รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
--------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ กรุณาใช้เวลา ๒ นาทีของท่าน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นะครับ🔗
ประธานเจ้า ขออนุญาตเจ้า ขออนุญาตเวลาประธานสักน้อยหนึ่งนะเจ้า🔗
มีอะไรส่วนตัวไหมครับ🔗
บ่มีส่วนตัวเจ้า พอดีมีเรื่องที่จะขอ ประธานให้ได้รับทราบเจ้า🔗
มีเรื่องอะไรครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ ตามที่ข้าเจ้าได้มาทำงานอยู่ที่รัฐสภา วันที่ ๕ มิถุนายน ก็จะครบ ๒ ปีแล้ว ดังนั้นปัจจุบัน อยากเห็นรัฐสภา รัฐสภาของเฮานั้นมีอยู่ ๓ ฝ่าย ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ แล้วก็สถาบันแห่งนี้ก็คือเคารพรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๓ สถาบันนี้รวมกันแล้ว ก็เป็นธงชาติ มีสีแดงคือชาติ สีขาวคือศาสนา สีน้ำเงินหมายความว่าพระมหากษัตริย์ไทย แล้วรัฐสภาของเฮาแห่งนี้ยังขาดธงชาตินะเจ้า ปัจจุบันที่ผ่านมานี่มานั่งกินข้าวในรัฐสภา ข้าเจ้าจะชอบมองไปที่โรงพยาบาลยันฮี เปิ้นจะมีธงชาติสะบัดอยู่ ข้าเจ้าชอบมาก แล้วจะใด รัฐสภาแห่งนี้นะเจ้า🔗
คุณศรีนวลครับ เอาไว้ขอให้เป็นไปตามวาระของสภานะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ🔗
เจ้า ขอฝากท่านด้วยนะเจ้า เพื่อพิจารณา ให้รัฐสภามีธงชาติสะบัดอยู่นะเจ้า🔗
ครับ เดี๋ยวจะกลายเป็น ตัวอย่างไม่ดีไปนะครับ ขออนุญาตให้เป็นไปตามวาระของสภานะครับ ต่อไปขออนุญาต ท่านแรกเลยนะครับ คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ขออนุญาตท่านประธานได้นำปัญหา ของพี่น้องโดยเฉพาะชาวจังหวัดสุรินทร์ ไม่ใช่เฉพาะในเขตเลือกตั้งของผม ไม่ใช่เฉพาะ อำเภอสำโรงทาบ อำเภอศีขรภูมิ อำเภอศรีณรงค์ อำเภอสนม และอำเภอลำดวน ทั้ง ๑๗ อำเภอ ของจังหวัดสุรินทร์ปัญหาก็คือเรื่องเอกสารสิทธิในที่ทำกินบนที่ดินนะครับ เพราะว่า ท่านประธานครับบางตำบลหรือบางหมู่บ้าน เช่น บ้านโคกแดง หมู่ ๓ ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ได้มีเจ้าหน้าที่ไปสำรวจหลายปีมาแล้วครับ เป็นสิบปีมาแล้ว ว่าจะออกโฉนดให้ วันนี้ก็หายไป แล้วก็มีอีกหลาย ๆ บ้านในอำเภอศีขรภูมิ เช่น บ้านไทร หมู่ ๕ ตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ ก็เป็นลักษณะแบบนี้เยอะแยะไปหมดท่านประธานครับ วันนี้อยากจะกราบเรียนผ่านประธานไปยังผู้มีอำนาจโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ได้ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเสียว่าจะได้รับโฉนดหรือไม่ จะได้รับ น.ส. ๓ หรือไม่ ที่ดินที่กำลังทำมาหากินอยู่นั้นโดน ส.ป.ก. ทับ หรือโดนเขตอุทยานทับ หรือโดนที่ทำเล เลี้ยงสัตว์ป่าสงวนทับก็บอกเขาตรง ๆ ไม่ต้องให้เขารออยู่ เพราะวันนี้เขาต้องการเอาที่ดินเหล่านี้ ท่านประธานครับ เอาทรัพย์สินไปแปลงเป็นเงิน ไปแปลงเป็นทรัพย์มา เพื่อลงทุนในการทำ กิจการส่วนตัวของเขา แต่บัดนี้เขาไม่มีปัญญาเลย บางคนอยู่มา ผมเคยมาหารือโดยเฉพาะบ้านไทร อำเภอศีขรภูมิ หารือมาครั้งหนึ่งแล้วนะครับว่าเขาอยู่กันมาเป็นร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ทวด ปู่ ย่า วันนี้ยังไม่มีเอกสารสิทธิให้เขาเลยน่าเป็นห่วงครับ แล้วผมเชื่อว่าในจังหวัดต่าง ๆ ก็เป็นเช่นนี้ ผมฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอำนาจครับ วันนี้เรื่องที่ดิน เรื่องน้ำคือชีวิต วันนี้ เราก็ไม่ประสบผลสำเร็จในการที่จะปรับปรุง ในการที่จะมีน้ำให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภค ทำการเกษตร แล้วที่ดินวันนี้ก็มะลำมะลอยนะครับ เหมือนกับที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ วันนี้คนเขา ก็ไปทำมาหากินเยอะแยะ เพราะเขาเป็นคนจนนะ คนชั้นรากหญ้าเขาก็ไม่มีทางที่จะไป ทำอย่างอื่น แต่วันนี้เมื่อรัฐบาลไม่เอามาทำประโยชน์แล้วก็ควรไปออกเอกสารสิทธิให้กับเขา เขาจะได้ครอบครองไปถึงมรดกตกทอดถึงลูกหลาน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ ดุสิต แขวงถนนนครไชยศรี กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันมีข้อหารือ ในเรื่องของปัญหาการลักลอบทิ้งขยะจนเกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำหลายครั้ง เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม และเกิดมลภาวะ มลพิษแก่ชุมชนโดยรอบ รวมถึงจะกระทบโครงสร้างกับสาธารณูปโภคพื้นฐาน ของทางภาครัฐ ท่านประธานคะ โดยบริเวณที่เกิดขึ้นคือบริเวณใต้ทางด่วนพิเศษศรีรัช วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีระยะทาง ทั้งหมด ๗๕๐ เมตร คือว่าตลอด ๗๕๐ เมตรเต็มไปด้วยขยะค่ะท่านประธาน ซึ่งมีผู้ลักลอบ มาทิ้งตอนกลางคืน สภาพขยะสูงท่วมหัวเลยค่ะ ดังนั้นมันเลยเป็นเหตุว่าเราไม่สามารถที่จะ มีระบบการจัดการหรือว่าระบบการจัดระเบียบในส่วนของการป้องกันอันนี้ได้เลยหรือคะ เป็นคำถามที่ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะ โดยบริเวณที่ดิฉัน ได้ทำการสำรวจมีหลายภาคส่วนที่เข้ามาดูแลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางการรถไฟแห่งประเทศไทย สำนักงานเขตบางซื่อ การทางพิเศษ หรือว่าทีมงานของดิฉันเอง รวมถึงสถานีดับเพลิง แล้วก็ หน่วยกู้ภัยต่าง ๆ รวมทั้ง สน. เตาปูน แล้วก็ชุมชนโดยรอบค่ะ เพียงแต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาจริง ๆ ก็คือว่าการจัดระเบียบการแก้ไขปัญหาของเจ้าของพื้นที่ ซึ่งคือการรถไฟแห่งประเทศไทย มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ซึ่งไม่ทราบจะใช้ส่วนไหนในการแก้ไขได้ ในเรื่องของแรงงาน การมาขนย้าย รถขนขยะ รถแบ็กโฮ (Backhoe) ที่นำมาฝังกลบจึงเป็นปัญหา เพราะว่าเนื่องจาก ทางเขตไม่สามารถจะไปดำเนินการในส่วนนี้ได้ จึงอยากฝากท่านประธานสะท้อนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความแน่ชัดของผู้รับผิดชอบ แล้วก็ปัญหาการบูรณาการร่วมกัน ของหน่วยงาน ดังจะเห็นว่าถ้าไม่เช่นนั้นจะกระทบไปถึงโครงสร้างต่าง ๆ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณมุกดา พงษ์สมบัติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านให้โอกาสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๒ หน่วยงานนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ การพัฒนาแหล่งน้ำปู่ตาหรือบ้านหนองผือ หนองผือเป็นแหล่งน้ำ ที่ทำน้ำประปา หมู่ ๑ และหมู่ ๗ ของบ้านนางิ้วนาโพธิ์ มีประชากร ๓๐๐ กว่าหลังคาเรือน ตำบลนางิ้ว อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานทราบไหมว่าน้ำคือชีวิต พอไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้นั่นคือปัญหา เพราะฉะนั้นแหล่งน้ำที่จะทำน้ำประปาไม่พอใช้ค่ะ หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือท้องถิ่นจริง ๆ ก็ไม่มีงบประมาณที่จะดูแล เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงไหนที่พอมีงบประมาณช่วยเติมน้ำหรือน้ำใจที่จะเกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ด้วย น้ำคือชีวิตแหล่งพิชิตความยากจนก็อยู่กับน้ำนั้นนะคะ ขอภาพด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอสัญญาณไฟจราจร ทางหลวง หมายเลข ๒๑๐๙ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก เพราะถนนเส้นนี้จากแยกทางหลวง ไปอำเภออุบลรัตน์ แล้วไปทะลุทางจังหวัดหนองบัวลำภู แล้วเส้นนี้จะมีอุบัติเหตุบ่อยมาก อุบัติเหตุ ปี ๒๕๖๓ ๙๐๓ ครั้ง ไม่มีไฟ แล้วแยกตรงนั้นจะผ่านไปทางอำเภอบ้านฝางด้วย เพราะฉะนั้นจราจรตรงนี้ติดขัดแล้วก็เป็นทางโค้งด้วย มีตลาดนัด มีอะไร ภาพต่อไปด้วยนะคะ สิ่งที่เราเห็นนั่นคือชีวิตของเขา ความปลอดภัยของเขา ฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ท่านรัฐมนตรีฝากด้วยนะคะว่าเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเดินทางนั้นคือวิถีชีวิต ของชาวบ้าน ไปค้าไปขาย เดินทางไปกลับหาพี่น้องประชาชนถือว่าเยี่ยมญาติ แล้วสิ่งที่ เราเห็นคือชีวิตที่เสี่ยงภัยอันตราย ถ้าได้สัญญาณไฟตรงนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชีวิต พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณถึงหน่วยงานด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ เขตหนองจอกปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือมีผู้ลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่ ของการเคหะแห่งชาติของเคหะฉลองกรุง ในพื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ในขณะนี้ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน แต่ใน เวลาเดียวกันมีผู้ที่นำขยะมาทิ้งอย่างที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และการเคหะแห่งชาติ พื้นที่ของ กทม. ด้วยนะครับ ในขณะนี้ ๒,๐๐๐ กว่าแปลงท่านประธาน การท่าเรือแห่งประเทศไทยและการเคหะแห่งชาติไม่มีการล้อมรั้วเพื่อที่จะป้องกันปัญหา เอาขยะไปทิ้งแล้วก็เกิดเพลิงไหม้ เกิดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขึ้น ปัญหาอันนี้เกิดมา ประมาณ ๕-๖ ปีแล้วครับ แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น แค่เพียงหน่วยอาสาพยัคฆ์ดำ มาดับเพลิง ดับเพลิงหนองจอก แล้วก็มูลนิธิราชพฤกษ์ ลงมาดับเพลิงแค่นั้นเองท่านประธาน แก้ปัญหาปลายเหตุ เพราะฉะนั้นเรียกร้องไปยังการท่าเรือแห่งประเทศไทย การเคหะแห่งชาติ แล้วก็กรุงเทพมหานครให้มากั้นรั้วเพื่อป้องกันพื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้เพื่อเป็นการลักลอบทิ้งขยะ เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดขึ้นอีกครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอนำ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตราดมาหารือ ๒ เรื่องครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎร ใน ๓ ตำบลของจังหวัดตราด ถึงเรื่องของระบบไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอก็อยากที่จะให้หน่วยงานการไฟฟ้าได้เข้าไปปรับปรุง ระบบการจ่ายไฟเป็นระบบไฟ ๓ เฟส (3 Phase) ๔ สายให้กับพื้นที่ดังต่อไปนี้ครับ ๑. ในพื้นที่ หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๕ ของตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ ๒. ในพื้นที่เกือบทั้งหมดของ ตำบลวังตะเคียน อำเภอเขาสมิง และ ๓. ในพื้นที่ของหมู่ ๔ ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่ที่พี่น้องเกษตรกรใช้มอเตอร์ในการที่จะดูดน้ำ เมื่อมีการใช้กันมากเข้า กระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอนำความเสียหายมายังเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตร ก็อยากที่จะให้ หน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทยได้ไปปรับปรุงพัฒนาศักยภาพให้มีไฟฟ้า ที่เพียงพอต่อพี่น้องประชาชนเพื่อที่จะได้ช่วยลดเรื่องค่าใช้จ่าย แล้วก็ลดความเสียหายที่ เกิดขึ้นด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมเคยนำมาหารือต่อสภาแห่งนี้มาแล้ว ที่เสนอไปยัง หน่วยงานกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ถึงเรื่องของการให้ขุดลอกคลองที่ตื้นเขินนะครับ ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการในอีก ๒ หมู่บ้านด้วยกัน ก็คือในพื้นที่หมู่ ๕ บ้านคลองสน ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง แล้วก็ที่คลองมะปริง หมู่ ๔ บ้านแหลมอวน ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ ก็อยากจะให้เข้าไปดำเนินการขุดลอกคลองใน ๒ แห่งนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ขอโอกาสนี้ ได้ขอบคุณไปยังผู้อำนวยการปรารถนา ตะเพียนทอง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนา และบำรุงรักษาทางน้ำที่ ๕ จังหวัดจันทบุรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทุกท่านที่ได้ ให้การสนับสนุน แล้วก็ขุดลอกคลองในหลายแห่งของจังหวัดตราดอย่างเป็นที่ประทับใจ ของพี่น้องประชาชนก็ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณอิสสระ สมชัย🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อนะครับ กระผม ได้รับคำร้องเรียนจากดอกเตอร์ฐิตารีย์ ไตรสรณปัญญา ผู้สมัคร ส.ส จังหวัดศรีสะเกษ และเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำหนังสือร้องเรียน ของนายนัฏฐนิช ศรีคำภา ประธานแปลงใหญ่พริกศรีสะเกษ โดยอ้างว่าจังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่การปลูกพริก ๑๗ อำเภอ แล้วก็สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดปีละไม่ต่ำกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปัจจุบันนี้ ๒-๓ มานี้เนื่องจากว่ามีพริกจากต่างประเทศ จากพม่า กัมพูชา เวียดนาม เข้ามาแทรกแซงการค้าขายโดยเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ก็คือลักลอบเข้ามา ทั้งจากประเทศพม่า กัมพูชา เวียดนาม ทำให้ราคาพริกของเกษตรกรนั้นตกต่ำมาก เมื่อตกต่ำมากทำให้เกิดการปลูกพริกขาดทุน ไม่มีเงินไปใช้หนี้เกษตร ไม่มีเงินไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. เพราะฉะนั้นเขาจึงร้องเรียนมาบอกว่าขอให้รัฐบาลได้ควบคุมการลักลอบนำเข้าพริก ทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพริกให้พี่น้องเกษตรกร นี่เป็นหนังสือ ของนายนัฏฐนิช ศรีคำภา มีหนังสือแจ้งมา กระผมจะนำเสนอให้ท่านประธานต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องได้รับการร้องเรียนจากนายชัยสิทธิ์ ศรีไชยา เกษตรกร ผู้ใช้น้ำโครงการชลประทานลำโดมน้อย บอกว่าการปล่อยน้ำทางโครงการนั้นไม่ทั่วถึง เนื่องจากว่าคนที่อยู่ปลายคลองได้น้ำไม่ดี ไม่มากเพียงพอที่จะทำเกษตร ได้ร้องเรียนมาที่ผม ผมได้ประสานไปที่โครงการชลประทานลำโดมน้อย ก็ปรากฏว่าทางโครงการได้ทำการแก้ไขแล้ว ก็อยากจะให้ไปดูแลว่าเพื่อให้ในปีต่อ ๆ ไปได้สามารถทำเกษตรกรได้อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณโครงการชลประทานลำโดมน้อยที่ดูแลเอาใจใส่ตามที่ผมแจ้งไป ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ เพื่อนำเรียนกระทรวงคมนาคม🔗
เรื่องแรก คือแผนโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้น กทม.-หนองคาย ระยะที่ ๒ ซึ่งรถไฟจะผ่านอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น แต่ว่าไม่มีการจอด แล้วที่ผ่านมาประชาชนอำเภอพล อำเภอโดยรอบก็มีการร้องเรียนมาตลอดว่าขอให้มีการจอด มีสถานีได้ไหม อำเภอพลถือว่า เป็นอำเภอขนาดใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์มีศาลจังหวัด มีการท่องเที่ยว แล้วก็เป็นแหล่งผ้าไหมโลกนะคะ จึงอยากให้กระทรวงพิจารณาเพื่อปรับแผน ปรับโครงการ เพื่อความสอดคล้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องจังหวัดขอนแก่น แล้วก็พื้นที่ใกล้เคียงค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ดิฉันได้นำหารือท่านหลายรอบนะคะ ก็คือเส้นถนน ๒๐๖๕ อำเภอพลถึงอำเภอแวงน้อย ความยาว ๒๒ กิโลเมตร หลังจากที่ได้ขอขยายถนน ๔ เลน (4 Lane) เป็นเวลาหลายสิบปี ก็ต้องขอขอบคุณแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๓ ที่ได้อนุมัติบางส่วนมา จึงขอนำเรียนต่อว่างบประมาณปี ๒๕๖๕ อยากให้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อที่จะ ทำให้เส้นนี้แล้วเสร็จนะคะ เพราะว่าเส้นนี้มีความยาว ๒๒ กิโลเมตร ใช้งบประมาณสูงถึง ๒๐๐ ล้านบาท จึงอยากนำเรียนให้ทางหลวงให้ความสำคัญกับถนนเส้นนี้ แล้วก็เพื่อทำให้ แล้วเสร็จอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัย แล้วก็ผู้สัญจรผู้ใช้รถใช้ถนน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณปริญญา ฤกษ์หร่าย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมก็ขอหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกัน ผมได้มีโอกาส ได้ไปพบกับท่านปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งทอง ซึ่งปัจจุบันท่านปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งทอง ท่านได้ทำหนังสือไปที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร หรือว่า ส.ป.ก. เพื่อนำที่ดิน ก็คือ ส.ป.ก. มาใช้ประโยชน์ แล้วก็รวมถึงในเรื่องให้ ส.ป.ก. มารังวัด ที่ดินเพื่อขออนุญาตใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งในตำบลทุ่งทอง สถานที่ที่ไปขอออกรังวัดนั้นเป็นที่ดิน แปลงเลขที่ ๔๙๔๑๙๖๐๖-๕/๑๔๑ ซึ่งมีนางมี สอาดจันดี เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งสถานที่ดังกล่าว ท่านปลัดได้ขออนุเคราะห์จาก ส.ป.ก. นะครับเพื่อให้มารังวัด เพื่อให้ประโยชน์ส่วนรวม ของหมู่บ้าน ก็คือจะนำไปสร้างระบบประปาหมู่บ้าน ซึ่งต้องยอมรับครับว่าในสถานที่ที่จะตั้งนี้ มีหมู่บ้านทั้ง ๔ หมู่บ้านด้วยกัน แล้วก็เป็นชุมชนที่หนาแน่น ซึ่งในช่วงของการเข้าไปสู่ฤดูแล้ง ก็จะทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งทองต้องนำรถน้ำมาให้พี่น้องประชาชนทั้ง ๔ หมู่บ้าน ในครั้งนี้ขอมากราบเรียนกับท่านประธาน ขอความอนุเคราะห์ไปยังปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร หรือ ส.ป.ก. ในจังหวัดกำแพงเพชร มารังวัดให้พี่น้องประชาชนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ ไม่พร้อมนะครับ ต่อไปขอคุณสำลี รักสุทธี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจ ผมมีเรื่องจะ ปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน แต่ก่อนที่จะปรึกษา ๓ เรื่องนี้นะครับ ผมขอได้ย้อน แล้วก็ได้ทบทวนเรื่องเดิมที่เคยเสนอไปแล้ว แล้วก็ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหนังสือ แล้วก็มีแปลน มีแผน มีงบประมาณลงไปแล้ว นั่นก็คือไฟส่องสว่าง ตำบลแก้งแก อำเภอโกสุมพิสัย แทนที่จะได้รับการแก้ไขเป็นเวลา ๒ เดือนแล้วนะครับ ก็ยังเงียบอยู่ ทั้ง ๆ ที่ได้รับงบประมาณ ได้มีหนังสือตอบไปแล้วก็ขอทวงนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนปรึกษาท่านประธานก็คือ ชาวบ้านหนองเจริญ ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เป็นฤดูฝน เป็นปัญหาเดิมได้นำมาเรียนปรึกษาท่านประธาน ซึ่งได้ปรึกษา ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เป็นคนละจุดนะครับ จุดแรกก็คือจุดริมถนน แต่ตอนนี้เป็นในหมู่บ้าน นะครับ น้ำท่วมตลอดในฤดูฝน🔗
นี่นะครับ ถนนดีดูสวย แต่ว่าเวลา ฤดูน้ำจะท่วมตลอดนะครับ ในถนนสวย ๆ นี่ละ บ้านหนองเจริญ ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคามนะครับ หลังจากได้ร้องเรียนไปครั้งหนึ่งแล้ว คนละจุดกันนะครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ก็คือเป็นปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกันนะครับ ก็คือบ้านหนองจิก แล้วก็บ้านท่าแร่ ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม มีปัญหาน้ำท่วม จากการสร้างถนนระหว่างเส้นหนองจิก แล้วก็ห้วยแอ่ง ๒ หมู่บ้านนี้ได้รับปัญหาเดือดร้อน จากน้ำท่วมตลอดนะครับ ท่านประธานครับ มี ๒ ประเด็นแค่นี้ ประเด็นที่ ๓ เวลาไม่พอ ก็จะส่งเป็นเอกสารครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ได้ครับ ต่อไปคุณพีรเดช คำสมุทร🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคก้าวไกลครับ วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก คือฝากไปยังกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับไฟส่องสว่างบริเวณ ทางไปสะพานสองนะครับ จะมีแยกไฟแดงอยู่ ๒ จุด ซึ่งระหว่างทางเป็นทางที่รถขนาดใหญ่ รถแทรกเตอร์หรือว่ารถส่งน้ำมันขนส่งข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านตลอด พอตกกลางคืน ไม่มีไฟครับ อยากให้ท่านประธานแจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มไฟเข้าไปในบริเวณนี้ โดยเฉพาะเส้นทางจากสะพานสองไปอำเภอเชียงแสนเป็นเส้นทางหลัก ถนนใหญ่มาก แต่ไม่มีไฟ เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งครับ แล้วฝากอีกอย่างหนึ่งคืออยากจะเพิ่มตัวเลข ในการนับถอยหลังของไฟแดงนะครับ เพราะว่าเมื่อมีรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่ผ่านไป พอเห็นเหลืองแทนที่เขาจะเบรก (Brake) เขาตรงเลยครับ วัยรุ่นก็เยอะครับ อุบัติเหตุ สี่แยกนี่บ่อยมาก ฉะนั้นผมเลยอยากจะเพิ่มในส่วนของเลขย้อนหลังในสี่แยก ๒ จุดนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องในอำเภอดอยหลวง อำเภอเชียงแสน เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีอินเทอร์เน็ต (Internet) เนื่องจากเรามีนโยบายเกี่ยวกับการเยียวยา ๓,๕๐๐ บาท ๒ เดือน ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) มันมีปัญหาที่เพิ่มมากกว่านั้นคือบางคนนี่ไม่มีอินเทอร์เน็ต (Internet) ครับ แล้วไม่พอนะครับ ระบบที่เราทำขึ้นมานี่ลงทะเบียนยากมากครับ ๑๐ นาทีเต็มนี่แค่คนแก่ เดินไปหาลูกที่อยู่ข้าง ๆ บ้านก็ไม่ทันแล้วครับ ต่อให้เรามีสมาร์ตโฟน (Smartphone) แต่ไม่มี อินเทอร์เน็ต (Internet) ก็ไม่ได้ครับ เราแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ถูกจุด ขอฝากท่านประธาน เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณปฐมพงศ์ สูญจันทร์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปฐมพงษ์ สูญจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่วสันต์ พิมพ์วงษ์วาลย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ และผู้ใหญ่เชาวฤทธิ์ เลี้ยงรักษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน และตำบลคลองจินดาได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ทำให้เกิดน้ำเค็มไหลเข้าสู่ ลำคลองจึงเกิดผลกระทบต่อชาวสวนผลไม้และสวนกล้วยไม้เป็นอย่างมาก ในขณะนี้ผมอยากให้ กรมชลประทานช่วยนำน้ำดีผลักน้ำเค็มออกจากลำคลองเพื่อช่วยชาวสวนกล้วยไม้ และชาวสวนผลไม้โดยด่วน เพราะขณะนี้พืชผลไม้ก็ราคาตกต่ำอยู่ อยากฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันประสาร แก้วพวง กำนันตำบลดอนแฝก อำเภอนครชัยศรี มีรถบรรทุกวิ่งบนถนนจำนวนมาก บางคันมีการต่อเติมและดัดแปลงบังฝุ่น ออกมานอกรถมากจนเกินไปทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนท้องถนน มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สิน เป็นอย่างมากหลายท่านแล้ว จึงอยากให้กรมขนส่งทางบกเร่งตรวจสอบรถบรรทุก ที่ต่อเติมผิดกฎหมายเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนที่สัญจรไปมา ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไป คุณสมคิด เชื้อคง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง ส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องมาหารือ ท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ นายนันทวัฒน์ กองพงษ์ และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๗ นายอัมพร สีถาการ รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๙ นายจันทร์เพ็ญ แก้วสง่า อยู่ตำบลหนองไฮ อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากว่าทางกลับรถถนนสายเลขที่ ๒๑๗๘ มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งบริเวณบ้านหนองสิม ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๖ นี้ก็เสียชีวิตไป ๒ ราย เรื่องนี้ ก็อยากจะแจ้งไปยังกรมทางหลวงว่าให้ปิด เขาต้องการให้ปิดยูเทิร์น (U-Tern) ตรงนี้ เพื่อไปเปิดที่อื่น เดี๋ยวเอกสารผมจะส่งให้เจ้าหน้าที่ครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ถนนสาย ๒๔ ถนนโชคชัย-เดชอุดม บริเวณโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา ซึ่งมีนักเรียนอยู่ ๗๒๐ คน เวลาข้ามถนนเป็นถนน ๔ เลน (4 Lane) รถวิ่งเร็วมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียน ก็อยากให้กรมทางหลวงไปดูแลเรื่องนี้🔗
เรื่องที่ ๓ นายวิทยา ปัดสาสิน ซึ่งเป็นกำนันตำบลนาห่อม อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านร้องทุกข์มายังผมว่าถนนสายบ้านน้ำขุ่น ไปบ้านคำนกเปล้า แล้วก็คำนกเปล้าไปบ้านบัวเจริญ อำเภอทุ่งศรีอุดมนี่มันลำบากมาก เวลาหน้าฝนเป็นถนนลูกรังซึ่งนานมาแล้ว ลำพัง อบต. ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็อยากให้ แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้ายก็คือว่าผมเป็นคนใช้แท็กซี่บ่อยนะครับ พี่น้องแท็กซี่ขอร้องมาว่า เขาเดือดร้อนมากเรื่องเงินค่าผ่อนรถ ผ่อนค่าสหกรณ์ ค่าอะไรก็แล้วแต่ อยากให้ทางรัฐบาล ช่วยเหลือแท็กซี่ แล้วเรื่อง ๙ ปีถึง ๑๒ ปีไปถึงไหนแล้วแท็กซี่เขาเดือดร้อนอยากให้รัฐบาล ดูแลครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณจักรัตน์ พั้วช่วย🔗
กราบเรียนท่านประธานนะครับ จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ส.ส. คนไทหล่มครับ วันนี้ผมขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกนะครับ เข้าใจว่าช่วงนี้หน่วยงานราชการกำลังขอเงินงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๕ ประชาชนในพื้นที่อำเภอหล่มสักมีความกังวลกับการประปาส่วนภูมิภาค เพราะกำลังทำโครงการต่อท่อประปาจากอ่างเก็บน้ำปากห้วยขอนแก่น อำเภอหล่มสัก ไปถึงอำเภอเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งเงินงบประมาณไว้ ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ประชาชน ในอำเภอหล่มสักกังวลก็คือเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้เงินงบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ว่า ไม่มีการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชนเลย และที่สำคัญคนพื้นที่เป็นห่วงเรื่องของปริมาณ น้ำต้นทุน เพราะว่าทุกวันนี้ทั้งอำเภอหล่มสักและอำเภอหล่มเก่าใช้น้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำนี้ ในการผลิตน้ำประปา แล้วปีที่ผ่าน ๆ มาก็เกิดปัญหาภัยแล้ง แล้วก็ดูแล้วจะมีความรุนแรง มากขึ้นทุกปี จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงการประปาส่วนภูมิภาค ท่านต้องลงมาชี้แจง และรับฟังข้อเท็จจริงให้กับพี่น้องประชาชนก่อนที่ท่านจะขอเงินงบประมาณนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ลงมาทำร้ายประชาชนบ้านกกกล้วยนวล ตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า จนเสียชีวิตเลย นะครับท่านประธาน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึง กรมอุทยานแห่งชาติให้ช่วยหามาตรการเยียวยาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอให้ขยายไฟฟ้าแรงสูงจากบ้านนาดอกไม้ถึงบ้านโคกสีนวล ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ประมาณ ๖ กิโลเมตรกว่า ๆ ค่ะ ขอภาพด้วยค่ะ🔗
เมื่อดิฉันได้รับการประสานงานจาก ผู้ใหญ่บ้านวิฑูรย์ อุปัชฌาย์ พร้อมกับอดีตผู้ใหญ่บ้านประเสริฐ จันทร์ขาว ดิฉันและพี่น้อง ประชาชนได้ลงพื้นที่จริงค่ะท่านประธาน ออกสำรวจความต้องการไฟฟ้าแรงสูง เจอพี่น้อง ประชาชน ๒ ข้างทางดังนี้ค่ะ นางวริยา โพธิ์พุ่ม อาศัยอยู่นา ๒๐ ปีไม่มีไฟฟ้าใช้ นายฉลาด ดุลยะลา อาศัยอยู่ในสวนยางพารา ๑๕ ปีไม่มีไฟฟ้าใช้ นายสมชาติ ชินวงศ์ อาศัยอยู่ใน สวนยางพารา ๑๕ ปีไม่มีไฟฟ้าใช้ นายเสงี่ยม ศรีนะ อาศัยอยู่ในไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย ๘ ปีไม่มีไฟฟ้าใช้ นายคำพล ฉลวยแสง อาศัยอยู่ในสวนยางพารา ๑๖ ปีไม่มีไฟฟ้าใช้ ๒ ข้างทางที่ต้องการไฟฟ้าเป็นที่นาประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ สวนยางพาราประมาณ ๘๐๐ ไร่ ไร่อ้อยประมาณ ๕๐๐ ไร่ มันสำปะหลังประมาณ ๓๐๐ ไร่ รวมทั้งหมดกว่า ๒,๖๐๐ กว่าไร่ ทุกอณูพื้นที่ทั้งหมดต้องการไฟฟ้าแรงสูงตาม ๒ ข้างทางของถนนเส้นนี้ค่ะ พี่น้องประชาชน อยากได้ไฟฟ้าแรงสูงเข้าถึง เพื่อดึงเศรษฐกิจให้สูง พยุงราษฎร ผ่อนร้อนจากความทุกข์ เป็นความสุขที่ยั่งยืน ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ต่อไป คุณสวาป เผ่าประทาน🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ🔗
ข้อมูลทางวิชาการชี้ให้เห็นว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปลูกมะพร้าวและสับปะรด ป้อนสู่ตลาดมากที่สุด ยังมีมะม่วง ขนุน และพืชอีกหลายชนิดล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก ทำรายได้นำเข้าสู่ประเทศอีกเป็นจำนวนมาก แต่กลับพบว่าในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่มีสถาบันวิจัยพันธุ์พืช ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ดังนั้นผมขอโอกาสนี้นะครับ ผลักดันให้โครงการ ก่อสร้างสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสร้างให้มีขนาดใหญ่ และทันสมัย เพื่อที่เราจะได้มีบุคลากร มีพืชพันธุ์ และสินค้าที่มีคุณภาพสูง ราคาดี สร้างรายได้ให้เกษตรกร และลดความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกษตร🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอหารือปัญหาเรื่องผู้เลี้ยงโค กระบือ ทั้งประเทศ ตอนนี้เกิดปัญหา การขาดแคลนลูกโค กระบือ มาทำการขุนเพื่อจำหน่าย เนื่องจากโค กระบือเพศผู้ ถูกส่งออก จำหน่ายต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการนำโค กระบือเพศเมียเข้ามาทำการขุน เพื่อฆ่าชำแหละจำนวนมาก เป็นที่น่าเป็นห่วงว่าจะทำให้ขาดแคลนในอนาคต เพราะแม่พันธุ์ ถูกฆ่าลงเรื่อย ๆ ทั้งนี้อาชีพเลี้ยงโค กระบือ เป็นการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อเป็น อาหารโค กระบือ ถือเป็นการลดเผาหญ้า ฟาง ซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในปัจจุบัน ด้วยสาเหตุนี้จึงขอความกรุณาให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เร่งผลักดันโครงการโคขุนกู้วิกฤติ ซึ่งเป็นโครงการ ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการเกี่ยวเนื่องภายใต้บันทึกความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ และ ธ.ก.ส. ซึ่งจะถือเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไป คุณอับดุลอายี สาแม็ง🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมขอหารือท่านประธาน สัก ๑ เรื่องนะครับ🔗
เนื่องจากว่าปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ก็มีการบรรจุครูอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีครูผู้สอนทั้งหมด ๑,๓๔๐ คน จำนวนโรงเรียน ๓๕๐ โรง ซึ่งเป็นอัตราจ้าง ๓ เดือน ค่าจ้าง ๑๕,๐๐๐ บาท ห้ามขาด ห้ามลา เมื่อลาแล้วจะต้อง มีการตัดเป็นรายวัน วันละ ๕๐๐ บาท คนเหล่านี้ประสงค์ที่อยากจะให้เป็นพนักงานราชการ ซึ่งต่อสัญญาจ้างเป็นรายปี ซึ่งจะมีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพขึ้นมาบ้างนะครับ แล้วก็เรื่องนี้ ทางสมาคมของครูอิสลามศึกษาก็เคยไปหารือ แจ้งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาใด ๆ แล้วก็มีประเด็นข้อเปรียบเทียบ ก็มีครูอิสลามศึกษาเช่นกัน ซึ่งสอนเป็นรายชั่วโมง จำนวน ๘๘๒ คน กระทรวงศึกษาธิการ ก็เคยมาพิจารณาเพื่อปรับเป็นพนักงานราชการตามที่ครูเหล่านี้มีคุณสมบัติครบ เป็นวุฒิปริญญาตรี แล้วก็มีวิชาชีพครูมาแล้วประมาณ ๗๐๐ กว่าคน สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะมา หารือกับท่านประธานเพื่อเอาแนวทางเดียวกัน เพื่อปรับครูอิสลามศึกษาราย ๓ เดือนมาเป็น พนักงานราชการต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธานมากนะครับ🔗
ต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรชัย อินทร์สุข🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอวังทรายพูน เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ร้องเรียน คือเรื่องน้ำประปาภูมิภาคไม่พอใช้ในพื้นที่ตำบลคลองคะเชนทร์ ตำบลท่าฬ่อ ตำบลท่าหลวง ตำบลหัวดงนะครับ ซึ่งเป็นพื้นที่ของประปาส่วนภูมิภาค เขต ๑๐ จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็ ประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตร ขอร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าให้ทางกระทรวงมหาดไทยพิจารณา จัดสรรงบประมาณเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข การใช้น้ำประปาของส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตร ให้ทั่วเขตในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตำบลหัวดงน่าจะมีโครงการสร้างแพเพิ่ม สร้างถังน้ำเพิ่ม เพื่อขยายเขตท่อจากตำบลวังกรดมาสู่ตำบลหัวดง พี่น้องชาวตำบลวังกรด ตำบลหัวดง ตำบลฆะมัง จะได้มีน้ำประปาส่วนภูมิภาคใช้อย่างทั่วถึง เพราะว่าจะต้องใช้งบประมาณ ในการสร้างแพ สร้างถังน้ำ แล้วก็ขยายเขตการประปาส่วนภูมิภาค งบประมาณเฉพาะตำบลหัวดง น่าจะประมาณ ๒๐ ล้านบาทเศษ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยเหลือดูแลพ่อแม่ พี่น้องที่มีความเดือดร้อนเรื่องการใช้น้ำประปา เนื่องจากว่าน้ำประปาในเขตพื้นที่เป็น น้ำประปาที่ขุ่นนะครับ ไม่สามารถที่จะเอามาใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างสะดวก จึงขอ ความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายโครงการ น้ำประปาส่วนภูมิภาคของเขตจังหวัดพิจิตรด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางผ่องศรี แซ่จึง🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องของความเดือดร้อนกรณีโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียน ๑๒๐ คนลงมาค่ะท่านประธาน ปัญหาขณะนี้ก็คือโรงเรียนเหล่านี้ไม่สามารถ ที่จะบรรจุผู้บริหารได้ในกรณีที่ผู้บริหารเกษียณอายุนะคะ ในเขต ๒ จังหวัดศรีสะเกษ เขตประถมศึกษามีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ ๑๑๕ โรงเรียน ในจำนวน ๑๘๐ โรง คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ ๖๓.๘๘ เปอร์เซ็นต์ มีนักเรียนตั้งแต่ ๗ คนจนถึง ๑๒๐ คน มีโรงเรียนที่ไม่มี ผู้อำนวยการโรงเรียน ๑๙ โรงเรียน โรงเรียนเหล่านี้มีครูอย่างมากก็ ๑ คน ๒ คน ๓ คน ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างโรงเรียนบ้านเกิ้ง (อสพป. ๓๗) มีนักเรียน ๒๕ คน มีคุณครูที่ถูกต้อง ๒ คน แล้วเพิ่งบรรจุมาได้ ๑ ปี แล้วก็มีคุณครูที่จ้างโดยผ้าป่าของชาวบ้าน อีก ๑ คน มี ๖ ชั้นเรียน แล้วก็มีนักเรียนอนุบาลอีก ๑ ชั้นเรียน รวมเป็น ๗ ชั้นเรียน คนที่ บรรจุมาได้ ๑ ปีนี่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนค่ะท่านประธาน เมื่อท่านผู้อำนวยการ โรงเรียนไปราชการก็จะเหลือครูอยู่แค่ ๒ คน นั่นก็คือ ๖ ชั้น บวก ๑ ชั้น แล้วก็ท่านคิดดู ก็แล้วกันว่าคุณภาพการศึกษา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลจะเป็นอย่างไร🔗
อีกโรงเรียนหนึ่งคือบ้านหนองสวง (อสพป. ๒) มีนักเรียน ๗ คน มีครู ๓ คน ทีนี้โรงเรียนนี้สามารถที่จะบรรจุผู้บริหารได้ มีนักเรียน ๗ คนนะคะ อีก ๒๐ กว่าคน ใน ๑๙ โรงเรียนไม่สามารถที่จะบรรจุผู้บริหารได้เลย ถ้าผู้บริหารเกษียณ ยกเว้นตาย ลาออก หรือย้าย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณา จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ดิฉันเชื่อนะคะว่าขณะนี้ท่านกำลังดูอยู่ กำลังพิจารณาศึกษาหาทาง แต่กว่าถั่วจะสุก กลัวว่างาจะไหม้ ขอได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือเป็นการด่วนด้วยค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือถึงท่านประธานสภาไปถึงผู้รับผิดชอบ🔗
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องน้ำประปา ซึ่งสำนักงานประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน ดูแลพื้นที่อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ซึ่งหน้าแล้งทุกปี จะมีการขาดแคลนน้ำหรือว่าหน้าปกติก็น้ำไม่เพียงพอให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ ๓ ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก และพี่น้อง ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานประปา ขาดแคลนน้ำ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ผู้จัดการสำนักงานเขตสำนักงานประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน ซึ่งได้ส่งเรื่องถึงผู้อำนวยการเขต ๓ ราชบุรี ให้ดำเนินการเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเร่งด่วนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องถนนสายต้นขี้เหล็กถึงบ้านหนองโปร่ง หมู่ ๑ ตำบลชัยเกษม ถึงหมู่ ๙ ตำบลชัยเกษม ซึ่งเป็นถนนถ่ายโอนจากกรมทางหลวงชนบทไปให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่เวลารับงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้รับงบประมาณ จากกรมทางหลวงชนบทในลักษณะการถ่ายโอน ผมอยากขอให้ดูแลถนนเส้นนี้ด้วย เพราะว่า เป็นเวลาหลายปีแล้วไม่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงถนนเส้นนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น อยากให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนสาย ๓๑๖๙ เพชรเกษม-บางสะพาน-ชายทะเล ซึ่งเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนเส้นนี้ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้กรมทางหลวงสร้างไฟจราจรติดตั้งไฟส่องสว่าง สัญญาณการกลับรถ สัญญาณ การห้ามจอด และสัญญาณการเตือนก่อนที่ถึงสัญญาณไฟแดงหรือที่ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้น อยากให้กรมทางหลวงเข้าไปแก้ไขปัญหาถนนเส้นดังกล่าวด้วยเพื่อลดอุบัติเหตุ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ ขอให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือว่า รฟม. ได้จัดหาสถานที่ในการที่จะได้จอดรถจักรยานและรถจักรยานยนต์สำหรับคนที่จะมาใช้บริการ ในการต่อรถไฟฟ้าใต้ดินที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าห้วยขวางกับสถานีรถไฟฟ้าสุทธิสาร รวมทั้ง สถานีรถไฟฟ้าเส้นทางอื่น ๆ ด้วยนะครับ เพราะว่าตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ไม่มีที่จอดรถนะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๒ ขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องขอให้ทางการเคหะแห่งชาติ ได้เสนอคณะรัฐมนตรีในการที่จะได้ลดค่าเช่าห้องพักให้กับผู้พักอาศัยในแฟลตของการเคหะแห่งชาติ และรวมทั้งผู้ที่เช่าพื้นที่ในการจัดทำแผงค้า เพราะว่าตอนนี้ผู้พักอาศัยรวมทั้งผู้ค้าได้รับ ผลกระทบจากเรื่องของโควิด (COVID) ค่อนข้างมากนะครับ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์🔗
ในเรื่องที่ ๓ ขอให้ทางสถาบันการเงินทั้งของรัฐบาลและในส่วนของเอกชน ได้หามาตรการในการที่จะลดภาระในการลดหย่อนเงินกู้ที่จะต้องชำระรายเดือนในขณะนี้ เพราะว่าตอนนี้ประชาชนได้รับผลกระทบจากเรื่องของโควิด (COVID) ค่อนข้างมาก ฉะนั้น ทุกคนมีภาระค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ โดยรายรับไม่พอกับรายจ่าย ก็อยากจะให้ทางรัฐบาล ได้หามาตรการในการที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชนในเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกที่ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมขอใช้พื้นที่สภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ เพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่สะสมมาอย่างยาวนาน ในพื้นที่ของอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นั่นก็คือปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด และปัญหาเงินกู้นอกระบบ ท่านประธานครับ อำเภอสุไหงโก-ลก เป็นพื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ของจังหวัดนราธิวาส เพราะเป็นเมืองชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ทุกวันนี้ปัญหา การลักลอบจำหน่ายยาเสพติดยังคงมีอยู่แพร่กระกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งจะเห็นจาก การจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดทั้งผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยเยอะมากในพื้นที่ และพบว่ากลุ่มดังกล่าวยังคงลักลอบขนยาเสพติดชายแดนไทยเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย ผ่านช่องทางธรรมชาติ หลาย ๆ ครั้งก็สามารถจับกุมได้และจับกุมไม่ได้ อยากจะฝากให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งผู้บังคับการจังหวัดนราธิวาส ผู้กำกับการทุกสถานีช่วยปราบปราม เพื่อให้ลูกหลานชาวอำเภอสุไหงโก-ลก ได้อยู่อย่างมีความสุข มีอนาคตที่ดี ห่างไกลจาก ยาเสพติด และจะได้ร่วมมือกันพัฒนาเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้เจริญก้าวหน้าต่อไปนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ปัญหาเงินกู้นอกระบบ ถือเป็นปัญหาหมักหมมมายาวนาน รัฐบาลเองตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน อยากจะฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยปราบปรามกลุ่มดังกล่าวนะครับ ซึ่งปัจจุบันเองเรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่ก็ย่ำแย่อยู่แล้ว ปัญหาดังกล่าวนี้อยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขอนำเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้าหารือดังนี้ครับ🔗
ด้วย นายธนกร นามบุรี นายเพชรรัตน์ ดวงพาลา ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนชัยศิลป์ นายเคน ดิศเจริญ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดงแสนสุข ได้ลงพื้นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน โนนชัยศิลป์ หมู่ ๗ บ้านป่าเป้า หมู่ ๒ บ้านดงแสนสุข หมู่ ๓ ปัญหาดังนี้ครับ🔗
๑. ชาวบ้านบ้านโนนชัยศิลป์ หมู่ ๗ ร้องเรียนว่าหนองบ่อห้วยตูม เกิดการตื้นเขิน น้ำไม่พอที่จะกักเก็บในช่วงหน้าแล้ง ไว้ใช้อุปโภคบริโภค ทำการเกษตร เนื่องจากว่ามีการตื้นเขินมานานนะครับ กักเก็บน้ำ ได้น้อยลง🔗
๒. ชาวบ้านป่าเป้า หมู่ ๒ ตำบลดงเย็น ร้องทุกข์เรื่องหนองจอก หนองขุ่น ซึ่งมีพื้นที่ ๔๐๕ ไร่ เชื่อมต่อกับแม่น้ำสงคราม เกิดการตื้นเขิน เก็บกักน้ำได้น้อย เกิดปัญหา การขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านใช้ทำการเกษตรและนาปรังนะครับ น้ำไม่เพียงพอ อีกปัญหาหนึ่งคือมีปัญหาต่อแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ชาวบ้านตำบลดงแสนสุข หมู่ ๓ ร้องเรียนเรื่องหนองกุดจับ เกิดการตื้นเขิน น้ำไม่เพียงพอในการอุปโภคบริโภคในหน้าแล้ง และไม่เพียงพอในการทำ นาปรังและทำการเกษตร ประสบปัญหาเดือดร้อนมานานแล้วครับ จึงกราบขอให้ ท่านประธานช่วยเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ช่วยเร่งแก้ไขปัญหา และพัฒนา แหล่งน้ำเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนดังกล่าวที่ผมได้กล่าวมานะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณอำนาจ วิลาวัลย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องอยากปรึกษาหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เนื่องด้วยเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลบางแตน ตำบลบางยาง ตำบลบางเตย อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ตำบลบางกระเจ็ด ตำบลหัวไทร ตำบลบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มขึ้นถึงพื้นที่นาข้าว ทำให้เกษตรกรไม่สามารถ สูบน้ำขึ้นพื้นที่นาได้ ซึ่งบัดนี้ข้าวในนาของเกษตรกรมีอายุราว ๗๐ กว่าวันนะครับ เป็นข้าว ที่มีอายุ ๑๒๐ วัน ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องใช้น้ำจืด เพื่อสูบเข้าพื้นที่นาข้าวอีกครั้ง หลังจากข้าวออกรวง ปัญหาคือเกษตรกรขาดน้ำจืด เนื่องจากน้ำเค็มขึ้นมาถึงพื้นที่เกษตรกร ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นนาได้ ในเบื้องต้นชาวนาได้มีการชุมนุม แก้ไขปัญหาโดยผ่านทางอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีมาหลายเวที เพื่อให้ทางกรมชลประทานได้ประสานงาน ไปยังเขื่อนนฤบดินทรจินดาและเขื่อนขุนด่านปราการชล ช่วยปล่อยน้ำจืดเพื่อผลักดันน้ำเค็ม ให้ถอยลงในจุดบรรจบของแม่น้ำนครนายกกับแม่น้ำปราจีนบุรี โดยให้ปล่อยน้ำวันละ ๓ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นเวลา ๑๐ วัน เพื่อผลักดันน้ำเค็มให้ถอยลง แต่ ณ ตอนนี้ ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากกรมชลประทานแต่อย่างใด จึงฝากผมเรียนมายังท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยชาวนานะครับ มีความเดือดร้อนจำนวน ๒,๑๐๕ ราย และพื้นที่เสียหายราว ๔๐,๓๕๗ ไร่ ให้รัฐมนตรีช่วยได้ผลักดันน้ำลงไปก่อนที่พื้นที่นา จะเสียทั้งหมด จึงขอเรียนผ่านท่านประธานช่วยดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนเขาก็ได้ร้องเรียน ถึงความเดือดร้อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ระบาดในรอบ ๒ นี้นะคะ ซึ่งระบาดหนักรุนแรงในต่างจังหวัด แล้วก็ขณะเดียวกันบริษัทห้างร้านเขาก็ไม่ทำ คือปิดกิจการค้าขายไม่ได้ พนักงานก็ถูกเลิกจ้าง แล้วขณะเดียวกันเมื่อพนักงาน ถูกเลิกจ้างก็ต้องกลับไปภูมิลำเนาเดิม พอไปภูมิลำเนาเดิมก็ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ไม่มี งานทำ ก็จะต้องหันเข้ามาสู่ภาคเกษตร พอเข้ามาสู่ภาคเกษตรแล้วก็ขาดความรู้ที่จะต้องมา ฟื้นฟูเกี่ยวกับเรื่องเกษตร ขณะเดียวกันด้านการเกษตรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประมง พืชผลทางด้านการเกษตรเดี๋ยวนี้ลดน้อยลง เนื่องจากน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติก็ตื้นเขิน เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากกับท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด (Virus COVID) คราวนี้นะคะ จึงขอฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าขอให้กรมประมงได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ เช่น ปลา กุ้ง หรือกุ้งก้ามกรามก็ดีนะคะ ปล่อยลงในสระน้ำ ในไร่นา หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อช่วยการฟื้นฟูให้มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งอาหารตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน ในการดำรงชีพอยู่🔗
อันที่ ๒ ดิฉันขอฝากไปยังกรมส่งเสริมการเกษตร ขอให้จัดทำการฝึกอบรม หรือสนับสนุนพืชพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ ผัก ผลไม้ หรือผักปลอดสารพิษต่าง ๆ เพื่อเป็นการลดรายจ่าย เสริมรายได้ แล้วก็เป็นแหล่งอาหารให้กับพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อน และเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) นะคะ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปคุณวัฒนา สิทธิวัง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัฒนา สิทธิวัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก บุญธรรม พรหมปลูก นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ว่าได้รับการร้องทุกข์จากราษฎร ตำบลศาลา บ้านศาลา หมู่ ๑ บ้านศาลาดงลาน หมู่ ๒ แล้วก็บ้านศาลาหลวง หมู่ ๙🔗
ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำแม่วังกัดเซาะ ชายตลิ่ง ซึ่งก็ได้รับความเสียหายเป็นความยาวประมาณ ๓๐๐ เมตร แล้วก็ ๒๐๐ เมตร แล้วก็ ๕๐๐ เมตร ๓ หมู่บ้านนะครับ ซึ่งก็ลึกเข้าถึงบ้านเรือนของราษฎรจำนวนหลายหลัง เกิดผลเสียหายมาเป็นเวลา ๕-๖ ปีแล้วครับ สร้างความเสียหายให้กับที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ตลอดจนอาคารบ้านเรือนของราษฎร ซึ่งการกัดเซาะของตลิ่งครั้งนี้นะครับ ก็ทำให้พี่น้อง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เวลาน้ำหลากมาแต่ละปีก็ต้องอพยพอุปกรณ์เครื่องใช้ ครัวเรือนออกไปไว้ที่กลางถนนนะครับ ก็ทำให้เกิดความหวาดผวาให้กับพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหลากในแต่ละปี ซึ่งได้รับผลกระทบมาเป็นเวลา หลายปีแล้วครับ ก็ไม่มีหน่วยงานไหนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ท่านนายกก็ได้ทำหนังสือ ถึงหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า เข้าไปสำรวจแต่ก็ไม่มีการแก้ไขปัญหา ให้กับชาวบ้าน เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปสำรวจ ออกแบบก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งพังให้กับชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลศาลาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่พร้อมนะครับ ต่อไปคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดมุกดาหารครับท่านประธาน วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธาน และส่งเอกสาร ประกอบการหารือดังนี้นะครับ🔗
กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากประธานสภาวัฒนธรรมหลายจังหวัดทั่วประเทศ และวัฒนธรรมจังหวัด กรณีงบประมาณของกรรมการสภาวัฒนธรรมระดับเขต ระดับตำบล หมู่บ้าน จังหวัดนี่ไม่มีนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา กรรมการเขาเดือดร้อนมากนะครับ สั่งเลือกตั้งกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ ตำบล แต่ไม่มีงบประมาณครับ ท่านประธาน ไม่ทราบว่างบประมาณส่วนนี้ไปอยู่ที่ใด ทั้งที่วัฒนธรรมเป็นหน้าเป็นตา ของประเทศ งบประมาณขับเคลื่อนในส่วนนี้ไม่มีมาสนับสนุน ฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดงบประมาณส่วนนี้ไปสู่สภาวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศด้วย ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับข้อร้องเรียนจาก ผู้ใหญ่ศรีชัย งามขุนทด ผู้ใหญ่บ้านดอนมูกมัน หมู่ ๔ ตำบลหนองบัวตะเกียด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เรื่องขอติดตามงบประมาณของการประปาส่วนภูมิภาคที่ได้ขอขยายเขต การประปาไปยังหมู่บ้านนะครับ ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องน้ำอยู่ น้ำใช้ น้ำกินไม่พอนะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัด เพราะว่าบ่อน้ำในหมู่บ้านน้อยนิด อย่างที่เห็นในสไลด์ (Slide) นะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมจะขออนุญาตส่งเป็นเอกสาร เพราะเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ต่อไปอยากจะติดตามเรื่องที่ผมหารือมาทุกเรื่องหลาย ๆ เรื่อง ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่รับไปแล้ว ก็ได้หนังสือตอบจากท่านประธานบอกว่าได้ติดต่อประสานงานหน่วยงานไปแล้ว แต่ยังไม่เห็น หน่วยงานใดได้แจ้งมาว่าได้เข้าแผน ได้งบประมาณไปหาชาวบ้านหรืออย่างไรอันนี้นะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตามด้วย ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ครับ ต่อไปคุณไพลิน เทียนสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง ดิฉันขอหารือผ่านท่านประธานสภาในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความทุกข์ร้อน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าส่องสว่างดับตลอดเส้นทาง เนื่องจากวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมามีเหตุเพลิงไหม้ในเขตพื้นที่ทำให้ไฟฟ้าได้ตัดสัญญาณ จากวันนั้นถึงวันนี้ไฟฟ้า ก็ยังดับเหมือนเดิม ดิฉันเองก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานว่าในพื้นที่เส้นนี้ประกอบไปด้วย หมู่บ้านจัดสรรเป็นจำนวนมาก รวมระยะทาง ๔ กิโลเมตร ที่จะเป็นเส้นทางสัญจรหลัก ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ ได้เร่งมา ดำเนินการจ่ายไฟ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้ใช้รถ ใช้ถนนได้อย่างปลอดภัยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันเองได้รับการประสานจากท่านเฉลิมศักดิ์ จันทร์จีน ท่านนายก อบต. ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ในเรื่องเกี่ยวกับน้ำประปาค่ะ วันนี้น้ำประปาในเขตพื้นที่ของดิฉันเองได้ประสบปัญหา ในเรื่องเกี่ยวกับแรงดันน้ำ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้น้ำประปาเป็นอย่างมาก ดิฉันเองก็ขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังประปานครหลวงให้เร่งดำเนินการซ่อมแซม แล้วก็ช่วยเหลือประชาชนในยามคับขันในช่วงนี้ กราบเรียนท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ปัญหาที่เจอ ในขณะนี้ก็คือ อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นอำเภอมาเกือบ ๒๐ ปี คือยังไม่มีสำนักงานที่ดิน เพราะฉะนั้นประชาชนในอำเภอภูซางจะทำนิติกรรมสัญญาใด ๆ ต้องเดินทางไปอำเภอเชียงคำ ซึ่งอำเภอเชียงคำเองก็เป็นอำเภอใหญ่ประชาชนก็เยอะก็ต้องไปรอคิว ทำให้ได้รับ ความเดือดร้อนมาก ก็อยากจะบอกท่านประธานว่ากรุณาได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ได้จัดงบประมาณสร้างสำนักงานที่ดินอำเภอภูซาง เพื่อบริการพี่น้องประชาชนคนอำเภอ ภูซางครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ โรงพยาบาลภูซางก็ได้รับการสร้างมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ท่านประธานครับ ขณะนี้รั้วที่จะสร้างให้อำเภอภูซางก็ยังไม่มี มีแต่อาคารเดียวโดดเดี่ยวอยู่ ก็อยากจะขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดงบประมาณ เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนคนอำเภอภูซางครับ🔗
ท่านประธานครับ หลายเรื่องที่ท่านให้โอกาสพวกผมได้หารือในสภา แต่ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะจะได้สื่อไปถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ ต้องกราบขอบคุณ ท่านประธานในประเด็นนี้ แต่ว่าสิ่งที่จะได้รับคำตอบจากหน่วยงานต่าง ๆ บางครั้งช้าเป็นปี ผมก็อยากให้ท่านได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ขอให้เร่งรัดในการตอบข้อมูลมา จะได้ทราบว่ามีการรับเรื่องไว้แล้ว หรือมีปัญหาติดขัดงบประมาณอย่างไรก็จะได้ไปชี้แจง ต่อพี่น้องประชาชนได้นะครับ และเรื่องอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ก็ยังรอความหวังอยู่หลายโครงการที่ขอหารือกับท่านประธานไปปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้รับ คำตอบ ไม่ว่าอ่างเก็บน้ำยวนก็ดี หรืออ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง ห้วยข้าวก่ำ อ่างเก็บน้ำห้วยห้า ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำก็ดี หรือตำบลพระธาตุขิงแกง อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ถั่ง ซึ่งท่านพระครู วัดพระธาตุขิงแกงก็ติดตามมาตลอด ก็กราบเรียนท่านประธานกรุณาได้ติดตามให้พวกผม ด้วยครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต ๑ ผมขอหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ตามเกาะ เรื่องการขาดแคลนน้ำ อุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง ตำบลเกาะสาหร่าย ตำบลเกาะปูยู และตำบลเกาะตันหยงโป ประชาชนอยู่เป็นพันหลังคาเรือน ทั้ง ๓ ตำบลเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของสตูล แล้วก็ มีปัญหาเหมือนกัน คือการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นปัญหากับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ตำบลตันหยงโปเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม และขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารทะเลที่สดและราคาถูก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสันหลังมังกร เกาะตันหยงอุมา และเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย ซึ่งเกาะหลีเป๊ะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ระดับโลก และทำรายได้ให้กับจังหวัดสตูลจำนวนหลายพันล้าน ก็มีปัญหาเรื่องน้ำอุปโภค บริโภคในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว อดีตเกาะหลีเป๊ะเคยใช้น้ำธรรมชาติที่มาจากเกาะอาดัง โดยการอนุญาตของอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา ปัจจุบันไม่ได้รับการอนุญาต แล้วก็ ไม่ทราบสาเหตุเป็นเพราะอะไรถึงไม่ให้ใช้ ผมจึงฝากท่านประธานช่วยประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสตูล การประปาส่วนภูมิภาคสตูล กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล อบต. เกาะสาหร่าย อบต. เกาะปูยู และ อบต. ตันหยงโป เข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา และจัดสรรงบประมาณสนับสนุน🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของด่านตรวจคนเข้าเมืองชั่วคราวที่เกาะหลีเป๊ะนั้น ผมเคยหารือปัญหานี้มาเกือบ ๒ ปีแล้ว และผมได้สอบถามไปยังผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ซึ่งทราบว่ายังไม่ได้รับทราบความคืบหน้าในการแก้ปัญหานี้ว่า ทางจังหวัดสตูล สตม. และกระทรวงมหาดไทยจะเอาอย่างไร ตัดสินใจไปอย่างไร ก็สมควร จะแจ้งให้พวกเขาได้รับทราบกัน ผมขอฝากท่านประธานช่วยแจ้งไปยังหน่วยงานที่ได้ กล่าวอ้างเบื้องต้นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอนำเรียนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อ ท่านประธาน ก่อนอื่นดิฉันขอขอบคุณแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ ๑ ที่ได้นำงบประมาณ ติดตั้งไฟส่องสว่าง และงบประมาณการก่อสร้างเกาะกลางถนน บนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๖ เส้นทางวารินชำราบ-ศรีสะเกษ ขอบคุณแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ ๒ ที่นำงบประมาณปรับปรุงบริเวณสี่แยกลือคำหาญ ถนนวารินชำราบ เดชอุดม จนแล้วเสร็จค่ะ🔗
ท่านประธานคะ เรื่องที่ประชาชนต้องการขอความช่วยเหลือก็คือเรื่องไฟ ส่องสว่างบริเวณถนน ๒๓๑ ถนนวงแหวนรอบที่ ๑ ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีความต้องการ ไฟฟ้าส่องสว่างอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลแสนสุข แยกบ้านแต้ บ้านแค ตำบลคำขวาง แยกบ้านโนนยาง ตำบลบุ่งไหม และขอขยายเส้นทางจราจรในถนน ๒๓๑ นี้ จาก ๒ เส้นทางจราจร เป็น ๔ ช่องทางจราจรด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ นายกธนวัฒน์ ไพศาลเจริญโชติ นายก อบต. โนนผึ้ง นายสมชาย ประถาวร กำนันตำบลโนนผึ้ง นายสุรชัย เงินมั่น ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งเกษม หมู่ ๕ ตำบลโนนผึ้ง ได้นำความเดือดร้อนของประชาชนมาด้วยเรื่องขอระบบอำนวยความปลอดภัย เพิ่มเลน (Lane) จราจรรอเร่งความเร็ว เพิ่มไหล่ทาง ขอป้ายเตือนไฟกระพริบ เพื่อลดอุบัติเหตุและ ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในถนนวารินชำราบ-ศรีสะเกษ ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ผ่านไป ยังท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณจารึก ศรีอ่อน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชาครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนชาวบ้านตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ มีพี่น้องประชาชนประมาณ ๒๐ ครัวเรือน ทำกินอยู่บนที่ดินของรัฐ มาช้านาน ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย อยู่มามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะไปจับกุมดำเนินคดีพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากรณีที่ดินของรัฐ รัฐมีนโยบายที่จะจัดสรรที่ดินของรัฐ ให้พี่น้องประชาชนทำมาหากินโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้มติ ครม. ๓๐ มิ.ย. ๒๕๔๑ ผู้ใดอยู่ก่อนมติ ครม. ๓๐ มิ.ย. ๒๕๔๑ ก็สามารถทำกินบนที่ดินของรัฐได้ หรือถ้าหลังจากนั้น เป็นผู้ยากไร้ก็สามารถอยู่ตามมติ คสช. ปี ๒๕๕๗ แล้วก็มีมติต่อมาเมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องไปดำเนินการพิสูจน์สิทธิให้พี่น้อง ประชาชนได้ทำกินบนที่ดินของรัฐได้ถูกต้องนะครับ แต่เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งไม่ยอมทำตามมติ ครม. ครับ จะไปจับกุมดำเนินคดีพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้นะครับ ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของป่าชายเลน เพราะฉะนั้นท่านไปดูมติ ครม. ๒๖ พ.ย. ๒๕๖๑ ที่ดินของกรมป่าไม้ทั้งหมด รวมทั้งป่าชายเลน พี่น้องประชาชนทำกินก่อนมติ ครม. ๓๐ มิ.ย. ๒๕๔๑ มติ คสช. ปี ๒๕๕๗ ต้องทำกินได้ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณทองแดง เบ็ญจะปัก🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส. เขต ๑ จังหวัดสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล มีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การเข้าออกจังหวัดสมุทรสาครนั้น มีทางเข้าออกคือถนนพระราม ๒ ถนนเอกชัย ถนนเพชรเกษม และถนนพุทธมณฑลสาย ๔ ที่เชื่อมต่อกับทางสมุทรสาครนั้น มีคนบอกว่าเมื่อเข้าออกจากทางสมุทรสาครนั้นเข้าออกง่าย สะดวกสบาย จริงครับ ตอนนี้ ก็คือทางสมุทรสาครนั้นให้การเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวกสบาย เพื่อต้องการทำมาค้าขาย หรือเพื่อต้องการให้คนในท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสาครนั้นได้ประกอบอาชีพได้ ได้ทำงานได้ ได้มีเงินมีทองที่จะเลี้ยงดูชีวิตตัวเองและครอบครัวนะครับ จึงเข้าออกง่าย แต่ถ้าบุคคลใดที่ผ่านไป ในจังหวัดสมุทรสาครที่จะเข้าไปทำธุรกรรมในทางโรงงาน หรือทางสถานที่ที่เกี่ยวข้องนั้น จะต้องปิดแมสก์ (Mask) จะต้องมีเจลแอลกอฮอล์ (Gel alcohol) ติดมือไปด้วยทุกสถานที่ และลงไปแล้วต้องทำความสะอาดตัวเองตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยตรงนั้นเราจะได้อยู่กัน แล้วจะได้เปิดประเทศเราได้ง่าย ๆ หรือทำให้เราไม่มีความทุกข์ร้อนอย่างอื่นมากกว่านี้ นะครับ🔗
๒. ได้รับการร้องเรียนจากผู้ทำมาหากินในจังหวัดสมุทรสาครนั้นว่า การเอาของจากสมุทรสาครไปขายในที่ต่าง ๆ นั้นมีแต่คนรังเกียจว่ามาจากสมุทรสาครแล้ว กลัวจะติดโรค แต่อยากจะให้กระทรวงสาธารณสุขนั้นออกข่าวหรือออกคลิป (Clip) สั้น ๆ ว่า ของและอาหารที่ไปจากสมุทรสาครนั้นปลอดภัย และสามารถบริโภคได้ และจะได้ช่วยกัน สนับสนุนหรือช่วยกันดูแลความสะอาดตรงนี้ ขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้ดำเนินการ ตรงนี้ด้วย🔗
แล้วอีกอย่างหนึ่งผมอยากจะเรียนไปทางท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง สาธารณสุขว่า ในจังหวัดสมุทรสาครมีโรงงานเยอะ เราอยากให้ฝึกพนักงานในโรงงานนั้น ๆ ให้เป็นสาธารณสุขอาสา เพื่อรายงานให้สาธารณสุขได้ทราบว่าในแต่ละวัน ๆ ได้คัดกรอง ช่วยเหลือกันอย่างไร ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนางสาวรังสิมา รอดรัศมี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงนะคะ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวน ๒๒ จังหวัดชายทะเล ขอให้รัฐบาล ยกเว้นการควบคุมวันทำการประมงจาก ๒๔๐ วัน ออกไปก่อนอย่างน้อย ๒ ปี🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกำนันสุเทพ เพ็งอุดม ขอให้ขยาย น้ำประปาภูมิภาคในเขตตำบลเหมืองใหม่🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าอาวาสวัดสาธุชนาราม ขอให้ดิฉันประสาน ให้ทางสำนักพระพุทธศาสนาก่อสร้างเตาเผาศพไร้มลพิษ ขอให้สนับสนุนงบประมาณ ในปี ๒๕๖๕ นี้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ ดิฉันได้อภิปรายหลายครั้งแล้วนะคะ เกี่ยวกับถนนเส้น หมู่ ๘ บางแก้ว เชื่อมหมู่ ๓ ตำบลบางจะเกร็ง ขอให้ลาดยาง อันนี้พูดมาหลายปีมากแล้ว ก็ยังไม่ได้ รับการแก้ไข ก็ขอให้ทางท่านช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗
เรื่องที่ ๕ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) สายวัดกลางเหนือเชื่อมบางสะแก หมู่ ๒ เชื่อมหมู่ ๑ บางกุ้ง อันนี้ก็ขอรับการสนับสนุน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกเช่นกัน🔗
เรื่องที่ ๖ ขอให้ชลประทานก่อสร้างสะพานเสริมเหล็กคันกั้นน้ำเค็ม สายอัมพวา-เอกชัย เชื่อมระหว่างตำบลบางช้าง กับตำบลบ้านปรก🔗
เรื่องที่ ๗ ขอให้กรมทางหลวงอนุมัติงบประมาณก่อสร้างทางเดินเท้า พร้อมทางระบายน้ำ ถนนสายสมุทรสงคราม-บางแพ พื้นที่ตำบลบ้านปรก ปัญหาทั้ง ๗ ข้อ ดิฉันจะส่งรายละเอียดให้กับท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปก็เชิญคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสผมได้หารือ ในสภาแห่งนี้ ประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรีนั้น ภัยแล้ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องพื้นที่ผมกราบเรียนว่า วันนี้พื้นที่ในเขตอำเภอหนองม่วง โคกสำโรง พัฒนานิคม โคกเจริญ ลำสนธิ สระโบสถ์ ท่าหลวง ชัยบาดาล พื้นที่ตะวันออกจะทำไร่เดี๋ยวนี้แห้งเกือบหมดแล้วครับ ส่วนพื้นที่ตะวันตก มีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอเมือง พื้นที่ทำนาทั้งหมดไม่สามารถจะทำนาได้ตามปกติ ประเด็นที่ ๑ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ไปบริหารจัดการทำอย่างไรจะมีน้ำ🔗
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาเรื่องแท็กซี่ ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ได้มายื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทยให้หาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถจะ ชำระหนี้ได้ตามเวลา และสุดท้ายนั้นทางแท็กซี่ สมาคมทั้งสหกรณ์แท็กซี่ ทั้งหลายก็ไปยื่น ต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อจะขอขยายเวลาจาก ๙ ปีเป็น ๑๒ ปี เพราะขณะนี้พี่น้องผู้ใช้แรงงานขับแท็กซี่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาชำระ ถ้าใช้เวลา ๙ ปีนั้น ไม่สามารถจะหาเงินมาผ่อนส่งได้ ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ฝากเร่งไปถึง กรมการขนส่งทางบกช่วยกรุณาขยายเวลาจาก ๙ ปี ไป ๑๒ ปีเพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องขับแท็กซี่ ซึ่งโดยพื้นฐานเดิมก็ทำนาอยู่แล้ว หลังจากสิ้นสุดเวลาทำนาก็จะมาขับแท็กซี่ เพื่อเลี้ยงยังชีพครอบครัว ดังนั้นก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าไม่แก้ไขปัญหาพี่น้อง ที่ขับแท็กซี่ และอาชีพชาวนาเป็นหลักก็จะอยู่ในสภาพล้มละลายครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณพิเชษฐ สถิรชวาล🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้ภาพประกอบการหารือครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ สถิรชวาล พรรคประชาธรรมไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้รับการร้องขอจากสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย และผู้ประกอบการโลจิสติกส์ (Logistics) ขอให้ติดตามเรื่องที่นายกรัฐมนตรี และทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจได้เชิญสมาพันธ์มาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๓ เรื่อง การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics) จึงขอให้พรรคประชาธรรมไทยติดตามการขับเคลื่อนและข้อเสนอขอเพิ่ม ความคิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนให้โลจิสติกส์ (Logistics) เป็นอุตสาหกรรมในการสร้างรายได้ เพิ่มจีดีพี (GDP) ของประเทศ โดยการสร้างรายได้ใหม่ ให้ประเทศไทยเป้าหมาย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ดังสโลแกน (Slogan) โลจิสติกส์ไทย สร้างคน สร้างงาน และสร้างชาติ โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนอยู่ ๓ ข้อครับ🔗
๑. ขอให้มีสำนักงานโลจิสติกส์ (Logistics) แห่งชาติ🔗
๒. ขอให้ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistics) เป็นอุตสาหกรรมขับเคลื่อนตัวที่ ๕ ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ สร้างรายได้ให้ประเทศ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี🔗
๓. ขอให้มีมาตรการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ (Logistics) และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอให้ใช้พื้นที่ที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย ก็คือที่อีอีซี (EEC) เนื่องจากความพร้อมทั้งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีสนามบิน ท่าเรือ รถไฟและการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งมีกฎหมายพิเศษที่สามารถ ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และในโอกาสนี้ผมขอส่งเอกสารข้อเสนอการขับเคลื่อน ระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วยอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics) ของสมาพันธ์โลจิสติกส์ (Logistics) ไว้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านให้ท่านประธานสภาครับ ขอบคุณครับ🔗
ได้ครับ ยินดีครับ ต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล มีเรื่องหารือท่านประธานครับ แต่ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่าน ผอ. เขตคลองสาน ท่าน ผอ. ชาติชาย กุละนำพล ที่ได้ปฏิบัติตาม ข้อร้องเรียนของผมที่ส่งผ่านท่านทรงวุฒิ จันทร์อำนวยโชค ว่าที่ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน พรรคก้าวไกลไปนะครับ เรื่องที่จะขอหารือท่านประธานมี ๒ เรื่องครับ🔗
ผมได้รับเรื่องจากว่าที่ผู้สมัคร สก. พรรคก้าวไกล เขตธนบุรี สุประวีรณ์ น้อยสุขยิ่ง ว่าในเขตธนบุรีมีสายไฟฟ้าพันกันรกรุงรังมากมายทั้งถนนใหญ่ที่ไม่งามตา แล้วก็เป็นอันตราย เวลาฝนตกหรือว่าลมแรงนะครับ แล้วส่วนที่สองก็คือในเรื่องของในซอยเล็กต่าง ๆ เข้าใจอยู่ว่า บางทีมันเป็นเรื่องของพื้นที่ของเอกชนและเขตไม่สามารถตัดได้ อย่างไรก็ช่วยดำเนินการ ให้เรียบร้อยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากว่าที่ผู้สมัคร สก. เขตบางกอกใหญ่ ต้นศักดิ์ ใหลสุวรรณ พรรคก้าวไกล ก็ได้ร้องเรียนมาว่าประชาชนร้องเรียนมาหนาหูมากเรื่องถนน ในซอยเพชรเกษม ๔ หรือว่าซอยวัดสังข์กระจายนะครับ ซึ่งปกติแล้วเข้าใจอยู่ครับว่า ถนนมันแคบมากอยู่แล้วนะครับ แล้วการจราจรติดขัดมีความพยายามในการจัดการหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นการทำวันเวย์ (One-way) เองก็ดี หรือว่าการจัดจราจรแบบเป็นเวลาแต่ก็ไม่ดีขึ้น ทั้งนี้ส่วนสำคัญที่สุด ที่ต้องจัดการโดยเร็วเพราะว่าล่าสุดสัปดาห์ก่อนมีอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตนะครับ เป็นคุณลุงท่านหนึ่ง ได้เสียชีวิตลงไป เพราะว่าบางครั้งถนนก็แคบแล้วรถก็ยังขับเร็วอยู่ ประกอบกับไม่มีทางเท้า ฟุตพาท (Footpath) มันก็เป็นอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา อยากให้สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ ช่วยไปจัดการ อาจจะเป็นตีเส้นก็ได้นะครับที่มันแบบกึ๊ก ๆ รถจะได้ช้าลง ไม่ต้องถึงกับ หลังเต่าหรอกครับ เพราะว่าหลังเต่าบางทีก็เป็นอันตรายต่อมอเตอร์ไซค์นะครับ อย่างไร ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กทม. แล้วก็สำนักงานเขตด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณนริศ ขำนุรักษ์🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำสะพานและถนนเข้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่หมู่ ๒ และหมู่ ๔ ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง คือถนนไปสู่ภูรุ่งแจ้งกับไปสู่ควนนกเต้น ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างกันมาด้วยมือ ของชาวบ้าน แต่ว่าสำหรับถนนนั้นเกินกำลังของพี่น้องประชาชน🔗
๒. ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดทำสนามกีฬาประจำตำบล โคกสัก อำเภอบางแก้ว ด้วยเหตุที่คนในพื้นที่ดังกล่าวเล่นกีฬากันเป็นจำนวนมาก และไม่มี สนามกีฬาที่ได้มาตรฐานให้คนเล่นได้ทั้งปี🔗
๓. ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำโครงการพัฒนาย่านชุมชนบริเวณบ้านด่านโลด ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ทั้ง ๒ ข้างทางมีร้านค้า มากมาย ถ้าโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จก็จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความสวยงาม🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตั้งคณะกรรมการจัดหาที่ดินที่มีความเหมาะสมในการทำสนามบินพัทลุงคู่ขนานไปกับ การทำการศึกษาความเป็นไปได้ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว ๒ เวทีในขณะนี้ โดยกระทรวงคมนาคม หากพื้นที่ใดที่มีความเหมาะสมเป็นของส่วนราชการ ขอให้คณะกรรมการชุดนี้ได้หาที่ใหม่ มาทดแทน เพราะสนามบินของจังหวัดพัทลุงที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้อยู่ในขณะนี้ ๒ เวทีนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้มี แล้วหากมีแล้วก็จะทำให้เกิดประโยชน์ ทั้งการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดพัทลุงกำลังเป็นจังหวัดที่เป็นการท่องเที่ยวและจะทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศ โดยเฉพาะการคมนาคมมีการขยายตัวรองรับกับความเติบโตต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้นะคะ ดิฉันมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน รบกวนขอภาพด้วยค่ะ🔗
ดิฉันได้รับร้องเรียน จากประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของการที่มีรถขนส่งจอดขึ้นลงสินค้าเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ รองเมืองซอย ๑ ถึงซอย ๔ บริเวณใกล้วัดสระบัว ทำให้เกิดการกีดขวางเส้นทางจราจร แล้วก็ทางเดินเท้า เมื่อสูญเสียพื้นที่จราจรไปแล้วถึงครึ่งหนึ่งก็ทำให้เกิดการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน ช่วงประมาณบ่ายสอง บ่ายสามนะคะ รถจะติดมากค่ะ เมื่อประชาชนได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาอย่างจริงจัง เวลาที่เจ้าหน้าที่มาดำเนินการ รถขนส่งก็จะออกไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ กลับไปนะคะ รถเหล่านี้ก็จะกลับมาจอดเหมือนเดิมแล้วก็ขนถ่ายสินค้ากัน ปัญหาเหล่านี้ จึงยังคงอยู่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างไร พี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน ดิฉันจึงอยากขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาในการที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และโปร่งใส เพื่อคลายความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ในแขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ที่ค้างอยู่นะครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขอเชิญ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันคะนอง จันทิมา และผู้ใหญ่บ้าน อีก ๑๐ หมู่นะครับ เรื่องของตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ สะพานข้ามแม่น้ำอิงนะครับ ขอภาพด้วยครับ🔗
สะพานข้ามแม่น้ำอิงตอนนี้ ชำรุดทรุดโทรม รถบรรทุกสินค้าเกษตรไม่กล้าที่จะข้าม เพราะว่าชำรุดทรุดโทรม กลัวว่า สะพานจะพัง อันนี้เชื่อมอยู่ ๕ ตำบล ๓ อำเภอ ก็ขอให้ทางกรมชลประทาน แล้วก็ กรมทางหลวงชนบทช่วยมาดูแลเรื่องของสะพานอันนี้นะครับ เพราะว่าพี่น้องร่วมหมื่นไร่ ที่เป็นเจ้าของเดือดร้อนว่าสินค้าเกษตรไปมาไม่ได้นะครับ🔗
อันที่ ๒ เรื่องหนองไคร้ไหวหลวงนะครับ หนองไคร้ไหวหลวงนี่อยู่ที่ตำบลบุญเรือง เหมือนกันนะครับ พี่น้องชาวบ้านเขาก็บอกว่าถ้าขุดลอกพื้นที่ ๓๐๐ ไร่นี้ได้ ตำบลบุญเรือง ก็จะหมดปัญหาเรื่องน้ำนะครับ เพราะตอนนี้ขอมา ๑๐ ปีแล้วก็ไม่มีการขุดลอกให้นะครับ ก็ฝากกรมชลประทานว่าเรามีพื้นที่เพื่อพัฒนาให้เกิดการเก็บน้ำเป็นแก้มลิงแต่ก็ถูกละเลย ขอฝากกรมชลประทานจริง ๆ นะครับ ช่วยออกมาสำรวจแล้วก็ขุดลอก ตำบลบุญเรือง ก็จะขอบคุณกรมชลประทานนะครับ จะยกขบวนเอารถทัวร์มาที่กรมชลประทานนะครับ จะเอาของขวัญมาฝากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณหมอชลน่านครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน มีเรื่องกราบเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ด้วยกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากพี่น้องหมู่ ๑ ตำบลอ่ายนาไลย คือบ้านหน้าผา มีความเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค มีความประสงค์ที่จะรับการก่อสร้าง ประปาขนาดใหญ่ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลอ่ายนาไลยได้ดำเนินการเสนอของบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ในหมวดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจผ่านไปเรียบร้อย ได้รับการจัดสรร แต่ว่า มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุจำเป็นที่อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเปลี่ยนพื้นที่ไปเป็น บ้านหมู่อื่นนะครับ ทางพี่น้องราษฎรในบ้านหมู่ ๑ ก็ยังยืนยันความประสงค์และความจำเป็น และทางองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าของพื้นที่ก็เห็นความจำเป็นก็ได้ทำเรื่องผ่านท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นเพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นที่การก่อสร้าง ก็กราบเรียนท่านประธานขออนุญาตติดตามผลความก้าวหน้าว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การก่อสร้างในงบประมาณก้อนนี้ให้กับพี่น้องประชาชนบ้านหมู่ ๑ ตำบลอ่ายนาไลยหรือไม่ อย่างไรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้านน้ำปั้ว มีอยู่ ๓ หมู่ครับท่านประธานครับ โรงเรียนชุมชนบ้านน้ำปั้วขอรับการสนับสนุนก่อสร้างอาคารเรียนเพื่อทดแทนอาคารเรียนเดิม ซึ่งมีการชำรุด ผุพังเนื่องจากมีน้ำท่วม น้ำเซาะ ของบประมาณ ๒-๓ ปี ท่านประธานครับ ปีนี้อยู่ในแผนแต่ว่ายังไม่ได้รับการพิจารณา ทราบข่าวว่าทางกระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณา กรณีถ้ามีงบเหลือจ่ายให้ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการประถมศึกษานะครับ เพื่อขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนให้กับ โรงเรียนชุมชนบ้านน้ำปั้วให้กับพี่น้องที่มีความยากลำบากเกี่ยวกับเรื่องสถานที่นะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพทั้ง ๒ หน่วยงานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ผมก็ถือโอกาส สรุปทั้ง ๔๐ ท่านเลยนะครับ ขออนุญาตแสดงความชื่นชม แล้วก็ขอบพระคุณที่ทุกคน ได้นำปัญหาของประชาชนมาหารือ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนนะครับ กรณีที่สมาชิก บ่นเรื่องที่ส่งเรื่องไปแล้วก็ยังไม่ได้รับตอบ ก็จะพยายามให้สภาติดตามให้อีกทีนะครับ ก่อนที่จะเปิดประชุมนะครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงคุณศรีนวลนะครับ เราจะได้ทราบ ร่วมกันด้วย เรื่องธงชาตินั้นได้มีการประดับครับ เฉพาะห้องนี้นะครับ ห้องนี้มีปัญหาก็คือ ยังไม่จบครับ การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ยังตกลงไม่ได้เรื่องจิตรกรรมฝาผนังที่ด้านหลัง ของประธาน เพราะฉะนั้นธงชาติที่มีความหมายตรงนี้ก็คงยังไม่จบ แต่ว่าด้านอื่นนั้น เจ้าหน้าที่อธิบายผมมาแล้วว่าได้ประดับธงชาติไทยริมถนนทหาร อาคารสภาผู้แทนราษฎร และริมถนนสามเสน ก็เรียนคุณศรีนวลและเพื่อน ๆ สมาชิกได้รับทราบ🔗
ขณะนี้มีเพื่อนสมาชิก มาลงชื่อแล้วทั้งหมด ๓๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุม วาระต่อไปก็จะไล่ไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ก็เรียนว่าในระหว่างกระทู้ถาม ในกระทู้ถามแยกเฉพาะท่านรองประธาน ก็จะทำหน้าที่เป็นประธาน วันนี้จะมีกระทู้ถามแยก ๖ กระทู้ ส่วนที่นี่ก็จะเริ่มด้วย กระทู้ถามสดด้วยวาจา ความจริงกระทู้ถามแรกก็เป็นกระทู้ถามของคุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบให้รัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ชี้แจง แต่ว่าได้แจ้งว่าขณะนี้รัฐมนตรี กำลังเดินทางมา เนื่องจากติดเปิดงาน แต่ว่ามีกระทู้ที่รัฐมนตรีขอเลื่อนไปก็คือกระทู้ที่ ๑.๑.๒ ของคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ซึ่งถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แจ้งขอเลื่อน เนื่องจากติดภาระสำคัญไม่สามารถมาตอบได้ ท่านอุบลศักดิ์ขออนุญาตผม ขอชี้แจงเรื่องนี้ เชิญเลยครับ คุณอุบลศักดิ์เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เนื่องจากพี่น้องประชาชน เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส พรรคจึงได้ให้โอกาสผมได้ตั้งกระทู้สดเพื่อถามรัฐบาลว่าการแก้ไข ปัญหาได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ อาทิตย์ที่แล้วผมก็ยื่นกระทู้สดท่านก็ติดภารกิจ อาทิตย์นี้ท่านประธานก็ได้กรุณาบอกไปแล้วว่าให้รัฐมนตรีว่าการซึ่งกำกับดูแลชลประทาน โดยตรงให้มาชี้แจง ผมเจอหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็บอกหัวหน้าพรรคบอกให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาชี้แจง ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวสั่งไปให้ แต่ ณ วันนี้ท่านก็ไม่ยอมมาอีก เนื่องจากท่านอาจจะไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร ท่านอาจจะ อายก็ได้ ท่านเกรงใจหรือเปล่าไม่ทราบ ทำไมท่านไม่กล้ามาตอบพี่น้องประชาชน ประชาชน จะได้เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บริหารกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ทั้งหมดนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านคุมกรมชลประทานโดยตรง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ตกลงท่านประธานจะให้ผมเกริ่นนิดหน่อย หรือจะซักถาม หรือท่านจะมาตอบ ครั้งหน้า ผมไม่ทราบครับ🔗
คงตอบครั้งหน้า แต่ว่า อนุญาตให้ท่านอุบลศักดิ์ได้ปรารภเรื่องนี้ตามที่ขอ ผมก็อนุญาตครับ แต่ว่าคำตอบนั้น เนื่องจากท่านไม่อยู่ ก็คงไม่มีใครตอบแทนครับ🔗
เมื่อไม่มีคำตอบ ท่านประธานครับ หารือท่านประธานก่อนครับว่าอาทิตย์หน้าผมจะมีโอกาสได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีหรือไม่ หรือรัฐมนตรีมาตอบเลย อย่างไรไม่ทราบครับ🔗
ผมจะแจ้งไปนะครับ ท่านอุบลศักดิ์กรุณายื่นอีกที แล้วจะแจ้งไปให้ทางรัฐบาลได้รับทราบครับ🔗
ผมอาจจะฉายภาพให้สั้น ๆ คร่าว ๆ ว่า โครงการดังกล่าวนั้นเนื่องจากเป็นโครงการที่เขาเรียกว่าโครงการน้ำไพศาลี ไพศาลีเป็น ชื่อเขตอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานจะตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ แต่อ่างเก็บน้ำ ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ลพบุรีทั้งหมด ท่านประธานครับ ให้ช่วยส่งให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ช่วยชี้แจงครับ🔗
อันนี้คือที่อ่างเก็บน้ำไพศาลีจะเห็นว่า วันนี้อ่างเก็บน้ำน้อยมาก อย่างไรก็ตามครับ และพื้นที่ติดต่อกันนั้นก็มีพร้อมจะทำอ่างเก็บน้ำ อีกมากมายในเขตอำเภอโคกเจริญ คือตำบลหนองมะค่า ตำบลวังทอง ตำบลยางราก ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็จะให้ท่านประธานได้เห็นวันนี้ว่าตรงนี้เขตอำเภอหนองม่วง อ่างเก็บน้ำมีแต่ดิน ไม่มีน้ำเลยแม้แต่หยดเดียว ชี้ให้เห็นเลยว่าอยู่ในเขตอำเภอหนองม่วง คือตำบลดงดินแดง ตำบลบ่อทอง ถามว่าวันนี้ รัฐบาลจะมีปัญญาทำไหมถ้ามาถึงรูปภาพเมื่อสักครู่นี้ หยุดก่อนครับให้ท่านประธานได้เห็น ท่านจะเห็นว่าวันนี้เขื่อนกั้นน้ำที่ตำบลเกาะแก้ว ปรากฏว่าพังหมดแล้วครับเก็บน้ำไม่อยู่🔗
คุณอุบลศักดิ์ครับ รายละเอียดเอาไว้ตอนที่ได้ถามรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ🔗
ได้ครับ🔗
อนุญาตให้ชี้แจงเล็กน้อย เพื่ออย่างน้อยได้ทราบความเดือดร้อนครับ🔗
ครับ ผมขออนุญาตสรุปง่าย ๆ ว่า วันนี้โครงการในพื้นที่ดังที่ผมกราบเรียนไปในเบื้องต้นแล้วว่า ไม่ว่าอำเภอโคกเจริญ อำเภอหนองม่วง หรืออำเภอชัยบาดาล แม้แต่อำเภอพัฒนานิคมที่ตั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก็จะได้เห็นว่าภาพตรงนั้นจะมานำแสดงว่าอ่างเก็บน้ำมันไม่มีน้ำเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ความจำเป็นเร่งด่วนทำให้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน ผมให้เห็นภาพสั้น ๆ ครับว่าวันนี้ นี่คือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ณ วันนี้พี่น้องลพบุรี อยู่เอือดเขื่อนเห็นไหมครับ ระดับน้ำไม่มีเลย ไปถ่ายมาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่นานมานี้ ก็จะเห็นว่าตรงที่ผมยืนนั้นปรากฏเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ชี้ให้เห็นเลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทุ่งทั้งหมดคืออ่างเก็บน้ำแต่ไม่มีน้ำเลย🔗
ครับ สมควรแก่เหตุผลนะครับ🔗
อันนี้ผมอยากจะนำเรียนว่า อยากฝากไป ก่อนล่วงหน้า ถ้าหากว่าท่านกลัวจะตอบโจทย์ไม่ได้ท่านไปหาข้อมูลมาตอบเลยก็ได้ครับว่า ครั้งหน้านั้นท่านจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไรให้นำมาเสนอเลย พี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรี และพี่น้องจังหวัดใกล้เคียง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี จนถึงสมุทรปราการ ถึงกรุงเทพฯ เขาก็จะต้องใช้น้ำตรงนี้ และปัญหาที่เร่งด่วนในขณะนี้คือกรุงเทพมหานคร เดือดร้อนเรื่องน้ำประปา น้ำประปาท่านทราบไหมครับว่าวันนี้ต้องเอาน้ำเจ้าพระยา ป่าสัก มาหนุน🔗
คุณอุบลศักดิ์ครับ ผมคิดว่าให้เวลาพอสมควรนะครับ ต่อไปก็จะเข้ากระทู้ถามสดครับ🔗
ผมก็ขอขอบคุณท่านประธานว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนไปสั้น ๆ นั้นเที่ยวหน้าท่านประธานสั่งกำชับขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น เพราะคุมกรมชลประทานโดยตรง ถ้าคนอื่นมาตอบก็จะตอบประชาชนไม่ชัดเจนครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๑๑๔ ส. เรื่อง วิกฤติโควิด (COVID) ต่อเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวกับคนขายลอตเตอรี่และเบี้ยคนชรา (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ซึ่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คุณจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติโควิด (Covid) ต่อเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับ คนขายลอตเตอรี่และเบี้ยคนชรา ขอเชิญคุณยุทธพงศ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาเพื่อถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่อง สถานการณ์วิกฤติโควิด (COVID) ระลอก ๒ แล้วก็มีผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะในเรื่องของค่าครองชีพที่มีราคาสูง วันนี้ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องสำคัญที่จะ เรียนถามผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ๒ เรื่องนะครับ ก็คือ เป็นปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหาของคนจนที่เขากำลังเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้🔗
เรื่องแรกก็คือเรื่องปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพง ท่านประธานครับ คนขาย ลอตเตอรี่มีเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคนทางภาคอีสาน ผมยกตัวอย่างเช่นที่บ้านผม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม หรือที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย พี่น้องประชาชน ทางภาคอีสานพอหมดฤดูกาลเพาะปลูก ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรก็มาขายลอตเตอรี่ เพราะว่า เป็นอาชีพที่ทำได้ง่าย แล้วก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก🔗
แล้วขณะนี้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เคย ทำงานโรงงานก็ตกงานก็มาขายลอตเตอรี่ คราวนี้ท่านประธานครับ ปัญหาสำคัญในวันนี้ก็คือ เรื่องลอตเตอรี่ราคาแพง ต้นทุนราคาแพง อย่างลอตเตอรี่ท่านประธานครับที่ผมนำมา ผมขออนุญาตท่านประธานได้ใช้แผ่นป้าย แล้วก็ได้ให้ตรวจสอบแล้ว อย่างลอตเตอรี่ที่ขาย ใบหนึ่งราคาหน้าตั๋ว ๘๐ บาท แต่งวดที่จะออกงวดถัดไปตอนนี้ต้นทุนมา ๙๓ บาท งวดที่จะ ออกวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ คนที่ไปขายลอตเตอรี่ซื้อมา ๙๓ บาท ก็ไปขาย ๑๐๐ บาท หรือกรณีเขาเรียกว่าเลขชุด ๕ ใบ ถ้าถูกใบหนึ่งได้ ๖ ล้านบาท รางวัลที่ ๑ นะครับ ก็ได้ ๓๐ ล้านบาท อย่างงวดนี้นะครับ ต้นทุนนะครับ ท่านประธานครับ ก็คือเขาขายกันอยู่ ๖๐๐ บาท ต้นทุนก็คือใบละ ๑๒๐ บาท คราวนี้ท่านประธานครับ ปัญหาก็คือว่าในแต่ละงวด สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้พิมพ์ลอตเตอรี่ จำนวน ๑ ล้านเล่ม เล่มหนึ่งมี ๑๐๐ ใบ ก็เป็นทั้งหมด ๑๐๐ ล้านใบ โดยเฉลี่ยครับท่านประธาน อย่างคนขายลอตเตอรี่คนหนึ่ง ก็จะขายอยู่ประมาณ ๕ เล่มต่องวด ถ้ารับมา ๙๓ บาท ไปขาย ๑๐๐ บาท ก็จะได้กำไร ใบหนึ่งประมาณ ๗ บาท ๕๐๐ ใบก็จะได้ประมาณ ๓,๕๐๐ บาท คราวนี้ท่านประธานครับ ก็จะถูกจับนะครับ เพราะว่าเขาไม่ให้ขายเกิน ๘๐ บาท ถ้าถูกตำรวจจับนี่ก็จะต้องเสียค่าปรับ ๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าไม่อยากจะถูกจับก็ต้องเสียเงินให้กับตำรวจท้องที่หนึ่งเฉลี่ยต่องวด คนละ ๓๐๐ บาท คราวนี้ท่านประธานครับ หลังจากที่ทางผมและพรรคเพื่อไทยได้นำเรื่อง ลอตเตอรี่ขายเกินราคาแล้วก็ทำให้คนขายเดือดร้อน แล้วปัจจุบันก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่า ลอตเตอรี่ก็ขายยาก เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าประชาชนช่วงนี้ก็มีปัญหา ทางเศรษฐกิจก็ไม่มีเงินจะซื้อ ขายก็ลำบาก ปรากฏว่าท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลบอกว่าลอตเตอรี่ถ้าใครขายเกินราคามีรางวัลนำจับให้ ๑,๐๐๐ บาท และขณะเดียวกันจะเพิ่มโทษจากที่ถูกปรับ ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งผมก็ต้อง เรียนท่านประธานครับว่า ถ้าทำอย่างนี้มันก็ยิ่งเดือดร้อน เพราะอะไรครับ เพราะคนที่ ขายลอตเตอรี่นี่ ท่านประธานครับ ไปรับมาต้นทุนก็ ๙๓ บาท มาขาย ๑๐๐ บาท ถ้าถามบอกว่า แล้วที่ให้ไปกดตู้ที่ธนาคารกรุงไทยล่ะครับ ที่ต้นทุนใบหนึ่ง ๗๐ บาท ๔๐ สตางค์ ท่านประธานครับ ไปกดเถอะครับมันกดไม่ได้ครับ เพราะว่าสลากมันไม่ไปถึงมือคนขายรายย่อย แล้วสลาก ที่ไปซื้อนี่ไปซื้อที่ไหนครับ ท่านประธานครับ ไปซื้อที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรงสนามบินน้ำ เขาเรียกว่าไปซื้อกับยี่ปั๊วครับ ซื้อเท่าไรก็มีขาย แต่ว่าคนขายรายย่อยไม่มี คราวนี้ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดมานานแล้วท่านนายกรัฐมนตรีเคยมอบหมายให้ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือบิ๊กแดง ในขณะนั้นท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบก ให้มาเป็น ประธานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อมาแก้ปัญหา ตั้งแต่บิ๊กแดงมาเป็นจนบิ๊กแดงเกษียณ ไปแล้วก็ยังแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้เลย และขณะเดียวกันท่านประธานครับคนจนก็เดือดร้อน เพราะว่า ท่านประธานก็เห็นในรูปนะครับว่าคนไม่มีอาชีพจะทำก็ไปขายลอตเตอรี่ ทุกคนขายเกินราคาหมด ไปสู่คำถามผมเลยนะครับท่านประธานครับ🔗
คำถามผม ข้อที่ ๑ ครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ที่ลอตเตอรี่ขายเกินราคา แล้วท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะให้คนขายรายย่อย ที่เป็นประชาชนทั่วไป ที่เขาประกอบอาชีพขายลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นอาชีพที่สุจริต ทำอย่างไรให้เขาสามารถเข้าถึง ไปซื้อลอตเตอรี่ในราคาต้นทุนนะครับ ๗๐ บาท ๔๐ สตางค์ กระจายอย่างไรให้ทั่วถึง และท่านจะแก้ปัญหาในเรื่องของลอตเตอรี่ราคาแพง แล้วก็พวกยี่ปั๊วที่ลอตเตอรี่มาอยู่ในมือ ยี่ปั๊วอย่างไร เพราะว่าต้องถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านเคย ขึงขังครับว่าท่านจะเข้ามาแก้ไขปัญหาลอตเตอรี่นะครับ แล้วก็จนถึงขณะนี้ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้ รับการแก้ไข และคนก็เดือดร้อนมากในช่วงสถานการณ์วิกฤติทางเศรษฐกิจเนื่องจากปัญหา โควิด (COVID) ครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมเลยถือโอกาสเรียน ท่านรัฐมนตรี แล้วก็คุณยุทธพงศ์ไปด้วยนะครับว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจานี้ ใช้เวลา กระทู้ละไม่เกิน ๓๐ นาทีนะครับ เราก็เลยแบ่งออกไปเป็นฝ่ายละ ๑๕ นาที โดยอนุญาต ให้ถามได้ ๓ ครั้ง ตามข้อบังคับครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดมหาสารคาม กระทู้สด เรื่องของผลกระทบจากเศรษฐกิจ และท่านก็ได้ยกตัวอย่างให้ว่าวันนี้ผู้ประกอบอาชีพ ที่ขายลอตเตอรี่หลังจากที่ไม่มีงานทำนั้น มีรายได้ที่น้อยจำกัด แล้วก็เมื่อวานนี้สำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศว่ามีรางวัลนำจับ เพิ่มโทษการปรับนะครับ ก็กราบเรียนว่า สิ่งที่ท่านมีความห่วงใยนั้น ทางรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาขายเกินราคา เพราะว่า ทราบว่ามีทั้งกระทู้ ทั้งจดหมายร้องเรียนไปทางรัฐบาลเยอะ รัฐบาลก็ได้มอบให้กับสำนักงาน สลากกินแบ่งไปแก้ไข ก็มาประกาศว่าถ้าเผื่อใครขายเกินราคาก็จะเพิ่มการปรับเบี้ยปรับ ให้สูงขึ้นนะครับ นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ว่าต้นเหตุที่ลอตเตอรี่นั้นมีราคาแพงก็อย่างที่ ท่านกราบเรียนว่าไม่สามารถเข้าถึงลอตเตอรี่ใบละ ๗๐ บาท ๔๐ สตางค์ ที่กระจายให้ ทั่วถึงได้ ฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องไปแก้ไขปัญหาคือการกระจายให้ทั่วถึง โดยอาจจะผ่านจังหวัด หรืออาจจะผ่านช่องทางอื่น ผมต้องกราบเรียนว่าตรงนี้ก็จะต้องไปประสานงานกับกระทรวงการคลัง แล้วก็สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วก็กระทรวงมหาดไทยว่าจะสามารถกระจายให้ทั่วถึง แก้ไขปัญหาคอขวดในการที่อุปสงค์ อุปทานนั้นไม่มีความสมดุล แล้วก็ต้องแก้ปัญหายี่ปั๊วด้วย ก็จะรับไปประสานงานกับกระทรวงการคลังครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณยุทธพงศ์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับว่าให้ช่วยกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องลอตเตอรี่ราคาแพง โดยเร่งด่วนนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมครับท่านประธาน ก็คือเป็นเรื่องของความเดือดร้อนจาก วิกฤติโควิด (COVID) เศรษฐกิจนะครับ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพคนชรา คือการที่คนชรา บางคนก็คือคนแก่นี่นะครับ ได้รับเบี้ยบำนาญพิเศษ ซึ่งเป็นเงินที่ทางกรมบัญชีกลางได้จ่ายให้ แล้วก็เบี้ยผู้สูงอายุก็เพิ่งมาออกทีหลัง ออกเมื่อปี ๒๕๕๒ จ่ายโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันก็จ่ายกันมา ๑๑ ปีแล้ว ซึ่งท่านประธานจะเห็นนะครับ ขออนุญาตขอรูปในจอด้วย นะครับเจ้าหน้าที่🔗
ก็จะเห็นนะครับว่าขณะนี้ คนที่รับเบี้ยยังชีพคนชรา บางคนก็ถูกเรียกเงินคืนเป็นแสนบาท อย่างคุณยายนี่ก็ป่วยหนัก เป็นอัมพฤกษ์ ยายฟองอายุ ๘๙ ปี ก็ไม่มีปัญญาจะจ่ายให้คืนนะครับ ก็เดือดร้อน แล้วก็ อีกหลายคน อีกจำนวนมากเลยนะครับ ซึ่งผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า มันเป็นเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางก็รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ถ้าคุณได้เงินบำนาญพิเศษแล้วคุณไม่มีสิทธิที่จะรับเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการซ้ำซ้อน ผมจะสรุปง่าย ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจก็คือว่า รับได้เพียงทางเดียวนะครับ กรมบัญชีกลางที่ไปจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้กับคนที่ไม่มีสิทธิควรที่จะต้องรับผิด เพราะว่า มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ มันเป็นความผิดสำเร็จนะครับ เพราะว่า มันเป็นความผิดพลาดของกรมบัญชีกลางเอง แล้วก็คุณจ่ายเงินหลวงออกไปโดยคุณไม่ได้ มีการตรวจสอบมันไม่ใช่เป็นความผิดของคนแก่หรือคนชราที่จะต้องมารับผิดชอบ เพราะคนแก่ หรือคนชราก็เป็นเพียงลาภที่มิควรได้ และขณะนี้ผมก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่า คนแก่ คนชรา ซึ่งท่านประธานก็เห็นในรูปนะครับว่าเดือดร้อน ลูกก็ตายในราชการสงคราม แล้วขณะนี้ก็เดือดร้อนไม่มีเงินที่จะมาจ่ายคืนในสภาพที่วิกฤติทางเศรษฐกิจ วิกฤตโควิด (COVID) นี่นะครับคนแก่ทำงานไม่ได้ ไม่มีรายได้ นี่เป็นที่น่าเห็นใจ คำถามผมนะครับ ท่านประธานครับว่า🔗
๑. เรื่องนี้จะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าคนที่เคยได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังจะได้รับต่อไปอีกไหมหรือจากนี้ไปจะไม่ได้รับแล้ว เพราะว่าจะรับได้เพียงทางเดียวก็คือ เงินบำนาญพิเศษเท่านั้น คุณจะไปรับเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนกันอีกไม่ได้นะครับ ก็อยากจะถาม ความชัดเจนว่ายังจะจ่ายให้อีกไหม🔗
คำถามที่ ๒ ทางท่านนายกรัฐมนตรีจะเอาผิดกับกรมบัญชีกลางไหม เพราะว่า เรื่องทั้งหมดมันเป็นความผิดพลาดของกรมบัญชีกลาง ท่านจะดำเนินการอย่างไรกับกรมบัญชีกลาง ขอบคุณครับ🔗
ครับ ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดมหาสารคาม ประเด็นของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็อยากจะกราบเรียนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่ท่านได้ กราบเรียนมาแล้วว่ามีการจ่ายเงินให้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ถ้าเผื่อท่านจำได้ผมเองเป็นคนที่เสนอ พ.ร.บ. นี้ในสภาเช่นกัน ณ วันนั้นวันที่เริ่มต้น พ.ร.บ. ผู้สูงอายุมีจำนวนไม่มากนะครับ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุนี้มีปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๖ นี่คือมีประชากรผู้สูงอายุที่เกิน ๖๐ ปีไม่กี่ล้านคน พอมาปีนี้ปี ๒๕๖๔ เป็นปีแรก ที่สังคมไทยเข้าสู่ผู้สูงวัยที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น มากกว่าเด็กที่เกิดใหม่นะครับ วันนี้มีประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรคือ ๑๒ ล้านคน แล้วก็ในอนาคตอันใกล้ ปี ๒๕๗๘ ก็จะเพิ่มเป็น ๒๐ ล้านคน คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ได้ไปสอบถามสาเหตุที่เจอเรื่องนี้ก็คือว่า ประมาณปี ๒๕๖๑ กรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็กลุ่มกิจการ ผู้สูงอายุได้มีการบูรณาการตัวเลข เพื่อตรวจสอบความแม่นยำความถูกต้องของผู้ที่ได้รับสิทธิ เบี้ยยังชีพคนชรา ก็ปรากฏว่าจากจำนวนประชากรประมาณ ๑๒ ล้านคน ที่มีผู้ขอใช้สิทธิ รับเบี้ยยังชีพนี้ของผู้สูงอายุนี้ ๑๐,๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีตัวเลขที่มีการซ้ำซ้อนอย่างที่ ได้กราบเรียนไปแล้ว ๑๕,๓๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่ามันมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันถ้าท่านเป็นวิศวกรที่ท่านฝึกมักท่านจะเห็นว่าตัวเลข ความผิดพลาดนั้นความถูกต้องของตัวเลขนั้น ๙๙.๙๙๙ เปอร์เซ็นต์ ที่ตัวเลขถูกต้อง ไม่มีความซ้ำซ้อน มีเพียง .๐๐๐๑ เท่านั้น ซึ่งก็ได้เข้าไปแก้ไขด้วยการที่กระทรวง พม. ซึ่งมีภารกิจในการดูแลผู้สูงอายุก็ได้ประสานงาน ในเบื้องต้นกับสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย แล้วก็ทนายอาสาทั่วประเทศว่าไปติดต่อ ผู้สูงอายุทั้งหมดซึ่งเรามีชื่ออยู่แล้ว จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า กรณีที่ถ้ามี ใครเรียกร้องให้เรียกเงินคืนก็ให้ใช้ทนายเหล่านี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นั่นคือสิ่งที่เรากังวล ประการแรก🔗
ประการที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายมาฉับพลันเหมือนกันว่า ให้ ๓ กรมนี้ไปบูรณาการกัน แล้วก็ให้มีการหาทางออกให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้กระทบผู้สูงอายุ เป็นผู้เดือดร้อน แล้วก็ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเสีย ก็กราบเรียนว่าขณะนี้นับจากวันที่เกิดเหตุ มีการประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง คือเมื่อวันจันทร์กับวันพุธ แล้วก็พรุ่งนี้จะเป็นการประชุมด่วน ของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติจะมาตกลงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้จะหาทางออกทางกฎหมาย ได้อย่างไร แล้วก็แนวทางทุกคนที่เห็นชอบกันหมดก็คือไม่ควรจะเรียกเงินคืนจากผู้สูงอายุเลย จะต้องไปหาทางออกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง กราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่กำลังทำอยู่ แล้วก็เชื่อว่าจะมี ความชัดเจนหลังจากพรุ่งนี้ที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้ไปแก้ปัญหานี้ ขอกราบให้ทราบครับ🔗
คุณยุทธพงศ์ถาม คำถามที่ ๓ ได้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องเบี้ยยังชีพคนชราหรือผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แล้วก็เป็นเรื่องที่ต้องฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะต้องดูแลคนชราเหล่านี้ เพราะว่าพวกผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นห่วงครับ เพราะว่าผมเป็นผู้แทน ในต่างจังหวัด ในภาคอีสาน คนต่างจังหวัดท่านประธานก็ทราบดีว่ามีฐานะยากจน แล้วก็ขณะนี้ วิกฤติโควิด (COIVD) วิกฤติเศรษฐกิจเที่ยวนี้คนแก่ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นี้มีเบี้ยยังชีพ คนชราเดือนละ ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ก็ถือว่าเป็นการช่วยในการดำรงชีวิต แล้วคำถามที่เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ยังไม่ได้ตอบก็คือว่า คนจำนวน ๑๕,๓๐๐ คนนี้ท่านยังจะช่วยเขา ยังจะให้เงินเบี้ยยังชีพคนชราเขาต่อไปไหมหรือจะหยุดเลยนะครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าอย่างที่เห็นในภาพว่าเป็นคนแก่ที่ชราภาพ ลำบาก แล้วก็น่าสงสาร น่าเห็นใจครับ🔗
คำถามที่ ๓ ของผมครับท่านประธาน เพราะว่ากรณีนี้เป็นการที่ว่ากรมบัญชีกลางไม่ได้ให้มีการรับเงิน ๒ ทางซ้ำซ้อนกันไม่ได้ ผมขอยกตัวอย่างครับท่านประธานว่า แล้วทีกรณีอย่างนี้ทำไมกรมบัญชีกลางไม่มีการเรียกเงินคืน แล้วทำไมรับเงินซ้ำซ้อนได้ แล้วเป็นเงินจำนวนมาก มากกว่าเงินคนชราเยอะ ขอภาพขึ้น หน้าจอด้วยครับ ท่านประธานครับ อย่างกรณีท่านนายกรัฐมนตรีตอนที่ท่านเป็นหัวหน้า คสช. ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรับเงินเดือนนายกรัฐมนตรี เดือนละ ๑๒๕,๕๙๐ บาท เป็นเวลา ๔๑ เดือน รับเงินเดือนหัวหน้า คสช. ๑๒๕,๕๙๐ บาท เป็นเวลา ๔๕ เดือน นอกจากนั้น ท่านยังรับเงินเดือน ตอนนั้นท่านยังเป็นผู้บัญชาการทหารบกอีกเดือนละ ๘๐,๐๐๐ บาท รวมตั้งแต่ที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. ตั้งแต่เป็นประยุทธ์ ๑ มา ท่านรับ ไปทั้งหมด ๑๐,๘๘๐,๐๐๐ บาท🔗
อีกตัวอย่างหนึ่งครับ ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขออภัยที่เอ่ยนาม ตอนนั้นท่านก็รับเงินเดือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดือนละ ๑๑๙,๙๒๐ บาท จำนวน ๔๑ เดือน แล้วก็รับเงินเดือนรองหัวหน้า คสช. ๑๑๙,๙๒๐ บาท เป็นเวลา ๔๕ เดือน เป็นเงินทั้งหมด ๑๐.๓๑ ล้านบาท นอกจากนี้ก็มีคนอื่นครับ นอกจากนี้ก็มีคนอื่น พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น รับ ๑๐.๑๕ ล้านบาท คำถามผมครับท่านประธาน แล้วก็ยังมีท่าน พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รับไป ๑๐.๑๐ ล้านบาท อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง อดีต ผบ.ทอ. รับไป ๑๐.๓๔ ล้านบาท คำถามผมครับท่านประธานว่า ทำไมกรณีนี้ทางกรมบัญชีกลาง ถึงไม่เรียกเงินคืนจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้ง ๆ ที่ท่านรับตั้ง ๓ ทาง แล้วก็รับเป็นจำนวนมากด้วย ๑๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางทำไมบังคับใช้กฎหมายแต่กับคนแก่ คนชรา คนยากจน แล้วทีกับนายกรัฐมนตรี ทำไมไม่บังคับใช้ และขณะเดียวกันว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะต้องมีคุณธรรม มีจริยธรรมที่สูงนะครับ ถ้าเขาไม่กล้าทวงท่านนะครับ หรือวันนี้ คนแก่เขากำลังเดือดร้อนทำไมท่านนายกรัฐมนตรีถึงไม่เอามาคืนให้กับทางรัฐบาล คืนให้กับ กรมบัญชีกลาง ขอบคุณครับ🔗
รัฐมนตรีจะตอบก็ได้ นะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับกระทู้ถามเรื่องผู้ขายลอตเตอรี่ แต่ว่าจะตอบก็ได้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะตอบอยู่ใน กรอบของเรื่องเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะครับ เพราะว่าในเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้นมีมาตรา ๑๒ ที่เขาต้องไปดูว่าทำอย่างไรที่ผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพนะครับ ในส่วนของที่ ๑๕,๓๐๐ กว่าคนเศษ ที่รับเงินซ้ำซ้อนนั้นก็ไปดูแล้วว่ามีบำนาญพิเศษ ๒๔ ประเภท ใน ๒๔ ประเภทนั้นรวมกัน ๑๕,๓๐๐ กว่าคน ก็ต้องไปดูว่าถ้าใครที่รับมาโดยสุจริตนะครับ แล้วก็เป็นบำเหน็จตกทอด คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติก็คงจะพิจารณาหาทางออกให้เป็นธรรมกับผู้ได้รับ ในกรณี ที่ท่านใดที่เกิดได้มาโดยอาจจะ อาจจะนะครับ แจ้งไม่ถูกต้องก็อาจจะต้องมีการพิจารณา เป็นราย ๆ ไป ฉะนั้นในเรื่องนี้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ทุกจังหวัดนะครับ แล้วก็ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็ฝ่ายกฎหมายก็จะพิจารณานำเสนอในวันพรุ่งนี้ ครับว่าทางออกนั้นจะมีอย่างไร แต่ว่าคงจะไปบอกไม่ได้ทั้งหมดวันนี้ว่า ๑๕,๓๐๐ คนนั้น ถูกต้องตรง ตามประเภทไหน ต้องไปดูว่าบำนาญ ๒๔ ประเภท บำนาญพิเศษนั้นเกี่ยวข้องอย่างไร แล้วก็เกี่ยวข้องมาตรา แต่ส่วนที่ท่านถามถึงเรื่องท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีเรื่องเบี้ยยังชีพอยู่ในนี้นะครับ จึงไม่สามารถตอบได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ครับ🔗
ขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานประเด็นฝากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย คือวันนี้ครับท่านประธาน ผมถามกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีแต่ท่านไม่ได้มาตอบนะครับ กรณีที่ท่านรับเงินเดือน ๓ ทาง ๔ ทางนี่นะครับ อย่างไรฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยกรุณาตอบหน่อยครับว่าทำไมท่านรับได้นะครับ แล้วกรมบัญชีกลางถึงไม่เรียกเงินคืนจากท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ต้องขอบคุณท่านผู้ถาม ผู้ตอบนะครับ ได้ใช้เวลาไปตามข้อบังคับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๑๑๖ ส. เรื่อง ปัญหาของเงินทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ตอบครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีมาแล้ว เชิญท่านสมาชิกภราดรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตท่านประธานตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งหากพูดถึงเรื่องนี้ก็จะอดพูดถึงที่มาของกองทุนนี้ไม่ได้ครับ การเกิดขึ้นของกองทุนนี้ ต้องชื่นชมท่านประธานในขณะนั้น ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านริเริ่มให้มีกองทุนนี้เกิดขึ้น ต้องแสดงความชื่นชม เช่นเดียวกันครับ ขณะนั้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่ใครที่ไหนครับ คุณพ่อของผมเอง สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณท่านประธานในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ได้ดำริ แล้วก็ได้ริเริ่มโครงการนี้ เกิดขึ้น ปัญหาของ กยศ. เกิดขึ้นมาค่อนข้างที่จะยาวนานพอสมควรตามที่เป็นข่าวออกมา ตามหน้าหนังสือพิมพ์เป็นระยะ ๆ ล่าสุดครับท่านประธาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาคือ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔ ที่จังหวัดพัทลุง ท่าน ส.ส. ภูมิศิษฏ์ ส.ส. จังหวัดพัทลุง ได้มาบอกกับผมว่าที่จังหวัดพัทลุงมีครอบครัวหนึ่งเขาร้องขอความช่วยเหลือโดยเปิดเลขบัญชี เพื่อให้คนได้โอนเงินบริจาคไปให้เขา เหตุการณ์ก็เนื่องมาจากว่าบ้านของเขาถูกยึด เนื่องจากว่า ลูกนี่ได้ไปกู้ยืมเงินของกองทุน กยศ. มา เสร็จแล้วพ่อเป็นผู้ค้ำประกัน หลังจากนั้นลูกศึกษา เรียนหนังสือไม่จบแล้วก็ได้หายไป ทีนี้ภาระก็มาตกอยู่กับผู้ค้ำประกันสิครับ คนที่เป็นพ่อ เป็นผู้ค้ำประกันก็ได้ถูกยึดบ้านไป เงินกู้กู้ไปเพียง ๙๐,๐๐๐ บาท กยศ. สั่งให้ยึดบ้าน แล้วก็ ไปขายทอดตลาดในราคาหลายแสนบาท หลังจากนั้นครอบครัวนี้มีทั้งสิ้น ๑๑ ชีวิต ก็ได้ไป ขอซื้อกับผู้ที่ซื้อทอดตลาดไป ปรากฏว่าเขาเรียกร้องราคามาที่ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่เงินกู้ กู้ไปเพียงแค่ ๙๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นปัญหาที่ ๑ มากกว่านั้นครับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์ก่อนหน้านั้นสัปดาห์หนึ่งวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๔ ที่จังหวัดสมุทรสาคร ก็มีกรณี คล้าย ๆ กันครับ ผู้เสียหายได้ไปยื่นฟ้องต่อ กยศ. ในกรณีที่ กยศ. ได้ยึดบ้านและที่ดิน ราคา ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท โดย กยศ. ได้อ้างว่าเขาได้ติดหนี้ กยศ. เป็นจำนวนเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น และที่มากไปกว่านั้นก็คือว่าในกรณีนี้ เคส (Case) นี้ ผู้กู้เขาได้จ่ายเงินชำระหนี้ หมดสิ้นไปแล้ว เกิดความผิดพลาดของ กยศ. ว่าคนที่ชำระหนี้หมดสิ้นไปแล้ว กยศ. ก็ยังไป ยึดบ้านเขา กรณีต่าง ๆ เหล่านี้นี่ครับเกิดขึ้นมากมาย จะบอกว่าทุกอาทิตย์ก็ว่าได้ เมื่อก่อนนี้ เราเคยได้ยินกรณีของผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นครูก็ได้ออกมาร้องเรียนกันเยอะแยะมากมายครับว่า ศิษย์ได้กู้ยืมเงินของ กยศ. แล้ว ไม่สามารถที่จะชำระคืนได้ ครูก็ต้องมีหน้าที่มาชำระให้ ในฐานะที่เป็นผู้ค้ำ ข่าวเหล่านี้ครับเกิดขึ้นเป็นประจำบนหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วก็บนสื่อสารต่าง ๆ ผมจึงต้องถามท่านครับว่าทางรัฐบาลมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง ผมเรียนกับ ท่านประธานครับว่าปี ๆ หนึ่งมีกรณีที่มีการฟ้องร้องกันของ กยศ. กับผู้กู้นี่ปี ๆ หนึ่งเป็นแสนราย เคส (Case) หนึ่งสำหรับการฟ้องร้องกันนี่รัฐบาลต้องใช้เงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ รายต่อรายละ ๑๐,๐๐๐ บาท ปีหนึ่งรัฐบาลต้องใช้เงินถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมาฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่กู้ เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถนำไปใช้อย่างอื่น ได้เหมาะสมกว่านี้ ผมจึงถามทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นตัวแทนของ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านทราบเรื่องหรือไม่ แล้วท่านก็จะแก้ไขปัญหาอย่างไรครับ เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี นะครับ ท่านตอบมีเวลา ๑๕ นาที แล้วมีการถามได้ ๓ ครั้งครับ อันนี้เป็นครั้งที่ ๑ ขอเชิญ นะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกที่เคารพครับ ต่อคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นะครับ ซึ่งได้ถามในเรื่องของกรณีที่เกิดขึ้นกับ กยศ. นะครับ ซึ่งที่ท่านยกตัวอย่างมาก็มี ๒ กรณีนะครับ อาจจะมีมากกว่านี้ด้วยซ้ำไปนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าในกรณีแนวทางของ กยศ. ซึ่งเป็นกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนั้นก็มีทั้งส่วนที่เมื่อเรียนจบแล้วก็ชำระหนี้เงินกู้ได้ กับอีกส่วนหนึ่งก็อาจจะ ไม่มีขีดความสามารถในการชำระหนี้ได้นะครับ ซึ่งก็จะมีแนวทางของการทำงานของกองทุน กยศ. อยู่แล้วนะครับ ซึ่งในกรณีที่สุดท้ายปลายโต่งก็คือมีการยึดบ้าน ยึดอะไรพวกนี้ก็เป็นไปตาม แนวทาง แต่ขออนุญาตเรียนว่าในกองทุนนั้นไม่ได้เรียกว่าโหดร้ายนะครับ มีแนวทาง ในลักษณะที่ว่าใช้วิธีการติดตาม ติดตามเงินคืนที่เป็นหนี้โดยการที่ให้โอกาสผู้กู้ยืมมาโดยตลอด นะครับ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นหลังจากที่ผู้กู้เรียนจบกองทุนก็ให้เวลา ให้เวลาผ่อนชำระหนี้เป็นเวลา ๑๕ ปี อันนี้คือข้อที่ ๑ นะครับ🔗
ถ้าหากไม่มีการชำระหนี้ให้กับกองทุนนั้นก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินคดี ก่อนครบอายุความนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องเงินเรื่องทองนะครับ และให้โอกาสทำสัญญา ประนีประนอมยอมความโดยผ่อนชำระต่ออีก ๙-๑๕ ปีนะครับ ท้ายที่สุดนั้นถ้าหากว่า ผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วกองทุนก็จำเป็นต้องบังคับคดี เพื่อไม่ให้ขาดอายุความตามกำหนด โดยกองทุนนั้นจะบังคับคดีแต่งดการขายทอดตลาด และให้เวลาผ่อนชำระอีก ๖ ปีนะครับ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้กองทุนก็จะขยายเวลา ให้จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นนะครับ ในกรณีที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นกรณีที่เรียกว่าไม่ชำระหนี้ แล้วก็ใช้เวลามากที่สุดตามที่ทางกองทุนมีแนวทางไว้นะครับ เมื่อถึงตรงนั้นแล้วก็จำเป็น ที่จะต้องบังคับในเรื่องของการยึดบ้านของผู้กู้ ซึ่งมูลค่านั้นก็อย่างที่ท่านได้เรียนไว้เมื่อสักครู่นี้ แต่ว่าเนื่องจากเมื่อทราบภายหลังนั้นผู้กู้ก็เอาเงินมาชำระคืน แต่ประเด็นก็คือว่าเมื่อชำระคืนแล้ว ไม่ได้ไปถอนเรื่องจากกรมบังคับคดีซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องของการนัดหมายกันแล้วก็อาจจะได้เวลา ไม่ตรงกันหรืออาจจะไม่ได้ทราบนะครับ ตรงนี้ก็ทำให้เรื่องของการที่จะซื้อคืนมีการโก่งราคากัน ตรงนี้นะครับ อย่างไรก็ตามนั้นก็เป็นเรื่องในขั้นตอนที่อาจจะไม่ทราบเรื่องของขั้นตอนตรงนี้ สำนักงานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็มีการติดต่อกับผู้กู้ แล้วก็มีการเจรจากันในการที่จะช่วยเหลือ ประนีประนอมนะครับ ก็เรียนว่าในเรื่องนี้นั้นในหลักการของกองทุนเราก็ยืดเวลาให้มากที่สุด ให้มากที่สุดแล้วนะครับ ถ้าถึงเวลาก็จำเป็น เพราะว่าเป็นเม็ดเงินที่เราใช้เงินจาก งบประมาณแผ่นดินในการที่จะมาให้กู้ยืม เพราะฉะนั้นก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างนี้ นะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้นครับ🔗
เชิญท่านภราดรถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ได้กรุณาบอกถึงวิธีการปฏิบัติของทาง กยศ. ว่ามีแนวทางปฏิบัติอย่างไรบ้าง แต่ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยแนวทางปฏิบัติเดิม ๆ ของ กยศ. นั่นละครับมันสร้างปัญหา ให้เกิดขึ้นอย่างที่ผมบอกกับท่านประธานเมื่อสักครู่ว่ารัฐจะต้องใช้เงินปีละเป็นพันล้านบาท เพื่อที่จะไปดำเนินคดีกับคนที่ผิดนัดชำระหนี้ กยศ. มันใช่เรื่องไหมครับ นี่คือวิธีการแก้ไขปัญหา ของ กยศ. ที่ผ่านมา ผมจึงได้บอกว่าวิธีการแก้ไขปัญหาแบบเคสบายเคส (Case by case) แบบครั้งต่อครั้งไปแบบนี้มันไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาวและมันไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาโครงสร้างได้ ปัญหาที่แท้จริงมันอยู่ที่ตัว พ.ร.บ. กยศ. ครับ เมื่อต้นเดือนธันวาคม วันที่ ๓ ธันวาคม พรรคภูมิใจไทยพวกเราทั้งหมดนี่ครับ ได้เห็นถึงปัญหาแล้วก็ได้เสนอ พระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ กยศ. นี่ละครับ เรามีสาระสำคัญทั้งสิ้น ๕ ประเด็น ด้วยกัน ผมขออนุญาตท่านประธานไล่เลียงสั้น ๆ ครับ🔗
ประเด็นแรกในเนื้อหาสาระในร่างที่พวกเรายื่นเสนอไปคือประเด็นเรื่อง ดอกเบี้ยครับ วันนี้จริงอยู่ครับแม้ว่า กยศ. จะคิดดอกเบี้ยแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าการกู้ยืม เพื่อการศึกษา จริง ๆ แล้วหลักคิดของมันก็คือการเปิดโอกาส การให้โอกาสให้กับบุคคล ที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา อยากที่จะเรียนหนังสือแต่ไม่มีทุนในการที่จะเรียนหนังสือ ได้มีโอกาสเข้าถึงทุนและได้มีโอกาสเข้าถึงทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม มันเป็นการลด ความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้นเรื่องดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ยังมากไป เราเสนอไปว่า🔗
ประเด็นที่ ๑ คือดอกเบี้ยต้องเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ต้องไม่มีดอกเบี้ยครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เสนอไปก็คือเรื่องผู้ค้ำประกัน เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างไปให้ ท่านประธานได้ฟัง ท่านก็จะรู้ครับว่าเรื่องผู้ค้ำประกันนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายที่เราเสนอไปคือให้ผู้กู้นั้นเป็นผู้ค้ำประกันตัวเองครับ ไม่ต้องมี ผู้ค้ำประกันอีกต่อไปต่อไปนี้🔗
ประเด็นที่ ๓ สามารถที่จะแปลงหนี้สินที่กู้ยืมมาให้เป็นทุนการศึกษาได้ ในกรณีที่ผู้กู้มีการเรียนในระดับเกียรตินิยมอันดับ ๑ อันนี้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ อันนี้เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เยาวชน ให้ลูกหลานของประเทศไทยได้มีความพยายาม ได้มีความพยายามที่จะศึกษาอย่างเข้มงวดเพื่อที่จะบรรลุสู่เป้าหมายแล้วปลายทาง ก็คือประเทศนี้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่สำเร็จการศึกษา ด้วยระดับเกียรตินิยมอันดับ ๑ ท่านเท่ากับเรียนฟรีครับ ท่านไม่ต้องจ่ายเงินที่กู้มาทั้งหมด🔗
ประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นที่สอดคล้องกับที่ท่านรัฐมนตรีตอบเมื่อสักครู่ ในกรณีที่กู้มาแล้วไม่มีเงินที่จะไปคืนกองทุน ทำอย่างไรละครับ วันนี้ก็จึงเกิดเป็นกรณีฟ้องร้อง นั่นละครับ เราก็เสนอแนวทางเข้าไปใน พ.ร.บ. ว่าเป็นไปได้หรือไม่ถ้าหากว่าหลังจากที่ จบการศึกษามาแล้วไม่มีงานทำไม่สามารถที่จะหางานทำได้ก็ไปทำงานให้กับรัฐ ทำงานให้กับ หน่วยงานของรัฐแทน โดยที่ทำงานแลกกับเงิน แลกกับตัวเงินที่กู้มา เป็นระยะเวลาเท่าไร ก็ไปตกลงกัน🔗
หรือประเด็นที่ ๕ อันนี้สำคัญ คือหากจบการศึกษาในคณะหรือในศาสตร์ที่ทาง กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดเอาไว้เป็นศาสตร์พิเศษ คนเหล่านี้ก็สามารถที่จะเรียนฟรี เพราะนั่นหมายความว่าเขาไปศึกษาในวิชาที่เป็นความต้องการของภาครัฐ กลุ่มคนเหล่านี้ ก็สมควรที่จะต้องได้รับการเรียนฟรีและไม่จำเป็นที่จะต้องชำระเงินกู้ให้กับกองทุน กยศ.🔗
นี่คือ ๕ ประเด็นหลักที่ทางพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ แล้วท่านประธานได้วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติที่พวกผมเสนอไปนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติ ทางการเงินจึงจำเป็นที่จะต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีรับรองร่างเสียก่อน ก่อนที่จะมาพิจารณา รับหลักการในวาระที่ ๑ ขณะนี้ร่างฉบับนั้นอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมจึงต้องถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่าหลักคิดของรัฐบาล หลักคิดของกระทรวงการคลังที่มีต่อกองทุน กยศ. ที่มีต่อน้อง ๆ นักศึกษาที่เขากำลังแสวงหา โอกาสในการเข้าถึงการศึกษา เขากำลังจะเอาโอกาสตรงนี้ไปติดอาวุธทางปัญญาให้กับเขา เพื่อที่จะมาเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศต่อไป ผมอยากจะทราบแนวคิด หลักคิด ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกระทรวงการคลังว่าท่านมีหลักคิดอย่างไรต่อแนวทาง ร่างพระราชบัญญัติที่พวกผมได้เสนอไปเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติเดิม ก็จึงอยากถามท่านว่า ท่านมีหลักคิดแล้วก็แนวทางต่อเรื่องนี้อย่างไรครับ เป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ผม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตตอบแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต่อคำถาม ในเรื่องของแนวคิดในเรื่องของกองทุน กยศ. นั้นก็ขออนุญาตเรียนว่าจริง ๆ แล้วกองทุนนี้ ก็ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ นะครับ ก็ดำเนินการมาโดยตลอด แล้วก็อย่างที่ผมเรียนตอนต้นก็มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ ที่เป็นหนี้ค้างในระหว่างผู้กู้ หรือน้อง ๆ เยาวชนทั้งหลายนะครับ ต่อประเด็นในเรื่องที่ ร่างกฎหมายที่เสนอไปที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ ให้การรับรองตัวร่างกฎหมายตรงนั้น ก็เนื่องจากในเรื่องของหลายประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้หยิบยกมานะครับ ก็ด้วยเหตุที่ว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระ ดอกเบี้ย หรือประโยชน์อื่นที่กองทุนมีสิทธิได้รับจากผู้กู้ยืมเงิน หรือผู้ค้ำประกันนั้นสามารถดำเนินการ ได้โดยการแก้ไขระเบียบของกองทุนให้สอดคล้องกับหลักการตามพระราชบัญญัติ ซึ่งก็เป็น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนอยู่แล้ว ก็ขออนุญาตเรียนว่า ถ้าถามว่าหลักคิด ของกระทรวงการคลังคิดอย่างไรกับในเรื่องของ กยศ. นั้น จริง ๆ แล้วกองทุนเรามีหลายกองทุน กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา หรือทุนการศึกษาที่สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้ให้กับ เยาวชนของเรา ซึ่งอันนั้นก็มีเกณฑ์ในเรื่องของการคัดเลือกเด็กเยาวชนที่อาจจะเรียนเก่ง ให้เป็นพิเศษ ส่วนในเรื่องของเด็กที่ด้อยโอกาสตรงนี้ก็อาจจะมีกองทุนต่าง ๆ ที่เข้าไปคอย ช่วยเหลือ แม้กระทั่งสถาบันการศึกษาก็ยังมีทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ยากจน อย่างไรก็ตาม ในการที่จะทำให้มีความเท่าเทียมกันนั้น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาก็ถือว่าเป็นเครื่องมือ เป็นเครื่องมือที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนในลักษณะที่เด็ก ๆ นั้นอาจจะบอกว่าไม่มีสตางค์ ก็มาขอกู้ตรงนี้เมื่อเรียนจบก็ใช้คืน หลักการก็มีแค่นี้เองก็เป็นในเรื่องของเครื่องมือในการสนับสนุน ทางการเงิน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเงินนี้เป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ก็จำเป็นที่จะต้องมี การกำกับ ควบคุมการใช้จ่าย ไม่ให้เกิดในเรื่องของการสูญเสีย มิเช่นนั้นเราก็อาจจะต้องไป ตั้งทุนการศึกษา ซึ่งก็มีเหมือนกันนะครับ รัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็ตั้งงบประมาณให้ สำหรับทุนการศึกษา แล้วก็ไม่มีข้อผูกพันแต่ประการใด ทั้งมีทั้งข้อผูกพัน แล้วก็ทั้งที่ไม่มี ข้อผูกพันนะครับ อย่างไรก็ตามขออนุญาตเรียนว่าเพื่อให้ความชัดเจนในเรื่องของว่า ในขณะที่ยังไม่ได้ให้การรับรองตรงนี้นั้นถือว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งก็อยู่ใน ข้อที่จะแก้ไขระเบียบของกองทุนได้ แต่มีความเห็น ๓-๔ เรื่อง ในเรื่องของด้วยเหตุผล ที่ยังไม่รับรองในขณะนี้🔗
ในประการที่ ๑ การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนสัญญากู้ยืมเงินเป็นเงินทุน เพื่อการศึกษาที่มีผลเสมือนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแบบให้เปล่านั้นอาจส่งผล กระทบต่อสถานะทางการเงินของกองทุนในอนาคต รวมทั้งจำเป็นต้องกลับไปพึ่งพา งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อภาระการคลังของประเทศในระยะยาวนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของกองทุน กยศ. ในขณะนี้นั้นก็ไม่ได้พึ่งพาในเรื่องของงบประมาณ เพราะจะมีในเรื่องของเด็กที่เรียนจบแล้วเอาเงินมาคืน เราก็ใช้เงินก้อนนั้นมาให้ทุนต่อ มาให้กู้ยืมต่อ แล้วในข้อเท็จจริงนั้นกองทุนกู้ยืมการศึกษา มติ ครม. ก็ได้กำหนดให้เป็น ทุนหมุนเวียน ซึ่งสามารถที่จะเอาเงินไม่ต้องส่งคลัง แต่เอากลับมาใช้ได้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการมุ่งเน้นการแปลงหนี้ เฉพาะผู้กู้ยืมเงิน ที่ศึกษาในระดับอุดมศึกษา อาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับผู้กู้ยืมเงินที่ศึกษาในระดับอื่นด้วย ซึ่งในประเด็นนี้ก็อาจจะเกี่ยวเนื่องกับในเรื่องของการสร้างวินัยให้กับเด็กเยาวชนของเรา ซึ่งก็จะมี ๒ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่ทำดีแล้วแต่ว่าถ้าเรามายกเว้นให้ตรงนี้ถามว่าแล้วคนที่ทำดีแล้ว เขาจะคิดอย่างไร อันนี้เราก็ต้องคำนึงในประเด็นนี้ด้วยนะครับ🔗
ส่วนประเด็นที่ ๓ นั้นก็คือการกำหนดให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถเลือกทำงานให้กับ หน่วยงานของรัฐภายหลังจากสำเร็จการศึกษาแทนการชำระคืนกองทุนนั้น ก็ควรที่จะ คำนึงถึงรายได้ที่ผู้ยืมเงินรายนั้นจะได้รับเป็นค่าตอบแทนจากการทำงานที่เพียงพอ ต่อการดำรงชีวิต แต่มิใช่เป็นการทำงานเพื่อชดใช้หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นก็เป็นหลักการที่ดีในเรื่องของว่าทำงานให้กับภาครัฐ ถ้าเรามีตำแหน่งงาน ที่เพียงพอ แต่ว่าวัตถุประสงค์นั้นคงไม่ใช่เพื่อทำงานในภาครัฐทดแทนการใช้หนี้ แต่ต้องดู เหมือนกันว่าเขาสามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่าในตำแหน่งงานนั้น ๆ นะครับ🔗
ในประการสุดท้าย พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ปี ๒๕๖๐ นั้น ก็ได้บัญญัติให้อำนาจแก่คณะกรรมการกองทุนในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่าง ๆ เกี่ยวกับการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืน รวมทั้งการผ่อนผันการชำระเงินคืน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการชำระเงินคืนกองทุน เป็นกฎหมายที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสม จึงอาจจะยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมตามพระพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ อย่างไรก็ตามอันนี้ก็เป็นประเด็นความเห็นซึ่งหลายหน่วยงานก็อาจจะต้องมีการหารือ ในวิธีการกันต่อไปนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านภราดรถามได้อีกครั้งครับ🔗
ท่านประธานครับ ภราดร อีกครั้ง ครั้งสุดท้ายนะครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาตอบถึงหลักคิดแล้วก็แนวทางต่อ พระราชบัญญัติที่พวกผมได้เสนอไป ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าท่านมีแนวคิดต่อร่างฉบับนี้ อย่างไร ผมมีความเห็นแย้งกับท่าน แล้วต้องถามเป็นคำถามครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า เหมือนกับว่าถ้าหากมีการยกหนี้ให้มันก็จะทำให้มีปัญหากับสถานะทางการเงินของกองทุน เพราะทุนนี้เป็นทุนหมุนเวียน แล้วก็ไม่ได้รับเงินงบประมาณจากทางรัฐบาล อันนี้ผมเข้าใจดี และผมก็ไม่ได้สนับสนุนให้ใครชักดาบ ผมไม่เห็นด้วยและผมไม่สนับสนุนให้รัฐบาลยกเลิกหนี้ มิได้ครับ สิ่งที่เราบอกเมื่อสักครู่แล้วก็ได้นำเสนอไปเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่างหาก อัตราดอกเบี้ย ท่านคิดดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ ผมถึงได้บอกว่าดอกเบี้ยนี่มันมากเกินไป การให้เด็กนักเรียน กู้ยืมเงินเพื่อมาใช้ทางด้านการศึกษา แล้วสุดท้ายแล้วเขาก็ไปพัฒนาชาติ มันไม่จำเป็น ต้องคิดดอกเบี้ยหรอกครับ นี่คือการสนับสนุนให้เขามีโอกาสทางการศึกษา และมันเป็น บริการสาธารณะที่ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องสนับสนุนด้วยซ้ำไป🔗
เรื่องการแปลงหนี้ ท่านบอกว่าเดี๋ยวคนที่ทำดีอยู่แล้ว ส่งตรงอยู่แล้ว เขาจะ ต่อว่าเอาได้ว่าคนทำดีส่งตรง ส่วนคนทำไม่ดี ก็มาแก้ไขให้คนทำไม่ดี นี่ละครับมันจึงถึงเป็น ที่มาของการแก้ไขโครงสร้าง ๕ ประการที่ผมได้บอกไปเมื่อสักครู่ซึ่งเป็น พ.ร.บ. ที่พวกเรา นำเสนอ แก้ไขให้มันเสมอภาคและเท่าเทียมกันทุกคน และคนที่มีกำลังส่งก็ส่งได้น้อยลง โดยไม่ต้องคิดดอกเบี้ย ส่งแต่เฉพาะเงินต้นเท่านั้น ท่านบอกว่าท่านกลัวในเรื่องของ สถานะการเงินของกองทุน และที่เมื่อสักครู่นี้ผมบอกกับท่านว่าท่านใช้เงินประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีในการที่ทำอะไรครับ ในการเอาเงินก้อนนี้ ไปฟ้องร้องคนที่กู้เงิน แบบนี้มันไม่เป็นการใช้เงินของกองทุนที่มันฟุ่มเฟือยมากกว่า การให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้เรียนดีหรือครับ นี่มันจึงเป็นการสะท้อนแนวคิดของ กระทรวงการคลัง และผมต้องบอกกับท่านประธานครับว่าผมได้เห็นหนังสือที่ทาง ท่านนายกรัฐมนตรี โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ตอบกลับมาถึงสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม แล้วก็ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งถึง พรรคภูมิใจไทย ก็ได้ตอบว่าส่งให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานพิจารณาแล้ว ซึ่งหน่วยงานที่ว่า ก็จะมี ๔-๕ หน่วยงาน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีนะครับ ผมได้ถามนอกรอบกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการเห็นถึงคุณค่าก็บอกว่าไม่ขัดข้องกับตัวร่างนี้ เพียงแต่ว่ามีเงื่อนไขในบางประเด็น เท่านั้น สำหรับตัวร่างพระราชบัญญัติที่พวกผมเสนอไป อันนั้นไม่มีปัญหาเลยครับ รับใน หลักการมาก่อน แล้วเดี๋ยวเข้าสู่คณะกรรมาธิการในชั้นพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนี้ ในรายละเอียดใครไม่เห็นด้วย เห็นต่างอย่างไร เราค่อยมาแก้ไขกันครับ แต่เห็นด้วย ในหลักการเสียก่อนที่จะไปดำเนินการแก้ไข ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเช่นเดียวกันครับ รู้สึกว่าก็จะไม่ขัดข้องเช่นเดียวกัน ทางกฤษฎีกาก็บอกว่า แล้วแต่หน่วยงานอื่นจะเห็นสมควรอย่างไร ทางกฤษฎีกาไม่ขัดข้อง เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมต้องถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เพราะว่าเหลือท่านเพียงเจ้าเดียวแล้วละครับ เหลือเพียงกระทรวงเดียวแล้วว่าท่านจะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องถามท่านเป็นคำถามสุดท้ายว่า ขอความกรุณาท่านเถอะครับ ให้ความเห็นชอบ แล้วประเด็นที่ไม่ตรงกันอย่างไรเรามาแก้ไขกันที่นี่ที่สภาผู้แทนราษฎร เรามีกรรมาธิการ ที่จะต้องตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาในประเด็นหลากหลายต่าง ๆ ท่านเห็นใจพี่น้องประชาชน เถอะครับ โควิด (COVID) ก็กำลังเข้ามาเล่นงานพวกเขาอีก ขณะนี้ว่างงานกันเป็นล้าน ๆ ตำแหน่ง ผมจึงขอความเห็นจากท่าน แล้วก็ถามเป็นคำถามสุดท้ายอย่างที่บอกคือความเห็น ของกระทรวงการคลังว่าอย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อประเด็นคำถามสุดท้ายอย่างที่ท่านสมาชิก ได้รับทราบในเรื่องของความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งก็มีทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงบประมาณ แล้วก็ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างของสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกานั้น เรื่องนี้อย่างที่ท่านทราบก็คือว่าให้เป็นการพิจารณาระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามนั้นความเห็นของแต่ละหน่วยงานนั้นก็ยังมีข้อสังเกตที่จะต้องทำความเข้าใจ นะครับ ซึ่งขณะนี้ทางท่านสมาชิกก็ได้ส่งร่างนี้มาอีกครั้งหนึ่ง ทางกระทรวงได้รับเมื่อวันที่ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เมื่อไม่กี่วันนี้เองนะครับ ก็คงจะต้องมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่งในระหว่าง หน่วยงาน อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้ให้ความเห็นเหมือนกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการกองทุน ซึ่งการผ่อนคลายกฎระเบียบอะไรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ อันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่เรียนไว้นะครับ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงการคลังก็คงต้องขออนุญาตในเรื่องนี้รับไป ในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ🔗
จบกระทู้ถามสดด้วยวาจา นะครับ ขอบพระคุณท่านผู้ถามและท่านรัฐมนตรีนะครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ใช้เวลาตามข้อบังคับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๒๙๐ เรื่อง การเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ ฝุ่น PM ๒.๕ (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้🔗
กระทู้ถามทั่วไปนี้ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ไม่ได้จำกัดเวลา แต่มีข้อที่เป็น ข้อบังคับข้อเตือนก็คือว่ากระทู้ถามจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเป็นข้อที่เราทำได้ยาก ผมสังเกตดูว่าสมาชิกจะทำเรื่องนี้ยาก เพราะบางกระทู้นั้น อภิปรายก่อน ซึ่งความจริงแล้วโดยทั่วไปที่แนะนำทำให้รวดเร็วและตรงประเด็นเพราะว่า มันจะบันทึกเอาไว้นะครับ กระทู้ที่ท่านถามเป็นลายลักษณ์อักษรนั้นจะสมบูรณ์ แต่พอมาพูด บางทีก็ขาดเกินไป ก็เรียนไว้เพราะว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของท่านเองเวลาตั้งกระทู้ถาม นะครับ ท่านองอาจทำเป็นตัวอย่างนะครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งถึงแม้ว่าจะตั้งกระทู้มาเป็นระยะเวลา พอสมควร แต่กระทู้นี้ก็เข้ามาถูกจังหวะเวลาพอดี ในขณะที่ประเทศของเราสังคมของเรา กำลังมีปัญหาเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อยู่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด หลายจังหวัด ท่านประธานครับ ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นผมเชื่อว่าพวกเราซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปก็คงทราบกันดีว่าปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นเกิดขึ้นจากอะไร ในต่างจังหวัดนั้นส่วนมากก็เกิดขึ้นจากการเผาป่า เผาไหม้ต่าง ๆ แต่ในกรุงเทพมหานครปัญหาหลักที่เกิดขึ้นก็คือเกิดขึ้นจากควันจากท่อไอเสีย และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ เกิดขึ้นจากการก่อสร้างขนาดใหญ่ และถ้ารอบ ๆ กรุงเทพมหานครก็อาจจะมีเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง และระยะเวลา ที่เกิดขึ้นก็จะอยู่ในช่วงระยะเวลาก่อนสิ้นปีต่อเนื่องมาถึงปลายปีเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ผลกระทบจากเรื่องนี้พี่น้องประชาชนที่สูดเอาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เข้าไป โดยไม่ต้องป้องกัน ----------------------------------------------------------------------------- -๓๓/๑ หรือแม้แต่ป้องกันไม่ดีพอนั้นผมเชื่อว่าเกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยเป็นอย่างมาก แล้วถ้าคำนวณเป็นตัวเงินแล้วในการไปรักษาพยาบาล ผมเชื่อว่าก็จะเป็นตัวเงินจำนวนมาก แล้วคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งก็คือเด็กครับ เด็กเป็นวัยที่เสี่ยงต่อมลพิษ ทางอากาศมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากปอดของเด็กกำลังเติบโตและระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก ก็อยู่ในระยะที่กำลังพัฒนา มลพิษในอากาศนั้นขัดขวางการเจริญเติบโตของปอดในเด็กวัยเรียน และสมองของเด็ก ๆ ที่กำลังจะพัฒนา เพราะฉะนั้นมลพิษทางอากาศสามารถส่งผลกระทบ ต่อพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก ถ้าเราปล่อยให้สถานการณ์อย่างนี้ยังเป็นอยู่ต่อไป ผมเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบ รัฐบาลนี้โดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาทำงาน ประมาณ ๒ ปี เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาทุก ๆ ปี อาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมาก็ตาม เพราะฉะนั้นผมจึงอยากถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาล หรือท่านนายกรัฐมนตรีมีแนวทาง มีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือไม่อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามประเด็นเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่า ประเด็นเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นเป็นประเด็นปัญหาที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนั้น ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าท่านประธานและทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ปัจจุบันตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และปี ๒๕๖๒ นั้นเราได้บรรจุให้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น เป็นวาระแห่งชาติ เป็นวาระฝุ่นแห่งชาติ ซึ่งเรามีมาตรการในการที่จะแก้ไขเป็น ๓ มาตรการ หลักใหญ่ ๆ ด้วยกัน ๓ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก มาตรการแรกจะเป็นประเด็นเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยการมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้นแก้ไข ปัญหาในพื้นที่แต่ละจังหวัดด้วยตัวของท่านเอง เพราะว่าในแต่ละภาคของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ จะมีจุดกำเนิดของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แตกต่างกันไป ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่🔗
มาตรการที่ ๒ จะเป็นมาตรการเรื่องการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นตอ ซึ่งจากเมื่อสักครู่ครับท่านประธานที่ท่านสมาชิกได้กล่าว คือท่านสมาชิกทราบอยู่แล้วว่า จากต่างจังหวัดนั้นจะมีต้นกำเนิดของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างไร และในกรุงเทพมหานคร มีจุดกำเนิดอย่างไรนะครับ ดังนั้นการแก้ไขปัญหา อย่างเช่น ในกรุงเทพมหานครนั้น ต้องขออนุญาตเรียนว่าปัจจุบันเรามีการประสานงานกับบริษัท แล้วก็ค่ายรถใหญ่ ๆ ๖-๗ ค่าย ด้วยกันนะครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อว่ามีค่ายใดบ้างในการที่จะนำเสนอให้ส่วนลด ให้โพรโมชัน (Promotion) พิเศษกับผู้ที่ครอบครองรถเครื่องยนต์ดีเซล ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ หรือรถบรรทุกนั้น ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง บางค่ายจะให้ลดค่าแรง บางค่ายจะลด ค่าอะไหล่ บางค่ายก็จะให้เรียกว่าบริการฟรีแต่คิดแค่ค่าอะไหล่ที่ลดราคาลงไป ซึ่งมาจนถึงวันนี้ โครงการนี้เราเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑ มกราคม มาจนถึงวันนี้มีปริมาณรถยนต์ที่เข้าไปเปลี่ยน ถ่ายน้ำมันเครื่อง รถยนต์ รถเก๋ง รถกระบะ รถต่าง ๆ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลนั้นมาจนถึงวันนี้ มีไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แล้วก็บริการตรวจเช็กเครื่องยนต์แล้ว ๘,๒๗๓ คัน อันนี้ในเฉพาะ พื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนะครับ นอกจากนั้นทางรัฐบาลโดยกรมการขนส่งทางบก แล้วก็กรมควบคุมมลพิษได้มีการตรวจสภาพรถตามท้องถนนทั่วประเทศ สุ่มตรวจนะครับว่า ได้มาตรฐานหรือไม่ มีการตรวจควันดำ มาจนถึงวันนี้นะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม จนวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ มาจนถึงวันนี้ ได้มีการตรวจไปแล้วทั้งหมด ๑๐๗,๐๐๐ กว่าคัน แล้วก็ จาก ๑๐๗,๐๐๐ กว่าคันนั้น ได้มีการพ่นสีเลยนะครับว่าห้ามใช้ เพราะพบว่ามีค่าควันดำนั้น เกิน ๔๖ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เกือบ ๑,๐๐๐ คันด้วยกัน แน่นอนยังมีรถอีกหลายคันที่ยังเรียกว่า เล็ดลอดหรือว่าไม่ได้รับการตรวจ แล้วก็อาจจะผลิตพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ตามที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ แต่ว่าอันนี้เป็นหนึ่งในหลาย ๆ มาตรการในกรุงเทพมหานครที่รัฐบาล ได้พยายามที่จะแก้ไข นอกจากนั้นในเรื่องพลังงาน ถ้าพูดถึงเรื่องน้ำมัน ปัจจุบันนั้นทางคณะรัฐมนตรีได้มี การเตรียมการแล้วก็กำหนดมาตรฐานน้ำมัน แล้วก็เครื่องยนต์ ในการที่จะเปลี่ยนจากน้ำมัน มาตรฐานยูโร ๔ (Euro 4) ให้เป็นยูโร ๕ (Euro 5) ภายในปี ๒๕๖๗ ซึ่งทางกระทรวงพลังงานนั้น ก็ได้รับการยืนยันมาว่าภายในปี ๒๕๖๗ นั้น มาตรฐานน้ำมันในประเทศไทยจะสามารถ เปลี่ยนจากยูโร ๔ (Euro 4) ไปเป็นยูโร ๕ (Euro 5) ได้ ซึ่งพอไปถึงเวลานั้น มาตรฐาน เครื่องยนต์ในประเทศไทยที่ปัจจุบันนั้นยังเป็นยูโร ๔ (Euro 4) อยู่ ก็สามารถปรับเปลี่ยน ไปเป็นยูโร ๕ (Euro 5) ได้ภายในปี ๒๕๖๗ หลายท่านอาจจะถามนะครับว่าทำไม ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นมาตรฐานยูโร ๕ (Euro 5) เลยภายในวันนี้ ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่ายูโร ๔ (Euro 4) วันนี้สามารถ เปลี่ยนไปเป็นยูโร ๕ (Euro 5) ได้เลยครับท่านประธาน แต่ว่าถ้าหากมาตรฐานของน้ำมัน ยังไม่ได้มาตรฐานยูโร ๕ (Euro 5) นั้น คือค่ากำมะถันยังสูงเกินกว่ามาตรฐานยูโร ๕ (Euro 5) นั้น พอเราเอายูโร ๕ (Euro 5) ไปใช้กับน้ำมันยูโร ๔ (Euro 4) ครับท่านประธาน มันก็จะทำให้เครื่องยนต์นั้นรับภาระในการกรองน้ำมันมากขั้น ส่งผลกระทบให้มีการสึกหรอ ของเครื่องยนต์ แล้วก็จะทำให้เครื่องยนต์นั้นชำรุดเสื่อมโทรมก่อนเวลาอันควร ดังนั้นก็ต้องรอ น้ำมันนะครับ เพราะว่าหัวใจของเครื่องยนต์หรืออะไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับน้ำมัน ถ้าน้ำมัน ยังไม่พร้อม จะเอาเครื่องยนต์มาใช้ก่อนก็จะเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค อันนี้ในส่วนของ กรุงเทพมหานครและในเมืองใหญ่นะครับ🔗
นอกจากนั้นยังมีการพิจารณาให้แต่ละโรงเรียน ให้ผู้บริหารแต่ละโรงเรียนนั้น สามารถพิจารณาได้ว่าปริมาณพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือคุณภาพอากาศในบริเวณนั้น มีคุณภาพอย่างไร ถ้าสูงเกินไปผู้บริหารโรงเรียนแต่ละโรงเรียนนั้นจะสามารถประกาศปิดล่วงหน้า หรือจะประกาศปิดเรียกว่าในขณะนั้นเลยก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าสถานการณ์พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น มันมีอยู่ ๒ ปัจจัย ที่เราดูกันอยู่นะครับ ปัจจัยแรกเป็นปัจจัยที่มนุษย์ผลิตขึ้นมา อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าว ไปเมื่อสักครู่ว่าเกิดจากการเผาไหม้บ้าง เกิดจากการเผาป่า เผาผลผลิตทางการเกษตร วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และในเมืองก็จะเกิดจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือว่า อินเทอร์นัล คอมบัสชัน เอ็นจิน (Internal Combustion Engine) มันมีอีกปัจจัยหนึ่งครับ ท่านประธานที่เราไม่สามารถควบคุมได้ก็คือสภาพสภาวะอากาศ การพัดผ่านของลมนะครับ ลมจะพัดจากเหนือไปใต้ จากตะวันออกไปตะวันตกนั้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นอีก ๑ ปัจจัยที่ว่า พอไม่มีลม ยกตัวอย่างเช่นบางช่วงที่กรุงเทพมหานครเกิดสถานการณ์ที่อากาศไม่ยกตัวขึ้น ปริมาณพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครนั้นไม่ได้รับการถ่ายเทไปที่ใด และกรุงเทพมหานครต้องเรียนท่านประธานครับว่าจากการที่ผมได้ดูแผนที่ของลมแล้วนี่ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเจ้ากรรม ลมจะพัดไปที่ไหนก็แล้วแต่ พอมาถึงที่กรุงเทพมหานครนั้น ลมจะหยุดพัดนะครับ อาจจะเป็นเหตุว่าเพราะมีลมทะเลขึ้นมาดัน ทำให้ลมจากทางเหนือ ที่พัดลงมานั้นไม่สามารถที่จะไปต่อได้ ทำให้ฝุ่นละอองที่มีการเผาไหม้จากแถบปริมณฑล หรือว่าจังหวัดที่อยู่นอกกรุงเทพฯ นั้น พอพัดมาถึงกรุงเทพฯ ไม่ได้พัดต่อทำให้พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และฝุ่นควันนั้นสะสมอยู่ในกรุงเทพมหานคร สิ่งเหล่านี้พอเป็นสภาพอากาศ อันนี้ เป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางกรมอุตุนิยมวิทยานะครับว่า ศักยภาพในการพยากรณ์สภาพอากาศในแต่ละวันนั้น มีความแม่นยำขึ้นมาก ทำให้เรา สามารถคาดการณ์ได้ แล้วก็บอกล่วงหน้าได้ว่าอาทิตย์หน้า หรือว่าอีก ๓ วัน อีก ๕ วันจากนี้ไป จะเกิดสถานการณ์ที่สภาพอากาศกดทับ ไม่เคลื่อนไหวไปไหน ก็จะสามารถเตือนพี่น้อง ประชาชนก่อนล่วงหน้าว่าอีก ๓ วันจากนี้ถ้าเป็นไปได้ขอให้งดการเผา ขอให้งดการใช้ เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือว่าถ้าลดไม่ได้จริง ๆ ขอให้ใส่อุปกรณ์ที่ไม่ว่าจะเป็นหน้ากาก หรืองดกิจกรรมกลางแจ้งนะครับ ปัจจัยความแม่นยำของการพยากรณ์อากาศของ กรมอุตุนิยมวิทยานั้นเป็นอีก ๑ ปัจจัยที่มีความสำคัญเช่นกันนะครับ🔗
ถ้ากลับมาพูดถึงการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เมื่อสักครู่เราพูดถึง ประเด็นที่เราไม่สามารถควบคุมได้ พอมาประเด็นที่เราสามารถควบคุมได้นะครับ เมื่อสักครู่ ผมได้พูดถึงในส่วนของกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ไปแล้ว การลดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากต้นตอ จากเครื่องยนต์ทั้งหลาย จากภาคอุตสาหกรรม แล้วก็การใช้ชีวิตประจำวัน พอไปถึงต่างจังหวัดครับท่านประธาน แต่ละภาคก็จะมีแหล่งกำเนิดแตกต่างกันไป ภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเผาป่านะครับ ซึ่งในปีนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ขอความร่วมมือไปยังทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่ายปกครอง ในการที่จะใช้มาตรการชิงเก็บ ลดเผา ชิงเก็บ เก็บอะไรครับท่านประธาน คือการเก็บวัสดุทั้งหลาย ที่อยู่ในป่าที่เมื่อก่อนนี้พี่น้องเกษตรกร หรือพี่น้องประชาชนเวลาเข้าป่าไปจะเผาป่า เพื่อเคลียร์ทาง ใบไม้ เศษไม้ทั้งหลายที่เมื่อก่อนพี่น้องประชาชนนั้นเผาเพื่อที่จะกำจัดออกไป วันนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับความร่วมมือจากบริษัท หลายภาคเอกชนนะครับ หลายบริษัทด้วยกันในการที่จะรับซื้อเศษวัสดุ ใบไม้ กิ่งไม้เหล่านี้ แล้วก็นำไปอัดก้อน ไปแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงอาร์ดีเอฟ (RDF) บ้าง บางบริษัทนำไปปั่น แล้วก็นำไปเผา แล้วก็อัดเป็นถ่าน ถ่านหุงต้มในการที่จะส่งออกนะครับ บางบริษัทนั้น ก็นำไปแปรสภาพเป็นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) บ้าง เป็นภาชนะบ้าง ซึ่งวันนี้สิ่งที่เราได้แสดงให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตรอยต่อป่านั้นได้เห็นแล้วก็คือว่า ที่ผ่านมาเชื้อเพลิงต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนเข้าป่าไปเพื่อไปเผานั้นวันนี้ท่านสามารถแปรสภาพ สิ่งเหล่านั้นเป็นเงินได้แล้ว ดังนั้นในปีนี้จึงเป็นที่มาของนโยบายชิงเก็บลดเผา เพื่อที่ว่า ให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เก็บวัสดุเหล่านั้นออกมา ยิงกระสุนนัดเดียวได้นก ๒ ตัว คือว่า ลดโอกาสการเผาที่เกิดขึ้นในเขตป่า แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ไปเก็บเชื้อเพลิงเหล่านั้นมา ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวของตนเองด้วย ดังนั้นในปีนี้พี่น้องที่จะเผาก็คงจะต้อง คิดแล้วว่าท่านจะเผาเงินของท่านทิ้ง หรือท่านจะเก็บเงินของท่านเอาเข้ามาเป็นใช้จ่าย ในครัวเรือนของท่าน แล้วก็ที่ผ่านมาต้องขออนุญาตเรียนว่าก็ได้รับความสำเร็จ ณ ระดับหนึ่ง เพราะว่าพอดูปริมาณฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดภาคเหนือมาจนถึงวันนี้ ปริมาณจุดฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในเขตภาคเหนือนั้นถ้าเทียบกับปีต่อปี หรือเวลาเดียวกัน ของปีที่แล้วก็มีปริมาณลดลงประมาณเกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกันในทุก ๆ จังหวัดนะครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรที่จะต้องเฝ้าระวังไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ป่า ต่อมาในพื้นที่ของการทำการเกษตรท่านประธานครับ ภาคกลางมีการเผาไหม้ไม่ว่าจะเป็น ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย หรือแม้แต่นาข้าว ในปีนี้ก็ได้มีการประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ ในการที่จะลดพื้นที่เผาอ้อยให้ได้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ประสานงานกับโรงงาน น้ำตาลหลายต่อหลายแห่งทั่วประเทศในการที่จะลดปริมาณการซื้ออ้อยที่ผ่านการเผาไฟ มีมาตรการที่จะจูงใจไม่ให้พี่น้องเกษตรกรนั้นเผาอ้อย เช่น ลดราคาอ้อยลงมาบ้างอะไรบ้าง ซึ่งในขณะนี้ก็ได้รับการตอบรับดีพอสมควรในส่วนของเรื่องอ้อย ในส่วนของนาข้าว ขณะนี้ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ประสานงานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วตัวผมเองได้ไปวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (VDO Conference) กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัดที่กระทรวงมหาดไทย ในการขอ ความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งผ่านไปยังทั้งเกษตรจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปถึงนายก อบต. ในการที่จะเฝ้าระวังว่าถ้าช่วงไหนอากาศกดทับหรือว่าไม่เป็นใจในการที่จะให้เผา ก็จะต้องมีการกำชับแล้วก็กวดขันไม่ให้มีการเผาในที่โล่งเกิดขึ้น ซึ่งมาถึงขณะนี้ก็ได้รับ ความร่วมมือต้องเรียกว่าดีพอสมควรจากพี่น้องเกษตรกรในหลาย ๆ พื้นที่นะครับ ได้มี การบินตรวจสภาพอากาศอยู่โดยเสมอนะครับ เวลามีปัญหาขึ้นมาต้องขออภัยพี่น้อง ชาวจังหวัดกรุงเทพมหานครที่บางครั้งถึงแม้ว่าท่านลดปริมาณพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพฯ แล้ว ปัจจุบันมีการใช้รถไฟฟ้าอีวี (EV) มีการใช้รถไฮบริด (Hybrid) ในการที่จะลดปริมาณพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดขึ้นมากมาย แต่บางครั้งก็ยังมีฝุ่นควันที่เราไม่ได้ผลิตเอง แต่พัดมาจากพื้นที่อื่น แล้วแต่ทิศทางลม มาจากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ บ้าง มาจากทิศตะวันออกของ กรุงเทพฯ บ้างพัดผ่านเข้ามาทำให้ถึงแม้ว่าเราไม่ได้ผลิตแต่เรารับผลกระทบจากจังหวัดอื่น ขึ้นมา เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ปริมาณฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นทางกรมควบคุมมลพิษนั้น จะเฝ้าดู จะมีรายงานเข้ามาทุกวันท่านประธานครับ แล้วก็ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย อย่างใกล้ชิด ถ้าหากว่ามีจุดฮอตสปอต (Hotspot) เพิ่มขึ้นที่จังหวัดใดเช้าวันนั้นทางกระทรวง ก็จะกำชับไปทางกระทรวงมหาดไทยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ เข้มงวดในการตรวจตรา จุดฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด นอกจากประเด็นปัญหาในประเทศแล้ว ท่านประธานครับยังมีการเกิดหมอกควันข้ามแดน ซึ่งในขณะนี้สิ่งที่ทางประเทศไทยสามารถ ทำได้ก็คือการทำหนังสือร้องขอไปยังเลขาธิการอาเซียน (ASEAN) หรือว่าอาเซียนซีเครตทาเรียต (ASEAN Secretariat) ปัจจุบันเพื่อนบ้านของประเทศไทยทางทิศตะวันออกนั้นมีจุดฮอตสปอต (Hotspot) เกิดขึ้นต้องเรียกว่าอย่างมหาศาลนะครับ เช้าวันนี้เองก็ยังได้เห็นเหมือนกันว่า ปริมาณฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นมีปริมาณเยอะมาก ขออนุญาตไม่เอ่ยนามว่าเป็นประเทศใดนะครับ แต่ว่าพอลมพัดเข้ามาก็จะส่งผลกระทบ ให้อากาศทางภาคตะวันออกของเรา แล้วท้ายที่สุดอาจจะกระทบมาถึงจังหวัดกรุงเทพมหานคร ของเรานั้นก็ได้รับปริมาณหมอกควัน แล้วก็พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดขึ้น ซึ่งในขณะนี้ ทางกรมควบคุมมลพิษได้ทำหนังสือชี้แจง แล้วก็ร้องเรียนไปยังทางเลขาธิการอาเซียน (ASEAN) แล้ว ในการที่จะประสานงานไปยังประเทศต่าง ๆ ให้ลดปริมาณฮอตสปอต (Hotspot) ให้ลดให้ได้ ในประเทศของท่าน ซึ่งประเทศไทยของเราเองในปีนี้มาถึง ณ วันนี้ต้องเรียนว่ามาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับมา แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประสานงานกับไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น มาถึงวันนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี แล้วก็ทำให้ปริมาณ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยลดลง ต้องเรียนว่า ลดลงแต่ยังไม่ได้หายไป แน่นอนพี่น้องประชาชนที่ตื่นขึ้นมาในกรุงเทพฯ ตื่นขึ้นมาแล้วก็จะต้อง บอกว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง ตื่นมาแล้วมันยังขมุกขมัว ยังเห็นฝุ่นอยู่เลย สิ่งเหล่านี้เรากำลัง เร่งแก้แล้วก็ค่อย ๆ ลดปริมาณลงไปตามลำดับครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
คุณองอาจครับ เชิญถามได้ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตามที่ท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงว่ารัฐบาลได้มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไข ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ซึ่งรัฐบาลได้มีเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ กราบเรียน ท่านรัฐมนตรีครับว่าผมได้เข้าไปดูในแผนนี้ ได้เข้าไปดูแผนการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษและฝุ่นละออง เมื่อเราพูดถึงวาระแห่งชาตินี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญ เราถึงได้เอาขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ ถ้าดูตัวชี้วัดอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้บอก บางตัว เช่นเรื่องฮอตสปอต (Hotspot) หรือจำนวนจุดความร้อนลดลง อันนี้แน่นอนครับ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า ผมไปตรวจสอบดูหลายจุดก็ลดลง แต่ผมคิดว่าการลดลงนั้น ก็คงยังไม่เพียงพอ เพราะเราอยากจะให้สิ่งเหล่านี้หายไปมากกว่าเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ นะครับ ยังมีตัวชี้วัดอีก ๒ ตัว ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีจะทราบ หรือไม่ว่ามันไม่ค่อยดีขึ้น ในแผนวาระแห่งชาติกำหนดตัวชี้วัดอยู่ ๓ ตัว🔗
ตัวแรก ก็คือจำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น พูดง่าย ๆ วันที่ไม่มีฝุ่นให้เพิ่มขึ้นครับ ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน วันที่ไม่มีพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้เพิ่มขึ้น ตรงนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจครับท่านรัฐมนตรีว่ามันเป็นไปอย่างตัวชี้วัดนี้หรือไม่🔗
ตัดเรื่องฮอตสปอต (Hotspot) ไปเพราะท่านพูดไปแล้ว ผมก็บอกไปแล้ว นั่นเป็นข้อที่ ๒ ตามวาระแห่งชาติที่กำหนดไว้🔗
ข้อที่ ๓ บอกว่าจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับ มลพิษทางอากาศลดลง ตรงนี้ผมอยากจะให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบดูว่า ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างตัวชี้วัดที่เราปรารถนาหรือไม่ ผมอยากจะบอกว่ามันไม่น่าจะเป็น ไปอย่างที่เราปรารถนา ผมคิดว่ามันน่าจะดีขึ้นกว่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านรัฐมนตรี ซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าปัจจัยภายใน พูดง่าย ๆ ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการตามวาระแห่งชาติก็ทำไปเยอะพอสมควร ท่านพยายาม ยกตัวอย่างโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เรื่องการตรวจจับควันดำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน อะไรต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ส่วนในต่างจังหวัดท่านก็เน้นเรื่องแก้ไขปัญหา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ที่พยายามดำเนินการ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า หัวใจสำคัญที่เราจะแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ผมคิดว่าการดำเนินการตาม มาตรการต่าง ๆ ต้องเคร่งครัดและจริงจัง และต้องมีการกำชับ ติดตาม ตรวจสอบ การปฏิบัติการ ถ้าดู ๒ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ จนกระทั่งถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ผมอยากจะกราบเรียนว่าการติดตาม ตรวจสอบ การบังคับใช้ให้เป็นไปตามมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลพยายามกำหนดขึ้นนี่ ยังไม่สามารถทำให้ปัญหาแก้ไขไปได้อย่างที่เราปรารถนา ก็ฝากตรงนี้ไปยังท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ แต่เมื่อดูลึกลงไปในเนื้อหานี้ผมคิดว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานครถ้าดูจาก วาระแห่งชาติบอกระยะสั้น พุทธศักราช ๒๕๖๒ ถึงพุทธศักราช ๒๕๖๔ ระยะยาว พุทธศักราช ๒๕๖๕ ถึงพุทธศักราช ๒๕๖๗ หัวใจสำคัญที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้มากที่สุด เรื่องหนึ่งนะครับ ไม่นับเรื่องการควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ การควบคุม และลดมลพิษจากการเผาไหม้ในที่โล่งภาคการเกษตร ไม่นับการควบคุมและลดมลพิษ จากการก่อสร้างและผังเมือง ควบคุมและลดมลพิษจากอุตสาหกรรม ควบคุมและลดมลพิษ จากครัวเรือน ถ้าไม่นับเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นซึ่งเป็นเรื่องดีที่ต้องดำเนินการตาม ๕ ข้อ ที่ผมบอกไป ------------------------------------------------------------------------------------- -๓๗/๑ แต่ในทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาวพูดชัดเจนครับว่าการแก้ไขปัญหาที่จะผได้ลจริงจังที่สุด ก็คือส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซื้อทดแทนรถราชการด้วยรถยนต์ไฟฟ้า อันนี้แผนระยะสั้นนะครับบอกเอาไว้ มาดูแผนระยะยาวพูดเหมือนกันครับ ส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้าและการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเรา ยังไม่ได้มีมาตรการ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งดูเหมือนว่าเราพยายามจะมี แต่การที่จะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อจะลดปัญหานี้อย่างจริงจัง ผมคิดว่ายังไม่ค่อย มีความชัดเจน จึงอยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าในฐานะรัฐบาล ทั้งหมดว่าทำอย่างไรที่จะทำให้การขับเคลื่อนในเรื่องนี้มีเป้าหมาย คงมีครับ แต่ว่าทำอย่างไร ให้มันคืบหน้า ทำอย่างไรให้มันชัดเจน ทำอย่างไรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะตรงนี้ละครับ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มากกว่าที่จะมีมาตรการจับรถมีควันดำ ไปมาตรการอะไรต่าง ๆ ที่ท่านได้บอกมา โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราแก้ไขได้ แต่ปัจจัย ภายนอกสภาพอากาศปิด เนื่องจากความกดอากาศสูงแผ่ลงมาลมมันก็อ่อน กรุงเทพมหานคร ก็เหมือนมีฝาชีมาครอบ ตรงนี้ผมเข้าใจครับว่ารัฐบาลคงไปทำอะไรมากไม่ได้ แต่สิ่งที่รัฐบาล ทำได้อยากให้ทำครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากฝากกราบถามท่านรัฐมนตรีไปยังท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นข้อสุดท้ายนะครับตามกระทู้ถามทั่วไปก็ถามได้แค่ ๒ ข้อ คือรัฐบาล จะมีแรงจูงใจหรือมีแนวทางมาตรการใด ๆ เพิ่มขึ้น ที่จะทำให้เป้าหมายของวาระแห่งชาติ ในเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ของประเทศไทยลุล่วงไปได้ โดยไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นอีก ขอฝากถามท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านองอาจได้ใช้เวลาไป ๙ นาทีเศษนะครับ รัฐมนตรีตอบไปแล้ว ๑๓ นาทีเศษ ขอเชิญตอบคำถามสุดท้ายครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก นะครับ ที่ท่านได้พูดประเด็นที่สำคัญ ๆ หลายประเด็นขึ้นมา ซึ่งแน่นอนครับผมเองจะรีบ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ดำเนินการนะครับ🔗
ในส่วนแรก ตัวชี้วัด ๓ ประเด็นเรียกว่าวาระแห่งชาติเรื่องฝุ่นนะครับ ในเรื่องของวันที่ฝุ่นนั้นไม่มีแล้วนะครับ ถ้าเทียบกันในขณะนี้ ปี ๒๕๖๔ ในเดือนมกราคม ถ้าเทียบกันเดือนต่อเดือนกับปี ๒๕๖๓ นั้น เรามีสถิติที่ดีขึ้น ลดลงมาประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในเรื่องวันที่มีฝุ่นเกินมาตรฐานที่ลดลงก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับ ท่านประธาน ประเด็นนี้บางวันต้นตอของเราอาจจะลดลง แต่ด้วยเจ้ากรรมที่พอมีลมพัด เข้ามาจากนอกประเทศ หรือว่าจากต่างจังหวัดเข้ามา มันก็อาจจะทำให้ปริมาณฝุ่น ในกรุงเทพมหานครนั้นเพิ่มขึ้น ฉะนั้นปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากสักนิดหน่อย แต่ว่ามาถึงวันนี้ อย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าเรามีวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานนั้นลดลง นี่นะครับเราทำดีขึ้นประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ในส่วนของผู้ป่วยนะครับ จำนวนผู้ป่วย ที่ลดลง ต้องขออนุญาตรับเป็นการบ้าน แล้วเดี๋ยวจะรีบประสานกับกระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะหาตัวเลขว่าผู้ป่วยเกี่ยวกับเรื่องทางเดินหายใจมีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่าในปีนี้สิ่งที่เราได้ ทำเพิ่มขึ้นมาแล้วก็ได้ทำกันมากพอสมควร เราได้มีศูนย์เรียกว่าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ ศกพ. แล้วก็ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเดินหายใจ แล้วก็ทางด้าน สาธารณสุขนั้นมาให้ความรู้ แล้วก็ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ประมาณ ปลายปีที่แล้วมาจนถึงวันนี้ มีการให้ข้อมูล มีการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำขึ้น แล้วก็ มีการเตือน แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นมีความตระหนักถึงภยันตรายของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มากขึ้น ในการที่จะผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นนั้นผมเองก็เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่าโครงสร้างอุตสาหกรรม ในประเทศไทยเรานั้น มีผู้ผลิตอยู่หลายรายมากมายนะครับ แต่สิ่งที่เราไม่สามารถที่จะ หลีกเลี่ยงได้ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เทรนด์ (Trend) ของรถไฟฟ้า อนาคต ของรถไฟฟ้านั้นจะต้องมาแน่นอนนะครับ ตัวผมเองท่านประธานครับ ก็เป็นแฟนของรถไฟฟ้าตัวยงเช่นกันนะครับ ผมเองก็มีใช้อยู่ที่บ้าน และขณะนี้ก็นำมาใช้อยู่เรียกว่าเป็นการประหยัดเงิน ทั้งประหยัดมลภาวะแล้วก็ประหยัดเงินด้วย ผมเองเป็นแฟนตัวยง เราก็พยายามที่จะเรียกว่าประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรมในการที่จะผลักดันให้เกิดรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งปัจจุบันนั้น ก็มีหลายค่ายที่เริ่มนำเอามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาเพื่อที่จะทดลองใช้ในกรุงเทพมหานคร แทนวินมอเตอร์ไซค์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปริมาณมลภาวะที่เกิดขึ้นจากมอเตอร์ไซค์นั้นมันยังน้อยนิด เมื่อเทียบกับปริมาณ คือจริง ๆ แล้วพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดขึ้นเยอะที่สุดจากเครื่องยนต์ สันดาปภายในในกรุงเทพมหานครนั้นนี่เกิดจากรถกระบะครับท่านประธาน ดังนั้นการที่จะ เปลี่ยนรถกระบะเป็นรถไฟฟ้าผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราจะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาทำให้ ต้นทุนการผลิตรถไฟฟ้านั้นลดลง และท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเปลี่ยนรถของส่วนราชการ อย่างเช่นที่สหรัฐอเมริกาที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน นั้น ก็ได้มีนโยบายจะเปลี่ยนรถของราชการทั้ง ๖๔๐,๐๐๐ คันทั่วประเทศของสหรัฐอเมริกา เป็นรถไฟฟ้า รัฐบาลไทยเองในขณะนี้ก็มีการพิจารณาถึงผลดี ผลเสีย และผลกระทบ ที่จะต้องเกิดขึ้นในการที่จะปรับเปลี่ยน อาจจะเป็นเพียงเฉพาะส่วนกลางก่อน เพราะว่า การใช้รถไฟฟ้านั้นแน่นอนจะต้องคำนึงถึงโครงสร้างของการมีจุดชาร์จ (Charge) แต่ละที่ ดังนั้นการที่จะให้สำนักงานทางภูมิภาคเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น กรมอุทยานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราดูแล ถ้าเกิดจะไปหา สถานีชาร์จ (Charge) อยู่กลางอุทยานแห่งชาติ ก็คงอาจจะลำบากสักเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในส่วนกลางในปัจจุบันเราได้มีการพยายามประสานงานกับหลาย ๆ หน่วยงานที่จะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนรถในส่วนกลางนั้น ให้กลายเป็นรถไฟฟ้าหรืออย่างน้อยเป็นรถไฮบริด (Hybrid) ก็ยังดีนะครับ เพราะว่าจะมีการใช้มอเตอร์ (Motor) ไฟฟ้าเข้ามาร่วมด้วย และแน่นอนครับ แนวทางในการที่จะแก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น เป็นปัญหาที่เราอยากจะกดปุ่มวันเดียว แล้วก็ให้มันหายไป แต่ว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ มีส่วนร่วมของ หลายหน่วยงานมาก ดังนั้นการประสานงานก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่บรรจุวาระ เรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะว่าทำให้ทางหลาย ๆ หน่วยงาน รวมทั้งอย่างยิ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานอยู่นั้น ท่านก็ได้ให้ความสำคัญ แล้วก็จี้ไปยังไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม และอีกหลาย ๆ หน่วยงานให้มีความตื่นตัว แล้วก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน การผลิต วงจรการผลิต กระบวนการผลิตให้มีความเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ต้องขอเรียนท่านสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลนั้น ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้นิ่งนอนเฉย แล้วก็การบ้านที่ท่านสมาชิกฝากไปนั้นจะรีบ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติโดยเร็ววันครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิก และท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๓ เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการแต่งตั้ง คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗
ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งว่ามีภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ถามนี้ได้ ขอเลื่อน ไปตอบในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ก็เรียนสมาชิกได้รับทราบด้วยครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๔ เรื่อง ขอให้ปรับปรุงระบบการจัดทำน้ำประปา ส่วนภูมิภาค จังหวัดสกลนคร (นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทรงศรี เป็นผู้ตอบ ท่านมาแล้วครับ ขอเชิญคุณอภิชาติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวสกลนครมาตั้งเป็นกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดังต่อไปนี้🔗
จังหวัดสกลนครมีหนองหารเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๗๗,๐๑๖ ไร่ น้ำในหนองหารเป็นทะเลสาบที่ใหญ่อันดับ ๒ ของประเทศ มีมวลน้ำถึง ๒๖๐,๙๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ซึ่งมีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค พี่น้องชาวสกลนครได้ใช้น้ำในหนองหารอุปโภคบริโภคมาเป็นเวลานับร้อยปี แต่สภาพหนองหารในปัจจุบันขณะนี้อาจจะไม่เหมือนเดิมแล้ว เนื่องจากหนองหาร นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำที่ให้พี่น้องประชาชนใช้อุปโภคบริโภคก็ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องรับน้ำเสีย น้ำทิ้งจากบริเวณชุมชนรอบ ๆ หนองหารอีกร่วม ๒๐ ตำบล ทำให้สภาพน้ำของหนองหาร ตอนนี้ไม่มีความบริสุทธิ์เหมือนเดิม ก็ก่อให้เกิดเป็นปัญหาว่าการประปาส่วนภูมิภาค ของจังหวัดสกลนครที่ได้ตั้งบริเวณริมฝั่งหนองหารติดในเขตเทศบาลนครสกลนครในปัจจุบัน ตั้งมาแล้ว ๕๐-๖๐ ปี สถานที่ตั้งตอนนี้บ่อที่จะรับน้ำดิบจากหนองหารเข้าสู่บ่อพักน้ำ ของการประปานั้นตอนนี้ปากบ่อก็เหนือจากระดับน้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตรนะครับ โดยปกติปริมาณน้ำในหนองหารจะอยู่ในระดับ ๑๕๗ ระดับน้ำทะเลกลาง🔗
เพราะว่าหนองหารจะมีเขื่อนสุรัสวดี ได้กั้นน้ำไว้ ทำให้น้ำบริเวณที่ทำการของการประปาส่วนภูมิภาคสามารถที่จะนำน้ำจากหนองหาร เข้าสู่บ่อบำบัดของตัวเองได้ แต่ในบางปีที่น้ำน้อยหรือว่าเป็นฤดูแล้งน้ำอาจจะแห้งลงไป การประปาเองก็ต้องขุดลอกท่อดิน จากหนองหารเป็นร่องระบายน้ำ เอาน้ำจากหนองหารเข้าไปสู่บ่อบำบัดที่จะทำน้ำประปา ของตัวเอง ทำให้น้ำที่เข้าสู่หนองหารจากสภาพที่เห็นในภาพนะครับ น้ำที่จะเข้าสู่บ่อเป็นน้ำที่ ปนเปื้อนดินโคลน ปนเปื้อนสารมลภาวะเป็นพิษ หรืออาจจะมีโลหะหนัก ซึ่งก่อให้เกิดสิ่งที่ เป็นมลภาวะอันตรายต่อพี่น้องประชาชนทั่วไป กระผมก็ไม่มั่นใจว่าระบบการผลิตการประปา ของภูมิภาคซึ่งเป็นระบบเดิมมา ๕๐-๖๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ผมแรกเกิดมาเด็ก ๆ ผมก็เห็นแล้วนะครับ ยังใช้ระบบการกวนช้า กวนเร็ว ใช้สารส้ม ใช้ปูนขาวในการบำบัดน้ำ แล้วก็ใช้คลอรีนเอามา ในการฆ่าเชื้อ ยังคงใช้แบบเดิม และน้ำในหนองหารที่การประปาส่วนภูมิภาคได้ใช้มาเป็น ๕๐-๖๐ ปีนี้ ท่านไม่ได้เสียค่าภาษีน้ำให้แก่ท้องถิ่นแต่ประการใด นำน้ำเหล่านี้มาจำหน่าย ให้แก่พี่น้องประชาชนในคิวบิกเมตรละ ๑๐ บาทของผู้อยู่อาศัย ของผู้ประกอบการธุรกิจ รายย่อยก็คิวบิกเมตรละ ๑๖ บาท ก็ถือว่าได้งบประมาณ ได้กำไรจากน้ำในหนองหารตรงนี้ เป็นจำนวนมากแล้ว ในปัจจุบันนี้น่าจะมีระบบการกรองน้ำที่สะอาดในการที่จะแก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนที่จะได้น้ำดื่มที่เอามาอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ เนื่องจากหนองหารต้องประสบภาวะที่อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างจะเสื่อมโทรม มีการเน่าเสีย เป็นบางส่วน และบริเวณจุดที่ตั้งของสถานีกรองน้ำของประปาภูมิภาคจังหวัดสกลนครนั้น อยู่ใกล้กับปากบ่อของบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครสกลนคร ก็ไม่มั่นใจว่าคุณภาพน้ำนั้น ทางการประปาจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าการประปาจะย้ายสถานีโรงกรองน้ำ ไปตั้งอีกจุดหนึ่งดังภาพที่เห็นคือสถานีบ้านดอนเชียงคูณ แต่จุดที่ไปตั้งนั้นเป็นสถานที่อยู่เหนือน้ำ เวลาต้องการที่จะกรองน้ำต้องต่อท่อออกไปเอาน้ำจากกลางหนองหารอีกถึง ๔-๕ กิโลเมตร ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ทางต้นทุนหรือว่าปริมาณน้ำที่จะเอามาใช้ไม่เพียงพอต่อ การใช้ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสกลนครที่จะสามารถ ผลิตน้ำสะอาดให้แก่พี่น้องชาวสกลนครและหมู่บ้านใกล้เคียงในเขตอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอโคกศรีสุพรรณนะครับ กระผมจึงขอเรียนถามว่า กระทรวงมหาดไทยมีโครงการที่จะปรับปรุงแก้ไขระบบกรองน้ำประปาส่วนภูมิภาค ของจังหวัดสกลนครให้เป็นระบบที่ทันสมัย สามารถกรองสารมลพิษ สารพิษโลหะหนัก ได้หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีตอบ ครั้งที่ ๑ ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามทั่วไป ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสกลนคร โดยถามเรื่อง การขอให้ปรับปรุงระบบการจัดการน้ำประปาส่วนภูมิภาคของจังหวัดสกลนคร เบื้องต้นก่อนนั้นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ท่านได้ถามคำถาม ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของน้ำซึ่งถือเป็นปัจจัยแห่งชีวิตแล้วก็เป็นสิ่งซึ่งคนต้องใช้เป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างต่อเนื่องกันมา ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าปัญหาที่ท่านสมาชิกที่ได้ถาม เป็นเรื่องของระบบการผลิตน้ำประปาซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคเองได้ใช้พื้นที่หนองหาร ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดสกลนคร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๗๗,๐๐๐ ไร่เศษ แล้วก็สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๑๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เป็นน้ำกักเก็บนะครับ แต่ถ้าเป็นน้ำไหลผ่านก็จะเป็นตัวเลขที่ท่านสมาชิกได้กล่าวในเบื้องต้น ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าการประปาส่วนภูมิภาคเองได้สร้างสถานีผลิตน้ำที่หนองหารนี้ ๒ แห่งด้วยกัน แห่งที่ ๑ เป็นพื้นที่อยู่ในบริเวณสำนักงานประปาสกลนคร ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ ๑,๒๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ตำบลเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร อีกที่หนึ่งเป็น สถานีผลิตน้ำแห่งที่ ๒ บริเวณบ้านดอนเชียงคูณ ก็มีกำลังการผลิตประมาณ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง เป็นโรงกรองน้ำผลิตน้ำเพื่อใช้ในการบริการพี่น้องในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร แล้วก็ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขแต่ละปีก็จะผลิตน้ำใช้น้ำดิบประมาณ ๒๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ในการผลิตน้ำประปาให้กับพี่น้องทั้งหลายในการใช้อุปโภคบริโภค ผมเรียนท่านประธานว่า ระบบการกรองน้ำประปาที่ใช้อยู่ในประเทศไทยเป็นระบบซึ่งถือว่าจะบอกว่าเป็นสากลก็ได้ เพราะว่าหลาย ๆ ประเทศก็ใช้กันเป็นระบบการกรองน้ำที่ลงทุน ถือว่าเวลาลงทุน ใช้งบประมาณจำกัดน้อย แต่ได้ผลคุ้มค่าแล้วก็เวลาขยายโรงกรองน้ำกำลังการผลิต ก็สามารถทำได้ง่าย ระบบผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสกลนครที่ใช้อยู่ ในปัจจุบันเป็นระบบผลิตน้ำประปาแบบคอนเวนชันนัล (Conventional) ซึ่งมีข้อดี คือการอาศัยหลักการไหลโดยแรงโน้มถ่วงเป็นหลัก ก็หมายความว่าเราเอาน้ำดิบสูบขึ้นไป ที่โรงกรองน้ำแล้วก็ปล่อยให้น้ำมันไหลลงไป เพื่อให้เกิดการตกตะกอนแล้วก็ไปใช้สารเคมี บางส่วนบางอย่าง อย่างเช่น สารส้ม เป็นระบบการกรองน้ำที่ไม่มีกลไกเครื่องจักรกลที่ซับซ้อน เป็นการประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก็น้อยนะครับ อีกทั้งระบบ ยังมีความยืดหยุ่นสำหรับน้ำดิบของหนองหารที่มีคุณภาพการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันมาก ตามช่วงฤดูกาล เพราะว่าหนองหารนี่เป็นแหล่งน้ำที่รองรับพื้นที่น้ำไหลเข้ามาแล้วก็จะไหล ลงไปน้ำก่ำออกไปที่ท่าอุเทนที่แม่น้ำโขง ส่วนหนึ่งบางช่วงก็จะมีเรื่องของน้ำเข้า น้ำออก มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องคุณภาพของน้ำเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งระบบดังกล่าวนี้ผมเรียน ท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่าเป็นระบบซึ่งสามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างมีคุณภาพ อันนี้ต้องเรียนยืนยันนะครับ แล้วก็ได้มาตรฐานตามที่การประปาส่วนภูมิภาคกำหนด โดยตลอดแล้วก็ใช้กันทั้งประเทศไทย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานครับ การประปา ส่วนภูมิภาคเอง สาขาสกลนคร ได้มีการปรับปรุงระบบหลายครั้งนะครับ เพื่อรองรับ การขยายตัวของผู้ใช้น้ำ รวมถึงได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ร่วมกับระบบ ผลิตน้ำประปาที่มีอยู่เดิม เช่น ระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำดิบแบบต่อเนื่องออนไลน์มอนิทอร์ริง (Online Monitoring) ที่ว่าระบบควบคุมคุณภาพของน้ำ ระบบควบคุมการผลิตระยะไกล สกาดา (SCADA) แล้วก็การบริหารการจัดการลดน้ำสูญเสีย ดีเอ็มเอ (DMA) อย่างต่อเนื่อง ทำให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสกลนคร สามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างมีคุณภาพ อันนี้ผมต้องเรียนยืนยันอยู่เสมอ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะว่าคนต้องนำมา อุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็สามารถที่จะมีปริมาณในการใช้น้ำได้อย่างทั่วถึง และต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ท่านประธานครับ การประปาส่วนภูมิภาคเองก็ยัง มีแผนปรับปรุงในปี ๒๕๖๗ เป็นแผนงานก่อสร้างระบบปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสกลนคร เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนเมือง และพื้นที่การให้บริการของ การประปา สาขาสกลนคร ซึ่งเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะสามารถตอบสนอง ต่อความต้องการในการใช้น้ำในพื้นที่ได้จนถึงปี ๒๕๗๙ ท่านประธานครับ จากข้อห่วงใย ของท่านสมาชิกนะครับว่าในหนองหารเองอาจจะมีโลหะหนัก เพราะว่ามีน้ำเสียจากท้องถิ่น หรือจากชุมชนต่าง ๆ เข้าไป ผมว่าประเด็นอย่างนี้ผมก็ได้เรียนไปให้ทางการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสกลนคร ทำความเข้าใจกับท้องถิ่น เราต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะลงสู่อ่างน้ำ สาธารณะขนาดใหญ่อย่างนี้ที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ทางการประปา ส่วนภูมิภาคเองก็ได้มีการศึกษาเพื่อให้เกิดความชัดเจนและก็มีความมั่นใจ แล้วก็ให้หายกังวล กับพี่น้องประชาชนซึ่งใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค โดยให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร มีการศึกษาเรื่องของการพัฒนาหนองหารแบบยั่งยืน ในปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ ก็ได้ให้บริษัท ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ บริษัท เซ้าท์อี๊สท์เอเซีย เทคโนโลยี่ จำกัด ซึ่งการศึกษาก็พบว่าคุณภาพของน้ำหนองหารในภาพรวมยังอยู่ในระดับพอใช้ ถึงดี สามารถที่จะนำมาใช้ผลิตน้ำประปาได้ รวมถึงการประปาส่วนภูมิภาคของสาขาสกลนครเอง ก็ยังมีการเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบว่าจะมีสารพิษและโลหะหนักหรือไม่ อย่างไรตามที่ท่าน กังวลใจนะครับ ยังตรวจไม่พบ ผลการทดสอบนะครับ ยังตรวจไม่พบสารเป็นพิษหรือโลหะหนัก อันตรายในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ หรือกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปา แต่อย่างใด ก็เรียนเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ความจริงเรามีตารางรายงานผลการทดสอบคุณภาพ ของน้ำดิบที่เป็นสารพิษที่เป็นโลหะหนักนี่นะครับ ผมเรียนเป็นข้อมูลนะครับว่าอย่างตัวแคดเมียม ที่เป็นโลหะหนักนี่นะครับ มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินเขาบอกไม่เกิน ๕๐ เราตรวจพบเพียงน้อยกว่า ๐.๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ หรือโครเมียม ไม่เกิน ๕๐ เราก็ตรวจพบในน้ำดิบที่สกลนครเพียงน้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ตะกั่วก็น้อยกว่า ๒ ซึ่งไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปรอทเองบอกว่า ๒ แต่ว่าตรวจพบเพียง ๐.๑ สารหนูนะครับ ๑๐ มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินมี ๑๐ แต่เรา น้อยกว่า๑ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาให้ท่านมีความสบายใจว่า ในหนองหารเองนั้นก็มีคุณภาพของน้ำผิวดิน ซึ่งเหมาะที่จะใช้ในการผลิตน้ำประปา แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในการนำน้ำดิบจากหนองหารมาใช้ผลิตเป็นน้ำประปานั้น การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสกลนครเองก็ได้มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำดิบอยู่เสมอ ทั้งน้ำดิบ และน้ำประปาเป็นประจำทุกวัน และส่งตรวจคุณภาพน้ำ ณ ห้องปฏิบัติการ ของการประปาส่วนภูมิภาคเป็นประจำทุกเดือน และมีการส่งน้ำดิบและน้ำประปา ทดสอบคุณภาพเพื่อหาการปนเปื้อนสารพิษโลหะหนัก หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นประจำ ทุกปี หากมีกรณีพบสารเป็นพิษหรือโลหะหนักปนเปื้อนในแหล่งน้ำ การประปาส่วนภูมิภาคเอง สาขาสกลนคร ก็จะมีการดำเนินการ ซึ่งใช้วิธีการปกติอยู่แล้ว ก็คือใช้สารส้ม ปูนขาว เพื่อทำให้สารตกตะกอนกำจัดออกมาได้โดยวิธีการที่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้ามีในเรื่องของ สารปนเปื้อนบางส่วนเราก็จะมีการใช้ผงถ่านกัมมันต์ ในการที่จะดูดซับสารพิษ เช่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกครับว่าการประปาส่วนภูมิภาคเอง ก็จะคำนึงเรื่องการให้บริการดำเนินการในการกรอง โดยคำนึงถึงคุณภาพของน้ำประปา แล้วก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้น้ำเป็นสำคัญครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านถามได้อีกครั้ง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ก็ขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้ชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำประปาของการประปา ส่วนภูมิภาค ซึ่งในของสกลนครเองน้ำดิบที่ผมได้นำปัญหาส่วนนี้มาเป็นกระทู้เรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีนั้น ก็เพราะว่าปริมาณน้ำดิบในหนองหารตรงนี้มีปัญหา จากภาพที่ผม ได้นำเสนอเมื่อก่อนที่จะยื่นกระทู้นะครับ ที่ได้เห็นว่าหนองหารปัจจุบันสภาพน้ำเริ่มเน่าเสีย และบริเวณตรงที่ทางสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสกลนครได้เปิดเป็นช่องรับน้ำดิบ จากหนองหารเข้าไปนั้น เป็นบริเวณใกล้ ๆ บ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครสกลนคร และใกล้ ๆ บริเวณปล่อยน้ำที่บำบัดของโรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร ๒ จุดเลย🔗
ทำให้น้ำดิบที่เราจะนำมาใช้ทำเป็น น้ำประปานั้นเราไม่มั่นใจถึงความสะอาด อาจจะไม่มีโลหะหนัก ท่านอาจจะป้องกันสารพิษ โลหะหนักนะครับ แต่เชื้อโรคจุลินทรีย์ อะไรในส่วนที่บ่อบำบัดอาจจะไม่สามารถบำบัดได้หมด เพราะว่าบ่อบำบัดของทางเทศบาลนครเป็นการบำบัดโดยธรรมชาติ ในขณะที่ของโรงพยาบาล ศูนย์ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ก็มีบ่อบำบัดอีกตัวหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นบ่อบำบัดที่อันตราย ถ้าเกิดในกรณี มีเชื้อที่เล็ดลอดหลุดลงสู่หนองหาร ก็เป็นประเด็นที่พี่น้องชาวสกลนครของเรามีความกังวล ในส่วนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ถึงแม้นว่าสกลนครจะมีแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนคร ที่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๗๒ วงเงิน ๗,๔๔๕ ล้านบาท ที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเมตตาตั้งคณะทำงานออกไปวางแผนในการบูรณาการจัดการทางด้านการบริหาร จัดการน้ำ การป้องกันกำจัดมลภาวะน้ำเน่าน้ำเสีย แต่ตอนนี้สิ่งที่ทางรัฐบาลได้คาดการณ์ไว้ว่า จะไม่ให้หนองหารมีน้ำเน่าน้ำเสียลงไป เรายังไม่ได้มีการดำเนินการก่อสร้าง น้ำเน่าน้ำเสีย ของชุมชนรอบ ๆ หนองหารยังคงปล่อยลงสู่หนองหารทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาล นครสกลนครบ่อบำบัดเดิมที่เคยใช้ได้ ๒ บ่อ ตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว อีกบ่อหนึ่งตรงของหนองสนม นะครับ ตอนนี้กลายเป็นแก้มลิงในการเก็บกักน้ำ ไม่สามารถบำบัดน้ำได้อีกทางหนึ่ง ในขณะเดียวกันอีกจุดหนึ่งนะครับ จุดที่น้ำห้วยทรายขมิ้นที่ปี ๒๕๖๐ ได้เกิดน้ำท่วมมาคราวก่อน ทำให้สกลนครน้ำท่วมนั้น น้ำจากลำคลองห้วยทรายตอนนั้นไหลลงสู่หนองหารก็ไม่มี บ่อบำบัดน้ำเสียอีกเช่นเดียวกัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งบอกว่าสภาพน้ำของหนองหารในปัจจุบันนี้ เสื่อมโทรม และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทางการประปาส่วนภูมิภาคเองที่เป็นผู้รับหน้าที่ ในการผลิตน้ำสะอาดให้แก่พี่น้องในเขตเทศบาลนครและพี่น้องในเขตชุมชนใกล้เคียง ได้ใช้ สมควรที่จะมีแผนในการที่จะเคลื่อนย้ายสถานีประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดสกลนคร ที่ตั้งอยู่บริเวณที่ไม่เหมาะสมในปัจจุบัน ออกไปสถานที่อื่นไปตรงต้นน้ำ อาทิเช่น ตำบลเหล่าปอแดง หรือว่าทางตำบลทามไฮ ที่มีปริมาณน้ำสามารถที่จะมาผลิตน้ำได้ ผลิตเสร็จแล้วค่อยต่อส่งท่อ ส่งกลับเข้ามาสู่ตัวจังหวัด เพราะว่าท่อกลับเข้าสู่ตัวจังหวัดนั้นมันมีอยู่แล้ว ก็คือท่อประปา จากจังหวัดสกลนครออกไปอำเภอโคกศรีสุพรรณ เป็นการแก้ไขปัญหาซึ่งใช้งบประมาณ ไม่มากนะครับ ท่านสามารถทำโรงกรองน้ำใหม่โดยใช้น้ำจากลำน้ำพุง ที่บ้านตองโขบ มีเขื่อนน้ำพุงตามโครงการพระราชดำริ มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะให้การประปาสามารถผลิตน้ำ ที่จะให้พี่น้องในเขตเทศบาลนคร ซึ่งวันหนึ่งจะใช้น้ำประมาณ ๕๕,๐๐๐ คิวบิกเมตร อันนี้ ก็เป็นปริมาณน้ำที่เพียงพออยู่แล้ว ถ้าการประปามีการเตรียมการและสามารถที่จะแก้ไข ปัญหาตรงนี้ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความสบายใจในปัญหาเรื่องมลภาวะ เนื่องจาก ระบบการกรองน้ำของการประปาในปัจจุบันนี้ กระผมก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถ กรองสารพิษที่เกิดจากยาปราบศัตรูพืช🔗
ท่านอภิชาติถามไหมครับ เชิญถามคำถามที่ ๒ นะครับ ท่านอภิชาติเชิญถามคำถามที่ ๒ นะครับ🔗
หรือว่าสารพิษตัวอื่นที่ไหลลงไปสู่ หนองหารจากบ่อบำบัดนะครับ อาจจะเป็นน้ำมันเครื่องหรือว่าอาจจะเป็นสารเคมี ทางด้านอื่น ๆ ที่ไหลลงไปแล้ว เราไม่ทราบว่าตอนนี้สภาพหนองหารจะเป็นอย่างไร ในฐานะ ที่เป็นคนสกลนครก็มีความห่วงใยว่าสกลนครนี้มีหนองหารอันเป็นแหล่งน้ำที่ชาวสกลนคร ของเราได้ใช้ดื่มใช้กินมาในการที่จะสร้าง แก้ไขปัญหา อำนวยความสะดวกให้แก่พ่อแม่พี่น้อง ในการทำมาหากินทางด้านการเกษตร หรือว่าทางด้านการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต เราอยากมีหนองหารที่มีความสวยงามและธรรมชาติที่เคยมีอยู่ให้กลับคืนมาบริบูรณ์สมบูรณ์ เหมือนเดิม จึงใคร่ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาว่ากระทรวงมหาดไทย มีการพิจารณาถึงความเหมาะสมของสถานที่ตั้งโรงกรองน้ำประปาส่วนภูมิภาคที่จะต้องมี พื้นที่กว้างขวางเพียงพอต่อการจัดตั้งระบบจัดทำน้ำสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ใกล้ แหล่งน้ำบริสุทธิ์หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามสุดท้ายครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ทรงศักดิ์ ทองศรี ต้องขอตอบ คำถามเพิ่มเติม แต่ว่าเพื่อให้ท่านสมาชิกได้มีความสบายใจในเรื่องของน้ำประปาที่สาขาสกลนคร ของการประปาส่วนภูมิภาคนะครับ นอกจากน้ำดิบแล้วน้ำซึ่งเรากรองแล้วผ่านระบบการกรอง ตามที่ได้เรียนเบื้องต้นนะครับ เราก็มีการทดสอบของค่าคุณภาพของน้ำอยู่เสมอนะครับ ผมจะเรียนให้ท่านได้เห็นเป็นความห่วงใยให้ท่านสบายใจ อย่างตัวแคดเมียมเองนี่นะครับ ฐานการผลิตของการประปาส่วนภูมิภาคเองต้องไม่เกิน ๓ นะครับ น้ำประปาที่หนองหาร ผลการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เรามีการทดสอบเป็นข้อมูลที่ได้เห็นว่า มีการทดสอบกันทุกเดือน ปีหนึ่งทดสอบครั้งหนึ่งเรื่องของโลหะหนัก ได้ตัวเลขเพียง ๑.๖ เท่านั้นเอง อย่างแบเรียมนี่ ๗๐๐ เราก็อยู่ที่ ๕๕ โครเมียมไม่เกิน ๕๐ เราก็อยู่ที่น้อยกว่า ๑ นะครับ ซีลีเนียม ๑๐ เราก็อยู่ที่น้อยกว่า ๒ ตะกั่ว ๑๐ ก็น้อยกว่า ๒ ปรอท ๑ เราก็ ๐.๔ สารหนูบอกว่า ๑๐ ก็น้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นน้ำที่ผลิตแล้ว ก็เรียนให้ท่านสมาชิก ด้วยความสบายใจ ผมเข้าใจท่านนะครับเพราะว่าท่านอยู่กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ห่วงใย เรื่องของคุณภาพชีวิต แต่อย่างไรก็แล้วแต่เรื่องของน้ำดิบก็จะเป็นปัญหาหนึ่งในเรื่องของ คุณภาพของน้ำซึ่งวันนี้หนองหารอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนก็จะมีเรื่องของโรงพยาบาล มีเรื่องของเทศบาลซึ่งอาจจะต้องปล่อยน้ำลงไปในหนองหาร แต่ว่าตามกฎหมาย ในการปล่อยน้ำเสียไปก็ต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งมาตรฐานของน้ำก็ต้องเป็นไปตามที่กำหนด เราต้องลงไปตรวจสอบดูว่าบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลหรือของโรงพยาบาลเองเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ อย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมเรียนเบื้องต้นว่า น้ำตั้งแต่น้ำดิบ แล้วก็น้ำที่กรองมาแล้วก็อยู่ในคุณภาพมาตรฐานตามที่การประปาส่วนภูมิภาค กำหนดแล้วก็เป็นไปตามหลักสากล องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าเป็นอย่างไรก็เป็นมาตรฐาน อย่างหนึ่งที่หน่วยงานที่ผลิตน้ำในการให้กับผู้คนอุปโภคบริโภคต้องเป็นไปตามมาตรฐาน สากล🔗
สำหรับการพิจารณาเรื่องของพื้นที่ ผมเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก อย่างนี้ครับว่าความจริง ๒ จุดที่การประปาส่วนภูมิภาคนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปา ในการพิจารณาหลักการที่สำคัญคือเรื่องของแหล่งน้ำเดิมเป็นหลักการสำคัญว่าแหล่งน้ำเดิม ที่เราใช้อยู่นี้มีศักยภาพเพียงพอในการที่จะพัฒนาในการให้บริการกับพี่น้องประชาชน ในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด ที่หนองหารเองผมเรียนเบื้องต้นว่ามีพื้นที่ ๗๗,๐๐๐ ไร่ มีปริมาณของน้ำกักเก็บที่ไม่ใช่น้ำผ่าน น้ำผ่านก็หลายร้อยนะครับ แต่ละปีที่ผ่านไปลงเป็น น้ำกลั่น แล้วก็เอาไปที่แม่น้ำโขงที่ท่าอุเทน ก็มีน้ำกักเก็บอยู่ประมาณ ๑๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มันเพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งเราได้มีการศึกษาวิจัย แล้วก็มีการศึกษาไว้แล้วนะครับว่า ปริมาณน้ำที่หนองหารสามารถที่จะใช้เป็นน้ำประปาในการบริการกับพี่น้องในเขตชุมชน เทศบาล ไปได้อีกอย่างน้อย ๒๐ ปี ทั้งที่มีคุณภาพ แล้วก็มีมาตรฐาน มีปริมาณตามที่กำหนด นะครับ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่อยู่ในชุมชนเมืองเวลาที่จะมีการพัฒนา มีการปรับปรุงนี่ ผมเรียน ท่านประธานถึงสมาชิกว่าเราต้องหาวิธีการที่แบบพอเพียง ประหยัดงบประมาณ ได้ผล คุ้มค่ามากที่สุดนะครับ เพราะภาระในการก่อสร้างประปามันจะส่งผลต่อการคิดอัตราค่าน้ำ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นจุดที่เราจะสร้างโรงกรองน้ำหรือผลิตน้ำประปาต้องอยู่ในจุดซึ่งสามารถส่งต่อไป ถึงผู้ใช้บริการได้อย่างใกล้ที่สุด สะดวกที่สุด เร็วที่สุด และประหยัดที่สุด นั่นคือเป็นแนวคิด ในการกำหนดพื้นที่ในการที่จะสร้างโรงกรองน้ำประปา แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ถ้าหากว่าในอนาคตหนองหารอาจจะมีปัญหา แต่ผมเรียนว่าไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ถ้ามี ปัญหาการประปาส่วนภูมิภาคเองก็ได้มีการศึกษาพื้นที่ใกล้เคียงที่จะมีศักยภาพในการที่จะ รองรับในการผลิตน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของท่านสมาชิกได้เสนอไว้ที่โคกศรีสุพรรณ หรือแม้แต่ที่อำเภอพังโคนเอง ซึ่งเป็นพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เป็นเขื่อนน้ำอูนนี่นะครับ จะมีน้ำกักเก็บอยู่ปีหนึ่ง ๆ ประมาณ ๕๒๐ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร ตรงนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้ นะครับ ถ้าในอนาคตการเติบโตของเมืองสกลนครมากขึ้น ต้องการใช้น้ำมากขึ้น และปัญหา ของหนองหารอาจจะเป็นปัญหาเรื่องคุณภาพของน้ำในสิ่งที่ท่านกังวลนี่ เราก็อาจจะมาศึกษา ใช้น้ำ ซึ่งเป็นเขตของกรมชลประทานในการผลิตน้ำประปา เพื่อดำเนินการให้เป็นประโยชน์ ที่สุดกับพี่น้องประชาชนในเรื่องความห่วงใยเรื่องของคุณภาพของน้ำ เรื่องปริมาณของน้ำ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกนะครับว่าสิ่งที่ท่านกังวลการประปาเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับก็พยายามที่จะพัฒนา สื่อสารทำความเข้าใจ แล้วก็พยายามที่จะทำให้ คุณภาพของน้ำเป็นไปตามความต้องการของประชาชน ตามมาตรฐานสากลให้มากที่สุด แล้วก็เรียนยืนยันนะครับว่าพื้นที่เดิมนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสม แล้วก็จะนำไปสู่ การผลิตน้ำประปาที่มีคุณภาพ แล้วก็สามารถประหยัดงบประมาณในการดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต้องขอบคุณ ท่านอภิชาติ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ได้ใช้เวลากระทู้นี้เกือบครึ่งชั่วโมงนะครับ แต่ว่าก็เป็น ประโยชน์กับพี่น้องของเรานะครับ ต่อไปจะขออนุญาตที่ประชุมนะครับว่าเนื่องจาก คนต่อไป🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านอภิชาติครับ🔗
ครับ พอดีกระผมมีประเด็นที่จะ สอบถาม เนื่องจากทางท่านรัฐมนตรีนั้นยังชี้แจงไม่ชัดเจนนะครับ ผมขอถามเพิ่มคำถาม อีกสักครู่หนึ่งครับ🔗
เอาสั้น ๆ นะครับ ขอถาม ก็แล้วกันนะครับอย่าอภิปรายครับ ขอถามครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๑ ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มาชี้แจงถึงสภาพการบริหาร จัดการของสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสกลนครว่ามีความเหมาะสมที่จะดูแล บริหารจัดการน้ำให้ชาวสกลนครต่อไปอีก ๒๐ ปี ผมคิดว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่การประปา ส่วนภูมิภาคอาจจะนำเสนอให้ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อทางสภา แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระผมคนสกลนครนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมนั่งอยู่ข้างท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ส.ส. สกลนคร ๒ คน ที่อยู่ริมหนองหารนะครับ ทราบปัญหาดีว่าสิ่งที่ท่านพูดมานั้น เป็นระยะเวลาที่ไม่น่าจะถึง ๒๐ ปี เพราะว่าถ้าสภาพหนองหารเป็นเช่นนี้ อีกไม่กี่ปีนะครับ น้ำประปาที่ท่านคาดว่าจะดำเนินถึง ๒๐ ปีนั้น ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งแผนพัฒนาหนองหารของจังหวัดสกลนคร การประปาส่วนภูมิภาคมีแผนด้าน การจัดการน้ำอุปโภคบริโภคของการประปาส่วนภูมิภาค วงเงินเพียง ๔,๙๒๐,๐๐๐ บาท แค่นั้นเองนะครับ มันน้อยเกินไปนะครับ จากเงิน ๗,๔๔๕ ล้านบาท แผนระยะเวลา ๑๐ ปี การแก้ไขปัญหาน้ำประปาสกลนคร ต้องขอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการตรงนี้ด้วยนะครับ🔗
ท่านอภิชาติครับ ถามเลยครับ ถ้ามีความประสงค์จะถาม ถามได้เลยครับ🔗
ครับผม จึงขอเรียนถามว่า ในอนาคต การประปาส่วนภูมิภาค มีแผนที่จะเตรียมมวลน้ำสะอาดที่จะเข้ามาทำน้ำประปาให้แก่ เทศบาลนครสกลนครและบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ เพราะว่าน้ำในหนองหารในปัจจุบันอาจจะ ลดน้อยลงในบางฤดู และสภาพน้ำบริเวณชายขอบหนองหารปัจจุบันมีมลภาวะ ที่ไม่เหมาะต่อการบริโภคนะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตอบเลยนะครับ ความจริงผมได้เรียนเบื้องต้นแล้ว นะครับว่าจริง ๆ มวลน้ำของหนองหารเองนี่นะครับ ที่เป็นน้ำกักเก็บแต่ละปีมีความจุ ประมาณ ๑๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีอยู่แล้ว แต่ว่าปริมาณการใช้น้ำต่อปีของการประปา ส่วนภูมิภาคทั้ง ๒ แห่ง ซึ่งเรามีการคำนวณคิดตัวเลขไว้ว่า ๒๐ ปี จะใช้น้ำเพิ่มขึ้นเพียง ๓๖.๑๓ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ตัวเลขยังเหลืออีกเยอะที่จะใช้ในการพัฒนาเรื่องของ การผลิตน้ำประปาให้กับพี่น้องชุมชนในเขตเทศบาล แล้วก็เขตใกล้เคียงนะครับเรียนยืนยัน เพียงแต่ว่าท่านอาจจะห่วงใยเรื่องคุณภาพของน้ำเท่านั้นเอง แต่ก็เรียนเบื้องต้นนะครับว่า เราก็มีการตรวจวิเคราะห์น้ำตลอดเวลา ทั้งน้ำดิบแล้วก็น้ำที่ผ่านการกรองแล้ว ในการที่จะ ดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ที่เรียนเบื้องต้น ครับว่าการประปาเองก็ไม่นิ่งนอนใจนะครับ ก็สำรวจตรวจสอบดูนะครับว่าจะมีแหล่งน้ำ ที่ไหนในการที่จะผลิตน้ำประปาเพิ่มเติม ซึ่งอนาคตการประปาส่วนภูมิภาคเองแต่ละแห่ง ก็จะเป็นโครงข่ายในการส่งน้ำดิบเชื่อมโยงกันนะครับ อย่างเช่นที่ผมเรียนเบื้องต้นว่า อ่างเก็บน้ำน้ำอูนอย่างนี้มีตั้ง ๕๒๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เราก็อาจจะทำเป็นโรงสูบ กรองน้ำที่นี่ แล้วก็เชื่อมท่อไปในระบบเพื่อส่งน้ำให้กับในตัวชุมชนเมือง แล้วก็จังหวัด ใกล้เคียงนะครับ เป็นโครงข่ายน้ำเพื่อเชื่อมโยงต่อกันไปโดยไม่จำกัดว่าน้ำที่ไหนใช้เฉพาะ พื้นที่ตัวเอง อาจจะเป็นโครงข่ายน้ำเชื่อมโยงกันไป สกลนครจะส่งไปที่บึงกาฬ ส่งไปที่ อุดรธานี หรือไปที่นครพนมก็ได้อย่างนี้เป็นจังหวัดข้างเคียง ก็เป็นโครงข่ายของการพัฒนา เพื่อนำน้ำที่เป็นมวลน้ำสะอาดในการให้บริการ แต่ว่าทุกจุดที่การประปาบริหารจัดการอยู่นี่ ก็มีมาตรฐานสากลตามที่กำหนดอยู่เสมอครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี นะครับ ก็ขออภัยสมาชิกด้วยเพื่อให้กระทู้นี้ได้สิ้นกระแสความก็อนุญาตเป็นพิเศษนะครับ🔗
เชิญนั่งนะครับ ท่านสมาชิกและท่านผู้เข้าร่วมประชุมกระทู้แยกเฉพาะทุกท่านนะครับ ท่าน ส.ส. ท่านรัฐมนตรี ต่อไปนี้เป็นระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการตอบ และการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ🔗
- ลำดับที่หนึ่ง กระทู้ถาม ของ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
- ลำดับที่สอง กระทู้ถาม ของ นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์🔗
- ลำดับที่สาม กระทู้ถาม ของ นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
- ลำดับที่สี่ กระทู้ถาม ของ นางลินดา เชิดชัย🔗
- ลำดับที่ห้า กระทู้ถาม ของ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗
- ลำดับที่หก กระทู้ถาม ของ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗
ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗
เพื่อความสะดวก แล้วก็เหมาะสม ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๕ เรื่อง ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนในพื้นที่ชุมชนเมืองหลวงไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายมานะชัย กฤตอำไพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ขอเชิญท่าน ส.ส. ณัฐชาถาม แล้วก็ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ อนุพงษ์ เผ่าจินดา เตรียมตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลจากชาวบางขุนเทียนครับ เขตบางขุนเทียนเป็นเขตหนึ่ง ในเมืองหลวงของประเทศไทย นั่นคือกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันก็มีปัญหาหลากหลาย มากมายนะครับ เป็นเขตที่รถไฟฟ้ามาไม่ถึงทางด่วนข้ามไปข้ามมาอยู่ชายแดนกรุงเทพมหานคร บางขุนเทียนนี่เองนะครับ เพราะฉะนั้นในความเป็นเมืองหลวงที่พี่น้องประชาชนภาคภูมิใจนี่ แต่ในมุมเดียวกัน เขตบางขุนเทียนยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างอยู่ในหลายชุมชน ตั้งแต่ผมได้รับ ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา มีเรื่องร้องเรียนมากมายหลากหลายครับ และหนึ่งในนั้น ก็คือเรื่องของปัญหาไฟฟ้าส่องสว่าง ผมได้เข้าไปเช็ก (Check) ข้อมูลล่าสุดนะครับ ก่อนจะมา ตั้งกระทู้ถามทาง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็คือหน่วยงานบริหารอย่างระดับท้องถิ่น อย่างกรุงเทพมหานคร และหน่วยงาน ใต้บังคับบัญชาของท่านผ่านไปยังรัฐวิสาหกิจ นั่นก็คือการไฟฟ้านครหลวง มีการแบ่ง การจัดสรรเรื่องของไฟฟ้าแสงสว่างกับชุมชนกับพื้นที่สาธารณะเป็นอย่างนี้ครับ คือการติดตั้ง และค่าบำรุงรักษาหน่วยงานระดับท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล ในเขตบางขุนเทียน ก็คือ กรุงเทพมหานครผ่านไปยังสำนักงานเขต ในค่ากระแสไฟฟ้าก็เป็นหน่วยงานทางการไฟฟ้า นครหลวงเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ดูแล้วเผิน ๆ ก็เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นครับ เช็ก (Check) ล่าสุด เมื่อคืนนี้ผมลงพื้นที่ไปอนามัยงามเจริญ ซอย ๒๕ แยก ๒-๒ อนามัยงามเจริญ ๒๕ แยก ๒-๓ แยก ๒-๗ อนามัยงามเจริญ ๓๒ ถนนพระราม ๒ ซอย ๙๐ ชุมชนทรัพย์สินพัฒนา ชุมชนเชื่อมสัมพันธ์ ถนนพระราม ๒ ซอย ๘๘ ชุมชน โฟร์โมสต์ ชุมชนบางกระดี่ หมู่ ๒ หมู่ ๘ หมู่ ๙ ริมคลองสนามชัย🔗
ภาพที่เห็นครับ ท่านประธานขออนุญาตใช้ภาพประกอบครับ นี่คือไฟฟ้าที่พี่น้องประชาชนลากจากหน้าบ้าน ตนเองมาเพื่อใช้เพื่อส่องแสงสว่างเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ และส่องสว่างให้สามารถ เดินเข้าออกได้ ภาพถัดไปเลยครับ เปิดเลื่อนไปได้เรื่อย ๆ เลย นี่คือในซอยที่พี่น้อง ประชาชนต้องใช้สัญจรไปมา ซึ่งในซอยแห่งนี้มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ ๕๐-๖๐ ครัวเรือน แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งหมดทั้งมวลนี่เขาเป็นลูกค้าของการไฟฟ้านครหลวงแน่นอนครับ มีเสาไฟอยู่ แต่ไฟฟ้ายังมาไม่ถึงด้วยเหตุประการใดก็แล้วแต่มันเป็นเงื่อนไขของหน่วยงานราชการ คุณตั้ง กฎเกณฑ์ ตั้งกติกามาอย่างไรก็แล้วแต่ นี่ครับลากมาจากในแต่ละบ้านอันนี้ซอยอนามัย งามเจริญ ๓๒ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น เลื่อนไปเรื่อย ๆ ครับ เลื่อนถัดไปเรื่อย ๆ ครับ ทั้งหมด ทั้งมวลนี่ชาวบ้านมีการใช้ไฟในแต่ละบ้านอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กทม. หรือ กฟน. ก็สลับสับเปลี่ยนกันครับ เวลามีหนังสือถามไปทีหนึ่งก็จะมีหนังสืออย่างนี้ครับ ขออนุญาตเปิดหนังสือเมื่อสักครู่ มีทางสำนักงานเขตถามไปยังหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง มีการไฟฟ้านครหลวงถามมายังหน่วยงานโน้นนี้วิ่งกันไปวิ่งกันมาสักพักเดี๋ยวผู้รับผิดชอบ ในการไฟฟ้านครหลวงย้ายไป ตั้ง เริ่มเรื่องใหม่ เข้าสู่คำถามท่านประธานครับ🔗
คำถามที่ ๑ คือทางกระทรวงมหาดไทยทราบหรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนและปัจจุบันมันมีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการแบ่งกัน รับผิดชอบคนละครึ่ง อย่างเช่น กทม. ครึ่งหนึ่ง หน่วยงานท้องถิ่นครึ่งหนึ่ง แล้วก็การไฟฟ้า ครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันมันมีไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) มันมีไฟฟ้าแอลอีดี (LED) คือคุณติดตั้ง อย่างเดียวค่ากระแสคุณไม่ต้องรับผิดชอบ ค่าเกิดมันมีการปรับปรุงเปลี่ยนใหม่อย่างนี้ กระทรวงมหาดไทยสามารถคลอดโครงการใหม่มาได้ไหมครับ ไม่ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นกับรัฐวิสาหกิจแล้ว เป็นรับผิดชอบกันคนละครึ่งเลย ซื้อโคมไฟ แอลอีดี (LED) โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) มาติดตั้ง ถ้ากระแสไม่ต้องรับผิดชอบ ค่าอุปกรณ์ ก็ให้ใช้งบของกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานท้องถิ่น อันนี้ต้องไปร่างข้อกำหนดกัน อีกครั้งหนึ่ง ผมจึงขอตั้งคำถามกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในคำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ จากกระทู้ถามผมก็ขอเรียนตามลำดับดังนี้นะครับ🔗
ในเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างของเส้นทางสาธารณะนี่ โดยนโยบายของ กรุงเทพมหานคร ในเขตกรุงเทพมหานครก็พยายามที่จะติดตั้งให้ครบหมดทั้งถนนหลัก และถนนรอง ซึ่งจะแตกต่างกับของพื้นที่ของส่วนภูมิภาค ซึ่งเส้นทางสาธารณะนี่ก็จะวาง เฉพาะทางลุ่มทางแยกหรือเขตชุมชนเท่านั้นนะครับ ในเขตทั่ว ๆ ไปนั้นก็จะไม่มีการติดตั้ง ด้วยงบประมาณ แล้วก็ความจำเป็น อย่างไรก็ตามในเขตกรุงเทพมหานครก็ย่อมมีบางพื้นที่ ที่ยังไม่มีตามที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาเรียนให้ทราบแล้วว่าบางพื้นที่ ผมขอเรียนตามลำดับ ที่ท่านได้ยกตัวอย่างมานะครับ ที่งามเจริญ ๒๕ ไฟฟ้าก็ไม่มาก ๙ ดวง ก็อนุมัติจัดสรรเงินแล้ว กำลังดำเนินการ บางกระดี่ ๑๓ ถนนบางกระดี่ อันนี้จุดละ ๑๓ ดวงก็อนุมัติจัดสรรแล้ว ที่เหลือก็เป็นจุดเล็ก ๆ ที่บางกระดี่ หมู่ ๘ ๑ ดวง ติดตั้งไฟฟ้าที่บางกระดี่ หมู่ ๒ ๘ ดวง ที่ถนนพระราม ๒ ๔ ดวง ถนนเลียบคลองพิทยาลงกรณ์ ๑๕ ดวง อันนี้เป็นข้อมูลของเขต ที่ส่งให้ผมนะครับ มันเป็นสเกล (Scale) และผมเพิ่งได้ข้อมูลมา อย่างไรก็ตามก็อยากจะเรียน ท่านประธานว่าดูนโยบายนั้นก็คงจะเป็นอย่างที่ท่านว่าจะต้องไปดูแลให้ทั่วถึง กระผมคงไป ติดตามเร่งรัดให้นะครับว่าจะดำเนินการได้อย่างไรในส่วนของการติดตั้งไฟใหม่ แต่การที่จะ มอบหมายหน่วยงานก็อยากจะเรียนว่าโดยปกติแล้วการติดตั้งนี่ก็จะเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ที่จะต้องดำเนินการติดตั้ง ก็มีในช่วงที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ทาง กทม. และการไฟฟ้านครหลวงที่มีจุดเสี่ยงต่าง ๆ ประมาณ ๖๐๐ กว่าจุด ได้มีการสำรวจ แล้วก็จุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายและจำเป็นต้องมีก็ได้ดำเนินการเสร็จสิ้น โดยการไฟฟ้านครหลวงดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้วเมื่อปี ๒๕๖๐ ส่วนเรื่องของ ค่ากระแสไฟฟ้านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อน สรุปแล้วก็คือว่าคนที่รับแล้ว คือประชาชนทั่ว ๆ ไปรับผิดชอบอยู่ในค่าเอฟที (Ft) ไม่ต้องมีใครจ่ายก็มีคนจ่ายอยู่แล้ว แต่ของการไฟฟ้านครหลวงส่วนภูมิภาคก็มีส่วนต่างกันมากคงไม่ต้องเรียนชี้แจงเป็นว่า ประชาชนทุกคนสนใจค่าไฟฟ้าสาธารณะทั้งหมด ส่วนการติดตั้งที่จะเปลี่ยนระบบนั้นผมรับ แนวทางไปว่าจะมีหนทางอย่างไร ต้องไปดูทางแง่กฎหมายเพราะการบริการสาธารณะนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยกฎหมาย แล้วก็กฎหมายกระจาย อำนาจไปจัดตั้ง จะเป็นหน้าที่ของเขานะครับ ถ้าจะไปทำในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นพื้นที่ ที่มีปัญหาบางอัน เช่น พื้นที่ของส่วนบุคคลก็ต้องมีการยินยอม อย่างไรก็ตามผมจะลอง ไปติดตามเรื่องราวทั้งหมดให้อีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ยังมีเวลาในคำถาม ข้อแรกก็เรียนถึงระบบว่า อีกระบบหนึ่ง คือเรื่องเมื่อไฟฟ้าดับซึ่งมีข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับ จำนวนมากของไฟสาธารณะ ก็จะเรียนว่ามันเกิดจาก ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือถ้าเป็นเรื่องของหลอดไฟฟ้าชำรุดนี่ กรุงเทพมหานครและเขตต่าง ๆ ก็พอจะดำเนินการได้ เพราะว่าจะมีงบเป็นค่าใช้สอย ที่จะแก้ไขได้ เวลาแก้ไขก็จะมีระบบ เช่น มีการเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ที่จะรับแจ้ง เตรียมเจ้าหน้าที่จะไปแก้ไขของทั้งเขตและสำนักการโยธา แล้วก็ของการไฟฟ้านครหลวง ที่จะทำงานประสานกันเพราะติดขัดอยู่ที่ว่าจะต้องเป็นรถกระเช้าขึ้นไป บางพื้นที่นั้น ทางเขตบางเขตก็ไม่มีรถกระเช้าก็จะต้องพึ่งทางการไฟฟ้านครหลวงเป็นหลัก ถ้าในส่วนนี้ บางส่วนสำนักการโยธากรุงเทพมหานครมีรถกระเช้าก็จะเร่งดำเนินการ โดยมี แผนว่าจะไปซ่อมที่ใดบ้าง ในส่วนกรุงเทพมหานครก็จะทำได้ประมาณไม่เกิน ๓ วัน ของการไฟฟ้านครหลวงก็จะมีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากกฎหมายจัดซื้อจัดจัดจ้างก็จะต้อง อาจจะประมาณ ๓-๕ วัน ที่จะต้องไปเปลี่ยน แต่ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นตอนนี้ ก็คือเรื่องของ ไฟฟ้าดับเป็นจำนวนมากเกิดจากการโจรกรรมสายไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกือบทุกเขตที่เป็นเขตที่ไม่ค่อยมีคนเห็นจะมีการโจรกรรมสายไฟฟ้าใดไปเลย เพราะฉะนั้น จะดับบางพื้นที่เป็นร้อยดวงเลยนะครับ อันนี้ก็เกินความสามารถของใช้สอยที่จะแก้ไข ได้ อย่างไรก็ตามในการทำแผนนั้น เรามีแผนระยะสั้นที่แก้เร่งด่วน ระยะกลางนี้ก็จะต้อง รีบตั้งงบประมาณเร่งด่วน เช่น กรณีนี้เป็นต้นก็มีการตั้งงบประมาณเร่งด่วน ระยะยาว ก็เป็นที่ท่านได้แนะนำไปดูระบบสิว่าพอจะเปลี่ยนแปลงระบบอะไรได้ไหม แล้วก็มีการคิด ที่จะเอาสมาร์ต (Smart) ระบบสมาร์ต (Smart) มาอาจจะเป็นระบบที่มันรีจิด (Regid) ตัวเองนะครับผมรับไปแล้วนะครับ กลับมาเมื่อสักครู่นี้ตอนนี้ก็มีการเตรียมการแก้ไขในเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่าถ้าตอบและท่านคงจะถามต่อไป ในส่วนแรกผมขอตอบแค่นี้ก่อนครับ🔗
เชิญท่านณัฐชา ถามครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการรับข้อเสนอแนะเรื่องของ โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เรื่องของหลอดไฟแอลอีดี (LED) ในแหล่งชุมชน แล้วก็ขอขอบคุณ ในการยืนยันเรื่องของการจัดสรรงบประมาณไปแล้วในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมา เบื้องต้น แต่เมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงผมเข้าใจดีครับมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดูผิวเผิน แล้วเล็ก ๆ แต่ถ้าเกิดดูไปลึก ๆ แล้วยิ่งใหญ่ครับ เพราะมันคือความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็วันนี้ผ่านไปแล้วตอนนี้เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเกือบ ๒ ปีนะครับท่านประธาน เรื่องนี้ร้องเรียนไปจนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเองก็ย้ายไป หลายท่าน สมาชิกในหน่วยงานในสำนักงานเขตที่เป็นระดับผู้ปฏิบัติการก็รอแล้วรออีก ก็ผ่านไปหลายคนหลายท่านเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากที่จะบอกว่าเรื่องนี้ ร้องขอกันมาอย่างยาวนาน เมื่อสักครู่อ่านดูจำนวนแล้วนิดเดียวครับไม่มาก แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนต้องเผชิญอยู่อย่างนี้ ในขณะที่ผมรับตำแหน่งนี่ ๒ ปีเข้าไปแล้ว ก่อนหน้านั้น อีกเท่าไรไม่ทราบ แต่วันนี้ถ้าเกิดมันมีการแก้ไขเรื่องของการติดตั้งแสงสว่างหรือแม้กระทั่ง โครงการที่ออกมานะครับ ผมเห็นเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในพรรคการเมืองต่าง ๆ หลาย ๆ พรรค มีโครงการเมืองปลอดภัย อุ่นใจทุกครอบครัว ซึ่งเป็นการสนับสนุนจากการไฟฟ้านครหลวงเช่นเดียวกัน ผมก็อยากให้โครงการเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ของผมบ้าง ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลอดไฟ ได้มีการติดตั้งหลอดไฟให้ พี่น้องประชาชนในเขตบางขุนเทียน ได้อุ่นใจและสบายใจปลอดภัยครับ เอาละครับ ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีการบริการไฟฟ้าส่องสว่าง โดยหน่วยงาน ก็คือการไฟฟ้านครหลวง สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารแล้วก็เป็นคำถามสุดท้ายนะครับท่านประธาน คือชุมชนต่าง ๆ ในอดีต โอเค (OK) มันไม่มีเรื่องของการติดตั้งไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง กับค่าไฟฟ้าเลยที่ท่านอธิบายเมื่อสักครู่ว่ามาจากค่าเอฟที (Ft) อะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเกิดเป็น การติดตั้งรูปแบบใหม่ที่เป็นโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) นี่ ที่เป็นแอลอีดี (LED) ที่ใช้กระแส น้อย แล้วก็กินไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) อีกที่ไม่ใช้กระแสไฟฟ้าเลย ไม่มีค่ากระแสไฟฟ้าเลยตัวนี้มันไม่ต้องรับผิดชอบกันคนละครึ่งแบบสมัยก่อน สมัยก่อน รับผิดชอบกันคนละครึ่ง คือท้องถิ่นและหน่วยงาน เมื่อสักครู่ท่านอธิบายบอกว่ามันเป็น กฎ ระเบียบ และค่าเอฟที (Ft) ก็คือเป็นการจ่ายค่าไฟฟ้า จ่ายโดยประชาชนทุกคน อันนั้น ผมเข้าใจครับในอดีต แต่ปัจจุบันและอนาคตผมเลยจะบอกว่าการไฟฟ้านครหลวงมีลูกค้า ในซอยต่าง ๆ ที่ผมได้หยิบยกภาพขึ้นมา มีเสาไฟฟ้าทุกพื้นที่ครับ เป็นพื้นที่สาธารณะ ด้วยครับท่านประธาน เป็นลูกค้าของการไฟฟ้านครหลวง แต่ว่าเวลาจะบริการสาธารณะ ตรงทางเดิน ตรงทางเข้า ตรงหน้าปากซอย มันมีความลักลั่นกันอยู่ว่าเขตยังไม่จ่ายค่าติดตั้งให้ ไฟฟ้าก็ไม่สามารถมาติดตั้งได้ ไฟฟ้าก็บอกเขต เขตก็บอกไฟฟ้า มันสลับกันไปสลับกันมา อย่างนี้ จึงรอคอยยาวนานถึง ๒ ปี เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็นต้นเหตุที่มาของผมได้มาตั้งกระทู้ ถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าเราจะทะลายล็อก คลายล็อกตรงนี้ได้ อย่างไร เอาละที่ผ่านมาไม่ว่ากัน อนาคตต่อไปครับ จะมีการพิจารณางบประมาณของปีถัดไป จะมีนโยบายการบริหารจัดการในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง ในปีถัดไป อยากจะรบกวนท่านรัฐมนตรีมอบหมายนโยบายลงไปให้มีการบริหารจัดการ เรื่องนี้ และกรอบกติกา กฎ กติกาที่บอกว่าหน่วยงานท้องถิ่นคือ กทม. หรือว่าหน่วยงาน กฟน. ที่ต้องรับผิดชอบกันคนละครึ่ง ค่าติดตั้งกับค่ากระแส มันไม่มีค่ากระแสอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้การไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้ดูแลลูกค้าของท่านได้หรือไม่ในการติดตั้ง และจัดสรรอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเองครับท่านประธาน ขอเรียนถามเป็นคำถามสุดท้าย ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ชื่นใจว่าปีหน้าฟ้าใหม่ เราจะมีนโยบายใหม่ ๆ แล้วก็มีการติดตั้งไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนโดยที่ไม่ต้องโยนกันไป โยนกันมาระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ เรื่องนี้ยังเรียนยืนยันนะครับว่าการติดตั้งไฟ ซึ่งเป็นบริการสาธารณะ เป็นหน้าที่โดยตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าผมอนุมาน เอาเองว่าการที่การไฟฟ้านครหลวงจะไปดำเนินการอีกด้วยก็คงไม่มีปัญหาถ้าเขามี งบประมาณหรือตั้งงบประมาณไว้ที่จะทำได้ เพราะว่าการบริการสาธารณะของ การไฟฟ้านครหลวงนั้นก็จะเป็นการขยายเขตไปในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นหลักที่จะดูแลพี่น้อง ประชาชน งบประมาณที่ตั้งไปก็จะขยายไปในพื้นที่ต่าง ๆ โดยจะให้ทุกครัวเรือนมีไฟฟ้า เป็นหลักนะครับ ส่วนไฟฟ้าสาธารณะยังคงเป็นหน้าที่ของทางด้านท้องถิ่นเป็นหลัก ไมใช่ ไปมอบให้การไฟฟ้า ผมเข้าใจว่าการไฟฟ้าซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งไม่สามารถทำได้ กว้างขวาง ก็อาจจะอธิบายลึกไปกว่านั้นว่าทั้งการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะถูกจำกัดด้วยการดำเนินการของนโยบายของรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานว่าไม่สามารถ ที่จะไปหากำไรได้เกิน ๔.๖ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือว่าจะทำได้แค่พอให้บริการประชาชนได้ และไม่เป็นภาระกับประชาชนนัก หมายถึงว่าการที่จะหารายได้นั้นจะถูกจำกัดไว้ และรายได้ ส่วนหนึ่งประมาณครึ่งหนึ่งเราจะให้คืนกับรัฐ อีกครึ่งหนึ่งนั้นมากระจาย มาขยาย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างตัวเลขของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผมไม่ได้เอาการไฟฟ้านครหลวง มานะครับว่าก็จะมีเหลือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อ ๑ ปี แต่การขยายเขตจะต้องกู้กัน อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาททุกปีที่จะต้องบริการพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจว่าการไฟฟ้า นครหลวงก็คงจะเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ท่านคงได้ยินเรื่องของรถไฟฟ้า การที่มีรถไฟฟ้าแล้วจะมีการติดตั้งสถานีประจุไฟหรือสถานีชาร์จ (Charge) ไฟ ที่เราเรียก กันนะครับ จะต้องเปลี่ยนระบบสายอีกมาก เพราะว่าทางการไฟฟ้าต้องวางสายไปใหม่ ไปให้ตามจุดต่าง ๆ ที่จะมีสถานีประจุไฟฟ้า ก็ต้องใช้เงินขยายเขตอย่างที่ว่านี้ เขตชานเมือง ต่าง ๆ ที่มีหมู่บ้านเพิ่มขึ้นก็จะต้องมีการขยายเขต ทีนี้ผมก็ได้ทะลายกำแพงที่ว่าจะต้องใช้เงิน รายละ ๗๕,๐๐๐ บาทอะไร ผมทะลายหมดแล้วว่าไม่ต้อง จำนวนเท่าไรก็ได้ที่ประเมินแล้วว่า จะต้องวางไปให้ถึง ขออย่างเดียวว่าจะต้องไม่ติดเป็นที่ส่วนบุคคลหรือที่หวงห้ามต่าง ๆ เท่านั้นเองถ้าจะดำเนินการ อย่างไรก็ตามแนวคิดนั้นก็คงจะไม่จำกัดกัน ผมก็คงจะรับแนวคิด ท่านไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ทั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) แล้วก็เรื่องของว่า ถ้าการไฟฟ้านครหลวงจะมารับผิดชอบติดตั้งในเขตนี้ หรือว่าไม่ต้องเป็นหน้าที่ก็ได้ อาจจะมี งบส่วนหนึ่งแบ่งมา ที่จะช่วยได้ก็รับไปนะครับ จะได้แบ่งเบางบประมาณกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงอยู่ก็รับไป เพื่อจะไม่ให้เกิดภาพที่ว่าบางส่วน ซอยบางทีมันก็สั้น จริงนะครับ ๕๐๐ เมตร ๒๐๐ เมตร มีไฟแค่ ๓ ดวง แต่คนเดินเสี่ยง ผมก็รับว่ามันก็ จำเป็นนะครับ แล้วเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ผมก็รับไปในส่วนนั้น ก็จะไปเร่งรัด ภาพรวมให้กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการนะครับ ก็คงจะตอบภาพรวม ผมขออนุญาต เมื่อสักครู่นี้ที่ติดไว้นิดหนึ่ง ยังมีเวลาอีก ๑ นาที ต้องขออนุญาตใช้เวทีนี้ได้ชี้แจง เพราะเป็นข่าวออกไปบ่อยมากในโซเชียล (Social) ในขณะนี้ จากการสำรวจของ กรุงเทพมหานครทั้งกรุงเทพมหานครเลย การโจรกรรมสายไฟไปจะทำให้มีการดับ เป็นบริเวณกว้าง ถนนเป็นสาย ๆ เลยทั้งหมด ๙๐ จุด ใช้งบประมาณมากเกือบ ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งมันเกินความสามารถของสำนักงานการโยธา ก็เลยต้องขอ งบประมาณเร่งด่วนของกรุงเทพมหานครไป ในเดือนนี้จัดจ้าง เดือนหน้าคงจะติดตั้งได้หมด แล้วระบบที่ดำเนินการวางก็พยายามที่จะป้องกันไม่ให้มีการโจรกรรมได้ หรือโจรกรรม ได้ยากนะครับ แล้วก็คงจะสว่างหมดตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ในเส้นทางสาธารณะ ส่วนทั้ง ๒ ประเด็นก็จะรับดำเนินการครับ🔗
ก็ถือว่าจบ การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๒๑๕ เรื่อง ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างถนนในพื้นที่ชุมชน เมืองหลวงไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง ของท่าน ส.ส. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นะครับ ตอบโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบพระคุณ มากครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๗ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้า โครงการก่อสร้างเขื่อนดาดท้องคลอง คลองโคกคราม คลองเสือน้อย และ คลองทรงกระเทียม เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร (นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายสัญญลักษณ์ ก้องกิจการ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักงานพัฒนาระบบระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร พร้อมแล้วผมขอเชิญท่านกษิดิ์เดชถามนะครับ แล้วก็ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เตรียมตอบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต ๘ พรรคพลังประชารัฐนะครับ วันนี้ ต้องขออนุญาตนำเรียนเล่าเรื่องสั้น ๆ พอสังเขป จำเป็นจะต้องให้ดูวีดิทัศน์บางส่วน แล้วเดี๋ยวผมจะมีคำถามครับ🔗
ท่านกษิดิ์เดช คำนวณเวลาเลยนะ เวลาเรามีจำกัดนะครับ🔗
เดี๋ยวขอข้ามเลยก็ได้ครับ เพื่อเป็นการประหยัดเวลานะครับ จะให้ดูรูปในส่วนของโบรชัวร์ (Brochure) ที่ผมได้ นำเสนอในคราวที่ผมเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะกรรมการการขนส่ง และการระบายน้ำนะครับ แล้วก็ได้ของบจากรัฐบาล น่าจะประมาณ ๔๖๕ ล้านบาท มาดำเนินการ ผ่านท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างเขื่อน ๒ เขื่อนนะครับ เขื่อนดาดท้องคลอง ในส่วนของคลองหลุมไผ่ถึงคลองโคกคราม แล้วก็คลองเสือน้อยนะครับ แต่ที่จะถาม ประเด็นมีอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าในส่วนของคลองโคกครามถึงคลองหลุมไผ่ ได้รับงบประมาณปี ๒๕๕๕ จนถึงบัดนี้การก่อสร้างยังไม่เสร็จ แล้วก็ทิ้งปัญหาอย่างที่ให้ดูรูป เมื่อสักครู่นี้ ก็คือว่าข้างในคลองดาดท้องคลองมีดินหมดเลยนะครับ ดังนั้นหมายถึง การระบายน้ำจะมีปัญหา ไม่สามารถทำได้ แล้วก็มีการยกเลิกประตูระบายน้ำบางส่วน ๑ ประตูออกจากตรงนั้น อันนี้คือคำถามแรกว่าเพราะเหตุใดการก่อสร้างถึงไม่เสร็จ เพราะว่า เดิมทีตามโครงการปี ๒๕๕๕-๒๕๕๘ ก็จะเสร็จสิ้น แล้วเดี๋ยวผมจะถามคำถามต่อไปนะครับ ก็ถามว่าเพราะเหตุใดจึงไม่เสร็จ มีปัญหาอะไร มีการเปลี่ยนรูปแบบหรือไม่ คำถามแรกครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขอเรียนให้เห็นภาพนะครับ บริเวณคลองที่ท่านเรียนถาม คือคลองหลุมไผ่ถึงคลองโคกคราม เป็นคลองเชื่อมต่อระหว่างคลองจั่นและคลองลาดพร้าว ก็จะมีอีก ๒ คลองที่ใกล้เคียงกัน คือคลองเสือน้อยและคลองทรงกระเทียม ที่เชื่อมทั้ง ๓ ก็จะระบายน้ำบริเวณพื้นที่ดังกล่าวบริเวณนี้นะครับ ปัญหาก็คือผมขอพูด ๒ คลองหลังก่อน คือคลองเสือน้อยกับคลองทรงกระเทียมได้ดำเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้ ดำเนินการใช้การระบายน้ำเพื่อลดปัญหาในพื้นที่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นคือบริเวณ คลองโคกครามถึงคลองหลุมไผ่ ๒ ชื่อที่อยู่ด้านบน ที่มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากว่างบประมาณ ที่ท่านได้กรุณาเรียนถามนั้นได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๕๖ ในช่วงแรกก็จะเป็นการที่จะต้องเอาราษฎรที่รุกล้ำคลองออก แต่การดำเนินการล่าช้ามาก จนกระทั่งดำเนินการเริ่มก่อสร้างในปี ๒๕๕๙ เอาคนออกได้เรียบร้อย และดำเนินการ ก่อสร้าง อย่างไรก็ตามบริษัทก่อสร้างดำเนินการล่าช้ามาก จนกระทั่งพูดง่าย ๆ ว่าทิ้งงาน ไม่มีการก่อสร้าง ทางกรุงเทพมหานครก็ดำเนินการยกเลิก แต่การยกเลิกมันต้องดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมาย อันนั้นละครับที่ผมเห็นว่าเป็นการเสียเวลา แล้วทำให้เกิดปัญหา ของการระบายน้ำของคลองดังกล่าวนี้ จุดแดง ๆ ที่ผมเห็นของลำคลองนี้จะเป็นจุดที่ เป็นประตูระบายน้ำปัจจุบัน ในแบบนั้น ประตูระบายน้ำขณะนั้นอยู่ที่คลองลาดพร้าว ตามแบบ แต่เนื่องจากว่าพอบริษัททิ้งงาน การดำเนินการในขณะนั้นกรุงเทพมหานคร ก็รีบแก้ปัญหาก่อนที่การยกเลิกงานจะดำเนินการได้เสร็จสิ้น ก็ไปสร้างทำนบชั่วคราว พร้อมกับปั๊มน้ำชั่วคราวที่บริเวณปากคลองของหลุมไผ่หรือคลองโคกครามดังกล่าวนี้ เพื่อระบายน้ำไม่ให้น้ำเข้าไปในคลองจากคลองลาดพร้าวและสูบน้ำออกด้านนี้นะครับ เพื่อบรรเทาปัญหาตรงนี้ ในช่วงแรกจะเป็นเรื่องของการใช้ประตูน้ำระบายน้ำชั่วคราวก่อน แล้วในระยะต่อมาก็ได้ใช้งบประมาณดำเนินการก่อสร้างเป็นประตูถาวร ซึ่งจะเสร็จภายใน อีกประมาณ ๒-๓ เดือนนี้คงจะเรียบร้อย ก็จะแก้ปัญหาด้านดังกล่าวได้ แล้วในขณะเดียวกัน ก็ได้บริษัทก่อสร้างได้ของบประมาณต่อเนื่องมาทุกปีที่งบประมาณตกไป ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ กรุงเทพมหานครก็ขอตั้ง แต่ไม่ได้งบประมาณ จนมาได้ปี ๒๕๖๔ ก็คงจะดำเนินการ ก่อสร้างต่อ นั่นคือทำทั้งเขื่อนและดาดคลอง ประตูระบายน้ำนี้เดี๋ยวผมคงจะตอบในข้อต่อไป ว่าประตูระบายน้ำตรงที่เดิมตรงคลองลาดพร้าวจะจำเป็นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ก็ขอเรียน ในขั้นต้นครับ🔗
ขออนุญาตต่อคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอรูปแผนที่นะครับ แล้วก็ ตรงเมื่อสักครู่ครับ ขอเป็นป้ายประกาศนะครับในเรื่องของสัญญาการก่อสร้าง เท่าที่รัฐมนตรี ได้เล่าให้ฟังก็คือตรงนี้ได้มีการย้ายมาติดตรงคลองหลุมไผ่ ไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำ ที่เปลี่ยนจากแบบแผนมานะครับ ซึ่งในแบบแผนกำหนดว่าเมื่อปี ๒๕๖๒ จะเสร็จสิ้น ปี ๒๕๖๓ ซึ่งผมไปสำรวจมา จริง ๆ แล้วไม่ถึง ๓ เดือน น่าจะไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ ที่เล่าให้ท่านฟังก็อยากให้ท่านกำชับและกำกับดูแลท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นอย่างดี เพราะว่าหลายอย่างที่ผ่านมาผมยืนยันว่าในการดำเนินงานไม่ได้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์แล้วนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ซึ่งเวลาล่วงเลยมาผมว่าจะ ๕-๖-๗ ปี มันควรจะเสร็จทั้งระบบทั้งหมดนะครับ จึงมีคำถาม ครับว่าประตู ๒ แห่งที่ว่าแห่งนี้ก่อสร้างแน่นอน แล้วผมเชื่อว่าประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเสร็จ แล้วอีกที่หนึ่งตรงคลองลาดพร้าวที่ท่านได้กล่าวว่าจะทำ หรือไม่ทำดี ผมเห็นด้วยนะครับเพราะเนื่องจากว่า เดี๋ยวขอภาพถัดไปครับ ทางกรุงเทพมหานครในยุคนั้นนะครับ อีกภาพหนึ่งครับ อันนี้ก่อสร้างอยู่ที่ผมเล่าให้ฟัง เมื่อสักครู่ที่บอกว่าไปประมาณสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เลื่อนไปเลยครับ เลื่อนไปเลยครับ เลื่อนไปเลยอยากให้เห็นแผนนะครับ แผนที่ทางบริษัทคอนซัลต์ (Consult) เกี่ยวกับ การระบายน้ำเขาทำมานะครับ ก็คือมี ๒ จุด อย่างที่ท่านเล่าให้ฟังนะครับ อีกจุดทาง ลาดพร้าวผมว่าอาจจะมีการลังเลหรือเปลี่ยนแผนนะครับ วัตถุประสงค์ผมอยากให้เล่าให้ฟัง เพราะผมจะได้เล่าให้คนลาดพร้าวฟังว่าที่เรามีการเปลี่ยนแปลง ตรงนี้รูปลองขยายมานิดหนึ่ง อันนี้เขาเรียกทำแบบเกี่ยวกับการไหลของน้ำนะครับ เราทราบดีนะครับกรุงเทพฯ เป็นแอ่งกระทะ ใช้คลองลาดพร้าวในการระบายนะครับ ส่วนคลองหลุมไผ่นั้นแน่นอน ที่สุดครับ คลองโคกครามทั้งเส้นมีความเดือดร้อน เพราะน้ำจากบึงกุ่มตอนเหนือเข้ามาทำให้ ถ้าไม่มีตัวคูระบายนี่เราต้องสูบออกคลองลาดพร้าวอย่างรวดเร็ว แล้วก็รีบลดระดับออก คลองลาดพร้าวลดระดับน้ำเพื่อให้สูบน้ำในแอ่งน้ำจากลาดพร้าวออกไปได้ นี่วัตถุประสงค์มีแค่นี้ ตรงนี้ครับท่านบอกตรงที่เขียว ๆ นี้นะครับ ที่ว่ามีว่าน่าอาจจะนะครับ คือการก่อสร้างที่ท่านพูดถึง แล้วก็ที่กำลังก่อสร้างอยู่นี้อยู่ตรงคลองหลุมไผ่ตรงนั้นนะครับ ทีนี้อยากให้ท่านเล่าให้ฟังนิดหนึ่งว่าถ้ามีการเปลี่ยนแผนก็อยากทราบเหตุผลว่าจะทำให้ เกิดผลการระบายน้ำที่ดีอย่างไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ เมื่อสักครู่นี้ก็คงจะพูดถึงหลุมไผ่ดังกล่าว ซึ่งกระผมได้เรียนแล้วว่าเดิมทีประตูระบายน้ำจะอยู่ที่บริเวณคลองลาดพร้าว ถ้าผมจะ อธิบายง่าย ๆ เลย พื้นที่ของคลองโครกครามหรือคลองหลุมไผ่นี้นะครับ ก็จะรับน้ำจาก อย่างที่บริเวณแถวนี้ การระบายน้ำก็จะออกทางด้านคลองจั่นส่วนหนึ่ง แล้วก็ ออกทางด้านคลองลาดพร้าวส่วนหนึ่งใช้ระบบปั๊มน้ำ ของเก่าของปัจจุบันนี่ก็ไปตั้งไว้ที่นี่ เพื่อปิดน้ำของคลองลาดพร้าวไม่ให้เข้า ผมก็สามารถเรียนได้ว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ที่โชคดี ค่อนข้างมาก ดังนี้ครับ ในปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๖๔ เราได้อุโมงค์ใหม่ที่เป็นอุโมงค์ของคลอง เปรมประชากรและเป็นจุดรับน้ำที่รับน้ำจากคลองลาดพร้าวได้ ท่านจะเห็นว่าถ้าน้ำคลอง ลาดพร้าวส่วนหนึ่งไม่มีปัญหาเพราะไม่มีอุโมงค์รับน้ำออกไปได้ เราก็สามารถปิดประตูน้ำ แล้วระบายน้ำจากพื้นที่ของคลองหลุมไผ่ คลองเสือน้อย แล้วก็คลองทรงกระเทียมได้มากขึ้น🔗
อีกส่วนที่ ๒ ก็คือเรามีอุโมงค์เพิ่มเติมอีกอุโมงค์หนึ่งเป็นอุโมงค์ที่ประชาชื่น ของเก่านี้เรามาไม่ถึงแต่เรามีอุโมงค์ นั่นหมายความถึงจะรับน้ำเพิ่มได้อีกด้านหนึ่งนะครับ เป็น ๒ ด้าน ทั้งด้านถัดลงมาของพื้นที่ด้านใต้ก็จะมีอุโมงค์อีกอุโมงค์หนึ่งที่ต่อของ คลองแสนแสบอีกอุโมงค์หนึ่งก็จะเห็นว่าเป็นความโชคดี ถ้าจะดูภาพรวมนะครับ นี่คือแม่น้ำ เจ้าพระยา การระบายน้ำกรุงเทพมหานครก็จะมีน้ำไม่ให้เข้ามาในกรุงเทพมหานคร ด้านบน ก็จะมีคันกั้นน้ำ และคันด้านตะวันออก คันกั้นน้ำของราชดำริล้อมกรุงเทพฯ ไว้ ขณะนี้ มีคันกั้นน้ำอีกอันหนึ่งของกรุงเทพมหานครทำไว้อีกชั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้นพื้นที่ตอนในทั้งหมด ถ้ามาดูในภาพรวมแล้วพื้นที่ตอนในทั้งหมดนี่ พื้นที่ดังกล่าวนี้อยู่กลางพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถ้าปล่อยตามปกติก็หมายความว่าน้ำจากบ้านเรือนทุกคน จากถนนทุกคนก็จะต้องไหล ไปตามคลองที่มีนะครับ ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นที่เขาเรียกน้ำรอระบายมันอยู่ไกลนี่ แล้วถ้าไม่มี ฝนตกในพื้นที่อื่นก็รอเขาไหลมา แต่ถ้าพื้นที่แล้วที่อื่นตกด้วยตรงนี้ก็จะมาไม่ได้ นั่นคือ เป็นเหตุที่จะต้องมีอุโมงค์ไปรับน้ำจากพื้นที่ห่างไกล พื้นที่กลางกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ ของคลองเปรมประชากรนี้ได้งบปี ๒๕๖๔ แล้ว ของคลองแสนแสบก็ได้แล้ว อันนี้ของ ปี ๒๕๖๕ ก็จะเป็นของประชาชื่น ซึ่งถ้าได้อุโมงค์หมดระบบระบายน้ำที่นี่ก็จะสมบูรณ์ หมายความว่าน้ำในคลองหลักคือคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวจะสามารถ ระบายได้อย่างรวดเร็ว ในสาขาคลองย่อย ๆ ที่ไปเชื่อมต่อตรงนี้ก็สามารถระบายน้ำได้อย่าง รวดเร็ว นั่นคือแนวทางที่ว่าพื้นที่นี้ก็ถือว่าอาจจะต้องรอนิดหนึ่ง แต่การระบายน้ำ ในอนาคตนั้นก็จะสามารถทำได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตามความเดือดร้อนของประชาชนอย่างที่ ท่านว่าคงจะรอไม่ได้ เพราะฉะนั้นในโครงการที่มีอยู่ที่จะต้องลอกคลองเพื่อให้สามารถ ระบายน้ำได้ดีขึ้น หรือว่าการสร้างเขื่อนที่ต้องดำเนินการนั้นก็ต้องดำเนินการตามแผนงาน หรือตามงบประมาณที่ได้ให้รวดเร็วเพื่อจะตอบสนองพี่น้องประชาชนครับ🔗
ขออนุญาตใช้สิทธิที่เหลือ นะครับ🔗
เชิญครับ🔗
สั้น ๆ ครับ คือตอนปัจจุบันนี้ คลองที่ว่าคลองโครกคราม คลองหลุมไผ่ถูกทิ้งไว้ ถูกทิ้งไปเลยนะครับ ฉะนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ ตรงนั้นเป็นหลังหมู่บ้านเขามันเหมือนฟันปลาครับท่าน แล้วก็มีความเดือดร้อนตรงที่ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร ดินก็ที่ผู้รับเหมาเดิมทำไว้นี่มันก็อยู่ในคลองสักครึ่งหนึ่ง แล้ว กทม. ก็ทิ้ง ไปอย่างนั้น ผมมองว่าวิธีการแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ก็ต้องฝากท่าน นะครับไปกำกับดูแลท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานครว่าเพราะเหตุอะไรนะครับถึงปล่อยให้เรื่อง แบบนี้เกิดขึ้นได้ ผมฝากด้วยนะครับ คงไม่ใช่เพราะเขตลาดพร้าวเขตเดียวนะครับ เรื่องงาน ที่ทิ้งไปก็ช่วยดำเนินการให้แล้วเสร็จนะครับ ตั้งข้อสังเกตไว้นิดหนึ่งครับทุกโครงการของ ภาครัฐบาล ค้ำประกัน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รับเงินงวดแรก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะ การระบายน้ำครับ เกือบทั้งหมดนะครับ ผู้รับจ้างรับเงินไปแล้วก็มีปัญหาหมดไม่เคย มีเจ้าไหนทำทัน แล้วก็ทิ้งงาน ก็ฝากไว้ด้วยนะครับว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้อง พัฒนาการเลือกผู้รับจ้างนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธาน ก็คงจะเรียนในภาพกว้างว่าผมจะไปกำชับทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามรัฐธรรมนูญ คือมีความอิสระพอสมควรในการกำกับก็เป็นไปอย่างเท่าที่จำเป็น ถ้ามีความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน แล้วก็ผมก็จะไปให้นโยบาย แต่โดยหลักการนั้นจะต้องดำเนินการ ตามกฎหมายก็เป็นข้อหนึ่งซึ่งเราก็คงรู้ดีว่าการจัดซื้อจัดจ้างนั้นถ้าทำผิดไปจากกฎหมาย จะบอกบริษัทนี้ไม่น่าดี บริษัทนี้ดีนี่มันจะเป็นเรื่องทันที แล้วจะทำให้ยิ่งการก่อสร้าง ดำเนินการไม่ได้ ถ้าท่านทำจัดซื้อจัดจ้างไปแล้วก็จะร้องเรียน ร้องเรียนก็ไม่ได้สร้าง เพราะฉะนั้นก็ต้องเดินตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ทิ้งงานก็เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งมันทำให้เกิด ผลกระทบจริง ๆ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาสร้างช้า แล้วกว่าจะไปยกเลิกได้ก็ช้า แล้วก็เป็นภาพ อย่างที่ท่านว่า ถ้าดูภาพแล้วถ้าคิดแบบคนสมัยที่จะตอบสนองพี่น้องประชาชนในยุคนี้ ก็คือถ้ากฎหมายมันเป็นอย่างนี้มันก็คงต้องดำเนินการอะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะว่ามันตอบ เพียงแต่ว่าต้องทำตามกฎหมายมันเลยต้องอยู่ไปอย่างนั้นก็คงจะตอบลำบากนะครับ เห็นภาพ แล้วก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน แต่มันเป็นเช่นนั้นเขาบอกว่าเขาก็ต้องยกเลิกการประมูลและ การจัดจ้างโดยกฎหมาย แล้วเผอิญ ๒ ปีต่อมาก็มีที่อื่นสำคัญกว่าหรืออย่างไรก็ไม่ได้ งบประมาณเพิ่งมาได้งบประมาณปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นชาวคลองหลุมไผ่ คลองโครกคราม ก็ฝากท่านไปเรียนด้วยว่าจะได้รีบไปกำชับการแก้ปัญหาให้เร่งด่วน แต่ว่าอย่างไรกรุงเทพมหานคร มีส่วนดีอยู่อย่างหนึ่งก็ไปรีบสร้างประตูระบายน้ำตอนแรกชั่วคราว ตอนนี้ก็เป็นถาวรแล้วให้ แต่ว่าตรงกลางคลองนี้มันก็ยังตื้นเขินเพราะว่ามันรกการระบายน้ำมันย่อมจะมีปัญหา แน่นอน ผมก็จะได้รับไปกำชับท่านผู้อำนวยการกรุงเทพมหานครให้ดูแลพี่น้องประชาชน ตามที่ท่านได้เสนอแนะมาครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๑๗ ของท่าน ส.ส. กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของ พวกเรา ขอกราบขอบพระคุณท่านนะครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๘ เรื่อง กำหนดวันสารทเดือนสิบ ให้เป็นวันหยุดราชการ (นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยได้รับการแจ้ง ประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มอบหมายแล้ว ให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายธนกร บุญภักดิ์ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขอเชิญนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ได้ถามนะครับ แล้วก็เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เตรียมตอบ เชิญคุณเพชรดาวครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะยื่นเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี ตอบเรื่องกำหนดวันสารทเดือนสิบให้เป็นวันหยุดราชกาชร วันนี้ดิฉันต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมากรุณาตอบในวันนี้นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่เสนอโดยกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ และกำหนด วันหยุดราชการประจำภูมิภาคประจำปี ๒๕๖๔ โดย ๑ ในนั้นเป็นวันหยุดของภาคใต้ด้วย โดยให้หยุดตามประเพณีวันสารทเดือนสิบ ในวันพุธที่ ๖ ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ และทุกภาคก็ได้มีวันหยุดตามประเพณีของแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีงามค่ะ ในความหลากหลายของวัฒนธรรมประเพณีในประเทศไทยเพื่อเป้าหมายกระตุ้นการบริโภคและ การท่องเที่ยวภายในประเทศให้ได้รับผลเชิงบวก ท่านประธานที่เคารพคะ ก่อนที่ดิฉันจะมีคำถาม ดิฉันขอซักซ้อมความเข้าใจถึงเหตุผลที่มาที่ไปการขอให้วันสารทเดือนสิบเป็นวันหยุดราชการ ในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยเหตุผลเพราะเป็นวันบุญใหญ่ของชาวไทยพุทธในพื้นที่ภาคใต้ หรือเรียกกันว่า วันส่งเปรต วันส่งตายาย เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ราชการไม่หยุดนะคะ ดิฉันเคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ ดูแลในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง ปรากฏว่าในวันสารททุกปีเจ้าหน้าที่ดิฉันที่นับถือศาสนาพุทธก็ขอลาเป็นประจำทุกปีมาสิบกว่าปี ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรัฐให้คำนิยามว่าเป็นพื้นที่พิเศษค่ะ งบประมาณ หลายหมื่นล้านบาทต่อปี ตอนนี้รวมแล้วเป็นแสนล้านบาทในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูลได้มีประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดวันทำงานและวันหยุดราชการ ฉบับที่ ๒๑ พุทธศักราช ๒๕๕๖ แจ้งว่ามติ ครม. เห็นชอบในวันตรุษอีดิลฟิตรี วันตรุษอิดี้ลอัฎฮาของศาสนาอิสลาม และวันตรุษจีน เป็นวันหยุดราชการประจำปี แต่วันสารทเดือน ๑๐ ของพี่น้องชาวไทยพุทธไม่ได้กำหนดเป็น วันหยุดค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวิถีวัฒนธรรมที่ต้องอยู่ร่วมกัน เรื่องนี้ดิฉันก็ได้ปรึกษาหารือในสภาตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผ่านไปวันสารท เดือน ๑๐ ปี ๒๕๖๒ ก็ไม่ได้หยุด ปี ๒๕๖๓ ก็ยังไม่ได้หยุด และทราบมาว่าคำตอบสุดท้ายคือ สำนักนายกรัฐมนตรีเห็นว่าจำนวนวันหยุดราชการในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมาก อยู่แล้ว จึงไม่เห็นชอบดิฉันขอเรียนถามคำถามแรกค่ะ🔗
หนึ่งในยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการส่งเสริม การอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งหมายความถึงการประคับประคอง ความรู้สึกต่อกัน การขอวันหยุดเพิ่มต่อพี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่จึงมีความสำคัญมากค่ะ เราอยู่ใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศมาเลเซียค่ะ เขาก็มีวันหยุดราชการของทั้งประเทศ เหมือนกัน แล้วก็มีวันหยุดราชการของแต่ละรัฐที่ไม่เหมือนกัน จะคล้ายคลึงของประเทศไทย ซึ่งปี ๒๕๖๔ นี้ ซึ่งคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละภูมิภาค ดิฉันขออนุญาตให้ตัวอย่างสั้น ๆ รัฐกลันตันซึ่งติดชายแดนกับจังหวัดนราธิวาสของประเทศไทย รัฐกลันตันมีผู้นับถือศาสนา อิสลามมากถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ มีชาวจีนร้อยละ ๓.๘ ชาวฮินดูร้อยละ ๐.๓ ซึ่งถือว่าชาวจีน เป็นส่วนน้อยของรัฐกลันตัน แต่ได้กำหนดวันตรุษจีนปีนี้ให้หยุดมากถึง ๓ วัน ในขณะที่ ส่วนกลางหยุดเพียง ๒ วันค่ะ ดิฉันจึงคิดว่าการบริหารความรู้สึกของคนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา แล้วก็วัฒนธรรม เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นคุณค่าทางจิตใจที่ไม่ต้องใช้ งบประมาณเลยค่ะ ดิฉันขออนุญาตทราบรายละเอียดในประเด็นการไม่เห็นชอบให้วันสารท เดือนสิบเป็นวันหยุดราชการในพื้นที่ภาคใต้นอกเหนือจากที่ว่ามีวันหยุดที่มากอยู่แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณคุณหมอมากนะครับที่ได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องความสำคัญของวันหยุดที่ได้ เล็งเห็นถึงความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมของประเทศของเรา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดปัญหา ซึ่งเราเองเป็น พี่น้องคนไทยอยู่ร่วมกันได้รับทราบดีว่าหลายปัญหานั้นเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน สิ่งหนึ่งที่เราพี่น้องคนไทยหรือคนทั้งประเทศอยากเห็นก็คือการอยู่ร่วมกันโดยเป็นพหุสังคม อย่างสงบสุข อย่างสันติ อย่างมีวัฒนธรรมที่เอื้อเฟื้อ ที่ทำนุบำรุงของแต่ละวัฒนธรรมที่จะ ทำนุบำรุง ไม่ว่าจะเป็นศาสนาที่ผู้คนเคารพนับถือนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านแทน พี่น้องชาวไทยพุทธที่อยู่ที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่อยู่ทั่วทั้งประเทศ ในฐานะที่ท่าน เป็นคนหนึ่งที่พยายามที่จะทำให้สังคมของพี่น้องคนไทยได้อยู่ร่วมกันโดยสันติ เกื้อกูลกัน แต่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานไปถึงท่านว่าในสังคมของประเทศเรานั้นเป็นสังคม ที่ในโลกนี้หาได้อย่างเมืองไทยนั้นยากจริง ๆ เลยว่าเป็นสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เกื้อการุณหลากหลายวัฒนธรรม หลากหลายประเพณี หลากหลายศาสนา พวกเราอยู่กัน แบบพี่น้องมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ ในโลกใบนี้นะครับ ผมเชื่อว่าในสังคมไทย ของเรานั้น ในเรื่องของความรัก ในเรื่องของความเป็นอยู่อย่างสันติและอยู่ร่วมกันโดย ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมนั้น เมืองไทยผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ ๑ ในโลก ด้วยซ้ำไปนะครับ🔗
สิ่งที่ท่านได้ถามมานั้นมีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เป็นวันหยุดประจำภาค หรือเป็น วันหยุดประจำชาติ ซึ่งตัวนี้ผมต้องกราบเรียนว่าทาง ศอ.บต. นั้นได้พยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ มาโดยตลอด แต่ทางกระทรวงมหาดไทยนั้นผมคงไม่ได้ลงละเอียดนะครับ เอาคร่าว ๆ เอาเป็นที่มาที่ไปของการที่เดิมทีไม่อนุญาต ก็คิดว่าในวันหยุดของศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาสนาพุทธนั้น วันหยุดที่มีรวมกันของทั้งประเทศนั้นเป็นวันหยุดสำคัญทางศาสนาพุทธ ซึ่งศาสนาอื่นไม่ได้มีวันหยุดในของทั้งประเทศอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดมาเป็น เวลาช้านาน วันหยุดของไทยพุทธนั้นก็มี วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้น ทางกระทรวงมหาดไทยก็เห็นว่าทางศาสนาพุทธนั้นมีวันหยุดประจำชาติ มีวันหยุดประจำศาสนาอยู่แล้วในของคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือสิ่งที่เขาให้คำตอบว่า อย่างนั้น แต่สิ่งหนึ่งผมก็คิดว่ามันมีความจำเป็นอย่างที่ท่านคุณหมอว่ามาว่าในส่วน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีศาสนกิจ หรือประเพณีสารทเดือนสิบของพี่น้องชาวภาคใต้ ที่ถือว่าเป็นวันสำคัญที่จะต้องทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปสู่บรรพบุรุษที่เป็นประเพณี ถือว่าเป็น ประเพณีหลัก เป็นประเพณีที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมและสังคมของภาคใต้ในการแสดงมุทิตาจิต แสดงถึงความเป็นผู้มีกตัญญูต่อผู้มีพระคุณโดยการทำบุญอุทิศส่วนกุศล แล้วก็ถือว่าเป็นวันที่ มีการพบปะญาติพี่น้องของชาวไทยพุทธในการที่จะมีสังคมในวันนั้นในการดำรงความเป็น ครอบครัวของพี่น้องชาวไทยพุทธในวันสารทเดือนสิบ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยนั้นได้ตอบชี้แจงก็คือว่าในวันหยุดของทางราชการนั้นมีประมาณ ๑ ใน ๓ แล้ว แล้วก็ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งตรงนี้ยังขัดข้องอยู่ที่เดิมทีตอบชี้แจง แต่สิ่งที่ ท่านดำเนินการมานั้นผมก็ชื่นชมนะครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ที่ต่อสู้แทนชาวไทยพุทธด้วยซ้ำ ไป ซึ่งตรงนี้ปัจจุบันนี้ผมก็พยายามที่จะไปในส่วนของศาสนาพุทธที่ผมกำกับดูแลสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการที่จะไปดำรงซึ่งความเป็นศาสนาที่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับ ทุกศาสนา และจะพยายามไปทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมของ ชาวไทยพุทธ หรือศาสนาทุกศาสนาให้มีความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์กันที่จะปฏิสัมพันธ์ใน ส่วนของการดำรงชีวิตและความเกื้อกูลกันอย่างมิตรที่ดีเหมือนกับอดีตตั้งแต่กาลนานที่ ประเทศไทยของเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมาโดยตลอด ก็คงจะได้ร่วมมือกับท่านในสิ่งที่ จะเกิดขึ้นต่อไป ยินดีอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณหมอ เพชรดาว คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงนะคะที่มีความเข้าใจ แล้วก็สังคมพหุวัฒนธรรม ในประเทศไทยเป็นที่ได้รับการกล่าวขานนะคะว่าเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ🔗
คำถามที่ ๒ ค่ะ รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับการสร้างความรู้สึก ความเสมอภาค ความเท่าเทียม ความภาคภูมิใจในการมีอัตลักษณ์ หรือการดำรงอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรม ที่สามารถลดช่องว่างนี้ได้อย่างไร ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหยุดที่คนไทยทั้งประเทศได้หยุดราชการตามบริบทของภูมิภาค จะอยู่ในปฏิทินการหยุด ราชการของประเทศไทยทุกปี ไม่เฉพาะปี ๒๕๖๔ เนื่องจากโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ เหตุผลเพราะว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริโภคและการท่องเที่ยวนะคะ ดิฉันยังขออนุญาตยืนยันค่ะว่าการหยุดตามภูมิภาคซึ่งได้มีมติ ครม. ในครั้งนี้ที่ภาคเหนือให้ หยุดในประเพณีไหว้พระธาตุประจำปี ภาคอีสาน วันประเพณีบุญบั้งไฟ และภาคกลางเอง ก็เป็นเทศกาลออกพรรษา และภาคใต้ วันสารทเดือนสิบ อันนี้เป็นความสวยงามที่ดิฉันไม่คิด ว่าจะมีขึ้นทั้งประเทศนะคะ แล้วก็ยังขออนุญาตยืนยันค่ะว่าถ้าไม่ใช่เฉพาะปีนี้เท่านั้น จะให้เป็นอยู่ในกำหนดของปฏิทินของประเทศไทยทุก ๆ ปีค่ะ ฉะนั้นยังขออนุญาตทราบ รายละเอียด เพราะว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน ที่ตอนแรกดิฉันขอวันสารทเดือนสิบให้กับพี่น้องใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พอไปดูแล้ว ทั้งพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทั้งตอนล่าง ตอนบนก็มีประเพณีนี้อยู่ ถ้าอย่างไรก็ตามการที่แก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความรุนแรงมาเข้าปีที่ ๑๗ แล้ว การให้วันหยุดนี้ได้ใจ เป็นการบริหารความรู้สึกของประชาชนที่ไม่ต้องใช้งบประมาณจริง ๆ อันนี้ขอกราบเรียน เพื่อที่จะพิจารณาต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณคุณหมอนะครับ ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจริง ๆ ในเรื่องวันหยุด ของแต่ละภาค หรือวันหยุดสำคัญทางวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง หรือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ที่ภาคใต้มีวันหยุดประจำภาคที่ถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งภาคใต้โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็มีอยู่ ๓ วัน อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ของศาสนาอิสลาม เราก็มีวันตรุษอีดิลฟิตรี หรือวันรายอปอซอ แล้วก็วันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา วันรายอฮัจยี แล้วก็ วันตรุษจีน ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามของประเทศไทยของเราที่เราสามารถจะดำรง ความที่อยู่ร่วมกันโดยที่ทุกศาสนานั้นมีความสำคัญในบริบทของประเทศของเรา ตรงนี้ต้อง ถือว่าเป็นความสวยงามของประเทศของเราที่มีมาแต่ช้านาน แล้วผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะคง ดำรงอยู่ แล้วก็คงมีสืบไป แล้วอย่างที่บอกว่าต้องขอบคุณท่านที่ท่านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ที่ออกมาเป็นตัวแทนชาวพุทธศาสนา ซึ่งจริง ๆ แล้วจำเป็นที่จะต้องเป็นชาวพุทธเสียด้วยซ้ำ ไปที่มาขอสิ่งนี้ แต่กลับเป็นท่านนะ ผมชื่นชมในสิ่งที่ท่านได้กระทำจริง ๆ นะครับ ท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นตามที่ประชุม ครม. วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ถ้าผมจำไม่ผิด นะครับ วันนั้นท่านประธานครับ น่าจะคิดโดยเป็นภาพรวมของปีต่อ ๆ ไป หรือเป็นลักษณะ ของวันหยุดที่มีประจำภาค เดี๋ยวต้องไปตรวจมติคณะรัฐมนตรีอีกทีหนึ่งว่ามันเป็นเฉพาะปี หรือไม่ อย่างไรนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตกลับไปตรวจสอบ ตรวจทาน เพราะว่าเท่าที่ผม ร่วมประชุมด้วย ลักษณะคล้าย ๆ กับว่าต่อไปนี้เราน่าจะมีวันหยุดประจำภาค ซึ่งถือว่าเป็น เรื่องสำคัญของพี่น้อง หรือเป็นบริบทของพี่น้องคนไทยในแต่ละภูมิภาคที่จะได้มีวันสำคัญ แล้วมีการดำเนินวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละภูมิภาค ของแต่ละศาสนา ของแต่ละ ความเชื่อที่เรายึดถือปฏิบัติกันมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าผมจะไปพยายามติดตาม เรื่องนี้ แล้วก็พยายามทำให้เป็นวันหยุดประจำภาคอยู่ในปีปฏิทินของสังคมไทยของเรา ของประเทศของเรา เพื่อที่จะดำรงวัฒนธรรม ประเพณี ที่สืบทอดกันด้วยความสวยงาม ความงดงามมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ แล้วก็ต้องกราบขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของสิ่งที่ท่านได้กระทำและคิดว่าอยากเห็นพี่น้องคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือภาคใต้นั้น เกิดความสันติสุข สงบสุข อยู่กันเป็นพหุสังคมที่มีความสุข ความเมตตา ความเกื้อการุณกันในทุกด้าน ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านประเพณี วัฒนธรรม การค้าขาย เศรษฐกิจ และการอยู่ร่วมกัน อย่างพี่น้องแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อยากให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นอย่างที่ท่านคิด และผมพร้อม ที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ท่านสามารถใช้ได้ เป็นกำลังที่จะทำให้ท่านได้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ ท่านคิดนะครับ ต้องขอบคุณท่านมากครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ถือว่า คุณหมอจบแล้วนะครับ เข้าใจแล้วใช่ไหมครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่องที่ ๒๑๘ เรื่อง กำหนดวันสารทเดือนสิบให้เป็นวันหยุดราชการ ของคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา นะครับ ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ที่ให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา หวังว่าในโอกาสต่อ ๆ ไปคงจะได้รับเกียรติจากท่านนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๖ เรื่อง มาตรการในการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการรถร่วมบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ของนางลินดา เชิดชัย ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านรัฐมนตรี อธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายธานี สืบฤกษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ต่อไปพร้อมแล้ว ก็ขอเชิญท่าน ส.ส. ลินดา เชิดชัย ถามนะครับ แล้วก็เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เตรียมตอบ เชิญท่านลินดาครับ🔗
เรียนท่านประธาน ดิฉัน นางลินดา เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติค่ะ ตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด (COVID) แพร่ระบาดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภายในประเทศอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง และรุนแรง ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกสาขา อาชีพอย่างกว้างขวาง ถือว่าเป็นวิกฤติสาธารณะต่อชีวิตและสาธารณสุขของประชาชน ท่านประธานคะจากวิกฤตินี้ดิฉันจึงได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการรถร่วมประจำทาง และไม่ประจำทาง ซึ่งรวมกันแล้วเกือบแสนคัน ผู้ประกอบการบางรายได้หยุดกิจการถาวร บางรายหยุดกิจการชั่วคราว บางรายยังดำเนินกิจการอยู่ ยังดำเนินกิจการเดินรถอยู่ ทางกระทรวงก็ยังไม่มีคำสั่งให้มีการหยุดการเดินรถ ผู้ประกอบการจึงต้องแบกภาระ การขาดทุน โดยเฉพาะรัฐบาลได้มีประกาศช่วงโควิด (COVID) รอบ ๒ ว่าให้ประชาชน งดใช้รถสาธารณะ ให้ใช้รถส่วนตัว ทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนเป็นอย่างมาก ทางผู้ประกอบการจึงขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้ช่วยเยียวยาเฉพาะหน้าในช่วงวิกฤติโควิด (COVID) นี้ ทางผู้ประกอบการขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตรึงราคาน้ำมัน เพราะให้ตรึงราคาน้ำมันให้คงที่ เพราะช่วงนี้ราคาน้ำมันขยับขึ้นเป็นระยะ ต้นทุนหลักของการเดินรถคือน้ำมัน น้ำมัน เป็นเปอร์เซ็นต์ คือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของการเดินรถแต่ละเที่ยว แล้วยังมีค่าแรงงานอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผู้ประกอบการจะต้องแบกภาระอันนี้ ในขณะที่ผู้ประกอบการเดินรถ เดินเที่ยวรถที่น้อยลง รายรับก็น้อยลง แต่ค่าใช้จ่ายภาครัฐยังไม่ลดลง ยังคงเดิม เช่น ค่าภาษี ค่าทะเบียน ค่า พ.ร.บ. ค่าเที่ยววิ่ง ค่าปรับและค่าประกันภัย ดิฉันจึงขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าจะมีมาตรการอะไร ที่จะช่วยเยียวยาผู้ประกอบการรถร่วมให้มีภาระขาดทุนน้อยลง ดิฉันขอเรียนถามค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านลินดา เชิดชัย ก่อนอื่นก็ต้อง ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วงผู้ประกอบการรถร่วมในประเทศไทยทั้งหมด ก็ต้องกราบเรียนอย่างนี้ ว่าในนามของรัฐบาล กระทรวงคมนาคม แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านได้มีดำริว่า ท่านห่วงใยผู้ประกอบการทุกส่วน ทุกฝ่าย แล้วก็ให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก คิดมาตรการที่จะช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งตอนนี้ที่กรมการขนส่งทางบกได้คิดมาตรการเยียวยา ในเรื่องที่จะช่วยผู้ประกอบการ🔗
ในเรื่องแรก รถร่วมก็คือเรื่องการลดภาษีในปี ๒๕๖๕ จากเดิมที กรมการขนส่งทางบกเอง ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าเราได้มีโอกาสไปคุย ไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงการคลัง หรือท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เราอยากจะขอยกเว้นภาษีเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่ แค่ลดอยากจะยกเว้นให้เป็น ๐ แต่เนื่องจากติดด้วยแง่กฎหมายแล้วท้องถิ่นจะต้องเสียรายได้ เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเราก็คุยแล้วสุดท้ายมาตรการนี้ก็จะมาจบที่ตัวเลขว่าเราจะลดภาษีให้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๕ ซึ่งจะทำให้ในปี ๒๕๖๕ เอง ทางท้องถิ่นเองจะมีรายได้จากภาษี อยู่เพียงแค่ ๗๑ ล้านบาท ถ้าเมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๓ เราเก็บได้ประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ก็หายไปประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ที่เราจะช่วยลดภาษีให้กับผู้ประกอบการ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ต้องกราบเรียนนะครับว่ามาตรการของกรมการขนส่งทางบกก็ต้องทำตามขั้นตอน โดยส่งมาที่กระทรวงคมนาคม และกระทรวงคมนาคมก็ต้องส่งไปที่คณะรัฐมนตรีก่อนที่จะ ส่งไปกฤษฎีกาต่อไป และเชื่อว่าน่าจะต้องใช้เวลา แล้วก็น่าจะทันภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นะครับ อันนี้ก็เป็นในเรื่องแรกของเรื่องภาษี🔗
ผมขออนุญาตไปอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องการยกเลิกค่าธรรมเนียมในการเดินรถ แล้วก็ค่าปรับที่ทางกรมการขนส่งทางบกจะช่วย ก็คือจากเดิมเรื่องค่าธรรมเนียมเดินรถวันนี้ กรมการขนส่งทางบกก็จะคิดค่าธรรมเนียมเป็นแบบเรียกว่าเก็บตามที่วิ่งจริง ตามจำนวน เที่ยว แต่ถ้าเป็นระเบียบเงื่อนไขเก่า นั่นหมายความว่าเก็บทุกวัน วันละ ๓ เที่ยว ๆ ถึงแม้ว่า จะวิ่งจริงแค่เที่ยวเดียวเราก็ต้องเก็บค่าธรรมเนียม ๓ เที่ยว แต่ตอนนี้โดยกรมการขนส่ง ทางบกก็จะเก็บตามวิ่งจริง ถ้าวันไหนวิ่งได้เที่ยวเดียวก็เก็บค่าธรรมเนียมเที่ยวเดียว หรือ ๒-๓ วัน เพิ่งวิ่งออกไปเที่ยวเดียวแล้วก็ค่าธรรมเนียมตามจริงแค่เที่ยวเดียว แล้วก็จะมี การยกเว้นค่าปรับให้ทั้งหมดในเรื่องของการต่อสัญญาต่าง ๆ ค่าเช่าพื้นที่ ช่องจำหน่ายตั๋ว ต่าง ๆ ที่เป็นการไปจ่ายล่าช้าตรงนี้เราจะยกเว้นค่าปรับทั้งหมด ยกเว้นในกรณีที่ว่าเป็น การกระทำผิดที่มีเจตนาหรือจงใจฝ่าฝืนระเบียบตรงนี้ก็ต้องดำเนินการปรับค่าปรับตาม กฎหมายต่อไป แล้วก็ในส่วนเรื่องการเยียวยาเฉพาะหน้า ก็ต้องกราบเรียนว่าโดย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้สั่งการมาโดยตลอดนะครับ และท่านรัฐมนตรีว่าการท่านก็สั่งการ ลงมาก็คือเยียวยาเฉพาะหน้าโดยกรมการขนส่งทางบกก็ได้เสนอมาตรการ ก็คือจะเยียวยา ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทางคันละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๓ เดือน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง แล้วก็คณะรัฐมนตรี เช่นเคยครับ ก็ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ🔗
เชิญท่านลินดา ถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
จากที่ท่านรัฐมนตรีตอบคำถาม ที่ให้คันละ ๕,๐๐๐ บาท ๓ เดือน อันนี้ยังไม่อนุมัติใช่ไหมคะ แล้วต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน แล้วค่าภาษี ลดภาษีนี่ก็ต้องปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๔ ก็ยังไม่ได้ ปี ๒๕๖๕ โควิด (COVID) อาจจะ หายไปแล้ว แต่ผู้ประกอบการอาจจะตายไปพร้อมโควิด (COVID) นะคะท่านรัฐมนตรีค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ก็ต้องกราบเรียนนะครับ เนื่องจากในปีเราต้องยึด ตามปีงบประมาณ ก็คือปี ๒๕๖๔ มันก็ผ่านล่วงเลยมาตั้งแต่เดือนตุลาคม แล้วก็ขั้นตอน ตามราชการเหมือนที่ผมได้เรียนไปตอนแรกว่ากรมต้องเสนอขึ้นมากระทรวง กระทรวงทำเข้า คณะรัฐมนตรี แล้วก็กว่าจะผ่านกฤษฎีกาซึ่งเราไม่สามารถทำได้ทันภายในปลายปีที่แล้ว แต่เราคาดว่าเราจะทำทันภายในปีงบประมาณ ปีนี้ก็เลยต้องกราบเรียนว่าทางรัฐบาล ก็พยายามทำอย่างเต็มที่ครับ ให้เร็วที่สุดก็คิดว่าน่าจะทันภายในปี ๒๕๖๕🔗
ส่วนเรื่องคันละ ๕,๐๐๐ บาท ๓ เดือน อันนี้ก็เช่นกันครับ ยังไม่ได้เป็น การอนุมัติ เป็นที่กรมการขนส่งทางบกที่ผมกราบเรียนไปว่าเราต้องเสนอไปกระทรวงการคลัง เพราะผมก็ไม่ทราบว่าทางกระทรวงการคลังอาจจะมีข้อติติง ข้อโต้แย้งอะไรบ้าง แล้วจาก กระทรวงการคลังก็ต้องกลับมาเข้าคณะรัฐมนตรีเช่นเคย ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามาตรการนี้จะผ่าน หรือไม่ผ่าน แต่อย่างไรโดยในนามของกระทรวงคมนาคม ในนามของรัฐบาลก็ยืนยันนะครับ ว่าจะดูแลพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) จากทุกฝ่าย ให้อย่างดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านลินดา ยังมีอะไรข้องใจไหมครับ ยังมีเวลาเหลืออนุญาตให้อีก ๑ คำถามครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ คงไม่มี คำถามค่ะ แต่ว่าอยากจะขอร้องแทนผู้ประกอบการให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตามเรื่องที่ท่าน ได้ดำเนินการอยู่นะคะ แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีได้มาช่วยตอบคำถามในวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีด้วย ที่ได้มาในวันนี้ด้วย แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จักท่านอธิบดี ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ครับ ท่านรัฐมนตรีคงไม่ต้องตอบแล้วนะครับรับไปเลย แล้วไปติดตามให้ รับไปติดตาม เร่งรัด เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ประกอบการตายก่อนที่จะได้รับการดูแล เยียวยา ก็ถือว่าเป็นการจบการถาม ตอบกระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๑๖ เรื่อง มาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รถร่วม บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ของท่าน ส.ส. ลินดา เชิดชัย นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องถาม กระทู้แยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๙ เรื่อง ปัญหาความมั่นคง ในอาชีพและสวัสดิการของบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งอัตราจ้าง (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากในวันนี้ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ต่อไป🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามเฉพาะ ที่ ๒๒๐ เรื่อง การทบทวน แก้ไข หลักเกณฑ์ และวิธีการเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ซึ่งนัดไว้ ล่วงหน้า ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ต่อไป🔗
สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ ผมขอ ปิดประชุมครับ🔗
ก่อนที่จะถึงเรื่องเพื่อทราบ เนื่องจากมีคณะกรรมาธิการ ๒ คณะขอขยายระยะเวลา ผมจึงขออนุญาตที่ประชุมว่า ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ขออนุญาตให้คณะกรรมาธิการที่ขอขยายเวลานั้นได้มีโอกาส ได้ขยายเวลาไปตามเสนอนะครับ🔗
คณะแรกคือคณะกรรมาธิการการศึกษา ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษากลุ่มญัตติ เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา และผลกระทบจากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมาก ต้องมีการพิจารณาศึกษาในทุกมิติอย่างรอบคอบและรอบด้าน อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ส่งผลให้การประชุมของ คณะกรรมาธิการต้องเลื่อนออกไป เพื่อให้เป็นไปตามหลักการปฏิบัติด้านสาธารณสุข และจัดการตามมาตรฐานการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) จึงขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ออกไปอีก ๙๐ วันนะครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เป็นต้นไป เป็นการขอขยาย ระยะเวลาครั้งที่ ๒ ท่านสมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ก็อนุญาตให้ คณะกรรมาธิการการศึกษาได้ขยายเวลาออกไปตามที่เสนอนะครับ🔗
คณะกรรมาธิการชุดที่ ๒ คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ โดยประธานคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้ ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เนื่องจาก มีข้อมูลจำนวนมาก และต้องรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบจากทุกภาคส่วน อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ส่งผลให้ไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อดำเนินการศึกษาและรับฟังข้อเท็จจริง จึงขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ระยะเวลาครั้งที่ ๒ ก็ขออนุญาตที่ประชุมถ้าไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ก็เป็นการขอขยาย ระยะเวลาไป ๒ คณะ ก่อนเข้าไปเรื่องเพื่อทราบขออนุญาตที่ประชุมนะครับว่า เนื่องจาก มีเรื่องที่ค้างมา แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องอภิปรายนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับทราบรายงานการประชุม ซึ่งขณะนี้ค้างมาหลายสัปดาห์ แล้วครับ เป็นจำนวน ๙ ครั้งแล้ว ก็ขออนุญาตนำเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อขออนุญาตก่อนนะครับ เพื่อรับรองรายงานการประชุม อยู่ในระเบียบวาระที่ ๓ ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ก็จะเป็นการรับรอง รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ รวม ๙ ครั้ง คือ🔗
ครั้งที่ ๘ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๙ เมื่อวันพุธที่ ๑ ถึงวันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๐ เป็นพิเศษเมื่อวันพุธที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๑ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๔ เมื่อวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๕ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๑๖ วันพุธที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗
รวมทั้งหมด ๙ ครั้งนะครับ ก็ขอที่ประชุมได้รับรองรายงานการประชุม ตามข้อบังคับนะครับ🔗
ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๙ ครั้งนี้นะครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นวาระเพื่อทราบนะครับ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๒.๑ คือรับทราบ รายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓🔗
ในวาระนี้ขออนุญาต ผู้มีชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงนะครับ ๑. นางอัญชลี ศรีอำไพ ๒. นายชุมพล สุวรรณกิจบริหาร ๓. นางอรพรรณ นาคมหาชลาสินธุ์ ๔. นางสาวอทิรา โสตโยม ๕. นางสาวยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ ๖. นางสาวนีรชา มรกตราภรณ์ ๗. นายพลจักร นิ่มวัฒนา ๘. นางสาวสุนิดา สุสันทัด ขออภัยถ้าหากว่าชื่ออ่านผิดนะครับ ก็ขอเชิญทั้งหมด🔗
แล้วก็มีความประสงค์ จะชี้แจงก่อนหรือให้สมาชิกสอบถามได้เลยครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะสอบถาม ก็ขณะนี้ส่งชื่อมาแล้ว ๓ ท่านนะครับ ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านที่ ๒ ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และท่านที่ ๓ ศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ๓ ท่าน ผมขอเรียนที่ประชุมนะครับว่าเพื่อทราบจะมีทั้งหมด ๘ วาระนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเรา อย่างไรก็ระลึกถึงผู้ที่อยู่ในวาระหลัง ๆ ซึ่งรอชี้แจงอยู่ที่สภานี้แล้วครับ ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๘ เรื่อง ผมขอแค่ ๓ เรื่อง ท่านประธานครับ🔗
แล้วถัดมาครับ เรื่องของเงินกู้ เงินกู้ที่ชดเชยการขาดดุล ปี ๒๕๖๓ เรามี การใช้งบประมาณขาดดุล ๔๖๙,๐๐๐ ล้านครับท่านประธาน ในการขาดดุลนี้มีการรับจริง ครับท่านประธาน มีการรับจริงคือ ๗๑๒,๘๘๓ ล้านบาทเศษ คำถามก็คือว่ารายการที่ ๓ รายการที่ ๔ พันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินที่เกินมาในช่องที่ ๓ คือเกินมาเยอะพอสมควร นะครับ ที่รับจริงเกินมา ๑๔๑,๒๐๗ ล้านบาท แล้วตั๋วเงินเกินมา ๘๙,๒๙๓ ล้านบาท ช่วยตอบด้วยครับว่ามันเกินมาได้อย่างไรครับ🔗
ถัดไปครับ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นหน้ารวมของงบประมาณของรายจ่าย ปรากฏว่ารายจ่ายนี้ต่ำกว่างบประมาณที่ขอครับท่านประธาน ขอไป ๓.๒ ล้านล้านบาท แต่ใช้จ่ายแล้วต่ำ ต่ำครับท่านประธาน ๕๘,๘๓๗ ล้านบาทเศษ โดยเฉพาะที่สำคัญท่านประธาน งบลงทุน ๓๘๑,๑๑๓ ล้านบาทเศษ เหลือครับ เหลือ ๗,๘๙๑ ล้านบาท ทำไมจึงเหลือครับ ๗,๘๙๑ ล้านบาทเศษ ทำไมจึงเหลือ งบลงทุนต้องใช้ให้หมดครับ นี่คำถามที่ ๒ ครับ ท่านประธาน และในกรอบเงินที่เหลือนี้เป็นงบขาดดุลครับท่านประธาน ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าอย่างนั้นทำไมต้องเป็นหนี้ อีกครับ ถ้ามีเงินเหลือขนาดนี้ รัฐบาลประมาณการงบประมาณเหลือ ๕๘,๐๐๐ มันก็ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดอกเบี้ยเท่าไรครับ นี่คือสิ่งสำคัญในยอดการใช้งบประมาณ ในเอกสารนี้ครับ เพราะเงินเหลือก็ประมาณ ๐.๐๑๘ เปอร์เซ็นต์ของงบรายจ่ายครับ ท่านประธาน คำถามคือมีหลักเกณฑ์พิจารณาเรื่องนี้อย่างไรว่าจะลดกรอบ การทำงบประมาณขาดดุล ลงลึกเลยครับท่านประธาน ลงลึกเข้าไปในเอกสาร เอกสารนี้ ปรากฏมี ๓ หมวดที่ผมลงลึกเลยครับ ๓ หมวดก็คือหมวดรายจ่ายงบประมาณของหน่วยรับ หน่วยรับในภาพรวมมีเงินต่ำคือใช้จ่ายน้อย น้อยกว่างบประมาณ ๒๒,๗๙๑ ล้านบาทครับ ท่านประธาน แล้วอยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรีครับ ๖๗๕ ล้านบาท โดยเจาะลงไป สำนักนายกรัฐมนตรีต่ำ ๑๕๐ ล้านบาท เจาะลงไปลึกเลยครับ อยู่ใน ๒ แผนครับ แผนพื้นฐานความมั่นคง ๙๗ ล้านบาทเศษ แผนพื้นฐานการปรับปรุงสมดุลอีก ๕๒ ล้านบาทเศษ นี่คือสำนักงบประมาณและหน่วยในกำกับ กระทรวงกลาโหมท่านประธานครับ กระทรวงกลาโหมใช้จ่ายต่ำกว่าอีกครับ ต่ำกว่าคือเหลือนะครับ ๑,๗๖๕ ล้านบาทครับ ขนาดกันเหลื่อมไว้แล้วนะครับท่านประธาน กันเหลื่อมไว้ ๒๙,๖๙๗ ล้านบาทเศษ ถามว่าอยู่ที่ไหนครับ กองทัพบกครับท่านประธาน กองทัพบกมีเงินค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเงิน ที่ได้รับไป คือ ๕๒,๑๐๓ ล้านบาทเศษ แต่เหลือทั้ง ๖ แผนครับ ไปดูในเอกสารครับ เอกสาร หน้า ๑๒ ท่านเปิดให้ทันผมนะครับ คือ ๑,๑๒๔ ล้านบาทเศษ จุดผมไม่อยากพูด ถ้าพูดแล้วมันจะเสียเวลาครับ นั่นคือสิ่งที่ใช้ แล้วปรากฏว่าแผนที่หายไปมากก็คือ แผนยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและความพร้อมเผชิญภัยคุกคาม ทุกมิติครับท่านประธาน นั่นก็คือเงินที่ใช้ต่ำที่สุด ทำไมถึงเหลือเยอะครับท่านประธาน เป็นพันล้านนะครับกองทัพบก แล้วขอจังเลย ขอ ๆ ๆ🔗
ถัดไปครับท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยครับ นี่ก็คือเหลือเยอะครับ ๙,๑๑๘ ล้านบาทเศษครับท่านประธาน จากงบที่ขอคือ ๒๘๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เหลือครับเหลือทั้ง ๔ แผนครับ คือเหลือ ๑,๗๐๐ ล้านบาทเศษครับ หน่วยรับที่สำคัญคือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครับ ท่านเปิดหน้า ๒๐ เลยครับ เหลือ ๗,๐๗๐ ล้านบาท ท่านครับงบประมาณกรมการขนส่งทหารบกครับ ขอ ๑ นาทีครับ จะสรุปให้ได้เร็วครับ กระทรวงศึกษาธิการต่ำกว่างบประมาณอีกครับ ๑,๐๘๓ ล้านบาท กระทรวงนอกสังกัด สตช. ผมนี่ก็ ๑๔๓ ล้านบาท งบแผนบูรณาการครับท่าน งบแผนบูรณาการที่ใช้เหลือมากที่สุดก็คือ แผนบูรณาการของอีอีซี (EEC) ครับ ๓๕๘ ล้านบาท และงบบุคลากรครับท่านประธาน งบบุคลากรที่เหลือมากที่สุดก็คือกระทรวงกลาโหมครับ ไม่ใช่กระทรวงกลาโหมครับ ๓ หน่วย ๓ กระทรวงครับ กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งหมดเหลือ ๒,๔๕๙ ล้านบาทครับท่านประธาน งบทั้งหมดเป็นงบที่ใช้ดีที่สุดคืองบรายจ่ายหมุนเวียนครับท่านประธาน และงบบุคลากร ผมถามว่างบบุคลากรที่สำคัญ ซึ่งยังมีงบอีกแผ่นหนึ่งครับที่มันเลยไปนิดหนึ่งก็คืองบ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ ในหน้า ๔๔ เหลือจ่าย ๓,๙๓๗ ล้านบาท แสดงว่าการกระจายอำนาจลงไปไม่ถึงครับท่านประธาน มันยังมีอีกเยอะ ครับท่านประธาน ถ้าให้ผมพูดทั้งเล่มนี่ ๓ ชั่วโมงครับท่านประธาน เอาแค่นี้ครับ ท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๓ ที่รายงานโดยกรมบัญชีกลางในวันนี้ครับ ก่อนอื่นครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตชื่นชมกรมบัญชีกลางที่ได้รวบรวมตัวเลขไว้อย่างดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายในเวลาเพียง ๓ เดือนหลังจากการใช้งบประมาณสิ้นสุดลง อันนี้ต้องขออนุญาตชื่นชมนะครับว่า ท่านทำได้ดี อย่างไรก็ตามครับรายงานนี้เป็นรายงานการเบิกจ่าย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การใช้งบประมาณนะครับ ซึ่งมีตัวเลขหมดทั้งเล่ม ตัวหนังสือน้อยมาก มีตัวเลขเยอะมาก นะครับ และผมก็ได้พยายามอ่านเพื่อที่จะเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านั้นว่ามันเป็น อย่างไร🔗
ในประการแรกครับท่านประธานก็คือว่า ทุกคนมีคำถามหมดนะครับ เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้ว่าผลลัพธ์ของการใช้งบประมาณเหล่านี้มันให้คุณค่าหรือให้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนมากน้อยเพียงใด ซึ่งรายงานอันนี้ไม่มีคำตอบอันนี้ ไม่ได้เป็นความผิดของ กรมบัญชีกลางครับ แต่เป็นความผิดของระบบที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนต่อไป นั่นก็หมายความว่าเราเห็นตัวเลขการใช้เงินนะครับ แต่เราไม่รู้ผลลัพธ์ของการใช้เงิน ตรงนี้ ครับท่านประธานเป็นปัญหาของการวางระบบการรายงานการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ควรจะต้องปรับปรุงและแก้ไข เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เพื่อให้เห็นว่า ผมพยายามอ่านตัวเลขแล้วผมมีคำถาม หรือมีประเด็นอย่างไรบ้าง🔗
ในประเด็นแรกครับ ตัวอย่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพได้ ๙๙ ล้านบาท มีการใช้ไป ๙๙ ล้านบาทครับท่านประธาน ในขณะที่สำนักงานนี้เกี่ยวข้อง โดยตรงกับงานทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมาก ต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศ เราไม่สามารถแข่งขัน ผลิตรถยนต์ไปแข่งขัน ผลิตเครื่องไฟฟ้าไปแข่งขันอีกแล้วครับ เพราะว่าตรงนั้นโลคัล คอนเทนต์ (Local Content) ต่ำมาก เราต้องการสิ่งที่มีฐานของประเทศไทยสูง และฐานของประเทศไทยสูงก็คือ ฐานความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ปรากฏว่าเราใช้งบประมาณไปเพียง ๙๙ ล้านบาท ท่านประธาน กรมบัญชีกลางเดินตามผมนะครับแล้วท่านจะเห็นว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน ไม่ได้อยู่ ที่กรมบัญชีกลางครับ แต่อยู่ที่ระบบ กระทรวงศึกษาธิการได้งบประมาณ ๑๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ไปก็ ๑๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ สำนักการอาชีวศึกษาได้งบประมาณไป ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ใช้ไป ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในแผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า ๑๓ ล้านครับ ท่านประธาน หมายความว่าสำนักงานการอาชีวะของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมดใช้เงินไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปเกี่ยวข้องกับการสร้างมูลค่าทางการเกษตร ๑๓ ล้านบาท เท่านั้นเองครับท่านประธาน ในขณะที่อาชีวศึกษาเป็นหัวใจของการสร้างทักษะฝีมือ ของแรงงานเพื่อที่จะเพิ่มผลิตภาพของแรงงานในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ใช้เงินไป ๑๓ ล้านบาทครับ กรมบัญชีกลางครับ🔗
อันที่ ๓ กระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธาน ได้งบประมาณ ๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วใช้ไป ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาได้งบประมาณ ๔๓๕ ล้านบาท ใช้เงินไปประมาณ ๔๒๐ ล้านบาท ในแผนงาน ของ อย. คือแผนงานส่งเสริม เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดีใช้งบประมาณไป ๗๐ ล้านบาท โดยประมาณ ซึ่งแผนงานนี้เกี่ยวข้องโดยตรงครับท่านประธาน ต่อการให้การรับรอง มาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเกษตรกรแล้วก็เอสเอ็มอี (SMEs) ครับ ที่จะเอาไปขายได้อย่างปลอดภัย เรียกว่าได้ อย. ครับ ใช้เงิน ๗๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ซึ่งเกษตรกรและเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นฐานสำคัญมากของเศรษฐกิจประเทศ ได้เงินเพียง ๗๐ ล้านบาทครับ อย่างนี้เป็นต้น กระทรวงที่ ๔ คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้งบประมาณไป ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ไป ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ผมไม่ไล่สำนักงานปลัด สำนักงานวิจัย สำนักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ อันนั้นเป็นรายละเอียด ผมขอพูดเรื่องเดียว คือ สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือเรียกว่า สกสว. ซึ่งมีงบบริหารเพียง ๑๓๘ ล้านบาทครับ เขาบริหารเงินก้อนไหนครับท่านประธาน เขาบริหารกองทุนครับ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกองทุน ที่ไม่ใช่นิติบุคคลนะครับ ในรายงานตอนท้ายของเล่ม เป็นเงิน ๑๒,๕๕๔ ล้านบาทครับ ใช้เงิน ๑๓๘ ล้านบาท บริหารเงิน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน และที่สำคัญ ก็คือ สกสว. ซึ่งเป็นหน่วยนี้เป็นกลไกสำคัญของการจัดสรรงบการวิจัย ๑๒,๕๕๔ ล้านบาทนี้ คำถามก็คือว่าเงินวิจัย ๑๒,๕๕๔ ล้านบาทนี้ช่วยขับเคลื่อนประเทศอย่างไรบ้างครับ ช่วยตอบโจทย์ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างไรบ้างครับ หรือว่ามันเป็นการตอบโจทย์ ความสนใจของนักวิจัยที่อยู่บนหอคอยงาช้างแต่เพียงอย่างเดียวครับ สิ่งเหล่านี้ เราไม่มีคำตอบในรายงานในนี้ ผมไม่โทษกรมบัญชีกลางนะครับ ผมกำลังโทษระบบ การรายงานของประเทศ นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจฐานราก เกษตรกร เอสเอ็มอี (SMEs) จะต้องได้รับประโยชน์จริงจากการใช้งบประมาณส่วนนี้ แล้วก็มีรายได้สูงขึ้นครับ ท่านประธาน นั่นคือหัวใจที่สำคัญ นั่นก็หมายความว่าตัวอย่างที่ผมพาท่านเดินผ่าน ๔ กระทรวงในหน่วยงานที่ใช้งบประมาณนั้น ท่านจะเห็นทันทีว่า ๔ กระทรวงนี้นี่นะครับ ผมรวมตัวเลขคร่าว ๆ จากที่ผมยกตัวอย่างนี้ใช้งบประมาณประมาณ ๑๖,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน คำถามก็คือเกษตรกรได้อะไรบ้างครับ น้อยมากครับท่านประธาน เงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทไม่น้อยเลยนะครับ แต่ได้น้อยมากครับ ตรงนี้ผมคิดว่ากรมบัญชีกลาง ในฐานะที่ท่านดูตัวเลขและวิเคราะห์ตัวเลข ท่านต้องถามสำนักงบประมาณแล้วว่า🔗
คำถามที่ ๑ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้พอไหม ถ้าไม่พอเพิ่มได้ไหม🔗
คำถามที่ ๒ ท่านต้องถามกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะครับว่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับคืออะไรครับ เกษตรกร คนยากคนจนที่ได้รับคืออะไรครับ ถ้าได้น้อยกระทรวงเหล่านั้นจะต้องรับผิดชอบครับท่านประธาน ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ ตรงนี้คือคำถามที่กรมบัญชีกลางจะต้องช่วยประชาชนถามครับ และตรงนี้คือตัวอย่าง ที่ผมทำให้ท่านดูนี่คือคำถาม ท่านต้องถามสำนักงบประมาณ ท่านต้องถามกระทรวง เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนี้แล้ว รายงานของท่านนี้ก็เป็นแต่เพียงตัวเลข แล้วคนก็มาไล่บี้ กรมบัญชีกลางว่าตัวเลขนี้ถูก ตัวเลขนี้ผิด ทำไมน้อย ทำไมมาก อันนั้นเป็นรายละเอียด ซึ่งเข้าใจได้ ภาพแมคโคร (Macro) ทางด้านการเงิน ผมไม่อภิปรายเดี๋ยวอาจารย์ดอกเตอร์ พิสิฐก็จะมาตั้งคำถามเรื่องเหล่านี้ แต่ผมต้องการชี้ประเด็นที่เห็นสำคัญมากกว่า ก็คือการใช้เงินให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมบัญชีกลาง แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับสำนักงบประมาณ เกี่ยวข้องกับกระทรวง และเกี่ยวข้องกับ สตง. ครับท่านประธาน ตัวอย่างอันนี้ครับท่านประธานที่ผมได้อภิปราย ผมหวังว่าจะเป็น สัญญาณเตือนอีกครั้งหนึ่งที่ผมเคยพูดกับกรมบัญชีกลางไปเมื่อครั้งที่แล้วว่ากรมบัญชีกลาง ท่านต้องลุกขึ้นมาปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แล้วตั้งคำถามกับสำนักงบประมาณ อย่างที่ผมได้ตั้ง ตั้งคำถามกับกระทรวงอย่างที่ผมได้ตั้งว่าเงินที่ใช้ไปเกิดประโยชน์อะไร และถ้ากรมเหล่านั้น กระทรวงเหล่านั้นบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของกรมบัญชีกลาง ท่านมาฟ้อง สภาแห่งนี้ครับ สภาแห่งนี้จะยืนข้างกรมบัญชีกลางเพื่อที่จะให้ใช้งบประมาณ การใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง ครับท่านประธานที่ผมเคยอภิปรายมาตลอดว่าระบบของประเทศคือสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สตง. จะต้องทำงานร่วมมือกันเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเดียวกันของประเทศ นั่นคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่พึงจะได้รับจากการใช้งบประมาณของประเทศ ถ้าเราทำอย่างนี้ไม่ได้รายงานนี้คือรายงานที่สูญเปล่าครับท่านประธาน และเราไม่อยากเห็น สิ่งเหล่านั้น และเราก็ไม่เชื่อว่ากรมบัญชีกลางคิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากอีกครั้งหนึ่งดัง ๆ และขอให้ท่านช่วยตอบในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยว่า ท่านจะเป็นตัวแทนประชาชนถามสำนักงบประมาณได้ไหม ท่านจะเป็นตัวแทนถามกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ไหม และท่านจะเป็นตัวแทนถามสำนักงบประมาณไปตรวจสอบ กฎ ระเบียบต่าง ๆ โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบผลลัพธ์ท่านจะทำได้ไหม ถ้าท่านทำได้ครับ กรมบัญชีกลางอย่างน้อยผมคนหนึ่งครับ นายกนก วงษ์ตระหง่าน จะยืนอยู่ข้างกรมบัญชีกลาง แล้วก็สู้เรื่องนี้ไปกับท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านพิสิฐ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ กรมบัญชีกลางนะครับที่ได้จัดทำข้อมูลนี้มานำเสนออย่างค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้วก็ทันเวลา ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เรื่องที่ผมเคยกล่าวแล้วในการรับทราบรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในเรื่องของหนี้รัฐบาลก็ดี หรือในเรื่องของกองทุนหมุนเวียนนะครับ วันนี้เรามาพูดถึง เรื่องของฐานะการคลังภาพรวมนะครับ🔗
ประเด็นหลักก็คือปี ๒๕๖๓ นี่เป็นปีที่เราจะต้องระมัดระวังแล้วก็ให้ความสำคัญ เป็นอย่างมากนะครับ จะเห็นได้ว่าในเรื่องของรายได้ซึ่งเป็นเส้นที่ ๒ นี่ตกต่ำต่ำกว่าปีที่แล้ว แนวโน้มลดลง ซึ่งก็แน่นอนล่ะครับก็คงจะเป็นปัญหาที่มาจากเรื่องของเศรษฐกิจโลก เรื่องของภัยพิบัติโควิด (COVID) ก็ตาม แต่ว่าที่น่าห่วงที่สุดก็คือเรื่องของการขาดดุลที่เพิ่ม สูงขึ้น สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ การขาดดุลเราเคยประมาณไว้ว่าจะขาดดุลไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่เรารับงบประมาณมาพิจารณาเมื่อตอนเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็ ได้มีการอนุมัติโดยสภาแห่งนี้นะครับ ให้มีการขาดดุลประมาณ ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าตัวเลขจริงการขาดดุลนี่มันเกินกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง แล้วก็ท่านจะเห็นได้ว่าการขาดดุลของรัฐบาลนั้นในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนเพิ่ม มากขึ้นทุกที จำนวนที่เป็นตัวเงิน สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นฐานะหนี้รัฐบาล ก็กระโดดขึ้นมาจากประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ต้น ๆ มาเป็น ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๆ จะแตะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และจริง ๆ ตัวเลขเมื่อตอนเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี่ก็เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วนะครับ อันนี้คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของฐานะการคลังของรัฐบาลไทยนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ🔗
ทีนี้ปัญหาหนึ่งที่เราเจออีกข้างหนึ่งก็คือเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ จีดีพี (GDP) ปีนี้กลับตกต่ำ ในขณะที่รายได้ก็ตก รายจ่ายก็เพิ่มสูงขึ้นเพราะมีงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมแต่จีดีพี (GDP) ตกนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผลที่ตามมาก็คือฐานะการคลังปีนี้ ขาดดุลเป็นประวัติการณ์แล้วก็เป็นการขาดดุลต่อจีดีพี (GDP) ที่เพิ่มสูงขึ้น แล้วหนี้ก็เพิ่ม สูงขึ้น ปีนี้นะครับ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านไป เรากู้เงินทั้งหมดเกือบ ๆ ประทานโทษ มากกว่า ๑ ล้านล้านบาท เป็นการกู้จากกรมบัญชีกลาง ขอโทษ เป็นการกู้จากสำนักหนี้ที่ใช้ในการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังกู้เพื่อ พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทอีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบ็ดเสร็จรวมกันกว่า ๑ ล้านล้านบาท ถือเป็นการกู้ที่สูงมาก โชคดี ที่เผอิญระบบการเงินเรานี่มีสภาพคล่องล้น เพราะฉะนั้นการกู้หนี้อาจจะไม่ได้มีปัญหานัก แต่ถ้าอยู่ในภาวะที่สภาพคล่องตึงตัวก็จะเกิดปัญหากับเศรษฐกิจอย่างแน่นอน สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นปีนี้ก็จะเป็นภาวะที่ล่อแหลมมากขึ้น เพราะเรายังมี วงเงินจากพระราชกำหนด ๑ ล้านล้านบาท เหลืออีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในปีนี้ที่ต้องกู้ ปีที่แล้วผมยังคาดว่าจะมีการใช้เงิน ๑ ล้านล้านบาทไปเกือบหมด แต่ปรากฏท่านใช้แค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นปีนี้เงิน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะมาทะลักออกจากคลัง เข้าระบบเป็นการกู้เพิ่มหนี้อีก ขณะเดียวกันปี ๒๕๖๔ ที่เราได้อนุมัติไปเมื่อตอน เดือนกันยายนมีการให้ขาดดุลอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบ็ดเสร็จปีนี้ปี ๒๕๖๔ เราจะมีการก่อหนี้เพิ่มอีกประมาณ ๑.๖ ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) ผลคืออะไรครับ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี (GDP) ก็จะกระโดดจาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ มาแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ว่าจีดีพี (GDP) ปีนี้จะเป็นอย่างไร สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านก็จะเห็นได้ว่าดุลการคลังที่เราเคยขาดดุลปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๒ ปีนี้ โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๔ จะมีการขาดดุลเพิ่มสูงขึ้นมากตามเส้นสีแดงที่ผม ได้วาดขึ้นไป อันเนื่องมาจากพระราชกำหนดที่ยังมีเงินเหลืออยู่เนื่องจากการขาดดุลที่ตั้งสูง แล้วก็รายได้ตกต่ำ ผมคิดว่ารายได้ปีนี้สรรพากรจะเก็บรายได้ภาษีอากรเงินได้ต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจจะไม่มีกำลังในการจ่ายภาษี เพราะว่าเป็นการใช้ฐานของปี ๒๕๖๓ ในขณะที่ปี ๒๕๖๓ ที่เขาจ่ายภาษีเป็นฐานของปี ๒๕๖๒ ที่ยังไม่มีวิกฤติโควิด (COVID) ขนาดไม่มีวิกฤติโควิด (COVID) ยังจ่ายต่ำไปกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นปีนี้ จะเป็นปีที่การขาดดุลเงินสดจะสูงมาก สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะออกมาหน้าตาแบบไหน เอ (A) บี (B) หรือซี (C) เอ (A) ก็คือยังคงลื่นไถล ต่อไปติดลบ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ต่อไป หรือทรงตัวคือบี (B) หรือถ้าฟื้นตัวก็คือซี (C) ซึ่งในกรณี ทั้ง ๓ นี่ครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ก็จะมีผลอย่างมากต่อสัดส่วนของหนี้ต่อ จีดีพี (GDP) ตามที่ผมได้กล่าวตอนต้น สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นหนี้ที่มีอยู่ ประมาณ ๖.๙ ล้านล้านบาทเมื่อปีก่อนหน้า มาสิ้นปีนี้เป็น ๗.๘ ล้านล้านบาท ต่อไปมันก็จะ เพิ่มขึ้นอีก เราก็จะทะลุเกิน ๑๐ ล้านล้านบาทในปีต่อ ๆ ไปในปี ๒๕๖๕ สไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี (GDP) ท่านจะเห็นนะครับ จะเป็นเอ (A) หรือบี (B) หรือซี (C) มันแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ โอเค (OK) ครับ ถ้าเกิดเราประเมินว่า เศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วกันนะครับอยู่ที่ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะเหลือช่องว่างอีกเพียง ๔-๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง สไลด์ (Slide) ต่อไป ประเด็นก็คือในกรณีอย่างนี้เราจะดูแลเรื่อง ของสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี (GDP) อย่างไรในเมื่ออาจจะทะลุติดเพดาน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นจุดที่ รัฐบาลท่านจะต้องดูนะครับว่าเพราะว่ามันเป็นกฎหมาย สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ สิ่งที่ผม อยากจะขอให้ท่านได้พิจารณาก็คือว่าอีกไม่กี่เดือนนี้รัฐบาลคงจะต้องมีการนำเสนอ งบประมาณแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๕ ให้สภา ปกติก็จะเป็นเดือนพฤษภาคม ท่านมีเวลาอยู่ ไม่กี่เดือนต้องไปดำเนินการว่าจะดูแลฐานะการคลังอย่างไร ผมขอให้ท่านจัดทำแผนการคลัง ระยะปานกลางซึ่งอยู่ในกฎหมายนะครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดู สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อย่างไรก็ตามปี ๒๕๖๕ หากท่านขาดดุลอีกสัก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรเสีย ต่อให้เป็นซีนาริโอ (Scenario) ที่ว่าเศรษฐกิจปีนี้ฟื้นตัว หนี้ต่อจีดีพี (GDP) จะต้องทะลุ ๖๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะฉะนั้นในการนำเสนอของท่านจะต้องดูแลเรื่องนี้ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมยอมรับ นะครับว่าในสถานการณ์วิกฤติอย่างตอนนี้เราจะมาพูดเรื่องของการตัดรายจ่ายเพิ่มรายได้ นี่คงไม่ได้ เงินที่เรามีอยู่ต้องใช้อย่างระมัดระวังนะครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลได้ใช้เงินกับ ผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ไม่ใช่เอาเงินไปโปรย ไปแจกนะครับ เพราะตอนนี้เรามีเงินจำกัด ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับผู้ใหญ่บางท่านที่ไปให้ข่าวว่าเรามีเงินเหลือเยอะ จริง ๆ ตอนนี้ เงินมันขัดสนทุกที แล้วเรื่องของฐานะการคลังเป็นเรื่องใหญ่ หลายประเทศในโลก ล้มลุกคลุกคลานเพราะว่าไม่สามารถดูแลฐานะการคลังได้ แม้กระทั่งประเทศที่เคยร่ำรวย แล้วก็ตาม ในยุโรปนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอให้ รัฐบาลท่านได้พิจารณาในการที่จะจัดทำงบประมาณปี ๒๕๖๕ ต่อไป ก็คือขอให้มีการจัดทำ แผนการคลังระยะปานกลางนะครับ ซึ่งอันนี้อยู่ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังที่ออกไปในปี ๒๕๖๑ ออกในสมัยของรัฐบาลท่านประยุทธ์ นะครับ ท่านได้เป็นผู้นำเสนอ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ท่านเป็นผู้ลงนามในเรื่องของ การมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี (GDP) ไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในเมื่อเราจะมีปัญหา ข้อนี้นะครับ เรามีกฎหมายอย่างนี้อยู่นะครับก็อยากจะนำเสนอให้ท่านได้ดูแลให้เรา ไม่ต้องประสบวิกฤตการคลังในอนาคตนะครับ ขอให้รัฐบาลมีความน่าเชื่อถือในการบริหาร การคลังให้เป็นที่ยอมรับ เพราะว่าตัวเลขต่าง ๆ ที่ท่านกำหนดไว้ ณ เวลานี้มันจะเป็นบ่วง รัดคอของรัฐบาลและของประเทศต่อไป เพราะว่าผู้วิเคราะห์ หรือผู้ลงทุนก็จะต้องดูตัวเลข เหล่านี้ แล้วก็จะมีผลกระทบต่อการลงทุนต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
อีก ๒ ท่าน นะครับ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กับท่านดนัย มะหิพันธ์ ครับ เชิญท่านประเดิมชัยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการรายงานการรับจ่ายเงิน งบประมาณประจำปี ๒๕๖๓ ที่ทางกรมบัญชีกลางได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ จากการที่ผมได้ดูในรายละเอียดข้อมูลการใช้จ่ายจากการรายงานจะเห็นว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไป เพื่อให้ ส่วนราชการนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ในปี ๒๕๖๓ นะครับ ที่มีการให้ความเห็นชอบเงินงบประมาณไปถึง ๓,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ นะครับ แต่จากการรายงานจะเห็นว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณนั้นหน่วยงานไม่สามารถใช้ เงินให้หมด ให้เป็นไปตามแผนงาน หรือว่าเป็นไปตามปีงบประมาณได้ โดยเฉพาะในเรื่องของ การที่จะต้องมีการกันเงินไว้ใช้จ่ายเหลื่อมปี ซึ่งผมเชื่อว่าในข้อเท็จจริงอาจจะมีประเด็นที่มี ข้อจำกัดในเรื่องของการใช้จ่ายเงินงบประมาณ แต่ในทางกลับกันท่านประธานครับ ในขณะนี้ ประเทศชาติของเราอยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนในเรื่องของการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องของ เม็ดเงินที่จะนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน หรือว่านำไปสู่การเยียวยา การให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ฉะนั้นการใช้จ่ายเงินงบประมาณของภาครัฐก็จะเป็น ส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือว่าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นการที่หน่วยงานไม่สามารถใช้เงินให้เป็นไปตามแผนงาน มีการกันเงินเหลื่อมปี ค่อนข้างมาก ไม่ใช่เฉพาะปี ๒๕๖๓ เท่านั้น ถ้าท่านประธานได้ดูในเอกสารรายละเอียด การรายงานจะเห็นว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ที่มีการจัดทำรายงานประกอบในช่วงท้ายของรายงาน ฉบับนี้จะเห็นว่ายังมีรายงานการกันเงินเหลื่อมปีที่จะต้องไว้ใช้เบิกจ่ายในจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง ซึ่งตรงนี้ชี้ให้เห็นและบ่งบอกได้ว่าประสิทธิภาพของการใช้เงินงบประมาณกับการทำงาน ในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานในการที่จะให้ท่านประธานได้ดูนะครับ โดยเฉพาะประเด็น ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่างในกรณีของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการกันเงินงบประมาณไว้ถึง ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะที่ ขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ในขณะนี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันทั่วทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลัก วิ่ง ชิง ปล้น ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนะครับ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เกี่ยวข้องทั้งสิ้น เงินงบประมาณที่สภาให้ไปท่านขอมา ท่านกลับ ไม่นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่มีการกันเงินงบประมาณไว้ ซึ่งในรายละเอียดก็ต้องตามดูอีกทีว่า เป็นเรื่องของการกันไว้ในส่วนตรงไหนอย่างไร แต่ตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน พูดในภาพรวมว่าเหตุการณ์อย่างนี้นะครับ เมื่อท่านมีแผนงาน มีโครงการที่ชัดเจนแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการที่ท่านขอเงินงบประมาณมา อันนี้ก็อยากจะได้ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานว่าจะต้องดูพิจารณาในรายละเอียดให้เกิด ประโยชน์อย่างแท้จริง🔗
หน่วยงานหลักอีกหน่วยงาน ท่านประธานครับ ของบประมาณไป แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่อนข้างมากนั่นก็คือในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ในปี ๒๕๖๓ ของบประมาณถึง ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ใน ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีการกันเงินงบประมาณถึง ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ตรงนี้ในเมื่อทุกคนมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณ เงินงบประมาณเมื่อนำไปพัฒนา มันก็จะก่อให้เกิดรายได้ สร้างความเจริญให้กับพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทยถือว่า เป็นกระทรวงรากหญ้าในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่สามารถที่จะนำงบประมาณไปใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิภาพเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ได้อย่างที่หน่วยงานได้ตั้งขอไว้ ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น🔗
กับอีกส่วนหนึ่งอยากจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานก็คือในส่วนของ หน่วยงานหน่วยงานหนึ่งก็คือในส่วนของกลุ่มจังหวัด ท่านประธานครับ กลุ่มจังหวัด ในปี ๒๕๖๓ ขอโดยรวมทุกจังหวัดประมาณ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แต่ไม่สามารถ ที่จะใช้เงินให้เป็นไปตามแผนงานได้เช่นกัน มีการกันงบประมาณถึงเกือบหมื่นล้านบาท ขอ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท กันเกือบหมื่นล้านบาท นั่นหมายความว่าใช้ไปเพียงแค่ประมาณ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อีกประมาณเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถใช้เงินงบประมาณได้ อย่างนี้ประชาชนจะลืมตาอ้าปากได้อย่างไร เมื่องบประมาณให้ไปแล้วแต่คุณใช้ไม่ได้ ก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนไม่ได้ ฉะนั้นตรงนี้อยากจะฝากไว้นะครับเป็นข้อคิด สะท้อนถึงหน่วยงานว่าเมื่อคุณจะขอตั้งงบประมาณในการที่จะนำไปแก้ไขปัญหาหรือว่า นำไปพัฒนาก็ตามแต่ ท่านจะต้องวางแผนในการที่จะต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือแม้แต่ล่าสุดท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบในเรื่องการที่จะให้กู้เงิน ๑ ล้านล้านบาทในการแก้ไขปัญหา ในขณะที่แผนการใช้เงินงบประมาณในการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของโควิด (COVID) ก็ไม่ได้เป็นตามแผนงานเช่นกัน ท่านประธานครับ เกิดความล่าช้าเป็นอย่างมากฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะนำเรียนท่านประธาน แล้วก็ฝากถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรวมทั้งผู้ติดตามตรวจสอบการบังคับใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านดะนัย อีก ๑ ท่าน และให้ท่านผู้แทนกระทรวงการคลังได้ตอบชี้แจงนะครับ เชิญท่านดะนัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ได้ดูรายงานของกระทรวงการคลัง เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี ๒๕๖๓ ก็เรียนว่า ถ้าท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านจำได้ว่าวันที่เราพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เพื่ออนุมัติงบประมาณนั้น เราได้รับเอกสาร ๒ กล่องขนาดใหญ่ จำนวนเอกสาร ที่อยู่ข้างในกี่เล่มผมนับไม่ได้ แต่ก็ได้ดูเฉพาะที่เราสนใจเพราะมีเวลาไม่มาก แต่มาวันนี้เงิน ๓.๒ ล้านล้านบาท ย่อยลงมาเหลืออยู่ ๘๙ หน้า นับว่าท่านมีความสามารถ ในการรายงานการใช้จ่ายงบประมาณได้ดีมาก แต่เรื่องประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนนั้น มีสมาชิกท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ประโยชน์ได้รับ อะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมอ่านแล้วผมเกิดข้อสงสัยซึ่งอยากจะเรียนถามทางผู้ที่ มานำเสนอในเรื่องของค่าใช้จ่าย ผมดูค่าใช้จ่ายในรายจ่ายสำหรับหน่วยรับงบประมาณ ซึ่งมี หน่วยรับงบประมาณจำนวนมากมาย มีเงินที่จ่ายให้กับหน่วยรับงบประมาณในปีนี้อยู่ ประมาณ ๑,๐๙๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ที่สงสัยก็คือมีหน่วยรับงบประมาณ จำนวนมากที่ใช้จ่ายงบประมาณที่ให้ไปหมดเกลี้ยงเลยในรายงานไม่มีเหลือเลยครับ โดยเฉพาะองค์การมหาชน ถามว่าหน่วยงานเหล่านั้นท่านได้ตรวจสอบจริงหรือไม่ว่า เขาใช้เงินหมดจริง หรือเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ให้ไปหรือไม่เพราะไม่มีในรายงานเลย ที่สำคัญครับท่านประธานในหน่วยงานเหล่านี้มีบางหน่วยงานที่มารายงานเราซึ่งได้รับ รายงานก็คือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. มารายงานประมาณเดือนที่แล้ว บอกว่าเงินงบประมาณที่เหลือไม่ต้องส่งคืนเอาไว้จ่ายปีต่อไป ผมเกิดความสงสัยว่า ถ้าหน่วยงานเหล่านี้มีเงินเหลือเท่าไรไม่จำเป็นต้องรายงานให้ใครทราบ ปีต่อไปขอเท่าไร ก็จัดสรรไปให้ แล้วอย่างนี้มันเกิดความเป็นธรรมกับหน่วยงานอื่นที่เขาจะต้องรายงาน เงินคงเหลือหรือไม่ อันนี้ถามเป็นประเด็นที่ ๑ เพราะในหน่วยงานที่ผมดูมีแผนงาน อีกแผนงานหนึ่งก็คือแผนงานบุคลากรครับ ในรายจ่ายแผนงานบุคลากรก็เช่นเดียวกันครับ ในหน่วยงานหน่วยรับงบประมาณเหล่านี้ได้รับงบเท่าไรใช้หมดเลยครับ ในรายงานไม่มีเหลือ กลับมาเลย แต่ถามว่าเพียงพอหรือไม่ ไม่มีคำตอบครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่าหน่วยงาน ทุกหน่วยงานของรัฐที่ได้รับงบประมาณจากรัฐน่าจะมีการรายงานที่ตรงไปตรงมา ถูกต้อง แล้วก็เป็นลักษณะเดียวกัน ไม่ใช่ว่าบางหน่วยเหลือต้องคืนสำนักงบประมาณ บางหน่วย ไม่ต้องคืนก็ได้ อันนี้ความเท่าเทียมอยู่ที่ไหน ความเสมอภาคอยู่ตรงไหน งบประมาณเหล่านี้ เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนซึ่งเราจะต้องช่วยกันดูแล🔗
ส่วนในงานอื่น ๆ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดไปแล้วว่างบกันเหลื่อมปี เป็นไปได้หรือครับว่าในรายงานนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๖๒ จ่ายหมดพอดีเลยไม่เหลือ สักสลึงเลย กันไว้เท่าไรจ่ายหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะตั้งเป็นข้อสังเกตต่อไปว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ท่านมีงบเหลื่อมปีที่กันไว้ที่จะต้องจ่ายในปีต่อไปอยู่ ๑๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้จะตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่าในการกันเงินเหลื่อมปีตรงนี้ไว้ ในปีงบประมาณต่อไปท่านจะสามารถใช้ได้หมดหรือไม่ เหมือนที่รายงานจากปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๖๒ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงผู้ชี้แจงว่าขอให้ตอบประเด็นคำถามที่ผมถาม ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญผู้แทนจากกระทรวงการคลังตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ขออนุญาตคำถามแรกก่อนนะคะ🔗
ขออนุญาตท่านผู้แทนนิดหนึ่งครับ กรุณาบอกชื่อตัวเองด้วยนะครับเพราะว่าต้องจดบันทึก การประชุม🔗
จะขออนุญาต ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ขออนุญาตให้คุณชุมพล สุวรรณกิจบริหาร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการคลัง ตอบคำถามในเรื่องของดุลงบประมาณค่ะ ขออนุญาตค่ะ🔗
เชิญครับ เชิญเลยครับคุณชุมพลครับ🔗
ขอประทานโทษ แผนการคลังระยะปานกลางค่ะ🔗
ครับ เชิญครับ🔗
กระผม ชุมพล สุวรรณกิจบริหาร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการคลัง กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมขออนุญาตนะครับ ตอบในประเด็นคำถามของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ในเรื่องของกรอบการคลังระยะปานกลาง ที่ท่านได้มีความห่วงใยนะครับ แล้วก็มีข้อสังเกตอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ในมาตรา ๑๓ ที่จะต้องจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางนะครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนข้อเท็จจริงว่า การกระทรวงการคลังได้นำเสนอแผนการคลังระยะปานกลางสำหรับปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๘ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ แผนการคลังระยะปานกลาง ฉบับที่ ๔ ดังกล่าวนะครับ สำหรับช่วงเวลาปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๘ แล้วเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ก็ขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลต่อที่ประชุม ดังนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรตินะคะ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบพระคุณข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะคะ ทีนี้สำหรับท่านที่มี ข้อสังเกตนะคะ คือในเรื่องของการถอนคืนรายได้ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า โดยส่วนใหญ่ แล้วเป็นเรื่องของการถอนคืนของกรม ภาษีไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต หรือภาษีที่เกี่ยวกับกรมศุลกากรนะคะ อันนั้นคือตัวเลขการถอนคืนนะคะ🔗
ถัดมานะคะ ในเรื่องของตัวรายจ่ายที่มีการเบิกจ่ายต่ำกว่าที่ของบประมาณ อันนี้ทางกรมบัญชีกลางก็จะขออนุญาตรับไปนะคะ แล้วก็จะพยายามปรับปรุงรายงาน เนื่องจากว่าต้องกราบเรียนว่าในเรื่องของระยะเวลาในการจัดทำรายงานตาม พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลังนั้นให้เวลาทางกรมบัญชีกลางเพียง ๔๕ วันในการจัดทำ แล้วก็เสนอต่อ ท่านรัฐมนตรี รายงานปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้เพิ่มข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตปีที่แล้วนะคะ เราก็ได้พยายามปรับปรุงการทำงานให้ได้ข้อมูล ที่เกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ ดังนั้นในส่วนคำถามที่ท่านให้ข้อสังเกตว่าหน่วยงานใดที่มี การเบิกแล้วล่าช้ามีเงินเหลือไปอะไร อย่างไร เราจะถามข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗
ถัดมานะคะ ในส่วนของท่านกนก ขออนุญาตเอ่ยนาม อันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า คือพยายามที่จะพัฒนารายงานนั้นให้เป็นประโยชน์กับประชาชนนะคะว่างบประมาณที่ได้รับ มานั้นตอบโจทย์กับประชาชนอย่างไร ในปีหน้าก็จะพยายามถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ ว่าจากเงินที่ได้มาแล้วท่านใช้ประโยชน์อะไร แต่ก็อยากกราบเรียนว่าภายในระยะเวลาจำกัด คือ ๔๕ วัน🔗
สำหรับหน่วยงานอื่น ๆ หรือประเด็นคำถามอื่นนะคะ ในเรื่องของการใช้จ่ายเงิน ที่บอกว่ามีเงินกันเหลือเยอะหรือแม้แต่งบประมาณ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า ครม. ได้มีมตินะคะว่าให้มีการตั้งคณะกรรมการเร่งรัดเบิกจ่าย โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเป็นประธาน ก็กราบเรียนว่ามีการประชุมติดตามในเรื่องของหน่วยงาน ที่ได้รับงบประมาณวงเงินสูง ๆ แล้วก็มีเงินกันนะคะ อันนี้เรามีการประชุมทุก ๒ เดือน ที่คอยติดตามผลการเบิกจ่าย แล้วสอบถึงปัญหาและสาเหตุถึงความล่าช้าว่ามีปัญหาอุปสรรค อะไร อันนี้ก็มีการรายงานต่อ ครม. ทุก ๒ เดือน ฉะนั้นในการนี้ในปีนี้ก็เช่นเดียวกันนะคะ นโยบายก็คือต้องมีการเร่งรัด ในครั้งหน้าเขาก็จะเอาข้อมูลที่เกิดจากการติดตามในการเร่งรัด เบิกจ่ายมารวมผนวกไว้ในรายงาน เพื่อจะได้ทราบว่าข้อมูลที่งบประมาณจัดสรรไปแล้วมี การใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไรนะคะ🔗
ส่วนในเรื่องหนี้สาธารณะก็ขออนุญาตให้คุณยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ ผู้แทนจากสำนักบริหารหนี้เป็นคนตอบคำถามค่ะ🔗
เชิญท่าน ยอดเยาวมาลย์ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านหนี้สาธารณะและ เงินคงคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะนะคะ ขอเรียนชี้แจงประเด็นคำถามของ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ในเรื่องการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณนะคะ ซึ่งภายใต้ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในงบประมาณรายจ่ายเรากำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ที่วงเงิน ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง กระทรวงการคลัง ณ ขณะนั้นได้มี การทบทวนเรื่องรายได้ซึ่งคาดว่าจะต่ำกว่าประมาณการ ณ ขณะนั้น ซึ่งจะทำให้ผลของ เงินคงคลังลดลง จะทำให้ไม่สามารถรองรับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในปี ๒๕๖๓ ได้ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๔๖ ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดให้รัฐบาลต้องรักษาระดับเงินคงคลังที่จำเป็นเพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอ ในการเบิกจ่าย จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อรองรับกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ ตามมาตรา ๗ และมาตรา ๒๐ (๑) และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ ได้กำหนดให้สามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลและกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติค่ะ ซึ่งภายใต้กรอบดังกล่าวกำหนดไว้ว่ากู้ได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณรายจ่ายในปีนั้น และร้อยละ ๘๐ ของวงเงินที่ชำระคืนต้นเงินกู้ในปีนั้น ซึ่งเป็นกรอบวงเงินที่ ๖๘๓,๐๙๓.๙๒ ล้านบาท และเมื่อหักวงเงินชดเชยการขาดดุลไปแล้วที่ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท จะคงเหลือวงเงินที่สามารถกู้กรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ที่วงเงิน ๒๑๔,๐๙๓.๙๒ ล้านบาทค่ะ ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ได้มีการดำเนินการกู้เงินทั้งสิ้น ๗๐๑,๒๘๓.๖๔ ล้านบาท จะประกอบไปด้วยชดเชยการขาดดุล ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท รายจ่ายสูงกว่ารายได้ ๒๑๔,๐๙๓.๙๒ ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะเป็นพรีเมียม (Premium) จากการออกพันธบัตรอีก ๑๘,๑๙๐.๖๔ ล้านบาทค่ะ จะแยกเป็นเครื่องมืออย่างที่เห็นก็คือ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง สัญญากู้ยืมเงิน และตั๋วสัญญาใช้เงิน ในวงเงินทั้งสิ้น ๗๐๑,๒๘๓.๖๔ ล้านบาท จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะ🔗
ครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ มีอะไรครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมสอบถาม เรื่องหน่วยงานบางหน่วยงาน หน่วยรับงบประมาณที่ใช้จ่ายงบประมาณโดยอ้างเหตุผลว่า สำนักงบประมาณไม่ให้ส่งงบประมาณที่เหลือคืน เรื่องนี้ผมยังไม่ได้รับคำตอบครับ เพราะว่า เท่าที่ดูในรายจ่าย เหมือนกับว่าได้รับงบประมาณไปเท่าไร แล้วก็จ่ายให้หมดครับ ก็ต้องการ คำตอบครับท่านประธาน🔗
มีอะไร ชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
เป็นการจบ การอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณผู้แทนจาก กระทรวงการคลังครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของบรรษัทตลาดรอง สินเชื่อที่อยู่อาศัย🔗
ซึ่งเรื่องนี้ ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งว่าที่คณะรัฐมนตรีนั้นมีมติได้รับทราบไปแล้วจึงเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๖ มีท่านสมาชิกท่านใดประสงค์จะอภิปรายไหมครับ เพราะผมไม่มีรายชื่อ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาม แผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ของเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดประสงค์จะอภิปรายขอรายชื่อด้วยนะครับ ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ🔗
ในรายงาน ตามวาระนี้คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาเป็น ผู้ชี้แจงรายงานความคืบหน้านะครับ ซึ่งผมได้อนุญาตท่านรัฐมนตรีและคณะที่ติดตามมาอีก จำนวน ๑๓ ท่าน ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะแถลงไหมครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หรือผู้แทนในแต่ละด้าน ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาม แผนปฏิรูปประเทศราย ๓ เดือน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามที่กระผมได้แจ้งไปเมื่อรอบการรายงานครั้งก่อนหน้านี้ว่าได้มีการปรับปรุงแผน การปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งบัดนี้ได้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน ได้ดำเนินการจัดทำร่างแผนปฏิรูป ประเทศ ฉบับปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่าง แผนดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ โดยจะได้เสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน สำหรับการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ในรอบนี้เป็นการสรุปประมวลผลการดำเนินงานตามเรื่องและประเด็นปฏิรูปของแผนปฏิรูป ประเทศทั้ง ๑๒ ด้าน เพื่อให้เห็นถึงภาพรวมความคืบหน้า การดำเนินงาน รวมถึงสถานะ ความคืบหน้าของกฎหมายตั้งแต่มีการประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศ จนถึงสิ้นเดือน กันยายน ๒๕๖๓ โดยสรุปดังนี้🔗
ความคืบหน้าในการกิจการสำคัญของแผนปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๒ ด้าน ที่ได้กำหนดเรื่องและประเด็นปฏิรูปไว้จำนวนทั้งสิ้น ๑๗๓ เรื่อง โดยจัดลำดับความสำคัญ ความสำเร็จเป็น ๔ ลำดับ แบ่งออกเป็นดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน จำนวน ๑๗ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๐ ดำเนินสำเร็จมากกว่าร้อยละ ๗๕ ของแผน จำนวน ๗๐ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๐ ดำเนินการได้ร้อยละ ๕๐ ถึงร้อยละ ๗๕ ของแผน จำนวน ๖๒ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๖ และดำเนินการได้น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของแผน จำนวน ๒๐ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๔ โดยขอยกตัวอย่างเรื่องและประเด็นปฏิรูปของแผนปฏิรูปประเทศ แต่ละด้านที่มีความคืบหน้าและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ดังนี้🔗
๑. ด้านการเมือง เช่นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อปฏิรูปประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พัฒนาการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ผ่านมา โดยได้เผยแพร่ต้นแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้นำเทคโนโลยี ดิจิทัล (Digital) มาเสริมประสิทธิภาพกระบวนการเลือกตั้งด้วย🔗
๒. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เช่นบริการภาครัฐสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ชีวิตประชาชน โดยการจัดทำบิสโพรทัล (Biz Portal) เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ประชาชนในการติดต่อขออนุญาตกับหน่วยงานราชการผ่านระบบออนไลน์ (Online) และภาคธุรกิจสามารถติดต่อราชการได้แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ณ จุดเดียวผ่านทางช่องทาง ออนไลน์ (Online) และติดตามสถานะคำขออนุญาตตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยปัจจุบันสามารถ ดำเนินการได้ครอบคลุม ๒๕ ประเภทธุรกิจ ๗๘ บริการใบอนุญาต เช่น ธุรกิจร้านอาหารและ เครื่องดื่ม ธุรกิจร้านค้าปลีก ธุรกิจรีสอร์ต (Resort) ขนาดเล็กและโรงแรม🔗
๓. ด้านกฎหมาย เช่นมีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและ เท่าที่จำเป็น รวมทั้งมีกลไกในการทบทวนกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยใช้พระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นเครื่องมือในการกำกับและควบคุมการจัดทำ และทบทวนกฎหมายเพื่อพัฒนาให้เป็น กฎหมายที่ดี🔗
๔. ด้านกระบวนการยุติธรรม เช่นการพัฒนากลไกช่วยเหลือ และเพิ่มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดให้มีทนายความประจำทุกสถานีตำรวจ เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ตลอดจนเข้าร่วม ในการสอบสวนในคดีที่กฎหมายบังคับให้มีทนายความเข้าร่วมในการสอบสวน ปัจจุบัน ดำเนินการแล้ว ๑๕๐ สถานีตำรวจทั่วประเทศ🔗
๕. ด้านเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหาร จัดการเชิงรุก โซนนิง บาย อะกริ-แมป (Zoning by Agri-Map) เพื่อปรับเปลี่ยนการผลิต ตามสภาพพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๑๒๘,๓๒๐ ไร่ และปัจจุบันได้ดำเนินการปรับเปลี่ยน กิจกรรมการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมแล้ว จำนวน ๑๐๑,๒๖๒ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๙๑ ของพื้นที่เป้าหมาย🔗
๖. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ในทะเลและชายฝั่ง โดยนโยบายประชารัฐขจัดขยะทะเล ซึ่งสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน ภาคสังคม พร้อมทั้งเปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต และได้จัดทำโครงการคลีน ซีส์ แคมเปญ (Clean Seas Campaign) พึ่งภายใต้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติยูไนเต็ด เนชันส์ เอนไวรอนเมนต์ โปรแกรม (United Nations Environment Program) เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และไมโคร (Micro) พลาสติก🔗
๗. ด้านสาธารณสุข เช่น ระบบสุขภาพปฐมภูมิ คลินิกหมอครอบครัว โดยการพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งมีกลไกการขับเคลื่อนผ่านสหวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่เป็นหนึ่งในตัวแทนของแต่ละตำบล ในการทำหน้าที่ให้ความรอบรู้ด้านสุขภาวะแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงาน ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิ และเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิจำนวนทั้งสิ้น ๑,๙๙๑ ทีม🔗
๘. ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การปฏิรูปแนวทาง การกำกับดูแลสื่อออนไลน์ (Online) โดยดำเนินโครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหา ข่าวปลอม และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ดำเนินการผ่านช่องทางสื่อสังคม ออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ🔗
๙. ด้านสังคม เช่น การปฏิรูปการออม สวัสดิการ และการลงทุนเพื่อสังคม โดยมีการส่งเสริมการออมในกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มยอดสมาชิกองทุน ซึ่งปัจจุบัน มีสมาชิก จำนวน ๒,๓๘๔,๕๒๙ คน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ อาทิ เกษตรกร รับจ้างทั่วไป ค้าขายและอาชีพอิสระ🔗
๑๐. ด้านพลังงาน เช่น การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงาน อย่างคุ้มค่าในกลุ่มอุตสาหกรรม มีการดำเนินโครงการหลายโครงการเพื่อสนับสนุนให้ โรงงานอุตสาหกรรมลดการใช้พลังงาน โดยที่ผ่านมาประหยัดพลังงานได้ไม่น้อยกว่า ๒๖๐ พันตันน้ำมันดิบ สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ไม่น้อยกว่า ๒,๖๐๐ ล้านบาท🔗
๑๑. ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เช่น ด้านการปราบปราม ๒ ได้จัดทำและบูรณาการโครงข่ายฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ คดีทุจริตและประพฤติมิชอบของทุกหน่วยงาน ผ่านระบบสารสนเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล คดีทุจริต และระบบบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน และคดีเพื่อใช้ในการตรวจสอบสถานะ การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม🔗
๑๒. ด้านการศึกษา เช่น การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ได้ดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน นักเรียน กสศ. อาทิ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนครูรักถิ่น ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชน เป็นฐาน ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ให้แก่กลุ่มนักเรียนช้างเผือกที่มีฐานะยากจน กลุ่มล่าง ให้มีโอกาสเรียนต่อและได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่🔗
สำหรับสถานการณ์กฎหมายภายใต้แผนการปฏิรูป จากกฎหมายภายใต้แผน ทั้ง ๑๒ แผนจำนวน ๒๑๖ ฉบับ มีกฎหมายที่แล้วเสร็จจำนวน ๕๐ ฉบับ หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๓ ของกฎหมายที่เสนอทั้งหมด โดยมีกฎหมายสำคัญที่ดำเนินการแล้วเสร็จ เช่น พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติ คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติสถาบันการเงิน ประชาชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับในรอบเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ มีกฎหมายที่แล้วเสร็จเพิ่มเติม จำนวน ๒ ฉบับ ได้แก่ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการเพื่อพัฒนา ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
การดำเนินงานในระยะต่อไป ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ที่เคารพครับ สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไปนั้น ตามที่ได้กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกเมื่อตอนต้นว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างแผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ และอยู่ระหว่างการรายงานสภาทั้งสอง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ดังนั้นการรายงาน ความคืบหน้าในรอบต่อไปนั้นจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปกิจกรรมปฏิรูปที่ส่งผลต่อประชาชน อย่างมีนัยสำคัญ บิ๊กร็อก (Big Rock) จำนวน ๖๒ กิจกรรมของแผนปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๓ ด้าน โดยเปรียบเทียบความสำเร็จกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่มีการประกาศใช้จนถึงสิ้นสุดระยะเวลาของแผนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เห็น ความก้าวหน้าในการดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการดำเนินการของแต่ละไตรมาส รวมถึงรายงานผลสำเร็จของแผนปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน โดยการประเมินสถานการณ์ ปัจจุบันตามตัวชี้วัดของผลอันพึงประสงค์เปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อสะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าในภาพรวมและสามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการ ที่เป็นรูปธรรมต่อไป อย่างไรก็ตามกระผม สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำประสบการณ์จากการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงาน ตามแผนปฏิรูปประเทศที่ผ่านมาจากข้อคิดเห็นของท่านต่อการรายงานการดำเนินงาน ตามแผนปฏิรูปประเทศมาปรับปรุงการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินตามกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว โดยได้ร่วมกันจัดทำแผน ขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) แต่ละกิจกรรมขึ้น เพื่อกำหนดเป้าหมายย่อย ในแต่ละช่วงเวลาสำหรับในการติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละกิจกรรม ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการระบุหน่วยงานร่วมดำเนินการโครงการและดำเนินงาน ที่ส่งผลต่อเป้าหมายของกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) เพื่อเป็นการรองรับการขับเคลื่อน กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ต่อไป ซึ่งจะมานำแผนขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ดังกล่าวเรียนที่ประชุมเพื่อทราบ และใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการรายงานความคืบหน้า การดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศในรอบต่อ ๆ ไปครับ ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมของแผน การปฏิรูปประเทศเดิมที่นอกเหนือจากกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ให้ดำเนินการคู่ขนานไปด้วย ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบรับไปดำเนินการในลักษณะภารกิจปกติ โดยหน่วยงานยังจำเป็นต้องรายงานผลการดำเนินงานทุกสิ้นไตรมาสผ่านระบบอีเมนเซอร์ (eMENSCR) ซึ่งท่านสมาชิกสามารถเข้าไปติดตามตรวจสอบและทำการเสนอแบบ ได้ตามปกติโดยสำนักงานจะได้พัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการติดตาม เสนอแนะและใช้ในการเร่งรัดการดำเนินงานต่อไป🔗
สุดท้ายนี้ กระผมในนามของรัฐบาลขอขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร เป็นอย่างสูงอีกครั้งที่ได้ให้โอกาสมาชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ สำหรับคำถามและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อการติดตามและเร่งรัดนั้น กระผม พร้อมด้วยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศใคร่ขอน้อมรับและขอชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่ท่านประธานเห็นสมควรในลำดับต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกอภิปรายนะครับ มีท่านสมาชิกแจ้งความประสงค์มาหลายท่านนะครับ เริ่มจากท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ก่อนนะครับ ตามด้วยท่านจักรพันธุ์ แล้วก็ท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ เชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ นี้🔗
ผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับว่าผมขออภิปรายใน ๓ แผนนะครับ โดยเฉพาะ เป็นแผนที่จะต่ำกว่าร้อยละ ๕๐-๗๕ และน้อยกว่าร้อยละ ๕๐ เท่านั้น ท่านดูในกระดาษ มันจะมีวนดำ ๆ วนดำ ๆ หนา ๆ กับวนดำ ๆ บาง ๆ ครับ ใน ๓ แผน คือแผนด้านของ การบริหารราชการแผ่นดิน ๒ ประเด็น และแผนด้านกฎหมายอีก ๒ ประเด็น ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ขออนุญาต เจ้าหน้าที่โสตนะครับ🔗
แผนด้านกระบวนการ ยุติธรรมอีก ๘ ประเด็นนะครับ🔗
ในทั้งหมดนี่ผมเริ่มที่สไลด์ (Slide) ที่ ๒ แผนด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในประเด็นที่ ๓ คือโครงสร้างของภาครัฐและการกะทัดรัด ปรับตัวโดยเร็วและระบบงาน ที่มีผลสัมฤทธิ์สูงครับ ผมให้คำแนะนำในเรื่องของแผนดังกล่าวซึ่งยังเดินทางไปไม่ถึงครับ ท่านคงรู้จักคำว่า อะไจล์ (Agile) คล่องตัว ภาษาอังกฤษแปลว่า คล่องตัว เรสิเลนต์ (Resilient) คือยืดหยุ่น แล้วก็ เอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential) คือการทดทวี จะต้องเป็นองค์กรแบบนี้ องค์ภาครัฐนี่จะต้องปรับตัวเป็นออร์แกไนเซชัน (Organization) นะครับ ถ้าท่านเข้าใจมีนนิ่ง (Meaning) พวกนี้แล้วท่านสามารถปรับโครงสร้างของภาครัฐให้คล่องตัว ยืดหยุ่น และม้วนตัวได้เร็วโดยองค์กรใหญ่ ๆ ท่านก็จะทำให้ภาครัฐนั้นสามารถเดินทางไปด้วย ผมเห็นอยู่คำหนึ่งครับ ในอะไจล์ออร์แกไนเซชัน (Agile Organization) ในเอกสาร แต่ยังไม่มีอีก ๒ คำ ก็ขอให้คำแนะนำไว้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๖ การจัดซื้อจัดจ้าง คล่องตัว โปร่งใส และมีกลไกการป้องกันทุจริต ทุกขั้นตอน สิ่งสำคัญคือนิวอีบิดดิง (New e-Bidding) ด้วยหลักธรรมาภิบาล หลักเกณฑ์ การบริหารราชการที่ดีมีอยู่แล้วบัญญัติไว้แล้วมีทุกข้อเลยครับ ท่านเอามาใช้บวกกับ จีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) ที่ว่านี่ครับ นิว (New) อันใหม่แต่ต้องใส่ธรรมาภิบาลลงไปครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอต่อไปในแผนที่ ๓ คือแผนด้านกฎหมาย ในประเด็นที่ ๒ คือยกเลิก และปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ของประชาชนนะครับ ต้องเร่งรัดการประมวลผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริงครับ กฎหมายผมฝาก ไปเลยท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมาในฐานะที่ดูแลสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย สิ่งที่สำคัญคือ มีเกี่ยวกับกฎหมายนี้โดยเฉพาะสำนักรัฐบาลดิจิทัลซึ่งรับผิดชอบในการทำตัวระบบกลาง แล้วก็สำนักงานกฤษฎีกาที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำ ร่างกฎหมายและประเมินผลนะครับ ซึ่งจะต้องออกประกาศว่ากฎหมาย ๕ ปีจะต้อง มีการประมวลผล ฝากไว้ด้วยครับนั่นคือผลสัมฤทธิ์🔗
ประเด็นที่ ๘ คือปฏิรูปเรื่องการเรียนการสอน ศึกษา อบรมกฎหมาย เพื่อพัฒนานักกฎหมายครับท่านประธาน ให้เป็นผู้ประกอบอาชีพที่ดี เน้นครับ ต้องเน้นไปที่ งานวิจัย แล้วนักกฎหมายนี่ไม่ใช่ให้รู้แค่กฎหมายครับท่านประธาน ต้องข้ามศาสตร์นะครับ โดยเฉพาะการข้ามศาสตร์ไปทางดิจิทัล ไปทางไอที (IT) พวกนี้จะต้องเข้ามา ต้องเรียนรู้ เรื่องของจัดจ์เทค (Judge Tech) ตอนนี้เรามีอะกริเทค (Agritech) มีเอสเทค (STECH) มีฟินเทค (FinTech) จัดจ์เทค (Judge Tech) ก็ต้องมีครับท่านประธานครับ ท่านไม่สร้าง แต่ผมเข้าใจว่ากระทรวงยุติธรรมก็คงสร้างรูปแบบของจัดจ์เทค (Judge Tech) ขึ้นมาแล้ว แต่เป็นชื่ออื่นนะครับท่านประธาน และงานวิจัยต้องเอามาใช้ในการศึกษาครับ🔗
ท่านประธานครับ ต่อไปแผนที่ ๔ มี ๘ ประเด็นในกระบวนการยุติธรรม คือ ๑. การกำหนดระยะเวลานะครับท่านประธาน โดยเฉพาะในเรื่องของการกำหนด ระยะเวลาทุกขั้นตอนที่ท่านพูดนี่ครับ สำคัญขณะนี้มันเป็นยุคของโซเชียล แอส อะ เซอร์วิส (Social as a service) ครับท่านประธาน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from home) ทำงาน ที่ไหนก็ได้ไวไฟ (Wifi) ส่งเอกสารผ่านทุกขั้นตอน กระบวนการทุกขั้นตอนต้องมีการแทร็ก (Track) ผมเคยพูดไปแล้วคราวที่แล้วครับเรื่องการแทร็ก (Track) ข้อมูลของกฎหมาย ข้อมูลของกระบวนการต่าง ๆ แล้วต้องตอบประชาชนโดยไม่ชักช้า🔗
ประเด็นที่ ๒ พัฒนากลไกช่วยเหลือและเพิ่มศักยภาพของประชาชนเข้าถึง ความยุติธรรม โดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ครับท่านประธาน มีเครื่องมือของภาครัฐ ที่ทันสมัยลงมือทำจริง ๆ ครับ ไม่ใช่พูดแต่ลมปากแล้วงบประมาณขอไปแล้วไม่ทำ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนอันนี้คือสิ่งสำคัญที่จะต้องให้กับประชาชน ฉะนั้น รูปแบบของเทค (Tech) หรือเขาเรียกว่าโซเชียล แอส อะ เซอร์วิส (Social as a service) ต้องบิ๊ก (Big) ขึ้นมาครับ🔗
อันที่ ๓ ประเด็นที่ ๓ คือพัฒนากลไกการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ครับท่านประธาน ลดความเหลื่อมล้ำ คือปรับปรุงต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ตำรวจครับ แน่นอนครับ ลอว์เอ็นฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) ทุกหน่วยงานครับ ท่านประธาน ต้องปรับปรุงตัวเป็นอะไจล์ออร์แกไนเซชัน (Agile Organization) ที่พร้อมปรับ และคล่องตัวได้เร็ว🔗
ประเด็นที่ ๔ ครับ การปรับกระบวนทัศน์ในการบริหารงานยุติธรรมครับ ท่านประธาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและความยุติธรรม คือระบบแทร็กกิง (Tracking) อย่างเดียวครับ ปล่อยให้ประชาชนสามารถแทร็ก (Track) งานหรือคำร้องเรียน หรือคำร้องทุกข์หรือไปแจ้งความหรือตามที่ประชาชนต้องการให้รัฐได้แก้ไขครับ🔗
ประเด็นที่ ๕ ปรับปรุงระบบการสอบสวนและงานสอบสวนในคดีอาญา อันนี้ คือระบบการรับร้องเรียนที่ต้องเข้มแข็งครับท่านประธาน🔗
และอันที่ ๖ ครับ กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ให้ขาดอายุความ ระบบการติดตามคดีครับแน่นอนครับ ที่ผมพูดไปแล้ว ว่าแทร็กกิง (Tracking) ฉะนั้นการติดตามคดีมันอยู่ในจัดจ์เทค (Judge Tech) ครับ ที่สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงในระบบแพลตฟอร์ม (Platform) ที่จะสร้างได้🔗
ประเด็นที่ ๗ ครับ การพัฒนาการสอบสวนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นครับ ท่านประธาน ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ อันนี้ คือการเข้าถึงและเชื่อมกันครับ บางคดีต้องเป็นคดีใหญ่ครับท่านประธาน ต้องแก้ระเบียบ หรือข้อบังคับที่มีเชื่อมกันแล้วดึงเอาพนักงานอัยการลงมาคุมคดีใหญ่ ๆ ซึ่งจะเวต (Weight) น้ำหนักของการทำคดีของพนักงานสอบสวนได้แน่นอน🔗
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน การปฏิรูปของระบบนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงบนฐานข้อมูลมหัต คือบิ๊กเดต้า (Big Data) อันนี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรยุติธรรมดูแข็งแรงแล้วเป็นเทิร์ดปาร์ตี (Third Party) ที่จะช่วยดูแลความยุติธรรมให้🔗
สรุปครับท่านประธาน ครั้งหน้าครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) ครับท่านประธาน ที่ปรากฏในเอกสารในส่วนที่ ๑ ที่กล่าวถึง ๖๒ กิจกรรม ท่านไปดูก็ได้ครับ ใน ๑๓ ด้าน ของการปฏิรูปนะครับ ซึ่งอยู่ในเอกสารเล่มนี้ที่จะพูดถึงเรื่องแผนการปฏิรูปซึ่งจะส่งผลถึง การเปลี่ยนแปลงและส่งต่อประชาชนเป็นอย่างดีอย่างมีนัยสำคัญ🔗
และฝากสุดท้ายครับ กฎหมายที่ ๔๕ ฉบับที่กำลังออก ย้ำเลยครับว่า ข้อบัญญัติของ พ.ร.บ. ร่วมร่าง การจัดทำร่างต้องเข้มงวดและติดตาม ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ จักรพันธ์ พรนิมิตร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของวาระการรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ ซึ่งที่ประชุมแห่งนี้ก็มีโอกาสได้พิจารณาทุก ๆ ๓ เดือน ก่อนอื่นในส่วนของการรายงาน ในรอบนี้ต้องกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย นะครับ ขออภัยเอ่ยนามท่าน ที่ท่านได้กรุณาตามที่ได้แจ้งพวกเราตั้งแต่คราวที่แล้วว่าจะมี การปรับเปลี่ยนรูปแบบในการรายงาน ตามที่ส่วนหนึ่งผมเข้าใจว่าก็เป็นผลจากการที่พวกเรา ที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้ท้วงติงหรือว่าให้คำแนะนำทางสภาพัฒน์หรือทางฝ่ายเลขาที่จัดทำ เรื่องนี้ทุกครั้งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบในการรายงานหรือว่าประเด็นที่ควรจะ รายงานอย่างนี้เป็นต้น ทางหน่วยงาน นำโดยท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ว่าจะมี การปรับเปลี่ยนรูปแบบในการรายงาน ซึ่งจะทำให้พวกเราได้ติดตามแผนงานการปฏิรูป ประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผมก็เข้าใจว่าเดี๋ยววาระถัดจากวาระนี้ก็จะมี เรื่องของแผนใหม่ที่ปรับ โดยในเล่มที่เรากำลัง พิจารณาอยู่นี้ตามวาระในครั้งนี้ก็จะมีส่วนที่ ๑ ที่เพิ่มเข้ามาก็จะเป็นเรื่องของการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศแล้วก็ได้อธิบายถึงขั้นตอน รวมทั้งรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในการรายงานครั้งต่อไปซึ่งคงจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็กราบขอบพระคุณทางหน่วยงาน คือทางสภาพัฒน์แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีที่ได้นำ ข้อเสนอแนะของที่ประชุมสภาแห่งนี้ไปปรับการดำเนินการเพื่อให้มีความสอดคล้อง แล้วก็ติดตามกันได้อย่างมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพต่อการดำเนินการปฏิรูปประเทศ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ในส่วนของผมเองในการรายงานความคืบหน้าตาม แผนการปฏิรูปประเทศเกือบทุกครั้งก็จะเน้นไปที่ด้านที่ ๑๒ ก็คือด้านของการปฏิรูป การศึกษานะครับ ซึ่งผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในครั้งนี้ก็เช่นกันนะครับ โดยตามที่ครั้งนี้ เราจะเห็นในเอกสารแผนการปฏิรูปด้านการศึกษาก็จะอยู่ในส่วนท้ายสุดนะครับ ผมขอ อนุญาตเริ่มที่เรื่องของการปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนนะครับ ซึ่งก็ได้ ติดตามอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนะครับ ผมก็เน้นย้ำกับที่ประชุมแห่งนี้หลาย ๆ ครั้งว่า การการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทุกประเทศ ในโลกนี้ โดยเฉพาะในปัจจุบันเราก็ถือว่า บางครั้งการพัฒนาถ้าหากว่าปล่อยให้เลยวัยเด็ก เล็กหรือวัยก่อนวัยเรียนก็ถือว่าสายเกินไปแล้ว เพราะฉะนั้นหลายประเทศก็หันมาให้ ความสนใจกับเด็กปฐมวัย ซึ่งประเทศไทยเองก็อยู่ในกลุ่มประเทศที่ผมคิดว่ามีพัฒนาการ ในแง่ของกฎหมาย แล้วก็ระบบที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนไม่ได้ด้อย ไปกว่าใคร เพราะว่าเรามีพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี ๒๕๖๒ เริ่มปฏิบัติใช้แล้ว แล้วผมก็ได้ทวงถามในที่ประชุมแห่งนี้เมื่อมีการนำมารายงาน ครั้งนี้ก็เห็น ความคืบหน้าในส่วนของเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนเราจะเห็นว่ามีการรายงาน ในการสำเร็จมากกว่าร้อยละ ๗๕ ของแผนนะครับ ซึ่งเมื่อไปดูในรายละเอียดจะพบว่า สิ่งหนึ่งที่ผมได้เคยอภิปรายไว้ก็คือว่าในการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนตาม พ.ร.บ. ที่เอ่ยถึง จะมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเรื่องของ การพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนเป็นภาระของกระทรวงศึกษาธิการ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ จริง ๆ แล้วส่วนหนึ่งอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็อยู่ใน หลายกระทรวง ยกตัวอย่างเช่นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นต้น หรือแม้แต่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง เกือบทุกที่ก็จะมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เพราะฉะนั้นจะเกี่ยวข้อง กับหลายหน่วยงาน ดังนั้นการที่รัฐบาลตั้งแต่ชุดที่แล้วนะครับ ภายใต้การนำของ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา จนยาวเรื่อยมาถึงปัจจุบันก็ได้ตราพระราชบัญญัติพัฒนา เด็กปฐมวัยขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ก็จะเป็นการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ให้อยู่ภายใต้กฎหมาย เดียวกัน ซึ่งในการรายงานของสภาพัฒน์ในครั้งนี้เราก็จะเห็นว่าสำเร็จมากกว่าร้อยละ ๗๕ ของแผน ถ้าเราลองไล่ดูก็จะมีการเตรียมการของสำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดนะครับ มีการทำความเข้าใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งเมื่อเรา ดูหน่วยงานรับผิดชอบก็จะเห็นว่ามีครบถ้วนตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นมิติที่ดีที่ได้เห็นความคืบหน้าว่าเมื่อมีการเริ่มต้นที่จะมีการบูรณาการ หน่วยงานที่รับผิดชอบเด็กก่อนวัยเรียน อย่างที่เห็นได้ชัดจากการรายงานในครั้งนี้ก็เชื่อว่า การพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนของเราน่าจะกำลังเข้ารูปเข้ารอยนะครับ ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า เราพอใจกับสภาพปัจจุบันที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน แต่ผมก็เชื่อว่าเนื่องจาก มันยังมีปัญหาอยู่ค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นปัญหาที่สะสมมานานนะครับ ไม่ใช่ความผิดของใคร คนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากครั้งนี้เรามีกฎหมายฉบับดังกล่าว แล้วก็มีการเริ่ม ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมนะครับ รวมทั้งในส่วนของเอกชนด้วยในรายงานฉบับนี้ ก็จะแจ้งไว้ด้วยว่ามีส่วนของที่รับผิดชอบในส่วนของสำนักงานของการศึกษาเอกชนนะครับ ซึ่งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่รับผิดชอบเรื่องของพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เพราะว่าจะมีโรงเรียน หรือว่าศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่สังกัดเอกชนอีกพอสมควร ทุกหน่วยงานที่ผมได้กล่าว กราบเรียนเมื่อสักครู่ก็กำลังได้รับการกระตุ้น หรือว่าการทำความเข้าใจให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. เด็กปฐมวัยดังกล่าวนะครับ เนื่องจากว่าใน พ.ร.บ. ดังกล่าวหัวใจสำคัญก็คือว่า การพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจะต้องคำนึงถึงการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งเรื่องของวิชาการ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ไม่ได้เน้นไปทางด้านวิชาการหรือด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ ที่เราเคยเห็นจากในสื่อมวลชนก็ดี จากในสื่อต่าง ๆ ในประเทศของเราก็ดี เรื่องของการพัฒนาเด็กที่ไม่สมดุลทำให้เกิดปัญหากับเด็ก ปัญหาระหว่างครูกับเด็กเล็ก ซึ่งก็เป็นภาพที่สะเทือนใจแล้วก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก แต่ผมคิดว่าสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะดีขึ้น เมื่อการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวมีความเต็มที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ แล้วก็เห็นผล ในเร็ววันที่จะขึ้นนี้นะครับ ดังนั้นก็กราบขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางสภาพัฒน์ อีกครั้งที่วันนี้ได้รายงานความคืบหน้า โดยเฉพาะทางด้านการศึกษาที่มีความเป็นรูปธรรม มากยิ่งขึ้นนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านวิรัตน์ วรศสิริน แล้วก็ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญท่านวิรัตน์ก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเสรีรวมไทยนะครับ ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี พอดีท่านเดินออกไปพอดี ท่านรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ท่านคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและผู้แทนและท่านเลขาธิการ สภาพัฒน์ ที่ได้กรุณามาชี้แจงรายงานการดำเนินงานต่อสภาในครั้งนี้นะครับ กระผมขอแสดง ความเห็นต่อรายงานการปฏิรูปประเทศประจำเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๓ ฉบับนี้ สำหรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ต่างจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาตรงที่มีหมวด ๑๖ หมวดปฏิรูปประเทศ เพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศตามคณะผู้ยึดอำนาจ ได้คาดหวังไว้นะครับ โดยกำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ รวม ๑๑ ด้าน และให้รายงานต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน มีเป้าหมายต้องบรรลุ ๓ ประการ ๑. ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย ๒. สังคมมีความสุข ๓. ประชาชนมีความสุข อันนี้ ผมพูดเพียงเฉพาะหัวข้อสั้น ๆ นะครับ แต่ว่าน่าเสียดายว่า ๓ ปีที่ผ่านมาทั้ง ๓ ข้อ ก็ดูยังคง สอบตกอยู่ ปัจจุบันเท่าที่เห็นยังคงห่างไกลต่อความสำเร็จอย่างมาก ๑๑ ด้านนี้ยังไม่ครบ ๓ ปี ก็มีรายงานเล่มนี้แจ้งให้ทราบแล้วว่าได้ยกเลิกกรรมการทั้งหมด ๑๑ ชุด และได้ตั้งใหม่ เพิ่มอีก ๒ ชุด เป็น ๑๓ ชุด โดยเขียนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และกำหนด คำศัพท์ใหม่เป็นภาษาอังกฤษว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) ร็อก (Rock) ที่แปลว่าหินนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าจะแปลว่าหินก้อนใหญ่ หินใหญ่ หรืออย่างไร หรือว่าจะร็อก (Rock) แปลว่าสั่น จะเขย่า จะสั่นใหญ่ ในครั้งนี้เขย่าครั้งใหญ่หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ หรือว่าจะร็อก (Rock) ตกใจ จะตกใจครั้งยิ่งใหญ่ ตกใจกันไปใหญ่ หรืออย่างไร อันนี้ก็เดี๋ยวขอให้ท่านชี้แจง เพราะผม ไม่แน่ชัดในความหมายว่าท่านหมายถึงอะไร แต่ว่าผมคาดเดาคงหมายถึงว่าการทำเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องเล็ก ๆ ไม่ทำ ไม่ทราบว่าจะใช่หรือไม่ใช่ เรียนท่านประธานนะครับ ผมขอเสนอความเห็น เฉพาะในส่วนของแผนการปฏิรูปด้านการเมือง เกี่ยวกับเป้าหมายที่ธำรงไว้ซึ่งการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มีความมั่นคง สร้างการมี ส่วนร่วม ตรวจสอบได้ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานว่าการที่นักการเมืองท่านจะเพียงกำหนด ให้ซื่อสัตย์สุจริต ผมยังไม่เคยเห็นว่ามีใบเสร็จเรื่องซื่อสัตย์สุจริตนะครับ การจับทุจริตของ นักการเมืองไม่เคยจับได้สักครั้งเดียว ไม่เคยมี เพราะฉะนั้นผมยังคงคิดว่าท่านควรจะกำหนด ถึงเรื่องหลักธรรมาภิบาลของนักการเมืองด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือองค์กรอิสระ ต่าง ๆ หรือแม้แต่กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม ซึ่งต้องยอมรับกรณีมากมายที่มีเสียง วิพากษ์วิจารณ์ถึงคำวินิจฉัยหรือแม้แต่คำสั่งก็ตาม นอกจากเรื่องธรรมาภิบาลแล้วผมยังคิดว่า ที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะกำหนดลงไปด้วยก็คือการเมืองจริยธรรม ผมคิดว่า นักการเมืองจะต้องมีจริยธรรมนะครับ มีความรู้ผิด รู้ชอบ รู้ควร มิควร รู้ว่าสิ่งนี้ใช่ ไม่ใช่ ต้องรู้ว่าตัวเองทำอย่างนี้ได้หรือไม่ได้ เช่นบางคนบอกให้ทุกคนรักษากฎหมาย แต่ว่าตัวเอง ก็ทำผิดรัฐธรรมนูญ อย่างนี้เป็นต้น หรืออย่างกรณีอย่างเช่น บางกรณีเช่นก่อนการเลือกตั้ง ก็เอาภาษีประชาชนไปแจกจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนนิยม อย่างนี้เป็นต้น หรือว่าแม้กระทั่งเป็นรัฐบาลแล้วก็ตามก็ยังปฏิบัติอยู่นะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะบรรจุ อยู่ในแผนด้วยนะครับ ผมขอประทานโทษท่านประธานนะครับ ผมไม่ได้เอ่ยชื่อเพราะว่า ผมทราบว่าท่านประธานไม่ทราบ แต่ว่าพี่น้องประชาชนทราบดีว่าผมหมายถึงใครนะครับ ท่านประธานครับ ผมหวังว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ในแผนด้วยนะครับเรื่องธรรมาภิบาล และจริยธรรม🔗
ในการปฏิรูปด้านการเมืองต่อจากเป้าหมายลำดับต่อไปก็คือเรื่องสถานการณ์ ในรายงานท่านบอกว่าปัจจุบันมีการตื่นตัวทางการเมืองสูงมากจากสื่อสารออนไลน์ (Online) ที่กว้างขวาง มีความคิดเห็นทางการเมืองที่มีแนวโน้มว่าจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากขึ้น เรื่องนี้ ผมก็เห็นด้วยกับท่านอย่างมากเลยนะครับว่าในสังคมออนไลน์ (Online) นี่มีความคิดเห็น มากมายเพื่อการปฏิรูปของตนเองให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ผมขอเสนอให้ คณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปอ่านความเห็นในสังคมออนไลน์ (Online) บ้างนะครับ ตรงนี้ก็บรรจุไปในแผนก็ดีนะครับ ได้อ่านเดือนละครั้งก็ยังดีนะครับ🔗
และประเด็นสุดท้ายกฎหมายภายใต้แผนปฏิรูปด้านการเมือง กำหนดให้มี การทำกฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ประชาชนมีจิตสำนึกความเป็นพลเมืองและมีส่วนร่วม ในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ตรงนี้ในรายงานยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี และจะได้ดูกฎหมายต่อไปในอนาคต🔗
สุดท้ายนี้เรียนท่านประธานว่าหัวหน้าพรรคผม ท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ท่านได้พูดไว้ในการให้สัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาว่าการปฏิรูป ทุกสิ่งทุกอย่างทุกองค์กรเหมือนกันหมดคือจะต้องปฏิรูปคนและระบบ จึงกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่ว่าท่านจะแก้ไขระเบียบอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะปฏิรูป ระบบกฎหมายอย่างไรก็ตาม ถ้าหากการปฏิรูปยังได้คนแบบเดิม ๆ คนที่ทำทุกวิถีทางโดย ไม่สนใจธรรมาภิบาล ไม่มีจิตสำนึกจริยธรรม ทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะ เพื่อให้ได้ครองอำนาจต่อไป การปฏิรูปของท่านก็คงเป็นเพียงคำพูดที่สวยหรูเท่านั้น จึงใคร่ฝากความคิดเห็นไปยัง ท่านประธานและคณะผู้ชี้แจงทุกท่านได้โปรดนำไปพิจารณาเพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติงาน ต่อไป กราบขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน ต่อไป คุณหมอจาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย แล้วก็เรียนขอบคุณไปถึงท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเลขาธิการและท่านรองเลขาธิการ วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งเป็นการรายงานความคืบหน้า ของการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ผมเองได้อภิปรายในสภาในเรื่องของ การปฏิรูปประเทศและในหมวดของกระทรวงสาธารณสุข คือหมวดที่ ๗ ก็ต้องเรียนว่า ครั้งนั้นเป็นเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน แล้วก็ที่สำคัญก็คือเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ มีการตั้งปฏิรูปประเทศมีทั้งหมด ๑๑ ด้าน แล้วก็มาเพิ่มเติมอีก ๒ ด้าน ในช่วง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ทั้งด้านศึกษา ทั้งด้านนวัตกรรม อุดมศึกษา กีฬา เป็นต้น วันนี้ผมอยากฟังคำตอบ จากที่ได้ขอคำตอบจากท่านเลขาธิการในเรื่องของการปฏิรูปประเทศในเรื่องสาธารณสุขไว้ หลาย ๆ เรื่อง ซึ่งคิดว่าคราวนี้คงจะได้คำตอบ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือ ท่านบอกว่าการปฏิรูปประเทศนั้นของสาธารณสุขมีทั้งหมด ๑๐ ด้าน แต่ที่สำเร็จดีลุล่วงไป ๓ ด้าน ก็คือด้านที่มีความคืบหน้าคือด้านของบริการปฐมภูมิ ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร และความรอบรู้ด้านสุขภาพ แต่พอมาวันนี้ท่านได้ให้ คะแนนของ ๓ เดือนนี้ออกมาเหลือแค่ด้านปฐมภูมิกับด้านแพทย์แผนไทยนี่หายไปแล้ว ลดลงไปอีกแล้ว เดี๋ยวจะมีคำถามว่าทำไมถึงลด แล้วแพทย์แผนไทยเราได้ทำอะไรไปบ้าง ซึ่งคงจะมีอีกหลายเรื่อง🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องกฎหมาย กฎหมายของสาธารณสุขมีทั้งหมด ๑๔ ฉบับ ท่านได้เสนอว่ามีการปรับปรุงเสนอไปแล้วเมื่อปี ๒๕๖๒ ๑ ฉบับ เหลืออีก ๑๓ ฉบับ ครั้งที่แล้วก็แบบนี้ ครั้งนี้ยังไม่เห็นเลยนะครับ ไม่รู้ว่าความคืบหน้าของกฎหมาย ในการปรับปรุงสาธารณสุขไปถึงไหนแล้วนะครับ🔗
เรื่องถัดมาที่ค้างไว้ก็คือ การที่ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีบอกว่าต่อไปนี้ พี่น้องประชาชนจะเข้าโรงพยาบาลได้นี่เข้าที่ไหนก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะขณะนี้พี่น้อง ที่อยู่ต่างจังหวัดลำบาก ค่าใช้จ่ายสูงมาก จะกินจะใช้ก็ไม่มี แต่ถ้าเข้าโรงพยาบาลแล้วบอกว่า ต้องไปขอใบส่งตัวเพราะอยู่คนละที่ต้องวิ่งกลับมา แล้วบางทีก็ขอไม่ได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง นี่คือเรื่องที่ท่านเตรียมความพร้อมในเรื่องของบัตรใบเดียวไปถึงไหนแล้ว ซึ่งจะมีเรื่องที่ น่าเป็นห่วงหลายเรื่องที่ผมขอถามไว้คือ ท่านเตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่แพทย์ให้พร้อมหรือยัง เครื่องมือเครื่องใช้ บิ๊กดาต้า (Big Data) แอปพลิเคชัน (Application) ที่ท่านจะต้องเชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งของกระทรวง สาธารณสุข มหาวิทยาลัย แล้วก็เอกชน ทำไปถึงไหนแล้ว แอปพลิเคชัน (Application) ในการนัดหมายพี่น้องประชาชนที่เจ็บป่วย เวลา ไม่อย่างนั้นเขาจะไปรอทั้งวัน ทั้งครอบครัว เหมารถไปทั้งวัน เขากลับมาแทบจะไม่ได้ตรวจหรือตรวจตอนเย็นเป็นต้น แก้ไขไปถึงไหนแล้ว🔗
เรื่องเกี่ยวกับบริการที่ทันสมัยนะครับ ตอนนี้เราทำเป็นยุคดิจิทัล (Digital) ท่านได้ดูแลไหมครับว่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องไปทำงานบริหารส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ มาตรวจเป็นรองแพทย์นี่ท่านได้มีการเสริมเขี้ยวเล็บอย่างไรนะครับ เรื่องแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก ซึ่งได้มีการประกาศว่าจะมีประมาณ ๑,๐๐๐ กว่ารายการ ที่คราวนี้ประกาศว่า ๑,๐๐๐ กว่ารายการที่ส่งให้ดูนี่เป็นประโยชน์ทั้งเรื่องนวัตกรรม เรื่องภูมิปัญญา เรื่องการบริหารจัดการดูแลไปถึงไหนแล้ว แล้วก็ถ้าส่งมานี่อยากจะดูว่ามีอะไรบ้าง แล้วจดทะเบียนลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาให้เขาหรือยัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากแพทย์แผนไทย🔗
เรื่องถัดมาก็คือเรื่องที่บอกว่าการบรรจุแต่งตั้งของแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือกนี่เขาไม่ได้บรรจุมานานมาก ถ้าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยจะลำบากมาก แต่ถ้าจบของกระทรวงสาธารณสุขนี่จะมีทุนแต่ก็ช้า เป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างรายคาบ ท่านแก้ไขไปถึงไหนแล้ว🔗
เรื่องการป้องกันที่จะต้องสร้างเสริมคุณภาพมากกว่าการรักษา งบประมาณ ของกองทุน ๓ กองทุน กองทุนประกันสุขภาพมีแค่ไหน ซึ่งใช้งบประมาณในต่างประเทศ เขาจะให้สูงถึง ๑๕ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านทำไปถึงไหนแล้ว🔗
เรื่องการเชื่อมโยง ๓ กองทุน ซึ่งจะต้องมีแอปพลิเคชัน (Application) ดู เพราะว่าคนป่วยครั้งหนึ่งไปถึงโรงพยาบาล เขาไม่รู้หรอกว่าเขามีประกันอะไรบ้าง เราได้ทำ แอป (App) เชื่อมระหว่างกองทุนประกันสุขภาพ กองทุนของราชการที่เป็นราชการ รัฐราชการนี่กับเรื่องประกันสังคม แล้วที่เขาประกันในส่วนของสำนักงานสร้างเสริมของ ประกันภัย ป้องกันเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ที่เขาดูเรื่องของประกันเชื่อมโยงให้เขา ถึงไหนอย่างไร🔗
แล้วก็ที่สำคัญก็คือวันนี้ก็ขออนุญาตแนะนำนิดหนึ่ง เล่มนี้ท่านเขียนไว้ ท่านใช้เป็นอักษรบอกว่า ถ้าปฏิรูปประเทศในแผนต่าง ๆ ถ้าสำเร็จจะเป็นวงกลมขาว ๆ ถ้าสำเร็จตั้งแต่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเป็นวงกลมที่บาง ๆ ๕๕ เปอร์เซ็นต์นี่หนาหน่อย และต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทึบนี่มันดูยาก เพราะเราพิมพ์เป็นขาวดำไม่ได้พิมพ์สี ท่านใส่เป็น วงกลมไว้ ๔ วงกลม ซึ่งผมเรียนว่าน่าจะปรับเป็นหมายเลขดูง่ายกว่า เพราะว่า ๕๐ ถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ กับต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สีดำเหมือนกัน ก็ขอนำไปยังคณะกรรมาธิการว่า ปรับปรุงตรงนี้ได้หรือไม่อย่างไรนะครับ🔗
ขออนุญาตนำเรียนว่าวันนี้เรื่องของการศึกษา เรื่องของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ ในข้อ ๖ ท่านบอกว่าเพิ่มบริการจัดการ เขตทางทะเลและชายฝั่งรายจังหวัด อันนี้ท่านเขียนว่าทำเรียบร้อยวงกลมมาเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ซึ่งจังหวัดชายแดนที่อยู่ตามชายทะเลนี่ท่านบอกว่ามีอยู่ ๗ จังหวัด ที่ดูแลตรงนี้ แต่ปรากฏว่าท่านยังไม่ได้ทำอีก ๒๔ จังหวัด เสร็จแล้ว เสร็จแล้วจริง แค่ไหน อย่างไร และทำไมไม่มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งเข้าไปดูแลในส่วนของกระทรวงนี้ รวมทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ สร้างเศรษฐกิจนอกเขตชลประทาน น่าจะมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่ามีกรมทรัพยากรน้ำดูแลอยู่เป็นต้น ขออีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นจึงต้องเรียนว่าเรื่องของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือแผนรักษานี่ผมเองได้เสนอญัตติจะเข้าสภา ในวันศุกร์นี้นะครับ เรื่องให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง เพราะนี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์มาก รวมทั้งที่ท่านเสนอไปก่อนแล้วคือ ท่าน ส.ส. สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ เพราะเรื่องชายทะเลเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ แล้วก็ ที่สำคัญคือปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปฏิกูล คราบน้ำมัน หรือแม้กระทั่ง เกิดปรากฏการณ์ที่มีสารเกิดขึ้นเป็นปัญหา หรือขุดลอกชายฝั่งต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ส่วนเรื่องสาธารณสุขซึ่งเวลาหมด เดี๋ยวผมจะขออนุญาตไปพูดในชุดใหญ่ในวาระที่ ๔ ในเรื่องของการปฏิรูปประเทศอีกฉบับหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ท่านเกียรติ สิทธีอมร และท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปราย รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ เรียนท่านประธานว่าทุกครั้งที่ผมได้รับ รายงานก็เห็นความก้าวหน้าอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการให้เครื่องหมาย ความสำเร็จเป็นสัญลักษณ์วงกลม แล้วก็มีการระบายสีให้เป็นขาวบ้าง ขาวนี่ถือว่าสำเร็จ แล้วก็ถ้าเจือจางลงมาหน่อยก็สำเร็จลดหลั่นกันไป อันนั้นก็เป็นตัวสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึง การดำเนินงาน ซึ่งคราวนี้ก็ได้ทำให้เราเห็นบ้างนะครับเกือบทุกด้าน แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะพูดในหลักการสักนิดหนึ่ง เพื่อให้ทางท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบว่าทุกครั้ง ที่ผมอ่าน ผมก็จะตั้งคำถามเรื่องการปฏิรูปประเทศว่าอะไรคือการปฏิรูปประเทศ ผมคิดว่า การปฏิรูปประเทศก็คือการที่รัฐบาลต้องทำ และต้องประกาศว่าสิ่งที่จะทำนั้น จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เกิดขึ้นโดยวิธีการใดบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ด้านการเมืองนี่ต้องการ ให้เกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไปในเชิงที่ดีงาม และพัฒนาไปสู่การเมืองที่พึงประสงค์ ด้านบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องดูว่าระบบราชการมีความคาดหวังอย่างไร ด้านการกระจาย อำนาจ ด้านเศรษฐกิจจะลดความเหลื่อมล้ำ ความยากจนอย่างไร นั่นคือความเข้าใจที่ผมมี และคิดว่าทำเสร็จก็จะทำให้ประเทศของเรา ประชาชนของเราได้รับประโยชน์ แล้วก็มี คุณภาพชีวิตที่ดี สามารถอยู่เย็นเป็นสุขได้ อันนั้นคือประการที่ ๑🔗
ทีนี้เมื่อเราตั้งความคาดหวังอย่างนี้เราก็มาอ่านรายงาน ผมเข้าใจว่า ในรายงานก็จะเดินเรื่องเป็นแบบว่าแต่ละด้านก็จะวางเป้าหมาย แล้วก็ไปดูตามด้วย สถานการณ์ สถานการณ์เสร็จแล้วก็ไปดูเรื่องกฎหมาย อันนั้นคือการเดินเรื่องในเล่ม ที่รายงานมา ซึ่งส่วนหนึ่งก็ถือว่าใช้ได้ แต่ผมคิดว่าเวลาวางแบบนี้ ผมก็ค่อนข้างจะสับสน ระหว่างเป้าหมายกับสถานการณ์ ผมไม่แน่ใจว่าสถานการณ์มันเหมือนกับบอกเราว่า มันเป็นอย่างไร เช่น สถานการณ์ทางการเมืองอาจจะบอกว่าการเมืองยังมีความขัดแย้ง ยังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย อย่างนี้เราเรียกว่าปัญหาหรือสถานการณ์หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ผม อ่านแล้วก็พบเจอในทุกด้านที่เขียนไป นั่นก็คือเป็นฟอร์ม (Form) ที่ได้นำเสนอ เพราะฉะนั้น ก็จะไปสู่ประเด็นที่จะปฏิรูปในตาราง เรื่องที่ปฏิรูป ประเด็นที่จะปฏิรูป แล้วก็นำไปสู่ ความรับผิดชอบ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเห็นว่าความรับผิดชอบก็จะไปตกอยู่ที่หน่วยงานราชการ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่นำเสนอมานี่มันเป็นรายงานของส่วนราชการ หรือว่ารายงาน การปฏิรูปประเทศที่รัฐบาลต้องดูแลและรับผิดชอบ เราจึงเห็นว่าหน่วยรับผิดชอบเป็น หน่วยราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่ต้องรับผิดชอบ รวมทั้งองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมจึงไม่แน่ใจว่ามันใช่ มันคนละเรื่องเดียวกันหรือไม่ อย่างไร ผมก็ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งของประเทศจีน ผมเห็นประเทศจีนเวลาเขาจะปฏิรูปประเทศ เขาก็เดินเรื่องคล้าย ๆ เรา แต่เขาเริ่มจากทุกข์ ทุกข์ก็คือสถานการณ์ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ก็คืออริยสัจ ๔ ที่ต้องทำ เพราะฉะนั้นประเทศมันเป็นอย่างไรด้านการเมือง มีทุกข์เรื่องอะไร มีปัญหาเรื่องอะไร บริหารราชการแผ่นดินมีปัญหาอย่างไรก็ไปวิเคราะห์ปัญหานั้น ๆ แล้วก็ไปหาแนวทาง แก้ปัญหา เพราะฉะนั้นมันจะต่างกันตรงที่ว่าในรายงานนี่มันนำทุกเรื่องเข้ามา มันเป็นรายงาน เช่น ผมยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่องให้ประธานได้เห็นชัด ๆ ด้านการเมืองเปิดมาหน้าแรกเลย ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องแบบนี้ผมคิดว่ามันสอนกันตั้งแต่โรงเรียนชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาก็สอน ตอนผม เรียนมัธยมศึกษาก็เรียนอย่างนี้ อยู่มหาวิทยาลัยเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาก็พูดเรื่องนี้ นี่มันเป็นงานประจำที่หน่วยประจำเขาทำมันไม่เกี่ยวกับงานปฏิรูปนะผมคิดว่า เพราะฉะนั้น ผมก็จะงง ๆ หลายเรื่องที่เป็นอยู่แบบนี้ อย่างเรื่องประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยนี่มันเป็น เรื่องของงานที่ กกต. จะต้องไปดูแล เป็นเรื่องที่หน่วยให้การศึกษาประชาชนเกี่ยวกับเลือกตั้ง จะต้องดำเนินการ อันนี้มันเป็นงานประจำในความคิดของผม เพราะฉะนั้นผมจะชี้ให้เห็นว่า ด้านการเมืองท่านต้องตีให้แตกว่าเรื่องใหญ่ที่ต้องปฏิรูปคืออะไร ไม่ต้องเอาทุกเรื่องละครับ เพราะฉะนั้นเรื่องใหญ่ เช่น ขออนุญาต ๑ นาทีท่านประธาน ยกตัวอย่างเช่น การเมือง ยังแบ่งกลุ่ม ยังฝักใฝ่ อันนี้ผมเห็นด้วยนี่คือปัญหา และวิเคราะห์ว่าที่มันมีการแบ่งกลุ่ม ฝักใฝ่ มันมีต้นเหตุมาจากอะไร แล้วแก้อย่างไร ผมว่าไปอย่างนี้น่าจะเป็นอย่างนี้นะครับ อีกนิดเดียว ก็คือเรื่องของบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งผมอภิปรายมาหลายครั้งว่าผมมาดูเรื่องการกระจาย อำนาจก็พอมีอยู่ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าผมไปอ่านแล้วมันลงไปด้วยเรื่องการประเมินแอลพีเอ (LPA) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แอลพีเอ (LPA) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นี่มันเป็นการที่เขาไปประเมินเรื่องของโลคัล เพอร์ฟอร์มานซ์ แอสเซสเมนต์ (Local Performance Assessment) ก็คือการประเมินท้องถิ่นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำงานเป็นอย่างไร ซึ่งอันนี้มันเป็นงานปกติของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ทำอยู่ แต่การกระจายอำนาจที่ต้องพูดกันท่านต้องพูดว่า ปัญหาประเทศในส่วนที่การกระจายอำนาจ มีทุกข์เรื่องอะไร มีทุกข์เรื่องว่ายังไม่กระจายอำนาจไปสู่ ซึ่งผมเห็นการเขียนที่น่าสนใจก็คือว่า ในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรสู่ท้องถิ่นยังไม่เป็นธรรมอย่างนี้ผมเห็นด้วย แต่จะทำอย่างไร ไม่เป็นธรรมในเรื่องงบประมาณต่อท้องถิ่น หรือไม่เป็นธรรมในเรื่องที่จะต้องกระจาย ด้านกฎหมายต่าง ๆ ให้ท้องถิ่นมีศักยภาพ ถ้าไปอย่างนี้จะได้รู้ว่าทุกข์ของท้องถิ่นแล้วไปทำ ให้ส่วนราชการลดอำนาจภาครัฐลง อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน เป็นเบื้องต้นว่าในรายงานแม้ว่าจะเห็นภาพของความก้าวหน้า แต่เป็นภาพที่ภาคราชการ ทำในงานประจำของเขา หรือว่าเขาจะพัฒนางานของเขาให้รวดเร็ว อย่างเช่นการทำเรื่อง วัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) รวดเร็วแล้วก็ให้ประชาชนพอใจในการบริการ อันนี้ ราชการต้องทำนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากว่าใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเสนอว่า ต้องหยิบงานที่เป็นการปฏิรูปในเรื่องใหญ่ ๆ ในแต่ละด้าน แล้วแก้ปัญหาประเทศให้ได้ว่าประเทศ เรามีทุกข์ตรงไหน วิเคราะห์ความเป็นทุกข์แล้วก็นำเสนอในสิ่งที่จะต้องแก้ไข นี่คือสิ่งที่ผม เสนอไว้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านเกียรติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ก็ขอร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ ช่วงเวลาเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ ท่านประธานคงทราบแล้วว่าอันนี้ เป็นครั้งที่ ๗ ที่เข้าสภาแล้วนะครับ ตั้งแต่เรามีสภาแห่งนี้นี่ครั้งที่ ๗ ผมก็อภิปรายทุกครั้ง🔗
เรื่องแรก ที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือรูปแบบของรายงาน ผมเสนอทุกรอบเลยครับ ว่าเวลาทำรายงานเอาเฉพาะส่วนที่ก้าวหน้ามาพูดกันได้ไหม มันดูสะดวกดีครับ เอาส่วน ที่ก้าวหน้าในแต่ละช่วงเวลามาพูดกัน คนอ่านรายงานก็ง่าย คนพรีเซนต์ (Present) รายงาน ก็ง่าย ไม่ใช่พูดรวมกันไปหมด อันนี้ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นนะครับ ก็เสนอเหมือนกันว่าให้รวม ความเห็นของ ส.ส. ที่อภิปรายกันในสภานี้ในแต่ละเรื่องรวมมาด้วยได้ไหม ในแต่ละหัวข้อ ก็เสนอทุกรอบครับท่านประธาน มีครั้งเดียวครับ ครั้งที่ ๔ ที่เข้าสภา ที่มีการใส่ความเห็น บางเรื่องเข้าไป นอกจากนั้นครั้งนี้ไม่มีแล้วครับ เอาออกไปหมดเลย ครั้งที่ ๔ เข้ามา แต่ก็อาจจะไม่ครบถ้วน อันนี้ก็ไม่ว่านะครับ ไม่ครบถ้วนก็พอได้ แต่ถ้าอย่างต่ำยังบันทึกเข้าไป คราวนี้ไม่มีแล้วครับ เพราะฉะนั้นทุกครั้งมันก็จะเหมือนกับว่าเราเริ่ม ๐ ใหม่ ทุกคนมาพูด ครั้งนี้ในสภารอบนี้ก็เริ่ม ๐ ใหม่หมด ของเดิมที่มีอยู่ไม่ต้องรู้แล้ว ไม่ต้องบันทึกแล้ว ผมคิดว่า เราไม่ควรทำงานแบบนี้ท่านประธานครับ เสียเวลาจริง ๆ ครับ เสียเวลาแล้วคนที่ฟังอยู่ ทางบ้านเขาก็ไม่เข้าใจครับ เขานึกว่าพวกเราเริ่ม ๐ กันใหม่ทุกรอบ ผมก็อยากทราบชัด ๆ ง่าย ๆ ครับ เรื่องนี้มันง่ายมากเลยครับ จะทำอย่างนั้นได้ไหม มันเป็นประโยชน์ครับ ใครจะมา โต้แย้งกับผมก็ได้ครับว่าการบันทึกสิ่งที่สมาชิกพูดในรายงานมันไม่เป็นประโยชน์อย่างไร มันโต้แย้งกันได้ผมพร้อมฟังครับ แต่ผมยังไม่เห็นใครโต้แย้งสักที ทุกครั้งก็บอกว่าจะรับไปทำ แต่พอกลับมาไม่ทำครับ ก็ต้องขอบ่นให้ฟังอีกรอบหนึ่งครับท่านประธาน นี่รอบที่ ๗ แล้วครับ🔗
ประการที่ ๒ ปัญหาด้านเศรษฐกิจผมก็พูดทุกครั้งครับ เรื่องที่ง่ายที่สุด ที่เป็นปัญหาหนักที่สุดของประชาชน ส่วนต่างดอกเบี้ย เราแพงที่สุดครับ ส่วนต่าง ของดอกเบี้ยของเราสูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (Asia pacific) บอกแล้วทุกรอบครับ แล้วคน ที่ตอบผมทุกครั้งก็บอกว่าจะบันทึกไว้ จะบันทึกไว้แล้วจะไปดำเนินการ จะแจ้งให้ทราบ วันนี้ไม่มีครับเรื่องนี้อยู่ตรงไหนของรายงาน ความก้าวหน้าของการดำเนินการอยู่ตรงไหนครับ ท่านปฏิรูปเรื่องอื่นมีผลกับประชาชนอาจจะไม่มีเท่ากับเรื่องนี้เรื่องเดียว เรื่องนี้เรื่องเดียว ช่วยคนไทยทั้งประเทศ ช่วยเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในสภาที่มีการกู้เงิน ช่วยประชาชนทุกคน ที่ต้องไปกู้เงิน ถูกไหมครับท่านประธาน หรือมีเงินฝากอยากได้ดอกเบี้ยมาเลี้ยงชีพตัวเอง ส่วนต่างดอกเบี้ยเราสูงจริง ๆ ครับ แล้วถ้าจะแก้มันแก้ไม่ยากครับ ทำไมไม่ใช่เป็นเรื่อง ที่ต้องปฏิรูปครับ ผมอยากได้รับฟังคำตอบจริง ๆ ครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่เป็นทุกข์ของประชาชน แต่กลับไม่มีอยู่ในรายงาน แต่เป็นเรื่องที่ผมพูดทุกรอบ ทุกครั้ง มันติดปัญหาอะไรครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมพูดทุกครั้งก็เรื่องแผนโครงสร้างทางเศรษฐกิจว่าผลักดัน ให้มันมีความเสรี มีความเป็นธรรม มีปริมาณการแข่งขันที่เหมาะสมนะครับ ในรายงานครั้งนี้ ที่ท่านปรับเปลี่ยนไปก็คือบอกความก้าวหน้าไว้ด้วยครับว่าท่านก้าวหน้าไปแล้วในเรื่องนี้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไปดูเรื่องความก้าวหน้าของท่าน ท่านมี ๔ สี วงกลมมีอยู่ ๔ สี เรื่องนี้ ท่านบอกว่าก้าวหน้าไปแล้ว ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของแผน ถามจริง ๆ ครับวัดอย่างไรครับ เรื่องล่าสุดที่เป็นประเด็นของสังคม ของประเทศไทยโดยคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า คือเรื่องการควบรวมกิจการ จากวันที่เป็นข่าวว่ามติของกรรมการมีมติอย่างไรให้ควบรวมนะครับ ให้ควบรวม ไม่มีรายละเอียดเลยครับ ไม่มีการกำหนดเงื่อนไข ไม่มีการกำหนดพฤติกรรม ต้องห้ามตามกฎหมายเลยครับ รายงานแต่ละบุคคล กรรมการทุกคนที่นั่งอยู่ในกรรมการ แข่งขันทางการค้าไม่มีนะครับ กรรมาธิการทวงถามไม่รู้กี่รอบแล้วยังไม่ส่งเลยครับ กฎหมาย เขียนว่าต้องทำให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน มันเลยมานานแล้วครับ นี่ปฏิรูป แล้วท่านบอกว่า ก้าวหน้าไป ๗๕ เปอร์เซ็นต์ วัดอย่างไรครับท่านประธาน อันนี้ต้องตอบให้ชัดเจนนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นรายงานท่านไม่มีความน่าเชื่อถือ การวัดของท่านไม่น่าเชื่อถือ อันนี้ ก็เป็นปัญหาอย่างยิ่งเลยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายที่ผมพูดก็คือปฏิรูปพลังงานผมก็พูดทุกรอบ ราคาพลังงาน ต้นทุนมันสูงมันไม่เป็นธรรม มันสูงกว่าชาวบ้านเขานะครับ ท่านประธานครับ ในโครงสร้าง พลังงานในรายงานฉบับนี้ไม่ได้ระบุเป้าหมายเลยว่าราคาพลังงานต้องเป็นธรรมและสะท้อน ต้นทุนที่แท้จริง ในนโยบายของรัฐบาลก็มีเรื่องนี้อยู่ เรื่องนี้ผมก็ถามท่านทุกครั้งครับ ทำไมไม่ใส่ว่าพลังงานมันต้องเป็นธรรม และมันต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่เขียนนะครับ ท่านประธานครับ เขียนว่าอย่างไรครับ การพัฒนาด้านพลังงานเป็นไปในทิศเดียวกัน และเป็นที่ยอมรับ มันจะเป็นที่ยอมรับได้อย่างไรถ้าไม่บอกว่ามันเป็นธรรมและมันสะท้อน ต้นทุนที่แท้จริง แล้วผมก็ได้เคยยกตัวอย่างเวลาผมอภิปรายเรื่องนโยบายก็ดี เรื่อง กกพ. เข้าสภาก็ดีนะครับ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนเลยครับ ในรายงานฉบับนี้บอกก้าวหน้าไปแล้ว ๗๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ก้าวหน้าอย่างไรด้านพลังงานนี่ท่านช่วยบอกผมทีครับ ถ้าเรายังทำ รายงานเช่นนี้อยู่ รายงานฉบับนี้จะไม่เป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ และประชาชน ก็จะไม่ยอมรับ เพราะท่านไม่ได้ตอบโจทย์ความยากลำบากของประชาชน ทุกข์ของชาวบ้าน ที่ ส.ส. ใช้เวลานะครับศึกษา สะท้อนให้คณะกรรมการปฏิรูป แต่ไม่เป็นผลอะไรเลย ไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลยในเรื่องที่สำคัญที่สุดนะครับ🔗
ประเด็นปฏิรูปที่ผมกังวลอย่างยิ่งเลยครับด้านพลังงาน ท่านใช้คำว่า ปฏิรูป การสร้างธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วน ท่านช่วยบอกผมทีสิครับว่าธรรมาภิบาลในมุมมอง ของท่านคืออะไรครับ วันนี้อธิบดีของกระทรวงพลังงานไปนั่งในบอร์ด (Board) ปตท. ครับ นั่งในบอร์ด (Board) ปตท. เพราะไปกำกับ ในฐานะผู้กำกับไปนั่งอยู่ในบอร์ด (Board) ปตท. มีที่ไหนในโลกนี้ครับท่านประธาน อย่างนี้ไม่มีธรรมาภิบาลครับ อย่างนี้ไม่มีใครเชื่อถือครับ ประเทศต่าง ๆ ไม่มีใครเชื่อถือประเทศไทยครับ ตราบใดที่กระทรวงที่มีหน้าที่ดูแลนี่ ไปนั่งในบอร์ด (Board) ครับ สมัยผมร่วมอยู่ในรัฐบาลนี้เราไม่ให้นะครับ ปลัดกระทรวง อยากจะเป็นบอกไม่ต้องเป็นจะเป็นปลัดก็เป็นปลัดจะไปนั่งในบอร์ด (Board) อีกไม่ได้ นี่คือหลักธรรมาภิบาลพื้นฐานครับ วันนี้นั่งอยู่ครับ แล้วอันนี้ท่านช่วยบอกผมทีครับ ท่านเขียนรายงานปฏิรูปพลังงานในเรื่องหลักธรรมาภิบาลในภาพรวมก็ได้ อธิบาย อย่างไรครับ อธิบดีกระทรวงไปนั่งอยู่ในบอร์ด (Board) บางครั้งนั่งเป็นประธานอนุเรื่องสำคัญด้วย นอกจากนั้นนะครับ ท่านเขียนในรายงานของท่านบอกว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอยู่ระหว่าง การศึกษาดำเนินงานภายใต้ภาคีเครือข่ายองค์กรเพื่อความโปร่งใสในอุตสาหกรรมการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยว่าจ้างใครท่านประธานทราบไหมครับ ว่าจ้างสถาบันปิโตรเลียม สถาบันปิโตรเลียมคนส่วนใหญ่มาจากไหนทราบไหมครับ อดีตเจ้าหน้าที่ทั้งนั้นเลยครับ เจ้าหน้าที่ของ ปตท. บ้าง รัฐวิสาหกิจอื่นบ้าง กระทรวงบ้าง มันไปกันใหญ่แล้วครับ ท่านประธาน อย่างนี้น่าเชื่อถือไหมครับ นี่หลักธรรมาภิบาลท่านบอกก้าวหน้า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านต้องอธิบายครับ🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ ผมมีแต่สาระไม่มีอะไร ที่เป็นลีลานะครับ ผมตั้งคำถามหลายครั้ง รวมทั้งเวลา กกพ. นำรายงานเสนอในการกำกับ ดูแลกิจการพลังงาน ผมก็บอกว่าค่าผ่านท่อก๊าซนี่มันแพงนะ ช่วยไปดูทีเถอะ วันที่หนังสือ มาถึงผมดีใจมากเลยครับท่านประธาน แต่ผมอ่านคำตอบแล้วผมตกใจอย่างยิ่งเลยครับ ผมจะอ่านคำตอบให้ท่านประธานฟังนะครับ แล้วจะสะท้อนให้กรรมการดูว่าอย่างนี้ ต้องปฏิรูปกันรุนแรงแล้ว คำตอบคืออย่างนี้ครับ เรื่องการกำหนดอัตราค่าผ่านท่อก๊าซ ข้อมูลที่ ปตท. เสนอมานั้นมีข้อมูลหลายส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ เนื่องจาก ไม่มีข้อมูลทางบัญชีมาแสดงยืนยัน และอัตราค่าผ่านท่อก๊าซที่ ปตท. เสนอมาก็มีค่า ที่สูงขึ้นกว่าค่าผ่านท่อก๊าซที่บังคับใช้อยู่ซึ่งจะส่งผลทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นและทำให้ประชาชน เกิดความเดือดร้อน นี่คือคำตอบจากคณะกรรมการที่กำกับเขานะครับ งงไหมครับ ท่านประธาน ดังนั้นทำอย่างไรครับ กกพ. ได้ดำเนินการออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๑ สิงหาคม เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานทางบัญชี ซึ่งรวมถึง ปตท. ด้วย รายงานมาถึงผมนะครับ เป็นรายงานวันที่ ๒๑ ธันวาคม เดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ปัจจุบัน ปตท. อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล ท่านประธานครับ บริษัทในตลาดนี่นะครับ ต้องจัดทำข้อมูล ถ้าอยากจะกำกับมันมีข้อมูลเต็มไปหมดละครับ ที่จะไปกำหนดได้ว่า ราคาต้นทุนพลังงานที่เป็นธรรมสำหรับประชาชนคือเท่าไร ท่านเห็นไหมครับว่านี่คือปัญหา อย่างยิ่งเลย เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดและสะท้อนความไม่เป็นธรรมของระบบการกำกับดูแล กิจการด้านพลังงาน และทำให้ประชาชนทุกคนได้รับความเดือดร้อนครับ ผมต้องซักถาม กรรมการครับ และท่านรัฐมนตรีที่กำกับด้วย ท่านจะทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ครับ ผมขอ ๒-๓ เรื่องเท่านั้นครับ แข่งขันให้เป็นธรรม รูปแบบรายงานก็สะท้อนหน่อยสิ่งที่พวกเราพูด ใส่ในรายงานมันจะยากตรงไหนครับ แต่ละครั้งจะได้ไม่ต้องเริ่ม ๐ นะครับ ราคาส่วนต่าง ดอกเบี้ยเอาอย่างไรครับ ท่านจะเอาอย่างไร ช่วยบอกผมทีประชาชนเดือดร้อน เขารอฟังอยู่ เขารอฟังคำตอบอยู่ ประเทศไทยสูงที่สุดนะครับท่านประธาน ต่ำสุดในภูมิภาคนี้ ส่วนต่าง ดอกเบี้ย เงินกู้ เงินฝาก ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยวันนี้ ๖ เปอร์เซ็นต์ขึ้น ๓-๔ เดือนก่อน ๗ เปอร์เซ็นต์ครับ จะเอาอย่างไรเรื่องนี้ และสุดท้ายราคาพลังงานจะเอาอย่างไรกัน จะให้มี ธรรมาภิบาลอย่างไร จะให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรมต่อประชาชนได้อย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันถามท่านรัฐมนตรี อนุชา นาคาศัย และผู้แทนในแต่ละด้าน พร้อมทั้ง ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์และคณะจะลดความเหลื่อมล้ำอย่างไรระหว่างเมืองและชนบทค่ะ ทุกครั้งที่แผนการปฏิรูปประเทศเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ดิฉันถามคำถามทุกครั้งว่า ในข้อ ๕ แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติด้านความสามารถในการแข่งขัน เรื่องและประเด็นปฏิรูป ข้อ ๓๓ การพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานเพื่อการเกษตร เพื่อขยายพื้นที่ชลประทานให้ เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ในทุกฤดูกาลเพาะปลูก ประโยชน์ที่ได้รับสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้แก่เกษตรกรเพื่อให้มีน้ำในการอุปโภคบริโภค ระดับความสำเร็จของท่านก็อยู่ที่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ดิฉันกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า ในทุกช่องทางของ ๑๒ ปีที่ผ่านมานี้ ดิฉันร้องขอให้สร้างฝายชะลอน้ำบ้านโนนสร้างไพ คราวก่อนมาดิฉันเชื่อมั่นในสภาผู้แทนราษฎรว่าชวเลขและคลิป (Clip) เสียงของดิฉันนั้น จะบันทึกส่งถึงสภาพัฒน์ว่าการสร้างฝายชะลอน้ำบ้านโนนสร้างไพ ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้น น้ำคือชีวิตค่ะท่านประธานคะ และผู้อุทิศที่ดิน เสียชีวิตแล้วเกือบ ๑๐ ปีที่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านเสมา ทองเสนา แต่นิติกรรมบุญนั้นส่งต่อลูกหลาน คือต้องอุทิศที่ดินเพื่อสร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้ในลำน้ำยาม ลูกเมียเขาก็ยังอุทิศที่ดินค่ะ ดิฉันกราบเรียนให้ผู้แทนในแต่ละด้าน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและท่าน เลขาธิการสภาพัฒน์และคณะทราบว่า ทุกครั้งที่บอกว่าจะสร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้ ดิฉันไปประชาคมด้วยทุกครั้งค่ะ แต่ ๑๒ ปีผ่านไปไวเหมือนโกหกยังไม่ได้สร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้ ในลำน้ำยามเลย แล้ว ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของท่านที่ประสบความสำเร็จนั้นลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างเมืองและชนบทได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่คนบ้านดิฉันวิถีอีสานนี้ยังยากจน ยังต้องการน้ำอยู่เลยค่ะท่านประธานคะ เพราะว่าน้ำคือชีวิต แล้ววิถีคนอีสานหากมีน้ำ เราจะอยู่ยั้งยืนยงค่ะ เราจะไม่พลัดที่พลัดถิ่นมาที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดิฉันถามว่าเพราะ อะไรทำไมจึงไม่สร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้ทั้งที่ประชาคมครั้งแล้วครั้งเล่า และทำอย่างไรท่าน ถึงจะลดความเหลื่อมล้ำของความยากจนโดยการสร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้ ถ้าสร้างรัศมีของ การใช้น้ำจะอยู่ที่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ไร่เลยทีเดียว ออกแบบเรียบร้อยแล้วค่ะ ทุกครั้ง ที่แผนปฏิรูปเข้าดิฉันจะถามเรื่องนี้ทุกครั้งค่ะท่านประธานคะ🔗
เมื่อฝนมาก็ลากลับลับเลยล่วง ฝากกับดวงชะตาเจ้าข้าเอ๋ย🔗
ชาวนายากลำบากบุญอย่างคุ้นเคย จึงเอื้อนเอ่ยไม่ชอกช้ำน้ำดำเนิน🔗
หากรัฐไม่ช่วยราษฎร์ชาติหม่นหมอง ตามครรลองต้องดูราษฎร์ไม่ขาดเขิน🔗
ในเรือกสวนไร่นายากมากเผชิญ น้ำเป็นเงินคือมั่งคั่งยั้งยืนยง🔗
ข้อ ๖ แผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องและประเด็นปฏิรูป ระบบเส้นทางน้ำมีข้อมูลแหล่งน้ำเชิงพื้นที่ครบถ้วนสามารถ ใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน ท่านเขียนนะคะ มีข้อมูลแหล่งน้ำเชิงพื้นที่ครบถ้วนใช้สนับสนุน การปฏิบัติงานบริหารจัดการน้ำในสภาวะต่าง ๆ และท่านก็บอกว่าประโยชน์ที่ได้รับ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ดิฉันสงสัยว่าเรดาร์ (Radar) คลื่นจีพีเอส (GPS) ของผู้แทน ในแต่ละด้านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์พร้อมทั้งเลขาธิการสภาพัฒน์นั้นทำไมไม่ถึงบ้านดิฉันคะ ห้วยอีแร้ง ทำไมไม่ถึงคะท่านประธาน ห้วยอีแร้ง บ้านหนองทุ่ม ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร บ้านหนองทุ่ม ๕ หมู่บ้าน มีบ้านซอยออกไป ๆ เป็น ๕ หมู่บ้านที่นี่เขาเรียกว่าดงพระเจ้า ดงเขามานิตย์ นักอุดมการณ์ขุดตรงไหนก็เค็ม แต่มันมีแหล่งน้ำจืดที่ห้วยอีแร้งที่สามารถจะนำน้ำจืดนั้นมาให้ชาวบ้านได้เป็นน้ำกินน้ำใช้ได้นะคะ แต่ว่าห้วยอีแร้งท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งค่ะ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรีไปดูแล้ว นายอำเภอไปดูแล้ว ดิฉันอยากให้จีพีเอส (GPS) ของสภาพัฒน์ผลักดันและผู้แทนทุกด้านมีด้านน้ำด้วย ให้เล็งเห็น ความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้ เพราะว่าขุดไปตรงไหนก็เค็มนี่นะคะ แล้ว อบต. มีรถอยู่ ๑ คัน ขนน้ำ แย่งน้ำ แล้ง ยิ่งแล้งร้อน ๆ นี่ค่ะ ที่จะเกิดในเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม ต่อไปนี่จะเกิดอะไรขึ้น แย่งน้ำ ตรงนี้แล้วท่านบอกอย่างสวยงามเลยบริหารจัดการน้ำ อย่างยั่งยืน ดิฉันบอกเลยว่าห้วยอีแร้ง บ้านหนองทุ่ม ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๕ หมู่นี้ต้องการน้ำจืดที่เป็นแหล่งน้ำอย่างถาวร แล้วตรงนี้ไม่เยอะค่ะ งบประมาณไม่เยอะ ตามที่สำรวจออกไปแล้ว หย่อน ๆ ๒๐ ล้านบาทด้วยซ้ำไป จึงขอ ร้องขอ ท่านว่าขอความกรุณาหยิบยื่นเรื่องนี้สู่ประชาชนคนอยากใช้น้ำเพื่อพยุงชีวิต เพราะว่าน้ำ คือชีวิตค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
อีก ๓ ท่าน ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล และท่านสกุณา สาระนันท์ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศไทยช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ ผมตรงข้ามกับท่านเกียรติ สิทธีอมร นะครับ ต้องขอประทานอภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านพูดมาแล้ว ๗ ครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกนะครับ ถึงแม้ผมอาจจะหลายเรื่องในสภาแห่งนี้ เพราะผมเอง ไม่ค่อยมั่นใจว่าแผนปฏิรูปประเทศหรือแม้กระทั่งยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้นจะตอบโจทย์ ในการพัฒนาประเทศจริงหรือไม่ แล้วเหตุใดถึงจำเป็นต้องมี มันแตกต่างกับแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เราร้องเพลงตั้งแต่ผู้ใหญ่ลีมาแตกต่างกันอย่างไร ผมเองไม่ค่อย ตระหนักและเข้าใจในประเด็นดังกล่าวครับ แต่เนื่องจากว่าในรอบนี้ผมมีโอกาสได้อ่านสั้น ๆ นะครับ แล้วผมเห็นว่ามีบางประเด็นที่คิดว่าจะไม่พูดเสียเลยก็จะเสียดายครับ จึงขออนุญาต ที่จะมีส่วนร่วมสัก ๓ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมตระหนกมากกว่า รู้สึกตื่นเต้นกับกรณี ที่ท่านใช้คำว่า บิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งก็ตรงกับเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วรศสิริน ท่านพูดถึง ผมไม่มั่นใจความหมายเช่นเดียวกับท่านวิรัตน์ครับว่าคำว่า บิ๊กร็อก (Big Rock) ของท่าน มันคือร็อก (Rock) แบบใดประการใด แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อท่านตั้งธงมาแบบนี้ก็ว่ากัน ในเชิงรายละเอียดครับ เหตุที่บอกว่าต้องตระหนก ผมยกตัวอย่าง เช่น ในกรณีของแผน ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผมอ่านรายละเอียดแล้วนะครับว่าสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติต้องมีการบันทึกภาพและเสียงในการตรวจค้น จับกุม และการสอบปากคำ ในการสอบสวน นี่ท่านอาจจะอยู่โลกคู่ขนานกับผมนะครับ เพราะในชีวิตจริงที่ผมเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ สถานการณ์ที่มีนักศึกษา พี่น้องประชาชนชุมนุมอยู่ทุกวันนี้ แล้วมีการจับกุมซึ่งแปลกนะครับ ท่านอาจจะไม่ได้เฝ้าในยามวิกาล พวกผมก็ไม่ได้เฝ้านะครับ แต่การจับกุมทุกครั้งมักเกิดขึ้นในยามวิกาล การจับกุมทุกครั้งมักเกิดขึ้นโดยที่มิได้มีการแสดง หมายค้น หมายจับ และจับกุมตัวมาโดยที่มิได้นำตัวไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนทันที นี่ยังไม่ได้พูดถึงว่ามีการแอบเอาตัวไปตรวจค้น มีการไม่ยอมให้แจ้งญาติ มีการไม่ยอมให้แจ้ง กับทนายความ มีการไม่ยอมให้คนที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา พี่น้องประชาชนเหล่านั้น ที่โดนการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้สิทธิในการต่อสู้คดีในทางกฎหมาย ผมถึงบอก อย่างไรว่าผมไม่รู้ท่านอยู่โลกไหนนะครับ แต่ผมอยู่ในโลกของความเป็นจริง ท่านเปิดหนังสือพิมพ์ เปิดกูเกิล (Google) คืนนี้ก็เจอครับ พรุ่งนี้ก็เจอครับ ท่านตอบได้ไหมครับว่า นี่คือบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ท่านพูดถึง เหตุเดียวกันครับในประการที่ ๒ ในหัวข้อที่ ๑ ที่ผมกำลังพูดถึงในแผนปฏิรูปด้านสังคม บิ๊กร็อก (Big Rock) ของท่านคือการผลักดัน ให้มีฐานข้อมูลทางสังคม บอกกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ท่านทราบไหมครับว่า เจ้าหน้าที่ข้าราชการในกระทรวงอื่นวันนี้ทุกกระทรวงล้วนแต่ต้องทำบิ๊กดาตา (Big Data) ต้องไปทำจีพีอาร์เอส (GPRS) จีพีเอส (GPS) ต่าง ๆ ไปสำรวจในครัวเรือน พี่น้องข้าราชการ อยู่ในต่างจังหวัดบ่นนะครับ แทนที่จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว วันนี้กระทรวงนี้บอกต้องการข้อมูลแบบนี้ กระทรวงนี้ บอกต้องการข้อมูลแบบนี้ให้ไปสำรวจ ทำจีพีเอส (GPS) ที่หน้าบ้าน เพราะเหตุใดละครับข้อมูลนั้นถึงไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ แล้วก็ ประเด็นนี้ยังตามมาซึ่งการปฏิรูปเรื่องการขึ้นทะเบียนคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิ สวัสดิการในการให้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและทั่วถึง มันก็ต้องคู่ขนานกันอีกละครับ เพราะว่าสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการของคนพิการนั้นเราไม่จำเป็นต้องรอกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเขามีเจ้าหน้าที่อยู่อย่างมากที่สุดไม่เกิน ๓๕ คน ในแต่ละจังหวัด แต่เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ แต่เพราะเหตุใดครับวันนี้ คนพิการ ๓.๗ ล้านคน ยังมีกว่าครึ่งที่ยังไม่ได้เข้าสู่การลงทะเบียนและได้สิทธิในฐานะคนพิการ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ท่านทำไม่ได้ แต่ท่านดันมีกลไกไปตรวจจับเบี้ยผู้สูงอายุ แล้วก็บอกว่า วันนี้ผู้สูงอายุต้องคืนเบี้ย เพราะว่าคุณกำลังได้บำเหน็จซ้ำซ้อนกับสิทธิในด้านอื่น ๆ ท่านก็อยู่ โลกคู่ขนานคู่กับผมอีกนะครับ ผมอยู่ในโลกของความเป็นจริงเป็น ส.ส. ต่างจังหวัด ส.ส. บ้านนอก นั่นเป็นประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะรู้ว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) ของท่านมันคือล็อกขา พี่น้องประชาชนไม่ให้เดินไปสู่สังคมที่เท่าเทียมกันหรืออย่างไร ไม่ให้ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานกัน หรืออย่างไร ประการใดครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในแผนปฏิรูปแต่ละด้านนะครับ ผมก็งง ๆ อย่างที่หลายท่านพูดถึงนะครับว่าอันใดก้าวหน้าไปขนาดไหน วงกลมสีขาว สีดำ สีเทาต่าง ๆ ผมคงไม่ลงรายละเอียด แต่ผมอยากจะพูดบางประเด็นนะครับ เช่น การปฏิรูปที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการยุติธรรมและมีกฎหมายเยอะแยะไปหมดครับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ สังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรม ท่านบอกว่าต้องเขียนขึ้นปี ๒๕๖๑-๒๕๖๔ ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นของประเทศไทยนะครับ มีรางวัลการันตี (Guarantee) ผมยังไม่ทราบเลยครับว่ามีร่างฉบับนี้อยู่ ผมยังไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าร่างฉบับนี้กำลังยกร่าง ไปถึงใด สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับทราบหรือไม่ จะตอบโจทย์แบบใด ประการใด ท่านเห็นไหมครับท่านก็ไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกับความเป็นจริงกับที่ผมอยู่อีกนะครับ กฎหมาย หลายฉบับในส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมชุมชน ซึ่งวันนี้เขาก็ไม่อยากทำนะครับไปตั้งศูนย์ในตำบลแต่ละตำบล บางตำบลนี่นำร่อง ๒๐ กระทรวงนะครับ มันเยอะเกินไปสำหรับเขา กฎหมายเรื่องกองทุนยุติธรรม ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๔ ไม่ได้มีครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการพิจารณาคดีความแพ่งต่าง ๆ มีวันนี้ยังไม่ได้มีครับ นั่นเป็นประเด็นเรื่องใหญ่ เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเวลาท่านตั้งธงว่า กฎหมายฉบับนั้น ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๔ ประชาชนไม่ได้ทราบนะครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่า ร่างกฎหมายที่ ส.ส. เราเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เช่น ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสิทธิในการสมรส สภาแห่งนี้ขึ้นเว็บไซต์ (Website) ระยะเวลาไม่ถึง ๑๕ วันมีคนเข้าไปดูทั้งหมด ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน มีคนแสดงความคิดเห็น ๕๐,๐๐๐ กว่าคน มันแปลกไหมครับ ท่านกำลังปฏิรูปกฎหมายเยอะแยะไปหมด พวกผมเองเป็นนักนิติบัญญัติ ผมก็จบกฎหมายผมแทบไม่รู้ว่ามีกฎหมายเหล่านี้อยู่หน้าตาของร่างเป็นแบบใด ประการใด แต่ร่างที่ประชาชนเขาสนใจเกี่ยวข้องกับสิทธิของตัวเขามีคนดูเป็นล้าน คนแสดงความคิดเห็น ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านทำได้ไหมครับแผนปฏิรูปแบบที่สภาแห่งนี้ทำ นั่นเป็นประการที่ ๒ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ครับ เพราะ ๗ รอบก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดนะครับท่านประธาน แต่ผมคงไม่คูณด้วย ๗ นะครับ🔗
ประการที่ ๓ คือทวงสิทธิของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน ที่เป็นผู้ที่เรียกว่าพี่น้องชาติพันธุ์ เพราะว่าที่ท่านเขียนไว้ในรายงานปฏิรูปนะครับ ระบบ สร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ผมก็เรียงหน้าไม่ถูกนะครับว่าหน้าอะไร ท่านบอกว่าจะต้องมี กฎหมายที่ว่าด้วยการส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตชาติพันธุ์ เสร็จในปี ๒๕๖๓ ผมอ่านไม่ผิด นะครับ วันนี้วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เอ๊ะ หรือท่านพิมพ์เลขผิดมาครับ ถ้าท่านจะพิมพ์ เลขผิดเปลี่ยนเป็น ๒๕๖๔ ก็ยังเอานะครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้รัฐบาลสัญญากับผมตั้งแต่ วันแถลงนโยบาย ๒๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ บอกต้องแล้วเสร็จ แต่วันนี้ประชาชนไม่เห็นว่ากฎหมายนี้มีความคืบหน้าไปประการใด เฉกเช่นเดียวกับอีกฉบับหนึ่งนะครับ เพื่อให้ท่านทราบว่าหน่วยงานราชการเขาถอนไปแล้ว ก็คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ท่านทราบไหมครับพี่น้องประชาชนที่ทำงานกฎหมายฉบับนี้วันนี้เดินสายพบพรรคการเมือง เพราะรัฐบาลที่บอกว่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ในปี ๒๕๖๓ มิได้ทำตามสัญญา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ท่านขอเวลาอีกไม่นานทุกฉบับนะครับ นั่นคือความไม่คืบหน้าของแผนปฏิรูปประเทศไทย ตามที่ท่านเคยสัญญา ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านพิมพ์รพีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันจะพูดถึงบิ๊กร็อก (Big Rock) นี้ประเด็นสำคัญเรื่องของเศรษฐกิจ ได้เน้นถึงการส่งเสริมและพัฒนาการของ การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งเป็นประเด็นดิฉันจะพูดถึง🔗
เรื่องแรก ดิฉันต้องขอขอบพระคุณสภาพัฒน์ที่ทำงานอย่างขะมักเขม้น แล้วก็ มีเอกสารดี ๆ ออกมาให้เราได้ทำงานกัน แต่เราต้องเชื่อว่าปัญหาของสภาพัฒน์เองก็มีมาก ด้วยภารกิจที่มากมาย ขาดแคลนทั้งกำลังคนทั้งงบประมาณ ดิฉันร้องขอท่านประธานนะคะ ผ่านถึงนายกรัฐมนตรีช่วยให้งบประมาณทั้งกำลังคน ช่วยสนับสนุนความรู้ ความสามารถ และกำลังคน งบประมาณของสภาพัฒน์ให้ได้มากขึ้น เพราะปัญหาของสภาพัฒน์คือนักคิดนะคะ สภาพัฒน์มีปัญหามากในการนำความคิดนี้มาประยุกต์ใช้ในภาคปฏิบัติผ่านทางราชการ ทั้งหมดที่ซึ่งยังไม่คุ้นชินกับการปฏิรูประบบราชการและปฏิรูปประเทศ ท่านประธานคะ ดิฉันขอพูดเรื่องที่ดิฉันมีความชำนาญคือเรื่องของการท่องเที่ยวและเรื่องของพลังงาน🔗
ในเรื่องของการท่องเที่ยวดิฉันดูเรื่องของนโยบายทางด้านยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยว คือในช่วงที่เรามีปัญหาโควิด (COVID) อย่างรุนแรง ในยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยวเขียนว่าจุดประสงค์ที่เป็นผลลัพธ์ตอนสุดท้ายนี่น่าจะเป็นการฟื้นฟูอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเมื่อสิ้นสุดโควิด-๑๙ (COVID-19) ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ และการปรับตัวของภาคท่องเที่ยวเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่คือโพสต์โควิด (Post COVID) ท่านประธานคะ ดิฉันมีความหวังจากการเห็นความท้าทายในการขับเคลื่อน แบบนี้ แต่สิ่งที่ทำคือ ๑. ต้ององค์กรพัฒนาพิเศษเพื่อการศึกษาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือเป็น การแค่โอนย้ายหน่วยงานค่ะท่านประธาน โอนย้ายหน่วยงานเข้าสู่สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ให้เจตนารมณ์ในการพัฒนาประเทศสอดคล้อง ไปทิศทางเดียวกัน ท่านประธานคะ เพียงแค่การย้ายองค์กรเข้าสู่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ซึ่งจังหวัดกระบี่ ดิฉันมีข้าราชการจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประมาณ ๒ หรือ ๓ คน จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากมายอย่างนั้น ท่านประธานคะ การเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป มันไม่ใช่มีแค่การเปลี่ยนแปลงในการตั้งองค์กรหรือเปลี่ยนองค์กร แต่เป็นการสร้าง ความเปลี่ยนแปลงในแนวคิด สร้างความเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ที่จะให้ มีการขับเคลื่อนและให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริงที่สุด ดิฉันมองไม่เห็น เพราะดิฉัน บอกตั้งหลายครั้งพูดจนอายตัวเองแล้วว่าปัญหาการท่องเที่ยวตอนนี้โควิด (COVID) ที่กำลัง จะพังอยู่วันนี้ ไมโครเอสเอ็มอี (Micro SMEs) ร้อยละ ๘๐ ยังไม่ได้รับการดูแลเลยค่ะ แล้วตั้งองค์กรนี้ไปเพื่ออะไรคะในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ ปัญหานี้จะแก้ไขปัญหาหลังโควิด (COVID) ได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้แนวทางที่ ส.ส. เสนอ ไปในสภายังไม่ได้รับการดูแลอย่างจริง ๆ จัง ๆ เลย ดิฉันขอฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ดิฉันไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงแค่การตั้งองค์กรย้ายเข้าในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภารกิจโดยไม่มีงบประมาณและไม่พัฒนาบุคลากรในการสนับสนุนการท่องเที่ยว จะเกิดประโยชน์ได้ เพราะคนที่เก่งคือ ททท. ทำงานน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่มีคนเก่งอยู่มหาศาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครึ่งหนึ่งดูแลการท่องเที่ยว ครึ่งหนึ่งดูแลการกีฬา และคนส่วนมากมาจากภาคกีฬาไม่สามารถตอบโจทย์ของการท่องเที่ยวได้ สภาพัฒน์ ควรจะเสนอการปฏิรูปและดูสแกน (Scan) พิเศษของบุคลากรในกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาว่ามีท่องเที่ยวกี่คนและกีฬากี่คนเพื่อตอบสนองนโยบายนี้ได้ เพราะถึงสภาพัฒน์ จะมีนโยบายที่สวยหรูอย่างไรก็แล้วแต่ข้าราชการไม่สามารถทำแผน หรือทำฝัน หรือนโยบาย ต่าง ๆ ของสภาพัฒน์ได้จริง แก้ไขปัญหาได้ตรงลงที่ประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ อันนี้ตกใจใหญ่ท่านประธานคะ เรื่องที่ ๒ คือยกระดับสถาบัน พลศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ มกข. ยกระดับฟังดูดีท่านประธานคะ จังหวัดกระบี่ ของดิฉันไม่มีมหาวิทยาลัยเลย และรอเรื่องนี้มา ๒ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ วันนี้ปัญหาคือ การจัดสรรอธิการบดียังไม่สำเร็จนะคะท่านประธาน แค่เปลี่ยนป้ายใช้งบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะสร้างความเปลี่ยนแปลงไหมคะ แนวคิดของการใช้พลศึกษาเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เพื่อสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงสู่โพสต์โควิด (Post COVID) ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงจาก การเปลี่ยนจากพลศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยที่ซึ่งยังมีความเห็นแก่ตัว ความสับสนของ ข้าราชการที่มาเอาตำแหน่งแต่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ในโครงสร้างและความรู้ที่จะ เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของประชาชนได้ ดิฉันคิดว่านี่ไม่ตอบโจทย์ค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน สุดท้ายแล้วค่ะ ดิฉันมาจากจังหวัดกระบี่ดูแล นโยบายสวนปาล์ม อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ดิฉันก็เชื่อ ดิฉันก็อยากจะได้ แต่ท่านประธานคะทุกวันนี้อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มใช้พลังงาน กว่าร้อยละ ๖๐ เพื่อการพลังงาน ร้อยละ ๔๐ เพื่อการบริโภคในประเทศ การใช้อุตสาหกรรม รถไฟฟ้านี้จะก่อให้เกิดความหายนะแห่งนโยบายพลังงานทางเลือกที่ซึ่งกองทุนพลังงาน จะยกเลิกแล้วภายใน ๓ ปีข้างหน้า คือพลังงานไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ดิฉันไม่ได้บอกว่า ห้ามทำค่ะ แต่ดิฉันถามหาความรับผิดชอบของกระทรวงพลังงานที่ได้เสนอให้นโยบาย พลังงานทางเลือกหรือนโยบายชีวภาพนี้เป็นนโยบายหลักของกระทรวงพลังงาน เมื่อ ๑๐ ปีก่อน และวันนี้บนดิสรัปชัน (Disruption) คือความสูญสลายของระบบนี้ จะทดแทนหรือส่งเสริมเกษตรกรให้ยืนอยู่ได้อย่างไรคะ ได้คิดหรือยังคะว่าปาล์มทั้งหมด จะโค่นให้หมดทั้งประเทศเลย หรือคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้เกษตรกรชาวสวน ปาล์มและอ้อยอยู่ได้ เพราะ ๒ ใน ๕ ตัวนี้คือพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ เราจะละเลย สิ่งนี้ไม่ได้ มองต้องมองอย่างรอบด้านและตอบโจทย์ทั้งหมด ดิฉันสนับสนุนให้มีอุตสาหกรรม รถไฟฟ้า แต่ต้องมองระยะยาวเห็นถึงประโยชน์ความเสียหายของประชาชนและสร้างระบบ โครงสร้างทดแทนความเสียหายนี้ด้วยค่ะ การรายงานใน ๓ เดือนนี้ได้ประโยชน์นะคะ และดิฉันพยายามจะมาทุกครั้งเพื่อสนองถึงผลของการศึกษาเพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชน ให้ได้มากที่สุด ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านสกุณาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศดิฉันให้ความสำคัญ ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะในข้อ ๕.๑ เรื่องการสร้างเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งพอดูแล้ว ดิฉันมีความกังวลว่ามันไม่มีความคืบหน้านะคะ สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุหลักของความไม่สำเร็จ ความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศนั่นก็คือการทำงาน ภายใต้โครงสร้างแบบรัฐราชการที่ขาดประสิทธิภาพค่ะ🔗
ประเด็นแรก ที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตเห็นนั่นก็คือว่าการตั้งโจทย์ การตั้งปัญหา มันไม่ตรงตามปัญหาของประชาชน โจทย์ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ข้าราชการประจำคิดว่า ปัญหาของประชาชนคืออะไร คิดเอาเอง คาดเอาเอง ดังนั้นมันจึงไม่ตอบปัญหาจริง ๆ ของประชาชน แล้วก็เส้นทางของการที่ปัญหาของประชาชน เส้นทางของงบประมาณ จะไปตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนก็เป็นเส้นทางที่ซับซ้อนแล้วก็มีโอกาสที่จะไม่เกิด ประโยชน์อย่างมาก อย่างเช่นข้าราชการประจำในพื้นที่ก็จะส่งโครงการหรือแผนงาน ตามสิ่งที่ตัวเองคิด หรือส่วนใหญ่ตามสิ่งที่ตัวเองคิด มีบางส่วนที่ตรงตามสิ่งที่เป็นปัญหา ในพื้นที่ แต่หลังจากส่งไปที่จังหวัด จังหวัดก็มัวแต่อ้างว่าต้องส่งทั้งหมดรวบรวมปัญหาเหล่านี้ ให้กับหน่วยเหนือเพื่อพิจารณา ท่านประธานที่เคารพคะ ตัวแทนจากกระทรวง จากสภาพัฒน์ หรือจากที่อื่น ๆ เขาไม่ได้เห็นหน้าเกษตรกร หน้าประชาชนที่จะรับ งบประมาณนั้นด้วยซ้ำ รับแผนการพัฒนานั้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นดิฉันไม่อยากเห็นจังหวัด มีข้ออ้างที่จะไม่กลั่นกรองโครงการต่าง ๆ แล้วไปอ้างว่าจะต้องส่งให้คนอื่นพิจารณา ดิฉัน จะขอยกตัวอย่างนะคะ อย่างเช่น โครงการที่จังหวัดสกลนคร มีโครงการที่ส่งเสริม ให้ชาวบ้านปลูกป่า อนุมัติงบประมาณมากมายนะคะ ดิฉันถามว่าที่สกลนครวันนี้ก่อนที่จะไปส่งเสริมให้ปลูกป่ามันมีโครงการอื่น ๆ ที่สำคัญกว่านั้น อีกมากมาย เราได้ไปถามเกษตรกรหรือยัง เมื่อดิฉันเห็นโครงการนี้ดิฉันย้อนไปถาม เกษตรกรว่าระหว่างการเริ่มปลูกป่าวันนี้กับการหารายได้จากป่าเกษตรกรสนใจโครงการ แบบไหน แน่นอนที่สุดค่ะก็ได้คำตอบว่าเขาต้องการสร้างรายได้จากป่าที่เขามี ถ้าเกิดเขา สามารถสร้างรายได้ได้จากองค์ความรู้ที่นำลงไป พาเขาเพาะกล้าผักหวาน พาเขาปลูกเห็ด พื้นถิ่น เพาะไข่มดแดง ประเภทนี้สร้างรายได้ได้ หลังจากนั้นรัฐบาลแทบจะไม่ต้องส่ง งบประมาณประเภทที่แจกกล้าไม้ หรือปลูกป่าให้ชาวบ้าน ชาวบ้านก็สามารถที่จะปลูกป่า เพิ่มได้เองค่ะ🔗
แล้วโครงการที่ ๒ ที่ดิฉันจะขออนุญาตยกตัวอย่าง ก็อย่างเช่นโครงการ ที่เกี่ยวกับการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ภาคอีสานมีปัญหา ในเรื่องแหล่งน้ำมาโดยตลอด แต่โครงการต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ อย่างเช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่จัดโครงการเข้าไปให้กับประชาชน ประชาชนในพื้นที่ของดิฉัน ไม่สามารถที่จะขอรับงบประมาณ ขอรับโครงการอันนั้นได้เลยนะคะ เพราะว่ามันจะติด เงื่อนไขต่าง ๆ นานาที่ข้าราชการหรือหน่วยงานจากกรมต่าง ๆ สร้างโครงการที่ไม่เหมาะสม กับเกษตรกรในพื้นที่ค่ะท่านประธาน อย่างเช่น โครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีโครงการหลายประเภท หลายแบบ แบบที่ ๑ ๑๐๐ ไร่ เกษตร ๕-๗ คน แบบที่ ๒ ๓๐๐ ไร่ แบบที่ ๓ ๕๐๐ ไร่ แล้วก็กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ แต่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้นก็ยังมี กำหนดว่าปริมาณน้ำใต้ดินต้องเท่านั้นเท่านี้ เกษตรกรอำเภอวานรนิวาส อำเภอบ้านม่วง ซึ่งเรามีปัญหาเรื่องดินเค็ม น้ำเค็ม มีปัญหาเรื่องปริมาณน้ำใต้ดินน้อยอยู่แล้วไม่มีโอกาสรับ โครงการเหล่านั้นเลยค่ะท่านประธาน ในขณะที่บางพื้นที่ ซึ่งมีแหล่งน้ำมากมายอยู่แล้ว ข้าราชการก็ดูข้อมูลจากดาวเทียมนะคะว่าตรงนั้นแหล่งน้ำเพียงพอก็อนุมัติ แหล่งน้ำใต้ดิน เพียงพอก็อนุมัติทั้งที่ไม่ได้ไปดูบริบทจริง ๆ เลยว่าเกษตรกรเขาใช้อันนั้นได้หรือเปล่า ดังนั้น เราจึงเห็นทั่วไปเลยว่ามันก็จะมีแท็งก์ (Tank) น้ำ มีการขุดเจาะแล้วไม่มีเกษตรกรได้ใช้น้ำ อย่างจริง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันพยายามที่จะยกตัวอย่างให้เห็นความชัดเจนของ ความล้มเหลวในการปฏิบัติแผนปฏิรูปประเทศภายใต้ระบบรัฐราชการแบบเดิม ๆ แบบนี้ค่ะ ในประเด็นที่ว่าข้าราชการไม่ได้ไปศึกษาปัญหาที่แท้จริงของประชาชน🔗
ในประเด็นต่อมานะคะ ที่ดิฉันอยากจะพูดถึงก็คือนอกจากตั้งโจทย์ไม่ถูก ในการปฏิบัติก็ยังผิดพลาดค่ะท่านประธาน อย่างเช่นเรื่องการใช้งบประมาณ แม้ว่าคุณ ตั้งโจทย์ถูก งบประมาณถูกอนุมัติมาแล้ว การใช้งบประมาณก็เป็นชิ้น ๆ ไม่เชื่อมต่อกัน วันนี้ดิฉันจะขอพูดเรื่องน้ำบาดาลเยอะนิดหนึ่งนะคะ เพื่อให้การยกตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นบางพื้นที่ บางชุมชนได้รับงบประมาณในเรื่องการขุดเจาะบ่อบาดาล หน่วยงานอื่น ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่า หรือแนะนำพืชผลเกษตรที่มีมูลค่าสูงก็ไม่เคยได้มาเชื่อมต่อกันเลย หน่วยงานภาครัฐที่มีองค์ความรู้ที่จะเพิ่มมูลค่าของพืชผลเกษตรอย่างไรก็ไม่เคย มีการมาเชื่อมต่อกันเลย รวมถึงในเรื่องมาตรฐาน ซึ่งสำคัญมากอย่างเช่น มาตรฐาน อย. ซึ่งเป็นใบเบิกทางที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร วันนี้ดิฉันพบว่าหน่วยงานที่ดูแลในเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานที่ให้มาตรฐานนี้ไม่เคยยื่นมือลงมาเชื่อมกันได้เลย ทิ้งภาระต่าง ๆ ให้เกษตรกรตลอดเวลา หลายครั้งที่ดิฉันลงพื้นที่ติดตามว่าเกษตรกร ที่ต้องการขอมาตรฐาน อย. นี้ติดอะไร บ่อยครั้งได้รับคำตอบจากเกษตรกรว่าเอกสาร เขาไม่ครบ ท่านประธานทราบหรือไม่คะคำว่าเอกสารไม่ครบความผิดไม่อยู่ที่ตัวเกษตรกร หรือผู้ประกอบการนะคะ ถามดูแล้วปรากฏว่าเอกสารนั้นต้องผ่านการอบรมจากหน่วยงาน ซึ่ง อย. ไม่ยอมให้หน่วยงานอื่นร่วมมือในการอบรม กว่า อย. จะลงมาอบรมก็ปี ๒ ปีผ่านไป อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งมันทำให้เกิดปัญหา ทีนี้ในทางปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันเห็นว่ามันมีปัญหาก็คือ เรื่องของตัวชี้วัดค่ะ วันนี้หลายหน่วยงานมีตัวชี้วัดที่ชี้วัดแค่กิจกรรม ชี้วัดแค่ว่า คุณใช้งบประมาณตามกิจกรรมที่เขียนขอไปหรือไม่ แต่ไม่เคยชี้วัด ไม่เคยไปวัดประโยชน์ ที่เกิดขึ้นกับประชาชนค่ะ ดิฉันเองได้มีโอกาสติดตามการทำงานของหน่วยงานหนึ่งนะคะ ที่นำเอาองค์ความรู้ลงไปสู่ชุมชน ปรากฏว่ามีอาจารย์จากมหาวิทยาลัย มีความตั้งใจ ที่จะไปทำงานร่วมกับชุมชน แต่ก็ยังติดปัญหาว่าตัวชี้วัด การติดตามผลงานรายงาน จากข้าราชการ จากผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นอุปสรรคต่อการทำงานที่จะสร้างประโยชน์ ให้ถึงประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเรียนผ่านไปยัง ผอ.สกสว. ว่าให้พิจารณาเรื่อง ตัวชี้วัดนี้ใหม่ค่ะ โครงการไหนที่เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง เขาเรียกว่าเป็นตัวประกัน บอกว่าจะเอาประโยชน์นี้ลงถึงประชาชน ขอความกรุณาว่าอย่ามาหาประโยชน์ในเรื่อง การทำงานวิจัย หรือประโยชน์ในการสร้างผลงานทางวิจัย หรือจะหาผลประโยชน์ก็ให้เป็น เพียงส่วนน้อย อย่าเอาเรื่องนี้เป็นตัวตั้งเป็นตัวหลัก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่ออาจารย์ ที่เขาต้องการที่จะเอาผลงานวิจัยลงสู่ประชาชนอย่างจริงจังค่ะ จากปัญหาทั้งหมดดิฉัน ก็ขอเสนอแนะทางออกนะคะ🔗
๑. ก็คือกรมในส่วนกลางต้องนำปัญหาที่เป็นปัญหาของประชาชนจริง ๆ โดยกำกับให้ข้าราชการในพื้นที่ลงชุมชนนะคะ🔗
๒. กรมส่วนกลางต้องนำปัญหาจริงของประชาชนบรรจุลงไปในแผนงาน และโครงการเพื่องบประมาณ🔗
๓. เจ้าหน้าที่ในกรมเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณ จะต้องลงไปดูพื้นที่จริง และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดนะคะ🔗
สิ่งที่ดิฉันเสนอแนะทางออกไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ หรือว่าเป็นเรื่องยากค่ะ ท่านประธาน มันสามารถทำได้นะคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง ในบางครั้งนะคะที่มีเหตุการณ์ ที่เกิดจริงและเป็นผลดีกับประชาชน ดิฉันก็อยากจะเอามานำเสนอในสภาแห่งนี้ อย่างเช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล หลังจากที่ดิฉันได้หารือไปว่าพื้นที่ของดิฉันมีปัญหาเรื่องน้ำบาดาลมาก ท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ๑๐ ก็ได้ลงไปดูพื้นที่ แล้วก็ทราบว่าปัญหามันมีอยู่จริง โครงการที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นมันไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชน ท่านก็ยังมานั่งดูว่ามันจะสามารถ หาโครงการอื่นเสริม หรือมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร นี่คือตัวอย่างที่ดิฉันอยากจะย้ำให้เห็นว่า วันนี้มีความสำคัญมากค่ะท่านประธาน ทางรัฐมนตรีจะต้องย้ำผู้ปฏิบัติในพื้นที่ได้ลงไป ในพื้นที่ ได้ไปศึกษาปัญหาจริง ๆ ของประชาชน เพราะว่านี่จะเป็นทางออกและจะทำให้ แผนการปฏิรูปประเทศของท่านประสบความสำเร็จได้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และท่านขจิตร ชัยนิคม นะครับ เชิญท่านกัญจน์พงศ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อม พรรคก้าวไกลครับ วันนี้จะขออนุญาตมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องของตัวเล่มรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศนะครับ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ ในภาพรวมครับท่านประธาน รูปเล่มค่อนข้างจะสวยงาม แบ่งเป็นคอลัมน์ (Column) ก็เหมือนจะดูง่ายครับท่านประธาน แต่ปรากฏว่าพอไปดูแล้วจริง ๆ เหมือนกับ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้บอกมานะครับ ในเรื่องของความคืบหน้าของโครงการในการโชว์ (Show) เป็นตัวกลม ๆ ที่เป็นสีเข้ม สีอ่อนนี่ค่อนข้างจะดูยาก ทำให้เราไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้ว โครงการตรงนี้มันถึงตรงไหนแล้วแน่ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นพิมพ์สีมา อันนี้ก็หวังว่าจะมี การปรับปรุงในฉบับต่อไปนะครับ🔗
ส่วนอีกเรื่องก็คือว่าตอนนี้เราต้องมานั่งทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า ระดับความสำเร็จที่ท่านระบุในเล่มนี้มันหมายความว่าอย่างไร เราเข้าใจตรงกันหรือเปล่า ระดับความสำเร็จของโครงการ เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้นะครับ ผมจะมาดูในเรื่องของ การปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม ทีนี้ก็คือถ้าแผนปฏิบัติการของท่านที่ระบุว่าลงมาเป็นแล้วเสร็จ ตามแผนแล้ว หมายความว่าได้ทำโครงการแล้ว ถ้าอย่างนี้ผมก็พอเข้าใจได้ในเล่มนี้ แต่ถ้าท่านหมายความว่าปัญหาที่ท่านกล่าวถึงมาได้รับ การแก้ไขแล้วเรื่องนี้เราจะต้องคุยกันสักหน่อยหนึ่งครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เรื่องแผนปฏิรูป ด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการที่ ๙ การบริหารจัดการขยะในทะเลและชายฝั่ง ระดับ ความสำเร็จ แล้วเสร็จตามแผน ถ้าตีเป็นเปอร์เซ็นต์ผมถือว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ประโยชน์ที่ได้รับมีการจัดการขยะทางทะเลและชายฝั่งอยู่อย่างถูกวิธี ทำให้ปริมาณขยะ ในทะเลลดลง ผมถามจริง ๆ ว่าทุกวันนี้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้วจริง ๆ หรือเปล่า แล้วทำไมมันถึงเป็นโครงการที่แล้วเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวชี้วัดคืออะไร พอไปดู ในรายละเอียดการดำเนินงานครับ ตัวชี้วัดคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศใช้นโยบายประชารัฐขจัดขยะทะเล โดยมีการเปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีการจัดทำโครงการคลีนฟรีเคมเปน (Clean Free Campaign) ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะ และแผนที่ทำ ออกมาแล้วก็คือมีแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี ๒๕๖๐-๒๕๗๙ และแผนปฏิบัติราชการของ ทส. พ.ศ. ๒๕๖๓ ถ้าอย่างนี้เรียกว่าการดำเนินการเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วจริง ๆ อาจจะต้องมานั่งนิยามกันใหม่ว่าสรุปแล้วหมายถึงว่าโครงการ ที่ทางภาครัฐทำโครงการเสร็จแล้ว อันนี้คือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จะต้องมาถึงกระบวนการ ที่จะต้องดูว่าโครงการได้ผลหรือไม่ได้ผลอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่า อันนี้ผมลองถาม เดี๋ยวผม ยกตัวอย่างโครงการต่อไปนะครับ โครงการที่ ๑๑ การบริหารจัดการมลพิษในทะเล และชายฝั่ง วิธีที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการโดยการจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) ๒ แอปพลิเคชัน (Application) อันนี้ก็แล้วเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าอย่างไรครับ คือหมายถึงว่าทำแอปพลิเคชัน (Application) เสร็จแล้ว แล้วตกลงมีคนโหลด (Load) ใช้ไหมครับ มีประชาชนเข้าร่วมเท่าไร เรื่องร้องเรียนมาเท่าไร เรื่องที่แก้ไขเท่าไร ผมเข้าใจนะครับว่าการทำลักษณะแบบนี้มันใส่รายละเอียดโครงการ มาเยอะไม่ได้ แต่การทำโครงการมาแล้วสรุปมาในเล่ม แล้วบอกว่าทำแก้เสร็จแล้ว โดยที่มัน ขัดแย้งกับภาพที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน ผมเพิ่งอภิปรายเรื่องน้ำเสียไป ท่านรัฐมนตรี ก็บอกเองว่าต้องขอบคุณที่ไปถ่ายรูปมาให้ เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่เห็นภาพ แต่ในแผนนี้ ในเล่มที่ท่านออกมานี่บอกทุกอย่างแล้วเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ การแก้ไขมลพิษ ในทะเลและชายฝั่ง และที่ผมถ่ายวิดีโอ (Video) มาลงตลอดปีที่แล้วผมไปถ่าย ๔ ครั้ง มันคืออะไรครับ มันจะแล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร ไปอีกครับ มีอีกครับ โครงการที่ ๒๖ เสริมสร้างระบบบริหารจัดการมลพิษที่แหล่งกำเนิดให้มีประสิทธิภาพ ชื่อโครงการเหมือนดีครับ โครงการแล้วเสร็จเหมือนกันครับ แล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน กรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย โดยสรุปผลการดำเนินงานในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี ๒๕๖๓ หน่วยงานภาครัฐ ระดับกระทรวงและกรม ๑๕๒ หน่วยงาน หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด ๗๖ จังหวัด เท่านี้ครับจบแล้ว เราแก้ปัญหาเรื่องของจัดการมลพิษที่แหล่งกำเนิดได้ง่ายขนาดนี้เลยหรือครับ แค่ถามหน่วยงานภาคกระทรวง กรม แล้วก็จังหวัดเท่านั้นเอง ตกลงแล้วโรงงานไม่ต้องตอบ อะไรเลย ภาคประชาชน น้ำเสีย อันนี้เรื่องขยะอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ปัญหามลพิษ ที่บอกจริง ๆ คือตอนนี้มันมีเรื่องของคุณภาพอากาศ ซึ่งเราเห็น ๆ อยู่เลยว่าปัญหาเรื่องฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ตอนนี้กำลังมาและกำลังจะมาที่ภาคเหนือ คนกรุงเทพฯ ก็เจอมาแล้ว ร่วมเดือนหนึ่ง ปัญหาน้ำผิวดินไม่ได้มีกล่าวถึงในนี้เลย แต่เป็นโครงการที่แล้วเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตกลงเราจะปฏิรูปกันอย่างไรครับ ผมไม่เข้าใจว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้า โครงการลักษณะอย่างนี้ก็จะเข้ามา แล้วก็บอกว่าเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อีกหรือไม่ อย่างกรมควบคุมมลพิษมีอีกในโครงการเดิมตอนนี้ยังอยู่ในขั้นการวางโครงสร้างของ ร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่าการวางโครงสร้างแล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วมันคืออย่างไรครับ การวางโครงสร้างร่าง พ.ร.บ. มันแล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างไรครับ แล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในที่นี้ที่ผมเข้าใจก็คือต้องประกาศเป็น พ.ร.บ. ออกมาแล้ว ใช่หรือไม่ อย่างร่างที่ ๒ จัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ ๑ ๒๕๖๓-๒๕๖๕ (อยู่ระหว่างการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี) แล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างไรครับ คณะรัฐมนตรีให้ผ่านหรือไม่ผ่านยังไม่รู้ แก้ไขอย่างไรหรือเปล่าไม่รู้ แล้วทำไมถึงใส่ระดับ ความสำเร็จมาแบบนี้ ข้ามไปเร็ว ๆ เลยครับ มีตัวชี้วัดที่ออกมาอย่างกรณีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้มีโครงการเปลี่ยนพลาสติก เป็นบุญ ลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างความร่วมมือในการลดการใช้พลาสติกแบบ ใช้ครั้งเดียวทิ้งจากการบริการส่งอาหาร ท่านทราบหรือไม่ครับ ตั้งแต่มีโควิด (COVID) มา พลาสติกชนิดซิงเกิลยูส (Single use) เพิ่มขึ้นถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในตลาด ตกลงลงนาม ไปอย่างไรกับใครบ้าง แล้วผลที่ออกมาคืออย่างไร ทำไมถึงเป็นโครงการละร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าโครงการที่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์คือการไปจดลงเอ็มโอยู (MOU) ณ วันนั้น ผมถือว่า จริง ๆ ตรงนั้นมันคือแค่จุดเริ่มต้นโครงการนะครับ ต่อครับ เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ไปเซ็นมาแล้วเป็นเมืองอุตสาหกรรมน่าอยู่ในระดับพื้นที่ จำนวน ๘ เมือง ทั้งประเทศไทย เรามี ๘ เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเท่านั้น อันนี้ก็ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว อันนี้หนักเลยครับ ส่งเสริมการผลิตการบริการเพื่อรองรับมาตรฐานจีกรีน (G-Green) ในปี ๒๕๖๓ มีผู้สมัคร เข้าร่วมโครงการจากทางผู้ผลิตโอทอป (OTOP) ร้านค้า โรงแรม จำนวน ๒๐๐ กว่าแห่ง ทั่วประเทศ นี่คือโครงการที่แล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ผมถามจริง ๆ อยากจะเห็นนะครับว่า ถ้าเป็นไปได้ในรายงานฉบับหน้าที่ท่านจะส่งมาในอีก ๓ เดือนข้างหน้า ขอให้ใส่โครงการแบบนี้มาด้วย แล้วใส่ตัวชี้วัดมาด้วย เพื่อเราจะได้ดูว่าตกลงแล้วโครงการ ที่ท่านบอกว่าเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์มันเสร็จจริงไหม แล้วประสบความสำเร็จอย่างที่ท่านว่า มันตรงกับใจผู้แทนราษฎรอย่างที่เราคาดหวังหรือไม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอโทษ คุณกัญจน์พงศ์ เอ่ยชื่อผิดไปนิดหนึ่งนะครับเมื่อสักครู่นี้ ต่อไปท่านศาสตราจารย์กนก เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในเรื่องของการรายงานการดำเนินงาน แผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้เราได้ยินการอภิปรายของ ส.ส. ๒ ท่าน ซึ่งอยู่ต่างพรรคกัน ท่านแรกก็คือดอกเตอร์พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และอีกท่านหนึ่งคือนางสาวสกุณา สาระนันท์ ซึ่งอยู่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยอภิปรายสะท้อนภาพเดียวกันครับท่านประธาน นั่นคือสะท้อนภาพที่เป็นหัวใจ ของปัญหาของการปฏิรูปประเทศ นั่นก็หมายความว่าทั้งสองท่านสะท้อนให้ชัดว่าการปฏิรูป ประเทศไปไม่ถึงประชาชนเป้าหมาย และที่สำคัญก็คือตัวปัญหาที่ไปไม่ถึงนั้นเป็นเพราะ หน่วยปฏิบัติของการปฏิรูปราชการเป็นสำคัญครับท่านประธาน เช่นเดียวกันครับท่าน ประธาน ผมจะขออนุญาตพูดเฉพาะแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ไปไม่ถึงตัว นักเรียนครับท่านประธาน ซึ่งก็เป็นเสียงสะท้อนอีก ๑ เสียงที่เหมือนกันว่าการปฏิรูปประเทศ ไปไม่ถึงเป้าหมายคือประชาชนของเรา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการสร้าง โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยซึ่งรายงานว่าได้ทำไปนะครับ ในความเป็นจริงพบว่าผู้ที่ปฏิบัติหน่วยงานนี้ก็คือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางด้าน การศึกษา ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเด็กยากจนพิเศษ เด็กที่มีปัญหาพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านประธาน แต่ในเวลาเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการกำลังควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก แล้วก็ ปล่อยให้โรงเรียนที่อยู่บนภูเขา อยู่ตามเกาะในถิ่นทุรกันดารที่เรียกกันภาษาสวย ๆ ว่า สแตนด์อะโลน (Stand alone) ยืนตายตามลำพัง ตามยถากรรม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษานั้นมีการทำบางส่วนจริง แต่เรื่องใหญ่ไม่ได้ทำครับ อันนั้นเป็นปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ ตัวอย่างที่ ๒ ครับ ท่านประธาน ในรายงานบอกว่ามีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ ของนักเรียนซึ่งดีมาก แล้วก็ขอบคุณสภาพัฒน์นี้ เพราะคำนี้เป็นคำที่ผมอภิปรายมาตลอด แล้วสภาพัฒน์ก็เปลี่ยนนะครับ การเรียนการสอนต้องนำไปสู่การเรียนรู้ของนักเรียน อันนี้ก็ขอบคุณสำนักงานสภาพัฒน์ท่านทำถูกต้องนะครับ วันนี้ครับท่านประธาน การจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้มันไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับท่านประธาน ที่ไปไม่ถึง ตัวนักเรียน ก็เพราะว่านักเรียนยังมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ การสอนออนไลน์ (Online) วันนี้ในสภาวะโควิด (COVID) ก็ไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับ ท่านประธาน แล้วก็มีรายละเอียดอีกเยอะมาก แต่ถ้าลงไปดูในรายละเอียดของการปฏิบัติ ในรายงานก็จะบอกว่ามีการปรับปรุงกลไกการปฏิรูป มีการจัดทำแผนการศึกษาอะไรต่าง ๆ ฟังดูดีหมดเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น แผนรับรองการบรรจุนักเรียนทุน โครงการผลิตครู เพื่อพัฒนาท้องถิ่นปีการศึกษา ๒๕๖๓ จำนวน ๕,๓๑๑ อัตรา ฟังดูดีนะครับเหมือนกับว่า เราจะมีครูให้กับท้องถิ่น ๕,๓๑๑ อัตรา คำถามก็คือครู ๕,๓๑๑ คนนี้มีอะไรบ้างที่จะ ประกันว่าเขาสอนแล้วจะทำให้เกิดการเรียนรู้ของนักเรียนครับ จบลงแผนปฏิรูปคือ มีครูเพิ่มขึ้น ๕,๓๑๑ คนครับแต่นักเรียนไม่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นนะครับ อันนั้นคือปัญหาที่เกิดขึ้น🔗
ต่อไปครับท่านประธาน ตัวอย่าง โครงการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ สเต็ม (STEM) ศึกษาครับ สเต็ม (STEM) ศึกษาพูดกันหมดทั้งกระทรวงครับ แต่ปรากฏว่า สอบโอเน็ต (O-NET) เด็กไทยตกคณิตศาสตร์ ตกวิทยาศาสตร์ ตกภาษาอังกฤษ มีผ่าน วิชาเดียวเท่านั้นคือภาษาไทยครับท่านประธาน แล้วถ้าอย่างนั้นสเต็ม (STEM) มันคือไรล่ะครับ คณิตศาสตร์ตก วิทยาศาสตร์ตกครับ ตรงนี้เป็นตัวชี้ให้เห็นว่ามันไปไม่ถึงตัวนักเรียนนะครับ แล้วก็ในเวลาเดียวกันที่น่าสนใจบอกว่ามีโครงการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) เพื่อการเรียนรู้แห่งชาติครับท่านประธาน วันนี้เราได้รับการร้องเรียนมาก จากพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องการสอนออนไลน์ (Online) มันไปไม่ถึงนะครับทำไม่ได้ แล้วระบบนี้ก็ตอบบอกว่าน่าจะทำให้เกิดขึ้นได้ แต่ท่านประธานครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ระบบนี้เกิดขึ้นแล้วก็จบลงที่การจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้นละครับ แต่ไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับ และผมรับประกันว่าไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า เราจะต้องมาพูดความจริงกันว่า คำถามเรื่องการปฏิรูปการศึกษาภายใต้แผนการปฏิรูป ประเทศนั้นมันคืออะไรกันแน่ ผมขออนุญาตถามนะครับว่า ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ มีคำตอบทางเทคนิคต่อการแก้ไขปัญหาการปฏิรูปการศึกษาจริงหรือไม่ คำถามทางเทคนิค เบื้องต้นเลยครับ ก็คือว่าสอนอย่างไรให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ครับ นี่คือสิ่งที่สภาพัฒน์ ได้เขียนไว้ชัดเจนมาก ถามว่าสอนอย่างไรครับให้เกิดการเรียนรู้ ท่านประธานก็คงจำได้ ผมอภิปรายในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ๕ บวก ๑ กับ ๑ บวก ๕ ๒ คูณ ๓ กับ ๓ คูณ ๒ วิธีการแบบนี้ไม่อยู่ในแผนของการปฏิรูปการศึกษาเลยนะครับ เพราะมันจะต้องลงไปแก้ที่ตัวครู ไปเปลี่ยนวิธีการสอนของครู กำกับให้ครูสอนจริงตามนั้นในห้องเรียนจริงครับท่านประธาน แต่สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นภายใต้ระบบและกลไกการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านประธาน ผู้บริหารการศึกษาของกระทรวง ขออนุญาตถามตรง ๆ ว่าท่านเคยคิดถึง นักเรียนหรือไม่ในการปฏิรูปการศึกษา เพราะโครงการที่ท่านเสนอมานั้นเป็นโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับระบบและกลไกเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของข้าราชการ ในกระทรวงศึกษาธิการเป็นสำคัญเท่านั้น แล้วก็ความสะดวกในการทำงานของข้าราชการ ในกระทรวงจะทำให้เกิดคุณภาพของนักเรียนดีขึ้นหรือไม่ ไม่มีคำตอบครับท่านประธาน นี่คือคำถามที่ผมคิดว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวครับท่านประธาน ผมจึงอยากขออนุญาตฝากเรื่องนี้ไปยังสภาพัฒน์ โดยเฉพาะท่านเลขาธิการ ซึ่งจะต้อง เป็นผู้ประสานในเรื่องเหล่านี้ ที่ผมต้องฝากกับท่านเพราะว่าผมเห็นใจสภาพัฒน์ ผมไม่ต้องการ ให้สภาพัฒน์ต้องเป็นจำเลยต่อความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศครับ และผมอยาก เปลี่ยนให้สภาพัฒน์เป็นโจทย์ของการปฏิรูปประเทศครับ เพราะว่าจำเลยที่แท้จริงคือกระทรวง ในกรณีนี้คือกระทรวงศึกษาธิการในฐานะที่ปฏิบัติไม่ได้ แผนของสภาพัฒน์ไม่ได้เป็นปัญหา แต่เป็นปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตฝากดังนี้ครับ🔗
ข้อที่ ๑ ขอให้วัดคุณภาพของตัวนักเรียนที่เปลี่ยนแปลง วัดที่คุณภาพของ ตัวนักเรียนที่เปลี่ยนแปลงเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการปฏิรูปครับ เรื่องอื่นสภาพัฒน์ ไม่ต้องไปสนใจครับ เขาจะรายงานอะไรให้เขารายงานไปเลยครับ แล้วถามคำเดียวว่า คุณภาพนักเรียนดีขึ้นหรือเปล่า ดีขึ้นตรงไหนเอาหลักฐานมายืนยัน อันนั้นคือตัวชี้วัด การเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการศึกษาครับ นั่นคือข้อฝากข้อที่ ๑🔗
ข้อฝากข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ขอให้รัฐบาลได้กำกับให้สำนักงบประมาณ จัดงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปที่ท่านปรับปรุง เดี๋ยวผมจะ อภิปรายต่อไปครับ เพราะว่าสภาพัฒน์ทำแผนมา รวบรวมแผนมาด้วยความยากลำบาก แต่งบประมาณมันไม่เป็นไปตามนั้นหรอกนั้น กำลังคนก็ไม่เป็นไปตามนั้น อำนาจการจัดการ ก็ไม่เป็นไปตามนั้น แล้วถ้าอย่างนี้จะให้แผนสำเร็จแล้วให้สภาพัฒน์รับผิดชอบได้อย่างไร สภาพัฒน์รับผิดชอบ ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ผมผ่านท่านประธานไปยัง ท่านเลขาธิการนะครับ ท่านต้องไม่ทำตัวเป็นจำเลย ท่านต้องลุกขึ้นมาเป็นโจทย์ และจำเลย ที่แท้จริงคือกระทรวงในฐานะผู้ปฏิบัติแผนนะครับท่านประธาน🔗
ข้อสุดท้ายครับ ขอให้สภาพัฒน์ได้รายงานกับรัฐบาลในเรื่องของกฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติแผนครับ กฎระเบียบนี้มี ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือ เรื่องของการจัดซื้อจ้างที่กรมบัญชีกลางรับผิดชอบ ขอให้เป็น การจัดซื้อจัดจ้างคุณภาพ ไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้างที่ราคาต่ำแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ราคาที่ถูกต้องเป็นธรรมเป็นเรื่องสำคัญครับ แต่คุณภาพก็สำคัญเช่นเดียวกันครับ ไม่ใช่ ทิ้งคุณภาพเอาแต่ราคา🔗
ประการที่ ๒ เรื่องอีบิดดิง (e-Bidding) จะต้องทำให้กรมบัญชีทำให้อีบิดดิง (e-Bidding) เป็นอีบิดดิง (e-Bidding) ที่โปร่งใสจริง ๆ ไม่ใช่เป็นอีบิดดิง (e-Bidding) ที่มีการกล่าวหาว่ามีการขายข้อมูลของการประมูลเกิดขึ้นครับท่านประธาน🔗
และอันสุดท้าย กฎระเบียบที่ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ สตง. ตรวจผลสำเร็จของการปฏิบัติราชการ ไม่ใช่ตรวจเอกสาร ไม่ใช่ตรวจกระบวนการ ใช้งบประมาณครับ แต่ตรวจผลสำเร็จของแผนปฏิรูปประเทศครับ ถ้าอย่างนี้แล้วสภาพัฒน์ ก็จะมี สตง. เป็นตัวช่วยในการที่จะแก้ไขปัญหานี้🔗
ผมขออนุญาตสรุปครับท่านประธานว่า ตัวอย่างที่ผมยกมานี้เป็นตัวอย่าง ที่ผมเห็นใจสภาพัฒน์ และผมอยากให้สภาพัฒน์กล้า ๆ หน่อยครับ รายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับว่ากระทรวงนี้มีปัญหาทางเทคนิคครับ ท่านไม่มีความรู้จะแก้ เรื่องนี้ครับ กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนแปลงคุณภาพนักเรียนไม่ได้ครับ เพราะท่านไม่รู้วิธี จะทำอย่างไรครับ พูดกับท่านนายกรัฐมนตรีตรง ๆ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ กฎระเบียบ ของทางราชการมีปัญหาจริง ๆ ครับ และเกิดปัญหาแบบนี้ครับ ผมคิดว่าความกล้าหาญ ของสภาพัฒน์จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง และถึงตอนนั้น ประชาชนในกรณีการศึกษาก็คือตัวนักเรียนจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง อันนั้นคือ สิ่งที่เราคาดหวังครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย จากการายงานความก้าวหน้า ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ เล่มนี้ คือไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านทั้งเล่มหรอกครับ เพราะว่าทั้งเล่มนี่คือรายงาน ที่พยายามที่จะเขียนให้มันเป็นเล่มเท่านั้นเอง มันไม่มีความเป็นจริงอะไรรองรับเลย ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้อยู่ในระหว่างที่เดี๋ยวตั้งกรรมการเสร็จ ตั้งกรรมการไม่เสร็จ มันจะไปนี่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียเวลาเรื่องนี้มาก เรื่องที่ควรจะเป็นสาระกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญหลายมาตรา กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระหรือความเป็นจริงในเรื่อง ของความก้าวหน้าเลย นี่ผมกล่าวหาแบบนี้ท้าทายได้นะ ท้าทายไปอ่านเฉพาะบทนำเรื่องนี้ ปี ๒๕๖๑ ครม. อนุมัติเมื่อวันที่ ๖ แล้วก็มาการปรับแผนเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๒ ปรับปรุงแผนนี่ แต่ว่ายังไม่ได้ทำอะไรปรับปรุงแล้ว ตั้งคณะกรรมการยังไม่ครบปรับปรุงแล้ว แล้ววันที่ ๕ เห็นชอบขยายแผน วันที่ ๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ ท่านประธานแล้วจะมีอะไรทำ ในเดือนกันยายน แล้วมารายงานทำไมหลาย ๆ ครั้งนี่มันไม่มี เอาอย่างนี้แล้วกันยกตัวอย่าง แผนการปฏิรูปทางด้านการเมืองมันไม่มีอะไรหรอกครับ ยกเว้นว่าเขียนว่าให้ประชาชนเข้าใจ มีส่วนร่วม แต่ความเป็นจริงเป็นอย่างไรครับ คนที่เขียนแล้วรัฐบาลที่บริหารประเทศไม่เข้าใจ เรื่องประชาธิปไตยว่าประชาชนต้องมีอำนาจ ไม่เข้าใจเลย มีใครเรียกร้องอะไรนิด ๆ ท่านก็ไปปราบเขา ไปทำอะไรเขานี่มันของจริงอยู่แล้ว ทำไม่ได้หรอกครับ สภาพัฒน์ก็ไปเขียนท่านก็เขียนตามหน้าที่ท่านนั่นละ ท่านเสียหายด้วยในเรื่องนี้เขียนนี่ ท่านบอกว่าจะทำการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย มีอยู่ ๑๔ ฉบับท่านจะปฏิรูปท่านบอกว่า อยู่ในระหว่างดำเนินการ ๑๒ ฉบับ แล้วท่านทำไป ๒ ฉบับใน ๓ ปี นี่คือความล้มเหลว ที่ผมจะชี้ให้ท่าน อย่าพยายามพูดตามเล่มนี้นะครับ ถ้าพูดตามเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยนะ แล้วท่านบอกว่าแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมท่านต้องทำกฎหมาย ๔๐ ฉบับ แต่ว่า ท่านประธานครับ เหลืออีก ๓๕ ฉบับอยู่ในระหว่างดำเนินการ แล้วกฎหมายไม่เสร็จ แล้วปฏิรูปจะเดินไปอย่างไร แผนปฏิรูปด้านเศรษฐกิจต้องทำกฎหมาย ๓๓ ฉบับ เหลืออยู่ ๒๕ ฉบับ ทุกเรื่อง กระบวนการยุติธรรมท่านบอกว่าให้แจ้งความได้ทุกโรงพักทุกที่ที่เกิด เกิดเหตุที่ไหนเข้าไปโรงพักไหนแจ้งได้หมดทางออนไลน์ เดี๋ยวนี้ยังไม่มีวี่แววเลยจะทำ แล้วทำทำไม แล้วรายงานทำไม ซ้ำซาก เสียเวลามาก ท่านประธานไปปรับปรุงหรือไป คิดหน่อยกับรัฐบาลถ้าทำไม่ได้ก็ยกเลิกเสียอย่ามาทำแบบนี้มันอายเขา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่มีบางท่านพูดถึงการปฏิรูปทางด้านการศึกษา ผมนี่ว่าจะไม่พูด แต่ประเด็น ที่ท่านทั้งหลายที่ยังไม่พูดผมขอพูดด้วย เดี๋ยวนี้เขามีพระราชบัญญัติการศึกษา มีกฎหมาย การศึกษา แต่การปฏิรูปการศึกษาคือทำตามกฎหมายทางการศึกษาที่ประกาศใช้อยู่ แต่ว่าท่านไปทำแผนมาตรการอะไรซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยกว่ากฎหมายทางการศึกษามาก หัวใจเลยนะ แล้วรัฐบาลนี้เสนอกฎหมายทางการศึกษาไป เรื่องไปถึงกฤษฎีกา กฤษฎีกา ถามมายังกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการไม่ตอบเขาจำหน่ายออกจากระบบ อายเขาไหมล่ะปฏิรูปการศึกษาอะไรอย่างนี้ เสร็จแล้วกฎหมายการศึกษาในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ แล้วก็มาตราต่อมาเขาบอกว่า ให้สถานศึกษากำหนดการเทียบโอนการเรียน ใน ๓ รูปแบบ คือ ในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย แล้วท่านปฏิรูปอย่างไรการศึกษา ตามอัธยาศัยซึ่งเป็นการศึกษาที่ต้องตอบสนองศักยภาพของประชาชน ตามศักยภาพ ตามเวลา ตามอะไรเขาอาจจะเรียนรู้จากสื่อ จากชีวิตจริง แล้วเขาไปเทียบโอนที่ไหน สถานศึกษาในประเทศไทยในยุคที่ท่านปฏิรูปไม่มีที่จะเทียบโอนเลยเพราะท่านไม่เคยอ่าน กฎหมายการศึกษาอย่างจริงจัง เวลานี้การศึกษานอกโรงเรียนของประเทศไทยทำได้ เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ไหม ต่างประเทศเขาเข้ามาดำเนินการในประเทศไทย ด้วยความยากลำบาก ปริญญาตรีนอกระบบมีหรือยัง ไม่มี ทำได้แค่มัธยมศึกษา แล้วปฏิรูป การศึกษาอย่างไร วันนี้รัฐบาลพยายามพูดถึง พูดถึงว่าอาชีพครูไม่ต้องมีใบประกอบ วิชาชีพครูก็ได้ มีแค่ใบอนุญาตให้ไปเป็นครู แปลว่าท่านกำลังคิดว่าวิญญาณของความเป็นครู จรรยาบรรณแห่งความเป็นครูไม่มีความจำเป็นในยุคการปฏิรูป ใช้ได้ที่ไหนความคิดแบบนี้ สวนทางกับโลกเขา จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพต้องมี มีโดยจะต้องให้ความเคารพ แล้วมีวิชาชีพอะไรที่สูงกว่าความเป็นวิชาชีพครู เพราะครูเป็นคนที่สอนคน สร้างคน แล้วถึงจะไปสร้างชาติ แล้วยังบังอาจทำลายความเป็นครูทั้งขบวนเลย ทั้งขบวนว่า ปฏิรูปการศึกษาไม่ต้องพูดเลย ท่านไม่ต้องอธิบาย ท่านไม่ต้องว่าอธิบายผม มันไม่มีความหมายแล้ว วันนี้ท่านบอกว่าปฏิรูปการเรียนใช้ครู ๔๐๐-๕๐๐ คนเอามาลงทำไม การศึกษารัฐธรรมนูญเขาเขียนใช่ไหมต้องจัดให้การศึกษาฟรี ๑๒ ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วก็เสมอภาคกันทั่วประเทศ แล้วท่านมาเขียนทำไมปฏิรูปครู ๕๐๐-๖๐๐ คน ในแผนปฏิรูป มันน่าอายมากนะถ้าคนเขารู้เรื่องการศึกษา เขาต้องทำทั้งประเทศแล้วกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ ไปอ่านดูสิรัฐธรรมนูญน่ะ เสร็จแล้วพอมา เขียนกฎหมายพูดเรื่องยุบโรงเรียนยังไม่จบยังบอกจะยุบอีก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการแถลง แล้วท่านเขียนไว้ทำไมจะปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้อง กับเทคโนโลยีความเจริญของประเทศชาติและความเจริญของระบบการสื่อสาร เขียนทำไม โรงเรียนเล็ก ๆ ทำไมไปยุบเขา หมู่บ้านเขาและเทคโนโลยีที่เจริญทำไมไม่ใช้ การสื่อสาร ทางไกล ครูอยู่ที่เดียว อยู่มหานครลอนดอนก็ยังสื่อสารมาได้เลย แล้วท่านทำไมต้องไปยุบ โรงเรียนเขา แล้วท่านรู้ไหมว่าเสียงโห่ร้อง ร้องไห้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มันยังมีอยู่ที่ท่านบอก จะยุบนี่ สัปดาห์ก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังมาแถลงนะ จะเดินนโยบาย ควบรวมโรงเรียน โธ่เอ๊ย ผมบอกเป็นร้อย ๆ ครั้งแล้วในสภานี่เรื่องการศึกษา แล้วทำทำไม แล้วประกาศ คสช. ยกเลิกระบบการบริหารที่ประชาชนมีส่วนร่วม ครูเขามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีระบบการบริหารแบบไตรภาคีโดยตำแหน่ง โดยผู้แทนครู โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านทำลายหมด ท่านโอนการศึกษาไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจคนเดียว เพราะความคิดของเผด็จการอย่างไรแบบนี้ แล้วปฏิรูปมาเสนอทำไมนี่ท่านประธาน ถ้าทำเท่านี้ไม่ต้องเอามาเข้าวาระนะ เสียเวลา เสียความรู้สึกมาก เราแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ ผมก็อายนะ ผมพูดหลายครั้งแล้วเรื่องการศึกษา ไปอ่านพระราชบัญญัติการศึกษาบ้าง ไม่ใช่มาอ่านแผนที่ตัวเองเขียน จิ๊บจ๊อย การศึกษาจะสร้างชาติได้อย่างไร จะปฏิรูปได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่เห็นความสำคัญของครู สมาพันธ์ครูทั่วประเทศเกิดขึ้นด้วยความสำนึก ในการปกป้องวิชาชีพครู ท่านไปทำลายเขาหมด เขากำลังต่อต้านเรื่องกฎหมายการศึกษา จนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการไม่เอา ไม่ยืนยันพระราชบัญญัติการศึกษาของตัวเอง นี่คือเรื่องที่อยากจะพูดแรง ๆ ว่าความอัปยศทางการศึกษา ไปดูให้ดี สภาพัฒน์ไปดูให้ดี🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน มีหลายเรื่องแล้วผมพูดได้ ๑ ชั่วโมงยังไม่จบด้วย ๑๓ ด้าน ผมขอพูดด้านสุดท้ายเรื่องการบริหารบ้านเมือง เรื่องปรับปรุงระบบราชการ สภาพัฒน์เขียนระบบดีมาก ระบบอีเมนเซอร์ (eMENSCR) ที่ติดตามการทำงานของ หน่วยราชการให้สีแดง สีเหลือง สีส้ม สีเขียว หน่วยงานไหนประสบความสำเร็จสูงให้ขึ้นสีเขียว🔗
ท่านขจิตร สรุป ๆ ด้วยนะครับ ท่านสรุปนิดหนึ่งนะครับ ท่านเลยเวลามาเยอะแล้วครับ สรุปครับ🔗
ใช้ได้หรือยัง ตอนนี้ยังไม่ได้ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะกล่าวต่อท่านประธานนะ ระบบการว่าใครอยากพูดว่าต้อง ๗ นาที มีข้อมูลมากก็ ๗ นาที เมื่อไรจะเลิก ไม่มีคนพูดเรื่องนี้เลย เสร็จแล้วคนจะพูดมาก ๑ ชั่วโมง ยังไม่จบให้มัน ๗ นาทีนี่ละ ระบบนี้ผมทนมานานแล้ว ขอบคุณมากครับ🔗
ยังไม่สรุปเลย จบเลย ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้ชี้แจงครับ หมดท่านสมาชิกที่จะอภิปรายแล้วครับ ท่านผู้ชี้แจงมีอะไรจะชี้แจงไหม ไม่มีใช่ไหมครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ มีนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านนะครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนของคณะกรรมการปฏิรูป แล้วก็สำนักงานขับเคลื่อนการ ปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มารับฟังความเห็นของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้นะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณความเห็นและข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปรายแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับ การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศในรอบ ๓ เดือน ช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ ซึ่งในเรื่องนี้สำนักงานจะได้ประสานกับทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ดำเนินการ ตามข้อเสนอแนะ และความเห็นของท่านสมาชิกในวันนี้ไปปรับปรุงแล้วก็เร่งรัด การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับ โดยเฉพาะข้อเสนอที่เป็นประโยชน์จากท่านสมาชิก โดยเฉพาะเรื่องของการขับเคลื่อนที่จะต้องให้ความสำคัญกับการทำงานในระดับพื้นที่ ที่จะต้องเชื่อมโยงกับประชาชน และการปฏิรูปที่จะต้องมุ่งไปสู่ประชาชนเป็นหลักนะครับ🔗
สำหรับความเห็นของท่านสมาชิกนะครับ สำนักงานขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ทุกครั้งที่ได้มีการรายงานในสภาแห่งนี้ สำนักงานได้นำความเห็นของท่านสมาชิกทั้งหมด นำเสนอคณะรัฐมนตรีทุกครั้ง แล้วหลายเรื่องก็ได้มีข้อเสนอให้สั่งการให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามความเห็นของท่านสมาชิกนะครับ แม้ว่าบางเรื่องจะไม่ได้ อยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็บางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องไปขอความร่วมมือกับ หน่วยงานอิสระ อย่างเช่นธนาคารประเทศไทย แล้วก็เรื่องของความเดือดร้อน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านสมาชิกได้พูดเกี่ยวกับเรื่องน้ำที่ห้วยอีแร้งอย่างนี้เป็นต้น ก็ได้นำเสนอไปที่ ครม. ด้วยนะครับ แล้วก็เดี๋ยวจะนำเสนอไปอีกเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง แบบคุณภาพ เรื่องอีบิดดิง (e-Bidding) เรื่องของการตรวจความสำเร็จของการปฏิรูป ประเทศ โดยที่จะให้ดูจากความสำเร็จไม่ได้ดูจากเอาต์พุต (Output) นะครับ ผมขออนุญาต อธิบายนิดหนึ่งนะครับว่า ในการประมวลผลที่ออกมาเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ นี่นะครับ ก็เรียนอย่างนี้ว่าในแผนการปฏิรูปประเทศกำหนดกิจกรรมเอาไว้ว่าในเรื่องหนึ่ง นี่จะทำเรื่องอะไร ประเด็นที่จะทำจะทำอะไรบ้าง อย่างเช่นในเรื่องของการจัดการขยะ ทางทะเล ยกตัวอย่างว่าเขาก็จะมีการจัดทำแผนนะครับ ซึ่งอันนี้จะเป็นกิจกรรมที่เขาจะทำ คำว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือเขาทำแผนแล้วนะครับ แต่ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ความสำเร็จของเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่นี้นะครับ จะต้องมีการติดตามต่อนะครับว่าผลสัมฤทธิ์ ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ก็อย่างเช่นอย่างที่ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นเมื่อสักครู่ว่า จริง ๆ การทำแผนเสร็จแล้วไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วนะครับ การทำแผนเสร็จแล้ว นั่นคือกิจกรรมที่เขาจะทำในแผนปฏิรูปนี่เสร็จแล้ว แต่การดำเนินงานจะต้องมีการติดตามต่อ ว่าเขาจะทำได้สำเร็จตามนั้นหรือเปล่านะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ อย่างที่ได้เรียนตอนต้นนะครับว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เห็นชอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง แล้วก็แนวทางการขับเคลื่อนแผนดังกล่าว แล้วนะครับ ทีนี้ในส่วนของขั้นต่อไปก็คือในการขับเคลื่อนในรายละเอียดสำนักงาน และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบตามแผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงทั้งหมด ๓๖ หน่วยงาน เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ แล้วก็ได้มีการทำแผนขับเคลื่อนที่จะมีการถ่ายทอดขั้นตอนและวิธีการ ลงสู่หน่วยงานปฏิบัติให้เกิดผลในการขับเคลื่อนได้อย่างแท้จริง ซึ่งในเรื่องแผนการปฏิรูป ประเทศฉบับปรับปรุง ซึ่งจะมีการนำเสนอในวาระถัดไปนี่นะครับก็จะเป็นกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งจะมีทั้งหมด ๖๒ กิจกรรม ซึ่งก็ขออธิบายนิดหนึ่งว่าคำว่า บิ๊กร็อก (Big Rock) ก็คือในลักษณะที่เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่จะต้องทำให้เสร็จให้ได้นะครับ ก็เป็นคำเปรียบเทียบ นะครับว่าเหมือนกับหินก้อนใหญ่ ๆ ที่เราจะต้องมีการขับเคลื่อนไปให้ได้นะครับ ทีนี้ในแผนการขับเคลื่อนก็จะเป็นแผนในเชิงปฏิบัติที่หน่วยงานรับผิดชอบจะระบุหน่วยงาน ร่วมดำเนินการ ระยะเวลาที่แล้วเสร็จ แล้วก็โครงการที่จะทำ ผลของเป้าหมายที่จะมี ต่อกิจกรรมนั้น กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) อันนั้น ซึ่งก็จะเป็นโครงการและการดำเนินงาน ที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเรื่องนี้ทางหน่วยงานก็ได้ส่งกลับมาที่สำนักงานแล้วนะครับ แล้วสำนักงานก็ได้นำเสนอ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านที่เกี่ยวข้องในเรื่องของแผนขับเคลื่อนเพื่อพิจารณาแล้ว ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเห็นชอบออกมา แล้วก็จะนำเสนอท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติต่อไปนะครับ🔗
นอกจากนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณก็ขอเรียนว่าทางสำนัก งบประมาณก็ได้นำแผนปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะแผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง แล้วก็ แผนฉบับเดิมนี่เอาไว้เป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งในนี้ก็จะรวมถึงเป้าหมายเรื่องตัวชี้วัดด้วยนะครับ ซึ่งสำนักงานก็ได้มีการเสนอ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาการของบประมาณสนับสนุนสำหรับโครงการ ที่มีความสำคัญเร่งด่วน เช่น เรื่องของการของบกลางในการดำเนินกิจกรรมบางกิจกรรม สำหรับรายละเอียดของการขับเคลื่อนแต่ละกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ทางสำนักงาน ก็จะนำมารายงาน ท่านสมาชิกเพื่อทราบในโอกาสต่อไปนะครับ🔗
สุดท้ายนี้กระผมพร้อมด้วยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและสำนักงาน ขอขอบพระคุณท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสมาชี้แจง รายงานความคืบหน้าในครั้งนี้นะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านขจิตร มีอะไรยังข้องใจ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณที่รัฐบาลส่งรัฐมนตรีมา เพราะครั้งแรกผมจำได้ท่านให้เลขาธิการ สภาพัฒน์มา แล้วถามหาหนังสือมอบอำนาจโดยกฎหมายอะไร ถาม ๓ ครั้งตอบไม่ได้ ผมขอความกรุณาฝากรัฐมนตรีที่มานะครับ ท่านรัฐมนตรีไปบอกรัฐบาล ไปบอกนายกรัฐมนตรี เวลาประชุม ครม. พฤติกรรมที่ทำอยู่นี่คือการไม่ให้เกียรติสภา การทำตามหนังสือ โดยไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลย ผมใช้คำว่า ไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลยนะ นอกจาก การเขียนหนังสือให้มันดูดีขึ้น ให้มันดูว่ามีการเคลื่อนไหว มีแค่นี้เอามารายงานทำไม มันเสียเวลา ท่านต้องไปกำกับ หรือสภาพัฒน์ต้องกำกับ ครม. หรือ ครม. จะกำกับสภาพัฒน์ ไม่ทราบ เพราะว่าเดิมทีใครเป็นคนคิดเรื่องการปฏิรูปประเทศ ผมอยากจะย้ำและโดยสรุป ให้ท่านประธานว่ามันเป็นความล้มเหลวที่สุดในเรื่องกำหนดเรื่องการปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าด้านใดก็ตามท่านถอยหลังหมดเลย ท่านบอกว่าท่านจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติบริหาร จัดการขยะ ขึ้นมาแรก ๆ ท่านบอกประกาศเป็นวาระแห่งชาติ วันนี้เป็นอย่างไร วันนี้คณะกรรมการระดับจังหวัดไม่กล้าที่จะคิดบอกการบริหารจัดการขยะ ใช้เป็นว่า คณะกรรมการจังหวัดสะอาด แล้วไม่พูดถึงวาระแห่งชาติเลย แล้วขยะยังเต็มแผ่นดินอยู่ กองท่วมอยู่ที่ กทม. แล้วกองท่วมอยู่ที่ อบต. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก การปฏิรูป มา ๕-๖ ปีไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการบริหารจัดการขยะจาก กทม. ถึง อบต. สรุปชัดเจนอย่างนี้ การบริหารการศึกษา ปฏิรูปการศึกษาใช้ระบบเผด็จการเข้าไปครอบ เปลี่ยนแปลงระบบหมด โครงสร้างทำไม่ได้ กฎหมายไม่มีความหมาย โรงเรียนเป็นนิติบุคคล ไม่เป็น การปรับปรุงราชการล้วนแต่ล้าหลังทั้งสิ้น ไม่ว่าเรื่องที่ดิน การบริหารจัดการที่ดิน ประชาชนหม่นไหม้ ทำเรื่อง ส.ค. ๑ ทำตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เดือนกุมภาพันธ์ มีหลักฐาน ส.ค. ๑ จนกระทั่งถึงวันนี้ประชาชนยังทุกข์ยากเดือดร้อนร้องห่มร้องไห้จากที่ตัวเอง ที่อยู่มีปัญหานี้เต็มแผ่นดิน จากเกาะหลีเป๊ะถึงอมก๋อยจังหวัดเชียงใหม่ ไปถึงอุดรธานี รอบภาคอีสานนครพนมบ้านท่านประธานมีปัญหานี้หมด แล้วปฏิรูปอยู่ตรงไหน ไม่มี แก้ปัญหานี้ได้หรือยัง ไม่มี ระบบราชการโตใหญ่เทอะทะ ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ให้กรมบัญชีกลางทำ ก็บอกแล้วอย่างไรว่ามันทุจริต ข้อมูลบริษัทสุดท้ายเขาอยากรู้ อยากทำอะไร เขาซื้อให้หมด บอกให้แก้ไขวันนี้ยังไม่แก้ สรุปแล้วท่านประธาน ต่อไปก็จะพูด เรื่องนี้แล้วนี่เรื่องแผนปรับปรุงการปฏิรูปประเทศรายงานมาทำไมนี่มันเพิ่งเริ่มต้น จากอันนี้ แสดงว่าเพิ่งเริ่มต้น เล่มนี้แสดงความล้มเหลวของเล่มนี้ แล้วก็เล่มอื่น ๆ นั่นคือข้อสรุป ฝากท่านรัฐมนตรีไปด้วย🔗
ก็เอาไว้🔗
ถ้าจะเข้ามาสภาครั้งต่อไปให้มีอะไร ที่มันก้าวหน้าโดยรูปธรรมที่เห็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ🔗
ท่านขจิตร ก็เอาไว้อภิปรายในฉบับหน้าฉบับต่อไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบ การอภิปรายซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ความจริงแล้วถ้าผมเป็นเจ้าหน้าที่ ผมก็อยากจะตอบท่านขจิตร ชัยนิคม เหมือนกันนะครับว่า เจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากจะมาหรอกครับ แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับไว้ให้มาตรา ๒๗๐ ฉะนั้นก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมชี้แจงทุกท่าน ขอบคุณครับ ถือว่าจบการพิจารณา ๒.๓ นะครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๔ รับทราบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง)🔗
ด้วยสำนัก นายกรัฐมนตรีได้เสนอ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๓ ประกอบมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ เห็นชอบ แผนการปฏิรูปประเทศ ดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วตามที่สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางเอกสารตามที่นั่ง ของท่านสมาชิกนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ มีประเด็นปัญหาท่านได้ดูเอกสารแล้วท่านมีประเด็นปัญหาติดใจ ที่จะซักถามหรือไม่นะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้ชี้แจงชุดเดียวกับระเบียบวาระที่ ๒.๓ ชุดเดิมเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมในระเบียบวาระนี้ด้วย แล้วก็ขอเชิญผู้เข้าร่วมชี้แจงเพิ่มเติม อีกจำนวน ๒ ท่าน คือ นางสาวกานดา ชูเชิด กรรมการและเลขานุการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา นางสาวภัทรพร เล้าวงค์ กรรมการและเลขานุการปฏิรูปประเทศ ด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตัวแทนเข้าประจำที่แล้วนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่ได้ยื่นความจำนงเอาไว้อภิปรายนะครับ ท่านแรกก็คือ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๓. ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๔. ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ๔ ท่านแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ มีสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ในเอกสารเล่มนี้ ถือว่าพัฒนาครับ หลังจากที่ผมตำหนิเรื่องของการประชุมของคณะปฏิรูปมานานพอสมควร (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี่นะครับที่อ้างตามข้อ ๘ ของระเบียบ ที่ประชุมร่วมของประธานกรรมการปฏิรูปแล้วก็เงื่อนไขของการจัดทำ (ร่าง) แผนการปฏิรูป ประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ที่ปรากฏในฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา และมติ ครม. ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ นั้น สอดคล้องกับมาตรา ๗ ที่กล่าวไว้แล้วใน พ.ร.บ. แผนและขั้นตอน ดูที่รูปที่ ๓ ครับ ในเอกสารซึ่งจะเป็นรูปที่ ๓ ในหน้า ๙ ๑๓ ด้านที่ปรากฏ ทีนี้ในรูปนี้ มีเอกสารที่เป็นตัวเคพีไอ (KPI) ครับท่านประธาน โดยเฉพาะรูปที่อยู่ในหน้า ๑๕ ผมมีสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ ยังไม่ถึงครับขอกลับไปก่อนครับ ผมยังไม่ลงขั้นตอนที่ ๓ ครับ ในเอกสารนั้นจะบอกถึงผลอันพึงประสงค์ครับท่าน แล้วก็ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง และค่าเป้าหมาย ในหน้า ๑๕ ท่านมีเคพีไอ (KPI) ที่เรียกว่าดัชนีประชาธิปไตย เดโมเครซีอินเดกซ์ (Democracy Index) ซึ่งปี ๒๕๖๔ นี้ต้องการ ๖.๗๕ นะครับ ปี ๒๕๖๕ ต้องการ ๗ แล้วก็การประเมินผลของสถานการณ์ความเป็นประชาธิปไตย ในปี ๒๕๖๔ ก็ขอให้ได้ ๖๓ ในปี ๒๕๖๕ ต้องได้ ๖๕ ทำได้จริงหรือเปล่าครับท่าน คณะกรรมการรับฟังไป นะครับ ผมลงลึกเลยนะครับ เข้าไปที่ขั้นตอนที่ ๓ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ขั้นตอนที่ ๓ นี่ละผมลงลึกไปนะครับว่า ในหน้า ๒๐ ในกิจกรรมการปฏิรูปในโครงสร้างและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปครับ ท่านดูในเอกสารนะครับ ดูรองบรรทัดสุดท้ายก่อนระยะเวลาดำเนินการในขั้นตอนที่ ๓ ครับ ท่านประธาน (๖) นี่คือกิจกรรมที่สถาบันพระปกเกล้าจะต้องรับผิดชอบ เสร็จสิ้นไปในปีหก และมันมีกิจกรรมขั้นตอนสุดท้ายครับ ขั้นตอนที่ ๖ คือการป้องกันรัฐประหาร แหม ดีมากครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) อันนี้ผมยกนิ้วให้เลยครับท่านประธาน ฉะนั้นการป้องกันรัฐประหาร ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมมีขั้นตอนนี้ละครับที่บอกว่าการป้องกันรัฐประหารนี่คือนวัตกรรม ประชาธิปไตยที่แท้จริงครับ สร้างให้ได้จริง ๆ ครับ ผมมี ๕ ประเด็น ในการเสริมสร้าง ประชาธิปไตยในการป้องกันความรุนแรงและบาดแผลทางการเมืองครับท่านประธาน🔗
๑. คือเจ้าของอำนาจ ประชาชนคนไทยเท่ากัน เท่าเทียม🔗
๒. กติกาสูงสุดของรัฐ คือรัฐธรรมนูญต้องบัญญัติและจะต้องล้มล้าง ไม่ได้นะครับ🔗
๓. พื้นที่ พื้นฐานเชิงประจักษ์และเชิงวิชาการ🔗
๔. การมีส่วนร่วมในความหลากหลาย ความโปร่งใสในกระบวนการ🔗
๕. ยึดโยงส่วนใหญ่ของประโยชน์ของชาติ🔗
ทีนี้ทีละลำดับนะครับท่านประธานครับ การเป็นเจ้าของนั้นจะพูดอย่างไรครับว่า ถึงเท่าเทียม คนไทยมากกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๕ ล้านคน ออกมาใช้สิทธิครับ ตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อใช้กับประชาชนเกือบทั้งประเทศใน ๗๐ ล้านคน การปกครองลำพังต้องคำนึงถึงความ มั่นคงครับ มิได้นำไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่ผ่านมาชัดเจนครับท่านประธานเศรษฐกิจตกต่ำ ถูกควบคุมด้วยความมั่นคง เอาโรคโควิด (COVID) มาใส่เกิดความเหลื่อมล้ำ เกิดการละเมิด สิทธิเสรีภาพ เกิดความอดอยาก เศรษฐกิจทรุดโทรมครับ ถัดไปเลยครับ กติกาสูงสุดของรัฐ รัฐธรรมนูญต้องบัญญัติและยกเลิกมิได้นั้น ในการแก้ไขและการกำหนดแนวทางการป้องกัน รัฐประหารต้องกระทำให้ชัดเจน ตราไว้ในกฎหมายสูงสุดฉบับนี้ครับ เอาแบบประเทศเมียนมาร์ ที่ทหารเขียนรัฐธรรมนูญเอง แล้วก็ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญยึดอำนาจใหม่ เมื่อปรากฏชัดครับ ต้องให้เกิดอำนาจอันชอบธรรมของปวงชน การป้องกันตนเอง การรวมตัวต่อต้าน การใช้อาวุธ ได้ไม่ผิดกฎหมายครับ เกิดการใช้อำนาจ ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ เพื่อต้านกัน โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญอันบัญญัติต้องไม่มีการรับรองการทำรัฐประหารอีกแล้วครับท่านประธาน🔗
๓. พื้นฐานเชิงประจักษ์และเชิงวิชาการนั้น เชิงประจักษ์คือเกิดรัฐประหาร ที่สำเร็จมาจำนวน ๑๓ ครั้งแล้วครับ กระทำโดยฝ่ายทหาร หรือฝ่ายบริหารเองครับ ท่านประธาน ปฏิรูปกองทัพได้แล้วครับ รัฐบาลพลเรือนต้องอยู่เหนือทหาร เชิงวิชาการครับ สถาบันพระปกเกล้าเร่งรวบรวมองค์ความรู้ผลบวกและผลลบที่ผ่านการศึกษาวิจัย และการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของภาคประชาชน ภาควิชาการอื่น ๆ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนครับท่านประธาน นั่นคือหัวใจสำคัญ🔗
๔. การมีส่วนร่วมในความหลากหลายครับท่านประธาน มิติความโปร่งใส ชัดเจนในกระบวนการอย่างเท่าเทียม มีองค์คณะครบถ้วนครับ ดึงทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม สร้างสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในทุกประเด็นอย่างสันติโดยเร่งด่วน โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จริงจัง วัดผลสัมฤทธิ์ได้ ต้องเป็นไปตามไทม์ไลน์ (Timeline) ที่กำหนดร่วมกัน ซึ่งในนี้คาดว่า เดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ครับ🔗
สุดท้ายครับ ยึดโยงเสียงส่วนใหญ่ประโยชน์ของชาติ การร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขและกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการการป้องกันรัฐประหารทุกคนจากเสียงส่วนใหญ่ชัดเจน เกิดประโยชน์ให้ประเทศ ถอยหลังไม่ได้นะครับ ดังที่ผ่านมา ๘๘ ปี รับฟังเสียงความคิดเห็น ของคนรุ่นใหม่ที่จะต้องอยู่กับอนาคตให้มาก คำนึงประโยชน์ของชาติเป็นหลักมิใช่บุคคล หรือกลุ่มบุคคลโดยเด็ดขาดครับ มองว่าลูกหลาน คนรุ่นหลัง กำลังจะอยู่รอดและเติบโต ก้าวไกลได้อย่างไรครับ🔗
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ในเอกสารเล่มนี้มันมีร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. .... เป็นตัวเคพีไอ (KPI) ของสถาบันพระปกเกล้า กราบเรียนครับ ขอให้ปี ๒๕๖๕ ธันวาคมได้ครับ พระราชบัญญัตินี้จะเข้าเมื่อไร ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์กนกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน เบื้องต้นที่สุดครับท่านประธาน แผนปฏิรูปประเทศนี้มันเริ่มต้น จากการที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มีอคติต่อนักการเมืองด้วยการมีฐานคิดว่า นักการเมืองทุจริตครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ถูกเรียกว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับปราบทุจริตก็เพราะว่าฐานคิดอันนี้ละครับท่านประธาน และ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ใหม่นี้ผมต้องเรียนว่าดีขึ้นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงยึดติด กับฐานคิดเดิม นั่นก็คือการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นเรื่องของข้าราชการประจำ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพ ข้าราชการประจำที่ดีมีนะครับ แต่ภาพโดยรวมนี่ ผมขออนุญาตที่จะกล่าวว่าถ้าข้าราชการประจำแก้ปัญหาประเทศได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาของประชาชนคนยากคนจน วันนี้ประเทศไทยก็ไม่มีความเหลื่อมล้ำแล้วนะครับ วันนี้ประเทศไทยก็ไม่มีความขัดแย้งแตกแยกอย่างเช่นวันนี้แล้ว แล้ววันนี้ประเทศไทย ก็คงไม่มีประชาชนที่ยากจนแบบนี้อีกแล้วนะครับ เพราะข้าราชการประจำได้ทำหน้าที่ บริหารประเทศติดต่อกันมายาวนานตั้งแต่เรามีประเทศไทยมาเลยนะครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าความจริงนี้น่าจะทำให้เราตั้งคำถามได้ว่าฐานคิดดังกล่าวนั้นถูกต้อง จริงหรือไม่ ผมเห็นใจและผมเข้าใจสภาพัฒน์นะครับว่ามีข้อจำกัดมากมาย ข้อจำกัด ในเรื่องของอำนาจการสั่งการ ข้อจำกัดในเรื่องของกำลังคน ข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ เป็นต้น สภาพัฒน์พยายามจะปรับปรุงแผนปฏิรูปอย่างไรก็ตาม เมื่อสักครู่ผมได้อภิปราย ไปแล้วว่าพอไปถึงการปฏิบัติมันเป็นเรื่องของกระทรวง ทบวง กรมหมดเลยครับ เป็นเรื่องของกฎระเบียบทั้งหมดเลยซึ่งสภาพัฒน์ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ตรงนี้ เป็นความเห็นใจครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตที่จะสะท้อนภาพที่หายไป ผมขออนุญาตย้ำนะครับ ภาพที่หายไปในแผนปฏิรูปฉบับนี้นั่นก็คือวงจรการครอบงำรัฐมนตรี โดยข้าราชการประจำครับ หรือเรียกง่าย ๆ ว่ามันคือกับดักรัฐมนตรีในกระทรวงครับ ท่านประธาน เริ่มต้นจากการที่รัฐมนตรีคนใหม่เดินเข้าไปในกระทรวงก็จะมีการนำเสนอ นโยบายที่สะท้อนปัญหาของประชาชนซึ่งเป็นความคิดที่ดีมาก รัฐมนตรีทุกกระทรวงเข้าไปนี่ สิ่งแรกที่ท่านพูดเป็นเรื่องที่ถูกต้องหมดเลยครับ แต่หลังจากนั้นพบว่าข้าราชการในกระทรวง ก็รับนโยบายนั้นมา แล้วก็นำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่ง แล้วก็นำเสนอนโยบายอีกด้านหนึ่ง แล้วก็ชี้ข้อจำกัดต่าง ๆ ของนโยบายที่รัฐมนตรีเสนอ ถึงสถานการณ์ตอนนี้รัฐมนตรี ก็ไม่มีข้อมูลพอ ไม่มีความรู้พอที่จะตอบโต้ โต้แย้ง หรือจะยืนยันสิ่งที่รัฐมนตรีคิด เสียงรัฐมนตรีก็จะค่อย ๆ เจือจางไป🔗
อันที่ ๓ ท่านประธานครับ หลังจากนั้นข้าราชการก็จะปฏิบัตินโยบาย ที่รัฐมนตรีบอกนี่เท่าที่จำเป็นเท่านั้นละครับ แล้วรัฐมนตรีก็ไม่ได้สนใจที่จะไปติดตาม การปฏิบัตินโยบายลงไปในรายละเอียด ก็ปล่อยให้ระบบราชการเดินหน้าไปตามนั้นครับ ท่านประธาน🔗
สิ่งที่ผลตามมาขั้นที่ ๔ ก็คือข้าราชการประจำสุดท้ายก็ครอบงำรัฐมนตรี ได้สำเร็จด้วยการชักพารัฐมนตรีให้ไปทำงานพิธีการ เปิดงาน ปิดงาน กล่าวสัมมนา แล้วก็ ทำงานประจำเซ็นแฟ้ม จนสุดท้ายนโยบายรัฐมนตรีหายไปหมดเลยครับท่านประธาน และหลังจากนั้นรัฐมนตรีก็จะถูกถามอะไรอีกมากมาย🔗
ขั้นตอนที่ ๕ ของวงจรนี้ก็คือข้าราชการประจำก็จะทำงานตามระบบราชการ ปกติ แล้วรัฐมนตรีก็จะถูกอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าไม่มีผลงาน และสุดท้ายก็ถูกปรับเปลี่ยน ไปครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไปนับ ๑ ใหม่ เป็นรัฐมนตรีใหม่ แล้วก็เข้าวงจรนี้ ๕ ขั้นตอน เหมือนเดิมทุกประการครับท่านประธาน วงจรและกับดักนี้คือคำตอบที่บอกกับเราว่า ทำไมปัญหาของประชาชนจึงไม่ได้รับการแก้ไขครับ แท้ที่จริงแล้วกลุ่มคนที่บริหารประเทศนี้ไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่ระบบการเมือง แต่เป็นข้าราชการ ประจำ และระบบราชการที่เรามีอยู่ต่างหากครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่า แผนปฏิรูปประเทศเรายังไม่ได้นำโจทย์ข้อนี้เข้ามาอยู่ในสมการของการคิดนะครับ และด้วยเหตุผลอันนี้เองผมก็เกรงมากว่าแผนปฏิรูปประเทศที่สภาพัฒน์พยายามทำ ด้วยความตั้งใจนั้นก็จะเข้าไปในวงจรกับดักนี้เช่นเดียวกันครับ ก็คือข้าราชการเขาก็ไม่ฟัง สภาพัฒน์อย่างที่ได้อภิปรายไปแล้ว ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับว่าถ้าฝ่ายการเมือง หรือรัฐมนตรีไม่รู้จริงในปัญหา ไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหาของประชาชนในกระทรวงที่ตัวเอง รับผิดชอบ รัฐมนตรีนั้นก็จะตกลงไปในกับดักของข้าราชการประจำในช่วงระยะเวลา ประมาณ ๓-๖ เดือนเท่านั้นเองครับท่านประธาน เร็วมากครับ เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า รัฐมนตรีที่พูดถึงปัญหาของประชาชนพูดถูกอยู่ ๓-๖ เดือนเท่านั้นละครับ แล้วหลังจากนั้น รัฐมนตรีก็ไม่พูดปัญหาประชาชนอีกแล้วนะครับ ก็จะทำตามเหมือนกับที่ข้าราชการประจำบอก🔗
ผมขออนุญาตลงไปสู่รายละเอียดครับท่านประธานว่าฐานคิดของการกำหนด ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการประจำ และนักการเมืองเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ประเด็นระหว่างข้าราชการประจำกับนักการเมืองครับ ข้าราชการประจำมองนักการเมือง อย่างนี้ครับท่านประธาน ตรงไปตรงมาครับ นักการเมืองมีผลประโยชน์ส่วนตัว ทุจริต นักการเมืองไม่มีความรู้ นักการเมืองต้องการแต่คะแนนเสียงเท่านั้น นี่คือภาพที่ข้าราชการ ประจำมองครับ ในทางกลับกันนักการเมืองก็มองข้าราชการประจำอย่างนี้ครับ ตรงไปตรงมาครับ ข้าราชการประจำไม่เข้าใจปัญหาของประชาชน มองไม่เห็นหัว ของประชาชน ข้าราชการประจำมีผลประโยชน์ส่วนตัว แล้วก็ทุจริตเหมือนกันครับ และข้าราชการประจำก็ต้องการแต่ความเจริญก้าวหน้าของตัวเองเท่านั้นเรื่องอื่นเป็นรองครับ ท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าประเด็นความเห็นที่ต่างกันระหว่างข้าราชการประจำ กับนักการเมืองก็คือ ข้าราชการมีปัญหาเรื่องความเข้าใจต่อปัญหาของประชาชน แล้วนักการเมืองก็ถูกกล่าวหาว่าไม่มีความรู้ ในขณะเดียวกันข้าราชการประจำก็ถูกมองว่า ต้องการความก้าวหน้า ต้องการตำแหน่ง แล้วนักการเมืองก็ถูกกล่าวหาว่าต้องการ คะแนนเสียงครับท่านประธาน จุดอ่อนระหว่างข้าราชการประจำกับนักการเมืองนี้ มี ๒ เรื่องครับท่านประธานที่ร่วมกันก็คือคำว่า ผลประโยชน์ส่วนตัวกับทุจริตครับท่านประธาน ตรงนี้แผนปฏิรูปประเทศยังไม่มีวิธีการที่จะจัดการอันนี้ได้ ด้วยเหตุผลอันนี้เองทั้งข้าราชการประจำ และนักการเมืองล้วนแต่เป็นจุดอ่อนของระบบการเมืองการปกครอง และเป็นจุดอ่อนของ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่เรากำลังใช้อยู่ในวันนี้ ผมขออนุญาต สรุปครับท่านประธานว่า แผนปฏิรูปประเทศที่เราปรับปรุงนี้ที่กล่าวถึงการปฏิรูประบบบริหาร ราชการแผ่นดินยังไม่ได้จัดการแก้ไขปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการประจำ กับนักการเมืองครับ ถ้าเราปล่อยให้ปัญหานี้ทิ้งไว้นานสุดท้ายความขัดแย้งและ ความแตกแยกระหว่างข้าราชการประจำกับนักการเมืองจะรุนแรงมากขึ้น และในที่สุด ประเทศชาติและประชาธิปไตยของเราก็จะเสียหายอย่างแน่นอนครับท่านประธาน ผมคงไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับ ที่เพิ่งเกิดมาเมื่อไม่กี่วันนี้ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ขอให้รัฐบาล ซึ่งก็มีนักการเมืองอยู่ในนั้นร่วมอยู่ด้วยมาให้ความสำคัญกับการจัดความสัมพันธ์ ระหว่างข้าราชการประจำกับนักการเมืองให้มีความสมดุลเพื่อที่จะได้ขับเคลื่อนประเทศ และตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจน เพราะข้าราชการประจำ และนักการเมืองเป็นคู่แฝดที่แยกออกจากกันไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน🔗
และประเด็นสุดท้ายผมขออนุญาตเสนอให้แผนปฏิรูปประเทศที่จะนำไปสู่ การปฏิบัติแผนขอให้ยึดประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจนให้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ขอให้ยึดเสมอเป็นหลักพื้นฐานว่าความสำเร็จของแผนปฏิรูปประเทศนั้นคือประชาชนของเรา หลุดพ้นจากความยากจน เด็กนักเรียนของเราหลุดพ้นจากความไม่รู้ และคนในสังคมของเรา หลุดพ้นจากความขัดแย้งแตกแยกและกลับไปสู่ความสมานฉันท์ และการอยู่ร่วมกัน อย่างสงบสุขครับท่านประธาน ผมขออนุญาตฝากภาพที่หายไปนี้ให้กับสภาพัฒน์ เพื่อที่จะนำไปประกอบ แล้วก็ปรับการปฏิบัติต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อช่วยให้การเมือง และข้าราชการประจำสามารถที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล และเป็นประโยชน์กับน้องประชาชน และประเทศชาติของเราครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอสนับสนุนสิ่งที่ท่านขจิตรพูดเมื่อสักครู่ครับ คือแผนปฏิรูปเล่มนี้ท่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ใช้เวลาเขียนกันมาตั้ง ๒ ปี แต่ถึงเวลา เอาเข้าสภาให้ตัวแทนประชาชนมาพูด ๗ นาที ผมว่ามันก็แปลก ๆ อยู่ครับ แล้วก็ผมขอโยง เข้าเรื่องนี้เลยครับ ด้านการปฏิรูปการเมือง ทั้งหมดมี ๑๓ ด้าน ผมจะไปทีละด้าน ท่านบอกว่าท่านต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม นี่ครับประชาชนกำลังจะมีส่วนร่วม ผ่านตัวแทนเขา ๗ นาทีครับ🔗
ท่านบอกว่าต้องสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยให้กับประชาชน โดยที่ให้สถาบันพระปกเกล้าทำสื่อแล้วก็เป็นสื่อที่ไปลงเฟซบุ๊ก (Facebook) กับทวิตเตอร์ (Twitter) ในเรื่องของประชาธิปไตย ผมยืนยันครับท่านประธาน ไม่ใช่ประชาชนที่ไม่รู้จัก ประชาธิปไตย ไม่ใช่ครับ🔗
กิจกรรมต่อไป ท่านบอกว่าต้องให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง ของประชาชนจริง ๆ โปร่งใส ตรวจสอบได้ คัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ แล้วก็ มีการเร่งรัดให้เกิดการเลือกตั้งขั้นต้นหรือว่าไพรมารีโหวต (Primary Vote) ผมกล้าพูด เลยครับว่าสิ่งที่ท่านปรารถนาทั้งหมดที่พูดมานี่มันเคยเกิดขึ้นแล้วกับพรรคที่ชื่อว่า อนาคตใหม่ ซึ่งก็ถูกยุบไปด้วยความผิดฐานยืมเงินหัวหน้าพรรคมาพิมพ์ป้ายหาเสียง🔗
ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้ท่านแทบจะไม่พูดถึงการกระจาย อำนาจเลยนะครับ ผมไม่เข้าใจทำไมเรื่องการกระจายอำนาจไม่อยู่ในบิ๊กร็อก (Big Rock) ของท่าน หรือว่าท่านเกรงใจบิ๊กป๊อกมันเลยไม่อยู่ในบิ๊กร็อก (Big Rock) ของท่าน🔗
ด้านกระบวนการยุติธรรมครับ ท่านบอกว่าต้องการให้มีประชาชนตรวจสอบ แล้วก็แจ้งความคืบหน้าให้กับประชาชนได้ สรุปจะปฏิรูปความยุติธรรมหรือจะปฏิรูป การจัดการในองค์กรกันแน่ ปัญหาคือความยุติธรรมมันไม่ยุติธรรมตามชื่อไม่ใช่หรือครับ นี่ผมพยายามไปเร็วมากนะครับท่านประธาน🔗
ด้านพลังงาน กิจการมีการแข่งขันกันมากขึ้น ท่านต้องการให้มีความมั่นคง ปริมาณเพียงพอ จริง ๆ เรามีไฟฟ้าเกินพอด้วยซ้ำนะครับ ราคามันถึงแพงมหาศาลขนาดนี้ หน่วยงานภาครัฐมีการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบ ท่านทราบไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เคยรับผิดชอบค่าไฟบ้านตัวเองนะครับ ค่าน้ำมันรถนี่ไม่รู้จ่ายครั้งล่าสุดเมื่อไร🔗
ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ท่านไม่ให้หน่วยงานรัฐรับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิด แล้วก็ทำการประเมินสัตบุรุษ แล้วก็บังคับใช้กับหัวหน้าหน่วยงานรัฐ นี่ท่านตัดอนาคตของข้าราชการผู้หญิงไปแล้วนะครับ🔗
ด้านทรัพยากร ท่านจะจัดการควบคุมมลพิษมาบตาพุด นี่ท่านเป็นกรรมการ ปฏิรูปประเทศ หรือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองครับ ประเทศนี้มีมลพิษ แทบจะทุกที่นะครับ จะทำที่มาบตาพุดอย่างเดียวหรือครับ🔗
ด้านกฎหมาย อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ปัจจุบันกฎหมายเยอะแยะไปหมด มันสร้างปัญหาจริง ๆ มันรัดแน่นเสียจนประชาชนหายใจไม่ออก หายใจเข้าก็ผิด หายใจออก ก็ผิดครับ แต่ปัญหาที่เกิดทุกวันนี้มาจากกฎหมายที่ออกมาโดยคณะรัฐประหารทั้งนั้น แทบจะทุกคดี แทบจะทุกข่าวที่เราเห็นตามหน้าสื่อมันมาจากกฎหมายที่มาจากช่วง คสช. สนช. ทั้งนั้น ต่อไปท่านบอกว่าจะปรับเปลี่ยนโทษทางอาญา ที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง เป็นโทษปรับเพื่อลดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ผมเห็นด้วยครับ สนับสนุนครับ โดยเฉพาะกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒🔗
เรื่องข้อเสนอรัฐธรรมนูญ ท่านเสนอเรื่องการป้องกันรัฐประหาร ผมขยี้ตา ๓-๔ รอบท่านประธาน อันนี้ผมอยากจะปรบมือให้ท่านด้วยความจริงใจครับ อันนี้ผมยอมรับ ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ต่อไปท่านบอกว่าต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย หลักการดีครับ แต่ผมสงสัยว่าที่นั่งกันหัวโด่อยู่นี่ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนหรือครับ โอเค (OK) ผมเข้าใจละท่านคงไม่ไว้ใจนักการเมืองเลว ๆ อย่างผม แต่ว่าถ้าท่านต้องการให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการออกกฎหมายท่านเอา สว. ออกไปสิครับ ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยประชาชน ซีร็อกซ์ (Xerox) เอกสารแล้วก็มาโดนคว่ำกลางสภาด้วยคนที่แต่งตั้งขึ้นมาจาก คณะรัฐประหาร ------------------------------------------------------------------------------- -๙๔/๑ ลองไปศึกษากรณีตัวอย่างดูนะครับ กรณีไอลอว์ (iLaw) ไอลอว์ (iLaw) เดียวกับที่เป็นลูกคนเล็ก ของโซรอสที่ไปได้กับคนยิวที่ท่านว่านั่นละครับ จริง ๆ ผมอยากเสนอปฏิรูปข้อที่ ๖ นะครับ เรื่องกฎหมายนี่ ท่านช่วยแก้กฎหมายนี้หน่อยได้ไหมครับ เรื่องที่ต้องเอามารายงานในสภานี่ครับ มันเสียสุขภาพจิตครับ🔗
ด้านการศึกษา โอ้โฮ ท่านวิเคราะห์ปัญหาเยอะจริง ๆ นะครับ ซึ่งมันเหมือนกับว่าประเทศเรานี่ล้าหลังมากเลยในเรื่องการศึกษา เด็กขาดโอกาส ในการศึกษา การกระจายการศึกษาไม่ทั่วถึง บุคลากรครูไม่มีคุณภาพ ผมก็งงครับ ที่ผม ฟังข่าวมานี่เรากำลังจะไปดวงจันทร์นะครับ แต่จริง ๆ แล้วท่านก็วิเคราะห์ถูกครับ ผมชื่นชม ตรงนี้ แต่ท่านลืมปฏิรูปเรื่องความรู้ครับ ความรู้ที่ให้เด็ก ๆ เราเรียนรู้มันล้าหลังครับ เซอร์ ไอแซก นิวตัน คิดค้นกฎแรงโน้มถ่วงตอนอายุ ๒๓ ครับ เราสอนให้เด็กของเราเข้าใจ กฎแรงโน้มถ่วงตอนอายุเท่าไร เราให้เด็กเราเรียนเรื่องไร้สาระจำนวนมหาศาล ยัดเยียด ให้พวกเขา มันน่าเบื่อแล้วมันก็ไม่น่าเรียนนะครับ แล้วก็ไปว่าเขาว่าเขาไม่มีอนาคต ภาษาอังกฤษท่านทราบไหมครับใช้กันเยอะที่สุดในโลก เป็นภาษาที่สำคัญที่สุดในโลกนะครับ แต่ไม่มีใครรู้เลยครับว่าภาษาอังกฤษตัวอักษรภาษาอังกฤษใครเป็นคนคิดค้นขึ้นมาครับ แต่ประทานโทษครับประเทศผมผมรู้ครับว่าใครเป็นคนคิดค้นอักษรของผม แล้วอย่างนี้ จะให้เด็กมันเชื่อฟังคำสั่งอย่างไรครับ พอท่านให้เหตุผลเด็กไม่ได้ ท่านพิสูจน์วิทยาศาสตร์ ให้กับเด็กไม่ได้เด็กมันก็ไม่สนใจ ท่านก็ใช้วิธีการยัดเยียด บังคับแบบที่เป็นมา แล้วก็ถ้าท่าน ให้ผู้บริหารการศึกษาไม่ต้องไปวุ่นวายอยู่กับการส่งภรรยาลงผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าเรื่องนี้ ผมก็อยากให้ท่านมาฟังผมอภิปรายจริง ๆ ครับ🔗
ด้านสื่อสารมวลชนครับ ผมไปเร็ว ๆ นะครับ อันนี้กังวลมากเลยครับในฐานะ ที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการศึกษาซอฟต์แวร์ (Software) เกมและอีสปอร์ต (e-sport) คือผมพยายามผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้มันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยนะครับ แต่ว่ามันมีความพยายามที่จะออกกฎหมายเพื่อไปควบคุมมัน ทั้งสื่อออนไลน์ (Online) แล้วก็เกม แล้วก็มาพบว่ามันอยู่ในแผนปฏิรูปฉบับนี้ครับ ก็เวิร์ดดิง (Wording) เดียวกันเลยครับ การปฏิรูป การรู้เท่าทันสื่อ การปฏิรูปแนวทางกำกับสื่อออนไลน์ (Online) อันนี้จะเป็น การเตะตัดขาสิ่งที่มันกำลังจะก้าวหน้าในอนาคตนะครับ ระวังนะครับท่านอาจจะเจอ ม็อบ (Mob) ปลดแอกขึ้นมาก็ได้สักวันหนึ่ง ม็อบเกมเมอร์ (Mob Gamer) ปลดแอกนี่น่าจะ เริ่มมีแล้วนะครับ🔗
ด้านวัฒนธรรม กีฬาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ท่านอยากให้คนไทย มีคุณธรรม จริยธรรม และวัดด้วยดัชนีคุณธรรม ๕ ประการ ประกอบด้วยความมีวินัย ความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริตและความมีกตัญญูรู้คุณ แล้วก็ดำเนินการยกย่องเชิดชู เกียรติบุคคล หน่วยงาน องค์กร แล้วก็ส่งเสริม สร้างคุณธรรม จริยธรรมโดยกำหนด หลักเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรม มอบรางวัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระแสสังคมส่งเสริมคนดี แล้วก็ให้เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ปกติเราก็ให้ถ้วยกันทุกปีนะครับ ปีก่อน กองทัพบกก็ได้ถ้วยโปร่งใสดีเด่น ผมว่าปีนี้ก็รักษาแชมป์ (Champ) ได้เหมือนเดิมละ อย่างไรเขาก็ลุ้นแชมป์ (Champ) ทุกฤดูกาลอยู่แล้ว ท่านครับโลกนี้มันไม่มีเครื่องมือ ชนิดไหนหรอกครับจะไปวัดความดีได้ ความดี ความไม่ดีของคนมันวัดไม่ได้ ท่านเป็นใคร ท่านจะมาวัดความดีของคน มาตัดสินความดีของคน ความไม่ดีของคน แล้วเรากำหนด อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศนะครับ🔗
สุดท้ายครับ ท่านจะบริหารจัดการศักยภาพบุคลากรของประเทศ เยาวชน พัฒนาทักษะสำหรับการเตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ ๒๒ ด้วยจิตวิญญาณความเป็นไทย เดี๋ยวนะครับ ท่านรีบไปไหมครับ ศตวรรษที่ ๒๒ มันอีก ๘๐ ปีเลยนะครับ วันนี้ไอโฟน ๑๒ (iPhone 12) วันนั้นไอโฟน ๙๒ (iPhone 92) นะครับ ท่านรีบเกินไปนะครับผมว่า หรือท่าน จะบอกครับว่าจริง ๆ แล้วเดี๋ยวท่านจะแก้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ๘๐ ปี ถ้าจะทำรีบบอกนะครับผมจะได้ขออนุญาตท่านประธานกลั้นหายใจตายตอนนี้เลย ผมไม่รู้ ท่านจะเอาไปเสนอ ครม. อย่างไรนะครับ ผมคิดว่าถ้าท่านไม่แก้ท่านโดน ครม. เล่นแน่ ๆ ผ่านความเห็นชอบ ครม. แล้วหรือครับ ขอโทษนะครับท่านประธาน คือถ้า ครม. ผ่านแผนนี้ได้นะครับผมว่าเราก็อยู่ยากนะครับประเทศนี้ ผมสรุปเลยนะครับ ที่ท่านต้อง แก้แผนปฏิรูป เหตุผลก็เพราะว่าแผนฉบับเดิมมันใช้มา เริ่มใช้เมษายน ปี ๒๕๖๑ แล้วก็ ยุทธศาสตร์ชาติมันดันมีผลบังคับใช้ทีหลังครับคือตุลาคม ปี ๒๕๖๑ มันก็เลยไม่สอดคล้องกัน และนั่นเป็นเหตุผลทั้งหมดของการทำแผนปฏิรูปฉบับปรับปรุง ซึ่งเอาจริงใช่ไหมครับ ท่านกำลังบอกว่าท่านให้ประเทศเราใช้แผนปฏิรูปที่ไม่ได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติมา สผ ท่านทิ้งไป ๕๕ ล้านคนเห็น ๆ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมอยากจะบอกครับ ช่วยทิ้งพวกเรา ทีเถอะครับ ท่านช่วยทิ้งพวกเราแล้วท่านไปทีเถอะครับ คืออย่าห่วงพวกเรานักเลยครับ ผมว่าพวกเราดูแลตัวเองได้ครับ ท่านทราบไหมครับข้าราชการหลายคนยังปวดหัวกับควิกวิน (Quick Win) ท่านอยู่เลย ควิกวิน (Quick Win) อะไรนั่นละครับ วันนี้ท่านเอาบิ๊กร็อก (Big Rock) มาแล้ว คือผมเข้าใจมันเป็นหินก้อนใหญ่ ๆ ท่านโยนลงไปในน้ำ แล้วมันก็สร้าง แรงกระเพื่อมเยอะ ๆ ใช่ครับ แรงกระเพื่อมมหาศาลเพราะมันเกี่ยวข้องกับงบประมาณ แผ่นดิน นี่มันแบดโจ๊ก (Bad Joke) สุด ๆ ครับ ด้วยความเคารพครับ ผมต้องขอกราบ ประทานอภัยที่ต้องแสดงกิริยาประชดประชันแบบนี้ แต่นี่มันแบดโจ๊ก (Bad Joke) มันเป็น ตลกร้าย ผมว่ามันเป็นทางเดียวที่เราจะผ่านเรื่องบ้า ๆ นี้ไปได้โดยที่ไม่เสียสุขภาพจิต ก็ในเมื่อท่านเห็นประเทศนี้เป็นของเล่นของนายทหารนี่ครับ อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะสั่ง อะไรก็สั่ง ไม่ได้ผลก็ไปว่าคนทำงาน วันนี้นึกอะไรได้🔗
ท่านจิรัฏฐ์ สรุปได้แล้วนะครับ เลยเวลามาเกือบ ๔ นาทีแล้วครับ🔗
๓๐ วินาทีครับท่านประธาน🔗
สรุปได้ครับ🔗
คืออยากเปลี่ยนคำสั่งก็เปลี่ยน ทำทิ้ง ๆ เหมือนประเทศเป็นของเล่น ไม่เคยมีความรับผิดชอบใด ๆ พวกเขาพยายาม แก้โจทย์ของประเทศครับที่บอกว่าประเทศต้องการความสงบเรียบร้อย แต่ความสงบ เรียบร้อยนี่มันไม่ใช่ความสงบแบบราบคาบ มันต่างกันครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ อย่างไรเสียผมคิดว่าแผนนี้มันก็ไม่มีความเป็นไปได้อยู่แล้วครับ อย่างไรเสียมันก็ล้มเหลว แผนปฏิรูปฉบับนี้ แต่ผมก็แอบหวังครับว่าความล้มเหลวของแผนฉบับนี้มันจะทำให้เกิด การปฏิรูปทางความคิดของใครหลาย ๆ คนได้บ้าง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ก่อนที่ ท่านจักรพันธ์จะได้อภิปรายนะครับ ผมขออนุญาตชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เรา มีมติร่วมกันว่าจะให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายคนละ ๗ นาทีนะครับ ไม่ใช่ท่านประธานกำหนด ขึ้นมาลอย ๆ แต่ว่าได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ๗ นาทีอย่างกรณี ข้อ ๒.๔ รับทราบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี่นะครับ ท่านสมาชิกแจ้งความจำนงตอนนี้ ๑๕ ท่าน เอา ๑๕ คูณกับ ๗ ก็ทั้งหมด ๑๐๕ นาที ก็ปาเข้าไปเกือบ ๒ ชั่วโมงแล้วนะครับ เผื่อเจ้าหน้าที่ ชี้แจงอีกก็ประมาณ ๒ ชั่วโมงเศษ ๆ ฉะนั้นการที่คนจำนวนมากอภิปรายเรื่องเดียวกันโอกาส จะซ้ำไปซ้ำมามันก็มีสูง ฉะนั้นที่เราได้หารือกันเอาไว้ ตกลงกันไว้เป็นข้อตกลง ที่มีความเหมาะสมแล้ว แล้วประธานก็ยืดหยุ่นอยู่นะครับ อย่างท่านจิรัฏฐ์เมื่อสักครู่เลยมา ๔ นาทีนะครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม ขึ้น ๒ รอบผมก็ยังอนุญาตเลยนะครับ เพราะเห็นว่า พูดมีเนื้อหาสาระที่น่ารับฟัง ฉะนั้นเราเอาเนื้อหาสาระสร้างสรรค์ อย่ากระแหนะกระแหนกัน อยู่เรื่อยมันก็คงไม่เหมาะ ต่อไปเชิญท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ในส่วนของ (ร่าง) แผน การปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี้ที่ทางท่านผู้ชี้แจงได้นำเสนอเราในวันนี้ ก่อนอื่นผมเอง ก็คงจะเหมือนกับวาระเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานะครับ คงจะอภิปรายแค่ประเด็นเดียว คือการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้ความสนใจอยู่นะครับ ในส่วนของแผน ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางสภาพัฒน์ แล้วก็ทางคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศทางด้านการศึกษา แล้วก็ด้านอื่น ๆ ด้วยนะครับ ความจริงก็คือว่าในแผน ใน (ร่าง) ฉบับใหม่เราก็จะเห็นความชัดเจนในเรื่องของการปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือว่าที่ท่านใช้ภาษาอังกฤษว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) นี่นะครับ ซึ่งในแผนนี้ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น แล้วผมก็เข้าใจว่าในการรายงานตาม มาตรา ๒๗๐ หลังจากนี้เป็นต้นไปในรอบหน้าเราก็คงจะเห็นรายงานที่ท่านสมาชิกหลายท่าน อยากจะเห็นนะครับ ก็คือเป็นรายงานที่เน้นเฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญและแสดง ความก้าวหน้าในงานที่นำมานำเสนอ อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้จัดทำไว้ด้วยนะครับ🔗
ในส่วนของแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานะครับ เมื่อสักครู่ในวาระ มาตรา ๒๗๐ นี่ การรายงานตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญนี่นะครับ ผมพูด เรื่องการศึกษาระดับปฐมวัยไปแล้วก็คงจะไม่ใช้เวลาซ้ำอีกนะครับ อย่างไรก็ตาม ก็จะมีประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่อยากจะเพิ่มเติม🔗
เรื่องของการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษานะครับ รัฐบาล มีกลไกที่สำคัญในการดำเนินการดังกล่าวก็คือเรื่องของกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษาหรือว่าตัวย่อก็คือ กสศ. ซึ่งเป็นที่น่าดีใจ ผมสามารถที่จะพูดแทนเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ว่าเป็นหนึ่งในหน่วยงานไม่กี่หน่วยที่ในการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา กสศ. เป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานที่สภาแห่งนี้ มีมติที่จะแปรญัตติงบให้เพิ่มเติมนะครับ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งงบประมาณที่เพิ่มเติมและการที่ทั้งสภาให้ความเห็นชอบที่จะแปรญัตติงบประมาณตัวนี้ ให้กับ กสศ. ก็แสดงให้เห็นถึงว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านต่างเห็นความสำคัญแล้วก็ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้าง ความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเน้นความสำคัญไปที่สำนักงาน กสศ. ซึ่งเราก็เห็นผลงาน ของท่านอยู่แล้วก็เป็นกำลังใจให้ ในการปฏิรูปประเทศในช่วงต่อจากนี้เป็นต้นไปก็คิดว่า เมื่อรัฐบาลนำเอามาเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษไปเลยนะครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) นี่ กสศ. คงเป็นกลไกสำคัญต่อไป เราก็หวังว่าจะเห็นผลงาน แล้วก็งบประมาณที่เราได้อนุมัติไปก็คงจะเห็นรูปธรรมในการดำเนินงาน ในการเพิ่ม ความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับผู้เรียนของเรา โดยเฉพาะผู้เรียนที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นเด็กชายขอบทั้งในแง่ของสถานะทางสังคมแล้วก็สถานะทางเศรษฐกิจนะครับ🔗
เรื่องถัดไปนะครับ ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณอีกนะครับ เพราะว่า ในการปฏิรูปหนึ่งในบิ๊กร็อก (Big Rock) ของการศึกษาจะมีเรื่องของอาชีวศึกษา ซึ่งผมได้เคย อภิปรายไปว่าการศึกษาแบบอาชีวศึกษาในสมัยปัจจุบันในรูปแบบคงไม่ตอบโจทย์สังคม อีกต่อไปแล้ว แต่ว่าสิ่งที่จะช่วยให้การอาชีวศึกษาของเราพัฒนาขึ้นก็คือเรื่องของ การจัดการศึกษาแบบทวิภาคีหรือการศึกษาที่มีโรงเรียนกับโรงงาน หรือสถานศึกษากับสถาน ประกอบการจัดการศึกษาร่วมกัน ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีว่าในช่วงที่ผ่านมารัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการโดยท่านรัฐมนตรีณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ท่านก็ได้เน้นย้ำเรื่องของ การเพิ่มจำนวนนักศึกษาในระบบทวิภาคีของกระทรวง ผมไม่ทราบตัวเลขเพราะว่า ก็ยังไม่เห็นตัวเลขว่าขณะนี้สถิติเป็นอย่างไร แต่ที่เคยเห็นในปีที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามผมก็เคยฝากในการรายงานตามมาตรา ๒๗๐ เมื่อครั้งที่แล้วไปนะครับ พอดีวันนี้ท่านกรรมการที่เกี่ยวกับนโยบายด้านปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามานั่งฟังอยู่ด้วย ผมอยากจะฝากไปอีกสักนิดหนึ่งว่าผมเป็นห่วงว่าในสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมาตั้งแต่ ปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้เท่าที่ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ไม่เห็นตัวเลขสถิติ แต่เท่าที่ ประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเห็นในพื้นที่พบว่ามีการปลดนักศึกษาออกจากระบบทวิภาคี ค่อนข้างมาก เนื่องจากสถานประกอบการเขาก็ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) เขาก็ต้องปิด เขาก็ต้องลดขนาดการบริการของเขาลง ดังนั้นนักศึกษาที่อยู่ในระบบทวิภาคีถูกให้ออก จากระบบทวิภาคีค่อนข้างมากนะครับเท่าที่ผมเห็นจากสายตาหรือจากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทางด้านการศึกษา ก็ต้องฝากทางท่านคณะกรรมการปฏิรูป ด้านการศึกษาว่าในเมื่อเราจะให้ทวิภาคีเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่สำคัญเราจะสามารถ แก้สถานการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร มันจะมีระบบเยียวยาอย่างไรให้กับนักศึกษาไหม ระบบ ที่จะช่วยเหลือไม่ให้เขาต้องหลุดออกจากทวิภาคีไป อย่างดีก็คือหลุดจากทวิภาคีไปอยู่ ในระบบการศึกษาธรรมดาในระบบ แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือหลุดออกไปเลย ไม่ได้เรียนเลย ก็มีเยอะ เพราะว่าคนที่มาเรียนในระบบทวิภาคีก็ต้องยอมรับก็คือนักศึกษาที่ยากจนหรือว่า มีความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจพอเขาไม่ได้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่ได้รับค่าจ้าง เขาก็ตัดสินใจที่จะเลิกเรียนไปเลยซึ่งเป็นการเสียโอกาสมาก ทั้งโอกาสของตัวเขาเอง โอกาส ครอบครัว แล้วก็โอกาสของประเทศเราด้วย ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลน่าจะ รับไปพิจารณาเร่งด่วน เพราะว่าเราน่าจะมีระบบอะไรที่ช่วยรองรับนักศึกษาในระบบทวิภาคี ในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ ซึ่งมันจะไปจบเมื่อไรเราก็ยังไม่ทราบนะครับ🔗
สุดท้ายนะครับ เกี่ยวกับอาชีวะเหมือนกันแล้วก็เกี่ยวกับกิจกรรมปฏิรูป ในเรื่องของการพัฒนาครู ก็คงอยากจะขอฝากว่าในส่วนของอาชีวศึกษาโดยเฉพาะ ในระบบทวิภาคีหรืออาชีวศึกษาในระบบทั่ว ๆ ไปนี่เรายังติดในเรื่องของใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพครูค่อนข้างเยอะ รวมทั้งผู้บริหารด้วย มันไม่มีความจำเป็นในระบบอาชีวศึกษาที่ครู จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแบบที่เป็นทางด้านวิชาการ ผมอาจจะขออนุญาต ให้ท่านลองไปช่วยดูระบบที่ยืดหยุ่นสำหรับอาชีวะโดยเฉพาะนะครับ โดยเฉพาะครู ที่เขาอยู่ในสถานประกอบการในระบบทวิภาคี ก็คือคนที่เป็นคนทำงานอยู่ ในสถานประกอบการ แต่เขาต้องมารับหน้าที่สอนหนังสือให้กับเด็กนักเรียนด้วย อย่างนี้ ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องไปขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ท่านจะมีระบบอะไรที่ส่งเสริม หรือว่ายืดหยุ่นให้กับคนกลุ่มนี้ที่มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ แต่ว่าไปฝึกทักษะ ในการสอนนิดหน่อย เพิ่มเติมนิดหน่อย ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนครูทางด้านสายวิชาการ อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะช่วยให้ระบบนี้มันมีการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ ก็คงขอรบกวนเวลาทางสภาเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้เมื่อช่วงบ่ายผมได้มีโอกาสพูดถึงเรื่อง แผนการปฏิรูปประเทศ และมีที่ขอสงวนไว้คือเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะมาพูดในช่วงของปรับปรุงในเรื่องของกิจกรรมต่าง ๆ บิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ว่ากิจกรรม สำคัญ ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่าแผนปฏิรูปเดิมทั้งหมดมี ๑๑ ด้าน ขณะนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ได้เพิ่มมาเป็น ๑๓ ด้านมีบิ๊กร็อก (Big Rock) มีประเด็นสำคัญจริง ๆ ๖๒ ด้านใน ๑๓ กิจกรรม ๑๓ ประเด็น ใน ๖๒ กิจกรรม ต้องเรียนว่าทั้งหมดผมเองในฐานะ ที่เป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งเพื่อน ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เราอยากเห็น การปฏิรูปแผนทั้งหมดที่เป็นปรับปรุงส่งผลไปยังพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ให้ประชาชนนั้น ได้ลืมตาอ้าปาก ได้มีความเสมอภาคเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ผมเองขออนุญาตจับประเด็น พูดในเรื่องของทางด้านแผน ๗ คือกระทรวงสาธารณสุข ในหนังสือที่ท่านแจกมาทั้งหมด ๓๕๔ หน้า ผมก็ได้ศึกษาอย่างละเอียดแล้วก็มาเจอในหน้า ๗/๒๔ หรือหน้าที่ ๑๖๔ นั้น เป็นการที่ท่านทำตกไป เอา ๖/๙ ๑๓๐ กว่ามาแทน ก็ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่สภาที่ได้ติดต่อ ประสานงานให้ทางส่วนของสภาพัฒน์ได้ส่งใบแทรกมาให้ ซึ่งใบแทรกมาให้นี้คือหน้า ๗/๒๔ หรือหน้า ๑๖๔ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ก็ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจว่าเล่มนี้น่าจะสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะขาดไป ๑ หน้า หายไปชัด ๆ ก็ต้องขอบคุณทางสภาพัฒน์ที่ได้เกี่ยวข้อง และดูแลแก้ไข🔗
ท่านประธานครับ แผนแรกของกระทรวงสาธารณสุขที่ทุกคนนั้นอยากเห็น แล้วผมเองก็อยากให้สัมฤทธิผลจริง ๆ ก็คือเรื่องของกิจกรรมการจัดการภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุข รวมถึงโรคระบาดอุบัติใหม่ซึ่งมันทันสมัยมาก โรคอุบัติใหม่นั้นถามจริง ๆ ว่า เกิดมานานแค่ไหนอย่างไร ก็มานั่งเช็กกันนะครับ ปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖ มีโรคซาร์ (SARS) คือโรคที่ทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงเกิดที่เมืองจีน ซึ่งเกิดซีเวียร์ อะคิวต์ เรสไพราตอรี ซินโดรม (Severe Acute Respiratory Syndrome) ก็คือทางเดินหายใจที่แบบล้มเหลว อย่างเฉียบพลัน ซึ่งถ้าโยงแล้วก็จะคล้าย ๆ กับโรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ที่เกิด ในปี ๒๕๖๒ ปลายปี ๒๕๖๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๔ ผมละมานั่งรีวิว (Review) ว่า ๓ ปีเราเจอโรคนี้ ครั้งหนึ่ง บางทีก็ ๔ ปี พอปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ เราเจอโรคซาร์ (SARS) พอปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๙ เราเจอโรคไข้หวัดนกเอชไฟว์เอ็นวัน (H5N1) ถัดมาพอปี ๒๕๕๒ เราเจอ ไข้หวัดใหญ่ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ เจออีโบลา (Ebola) ที่อัฟริกา ปี ๒๕๕๘ โรคตะวันออกกลางเกาหลี ปี ๒๕๕๙ ไข้หวัดซิกา (Zika) และสุดท้ายที่เราเผชิญที่สำคัญที่สุด ในวันนี้ก็คือโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ปลายปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ทั้งปี ต่อมาถึง ปี ๒๕๖๔ ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นแผนนี้ก็ต้องเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้องเตรียม ความพร้อม ผมเชื่อว่าพี่น้องเพื่อนแพทย์ทีมงานกระทรวงสาธารณสุขเขามีความพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า รูปแบบในการจัดการศูนย์ปฏิบัติการยังไม่ชัดเจน ยังไม่มีการบริหารจัดการ ต่างคนต่างทำ แล้วก็มีประชุมร่วมกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหลายเรื่องที่ท่านมีตัวชี้วัดซึ่งได้บอกไปนี่ เดี๋ยวผมจะพูดต่อ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าเราย้อนกลับมารีวิว (Review) เรื่องโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ซึ่งขณะนี้ ท่านประธานครับ ประเทศไทยนั้นระบาดระลอกใหม่วันนี้ ๘๐๙ คน ติดเชื้อสะสม ๒๒,๐๕๘ คน เสียชีวิต ๗๙ คน บางคนก็ตกใจว่าระบาดใหม่วันนี้ ๘๐๙ คน เมื่อวานก็ ๗๐๐-๘๐๐ คน ทำไมถึงเยอะขนาดนี้ ซึ่งผมเองเข้าใจดี เพราะว่ารัฐบาล ได้ทำการตรวจเชิงรุก ซึ่งในเชิงรุกนั้นก็ต้องขอบคุณนักรบชุดขาวที่เสียสละมาจากทางทุกจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ที่ส่งตัวแทนไปร่วมเป็นโรงพยาบาลสนามที่เรียกว่าห่วงใยสมุทรสาคร ซึ่งมีทั้งหมด ๙ โรงพยาบาลสนาม ประมาณ ๓,๖๐๐ เตียง ตรงนี้ต้องเรียนว่านอกจาก ที่จะไปดูโรงพยาบาลสนามคือคนที่ป่วยแล้ว ๓ วัน เอกซเรย์ (X-ray) ปอดแล้ว ตรวจแล้วมี แล้วก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม แต่ที่กังวลก็คือโรคนี้มันอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าคนงานแรงงาน ในส่วนนี้จะเป็นต่างด้าว ซึ่งเขาได้ลงทะเบียนไว้ให้ไปตรวจวันหนึ่งทั้งหมด ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่แพทย์ที่นั่นบอกว่าจริง ๆ แล้วมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ตรวจได้วันละหมื่น ท่านลองคิดดู ถ้า ๒๐๐,๐๐๐ คนก็ต้องใช้ ๒๐ วัน แต่ตอนนี้มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน และคนงานที่อยู่ที่นั่น ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นเราภาวนาให้เชิงรุกให้จบให้เร็วที่สุด ถ้าพูดภาษาบ้านเราคือปิดหีบปิดจ๊อบ (Job) เสียเอาให้ครบ นี่คือแผนที่จะต้องแก้ไขว่า เราได้รับความร่วมมือจากแพทย์ทุกโรงพยาบาลอันนี้ผมต้องชื่นชม จากกระทรวงสาธารณสุข จากกรมควบคุมโรค ทุกองคาพยพมาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ทีมหนึ่งก็มี ๗ คน มีแพทย์ มีพยาบาล มีนักวิชาการ มีเภสัชกรเข้าไปหมุนเวียนกัน และที่ต้องชื่นชมเพราะเป็น การเตรียมความพร้อมสำหรับโรงพยาบาลสนามเพื่อจะเปิดในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป ถ้าเกิด เหตุการณ์ที่มันรุนแรงขึ้น ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดมหาสารคามของคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ที่เกิดเหตุการณ์ที่ว่าระบาดในกลุ่มของกินแชร์ รับประทานเหล้า ซึ่งใช้ ที่คีบน้ำแข็งคนด้วยกันอาจจะติดเชื้อตรงนี้ก็ได้ หรือนั่งในที่อับไม่มีอากาศเวนติเลต (Ventilate) มันก็เกิดขึ้นได้ซึ่งตรงนี้พวกเราก็เป็นห่วง เพราะฉะนั้นถามว่าสถานการณ์โลก วันนี้นะครับ วันนี้มีถึง ๑๐๔ ล้านคน อีก ๘๐๙,๕๕๑ คน เสียชีวิตไป ๒ ล้านกว่าคน สผ ๑๙/🔗
เรื่องถัดไปก็เป็นเรื่องของกิจกรรมที่ ๕ คือเรื่องของประกันสุขภาพ อันนี้ ผมพูดประจำ ท่านประธานครับ คือเรื่องของ ๓ ศูนย์🔗
หมดเวลา แล้วนะครับ🔗
นิดเดียวครับท่าน ๓ ศูนย์ก็คือ ศูนย์ของประกันสุขภาพ ศูนย์ของประกันสังคมและของราชการ เป็นแฟรกเมนต์ (Fragment) ไม่ยอมรวมบูรณาการ การเข้าถึง การมีบิ๊กดาต้า (Big Data) ต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ตรงนี้ จึงอยากให้จัดการให้เรียบร้อยเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการในการรักษา ในการชดเชย เป็นต้นนะครับ ก็ต้องขอบคุณว่าวันนี้อยากเห็นทางสภาพัฒน์ได้เห็นการทำงาน ที่เราพิจารณาวันนี้เอาไปปรับปรุงแล้วมาตอบให้เราฟังว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทำได้ไหม อย่างที่ผมเรียนไปเบื้องต้นนะครับ เพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ และอีก ๓ เดือนเราคงจะได้พบปะ แล้วก็ได้คุยกันอีกครั้งหนึ่งในการนำเสนอรายงาน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออภิปราย (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งก็เป็นเอกสารที่จัดทำเป็นรูปเล่ม แล้วก็ ขอชมเชยผู้ทำด้วยนะครับว่าได้พยายามให้รายละเอียดกับสภานี้พอสมควร แผนปฏิรูปนี่ มันมีการจัดเป็นด้านนะครับ ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๑๓ ด้าน แต่ผมเรียนว่าในแต่ละด้าน ค่อนข้างจะดูยากอยู่พอสมควร ในการที่จะทำความเข้าใจจะต้องอ่านแล้วก็ดูรายละเอียด พอสมควรเหมือนกันว่าจะเชื่อมโยงแต่ละเรื่องอย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะพูดไว้ ผมขอยกตัวอย่างสัก ๑ เรื่องที่มีการเดินเรื่องตามเล่ม ผมเข้าใจว่ามีการพูดถึงความสอดคล้อง ของการปฏิรูปกับยุทธศาสตร์ชาติเป็นเบื้องต้น แล้วต่อด้วยเรื่องของการที่ไปทำเรื่องปฏิรูป แต่ละเรื่องปฏิรูปเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ ในแต่ละด้าน แล้วก็ไปกำหนดเป้าหมายว่า จะปฏิรูปอะไร อย่างไร มีตัวชี้วัด มีหน่วยรับผิดชอบ และมีระยะเวลาที่กำหนด อันนี้ก็เป็น ฟอร์ม (Form) ที่ได้ทำเหมือนกันทุกด้าน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในแต่ละด้าน และแต่ละเรื่องที่ปฏิรูปฟอร์ม (Form) เป็นอย่างนี้ ทั้งหมดผมเคยพูดก่อนหน้านั้น เรื่องความคืบหน้าของการปฏิรูป ผมดูเหมือนว่าแต่ละเรื่องมันจะโยนไปให้ส่วนราชการ เกือบทั้งหมดกับส่วนที่เป็น เช่นสถาบันพระปกเกล้า ผมยกตัวอย่างเรื่องประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมเรียนท่านประธานว่าอันนี้เป็นเป้าหมาย แต่ตัวชี้วัดก็เป็นคะแนน คะแนนด้านการเคารพ สิทธิเสรีภาพ หรือคะแนนด้านยึดมั่นในหลักนิติธรรม คะแนนด้านการมีส่วนร่วม ของประชาชน เป็นต้น ผมตั้งคำถามว่าการให้ความรู้ความเข้าใจใช่สถาบันพระปกเกล้า อย่างเดียวหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าเราฝากความหวังไว้ที่สถาบันพระปกเกล้าเพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข อันนี้เป็นประเด็นสำคัญนะ ผมอยากจะเรียนไว้ ทีนี้ไปอีกสักหน้า จะยกตัวอย่าง ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่ผมบอกว่าบางทีก็สับสน หน้า ๒๗ เขียน แล้วผมก็ชอบมาก ในข้อ ๔.๓ ภาครัฐมีขนาดเล็กแล้วก็มีขนาดที่เหมาะสม แล้วก็ไปส่งเสริม การกระจายอำนาจ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีสมรรถนะสูง อันนี้ดีแล้วก็เป็นประเด็นที่ผมคิดว่า ผมพูดเสมอว่าประเทศ ต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นพอเราดูในหน้าต่อ ๆ ไปหายไปเลยครับ ผมอยากถามเหมือนกันเรื่องนี้ไปอยู่ตรงไหน ไปปฏิรูปที่เท่าไร เพราะว่ามีปฏิรูปที่ ๑ ถึง ๒ ถึง ๓ ถึง ๔ ไม่มีเรื่องนี้เลย หายไปเลย ก็อยากถามผู้ร่างผู้ทำเหมือนกันว่าไปอยู่ตรงไหน แล้วบางเรื่องผมดูในหน้า ๙๒ ผมชอบมากเรื่องของการสร้างความเท่าเทียม หรือลด ความเหลื่อมล้ำ สร้างความสมดุล อยู่ในหน้า ๙๒ แต่ทำไปทำมาเรื่องนี้หายไปเลยครับ ปฏิรูปแต่ละเรื่องก็หายไปเหมือนกันไม่มีรายละเอียด คำถามผมก็คือว่าทั้ง ๒ เรื่องที่ผมยกมา ไม่ต่อเนื่องและไม่รู้จะอยู่ตรงไหน ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่ดี นี่คือสิ่งที่มันสับสนอยู่ในร่างแผน การปฏิรูป แต่อย่างไรก็ตามข้อสังเกตของผมจะพูดให้ท่านประธานทราบสัก ๓-๔ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมถามเสมอว่าแผนปฏิรูปนี้ที่ร่างนี่เหมือนกับส่วนราชการ ทำของบประมาณ ผมเคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ๒ ปีแล้ว เขียนอย่างนี้เหมือนเป๊ะเลยครับ มีเป้าหมาย มีตัวชี้วัด มีหน่วยรับผิดชอบ แล้วก็มีงบประมาณ อันนี้มันเป็นรายงาน ที่ของบประมาณประจำปีหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นผมตั้งคำถามว่านี่หรือคือแผนปฏิรูป แผนปฏิรูปคืออะไรครับ🔗
ผมเคยอภิปรายเมื่อก่อนหน้านั้นว่าแผนปฏิรูปจะต้องทำในสิ่งที่รัฐบาล อยากจะทำ ในหลายประเทศการปฏิรูปที่ประสบความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ส่วนราชการ แต่อยู่ที่ผู้นำประเทศ อยู่ที่นายกรัฐมนตรี อยู่ที่คณะรัฐมนตรี อยู่ที่ประชาชนของชาติ ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันปฏิรูปประเทศ แต่ถ้าคณะกรรมการปฏิรูปเป็นตัวแทนของผู้นำประเทศ คณะกรรมการจะต้องรับผิดชอบต่อการปฏิรูปไม่ใช่ไปให้ส่วนราชการรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะบอกท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๓ ผมอยากจะบอกว่าผมชอบลดความเหลื่อมล้ำ ผมอ่านหนังสือ เล่มหนึ่งชื่อ สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ แล้วอ่านอีกเล่มหนึ่ง จีน ๓ มิติ ซึ่งวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ได้นำไปแปล ผมอยากจะเรียนว่าประเทศเรามีทุกข์อะไรครับ ถ้าทุกข์เรื่องของความยากจน ความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวย จนกับรวย สีจิ้นผิง บอกว่าปัญหาของชาติต้องวิเคราะห์สาเหตุว่าความแตกต่างระหว่างคนจนคนรวยอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นอยากจะพูดสั้น ๆ นิดเดียวท่านประธานว่าเขาก็ไปวิเคราะห์นโยบายของเขา ก็คือว่าเขาจะเพิ่มรายได้กับคนจน อันนี้ก็คือสิ่งที่เขาจะทำ ผมไปอ่านในนี้มันไม่มีครับ จะทำอย่างไร เช่น ยกเว้นภาษีกับผู้มีรายได้ต่ำ เป็นต้น มันต้องทำเป็นเรื่อง เป็นเรื่อง เป็นเรื่อง หรือไปดำเนินการที่จะผลักดันให้คนจน คนเกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนว่าในประเทศจีนก็บอกอีกเรื่องหนึ่ง เช่น ต้องไปปราบ อาชญากรทางเศรษฐกิจเพื่อความยุติธรรมของคนในสังคมแล้วก็เดินเรื่อง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมพูดไว้ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าผมอยากเห็นว่าการปฏิรูปนี่มันจะต้อง เป็นรูปธรรมและทำให้เห็นชัดอย่างชัดเจน ก็เลยฝากว่าเมื่อสักครู่ผมเรียนท่านประธานว่า ผมมีทั้งคำถามและก็มีประเด็น เพราะฉะนั้นถ้าประเด็นมันแยกย่อยมากมันไม่เห็นภาพ มันจึงกลายเป็นแผนของส่วนราชการในการปฏิรูปประเทศไม่ใช่การปฏิรูปประเทศ โดยรัฐบาลเพื่อจะนำพาประเทศไปสู่สันติสุข ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เรามาพิจารณา (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งผม ได้อ่านโดยละเอียดนะครับ แต่ขออนุญาตในการที่จะกล่าวเฉพาะถึงแผนปฏิรูปด้านสาธารณสุข ซึ่งถือว่ามีความสำคัญแล้วผมก็อยู่ในวงการนี้ ก็นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ต้องขอขอบคุณทางสภาพัฒน์ซึ่งท่านก็ต้องรับเรื่องแผนปฏิรูปมา ถึงแม้ว่าท่านไม่อยากจะรับ หรืออยากจะรับก็ตาม แต่ท่านมารับแล้วนะครับ ผมก็เชื่อมั่นว่าท่านจะนำแผนปฏิรูป แล้วก็เอาข้อแนะนำต่าง ๆ มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศให้สูงสุด แผนปฏิรูปฉบับนี้ ฉบับใหม่จะมีกิจกรรมด้านสาธารณสุขอยู่ ๕ กิจกรรมนะครับ ก็คือ🔗
๑. การพัฒนาปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข รวมถึง โรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่เพื่อความมั่นคงแห่งชาติด้านสุขภาพ ผมอยากให้ แก้เป็น ด้านสาธารณสุข นะครับ ก็คือว่าเรามีปัญหาเรื่องของโรคอุบัติใหม่ แล้วก็เป็นปัญหา ทั้งโลกนะครับ จังหวัดมหาสารคามของผมก็โดนโควิด (COVID) จากโต๊ะแชร์ ซึ่งก็โชคดี นำเรียนท่านประธานหลายคนเป็นห่วงนะครับว่าจังหวัดมหาสารคามเป็นพื้นที่สีแดงอย่างไร ก็นำเรียนว่าเป็นจากโต๊ะแชร์ แล้วก็พฤติกรรมที่ชงเหล้าแล้วก็ตัวชงเหล้านี่ก็จะไปจาก แก้วคนที่ติดไปคนที่ไม่ติดไปเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็พบว่าทั้งในวงแชร์นี่ก็ติดกันเยอะ แล้วก็ ติดไปถึงหมอ แล้วก็ต้องนำเรียนว่าต้องขอบคุณทางผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านสาธารณสุข จังหวัดที่ได้แก้ไขด้วยความรวดเร็วตามแผนปฏิรูป คือแผนปฏิรูปนี่ด้านการปฏิรูประบบ การแพทย์ฉุกเฉินนี่จะบอกว่ามีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจนก็คือร้อยละจังหวัดที่มีกลไกบริหาร สาธารณสุขสถานการณ์และบัญชาการสอดคล้องกับเชื่อมโยงกลไกและระบบที่ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ แล้วก็ทุกจังหวัดสามารถควบคุมสถานการณ์โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา-๑๙ (Virus Corona-19) ให้สงบภายใน ๒๑ วัน ซึ่งตอนนี้จังหวัดมหาสารคาม ก็เรียกว่าค่อนข้างจะดูแล้วก็เชิงรุก รุกเร็วนะครับ ไปติดหมอ เขาก็ไปตรวจคนไข้ที่ไปตรวจ ที่หมอ แล้วก็ภายในวัน ๒ วันนี้ก็พบว่าในการตรวจเชิงรุก ๓,๐๐๐ คนก็ไม่พบผู้ติดเชื้อ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ชื่นชมนะครับว่าการทำงานด้านสาธารณสุขของเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีเจ้าหน้าที่ที่ดีแล้วก็มีการจัดการที่ดีนะครับ มี ๕ กิจกรรม ๑. ด้านการฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุข ๒. การปฏิรูปประสิทธิภาพด้านการป้องกันโรงและด้านส่งเสริมสุขภาพ ๓. ปฏิรูประบบบริการผู้สูงอายุ ๔. ปฏิรูประบบประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้อง ๕. ปฏิรูประบบเขตสุขภาพ🔗
ผมนำเรียนว่าในส่วนประเด็นที่ผมจะพูดวันนี้ก็คือ ๑. เรื่องความเหลื่อมล้ำ ของ ๓ กองทุน ก็คือว่ากองทุนมี ๓ กองทุนในระบบสุขภาพก็คือ ๑. กองทุนข้าราชการ ๒. กองทุนประกันสังคม ๓. กองทุนบัตรทอง ผมยังไม่เห็นเคพีไอ (KPI) หรือดัชนีชี้วัดที่จะลด ไอเทม (Item) ที่จะไม่เท่าเทียมกันนะครับ อันนี้น่าจะต้องมีการกำหนดว่าเราจะลด ความเหลื่อมล้ำของ ๓ กองทุนอย่างไร ที่ผมเห็นชัดก็คือเรื่องของการล้างไตนะครับ การล้างไตในคนไข้บัตรทองจะไปล้างโดยใช้ทางเส้นเลือดก่อนไม่ได้ แต่สิทธิข้าราชการนี่ได้ แล้วบางคนเขาจนนะครับ แต่ว่าเขาไปล้างไตจากทางเส้นเลือดแล้วก็ต้องเสียเงิน ต้องมาบริจาคกัน เรียกว่าต้องเอาเงินเอาทองไป แล้วบางทีต้องไปกู้หนี้ยืมสินขึ้นมา ก็เป็นภาระ ซึ่งค่าใช้จ่ายของการล้างไตระบบทางหน้าท้องกับการล้างไตระบบทางเส้นเลือด ราคาไม่ต่างกัน ก็นำเรียนว่าอันนี้น่าจะให้การล้างไตในระบบเส้นเลือดเป็นโอกาสให้กับ บัตรทองด้วยนะครับ🔗
๒. คือความเหลื่อมล้ำของหน่วยบริการ กำลังคนตอนนี้ไม่มีนะครับว่า ในทุกจังหวัดจะต้องมีแพทย์ มีพยาบาล มีกำลังคนในอัตราที่เท่าเทียมกัน เช่น แพทย์ ต่อประชากร พยาบาลต่อประชากร ทันตแพทย์ต่อประชากรอะไรต่าง ๆ จะต้องมี ความไม่เหลื่อมล้ำกันมาก อันนี้ก็ไม่มีในข้อบ่งชี้ในอันนี้นะครับ ก็คือ ๑. ความเหลื่อมล้ำ ของ ๓ กองทุน ๒. ความเหลื่อมล้ำของหน่วยบริการ กำลังคน งบประมาณแต่ละพื้นที่ จะต้องเทียบกับจำนวนประชากรนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือการปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค อันนี้ต้องเพิ่มงบโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หรือเขาเรียกว่างบพีพี (PP) ซึ่งอันนี้นำเรียนท่านประธานนะครับว่างบพีพี (PP) นี้น้อยมาก ซึ่งต้องเพิ่มไปที่ รพ.สต. อสม. นะครับ อสม. นี่ถ้ามีเครื่องวัดอุณหภูมิ ตอนนี้ต้องซื้อเอง เครื่องวัดความดันก็สามารถจะไปตรวจประชาชนได้ทั่วประเทศของประเทศไทย แล้วก็ ต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่จะเป็นงบด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพิ่มขึ้น อันนี้ไม่มี ไม่ได้ระบุนะครับ และสำคัญที่สุดการจะเพิ่มงบพีพี (PP) จะต้องลดงบส่วนกลางลง และงบส่วนกลางจะต้องสลิม (Slim) และสมาร์ต (Smart) ก็คือว่าจะต้องเอาเงิน จากส่วนกลาง ลดส่วนกลางลงเพื่อไปเพิ่มงบของหน่วยบริการให้เพิ่มขึ้นนะครับ🔗
กิจกรรมที่ ๔ คือการปฏิรูประบบประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้อง เมื่อครู่นี้ก็พูดถึงความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ในบันทึกอันนี้ก็จะมีข้อดีคือการจัดการสาธารณสุข ของคนต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายอันนี้จะมีความสำคัญครับ ที่มีการระบาด ที่จังหวัดสมุทรสาครเรายังไม่มีระบบการจัดการด้านสาธารณสุขกับคนต่างด้าวตั้งแต่ต้นทาง แล้วก็ความทั่วถึงนะครับ🔗
ขออีกนิดหนึ่งนะครับ ประเด็นที่ ๔ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ รัฐต้องพัฒนา การบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการจะให้มาตรฐาน ต้องมีคน มีงบประมาณนะครับ ซึ่งตอนนี้มีปัญหาคนล้นเตียง คนไข้ต้องนอนระเบียง ผมคิดว่าอันนี้ต้องมีตัวชี้วัดนะครับว่าจะต้องมีจำนวนผู้ป่วยที่ล้นเตียงนี่ โรงพยาบาลที่ผู้ป่วย ล้นเตียงนี่จะต้องไม่มี ต้องเป็นเคพีไอ (KPI) หนึ่งของตัวปฏิรูปนะครับ แล้วก็สถานบริการ ต้องผ่านมาตรฐาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เรื่องเขตสุขภาพก็ต้องมีเคพีไอ (KPI) ให้ชัดเจนว่า เขตสุขภาพจะมีการปฏิรูปอย่างไรให้มีการกระจายอำนาจให้ไปสู่เขตภูมิภาคมากขึ้น🔗
สรุปก็คือขอเสนอการจ้างเคพีไอ (KPI) ที่ลดความเหลื่อมล้ำของ ๓ กองทุน ลดความเหลื่อมล้ำของหน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณคน งบประมาณของโครงสร้าง พื้นฐานต่อประชากร แล้วก็เพิ่มความเข้มแข็งด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคนะครับ ทาง รพ.สต. โรงพยาบาล แล้วก็ทางกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นนี้สำคัญคือกระทรวง สาธารณสุขจะต้องสลิม (Slim) และสมาร์ต (Smart) อันนี้เป็นความกล้าหาญนะครับ ผมอยากให้ทางสภาพัฒน์ตั้งประเด็นนี้เป็นหลักนะครับว่าจะทำอย่างไรให้กระทรวง สาธารณสุขจะสลิมแอนด์สมาร์ต (Slim and Smart) ลดส่วนกลางลง เอางบไปเพิ่ม ในส่วนของพื้นที่และหน่วยบริการให้มากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี้เกิดขึ้นอย่างน้อย ๆ มาจาก ๒ สาเหตุด้วยกันครับ🔗
สาเหตุแรก เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ มีการปรับปรุงองค์ประกอบ และแต่งตั้งเพิ่มเติมคณะกรรมการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ขึ้นใหม่ นี่ละครับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ มีการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศขึ้น🔗
อีกประการหนึ่ง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภานี้โดยตรง ท่านประธานครับ การรายงานแผนปฏิรูปประเทศทุก ๓ เดือน ตามรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๐ มีผลครับ มีผลอะไร มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแผนปฏิรูปประเทศครับ ท่านดูรายงานครับ ดูแผนปฏิรูปประเทศเขียนไว้ในหน้า ๒ ย่อหน้าสุดท้ายเขียนไว้อย่างนี้ครับ ทั้งนี้ ในการดำเนินการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว สอดคล้องกับ ข้อเสนอแนะของวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นควรให้มีความสำคัญกับการคัดเลือกเฉพาะกิจกรรมปฏิรูป ประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ บิ๊กร็อก (Big Rock) นี่ละครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ท่านมีส่วนสำคัญนะครับที่อภิปรายกันทุก ๆ ๓ เดือนนี่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำแผน ปฏิรูปประเทศขึ้น ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี ขอขอบคุณคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดใหม่ ที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เมื่อได้อ่านในแต่ละด้านที่มีการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศขึ้นใหม่นี่นะครับ ท่านคณะกรรมการปฏิรูปครับ ท่านยังกล้า ๆ กลัว ๆ ยังไม่กล้าอย่างแท้จริงครับ ยังไม่กล้า ที่จะคิด ยังไม่กล้าที่จะนำ ยังไม่กล้าที่จะทำที่ให้มันเกิดบิ๊กร็อก (Big Rock) อย่างแท้จริง กับการปฏิรูปประเทศที่เป็นความหวังของคนทั้งชาติอย่างแท้จริงครับ หลายส่วนขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ได้กล่าวไปแล้วนะครับ ยังเป็น กึ่ง ๆ ราชการ ผู้นำคณะกรรมการปฏิรูปต้องเป็นผู้ที่กล้าจริง ๆ ที่จะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ เปลี่ยนแปลงไปสู่อะไรครับ เอ็นเอ็นทีซีครับ (NNTC) เอ็นเอ็นทีซี (NNTC) หมายถึงอะไรครับ นิว นอร์มัล ไทยแลนด์ คันทรี (New Normal Thailand Country) ให้เป็นความยั่งยืน ให้เป็นพิมพ์เขียวที่จะวางรากฐานให้กับเยาวชน ให้กับคนรุ่นใหม่ของประเทศอย่างแท้จริง วางอย่างไรครับ ทั้ง ๑๐ ท่านปฏิรูป ท่านปฏิรูป แผนนี่นะครับมันเกิด ๒ เรื่องขึ้นมาบิ๊กร็อก (Big Rock) เรื่องหนึ่ง ท่านเพิ่มอีกด้านหนึ่งเข้ามา ก็คือด้านวัฒนธรรม กีฬา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เข้าเป็นอีกแผนหนึ่ง อีกด้านหนึ่ง แต่สาระสำคัญจริง ๆ ในแต่ละด้าน ท่านคณะกรรมการครับท่านต้องไปนึกแต่ละด้านครับ แต่ละด้านมันมีปัญหาอะไร ท่านใช้หลักของอริยสัจ ๔ การตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้ครับ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มาใช้กับการปฏิรูปประเทศ ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างด้านการเมือง ทำอย่างไรจึงจะฝังชิป (Chip) ไว้ในจิตวิญญาณ ของประชาชนทุกคนของคนในชาติ ถ้าต่อไปนี้มีการปฏิวัติรัฐประหารเรายอมไม่ได้อีกแล้วครับ นี่ฝังชิป (Chip) เข้าไปครับ นี่คือการปฏิรูปครับ🔗
๒. ทำอย่างไรจึงจะสร้างอุดมการณ์ในจิตวิญญาณของประชาชนทุกคนว่า ประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยกตัวอย่าง ต่อไปครับ กติกาที่สอดคล้องกับประชาธิปไตยนั่นคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ การมีส่วนร่วม ของประชาชนก็เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นกติกาต่าง ๆ เหล่านี้ต้องสอดคล้องกับ บริบทของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่าให้ใครได้เปรียบ เสียเปรียบ อย่าให้ใคร ช่วงชิงอำนาจของพี่น้องประชาชนไปเป็นของกลุ่มคนของตัวเอง ด้านการเมืองอีกเรื่องหนึ่ง ความแตกแยกครับ ที่แก้มาล้มเหลวทั้งหมด ทำอย่างไรคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จะไปคิดใหม่ครับว่า ความแตกแยกทางการเมืองจะหล่อหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ให้เป็นสายเลือดประชาชน คนไทยด้วยกันทั้งประเทศให้ได้นี่เป็นภารกิจของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศครับ ยกตัวอย่างต่อไปด้านบริหาร ท่านทำไมไม่คิดการกระจายอำนาจครับ เป็นการลดภาระ ราชการส่วนกลางลงไป ทำไมไม่คิดปฏิรูประบบงบประมาณที่มันสร้างความเหลื่อมล้ำ ให้กับประเทศอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานขออีกสักนิดเถอะครับ ด้านกฎหมายผมพูดถึง การกระจายอำนาจ ท่านก็ไปแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน ทำอย่างไรจึงจะให้ราชการส่วนภูมิภาคลดลง นี่ละบิ๊กร็อก (Big Rock) ล่ะครับ เพิ่มการกระจายอำนาจให้มากขึ้น ด้านป้องกันการทุจริต การจัดซื้อจัดจ้างยังมีทุจริตอยู่ไหม การซื้อขายตำแหน่งในกรม กองต่าง ๆ ที่มีผลประโยชน์มหาศาล ยกตัวอย่างเช่น กรมศุลกากร กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท เหล่านี้ก่อให้เกิดระบบ เมอริตซิสเตม (Merit system) หายไป ระบบคุณธรรมหายไป คนดีไม่เกิดในวงราชการ เพราะระบบการซื้อขายตำแหน่งเหล่านี้ละครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอสรุปอย่างนี้ครับ ทั้ง ๑๒ ด้านท่านจะไม่มีวัน ทำสำเร็จเลยนะ ถ้าปราศจากด้านที่ ๑๓ นั่นคือการปฏิรูปทางด้านการศึกษา ผมมีความหวัง กับท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์วรากรณ์ สามโกเศศ ท่านประธานนะครับ ท่านลดจาก ๗ ด้าน ๗ กิจกรรม เหลือ ๕ กิจกรรม เป็นความหวังของเรานะครับ ท่านแก้เถอะครับ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ อย่างนี้ต้องทำโดยด่วน คณะกรรมการปฏิรูปกล้าไหมล่ะ เรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ อย่างนี้ต้องทำในระยะยาว ผมจบด้วยอย่างนี้ ท่านประธานครับ ตั้งปรัชญาไว้เลยว่าที่พรรคชาติไทยใช้เป็นนโยบายหาเสียงครับ ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ใช้ ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ใช่ ให้ใช้ในสิ่งที่ได้เรียน แล้วไม่เปลี่ยนไป ตามการเมืองครับ การศึกษาเปลี่ยนไปตามการเมืองไม่ได้ ต้องมั่นคง แน่วแน่ จะ ๕ ปี ๑๐ ปี วางพื้นฐานเลยครับ เราจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขจิตร ชัยนิคม🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดู (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แล้ว ต้องขอขอบคุณที่ท่านพยายามที่จะปรับปรุงหรือสร้างความดีให้สมบูรณ์ บนสถานการณ์ในการทำงานของท่านตลอดระยะเวลาของการเขียนการปฏิรูป หรือความพยายามในการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมจะพูดอยู่ ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ที่การปฏิรูปก็คือเรื่องเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ผมเป็นคนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องของ ป.ป.ช. ว่าโดยย่อ แล้วผมก็เป็นคนเสนอให้กำหนดว่าการจะปราบปรามการทุจริตได้ต้องให้บุคคล ที่เสียประโยชน์เขามารักษาประโยชน์ของเขา บุคคลที่เสียประโยชน์ที่ผมพูดถึงคือประชาชน เพราะฉะนั้นท่านมีกิจกรรมมากมายนะครับ ในกิจกรรมการปฏิรูปที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ เริ่มจากหน้า ๒๗๖ ท่านจะส่งเสริมให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านทุจริต ท่านจะพัฒนาการเข้าถึงข้อมูล การคุ้มครองผู้ร่วมมือกับการทุจริต ท่านจะพัฒนาระบบ ให้ยุติธรรม รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ แล้วสุดท้ายท่านจะพัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ ซึ่งอันนี้คือข้อเขียน ความเจตนา ความมุ่งมั่นของท่านซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่ดี แต่ผมมีข้อเสนอแนะในสถานการณ์ในกิจกรรมปฏิรูปการทุจริตก็คือว่า ผมอยากให้ท่านเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งท่านเขียนเป็นกิจกรรมแรก แล้วให้เขามีส่วนร่วมจริง ๆ มีงบประมาณที่ไหน ในชุมชนใดท่านประกาศเลยได้ไหมครับ ท่านติดประกาศ หรือท่านไปประกาศกับชาวบ้าน ใช้ระบบกลไกการปกครองที่มีอยู่ลงไป ประกาศเลย ในหมู่บ้านของเราขณะนี้มีงบประมาณจะสร้างโรงเรียนเท่านั้นเท่านี้บอกเงินไป มีการจะสร้างถนนผ่านหมู่บ้านท่านด้วยงบประมาณเท่านี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม อย่างไรให้แนะนำเขาหน่อยให้เข้าถึงข้อมูล ข้อมูลของท่านต้องลงไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน แล้วท่านต้องใช้อาสาสมัครประชาชน ซึ่งผมเสนอไว้ในกฎหมายขณะนี้ ป.ป.ช. ได้ตั้งแล้ว อาสาสมัครการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน แต่ว่าจำนวนนี่ผมคิดว่าไม่เพิ่ม ไม่เพิ่มมาก เท่าที่ควรจะเป็น ทำไมท่านไม่เอาตัวอย่าง อสม. เอาตัวอย่างของกระทรวงสาธารณสุข เขามีอาสาสมัครมากมายท่านขยายอาสาสมัคร แล้วในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ท่านตั้งรางวัลได้เลย มันจะเป็นกิจกรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วก็จะประสบความสำเร็จ อันนี้คือเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะมีความเห็นร่วมก็คือเรื่องการพัฒนาการเกษตร ท่านบอกว่าการเกษตรท่านจะพัฒนาเกษตรให้พัฒนาแบบการสร้างมูลค่าเกษตรสมัยใหม่ เพิ่มมูลค่าสูงหรือทำสมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) อะไรต่าง ๆ ที่ท่านจะทำ แล้วพัฒนาระบบนิเวศเพื่อรองรับผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Start Up) ท่านเขียนไว้ ดีมากครับ แล้วท่านทำให้ประสบความสำเร็จด้วย เพราะว่าท่านเอาระยะเวลาไว้เพียง ๑ ปี ๑ ปีในปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ มีการเขียนไว้ในเรื่องการพัฒนาคน ดีมากครับ ท่านบอกว่าคนเป็นแกนนำสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ อันนี้เรื่องจริง แล้วท่านก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ท่านประธานครับ การเกษตร ท่านบอกว่าประชาชนมีการเกษตรแบบดั้งเดิมผมก็เห็นด้วยครับ แล้วท่านมีการพัฒนา ระบบน้ำนอกชลประทาน ผมฝากท่านนะครับ ระบบน้ำนอกชลประทานต้องลงไปถึงเกษตร รายย่อย เสร็จแล้วมีระบบการขุดเจาะบาดาลน้ำใต้ดินเอาขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้ไปดูแลพี่น้องประชาชนให้มันครบ ๓ ล้านครัวเรือน ไม่ใช่มาพูดถึง ๑,๐๐๐ ครอบครัว อะไรต่าง ๆ มาแถลงเป็นผลงานไม่ใช่นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมมีอีก ๒ เรื่อง ที่สำคัญ ผมเป็นห่วงมาตรการในเรื่องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่าท่านบอกว่าท่านจะเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ตามเป้าหมาย ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์อะไรนี่ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แต่ผมเขียนรายละเอียดของขั้นตอน ผมเป็นห่วงครับท่านประธาน หยุดยั้งและป้องกันการทำลายที่ป่าไม้ของรัฐทุกรูปแบบ ให้มีประสิทธิภาพ ใครไปทำลายป่าไม้ ใครไปบุกรุกป่าไม้ ถ้าในคำจำกัดความของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ หรืออะไรของกระทรวงนี้ คิดว่าประชาชนนั้นไปบุกรุก ที่ของรัฐ แต่ถ้าดูกฎหมายแล้วรัฐไปครอบงำที่เขา เพราะว่าการประกาศป่าไม้ ประกาศ อุทยาน ประกาศอะไรจะบอกมีกฎหมายมาตราหนึ่งเสมอว่า เขตอุทยาน เขตป่าไม้ เขตปฏิรูปจะไม่รวมที่ที่ประชาชนมีเอกสารสิทธิ เช่น ส.ค. ๑ แต่วันนี้คนที่มีเอกสิทธิไปอยู่ก่อน พิสูจน์ได้กลายเป็นผู้เดือดร้อน จนกระทั่งทุกวันนี้ผ่านมาประมาณเกือบ ๑๐๐ ปีมาแล้ว ๑. ท่านบอกจะหยุดยั้ง ๒. ท่านจะบอกว่าเพิ่มแล้วพัฒนาป่าอนุรักษ์ แล้วก็เพิ่มพื้นที่ในป่า ก็เป็นเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งมองประชาชนในเรื่องบุกรุก ทั้งสิ้น ๓. ท่านบอกจัดระบบการแก้ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับครอบครองและการใช้ ประโยชน์ที่ป่าไม้ของรัฐทุกประเภทอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม อันนี้ผลก็คือกรมอุทยาน หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ยังมองประชาชนเป็นผู้บุกรุก เมื่อไร มองประชาชนเป็นผู้บุกรุกที่ดินแปลว่ามองไม่ถูก ประชาชนไม่ได้บุกรุกที่ดิน อันนี้ผมไม่มีเวลา ที่จะพูดมากนะครับ ก็ให้ความเป็นห่วงมากกับมาตรการนี้ว่าจะมีความขัดแย้งกับประชาชน มากขึ้น ๆ เพราะว่าไม่มีความเคารพประชาชน🔗
สุดท้ายครับ สุดท้ายนี้ผมกลับมาพูดเรื่องการศึกษา ผมมองไม่เห็นการพัฒนา การศึกษาแล้วก็ไม่ได้เห็นว่าท่านได้ศึกษากฎหมายการศึกษา ท่านเขียนไว้บอกว่าท่านจะปรับปรุง กฎหมายการศึกษา แต่ว่าท่านไม่พูดรายละเอียด แต่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการปฏิรูป เรื่องการศึกษาครับ ท่านไปดูพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ ทำมา ๒๒ ปีนี่ทันสมัยมาก มาตรา ๕ เขาบอกการศึกษามี ๓ รูปแบบ ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย แล้วมาตรา ๑๕ วรรคสาม ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดหนึ่ง ให้ไปทำได้ไหมครับ เขาบอกว่าข้อความ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพหรือประสบการณ์ในการทำงาน ตัวนี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะส่งเสริม ระบบการศึกษาไทยให้หลากหลายตามกฎหมายเดิมซึ่งท่านอาจจะละเลยแล้ว เพราะท่าน มุ่งมั่นที่จะเขียนกฎหมายการศึกษาใหม่ ผมฝากท่านไว้นะครับ อันนี้เป็นความก้าวหน้ามาก ในทางการศึกษา ซึ่งเขาบอกให้บุคคล ครอบครัว สถาบันครอบครัว เอกชน จัดการศึกษาได้ หมด แต่ว่ารัฐ โรงเรียนในระบบไม่มีระบบการเทียบโอนจนกระทั่งวันนี้นะครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน การศึกษาตามอัธยาศัยผมกลัวว่ามันจะละลาย แล้วไม่มีในกฎหมายการศึกษาใหม่ครับ เพราะว่าท่านไม่ได้ทำให้มันมีประโยชน์ ท่านเอาไป แขวนไว้ ขณะนี้เอาไปห้อยไว้กับการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัยเขาเขียนไว้ ในกฎหมายว่าอย่างนี้ครับ ผมอ่านตรงนี้แล้วผมจบแล้ว เขาบอกว่า การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในกฎหมายการศึกษาปัจจุบันนี้ เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยตัวเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ ผมถือว่านี่คือจะต้องสร้างขึ้น ในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการศึกษาอย่างขยายวงกว้าง ผมเกรงว่ากฎหมายการศึกษาใหม่ จะละเลยสิ่งเหล่านี้ก็เลยฝากไว้ในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วมอภิปรายในเรื่อง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นะครับ ท่านเขียนไว้ ในเอกสารของท่าน ท่านปรับปรุง ๖ ประเด็น ทำไมถึงปรับปรุง เพราะมีการตั้งกรรมการ ไปเพิ่ม ทีนี้เสียดายนิดหนึ่งครับเหมือนท่านไม่ได้เอาข้อมูลที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง ๗ ครั้ง ตอนที่มีรายงานต่อสภาไปประกอบในการปรับปรุงนะครับ ผมสนใจข้อเดียวในประเด็น ปรับปรุงของท่าน ๖ ข้อนะครับ ข้อเดียวนี่ก็คือว่าท่านบอกว่ากำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด ให้ชัดขึ้นและวัดผลได้ คำถามว่าพออ่านต่อไปในเอกสารนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงไหม ตอบว่า จริงนะครับ แต่เพียงบางรายการเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทุกรายการ และตัวที่สำคัญ ๆ ยังไม่ได้ มีการระบุไว้ในเอกสารปรับปรุงนะครับ เดิมท่านเคยใช้คำว่า ควิกวิน (Quick Win) ตอนนี้เปลี่ยนเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) ก็โอเค (OK) จะเปลี่ยนผมไม่ว่านะครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) ท่านก็นิยามไว้ด้วยครับ ทุกหน่วยงานต้องทำนะครับ ส่งผลเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญด้วย ผมก็ทวงนะครับว่าพลังงานเรื่องใหญ่ ส่วนต่างดอกเบี้ยเรื่องใหญ่ เอาไปใส่ในบิ๊กร็อก (Big Rock) ได้ไหมครับ เพราะมันทำได้ง่ายไม่ต้องใช้งบนะครับ ไม่ต้องใช้งบประมาณด้วยนะครับ ทำได้ง่าย เห็นผลเร็วถ้าทำถูกต้อง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเมื่อสักครู่ไม่ได้ให้ไว้เพราะไม่ได้มีเวลามาก ผมถามท่านนิดเดียวครับ นี่ประชาชนบริโภคทุกวัน ไข่จากตลาด ๓.๒๐ บาท เดินไปนิดเดียว ร้านสะดวกซื้อ ๗ บาท ทำไมครับ ไข่ลักษณะเดียวกัน ฟองเดียวกัน ต้นทางที่เดียวกัน อย่างนี้ครับนี่บิ๊กร็อก (Big Rock) ครับ แก้ได้ทั้งประเทศได้ประโยชน์หมด ทำได้เร็ว ไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องใช้งบประมาณ น่าจะอยู่ในวาระที่สำคัญของการปฏิรูปประเทศนะครับ🔗
การปฏิรูปที่ผมคิดว่าต้องไปไล่ดูว่ามันตอบโจทย์จริงไหมและตอบความท้าทาย จริงไหม ผมจะไล่ดูแผนปฏิรูปเศรษฐกิจมีเป้าหมายมากขึ้น แต่ยังไม่บอกว่าทำอย่างไร ตรงนี้มันเป็นปัญหานิดหนึ่งครับ ที่ผมพูดอย่างนั้น เช่น ท่านบอกว่าภาคเกษตรการสร้าง เกษตรมูลค่าสูงและขอให้ขยายตัว ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ หน้า ๑๐๓ ท่านไม่บอกว่าในกี่ปีนะครับ เอกสารท่านเองนี่เวลาท่านบอกว่าให้มันโตกี่เปอร์เซ็นต์ท่านต้องบอกว่าภายในกี่ปีครับ ๑ เดือน ๑ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ไม่เขียนไว้นะครับ ตรงนี้งงครับ แต่ผมอนุมานว่าท่าน หมายความว่าต่อปี ถ้าบอกว่าต่อปีแล้ว แล้วท่านก็บอกด้วยเกษตรแปรรูป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๕ ปี แต่ไม่ได้เขียนว่าทำอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปทำวิธีไหน ไม่พูดถึงละครับ แล้วตอนนี้ปัญหาประเทศเราครับ ท่านประธานครับ ที่เข้ามาในกรรมาธิการ ที่เข้ามาในสภาเราเห็นได้ชัดว่าหน่วยงานราชการเองไม่ทราบว่าจะทำวิธีไหน ต้องทำโครงการ อะไร ต้องใช้งบประมาณเท่าไร ไม่ทราบนะครับ เพราะฉะนั้นผมกำลังจะบอกว่า ถึงท่านปรับปรุงเอกสารฉบับนี้ในการปฏิรูปประเทศไม่พอเลยครับ เพราะหน่วยงานไม่ทราบ จริง ๆ ว่าจะทำอย่างไรนะครับ ไม่มีการพูดถึงในหลายเรื่องที่จำเป็น เช่น ที่ผมยังโยงอยู่ เรื่องภาคเกษตรที่ท่านบอกจะเพิ่มมูลค่า ท่านไม่พูดถึงงบวิจัยครับ งบวิจัยเมล็ดพันธุ์ เอาอย่างไรครับ เดิมแผนปฏิรูปเกษตร ๒๐ ปีบอกว่าจะมีงบประมาณปีละ ๑,๕๐๐ ล้านบาท งบประมาณจริงที่เข้าสภาปีละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ไปไม่ถึงครับ อย่างไรก็ปฏิรูปไม่ได้ครับ บางเรื่องไม่มีงบทำไม่ได้จริง ๆ ครับ แล้วท่านจะไปเป็นเกษตรมูลค่าสูงก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน ทำอย่างไรท่านตอบผมทีครับ เขียนแผนที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ไม่มีประโยชน์เลยนะครับ เสียเวลาเปล่า ๆ และเสียงบประมาณเปล่า ๆ ถ้าท่านบอกว่าเกษตรจะไปได้ยั่งยืน ท่านไม่พูดถึงการกำกับการนำเข้าของสินค้าคุณภาพต่ำ ราคาต่ำมาตีตลาดในไทย ท่านไม่พูดถึงตรงนี้ก็ไปไม่ได้อีกเหมือนกันนะครับ ท่านทราบไหมท่านไม่ปรับโครงสร้างภาษี การนำเข้าปุ๋ยมาสู่ในประเทศไทยยังมีภาษีนำเข้าครับ เพื่ออะไรครับ ทำไมท่านไม่ปรับ โครงสร้างภาษี การนำเข้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาในประเทศไทยยังมีภาษีนำเข้าอยู่ ถ้าไม่ปรับโครงสร้างภาษีท่านจะบอกว่าเราจะเป็นเลิศทางการผลิตได้อย่างไรครับ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นจริง ๆ การปฏิรูปผมอยากเห็นสำเร็จครับ ผมไม่อยากเห็น เขียนแผนที่มันฟังดูดีแต่จริง ๆ แล้วผมไม่ทราบเลย หน่วยงานไม่ทราบเลยว่าจะปฏิบัติ อย่างไร แผนปฏิรูปพลังงานท่านปรับปรุงแล้วแย่ลงนะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ของเดิมที่ผมตำหนิติติงไปก็คือบอกว่าไม่เขียนว่า พลังงานที่เป็นธรรมสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง อันนั้นพูดไปแล้วไม่พูดซ้ำ แต่ในแผนปรับปรุงท่านเขียนอย่างนี้ครับ ระเบียบปัจจุบันยังไม่เอื้อ ต่อการพัฒนากิจการพลังงานให้เป็นไปตามกลไกการแข่งขันของตลาดเสรี ท่านครับ ใครเป็นคนบอกท่านว่ากิจการพลังงานคือตลาดเสรีครับ แม้กระทั่งที่องค์การการค้าโลก เขาบอกไม่ใช่ครับ เป็นกิจการเดียวในโลกนี้ที่ผู้ผลิตสามารถกำหนดราคากันเองได้ พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านฮั้วกันครับ ฮั้วกันกำหนดราคา ถ้าท่านตั้งโจทย์ว่าเป็นไปตามกลไก ตลาดแข่งขันเสรี โจทย์ผิดแล้วครับ ผิดเลยครับ อันนี้ใครเขียนครับ ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ โจทย์ผิด คำตอบก็จะผิด อันนี้อยู่ในหน้า ๒๒๑ ในโลกนี้ไม่มีครับ แก้ไขด้วยครับ หน้า ๒๒๙ ท่านบอกท่านจะตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงพลังงาน เดิมมีอยู่แล้วตั้งศูนย์อะไรเพิ่มอีกครับ กระทรวงพลังงานก็ออกตัวเลข มาเรื่อย ๆ ครับ แต่ปัญหาของกระทรวงพลังงานเวลาท่านออกตัวเลขมาท่านทราบไหมครับว่า เกิดอะไรขึ้น ผมไล่ดูนะครับ ตัวเลขของกระทรวงพลังงานไม่ตรงครับ ไม่ตรงกับข้อมูลของ กรมศุลกากร ซึ่งข้อมูลกรมศุลกากรยึดโยงกับทุกประเทศเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุด เพราะมีองค์กรศุลกากรโลกเป็นคนกำกับอยู่ แต่ของกระทรวงวันนี้ก็ยังไม่ตรงแล้วท่านจะไป ตั้งอะไรอีกครับศูนย์สารสนเทศนี่ตั้งวิธีไหนครับ เพื่ออะไรครับ ตรงนี้ก็เป็นปัญหานะครับ นิดเดียวเท่านั้นครับท่านประธานจวนจะจบแล้วครับ เอสเคิร์ฟ (S-Curve) ท่านกำหนดไว้ ท่านเขียนไว้ในหน้า ๒๔๑ ผมงงมากท่านบอกว่า เอสเคิร์ฟ (S-Curve) ใหม่คือพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เราทำมานานแล้ว ไม่ใช่เอสเคิร์ฟ (S-Curve) เลยครับ บรรจุภัณฑ์ให้สินค้าเกษตรและอาหาร ถ้าท่านบอกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ อีโคเฟรนลี (Eco Friendly) ใช่ครับ แต่บรรจุภัณฑ์เฉย ๆ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ของใหม่เลยครับ ชิ้นส่วนเครื่องบินเราไม่มีธุรกิจการบินเลย ชิ้นส่วนเครื่องบิน เป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) หรือครับ อันนี้ใครเขียนผมก็งงนิดหนึ่งนะครับ ช่วยทบทวนทีครับ🔗
สุดท้ายนะครับ ท่านเคยไปดูไหมครับว่าแผนปฏิรูปแผนพัฒนาประเทศ นโยบายรัฐบาลกับแผนเงินไม่สอดคล้องกันครับ ทำอย่างไรครับ ถ้าท่านจะปฏิรูปท่านต้อง ปฏิรูปว่าแผนเงินกับแผนปฏิรูปต้องตรงกัน และทั้งแผนเงินและแผนปฏิรูปที่ตรงกันนั้น แยกย่อยมาเป็นรายปีเป็นแผนของรัฐบาลและเป็นแผนงบประมาณที่สอดคล้องกัน ถึงจะปฏิรูปสำเร็จครับ ไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้🔗
สุดท้ายนะครับ เป้าหมายยังเป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรมครับ แล้วส่วน ที่เป็นรูปธรรมก็ไม่พูดถึงว่าทำอย่างไร โครงการอะไร งบประมาณเท่าไร เสร็จภายในเวลา เท่าไร เพราะว่าตรงนั้นเป็นปัญหาครับ ผมเรียนท่านประธานครับ เปลี่ยนปรับปรุงแผนไม่พอ ครับ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ และต้องมีความชัดเจนในส่วนของโครงการ ที่จะดำเนินการด้วยครับ และงบประมาณที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดร้อยเอ็ด ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสอภิปรายต่อ รายงาน (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ต้องเรียนท่านประธานว่าผมนี่ ไม่รังเกียจข้าราชการประจำแล้วก็ให้เกียรติ แล้วผมก็มั่นใจว่าถ้าไม่มีข้าราชการประจำ ประเทศไทยก็เดินไม่ได้ขนาดนี้ แต่เมื่อเราเข้ามาอยู่ยุคนี้แล้วยุคนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นยุคปฏิรูป ที่ต้องเอานักการเมืองนำ ต้องเรียนครับว่าผมสนใจในรายงานอยู่ ๒ ประเด็น เพื่อจะให้ ในเวลาที่ท่านมอบหมาย ผมสนใจประเด็นทางสังคมในหน้า ๒๐๓ เพราะเหตุว่ามันเป็น การบอกถึงจะเรียกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลคนพิการ โดยเฉพาะข้อมูล คนแก่ กลุ่มเปราะบางที่ช่วยตัวเองไม่ได้ อันนี้ผู้รายงานน่าจะตอบผมหลังจากที่ผมอภิปราย เพราะอะไรครับ ผู้พิการทั่วประเทศขณะนี้มีทั้งหมด ๓.๗ ล้านคน เป็น ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากร มีอยู่ ๕๕.๖ ที่ไม่ได้ลงทะเบียนคนพิการ มันเกิดอะไรขึ้นครับ แล้วท่าน ก็มาตั้งเป้าหมายแล้วก็บอกว่าจะสำเร็จในแผนในร่างปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ ประเทศไทย มีจำนวนหมู่บ้านอยู่ ๗๕,๐๓๒ หมู่บ้าน มันยากเย็นอะไรครับ ทำไมข้อมูลอย่างนี้จึงไม่ชัดเจน หลักคิดถ้าข้อมูลชัดเจนทุกอย่างที่รัฐบาลใส่ลงไปในประเทศมันต้องถึง ไม่ว่าจะเป็นไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่จะเป็นเงินเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบางที่เขาต้องการความช่วยเหลือ นี่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่สมัย จอมพล สฤษดิ์ ท่านเลขาธิการก็นั่งอยู่นี่ ถ้าไม่ตำหนิข้าราชการประจำจะตำหนิใคร ข้อมูลข้าราชการทั้งนั้นที่เป็นคนคุมอยู่ นี่ประเด็นแรกที่ท่านต้องตอบ เพราะผมเรียนตรง ๆ อย่างหมู่บ้านผม บ้านคำบอน บ้านตากแดด ตำบลหัวโทน บ้านน้ำคำ บ้านโน้นบ้านนี้ ท่านประธานที่เคารพ คนอีสานเหมือนกัน บ้านแพง จังหวัดนครพนม มีหมู่บ้านไหนบ้างครับที่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อสม. เขาจะไม่รู้จักใช่ไหมครับว่ามีคนพิการ หรือมีใคร ทำไมข้อมูลไม่ชัดเจน นี่เป็นประเด็นแรก เพราะฉะนั้นถ้าเข้าอีก ๓ เดือน ถ้ายังไม่มีความชัดเจนก็น่าตำหนินะครับท่านประธาน น่าตำหนิ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะไปในเวลาเพื่อจะไม่ให้เกินนะครับ คือหน้า ๒๑๑ เป็นเรื่องที่ท่านกำหนดเป้าหมายว่าจะให้เรื่องถือครองที่ดินหมายความว่าให้ประชาชน นำเอาที่ดินไปเป็นหลักประกันได้ เพราะเหตุว่าในนี้ท่านชี้ถึงปัญหาด้วยว่า ที่ดินของรัฐ ที่ให้นำไปจัดสรรให้ประชาชนนำเอาไปเป็นหลักประกันไม่ได้ บ้านผมอยู่อำเภอสุวรรณภูมิ ตำบลทุ่งกุลานี่ ท่านประธานครับ ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผ่านไปยังท่านนี่ ๒ ล้านกว่าไร่เป็นที่ ส.ป.ก. บ้าง ตำบลทุ่งกุลาก็ดี ตำบลทุ่งหลวงก็ดี เขาจะ เอาไปเป็นหลักประกันมันก็ไม่ได้ ถูกไหมครับ ส.ป.ก. ก็มีกฎหมายห้าม ถ้าจะเอาไปทำจริง ๆ ก็ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เขาก็ไม่มีเงินในการที่จะไปเปลี่ยนแปลงทำเกษตรที่มันก้าวหน้าได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ประเทศไทยก็ไม่ได้กว้างใหญ่อะไร ผมก็เรียนถาม ทางท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่าตรงนี้มันควรจะสัมฤทธิผลได้แล้ว บ้านท่านประธาน อยู่จังหวัดนครพนมก็น่าจะมีปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ดินของรัฐผมไม่อยากจะเลยไปยังที่ดินทหาร ที่ดิน นสล. ที่หลวง ที่สงวนหวงห้ามที่มันไม่ได้ใช้แล้วก็มาเปลี่ยนแปลงให้เป็นของประชาชน และให้เขานำไปเป็นหลักประกัน เมื่อเขาเป็นหลักประกันได้มันก็สามารถที่จะมีความมั่นคง ในชีวิต มีที่ดินครับท่านประธาน บ้านเรานี่ทุกภาคครับ แต่ว่าบ้านผม บ้านท่าน กลับบ้าน มีที่ดิน ปลูกบ้าน ปลูกผักเล็ก ๆ น้อย ๆ เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชนี่เขามีอาชีพ เขามีเงิน มีรายได้ เขาอยู่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าในครั้งต่อไปตรงนี้น่าจะชัดเจนในปี ๒๕๖๖ ถูกไหมครับ เพราะท่านบอกว่าปี ๒๕๖๔ ไปถึงปี ๒๕๖๕ เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปก็ควรจะมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นใน ๒ ประเด็นที่ผมกราบเรียนมานี้ผมเห็นด้วยที่เราจะมีแผนการปฏิรูป แม้ว่ารัฐธรรมนูญมันจะมาอย่างไรก็แล้วแต่ประเทศไทยมันก็ต้องเดินไปอย่างนี้คู่กัน ทั้งนักการเมืองและข้าราชการประจำ แต่หลักจริง ๆ ประเทศจะอยู่ได้ก็คือประชาชน คนยากคนจน โดยเฉพาะสุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่า ความมั่นคงในชีวิต ความมั่นคงในครอบครัว คนพิการ เปราะบางก็ต้องดูแล สังคมที่ไม่มีคนติดยาเสพติด สังคมที่ชุมชนมันเข้มแข็ง คนกลับไปทำงานในท้องถิ่นได้เป็นสังคมเดียวเท่านั้นที่จะเดินไปข้างหน้า จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่า ใน ๒ ประเด็นนี้ท่านมีความมั่นใจแล้วก็ท่านมีแนวทาง ชัดเจนว่าทำแล้วสัมฤทธิ์ผมจะไม่ติเรือทั้งโกลนนะครับ จะพยายามให้กำลังใจ แต่พยายาม ชี้บอกว่ามีปัญหาอยู่ส่วนนี้ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพ ใน ๒ ปัญหานี้ฝากไปยังผู้ชี้แจง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านนพดล ตามด้วยท่านทองแดง เบ็ญจะปัก ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขอพูดถึงเรื่องของ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ฉบับนี้นะครับ คิดว่าการปฏิรูปที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงและเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และประโยชน์ต่อชาติในภาพรวมที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ผมอยากจะพูดถึงด้านต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการแล้วก็มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะใช้บุคลากร เป็นผู้ขับเคลื่อนในด้านการบริการกับประชาชนให้เกิดประโยชน์นะครับ ผมมองว่า ถ้าเราจะต้องตามในเรื่องของการที่จะให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ก็คงจะดูว่าในแผน ที่สภาพัฒน์ได้ทำแผนยุทธศาสตร์ และกำหนดระยะเวลาที่จะเพิ่มเติมตรงนี้คือปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ระยะเวลา ๒ ปี และจะให้ รวดเร็วนะครับ ก็อยากจะมองว่าระบบที่จะทำให้สอดคล้องแล้วก็เกิดประโยชน์ในระบบ การบริหารราชการ ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แล้วก็ มีภารกิจที่ทำงานซ้ำซ้อนกันอยู่จำนวนมาก มีทั้งระบบการบริหารงบประมาณที่ลงในพื้นที่ เดียวกันที่ซ้ำซ้อนมีโครงการที่ทำแผนบูรณาการต่างๆ แล้วก็ยังมีบุคลากรที่อาจจะ ทำงานซ้ำกันทั้งในระดับพื้นที่ที่เป็นของท้องถิ่นและในระดับภูมิภาคที่ขึ้นสังกัดอยู่กับ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ พวกนี้ ก็จะอยากมองว่าการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นในเรื่องเดียวกัน ยังไม่ชัดเจน และยังไม่เห็นที่บอกว่าจะมีระบบรัฐบาลดิจิทัล (Digital) ที่สามารถกด แล้วลิงก์ (Link) ให้ประชาชนได้ตรวจสอบได้ว่ามีจำนวนหรือบุคลากรจำนวนเท่าไร หรือมีโครงการที่จะไปถึงมือพี่น้องประชาชนที่จะแก้ไขได้อย่างไร การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการบวกกับส่วนราชการยังไม่ชัดเจน และส่วนท้องถิ่นกับท้องถิ่นเอง ก็ยังมีกฎหมายที่ยังไม่เชื่อมโยงกันระหว่างองค์กร ยังมีรัฐวิสาหกิจกับองค์กรอิสระ ที่น่าจะทำงานในเรื่องเดียวกันในพื้นที่ก็ยังมีกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนที่จะให้เชื่อมโยงฐานข้อมูล ซึ่งผมมองว่าตรงนี้เมื่อมีทั้งภารกิจคืองาน มีทั้งงบประมาณคือเงิน และบุคลากรที่ซ้ำซ้อนกัน ถ้าทำร่วมกันจะเกิดประโยชน์ก็จะต้องปรับปรุงกฎหมายให้ชัดเจน มิใช่ว่าผลสัมฤทธิ์ที่ออกมา เป็นจำนวนมากกว่าเนื้องาน และจำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวชี้วัด อย่างเช่นว่าโครงการนี้ มีผลสัมฤทธิ์กี่โครงนะครับ แต่ไม่ได้ทั่วถึงทั้งประเทศ ทั่วถึงทุกพื้นที่ เช่น ทำงานได้กี่จังหวัด จังหวัดทั้งประเทศไทยทำไมไม่ทำให้พร้อมกันทั้งหมด อีกอย่างหนึ่งเรื่องการปรับขนาด ระบบราชการภาครัฐให้กะทัดรัดและเล็กลง ซึ่งผมคิดว่าเรามีความซ้ำซ้อนตรงนี้ ถ้าทำงาน แล้วก็มีระบบเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นนะครับ ผมคิดว่าจะเป็นการประหยัด งบประมาณที่ทางสภาได้ผ่านให้ อย่างเช่นปีที่แล้วที่ผ่านให้ ๓.๒ ล้านล้านบาท ผมคิดว่า จะตามกันอย่างไรว่าไปอยู่ตรงไหน อย่างไร แล้วซ้ำซ้อนกับใคร ระบบตรงนี้จะเชื่อมโยง ข้อมูลกันได้อย่างไร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเรื่องของการที่ไม่เชื่อมโยงข้อมูลหลายท่าน ก็ได้มีการพูดถึง อย่างเช่นกรณีเบี้ยผู้สูงอายุที่ซ้ำซ้อนกัน ไม่ว่าจะซ้ำซ้อนกับบำนาญพิเศษ ซ้ำซ้อนกับเงินที่เป็นของ อสม. เพราะผู้สูงอายุก็เป็นอยู่ด้วย ซ้ำซ้อนกับผู้พิการ ซ้ำซ้อน กับระบบที่ราชการต่าง ๆ ได้ตั้งขึ้น ไม่ว่าจะ อปพร. หรือเงินสวัสดิการช่วงโควิด (COVID) ฐานข้อมูลไม่เชื่อมกันก็ไม่รู้ว่าได้ซ้ำซ้อนกันหรือไม่นะครับ แสดงว่าฐานข้อมูลของเรานี่ ต่างคนต่างมี แล้วต่างกระทรวงก็ต่างมี อย่างเช่นสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ถ้าเป็นฐานข้อมูล ที่เชื่อมโยงกันได้หมดจะรู้เลยว่าจ่ายแล้วไม่ซ้ำซ้อน แล้วเกิดประโยชน์ ผมคิดว่าตรงนี้ ทางคณะปฏิรูปเองก็น่าจะปรับปรุงและเพิ่มเข้าไป ไม่จำกัดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาจำนวน ให้มาก ควรจะทำให้เต็มพื้นที่ แล้วบอกว่าปีนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ปีต่อไปจะทำให้ครบกี่เปอร์เซ็นต์ บอกให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าทำเป็นรายพื้นที่ได้กี่พื้นที่ ผมคิดว่าคนไทยทุกคนก็ควรที่จะได้รับผล ของการปฏิรูประบบบริหารพวกนี้และเกิดประโยชน์กับประชาชน เกิดประโยชน์ กับประเทศชาติ ผมมองว่าตรงนี้ถ้าเราทำระบบตรงนี้เพิ่มขึ้นไปครั้งหน้าถ้ามารายงาน ถ้าโครงการพวกนี้ยังทำอยู่ก็คงจะชี้ไม่ได้ แต่ว่าถ้าปรับปรุงไปแล้วเกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าน่าจะลองไปเปลี่ยนแปลง แล้วก็ไปปรับปรุงกฎหมาย ที่มีจำนวนมากให้มีอำนาจหน้าที่ที่สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้นะครับ ก็จะเกิดประโยชน์ มากขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านทองแดง ตามด้วยท่านนิกร จำนง🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ เมืองสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล ขอร่วมอภิปรายเรื่อง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ทีนี้จะพูดถึง เรื่องที่เกี่ยวกับตัวจังหวัดสมุทรสาครสักนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังป่วยอยู่โรงพยาบาลต้องส่งใจให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้หายเร็ว ๆ จากสภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗
เรื่องที่ผมจะพูดถึงเรื่องตรงนี้ก็คือทางด้านการปฏิรูป ผมอยากจะเห็น การปฏิรูปทางด้านกฎหมาย ทางด้านกฎหมายนี้ตามที่ติดตามมาแล้วก็ดูมานั้น ความยุติธรรมที่เกิดขึ้นในเรื่องที่เกิดขึ้นที่สนใจอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องเงินทอนวัด ความยุติธรรม ที่เกิดขึ้นในเรื่องกรณีพระสมเด็จ ๔-๕ รูปที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากทางกฎหมายบ้านเมือง เวลาจะทำอะไรก็แล้วแต่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาตัดสินปุ๊บส่งเข้าแล้วก็จับสึกเลย จะไม่มีการสอบสวนทางวินัยของพระ จะไม่มีการสอบสวนถึงเหตุเกิดขึ้นทางพระเสียก่อน นี่คือการก้าวล่วงในการที่จะเข้าไปควบคุมดูแลทางพุทธจักรมากเกินไปในด้านกฎหมายนะครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าจริง ๆ แล้วเหตุที่เกิดขึ้นกับทางวัดถึงบอกว่าความยุติธรรม ที่จะเกิดขึ้นทั้งหลายทั้งปวงนี้ถ้าความเป็นธรรมไม่มีความสามัคคีก็จะไม่เกิด ชาวพุทธของเรานี่ คือทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศผมก็อ่านมาตลอดเวลาแล้วแต่ละเล่ม ๆ อ่านมา ผมไม่เคยเห็น พูดถึงวัด ไม่เคยพูดถึงพระอีก ๓๐๐,๐๐๐ รูป ไม่ใช่คนในประเทศไทยหรือ หรือไม่ใช่ชุมชน ในประเทศไทย หรือทำให้ตกหล่น คนพิการยังมีโอกาส คนต่างประเทศยังมีโอกาส ยังได้รับ แต่นี่เป็นคนไทย เป็นชาวพุทธตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ รูป พระที่รออยู่ ไม่ว่าจากการศึกษา เราจะบอกว่าการศึกษาโน่นนี่นั่น ผมถึงบอกว่าความยุติธรรมน่ะ จริง ๆ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งหมดต้องสอบสวนทางวินัยก่อน พระพุทธเจ้าบอกไว้แล้วว่าเหตุอะไรเกิดขึ้นเราจะตัดสิน อะไรก็แล้วแต่ทางพระต้องตัดสินเสียก่อน อธิกรณ์เกิดขึ้น วิวาทาธิกรณ์หรืออธิวาทาธิกรณ์ อะไรที่เกิดขึ้นทางวัดต้องให้วัดเป็นคนจัดการเสียก่อนแล้วทางกฎหมายบ้านเมืองค่อยรับ อีกทีหนึ่งอย่างนี้ถึงจะเป็นธรรม แต่ตอนนี้มันไม่มีความเป็นธรรมทางวัดนะครับ🔗
แล้วก็อีกด้านหนึ่งก็คือการออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕ แล้วก็ติดตามมาด้วย พุทธศักราช ๒๕๓๕ ตรงนี้ก็เช่นเดียวกันให้สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ สมัยก่อนนั้นเราอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ อยู่กรมการศาสนา แต่เมื่อเราแยก ออกมาแล้วมาเป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขอเรียนไปยังท่านประธาน และผ่านไปที่คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปความยุติธรรม หรือปฏิรูปทรัพยากร บุคคล เราก็อยากจะให้มองเห็นพระที่อยู่ในประเทศเป็นทรัพยากรบุคคลของประเทศเรา แล้วสามารถที่จะให้ความรู้ให้ความเข้าใจในหลักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ และไม่ใช่ประโยชน์ในประเทศเราได้ แต่เราไม่เคยครับที่จะพูดถึง ไม่ว่าจะปฏิรูปในสมัยไหน ก็แล้วแต่ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นปัจจุบันนี้ผมอ่านดูแล้วก็ไม่มีการปฏิรูป การปฏิรูปทางวัด การปฏิรูปทางศาสนาอย่างนี้ไม่มีเลย แต่เราบอกว่าเราเป็นชาวพุทธ แต่เราบอกว่าเราเป็น เด็กวัด แต่เราบอกว่าเรามาจากวัด เราโตมาจากวัดอะไรพวกนี้ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทางวัดเลย ตรงนี้จึงฝากท่านประธานไปนะครับ แล้วก็ถ้ามีรายงานต่อไปถ้าเกิดมีตัวนี้เข้ามาผมก็จะเรียนถามอีกว่าวัดมีความสำคัญไหม เกี่ยวกับการศึกษาสมัยก่อนนี่เราไล่ตั้งแต่สมัยอยุธยาลงมา หรือตั้งแต่สมัยที่เราเป็นประเทศไทย เรามาวัดเป็นที่สำคัญนะครับ ให้การศึกษา ให้การอบรม เราตัดตรงนี้ออกไป สังคมเรา ถึงมีแต่ความ เห็นไหมดอกเตอร์เอย ใครเอย ผูกคอตายบ้าง ฆ่าตัวตายอย่างนี้ครับ เป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะว่าเราต้องเติมศีลธรรม แล้วก็ให้การศึกษา แล้วก็มอบให้พระ มีหน้าที่ในการทำงาน อย่างจังหวัดสมุทรสาครตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขนั้น มีความสำคัญนะครับ งบประมาณแล้วก็บุคลากรนั้นผมก็พูดไปแล้วว่าต้องส่งลงไปช่วยนะ ครับ ชาวสมุทรสาครเคยทำงาน เคยส่งเงินเข้าส่วนกลางปีหนึ่ง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอเวลามีโรคเกิดขึ้นมาก็จะปิดจังหวัด ใน ๕ จังหวัด หรือในจังหวัดสมุทรสาคร จะวิ่งผ่านนั้นก็ไม่ให้ความสำคัญหรืออย่างไร เวลาแข็งแรงก็รับเงินค่าแรงไป เวลาเจ็บป่วย จะไม่ดูแลก็กระไรอยู่นะครับ ฝากไปด้วยนะครับ🔗
แล้วก็เรื่องการปฏิรูปทรัพยากรบุคคลที่บอกเอาไว้ ผมจึงอยากจะเสนอ เข้าไปว่าในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้นคนที่จะไปเป็น ผอ. สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศอย่างน้อย ๆ ต้องได้นักธรรมเอกในทางพระพุทธศาสนา ถึงจะรู้วินัยของพระ ถึงจะรู้ข้อปฏิบัติของพระ เพราะฉะนั้นในบทการปฏิรูปประเทศนี้ ไม่ได้ใส่เอาไว้ผมเสียดายมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงจะฝากท่านประธานไว้ว่า ในทางพระพุทธศาสนานั้นได้บอกไว้ว่า ทิจะนังมินัง จะมะนังอนิจจตัง ทิจะตังมิตัง จะมะตัง อะทิจะนัง เอาคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแต่ละสิ่งแต่ละอย่างเอาไปตั้งไปยืนอยู่ในที่นั้นมันก็จะ ทำให้มีปัญหาตลอดไป ประเทศชาติเราจะพัฒนาไปอย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธาน ฝากไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิกร จำนง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมจะ ขออภิปรายนะครับ ผมเห็นด้วยกับการทำ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี้นะครับ ผมเรียนท่านประธานว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยนะครับในระดับหนึ่ง ระดับหนึ่งความหมายผมไม่ใช่ว่าระดับหนึ่ง เป็นระดับที่ ๑ นะครับ เพราะว่าตั้งแต่ ออกกฎหมายนี้มาช่วงนั้นผมอยู่ สปท. ผมไม่เห็นด้วยมาตลอดทาง ว่าจะมีปัญหา ว่าจะปฏิรูป ไม่ได้ พอเป็นรัฐธรรมนูญแล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับการ ๓ เดือนต้องรายงานอีกนะครับ กับการแยกส่วนอย่างนี้ พอเข้ามาพอรายงานตั้งแต่ฉบับแรก ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย ตั้งแต่ฉบับแรก เพราะผมรู้ปัญหาว่ามีปัญหาในเรื่องกรรมการ มีปัญหาเรื่องการจัดทำ ฉบับนี้ผมให้ความเห็นว่าผมเห็นด้วยในระดับหนึ่ง เพราะอะไรครับท่านประธานครับ ฉบับนี้ ที่มาขณะนี้เดิมบางครั้งเรามีกรรมการปฏิรูปแค่ ๒ คนมาเป็นหลายเดือนมากจะทำอะไรได้ ขณะนี้ถูกยกร่างขึ้นมาในขณะที่เรามีกรรมการครบถ้วน บวกเพิ่มเข้ามาจาก ๑๑ บวก ๒ เป็น ๑๓ เสียด้วยซ้ำ ฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ มีการรับฟังความเห็นตามสมควร ก็คือไปฟังความเห็นประชาชน ฉบับแรกที่ทำนี่ไม่ฟังความเห็นใครเลย เป็นการทำมาเสร็จแล้ว แล้วก็เอามาเข้าขั้นตอนของ สนช. เท่านั้นเอง นอกจากนั้นฉบับนี้ยังมีการรับฟังความเห็น จาก ส.ส. คือเอามาเข้าสภาหลายครั้ง สภาเราเองก็ให้ความเห็นไปในหลายมิติ ดังนั้น ความเห็นตรงนี้ท่านเอาไปปรับปรุงตามสมควร คือฟังความเห็นตามสมควร🔗
อันที่ ๒ ประเด็นต่อมาก็คือมีการปรับปรุงสถานะท่ามกลางความเบี่ยงเบน ที่ยิ่งใหญ่ การทำแผนปฏิรูปหรือแผนงานท่านประธานครับ เรามีปัญหากับความเปลี่ยนแปลง ของโลก ผมเคยเตือนไว้หลายครั้งในการทำแผนว่าเราเป็นประเทศเล็ก เราควบคุม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ดังนั้นการกำหนดแผนไว้ยาวเกินไปเหมือนแผน ๒๐ ปี ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันมีความเปลี่ยนแปลง และขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงคือเกิดโควิด (COVID) ที่เป็นปัญหาทั้งโลกประเทศใหญ่ ๆ ยังรับมือไม่อยู่ ดังนั้นแผนของเรานี่เราไปเขียนไว้ก่อน โควิด (COVID) แต่ขณะนี้ตอนที่เราปรับปรุงแผนนี่มีโควิด (COVID) แล้ว เรารับทราบแล้ว เราปรับแผนไปตามโควิด (COVID) สาธารณสุขเราก็มีการปรับปรุง ดังนั้น มันเป็นการเขียนในสภาวะที่มีความเปลี่ยนแปลง เบี่ยงเบนอันยิ่งใหญ่ของโลก ดังนั้นเรา ถือว่าเราอยู่ในระดับหนึ่ง เรารู้ว่าประเทศเราขนาดไหนจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ เรามีงบประมาณแค่ไหน ถือว่าสถานการณ์ที่ทำแผนนี่ดีนะครับ ต่อจากนั้นในการปรับปรุง มีการปรับปรุงตัวชี้วัด ท่านประธานครับ ครั้งที่แล้วไม่มีอะไรเลย แต่คราวนี้มีการกำหนด ทุกแผนมีเป้าหมาย มีตัวชี้วัดชัดเจน และในตัวชี้วัดอันนั้นมีกำหนดเสร็จ ท่านประธานครับ ในแผนนี้ ในการปรับปรุงครั้งนี้นะครับ ระยะเวลา หน่วยงานว่าใครรับผิดชอบ ระยะเวลา ในการดำเนินการกำหนดชัด ระยะการขยายผลซึ่งตรงนี้ยังเป็นประเด็น เพราะว่าอายุ ของท่านถึงเดือนเมษายนของปีหน้าเท่านั้นเอง ขยายผลนี่มันเป็นอนาคตนะครับ งบประมาณ กำหนดชัดและแหล่งที่มาว่างบประมาณเอาจากไหน จากงบประมาณหรือเอาจากไหน ในฉบับเดิมที่ทำมาตรงนี้หลวมมาก ไม่ได้กำหนดเสียด้วยซ้ำนะครับ แล้วก็นอกจากนั้น มีการกำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินการไว้ ผมเรียกว่าฉบับนี้ไม่ใช่เป็นการปรับปรุง ที่ท่านทำ เป็นการปฏิรูปประเทศผมเลยเห็นด้วยในระดับหนึ่ง ผมมีตัวอย่าง ยกตัวอย่าง ลึกลงไปว่าความเห็นที่ผมเสนอไว้มีอย่างไรบ้าง เราดูการปฏิรูปการเมืองก็แล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ การปฏิรูปการเมืองมีเป้าหมายอยู่ก็คือการส่งเสริมให้ประชาชน มีการกำหนดเป้าหมายตามเดิมนะครับ มีการส่งเสริมความรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป้าหมายที่ ๑🔗
เป้าหมายที่ ๒ ประชากรมีส่วนร่วมทางการเมือง ตรงนี้ท่านกำหนดว่า ให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นคนทำ เดิมนี่ไม่กำหนด ตรงนี้กำหนดสถาบันพระปกเกล้า และมีตัวชี้วัดทั้งหมด ก็คือตัวชี้วัดนี่วัดเป็นสภาพประชาธิปไตยของประเทศหรือดีโมเครซี อินเดกซ์ (Democracy Index) ท่านทำไว้เกินไม่เยอะนะครับ เป็นจุดเท่านั้นเอง ก็สามารถ จะฟังได้ว่ามีความเป็นไปได้ เป้าหมายที่ ๒ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเรื่องนโยบาย สาธารณะ ท่านกำหนดว่าหน่วยงานรับผิดชอบนี่ให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ ชัดเจนแล้ว เพราะสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนควบคุมเรื่องนโยบายของรัฐ ดังนั้นให้หน่วยนี้ เป็นผู้รับผิดชอบก็ใช้คนถูกคนแล้ว ถูกตัวแล้ว🔗
เป้าหมายที่ ๓ การเมืองมีเสถียรภาพ ความมั่นคง ตลอดจนเกิดความปรองดอง สมานฉันท์ ท่านใช้ ปยส. ซึ่งไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไรนักนะครับ ปยส. คือสำนักงาน การขับเคลื่อนประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการปรองดอง ใช้ตรงนี้เป็นผู้รับผิดชอบ🔗
เป้าหมายที่ ๔ พรรคการเมืองและนักการเมือง เป้าหมายก็คือยึดมั่น ในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก ท่านกำหนดให้ กกต. ถูกแล้วเพราะ กกต. เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง🔗
ผมมีตัวอย่างลึกลงไปอีกท่านประธานครับ เรามาดูเรื่องแผนการปฏิรูปแรก จะได้เห็นชัดว่าที่ท่านเขียนมานี่เป็นอย่างไร มีการปฏิรูปแผนที่ ๑ การส่งเสริมความรู้ ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป้าหมายนี่ ให้ประชาชนมีความรู้ทางการเมือง ตัวชี้วัดก็คือคะแนนการเคารพสิทธิ หน้าที่ของประชาชน ในความเป็นประชาธิปไตยนี่คือตัววัด ตัววัดที่ ๒ คือคะแนนความยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ด้านที่ ๓ คือคะแนนด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และด้านที่ ๔ คือคะแนน ด้านการสนับสนุนประชาธิปไตยนี่คือตัววัดของท่าน ผู้รับผิดชอบคือสถาบันพระปกเกล้า ที่สังกัดรัฐสภาแห่งนี้ถูกตัวแล้ว เพราะว่านี่เป็นการให้ความรู้ต้องใช้สถาบันความรู้ คือสถาบันพระปกเกล้า ระยะเวลาให้เสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๖๕ ภายในสิ้นปีนี้อาจจะมีปัญหา ได้เพราะว่าท่านมีอายุถึงวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ เท่านั้นแต่ก็ขยับไปได้ ขั้นตอนนี่นะครับ ใช้วิธีอะไร ช่องทางผ่านสื่อ ทางสื่อมวลชน ใช้ชุดความรู้ทางด้านการเมือง แล้วก็ มีการบูรณาการกับหน่วยงาน ให้หน่วยงานเหล่านั้นไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยก็ตาม ให้เอาส่วนนี้ไปขยาย ถือว่าเป็นการถูกต้องแล้ว🔗
และสุดท้ายท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่าเห็นด้วยกับแผนปฏิรูปในระดับหนึ่ง ตามที่ว่า ผมเป็นระดับหนึ่งเพราะเห็นด้วยในเป้าหมายว่าเป้าหมายท่านชัดมีเป้าหมาย แต่ว่าการปฏิบัตินี่ผมยังมีปัญหา แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานฝากประเด็นที่ยังต้องติดตามดู เรื่องการปฏิบัติ เพราะว่าด้านที่ ๑ ท่านเหลือเวลาอีก ๑ ปี ถ้าตามนี้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญ กับ ๓ เดือนเท่านั้นเองในอายุตรงนี้ เพราะฉะนั้นท่านจะทำอย่างไรกับตรงนี้🔗
อันต่อมาก็คือว่าท่านยังมีปัญหาอยู่ในการรายงานทุก ๓ เดือน ท่านยังไม่แก้ ตรงนี้ เราเสนอความเห็นไปเห็นด้วยมาจากทำเนียบรัฐบาลแล้วว่าควรจะมีการแก้ไข เป็น ๖ เดือนหรือ ๑ ปี ดังนั้น ๒ ส่วนนี้คือชาเลนจ์ (Challenge) ของท่านก็คือว่า ท่านต้องรายงานทุก ๓ เดือนมันจะกร่อนความคาดหวังของประชาชน เพราะว่าทำงาน ไม่ได้หรอกทุก ๓ เดือนท่านจะทำอย่างไร อันที่ ๒ ก็คือท่านมีอายุเหลืออยู่ ๑ ปีกับ ๓ เดือน เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามผมขอสนับสนุนการปฏิรูปประเทศคราวนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาตท่านประธานแสดงความคิดเห็นต่อรายงาน (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี่ละครับ ในประเด็นที่ผมอยากจะพูด ก็ทั้งด้านการเมือง วัฒนธรรม แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การเมือง วัฒนธรรมมันไม่ได้ แยกออกจากกันในสังคมที่เราบอกว่าจะพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมเกิดมาในช่วงมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ แล้วก็อยู่มาเห็น การเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๑๒ ตอนนั้นผมไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรอกครับ แต่สุดท้าย ผมมาเห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในใจกลางกรุงเทพมหานครที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๑๙ ตอนนั้นมันเข้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่เท่าไร คำนวณมา ๔-๕ ปีก็คงรู้ว่าเท่าไร ผมอยากจะสรุปว่าสุดท้ายที่ผมรู้สึกว่าแผนพัฒนาทางการเมือง ในประเทศนี้มันล้มเหลว เพราะผมเห็นภาพป้ายโฆษณาที่บริเวณแยกราชประสงค์ว่า เขตใช้กระสุนจริงต่อประชาชน นี่คือการเมืองที่เราหวังว่าจะพาประเทศไปสู่ความเป็นระบอบ ประชาธิปไตย แน่นอนครับระบบการศึกษา การเรียน การสอนมันจะต้องเกี่ยวข้อง สิ่งที่ผมอยากจะคุยผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หรือสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ได้ วันนี้เราต้องยอมรับ และยกย่องว่าสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำงานได้สำเร็จที่ผ่านมา นั่นก็คือสร้างความมั่งคั่ง ให้กับกลุ่มคนจำนวน ๑ เปอร์เซ็นต์ที่เอาทรัพยากรของชาติ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ไว้ในครอบครอง ปล่อยให้คนอีกจำนวนมหาศาล ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้อยู่ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด และเป็นความสำเร็จที่สามารถสร้างความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้ได้อย่างสูงส่ง จนเป็น ผลประกาศในโลกปัจจุบันว่า นี่คือผลงานของการพัฒนาประเทศภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ วันนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำลังเดินต่อ แต่ต่อยอด ผมจะพูดว่าเป็นความล้มเหลวของประชาชน แต่ผมจะไม่พูดว่าเป็นความล้มเหลว ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ประชาชนล้มเหลว เพราะมีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และยากจน จนลง ๆ จนถึงปัจจุบัน และกลับมาต่อยอดความล้มเหลวนี้ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ อีก ๒๐ ปี ผมวิเคราะห์ในส่วนที่เป็นการพัฒนาทางการเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธาน ก็อยู่ในการเมืองมานาน ปี ๒๕๔๐ ซึ่งมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนคาดหวังว่าจะแก้ปัญหา ความล้มเหลวทางการเมืองที่ผ่านมาให้ได้ นั่นก็คือเรื่องการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาล ที่ไม่มีเสถียรภาพ ภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีขาดความมั่นคงและแข็งแรง พรรคการเมือง ไม่เป็นสถาบันทางการเมืองเราจึงมีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ นั่นก็คือ ต้องการสร้างความเข้มแข็งในระบบพรรคการเมือง และนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน แต่ท่านประธานครับ ในรายงานของคณะปฏิรูปประเทศฉบับนี้ไม่มอง ความล้มเหลวของระบบการเมืองที่ผ่านมาเลย และไม่เห็นแนวทางในการแก้ปัญหา เพราะการร่างกฎหมายที่จะแก้ไขเรื่องนี้มันต้องเป็นกฎหมายที่ร่างโดยคณะ กฎหมายเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศซึ่งจะต้องผ่านทั้งวุฒิสภา แต่ไม่เห็นการเริ่มต้น ปัญหารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่เห็นการเริ่มต้นจากคณะปฏิรูปประเทศเลย ความล้มเหลว ที่เกิดขึ้นนั่นก็คือเรากำลังอยู่ในช่วงของการคิดว่าพรรคการเมืองเข้มแข็งไม่ได้ โดยรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ กระบวนการของการวางแผนก็คือการดำเนินการ ให้ระบบราชการเป็นใหญ่กว่าประชาชน มีกระบวนการตั้ง ส.ว. มา ๒๕๐ คน นี่คือสิ่ง ที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ แต่ไม่เห็นการเริ่มต้นของการแก้ไข การเมือง มันต้องมาพร้อมกับวัฒนธรรมของมัน วัฒนธรรมประชาธิปไตยมันต่างกับวัฒนธรรมเผด็จการ และอำนาจนิยม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยก ๓ นิ้ว แต่ไม่ใช่เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ (The Hunger Games) นะครับ นี่คือสัญลักษณ์แห่งความหมายของคำว่า สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ไม่เห็นแนวทางของการพูดถึงวัฒนธรรมในหน้า ๓๐๐ กว่า ๆ ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ถ้าเราต้องการพูดว่าจะพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย วัฒนธรรมในการเคารพสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นจะต้องถูกใส่ไว้ แต่เรากำลังสร้างวัฒนธรรมที่มองให้เห็นคนต่างกันอยู่ตลอด ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานครับ ขออนุญาต มนุษย์ทุกคนเกิดมาจากการเสพสังวาสและการผสมระหว่างไข่กับอสุจิ ไม่มีใคร หล่นมาจากฟ้าหรอกครับ นี่คือหลักการสำคัญของความเป็นมนุษย์ภายใต้โลกปัจจุบัน ผมอยากจะเห็นแนวทางของการปฏิรูปประเทศที่มันมาสู่ความสำเร็จของประชาชน ไม่ใช่สู่ความสำเร็จของกลุ่มชนมั่งคั่งและร่ำรวยทางฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจเท่านั้น ๑ เปอร์เซ็นต์ของคนประเทศนี้เอาทรัพยากรของชาวบ้านของประชาชนไปมหาศาล แล้วปล่อยให้เขารอรับชะตากรรมด้วยเงินเศษอาหารที่หย่อนลงไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน ขอจบแค่นี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมเองไม่ได้เป็นคนที่ชื่นชอบหรือยอมรับ กระบวนการที่เข้ามาในสภาวันนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าจริง ๆ แล้ว รัฐธรรมนูญกำหนดให้คณะปฏิรูปเป็นคนนำการปฏิบัติงานของรัฐบาลมารายงานต่อสภา แต่กำหนดถี่เกินไป กำหนดจนกระทั่งผมไม่ทราบว่าตอนกำหนดนั้นคิดกันอย่างไร ที่ผมมาดู ทั้งหมดมันเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเราจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันต้องอ่านจนกระทั่งสามารถ เข้าใจว่าหลักการทั่วไปคืออย่างไร ผมก็อ่านอย่างเร็ว ๆ แต่ว่าไม่สามารถจะอ่านได้ ทั้ง ๒ เล่มให้จบภายในระยะเวลาที่ได้รับเอกสารมา แต่ก็มองเห็นภาพผมเองกลับเห็นว่า มันมีความจำเป็นที่ต้องตั้งคำถามร่วมกันผ่านท่านประธานไปยังคณะทำงาน ถามว่า แผนการปฏิรูปประเทศ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) มันมีหลักการทั่วไป อยู่ ๓ อย่างที่มองเห็นได้ง่าย ๆ หน่อยก็คือว่า ๑. ปฏิรูปโครงสร้าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้เปลี่ยนโครงสร้างประเทศเป็นรัฐราชการนะท่าน วันนี้ ๒ ปีมานี้ที่มีรัฐบาล เกือบจะ ๒ ปีแล้ว นี่มันสร้างรัฐราชการที่เข้มแข็งที่มีทหารเป็นองค์นำ แล้วเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารประเทศ จากบริหารปกติที่เคยทำมา เดี๋ยวนี้เปลี่ยนใหม่หมด เขาเปลี่ยนโดยคำสั่งที่ ๕๑/๖๐ หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนให้ฝ่ายความมั่นคงมีบทบาทสูงสุดในการบริหารราชการ แผ่นดิน ใช้คำสั่งที่ ๕๑ เปลี่ยนแปลงกฎหมายโดยไม่ผ่านมาตรา ๘๑ นี่คือการเปลี่ยน โครงสร้างท่านครับ อันต่อไปคือเปลี่ยนอะไร ปฏิรูปเพื่อให้เกิดอะไร เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีคิดนี่ทำไม เพราะวิธีคิด กำหนดวิธีทำงาน มีครั้งหนึ่งประมาณปี ๒๕๔๖-๒๕๔๗ วิธีคิดของสังคมขณะนั้นข้าราชการ ต้องบริการประชาชน รับใช้ประชาชน บริการประชาชน เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขียนว่าเขาจะให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เปลี่ยนโครงสร้างประเทศเป็นรัฐของพลเมือง ท่านจะเห็นว่าวิธีคิดเปลี่ยนอย่างนี้ เอาปัญหาประชาชนเป็นศูนย์กลาง อำเภอหลาย ๆ อำเภอ เปิดตอนกลางคืน ชีวิตข้าราชการของท่านคงจะเจออยู่เปิดโดยข้าราชการสมัครใจครับ นั่นหมายความว่าวิธีคิดมันเปลี่ยน เพราะระบบปฏิรูปมันเกิดมาวันนี้การสื่อสารแบบใหม่ มันเปลี่ยนโลก เปลี่ยนการต่อสู้ เปลี่ยนวิถีชีวิต โควิด (COVID) เข้ามาจัดระเบียบโลกเลย เมื่อสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว คนที่ล้าหลังที่สุดในขณะนี้นะครับคือคนที่อยู่ในสภาเป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน เป็นนักการเมืองล้าหลัง ข้าราชการผู้ใหญ่ระดับซี ๑๐ (C 10) ขึ้นไปล้าหลังมาก ล้าหลังอย่างไรครับ ทุกคนเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางหมดเลย ท่านครับ ผมอ่านอย่างเร็ว ๆ เปรียบเทียบ ๒ เล่มนี้มันมีสาระที่เหมือนกันนะท่าน ผมก็คิดว่าในหมวดว่าด้วยการเมือง ปฏิรูปทางการเมือง ผมก็สนใจข้อ ๔ คือปฏิรูปพรรคการเมือง คนเขียนเรื่องกฎหมาย พรรคการเมืองท่านประธานครับ เขาคงเข้าใจว่าเขาอยากจะใช้เงินชาวบ้านมาบริหาร งานการเมือง ใครเป็นนักการเมืองนี่ชาวบ้านจะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ต้องเสียเงิน ถ้าไม่มีบอกว่าเสียเงิน ๒,๐๐๐ บาทเป็นได้ตลอดชีวิต และเสียเงินทีละร้อย ต้องต่อทุกปี ท่านคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้เข้าใจอย่างไร ผมเองเป็นสมาชิกสหกรณ์ ผมสมัครแค่ ๑๐๐ บาทครับท่าน ผมตายไปแล้วทรัพย์นั้นยังเป็นมรกดของลูกผมนะครับ หุ้นสหกรณ์หุ้นนั้น วันนี้ผมเป็นสมาชิกพรรคการเมือง วันนี้ครบ ๑ ปี ไม่ต่ออีก ๑๐๐ บาท หรือ ๕๐ บาท ตามข้อบังคับพรรคนี่หมดครับท่าน ประเด็นนี้ท่านไม่เสนอความเห็นอะไรเลย แล้วการไพรมารีโหวต (Primary Vote) เขียนแบบตลกมาก เพราะคนเขียนไม่เคยลงสมัคร รับเลือกตั้ง บางคนพูดอย่างไม่อายว่าตัวเองไม่เคยไปเลือกตั้งเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ประเทศเราท่านครับ🔗
ข้อ ๒ ผมเห็นอันหนึ่ง คือการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านเขียนว่า อย่างนี้ จะขจัด ในเล่มปฏิรูปท่านเขียนไว้ในข้อ ๕ แต่ในเล่มแผนปฏิรูปท่านเขียนไว้ ในข้อ ๒.๕ ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านเขียนว่าจะขจัดอุปสรรคในการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐเพื่อให้บริสุทธิ์ ไม่ให้มีปัญหา ดี ผมถามท่านตรง ๆ ท่านเป็นหน่วยกรอง งบประมาณทั่วประเทศ จ้างตรง ๕๐๐,๐๐๐ บาท เฉพาะเจาะจง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านเห็นอย่างไรครับ เงินกี่หมื่นล้าน กี่แสนล้าน ไปทำอย่างนี้หมด ท่านเห็นอย่างไรครับ ท่านอนุมัติงบประมาณท่านเห็นอย่างไร เฉพาะเจาะจง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านเป็นมา หลายสิบปีแล้ว พอมาไม่กี่ปีนี้เปลี่ยนเป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาท โครงการ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาททั้งหมดเลย ผมอยากจะพูดบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่า กระบวนการ สร้างรัฐของเรานี่กำลังบริโภคงบประมาณอย่างไม่อาย ลูกหลานจะต้องเข้าใจต่อไปนะครับว่า คนรุ่นนี้ทำอย่างนี้ได้อย่างไร การปฏิรูปประเทศไม่ต้องพูดถึงมันเลยถ้าเราไม่ไปดูแล เรื่องกฎหมายวิธีบริหารสัญญานี่ครับ พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและบริหารพัสดุ ภาครัฐนี่ครับ มีอำนาจมากเหลือเกินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๒๗ มีอำนาจตาม มาตรา ๒๙ ท่านครับสามารถแก้กฎหมายได้ด้วย งดเว้นการใช้ข้อบังคับได้ด้วย เงินกู้ใช้เวลา ๒๐ วินาทีพูด เงินกู้ก้อนบนจ่ายตรงได้เพราะเป็นโควิด (COVID) ก้อน ๒ เยียวยา ก้อน ๓ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถเอาไปไว้ข้างบนหมด เพราะเฉพาะเจาะจงโดยไม่ต้อง จำกัดวงเงิน มันจบตรงนี้พอดีไม่จำกัดวงเงิน แต่ผมบอกท่านว่ากรณีเช่นนี้จะเป็นตราบาป ของการปฏิรูปประเทศ ขอบคุณครับท่าน🔗
ต่อไปเชิญ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ตามด้วยท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบความคืบหน้า การดำเนินการตาม (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอภิปรายเรื่องรายงานความคืบหน้าของ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แทบจะทุกครั้งนะครับ โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มานำเสนอ แต่ครั้งนี้พิเศษครับผมไม่ทราบว่าเป็นการปฏิรูปเอกสารหรืออย่างไร ไม่มีเลขหน้า เลยครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเอกสารนี้มีกี่หน้า จะพูดสื่อสารให้ท่านเข้าใจก็จะอ้างเลขหน้า ก็อ้างไม่ได้นะครับ ไม่ทราบว่าคนทำเอกสารเขาเอาแบบนี้ไปตลอดหรืออย่างไรนะครับ ฝากด้วยนะครับอันนี้เป็นเรื่องพื้นฐานจริง ๆ🔗
ขอวิเคราะห์เรื่องเอกสารนิดหนึ่ง ในส่วนที่ ๑ บทนำเกี่ยวกับการปรับปรุง แผนการปฏิรูปประเทศและการรายงานความคืบหน้าในระยะต่อไป เขียนยากมากเลยครับ มันเป็นการบรรยาย แล้วก็ในหน้าแรกนี่ไม่รู้จะเรียกหน้าอะไรนะครับมันไม่มีเลข ตัวหนาบ้าง ตัวบางบ้าง พอไปอีกหน้าหนึ่งเลยไม่หนาแล้วบางอย่างเดียวเลย อ่านแล้วการนำเสนอยากนะครับ ผมว่าคนเขียนเขียนก็มึน คนอ่านอ่านแล้วก็มึน🔗
ผมขอข้ามไปที่ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ๑๑ ด้าน แล้วตอนหลังมาเพิ่มเป็น ๑๓ ด้าน เพิ่มเมื่อไร อย่างไรก็ไม่ค่อยจะชัด ท่านช่วยดู ๆ ด้วยนะครับ🔗
ผมขอพูดเรื่องด้านที่ ๔ ด้านกระบวนการยุติธรรม ในรายงานนี้เป็นรายงาน ของเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ ผมก็จะประเมินจากอะไรล่ะ ผมเป็น ส.ส. เขต ผมก็ต้องดูเขตที่ผมอยู่ที่จังหวัดระยอง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมช่วงนั้นเดือนมิถุนายน มีการทลายบ่อนการพนันที่ตำบลมาบตาพุด มีภาพข่าวออกมาโจ๋งครึ่มมากเลย ดีเอสไอ (DSI) กับกรมการปกครองจากส่วนกลางไปทลาย บ่อนใหญ่โต มีเครื่องเล่นมากมาย เรียกไม่ถูก แล้วก็สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ย้าย ๕ เสือโรงพักมาบตาพุด ย้ายผู้บังคับการ ตำรวจออกไป เดือนสองเดือนก็กลับมาที่เก่าก็ไม่มีความผิดอะไร อย่างนี้ถือว่าปฏิรูปตำรวจไหม ซึ่งช่วงนั้นก็เป็นช่วงนี้ที่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเหมือนกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ จะต้องดำเนินการ ๓ เป้าหมาย ๑. เป้าหมายคือประเทศชาติสงบเรียบร้อย สามัคคี การพัฒนายั่งยืน ๒. สังคมสงบสุข เป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำ ๓. ประชาชนมีความสุข มีสุขภาพชีวิตที่ดี ผมได้อภิปรายทั้งหารือ ทั้งตั้งกระทู้ เสนอญัตติ แถลงข่าวต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านเชื่อไหมครับบ่อนใหญ่นั้นก็ถูกทลายไป แล้วก็เดือนธันวาคมนี่ มางอกที่ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จนเกิดการแพร่ระบาดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหญ่ของที่ระยองเกิดขึ้น เกือบ ๖๐๐ คนนะครับ นี่เป็น ๐ มา ๓ วันแล้วก็ยังโชคดี ใช้เวลาประมาณเกือบเดือนครึ่งนะครับ ท่านจะมาปฏิรูปเล็ก ๆ น้อย ๆ ในนี้มีพูดถึงปฏิรูปว่า ให้แจ้งความนอกโรงพักพื้นที่ได้แล้วก็อัดวิดีโอ (Video) เวลาสอบสวนเท่านั้นเอง มันเล็กน้อย มากเลย ผมอยากจะให้ท่านพูดเต็มปากเต็มคำว่า ปฏิรูปองค์กรตำรวจ นะครับ ผมคิดอะไรไม่ออก ผมก็ต้องคิดถึงว่าให้ตั้งกระทรวงตำรวจ ทำไมผมถึงตั้งอย่างนี้ เหมือนกับรวมศูนย์ ไม่ใช่รวมศูนย์หรอก เพราะผมเอากระทรวงสาธารณสุขเป็นตัวตั้ง เชื้อโรคมองไม่เห็น ไม่รู้อยู่ตรงไหน กระทรวงยังสามารถที่จะจับกุมคุมขังเชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่ได้ โดยที่เขาเองนี่ลำบากลำบนเพราะผลพวงของการที่ไม่จัดการ แหล่งแพร่กระจายเชื้อไวรัส ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เพียงแค่นี้ว่าการปฏิรูปตำรวจอันนี้ถ้าตามแผนนี้ล้มเหลว แล้วไม่ได้ สอดคล้องไปกับบริบทของพื้นที่นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านด้วยว่าท่านจะปฏิรูป ตำรวจแบบไหน โดยใช้โมเดล (Model) ไหนท่านเสนอมาเลยครับ ผมรออยู่ แล้วผมก็จะพูด เรื่องนี้ไปตลอด ท่านปฏิรูปเล็ก ๆ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมว่ามันเหมือนกับมันไม่ใช่เป็นระดับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านโปรดรับข้อสังเกตผมไปด้วย จริง ๆ มีหลายเรื่องหลายราวที่จะพูดถึงการปฏิรูป พอดีเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ หน่วยงานอื่น เขาพัฒนาไปถึงไหนแล้ว อย่างกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาไปไกลมากทำให้เชื้อโรคเชื้ออะไร ควบคุมที่สมุทรสาครก็ไม่ใช่หรือครับ เจ้าหน้าที่อย่าว่าแต่ตำรวจเลย หน่วยงานความมั่นคง ปล่อยปละละเลยให้มีแรงงานเถื่อนเล็ดลอดตามตะเข็บชายแดนธรรมชาติ แล้วก็เห็นไหมครับ มาสร้างเชื้อโรคกระทรวงสาธารณสุขมาเจอเข้าแล้วก็จึงเห็นว่าเป็นความขาดตกบกพร่อง เรื่องของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นโควิด (COVID) มันมาเร็วขนาดนี้ท่านต้อง ปฏิรูปให้เร็วกว่านี้ แล้วก็หมวดหมู่ที่ท่านจัดไว้อาจจะต้องพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงไป ให้มันทันบริบท นักเรียนการศึกษาก็เช่นเดียวกันเรียนไปแล้วก็ถึงแก่ความตาย เสียชีวิต เพราะติดโควิด (COVID) เอาเชื้อโควิด (COVID) จากโรงเรียน เอาจากชุมชนไปฝาก คุณปู่ย่าตาทวดเสียชีวิตนะครับ ท่านจะต้องปฏิรูปนิวนอร์มัล (New Normal) ให้ทุกคน เป็นนิวนอร์มัล (New Normal) ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องนิวนอร์มัล (New Normal) จะทำเหมือนเก่าไม่ได้แล้วต้องรู้จักกาลเทศะ บ่อนการพนันสมัยก่อน แต่ไหนแต่ไรก็คงจะมี แต่ว่ายามนี้มีโควิด (COVID) ไม่ได้ จะต้องไม่มี ถ้ามีเสียหาย หลายแสนล้านบาทนะครับ รัฐบาลเยียวยาอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะการปล่อยปละละเลย ท่านประธานครับ ผมก็ฝากประเด็นมุมมองเรื่องของการปฏิรูปประเทศแก่สภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฝากท่านประธานถึงท่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาตินะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านชูวิทย์ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ ซึ่งวันนี้ขออภิปราย เรื่อง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ การปฏิรูปประเทศ ได้บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศซึ่งต้องดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ๓ ประการ ซึ่งยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ผมนี่ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกนะครับ แต่วันนี้ขอแสดง ความคิดเห็นว่า ท่านบอกว่า ๑. ประเทศชาติมีความสงบ ซึ่งตอนนี้ก็ทราบว่าประเทศชาติ สงบจริง ๆ ครับ เศรษฐกิจเจ๊ง การค้าซบเซา ร้านโชห่วยต่าง ๆ เริ่มจะปิดตัวลง คงเหลือแต่ ร้านธงฟ้า แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่ผิด โดยท่าน เริ่มบริหารประเทศท่านบอกว่าปีแรกมีคนจนอยู่ ๔ ล้านคน ปีที่ ๒ มีคนจนอยู่ ๘ ล้านคน ปี ๓ มี ๑๐ ล้านคน ในขณะนี้มี ๑๔ ล้านคน ซึ่งถ้ามีคนจนเยอะ ๆ ท่านก็สามารถที่จะเอาเงิน ไปสนับสนุนในการช่วยให้คนจนลุกให้ได้ เป็นเงินสด แต่วันนี้ท่านไม่ใช้จ่ายเงินสด ท่านใช้บัตรคนจนแล้วเอาเงินใส่บัตรเอทีเอ็ม (ATM) ใส่บัตรคนจนเพื่อให้คนจนเอาบัตร ไปแลกซื้อสิ่งของ เพราะท่านกลัวว่าจะต้องเอาเงินส่วนนี้ไปทำอย่างอื่น วันนี้จึงบังคับ ให้พี่น้องประชาชนไปซื้อของที่ร้านธงฟ้า ซึ่งในอดีตร้านธงฟ้าเป็นร้านที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจ ในยามบ้านเมืองวิกฤติ หมูกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทก็จะเหลือ ๖๐ บาท ไข่ถาดละ ๑๐๐ บาท ก็จะเหลือ ๖๐ บาท สินค้าจะต้องถูกลงในยามบ้านเมืองเดือดร้อน แต่วันนี้ท่านเอาเงินใส่บัตร บัตรนั้นมีมูลค่า ๓๐๐ บาท แต่ไปใช้จริง ๆ เหลือ ๒๕๐ บาท ทำให้ธุรกิจเจ๊งนะครับ แล้วก็โครงการต่าง ๆ ที่ท่านนำลงไปนี่มันไม่กระจายครับ มันกระจุกตัว โดยสมัยก่อน เราให้มันกระจายครับ แต่วันนี้ท่านไม่กระจายตามนโยบายกระจายอำนาจ ท่านผ่าน ส่วนราชการ ผ่านนายอำเภอ ผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาทนี่ซึ่งพวกผมเรียกว่า นโยบายไอติม ทำไมจึงบอกว่านโยบายไอติมในขณะนี้ ก็คือเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผ่านนายอำเภอ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดถึงกระทรวง ก่อนจะออก จากกระทรวงไปอธิบดีก็ดูด รองอธิบดีก็ดูด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดูด นายอำเภอก็ดูด กำนันก็ดูด กว่าจะถึงชาวบ้านมันเหลือแต่ไม้ไอติม จึงอยากจะบอกว่านโยบายในอดีต รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้ ประชาชนมีส่วนร่วม ยกตัวอย่างเช่นกองทุนหมู่บ้าน เราบอกว่าห่อไอติมดี ๆ แล้วไปฉีกกลางหมู่บ้านนะ จะทำอะไรคิดนะ เขียนนะ จะทำอะไร ร่วมกันทำนะ เสร็จแล้วก็ฉีกไอติมออกมาให้ชาวบ้านได้คิดโครงการแล้วก็ดูดคนละจุ๊บสองจุ๊บ คนละจุ๊บสองจุ๊บนี่ งบประมาณก็จะกระจายไปทั่วประเทศนะครับ แล้วโครงการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งในอดีตเราให้ชาวบ้านคิดแล้วเอาเงินไปให้ บอกว่ามีเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องจะทำอะไร เขาก็บอกว่าอยากได้ถนนคอนกรีต อยากได้ถนนคอนกรีตโดยใช้แรงงาน ชาวบ้าน ก็ซื้อคอนกรีต ๓๐๐,๐๐๐ บาท ใช้แรงงานชาวบ้าน ๒๐๐,๐๐๐ บาทก็ช่วยกันทำ อยากได้ถนนไปป่าช้า ๓๐๐,๐๐๐ บาท จ้างรถแบ็กโฮ (Backhoe) ขนดินมา ชาวบ้าน ไปช่วยกันเขี่ยก็แบ่งสรรงบประมาณกัน นั่นคือการกระจายอำนาจให้ทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งวันนี้ก็กระจายอำนาจ แต่ว่าบังคับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต้องซื้อรถไถนะ ถ้าไม่ซื้อรถไถไม่ผ่าน งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต้องซื้อตู้น้ำมันหยอดเหรียญนะ ถ้าไม่ซื้อไม่ผ่าน ต้องซื้อตู้น้ำกดนะ ถ้าไม่ซื้อไม่ผ่านนะครับ🔗
อันที่ ๒ ครับ ท่านบอกว่าสังคมมีความสุขและเป็นธรรม และมีโอกาส อันทัดเทียมเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ท่านประธานครับ สังคมวันนี้ไม่มีความสุขครับ สังคมวันนี้เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่อยู่ที่บ้าน วัยแรงงานนี่เข้ากรุงเทพฯ ต้องดิ้นรนครับ หาเช้ากินค่ำ ซึ่งวันนี้มีโควิด (COVID) หาเช้ากินเช้าครับ หาเที่ยงกินเที่ยงไม่มีเหลือครับ ปล่อยให้คนแก่อยู่ที่บ้านลูกหลานมาทำงานกรุงเทพฯ เสร็จแล้วก็ฝากลูกของตัวเองไว้กับ ตากับยาย ตากับยายก็เลี้ยงหลานครับ วันนี้เลี้ยงหลานด้วยโทรศัพท์เขาเรียกว่า ลูกเทวดา วันนี้ตากับยายเลี้ยงหลาน ถ้าไม่เลี้ยงลูกที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ฝากเงินไปให้ ก็เลี้ยงหลาน ผ่านโทรศัพท์ และในขณะนี้รัฐบาลไม่มีปัญญาขายข้าว รัฐบาลไม่มีปัญญาขายยางพารา ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ประชาชนไม่ต้องรวย ประชาชนอยู่แบบนี้แหละฉันจะ แจกสตางค์ให้เดือน ๓๐๐ บาท กินอยู่อย่างนี้ไม่ต้องไปทำสวน ไม่ต้องไปทำนา กลางวัน คุณก็นอน หิวเมื่อไรคุณก็ลุกขึ้นมาเอาบัตรไปรูดกินมาม่า ปลากระป๋อง ส่วนเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ที่กำลังเป็นวัยเรียนในขณะนี้เริ่มติดยาบ้า ทุกแห่งหนทุกตำบลมียาบ้า โดยวันนี้ยิ่งจับยิ่งเยอะ ยิ่งจับยิ่งเยอะ ประชาชนก็ถามว่าจับแล้วนี่เอาไปไหน ไม่เห็นทำลายให้ประชาชนดู เสร็จแล้วนะครับ ข้อที่ ๓ บอกว่าประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนร่วม ในการพัฒนาประเทศและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ วันนี้อยากจะให้ยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลังที่เป็นอุปสรรค ต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม ไม่ใช่บอกว่าพอเมียตำรวจเล่นไพ่บอกว่าพักผ่อน ประชาชนเล่นไพ่ ก็บอกว่าเปิดบ่อน จัดให้กลไกกฎหมาย ปรับเปลี่ยนโทษทางอาญาให้มีความผิดร้ายแรง ให้เป็นโทษปรับแทนได้ไหม วันนี้ทราบไหมครับว่าตำรวจเอากฎหมายบางฉบับมาข่มเหง ประชาชนซึ่งสภาออกกฎหมายบอกว่าห้ามดื่มสุราแล้วขับรถ ซึ่งเราบอกว่าวันนั้นคนขับรถ เมาสุราทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องเสียชีวิต แต่วันนี้เอากฎหมายมาบังคับใช้ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวครับ ๖ โมงเย็นท่านตั้งด่านแล้ว ผมเพิ่งไปงานแต่งงานมาก็จะให้ผมเป่า ถ้าผมไม่เป่าก็เอาขึ้นศาลเตี้ยปรับ ๘,๐๐๐ บาท ซึ่งบังคับใช้กฎหมายผิด อยากให้แก้ไขตรงนี้ครับ เสร็จแล้วนะครับ กลไกที่ช่วยเหลือ ประชาชนในความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจหรือขาดเจตนา ซึ่งเด็ก ๆ บางทีไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก ก็ต้องตักเตือนเด็กว่าวันหลังต้องใส่หมวกกันน็อกนะ ไม่ใส่ลุงจับนะ ไม่ใช่วันนี้จับปรับ จับปรับ จับปรับเพราะการปรับได้เงินเยอะครับ ร้อยละ ๙๐ อย่างนี้นะครับ แล้วก็แก้ไข ปัญหาล้าหลังเกี่ยวกับปัญหาที่ดินที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยที่เป็นมาช้านานเป็นร้อยปี รัฐบาล ต้องแก้ไขปัญหาที่ติดขัดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยงานนะครับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
หมดเวลาแล้วครับ🔗
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง เมื่อรัฐบาลได้นำยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศด้านที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยจะสามารถเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้ประเทศ จึงอยากเสนอเรื่องนี้ไว้ ให้กับคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และปฏิรูปประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ ตามด้วยท่านสำลี รักสุทธี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วม ๒๐ ท่านได้ให้ความเห็นไป ผมอยากจะเรียนถามท่านไว้เป็นคำถามว่า เมื่อความเห็นต่าง ๆ ได้แนะนำท่านไปนี่ท่านจะไปปรับปรุงเล่มนี้ไหมที่เป็นเล่มจริงแล้วข้อมูลทั้งหมดที่ท่านทำมา เป็นเล่มนี่มันมาจากไหน มีองค์กรไหน หน่วยงานไหนที่ร่วมกันสร้าง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี่หน่วยงานไหนครับ องค์กรไหนที่ร่วมกับท่านแล้วสร้างขึ้นมาเป็นเล่มอย่างนี้ ขอให้ใส่ที่มาของข้อมูลลงไปเป็นภาคผนวกในเล่มจริงด้วยนะครับ🔗
ท่านบอกว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศซึ่งจะต้องปรับปรุงนี่นะครับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศผมดูแล้วก็คิดว่ายังไม่ครอบคลุม และยังไม่สามารถ ที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นคืนชีพมาอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด (COVID) ที่มันเกิดขึ้นนี้ท่านไม่มีแผนว่าจะทำให้เศรษฐกิจทุกระดับฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ หนี้สาธารณะของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น ๘ ล้านล้านบาท เล่มนี้ จะตอบโจทย์การแก้ไขหนี้สาธารณะของประเทศได้หรือไม่ ท่านให้กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบการค้ากับต่างประเทศและหาเงินเข้าประเทศ ท่านคิดว่าภายในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ นี้ที่ท่านทำตัวชี้วัดไว้ แล้วให้กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการให้ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ ๑ ใน ๒๐ ของโลก แล้วก็เพิ่มขีดความสามารถกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศขึ้นร้อยละ ๒๐ อันดับมูลค่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในประเทศไทย อยู่ในอันดับ ๑ ใน ๓ ของอาเซียน (ASEAN) มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ทุนจะมาอย่างไรครับ ผมพูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ทุกครั้งที่คณะของท่านเข้ามา แผนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติเข้ามาผมพูดทุกครั้ง วันนี้ท่านไม่พูดถึงเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เลย ไม่พูดถึงว่าการจะปลดหนี้ ๘ ล้านล้านบาทของประเทศไทยได้อย่างไร แล้วให้ประเทศไทย เข้าสู่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างไรอย่างชัดเจนไม่มี ผมบอกให้ท่านเอาการขุดคลองไทยบรรจุ ในยุทธศาสตร์ชาติ สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทองคลองไทย ๕ จังหวัดภาคใต้ ที่มีการขุดคลองพาดผ่าน ผมพูด ท่านปรับปรุงก็ไม่มีเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ที่จะทำให้ประเทศชาติได้พ้นจากความยากจนได้เลย ใครเขียนให้ท่าน ผมถึงถามที่มา ว่ามาจากไหนเล่มนี้ มาจากนักวิชาการระดับไหน ศาสตราจารย์คนไหนที่เป็นเบื้องหลังของท่าน การขุดคลองไทยนี่ ๕ ปีสามารถทำรายได้ให้กับประเทศ ๙ ล้านล้านบาท คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ได้ศึกษามาแล้ว ท่านไม่บรรจุในยุทธศาสตร์ชาติเลย ไม่ได้บรรจุในแผนแม่บทในการพัฒนา ประเทศซึ่งเป็นโครงการระดับโลก ผมพูดวันนี้และผมจะพูดต่อไป สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ทั้งในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เราได้เชิญท่านมาหมด ให้ข้อมูลไปหมด แต่ก็ไม่มีการใส่ใจในเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) อันนี้ วันนี้สถานการณ์โควิด (COVID) ปรากฏว่าบ่อนผุดทั้งประเทศจับกันจนไม่หวาดไม่ไหว เขาขอให้ทำเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) ให้มีบ่อนการพนัน อย่างถูกต้อง บ่อนบนดิน ท่านได้สนใจบ้างไหม ขอให้ท่านเอาประเด็นเหล่านี้เอาเข้าไปใส่ เพื่อสร้างชาติเถอะครับ ทำได้ไหมท่านที่นั่งอยู่นี้ ขอร้องนะครับว่าการจะหลุดพ้นจาก ความยากจนนี้ไม่สามารถที่จะส่งเสริมเอสเอ็มอี (SMEs) ส่งเสริมภาคเกษตรให้เป็นเกษตร มีคุณภาพสูง มีคุณภาพสูงแล้วอย่างไรครับ ราคาสูงด้วยไหม ท่านประกันรายได้เกษตรได้ไหม ไปดูประเทศญี่ปุ่นสิครับ คุณภาพสูง รายได้ก็สูง ฐานะความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น ท่านต้องเขียน ไว้ด้วยว่าราคาจะทำอย่างไร คนไทยเก่งครับ เกษตรกรไทยเก่งทำคุณภาพได้สูงสุดในระดับโลก แต่ราคาท่านทำให้เขาได้ไหม มีอะไรเป็นหลักประกันหรือไม่ ขอร้องว่าเอาคลองไทย เอาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ๕ จังหวัด กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช บรรจุในแผนแม่บทในยุทธศาสตร์ชาติให้มีในเล่มจริงได้ไหม จะมีใครไปช่วยท่านปรับปรุง ทางด้านเศรษฐกิจการแข่งขันระหว่างประเทศ ถ้ามีเขตเศรษฐกิจพิเศษนักลงทุนต่างชาติ ทั่วโลกก็จะมาที่นี่ แต่อยู่ดี ๆ ให้เขามาโดยไม่มีอะไรไม่ได้ ฝากทุกท่านนะครับ ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความรักประเทศด้วยกันทั้งนั้น ขอให้ใส่ไปในแผนแม่บท ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศด้วย ผมจะฝากท่านทุก ๓ เดือน ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสำลี ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ว่าจะต้องมีการปฏิรูปประเทศ ผมเองรู้สึก เห็นใจคณะกรรมการที่นำเอกสารมารายงานในวันนี้นะครับ ไม่เป็นการสนุกเลยที่เราจะต้อง มาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งผู้ทำเอกสาร และผู้วิพากษ์วิจารณ์เองก็รู้สึกไม่สนุก เรื่องนี้ถ้าได้เสนอเข้า ตั้งแต่เช้าจะมีคนขึ้นมาอภิปราย มาวิพากษ์วิจารณ์มากกว่านี้นะครับ อันนี้เป็นเวลาที่สมาชิก ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแล้ว ท่านครับ การปฏิรูปประเทศนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เราได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ซึ่งระบุไว้ในหลายด้าน แต่ด้านที่ผมสนใจ ด้านที่ผมต้องการจะพูดในวันนี้ก็คือด้านการศึกษา เพราะคำพูดที่หรู ๆ ซึ่งแม้จะเป็น นามธรรม แต่ก็มีรูปธรรมอยู่ในนั้น นั่นก็คือคำว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ จะพัฒนา ประเทศชาติจะต้องพัฒนาการศึกษา นั่นก็คือการพัฒนาคนนั่นเอง ท่านครับ ในครั้งที่ผ่านมานั้น จากการรายงานในเอกสารท่านได้ระบุไว้ในด้านการศึกษาอยู่ ๗ ด้านด้วยกัน ผมจะไม่เอ่ย เพราะเวลาไม่พอ แต่ในเล่มนี้ท่านตัดลงเหลือ ๕ ด้าน ผมจะขอวิพากษ์ไปเป็นด้าน ๆ ครับ ก็อาจจะไม่จบทั้ง ๕ ด้าน🔗
ด้านที่ ๑ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย ฟังแล้วดูดีครับ แต่สิ่งที่มีในเอกสารและสิ่งที่เป็นสัจจะหรือสิ่งที่เป็นจริงอยู่ในสภาพ ของโรงเรียนของระบบการศึกษานั้นมันคนละอย่างเลยครับ ท่านบอกว่าดูแลการศึกษา ตั้งแต่เด็กระดับปฐมวัย ผมเห็นว่าถ้าจะปฏิรูปการศึกษาจริง ๆ แล้วจะต้องดูแลเด็กตั้งแต่ แรกเกิดครับ ทำไมในเอกสารท่านบอกว่าตั้งแต่ ๓-๕ ปี ที่จริงแล้วประเทศที่เจริญแล้ว โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเขาดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์นะครับ ไม่ใช่มาดูแลตั้งแต่แรกเกิดด้วย ผมอยากจะให้ประเทศไทยดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดซึ่งมันจะไปตอบโจทย์คำว่าลดความเหลื่อม ล้ำซึ่งมีอยู่ในเรื่องของการศึกษาแล้วก็มีอยู่ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย เรื่องของความเหลื่อมล้ำนะครับ ถ้าเราจะแก้การศึกษาจริง ๆ แล้วเราจะต้องแก้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดเพราะนั่นคือสุดยอด นั่นคือเขาเรียกว่า เป็นวัยทองหรือวัยสมองของเด็กตั้งแต่แรกเกิด การปฏิรูปการศึกษา ที่ไปดูแลเด็กตั้งแต่ ๓-๕ ปี ให้ความสนใจตรงนี้ผมเห็นว่าน้อยเกินไปครับ แล้วก็ได้มีการปฏิรูป จริงหรือไม่ ไม่ครับ โรงเรียนในชนบทห่างไกล ไม่ห่างไกลหรอกครับอยู่ใกล้ ๆ เมืองส่วนใหญ่ เด็กตามที่ท่านระบุไว้ในเอกสารนี้ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างแท้จริง เด็กยังถูกทอดทิ้ง เป็นจำนวนมาก น่าเห็นใจครับพ่อแม่มาทำงานที่กรุงเทพฯ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิดเลยครับ อยู่กับพ่อแม่แล้วก็ซื้อมือถือไปให้ย่า ไปให้ยาย ไปให้พ่อแม่ เพื่อที่จะโทรศัพท์หาแม่ แล้วเด็กก็เล่นเกม แล้วยายก็ภูมิใจว่าเด็กกดตรงนั้นได้กดตรงนี้ได้ อันนั้นคือการทำลายสมองเด็ก คือการทำลายสมาธิเด็กอย่างร้ายแรงครับ เพราะเด็กไม่ได้รับการดูแลไม่ได้รับการเอาใจใส่ ตั้งแต่แรกเกิด ประเทศไทยเสียโอกาสไปมากครับ เสียโอกาสการดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด ถ้าเราจัดระบบการศึกษาให้มีการดูแลเด็กอย่างแท้จริงแล้วเด็กจะต้องไม่ถูกทอดทิ้ง แม้พ่อแม่ เขาจะมาทำงานต่างจังหวัดก็ตาม แต่ประเทศไทยน่าเสียดายครับที่เราให้เด็กโตมากับมือถือ สมองเขาถูกทำลาย ผมใช้คำว่า ทำลาย เลยนะครับ เพราะเด็กที่อยู่กับมือถือที่พ่อแม่ซื้อไปให้ ยายก็ไม่รู้ว่ามีผลต่อเด็กอย่างไรก็ให้เด็กเขาเล่น เล่นมือถือตั้งแต่เด็กครับ มีกันอยู่ทั่วบ้าน ทั่วเมืองครับ คนที่เป็นเจ้าของสร้างแอปเปิลนี่นะครับ เขาไม่ให้ลูกเขาเล่นมือถือจนกว่า จะอายุ ๗ ปี โดยเขาไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร แต่ในที่สุดเขาก็ตายเพราะโรคมะเร็ง คือใครผมไม่เอ่ยชื่อครับ แต่เขาไม่ยอมให้ลูกเขาเล่นมือถือจนกว่าลูกเขาจะอายุ ๗ ปี อันนี้ข้อมูลท่านรู้ครับ ทุกท่านรู้ทั้งนั้น แต่เด็กไทยครับอยู่กับตากับยายเล่นมือถือตั้งแต่ เล็ก ๆ เลยครับ เพราะอะไรครับ เพราะเขาไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เขาถูกทอดทิ้ง เด็กเหล่านี้ กลายเป็นปัญหาของโรงเรียน กลายเป็นเด็กที่ไม่มีสมาธิ กลายเป็นเด็กที่สอนยาก เพราะเขา ไม่เชื่อครู เขาไม่เชื่อใคร สมองเขาถูกทำลายอยู่ในมือถือแล้วครับ อันนี้เป็นประการแรกครับ🔗
ข้อที่ ๒ จัดการเรียนการสอน จัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสมรรถนะ คำว่า สมรรถนะ ตัวนี้ละครับคือตัวปิดกั้นพัฒนาการของเด็กไทยครับ การศึกษาไทยใช้คำว่า สมรรถนะ ผมบอกเลยครับนักวิชาการที่มากำหนดให้ครูจะต้องทำตามสมรรถนะ เสียหายครับ เสียหายอย่างไร เสียดายเวลาหมดครับ ผมจะบอกให้ท่านทราบว่าสมรรถนะ ปิดกั้นพัฒนาการของเด็ก สมรรถนะทำให้การศึกษาไทยไม่ไปไหนครับ เราใช้คำว่า สมรรถนะ โอกาสหน้าผมจะมาคุยให้ฟังว่าสมรรถนะมันปิดกั้นพัฒนาการเด็กไทยอย่างไรครับ ขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมให้ความสำคัญมาก ๆ เกี่ยวกับเรื่องของ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นะครับ ผมจะหาเวลาในการอ่านเอกสาร แล้วก็สอบถามคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศเป็นประจำ แล้วสิ่งที่ผมเห็นก็มีความคืบหน้าหลาย ๆ เรื่องนะครับ ท่านประธานครับ เวลาพูดถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศนี่ผมมีจินตนาการ ผมมีความฝัน แล้วผมหวังว่าสิ่งที่จะเกิดในอนาคตภายใต้การปฏิรูปประเทศนี่ ผมอยากจะเห็นเรื่องของ โครงสร้างอำนาจ การจัดความสัมพันธ์ทางโครงสร้างอำนาจ อันนี้สำคัญที่สุดครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นเรื่องของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มันหมดไป ผมอยากจะ เห็นเรื่องของความเป็นธรรม ผมอยากจะเห็นพลังงานที่สะอาด สิ่งแวดล้อมที่ดี ผมอยากจะ เห็นคุณภาพชีวิตของคนไทย แล้วก็คนรุ่นใหม่ที่ดี ผมอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่จะเท่าทันโลก อันนี้คือผมคิดว่าทุกคนในประเทศนี้ใฝ่ฝันแล้วต้องการกันจึงจำเป็นต้อง ปฏิรูป อันนี้ผมคิดว่าเราคงคิดไม่ต่างกันนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเลย ให้ความสำคัญค่อนข้างที่จะมากนะครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันอยู่ในเอกสารก็ดี ผมคิดว่าถ้าจะทำให้เอกสารตรงนี้ ผมคิดว่าทำอย่างไรเอกสารตรงนี้เพื่อจะทดสอบว่า สิ่งที่ ส.ส. พูดเป็นคำพูดที่มาจากประชาชนไหม ผมอยากจะส่งให้ประชาชนได้ดูทุกคน เพื่อให้เอกสารเล่มนี้มันมีความสมบูรณ์ แล้วจะได้แก้ไขปัญหาท่านประธานครับ ในเนื้อหา ผมจะไม่ลงลึกทุกเรื่องนะครับ ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ในเอกสารนี้จะต้องมีนะครับ ประเทศไทยเราประกอบด้วยหลายชนชาติตั้งแต่เหนือ ใต้ อีสาน เท่าที่ผมทำงานร่วมกับ กรรมาธิการแล้วก็นักวิชาการ ในประเทศไทยมีไม่ต่ำกว่า ๕๖ ชนชาติ กระจัดกระจายไปเลย แล้วก็แต่ละชนชาติมันคือความหลากหลายของความเป็นรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยครับ ความหลากหลายคือความงดงาม ความหลากหลายคือความมั่นคง ความหลากหลาย คือการมีภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่หลากหลาย อันนี้คือความจำเป็น เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะให้กรรมการได้เพิ่มเติมก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้มีตัวตน ในสังคมและเป็นที่เข้าใจร่วมกันว่าเราไม่ได้อยู่แค่ชนชาติใดชนชาติหนึ่งนะครับ เราประกอบด้วยผู้คนและสังคมมากมาย เราจะทำอย่างไรให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ว่าการอยู่ร่วมกันตามหลักการเรื่องของพหุวัฒนธรรมนี้มันอยู่ได้ เคารพจารีตประเพณี เคารพกติกา เคารพความแตกต่างที่หลากหลาย เคารพในสิ่งที่มันมีความเป็นตัวตนของแต่ละ ชนชาติ ผมคิดว่าที่ผ่านมาในการปฏิรูปก็ดี ในนโยบายก็ดีผมคิดว่าการสร้างความรัก ความเข้าใจ และความรู้จักกันให้มากขึ้นนี่ผมคิดว่าอันนี้เรายังไม่ได้ทำหรือทำน้อยมาก ในหลักสูตรเราก็จะเห็นแค่ สมัยผมก็จะมีมานี มานะ เจ้าโต ชูใจ เราก็จะเห็นอารมณ์ ความรู้สึกของลุ่มน้ำภาคกลาง เราก็จะเห็นโลกว่าเทือกเขาที่สูงที่สุดอยู่ที่ไหน แต่เราไม่เคย เรียนรู้ว่าลุ่มน้ำแต่ละลุ่มน้ำ ภูมิภาคแต่ละภูมิภาคมันมีคุณค่าและมันมีความหมายอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้มันมีความจำเป็นที่อยากจะให้คณะกรรมการได้เพิ่มเติมครับท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราไม่สามารถจะดำเนินการอะไรได้เลย ถ้าหากว่าเรามีกลไกการรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง เพราะว่าหลาย ๆ เรื่องนี่ มันไม่สามารถที่จะให้ใครไปตัดสินใจแทนใครได้ครับท่านประธานที่อยู่ในเล่มนี้ครับ หลาย ๆ ด้าน ที่มีอยู่นะครับ ผมไม่สามารถที่จะทำให้คนกรุงเทพฯ ตัดสินใจแทนผมได้ในหลาย ๆ เรื่อง ผมเองก็ไม่มีความสามารถ หรือไม่มีอำนาจพอที่จะตัดสินใจแทนคนกรุงเทพฯ และคนภาคใต้ เพราะฉะนั้นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ทุก ๆ เรื่องเป็นไปได้ครับท่านประธานครับ เรื่องของ การกระจายอำนาจ อันนี้จึงมีความจำเป็นอย่างมากเลยครับท่านประธาน ซึ่งเท่าที่ผมดูเรื่องของการบริหารราชการ ผมคิดว่ายังไม่เห็นนะครับ เพราะฉะนั้นโจทย์สำคัญผมคิดว่าเพื่อที่จะเท่าทันโลก เพื่อที่จะ ตอบโจทย์ทุก ๆ ด้านที่เป็นความฝัน และที่เป็นสิ่งที่พวกเราใฝ่ฝันกันทุกคนนี่นะครับ ผมคิดว่ากลไกสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่การตอบโจทย์ และการไปถึงเป้าหมายมีทางเดียวครับ ก็คือการปลดปล่อยศักยภาพ มีทางเดียวคือการปล่อยให้ท้องถิ่นได้ใช้เสรีภาพ ได้ใช้โอกาส ในการตัดสินใจเพื่อที่จะชี้อนาคตของตัวเอง พี่น้องแต่ละพื้นที่ พี่น้องแต่ละภาค พี่น้องแต่ละ จังหวัด หลาย ๆ เรื่องจำเป็นที่จะต้องใช้ความเป็นท้องถิ่น ความเป็นภูมิภาคต่าง ๆ ในการจัดการ ผมเคยอภิปรายแล้วนะครับว่าจริง ๆ แล้วส่วนกลางควรจะทำแค่ ๔ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องความมั่นคง เรื่องที่ ๒ คือการต่างประเทศ เรื่องที่ ๓ คือเรื่องระบบ เงินตรา เรื่องที่ ๔ คือเรื่องระบบศาลยุติธรรม แค่นี้พอแล้วครับ ประเทศที่เขาเดินหน้า ไปได้ไกลนะครับ ปลดปล่อยให้ท้องถิ่นมีศักยภาพเขาก็ดูแลเรื่องส่วนกลางนี่ดูแลไม่กี่เรื่อง เขาก็ปลดปล่อยให้ท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค แต่ละภูมิวัฒนธรรม ภูมิสังคมได้โอกาสตัดสินใจ เกือบทุกมิติเลยนะครับ ด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ปลดปล่อยให้ท้องถิ่นมีศักยภาพ ในการตัดสินใจ ผมคิดว่าถ้าเราทำอย่างนี้ความฝันของผมแล้วก็ทุก ๆ ท่านว่าเราจะ เท่าทันโลก เราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจะมีพลังงานที่สะอาด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่ผมอยากจะเห็นนะครับ และสุดท้ายผมคิดว่าถ้าจะให้ดีอย่างที่ผมได้เกริ่นนำท่านประธาน เมื่อสักครู่นะครับ ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านหรือหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ได้ดูเอกสารเหมือนกับผม เพื่อที่เขาจะได้ตอบว่าร่างเหล่านี้มันควรจะมีหน้าตาอย่างไร และที่สำคัญคือแผนปฏิรูปประเทศจะเป็นแผนที่สมบูรณ์ และมีส่วนร่วมทุกฝ่ายครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ ตามด้วยท่านรังสิมา รอดรัศมี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวดที่ ๑๖ การปฏิรูปประเทศได้บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศ ซึ่งต้องดำเนินการ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคี ปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการสมดุลระหว่างการพัฒนาคน พัฒนาด้านวัสดุ พัฒนาด้านจิตใจ ความสงบสุข ความเป็นธรรม และมีโอกาสทัดเทียมกัน อย่างเสมอภาค ไม่มีการเหลื่อมล้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้แผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ด้าน ผมได้ศึกษาดูคร่าว ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานเปลี่ยนเป็นปฏิกูลประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง ข้อแรก มันก็ไม่มีความเสมอภาคกันแล้ว ครั้งหนึ่ง พรรคไทยรักไทยได้ผู้แทนจากประชาชน ๓๗๐ กว่าคน ในขณะเดียวกันบอกว่า เป็นสภาเผด็จการ ปัจจุบันรัฐธรรมนูญเขียนให้มี ส.ว. ๒๕๐ คน ถามว่าไม่เป็นเผด็จการเลย เป็นประชาธิปไตยแบบพวกใครพวกมัน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้เขียนมา เพื่อกูเป็นรัฐบาล ไม่ได้ให้คนอื่นเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ🔗
ประเด็นต่อมาด้านสาธารณสุข ก่อนปฏิสนธินั้นรัฐท่านไม่ได้ศึกษาเลยว่า ทำอย่างไรจะให้บุคคลที่อยู่ในทารกออกมาเป็นบุคคลนะครับ ถามว่าเขามีความพร้อมหรือไม่ แน่นอนครับก่อนปฏิสนธินี่เราต้องศึกษาว่าทั้งพ่อทั้งแม่จะสมบูรณ์หรือไม่ถ้าหากมีบุตร หรือมีครรภ์ ถ้าไม่สมบูรณ์ออกมาก็เป็นปัญหาของสังคม ต่อมาเมื่อออกมาเป็นบุคคลแล้ว เริ่มวัยเด็กก็บอกว่ามีความเสมอภาค ผมไม่เชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านวัยแล้วนั้นก็ต้องผ่าน การศึกษาคือกระทรวงศึกษาธิการ ต้องยอมรับความจริงว่าการศึกษานั้นเป็นการสร้างชาติ แต่ถ้าหากบุคคลหรือทรัพยากรบุคคลขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ ขาดการศึกษา แน่นอนครับ การบริหารประเทศชาติก็จะไปแบบทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการนั้น ใครบอกว่าเป็นกระทรวงที่จะต้องสร้างชาติ เพราะถ้าหากว่าบุคลากร ผู้บริหารกระทรวง ยังมีสมองเพียงแค่นี้นั้นผมไม่เชื่อเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนอยากได้การศึกษา ทัดเทียมกัน แต่ปรากฏว่าทำไมครับ ก็พยายามกีดกันให้คนเรียนโรงเรียนรัฐ ซึ่งเรียนฟรีอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายน้อยผลักดันให้ไปโรงเรียนเอกชน ต้องถามว่านโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ทำไมทำแบบนั้น แน่นอนครับกระทรวงศึกษาธิการสร้างความวุ่นวายไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะผู้บริหารต่าง ๆ เล่นพรรคเล่นพวก อันนี้เอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในขณะเดียวกันนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทุจริตมิชอบเยอะแยะ คุณจะสร้างนักศึกษาได้อย่างไร จะสร้างนักเรียนได้อย่างไรถ้าตราบผู้บริหารยังมีพฤติกรรมส่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เพื่อประโยชน์ตัวเองและพรรคพวก อันนั้นคือเรื่องการศึกษาแน่นอนครับ🔗
ประการต่อมา เมื่อการศึกษายังมีความคิดอย่างนี้ท่านบอกว่าด้านเกษตร จะต้องมีมูลค่า ต้องคุ้มค่า จะต้องพัฒนาเกษตรอย่างเยี่ยมเลย ท่านสมาชิกพิเชษฐ์ก็อภิปราย ไปเรียบร้อยแล้วว่าอย่างไร ท่านทราบไหมครับว่าเกษตรกรอยากจะผลิตมาต้นทุนเท่าไร แน่นอนครับจะให้ผลิตแบบไหนก็ได้ ถามตลาดอยู่ถึงไหน ท่านเคยคิดไหมว่าตลาดซื้อขาย ล่วงหน้าอยู่ที่ไหน ตั้งแต่ผลิตแปรรูปการตลาด ไม่ว่าดิน ไม่ว่าน้ำ ดินเปรี้ยว ดินเสีย ดินเค็ม รัฐบาลได้วางแผนไหม แน่นอนครับในขณะเดียวกันเมื่อมีดินแล้วมันก็ไม่มีน้ำ อย่างทุกวันนี้ ท่านก็เห็นแล้วว่าน้ำแห้งแล้งทำไมต้องเอาน้ำในภาคกลาง คือเจ้าแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักเอามาเพื่อมาดันคนกรุงเทพฯ บริโภคน้ำเค็ม เพราะวันนี้เป็นที่ทราบว่ากรุงเทพฯ นั้น น้ำเค็มขึ้นมาสูงถึงปทุมธานี นั่นคือการแก้ปัญหาโดยที่ไม่ได้มีความคิดเลยจะแก้ปัญหา อย่างยั่งยืนอย่างไร ผู้แทนราษฎรได้พูดหลายจังหวัดน้ำเค็มไม่ว่าแม่น้ำบางปะกง ไม่ว่าแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำแม่กลองก็จะมีน้ำเข้ามาที่ของจังหวัดปทุมธานีคือเพื่อที่จะใช้น้ำ ที่บริสุทธิ์ แน่นอนครับแก้ปัญหาได้ไหม นั่นละครับจะไปแก้ได้อย่างไร ในขณะเดียวกัน ท่านต้องทราบว่าวันนี้การแบ่งโซนนิง (Zoning) แบ่งพื้นที่เพาะปลูกท่านไม่มีเลย ท่านจะปลูก อะไร ตรงไปจังหวัดนี้ เช่น จังหวัดลพบุรีปลูกข้าวส่งออก จังหวัดสระบุรีปลูกข้าวบริโภค ภายใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาปลูกข้าวแปรรูป ยกตัวอย่างให้เห็น ท่านมีการวางแผนไหม ไม่มีเลย แน่นอนครับดินทั้งประเทศมันไม่เหมือนกันหรอกครับ ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินเสีย ดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็อีกแบบหนึ่ง ภาคเหนือก็อีกแบบ ภาคกลางก็อีกแบบ ภาคใต้ก็อีกแบบหนึ่ง แน่นอนครับผมไม่เห็นเขียนได้เลยมีแต่พูดลอย ๆ ท่านผลิตแล้ว ท่านจะไปขายที่ไหน ส่งเสริมอย่างไรผมไม่เห็นเลย พวกนี้ปฏิกูลไม่ใช่ปฏิรูป ท่านประธาน ที่เคารพครับ หันมามองดูด้านการศึกษาบวกการเกษตร ในฐานะที่ผมทำหน้าที่ประธาน คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรไทยอยู่ ซึ่งกำกับดูแลอยู่ ๗,๓๘๔ ตำบลทั่วประเทศ เป็นนิติบุคคล รวมกันผลิต รวมกันซื้อ รวมกันขาย พยายามต่อสู้ด้วยตัวเอง ถามรัฐบาล เคยช่วยไหม ช่วยตรงไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็น การปฏิรูป ไม่ใช่เป็นปฏิกูล ดูทั้งเล่มสวยงามมากอ่านแล้วเพลิน แต่ไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง🔗
หมดเวลา แล้วครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เกือบจะจบ แล้วครับ🔗
จบได้แล้วครับ🔗
เกือบจะจบครับท่านประธาน🔗
จบได้แล้วครับ หมดเวลาแล้ว🔗
ฉะนั้นตรงนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า มันยังไม่สะเด็ดน้ำครับ คือจริง ๆ แล้วผมอยากเห็น นักวิชาการก็ดี ท่านผู้ดำเนินการก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการปฏิรูปประเทศนั้น ถ้าคิดอย่างนี้ในเล่มนี้ไปไม่รอด🔗
สรุปได้แล้วครับ ยาวแล้วครับ🔗
สรุปแล้วสุดท้ายคิดแบบนี้ประชาชน ตกอยู่สภาพล้มละลาย เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว แน่นอนครับวันนี้รัฐบาลไม่มีสมองที่จะวางแผน หาเงินเข้าประเทศ มีหน้าที่กู้เงินจากต่างประเทศแล้วมาแจก แล้วก็แจก แจกเข้าใคร แจกวนไปวนมาก็เข้าพรรคพวกตัวเอง🔗
จบแล้วครับ วนไปวนมานานเกินแล้ว🔗
พี่น้องประชาชนแทนที่จะได้สตางค์ เงินสดไปซื้อของใช้ เปล่าเลยครับ สุดท้ายกดไปกดมาก็เข้าคนที่มีเครื่องกด เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแปลคำว่า แผนการปฏิกูล🔗
พอแล้วครับ เชิญคุณรังสิมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
ท่านมีอะไรครับ🔗
ขอหารือท่านประธานนิดหนึ่ง นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังมาตั้งแต่เช้าแล้ว สำหรับเรื่องนี้ผมอยากจะให้ ท่านประธานใช้ดุลยพินิจว่าเรื่องของการปฏิรูปประเทศ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) เป็นเรื่องสำคัญ ท่านให้ ๗ นาทีทุก ๆ ท่านนี่นะครับ บางทีข้อมูลที่จำเป็น เขาอยากจะเสนอต่อนิดหน่อยท่านก็ควรให้เขาไปนะครับ ไม่ใช่ว่า ๗ นาทีปุ๊บ🔗
พอแล้วครับ ผมให้ยาวตลอดครับ ทุกคนเลย ๒ นาที ๓ นาทีทั้งนั้น เชิญนั่งครับ ท่านพิเชษฐ์นั่งเถอะครับ ท่านก็อภิปรายมารอบหนึ่งแล้ว เชิญนั่งครับ เชิญท่านรังสิมาครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมไม่ได้อยากอภิปรายนะครับ ผมขอปรึกษาท่าน🔗
ผมเข้าใจ ที่ผ่านมาผมก็ให้ยาวทั้งนั้นละ เลยมา ๓ นาทีก็มี ๒ นาทีก็มีนะครับ เชิญคุณรังสิมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นใจคณะกรรมการปฏิรูปที่ต้องมาชี้แจงทุก ๆ ๓ เดือน แล้วก็ มาโดนพวกนักการเมืองของเราอัดกันแทบตลอดนะคะ ดิฉันก็สงสารเพราะว่ารัฐธรรมนูญ เขียนเอาไว้ แล้วดิฉันก็ดูแล้วบางประเด็นดิฉันเคยอภิปรายไปแล้ว แต่ดิฉันก็เปิดดู แต่มันไม่มีค่ะ ก็อยากจะฝากไปอีกเช่นกัน อย่างเช่น หน้า ๑๔๘ ในฐานะที่ดิฉันเป็นพยาบาลเก่า แล้วตอนนี้ปัญหาโควิด (COVID) ก็มาก บุคลากรทางการแพทย์เขาทำงานเหนื่อยมาก บางท่านก็ต้องติดโรค แล้วขวัญกำลังใจเขาก็ไม่มี ดิฉันก็มาดูว่าขวัญกำลังใจของพวกเขา อยู่ที่ไหนบ้าง ก็ไปดูที่หน้า ๑๔๘ ข้อที่ ๕ กำลังคนและโครงสร้างของหน่วยงานที่รับผิดชอบ งานความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ ใน ฉ. ท่านบอกว่าการบริหารจัดการให้บุคลากร ในสาขาขาดแคลนพิเศษ ควรให้ความสำคัญกับแรงจูงใจและค่าตอบแทน อันนี้ค่ะ ท่านให้เฉพาะสาขาขาดแคลน แล้วพยาบาล แพทย์ ไม่ขาดแคลนหรือคะ อันนี้เขาไม่ได้ ขาดแคลนใช่ไหมคะ ไม่ถือว่าเป็นขาดแคลน แล้วก็จะมีบุคลากรทางการแพทย์อย่างอื่นอีก อย่างเช่น นักวิเคราะห์นโยบาย นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการสาธารณสุข นักระบาดวิทยา พวกนี้จากที่การปรับตำแหน่งเมื่อคราวที่แล้วบุคคลพวกนี้ไม่ได้ปรับอีกเยอะเลยนะคะ เขาไม่ได้ปรับตำแหน่งเลย พยาบาลก็ยังปรับไม่หมดเลยดิฉันก็เป็นห่วงนะคะ ในฐานะที่เป็น พยาบาลเก่าเห็นน้อง ๆ พี่ ๆ ทำงาน ส่วนใหญ่จะเป็นน้องแล้วนะคะ เพราะว่าถ้าดิฉันอยู่ ก็จะเกษียณแล้ว ทีนี้ดิฉันก็เป็นห่วงว่าบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถแล้วก็มีประสบการณ์ ก็อยากให้เขามีขวัญและกำลังใจ แล้วก็อยู่ในวิชาชีพต่อไป ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาก็จะลาออกกันหมด ดิฉันก็พยายามพูดให้กำลังใจนะคะ แล้วก็ฝากทางท่านช่วยไปเป็นปากเป็นเสียงให้ด้วยนะคะ แต่ที่ดิฉันจะเน้นเพราะมัน ๗ นาที🔗
ดิฉันจะพูดเรื่องแผนการปฏิรูปทางด้านการเมืองนะคะ คือดิฉันก็เอามาเปิด หน้าของเป้าหมายของท่าน ท่านบอกว่าจะให้พรรคการเมืองและนักการเมืองยึดมั่น ในประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ดิฉันก็มาดูว่ามันจะเป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างไร เพราะว่านักการเมืองที่เข้ามาเป็นตอนนี้ส่วนใหญ่ มันได้เข้ามาจะมาจากการซื้อเสียง แล้วก็มีทุจริตการเลือกตั้ง มาซื้อเสียงการซื้อเสียง มันก็เปลี่ยนไปจากคราวที่แล้วที่ กกต. มาชี้แจงที่สภา ดิฉันก็พูดกับ กกต. ว่าการซื้อเสียง ตอนนี้ กกต. ก็ไม่ทันสมัย การซื้อเสียงมันเปลี่ยนไปแล้ว มันมีการเล่นการพนัน มีการให้ตั๋วแลกเงินจ่ายเงินสดครึ่งหนึ่ง ตั๋วแลกเงินครึ่งหนึ่งอะไรอย่างนี้ แล้วการซื้อเสียง มันก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ ซื้อยกหลังคา บ้านไหนที่มี ๑๐ เสียงขึ้นไป ซื้อเหมาเลย ๑๐,๐๐๐ บาท อะไรอย่างนี้ ดิฉันว่าการเมืองมันเปลี่ยนไปแล้ว แล้วมันจะได้นักการเมืองที่ดีได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่อนักการเมืองพวกนี้เข้ามาแล้วนี่ก็จะมาทุจริตคอร์รัปชัน ดิฉันก็จะไปที่ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดิฉันก็พูดถึงนักการเมือง ไปแล้วนะคะ แต่ดิฉันก็มาพูดถึงเรื่องข้าราชการบ้าง คือดิฉันก็เป็นข้าราชการเก่า แต่ดิฉัน ก็ได้เห็นประสบการณ์จากเป็นข้าราชการก็ไม่ก้าวหน้าทางราชการก็ต้องลาออกมาเป็น นักการเมืองนะคะ เพราะว่ามันมีการทุจริตหลายรูปแบบมากเลยนะคะ ดิฉันก็ไปทะเลาะ กับผู้บริหารก็อยู่ยากนะคะถ้าเกิดเราไม่โกง ไปเจอพวกขี้โกงเราก็ต้องสู้กับผู้บริหาร สู้ไม่ได้ ก็ลาออกมาก็มาสู้ในสภาต่อ ก็อยากจะฝากท่านนะคะว่าข้าราชการนี่ดิฉันไม่ได้ว่าทุกคนนะ ข้าราชการที่ดีก็มีเยอะ ที่เลวก็มีมาก ยกตัวอย่างเช่น ดิฉันพูดอยู่ประจำว่า อย่างเช่น จังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ใครจะไปขึ้นตำแหน่งอะไร ก็เอามาแปะไว้ที่สมุทรสงคราม ๖ เดือน ๘ เดือน ปีหนึ่ง พอทำงานจะดีหน่อยย้ายไปแล้ว ใครที่จะถูกทำโทษก็เอาไปทำโทษที่สมุทรสงคราม ใครจะเกษียณก็เอาไปรอพักเกษียณ เพราะว่าเป็นจังหวัดเล็กที่สมุทรสงคราม ใครที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ป่วยทำงานไม่ได้ เอาไปแปะไว้ที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนว่า โดยเฉพาะ คนที่จะเกษียณดิฉันไม่อยากให้เอาคนที่จะเกษียณไปไว้ตามจังหวัดต่าง ๆ อยากจะให้ คนไปอยู่แล้วนี่อย่างน้อย ๒ ปี ๓ ปี มันจะได้ทำงานต่อเนื่อง เพราะว่าพอจะเกษียณนี่ละ เป็นตัวที่จะทุจริต โครงการอะไรต่าง ๆ นี่จะไปโอนเปลี่ยนแปลง จะไปเอาเปอร์เซ็นต์ที่มันได้มาก ๆ ทำไปแล้วก็เอาไปทิ้งเป็นอนุสาวรีย์อะไรอย่างนี้หลาย ๆ โครงการที่เห็น เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะฝากนะคะว่า ถ้าท่านไปเขียนท่านต้องเขียนแบบให้มันเป็นจริงได้ คือดิฉันอ่าน แล้วบางทีมันก็มองดูแล้วท่านเขียนเป็นวิชาการ แต่พอเวลาปฏิบัติจริงมันไม่สามารถเอาไปปฏิบัติ ได้ อยากให้เขียนแล้วปฏิบัติได้🔗
แล้วก็อีกประการหนึ่งคือดิฉันอยากจะให้มองว่าการทุจริตคอร์รัปชันตอนนี้ มันมากมายมหาศาล ท่านยิ่งทำปฏิรูปเท่าไรท่านไปดูสิคะตอนนี้การทุจริตคอร์รัปชัน มันเยอะมาก ๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเล็ก ๆ ใหญ่ ๆ อะไรนี่ เพราะว่าการเมือง มันเปลี่ยนไปแล้วนะคะ มันมาจากการซื้อเสียง จากการทุจริตนี่มันก็เลยต้องมาทุจริต โครงการของรัฐนะคะ เพราะฉะนั้นที่ดิฉันเคยพูดเอาไว้นะคะว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำไมทำงาน ช้าจัง ทำไมไม่ส่งผลให้ไอ้พวกที่มันขี้โกงให้มันมีอันเป็นไป ท่านชวน หลีกภัย เป็นคนบอก ดิฉันว่าหนู หนูอย่าไปใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มากเลยท่านทำงานไม่ทันหรอก เพราะตอนนี้มันโกงกัน ทั้งนั้น ดิฉันว่าจะไปโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แล้วตอนนี้🔗
หมดเวลา แล้วครับ🔗
เพราะว่าดิฉันต้องโทษ ข้าราชการที่ทำงานช้านะคะ ท่านต้องให้เขียนไปเลย ระบุไปเลยว่าคุณจะต้องตัดสินอันนี้ ภายในกี่ปีมีระยะเวลา บางคน ๑๕ ปียังไม่ตัดสินเลยว่ามันโกงจนมันตายไปแล้ว มันยังไม่ได้ รับผลอันนี้เลย ดิฉันอยากจะให้เห็นผลเร็ว ๆ ท่านต้องกระชับอันนี้ เขียนแล้วต้องทำได้ แล้วต้องให้มันติดคุกให้ได้ เราจะได้นักการเมืองที่ดี🔗
ขอบคุณครับ🔗
เราจะได้ข้าราชการที่ดี ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
หมดเวลา แล้วครับท่านรังสิมา ต่อไปเชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ตามด้วย ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมคิดว่า วันนี้มีสมาชิกในห้องประชุมไม่ถึง ๕๐ ท่านครับ ผมคิดว่าเอาไปต่ออาทิตย์หน้าครับ เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ผมขอนับองค์ประชุมครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ เหลือแค่ ๒ คนก็จะจบผู้ยื่นขออภิปรายแล้วนะครับ ฉะนั้นก็เชิญท่านนั่งเถอะครับ🔗
ท่านต้องพิจารณาครับ มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ🔗
ฉะนั้นวันนี้ ประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ผมขอปิดประชุมครับ🔗