขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ฉบับต่อไป ตามระเบียบวาระที่ ๕.๓๙ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษาในระดับ อาชีวศึกษา (นายธนกร ไชยกุล และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษาในระดับ อาชีวศึกษา ก่อนอื่นผมเองต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณครูบาอาจารย์ ของอาชีวศึกษาของประเทศไทยทั้งหมดที่ดูแลลูกศิษย์ลูกหาอาชีวศึกษาทั้งระดับ ปวช. ระดับ ปวส. ระดับปริญญาตรี แล้วก็หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้ในกรอบการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้อง และบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และมาตรา ๒๕๘ จ. บัญญัติให้มีการดำเนินการ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป ประเทศ แต่ปัญหาระบบการศึกษาของไทย โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษามิได้ถูกกล่าวถึง อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปด้านการศึกษา ผู้เรียนไม่สามารถปรับตัวและพัฒนาตาม ความก้าวหน้าของความรู้ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ ระบบการศึกษาไม่เอื้อต่อการพัฒนา ผู้เรียนตามความถนัดและศักยภาพ รวมถึงไม่สามารถชี้นำผู้เรียนให้เรียนในสาขาที่ตรงกับ ความต้องการของประเทศ ซึ่งภาวการณ์ปัจจุบันภาคประกอบการมีความต้องการแรงงาน สายอาชีวศึกษาค่อนข้างสูง ทั้งภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว การบริการ ศิลปกรรม คหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่กลับให้ความสนใจในการเรียนสายสามัญมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการทางสายอาชีวะ สถานประกอบการมีความต้องการบุคลากรด้านนี้ในระดับที่มาก แต่ขณะเดียวกันในการผลิต กำลังคนด้านปริมาณและคุณภาพก็ยังไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานเท่าที่ควร ประกอบกับ ส่วนหนึ่งทัศนคติของผู้ปกครองยังให้ความสนใจทางสายสามัญ ซึ่งเราเห็นว่าการศึกษา ในทศวรรษที่ ๒๑ เราจะต้องสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศให้กับ ผู้เรียนสายอาชีวะมากขึ้น เพราะฉะนั้นในความต้องการของสถานประกอบการ และการนำไปสู่การประกอบอาชีพ ผู้ที่เรียนจบสายอาชีวะจะต้องมีความรู้ มีทักษะ เก่งปฏิบัติ และมีสมรรถนะเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนอาชีวะในระบบทวิภาคี ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนที่ร่วมกับการฝึกงานในสถานประกอบการและสามารถที่จะ ไปเป็นผู้ประกอบการได้เองในอนาคต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาใน ระดับอาชีวะให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม ซึ่งกระผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความเป็นห่วงในการจัดการศึกษาทางสายอาชีวศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าในแผน การปฏิรูปประเทศนั้น ซึ่งกำหนดเอาไว้ ๒๐ ปี ไม่ได้ระบุเรื่องของอาชีวะอย่างชัดเจน ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ไม่ว่าจะเป็น วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ วิทยาลัยเกษตรเทคโนโลยี วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว วิทยาลัยการประมง วิทยาลัยการต่อเรือ ซึ่งวิทยาลัยเหล่านี้ทั้งประเทศเรามีส่วนที่เป็นของ รัฐบาล ๔๒๔ แห่ง ส่วนของอาชีวะเอกชนอีกประมาณ ๔๐๐ แห่ง มีนักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาในระบบทั้งระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี และหลักสูตรระยะสั้นนั้นร่วม ๒ ล้านคน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นความห่วงใยที่กระผมเองในฐานะซึ่งก็เป็นลูกหลานที่เรียน ทางสายอาชีวะมา ส่วนหนึ่งที่ผมเรียนเป็นเบื้องต้นว่าผมเองชื่นชมทางคณะครูบาอาจารย์ ของอาชีวศึกษา ถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเราเองมีปัญหามากมายที่ผมจะได้กราบเรียน ท่านประธานต่อไป แต่ครูบาอาจารย์เราทุกคนก็ได้ตั้งใจในการเรียนการสอนให้กับลูก กับหลาน เรายอมรับว่าในส่วนของการอาชีวศึกษา ณ ปัจจุบัน คุณภาพของสายอาชีวะเรา หลาย ๆ เรื่อง เราไม่ได้ด้อยกว่าต่างประเทศ เราแข่งขันกับสิงคโปร์ได้ แข่งขันกับมาเลเซียได้ หรือแม้กระทั่งกับเกาหลีได้ แต่ส่วนหนึ่งที่เรายังขาด ขาดก็คือความจริงใจในการที่จะ พัฒนาการอาชีวศึกษาของประเทศของเรา ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ซึ่งนับมาถึงวันนี้ก็ร่วม ๑๒ ปี หลังจากที่มี พ.ร.บ. ฉบับนั้นที่เกิดขึ้นตั้งแต่เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่กำหนดให้มีการศึกษา พ.ร.บ. การศึกษาชาติ และจาก พ.ร.บ. การศึกษาชาติ ฉบับนั้นนำมาสู่ พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์การศึกษาไทย ที่อาชีวะมีกฎหมายของตัวเอง แต่ว่าหลาย ๆ ครั้งการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติขาดการต่อเนื่อง ขาดการใช้บังคับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานในวันนี้นะครับ ถึงแม้ว่าญัตติที่ผมจะเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ผมเองก็ไม่ได้ติดใจถ้าหากว่า ในที่ประชุมจะมอบให้ทางกรรมาธิการสามัญช่วยดูแลในเรื่องของการพัฒนาอาชีวศึกษา ทางอาชีวศึกษานั้นเรามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๓-๔ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องของอุปกรณ์วัสดุเครื่องไม้เครื่องมือในการพัฒนาในการฝึก ซึ่งเราเอง ณ ปัจจุบันทุก ๆ วิทยาลัยนะครับ ได้ใช้โครงการความร่วมมือกับสถานประกอบการ ทำเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน นักเรียน นักศึกษาทุก ๆ คนต้องไปฝึกที่สถานประกอบการ ตามสาขาวิชาที่ตัวเองเรียน และหลายหน่วยงานก็ได้ให้ความอนุเคราะห์กับลูกหลาน ในการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เพราะฉะนั้น ในการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษา เรื่องสำคัญก็คือเรื่องวัสดุฝึก เรื่องอุปกรณ์ในการฝึก ซึ่ง ๒ ส่วนนี้เราสามารถจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการได้🔗
เรื่องที่ ๒ ที่มีความสำคัญมากคือ เรื่องครู ครูที่จัดการเรียนการสอนทางสาย อาชีวศึกษา เดิมทีถ้าย้อนกลับไปสัก ๒๐ ปีที่แล้ว เราเคยมีวิทยาลัยครูอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในการผลิต เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลเยอรมนีสมัยนั้น ผลิตครูสายช่างและสายอื่น ๆ แล้วก็ไปสู่การเรียนการสอน ในระดับวิทยาลัยต่าง ๆ จนกระทั่งทำให้เราได้พัฒนามา ณ ถึงปัจจุบัน แต่ ณ ขณะนี้สิ่งที่ เราขาดแคลนนะครับ ไม่เพียงพอก็คือเรื่องกำลังของครู ครูเราส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ ณ ปัจจุบันตัวเลขของสถานศึกษาของรัฐบาลเรานั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นครูอัตราจ้าง ซึ่งขาดขวัญกำลังใจ เนื่องจากว่าครูอัตราจ้างเหล่านี้เราได้เงินเดือนไม่ได้มากนัก อยู่ที่เกณฑ์ ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นครูอัตราจ้าง ถึงแม้ว่าระยะเวลา ในการที่จ้างมา ๔-๕ ปี แล้วก็ไปสอบบรรจุให้ได้ ซึ่งตรงนั้นก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ขวัญกำลังใจ ของครูบาอาจารย์ที่เป็นครูอัตราจ้างยังไม่เพียงพอ เรื่องที่ ๒ ผมเองก็ต้องชื่นชมทาง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่พยายามพัฒนาครูบาอาจารย์เหล่านี้ ทั้งส่วนที่เป็น ข้าราชการอยู่แล้ว และครูที่เป็นอัตราจ้างโดยร่วมไม้ร่วมมือกับทางภาคเอกชน เอาครูเหล่านี้ ไปฝึกไปปฏิบัติเพื่อให้เขาได้ทำได้ ทำเป็นจริง ๆ ก่อนที่มาสอนลูกศิษย์ลูกหา🔗
เรื่องที่ ๓ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเรื่องของหลักสูตร กระบวนการ ในการจัดทำหลักสูตรของอาชีวศึกษาเรา ณ ปัจจุบันยังไม่ได้สอดคล้องกับภาวะการ เปลี่ยนไปของเทคโนโลยี และภาวการณ์ทันสมัยของโลก ดังนั้นในการจัดทำหลักสูตร ของอาชีวศึกษาควรที่จะได้ร่วมไม้ร่วมมือกับทุก ๆ หน่วยงาน มีหลายหน่วยงานนะครับ ที่จัดการศึกษาทางสายอาชีวะ อย่างเช่นกระทรวงแรงงานเองก็มีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการจัดการอบรมการเรียนการสอนทางด้านอาชีวะ มีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพซึ่งเป็น องค์กรมหาชน สำนักนายกรัฐมนตรี ในการควบคุมคุณภาพ🔗
แล้วก็อีกเรื่องที่ ๔ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของ การอาชีวศึกษาก็คือเรื่องการประกันคุณภาพนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวล ที่ผมกราบเรียนมาเป็นส่วนหนึ่งในการที่เราจะพัฒนาคุณภาพของการอาชีวศึกษา เรื่องของ การประเมินผลต่าง ๆ ซึ่งการประมวลผลทางอาชีวศึกษานั้นจะแตกต่างกับสายสามัญ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ถึงแม้ว่าญัตตินี้จะถูกนำไปแก้ไขพัฒนาโดยทางกรรมาธิการสามัญ ผมอยากจะฝากทางกรรมาธิการสามัญว่าในการที่เราจะพัฒนาอาชีวศึกษานั้นเราจะต้องดูแล ทั้งระบบนะครับ เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางอาชีวศึกษานั้น ทั้งสถานประกอบการ ทั้งผู้ปกครอง ทัศนคติต่าง ๆ ที่ต้องปลูกฝังให้ท่านผู้ปกครองได้ยอมรับ แล้วก็ให้เข้าใจว่า ศักยภาพของเด็ก ๆ แต่ละคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน เด็กอาชีวศึกษาเราต้องการ ขวัญกำลังใจจากผู้หลักผู้ใหญ่ของเรา ถ้าหากเราเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนเขามีศักยภาพ ในการที่พัฒนาตนเอง เขาสามารถที่จะก้าวไปในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ กราบวิงวอนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าการที่เราจะพัฒนาการอาชีวศึกษาเราต้องมองกันทุก ๆ มิติ ให้ความเสมอภาค อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันเราต้องยอมรับความจริงว่า ในชนบทห่างไกลของบ้านเราประชากร ๖๐-๗๐ ล้านคน โอกาสของคนที่จะได้เรียน มหาวิทยาลัยก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนใหญ่ของเยาวชนไทย ของประชาชนไทยของเรานั้น เรายังต้องการเรียนสายอาชีวศึกษา เรียนสายอาชีพ เพราะฉะนั้นหลักสูตรเราควรที่จะ ปลูกฝังไปถึงระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ให้ลูกหลานเราได้เรียนสายอาชีพ เป็นเบื้องต้น ดังนั้นในหน่วยงานของวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพต่าง ๆ ควรที่จะ ขยายโอกาสไปในระดับอำเภอให้มีมากขึ้น ถ้าหากว่าท่านประธานได้ตรวจสอบข้อมูลดูว่า ตอนนี้แต่ละจังหวัด ๆ มีวิทยาลัยซึ่งเป็นอาชีวศึกษาแต่ละจังหวัดนั้นมีไม่ถึง ๕ แห่ง อาจจะมีบางจังหวัดซึ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่อาจจะมากกว่า ๕ แห่ง แต่ว่าส่วนใหญ่ จังหวัดหนึ่งมีไม่ถึง ๕ แห่งครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า ถ้าหากว่าเราจะส่งเสริมการอาชีวศึกษาให้ลูกให้หลานของเราได้มีอาชีพติดตัว มีอาชีพ ในการที่จะไปทำมาหากินเลี้ยงชีพตัวเองและไปสู่สถานประกอบการในการที่พัฒนาเศรษฐกิจ ของบ้านของเมืองเรา เราต้องขยายโอกาสในการเรียนการสอนสายอาชีพให้ไปถึง ในระดับอำเภอ ทราบมาว่าตอนนี้หลาย ๆ โรงเรียนมัธยมศึกษาซึ่งลดน้อยถอยลง โรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งจะยุบ จะควบรวม เรามีสถานที่ มีพื้นที่ ก็ควรจะแปรเปลี่ยน ตรงนั้นให้เป็นวิทยาลัยการอาชีพหรือวิทยาลัยเทคนิค ให้โอกาสกับเด็ก ๆ เหล่านั้น เยาวชน ในบริเวณนั้นได้มาเรียน รวมทั้งสถานศึกษาของอาชีวศึกษานั้นจะได้ดูแลสอนประชาชน ในหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น สักครู่ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร นะครับ ได้พูดถึงอาชีวศึกษาที่เป็นการศึกษาในระบบทวิภาคีซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ระบบการศึกษาของ เยอรมนี อาชีวศึกษาเยอรมนี ซึ่งประเทศไทยเรา ณ ปัจจุบันก็ได้ใช้รูปแบบของเยอรมนี ในการเปิดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ผมเองภาคภูมิใจที่เด็ก ชาวอาชีวศึกษาที่ไปฝึกงานตามโรงแรมใหญ่ ๆ โรงงานใหญ่ ๆ หรือสถานประกอบการ ใหญ่ ๆ รวมทั้งไปฝึกงานในสถานประกอบการเล็ก ๆ ด้วย เพื่อที่จะเรียนรู้ในการที่จะไปสู่ การเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน วันนี้ในเรื่องของการให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ผมขออนุญาตเรียนว่าถ้าเราจะมี การพัฒนาอาชีวศึกษาอย่างจริงจัง ๑. จะต้องระบุให้ชัดเจนในแผนปฏิรูปประเทศให้เป็น รูปธรรม หลายครั้งที่ชาวอาชีวะมาสะท้อน มาพูดคุยกับผมว่าในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาชาติ ฉบับปัจจุบันหรือฉบับที่กำลังจะแก้ไขจะไม่มีคำว่า อาชีวศึกษา ผมก็บอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลเองก็คงให้ความสำคัญเรื่องอาชีวศึกษา เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมอยากจะมากราบเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ กรรมาธิการสามัญ ก็อยากจะให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ให้ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถานประกอบการ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดการอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนได้มาพูด มาคุยกันในการที่เราจะพัฒนาบ้านเมืองของเรา การศึกษานั้นบ้านเราทั้งการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งการศึกษาอุดมศึกษา แต่ในขณะที่ของอาชีวะนั้นมันคาบเกี่ยวนะครับ ระดับ ปวช. เราบอกว่าเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่พอระดับ ปวส. แล้วก็ระดับปริญญาตรี ของอาชีวศึกษาเราบอกว่าเป็นอุดมศึกษา แต่อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตกราบเรียนว่า อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งมวลได้ยึดถือตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ให้ปฏิบัติตามนั้น เพราะไม่เช่นนั้นนะครับการพัฒนาอาชีวศึกษาก็จะพัฒนาไม่ได้ ดีขึ้น ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน แล้วก็ขอกราบขอบคุณคณะครูบาอาจารย์ ของอาชีวศึกษา กราบขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่มีหัวใจในการที่ อยากจะพัฒนาอาชีวศึกษา กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปผมขออภัย ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ🔗
ครับผม🔗
ผมในฐานะที่เป็นผู้ร่วมเสนอด้วยนั้น ในฉบับนี้ก็อยากจะปรึกษาท่านประธานว่าผมจะอภิปรายไปเลยหรือจะให้พูดรอบ ๒ ครับ🔗
ผมให้แต่ละฉบับได้เสนอ ท่านก่อนนะครับ แล้วก็ส่วนผู้อภิปรายก็จะตามมาทีหลังครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานถามปรึกษา ท่านประธานครับ และผมมีโอกาสใช้สิทธิ ใช้เวลากี่นาทีครับ🔗
ได้ครับ🔗
โดยปกติแล้วผู้นำเสนอนั้น จะอภิปรายไม่จำกัดเวลา ไม่ทราบว่าท่านมีนโยบาย แนวทางอย่างไรครับ🔗
อันนี้ได้เสนอแล้วครับ ท่านธนกร ไชยกุล เป็นผู้เสนอแล้ว ท่านอภิปรายประกอบ จะเอาตอนนี้เลยหรือครับ🔗
ก็แล้วแต่ท่านประธานครับ🔗
เอาไว้ให้เสร็จทุกฉบับ แล้วเราค่อยเวียนกลับมา เพราะจะมีผู้อภิปรายด้วยตอนนั้นนะครับ เอาไว้ตอนนั้นครับ🔗
ก็แล้วแต่ท่านประธานครับ🔗
ครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ญัตติที่ ๕.๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาสถานการณ์ กลไก กระบวนการสร้างความเป็นพลเมืองเพื่อรองรับการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ (รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญนะครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขอขอบคุณ ที่ท่านประธานได้อนุญาตให้ผมนำเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาการศึกษาการสถานการณ์ กลไก กระบวนการสร้างความเป็นพลเมืองเพื่อ รองรับการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องพลเมือง ก็คือคำสำคัญของวันนี้ ความเป็นพลเมืองวันนี้นะครับมีประเด็นที่พูดกันเยอะมาก พลเมือง ในสถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นพลเมืองที่มีการถกเถียงว่ามีคุณลักษณะอย่างไร นั่นประเด็นหนึ่ง🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมจะนำเสนอต่อไปว่าแล้วกลไกกับกระบวนการที่ดำเนินการ อยู่ในระยะที่ผ่านมาและควรที่จะเป็นไปในอนาคตเพื่อรองรับการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาตินั้น เราควรจะทำอย่างไรครับ🔗
ท่านประธานครับ ประเด็นแรกเลยนะครับก็คือว่าเวลาพูดถึงพลเมือง วันนี้เป็นคำที่กว้าง เป็นมโนทัศน์ที่มีความหลากหลาย หลายคนก็ให้ความหมายของพลเมือง ไปตามอคติหรือว่าค่านิยมของตัวเอง บางคนก็ให้ความหมายพลเมืองไปในทางที่บอกว่า ไม่เหมาะสม บางคนก็บอกว่าพลเมืองมีความเหมาะสมแล้ว นั่นคือการไปตัดสินแล้ว แต่ที่ สำคัญนะครับท่านประธานครับเวลาพูดถึงพลเมืองแล้วผมคิดว่าคุณลักษณะพื้นฐาน ของพลเมืองภายใต้แผนปฏิรูปประเทศเล่มนี้นะครับ บอกว่าพลเมืองก็คืออาจจะต้อง มีความรับผิดชอบนะครับ รู้สิทธิ หน้าที่ มีจิตสาธารณะ อันนี้ผมคิดว่าเป็นคุณลักษณะพื้นฐาน ของพลเมืองที่จะรองรับการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ หรือศตวรรษที่ ๒๑ ก็ว่ากันไปนะครับ แต่ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งเวลาพูดถึงคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองเพื่อที่จะรองรับการปฏิรูป ประเทศนะครับ สำหรับผมนะครับ ผมให้ความสำคัญกับคำว่า ความอดทนครับ ความอดทน ผมถือว่าความอดทนเป็นพื้นฐานสำคัญของปุถุชนอย่างเรา ๆ หรือเยาวชนของเรา หรือลูกหลานของเราที่จะประสบความสำเร็จครับ🔗
ประการต่อมา คุณลักษณะของพลเมืองที่เราจะสร้างเขาจะต้องยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ วันนี้คำนี้ดูเหมือนประหนึ่งว่าใคร พูด ใครกล่าว ใครแถลง แล้วเท่ครับ แต่จริง ๆ แล้วคำนี้เวลาปฏิบัติแล้วยากมาก เพราะทุกคน ต่างก็พกเอาสิ่งที่ตัวเองยึดมั่น ถือมั่น มีความเชื่อสิ่งหนึ่ง แต่ถ้าหากที่เรารับรู้ หรือถกแถลง หรือชีวิตประจำวันไม่ตรงกับความคิด ความเชื่อที่ตัวเองเชื่อเราจะไม่ยอมรับเราปฏิเสธ อันนั้นก็หมายถึงว่าคุณลักษณะของพลเมืองที่ยอมรับความคิดหลากหลาย ยอมรับความเป็นอื่น สิ่งเหล่านี้มันเริ่มมีปัญหา ดังนั้นความเป็นพลเมืองจึงเป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐาน ในขณะเดียวกัน บางคนก็บอกว่าความเป็นพลเมืองก็คือคนที่สามารถสร้างสรรค์ได้ แต่อีกกลุ่มหนึ่งก็บอกว่า ความเป็นพลเมืองก็คือต้องท้าทาย ต้องวิพากษ์ ต้องวิจารณ์ การวิพากษ์วิจารณ์จึงอาจจะ รวดเร็ว โด่งดัง และมีชื่อเสียง เพราะฉะนั้นความเป็นพลเมืองในความหมายที่ก้าวหน้าว่า จะต้องครีเอทีฟ (Creative) สร้างสรรค์ หรือจะต้องคริทิไซซ์ (Criticize) หรือการวิพากษ์วิจารณ์ ก็อาจจะเป็นความเชื่ออีกความเชื่อหนึ่ง ทั้งหมด ทั้งสิ้น ทั้งปวง ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสิ่งที่บอกว่าพลเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นพลเมือง มันจะต้องสร้างครับท่านประธาน วันนี้เวลาสร้าง รัฐไทยจะสร้างอย่างไรเพื่อที่จะขับเคลื่อน หรือเพื่อจะไปให้ถึงจุดนี้ ที่เรียกกันว่าประเทศมีความเรียบร้อย มีความสามัคคี นี่คือ ยุทธศาสตร์ชาติ นี่คือแผนปฏิรูป เราจะทำอย่างไรให้สังคมมีความสงบสุข นี่คือแผนปฏิรูป เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิต นี่คือผมคิดว่าสิ่งที่ประชาชนพลเมือง ของเราทั้งประเทศชาติ ทั้งสังคม ทั้งประชาชนเรามีคุณลักษณะที่ดี กลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนคนเพื่อที่จะนำไปสู่การเป็นคนที่อยู่ในประเทศชาติที่เรียบร้อย สามัคคี สังคมที่มีความสุข หรือว่าประชาชนที่มีคุณภาพ ผมคิดว่ากลไกทางพลเมืองก็คือกลไกทาง อุดมการณ์ กลไกทางอุดมการณ์ เช่น สถาบันการศึกษา ศาสนา สื่อ สถาบันทางวัฒนธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบันเหล่านี้วันนี้สถาบันสื่อมีอิทธิพลมาก🔗
ผมกำลังจะกล่าวไปถึงประเด็นที่ ๒ ว่าถ้าเราจะเอากลไกและกระบวนการ มาสร้างความเป็นพลเมืองนั้น เรื่องการศึกษา วันนี้ผมคิดว่าเรื่องการศึกษาเราจะต้อง คิดทบทวนกัน จึงอยากจะฝากไปถึงกรรมาธิการสามัญ เพราะว่าทราบว่าสภาไม่ได้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งก็ด้วยความเคารพต่อคณะกรรมการประสานงานว่ากรรมาธิการ สามัญจะต้องไปคิด ไปจี้กันว่ากลไกทางด้านอุดมการณ์เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองนั้น วันนี้เขาทำกันอยู่อย่างไรนะครับ🔗
อันแรกเลย กลไกก็คือสื่อทำอย่างไร อะไรเป็นการควบคุม อะไรควรจะเป็น สื่อที่นำไปสู่ปลุกเร้า อะไรที่เป็นสื่อที่จะนำไปสู่การสร้างสมานฉันท์ การดำรงชีวิตอยู่ อย่างปรองดอง การดำรงอยู่อย่างก่อให้เกิดความเคารพ ความรัก สื่อสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ มีอิทธิพลมาก แต่สื่อจำนวนมากก็ไม่อาจจะควบคุมได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อในด้าน โซเชียลมีเดีย (Social media) นะครับ🔗
กระบวนการกลไกอีกตัวหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญมากก็คือกลไก ทางการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญนะครับ ท่านประธานครับผมนี่เคยเป็นครูประถมศึกษาอยู่ เกือบ ๒๐ ปี เห็นเลยวันนี้โรงเรียนประถมศึกษาถ้าจะปฏิรูปเราจะปฏิรูปอย่างไร ในเล่มนี้ หน้า ๘ บอกว่าการปฏิรูปการศึกษามี (๑) (๒) บอกว่าพัฒนาการจัดการเรียนการสอน เรียนรู้ สมรรถนะเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ท่านประธานครับอันนี้เป็น คำสวย อยากฝากท่านกรรมาธิการสามัญไปจี้ ไปกระตุ้น ไปย้ำ ไปตรวจสอบต่อหน่วยงาน ที่รับผิดชอบหรือผู้รับผิดชอบว่าการพัฒนาการเรียนการสอนทำอย่างไร วันนี้โรงเรียน ประถมศึกษาเวลาการเรียนการสอนเราก็มุ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ต้องสุดยอด เด็กที่เรียนวิทยาศาสตร์ต้องสุดยอด ภาษาอังกฤษต้องชัวร์ (Sure) สิ่งเหล่านี้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งครับ ทักษะในการได้คะแนน ทักษะในการเอาคะแนน ทักษะได้คะแนนสูง ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ทางด้านคณิตศาสตร์ จำเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีใครปฏิเสธครับ เพราะเป็น พื้นฐานสำคัญ แต่ทักษะแห่งการอยู่ร่วมในสังคมที่พี่น้องครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ต้องเร่งครับ ในการปฏิรูปประเทศ อยากจะรู้ว่าโรงเรียนอยากจะ มอบหมายให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ อยากจะมอบหมายให้ทางหน่วยงานส่วนกลาง สพฐ. ไปดูหน่อยครับ สร้างแผนปฏิบัติการเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้สมรรถนะ หมายถึงว่าสมรรถนะที่จะอยู่รวมกันในสังคมตรงนี้ให้ดีหน่อยครับ ผมไม่ทราบนะครับว่า เขาจะเรียนกันสอนกันอย่างไรในรายละเอียดเพราะออกมาจากโรงเรียนประถมศึกษามานาน แต่รู้ว่าโรงเรียนประถมศึกษากับโรงเรียนมัธยมศึกษามีกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ เมื่อก่อนประถมศึกษานี่ ๕ สาระการเรียนรู้ ตอนนี้เพิ่มมาเป็น ๘ สาระการเรียนรู้ เท่ากับ มัธยมศึกษา สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาก็แบ่งเป็น ๕ สาระ มีประวัติศาสตร์เพิ่มเข้ามา ดีนะครับที่คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ได้กระตุ้นแล้วก็ส่ง ความต้องการไปยังฝ่ายรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่ศีลธรรม วิชาศีลธรรม ก็จะทำให้นำไปสู่ การปรับเนื้อหา วิชาประวัติศาสตร์ ที่เราบอกว่าคนทิ้งประวัติศาสตร์ คนไม่รู้ประวัติศาสตร์ ผมไม่บอกว่าการเอาประวัติศาสตร์ออกจากหลักสูตรแห่งชาติในสมัยปี ๒๕๐๓ หรือหลักสูตร ที่ถัด ๆ มาปี ๒๕๒๑ ใครเอาออก เอาออกกันอย่างไร ด้วยวัตถุประสงค์อะไร แต่พอ เอาออกแล้วเราเห็นเลยนะครับว่าวิชาประวัติศาสตร์ถ้าคนไม่รู้รากเหง้าของชุมชนตัวเอง ถ้าคนไม่รู้รากเหง้าถิ่นฐานบ้านเกิดบ้านเมืองของตัวเองก็จะเป็นปัญหาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสาระการเรียนรู้ทางสังคมศึกษาเหล่านี้ต้องใส่เข้าไป🔗
แต่ประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ อยากฝากไปยังคณะกรรมาธิการครับ การสร้างความเป็นพลเมืองให้รัก ให้ตระหนัก ให้เรียนรู้ ให้อดทน ให้อดกลั้น ให้มี ความรับผิดชอบ มันไม่สามารถที่จะเปิดอยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง กระบวนการเรียนการสอนของ ท่านครูบาอาจารย์ทางกระทรวงศึกษาธิการ ทาง สพฐ. หรือทางสำนักงานเขตพื้นที่ แม้กระทั่งท่านศึกษา คณะกรรมการสามัญศึกษาจังหวัด ต้องไปกำชับ ต้องไปเอื้อ ต้องไป สร้างโอกาส หรือไปกระตุ้นให้พี่น้องผู้ประกอบวิชาชีพครูได้จัดการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างสิ่งเหล่านี้ให้แรงขึ้น เพียงพอกับที่เราเพิ่มคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ เพียงพอกับ เราเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นวิชาทางด้านสาระสังคมพวกเหล่านี้ การดำรงชีวิตอยู่ การอยู่ร่วมกับคนอื่น การปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งเหล่านี้นะครับ เป็นเรื่องที่ จะต้องบูรณาการการเรียนการสอน สิ่งที่ท้าทายและอยากจะฝากไปตรงนี้ก็คือว่า กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเอาใจใส่ต่อตรงนี้นะครับ ผมไปตรวจสอบดูครับท่านประธาน ไปตรวจสอบดูรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ อันนี้ เอาเดือนมกราคม เดือนมีนาคม ปีที่แล้วนะครับ บอกว่าเขาทำอะไรด้านการศึกษา เขาบอกว่า ด้านการศึกษาได้บุกเบิกการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน การจัดการระดับพื้นที่ โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการขับเคลื่อนการศึกษา ที่เป็นอิสระ ดอต ดอต ดอต (Dot dot dot) ว่าให้เสร็จนะครับ สิ่งที่เป็นรูปธรรมก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง) ดำเนินการขับเคลื่อนพื้นที่ นวัตกรรมศึกษาจังหวัดระยอง หมายถึงแอกชันแพลน (Action plan) ประจำปี ๒๕๖๓ จบแค่นั้น ท่านประธานครับ ยังไม่เห็น ยังไม่อาจคาดหวังได้ว่ากระบวนการเรียนการสอน ถูกหยิบมาเป็นส่วนหนึ่ง มาเป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) มาเป็นสาระสำคัญในรายงาน การปฏิรูปประเทศ ผมจึงอยากจะฝากนะครับว่าครูวันนี้เขาคาดหวังมาก เด็กก็มีน้อย โรงเรียนก็ยุบกันไปเรื่อย ๆ หรือขนาดเล็กลงไปเรื่อย ๆ แต่พี่น้องครูเขาอยากจะทำงาน การเรียนการสอนเพื่อให้ลูกหลานที่เขาสอนกลายเป็นคนดี ปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการเรียน การสอนของเขา งบประมาณ ท่านครับ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องงบประมาณก็เป็น กระบวนการอีกอันหนึ่งที่ต้องไปดูกันนะครับ ต้องไปดู หลายโรงเรียน ผมยกตัวอย่างก็ได้ครับ ท่านประธาน ที่โรงเรียนวัดมะม่วงสองต้น อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใกล้ ๆ กับ องค์พระธาตุนครศรีธรรมราช วันนี้ครูไม่พอนะครับ เด็กก็ลดน้อยลง แต่ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู จำเป็นจะต้องจัดการเรียนการสอน ซึ่งครูมีน้อยอยู่แล้ว ก็ต้องไปเลี้ยงน้ำชาเพื่อเอาเงินมาเป็นค่าตอบแทนให้กับครู ใน ๑ ปี อันนี้เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ครับ ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นตัวงบประมาณเหล่านี้จะต้องเติมเข้าไปเพื่อที่จะเป็นเงื่อนไข ปัจจัย ที่จะทำให้พี่น้องครูได้จัดการเรียนการสอนเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะ นั่นเป็นประการหนึ่ง🔗
อีกประการหนึ่ง อีกขั้นตอนหนึ่งนะครับ ก็คือมหาวิทยาลัยครับท่านประธาน การพัฒนาเรื่องความเป็นพลเมืองนี่ ในระดับประถม ในระดับมัธยมคล้าย ๆ กัน แต่พอไปสู่ มหาวิทยาลัยครับท่านประธาน มีวิชาอะไร มีใครรับผิดชอบเรื่องความเป็นพลเมืองดี ความเป็นนักศึกษาที่ดี ความเป็นบัณฑิตที่ดี ซึ่งเป็นภาษาสวย ๆ ท่านประธาน หน่วยงานที่รับผิดชอบในมหาวิทยาลัยเรื่องนักศึกษาที่ดี หรือความเป็นพลเมืองดี กู้ดสติวเดนต์ (Good Student) ก็คือฝ่ายกิจการนักศึกษา ส่วนกิจการนักศึกษา หรือรองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการประเมินคะแนนเลยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นในวิชาอื่น ๆ วิชาไหนบ้างครับ ในมหาวิทยาลัยท่านประธานครับ กลุ่มที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมของลูก ๆ นักศึกษาของเราก็คือกลุ่มเพื่อน กลุ่มชมรม กลุ่มสโมสร นักศึกษา รวมไปจนถึงหลักสูตรครับ เช่น หลักสูตรที่ผมสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ ผมยกตัวอย่างนะครับว่าทั่วประเทศมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีหลักสูตร หลักสูตรไหน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตร พยาบาล แต่ละหลักสูตรเหล่านี้ครับท่านประธาน จะต้องเป็นกลไกสำคัญ จะต้องท็อปอัป (Top up) ทรัพยากรลงไป เพื่อที่จะให้คณาจารย์บริหารหลักสูตรเพื่อที่จะสร้างความเป็น พลเมืองดีให้ได้ ความเป็นพลเมืองดีไม่ปรากฏอยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ความเป็นพลเมืองดี จะต้องถูกบูรณาการจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ในมหาวิทยาลัยหลักสูตรจึงเป็น หน่วยสำคัญรองจากฝ่ายกิจการนักศึกษาที่จะดูแลหรือมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมอันพึงประสงค์ ของนักศึกษา ท่านประธานที่เคารพ หลักสูตรที่สำคัญนะครับ ในหลักสูตรนั้นก็มีวิชา กลุ่มวิชาหนึ่งเขาเรียกวิชาพื้นฐานครับท่านประธาน ถ้าสมมุติว่าเรามี ๑๔๕ หน่วยกิต วิชาพื้นฐานหรือวิชาจีอี (GE) ก็มีประมาณ ๑๕ หน่วยกิต ๒๐ หน่วยกิต ก็แล้วแต่มหาวิทยาลัย ไหนจะกำหนดรายละเอียดนะครับ วิชาพื้นฐานเหล่านี้จะต้องถูกสอนให้เด็กนักศึกษา รักความเป็นสังคม รักในการอยู่ร่วมกัน รักเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ยอมรับกฎเกณฑ์ ในมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เป็นพื้นที่ของการวิพากษ์วิจารณ์ ผลิตคนวิพากษ์วิจารณ์แบบ ไม่รับผิดชอบ แต่ในมหาวิทยาลัยจะต้องผลิตบัณฑิต หรือผลิตนักศึกษา หรือเบ้าหลอม นักศึกษาให้เป็นคนที่สร้างสรรค์ อยู่ร่วมกับคนอื่น มีจิตสาธารณะ ไม่เห็นแก่ตัว อดทนสู้ต่อ สิ่งยาก สิ่งไหนยาก ๆ สู้ ท่านประธานครับ ลองดูนะครับ วันนี้เราเห็นคนรุ่นใหม่เปลี่ยนงาน กันเป็นว่าเล่น เห็นกับวัตถุมากกว่าความรู้สึกของจิตใจ อันนี้มีตัวอย่างมากมาย สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเนื้อหาสาระของหลักสูตรพื้นฐานหรือจีอี (GE) วิชาเจเนอรัล เอดดูเคชัน (General Education) หรือว่าจีอี (GE) ในมหาวิทยาลัยจะต้องถูกบูรณาการ ฝากกรรมาธิการเข้าไปดูว่าในมหาวิทยาลัย ช่วยพี่น้องคณาจารย์เขาว่าวิชาเหล่านั้นเขาจะอยู่ อย่างไร การบริหารหลักสูตรเขาจะอยู่อย่างไร ฝ่ายกิจการนักศึกษาเขาจะอยู่อย่างไร ผมเชื่อมั่นนะครับว่าวันนี้รัฐบาลเราเก่ง ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยพัฒนา ทำวิจัย ทำโน่นทำนี่ คณาจารย์ทำโน่นทำนี่ได้ นักศึกษาทำโน่นทำนี่ได้ มีความก้าวหน้า ผมเชื่อมั่นนะครับ ได้ฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือรัฐมนตรี อว. เรากำลังจะผลิตวัคซีนโดยคนไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำเองได้ โควิด (COVID) มันมีการวิจัยกันอยู่แล้ว เชื่อครับ ผมเชื่อ เก่งเหล่านั้นเชื่อ ทักษะในการดำรงอาชีพในการที่ จะเอาเงินเดือนต่อไปนี่ผมเชื่อแล้วก็ต้องทำเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันทักษะในความเป็นสังคม ในการอยู่ร่วมกับคนอื่น ในความมีอดทน สิ่งเหล่านี้อยากจะให้กรรมาธิการ อยากจะให้ กระทรวง อยากจะให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาจี้ลงไป กำชับ ติดตามผล หรือแม้กระทั่ง อาจจะเปลี่ยนครับท่านประธานครับ เปลี่ยนโครงสร้างหน่อยวันนี้ได้ไหม ลองให้ชุมชน ให้พื้นที่ ให้ปราชญ์ชาวบ้าน สามารถที่จะประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กได้ทั้ง ระดับอุดมศึกษาหรือระดับประถม สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าวันนี้ด้วยความเป็นห่วงครับ ท่านประธานว่าความเป็นพลเมืองของเรา เราจะมีปัญหาในอนาคต เหมือน ๆ กับที่เรากำลัง มีประเด็นปัญหาเรื่องความคิด ความเชื่อของผู้คนซึ่งแสดงออกในคุณลักษณะของความเป็น พลเมือง เพราะฉะนั้นหน่วยงานหลายหน่วยงาน กลไกหลายกลไก แต่ผมกล่าววันนี้กล่าวเฉพาะเรื่อง ในอุดมศึกษากับประถมศึกษา ก็อยากให้ประถมศึกษา หรือการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมหาวิทยาลัยมีความตื่นตัว หรือได้รับการสนับสนุน ได้รับการดูแล มีแผนปฏิบัติการ ที่ชัดเจน ระยะ ๕ ปี ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๕ มีแผนที่ชัดเจนว่าเรามีแผนที่จะสร้าง ความเป็นพลเมืองอย่างไรในแต่ละสถาบันอุดมศึกษา หรือแต่ละโรงเรียน หรือแต่ละเขตพื้นที่ แล้วก็จะได้เอาแผนการสร้างความเป็นพลเมืองเหล่านั้นละครับ มาเป็นส่วนหนึ่งประกอบกัน ในการขอรับงบประมาณ แล้วก็จะทำให้ครูบาอาจารย์เขามีความรู้สึกว่าเขาทำงานเต็มที่ อยากทำ ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลางก็เอาใจใส่ งบประมาณก็เอาใจใส่ ไม่ต้องไปคิดมาก เรื่องการเปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนซี (C) เปลี่ยนตามโน้นเปลี่ยนตามนี้ พี่น้อง ครูบาอาจารย์ไม่ว่าจะเป็นชาวมหาวิทยาลัยหรือชาวการศึกษาขั้นพื้นฐานก็พร้อมที่จะ ขับเคลื่อนประเทศภายใต้การปฏิรูป แต่ว่าตัวงบประมาณแน่ งบประมาณแน่ก็จะต้องมาจาก แผนปฏิบัติการหรือแผนพัฒนาที่ถูกสปลิต (Split) ออกมาจากเล่มนี้นะครับ ผมจึงฝากให้ทาง กรรมาธิการเข้าไปดูเรื่องนี้เพื่อที่จะติดตามทวงถาม เพื่อที่จะตรวจสอบ หรือกระตุ้นต่อ หน่วยงานที่รับผิดชอบครับ ก็ขอฝากสิ่งเหล่านี้ หวังกันอย่างยิ่งว่าถ้าทำได้แบบนี้ อย่างน้อย ที่สุดความเป็นพลเมืองที่ดี การที่เราเห็นลูกหลานของเรามีพฤติกรรมน่ารัก ในขณะเดียวกัน ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพลเมืองที่เป็นหนุ่มสาวกับพลเมืองที่เป็นผู้ใหญ่ เราคงไม่ได้ ยินคำว่า มนุษย์ลุง มนุษย์ป้า ซึ่งหมายถึงการดูถูกระหว่างวัย เราต้องการลดช่องว่าง สิ่งเหล่านี้ ถ้าสิ่งเหล่านี้ที่จะลดช่องว่างได้สภาแห่งนี้จะต้องจี้ไปยัง หรือชี้ไป หรือนำเสนอแนะ ไปหน่วยงานที่ปฏิบัติให้ช่วยกันว่าพลเมืองต้องช่วยกันทำนะครับ ทำเรื่องพลเมืองด้วย ส่วนจะไปทำทักษะอย่างอื่นทางอาชีวะที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้พูดแล้ว ดีทั้งนั้น ละครับ แต่ผมขอฝากสิ่งเหล่านี้เพื่ออะไรครับ เพื่อประเทศชาติสงบเรียบร้อย สามัคคี เพื่อสังคมเราจะได้มีความสุข และประชาชนจะได้มีคุณภาพตามเป้าหมายของการปฏิรูป ประเทศครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ก็จะเป็นญัตติที่ ๔ ที่ ๕.๑๐๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษา ในระดับอาชีวศึกษาเพื่อสนองต่อตลาดแรงงานในอนาคต (นายรุ่งโรจน์ ทองศรี และ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญนะครับ ผมเรียน นิดเดียวครับ ทุกญัตติล้วนแต่เจ้าของญัตติล้วนเป็นผู้รู้ทั้งสิ้นนะครับ แต่ประเด็นใดที่เราเห็นว่าซ้ำ เนื่องจากประเด็นทั้งหมดนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ประเด็นใดที่ซ้ำก็หลีกเลี่ยงเวลาจะได้มี คุณค่ายิ่งครับ ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ผมนำเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาเพื่อสนองต่อตลาดแรงงาน ในอนาคต กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ กำหนดให้รัฐจัดทำให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการ เพื่อให้เกิดเป็นพลัง ในการผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และมาตรา ๒๕๘ จ. บัญญัติให้มีการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เพื่อให้ปฏิรูป การศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ แต่ปัญหาการศึกษาของไทยโดยเฉพาะระดับ อาชีวศึกษา ไม่ได้ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งผู้เรียนไม่สามารถจะปรับตัวพัฒนาก้าวทันกับความรู้และเทคโนโลยีได้ทัน ระบบการศึกษา ไม่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน เป็นไปตามความถนัดและศักยภาพ รวมถึงไม่สามารถจะชี้นำ ผู้เรียนให้เรียนในสาขาวิชาที่ตรงกับความต้องการของประเทศได้ ซึ่งในสภาวะปัจจุบัน ภาคประกอบการมีความต้องการแรงงานด้านสายอาชีวศึกษาค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะ ภาคอุตสาหกรรม ภาคพาณิชยกรรม เกษตร การท่องเที่ยว บริการ แต่กลับมีผู้สนใจเรียน ทางด้านอาชีวศึกษาน้อย การผลิตบุคลากรก้าวเข้าสู่ภาคประกอบการไม่เพียงพอ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประกอบกับภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษานั้นเป็นไป ในทางลบ นอกจากนี้สังคมไทยยังนิยมส่งบุตรหลานเรียนในสายสามัญ และให้ไปศึกษาต่อ ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็พบว่าอัตราการว่างงานจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศให้มีจำนวนผู้เรียนในสายอาชีวศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการ ของภาคเอกชน ผู้จบอาชีวศึกษามีงานทำ ผู้เรียนอาชีวศึกษามีความรู้เก่งทั้งทักษะการปฏิบัติงาน มีสมรรถนะที่ยอมรับหรือผ่านการศึกษาอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคี ซึ่งการฝึกงาน ในสถานประกอบการนั้นมีความสามารถที่จะเป็นผู้ประกอบการได้เอง จำเป็นจะต้องมี การปฏิรูปการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาให้ครอบคลุมและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดกรอบ ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศที่เจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน ดังนั้นผมในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะเสนอแนะข้อกฎหมายนั้น ในญัตติที่ผ่านมานั้นผมพยายาม จะเสนอเป็นรูปธรรมว่าถ้าเราสามารถที่จะนำหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนไปใน รูปแบบของที่เราเกิดภาวะวิกฤติ ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส ในเรื่องการนำเสนอโมเดล (Model) หลักสูตรการเรียนการสอนโดยที่รัฐบาลได้ปลดล็อกกัญชง กัญชา เพื่อแก้ทั้งโควิด (COVID) แก้เศรษฐกิจ และนำสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง แต่ประเด็นนี้ผมอยากจะนำเสนอ ในรูปแบบของทวิภาคี ซึ่งเป็นวิธีที่จะสู่เป้าหมายในการปฏิรูปการศึกษาที่จะชัดเจน เพื่อที่จะให้ รัฐบาลได้นำไปเป็นแนวทางในการที่จะตอบสนองกับโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน อย่างเป็นรูปธรรมครับ ตามที่ท่านประธานสภาได้บอกว่าอะไรที่มันซ้ำแล้วผมก็จะพยายาม ตัดออก แต่นี่เป็นแนวการนำเสนอแนะ ๑. ถ้าจะต้องการให้ตรงความต้องการของ ตลาดแรงงานก็ควรจะมีองค์ประกอบดังนี้🔗
๑. ภาคเอกชนควรร่วมมือกับภาครัฐลงทุนด้านการพัฒนาแรงงาน โดยเฉพาะ ออกแบบหลักสูตรที่ตอบสนองต่ออุปสงค์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับ ประเทศสิงคโปร์หรือเยอรมนี และขยายบทบาทการจัดฝึกอบรมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยรวมถึงกลุ่มแรงงานในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดนอกระบบด้วย🔗
๒. ต้องเชื่อมโยงทักษะแรงงานที่ต้องการในอนาคตกับระบบการศึกษา ให้มากขึ้น โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ คิดเชิงนวัตกรรม และทักษะการคิด เชิงสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม🔗
๓. ควรมีกลไกไตรภาคีระหว่างรัฐ เอกชน และสถานประกอบการ ร่วมกัน พัฒนาทักษะคนไทยเพื่อผลักดันให้เกิดพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต่อไป🔗
ในเรื่องของหลักสูตรนั้น เราเชื่อเหลือเกินกว่าสถานประกอบการเป็นผู้ที่รู้ เพราะเป็นผู้ใช้แรงงาน อยากจะสรุปประเด็นเร่งด่วนในการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวะ โดยเฉพาะเรื่องของทวิภาคีนั้นมันตรงความต้องการในสภาพปัจจุบันอย่างเร่งด่วนทีเดียวครับ🔗
ข้อที่ ๑ ต้องพัฒนาโครงสร้างการบริหารจัดการอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคี ให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ แนวทางนะครับ ควรจะต้องจัดตั้งสำนักงานอาชีวศึกษา ในระบบทวิภาคีภายใต้โครงสร้างสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งมีหน้าที่กำหนด นโยบาย และส่งเสริม สนับสนุนมาตรฐานแนวทาง🔗
อันที่ ๒ ในการที่จะเร่งรัดส่งเสริมให้สถานศึกษา สถานประกอบการ หรือกลุ่มสถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคี โดยการที่ จะต้องมีการทำเป็นกฎหมาย เป็นพระราชบัญญัติ และมีสัดส่วนที่การรับนักศึกษา อย่างชัดเจน และกำหนดสิทธิประโยชน์ในการที่จะส่งเสริมให้ในการที่จะให้สถานศึกษา หรือสถานประกอบการได้รับประโยชน์ในการที่ร่วมกันจัดการศึกษา ในการพัฒนา หลักสูตรอาชีวศึกษาต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ โดยกำหนด เป็นโครงหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นตามความต้องการของสถานประกอบการ มิใช่ ภาคการศึกษาหรือกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดหลักสูตร และเป็นการเสียเวลา เมื่อออกไปฝึกปฏิบัติงานก็ไม่เป็นไปตามความต้องของสถานประกอบการ ต้องมีการจัดสรร งบประมาณ จัดหาอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับหลักสูตรสมัยใหม่ ที่สถานประกอบการต้องการ รัฐบาลต้องเป็นผู้ที่สนับสนุน หรือใช้ประโยชน์จาก สถานประกอบการ โดยภาครัฐจะต้องเป็นผู้นำนโยบายหรือหลักการเพื่อจะดึงให้ สถานประกอบการ หรือเป็นการกระตุ้นให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม การจัดทำ หลักสูตรและแผนการเรียนการสอนต้องกำหนดให้หลักสูตรอาชีวศึกษาเป็นหลักสูตรที่เน้นให้ ผู้เรียนได้เข้าเรียนและใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ในสถานประกอบการมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อผู้เรียนได้เข้าไปใช้ในสถานประกอบการแล้วสามารถที่จะรู้และเข้าใจความต้องการ ของแรงงานได้ หลักสูตรและแผนการเรียนเป็นเรื่องสำคัญอีกมากอย่างที่กล่าวไปแล้ว มันต้องมีการนำเทคโนโลยีการสอนและระบบสารสนเทศเพื่อเข้ามาศึกษาและสนับสนุน การเรียนการสอนให้มากยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนการเร่งรัดพัฒนาครูในสถานประกอบการ เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนในระบบทวิภาคี รัฐบาลต้องให้การเสมอภาคทั้งในด้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการเรื่องของสถานศึกษาทั้งเอกชนและของภาครัฐ ต้องมีการปรับ โครงสร้างการบริหารของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ต้องมีการออกแบบระเบียบ ที่เกี่ยวข้องและการบริหารอาชีวศึกษา มีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการศึกษาอาชีวศึกษา เอกชนเพื่อให้เกิดความเสมอภาค และให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา อย่างแท้จริงครับ ปัจจุบันนี้เราได้มีการพัฒนากันอย่างเร่งด่วน อีกทั้งส่วนใหญ่วันนี้ก็มี การปฏิรูปแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาฉบับปรับปรุงขึ้นมาอีกแล้วนะครับ แม้แต่จะกล่าวว่า ๑. การสร้างโอกาสความเสมอภาคทางการศึกษา แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะ เป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ขาดความเสมอภาค ขาดความจริงใจที่จะให้ภาคเอกชนเข้ามา มีส่วนร่วม ทั้ง ๆ ที่ดึงเข้ามาแล้ว แต่ครูเอกชนกลับไม่ได้รับความเป็นธรรม การพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาเช่นเดียวกันครับ ที่ฉบับปรับปรุงใหม่ของการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษานั้นพยายามที่จะเขียนว่าการพัฒนาจัดการเรียนการสอนเข้าสู่ฐานสมรรถนะ และเพื่อเป็นไปตามความต้องการของความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ การพัฒนาครู อีกเช่นเดียวกันที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ผมอยากจะให้รัฐบาลเร่งรัดพัฒนา เพราะครูคือหัวใจ ที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง ดังนั้นถ้าภาครัฐมีความจริงใจต่อ ในการพัฒนาแรงงานที่จะให้แรงงานมีประสิทธิภาพเราต้องปรับโครงสร้างกันอย่าง อย่าเรียกว่าปฏิรูปเลยครับ เราต้องถือว่าปฏิวัติทางการศึกษาและลงมือปฏิบัติ ณ วันนี้เลยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๕ ฉบับในระเบียบวาระที่ ๕.๑๑๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการตรากฎหมายการศึกษาแห่งชาติ (ร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง) (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายเพื่อเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการตรากฎหมายการศึกษาแห่งชาติ หรือร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่ประเทศเราได้มีรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ครั้งกระนั้นนะครับ เป็นเหตุให้ประเทศของเรา ต้องมีการปฏิรูประบบต่าง ๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระบบการเมือง ระบบราชการ รวมทั้งระบบอื่น ๆ และโดยเฉพาะระบบการศึกษาได้กำหนดให้มีการตรากฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติขึ้น เป็นฉบับแรก และเราก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายการศึกษาฉบับแรกของประเทศ และนอกจากนั้นเราก็ได้มี การออกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องที่สำคัญประกอบกันหลายพระราชบัญญัติ เป็นต้นว่า พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และยังมีพระราชบัญญัติอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่า จะเป็นอาชีวะ เอกชน อุดมศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัยและนอกระบบ รวมทั้ง พระราชบัญญัติเกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ในโรงเรียนเอกชน อื่น ๆ อีกด้วย ท่านประธานครับ เมื่อมีการตรากฎหมายเหล่านั้นมากมาย ก็มีผลทำให้เกิด การปฏิรูปการศึกษาอย่างขนานใหญ่ และที่สำคัญกฎหมายเหล่านั้นก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ของประเทศไทยที่กำหนดกลไกในการบริหารจัดการการศึกษาที่อาศัยวิถีประชาธิปไตย อาศัยการมีส่วนร่วม มีการยึดโยงผู้ปฏิบัติ หรือให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนร่วม มีการถ่วงดุล และตรวจสอบได้ในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามนับจากปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา จนถึง ปี ๒๕๕๒ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นช่วงของการปฏิรูปทศวรรษที่ ๑ ที่สุดเราก็ยอมรับกันถ้วนหน้า นะครับว่าการปฏิรูปทศวรรษที่ ๑ นั้นไม่ประสบความสำเร็จ จะเป็นเพราะอะไรนั้น แต่อย่างไรก็ตามก็ได้มีความพยายามที่จะปฏิรูปในทศวรรษที่ ๒ ต่อมา ในขณะที่มี คณะรัฐประหารได้ออกมายึดอำนาจบริหารประเทศในช่วงทศวรรษที่ ๒ นี้ของการปฏิรูป การศึกษา จากนั้นจนมาถึงวันนี้ไม่มีใครอยากจะถามว่าปฏิรูปการศึกษานั้นสำเร็จหรือไม่ เพราะไม่มีใครหวังและเห็นว่านอกจากไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีความก้าวหน้า และยังบอก ว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญก็ยังสร้างปัญหาให้ทับถมยิ่งขึ้นและถ้าปล่อยไว้นี้ยากยิ่งที่ จะแก้ปัญหาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองของ คสช. ได้มีคำสั่งของหัวหน้า คสช. ยกเลิกการบังคับใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่สำคัญ ที่ผมเรียนข้างต้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ระเบียบข้าราชการครูเหล่านั้น การสั่งยกเลิกนั้นเป็นการทำลายระบบที่เรายอมรับว่า เป็นวิถีประชาธิปไตย ที่ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมมีการถ่วงดุลและตรวจสอบการบริหารจัดการ อันนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จนะครับ การใช้คำสั่งของหัวหน้า คสช. ในช่วง ทศวรรษที่ ๒ ของการปฏิรูปนั้น ทำให้คณะกรรมการสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเข้าใจว่า เป็นช่วงของท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ คณะกรรมการที่ต้องพ้นไป เช่น คณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งเป็นสภาวิชาชีพมีสภานี้เกิดขึ้นและทำให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพ ควบคุมมีมาตรฐาน นอกนั้นยังมีคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. ที่มีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการของครูทั่วทั้งประเทศในทุกสังกัด ดังนั้นคณะกรรมการองค์การค้า สกสค. ด้วยที่ต้องพ้นหน้าที่ไป มีคณะกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือที่เรียกว่า ก.ค.ศ. ก็ต้องพ้นจากการปฏิบัติ หน้าที่ไป และในระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาเรียกว่า อ.ก.ค.ศ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ต้องพ้นหน้าที่ไปครับ คณะกรรมการเหล่านี้นะครับท่านประธาน ได้มีบทบัญญัติกำหนดขึ้นให้มีองค์ประกอบ ที่เป็นลักษณะหรือเป็นแบบไตรภาคีให้มีส่วนร่วมและถ่วงดุล ที่ผมนำเรียนไปเป็นกรรมการ มีจำนวนมากพอสมควร มีทั้งผู้บริหารที่อยู่ในตำแหน่ง เรียกว่าเป็นองค์ประกอบตามตำแหน่ง มีทั้งผู้ประกอบวิชาชีพที่มาจากการเลือกตั้งหรือคัดเลือก มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับ แล้วก็มีกระบวนการสรรหาเป็นที่ยอมรับเข้ามา จึงถือว่าในระบบนั้นเป็นระบบที่มีการถ่วงดุล และตรวจสอบได้ ท่านประธานครับ อันนั้นคือกฎหมายเดิม แล้วก็ถูกคำสั่งให้ยกเลิก สิ่งที่เราเรียกว่าเป็นจุดแข็ง ในขณะที่คำสั่งนั้นก็ทำให้เกิดคณะกรรมการมาทดแทนคำสั่ง ที่สั่งยกเลิกไป และเป็นคำสั่งที่ให้มีคณะกรรมการที่เป็นการรวมศูนย์อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ จากเดิมที่เคยมีไตรภาคีก็มีภาคีเดียว โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานแทน ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเดิมเป็นประธาน มีรัฐมนตรีช่วยว่าการเป็นกรรมการ มีผู้บริหาร หรือหัวหน้า ส่วนราชการระดับเลขาธิการ ระดับปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการ เป็นกรรมการ แม้ว่าจะมีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งมา และไม่ได้มาจากการสรรหาที่เป็นที่ยอมรับ เป็นพรรคพวกที่มีความคิดความเห็นเดียวกันเข้ามากับรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการและ ผู้ใต้บังคับบัญชา ท่านประธานครับ ท่านคิดดูนะครับ จากเดิมที่มีการถ่วงดุล จากเดิม กรรมการคุรุสภา มี ๓๙ คน มีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธาน ก็กลายเป็นรัฐมนตรีว่าการ เป็นประธาน แล้วก็ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นกรรมการ จะมีกี่ความคิดที่คิดได้แตกต่างกัน ที่สุดก็มี ความเห็นเดียวกันขาดการถ่วงดุลครับ และยังมีกรรมการอีกหลายส่วนครับ ผู้ประกอบ วิชาชีพไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คณะกรรมการคุรุสภาเป็นสภาวิชาชีพครู แต่กรรมการวันนี้ มีรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรรมการ ๑๑ คน ไม่มีใครประกอบวิชาชีพเลย เป็นข้าราชการ พลเรือนไปแล้วด้วย เช่นเดียวกัน สวัสดิภาพ สวัสดิการ ก็ไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพครูที่เขามา ดูแลสินทรัพย์ของเขา ท่านประธานครับ จากคำสั่งที่ออกมาเปลี่ยนแปลงจากกฎหมายเดิม ที่มีเราก็เชื่อว่ามีจุดแข็ง แต่ก็มีจุดอ่อนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข หรือยกเลิก หรือร่างขึ้นใหม่ และยังมีคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่มากำเนิดให้เกิดหน่วยงานใหม่นะครับ คำสั่งนี้ก่อให้เกิดหน่วยงานใหม่ทำให้เพิ่มขั้นตอนของการปฏิบัติงาน สถานศึกษาโดยเฉพาะขั้นพื้นฐานวันนี้ไม่มั่นใจว่าตัวเองนั้นสังกัดอะไรแน่ จะสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือจะสังกัดศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ไปขึ้นกับสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็ทำให้เกิดความสับสน คำสั่งนี้ทำให้เกิด มีหน่วยงานระดับศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. มีอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งไม่ใช่ต้นสังกัด ศึกษาธิการจังหวัดไม่ใช่ ต้นสังกัดของโรงเรียน แต่เรื่องราวทั้งหมดทั้งหลาย อำนาจกลับกลายไปอยู่ที่ศึกษาธิการ จังหวัด แต่คนที่ขับเคลื่อนพัฒนากำกับการดำเนินงานของโรงเรียนคือสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา ดังนั้นจึงเกิดความสับสนและขัดแย้ง และเพิ่มขั้นตอนการทำงาน ทำให้งานล่าช้า คณะกรรมการระดับชาติออกหลักเกณฑ์วิธีการอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา เมื่อไม่ยึดโยงกับ ผู้ปฏิบัติกับผู้ประกอบวิชาชีพจะทำให้เกิดลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลา มีการร้องเรียน มีการฟ้องร้องอยู่อย่างต่อเนื่อง มีการชุมนุมต่อต้าน ชุมนุมเรียกร้องต่อกฎเกณฑ์ ต่อหลักการ เหล่านั้น มีการต่อต้านอย่างรุนแรงและลุกลามไป ทั้งผู้บริหารระดับจังหวัดเขตพื้นที่ เราจะเห็นว่ามีครูชุดดำมาหลายครั้งต่อหลายครั้งที่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ไปที่กระทรวง และที่อื่น ๆ มาร้องเรียนของกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครู อาจารย์ ผู้บริหาร บุคลากร ภารโรง ครูอัตราจ้าง บุคลากรอื่น ๆ มาชุมนุมร้องเรียน แต่ที่สำคัญไม่เว้นแม้กระทั่งนักเรียนซึ่งจะมี ความรุนแรงมากขึ้นและขยายมากขึ้น เกิดกระบวนการนักเรียนออกมาขับไล่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาชุมนุมเรียกร้องเชิงสัญลักษณ์หลายครั้งต่อหลายครั้งแล้วก็ จะรุนแรงมากขึ้น นั่นก็แสดงให้เห็นว่ากฎหมายเก่าก็ตามหรือความพยายามที่จะมาแก้กฎหมาย โดยคำสั่ง คสช. ก็จะแลเห็นว่ามีปัญหาอย่างยิ่ง จากสิ่งที่ปรากฏให้เห็น ผลผลิตจากระบบ การศึกษาจากนั้นมาและมาอยู่ในยุคของ คสช. และสืบทอดอำนาจมา มีการเปลี่ยนแปลง กฎหมาย มีคำสั่งนั้นอย่างที่ว่า ก็จะทำให้เห็นเชิงประจักษ์แล้วครับว่าคุณภาพการศึกษา ของประเทศตกต่ำและดำดิ่งลงไปอย่างไม่หยุดยั้งทุกปี ๆ ไป เพราะฉะนั้นเด็กนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศเขาจึงรอไม่ได้ บอกให้รอไม่นาน ๗ ปีแล้วก็แย่ลงทุกวันทุกครั้งไปนะครับ การประเมินทั้งการประเมินทั้งระดับนานาชาติก็ต่ำอยู่ในระดับรั้งท้าย การประเมินคุณภาพ ในประเทศที่ทำกันเอง ที่ทดสอบกันเองคุณภาพก็ต่ำแทบทุกวิชาไม่เว้นแม้แต่วิชาภาษาไทย ผู้สำเร็จการศึกษาก็ประสบปัญหาในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวะ หรืออุดมศึกษาสำเร็จมาไม่มีงานทำ เกินในบางสาขา และขาดแคลนในบางสาขา สัดส่วน ที่ควรจะเพิ่มขึ้น การศึกษาที่ควรจะให้ความสำคัญในเรื่องของอาชีวศึกษาก็ไม่เพิ่ม สภาพของ อาชีวศึกษาขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ขาดแคลนอัตราครู มีครูที่เป็นลูกจ้าง อยู่มากเกือบถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของครูที่อยู่ในการอาชีวะ เป็นต้น ผู้สำเร็จการศึกษาที่จบมา ไม่มีงานทำเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ได้รับค่าจ้างเงินเดือนไม่เป็นไปตามคุณวุฒิที่ควรจะเป็น ไม่ตรงกับสาขาที่สำเร็จมา ครู อาจารย์ คณาจารย์ในมหาวิทยาลัย ในบุคลากรอื่น ๆ ภารโรง พี่เลี้ยง สายสนับสนุนบุคลากร สายสนับสนุน ทั้งหลายไม่ได้รับการดูแล ถูกทอดทิ้ง ไม่มีความมั่นคงในชีวิตหลายกลุ่ม เงินเดือนสัญญาจ้าง จ้างทีละเดือนสองเดือน บุคลากร ครู อาจารย์ทั้งหลายทุกระดับตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับคิดดูว่าคนที่ประกอบวิชาชีพและทำหน้าที่ตรงนี้ คณาจารย์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเป็นมันสมองของประเทศที่จะขับเคลื่อนประเทศไปเหมือนถูกสาป ไม่มีความมั่นคง มีความเหลื่อมล้ำ ไม่มีอิสรภาพทางวิชาการ พร้อมที่จะปลดออก ไล่ออกได้ตลอดเวลา ไม่มีขวัญกำลังใจ บุคลากรหลายกลุ่มถูกลิดรอนสิทธิประโยชน์มากมาย โรงเรียนขนาดเล็ก จะถูกทอดทิ้งให้ต้องถูกยุบไป สร้างโรงเรียนคุณภาพของชุมชน ซึ่งหลายคนดีใจว่าโรงเรียน คุณภาพของชุมชนทุกโรงเรียนน่าจะเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ครับ ปรากฏว่าเท่าที่ทราบขณะนี้มีการวางแผนที่จะให้ ๓-๔ ตำบล หรือ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ หรือ ๔ ตำบล มีโรงเรียนคุณภาพ ๑ ชุมชน เพื่อดูดเอานักเรียนเล็ก ๆ โรงเรียนเล็ก ๆ เหล่านั้นมารวมที่เดียวกัน โดยทุ่มงบประมาณลงไปที่ ๑ โรงเรียนนี้ เพื่อหวังว่าให้โรงเรียนอื่น มาเรียนที่นี่ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจากคณะกรรมการที่เกิดขึ้น คณะกรรมการที่มี ในระดับชาตินี้ผิดเพี้ยนไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เราเคยใช้ไว้ไม่ใช้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จนมาถึงช่วงที่เรามีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ นี้ ก็มีบทบัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศในหลายด้าน และหนึ่งในนั้นที่สำคัญก็คือด้านการศึกษา ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา หรือ กอปศ. ให้แต่งตั้งขึ้นภายใน ๖๐ วันนับแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ให้กำหนดแผน และขั้นตอนการปฏิรูปการศึกษานั้นให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี ให้ กอปศ. นี้จัดทำข้อเสนอ และยกร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี และให้ดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผล บรรลุผลภายใน ๕ ปี ท่านประธานครับมาถึงวันนี้ ๔ ปีแล้วครับ กฎหมายไม่ได้ออกมาสักฉบับ คณะกรรมการ อิสระก็หมดวาระไป เพราะว่าต้องทำภายใน ๒ ปี มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมา ใหม่ ๑๑ คน แล้วที่มาของท่านเหล่านั้นก็เป็นเพียงหยิบเอาหรือจิ้มเอามา ไม่ได้มี ความหลากหลาย ไม่ได้มีความมีส่วนร่วมใด ๆ ในวงกว้างขวางในทุกวิชาชีพในทุกระดับ การศึกษา ก็น่าเป็นห่วงมาก ท่านประธานครับ สภาเราในชุดนี้จะ ๒ ปีแล้วยังไม่มีกฎหมาย แม้แต่ฉบับเดียวที่เป็นฉบับ จะมีเพียงแค่บางฉบับและบางมาตราเท่านั้นสรุปว่า พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการศึกษานั้นไม่มีความคืบหน้า มีสำเร็จอยู่บ้างแต่ว่าเป็นเรื่อง ประเด็นย่อย ๆ เช่น เรื่องปฐมวัยและกับกองทุนเพื่อความเสมอภาค แต่ว่ากฎหมายแม่บท ของการศึกษาที่สำคัญหลักก็คือพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินั้น ได้ทำการร่างขึ้น โดยคณะกรรมการอิสระนั้น แต่ว่าเนื่องจากขาดการมีส่วนร่วม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้มีสิทธิมีเสียงแสดงความคิดเห็น ร่างนั้นได้รับการปฏิเสธ ได้รับการต่อต้านอย่างหนัก เพราะเหตุว่ามีข้อกังวลอยู่หลายประเด็น เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายนั้นก็ไม่สามารถที่จะผลักดันเข้ามาได้ ไม่กล้าที่จะผลักดันเข้ามาได้ จึงสำเร็จไม่ได้ ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งหลายนี้เรามีความพยายามที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดีทุกอย่างก็ไม่ดี ของประเทศนี้ ไม่ต่างกันครับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติถ้าไม่ได้ถูกปรับปรุงให้มี ความเหมาะสมแล้ว ก็แน่นอนว่าระบบการศึกษาของประเทศนี้ไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไป เมื่อคนไม่มีคุณภาพจากการศึกษาที่มีคุณภาพและอย่าหวังว่าเราจะเป็นประชาธิปไตย เราจะ มีขีดความสามารถในการแข่งขัน เราจะมีทักษะที่จะอยู่ในโลกศตวรรษที่ ๒๑ ใด ๆ ต่อไปเลย🔗
ดังนั้นแล้วนะครับ กระผมจึงขอให้ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เป็นไปได้ผมยังยืนยันว่าน่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง เพราะกฎหมายนับสิบ ๆ ฉบับที่จะเกี่ยวข้องและตามมานี่มากมายและเป็น ปัญหาทั้งสิ้น และตอนนี้ก็เกิดความโกลาหลจากสถานการณ์โควิด (COVID) มา ก็บอกว่า แทบจะไปไม่เป็น แล้วก็ให้ทุกที่ทุกแห่งเป็นไปตามมีตามเกิด ใครสามารถที่จะเรียน ในห้องเรียนได้ก็มา เรียกว่าออนไซต์ (On-Site) ใครที่มีอะไรได้ก็ออนแฮนด์ (On-Hand) ก็คือเรียนอะไรก็ได้สมุด หนังสือที่บ้าน ออนไลน์ (Online) ได้สำหรับที่ที่มีความพร้อม ออนแอร์ (On-Air) โทรทัศน์ก็ดูตามมีตามเกิด หรือออนดีมานด์ (On-Demand) จะซูม (Zoom) หรือไลน์ (Line) อะไร นั่นคือสภาพของประเทศที่เกิดขึ้นว่ามันไม่สามารถที่จะ รองรับอะไรได้ แล้วก็ไม่เห็นทิศทางและอนาคตที่เป็นความหวัง นักเรียน นิสิต นักศึกษา จึงออกมามากมายนะครับ เพราะเขาไม่มีความหวัง เขาอยากจะเห็นความหวัง ถ้ารัฐธรรมนูญดี กฎหมายการศึกษาแห่งชาติดี ทุกอย่างก็จะดีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จึงขอกราบวิงวอน ท่านประธานด้วยวิป (Whip) ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งเพื่อนสมาชิกนะครับ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะให้มีการตั้งกรรมาธิการแยกต่างหาก เพราะญัตติอื่น ๆ นั้นเป็นเรื่องในห้องเรียนบ้าง เป็นเรื่องแยกเฉพาะเป็นบางเรื่อง อาจจะไม่สามารถที่จะทำงานที่จะก่อให้เกิดความก้าวหน้า ของกฎหมายการศึกษาแห่งชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องนับ ๑๐ ฉบับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ฉบับที่ ๖ ครับ วาระที่ ๕.๑๒๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการปฏิรูปการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษา ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา และก็ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และคณะ ได้ร่วมกันเสนอ และมีผู้รับรองญัตติ คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปฏิรูปการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษาให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ผมขออนุญาตอ่านญัตติตามคำแนะนำของท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย นะครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศ ไม่ว่าระบบการศึกษา จะเป็นสายสามัญหรือสายอาชีพ หากได้รับการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพก็จะเกิดประโยชน์ ต่อการพัฒนาประเทศ อีกทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ มาตรา ๒๕๘ จ. ก็ได้มีการกำหนดในเรื่องการศึกษาไว้ แต่ปัจจุบันการเรียนสายอาชีวศึกษาหรือสายอาชีพมีผู้เรียนจำนวนลดลง ประกอบกับ นโยบายด้านการศึกษาระดับอาชีวศึกษามิได้ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปการศึกษา ระบบการศึกษายังไม่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน ไม่สามารถชี้นำผู้เรียนให้เรียนในสาขาวิชาที่ตรงกับความต้องการของประเทศได้ ในขณะที่ ความต้องการแรงงานของสายอาชีพมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยวและการบริการ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการศึกษาระดับ อาชีวศึกษามีผู้เรียนจำนวนที่ลดลง ทำให้การผลิตบุคลากรสู่ตลาดแรงงานมีจำนวน ไม่เพียงพอ ประกอบกับปัญหาเด็กนักเรียนอาชีวะทะเลาะวิวาทกัน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ผู้ปกครองไม่ต้องการให้บุตรหลานเรียนสายอาชีวะ และการที่ผู้เรียนยังขาดความเข้าใจ ในการเรียนต่อสายอาชีพ และเห็นว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในสายสามัญมีมากกว่า สายอาชีพ ส่งผลให้ผู้ที่สนใจการเรียนสายอาชีพมีจำนวนลดน้อยลง ฉะนั้นจึงควรที่จะต้องมี การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการแรงงานในแต่ละสาขาอาชีพ แนวโน้มของ ตลาดแรงงานในอนาคตเพื่อให้ผู้เรียนจบสายอาชีวะเกิดความรู้ เกิดทักษะเป็นที่ยอมรับของ ตลาดแรงงาน การปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมไทยเกี่ยวกับเรียนสายอาชีพเพื่อทำให้ การเรียนทางสายอาชีพเกิดการยอมรับในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับผู้เรียน ฉะนั้นในการปฏิรูป การศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษาให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ประเทศ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นเดียวกับการเรียนทางสายสามัญ ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการปฏิรูปการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษาให้เป็น กำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะขอชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ผมเองกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งในขณะนี้หลายท่าน มีความต้องการและได้เสนอญัตตินี้เข้ามาเพื่อให้สภาของเราได้มีการแก้ไขปรับปรุงและ ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา โดยเฉพาะวันนี้มีหลายท่านนะครับ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านเป็นนายกสภาของอาชีวศึกษา ท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็หลายท่านนะครับ ผมเรียนว่า วันนี้ถ้าเราเปรียบเทียบจำนวนนักเรียน โรงเรียน บุคลากร ผมขออนุญาตแยกเป็นสายสามัญ ซึ่งอาจจะรวมสายประถมศึกษาไปด้วย และสายอาชีวศึกษา และ กศน. ในปี ๒๕๖๒ สายสามัญ มีนักเรียน ๙,๘๙๓,๐๑๙ คน แล้วก็มีนักเรียน มีครูจำนวนถึง ๖๑๙,๐๐๐ คน มีโรงเรียน ๓๔,๙๑๒ โรง นี่คือสายสามัญที่รวมประถม มัธยม แต่ไม่ได้แยกมัธยม กลับมาดู สายอาชีวศึกษา ในปี ๒๕๖๒ มีบุคลากรทางอาชีวศึกษาแค่ ๔๓,๐๕๘ คน มีนักเรียนทางเอกชน ๖๙๕,๘๘๒ คน รัฐบาล เอกชนมี ๓๓๓,๐๗๙ คน รวมแล้วมีบุคลากรที่เรียนแค่ ๑,๐๒๘,๙๖๑ คน สถานศึกษา ภาครัฐมี ๔๒๙ วิทยาลัย ภาคเอกชนมี ๔๔๕ วิทยาลัย รวมมีแค่ ๘๗๔ แห่ง ส่วน กศน. นั้นมีผู้เรียน ๓๔๖,๔๓๒ คน จึงได้บอกว่าสายอาชีวะนั้นมีจำนวนนักเรียน น้อยกว่ามาก ๆ ซึ่งตรงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นเหตุผลที่พวกเราจำเป็นนะครับ ตั้งแต่เราเป็น ส.ส. มาตั้งแต่ มีสภานะครับ ผมเองทำงานทางด้านการศึกษาที่บอกว่ารากฐานของตึกคือเหล็ก คืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ผมเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๓ ช่วงที่ท่านประธานชวนเป็นนายกรัฐมนตรี เราได้ดูแลเรื่องการศึกษามา แล้วก็ตั้งใจให้มีการศึกษาที่ไม่มีเกิดความเหลื่อมล้ำและให้ตรงกับความต้องการ วันนี้ ผมเองรู้สึกเจ็บปวด เจ็บปวดในหลายเรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือมีการทดสอบหรือว่าแบบทดสอบประเมินที่เรียกว่า การทดสอบของการสอบในเรื่องของอาชีวะหรือส่วนของนักเรียนของประเทศไทย กับประเทศในแถบข้างเพื่อนบ้านเรา ที่เรียกว่า พิซา (PISA) โปรแกรม ฟอร์ อินเตอร์เนชันนัล สติวเดนต์ แอสเซสเมนต์ (Program for International Student Assessment) คนของ เราได้คะแนนต่ำกว่าเขา นี่ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอเน็ต (O-NET) ก็ยังต่ำกว่าเขา นี่คือเรื่องหนึ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือต้องเรียนว่าวันนี้ทำอย่างไร เราจะจูงใจอย่างไรให้นักเรียน มองเห็นว่าการเรียนสายอาชีวะนี่ไม่ได้รู้สึกว่าด้อยกว่าเขา ผมเองคร่ำหวอดมาเรื่องของ ทางสายอาชีวะมาตลอด แล้วก็ทางสายสามัญอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นเราจะจูงใจอย่างไร🔗
อันดับแรกเลยนะครับ ผมขอบอกถึงเรื่องในส่วนของสถาบันก่อน สถาบัน อาชีวะ บุคลากรที่อยู่ในสถาบันนั้นในแต่ละแห่ง เช่น ในส่วนของวิทยาลัยอาชีวะ เทคนิค การอาชีพ สารพัดช่าง อันนี้เป็นแท่งหนึ่งของสถาบันอาชีวะ และอีกอันหนึ่งคือ เรื่องเกษตรเทคโนโลยีนั้น บุคลากรที่เป็นคุณครู อาจารย์นั้นได้รับการบรรจุเป็นครู ตามราชการผมว่าไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ บางแห่งมีคุณครูแค่ ๗-๘ คน นอกนั้นเป็นอัตราจ้าง ถามดูสิครับอัตราจ้างเขาก็ต้องไขว่คว้าอยากหาความมั่นคงในชีวิต พ่อแม่ก็อยากเห็น ลูกหลานเป็นข้าราชการได้รับเบิกสิทธิในการรักษาพยาบาล แต่ในสายอาชีวะนั้นอยู่กันมา เป็น ๑๐ ปี ก็มีตำแหน่งเปิดให้แค่ ๑ ตำแหน่ง บางครั้งมีแค่พนักงานราชการ นี่คือสิ่งซึ่งเรา เคยผลักดันมาตลอดว่าการกำหนดอัตราของครูในส่วนของอาชีวะนั้นน่าจะให้มีมากกว่านี้ นั่นคือขวัญกำลังใจอันดับแรกเลย🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือถ้าเราไม่มีขวัญกำลังใจให้คุณครูได้มีความมั่นคง ในครอบครัวในชีวิตเขาแล้วเขาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปสั่งสอนเพิ่มพูนความรู้ ลูกศิษย์ก็จะได้รับ ความรู้ที่น้อยลง เรื่องของที่กระทรวง รัฐบาลบอกว่าปี ๒๕๖๐ จะผลักดันให้มีการรับนักเรียน เข้ามาเรียนในระหว่างสายสามัญกับสายอาชีวะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่าอย่างละครึ่ง ก็ไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร🔗
อาชีวะยังมีปัญหาอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้คนได้ฝากบอกผม โดยเฉพาะเทคนิค ทางกันทรลักษ์ เทคนิคเดชอุดม เทคนิคหลาย ๆ ที่ เขาบอกว่า ท่านประธานครับ บอกว่าเรามี พ.ร.บ. อาชีวะตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ และมีการปรับปรุง ได้มีการกำหนดให้มีสถาบันอาชีวศึกษา ๒๓ สถาบัน หลายท่านคงงงว่าทำไมถึงมีแค่ ๒๓ สถาบัน ใน ๒๓ สถาบันนั้นจะครอบคลุม จังหวัด ๓-๔ จังหวัดแล้วแต่ครบทั้ง ๗๖ จังหวัด ในสถาบันนั้นก็แบ่งเป็น ๒ ด้าน ด้านแรกคือ สถาบันด้านอาชีวะ เทคนิคและการอาชีพ ด้านที่ ๒ คือด้านเกษตรและเทคโนโลยี ด้านสถาบันเหล่านี้ หลายท่าน หลายสถาบันที่เข้ารับผ่านการประเมินจากคณะกรรมการแล้ว เพื่อเข้ามาเป็นสถาบันเพื่อยกระดับ ข้อดีของการเป็นสถาบันยกระดับอย่างไร ๑. สามารถ คิดเอง สามารถฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน รวมทั้งตลาดแรงงาน และกำหนดหลักสูตร ให้ตรงกับประเด็นได้ ๒. สามารถเปิดหลักสูตรปริญญาตรีได้ แต่ขณะนี้ก็ยังมีหลาย ๆ ท่าน หลายแห่ง หลายที่ รอคิวแล้วรอคิวอีกก็ติดขัดในเรื่องของอาชีวะยังไม่บริหารจัดการ ให้เป็นรูปธรรม นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่เรียกร้องผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านนะครับ ท่านธนกรท่านมาจากอาชีวะท่านรู้ดี หลายคนบอกว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่เขาเจ็บปวด เมื่อเราไม่ขยับทางด้านส่วนของการบริหารจัดการ เหมือนกับว่าไม่ได้ทำให้รวดเร็ว ซึ่งตรงนี้ ถ้าเกิดตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาก็จะมีการเพิ่มการดูแลผ่านการประเมินแล้วสามารถ ขยับเป็นสถาบันได้ นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่เป็นห่วงนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ขณะนี้ปฏิรูปการศึกษา เรื่องการเรียนรู้ เรื่องความเหลื่อมล้ำ หรือเรื่องของการสอนให้มีประสิทธิภาพ การเหลื่อมล้ำ พูดกันมามาก พูดกันมาตลอดว่ามีความเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำตั้งแต่สายสามัญก็ยังเหลื่อมล้ำกัน สายอาชีวะในส่วนของรัฐบาล เอกชนก็ยังมีการเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำอย่างไร ข้อที่ ๑ ตั้งแต่ การมีข้อมูลดาต้า (Data) บิ๊กดาต้า (Big Data) ใหญ่ที่จะสามารถประเมินได้ว่าตลาดแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ที่ผมได้อ่านญัตติไปนี่เขาต้องการลูกหลานเราเรียนสาขาไหน อย่างไร ตลาดแรงงานให้มันตรงกัน การกำหนดให้ผู้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ไม่ว่า จะเป็นภาคทวิภาคี ให้เขาได้มีโอกาสบอกว่าเขาต้องการนายช่างกี่อัตรา ๆ ก็กำหนดไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยครับว่าผลิตไม่ได้นี่ จึงทำให้ผู้ที่เรียนเขาก็ไม่อยากเรียน เพราะกังวลว่าเรียนแล้วจะไม่มีงานทำ แต่ในส่วนที่ผมได้ศึกษา ได้เรียนถามทาง ผอ. หลายท่านมาก็บอกว่าเด็กที่อยู่ในอาชีวะถ้าเขาตั้งใจแล้ว และไม่ได้เลือกงานโอกาส ได้งานเกือบ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์มากทีเดียว ซึ่งต่างกับสายสามัญ ซึ่งตรงนี้จะเป็นแรงจูงใจ ที่เขาจะได้มีงานทำในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของชีวิต นอกจากนั้นสิ่งที่เราจะ ฝากบอกก็คือเรื่องของการฝึกอบรมแบบทวิภาคี หรือฝึกอบรม จะมีการฝึก ปวช. ๓ ปวส. ๒ ถ้าร่วมกันระหว่างทั้งหมดถ้าเป็นเรียนแบบเต็มที่ก็เป็นปี แต่เรียนฝึกงานธรรมดา ก็อาจจะ ๖ เดือน เราต้องเติมเต็มตรงนี้ให้กับนักเรียน ให้กับสถานประกอบการ ให้กับองคาพยพ ของผู้ที่มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้แรงจูงใจอินเซนทีฟ (Incentive) ให้กับ ผู้ประกอบการไปลดภาษีบ้างในเรื่องของการช่วยเหลือ แล้วก็มีเหตุเกิด ที่ผ่านมานั้น มีนักเรียนอาชีวะเกิดเสียชีวิต การประกันอุบัติเหตุทางวิทยาลัยทำให้แล้วนะครับส่วนหนึ่ง แต่ถ้าสถานประกอบการสามารถมีแรงจูงใจให้เขาทำให้ด้วย การที่เด็กประสบอุบัติเหตุ ก็จะได้รับเงินเยียวยาหรือช่วยเหลือมากกว่าหรือเพิ่มขึ้น นี่คือส่วนซึ่งทางส่วนผู้เกี่ยวข้อง ได้ฝากมาให้ได้มีการดำเนินการตรงนี้ ต้องเรียนว่าตอนนี้ทำอย่างไรครับ ผมเรียนว่าเราอยากเห็น อยากเห็นการที่อาชีวะ สถาบันตั้งแต่ข้างบน ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี สำนักงานอาชีวะ เลขาธิการ ระดับ ๑๑ เป็นแท่งหนึ่ง ซี ๑๑ (C 11) ลงมาถึงผู้บริหาร ได้มีการพูด ปฏิบัติ ในแนวเดียวกัน และเร่งรัดให้มีการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่ให้กับนักเรียนและภาคเอกชน ภาคประกอบการให้ครบถ้วน และอยากให้มีการเติมแนวนโยบายติดขัดตรงไหน การตั้งคณะกรรมการในการบริหารการประเมิน ถ้าติดขัดเราก็มาดูแลกัน เราอยากให้มี การช่วยเหลือในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำ หรือเติมเต็มในส่วนอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าคงจะต้องหลีกไม่ได้แล้วครับว่าวันนี้จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าคิวพูดกันยาวมาก เพราะนั่นคือเป็นความอัดอั้นตันใจที่อยากให้ทางรัฐบาล หรือกรรมาธิการเราเข้าไปแก้ไขและส่งให้รัฐบาลต่อไป ดังนั้นผมต้องเรียนว่าวันนี้ขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้บรรจุญัตตินี้ซึ่งมีผู้สนใจถึง ๘ ญัตติ แล้วก็มีสมาชิกทั้งสภาได้อภิปราย ก็ฝากเป็นกำลังใจว่าถ้ามีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเราจะได้แก้ปัญหาตรงนี้ให้กับอาชีวะ ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและลูกหลานของเราสืบต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ญัตติ ฉบับต่อไปที่มีทำนองเดียวกันนะครับ คือ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอน สายอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศ (นายสมชาย ฝั่งชลจิตร และนายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญ ผู้เสนออภิปรายครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุที่ผมได้ยื่นญัตติเพื่อขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริม การเรียนการสอนสายอาชีวะ ก็เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ผมเป็นคณะกรรมการพัฒนาระบบ ของสถาบันอาชีวะภาคใต้หนึ่งมาเป็นเวลาหนึ่ง แล้วก็ร่วมประชุมจนกระทั่งว่าสามารถ มองเห็นปัญหาซึ่งอาจจะไม่หมด แต่ว่าก็มีปัญหาที่จะต้องนำมากล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร และเห็นควรว่าให้สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ สิ่งที่มันเป็นปัญหาที่เราพูดว่าเยาวชนไม่ค่อย เข้าเรียนหนังสือหรือเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาอาชีวะนี่ สิ่งหนึ่งที่เราต้องปลดความรู้สึก นั่นก็คือกรอบแนวคิดที่สังคมไทยครอบมาอยู่ตลอดว่าเรียนไปต้องเป็นเจ้าคนนายคน เรียนอาชีวะคือการใช้แรงงาน นี่สังคมไทยมีลักษณะของการดูถูกคนที่ทำงานด้านแรงงาน มาตลอด เพราะฉะนั้นจึงเป็นลักษณะไม่ค่อยภาคภูมิใจ แต่ความจริงความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นพลเมืองของประเทศ สิ่งหนึ่งที่สำคัญนั้นก็คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และที่สำคัญ ก็คือเราต้องสำนึกความเป็นพลเมืองก็คือเราเป็นเจ้าของชาติด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ตามอย่างเดียว ไม่ใช่เป็นผู้ตามที่เขาว่าอย่างเดียว เพราะฉะนั้นในการศึกษาสายอาชีวะนี่ โลก ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าชีวิตผมชอบอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือชอบดูหนังประเภทวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต ปัจจุบันนี้ก็ยังชอบดูหนังแบบสตาร์ วอร์ (Star Wars) และหนังสือ แบบไซไฟ (Sci-Fi) ก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีและพัฒนา ทางด้านวิทยาศาสตร์ เราก็เห็นกันมาตลอดว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมจำได้ว่า ในปี ๒๕๓๕ ผมพกแพ็กลิ้งก์ (Pack Link) เพื่อที่จะให้พรรคพวกได้ตามตัวได้ด้วยการส่ง อักษร แล้วก็มีโทรศัพท์มือถืออยู่ซึ่งมันต้องใช้การกดตัวเลข แต่วันที่ผมฟังสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) พูดว่า ๕ ปีข้างหน้าผมจะทำโทรศัพท์ที่ไม่มีมือถือไม่มีตัวเลขกด ผมรอวัน เวลานั้นมาจนซื้อเครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ ๒ ก็แบบสมาร์ต (Smart) โทรศัพท์นี่ละครับ นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เห็นในวิถีชีวิตของเรา วัน เวลาที่พรรคอนาคตใหม่ประกาศว่า เราจะต้องเป็นอุตสาหกรรมรถไฟให้ได้ในประเทศไทย วันนั้นเราฝันถึงการพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าจะต้องทำอย่างไร หาคนที่มีความสามารถและเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องการพัฒนา อุตสาหกรรมรถไฟ เพราะเราเห็นรูปแบบของรถไฟความเร็วสูงที่มีความฝันมาตั้งแต่ยุคสมัย ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ถูกคำพิพากษาให้ไปทำถนนลูกรังเสียก่อน ในเบื้องลึกของสิ่งเหล่านั้นมันคือการพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านอาชีวศึกษานะครับ วันนี้ เรากำลังเห็นภาพไฮเพอร์ลูป (Hyperloop) มาอีกแล้ว ในขณะเดียวกันถ้าเราไปดูใน อินเทอร์เน็ต (Internet) เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา เราบอกว่าสงครามอนาคตข้างหน้ามันไม่ได้ รบกันด้วยคน มันกำลังใช้โดรน (Drone) ที่จะไปยิงใส่กัน มันมีตัวอย่างให้เห็นในการที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาส่งโดรน (Drone) ไปฆ่าผู้บัญชาการทหารของประเทศอิหร่านให้เห็นแล้ว มองย้อนกลับมาสิครับว่าในสังคมเราต้องการองค์ความรู้อะไร ฝีมืออะไรที่จะไปพัฒนาสิ่ง เหล่านั้นให้ตอบสนองต่อความต้องการของอนาคตข้างหน้า เราไม่กล้าฝัน เราจึงหยุด อยู่กับช่างก็ช่างไม่ถึงก็ช่างแบบรถไฟไทยปัจจุบันนี่ละ เพราะเราไม่กล้าฝันว่าเราจะพาอนาคต ข้างหน้าไปอย่างไร และในอนาคตเหล่านั้นมันต้องมีแรงงานอยู่ และแรงงานต้องมีฝีมือ ที่มีองค์ความรู้ สถาบันอาชีวศึกษาที่กำลังมีอยู่ในวันนี้ ไปดูสิครับ องค์ความรู้ ครูผู้สอน มีความมั่นใจขนาดไหนว่าจะผลิตบุคลากรออกมาป้อนแรงงานหรือระบบแรงงาน ในอนาคต ๑๐ ปีข้างหน้าได้หรือไม่ เราเห็นภาพรถไฟ เราเห็นภาพรถไฟฟ้า ในขณะที่อุปกรณ์ที่ใช้การเรียนการสอนยังเป็นรถลูกสูบอยู่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วในวิทยาลัยเทคนิค ช่างยนต์ เราต้องการองค์ความรู้ทางด้านแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะมาพัฒนาฝีมือในอนาคตข้างหน้า สถาบันอาชีวศึกษาทั้งหลายวันนี้เตรียมพร้อมอุปกรณ์และครูเหล่านี้แล้วหรือยัง ผมจึงบอกว่า พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา เมื่อปี ๒๕๕๑ ที่ตั้งมามันก็กั๊ก ๆ ลักลั่น ไม่ได้ลงไปสู่ โครงสร้างในการปฏิบัติจริง ๆ และเป็นปัญหาอุปสรรคในเชิงกฎหมายและเชิงบริหารด้วย ถามว่าทำไม ตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ กำหนดให้มีสถาบันการศึกษา ซึ่งสามารถไปพัฒนาในสถาบันหรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งหลายให้มีการศึกษาระดับ ปริญญาตรีได้ ก็ปล่อยให้แบบลอย ๆ อยู่อย่างนั้นละครับ แล้วก็มีคณะกรรมการสภา สถาบันอาชีวศึกษาภาคใต้ ๑ ภาคเหนือ ๑ ภาคอีสาน ๑ ก็มีกันอยู่ แต่ก็ไปพลอยที่ หรือไปอาศัยที่อยู่ซึ่งเป็นวิทยาลัยเทคนิคหรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาในแต่ละพื้นที่ของภูมิภาค แล้วก็ใช้วิทยาลัยนั่นละเป็นสถานที่สำหรับรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี นี่คือสิ่งที่เป็น ปัญหาในเชิงระบบ เอาละครับ ไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ให้ความสนใจ ต่อการศึกษาอาชีวศึกษา เพราะว่าคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๒ ปีแล้วยังไม่ได้ตั้ง นอกจากนั้นในระบบบริหารบุคลากร สถาบันอาชีวศึกษาไม่มีศักยภาพในการบริหารบุคลากร หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่กฎหมายหรืออำนาจในกระทรวงไม่ยอมให้มีครูภายใต้ สถาบันการศึกษา วัน เวลาที่ครูหรืออาจารย์ผู้สอนในสถาบันหรือวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคทั้งหลายขอย้ายไป สถาบันการอาชีวศึกษาที่ดำเนินการสอนระดับปริญญาตรี อยู่ในที่นั่นไม่สามารถต้านทานได้ เพราะมันเป็นอำนาจของ ผอ. วิทยาลัย และเป็นเรื่องสิทธิ ของครูที่จะย้ายออกไป เมื่อครูย้ายออกไปอะไรเกิดขึ้นครับ วิทยาลัยอาชีวะ สถาบันอาชีวะ ซึ่งเปิดสอนในระดับปริญญาตรีก็ขาดคุณครูที่จะสอนในวิชานั้นไป วันนี้หลายสถาบันอาชีวะ จึงไม่สามารถเปิดสอนตามความต้องการของตลาดแรงงานหรือความต้องการที่เขาประเมิน มาแล้วว่าสาขานี้เป็นความต้องการของตลาดในระบบธุรกิจ ไม่มีผู้สอนครับ เปิดไม่ได้ เปิดแล้วก็ล้มเหลวเพราะว่าไม่มีครูสอน ต้องหยุดไป นี่คือปัญหาในเชิงโครงสร้างของ การบริหารในสถาบันการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา ที่เราพูดถึงการพยายามที่จะบอกว่า ให้สถาบันการศึกษาระดับสถาบันอาชีวะเป็นภาคใต้ ๑ ภาคใต้ ๒ เป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษา ระดับปริญญาตรี จึงจำเป็นครับ จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ หรืออาจจะส่งมอบไป ในคณะกรรมาธิการสามัญก็ได้ในการศึกษาปัญหาในเชิงโครงสร้างของการบริหาร🔗
ทีนี้มาถึงโครงสร้างของทัศนคติและการจินตภาพว่าเราจะกล้าคิดฝัน ไปในอนาคตไหม แน่นอนครับ ความคิดผมอยู่บนพื้นฐานของความเป็นวัตถุนิยม ก็คือ ความเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่นิยมวัตถุนะ แต่เอาความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์หรือความจริง มาพูด ผมพูดถึงสงครามกำลังจะใช้โดรน (Drone) ยิงกัน แต่เรายังคิดถึงเรื่องของการที่จะเพิ่มกำลังอาวุธในกองทัพหรือทหารในกองทัพด้วยคน ซึ่งเงินเหล่านั้นมันควรจะเข้ามาอยู่ในการพัฒนาฝีมือของคนที่จะทำงานเพื่อการพัฒนา ประเทศ คนมันมีทั้งเป็นผู้บริโภค แต่ขณะเดียวกันเขาเป็นผู้ผลิต ทุกคนเป็นผู้บริโภค แล้วก็คือผู้ใช้แรงงานในระบบการผลิต ไม่ว่าจะเป็นผลิตอะไรก็ตาม ทุกคนมีคุณค่าของ ความเป็นมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในระบบแรงงานทั้งหลาย แต่วันนี้ระบบแรงงานไทย กำลังถูกกดดันลงว่าประเทศนี้จะต้องผลิตสินค้าที่มีราคาถูก แน่นอนครับ แรงงานต้องถูกด้วย เพราะเราไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าเพื่อเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศ เอาความเชื่อมาควบคุม การพัฒนาประเทศ ผมจึงเสนอญัตตินี้ขึ้นมาก็เพื่อที่บอกว่าสถาบันการศึกษาระดับ อาชีวศึกษาเป็นพื้นฐานของการสร้างกำลังผลิตภาคแรงงานจริง ๆ แต่มันต้องพัฒนาก้าวหน้า ไปยังเทคโนโลยีที่มันกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว แต่มันจะก้าวความคิดนี้ไปได้มันต้องก้าวข้าม ความคิดแบบอำนาจนิยม แน่นอนครับ ประเทศนี้มันถอยหลัง เพราะมันมีนักเลงใหญ่ พอถึงเวลาไม่ได้ดังใจก็เอาทหารมายึดอำนาจ เพราะฉะนั้นความคิดเหล่านี้มันจึงจำเป็น จะต้องบอกว่า ผมย้อนกลับมาที่การพัฒนาสถาบันอาชีวศึกษา เพราะวันนี้มันเป็นปัญหา ที่เราจะเอาประเทศก้าวไปสู่ข้างหน้าด้วยการพัฒนาให้เท่าทันกับเทคโนโลยี สถานการณ์ โควิด (COVID) เราเห็นแล้วไหมครับว่าพวกพื้นที่ในการขายสินค้ามันมาทางออนไลน์ (Online) สั่งอาหารก็มากับแกร็บ (Grab) กับอโกด้า (Agoda) กับแพนด้า (Panda) แพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านี้มันคือสิ่งบอกลางให้เห็นว่าประเทศนี้แนวคิดของ กระทรวงศึกษาธิการและแนวคิดของการบริหารสถาบันการศึกษาด้านอาชีวะนี่มันควร ดิสรัปชัน (Disruption) จริง ๆ ผมก็ฝากท่านประธานว่าผมเสนอญัตตินี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะได้ พูดว่าเราต้องกล้าที่จะก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคและความคิดเก่า ๆ นำประเทศไปสู่การพัฒนา ที่มีพื้นฐานขององค์ความรู้และก้าวให้ทันโดยการกล้าตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ครับ ยังมีอีก ๒ ญัตติที่เป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ แต่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ แต่ท่านประธานชวนได้อนุญาตให้นำมาพิจารณารวมกันนะครับ มีญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาทุกระดับอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล (นายประกอบ รัตนพันธ์ และ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นผู้เสนอ) กับของ (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร)🔗
ขอเชิญ ผู้เสนอ ท่านประกอบก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมและท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาทุกระดับอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา ผมขออนุญาตอ่านญัตติของผม ให้ท่านประธานและที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ ได้มีบทบัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา ๑๒ ปี ตั้งแต่ ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย🔗
รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบ ต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ การปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้จัดการศึกษาดังกล่าวอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ🔗
การศึกษาทั้งปวงต้องพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถ เชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตนและความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ แต่การจัดการศึกษาในทุกระดับในปัจจุบันไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ🔗
ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาทุกระดับอย่างมีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพูดเสมอครับว่าการศึกษาสร้างคนเพื่อให้ คนไปสร้างชาติ ไม่ว่าประเทศไหนในโลกนี้ก็ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษามาลำดับหนึ่ง มิใช่ลำดับต้น ๆ เป็นลำดับแรก เพราะเขามีความเชื่อมั่นว่าการศึกษาเท่านั้นที่บ่มเพาะพัฒนา เยาวชนให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันหน้า ถ้าเริ่มต้นจากการศึกษาที่ล้มเหลวรัฐจัดการไม่ดี ประเทศชาติก็ล้มเหลว การพัฒนาประเทศชาตินั้น ๆ จะไม่เป็นไปตามความมุ่งหมาย และไร้ประสิทธิภาพ และในที่สุดประเทศชาติก็จะพัฒนาไปไม่ได้ ประเทศไทยของเรา ก็เช่นเดียวกันครับท่านประธานครับ เราก็ทันโลกทันสมัย เราให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา ของชาติเป็นลำดับต้น ๆ และใส่ใจ มีนโยบายอย่างชัดเจน แต่เท่าที่ปรากฏท่านประธาน คงรับทราบเพราะท่านประธานก็นั่งในสภาแห่งนี้มาหลายสิบปี พอพูดถึงการศึกษานี่ จะมีผู้แทนราษฎร มีนักการศึกษา มีพี่น้องประชาชนได้ติติงในเรื่องของคุณภาพว่า การศึกษาไทยนั้นไม่ได้คุณภาพและไม่ได้ระดับสากล ทีนี้เราต้องพูดเรื่องคุณภาพกันให้ชัดเจน ท่านประธานครับว่าในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานั้นเราต้องการที่จะพัฒนาให้คน ให้เยาวชนมีคุณภาพ แต่ความหมายเรื่องคุณภาพนั้นเรายังไม่ตกผลึก เรายังคิดที่มี ความแตกต่างกันในด้านคุณภาพทางการศึกษา ก็เลยถกกันไม่มีวันสิ้นสุด เพราะพูด คนละเรื่องเดียวกัน นั่นคือปัญหาเบื้องต้นของคุณภาพการศึกษาของไทย กระผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าเรื่องการศึกษานั้นเท่าที่ผมคิด วิเคราะห์ แล้วก็เก็บเกี่ยว จากผู้รู้ ในความคิดนั้นคุณภาพการศึกษานี่มี ๓ ด้านด้วยกัน คือเรื่องของเก่ง เรื่องของดี มีความสุข หรือมีงานทำ ๓ เรื่องเท่านี้ละครับ คือการสร้างคุณภาพทางการศึกษา สร้างคุณภาพให้กับเยาวชน สร้างคุณภาพให้กับเด็ก เก่ง ดี มีความสุขหรือมีงานทำ การสร้าง เยาวชน การสร้างระบบการศึกษา นักการศึกษาญี่ปุ่นบอกว่าถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าการจัดการศึกษานั้นเราเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเล็ก บางคนบอกว่าเริ่มให้การศึกษาเด็กตั้งแต่อยู่ในท้องด้วยซ้ำไป แต่ผมคิดว่าอันนั้นมันเป็น ความรับผิดชอบของผู้ปกครอง ของพ่อแม่ แต่ในความรับผิดชอบของรัฐหรือรัฐบาลก็คือ การศึกษาที่รัฐกำหนด เริ่มตั้งแต่การศึกษาก่อนวัยเรียน อายุ ๓-๕ ปี การศึกษาภาคบังคับ ป. ๑ ถึง ม. ๓ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ป. ๑ ถึง ม. ๖ การศึกษาอาชีวศึกษา การศึกษา ระดับอุดมศึกษา ตรงนี้คือระดับการศึกษา ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา รัฐจะต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การศึกษาก่อนวัยเรียน คือเริ่มจากบุตรหลานของเราอายุ ๓ ปีเป็นต้นไป จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย จบอุดมศึกษา เท่านั้นไม่พอครับท่านประธาน ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะการศึกษาต้องพัฒนาเป็นขั้นตอน การศึกษาหยุดเมื่อไร หยุดตอนที่เราหยุดลมหายใจ เพราะฉะนั้นการศึกษากับมนุษย์ การศึกษากับผู้คนมันจะคู่กันไปตลอด ผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่าการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญมาก ถามว่าประเทศไทยเรา นักการศึกษาเก่งกาจในเรื่องวางแผนการศึกษา เก่งกาจในเรื่องของการทำแผนยุทธศาสตร์ทางด้านการศึกษา เก่งในเรื่องการปฏิรูป การศึกษาหรือไม่ ยอมรับว่าเก่งครับ เพราะถ้าเรากลับไปดูแผนการศึกษาชาติ ไปดูยุทธศาสตร์ชาติ ไปดูเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของชาติทุกรัฐบาล ทุกคณะที่เข้ามา รับผิดชอบ ผมกราบเรียนว่าทันสมัย ครอบคลุม สามารถสร้างเยาวชนให้เป็นคนดีได้ อย่างแน่นอน แต่ปัญหายิ่งใหญ่ของประเทศไทยอยู่ตรงไหนครับท่านประธานครับ อยู่ตรงเรื่องของแผนการศึกษาไม่เป็นแผนที่ยั่งยืน การปฏิรูปการศึกษาไม่ตลอดรอดฝั่ง นโยบายไม่ได้รับการต่อยอด เปลี่ยนคน เปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนคน เปลี่ยนนโยบาย หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าแม้ว่าเราจะมีแผนการศึกษาชาติ ไม่ว่าเราจะมี การปฏิรูปที่มีคุณภาพ ที่ทรงประสิทธิภาพอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อเปลี่ยนผู้บริหารระดับ นโยบาย พูดง่าย ๆ คือระดับรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ท่านเคยสังเกตไหมครับ เปลี่ยนนโยบายทันที นโยบายดี ๆ ที่ค้นคิด ตรึกตรอง ไตร่ตรอง ทดลองมาใช้ว่ามีคุณภาพก็ต้องล้มเลิก เริ่มต้นใหม่ประเทศไทยเต็มไปด้วยโครงการนำร่อง ทางด้านการศึกษา แต่น่าเสียดายท่านประธานครับ เราได้แต่นำร่องครับ ไม่ตลอดร่อง ไม่ไปถึงฝั่ง แค่ครึ่งทาง ไม่ถึงครึ่งทางก็ต้องเลี้ยวกลับมาที่เดิม ตรงนี้ครับการศึกษาของชาติ ถึงมีปัญหา มีอุปสรรค แล้วก็ไม่สู่คุณภาพตามที่ได้คาดหวังเอาไว้ เป็นปัญหาที่รู้ครับ ไม่ใช่ ไม่มีใครรู้แต่ไม่ทำ น่าเสียดายมากท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเรา ยังคงให้นโยบายการศึกษา ให้การดำเนินงานด้านการศึกษาเป็นเช่นอดีตและเป็นเช่นปัจจุบัน อย่าไปหวังเลยว่าการศึกษาของประเทศชาติเรานั้นจะก้าวหน้า จะเท่าทันกับสากล เป็นไป ไม่ได้ เพราะเราไม่ยอมรับของดี เราไม่ยอมรับของจริง เราเปลี่ยนแปลงตามที่ตัวเองคิดว่า จะทำเพื่อสร้างอนุสรณ์ให้ตัวเองว่าสมัยที่ข้าเป็นรัฐมนตรีข้าได้ทำเรื่องนี้นะกับการศึกษา ของดี ๆ ที่คนคิดมาก่อนนั้นไม่เอา ก็เลยจะเห็นว่าการศึกษาของประเทศไทยนั้นไม่ถึงฝั่งสักที เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผมอยากกราบเรียนท่านประธานเพื่อรับทราบสั้น ๆ นะครับ ไม่ให้ยาวและไม่ซ้ำประเด็น ท่านครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเป็น รัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งเท่าที่มีมา เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์มาก ภายใต้บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา มีบทบัญญัติให้รัฐต้องทำแผน การศึกษาชาติ ต้องมีกฎหมายของชาติ กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ท่านครับ วันนั้น รัฐ รัฐบาล ได้ระดมคนเก่ง คนกล้า คนดี นักการศึกษา มืออาชีพ มาระดมสมองกันว่าเราจะ วางหลัก เราจะวางแผนการศึกษาของชาติให้ยั่งยืน ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ก็เอาอดีต เข้ามาพูดเอามาพิจารณากันว่าเหตุที่การศึกษาบ้านเราไม่ก้าวไกลไม่ไปสู่คุณภาพเพราะว่า บ้านเราไม่มีเอกภาพทางการศึกษา พื้นฐานคิดอย่าง อาชีวะคิดอย่าง อุดมศึกษาคิดอย่าง แต่ละหัวหน้าส่วนราชการไม่บูรณาการนโยบายให้สอดคล้องกัน ประถมเอาอย่าง มัธยม เอาอย่าง อาชีวะเอาอย่าง อุดมศึกษาเอาอย่างหนึ่ง มันเลยไม่ต่อยอดไปไม่ถึงไหน โทษกันไป โทษกันมา อุดมศึกษาบอกว่ามัธยมสอนไม่ดีเลยได้ผลผลิตเด็กที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษานั้น ไม่มีคุณภาพ มัธยมก็มาโทษประถม ประถมก็โทษปฐมวัย ปฐมวัยก็โทษก่อนปฐมวัย ก่อนปฐมวัยก็โทษผู้ปกครอง ก็โทษกันไปโทษกันมาโยนลูกโยนกลองกันไปมาก็ไม่สิ้นสุด รัฐบาลสมัยนั้น ชุดปฏิรูปผู้รู้สมัยนั้นก็เลยบอกว่าต้องปฏิรูปการศึกษาให้อยู่ภายใต้ร่มเดียวกัน มีเอกภาพเชิงนโยบายหลากหลายทางปฏิบัติ มีจะปฏิรูปการศึกษา ประสานโครงสร้าง ทางการศึกษา ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา ปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา ปฏิรูป ทรัพยากรทางการศึกษา ปฏิรูปกันใหญ่ครับ แล้วผมกราบเรียนว่าเที่ยวนั้นถือว่าเป็นการปฏิรูป ครั้งสำคัญของการศึกษาชาติของประเทศไทย และก็ได้ผลน่าพึงพอใจอย่างสูงยิ่ง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งก็ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องของการศึกษานี่ในทุกมิติ ไม่ว่าโครงสร้างทางการศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ หลักสูตร และทรัพยากรศึกษาอย่างทันสมัยและยืดหยุ่น เป็นที่พอใจ เราปฏิรูปโครงสร้างจากทุกหน่วยงานทางการศึกษาภายใต้ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการเข้ามาเป็น ๕ แท่ง ที่รับผิดชอบทางการศึกษา แล้วก็เพิ่มซี ๑๑ (C 11) มาเป็น ๕ คนจาก ๑ คนของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจำได้ไหมครับ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สภาการศึกษาแห่งชาติ การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาทุกระบบ ทุกระดับจะต้องมีนโยบายเป็นเอกภาพ บูรณาการเชิงนโยบาย ไม่ต้อง โยนกลองกันไปกันมา ไม่ต้องโทษมึงโทษกู การศึกษาก็เป็นไปได้ด้วยดี วันนั้นครูบาอาจารย์ ของเราดีใจครับ เราให้ครูมีศักดิ์ศรี ให้ครูมีใบประกอบวิชาชีพครูเป็นหลักประกันว่า ครูจะต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกับวิชาชีพอื่น ๆ ที่สังคมยอมรับ แพทยสภา สัตวแพทยสภา ของวิศวกร ของนิติกรอะไรก็แล้วแต่ ครูเราก็เริ่มมีศักดิ์ศรีครับ ครูเราเริ่มมีวิทยฐานะ มีเงินค่าตอบแทน ครูเราเริ่มมีบัญชีเงินเดือนที่มีความแตกต่างกับข้าราชการพลเรือนทั่วไป เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการเชิดชูครูให้คนเก่ง คนดี ในสังคมมาเป็นครู เพราะครู เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การศึกษานั้นมีคุณภาพหรือไม่ เป็นต้นน้ำ เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ผมคิดว่าวันนั้นกรอบความคิดวันนั้นถูกต้อง เราสร้างครูขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่าครูพันธุ์ใหม่ เอาคนเก่ง คนที่ศรัทธาวิชาชีพครูมาเป็นครู มาเรียนวิชาครูเตรียมพร้อมที่จะเป็นครู วันนั้นครูมีศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับ ผู้บริหารสถานศึกษา จากที่เคยเหลื่อมล้ำกัน จากครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ กฎหมายฉบับนั้นล้างหมด เลยครับท่านครับ ให้มีความเสมอภาคความเป็นผู้อำนวยการทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะเป็น ผู้อำนวยการประถม มัธยม อาชีวศึกษา ก็เป็นผู้อำนวยการมีวิทยฐานะเช่นเดียวกัน นั่นคือการปฏิรูปครั้งสำคัญ แต่ว่าการปฏิรูปครั้งนั้นไม่ยั่งยืนท่านครับ พอมาถึงยุค คสช. มองว่าชุดปฏิรูปชุดนั้นล้าหลัง มันไม่ตอบสนองความต้องการของประเทศ แล้วก็เลยคิดที่จะ ปฏิรูปการศึกษาขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ ได้มีมาตราที่กำหนดให้มีองค์กรอิสระที่จะมาร่วมทำแผนการปฏิรูปประเทศชาติ ด้านการศึกษา เรียกว่าแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยคณะกรรมการอิสระ เพื่อปฏิรูปการศึกษาที่ผมได้ยกให้ท่านประธานได้เห็น ชุดนี้มีความหวังว่าจะให้การศึกษานั้น มีความเป็นอิสระเสรี แล้วก็สะท้อนการศึกษาให้อย่างถูกต้อง คณะกรรมการชุดนี้ได้จัดปฏิรูป การศึกษา ๗ ด้านครับ แต่ผมขออนุญาตไม่อ่านเพราะจะเสียเวลา ท่านประธานครับ ชุดนี้ ยังไม่ได้นำไปใช้ก็เกิดการต่อต้านจากครูบาอาจารย์ จากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า ถ้าปฏิรูปการศึกษาตามรูปแบบของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาที่รัฐบาล ตั้งขึ้นนั้น น่าจะไม่สอดคล้อง น่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ไม่น่าจะแก้ปัญหาด้านคุณภาพ การศึกษาได้อย่างแน่นอน เหมือนที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านได้กรุณาพูดถึงแล้ว เมื่อสักครู่ ก็ยังไม่ทันได้ใช้ท่านประธานครับ ก็มีอีกคณะหนึ่งเพิ่มขึ้นมาเลย คือคณะการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา ที่ตั้งขึ้นมาใหม่นะครับ ฉบับปรับปรุง ปฏิรูปจาก ๗ ด้าน มาเหลือ ๕ ด้าน แต่ ๗ ด้าน ๕ ด้าน หรือมันจะปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นก็ไม่เป็นไรครับ ก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน และอยากจะให้เสียงนี้ไปถึงผู้นำรัฐบาลว่า วันนี้การศึกษาของเราที่มันค่อนข้างจะไม่เป็นที่พึงพอใจเท่าที่ควร หรือถ้าพูดง่าย ๆ กันว่า ไม่มีคุณภาพทางด้านการศึกษา เพราะว่าระดับนโยบายนั้นเรรวน เปลี่ยนแปลง ลังเล โลเลครับ ไม่ใช่ลังเล โลเลนะครับ ไม่สามารถที่จะนำการศึกษาของชาติประสบความสำเร็จได้ เพราะไม่สามารถที่จะบริหารจัดการดำเนินการไปบรรลุเป้าหมายได้ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าแค่นำร่อง แล้วก็ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ไม่เคยต่อยอดนโยบายดี ๆ เยอะแยะ ไปหมดเลยครับ ไม่เคยต่อยอดเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เราได้มาวันนี้น่าตกใจมากครับท่านประธาน ผลตกผลึกจากการปฏิรูปการศึกษาได้อะไรครับ ท่านครับ น่ากลัวมาก ได้นักเรียนเลว ได้นักเรียนเลวผมไม่ได้พูดนะครับ เขาพูดเอง ผมนี่นอนไม่หลับเลยครับ พอผลการปฏิรูปได้นี่ ได้นักเรียนเลวขึ้นมานั่นคืออะไร นั่นความสำเร็จจากการปฏิรูปการศึกษาหรือไม่ ที่ผมพูด คำนี้แล้วกำลังจะจบแล้วท่านประธานครับ เพื่อให้รัฐตระหนักว่าในการทำแผนปฏิรูป ด้านการศึกษาของประเทศชาตินั้นต้องทำให้ครอบคลุม ให้เด็กเก่ง ดี มีความสุข มีงานทำ และไปสู่สากล นโยบายต้องได้รับการต่อยอดและพัฒนาให้ถึงที่สุด ไม่ใช่นโยบาย ตามความคิดของเจ้ากระทรวง ถ้าอย่างนี้ไม่สำเร็จอย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณมากท่านครับ🔗
ครับ เหลืออีกฉบับหนึ่งนะครับ เป็นฉบับสุดท้าย ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การสร้างสื่อการเรียนรู้ที่ปลอดภัยให้แก่เด็ก และเยาวชน โดยการสร้างสื่อทีวีดิจิทัลเพื่อเด็กและเยาวชน (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้เสนอ)🔗
เพื่อขอให้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเหมือนกันนะครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่ท่านกรุณา บรรจุญัตติของผมให้ได้มาพิจารณาร่วมกับญัตติของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ซึ่งวันนี้ก็ได้ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสภาเรามีผู้ที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ มีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องของ การศึกษาซึ่งเป็นปัญหาคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และผมต้องออกตัวนะครับว่า ผมนี่ไม่ใช่ผู้รู้ ไม่ใช่บุคลากรทางด้านการศึกษามาก่อน แต่ก็มีประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝาก ให้สภาแห่งนี้ได้มอบภารกิจในการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาในด้านการศึกษาต่อไป🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าดูจากญัตติที่ผมยื่นนี่ก็จะเป็นญัตติที่เกี่ยวกับ การขอให้สภาพิจารณาศึกษาการสร้างสื่อการเรียนรู้ที่ปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน โดยสร้างสื่อทีวีดิจิทัล (TV Digital) เพื่อเด็กและเยาวชน ด้วยความเคารพครับ การสร้างสื่อ เรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับเด็กในแต่ละระดับนั้น ไม่ว่าจะเป็นระดับเด็กเล็ก ๆ ระดับอนุบาล ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือระดับไหนก็ตามครับ การวิวัฒนาการ ด้านการศึกษาทุกวันนี้ไม่เหมือน ๒๐ ปีที่แล้ว ไม่เหมือน ๓๐ ปีที่แล้วครับ และแน่นอนครับว่า กระบวนการการเติบโต กระบวนการการเรียนรู้ของเด็กสมัยนี้เขาเรียนรู้เร็ว เขาเติบโตเร็ว เขารับรู้ว่ารอบตัวเขามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง และการที่จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการทางด้านจิตใจ หรือว่าร่างกายนั้นองค์ความรู้ที่เหมาะสม เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและองค์ความรู้ที่เหมาะสมในแต่ละระดับชั้นจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการ ของเด็กให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมมองว่าประเทศไทยโดยเฉพาะ เด็ก ๆ นักเรียน เด็กเล็ก ๆ ยังขาดโอกาสอยู่ก็คือว่าสื่อที่เหมาะสมกับเขาทุกวันนี้ในประเทศไทย ยังมีน้อยครับ และสื่อที่ผมมองว่าค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดสื่อหนึ่งก็คือสื่อทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะ ทุกวันนี้ท่านประธานครับเรามีทีวีดิจิทัล (TV Digital) หรือว่าสื่อโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบ ดิจิทัล (Digital) กำกับโดย กสทช. ผมคิดว่าทีวีดิจิทัล (TV Digital) ทุกวันนี้เราก็มีหลากหลายช่อง ให้เลือก แต่ถ้าเราลองไล่เปิดไปครับ แทบจะไม่มีช่องไหนเลยที่ทำรายการเกี่ยวกับเด็ก แทบจะไม่มีช่องไหนเลยที่เจาะทำรายการที่เป็นการสอนเด็ก ดังนั้นผมคิดว่ารัฐบาล จึงมีความสำคัญครับที่จะเข้ามามีบทบาทในเชิงรุกเพื่อสนับสนุนในการเพิ่มช่องทาง ในการพัฒนาศักยภาพของเด็กผ่านสื่อดิจิทัล (Digital) ในวันนี้ และเหตุผลที่ผมขอนำเสนอ เพราะว่า ๑. อย่างที่ผมได้นำเรียนไปในเบื้องต้นราคาย่อมเยาที่สุด ๒. สื่อทีวี (TV) โทรทัศน์ มันสามารถครอบคลุมไปในเกือบจะทุกพื้นที่ของประเทศไทย ๓. ถ้ารัฐบาลเข้ามาทำตรงนี้ คอนเทนต์ (Content) หรือว่าเนื้อหาต่าง ๆ ที่จะสื่อไปให้เด็ก เยาวชน ลูกหลานของเรา เราก็ สามารถคัดกรองได้ คัดกรองแต่เนื้อหาที่มีความเหมาะสม ๔. ถ้ารัฐบาลสนับสนุน และทำเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ คนทำรายการก็ไม่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ครับ เพราะว่า คอนเทนต์ (Content) เกี่ยวกับเด็ก ๆ ผมเชื่อว่ามันยากครับ ที่แต่ละช่องจะทำกำไร จากตรงนี้ ช่องทางที่ผมมองไปท่านประธานครับ ก็จะเป็นทุกวันนี้มีทีวีดิจิทัล (TV Digital) หลายช่องที่ปิดตัวไป บริหารไม่ได้ ซึ่งเขาไม่สามารถทำกำไรได้ ผมไม่แน่ใจนะครับว่า มันจะพอทำได้หรือเปล่าในการใช้ช่องหรือว่าสล็อต (Slot) ที่มันว่างอยู่นี่นำมาใช้เพื่อพัฒนา การศึกษาสำหรับลูก ๆ หลาน ๆ เรา ถ้าหาใครทำไม่ได้ผมว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความสามารถ และทุก ๆ ปีไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ขอรับสนับสนุน งบประมาณเพิ่มเติมจากที่สภาเราปีละไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเขาจะเพิ่มแผนก สักแผนกหนึ่งขึ้นมาทำเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ โดยความเข้าอกเข้าใจ โดยมีทีมบริหาร อยู่แล้วผมเชื่อว่าทำได้ครับ ยิ่งไปกว่านี้ด้วยความเคารพท่านประธานครับ สถานการณ์ โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งขนาดผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ยังได้รับผลกระทบ ในชีวิตประจำวัน และมันทำให้ช่องทางการเรียนการสอนของเด็ก ๆ ลดน้อยถอยลงครับ จากประสบการณ์นะครับ ทุกวันนี้ช่องทางที่เด็กจะเรียนได้ก็คือการเรียนออนไลน์ (Online) พอเด็กจะเรียนออนไลน์ (Online) ต้องมีอะไรครับ ต้องมีคอมพิวเตอร์ ต้องมีแท็บเล็ต (Tablet) ต้องมีอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่มีความเสถียร ที่มีความเร็วเพียงพอ และยังต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ในการส่งเสริมทักษะของเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กครับ และแน่นอนครับ วันนี้ผมถามใคร ทุกคนที่เป็นพ่อ ที่เป็นแม่ เป็นปู่ เป็นย่า เป็นตา เป็นยาย ก็บอกว่าทุกคนประสบปัญหาหมดครับ กับการที่จะให้ลูกเล็ก ๆ หลานเล็ก ๆ ตั้งใจเรียนผ่านจอคอมพิวเตอร์ เรื่องคอนเทนต์ (Content) หรือว่าเรื่องเนื้อหาก็มีความสำคัญครับ อย่างที่ผมได้นำเรียนกับท่านประธานไป คอนเทนต์ (Content) เนื้อหาต้องมีความเหมาะสมในแต่ละวัยนะครับ รายการต่าง ๆ ที่ผ่านมา ที่เป็นเกี่ยวกับการศึกษานั้นส่วนใหญ่ก็จะมีวิทยากร ก็จะมีครูมาบรรยาย มาเขียนให้พวกเรา ดูผ่านกระดานดำ ผ่านไวต์บอร์ด (Whiteboard) เนื้อหาต่าง ๆ เหล่านี้ถึงแม้ว่าจะดี ขนาดไหนก็ตาม ไม่มีทางเลยครับที่เด็กเล็ก ๆ จะสนใจได้ ดังนั้นถ้าจะทำเรื่องนี้ท่านต้อง กล้าครับ ท่านต้องกล้าทำเนื้อหาใหม่ ๆ ไม่ใช่ทำให้ผู้ใหญ่ดูครับ ทำให้เด็ก ๆ สนใจ ค่อย ๆ ให้เด็ก ๆ นั้นได้เรียนรู้และสนุกไปด้วย ส่วนช่วงเวลาก็อาจจะแบ่งเป็นช่วง ๆ ครับ ช่วงเช้า อาจจะเป็นสำหรับเด็กเล็ก พอสายขึ้นมาหน่อยก็อาจจะเป็นสำหรับเด็กช่วงปฐมวัย ส่วนดึก ๆ ในเวลาที่ลูก ๆ หลาน ๆ เราเข้านอนหมดแล้วครับ ก็อาจจะเป็นรายการที่ช่วย เพิ่มพูนความรู้ให้กับเหล่าผู้ปกครอง วิธีต่าง ๆ ในการที่จะพัฒนาลูก ๆ หลาน ๆ ไปในทิศทาง ที่เหมาะสม นอกจากนี้ครับ ที่ผมบอกไปครับว่าเนื้อหามีความสำคัญ และทุกวันนี้ ผมเชื่อนะครับว่าลูก ๆ หลาน ๆ ของเรานั้นก็สามารถหาเนื้อหาในการศึกษา ในการเรียนรู้ ในสื่ออินเทอร์เน็ต (Internet) ได้มากมายครับ แต่เนื้อหาในอินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่มีใครคัดกรอง เราไม่ทราบหรอกครับว่าเนื้อหาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ลูก ๆ หลาน ๆ เราเรียนรู้ ผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) มันจะดีหรือมันจะร้าย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนี่นอกจากเรื่องสื่อทางดิจิทัล (Digital) แล้ว ผมยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ แล้วก็ อยากจะให้สภานั้นแก้ไขปัญหาให้ได้ นั่นก็คือความเหลื่อมล้ำของด้านการศึกษา ที่จริง ๆ แล้วต้องบอกว่ามันเป็นปัญหาที่พวกเราทุกคนรู้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ โรงเรียนแต่ละ โรงเรียนมีคุณภาพ มีศักยภาพไม่เท่ากันครับ บางโรงเรียนยังใช้ตำรารุ่น ๔๐ ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ก็ยังใช้อยู่ครับ แต่ผมไม่ได้โทษนะครับ แต่ผมคิดแค่ว่าเรานั้นขาดการทำงานที่ประสานกัน อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ท่านอาจารย์ประกอบ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนะครับ ท่านก็ได้บอกแล้วว่าการทำงานด้านการศึกษาของประเทศไทยของเรานั้น ทำงานไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่โรงเรียนรัฐบาลหลาย ๆ โรงเรียนยังใช้หลักสูตร ที่เก่ามาก ๆ โรงเรียนเอกชนหลาย ๆ โรงเรียนใช้ตำราแบบใหม่ ใช้ทฤษฎีแบบใหม่ ใช้การเรียนการสอนแบบใหม่ที่เหมาะสมกับเด็กในยุคสมัยนี้นะครับ และสิ่งต่าง ๆ ก็ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ เราเคยสงสัยไหมครับว่าทำไม ทุกวันนี้ค่าเทอมของโรงเรียนนานาชาติแพงขึ้นทุกวัน ๆ ผู้ปกครองบางคนนะครับ ขายที่ ขายทรัพย์สินเพื่อพยายามผลักดันให้ลูกได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนนานาชาติ ทั้ง ๆ ที่แพง อย่างนั้นจำนวนความต้องการของผู้ปกครองที่จะส่งลูกส่งหลานไปเรียนโรงเรียนเหล่านี้ กลับเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญครับ ที่ผมอยากจะเจาะนั่นก็คือประเด็นของเด็กอายุประมาณ ๒-๘ ปี เด็กเหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุด มีความสำคัญที่สุด และสามารถพัฒนาการ ได้รวดเร็วที่สุด โดยช่องทางการเรียนรู้ทุกวันนี้ของเด็กเล็ก ๆ นะครับในโรงเรียนที่เขาปรับ ตัวเอง เขาเปลี่ยนตัวเองตามสังคม ตามความเหมาะสม เขาเรียนผ่านการเล่นครับ เขาเรียน ผ่านการเข้าสังคม เขาเรียนผ่านการลงมือทำ ในห้องเรียนเด็กไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่ครับ เด็กสามารถเดินไปที่ไหนก็ได้ แต่ทุก ๆ ที่ในห้องเรียนเขาจะมีที่ที่ให้เขาได้เรียนรู้ ซึ่งในประเทศไทยหลายโรงเรียนยังทำแบบนี้ไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ครับว่าผมมองว่ามันมีการเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเข้าใจครับว่าจะให้มันเท่าเทียมกันทุกโรงเรียนเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อย ๆ ช่องว่าง ระหว่างโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐ ผมอยากจะเห็นมันแคบลง แคบลงเรื่อย ๆ ครับ ประเด็นของผมจริง ๆ แล้วนี่ถ้าจะแก้ไขหรือว่าจะทำเรื่องสื่อสร้างสรรค์ผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital) นี่ผมมองว่าคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการศึกษาคณะเดียวไม่พอครับ ก็อยากจะขอฝากนะครับว่า ผมเชื่อว่าหลังจากนี้สภาห้องใหญ่เราจะส่งเรื่องนี้ และญัตติ ต่าง ๆ ของเพื่อนสมาชิกอีก ๘ ญัตติเข้าไปให้เพื่อนสมาชิกของเรานั้นได้ศึกษาเพิ่มเติม ก็ถ้ามี โอกาสได้ศึกษาประเด็นที่ผมได้นำเสนอในวันนี้ก็อยากจะฝากนะครับ ฝากเชิญตัวแทนจาก กรรมาธิการคณะดีอีเอส (DES) หรือว่าดิจิทัลเศรษฐกิจเพื่อสังคมมาร่วมด้วยช่วยกันนะครับ ผมเชื่อว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ผมในฐานะเป็นตัวแทน ของวิป (Whip) รัฐบาล เบื้องต้นในญัตติต่าง ๆ วันนี้นี่วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้พูดคุย กันแล้วครับว่าขณะนี้พวกเรามีกรรมาธิการวิสามัญหลายคณะที่ได้รับมอบหมายจาก สภาห้องใหญ่นี้ละครับ กำลังทำการพิจารณาศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทย อย่างเข้มแข็ง อย่างแข็งขันนะครับ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดของด้านบุคลากรและห้องประชุม ด้วยนะครับ วิป (Whip) ๒ ฝ่ายก็ได้พูดคุยกันครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่ก็อยากจะขออนุญาตเสนอให้ส่งญัตติต่าง ๆ เหล่านี้ไปให้กรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการศึกษาครับ เพื่อให้เขารับไม้ต่อจากพวกเรา ไปทำงาน ไปศึกษา แล้วก็ กลับมารายงานสู่สภา และถ้ารายงานนั้นสภาแห่งนี้เห็นตรงกันทั้งหมดนี่ เราก็จะส่งรายงาน ที่มาจากความหวังดีของพวกเราทุกคนนี่ละครับไปให้รัฐบาลศึกษาและแก้ไขต่อไป วันนี้ ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ที่ทุกท่านมีความห่วงใยต่อระบบการศึกษาไทยนะครับ ก็อยากจะขอให้ทุกท่านได้เห็นด้วย ไปกับสิ่งที่ผู้เสนอญัตติทุกท่านได้อภิปรายไปครับ กราบขอบคุณครับ🔗
เนื่องจาก ญัตติของท่านอรรถกรก็เหมือนกับทุก ๆ ญัตติที่ผ่านมาเป็นญัตติเพื่อขอเสนอตั้งกรรมาธิการ วิสามัญนะครับ เพราะฉะนั้นตอนจะถามมตินี่ก็คงจะต้องถามว่าตั้งหรือไม่ตั้ง แล้วแต่ ของผู้เสนอแต่ละท่านนะครับว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ของท่านอรรถกรนี่จะเปลี่ยนญัตติ ไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ร่วมเสนอญัตติ ของท่านหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗
ท่านอุบลศักดิ์ เดี๋ยวผมปรึกษาหารือกับท่านอรรถกร🔗
แล้วจะปิดอภิปรายเลยใช่ไหมครับ🔗
ยัง ยัง ท่านนั่งก่อน ท่านนั่งก่อน ใจเย็น ๆ ผมยังอยู่ ท่านอรรถกร การจะแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ ต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุม ถ้าท่านจะเปลี่ยนจากการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเป็นส่ง คณะกรรมาธิการสามัญ ของท่านจะเปลี่ยนใช่ไหมครับ จะเปลี่ยนเป็นตั้งกรรมาธิการสามัญ และส่งคณะกรรมาธิการสามัญ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ เดี๋ยวพอเสร็จการอภิปรายแล้วผมจะขอเสนออีกสักทีหนึ่งครับ🔗
โอเค (OK) ครับ ตอนนี้ก็เป็นปกติไปก่อนนะครับ🔗
ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ไม่มี การเปลี่ยนแปลงอะไร ท่านอุบลศักดิ์ ท่านในฐานะผู้เสนอ เนื่องจากข้อบังคับได้ระบุไว้ ชัดเจนนะครับว่าให้ผู้เสนอหลายท่านอภิปรายก่อนได้ ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นท่านใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกอภิปราย ได้เวลา ๗ นาทีครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บังหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิก ผู้แทน และผู้ที่ยื่นญัตติทุกท่านที่ได้กรุณา นำเสนอเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาของอาชีวศึกษานั้น ผมในนามของประธานคณะกรรมการกลางอาชีวะ สถาบันการอาชีวศึกษา ขอบคุณทุกท่าน เลยครับ ที่ท่านได้กรุณานำเสนอไปแล้วนั้น ทุกคนพูดเหมือนกับท่านไปนั่งเป็นผู้บริหาร ในอาชีวศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าทุกประเด็นนั้นครอบคลุมเกือบหมดนะครับ ต้องเรียนว่าทางนายกสภาสถาบัน ท่านผู้อำนวยการสถาบันทั้ง ๒๓ สถาบัน เราได้มี การประชุมกันอยู่ตลอดเวลาว่าอาชีวะตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เราได้ตั้งคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาสมัยละ ๔ ปี ๒ รอบ ไม่สามารถที่จะออกระเบียบหรือกฎกระทรวงได้ และกฎหมายลูก ต้องรับความจริงว่าผมคนหนึ่งครับที่เป็นคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เราพยายามผลักดันที่กฎหมายฉบับนี้จะให้มีถึงปริญญาตรี แต่ละช่วงนั้นส่วนราชการต่าง ๆ ก็เกรงใจ อาย หวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะเพื่อประโยชน์ตนเอง แต่ไม่ใช่ครับ วันนี้อาชีวะ เมื่อก่อนนี้ทุกคนดูถูกว่าใครไปเรียน หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็บอกให้ไป เรียนช่างกล เป็นการดูถูกเหยียดหยามพอสมควรในรุ่นก่อน ๆ ต่อมาได้รวมอาชีวะ ไม่ว่าสารพัดช่าง การช่างสตรี เอามาเป็นเทคนิคและอาชีวะ ขณะนี้เรามีอาชีวะทั้งหมด ๔๐๐ รวมเทคนิคและอาชีวะหรือทั้งหมดแล้วประมาณ ๔๒๙ สถาบันหรือวิทยาลัย มีเอกชน ๔๐๐ กว่าเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าประเทศชาติ เกือบทุกประเทศครับ ถ้าขาดอาชีวะถามว่าท่านจะสร้างชาติได้หรือไม่ จึงมีคำปรัชญาว่า อาชีวะสร้างชาติ แน่นอนครับ บุคลากรต่าง ๆ นั้นต้องยอมรับความจริงว่าบางทีก็มีทั้ง คนมีองค์ความรู้ บางท่านก็อาจจะมีความรู้น้อย อาจจะไม่ทันพัฒนา บางท่านอย่างที่ทราบ กันดีอยู่แล้วที่ท่านได้ปรารภและท่านได้อภิปราย ทั้งหมดนั้นผมนั่งฟังตั้งแต่วินาทีแรกผู้เริ่ม อภิปรายเสนอกฎหมายฉบับนี้นั้นจนถึงปัจจุบัน นั่งฟังตลอดแล้วก็เก็บข้อมูลว่าเป็นจริงอย่างที่ ท่านได้กล่าวหรือไม่ ผมขอชมเชยอีกครั้งหนึ่งว่าทุกท่านพูดได้ประทับใจมากเลยว่า ท่านเหมือนรู้เหมือนไปนั่งอยู่ในผู้บริหารอาชีวะเลย แต่ท่านทราบไหมครับว่าผู้บริหาร อาชีวะก็เจ็บปวดนะครับ ไม่ว่าท่านนายกสภา ไม่ว่าท่านกรรมการบริหาร ไม่ว่าท่าน ผอ. เพราะการบริหารระบบราชการในของอาชีวศึกษานั้นนี่ล้าหลังมากครับ ยังหวงอำนาจ ยังยึดอำนาจ ยังยึดบุคคล ยังยึดพรรคพวก ท่านทราบไหมครับว่าการเลือกคณะกรรมการอาชีวะ ใช้เวลากี่ปี หลายรอบครับ เพราะไม่ถูกใจผู้บริหารกระทรวง ไม่สามารถจะเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีได้ ถ่วงเวลามาพอสมควร ถ้าทางกฎหมายเขาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ในขณะเดียวกันนั้นเราได้เปิดรับนะครับ เปิดรับให้สมัครคณะกรรมการอาชีวศึกษา เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒ โดยมีหลักการ เกณฑ์ในการสรรหาอย่างไรนั้นผมไม่ต้อง กราบเรียนครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้ และเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ ท่านเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาการแทนเลขาธิการ ท่านได้ ประกาศคุณสมบัติผู้ที่สมัครทั้งหมด ๗๕ ท่านด้วยกัน ซึ่งในองค์ประกอบนั้นนี่ข้อมูลทั้งหมด อยู่ในมือผม แต่ในขณะเดียวกันนั้นท่านทราบไหมครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมได้กล่าวเตือน ได้ตอกย้ำหลายหนว่าอย่าพิสดาร การเสนอ ครม. นั้นองค์ประกอบจะต้อง มีอยู่ในเงื่อนไขของระเบียบกฎกระทรวง ท่านทราบไหมครับว่าผมเตือนแล้วว่าต้องผู้สมัคร เท่านั้นมีบัญชีเท่านั้น แต่รัฐมนตรีครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปเอา บุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้สมัครนำเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อ ๒-๓ วันนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ถามว่ารู้ไหม ผมว่าเจตนาจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ อันนี้เรื่องกฎหมายไปว่ากันเอาว่าผิด หรือถูก แต่อย่างไรก็ตามครับ ทำให้คณะกรรมการชุดนี้ถ้าพูดกันง่าย ๆ ว่าที่ผ่านมาเคยทำ เมื่อองค์ประกอบไม่ครบก็เป็นโมฆะ ถ้าดำเนินการใด ๆ ไปก็สามารถจะบอกล้างได้ที่นิติกรรม ต่าง ๆ วันนี้เพิ่งประชุมไปเมื่อวันสองวันนี้ ----------------------------------------------------------- ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่แปลกใจอะไรเลยที่ท่านสมาชิกทั้งหลายเหมือน รู้เรื่องทั้งหมดว่าการบริหารล้มเหลวอย่างไร และจะให้อาชีวะก้าวหน้าได้อย่างไร ท่านประธานครับ วันนี้พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ บุคลากร อาจารย์ หรือคุณครูนั้นมีลูกจ้าง ๑๗,๗๕๕ คน เป็นลูกจ้างจบปริญญาตรี ปริญญาโท เงินเดือน ๘,๐๐๐ บาทครับ เงินเดือน ๘,๐๐๐ บาท ถามว่าเป็นสิบ ๆ ปีไม่มีการแก้ไข แต่การบริหารงานของอาชีวะ เอาบุคลากร ที่ปลดเกษียณไปแล้วตั้งกี่ปีเอามาเป็นที่ปรึกษากองพะเนินเทินทึกเลยครับที่อาชีวะ เห็นไหมครับว่าการบริหารงานผิดพลาด อันนี้ผมไม่ได้ตำหนิ ความจริงอยู่ในมือผมนี่ครับ ไปว่ากันในอนาคต ชี้ให้เห็นว่าการบริหารบกพร่อง เพราะผู้บริหารอาชีวะอาจจะขาด องค์ความรู้ อาจจะยึดพรรคพวกเกินไป ทำให้ท่านสมาชิกทุกคนกังวลว่าลูกหลานของเรา บุตรหลานของเราที่มาเรียนแล้วถามว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ต้องขอบคุณท่านประกอบพูด แหมถูกใจครับ ท่านหมอหลายท่าน หมอจาตุรงค์ก็พูดเหมือนไปนั่งอยู่ในอาชีวะเลย เห็นหมด ทุกเรื่องเลย ละเอียดมากกว่านี้ครับ ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ท่านให้โอกาสผม ๗ นาที แต่ทั้ง ๒ ญัตตินี้ได้มอบหมายให้ผมเป็นคนสรุปทั้ง ๒ ญัตติ แต่อาจจะใช้เวลา อีกช่วงหนึ่งเพื่อสรุปญัตติ แต่อย่างไรก็ตามครับ สุดท้ายนี้ผมต้องขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ท่านอภิปรายเหมือนท่านไปนั่งอยู่ในอาชีวะเลย ท่านรู้หมดเลย แต่ขาดที่ว่าผู้บริหารนี่ขาดองค์ความรู้เยอะ เห็นแก่พรรคพวก ในที่สุดถ้าวันนี้คณะกรรมการ บริหารไม่ครบองค์ประกอบตามระเบียบ แน่นอนครับ การที่รัฐมนตรีเสนอไป ครม. ถือว่า หลอกลวง โกหก ครม. หรือละเว้น และเมื่อ ครม. อนุมัติมาแล้ว ถามว่าชอบหรือไม่ ผมยืนยันว่าไม่ชอบครับ ส่วนใครจะบกพร่องในหน้าที่ทางกฎหมายไปว่ากัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานก็ทราบดีท่านก็เคยทราบเรื่องอาชีวะ มามากเลยครับ ผมในฐานะที่ขณะนี้ก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของอาชีวะก็ไม่มีอะไรที่จะ อภิปรายมากนัก เพราะเนื่องจากเวลาจำกัด ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบพระคุณแทนพวกอาชีวะ ที่รักความเป็นธรรม ที่รักความก้าวหน้า ที่อยากให้อาชีวะมีความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาไปไกล ดังที่คำขวัญว่าอาชีวะสร้างชาติ เพราะอาชีวะนั้นมีทุกแผนก ตั้งแต่แม่พิมพ์ แม่พิมพ์ ก็หมายความว่าตั้งแต่เริ่มออกแบบก่อสร้าง ทุกอย่างไม่ว่าบัญชี ไม่ว่าทุกแผนกอยู่ในอาชีวะ หมดนะครับ อันนี้ผมย่อ ๆ ก็เกรงใจท่านประธานครับ เพราะว่าตามกติกาท่านบอกไว้ ๗ นาที ผมก็เลยเวลาไปนิดหน่อย ต้องขอบพระคุณท่านประธาน เดี๋ยวขออนุญาตสรุป ๒ ญัตติสุดท้ายครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ได้ครับ มีท่านสมาชิกเกือบ ๑๐ ท่าน ขออภิปราย มีท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วย ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลก่อนครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนท่านครับ ผมจะมาสนับสนุนญัตติของท่านผู้มีเกียรติที่ได้เสนอ คือในเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา การตรากฎหมายการศึกษาแห่งชาติ (ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง) ของท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเรื่องของท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร และ นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ซึ่งเป็นเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับ แผนการพัฒนาประเทศ🔗
ผมเริ่มต้นอย่างนี้ท่านประธานครับ การศึกษาต้องมีทุกช่วงวัยครับ โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ มิได้มีตั้งแต่แรกเริ่มแล้วนะครับ ผมเริ่มอีกส่วนหนึ่ง ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่กล่าวมา หมวด ๑๖ เรื่องปฏิรูปเขียนไว้สวยครับ สวยมาก ๒๕๘ จ. การศึกษา มี (๑) ถึง (๔) คร่าว ๆ ครับ เกิดอะไรขึ้นครับ เงียบกริบครับ เงียบเลยครับ เงียบเป็นเป่าสากครับ บอกว่าเด็กเล็กจะได้รับการดูแลพัฒนาก่อนเข้าการศึกษานะครับ กฎหมายตั้งกองทุน กลไก และรายการผลิตครูอาจารย์ต่าง ๆ กลไกคุณธรรมต้องเกิดขึ้น ปรับปรุงและจัดการ เรื่องการเรียนการสอนทุกระดับ ขณะนี้ยังครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียนเลยว่ายุคนี้ เป็นยุค ๒๐๒๑ ครับท่าน ๒๐๒๐ เป็นยุคการเกิดใหม่ของเด็กรุ่นใหม่ครับ เรียกว่ายุคเบต้า (Beta) อัลฟา (Alpha) จบแล้วครับ อัลฟา (Alpha) ตามหลังมิลเลนเนียม (Millennium) หรือวาย (Y) ที่กำลังเติบโต กำลังเรียนอยู่ในชั้นประถม คืออัลฟา (Alpha) ครับท่านประธาน และเด็กพวกนี้กำลังจะโตขึ้นไป ผ่านยุคดิจิทัล (Digital) ไปนะครับ เจนเอกซ์ (Gen X) เจนวาย (Gen Y) ก็จะกลายเป็นเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) เหมือนพวกเรานะครับ นั่นคือสิ่งที่เกี่ยวข้องนะครับ และสำคัญคือต้องออกกฎหมายครับ ผมอ้างอิงอย่างนี้ครับท่านประธาน กฎหมายเกี่ยวกับ การศึกษาผมอ้างอิงถึงนี่ครับท่านประธาน กฎหมายด้านการศึกษามีการศึกษาของเจ้าหน้าที่ ที่สภา ชื่อคุณวิชญ์ รัตนสุทธิกุล กับพวก ของกลุ่มงานในสภานี้ครับ คณะกรรมาธิการ การศึกษา สำนักกรรมาธิการ ๓ ของสภาเรารวบรวมเอาไว้ครับ กฎหมายการศึกษามีเท่าไรครับ พระราชบัญญัติ ๔๑ พระราชบัญญัติ พ.ร.ก. ๔๕ พ.ร.ก. ๘๘ กฎกระทรวง ถึงเวลาแล้ว ครับท่านประธาน ครั้งสุดท้ายปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ กฤษฎีกาจำหน่าย ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านสุรวาทพูดถึงทิ้งไปเสีย โดยบอกว่ายังไม่มีเรื่อง รัฐบาลไม่สนใจครับ งานการศึกษาต้องมีกฎหมายครับท่านประธาน กฎหมายทั้งหมด ๔๑ ฉบับ ที่เป็น พ.ร.บ. อยู่ ใน ๑๒ หมวดของในเอกสารรายงาน ต้องยุบรวมเป็นประมวลด้านการศึกษาทั้งประเทศครับ และการศึกษานี้ต้องเป็นการศึกษาทุกช่วงวัย กฎกระทรวงที่ออกระเบียบต้องเป็นภาคผนวก ต้องยำรวมนะครับ แล้วผมขอสนับสนุนการดำเนินการเรื่องการใช้กฎหมายเพื่อขับเคลื่อน ประเทศด้านการศึกษาอย่างจริงจังครับท่านประธาน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถไปได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือผมถามว่าคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และหมวด ๘ คณะอนุกรรมการทำอะไรอยู่ครับ ทำอะไรอยู่ครับ สิ่งที่ผมกำลังจะนำเรียน ท่านประธานเพื่อสนับสนุน การศึกษาต้องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทุกคนต้องได้ เท่ากันตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเข้านอนบนเชิงเทินมิใช่หรือครับ เพราะฉะนั้นช่วงวัยแม้กระทั่งผมขณะนี้ก็ต้องได้รับการศึกษา แต่จะเป็นในรูปแบบไหนก็ต้อง มี โลกเปลี่ยนไปครับ ระบบดิจิทัล (Digital) เข้ามาแล้วครับ ข้ามโลกมาแล้วครับ ความเร็ว ของเทคโนโลยีคอนเทกซ์ (Context) ต่าง ๆ ในเรื่องการศึกษามันสามารถหาได้เร็วครับ ท่านประธาน มากมายมหาศาล มีเครื่องมืออยู่ในโลกนี้เยอะแยะไปหมด เทคโนโลยี ทางการสื่อสารโทรคมนาคมเข้ามาเต็มพิกัดครับท่านประธาน และสิ่งที่สำคัญนะครับ การประมวลกฎหมายนั้นจะต้องเข้าถึงความต้องการของผู้รับการศึกษาครับ ตลอดจน ครู อาจารย์ ผู้รับการศึกษาทุกช่วงวัยนะครับ ผมสนับสนุนครับท่านประธาน ที่ภาคเอกชน และสังคมคือผู้ที่รับบุคลากรที่ผ่านระบบการศึกษาไปเพื่อให้ประเทศชาติมีเศรษฐกิจดีขึ้น สังคมเจริญขึ้นครับ และจะต้องเป็นที่ยอมรับของเขา โดยเฉพาะขณะนี้โนว์เลดจ์ (Knowledge) ที่เป็นประกาศทั้งหมดมันจะหายสลายไปเลยครับ เพราะว่าภาคสังคม หรือภาคเอกชน ที่เราเรียกว่าผู้ที่จะรับบริการเขาไม่เอาแล้วครับ เขาไม่จำเป็นจะต้องมีปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกแล้วครับ เขาต้องการแรงงานหรือกลุ่มอาชีวะครับ ท่านประธาน ซึ่งปริมาณมากที่สุดที่จะเคลื่อนกำลัง เคลื่อนประเทศ และจะต้อง รีสกิลล์ (Reskill) อัปสกิลล์ (Upskill) ผ่านเทคโนโลยีเอ (A) บี (B) ซี (C) เอ (A) คือเอไอ (AI) บี (B) คือบล็อกเชน (Block chain) บิ๊กดาต้า (Big Data) ซี (C) คือคลาวด์ (Cloud) คลาวด์ พรินติ้ง (Cloud Printing) ต่าง ๆ นานามันเข้ามาทดแทน การรีสกิลล์ (Reskill) ทั้งหมดนี่ ครับจะเป็นการเคลื่อนอาชีวศึกษาทั้งประเทศเพื่อบริการ ดังนั้นกลุ่มอาชีวะจะต้องถูก การเสริมสร้างพลังดังกล่าวนี้ให้กับประเทศด้วยการมีองค์กรภาคเอกชน สังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกงานร่วมกับการเรียนการสอนครับ ผมสนับสนุนไว้แค่นี้ครับ ท่านประธาน เพื่อให้ญัตติทั้ง ๒ ญัตตินี้มีการตั้งกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ แล้วก็ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านอัครเดชก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุน ในการที่เพื่อนสมาชิกได้มีการยื่นญัตติในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการปฏิรูปวงการ การศึกษาในหลายญัตติด้วยกัน ทุกญัตตินั้นล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา การศึกษาของประเทศไทยในทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาชีวศึกษาที่มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไป เรื่องของการศึกษาในระดับปฐมวัย การศึกษาในระดับมัธยมศึกษา และที่สำคัญก็คือการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งการที่เราจะได้มีญัตติในการที่จะพิจารณา เรื่องนี้ แล้วการที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือจะส่งให้กรรมาธิการสามัญประจำสภา ก็คือกรรมาธิการด้านการศึกษานั้นได้พิจารณาแก้ไขปัญหาในเรื่องของการปฏิรูปที่สนับสนุน เพราะว่าเราใช้คำว่า ปฏิรูป ครับท่านประธาน ที่ผ่านมาการศึกษาในบ้านเรานั้นทุกวันนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานครับว่าถอยหลังลงคลองครับ เพราะอะไรครับ ดูจากการสำรวจ ในเรื่องของการจัดลำดับการศึกษาขององค์การการศึกษาระหว่างประเทศ การศึกษาบ้านเรา ที่ผมบอกว่าถอยหลังลงคลองเพราะอะไรครับท่านประธาน วันนี้เราอยู่ที่อันดับ ๘ ของอาเซียน (ASEAN) นะครับ เราอยู่ลำดับบ๊วย ทั้ง ๆ ที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ของเราอยู่ในระดับต้น ๆ ของอาเซียน (ASEAN) แต่เป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ที่การศึกษาของเราอยู่ลำดับท้าย ๆ วันนี้คนที่มีฐานะทางการเงินสามารถที่จะส่งลูกไปเรียน ต่างประเทศได้ ล้วนแล้วแต่พยายามที่จะส่งลูกไปเรียนที่ต่างประเทศ หรือไม่อยู่ในเมืองไทย ก็ส่งลูกเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ (Inter) เพราะอะไรครับ เพราะว่าปัญหาทางด้านการศึกษา นี่คือความเหลื่อมล้ำ เด็กที่เกิดมาลืมตาดูโลกใบนี้อยู่บนผืนแผ่นดินไทยก็เจอความเหลื่อมล้ำ ตั้งแต่เกิดมาแล้วครับท่านประธาน ตั้งแต่เรื่องของการศึกษา วันนี้เราพยายามพูดถึงการลด ความเหลื่อมล้ำ สิ่งที่สำคัญก็คือการปฏิรูปการศึกษา ถ้าวันนี้การศึกษาได้รับการปฏิรูป ความเหลื่อมล้ำในอนาคตก็จะลดน้อยถอยลงไป เพราะเรามีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ท่านประธานครับ ระบอบ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นทุกคนสามารถยกระดับฐานะชีวิตความเป็นอยู่ได้ การจะยกระดับฐานะชีวิตความเป็นอยู่ได้ในระบอบประชาธิปไตยคือการศึกษา ถ้าเรามี การศึกษาดีเราก็จะมีอาชีพที่ดี ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ต่างจังหวัดครับท่านประธาน เหมือนกับท่านประธานนะครับ เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ต่างจังหวัด เราจะเห็นเลยครับ หลายบ้านที่เป็นลูกชาวนา พ่อแม่ทำเกษตรกรรมแต่ลูกไปจบการศึกษาระดับสูง เป็นผู้พิพากษาบ้าง เป็นหมอบ้าง รับราชการบ้าง ทำธุรกิจใหญ่โตบ้าง มาจากการศึกษา สามารถยกระดับความเป็นอยู่ให้กับครอบครัวได้ ฉะนั้นถ้าเกิดเราสามารถที่จะปฏิรูป การศึกษาได้ เราก็สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมนั้นลุกขึ้น อภิปรายญัตตินะครับ สนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกในการที่จะได้ให้สภาของเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือว่าจะส่งให้หน่วยงานหน่วยงานหนึ่งได้ดูแลแล้วก็ มีการศึกษาอย่างเป็นระบบในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ผมฝากงานในการปฏิรูป การศึกษาอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
ท่านประธานที่สำคัญ ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ วันนี้เรายังวนเวียนอยู่กับปัญหา เรื่องของการยุบโรงเรียนเล็ก วันนี้การยุบโรงเรียนเล็กยังเป็นปัญหาในระดับประเทศ เรากำลังจะพูดถึงการปฏิรูปการศึกษา แต่วันนี้กระทรวงศึกษาธิการยังไม่สามารถแก้ไข ปัญหาการยุบโรงเรียนเล็กได้เลยครับท่านประธาน ผมเองไม่ได้คัดค้านเรื่องของ การยุบโรงเรียนเล็กบางโรงเรียนนะครับ โรงเรียนเล็กบางโรงเรียนวันนี้ต้องยอมรับครับว่า เด็กไทยนั้นอัตราการเกิดน้อยลง มีเด็กนักเรียนเรียนน้อยลง แต่นี่ไม่ใช่เป็นสาเหตุหลัก ครับท่านประธาน สาเหตุหลักที่แท้จริงในบางโรงเรียนที่มีเด็กน้อยลงก็เพราะว่าคุณภาพทางการศึกษานั้น ไม่สามารถที่จะพัฒนาเด็กให้เหมาะสมกับระดับการเรียนได้จริง ๆ เพราะอะไรครับ ท่านประธาน ผมลงพื้นที่ ลูกของผู้ปกครองบางคนเรียนในโรงเรียนวัดหรือโรงเรียนชุมชน ที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับลูกข้างบ้านส่งไปเรียนในโรงเรียน ในตัวเทศบาล ท่านประธานเกิดอะไรขึ้นไหมครับ เด็ก ป. ๓ เหมือนกัน เด็ก ป. ๓ ที่เรียน โรงเรียนในชุมชนยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็ก ป. ๓ ที่เรียนในโรงเรียนในเขตเทศบาลกลับ อ่านหนังสือออกแล้ว ผมคุยกับเพื่อนสมาชิกหลายคนถึงปัญหานี้ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน มีความเห็นเหมือนกันครับว่ามีปัญหาคล้ายกัน ทำให้เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เด็กก็ไหล ไปสู่ในเขตเมือง ผู้ปกครองต้องเสียค่ารถในการส่งเด็กเข้าไปเรียน เสียค่าเทอมแพง ๆ ทั้งที่ โรงเรียนในชุมชนก็มี โรงเรียนในชุมชนเด็กก็ลดลง ลดลง ลดลง พอเด็กลดลงเกิดปัญหาอะไร ครับท่านประธาน กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่บรรจุครูใหม่ให้ครับ พอครูเกษียณครูก็ลดลง ๆ ก็เกิดปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน ครูไม่ครบสาขาวิชา ทำอย่างไรครับ ปัญหาคุณภาพก็ไม่ได้ พอปัญหาคุณภาพไม่ได้เด็กก็น้อยลง ๆ เพราะมีปัญหาเรื่องของคุณภาพในการจัดการเรียน การสอน ท่านประธานครับปัญหาที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานนั้นเป็นปัญหาใหญ่นะครับ ถ้าเรายังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ กระทรวงศึกษาธิการยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้นะครับ แล้วเราจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างไรครับ เพราะความเหลื่อมล้ำทางด้าน การศึกษายังคงมีอยู่ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการที่กระทรวงศึกษาธิการนั้นต้องไปแก้ปัญหา การยุบโรงเรียนเล็ก โรงเรียนไหนที่ตอนนี้เด็กน้อย เด็กไม่มี ท่านจะยุบผมไม่ว่า แต่โรงเรียน ไหนที่ตอนนี้ยังมีเด็กอยู่ มีครูที่ยังมีอยู่ท่านต้องรักษาไว้ครับ ครูเกษียณท่านต้องบรรจุครูใหม่ จะเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานราชการก็แล้วแต่นะครับ เพื่อให้ครูครบชั้นเรียน ให้ครูครบสาขาวิชา เพื่อดำรงคุณภาพในการจัดการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนในชุมชน โรงเรียนวัด โรงเรียนตามต่างจังหวัด โรงเรียนในชุมชนต่าง ๆ ในตำบลต่าง ๆ ในหมู่บ้านต่าง ๆ ได้นะครับ อันนี้ ต้องเรียกร้องผ่านท่านประธานไปถึงผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการว่าเราต้องแก้ปัญหาตรงนี้ แล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นหรือว่าจะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการสามัญ ได้ดูแล ผมฝากเรื่องนี้นะครับ เป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาเรื่องการยุบโรงเรียนเล็กครับ ขอบคุณประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ แล้วก็ท่านนิยมนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิก่อนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ การปฏิรูปประเทศตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ เดิมมี ๑๑ ด้านด้วยกัน แต่ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศโดยเพิ่มมาอีกด้านหนึ่ง ก็คือด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้ง ๑๒ ด้านนี่นะครับ จะไม่สามารถสำเร็จได้เลยครับ ถ้าการปฏิรูปด้านสำคัญที่สุดนั่นก็คือการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาครับ สำคัญมากครับท่านประธานที่เคารพครับ เพราะมันเป็นพื้นฐาน มันเป็นหัวใจ มันเป็นความยั่งยืน มันเป็นการแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างแท้จริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เกือบ ๑ ปีแล้วนะครับ กระผมได้ยื่นญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูโดยเร่งด่วน สภามีมติ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าวขึ้น แล้วก็มีการเลือกท่าน ส.ส. ทัศนียา รัตนเศรษฐ เป็นประธานอยู่ในขณะนี้ครับ มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๒ ชุดครับ ชุดแรกเป็นคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู มีท่านปรีดา บุญเพลิง เป็นประธาน มีอีกชุดหนึ่งครับ คณะอนุกรรมาธิการติดตามการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา มีท่าน ส.ส. เกษม ศุภรานนท์ เป็นประธานชุดนี้ กำลังทำงานอยู่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผมขอชื่นชม ที่ยื่นญัตติกัน ๙ ญัตติ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่าน ส.ส. อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ท่าน ส.ส. สฤษดิ์ บุตรเนียร ท่าน ส.ส. สุรวาท ทองบุ หรือท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม และอีกหลายท่านได้ร่วมกันยื่นญัตติทางด้านการศึกษานี้ เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง เป็นอย่างยิ่งครับ เพราะมันเป็นหัวใจดังที่ผมได้กล่าวไปแล้วครับ ช่วยทำให้ การปฏิรูปการศึกษาสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์ ได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และประเทศชาติโดยรวมต่อไป ไม่ว่าผลในวันนี้พิจารณา ๙ ญัตติเราจะยื่นไปยังคณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ตาม ผมจะขอ ฝาก ๒ เรื่องครับ ๒ เรื่องสำคัญมากครับ น่าจะมีการไปพิจารณาเรื่องเร่งด่วนกับเรื่องระยะยาว การปฏิรูประยะยาวที่ทำต้องใช้เวลา กับระยะเวลาที่สามารถทำได้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะมีคำกล่าวอย่างนี้ว่าการพิจารณาคดีที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรมนั่นเอง การปฏิรูป การศึกษาที่ล่าช้า ๔ ปีแล้วนะครับ ที่ล่าช้าก็เป็นการสร้างสังคมอับปัญญาให้กับประเทศชาติ เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นเร่งด่วนที่จะต้องทำ ท่านประธานเห็นไหมครับ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปุ๊บ ๑๕ ฉบับเซ็นเลย อะไรที่ทำก่อนทำไปเลย ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. สุรวาท ทองบุ ท่านพูดไปแล้ว ผมจะไม่กล่าวซ้ำอย่างที่ ท่านประธานชวนได้ให้คำแนะนำไว้ ท่านพูดหลายประเด็นที่เป็นปัญหา ที่เป็นอุปสรรคต่อ การที่จะจัดโครงสร้างในการบริหารทางการศึกษา ทำได้เลยสิ่งเหล่านี้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ที่เอาผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน แล้วผู้ว่าราชการจังหวัด มีภาระ มีหน้าที่หลายประการเหลือเกิน โดยเฉพาะในช่วงโควิด (COVID) ด้วย ก็ขอแสดง ความห่วงใยไปท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี นะครับ ท่านเป็นคนดี คนตั้งใจ ทำงาน มาประสบปัญหาอย่างนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีงานเยอะ เพราะฉะนั้นการศึกษา จะเป็นเฟิสต์ไพรออริตี (First priority) ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือครับ แล้วยังมีการบริหารที่ทับซ้อนกันหลายชั้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาอย่างยิ่ง ทำได้เลยครับ อะไรทำได้เลย ทำ ฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้จะมีการตั้งกรรมาธิการสามัญ ไปพิจารณา ช่วยผลักดันด้วยเถอะครับ เรารอมา ๒ ปีแล้วนะครับ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างใด ๆ เลยในกระทรวงศึกษาธิการ อย่างนี้ละครับจะเป็นอุปสรรค ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง ประกาศ คสช. เท่านั้น เรื่องความเหลื่อมล้ำทำได้เลย เรามีกองทุนลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาอยู่แล้วแต่มันต้องมีส่วนอื่นเข้ามาช่วยด้วย ผมยกตัวอย่าง ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี มีประธานชมรมซึ่งเป็นอดีตนายอำเภอชื่อประพันธ์ บุญคุ้ม ท่านเป็นประธาน คนรักบางปลาม้า ท่านนำเงินไปบริจาคให้กับ ผอ. โรงเรียนหนึ่ง ๑๒,๐๐๐ บาท ผอ. ดูเสมือน หนึ่งว่าไม่อยากจะรับเงินจำนวนนี้เพราะมันเป็นภาระ แล้วเงินจำนวนนี้ไปช่วยใครครับ ช่วยเด็ก ที่พ่อแม่เขาลำบากเขายากจน ขอเวลาอีกสักนิดเถอะครับท่านประธานครับ เขายากจน มันจะ ลดความเหลื่อมล้ำได้ แต่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ อย่างนี้ละครับผู้บริหารสถานศึกษาจะมี ส่วนช่วยได้ เพราะฉะนั้นให้ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำโดยเอกชนเข้ามา มีส่วนร่วม ลดความเหลื่อมล้ำอีกประการหนึ่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ช่วยลด ความเหลื่อมล้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เขาช่วยได้ครับ เขามี มีงบประมาณ สตง. ช่วยเถอะครับ อันนี้เป็นการสร้างติดอาวุธ ทางปัญญาให้กับลูกหลานของเรานะครับในการพัฒนาประเทศต่อไป มันจะลดความเหลื่อมล้ำ ของโรงเรียนที่ยากจน โรงเรียนที่ขาดแคลนนะครับ อย่างนี้ทำได้เลย เรื่องที่ทำยากหน่อย นั่นก็คือเรื่องการปฏิรูประยะยาวนี่นะครับ เดิมมีการปฏิรูปวางไว้ ๗ ด้าน ๗ เรื่อง ขณะนี้ มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปด้านการศึกษาชุดใหม่ขึ้นมา มีท่านอาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านเป็นประธานลดมาเหลือ ๕ กิจกรรมด้วยกัน บิ๊กร็อก (BIG Rock) ที่เขาจะพยายามทำ ด้านการสร้างโอกาสและการเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ ปฐมวัย การพัฒนาจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้สถานะเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ การสร้างระบบการผลิตครูและพัฒนาครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่มีคุณภาพ เรื่องที่ ๔ การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่นที่เน้น การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบนำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน และเรื่องสุดท้าย การปฏิรูป บทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนพัฒนา ประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน ทั้ง ๕ ประการนี่มันจะถูกหลอม ไปอยู่ในเรื่องของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติครับท่านประธาน ๒ เรื่องนี่นะครับ เป็นเรื่องระยะเร่งด่วนกับเรื่องระยะที่ต้องใช้เวลาระยะยาวนิดหนึ่งครับท่านประธาน🔗
สุดท้ายครับ ผมฝากสรุปไว้อย่างนี้นะครับ คณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา เรื่องนี้ขอได้โปรดนำประเด็นของพรรคชาติไทยพัฒนา เราใช้เป็นนโยบายในการหาเสียง เลือกตั้งว่า ได้เรียนในสิ่งที่ใช่ ได้ใช้ในสิ่งที่เรียน ไม่เปลี่ยนไปตามการเมือง ฝากด้วยครับ ให้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านนิยมครับ แล้วก็ตามด้วยท่านอาจารย์โกวิทย์นะครับ เชิญท่านนิยมก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องการศึกษาผมสนับสนุนทุกญัตติทั้ง ๘ ญัตติ ไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล เพราะทุกคนที่เสนอญัตติเข้ามามีเจตนาเดียวกัน คือพัฒนาการศึกษา ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมไม่มีอย่างอื่นเลยแนวคิด ผมขอยืมเอาคำพูดของราชบัณฑิต ทางพระพุทธศาสนา คือท่าน ป.อ. ประยุทธ์ ปยุตฺโต หรือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์องค์ปัจจุบัน ว่าทุก ๆ ปัญหาแก้ไขได้ด้วยปัญญา ความหมายของท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ที่พูด วันนี้ไว้พูดมาหลายปีแล้วท่านประธาน หมายความว่าปัญญาต้องเกิดขึ้นโดยคุณธรรม และจริยธรรมท่านประธาน ดังนั้นผมจึงเคารพในทุกญัตติทั้ง ๘ ญัตติ หลายคนผมตั้งใจฟัง ซึ่งมาเสนอญัตติตัวเองล้วนเป็นครูบาอาจารย์เก่า ก่อนจะผันตัวเองมาเป็น ส.ส. เป็นศาสตราจารย์ทางการศึกษา หลายท่านครับ ผมดูแล้วทั้ง ๘ ญัตติ โดยญัตติสุดท้าย พระเอกจากเมืองแปดริ้วท่านประธาน พูดถึงอุปกรณ์การสอนของเด็กผมก็เห็นด้วยนะ แล้วหลายญัตติที่มุ่งพัฒนาการศึกษา มุ่งไปที่วิทยาลัยเทคนิค หมายความว่าทางอาชีวะด้วย ผมเห็นด้วย ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าญัตติที่นำเสนอมานี่มุ่งอย่างเดียว มุ่งเหมือนกัน คือพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำคุณภาพการศึกษาท่านประธาน เพราะปฏิเสธ ไม่ได้ท่านประธานว่าคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยท่านพูดไปแล้ว ท่านผู้ยิ่งใหญ่ จากเมืองราชบุรีบอกว่าถอยหลังเข้าคลอง ผมเห็นด้วยนะครับ การพัฒนาการศึกษาของ ประเทศไทยนี่มันถอยหลังจริง ๆ แต่ก่อนผมภูมิใจนักหนาว่าเมืองไทยนี่สุดยอด แต่วันนี้ผมไป ดูแล้วพัฒนาการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าลาว เขมร พม่า เวียดนาม ไทยถอยไปอยู่ ข้างหลังเลยครับท่านประธาน อันนี้โกหกกันไม่ได้ เพราะนั่นคือเป็นสถิติในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ด้วยกัน ผมถึงกราบเรียนว่ามันมีความเหลื่อมล้ำจริง ๆ ทำไมผู้บริหารประเทศนี้ จึงคิดว่าการปรับโครงสร้างกระทรวงนั่นคือการพัฒนาการศึกษา เป็นการเข้าใจผิดล้วน ๆ ท่านประธาน อันนั้นไม่ใช่การพัฒนาการศึกษา จะเห็นว่าหลังจากการยึดอำนาจ คสช. ท่านประธานครับ ปรับเลยกระทรวง เอาศึกษาธิการจังหวัดซึ่งยุบไปแล้วเอากลับมาเลย ข้างหน้า มายืนอยู่ข้างหน้าครับ วันนี้ก็ยังเดินหน้าถอยหลังอยู่ เพราะครู โรงเรียน แทนที่จะ ทำให้การศึกษามันไปรอดท่านประธาน กลับถอยหลัง เพราะว่าเจ้านายหลายคนมาแย่ง ซีน (Scene) กัน มาแย่งบทบาทกัน ศึกษาธิการจังหวัดก็เป็นเจ้านาย ผอ. สามัญศึกษา ก็เจ้านาย ผอ. เขตก็เจ้านาย ครูเดินไม่ถูกท่านประธาน อันนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ญัตติทุกญัตติเสนอเข้ามาแล้วเป็นเรื่องดี เอาไปศึกษา รัฐบาลต้องส่งเสริมท่านประธาน อย่าไปคิดว่าต้องปรับกระบวน ปรับกระทรวง วันนี้กระทรวงศึกษาธิการอยู่ดี ๆ เป็นทบวง การศึกษา ซึ่งครั้งหนึ่งเราทำมาแล้วมันไม่ได้ผลท่านประธาน ทบวงอุดมศึกษาเราก็เลิกไป แต่วันนี้กลัวไม่โก้ท่านประธาน เอากลับมาเป็นอีก ผมไม่ได้ว่าใครนะท่านประธาน แต่ว่า ต้องว่าต้องเอามาคุยให้เป็นที่ยืนยันว่านั่นคือไม่ใช่การลดความเหลือมล้ำ ผมเห็นว่านั่นคือ วิธีการถอยหลัง แล้วรัฐมนตรียังคิดต่อไปอีกว่าวันนี้การพัฒนาความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพ การศึกษาคือการปรับยุบโรงเรียน ผมไม่เห็นด้วยครับ จริงอยู่โรงเรียนเล็กคุณภาพอาจจะต่ำ ทำไมไม่คิดว่าเดี๋ยวนี้วิธีการท่านสอนอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้ว เด็ก ๑๐ คน ๕ คน อยู่โรงเรียนเล็กให้มาสู่ระบบการสอนทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ไหม ไม่ต้องใช้ครู มากมาย ใช้หลักสูตรเดียวกันนี่ละท่านประธาน มันทำได้ อย่าไปคิดว่ายุบโรงเรียนเอามารวม โรงเรียนใหญ่แล้วจะให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น คิดผิด ในความคิดของผมครับ อันนั้นมันไม่ใช่ครับ ยุบแล้วไม่มีประโยชน์หรอกครับ เราต้องเข้าใจโรงเรียนกว่าจะเป็น โรงเรียนได้ ตั้งแต่พ่อแต่แม่เรามาจากโรงเรียนวัด โรงเรียนวัดไม่มีที่เรียน พี่น้องประชาชน เอาพื้นที่ให้ เอาต้นไม้ให้ เอามาทำโรงเรียน ทำอาคารเรียน เป็นเจตนาของพี่น้อง แต่วันนี้ คิดอย่างเดียวว่าต้องยุบ ต้องยุบ ต้องยุบ เพื่อให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น ไม่จริงนะ เพราะฉะนั้น หลายคนก็มุ่งมาโรงเรียนที่ว่าคุณภาพเด็กเรียนมันสูง นั่นคือเป็นแนวคิด เพราะผู้บริหาร เราไม่ได้คิดให้เด็กมีคุณภาพจากการเรียนสูง บ้านผมสกลราชนี่เข้ามาเต็มเลยจนล้น มันจึงมี การเสียใต้โต๊ะท่านประธาน แล้วโรงเรียนเด็ก ๆ ระดับอนุบาล อนุบาลสกลนครนี่ถือว่า โรงเรียนชั้นนำ ทุกคนต่างเดินทางมาที่เดียวกัน มันจึงต้องจ่ายค่าโต๊ะ อันนี้คือปัญหา ต้องกำหนดตัวเอง บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการต้องคิดใหม่อย่าไปซ้ำซ้อนกัน เอาผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอไปเป็นผู้นำนี่งานในมือของผู้ว่าราชการจังหวัดล้นมือแล้ว แบบผู้ยิ่งใหญ่จากเมืองสุพรรณพูด ล้นมือ ไม่ใช่ว่าท่านไม่เก่งหรอก ท่านจะไปดูโน่นนี่ ก็พอแล้ว ยังมาให้นั่งประชุมทางด้านการศึกษาอยู่ ผมไม่เห็นด้วยท่านประธานครับ เอาละ เวลาสั้น ๆ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ และหลังจากนั้นท่านขจิตร ชัยนิคม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติ ที่สำคัญเกี่ยวกับการศึกษา ถือว่าเป็นเรื่องของชาติทีเดียวก็ว่าได้ โดยสรุปแล้วทั้ง ๖-๗ ญัตติ ที่เสนอมาวันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าจะมี ๒ ประเด็นใหญ่ที่ต้องให้กรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้น หรือส่งไปกรรมาธิการที่สามัญได้พิจารณานั้น ๒ เรื่องใหญ่🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรที่จะต้องพัฒนาคุณภาพหรือศักยภาพ คนไทยให้มีความเป็นพลเมือง โดยผ่านกระบวนการศึกษา อันนี้ก็คือเพื่อรองรับการปฏิรูป ประเทศในอนาคต🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือการปฏิรูปการศึกษาเพื่อจะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ซึ่งเราพูดกันในเรื่องของการเรียน การสอน การปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อไปตอบสนอง ตลาดแรงงาน อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญทั้ง ๒ เรื่อง🔗
ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้การศึกษาเป็นตัวเดินเรื่องในการสร้าง ทรัพยากรมนุษย์ของชาติ ผมจึงเห็นว่าทั้ง ๒ ประเด็นจึงมีความสำคัญ ทีนี้ข้อเสนอ ของผมที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นสัก ๓ ประเด็น🔗
ในประเด็นที่ ๑ ผมเข้าใจว่าในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เราก็ยังพูดถึง คุณภาพของการศึกษาไทย คุณภาพของการศึกษาไทยมีสัก ๔ ประเด็นที่จะต้องไปพิจารณา เช่น เราพูดถึงความแตกต่างของคุณภาพการศึกษา และพูดถึงความเหลื่อมล้ำในโอกาส ทางการศึกษา และพูดถึงความสามารถในเรื่องภาษาอังกฤษ ส่วนในคุณภาพการศึกษา ถ้าย้อนไปดูเรื่องโอเน็ต (O-NET) คะแนนโอเน็ต (O-NET) เราก็ยังไม่กระเตื้อง อยู่ที่ร้อยละ ๕๐ เกือบทุกวิชา ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์อยู่ ในเรื่องพิซา (PISA) ก็ดี ก็เห็นว่าคะแนนพิซา (PISA) เราคงที่ อยู่ที่ ๔๐๐ จากประเทศอื่น ๆ ไต่บันไดไปที่ ๕๐๐ เป็นต้น นี่คือประเด็นที่ ๑🔗
ในประเด็นที่ ๒ ผมเข้าใจว่าในการสร้างพลเมืองของชาติให้มีคุณภาพก็เป็น เรื่องใหญ่ที่สมาชิกได้เสนอญัตติเข้ามา ผมยกตัวอย่างในบางประเทศที่เขาสร้างพลเมืองได้ เพื่อทำให้พลเมืองของเขานั้นมีวินัยของคนในชาติก็ดี มีการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็ดี มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และมีความอดทนให้รู้จักจัดการตนเองได้ เป็นต้น ผมเคยไปดูงานที่โครงการแซมาอึล อุนดง (Saemaul Undong) ของเกาหลีใต้ ซึ่งจะยกตัวอย่างเพื่อเป็นประโยชน์กับกรรมาธิการไว้ เขาพยายามสร้างเกาหลีเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว และทำให้เกาหลีเติบโตทุกวันนี้เพราะสร้างคน สร้างการศึกษาของชาติ และสร้างพลเมือง ด้วยการวางเป้าหมาย ๔ เรื่องใหญ่ในการสร้างพลเมือง เช่น ทำให้คนเกาหลีมีความขยัน ทำให้คนเกาหลีมีความซื่อสัตย์ ทำให้คนเกาหลีมีความรักความก้าวหน้า และมีความอดทน ประหยัด อดออม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการสร้างพลเมืองที่ต้องคิดกัน🔗
ในประเด็นที่ ๓ ก็คือการสร้างอาชีพที่เกี่ยวกับการศึกษาของอาชีวะที่รองรับ ตลาดแรงงาน นั่นก็คือสิ่งสำคัญที่เราพูดกันในวันนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องของอาชีวะเป็นเรื่องใหญ่ ที่มีมานาน แล้วหลายคนเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องความเชื่อ เรื่องทัศนคติ และเรื่องค่านิยม ที่เกี่ยวข้องกับอาชีวะ เราจะปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ปกครอง เด็กนักเรียน หรือการประชาสัมพันธ์ หรือการสร้างแรงจูงใจให้เรียนอาชีวะมากขึ้นได้อย่างไร นั่นก็คือการทำให้อาชีวะคือการสร้าง อาชีพของคนที่จะเรียน ผมว่านั่นคือการตอบโจทย์ให้เขามีความหวัง สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า ต้องทำซึ่งในญัตติบางญัตติก็พูดเรื่องทำเป็นไตรภาคีในการจัดการศึกษาและกระบวนการ ศึกษาของอาชีวะผมเห็นด้วย ผมเห็นว่าประเทศหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้ยกตัวอย่างของเยอรมนี ผมคิดว่าเขาทำสำเร็จเพราะว่าเขาเน้นกระบวนการเรียนที่เน้นทักษะมากกว่าการเรียน การสอนที่ไม่ได้ฝึกทักษะอาชีพ แล้วก็ไปผูกมิติสัมพันธ์กับภาคีที่เรียกว่าผู้ประกอบการ หรือโรงงาน หรือแหล่งที่เด็กจะต้องฝึกงาน ฝึกทักษะ อย่างมีทักษะที่ทำให้เขาประกอบ อาชีพได้ รวมถึงทำให้ผู้เรียนเอง เพราะฉะนั้นไตรภาคีระหว่างวิทยาลัยเทคนิครวมถึง ผู้ประกอบการและผู้เรียนจะต้องมีความสัมพันธ์กัน สิ่งเหล่านี้คือเขาทำสำเร็จ เพราะว่าเด็ก ที่ไปฝึกงาน ไปฝึกงานที่โรงงาน ไปฝึกงานที่ผู้ประกอบการ และเห็นฝีมือของเด็กแล้วก็รับเด็ก เข้าทำงานเลย ซึ่งประเทศไทยต้องทำแบบนี้ ผมเรียนว่ากรรมาธิการจะต้องกลับไปคิดว่า เราจะทำให้อาชีวะได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการแล้วเด็กที่มีทักษะฝีมือเขาได้มีชีวิตที่ดี ในการทำงานได้เลยไม่ตกงาน เพราะฉะนั้นเรียนอาชีวะได้อาชีพไม่ตกงาน และสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีได้ นี่คือสิ่งที่ในประเด็นที่ผมเสนอไว้ อย่างไรก็ตามในการจัดกระบวนการในประเด็นที่ ๑ เรื่องของการสร้างการศึกษาเพื่อสร้างคน สร้างพลเมือง และสร้างทรัพยากรมนุษย์นั้น ผมคิดว่า ต้องคิดให้หลายระบบ อาจจะเป็นระบบให้ท้องถิ่นทำบ้างได้ไหม ให้เอกชนที่มีความรู้ ความสามารถทำได้ไหม และกระบวนการเรียนต้องปรับใหม่ไหม รวมทั้งอาชีวะที่ผมเสนอ เมื่อสักครู่ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราอาจจะต้องไปดูกรรมาธิการ ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อจะทำให้มีความลึกซึ้งในประเด็นที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ก็ขอขอบคุณญัตติทุกญัตติเพื่อทำให้การศึกษาเพื่อเป็นการสร้างชาติเพื่ออนาคตของชาติต่อไป ด้วยความเคารพท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมเห็นด้วยและขอขอบคุณ กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอญัตติทั้ง ๙ ญัตติ แต่ผมจะพูดในประเด็นที่ไม่ซ้ำ กับที่ผมฟังมาแล้วประมาณ ๓ ชั่วโมง ผมเห็นด้วยทั้งนั้นทั้งเรื่องการไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก การพัฒนา เรื่องของอาชีวะทั้งหมด การศึกษาวันนี้ต้องถูกพัฒนา หรือปฏิรูปอาจจะไม่พอ ต้องปฏิวัติ ท่านประธานครับเราจะตกใจไหมถ้าผมจะบอกว่าขณะนี้ไม่ต้องมาพูดถึง ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา การศึกษากำลังหมุนกลับถอยหลังไปสู่ยุคเผด็จการ ๘๐ ปี ท่านประธานครับ ๘๐ ปีนี่ถ้าไล่ชีวิตผมก็คือย้อนหลังชีวิตผมไป ๑๐ ปี ปีนี้ผม ๗๐ ครับ สมัยก่อนที่พ่อผมเป็นครูอีกมีการบริหารโดยคนคนเดียว แต่วันนี้จากประกาศของ คสช. ทำลายระบบการศึกษา ทำลายกฎหมายการศึกษา ซึ่งอันแรกก็คือเอกภาพในการบริหาร เดิมมันมีกระทรวงเดียวกระทรวงศึกษาธิการวันนี้แยกออกไปเป็น ๒ กระทรวง อุดมศึกษา ไปว่าอีกเรื่องหนึ่ง ทำลายการกระจายอำนาจไปให้เขตพื้นที่การศึกษา เราดูว่าเขตพื้นที่ การศึกษาคือจังหวัดทางการศึกษา กฎหมายการศึกษาพยายามที่จะให้สำนักงาน ปลัดกระทรวงเล็กลง เล็กลง เล็กลง แต่ว่าเวลานี้มีความพยายามที่จะรวมอำนาจเข้าสู่ ศูนย์กลาง หลายท่านอภิปรายแล้วกำลังเอางานไปฝากไว้ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอีก เวลานี้ ย้ายอะไรต่าง ๆ ไปสืบดูว่าใครเก็บสตางค์หรือมีเกิดอะไรขึ้น มันดีขึ้นไหมในรอบ ๑๐ ปีมานี้ นั่นคือสิ่งที่น่าตกใจ มันทำลายการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ว่าระบบไตรภาคีซึ่งมีอยู่วันนี้ อย่างหลอก ๆ เดิมไตรภาคีเขามีกรรมการโดยตำแหน่ง มีผู้แทนครู มีการเลือกตั้งครูมาเป็น ตัวแทน เสร็จแล้วมีผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาเข้ามาดูแล แต่วันนี้ไม่ใช่ แต่ว่าด้วย วิวัฒนาการ ด้วยการถูกเกรงว่าจะถูกประณามมาก ก็เลยตั้งกรรมการขึ้นมาหลอก ๆ ไม่รู้ ประกอบด้วยใครบ้าง แต่ไม่มีผู้แทนครู ท่านประธานครับ ความพยายามในปัจจุบันนี้ ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลที่ก่อนนี้ ก็คือว่าไม่ยอมรับวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ท่านประธานครับ ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ถ้าจะสอนศิษย์จะต้องเข้าใจในจรรยาบรรณ วิชาชีพครู จรรยาบรรณวิชาชีพครูไม่อาจจะบังคับให้เกิดขึ้นได้ แต่เป็นจิตใจที่ดีงามของครู ที่หวังดีต่อศิษย์ ต้องเกิดขึ้นจากจิตสำนึก อาชีพที่ต้องใช้จรรยาบรรณคืออาชีพครู คือการสร้างคน เป็นอาชีพที่ต้องใช้จิตสำนึก ความหวังดีที่มีต่อศิษย์การศึกษาจึงประสบ ความสำเร็จ แต่ทุกวันนี้ไม่ว่ารัฐบาลนี้ ไม่ว่าแผนอะไรจะเขียนไว้สวยหรูอย่างไรก็ตาม มีความพยายามที่จะออกกฎหมาย ซึ่งท่านสุรวาทบอกแล้วว่าขณะนี้มันไปแป๊กอยู่ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ไม่มีการตอบกลับไปอีก จากหลักฐานที่ท่านเสนอ เรื่องนี้มาท่านประธานครับ ไม่สามารถที่จะปฏิรูปการศึกษาให้เป็นประชาธิปไตยและให้ สำเร็จลงได้ภายใต้การปกครองที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ทำยาก ผมขออนุญาตท่านประธานว่า เมื่อ ๒๐ ปีก่อนท่านประธานจะแปลกใจไหมครับ หรือพี่น้อง ประชาชนทั้งหมดที่ฟังอยู่จะแปลกใจมาก เมื่อ ๒๐ ปีก่อน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒ ท่านประธานครับ ไปดูมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ เขียนว่าให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชนเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานที่ประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น สามารถ จัดการศึกษาได้นอกจากรัฐ นั่นแปลว่าองค์กรที่ผมอ่าน ๒๐ ปีที่ออกกฎหมายไม่เคยปรากฏ เป็นจริงในการบริหารกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมา นี่คือกฎหมายนะครับ วันนี้ก็ยังเป็น กฎหมายอยู่ ท่านประธานครับ ระบบการศึกษาในกฎหมายการศึกษาที่ประกาศตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ จนกระทั่งถึงวันนี้ยังไม่ได้ประกาศเลิก แปลกใจไหมครับว่าการศึกษาไทย เขียนว่ามีการจัดการศึกษา ๓ รูปแบบ🔗
๑. การศึกษาในระบบก็คือกำหนดหลักสูตรแน่นอน อยู่ในโรงเรียน มหาวิทยาลัยทั่วไป🔗
๒. การศึกษานอกระบบ อันนี้ใครก็ทราบ แต่ท่านทราบไหมครับว่ากฎหมาย ฉบับนั้นเมื่อ ๒๒ ปีที่แล้วเขียนบอกว่า🔗
ข้อที่ ๓ ให้มีการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เขาเขียนอธิบายว่าเป็นการศึกษา ที่มีผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยความสนใจของตัวเอง ด้วยศักยภาพความพร้อม โอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพสังคม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ประหลาด ไหมครับ วันนี้ไม่เกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นการศึกษาที่กำหนดไว้ในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ แต่ผ่านมา ๒๐ กว่าปีไม่เกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้น เขาเขียนไว้ในกฎหมายต่อไปบอกว่าสถานศึกษา อาจจัดการศึกษารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือทั้ง ๓ รูปแบบก็ได้ เห็นไหมครับ เสร็จแล้ว ในกฎหมายผมกำลังอ่าน ขออนุญาตท่านประธานอ่านตัวบทของกฎหมายเลย ในการ เทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียน สะสมไว้ระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถาบันการศึกษาแบบเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งการเรียนรู้ นอกระบบตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน ท่านประธาน ประหลาดใจไหมครับว่าความก้าวหน้าเหล่านี้ได้บรรจุลงไปในพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ๒๐ ปีผ่านมาไม่มีการอนุญาตให้บุคคล ไม่มีสถานศึกษาระดับตั้งแต่ ประถม มัธยม และอุดมศึกษา ทำการเทียบโอนให้คนที่เรียนรู้ตามอัธยาศัยเรียนรู้เอง เรียนรู้ จากประสบการณ์ เรียนรู้จากสื่อ ไม่มีเลย ทุกระบบ นี่อย่างไรครับ ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แปลว่าป่าเถื่อนใช่ไหม ผมไม่อยากจะพูดต่อไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย นี่คือกฎหมาย ประกาศมาแล้ว ๒๐ ปี ๒๒ ปีด้วยทั้งปีนี้ แต่ว่าไม่มีการปฏิบัติ เสียดายที่ผมไม่ได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีก่อน มันจะได้มีการศึกษา ที่พัฒนา คนไทยจะได้เจริญ เคารพกัน บ้านเมืองก็จะเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะฝากไว้ไปยังคณะกรรมาธิการการศึกษาก็ตาม ไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นก็ตาม ให้รู้ไว้ว่ากฎหมายการศึกษาไทยได้ก้าวหน้ามาก แต่กฎหมายการศึกษาไทยไม่ได้ รับการปฏิบัติ ไม่ได้รับการปฏิบัติจากผู้มีหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ และถูกทำลายลง โดยอำนาจเผด็จการทางการเมือง ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม แล้วก็ท่านอาจารย์กนกนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอเวลาท่านประธานที่จะนำเสนอหรือพูดคุยในประเด็นสนับสนุนญัตติที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการศึกษาในวันนี้ทั้ง ๙ ญัตติครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีญัตติของ ท่านอาจารย์สุรวาท ทองบุ ที่พูดถึงการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ แล้วก็รวมถึงการปฏิรูป กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษาของ ส.ส. สมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ที่เน้นประเด็นเรื่องของการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งเรามองว่า อาชีวศึกษานั้นเป็นคำตอบในระยะยาวของอนาคตของประเทศไทย และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งนะครับ ในสถานการณ์ที่มีกรณีของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ผมคิดว่าวันนี้เรามีฐานข้อมูล ตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งในระบบการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีงานวิจัยที่ยืนยันว่าประเทศไทยเราใช้เงินต่อหัวในการดูแล นักเรียน นักศึกษาในระบบโรงเรียน ๒๗,๒๗๑ ดอลลาร์สหรัฐต่อคน เป็นตัวเลขที่สูงมากนะครับ ยังไม่พูดถึงงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับไปในแต่ละปี ที่พวกเราเองก็ทราบกันดี อยู่ว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณต้น ๆ จะมากกว่าหรือน้อยกว่านั้นก็แต่เพียงกระทรวง กลาโหมซึ่งคงไม่พูดถึงในวันนี้เพราะเหตุใด แต่ตัวเลข ๒๗,๗๒๑ ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีนั้น มิได้ตอบโจทย์นะครับว่าสถานการณ์ที่ผู้จัดการธนาคารโลกประจำสำนักงานประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลตัวเลขยืนยันว่าผลสอบพิซา (PISA) ที่อาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้นะครับ ในประเด็นด้านการอ่าน เรามาอันดับที่ ๖๘ ใน ๗๐ กว่าประเทศ ในประเด็นด้านคณิตศาสตร์ เรามาอันดับที่ ๕๙ แต่เรามีคนที่คิดเลขเก่งอยู่ในบ่อนต่าง ๆ ในประเทศไทยนะครับ ในประเด็นด้านวิทยาศาสตร์ เรามาในอันดับที่ ๕๕ แต่เราดันจะเสนอว่าเราจะส่งดาวเทียม หรือยานอวกาศไปดวงจันทร์ มันย้อนแย้งกันมากเลยครับกับงบประมาณที่ใช้กับสิ่งที่มันได้รับ แล้วที่ผมจะพูดไม่ซ้ำกับท่านอื่นและลงลึกไปกว่านั้น ก็คือว่าหลายท่านพูดแต่เพียงการปฏิรูป เชิงโครงสร้าง การปฏิรูปหน่วยงาน การปฏิรูปกฎหมาย แต่ไม่มีเด็กนะครับ ไม่มีเด็กที่กำลัง ศึกษาอยู่ในระบบโรงเรียน ไม่มีเด็กที่เคยศึกษา แต่วันนี้ต้องออกจากโรงเรียน ไม่มีเด็กที่ควร จะได้รับการศึกษาแต่ไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้ ผมยังไม่พูดถึงกรณีการใช้ความรุนแรง ในโรงเรียนนะครับ ที่ประเทศไทยเคยติดอันดับสูงเป็น ๑ ใน ๓ ของโลก กรณีโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ก็พูดชื่อกันตรงไปตรงมาในที่ประชุมแห่งนี้ครับ นั่นคือแค่ตัว โรงเรียนเดียวที่สะท้อนเรื่องของการรังแกกันในโรงเรียน กรณีของครูอีกเยอะแยะ ไปหมดครับที่มีการละเมิดทางเพศ มีการทำร้ายร่างกายในโรงเรียน แล้วโดยประสบการณ์ ของผมที่ทำงานด้านการคุ้มครองเด็กมาเกือบ ๒๐ ปี ผมก็เพิ่งเคยเจอนะครับว่าใน ๑ ปีที่ผ่านมา สถานศึกษาไทยกลับกลายเป็นสถานศึกษาที่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและส่งนักเรียน ไปเผชิญความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาต่าง ๆ ในกฎหมายอาญาซึ่งรุนแรงถึงขนาด ข้อหาที่อาจจะต้องถูกจำคุกตลอดชีวิต นั่นคือสิ่งที่เกิดจากระบบการศึกษาอำนาจนิยม ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามครับ ด้วยเหตุทั้งหมดที่มันย้อนแย้งกันแบบนี้นี่นะครับ ผมคิดว่า วันนี้นี่นะครับ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ไม่ลงรายละเอียด ก็คือเรื่องการปฏิรูปการศึกษานั้น ผมเองมีโอกาสไปเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิภาพนักเรียน ก็คือการปฏิรูปว่าเป้าหมายการศึกษาของประเทศไทยในวันนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ต้องเทียบเท่ากับการที่เขาสามารถเติบโตและใช้ชีวิตในสังคมได้ ไอคิว (IQ) ต้องเทียบเท่ากับ อีคิว (EQ) อีคิว (EQ) ต้องเทียบเท่ากับทักษะชีวิต ที่เขาจะเดินออกไปจากโรงเรียนหรือเติบโตขึ้น ไปนั้นจะเป็นพลเมืองและเป็นพลโลกในโลกนี้ได้อย่างไร นั่นคือเป้าหมายหรือสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ ว่าจะเป็นโรงเรียนที่โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลางหรือใด ๆ ต่าง ๆ โรงเรียน ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาทั้งของภาครัฐและเอกชน และรวมถึง โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนโสตศึกษา โรงเรียนปัญญานุกูล ต้องมีเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการหรือรูปแบบนั้นต้องคำนึงถึงความหลากหลาย และเหมาะสมในกลุ่มเด็กแต่ละกลุ่มที่ไม่เหมือนกัน นั่นเป็นเป้าหมายหรือเป็นประเด็น ประการที่ ๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ในเมื่อเราบอกว่าเราส่งเสริมประเด็น เรื่องอาชีวศึกษา ผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่น่าสงสารก็คือว่าตลาดแรงงานนั้นไม่รองรับ แล้วฐาน เงินเดือนที่น้อง ๆ ที่จบจากอาชีวศึกษากลายเป็นฐานเงินเดือนที่ต่ำกว่าอาชีพอื่น ๆ ที่จบด้าน การเรียนในระบบการเรียนสายสามัญ อาชีวศึกษาหลายคนยังถูกมองว่าเพราะเขาเอง ไม่สามารถเข้าระบบโรงเรียนสายสามัญถึงต้องไปที่อาชีวศึกษา แต่ผมมีโอกาสได้เจอ น้อง ๆ อาชีวศึกษาในที่ชุมนุมหลายแห่งในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา ผมรู้ครับว่าเขามีคน มีคนที่มี ศักยภาพ มีคนที่มีความมุ่งมั่น มีคนที่มีเป้าหมายในชีวิตแต่มันไม่มีพื้นที่ในระบบอาชีวศึกษา ของรัฐและเอกชนที่มากพอ เอกชนยิ่งแล้วใหญ่เลยนะครับ หลายโรงเรียนอาชีวศึกษานั้น ถ้ารัฐไม่เข้าไปส่งเสริมหรือสนับสนุนงบประมาณเขาเองจะไม่มีงบประมาณรายหัวที่เพียงพอ ต่อการพัฒนานักเรียนอาชีวศึกษา นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธานครับ เป็นประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องการรวม กฎหมาย ผมเห็นด้วยกับท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ นะครับ ว่าวันนี้เรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับเด็ก เกี่ยวข้องกับโรงเรียน เกี่ยวข้องกับนักเรียนนั้นกระจัดกระจายครับ พ.ร.บ. การศึกษา ตอบแค่โจทย์เดียวนะครับ เรากำลังคุยกันอยู่ว่าจะเพิ่มพื้นที่ของเด็กเข้าไปใน พ.ร.บ. การศึกษาได้อย่างไร แต่ยังมีกฎหมายอื่นอีกครับ เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กและหรืออื่น ๆ ฉะนั้นด้วยเหตุดังกล่าวครับท่านประธานครับ ผมจบแบบนี้ครับว่าตราบใดที่วันนี้คำขวัญ วันเด็ก คำขวัญวันครู ยังถูกผูกติดกับการสร้างสรรค์ในอนาคตตามเป้าหมายที่ผู้ใหญ่มอง โดยไม่เคยฟังเสียงของเด็ก ตราบใดที่เรามองอนาคตของชาติเพียงแต่การต่อยอดสร้างอำนาจ นิยมและความเชื่อที่ผิด ๆ และรวมถึงการสอนให้เขาคลั่งชาติหรือรักชาติในทางที่ไม่ถูกต้อง นั่นยังไม่ถึงเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ผมจึงสนับสนุนที่จะให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาในเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านศาสตราจารย์กนก แล้วก็ท่านคารมนะครับ เชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติ ๙ ญัตติเพื่อที่จะยกระดับ คุณภาพการศึกษา ขออนุญาตท่านประธานที่จะพูดแทนนักเรียนทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ ญัตติ ๙ ญัตติที่เรานำเสนอต่อสภาวันนี้ สำหรับนักเรียนแล้วคือการที่บอก ว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้เป็นทางออกหรือไม่ได้เป็นคำตอบของปัญหาคุณภาพการศึกษา ตรงกันข้ามกระทรวงศึกษาธิการกลับเป็นตัวปัญหาของการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาครับ ท่านประธาน นี่คือความรู้สึกของนักเรียน ผมขออนุญาตที่จะอธิบายเหตุผลประกอบความคิด อันนี้ของนักเรียนครับ🔗
ในประการที่ ๑ ครับท่านประธาน โจทย์ปัญหาของประเทศของเราที่เกิดขึ้น วันนี้ที่การศึกษาจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ ประการแรกครับท่านประธาน คือความแตกแยก ขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา วันนี้สังคมของเรา ความแตกต่างคือศัตรูครับ และนี่คือ ปัญหาและอันตรายต่ออนาคตของชาติและบ้านเมืองของเราครับท่านประธาน เรามาถึงจุด ที่ว่าความคิดต่างคือศัตรู การกระทำที่แตกต่างคือศัตรู นั่นหมายความว่าการปฏิรูปการศึกษา ที่ไม่สามารถทำให้เกิดการเคารพและยอมรับความแตกต่างระหว่างกันได้ไม่ใช่การปฏิรูป ที่แท้จริงครับท่านประธาน ตัวอย่างโจทย์ปัญหาข้อที่ ๒ คือความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผูกขาด ของทุนใหญ่ เกิดขึ้นได้อย่างไรครับในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ได้สร้าง ปัญหามากมายให้กับบ้านเมืองของเรา นั่นก็หมายความว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและการผูกขาดได้ไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับ ท่านประธาน ตัวอย่างโจทย์ปัญหาใหญ่ข้อที่ ๓ ของประเทศ ทำไมเกษตรกรจึงยังคงยากจน อยู่ทุกวันนี้ เป็นหนี้มาตลอดชีวิตของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา หนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด นั่นก็หมายความว่าคำถามที่เกิดขึ้น คือการปฏิรูปการศึกษา ที่ไม่สามารถแก้ไขความยากจนได้จึงไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับท่านประธาน เมื่อคิดอย่างนี้ มองเห็นภาพอย่างนี้ คำถามก็คือว่าการศึกษาจะสร้างนักเรียน จะสร้าง นักศึกษา จนถึงจะสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ ให้มีทักษะ จนกระทั่งถึงให้มีทัศนคติและความคิด ที่จะแก้โจทย์ปัญหา ๓ ข้อนี้ที่ผมได้กล่าวไปแล้วได้อย่างไรครับท่านประธาน และนี่คือโจทย์ ของการปฏิรูปการศึกษาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญหรือคณะกรรมาธิการสามัญก็ตามจะต้อง ตอบโจทย์นี้ ถ้าเรามาไม่ถึงโจทย์นี้อันนั้นไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับท่านประธาน🔗
ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นภาพว่าทำไม กระทรวงศึกษาธิการจึงเป็นตัวปัญหาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ ๑ ครับ ท่านประธาน ท่านประธานกรุณาตั้งใจฟังผมหน่อยนะครับ ๑ บวก ๕ เท่ากับ ๖ ใช่ไหมครับ ท่านประธาน ๕ บวก ๑ เท่ากับ ๖ ใช่ไหมครับท่านประธาน ผมถามว่า ๑ บวก ๕ กับ ๕ บวก ๑ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรครับท่านประธาน ๑ บวก ๕ หมายความว่า ๑ เป็นฐานแล้วนำ ๕ ไปรวม ส่วน ๕ บวก ๑ หมายความว่า ๕ เป็นฐานแล้วเอา ๑ เข้าไปรวม ๑ คือการเคลื่อนที่ในโจทย์ข้อที่ ๒ ครับ เมื่อเป็นอย่างนี้วิธีการคิดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ครับท่านประธาน ตัวอย่างที่ ๒ ครับท่านประธาน เพื่อให้เห็นภาพชัด ๒ คูณ ๓ เท่ากับ ๖ นะครับ แล้วก็ ๓ คูณ ๒ ก็เท่ากับ ๖ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ถ้าคิดง่าย ๆ ๒ ข้อนี้ เหมือนกันครับท่านประธาน แต่ความจริงไม่เหมือนกันครับท่านประธาน ๒ คูณ ๓ เท่ากับ ๒ บวก ๒ บวก ๒ ครับท่านประธาน ส่วน ๓ คูณ ๒ เท่ากับ ๓ บวก ๓ ครับท่านประธาน นั่นหมายความว่า ๒ คูณ ๓ ๒ คือฐานครับท่านประธาน ๒ คือฐานคือหน่วยของการบวกกัน ๓ ครั้ง ส่วน ๓ คูณ ๒ ฐานคือ ๓ ครับท่านประธาน แล้วก็บวกกัน ๒ ครั้งครับท่านประธาน นี่คือวิธีการคิดเบื้องต้น ซึ่งนักเรียนชั้นประถม ๑ ประถม ๒ ควรจะต้องได้เรียนรู้ แต่วันนี้ ปัญหาทางการศึกษาของเรา ก็คือวิธีคิดแบบนี้ไม่มีการสอนในชั้นเรียนของประเทศไทยครับ ท่านประธาน มีน้อยมาก นั่นก็หมายความว่าการศึกษาของประเทศไทยที่เราจะปฏิรูปนี้ ถ้าเราไม่สามารถปฏิรูปไปทำให้เกิดวิธีการคิดอย่างที่ผมได้อธิบายกับท่านประธานแล้ว การศึกษาของเราก็มีแต่การท่องจำครับ แล้วก็การศึกษาของเรามีแต่เพียงการคาดการณ์ว่า คำตอบของครูคืออะไร แล้วก็ทำตามสิ่งที่ครูบอกว่าถูกครับท่านประธาน ความสัมพันธ์ ระหว่างครูกับนักเรียนที่ทำให้นักเรียนคิดว่าครูคือผู้ที่ถูกต้องและจะต้องพยายามทำตาม ความคาดหวังของครูเพื่อจะได้คะแนนครับท่านประธาน ตรงนั้นเป็นการสร้างความคิด และวัฒนธรรมต่อการยอมจำนนกับอำนาจท่านประธานครับ และนี่คือปัญหาพื้นฐานของวัฒนธรรมในสังคมไทยที่เอื้อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เอื้อให้เกิดการผูกขาดของทุนใหญ่ เอื้อให้เกิดการคิดว่าถ้าคิดไม่เหมือนครูเธอก็เป็นปัญหา เอื้อที่ทำให้เกิดการคิดว่าความยากจนเป็นความจำนนที่เราต้องยอมรับครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาของวิธีการสอนของครูทั้งสิ้น นั่นก็หมายความว่าถ้าครูไม่มีวิธีการสอน เพื่อให้นักเรียนคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และเชื่อมั่นในกระบวนการคิดของตนเองครับ ท่านประธาน ตรงนั้นเป็นปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของการศึกษาโดยเฉพาะครับ ท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหาการศึกษาในญัตติ ทั้ง ๙ นี้ ผมจึงขออนุญาตตั้งความหวังไว้ ๒ ข้อเพื่อจะฝากไปยังกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ก็คือ🔗
๑. ขอให้เปลี่ยนแปลงวิธีการสอนของครู เพื่อให้นักเรียนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาเป็น แล้วก็มีสำนึกต่อความรับผิดชอบต่อส่วนรวมตามที่ผมได้ยกตัวอย่างไปแล้ว🔗
ประการที่ ๒ ขอให้ฝึกครูให้สามารถที่จะสอนด้วยวิธีการดังกล่าวได้ และที่สำคัญคือกำกับครูในการสอนในชั้นเรียนให้สอนด้วยวิธีการดังกล่าวให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปเพื่อจะเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายว่า การปฏิรูปการศึกษาเราจะต้องปฏิรูปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวนักเรียนครับ แล้วก็จะต้องไป ให้ถึงตัวนักเรียนครับ ไม่ใช่ปฏิรูปการศึกษาเพื่อประโยชน์ของครู เพื่อประโยชน์ของผู้บริหาร กระทรวง หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่นักเรียน อันนั้นไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาครับ ท่านประธาน และที่สำคัญการปฏิรูปการศึกษาจะต้องไปให้ถึงชั้นเรียนที่มีนักเรียนครับ ท่านประธาน ถ้าเราทำอย่างนี้ไม่ได้ข้อกล่าวหาที่นักเรียนบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ทางออกของปัญหาการศึกษา แต่กลับเป็นตัวปัญหาของการศึกษา ก็จะเป็นการยืนยันว่า มันเป็นจริงเช่นนั้นจริง ๆ ครับ ผมหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขและข้อกล่าวนี้ ก็จะหมดไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านคารมครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ผมขอเวลาท่านเพียง ๕ นาที แต่ว่าก็ขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสใส่ชื่อไปท้าย ๆ ท่านประธานครับ ผมสนใจญัตตินี้ในฐานะที่เป็นนักสังเกตการณ์ ไม่ใช่นักการศึกษา แล้วก็ ไม่ใช่นักวิชาการ สิ่งที่ผมเห็นปรากฏการณ์นะครับ แล้วก็เห็นสังคมที่ผมกลับบ้าน ผมเป็น คนจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วก็ออกพื้นที่ ผมเห็นโรงเรียนที่มันร้าง ผมเห็นโรงเรียนที่มีนักเรียนแค่ ๗๕ คน ๑๐๑ คน เยอะมากครับ แล้วครูก็พยายามจะหานักเรียนเพิ่มแต่ไม่รู้จะหาที่ไหน ผมอยู่ในยุคเบบี้บูม (Baby Boom) ผมทันคุณมีชัย วีระไวทยะ ทำให้คนเกิดน้อย ท่านประธานครับ คนบ้านผมนี่ มาทำงานที่บ้านท่านประธานแปดริ้วนี้เยอะมาก สิ่งที่ผมเห็นแล้วก็พอจะตอบได้ ก็คือว่า การศึกษาประเทศไทยนับจากที่เมื่อไรก็ไม่ทราบ ณ วันนี้ผมถือว่าล้มเหลว สิ่งที่ล้มเหลว คือสังคมชนบทลดน้อยจำนวนคนลงไปเรื่อย ลูกของคนมีสตางค์ ลูกของชาวนา ส่งเรียน สายสามัญเป็นหลัก เวลามีครอบครัว มีความรู้ จบการศึกษาสูง ๆ ก็อยู่กรุงเทพฯ มาทำงาน ที่บ้านท่านประธาน มาที่ภาคตะวันออก ก็อยู่ภาคตะวันออก ไม่กลับบ้านครับ เพราะเขามีลูก มีเต้าอยู่ เขาก็อยากอยู่ที่ใกล้กับครอบครัวเขา เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าผมสนับสนุนทั้ง ๙ ญัตติ เห็นถึงเจตนาดีของทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผมจะพูดในเวลา สั้น ๆ แต่เพียงว่าการศึกษาเมืองไทยนี้ถ้าผู้บริหารประเทศไม่ได้ใส่ใจ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ไม่ว่าจะเขียนการปฏิรูปขึ้นอีกกี่ครั้งเราก็ถดถอยครับ ผมเป็นนักกฎหมาย จบมหาวิทยาลัยที่ใช้หน่วยกิต ๑๘ บาท แต่ผมกลับมองว่าสายสามัญก็ดี เป็นข้าราชการก็ดี ท่านประธานรู้ไหมครับ เวลาสอบอัยการ สอบผู้พิพากษานี่ ท่านรู้ไหมครับว่าสมัครทีละกี่คน แล้วรับทีละกี่คน และได้ทีละกี่คน เทียบไม่ได้เลยครับ บุคลากรพวกนี้ก็คือคนที่สอบอยู่สาย สามัญครับท่านประธานที่เคารพ แต่สายอาชีวศึกษาซึ่งเป็นคนที่จะไปสร้างธุรกิจ ไปสร้าง บ้านเมืองแล้วมีภาษีให้ประเทศเราไม่ได้รับการยอมรับครับ ที่บ้านผมมีวิทยาลัยเทคนิคครับ วิทยาลัยเทคนิคที่ชื่อวิทยาลัยเทคนิคสุวรรณภูมิ แล้วก็มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่อยู่ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ วิทยาลัยเทคนิคเหล่านี้กลับผลิตคนที่จบมามีงานทำครับ แต่นักศึกษากฎหมายบางส่วน อันนี้ผมเป็นนักกฎหมายนะครับ แต่ที่เห็นนี่ไม่ได้รังเกียจ แล้วไม่ได้บอกว่าจะไม่ต้องเรียนกฎหมายนะครับ แต่ทิศทางการผลิต คนมาตอบสนอง ประเทศมันผิดพลาดครับ ประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศที่เจริญ ไม่ว่าประเทศเกาหลี ผมเชื่อว่า ส่วนใหญ่แล้วเติบโตมาพัฒนาประเทศด้วยนักธุรกิจ ด้วยกลุ่มธุรกิจครับ ถึงจะมีเงินมีภาษี มาจ่ายบ้านเมือง เพราะฉะนั้นญัตตินี้ผมจึงพูดด้วยความรู้สึกที่บอกว่าถ้าตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้น หรือส่งเข้าคณะกรรมาธิการสามัญเป็นการปฏิรูปการศึกษา ผมฝากอยู่ไม่กี่เรื่อง หรอกครับ ทำให้คนที่จบการศึกษากลับไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนเขาให้ได้ สนับสนุนเขาครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นอาชีวศึกษา คนที่จบแค่เทคนิค คนพวกนี้เงินเดือน ค่าตอบแทนไม่สูงเท่า วิศวะครับ สมัครงานแล้วก็ทำงานได้เลยครับ วิศวะก็มีไปครับ แต่ว่าต้องสนับสนุน แล้วเมื่อเขา ไปอยู่ที่บ้านเกิดเขาก็อยากจะทำให้บ้านเขาเจริญครับ แล้วก็มันก็จะไม่มีสภาพเป็นอย่างทุกวันนี้ นักเรียนก็ไม่มี โรงเรียนก็ยุบไป ถึงวันจริง ๆ ไม่มีคนก็ต้องยุบครับ ที่เราต้องรับคนงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าประเทศไหนที่มีปัญหา ทุกวันนี้นะครับ เพราะว่าเราไม่มีคน คนน้อย คนน้อยก็เพราะว่าอาจจะมาจากสาเหตุ การคุมกำเนิดก็ได้ แต่เรื่องจริง ๆ ก็คือว่ามันมีหลายส่วนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมพูดในประเด็นของผมซึ่งเป็นประเด็นที่ผมเป็นนักสังเกต แล้วผมออกพื้นที่นี่ผมหดหู่มาก ผมเคยออกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดยโสธร ตอนที่ลงบัญชีรายชื่อนะครับท่านประธาน บางบ้านมีคนแก่อยู่คนเดียว บางบ้านอยู่กับหลาน มันจะไปได้อย่างไรครับสังคม นอกจากนั้น บางทีเราเห็นคนที่เขาอยากเรียนก็ไม่ได้เรียน อันนี้คือการศึกษาที่ผิดทาง เพราะฉะนั้นในเวลา สั้น ๆ ที่ขออนุญาตท่านประธาน ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เป็น คนบ้านนอก แล้วในฐานะที่อยากเห็นประเทศเราดีขึ้น การศึกษาจึงสำคัญที่สุด การเมือง ก็จะดีตาม สังคมก็จะดีตาม เพราะฉะนั้นจึงสนับสนุนทุกญัตติ ไม่ว่าจะเป็นญัตติไปตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญ หรือเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ญัตติ ทั้ง ๙ ฉบับนี้ก็มีผู้อภิปรายกันกว้างขวางพอสมควร แล้วเริ่มซ้ำประเด็นไปซ้ำประเด็นมา แล้วนะครับ คงจะพอสมควรแล้วครับ ไม่ทันแล้วครับท่าน ปิดแล้วครับ คุณหมอบัญญัติ ผมให้ ๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายประกอบญัตติของเพื่อน ส.ส. โดยเฉพาะญัตติ ของท่าน ส.ส. ประกอบ รัตนพันธ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาไทยยังต้องปฏิรูปอีกมาก และต้องปฏิรูปเร่งด่วนด้วยครับ เพราะปัจจุบันผมเห็นว่าเป็นการศึกษาที่ไม่อ่อนตัวและไม่มี ความยืดหยุ่นให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะว่ากว่าจะปฏิรูปหลักสูตรได้ใช้เวลาหลายปี เป็น ๑๐ ปี แต่ขณะที่สถานการณ์โรคระบาดอย่างเช่นโควิด (COVID) นี่นะครับ จะต้อง มีการปฏิรูปเป็นรายเดือน เป็นรายปี เพราะฉะนั้นการศึกษาปัจจุบันศึกษาวิชาการ แต่ไม่ได้ศึกษาชีวิต แล้วไม่ได้ศึกษาสุขอนามัยนะครับ ปล่อยให้สังคมหรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือให้การศึกษาที่เรียนรู้ทางข้าง ๆ เคียง ๆ ซึ่ง ณ เวลานี้เรามีความรู้ ทางโลก ทางวิชาการไปมากขนาดไหนก็ตามแต่เขาจะต้องมาเสียชีวิตเพราะโรคระบาด อย่างนี้ระบบการศึกษาจะต้องปรับหลักสูตรไหม วิชาสุขศึกษาอนามัย พลานามัย จะต้อง เพิ่มจำนวนหน่วยกิตขึ้นมาอย่างรวดเร็วไหม วิชาการจะต้องลดลงอย่างอื่นไหม เป็นต้น เด็กนักเรียนตอนนี้เรื่องของสุขอนามัยส่วนบุคคล สุขอนามัยในครอบครัว สุขอนามัยทางเพศ สุขอนามัยในเรื่องของสุขภาพจิตต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่จะต้องปรับสัดส่วนของหลักสูตร เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะเขามีความรู้ไปจนถึงดอกเตอร์แต่เขาจะต้องสิ้นชีพในเวลาอันสั้นนะครับ เขาจะต้อง เป็นฆาตกรที่เอาเชื้อโรคไปให้ปู่ย่าตายายที่บ้านเขาก็ไม่รู้ เพราะความอวิชชาไม่รู้เขาไม่ได้ เจตนา แต่ระบบการศึกษานั้นไม่ใช่ที่เรียนอยู่ปัจจุบันที่จะเหมาะกับการอยู่รอดในสังคมแล้ว เพราะฉะนั้นที่ผมพูดมาอาจจะไม่มีเวลาขยายความ ผมถึงอยากว่าหลักสูตรต่าง ๆ นั้นอย่าให้ ส่วนกลางเป็นคนกำหนดเลยครับ คงต้องแบ่งหลักสูตรนี้เพื่อให้คณะกรรมการในแต่ละภูมิภาค ซึ่งรู้ว่าความอยู่รอดของชีวิตของอาชีพของเขามันควรจะมีอะไรที่เหมาะสมที่จะเจือกันไปให้ เขามีทั้งชีวิต มีทั้งการศึกษา สติปัญญา ความรับผิดชอบต่อครอบครัว ต่อส่วนตัว และต่อ สังคมนะครับ ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องของสถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งจะต้องมี โซเชียลดิสแทนซิง (Social Distancing) ซึ่งการที่จะรู้ มีทักษะ ไม่มีความตระหนัก และไม่มี ความตระหนกต่อเรื่องของการดำรงชีวิตท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ อะไรคือการศึกษา เพราะศึกษานั้นหมายถึงศึกษาทั้งกาย วาจา ใจ การปฏิบัติตน วิถีชีวิตต่าง ๆ นั้นจำเป็น จะต้องออกมาจากสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับของเตรียมอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือมหาวิทยาลัย หรือการศึกษานอกโรงเรียนก็แล้วแต่ การศึกษานั้นจะใช้ บริบทอย่างเดิมไม่ได้แล้ว เพราะโลกมันหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนะครับ ชีวิตวิถีใหม่ อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขหรือกระทรวงหมอนี่เขาได้ศึกษา ได้วิจัยไว้คือความรอดของชีวิต คือความรอดของครอบครัว ของชุมชน มันเป็นความมั่นคงทางสุขภาพ และเป็นความมั่นคง ทางสังคม และครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ วิถีชีวิตต่าง ๆ นะครับ การศึกษานั้นจะต้องปรับแผน อย่างรวดเร็ว ผมถึงบอกว่าคิดว่าต้องแบ่งหน่วยกิตให้คุณหมอมาสอนหนังสือ ต้องแบ่ง หน่วยกิตมาให้ตำรวจแดร์ (D.A.R.E.) ที่มาสอนเรื่องยาเสพติด ครูเป็นโมเดอเรเตอร์ (Moderator) ก็คือเป็นวาทยากรที่จะเป็นผู้กำกับการศึกษา บางครั้งอาจจะต้องเรียกเป็น ผู้กำกับบทการศึกษานะครับ เหมือนผู้กำกับหนังว่าจะเอาใครมาสอน เอานักธุรกิจมาสอน เรื่องของการทำกินนะครับ เอาเรื่องต่าง ๆ แล้วก็การศึกษาทวิภาคี ยกตัวอย่างที่อีอีซี (EEC) ที่ระยองนี่นะครับ จะต้องให้สถานประกอบการอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นตามระเบียบอีอีซี (EEC) ก็ต้องให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการก็ควบคุมมาตรฐาน ให้เป็นครูพี่เลี้ยงนะครับ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ตามบริบททางสังคม ทางสุขภาพ ทางการพัฒนา ทางด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีต่าง ๆ ต้องให้มีความรอบรู้ทางด้านเทคโนโลยี เขาเรียกว่า ไอที ดิจิทัล ลิเทอเรซี (IT Digital Literacy) ต้องมีความรอบรู้ทางสุขภาพ ก็คือก็ต้องมี เฮลท์ลิเทอเรซี (Health Literacy) แล้วก็ต้องมีเซ็กชวลลิเทอเรซี (Sexual Literacy) มีความรอบรู้ทางเพศศึกษา อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็อยากจะฝากจุดประกายให้ท่านคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาญัตติของเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๙ ญัตตินั้นได้รับไปพิจารณาว่าการอ่อนตัว ความยืดหยุ่นทางการจัดการศึกษาของระบบ การศึกษาของประเทศไทยนั้นเพียงพอที่จะมีความอยู่รอดปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา ผู้เรียน และสังคม ประเทศชาติมากน้อยเพียงใดนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็คงจะปิดอภิปรายนะครับ ยุติการอภิปรายเพื่อจะลงมติ แต่ก่อนลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิสรุปได้อีก ๑ ครั้ง เชิญท่านอุบลศักดิ์ใช้สรุปสั้น ๆ เลยนะครับ เชิญครับ🔗
ผมจะสั้นที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ในฐานะผู้เสนอญัตติดังกล่าว🔗
ประการที่ ๑ เราจะต้องปฏิรูปผู้บริหารคือหมายความตั้งแต่รัฐมนตรี เลขาธิการ หรือผู้บริหารอาชีวศึกษา นั่นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ตามพระบัญญัติอาชีวศึกษานั้นให้กระจายอำนาจภายใน ๑๘๐ วัน บัดนี้ ๗ ปีแล้วผู้มีอำนาจไม่ยอมกระจายไปให้สถาบันทั้ง ๒๓ สถาบัน🔗
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าวันนี้การเปิดสอน ปริญญาตรีนั้นจะต้องมีอาจารย์จบปริญญาโทในสาขานั้น ในแผนกนั้น ในวิทยาลัยนั้น ไม่น้อยกว่า ๕ ท่านด้วยกัน ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้ถ้าผู้ที่จบปริญญาโท อาจารย์อยู่ใน สถาบันนั้นปรากฏว่าถ้าใกล้ชิดกับเลขาธิการ เลขาธิการอำนาจมีการโยกย้าย ก็จะย้ายไปอีก สถาบันหนึ่งที่ต้องการ ทำให้แผนกนั้นหรือสาขานั้นต้องปิดไปโดยปริยาย นี่หรือผู้บริหาร ไม่สมควรที่จะเป็นผู้บริหารต่อไป🔗
ประการสุดท้าย ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้ค่าตอบแทนของ นายกสภาสถาบันหรือผู้อำนวยการสถาบันตั้งแต่เปิดสถาบันมานั้น ๓๐ ปี ค่าตอบแทน ก็ไม่ยอมให้เขา อันนี้ผมฟ้องท่านประธานฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าถ้าให้รัฐมนตรี คนปัจจุบันอยู่ และเลขาธิการคนปัจจุบันอยู่ผมเชื่อว่าอาชีวศึกษาไม่สามารถที่จะพัฒนาได้ ส่วนรายละเอียดทุจริตมิชอบนั้นผมจะไปพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีข้อมูลมาก🔗
และประการสุดท้ายของสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง คือหมายความว่าวันนี้ฝากว่า บุคลากรที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ในวิทยาลัยทั้งหมด ๔๒๙ สถาบันนั้น มีลูกจ้างจบปริญญาโท กินเงินเดือน ๘,๐๐๐ กว่าบาท ถึง ๙,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๗,๓๗๕ คน แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารอาชีวศึกษาไปเก็บตกจากผู้ที่ปลดเกษียณไปแล้วจำนวนมากมานั่งกองกินค่าที่ปรึกษา ท่านละประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๕๐,๐๐๐ บาทบ้าง เยอะแยะหมดเลยครับ กองอยู่เต็ม เลยครับที่อาชีวะ สำนักงานอาชีวะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการบริหารเห็นแก่ตัว เห็นแก่ พรรคพวก ซึ่งองค์ความรู้ก็ไม่ทำ ถ่วงการเจริญ ถ่วงการพัฒนาอาชีวะ เพราะฉะนั้นดังกล่าว ผมต้องยอมรับว่าถ้าตราบใดที่ใช้ระบบเผด็จการ ขาดประชาธิปไตย เอาแต่ใจตัวเอง อยู่อย่างนี้นั้น ผมเชื่อว่าการบริหารอาชีวะจะไปไม่รอดตามที่ปรัชญาอาชีวศึกษาสร้างชาตินั้น สร้างไม่สำเร็จแน่ มีแต่ผู้บริหารสร้างชีวิตตัวเองและครอบครัวครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ผู้เสนอญัตติจะใช้สิทธิอภิปรายสรุปอีกครั้งไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ขอจบการอภิปราย ต่อไป จะเป็นการขอมตินะครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทราครับ อย่างที่ผมได้นำเรียนท่านประธานไปตอนที่ผมเสนอญัตตินะครับ วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายก็คุยกันแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แล้วเราก็อยากจะส่ง เรื่องนี้ไปที่คณะกรรมาธิการการศึกษาครับ คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการ การศึกษา ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ผู้รับรอง ๒๐ ท่าน นับให้ครบนะครับ ครบนะครับ ๒๐ ท่าน ท่านหมอบัญญัติยกมือหน่อยครับ ครบนะครับ ๒๐ ท่านครับ เนื่องจากเจ้าของญัตติทุกฉบับ ทั้ง ๙ ฉบับ รวมทั้งท่านอรรถกรด้วย ไม่ขัดข้องที่จะแก้ไขจากการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กลายเป็นส่งคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการศึกษาเพื่อไปดำเนินการพิจารณาศึกษาต่อไป เจ้าของญัตติไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ถ้าไม่ขัดข้อง ก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงจากตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นส่งคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการศึกษานะครับ ต่อไปจะถาม มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ ในการที่จะใช้คณะกรรมาธิการสามัญให้ศึกษาญัตติทั้ง ๙ ฉบับ🔗
ถ้าไม่มีท่านใด คัดค้านหรือเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบหรือเห็นด้วยให้ส่งคณะกรรมาธิการ สามัญ คณะกรรมาธิการการศึกษานะครับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งคณะกรรมาธิการการศึกษาเข้าไปศึกษา เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอกรอบระยะเวลาของการทำงาน ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ให้ศึกษา ภายใน ๙๐ วัน มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ให้คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการภายใน ๙๐ วัน เป็นการจบการพิจารณาในระเบียบวาระนี้ครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗