รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
----------------
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นนะครับ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ลำดับแรก เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ตามด้วยท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมมี ๒ เรื่องนะครับ ด้วยเวลาจำกัด ๒ นาที ของวันศุกร์ที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ในวันนี้นะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือวันนี้ในอีสานบ้านเรานะครับ ท่านประธานก็อยู่อีสาน ก็ถึงภาวะเรื่องวิกฤติ เรื่องฝนกำลังแล้งอีกแล้วหลังจากฤดูหนาวผ่านไป ผมก็อยากฝากเรื่อง ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะกรมชลประทานไปช่วยขุดลอกแหล่งน้ำ หรือขุดลอกคูคลอง ผมยกตัวอย่างที่บ้านผมที่เดียว ๓ หมู่บ้านติด ๆ กัน คือ บ้านหมื่นศรีน้อย หมู่ ๑ บ้านหมื่นศรีใหญ่ หมู่ ๓ บ้านหมื่นศรีกลาง หมู่ ๒ ของอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ สระนี่แห้งไม่มีน้ำเลยครับ มีพื้นที่ประมาณ ๔๐ ไร่ในการรับน้ำนี่เป็นแค่ ตัวอย่างหนึ่ง พี่น้องประชาชน ๓ หมู่บ้านวันนี้ขาดน้ำในการอุปโภคบริโภค ก็เลยขอฝาก ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายได้ไปดูแลในส่วนตรงนี้ จริง ๆ มันมีอยู่เยอะนะครับเพียงแต่ว่า เป็นเคส (Case) ตัวอย่าง🔗
เรื่องที่ ๒ นะครับ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ที่ว่าการอำเภอสำโรง ทาบจังหวัดสุรินทร์วันนี้ยังขาดหอประชุมของอำเภอ น่าจะเป็นเหลืออำเภอเดียวในประเทศไทย ไม่มีหอประชุมในการจัดกิจกรรมของพี่น้องในอำเภอนะครับ อำเภอสำโรงทาบมีอยู่ทั้งหมด ๑๐ ตำบล แต่มีหอประชุมเล็ก ๆ แต่ไม่ใช่สมบัติของกรมการปกครอง ของกระทรวงมหาดไทย เป็นขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสุรินทร์ซึ่งสร้างมานานแล้ว แล้วก็ให้ทางอำเภอสำโรงทาบใช้ในการจัดกิจกรรม วันนี้ก็เลยมาฝากท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านอธิบดีกรมการปกครอง เรามี ที่ดินพร้อมที่เตรียมการในการรองรับที่จะก่อสร้างหอประชุมให้เหมือนกับอำเภออื่น ๆ เขา เพื่อภารกิจของกิจกรรมในอำเภอที่พี่น้องมีความจำเป็นนะครับ ก็อยากจะฝาก ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรก ก็คือเรื่องน้ำ น้ำคือชีวิตท่านประธานก็ทราบ วันนี้อีสานก็เริ่มแล้ง แล้วก็หอประชุม ประจำอำเภอสำโรงทาบครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ตามด้วยท่านองอาจ วงษ์ประยูร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ให้ช่วยต่อลมหายใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กเล็กในวัยเรียน เมื่อปลายปีที่แล้วครับ ท่านประธานโควิด (COVID) ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ระบาดลุกลามบานปลายไปทั่ว หนึ่งในตัวอย่างนั้นก็คือผลกระทบที่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อแม่ผู้ปกครองในเรื่องของ ค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ จิปาถะต่าง ๆ ที่ได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้วในรูปแบบของ ค่าเทอม ทีนี้พอโควิด (COVID) มาโรงเรียนปิด ต้องสอนออนไลน์ (Online) ค่าใช้จ่าย ๆ เหล่านี้แทบจะไม่ได้เกิดขึ้นนะครับ หนำซ้ำหลายครอบครัวพ่อแม่ทำงานนอกบ้านทั้งคู่ ก็ต้องเอาลูกไปฝากไว้เกิดเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มมา ค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนนี้รวมกับรายจ่ายต่าง ๆ รายรับที่ลดลง ต่อให้มีพิมพ์แบงก์เองยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ตอนนี้ ท่านประธานครับ แล้วในการที่เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. ได้ออก ประกาศมาฉบับหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับแนวทางการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียม ต่าง ๆ ฟังดูรื่นหูครับ พ่อแม่ผู้ปกครองต่างก็คาดหวังว่าจะได้เงินคืนในบางส่วนที่ควรจะได้คืน แต่พอไปดูในรายละเอียดไม่เป็นแบบนั้นครับ ไปดูแล้วในประกาศเขียนว่าในกรณีที่ ผู้ปกครองร้องขอให้โรงเรียนเป็นผู้พิจารณา นั่นก็หมายความว่าจะคืนก็ได้ ไม่คืนก็ได้ ก็แล้วแต่โรงเรียนพิจารณา ประกาศแบบนี้ผมว่าเหมือนเขียนในกระดาษทิชชู ไม่เขียนเสีย ยังจะดีกว่า ประกาศขอไปทีแบบนี้ผมว่าไม่ได้ช่วยอะไรในผลทางปฏิบัติเลย ก็จะขอฝาก ท่านประธานหารือผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยพิจารณาในการคืนค่าเทอมบางส่วน ให้กับผู้ปกครองเป็นการให้อย่างจริงใจ คืนอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นหนีไม่พ้นโรงเรียนต้องโดน ข้อหาว่าอ้อยเข้าปากช้างไปแล้ว อย่างไรก็คงไม่ยอมคายออกมา ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่น ในหัวเรี่ยวหัวแรงของกระทรวงศึกษาธิการว่าจะสามารถ มีความสามารถมากพอที่จะคิด วิธีที่จะทำอย่างไรที่จะคืนเงินผู้ปกครองอย่างเป็นธรรม แล้วก็ไม่เป็นการผลักภาระให้กับ โรงเรียนมากเกินไป ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายอยู่รอดได้ ก็ขอฝากท่านประธานไว้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านองอาจ ตามด้วย พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดสระบุรีเรื่องขาดน้ำทำนา ขาดการดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจังของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และชลประทาน นาปีก็ไม่ให้ทำ นาปรังก็ไม่ให้ปลูก ที่อำเภอบ้านหมอ อำเภอ ดอนพุด กลุ่มผู้ใช้น้ำคลองชลประทานที่ ๒๓ ต้องใช้น้ำในการดูแลนาข้าวและนาเผือก เป็นพัน ๆ ไร่ ก็ขอให้ทางชลประทานช่วยผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาทาง คลองชัยนาท-ป่าสัก มาที่ประตูน้ำเริงราง ชาวนาจะได้มีน้ำใช้กันที่อำเภอบ้านหมอและ อำเภอดอนพุด สำหรับอำเภอหนองแคก็เช่นกันที่พื้นที่ตำบลหนองโรง หมู่ ๑ หมู่ ๓ หมู่ ๕ หมู่ ๘ และตำบลกุ่มหัก หมู่ ๕ หมู่ ๘ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๑ ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ขาดน้ำ ทำนา ขาดน้ำทำสวนกล้วยหอม ขอให้ทางชลประทานได้ซ่อมแซมประตูน้ำและจัดส่ง รถแบ็กโฮ (Backhoe) บูมยาวพร้อมแพโป๊ะมาลอกคลองระพีพัฒน์ ๒๖ ขวา ซึ่งตื้นเขิน ตะกอนสูง ท้องถิ่นไหนส่งรถมาก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้นะครับ ก็ขอมา หลายปีแล้วทางกรมชลประทานก็ไม่ได้ส่งเครื่องมือหนักตรงนี้มาให้สักทีนะครับ🔗
สุดท้ายครับ พี่น้อง อสม. จังหวัดสระบุรีซึ่งร่วมกันสู้ภัยป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) มาอย่างเข้มแข็งและอย่างต่อเนื่อง ต้องคัดกรองชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ในกิจกรรมงานต่าง ๆ ของชุมชนครับ ขณะนี้อุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มชำรุดทรุดโทรม โดยเฉพาะเครื่องวัดอุณหภูมิก็ใช้งานอย่างหนัก ก็ขอให้ทางรัฐให้ช่วยจัดส่งเครื่องมือ วัดอุณหภูมิอินฟราเรดแบบไม่ต้องสัมผัสพร้อมขาตั้ง ช่วยส่งมาให้กับพี่น้อง อสม. เพื่อเป็นประสิทธิภาพและความปลอดภัยกับพี่น้อง อสม. ในการคัดกรองโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งขณะนี้แพร่ระบาดอย่างทั่วไปและอย่างหนักขึ้นทุกวันนะครับ ก็เรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้จัดส่งด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญ พลตรี ทรงกลด ตามด้วยท่านณัฐพงษ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพอย่างสูง กระผม พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานเรื่อง ผลการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรจะช่วยรัฐบาลตัดสินใจแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมาย ทั่วประเทศที่มีอยู่ในประเทศไทยให้ถูกกฎหมายได้อย่างชอบธรรม🔗
ญัตติของผมที่เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ขณะนี้ญัตติของผม อยู่ลำดับที่ ๒๙ ขอเลื่อนมาเป็นญัตติด่วนเพราะว่ากระแสสังคมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ เรื่องนี้อย่างจริงจัง ที่สำคัญที่สุดคือมี ส.ส. ผู้ทรงเกียรติเสนอเรื่องการพนันผิดกฎหมาย เกือบทุกพรรค และ ส.ส. จำนวนมากเห็นชอบด้วยที่จะให้เปิดการพนันให้ถูกกฎหมาย ญัตติ ที่ยื่นขอรวมเป็นญัตติเดียวกัน ขอท่านเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ความจริงปรากฏแก่สาธารณชนว่า การพนันผิดกฎหมายสร้างรายได้ให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท เอาเปรียบชาวบ้านและเป็นแหล่งอบายมุขที่ควบคุมไม่ได้ และเป็นแหล่งกระจายเชื้อโรคร้าย เช่น โควิด-๑๙ (COVID-19) ประเทศย่อยยับเสียหายเกินแสนล้านบาท ผมขอฟ้องพี่น้อง ประชาชนให้ประชาชนทราบความจริง สลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่รายได้มากกว่า ของรัฐวิสาหกิจปีหนึ่ง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สนามมวยเอกชนมีรายได้ปีหนึ่งหลายหมื่นล้านบาท หวยใต้ดิน หวยหุ้น หวยออนไลน์ (Online) หวยสารพัดเลยครับมีรายได้ปีหนึ่ง หลายแสนล้านบาท คนไทยขนเงินไปเล่นการพนันนอกประเทศหมดตัวมากกว่าล้านล้านบาท ขนกันไปทุกวันไม่มีวันหยุด คนไทยต้องไม่ยึดถือผลประโยชน์ของโลก จะต้องไม่หน้าบาง ประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศที่ล้อมประเทศไทยเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายไปหมดแล้ว ไทยต้องเอาแบบอย่างบ้าง ถ้าผลการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรให้เปิดการพนันก็จะทำให้ รัฐบาลมีความชอบธรรมและตัดสินใจในการดำเนินการในเรื่องของบ่อนถูกกฎหมาย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านณัฐพงษ์ ตามด้วยท่านวิรัตน์ พันธุมะผล🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานครครับ ฝ่ายโสตถ้าพร้อมแล้วรบกวนนำสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ผมได้มีโอกาสลงไปพื้นที่ไปพร้อมกับท่านรองผู้ว่าศักดิ์ชัย ท่าน ผอ. เขตบางแค ผอ. รุจิรา และเจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำหลาย ๆ ท่านครับ เพื่อรุดดูปัญหาเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมบริเวณแยกเดอะมอลล์บางแคที่จะมีน้ำท่วมสูงทุกครั้ง เมื่อมีฝนตกหนัก สาเหตุโดยสรุปครับท่านประธานก็เป็นเพราะว่าระบบการระบายน้ำ ในบริเวณนั้นยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอครับ🔗
ข้อแรกก็คือทุกวันนี้ยังต้องอาศัยเครื่องสูบน้ำเพียงตัวเดียวสูบน้ำออกจาก แก้มลิงบึงสวนเพชรกาญจนารมย์ครับ ระบายออกสู่คลองบางจากทางทิศตะวันตกครับ ซึ่งเครื่องสูบน้ำยังมีกำลังไม่เพียงพอครับ นั่นสาเหตุข้อแรก🔗
สาเหตุข้อที่ ๒ ผมได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ในวันนั้นว่าแล้วทำไมเราจึง ไม่ระบายน้ำออกไปทางทิศตะวันออกด้วย ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปนะครับ กลับมาหน้า หนึ่งครับ เจ้าหน้าที่ได้อธิบายกับผมดังนี้ครับ แต่เดิมเคยมีลำรางสาธารณะอยู่ทางฝั่ง ทิศตะวันออกเชื่อมจากถนนเพชรเกษมออกสู่คลองบางจาก แต่ห้างเดอะมอลล์บางแค ได้สร้างห้างทับที่เอาไว้ครับ ซึ่งศาลได้ตัดสินเป็นถึงที่สุดแล้วครับในปี ๒๕๔๐ ว่ารุกล้ำจริง ให้ กทม. รื้อถอนครับ จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปี ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่ชัดเจนนะครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อเร่งรัดกระบวนการจึงได้นำมาหารือกับท่านประธานในวันนี้ครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้าสุดท้ายครับ อยากจะหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗
ข้อแรกให้กรุงเทพมหานครเร่งพิจารณาอัปเกรด (Upgrade) ระบบสูบน้ำ ให้เป็นระบบไฟฟ้ามีกำลังสูบที่สูงขึ้น แล้วก็เป็นระบบอัตโนมัติครับ🔗
ข้อที่ ๒ ให้กรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการตาม กฎหมายไปเจรจากับภาคเอกชน จะรื้อ ไม่รื้อ หรือจะเก็บค่าเช่า จะเก็บค่าชดเชยอย่างไร เพื่อดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่าย ปิดช่องไม่ให้เกิดการเรียกรับสินบนใต้โต๊ะ ได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัชครับ ตามด้วยท่านอนุรักษ์ บุญศล🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ เจ้าหน้าที่ขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีพระบรมราโชวาทว่า ความยุติธรรมมาก่อนกฎหมาย และความยุติธรรมอยู่เหนือกฎหมาย นี่คือสิ่งที่พระองค์ได้สั่งสอนมาตลอด สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ🔗
ท่านวิรัช อภิปรายเลยนะครับ ไม่ต้องรอ เดี๋ยวเวลาท่านจะไม่ทันครับ🔗
ครับ ประกอบงานครับ ขอสู้ศึก ทุกเมื่อไม่หวั่นไหว นี่คือความฝันอันสูงสุดที่ขึ้นรูปนี่ละครับ ต่อไปนะครับ เมื่อทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ที่ถึงแก่ความตายเพราะการปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้เพื่อป้องกันประชาชนและชาติ ให้พ้นจากภยันตราย กฎหมายพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้กำหนดให้ ข้าราชการที่เสียชีวิตเพื่อประชาชน ประเทศชาติ ได้รับบำเหน็จตกทอดให้กับบิดามารดา และภรรยา เพื่อทดแทนคุณความดีให้กับนายทหาร นายตำรวจ ผู้ทรงเกียรติเหล่านี้ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเงินที่บิดามารดาได้รับนั้น เป็นเงินที่ได้จากเพราะการกระทำความดี ของลูก ของสามี กฎหมายเขาเรียกว่า บำเหน็จตกทอด แต่กระทรวงมหาดไทยได้ออก ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น บอกว่าไม่เป็นผู้ที่ได้รับสวัสดิการประโยชน์อื่นใดของรัฐ ไปแปลว่า บำเหน็จตกทอดกลายเป็นสวัสดิการหรือเงินอย่างอื่น ซึ่งเป็นการแปลกฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิด ความยุติธรรม ทำให้กฎหมาย ทำให้ประชาชน บิดามารดา และภรรยาของผู้กล้าหาญ ทั้งหลายได้รับความเดือดร้อน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้บอกว่ามีประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่ยากอะไรครับ ท่านก็แก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยผู้สูงอายุให้ยกเว้นว่าถ้าเป็นการรับเงินบำเหน็จตกทอดนั้นไม่เป็นการรับเงินอย่างอื่น ในลักษณะเดียวกัน นี่คือวิธีการแก้ที่ดีที่สุดครับ ผมขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานสภา🔗
ครับ หมดเวลาแล้วครับ🔗
เพื่อประโยชน์ของบิดามารดา ของผู้กล้าไม่ต้องไปรับผิดชอบ🔗
ขอบคุณครับ🔗
และนอกจากนี้แล้ว ในคำพิพากษาของฎีกาก็ตัดสินไว้ว่าเงินที่รับโดยสุจริตนั้นไม่ต้องคืนหรอกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านวิรัช พอรู้เรื่องแล้วครับ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงดอกเตอร์ปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขตที่ ๒๓ จังหวัดสกลนคร คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอให้ติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด ๕๐๐-๑,๐๐๐ เควีเอ (KVA) ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับเรื่องขอความอนุเคราะห์จากท่าน ว่าที่ร้อยตรี ดอกเตอร์สุกิจ ศรีพรหม ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงเหตุผลความจำเป็นว่า ในปี ๒๕๖๒ โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ๓๒๔ ล./๕๕-ก ตั้งชื่อว่า อาคารปิ่นหทัย ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปที่อาคาร แห่งนี้ ทำให้ทั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไฟไม่พอใช้แล้วไฟฟ้า เกิดขัดข้องบ่อย ๆ ค่ะท่านประธานคะ ทั้งไฟตก ไฟดับ ไฟช็อต ไฟไม่พอ เป็นอุปสรรค ในการจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล (Digital) เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว จึงร้องขอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาเรื่องงบประมาณหม้อแปลงไฟฟ้าและการเดินสายไฟใหม่ เพื่อให้ระบบของไฟฟ้าเสถียรทั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมี นักเรียนทั้งหมดกว่า ๒,๐๐๐ คนเลยทีเดียว ครูกว่า ๒๐๐ ชีวิตเลยทีเดียวค่ะ ขอให้แก้ปัญหา อย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่กนกพรรณ ดำรงอ่องตระกูล หมู่ ๓ ในตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ในเรื่องของ พี่น้องประชาชน ๔๐๐ กว่าครัวเรือนขาดแหล่งน้ำ ซึ่งในพื้นที่เกาะศรีบอยานั้นมีแต่ การใช้น้ำบาดาล แล้วก็มีพื้นที่ว่างอยู่ ๒๗๒ ไร่โดยประมาณ ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ลำบาก ในเรื่องของน้ำดื่มน้ำใช้ ก็ขอฝากไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ในเรื่องของการไปสำรวจ พื้นที่ ในเรื่องของการขุดสระเพื่อที่จะสำรองในเรื่องของน้ำกินน้ำใช้ให้กับพี่น้องตำบลเกาะศรีบอยา ในหมู่ ๓ หมู่ ๒ หมู่ ๕ ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านรองผู้ว่าราชการ จังหวัดกระบี่ ท่านสมชาย หาญภักดีปฏิมา แล้วก็หอการค้าจังหวัดกระบี่ และได้พูดคุยกับ ท่านประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ว่าในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่นั้นมีเขตอุทยาน การท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยกันนะครับ ก็เพื่อที่จะให้การท่องเที่ยวในส่วนของคนไทย ซึ่งเก็บค่าท่องเที่ยวคนละ ๒๐๐ บาท ต่างชาติ ๔๐๐ บาท ก็ขอให้ยกเว้นในเรื่องของการเก็บ ค่าขึ้นเกาะเป็นการชั่วคราวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว🔗
เรื่องที่ ๓ ครับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้งบจากกรมการท่องเที่ยว แล้วก็งบกลุ่มจังหวัด สร้างอาคารประชาสัมพันธ์ ๗๑๔ ที่หน้า อบจ. จังหวัดกระบี่ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ดูแล และปัจจุบันนี้กรมธนารักษ์ไม่ได้มอบหมายให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกระบี่ใช้อาคาร ทำให้แหล่งท่องเที่ยว โครงการสถานที่ของเรือลันตา ซึ่งเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่จะต้องผ่านอาคารประชาสัมพันธ์ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ดูแลอยู่ ไม่สามารถที่ จะเข้าไปชมได้ อันนี้ก็ฝากกรมธนารักษ์นะครับ ได้ทบทวนแล้วก็ดูเพื่อที่จะให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกระบี่ได้ใช้โครงการนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอภิชาติ ตามด้วยนางสาวธณิกานต์นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอฝากปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเมืองสกลนครที่อยู่ริมทางหลวง ของแผ่นดิน ไปยังอธิบดีกรมทางหลวง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
เนื่องจากหลาย ๆ หมู่บ้านที่อยู่ริม ทางหลวงแผ่นดินประสบปัญหาเกี่ยวกับการสัญจรไปมา เนื่องจากการออกแบบวิศวกรรม การจราจรไม่เหมาะสมต่อการสัญจรไปมาทางการจราจรของพี่น้อง ที่เป็นจุดตัดในระหว่าง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ และทางหลวงชนบทหมายเลข ๒๐๕๓ สน.นะครับ บ้านพังขว้างใต้ที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูง และพี่น้องในหมู่บ้านที่ต้องการจะยูเทิร์น (U-Turn) เลี้ยวขวา ต้องวิ่งเลน (Lane) ซ้าย และไปตัดเข้าสู่เลน (Lane) ขวา ไปตัดหน้ารถที่มาจาก ทางตรงที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน ดังนั้นจึงใคร่ขอให้ทางกรมทางหลวงและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในจุดดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑. บริเวณทางหลวงสาย ๒๒ ตัดกับทางหลวงชนบท ๒๐๕๓ บ้านพังขว้างใต้ จุดแรกนะครับ บ้านพังขว้างใต้ ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร🔗
๒. ทางหลวงสาย ๒๒ สกลนคร-นครพนม ตัดกับทางหลวงชนบท หมายเลข สน. ๒๐๕๖ บ้านหนองศาลา-หนองกุง🔗
๓. ทางแยกเข้าวัดป่าสุทธาวาส กับทางหลวงสายสกลนคร-นาแก ในเขต เทศบาลนครสกลนคร ที่ประสบอุบัติเหตุและพี่น้องประชาชนเสียชีวิตไปอย่างมาก ขอฝากให้ ดำเนินการตรงนี้ในส่วนนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านธณิกานต์มาทันนะครับ เชิญท่านธณิกานต์ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ เขตดุสิตค่ะ อาจจะมีข้อผิดพลาดเนื่องจากดิฉันเพิ่งมา วันนี้มาขอหารือในส่วน ของไฟฟ้าเช่นเดิมค่ะ🔗
บริเวณแยกวงศ์สว่าง ท่านประธานคะ มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าแสงสว่าง ต้องขอขอบคุณเพจ (Page) เฮ้ย นี่มันฟุตบาท (Footpath) ไทยแลนด์ ที่แยกวงศ์สว่างของดิฉันโดนกล่าวหาว่าเป็นแยกวงศ์มืดไปแล้วค่ะ มีหลายจุดท่านประธานดิฉันได้ไปทำการสำรวจ โดยเฉพาะจุดต่อไปค่ะ จุดที่ ๒ ยิ่งกว่า จุดแรกตรงบริเวณแยกวงศ์สว่างนะคะ บริเวณแยกวงศ์สว่างมี ๓ ต้นที่มืดไปแล้ว ในส่วนของ จุดที่ ๒ ตรงถนนเมน (Main) หลักของถนนประชาชื่น ตั้งแต่บริเวณริมคลองประปา หมู่บ้านประชานิเวศน์ ๑ หมู่บ้านชลนิเวศน์ เรื่อยไปจนถึงกองคลังพัสดุ ซึ่งเป็นถนนเมน (Main) หลัก ในเขตบางซื่อของดิฉันค่ะ มีไฟฟ้าดับทั้งหมด ๑๒ ต้นค่ะท่านประธาน ทั้งนี้ยังไม่ รวมที่บริเวณชุมชนนะคะ มีชุมชนพัฒนาซอยสินทรัพย์ และชุมชนเสริมสุข จึงเรียนมาเพื่อ ท่านประธานโปรดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขอหารือดังนี้ครับ จากการที่ได้ลงพื้นที่บ้านหินเพิง บางแสน ๒ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นนะครับ🔗
แต่มีปัญหาเรื่องการเข้าแหล่ง ท่องเที่ยวท่านประธานครับเป็นดินลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ พอตกกลางคืนไฟฟ้าก็ไม่มีแสงสว่าง เพราะเนื่องจากไม่มีไฟฟ้า มีมิจฉาชีพขโมยทรัพย์สินของผู้ประกอบการ แล้วก็อีกปัญหาหนึ่ง ก็คือปัญหาเรื่องขยะครับ ผู้ประกอบการต้องเก็บขยะกันเอง แล้วก็มากอง แล้วก็มาสุมไฟ กันเอง ทำให้ภูมิทัศน์การท่องเที่ยวเสียหาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูแลด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมาครับ ด้วย นายธนกร นามบุรี ผู้ช่วย ส.ส. แล้วก็ชาวบ้านป่าเป้า ได้ร้องเรียนมาว่าถนนเชื่อมระหว่างบ้านดงเย็น ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง กับบ้านคำชะ โนด ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง ซึ่งเป็นถนนที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปสักการะพ่อปู่ศรีสุท โธ และแม่ย่าปทุมมา ถนนเส้นนี้เป็นหลุมเป็นบ่อครับท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ถนนเชื่อมระหว่างบ้านท่าสะอาด ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน แล้วก็บ้านป่าเป้า ตำบลดงเย็น มีความยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร ซึ่งยัง ไม่ลาดยาง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมา เรื่องการร้องเรียนของนางสาวนิตยา จันทร์โสม บ้านเล้า หมู่ ๘ และบ้านหนองขาม หมู่ ๙ ปัญหาเรื่องหนองปลิงเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการอุปโภคบริโภค ใช้กันมาประมาณ ๓๐ ปีแล้ว พอหน้าแล้งก็ไม่มีน้ำเนื่องจากว่าขาดการขุด ขาดการลอก ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยครับ เครดิต (Credit) นั้นก็ขอขอบคุณ คณะกรรมการพรรคพลังปวงชนไทย ท่านเลขาธิการพรรค ท่านกรรมการบริหารพรรคทุกคน ที่ลงพื้นที่ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ตามด้วยท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อ ๓-๔ วัน ที่ผ่านมาคืนวันอังคารที่ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ก็คือองค์การอนามัยโลกก็ได้มีการประกาศ ผลการตัดสินคัดเลือกบุคคลหรือหน่วยงานดีเด่นในด้านของสุขภาพ แล้วก็ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๒ ที่มีการจัดการคัดสรรที่เรียกกันว่าเนลสัน แมนเดลา อวอร์ด (Nelson Mandela Award) ซึ่งก็ปรากฏว่าประเทศไทยของเราก็ได้รับการคัดเลือกโดยหน่วยงาน สสส. ของเรานะครับ หน่วยงานนี้ สสส. ซึ่งตั้งขึ้นมาโดยมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๒ สมัยนั้นก็มี ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมีการดูแลส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของการรณรงค์ให้คนไทยไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ซึ่งก็ปรากฏว่าตลอด ระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ สสส. ก็ได้มีการดำเนินการมาโดยตลอด โดยบุคคลหลัก คุณหมอประกิต วาทีสาธกกิจ ก็เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดตั้งหน่วยงานนี้มาตั้งแต่ต้น หน่วยงานนี้ทุกวันนี้ก็ได้มีบทบาทในการเสริมสร้างสุขภาพจนกระทั่งได้รับรางวัล ผมจึง ขออนุญาตประกาศในที่ประชุมแห่งนี้ไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญรื่น ตามด้วยท่านจีรเดช ศรีวิราช🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาการพัฒนาถนนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับ การร้องขอด้วยวาจาจากนายสุวรรณ ระวิชัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมเจ้าหน้าที่ และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสมบูรณ์ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้หารือท่านประธานเพื่อติดตามโครงการพัฒนาถนนหนทางของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งได้ส่งโครงการเมื่อปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ดังนี้ค่ะท่านประธาน🔗
โครงการสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ สายบ้านนามล หมู่ ๑ ถึงบ้านหนองอีกุ้ม หมู่ ๗🔗
โครงการสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายบ้านดอนหัน-แกเปะ ถึงสายบ้านคำโพนทอง หมู่ ๕ สายบ้านราษฎร์สำราญ หมู่ ๘ ถึงบ้านโนนเสียว อำเภอร่องคำ และสายบ้านคำโพนทอง หมู่ ๕ ถึงบ้านราษฎร์สำราญ หมู่ ๘ สายบ้านหนองอีกุ้ม หมู่ ๗ ถึงถนนเชื่อมหนองนาช้าง ถึงบ้านหนองไผ่ หมู่ ๙ ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ขอให้ไป ดูแลจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการพัฒนาถนนของตำบลโคกสมบูรณ์ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยด่วนค่ะท่านประธาน เพราะว่าเป็นเวลา ๓-๔ ปีแล้วค่ะ และดิฉันขอส่ง สำเนารายละเอียดของเอกสารโครงการผ่านไปยังท่านประธานด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจีรเดช ตามด้วยท่านพีระเพชร ศิริกุล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่าน ส.ท. ศรียนต์ นามวงค์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองดอกคำใต้ ถึงเส้นทางสายบวกผักบุ้ง ตำบลบุญเกิด ถึงบ้านร่องขุย ตำบลจำป่าหวาย ซึ่งถนนสายนี้ชำรุดเสียหายมานาน หลายปี ผิวทางเต็มไปด้วยหลุมบ่อ การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก มักมีอุบัติเหตุอยู่ บ่อยครั้ง ดังนั้นขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบ ของหน่วยงานใด ระหว่างทางหลวงชนบทและองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เพราะมีเครื่องหมายของทั้ง ๒ หน่วยงานติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตามทราบว่าผู้บริหารของ ทั้ง ๒ หน่วยงาน ทั้ง ๒ แห่ง เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ ขอฝากดูแลแก้ไข อย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากพี่น้องประชาชน ตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้ มีปัญหาเรื่องน้ำประปามานานนับสิบปี โดยเฉพาะ ๑ เดือน ที่ผ่านมานี้น้ำหยุดไหล ทำให้ต้องซื้อน้ำเป็นถังมาใช้ ทำให้แต่ละครอบครัวต้องรับภาระ ค่าใช้จ่ายหลายพันบาทต่อเดือน ร้องเรียนไปหลายแห่งหลายที่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดมาช่วย แก้ไข ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังจังหวัดพะเยาให้เร่งรัดหน่วยงานที่รับผิดชอบ รีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
สุดท้าย ต้องขอขอบคุณท่านพูนศักดิ์ เมาะราษี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง พะเยา ทุกครั้งที่ได้แบกนำปัญหามาพูดจาในสภาแห่งนี้มักได้รับการติดตามดำเนินการแก้ไข ให้เสมอ ไม่ว่าเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๒ จากอำเภอภูกามยาวไปป่าแดด เส้นทางหลวง ๑๒๕๑ ซึ่งออกจากอำเภอดอกคำใต้ไปเชียงม่วน หลายช่วงก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไขสำเร็จเสร็จสิ้น บางช่วงที่เหลือก็มีการดำเนินการทำสัญญาไปบ้างแล้วต้องขอชื่นชมและขอบคุณแทนพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพีระเพชร ตามด้วยนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านศุภชัย โพธิ์สุ สหายแสงผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่เคารพยิ่งครับ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอสามชัย อำเภอคำม่วง อำเภอสมเด็จ อำเภอนามน อำเภอดอนจาน ขอหารือ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงความคืบหน้าของโครงการการขยายเขตช่องทางจราจร จาก ๒ ช่องทางจราจร เป็น ๔ ช่องทางจราจรของถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๑ ตอนสี่แยกสมเด็จ แยกดงแหลม และทางหลวงหมายเลข ๒๒๗ ช่วงแยกดงแหลม บ้านโพน-คำม่วง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม โดย ฯพณฯ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ คนดีศรีกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านรับปากกับผมว่าท่านจะเร่งดำเนินการให้ และที่สำคัญที่สุด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในคราวลงตรวจเยี่ยม พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับปากกับพี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ นี่ก็เป็นเวลา ๔-๕ ปีมาแล้ว ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ จึงขอกราบฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นำเรียนต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เร่งพิจารณาดำเนินการให้โดยเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายกเทศมนตรีตำบลลำห้วยหลัว คือคุณคำตัน ม่วงเพชร ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ใช้เส้นทางจราจร ถนนสายสมเด็จ-ห้วยผึ้ง ช่วงบริเวณบ้านหนองกุง สมเด็จ บ้านบอน ซึ่งมีการจราจรคับคั่ง และมีหน่วยงานราชการตั้งอยู่หลายหน่วยงาน ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในช่วงนี้ จึงขอ กราบเรียนต่อท่านประธานสภาได้ช่วยพิจารณานำเรียนต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้เร่ง ในการขยายช่องทางจราจรในช่วงนี้ด้วยครับ จึงกราบเรียนมาด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ ตามด้วยคุณปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปริญญา ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอหารือประเด็นปัญหาพลทหารที่พิการจากค่ายทหาร ไม่ว่าจะด้วยการฝึก การถูกลงโทษหรือการถูกกระทำ ตัวอย่าง พลทหาร ประจักษ์ แก้วคงธรรม ที่รักชอบทหาร และสมัครใจไปเป็นทหาร แต่ต้องกลายเป็นคนพิการทุพพลภาพในช่วงของเวลาประจำการ ในค่ายกองบินที่ ๕๖ จังหวัดสงขลา ในขณะที่เขาก็มีลูก มีแม่ที่อายุมากแล้วต้องรับผิดชอบ ดูแล เมื่อเขาต้องกลายเป็นคนพิการแบบนี้เขาและครอบครัวจะอยู่อย่างไร และที่เป็นข่าว อยู่ในกรณีของพลทหารที่จังหวัดชลบุรีถูกลงโทษโดยการซ้อมจนต้องหนีออกจาก ค่ายทหารด้วย จึงหารือไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้เร่งติดตามให้เกิดความเป็นธรรม และดูแลตอบแทน บุญคุณในความรักชาติของเขาเหล่านี้ด้วยครับ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร🔗
ประเด็นปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เมื่อปี ๒๕๕๗ ราคายาง ๘๐ บาท ต่อกิโลกรัม พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งชวนกันไปเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลบอกว่ารัฐบาลโง่ บริหารไม่เก่งเขาต้องได้ ๑๒๐ บาท แต่วันนี้แกนนำนกหวีดได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า ได้เป็นผู้แทน ได้เป็นประธาน และได้เป็นถึงรัฐมนตรี แต่พี่น้องประชาชนกลับได้ขายยาง สามโลร้อยบ้าง สี่โลร้อยบ้าง และวันนี้ก็กิโลกรัมละ ๔๐ บาทครับท่านประธาน ได้รับความจน กันถ้วนหน้านะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องที่ตื่นแล้วนะครับก็เดินมาบอกผมว่าฝากหารือไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะรัฐบาลให้ช่วยทำให้ราคายางได้ ๑๒๐ บาทด้วยครับ ๖๐ บาท หรือ ๖๕ บาทอยู่ไม่ได้นะครับ และขอยืนยันว่าคนพิการ อย่างผมและเพื่อน ๆ พี่น้องคนพิการไม่ใช่ภาระและไม่ใช่ผู้สร้างปัญหาในสังคมนี้ แต่ภาระ และปัญหาของสังคมในปัจจุบันนี้ก็คือผู้ปกครองและคณะต่างหากเล่า ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผมมีเรื่องที่จะได้รับคำร้องเรียน จากราษฎรในเขตตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ที่ประสบปัญหา การขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและทำการเกษตร สืบเนื่องมาจากตั้งแต่วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ นั้น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย ท่านวิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้ส่งที่ปรึกษาลงพื้นที่เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และได้มีมติให้ก่อสร้างแก้มลิงอเนกประสงค์ ต่อมาจังหวัดปราจีนบุรีได้ขอรับการสนับสนุน งบประมาณการก่อสร้างจากกรมชลประทานเพื่อให้ดำเนินการที่จะก่อสร้างโครงการแก้มลิง ซึ่งโครงการนี้จะสามารถช่วยให้ราษฎรในตำบลวังตะเคียนถึง ๓,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ประชาชนประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน และศูนย์วิจัยการพัฒนาการเกษตรในเนื้อที่ ๑,๕๐๐ ไร่ อีกทั้งโครงการฝายห้วยไคร้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และปัญหานี้ โครงการอยู่ที่ความรับผิดชอบของกรมป่าไม้เพื่อจะใช้พื้นที่ประมาณ ๒๐๐ ไร่ ขุดลึก ประมาณ ๕ เมตร เก็บน้ำได้ ๑.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งโครงการชลประทานยังอยู่ใน ขั้นตอนของการขออนุญาตพื้นที่กรมป่าไม้ ปัญหามันคือกรมชลประทานต้องได้รับ ความยินยอมการใช้พื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดปราจีนบุรีที่จะนำมาใช้พื้นที่ ดังนั้น และอายุสัญญาก็กำลังจะหมดลงประมาณเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ กระผมจึง กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพได้โปรดเร่งรัดให้กรมวิชาการเกษตรให้คำยินยอมกับ กรมป่าไม้ เพื่อกรมป่าไม้จะได้อนุญาตให้กรมชลประทานขุดลอกคลองเพื่อประโยชน์กับ ประชาชนต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ตามด้วยท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ท่านประธานที่เคารพครับ อยากให้สภาเวลามีการหารือช่วยทำสรุปติดตาม นอกจากส่งเอกสารตรงให้กับสมาชิกจะเป็นพระคุณยิ่งนะครับ เพราะว่าหลายหน่วยงานนั้น ก็แค่ส่งมาบอกว่ากำลังดำเนินการอยู่แล้วก็หายเข้าไปในกลีบเมฆ ๒ ปีมานี้นี่ผมหารือไป หลายเรื่องนะครับไม่มีความคืบหน้า แล้วก็ไม่มีการติดตามผลอย่างชัดเจนนะครับ จะขอหารืออีกครั้งเป็นครั้งที่ ๔ ครับท่านประธาน ขอป้ายรถเมล์ที่ถนนพระยาสุเรนทร์ เลียบคลองสอง ถนนหทัยราษฎร์ ถนนนิมิตใหม่ ถนนประชาร่วมใจ ถนนคู้บอน รบกวนไปยัง ขสมก. หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานครและกระทรวงคมนาคมครับ หารือ เป็นครั้งที่ ๔ เช่นเดียวกันครับ เดี๋ยวนี้คนย้ายไปอยู่เขตรอบนอกกันเยอะ โดยเฉพาะ เขตคลองสามวาบ้านผมประชากร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนแล้วนะครับ สภาพการจราจรชั่วโมง เร่งด่วนติดขัดอย่างหนักก็ขอความร่วมมือไปยังสำนักงานจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร และกระทรวงคมนาคมได้โปรดดำเนินการสะพานข้ามแยกใหญ่ ๆ หลายจุดด้วยกันนะครับ เช่นถนนพระยาสุเรนทร์ตัดกับถนนปัญญาอินทรา แล้วก็ถนนคู้บอนตัดกับถนนเลียบคลองสอง แยกจ่าเฉยที่ถนนหทัยราษฎร์ ถนนนิมิตใหม่ ถนนประชาร่วมใจ แล้วก็อีกหลากหลายจุดครับ ในชั่วโมงเร่งด่วนครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ มีชาวบ้านที่เขตลาดพร้าว เขตสายไหม เขตบางเขน ที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวที่ถูกรื้อย้าย แล้วก็ถูกย้ายไปอยู่เขตบ้านผมที่บริเวณ บึงนายพลนี่นะครับ หลายจุดนั้นบอกว่ายังไม่สามารถย้ายไปได้ แต่ว่าถูกขับไล่ที่บริเวณ ริมคลองลาดพร้าวเป็นที่เรียบร้อย ถามรัฐบาลโดยเฉพาะในยุค คสช. ต่อเนื่องมายังรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับว่าท่านจะดำเนินการแบบไหน อย่างไร คนเขาไม่มี ที่อยู่อาศัยไปที่นั่นก็มีแต่บึงยังไม่มีสถานที่นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ป้ายเถื่อนหมู่บ้านจัดสรรติดกันทุกวัน เก็บกันทุกวัน แล้วก็ทิ้งขยะริมทาง โดยเฉพาะถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) เลียบทางด่วน โดยเฉพาะเขต คลองสามวานะครับเจ้าหน้าที่เก็บเช้า กลางวัน เย็น แล้วก็พอกลางคืนก็ไปติดอีก น่าจะมี บทลงโทษที่สำคัญแล้วก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ฝากรัฐสภาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมศักดิ์ คุณเงิน และตามด้วยคุณจิราพร สินธุไพร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอมัญจาคีรี อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากนางสงกรานต์ โสภาศรี นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลโนนทอง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยคณะครูและผู้ปกครอง นักเรียน กระผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าเขามีทุกข์ในพื้นที่ที่จะขออาศัย สภาผู้แทนราษฎรได้สะท้อนถึงปัญหาความทุกข์ร้อนของเขา ๒ ประการ🔗
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ดูตาม ภาพที่ได้นำเสนอขาดสะพานลอยเข้าโรงเรียน ๒ แห่ง ในเขตตำบลโนนทอง ผู้ปกครอง ต้องมาทำสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามแผงที่กั้นถนนเข้าไปสู่โรงเรียน ทั้งโรงเรียนบ้านกุดเลา และโรงเรียนบ้านโนนทอง ทำให้การสัญจรไปมาซึ่งเป็นถนน ๔ เลน (4 Lane) ชุมชนอยู่อีก ซีกหนึ่งของโรงเรียนต้องได้รับความยากลำบาก และข้อสำคัญเกรงปัญหาเรื่องความปลอดภัย เรื่องอุบัติเหตุจราจร เพราะฉะนั้นจึงใคร่ขอร้องทุกข์ให้หน่วยงานของกรมทางหลวงได้กรุณา ไปดำเนินการสร้างสะพานลอยเข้าสู่โรงเรียนทั้ง ๒ แห่ง แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และความปลอดภัยให้กับพี่น้องครู นักเรียน ผู้ปกครองโรงเรียนทั้ง ๒ แห่งต่อไปด้วยครับ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่าถนน ๔ เลน (4 Lane) เส้น ขอนแก่น หมายเลข ๒๐๓๘ ผ่านเขตเทศบาลตำบลโนนทอง จาก ๔ เลน (4 Lane) กลายเป็น ๒ เลน (2 Lane) ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษเหลือเพียง ๒ เลน (2 Lane) เป็นถนนคอขวดเป็นระยะเวลา ๑๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตฝากกราบเรียนไปยัง กรมทางหลวงได้กรุณาปรับปรุงซ่อมแซมให้เป็น ๔ เลน (4 Lane) ตลอดแนวก็จะแก้ไข ปัญหาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจิราพร ตามด้วยคุณสุชาติ อุสาหะ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ🔗
ประเด็นแรก ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้พิจารณาดำเนินการ ๓ โครงการ ดังนี้🔗
โครงการแรก ขอให้สำรวจออกแบบและจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้มี การขุดลอกบึงโดน บ้านพนัส ตำบลชานุวรรณ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด โดยบึงดังกล่าวมีพื้นที่กว่า ๔๐๐ ไร่ แต่ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน วัชพืชขึ้นหนาแน่น มีสภาพ แห้งขอดทั้งปีทำให้ชุมชนมีน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค🔗
๒. ขอให้เร่งรัดโครงการแก้มลิงและอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองซ่ง พื้นที่กว่า ๘๐๐ ไร่ ปัจจุบันได้สำรวจออกแบบประมาณการเรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้าสามารถขุดลอกได้จะเกิด ประโยชน์ในการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรอุปโภคบริโภคครอบคลุมกว่า ๕ ตำบล ในอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ ตำบลอาจสามารถ ตำบลโหรา ตำบลหนองบัว ตำบลขี้เหล็ก ตำบลบ้านดู่🔗
๓. ขอให้เร่งรัดดำเนินการโครงการแก้มลิงและอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ร่องหมากเยาว์ พื้นที่กว่า ๒๐๐ ไร่ ตั้งอยู่บ้านหนองยาง ตำบลโพนทราย อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัด การดำเนินการโครงการแก้มลิงหนองหวาย ตั้งอยู่บ้านหนองจาน ตำบลดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่กว่า ๒๐๐ ไร่ แต่ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บนำไว้ใช้ใน ฤดูแล้งได้🔗
ประเด็นที่ ๓ ขอให้รัฐบาลโดยเฉพาะคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ช่วยเร่งรัดการใช้ธนาคาร น้ำใต้ดินในการแก้ปัญหาภัยแล้งในการแก้ปัญหาในระยะเฉพาะหน้าโดยด่วนค่ะ และขอให้ นายกรัฐมนตรีเร่งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้งเสนอโครงการ เพื่อเข้ารับงบประมาณเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนโดยเร็วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุชาติ ตามด้วยคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรี ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่อง ขอให้ทบทวนโครงการอุดหนุนสมทบ ค่าเครื่องอุปโภคและบริโภคแก่พระภิกษุสามเณรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ ไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ซึ่งเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ก็ได้ทำเรื่องขอให้ทบทวนก็สอดคล้องกับคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ก็ทำหนังสือเรื่องนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่าขอให้ทบทวน เรื่องนี้เรื่องเดิม คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ เห็นชอบในหลักการจัดสรร งบประมาณอุดหนุนให้วัดที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) สรุปในสาระซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาขอขึ้นมา ก็คือว่าขอให้เยียวยาพระภิกษุ สามเณร ทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบ จำนวน ๒๕๒,๘๕๑ รูป จากวัดทั่วประเทศ ๔๒,๑๘๘ วัด ในอัตรา ๖๐ บาทต่อรูป เป็นเวลา ๖๐ วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๙๑๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งพระภิกษุรูปหนึ่งก็จะได้สักประมาณ ๓,๖๐๐ บาทต่อรูป แต่เรื่องนี้มันเกิดปัญหาก็คือ สภาพัฒน์มีความเห็นว่าพระภิกษุ สามเณร สรุปว่าไม่อยู่ในกลุ่มที่จะเยียวยา แล้วก็ความเห็น ของสภาพัฒน์ข้อหนึ่ง ก็คือว่าในกรณีของพระภิกษุและสามเณรเป็นบุคคลที่มีสรณะถึง พร้อมด้วยปัจจัยสี่อันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต อีกทั้งวัดยังได้รับเงินอุดหนุนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประจำอยู่แล้วทุกปี ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ก็อยากจะ กราบเรียนเรื่องนี้ผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านเองก็เคยเป็นเด็กวัดนะครับ อยู่วัดนวลนรดิศมาเก่า หรือแม้กระทั่งท่านประธานชวน หลีกภัย เองก็เคยอยู่วัด อยากให้ท่านได้ช่วยเรื่องนี้ผลักดันตามเอกสารที่ผมส่งนี่ส่งต่อให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อทบทวนและเยียวยาเรื่องนี้เป็นการด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ ตามด้วยนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ นะครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธาน ครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์🔗
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ในพื้นที่ตำบลเกาะไร่ ตำบลเทพราช ตำบลคลองประเวศ และตำบลบางกรูดในอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ พวกเขาประสบปัญหาภัยแล้งมายาวนาน แล้วก็ต้องการน้ำเพื่อให้ใช้ในการเกษตรอย่างรุนแรง น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ด้วยความที่ มันแห้งผิดปกติ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยน้ำจากประตูน้ำพระองค์เจ้าไชยานุชิต เปร็งครับ เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือจะด้วยวิธีการใดก็ได้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหา ของพวกเขา🔗
เรื่องที่ ๒ คล้ายคลึงกับเรื่องแรกครับท่านประธาน ประชาชนในพื้นที่ ตำบลหนองตีนนก ตำบลสิบเอ็ดศอก ตำบลดอนทราย และตำบลหนองบัว อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกันครับในเรื่องของน้ำที่ใช้ในการอุปโภค บริโภคแล้วก็น้ำที่ใช้ในการเกษตร รวมถึงน้ำประปาด้วยครับ ซึ่งพวกเขาขาดแคลนครับ น้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงอยากให้ปล่อยน้ำจากเขื่อน คลองสียัดผ่านคลองท่าลาดและผันมายังฝายท่าลาดขึ้นคลองปูนแล้วก็ผ่านมายังพื้นที่ที่พี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนครับ แล้วก็อย่างไรฝากให้ดำเนินการโดยเร่งด่วนครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่มีมายาวนาน แล้วก็ยังไม่มีใครเข้าไปดูแลจัดการครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพิชชารัตน์ ตามด้วยท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือกับท่านประธานค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมรัฐบาลนะคะที่ไม่ได้เลือก การล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศในการควบคุมการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่นี้ เพราะการประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศ สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจทั้งประเทศอย่างมหาศาล แต่การระบาดระลอกใหม่นี้ นะคะ รัฐบาลได้ประกาศปิดพื้นที่ ๒๘ จังหวัด ให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดตั้งแต่ต้นเดือน มกราคมที่ผ่านมา การประกาศในครั้งนั้นส่งผลกระทบให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และภาคบริการได้รับผลกระทบอย่างสาหัสอีกครั้งหนึ่งค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่า เศรษฐกิจในพื้นที่ของ ๒๘ จังหวัดนั้น คิดเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ของประเทศไทย เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมานั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถออกคำสั่งปิดกิจการ หรือให้ปิดการดำเนินงานของโรงแรม เพื่อให้เข้าถึงความช่วยเหลือของประกันสังคมได้ ทำให้บรรเทาความสูญเสียได้ส่วนหนึ่ง ของผู้ประกอบการค่ะ แต่อย่างไรก็ดีค่ะ ผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยวและภาคบริการนั้น ได้รับความบอบช้ำมาตั้งแต่การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในปีที่ผ่านมา หลายกิจการต้องปิดตัวลงค่ะ สาเหตุหลัก ๆ มาจากค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องแบกรับ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ดอกเบี้ยธนาคาร และที่สำคัญก็คือเงินเดือนพนักงานค่ะ เพื่อให้มี การรักษาการจ้างงานไว้ในระบบ ดิฉันจึงขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อให้โครงการจ้างงานในระบบได้ ต่อไปค่ะ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย และให้ธุรกิจมีสภาพคล่อง ให้ผู้ประกอบการจะได้ไม่ต้อง ปิดกิจการลง และสามารถต่อลมหายใจให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยไว้ได้ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรัณย์ ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือกับ ท่านประธาน ๓ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ได้รับการร้องเรียนจากนายมนูญ บุตตะนาม ซึ่งเป็นราษฎร ตำบลภูหอ เรื่องการขอให้มีการซ่อมแซมและการพัฒนาศาลพญาช้าง ซึ่งเป็นที่เคารพของ ประชาชนชาวภูหลวงนะครับ เนื่องจากศาลดังกล่าวไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานาน และยังจะเป็นการช่วยรักษาวัฒนธรรมและความเชื่อท้องถิ่นของประชาชน ก็ฝากไปยัง กระทรวงวัฒนธรรมด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายกล้าณรงค์ ผุยชาดำ เป็นเรื่องของ อ่างเก็บน้ำครับ อ่างเก็บน้ำห้วยยางที่อำเภอภูกระดึงตอนนี้ขาดการดูแลเป็นเวลานานครับ เนื่องจากหน่วยงานไม่สามารถของบประมาณได้ จึงฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีกรมชลประทาน ก็ฝากไปด้วยนะครับว่าช่วยจัดสรรงบประมาณลงมา เพื่อดูแลด้วยครับ ตอนนี้อ่างเก็บน้ำดังกล่าวสามารถใช้ได้เพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขาดการดูแลมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากนายณรงค์ วงษา ซึ่งเป็นกำนัน ตำบลหนองหญ้าปล้อง ตอนนี้มีรถบรรทุกหนักผ่านหมู่บ้านทั้ง ๘ หมู่บ้านในตำบลหนองหญ้าปล้อง ไม่เป็นเวลาครับ ไม่ว่าจะเป็นการขนหินหรือว่าสินค้าเกษตรต่าง ๆ ซึ่งรถดังกล่าวนั้นพอผ่าน เข้าไปในที่ชุมชนก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว ทั้ง ๘ หมู่บ้าน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดหาเส้นทางในการเลี่ยงหมู่บ้านทั้ง ๘ เพื่อที่จะแก้ไขความเดือดร้อนให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน อีกทั้งเรื่องความปลอดภัยของ นักเรียนแล้วก็เด็ก ๆ ในชุมชนดังกล่าวด้วยครับ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบัญญัติครับ ตามด้วยนางสาวละออง ติยะไพรัช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธานถึงรัฐมนตรี ๓ ท่าน ดังนี้ครับ🔗
หารือเรื่องที่ ๑ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินให้แก่อำเภอเขาชะเมา อำเภอแกลง และจังหวัด ระยอง โดยให้กรมป่าไม้ได้เร่งรัดส่งมอบที่ดินที่เป็นป่าเสื่อมโทรมที่พี่น้องประชาชน อาศัยมาหลายสิบปีแล้วให้หน่วยงาน ๒ หน่วยงานด้วยกัน หน่วยงานที่ ๑ ก็คือหน่วยงาน ส.ป.ก. หน่วยงานที่ ๒ ก็คือ คทช. ส.ป.ก. คือสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม อันนี้ชาวบ้านก็จะบอกว่าภาษีดีหน่อยได้ ๕๐ ไร่ ส่วน คทช. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ อันนี้ได้ ๒๐ ไร่ ถ้าพื้นที่ไหนที่ออก ส.ป.ก. ได้ก็ให้ออก ส.ป.ก. พื้นที่ไหนที่ออกไม่ได้ก็ให้ออก คทช. และเร่งรัดปักปันเขตป่าอนุรักษ์และพื้นที่ ป่าสงวนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการบุกรุกให้เด็ดขาดนะครับ🔗
หารือเรื่องที่ ๒ ครับ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยให้ กระทรวงมหาดไทยไปตรวจสอบว่ามีผู้บุกรุกที่ดินของรัฐในหมู่ ๔ ตำบลพังราด และหมู่ ๑๑ ตำบลกองดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยองหรือไม่ ถ้ามีให้ดำเนินคดีด้วย แล้วก็ถ้าอย่างไรเสีย ให้ปักปันสอบเขตแล้วก็ทำเขตเพื่อป้องกันการบุกรุกต่อไป🔗
เรื่องสุดท้ายเรื่องที่ ๓ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้กรมเจ้าท่า เร่งรัดก่อสร้าง ซ่อมแซมท่าเรืออ่าวมะขามป้อม ซึ่งปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม ผมได้หารือ ในสภาตั้งกระทู้ถามหลายครั้งแล้วแต่ว่ายังไม่ได้งบประมาณ อยากจะได้งบประมาณ ปี ๒๕๖๕ นี้ เพราะว่าปัจจุบันเหลือเหล็กเส้นโผล่แล้ว แล้วก็ปิดป้ายห้ามใช้งานนะครับ รายละเอียดผมจะขอส่งเอกสารให้ท่านประธานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณละออง ตามด้วยนายศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขอเจาะน้ำบาดาลบริเวณบ้านหนองบัว บ้านเด่น ตำบลสันทราย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพราะว่ามันจะสามารถแก้ไขปัญหา ความยากจนของพี่น้องประชาชนได้และช่วยลดต้นทุนของพี่น้อง และในการหารือเรื่อง การเจาะน้ำบาดาล ดิฉันได้หารือท่านประธานในหลาย ๆ ครั้งแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข🔗
อันที่ ๒ ในเรื่องของความยากจนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ตอนนี้เรา ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั่วประเทศมีคนตกงาน มีคนอดอยาก มีคนยากลำบาก กิจการต่าง ๆ ของ พี่น้องประชาชนล้มเหลวเจ๊งระเนระนาดถือว่าอย่างนี้ได้ แต่ในส่วนหนึ่งก็คือข้าราชการ ดิฉัน ก็ขออภัยข้าราชการทุกท่านนะคะว่ายกเว้นข้าราชการจริง ๆ ยังได้เงินเดือนปกติ โดยเฉพาะ ข้าราชการระดับสูงนี่เงินเดือนก็มาก และสภาผู้แทนราษฎรของเราเองก็ตามในเรื่องของ การรับประทานอาหาร ดิฉันขอใช้เวลานี้ว่าเราก็สามารถที่จะลด ๓ มื้อเป็น ๑ มื้อได้ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรถ้าเราประหยัดได้นี่ นะคะสามารถที่จะไปช่วยเด็กยากจน โรงเรียนในหลาย ๆ ที่ที่ให้เด็กรับประทานอาหาร ในช่วงวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ และโดยเฉพาะนะคะท่านประธาน วันนี้ถ้าหน่วยงานราชการ ยังปกติ เวลาราชการที่หยุดก็ยังมีการชดเชยกันอยู่ร่ำไปอย่างนี้นะคะท่านประธาน และการเยียวยาต่าง ๆ ที่ให้พี่น้องประชาชนเหมือนกับหว่านต้องใช้เทคโนโลยี ต้องใช้เอไอ (AI) ในการที่จะหาคนที่จะได้มารับเหมือนเล่นเกมอย่างนี้ค่ะ เพื่อจะได้รับการเยียวยาได้รับ การช่วยเหลือ แต่วันนี้ดิฉันอยากให้รัฐบาลช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นท้องที่ต่าง ๆ ช่วยกันดูว่า ตรงส่วนไหนที่จะต้องรับการแก้ไข ส่วนไหนที่เราจะช่วยแก้ไขให้พี่น้องประชาชนได้นี่ รัฐบาล ต้องใช้ความสามารถแล้วก็ต้องใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่เอามาใช้เหมือนจะเล่นเกม แต่เราจะต้อง หาข้อมูลและงานวิจัยว่าส่วนไหนควรที่จะต้องได้รับการแก้ไข วันนี้มันเป็นปัญหา หนักจริง ๆ ต้องขออภัยท่านประธานที่ใช้เวลาเกินไปนิดหนึ่งนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตรา ตามด้วยท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีปัญหาเรื่องถนนเกือบทุกสายในเขตเทศบาล นครหาดใหญ่ที่มีพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ใช้กันทุกวันครับ เนื่องจากมีการขุดเจาะถนน เพื่อทำโครงการเสาไฟฟ้าลงดิน สายสัญญาณลงดินโดย กสทช.🔗
โครงการนี้ถ้าเสร็จคงดีกับชาวบ้านครับ แต่ระหว่างที่ทำนี่พวกเราต้องเจออุบัติเหตุรายวันครับท่านประธาน รถชน รถล้ม มอเตอร์ไซค์คว่ำจากการที่ กสทช. ขุดเจาะถนนแล้วไม่ทำกลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และปลอดภัย จนคนบ่นว่าฉิบหายกันหมดแล้วอย่ามักง่าย ขออภัยครับ ขอถอนคำว่า ฉิบหาย เป็น หาฉิบไม่เจอ ทำเสร็จแล้วช่วยคืนความปลอดภัยให้ชาวหาดใหญ่ด้วย ชาวหาดใหญ่เขาฝากบอกมา🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องถนนตำบลคลองแหที่มาจากถนนกาญจนวนิช ผ่านบ้านเกาะหมีแล้วไปออกถนนเส้นลพบุรีราเมศวร์ ชาวบ้านใช้ถนนเส้นนี้เป็นทางลัดครับ เพราะสามารถลัดไปได้หลายแห่ง แต่ท่านทราบไหมครับว่าถนนเส้นนี้มีคนเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุเนื่องจากถนนพัง เพราะมีรถขนาดใหญ่วิ่งเป็นจำนวนมาก อบจ. ก็เข้ามาซ่อมครับ แต่ซ่อมแล้วพัง พังแล้วซ่อม ซ่อมแล้วพัง พังแล้วซ่อม ไม่จบครับ เพราะซ่อมเสร็จรถที่มี น้ำหนักเกินก็ผ่านมาก็พังอยู่ดีนะครับ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนเป็นคอนกรีต หรืออะไรก็ได้ที่สามารถรับรถทุกขนาด ได้ทุกชนิดนะครับ ก็ฝากท่านประธานถึงหน่วยที่ เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมมุตินะครับ ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาชาติ เศรษฐกิจ ที่พอเพียงคือส่วนหนึ่งของการสร้างสันติสุข ผมได้พบปะกับกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่อำเภอยะรัง ซึ่งได้เสนอโครงการผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่วันนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ สิ่งที่เขาขอก็คือโครงการส่งเสริมอาชีพตัดเย็บผ้า ทำขนม ทำผ้าบาติก (Batik) พื้นเมือง ในพื้นที่ตำบลปิตูมุดี ตำบลเขาตูม ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เรื่องนี้ผ่าน กระทรวงมหาดไทยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือในพื้นที่อำเภอยะรังเรายังไม่มีสนามฟุตบอลที่มีมาตรฐาน เหมือนกับอีกหลาย ๆ ตำบลของพื้นที่จังหวัดปัตตานี เราอยากเสนอต่อกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็คือโครงการปรับปรุงสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ๑๑ คน เราขอสร้างที่ตำบลวัด อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อให้เยาวชนประชาชนได้ใช้เป็น สถานที่ออกกำลังกาย ฝึกซ้อม แข่งขันกีฬา จัดกิจกรรมนันทนาการในพื้นที่ และหวังว่า เราจะได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องนี้ผมเองได้พูดในสภาครั้งแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่ง เพื่อน ส.ส. พรรคประชาชาติหลายท่านก็พูด นั่นก็คือเรื่องอาหารกลางวันของศูนย์จริยธรรม ประจำมัสยิดหรือตาดีกา ซึ่งวันนี้ก็ผ่านมาเกือบ ๒ ปีก็ไม่มีวี่แววใด ๆ ขอฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลให้กับน้อง ๆ ตาดีกา หวังว่าน้อง ๆ จะไม่พูดคำว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลแห่งนี้ใจดำ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพยมครับ ตามด้วยท่านวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ ตำบลรอบนอก เทศบาลนครหาดใหญ่ รวมไปถึงอำเภอนาหม่อมทั้งหมด วันนี้กระผมมาขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในนาหม่อม ไม่ใช่เป็นเชิง ความเดือดร้อนทั้งหมดนะครับ มันผสมผสานกัน แต่เป็นข้อเสนอแนะของ อบต. ในพื้นที่ของ ตำบลพิจิตร ด้วยเหตุว่าเมื่อประมาณ ๘ ปีที่ผ่านมานะครับ ชลประทานโดยก่อสร้างกลาง สำนักงานชลประทานที่ ๑๖ ได้ก่อสร้างพรุพลีควาย ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ ๘ ปีครับ จนถึงบัดนี้ยังเสร็จไม่เรียบร้อยด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ กระผมเคยเข้าใจผิดนะครับ ต้องขอโทษด้วย เคยหารือไปครั้งก่อนเข้าใจว่าเป็นเรื่องปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการคอร์รัปชัน แต่จริง ๆ แล้วในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน เกี่ยวกับเรื่องปัญหาเวนคืนหรือสิ่งต่าง ๆ ก็เป็นอันว่า ๘ ปีแล้วยังไม่เสร็จ ระยะนี้ก็เสร็จไปบางส่วน การประปายังถ่ายโอนให้กับองค์การบริหาร ส่วนตำบลพิจิตรยังไม่ได้ ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตรนั้นมีความต้องการเรื่อง การประปา เนื่องจากว่าเครื่องใช้ในการประปายังไม่เรียบร้อย สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด เพราะที่นี่ถือเป็นศูนย์การออกกำลังกายระหว่างตำบลนาหม่อมกับตำบลพิจิตรนะครับ ตอนเย็น ๆ ตอนเช้าพี่น้องประชาชนก็ไปออกกำลังกายกันมากมายถือว่าเป็นศูนย์การออกกำลังกาย หรือศูนย์สันทนาการแห่งหนึ่งเพราะเป็นธรรมชาติที่ดี แต่ทางก่อสร้างกลางของสำนักงาน ชลประทาน ๑๖ ยังไม่ได้ก่อสร้างถนน ซึ่งทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจสอบ ผู้ตรวจ สำนักนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบและสัญญากับประชาชนว่าจะก่อสร้างให้เสร็จในปี ๒๕๖๔ หรือปี ๒๕๖๕ อย่างน้อยที่สุดก็ขอฝากผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนที่นี่ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสิษฐ์ ตามด้วยท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย เรื่องหารือวันนี้ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในอำเภอเวียงป่าเป้า ซึ่งไปขอรับบริการในเรื่องการรักษาพยาบาล การดูแลรักษา ความเจ็บป่วยที่โรงพยาบาลอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลแห่งนี้ อำเภอเวียงป่าเป้ายกฐานะเป็นโรงพยาบาล ๑๐ เตียง เมื่อประมาณปี ๒๕๑๘ ปัจจุบันนี้ เป็นโรงพยาบาล ๙๐ เตียง ได้ขยายมาเมื่อปี ๒๕๕๙ แต่ท่านประธานครับ โรงพยาบาล อำเภอเวียงป่าเป้าได้รับการสนับสนุนงบประมาณในเรื่องอาคารจากทางรัฐบาล หลังสุด อาคารที่ก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๓๐ ครับท่านประธาน ๓๒ ปี ที่ผ่านมา ๓๐ กว่าปีไม่มีงบประมาณ จากทางรัฐบาลได้ไปช่วยเหลือเลย ที่ผ่านมาในพื้นที่พี่น้องประชาชน คหบดี ตลอดจนผู้นำ ชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แม้แต่พระสงฆ์ก็ต้องเรี่ยไรหาเงินสนับสนุนเพื่อให้กิจการ โรงพยาบาลเดินมาได้ สถิติหลังสุดโรงพยาบาลเวียงป่าเป้ามีผู้ป่วยมาใช้บริการปีละ ร่วม ๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะให้บริการอำเภอใกล้เคียงด้วย ไม่ว่าอำเภอวังเหนือ ลำปาง ไม่ว่าอำเภอพร้าวที่จังหวัดเชียงใหม่ แม้แต่อำเภอแม่สรวยในจังหวัดเดียวกันก็มาใช้บริการ แห่งนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอนำปัญหานี้แจ้งไปทางรัฐบาลว่าอาคารสถานที่ขาดแคลนมาก บุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนอย่างสูง พื้นที่โรงพยาบาลมีถึง ๓๖ ไร่ ยังสามารถ ก่อสร้างอาคารได้ ก็ขอนำเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขช่วยดำเนินการด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งต้องขอชื่นชม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านเป็นรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่มาก จังหวัดเชียงรายท่านไปบ่อยครั้ง วันนี้ชาวเชียงราย ขอฝากขอบพระคุณท่านด้วยนะครับ และขอช่วยดูแลที่อำเภอเวียงป่าเป้าด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒิพงษ์ ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ขอหารือปัญหาพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่อง เรื่องถนนแล้วก็เรื่องอาคารโรงเรียน🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจาก นายกสด มุระภา และก็รองนายกขาว อบต. เตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ว่าถนน ๒ เส้นมีความชำรุดทรุดโทรมเสียหายนะครับ เส้นที่ ๑ ก็คือเส้นเชื่อมตำบลระหว่าง ตำบลเตยไปถึงตำบลยางสักกระโพหลุ่มผ่านบ้านหนองเค็ม ดอนก่อ แล้วก็เหล่าข้าว เป็นจำนวน ๗ กิโลเมตร แล้วก็เส้นที่ ๒ เส้นจากบ้านหนองเค็มไปจนถึงบ้านผาสุก ถนนชำรุด ทรุดโทรมเป็นจำนวน ๑.๕ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นจึงอยากนำเรื่องนี้ให้ท่านประธาน ฝากเสนอเรื่องไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อที่จะบรรจุข้อบัญญัติจังหวัด ให้จัดทำแผนในปี ๒๕๖๕ เพื่อจะมาก่อสร้างถนนทั้ง ๒ เส้นดังกล่าวด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมในฐานะประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเขื่องใน (เจริญราษฎร์) อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปตรวจ เยี่ยมประเมินผลงานวิชาการครูหลาย ๆ ท่าน แล้วก็ได้รับการร้องเรียนมาว่าโรงเรียนแห่งนี้ ได้มีผลงานมีระดับโรงเรียนคุณภาพชุมชน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานี เขตที่ ๑ แต่ว่าจำนวนนักเรียน ๑,๗๐๐ คน ยังขาดอีกหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างครับ ซึ่งร้องเรียนเข้ามาก็คือ ๑. อาคารเรียนขนาด ๔ ชั้น งบประมาณ ๒๒ ล้านบาท๒. บ้านพักครู ๘ ห้อง ๒ อาคาร จำนวน ๑๐ ล้านบาท และ ๓. อาคารอนุบาล ห้องน้ำอีก ๒ หลัง จำนวน ๓ ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ชุมชนประจำเขตพื้นที่ เป็นจำนวนเงิน ๓๕ ล้านบาท จึงฝากท่านประธานฝากไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สพฐ. ให้จัดสรรงบประมาณ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นลำดับต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วยท่านจารึก ศรีอ่อน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย วันนี้จะขออนุญาตสไลด์ (Slide) สัก ๕ แผ่นนะครับท่านปราน ได้ขออนุญาตแล้ว🔗
ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตนำเรียนปรึกษาหารือท่านประธานก็คือขอให้เพิ่ม ขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นนักรบแนวหน้าของโควิด (COVID) นะครับ สืบเนื่อง จากมีพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ถือว่าโรคระบาด ในมนุษย์เป็นสาธารณภัย และทางกระทรวงมหาดไทยได้มีข้อยกเว้นเพื่อที่จะขยายวงเงิน ในการทดลองเป็นเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากจังหวัดละ ๑๐ ล้านบาท เป็น ๕๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แต่ ๕๐ ล้านบาทนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับส่วนใหญ่ ก็เอาไปจัดงานอีเวนต์ (Event) เพื่อที่จะสเตตควอรันทีน (State Quarantine) บ้าง เพื่อที่จะ ส่งเสริมข้อมูลต่าง ๆ เอามาให้ ศบค. หรือส่วนกลางเพื่อที่จะเป็นที่ชื่นชมของ การปราบปราม การป้องกัน ควบคุมพี่น้องประชาชน สิ่งที่ผมอยากเรียนท่านประธานก็คือว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของจุดคัดกรองจุดตรวจแต่ละจังหวัด ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ขาดการเหลียวแล ได้ค่าอาหาร ๕๐ บาทต่อมื้อต่อวัน บางที่ไม่ได้เลยครับ บุคคลเหล่านี้ก็คือ มี อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และแม้กระทั่งมีข้าราชการบางส่วน บางทีต้องทำงานทั้ง กลางวัน กลางคืน ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ท่านประธานด้วยนะครับ ที่สำคัญคือตอนนี้เป็น การคาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมืออย่างร้ายแรง เครื่องหมาย ไฟจราจรไม่มีนะครับ หน้ากาก ไม่มี เจล (Gel) ไม่มี แทบทุกจังหวัดครับ สิ่งที่อยากเรียกร้องท่านประธานก็คือขณะนี้บุคคล เหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกละเลย สิ่งที่จะขอคำแนะนำจากภาครัฐก็คือว่าเบี้ยเลี้ยงต้องให้เต็มที่ครับ อันที่ ๒ ก็คือรัฐบาลอาจจะต้องมีการใช้หลักประกันโดยการให้ประกันชีวิตหรือว่าให้เงิน สวัสดิการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สิ่งสุดท้ายครับท่านประธาน วัคซีน ณ วันนี้ยังไม่รู้จะเอาของ ประเทศไหน ถ้าทำไม่ได้ก็บอกให้รัฐบาลเปลี่ยนเถอะครับ แล้วก็พวกเราจะเข้าไปทำแทน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ฝ่ายเทคนิค เห็นท่านวิสารบอกว่ามีคลิป (Clip) ทำไมไม่มีฉายเลย ฝ่ายเทคนิคหลับหรือเปล่า ต่อไปเชิญท่านจารึก ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องน้ำประปาครับท่านประธาน จังหวัดจันทบุรีของผมขณะนี้ เวลานี้ถือว่าเจริญรุ่งเรืองพอสมควรเพราะในแต่ละปีพี่น้องประชาชนสามารถผลิตผลไม้ขาย ไปยังต่างประเทศได้เงินเข้าประเทศหลายหมื่นล้านบาทนะครับ แต่ว่าการตอบสนองในเรื่อง ของสาธารณูปโภคผมมองว่ายังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรครับ โดยเฉพาะเรื่อง น้ำประปา ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในส่วนของน้ำประปาที่ยังไม่มีใช้ ๓ หมู่บ้านครับท่านประธาน บ้านยายร้า บ้านป่าแดง และบ้านหนองโพรง ๓ หมู่บ้านนี้ อยู่ติดกับเทศบาลท่าใหม่แต่ว่าไม่มีน้ำประปาใช้ชาวบ้านต้องขุดบ่อใช้น้ำกันเองครับ ในหน้าฝนไม่มีปัญหาแต่ถ้าในหน้าแล้งขึ้นมาลำบากลำบนกันพอสมควรนะครับ ขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยช่วยให้การประปาส่วนภูมิภาคช่วยไป ดำเนินการขยายเขตให้ด้วยครับ เพราะว่ามันมีประปาที่ใช้ในเทศบาลไปจ่อทั้ง ๓ หมู่บ้าน ไว้แล้วครับแต่ก็ไม่ยอมขยายเขตให้สักที ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรพี่น้องประชาชน เดือดร้อน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
อีกเรื่องครับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องหมาจรจัด จังหวัดจันทบุรีมีแหล่ง ท่องเที่ยวอยู่หลายที่ แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งคือหาดคุ้งวิมานมีหมาจรจัดอยู่เป็นร้อยตัวครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีหมาจรจัดอยู่ที่หาดคุ้งวิมาน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและสร้างความรบกวนให้กับนักท่องเที่ยว ชาวบ้าน อยากจะให้ปศุสัตว์จังหวัดไปดำเนินการทำหมัน เพื่อไม่ให้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วนะครับ เพราะหมา ๑๐๐ ตัวนี่ถ้าเพศเมียเยอะก็จะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือปศุสัตว์จังหวัดจันทบุรีไปดำเนินการทำหมันให้เรียบร้อยครับ เพื่อไม่ให้ สร้างความเดือดร้อนครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารมครับ ตามด้วยท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัด ร้อยเอ็ด ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินให้ประชาชน ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้มีดำริ ที่ได้มีนโยบายออกโฉนดที่ดินใน ๕๐ จังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ ในขอบเขตที่จะออกโฉนดที่ดิน ผมได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล นายเฉวต สุดชารี ว่าในตำบลหัวโทน ตำบลห้วยหินลาด ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็เรียกร้องมาอยากจะให้มีการเร่งรัดออก แล้วก็อยากจะให้อยู่บน หลักธรรมาภิบาล ความเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ของประชาชนคือสิ่งที่สำคัญเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนที่มีที่ดินเป็นของตนเอง นี่นะครับ เขาจะมีกำลังใจในการทำงาน เอาไปเป็นทุน เอาไปเป็นหลักประกัน ในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะหน้าแล้งอย่างนี้เขาจะได้มีที่ดิน แล้วก็ในช่วงโควิด (COVID) กลับไปอยู่บ้านเขาจะได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กราบเรียน ท่านประธานไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย🔗
แล้วก็ท้ายที่สุด อยากกราบเรียนว่าทุกเรื่องที่หารือในสภานี้ ผมกลับบ้าน รับจดหมาย แล้วก็มีลายมือท่านประธานศุภชัย โพธิ์สุ ดีใจครับ แต่สิ่งที่หารือไปมันเหมือน กับว่า ส.ส. พูดไปแล้วก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ เหมือนเรา เล่นละคร รับปากชาวบ้านมาก็เหมือนโกหก ข้าราชการไม่ได้ใส่ใจ ถ้า ส.ส. ไม่ได้อยู่ ฝ่ายบริหาร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมกับท่านเป็นคนอีสาน เพราะฉะนั้น เราอยากจะเห็นการปฏิบัติที่ ส.ส. หารือก็นำไปสู่การทำให้เกิดผล ขอบคุณครับ🔗
ครับ ผมก็ได้รับการร้องทุกข์จากท่าน ส.ส. หลายท่านในเรื่องนี้นะครับ ก็คงจะต้องได้หารือกัน ต่อไปนะครับว่าควรจะวางมาตรการอย่างไรต่อไป เพื่อจะให้เกิดผลประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนให้มากที่สุดนะครับ ต่อไปเชิญท่านอาสพลธ์ ตามด้วยท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน เกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ทำการเกษตร เนื่องจากโครงการก่อสร้าง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านนาทุ่ง ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน ซึ่งดำเนินการก่อสร้าง โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จมาเป็นระยะเวลากว่า ๔ ปีแล้ว🔗
จากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึง วันนี้โครงการดังกล่าวยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เนื่องจากท่อส่งน้ำต่าง ๆ มีการชำรุด แตกหักเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้น้ำจากโครงการดังกล่าวได้ ผมจึงขออาศัยเวทีสภาแห่งนี้กราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาดำเนินการซ่อมแซม โครงการที่ชำรุดเสียหายเช่นนี้ให้สามารถใช้งานได้โดยเร็วต่อไป เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน เพราะสร้างมาแล้ว ๓-๔ ปีก็ยังไม่ได้ใช้ งานตามที่ปรากฏในภาพนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวตำบลจานแสนไชย อำเภอห้วยทับทัน เกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค และบริโภค ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากมาเป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว และการประปา ส่วนภูมิภาคได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้างขยายเขตระบบ จำหน่ายน้ำประปาจากพื้นที่อำเภอห้วยทับทัน มายังตำบลจานแสนไชย เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้โครงการดังกล่าวก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด ผมจึง กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการประปา ส่วนภูมิภาคให้ช่วยพิจารณาและเร่งรัดดำเนินการขยายเขตระบบจำหน่ายน้ำประปา จากพื้นที่อำเภอห้วยทับทันมายังพื้นที่ตำบลจานแสนไชยโดยเร่งด่วนต่อไป เพื่อที่ประชาชน กว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัวจะได้ไม่เดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี ตามด้วยนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นะครับ🔗
หากรัฐใดไม่รู้ผู้ลำบาก จะอยู่ยากแม้ลากไป จะไร้ผล หากรัฐใดไร้น้ำใจให้ปวงชน ความยากจนจะเดือดดานทุกชานเรือน ท่านประธานคะ เป็นกลอนของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. จังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตท่าน แล้วค่ะ ดิฉันกำลังจะพูดถึงความยากลำบาก ยากไร้ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แล้วก็ ความกังวลกับผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่ถูกเรียกเงินคืนค่ะท่านประธาน ก็อยากจะปรึกษา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะแก้ระเบียบนี้ เพราะว่า ผู้สูงอายุทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยยังชีพนะคะ แล้วก็ควรจะออกระเบียบใหม่หรือแก้ ระเบียบเก่าเพื่อให้เขาได้รับตามสิทธิที่ควรจะได้ เพราะว่าเงินบำนาญตกทอดนั้นก็ถือว่าเป็น มรดกของคนในครอบครัว แล้วก็ความผิดที่เกิดขึ้นควรจะหาวิธีนิรโทษกรรม ไม่ควรจะไป เรียกเงินคืนทั้งเจ็บป่วย ทั้งตายไปแล้ว โทรทัศน์ทุกช่องออกรายการนี้ค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ นะคะท่านประธาน ดิฉันได้เคยตั้งกระทู้ถามเรื่องการขุดลอก กุดสร้าง หมู่ ๑ ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มันไม่มีน้ำแล้วค่ะ ท่านประธาน มันมีแต่หญ้า ไม่มีน้ำ แล้วตำบลนี้เป็นตำบลที่คนยากจนที่สุดไม่มีที่ทำกิน ที่ดิน ส่วนใหญ่เป็นที่สาธารณประโยชน์และเป็นที่ในป่า พวกนี้เขาทำมาหากินโดยการเก็บหอย ปู หาปลา แล้วก็หาผลไม้ตามธรรมชาติมาขายริมถนน เพราะฉะนั้นน้ำมันคือชีวิตนะคะ ท่านประธาน เขารอคอยทุกวันว่าเมื่อไรกุดสร้างนี้จะได้ดำเนินการขุดลอกเสียที ใช้งบประมาณไม่มากค่ะ ๑๕ ล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยเหลืออนุเคราะห์ให้เขาได้มีความสุข ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ วันนี้ป้าศรีมาแปลกนะครับ เจ้าบทเจ้ากลอน เป็นคู่แข่งของท่านอนุรักษ์ บุญศล แล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านพัชรินทร์ครับ ตามด้วยท่านวุฒินันท์ บุญชู นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานค่ะ เกี่ยวกับเรื่องของซากรถ เก่าที่จอดทิ้งไว้ที่ข้างถนนค่ะ ท่านประธานคะ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีซากรถเก่าที่จอด ทิ้งไว้ขวางทางจราจรอยู่เป็นจำนวนมากค่ะ ซึ่งเมื่อได้ประสานกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปแล้วก็จะพบอุปสรรคหลายประการในการที่จะขอให้เคลื่อนย้ายรถเหล่านี้ค่ะ ดิฉันก็ต้อง ขอชื่นชมทางท่านรองผู้ว่าสกลธี ภัททิยกุล ที่เข้าใจถึงปัญหาค่ะ แล้วก็ได้เร่งดำเนินการ ในการทยอยเคลื่อนย้ายซากรถเก่าเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีในพื้นที่ของดิฉันเองนะคะ ซึ่งอยู่ในส่วนของกรุงเทพฯ ชั้นในก็มีซากรถเก่าที่จอดทิ้งอยู่จำนวนมากค่ะ จากการจราจร ที่ติดมากอยู่แล้วนะคะ เมื่อเส้นทางจราจรถูกกีดขวางก็ทำให้ติดหนักไปกว่าเดิมเลยค่ะ ดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดำเนินการ เก็บซากรถเก่าเหล่านี้ในบริเวณใต้ทางด่วนจากถนนสีลมมุ่งไปยังสาทรเหนือ เพื่อที่ให้ ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างเต็มพื้นที่ แล้วก็เป็นการช่วยลดปัญหาจราจรที่ติดขัด อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ🔗
สุดท้ายค่ะ ดิฉันขอติดตามเรื่องการจัดระเบียบสายไฟและสายสื่อสาร ในชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน และซอยศูนย์การค้าวรรัตน์ ซอยจันทน์ ๑๖ เขตสาทร ที่เคยได้หารือไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒินันท์ ตามด้วยท่าน ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นปัญหาที่ ตามมาก็คือ เช่น ปัญหาด้านขยะ ปัญหาการจราจร แต่มีอยู่ ๑ ปัญหาครับก็คือปัญหาเรื่อง สุนัขจรจัด เหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ของหมู่บ้านเอื้ออาทรโครงการเทพารักษ์ ๓ ซึ่งมีสุนัขจรจัด หลักหลายร้อยตัวครับ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในชุมชนเอื้ออาทร ผมในฐานะ เป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่ก็อยากจะเห็นหน่วยงานซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักก็คือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มีปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอซึ่งเป็นเจ้าภาพ และอยากจะเห็นเจ้าภาพ ร่วมก็คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็คือการเคหะแห่งชาติซึ่งเป็น เจ้าของพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ร่วมกันแก้ไข ปัญหาเรื่องสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผมอยากจะฝากบอกท่านประธานให้ไปถึง หน่วยงานที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อข้างต้นอยากจะให้ได้งบประมาณหรือบุคลากรเข้ามาช่วยแก้ไข ปัญหาเรื่องสุนัขจรจัดในครั้งนี้ครับ ซึ่งสุนัขจรจัดการแก้ปัญหาต้องมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวนะครับ สุนัขจรจัดสร้างปัญหาให้กับชุมชน แต่การแก้ปัญหาเรื่องสุนัขจรจัด สิ่งที่จะทำก็คือ ๑. ต้องให้สวัสดิการ สวัสดิภาพกับสุนัขตามโครงการสุนัขปลอดโรค คนปลอดภัย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ร้อยเอก จองชัยครับ ท่านวุฒินันท์กรุณาปิดไมโครโฟนด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีข้อหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ในเรื่องที่ ๑ ขอให้กรมประมง🔗
ขออนุญาต สักครู่หนึ่งนะครับ ท่านวุฒินันท์ปิดไมโครโฟนหน่อยครับ เพราะเวลาพวกท่านคุยกันไม่ปิด ไมโครโฟนมันออกอากาศไปข้างนอกนะครับ ฉะนั้นฝากท่าน ส.ส. ด้วยครับ เวลาพูดเสร็จ ขอให้ปิดไมโครโฟนด้วย เพราะเวลาพวกท่านคุยกันต่อมันจะได้ไม่ออกอากาศนะครับ เชิญครับ🔗
ขอให้กรมประมง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ทบทวนปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาอยู่ แล้วก็ผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประมงพื้นบ้านนะครับ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ ๒ ที่กระผมได้นำเรื่องนี้หารือ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงอยากทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าผ่านไปเกือบ ๒ ปีแล้วนะครับเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนที่เกิดขึ้น จึงอยากขอความชัดเจนจากพ่อแม่พี่น้อง ขออภัยครับ เสียงมันสะท้อนหรืออย่างไร ขอโทษครับ จึงอยากขอความชัดเจนจากหน่วยงาน ว่าในช่วงที่มีการหารือไปมีความชัดเจนเกิดขึ้นอย่างไรบ้างนะครับ ก็ที่ผ่านมากฎหมายที่รัฐบาล มีการบัญญัติออกมาก็มีเจตนาดีนะครับ เพราะว่าต้องการให้ได้มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นให้ได้ มาตรฐานไอยูยู (IUU) รวมไปถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมไปถึง การแก้ปัญหาการประมงที่ล้างผลาญนะครับ ในสิ่งที่เกิดขึ้นประมงพื้นบ้านก็ได้มีเหตุการณ์ ที่ชลบุรีมีชาวประมงได้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐก็มีความเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ชาวประมงพื้นบ้านนั้นก็มีความตั้งใจที่จะเจตนาประทังชีวิตในการเลี้ยงชีพ เจ้าหน้าที่รัฐ ก็เช่นกันต้องการที่จะปกป้องท้องทะเลนะครับ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีความลำบากใจ ของพ่อแม่พี่น้องชาวประมงที่หาเช้ากินค่ำก็ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง แก้ไขกฎหมายเพื่อให้พี่น้องชาวประมง ได้ทำการเลี้ยงชีพโดยสุจริตนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบข้อหารือของท่านสมาชิกในวันนี้แล้วนะครับ ผมขออนุญาตเรียน ไปถึงท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่ามีคลิป (Clip) กระผมให้ตรวจสอบ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ฉายออกมา ผมให้ตรวจสอบโดยด่วน ก็ปรากฏว่าท่านเสนอภาพนิ่งจำนวน ๕ ภาพ ซึ่งผมเป็นผู้อนุมัติ ให้ท่านเอง กลัวท่านจะเข้าใจผิดว่าประธานไม่อนุมัติ อนุมัติแล้วแต่เป็นความผิดพลาด ของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างล่างไม่ได้ส่งไปให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างบน ก็ขอรับในความบกพร่อง ตรงนี้แล้วก็จะแก้ไขต่อไป จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ กรุณาเอาใจใส่ ไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ครับท่านประธาน แต่ว่าจะขอท่านประธานเหมือนกับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม เรื่องที่หารือทั้งหมดนี้ของผมก็หารือหลายครั้งครับ แต่พอหลังจากชี้แจงว่าได้ส่งให้หน่วยงานแล้วไม่มีคำตอบ เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าจะกรุณา เพื่อนสมาชิกพวกเราท่านได้กรุณาติดตามทุก ๒ เดือน ๓ เดือนแล้วแต่นะครับ เพราะว่าไม่ใช่พอหนังสือประธานสภาแจ้งให้พวกเราทราบ แต่ว่า หนังสือหน่วยงานนี้ก็อยู่ในระหว่างตรวจสอบ แต่ว่าไม่มีผลคืบหน้า ถ้าเป็นไปได้อยากฝาก ท่านประธานว่าได้กรุณาติดตามให้พวกเราสมาชิกนี่ครับ ทุก ๓ เดือนว่าผลเป็นอย่างไร ขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธาน🔗
ก็จะนำ ข้อหารือของท่านสมาชิกไปหารือกับท่านประธานต่อว่าเราจะมีมาตรการติดตามอย่างไร ต่อนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาเข้าชื่อประชุม จำนวน ๓๑๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม นะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
พอดีประธานมีเรื่องที่จะแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบอยู่เรื่องหนึ่งนะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ผมมีเรื่องที่จะแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งไม่ได้ปรากฏใน ระเบียบวาระนะครับ คือ🔗
๒.๑ รับทราบความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการที่นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีความผิด ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง (๔) มาตรา ๑๑๘ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๑๐ ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษานั้น ทำให้นายเทพไท เสนพงศ์ เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุด แล้วหรือไม่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๖ (๒) จึงต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๖) อันเป็นเหตุ ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายเทพไท เสนพงศ์ สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นวันที่ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง🔗
ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ คือ ๔๘๗ คน หรือ ๔๘๗ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็เท่ากับ ๒๔๔ คนเท่าเดิมนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗
ท่านอำไพ มีอะไร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อำไพ กองมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดปราจีนบุรี ท่านครับ มีเรื่องขุดลอกคลองชลประทานที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สฤษดิ์ บุตรเนียร พูดเมื่อสักครู่นี้ จริง ๆ แล้วที่ขุดคลองไปนั้นไปทางบ้านผมนะครับ เรียนท่านนิดหนึ่งครับ🔗
ท่านอำไพครับ มันเลยระเบียบวาระตรงนั้นแล้ว ผมเข้าระเบียบวาระแล้ว ฉะนั้นเอาไว้หารือในสัปดาห์หน้านะครับ เพราะเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วนะครับ เชิญนั่งครับ ผมเลยลืมเลยว่าถึงไหน🔗
ขออนุญาตหารือท่านประธาน สักไม่เกิน ๑ นาทีครับ เกี่ยวกับการกำหนดวาระการประชุมครับ ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ คือท่านประธานครับในการประชุมในส่วนของญัตติวันนี้ คือผมเข้าใจว่า เรามีญัตติที่คงค้างอยู่จำนวนมากครับ เราถึงจำเป็นที่จะต้องประชุมกันในวันศุกร์เพิ่มเติม แต่ว่าในขณะเดียวกันเราก็มีญัตติด่วนที่ถูกบรรจุในวาระประชุมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีอยู่หลายญัตติ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งญัตติที่เกี่ยวข้องกับขบวนเสด็จครับ ซึ่งเป็น ประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจแล้วก็เป็นห่วง แล้วก็ผมคิดว่าญัตติที่มันลงท้ายด้วยคำว่า ด่วน มันก็ควรจะด่วนจริง ๆ ผมไม่อยากให้สังคมไทยตั้งคำถามกับรัฐสภาของเรา ว่าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของพระบรมราชินีและพระราชโอรส หรือเปล่า แล้วก็ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็น่าจะสนับสนุนให้นำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อนสมาชิกบางท่านถึงขนาดประกาศตัวว่าจะออกมาปกป้องสถาบัน ผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าอยากให้ท่านประธานลองพิจารณาที่จะให้ความเป็นไปได้ครับ ที่จะนำเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณาก่อนครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องด่วนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เมื่อสัปดาห์ ที่แล้วก็มีท่านสมาชิกหารือในเรื่องนี้ ผมก็ได้มอบหมายให้ทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่าย คือทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้หารือกันนะครับ ว่าจะเลื่อนญัตติไหนขึ้นมาพิจารณาก่อน ก็เป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะเสนอเปลี่ยนแปลงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ว่าก็ขอให้ วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้มีการหารือกันนะครับ เพื่อที่จะให้มันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประธานไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างการพิจารณา🔗
๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ (นายชัยชนะ เดชเดโช เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๔ ฉบับ คือ🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการถ่ายโอนภารกิจการกระจายอำนาจ ตลอดจนปัญหาการกำกับดูแลตาม อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันมีลักษณะก้าวก่าย แทรกแซงการปฏิบัติ หน้าที่ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะแก่ประชาชน (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา เรื่อง การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
ทั้งนี้มีญัตติการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นที่มีลักษณะเดียวกันอีก ๘ ฉบับ คือ🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงการปกครองส่วนท้องถิ่น (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และนายพัฒนา สัพโส เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษารูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นางผ่องศรี แซ่จึง และนางเทียบจุฑา ขาวขำ เป็นผู้เสนอ)🔗
๕. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
๖. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
๘. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ น่าจะนำมาพิจารณารวมกัน จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ คุณหมอจาตุรงค์เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อไทย ก็ต้องเรียนว่ากราบขอบคุณท่านประธานนะครับ ก็ต้องเรียนเมื่อ ๒ สัปดาห์ ๓ สัปดาห์ที่แล้วเราได้เลื่อนญัตติเรื่องการบริหารกิจการสาธารณะแล้วก็ถ่ายโอนทางน้ำ ซึ่งเราได้พิจารณาไปแล้ว แล้วก็ได้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา มีการประชุม ๒ ครั้ง และในครั้งนั้น ในการเลื่อนเราเลื่อนของกระทรวงท้องถิ่นและรูปแบบปกครองท้องถิ่นมาด้วยกัน พอที่ประชุมคณะกรรมาธิการซึ่งผมเป็นรองประธาน ท่านบุญสิงห์เป็นประธานและคณะ ก็มีการปรึกษาหารือกันว่าเรากำลังรอญัตติของกระทรวงท้องถิ่นกับรูปแบบปกครองท้องถิ่น ที่จะเข้า ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้เข้าซึ่งติดวาระของอันอื่นที่บรรจุไว้แล้ว สัปดาห์นี้เอาเข้ามา เพราะเราจะมีประชุมครั้งหน้าในวันอังคาร เราจะได้เอาญัตติของทั้งกระทรวงท้องถิ่น แล้วก็รูปแบบของท้องถิ่นเข้ามารวมกันเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จ ให้รวดเร็ว ดังนั้นต้อง ขอความกรุณาว่าคงจะเป็นไปตามที่เราคุยกันไว้ว่ารวมกันแล้วก็ให้กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมา วิสามัญได้ดำเนินการต่อ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
รับทราบครับ คุณหมอ เดี๋ยวเราก็หารือกันในที่ประชุมต่อไปนะครับ ตอนนี้ก็ขอให้เราได้พิจารณาก่อนว่า ที่ผมเสนอว่าเป็นญัตติทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณารวมกัน จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่นะครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้เลยนะครับ ต่อไปขอเชิญผู้เสนอแถลงเหตุผล ตามลำดับ เชิญท่านชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ เหตุผลที่ผมจะอภิปรายจากนี้ไปเป็นเหตุผลสำคัญที่ ผมได้เสนอญัตตินี้ไว้ในสภาแห่งนี้ ผมเรียนกับท่านประธานสภาว่า ผมเชื่อว่าการจัดการ ตนเองอย่างเป็นอิสระของท้องถิ่นทุกรูปแบบนั้นเป็นความคาดหวังของพี่น้องชาวองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศ คาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะเดินหน้าผลักดันให้มีการกระจาย อำนาจเต็มรูปแบบในห้วงเวลาที่รัฐบาลนี้บริหารราชการแผ่นดินประเทศไทยอยู่ ท่านประธานครับ จุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเริ่มต้นเมื่อ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บังคับใช้ และเขียนไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องมีการกระจายอำนาจ สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากรัฐธรรมนูญบังคับใช้ก็มีพระราชบัญญัติขั้นตอน การกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วส่วนท้องถิ่น ๒๕๔๒ ซึ่งใน พระราชบัญญัติฉบับนี้ในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ได้บอกกรอบอำนาจหน้าที่ในการ บริหารราชการของท้องถิ่นไว้อย่างชัดเจน นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมาเมื่อรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้และได้ยกฐานะสภาจังหวัดเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ยกฐานะสภาตำบล เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ยกฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตำบล ท้องถิ่นก็มี ความคาดหวังมาโดยตลอดว่าพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจที่เกิดขึ้นในสมัยยุคที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมี ฯพณฯ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบในตอนนั้นมีโครงสร้าง การกระจายอำนาจไว้อย่างเต็มที่ และกำหนดว่าจะถ่ายโอนงบประมาณให้กับท้องถิ่นเป็นเงิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มาถึงวันนี้จากวันนั้นถึงวันนี้ร่วมเวลา ๒๔ ปี ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจของประเทศไทยไม่ได้มีความคืบหน้าอย่างที่เราคาดหวัง การกระจาย อำนาจของประเทศไทยไม่ได้เดินหน้าตามที่เรามีความประสงค์ จากปี ๒๕๔๐ มาถึง ปี ๒๕๖๔ ณ วันนี้ท้องถิ่นได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลส่วนกลางเพียง ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ที่ได้มาก็เป็นการต่อสู้กับท้องถิ่นออกมาเรียกร้องแต่ละครั้ง ๆ จนทำให้ ได้การจัดสรรงบประมาณมาเป็น ๒๙ เปอร์เซ็นต์ผมเรียนกับท่านประธานนะครับ ต้องยอมรับนะครับหลังจากที่เรามีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ประเทศของเรามีความก้าวหน้า พัฒนามากขึ้นอย่างเร็ว เพราะอะไรครับ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรที่เป็นด่านหน้าในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แต่ละ ท้องถิ่นนั้น ๆ ไป วันนี้ต้องยอมรับนะครับไม่ว่าประเทศไทยจะเกิดปัญหาอุทกภัย ภัยพิบัติ ปัญหาไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ทุกปัญหาที่เกิดในประเทศไทยองค์กรไหนละครับที่ เข้าถึงพี่น้องประชาชนก่อนไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือครับ ไฟดับบอกเทศบาล น้ำไม่ไหลบอกองค์การบริหารส่วนตำบล ถนนพังบอกองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรด่านหน้าในการทำงานแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้กับ พี่น้องประชาชน และเราเห็นได้ชัดเจนนะครับประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ที่เขามีการกระจาย อำนาจอย่างเต็มที่ อย่างเต็มรูปแบบ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส เวลาเขาเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ผมเห็นไม่ต้องมีส่วนกลางออกไปลงแก้ปัญหาเลยครับส่วนท้องถิ่น แก้ปัญหาได้หมดเลยครับ แต่ประเทศไทยเราละครับมาถึงวันนี้ท้องถิ่นทำงานหนัก ทำงาน เต็มที่แต่การดูแลท้องถิ่นกลับห่างเหินกับส่วนกลาง ประเทศไทยเรามีการปกครอง ๓ รูปแบบ อยู่แล้วครับ ๓ ส่วนอยู่แล้วครับ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น แต่ถามว่ามีนายก ส่วนท้องถิ่นสักกี่คนที่สามารถเข้าพบรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้อย่างเร่งด่วนเมื่อมีปัญหา ผมมองว่าบทบาทหน้าที่ของท้องถิ่นวันนี้มีเยอะ การทำงานของท้องถิ่นวันนี้มีความชัดเจน เป็นอย่างยิ่งพอสมควร แต่วันนี้ในการทำงานที่ท้องถิ่นกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนทำงานนั้นก็มีปัญหาเหมือนกัน ในการทำงานของท้องถิ่นในปัจจุบัน ผมจะกล่าวปัญหาของท้องถิ่นวันนี้แค่ไม่กี่ข้อครับ เพราะเดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิกที่เห็นด้วยกับญัตติของกระผม เห็นด้วยที่เสนอญัตติคล้าย ๆ กัน ก็ ลุกขึ้นมานำเสนอเหมือนกัน🔗
ปัญหาที่ ๑ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสบปัญหาอยู่ ก็คือท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่เกินงบประมาณที่มีอยู่ครับ รัฐบาลบอกว่าจะอุดหนุนงบประมาณให้กับ ท้องถิ่น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ภารกิจรัฐบาลถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นเกือบทั้งหมดครับ แต่ให้ แต่ภารกิจไปครับ แต่ไม่ให้งบประมาณไปครับ เหมือนอย่างเช่นเขาให้คนกับประธานสภา ไปสัก ๒,๐๐๐ คน แล้วให้เงินไป ๑๐๐ บาท เขาจะดูแลคนของเขาได้อย่างไร ส่วนกลาง พยายามมอบภารกิจโรงเรียนบ้าง สาธารณสุขบ้าง รับถ่ายโอนถนนจากระทรวงคมนาคมบ้าง รับถ่ายโอนดูแลผู้ยากไร้บ้าง แต่ให้แต่ภารกิจไป งบประมาณไม่ได้ให้ไป กรอบหน้าที่ที่มีอยู่ จึงเกินงบประมาณที่เรามีอยู่ในสภาท้องถิ่น🔗
ปัญหาที่ ๒ การออกคำสั่ง ระเบียบต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่มีคำสั่ง รับคำสั่งที่เอาคำสั่งมาจากสำนักงาน ผู้ตรวจเงินแผ่นดินก็ดี ขัดต่อหลักปฏิบัติในบางเรื่องครับ ผมจำได้ท่านประธานครับผมมาจาก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผมมาจากท้องถิ่น แล้วผมเป็นเลือดท้องถิ่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ได้เข้ามานั่งในสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ก็ต้องผลักดันท้องถิ่นให้เต็มที่ ที่ผมว่าขัดหลักปฏิบัติในบางเรื่องอย่างไรครับ หนังสือสั่งการบางฉบับบอกว่าท้องถิ่น ห้ามจัดงานวันเด็ก ท้องถิ่นห้ามจัดงานประเพณีสงกรานต์ ท้องถิ่นห้ามจัดงานประเพณี ลอยกระทง ผมถามสิครับ ๓ ประเพณีนี้ครับ ๓ กิจกรรมนี้ครับมันเกิดขึ้นก่อนท้องถิ่น หรือเกิดขึ้นตอนที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่อยู่แล้วครับ ในอดีตยังไม่มีคำสั่งนี้ออกมา ท้องถิ่นจัดงานได้สบายครับ จัดได้ จัดได้ดีเพราะเป็นประเพณีที่ทำกันมานาน แต่ก็มี บางท้องถิ่นที่ไปทำเรื่องทุจริตเบิกเงินเกินก็เล่นเอาผิดแต่ละท้องถิ่น ไม่ใช่มาเหมารวมสิครับ มาวันนี้ประเทศไทยมันแปลกจริง ๆ ครับ เขาบอกว่าท้องถิ่นห้ามจัดงานวันเด็ก ห้ามมอบของขวัญวันเด็ก แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลส่วนกลางเปิดทำเนียบรัฐบาลให้เด็ก เข้าไปเยี่ยมชมห้องทำงานนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมห้องประชุม ครม. เยี่ยมชมเสร็จสามารถ แจกของขวัญให้เด็กกลับบ้านได้ แต่ท้องถิ่นทำไม่ได้ ประเพณีงานลอยกระทงส่วนกลางจัดได้ ส่วนท้องถิ่นจัดไม่ได้อีกครับ ประเพณีสงกรานต์บอกว่าห้ามแจกผ้าถุงให้กับผู้สูงอายุ ห้ามแจกผ้าถุง ผ้าขาวม้าให้กับผู้สูงอายุ แล้วผู้สูงอายุเคยได้รับอยู่ทุกปีที่คำสั่งนี้ยังไม่ออกมา🔗
ประเด็นต่อไปโรงเรียนในสังกัดท้องถิ่น ในอดีตนั้นท้องถิ่นสามารถ มีรถรับส่งได้ ซื้อชุดนักเรียนมอบให้ได้ในเด็กที่มีฐานะยากจนซื้อมอบให้ได้ ทุกวันนี้อุดหนุน เป็นชุดนักเรียนเป็นเงินเป็นรายหัวครับ ที่ผมบอกว่าขัดต่อระเบียบอย่างไรครับ เราอยู่ใน ภายใต้ประเทศเดียวกัน อยู่ในภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน แต่หน่วยงานหนึ่งทำได้ หน่วยงานหนึ่งทำไม่ได้ แล้วเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกันหรือเปล่าครับ นี่เป็นปัญหาของ ท้องถิ่นทุกวันนี้ครับ ที่ ๓ สมาคมท้องถิ่นออกมาเรียกร้อง ออกมานำเสนอแต่ไม่ได้ยินเสียง เลยครับ ส่วนกลางไม่ได้ยินเสียงท้องถิ่นเลยครับ เสียงเบามากเลยครับท่านประธานครับ🔗
ประเด็นเรื่องที่ ๓ เรื่องบุคลากรภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดิมในอดีตนั้นการพิจารณาคัดสรรในการสอบเลื่อนขั้นตำแหน่งของท้องถิ่นให้อำนาจไว้ ถ้าเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้อำนาจ ก.จ. ถ้าเป็นเทศบาลก็ให้อำนาจ ก.ท.จ. ถ้าเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลให้อำนาจ ก.อบต. ๓ คณะกรรมการนี้ครับ ก็คัดสรรมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยราชการ พิจารณาคัดสรรในการสอบเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นภายในองค์กรนั้น ๆ ภายในจังหวัด นั้น ๆ แต่วันนี้คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๘ ออกมาสมัยรัฐบาล คสช. ครับ บอกว่าการสอบเลื่อนขั้น ตำแหน่งทั้งหมด ระดับ ๖ ระดับ ๗ ระดับ ๘ ระดับ ๙ ให้มาสอบที่กรมครับ เมื่อสอบที่กรม ผมไม่ขัดข้องอยู่แล้วถ้าสอบที่กรม แต่การสอบที่กรมนั้นก็ต้องสอบเป็นจังหวัด ๆ ไป ไม่ใช่สอบเหมาทั้งประเทศ เพราะอะไรครับท่านประธาน สมมุติมีนาย ก บรรจุราชการ ที่องค์การบริหารส่วนตำบล ข แล้วนาย ก ตั้งแต่บรรจุราชการทำงานตอบสนอง ความต้องการของพี่น้องประชาชนในตำบล ข ได้ดี เป็นที่ยอมรับของพี่น้องชาวตำบล ข เป็นที่รักในองค์กร แต่นาย ก สอบเลื่อนขั้นขึ้นเรื่อย ๆ จนมีความคาดหวังว่าจะได้เข้าสู่ ตำแหน่งปลัดที่องค์การบริหารส่วนตำบล ข แต่ต้องกลับมาสอบที่กรมครับ พอสอบที่กรม ใช้บัญชีรวมประเทศครับ ให้คนที่สอบลำดับ ๑ ลำดับ ๒ ลำดับ ๓ เป็นคนเลือกก่อนว่า จะลงที่ไหน สรุปว่านาย ก ไม่ได้สอบได้ลำดับที่ ๑ สอบได้ลำดับที่ ๕ ครับ คนที่สอบได้ ลำดับที่ ๑ ก็เลือกลงที่ อบต. ข ครับ ถามว่าคนที่สอบได้ลำดับที่ ๑ ต้องมาเรียนรู้วิธีการ ทำงานใน อบต. ข ใหม่ไหมครับ แต่ถ้านาย ก มาที่สอบได้ ที่พิจารณาคัดสรรกันเองภายใน จังหวัดได้มาทำงานให้ อบต. ข ทำงานได้ดี เพราะรู้ปัญหา รู้หน้าที่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ผมอยากนำเสนอท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ให้ท่านประธาน ถ้าได้ฟังปัญหาที่ผมนำเสนอ เรื่องบุคลากรนี้แล้ว ฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นด้วยว่าให้คืนอำนาจนี้ให้กับท้องถิ่นภายในจังหวัดเขาเถอะครับ🔗
ปัญหาข้อต่อไปครับ ปัญหาการกระจายอำนาจในขณะนี้มาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับที่เราจะแก้ไขกันไม่กี่วันนี้ครับ ที่เราผ่านวาระที่หนึ่งไปแล้ว เหลือวาระที่สอง วาระที่สาม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีปัญหาหลายเรื่องครับ โดยเฉพาะ เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น หมวด ๑๔ มาตรา ๒๔๙ ถึงมาตรา ๒๕๔ ผมอ่านทั้งหมด แล้วครับ ไม่มีหลักประกันว่าจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบเลยครับ วันนี้ ท้องถิ่นหนึ่งเดินหน้าไม่ได้ครับ ผมเลยบอกท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญก็เป็นปัญหา ในการบริหารราชการท้องถิ่น ณ วันนี้อยู่ที่ไม่กระจายอำนาจอย่างเต็มที่ ซึ่งปัญหานี้ เรากำลังผลักดัน ฝากเพื่อน ๆ สมาชิกที่เป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ดูเรื่อง การกระจายอำนาจของท้องถิ่นด้วย ฝาก ส.ส.ร. ในอนาคตที่จะเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โปรดให้ความสำคัญกับท้องถิ่น โปรดให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นด้วยครับ🔗
ปัญหาข้อต่อไปครับท่านประธานที่ท้องถิ่นประสบอยู่คือเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ วันนี้รัฐบาลส่วนกลางบอกว่าให้ท้องถิ่นขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจตรงกับสำนักงบประมาณ เดิมทีนั้นท้องถิ่นต้องขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ทุกวันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลเมืองถึงเทศบาลนคร ขอตรงกับสำนักงบประมาณ เหลือไว้เพียงแต่องค์การบริหารส่วนตำบลกับเทศบาลตำบล ยังขอกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ผมบอกว่าการขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจมีปัญหา อย่างไรท่านประธานครับ อย่างเช่นจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริการส่วนจังหวัด นครศรีธรรมราชขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจมา ๑๐ โครงการ เรียงลำดับมาเป็นความเรียบร้อย ว่าเดือดร้อนมากลำดับที่ ๑ เดือดร้อนลำดับที่ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ แต่พอมาถึง ขอสำนักงบประมาณครับ สำนักงบประมาณตัดเลยครับ โครงการที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ไปให้โครงการที่ ๑๐ ครับ แต่พี่น้องที่ต้องการมากที่สุดในพื้นที่คือโครงการ ลำดับที่ ๑ ครับ กลับกลายเป็นว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นไข้หวัด แต่กลับเอายาเก๊าต์ ไปรักษาเขาครับ ไม่หายหรอกครับ ผมเลยมองว่าปัญหาเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนั้น เป็นปัญหาหนึ่งในการทำงานของท้องถิ่นและให้ท้องถิ่นเดินไปข้างหน้าได้ ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลควรแก้ไขดูว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ที่ผมเลยบอกว่าให้ท้องถิ่นปกครอง ตนเองอย่างอิสระ ให้ท้องถิ่นขึ้นกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่เป็นกระทรวงหรือเป็นหน่วยงาน ที่ตรงเลยครับ ที่ตรงต่อนายกรัฐมนตรีเลยครับ นำเสนอปัญหาของบประมาณ และชัดเจนว่า แบ่ง ๓๕ เปอร์เซ็นต์อุดหนุนให้กับท้องถิ่นเลยครับ นี่เป็นปัญหาของท้องถิ่นทั้งหมด ในบางเรื่องบางหัวข้อที่ผมได้บอกกล่าวกับสภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่าปัญหาท้องถิ่นยังมีอีก หลายเรื่อง เพื่อนสมาชิกคนที่จะรออภิปรายต่อไปคงจะมาบอกกล่าววิธีการ ท่านประธานครับ ที่ผมได้นำเสนอให้ท้องถิ่นจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะอะไรครับ ผมเชื่อเหลือเกินครับ ถ้าเมื่อไรประเทศไทยมีการถ่ายโอนงบประมาณครบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศเรามีความเจริญอย่างมั่นคงอย่างแน่นอน ถ้าเมื่อไรเราให้ท้องถิ่น จัดการตนเองอย่างเป็นอิสระ เราให้เขาจัดเก็บภาษีภายในจังหวัด และนำมาใช้ภายใน จังหวัดเขา ผมเชื่อเหลือเกินครับ ประเทศไทยเราเจริญทุกจังหวัด ไม่จำเป็นหรอกครับ ที่เขาเก็บได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแบ่งให้เขาใช้ภายในพื้นที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แค่เขาเก็บได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์คืนกลับส่วนกลาง ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในท้องถิ่นนะครับ ให้เขาใช้จ่ายเองครับ อย่างจังหวัดภูเก็ตครับ เป็นจังหวัดที่เขาเก็บภาษีได้มากที่สุดในประเทศไทย แค่ท้องถิ่นภายในจังหวัดรวมตัวกันขอเงินสักปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการพัฒนาภูเก็ต เขาให้เหมือนเกาะฮ่องกง รัฐบาลส่วนกลางไม่ให้ครับ นครศรีธรรมราชบ้านผมครับ มีห้างร้าน ห้างเซ็นทรัลก็ดี เทสโก้โลตัสก็ดี บิ๊กซีก็ดี โรบินสินก็ดี ซีพีแลนด์ก็ดี ทุกเอกชนที่ไปก่อสร้าง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ เราขอว่าให้จ่ายภาษีที่นครศรีธรรมราช เมื่อจ่ายภาษีแล้ว ให้นำเงินภาษีนี้มาเป็นงบประมาณให้กับท้องถิ่นได้ไหมครับ เพราะอะไรที่ผมบอกว่าให้เขา แบ่งให้จังหวัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะคนที่ไปซื้อของ ไปใช้จ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า เหล่านี้ก็เป็นคนในนครศรีธรรมราชครับ เมื่อเขาใช้จ่ายแล้วก็ให้สิทธิของเขาเถอะครับว่า ภาษีที่เขาได้รับคืนให้มาพัฒนาบ้านเขาเถอะครับ ไม่มีใครหรอกครับ อยากเห็นบ้านเราล้าหลัง ประเทศไทยเราไม่เคยเจอสงครามโลกครับ ประเทศญี่ปุ่นเคยเจอครับ แต่วันนี้ประเทศญี่ปุ่น ล้ำหน้าเราไปแล้วครับ ในอาเซียน (ASEAN) เราบอกว่าเราเป็น ๑ เราถามตัวเองหรือเปล่า ว่าเราเป็น ๑ จริงหรือเปล่าครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเป็น ๑ ได้ เราจะก้าวหน้าได้ ประเทศ จะเดินไปข้างหน้าได้ ท้องถิ่นไทยจะเข้มแข็ง ประเทศไทยจะเจริญ ผมจึงฝากท่านประธานนะครับ ขอให้สภาได้นำญัตติของผมให้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาอุปสรรคการบริหาร สาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางแก้ไขเรื่องถ่ายโอนภารกิจด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น นำเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านผู้เสนอญัตติจะนำเสนอหลักการและเหตุผลต่อไปนะครับ ผมอยากจะหารือกับ ท่านสมาชิกนะครับ เนื่องจากว่าญัตติทำนองเดียวกันรวมทั้งหมด ๑๓ ฉบับ ถ้าเราใช้เวลา ท่านละ ๒๐ นาทีต่อญัตตินำเสนอหลักการและเหตุผลคงใช้เวลาทั้งวันนะครับ ฉะนั้นผมก็ขอ ว่าท่านเจ้าของญัตติต่อไปได้สรุปเนื้อหาประเด็นหลัก ๆ ก็น่าจะพอนะครับ เพราะว่า ๑๓ ท่าน นำเสนอแล้วก็ยังจะมีท่านสมาชิกอีกจำนวนค่อนข้างมากอภิปรายในญัตติทำนองเดียวกันนี้ ฉะนั้นขอท่านได้สรุปกระชับ ๆ ด้วย ถ้าประเด็นใดที่ท่านผู้เสนอหลักการและเหตุผล ท่านก่อนนำเสนอแล้ว เราก็อาจจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงก็ได้ครับ เพราะว่ามันมีผู้เสนอก่อน แล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคต ใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดการตนเองอย่างอิสระทุกรูปแบบขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าเรื่องของเวลานี่ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วย เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญ แล้วก็คงจะไม่ไปซ้ำรอยกับท่าน ส.ส. ท่านอื่นนะครับ ก็จะพยายาม ให้สั้น เร็ว กระชับ ได้สาระมากที่สุด แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งขนาดใหญ่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต. หรือแม้กระทั่งองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษอย่างเมืองพัทยาหรือกรุงเทพมหานคร เพราะว่ามันมีความเหลื่อมล้ำหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น แม้กระทั่ง คนกรุงเทพมหานครมีโอกาสเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของตัวเอง ถามว่าทำไมคนต่างจังหวัด มันไม่มีความรู้ มันโง่ หรือมันเปรียบกันไม่ได้กับคนกรุงเทพฯ ถึงไม่สามารถเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัดได้หรืออย่างไร นี่คือคำถามที่สังคมต้องช่วยกันตอบ มีการต่อสู้ผลักดัน เรื่องนี้กันมานาน ตั้งแต่สมัยสภาชุดแรก ๆ ผมคิดว่าท่านประธานก็จำเรื่องนี้ได้ดี แต่ปัญหา อุปสรรคมันเกิดอะไรขึ้นตรงไหน ใครถ่วงรั้ง ระบบราชการใช่หรือไม่ หรือผู้กำหนดนโยบาย โดยพรรคการเมือง โดยรัฐบาลหรือเปล่า ตอนหาเสียงก็บอกว่าจะกระจายอำนาจ จะให้มี พ.ร.บ. จัดการตนเอง บอกพยายามจะให้กระจายไปให้ท้องถิ่นมีอำนาจเรื่องภาษีนั่นนี่โน่น แต่ปัจจุบันทำได้ไหม ประชาชนเขาติดตามอยู่ครับท่านประธาน แล้วเขาก็เห็นว่าส่วนไหน มีการโกหก ส่วนไหนมีการผลักดัน ส่วนไหนหลอกประชาชน กฎหมายหลายอย่างที่บอกว่า จะกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่บอกว่า จะให้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มาตั้งแต่สมัยโน้นละครับ พ.ร.บ. กระจายอำนาจที่ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจะต้องมีสัดส่วนของภาษี ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ทำไมหน่วยงานต่าง ๆ ถึงไม่ได้รับ สัดส่วน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ผ่านมา ๒๐ ปีมันเกิดอะไรขึ้นครับ รัฐไทยทำไมมองไม่เห็น การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำไมยังคิดวิธีรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำไมยังดูถูกดูแคลนท้องถิ่น ทำไมพยายามจะสร้างข่าวว่ามีการทุจริตมากมายเหลือเกิน ในขณะที่ราชการส่วนกลางมีงานวิจัยรองรับว่ามีการทุจริตของระบบบริหารราชการส่วนกลาง มากมายมหาศาล เป็นยอดเงิน เม็ดเงินในกระทรวง อย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ มีข่าวมากมายของปลัดกระทรวง มีข่าวของหลายกระทรวง เม็ดเงินเหล่านั้นปรากฏในงานวิจัยว่ามากมายมหาศาลกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กว่า ๗,๐๐๐ แห่ง เรากำลังถูกทำลายโดยวิธีคิดของคนราชการส่วนกลาง ของระบบบริหาร ราชการส่วนกลางครับท่านประธาน ท้องถิ่นมีความสำคัญแน่นอนเพราะอยู่ด่านหน้า รับปัญหาของพี่น้องประชาชนมากที่สุด และผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งก็เป็นคน ในท้องถิ่น เขารักบ้านเกิดเขาเองแน่นอน แต่ราชการส่วนกลางออกระเบียบไปครอบไปงำ ถามว่าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มีหน้าที่อะไรไปสั่งการครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้สังกัดจังหวัดนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้สังกัดอำเภอครับ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเท่านั้น มีกฎหมายรัฐธรรมนูญรองรับอำนาจอิสระของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถกำหนดนโยบายการเงินการคลัง บุคคลต่าง ๆ นะครับ อำนาจหน้าที่และต้องกำกับดูแลเท่าที่จำเป็น แต่ปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน พยายามจะสั่งการ ครอบงำ ใช้อำนาจของรัฐบาลกลางนี่ละครับล่าสุดออกหนังสือสั่งการ เรื่องของภาษี อบต. เทศบาลหลายที่ครับ งบประมาณเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง เข้าแผนพัฒนา ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปีทิ้งไว้ แผนรายปีทิ้งไว้ ว่าจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บ้านเกิดของตัวเขาเองก็บอกว่าให้ชะลอไปก่อน งบการพัฒนาเขาวางเอาไว้หลายพื้นที่นะครับ เทศบาลบางแห่งงบหายไป ๑๗ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่มีห้างร้านใหญ่โตไปอยู่ในพื้นที่ ที่ผ่านมา เก็บภาษีเอามาพัฒนาท้องถิ่นของเขา สร้างถนน สร้างสะพาน มีเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน ระหว่างเทศบาล อบต. กับ อบจ. เพื่อพัฒนาถนนนะครับ มีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ เยอะแยะ มากมายที่ท้องถิ่นพยายามช่วยเหลือตัวเองนะครับ ผมยกตัวอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระบี่ครับท่านประธาน อบต. หลายที่ เทศบาลหลายที่ขาดงบประมาณที่จะไปทำถนนลาดยาง ไม่เพียงพอ เกิดนวัตกรรมอะไรรู้ไหมครับ เกิดนวัตกรรมคือต่อไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับ อบต. หรือเทศบาล เวลาตั้งงบประมาณนี่บดอัดชั้นพื้นทางให้แน่นครับ แล้ว อบจ. กระบี่ไปลาดยางครับ แปลว่าเดิมที่ผ่านมา อบต. ทำได้แค่ซ่อมถนน ทำแค่ถนน ลูกรัง ฝนตกมาพัง ปีหน้าตั้งงบอีกพัง หมุนเวียนกันเป็นวัฏจักร แล้วพอมีนวัตกรรมใหม่ ๆ แบบนี้ เกิดจากการช่วยเหลือตัวเองของวิธีคิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับ จังหวัดที่เขาคิดกันได้ และได้รับรางวัลจากสถาบันพระปกเกล้า แล้วส่วนกลางคิดอะไรได้ ครับ ส่วนกลางคิดแต่เรื่องของการสั่งการ ที่ผ่านมาออกหนังสือการให้ อบจ. ไปทำซุ้ม ถามว่า เกิดประโยชน์ไหม แน่นอนเป็นการเทิดพระเกียรติ แต่เวลาคิดนี่ให้ท้องถิ่นเขาคิดเองได้ไหม ปรากฏว่าแบบก็แบบเดียวกันทั้งประเทศนะครับ แล้วก็มีหนังสือสั่งไปจากส่วนกลาง งบประมาณอยู่ในแผนก็ไม่มีนะครับ แต่หาช่องทางในการสั่งการให้แต่ละ อบจ. ไปจัดการ เรื่องนี้เพื่อตอบสนองความคิดเห็นของตัวเอง ตัวเองได้หน้านะครับ แต่เงินของคนท้องถิ่น ที่จัดเก็บรายได้ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ภาษีผู้พักโรงแรม ภาษีน้ำมัน หรือภาษีจากอากรรังนกต่าง ๆ ปรากฏว่าโดนรัฐบาลกลางเบียดบังออกหนังสือสั่งการ ผ่านกระทรวงมหาดไทยต่าง ๆ เพื่อตอบสนองว่าตัวเองได้หน้าหาเสียง เป็นเรื่องปกติครับ นักการเมืองหาเสียงเป็นเรื่องปกติ ผมกับท่านก็ต้องหาเสียงเพราะสร้างคะแนนนิยม ด้วยการเสนอนโยบายอยู่แล้วว่าเราจะทำอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ นักการเมืองต้องหาเสียง ต้องรักษา คะแนนนิยม ต้องสนองนโยบาย เพราะพรรคการเมืองมาจากคำนิยามที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ เป็นองค์กรที่จัดตั้งเพื่อบริหารราชการแผ่นดินเสนอนโยบาย มีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันเกี่ยวกับหลักการบริหารราชการของประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีคิดของข้าราชการตอนนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ มององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในแง่ลบ เวลามีข่าวทุจริตขึ้นมาสักเรื่องก็ตีข่าวกัน ทั้ง ๆ ที่เปอร์เซ็นต์ เรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมันมีเยอะครับ เวลาทุจริตก็ว่ากันไป แต่มูลค่า ความเสียหายที่ผมเปรียบเทียบให้ฟังบอกเลยว่าราชการส่วนกลางเสียหายเยอะกว่ามากมาย แล้วมีการบอกกันนะครับ พยายามทำลายท้องถิ่นว่า อบจ. มันทับซ้อนกับเทศบาล มันทับซ้อน กับ อบต. เขาแบ่งหน้าที่กันทำครับ แบ่งหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งของตัวเอง ถ้าจะบอกว่าทับซ้อนพื้นที่ ราชการส่วนภูมิภาคไปทับซ้อนพื้นที่ แล้วราชการส่วนภูมิภาค ในอดีตท่านประธานครับ พ.ร.บ. อบจ. ปี ๒๔๙๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายก อบจ. โดยตำแหน่งนะครับตอนนั้น หัวหน้าส่วนราชการมานั่งประชุมสภา อบจ. ผมว่าท่านประธาน ผ่านเรื่องนี้มาแน่นอน แล้วก็ทราบเรื่องนี้ดี เวลาประชุมสภา อบจ. ในพื้นที่หัวหน้าส่วนราชการ มานั่ง สจ. สมาชิกสภาจังหวัดเสนอปัญหามากมาย ผู้ว่าราชการจังหวัดก็รีบแก้ปัญหาให้ได้ แต่พอมีการแก้กฎหมาย พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๐ เกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่าเวลาข้อบกพร่อง ของราชการส่วนภูมิภาค ราษฎรมาร้องเรียน สจ. บอกว่าปล่อยน้ำเสียทิ้งลงคลอง เสนอใน สภา อบจ. แต่หัวหน้าส่วนราชการเหล่านั้นมาทับซ้อนอยู่ในพื้นที่อย่างไรครับ วิธีแก้ปัญหา ก็คือสภา อบจ. ต้องมีหนังสือสอบถามผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และผ่านไปยังหัวหน้า ส่วนราชการ ถ้าน้ำเสียต้องถามอุตสาหกรรมจังหวัด ท่านทราบไหม ๘ เดือนกว่าจะตอบคำถาม ในขณะที่กฎหมายเก่าสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นหัวโต๊ะ หัวหน้าส่วนราชการต้องมานั่งฟัง แล้วก็รีบแก้ไขปัญหา พอออกแบบกฎหมายแบบนี้ออกมามันทำให้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนล่าช้าออกไปเป็นปีครับ แล้วหัวหน้าส่วนราชการภูมิภาคเชื่อมอย่างไร กับประชาชนครับ ตอนนี้ไม่เชื่อมเลยครับ ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ขึ้นกับอธิบดีโน่น มองไม่เห็นหัวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรอกครับ วันดีคืนดีก็ออกกำหนด ออกประกาศ ของกระทรวง บอกว่าท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจ ๑ ๒ ๓ ๔ เป็นลูกไล่เขาอีก โครงสร้างรูปแบบ ของการปกครองประเทศ ณ วันนี้มันถึงบิดเบี้ยวครับท่านประธาน และเป็นความล้มเหลว ของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผมยกตัวอย่างต่อไปอีกเลยนะครับว่าการกำกับดูแล มันไม่เท่ากับการบังคับบัญชาครับ ท่านนายอำเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด หลายพื้นที่ไม่ทราบเป็นอย่างไร ออกหนังสือไปเรื่อยเลยครับ ส่งไปที่ท้องถิ่นนะครับ ขอให้ดำเนินการจัดการงานรัฐพิธีบ้างละครับ ขอให้ช่วยอำเภอ ช่วยจังหวัด ผ่านการจัดการ ของท้องถิ่นซึ่งท้องถิ่นเขาเป็นอิสระนะครับ ท่านทำได้ก็แค่ขอความอนุเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่ ไปสั่งการ ความบิดเบี้ยวเหล่านี้ละครับ จึงจะต้องเสนอญัตติเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาเรื่องนี้ให้ชัดเจน และผมคิดว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอกันมานาน ได้ยินตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือมัธยมเลยครับ จนป่านนี้ใกล้เกษียณแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทยครับ ทำไมยังดูหมิ่นดูแคลนคนต่างจังหวัดเหลือเกินครับ ทุกวันนี้เขาไปไกล ขนาดไหนครับ ท้องถิ่นมีการขยายตัว โครงสร้างภาษีครับท่านประธาน โอ้โฮ น่าเสียดายครับ จังหวัดกระบี่บ้านผม จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ มีรายได้ในพื้นที่จังหวัดตัวเอง หลักแสนล้านบาท เทียบเป็น ๑ ใน ๕ ของประเทศ แต่เงินเก็บภาษีปรากฏว่ามากองที่ รัฐบาลกลาง พ.ร.บ. กระจายอำนาจบอกจะต้องกระจาย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ให้ไปไม่ถึง ปรากฏว่าจังหวัดกระบี่เล็ก ๆ ครับ ได้เงินภาษีในพื้นที่ตัวเอง อย่าง อบจ. งบแค่ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท ทำอะไรได้ครับ มีงบพัฒนาก็ต้องค่อย ๆ ทำกันไป แต่รายได้ ตามโครงสร้างสัดส่วนภาษีเป็นแสนล้านบาทมากองที่รัฐบาลกลาง เอาไปซื้อเรือดำน้ำกันหมด คนต่างจังหวัดเขาก็ถามสิครับว่าทำไมระบบขนส่งมวลชนในต่างจังหวัดถึงไม่มี ทำไมมันมีแต่ ในกรุงเทพฯ ทำไมคนกรุงเทพฯ มีอภิสิทธิ์ในการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด มีระบบขนส่งมวลชน ที่มีราคาถูก มีรถไฟลอยฟ้า มีรถไฟฟ้าใต้ดิน บนดิน การเดินทางสะดวกสบาย คนต่างจังหวัด ยังนั่งรถสองแถวดมควันพิษอยู่เลย มันเกิดความเหลื่อมล้ำมากมายเกี่ยวกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกวันนี้ก็ยังทำงานแบบ ผิดพลาด หลง ๆ ลืม ๆ หลงตัวเองครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอยู่ในสังกัด กระทรวงมหาดไทยยังออกหนังสือสั่งการผิด ๆ เบี้ยว ๆ อยู่เลยครับ ถามว่ากรมนี้ไปดูชื่อ ภาษาอังกฤษสิครับท่านประธาน มีคำว่า ส่งเสริม ไหม ไม่มี มันคือกรมท้องถิ่นครับ ต้องให้ เกียรติให้ศักดิ์ศรี การเสนอญัตติวันนี้ปลายทางกับผลการศึกษาจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมค้านอันหนึ่งว่าถ้าจะตั้งเป็นกระทรวงนั่นคือการขยายฐานอำนาจของบรรดาข้าราชการ ส่วนกลางอีกต่างหากซึ่งเป็นไปไม่ได้ ในโลกปัจจุบันไปดูสิครับ ประเทศอินโดนีเซีย มีการกระจายอำนาจ แล้ววันนี้เจริญก้าวหน้าไปไกลขนาดไหน ท่านประธานครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขารักบ้านเกิดของเขา ข่าวล่าสุดที่บอกว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอยากจะได้วัคซีนมาเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของเขา อำนาจหน้าที่มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี อำนาจหน้าที่เขียนชัดเรื่องป้องกัน ป้องกันโรคครับ พ.ร.บ. จัดตั้ง ทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. มีหมด แต่ทำอย่างไรได้ละครับ มาติดเรื่องของรัฐบาลกลางไม่ว่าจะเป็น อำนาจอนุญาตของ อย. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ หน่วยงานราชการต่าง ๆ กว่าจะได้ออกมา โน่นละครับ ปีนี้วัคซีนของประเทศไทยไม่รู้จะได้เมื่อไร คำตอบก็เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ นะครับ รัฐมนตรีก็บีบน้ำตา แล้วก็ไม่ตอบคำถามให้ตรงประเด็นสักที ท่านประธานครับ การถ่วงรั้ง ละเลยของรัฐบาลที่ผ่านมาเรื่องการกระจายงบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เอางบ อสม. ไปคิดรวม ในส่วนนี้ด้วย ผมต้องกระทุ้งในสภานี้ไม่ต่ำกว่า ๓ รอบครับ จนรองนายกรัฐมนตรีมาได้ยิน ในคืนวันนั้นรุ่งเช้าประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจแล้วก็ยกเลิกออกไป กว่าจะ ได้ยินนะครับมันก็ช้าออกไปเป็นปี ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือการพัฒนาท้องถิ่นล่าช้าออกไปครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอีกหลาย ๆ พื้นที่นะครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมาครับท่านประธาน อบจ. มีการออกมาคุยโม้ของ กกต. นะครับว่ามีบทบาทเสียเหลือเกินในการจัดการเลือกตั้ง ผมบอก เลยนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งล่าสุดคือองค์การบริหารส่วนจังหวัด งบประมาณจาก อบจ. ทั้งก้อนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือในการเลือกตั้ง การจัดอบรมก่อนการเลือกตั้ง ไปจาก อบจ. ทั้งนั้น กกต. พยายามจะออกข่าวให้สื่อว่าพร้อม ๑ ๒ ๓ ๔ ปรากฏว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นล่าสุด ความผิดพลาดจาก กกต. นะครับ ต้องเลือกตั้งซ่อม ไม่ใช่ความผิดของผู้เลือกตั้ง กกต. ผิดเอง แท้ ๆ นะครับ มีระบบเจ้าหน้าที่ที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งไหนของแต่ละ อบจ. ไหน แต่ไปกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แล้วใช้งบใหม่นะครับ ใช้งบไหนอีกครับ ก็เป็น งบจาก อบจ. อีกครับ ของท้องถิ่นเขาแท้ ๆ แต่เกิดจากความผิดพลาดของ กกต. ประชาชน เขาก็เสียประโยชน์สิครับท่านประธาน🔗
และมีอีกประเด็นครับท่านประธาน ราชการส่วนภูมิภาคในแต่ละจังหวัด สามารถตั้งงบประมาณผ่านกระทรวง งบฟังก์ชัน (Function) ผ่านกรม ผ่านกระทรวงเข้ามา ในขณะเดียวกันราชการส่วนภูมิภาคแต่ละที่อย่างกรมโยธาธิการและผังเมืองก็สามารถ ตั้งงบประมาณผ่านกลุ่มจังหวัดเป็นงบเติมเต็ม เพื่อจะเอาตัวเองเอามาพัฒนาในอำนาจหน้าที่ ของตัวเอง แต่ อบจ. ล่ะครับ อบจ. กฎหมายบอกสามารถเสนองบประมาณโดยตรงมาที่ สำนักงบประมาณ แต่ปรากฏว่าไปออกหนังสือกีดกันไม่ให้ อบจ. เสนองบผ่านกลุ่มจังหวัด เพื่อมาเติมเต็มภารกิจของเขา อ้าวมันเลือกปฏิบัตินี่ครับแบบนี้ ราชการส่วนภูมิภาคของบ ผ่านได้หลายเส้นทางนะครับท่านประธาน อย่างน้อย ๒ เส้นทาง ขอผ่านกลุ่มจังหวัดได้ ขอโดยตรงไปที่กระทรวง ทบวง กรม ของตัวเองได้ แล้วท้องถิ่นล่ะครับ ไปจำกัดเขา เขาบอก ว่าเขายังมีโครงการที่สามารถเติมเต็มนอกจากขอตรงมาที่สำนักงบประมาณได้ ขอผ่าน งบกลุ่มจังหวัดได้ไหม ก็ไปกีดกันเขา นี่คือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รัฐบาลต้อง ไม่นิ่งดูดายนะครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการที่จะตั้ง หรือถ้าไม่ตั้งมีอนุ หรือสภาแห่งนี้ได้รับทราบ ข้อมูลแบบนี้จะต้องรีบไปแก้ไขครับท่านประธาน งบฟังก์ชัน (Function) ต่าง ๆ เหล่านี้สิทธิ ต้องเท่าเทียมกันครับ เพราะว่าเราใช้ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ อันเดียวกันนะครับท่านประธาน และท้องถิ่นถ้าเกิดกรณีทำผิดเกิดขึ้นนี่ล่าสุดนะครับ ปลัดกระทรวงออกหนังสือไล่บี้เลย ป.ป.ช. บอกว่าถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด สั่งฟันเลยครับ ผู้บริหารท้องถิ่น ผมถามนะครับว่าที่ผ่านมาเวลามีเรื่องความผิดระดับประเทศเป็น ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) ของสนามมวยลุมพินี ประธานกรรมการระดับพลเอก ที่ฝ่าฝืนคำสั่งมีการลงโทษหรือยัง ประเทศนี้มันบิดเบี้ยวขนาดไหนครับ โอ๊ยไล่บี้กันจัง ถ้าไม่ใช่พรรคพวกของตัวเอง ไล่บี้ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น จะเอาจะเป็นจะตาย ศาลยังไม่ ตัดสินเลยนะครับ แต่ใช้วิธีความเห็นของ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้วก็ตัดสินเขา มีหนังสือสั่งการ ออกไปชัดเจน แต่กรณีระดับส่วนกลางล่ะครับ ทำผิด ทำให้เศรษฐกิจทั้งประเทศเสียหาย เป็นพลเอกนะครับ🔗
ครับ รัฐบาล ไม่ได้กลัวและไม่เกี่ยวหรอก แต่ว่าท่านพูดจนไฟดับ จนไมโครโฟนดับทั้งสภาเลย ท่านสรุป ๆ เลยนะครับ ตอนนี้ติดแล้วครับ ข้างบนประธานติดแล้ว เหลือข้างล่างยังไม่ติด เจ้าหน้าที่ ช่วยดูด้วย ติดไหมครับ ไม่ติด เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคช่วยดูด้วย🔗
เชิญต่อเลยครับ🔗
ก็ขอต่อหลังจากที่ระบบ ขัดข้อง ก็ไม่เป็นไรนะครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดในสภาแห่งนี้🔗
ผมให้เจ้าหน้าที่ เขาตรวจสอบแล้วครับ เชิญเลยครับ🔗
ก็คือเมื่อสักครู่นี้ประเด็น ผมก็ทิ้งไว้ในเรื่องของการเปรียบเทียบให้เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเวลามีข้อผิดพลาด เกิดขึ้น รัฐบาลกลางมักจะออกหนังสือสั่งการที่จะไล่บี้ ออกหนังสือสั่งการที่จะหาตัวผู้กระทำผิด เร่งมาลงโทษให้ได้ แต่ในขณะเดียวกันเวลาข้าราชการส่วนกลางกระทำผิดเสียเองก็ละเลย ไม่สนใจ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบเกี่ยวกับการฝ่าฝืน ศบค. เรื่องของการจัดมวยที่สนามมวย ลุมพินี โดยพลเอกท่านหนึ่งเกษียณไปแล้ว ก็ไม่เห็นมีการลงโทษ ยกตัวอย่างให้เห็นเพราะว่า พี่น้องประชาชนจะได้รู้สึกว่าความเหลื่อมล้ำแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ท้องถิ่นที่ผู้บริหารหลายท้องถิ่น มีระบบการตรวจสอบ ๔ ปีมีการเลือกตั้ง แต่ คสช. พยายามเอาใจนะครับ ลากกันเหลือเกิน ปรากฏว่าความเสียหายก็เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เพราะหลายพื้นที่ไม่มีผู้บริหารท้องถิ่น ปลัด อบจ. รักษาการ แล้วก็มีวิธีการหลาย ๆ อย่างที่เกิดความผิดพลาด และความเสียหาย ก็ไปตกกับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน อดีตที่ผ่านมาเวลาผู้ว่าราชการจังหวัดมาบริหาร อบจ. ในกฎหมาย อบจ. เก่ายกตัวอย่างนะครับ อำนาจหน้าที่ไปดูได้เลยนะครับ มันจะมี ห้อยท้าย ภาษากฎหมายเขาบอกปลายเปิดเอาไว้ หมายความว่าถ้าผู้บริหารท้องถิ่นสมัยนั้น เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ในหลายอย่างไม่มีกฎหมายมาขีดคั่นนะครับ ประสบการณ์ของผมนี่นายอำเภอบางท่านตั้งงบประมาณเปลี่ยนล้อยางของส่วนอำเภอทุกปี นะครับ ล้อรถยนต์มันทำไมต้องเปลี่ยนทุกปี นี่คืออดีตที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยปละละเลยกัน พอตั้ง อบต. ขึ้นมาปรากฏว่านายอำเภอบางอำเภอสั่งการให้ อบต. เอาฎีกาที่เบิกคลัง ของเขาแท้ ๆ ต้องมาผ่านนายอำเภอ ยังหลงประเด็นอยู่เลยครับ หลงประเด็นมาตั้งแต่ตั้ง อบต. พยายามจะไปควบคุมเขา ทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีหน้าที่กำกับดูแล ปัจจุบันก็ยังมีนะครับ ยังหลงเหลือความคิดนี้แล้วก็ยังมีวิธีคิดแบบนี้ในการสั่งการท้องถิ่นอีกเยอะแยะมากมาย ผมถึงต้องเสนอเป็นแนวคิดแล้วก็ผลของการศึกษาจะต้องตกผลึกออกมาให้ได้เลยครับว่า ข้าราชการส่วนภูมิภาคนั่นละครับ จะต้องมีการทบทวนบทบาทของการกำกับดูแล ไม่ว่าคุณ จะบอกว่ากำกับก่อน กำกับหลังอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ คุณจะไปก้าวล่วงดุลยพินิจ ของการปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ให้อิสระไว้เรียบร้อย แล้วนะครับ หมวกของประชาชนครับท่านประธาน ผมเปรียบเทียบว่าคนกรุงเทพฯ เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของตัวเองได้นะครับ แม้ว่าปัจจุบันคนกรุงเทพฯ จะถูกมัดมือชก จากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหลายปีจาก คสช. ก็ตาม ควรจะลุกขึ้นนะครับ ว่าท่านไม่ควรที่จะยอมรับคนที่ไม่ได้ผ่านจากการเลือกตั้งมาบริหารเงินภาษีของท่านที่ต้อง จ่ายอยู่ทุกวัน เหมือนกับคนต่างจังหวัดครับ เพราะฉะนั้นการบอกว่าคนท้องถิ่นไม่มีศักยภาพ ไม่เทียบเท่าคนกรุงเทพฯ ผมว่าเป็นไปไม่ได้ ท่านทราบไหมครับท่านประธาน คนท้องถิ่น คนในแต่ละหมู่บ้าน ใน ๑ หมู่บ้านนะครับ พี่น้องประชาชนทราบดีว่าสวมหมวกหลายใบ ไม่ว่าจะเป็น อสม. หมอดินอาสา เป็นประชาคม แทบทุกกระทรวง บางคนแต่ละหมู่บ้าน สวมหมวกไม่ต่ำกว่า ๒๐ ใบ เขามีศักยภาพในการพัฒนาประเทศของเขา เขามีศักยภาพ ในการพัฒนาหมู่บ้านของเขา มันก็ต้องเริ่มจากพื้นที่ของเขานั่นละครับ แล้วรัฐบาลกลาง ต้องแสดงความจริงใจ และผมต้องทวงครับ ทวงรัฐบาลที่มาเป็นรัฐบาล ณ เวลานี้ ทวงทุกพรรคการเมืองที่บอกว่าจะกระจายอำนาจว่า วันนี้ท่านผลักดันเรื่องการกระจาย อำนาจจริงหรือไม่ ท่านมีรูปธรรมในการเปลี่ยนแปลงกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีอำนาจอิสระ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้จริงหรือไม่ อย่างไร ผมทวงถามและคิดว่าสภาแห่งนี้จะได้รับ ข้อคิดของผมก่อนหน้านี้นะครับ ผมอภิปรายก้อนใหญ่เอาไว้เยอะ ๆ เลยนะครับ ก็อยากให้ ไปดู ไปเก็บเป็นข้อมูล แล้วก็จะได้ตกผลึกเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะต้องมีการ พัฒนาก้าวรุดหน้าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่ารัฐบาลส่วนภูมิภาคที่ทับซ้อนอยู่ ในท้องถิ่น ณ วันนี้ครับท่านประธาน🔗
ผมขอรายงานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่รายงานว่าสาเหตุเกิดจากกระแสไฟฟ้ากระชาก ทำให้อุปกรณ์ควบคุมระบบ ไมโครโฟนขัดข้อง ขณะนี้แก้ไขแล้ว รายงานให้ทราบนะครับ🔗
ต่อไปเป็นญัตติที่ ๓ นะครับ ถ้าลำดับแล้วก็เป็นญัตติของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และคุณวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอ ขอเชิญนะครับ เจ้าของญัตติยังไม่อยู่ หรือครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอใช้สิทธินะครับ อนุญาตให้ญัตติที่ ๔ ของนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ก่อนนะครับ ขอเชิญคุณหมอบัญญัติครับ อนุโลมให้นะครับ ไม่ถือว่าเจ้าของ ญัตติไม่อยู่ เพียงแต่ว่าขอเปลี่ยนเป็นท่านบัญญัติ เชิญเลยครับคุณหมอ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาการถ่ายโอนภารกิจการกระจายอำนาจ ตลอดจนปัญหาการกำกับดูแล ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันมีลักษณะก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติ หน้าที่ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะแก่ประชาชน (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาปัญหาการถ่ายโอนภารกิจการกระจายอำนาจ ตลอดจนปัญหาการกำกับดูแล ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีลักษณะถูกก้าวก่าย แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะแก่ประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นสิ่งที่เป็นกระแสหลักที่สังคมมีความคาดหวัง แล้วก็เรื่องของการกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่นนั้นก็มีกฎหมายนะครับ ชื่อว่ากฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกาศใช้ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ปี ๒๕๔๒ ปัจจุบันก็ ๒๔ ปีแล้วนะครับ แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย การขาด ความสมดุลในการกระจายอำนาจนั้น ก็หมายความว่าภารกิจที่สมควรที่จะอยู่ที่ท้องถิ่น ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ส่วนกลางแล้วก็อยู่จำนวนมากด้วย ก็เลยทำให้งานของท้องถิ่น งบประมาณ ของท้องถิ่นไม่ได้ถูกส่งผ่านไปให้คนในท้องถิ่นเขาได้ออกแบบความคิด ได้ปฏิบัติ แล้วก็ได้ เรียนรู้สิ่งที่เขาจะจัดบริการสาธารณะ ไม่ได้ตำหนิว่าส่วนกลางนั้นไม่ดี แต่ว่าความเป็น ท้องถิ่นนั้นจะมีบริบทของท้องถิ่น ความมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น การบำรุง การรักษา โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการไปแล้วจะต้องมีการเรียนรู้ มีการซ่อมบำรุงต่าง ๆ แล้วก็ จะต้องมีงบประมาณในการซ่อมบำรุงด้วย เพราะฉะนั้นการบริหารราชการส่วนกลาง ซึ่งสมัยโบราณนั้น จะใช้การบริหารราชการส่วนกลางนั้นเป็นส่วนใหญ่ เมื่อมีการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นแล้ว ส่วนกลางอาจจะมีความกังวล ๒ เรื่อง ๑. อาจจะมีการกระทบกระเทือน ต่อเรื่องดุลอำนาจทางด้านการเมืองหรือไม่ ๒. อาจจะไม่ค่อยไว้วางใจว่าท้องถิ่นจะสามารถ บริหารจัดการงบประมาณได้ดี มีความโปร่งใสหรือไม่ ใน ๒ เรื่องนี้นั้น ผมคิดว่าในเรื่องของ ดุลยภาพทางด้านการเมือง ถ้าหากว่ารัฐบาลกลางกังวลว่าถ้ากระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เยอะ ๆ ส่วนกลางก็จะไม่สามารถควบคุมได้ อันนี้ในทัศนะผม ผมว่าไม่จริง อะไรก็แล้วแต่เมื่อมอบหมายให้ไว้วางใจให้เขาไปดำเนินการ สิ่งที่จะได้รับตอบกลับมาก็คือความไว้วางใจรัฐบาลกลางนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ความโปร่งใสในการที่จัดงบประมาณให้ท้องถิ่น เกรงว่าเอาเงินไปใช้ แล้วก็ไม่โปร่งใส มีการรั่วไหลมาก มีการทุจริตมาก อันนี้รัฐบาลกลางจะต้องไปจัดการให้มี องค์กรตรวจสอบที่เข้มแข็ง อายุความของเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ไม่ใช่ว่าจะหมดอายุความ ได้ง่าย ๆ สามารถที่จะตามไปดำเนินคดีแก่ผู้ทุจริตได้ ซึ่งท้องถิ่นมีเป็นจำนวนมากนะครับ ตั้งแต่ อบต. เทศบาล อบจ. อันนี้ที่ใดมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เขาจะมีการศึกษาดูงาน แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลกลางจะต้องไม่กังวล จนเกินไป แล้วก็การเลือกตั้งที่ผ่านมาถึง ๗ ปีด้วยกัน ท้องถิ่นก็ไม่ได้มีการสลับสับเปลี่ยน ให้ผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้นเข้ามาปรับเปลี่ยนอารมณ์ของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่นะครับ จริงอยู่กฎหมายฉบับเดียวกัน ระเบียบระเบียบเดียวกัน แต่ผู้บริหารคนละคน สมาชิกสภาคนละคน ก็ย่อมมีบุคลิกแล้วก็มีความสนใจเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน การที่ให้พี่ น้องประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ได้ใช้ ได้เอกซ์เซอร์ไซส์ (Exercise) หรือได้บริหารการใช้ดุลยพินิจในการที่จะเลือกสมาชิก สภาท้องถิ่น ในการที่จะได้เลือกผู้บริหารท้องถิ่นเข้าไปบริหารโครงการ บริหารงบประมาณ ขออย่างเดียวครับ รัฐบาลกลางจะต้องลดอำนาจของการบริหาร ทั้งเรื่องของงบประมาณ แล้วก็ เรื่องของการสั่งการ แล้วก็เรื่องของการบริหารบุคคล ปัจจุบันท้องถิ่นไม่เพียงแต่ขาดแคลน งบประมาณนะครับ ยังขาดแคลนบุคลากรด้วย จำได้ว่าที่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น เขาจะมีพนักงานท้องถิ่นจำนวนมาก การมีพนักงานท้องถิ่นจำนวนมากก็เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นนะครับ ทีนี้เราเอาข้าราชการมาไว้ที่ส่วนกลางจำนวนมาก ยกตัวอย่างกระทรวงสาธารณสุขนะครับ มีข้าราชการประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน มีลูกจ้าง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทั้งหมดทั้งสิ้นลูกจ้าง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน จำนวนมากก็เป็นคนในท้องถิ่น แล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชนทางท้องถิ่นนะครับ แต่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นยังไม่เป็น รูปธรรมเท่าที่ควร ในเรื่องของความซ้ำซ้อนก็อย่างที่นำเรียนขยายความนั้นนะครับ ส่วนกลางก็ทำ ส่วนท้องถิ่นก็ทำ งบประมาณบางส่วนก็มาอยู่ส่วนกลาง บางส่วนก็มาอยู่ ท้องถิ่น อยากที่จะให้กฎหมายเกี่ยวกับแผนและขั้นตอนในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้ เอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายนโยบายก็คือคณะรัฐมนตรี จะต้องเปิดใจแล้วก็ให้ ท้องถิ่นได้มีบริบทของความเป็นท้องถิ่น ซึ่งจะสวยงาม มีความสวยงาม มีความงดงาม ประเทศจะมีความเหมือนกัน เหมือนชนิดที่เรียกว่าผ้าทอจากโรงงานทอผ้า สีสันเหมือนกัน ทั้งผืนอย่างนี้อาจจะมีความเป็นศิลปะหรือความมีคุณค่าที่น้อยกว่าการทอด้วยมือนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะให้เรื่องของญัตติที่ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาการถ่ายโอนภารกิจกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นให้เป็นรูปธรรม และกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น อย่าใช้หนังสือ สั่งการให้มากนัก อาจจะเคยชินที่กรมการปกครองสั่งนายอำเภอ สั่งปลัดอำเภอนะครับ แต่นี่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าควรจะเป็นหนังสือเสนอแนะหรือความรู้ ทางวิชาการ หรือมาตรฐานทางด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานทางวิศวกรรม มาตรฐาน ทางโบราณสถาน มาตรฐานทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ส่งลงไปให้เขา เขาจะได้นำไปเป็น มาตรฐานนะครับ เมื่อกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้ผล มาตรฐานของสิ่งก่อสร้าง มาตรฐานของนวัตกรรมต่าง ๆ จะมีความเป็นสากลและมีความดึงดูดแก่นักท่องเที่ยว แล้วก็วิถีท้องถิ่น วิถีชนบทจะเกิดขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ ผมเสนออีกญัตติหนึ่งเรื่องของ กระทรวงท้องถิ่น ผมจะขออนุญาตนำเรียนเสียเลยสั้น ๆ นะครับ หรือว่าจะเสนอแยกครับ มีญัตติกระทรวงท้องถิ่น ซึ่งท่านประธานนำมาพิจารณารวมกันครับ🔗
ได้ครับ🔗
ในส่วนที่กระผมได้เสนอญัตติ อีกญัตติหนึ่ง เรื่องของการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้น ผมเองก็ขอชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดจึงตั้งกระทรวงท้องถิ่น ทั้ง ๆ ที่กระแสการตั้งกระทรวงนั้น เหมือนกับว่าจะเป็นการรวมศูนย์อำนาจ แต่ผมต้องการที่จะให้กระทรวงท้องถิ่นนั้น เป็นกระทรวงที่ส่งเสริมจริง ๆ และอำนวยการพัฒนาจริง ๆ เพราะเหตุว่าถ้ากรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นนั้น ถ้าอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีกรมการปกครองอยู่ด้วยนี่นะครับ รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยก็จะต้องมี ๒ บุคลิกก็คือบุคลิกในการกำกับองค์กร กำกับตรวจสอบก็คือกรมการปกครองคือการปกครอง และองค์กรส่งเสริมก็คือกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ถ้าหากว่าในช่วง ๗ ปีที่ผ่านมาที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเลยนี่นะครับ ถ้าด้วยกังวลเรื่องการปกครองเกรงว่าจะปกครองท้องถิ่นไม่ได้ จึงไม่ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผมก็เห็นว่าการตั้งกระทรวงท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะตั้งไม่สำเร็จในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ก็เป็นโอกาสที่ทำให้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในท้องถิ่นได้มีที่พูดว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั้นต้องส่งเสริมจริง ๆ ต้องไว้ใจเขาจริง ๆ ถ้าเขาทำผิด กฎหมายก็จัดการด้วยระบบตรวจสอบของภาครัฐไปเถิดนะครับ อย่าได้มีหนังสือสั่งการว่า อันนั้นไม่ให้ทำ อันนี้ไม่ให้ทำนะครับ เขามีสภาของท้องถิ่นซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบของเขา อยู่แล้วนะครับ กระทรวงมหาดไทยก็อย่าได้ไปตรวจสอบเขาเลย ผมขอยกตัวอย่างเพียง ตัวอย่างเดียวก่อนที่จะยุติการอภิปรายก็คือว่า ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีการออก หนังสือสั่งการว่า ถ้าหน่วยงานที่มิใช่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ของบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกตัวอย่างโรงเรียนในจังหวัดระยอง ของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองนะครับ ซึ่งปัจจุบันมีงบประมาณ ปีหนึ่งถึง ๒,๒๐๐ ล้านบาทนะครับ ขอไปต่อเติมอาคาร หรืออาคารอเนกประสงค์ หรืออาคารประกอบ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถดูแลได้ถึงขนาดนั้น แล้วก็มีผู้อพยพ มาศึกษาเล่าเรียน ทำมาหากินที่ระยอง ใช้แรงงานจำนวนมากเอาลูกหลานมาด้วย กระทรวงมหาดไทยก็ออกหนังสือสั่งการว่า ถ้าโรงเรียนไม่สมทบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ห้ามสมทบ ก็ไม่มีโรงเรียนใดเลยที่จะสามารถสมทบได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ จะมีก็คือโรงเรียนที่รวย ๆ ถ้าโรงเรียนที่รวย มีมูลนิธิสนับสนุน ถ้าเขารวยมีเงิน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท เขาจะสามารถของบอีก ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้เป็น ๑๐ ล้านบาท โรงเรียนที่จนอยู่แล้ว ขอล้านเดียว ๒๕๐,๐๐๐ บาท ทอดผ้าป่าก็ไม่ได้ นี่ย่อมเป็นการถ่างให้กว้างขึ้นในความเหลื่อมล้ำ ของท้องถิ่น ในเมื่อครูและบุคลากรทางการศึกษายังไม่มีความเชื่อมั่นที่จะมาเป็นข้าราชการ ของท้องถิ่นเกรงความเจริญก้าวหน้า หมออนามัยก็ยังไม่อยากมาอยู่กับท้องถิ่น แต่งบประมาณ ส่งไปสนับสนุนเขา ก็เหมือนกับเราเรียกว่าไปหมั้นไว้ก่อนนะครับ นาน ๆ ไปถ้าเรามี ความก้าวหน้า มีงบประมาณที่เพียงพอ เขาก็มาหมดนะครับ อย่างจังหวัดระยองที่ผมอยู่นั้น อบจ. สร้างโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ประถมนานาชาติ มัธยมนานาชาติ อาชีวะนานาชาติในอำเภอเมือง ในอำเภอบ้านค่าย ในอำเภอแกลง แล้วก็มีนักเรียน อยู่ในระบบเกือบหมื่นคนนะครับ แต่ อบจ. ที่พยายามไปชวนจาก สพฐ. มาก็ยังไม่เชื่อมั่น ที่จะมาทุกโรงนะครับ แต่ก็อยากจะของบ อบจ. ก็มีงบที่จะให้ แต่ให้ไม่ได้ด้วยข้อจำกัดของ หนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ผมก็จะฝากประเด็นนี้ให้กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นช่วยไป คลายล็อกให้กลับไปสู่ระเบียบเดิมว่ามีสมทบบางส่วน หรือเปิดช่องว่าข้อยกเว้นระเบียบนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดูความเหมาะสมก็จะได้ไม่เป็นการกีดกัน แล้วก็เป็นการทำให้ เรียกว่า ก้าวก่าย แทรกแซง และเพิ่มความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาของท้องถิ่นลงครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ วาระของ นายแพทย์บัญญัติอยู่ในวาระที่เป็นฉบับที่ ๔ นะครับ คือระเบียบวาระที่ ๕.๑๑๗ แล้วท่าน ก็อภิปรายเสนอญัตติในฉบับที่ ๑๑ อยู่ในวาระ ๕.๑๑๖ ด้วย เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเสนอไป ๒ ระเบียบวาระนะครับ พอถึงตอนนั้นก็จะต้องผ่านไป🔗
ขอย้อนกลับมาวาระฉบับที่ ๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอิสระในการจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญคุณวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการตนเอง ได้อย่างแท้จริงครับ เหตุผลก็คือว่าผมขอยืนยันในสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งครับว่าศัตรูตัวจริง ของประเทศไทยคือรัฐราชการรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ ครับ เพราะว่าเมื่อดูเอางบประมาณ ทั้งหมดมากางก็จะพบครับว่า ๗๐ กว่าล้านบาทของงบประมาณของประเทศไทยอยู่ที่อำนาจ คือคนที่ตัดสินใจนั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมดนะครับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้นะครับ ที่คนที่มีอำนาจ ตัดสินใจนั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ จะไปรู้ความต้องการหรือแก้ไขปัญหาให้กับคนทั้งประเทศได้ คนที่เข้าใจปัญหาของคนที่เชียงใหม่จะไม่มีวันเข้าใจปัญหาของคนที่ยะลาครับ นี่คือปัญหา ที่ทำให้ไม่ว่าจะมีอีกกี่รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความต้องการ ความเดือดร้อน ของประชาชนในทุกพื้นที่ได้ แต่จากประสบการณ์ของผมในการมาทำการเมือง ผมก็พบว่า มันยังมีวิธีครับ มันยังแก้ไขได้ด้วยการยุติรัฐราชการรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ นี้ ซึ่งผมขอแบ่งแยก เป็น ๔ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นที่สำคัญที่สุดประเด็นแรกก็คือเรื่องงบประมาณ คนท้องถิ่นทุกคน รู้ดีครับว่ามีแต่การโอนภารกิจแต่งบประมาณไม่ได้โอนไปด้วย เพราะถ้าดูจากรายได้ท้องถิ่น ต่อรายได้ส่วนกลาง มันก็จะพบชัดเจนเลยครับว่าตัวเลขค้างอยู่ที่ประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่รัฐบาล คสช. เป็นต้นมานะครับ วิธีแก้มันมีง่าย ๆ ครับ คือเราต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนกระจายอำนาจฉบับใหม่ครับ กำหนดให้ชัดเจนว่ารายได้ท้องถิ่นต่อส่วนกลาง สัดส่วนนี้ต้องเพิ่มขึ้นทุกปีครับ อย่างน้อย ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยให้มีเป้าหมายให้สูงสุดถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๗ ปีงบประมาณก็จะถูกถ่ายโอนไปยังที่ท้องถิ่น เมื่องบประมาณไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ต่อมาก็คือเรื่องภารกิจครับ ดั้งเดิมภารกิจบริการสาธารณะ ที่ท้องถิ่นสามารถทำได้ถูกกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นบริการสาธารณะที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น การกำหนดแบบนี้ทำให้ท้องถิ่นกลัวครับ ที่จะถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบ ถูก สตง. เรียกเงินคืน ซึ่งมันควรจะกลับหลักกันครับว่าบริการสาธารณะทั้งหมด ท้องถิ่นควรจะมีอำนาจทำได้ ยกเว้นที่กฎหมายกำหนด หรือยกเว้นที่ ก.ก.ถ. กำหนดให้มีความชัดเจนขึ้นครับ ให้ท้องถิ่น มีความมั่นใจ สามารถบริการสาธารณะ ตอบสนองกับความต้องการของคนในพื้นที่ได้ ภารกิจอย่างน้ำ ถนน ป่า จริง ๆ แล้วมันควรจะอยู่ที่ท้องถิ่นครับ เพื่อลดความขัดแย้ง ของภาครัฐและชุมชนครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ คือบุคลากร แน่นอนครับ เมื่อโอนงบไปแล้ว โอนภารกิจไปแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาก็คือเรื่องบุคลากรครับ แต่ถ้าจะให้บุคลากรมีความรู้สึกอยากถ่ายโอนไปยัง ท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญคือต้องทำให้ศักดิ์และสิทธิของข้าราชการท้องถิ่นเท่ากับข้าราชการ ส่วนกลางครับ ให้ข้าราชการท้องถิ่นสามารถมีความก้าวหน้า โอนย้ายข้ามต่างท้องถิ่น หรือข้ามมายังส่วนกลางได้ครับ ดังนั้นให้บุคลากรทางด้านการศึกษา สาธารณสุขหรือตำรวจ ก็ควรจะมาอยู่ท้องถิ่นครับ แต่โดยต้องมีศักดิ์และสิทธิที่เท่ากับข้าราชการส่วนกลางดั้งเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ข้าราชการ เหล่านี้สามารถบริการประชาชนให้ตอบสนองกับประชาชนได้มากที่สุดครับ🔗
และสิ่งสุดท้ายคือเรื่องของอำนาจครับ ผมคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วครับ ที่เราต้องมาคุยกันว่าผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยคนท้องถิ่นครับ หรือถ้าอธิบายอีกแบบหนึ่งง่าย ๆ ก็คือให้นายก อบจ. นั่นละครับ ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชน ควรจะมีตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และเปลี่ยนให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกลายไปเป็นผู้ตรวจราชการแทน ในการกำกับดูแลท้องถิ่นตามเจตนา ของรัฐธรรมนูญครับ หรือแม้แต่ในการปกครองรูปแบบพิเศษอย่างจังหวัดจัดการตนเอง ให้ควบรวมราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น และให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง เหมือนรูปแบบ กทม. ผมก็คิดว่าอยากจะให้การตั้งคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ได้ศึกษาพิจารณา ประเด็นนี้ด้วย เพราะมันก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนกันระหว่างราชการภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่นได้ นั่นคือเหตุผลทั้งหมดที่ผมอยากจะขอสรุป ขอสนับสนุนให้มี การตั้งญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการ ตนเองได้อย่างแท้จริง ให้ปลดล็อกศักยภาพของท้องถิ่นครับ ให้ท้องถิ่นตอบสนอง ต่อความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่ได้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เป็นฉบับที่ ๕ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่องการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการจัดตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เรียนท่านประธานว่าในการยื่นญัตติ ผมอยากจะสรุปหลักการ ในการเสนอญัตติโดยสรุปดังนี้นะครับ🔗
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษถือเป็นหน่วยองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ควรจะแตกต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบ อื่น ๆ เพราะยังมีลักษณะทางกายภาพและองค์ประกอบทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่ แตกต่างกัน ฉะนั้นความแตกต่างในลักษณะเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ไม่เหมือนกับองค์กรปกครองรูปแบบทั่วไป เพราะบางส่วนรูปแบบพิเศษจะมีลักษณะของ ประชากรที่หนาแน่น มีแหล่งท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ชายแดน เป็นต้น🔗
ในส่วนต่อมาผมเห็นว่าการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเสนอ หลายครั้งไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเกาะสมุย ซึ่งเป็นเกาะตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ในสมัยที่ท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ จนต่อมาในสมัยของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เช่นเดียวกัน แล้วก็มีการศึกษาความเป็นไปได้ในหลายพื้นที่ เพื่อให้มีการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ พิษณุโลก แม่สอด แม่สาย เกาะสมุย ภูเก็ต แหลมฉบัง แต่ข้อเสนอเหล่านี้ก็ยังไม่ประสบ ความสำเร็จเพื่อจะทำให้เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้น มีการบริหารรูปแบบที่มี ประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีประเด็นเรื่องข้อกฎหมายที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรค อยู่มากทีเดียว ผมจึงได้เสนอญัตติดังกล่าวเพื่อจะสนับสนุนการบริหารจัดการท้องถิ่น รูปแบบพิเศษให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบทั่วไป เพราะฉะนั้นจึงได้เสนอเรื่องให้มี การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจะขอชี้แจงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติมดังนี้นะครับ สัก ๓ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ผมเข้าใจว่ารูปแบบการปกครองของไทย โดยเฉพาะการปกครอง ท้องถิ่นมี ๒ ประเภท คือประเภททั่วไปที่เราทราบกันไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. และมีรูปแบบพิเศษที่เราเรียกว่า กรุงเทพมหานคร และพัทยา รูปแบบ กทม. เริ่มให้มีเป็นรูปแบบพิเศษตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ซึ่งมีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้น แล้วต่อมาปี ๒๕๒๘ ก็มีการแก้ไข แล้วก็มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้ ในรูปแบบเมืองพัทยาก็อาจจะแตกต่างไปจาก กทม. เพราะว่าเริ่มต้น เมื่อปี ๒๕๒๑ ก็จะจัดให้เป็นรูปแบบผู้จัดการเมือง แต่ว่าในประเด็นต่อมาในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ก็เปลี่ยนแปลงว่า รูปแบบผู้จัดการเมืองไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะขัดกับ รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะฉะนั้นเมืองพัทยาในปี ๒๕๔๒ ก็มีการแก้ไข พ.ร.บ. เมืองพัทยา ให้มีการเลือกนายก เมืองพัทยาขึ้นมา สิ่งที่ผมพูดรูปแบบพิเศษทั้ง ๒ รูปแบบมีมานานเกือบ ๔๐ ปี ๒๐ ปีของ พัทยา จนปัจจุบันเราไม่เคยมีองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเกิดขึ้นเลยท่านประธาน ท่านประธานครับ แล้วเรามาวกดูปัญหาว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าความต่อเนื่อง ของการปกครองท้องถิ่นจะหยุดชะงักเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ต่อเนื่องมาปี ๒๕๕๐ ก่อนปี ๒๕๕๐ ก็มีการรัฐประหาร ต่อมาก่อนปี ๒๕๖๐ ก็มีการรัฐประหาร แล้วทำให้ท้องถิ่น มีความชะงักงันเกิดขึ้น อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ท่านประธาน🔗
ในประเด็นที่ ๒ ผมว่าเพื่อนสมาชิกพูดไว้มากก็คือการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ ส่วนกลางมากเกินไป เราจะเห็นว่าการรวมศูนย์เรื่องภารกิจ ความซ้ำซ้อนระหว่างภารกิจ ของรัฐ ส่วนราชการ และท้องถิ่นก็ยังมีปัญหา การรวมศูนย์ในลักษณะงบประมาณ ที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ระบุว่างบประมาณของรัฐบาลประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้ไปกับ ส่วนราชการ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบไม่ถึง ๒๙ เปอร์เซ็นต์กว่าก็ให้กับท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่า สัดส่วนนี้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง🔗
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าเมื่อการจัดสรรภารกิจไม่ลงตัว ระหว่างส่วนราชการกับท้องถิ่นก็ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในภารกิจ การถ่ายโอนภารกิจ ที่ระบุไว้ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอน ปี ๒๕๔๒ นั้นก็ไม่เป็นไปตามแผน นี่คือ ประเด็นที่ ๓🔗
ประเด็นที่ ๔ ในการออกกฎหมายเพื่อเสริมท้องถิ่นให้มีศักยภาพนั้นก็ทำไป ด้วยช้ามาก ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น กฎหมายพัฒนากิจการพาณิชย์ ของท้องถิ่น กฎหมายความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น กฎหมายเหล่านี้ผมจำได้ว่าตั้งแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย จนกระทั่งท่านมาเป็นประธานสภา กฎหมายเหล่านี้ เกือบ ๔๐ ปี ๒๐ ปี ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ยังผลให้ท้องถิ่นเหมือนถูกทำให้ชะงัก แล้วก็ไม่ต่อเนื่องอย่างที่ผมกล่าวแล้ว แล้วก็มีข้อจำกัด อยากจะเรียนประธานว่าในข้อจำกัด ของท้องถิ่นมีมากมาย ไม่ว่าจะญัตติที่ท่านสมาชิกได้เสนอเรื่องท้องถิ่นต้องมีอิสระ และพึ่งตนเองได้ ผมได้ศึกษาว่าท้องถิ่นปัจจุบันเรามี ๗,๘๐๐ กว่าแห่ง ใน ๗,๘๐๐ กว่าแห่ง ผมพบว่ามากกว่า ๕,๐๐๐ แห่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ท่านประธานครับ เป้าหมาย ของการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นอยู่ที่การทำให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองได้ และมีศักยภาพทางการเงิน การคลัง เพื่อจะทำให้เขาจัดบริการสาธารณะ แบ่งเบาภารกิจ รัฐบาลได้อย่างเต็มที่ นี่คือข้อจำกัดที่ ๑🔗
ข้อจำกัดที่ ๒ อย่างที่ผมเรียนแล้วก็คือข้อจำกัดเรื่องความซ้ำซ้อนในภารกิจ ซึ่งได้มีการตั้งกรรมาธิการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ ไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงการถ่ายโอนภารกิจด้วย นี่เป็นข้อจำกัด🔗
ข้อจำกัดต่อมาก็คือว่าการปล่อยให้ท้องถิ่นขาดศักยภาพมีปัญหา ผมยกตัวอย่าง เช่นการปฏิรูปท้องถิ่นเราก็ไม่ได้พูดกันในแผนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ เพราะท้องถิ่น หลายท้องถิ่นอยู่ซ้ำซ้อนกันในตำบลเดียวกันมี ๒ ท้องถิ่น ไม่มีการปฏิรูปให้ท้องถิ่นมีการควบรวม หรือส่งเสริมให้เขามีขีดความสามารถที่มากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมได้เสนอว่า การปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นอย่างนี้ การกระจายอำนาจจะหยุดชะงักงันนี่ผมคิดว่าประเทศ มีปัญหา เพราะว่าถ้าเราคิดว่าการกระจายอำนาจเป็นทางออกของประเทศที่เปิดโอกาส ให้มีประชาธิปไตย และประชาชนพลเมืองสามารถที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง เพื่อไปสู่ สิ่งที่เราเรียกว่า การจัดการตนเองของท้องถิ่นที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูด สิ่งเหล่านี้เป็น ความใส่ใจของรัฐบาลที่จะต้องกลับมาคิดว่าเราจะเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่าการรวมศูนย์อำนาจ เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าและเจริญก้าวหน้าต่อไป เราต้องกระจายอำนาจ ไปสู่ท้องถิ่นอย่างที่ผมนำเรียนแล้ว🔗
ท่านประธานครับในญัตติของผม ผมพูดถึงว่ารูปแบบพิเศษ ผมเรียนท่านประธาน ครับว่ารูปแบบพิเศษเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ท้องถิ่นบางท้องถิ่นเติบโตมาก จนเกินไป เช่น ท้องถิ่นมีประชากรที่มีความเป็นเมืองสูง มีประชากรหนาแน่น มีเขตปกครอง ที่เราเรียกว่ามีแต่สภาพความเป็นเมือง ไม่ว่าจะเป็นเขตอุตสาหกรรม เขตเมืองท่องเที่ยว เป็นต้น ผมขอแยกแยะเป็น ๔ ประเภท ท่านประธานครับ ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เราควรจะ พิจารณาใน ๔ รูปแบบ เป็นต้นว่า🔗
๑. ในเขตเมืองใหญ่ เขตเมืองใหญ่ก็คือเขตเมืองที่ในโลกนี้เมืองตั้งแต่ ๒ ล้าน ๓ ล้าน ถึง ๑๐ ล้าน ผมศึกษามาพบว่าทุกท้องถิ่นที่มีเมืองแบบนี้ เขาจัดเป็นการปกครอง รูปแบบพิเศษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปารีส ลอนดอน โตเกียว กรุงโซล เป็นต้น ประเทศไทย ก็เหมือนกันครับท่านประธาน เรามีเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น แล้วเรามีเมืองที่มี ลักษณะที่จะต้องทำให้การจัดการเมืองต้องใช้ระบบไอที (IT) ที่มีศักยภาพในการจัดการเมือง มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ อุดรธานี เป็นต้น🔗
ประเภทที่ ๒ คือเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ต้องยอมรับกันว่าลักษณะเมือง ที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวมีมากไม่ว่าจะเป็นชายทะเล เกาะแก่ง หรือทรัพยากรทางวัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ สิ่งเหล่านี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าในเมือง เพราะฉะนั้น ศักยภาพในการบริหารเมืองเพื่อทำรายได้ให้แก่เมือง มีความจำเป็นจะต้องจัดรูปแบบพิเศษ ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะสมุย ภูเก็ต หัวหิน แม่สอด เป็นต้น🔗
ประเภทที่ ๓ เมืองที่มีลักษณะชายแดน เมืองเหล่านี้เป็นรอยต่อกับประเทศ อีกประเทศหนึ่ง เป็นเขตด่านและมีประชากรเข้าออกจำนวนมาก ประชาชนสัญจรเพื่อ การมีงานทำ การบริหารจัดการเมืองต้องมีลักษณะพิเศษมากไปกว่าลักษณะทั่วไป เพื่อให้ เกิดระบบที่มีการจัดการ มีกฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเรื่องของการทำงานของ คนต่างด้าว กฎหมายการเข้าเมืองของต่างประเทศ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นแม่สอด แม่สาย โขงเจียม ตากใบ เป็นต้น🔗
สุดท้ายเมืองที่เป็นเขตอุตสาหกรรม ผมเข้าใจว่าประเทศของเรามีความเจริญเติบโต ในลักษณะเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่รวดเร็ว เพราะฉะนั้นในเขตเศรษฐกิจก็ดี ไม่ว่าจะเป็น นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แหลมฉบัง สิ่งเหล่านี้ควรจะมีการบริหารจัดการเมืองในลักษณะ รูปแบบพิเศษ นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจว่าจะต้องให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อทำให้เกิดรูปแบบพิเศษ นี่ก็คือเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้คนเมืองได้มีการบริหาร เมืองในลักษณะ ๔ ประเภทที่ผมกล่าวแล้ว เพราะจะทำให้เขาใส่ใจในการจัดการบ้านเมือง ของตัวเอง มีความใส่ใจในกิจกรรมสาธารณะของตนเอง สืบทอดวัฒนธรรม รักษามรดก ของเมืองไว้ตามเจตนารมณ์ของคนเมือง จะก่อให้เกิดความตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย สร้างนักการเมืองที่เป็นพื้นฐานในการสู่นักการเมืองระดับชาติ และทำให้การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะเมืองพิเศษจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน สร้างคนที่ดีที่สุดของการพัฒนา ประเทศ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมมีความสุขมากวันนี้ที่ได้มีญัตติ ที่ผมตั้งใจว่าเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร จากที่เคยเป็นอาจารย์มาเป็นนักการเมือง อุดมการณ์หนึ่ง ที่ผมมีก็คือว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศของเรากระจายอำนาจอย่างเต็มรูปแบบสู่ท้องถิ่น อย่างที่ผมคาดหวัง เพราะฉะนั้นก็ขอให้ได้สนับสนุนญัตติที่ผมกล่าวถึงมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจัดรูปแบบการจัดตั้งองค์กรรูปแบบพิเศษเกิดขึ้น ประโยชน์ จะได้กับประชาชนและพี่น้องที่อยู่ในเขตเมืองที่ผมกล่าวแล้ว คุณภาพชีวิตจะถูกตอบโจทย์ อย่างรวดเร็วมากกว่ารวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง นี่คือสิ่งที่นโยบายพรรคพลังท้องถิ่นไท และกระผมที่มาสู่วงการเมืองตั้งใจตามอุดมการณ์ของนักการเมืองคนหนึ่งครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ประเด็น ก็อาจจะใกล้เคียงกันนะครับ เพราะฉะนั้นฉบับที่เหลือ ๆ ถ้าเห็นว่าประเด็นใดซ้ำนะครับ ก็เลี่ยงไป จะทำให้เราพิจารณาได้เร็วขึ้นนะครับ ผ่านมาแล้ว ๖ ฉบับครับ🔗
ต่อไปจะเป็นฉบับที่ ๗ คือฉบับที่ ๖ แต่ว่าโดยที่คุณหมอได้ผ่านไปครั้งเดียว ๒ ฉบับ คุณหมอบัญญัติผ่านไป ๒ ฉบับ ก็เลยทำให้ยังเหลืออีก ๖ ฉบับนะครับ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการ จัดตั้งกระทรวงการปกครองท้องถิ่น (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และนายพัฒนา สัพโส เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญของคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และคุณพัฒนา สัพโส ครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมก็ได้ยื่นญัตติร่วมกับ ท่าน ส.ส. พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในเรื่องของการขอจัดตั้ง กระทรวงท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ เหมือนกับที่ท่านประธานได้กราบเรียนนะครับว่ามันมีส่วนผูกพัน ไปถึงเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและแนวทางการจัดการตนเอง อย่างเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ผมก็คงจะไม่อภิปรายมากนะครับ ไม่อยากที่จะใช้เวลาสิ้นเปลืองของสภาแห่งนี้ แต่ขออนุญาตที่จะอ่านญัตตินะครับ เพื่อให้ ญัตติยังคงไว้ เผื่อที่จะแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็อาจจะได้เป็นกรรมาธิการ ซึ่งจริง ๆ ผมก็ไม่ได้มาจากคนท้องถิ่นนะครับ แต่ว่าโดยความเป็นผู้แทนนั้นมันหนีกันไม่ได้ ท่านประธานครับ เรื่องเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงการปกครองท้องถิ่น🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และเป็นการปกครองของคนในท้องถิ่นกันเอง โดยปัจจุบันมีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้บัญญัติขั้นตอนการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น อย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนการบริหารจัดเก็บรายได้ ภาษี และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อีกทั้งเป็น อิสระในการจัดการองค์กร และเป็นองค์กรที่ทราบปัญหาของประชาชนในท้องที่ของตนเอง เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการปกครองของคนในท้องถิ่นและการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น กันเอง จึงทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง และเป็นองค์กรสำคัญของประเทศ ในการปกครองบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย แต่เนื่องจากความเป็นอิสระขององค์กร ปกครองดังกล่าวอาจทำให้มีแนวทางในการพัฒนาและบริหารเป็นไปได้ในหลายแนวทาง ตลอดจนการเบิกจ่ายงบประมาณและการจัดเก็บรายได้เข้าแผ่นดิน ซึ่งควรเป็นไปในแนวทาง เดียวกัน ในกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนในอันรักษาประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศในด้านการปกครอง ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วน ดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่อง การจัดตั้งกระทรวงการปกครองท้องถิ่นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ขอแสดง ความนับถืออย่างยิ่ง ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้เสนอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ นายพัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร เป็นผู้เสนอ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวนะครับว่าจริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า เราที่มาเป็นผู้แทนราษฎรก็ดี แม้กระทั่งว่าท่านประธานเอง ซึ่งวันนั้นท่านนั่งเป็นนายกรัฐมนตรี ผมขอชื่นชมครับ แล้วก็ยกเครดิตเรื่องนี้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้ตัดสินใจจัดระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ยกฐานะสภาตำบล มาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบต. ในวันนั้นนะครับ เพราะผมเชื่อว่าวันนั้น ท่านเองก็มองเห็นการกระจายอำนาจ ท่านเห็นความยุ่งยาก ความซับซ้อน ความเหลื่อมล้ำ ของท้องถิ่น ของชนบท ก็อยากหาองค์กรสักองค์กรหนึ่งที่ได้ดูแลพี่น้องอย่างทั่วถึง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือทุกระบบ แล้วก็เข้าใจว่าเป็นการคล้อยตามกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็เลยให้มี องค์กรนี้เกิดขึ้น แต่บังเอิญวันนี้พวกผมมองกันอย่างนี้ครับ มันถึงเวลาแล้วที่จะมาต่อยอด นั่นก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย ก็ยังมีกรมการปกครอง ได้ครอบงำอยู่ เช่นท้องถิ่นจะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตทางนายอำเภอ ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มันย้อนแย้งกันอยู่หลายเรื่องครับ บางเรื่องมันเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ผมจะไม่อภิปราย ในประเด็นของปัญหาแล้วก็อุปสรรคมากมายนะครับ หรือส่วนองค์ประกอบ เพียงแต่เรา อยากเห็นว่าท้องถิ่นเป็นกระทรวงของตัวเอง บริหารจัดการด้วยตัวเอง แล้วมันก็จะทำให้โตขึ้น โดยเฉพาะวันนี้ทางการศึกษา ซึ่ง อบต. ก็ดี อบจ. ก็ดี ที่เอาโรงเรียนเข้ามาอยู่นี่มันก็ยังมี ความย้อนแย้งอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ ความย้อนแย้งอยู่กับกรมการปกครอง หรืออีก หลาย ๆ กรม ฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศเราจะต้องจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ควบคู่กับเรื่องของการกระจายอำนาจนะครับ ส่วนรายละเอียดนั้นผมคิดว่าถ้าผมได้มีโอกาส ก็ดังที่กราบเรียนกับท่านประธานละครับ ก็จะได้เข้าไปร่วมเสนอในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ ส่วนในรายละเอียดผมเข้าใจว่าหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็น หมอบัญญัติก็ดีหรือท่านดอกเตอร์ที่กำลังอภิปรายเมื่อสักครู่ก็ดีได้อภิปรายไปมาก และหลังจากนี้ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคามของพรรคเพื่อไทย ท่าน ส.ส. เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ผู้แทนเมืองเลยก็จะมาคุย ส่วนผมก็อ่านญัตติแล้วก็อภิปราย สั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณครูมานิตย์มากครับ ขอถือโอกาสเรียนอย่างนี้นะครับว่า โดยหลักในการเสนอญัตติแล้วต้องทำอย่างนี้นะครับ คืออ่านญัตติที่ท่านเสนอนะครับ จะทำให้ญัตติที่ท่านเสนอนั้น เมื่อไปดูภายหลังจะมีเนื้อหา ครบถ้วน โดยข้อความที่สั้น แต่ครบถ้วนทุกประเด็น แต่ถ้าเราเสนอญัตติโดยการอภิปรายทันที บางทีอภิปรายยาวแต่ว่าประเด็นที่ตั้งใจไว้ไม่ครบ อันนี้เลยถือโอกาสเรียนเมื่อคุณครูมานิตย์ ทำเป็นตัวอย่างแล้วก็เรียนพวกเรานะครับ ด้วยความเคารพทุกคน แต่ผมคิดว่าอยากจะให้ คุณภาพของเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตตินั้นครบถ้วน ผมฟังดูบางท่านก็พูดยาว แต่ว่าในที่สุด เมื่อมาดูญัตติที่ท่านเสนอไม่ครบถ้วนครับ เพราะเราอภิปราย ก็เรียนเพื่อให้เป็นข้อสังเกตนะครับ🔗
ต่อไปญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษารูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้เสนอ)🔗
ต่อไปเป็นฉบับของ นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นฉบับที่ ๗ และคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล แล้วแต่ท่านผู้ใด จะเป็นผู้เสนอนะครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมและท่าน ส.ส. เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษารูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งเป็นกระทรวงท้องถิ่น ท่านประธานครับ กระผมเคยเป็นนายกเทศมนตรีมา ๑๐ ปี เป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามมา ๒ ปี เป็นคณะกรรมการสันนิบาต เทศบาลแห่งประเทศไทยมาตลอดนะครับ แล้วก็เคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็นำเรียนนะครับว่าปัญหา ท้องถิ่นก็คือเรื่องของการที่มีกฎระเบียบที่ค่อนข้างจะล้าหลัง แล้วก็ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง มีการกำกับดูแลที่ไม่ทันกับปัญหา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยมีหลายหน่วยงาน ส่วนท้องถิ่นจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ หน่วยงาน เดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อไปนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีทั้งหมด ๗,๘๐๐ กว่าแห่ง เป็น อบจ. ๗๖ แห่ง เป็นเทศบาล ๒,๔๖๙ แห่ง เป็น อบต. ๕,๓๐๐ กว่าแห่ง แล้วก็พิเศษอีก ๒ แห่ง เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิด ประชาชนมากที่สุด ประชาชนมีปัญหาอะไรเขาคิดถึงนายก คิดถึงสมาชิกสภาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถนนหนทาง คุณภาพชีวิต การศึกษา การพัฒนาเมือง เดี๋ยวนี้ยิ่งเมือง แต่ละเมืองแข่งกันในการที่จะสร้างเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสิ่งแวดล้อมดี แล้วก็มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเรื่องตลาดสด สวนสาธารณะ ความสะอาด สิ่งแวดล้อม น้ำเสีย ขยะ คือภารกิจของชาวท้องถิ่นนะครับ ซึ่งเป็นความฝันของคนที่บ้านตัวเอง ผมเป็นหมอที่โรงพยาบาลมหาสารคาม แต่ในช่วงที่เป็นเด็กฝันตลอดว่าถ้ามีโอกาสอยากมา รับใช้พี่น้องประชาชนในการที่จะทำงานท้องถิ่น เพื่อจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญขึ้น ช่วงที่ผมมาเรียนที่กรุงเทพมหานคร กลับบ้านทีไร ผมต้องขับรถไปรอบเมือง เพื่อจะดูว่า เมืองเรามีอะไรที่เปลี่ยนแปลง เมืองเรามีอะไรดีขึ้น แล้วก็ชื่นใจที่มีการพัฒนาต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นตลอด หลายคนถามผมว่าเป็นหมอดี ๆ ทำไมมารับใช้พี่น้อง แต่ผมบอกว่านี่คือความฝันว่าเมื่อเรา ประสบความสำเร็จในหลาย ๆ เรื่องแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการประกอบอาชีพวิชาชีพแพทย์ เราก็อยากทำอะไรให้กับบ้านกับเมืองในมิติอื่น แล้วในส่วนที่มาเป็นนายกเทศมนตรี ผมตั้งใจ ว่าจะเป็นนายกเทศมนตรีที่ดี ซื่อสัตย์สุจริต แล้วก็สามารถจะสร้างบ้านสร้างเมืองให้กับ จังหวัดของตัวเอง ๑๐ ปีที่ผมเป็นนายก แล้วก็เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ผมมีความภูมิใจ แล้วก็ ตั้งปณิธานว่าถ้าประชาชนให้โอกาสผมในช่วงนั้น ผมจะทำให้ดีที่สุด แล้วผมก็ทำอย่างนั้น จริง ๆ นะครับ ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) แผ่นแรกครับ🔗
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทำไมว่าอย่างนั้นครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบคลุมพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย เราอาจจะอยู่ส่วนกลาง การทำงานเราอาจจะ ไปตรงนั้นตรงนี้ รับรองว่าไม่ครอบคลุมนะครับ แต่การปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถทำให้ การเจริญไปในทุกตารางนิ้วของประเทศไทย แล้วการพัฒนาที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่จะทำให้ลด ความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนในชนบทได้รับโอกาสเทียบเท่ากับคนในเมือง ถึงแม้จะไม่เท่ากันจริง ๆ แต่เราก็สามารถจะทำให้การพัฒนานั้น ให้คนในส่วนที่ห่างไกล ได้รับโอกาส ได้รับความเจริญเทียบเท่ากับคนในเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรู้ปัญหา เข้าใจปัญหาที่แท้จริง เพราะฉะนั้นแล้วการใช้งบประมาณเราจะตรงจุด มีประสิทธิภาพ แล้วก็สามารถจะทำให้เกิดความคุ้มค่าในทุกภารกิจนะครับ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราคิดอย่างเดียวว่าเราจะแก้ปัญหาพี่น้องอย่างไร แล้วเราจะเรียกว่าบูรณาการเชื่อมประสาน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รวมทั้งทรัพยากรในพื้นที่ เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย องค์กร เอกชน ภาคธุรกิจต่าง ๆ เราอยากให้ทุกภาคส่วนเข้ามาดูแลพื้นที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วก็ เป็นที่ยอมรับในนานาอารยประเทศนะครับว่าประเทศไหน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความเข้มแข็ง ประเทศนั้นก็จะมีความเจริญ ผมยกตัวอย่างนะครับ เช่น ในประเทศญี่ปุ่น เขาไม่มีส่วนภูมิภาค เขามีส่วนกลาง แล้วก็มาส่วนท้องถิ่นเลย แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีการพัฒนามาตลอด แล้วก็งบประมาณต่าง ๆ ก็มาถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนมาก แล้วค่าใช้จ่ายต้นทุนประเทศในการที่จะใช้ก็จะเรียกว่าลดลง เพื่อจะทำให้ งบประมาณต่าง ๆ มาถึงพื้นที่ให้มากที่สุด ท้องถิ่นนี่ดูทุกอย่างนะครับ โรงเรียน โรงพยาบาล ทุกส่วนที่ไม่ใช่ความมั่นคง ไม่เกี่ยวกับเรื่องทหาร เรื่องอะไรต่าง ๆ แล้วก็เป็นที่น่าสังเกต นะครับว่าผู้นำประเทศในประเทศใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน สี จิ้นผิง อะไรอย่างนี้ ก็มาจากผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งนั้นนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจิตสำนึกของคนท้องถิ่น ของคนที่บ้านนะครับ แล้วจิตสำนึก ของเรานี่เรามาเป็นผู้บริหาร มาเป็นสมาชิกสภา มาเป็นข้าราชการท้องถิ่นนี่เราอยากทำให้ บ้านเราดีที่สุด แล้วเราก็มีเพื่อนบ้าน มีผู้หลักผู้ใหญ่ มีคนในพื้นที่เราเฝ้ารอดูเราตลอดเวลา จะทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราไม่อยากทำหรอกครับ แล้วสำนึกของคนในพื้นที่มีความสำคัญที่จะ นำสำนึกนั้นมาใช้ในการพัฒนาบ้านเมืองของเรา ต่อไปครับ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ต่อไปครับ แล้วก็ต้องนำเรียนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันไม่เหมือนเดิม ทำไม ไม่เหมือนเดิมครับ เรามีความก้าวหน้า ผู้นำ สมาชิกสภา ข้าราชการมีวิสัยทัศน์ มีการจัดการ ที่ดีขึ้น ต้องยอมรับนะครับว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นนายก ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกสภามีความรู้ มีวิสัยทัศน์ แล้วสำคัญที่สุดคือมีความสามารถในการบริหารจัดการ มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ พูดเยอะแต่ทำไม่ได้ เขาก็ไม่เชื่อนะครับ เพราะฉะนั้นความสามารถในการ บริหารจัดการมีความสำคัญ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนเขาจะเลือกคนพูด เยอะ ให้อะไรเยอะนี่อาจจะไม่ได้รับเลือกตั้งก็ได้ เพราะว่าเขาจะเชื่อว่าใครจะทำให้เขาได้ มากกว่าแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจะมีส่วนร่วมสูง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบอันนี้สำคัญครับ คือร่วมตรวจสอบ เรื่องทุจริตรับรองว่าใครทำอะไรที่บ้าน ตัวเอง คนในเทศบาลเขาก็รู้แล้วครับ ชาวบ้านเขาก็รู้แล้วครับ ฉะนั้นการตรวจสอบไม่ว่าจะ เป็นฝ่ายค้านเอง คู่แข่งเอง เขาจะมาดูเรื่องของการทุจริตตลอด แต่หลายท่านบอกว่าท้องถิ่น มีทุจริตมาก มีข่าวมากนะครับ นำเรียนด้วยความเคารพนะครับว่าตัวเลขจริง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการทุจริตมีน้อยกว่าที่อื่นนะครับ แต่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีการตรวจสอบสูง มีฝ่ายค้าน มีฝ่ายประชาชน แล้วก็ฝ่ายประชาชนในปัจจุบันนี่ เขารักบ้านรักเมือง แล้วเขาไม่ยอมให้ใครมาเอาเงินภาษีของเขาที่เขาเสียนี่ มาทุจริตได้ อันนี้คือสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความงดงามที่จะนำเงิน การตัดสินใจ มาใช้กับประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ซึ่งเป็นอาจารย์ ที่ผมเคารพ บอกว่าการเอาเงิน การเอาทรัพยากร เอางบประมาณ เอาการตัดสินใจไว้ใกล้ ประชาชนให้มากที่สุด นั่นคือการที่จะลดการทุจริตที่สุด แล้วก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่า แล้วมีประสิทธิภาพที่สุดของท้องถิ่นนะครับ🔗
สไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ ปัญหาของท้องถิ่น ปัญหาคืออะไรครับ ๑. คือหลัก ความเป็นอิสระ ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ แล้วก็ฉบับปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๘ กำหนดไว้ มีข้อความว่าต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารจัดการ แต่อย่างไรครับ ตอนนี้ความเป็นอิสระมีเขียนไว้แค่รัฐธรรมนูญ แต่ดุลยพินิจต่าง ๆ ในการทำงานไม่เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญมาตลอดแล้วก็การกำกับดูแล มีข้อความนะครับว่าการกำกับดูแลเท่าที่ จำเป็น แต่ปัจจุบันดุลยพินิจในการทำงานต่าง ๆ ในการตัดสินใจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่ได้ทำให้เราสบายใจ ปัญหาที่เข้ามาหาเราแล้วการกำกับดูแล การวินิจฉัย ดุลยพินิจต่าง ๆ ไม่ช่วยแก้ปัญหาให้เรา การกำกับดูแลไม่ใช่เท่าที่จำเป็น มากกว่าจำเป็นนะครับ ผมขอยกตัวอย่างเป็นวีดิทัศน์ต่อไป🔗
ตัวอย่างที่ ๑ มีตลิ่งที่ริมห้วยคะคาง ที่มหาสารคาม ตอนนั้นมีพายุเซินกามาที่ เมืองมหาสารคาม อันนี้เป็นข่าวดังทั่วประเทศนะครับ แล้วก็มีตลิ่งพัง บ้านของเขาชำรุด แล้วก็จะพังลงไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เทศบาลเข้าไปสำรวจก็ต้องแก้ไข โดยการทำตลิ่ง ต้องทำให้เร็วนะครับ แล้วก็ต้องทำกำแพงกันดิน เห็นไหมครับ บ้านจะพังอยู่แล้ว ปัญหาของเราคืออะไรครับ ระเบียบบอกว่าโครงการไหนที่ไม่มีในเทศบัญญัติ ไม่มีในแผนของ ท้องถิ่นนี่ทำไม่ได้ ถ้าจะทำต้องขอยกเว้นระเบียบกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งตอนนั้นเรา ก็ไปสำรวจแล้วก็เสนองบประมาณไป ตอนนั้นก็ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะใช้ในการทำตลิ่งที่บ้านเขาจะทรุดแล้วนะครับ ชาวบ้านต้องออกจากบ้าน แล้วก็ต้องไป เช่าบ้านที่อื่นอยู่ ปรากฏว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุมัติ เราทำอย่างไรได้ครับ ชาวบ้าน ก็มาหาเราทุกวัน แต่นี่คือดุลยพินิจของผู้กำกับดูแล เทศบาลต้องทำอย่างไรครับ ต้องทำแผน เพิ่มเติม ต้องทำประชาคมใหม่ และระเบียบการทำประชาคมในปัจจุบันต้องใช้ประชากร เยอะมากนะครับ แล้วก็ทำแผนเพิ่มเติม ทำเทศบัญญัติใหม่ แล้วขออนุมัติจากสภาเทศบาล แล้วก็จัดซื้อจัดจ้าง รวมแล้วเกือบปีหนึ่ง ชาวบ้านเดือดร้อนมากนะครับ เขาไม่รู้ว่าบ้านเขาจะ ถล่มตอนไหน แล้วก็ทรัพย์สินที่อยู่ในบ้านเขาเป็นอย่างไร ประชาชนต้องไปเช่าบ้านข้างนอก และถ้าบ้านเขาถล่มจริง ๆ นี่ใครรับผิดชอบ นี่คือการที่ผู้กำกับดูแลยึดกฎระเบียบซึ่งก็ไม่ใช่ ความผิดของท่านหรอกครับ ท่านก็ยึดกฎระเบียบ ท่านก็กลัวทุจริต ท่านก็กลัวว่าผิดระเบียบ แต่ไม่แก้ปัญหา แต่คนท้องถิ่นนี่เราเจอปัญหาทุกวัน เราก็ต้องแก้ปัญหา อันนี้เป็น หนึ่งในแสน ๆ ปัญหาที่มาหาทุกวันนะครับ ผมอยู่เทศบาลมีพี่น้องเข้ามา เอาปัญหามาให้แก้ วันละ ๑๐ กว่ารายนะครับ การกำกับดูแลเท่าที่จำเป็นนี่ก็คิดว่าไม่ใช่เท่าที่จำเป็น ดุลยพินิจ ที่ไม่เหมือนกัน ไม่แก้ปัญหานะครับ ฉะนั้นการที่จะเปลี่ยนหลักการ เมื่อก่อนบอกว่าถ้าไม่มี กฎระเบียบที่บัญญัติไว้ทำไม่ได้ ควรจะแก้เป็นอะไรครับ เป็นถ้าไม่มีกฎระเบียบที่ห้ามไว้ ให้ทำได้ นี่คือสิ่งที่เราอยากให้เป็นนะครับ🔗
ก็นำเรียนตัวอย่างที่ ๒ นะครับ เกิดโรคพิษสุนัขบ้าระบาดที่มหาสารคาม ปี ๒๕๕๘ พิษสุนัขบ้าเป็นเรื่องอันตรายนะครับ เพราะว่าถ้าสุนัขบ้าไปกัดใคร ถ้าฉีดวัคซีน ไม่ทัน แล้วก็ดูแลไม่ทันนี่ถึงตายนะครับ ฉะนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เหมือนข้าศึกเข้ามาในบ้านเรา และท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านชยาวุธ จันทร ตอนนี้ท่านเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านปศุสัตว์จังหวัด ท่านสาธารณสุขจังหวัด ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ร่วมกับเทศบาล ก็ประชุมกันว่าจะทำอย่างไร ก็คือต้องฉีดวัคซีนสุนัขให้เร็วที่สุด เพื่อให้สุนัขไม่ติดเชื้อพิษสุนัข บ้า แล้วใครถูกสุนัขกัดก็ต้องฉีดวัคซีนป้องกันให้เร็วที่สุด ปัญหาก็คืออะไรครับ ตอนนั้น ฉีดวัคซีนสุนัขฟรีไม่ได้นะครับ ทาง สตง. มีตรรกะว่ากลัวนายกเอาไปหาเสียง นายกไปฉีดวัคซีนสุนัขบ้าเอาไปหาเสียงนะครับ แล้วก็ไม่มีกฎระเบียบที่จะให้เราฉีดวัคซีนได้ ปรากฏว่าอย่างไรครับ เทศบาลเราก็แก้ไขปัญหา เบิกไม่ได้ เราก็ต้องแก้ปัญหาให้ทำให้ได้ แล้วเราก็สามารถจะไม่ใช้งบประมาณของรัฐในการที่จะ แก้ปัญหาในการให้ฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ฉีดวัคซีนไม่ใช่เรื่องง่ายในเทศบาลทั้งเทศบาล ๓๐ ชุมชน ของผม จับสุนัข สุนัขไม่ให้จับง่าย ๆ นะครับ แล้วก็จะฉีดยาสลบ ต้องไปเอกซเรย์ในแต่ละพื้นที่ ไปวัดทุกวัด ชาวบ้านเอาสุนัขมาเต็มไปหมดเลย ซึ่งอันนี้ละครับก็คือปรากฏว่าเราก็เสนอเรื่อง แก้ระเบียบนี้ไปที่กระทรวงมหาดไทย ปรากฏว่าอีก ๑ ปีครับ กระทรวงมหาดไทยถึงออก ระเบียบขึ้นมา เพื่อให้การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าได้เมื่อมีโรคระบาดอีก ๑ ปีนะครับ นี่คือการที่ ไม่มีความรวดเร็วของหน่วยงานที่กำกับดูแลไม่แก้ปัญหานะครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๓ ค่าตอบแทนกรรมการชุมชน อันนี้พูดมาเป็น ๑๐ ปีแล้วนะครับ คณะกรรมการชุมชนนำเรียนท่านประธานนะครับว่าในเทศบาลเมือง เทศบาลนคร จะไม่มี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องที่ไม่มี เรามีกรรมการชุมชนแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขามีค่าตอบแทนนะครับ แต่กรรมการชุมชนมาประชุมนั่งรถนั่งอะไรมาไม่มีค่าตอบแทน แล้วทุก อบต. ไม่มีปัญหานะครับ เขามีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ไม่มีผู้ใหญ่บ้าน แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ความจริงเทศบาลเมือง เทศบาลนคร มีงบประมาณนะครับ แต่ไม่มีระเบียบให้ เรามีงบประมาณที่จะให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องใช้งบหลวงเลยครับ ใช้งบของเทศบาลของเรานี่ละครับ อันนี้ก็ปรากฏว่าเราก็เสนอไปที่กระทรวงมหาดไทย อาทิตย์ที่แล้วท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เสนอเข้าไปก็เหมือนเดิมนะครับ ๑๐ ปีที่ผ่านมา มันเหมือนบ่น ไม่แก้ปัญหา นี่ละครับทำไมผมถึงอยากให้ตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมา เพื่อให้ เกิดความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้ท้องถิ่นมีอิสระ มีดุลยพินิจในการตัดสินใจที่สนองกับ ความเปลี่ยนแปลงของบ้าน ของเมือง ของปัญหาประชาชนที่รอไม่ได้นะครับ🔗
อีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ งานตักบาตรปีใหม่ เทศบาลเป็นเจ้าภาพของจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด มีอะไรมาทุกคนนะครับ เรียกว่างานจังหวัดนี่เทศบาลเป็นแม่บ้าน แต่ปรากฏว่าระเบียบทาง สตง. บอกว่าใส่ซองพระไม่ได้ ปิ่นโตอาหารก็ไม่ได้ บอกว่าเป็น ความเชื่อส่วนบุคคล เป็นความศรัทธา ไม่สามารถจะเบิกงบประมาณได้ นี่คือเป็นกฎระเบียบ ที่ไม่อิงกับวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นนะครับ งานตักบาตรปีใหม่ถือว่าเป็นงานสำคัญ ที่ชาวพุทธของเราได้มาร่วมทำบุญด้วยกัน เป็นสิริมงคลกับบ้านกับเมือง ปรากฏว่าเรื่องนี้ เป็นมา ๔-๕ ปี เสนอเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ สตง. เพิ่งมาปลายปี ๒๕๖๒ ถึงแก้ ระเบียบได้ นี่คือความล่าช้าที่ฝ่ายกำกับดูแลใช้ดุลยพินิจ แล้วก็การที่ระบบการทำงานของ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถจะเอื้ออำนวยให้กับพวกเราท้องถิ่นได้ ซึ่งจากตัวอย่าง ที่ผ่านมา จริง ๆ เป็นหนึ่งในหลายหมื่นปัญหาบอกถึงความล่าช้าของงาน หน่วยงานที่กำกับดูแล ความไม่เข้าใจ การไม่แก้ปัญหา กฎระเบียบที่ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง การใช้ดุลยพินิจ ที่ไม่เหมาะกับปัญหาที่เราเจอนะครับ นี่ละครับที่ผมบอกว่าทำไมจะตั้งกระทรวงท้องถิ่นไม่ได้ ทำไมท้องถิ่นเราจะเป็นหน่วยงานอื่นไม่ได้ จริง ๆ ผมไม่อยากจะพูดคำว่า กระทรวงท้องถิ่น มันเหมือนเรื่องยาก มันเหมือนเรื่องที่ไกลตัว แต่จริง ๆ เราอยากบอกว่ามีหน่วยงานที่เทียบเท่า กับกระทรวง อาจจะเป็นซูเปอร์ (Super) กรม อาจจะเป็นสำนักงานท้องถิ่นแห่งชาติ ขึ้นตรงกับ สำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานร่วมกับมหาดไทยได้ เหมือนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหมือนกับบีโอไอ (BOI) เหมือนกับ สทนช. เหมือนกับองค์กรอะไรที่รวบรวมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้ามารวมกันนะครับ ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้างนะครับ ตัวอย่างอีกอย่างหนึ่งนะครับ การบริหารงานบุคคลท้องถิ่น🔗
ต้องขอให้คุณหมอ ช่วยสรุปด้วยครับ🔗
ครับ การสอบผู้บริหารต่าง ๆ ก็ปรากฏว่ามีทุจริตนะครับ แต่ว่าให้มาสอบที่กรม ปรากฏว่าอันนี้ทุจริตในทุกพื้นที่นะครับ กระทรวงมหาดไทยก็มีทุจริตการสอบ ปลัดอำเภอก็สอบที่กระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิมครับ แต่อันนี้ต้องย้ายมาสอบที่กรม ทำไมไม่แก้ปัญหาทุจริตให้สอบในพื้นที่นะครับ🔗
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ การเงินการคลัง รายได้ท้องถิ่น ภาษีจาก อปท. มีการจัดเก็บเอง ๙-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ภาษีรัฐจัดเก็บให้หรือแบ่งให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เช่น ภาษีแวต (VAT) ภาษีที่ดิน ภาษีน้ำมัน และมีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ งบปี ๒๕๖๔ มี ๒๙.๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาลถึง ๗๘๙,๘๐๓ ล้านบาท ดูเหมือนมาก นะครับ แต่อันนี้ยังรวมถึงเบี้ยยังชีพ นมโรงเรียน และค่าบริการ อสม. ท้องถิ่นไม่พอหรอกครับ เพราะว่าภารกิจของเราเยอะ สังเกตว่า อบต. ไม่มีเงินในการพัฒนา🔗
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ระเบียบกฎหมายที่ไม่เหมาะสม ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง การบริหารงานบุคคลที่บอกนะครับ ไม่สามารถจะสนองตอบกับการทำงานของท้องถิ่นได้ ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแล ตอนนี้เรามีอยู่ ๓ หน่วยงาน ก็คือ ๑. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย ๒. สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ สังกัดสำนัก นายกรัฐมนตรี ๓. สำนักงาน ก.ถ. หรือคณะกรรมการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น อันนี้สังกัด สำนักปลัดของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ มีบุคลากรแค่ ๕๐ คน มีแผนงานการเงิน แผนงานกฎหมาย งานอื่น ๆ เรียกว่างานก็แทบจะ ล้นอยู่แล้วนะครับ แล้วการประสานงานกับหน่วยงานอื่นในระดับกรมอีก ๕๗ หน่วยงาน มีอนุกรรมาธิการอีก ๑๐ กว่าชุด การประสานงานของหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานระดับ สำนักงาน ไม่ใช่ระดับกรม ฉะนั้น ผอ. สำนักไปประสานอธิบดี บางทีคุยกับเขามันลำบากนะครับ นี่คือสิ่งที่บอกว่าประสิทธิภาพและการทำงานมันลดลง ยกตัวอย่าง รพ.สต. ๙,๗๐๐ แห่ง ๑๐ กว่าปีมีการถ่ายโอน แค่ ๗๐ แห่ง นี่คือความล่าช้า ประสิทธิภาพที่การควบคุมดูแล ไม่สามารถจะทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทของประเทศ🔗
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ การตั้งกระทรวงท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องกระทรวง ขอให้เป็นหน่วยงานที่เทียบเท่า อาจจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการท้องถิ่นแห่งชาติ เทียบเท่ากระทรวง หรือเป็นซูเปอร์ (Super) กรม รวม ๓ หน่วยงานก็คือ กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น คณะกรรมการกระจายอำนาจ ก.ถ. แล้วก็งบประมาณ จริง ๆ มีความสำคัญนะครับ ท้องถิ่นมีงบประมาณถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ข้าราชการ พลเรือนเรามี ๔๒๐,๐๐๐ คน ข้าราชการท้องถิ่นมี ๕๐๐,๐๐๐ คน ๕๐๐,๐๐๐ คนเป็น ข้าราชการประจำ ๒๐๗,๐๐๐ กว่าคน ลูกจ้างประจำ ๑๐๓,๐๐๐ กว่าคน พนักงานจ้าง ๒๔๐,๐๐๐ กว่าคน มีข้าราชการการเมืองอีก ๒๓๐,๐๐๐ คน ถ้ารวมข้าราชการการเมือง เป็นเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ คนนะครับ นี่คือเหตุผลว่าคนก็เยอะ รับผิดชอบเยอะ พื้นที่ก็เยอะ งบประมาณก็ตั้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ทำไมจะทำเป็นหน่วยงานที่เทียบเท่ากระทรวง ไม่ได้ ก็นำเรียนว่าหน่วยงานที่อาจจะไม่ใช่กระทรวง ผมก็เข้าใจนะครับ การทำกระทรวงนี่ เปลืองแล้วก็ค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ต้องทำให้องค์กรที่กำกับดูแลมีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็ว สนองตอบกับการเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่น ซึ่งปัญหาในอนาคตจะรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ดูรูปนะครับ ขออนุญาตนะครับ ท้องถิ่นต้องรู้ทุกปัญหา ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของ หน่วยงานต่าง ๆ การระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วม ขอรูปเลยนะครับ แล้วก็ปัญหาเรื่องของ โครงการที่ใช้งบประมาณเยอะ เราก็ของบจากทางส่วนกลางนะครับ เช่นเรื่องป้องกันน้ำท่วม ผมก็ได้รับงบจากกรมโยธาธิการและผังเมืองมา โครงการป้องกัน น้ำท่วมถึง ๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ขอไปเพิ่มเติมอีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือสิ่งที่ทาง ท้องถิ่นแก้ปัญหา เราเจอปัญหาเราต้องแก้ ต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ เรื่องไฟไหม้เรื่องอะไร คนท้องถิ่นต้องเข้าใจนะครับ เรื่องไฟไหม้ เรื่องการทำท่อระบายน้ำ เรื่องคุณภาพชีวิต ท่านทราบไหมครับว่าผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงของผมนี่นะครับ ผมทำโครงการดูแลผู้ป่วย ติดบ้านติดเตียง ก่อนรัฐบาลจะมีโครงการที่จะลองเทอมแคร์ (Long-term Care) เราทำ เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เราไม่ได้ใช้งบประมาณเลยนะครับ เราใช้ความร่วมมือของโรงพยาบาล ของคลินิกชุมชน ฉะนั้นแล้วเราไม่ใช้งบประมาณ เราใช้หัวใจในการทำงานนะครับ🔗
สุดท้ายนะครับ ท้องถิ่นพัฒนา พื้นที่ประเทศชาติก็จะพัฒนาทั่วประเทศ เราอยากจะให้ประเทศไทยลดความเหลื่อมล้ำ อยากให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราจะต้องทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง ทำงานง่าย ลดการทุจริต มีการตรวจสอบที่ดี ประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ แล้วดอกไม้จะบานทั่วประเทศ นี่คือปณิธาน ของพวกเราทุกคนอยากให้ประเทศเจริญ แล้วอยากให้ท้องถิ่นเจริญทั่วประเทศนะครับ ผมก็ฝันว่าดอกไม้จะบานทุกตารางนิ้วจากการส่งเสริมให้การปกครองส่วนท้องถิ่นมี ความเจริญโดยจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่เทียบเท่ากับกระทรวง ฝากท่านประธาน และท่านสมาชิกด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ คุณหมอใช้เวลาไป ๒๖ นาทีเศษนะครับ🔗
ฉบับต่อไปเป็นของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นฉบับที่ ๘ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวง ท้องถิ่น (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย พัฒนา กระผมได้เสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ🔗
ด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการขยายกระจายไปทั่วทั้งประเทศ มีบุคลากรและงบประมาณจำนวนมาก แต่ยังอยู่ภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตนเองของท้องถิ่นลดประสิทธิภาพการบริหารลง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ประชาชนที่ต้องรับผิดชอบ อีกทั้งรองรับการมีผู้บริหาร ที่มาจากการเลือกตั้งระดับจังหวัดในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารงานและพัฒนา การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงเห็นควรให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา เพื่อจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมารองรับดังกล่าวครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเสริมอีกสักเล็กน้อยครับ เพราะว่าญัตติ การกระจายอำนาจที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ร่วมกันยื่นนี่นะครับ ผมดูแล้ว มีนายแพทย์ถึง ๓ ท่าน ที่ยื่นญัตติเรื่องการกระจายอำนาจในครั้งนี้ ก็คือท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ทำไมผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าขนาดระดับคนที่เป็นแพทย์ มีมันสมองสูงยิ่ง ของบ้านเมืองของเรายังให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นญัตตินี้รัฐบาล สมควรจะต้องรับไปดำเนินการอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วการจะให้ เหตุผลก็คงจะซ้ำกับหลาย ๆ ท่านแต่จำเป็นครับ จำเป็นต้องขออนุญาตท่านประธานพูดถึง เหตุผลสักเล็กน้อยครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
เรื่องการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น หลายท่านบอกว่าเปรียบเสมือนหนีเสือปะจระเข้ เราจะกระจายอำนาจลงไป มันมีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นอยู่แล้ว แล้วไปตั้งเป็นกระทรวง มันก็เหมือนกับรวมศูนย์เช่นเดียวกัน ผม ไม่ติดใจนะครับท่านประธาน เราจะใช้คำว่า กระทรวง หรือจะใช้คำว่า สำนักงาน คณะกรรมการการท้องถิ่นแห่งชาติ เหมือนกับสภาพัฒน์อย่างนี้ก็ได้ หรือจะใช้คำว่า สำนักงานสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งชาติก็ได้ ผมไม่ติดใจครับ เพียงแต่ว่าให้ยึดหลัก ไว้ว่าหน่วยงานที่เกิดใหม่นั้นมีปรัชญาอย่างเดียวคือกระจายอำนาจอย่างแท้จริงไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระจายอะไรไปบ้างครับ ๑. กระจายอำนาจในการตัดสินใจ ๒. กระจายอำนาจทางด้านงบประมาณ ๓. กระจายอำนาจทางการบริหารบุคคล ๔. กระจายอำนาจทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาอย่างแท้จริงนี่นะครับ ถ้ายังอยู่อย่างนี้ ยังอยู่ภายใต้กระทรวงที่มีจะเรียกว่า ผลประโยชน์ขัดกันก็ได้ เพราะท้องถิ่นมันต้องกระจายอำนาจให้เขา แต่ในขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นราชการส่วนภูมิภาคนี่นะครับ ก็จะรวมศูนย์เอาไว้ มีกรมการปกครองเป็นอำนาจสูงสุดอยู่ในจังหวัดของแต่ละจังหวัด มันจะไปได้อย่างไรครับ ที่เขาจะกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นอุปสรรคมากมาย ภายใต้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไฟไหม้ที่เทศบาลตำบลสระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าพรรคชาติไทย คุณกัญจนา ศิลปอาชา ไปบริจาค ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่าน ส.ส. นพดล มาตรศรี ในฐานะที่อยู่อำเภออู่ทองก็ไปดูแล ท่านประธานครับ เขาสะท้อนเรื่องอะไรมาครับ เรื่องระเบียบว่าด้วยการใช้เงินสะสมครับ เพราะว่าการใช้ เงินสะสมไปออกระเบียบว่าได้แต่เฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การจะซื้อรถดับเพลิง ไม่สามารถดำเนินการได้ แล้วเทศบาลนี้มีรถดับเพลิงที่มีอายุมากกว่า ๒๐ ปีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นระเบียบอย่างนี้ควรจะมีการแก้ไข ถ้ายังอยู่ภายใต้อย่างนี้ความไม่เสมอภาค ความเหลื่อมล้ำระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ยังเห็นอยู่จำนวนมาก บางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวิ่งเก่งไปได้งบประมาณจากกรมมา ไม่ได้กำหนดกติกาที่จะ กระจายอำนาจอย่างแท้จริงที่มันจะไปลดความเหลื่อมล้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการให้บริการสาธารณะต่อพี่น้องประชาชน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านพูดถึงเรื่องกระจายอำนาจ ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นี่นะครับ ท่านได้พูดถึงว่า ท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านประธานชวน หลีกภัย ของเรามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานจำได้นะครับ ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดกระแสเรียกร้อง ให้มีการกระจายอำนาจเกิดขึ้นนะครับ หลายพรรคการเมืองชูนโยบายเรื่องการกระจายอำนาจ รัฐบาลท่านนายกชวน หลีกภัย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงระบบการบริหารการปกครอง ส่วนท้องถิ่นขึ้นเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๕ ครับ พอมาปี ๒๕๓๗ รัฐบาลได้มีการเสนอ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๘ นี่เป็นอานิสงส์ของท่านประธานครับ ที่มีความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาดูแลกันเอง ดูแลประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะสรรหา ที่จะเลือกผู้บริหาร ของเขา ตัวแทนของเขา นอกจากนั้นครับท่านประธาน มันมีการพัฒนาต่อไป การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ และผมฝันมากทีเดียวครับ โดยนายก บรรหาร ศิลปอาชา แล้วรัฐธรรมนูญได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งครับ ในหมวด ๕ บัญญัติไว้อย่างนี้ครับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๗๘ รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเอง และตัดสินใจในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึง เท่าเทียมกัน ทั่วประเทศ วรรคนี้สำคัญนะครับ วรรคนี้สำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน รวมทั้งพัฒนา จังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ ของประชาชนในจังหวัดนั้น ผมฝันถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครับ มันจะค่อย ๆ ลดการปกครองส่วนท้องถิ่นลง มันจะเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ระดับจังหวัดเช่นเดียวกับ กรุงเทพมหานคร เสียดายครับ เสียดายว่ารัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ถูกรัฐประหารไป เรียบร้อยแล้วครับ แต่ผมเรียกร้องตรงนี้ขึ้นมาเพราะอะไรครับ เพราะว่าขณะนี้กำลังมี การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็ใช้โมเดล (Model) ของปี ๒๕๔๐ ตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาทราบว่า ขณะนี้ลงตัวแล้ว ๒๐๐ ท่าน ส.ส.ร. ที่จะมีการเลือกตั้ง นำบทบัญญัติที่ก้าวหน้าอย่างนี้ กลับคืนมาครับ เราจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการพัฒนา จังหวัดที่มีความพร้อมนี่นะครับ ไม่ใช่ซ้อนกันอย่างนี้ ไม่ใช่ อบจ. ด้วย ไม่ใช่แต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นผู้บริหารระดับ จังหวัดอีก ทั้งงบประมาณก็ซ้อนกัน บุคลากรก็ซ้อนกัน บางจังหวัดไปกันได้ก็ดี ถ้าไปกันไม่ได้ ก็กระทบต่อหญ้าแพรกก็คือประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านได้กล่าวไปแล้ว นะครับว่าทำไมถึงเรียกร้องให้มีการแยกออกมา ปริมาณมันแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน ข้าราชการ ท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์บอกไปแล้วนะครับ เกือบ ๆ ๗๐๐,๐๐๐ คน งบประมาณ ก็เกือบ ๆ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประเทศ นอกจากนั้นครับ ยังมีองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง มีเทศบาล ๒,๔๔๒ แห่ง มี อบต. ๕,๓๒๙ แห่ง มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอีก ๒ แห่ง นี่ละครับจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ของคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าผม จะอภิปรายต่อไปก็จะซ้ำกับท่านนายแพทย์ทั้งหลายนี่นะครับ ผมสรุปอย่างนี้ครับว่าการจัดตั้ง กระทรวงท้องถิ่นหรือจะเป็นรูปแบบใดก็ตามจะก่อให้เกิดประโยชน์🔗
ประการที่ ๑ หลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง ของพี่น้องประชาชน การกระจายอำนาจเป็นหัวใจสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตย🔗
ประการที่ ๒ ประสิทธิภาพที่ได้จากการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นมหาศาล อย่างน้อย ๆ ที่มองเห็นได้ก็คือลดภาระหน้าที่ของรัฐบาลกลางลง จะได้ไปทำหน้าที่หลัก หน้าที่สำคัญ ๆ ให้กับประเทศชาติของเราต่อไป🔗
ประการสุดท้ายที่ได้จริง ๆ คือได้ประชาชนครับ นี่ขนาดกระจายอำนาจ ยังไม่ไปครบนะครับท่านประธาน เอกสารฉบับนี้เป็นของสถาบันพระปกเกล้า ความเชื่อมั่น ต่อสถาบันต่าง ๆ และความพึงพอใจต่อการบริการสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๖๒ เขาสำรวจความเห็น ของประชาชนทั่วประเทศนะครับ เขาสรุปกันอย่างนี้นะครับ ข้อ ๙ การติดต่อ การใช้บริการ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน้าที่ ๑๑ เขาบอกอย่างนี้ครับ ผู้ที่เคยใช้บริการหรือเคยติดต่อ มีความพึงพอใจต่อการติดตามงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงร้อยละ ๙๔.๘ ครับท่านประธาน สูงที่สุดเลย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าเรามีการก่อตั้งกระทรวงท้องถิ่น ขึ้นมา หรือรูปแบบใดก็ตามจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านณัฐวุฒิครับ ฉบับต่อไป เป็นฉบับที่ ๙ อยู่ในระเบียบที่ ๕.๙๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นางผ่องศรี แซ่จึง และนางเทียบจุฑา ขาวขำ เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ร่วมกับนางผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ของพรรคเพื่อไทย ร่วมกันได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ด้วยเหตุผลดังนี้ค่ะท่านประธาน🔗
การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองที่มีความจำเป็น และมี ความสำคัญมากในทางการเมืองการปกครองของประชาชนนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหมู่บ้านและชุมชนซึ่งมีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยซึ่งมาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลมีภาระมากมายในการบริหารประเทศให้กับประชาชนให้มีความสุข สะดวกสบาย ในการดำรงชีวิต อีกทั้งความมั่นคงของชาติในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แต่เป็นไม่ได้ค่ะที่รัฐบาลจะดูแลบริการพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึงทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านของ ประเทศ อาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวข้องกับความล่าช้า การดำเนินงานไม่สนองตอบต่อ ความต้องการของประชาชน รวมทั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณและเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ให้ทั่วถึง ซึ่งการลดภาระหน้าที่ของรัฐบาลโดยการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ปกครองตนเองเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ตรงความต้องการของประชาชนนี้ การปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีบทบาทและสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นส่วนราชการในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการพัฒนาแผน ให้คำปรึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีการให้คำปรึกษาในทางหลาย ๆ ด้าน เรื่องงบประมาณ เรื่องงานบริหารงานบุคคล แล้วก็การเก็บภาษีรายได้ซึ่งเป็นการบริหารงาน ดังกล่าวควรไปในทิศทางเดียวกัน โดยแนวทางการตั้งกระทรวงท้องถิ่นเพื่อให้งาน การปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ปัจจุบันนี้ได้มาเป็นรูปแบบของกระทรวงสามารถ จะได้แก้ปัญหาดังกล่าวได้รวดเร็ว แล้วก็เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงขอเสนอ ญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา จัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมต่อไป🔗
ท่านประธานคะดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมสักเล็กน้อยนะคะ ในรูปแบบและ โครงสร้างของการปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันนั้น มีคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาเรียกว่า ก.ก.ถ. เป็นผู้ออกระเบียบให้ท้องถิ่นต้อง ปฏิบัติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น🔗
๒. ระดับกระทรวง กำกับดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
๓. ระดับกรมก็สั่งลงมาในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น🔗
๔. ระดับจังหวัดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแล มีสำนักงานส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นหรือเราเรียกว่าท้องถิ่นจังหวัด เป็นเสมือนหนึ่งฝ่ายเลขานุการของ ผู้ว่าราชการจังหวัด🔗
๕. ระดับอำเภอก็มีนายอำเภอกำกับดูแล ก็มีสำนักงานส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นในระดับอำเภอ หรือเราเรียกว่าท้องถิ่นอำเภอ ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของ นายอำเภอ🔗
ทั้งหมดที่กล่าวมาทั้ง ๕ ข้อนี้ แสดงให้เห็นว่าระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จึงไม่ได้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงเพราะการกระจายอำนาจของท้องถิ่น ที่พูดถึงในอดีตและปัจจุบันยังไม่เป็นอิสระหรือการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงนะคะ ดังนั้น ดิฉันเห็นว่าการตั้งกระทรวงท้องถิ่นจะเป็นการรวบรวมหน่วยงานที่กระจัดกระจายในส่วน ราชการมาอยู่รวมกันเป็นราชการเดียวกัน จึงทำให้เสมือนเป็นการบูรณาการการทำงาน หรือบูรณาการการบริการสาธารณชุมชนให้กับประชาชนได้อย่างคล่องตัว แล้วก็เป็นการ สอดคล้องกับการกระจายอำนาจอย่างเป็นรูปธรรม การกำกับดูแลจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน อย่างไรต่อไปนั้นก็คงจะเป็นหน้าที่ของส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้ร่วมกันพิจารณา ต่อไป ดิฉันก็หวังว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คงจะเห็นชอบ มีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการศึกษาพิจารณาญัตติการจัดตั้งกระทรวงต่อไปนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปเป็นฉบับที่ ๑๐ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันเสนอ และมีผู้ร่วมรับรองญัตตินี้จาก ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยเกือบทั้งหมด มีความเห็นพ้องต้องกันที่จะเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้ พี่น้องคนท้องถิ่นที่อยู่ในกระทรวงท้องถิ่นทั้งหมดนะครับ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นอย่างน้อย ๆ ก็คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง มีเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล มีองค์การ บริหารส่วนตำบล มีองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษ ในส่วนท้องถิ่น ประชากรตอนนี้มีอยู่ ทั้งหมด ๓๘๒,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นทั้งข้าราชการ ลูกจ้าง ลูกจ้างทั่วไป ลูกจ้างภารกิจ และลูกจ้างพิเศษนะครับ ซึ่งเขาก็ส่งกำลังใจ แล้วก็ต้องบอกเลยครับว่าในที่นี้ที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็มีส่วนหนึ่งที่เติบโตมาจากท้องถิ่น ถ้าไม่มี ก็มีญาติ มีพี่ มีน้อง มีพรรคพวกที่ผูกพันกับในเรื่องท้องถิ่น เขาส่งกำลังใจมาให้พวกเราในฐานะที่เป็น ส.ส. เพื่อเสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้น🔗
ท่านประธานครับ กระทรวงท้องถิ่น หรือว่าการจัดการบริหารที่ถือว่า มีการเปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่ปี ๒๔๓๕ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้มีการบริหารราชการ แบบส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น หลังจากนั้นจากปี ๒๔๓๕ ก็มีการจัดตั้ง เทศบาล จัดตั้งสุขาภิบาลขึ้นครั้งแรก คือวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๔๘ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ถือว่า เป็นวันท้องถิ่นไทย การบริหารราชการที่มีการบริหารจัดการจากสุขาภิบาล ก็เป็น อบจ. เป็นเทศบาล เมื่อปี ๒๔๙๖ เป็น อบจ. เป็น อบต. ปี ๒๕๓๘ เป็น อบต. ปี ๒๕๔๐ นี่คือ การเติบโตจากภาคท้องถิ่น ประเทศเรามีการบริหารราชการ ๓ ส่วน ก็คือส่วนกลางซึ่งถือว่าเป็นการที่เรียกว่าเป็นการศูนย์รวมอำนาจ ก็คือหลักการรวมอำนาจ คือเซ็นทรัลไลเซชัน (Centralization) อันที่ ๒ ก็คือส่วนภูมิภาค เป็นการแบ่งอำนาจ เป็นดีคอนเซ็นทรัลไลเซชัน (Deconcentralization) และที่สำคัญขณะนี้ก็คือที่เรากำลังพูด และพี่น้องให้กำลังใจก็คือส่วนท้องถิ่น ก็คือการกระจายอำนาจดีเซ็นทรัลไลเซชัน (Decentralization) ท่านประธานครับ นักปราชญ์หรือผู้ซึ่งเป็นเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่นได้กล่าว ไว้ว่าการปกครองท้องถิ่นหมายถึงการปกครองซึ่งหน่วยปกครองท้องถิ่นให้มีอิสระเพื่อบริหาร หน้าที่ แล้วก็ไม่มีใครจะรู้ดีเท่ากับคนท้องถิ่นที่มาบริหารท้องถิ่นเอง นี่คือสิ่งซึ่งพวกเรา ที่จะต้องเสนอในเรื่องของการบริหารราชการ นอกจากท้องถิ่นมีอิสระแล้วต้องมี ความรับผิดชอบ กระทรวงท้องถิ่นเป็นกระทรวงที่เราอยากให้เกิดขึ้น หรือหน่วยงานที่ เทียบเท่ากระทรวง เราลองมาดูนะครับ ขณะนี้ท้องถิ่นขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยมีหน่วยราชการที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ทั้งท้องถิ่น ทั้งกระทรวง ทั้งรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนต่าง ๆ ทั้งหมดมีทั้งสิ้นประมาณ ๑๖ หน่วยงาน หน่วยงาน ใหญ่มาก และถ้าดูงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยเมื่อเทียบกับกระทรวงท้องถิ่น กรมท้องถิ่น งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยนั้นมีแค่ ๒๖๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้ามาดู ของกรมท้องถิ่นที่อยู่ในกรมท้องถิ่นรวมทั้งที่อยู่ในภาคของ อบจ. อบต. เทศบาล มีถึง ๒๓๓,๐๐๐ ล้านบาท และแบ่งเป็นอยู่ในกรม ๓๕,๐๐๐ อยู่ใน อปท. ๒๗๙,๐๐๐ ล้านบาท มีประชากรที่ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หรือเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยพูดเรียกว่าเป็น ส่วนใหญ่หลายแสนคนที่อยู่ตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเลยต้องเรียนว่าวันนี้หัวใจของเรา ก็คือเรื่องของท้องถิ่น ทำไมเราถึงอยากให้มีกระทรวงท้องถิ่น ท่านประธานครับ อุปสรรค ในการบริหารจัดการของท้องถิ่นนั้นตั้งแต่เกิดมานะครับมีบางครั้งก็ล้มลุกคลุกคลาน บางครั้ง ก็อุปสรรค บางครั้งผู้บริหารนายกต้องมือกำก่ายหน้าผากเพราะว่า ๑. เงินไม่พอ พี่น้องประชาชนขอดูแลเรื่องเกี่ยวกับที่มีการถ่ายโอน ไม่ว่าถนนแหล่งน้ำก็ทำไม่ได้ งานประเพณีที่เคยจัดงบประมาณจากการร้องขอก็ถูกเรียกเงินคืนจาก สตง. รวมทั้งบทบาท หน้าที่แทบจะเรียกว่าน้อยใจ นั่นคือปัญหาที่หลายคนได้พูดถึง รวมทั้งการบริหารจัดการ ในเรื่องหน้าที่บทบาทกำหนดให้ แต่พอทำจริงต้องผ่านหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้น ผมต้องเรียนเลยว่าในเมื่อกระทรวงท้องถิ่นที่มีเทศบาลนคร ๓๐ แห่ง เทศบาลเมือง ๑๙๕ แห่ง เทศบาลตำบล ๒,๒๔๗ แห่ง และ อบต. ๕,๓๐๐ แห่ง รวมกันทั้งสิ้น ๗,๘๕๐ แห่ง เป็นองค์กรที่ใหญ่ และเขามุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นองค์กรแบบ ประชาธิปไตยที่มุ่งเน้นเจตนารมณ์ส่งถึงพี่น้องประชาชนและบริหารโดยคนท้องถิ่นเอง ไฉนทำไมเราถึงไม่ส่งเสริม ไฉนเราถึงไม่สนับสนุนให้เขาบริหารราชการด้วยตัวเอง มีความคล่องตัว ทีนี้ก็มีคนเรียนถามว่าถ้ามีการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นมันยากมันง่าย แล้วจะเป็นอย่างไร ผมก็ไปดูในเรื่องของเกี่ยวกับว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ที่จะต้องมีการรับ ฟังความคิดเห็น มีการจัดตั้งออกกฎหมายขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๒ ก็มี พ.ร.บ. ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรมขึ้นมา ฉบับที่ ๑๙ ก็คือการจัดตั้งกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นฉบับที่ ๑๙ ๒๕๖๒ ปีนี้ ๒๕๖๔ คิดว่า ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ นี้ถ้าเรารวมพลังกัน มีจุดประสงค์ มีการจัดตั้งกระทรวงหรือหน่วยงาน เทียบเท่ากระทรวง ไม่ว่าจะเป็นขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีหรือจะเป็นอะไรต่าง ๆ ที่คิดว่า เป็นประโยชน์ ผมว่าจะมีความคล่องตัวอย่างสูงยิ่ง มีคนถามว่าถ้าอย่างนั้นหน่วยงานที่จะมา อยู่กับกระทรวงท้องถิ่นที่จำเป็น ก็ต้องมีว่าแน่ ๆ เลยครับ ที่ผมบอกไปก็คือหน่วยงานที่อยู่ใน กรมท้องถิ่นทั้งหมด แล้วก็ในส่วนที่อยู่ที่ต่างจังหวัดก็คือเทศบาล อบจ.🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคลากร ส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า ก.ถ. ที่อยู่สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย🔗
ส่วนที่ ๓ องค์กรที่ ๓ ก็คือสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ในการปกครองส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกว่า ก.ก.ถ.🔗
ส่วนที่ ๔ ก็คือส่วนหนึ่งของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยที่เกี่ยวกับ สาธารณภัยที่ท้องถิ่นจะต้องดำเนินการ🔗
ส่วนที่ ๕ ก็คือกรมพัฒนาชุมชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นี่คืออย่างน้อยที่เป็น องคาพยพให้กระทรวงท้องถิ่นได้เกิดขึ้นและได้ทำงานถึงมือพี่น้องประชาชนรวดเร็ว และมีการแก้ไขระเบียบต่าง ๆ เจตนารมณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าเมื่อมีการขยับให้มา มีความคล่องตัวขึ้นจะมีหน่วยงานอื่นที่จะเข้ามาอยู่กับท้องถิ่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น รพ. สต. ซึ่งขณะนี้ยังมีไม่มาก เพราะมีอยู่ ๗๐-๘๐ แห่ง อันที่ ๒ ก็คือโรงเรียน โรงเรียน ที่อยู่ในส่วนท้องถิ่นมาอยู่กับ อบจ. จาก สพฐ. ก็มาอยู่แล้ว โดยเฉพาะในจังหวัดศรีสะเกษ มีโรงเรียนที่มาอยู่สังกัดของ อบจ. มากนะครับ ๓๐-๔๐ โรงเรียน แล้วก็ประสบความสำเร็จ ในการบริหาร ในการสอน ในการผลิตจนลูกหลานนักเรียนมีผลการสอบเข้าโอเน็ต (O-NET) เอเน็ต (A-NET) หรือเข้าในมหาวิทยาลัยนั้นได้ดี เพราะฉะนั้นเมื่อมีการพัฒนาอย่างนี้ปุ๊บ ในต่างประเทศมีคนถามเรา ถามพวกเราว่า แล้วประเทศไหนบ้างที่มีกระทรวงท้องถิ่นเกิดขึ้น เราก็ไปค้นมาว่ามีอย่างน้อย ๆ ๑๘ ประเทศนะครับที่มีกระทรวงท้องถิ่นเกิดขึ้น และได้ดำเนินการแก้ไข เช่น สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ อีกหลาย ๆ แห่งที่เขาบริหาร ราชการได้แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ถือว่ามีต้นแบบในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของ กระทรวงท้องถิ่นนะครับ🔗
เรื่องที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือเจตนารมณ์ของเรานี่คือจะต้องฟัง พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะให้ประชาชนมีการมีส่วนร่วม ถ้าเราจะมีการจัดตั้งต้องมี การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อจะได้ช่วยกัน เพราะหลาย ๆ คนดีกว่าคนคนเดียวกันนะครับ มีคนบอกว่าปกครองท้องถิ่นนั้นจะช่วยในเรื่องแบ่งเบาภาระของรัฐบาลกลาง จะช่วยในเรื่อง ของเป็นรูปแบบของประชาธิปไตย จะเป็นโรงเรียนประชาธิปไตยและเป็นรูปแบบ การกระจายอำนาจที่ดี บทบาทหน้าที่ซึ่งผมเรียนว่าไม่มีใครรู้ดีเท่ากับคนท้องถิ่นเอง เพราะฉะนั้นนอกจากท้องถิ่นแล้วปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็คือการที่ท้องถิ่นด้านลงในพื้นที่เรา คงต้องสนับสนุนในเรื่อง🔗
๑. ในเรื่องของการจัดงบประมาณ งบประมาณที่ให้ไปนั้นท่านประธานครับ ที่ตามกระจายอำนาจบอกว่าจะให้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ค่อย ๆ ให้ไปในงบประมาณรายได้ ของประเทศนะครับ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๔๓ นั้น รายได้ประเทศ ๗๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ท้องถิ่นได้ไป ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็นอัตราส่วนแล้ว ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ได้เขยิบขึ้นมา ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นั้นก็ได้นะครับ โดยเฉพาะปี ๒๕๖๓ นั้น ได้ ๒๙.๔ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๒ ก็ได้ ๒๙.๔ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ สปีด (Speed) มาได้ขึ้นนิดเดียว เพราะว่าในเรื่องของการบริหารจัดการ แต่ถ้ารูปแบบของท้องถิ่นชัดเจน มีหน่วยงานมาอยู่ในสังกัดและเป็นการบริหารที่ท้องถิ่นมีอิสระได้บริหารจัดการโดยตรง รวดเร็วทันใจ ผมเชื่อว่างบประมาณที่ในการจะบริหารจัดการจากรายได้ไม่นับเงินกู้ ซึ่งปี ๒๕๖๓ รายได้ท้องถิ่นได้ไป ๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินของรัฐบาลที่ได้ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ซึ่งไม่นับเงินกู้ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมนำเรียน ท่านประธานว่าในส่วนของเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ๓ สัปดาห์ที่แล้ว เราได้มีการเลื่อน ระเบียบวาระขึ้นมาและได้มีการนำญัตติซึ่งก็คือญัตติเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องของ กิจกรรมสาธารณะและบริการสาธารณะ รวมทั้งที่ผมเสนอคือการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอน เรื่องของแหล่งน้ำที่จำนวน ๒ ล้านคิว รวมทั้งการบริหารจัดการเรื่องฟลัดเวย์ (Floodway) ในเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องน้ำบาดาลต่าง ๆ ได้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งท่านประธาน ชวน หลีกภัย กรุณาได้ตั้งแล้วก็ได้มีการประชุมแล้ว ๒ ครั้ง เมื่อวันอังคารที่แล้ว แล้วก็ วันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการประชุมก็ได้พูดถึงในเรื่องของปัญหาอุปสรรค ในเรื่องของ บริหารจัดการท้องถิ่น รวมทั้งเราก็รอญัตติของกระทรวงท้องถิ่น และการปกครองรูปแบบพิเศษซึ่งมี ๕ ญัตติ แล้วก็ท้องถิ่นอีก ๘ ญัตติ เป็น ๑๓ ญัตติเข้ามาเพื่อจะได้บริหารจัดการและ ร่วมประชุมพร้อมกันให้เร็วที่สุดเพื่อเกิดประโยชน์ และหลังจากนั้นเราก็ยังมีความคิดว่า หน่วยงานที่ควรจะต้องมาเฝ้า มาดู มาให้กำลังใจ หรือมารับทราบก็คือ สตง. กับสำนัก งบประมาณ คืออุปสรรคสำคัญจริง ๆ ที่จะต้องมาช่วยกันดู ช่วยกันแก้ เพราะนี่คือปัญหา ของประเทศ ก็คือลูกหลานเรา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับ ผมเชื่อจริง ๆ ว่าวันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ ท่านได้ตั้งใจกันอภิปรายเรื่องนี้อย่างมาก แล้วก็เป็น กำลังใจให้กับคนท้องถิ่นทั้งหมดที่ผมกล่าวแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็จำนวนถึง ๓๘๒,๐๐๐ คน ที่อยู่ข้างนอกและในอีกหลายคน แล้วก็เป็นกำลังใจว่าเราคงจะผลักดันให้ตรงนี้ และคิดว่า กรรมาธิการวิสามัญที่ท่านประธานได้ตั้งขึ้นไปแล้วเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วนี่ก็จะได้แก้ปัญหา ตรงนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ขององค์กรท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ฉบับต่อไป เป็นฉบับที่ ๑๑ ซึ่งนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ แต่ว่านายแพทย์บัญญัติได้เสนอแล้วนะครับ พร้อมไปกับฉบับที่ ๔ ท่านได้เสนอพร้อม กับฉบับที่ ๓ เพราะฉะนั้นก็ผ่านฉบับที่ ๑๑🔗
ฉบับที่ ๑๒ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กระผมในฐานะที่เป็นผู้เสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ด้วยเหตุผลประกอบ สั้น ๆ เนื่องจากได้มีผู้อภิปรายไปครอบคลุมเกือบจะหมดแล้ว แต่ผมจะนำเสนอประเด็นที่ไม่มี ผู้อภิปราย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับความจริงว่าการปกครองประเทศไทยนั้น ได้แบ่งสัดส่วนการปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ท้องถิ่นนั่นต้องกราบเรียน ว่ามีหลายหน่วยงานด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราแบ่งการบริหารจัดการตั้งแต่องค์การ บริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และปกครองพิเศษ เช่น กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะเดียวกันในการบริหารจัดการนั้น ต้องยอมรับความจริงว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นไม่มีพื้นที่ในการทำงานครับ จะแบ่ง ให้เป็นหมู่บ้าน ตำบล ทุกอย่างจะลงพื้น ปรากฏว่ารัฐบาลได้จ่ายงบประมาณให้องค์การ บริหารส่วนจังหวัดไปจำนวนมาก ในการบริหารจัดการนั้นไม่มีพื้นที่ลง การจะมีโครงการใด ๆ ก็ตามก็ต้องไปขออนุญาตท้องถิ่น ไม่ว่าตำบล หรือเทศบาลเมือง หรือเทศบาลตำบล ดังนั้น จะได้เห็นว่ามีการทุจริตมิชอบเป็นข่าวร่ำลือกันครึกโครมมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น ผมอยากเห็นการบริหารจัดการเป็นระบบ เป็นกระบวนการโดยแบบบูรณาการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นการบริหารทุกกระทรวง ทบวง กรม สุดท้าย อำนาจที่แท้จริงคือกระทรวงมหาดไทย คือผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่ากระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่ากระทรวงใด ๆ ก็ตาม ผมในฐานะหนึ่งที่เคยรับผิดชอบเป็นผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี จะเห็นเลยว่า การทำงานนั้นไม่ว่าการศึกษาอยู่หมด แต่ถ้าหากว่าหน่วยงานใดไม่เห็นด้วยกับผู้บริหารจังหวัด เขาก็จะดำเนินการส่งตัวคืนสมัยก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากกราบเรียนว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีคำว่าเกษตรกรจังหวัดนั้นผมก็อยากเห็นว่าเกษตรทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน เป็นชีวิตของมนุษย์ ถ้าไม่มีชีวิตพวกเกษตรทำมาหากินกันหรือเพาะปลูก ประชาชนก็ไม่มี อาหารที่จะบริโภค ผมเป็นคนเสนอเองครับ ขอให้ตั้งผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระดับ ๙ คือ กษ เพื่อมาเทียบเท่ากับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และอีกหลายหน่วยงานหลังจากนั้น ก็มีระดับซี ๙ (C 9) เพื่อมาที่จะรองรับฝ่ายบริหารคือฝ่ายมหาดไทย สุดท้ายอำนาจที่แท้จริงอยู่กับมหาดไทย แน่นอนครับไม่ว่าหน่วยงานไหนถ้ามีความเห็น ไม่ตรงกับฝ่ายปกครองผมว่าอยู่ไม่ได้ บริหารอยู่ไม่ได้ นั่นคือทางปฏิบัติข้อจริงไม่ใช่ข้อเท็จครับ ดังนั้นผมอยากเห็นการกระจายอำนาจแบบบูรณาการโดยการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ในขณะเดียวกันนั้นเราได้ศึกษากันมาพอสมควร และอยากเห็นไกลไปกว่านั้นครับ ปัญหา การเมืองก็สะสม ผมอยากจะเสนอเหมือนกันว่าควรจะมีรัฐมนตรีประจำจังหวัดเสียให้หมด เรื่องหมดราวไปจะได้ไม่ต้องแย่งกันในกรุงเทพฯ อันนั้นเป็นข้อเสนอเพิ่มเติมครับ ให้เหตุผล เพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพว่าวันนี้การบริหารจัดการเพราะคนที่ดูแลชีวิตของพี่น้องประชาชน ในแต่ละจังหวัดในภูมิภาคนั้นมันต้องเบ็ดเสร็จ ต้องมีความรู้ บางที่ฝ่ายมหาดไทยซึ่งอาจจะ จบด้านปกครองหรือด้านกฎหมาย แต่ไม่รู้หรอกว่าการค้าอย่างไร เพาะปลูกอย่างไร ไม่เข้าใจ ในขณะเดียวกันนั้นก็อาจจะไปสั่งงานผิด ๆ ถ้าความเห็นไม่ตรงกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถึงอยากเห็นมีการเปลี่ยนแปลงว่าถ้ามีการกระจายอำนาจไปอย่างสมบูรณ์แบบ และให้ พี่น้องประชาชนปกครองเขาเอง ผมเคยกล่าวในที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้งว่าชนชั้นใดเมื่อมี โอกาส อำนาจรัฐก็จะรักษาชนชั้นนั้น แน่นอนครับถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ได้เลือก ตัวแทนของเขามาบริหารจังหวัดของเขาแล้วนั้น ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าเขาต้องเลือกคนดี ในขณะเดียวกันนั้นท่านประธานครับ ส่วนราชการจากส่วนกลางจะส่งมาจากที่ไหนไม่ทราบ ส่งไปในต่างจังหวัดไม่รู้ธรรมชาติกว่าจะศึกษาพื้นที่หรือขนบธรรมเนียมของพี่น้องประชาชน แต่ละจังหวัดนั้นต้องใช้เวลา แน่นอนครับปัญหาเกิดในภาคใต้นั้นเป็นที่ทราบดีว่าถ้าหาก เมื่อก่อนนี้ถ้าคนไหนมีความขัดแย้งกับผู้บริหารก็ส่งย้ายไปอยู่ภาคใต้ ก็หมายความว่าเอาคน ไม่ค่อยดีไปอยู่ภาคใต้ก็เกิดปัญหาครับ จึงไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ได้ รายละเอียดคงไม่นำเรียน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากจะสรุปประหยัดเวลา อยากจะให้ที่ประชุมแห่งนี้ ได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปศึกษาว่าการจะตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้นควรจะ ดำเนินการหาข้อมูลและนำมาเสนอสภาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสภามีความเห็นประการใดก็นำส่ง รัฐบาล กราบขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านได้ใช้ เวลาเพียง ๖ นาที🔗
ฉบับสุดท้ายฉบับที่ ๑๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ ครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภา แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิก แล้วก็ พรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็ฝ่ายค้านด้วยนะครับ ญัตติของผมญัตตินี้ที่จริงแล้วเป็นญัตติเสนอ ตั้งแต่ตอนต้นเมื่อเปิดสภานะครับ และในวันนี้ซึ่งค้างอยู่ก็เลยเป็นญัตติด่วนเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น โดยหลักการและเหตุผลขออนุญาตท่านประธานได้นำเรียนเหตุผลตามที่ท่านประธาน ได้แนะนำนะครับ🔗
โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพในการให้บริการสาธารณะ ในระดับภูมิภาค เป็นการกระจายอำนาจให้หน่วยย่อยของประเทศนอกเหนือจากรัฐบาล ส่วนกลาง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นได้นำปัญหาของแต่ละท้องถิ่นนั้นมา แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วขึ้น เรียกว่าเป็นการแบ่งอำนาจไปยังองค์กรในระดับรองลงมา เพื่อแก้ปัญหาให้กับท้องถิ่นให้เติบโตและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเสนอเป็นแนวทาง เพื่อศึกษาในการหาแนวทางจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีอิสระ สามารถเลือกผู้นำของตนเองได้โดยตรง เพราะผู้นำที่มาจากคนในท้องถิ่นทราบปัญหา และประชาชนในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ชิดประชาชน และยังสามารถติดตามตรวจสอบการทำงาน ของผู้นำท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดทั่วถึง มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในการทำงาน เพื่อส่วนรวมอีกด้วย อันนี้คือเหตุผลที่เสนอ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกในส่วนของ พรรคภูมิใจไทยครับที่สนับสนุนในเรื่องญัตตินี้นะครับ แต่ด้วยความเป็นห่วงแล้วก็เสียดายนะครับว่าญัตตินี้ไม่ได้ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เฉพาะนะครับ ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ติดใจนะครับ ก็เพื่อที่จะประหยัดเวลาไม่ให้ ท่านประธานได้ถามในตอนท้ายอีกครั้งหนึ่งว่าติดใจไหม ซึ่งญัตตินี้ก็จะไปรวมกับญัตติ ของท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์โกวิทย์ พวงงาม ในเรื่องของญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เรื่อง ศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะและกิจการสาธารณะขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจด้านแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นไปได้นะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ในวันนี้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมก็มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อน ๆ ที่ได้พูดไปทั้ง ๑๒ ญัตติแล้วนั้น รายละเอียดก็พูดไปมากแล้ว แต่บางคนถามว่า การที่จะไปตั้งกระทรวงท้องถิ่นใหม่นั้นเป็นการรวมศูนย์อำนาจหรือไม่ ผมถามเพื่อน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วนะครับ เขาบอกว่าสมมุติว่าการตั้งกระทรวงท้องถิ่นจะเป็น การรวมศูนย์อำนาจใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศก็ยินดี ก็ยินดีหมายความว่า ยังยินดีดีกว่าไปรวมศูนย์อำนาจภายใต้กระทรวงมหาดไทย ณ วันนี้ เนื่องจากว่าการรวมศูนย์ อำนาจของกระทรวงมหาดไทยนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ ภายใต้ของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ให้นโยบายและมีปัญหามากมาย เช่น ในเรื่องของปัญหา การจัดจ้างบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรประจำในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี บุคลากร ในเรื่องของการศึกษาก็ดี ล่าช้ามากนะครับ แล้วก็หลายท่านบอกว่าการจัดตั้ง กระทรวงใหม่นั้นคงทำได้ยาก ผมขอเรียนนะครับว่ากระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ในอดีตที่จะมา ให้เกิดโครงสร้างการตั้งกระทรวงใหม่ก็มีมาเยอะแล้ว เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในอดีตก็มาจากกระทรวงมหาดไทย เมื่อก่อนมีกรมอัยการ ก็ไปตั้งออกมาเป็น สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อก่อนในเรื่องของกระทรวงแรงงานก็มาจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาชุมชนก็มาจากกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่า ในเรื่องของกระทรวงมหาดไทยนั้น เมื่อก่อนใครได้เป็นนะครับ ถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่มี บารมีมาก แล้ววันนี้ผมอยากเปรียบเทียบให้เพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้ององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศได้รับทราบนะครับ โดยผ่านท่านประธานว่าอย่างกรณี กระทรวงศึกษาธิการทำไมต้องแยกออกมาตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทำไมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทำไมไม่ไป สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมันเกี่ยวข้องกับในเรื่องของศึกษาธิการ ในเรื่องของ มหาวิทยาลัย ในระดับอุดมศึกษา และในส่วนของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้นก็ไม่ได้มี ทุกจังหวัด แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. นะครับ แผ่นดินนี้ไม่ว่าจะเอานิ้วจิ้มลงในพระแม่ธรณีที่ไหนเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้มีความจำเป็นนะครับว่าการจัดสรร การจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมานั้น ให้มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมาอีกกระทรวงหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง ใช้งบเพิ่ม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปเพิ่มบุคลากรและงบประมาณ หมายความว่า ในการจัดสรรโครงสร้าง ผมพูดในเรื่องมิติโครงสร้างของกระทรวงนะครับ วันนี้ภารกิจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นในกระทรวงอื่น ๆ เอาภารกิจไปแปะไว้ในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาก ไม่ว่าจะเป็น อสม. ๑ ล้านกว่าคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนส่งทางบก เรื่องภาษีนี่ก็เอาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. ไปแบ่งสรรกัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โครงสร้างเหล่านี้ต้องไปจัดระเบียบใหม่ ไม่ว่ากรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ซึ่งอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผอ. สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจซึ่งอยู่สำนัก นายกรัฐมนตรี เวลาเติบโตเส้นทางทางการเมืองจะย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นคณะกรรมการการกระจายอำนาจทำภารกิจในเรื่องของการกระจายอำนาจให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อไปปกปิดเส้นทางการเติบโตในหน้าที่ตำแหน่งการงานของ ตัวเอง ที่ตัวเองจะไปนั่งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ผมคิดว่าค่อนข้างที่จะยาก เพราะเวลากระจายอำนาจเต็มรูปแบบก็จะเห็นว่าอุปสรรควันนี้ ๔ เรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ แล้วผมคิดว่าอีกนานที่ยังไม่สำเร็จ คือ ๑. ในเรื่องของการรวม กฎหมายท้องถิ่น การรวมกฎหมายท้องถิ่นเป็นฉบับเดียวกันนี่ครับ วันนี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ ในเรื่องของกฎหมายรายได้ ในเรื่องของกฎหมายบุคคล ในเรื่องกฎหมายการกระจายอำนาจ วันนี้หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยกับคณะกรรมการการกระจายอำนาจยังทำไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในมิติมุมมองผมนะครับ ผมก็อยากเห็น ประเทศไทยเหมือนกับประเทศมหาอำนาจทั่วโลกที่เจริญแล้ว ไม่มีประเทศใดเลยที่ไม่มี การกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นเพื่อนบางท่านบอกว่าการไปตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้น เป็นการรวมอำนาจ ต้องการจะให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษอย่างนี้ครับ ในส่วนตัวผม ผมก็อยากให้เห็นประเทศไทยก้าวไปถึงในจุดนั้น แต่ในขณะเดียวกันเมื่อ ประเทศไทยเรายังไม่มีความพร้อมในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็จะต้อง ให้มีพี่เลี้ยงหรือว่าต้องมีกระทรวงหลัก เพื่อที่จะยกระดับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้บริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคคล มีความเข้มแข็งแล้ว เราถึงจะค่อยปล่อยให้มีการจัดการรูปแบบพิเศษไปเป็นภูมิภาค เป็นลักษณะเป็นการนำร่อง เช่น ในกรณีภูเก็ต ในกรณีที่เรามีอยู่แล้วในปัจจุบันนี้นะครับ พัทยา หรือ กทม. ก็เป็นรูปแบบ พิเศษ แต่ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นแม่สอดก็ดี เกาะสมุยก็ดี หรือในส่วนของภาคอีสานที่จังหวัด มีความพร้อมเราก็สามารถทำได้ ผมอยากจะยกตัวอย่างเป็นเหตุผลเพื่อที่จะให้ท่านประธาน กับเพื่อนสมาชิกได้เห็นนะครับว่าในเรื่องของการจัดตั้งในส่วนของกระทรวงท้องถิ่นนั้น ณ วันนี้ประเทศไทยเราเปรียบเสมือนว่าเรามีศาลากลางในพื้นที่ในจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้น นะครับ มี ๒ ศาลากลาง ศาลากลางที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งอยู่นั้น ผมขอเรียกว่า เป็นศาลากลางภูมิภาค แต่ศาลากลางที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั่งอยู่นั้น ผมขอเรียกว่า เป็นศาลากลางของประชาชน ในขณะเดียวกันอยากเรียนถามพี่น้องในพื้นที่ ผ่านท่านประธานว่าเวลารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงไปเยี่ยมในส่วนของจังหวัดนั้น ส่วนใหญ่ท่านประธานครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แวะไปหาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความสำคัญ กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้ไปที่ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดละครับ ส่วนใหญ่ก็จะ มาบ้างหรือไม่มาบ้างก็รับฟังกันไป บางเรื่องบางประเด็นนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่กับพี่น้อง ประชาชนในจังหวัด บางท่านก็อยู่ ๘ เดือน บางท่านก็อยู่ได้ไม่กี่เดือน บางท่านก็อยู่ ๔ ปีก็มี ๕ ปีก็มี ก็เหลื่อมล้ำกันไปนะครับ ผมฟังที่จังหวัดตรังเป็นจังหวัดของท่านประธาน ผมชื่นชม แล้วผมก็เคารพชื่นชมในบารมีของท่านประธานนะครับ ที่ท่านประธานมีแนวคิดในเรื่องของ ต้นไม้ริมทาง ผมนั่งรถไปตรังซึ่งเป็นบ้านแม่ของกระผม ผมมีแม่เป็นคนจังหวัดตรัง ก็ไป เช็งเม้งที่จังหวัดตรังทุกปี ผ่านอำเภอสิเกานะครับ ผมเห็นต้นไม้ร่มรื่น เขาเล่าให้ผมฟังว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัดบางท่านกับหน่วยงานของแขวงหรืออะไร เขาต้องการที่จะโค่นทิ้ง แต่ เขาบอกว่าท่านประธานเป็นคนขอแล้วก็บอกว่าต้นไม้อันนี้เก็บเอาไว้ นี่ละครับมันเป็นเหตุผล ที่ว่าคนในพื้นที่ย่อมรู้จิตใจของพี่น้องประชาชนว่าเราเป็นเจ้าของจังหวัด เราต้องการอะไรให้ จังหวัดของเรามีความสวยงามและร่มรื่น ร่มเย็น แต่ในขณะเดียวกันในหน่วยงานของภาค ราชการที่ไปนั้นเขาอาจจะต้องการใช้งบประมาณ มีงบประมาณเพื่อขยายถนนขึ้นมา ต้องการทำสิ่งต่าง ๆ นั้นก็เป็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างในส่วนของหน่วยงาน การบังคับกำกับดูแลในส่วนของภูมิภาค ผมเห็นด้วยนะครับว่าในวันนี้ประเทศไทยอาจจะมี ความจำเป็นจะต้องมีส่วนภูมิภาคอยู่ แต่ในขณะเดียวกันภูมิภาคชื่อก็บอกแล้วว่าภูมิภาค ก็หมายความว่าเขาจัดกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดฝั่งอันดามัน กลุ่มจังหวัดฝั่งอ่าวไทย ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ก็เป็นกลุ่มของจังหวัด ๔-๕ จังหวัดก็จัดไป ผมยัง เห็นด้วยว่าให้มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นวันนี้ ถึงเวลาแล้วครับ ผมคิดว่าสภานี้เพื่อนที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๘๐ ท่านด้วยกันนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคการเมืองใดก็ตามที่มีการเสนอแนวคิดแนวทาง ในเรื่องของยกระดับการกระจายอำนาจให้ถึงกับพี่น้องประชาชนนั้น แล้วก็ตั้งกระทรวงท้องถิ่น ขึ้นมา ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ถูกใจในส่วนของพี่น้องประชาชนนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้นผมยังไม่คาดหวังว่าการที่จะยกไปให้กรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ตั้ง อนุขึ้นมาอาจจะสำเร็จก็ได้ หรือไม่สำเร็จก็ได้ แต่ก็มีความดีใจแล้วก็ขอบคุณท่านประธานว่า วันนี้การกระจายอำนาจ และการนำแนวคิดในเรื่องของการตั้งกระทรวงท้องถิ่นได้เข้าสู่ สภานิติบัญญัติ และเราได้เริ่มก่อตัวเพื่อที่จะถักทอ แล้วก็ศึกษาความเป็นไปได้ว่าถ้ามีการตั้ง กระทรวงท้องถิ่น หรือสำนักงานท้องถิ่นแห่งชาติในรูปแบบใดก็ตามที่จะให้มีความเป็นอิสระ มีความคล่องตัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราไม่ห่วงในเรื่องของการตรวจสอบ ไม่ว่าจะ เป็น ป.ป.ช. สตง. หรือหน่วยงานองค์กรอิสระ องค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญ ในการที่จะมา ตรวจสอบความสุจริตโปร่งใสนะครับ ซึ่งก็มีข้อมูลว่าสถิติการทุจริตขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ในขณะที่ในส่วนของภาครัฐภูมิภาคอื่นนั้นสูงกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน ผมคิดว่าในส่วนของโครงสร้างของ กระทรวง ๒๐ กระทรวง ๑๙ กระทรวง หรือ ๑ สำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ถ้าจะเพิ่มกระทรวง ท้องถิ่นเข้าไปนั้น ก็ไม่ได้ทำให้นโยบายในส่วนของรัฐบาล หรือว่าทำให้เพิ่มภาระในเรื่องของ งบประมาณของประเทศแต่อย่างใดก็เป็นการจัดสรรในส่วนของกรมอะไรต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในกระทรวงอื่น ๆ เข้ามาอยู่ในกระทรวงท้องถิ่นให้กระทรวงท้องถิ่น ซึ่งรวบรวมแล้วประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณของประเทศร่วม ๆ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าในจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในจำนวนของบุคลากรองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คนนั้น ผมคิดว่าก็เป็นเหตุผลที่ฟังได้ในเรื่องของการตั้ง กระทรวงใหม่นะครับ แล้วก็เจ้าหน้าที่ในส่วนของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มี เส้นทางในการเติบโตในหน้าที่ราชการในส่วนของกระทรวงท้องถิ่นในอนาคต ณ วันนี้ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นนครราชสีมา อะไรต่าง ๆ ก็ไปตันอยู่ที่ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่สามารถที่จะขึ้นมาสู่ในส่วนกระทรวงอะไร ได้นะครับ ซึ่งแตกต่างจากในส่วนของกระทรวงอื่น ผมต้องขอขอบคุณในส่วนสุดท้ายนี้ที่เพื่อน สมาชิกทั้งฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็ฝ่ายค้านได้อภิปรายก่อนหน้าผมก็เก็บประเด็นไป ผมคิดว่าครบถ้วนบริบูรณ์ในเรื่องของเหตุและผลน่าจะเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่เราตั้งไปก่อนหน้านั้นแล้วก็ควรจะเก็บประเด็นอันนี้เพื่อที่ไปใช้ประโยชน์ในการตั้ง อนุกรรมาธิการในครั้งหน้าต่อไปนะครับ ก็กราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ก็เราจบทั้ง ๑๓ ญัตตินะครับ มีผู้เสนออภิปรายจำนวน ๑๐ ท่าน ทั้ง ๑๐ ท่านนี้ก็มาจากพรรคการเมือง ที่เสนอญัตตินี้ด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นใดที่ท่านเห็นว่าซ้ำนะครับ ก็อย่าให้ เสียเวลามาก เพราะว่าเราจะได้ทำเรื่องนี้ให้เร็วขึ้นให้จบได้เร็วขึ้นนะครับ มี ๑๐ ท่าน ผมขออ่านรายชื่อเพื่อท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นายประกอบ รัตนพันธ์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายมานพ คีรีภูวดล ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อนุญาตให้ทั้ง ๑๐ ท่าน ได้อภิปรายครับ ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับ วันนี้ผมมาสนับสนุนญัตติของนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๒ ท่านใน ๒ ญัตตินะครับ ที่ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ท่านประธานครับ ผมเริ่มอย่างนี้ครับ ก้าวแรกก้าวไกลนำพาไปสู่การกระจายอำนาจครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเทศและเป็นสังคมใหญ่ไม่ใช่ ๓๐๐,๐๐๐ คนใน อปท. นะครับ แต่ ๗๖ จังหวัดที่รอ ผมคิดตัวเลขกลม ๆ ก็คือ ๕๐ กว่าล้านคนที่รอ ประชาชนต้องการได้รับ ความสะดวกครับท่านประธาน รวดเร็วขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนไทยยุคนี้จะได้ใช้สิทธิ และเสรีภาพอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการส่งเสริมการพัฒนาการเมือง แต่รัฐธรรมนูญมิได้เปิด โอกาสให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นอย่างแท้จริงครับท่านประธาน ฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญ คงจะต้องถูกกำหนดอย่างนั้นเช่นเดียวกันครับ ถึงเวลาแล้วครับ ที่จะต้องแบ่งอำนาจ แบ่งการมอบอำนาจ การโอนอำนาจ ๓ อย่างนี้ลงไปยังท้องถิ่นให้ชัดเจนโฮมรูล (Home rule) คือการเมืองด้วยตนเอง โลคัลออโทโนมี (Local autonomy) ความเป็นอิสระของ ท้องถิ่นต้องเกิดขึ้น เพาเวอร์ ออฟ ดีเพนเดนต์ โมเดล (Power of Dependent Model) การพึ่งพากันในเชิงอำนาจ ก็คือการบรรจบกันของผลประโยชน์ และความต้องการของ ประชาชนของรัฐส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นต้องบรรจบกันได้แล้วครับท่านประธาน คือการมีอิสระ หลักการการกระจายอำนาจ คือการดีเซ็นทรัลไลซ์ (Decentralize) แน่นอน ครับท่านประธาน ผมสนับสนุนเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นคือที่ผ่านมารัฐไม่สามารถแบ่งสัดส่วน ของงบประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ให้กับท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ที่ผ่านมา ๒-๓ ปี ก็คือถ้าคิด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ก็ได้จากรายจ่ายของงบประมาณ ถ้าคิด ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ก็คือจากรายได้ ของรัฐ ไม่เคยได้ครับ แล้วปรากฏว่าเงินที่ส่งไปนั้นก็ถูกกำกับไปอีกครับ คืออำนาจถูกควบคุม ตามลงไป ไม่ได้ใช้จริงนะครับ ยังไม่ยอมถ่ายโอนภารกิจที่แท้จริงตามกฎหมายให้หมดด้วย การถ่ายทั้งภารกิจ นมโรงเรียนก็ดี ถนนที่จะต้องถูกสร้างก็ดี หรือภารกิจการเก็บภาษีต่าง ๆ ยังมีใบกำกับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นลงไป ทัศนคติและค่านิยมของท่านประธานครับ ความมีศักดิ์ศรีของข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคดูจะเหนือกว่าท้องถิ่น อันนั้นคือ อัตลักษณ์ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้สิ่งพวกนี้หายไป แล้วสิ่งสำคัญคือยังไม่มี ขีดความสามารถในการจัดการตนเองได้อย่างดีขึ้น คือการพัฒนาของคนในท้องถิ่นเอง มันก็ เคยเกิดเป็นปัญหาครับท่านประธาน ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คืออันแรกที่ควรจะแก้ไขโดยเฉพาะ ส่วนภูมิภาคไม่ให้ทับซ้อนกับท้องถิ่นครับท่านประธาน คือการถ่ายโอนและการขึ้นเงินเดือน ให้กับข้าราชการท้องถิ่นเพื่อชักจูงแรงจูงใจให้กับข้าราชการท้องถิ่นที่เป็นภูมิภาคแล้วย้ายโอนมา ท้องถิ่นก็จะมีแรงจูงใจแล้วก็มีการจัดการตัวเอง โดยเฉพาะการจัดการตัวเองนั้นด้วย ความเป็นอิสระ ท้องถิ่นจะต้องมีอิสระเพราะท้องถิ่นมีอยู่ ราชการท้องถิ่นมีอยู่ ๒ แบบ คือแบบทั่วไปกับแบบพิเศษ ปัจจุบันนี้ทั่วไปมีอยู่เกือบทุกจังหวัดอยู่แล้ว แบบพิเศษก็คือมีแค่ พัทยากับกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นรูปแบบของกรุงเทพมหานครควรจะถูกขยับ ฉะนั้น ราชการท้องถิ่นที่เป็นเทศบาล เป็น อบต. อบจ. สามารถขยับตัวเองขึ้นมาด้วยรายได้หรือแวลู (Value) ที่ตัวท้องถิ่นเขาสามารถเองได้ สมุย มาหยา อาจจะเป็นเหมือนพัทยาได้ ยกระดับ ขึ้นมาเป็นราชการท้องถิ่นแบบพิเศษได้ เขามีความเป็นอิสระครับ ภูเก็ตก็ดี เชียงใหม่ก็ดี อุดรธานีก็ดี สามารถยกระดับขึ้นมาเป็นกรุงเทพมหานครได้ เขาพร้อมครับ แม้กระทั่ง ขอนแก่น ยกเลยครับ ให้มีความเป็นอิสระ ให้ใช้งบประมาณด้วยตนเอง ให้เก็บรายได้ ให้เก็บภาษี ให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจของเขาขึ้นมา เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประเทศชาติได้มีระบบเศรษฐกิจขึ้นมา อย่างมากมายครับ กำหนดรูปแบบที่ท้องถิ่นจะต้องโตขึ้น และสิ่งสำคัญสุดท้ายครับ ท่านประธานคือการที่จะทำได้อย่างชัดเจนนะครับในเรื่องประเด็นเหล่านี้ เมื่อส่งเรื่องให้ กมธ. ที่รออยู่นะครับ ซึ่งรอเรื่องนี้อยู่นะครับเพื่อพิจารณาคือ🔗
๑. การเสนอแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ในหมวดที่เกี่ยวกับเรื่องการกระจาย อำนาจ เอาให้ชัดเลยครับว่ารัฐต้องจัด ๓๕ เปอร์เซ็นต์ชัดเจน ไม่จัดไม่ได้ แล้วการกระจาย อำนาจต้องแบ่งปันอำนาจ มอบอำนาจไปโดยผูกติดไปด้วยกับงบประมาณนะครับ แล้วแก้ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินครับ สุดท้าย ขณะนี้แก้ง่ายที่สุด คือนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมไปก่อน มันก็จะมีกระทรวงหรือทบวงใหม่ รัฐบาลคงจะต้องแบ่งปันตำแหน่งใหม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ครับท่านประธาน ก็ขอให้จัดสรรตำแหน่งที่จะเกิดขึ้นในกระทรวงท้องถิ่น โดยไม่ขัดขา ขัดแข้งกันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประกอบ รัตนพันธ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมดีใจมากครับ ที่ญัตติของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าสู่สภาวันนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คือเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ๑๓ ญัตติ ๘ ญัตติเป็นเรื่องของให้มีรูปแบบโครงสร้างของการปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยที่จะให้มีกระทรวงท้องถิ่น อีก ๕ ญัตติท่านประธานครับ เป็นเรื่องของ การกระจายอำนาจและการถ่ายโอนอำนาจให้ท้องถิ่นมีอำนาจที่แท้จริง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ มีความสำคัญมาก อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ทั้งหมดนั้นที่ผมกราบเรียนมามันต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่อที่จะอ่านบทบัญญัติที่สำคัญในการปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในหมวดที่ ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น ในมาตรา ๒๔๙ ซึ่งมีบทบัญญัติไว้ว่าภายใต้บังคับมาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่น ตามหลักแห่งการปกครองตนเองนะครับท่านประธาน ตามหลักในการปกครองตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ผมย้ำนะครับว่าตามเจตนารมณ์ของประชาชน ในท้องถิ่น ทั้งนี้ตามวิธีการและรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัตินะครับ อันนี้ชัดเจนมากครับ เพราะว่าเราจะทำอะไรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือต้องอยู่ ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ🔗
กฎหมายฉบับที่ ๒ ผมคิดว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญมากต่อการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่น ก็คือพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งขณะนั้นท่านประธานเองนั่งเป็นฝ่ายบริหาร นะครับ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนว่าเป็นความชาญฉลาดของรัฐบาลในยุคนั้น ที่เล็งเห็นว่าท้องถิ่นเจริญได้นี่ ต้องคนของท้องถิ่นดูแลท้องถิ่นตนเอง จะเห็นว่าก่อนหน้านั้น เรามีการปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค การปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคนี่ไม่มีใคร เล็งเห็นปัญหาท้องถิ่นได้ดีเท่าคนท้องถิ่น สมัยที่รัฐบาลที่ท่านนั่งเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเล็งเห็นว่าท้องถิ่นมีความสำคัญมาก คนในท้องถิ่นต้องปกครองตนเอง ก็กระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่น และผลที่เกิดมาวันนี้ท่านเห็นไหมครับว่าตำบล หมู่บ้านนี่เจริญกันถ้วนหน้า ถ้าเกิดไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายแผนขั้นตอนการกระจาย อำนาจในวันนั้นวันนี้ท้องถิ่นก็ยังไม่เจริญ แต่น่าเสียดายท่านประธานครับ แผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ วันนี้ปี ๒๕๖๔ ๒๐ กว่าปี แล้วครับ ก็ยังไม่ได้คืบหน้า ยังไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ทั้งในเรื่องของ กระจายอำนาจเรื่องของเงิน เรื่องของคน เรื่องของอำนาจในการปกครองตนเองก็ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ซึ่งเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้กรุณาอภิปรายไปแล้ว สำหรับตัวผมเองท่านประธาน ครับ ผมไม่ได้ติดใจนะครับว่าเราจะตั้งกระทรวงท้องถิ่นหรือไม่ ผมไม่ได้ติดใจเลยครับ ผมยัง มองอยู่ว่าการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นนี่มันเป็นการเพิ่มภาระให้กับประเทศชาติไปหรือไม่ แต่หัวใจของการปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจ การที่ให้ท้องถิ่น มีอำนาจในการบริหารจัดการตนเอง ให้คนท้องถิ่นจัดการท้องถิ่นของตนเองตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในการกระจายอำนาจที่สำคัญมากก็คือกระจายเรื่องคน ท้องถิ่นต้องมีอำนาจ ในการบริหารจัดการเรื่องคน ท่านประธานครับ เรายิ่งกระจายอำนาจ ยิ่งรวมศูนย์อำนาจ เห็นตัวอย่างชัด ๆ นะครับในการมอบอำนาจให้กับท้องถิ่นคัดสรรบุคคลทำงานในท้องถิ่น ไม่ว่าตำแหน่งครู อาจารย์ ไม่ว่าตำแหน่งพนักงานของท้องถิ่น เดิมทีท้องถิ่นสามารถบริหาร จัดการได้ แต่วันนี้ต้องกลับมอบอำนาจดึงอำนาจไปสู่ส่วนกลางให้ส่วนกลางเป็นคนจัดสอบ เป็นคนสรรหา ซึ่งผมเรียนว่ามันเป็นปัญหาอย่างมากที่สุด มันค่อนข้างขัดเจตนารมณ์ของ กฎหมายที่ให้คนท้องถิ่นดูแลท้องถิ่น พอมาสอบส่วนกลางท่านประธานครับ ก็จะเห็นว่าคนนอก ท้องถิ่นนี่ไปดูแลท้องถิ่นของคนอื่น ไม่รู้จักวัฒนธรรม ไม่รู้จักประเพณี ไม่รู้จักความเป็นมา ของท้องถิ่นก็ทำให้มีปัญหา และในไม่ช้าบุคคลเหล่านั้นก็ดิ้นรนที่จะกลับท้องถิ่นตนเอง เมื่อครบที่กฎหมายกำหนด ๕ ปี ก็สร้างความยุ่งเหยิงให้มากพอสมควร คนนอกท้องถิ่นไป ทำงานในท้องถิ่นอื่น ๕ ปี ไม่ได้ตั้งใจทำงานเพราะคอยจ้องที่จะกลับท้องถิ่นตนเองก็เป็น ปัญหา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าการปฏิรูปท้องถิ่น การบริหารจัดการ ท้องถิ่นมันไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ นะครับ ยิ่งนานยิ่งรวมศูนย์อำนาจแทนที่จะยิ่งนานยิ่งกระจายอำนาจ ไม่เป็นตามเช่นนั้น กระผมก็ กราบเรียนท่านประธานว่าผมเองต้องการเรื่องความเสมอภาคและความเท่าเทียม ใจผมนี่ ควรยกระดับ อบต. นี่ให้เป็นเทศบาลตำบลทั้งหมดโดยใช้เขตปกครองเป็นเขตพื้นที่ ไม่ต้อง คำนึงถึงรายได้ ไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนประชากร ไม่ต้องคำนึงถึงขนาดพื้นที่ แต่คำนึงถึง เขตปกครองของตำบลเป็นหลักเป็นการสร้างความเท่าเทียมให้กับพี่น้องภายในตำบล แต่วันนี้พี่น้อง ๒ ตำบล ตำบลหนึ่งเป็นเทศบาล ตำบลหนึ่งเป็น อบต. จะไม่มีความเท่าเทียม ภายใต้กฎหมายคนละฉบับครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมเสนอให้ยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาลตำบลครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ หลังจากนั้นเป็นคุณนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายแสดงความเห็นสนับสนุนในญัตติ ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นหลายญัตติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายพรรคการเมือง ซึ่งแสดงว่าผู้แทนประชาชนให้ความสำคัญกับท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้มีข่าวที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญมีมติครั้งสำคัญสำหรับ คนไทย เพราะเป็นก้าวสำคัญที่คนไทยจะมีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ส.ส.ร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง โดยตัดในส่วน ส.ส.ร. ที่มาจากกลุ่มอาชีพออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วเกี่ยวอะไรกับญัตติท้องถิ่นที่กำลังพิจารณาอยู่ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าการที่ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง ส.ส.ร. โดยตรงเป็น นิมิตหมายที่ดีว่าท่านให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน ไปสู่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจมีความสำคัญอย่างไร การอภิปรายที่รวบรัดที่สุดและเห็นภาพชัดเจนที่สุด คือการยกตัวอย่างของจริงที่ประเทศที่เจริญแล้วที่เขาก้าวหน้า เพราะเขาให้ความสำคัญกับ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คงไม่ต้องยกตัวอย่างไกลเอาในประเทศ ในเอเชีย (Asia) ด้วยกัน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ขณะนี้ประเทศไทยของเราตามหลังเขาไม่เห็นฝุ่น กระผมเคย ยกตัวอย่างอย่างน้อย ๒ ครั้งในสภาแห่งนี้ว่าสมัยรุ่นปู่ของเราประเทศไทยเคยส่งทหารไปช่วย เกาหลีรบประเทศเขาแหลกลาญจากสงคราม บ้านแตกสาแหรกขาด แต่ปัจจุบัน กระทรวงกลาโหมของไทยต้องไปซื้อเครื่องบินฝึกรบจากประเทศเกาหลีใต้ ส่วนญี่ปุ่นไม่ต้อง พูดถึงเราตามหลังเขาหลายช่วงตัวเพราะอะไร เพราะเขาให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ส่วนประเทศไทยมีการปฏิวัติรัฐประหารจำนวนมาก หลายครั้งจนติดอันดับโลก เราจึงถอยหลังเข้าคลอง ขณะนี้เราควรตระหนักและควรแก้ ให้สามารถเดินหน้าได้ด้วยการเป็นประชาธิปไตยและการกระจายอำนาจที่สมบูรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มาตรา ๒๕๒ บัญญัติว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้ง แต่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของประเทศ เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ผู้ว่า กทม. ในปัจจุบันยังมาจาก การแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. ประเทศไทยของเรายังเป็นเช่นนี้อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอุปสรรคสำคัญของการกระจายอำนาจก็คือการหวงอำนาจหรือการรวบอำนาจไว้ที่ ส่วนกลาง ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่สุด ยากที่สุดในการที่จะฝ่าฟันไปสู่การกระจาย อำนาจ🔗
ในประเด็นต่อมาที่อ้างกันมากอีกประเด็นก็คือการทุจริตคอร์รัปชันของ ผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นส่วนใหญ่กล่าวด้วยความน้อยใจว่าหากรวมตัวเลขของ งบประมาณที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต. ถูกกล่าวหาว่าทุจริตรวมกันแล้ว ยังไม่เท่ากับฝ่ายบริหารที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตในโครงการเดียวด้วยซ้ำไป ถ้าผู้ใหญ่ ในบ้านเมืองทำงานให้เป็นหลักแล้วปัญหาในองค์กรระดับล่างก็จะลดน้อยลง ดังคำพังเพย ที่ว่า ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมให้ความสำคัญกับ ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษด้วยเหตุว่าจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาท้องถิ่น และประเทศชาติให้ ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบัน พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมแบ่งท้องถิ่นออกเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนตำบล และมีกรุงเทพมหานครกับเมืองพัทยาเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จาก พ.ศ. ๒๕๓๔ ถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้วมีความคิดหลากหลายว่าในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวอาจพัฒนาเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้ ตรงนี้น่าสนใจมาก นอกจากนี้จากการที่กระผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนได้เคยไปจัดสัมมนา ในหัวข้อการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ได้ข้อมูลสำคัญมาประการหนึ่งว่าการให้มีท้องถิ่น รูปแบบพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีอัตลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น โดยรัฐควบคุม กำกับ ทางด้านความมั่นคง การต่างประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญของไทยก็จะสามารถสร้างความสงบสุข สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เมื่อบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจ สังคมก็จะดีขึ้น เป็นเงาตามตัว ประการสำคัญคณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลจากการศึกษาหลายภาคส่วน🔗
ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการ อยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ส่วนผู้ที่มีความคิดสุดโต่งมีเพียงเล็กน้อย ถ้าให้คนส่วนใหญ่ ดูแลตนเองภายใต้รัฐธรรมนูญบ้านเมืองก็จะสงบร่มเย็น สร้างความเจริญให้กับบ้านเมืองได้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเกินเวลา ๗ นาทีไปอีกเล็กน้อย เพราะสาระยังไม่ครบครับ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา กระผมและคณะทำงาน เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่บ้านจะงา ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี ขออนุญาตฉายภาพครับท่านประธาน🔗
โดยได้รับแจ้งจากเครือข่ายที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนเคยไปสัมมนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องการ การช่วยเหลือโดยเฉพาะน้ำสะอาด ผมก็แจ้ง ปภ. และจังหวัดปัตตานีลงไปช่วยเหลือ ในเบื้องต้น ก็ต้องขอขอบคุณ ปภ. และจังหวัดปัตตานีที่ให้การสนับสนุน ท่านประธาน ที่เคารพครับภาพสุดท้ายคือภาพที่ ๕ ที่ชาวบ้านไม่อยากเห็นกับภาพนี้ครับ เป็นภาพรถจีเอ็มซี (GMC) มีกำลังพลอาวุธครบมือ แล่นในถนนสาธารณะเสมือนบ้านเมืองอยู่ในห้วงวิกฤติความ มั่นคง ใครจะมาเที่ยว ใครจะมาลงทุนชาวบ้านเขาฝากมา แล้วภาพนี้ผมถ่ายเองในขณะที่ เดินทางไปบ้านปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวบ้านเขา รวมตัวกันแล้วให้ความเห็นว่าอยากได้เรือท้องแบนไว้เป็นสมบัติของท้องถิ่น เพราะแม่น้ำตานี น้ำท่วมเป็นประจำที่ถ้าหมู่บ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำ จำเป็นจะต้องมีเรือโดยเฉพาะ ยามเจ็บป่วยมีความจำเป็นมาก ถ้าในอนาคตจังหวัดปัตตานีเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ปัญหา เช่นนี้ก็จะหมดไป และที่สำคัญปัญหาความมั่นคงก็จะได้รับการคลี่คลายลงอย่างมาก ดังนั้น กระผมจึงมีความเห็นว่าท้องถิ่นรูปแบบพิเศษมิใช่มีเฉพาะที่จะพัฒนาในเรื่องเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ในเรื่องอัตลักษณ์หรือเรื่องความมั่นคงของชาติก็สามารถ จะพัฒนาเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้ จึงขออภิปรายสนับสนุนในญัตตินี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณนพดล แก้วสุพัฒน์ หลังจากนั้นจะเป็นคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขออภิปรายสนับสนุนญัตติที่แล้วมา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการตั้งกระทรวง เรื่องของการตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหรือการบริการสาธารณะ ต่าง ๆ นะครับ ผมก็ขอสนับสนุนในเรื่องนี้ ปัจจุบันท้องถิ่นมีรูปแบบการปกครองที่ใกล้ชิดกับประชาชนถึง ๗,๘๕๒ แห่ง และมีบริการ ที่ทั่วถึงมากกว่าระดับภูมิภาคที่มีแค่ระดับจังหวัดแต่ทำในพื้นที่เดียวกัน ปัจจุบันเรามีพื้นที่ ของท้องถิ่นเต็มประเทศหมดแล้วนะครับ มีการร่างกฎหมายให้เกิดการกระจายอำนาจ สู่พี่น้องประชาชนโดยผ่านท้องถิ่น เป็นรูปแบบการปกครองอีกแบบหนึ่ง ผมคิดว่าภารกิจ ที่ถ่ายโอน หรือตามกฎหมายจัดตั้งของท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ภารกิจในร่วม ๆ ๒๐ กระทรวง ประมาณร่วม ๖๐ กรม และอีกหลายสำนักงานที่ถ่ายโอน แล้วทำให้เกิด การซ้ำซ้อนของการทำงานระหว่างพื้นที่ที่เป็นของท้องถิ่นกับภูมิภาค นโยบายในท้องถิ่นเอง ซึ่งบริหาร ต้องพิจารณาถึงนโยบายบริหารและปฏิบัติ ในส่วนกลางก็เป็นเพียงกำหนด นโยบาย ส่วนภูมิภาคเองสมัยก่อนก็คงทั้งรับบริหารและปฏิบัตินะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มาทำให้ ซ้อนกัน เพราะว่าส่วนภูมิภาคเองก็ลงไปทำงานในพื้นที่ในฐานะผู้ปฏิบัติอีกส่วนหนึ่ง ผมคิดว่า นี่คือปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของความซ้ำซ้อน ดูในเรื่องของงบประมาณ ท้องถิ่นเอง มีรายได้ปัจจุบันที่บริหารอยู่ประมาณร่วม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมคิดว่าเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน คือ ๑ ใน ๓ แล้วก็จำนวนบุคลากรในพื้นที่ของ ท้องถิ่นที่ดูแลหรือเป็นผู้ขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายประจำ รวมทั้ง อาสาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ ผมคิดว่ามีร่วม ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ส่วนอำนาจหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้ง หรืออำนาจหน้าที่ตาม ภารกิจถ่ายโอนตามกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำ แทบจะทดแทนภูมิภาคทั้งหมด เพียงแต่ว่าภูมิภาคเองจะทำในเรื่องเฉพาะที่เกิดขึ้น แต่ใน ส่วนท้องถิ่นเองต้องทำให้ทั่วถึง ไม่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง จำนวนท้องถิ่นที่มีมากผมคิดว่า ก็ทำให้เกิดการดูแลที่ทั่วถึงพี่น้องประชาชน นี่ถือว่าเป็นการดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า การปฏิบัติตามระเบียบต่าง ๆ ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดตรงนี้ ซึ่งออกมาแล้วทำให้เกิด ปัญหาในการบริหารงานจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับภารกิจ เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยเองก็จะมี อำนาจออกกฎหมายเท่าที่ท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายถ่ายโอนภารกิจ ตามแผนกระจายอำนาจ แต่ปัจจุบันนี้มีประกาศหรือคำสั่งที่ให้ท้องถิ่นต้องทำตามนโยบาย ของรัฐบาล โครงการของกระทรวงมหาดไทย และโครงการต่าง ๆ ของส่วนราชการทั้งประเทศ ก็หมายความว่าต้องไปปฏิบัติภารกิจของนอกเหนือที่มีอำนาจอยู่ แต่การเบิกจ่ายของท้องถิ่นเอง เราเบิกจ่ายได้เฉพาะระเบียบเบิกจ่ายของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ภารกิจที่ทำเป็นเรื่อง ที่นอกเหนืออำนาจของกฎหมายของท้องถิ่นจัดตั้งและกฎหมายถ่ายโอน ทำให้กระทรวงมหาดไทย ก็ไม่มีอำนาจที่จะไปออกแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายภารกิจของกระทรวงอื่น นี่คือประเด็นปัญหา ผมถึงคิดว่าถ้าท้องถิ่นเองไม่มีบ้านของตัวเองหรือสังกัดของตัวเอง ที่ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเองถามท้องถิ่นทั้งประเทศก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองสังกัดองค์กรของตัวเอง เพราะว่าสังกัดที่อยู่นี้ก็ไปใช้เข็มต่าง ๆ ที่ติดในเครื่องแบบเป็นของกระทรวงมหาดไทย จริง ๆ แล้วต้องสังกัดของตัวเองคือท้องถิ่นนั้น แล้วก็เป็นส่วนของประชาชนเป็นเจ้าของ มากกว่า ผมคิดว่าตรงนี้เองถ้ามีกระทรวงซึ่งเป็นเจ้าสังกัดแล้วดูแลกฎหมาย แก้ปัญหาได้ ตลอดทุกวัน เพราะว่ากรรมการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อดูแลท้องถิ่น ไม่ว่าจะกระจายอำนาจหรืองานบุคคลมีการประชุมกันแค่เดือนละครั้งแต่ปัญหาของท้องถิ่น เกิดขึ้นทุกวัน แต่การแก้ปัญหาแค่เดือนละครั้งไม่ได้แก้ปัญหาหรือประโยชน์ของประชาชน ที่เสียไปได้เลย ผมถึงคิดว่าถ้ามีการที่จะให้มีท้องถิ่นรวมตัวแล้วก็มีหน่วยงานเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือสำนักงานท้องถิ่นแห่งชาติจะเป็นประโยชน์กับการที่ท้องถิ่น จะแก้ปัญหาและมีการออกระเบียบที่สอดคล้องในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งจะได้เชื่อมโยงกับ กระทรวงอื่นที่มีภารกิจให้ท้องถิ่นได้จัดการดำเนินการในเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ได้ไวขึ้น เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาของท้องถิ่นที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นงาน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ หรือบุคลากรที่ซ้ำซ้อนกันไม่มีกฎหมายใดที่ชัดเจนให้ท้องถิ่นสามารถร่วมกันทำหรืออะไรได้ ตรงนี้ผมถึงได้อยากเสนอว่าถ้ามีการตั้งกระทรวงหรือมีสังกัดของท้องถิ่นที่มีรูปแบบที่จะช่วย ให้ท้องถิ่นแก้ไขปัญหาโดยยึดประโยชน์ของประชาชนได้อย่างทั่วถึงจะเป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แล้วก็จะเป็นคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ แล้วเป็นคุณซูการ์โน มะทา นะครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดธนบุรี อำเภอราชพฤกษ์ อำเภอบุปผารามนะครับ ท่านประธานอาจจะงงใช่ไหมครับ จังหวัดธนบุรีหรือทุกท่าน แต่เชื่อไหมครับว่าในเขตพื้นที่ผมเองแต่ก่อนหรือฝั่งธนบุรีของเราเคยเป็นจังหวัดแยกออกมา จากกรุงเทพมหานคร เพิ่งมีการควบรวมกันเมื่อปี ๒๕๑๔ เท่านั้นเองครับ เป็นช่วงเวลาที่ ไม่นานแต่ผมก็ยังไม่เกิดนะครับ นาน ๆ ทีด้วยความเป็นผู้แทนในพื้นที่ เวลาลงพื้นที่ เจอสถานที่เก่า ๆ บางแห่งก็จะเห็นป้ายว่าเป็นจังหวัดธนบุรีหรือว่าได้ดูสำเนาทะเบียนบ้าน ของหลาย ๆ ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ คนแก่ก็จะเป็นจังหวัดธนบุรี อำเภอบุปผาราม ซึ่งตอนนี้ก็เป็น เขตคลองสานใช่ไหมครับ ผมก็กลับมองว่าในความเป็นจริงแล้วกรุงเทพมหานครตั้งแต่ตอนนั้นมา มาถึงตอนนี้มันผ่านการเติบโตประชากรเยอะขึ้นมาก ลำพังกรุงเทพมหานครเองตามทะเบียนราษฎร์ มีคนเกือบ ๑๐ ล้านคนที่อยู่และมีประชากรแฝง ผมเชื่อว่าเข้า ๆ ออก ๆ ในรอบ ๆ จังหวัด ปริมณฑลไม่ต่ำกว่า ๑๕ ล้านคนต่อวันอย่างแน่นอน ถามหน่อยครับว่าคนจำนวน ๑๕ ล้านคนนี่ ความใหญ่ของมันปริมาณของมันก็ตามมาด้วยปัญหาและการจัดสรรงบประมาณ ทั้งปัญหา เรื่องประชากรแฝงเองก็ดี แต่ที่สำคัญที่สุดครับ กรุงเทพฯ ที่เราได้เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร แต่เราล้าหลังมากในเรื่องการกระจายอำนาจครับ ผมเองก็มองว่ากรุงเทพฯ นี่เป็นจังหวัดที่ใหญ่ เป็นไปได้ไหมครับท่านประธานที่เราจะแบ่งจังหวัดกรุงเทพมหานครออกมา เป็นจังหวัดธนบุรีไหม เพราะธนบุรีเองตอนนี้ก็มี ๙ เขต หรือในอดีตก็เป็น ๙ อำเภอ แล้วจัด ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า ให้เหมือนกรุงเทพมหานครนี่แหละ แต่มันก็เท่ากับว่าเราลดงานผู้ว่า คนหนึ่งของกรุงเทพฯ ไปได้ ผมว่าแบ่งไปสัก ๕ ล้านคนไหมครับ ประเทศในยุโรป บางประเทศนี่ประชากรเขาแค่ ๒ ล้านคนเองนะครับ กรุงเทพฯ ๑๕ ล้านคน มีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครคนเดียว แล้วก็ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะทำอะไรสักอย่างก็ทำไม่ได้เลย จะขอสายป้ายรถเมล์ จะเปลี่ยนป้ายรถเมล์ จะให้รถเมล์มาวิ่งตรงนี้ไม่ได้ครับ ต้องไปขอ ขสมก. ไม่ใช่อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครับ นี่คือเราให้ไปแต่ชื่อให้ประชาชนด่าแต่ไม่ให้ อำนาจเขาไปจัดการอะไรเลย ตรงนี้ก็เป็นปัญหาของกรุงเทพฯ เหมือนกันครับ🔗
แนวทางที่ ๒ ที่ผมอยากจะเสนอในกรุงเทพฯ นะครับ ที่ผมบอกว่าเราล้าหลัง เพราะว่าอย่างต่างจังหวัดเองเขาก็มีการเลือกตั้งนายก อบต. ใช่ไหมครับ ซึ่งกรุงเทพฯ ครับ ถ้าเทียบกับ อบต. ในกรุงเทพฯ มันอาจจะเรียกว่าเป็นผู้อำนวยการเขตก็เป็นไปได้นะครับ ซึ่งแต่ก่อนเราก็ไม่เคยมีหรอกครับผู้อำนวยการเขต อย่างมากก็มีเป็น ส.ข. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายนี่ก็บอกว่าให้คำปรึกษากับผู้อำนวยการเขตซึ่งเป็นข้าราชการที่แต่งตั้งมาจาก กทม. ตรงดินแดงหรือว่าแต่ก่อนคือเสาชิงช้า ปัญหาของผู้อำนวยการเขตนะครับ เชื่อไหม ครับท่านประธาน ผมเป็น ส.ส. มาครั้งแรกนะครับปีสองปีแล้ว ผมเป็น ส.ส. มา ผู้อำนวยการ เขตคลองสานนี่เปลี่ยนไป ๔ คนแล้วครับ คือก็ไม่แน่ใจว่าด้วยพฤติกรรมของผมเองที่ไปร้องเรียนอะไรแกบ่อยในเรื่องที่มันยากลำบาก ผู้ใหญ่ที่เหนือกว่าผู้อำนวยการหรือเปล่าครับ แต่เปลี่ยนบ่อยมากครับ บางคนก็มาแว้บ ๆ เกษียณ บางคนเข้ามาแว้บ ๆ ย้ายเข้าไป กทม. ตรงส่วนกลาง สุดท้ายครับไม่มี ความต่อเนื่องในวิชัน (Vision) ในการพัฒนาเขตเลย ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่ว่า เขาอยากได้อะไร มันไม่มีรีไลอะบิลิตี (Reliability) หรือแอกเคาต์ทะบิลิตี (Accountability) เลย ที่จะตอบสนองประชาชน สุดท้ายครับโชคดีของ ส.ส. แบบแบ่งเขตต่างจังหวัดมากเลยนะครับ มี อบจ. มี สจ. มาทำงานด้วย ผมนี่รับบทบาทเป็นทุกอย่างให้ชาวธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ มา ๒ ปีแล้วนะครับไม่มีใครมาช่วยเลย ก็ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าจะยกเลิกการเลือกตั้ง ส.ข. อีก ก็ทำให้ไม่รู้จะไปยกเลิกเขาทำไมเพราะว่าสุดท้าย ส.ข. นี่ได้ประโยชน์นะครับ เพราะว่า ประชาชนเข้าใกล้ชิดเขามาก ผมเชื่อว่าการกระจายอำนาจนี่เป็นสิ่งที่เป็นคำตอบของประเทศไทย แล้วก็การดูแลสารทุกข์สุขดิบ การบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างยิ่งนะครับ การกระจาย อำนาจเราต้องกระจายไปให้กว้างที่สุดแล้วก็ลึกที่สุด ขนาดของมันไม่ควรจะใหญ่เกินไป อย่างที่ผมเรียนนะครับว่าโอเค (OK) มันก็มีหลายแนวคิดว่าเลือกตั้ง ผอ. เขตไหม หรือว่าจะ แบ่งกรุงเทพฯ เป็น ๔ ส่วนไหม ๕ ส่วนไหม แล้วก็เลือกเป็นผู้บริหารเขตจริง ๆ เขตที่มันใหญ่ กว่าครับ แล้วที่เหลือก็อาจจะไปเลือกตั้งเป็นสภารวมของเขตนั้นอีกทีก็ได้ มันจะเกิด การแข่งขันกันในการพัฒนาแต่ละเขตเพื่อดึงดูดทรัพยากรและคน🔗
และอยากฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งด้วยว่าปัญหาเรื่องของทรัพยากรจำพวกภาษีเอง การจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นก็มีปัญหา โอเค (OK) เอาละครับ กรุงเทพมหานครอาจจะ ไม่ลำบากเท่าเพราะว่ามีรายได้จากสัมปทานต่าง ๆ อย่างบีทีเอส (BTS) เอง ทางด่วนเอง หรือหลาย ๆ อย่าง แต่งบประมาณเหล่านี้ก็หมดไปกับการจ่ายค่าเงินเดือนต่าง ๆ ค่าใช้จ่าย ประจำของข้าราชการ กทม. ประจำอยู่แล้วนะครับ งบพัฒนาน้อยมากนะครับ ความเป็นอยู่ ก็เหมือนเดิม ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ประชากรแฝงก็เยอะนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมอภิปราย พูดมันเหมือนการบ่นที่ปลายเหตุนะครับ แต่ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และผู้แทนราษฎรที่ยื่นญัตตินี้เห็นตรงกันนะครับ ผมว่าสภานี้หรือท่านประธานเองนี่ ก็อยากให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นจริง ๆ เราในฐานะผู้แทนราษฎรใกล้ชิดประชาชน มากกว่าชนชั้นนำทางสังคมที่บางครั้งเขาอาจจะได้อำนาจมาโดยกระบอกปืน ผมเชื่อครับว่า ทุกคนในที่นี้อยากให้มีการกระจายอำนาจ อยากให้มี ส.ก. ส.ข. มีการเลือกตั้งไปทุกระดับ และทุกคนก็สามารถส่งเสียงขึ้นมาด้านบนได้ มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในสังคมแล้วก็ทำให้ ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แล้วระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมันก็จะยั่งยืนสถาพรมากขึ้นนะครับ แล้วก็เป็นประโยชน์กับ ทุกคนจริง ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานได้อภิปรายเกี่ยวกับญัตติเรื่องของสนับสนุนในการปฏิรูปองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนะครับ ซึ่งมีญัตติของเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรยื่นเข้ามาถึง ๑๐ กว่าญัตติ ถือว่าเป็นเรื่องดีครับที่เพื่อนสมาชิก แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรของเราจะได้ให้ ความสำคัญในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในเรื่องของการปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในระดับเล็กสุดก็คือองค์การบริหารส่วนตำบล ในเรื่องของเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร หรือแม้แต่รูปแบบพิเศษไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือพัทยา แล้วก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกหลายที่ที่มีการพยายามจะผลักดันให้เกิดขึ้น อย่างที่แม่สอด หรือว่าด่านที่สะเดานะครับ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับที่เราจะได้มีการอภิปรายแล้วก็มีการสนับสนุน ญัตตินี้ ไม่ว่าสภาจะมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาขึ้นมาศึกษาหรือเปล่า หรือว่า จะส่งเรื่องให้กรรมาธิการสามัญที่มีอยู่แล้วไปพิจารณาแล้วก็ผลักดัน อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่าการกระจายอำนาจของเราได้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ๒๕๓๗ ซึ่งเป็นช่วงที่ ท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรของเราในปัจจุบันนี้ครับ ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๘ เกือบ ๓ ปีที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ได้มีส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการเกิดขึ้นในการกระจายอำนาจในเรื่องของ การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เล็กที่สุด ใกล้ชิดประชาชนที่สุด แล้วก็มีประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทุกวันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้อภิปรายว่าวันนี้พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อน น้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ถนนมีปัญหา สาธารณูปโภคที่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะ เรื่องต่าง ๆ น้ำเสีย ก็ไปที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบต. เมื่อก่อนนี้ อบต. เรามีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหมู่บ้านละ ๒ คน ท่านประธานครับ แต่ปัจจุบันนี้กฎหมายใหม่กำลังจะลดเหลือ ๑ คน ซึ่งทำให้ผู้ที่ใกล้ชิด กับประชาชนลดจำนวนลง ก็ส่งผลกระทบในการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้🔗
ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะทราบว่าการใช้เขตเลือกตั้งหมู่บ้าน เป็นเขตเลือกตั้ง ถามว่าบางหมู่บ้านเพื่อนสมาชิกในนี้ผมเข้าใจว่าทุกท่านก็คงจะเหมือนกับผม ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี บางหมู่บ้านก็มีประชากรหลักร้อย ๑๐๐ กว่าคนก็มีครับ ท่านประธาน บางหมู่บ้าน ๕๐๐ คน บางหมู่บ้าน ๑,๐๐๐ คน บางหมู่บ้าน ๒,๐๐๐ กว่าคน การใช้เขตเลือกตั้งโดยใช้หมู่บ้านเป็นตัวตั้งมันก็มีข้อดีในเรื่องของการประสานงานกับท้องที่ ก็คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่การใช้เขตเลือกตั้งโดยใช้หมู่บ้านเป็นตัวตั้งก็มีข้อเสียในเรื่องของ จำนวนประชากร ฉะนั้นการที่กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการลดสมาชิกองค์การบริหาร ส่วนตำบลจากหมู่บ้านละ ๒ คน เหลือ ๑ คน ก็มีผลกระทบในการดูแลพี่น้องประชาชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมก็มีข้อเสนอครับว่าการที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะลดจำนวนสมาชิก องค์การบริหารส่วนตำบล หมู่บ้านลง อยากให้ท่านได้พิจารณาเรื่องของหลักเกณฑ์ จำนวน ประชากร ถ้าจำนวนประชากรไม่เกิน ๕๐๐ คน ก็มี อบต. ๑ คน ถ้าเกิน ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน ก็เพิ่มให้เขาไปอีก ๒ คน ก็เพิ่มไป แล้วผมลองมาคำนวณครับท่านประธานว่าในแต่ละตำบลนั้น ที่มีหมู่บ้าน บางตำบลก็มี ๗ หมู่บ้านบ้าง มี ๑๐ กว่าหมู่บ้านบ้าง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง พอเฉลี่ย ออกมาก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไรครับท่านประธาน แต่เราสามารถดูแลพี่น้องประชาชน ได้ทั่วถึงมากกว่า หมู่บ้านไหนที่มีพี่น้องประชาชน ๒,๐๐๐ คน เราก็สามารถมีสมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลได้ ๔ คน ผิดกับสมัยก่อนครับ ๒,๐๐๐ คน ก็มี ๒ คน ๑๐๐ คน ก็มี ๒ คน ในหมู่บ้านหนึ่ง เราก็ใช้สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ๔ คนอยู่ดี แต่ถ้าเราใช้การกระจายตัว ตามจำนวนประชากรเราจะได้สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ดูแลพี่น้องประชาชน ได้ใกล้ชิดมากขึ้นแล้วก็ไม่เยอะเกินไป อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่จะได้ให้กรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นหรือกรรมาธิการสามัญที่จะรับเรื่องนี้ไปดำเนินการได้ลองพิจารณาแล้วก็เสนอ กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาทบทวนนโยบายตรงนี้ เพราะถือว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นมีความใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ ทุกวันนี้ ผมเองลงพื้นที่ครับท่านประธาน เจอปัญหามากในเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ เราถ่ายโอน ภารกิจไปให้ท้องถิ่นแต่เราไม่ได้ถ่ายโอนงบประมาณไปให้ เมื่อท้องถิ่นมีงบประมาณไม่พอ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องของคูคลองหรือคลองไส้ไก่ การดูแลถนนเลียบชลประทาน คลองชลประทานต่าง ๆ การดูแลถนนที่ถ่ายโอนภารกิจมาจากกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ พอถึงเวลางบประมาณไม่พอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องไปขอ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอุดหนุนงบประมาณมา แต่เราทำไมไม่เอางบประมาณ ไปให้เขาตั้งแต่ทีแรกเลยให้เขาได้จัดการตนเอง ให้เขาได้ดูแลตนเอง แล้วก็จะทันท่วงที ในการใช้งบประมาณ แล้วก็การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าการถ่ายโอนภารกิจต้องควบคู่ไปกับการถ่ายโอน งบประมาณด้วย เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งก็เช่นเดียวกันครับ ทุกท่านก็คงเจอปัญหาเหมือนกันว่าท้องถิ่นของเรา ไม่ว่าจะเป็น เทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. ก็เจอปัญหาเรื่องของการขาดแคลนงบประมาณในการดูแล และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็อยากจะฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น หรือกรรมาธิการสามัญที่รับเรื่องนี้ไปดำเนินการได้พิจารณาดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาการถ่ายโอน ภารกิจ แล้วก็การแก้ไขปัญหางบประมาณให้สอดคล้องไปได้อย่างไร เพราะอะไรครับ ท่านประธาน คลองไส้ไก่หรือคูน้ำซึ่งเป็นเส้นเลือดให้กับพี่น้องเกษตรกรในการทำการเกษตร ปัจจุบันนี้ทรุดโทรมตั้งแต่เราถ่ายโอนภารกิจจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือ กรมชลประทานให้ท้องถิ่นดูแลเมื่อท้องถิ่นไปดูแลปัญหาเกิดขึ้นก็คือได้ภารกิจไป แต่งบประมาณไม่มีซ่อมแซมความเดือดร้อนก็อยู่กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ ปัญหาตรงนี้เราจะแก้อย่างไรก็ต้องไปแก้ในภาพรวมเพื่อให้การแก้ปัญหานั้นสามารถที่จะ บรรลุในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้ อันนี้ก็ฝากครับ ถนนเลียบคลองชลประทาน กรมชลประทานถ่ายโอนภารกิจไปให้แล้วแต่ว่า งบประมาณไม่มี เพราะว่ากรมชลประทานมีงบก็ไปทำไม่ได้เพราะว่าถ่ายโอนภารกิจไปให้กับ ท้องถิ่นดูแลแล้ว ปัญหาเหล่านี้เราจะแก้อย่างไร ก็ฝากกรรมาธิการได้รับไปพิจารณา ดำเนินการด้วยครับ ก็ตั้งข้อสังเกต ๓ เรื่องให้กับทางท่านประธานได้ให้คณะกรรมาธิการ ได้รับไปดำเนินการพิจารณาแก้ไขแล้วก็แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านซูการ์โน มะทา ตามด้วยศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ญัตติของ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านประธานครับ ผมรู้สึกดีใจที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรของเราให้ความสำคัญเรื่องของการกระจายอำนาจเข้าสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องดีใจแทนชาวท้องถิ่นนะครับ ว่าวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราให้ความสำคัญเรื่องของการกระจายอำนาจ เพื่อเป็นการสนับสนุนญัตติดังกล่าวผมก็อยากนำเรียนปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในฐานะที่ผม เป็นประธานคณะกรรมาธิการและได้ศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลให้กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะจัดตั้งขึ้น ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ามติของสภาจะให้เรื่องนี้ไปอยู่ที่ไหน🔗
ปัญหาอุปสรรคแรกก็คือการกระจายอำนาจในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมานั้นไม่มี ความต่อเนื่อง อย่างที่เราทราบจากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกว่าการกระจายอำนาจนั้น เกิดขึ้นจากผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๔๐ แต่การกระจายอำนาจก็ขาดความต่อเนื่องเพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลง ทั้งการฉีก รัฐธรรมนูญแล้วก็เปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้นโยบายของการกระจายอำนาจนั้นไม่มี ความต่อเนื่อง อันที่ ๑🔗
อันที่ ๒ คือวิธีการกระจายอำนาจนั้นผมคิดว่าที่ผ่านมาก็มีการกระจายอำนาจ ที่ผิดพลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจส่วนใหญ่ที่ถูกถ่ายโอนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับล่างสุดก็คือเทศบาลตำบลและ อบต. นั้น เพราะบางทีภารกิจที่ถ่ายโอนไปแล้ว มันเกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่างสุด อย่างเช่นเทศบาลตำบล หรือ อบต. จะดำเนินการ และในบรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดร้อยละ ๗๐ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับขนาดเล็ก จึงมีความสามารถ หรือข้อจำกัดในเรื่องของการรับโอนถ่ายโอนภารกิจ🔗
ส่วนข้อที่ ๓ ก็คือวิธีการการกระจายอำนาจที่ใช้กุศโลบายถ่ายโอนภารกิจ และทรัพยากรจากส่วนราชการไปยังท้องถิ่นตามหลักความสมัครใจ เพื่อลดแรงต่อต้านของ ทางการเมืองที่ผ่านมานั้น ก็เป็นปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ว่า การถ่ายโอนภารกิจตามแผนกำหนดและขั้นตอนการกระจายอำนาจของคณะกรรมการ การกระจายอำนาจนั้นไม่เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราทราบกันดีว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าสิ่งสำคัญที่สุดเรามีการถ่ายโอนภารกิจ แต่ว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการมอบภารกิจแต่ไม่ให้งบประมาณ หรือไม่ถ่ายโอนบุคลากร เพราะว่า นี่ก็เกิดจากการถ่ายโอนภารกิจที่เกิดจากกุศโลบายเรื่องของความสมัครใจ ฉะนั้นเพื่อให้ การกระจายอำนาจนี้เกิดการกระจายอำนาจสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ผมขอเสนอว่าควรจะมีการกระจายอำนาจที่มีการบังคับหน่อยนะครับ เพราะว่าเฉพาะภารกิจที่ถ่ายโอนบุคลากรและทรัพยากรที่เป็นไปตามกฎหมาย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษนั้น เรามีทั้งคณะอนุกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะอนุ กรรมาธิการการบริหารราชการรูปแบบพิเศษและการกระจายอำนาจ ๒ คณะด้วยกัน ได้ศึกษาเรื่องของการกระจายอำนาจ ได้ศึกษาเรื่องของกฎหมายระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเราก็ได้ลงไปในพื้นที่เพื่อสอบถาม ความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปหรือการกระจายอำนาจการปกครอง ส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษหรือจังหวัดจัดการตนเองด้วย จากที่ผมได้ไปศึกษาความต้องการ ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของจังหวัดจัดการตนเองที่จังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดอุดรธานี พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่าเราควรจะปรับโครงสร้างของราชการส่วนภูมิภาค ยุบรวมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อให้มีการปฏิรูปเรื่องของการกระจายอำนาจให้มี จังหวัดจัดการตนเองหรือการปกครองรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานคร ก็มีหลายเทศบาล ที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ อย่างเทศบาลนครเกาะสมุย เทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลนครแม่สอด เราก็ได้ศึกษาแล้วว่าความพร้อมของ ๓ เทศบาล องค์กรเหล่านี้ พร้อมที่อยากยกฐานะให้เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษเหมือนอย่างกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา อันนี้ก็มีคณะอนุกรรมาธิการได้เข้าไปศึกษามีความเป็นไปได้ที่จะยกร่าง กฎหมายก็อยู่ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ🔗
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากให้ทบทวน เพื่อเป็นข้อเสนอแนะ ให้กับคณะกรรมาธิการก็คือทบทวนและยกเลิกมาตรการควบคุมท้องถิ่นที่ไม่จำเป็น เนื่องจากที่ผมบอกเมื่อสักครู่ว่าปัญหาของการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีเรื่องของระเบียบ ปฏิบัติที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารจัดการ บริหารสาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้กับพี่น้องประชาชนนั้น มีระเบียบปฏิบัติหลาย ๆ อย่างที่ขัดและล้าสมัยนะครับ อันนี้ ส่วนหนึ่งที่เราเห็น เช่น มาตรการการจำกัดรายจ่ายบุคลากรไม่เกินร้อยละ ๔๐ อันนี้ คือปัญหาอุปสรรคหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจะทำงาน ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของระเบียบหรือมาตรการต่าง ๆ ที่ควบคุม🔗
ดังนั้นจึงอยากฝากอีกประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องของการตีความอำนาจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเห็นได้ว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าปัญหาอุปสรรคเหล่านี้คือปัญหาอุปสรรคหนึ่ง ที่เกิดปัญหาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วทางคณะกรรมาธิการก็ได้แก้ไขได้บางส่วน แต่ก็ยังมีปัญหาอีกมากมายที่จะต้องดำเนินการนะครับ ผมขอฝากประเด็นสุดท้ายนะครับว่า การกระจายอำนาจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าถ้าระบุให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญที่จะมีการยกร่างขึ้นใหม่โดย ส.ส.ร. นั้น ว่ารัฐบาลจะต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างไรบ้าง เช่น การปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษควรจะดำเนินการกี่จังหวัด การปกครองจังหวัดจัดการตนเองควรจะนำร่อง กี่จังหวัด อันนี้อยากฝากเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้กับทางสภาแห่งนี้ได้พิจารณานำเสนอต่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนะครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์กนก ตามด้วยท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายญัตติของเพื่อนสมาชิก หลายท่าน ในเรื่องของการเสนอให้สภาจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดตั้ง กระทรวงท้องถิ่นหรือการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ เรื่องของกระทรวงท้องถิ่น ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สำคัญอยู่ ๓ เรื่องครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการปกครองท้องถิ่น🔗
และเรื่องที่ ๓ ก็คือประชาธิปไตยท้องถิ่น🔗
ทั้ง ๓ เรื่องนี้จะต้องถูกออกแบบและวางระบบให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะนำไปสู่การทำให้เกิดประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในหลัก ๓ ข้อนี้ใน ๓ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ในเรื่องที่ ๑ ที่สำคัญที่สุดภายใต้หลักการของกระทรวงท้องถิ่นนี้ หัวใจ ของมันก็คือการลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชนครับท่านประธาน ถ้าเราลดอำนาจรัฐ ในส่วนกลางไม่ได้ และเพิ่มอำนาจของประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ การกระจายอำนาจหรือ กระทรวงท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นก็จะล้มเหลวโดยอัตโนมัติครับท่านประธาน นั่นหมายความว่า กระทรวงท้องถิ่นเราจะตั้งขึ้นเพื่อการกระจายอำนาจที่จะนำไปสู่การเกิดประชาธิปไตย ในท้องถิ่นขึ้น นั่นหมายความว่าเราจะต้องทำให้ประชาชนของเรามีอำนาจการตัดสินใจ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดำเนินชีวิตของพวกเขา ให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง เพราะเขารักชีวิตของตัวเขาเอง และครอบครัวของเขามากกว่า ใครใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นหมายความว่ากระทรวงท้องถิ่นที่จะทำขึ้นจึงไม่ใช่เป็นแค่แต่เพียง การปฏิรูประบบการบริหารราชการส่วนกลาง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ ตอบโจทย์ของประชาชนในท้องถิ่นดีขึ้น ไม่ใช่แค่นั้นครับ อันนั้นถือว่าเป็นการแก้ปัญหา ในลักษณะที่ไม่ตลอดรอดฝั่ง เพราะก็ยังคงเป็นอำนาจในส่วนกลางอยู่ดี เพราะกระทรวงท้องถิ่น ในส่วนกลางก็เป็นโครงสร้างระบบการบริหารราชการในส่วนกลาง ไม่ใช่การปกครองส่วนท้องถิ่น ในความหมายที่ผมได้กล่าวถึง นั่นก็หมายความว่าจิตวิญญาณของกระทรวงท้องถิ่นอยู่ที่ การกระจายอำนาจไปสู่การเกิดประชาธิปไตยในท้องถิ่น ไปสู่การทำให้ประชาชนในท้องถิ่น มีอิสระและมีเสรีภาพที่จะกำหนดอนาคต และกำหนดวิถีชีวิตของตนเองให้ได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมขออนุญาตฝากเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นหลักการสำคัญ เรามี กระทรวงท้องถิ่นไม่ใช่เพื่อเพิ่มอำนาจของรัฐบาลในส่วนกลาง แต่เรามีกระทรวงท้องถิ่น เพื่อที่จะลดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชนที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในท้องถิ่น ที่ประชาชนมีอิสระและเสรีภาพที่จะกำหนดอนาคตของตนเองครับท่านประธาน ทำไมเรา ถึงต้องทำเช่นนั้น เพราะสภาพปัญหาที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ครับท่านประธาน มีการดึงอำนาจ ของการบริหารภาคสาธารณะทั้งหลายมากองไว้ในมือของรัฐบาลกลางที่นำไปสู่การผูกขาด ของอำนาจการสั่งการเกือบทั้งหมดของประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้เกิดการแสวงหา ผลประโยชน์มหาศาลในประเทศของเรา เกิดอำนาจการผูกขาดของทุนบางประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร และในภาคการค้าบางประเภท เกิดการเล่นพรรคเล่นพวก และนำไปสู่การไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมของเราและในระบบเศรษฐกิจของเรา🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นก็คือระบบการบริการในส่วนกลาง ที่ผูกขาดนี้นำไปสู่ปัญหาความยากจน นำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมของเรา การรวมศูนย์อำนาจตรงนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นชัดที่ทำให้เกิดความยากจน และความเหลื่อมล้ำก็คือสำนักงบประมาณครับท่านประธาน สำนักงบประมาณคือคนที่ ตัดสินว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร ผ่านการอนุมัติงบประมาณครับ คำของบประมาณ ที่ประชาชนอยากได้ไม่ได้รับคำตอบจากสำนักงบประมาณ แต่สำนักงบประมาณคือคนที่จัด งบประมาณลงไปแล้วบอกว่านี่คือปัญหาของประชาชน ซึ่งมันผิดมาตลอดครับท่านประธาน🔗
ตัวอย่างที่ ๒ ครับท่านประธานที่สำคัญมากก็คือกรมที่อยู่ในส่วนกลางครับ ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการค้าภายใน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น กรมเหล่านี้คือกรมที่บอกว่าปัญหาของประชาชนจะแก้อย่างไรครับท่านประธาน และในรอบ ๓๐ ปี หรือ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ทางแก้ไขปัญหาของกรมในส่วนกลางเหล่านี้ ส่วนใหญ่ผิดทั้งสิ้นครับท่านประธาน เพราะว่าถ้ากรมเหล่านี้แก้ปัญหาของประชาชนถูก วันนี้คนไทยไม่ยากจนอีกแล้วครับ วันนี้ชาวสวนปาล์มที่จังหวัดกระบี่ต้องร่ำรวยแล้วครับ วันนี้ชาวนาที่สกลนครต้องไม่ยากจนแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ คือการยืนยันว่ากรมในส่วนกลางที่บอกว่าท่านรู้ปัญหาของประชาชนและรู้วิธีแก้นั้นมันไม่จริง ครับท่านประธาน🔗
ด้วยเหตุผลอันนี้เองครับ ผมจึงขออนุญาตที่จะขอฝากในประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็น ประเด็นสุดท้ายว่ากระทรวงท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องจัดการกับประเด็นสำคัญ อยู่ ๔ เรื่องครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ คือการปรับโครงสร้างอำนาจ และปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทาง อำนาจระหว่างการบริหารราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การศึกษา ในเรื่องสาธารณสุข ในเรื่องอาชีพและรายได้ จนถึงในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม อาชีพและรายได้ซึ่งเป็นปัญหา ความยากจนของพี่น้องประชาชนของเราในต่างจังหวัดเยอะมาก ในโครงสร้าง อบต. ไม่มีเจ้าหน้าที่เกษตร ไม่มีเจ้าหน้าที่พาณิชย์นะครับ มีแต่เจ้าหน้าที่ที่เป็นรังวัด เจ้าหน้าที่ ทะเบียนราษฎร์เท่านั้นเอง อบต. ช่วยไม่ได้นะครับ เพราะโครงสร้างไม่เปิดให้เขาบรรจุคนที่มี ความรู้ความสามารถตรงตามความต้องการในเรื่องของอาชีพและรายได้ของประชาชน อบต. ต้องการน้ำ อบต. ต้องการปลูกพืชเพื่อจะมีรายได้ แต่ อบต. ช่วยไม่ได้ครับ ต้องมา กรมส่งเสริมการเกษตร ต้องมากรมชลประทาน ต้องมากรมน้ำบาดาลครับท่านประธาน แต่กรมทั้งหลายเหล่านี้อยู่ในส่วนกลางแล้วก็ไกลเหลือเกินครับสำหรับพี่น้องประชาชนที่จะ ไปถึง ในเวลาเดียวกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมความหลากหลายทางชีวภาพ ในภาคอีสานมีเยอะมากครับ เรามีเห็ดเป็นพัน ๆ ชนิดครับท่านประธานที่ยังไม่ได้เอามาใช้ ประโยชน์ เรามีป่าชุมชนที่ยังไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ แต่สิ่งเหล่านี้ท้องถิ่นทำไม่ได้ครับ ต้องกรมในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เท่านั้นจึงจะทำได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจ ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตขอเวลาเพิ่มเติมตรงนี้ นิดเดียวครับท่านประธาน เพราะว่าเพื่อนสมาชิกยังไม่ได้อภิปรายในประเด็นเหล่านี้เลย และผมขอฝากไปยังกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นหรือว่ากรรมาธิการสามัญที่จะรับไปทำก็ตาม🔗
ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน คือการส่งเสริมสมรรถนะทางการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่นเราจะต้องทำให้เกิดขึ้น ทำให้ท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง มีคนเก่ง ๆ ไปอยู่ มีคน มีระบบงานที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วก็มีงบประมาณที่จะทำงานได้ และที่สำคัญ สามารถจะไปเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่มีความรู้ความสามารถ และเอามาใช้ประโยชน์ให้ได้ สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นครับท่านประธาน🔗
ประการที่ ๓ คือการนำความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรในท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ จุลินทรีย์ต่าง ๆ จนกระทั่งถึงวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของคนในท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีคุณค่าและมีมูลค่าอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ในลักษณะของการท่องเที่ยวที่เรียกว่าแกสโทโนมี ทัวริสซึม (Gastronomy Tourism) ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยครับ แต่พอเราโยนเรื่องนี้ไปให้ท้องถิ่นทำ ไปให้พื้นที่ ทำเราเกิดโครงการแกสโทโนมี (Gastronomy) ที่สกลนครครับท่านประธาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ครับท่านประธาน ที่จังหวัดกระบี่ครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นเพราะเราใช้ความรู้ในท้องถิ่น ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้เกิดคุณค่าใหม่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำไม่ได้ครับ ท่านประธาน🔗
และประการสุดท้ายเรื่องที่ ๔ ของกระทรวงท้องถิ่น ก็คือในท้องถิ่นทุกพื้นที่นั้น ปฏิเสธไม่ได้ครับมีความขัดแย้งและแตกแยกเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้มันมีรายละเอียดที่ฝังรากมานาน แล้วก็มีมิติทางวัฒนธรรมและสังคมที่สอดประสานเข้าไปคนนอกแก้ไม่ได้ครับท่านประธาน เราจะต้องใช้คนในท้องถิ่นที่เขาเข้าใจวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือมีใจที่จะรัก พื้นที่ของเขาเองเป็นผู้ดำเนินการ เพราะฉะนั้นกระทรวงท้องถิ่นจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะเปิด โอกาสให้กับคนในท้องถิ่นที่จะสร้างความรักความสามัคคี และนำความขัดแย้งความแตกแยก ที่เกิดขึ้นกลับไปสู่ความสมานฉันท์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่ผมขออนุญาตต้องเอ่ยเลยนะครับ ก็คือในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องให้คนสามจังหวัด ชายแดนใต้แก้ไขปัญหาของตัวเขาเองครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเลิศศักดิ์ ตามด้วยนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิ อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาในเรื่องของ การจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ซึ่งผมอยากกราบเรียนเพื่อสนับสนุนญัตตินี้ เพราะเหตุว่าต้องการ ให้ทางสภาได้มีการศึกษาอย่างชัดเจนเพื่อประโยชน์กับการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และผมอยากกราบเรียนว่าไม่ว่าจะเป็นนัยของการตั้งกระทรวงท้องถิ่นหรือจะไม่ใช่ กระทรวงท้องถิ่น อาจจะเป็นในรูปแบบของสำนักงานกระจายอำนาจแห่งชาติหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ แต่เพื่อให้เกิดการแก้ไขแล้วก็เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในการบริหารจัดการของท้องถิ่น เพื่อออกจากกระทรวงมหาดไทย เหตุที่ผมกราบเรียนแบบนี้เพราะเหตุว่ามีหลายหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ แล้วก็กระจัดกระจายไปอยู่ในหลายพื้นที่ หลายกระทรวง ผมยกตัวอย่างเช่นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงที่ใหญ่ แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย บางเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะเป็นการแก้ปัญหาให้กับท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วก็เกิดความล่าช้า หรือสำนักงาน คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในสังกัดของสำนัก ปลัดกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ที่ส่งผลให้การบริหารงานท้องถิ่น เกิดความล่าช้า และสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการ กระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ผมกราบเรียนไปว่าจะเกิดความล่าช้าในการบริหาร จัดการ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรจะแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ผมยกตัวอย่างเช่น ผมได้มีการตั้งกระทู้ แล้วก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องท้องถิ่น เรื่องง่าย ๆ เช่นเรื่องของ การร่างระเบียบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนเพื่อรองรับให้ท้องถิ่นสามารถจ่าย ค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการชุมชนช่วยเหลืองานของท้องถิ่น ใช้เวลา ๒ ปี ๓ ปี จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรับเรื่องไว้แล้ว ส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการพิจารณาการร่างระเบียบ ผ่านไป ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี ยังไม่มีการตอบสนองใด ๆ ล่าสุด ได้มีการเตรียมการที่จะออกระเบียบตัวนี้ออกมา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อใด ตรงนี้ ก็คือเหตุผลหนึ่งที่กราบเรียนว่าเป็นความล่าช้าในการบริหารจัดการให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกันครับ ประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่เกิดขึ้น ภายหลังจากการรัฐประหาร แล้วก็มีรัฐบาล คสช. ได้มีการดึงอำนาจในการสรรหาผู้บริหาร ในตำแหน่งผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้อำนวยการกอง หรือผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลับมาจัดการที่ส่วนกลาง ปีหนึ่งก็จะมีการจัดสอบครั้งหนึ่ง ปัจจุบันนี้ในท้องถิ่นหลาย ๆ แห่งมีอัตราตำแหน่งว่างในสายบริหารเยอะมากครับ เพราะว่า การจัดสอบปีละครั้งมันไม่ทั่วถึง แล้วก็ไม่ได้สร้างโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการที่จะก้าวขึ้นสู่ ตำแหน่งสายบริหาร ในอดีตที่ผ่านมานั้นทางจังหวัดสามารถดำเนินการได้เอง แล้วก็ได้ผู้ที่ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งแล้วก็รู้จักพื้นที่ดี สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้ทันที การบริหารงาน ก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นแค่ ๒ เรื่องที่ผมได้กราบเรียนไปให้เห็นว่านี่คือ ความล่าช้าในการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี ตรงนี้ละครับ ที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้มีการกำหนดให้มี พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็กำหนดว่ารัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีเป้าหมายที่ร้อยละ ๓๕ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ผ่านมาเกือบหลายปีก็ยังอยู่ที่ ร้อยละ ๒๙.๕ ยังไม่ถึง ๓๐ เพียงแค่รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจ จัดสรร เงินส่วนนี้ไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถึงร้อยละ ๓๕ ไม่จำเป็นครับ จะต้องหา เครื่องมือใด ๆ ในการเก็บภาษีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นภาระ ให้กับประชาชน ล่าสุดทาง สนช. ได้มีการออกการเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างแทนภาษีโรงเรือน ตรงนี้แหละครับ ปัจจุบันนี้ไม่สามารถจัดเก็บได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลต้องได้มีการชะลอ การจัดเก็บ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยลดอัตราภาษีให้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ท้องถิ่นสูญเสีย รายได้กว่า ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็สะสม ไม่ได้รับ การแก้ไข ดังนั้นการรวบรวมเอาหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอยู่ด้วยกันเพื่ออำนาจในการ ตัดสินใจรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกระจายอำนาจ แล้วก็ ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความรวดเร็วในการบริการสาธารณะให้กับ พี่น้องประชาชน จึงหวังว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาในเรื่องของการจัดตั้ง หน่วยงานของกระทรวงท้องถิ่นในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับการกระจายอำนาจ แล้วก็เป็น ประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริการพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพิมพ์รพีครับ ตามด้วยคุณมานพ คีรีภูวดล🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะท่านประธาน ในเรื่องของกระทรวงท้องถิ่น พอพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจ กระจายรายได้ กระจายโอกาส พรรคประชาธิปัตย์ คงต้องพูดเรื่องนี้ค่ะ เพราะว่ามันเป็นนโยบายหลักของอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย และพรรคของเราในการทำ ๓ กระจาย เมื่อปี ๒๕๔๐ แล้วพยายามผลักดันเรื่องนี้ ต่อเนื่องมายาวนาน ผ่านมา ๒๓ ปี แล้วก็มีทั้งความดี ความสำเร็จ แล้วก็ความล้มเหลวนะคะ ท่านประธาน แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปเราคิดว่าเราก็มาไกลอย่างที่เราเคยคิด เพราะเมื่อปี ๒๕๔๐ มาเริ่มทำ อบต. อบจ. นั้น เราคงไม่คิดว่าเราจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้🔗
แล้ววันนี้เราก็มาได้ไกล พอสมควร ในสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นเราอาจจะมองว่ามีความสำเร็จอยู่ ๒ ประการ คือ🔗
๑. มันสามารถกระจายทำให้ประชาชนสามารถได้รับการตอบสนองทางด้าน โครงสร้างพื้นฐานได้มากขึ้น ได้ละเอียดลออขึ้นนะคะ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้เอง แนวคิดของ ตัวแทนชาวบ้านก็เริ่มคิดเรื่องของความเป็นไปได้ในการที่จะทำโครงการต่าง ๆ ให้กับ ประชาชนในพื้นที่ เมื่อสักครู่นี้เองที่หมู่ ๑ เกาะลันตา โทรมาหาดิฉันว่ามีปัญหาเรื่องของน้ำ ขาดแคลนมาก ดิฉันก็บอกว่าต้องการอย่างไร ส.อบต. ก็บอกว่าต้องการให้มีน้ำ ๒,๓๐๐ ลิตร ต่อ ๑ ถัง ๖ จุด ดิฉันบอกอย่างนั้นติดต่อ อบต. อย่างน้อยประชาชนได้เริ่มคิดค่ะว่าจะคิด จัดการกับท้องถิ่นอย่างไร แต่เสียดายว่ามันมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง อบต. ก็เลยไม่สามารถ ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้ ดิฉันก็เลยบอกว่าสุดท้ายต้องกลับไปที่ อบต. เพราะ อบต. คือคำตอบ ทั้งหมด เป็นคำตอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งทำให้ชาวบ้านรู้สึกเป็นเจ้าของแผ่นดินมากขึ้น แล้วก็ ความทุกข์ของชาวบ้านเองได้รับการตอบสนองมากขึ้น🔗
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่าน ล่าสุดก็มีชาวบ้านจากพรุเตียวนะคะ ชูวิทย์ ไลน์ (Line) มาหาดิฉันว่าปัญหาการออกระเบียบต่าง ๆ ของส่วนกลาง ในความไม่เข้าใจในเรื่องของ ท้องถิ่นก็สร้างปัญหาต่อท้องถิ่นเช่นกัน เช่น การยุบ ส.อบต. จาก ๒ คนจัด ๑ หมู่บ้านเป็น ๑ เขตเลือกตั้ง จาก ๒ คน เป็น ๑ คน ก็ไม่สามารถดูแลชาวบ้านได้ดีเท่าที่ควร อันนี้ดิฉัน ขอเป็นประเด็นนะคะ เสริมจากประเด็นหลักที่จะขอพูดต่อไปนี้ เสนอให้มีถ้าหมู่บ้านมี ๑,๐๐๐ คน ก็ขอให้มีสัก ๒ คน เพื่อที่จะได้ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านมากขึ้น แล้วก็หัดคิด หัดทำ พัฒนาตัวเองให้ได้มากขึ้นในการตอบสนองความต้องการของชาวบ้าน ในฐานะผู้นำท้องถิ่นมากขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านรู้จักการทำงบประมาณ มีแผนงานของตัวเองนะคะ แล้วก็ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะเห็นว่า มันเป็นการพัฒนาทั้งระบบ พัฒนาโครงสร้าง และพัฒนาความสามารถของผู้นำท้องถิ่น ในการพัฒนาท้องถิ่นตัวเอง ตอบสนองโจทย์ที่ตรงของตัวเองที่ต้องทำและประชาชนก็ใกล้ชิด มากขึ้น แต่ท่านประธานคะ มันมี ๒ ความล้มเหลวค่ะ นโยบายต่าง ๆ ไม่เคยต่อเนื่อง เปลี่ยนไปตามความต้องการของรัฐบาล ซึ่งเราจะเห็นว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ที่ท่านชวนเป็น นายกรัฐมนตรีมันดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ แต่พอปี ๒๕๔๙ มีรัฐประหาร มันก็ถดถอยลงไปเรื่อย ๆ จนวันนี้เราคิดว่าต้องบอกความจริงว่าบทบาทของ อบต. น้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็ไปบทบาท ที่การรวมอำนาจของผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในสมัย คสช. นี้นะคะที่เกิดขึ้นมา บทบาทของ อบต. ถูกลดทอนลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบต. ที่ไม่มีนายก อบต. ซึ่งเกิดจากคำสั่งของนายกรัฐมนตรีสมัยก่อน หรือว่าปัญหาของ ป.ป.ช. ก็ทำให้ทุกอย่างขาดโอกาสมาก ๆ ดิฉันรู้สึกตกใจมากที่เคยมีอดีต นายก อบต. บอกว่าที่ต้องอยู่ต่อนี่เพราะว่านายกเป็นคนตั้ง ดิฉันก็งงว่าตั้งตรงไหน อ๋อ เพราะว่าการสืบต่ออำนาจของ คสช. ทำให้นายก อบต. สามารถคงอำนาจอยู่ได้ แล้วก็ สามารถมีโอกาสในการติดต่อส่วนกลางให้เจ้ากระทรวงต่าง ๆ ส่งงบประมาณมาให้ได้ ซึ่งดีไหม ก็ดีค่ะ แต่มันเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำสำหรับ อบต. อื่น ๆ ที่ไม่สามารถเข้าสู่ อำนาจได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญนะคะในเรื่องการรวมศูนย์ที่ต้องนั่งดูแลกันเป็นอย่างดี🔗
เรื่องที่ ๒ ภารกิจส่วนใหญ่ที่โอนไปที่ อบต. เทศบาลนี้มีความสามารถจำกัด หมายความว่าข้าราชการ อบต. ข้าราชการในท้องถิ่นที่มีภารกิจหนักมาก ๆ และมีจำนวน ไม่มากพอและยังไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของเทคนิค ความรู้ในเรื่องใหญ่ ๆ เช่นเรื่องของน้ำ เราโอนภารกิจของน้ำน้อยกว่า ๒ ล้านลิตรไปที่ อบต. แต่เราไม่ได้โอนความรู้ทางด้านเทคนิค เราสร้างบ่อบาดาลให้แต่เมื่อเสียแล้ว อบต. ซ่อมไม่เป็น จะว่า อบต. ก็ไม่ได้เพราะว่า กรมชลประทานหรือหน่วยงานอื่น ๆ ไม่เคยคิดจะสร้างตัวแทนของพื้นที่ลงไปในพื้นที่ จังหวัดเลย ให้ของเขาไว้แต่รักษาไม่ได้แล้วก็หาว่าเขาไม่ดี แต่ในความเป็นจริงคุณไม่เคยสอน เขาเลยว่าการบำรุงรักษาที่ดีคืออย่างไรค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอแสดงความเห็นว่า ดิฉันไม่เห็นด้วยจริง ๆ กับการตั้งกระทรวงท้องถิ่น เพราะดิฉันคิดว่าการกระจายอำนาจ ไม่ใช่เป็นเรื่องของตั้งกระทรวง เป็นเรื่องของเจตนารมณ์ เป็นเรื่องของความตั้งใจหลัก ในการกระจายอำนาจที่ซึ่งต้องเป็นเจตนารมณ์หลักของผู้นำรัฐบาลและผูกพันกับประชาชน เหมือนที่ท่าน ส.ส. พูดว่าเราควรจะตั้งองค์การสักองค์การ หน่วยงานสักหน่วยงานหนึ่ง ในการทำการกระจายอำนาจนั้นให้ต่อเนื่องและไม่ถดถอยไปตามการทำรัฐประหาร ของรัฐบาลหรือภาคการเมือง ให้มีความต่อเนื่องอย่างยาวนาน กระทรวงใหม่ที่เกิดขึ้นจะเป็น การรวมศูนย์อำนาจค่ะ ไม่ใช่เป็นการกระจายอำนาจ เราจะมีปลัดกระทรวงท้องถิ่น มีอธิบดี ย่อยแต่ละภูมิภาคไปถึงขนาดไหน ซึ่งดิฉันคิดว่าเจตจำนงนี้ดิฉันไม่ค่อยถูกต้องนะคะ เราควร จะมีการยุบรวมหน่วยราชการ อบจ. เข้าด้วยกันเพื่อให้งบฟังก์ชัน (Function) ต่าง ๆ ที่มีจากกระทรวงต่าง ๆ ตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่ใช่เข็นงบประมาณ จากส่วนกลางมาถึงส่วนภูมิภาคให้ทำงานตามที่ส่วนกลางกำหนด ควรจะมีงบประมาณจาก ท้องที่ขึ้นไปถึงส่วนกลางว่าท้องที่ต่าง ๆ ควรจะต้องการใช้งบประมาณอย่างไร ถึงแม้ว่าเราจะ มีงบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัดก็เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เช่นจังหวัดมีแค่ ๑๐๐ ล้านบาท กลุ่มจังหวัดมีสัก ๓๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ก็แบ่งแยกกันไม่พอ เพราะฉะนั้นงบฟังก์ชัน (Function) ต้องสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละ ภูมิภาคด้วย🔗
และสุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันยังยืนยันว่ายังควรจะมีการจัดการท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ เช่นเมโทรโพลิแทน (Metropolitan) คือเมืองมหานครสำหรับจังหวัดที่พร้อม ในการที่จะเป็นจังหวัดนำร่องก่อนเช่นภูเก็ตหรือเชียงใหม่ ท่านประธานคะ สุดท้ายค่ะ สั้น ๆ คือดิฉันรู้สึกขอบพระคุณผู้เสนอญัตติทุกท่านนะคะที่ทำให้การปกครองส่วนท้องถิ่น สะท้อนปัญหาของประชาชนในวันนี้ แล้วก็หวังว่าการอภิปรายนี้จะส่งผลประโยชน์ลงไปให้มี การพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่นในการกระจายอำนาจสู่ประชาชนดังเจตจำนงของ ท่านชวน หลีกภัย ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วน กลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนในร่างของ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นะครับ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ แล้วก็คุณวรภพ วิริยะโรจน์ นะครับ เรื่องของพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการตัวเองอย่างเป็นอิสระ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลง ในเนื้อหาผมมีตัวอย่างให้ท่านประธานดูในพื้นที่นะครับ ผมไปที่ต่างจังหวัดผมขออนุญาต ไม่เอ่ยนามนะครับ ก็มีคนที่เกี่ยวข้องมีนายก อบต. มีหัวหน้าการทาง มีนายอำเภอ แล้วก็มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด คือชาวบ้านเขาก็มาร้องครับว่าถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมทางมันมีปัญหา แต่กรมทางก็บอกว่าไม่มีงบในพื้นที่ อำเภอก็ส่งไปที่จังหวัดนะครับ จังหวัดก็ส่งให้ อบจ. อบจ. ก็จะมาซ่อมบอกว่าไม่อยู่ในอำนาจนะครับ ก็ปรึกษากับกรมทาง สุดท้ายก็คือเรื่องทั้งหมดต้องไปขออนุญาตที่อธิบดีกรมทางหลวงครับ ขึ้นมานะครับ อธิบดีก็ทำหนังสือไปที่จังหวัดอีกครับ ทำหนังสือบอกว่า อบจ. สามารถซ่อมได้โดยอธิบดี อนุญาตแล้ว คนทั้ง ๔ คนนี้นะครับนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันครับท่านประธาน อันนี้คือปัญหา เรื่องเล็ก ๆ นะครับ ท่านสมาชิกได้อภิปรายไว้เยอะแยะแล้วนะครับเรื่องของทำไมต้อง กระจายอำนาจนะครับ ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลอยู่ ๓-๔ ประการครับท่านประธาน ครับที่ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นจริง ๆ แล้วก็มีความสำคัญมาก ๆ ต่อการพัฒนาประเทศ นะครับ ผมคิดว่าการกระจายอำนาจมันเป็นรากฐานของประชาธิปไตยครับท่านประธานครับ มันเป็นการทำให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลหรืออยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ นี่นะครับได้ใช้สิทธิของตัวเอง ได้ใช้เสรีภาพของตัวเอง ได้ใช้หลักประชาธิปไตยในการบริหารจัดการเลือกตัวแทนตัวเองครับ อันนี้สำคัญมาก ๆ ครับ ประเทศที่เขาไปไกลแล้วนี่นะครับผมคิดว่าระบบกระจายอำนาจ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ท่านประธานครับ🔗
อันที่ ๒ ก็คือการปลดปล่อยศักยภาพของท้องถิ่นนะครับ สมาชิกอภิปรายไป แล้วครับว่าท้องถิ่นไม่ว่าจะอยู่ในแต่ละภาคมีศักยภาพของตัวเองในการที่จะพัฒนาทรัพยากร ในพื้นที่ของตัวเองด้านมิติต่าง ๆ ด้านเศรษฐกิจนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับพูดเรื่องของประสิทธิภาพในการบริการ สาธารณะ ไม่มีใครที่จะเข้าถึงปัญหาพี่น้องประชาชนได้เร็วกว่าคนในพื้นที่ และเข้าใจปัญหา แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แล้วก็สามารถที่จะแก้ปัญหาได้รวดเร็วนะครับท่านประธานครับ🔗
ทีนี้ประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นสุดท้ายในเหตุผลนะครับท่านประธานครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าระบบรวมศูนย์อำนาจมันไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ในโลกที่ เปลี่ยนแปลงได้แล้วนะครับ วันนี้โลกาภิวัตน์ วันนี้เรื่องราวบนโลกนี้มันกระจายไปผ่านสื่อ ผ่านระบบต่าง ๆ เข้าในหมู่บ้านหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ เรื่องจะต้องให้อำนาจ ของคนในพื้นที่ คนในท้องถิ่นตัดสินใจ ระบบรวมศูนย์ที่ส่งภูมิภาคไปนะครับ สุดท้าย ท่านรู้ไหมครับท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างหลายครั้งแล้วนะครับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มาจากส่วนกลางไปอยู่ภูมิภาคท่านไม่มีอำนาจอะไรหลาย ๆ เรื่องนี่นะครับสุดท้ายก็คือก็ต้อง กลับไปถามเจ้าของกระทรวง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะเสนอว่าการกระจายอำนาจ ก็คือมันเป็นเรื่องของการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างท้องถิ่นกับส่วนกลาง ซึ่งไม่ได้ หมายความว่าส่วนกลางไม่มีอำนาจนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นนะครับ ส่วนกลางควรจะทำเรื่องอะไรบ้าง🔗
เรื่องแรกเรื่องของความมั่นคงครับ อันนี้ก็ต้องทำอยู่แล้วนะครับเป็นหน้าที่ ของความเป็นรัฐทั้งประเทศนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของระบบเงินตรา เราจำเป็นจะต้องใช้ระบบเงินตราในสกุล เดียวกันทั้งประเทศ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องการต่างประเทศ ทั้งประเทศก็ต้องมีมาตรฐาน ต้องมีรูปแบบ ในการสื่อสารกับต่างประเทศนะครับ ซึ่งมีมาตรฐานนี้ขอให้ส่วนกลางดูแล🔗
เรื่องสุดท้ายที่ส่วนกลางจะต้องดูแลก็คือเรื่องของระบบศาลและยุติธรรมครับ ท่านประธานครับ🔗
เพราะฉะนั้น ๔ เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของส่วนกลาง เรื่องอื่น ๆ ที่ตั้งแต่คนเรา เกิดมาจากในท้องแม่จนตายขอให้มันเป็นเรื่องของส่วนท้องถิ่นต้องกระจายให้คนในพื้นที่ได้ ทำงาน ต้องกระจายให้กับคนท้องถิ่นได้ใช้ศักยภาพตัวเองท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผม พยายามพูดตลอดนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ผมมีตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาโดยใช้ศักยภาพท้องถิ่นกับส่วนกลาง ผมยกตัวอย่างมติ ครม. ๓๐ มิ.ย. ๒๕๔๑ ปีนี้ปี ๒๕๖๔ ผมถามว่าศักยภาพส่วนกลางทำอะไรได้บ้าง วันนี้ก็ยังอยู่ ในข้อถกเถียงนะครับ หลาย ๆ พื้นที่ อบต. เทศบาลมีความกล้าหาญที่จะออกเทศบัญญัติ เพื่อที่จะแก้ปัญหา บรรเทาปัญหา ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ไปถึงระบบสิทธิที่แท้จริงนะครับ แต่ว่า เทศบาล อบต. ใช้อำนาจของตัวเองคือการออกข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติใช้เวลาเพียง ๑-๒ ปีสามารถดำเนินการได้ โดยสรุปแล้วครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าสำคัญที่สุด หลายท่านอาจจะมองว่าไม่มีศักยภาพ ผมคิดว่าเรื่องสำคัญกว่านั้นก็คือเรื่องของโอกาสครับ ท่านประธานครับ ถ้าโอกาสของคนในพื้นที่ คนในท้องถิ่นได้มีโอกาสบริหารจัดการตัวเอง ในทุกมิติยกเว้น ๔ เรื่องที่ผมว่าเมื่อสักครู่นะครับ ผมเชื่อมั่นครับเมื่อมีโอกาส มีเครื่องมือ มีทรัพยากร อำนาจและความรู้ และศักยภาพมันจะมาเติมเต็มให้กับท้องถิ่น และวันนั้นผมเชื่อว่าการพัฒนาประเทศโดยรวมมันจะมาเจอกัน แล้วมันจะตอบโจทย์ร่วมกัน ท่านประธานครับผมคิดว่าโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงมหาศาลนะครับ การปรับตัวให้เข้ากับ บรรยากาศการเปลี่ยนแปลงของโลกนี่จึงเป็นเรื่องจำเป็น การกระจายอำนาจ การปลดปล่อย ให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการตัดสินใจในเรื่องที่ควรจะทำ จึงเป็นเรื่องของคนในท้องถิ่น ที่จะต้องทำนะครับ ผมหวังว่าคณะกรรมาธิการจะได้หยิบยกประเด็นที่ผมได้อภิปราย มาศึกษาครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วย พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ นะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอสนับสนุนญัตติหนึ่ง ซึ่งผมยังไม่ได้พูดก็คือเรื่องของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น แต่ก่อนถึงให้ความเห็นเกี่ยวกับ ญัตติการตั้งกระทรวงท้องถิ่นผมขอรวบรัดว่าวันนี้ทั้งหมดที่เราพูดกัน ก็คือเราจะทำอย่างไร ให้การพัฒนาประเทศของเรามีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แล้วใช้ฐานท้องถิ่นเป็นฐาน ในการพัฒนาประเทศ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดว่าการพัฒนาประเทศโดยใช้ฐาน ท้องถิ่นจะช่วยแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยากจนหรือว่า การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์พี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้ก็คือการพูดถึง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้เป็นรูปธรรม ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมได้เขียน หนังสือเล่มหนึ่งชื่อมองมุมใหม่การบริหารท้องถิ่นที่เป็นบทเรียนต่างประเทศ เมื่อสัก ๔-๕ ปี ที่แล้วผมได้มีโอกาสไปที่โตเกียว กรุงโตเกียวเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ ได้คุยกับ นายกเทศมนตรีและผู้ว่าการกรุงโตเกียว สิ่งหนึ่งที่ผมประหลาดใจมาก ก็คือ ค.ศ. ๒๐๒๐ เขาจะเสนอกรุงโตเกียวให้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก (Olympic) เห็นไหม ละครับว่าการปกครองท้องถิ่นสามารถที่จะกล้าจัดโอลิมปิก (Olympic) ค.ศ. ๒๐๒๐ ซึ่งผ่านมาแล้ว แต่ว่ามีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) แต่ผมอยากจะเรียนว่าการเสนอแบบนี้ ทำให้เมืองหรือจังหวัดโตเกียว กรุงโตเกียวสามารถสร้างเศรษฐกิจในการแข่งขันกีฬาระดับ มหกรรมของชาติ🔗
อีกเมืองหนึ่งที่ผมไป อย่างเช่นอยากยกตัวอย่างสตราสบวร์ก สตราสบวร์ก คนเมืองบอกว่าเขาไม่อยากให้มีตึกสูง เพราะการสร้างตึกสูงเขาใช้ยอดปราสาทเป็นตัว กำหนดการสร้างตึกของเมือง เป็นต้น🔗
ในญี่ปุ่นอีกเมืองหนึ่งชื่อเมืองนากิโซะ เมืองนี้กำหนดว่าให้เป็นเมืองมรดก อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมเป็นเมืองอนุรักษ์เมืองเก่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว ในเมืองอย่างมากมาย ผมไปที่เนเธอร์แลนด์เมืองอาลส์เมร์ ซึ่งกำหนดให้เป็นเมืองสีเขียว เราเห็นบรรยากาศของการมีส่วนร่วมสร้างเมืองด้วยสีเขียวป้องกันน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ ผมพูดมานี่ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นภาพว่าตัวอย่างที่ผมกำหนดแล้วบอกท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่าเมืองที่เราเห็นนี่เป็นเมืองรูปแบบพิเศษที่จัดขึ้นโดยพี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในเมืองแล้วทำให้เมืองเขาสร้างระบบเศรษฐกิจ สังคมได้ แล้วเป็นฐาน ในการพัฒนาประเทศเป็นอย่างดี นี่คือแบบอย่าง บ้านเราอย่างง่าย ๆ เราพูดถึงเสาไฟฟ้า ลงดินซึ่งมีเพื่อนเสนอญัตติไปผมเรียนว่าที่เทศบาลนครนครภูเก็ตที่แถบถนนถลาง เทศบาล สามารถเอาเสาไฟฟ้าลงดินแล้วสามารถทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีตึกชิโนโปรตุกีส ที่นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวชม แล้วก็มีความสวยงาม เป็นต้น ถ้าเราปล่อยให้ท้องถิ่นมีอิสระแล้วมีความคิดร่วมกับพี่น้องประชาชน จะพัฒนาเมืองไปสู่ นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่ดี ๆ แล้วมีการพัฒนา ก่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจและ สังคมได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดวันนี้ในเรื่องกระทรวงท้องถิ่น ผมเข้าใจว่าผมมี ข้อคิดอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของกลไก ที่เราบอกว่าจะต้องมีกลไกให้ท้องถิ่นมีอิสระ มีความคิด อย่างที่ผมกล่าวมาแล้วว่าต้องเปิดอิสระทางความคิดในการบริหารให้พี่น้อง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แล้วจะทำอย่างไรให้เขาหลุดพ้นจากความคิดที่เขาสามารถ สร้างสรรค์ตนเองได้ นั่นก็คือจะต้องมีกลไก กระทรวงท้องถิ่นเป็นทางออกหนึ่งที่จะทำให้ หน่วยงานนี้มาดูแลเรื่องท้องถิ่น แต่ผมก็มีข้อสังเกตว่าการตั้งกระทรวงจะเป็นคำตอบหรือไม่ อย่างไร ก็ขอฝากกรรมาธิการไปดู เพราะว่าบางแห่งมีข้อเสนอ หรือว่าเพื่อนสมาชิกบางท่าน ว่าอาจจะตั้งเป็นคณะกรรมการสภาท้องถิ่นแห่งชาติ ผมคิดว่ากลไกเหล่านี้จะต้องเป็นกลไก ทำให้เขามีอิสระจริง ๆ เพราะท้องถิ่นที่ผ่านมาที่เป็นอยู่ของประเทศเราส่วนมากกระจัด กระจายดูแลงานท้องถิ่น กระทรวงเกือบทุกกระทรวงเอางานในชุมชน ท้องถิ่นเข้าไปทำใน กระทรวง ซึ่งมันผิดฝาผิดฝั่ง มันต้องเป็นคนท้องถิ่นเป็นคนจัดการ สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่จะต้อง ตอบโจทย์ว่าเป็นอิสระจริงหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นเอกภาพในการบริหารจัดการ หน่วยท้องถิ่นทั้งหลายที่ดูแลท้องถิ่นจะต้องเป็นกลไกที่มีเอกภาพพอสมควร แล้วชุมชนท้องถิ่น จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเปิดกว้าง ผมเข้าใจว่าถ้าเป็นกระทรวงอาจจะมี คำถามเยอะแยะว่ามันจะมีอิสระจริงหรือเปล่า เพราะว่าจะต้องมีรัฐมนตรี จะต้องมีปลัด แล้วจะต้องมีกอง แล้วจะต้องมีหน่วยที่ไปกำกับในพื้นที่ อาจจะเข้ากรอบอีหรอบเดิมอีกก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วย แต่ผมอยากให้คิดให้มาก อาจจะมี ทางออกเป็นองค์การมหาชนก็ได้ เป็นองค์กรที่เป็นคณะกรรมการสภาพัฒนาท้องถิ่นแห่งชาติ ก็ได้ ที่มาจากหลากหลายหน่วยงานเข้าไปออกแบบ เพราะฉะนั้นการออกแบบกลไก ให้ท้องถิ่นมีอิสระและดูแลท้องถิ่นจะต้องเป็นกลไกที่คิดให้รอบคอบ ก็ฝากท่านประธาน ในเรื่องกระทรวงท้องถิ่นไว้ด้วย เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมคิดว่าการกระจายอำนาจที่ประสบ ความสำเร็จ ผมดูมาหลายประเทศแล้ว มี ๓ ประเด็น ๑. ผู้นำในชาติจะต้องเห็นด้วยกับ กระจายอำนาจ ๒. พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่ในสภา จะต้อง เห็นพ้องต้องกันทุกพรรค เป็นความยินยอมพร้อมใจจากตัวแทนประชาชน ๓. พี่น้อง ประชาชนเห็นว่าการกระจายอำนาจเป็นทางออกของประเทศที่จะทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดี นี่คือ ๓ เงื่อนไข เพราะฉะนั้นขอเรียนประธานไว้เป็นเบื้องต้นว่าผมเห็นด้วยทุกญัตติที่เสนอ แล้วยินดีสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจตรี ชวลิต ตามด้วยท่านศรีนวล บุญลือ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้เสนอญัตติทุกท่าน นะครับ ผมเห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยอย่างเต็มที่เลยนะครับที่เราต้องให้อำนาจ กับท้องถิ่นให้มากที่สุด มากเท่าที่จะทำได้ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะต้องมีกระทรวงท้องถิ่น ขั้นแรกนะครับ ผมก็จะขออภิปรายเกี่ยวกับกระทรวงท้องถิ่นว่าผมคิดเห็นอย่างไร ถ้าจะมีนะครับ ก็ต้องบอกว่ามีประโยชน์นะครับกระทรวงท้องถิ่น ประโยชน์ที่ว่าก็คือ เราก็จะมีรัฐมนตรีเพิ่มอีก ๑ ท่าน มีปลัดกระทรวงเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ท่าน กระทรวงเดิม ก็คือกระทรวงมหาดไทยมันใหญ่เกินไป มันมีข้าราชการอยู่เยอะมากเกินไปนะครับ แคเรียพาท (Career path) ของเขาการที่จะขึ้นมาชั้นต่าง ๆ จนมาถึงซี ๑๑ (C11) มันก็มี การแข่งขันสูง คราวนี้ถ้าเกิดว่าตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมาก็ช่วยในเรื่องนี้ได้ แต่ประโยชน์มันก็มีแค่นั้น นะครับ ถามว่ามีประโยชน์กับประชาชนหรือเปล่า ของเดิมปัจจุบันนี่กระทรวงมหาดไทยก็มี งานที่ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอยู่แล้วเป็นระดับกรม ไม่ใช่ว่าปัจจุบันไม่มีการส่งเสริม นะครับ การตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมาก็เป็นงานเดิมหรือเปล่านะครับ ดังนั้นผมอยากจะชี้ว่า ถ้าจะมีกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมาหรือถ้าจะไม่มีก็ได้เป็นของเดิมนี่ผมคิดว่าไม่ต่างอะไรกันที่จะ เป็นประโยชน์กับประชาชน แล้วต่อไปล่ะเราจะทำอย่างไร ผมขึ้นมาอภิปรายทำไมนะครับ ผมก็จะอภิปรายว่าเราจะเพิ่มอำนาจอย่างไรกับท้องถิ่นดีนะครับ วิธีคืออะไร ถึงแม้ว่าจะอยู่ ในกระทรวงเดิมหรือว่าตั้งเป็นกระทรวงท้องถิ่น ตั้งเป็นกระทรวงใหม่ขึ้นมาก็ตาม ผมคิดว่า เราอาจจะมีการใช้คำคำว่า กระจายอำนาจ ในความหมายที่แตกต่างหลากหลายกันไป โดยทั่วไปทุกคนก็ทราบกันดีแล้วใช่ไหมว่ากระจายอำนาจมันดี คราวนี้ก็เลยมีคนที่พยายามที่ จะเปลี่ยนความหมายคำว่า กระจายอำนาจ ให้มันเข้ากับอะไรที่มันเป็นแบบเดิมแล้วก็บอกว่า นี่ที่ทำแบบอย่างนี้เรียกว่ากระจายอำนาจแล้ว แต่ผมก็อยากที่จะเรียนว่าการกระจายอำนาจ ที่แท้จริงก็คืออะไรครับ ก็คือการที่ข้าราชการที่ทำงานสัมผัสกับชีวิตประชาชนทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรเลยที่อยู่กับกระทรวงต่าง ๆ ต้องไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น นะครับ นี่คือถึงจะเรียกว่าการกระจายอำนาจ แต่ปัจจุบันเราก็จะเห็นงานที่ต้องสัมผัสกับชีวิต ประชาชนมากมาย เช่น ตำรวจ โรงเรียนหรือว่าโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็สังกัดขึ้นอยู่กับ กระทรวง ขึ้นอยู่กับรัฐส่วนกลาง การกระจายอำนาจที่แท้จริงก็คือก็ต้องโยกของเดิมที่ขึ้นกับ รัฐส่วนกลางเข้าไปอยู่กับท้องถิ่นให้ได้ คราวนี้ถ้าจะโยกแบบอย่างนั้นก็จะมีแรงต้าน พอสมควรนะครับ ความกังวลซึ่งผมก็เคยเป็นข้าราชการมาก่อน เราจะมีทางออกอย่างไรกับ ความกังวลนี้ ความกังวลที่ว่าคืออะไร ก็คือถ้าเกิดว่าเราเป็นข้าราชการที่สังกัดอยู่กับท้องถิ่น เราก็อาจจะกังวลว่าแคเรียพาท (Career Path) ของเรามันจะขึ้นไปตันอยู่แค่ท้องถิ่น แค่นั้นเองหรือเปล่า แต่ถ้าเราไปดูที่ประเทศต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าเขาให้ความสำคัญกับ ข้าราชการในท้องถิ่นเท่า ๆ กับข้าราชการส่วนกลางเลยนะครับ อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น ที่อาจารย์โกวิทย์ได้เรียนไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านรู้ไหมครับว่าเขามี ผบ.ตร. ถึง ๔๐ กว่าคน เลยนะครับ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าทุก ๆ จังหวัด ตำรวจที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดนั้นก็มีศักดิ์ศรีเท่ากับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเลย ถ้ากระจายอำนาจจริง ๆ ต้องเป็นแบบนั้นนะครับ มีซี (C) ที่เท่ากัน มีเงินเดือนที่เท่ากัน คราวนี้ข้าราชการที่ขึ้นอยู่กับ ท้องถิ่นก็จะมีความภาคภูมิใจ มีแคเรียพาท (Career Path) การเติบโตในหน้าที่ที่ภูมิใจ เต็มเปี่ยมเหมือนกับของเดิมที่ขึ้นอยู่กับกระทรวง🔗
แล้วก็อีกประเด็นที่ผมอยากเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือการกระจายอำนาจ ที่ทำกันอยู่ก็คือเรามักจะให้อำนาจ ให้ภาระงานกับท้องถิ่นไปบอกว่าท้องถิ่นเอางานนี้ไปทำ แต่ว่าไม่ได้ให้งบประมาณไปทำ เขาก็ทำไม่ได้ถูกไหมครับ อันนี้ก็มีหลาย ๆ ท่านอภิปราย ไปแล้ว แต่ผมกำลังจะสื่อว่าถึงแม้ว่าเอางบประมาณไปให้เขาแล้วเขาก็ต้องไปบรรจุ สร้างบุคลากรขึ้นมาใหม่ ไปสร้างสถานที่ใหม่ รับบรรจุคนเข้ามาใหม่ เทรน (Train) คน ขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะทำงานงานนั้น มันถึงต้องใช้เวลานานใช่ไหมครับ เราก็เลยบอกกันว่า การกระจายอำนาจก็เลยต้องใช้เวลานาน แต่ผมกำลังจะบอกว่าจริง ๆ มันไม่จำเป็นต้องทำ ขนาดนั้นนะครับ ถ้าเราทำวิธีที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ก็คืออยู่ดี ๆ ก็ให้อำนาจเขาไปเฉย ๆ อาจจะให้งบเขาไปด้วย มันก็จะมีข้าราชการเพิ่มขึ้นมา ล้นเต็มไปหมดเลยใช่ไหมครับ มีข้าราชการที่ขึ้นกับ รัฐส่วนกลางด้วยที่ทำงานเดิม แล้วก็จะมีข้าราชการท้องถิ่นที่ทำงานที่เรามอบอำนาจเขา ไปใหม่ วิธีที่ผมจะเสนอก็คือเราก็เอาข้าราชการเดิมที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงก็โอนเขาไปเลย ความชำนาญของคนก็มีอยู่แล้วครับ ออฟฟิศก็มีอยู่แล้ว ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่ทำให้เรา กระจายอำนาจได้แผล็บเดียวก็สามารถกระจายได้อย่างรวดเร็วมากนะครับ เวลาหมดแล้ว ก็ขอเรียนเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรีนวล บุญลือ ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ นะครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยนะเจ้า ขอสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นนะเจ้า ตามที่ผ่านมาตอนนี้ได้ทำงาน ไม่ว่า อบต. หรือ อบจ. จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเอาชีวิตมาทำงานเพื่อพัฒนาบ้านเกิด แล้วก็ขอทดแทนแผ่นดินที่เกิดนะเจ้า การทำงานนั้นทุกวันนี้องค์กรหรือว่าหน่วยงาน มันซ้ำซ้อนกันโดยเฉพาะจะมี อบต. มีเทศบาล แล้วมี อบจ. แล้วก็มีหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะที่ผ่านมานั้นเป็น อบต. ถนนที่ ๓ สายนี้ยังอยู่ในใจ อยู่เสมอตั้งแต่เป็น อบต. มาแล้วจนมาจนปัจจุบันนี้มาอยู่สภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่สามารถ ที่จะดำเนินการก่อสร้างได้นะเจ้า ก็โยนกันไปโยนกันมาเหมือนโยนหินถามทาง ดังนั้นอยากจะขอเรียนฝากทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ช่วยดูแลเกี่ยวกับ การจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นในครั้งนี้ด้วย คือการทำงานนั้นเมื่อเป็นสมัยอยู่ อบต. ก็ว่าเป็น องค์กรเล็ก ๆ อยู่ในองค์กรที่อยู่ในชนบท เวลาการทำงานนั้นเกิดฝนตก เกิดอุทกภัยน้ำท่วม น้ำนองประชาชนเดือดร้อนจะเอางบ อบต. ลงไปพัฒนา ลงไปแก้ไขก็จะต้องรอ บอกว่าทางอำเภอต้องเซ็น อำเภอเซ็นแล้วจะต้องส่งไปจังหวัด จะต้องมีขั้นตอนหลายขั้นตอน กว่าจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ แล้วเวลาถ้าภัยหนาวหน่วยงานราชการอยู่ในที่ สังคมใหญ่ ๆ ไม่รู้ปัญหาว่าในที่ชุมชนของชนบทนั้นมีภัยหนาวเกิดขึ้นกว่าจะรายงานไปถึงที่ อำเภอ กว่าจะไปถึงที่จังหวัด กว่าจะมาถึงที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรมส่งเสริม ภัยหนาวมันก็หายไปแล้วนะเจ้า แล้วอีกอย่างหนึ่งเวลาถ้าอัคคีภัยเกิดขึ้นไฟไหม้จะเอา งบประมาณของ อบต. มาแก้ไขปัญหาก็ติดขัดเกี่ยวกับระเบียบกฎหมาย จะต้องรอผู้ใหญ่ ลงไปดู และจะต้องรอให้ผู้ใหญ่ลงไปเซ็นอนุมัติให้กว่าจะแก้ไขปัญหาได้นะเจ้า อันนี้ก็คือเป็นปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาโดยตลอด ยกตัวอย่าง ถ้า อบต. จะไป ช่วยเหลือเกิดอุทกภัยลมพัดหลังคาวัดจะเอางบ อบต. ไปซ่อมแซมหลังคาวัดก็บอกว่า มันซ้ำซ้อน ทำไม่ได้ บางครั้งถ้าเกิดลมพัดหลังคาวัด ประชาชนจะต้องลงขันกันนะเจ้า เพราะว่าทาง อบต. มาแก้ไขไม่ได้ เพราะว่าวัดเป็นจุดศูนย์รวมของศาสนาของประชาชน ถ้าสังคมไทยของเราทุกวันนี้ถ้าไม่มีวัด ไม่มีจุดรวมในคุณธรรมจริยธรรมนะเจ้า เกิดอุทกภัย อัคคีภัย แก้ปัญหายาก เพราะว่ามีหน่วยงานระดับผู้ใหญ่มาคุมกันอยู่นะเจ้า แล้วมาอยู่ อบจ. มาอยู่ทำงาน อบจ. จะทำถนนสายนี้ เมื่อเป็น อบต. ขึ้นมาอยู่ระดับ อบจ. แล้วก็บอกว่าถนนนี้ไม่ใช่ถนนของ อบต. ไม่ใช่ถนนของ อบต. ไม่สามารถที่จะเอางบลงไปพัฒนาได้ จน ณ วันนี้ข้าเจ้าลงมา ทำงานพัฒนาให้กับประเทศชาติบ้านเมือง รวมแล้วนะเจ้าเกือบ ๓๐ กว่าปีแล้ว ถนนที่อยู่ ในใจนี้ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนา ก็มีปัญหา มาอยู่ตรงนี้ได้ปีกว่า อยากจะพัฒนาถนน ๓ สายนี้ ถนนบ้านห้วยเกี๋ยงไปเชื่อมหมู่ห้วยยาว ไปเชื่อมบ้านขุนวาง และถนนอีกสายหนึ่งถนน จากตำบลแม่วิน หมู่ ๑๖ บ้านหนองมณฑาเชื่อมไปยังอำเภอสะเมิง แล้วอีกสายหนึ่ง ถนนจากบ้านห้วยเย็น หมู่ ๑๘ บ้านห้วยเย็น เชื่อมไปออกบ้านแม่นาจรนะเจ้า ตั้งแต่เป็น อบต. จนมาถึงเป็น ส.ส. นี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เพราะว่าหน่วยงานมันทับซ้อน โยนหินถามทาง โยนกันไปโยนกันมา จนแก้ไขปัญหาไม่ได้ ดังนั้นข้าเจ้าในนามตัวแทนของ ประชาชนพี่น้องคนเชียงใหม่หรือเขต ๘ เชียงใหม่ ประกอบด้วยอำเภอแม่วาง อำเภอ สันป่าตอง อำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง ขอสนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นนี้เกิดขึ้น แล้วขอยกระดับของ อบต. ขึ้นไปเป็นเทศบาลทั้งหมด แล้วเมื่อตั้งกระทรวงท้องถิ่นแล้ว ก็อยากให้มีสาขากระทรวงแต่ละจังหวัด แล้วเทศบาลก็ต้องมาขึ้นกับสาขาของแต่ละจังหวัด ปัจจุบันนี้ถ้าลูกอยู่ใกล้พ่อใกล้แม่ก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีนะเจ้า ถ้าลูกคนไหน อยู่ห่างไกลพ่อแม่ก็ไม่ได้รับการดูแลเหมือนปัจจุบันนี้ อย่างจังหวัดเชียงใหม่อยู่ห่างไกล กระทรวงมหาดไทย ส่งผู้ว่าราชการจังหวัดไปบางครั้งอยู่ต่างจังหวัด เข้าไม่ถึงหน่วยงาน เข้าไม่ถึงประชาชนก็ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนขอสนับสนุน การตั้งกระทรวงท้องถิ่นเพื่อไปดูแลพี่น้องประชาชนอย่างอยู่ใกล้ชิดต่อไปนะเจ้า ก็ขอขอบคุณ ทางท่านประธานมา ณ โอกาสนี้นะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ แล้วตามด้วยท่านภณณัฏฐ์นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อยากให้ยกระดับก็ดีในเรื่องของการตั้งกระทรวง ท้องถิ่น ปัจจุบันมันเป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย สาเหตุสำคัญที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ในปัจจุบันนี้เรามีปัญหาเยอะเลยนะครับ เราถ่ายโอนไม่ว่าจะเป็นถนน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาคารบังคับน้ำ ต่าง ๆ เยอะหมดเลย จะถ่ายโอนแต่ภาระหน้าที่ครับ แต่ไม่ยอมถ่ายโอนงบประมาณ เป็นเรื่องที่ เดือดร้อนกับพี่น้องชาว อบต. ชาว อบจ. และเทศบาลเป็นอย่างมาก ในจังหวัดผมและจากที่ ได้ออกไปดูงานในจังหวัดต่าง ๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่าการถ่ายโอนไปนั้นไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพ ขององค์การบริหารส่วนตำบลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือที่เราเรียกรวม ๆ ว่า อปท. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราไม่ได้ไปคิดถึงว่าเขามีกำลังความสามารถแต่อย่างใด แต่ถ่ายโอนไปอย่างนั้นล่ะ ท่านเชื่อไหมว่าบาง อบต. ในจังหวัดผม อย่างเช่นตำบลแม่เล่ย์ มี ๒๗ หมู่บ้าน ๒๗ หมู่บ้านต้องดูแลถนนทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร อบต. เดียว ๒๐๐ กิโลเมตร ปี ๆ ได้งบประมาณนิดเดียวครับ พูดง่าย ๆ ว่างบที่จะเรียกว่างบอุดหนุน ทั่วไปก็ดี งบอุดหนุนเฉพาะกิจก็ดี ที่จะต้องผ่านท่านท้องถิ่นจังหวัด ผ่านท่านท้องถิ่นอำเภอ ท้องถิ่นจังหวัด แล้วก็มากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจะจัดสรรงบประมาณในการ อุดหนุนลงไปในแต่ละท้องถิ่นนั้น ท่านประธานครับ ยังไม่มีระบบเลยนะครับ จนกระทั่ง กรรมาธิการของผมซึ่งพิจารณาเสร็จแล้วกำลังจะรายงานต่อสภา เรากำลังจะหาวิธีแนวทางที่จะ เสนอต่อสภาก็คือ ต้องอุดหนุนตามภาระหน้าที่ ไม่ใช่ปัจจุบันนี้มือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครใกล้ท่านท้องถิ่นจังหวัด ใครใกล้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ใครใกล้ผู้แทนราษฎรก็ไปวิ่งเต้นกันเพื่อที่จะหางบประมาณ ไปลงตำบลของตัวเอง หลายตำบลครับที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท้อแท้ครับ ยื่นมา ไม่รู้กี่ปีแล้วไม่เคยได้งบประมาณอุดหนุนเลย งบอุดหนุนเมื่อไม่ได้จะเอางบที่เขามีอยู่ซึ่งเป็น งบที่เขาได้รับการสนับสนุนก็ดี แล้วก็งบที่เขาจัดเกิดจากการจัดเก็บภาษีอากรและภาษีต่าง ๆ ก็ดี มันไม่เพียงพอครับ โดยเฉลี่ยในประเทศไทยจะมีงบในการจัดซื้อจัดจ้างปีหนึ่งก็ประมาณ ๓ ล้านบาท ถ้าคิดเฉลี่ยนะครับ อบต. หนึ่งจะเหลืออยู่ ๓ ล้านบาท ๓ ล้านบาทต้องไปดูถนน ๒๐๐ กิโลเมตร ท่านประธานลองนึกว่ามันจะเอาไปทำอะไรครับ ชาวบ้านเขาใช้คำว่าเอาไปโรย เอาลูกรังไปโรย หมดแล้วครับงบประมาณที่ได้มา ๓ ล้านบาท โรยให้ครบ ๒๐๐ กิโลเมตร ยังไม่ครบเลยครับ เอาไปโรย ๆ ให้มันพอ รู้ว่าลงไปแล้วนี่นะครับ มันไม่มีทางหรอกครับ ที่ท้องถิ่นจะเกิดความเจริญได้ ไม่มีทาง เรามีพระราชบัญญัติในการกระจายอำนาจ มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ครับท่านประธาน โดยกำหนดว่ารัฐบาลกลางจะต้องจัดงบประมาณเพื่อ อุดหนุนให้กับท้องถิ่นให้เพียงพอ กล่าวคือจะต้องไม่น้อยกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่เกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ของรายได้สุทธิของรัฐบาล ปัจจุบันรายได้สุทธิของรัฐบาลมีอยู่ ๒.๗ ล้านล้านบาท หรือ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ ถ้าเราคิดง่าย ๆ ว่า ๑ ใน ๓ เอาแค่ ๑ ใน ๓ นะครับ ถ้าเอาตามที่พระราชบัญญัติกระจายอำนาจให้ ๑ ใน ๓ ก็จะต้อง ๙๐ ล้านบาท ขอโทษครับ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องไปอุดหนุนให้กับท้องถิ่น ท่านทราบไหมครับ ปัจจุบันนี้อุดหนุนอยู่เท่าไรครับ อุดหนุนกันอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เองครับ มันน้อยมาก แต่ว่าวิธีการคิดของรัฐบาลเขาก็ง่ายดีครับ เขาพยายามจะเอา งบประมาณที่จริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นเลยครับ แต่ไปอยู่ในสัดส่วนของท้องถิ่น เพื่อให้มันได้ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ท่านบอกว่าปีนี้ท่านโอนไปให้แล้ว ๒๙.๗๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ งบประมาณ เช่น อสม. อสม. ถูกต้องทำงานเพื่อ พี่น้องในท้องถิ่นในท้องที่ แต่เป็นนโยบายของใครครับ เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เป็นนโยบายของรัฐบาลกลาง แต่เอานโยบายของรัฐบาลกลางเอาสัดส่วนงบประมาณ ที่จะต้องอุดหนุนหรือว่าจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงให้กับ อสม. เอามาอยู่ในสัดส่วนของ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เอามาอยู่ในสัดส่วนของท้องถิ่น หรือจะเป็นการอุดหนุน ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยติดเตียง คนชราเอาไปอยู่ในสัดส่วนของท้องถิ่นหมดเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่า จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยเอดส์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือว่าเด็กเล็ก หรือคนชรา หรือว่าจะเป็นงบในเรื่องของ อสม. มันจะต้องอยู่ในสัดส่วนของรัฐบาล ดังนั้นถ้าจับมาอยู่ใน สัดส่วนของรัฐบาลก็จะเห็นชัดเจนว่าท้องถิ่นยังคงได้รับงบประมาณน้อยมาก กล่าวคืออย่างที่ ผมกราบเรียนแล้ว ถ้าพูดถึงถนนปี ๆ หนึ่งได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะถนนนะครับน้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ว่า มันควรจะต้องได้ประมาณ ถ้า ๑ ใน ๓ ถ้า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็คือประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นว่ารายได้ที่เราจัดส่งไปเป็นงบอุดหนุนเฉพาะกิจ และงบอุดหนุนทั่วไปให้กับท้องถิ่นยังคงอยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำมาก เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้ จึงพอจะสรุปได้ว่าท้องถิ่นที่ยังไม่มีความเจริญก็เพราะว่าเราถ่ายโอนแต่ภาระหน้าที่ แต่เราไม่ ถ่ายโอนงบประมาณ ๑. ก็คืองบประมาณไม่เพียงพอ ๒. ก็คือแก้ไม่ตรงจุด ท่านประธาน ก็คงเคยเห็นในจังหวัดของท่านประธานเอง ส่วนที่ควรจะทำก็ไม่ทำไปทำไอ้โน่น ทำไอ้โน่นก็ไม่พอ ไอ้ตรงนี้ก็ยังปล่อยจนกระทั่งเลอะเทอะไปหมด ถนนหนทางเป็นตัวอย่างเห็นชัดเจนเลย ไอ้ส่วนที่จำเป็นก็ไม่ทำ ไอ้ส่วนที่ไม่จำเป็นก็ทำกันอยู่นั่นละ นั่นก็เพราะว่าอะไร เพราะว่า รัฐบาลกลางไม่สามารถที่จะไปรู้เห็นว่าท้องถิ่นเขาต้องการอะไร ท่านประธานคงจะเห็นนะ ถนนสายหลัก ๆ ของท่านนี่ลาดยางแล้วก็ลาดยางอีก ทั้ง ๆ ที่ยัง ไม่ได้เสียเลย เดี๋ยวตั้งงบไปลาดยางกันใหม่แล้ว แต่ในขณะที่ถนนท้องถิ่นที่ประชาชนใช้กัน ด้วยความเดือดร้อนมีแต่ฝุ่นมีแต่โคลนไม่เคยคิดจะไปทำให้เขาเลย อย่างนี้ก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นพอจะสรุปได้ว่าด้วยความต้องการของท้องถิ่นแล้ว ปัจจุบันนี้รัฐบาลกลางนี่ ยังแก้ไม่ตรงจุดครับ แก้ไขไม่ตรงจุด🔗
๒. ใช้ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ยังไม่มีหลักการที่แน่นอนว่างบอุดหนุน ทั่วไปและงบอุดหนุนเฉพาะกิจนั้น มีหลักเกณฑ์ใด ๆ ที่ชัดเจนหรือไม่ ที่จะให้กับท้องถิ่น ไม่มีเลยครับ มีว่าใครวิ่งเก่งก็คงจะได้งบเยอะ🔗
๓. ดังที่ท่าน ส.ส. ศรีนวล บุญลือ พูดสักครู่นี้ครับ ไม่เคยตรงเวลาหรอกครับ เวลาแล้งท่านก็เอางบไปให้ผ้าห่ม เวลาน้ำท่วมท่านก็เอางบภัยแล้งไปลง เวลาน้ำแล้ง ท่านก็เอางบน้ำท่วมไปลง ไม่ได้ตรงเวลาเลย เพราะอะไรครับ เพราะไม่รู้เรื่องว่าท้องถิ่น เขาต้องการอะไร ก็กราบเรียนท่านประธานว่าขอสนับสนุนญัตตินี้นะครับ ส่วนว่าจะไปลง ในกรรมาธิการวิสามัญคณะใหม่หรือคณะเก่าก็สุดแท้แต่เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ตามด้วยท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลานะครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนให้ตั้งญัตตินะครับ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแนวทางการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นของท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ของพรรคเพื่อไทย แล้วก็สนับสนุนในทุก ๆ ญัตติในวันนี้ ในเรื่อง ของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงใดก็แล้วแต่ จุดมุ่งหมายก็เพื่อที่จะทำ ให้การบริหารกิจการบ้านเมืองนั้นกระชับ แล้วก็รวดเร็วเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า ๒๐ ปี ถ้าเป็นเด็กผู้ชายเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มาถึงบัดนี้ ก็บวชเป็นพระเรียบร้อย นั่นหมายความว่าได้เรียนรู้ทุก ๆ อย่างนะครับ ในช่วงกว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้การทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อแน่เหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนตลอดจนผู้นำท้องถิ่นทุก ๆ หน ทุก ๆ แห่งก็ทราบถึง แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ เป็นอย่างดีนะครับ แล้วก็สามารถที่จะช่วยรัฐบาลกลางได้ดี เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าปัญหาของท้องถิ่นนั้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ องค์การบริหารส่วนตำบล บางบัวทองปัญหาที่มีอยู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางบัวทองนั้นบอกได้เลยว่า รู้ดีกว่านายกรัฐมนตรี เพราะว่าเป็นปัญหาของท้องถิ่นนั้น ๆ ตรงนี้เอง รัฐบาลที่ผ่านมา ๒๐ กว่าปี ก็ถือว่ามาถูกทาง แต่จะให้ถูกที่ถูกฝั่งไปกว่านี้ก็น่าจะมีกระทรวงที่จะดำเนินการ สั่งการโดยตรง ไม่ต้องกังวลในเรื่องของงบประมาณ เพราะว่าเม็ดเงินงบประมาณอย่างปีนี้ ๓.๓ ล้านล้านบาท เดิมมีอยู่กี่กระทรวง ถ้าเพิ่มไปอีกกระทรวงหนึ่งงบประมาณก็เหมือนเดิม แต่เพียงแต่เราแบ่งจากกระทรวงที่ครอบคลุมอยู่ นั่นคือกระทรวงมหาดไทยแบ่งไปให้ กระทรวงใหม่ เพื่อทำให้ท้องถิ่นนั้นได้ทำงานตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้อย่างแท้จริงและอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างในเรื่องของปัญหาไวรัสโควิค-๑๙ (Virus COVID-19) ที่เรากำลังได้รับผลกระทบอยู่ขณะนี้ หน่วยงานท้องถิ่นนั้นถือว่า เป็นหน่วยงานหลักของรัฐบาลที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การดูแล การคัดกรอง หรือว่าการเยียวยานะครับ ท้องถิ่นมีขอบเขตที่เราแบ่งซอยย่อย กระชับเพื่อการทำงาน แต่ถ้าเรามีกระทรวงที่สั่งการโดยตรงแบ่งจากกระทรวงมหาดไทย ลงมา ก็น่าที่จะทำให้การกระจายอำนาจนั้นตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างนะครับ บางท้องถิ่นงบประมาณที่ใช้ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่จัดเก็บเองหรือว่า การอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนกลางนะครับ ถ้าเป็น อบต. เราจะมีการทำประชาคม แล้วก็ มาเป็นแผนงบประมาณประจำปี บางครั้งโครงการ ที่บรรจุอยู่ในแผนก็มาจากการทำประชาคมในพื้นที่ ยกตัวอย่างนะครับ ในเรื่องของการกำจัด ผักตบชวา บรรจุไว้ในแผนเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ยกตัวอย่าง อบจ. นนทบุรี มีการทำการประชาคมไปยังทุก ๆ อำเภอ โดยมีท่านนายอำเภอแต่ละอำเภอ เป็นประธาน สุดท้ายแล้วก็ส่งมาให้กรรมการประสานแผนที่จังหวัด ยกตัวอย่าง อบจ. นนทบุรี จะมีการจัดซื้อเรือกำจัดผักตบชวา แต่ว่าก็ต้องมีการตรวจสอบจากกระทรวง อื่นนะครับ มีหน่วยงานอื่นมาตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น สตง. อะไรก็แล้วแต่ พอตรวจสอบเสร็จ บอกว่าไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่หน้าที่ แต่ปัญหาภาระมันอยู่ในท้องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่ อบจ. ไม่สามารถที่จะซื้อเรือกำจัดผักตบชวาได้ ตรงนี้เองถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่เป็น เอกภาพสำหรับท้องถิ่น ก็อยากจะให้มีกระทรวงตรงนี้ การจัดอาณาเขตหรือว่าพื้นที่และ งบประมาณ จะได้ทำเพื่อพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในช่วงที่สภาวะ บ้านเมืองปกติก็จะไม่เห็นความสำคัญในเรื่องของกระทรวงท้องถิ่น แต่ตราบใดที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภัยธรรมชาติ อุทกภัย ปัญหาภัยแล้งต่าง ๆ ท้องถิ่นนี่ละจะเป็นตัว ที่จะแก้ปัญหาให้รัฐบาลกลางได้อย่างดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเรามีกระทรวงท้องถิ่นแล้วเราจะตัดขาด จากรัฐบาลกลางนะครับ ในเรื่องของผู้นำสูงสุดหรือว่าผู้บริหารกระทรวงก็จะต้อง ประสานงานกับรัฐบาลกลางอยู่ดี แต่การที่จะมีกระทรวงท้องถิ่นนั้นเพื่อทำให้การทำงาน ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ธงที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนก็จะมองว่าผู้นำท้องถิ่น นายก อบต. นายก เทศบาลมาจากบุคคลที่ไม่ได้จบอะไรสูงมากมาย แต่ในเรื่องคุณสมบัตินั้นมีอยู่แล้ว กลับไป มองว่าท้องถิ่นนั้นเป็นแหล่งที่จะหาผลประโยชน์ แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบ หรือไม่ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๘ ที่ทาง ป.ป.ช. ได้มีตัวเลขไว้ในเรื่องของการทุจริตนะครับ เม็ดเงินที่ทุจริตทั้งสิ้นที่มีการตัดสินไปแล้วกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาจากส่วนกลาง หรือว่าส่วนราชการ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็น ๗๖ เปอร์เซ็นต์ จากรัฐวิสาหกิจ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนท้องถิ่นเพียงแค่ ๑๖๘ ล้านบาท เพียงแค่ ๐.๐๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ในเรื่องร้องเรียนของท้องถิ่นนั้นมีมากมาย ที่ว่ามีมากมายนั้น หมายถึงว่าเป็นการมีส่วนร่วมของพี่น้องในชุมชนด้วยกันเอง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ คณะกรรมการต่าง ๆ เห็นความไม่ชอบมาพากลก็ร้องเรียนไปยังส่วนกลางนะครับ การทุจริตนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเรื่องที่ร้องเรียน ขึ้นอยู่กับโอกาสในการเข้าถึง และการตรวจสอบของการทำงานมากกว่า ตรงนี้ถึงได้บอกว่าท้องถิ่นเรามีความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือแม้แต่ประชาชนนะครับ ๒๐ กว่าปีผมเห็นว่าน่าจะมีการตั้งกระทรวง ที่ควบคุมสั่งการโดยตรง เพื่อประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ในเรื่องของท้องถิ่นนั้น ที่มองว่าทุจริตนะครับ จริง ๆ แล้วที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องที่กระทำ ผิดระเบียบเสียมากกว่าครับ อย่างไรก็กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเห็นด้วยในการที่จะ จัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น เพื่อที่จะตอบโจทย์การทำงานของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไป ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายเรื่องของพี่น้องชาวท้องถิ่น เรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ที่เห็นความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น เพราะการปกครองท้องถิ่นจะเป็น หลักสำคัญในการพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาพี่น้องประชาชนในระดับท้องถิ่นให้เจริญ ก้าวไกลทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ท่านประธานครับ เรื่องท้องถิ่นที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้เสนอญัตติมานั้นนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับในหลาย ๆ ญัตติ โดยเฉพาะญัตติ ของเพื่อนสมาชิก ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ที่พยายามที่จะนำเสนอเรื่องแนวทางการบริหารจัดการตัวเองอย่างเป็นอิสระของท้องถิ่น นะครับ และญัตติของ ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ ส.ส. วรภพ วิริยะโรจน์ ซึ่งพยายามที่จะนำเสนอเรื่องความเป็นอิสระของท้องถิ่น ทำไมต้องพูดเรื่องความเป็นอิสระของ ท้องถิ่น เพราะที่ผ่านมาท้องถิ่นไม่เป็นอิสระหรืออย่างไร ท่านประธานครับ แน่นอนครับ ที่ผ่านมาบ้านเรา เมืองเราบริหารงานโดยใช้ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ อำนาจทั้งหลาย รวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง รวมศูนย์ไว้ที่กระทรวง ทบวง กรม และกระจายตัวแทนไปในระดับ จังหวัด การปกครองส่วนภูมิภาคลงไปในระดับอำเภอ ซึ่งนั่นเขาเรียกว่าการปกครองจาก ส่วนกลางหรือการรวมศูนย์อำนาจทั้งหมดไว้ที่ส่วนกลาง ท่านประธานครับ เมื่อมี การกระจายอำนาจ หรือเมื่อมี อบต. พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับการแบ่งปันงบประมาณ ได้รับการแบ่งปันการแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ในสมัยก่อนนี่ผมอยู่ในท้องถิ่น ผมเป็นคน ชนบทนะครับ พี่น้องประชาชนบอกว่าตั้งแต่มี อบต. มีเทศบาลรู้สึกว่าจะมีถนนหนทาง มีถนนคอนกรีต แต่ก่อนที่ไม่มี อบต. หรือไม่มีเทศบาล ผู้ใหญ่บ้านก็บอกผมว่ากว่าจะได้ ถนนลูกรังแต่ละเส้นก็ต้องขออ้อนวอนขอกับระบบกลไกรัฐราชการส่วนกลางกว่าจะได้ ดังนั้น พอมีท้องถิ่นมันเกิดพัฒนาการ มันเกิดเป็นองค์กรของท้องถิ่นที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาของ ท้องถิ่น ดังนั้นเราถึงต้องมาพูดเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ทำไมถึงต้องพูดเรื่องนี้ครับ เพราะว่าที่ผ่านมา ณ ปัจจุบันถึงจะมีท้องถิ่นก็จริงแต่อำนาจถูกจำกัดไว้ที่ส่วนกลาง จำนวนมากอยู่ ดังนั้นส่วนกลางพยายามขยับอำนาจก็จริง โดยหลักการที่ว่าท้องถิ่น ยังไม่พร้อม วาทกรรมนี้ละครับที่ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะเติบโตไปทันกับระบบเศรษฐกิจ ที่มันเติบโตและก้าวไปไกล ท้องถิ่นเขาไม่สามารถพูดถึงระบบคมนาคมที่ทันสมัยเหมือนกับ กรุงเทพมหานครได้ เพราะว่าอำนาจมันกระจุกตัวอยู่ที่นี่ อำนาจมันกระจุกตัวอยู่ที่กระทรวง คมนาคม เขาจะคิดเรื่องระบบขนส่งของเขาเขาต้องมาขออนุญาตต่อกระทรวงคมนาคมครับ เขาไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เช่นเดียวกันครับระบบการศึกษาของท้องถิ่นแทนที่เขาจะพัฒนา ศักยภาพของเขาผ่านระบบวัฒนธรรม ผ่านระบบองค์ความรู้ของท้องถิ่นที่มีอยู่ในรูปของ จัดระบบการศึกษาของท้องถิ่นก็ถูกจำกัดอยู่ที่กระทรวงในส่วนกลาง เขาแทบที่จะไม่มีอำนาจ เช่นเดียวกันครับระบบวัฒนธรรม ประเพณีที่เขาดีงามในท้องถิ่นแทนที่เขาจะพัฒนาให้มัน เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดตกกันมา และเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในการพัฒนาระบบการอยู่ ร่วมกันของท้องถิ่นก็ถูกจำกัด ถูกตีความ เช่น ถ้าจะจัดประเพณีสงกรานต์ก็ถูกตีความว่าไม่ใช่ เป็นประเพณีท้องถิ่น เป็นลักษณะเฉพาะของบุคคลที่จะไปเคารพกราบไหว้บุพการีของตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่หรอกครับ เรื่องวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นแต่ละพื้นที่มันมีความหลากหลาย ที่แตกต่างกัน ดังนั้นเขาจะเรียกวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างไรครับ ทีนี้ท้องถิ่นจะจัดงาน วัฒนธรรมต่าง ๆ นานา ท่านเชื่อไหมครับท่านประธานต้องขออนุญาต ต้องให้ตีความก่อนว่า เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ดังนั้นผมคิดว่าอำนาจเหล่านี้มันถูกจำกัดไว้ที่รัฐส่วนกลาง ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะเป็นอิสระในการที่ตัดสินใจได้โดยแท้จริง อันนี้ผมพูดถึง อำนาจหน้าที่นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ความเห็นในเรื่องของการตั้ง กระทรวงท้องถิ่นสักเล็กน้อย ที่ผ่านมาท้องถิ่นเติบโตจากโครงสร้างแบบเดิมดังที่ผมกล่าวไว้ เติบโตจากโครงสร้างรวมศูนย์อำนาจไว้ส่วนกลาง ไม่มีอำนาจอิสระแท้จริงอย่างเต็มที่ ยังถูกควบคุม กำกับโดยหนังสือสั่งการ ยังถูกควบคุม กำกับจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภออยู่ ไม่มีความอิสระอย่างแท้จริง นั่นผมเข้าใจว่าเป็นลักษณะของการเติบโต ภายใต้โครงสร้างแบบเดิม ซึ่งมันส่งผลทำให้ระบบนี้กลายเป็นระบบอุปถัมภ์ ดังนั้นผมถึงมีความเห็นว่าการศึกษาการตั้ง กระทรวงท้องถิ่นขึ้นมานี้ผมถึงไม่เห็นด้วย มันก็เท่ากับเป็นการตั้งรัฐส่วนกลาง เป็นเอาระบบ ราชการไปควบไปคุมระบบท้องถิ่น ไม่แตกต่างจากเดิมหรอกครับ เดี๋ยวก็เกิดระบบเส้นระบบ สายเหมือนหลาย ๆ ท่านว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา เดี๋ยวก็เกิดระบบเส้นระบบสายอย่างที่ หลายท่านว่า ดังนั้นผมคิดว่าไม่เห็นด้วยในการตั้งกระทรวงท้องถิ่น มันเป็นการไปกดทับ อำนาจของท้องถิ่น ถ้าท้องถิ่นจะเติบโตต้องไม่มีกลไกเหล่านี้ไปกดทับนะครับ ดังนั้นผมเห็นว่า ท้องถิ่นควรขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีละครับ โดยหลักการท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีที่มาจากพี่น้องประชาชน แต่ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากพี่น้องประชาชน นะครับ ไม่ใช่มาจากการรัฐประหาร ท้องถิ่นควรขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี สุดท้ายครับ ท่านประธาน ขออีกนิดเดียวครับ ถ้าตราบใดที่เรายังคิดที่จะตั้งองค์กรที่เป็นระบบราชการ มาครอบมาคุมระบบท้องถิ่น ผมเชื่อได้ว่าไม่ใช่การกระจายอำนาจที่แท้จริง ผมเชื่อได้ว่าจะ นำไปสู่การเมืองที่เป็นเรื่องของชนชั้นเท่านั้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอท่านพิเชษฐ์ ท่านสุดท้ายแล้วกระมังครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ทั้ง อบต. ทั้งเทศบาลทั่วประเทศก็คงจะเปิดทีวี (TV) รับชมรับฟัง พวกเราว่าโอกาสของท้องถิ่นนั้นจะได้ดูแลตัวเอง ได้มีอิสรภาพ ได้มีอำนาจมากขึ้นหรือไม่ ผมเห็นด้วยนะครับกับการตั้งกระทรวงท้องถิ่นขึ้นมาโดยแยกออกจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงที่ใหญ่ที่สุด ณ วันนี้ ท่านประธานครับ มันน่าจะเพิ่มอำนาจให้กับ อบต. หรือเทศบาลให้มากขึ้นนะครับ เพิ่มอำนาจการเรียก เรียกให้กระทรวง ทบวง กรม เรียกให้ กรมที่ดิน เรียกให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกให้กระทรวงคมนาคม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาที่เทศบาล หรือ อบต. ของตนเองได้ ถ้ามีการร่าง พระราชบัญญัติขึ้นมาอยากให้มีอำนาจเรียกหน่วยงานส่วนกลางมาดูแลปัญหาที่ใหญ่กว่า ที่เทศบาล หรือ อบต. จะแก้ไขได้ ปัญหาใหญ่นะครับ งบประมาณมาก อบต. เทศบาล ห่างไกลไม่สามารถที่จะหางบประมาณมาได้ตามสัดส่วนงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ดังนั้นกระทรวงใหม่ ท่านกรรมาธิการถ้าเกิดตั้งขึ้นมาอยากจะให้เขียนอำนาจ ของ อบต. หรือเทศบาลเล็ก ๆ มีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงออกมาสำรวจปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้าน อันนี้ละครับ คือการกระจายอำนาจที่แท้จริง ท่านประธานครับ วันนี้ อบต. หลาย อบต. ไม่อยากเป็นเทศบาล พอเป็นเทศบาลปุ๊บคนดูแล หมู่บ้านหายครับ ในพื้นที่ของผมบางตำบลมี ๒๒ หมู่บ้าน บางตำบลมี ๒๐ หมู่บ้าน พอไปเป็นเทศบาลแล้วเหลือสมาชิกเทศบาลอยู่ ๗-๘ คน เวลาเลือกปรากฏว่าหมู่บ้าน ของตนเองไม่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกเทศบาล ๔ ปีไม่มีคนดูแลปัญหาของหมู่บ้านตัวเอง ต้องไปลุ้นอีก ๔ ปีเมื่อเลือกตั้งใหม่ ดังนั้นนะครับ ถ้ามีกระทรวงขึ้นมาใหม่อยากจะให้ยุบ อบต. ไปเสีย ให้เป็นเทศบาลทั้งหมด เพราะผลประโยชน์ต่าง ๆ เทศบาลจะได้รับแล้ว จะดีมากกว่า อบต. แต่ผมเสนอให้มีสมาชิกเทศบาลทุกหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ ท่าน เพื่อให้ การดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมแก่พี่น้องชาวบ้านทุกหมู่บ้าน ท้องถิ่นประเทศไทยทุกวันนี้ เหมาเข่งอยู่นะครับ แต่ละท้องถิ่นโดยจินตนาการก็คือเหมือนกันหมดทั้งประเทศ ทุกจังหวัด ท้องถิ่นเหมือนกันหมด ผมอยากจะให้พระราชบัญญัติหรือกฎหมายกระทรวงท้องถิ่นที่ออกมาให้เกิดความแตกต่าง ตามภูมิศาสตร์ ท้องถิ่นชายแดนแน่นอนละครับมันต้องค้าขายกับต่างประเทศ ท้องถิ่น ชายแดนมีเงินเข้าเยอะมาก รายได้นั้นไม่สามารถที่จะเอามาพัฒนาเทศบาล อบต. ท้องถิ่นได้ เต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องส่งส่วนกลาง เพราะฉะนั้นขอให้แยกท้องถิ่นชายแดนออกมา เพราะเขาจะต้องเรียนภาษาอังกฤษ เขาจะต้องเรียนภาษาจีน เขาต้องเรียนภาษาเขมร เขาต้องเรียนภาษาลาว เพื่อติดต่อค้าขายระหว่างประเทศ แม้แต่ภาษาพม่าก็จำเป็นจะต้อง เรียน ดังนั้นชายแดนจำเป็นจะต้องแตกต่างกับท้องถิ่นที่อยู่ด้านในเขตพิเศษครับ วันนี้ ประเทศไทยได้เริ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายแห่ง อีอีซี (EEC) เอสอีแซด (SEZ) ก็คือ ๑๐ แห่ง ทั่วประเทศ เราเริ่มเขตพิเศษขึ้นมาแล้วก็จะมีกาเซ (GASEZ) ก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขวานทองคลองไทยขึ้นมาอีก เขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่าง เฉพาะเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ดังนั้นความแตกต่างเหล่านี้จำเป็นจะต้องมีการพัฒนา เฉพาะเพื่อความสำเร็จของเขตพิเศษ ท่านประธานครับบางพื้นที่เช่น ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มีปัญหามายาวนาน ผมอยากจะให้แยกแยะเรื่องของการเมืองและการปกครองให้ ชัดเจน ดังนั้นประโยชน์ของกระทรวงท้องถิ่นเหล่านี้ ถ้าสามารถกำหนดตามที่ผมพูดได้ จะทำให้การบริหารจัดการท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจาก คสช. ยึดอำนาจ จากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว อำนาจทั้งหลายถูกยึดกลับเข้าสู่ส่วนกลาง งบประมาณต่าง ๆ จะต้องมีความเห็นจากส่วนกลาง จากสายงาน โดยเฉพาะเรื่องของ กระทรวงมหาดไทย การอนุมัติต่าง ๆ กลับเข้าสู่ส่วนกลางหมด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านนายอำเภอมา นายกเทศบาล อบต. นั่งมองเฉย ๆ ครับ มีแต่ว่านายอำเภอขอช่างหน่อย ขอช่างไปสำรวจออกแบบถนนเส้นนี้หน่อย นายกก็นั่งมอง เอาช่างไปตามที่ ท่านนายอำเภอสั่ง ไม่ได้เห็นหรอกครับเขาทำอะไร อย่างไร ไม่ทราบ แต่ขอให้ไปสำรวจ ออกแบบโครงการให้หน่อย งบประมาณเท่าไร ท่านประธานครับ งานลอยกระทงทาง ภาคเหนือ งานกีฬา งานประเพณีต่าง ๆ วันนี้เขาบอกว่าสนับสนุนไม่ได้เพราะผิดกฎหมายนะครับ นายกหลายท่านถูกตรวจสอบจนถึงวันนี้ บางคนก็ต้องออกจากตำแหน่งไป🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผ้าห่มกันหนาว ปรากฏว่าผมกลับไปถามพื้นที่ว่า หนาว ๆ อย่างนี้ทำไมไม่มีผ้าห่มมาแจกเหมือนสมัยก่อน เขาบอกว่าผ้าห่มนี่ท้องถิ่น มันคอร์รัปชันกัน ตอนนี้เขาเลยให้ยกเลิก ท่านประธานครับ หนาวตายเยอะแยะเลยครับ เชียงรายตายเป็นสิบ ๆ คน หนาวตาย ดูแลตัวเองไม่ได้ไม่มีผ้าห่มกันหนาวโดยบอกว่ามันเกิด การคอร์รัปชัน ทำไมไม่แก้ไขล่ะครับ แล้วแถมซ้ำร้ายอีก ไปบอกว่าเมื่อก่อนนี้นะครับถ้าหนาว ติดกัน ๓ วัน ที่ ๑๕ องศาเซลเซียส ประกาศภัยหนาวนะครับ จังหวัดไหนที่หนาว ๑๕ องศาเซลเซียส ติดต่อกัน ๓ วัน ประกาศภัยหนาว นั่นนะครับได้รับผ้าห่มกันหนาว ได้รับการดูแลจากรัฐบาล แต่วันนี้ครับ คสช. ไปเปลี่ยนเป็น ๘ องศาเซลเซียสครับ ต้องหนาว ๘ องศาเซลเซียส ๓ วันครับ ๘ องศาเซลเซียส มันมีครับแต่มันมีประมาณวันเดียวหรือ ๒ วัน ก็พลาดโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ท่านประธานครับ อย่างไรก็ฝากทาง กระทรวงมหาดไทยเร่งด่วนด้วยว่าการแก้ไขจาก ๑๕ องศาเซลเซียส เป็น ๘ องศาเซลเซียส ทำให้คนภาคเหนือหนาวตายไปเยอะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
อภิปราย กันพอสมควรแล้วนะครับ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔ นะครับ ปิดอภิปรายแล้วนะครับ เพื่อจะให้ ผู้เสนอญัตติได้มีโอกาสสรุปก่อนจะลงมติ ผู้เสนอญัตติจะใช้สิทธิไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผู้เสนอญัตติสรุปนะครับ ผมฟังมาก็นาน พอสมควรแล้วนะครับ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกก็คงเข้าใจในเรื่องของการกระจายอำนาจ แล้วก็สะท้อนในเรื่องของสภาพปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดีมาก ๆ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่าที่ผมสัมผัสและอยู่ในองค์กรท้องถิ่นใน อบจ. มาร่วม ๒๐ ปี ผมเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ วันนี้ดีขึ้นกว่าเดิมมากในเรื่องของตัวผู้นำ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและในเรื่องของสมาชิกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จริงแล้วปัญหาหลายเรื่องเลยที่เกิดขึ้นแล้วก็ในตัวแทนของส่วนกลางหรือภูมิภาค ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องของความใกล้ชิดนะครับ ผมยังไม่ได้หยิบยกตัวอย่างไปอีกหลายเรื่อง เช่นวันนี้ความขัดแย้งกันแล้วก็ความต้องการ เช่นในเรื่องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ถ้ามีกระทรวงท้องถิ่นผมก็ออกแบบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องเชิญเข้ามาอยู่ในกระทรวง ท้องถิ่นนะครับ แล้วก็ให้เงินเดือนเขาในขณะที่เขาได้เพดานอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท หรือ ๑๕,๐๐๐ บาทนี่ครับ ก็ปรับให้เป็นผู้อำนวยการในส่วนของรักษาความปลอดภัย แล้วก็มีอัตรากำลังให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีสวัสดิการ มีอะไรต่าง ๆ อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องของท้องถิ่นแล้วก็ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของการกระจายอำนาจ รวมศูนย์หรือไม่รวมศูนย์มันอยู่ที่วิธีการออกแบบในการเขียนกฎหมายเพราะมันเป็น กระทรวงใหม่ ผมเชื่อว่าในลักษณะการปกครองของประเทศไทยแบบ ๓ ชั้น ในกรณี ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นนั้น วันนี้ยังไม่ถึงเวลาในการที่จะกระจายรูปแบบ แบบชนิดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบรูปแบบอิสระไม่ขึ้นกับส่วนกลางเลย ในขณะนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยนั้น ทำอย่างไรก็ได้วันนี้ที่เขาน้อยอกน้อยใจในการบริหารการจัดการของกระทรวงมหาดไทยนั้น ว่าไปกีดกัน ไปสร้างปัญหาต่าง ๆ ให้เขาไม่มีความคล่องตัวในเรื่องของการกำกับดูแล ก็มากเกินความจำเป็น แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากว่ามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท้องถิ่น มาจากการเมืองท้องถิ่น โตขึ้นมาเป็น ส.ส. แล้วก็ไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงท้องถิ่น ผมเชื่อเหลือเกินว่านโยบายการเขียนการกำกับดูแลนั้นต้องเอาใจคนท้องถิ่นแน่นอน ผมยังเชื่อเหลือเกินว่าในส่วนขององค์กรท้องถิ่นวันนี้ที่เราแก้ปัญหาไม่ได้ เช่นในกรณีนะครับ แม้กระทั่งในเรื่องของค่าตอบแทนของโต๊ะอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น แล้วก็เจ้าอาวาสอะไรต่าง ๆ นั้น ซึ่งคนในท้องถิ่นนั้นบางครั้งโต๊ะอิหม่ามนี่นะครับไม่ใช่มีกิจกรรมทางศาสนาอย่างเดียวนะครับ เขามีพฤติกรรมหลายอย่างในการที่จะไปเยี่ยมเยียน ทำพิธีอะไรต่าง ๆ แต่เขารู้สึกได้ ๑,๒๐๐ บาท อย่างนี้นี่ครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องตั้งงบประมาณในเรื่องของจ่ายค่าตอบแทน ให้สูงขึ้นหรือมีความเหมาะสมขึ้น หลายเรื่องด้วยกันนะครับที่ประเด็นปัญหาที่แก้ไม่ได้แล้วก็ มีปัญหามาสู่รัฐส่วนกลาง เช่นในกรณีพืชผลการเกษตรตกต่ำอย่างนี้ครับ ก็ยังไม่มีใครพูดถึง นะครับ ผมเชื่อเหลือเกินวันนี้อุปสรรคสำคัญที่สุดเลยในสภาแห่งนี้ถ้าจะมีการตั้งพูดคุยกันใน เรื่องของการตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้น อุปสรรคสำคัญที่สุดเลยก็คือกระทรวงมหาดไทยรับรอง เดินหน้าเป็นแผงคัดค้านไม่ยินยอม อาจจะต้องส่งคนเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ด้วยนะครับ สิ่งเหล่านี้องค์กรท้องถิ่นเราทราบดี ในอดีตที่ผ่านมานั้นเราต่อสู้กันมาปี ๒๕๔๐ เพื่อที่จะให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยตรง ก็มีการเจรจาต่อรองกัน ในสมัยนั้นนะครับ ตอนนั้นเราต้องการที่จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง นะครับ รัฐบาลบอกว่ายุบ อบจ. เพราะฉะนั้นมีการเจรจากันบอกว่าขออย่ายุบ อบจ. ได้ไหม เราก็จะถอยคนละก้าวให้รัฐบาลตั้งให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดแบบซีอีโอ (CEO) แต่ให้มีการ เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยตรง ก็เป็นที่มาในการเลือกตั้งนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดโดยตรงมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ และปี พ.ศ. ๒๕๔๒ มีกฎหมาย พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมานั้น ปีนี้ปี ๒๕๖๔ แล้วครับ การกระจายอำนาจในส่วนของงบประมาณ ยังไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๙ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ แล้วยังซ่อนงบประมาณหลายเรื่องเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเงิน อสม. ก็ดี ในเรื่องของนมเด็กก็ดีอะไรต่าง ๆ ที่ผ่านเป็นบุรุษไปรษณีย์ผ่านให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็คำนวณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าถูกจัดสรรงบประมาณไปให้แล้วนะ แต่ที่จริงแล้ว ตั้งไว้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ไม่เคยทำได้เลย อีกหลายประการด้วยกันนะครับ ผมคิดว่าในเรื่องของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็ต้องฝากในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับว่า ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายวันนี้ผมคิดว่าครบประเด็นมากพอสมควร แล้วก็ลงลึก ไปด้วย เพราะฉะนั้นงานใหญ่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะต้องรับไปดำเนินการนั้น ผมคิดว่าควรจะต้องเชิญตัวแทนของสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล แห่งประเทศไทย แม้กระทั่งในส่วนของเมืองพัทยาและ กทม. ต้องเข้าร่วมมาให้ข้อเสนอแนะ ได้ด้วย เพราะฉะนั้นการทำกฎหมายวันนี้ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ มีเจตนาในเรื่องของการจะ กระจายอำนาจ ผมคิดว่าในเรื่องของรูปแบบว่ากระจายอำนาจแค่ไหน การกำกับดูแลแค่ไหน เขียนกฎหมายอย่างไร และในกรม กองต่าง ๆ ในส่วนของกระทรวงอื่น ๆ นั้นเราก็สามารถ ที่จะจัดโครงสร้างในเรื่องของกระทรวงให้เกิดความกะทัดรัดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่จะตั้ง กระทรวงแล้วก็มีปลัดกระทรวง มีอธิบดี มีรัฐมนตรีนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ จะต้องไปกล่าวหาหรือว่าจะไปตั้งสมมุติฐานว่ามันเป็นการรวมศูนย์อำนาจในส่วนของภาครัฐ ผมเห็นในขณะที่เขาแยกจากกระทรวงศึกษาธิการมาตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มีท่านรัฐมนตรีใหม่ขึ้นมานะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นอาจารย์ผม ก็คือท่านดอกเตอร์เอนก ก็ไม่เห็นมีอะไรที่จะทำให้ระดับอุดมศึกษาด้อยลง กลับทำให้มหาวิทยาลัยอุดมศึกษา การตั้งงบประมาณในเรื่องของนวัตกรรมเพิ่มงบประมาณ ขึ้นเข้าไปอีก สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าวันนี้ถ้ากระทรวงมหาดไทยทำได้ดี องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นคงไม่หาวิธีดิ้นในเรื่องของต้องกระจายอำนาจ ต้องปกครองตนเอง ต้องจัดเป็น รูปแบบพิเศษอะไรต่าง ๆ นั้น ซึ่งในขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือว่าสำนักงานอัยการ สูงสุดที่แยกออกมาจากกระทรวงมหาดไทยนั้นผมคิดว่ายังมีความเหลื่อมล้ำ หรือว่ายังมี การบริหารจัดการ โครงสร้างแตกต่างจากกระทรวง แต่ถ้าหากว่าเราไปดูในส่วนของ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อะไรต่าง ๆ โครงสร้างผมคิดว่ามันก็จะล้อไปได้ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในความเหมาะสม ในส่วนตัวผมนั้นผมคิดว่าการตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้นน่าจะเหมาะสมในยุคปัจจุบัน แล้วก็ ในอนาคตเมื่อพื้นที่ในประเทศไทยในส่วน ๓ จังหวัดภาคใต้ก็ต้องจัดเป็นรูปแบบองค์กรพิเศษ ก็ให้กระทรวงท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการ เข้าไปศึกษา จังหวัดใดมีความพร้อมก็ค่อย ๆ ปล่อย ค่อย ๆ ดำเนินการ โดยตัวหลักก็คือเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องคน เรื่องเงินนี่นะครับสำคัญที่สุด เรื่องงบประมาณนี่ครับ และส่วนกลางวันนี้ที่กระจายอำนาจถ่ายโอนไม่ว่ารถดับเพลิง กทม. ก็มีปัญหา เรื่องถ่ายโอนในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องครู เรื่องโรงเรียนก็มีปัญหา ล่าสุดกำลังจะถ่ายโอนเรื่อง รพ.สต. ก็มีปัญหา วันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ ก็ตั้งกองสาธารณสุขขึ้นมารองรับ สิ่งเหล่านี้มันเป็นการพัฒนาเพื่อที่จะรองรับในสิ่งที่เรากำลัง จะมอบหน้าที่และมอบอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งต่าง ๆ นั้น ผู้นำในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑ ปีมีการเลือกตั้งในรอบ ๑ สมัยก็คือ ๔ ปี จะมี การผลัดเปลี่ยนผู้บริหารประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ในคนเก่าที่ตกไปแล้วก็คนใหม่เพิ่มมา ในขณะเดียวกันคนเก่าจากวุฒิการศึกษาปริญญาตรีก็จบปริญญาโท ปริญญาเอก คนเป็นแพทย์ ก็ขึ้นมาเต็มไปหมดนะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับวันนี้ ในคุณสมบัติ ในคุณภาพไม่ว่าจะด้านใดก็ตามไม่ด้อยกว่าสภาผู้แทนราษฎร ไม่ด้อยกว่า สมาชิกวุฒิสภา เพราะฉะนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่าเขาสามารถที่จะพัฒนาได้ เพียงแต่รัฐบาลให้ โอกาสสร้างบ้านให้เขาอย่างมีความจริงใจ ผมอยากเห็นศาลากลางประชาชนในนามของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในนามของเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบลเป็นแหล่ง ที่พึ่ง เป็นศาลากลางของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ในขณะนี้ถ้าเราเปรียบเทียบอำเภอกับ เทศบาลอำเภอท่านประธานไปดูได้เลยนะครับว่า ๑ วัน พี่น้องประชาชนจะขึ้นเทศบาลกับ ขึ้นที่ว่าการอำเภอขึ้นที่ไหนมากกว่ากัน อันนี้เห็นได้ชัดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ บทบาทหน้าที่ในราชการส่วนภูมิภาคเราจะต้องถึงเวลาแล้วในเรื่องของการที่จะต้องปรับลด ในบทบาทและหน้าที่ และในกำลังของคน แล้วก็ต้องยกระดับในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีคุณภาพ วันนี้ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่แล้วยังมีความรู้สึกน้อยใจว่าเขาคือข้าราชการชั้น ๒ ในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของการอบรม ในเรื่องของการให้โอกาสต่าง ๆ นั้นนี่เขาน้อยกว่า ข้าราชการส่วนภูมิภาคมาก สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เป็นโอกาสดีที่เพื่อนสมาชิก มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๘๐ คนขึ้นไป แล้วก็มีสถาบันพระปกเกล้า มีมหาวิทยาลัยหลายมหาวิทยาลัยด้วยกัน นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญในเรื่องของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คงจะต้องถึงเวลาในการที่จะเข้ามาร่วมหาทางว่าเราจะไป ดำเนินการในเรื่องของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นและมีการกระจายอำนาจ เขียนบทบาทให้ การกำกับดูแลของปลัดกระทรวง รัฐมนตรีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้ดำเนินการแต่เรื่องใหญ่ ๆ ในประเทศญี่ปุ่นสนามบินยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่นขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายประเทศที่ พัฒนาแล้วนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีบทบาท เขาสามารถต้อนรับในเรื่องของ ต่างประเทศ สามารถต่อสู้แข่งขันในเรื่องของทุกธุรกิจ ทุกภาคส่วนได้นะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับที่ให้โอกาสในการสรุป ขอบคุณเพื่อนทุกท่านที่เสนอญัตติสนับสนุน แล้วก็ ประกอบกันนะครับ แล้วก็เพื่อน ส.ส. ที่ไม่ได้เสนอญัตติแต่ก็ลงชื่อร่วมอภิปรายสนับสนุน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
มีผู้เสนอ ญัตติฉบับอื่นต้องการสรุปไหมครับ เชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับที่ได้กรุณาทั้งยื่นญัตติ ทั้งเซ็นสนับสนุนรับรอง แต่ละญัตตินั้นฟังตั้งแต่ตอนต้นจนจบได้รับข้อมูลแล้ว ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย ทุกท่านนั้นมีความเข้าใจด้านการบริหารจัดการในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งญัตติเกือบทุกญัตติคือจะตั้งกระทรวงท้องถิ่นนั้น เห็นว่ามีความจำเป็นเนื่องจากว่า เท่าที่ผ่านมานั้นหน่วยงานทุกหน่วยงานก็ไปลงอยู่ที่จังหวัด ไม่ว่ากระทรวง ทบวง กรม ทุกกระทรวงไปอยู่ที่จังหวัด ในขณะเดียวกันผู้ที่รับผิดชอบดูแลคือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยนั้นต้องยอมรับว่าเป็นกระทรวงที่มีบทบาทสูง แต่ในขณะเดียวกันพื้นฐาน ในการปกครองนั้นต้องยอมรับว่าไม่ได้เก่งทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่า กระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่า กระทรวงยุติธรรมทุกอย่างก็ขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้นแน่นอนครับทำให้การบริหาร จัดการนั้นไม่สามารถจะลงล่วงลึกไปถึงรากหญ้าของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในชนบท แน่นอนครับการปกครองชนชั้นใดผมเคยกราบเรียนแล้วว่าชนชั้นใดเมื่อมีโอกาสมาปกครอง มีอำนาจก็จะปกครองและจะรักษาประโยชน์ของชนชั้นนั้น แต่ถ้าหากว่าการกระจายอำนาจ ลงไปในพื้นที่แล้ว ไม่ว่า อบต. ไม่ว่าเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น ซึ่งเป็นองค์กรที่การกระจายอำนาจไปก็จริง แต่พื้นที่ ในการบริหารจัดการนั้นจะสับสนนิดหนึ่ง ผมเลยกราบเรียนไปเบื้องต้นแล้วว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นไม่มีพื้นที่ในการบริหารจัดการ มีหน้าที่ไปสนับสนุนกับ ท้องถิ่น คือทั้งเทศบาล ทั้งตำบล พื้นที่ใดก็ตามครับถ้าหากว่าท้องถิ่นนั้นไม่อนุญาตให้ ดำเนินการโครงการดังกล่าวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการทำงานนั้นจึงไม่ประสานกันจะมี ผลประโยชน์อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังพอสมควร ดังนั้นถ้าหากว่าสมาชิกทั้งหลายเห็นว่าควรจะ กระจายอำนาจโดยการศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นแล้วนั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นเสียง เดียวกัน ส่วนคณะกรรมการทั้งหลายได้เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ หรือจะตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญ แต่ขณะนี้เป็นที่ทราบว่าวันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่ง คือไปรอรับอยู่แล้วว่าเนื่องจากว่าเป็นญัตติคล้าย ๆ กัน แล้วกระจายอำนาจเหมือน ๆ กัน ดังนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นการบริหารงาน บ้านเมืองให้ไปสู่ความเจริญทัดเทียมกัน ท่านประธานจะสังเกตได้ว่าบางพื้นที่ตำบลที่อยู่ห่างไกล งบประมาณมีน้อย ก็ไม่สามารถ จะดูแลพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึง ดังที่ผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปเยอะแล้วว่า ปัญหาต่าง ๆ นั้นมีความไม่เสมอภาคกัน ไม่ว่างบประมาณ ไม่ว่าบุคลากร และบุคลากร ส่วนใหญ่นั้นก็ไปจากส่วนกลาง ส่วนกลางแน่นอนครับ ไม่เข้าใจธรรมเนียมประเพณี ของแต่ละจังหวัด แต่ละท้องที่ พื้นที่ของแต่ละท้องถิ่นว่าขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างไร ดังนั้นผมในฐานะคนหนึ่งที่เป็นผู้เสนอญัตติขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ก็ต้องขอขอบคุณครับ ขอสรุปว่าสนับสนุนทุกญัตติเหมือน ๆ กัน คล้าย ๆ กัน แล้วถ้าหากเป็นไปได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ ถ้าหากเป็นไปได้นั้น เพื่อความเจริญก้าวหน้า เนื่องจาก การบ้านการเมืองก็มีความขัดแย้งกันพอสมควร ถ้าหากว่าจะผลักดันให้มีรัฐมนตรีประจำจังหวัด ก็จะดีอย่างยิ่งครับ ฝากไปถึงคณะกรรมาธิการครับ ลองศึกษาสิครับว่าวันนี้ถ้ามีรัฐมนตรี ประจำกระทรวงไปสู่ที่จังหวัด หรือเรียกว่ารัฐมนตรีประจำจังหวัด ผมคิดว่าจะบริหาร อย่างสายตรงกับรัฐบาล อันนี้ให้แนวทางความคิดคณะกรรมาธิการต่อไปว่าลองศึกษาดูสิว่า เป็นไปได้ไหม ความเจริญจะก้าวหน้าเหมือน ๆ กันไหมทุกจังหวัด ก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
มีผู้เสนอ ญัตติท่านใดจะใช้สิทธิอีกไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ เพราะว่าญัตติทั้ง ๑๓ ฉบับนั้นขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ท่านอรรถกรมีอะไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานครับ วันนี้ทั้งหมด ๑๓ ญัตตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นญัตติเกี่ยวกับเรื่องของ การจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นก็ดี หรือว่าเรื่องของการที่จะให้ทางท้องถิ่นบริหารตนเอง ไม่ว่าจะเป็น อปท. ในทุก ๆ รูปแบบนะครับ คือถ้าดูจากญัตติวันนี้ จุดหมายปลายทาง เหมือนกันครับ ผมก็เลยอยากจะขออนุญาตนำเสนอนะครับ ขอให้ที่ประชุมส่งญัตติ ทั้ง ๑๓ ญัตติในวันนี้ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการบริหาร จัดการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องการถ่ายโอน ภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงขอเสนอให้ส่งไป คณะกรรมาธิการที่มีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านบุญสิงห์ ก็ได้ประสานมาว่ากำลังรอ ๑๓ ญัตตินี้เข้าไปผสมเพื่อที่จะได้ทำงานไปในทิศทางเดียวกันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ยกมือ หน่อยครับ ผู้รับรองครับ🔗
ครบ ๕ ท่านนะครับ คือเนื่องจากญัตติทั้ง ๑๓ ฉบับ เจ้าของญัตติได้เสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาพิจารณา มีท่านสมาชิกขอให้ส่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเหมือนกันนะครับ ที่ได้ตั้งขึ้นมาแล้ว เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไข เรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้ว ท่านเจ้าของญัตติและท่านสมาชิกท่านใดขัดข้อง หรือเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้ส่งญัตติทั้ง ๑๓ ฉบับไปสู่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ กิจกรรม สาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพิจารณาต่อไปนะครับ จะกำหนดระยะเวลาไหมครับว่า ให้คณะกรรมาธิการดังกล่าวจะพิจารณาภายในกี่วันครับ จะมีไหมครับ ไม่ต้องกำหนดนะครับ เพราะเป็นคณะที่ดำเนินการอยู่🔗
ไม่กำหนดครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
เป็นการจบ ในวาระที่ ๕.๑ นะครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๒ ครับ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับปรุงแบบฟอร์มการจดทะเบียนในหนังสือ บริคณห์สนธิ (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญผู้เสนอ ญัตติได้อภิปรายเหตุผลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้เสนอ ญัตติให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการปรับปรุง แบบฟอร์มการจดทะเบียนในหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งเป็นปัญหาที่ผมได้นำเสนอเรื่องนี้ ก็จะ กราบเรียนท่านประธานครับว่าที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใน หนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งโดยปกติครับท่านประธาน การจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัท ผู้ที่จัดตั้ง บริษัทโดยกรณีเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้บัญญัติขึ้น แล้วก็ได้ให้ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการรับจดทะเบียน ก็จะมีการจดแจ้งในส่วนของ กรรมการในส่วนของกรรมการผู้มีอำนาจ ในส่วนของวัตถุประสงค์ของบริษัท แต่ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาก็คือเรื่องของการใช้วัตถุประสงค์ของบริษัทที่ไม่ตรงกับ การทำธุรกิจจริง ก็คือมีการจดวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจที่ครอบจักรวาล ทำให้ ที่ผ่านมาเราก็จะมีปัญหาว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังจากการเลือกตั้ง ก็มีการร้องเรียนในเรื่องของการถือหุ้นสื่อ ซึ่งที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำวินิจฉัย เป็นที่สิ้นสุดแล้วว่าการที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๖๔ ท่านได้มีการจดหนังสือบริคณห์สนธิแล้วมี การระบุวัตถุประสงค์ว่าทำสื่อ แต่ในทางเป็นจริงในทางปฏิบัตินั้นไม่ได้มีการทำสื่อจริง ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ ทำสื่อวิทยุ ทำสื่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เราได้มีปัญหาเกิดขึ้น ผมจึงมีแนวคิดอย่างนี้ครับท่านประธานว่าผมเองมาจากภาคธุรกิจครับ เป็นนักธุรกิจ เป็นนักบริหาร เราเองที่ผ่านมาจะเห็นว่าการจดทะเบียนจัดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือแม้กระทั่งบริษัทจำกัด มหาชน นั้น มีการระบุวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ แต่แบบฟอร์มที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้ ทางผู้ประกอบการได้จดทะเบียนมีแบบฟอร์มมาตรฐาน โดยปกติพี่น้องประชาชนเวลาเข้าไป จดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนี่นะครับท่านประธาน ทางพี่น้องประชาชนก็จะใช้บริการนักบัญชีไปรับจดทะเบียน เพราะว่าต้องใช้ทนายความ ในการรับรองด้วย แล้วก็ต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็ใช้บริการนักบัญชี ในการไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ ทีนี้ปัญหามันมีอย่างนี้ครับท่านประธานว่าแบบฟอร์ม ที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้พี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่งตัวแทนไปดำเนินการจด แบบฟอร์มนี่มีวัตถุประสงค์มากมายมหาศาลครับท่านประธาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างบริษัทหนึ่งทำธุรกิจค้ายางรถยนต์ แต่พอไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่ว่าจะเป็น หุ้นส่วนจำกัด หรือไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด วัตถุประสงค์แบบฟอร์มที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้มาใช้ในการจัดตั้งบริษัทนั้น มีข้อวัตถุประสงค์หลายสิบข้อนะครับ บางข้อก็เป็นเรื่องของการค้าที่ดินบ้าง บางข้อก็เป็น เรื่องของการค้าเชื้อเพลิงบ้าง ทำเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) บ้าง ทำสื่อมวลชนบ้างที่มีปัญหานี่นะครับก็คือทำสื่อมวลชน ทำในเรื่องของธุรกิจ ต่าง ๆ มากมาย บางรายนั้นจดทะเบียนกว้างขวางครอบจักรวาลถึง ๘๐-๙๐ วัตถุประสงค์ ในการทำธุรกิจ แต่จริง ๆ ครับท่านประธานพอเวลาไปจดจริงก็จะไปอยู่ในข้อสุดท้ายครับ ซึ่งผมเองไม่รู้ว่าฝ่ายโสตได้นำเสนอไหมครับ ผมได้เตรียมเอกสารขึ้นมาให้ฝ่ายโสต ได้ขึ้นจอด้วยครับ ก็จะเป็นหนังสือในการรับรองบริษัทหนึ่งให้ท่านประธานได้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่ทราบว่าฝ่ายโสตพร้อมไหมครับ จะได้ให้ท่านประธานได้เห็นนะครับ รวมถึง พี่น้องประชาชนด้วยได้เห็นเป็นตัวอย่างครับว่าวัตถุประสงค์ที่จัด ไม่ว่าจะเป็นข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ไปจนถึงข้อที่สุดท้ายนะครับ🔗
อันนี้ไม่ใช่นะครับ ฝ่ายโสตครับ อันนี้จะเป็นญัตติต่อไปของผมก็คือเรื่องของการจัดระเบียบ เรื่องของสายไฟ แล้วก็สายสัญญาณนะครับซึ่งเป็นญัตติต่อไปนะครับ เป็นเรื่องของหนังสือรับรองครับ ได้ส่งให้ฝ่ายโสดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับ เนื่องจากญัตตินี้ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้วครับ ท่านประธาน ผมได้เตรียมเอกสารมาขึ้นจอครับท่านประธานเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ดูนะครับ ขอรบกวนฝ่ายโสตได้ขึ้นเอกสารให้ดูหน่อยครับ ผมส่งไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับ เพราะว่า เตรียมอภิปรายตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับท่านประธาน นี่ครับ ท่านประธานครับ อันนี้ ท่านประธานจะเห็นว่าหนังสือรับรองที่เห็นนี่คือหน้าแรกครับ ฝ่ายโสตครับเป็นหน้า ๒ ต่อไป เลยครับ นี่หน้า ๒ ครับก็เป็นรายละเอียดที่ยังไม่ได้พูดถึงวัตถุประสงค์นะครับ อันนี้เป็นระเบียบในการใช้นะครับ หน้า ๓ ครับ ท่านประธานดูสิครับ วัตถุประสงค์ มีเต็มไปหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้า ในเรื่องของทอง นาค วัตถุประสงค์ ในเรื่องของการทำเครื่องเขียน วัตถุประสงค์ในการเป็นตัวแทนที่ปรึกษากฎหมาย วัตถุประสงค์ในเรื่องของการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง วัตถุประสงค์ในการค้าวัสดุก่อสร้าง เยอะแยะไปหมดเลยครับ หน้าต่อไปครับ นี่ครับท่านประธานครับ ดูครับ มันมีอยู่ข้อสุดท้าย เวลาเราจะทำธุรกิจจริงก็จะอยู่ข้อสุดท้ายครับว่าทำอะไรครับ อันนี้ก็คือนำเข้าเครื่องจักรกล ขายเครื่องแทรกเตอร์ ขายอะไหล่ ก็จะมาอยู่ข้อสุดท้าย แต่ข้อที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ข้อที่ ๑ ครอบจักรวาลมาที่ผมบอกท่านประธานนี่ครับ ไม่ได้ทำจริงครับ ก็คือเป็นแบบฟอร์ม มาตรฐานที่ทางผู้ที่ไปขอจดนี่ก็ไปขอแบบฟอร์มมาจากทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือว่าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็มาทำการจด บางคนก็จด ๑๐ กว่าวัตถุประสงค์บ้าง ๒๐ กว่าวัตถุประสงค์ ๓๐ กว่าวัตถุประสงค์บ้างครับท่านประธาน ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ เวลาใบรับรองบริษัทเหล่านี้เวลาเราจะไปทำนิติกรรมต่าง ๆ กับส่วนราชการ ไม่ว่าจะไป จดทะเบียนที่ดิน ไปจดทะเบียนรถที่กรมการขนส่ง ไปขอเชื่อมทางนะครับ ไปติดต่อกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี่นะครับ ก็ต้องใช้เอกสารก็คือใบรับรองบริษัท รวมถึงสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้าน ทีนี้ที่ผมโชว์ให้ประธานดูมันเป็นหนังสือบริคณห์สนธิครับ ท่านประธานครับ เราใช้หน้าแรกหน้าเดียวก็คือหน้ามีชื่อของกรรมการผู้ถือหุ้น แล้วก็กรรมการผู้มีอำนาจกับหน้าสุดท้ายก็คือวัตถุประสงค์ที่ทำจริง ส่วนหน้า ๒ หน้า ๓ หน้า ๔ บางคนจด ๙๐ กว่าวัตถุประสงค์ปาไป ๕ หน้าครับท่านประธาน หน้า ๒ หน้า ๓ หน้า ๔ หน้า ๕ ไม่ได้ใช้นะครับ ไปใช้หน้าแรกกับหน้าสุดท้ายครับ เวลาไปใช้ ในการติดต่อราชการครับ ไม่ว่าจะเป็นติดต่อเรื่องไฟฟ้า ประปา ที่ดิน ขนส่ง กรมที่ดิน จดทะเบียนต่าง ๆ นิติกรรมต่าง ๆ กับทางราชการต้องซีร็อกซ์ (Xerox) ทั้ง ๖ หน้าเลยครับ ท่านประธาน แต่ใช้จริงก็คือหน้าแรกกับหน้าสุดท้าย ปัญหามันคืออะไรครับ ปัญหามันคือ ความสิ้นเปลืองครับ กระดาษ ค่าใช้จ่าย กว่าจะได้กระดาษแผ่นหนึ่ง ท่านประธานก็ทราบต้องปลูกต้นไม้ ผมก็ไปคุยครับท่านประธาน ก่อนไปยื่นญัตตินี้ ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ขนส่งครับ ไปคุยกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ไปคุยกับ เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่รับจดทะเบียน เขาก็บอกว่าไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์อะไรเลย เพราะเขาใช้ หน้าแรกกับหน้าสุดท้าย แต่ต้องขอครับ ไม่ขอก็ไม่ได้ เพราะว่าผิดระเบียบ พอเวลามีปัญหามา คือเอกสารไม่ครบ เพราะหนังสือรับรองบริษัทจะครบก็ต้องมี ๖ หน้า ที่เรียนท่านประธาน ก็คือหน้าแรก กับวัตถุประสงค์ที่ตามมา ทีนี้วัตถุประสงค์ที่ตามมาพอครอบจักรวาลปุ๊บ แทนที่จะมีที่ทำจริงหน้าสุดท้ายอันเดียว หน้าที่ ๒ หน้าที่ ๓ หน้าที่ ๔ หน้าที่ ๕ ก็คือที่จด แบบครอบจักรวาลไว้ ก็คือไม่ได้ทำจริง ปัญหามันก็คือต้นไม้ กระดาษ งบประมาณที่เสียไป แล้วที่สำคัญเจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ก็บอก กับผมว่า ส.ส. ช่วยกันลดหน่อยได้ไหม เพราะคนเก็บที่ก็จำกัด บางทีกองเป็น ห้อง ๆ เลยครับท่านประธาน แล้วก็ต้องเก็บตามอายุของกฎหมาย ๓ ปีบ้าง ๕ ปีบ้าง ๑๐ ปีบ้าง ก็เปลืองพื้นที่จัดเก็บ ก็ไม่มีประโยชน์ ผมก็ไปถามกับเพื่อนที่เป็นนักธุรกิจ สมัยก่อน ที่ทำธุรกิจก็ว่าตรงนี้ที่จดมา บางคนตั้งบริษัทมา ๓๐ ปี เซ็นมาเป็นพัน ๆ ชุด หน้าที่ ๒ หน้าที่ ๓ หน้าที่ ๔ หน้าที่ ๕ ไม่เคยจดเลย ไม่เคยดูด้วยครับ ไม่เคยอ่านด้วยว่า มีอะไรบ้าง แม้กระทั่งเพื่อน ส.ส. ที่โดนร้องเรื่องหุ้นสื่อครับท่านประธาน ผมก็ถามว่า ที่โดนร้องนี่เคยรู้ไหมว่าข้อที่ ๑๙ ทำโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ ออกหนังสือพิมพ์ ที่ร้องกัน ไปที่ กกต. ร้องกันไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เคยรู้ไหมว่ามีอันนี้อยู่ เพื่อน ส.ส. บางคนบอก ยังไม่เคยอ่านเลย แล้วก็ไม่เคยรู้ด้วยว่ามี มันถึงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ครับท่านประธาน ผมก็คิดว่าวิกฤติตรงนี้ที่เรามีปัญหาเรื่องหุ้นสื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ก่อนจะสมัครนี่ ต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็คือต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของ ของสื่อมวลชนใด ๆ ฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยแล้วครับ ก็ต้องเคารพศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะผิดก็ต่อเมื่อได้ทำกิจการจริง กรณีที่จดวัตถุประสงค์แล้วไม่ได้ทำกิจการจริงก็ถือว่า ไม่ผิด ก็ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๖๓ ท่านที่หลุดข้อกล่าวหานี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ก็เคารพศาลครับ ส่วนอีกท่านหนึ่งมีปัญหาพ้นจากสมาชิกภาพเป็นเรื่อง ของทางเทคนิค ข้อกฎหมายอะไรผมก็ไม่กล่าวอ้างแล้วก็ไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะว่า ไม่ทราบในรายละเอียดในเรื่องของสำนวน แต่ส่วนใหญ่ก็หลุดออกมา เพราะว่าศาลก็ชี้ว่า ไม่ได้ทำจริง ทีนี้ปัญหาตรงนี้ครับท่านประธานว่าเราจะลดอย่างไรได้บ้าง เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันไม่เป็นประโยชน์ ฉะนั้นผมเลยมีความคิดว่าเราควรจะใช้แค่หน้าแรกที่เป็นชื่อ ผู้ถือหุ้นแล้วก็ผู้มีอำนาจลงนาม กับหน้าสุดท้ายก็คือวัตถุประสงค์ที่ทำจริง ผมเองก็คิดว่าตรงนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็เลยตั้งญัตติเข้ามา🔗
ทีนี้เดิมทีผมต้องการอย่างนี้ครับท่านประธาน ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะได้มาศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ทำการศึกษา แต่เนื่องจากตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ด้วยดำริของท่านประธาน แล้วก็ท่านรองประธาน ก็อยากให้งานของสภานั้นที่มีอยู่ คั่งค้างอยู่จำนวนมากเป็นไปด้วยความรวดเร็วเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กฎหมาย พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่ค้าง พิจารณาก็ต้องตั้งกรรมาธิการในการแปรญัตติวาระสอง วาระสามจำนวนมากที่ค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอ้อยและน้ำตาลทรายซึ่งผมก็เป็นกรรมาธิการด้วย ก็ต้องเร่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เกษตรกรชาวไร่อ้อย แล้วก็ต้อง ให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วนด้วย ก็เร่งไม่ว่าจะเป็นวัตถุอันตราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ยุทธภัณฑ์ มากมายครับที่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมาย แล้วก็กรรมาธิการ วิสามัญอีกจำนวนมากที่ตั้งมาในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะตั้งต่อไปนี้ ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาสายไฟแล้วก็สายสัญญาณโทรคมนาคมตกหล่น การจัดระเบียบ แล้วก็ที่ตั้งอยู่ คาอยู่อีกหลายสิบคณะเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบชลประทาน ก็ค้าง การพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก ตอนนี้ทำให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรงานล้นมือ ในการไปนั่งในกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ผมก็เลยมีความคิดว่าตอนนี้เมื่อภารกิจในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเป็นจำนวนมาก เรามีกรรมาธิการสามัญอยู่แล้วก็คือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือกรรมาธิการการพาณิชย์และ ทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ผมก็เลยจะขออนุญาตในช่วงท้ายคงจะได้เสนอ ท่านประธานได้ส่งเรื่องนี้ให้ทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาได้ไป ดำเนินการทำตามข้อบังคับของสภา ก็อยากจะเสนอท่านประธานให้ทางสภาได้มีมติส่งเรื่อง ให้ทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการศึกษาเรื่องนี้แล้ว แก้ไข ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการจำนวนมากที่อยากจะได้แก้ไขแล้วก็ ลดต้นทุนในการทำหนังสือรับรองบริษัทไปติดต่อส่วนราชการ แล้วส่วนราชการเองก็จะได้ลด ภาระในการจัดเก็บเอกสารก็จะดีกับทุกภาคส่วน แล้วก็จะดีด้วย เราก็จะไม่ต้องเกิดปัญหา ในอนาคต และที่สำคัญก็จะทำให้ผู้ประกอบการได้ทำธุรกิจตรงตามวัตถุประสงค์ที่จดจริงกับ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานถึง วัตถุประสงค์ในการยื่นญัตติครั้งนี้มาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดต้องการอภิปรายความคิดเห็นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ปิดการอภิปราย คงไม่ต้องสรุปหรอกครับเพราะมีท่านเดียว ท่านจะขอให้ส่ง คณะกรรมาธิการสามัญนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมให้ท่านเปลี่ยนแปลง ญัตติได้จากตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นส่งคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สิน ทางปัญญาเป็นผู้พิจารณาแทนนะครับ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่ามติของที่ประชุมให้ส่งญัตติของท่านอัครเดชส่งไป ที่คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้พิจารณานะครับ เรื่องนี้จะเอา ระยะเวลากี่วันในการพิจารณา🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาในการพิจารณา ๖๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครับ มีท่านสมาชิกขอให้พิจารณาในเรื่องนี้ภายใน ๖๐ วันนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมให้พิจารณาญัตติเรื่องนี้ภายใน ๖๐ วันนะครับ เป็นการจบในระเบียบวาระที่ ๕.๒ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ🔗