unknown · · 617 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๙ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ สมาชิกทั้ง ๔๐ ท่าน กรุณาใช้โอกาสของท่านหารือในปัญหาของพี่น้องประชาชน ของเรานะครับ ท่านแรกคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ขอเชิญครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จากการลงพื้นที่พบปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะ โครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำกิน น้ำใช้เพื่อการเกษตร ประชาชนยังไม่ได้รับ บริการขั้นพื้นฐานจำเป็นอยู่อีกมาก การคิดโครงการใด ๆ ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และสร้างความร่ำรวยให้กับบุคคลบางกลุ่ม ละทิ้งให้คนยากคนจนเพิ่มขึ้น ๆ จะเป็นปัญหา สังคมตามมามากมาย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

วันนี้กระผมขอฝากปัญหาชาวบ้าน บ้านโชคอำนวย หมู่ ๑๑ ตำบลวังตามัว อำเภอเมืองนครพนม จำนวน ๑๔ ครัวเรือน ยังไม่มี ไฟฟ้าครัวเรือนใช้ ท่านประธานกรุณาดูสภาพที่ชาวบ้านบางส่วนต่อไฟใช้เองเห็นแล้ว น่าอนาถใจ🔗

ในปัญหาที่ ๓ ภัยแล้งกำลังจะมาเยือน ขอตามเรื่องที่กระผมได้แจ้ง ปภ. กระทรวงมหาดไทยและกรมบัญชีกลาง ร่วมกันแก้ปัญหาโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง กว่า ๒๐ โครงการที่ต้องพับไปในปีที่แล้ว ด้วยระบบการคีย์ (Key) ข้อมูลของเจ้าหน้าที่มี อุปสรรคซึ่งไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาของพี่น้อง ประชาชนในกรุงเทพมหานครที่ประสบปัญหากับเรื่องน้ำประปาที่กร่อยนะคะ แล้วก็ เป็นปัญหาเรื้อรังมาตลอดทุก ๆ ปี เราจะมาแก้ปัญหานี้อย่างไรดีคะ ท่านประธานคะ เนื่องจากช่วงนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าสาเหตุนี้เกิดจากน้ำทะเลหนุนสูงเป็นประจำนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ในช่วงปีของต้นเดือน กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ใกล้เข้าสู่ฤดูแล้ง ก็เลยทำให้น้ำทะเลนี้หนุนสูงในพื้นที่ภาคกลาง และโดยเฉพาะพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ท่านประธานดูจากภาพนะคะ ทางด้านขวามือคือด้านตะวันออกนะคะ เมื่อสักครู่นี้ค่ะทางสีเหลือง ก็คือจะประสบปัญหา ในเรื่องของน้ำประปานี้กร่อยนะคะ ส่วนทางด้านซ้ายนี้เป็นในส่วนของตะวันตก ซึ่งก็จะ ไม่ประสบปัญหาตรงด้านนี้นะคะ🔗

แล้วภาพต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของปริมาณในส่วนของน้ำประปาที่มีคลอไรด์ (Chloride) ซึ่งสูงเกินกว่ามาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) นี้จะกำหนดเอาไว้ คือต้องไม่เกิน ๒๕๐ มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งตรงนี้เราก็จะเห็นได้ว่าเกือบทุก ๆ เขตของ กรุงเทพมหานครประสบปัญหาในส่วนของน้ำประปานี้กร่อยอยู่เป็นจำนวนมากนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ แก้ไข อยากให้มีระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้กับประชาชนที่จะเป็นผู้บริโภคได้รับรู้อย่างมี ประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบันนี้ แล้วก็อยากให้มีการพิจารณาหาแหล่งน้ำสำรอง แล้วก็เตรียม สำรองน้ำสำหรับใช้ให้เป็นแหล่งน้ำดิบ แล้วก็เลือกใช้เทคโนโลยีที่สามารถจัดการกับความเค็ม ของน้ำได้ อย่างเช่น กระบวนการรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis : RO) ค่ะ การเปลี่ยน แล้วก็รวมไปถึงการเปลี่ยนจุดผันน้ำเข้าสู่คลองประปา เช่น ย้ายจากจุดผันน้ำ ให้ลึกเข้าไปจากอ่าวไทยอีกเพื่อลดความเสี่ยงจากการรุกล้ำของน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งท่านประธานคะดู จากภาพนี้ คือจริง ๆ ณ วันนี้น้ำประปากร่อยคนปกติทั่วไปไม่ได้มี ส่งผลกระทบอะไร แต่ว่าคนที่จะได้รับผลกระทบและมีปัญหาก็คือพวกเด็กเล็ก แล้วก็ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ก็เลยอยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อที่จะให้ปีต่อ ๆ ไปไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้อีก ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ คุณนิยม เวชกามา🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอนำความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ ประเด็น🔗

๑. ขอขยายเขตไฟฟ้าจากเส้นทางบ้านหนองบัวไปสามแยกถนนบ้านบึงทวาย ดงหลวง ตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย สกลนคร🔗

๒. ขยายไฟฟ้าเส้นทางวัดป่าหนองบัวสิม บ้านนางอย ไปวัดถ้ำผาจันทร์ ตำบลเต่างอย สกลนคร🔗

๓. ขยายเขตออกจากบ้านโคกสะอาด หมู่ ๔ ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ ออกไป ๓ เส้นทาง🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอขยายถนนจากบ้านบึงทวาย ตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย ไปโรงเรียนบ้านหนองบึงทวาย บ้านหนองสลาม ระยะจาก ๔ เมตร เป็น ๖ เมตร เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขอให้ทำถนนจากบ้านนางอยไปวัดถ้ำผาจันทร์ ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย สกลนคร ระยะทาง ๕ กิโลเมตร กำนันประธาน วิดีสา ฝากขอมาครับ🔗

๓. ขอให้ชลประทานน้ำอูน ปล่อยน้ำจากเขื่อนลำน้ำอูนซึ่งผ่านหลายอำเภอ ตอนนี้น้ำแห้งขอดหมดแล้ว จากตำบลอุ่มจาน ของอำเภอกุสุมาลย์ และอีกหลายอำเภอ ในตำบลหนองลาด อำเภอเมือง ไปถึงอำเภอนาหว้า ชาวบ้านทำนาปรัง ข้าวจะล้มตาย หมดแล้ว🔗

และอันสุดท้าย ขอให้ขุดลอกลำห้วยหนองบัว หมู่ ๔ บ้านนางอย ตำบล นางอย ที่เก็บกักน้ำ ๙๗ ไร่ หากขุดลอกแล้วจะเป็นประโยชน์แก่หมู่บ้านทั้งตำบล🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์🔗

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องนำเรียนหารือ ท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขนส่งทางเรือ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้มีการเปิดภาคเรียนแล้วนะคะ น้อง ๆ นักเรียน แล้วก็พี่น้อง ประชาชนใช้เรือโดยสารสาธารณะบริเวณคลองแสนแสบเป็นจำนวนค่อนข้างมากนะคะ แต่ว่าเรือโดยสารไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ทำให้บางครั้งพี่น้อง ประชาชนต้องรอเรือโดยสารเป็นเวลาเกือบชั่วโมงนะคะ ก็อยากนำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับไปยังกรมเจ้าท่าให้ขอความร่วมมือ จากครอบครัวขนส่งในฐานะผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้จัดเรือแล้วก็ รอบเที่ยวเรือเพิ่มเติมนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้เคยนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมแล้ว เกี่ยวกับเรื่องของรถร่วมโดยสารสาธารณะหรือว่ารถเมล์ บริเวณ ถนนแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ จอดกีดขวางการจราจร ไม่มีการจัดระเบียบ พอพูดครั้งหนึ่งก็เข้าไปจัดระเบียบครั้งหนึ่งนะคะ ก็อยากนำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ขสมก. เข้าไปดูแลด้วยค่ะ🔗

ส่วนเรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง บริเวณถนนศรีนครินทร์ ช่วงบริเวณหน้าโรงพยาบาลสมิติเวช เขตสวนหลวงนะคะ ถนนจราจรเป็นหลุมเป็นบ่อแล้วก็ขรุขระ ทำให้พี่น้องประชาชนที่ไปใช้บริการ ที่โรงพยาบาลสมิติเวชต้องประสบปัญหาไม่ได้รับความสะดวก ก็อยากนำเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานคร หรือกระทรวงคมนาคม พร้อมกับผู้รับเหมา ที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองให้เข้าไปดำเนินการปรับปรุงถนนด้วยค่ะ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ ธัญได้ติดตามในประเด็นของเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเด็ก ได้ติดตามมติของคณะรัฐมนตรี ในการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน พบว่าก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงเงินอุดหนุน เด็กเลย จนวันนี้ก็ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมานะคะ คำถามคือว่าจะทันงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ หรือไม่ และตลอดจนในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาที่เกิดสถานการณ์โควิด (COVID) ค่ะท่านประธาน ท่านลองคิดดูสิคะว่าผู้ชาย ผู้หญิง ใครจะตกงานก่อน และระหว่างผู้หญิงกับ ผู้หญิงตั้งครรภ์ ใครจะตกงานก่อน นี่คือสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราจะต้องรีบแก้ปัญหานะคะ ท่านประธาน หากเราย้อนกลับไปนะคะท่านประธาน เราทราบกันดีว่าเงินอุดหนุนเด็กนั้น เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งวันนี้เรายังไม่ได้เห็นมีการดำเนินงาน ธัญจึงอยากจะทวงถามในประเด็นดังกล่าวค่ะ เรามี ๓ ประเด็นต้องหารือกันนะคะ ท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ คือผู้หญิงตั้งครรภ์นั้นประสบปัญหาตกงานในสถานการณ์โควิด (COVID) นี่คือเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำทันที แก้ปัญหาทันทีค่ะ ธัญได้รับข้อร้องเรียน ได้เมสเสจ (Message) เข้ามาในเพจ (Page) ของธัญว่ามีผู้หญิงหลายคนไม่มีเงินให้นมลูก ไม่มีเงินซื้ออาหารให้ลูกค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ การตั้งงบประมาณเงินอุดหนุน ๖๐๐ บาท จัดตั้งทันในงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ หรือไม่🔗

ประเด็นสุดท้ายค่ะท่านประธาน พรรคก้าวไกลเคยเสนอเงินอุดหนุนเด็ก ๑,๒๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งนั่นเป็นจำนวนเงินที่เราคิดว่าเพียงพอ ธัญอยากให้คณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาทบทวนจำนวนเงินค่ะ ธัญขอทิ้งท้ายนิดเดียวค่ะท่านประธาน เงินอุดหนุนเด็ก คือความมั่นคงของมนุษย์ และคืออนาคตที่ยั่งยืนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗

นายกฤติเดช สันติวชิระกุล แพร่

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย จากการเข้าพื้นที่อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย ผมขอนำ ความเดือดร้อนและความต้องการของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแพร่หารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนที่เป็นปัญหาซ้ำซากเกี่ยวกับแหล่งกักเก็บน้ำ ซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่ฤดูแล้ง ชาวจังหวัดแพร่เริ่มได้รับผลกระทบดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วน ผมขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการขุดเจาะ บ่อน้ำบาดาลให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดแพร่ และเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ขอให้ กรมชลประทานเร่งดำเนินการ ๑. โครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำตามลำน้ำยม จุดแรก ประตูระบายน้ำวัดพระธาตุแหลมลี่ ตำบลปากกาง อำเภอลอง ๒. ประตูระบายน้ำ บ้านหาดอ้อน ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น และในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอสอง อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอสูงเม่นและอำเภอเด่นชัย ๒. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่เฮิม ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น ๓. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่พวก ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย ๔. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่กลาง ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง ๕. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สูนเหนือ ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับหนังสือจากท่าน ผอ. สุวรรณ ถือแก้ว ผู้อำนวยการ โรงเรียนชุมชนบ้านบวกโป่ง ตำบลน้ำชำ อำเภอสูงเม่น ผอ. ปรีชาชาญ อินทรชิต ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลจรูญลองรัตนาคาร ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง โดยผ่านท่าน ผอ. ชาญณรงค์ จันทร์ป้อม นายกสมาคมครูแพร่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเหล่า เพื่อขอ สนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนและโรงอาหาร ให้สอดคล้องกับนักเรียนซึ่งเป็นโรงเรียน คุณภาพประจำตำบล โรงเรียนคุณภาพชุมชนตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยที่ไม่ได้เน้นจำนวน แต่เราเน้นคุณภาพทางการศึกษาให้กับนักเรียน ผมจึงขอฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการช่วยเร่งดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเคยได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คนปากช่องบริเวณถนนธนะรัชต์กิโลเมตรที่ ๑ เชื่อมต่อไปยังกิโลเมตรที่ ๒๐🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ถนนเส้น ดังกล่าวนั้นบางช่วงต้องการซ่อมแซมเพราะสึกหรอ ผมได้หารือท่าน ผอ.พรชัย ศิลารมย์ อดีตผู้อำนวยการแขวงการทางนครราชสีมาที่ ๒ ท่านได้ให้ความอนุเคราะห์จัดสรร งบประมาณมาก่อสร้างซ่อมแซมให้เรียบร้อยแล้ว พี่น้องประชาชนชาวปากช่อง ฝากกราบขอบคุณท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากท่านสมาน เหล็งหวาน และท่านแสวง เปี่ยมบริบูรณ์ ว่าถนนหลัก ถนนหลวงของอำเภอปากช่องนั้นมีจุดที่เกิดอันตรายบ่อยครั้ง และต้องการ งบประมาณอย่างเร่งด่วนในการแก้ไข🔗

จุดแรกนั้นก็คือบ้านนาครับ โรงเรียนบ้านนา บริเวณหน้าเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ตำบลหนองสาหร่าย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พี่น้องประชาชนต้องการที่จะให้มี ไฟสัญญาณจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน🔗

ส่วนที่ ๒ ที่มีปัญหานั่นก็คือจุดบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ บริเวณ วัดถ้ำไก่แก้ว หน้าโรงโม่ศิลาสากล มีรถพ่วงข้ามเพื่อกลับรถ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ต้องการ ให้มีสะพานกลับรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัย🔗

จุดที่ ๓ นั้น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลขที่ ๒ เช่นกันครับ บริเวณหน้าโลตัส ปากช่อง ต้องการให้มีศาลาพักผู้โดยสารให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน จึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอได้โปรดจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาและใช้ถนนเส้นนี้ เป็นประจำด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน เรื่องปัญหาเกี่ยวกับน้ำ ๒-๓ เรื่องครับ โดยผ่าน ท่านประธานสภาที่เคารพไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๑ จากท่านกำนันวิโรจน์ ใจตรง และผู้ใหญ่ดอม จามจังหรีด ผู้ใหญ่ หมู่ที่ ๕ บ้านวังมืด ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เรื่องโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำคลองวังมืด ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและเพื่อทำการเกษตร ขณะนี้ได้จัดหางบประมาณในการจ้างทำการสำรวจศึกษาผลกระทบจากโครงการดังกล่าวแล้ว ดังนั้นต้องกราบเรียนครับ กรมชลประทาน รัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรกว่า ๕,๐๐๐ ครอบครัว ประชากรหมื่นคน ได้มีน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากท่านไพศาล เอี๊ยะผา นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลทุ่งโพธิ์ เรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างระบบน้ำประปาแบบหอถังเหล็ก เก็บน้ำขนาด ๓๐ ลูกบาศก์เมตร สูง ๒๐ เมตร พร้อมเจาะน้ำบาดาลจำนวน ๑ บ่อ ที่ตำบลทุ่งโพธิ์ หมู่ ๒ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากว่าชุมชนบ้านทุ่งโพธิ์นั้น เป็นชุมชนขนาดใหญ่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลให้น้ำประปาไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของประชาชนและภาคเกษตรกร ดังนั้นจึงกราบเรียนมายังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดช่วยจัดสรรงบประมาณในการที่จะบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องการเรียกเงินคืนเบี้ยผู้สูงอายุ กับบำเหน็จตกทอดที่ซ้ำซ้อนกันมาเป็นระยะเวลาเป็น ๑๐ ปี แล้วภาครัฐไปเรียกเงินคืนจาก พี่น้องประชาชนด้วยการเรียกเงินคืน นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลท่านต้องยุติ ไปก่อนแล้วหาทางออก เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะไม่อย่างนั้นจะเป็น วิกฤติศรัทธาที่พี่น้องประชาชนจะมีกับรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็เคยได้รับ เงินเดือนหลายทางมาก่อน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชียงใหม่

ดังที่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรี รับเงินเดือน ตอนเป็น ครม. ๑ จำนวน ๑๒๕,๙๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๔๑ เดือน จากเป็น หัวหน้า คสช. ๑๒๕,๙๐๐ บาท จำนวน ๔๕ เดือน และจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท จากเป็น ราชการ ผบ.ทบ. รวมทั้งสิ้นถึง ๑๐.๘๑ ล้านบาท อันนี้สิคะเขาถึงเรียกเงินซ้ำซ้อน ที่น่ารังเกียจ ท่านอ้างว่าท่านยึดอำนาจมาเพื่อปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้น แต่ที่จริงท่านไม่ได้ เสียสละมานะคะ งบประมาณล้วน ๆ ท่านไม่ได้ทำฟรีค่ะ แต่เมื่อมีสวัสดิการของประชาชน ของผู้สูงอายุ แต่มาบอกว่าซ้ำซ้อนต้องเรียกเงินคืน ผู้สูงอายุนับหมื่นต้องเดือดร้อน ถูกเรียก เงินคืน จากเบี้ยคนชราที่ได้รับแค่วันละ ๒๐-๓๐ บาทเท่านั้น ผู้สูงอายุหลายท่านบอกว่า ไม่มีเงินคืนหรอกค่ะ ใช้ไปหมดแล้ว ยอมติดคุกติดตะรางกันไปจะให้ผ่อนคืนก็ยังไม่มี แล้วมันไม่ใช่ความผิดของประชาชน เป็นความผิดของหน่วยงานของรัฐบาลเองทำไมถึงเพิ่ง มาท้วง และที่สำคัญทำไมแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปเรียกเงินคืนกับผู้สูงอายุ ทั้งที่ผู้สูงอายุรับโดยสุจริต นี่เป็นความผิดพลาดของหน่วยงานของรัฐบาลเอง แต่กลับ ผลักภาระไปให้กับประชาชน นี่เราจะอยู่กันอย่างนี้ไม่ได้นะคะ นายกรัฐมนตรีรับเงินเดือน ซ้ำซ้อนกันเป็นหลักแสนสามารถทำได้ แต่พอประชาชนได้รับสวัสดิการอันน้อยนิดกลับผิด ระเบียบ ขัดต่อกฎหมายจนมีประชาชนบ่นมาแล้วนะคะว่ายุคนี้เป็นยุคที่ประชาชน ต้องออกมาขอทานภาษีกันแล้ว จึงฝากท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้รีบแก้ไข ระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไปค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระผมได้รับเรื่องจากประธานชุมชนหลายแห่งของเทศบาลเมืองพระพุทธบาท รวมถึงเทศบาลเมือง เทศบาลนครที่มีมากกว่า ๒๐๐ แห่งทั่วประเทศ ถึงความตั้งใจทุ่มเท แรงกายแรงใจของประธานและกรรมการชุมชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

ซึ่งเทศบาลเหล่านี้ไม่มี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พวกเขาจึงไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ เลย แต่ต้องควักกระเป๋า ในการเดินงาน จึงขอเสนอไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาหาแนวทาง ให้กรรมการชุมชนได้รับค่าตอบแทน หรือสวัสดิการบ้างเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน ต่อไป🔗

เรื่องต่อมาครับ กลุ่มตัวแทนชาวพระพุทธบาทได้ขอให้ช่วยปรับปรุง อ่างเก็บน้ำบ้านบ่อพรานล้างเนื้อ ตำบลขุนโขลน ซึ่งเมื่อปี ๒๕๓๙ ท่านบัญญัติ วงษ์ประยูร ส.ส. สระบุรีในขณะนั้น ได้ของบประมาณจากกรมชลประทานเพื่อประโยชน์และบำรุงรักษา ร่วมกัน แต่ในหลายปีที่ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบันไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เลย จึงขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยแก้ไขเร่งด่วน เพื่อกักเก็บน้ำในหน้าแล้งและใช้เป็นแหล่งน้ำ สำรอง ซึ่งทุกวันนี้อำเภอพระพุทธบาทขาดแคลนน้ำประปาบ่อยครั้งมาก ตลอดจนขอให้ ปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย🔗

เรื่องถัดมาครับ อำเภอพระพุทธบาทมีสิ่งอันสำคัญคือรอยพระพุทธบาท ซึ่งค้นพบในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งมีพระราชศรัทธาสร้างพระมณฑปและวัดขึ้น กระผมได้หารือจากท่านพระมหาวิเชียร ชาตวชิโร เปรียญธรรม ๙ ประโยค ว่าในโอกาส ครบรอบ ๔๐๐ ปีที่กำลังจะถึงของวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร อยากให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาสนับสนุนงบประมาณส่งเสริมการท่องเที่ยว และขอให้กรมศิลปากร ร่วมสนับสนุนพื้นที่บางส่วน สามารถจัดงานเชิงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อันยิ่งใหญ่ได้ สร้างงาน สร้างการค้าขายให้แก่ประชาชนของพื้นที่ชุมชนรอบวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ได้มีรายได้ต่อยอดการท่องเที่ยวทุก ๆ เดือนอย่างยั่งยืน🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ขอหารือกรณีนายจำรัส สวนจันทร์ ผอ. โครงการชลประทาน ศรีสะเกษ ได้ถูกคำสั่ง คสช. มาตรา ๔๔ ทั้ง ๆ ที่ผลการสอบสวนข้าราชการดังกล่าวไม่มี ความผิดแต่อย่างใดทั้งทางละเมิดและทางวินัย ซึ่งถือยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จึงขอสอบถาม มาตรการช่วยเหลือและเยียวตามเอกสารที่สอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ โดยกระผม ขออนุญาตยื่นเป็นเอกสารว่ามีหน่วยงานใดบ้างต่อท่านประธาน เพราะเวลามีน้อยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ต่อไปคุณปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอหารือประเด็นปัญหาของพี่น้องคนพิการที่ไม่ต้องการเป็นภาระของใคร เขาก็อยากเรียนหนังสือ อยากมีงานทำ อยากรับราชการ แต่เขาก็ยังเข้าไม่ถึงโอกาสอย่างนี้ หรือเป็นเพราะรัฐบาลไม่จริงใจมากพอ กรณีตัวอย่างของนายเดชณรงค์ จันทร์สุข อายุ ๒๒ ปี อยู่กับยายวัย ๘๐ ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เขาพิการทางการเคลื่อนไหว ประเภท ๓ ขี่รถถีบได้นะครับ ขี่รถถีบสามล้อเพื่อเก็บของเก่า เก็บขวดพลาสติกขายเล็ก ๆ น้อย ๆ และเขายังได้เบี้ยความพิการ ๘๐๐ บาทต่อเดือนอีก ยังได้ ๘๐๐ บาทนะครับ ไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท หรือเป็นเพราะเขายังจนไม่มากพอใช่ไหมครับ ถึงยังไม่ได้ ๑,๐๐๐ บาท แล้วตอนนี้เขาก็กำลังเรียน กศน. อยู่ ทางเพื่อน ๆ คนพิการและทีมงานคนรักอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลได้ไปพบปะและให้กำลังใจ และได้ประสานไปยังโรงเรียนอาชีวะพระมหาไถ่ พัทยา ชลบุรีแล้ว ก็ขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ให้ดูแลจัดสรรงบประมาณสำหรับดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องคนพิการ ด้วยครับ🔗

ประเด็นต่อมา สืบเนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งที่ตรงถนนสายเพชรเกษม หน้าโรงเรียนสังข์ทองวิทยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ จึงขอหารือไปยังแขวงการทาง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยสร้างสะพานลอยให้ด้วยครับ🔗

สุดท้ายนี้ก็ฝากท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในฐานะ ตัวแทนประชาชน คนพิการก็คือประชาชน เราจึงควรให้เกียรติและเคารพในศักดิ์ศรีของ ประชาชน เพราะเราคือคนเท่ากัน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐครับ กระผมขอหารือ ท่านประธานในเรื่องที่ประชาชนชาวจันทบุรีในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ สมาคมการค้าอัญมณี หอการค้า สมาคมการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการต่าง ๆ ต้องการ ให้รัฐบาลนั้นสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรบนทางหลวงหมายเลข ๓ โดยเฉพาะบริเวณเขาไร่ยา ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเขาไร่ยานั่นเอง ซึ่งบริเวณทางหลวงดังกล่าวนั้นมีปัญหาการสะสม ของยานพาหนะเป็นจำนวนมาก ทั้งในวันธรรมดา วันหยุด และโดยเฉพาะในช่วงฤดูผลไม้ ในเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ มีปริมาณรถติดสะสมยาว เป็นกิโล ๆ เลยครับท่านประธาน ทำให้การขนส่งไม่ว่าจะเป็นการขนส่งคน ขนส่งสินค้า หรือการเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี ไปจังหวัดตราด ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้กระทั่ง ไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขนส่งสินค้าก็ตาม ใช้เวลานานมากเกินครับ🔗

ส่วนการแก้ปัญหานั้น อยากจะให้กรมทางหลวงหรือรัฐบาลพิจารณา ดำเนินการเป็นอุโมงค์ เพื่อแก้ปัญหาหรือว่าจะเป็นสะพานลอยก็แล้วแต่ความเหมาะสมครับ ท่านประธานครับ ซึ่งสิ่งที่คาดว่าจะได้รับนั้น ๑. ก็เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว ของจังหวัดจันทบุรีที่มีความหลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล และการท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดแหลมสิงห์ หาดเจ้าหลาว แหลมเสด็จ หรือเนินนางพญา อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน บ้านเสม็ดงาม น้ำตกพลิ้ว ค่ายเนินวง วัดพลับบางกะจะ วัดป่าคลองกุ้ง หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี เป็นต้น ท่านประธานครับ🔗

อีกประการหนึ่ง เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร ทำให้เศรษฐกิจ ดีขึ้นครับ🔗

และประการสุดท้าย เป็นการลดอุบัติเหตุและเป็นการแก้ปัญหาการจราจร ติดขัดบนบริเวณเขาไร่ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพครับท่านประธาน แล้วก็กระผม และพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและรัฐบาลมาล่วงหน้า ณ โอกาสนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหนองสนม หมู่ ๑๑ และชาวบ้านหยอด หมู่ ๓ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ถนนจากบ้านหนองสนมไปบ้านหยอดเมื่อก่อนเป็นทางลาดยาง แต่ปัจจุบัน เป็นถนนหินคลุก ซึ่งถนนสายนี้ชาวบ้านทั้ง ๒ หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสุบรรณ เรืองรุ่ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ และนายบุตรดี ผลบุญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๕ ตำบลรุ่งระวี อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ซึ่งชาวบ้านได้ออกไปอยู่ตามสวน ไร่ นา เพราะในหมู่บ้านแออัด จึงได้ออกไปทำสวนปลูกผัก ช่วยลดปัจจัยการผลิต เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ของครัวเรือน เพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาชนบท พี่น้องประชาชนทั้งหมู่ ๖ และหมู่ ๑๕ ตำบลรุ่งระวี จึงขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านนาม่อง หมู่ ๒ บ้านนาเมือง หมู่ ๘ ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ ว่าถนนจากทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้ไปถึง บ้านหนองสนม หมู่ ๒ ถนนสายนี้เป็นถนนลูกรัง และเป็นถนนที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจร ไปมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการเดินทางไปติดต่อราชการอำเภอ ช่วงหน้าแล้งก็จะมีฝุ่น หน้าฝนก็จะเป็นหลุมเป็นบ่อ ลูกหลานไปโรงเรียนก็ลำบาก ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ หลาย ๆ โครงการ ที่ผมได้หารือไปยังหน่วยงานตามที่หารือไป ฝากท่านประธานช่วยติดตามหน่วยงาน ที่รับผิดชอบให้ด้วยครับ เพราะว่ายังไม่ได้ดำเนินการครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ได้ร้องขอมาอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันครับท่านประธาน คือ🔗

เรื่องที่ ๑ มีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากสะพานข้ามคลองที่ขาด และได้พังทลายมาตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๕๕ ซึ่งสะพานนี้อยู่ หมู่ ๑๓ ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

คาบเกี่ยวกับ หมู่ ๑๑ ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทางชาวบ้านได้ทำหนังสือขอให้ทางหน่วยงาน ของจังหวัดมาทำการซ่อมแซม แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการเข้ามาแต่อย่างใด เพราะเนื่องจาก งบประมาณของทางจังหวัดที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งทางชาวบ้านได้แก้ปัญหาโดยได้ทำสะพาน ชั่วคราวกันเองเพื่อให้ใช้งานได้ในการสัญจรไปมาของทั้ง ๒ ตำบล ซึ่งสะพานชั่วคราว ที่ทำขึ้นมาเองนั้นไม่มีความปลอดภัยเลยครับท่านประธาน กระผมจึงขอฝากท่านประธาน นำเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยจัดสรรงบจากส่วนกลางช่วยรีบมาดำเนินการ ซ่อมแซม หรือมาสร้างใหม่ให้แข็งแรงขึ้นโดยเร็วครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือมีตัวแทนชาวบ้าน ชื่อนายสุนทร เจนสมุทร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เกาะนกเภา หมู่ ๑๑ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับความเดือดร้อน ในเรื่องของการขาดแคลนน้ำในการใช้อุปโภคบริโภค ถึงแม้ว่าทางเกาะนกเภาเองจะมี อ่างเก็บน้ำที่ก่อสร้างโดยกรมชลประทานตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๔๒ แต่ ณ ตอนนี้ความต้องการ ในการใช้น้ำมีเพิ่มขึ้น เพราะเนื่องจากประชาชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวและนอนพักค้างคืนเป็นจำนวนมาก ท่านประธานครับ น้ำที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำในปัจจุบันมีไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และปัญหานี้มีมานานแล้วครับ ท่านประธาน กระผมจึงขอฝากท่านประธานช่วยนำเรียนไปยังการประปาส่วนภูมิภาค ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย ให้รีบมาดำเนินการขยายเขตเดินท่อประปาส่งไปยัง เกาะนกเภาโดยเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมานะ โลหะวณิชย์🔗

นายมานะ โลหะวณิชย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ วันนี้กระผมมีเรื่องที่ จะหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ๕ หมู่บ้าน มีบ้านสกคลอง หมู่ ๒ บ้านนกเอี้ยงเก่า หมู่ ๖ หมู่ ๑๑ และบ้านดอนมะค่าง หมู่ ๑๒ และหมู่ ๑๗ ตำบลบ้านหัน ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องสะพานชำรุดที่จะข้ามห้วยหามแห ซึ่งปัจจุบันนี้สภาพสะพานนั้น ชำรุดทรุดโทรมมาก ทำให้การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ๕ หมู่บ้านได้รับ ความเดือดร้อน ก็อยากให้ท่านได้ประสานงานเกี่ยวกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปสำรวจ ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนนะครับ เพราะสะพานเส้นนี้เชื่อมระหว่างตำบลบ้านยาง และตำบลกุดเลาะ ของอำเภอเกษตรสมบูรณ์ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านสิริ คำสุข บ้านหลักแดน หมู่ ๑๑ ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ สืบเนื่องจากว่าทางเข้าหมู่บ้านระยะทาง ๔ กิโลเมตรนั้น ได้รับความชำรุดเสียหาย พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบากนะครับ ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบด้วยนะครับ🔗

สำหรับปัญหาเรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำประปาหมู่บ้านนะครับ ซึ่งในสภาวะภัยแล้งที่สืบเนื่องปัญหาก็มี หมู่บ้านบ้านโนนสำราญ หมู่ ๑๐ ตำบลท่าใหญ่ อำเภอหนองบัวแดง ๒. บ้านนาสีดา หมู่ ๘ ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ๓. บ้านหนองบัวพัฒนา หมู่ ๑๔ ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ๔. บ้านศาลา หมู่ ๔ ตำบลกุดเลาะ และ ๕. บ้านเล่า หมู่ ๓ ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งสภาพปัญหาปัจจุบันนี้การใช้น้ำก็ค่อนข้างที่จะลำบาก ก็ขอให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขเป็นการด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมได้นำคณะผู้บริหารท้องที่ ท้องถิ่น ในอำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง ได้เข้าหารือกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำโดย ท่านสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ท่านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก ท่านผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๔ ผู้อำนวยการสำนัก จัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ เพื่อสอบถามติดตามความคืบหน้าในการทำงานหลายเรื่อง ด้วยกันนะครับ เช่น การขยายเขตไฟฟ้าไปยังบ้านห้วยปลากอง ตำบลขะเนจื้อ บ้านละเผ่ใหม่ ตำบลสามหมื่น บ้านขุนห้วยแม่ต้าน ตำบลแม่ต้าน บ้านแม้วขุนห้วยตาก ตำบลท้องฟ้า ซึ่งทั้ง ๔ หมู่บ้านนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จัดเตรียมงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าปักเสาพาดสายเท่านั้น แล้วยังมีหมู่บ้านโบเก่ ตำบลแม่ตื่น บ้านห้วยกระทิง ตำบลพระธาตุ และอีกหลายหมู่บ้านในอำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ยังอยู่การออกแบบสำรวจจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ แล้วในที่ประชุมยังมี การพูดถึงการออกเอกสารรับรองสิทธิตามนโยบาย คทช. ซึ่งมีหลายหมู่บ้านที่มีความพร้อม โดยประชาชนได้มีการประชาคมในหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ติดอย่างเดียวคือ เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ขาดงบประมาณในการรังวัดสำรวจ การสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม ตำบลท้องฟ้า อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า ซึ่งมีพื้นที่เพียงไม่กี่ไร่เองครับ จึงขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ช่วยเร่งรัดขั้นตอนการขออนุญาตในการใช้พื้นที่โดยเร่งด่วนด้วย และจัดหางบประมาณให้แก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในเรื่อง คทช. ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายที่จะฝากไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอจัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ระมาด ในการขยายเขตไฟฟ้าเข้าบ้านน้ำดิบ บอนหวาน หมู่ที่ ๒ ตำบลแม่ระมาด เนื่องจากเงินสมทบจาก อบต. มีไม่เพียงพอ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ มีประเด็นหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง เพื่อให้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือปัญหาการระบาดของใบร่วงชนิดใหม่ในต้นยางพารา ซึ่งกำลัง ระบาดอย่างหนักใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ทั้งปีจนกระทั่งถึงวันนี้ โรคที่ผมพูดถึงก็คือโรคใบร่วงในยางพารานี้นะครับ ยังไม่สามารถหยุดยั้งปัญหาดังกล่าว จึงสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวสวน ยางพาราเป็นอย่างมาก รัฐบาลเองก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้ราคายางพาราดีขึ้น แถมตอนนี้ พี่น้องก็ยังประสบปัญหาโรคดังกล่าวอีก ดังนั้นผมอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึง การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินการในระยะสั้นก็คือ หาวิธีการยังยั้งโรคให้เร็วที่สุด ส่วนระยะยาวอยากให้จัดหางบประมาณให้กับเกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่อบำรุงฟื้นฟูสวนยางของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าผมได้รับการร้องเรียนจากเจ๊ะฆูตาดีกา หรือครูผู้สอน ในศูนย์ศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือโรงเรียนตาดีกา ท่านประธานครับ อยากให้ ท่านมีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อ ๘ ว่าด้วยเรื่องประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับครูผู้สอนตาดีกา สืบเนื่องจากว่าผมได้รับการร้องเรียนจากครูผู้สอนไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุน ตามระเบียบข้อ ๘ เนื่องจากว่าตามระเบียบ ข้อ ๘ ของประกาศนี้ได้กำหนดให้มีการจัดสรร เงินอุดหนุนเป็นรายเดือน แต่สำนักงานการศึกษาเอกชนบางจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาส ไม่ทำการจัดสรรเงินเป็นรายเดือน บางครั้งบางอำเภอตกเบิก ๓ เดือนครั้ง ๒ เดือนครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้กับครูผู้สอน ดังนั้นอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึงสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาสว่า เกิดอะไรขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้ดำเนินการปฏิบัติตาม ระเบียบข้อ ๘ ของประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ อำเภอท่าหลวง ชัยบาดาล ลำสนธิ สระโบสถ์ โคกเจริญ มีเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือขอถนน เข้าหมู่บ้าน เนื่องจากชาวบ้านตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ แล้วก็ชาวบ้านตำบลเขารวก อำเภอลำสนธิ ผ่านตำบลเกาะรัง อำเภอชัยบาดาล มีความเดือดร้อน การสัญจรไปมา ระยะทาง ๘ กิโลเมตร อยู่ระหว่างบ้านหนองประดู่ตอ บ้านหนองโกน้อย บ้านซับสงวน ตำบลเขารวก ตำบลกุดตาเพชร ทางสายนี้เป็นทางลูกรัง ราษฎรมีการปลูกอ้อย แล้วก็ ปลูกมันสำปะหลังอย่างมากมายอยู่ข้างใน ทางสัญจรเพื่อขนสินค้าการเกษตรออกมาสู่ตลาด ยากมาก อยากให้ทางหลวงชนบท จังหวัดลพบุรี ทำงบประมาณขอขยายทำเป็นถนนลาดยาง ขึ้นมาให้ชาวบ้านด้วย🔗

และเรื่องที่ ๒ ทางหลวงชนบท ก็อีกเรื่องหนึ่งนะที่จะต้องขอรบกวน ชาวบ้าน ตำบลสระโบสถ์ ตำบลนิยมชัย บ้านสะพานหิน บ้านเขาหมูมัน อำเภอสระโบสถ์ ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร ของบประมาณทางหลวงชนบทเพื่อออกแบบสำรวจก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง ตลอดสาย เพราะทางเส้นนี้การสัญจรไปมาเป็นทางที่ยากลำบากมาก ขอความอนุเคราะห์ จากทางหลวงชนบทด้วยครับ🔗

แล้วก็เรื่องที่ ๓ ชาวบ้านหมู่ ๑๐ บ้านโคกคลี ตำบลหนองรี อำเภอลำสนธิ ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ประมาณ ๑๑ หลังคาเรือน ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยเข้าไปดูแล จัดสรรงบประมาณให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอประสานท่านประธานส่งปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนถึงหน่วยงาน กรุงเทพมหานคร สำนักการโยธา สำนักงบประมาณ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ ดิฉันขอให้กรุงเทพมหานครเข้าซ่อมแซมสะพานและปรับปรุง ถนนเลียบคลองลำกอไผ่เส้นนี้ทั้งเส้นเลยค่ะ ตั้งแต่จากถนนฉลองกรุงนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ในภาพนี้จะเป็นในส่วน ของเรื่องที่ ๒ นะคะ แต่ว่าเรื่องที่ ๑ จะเป็นเรื่องของสะพานที่ชาวบ้านรวบรวมเงินสร้างกันเองนะคะ เพราะว่ามีพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้สะพานแห่งนี้เป็นจำนวนมาก แต่ว่ากรุงเทพมหานครนั้น อาจจะไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ดิฉันจึงมาเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน ให้กรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงซ่อมแซม แล้วก็ปรับปรุงถนนด้วย ซึ่งถนนเส้นนี้จะเชื่อมโยง กับทาง🔗

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการหาช่องทางจราจรเพิ่มเติมจากนิคมอุตสาหกรรม ที่สภาพปัจจุบันจะมีสภาพที่ติดขัดในเวลาเร่งด่วนนะคะ ถ้าหากว่าสามารถตัดถนนจาก ถนนลำกอไผ่ ไปออกที่วัดทองสัมฤทธิ์นี้ค่ะที่จะไปออกถนนคุ้มเกล้า ก็จะทำให้ลดปัญหา การจราจรที่ติดขัดลงไปได้มากเลยนะคะ ฉะนั้นแล้วดิฉันก็ต้องประสานให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงบประมาณได้ทำงานด้วยค่ะ🔗

แล้วภาพเมื่อสักครู่นี้เป็นเรื่องของการปรับปรุงพื้นที่ใต้สะพานข้ามคลองสองนะคะ อยู่บนถนนกรุงเทพกรีฑา เจ้าคุณทหารตัดใหม่ ถนนพื้นที่ตรงนี้พี่น้องประชาชนสามารถ ที่จะไปจอดรถแล้วก็ใช้พื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นระเบียบ แล้วก็ให้เป็นประโยชน์ได้ ถ้าหากว่า กรุงเทพมหานครได้เล็งเห็นความสำคัญนะคะ แล้วก็ได้เข้าไปปรับปรุงด้วยค่ะ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๔ ของบประมาณซ่อมสะพานทางเข้าวัดวชิรธรรมาวาสนะคะ ทางสำนักงานเขตได้จัดส่งเอกสารไปแล้ว ขอให้กรุงเทพมหานครดำเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจีรเดช ศรีวิราช🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พลังประชารัฐ ขออนุญาต หารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานกรมชลประทาน เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องอำเภอเชียงม่วน ถึงปัญหาการก่อสร้างอ่างน้ำปี้ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา ผมได้นำปัญหา เรื่องนี้มาพูดในสภาถึง ๓ ครั้ง เพราะเป็นความหวังของคนทั้งอำเภอ อ่างน้ำปี้ที่พี่น้อง ชาวบ้านได้ร้องเรียนผ่านสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ จนประสบความสำเร็จในปี ๒๕๕๙🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

เป็น ๔๐ ปีที่รอคอยด้วยความหวัง ในวงเงิน งบประมาณ ๓,๙๘๑ ล้านบาท สามารถเก็บน้ำได้ ๙๑ ล้านลูกบาศก์เมตร จ่ายน้ำให้พื้นที่ การเกษตรได้ถึง ๖๐,๐๐๐ ไร่ ในช่วงดำเนินการก่อสร้างพี่น้องชาวบ้านก็เฝ้าติดตามความก้าวหน้า มาโดยตลอด เมื่อเห็นโครงการเป็นไปอย่างล่าช้าก็ท้วงติงผู้ควบคุมงานอยู่เสมอ ก็มักได้รับ คำตอบว่ายังอยู่ในห้วงของสัญญาไม่อาจดำเนินการใด ๆ ได้ จากปี ๒๕๕๙ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๓ ครบ ๕ ปี สัญญาสิ้นสุดลง โครงการจบลงด้วยความก้าวหน้าไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตามที่พี่น้องชาวบ้านตั้งข้อสังเกตไว้ทุกประการ ท่านประธานครับ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในอดีตผ่านแล้วให้มันผ่านไปมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ๗ เดือนผ่านไปก็ยังไม่มี การเริ่มต้นใหม่ ปล่อยให้รอคอยด้วยความหวังอย่างไร้เป้าหมาย ผมไปเชียงม่วนครั้งใดชาวบ้าน ก็สอบถาม ผมเองก็ไม่ทราบคำตอบ ดังนั้นวันนี้ผมจำเป็นต้องมาพูดเป็นครั้งที่ ๔ เพื่อทวงถาม ไปยังกรมชลประทานให้ชี้แจงเพื่อความกระจ่างว่าอ่างน้ำปี้ โครงการในพระราชดำริ จะเริ่มต้น ดำเนินการได้อีกเมื่อไร วันนี้อยู่ในขั้นตอนใด อย่าให้กลายเป็นอนุสาวรีย์ที่ประจานความล้มเหลว ของกรมชลประทานเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ จากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ด้วยได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชน ๓ ตำบล ๓ อำเภอ จากการนำของกำนันปรีชา กนกนาฏกุล กำนันตำบลห้วยชมภู และ สจ. จีรศักดิ์ จูเปาะ เรื่องก็คือสะพานข้ามลำน้ำห้วยส้าน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

สืบเนื่องจากทางราชการได้สร้าง อ่างเก็บน้ำแต่ไม่ได้สร้างสะพาน ขออนุญาตท่านประธานได้ดูด้วยนะครับ แต่ให้ชาวบ้านสัญจร ไปมาตามฝายน้ำล้น ที่สำคัญก็คือตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง ตำบลวาวี อำเภอแม่สวย และตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว ปรากฏว่าถ้าหน้าแล้งก็สัญจรไปมาได้ แต่พอหน้าฝนชาวบ้าน เดือดร้อนมากครับ ที่สำคัญก็คือเด็กนักเรียนอย่างนี้ไปมาหาสู่กันไม่ได้เลยมีถึงกับเสียชีวิตครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าชาวบ้านเดือดร้อนมาก ๆ ก็ขอให้ทางราชการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งชาวบ้านได้ไปร้องเรียนทูลเกล้าฯ ถวายขอพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๕ และหลังจากนั้นเร็ว ๆ นี้ก็เคยไปขอกับ ทางท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อตอนไปตรวจราชการเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๑ แต่ก็โยนกันไปโยนกัน มาครับ ขณะนี้ขอให้ท่านประธานได้กรุณาเร่งรัด แล้วก็ขอให้สั่งกำชับหน่วยงานคือทางหลวง ชนบท กระทรวงคมนาคม สะพานลำน้ำห้วยส้านชาวบ้านเดือดร้อนจริง ๆ ครับ🔗

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายขออนุญาตขอท่านประธานว่าในหมู่ ๔ หมู่ ๕ บ้านห้วยชมภูคือบ้านผาลั้งและบ้านกกน้อย ซึ่งมีชาวบ้านอยู่ประมาณสัก ๓๐๐ หรือ ๔๐๐ หลังคาเรือนต่อ ๑ หมู่บ้านนะครับ ปรากฏว่าเขาเป็นคนไทยครับ และเขาก็เสียภาษี ทุกวันนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ พี่น้องชาวบ้านเขาฝากผมมาบอกว่าจะให้เขาไปร้องเรียนที่ กอ.รมน. หรือถ้าไม่ได้เขาก็จะไปหาเน็ตไอดอล (Net Idol) ของเขาเป็นแม่ค้าทางออนไลน์ (Online) ชื่อพิมรี่พายครับ เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานด้วยครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ชาวบ้านเขากดดันมาก ๆ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่กระทรวงมหาดไทย เรื่องการแก้ไข ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดเขตตำบลในท้องที่ อำเภอ จังหวัด ด้วยพื้นที่ แนวเขตการปกครองของอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร คือตำบลปากคลอง และตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีพื้นที่การปกครอง ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือถึง ๒ จังหวัด ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา แนวเขตการปกครองให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป เพราะฉะนั้น ผมอยากให้กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมการปกครองให้รีบเร่งดำเนินการแก้ไข แนวเขตการปกครองตามประกาศดังกล่าวให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร่งด่วนด้วยครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงกระทรวงคมนาคม เนื่องด้วยถนนเพชรเกษม ถนนหมายเลข ๔ ซึ่งท่านประธานสภาในขณะที่ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๓๕ ได้ดำเนินการขยายจากถนน ๒ เลน (2 Lane) เป็น ๔ เลน (4 Lane) ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ถนนเพชรเกษม หรือถนนหมายเลข ๔ ลงไปจังหวัด ทางภาคใต้จนถึงสุไหงโก-ลก ไม่ได้ดำเนินการขยายเส้นทางเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นผมอยากให้ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการขยายเส้นทางคือถนนสายรอง ตามนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตอนนี้ดำเนินการระหว่างสี่แยกวังมะนาว ไปอำเภอหนองหญ้าปล้อง และจนไปถึงตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน และอำเภอบางสะพาน ต่อไป และผมอยากให้รีบเร่งดำเนินการสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) เส้นนครปฐม-ชะอำ ซึ่งจะเป็นการริเริ่มดำเนินการเส้นแรกเพื่อให้มอเตอร์เวย์ (Motorway) จนไปถึงอำเภอสุไหงโก-ลก ในอำเภอสุดแดนของจังหวัดภาคใต้ต่อไป เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานสภา ไปถึงกระทรวงทั้ง ๒ กระทรวงให้รีบดำเนินการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มี ความสะดวกสบาย และมีความพร้อมในการใช้ชีวิต ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานไปถึงหน่วยงาน กรุงเทพมหานคร หน่วยงานท้องถิ่น เมืองหลวงของประเทศไทยนะครับ และตำแหน่ง ที่สำคัญตำแหน่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นั่นคือพนักงานฝ่ายรักษา ผู้ที่ดูแลรักษา ความสะอาดให้กับชาวเมืองหลวง เป็นหน้าเป็นตาให้กับบ้านเมืองเรานะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด (COVID) โรคระบาดที่ผ่านมา พนักงานฝ่ายรักษา พนักงาน กวาดขยะต้องเผชิญอยู่กับพื้นที่เสี่ยง ไม่มีแม้กระทั่งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล จะต้องจัดหาเอง จัดซื้อเอง ล่าสุดพอมีกระแสแรงขึ้นเพิ่งจะได้แมสก์ (Mask) คนละ ๒ กล่อง แต่พี่น้อง ประชาชนพนักงานเหล่านี้ทำงานทุก ๆ วันต้องเปลี่ยนตลอด ไปพื้นที่เสี่ยงวันหนึ่งเปลี่ยน ๒ ชิ้น ๓ ชิ้น ๑ กล่องมี ๕๐ ชิ้น ๑๐๐ ชิ้นนี่ไม่พอหรอกครับ ตลอดระยะเวลาหลายเดือน ที่ผ่านมาเพิ่งจะได้เพียง ๒ กล่องเท่านั้นอุปกรณ์ป้องกัน เรื่องของเงินขวัญกำลังใจ ไปลงพื้นที่ เสี่ยงแต่ละครั้ง ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ที่ไปลงพื้นที่ตามเต็นท์ตามจุดตรวจ มีเงิน ขวัญกำลังใจหมด แต่พนักงานกรุงเทพมหานครที่ไปประจำอยู่จุดต่าง ๆ ยังมองหาเงิน ขวัญกำลังใจไม่พอ และสิ้นปีที่ผ่านมาเงินขวัญกำลังใจประจำปีที่เรียกว่าโบนัสก็มีแต่ข่าว โคมลอย ไม่มีเรื่องจริงที่จะเข้ามาให้ประทับใจ และอีกอย่างหนึ่งทำงานมาแล้วบางคน ๑๐ ปี ๒๐ ปียังไม่ได้รับการบรรจุ ผมเช็ก (Check) ล่าสุดพนักงานฝ่ายรักษากรุงเทพมหานคร ในปีที่ผ่านมาบางคนมานะครับ บรรจุอัตราส่วนฝ่ายรักษา ฝ่ายสวนครึ่งคน ฝ่ายเก็บขน ครึ่งคน ฝ่ายกวาดอีกคนครึ่ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะบรรจุกันอย่างไรครับ ครึ่งคน คนครึ่ง ก็ต้องมา รวมกัน ต้องมีปัญหากัน เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไปถึงกรุงเทพมหานคร การบรรจุพนักงาน ที่ใช้แรงงานที่เป็นกำลังหลักของกรุงเทพมหานครควรให้ขวัญและกำลังใจเขามากกว่านี้ วันนี้ ทำงาน ๑๐ ปี ๒๐ ปี ยังไร้ซึ่งหนทางว่าจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือเป็นพนักงาน ประจำหรือไม่ จึงฝากท่านประธานถึงกรุงเทพมหานครครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

ในเรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำกำกับ ดูแล ตรวจสอบ และเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายกับ ผู้รับจ้างในการก่อสร้างซ่อมบำรุง ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางหรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ทั้งที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐและเอกชนด้วยกันก็ตาม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ อันอาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรืออาจเกิดจากการขาดมาตรฐานในการป้องกันในการเกิดอุบัติเหตุของผู้รับจ้าง กระผม ได้รับการร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งครับเกี่ยวกับอิฐ หิน ปูน ทรายร่วงหล่นจากรถบรรทุกที่รับจ้าง ก่อสร้างนะครับ โดยขาดมาตรฐานในการป้องกันดูแล ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงถนนหนทางในบ้านของเราที่มีการซ่อมแซมอยู่นั้น ก็ขาดมาตรฐานในเรื่องของ ความปลอดภัย เช่น ไม่มีการปิดหลุม หรือขาดการส่องไฟแสงสว่างสัญญาณในเวลากลางคืน เป็นต้น ทำให้พ่อแม่พี่น้องนั้นได้รับบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตมากมายนะครับ บางครั้งก็เกิดเป็น ข้อพิพาทกับภาครัฐ เป็นคดีทางปกครองถึงการทำละเมิด รวมไปถึงการละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ของหน่วยงาน แล้วก็เจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ ทำให้รัฐบางครั้ง หลายครั้งเลยนะครับ สูญเสียงบประมาณในการชดเชยค่าเสียหายในการแพ้คดีนะครับ ซึ่งไม่มีความยุติธรรม เลยครับกับพ่อแม่พี่น้องส่วนใหญ่ที่ต้องมาร่วมรับผิดชอบด้วย จึงขอฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นให้ได้เคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมาย🔗

ในเรื่องที่ ๒ อยากฝากไปยังกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมกันบูรณาการทำให้บัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้นะครับ โดยรัฐได้ใช้เงินงบประมาณอย่างมากมาย ในการที่สร้างมันขึ้นมาได้ใช้งานได้หลากหลายจริง ๆ สักทีนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องการรับ การเยียวยาจากภาครัฐนะครับ ผมคาดหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าบัตรประชาชนที่คนไทย ทุกคนมีนั้นถืออยู่กับตัวจะสามารถรับการเยียวยาจากภาครัฐได้โดยตรง เช่น รับเป็นเงิน เข้ามาที่บัตรแล้วไปกดจากเอทีเอ็ม (ATM) ได้เลยจะทำให้ลดความเหลื่อมล้ำนะครับ สะดวก รวดเร็ว รวมไปถึงทำให้บัตรใบนี้สมาร์ต (Smart) สมกับชื่อสักทีนะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ จังหวัดปัตตานี ยะรัง มายอ ทุ่งยางแดง ขอหารือต่อท่านประธานผ่านท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ด้วยความห่วงใย พี่น้องที่อยู่ต่างแดน โดยเฉพาะแรงงานในประเทศมาเลเซีย จากแนวโน้มที่รัฐบาลมาเลเซีย ผลักดันแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมายออกนอกประเทศ แรงงานไทยจำนวนมหาศาล จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทางการมาเลเซีย และต้องกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ตามเดิม วันนี้ผมก็เลยอยากจะให้รัฐบาลไทยเตรียมรับมือในการหาอาชีพรองรับแรงงานไทย จากมาเลเซียเหล่านี้ให้สามารถดำรงชีพในประเทศไทยได้อย่างมีคุณภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แรงงานที่ยังติดค้างในมาเลเซียอย่างทั่วถึง ทันต่อสถานการณ์ และด้วยความใส่ใจ ปรับแนวทางบริหารจัดการคนไทยกลับประเทศจากการสร้างเงื่อนไข เพื่อชะลอการเดินทางกลับมาเป็นการอำนวยความสะดวก นั่นคือสิ่งที่อยากจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วย🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้ได้รับการสนับสนุนสนามฟุตบอลโรงเรียนประตูโพธิ์วิทยา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย ฝึกซ้อมแข่งกีฬา ซึ่งสนามแห่งนี้สิ่งที่อยากจะได้ก็คือให้มีการถมดินสูง ๑.๒ เมตร มีลู่วิ่ง เพราะสนามเดิมต่ำกว่าถนน เวลาฝนตกน้ำท่วมขังไม่สามารถเล่นหรือทำกิจกรรมได้ ตรงนี้คือ จุดใหญ่ของอำเภอยะรัง ก็อยากจะให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการในเรื่องนี้🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือขอต่อยอด ก็คือขอขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร ถนนสาย ๔๑๐ จากมัสยิดกลางยะรังจนถึงหัวโค้งบือแนกือบง ก็ขอเรียนต่อกระทรวงคมนาคมด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมณฑล โพธิ์คาย🔗

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ ที่คลองโคกวัด ถนนศรีนครินทร์ ซอย ๒๗ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานครนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

พบเสาไฟเอนกำลังจะล้ม ถ้าหาก ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการแก้ไข เสาไฟฟ้าต้นนี้อาจจะล้มลงและสร้างความเดือดร้อนและ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ตรงทาง คสล. ทางเดินริมคลองโคกวัดเช่นเดียวกัน พบว่า มีไฟฟ้าดับจำนวน ๘ จุด และดับมาเป็นเวลานานแล้วนะครับ ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขเกรงว่า จะเกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่เดินสัญจรไปมาในเวลาค่ำคืน เพราะฉะนั้นผมในนาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีหน้าที่ดูแลความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน จึงขอร้องเรียน ผ่านต่อท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือการไฟฟ้านครหลวงเขตบางนา ให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือให้มาติดตั้งเสาไฟที่เอนเอียง และไม่ปลอดภัยให้มั่นคง เพื่อจะได้ไม่เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ใน บริเวณใกล้เคียง🔗

เรื่องที่ ๒ ให้มาเปลี่ยนหลอดไฟที่ดับและมืดสนิทมาเป็นเวลานานแล้ว เพื่อส่องสว่างทางเดินและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาในเวลา ค่ำคืน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณไตรรงค์ ติธรรม🔗

นายไตรรงค์ ติธรรม บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม ส.ส. เขต ๒ จังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทยนะครับ วันนี้ผมมาหารือ เรื่องเก่านะครับท่านประธาน เมื่อผมหารือท่านประธานเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒ เรื่องที่ดินราชพัสดุของหมู่ ๗ หมู่ ๑๔ หมู่ ๑๕ หมู่ ๑๖ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เลขที่ บก ๒๕๔ ตอนนี้ส่วนราชการที่ผมหารือท่านประธานไปยังไม่ได้มีคำตอบอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากว่าเมื่อปี ๒๕๖๒ ได้ไปพบว่าที่ดินแปลงนี้ไม่เข้าข่ายว่าจะประกาศเป็นที่ราชพัสดุ จำนวน ๑,๕๐๐ ไร่ เพื่อกันไว้เป็นสถานที่ก่อสร้างทางราชการ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๙๔ แต่เป็นที่ดินตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า อันเป็นสาธารณะประโยชน์ สมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงไม่มีผล เป็นการหวงห้าม และไม่ได้การคุ้มครองตามกฎหมาย จึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถูกต้อง และโอนทรัพย์สินเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน และผมได้แนบเอกสารมาตรา ๕ และรายละเอียดต่าง ๆ มาให้ท่านประธานได้ดูรายละเอียด ฉะนั้นจึงขอกราบเรียน ท่านประธานไปยังส่วนราชการ คือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์จังหวัดบึงกาฬ ได้รีบดำเนินการ ไปชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะผมหารือมาเกือบ ๒ ปีแล้ว ชาวบ้านก็ถามแล้ว ถามอีกว่าหารือไปแล้วเมื่อไรจะสำเร็จสักที ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวภาดาท์ วรกานนท์🔗

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร วันนี้ดิฉันจะขอหารือท่านประธานเรื่องแผนการย้ายสถานี ขนส่งหมอชิตที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน บริเวณถนนวิภาวดี ซอย ๕ เขตจตุจักร ตามนโยบายและแผนของกระทรวงคมนาคมกำหนดให้ บขส. ต้องคืนพื้นที่สถานี ขนส่งจตุจักรให้กับ รฟท. ในปี ๒๕๖๙ โดยแผนที่กำหนดไว้ บขส. จะต้องย้ายไปเช่าพื้นที่ของ กรมธนารักษ์ ตรงรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สถานีจตุจักร โดย บขส. จะใช้พื้นที่ร่วมกับโครงการ คอมเพล็กซ์ (Complex) ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี ๒๕๖๔ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง ๕ ปีค่ะ นอกจากนี้จะมีการก่อสร้างทางยกระดับเชื่อมโทลล์เวย์ (Tollway) เข้ามายังโครงการ ซึ่งเป็นที่มาของการต้องเวนคืนที่ดินของชาวบ้านบริเวณนี้ ท่านประธานคะ จากที่กล่าวมา ดิฉันขอตั้งคำถามผ่านท่านประธานฝากไปยังที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ดังนี้ค่ะ🔗

๑. สาเหตุที่ย้ายสถานีขนส่งหมอชิตเดิมไปที่หมอชิตใหม่ก็เพราะการจราจร ที่ติดขัดมาก ๆ บริเวณนี้ แล้วเหตุใดจึงต้องย้ายกลับมา🔗

๒. เคยสอบถามประชาชนไหมว่าเขาอยากได้โครงการพัฒนาคอมเพล็กซ์ (Complex) แบบนี้หรือเปล่า คนเดือดร้อนไม่ได้มีแค่ชาวบ้านที่ถูกเวนคืนค่ะ แต่ประชาชน ที่สัญจรบริเวณนี้ก็เดือดร้อนไปด้วย ทุกวันนี้การจราจรแถวนี้ก็หนักหนาสาหัสมากพอแล้ว แล้วจะย้ายหมอชิต ๒ กลับมารวมกับคอมเพล็กซ์ (Complex) ทำไม🔗

๓. ดิฉันเข้าใจค่ะว่าการเวนคืนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานของรัฐ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด แต่การเวนคืน เพื่อสร้างคอมเพล็กซ์ (Complex) ที่ประชาชนไม่อยากได้ ขอถามกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังว่ามันมีความจำเป็นที่ต้องย้ายหมอชิต ๒ กลับมาจริง ๆ หรือคะ แล้วถ้าประชาชนไม่ได้ประโยชน์ แล้วใครได้ประโยชน์คะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณทวีศักดิ์ ทักษิณ🔗

นายทวีศักดิ์ ทักษิณ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวีศักดิ์ ทักษิณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอ หารือกับท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เกี่ยวกับเรื่องของกองขยะที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาเดือดร้อนของชาวอำเภอบรบือ และผู้สัญจรไปมาอยู่ ณ ตอนนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทวีศักดิ์ ทักษิณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ พื้นที่กองขยะ กองนี้อยู่ในพื้นที่ของตำบลบรบืออยู่ติดกับถนนหลวงหมายเลข ๒๓ ช่วงอำเภอบรบือ แล้วก็อำเภอบ้านไผ่ ซึ่งกองนี้อยู่ก่อนที่จะเข้าตัวอำเภอบรบือเพียง ๒ กิโลเมตรเท่านั้น ปัญหานี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนได้นำเสนอนะครับ เวทีในการนำเสนอ ปัญหาและขอการแก้ไขเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำเดือน หรือการไปหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบสนองหรือได้รับ การแก้ไขเลย ตอนนี้พื้นที่ทั้งหมด ๑๐ กว่าไร่ของพื้นที่ของการทิ้งขยะนี้ตอนนี้ เต็มพื้นที่ ล้นออกมาจนถึงเขตของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ ณ ที่นั้น คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าความเดือดร้อนของผู้ที่อยู่ละแวกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแมลงวัน หรือว่าเรื่องของกลิ่นที่มันเหม็นอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนนะครับ ช่วงหน้าฝนนั้น นอกจากกลิ่นเหม็นแล้วยังมีน้ำที่มันมาจากขยะที่ไม่มีการคัดแยก ไม่มีการคัดกรองเลย ทิ้งกองทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมชื่อว่าปัญหานี้คงต้องมีเจ้าภาพ แล้วก็คงต้องมีผู้ติดตาม อย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จึงขอนำเรียนปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยดำเนินการหรือชี้แจง กับพี่น้องประชาชนว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอันวาร์ สาและ🔗

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ได้ร้องเรียนไปผ่านทางท่านเศรษฐ์ อัลยุฟรี เป็นนายก อบจ. จังหวัดปัตตานี เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของสันดอนทราย ในอ่าวปัตตานี ที่ทำให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะทำมาหากินได้🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ซึ่งเรียกชื่อว่า เป็นลอบพับได้หรือว่าไอ้โง่ครับ ท่านประธานครับ พอพวกผมไป เนื่องจากวันนั้นก็ถือโอกาส ว่าทางพี่น้องประชาชนเข้ามา ท่านเศรษฐ์ก็เป็นเจ้าภาพ แล้วก็เลยเริ่มต้นของการก่อตั้ง ในเรื่องของสภาประชาชนแดนใต้ วันนั้นเราไม่ได้มี ส.ส. ทุกพรรคนะครับ มาจากต่างพรรค แต่ทุกท่านมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่เรื่องเดียวก็คือว่า เรามาจากพี่น้องประชาชนเป็นผู้เลือก สิ่งที่พอไปพบประสบแล้วปรากฏว่าเป็นเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จำนวน ๕๐,๐๐๐ คน ๘ ตำบล ๓๐ หมู่บ้านนะครับ ผมก็ร้องขอว่า ผ่านท่านประธานว่า กระทรวงการคลังต้องแก้ปัญหาโดยที่ใช้ในภาวะวิกฤต ก็คือว่าน่าจะประกาศในส่วนนี้ เป็นเขตวิกฤตให้กองทุนฟื้นฟูไปช่วยเยียวยา แล้วก็ดูแลในเรื่องของความเป็นอยู่ที่นั่น พี่น้องประชาชนจากเดิมหารายได้ได้วันหนึ่งประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ บาทต่อวัน วันนี้ ๓ วันจะให้ได้ ๓๐๐ บาทนี่ยากแล้วครับ แล้วพี่น้องประชาชนปรากฏว่าลูกหลานต้องสลับกันไปเรียนแล้วก็ หยุดเรียน ก็คงต้องรบกวนทางกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ไปดูแลเรื่องของทุนในภาวะวิกฤติ ตรงนี้ เยียวยาเขาในช่วง ๒-๓ ปีที่สิ่งแวดล้อมจะกลับคืนมาแล้วเขาจะหารายได้ตามปกติ จึงขอรบกวนท่านประธานนะครับ ได้นำเรียนว่าในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมมีเอกสาร ประกอบไปด้วยนะครับว่ามีหลายกระทรวง แล้วก็ใช้ภาวะของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของ การแก้เป็นเขตวิกฤติแก้ปัญหาตรงจุดนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนะครับ ต่อไป คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือกับท่านประธาน ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัส เนื่องจาก ภัยธรรมชาติก็ดี วันนี้ความแห้งแล้ง ความอดอยากของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตอำเภอโคกสำโรง เขื่อนกั้นน้ำหนองชนะชัย อยู่เขตตำบลเกาะแก้ว ผลกระทบคือตำบลดงมะรุม ตำบลสะแกราบ ตำบลเขาแก้ว ตำบลวังจั่น ตำบลชอนสารเดช🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ลำน้ำตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นว่าตื้นเขินหมด จึงอยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ค่อยยอมมาตอบกระทู้ ก็อยากฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ประสานงานกับกรมชลประทานให้หาทางทำเขื่อน อ่างเก็บน้ำก็ดี เขื่อนที่เสียหายก็ดี ช่วยกรุณาจัดสรรงบประมาณ นั่นประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ เขตอำเภอพัฒนานิคม ตำบลโคกสลุง ซึ่งมีเครื่องสูบน้ำเพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรได้ทำนา แต่ปรากฏว่าทางชลประทานไม่ค่อยปล่อยน้ำให้เกษตรกร ขณะนี้ พี่น้องเกษตรกรกำลังทำนาอยู่ เมื่อทำนาอยู่ แน่นอนครับก็ต้องแห้งแล้ง ข้าวก็ตาย ต้นทุนก็สูง ดังนั้นจึงอยากให้ชลประทานได้กรุณาปล่อยน้ำผ่านเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่แล้วนั้น ถ้าหากว่าไม่มี ก็กรุณาซ่อมเสียให้ดี แต่ท่านจะเห็น เมื่อผมได้กราบเรียนท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้วว่า หน้าเขื่อนป่าสักท่านจะเห็นเลยว่าที่ผมยืนอยู่นั้นปรากฏว่านั่นคืออ่างเก็บน้ำครับ แห้งแล้ง หมดเลยครับ แต่รัฐบาลหรือโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องจัดสรรงบประมาณ จัดสรรงบประมาณไปลอกหนอง คลอง บึงให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกครั้งหนึ่ง วันพฤหัสบดีหน้าช่วยมาตอบด้วยครับ ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอให้แก้ไข ปรับปรุงผิวจราจรในทางหลวงชนบท ๓ เส้นทาง ท่านประธานที่เคารพครับ ในปลายปี ที่ผ่านมากระผมได้ลงพื้นที่ติดตามดูปัญหาของพี่น้องประชาชน จากการร้องทุกข์ในเรื่องของ เส้นทางจราจร ได้พบทางหลวงชนบท ๓ เส้นทาง มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ มีความยากลำบากต่อการสัญจรไปมา กระผมจึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้แก้ไข ดังนี้🔗

๑. ขอให้ขยายและปรับปรุงเส้นทาง ๓๐๒๘ บริเวณบ้านมะกอกงาม บ้านโคกรัง และบ้านประดู่งาม ตำบลห้วยยายจิ๋ว ระยะทางดำเนินงานประมาณ ๔ กิโลเมตร งบประมาณ ๑๗ ล้านบาท🔗

๒. ขอให้ปรับปรุงผิวจราจรและติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เส้นทาง ๕๐๓๗ บริเวณบ้านโคกสะอาด บ้านหัวสะพาน ตำบลนายางกลัก และบ้านเทพนา บ้านโคกกระเบื้องไห ตำบลบ้านไร่ ระยะทางดำเนินงาน ๘ กิโลเมตร งบประมาณ ๒๕ ล้านบาท และ🔗

๓. ขอให้ก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจรและติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เส้นทาง ๓๐๑๐ บ้านโคกเพชร ตำบลโคกเพชรพัฒนา ระยะทางดำเนินงาน ๓ กิโลเมตร งบประมาณ ๑๗ ล้านบาท🔗

ท่านประธานครับ ผมขอนำเรียนว่าเส้นทาง ๓ เส้นทางดังกล่าวมีความชำรุด ทรุดโทรม มีความยากลำบากในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน กระผมจึงขอให้ กรมทางหลวงได้เร่งอนุมัติดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาควัต ศรีสุรพล🔗

นายภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องจะมาปรึกษาหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่าดงลาน ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ผ่านมาจนถึงปัจจุบันภายใต้เงื่อนไขเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ จัดการป่าไม้ ในปี ๒๕๒๑ โครงการปลูกป่าพัฒนาป่าดงลาน ในปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๓๓ เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่ ป่าเสื่อมโทรม ในปี ๒๕๓๕ เป็นผู้อยู่ในพื้นที่เดิมและอพยพมาอยู่ใหม่ ที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ทำกินจำนวน ๗ ไร่ ๒ งาน และครอบครัว ลูกหลาน แยกขยายออกจากครอบครัวเดิม รวมถึงครอบครัวที่อพยพมาอยู่ใหม่ก่อนปี ๒๕๓๕ ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยแบ่งพี่น้องเป็น ๓ กลุ่ม ดังนี้ ๑. กลุ่มครอบครัวที่อยู่เดิม ๒. กลุ่มครอบครัวที่อพยพ มาอยู่ใหม่ ๓. กลุ่มครอบครัวใหม่ที่แยกขยายจากครอบครัวเดิม รวมทั้งสิ้น ๒,๖๙๕ ราย ซึ่งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องการ คืออยากได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินให้มี ความเท่าเทียมกันกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่เคยได้รับการจัดสรรให้ครอบครัวละ ๑๕ ไร่ แต่ปัจจุบันนี้ได้รับเพียงครอบครัวละ ๗ ไร่ ๒ งาน และที่สำคัญที่สุดเลย บางครอบครัวไม่ได้ รับการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนเลย หรือหากไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน รัฐก็ควรมีมาตรการในการเยียวยา ชดเชย ให้แก่ผู้ที่รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐด้วย โดยเอกสารทั้งหมดนี้ผมได้รวบรวมส่งมอบให้จังหวัดขอนแก่นและส่วนราชการที่รับผิดชอบ คณะกรรมาธิการ รวมทั้งเรื่องนี้ได้ผ่านการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหามาแล้วในหลาย ระดับ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลย ผมจึงนำเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ออกมาสำรวจ ติดตาม แก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนของผมด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗

นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไทครับ เรื่องที่ผมจะหารือกับท่านประธานในวันนี้นะครับ เป็นเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นจะต้องใช้รถใช้ถนนในซอยทุ่งกลมตาลหมัน ๑๐ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ชลบุรี

ซึ่งถนนเส้นทางนี้นะครับ มีความชำรุดบกพร่อง เป็นหลุม เป็นบ่ออยู่หลายแห่งตลอดสาย ยาวกว่า ๑ กิโลเมตร ซึ่งผู้ที่ใช้รถใช้ถนนจะต้องใช้ ความระมัดระวังพอสมควรนะครับ ถ้าคนที่ชำนาญทางก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ภาพที่เห็นก็จะ เป็นภาพในเวลากลางวัน แต่ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ดูภาพในเวลากลางคืนครับ ภาพในเวลากลางคืนจากที่ท่านประธานเห็นนะครับ มีเพียงแค่แสงจากหน้ารถเท่านั้น แต่ไม่มี ไฟส่องสว่างถนนทำให้ถนนเส้นนี้ค่อนข้างที่จะเป็นอันตรายพอสมควร ผู้ที่ไม่ชำนาญทาง สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากเลยครับ ผมจึงอยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าถนนเส้นนี้มีประชากรใช้เป็นจำนวนมาก อยากจะให้ดำเนินการแก้ไข ความชำรุดบกพร่องนี้ และรวมถึงการทำไฟส่องสว่างทางด้วยครับ🔗

และอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน คือเรื่องของสภาของเรานะครับ ช่วงนี้ ที่เราประชุมมาค่อนข้างที่จะมียุงชุกชุมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางห้องอาหารก็ดี ห้องอาหารนะครับ แล้วก็ห้องประชุมนี้ และที่บริเวณโดยรอบนะครับ อยากจะให้ ท่านประธานช่วยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลตรงนี้นิดหนึ่งเพื่อประโยชน์ของท่านสมาชิกในที่นี้ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวงกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสดิฉันและสมาชิกได้นำปัญหาต่าง ๆ เข้าปรึกษาหารือ พร้อมทั้ง ขอขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ได้เห็นความสำคัญ และนำปัญหาต่าง ๆ ไปแก้ไข เป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้ดิฉันต้องขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้ผ่าน การปรึกษาหารือไปแล้ว ๒ ครั้ง และตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๗๒/ร ไปเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เป็นเวลาปีกว่าแล้วค่ะ แต่ปัญหาดังกล่าวนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข มีเพียงเอกสารการตอบกระทู้ และชี้แจงการปรึกษาหารือมาถึงดิฉันว่าถนนพุทธมณฑล สาย ๑ นั้น ปัจจุบันนี้มีการให้บริการรถโดยสารซึ่งมีจำนวน ๒ สาย แต่เป็นรถสองแถว ขนาดเล็ก ซึ่งทั้ง ๒ สายนั้นเป็นรถที่วิ่งอยู่ในถนนสายรองค่ะ ไม่ใช่ถนนสายหลักอย่าง ถนนพุทธมณฑลสาย ๑ จึงไม่ตรงกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของพี่น้องที่ต้องการให้จัด รถโดยสารประจำทางวิ่งบนถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ตั้งแต่บริเวณปากถนนพุทธมณฑลสาย ๑ จากถนนเพชรเกษมไปจนถึงสิ้นสุดที่บริเวณถนนสวนผัก สถานีรถไฟสายใต้ ดังนั้นดิฉันจึงขอ ฝากท่านประธานในการปรึกษาหารือในครั้งนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ให้เพิ่มเส้นทางให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือชาวอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ของตำบลคลองลุ ตำบลนาเกลือ ตำบลเกาะลิบง ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่กันมานานค่ะ แต่หลังจากมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ เหล่านี้กลายเป็นเขตอุทยานแห่งชาติที่ขึ้นกับอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในปี ๒๕๒๔ ส่งผล ทำให้การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกรมอุทยานแห่งชาติหลายสิบปี ที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐมาดูแลถนนหนทางที่ใช้ สัญจรไปมา ตัวอย่างดังคลิปวิดีโอ (Clip Video) ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

ถนนสายนี้เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้ สัญจรในชุมชนบ้านถ้ำผึ้ง ตำบลคลองลุ อำเภอกันตัง จังหวัดตรังมานาน เคยมีการลาดยาง แต่พบว่าทำได้เพียงบางส่วนเท่านั้นไม่สามารถทำต่อไปได้ค่ะ เนื่องจากติดข้อจำกัด การขออนุญาต ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถตั้งงบประมาณให้ได้ ชาวบ้านสัญจร ไปมาลำบากค่ะ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคิดว่า ข้อจำกัดของเขตอุทยานสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาจังหวัดตรังให้เดินไปข้างหน้าได้นั้นยังคง เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ทั้ง ๆ สิ่งที่แน่นอนที่สุดนั่นก็คือข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านอาศัยอยู่มานาน หลายชั่วอายุคนจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่ได้รุกที่อุทยานเลย แต่กลับกลายเป็นอุทยานเองที่มา วางเขตรุกที่ชาวบ้านในภายหลัง ทราบว่าขณะนี้มีตัวแทนจากกรมทางหลวงชนบทได้ลงพื้นที่ ไปรับฟังปัญหาชาวบ้านแล้ว ดิฉันก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะ แต่อย่างไรก็ตาม ความทุกข์ร้อนของชาวอำเภอกันตังจะหมดไป การสัญจรไปมาจะสะดวกมากยิ่งขึ้น ถ้าการก่อสร้างถนนลาดยางได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ครับ🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๓ อำเภอบางเลน ดอนตูม และพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก ดิฉันได้รับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ใน หมู่ ๓ ตำบลบัวปากท่า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เรื่องมลภาวะทางเสียงจากโรงงาน อุตสาหกรรมที่อยู่ติดกับบ้านเรือนของประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนมากว่า ๕ ปีค่ะ ปัญหาหลัก ๆ คือโรงงานส่งเสียงรบกวนทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้ร้องได้แจ้งสำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐมตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๒ ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดู แต่ปัญหา ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมค่ะ ผู้ร้องได้แจ้งซ้ำไปอีกครั้งในเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ ซึ่งตอนนั้นเจ้าหน้าที่ สำนักงานคนเดิมได้ย้ายไปจังหวัดอื่นก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เพิ่มเติม ยังมีเสียงรบกวนอยู่ ชาวบ้านได้รับมลภาวะทางเสียงทุก ๆ วันค่ะ จนกระทั่ง ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่มก็ยังมีเสียงอยู่นะคะ ดิฉันจึงอยากหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการติดตาม ตรวจสอบให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงงานค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านเป็นชาวสวนกล้วยไม้และชาวนาในตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม มีปัญหาน้ำในคลองพระมอพิสัยมีความเค็ม ทางสวนกล้วยไม้ ได้ซื้อเครื่องวัดค่าความเค็มของน้ำมาตรวจ เมื่อพบว่าน้ำเค็มก็แจ้งโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาพระพิมลกับเกษตรอำเภอบางเลนให้มาตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ก็พบว่า น้ำมีความเค็มสูงมากไม่สามารถนำน้ำตรงนั้นมาทำการเกษตรได้ค่ะ ชาวบ้านแจ้งว่าบริเวณ ใกล้เคียงมีการขุดบ่อดินพื้นที่กว่าร้อยไร่ ซึ่งมีปัญหามายาวนานหลายปีเรื่องบ่อดินตรงนี้ มีการแจ้งศูนย์ดำรงธรรมไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังมีปัญหาเช่นเดิมค่ะ คาดว่านี่เป็นสาเหตุ ทำให้น้ำเค็ม จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยติดตามตรวจสอบค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องหลัก ๆ ค่ะ เรื่องแรกนะคะ เป็นเรื่องขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี ขอความเห็นใจจากพี่ใหญ่ กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี ขอความเห็นใจจากผู้ใหญ่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดูแล จัดสรรงบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ซึ่งมีโครงการดังต่อไปนี้ค่ะ🔗

โครงการแรก ดิฉันได้รับการประสานงานจากท่านอบ เนียมรักษา ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามเรือน ถึงสภาพถนนที่ใช้สัญจรในตำบล เป็นหลุมขรุขระ เกรงว่าจะเกิดอันตราย พิกัดบริเวณหมู่ ๑ คอสะพานบ้านอดีตผู้ใหญ่เถิม จนถึงหมู่ ๒ บริเวณสวนสาธารณะของตำบลสามเรือน🔗

โครงการที่ ๒ ดิฉันได้รับการประสานงานจากท่านสุวัฒน์ อมรธีระกุล ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งกระถิน ถึงสภาพถนนที่เป็นหลุมบ่อ มีรอยแตก ซึ่งเป็นอันตราย และเป็นอุปสรรคต่อการขนย้ายพืชผลทางการเกษตรก็คือมะพร้าวน้ำหอม พิกัดบริเวณคลองตาจ่า หมู่ ๙ ตำบลคุ้งกระถินเชื่อมต่อหมู่ ๗ ตำบลคุ้มน้ำวน🔗

โครงการที่ ๓ ดิฉันได้รับการประสานงานจากท่านพจฐณศล ธนิกกุล ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูบัว ถึงสภาพถนนหมู่ ๒ บ้านระหนอง เชื่อมต่อหมู่ ๑๐ บ้านท่าช้าง ตำบลคูบัว ปัจจุบันสภาพเป็นหลุม เป็นบ่อ เป็นอันตราย และเป็นอุปสรรคต่อ พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว ขนย้ายพืชผลทางการเกษตรลำบาก🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากว่าช่วงเดือนกันยายน เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว กุลวลี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านรางไม้แดง หมู่บ้านเชิงสะพาน หมู่ ๖ ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ถึงความเดือดร้อนที่น้ำอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นประปาหมู่บ้าน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในชุมชน ในขณะนั้นกุลวลีก็ได้ประสานรถน้ำของ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทราชบุรี เอาน้ำไปลงให้กับพี่น้องในหมู่บ้าน ซึ่ง ๒ วันลงที ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าค่ะท่านประธาน จึงได้หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งท่านเองก็ใช้งบประมาณของจังหวัดราชบุรีดำเนินการขยายเขตวางท่อเมน (Main) ประปา เพื่อให้พี่น้องสามารถใช้น้ำของการประปาส่วนภูมิภาคได้ ซึ่งโครงการได้ดำเนินการเสร็จแล้ว เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ แต่ตอนนี้วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ การประปาส่วนภูมิภาค ราชบุรียังไม่สามารถจ่ายน้ำให้กับพี่น้องได้ เนื่องจากว่าจังหวัดราชบุรีโดยกระทรวงมหาดไทย ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้กับการประปาส่วนภูมิภาคราชบุรีก่อน ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทย ก็ทำหนังสือขอหารือไปยังกรมบัญชีกลางแล้วนะคะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ช่วยวินิจฉัยแล้วก็เป็นบรรทัดฐานด้วยค่ะ ขอบพระคุณ อย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมนพร เจริญศรี🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้มีหารือ ต่อท่านประธานเพียงแค่ ๑ เรื่องค่ะ ดิฉันได้รับคำร้องจากสมาชิก อปพร. หรืออาสาสมัคร ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนว่าพวกเขาปฏิบัติงานด้วยจิตอาสาในการดูแลพี่น้องประชาชน และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของส่วนราชการ จึงเป็นผลสำเร็จ ด้วยภารกิจดังกล่าวก็คล้ายกับ อสม. นะว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) สมาชิก อปพร. เหล่านั้นต้องตั้งด่านแล้วก็ตรวจเวรยามคัดกรองผู้ที่เข้าออกภายใน หมู่บ้าน พวกเขาเคยเรียกร้องค่าตอบแทนอย่างน้อยเป็นรายเดือน เดือนละ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาท หรือเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลได้จ่ายให้ อสม. เพื่อจะเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ท่านประธานคะ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการอาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน ปี ๒๕๕๓ ไม่มีมาตราใดเลยที่จะระบุค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับ สมาชิก อปพร. ดิฉันจึงขอเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ ครม. ได้นำ กฎหมายดังกล่าวนำมาเสนอต่อสภา แล้วก็แก้ไขให้สมาชิก อปพร. ได้รับสิทธิเหล่านี้ หรือว่า ในระยะสั้นรัฐบาลก็สามารถที่จะเยียวยาค่าตอบแทนเหล่านี้ให้กับสมาชิก อปพร. หรือเช่นเดียวกันค่ะ ชรบ. หรือชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลก็ได้ทำงานคล้าย ๆ กับสมาชิก อปพร. แล้วก็เป็นจิตอาสาที่ได้ ส่งเสริมงานให้กับส่วนราชการแล้วก็หมู่บ้าน ซึ่งสมาชิก ชรบ. เหล่านี้หมู่บ้านหนึ่งก็มี ประมาณ ๗-๑๕ คน ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยได้จัดฝึกอบรม แล้วก็ ได้จัดชุดให้เขา ชุดนะคะท่านประธานก็ขอเป็นเงินดีกว่าค่ะ เพราะชุดที่ส่งไปจาก กรมการปกครองบางทีก็เป็นชุดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง สมาชิกก็ไม่สามารถใส่ได้นะคะ นอกจากนั้นขวัญและกำลังใจทั้ง ๒ หน่วยงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือรัฐบาล ขณะนี้ ดิฉันฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มเติม ขวัญกำลังใจให้กับบุคคลเหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร นะครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรากับท่านประธานนะครับ เรื่องแรก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอรูปด้วยครับ กระผมได้รับ การร้องเรียนจากนายปฐม เฉลียววงศ์เจริญ และนายณัฐเนตร มหาศักดิ์ศิริ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๒ ตำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่องของถนนริมคลอง ๑๖ ดังรูปที่ท่านประธานเห็นอยู่ครับ ที่ตำบลดอนฉิมพลี หมู่ ๑๒ เกิดการทรุดตัวลง สาเหตุ ก็เนื่องมาจากน้ำในคลองลดลงจนเกือบจะแห้ง จึงขอความกรุณาท่านประธานครับ ประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยเร่งแก้ไข ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเส้นจากอำเภอพนมสารคามไปอำเภอราชสาส์น โดยเริ่มจาก ตำบลหนองยาวไปที่ตำบลดงน้อย จังหวัดฉะเชิงเทรา มืดมากครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ พี่น้องใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมาแทบจะมองไม่เห็นในช่วงเวลากลางคืน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการใช้ถนนเส้นนี้ จึงอยากจะขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคมให้ช่วยติดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อำนวยความปลอดภัยนะครับ หรือว่าจะตีเส้น ให้มันเป็นเส้นสะท้อนแสงก็ได้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวอำเภอพนมสารคาม อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบ ท่านสมาชิก ทั้ง ๔๐ ท่าน ขออนุญาตชื่นชมแล้วก็ขอบคุณที่ทุกท่านได้พยายามใช้เวลาตามข้อกำหนด ทำให้เราใช้เวลาไปเพียงชั่วโมงครึ่งนะครับ แล้วเกือบทั้งหมดก็เป็นปัญหาของพี่น้อง ประชาชน ได้ประโยชน์ครับ ผมก็ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งหนึ่ง🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๙ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเรียนว่าโดยที่ขณะนี้ มีสมาชิกมาเข้าชื่อแล้วทั้งหมด ๓๐๑ ท่าน ครบองค์ประชุม องค์ประชุมของเราก็คือ ๒๔๔ จึงขออนุญาตเปิดประชุมครับ โดยที่เราประชุมพิเศษวันนี้ก็ได้ตกลงคือเรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่ ดังนั้นตามระเบียบวาระ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา ขอเชิญ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา อาศัยตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๒) ผมขอเสนอให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยที่จะขอนำระเบียบวาระที่ ๕.๗ ซึ่งเป็น ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา ช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบอย่างยั่งยืน แล้วก็ยังมี อีก ๗ ญัตติที่มีเนื้อหาในทำนองเดียวกัน ขอให้เลื่อนระเบียบวาระเหล่านี้ขึ้นมาพิจารณา ก่อนด้วยครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทราบว่าได้มีการหารือ กันแล้วใช่ไหม คุณอรรถกรหารือกันใช่ไหมครับ ขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๗ ขึ้นมาพิจารณา ก่อนนะครับ คือญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบ อย่างยั่งยืน (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ) อันนี้นะครับ โดยที่🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ประสานกับทางวิป (Whip) พรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วครับ ทุกฝ่ายเห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ก็อนุญาตให้เลื่อนระเบียบวาระ ๕.๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ เป็นเรื่องใหญ่ครับ เรื่องช้าง โดยที่มีระเบียบวาระเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่อีก ๗ ฉบับ ผมขออนุญาตเพื่อเจ้าของญัตติ จะได้ทราบ จะเป็นเรื่องที่ ๒ แต่จะเป็นญัตติเดียวกันคืออยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๔๘ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไข ปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน (นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เป็นผู้เสนอ) เรื่องทำนองเดียวกันอีกเรื่องหนึ่ง คือวาระที่ ๕.๑๒๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกิน และสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ) เรื่องที่ ๔ คือเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ ที่ ๕.๑๒๗ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และแก้ไขปัญหากรณีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้าทำลายทรัพย์สินและพืชผล ทางการเกษตรของประชาชน และทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิต (นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ เป็นผู้เสนอ) เรื่องที่ ๕ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๖.๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกิน และทำร้ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้เสนอ) เรื่องที่ ๖ ยังไม่ได้ บรรจุระเบียบวาระครับ แต่เสนอมาก่อนแล้ว ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้เสนอ) เรื่องที่ ๗ ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระแต่เสนอมาก่อนแล้ว คือญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา ช้างป่าบุกรุก รบกวนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดินทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบ อย่างยั่งยืน (นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นผู้เสนอ) เรื่องที่ ๘ ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระแต่เสนอมาก่อนแล้วนะครับ คือญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุก เข้าทำลายทรัพย์สิน พืชผลการเกษตร และทำร้ายประชาชน (คุณสุชาติ อุสาหะ เป็นผู้เสนอ) ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน จึงขออนุญาตที่ประชุมว่าถ้าไม่ขัดข้อง เรานำมาพิจารณา พร้อมกันไปนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านสมาชิกไม่ขัดข้อง ก็ขออนุญาตให้เป็นไปอย่างนั้น แล้วก็สมาชิกเจ้าของญัตติจะได้เตรียมตัวเสนอ🔗

ผมขอเรียนพวกเราทราบนิดเดียวครับว่าเราจะได้เตรียมตัวรับ ผมขอรายงาน สถานภาพของเรื่องค้างพิจารณาขณะนี้มีอยู่ ๑๓๔ เรื่อง และมีเรื่องเสนอใหม่ก็คือ ค้างพิจารณานั่นเองอีก ๘ เรื่อง จึงมีเรื่องค้างพิจารณาอยู่ ๑๔๒ เรื่อง ซึ่งเราก็จัดเป็นกลุ่ม เพื่อประโยชน์ในการที่เราจะได้พิจารณาพร้อมกันไป ดังนั้นผลงานของเพื่อน ๆ ที่อยู่ใน ระหว่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถดำเนินการเรื่องที่เราพิจารณานี้ให้ผ่านไปได้เท่าไร สำหรับ วันนี้อยากจะเรียนท่านสมาชิกว่าหลังจากเรื่องช้าง ๘ เรื่องพิจารณาแล้ว เราก็จะกลับไปสู่ ญัตติที่ ๑ เป็นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้า (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ) เรื่องที่ ๑ ซึ่งมีเรื่อง ทำนองเดียวกันรวม ๔ เรื่อง หลังจากนั้นก็จะไปเรื่องค้างพิจารณา ญัตติ เรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาเส้น และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน (นายกรณ์ จาติกวณิช และนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ผู้เสนอ) ซึ่งมีเรื่องทำนองเดียวกัน ๔ เรื่องเช่นเดียวกัน แล้วก็จะไปเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อสักครู่นี้ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องที่ สมาชิกได้หารืออยู่หลายครั้งแล้วคือเรื่องยาสูบ ฉะนั้นถ้าเราสามารถพิจารณาไปได้ เพื่อน ๆ ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดที่ปลูกยาสูบก็จะได้มีโอกาสได้พิจารณาเรื่องนี้ไปด้วย และผมคิดว่า ไม่ได้โลภมากไปนะครับ ถ้าเราสามารถทำได้ก็คือ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา คดีเงินทอนวัด เพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่พุทธศาสนิกชน (นายนิยม เวชกามา และนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นผู้เสนอ) อยู่ใน ๕.๓ เรื่องนี้หลวงพี่หลวงพ่อวัดท่านรอคอยอยู่ ผมเรียนให้เรารับทราบสถานภาพเพื่อเราจะได้ร่วมมือกันในการที่ทำให้วาระต่าง ๆ เหล่านี้ ในการพิจารณาเป็นผลงานของเพื่อนสมาชิกและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนนะครับ ขออนุญาตเริ่มต้นด้วย🔗

๕.๗ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกรและเยียวยา ผลกระทบอย่างยั่งยืน (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญเสนอ แล้วหลังจากนั้นก็จะอนุญาตให้เจ้าของญัตติต่อจากนั้นไปไปตามลำดับ ขอเชิญนายแพทย์บัญญัติครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออ่านญัตติที่ได้เสนอต่อประธานสภาดังนี้ครับ ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา ช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบอย่างยั่งยืน🔗

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ตลอดระยะเวลาประมาณ ๑๐ ปี ที่ผ่านมา ประชากรช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขตอุทยานแห่งชาติ เขาชะเมา-เขาวง ในจังหวัดระยอง และจังหวัดในภาคตะวันออก ตลอดจนภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยได้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระบบนิเวศของช้างไม่มีสัตว์ ที่เป็นผู้ล่า เช่น เสือโคร่ง ประกอบกับช้างป่าได้ลิ้มรสพืช ผลไม้ ทำให้ชอบลงมาหาอาหาร ในพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ ของทางราชการจะใช้กำลังคนผลักดันช้างเข้าสู่ป่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ปรากฏว่ายังมีช้างป่า จำนวนมากเล็ดลอดบุกรุกทำลายพืชผลการเกษตร ทำลายทรัพย์สิน ตลอดจนร่างกาย และชีวิตของราษฎรอยู่เนือง ๆ นอกจากนี้ยังมีช้างป่าอีกจำนวนหนึ่งเดินทางข้ามถนนหลวงทำให้เกิดอุบัติเหตุจราจรบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อร่างกายชีวิตทั้งของประชาชนและช้างป่าอีกด้วย ปัจจุบันทางราชการยังไม่มี มาตรการแก้ปัญหาการเพิ่มจำนวนช้างป่า และแก้ปัญหาการบุกรุกของช้างป่าอย่างจริงจัง อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน และยังไม่มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า และยังไม่มีมาตรการควบคุมการเพิ่มจำนวนของประชากรช้างป่าอีกด้วย ดังนั้นจึงขอเสนอ ญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ดินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบอย่างยั่งยืน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๑๒ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ตามญัตติที่กระผมได้เสนอนั้น ปัญหาช้างป่า ในจังหวัดระยอง ในภาคตะวันออก รวมทั้งภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยมารุนแรงเอาในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศของโลกทำให้แหล่งอาหารในป่าอนุรักษ์มีลดน้อยลง ประกอบกับช้างป่า ได้เรียนรู้การกินอาหาร ซึ่งเป็นพืช ผัก ผลไม้ ที่พี่น้องประชาชนเพาะปลูกเพื่อการค้าขาย เพื่อเศรษฐกิจ ก็ทำให้ช้างป่านั้นไม่กลับไปสู่ในป่าอนุรักษ์เหมือนเดิม พฤติกรรมเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ช้างเวลาออกจากป่าเขาจะกลับไปนอนในป่า ปกติช้างจะหากินกลางคืน แล้วก็จะนอนกลางวัน ประมาณสักสี่โมงเย็น นักเรียนเลิกโรงเรียนช้างก็จะกลับป่า ประมาณตอนเช้าช้างก็จะกลับไปอยู่ป่าเพราะว่าจะไปนอนกลางวัน พอตกประมาณ ช่วงนักเรียนจะเลิกเขาก็จะออกมาในพื้นที่ทำกินของเกษตรกร เพราะฉะนั้นนักเรียน กับช้างป่าจะเจอกันประจำเลยนะครับ การนอนของช้างนี่ไม่ได้นอนหงาย นอนตะแคง เหมือนคนนะครับช้างจะยืนหลับอยู่ เขาใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงละครับ แล้วช้างก็ออกหากินต่อ เนื่องจากช้างตัวใหญ่แล้วการกินอาหารต้องกินวันหนึ่งประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ กิโลกรัม แล้วก็ จะต้องกินต่อเนื่องกันไป แล้วก็กินไปก็ถ่ายอุจจาระไป ซึ่งระบบนิเวศนี่ยกย่องให้ช้าง เป็นสัตว์ที่เกื้อกูลในระบบนิเวศนะครับ มีการแพร่พันธุ์ของเมล็ดพืชซึ่งอยู่ในมูลช้าง แล้วก็ เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการย่อยสลายของฮิวมัส (Humus) ในดินด้วยนะครับ อันนี้ ไม่เป็นที่สงสัยแต่อย่างใดว่าช้างมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ แต่ในเมื่อระบบนิเวศ ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะภูมิอากาศ แล้วช้างป่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไป จนพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งมีข้อสงสัยว่าช้างป่าเป็นช้างป่าจริงหรือไม่ เพราะทำไมถึงชอบ มาอยู่ใกล้ชิดกับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนนะครับ เข้าไปอยู่ในโรงรถ เข้าไปอยู่ไปในครัว ส่วนหนึ่งเท่าที่วิเคราะห์ก็คือว่าช้างป่าน่าจะหิวเกลือ เพราะว่าโป่งเทียมหรือโป่งในดิน ในป่าอาจจะไม่เพียงพอ เพราะช้างก็ต้องการเกลือโซเดียมหรือเกลืออื่น ๆ นี่นะครับ จึงมีวิธีการที่นักอนุรักษ์ได้ทำ ทางราชการก็ทำ เอาเกลือจากนาเกลือที่มันปนดินอะไรนี่นะครับ ใส่เฮลิคอปเตอร์แล้วก็ไปฝังไว้ตามที่ต่าง ๆ ทำให้ช้างหรือสัตว์อื่นมาแทะเล็มโป่งเทียม ที่สร้างขึ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าช้างป่าชอบมาวนเวียนแถวครัว เพราะครัวในชนบท เราจะไม่มีท่อระบายน้ำนะครับ ก็ล้างถ้วยล้างชามแล้วมีเกลือมีอะไรก็สาดลงไป ที่บริเวณรอบบ้าน ก็ทำให้ช้างได้กลิ่นเกลือคงจะหอมกลิ่นเกลือนั่นนะครับ ก็วนเวียนอยู่ แถวบ้านอยู่ประจำ จะมีรูปภาพที่อาสาผลักดันช้างถ่ายรูปส่งมาให้พี่น้องประชาชนเห็น ช้างจะเข้าไปอยู่ในบ้านในเรือนอยู่ประจำ ซึ่งช้างนั้นเป็นสัตว์ใหญ่ แต่ตาเล็ก ๆ ดูไม่น่ากลัว เมื่อทำเป็นตุ๊กตาก็น่ารักนะครับ แต่ในความเป็นจริงเมื่ออยู่ใกล้ชิดแล้วยากที่จะเดาพฤติกรรม ของช้างได้นะครับ นักอนุรักษ์บอกว่าถ้าหางชี้คือดุ กำลังมีอารมณ์โมโห ถ้าหางแกว่งไป แกว่งมาคืออารมณ์ดี แต่ว่าเท่าที่พี่น้องประชาชนได้พิสูจน์ดูแล้วว่าไม่ควรจะอยู่ใกล้ช้างป่า เลยนะครับ ระยะ ๕๐ เมตรขึ้นไป เขาเร็วมากในการที่จะเคลื่อนไหว เขาสามารถหยิบ ไม้หน้าสามขว้างสุนัขได้แม่นยำนะครับ เขาสามารถที่จะใช้งวงของเขาหยิบจับ ยังมีบอกว่า เปิดตู้เย็นได้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือพฤติกรรมช้างที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นนักวิชาการ หรือหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์ป่าจะต้องศึกษาสิ่งนี้ว่ามันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แล้วข้อเท็จจริงปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในภาคตะวันออกผมนับเท่าที่ผมติดตามข่าว ประมาณ ๖ เดือนที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตประมาณ ๑๐ ราย อยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของผมคืออำเภอเชาชะเมาและอำเภอวังจันทร์ ๔ ราย ในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ ชลบุรี ติดกันในช่วงเวลา ไล่เลี่ยกันก็อีกประมาณ ๔ ราย มีพระภิกษุสงฆ์ด้วย เวลาบิณฑบาต พระรูปสุดท้ายก็จะได้รับ ภัยอันตรายจากช้างป่า ศพที่เสียชีวิตจากช้างป่านั้นน่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งชาวบ้าน เรียกว่าคิลลิง ฟิลด์ (Killing Field) คือว่าศีรษะ แขน ขา มันจะหลุด มันจะแหลกไป มีศพศพหนึ่งนะครับ นำไปชันสูตรที่โรงพยาบาลระยอง ปรากฏว่าศีรษะยังหาไม่เจอเลยครับ รุ่งไปอีกวันหนึ่งเพิ่งหาศีรษะเจอก็หิ้วศีรษะไปให้คุณหมอชันสูตรด้วย ซึ่งมันเป็นสภาพ ที่น่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างยิ่งนะครับ ใครไม่ได้อยู่ใกล้ตรงนั้นจะไม่เข้าใจบริบทของ ความน่ากลัวของช้างป่า ส่วนหนึ่งคือคนอันตราย อีกส่วนหนึ่งก็สงสารช้างป่า เพราะช้างป่า เมื่อออกมาอยู่นอกเขตป่า เต็มไปด้วยสายไฟในการทำการเกษตรปั๊มน้ำต่าง ๆ ช้างก็ เกี่ยวสายไฟก็ทำให้ไฟชอร์ต (Short) ตายนะครับ ที่บอกว่าชาวบ้านทำรั้วไฟฟ้าแล้วชอร์ต (Short) ช้างตายถ้าทำถูกต้องไม่ตายครับ เพราะใช้ไฟแค่ ๑๒ โวลต์ (12 Volt) แต่แปลงให้เป็น แอมป์ (Amp) สูง ๆ ไว้สำหรับเป็นรั้วเลี้ยงวัวนะครับ อันนี้ไม่อันตราย แต่ถ้าใช้ไฟ ๒๒๐ โวลต์ (220 Volt) อันนั้นอันตรายจริง ๆ เพราะฉะนั้นช้างไม่ปลอดภัยจริง ๆ ช้างถูก รถเทรลเลอร์ (Trailer) ชนเสียชีวิต ปรากฏมาแล้วที่ถนนบ้านบึง-แกลง ที่อำเภอ หนองใหญ่ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเป็นวิศวกร เป็นคนทำงานเอกชน ขับรถเอชยูวี (HUV) จะไป จังหวัดจันทบุรี ก็มาชนช้างในช่วงเช้ามืดที่ถนนบ้านบึง-แกลงเช่นเดียวกัน เสียชีวิตเมื่อไม่กี่ปี ที่ผ่านมา ล่าสุดช้างไปถึงนิคมโรจนะ อำเภอบ้านค่าย ไปถึงปลวกแดง รูปที่ออกมานั้นนะครับ ก็มีเสาไฟ มีเสาไฟแรงสูง มีถนนหนทางมากมาย มีไฟจราจรด้วย แล้วข้างหลังไป ก็มีห้างสรรพสินค้าใหญ่อยู่ด้วย ซึ่งไปจากป่าอนุรักษ์นั้นห่างไปถึงเกิน ๕๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาสถานการณ์เท่าที่ผมเรียนนี้มีปัญหา มีข้อเท็จจริงจริง ๆ นะครับ อยากจะนำเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่ามีปัญหาจริง🔗

เรื่องประเด็นเยียวยา การเยียวยาปัจจุบันก็มีปัญหาจริง ๆ จังหวัดระยอง ในช่วงผู้ว่าราชการจังหวัดท่านที่แล้วนะครับ ไม่เคยประกาศเขตภัยพิบัติช้างป่าเลย ขณะที่ จังหวัดฉะเชิงเทรามีการประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อนำเงินระเบียบการเยียวยาออกมาให้พี่น้อง ประชาชนได้ถึงประมาณ ๖๐ กว่าครั้งต่อปีในปีเดียวกัน แต่จังหวัดต่างกัน ส่วนจังหวัดตราดนั้น มีกองทุนเยียวยาด้วย ก็จะมีอะไรที่แตกต่างกัน ไม่เหมือนกันในแต่ละจังหวัด พี่น้อง ประชาชนก็เกิดการเปรียบเทียบว่าเขาบาดเจ็บ เสียชีวิต ล้มตาย พืชผลการเกษตรเสียหาย ทางราชการดูแลไม่มีความเท่าเทียมกัน มีความเหลื่อมล้ำกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้จะต้องไปศึกษาว่าจะทำอย่างไร ให้ใช้บูรณาการทุกภาคส่วนหน่วยงาน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและช่วยเหลือช้าง ให้ปลอดภัย กรณีไม่ปลอดภัยก็มีการเยียวยาทุกกรณีอย่างเป็นธรรม และเร่งด่วนนะครับ พี่น้องประชาชนขณะนี้เกิดความเบื่อหน่าย แรก ๆ ก็ช้างกับคนก็พอจะอยู่ด้วยกันได้เพราะว่า เบาบาง ระยะหลัง ๆ ช้างไม่กลับป่านะครับ นักอนุรักษ์บอกว่าช้างป่าอยู่นอกป่าอนุรักษ์ มากกว่าอยู่ในป่าอนุรักษ์ ป่ารอยต่อภาคตะวันออกมีทั้งหมด ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ขณะนี้มีช้างอยู่ น้อยกว่าที่อยู่ข้างนอกนะครับ จำนวนประชากรช้างที่แท้จริงก็ไม่มีใครรู้ เพราะเรารู้ อย่างเดียวว่าช้างสืบพันธุ์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าอยู่ในที่ที่กันดาร แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีอาหาร สมบูรณ์อย่างนี้ก็สืบพันธุ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นย่อมหมายความว่าช้าง ๑๐๐ ตัว อีก ๑๐ ปี จะกลายเป็น ๒๐๐ ตัว ถัดไปอีก ๑๐ ปีจะเป็น ๔๐๐ ตัว เพราะฉะนั้นป่า ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ขณะนั้น ในอดีตเคยมีการอพยพผู้คนจากกลางป่าฤาไนออกมาแล้วก็ มีการปลูกต้นสีเสียด ซึ่งต้นสีเสียดนี้ไม่สามารถเป็นอาหารช้างได้ นอกจากนั้นยังสานกัน จนแน่นช้างเดินก็ไม่ได้ก็เป็นความผิดพลาด อาจจะเป็นความผิดพลาดในเชิงวิชาการที่นำพืช ที่ไม่เป็นอาหารแก่ช้างป่าเข้าไปอยู่ในป่า น้ำไม่เพียงพอ ข้อมูลเท่าที่ทราบ จึงจะขอฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นประเด็น ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้ง่ายในการที่จะสื่อสารถึง ท่านกรรมาธิการนะครับ🔗

ข้อ ๑ ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นได้ศึกษาขนาดของปัญหา ช้างป่าว่ามีปัญหาอยู่ที่ป่าใดบ้าง ภูมิภาคใดบ้าง และเท่าไร แต่ขอฝากข้อคิดว่าสถิติที่ทาง ราชการรวบรวมแล้วจะรายงานให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านอย่าเชื่อนะครับ เพราะว่า พี่น้องประชาชนไม่ค่อยรายงาน เพราะรายงานไปก็ไม่มีความช่วยเหลือจึงเบื่อหน่าย ที่จะรายงาน ท่านต้องหาข้อมูลจากประชาชนด้วยนะครับ🔗

ข้อ ๒ ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้สนทนาธรรมกันเพื่อหาหลักคิดว่า คนกับช้างป่าจะอยู่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร ปัจจุบันพี่น้องประชาชนไม่เชื่อสิ่งที่สื่อสาร ออกมาจากทางราชการว่าขอให้คนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืน พี่น้องประชาชน ไม่เชื่อตรงนี้ เมื่อไม่เชื่อแล้วไม่ได้ทำประชาคม ท่านตั้งเอามาจากนักคิดแล้วก็ดำเนินการ ไปตามแผนงานหลักคิดนี้จึงไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนนะครับ พี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่าช้างกับคนจะอยู่ร่วมกันในรั้วเดียวกันอย่างปลอดภัยและยั่งยืน พี่น้องประชาชนเชื่อว่าช้างป่ากับคนนั้นอยู่ในโลกเดียวกัน ในระบบนิเวศเดียวกัน แต่ขออยู่ คนละรั้วเหมือนเพื่อนบ้านกันแต่มีรั้วนะครับ ส่วนรั้วจะเป็นอะไรนั้นผมจะขอนำเสนอ ต่อไปนะครับ🔗

ข้อ ๓ ขอให้จัดการให้คนปลอดภัยอย่างไร ช้างปลอดภัยอย่างไร ผมจะคิดถึง ทั้งคนและช้างอยู่ตลอดเวลานะครับ เพราะว่าผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนแห่งนี้นั้นต้องดูแล สวัสดิภาพสัตว์ด้วย ดูแลสวัสดิภาพของคนด้วย ขอเสนอครับ การจัดโซนนิง (Zoning) คือโซน (Zone) พื้นที่หรือโซนนิง (Zoning) ที่ปลอดภัยของคนและช้าง คนอยู่ที่ไหน คนอยู่ในพื้นที่ทำกิน ช้างอยู่ที่ไหน ช้างอยู่ในป่าอนุรักษ์ ปัจจุบันป่าอนุรักษ์นั้นดูแล โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตที่ทำกินตอนนี้ดูแลโดยหลายกรมนะครับ ถ้าอยู่ประชิดติดป่าก็คือกรมป่าไม้ละเป็นผู้ดูแล ห่างออกมาหน่อยในเมืองที่เจริญก็คือ กรมที่ดินดูแล จัดโซน (Zone) ให้ชัดเจน ปัจจุบันไม่ชัดเจน พื้นที่ป่าอยู่ตรงไหน พื้นที่ ทำกินอยู่ตรงไหน แต่ก่อนประชาชนก็เสียภาษี ภ.บ.ท. ก็ยังไม่ได้มีการชี้เขตชัดเจน ขอให้ คณะกรรมาธิการได้ทำความชัดเจนเรื่องนี้ และเร่งรัดให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิที่จำเป็น ๓ อย่าง ที่ไหนเจริญแล้วออกโฉนดก็ออกให้เรียบร้อย ที่ไหนเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมก็ทำได้ ๒ อย่าง คือ ส.ป.ก. กับ คทช. ส.ป.ก. ทราบอยู่ คทช. ก็คือคณะกรรมการจัดนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีการเร่งรัดดำเนินการ ถ้าพื้นที่ไหนที่ไม่ใช่โฉนด ไม่ใช่ ส.ป.ก. ไม่ใช่ คทช. ก็คือพื้นที่ของป่าอนุรักษ์ ช้างจะได้มีที่ทำมาที่กินอาหาร ปัจจุบันกฎหมาย เมืองไทยก็มีปัญหา คือเอาความลาดชันของเขา ๓๐ องศาเป็นพื้นที่ป่า เลยไม่มีตีนเขาเลย ช้างไม่สามารถเดินเขย่ง ๆ ขึ้นเนินได้ ช้างต้องอยู่ในพื้นราบ ผิดกับในแอฟริกาจะมีพื้นราบ ให้ช้างอยู่มาก อันนี้ก็คือปัญหาหนึ่ง ก็ฝากคณะกรรมาธิการศึกษาด้วย🔗

ข้อ ๔ ขอให้คณะกรรมาธิการปักปันเขตอนุรักษ์ให้ชัดเจน ป้องกันทั้งคน อย่าบุกรุกป่าอนุรักษ์ด้วย ป้องกันทั้งช้างอย่าให้ออกมานอกป่าอนุรักษ์ด้วย ผมไม่อยาก ให้ได้ยินว่าคนไปรุกที่ป่า แล้วก็ไม่อยากจะได้ยินว่าช้างรุกที่คน ถ้าการบริหารจัดการภาครัฐ ในเรื่องของแผ่นดิน ดินแดนให้ดีจะไม่มีใครโทษใคร แล้วมีอคติต่อใครเลย พี่น้องประชาชน สมัยก่อน จะรักช้าง พยายามจะหลบไปหลบมา ตอนนี้มันหลบกันไม่ค่อยได้ จะเห็นว่า ที่ก้นของช้างมีลูกกระสุนฝังอยู่หลาย ๑๐ เม็ดทั้งนั้นเลยครับ เราไม่ได้ส่งเสริมความรุนแรง แต่ความอาฆาตพยาบาทของมนุษย์กับคนบางทีมันมีขึ้นมาจากการผ่าพิสูจน์ของสัตวแพทย์ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ท่านต้องสงสารช้างที่ปล่อยให้ช้างสภาพเช่นนี้ออกนอกป่าอนุรักษ์ ไม่มีสวัสดิภาพอย่างแน่นอน ขอให้เร่งดำเนินการในเรื่องของการปักปันเขตให้ชัดเจน แล้วอย่าให้คนรุกป่านะครับ ถ้ารุกป่าดำเนินคดีนะครับ🔗

ข้อ ๕ รอยต่อระหว่างป่าอนุรักษ์กับคนนั้นจะปักเป็นหลักโฉนด ช้างอ่าน ไม่ออกหรอกครับ จำเป็นจะต้องมีบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) พื้นที่กันชน ช้างถอยหลัง ไม่ได้นะครับ เดินหน้าอย่างเดียว จะเลี้ยวก็ต้องตีโค้ง ต้องตีโค้งหลายร้อยเมตรนะครับ บางที ต้องตีโค้งถึง ๒ กิโลเมตร จะแหลกลาญไปทั่วหมดนะครับ นักวิชาการที่เป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เขาจะรู้เทคนิคนี้เป็นอย่างดี อาสาสมัครที่ฝึกใหม่ ๆ ยังไม่ได้เรียนรู้เขาจะผลักดันให้ช้าง ถอยหลังเลย เขาสู้กัน เกิดความเครียดนะครับ ต้องมีบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) นั้นจำเป็นอย่างยิ่งควรจะทำถนนลูกรัง โฟร์วีล (Four wheel) ไว้ให้ตรวจการ ไฟโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เดี๋ยวนี้ก็ราคาถูก ติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เป็นแสงสว่างเป็นจุด ๆ เจ้าหน้าที่ผลักดันเฝ้าระวังและผลักดันช้าง รวมทั้ง อาสาสมัครก็สามารถที่จะมีรถโฟร์วีล (Four wheel) ของทางราชการ หรือ อปท. องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจการ ถ้ามีช้างเล็ดลอดออกมานะครับ สำหรับตัวช้างนั้นปัจจุบัน มีเทคโนโลยี มีปลอกคอ มีชิป (Chip) ฝังจีพีเอส (GPS) สามารถมอนิเตอร์ (Monitor) ได้หมดนะครับ ปัจจุบันนี่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีปลอกคอที่สวม แบตเตอรี่อยู่ประมาณ ๕ ปีพอแบตเตอรี่ใกล้หมด มันจะสลัดของมันทิ้งตรงนั้นเลย เจ้าหน้าที่ อุทยานก็เดินป่าไปเอามาเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ มีเทคโนโลยีแล้วก็ราคาไม่น่าจะแพง สามารถ มอนิเตอร์ (Monitor) ทั้งระบบเลย มีหน่วยงานองค์กรขึ้นมาสักอันหนึ่งมอนิเตอร์ (Monitor) ช้าง ทุกคนที่ทำงานประกอบอาชีพเกษตรกรรมใกล้ป่าก็จะสามารถรู้ว่าขณะนี้ก็เหมือนหมอชนะ อย่างนี้นะครับ ประชิดกันไปประชิดกันมาเราก็รู้ว่าช้างอยู่ตรงไหน เราก็เฝ้าระวังให้ห่าง ๆ ไว้ก่อนนะครับ บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) ซึ่งเป็นถนนลูกรังนั้น ต่อไปอันที่ ๖ ทำแบร์ริเออร์ (Barrier) คือสิ่งกีดขวาง ถ้าไม่ทำสิ่งกีดขวางมีพลังช้างสารมาก สิ่งกีดขวางอันที่สร้างงาน ได้ด้วยคือเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ของอุทยาน และเพิ่มอาสาสมัคร และเพิ่มลูกจ้างขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจการที่ถนนโฟร์วีล (Four wheel) ในพื้นที่บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) นั้น แล้วก็คอยดู ถ้าช้างมาใกล้แล้วเราก็มีวิธีใช้เทคโนโลยี ใช้เสียง ใช้อะไรเพื่อที่ให้ช้าง กลับเข้าไปสู่ในป่าอนุรักษ์ ในป่านั้นก็ฟื้นฟูให้สมบูรณ์มากขึ้น ๆ พืช อาหารช้าง และน้ำ และโป่งเกลือนั้นต้องให้เพียงพอนะครับ แบร์ริเออร์ (Barrier) ที่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ สร้างงานได้ด้วยก็ต้องมี ๒. จะเป็นรั้ว จะเป็นคู หรือจะเป็นนวัตกรรมอย่างอื่น ๆ ที่ศรีลังกาเขาใช้ รั้วไฟฟ้าเส้นเล็ก ๆ เท่านั้นเองนะครับ ต้นทุนเขาไม่แพงแต่เขาวิจัย อะไรที่ไม่ชัดเจนปัจจุบัน ต้องวิจัย ถ้าวิจัยนะรู้หมดวิศวกรเดี๋ยวนี้เก่งนะครับ ก็ปล่อยให้ อบต. ทำรั้วเอง ทำแล้ว ไม่แข็งแรงก็ไปวิจารณ์เขาว่าเห็นไหมรั้วไม่ได้ผล เขายังไม่ได้วิจัย วิจัยเถอะครับ🔗

ข้อ ๗ เร่งขนย้ายช้างป่ากลับเข้าสู่อนุรักษ์โดยเร็ว พี่น้องประชาชนที่จังหวัดระยอง ตั้งเป็นกลุ่มผลักดันแก้ไขปัญหาช้างป่า เขาขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดผลักดันช้างป่ากลับสู่ ป่าอนุรักษ์โดยเร็ว ภายใน ๓ เดือน นี่ยื่นผ่านไป ๔ เดือนแล้วทุกอย่างยังเหมือนเดิมอยู่ ผมว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ละครับจะมีผลมากนะครับ🔗

ข้อ ๘ ติดตั้งจีพีเอส (GPS) ที่ตัวช้าง ซึ่งจะมอนิเตอร์ (Monitor) ได้ อันนี้ พูดไปแล้วนะครับ🔗

ข้อ ๙ ตั้งกองทุนเยียวยา เหมือนที่จังหวัดตราดเขาตั้งกองทุนเยียวยาช้าง จะตั้งกองทุนระดับชาติก็ได้ เพราะต้องดูแลช้างทั้งประเทศ บริษัทห้างร้านไหนเอาตัวช้าง ไปเป็นยี่ห้อไปขอสปอนเซอร์ (Sponsor) เขาด้วยนะครับ ช้างไม่ทราบมีลิขสิทธิ์หรือเปล่า ก็กองทุนเยียวยาช้าง หรือพี่น้องประชาชนเดี๋ยวนี้รักช้างป่าทั่วประเทศนะครับ เขาจะได้มี ช่องทางในการบริจาค🔗

ข้อที่ ๘ ประกาศเขตภัยพิบัติช้างทุกกรณี อย่างที่จังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านที่แล้วไม่ประกาศเขตภัยพิบัติจังหวัดอื่นประกาศ ก็ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยช่วยบูรณาการดูสิว่าเหตุใดปัญหาอยู่ที่ระเบียบหรืออย่างไร ทุกกรณีหมายความว่าอย่างไร ปัจจุบันจะประกาศเฉพาะคนเสียชีวิต ต้องตายก่อนถึงจะได้ ๒๕,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยมากท่านนายอำเภอเขาจะ ใจดีก็จะแทงว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็ไปเอาเงินที่ อบต. พอเจอ หลาย ๆ ศพ อบต. ก็หมดเงิน ถ้าจะใช้มากกว่านั้นก็ต้องใช้เงินกองทุนจากจังหวัด ถ้ามากกว่านั้น กระทรวงการคลัง ใช้ได้หมดละครับ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีน้ำใจที่จะประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อให้ระเบียบราชการมันเดินต่อไปได้นะครับ🔗

ข้อที่ ๙ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น อันนี้ผมหวังมากเลย ท้องถิ่นมองตาปริบ ๆ ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้กระจาย อำนาจไปสู่ท้องถิ่น จึงไม่สามารถนำงบประมาณจะมาทำรั้ว ขุดคู ทำถนนตรวจการได้ จะมาจ้างลูกจ้างเพื่อดูแลช้างก็ไม่ได้นะครับ แม้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเอง ก็ยังบอก อันนี้ฟังมาจากเจ้าหน้าที่เขาเฝ้าระวังคนไม่ให้ไปลักลอบในป่า แต่นี่เขาออกมา นอกป่ามาต้อนช้าง จริง ๆ เขาว่าเขาเองก็ผิดระเบียบเขามาทำงานนอกพื้นที่ ทำระเบียบ ให้เรียบร้อยเถอะครับ ทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์ ทำให้มันสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็คือ ใช้ได้นะครับ🔗

ข้อสุดท้ายนะครับ ขอให้มอบอำนาจให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาช้างป่า ตั้งแต่ป้องกัน แก้ไข เยียวยาช้างป่า พี่น้องประชาชนจะได้ไปพบ นายก อบต. ไปพบปลัดอำเภอ นายอำเภอที่ใกล้ ๆ นะครับ ไม่ต้องมายื่นที่กรม มาแล้วมาอีกก็ไม่เห็นจะไปถึงไหน เมื่อครบการศึกษาแล้วขอให้ไป ศึกษาดูงานในทุกภาคของประเทศให้โปรดทำรายงานเสนอสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ ทำข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ข้อเสนอแนะเพื่อให้สภาเห็นชอบ หลังจากนั้นสภาผู้แทนราษฎร จะส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหา หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามข้อบังคับนั้น ก็แจ้งว่ารัฐบาลจะต้องแจ้งเหตุอันไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน ๖๐ วัน ผมขอฝาก ความหวังไว้ผ่านท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการ ๒๕ ท่าน คาดว่าจะเป็น ๒๕ ท่าน ที่จะตั้งขึ้นนี้ได้โปรดทำรายงานที่สมบูรณ์ และอย่างมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคราชการ ขอให้ปัญหาช้างป่าได้ยุติไปในเร็ววัน ผมจะได้ไม่ต้องใช้เวลาสภาแห่งนี้ทั้งหารือ ตั้งกระทู้ถาม ในสภาอีกนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป🔗

ฉบับที่ ๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน (นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเรียนคุณพรเทพ และคณะ ที่จะเสนอต่อไปนะครับ ด้วยความเคารพต่อวิธีปฏิบัติแต่ว่าแนะนำว่า เนื่องจาก ผมอ่านวาระการประชุม อ่านบันทึกการประชุม บางทีญัตติที่เราเสนอ เราไม่ได้อ่านญัตติ ที่เราเสนอก็เลยทำให้แม้ว่าจะอภิปรายยาวก็ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นยอมเสียเวลาอ่านญัตติ ที่เสนอไป แล้วจะทำให้ญัตติท่านสมบูรณ์ แล้วหลังจากนั้นท่านก็อภิปรายได้เต็มที่เลยครับ ไม่เหมือนกระทู้ กระทู้เขาจะไม่ให้อภิปราย เขาให้ถาม เพราะฉะนั้นเสนอแนะเจ้าของญัตติ ทุกเรื่องแบบที่หมอบัญญัติได้ทำเมื่อสักครู่นี้คืออ่านญัตติ เสร็จแล้วก็ท่านอภิปรายได้ เต็มที่ครับ จะทำให้ญัตติของท่านเมื่อปรากฏบันทึกรายงานประชุมจะสมบูรณ์ครับ ขอเชิญ ท่านพรเทพครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานที่แนะนำนะครับ เพื่อให้การพูดญัตติเรื่องนี้ สมบูรณ์ ผมขออนุญาตอ่านญัตติของผมที่เสนอดังนี้นะครับ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกิน ของประชาชน เนื่องจากในหลายพื้นที่แถบจังหวัดที่ติดกับเทือกเขาและพื้นที่ป่าทั่วประเทศ มักจะประสบปัญหาการรุกรานของช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามเทือกเขาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และสถานการณ์ดังนี้มีความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเกิดขึ้นในพื้นที่อนุรักษ์อย่างน้อย ๒๐ แห่ง และมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวและมีความรุนแรงขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันช้างป่า เหล่านี้มีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการมี ช้างป่าจำนวนมากทำให้มีการต้องการอาหารมากเช่นกัน อีกทั้งสภาพภูมิประเทศ ระบบ นิเวศที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของช้างป่า ทำให้ช้างป่าต้องออกมาหากิน ในพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน ทั้งในไร่อ้อย ไร่สับปะรด สวนทุเรียน ไร่มันสำปะหลัง และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ รวมทั้งที่อยู่อาศัยของประชาชน บางครั้งถึงขั้นรุนแรงจนทำให้เกิด การทำร้ายประชาชนในพื้นที่จนเสียชีวิตดังที่ปรากฏตามข่าว และยังส่งผลเสียต่อช้างต่าง ๆ มากมายนะครับ เช่น ถูกสารเคมี ยาฆ่าแมลงตกค้างต่าง ๆ อันนี้คือญัตติที่ผมได้เสนอไป🔗

ท่านประธานครับ วันนี้รู้สึกภูมิใจมากนะครับที่ได้นำปัญหาของชาวประจวบคีรีขันธ์ แล้วก็ ๒๐ จังหวัดที่มีปัญหาเรื่องช้างป่าที่บุกรุก ซึ่งเป็นเรื่องที่เรามอง รัฐบาลอาจจะมอง ละเลยแล้วข้ามไป เพราะข่าวสารมันมีตลอดเวลา วันนี้ในขณะที่พวกเรานี่นอนกันสบาย ๆ แต่ว่าชาวบ้านส่วนหนึ่งที่อยู่ในเขตป่า มีช้างป่าเข้าไปอยู่ในบ้านเขาเรื่อย ๆ ตลอดเวลา คล้าย ๆ สัตว์เลี้ยงครับ ออกมานอกบ้านตอนกลางค่ำกลางคืนก็ต้องระวัง บางทีพี่ช้าง แกก็เหยียบ แล้วก็วัว ควายต่าง ๆ ตาย สุนัขที่ไปเห่าก็เหยียบต่าง ๆ รวมทั้งคนที่กลางคืน ออกมานอกบ้านไม่ได้เห็น ไม่สังเกตนะครับ เพราะตัวเขากลมกลืนกับธรรมชาติมาก ผมมองว่า ช้างป่าที่เข้ามานะครับ ออกนอกพื้นที่มาในพื้นที่ประชาชนมันเป็นคล้าย ๆ ภัยความมั่นคง อย่างหนึ่งกับพี่น้องประชาชนภายใน ๒๐ จังหวัด ท่านครับ ก่อนจะพูดเรื่องนี้ ขออนุญาต ผมได้รับข้อมูลเรื่องนี้จากท่านดอกเตอร์วิชิต ปลั่งศรีสกุล และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยทาง ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอหัวหิน นายอำเภอกุยบุรี และประชาชนในอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี และอำเภอในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครับ ในการรับฟังปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชไร่และทำร้ายประชาชน จึงได้รวบรวมเสนอ ต่อสภาดังนี้ ก่อนอื่นนะครับ ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องนี้ต่อไป ผมติดใจในเรื่องนโยบายรัฐบาลว่า วิธีการแก้ปัญหาท่านจะเอาเรื่องคน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ หรือท่านจะเอาเรื่องช้าง ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแลอยู่เป็นหลัก แน่นอนครับ ทั้งคนและช้าง ต้องอยู่ด้วยกันได้ แต่ผมมีความรู้สึกว่าจากสถิติจากที่มีขึ้นมามันเหมือนกับว่าทางประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ไม่ได้รับการดูแลเลยนะครับ จากสถิติข้อมูลที่ทางสำนักวิชาการที่ให้เรามา ก็เลย เป็นห่วงนะครับ แต่ส่วนตัวแล้วผมอยากให้ดูแลเรื่องคนให้มากหน่อย เพราะเขาเองเวลา สูญเสียขึ้นมามันหนักนะครับ แล้วก็ดูแลเรื่องช้างไป อยู่ด้วยกันได้ครับ แต่วันนี้ถ้าเรา ทิ้งประชาชนมันจะเกิดปัญหาทุกวัน ผมยังฟังเรื่องหารือยังมีอยู่เลยครับท่านประธานครับ ก็เลยฝากทางท่านกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้นำข้อมูลที่พวกเราหลายท่าน โดยท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติหลายท่านจะได้พูดต่อไปนี้นะครับ ไปเป็นข้อมูลในการแก้ไข ปัญหาด้วย ช้างป่าส่วนใหญ่นะครับท่านครับจะอยู่ตามแนวจังหวัดชายแดนที่ติดกับประเทศ เพื่อนบ้าน พม่า เขมร ลาว เป็นต้น เพราะตรงนั้นอาจจะเป็นเขตป่าทึบแล้วก็ไม่มีบุคคลใด เข้าไปรบกวน ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้นะครับว่า คำว่า ชายแดน จากจำนวนประชากรช้าง ที่ท่านเสนอมาปี ๒๕๖๒ ซึ่งข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อน ๓,๐๐๐ เชือก ๓,๐๐๐ ตัว ช้างเหมือนคนนะครับ คนมันจะเดินข้ามไปข้ามมาได้จากแนวเขตชายแดน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแนวเขตแดน เพื่อนบ้านเราช้างจะไม่เข้ามาหาเรา หรือช้างเราไม่เข้าไปหาช้าง ซึ่งตรงนี้ทำอย่างไร ถึงจะพิสูจน์แล้วตรวจได้ ไม่อย่างนั้นแล้วประชากรก็จะแกว่ง การแก้ไขปัญหา ก็จะยาก แต่ปัจจุบันได้มีช้างป่าจากที่รวบรวมข้อมูลมานี้นะครับ ปี ๒๕๖๒ มีประมาณ ๓,๐๐๐ เชือก ๓,๐๐๐ ตัวนี่นะครับ ขออนุญาตพูดภาษาชาวบ้านนะครับ ได้ออกมาในเขต ของพี่น้องประชาชนดังข้อมูลที่บอก ทำให้ปัญหามันเยอะนะครับ เช่นข้อมูลที่อยู่ในมือผม ซึ่งได้รวบรวมมานะครับ ขอใช้ข้อมูลตรงนี้แล้วกันเพราะว่ามันจะชัดเจนหน่อย ในนี้รายงานมาว่า มีช้างทั้งหมดในปี ๒๕๖๒ นี้ครับ ๒,๙๔๙ เชือก ก็ประมาณ ๓,๐๐๐ แล้วกันครับ ตัวเลข กลม ๆ ในขณะเดียวกัน ๓,๐๐๐ ตัวนี่นะครับ ขอโทษใช้แบบนี้แล้วกันชาวบ้านจะได้ชัดเจน ออกนอกพื้นที่ตามที่รายงานมาในปี ๒๕๖๒ ออกนอกพื้นที่ไปถึงตั้ง ๕,๙๐๐ ครั้ง ดูในสถิติ ๓,๐๐๐ ตัวนี่ครับ ปี ๒๕๖๒ ออกนอกพื้นที่ ๕,๙๐๐ ครั้ง ตีเสีย ๖,๐๐๐ ครั้งแล้วกันครับ ง่าย ๆ แล้วอีกปีหนึ่ง ปี ๒๕๖๓ ออกมา ๔,๗๐๐ กว่าครั้งนะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ การที่ปล่อยให้ช้าง ออกมานอกบริเวณพื้นที่มากเท่าไร ออกนอกป่าอนุรักษ์ตามที่ป่าไม้กันเอาไว้ นั่นคือ โอกาสเสี่ยงที่พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเจอปัญหาทุกวันแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพืชไร่ การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเผลอ ๆ ก็ทำร้ายสัตว์เลี้ยงหรือทำร้ายพี่น้องประชาชน ข้อมูลดีมาก แต่ว่าต้องปรับข้อมูลก็ปรับไป ท่านเห็นข้อมูลแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ท่านทำอะไรลงไปบ้างครับ ในส่วนตรงนี้ เราอยากเห็นจริง ๆ ครับว่าที่ท่านบอกว่าท่านสนใจและห่วงใยท่านทำอะไรลงไป ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ก็จะมีข่าวอีก พืชไร่โดนถูกกิน กลายเป็นปัญหาพี่น้องประชาชนไป ก็เลย อยากจะฝากให้ท่านได้ดูข้อมูลตรงนี้ จนบางครั้งผู้เสียชีวิตก็เยอะนะครับที่เกิดขึ้นมา ก็เลยฝากข้อมูลตรงนี้นะครับ ผมเคยตั้งกระทู้ถามทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านก็แจ้งว่าหาวิธีทำได้แล้ว ทำแล้วนะครับ แต่ผมดูแล้วความรุนแรงดูแนวโน้มก็ยังมีปัญหา อยู่นะครับ ก็เลยอยากจะฝากท่านว่าขอให้สนใจแล้วก็ดูให้จริงจังนะครับ เพื่อพี่น้อง ประชาชน ๒๐ จังหวัดที่ช้างป่าเข้ามาถึงบ้านแล้วนะครับ พวกนี้ผมถือว่าเป็นภัยความมั่นคง จะมีความรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ท่านประธานครับ เรื่องช้างมันเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ที่อยากให้ รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังนะครับ อย่าแก้ไขปัญหาแบบโบราณ มีชาวบ้านบอกผมว่าปัญหาแก้ไขเรื่องช้างแก้นิดเดียว ทำอะไรพี่ผมจะได้มีข้อเสนอเยอะ ๆ เขาบอกว่าซื้อฉิ่งสิครับ เพราะเราเรียนว่า ฉ. ฉิ่งตีดัง ช้างมันวิ่งหนี ผมบอกไม่ใช่แล้ว รัฐบาล มีศักยภาพ มีเครื่องไม้เครื่องมือคงแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ ก็ฝากว่าควรจริงจังกับเรื่องนี้ ที่ผมเล่ามาทั้งหมด อยากเสนอข้อมูลบางส่วนเพื่อรวบรวมให้ทางท่านกรรมาธิการวิสามัญ ได้โปรดรวบรวมไว้ดังนี้นะครับ🔗

ข้อ ๑ ผมอยากต้องการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดพื้นที่ อาหาร น้ำ และโป่งเทียมให้เพียงพอเพื่อไม่ให้ช้างป่าออกมาบุกรุกที่เกษตรและทำร้าย ประชาชน ตัวเลขในนี้ก็บอกว่า ๑ ตัว ช้างใช้พื้นที่ประมาณ ๒ ตารางกิโลเมตร ท่านลอง คำนวณดูสิครับว่าพื้นที่ป่าท่านพอไหม ถ้าพอท่านต้องกันให้อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่าปล่อย ออกมา เพราะพี่ช้างออกมาปั๊บ เจอสับปะรด เจอมันสำปะหลัง เจออ้อยเขาก็ไม่กลับ กลายเป็นว่า บ้านอยู่ไม่อยู่ มาอยู่นอกบ้านที่มีอาหารการกิน อย่างนี้ขอให้ใช้ข้อมูลตรงนี้ตรวจสอบด้วยว่า พื้นที่ป่าถ้าเพียงพอ จำนวนช้างที่เพียงพออยู่ที่เมื่อสักครู่ท่านรายงานว่าปี ๒๕๖๒ ประมาณ ๓,๐๐๐ เชือก นี่นะครับ ๓,๐๐๐ ตัว จัดให้เขาอยู่ให้พื้นที่ตรงนั้นพร้อมอาหาร น้ำ และโป่งเทียม ไม่ใช่เพียงพอ ให้เพียงพอนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากให้ท่านสร้างแนวรั้วกันช้างหรือบูรณาการทำสิ่งกีดขวาง ที่ถูกต้อง ใช้ได้จริง ล้อมเป็นบริเวณให้ช้างอยู่ในเขตป่าเท่านั้น ในเมื่อข้อที่ ๑ ถ้าท่านสามารถ มีพื้นที่และท่านจัดให้ช้างอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ ท่านก็ต้องสร้างแนวรั้ว บ้านต้องมีรั้ว เดี๋ยวนี้ ทำได้หลาย ๆ อย่าง ดูสิครับสิ่งที่มันถูกต้องเอามาใช้ ประชาชนจะมีความมั่นใจว่ารัฐบาลมุ่งมั่น ในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง กลางคืนเขาจะได้นอนหลับสบายไม่ต้องทะเลาะหรือรบ กับช้างนะครับ🔗

ข้อที่ ๓ อยากให้สร้างถนนภายในอุทยานหรือป่าอนุรักษ์ ให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไป ตรวจอย่างเต็มที่ ปัจจุบันท่านอาจจะมองว่าการสร้างถนนก็เหมือนกับเพิ่มความเสี่ยง การบุกรุก แต่จำนวนเจ้าหน้าที่น้อยจำเป็นที่จะต้องมีทางเข้าไปตรวจให้ได้ เพราะฉะนั้น อยากเสนอว่าควรจะสร้างถนนลูกรังก็ได้วิ่งเข้าไปตรวจ ไม่ใช่เดินเท้าเข้าไปตรวจจำนวน เจ้าหน้าที่ไม่พอ🔗

ข้อที่ ๔ เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะฝังชิป (Chip) เพื่อดูช้างว่าจริง ๆ แล้ว เป็นช้างของเราหรือเปล่า ช้างป่าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาหรือเปล่าจะได้ชัดเจนนะครับ ในการติดตามตัว บางที่มีชิป (Chip) มีมอนิเตอร์ (Monitor) ดูนี้จะได้รู้ว่าเขาจะออกมาแล้ว🔗

ข้อที่ ๕ เรามีวิธีการที่เหมาะสมไหมครับที่จะควบคุมประชากรช้าง ผมใช้ คำว่า ที่เหมาะสมจะควบคุมประชากรช้างได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นจากตัวเลขเขามีการสืบพันธุ์ เขาก็มีการเติบโตขึ้นมา เราจะสร้างสมดุลตรงนี้ได้อย่างไร🔗

ข้อที่ ๖ ผมอยากให้ศึกษา พัฒนาในพื้นที่ช้างป่าอยู่อาศัยนี้นะครับให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวจริงจัง เพื่อให้เกิดมีรายได้เข้าประเทศ และมีกองทุนในการที่จะดูแลช้าง รวมถึงอื่น ๆ ด้วย🔗

ข้อที่ ๗ ผมอยากให้จัดกองทุนเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในกรณี ที่ช้างป่าออกมาบุกรุกพื้นที่การเกษตรและทำร้ายชีวิตประชาชนโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ก็ตาม อยากให้มีกองทุนที่มากพอ ไม่ใช่มันเป็นเศษนิดหน่อยให้กับเขา ก็ฝากทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยว่ารวบรวมเรื่องต่าง ๆ นี้เข้าไปกรณีเพื่อจะศึกษาด้วย เราต้อง ทำให้ช้างอยู่กับคนอยู่ด้วยกันได้ ต้องไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะคนหรือช้าง แต่รัฐบาลต้องมีความมุ่งมั่นว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องคนด้วยนะครับ ไม่ใช่ท่านมองว่า คนบางทีเข้าไปอยู่ในเขตป่า เข้าไปเขตที่ ภ.บ.ท. หรือเขตป่า หรือตามที่ คทช. เขาสนับสนุน นี้นะครับ กลายเป็นว่าคนมีปัญหา ก็ฝากด้วยว่าดูแลเขาหน่อยคนเขามีที่ดินเขาคงไม่เข้าไป อยู่ในที่ คทช. หรือว่ารัฐบาลจัดให้ ดูแลความปลอดภัยให้เขาด้วย แล้วก็ดูแลช้างด้วย ให้ความสำคัญทั้งคนและช้าง🔗

สุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอแนวคิด แล้วขอเสนอต่อสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องช้างบุกรุกที่พื้นที่เกษตร และทำร้ายประชาชน ขอบพระคุณท่านมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ฉบับที่ ๓ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินและสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญนะครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก ขออนุญาต นำเสนอญัตติ ซึ่งจะขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ตามที่ท่านประธานได้ให้คำแนะนำ ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาช้างบุกรุกพื้นที่ทำกินและสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันในเขตพื้นที่ป่าไม้และ อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทย ประสบปัญหาช้างป่าบุก รุกพื้นที่ทำกิน พื้นที่ทำการเกษตร และที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ตั้งรกรากอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียง นำมาซึ่งความเสียหายแก่ทรัพย์สิน และเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชน โดยพื้นที่ที่เกิดความเสียหายส่วนใหญ่อยู่จังหวัดจันทบุรี ระยอง ซึ่งประชาชน ได้รับความเสียหายจากการที่มีช้างป่าบุกรุกไร่สับปะรด สวนทุเรียน รวมทั้งพืชผลอื่น ๆ และโดนช้างป่าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหลายราย หรือในกรณีของจังหวัดระยอง ที่ประชาชน ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตในขณะกรีดยาง โดยสาเหตุของปัญหาช้างป่าบุกรุกนั้นส่วนใหญ่เกิดจากภาวะภัยแล้ง ผลจากพื้นที่อาศัยเดิม ของสัตว์ป่าถูกรบกวน ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การท่องเที่ยว การล่าสัตว์ การบุกรุกพื้นที่ป่าของราษฎรเพื่อต้องการพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้สัตว์ป่าโดยเฉพาะ ช้างป่าต้องถอยร่นลงไปในพื้นที่อนุรักษ์ ปริมาณช้างป่าเองก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง การปลูกพืชทางการเกษตรรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์ จึงเป็นสิ่งเร้าและดึงดูดให้สัตว์ป่าออกไป กินพืชผลจนได้รับความเสียหายกับประชาชน ทำให้ต้องออกจากป่าและบุกรุกพื้นที่ทำกิน และพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร ประชาชนในพื้นที่บริเวณโดยรอบ รวมทั้งการขยายพันธุ์ ของช้าง ในปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรช้างป่าอาศัยอยู่ตามธรรมชาติประมาณ ๓,๑๖๘ ตัว ถึง ๓,๔๔๐ ตัว อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ ๖๙ แห่ง และได้รับ การบรรจุรายชื่อเอาไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยชนิดพันธุ์ที่มีการเคลื่อนย้ายถิ่น พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเมื่อต้นปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลายฝ่าย หลายหน่วยงานจะช่วยกันแก้ไข ปัญหาและหาทางออกเช่นกัน สร้างแหล่งอาหารให้กับช้าง การสร้างรั้วกั้น แต่ยังไม่สามารถ ผลักดันให้ช้างกลับคืนสู่ป่าได้ เนื่องจากปัญหาอาจเกิดจากการประสานงาน เพราะมี หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายหน่วยงาน เช่น ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเห็นควรมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเป็นการดูแลช้าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาติไทยให้ดำรงสืบต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่า บุกรุกพื้นที่ทำเกษตรและสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผล รายละเอียด ขออภิปรายในสภา🔗

ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นวันที่สำคัญยิ่งของสภาผู้แทนราษฎร อีกคำรบหนึ่งที่เราได้มีโอกาส ต้องขอบคุณท่านประธานที่ท่านได้ให้มีการประชุมเพิ่มเติม และในวาระของเรื่องเกี่ยวกับที่จะได้ดูแลกันเรื่องคนกับช้าง ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องคนกับช้างเราต้องดูวัตถุประสงค์เลยครับว่าเราต้องทำให้ช้างเขาอยู่ กับคนได้ สาเหตุจากที่ทำไมช้างถึงลงมานั้น ก็ต้องเรียนว่าเกิดจากอะไรครับ เกิดจากป่า ที่อนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มันมีการถูกเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง แห้งแล้ง ภัยแล้ง ป่าถูกบุกรุก รวมทั้งอาหารในป่าน้อยลง เพราะฉะนั้นเมื่อสภาพจาก ตัวสภาพแวดล้อมธรรมชาติเองไม่เหมาะสม ๒. จากตัวช้างเอง ช้างจะมีการเคลื่อนย้าย ของช้างอยู่เป็นตามปกติ และสุดท้าย ก็คือเมื่อคนที่เราเข้าไปคือมนุษย์นี่ละเข้าไป ทำความเดือดร้อนให้แก่ช้าง เช่น เข้าไปในส่วนที่ทำกิจกรรมรบกวน บางคนก็เผาเพื่อทำลาย เพื่อจะปลูกพืช และบางครั้งอุทยานก็ไปปลูกพืชตามแนวรั้วกั้นอุทยานทำให้ช้าง ต้องลงมาหากิน ซึ่งปัจจุบันนั้นช้างก็อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด ๖๙ แห่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ภัยธรรมชาติจากช้างที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นหรือว่า รูปแบบการเคลื่อนย้ายปกครองของธรรมชาติ การเข้ามาใช้แหล่งน้ำ ขนาดของพื้นที่ที่อยู่ ธรรมชาติลดลง ความเสื่อมโทรมเป็นที่อยู่ แล้วก็คุณค่าอาหารติดใจรสชาติของอาหาร ที่พี่น้องประชาชนปลูกไว้ นี่คือสาเหตุจริง ช้างนี่ถือว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เป็นวิถีชีวิต ช้างเดินไปที่ไหนมีชีวิตเกิดที่นั่น ช้างเหยียบไปรอยบุ๋มของช้าง มีฝนตกทำให้มีแหล่งน้ำ สัตว์มากิน ช้างเดินไปถ่ายมูลทำให้มีแมลงมาอยู่ ทำให้เกิดระบบสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ช้างเดินไปไปเกี่ยวต้นไม้ทำให้ผลไม้ลงมา สัตว์ต่าง ๆ ได้มากินอยู่ เพราะฉะนั้นช้างเป็นตัว ซึ่งถือว่าเป็นตัวทำให้ระบบนั้นได้สมบูรณ์ จนประเทศไทยเราได้มีการเสนอว่าเราควรจะเข้า อนุสัญญาที่ทำให้คุ้มครองช้างในปี ๒๕๒๒ ซึ่งเราได้เข้าเมื่อปี ๒๕๖๓ ซึ่งต้องเรียนว่าตรงนี้ ต่างประเทศเราเข้าไปเพื่อจะได้ให้เขามีต่างประเทศได้เข้ามาคุ้มครองในเรื่องของ การเคลื่อนย้ายช้าง อนุรักษ์ช้าง ต้องเรียนว่าวันนี้สาเหตุจริง ๆ เราพอทราบแล้วนะครับ ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ความสูญเสีย ซึ่งตามข่าวตลอดนะครับ ปี ๒๕๖๒ ก็มีสูญเสียชีวิต ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ มีตลอด เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเป็นปัญหาที่เราต้องเร่งแก้ไข ถามว่า เราจะแก้ไขอย่างไร🔗

วิธีการแรก ก็คือเราผลักดันช้างให้ออกจากที่มาลงในพื้นที่โดยที่ต้อง เซฟ อีเลฟเฟนต์ส (Save Elephants) ไม่ให้ช้างเสียชีวิต ไม่ให้ช้างบาดเจ็บ แล้วก็ต้องดูแล พี่น้องประชาชนไม่ให้คุณสูญเสียด้วย คือเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่างคน กับช้างให้ได้ วันนี้มีงานวิจัยซึ่งเป็นงานวิจัยของกลุ่มทีมงานของประเทศเคนยา เขาได้ทำงาน วิจัยเป็นอีเลฟเฟนต์สแอนด์บีทีม (Elephants and Bee Team) มีดอกเตอร์ลูซี่ คิง มีหลายคน ได้ทำวิจัยแล้วก็มาทำวิจัยที่ประเทศไทยที่จังหวัดจันทบุรี งานวิจัยตรงนี้ก็คือการสร้างรั้วรังผึ้ง บีไฮฟ์เฟรนซ์ (Behive fence) การสร้างรั้วรังผึ้งที่เคนยาเขาทำมา ๓ ปี ท่านประธานครับ แล้วสังเกตดู ๓ ปีว่าถ้าเกิดว่าเขาปล่อยคลื่นเสียงไป ช้างที่จะมากินอาหารคลื่นเสียงความถี่ต่ำ จะเข้าไปที่หูช้างจะมีจดจำแล้วก็กลัวแล้วก็หันทิศทางหนีไป อันที่ ๒ ปล่อยรังผึ้งที่เขาแขวนไว้ มีเชือก ถ้าช้างมากระทบเชือกรังผึ้งก็แตก ผึ้งก็จะออกไปบิน ช้างมีจุดอ่อนอยู่ ๓ ที่ ก็คือที่งวง ซึ่งเป็นผนังที่อ่อน ที่ตาและผิวหนังข้างใบหู ๓ จุดนี่เมื่อผึ้งต่อยจะเจ็บ เพราะฉะนั้น เมื่อโดนช้างก็จะหมุนกลับทิศทางไปที่อื่น เมื่อเขาทำวิจัยเสร็จก็มีการออกเผยแพร่ในยูทูบ (YouTube) ในอะไรต่าง ๆ ซึ่งวันนี้พอดีผมเตรียมไว้แล้ว แต่ว่าเนื่องจากยังอาจจะไม่ได้ ขออนุญาตประธาน ก็เลยจะขออนุญาตพูดปากเปล่าว่าเป็นจุดที่ทำให้เกิดวิถีชีวิต ชาวบ้าน เมื่อเลี้ยงผึ้งเขาเกิดผลที่ตามมาก็คือรายได้ รายได้คือน้ำผึ้ง ซึ่งต้องถือว่าน้ำผึ้งนั้นเป็นน้ำผึ้ง ที่เป็นมิตร ต้องเรียนว่าเป็นฮิวเมนอีเลฟเฟนต์ส (Human Elephants) ซึ่งถือว่า เป็นการเชื่อมโยงทำให้เราสนับสนุนให้เขาได้มีกิจกรรม มีอาหาร มีรายได้ น้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง แว็กซ์ (Wax) ต่าง ๆ ก็เป็นประโยชน์ ซึ่งอยากให้คนทั้งประเทศต้องดูแลให้กำลังใจ คนที่ทำแบบนี้ เป็นการอนุรักษ์ซึ่งเป็นมิตรกัน เป็นเฟรนด์ชิป (Friendship) กัน นี่คือสิ่งซึ่งมีวิจัย การทำรั้ว ถ้ารั้วเรามาใช้รั้วไฟฟ้าช้างก็อันตราย เราก็ไม่อยากให้เป็น แต่ถ้าเราสามารถให้ช้างเปลี่ยน ทิศทางได้ ตอนนี้ที่ภูหลวง ที่จันทบุรีก็มาทำกัน นี่คือส่วนหนึ่ง🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือที่อยากเรียนว่าทำอย่างไร วันนี้สิ่งซึ่งพี่น้องประชาชน เกิดความสูญเสีย เสียหาย เราต้องมองที่คนด้วย คนเราต้องช่วยเขานะครับ อันดับแรกเลย ก็คือเรื่องที่ท่านประธานได้กรุณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน ใครที่อยู่ก่อนอยู่หลังในป่า แล้วก็มีการอนุรักษ์ มีกฎหมาย ซึ่งวันนี้คณะกรรมาธิการก็จะเร่งแก้ไขตรงนี้เพื่อให้แบ่งโซน (Zone) กันชัดเจน พี่น้องประชาชนจะได้ไม่เข้าไปในส่วนของพื้นที่ที่อยู่อนุรักษ์🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากับเขตอนุรักษ์จะต้อง ทำงานจริงจัง บางครั้งช้างหลุดออกมาจากพื้นที่เขาก็ต้องตามลงมา เพราะพื้นที่ชาวบ้าน ก็ต้องมาช่วย เพราะพี่น้องประชาชนไม่สามารถจะไปช่วยเห็นช้าง แล้วก็ไม่สามารถที่จะไปทำ อะไรได้มาก ถ้าไม่ได้เจ้าหน้าที่กับฝ่ายบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นทางกรมปศุสัตว์ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องบูรณาการช่วยกันในเรื่องของ ทำให้แก้ไขปัญหาให้ได้นะครับ เรื่องเจ้าหน้าที่จะต้องลงมาแก้ไขปัญหานะครับ🔗

ถัดมาก็ต้องเรียนว่าวันนี้การที่ประชาชนเขาร่วมมือกันต้องให้ความชื่นชม บางคนตั้งหอคอยคอยส่องช้างมา เมื่อช้างมาก็รีบมาบอกกัน ดูแลกัน อันนี้เป็นภูมิปัญญา เป็นวิถีชีวิตที่เขาดูแลกัน บางครั้งเขาบอกว่า อย่างที่ท่านพรเทพพูดถึงนะครับ การใช้เสียง การใช้เสียงก็ให้ใช้เวลากลางวัน เพราะเราสามารถเห็นตัวช้างได้ ตีเกราะบ่อยขึ้น ช้างก็หนี แต่กลางคืนใช้วิธีส่องไฟ ส่องไฟก็ต้องรวมเป็นกลุ่มทีมเดียวกันให้ช้างหันทิศทางไป ไม่ใช่ล้อมวง ไม่อย่างนั้นช้างก็ตื่นก็จะเหยียบผู้คนได้นะครับ นอกจากนั้นการที่เราจะต้องเพิ่ม แหล่งอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโป่งเทียมไว้เป็นแหล่งอาหารสร้างให้กับเขานะครับ การดูแล ซึ่งในเรื่องของช้างที่ข้ามถนนถูกรถชนที่เขาใหญ่นะครับ ผู้คนเดินไปมาเราก็ต้องดูแลนะครับ จัดการทำแผนจัดการช้างในพื้นที่รอยต่อ ๕ จังหวัด ซึ่ง ๕ จังหวัดนั้นก็มีจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีแผน ๑๐ ปี ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๗๐ แผน ๑๐ ปีนั้น แล้วก็แผน ๒๐ ปี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดทำแผน ๒๐ ปี ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๘๐ โดยมุ่งเน้นว่าให้คนกับช้างอยู่ด้วยกันได้ แล้วก็ ควบคุมปริมาณให้เกิดความสมดุล ปัญหาที่เราต้องเรียนว่าที่จะต้องเร่งบรรเทาคือ การเยียวยา การเยียวยาอย่างไร เรื่องที่เกิดมาตรการถ้าเกิดสินค้าเกษตร พืชผลเกษตร เราต้องมีเยียวยา รัฐบาลต้องช่วยกัน ภาคเอกชนต้องมีการประกันความเสี่ยงให้กับเขา ในการให้เขาอยู่ได้ ถ้าเกิดมีการสูญเสีย มาตรการควบคุมที่ทำให้ช้างนั้นให้มีจำนวนที่เพียงพอ สถิติที่สูญเสียปี ๒๕๖๓ ก็มี ๔ คน บวก ๑ คนที่สูญเสีย แล้วก็เรื่องของปัญหาที่อยากจะฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญที่เพิ่มขึ้น คือเรื่องของที่เราจะต้องดูเรื่องปัญหาของการจดทะเบียน ตีทะเบียนรูปพรรณช้างหรือฝังชิป (Chip) ปัญหาเรื่องการสวมสิทธิ ปัญหาการลักลอบ ลักลอบขายช้าง งาช้าง เรามี พ.ร.บ. งาช้าง เรามี พ.ร.บ. คุ้มครองช้าง แล้วก็สนับสนุน ผู้ที่ทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยที่ผมนำเรียนเบื้องต้นไปแล้วนะครับ ก็ต้องเรียนว่า วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๘ ท่าน แล้วก็ทั้งคณะ ตลอดจนพวกเรา จะได้อภิปราย ผมคิดว่ามาตรการตรงนี้คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการวิสามัญตั้งขึ้นเราจะต้องมีทีมงานวิเคราะห์ มีงานดูแลจัดการเป็น คณะกรรมาธิการเพื่อทำให้เกิดยั่งยืน การที่แก้ปัญหาแค่เบื้องต้นก็เป็นปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยั่งยืนจริง ๆ คือให้เขากลับสู่ป่า นำช้างกลับสู่ป่าให้ได้ แล้วก็หาที่อยู่ให้เขาให้สมบูรณ์แบบ นั่นคือสิ่งที่สุดยอดปรารถนา ส่วนพี่น้องประชาชนก็ต้องอยู่ด้วยความมีความสุข และมีรายได้ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปฉบับที่ ๔ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและแก้ไขปัญหากรณีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้าทำลายทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรของประชาชน และทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิต (นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญนะครับ🔗

นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อให้เป็นไปตามสิ่งที่ท่านประธานกรุณาแนะนำ และเพื่อให้ เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ในการนำเสนอญัตติ ดิฉันขออนุญาตอ่านญัตติและจะนำเสนอ เหตุผลแล้วรายละเอียดในลำดับต่อไปค่ะ วันนี้ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหากรณีช้างป่า ออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้าทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของประชาชน และทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิตค่ะ🔗

ด้วยมีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรม ทำลายพืชผลทางการเกษตร และทำลายทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ทำร้าย ประชาชนได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในหลายพื้นที่ ที่ติดกับพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า มานานมากกว่า ๑๕ ปี เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับทุกปี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ต้องดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ ด้วยความหวาดวิตก ไม่มีหลักประกันความปลอดภัย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ามาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ได้ผล จำเป็นต้องหาทางแก้ไข อย่างเร่งด่วนค่ะ จากสถิติตัวเลขของคณะทำงานพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่เกิดจากช้างป่า พบว่าในปี ๒๕๖๒ มีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า รวม ๖ ครั้ง ทำลายทรัพย์สินและพืชผล ทางการเกษตร ทำร้ายเกษตรกรขณะออกไปกรีดยางและชาวบ้านที่ออกไปทำมาหากิน ถึงแก่ความตาย รวม ๒ ราย ในปี ๒๕๖๓ ช้างป่าออกจากเขตอนุรักษ์ รวม ๒๒ ครั้ง ทำลาย พืชผลการเกษตรและทรัพย์สินของประชาชน รวมตลอดถึงทำร้ายเกษตรกรเสียชีวิต จำนวน ๔ ราย และพระภิกษุขณะออกบิณฑบาต จำนวน ๑ รูปจากสถิติตัวเลขเปรียบเทียบ ปี ๒๕๖๒ กับปี ๒๕๖๓ จะเห็นได้ว่าช้างป่าออกจากเขตอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้นอย่างน่าวิตก เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือในปี ๒๕๖๒ มีช้างป่าออกเขตอนุรักษ์ จำนวน ๖ ครั้ง ทำร้ายเกษตรกร และประชาชนถึงแก่ชีวิต ๒ ราย ส่วนปี ๒๕๖๓ ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์ จำนวน ๒๒ ครั้ง ทำร้ายเกษตรกรเสียชีวิต ๔ ราย และพระภิกษุอีก ๑ รูป คิดจำนวนครั้งที่ช้างป่าออกนอก เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในปี ๒๕๖๓ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๒ คิดเป็นร้อยละ ๒๖๖ และจำนวนตัวเลขที่ประชาชนถูกช้างป่าทำร้ายถึงแก่ชีวิตในปี ๒๕๖๓ ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๖๒ คิดเป็นร้อยละ ๑๕๐ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นล่าสุดก่อนที่ดิฉันจะได้ยื่นญัตตินี้ ต่อสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์พาดหัวข่าวหน้า ๑ ว่าช้างป่า บ่อทองคลั่ง ตื้บคนตายศพที่ ๓ ในรอบ ๒๐ วันขณะกรีดยาง เหตุเกิดเช้าวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ หมู่ ๗ ตำบลธาตุทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเช่นนี้ การนิ่งเฉยไม่ให้ความสนใจ ที่จะแก้ปัญหากรณีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ย่อมสร้างความเสียหาย ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกปีค่ะ ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของตนเองถึงขั้นทำอันตรายต่อชีวิตช้างป่าที่ออกมานอกเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าได้ รายละเอียดช้างป่าที่ออกนอกเขตอนุรักษ์มาสร้างความเสียหายให้กับ ทรัพย์สินและพืชผลของเกษตรกร ทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิต ดังปรากฏตาม ข่าวหนังสือพิมพ์และตามรายงานของคณะทำงานพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของประเทศ ประชาชนให้ความสนใจ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความมั่นคงของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหากรณี ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้ามาทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร ของประชาชน และทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิต ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภา ต่อไปค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างและคนนับวัน จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากสภาพสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยของช้างป่าที่มีความเสื่อมโทรม แหล่งอาหารที่ลดลง และประชากรช้างที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทำให้ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าเข้ามาในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนทำการเกษตรที่อยู่ในชายขอบของป่าเพิ่มมากขึ้น แนวทางการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการขุดคูกันช้าง มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ต้องใช้ อาสาสมัคร ประชาชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันต้อนช้างกลับเข้าเขตอนุรักษ์พันธุ์ หรือแม้แต่ การให้ความรู้ประชาชนถึงพฤติกรรมของช้างป่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ค่อนข้างจะปลายเหตุ ถ้าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวางแผน การวางแผน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานจริง ๆ ที่จะสามารถหาทางบูรณาการ หาทางออกของปัญหา หาการเยียวยา ที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดิฉันดีใจที่ได้เห็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีการจัดทำแผนการจัดการช้างป่า พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๑ หรือที่เราเรียกกันว่า แผน ๒๐ ปีค่ะ แล้วก็จะมีการจัดการช้างป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๗๐ อีก โดยมีเป้าหมายในการขจัดปัญหาระหว่างคนและช้างป่า แล้วก็จะทำ ให้คนและช้างป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อผ่านมา ๔ ปีแล้วเราก็ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าแผนทั้ง ๒ ฉบับนี้ สามารถนำมาบังคับใช้ได้จริงมากน้อยเพียงใด ใช้ได้ประโยชน์อย่างไร และที่สำคัญที่สุดเพราะเหตุใดสถิติของช้างป่าที่ออกมาสร้าง ความเสียหายให้พี่น้องประชาชนกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีค่ะ🔗

ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้เพื่อมาร่วมกันหาทางออกร่วมกัน ลดความขัดแย้งระหว่างช้างและคนให้เกิดความปลอดภัยกับทั้ง ๒ ฝ่าย สำหรับพี่น้อง ประชาชนบางกลุ่มที่เฝ้าดูอยู่ทุกวันนี้นะคะ เขาประสบปัญหานี้ทุกวันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เขาก็มีความคาดหวังรอคอยที่จะให้ผู้แทนของประชาชนมาแก้ปัญหานี้ให้เขา ก็หวังว่าเขาจะ ไม่ต้องรอไปนานมากกว่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ฉบับที่ ๕ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินและทำร้ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญครับ🔗

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล วิป (Whip) ฝ่ายค้าน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ลงชื่อในมตินี้แล้วได้ เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับที่ ๑ ของวันนี้ ไม่เช่นนั้นในสมัยประชุมนี้ก็คงจะไม่ทัน ก็ต้อง กราบขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ญัตติของผมครับท่านประธาน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกิน และทำร้ายพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี🔗

เนื่องด้วยมีกรณีช้างป่าบุกรุกที่ดินทำกิน พื้นที่ทำการเกษตรกร ที่อยู่อาศัย และทำร้ายพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี โดยในปีนี้ ปี ๒๕๖๔ เพิ่งจะเดือนกว่า ๆ มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ๒ รายครับท่านประธาน เป็นพระภิกษุสงฆ์ ๑ ราย แล้วก็ ประชาชน ๑ ราย ซึ่งในขณะนี้ช้างป่าตัวนี้ก็ได้อาละวาดอยู่ในบริเวณแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี สร้างความเสียหายในพื้นที่ โดยทุกวันนี้จะมีช้างออกมาทำลายพื้นที่ทำกิน พื้นที่ทำการเกษตรกร ที่อยู่อาศัย และทำร้ายประชาชน สร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้ที่อาศัย อยู่ในพื้นที่ จนไม่กล้าประกอบอาชีพหรือใช้ชีวิตตามปกติ อย่างไรก็ตามได้มีการวาง แนวทางการแก้ปัญหาปัญหาช้างป่าไว้เบื้องต้นโดยดำเนินการขุดคู สร้างรั้วกั้นช้าง ตลอดแนวตั้งแต่อำเภอแก่งหางแมวถึงอำเภอเขาสอยดาวของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งได้มี การก่อสร้างไปแล้วบางส่วน และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหานี้ รวมทั้งการหาแนวทางในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ในการถูกช้างป่าทำลายบุกรุกพื้นที่เกษตรกร เรือกสวนไร่นา รวมไปถึงกรณีที่มีการเสียชีวิต การถูกช้างทำร้าย จึงเห็นควรให้มีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ในเขตจังหวัดรอยต่อ ๕ จังหวัดในภาคตะวันออกนะครับ เราสำรวจ ครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ มีช้างอยู่จำนวน ๔๒๔ ตัว แต่ในแต่ละปีนี้จะมี ช้างเพิ่มขึ้นจากการสำรวจประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ๘ เปอร์เซ็นต์ก็จะมีช้าง เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๐๑ ตัว เพราะฉะนั้นคาดว่า ๕ รอยต่อของภาคตะวันออกจะมีช้าง ประมาณ ๕๒๕ ตัว ใน ๕๒๕ ตัวนี้จะเป็นช้างที่ในเขตจังหวัดจันทบุรีนะครับ เมื่อปี ๒๕๖๐ ๑๒๔ ตัว ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น ๑๕๔ ตัว ท่านประธานที่เคารพครับ การสร้างความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนในเรื่องของช้าง ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนจังหวัดจันทบุรี เป็นพื้นที่เกษตรกรรมนะครับ พื้นที่เกษตรกรรมช้างก็ออกจากป่ามา มากิน ทำร้าย เรือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสวนทุเรียน สวนลองกอง ไร่สับปะรด ไร่ขนุน หรืออะไรต่าง ๆ สวนกล้วยต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็พี่น้องประชาชนที่ทำสวน เกษตรกรก็ได้รับความเดือดร้อนกันพอสมควรท่านประธานครับ โดยเฉพาะในแต่ละปี เมื่อฤดูผลไม้เป็นหน้าสวนทุเรียน ช้างนี่เป็นอะไรที่ชอบกินทุเรียนมากท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นช้างกินทุเรียนไม่เหมือนมนุษย์ครับท่านประธาน การที่เขาจะกินทุเรียนได้ เขาก็ต้องโค่นต้นทุเรียน เพราะฉะนั้นโค่นต้นทุเรียนเพื่อเอาลูกมากินท่านประธานครับ อันนั้นก็เสียหายกันไป เพราะฉะนั้นถ้ามาตัวสองตัวโค่นต้นสองต้นปัญหามันไม่เกิด ท่านประธานครับ ชาวจันทบุรีก็พอทำใจได้ แต่ถ้ามาเป็นโขลง มีอยู่ปีหนึ่งท่านประธานครับ ๒๐ กว่าไร่ พี่น้องประชาชนเตรียมจะเก็บเกี่ยวทุเรียนเพื่อขายเอาเงินมาใช้หนี้ต่าง ๆ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรจันทบุรีก็เป็นหนี้สถาบันการเงินบ้างอะไรต่าง ๆ นะครับ คืนเดียว ท่านประธานครับ ช้างมา ๑ โขลง ๒๐ กว่าตัวทำลายสวนนี้ราพณาสูรเลยท่านประธานครับ เพราะว่าช้างนี่ประสาทสัมผัสดีมาก ถ้ายังไม่สุกไม่มา ถ้าสวนไหนสุกได้กลิ่นจะมาทันที เลยครับ ราพณาสูรก็สร้างความเสียหายมากมายนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้เราก็ ต้องวางแนวทางป้องกันนะครับ ขณะนี้เวลานี้ก็เพ่นพ่านอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเขาสอยดาว อำเภอแก่งหางแมว อำเภอท่าใหม่ อำเภอนายายอามต่าง ๆ เพ่นพ่านทั่วไปหมดท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็สร้างความเดือดร้อน แล้วก็สร้างความหวาดผวาให้พี่น้องประชาชนพอสมควร เพราะว่าส่วนหนึ่งพี่น้องเกษตรกรก็เป็นชาวสวนยางพารา เพราะฉะนั้นชาวสวนยางพารา ก็ต้องกรีดยางพาราในเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นก็ไม่รู้ว่าช้างจะมาเวลาไหนหรืออะไรต่าง ๆ ก็ทำให้หวาดผวาไม่กล้ามาทำมาหากินกัน เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องมีการป้องกันไม่ให้ช้าง ออกนอกป่ามา เพื่อทำร้ายพี่น้องประชาชน หรือทำร้ายเรือกสวนไร่นา แนวทางป้องกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยู่พื้นที่มาในส่วนของแนวทางป้องกันก็มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ ผมมองแล้วว่าจะได้ผลที่สุดก็คือการขุดคูท่านประธานครับ ขุดคูกั้นช้างไม่ให้ช้างออกมา รวมทั้งทำรั้วที่เป็นแนวกั้น เพื่อกั้นอีกชั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้นการขุดคูที่ผ่านมาเราขุดไปประมาณ ๓ เมตร เพราะฉะนั้นประมาณ ๓ เมตร แล้วก็สร้างรั้วจะกันช้างไม่ได้ผลเท่าที่ควรครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งในการสร้างคู สร้างรั้ว ต่าง ๆ ก็ไม่มีการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะฉะนั้นไม่มีการดูแลการขุดคู สร้างรั้ว ก็ไม่มี การใส่ท่อระบายน้ำหรืออะไรต่าง ๆ ก็ทำให้พังระเนระนาดไปหมด ณ ชั่วโมงนี้นะครับ ที่จังหวัดจันทบุรี อำเภอแก่งหางแมว เท่าที่ผมไปดูมา คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะได้วางแผนขุดคู ให้ลึกกว่านี้ แล้วก็ทำรั้วให้แข็งแรงกว่านี้ ประมาณสัก ๕ เมตร แล้วเราก็สร้างความลาดชัน ในส่วนของช้างในป่าที่จะลงมาเราก็ให้เป็นลาดชันน้อย ในส่วนที่จะขึ้นไปยังเรือกสวนไร่นา ของพี่น้องประชาชนหรือออกจากป่าเราก็ทำให้ชัน ถ้าลึก ๕ เมตร สร้างรั้วให้แข็งแรงกันได้ แน่นอนท่านประธานครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้อยู่ในพื้นที่มานะครับ ท่านประธานครับ การที่เราขุดคู สร้างรั้วแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องทำก็คือถนน ท่านประธานครับ เราจะต้องทำถนนแนบไปกับคู แนบไปกับรั้วท่านประธานครับ เพราะว่ามันต้องมีการตรวจการณ์ ถ้าเราทำแล้วไม่มีถนนให้เราไปตรวจการณ์หรืออะไรต่าง ๆ เราก็ไม่รู้ว่าจุดไหนมันพัง จุดไหน มันชำรุด จุดไหนมันเสียหาย สร้างไปแล้วทิ้งเลย ช้างก็เข้าออกอยู่ตรงที่จุดที่มันเสียหาย เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างถนนให้มีแต่ละท้องที่ได้ตรวจการณ์กันว่าตรงไหนพัง เราก็ จะต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่สามารถกันช้างได้ ถ้าเรามีการบำรุงรักษากันอย่างดีกั้นได้ แน่นอนท่านประธานครับ แล้วก็ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีของผมนี่กำลังสร้างอ่างน้ำอยู่ ๓ อ่าง แล้วก็จะสร้างอีก ๑ อ่าง คือ ๔ อ่างนะครับ เพราะฉะนั้นในแนวเขาเราก็จะขุดคู สร้างรั้วให้ใหญ่ที่ป้องกันได้ แล้วก็จะทำคอร์ริดอร์ (Corridor) คอร์ริดอร์ (Corridor) ให้ช้าง เดินมาในบริเวณอ่าง ๔ อ่าง ท่านประธานครับ ตอนนี้ที่อ่างประแกตซึ่งมีช้างมาอยู่ประมาณ ๕๐ ตัว เพราะว่ามันเสร็จอยู่อ่างเดียวครับท่านประธาน ช้าง ๑๐๐ กว่าตัวมาอยู่ตรงนี้ ๕๐ ตัว เพราะว่าช้างในฤดูแล้งจะต้องดื่มน้ำครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าในป่าไม่มี น้ำดื่มช้างก็จะต้องออกมาหาน้ำดื่ม ถ้าตรงนี้มันเป็นแหล่งน้ำ เป็นอ่างน้ำ มันก็จะมารวมตัว กันอยู่ตรงนี้ อ่างน้ำนี่นะครับ อย่างสมมุติยกตัวอย่างอ่างประแกต ในฤดูน้ำล้น หมายถึงว่า น้ำเต็มคือฤดูฝน ณ ปัจจุบันก็จะมีพื้นที่ว่างประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่ แต่ถ้าน้ำหลากลงไป ในฤดูแล้งก็จะมี ๘,๐๐๐ ไร่ และส่วนที่น้ำลดไปเป็นพื้นที่ที่มีน้ำในฤดูฝนก็จะเกิดเป็นทุ่งหญ้า ซึ่งสามารถเป็นอาหารช้างได้อย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าการสร้างอ่างทั้งหมด ๔ อ่าง จะมีพื้นที่ที่ให้ช้างอาศัยอยู่ได้พอสมควรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าอีกอ่างหนึ่งของเราก็คืออ่างวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี อันนี้เป็นอ่างที่ใหญ่ ที่สุด จุน้ำได้ ๙๙.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าเราทำอ่างนี้เสร็จจะเป็นที่อยู่ของช้างได้เป็นอย่างดี ในการสร้างรั้ว สร้างคู ทำคอร์ริดอร์ (Corridor) ให้ช้างสามารถเดินมาบริเวณอ่างน้ำ ทั้ง ๔ อ่างได้ก็จะเป็นการที่ไม่ให้ช้างออกมาได้ในระดับหนึ่งนะครับ นี่คือวิธีการที่เราจะ ป้องกันช้างไม่ให้ออกจากป่าครับท่านประธาน🔗

และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราจะต้องสร้างแหล่งอาหารท่านประธานครับ ในการทำวิจัยของหลาย ๆ สถาบันบอกว่าถ้าเราสร้างแหล่งอาหารในเขตป่า ก็จะทำให้ช้างมี อาหารกิน มีน้ำกินอุดมสมบูรณ์ก็จะไม่ออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ช้างได้เคย ออกมาแล้ว ได้เคยลิ้มรสผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน สับปะรดนี่ช้างก็ชอบมากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าเราสร้างแหล่งอาหารแล้วซึ่งเป็นพืชที่ช้างกินต้นอ้อหรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม มันจะอร่อยสู้ทุเรียนไม่ได้ สับปะรดไม่ได้ เพราะฉะนั้นช้างก็จะต้องดิ้นรนออกมาชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นแนวป้องกันนี่ถือว่าสำคัญที่สุดครับ🔗

จากข้อมูลที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แจ้งมานะครับว่า การสร้างแหล่งอาหาร มีการปลูกหญ้าประมาณ ๓,๕๐๐ ไร่ บริเวณอ่างฤาไน สอยดาว คลองเครือหวาย เขาสิบห้าชั้น เขาชะเมา และเขาวงกต อันนี้เราปลูกทุ่งหญ้าทั้งหมด ๓,๕๐๐ ไร่ เอาไว้ให้ช้างได้กินนะครับท่านประธาน และสร้างพืชที่เป็นอาหาร เช่น ต้นอ้ออะไรต่าง ๆ ที่ช้างชอบกินอีกประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่ แล้วก็มีการสร้างแหล่งน้ำ แหล่งน้ำ ขนาดใหญ่สร้างที่มีความจุประมาณ ๑๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ทั้งหมด ๘ แห่ง ในอ่างฤาไน ของเรานี่นะครับ แล้วก็แหล่งน้ำขนาดเล็ก ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อีกประมาณ ๗ แห่ง เมื่อตรงนี้เสร็จแล้วช้างก็จะมีน้ำ มีหญ้า มีอาหารที่เขาชอบทานก็จะบรรเทาไปได้ระดับหนึ่ง และเป็นเรื่องที่ผมได้รับข้อมูลแล้วผมดีใจเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังจะสร้างที่เขาเรียกว่าเพนียดกั้นช้าง อันนี้เป็น ความคิดตรงกับผมเลยท่านประธานครับ ผมมองว่าช้างที่เกเร จังหวัดจันทบุรีก็มีหลายตัว ทำร้ายชีวิตพี่น้องประชาชน ศพออกมาไม่สวยท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นช้างพวกนี้ เราจะต้องเอาไว้ที่เพนียดช้าง เพราะฉะนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังสร้างเพนียดช้าง โดยใช้งบประมาณปี ๒๕๖๔ ก็ใช้งบประมาณพอสมควร จะทำเพนียดช้าง ขึ้นมาจำนวน ๔๘ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเพนียดช้างนี่เราจะเอาไว้สำหรับช้างที่เกเร ท่านประธานครับ ที่ดุร้าย ทำร้ายพี่น้องประชาชน ถ้ามันหลุดออกมาจากแนวกั้นของเราแล้ว มาทำร้ายพี่น้องประชาชน เราก็จะนำช้างพวกนี้ไปกั้นยังเพนียดช้างไว้ที่เขาฉกรรจ์ ไปอยู่ใน เพนียดช้าง ช้างพวกนี้เราก็จะดูแลโดยไม่ให้ออกมานะครับ เราก็จะใช้การเลี้ยงดูของเราไม่ให้ ออกมา อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าช้างบางตัวดุร้ายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นถ้าเราได้นำช้างพวกนี้ไปไว้ในเพนียดแล้วก็จะทำให้ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนลดลงท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับว่าการทำคูกั้นช้าง ทำแนวกั้นช้างหรืออะไรต่าง ๆ บางคนพูดว่าไม่สามารถกั้นได้อะไรต่าง ๆ ผมไม่เชื่อครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าช้างไม่เก่งกว่าคน อย่างไรเราก็ต้องเอาอยู่ เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็จะได้ดำเนินการหาทางแก้ไข แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อเสร็จแล้ว พี่น้องประชาชนก็จะไม่ได้รับความเดือดร้อนในส่วนของช้างอีกต่อไป ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๖ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา หาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ พรรคก้าวไกล เพื่อความสมบูรณ์ในการอภิปรายและนำเสนอของผมต่อสภา ขออนุญาต อ่านญัตติก่อนนะครับ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน🔗

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า บุกรุกทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายประชาชน รวมถึง นักท่องเที่ยวบาดเจ็บ และถึงแก่ชีวิตเกิดขึ้นทุก ๆ ปีต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และทวี ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบของผืนป่าเป็นแปลงเกษตรที่เกิดจาก การเพาะปลูก และมีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอยู่โดยรอบ รวมถึงช้างป่าบางส่วนไม่ยอมกลับเข้า ผืนป่า และสถานการณ์ช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชนส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ถูกช้างป่าบุกรุก ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น การสร้างแหล่งอาหาร ให้ช้างป่า การสร้างรั้วกั้น แต่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้ช้างกลับคืนสู่ป่าได้ อาจเนื่องจาก การประสานงาน เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายหน่วยงาน เช่น ฝ่ายปกครอง องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามการฟื้นฟูแหล่งอาศัย และอาหารของช้าง การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการช้างป่า และความร่วมมือของประชาชนทั้งภายใน พื้นที่และภายนอกพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า รวมถึงการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ร่วมกับชุมชน การผลักดันช้างป่าเข้าพื้นที่อันเหมาะสมปลอดภัย ทั้งต่อช้างป่าและต่อ ผู้ปฏิบัติงาน โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพและพฤติกรรมของช้างป่า ไม่สร้างความเสียหาย ต่อทรัพย์สิน ผลผลิตทางการเกษตร และชีวิตของมนุษย์อย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่อง สำคัญเพื่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดขอชี้แจงในที่ประชุมต่อไป🔗

ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ผมตั้งตารอมานานนะครับ มีโอกาสได้พูดถึง เรื่องช้างป่าเสียที แต่เพื่อความชัดเจนเราก็ต้องพูดกันให้ชัด ถ้าตั้งใจจะแก้ไขปัญหา เรื่องช้างป่าเราเลือกที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือไปแก้ที่ปลายเหตุ ต้องไล่เลียงต้นสาย ปลายเหตุให้ดี ช้างป่าครับท่านประธาน มีปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน มีทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ ที่มาของปัญหาต่างกันเล็กน้อยครับ แต่หลักใหญ่ ใจความคล้าย ๆ กัน ที่ผมบอกว่ามีปัญหาต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานมันหนักบ้าง น้อยบ้าง ด้วยความที่ว่าเราก็ต้องยอมรับครับท่านประธาน มีพี่น้องของเราบางส่วนที่อยู่บริเวณแนวตะเข็บ ที่เชื่อมต่อระหว่างบริเวณเขตป่าและเขตที่พี่น้องทำกิน แน่นอนครับ ปัญหาเหล่านี้พี่น้อง ที่อาศัยอยู่ในเขตด้านนี้จะมีผลกระทบเรื่องช้างป่ามาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไร แต่มาในระยะ ๕-๖ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน มันไม่ใช่มีปัญหาแค่เฉพาะที่พี่น้องที่อยู่บริเวณ แนวตะเข็บที่ติดกับแนวเขตป่า แต่มันกลับเข้ามามีปัญหาถึงในบริเวณที่ห่างไกลจากเขตป่าเข้า มาถึงในเมือง เข้ามาถึงในแหล่งชุมชนนะครับ นี่คือเรื่องที่เราจะต้องพูดกัน เหมือนที่ผมได้บอกไปแล้วว่ามันมีต้นเหตุ มีปลายเหตุ เพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านก็ได้อภิปราย ได้นำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างกันไป ในหลาย ๆ ด้านนะครับ โดยส่วนใหญ่ก็คือเป็นการพูดถึงการแก้ไขปัญหาด้านปลายเหตุ ผมก็จะพูดด้านปลายเหตุก่อน แต่จะไม่ซ้ำประเด็นกับที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอ ไปแล้วนะครับ การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ยกตัวอย่างเช่นการทำรั้วรังผึ้ง คูกันช้างก็ดีนะครับ การผลักดันช้างกลับเข้าสู่ป่าก็ดี ต่างประเทศมีการพิสูจน์มาแล้วท่านประธานว่าไม่ประสบ ความสำเร็จ คุณหมอบัญญัติ ผมขออนุญาตต้องเอ่ยนาม คุณหมอบัญญัติได้พูดถึงศรีลังกาโมเดล ผมก็อยากจะบอกให้กับท่านประธาน นำเสนอท่านประธานว่าศรีลังกาโมเดลนี่สามารถ พัฒนาจัดการแก้ไขเรื่องปัญหาช้างป่า จนกระทั่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่า มหาศาล สร้างเศรษฐกิจให้คนศรีลังกาจำนวนมาก คนที่เข้าไปทำ คือคนไทยครับท่านประธาน คือคนไทย กระบวนการทำแบบนั้นผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราจะนำเสนอเข้ามาสู่ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แล้วคนคนนั้นก็เป็นผู้ที่อยู่ในสัดส่วนคณะกรรมาธิการ วิสามัญของพรรคก้าวไกล แน่นอนว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยการพัฒนาเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวมีกระบวนการที่ทำได้ ผมยกตัวอย่าง ยกตัวอย่างการผลักดันช้างเข้าสู่เขตป่า แน่นอน ว่าตอนนี้เราอภิปรายถึงเรื่องช้างป่า ช้างป่าคือช้างที่ต้องอยู่ในป่า ไม่ใช่ช้างที่อยู่ในเขตของ ที่พี่น้องประชาชนอยู่อาศัย การที่เราจะไปผลักดันช้างเข้าสู่เขตป่า ปัจจุบันเขาทำกันอย่างไร ครับท่านประธาน แน่นอนว่ามันคือสงคราม มันคือความหวาดกลัวของคน ช้างบุกเข้ามา ทำลายพืชผล ทำลายชีวิตร่างกายให้คนได้รับความเสียหายต่อชีวิตร่างกายและจิตใจ แน่นอนว่าคนก็ต้องฮึดสู้กลับไปครับ แต่เราจะทำอย่างไรให้ช้างสามารถกลับเข้าไปในเขตป่า โดยที่ไม่เกิดความสูญหาย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถสร้างเศรษฐกิจ ผลักดัน ทำให้ชุมชนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองต่อไปได้ การใช้ปืนก็ดี การใช้ประทัดก็ดี การใช้เสียงต่าง ๆ ก็ดี ไม่สามารถทำได้ มันแก้ไขไม่ได้ครับ มีแต่จะทวีความรุนแรง ความโกรธเคืองกันระหว่างคนกับช้างป่า สิ่งที่ผมทำครับท่านประธาน ผมไปเริ่มทำโครงการนี้ ที่จังหวัดฉะเชิงเทราครับ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สิ่งที่ผมทำคือผมใช้วิธีการผลักดันช้างโดยการเอา อาหารไปวางเพื่อล่อให้ช้างไม่กระจัดกระจาย ไม่เดินวน ข้อดีมันคืออย่างไรครับท่านประธาน ข้อดีมันคือว่าผมเอาอาหารจากไหนไปวางให้กับช้าง ผมก็ต้องซื้อผัก ซื้อผลไม้ ซื้ออาหารช้าง จากพี่น้องฉะเชิงเทราครับ คนฉะเชิงเทรา เห็นไหมครับ แค่นี้ก็คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กับคนในพื้นที่แล้ว แล้วท่านประธานลองคิดดูว่าวันนี้ช้างป่าอยู่บริเวณตรงนี้ ห่างไกลจาก เขตพื้นที่ป่าเขตอุทยานไป ตีเสียว่า ๑๐ กิโลเมตรครับท่านประธาน การที่เราจะขยับช้างที่อยู่ ในเขตชุมชนให้กลับเข้าไปอยู่ในเขตป่าในระยะทางถึง ๑๐ กิโลเมตร เราไม่สามารถผลักดัน รวดเดียวไปได้ ๑๐ กิโลเมตรหรอกครับ เราต้องค่อย ๆ ขยับทีละ ๑ กิโลเมตร ๒ กิโลเมตร ๓ กิโลเมตร ๔ กิโลเมตร แล้วท่านประธานลองคิดดูว่าอาหารช้างที่ไปวางกองแต่ละวัน แต่ละ ครั้ง แต่ละคราวมันจำนวนมหาศาล เฉพาะค่าอาหารอย่างเดียวต่อวันไม่ต่ำกว่าวันละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ที่จะยิงตรงสู่พี่น้องเกษตรกร โดยตรง พอวางเสร็จปุ๊บช้างก็ไม่ขยับออกมาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สวนครับ ก็เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ที่ลึกเข้าไป ลึกเข้าไป ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าการเคลื่อนตัวของช้างในแต่ละครั้งที่กลับ เข้าไปสู่ในเขตป่าใช้เงินจำนวนมหาศาล แล้วเงินจำนวนนั้นส่งตรงต่อพี่น้องเกษตรกรโดยตรง นี่ละครับจึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนแล้วตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าก็ดี ปัญหาเรื่อง เกษตรกรก็ดี นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุครับ🔗

การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคืออะไรครับ วันนี้นะครับ เพื่อนสมาชิกของผม ส.ส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส. เขต ๓ จันทบุรี หรือแม้กระทั่ง ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู จังหวัดตราด หนึ่งเดียวของเราที่จังหวัดตราด ๒ เขตนี้มีปัญหาเรื่องช้างป่า เพื่อนสมาชิกของผมทั้ง ๒ ท่านลงพื้นที่ไปคุยกับพี่น้องประชาชน ลงไปเป็นยามเฝ้าระวัง ระแวดระวังช้างป่าทุกคืนครับ ดึก ๆ ดื่น ๆ บางทีส่งไลน์ (Line) ให้ผมตีหนึ่ง ตีสอง บอกว่า เพิ่งไปช่วยเฝ้าระวังในพื้นที่เรื่องช้างป่านะครับ แล้วสิ่งที่เพื่อนสมาชิกของผมทั้ง ๒ ท่านได้รับ การสะท้อนมาโดยตลอดเวลาก็คือ เขาต้องการค่าเยียวยาครับท่านประธาน การเยียวยา ความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับ ความเสียหายไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ หรือแม้กระทั่งถึงชีวิตก็ดีครับ แล้วได้รับ การตอบสนองไหมครับ ไม่มีเลยครับ นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ง่ายที่สุด แต่ทรงประสิทธิภาพที่สุดครับ ทำยังไม่ได้เลยครับ เจอ ส.ส. ญาณธิชากี่ที ๆ ก็พูดกับผม เรื่องนี้ทุกทีว่าจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาเยียวยาให้กับพี่น้องชาวจันทบุรี ชาวตราดได้ ให้เร็วที่สุด ทำไม่ได้ครับ ติดเงื่อนไข ติดระเบียบ ทำไมเราไม่แก้กฎ ระเบียบตรงนี้ ให้มันง่ายขึ้น ให้มันทันท่วงที เหตุผลที่ผมบอกว่าเป็นเรื่องจำเป็น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เราต้องนึกภาพให้เห็นนะครับว่าตอนนี้มันคือความโมโห ความเกรี้ยวกราดนะครับ ความไม่ลงรอย มันคือสงครามระหว่างคนกับช้าง เราไปพูดกับช้าง ไม่รู้เรื่องหรอกครับ เราต้องพูดกับคน แล้วทำอย่างไร คนก็ต้องเริ่มที่จะยุติปัญหานี้ ยุติความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าให้ได้ก่อน แต่แน่นอนครับท่านประธาน เพื่อนเกษตรกร ของเขต ๓ จังหวัดจันทบุรีก็ดี จังหวัดตราดก็ดี เขามีหนี้สินที่ต้องจ่ายทุกวันครับ ท่านประธาน เราไม่สามารถเยียวยาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับเขาแบบนี้ได้แล้วเราจะ สามารถเริ่มยุติสงครามระหว่างคนกับช้างป่าได้อย่างไรนะครับ คุยกับ ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู จังหวัดตราด ส.ส. ศักดินัยบอกว่าที่จังหวัดตราดมีสวนทุเรียน ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดตราด ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู บอกว่าคุยกับพี่น้องชาวสวนทุเรียน มีต้นทุเรียนต้นหนึ่งเก่าแก่ อายุ ๕๐ ปี ปี ๆ หนึ่งเฉพาะต้นนี้ต้นเดียวขายได้เงินแสนกว่าบาทครับท่านประธาน แสนกว่าบาทจากต้นทุเรียนต้นเดียวที่จังหวัดตราด แต่นี่เรากำลังพูดถึงสวนทุเรียน สวนผลไม้ ไม่รู้กี่ต้นต่อกี่ต้น แล้วเงินชดเชยที่จะยุติที่จะเป็นประตูในการยุติความขัดแย้งระหว่างคนกับ ช้างป่ามันมีขนาดไหนครับท่านประธาน ไปไล่เลียงดูหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อน แล้วนี่ ถ้าได้มาเงินชดเชยที่ได้คือพันกว่าบาท เทียบได้ไหมกับต้นทุเรียนต้นหนึ่งที่ขายได้ แสนกว่าบาท เทียบไม่ได้ครับ ผมไปลงพื้นที่เจอกับพี่น้องเกษตรกร เจอกับพี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบเรื่องปัญหาช้างป่า หลายคนเล่าให้ผมฟังว่าวันที่ไปรับเงินชดเชยเขาเซ็นรับเสร็จปุ๊บ เขาขว้างเงินก้อนนั้นทิ้งเลยครับ จะเรียกว่าก้อนมันก็เกินไป มันไม่ได้เยอะขนาดนั้น พันกว่าบาท แต่ค่าเสียหายเขาหลายแสนครับ หนี้ที่มันทบต้น ๆ ทุกวันจะแก้ไขกันได้อย่างไร นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเรื่องแรก แต่สำคัญที่สุดที่จะเป็นประตูก้าวเข้าไปสู่การแก้ไข ปัญหาที่ต้นเหตุและอย่างยั่งยืน ผมพูดถึงเรื่องปลายเหตุไปแล้วก็ต้องเจาะเรื่องต้นเหตุครับ ถ้าไม่พูดเรื่องต้นเหตุก็อย่าหวังว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่าได้ ผมไปลงพื้นที่มาหลายที่ครับ ท่านประธาน ในทุกภาคของประเทศไทยที่ผมบอกว่าปัญหามันมีความแตกต่างกันบ้าง ในรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่น ผมไปที่ภาคเหนือครับ ปัญหาภาคเหนือที่แตกต่างจาก ภาคอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนกันเลยที่เป็นปัญหาเรื่องช้างป่ามันมีกรณีเกิดขึ้น เช่น พี่น้องที่เขาเลี้ยงช้างในการประกอบอาชีพของเขา เขาก็เลี้ยงช้างตัวเมีย ผมพูดง่าย ๆ ก็แล้วกัน จะเรียกช้างตัวผู้ ตัวเมีย เพื่อที่ว่าคนที่ไม่ได้ศึกษาหรือว่ายังไม่ได้มีความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องช้างมากเกินไปจะได้ไม่งงนะครับ ผมพูดว่าช้างตัวผู้ ช้างตัวเมียก็แล้วกัน พี่น้อง เขาก็เลี้ยงช้างตัวเมียครับ เหตุผลที่เลี้ยงช้างตัวเมียเพราะว่าอะไร ก็เพราะว่าเพื่อจะได้เอาไป ผสมพันธุ์แล้วเกิดลูกออกมาจะได้มีลูกช้างไว้ใช้งานต่อนะครับ พี่น้องเขาก็เลี้ยง ช้างตัวเมีย แต่ทีนี้ในหมู่บ้านหรือในบริเวณใกล้เคียงไม่มีช้างตัวผู้ครับ วิธีการเขาทำอย่างไร เขาก็เอาช้างตัวเมียของเขาไปผูกอยู่แนวชายเขตป่า พอทีนี้ช้างป่าที่เป็นช้างตัวผู้พอได้กลิ่น ในช่วงผสมพันธุ์เขาก็เดินมาผสมพันธุ์กับช้างบ้าน ทีนี้เห็นไหมครับ ช้างป่าเดินเข้ามา หาช้างบ้านเพื่อผสมพันธุ์ หลายคนในประเทศไทยก็ทราบดีว่าช้างนี่มีความฉลาด มีความละเอียดอ่อน ซึ่งตรงนั้นเราไม่ต้องไปพูดถึงในรายละเอียดกันแล้วนะครับ ช้างป่า ตัวผู้มาผสมพันธุ์กับช้างป่าตัวเมีย ช้างป่าตัวเมียก็ตกลูกออกมาแล้วก็อยู่กินในบริเวณพื้นที่ อยู่อาศัยของชาวบ้าน ด้วยความรักความผูกพันครับท่านประธาน ทีนี้ช้างป่าที่เป็นพ่อนี่ ก็หมุนเวียนมาหาลูกช้างของตัวเองอยู่ตลอดเวลานะครับ อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แล้วเป็นเรื่องที่ พี่น้องภาคเหนือของผม ส.ส. มานพก็จะรู้ดี เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ที่มีการพูดคุยและรู้ว่าพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ของเราที่จำเป็นต้องเลี้ยงช้าง นี่เป็นปัญหานะครับ นี่คือปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ทีนี้ที่ผมบอกว่าปัญหาใหญ่ที่เหมือนกัน ที่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ก็ตามทีนะครับ ผมเพิ่งไปทองผาภูมิมาไม่กี่วันก่อนที่จะเตรียม ในการอภิปรายครั้งนี้นะครับ ก็ลงไปดูในพื้นที่จริงกัน คำถามใหญ่ ๆ ที่อยากจะฝากไว้ให้กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ให้ท่านลองไปหาคำตอบนะครับ แล้วกลับเข้ามาอภิปราย ในสภากันว่าท่านได้คำตอบไหม🔗

คำถามก็คือว่าทำไมช้างป่าไม่อยู่ในป่าครับ ป่าที่เป็นบ้านของช้างป่าทำไม ช้างป่าไม่อยู่ในป่า มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ช้างป่าไม่กล้าที่จะอยู่ในบ้านของตัวเอง มีเหตุผล อะไร มีใคร มีคนคนไหนที่ไปก่อกวนบ้านของช้างป่าในป่า หลายท่านอาจจะนึกออกมา แว่บขึ้นมาในหัวเลย แน่นอนนั่นก็คือกรณีการล่าสัตว์ป่า การล่าช้างป่า ใช่ไหมครับ ไม่กี่ปี ที่ผ่านมาก็เห็นกรณีเสือดำที่ถูกยิงอยู่ในเขตป่า ช้างป่าผมก็ไม่แน่ใจว่าถูกเข้าไปล่าในเขตป่า หรือเปล่า เลยทำให้ช้างป่าไม่อยู่ในป่านะครับ จากคำถามนี้ลองไปดูครับ งาสวย ๆ งายาว ๆ ของช้าง มันไม่ได้อยู่ในหัวช้าง มันไปอยู่ในบ้านของใคร มันไปอยู่ที่ไหน ทำไมช้างถึงรู้สึกอุ่นใจ มากกว่าเวลามาเดินบนถนน เวลามาอยู่ในสวนทุเรียน สวนผลไม้ก็ดี ทำไมไม่ไปอยู่ในบ้าน ของตัวเองนะครับ แล้วไม้ที่เป็นไม้เศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ถูกลักลอบตัดในเขตป่า ไม้พะยูงก็ดี ไม้สักก็ดี ไม้มีค่าต่าง ๆ ก็ดี ทุกวันนี้ในป่านี่มีไม้เหล่านั้นเหลือมากขนาดไหนครับ นี่คือต้นเหตุครับ นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ช้างป่าไม่อยู่ในป่า ทั้งหมดนี้คืออะไรครับ ก็ต้องบอกตรงนี้พูดกันให้ชัดว่า นี่คือวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำคนที่จะนำประเทศได้ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้าง ครอบคลุม ถึงทุกส่วน ในการกำหนดแนวนโยบายในการบริหารประเทศให้สมดุลกันระหว่างคน สิ่งแวดล้อมนะครับ ผู้นำที่ดีจะหันมองแต่ทางซ้ายอย่างเดียวไม่ได้เพราะเขาไม่เห็นคนทางขวา ในขณะเดียวกัน จะหันมองแค่ด้านขวาอย่างเดียวไม่ได้เพราะด้านซ้ายจะไม่เห็นเลยว่าต้องการอะไร จะเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะมีคนที่ตามหลังมา ตามหลังมาไม่ทัน จะมัวแต่รออยู่ข้างหลัง ก็ไม่ทันกับโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วครับ ผู้นำที่ดีต้องขึ้นไปอยู่ให้สูงแล้วมองลงมา ให้กว้าง โหนอย่างเดียวไม่พอครับ โหนสูงแค่ไหนก็อยู่ได้แค่ยอดไม้เป็นลิงที่หลอกประชาชน ไปวัน ๆ ครับ ทำไมผมถึงต้องพูดว่าวิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นเรื่องสำคัญในการแก้ไขปัญหา ช้างป่า เบื้องต้นเมื่อสักครู่ผมได้พูดโยงไปแล้วนะครับว่าปัญหาช้างป่านี่มีมาหลายปี แต่ที่มันมีมาหลายปีเพราะเนื่องจากว่าเราไปนับรวมกับพื้นที่ที่อยู่ติดกับแนวเขตป่า เลยมีหลายปี แต่ ณ ปัจจุบันปัญหาช้างป่าไม่ได้มีเฉพาะกับชาวบ้านที่อยู่บริเวณแนวเขตป่า แต่มันลึกเข้ามาถึงในตัวเมือง มันลึกเข้ามาถึงเรือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชน ในช่วง ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ส.ส. หลายท่านครับ ผมเข้าใจและรู้เป็นอย่างดีว่าทุกท่านลงพื้นที่ ทุกท่านเก็บข้อมูล ได้รับคำตอบที่เหมือนกันหมดว่าปัญหาช้างป่าที่เกิดขึ้นหนัก ๆ มันคือ ช่วง ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ๕-๖ ปีที่ผ่านมาเราเกิดเหตุการณ์อะไรครับ เราเกิดเหตุการณ์อะไร มันคือเหตุการณ์รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ นี่คือต้นเหตุ ต้นตอของปัญหา ทำให้เราได้ผู้นำที่ไม่มี วิสัยทัศน์ การรัฐประหารคือการแช่แข็งประเทศไทยในการพัฒนาในทุกด้าน เว้นอย่างเดียว ที่เอื้อให้ ที่สนับสนุนการรัฐประหาร นั่นก็คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มนายทุนครับ เรามองย้อนอดีตกลับไป เดี๋ยวจะหาว่าผมอภิปรายนอกประเด็น ผมอภิปรายอธิบาย ถึงการรัฐประหาร แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ผมพูดให้เห็น ผมจะพยายามพูดให้เห็นว่าย้อนอดีต ถัดไป ไม่ได้กล่าวโทษแค่เฉพาะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารและสืบทอดมาถึงวันนี้ มองย้อนกลับไปครับ มองย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการรัฐประหารในทุก ๆ ครั้งเราก็มีรัฐบาล จากการเลือกตั้งนี่ละครับ แต่ความสำคัญอยู่ที่ผู้นำครับ เราจะเห็นได้จากว่าโครงการก็ดี การพัฒนาต่าง ๆ แนวนโยบาย แม้กระทั่งงบประมาณที่จัดสรรไปก็ดี ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันส่วนใหญ่ไปลงที่ไหนครับ เราไปสนับสนุนในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม ชาวบ้านตาดำ ๆ งบประมาณเคยส่งไปถึงไหมครับ นี่ละครับ นี่คือความผิดพลาดของผู้นำ ความผิดพลาดของวิสัยทัศน์ แน่นอนว่ารู้ปัญหาแล้วเราแก้ไข ปัญหา แก้ไขได้ครับ ไม่โทษกัน แก้ไขได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตให้กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ นอกจากจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่า กับคนแล้ว ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศที่สอดรับสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมด้วย🔗

สรุปสุดท้ายครับท่านประธาน คำถามที่ผมอยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ก็คือท่านอยากแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือเฉพาะแต่ปลายเหตุเท่านั้น คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ว่ากันให้ชัดเลยนะครับว่าท่านอยากจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือเฉพาะ แต่ปลายเหตุ แต่การแก้ไขปัญหาทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ถ้าเราไม่แก้ไข เรื่องค่าชดเชยความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน เพราะนี่คือประตูบานแรกที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่า ผมนำกุญแจดอกนี้มาให้ ครับท่านประธาน เป็นกุญแจที่จะไขปัญหา เป็นกุญแจที่จะไขประตูบานแรกในการแก้ไข ปัญหาเรื่องช้างป่า นั่นคือค่าเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ท่านนำกุญแจดอกนี้ไปเลยครับ แล้วเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เรื่องค่าเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์ของตัวเองที่เกิดจากปัญหาช้างป่า หลังจากนั้นครับ เปิดประตูบานแรกด้วยกุญแจดอกนี้ แล้วว่ากันไปถึงการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของปัญหา ลงลึกให้ถึงรายละเอียด แล้วเราเจอกัน ในชั้นคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น ฉบับที่ ๗ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ปัญหาช้างป่าบุกรุก รบกวนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดินทำกินของเกษตรกรและเยียวยา ผลกระทบอย่างยั่งยืน ของ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ซึ่งนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ติดภารกิจ มอบหมายให้ (พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เป็นผู้เสนอ)🔗

อนุญาตครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง และอำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ กระผมได้รับมอบหมายจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีครับ ให้เป็นผู้นำเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาช้างป่า บุกรุก รบกวนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดินทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบ อย่างยั่งยืนครับท่านประธาน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาประชากรช้างในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่รอยต่อ ๕ จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ตลอดจนภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระบบนิเวศ ของช้างไม่มีผู้ล่าครับ ประกอบกับช้างป่าได้ลิ้มรสพืชผลทำให้ชอบลงมาหาอาหารในพื้นที่ เพาะปลูกของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นอย่างเรื่อย ๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ ของทางราชการจะใช้กำลังคนผลักดันช้างเข้าสู่ป่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ปรากฏว่ายังมีช้างป่า จำนวนมากเล็ดลอดบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำลายทรัพย์สิน ตลอดจนร่างกาย และชีวิตของราษฎรอยู่เนือง ๆ นอกจากนี้ยังมีช้างป่าอีกจำนวนหนึ่งเดินทางข้ามถนนทำให้ เกิดอุบัติเหตุจราจรบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อร่างกาย ชีวิต ทั้งของประชาชนและของช้างป่า อีกด้วยครับ ท่านประธานครับ การดำเนินการอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม และยั่งยืน และยังไม่มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า และยังไม่มีมาตรการ ควบคุมการเพิ่มจำนวนของช้าป่าอีกด้วย ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ปัญหาดังกล่าวครับ🔗

ในส่วนของกระผม ท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา มีความเห็นด้วยกับญัตติของท่าน ส.ส. จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี และเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินและทำร้ายประชาชน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ปัญหาชาวบ้านกับช้างป่าในเขตภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้น ซึ่งตลอดมาได้มีชาวบ้านได้มาร้องเรียนกับ ส.ส. และผม ซึ่งผมนั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอแหลมสิงห์ ซึ่งถือว่า เป็นพื้นที่ที่เป็นตัวเมืองที่มีตึกรามบ้านช่องมากอยู่ก็ตาม แต่ปัญหาก็มีเฉกเช่นเดียวกับพี่น้อง ประชาชนในอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดจันทบุรีครับ ไม่ว่าพื้นที่นายอำเภอท่าใหม่ แก่งหางแมว นายายอาม มะขาม สอยดาว อำเภอขลุง อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอเขาคิชฌกูฏ ก็ตามครับ ซึ่งปรากฏมีเพียงอำเภอเดียวในจังหวัดจันทบุรีครับท่านประธาน นั่นก็คืออำเภอแหลมสิงห์ ที่ยังไม่มีช้างป่า หรือที่พี่น้องประชาชนเรียกว่าพี่ใหญ่เข้าไปเยี่ยมเยียนในอำเภอแหลมสิงห์ แต่ก็ดีแล้วครับ พี่น้องประชาชนก็ยังไม่อยากให้ท่านได้มาเยี่ยมเยือนในอำเภอแหลมสิงห์ แต่ประการใดครับ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประชากรช้าง ในหลายพื้นที่ในภาคตะวันออก ตลอดจนภาคอื่นของประเทศไทยเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระบบนิเวศอย่างที่เรียนเบื้องต้นว่ายังไม่มีผู้ล่า ประกอบกับช้างป่าได้ลิ้มรสพืช ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ ลำไย ลองกอง และผลไม้อื่น ๆ เช่น สับปะรด อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งอำเภอหลายอำเภอในของจังหวัดจันทบุรีนั้นมีการเพาะปลูกโดยเกษตรกร เพราะว่ามีราคา แล้วก็ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีนะครับ ทำให้ช้างป่านั้นหรือว่าพี่ใหญ่ได้มาลิ้มรสแล้วก็คงจะ ติดใจ จึงลงมาในพื้นที่ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และเหตุผลก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีการใช้กำลังคนในการผลักดันช้างเข้าสู่ป่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ท่านประธานครับ กำลังคนในการผลักดันช้างนั้น พี่น้องประชาชนที่มาร่วมแรงร่วมใจในการผลักดันช้าง ไม่มีรายได้ มีแต่ค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นการดำเนินการช้างป่าเพื่อผลักดันให้ออกจากป่านั้น ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นัก เนื่องจากว่าก็คงจะต้องใช้เวลาในการที่จะไปทำมาหากินด้วย ของประชาชน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในปัจจุบันนี้ช้างป่ายังมีจำนวนมากนะครับ เข้ามา ทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำลายทรัพย์สิน ตลอดจนทำร้ายพี่น้องประชาชนบาดเจ็บ ทั้งทางร่ายกายและเสียชีวิตอยู่เรื่อยไป ซึ่งกระผมจะขอยกตัวอย่างสักนิดหน่อยนะครับ ในล่าสุดนี่นะครับ ช้างป่าทำร้ายพระสงฆ์ถึงแก่มรณภาพ ขณะที่ท่านออกบิณฑบาต ในตอนเช้า ซึ่งข่าวที่ปรากฏนี้ก็เป็นที่สังเวช เป็นที่สลดหดหู่ของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่พระสงฆ์นั้นได้อยู่ แล้วก็พี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ผมว่ารวมทั้งพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศที่ได้ทราบข่าวช้างป่าทำร้ายพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาตนะครับ ชาวบ้านอำเภอเขาคิชฌกูฏครับ ท่านถูกทำร้ายโดยช้างป่าอาการสาหัส ชาวบ้านอำเภอโป่งน้ำร้อน หลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปในสวนลำไย เนื่องจากพี่ใหญ่เราได้เข้าไปหากินในเขตสวนลำไย พี่น้องชาวอำเภอสอยดาวเช่นเดียวกันท่านประธานครับ เสียชีวิตไปหลายรายแล้วในการที่ พี่ใหญ่ได้ไปเยี่ยมเยือนในสวนลำไย แล้วก็พบกับเกษตรกรอาจจะกำลังกรีดยางพาราบ้าง เก็บยางพาราบ้าง หรือว่าอยู่ในสวนลำไยก็มีการทำร้ายถึงแก่ชีวิตนะครับ ก็และอื่น ๆ ในปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ประมาณกว่าสิบชีวิตที่ผ่านมาครับท่านประธาน🔗

ท่านประธานครับ ประการหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ หรือชีวิตของมนุษย์ศพแล้วศพเล่า ชีวิตแล้วชีวิตเล่า ความสูญเสียของพืชผลทางการเกษตร เสียหายมากมายเหล่านั้น อยากจะขอเสนอให้คณะกรรมาธิการดำเนินการดูในเรื่องของ การเยียวยานะครับ ดูในเรื่องของการเยียวยาด้วยว่าคนที่เสียชีวิตนั้นถึงแม้ว่าเราไม่อยากให้ เขาเสียชีวิตหรอกครับ แต่เมื่อเสียชีวิตไปแล้วนี่ ในเรื่องของการเยียวยาบุคคลที่อยู่ข้างหลัง มีความเดือดร้อน ลูก ภรรยา สามี คนข้างเคียง โดยเฉพาะถ้าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นหัวหน้า ครอบครัวจะทำอย่างไรครับ ชีวิตที่เหลืออยู่ตาดำ ๆ ในชนบท ในป่า เขามีความเดือดร้อนครับ หมื่นกว่าบาท ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ถึงแม้ ๕๐,๐๐๐ บาทก็ตามที่รัฐได้เยียวยา บวกกับ ประชาชนช่วยกันสมทบทุนในการไปช่วยเหลือคงไม่เพียงพอครับท่านประธานครับ เป็นแสน เป็นล้าน ควรพิจารณาครับ ควรพิจารณาในเรื่องของการเยียวยาด้วยครับ ถึงแม้เราจะ ไม่อยากให้ศพแล้วศพเล่าเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ควรจะมีการเยียวยาอย่างจริงจัง จากรัฐบาลครับ การเยียวยาคนบาดเจ็บครับ ต้องดูแลครับ เขาทำงานได้หรือไม่ เป็นภาระ ครอบครัวที่จะต้องดูแลกันต่อไป การเยียวยาก็จะต้องมีมาตรการครับท่านประธาน พืชผล เสียหายละครับ ทุเรียนกว่าจะปลูก ๕-๖ ปีกว่าจะมีดอกมีผล เงาะ ๕-๖ ปี ๓ ปี ๔ ปี กว่าจะ มีดอกมีผลเก็บได้ พี่น้องประชาชนมีรายได้จากพืชผลทางการเกษตร แต่ต้องถูกพี่ใหญ่ หรือช้างป่าเข้ามากัดกินหรือทำลาย ทำลายล้างเสียหายไป กว่าจะปลูกขึ้นมาใหม่ คิดครับ ควรที่จะคิดเยียวยา ไม่ใช่ว่าครั้งเดียวจบครับ ต้องพิจารณาว่าปีหนึ่งเขาได้เท่าไร ๒ ปีได้เท่าไร เสียหายไปเท่าไร ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี เขาควรจะได้ รายได้เท่าไร พิจารณาให้เขาครับท่านประธานครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งบางครั้งบ้านเรือน เสียหายจากการที่พี่ใหญ่บุกเข้ามาเยี่ยมเยือนครับ ควรดูแลด้วยมาตรการที่ผมกล่าวมา ข้างต้น ก็อยากจะสรุปว่ากระผมนั้นเห็นด้วยกับการที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินและทำร้ายประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรีของกระผมนะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ได้รับ ความเดือดร้อนด้วย กระผมเห็นด้วย แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้นำญัตตินี้ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ น่าจะเป็นวาระแห่งชาติด้วยซ้ำไปครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ ๘ ฉบับสุดท้าย ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้าทำลายทรัพย์สิน พืชผลการเกษตร และทำร้ายประชาชน (นายสุชาติ อุสาหะ และคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญนะครับ🔗

นายสุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมและคณะ ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้าทำลายทรัพย์สิน พืชผลการเกษตร และทำร้ายประชาชน ปัจจุบันเรามีช้างป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี กว่า ๑๘๐ ตัว ส่งผลให้ช้างป่าต้องออกมาหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อยู่บ่อยครั้ง และเกิดเหตุการณ์มีช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้บุกรุกเข้ามา ในพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน ทำลายพืชผลการเกษตร ตลอดจนทำลายทรัพย์สิน ของประชาชนให้ได้รับความเสียหาย ในบางครั้งมีการทำร้ายประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ทั้งนี้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเขตติดต่อ กับเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ นอกจากจะทำให้ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย แล้วยังต้องมีชีวิตและประกอบ อาชีพด้วยความหวาดกลัว อีกทั้งส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนอีกด้วย จึงควรแก้ปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรม ของประชาชน เพื่อจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นระบบ โดยให้มี การแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าว มาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไข ปัญหาช้างป่าบุกรุกเข้าทำลายทรัพย์สิน พืชผลการเกษตร และทำร้ายประชาชน ส่วนเหตุผล และรายละเอียดก็จะชี้แจงในที่ประชุมนะครับ🔗

คือสืบเนื่องจากเรื่องนี้นะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานสภาอย่างนี้ว่า ความไม่สอดคล้องของประชากรช้างในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประเทศไทยมีประชากรช้างป่า ประมาณ ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ ตัว พบการกระจายในพื้นที่อนุรักษ์ประมาณ ๖๘ แห่ง คิดเป็น ร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในประเทศไทย และประชากรช้างป่ามีแนวโน้มมากขึ้น โดยพื้นที่อนุรักษ์ที่มีช้างป่าที่สำคัญอยู่จำนวน ๗ กลุ่มป่า ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่า แก่งกระจาน กลุ่มป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าคลองแสง-เขาสก และกลุ่มป่าภาคเหนือ คือผมนี่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี ผมก็จะมีเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ เกือบ ๒ ล้านไร่ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าถ้าเราย้อนเวลากลับไปสัก ๓๐ ปีนี่จะเห็นว่าสภาพพื้นที่รอยต่อระหว่างป่าอนุรักษ์กับที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน เปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากสภาพปัจจุบันนี่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ระหว่างป่าอนุรักษ์ กับรอยต่อนี่ ปัจจุบันกลายเป็นสวนทุเรียน เป็นไร่สับปะรด เป็นไร่ขนุน รวมทั้งเป็นพืชล้มลุก ต่าง ๆ ประกอบกับแนวเขตป่าอนุรักษ์กับพื้นที่ทำกินของราษฎรก็ยังไม่เกิดความชัดเจน ยกตัวอย่างเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนี่นะครับ ถึงสภาพปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจน ว่าเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานตาม พ.ร.บ. ก่อตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปี ๒๕๒๔ แนวที่ถูกต้องแล้วก็เป็นข้อยอมรับได้ของพี่น้องประชาชนอยู่แนวไหน เพราะก็ยังมี ประกอบกับคำสั่งที่ ๙๗/๕๘ ของท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องการปรับปรุงพื้นที่แนวเขตก็ทำให้มันมีเขตซึ่งซ้อนกันอยู่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็จะเป็นปัญหา ซึ่งเป็นช่องว่างที่พี่น้องประชาชนได้ไปปลูกพืชผลในพื้นที่เหล่านี้ แล้วก็เกิดปัญหากับสิ่งที่ เรากำลังจะตั้งคณะกรรมาธิการอยู่ขณะนี้ก็คือว่ามีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกเข้ามาทำลาย ทรัพย์สิน มากินพืชผลของพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้เป็นจำนวนมาก สิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียน ท่านประธานนะครับ ในสถานการณ์ล่าสุดในกลุ่มป่าแก่งกระจานนี่นะครับ เรามีเหตุการณ์ ล่าสุดเมื่อ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๔ มีช้างป่ามาทำร้ายคนเสียชีวิตที่วัดอานันท์ พื้นที่ป่าละอู หมู่ ๒ ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน นอกจากจะทำร้ายประชาชนเสียชีวิตแล้ว ก็ยังทำลายทรัพย์สินอีกหลายส่วนซึ่งเรื่องนี้ผมก็ได้มีโอกาสสอบถามไปทางท่านหัวหน้า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนะครับ ก็ได้รับคำตอบว่าก็พยายามอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น การทำในส่วนของปลูกพืชทดแทนเป็นสวนให้กับช้างป่าเหล่านี้ได้มีอาหารในเขตพื้นที่อุทยาน แห่งชาติแก่งกระจานนะครับ เพื่อที่จะให้ช้างเหล่านี้ไม่ออกมาทำลายพืชผลของพี่น้อง ประชาชน ซึ่งผมก็เห็นว่าครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้มีการเสนอญัตติรวมกัน ทั้งหมดประมาณ ๘ ญัตติ ซึ่งก็จะได้มีการพิจารณาร่วมกันไปในคราวเดียว แล้วก็จะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการเรื่องนี้ขึ้นมา ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าก็เป็นเรื่องที่ดี ที่สมควรว่า เราจะได้แก้ปัญหาให้คนกับช้างสามารถอยู่ด้วยกันได้นะครับ เพราะอย่างไรเสียเราก็ต้องอยู่ ด้วยกันให้ได้นะครับ ในเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มาหลายเหตุการณ์ ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านก็ได้อธิบายไปแล้วนะครับ ผมก็ไม่อยากจะซ้ำประเด็นเข้าไปอีกนะครับ ก็ขอสนับสนุนญัตตินี้ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาครับ ก็กราบเรียนท่านประธานสภา ในส่วนตรงนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ก็ได้เสนอครบถ้วน ๘ ฉบับนะครับ ต่อไปนี้ก็จะเป็นวาระที่สมาชิกขออภิปราย ขณะนี้ มีเสนอชื่อมาแล้วทั้งหมด ๙ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตอ่านรายชื่อเพื่อว่าผู้ใดที่อภิปราย ก็กรุณาส่งรายชื่อมานะครับ แต่อย่างที่ได้เรียนแล้วว่าก็คือประเด็นใดที่ซ้ำซ้อนก็พยายาม หลีกเลี่ยงนะครับ เพื่อเราจะได้มีเวลาพิจารณาวาระที่สำคัญของเพื่อนสมาชิกต่อไป นายศักดินัย นุ่มหนู นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นายไตรรงค์ ติธรรม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายนริศ ขำนุรักษ์ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ก็จะค่อย สลับกันไปนะครับ ขอเชิญนายศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนในญัตติ ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ก็ขอสนับสนุนในทุกญัตติที่ได้นำเสนอ เข้ามานะครับ ทั้งนี้ครับท่านประธาน ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าในจังหวัดตราดโดยเฉพาะ ในพื้นที่ของอำเภอบ่อไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีช้างเข้ามาบุกรุกบ่อยมากนะครับ แล้วก็มีทั้งเรื่องของ การทำลายทรัพย์สินทางการเกษตร มีการทำให้ชาวบ้านนั้นถึงแก่ชีวิตนะครับ ซึ่งผมได้ข้อมูล มาจากทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วได้ให้ข้อมูลไว้อย่างนี้ว่า ในปี ๒๕๕๙ ท่านประธานครับ ช้างออกมาในพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน ๑๓ ครั้ง มีทรัพย์สินเสียหาย ๑ ราย มีพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ๑๔ ราย และเสียชีวิต ๑ ราย เป็นพระสงฆ์ ในปี ๒๕๕๙ ในปี ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ ช้างป่าออกมานอกเขตป่าอนุรักษ์ในพื้นที่ทำกิน ของชาวบ้าน ๖๖ ครั้ง ทรัพย์สินเสียหาย ๓ ราย มีพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ๑๙ ราย ท่านประธานครับ ต่อมาในปี ๒๕๖๑ ช้างป่าออกมาในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ๙๓ ครั้ง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ๑ ราย ในปี ๒๕๖๒ ช้างป่าออกมาในพื้นที่ทำมาหากิน ๘๔ ครั้ง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ๘ ราย มีชาวบ้านเสียชีวิต ๑ ราย ท่านประธานครับ และในปี ๒๕๖๓ เมื่อปีที่แล้วช้างป่าออกมาในพื้นที่ทำมาหากินทั้งหมดท่านประธานครับ ๕๑๔ ครั้ง ทรัพย์สินเสียหาย ๑ ราย พืชผลทางการเกษตรเสียหายทั้งหมด ๙๙ ราย และเสียชีวิต ๑ ราย ในขณะที่กำลังออกไปกรีดยางพาราเพื่อจะหารายได้เลี้ยงครอบครัวครับ และในปี ๒๕๖๔ ข้อมูลเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคมนี้เอง เพิ่งผ่านไปได้เดือนเดียวนะครับ พี่น้อง ในพื้นที่ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ เสียชีวิต ๑ ราย และแค่เพียงเดือนเดียวท่านประธานครับ ช้างป่าออกมาแล้วทั้งหมด ๔๐ ครั้ง นี่คือความสูญเสียครับ แล้วผู้ที่เสียชีวิตนี่ก็ไปเก็บของ ริมชายป่าที่จะมาทำไม้กวาด สภาพของผู้สูญเสียท่านประธานครับ เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่ ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำทั้งนั้นเลย ออกไปกรีดยางพาราบ้าง ออกไปปลูกสับปะรด ปลูกมันสำปะหลัง ไปดูแลพืชผลทางการเกษตรของตัวเองก็ถูกช้างทำร้ายเสียชีวิต คนเหล่านี้ เป็นผู้นำครอบครัว แล้ววันนี้สภาพครอบครัวก็อยู่กันอย่างค่อนข้างที่จะลำบากในส่วนของ ชาวบ้าน🔗

ทีนี้มาดูว่าในพื้นที่เขาดูแลป้องกันช้างอย่างไรนะครับ ก็มีการตั้งอาสาสมัคร ผลักดันแล้วก็ป้องกันเฝ้าระวังช้างป่า เขาตั้งเป็นจิตอาสาครับท่านประธาน ก็มารวมตัวกัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็ร่วมกันในพื้นที่ของตำบลหนองบอน ตำบลด่านชุมพล ตำบลช้างทูน ในพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่มีช้างออกมาเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านก็ต้อง ออกไปเฝ้าระวังกัน ในปี ๒๕๖๓ ช้างออกมาทั้งหมด ๕๑๔ ครั้ง ท่านประธานคิดว่า ชุดที่เฝ้าระวังนี้ต้องทำงานกันหนัก นั่นหมายความว่าทั้งปี ๓๖๕ วัน แทบจะไม่ได้หยุดพัก กันเลย ต้องออกไปคอยเฝ้า คอยไปผลักดันกันแทบทุกวัน นี่คือความยากลำบากนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ที่เขาต้องการวันนี้นะครับ เขาต้องการ ในเรื่องของงบประมาณที่สนับสนุนที่เพียงพอต่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เพราะพวกเขา ช่วยเหลือกันเองเสียสละกันจริง ๆ ดูแลกันทั้งวันทั้งคืน ก็อยู่กันด้วยทุนงบประมาณเท่าที่ จะหาได้ เท่าที่ผู้ที่จะได้บริจาคกันในพื้นที่นะครับ นี่ก็คือส่วนหนึ่งที่อยากให้มีการสนับสนุน🔗

อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็อยากที่จะให้มีการจัดโครงการประกันภัย สำหรับผู้ที่เป็นอาสาสมัครในการที่มาดูแลผลักดันช้าง ต้องบอกเลยว่าทุกคนมีความเสี่ยง การมาดูแลสัตว์ใหญ่แบบนี้มีความเสี่ยงกันทุกคน แล้วก็ใช้เวลาเป็นค่อนข้างมากด้วยนะครับ ก็อยากที่จะให้ดูแลแล้วก็มีหลักประกันอยู่บ้างสำหรับคนที่ต้องทำงานด้วยความเสี่ยงแบบนี้🔗

อันที่ ๓ ก็อยากให้มีการชดเชยเยียวยาอย่างสมเหตุสมผล ในกรณีของพืชผล ทางการเกษตร บ้านเรือนที่เสียหาย ตลอดจนการเสียชีวิตที่ผ่านมาครับท่านประธาน ชาวบ้านก็ไม่ได้รับเงินชดเชยที่มากพอ นี่ทางจังหวัดก็จัดการมีให้บ้างนะครับ บางรายก็ได้ อาศัยเจ้าหน้าที่นั่นละครับ ทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วก็ช่วยกันสะสม ระดมกัน เข้ามาก็ได้ไม่กี่สตางค์ ในขณะที่ครอบครัวนี้ไปต่อไม่ได้ และที่สำคัญท่านประธานครับ บางปี บอกว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แต่เวลาช้างป่าลงมาครับท่านประธาน เขาไม่ได้เสียชีวิตก็จริง แต่เขา ออกไปทำมาหากินไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการกรีดยางพารา เขาก็ออกไปกรีดยางพารา ไม่ได้เพราะมีความกลัวว่าจะมาอยู่อีกหรือเปล่า แล้วก็มีเหตุการณ์เรื่องคนออกไป กรีดยางพาราแล้วก็ถูกช้างเหยียบเสียชีวิต เพราะฉะนั้นในบางปีไม่มีผู้เสียชีวิต ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสียหาย ก็เสียหายในแง่ของเศรษฐกิจนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองจึงสนับสนุน ผมคิดว่าสุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมว่านี่คือเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องมาร่วมกัน อย่างจริงจังครับที่จะปกป้องทั้งชีวิตคนและชีวิตช้างที่จะแยกกันอยู่อย่างสันติสุข ดังนั้น การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องของช้างป่าบุกรุก จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ก็หวังว่าทางสภาเราจะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่านี่คือตัวอย่างหนึ่งของจังหวัดตราดในพื้นที่หนึ่งที่พี่น้องเราได้รับผลกระทบ แล้วก็ได้รับความบอบช้ำ สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ก็ถึงเวลาที่สภาแห่งนี้จะได้มาพิจารณา ร่วมกันอย่างจริงจัง ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แม้ญัตติทั้ง ๔ ญัตติจะมี เพียงเฉพาะการแก้ไขปัญหาช้างบุกรุกที่ดินทำกิน ช้างทำความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน และญัตติที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผลกระทบจากการทำความเสียหาย ของช้างเท่านั้นนะครับ แต่ว่ากระผมขออนุญาตเสนอทางคณะกรรมาธิการว่าได้เวลาที่เราจะได้ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับช้าง ให้ครบถ้วนทั้งระบบเลยนะครับ โดยใช้คณะกรรมาธิการชุดนี้โดยจะเป็นผลงาน ของสภาชุดนี้ ผมคิดว่าน่าจะได้เวลาที่เราจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะหลายประเทศ ให้ช้างเป็นสัตว์ป่าอย่างเดียว บางประเทศให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะอย่างเดียว แต่ประเทศไทย ช้างเป็นทั้งสัตว์พาหนะที่ดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยกับช้างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ดูแล โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมในฐานะที่จบการศึกษาด้านสัตว์ป่า ทำงาน ด้านนี้มาหลายปี แล้วก็เป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พอสรุปปัญหาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับช้างป่าได้ ๑๑ ประการ🔗

ประการที่ ๑ ที่อยู่อาศัยของช้างป่าถูกบุกรุก ประเด็นที่ ๒ ที่ทำมาหากิน ของช้างป่าถูกบุกรุก ปัญหาที่ ๓ ช้างทำลายพืชไร่ของพี่น้องประชาชน รวมทั้งปัญหาค่าชดเชย เยียวยาที่ไม่เพียงพอ ๔. ช้างทำร้ายชีวิตคนที่ขัดขวางต่อการแสดงพฤติกรรมของช้าง ๕. การจับลูกช้างสวมมาเป็นช้างบ้านซึ่งเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ ๆ ๖. มีการลักลอบนำช้าง จากต่างประเทศสวมเป็นช้างไทย ๘. เรื่องเกี่ยวกับตั๋วรูปพรรณช้างยังไม่ชัดเจน มีการปลอมตั๋ว ไม่สามารถสืบค้นประวัติจากตั๋วรูปพรรณได้ รวมทั้งการออกตั๋วรูปพรรณทำโดย กรมการปกครองฝ่ายเดียว ซึ่งน่าจะมีกรมปศุสัตว์ และน่าจะมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมทำตั๋วรูปพรรณด้วย ๙. เมื่อช้างตายไม่มีเอกสารรับรองเกี่ยวกับซากสัตว์ จากหน่วยงานใด ๑๐. เมื่อมีการตัดงาช้างไม่มีเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ แล้วก็ ๑๑. การซื้อขายงาช้างเมื่อเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไม่มีการรับรองการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ใด ๆ ทั้ง ๑๑ ประเด็นนี้เป็นประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องช้างทั้งสิ้น ผมจึงขออนุญาตได้เสนอ ไปยังคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นหลังจากที่เราอภิปรายกันจบสิ้นนี้ก็คือ ๑. ขอให้จัดทำ กฎหมายขึ้นมาเฉพาะเรื่องช้าง ที่จริงกฎหมายนี่เคยมีแล้ว มีพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ. ๑๑๙๙ เรามีพระราชบัญญัติช้างป่า พ.ศ. ๒๔๖๔ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๐๓ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๓๕ แต่ว่าผมคิดว่าได้เวลาที่เราจะทำ กฎหมายเกี่ยวกับช้างให้ครบถ้วน ทั้งการค้าช้าง งาช้าง ปางช้าง ช้างป่า ช้างบ้านให้ครบถ้วน อยู่ในฉบับเดียวกัน🔗

๒. ผมเห็นด้วยที่จะให้มีการศึกษาการเชื่อมป่าระหว่างป่าอนุรักษ์ใหญ่ ๆ ที่ตัดออกจากกัน เมื่อตัดออกจากกันนี่เท่ากับว่าเราจำกัดพฤติกรรมของสัตว์ไม่ให้สามารถ เคลื่อนย้ายได้ จึงทำให้สัตว์มีปัญหาเดินออกมาจากป่าอนุรักษ์ การเชื่อมป่าไม่ว่าจะเป็น ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กับอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ การเชื่อมป่าเหล่านี้จะทำให้สัตว์สามารถเข้าแสดงพฤติกรรม ในพื้นที่เหล่านี้ได้🔗

๓. ควรศึกษาการจัดทำแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในอุทยาน หรือในป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้เพียงพอต่อฝูงช้างนั้น ๆ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีช้างป่า อยู่ประมาณ ๓๐๐ เชือก มีช้างบ้านอยู่ประมาณ ๓๐๐ เชือก ประชากรไม่มากแล้วนะครับ🔗

๔. ให้มีการศึกษาเรื่องการปรับปรุงระเบียบ เพื่อดำเนินการค่าชดเชย ให้แก่ราษฎรที่ได้รับความเสียหายให้เพียงพอ ยุติธรรม และสมเหตุสมผล🔗

๕. ให้ยกเลิกเส้นทาง ถนนที่ตัดผ่ากลางป่านะครับ หรือการตัดใหม่ก็ต้อง อ้อมป่า อย่าพยายามตัดเข้ากลางป่า เพราะจะทำให้เกิดกระทบต่อพฤติกรรมของสัตว์ป่า🔗

๖. การจัดทำแนวรั้วกับป่ากับพื้นที่ชาวบ้านให้มีความเหมาะสม อาจจะเป็น รั้วไฟฟ้า อาจจะเป็นหลุมลึก อาจจะเป็นไม้หนามเหล่านี้แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละ พื้นที่🔗

๗. ขอให้ศึกษาการควบคุมการนำเข้า ส่งออกงาช้างกับต่างประเทศ เพราะประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศค้าและทางผ่านของงาช้างอันดับ ๑ หรือ ๒ ของโลก ทุกปีครับ บางปีประเทศจีนมาอันดับ ๑ เราอันดับ ๒ บางปีประเทศไทยมาอันดับ ๑ ประเทศจีนเป็นอันดับ ๒ ซึ่งอยากให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้ เพื่อที่จะยับยั้งเรื่องนี้ด้วย🔗

๘. ทำทะเบียนหรือรูปพรรณใหม่สำหรับช้าง ให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยงานเข้ามาทำทะเบียน โดยให้มีการฝังชิป (Chip) ไมโครชิป (Microchip) กับช้าง ทุกตัว โดยเฉพาะช้างบ้าน ซึ่งขณะนี้ก็ได้ทำไปแล้วส่วนหนึ่ง🔗

แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องสุดท้ายก็คือขอให้รัฐบาลได้ตัดสินใจ ว่าจะเอาช้างเป็นช้างบ้านหรือช้างป่าที่มีอยู่ หากคงช้างบ้านและช้างป่าไว้ ๒ อย่าง สำหรับ ช้างป่านี่จะเอาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าสงวน ถ้ารัฐบาลเห็นว่า ๓,๐๐๐ เชือก เหลือน้อยนิดและใกล้สูญพันธุ์ ก็ควรขยับสถานะช้างจากสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าช้าง ๓,๐๐๐ เชือกนี่น้อยเกินไปมากแล้ว และอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์ ผมจึงอยากให้ช้างเป็นสัตว์ป่าสงวน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ ของประเทศนี้ จึงขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานถึงปัญหาของช้างทั้งหมด และข้อเสนอไปยังคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ขอให้รับข้อเสนอผมไปประกอบการพิจารณา ในการศึกษาเรื่องนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นะครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ในเขตของดิฉันมี ๔ อำเภอ ก็คืออำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว อำเภอมะขาม และอำเภอขลุง ๔ อำเภอนี้เป็นอำเภอที่มีปัญหาเรื่องช้างป่าครบทั้ง ๔ อำเภอ เลยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะบอกว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่าปัญหาช้างป่า หมายความว่าคนเข้าไปบุกรุกป่าหรือเปล่า เข้าไปแย่งที่อยู่อาศัยของช้างหรือเปล่านะคะ ดิฉันอยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วในพื้นที่จริง ๆ ปัญหาเรื่องช้างป่าคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ติดกับ เขตป่า ๓๐-๔๐ ปีที่แล้วเขาบอกว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องช้างป่าค่ะท่านประธาน ช้างป่านี่เพิ่งจะ มามีปัญหาเมื่อประมาณ ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัญหามาก ๆ คิดว่ามันมีมาจากหลายสาเหตุค่ะ ท่านประธาน คือพื้นที่อยู่อาศัยของช้างอาจจะถูกทำลาย อาหารในป่าอาจจะไม่ได้สมบูรณ์ ไม่มีแหล่งน้ำ เกิดปัญหาความแห้งแล้ง ช้างป่าอาจจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว คือดิฉันคิดว่าเราควรที่จะมีการนับจำนวนช้างป่าอย่างจริง ๆ จัง ๆ นะคะว่าในพื้นที่จริง ๆ แล้ว มีช้างป่าอยู่ประมาณเท่าไร ปัญหาช้างป่าก็สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตที่มีปัญหาช้างป่าอยู่เป็นประจำ เราก็ได้ยินข่าวมากมายว่า มีช้างเหยียบคนตาย ทำลายพืชสวนไร่นา แล้วก็ทรัพย์สินของชาวบ้าน ชาวบ้านที่อยู่ในเขต พื้นที่ที่มีปัญหาช้างป่า มีความวิตกหวาดกลัวมากนะคะท่านประธาน ดิฉันได้ลงไปหาข้อมูล ปัญหานี้หลายครั้ง ได้พบ ได้พูดคุยกับชาวบ้าน ท่านประธานคะ ถ้าเกิดว่าเราให้ความใส่ใจ แล้วก็มองเข้าไปถึงลึก ๆ ของจิตใจของชาวบ้านจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มีความรังเกียจช้างป่า เลยนะคะ มิหนำซ้ำก็มีความผูกพันกับช้างป่าด้วย แต่ปัญหาที่เขาเจอมันน่าเห็นใจมากค่ะ ชาวบ้านเล่าไปน้ำตาคลอไปนะคะ เพราะว่าพืชผลไร่นาของเขาถูกทีร้าย คำพูดที่บอกว่า คนกับช้างต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ ดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วคงอยู่ด้วยกันได้ค่ะ แต่ไม่ใช่คนกับช้าง อยู่ร่วมกันนะคะ มันต้องมีขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจน ดิฉันอยากจะให้คิดค่ะว่าถ้าสมมุติเราบอกว่า คนกับช้างต้องอยู่ร่วมกันได้ ดิฉันอยากจะลองชวนให้ลองไปอยู่ร่วมกันในพื้นที่ที่มีปัญหา เรื่องช้างป่า ดิฉันมั่นใจค่ะว่าทุกคนไม่ได้อยากจะอยู่แบบนั้น ดิฉันเป็น ส.ส. คนหนึ่ง ที่เข้าไปร่วมกับจิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่าอยู่บ่อยครั้งนะคะ ดิฉันเข้าใจว่ามันมีความเสี่ยง มันมีความน่ากลัวค่ะท่านประธาน มีอยู่ครั้งหนึ่งนะคะที่ดิฉันกลับจากสภาไปถึงจันทบุรี ประมาณ ๕ ทุ่ม แล้วก็ได้ข่าวว่ามีช้างหลุดเข้ามาอยู่ในตัวเมือง ซึ่งดิฉันก็เข้าไปสังเกตการณ์ ปรากฏว่าท่านประธานคะ วันนั้นดิฉันต้องวิ่งหนีช้างค่ะท่านประธาน ขึ้นไปอพาร์ตเมนต์ (Apartment) ชั้น ๒ คือพูดง่าย ๆ เลยนะคะ บอกว่าใส่ตีนหมาวิ่งหนีช้างเลยก็ได้ค่ะ มันน่ากลัวมาก แล้วแบบคือมันตัวใหญ่มาก คืออาสาผลักดันช้างก็บอก ส.ส. วิ่ง ๆ ดิฉันก็วิ่งค่ะ ท่านประธาน แล้วก็ตีสามช้างก็ยังอยู่ในเมืองค่ะ ก็ปรากฏว่าต้องขึ้นรถเพราะว่าต้องผลักดัน ให้เขากลับเข้าป่าใช่ไหมคะ ก็ขึ้นรถไปกับอาสาผลักดันช้าง แล้วก็ปรากฏว่าช้างก็เข้าไปอยู่ในนั้น มันจะมีพื้นที่ว่างประมาณ ๑๐๐ ตารางวา เขาก็เข้าไปอยู่ในนั้น แล้วก็ไม่เห็นตัวนะคะ แต่โผล่มาอีกทีหนึ่งคือแบบใกล้รถแล้วอะไรอย่างนี้ค่ะ คือดิฉันยืนยันว่าช้างกับคนไม่สามารถ อยู่ด้วยกันได้นะคะ มันน่ากลัวมาก การแก้ปัญหาในปัจจุบันไม่ได้ตอบโจทย์นะคะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นการขุดคูกันช้าง หรือว่ารั้วกั้นช้าง มันกันได้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง แล้วทางอาสาผลักดันช้างก็บอกดิฉันว่าทำได้แป๊บเดียวมันก็พังแล้ว แล้วก็ช้างนี่ ฉลาดมาก เขาสามารถที่จะล้มไม้ เอาไม้เป็นสะพานเดินข้ามผ่านไม้มาเลย แล้วก็ขึ้นมา อย่างนี้ค่ะ แล้วก็ในบางที่ที่แบบหน่วยงานของรัฐไปทำรั้วไฟฟ้ากันช้างไว้อย่างนี้ค่ะ เขาก็เอา ดินโคลนพ่นตัวเองแล้วก็เดินลุยออกมา ก็เลยคิดว่าการทำคูกันช้างหรือรั้วกั้นช้าง ถ้าทำแล้ว มันพังอย่างนี้มันไม่ได้แก้ปัญหาเลย มิหนำซ้ำเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยนะคะ มันเป็นการแก้ไขเชิงจิตวิทยาเท่านั้นว่าดีกว่าที่ไม่ทำอะไรให้กับชาวบ้านเลย เพราะว่าถ้าไม่ทำ อะไรเลยก็จะโดนด่าใช่ไหมคะ ดิฉันอยากจะเสนออย่างนี้ค่ะ ไม่แน่ใจว่าชุดอาสาผลักดันช้างเป็นคนของใคร อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานไหน ใช่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไหม คือมันไม่มีงบซัปพอร์ต (Support) พวกเขาเลยสักอย่างเดียวนะคะ ค่าน้ำมัน ค่าโน่น ค่านี่ ค่าอาหาร ค่าน้ำดื่ม เขาต้องออกกันเอง ดิฉันจึงคิดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาที่มันสมควรทำ อย่างเร่งด่วนที่สุดเลยก็คือ ๑. เราต้องพูดถึงเรื่องการเยียวยาก่อน ดิฉันก็ได้ไปคุยกับ หน่วยงานของรัฐหลาย ๆ ที่ เขาก็เสนอว่าจริง ๆ แล้วมันควรแยกภัยจากช้างออกมาจาก ภัยอื่น ๆ หรือว่าภัยจากอุทกภัย วาตภัย หรือไฟไหม้ แล้วก็กำหนดค่าชดเชย ค่าเยียวยาใหม่ ไม่ใช่ใช้รวมกับภัยอื่น ๆ เหมือนเดิมที่มันจะได้เงินเยียวยา ๑,๖๙๐ บาทต่อไร่🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องตั้ง งบสนับสนุนให้กับอาสาผลักดันช้าง แล้วก็ต้องทำให้กฎ ระเบียบของท้องถิ่นนะคะท่าน ประธานสามารถที่จะจ่ายเงินเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับเรื่องช้างนี้ได้ด้วยนะคะ🔗

ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะขอเชิญชวนไปยังท่าน พลเอก ประวิตร ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในฐานะประธานมูลนิธิป่ารอยต่อ ให้ร่วมลงสังเกตการณ์ ร่วมลงพื้นที่กับดิฉันด้วยก็ได้นะคะ แต่ว่าต้องมาแบบไม่มีผู้ติดตามจะได้รู้ปัญหาจริง ๆ ของพี่น้องประชาชนค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วยคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ นะครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติที่ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างบุกรุก พื้นที่ทำกิน ทำร้ายประชาชนในเขตพื้นที่ที่หลายพื้นที่ด้วยกันที่เพื่อน ส.ส. ได้เสนอญัตติทุกท่าน ทั้งท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านพรเทพ ท่านเพชรชมพู กิจบูรณะ ท่าน ส.ส. จารึก ศรีอ่อน ซึ่งก็ขอสนับสนุนด้วยนะครับ ประเด็น อยู่ตรงนี้นะครับว่าทำไมผมสนใจเรื่องนี้ เพราะว่าเมื่อฟังสมาชิกที่เสนอญัตติ รวมทั้ง เพื่อน ส.ส. ที่ได้อภิปรายแล้ว ผมเห็นว่าความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของช้างและคน ต้องจัดระบบให้ดี นี่คือสิ่งสำคัญ ก่อนอื่นผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าแรงบันดาลใจผม วันนี้เราพูดถึงช้างป่า แต่ว่าวันหนึ่งผมได้ไปที่จังหวัดสุรินทร์ อบจ. สุรินทร์ก็พูดไว้ เป็นเบื้องต้นว่าตอนนั้นเป็นเรื่องของช้างเลี้ยงที่ อบจ. สุรินทร์ได้สร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับช้าง หลายเรื่อง ไม่ว่าจะทำโครงการช้างคืนถิ่น ก็คือดูว่าช้างที่หายไปเราจะเอากลับคืนมา ได้อย่างไร แล้วก็ทำเรื่องของควาญช้างที่ต้องดูแลช้าง ทำเรื่องของกิจกรรมช้าง ทำเรื่องของ พิพิธภัณฑ์ช้าง รวมทั้งหมดแล้วกลายเป็นเรื่องของ อบจ. ได้ทำ โลกของช้างก็คืออีเลฟเฟนต์ เวิลด์ (Elephant World) สิ่งเหล่านี้ผมประทับใจ แล้วผมได้นำเรื่องนี้ไปนำเสนอทางวิชาการ ที่ประเทศแคนาดา ที่โทรอนโต มหาวิทยาลัยไลเซนส์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยโทรอนโต ยูนิเวอร์ซิตี คนฮือฮามากว่าประเทศไทยได้สร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับช้าง ชม อบจ. สุรินทร์ว่าทำได้ดี นั่นคือตัวอย่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคนแอฟริกาที่สัมมนาด้วย คนที่ลาตินอเมริกาที่มาทั่วโลกก็ฮือฮาว่าประเทศไทยจัดการช้างได้ดี แต่มาวันนี้มาพูดกัน เรื่องช้างป่า ซึ่งมีจำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าเชือกโดยประมาณ ตามสถิติที่ฝ่ายสำนัก วิชาการวิเคราะห์ ผมขอชมสำนักวิเคราะห์วิชาการ ผมไม่มีความรู้เรื่องช้างมากแต่ทำให้ ผมเข้าใจ แต่อยากเรียนท่านประธานว่าพอพูดเรื่องนี้ผมเรียนว่ามันสัมพันธ์กันหลายเรื่อง ถ้าเราคิดอย่างด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงใช้คำว่าต้องคิดแบบนวัตกรรม ช้างเลย นั่นก็คือคิดใหม่ ทำใหม่ คิดแบบองค์รวม ไม่ไปตั้งประเด็นไว้ส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ดูแลพื้นที่ป่า อุทยาน หรือว่าเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่า ชาวบ้านที่ถูกกระทบที่ช้างลงมาหาอาหารที่สวนเกษตรกรของชาวบ้าน หรือว่า จะต้องไปดูอย่างเพื่อนสมาชิกพูดนี่ผมชอบมากเลย ต้องจัดการให้เขามีบ้านของเขาไหม บ้านของช้างถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ใหญ่มากที่ต้องคิด เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านประธานฝากไป ยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าต้องคิดอย่างเป็นระบบ การคิดแบบมีระบบก็พูดให้ครบว่า ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้างมันหลายส่วนเหลือเกิน อาจจะต้องมีแผนแม่บทที่เกี่ยวกับ ช้างป่าหรือไม่ เพราะจะได้คิดกันเป็นระบบ ดูแลกันอย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ได้พูดเรื่องว่าลองพิจารณาสัตว์ป่าอย่างช้างนี่จะเป็นสัตว์สงวน หรือสัตว์ที่ต้องคุ้มครอง ซึ่งท่านก็บอกว่าน่าจะเป็นสัตว์สงวนเพราะว่าจำนวนไม่มากแล้ว นี่คือสิ่งที่เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเสนอผ่านคณะกรรมาธิการว่าเราต้องคิดอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้เรื่องบ้านของช้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ดูแลป่า อุทยาน เขตอนุรักษ์สัตว์ป่า ชาวบ้าน ธรรมชาติ การเรียนรู้ธรรมชาติของช้าง หรืออาจจะต้องเรียนญาณวิทยาช้างก็ได้ ซึ่งผมเข้าใจว่าอย่างนี้สำคัญ รวมทั้งที่ช้างมาทำลายเฉพาะหน้าก็ต้องเยียวยาเกษตรกรหรือไม่ อย่างไร อันนั้นก็ต้องดูในระบบระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าจะต้องคิดให้รอบคอบและรัดกุม และทำให้เป็น แผนแม่บท และเป็นแบบอย่างที่จะทำให้เป็นที่ดูแลช้างได้ เพราะว่าช้างกับคนมันต้อง อยู่ร่วมกันได้ แล้วก็รักษาเรื่องของนิเวศวิทยาป่า แล้วก็รวมทั้งไม่ให้มาทำลาย หรือเป็นการป้องกัน ตามญัตติวันนี้ว่าจะหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าที่บุกรุกพื้นที่ ทำเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชน แล้วก็ดูว่าถ้าองค์กรกลางที่จะช่วยเป็นผู้ประสานงาน อย่างเป็นระบบ ผมคิดว่าลองพิจารณาเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ ผมพูดโยงไปที่จังหวัดสุรินทร์ เพราะฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะเป็นหน่วยหนึ่ง ที่คอยสำรวจ คอยวิเคราะห์ แล้วก็บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ให้ทำเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เมื่อสักครู่นี้ผมประกาศท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ไปขอสลับเป็นท่านไตรรงค์ ติธรรม แล้วก็ ตามด้วยท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ🔗

นายไตรรงค์ ติธรรม บึงกาฬ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย วันนี้เนื่องจาก ผมเห็นด้วยกับญัตติเรื่องช้างวันนี้นะครับ สรุปง่าย ๆ ว่าเป็นเรื่องช้าง จังหวัดผม จังหวัดบึงกาฬ ก็มีภูเขาอยู่ ๓ ลูก ลูกที่ ๑ ก็คือภูลังกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดต่อกับพื้นที่ของท่านศุภชัย โพธิ์สุ ท่านรองประธานสภานะครับ และอีก ๒ จุด จุดภูเขาที่มีปัญหาที่สุดก็คือเขาเรียกว่าภูวัว เขตอนุรักษ์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ครอบคลุม อยู่ประมาณ อำเภอบุ่งคล้า ๒ ตำบล อำเภอบึงโขงหลง ๑ ตำบล อำเภอเซกา ๒ ตำบล อำเภอเมือง ตำบลชัยพร ๑ ตำบล ฉะนั้นสมัยเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้วนะครับ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว มีช้างอยู่ ๑๘ ตัวท่าน ปัจจุบันนี้มีช้างอยู่ไม่น้อยกว่า ๕๒ ตัว ฉะนั้นเลยเกิดปัญหาขึ้นมา แต่ว่าต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าคนที่เป็นมนุษย์นี่รักช้าง ช้างเป็นสัตว์ที่น่ารักนะครับ เราต้องยอมรับเหล่านี้ แล้วก็เก็บรักษาช้างไว้ตลอด จนถึง ๕๒ ตัวเป็นอย่างต่ำ ปัจจุบันนี้แล้วเกิดปัญหา ช่วงฤดูหลังจากเดือนตุลาคมของทุก ๆ ปี ช้างเหล่านี้เขาจะลงมาทีละ ๑๐ ตัว ๒๐ ตัว ๓๐ ตัว ๓ ตัว ๔ ตัว ลงมากินพืชไร่ของชาวบ้าน โดยเฉพาะจังหวัดผมนี่ตรงข้างล่างภูวัวมันจะเป็นที่ปลูกข้าวของชาวบ้านนะครับ แล้วก็เป็นที่ ปลูกยางพารา ซึ่งจังหวัดบึงกาฬต้องยอมรับว่ามีพื้นที่ ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ เป็นปลูกยางพารา สัก ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ ฉะนั้นจึงสร้างความลำบาก ผมพูดคุยกับชาวบ้านอยู่ พอเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนจะเกี่ยวข้าวมันก็ลงมาแล้ว มากินข้าวทีละเป็น ๓-๔ ไร่นะครับ ละลาย หายไปหมดเลย กินหมดเมล็ดข้าว ฉะนั้นก็เลยสร้างปัญหา ปัจจุบันนี้สร้างปัญหาก็คือ ลงมากินเรื่อย ๆ สวนยางพาราพังระเนระนาด อันนี้คือสิ่งที่ช้างเหล่านั้นได้กระทำต่อมนุษย์ แต่ว่ามนุษย์เราก็ไม่ได้ไปทำลายช้างนะครับ ต้องยอมรับอย่างเพราะเรารักช้าง ผมเคยคุยกับ ชาวบ้านว่าวิธีแก้ปัญหาเรื่องช้างเราจะทำอย่างไร เพราะภูวัวมันมีพื้นที่ตั้ง ๑๑๐,๐๐๐ ไร่เศษ ๆ ทำอย่างไร เขาก็บอกว่าคิดไปคิดมา ผมคุยกันมาเป็น ๓๐ ปีแล้ว เขาก็บอกว่า หมดปัญญา เพราะเขตอนุรักษ์ก็เคยไปทำรั้วไฟฟ้า ปัจจุบันนี้มันก็พังหมดแล้วไม่สามารถ จะทำอะไรได้ แม้แต่ปัจจุบันช้างยังลงมาอยู่นะครับ ยังมาเดินเล่นอยู่ ๔ ๕ ๖ ตำบล ปีหนึ่งเสียหายเฉพาะพืชการเกษตรหลายแสนบาทนะครับ ผมก็คุยกับชาวบ้านว่า เอาอย่างนี้ไหม ปลูกไผ่ไหม ต้นไผ่ที่เป็นหนาม เขาก็บอกว่า คุยกับท่าน ส.ส. ดะนัยเมื่อสักครู่ ท่านก็บอกว่าถ้าเราปลูกต้นไผ่ก็ถูกต้อง แต่ว่ามันยังไม่โตหรอก ช้างมันจะมากินหมด มันยัง จะไม่เป็นหนามนะครับ ฉะนั้นคุยกับนายกท้องถิ่น ๕-๖ ตำบลนี้นะครับ ๓ อำเภอ เขาก็บอกว่าเขาไม่มีงบประมาณเพียงพอ เพียงลำพังที่เขามีงบประมาณที่ทำถนนหนทาง แหล่งน้ำในตำบลก็ปีละ ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท จะเอาเงินที่ไหนมาทำรั้วกั้นที่เป็นแนวไฟฟ้า ฉะนั้นวันนี้ผมอยากหารือไปยังผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ เพราะปัญหาเรื่องช้างไม่ใช่แก้วันนี้ ๒ วันจะเสร็จนะครับ เรามีปัญหาเรื่องนี้มาเป็น ๓๐-๔๐ ปีแล้ว ผมก็ฝากผู้ที่ศึกษาวิจัย ในเรื่องนี้มาให้ท่านคิดดูสิว่าจะทำอย่างไร ดีแล้วครับ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาเรื่องช้าง เพราะช้างเป็นสัตว์ที่น่ารัก ผมก็มีแนวคิดว่าเราต้องทุ่มงบประมาณ อย่างจริงจัง เพราะสมัยก่อนนะครับ เรียนประธานว่าท่านประธานก็อยู่ใกล้บ้านผม สมัยก่อน ในภูวัวนี่ ภูลังกานี่ สัตว์อีเก้ง อีเห็นอะไรมีหมด ป่าก็เป็นป่าจริง ๆ เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าแล้ง เพราะพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่บนภูวัวไม่มีแล้วจะเป็นภูหัวโล้นแล้ว ฉะนั้น รัฐบาลต้องทุ่มเท ในความคิดของผมนี่รัฐบาลต้องทุ่มเทปีละเป็นหมื่นล้านบาทนะครับ ท่านกล้าไปสร้างถนน สร้างสนามบิน สร้างอะไรก็แล้วแต่ ท่านต้องมาสร้างรักษาสัตว์บ้าง ปลูกต้นไม้มีทางเดียวท่านต้องกล้าปลูกต้นไม้ ให้เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ปลูก ปลูกทุกปี ๆ ปีละเป็นล้านต้น ๒-๓ ล้านต้น เอาต้นละ ๑๐ บาท ๓๐ บาท มันจะเท่าไรท่าน เอาจริงจังเลย แล้วที่สำคัญที่สุดใช้เครื่องบิน เครื่องบินมีเยอะแยะ เครื่องบินทหารมีเยอะแยะ โปรยเมล็ดพันธุ์ เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน พอฝนตกลงโปรยทั้งปีทั้งชาติเลยครับ ต้นไม้มันก็จะขึ้น โดยธรรมชาติของมัน ฉะนั้นก็ฝากท่านด้วยนะครับว่าท่านตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเลย เป็นสิ่งที่ดีมาก ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิรสิทธิ์ ตามด้วยท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เชิญครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เพลงที่เขาร้องกันว่า ช้าง ช้าง ช้าง เคยเห็นช้างหรือเปล่า วันนี้ไม่มีใครอยากฟังเพลงนี้แล้ว เพราะช้างนั้นลงมาทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนเสียหายทั้งประเทศที่มีช้างป่าอาศัยอยู่ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาที่ให้โอกาสผมนั้นแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ และต้องขอ กราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สิน อีกทั้งกัดกินพืชผลทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกทำร้ายร่างกายและทำลายพืชผล ทางการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นเด็กที่อำเภอปากช่อง เป็นผู้แทนราษฎร ของอำเภอปากช่อง บ้านผมนั้นก็ถูกกระทบเดือดร้อนเฉกเช่นเดียวกันกับเพื่อนสมาชิกที่ได้พูด เมื่อหลายท่านแล้ว เพราะบ้านผมนั้นมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นมรดกโลก มีสิงสาราสัตว์ จำนวนมาก ท่านประธานครับ ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ นั้นผมได้เคยยินข่าวว่าสิงสาราสัตว์ บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นได้ทำร้ายร่างกายลูกหลานผู้ที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่เฉพาะบนเขาใหญ่เท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับ ช้างป่าได้ลงมาทำร้าย ร่างกายอีกทั้งเหยียบย่ำพืชผลทางการเกษตรหลายหมู่บ้านในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บางท่านอาจจะกล่าวว่าเป็นที่ที่ไม่มีโฉนดทำอย่างไรได้ละช้างลงมาเหยียบย่ำพืชผล ทางเกษตรก็อย่างนั้นก็ไม่ใช่นะครับ ที่โฉนดช้างก็ไม่ได้เลือก แล้ววันนี้เราจะไปเอาความผิด กับช้างก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นจะมีปัญหา ที่โด่งดังไปทั่วโลก ช้างโดนรถชน สร้างความอเนจอนาถใจให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมเคยนำเรียนท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ดีนะครับท่านตอบผม ดีท่านไม่ตอบว่าไม่รู้ ๆ ผมแย่เลย ผมก็ได้นำข้อมูลไปตอบกับพี่น้องประชาชนว่าหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ท่านพยายามแก้ไขแล้วก็ตอบเป็นหนังสือหลายหน้าด้วยกันมาให้กับผมที่สำนักงาน แล้วก็ บอกว่าต้องการที่จะหาแนวทางแก้ไขร่วมกับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีทั้งรูปไปติด บอกให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นรูปช้าง ให้ระวังช้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดความปลอดภัยหรือแก้ปัญหาเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตดูจากเอกสารเล่มนี้นะครับ ช้างออกมาเมื่อปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๓ ช้างออกมา ๒๒๐ เชือก มันไม่ได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แต่อย่างใดเลยครับ ทำลายทรัพย์สิน ๓๐๘ ครั้ง พืชผล ทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนนั้นเสียหาย ๒๖๗ ราย ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา ที่พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นม้าที่ปากช่องตาย ไม่ว่าจะเป็นโควิด (COVID) และอีกหลายปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในเขตอำเภอปากช่อง วันนี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพืชผล ทางการเกษตรและทำร้ายประชาชนนั้น ผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งให้ช้างอยู่กับพี่น้อง ประชาชนอย่างผาสุก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่า บุกรุกพื้นที่ทำกินในครั้งนี้นั้น หวังเหลือเกินนะครับว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และอีกหลายจังหวัดที่มีปัญหาเฉกเช่นเดียวกัน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ตามด้วยท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ นะครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นกระผมต้องขอกราบขอบพระคุณทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ท่านได้เสนอญัตติในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาหาทางออกแก้ไข ปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรและเยียวยาในส่วนของผลกระทบ อย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยจริง ๆ แล้วมีช้างป่ากระจายอยู่ ทั่วประเทศไทยก็อยู่ในตามเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่า เขตอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ซึ่งมีจำนวนมากนะครับ ซึ่งในเขตป่าหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี่ก็อยู่ในแนวตะเข็บ ติดกับเขตชุมชนบ้าง เขตที่ทำกินของประชาชนบ้าง มีเอกสารสิทธิบ้าง หรือไม่มีเอกสารสิทธิบ้าง ในส่วนนี้ ก็ขอนำเรียนว่าวันนี้หลังจากที่มีจำนวนมากขึ้นเพราะเราความอุดมสมบูรณ์ในส่วนนี้ ทำให้ช้างป่าต้องออกมาหากินในแนวตะเข็บของเขตป่าที่เขาอยู่ แล้วเขาก็ได้ลงมาทำลาย พืชผลทางเกษตรทำให้เราพวกได้รับผลกระทบและทำให้มีการยื่นญัตติในครั้งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ซึ่งปัญหาในการบุกรุกของช้างป่านี่ จริง ๆ แล้วเป็นความรับผิดชอบโดยตรง ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งที่ผมทราบมาก็มีการจัดทำแผนจัดการ ช้างป่า พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๑ แผน ๒๐ ปี จากมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่อนุมัติให้มีการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นงบกลาง รายงานเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน ที่ผมทราบนี้น่าจะประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ๔๐๐ กว่าล้านบาทได้นะครับ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและลดผลกระทบจากสัตว์ป่า ซึ่งก็จะมีหลาย ๆ โครงการ จริง ๆ แล้วก็จะมีโครงการมีความสำคัญที่ผมขอหยิบยกมานะครับ ท่านประธาน ก็จะมีโครงการในการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แบบบูรณาการและโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย โดยรวมแล้วจะเห็นได้ว่าแม้ความพยายาม ของการมีงบประมาณและในการของอนุรักษ์ช้างป่า ผมเข้าใจว่าเป้าหมายของทางอุทยานนี่ ก็อยากที่จะให้มีการดูแลช้างให้อยู่คู่กับประเทศไทย หรืออยู่กับประชาชนได้ หรืออยู่กับ ประชาชนที่ทำมาหากินอยู่ในแนวเขตที่ติดกับเขตป่าได้ในส่วนนี้ แต่จริง ๆ แล้ว ในงบประมาณส่วนนี้ก็อยากตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ เพราะว่าทราบมาว่ามี พ.ร.บ. สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ในส่วนนี้ผมต้องขอขอบคุณทางท่านหัวหน้าชลิต สิงห์โรจน์ธนากร เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวของจังหวัดระนองนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ได้ให้ข้อมูลผมมาเพิ่มเติมของมาตรา ๖๐ ตรงนี้อยากตั้งข้อสังเกตไว้ว่าถ้าเผื่อมีโอกาสนะครับ มีโอกาสได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ อยากให้ศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณตรงนี้อย่างแท้จริงว่างบประมาณตัวนี้ สามารถมาใช้ดูแลเยียวยาประชาชนได้หรือเปล่า หรือใช้เฉพาะดูแลข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่นะครับ ในส่วนของจังหวัดระนองนะครับท่านประธาน ผมก็ได้รับ การประสานงานจากท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านพัชรี หีดรอด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลละอุ่นเหนือ แล้วก็ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นหลาย ๆ ท่านแจ้งมาว่าวันนี้ในส่วนปัญหาของระนองก็มีช้างป่า เช่นกัน และช้างป่าของระนองนี่ต้องขอนำเรียนว่าเป็นช้างที่น่ารักมากไม่ได้ทำลายประชาชน ตามธรรมชาติของช้างแล้วถ้าเผื่อว่าเราไม่ไปไล่เขาหรือเราไม่ไปรังแกเขานี่ เขาก็คงไม่มา ทำร้ายประชาชน จะเห็นจากภาพสไลด์ (Slide) ที่ได้จากทางท่านพัชรี ท่านก็ลงพื้นที่เอง แล้วก็นำเสนอเองเลย แล้วผมก็ได้ปรึกษาท่านว่าทำอย่างไรจะให้ในส่วนของภาครัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล แก้ไข และให้ความเยียวยา หรือช่วยเหลือประชาชนได้ในส่วนนี้ ของระนองนี่จะมีลงมานะครับ ลงมาหากินของ ช้างป่าจำนวน ๗ ตัวได้โขลงหนึ่ง จริง ๆ แล้วระนองที่ผมทราบมาจากหัวหน้าอุทยาน มีประมาณ ๓๐ ตัวได้ครับท่านประธาน แต่วันนี้ที่ระนองได้เข้ามาทำมาหากินหรือเข้ามาบุกรุกในเขตของชาวบ้านประมาณ ๗ ตัว ซึ่งใน ๗ ตัวจะมีลูกน้อยตัวน่ารัก จริง ๆ แล้วประชาชนที่เข้าไปดูแลเขามีอาสาสมัครตั้งชื่อ ให้เขาด้วย ชื่อว่าลูกหมู ก็มีช้างน้อยน่ารักอยู่ตัวหนึ่ง และแม่ แล้วก็ครอบครัวของเขา แล้วส่วนใหญ่จะเป็นช้างเพศเมีย ส่วนช้างเพศผู้ที่เหลือก็ส่วนใหญ่ก็จะหากินอยู่ในเขตป่า ของเขา แล้วก็จะเป็นช้างที่สันโดษส่วนใหญ่ก็คงจะไม่ได้พาลูกหรือพาครอบครัวของเพศเมีย ลงมาหากิน แต่ด้วยสัญชาตญาณแล้วก็คือความเป็นแม่ก็คงจะต้องหาเลี้ยงดูแลลูกก็คงจะ หาอาหารที่เขาพึงที่จะกินได้ แล้วก็ดูแลเขาได้ให้เขาเติบโต นั่นเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่เขาต้อง ลงมาในส่วนนี้ ก็กราบเรียนว่าในส่วนของระนองที่เข้ามา ก็มีในตำบลละอุ่นเหนือ ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง จำนวน ๖ ตัว และยังมีพื้นที่ใกล้เคียง ขออนุญาต พอดีท่าน ส.ส. ชุมพล จุลใส ซึ่งเป็น ส.ส. จังหวัดชุมพร มีพื้นที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ด้วยเช่นกัน ในส่วนนี้ทราบมาว่ามีการเข้ามาบุกรุกด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอำเภอหลังสวน อำเภอทุ่งตะโก แล้วก็หลาย ๆ อำเภอของจังหวัดชุมพรที่มีเขตติดต่อที่อุทยานแห่งชาติ น้ำตกหงาวได้ดูแลในส่วนนี้ ก็ได้เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรเช่นกันในวันนี้ ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน ในส่วนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวนี่ก็ไม่เคย ได้นิ่งนอนใจ ก็พยายามที่จะมีชุดเฝ้าระวังเข้ามาดูแล เข้ามาแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ในส่วนนี้ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ท้องที่ ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใหญ่บ้านพัชรี แล้วในส่วนนี้ ขาดงบประมาณครับ ทางผู้ใหญ่บ้าน ทางหน่วยอาสาสมัครหรือหลาย ๆ ท่านได้จัดสรร งบประมาณส่วนตัวในการดูแล ในการแก้ไข ในการเข้าไปช่วยเหลือแล้วก็ผลักดันช้าง ในส่วนนี้ก็จะเห็นได้ว่าในส่วนของจังหวัดระนองน่าจะเป็นจังหวัดเล็กจังหวัดหนึ่ง ที่มีผลกระทบเช่นกัน อาจจะมีผลกระทบน้อยกว่าจังหวัดอื่น ๆ แต่ถึงอย่างไรแล้วในส่วนนี้ ผมก็เห็นด้วยที่อยากให้มีการตั้งชุดของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาพิจารณาดูแลแก้ไข ปัญหาช้างบุกรุกพื้นที่เกษตรกร แล้วก็เยียวยาอย่างยั่งยืน ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรัณย์ครับ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ ก็ขอสนับสนุน ญัตติที่ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาช้างป่า ไม่ว่าจะเป็นการทำร้าย หรือว่าทำลายสิ่งต่าง ๆ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน เรื่องช้างนี่จริง ๆ เป็นเรื่องที่ ผมหารือในสภาแห่งนี้ตั้งแต่น่าจะเป็นครั้งแรกในฐานะ ส.ส. ตั้งแต่ที่เราอยู่ที่ทีโอที (TOT) กัน แล้วก็หลังจากนั้นก็ ๒-๓ ครั้งที่ผมย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จนถึงปี ๒๕๖๓ สถิติต่าง ๆ ในการที่ช้างป่าออกมาจากพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือว่าจะเป็นเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ เริ่มถี่มากขึ้น แต่ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีสมาชิกหลายท่าน พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะขอข้ามไปจุดที่อยากให้เราเน้นว่าคณะกรรมาธิการควรจะต้อง ทำอะไรบ้าง🔗

อย่างแรก คือเราต้องมีการกำหนดหน้าที่ บทบาท ความรับผิดชอบให้ชัดเจน ว่าส่วนไหนใครดูแล ตอนนี้ที่พื้นที่ที่อำเภอภูหลวงซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอยู่นี่ ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้เชื่อมต่อกับหลายตำบล หลายอำเภอ ทำให้ปัญหาช้างป่าออกนอก พื้นที่กระจายไปในหลายอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ของผม แล้วมันก็จะเป็นการยาก ที่เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนก็ตาม หรือว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่ไหนพื้นที่หนึ่ง จะสามารถดูแลได้หมด เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องมีการแบ่งให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนดู เรื่องอะไร และเจ้าหน้าที่กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนเองก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อแม่พี่น้องในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ช่วยกันจัดเป็นกลุ่ม เพื่อเฝ้าระวังช้างขึ้นมา แต่ก็ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งก็มีติดเรื่องการข้ามพื้นที่ การข้ามเขต หรือว่าการเข้าในพื้นที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ ป่าไม้เข้ามาช่วย อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ยังมีความสับสนมากเวลาทำงานว่าใครจะทำอะไร อย่างไร ในคณะกรรมาธิการก็อยากให้ทำเรื่องนี้ให้เป็นระบบมากขึ้น ใครจะช่วยดูแล ส่วนไหน ใครที่จะเป็นคนคอยประสานงาน เพื่อที่จะทำให้บุคลากรที่ช่วยดูแลเรื่องนี้ทำงาน กันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗

ต่อมาครับ ต่อมาจากเรื่องอำนาจหน้าที่ ก็คือการสนับสนุน ตอนนี้หน่วยงาน หรือว่ากลุ่มชาวบ้านที่แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาหรือว่าเฝ้าระวังช้างมีปัญหามาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสาร ไฟฟ้าส่องสว่าง หรือแม้แต่ กำลังคน ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือการประกันภัย เนื่องจากหน่วยงานหรือว่าสิ่งที่ เขากำลังทำกันอยู่นี้มีความอันตรายสูง เพราะฉะนั้นในการที่เป็นอาสาสมัคร แทบจะไม่มี ที่ไหนที่รับประกันเลยว่าการทำงานแบบนี้แล้วเขาจะช่วยประกันภัยให้ได้ ตอนนี้ก็ต้อง ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลยนะครับที่เข้ามาทำงาน แล้วก็ช่วยพยายามอย่างเต็มที่ ในการผลักดันให้เกิดการประกันภัยของอาสาสมัครที่ช่วยเฝ้าระวังช้างป่า แต่ว่าเราก็ อยากให้มีการสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่านี้ ตอนผมไปลงพื้นที่ในพื้นที่ภูหลวง หรือพื้นที่ ที่มีปัญหาเรื่องช้างป่านั้น ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าก่อนจะขอน้ำหรือว่าขอถนน อยากให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องช้างป่าก่อนเป็นอันดับแรก แล้วมันก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เท่าที่ควร ตอนนี้ก็เริ่มมีงบประมาณต่าง ๆ ลงไปเพื่อช่วย ไม่ว่าจะเป็นสร้างในการครอง เพื่อเปลี่ยนทางเดินของช้างเพื่อกำหนดให้เขาเดินไปทางอื่นที่ไม่ผ่านพื้นที่ชุมชน แต่มันก็ยังมี ติดอยู่ครับท่านประธาน ก็คือมีปัญหาว่าการทำโครงการต่าง ๆ บางครั้งในพื้นที่ พื้นที่ของ ป่าไม้ก็ต้องคุยกับป่าไม้ก่อน บางทีกว่าจะได้ทำอะไรจริง ๆ ได้งบตั้งแต่เดือนนี้ อีก ๕-๖ เดือน ถึงจะได้ทำ ก็อยากให้มีการเคลียร์ (Clear) กันให้ชัดว่าการจะทำโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ควรจะทำอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ได้รวดเร็ว ต่อไปก็คือแผนระยะยาวว่าเราจะทำอย่างไร อย่างที่หลาย ๆ ท่านที่สมาชิกพูดไปแล้วก็คือเราต้องรู้ให้ได้ว่าปัญหาที่ทำให้ช้างออกมา คืออะไร เราจะได้แก้ปัญหาให้ถูก ในป่าหรือว่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีจำนวนช้าง ที่หนาแน่นเกินไป หรือว่าอาหารไม่เพียงพอทำให้ช้างต้องโดนผลักดันออกมาเพื่อหาอาหาร จากพื้นที่ชุมชน เหล่านี้คือปัญหาที่เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันเกิดจากปัญหาอะไรกันแน่ ต่อมาก็คือการตรวจเช็ก (Check) ข้อมูล หรือว่าการทำข้อมูลบันทึกว่าจริง ๆ แล้วในพื้นที่ มีจำนวนช้างอยู่เท่าไรกันแน่ มีจำนวนช้างเท่าไร พื้นที่อาศัยอยู่บริเวณไหน มันเหมาะสม กับช้างในจำนวนเท่านี้ ในพื้นที่เท่านี้หรือเปล่า เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมจำนวน ของช้างป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าได้ แล้วเราไม่สามารถเช็ก (Check) จำนวน อย่างละเอียดได้ว่ามีจำนวนอยู่เท่าไรแน่ ทำให้มันเป็นการยากครับที่เราจะกำหนด หรือเราจะดูแลว่าตอนนี้มันเริ่มเยอะไปแล้วจะเริ่มมีปัญหาช้างที่ออกมาจากพื้นที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าในคณะกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นนะครับ ก็อยากให้ฝากเรื่องนี้ด้วยว่า ช่วยศึกษาความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการฝังชิป (Chip) หรือการติดตาม ไม่ว่า จะเป็นจำนวนหรือว่าการเดินทาง การเคลื่อนที่ ย้ายถิ่นของช้างต่าง ๆ เพื่อที่ถ้าเราจะต้อง ป้องกันหรือช่วยผลักดันช้างที่ออกมาจากเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า เราจะสามารถทำได้ อย่างทันท่วงทีไม่ต้องให้ช้างออกมา ไปเจอชาวบ้าน ไปสร้างความเสียหายแล้วค่อยผลักดัน กลับเข้าไป🔗

เรื่องต่อไป ก็คือการควบคุมปริมาณช้าง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อาจจะฟังดูง่าย แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การควบคุมปริมาณช้าง เพราะว่า มันไม่เหมือนสัตว์ชนิดอื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเอง ช้างเป็นสัตว์ที่ถ้าในชาวบ้าน และพวกผมก็จะเรียกว่าเป็นพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ของป่า คือไม่มีใครใหญ่กว่านี้แล้ว ไม่มีใคร ทำอะไรได้ ก็ต้องปล่อยให้โตหรือว่าเป็นอะไรตายไปเอง เพราะฉะนั้นการควบคุมปริมาณ ของช้างมันจะยากมาก แต่ก็อยากจะฝากนะครับว่ามีทางไหนที่พอจะควบคุมได้ หรืออาจจะ ต้องเป็นการย้ายไปพื้นที่อื่นที่มีความพร้อมมีพื้นที่มากกว่าที่จะสามารถรับปริมาณช้าง ที่เยอะเกินไปของพื้นที่หนึ่งย้ายไปอีกพื้นที่หนึ่งได้ เพื่อที่ช้างก็จะได้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ แล้วก็ไม่ได้มีผลกระทบกับชุมชนโดยรอบพื้นที่🔗

เรื่องต่อมา ก็คือการช่วยเหลือแล้วก็การเยียวยาของพ่อแม่พี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบ เรื่องนี้เราพูดกันมานานว่าช้างออกมากินพืชผลทางการเกษตรบ้าง ทำลาย ข้าวของบ้าง หรือแม้กระทั่งทำให้คนตายบ้าง ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้หลายที่ หลายพื้นที่มีการจัดการ มีการเยียวยาที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากให้คณะกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นศึกษาว่าเราควรจะเยียวยาอย่างไร ที่ให้มันเหมาะสม ช้างออกมารอบหนึ่งกินอ้อยไปไร่หนึ่ง ความเสียหายนับเป็นเท่าไร หรือว่า ควรจะมีการเยียวยาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเท่าไรแน่ มันควรจะเป็นมาตรฐาน อีกนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน🔗

เรื่องสุดท้าย ก็คือการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อที่จะทำให้ช้างไม่ต้องออกมาจากพื้นที่ ถ้าเขามีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิต ผมเชื่อว่าช้าง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาในพื้นที่ชุมชน เพราะฉะนั้นผมขอเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน แล้วก็ให้ มันหมด เพื่อที่เราจะได้รักษาช้างแล้วก็ทำให้อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างเสมอภาคกัน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ ตามด้วยท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ช้างถือว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย เป็นราชพาหนะของ พระมหากษัตริย์ตั้งแต่โบราณมา ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. ๒๔๘๒ ก็กำหนดให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะ แสดงว่าประเทศไทยของเรามีช้างอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือช้างบ้านหรือช้างที่เป็น พาหนะ ๒. ก็คือช้างป่า ท่านประธานครับ ช้างบ้านมาจากไหนครับ ช้างบ้านก็มาจากป่าครับ ดังนั้นวันนี้ยังไม่มีตัวเลขชัดเจนว่าช้างป่าในทุก ๆ ป่านั้นมีช้างกี่ตัว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมท่านจำเป็นจะต้องออกสำรวจให้มันชัดเจนว่าช้างมันมีกี่เชือกแน่นะครับ วันนี้ ก็มีบอกว่าประมาณ ๓,๐๐๐ ตัวจริงหรือเปล่าครับ ความเสียหายทั้งหมดที่หลายท่าน ได้พูดมา ผมเข้าข้างช้างครับ ผมไม่เข้าข้างคน ผมเลือกที่จะเป็นเพื่อนกับช้างนะครับ เพราะว่าช้างพูดไม่ได้ ช้างโกหกไม่ได้ ช้างคือผู้ถูกบุกรุก คนคือผู้บุกรุกช้าง ไม่ใช่ช้างบุกรุกคน ที่คนอยู่นั่นช้างอยู่มาก่อนครับ ก็ไปแย่งที่อยู่เขา ไปแย่งอาหารเขานะครับ ไปแย่งแหล่งน้ำเขา คนจนก็บุกป่าไปเรื่อย ๆ เมื่อไม่มีอะไรจะกินก็บุกรุกป่าแผ้วถางไป อาหารสัตว์ อาหารช้าง ทั้งหลายก็ค่อย ๆ ลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะการตัดถนนผ่ากลางผืนป่าผืนใหญ่เช่นที่เขาใหญ่ อันนี้เสียหายมาก วันนี้ถ้าคณะกรรมการมรดกโลกออกมาสำรวจ ผมคิดว่าเขาใหญ่คงไม่เป็น มรดกโลกอีกต่อไป ห้วยขาแข้งก็เหมือนกัน ลองขับรถไปสิครับ กลายเป็นตำบล กลายเป็น หมู่บ้าน กลายเป็นไร่เป็นสวนไปหมด พื้นที่ลดน้อยถอยลง ท่านประธานครับถ้าเศรษฐกิจดี จะไม่มีใครไปบุกรุกป่าเลย เช่นจังหวัดลำพูนครับ มีนิคมอุตสาหกรรมของภาคเหนือ เมื่อก่อน นี้จังหวัดลำพูนเป็นเขาหัวโล้นหมดนะครับ จังหวัดเชียงใหม่ก็เหมือนกัน พออุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมรูปต่าง ๆ เข้ามาจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ปรากฏว่าไม่มีใครอยาก ที่จะไปทำไร่ทำสวนในป่าเลย จะเห็นว่าวันนี้ป่าเขาตามจังหวัดลำพูนเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเขาหัวโล้น อันนี้คือตัวอย่างของเศรษฐกิจดี จะไม่มีคนบุกรุกป่า บุกรุกช้าง ท่านประธานครับ ช้างเป็นตัวแทนเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ทั้งหลายของสัตว์ป่าทั้งหมด สัตว์ป่าอื่น ๆ ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับมนุษย์ได้นะครับ ไม่ว่าเสือ สิงห์ กระทิง แรดอะไร ทั้งหลาย สู้คนไม่ได้ครับ มีแต่ช้างที่ตัวใหญ่ใช้พละกำลังหรือปกป้องพรรคพวกเพื่อนฝูงในป่า ป่าหดหายช้างมาเรียกร้อง เราอย่าไปคิดว่า เออ ช้างทำลายคน ท่านประธานครับ สัตว์อื่น เริ่มจะสูญพันธุ์ไปเรื่อย ๆ สัตว์เล็กสัตว์น้อยหายไป เพราะแหล่งอาหารหมดสิ้นไป ระบบนิเวศ สูญเสีย สัตว์ที่กินสัตว์ก็ไม่มีอาหารที่จะกิน สัตว์กินพืชพืชก็น้อยลงนะครับ อันนี้คือ ระบบนิเวศที่มันถูกคนทำลายบุกรุก ท่านประธานครับ ถ้าช้างป่าเพิ่มขึ้นจริง ๆ นะครับ ถ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเห็นว่าประชากรช้างในประเทศไทยมันเพิ่มมากขึ้นมากขึ้นจริง ผมคิดว่า ในทุกปีครับต้องเอาช้างป่ามาเป็นช้างบ้าน สมมุติว่าปีนี้ช้างเพิ่มจำนวนเท่าไร เพิ่มจำนวน ขึ้นมาประมาณ ๓๐ เชือก ถ้าเราจะควบคุมก็ให้มีการคล้องช้างประจำปีของชาติ การคล้องช้าง ป่าวประกาศไปทั้งประเทศ แล้วให้คนมาดูวิธีการคล้องช้างป่ามาเป็นช้างบ้าน เมื่อคล้องช้าง ได้ ๒๐ เชือกแล้วก็ประมูล ประมูลเอาเข้าไปสู่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว แล้วช้างเหล่านี้ ก็จะอยู่ดีกินดี มีอาหาร ทำรายได้ให้กับประเทศชาติด้วย วันนี้ประเทศไทยถือว่าช้าง เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ในธงชาติของไทยเมื่อก่อนก็ใช้ช้างเป็นสัญลักษณ์ของธงชาติ ท่านประธานครับ วันนี้เราต้องเห็นใจช้างนะครับ เราต้องเข้าข้างช้าง คน ๗๐ ล้านคน แต่ว่า ช้างมี ๓,๐๐๐ เชือก ต่อไปก็จะเป็นช้างแต่ในกระดาษ บนศาลพระภูมิ เจ้าที่ อ๋อ นี่ช้าง หรือครับ ดังนั้นเพื่อรักษาช้างให้อยู่คู่กับประเทศไทยอยากจะให้ทุกท่านช่วยกันรักษาพื้นที่ ที่เขาจะอยู่ หรือไม่จะควบคุมปริมาณก็เอามาเป็นช้างบ้านเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเป็นช้าง เศรษฐกิจ ผมก็อยากมีช้างครับ ผมโตมากับช้างนะครับ เกิดมาก็เจอช้างแล้ว อยู่กับช้างมา ตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นก็ฝากทุกท่านว่าอย่าไปรังเกียจช้าง ท่านต้องป้องกันตัวเองครับ ท่านไป บุกรุกเขาเอง ผมเป็นเพื่อนช้าง ผมรักช้าง หรือว่าอ่างฤาไนเห็นว่ามี ๔๐๐ ตัว มันล้นก็เอาไป ที่เมืองน่าน เมืองน่านเมื่อก่อนมี ๑๐ ตัว เดี๋ยวนี้เหลือ ๒ ตัว ก็ย้ายถิ่นไปไว้ที่เมืองน่านอีกสัก ๔-๕ ตัว แล้วก็ไปที่ภูพาน วันนี้มีเหลืออยู่ ๓ ตัวช้างป่า ก็ย้ายอ่างฤาไนไปอีกสัก ๑๐ ตัว เพื่อให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยใน ๖๘ ป่าบริหารจัดการ ขยับขยายให้ไปอยู่ตามป่าต่าง ๆ อีกสัก ๑๐-๒๐ ปี ในโลกนี้ประเทศไทยก็จะเหลือช้าง เพื่อจะให้เป็นสัตว์ประจำประเทศ เป็นมิ่งขวัญของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกิตติชัยครับ ตามด้วยนางสาวธนภร โสมทองแดง นะครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ประกอบไปด้วยอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตำบลโพรงอากาศ ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา กระผมขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาเรื่องช้างครับ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตกล่าวอย่างนี้ กระผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตที่ไม่ค่อยมีปัญหา เรื่องช้าง แต่เนื่องจากผมเป็นผู้แทนราษฎรของจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการปรึกษาพูดคุย ปรึกษาหารือ มีการพูดคุยแนวทางการแก้ไขปัญหากับผู้หลักผู้ใหญ่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุชาติ ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ที่ชาวฉะเชิงเทราให้ความเคารพ ซึ่งแนวทางนั้นการแก้ไขปัญหามีหลากหลายครับ ก่อนอื่น กระผมต้องกล่าวว่าภาคตะวันออกของเรานะครับ มีป่าผืนใหญ่ ป่าที่สำคัญก็คือป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๒,๐๐๐ กว่า ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติที่สำคัญ ยกตัวอย่างนะครับ เขาอ่างฤาไน ป่าสอยดาว เขาคิชฌกูฏ เขาชะเมา-เขาวง และเขาสิบห้าชั้นนะครับ ปัญหาเรื่องช้างมีมายาวนานตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นผู้แทน ตั้งแต่ผมเป็นนักธุรกิจ ใช้รถ ใช้ถนน สัญจรไปมาผ่านตำบลบึงตะเกรา อำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ เป็นประจำนะครับ ปัญหาที่สำคัญของช้างก็คือระหว่างช้างป่ากับคนหรือชุมชนกับช้างป่า ก่อนอื่นต้องถามว่า คนกับช้างใครมาก่อนกันครับท่านประธาน ไม่มีใครตอบได้ครับ ช้างอยู่ในที่ธรรมชาติ คนเราก็เช่นเดียวกันก็อยู่ในที่ธรรมชาติ แต่ผ่านมาคนเราสร้างที่อยู่อาศัย ช้างก็สร้าง ที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกัน แต่ช้างก็อาศัยอยู่ในแหล่งที่เป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้นข้อแรก ของปัญหาคือการเพิ่มขึ้นของประชากร ของคนก่อนครับท่านประธาน คนเราไปบุกรุก พื้นที่ป่าไหม ไปทำลายป่าหรือเปล่า ไปทำลายแหล่งอาหารของช้างหรือไม่ ต่อมาครับ ท่านประธานการเพิ่มขึ้นของประชากรของช้าง มีการควบคุมอยู่ไหม ไม่มีครับท่านประธาน ช้างป่าไม่มีการควบคุมนะครับ การควบคุมอย่างต่างประเทศมีการล่าสัตว์ป่าได้ เป็นการควบคุม เป็นการลดจำนวนประชากรของช้าง แต่ในไทยเรานับถือพุทธศาสนา ไม่สามารถทำได้ กฎหมายไม่เอื้ออำนวยครับท่านประธาน🔗

ปัญหาต่อมา การบุกรุกยึดครองพื้นที่ทำกินในเขตป่า อันนี้ก็สำคัญ ปัญหา เกิดจากอะไรครับ ความยากจน นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนที่ไม่มีที่ดินทำกินไปบุกรุก แผ้วถางป่า การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงเชื่อมโยงกันเป็นอย่างมาก🔗

ข้อถัดมาคือการขาดการยอมรับ การให้ความร่วมมือ รวมถึงทัศนคติ ของพ่อแม่พี่น้อง ผมเข้าใจครับพ่อแม่พี่น้องไม่มีที่ดินทำกิน แต่พ่อแม่พี่น้องส่วนนี้ก็มีแนวคิด ที่ว่าการบุกรุกที่ป่านั้นมีโทษน้อย🔗

ถัดไปครับ ปัญหาทางธรรมชาติ ไฟป่าสำคัญเลยเป็นส่วนที่ผลักดันให้ช้างป่า หรือสัตว์ป่าต่าง ๆ ต้องหาที่อยู่อาศัยใหม่🔗

ปัญหาถัดไปครับ พฤติกรรมของช้างป่าเปลี่ยนแปลงไปมาก สมัยก่อน ช้างก็หากินในป่า แต่ตอนนี้ป่าเหลือน้อย หากินที่ไหนครับ ที่ ๆ ราษฎรทำมาหากิน กระผม ต้องขอใช้ข้อมูลตำบลทุ่งพระยา มีช้างเข้าไปบุกรุกกว่า ๑๐๐ ตัว พืชทางการเกษตร ข้าว อ้อย สับปะรด ได้รับความเสียหาย พ่อแม่พี่น้องขาดรายได้ ในรอบปีที่ผ่านมามีการเยียวยา อย่างมาก อย่างน้อย ๒๐ ครัวเรือน ๓๐ ครัวเรือน แน่นอนครับท่านประธาน กระผม ต้องขอขอบคุณข้อมูลคลองตะเกราในส่วนนี้ของท่าน สจ. ศักดิ์ชาย ตันเจริญ สมาชิกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ท่าน สจ. ไพรินทร์ หนูมาก ท่านก็เป็น สจ. จังหวัดฉะเชิงเทรา เช่นเดียวกันครับ🔗

สุดท้ายกระผมขอแนะนำการแก้ปัญหานะครับ ๑. คือการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัย ของช้าง ปรับปรุงแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร โป่งเทียม การจัดการด้านอื่น ๆ การใช้ระบบ สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ระบุตำแหน่งของช้างให้มีความเหมาะสมทางวิชาการ การป้องกัน ช้างออกนอกป่า การสร้างรั้วไฟฟ้า การขุดคูป้องกันช้าง และอย่าลืมครับ เราสร้างแล้ว เราต้องบำรุงรักษาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผู้นำชุมชน ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาด้วย และการย้ายช้าง อันนี้ปัญหาค่อนข้างหนักนะครับ ช้างที่ออกจากป่าไปแล้ว เตลิดไปไกลกว่าจะให้ช้างกลับคืนป่าอีก ผ่านไม่รู้กี่ชุมชน แต่ละชุมชนก็เกี่ยงกัน ว่าจะผ่าน ชุมชนฉัน จะผ่านชุมชนคุณ รู้สึกว่าผลักกันไปผลักกันมา ช้างก็ไม่ได้กลับป่า ในส่วนนี้ สุดท้าย กระผมขอกล่าวว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแม่พี่น้องเป็นที่สำคัญ สมัยนี้การสร้าง เครือข่ายระหว่างหน่วยงาน การสร้างช่องทางการสื่อสารที่ใช้ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ปัจจุบันนี้กลุ่มไลน์ (Line) การเตือนภัยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องช้าง ช้างมาทำลายบ้านพ่อแม่พี่น้อง มาทำลายโรงเรียนที่สนามชัยเขตบ้าง ท่าตะเกียบบ้าง สร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน กระผมก็ต้องขอกล่าวว่าในฐานะผู้แทนราษฎร ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเด็กหนุ่มจากภาคตะวันออก ขอสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาช้าง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธนภร ตามด้วยคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร แล้วก็คุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่เล็งเห็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยการเร่งนำญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาผลกระทบจากช้างป่าบุกรุกเพิ่มขึ้น และแนวทางแก้ไขเยียวยาอย่างยั่งยืน เพื่อแสดง ความจริงใจว่าสภาอันทรงเกียรตินี้ไม่ละเลยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ปัญหาช้างป่าบุกรุกขยายวงกว้าง ช้างมีการกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่อุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภัยคุกคามจากช้างในประเทศไทยเช่นเดียวกับภัยคุกคามของช้าง ระดับทวีป นั่นหมายถึงประชากรเพิ่มขึ้น แหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่าลดลง พื้นที่เกษตรกรรม ทำให้พื้นที่ป่าลดลง ปัญหาช้างป่าบุกรุกนั้นดิฉันได้เคยหารือท่านประธานไปแล้ว ๒ ครั้ง แต่ยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เรื่องดังกล่าวนี้ดิฉันได้ไปรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง บ้านแก่งจอ อำเภอไทรโยค แล้วก็พี่น้องบ้านจันเดย์ บ้านสหกรณ์นิคม อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พี่น้องได้รับผลกระทบจากช้างป่าบุกรุกพืชผลทางการเกษตรเสียหาย แล้วก็มีคนโชคร้ายได้รับบาดเจ็บและล้มตาย พี่น้องเดือดร้อนต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ เยียวยาลดความเดือดร้อน แต่ปรากฏว่าภาครัฐมีเงื่อนไข ผู้ทำเกษตรกรนั้นจะต้องไปขึ้น ทะเบียนเกษตรกรเสียก่อน และขั้นตอนในการขอเยียวยาขอความช่วยเหลือจะต้องผ่าน ขั้นตอนร้องเรียนไปยังระดับท้องถิ่นไปถึงจังหวัด ซึ่งมีขั้นตอนที่จะซับซ้อนและหลากหลาย ท่านประธาน เมื่อได้รับผลกระทบก็จะมีเกษตรกรจังหวัดเข้ามาประเมินความเสียหาย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะคะท่านประธาน อย่างเช่นพี่น้องเกษตรกรทำไร่ ๒๐ ไร่ แต่ว่าเสียหายประมาณ ๑ ไร่ เกษตรกรก็จะตีความว่าเสียหายไม่สิ้นเชิง หรือกรณี ที่ต้นเงาะหรือต้นทุเรียนแตกหักก็จะตีความว่าความเสียหายไม่สิ้นเชิงเหมือนกัน นี่หรือคะ นี่เป็นคำนิยามของคำว่าเสียหายไม่สิ้นเชิง บางพื้นที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้นำท้องถิ่นกระตือรือร้นไปตามกระแส ไปพบชาวบ้าน แทนที่จะไปช่วยเหลือ กลับไปแนะนำ ชาวบ้านว่าต้องเรียนรู้และต้องใช้ชีวิตอยู่กับช้างให้ได้ ท่านประธานคะ ดิฉันฝากท่านประธาน ไปยังคนคิดและคนพูดด้วยนะคะว่าพวกเขาเหล่านี้สามารถไปอยู่กับช้างเป็นตัวอย่างให้พี่น้อง ได้เห็นได้ไหมคะ🔗

มีหลายวิธีนะคะ จากการสื่อจากข่าวที่ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาของช้างนี้ มันมีหลากหลาย อย่างเช่นเกณฑ์คน เกณฑ์เจ้าหน้าที่ของภาครัฐไปกันช้างให้ออกจากพื้นที่ หรือการวางยาสลบเพื่อติดปลอกคอช้างเพื่อจับสัญญาณดาวเทียมของช้าง ก็มีการวางยาสลบ เกินขนาดช้างหัวใจวายนะคะ การติดปลอกคอช้างตามข่าวนะคะท่านประธาน ทำให้ช้าง หงุดหงิด ช้างหงุดหงิดก็ออกมาทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่เขาใหญ่นะคะ ปัญหา ทั้งหมดนี้อยากให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ดิฉันขอใช้สไลด์ (Slide) นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ปัญหาช้างป่า วงจรชีวิต ของช้างป่าในอดีตช้างจะอยู่ในป่าแล้วก็ช้างมีเส้นทางเดินของเขาเองตามวงจร ของเส้นทางช้าง ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปค่ะ วงจรชีวิตช้างป่าในปัจจุบันนะคะ ปัจจุบันพื้นที่ป่า ลดลงมีชุมชนพื้นที่เกษตรกรเพิ่มขึ้น ช้างยังเดินในเส้นทางเดิม ชาวบ้านก็ยังเดือดร้อน เหมือนเดิมนะคะ ขอภาพต่อไปค่ะ ความพยายามแก้ไขปัญหาก็พยายามที่จะไปทำรั้วกันช้าง ให้อยู่ในป่าที่เหลือ เพิ่มแหล่งน้ำใจกลางป่า ช้างยังออกมาหากินในป่า มาหาอาหาร มาหาน้ำ ชาวบ้านก็ยังเดือดร้อนอยู่เช่นกัน แนวทางนะคะ ต้องเข้าใจช้าง เข้าใจคน พัฒนาหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ สร้างเครือข่ายชุมชน เพิ่มความสมบูรณ์ป่าและแหล่งน้ำ ดิฉันมีข้อเสนอ การแก้ปัญหาช้างป่า ๙ ข้อด้วยกันนะคะ🔗

ข้อที่ ๑ คัดเลือกหัวหน้าหน่วยงานนะคะ ต้องให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาของช้างป่า โดยที่ไม่เห็นประโยชน์ส่วนตนนะคะ🔗

ถัดไปนะคะ พัฒนาโครงการระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ของภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำ🔗

ภาพต่อไปนะคะ การปรับปรุงความสมบูรณ์ของถิ่นที่อยู่อาศัยช้างป่า มีทั้งการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน คือการจัดทำแปลงหญ้าและแหล่งน้ำ การแก้ไขปัญหา ระยะยาว คือการเสริมพืชอาหารข้างทางในป่า พื้นที่ที่ป่าจำเป็นต้องเป็นเส้นทางของช้างที่ ออกมาหากินนะคะ🔗

ต่อไปนะคะ ปัจจัยที่ทำให้ช้างป่าเลือกใช้เส้นทางในการเดินระหว่าง หย่อมป่าไปยังแหล่งน้ำ หรือแหล่งอาหารที่สำคัญมีไม่มาก เช่นการมีหย่อมป่าที่ใช้ในการแวะ พักผ่อน หลบความลาดชันนะคะ🔗

ต่อไปค่ะ การใช้งบประมาณในการสร้างสิ่งกีดขวางเส้นทางของช้างนะคะ การกั้นรั้ว การขุดคูกั้นช้างของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ใช่วิธีการ แก้ปัญหาที่ฉลาดนะคะ เพราะเป็นการทำให้ช้างเปลี่ยนเส้นทางและพฤติกรรมในการกิน ส่งผลให้มีปัญหาช้างกระจายกว้างออกไปนะคะ🔗

ควรใช้วิธีการสร้างเครือข่าย สร้างความรู้ ความเข้าใจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรใช้วิธีการสร้างเครือข่ายแบบที่เคยมีการดำเนินการที่กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ขออีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน🔗

ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง การได้รับผลกระทบนะคะ ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง การได้รับผลกระทบจากช้างป่า ใช้เป็นเส้นทางในการผ่านไปหากินยังพื้นที่อื่น จำเป็นต้องมี การปรับเปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิตให้ปลอดภัยในสถานที่ที่มีช้างป่า ขออีกนิดนะคะ🔗

แนวทางแก้ไขตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ปฏิบัติตามแนวทางพระราชดำรินะคะ การแก้ไขปัญหาต้องให้ใช้ข้อมูลและหลักการ ทางวิชาการนะคะ🔗

สุดท้ายนะคะ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาช้างป่า แล้วก็ดิฉันเห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสมชายครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนการตั้งญัตติในเรื่องของ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาช้างป่า แน่นอนครับ ปัญหาช้างป่าในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่เหมือนกับเป็นการเปิดศึกสงครามระหว่างพี่น้องภาคเกษตรกรกับช้างป่า ขอบคุณท่าน ส.ส. เชียงราย ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะว่า ท่านพยายามที่จะพูดในนามของช้าง แต่ผมขออนุญาตท่านประธานว่าขอพูดด้วยหัวใจของช้าง หลายปีที่ผ่านมาบ้านผมก็มีปัญหา เรื่องช้างที่อำเภอพรหมคีรี แน่นอนครับ พื้นที่ในภาคเกษตรกรรมของพี่น้องได้รับผลกระทบ บางครั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องก็สูญเสีย โดยเฉพาะพี่น้องที่สูญเสียจากการทำร้าย ร่างกาย จนกระทั่งถึงแก่ความตายในปีละหลาย ๆ คน ในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ช้างบางส่วนเป็นช้างที่ข้ามชายแดนไปมาระหว่างเพื่อนบ้าน นี่ก็ต้องเป็นพื้นที่ที่เป็นเขต รอยต่อ ท่านประธานครับ ถ้าผมเป็นช้าง วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่าพื้นที่ป่าของผม ที่เคยอุดมสมบูรณ์มันถูกทำให้เล็กลง เล็กลงด้วยวิธีไหนครับ ก็อาจจะเป็นการเข้าไป ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน และปัญหาที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ มันส่งผลกระทบต่อ การชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการทำร้ายของพวกผมซึ่งเป็นช้าง แน่นอนครับ พื้นที่ หากินของพวกผม แม้อยู่ในพื้นที่ป่าจำนวนมหาศาล แต่ป่ามันถูกทำให้เล็กลง พื้นที่ที่เป็น แหล่งหากินของพวกผมคือที่แนวราบในพื้นที่ป่าเขา เราอาจจะอยู่ในพื้นที่สูงของภูเขาก็ได้ แต่เราต้องลงมาหากินในแหล่งที่มีดินโป่ง ในแหล่งที่เป็นพื้นราบที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ในที่ราบ และที่ราบเหล่านั้นมันหายไปจากเทือกเขาและผืนป่าของพวกผม มหาศาลเลยทีเดียว เพราะมันกลายเป็นแปลงเกษตรของมนุษย์ นี่คือผืนป่าของผมหายไป และมนุษย์ก็ชี้หน้าว่าพวกผมต้องไปอยู่ในที่สูง ไต่เทือกเขาขึ้นไปในที่สูงเพื่อให้ไปอยู่ที่นั่น ไม่ใช่ที่ของพวกเรา เราก็ถูกไล่ขึ้นไปอยู่ ยิ่งป่าสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น พอกลับลงมาที่จะหาแหล่ง ที่กินดังเดิมก็กลายเป็นพื้นที่เกษตรของมนุษย์ไปหมดแล้ว และมนุษย์ก็ทำให้ผืนป่า ของพวกเราหายไปอีกด้วยการตัดถนนหนทางเข้าไปในแนวราบ ซึ่งเป็นทางเดินและเป็น แหล่งอาหารของพวกเรา ผืนป่าซึ่งเป็นผืนใหญ่ในหลาย ๆ ล้านไร่ในแต่ละพื้นที่กลายเป็น แปลงเล็ก ๆ เราต้องเดินผ่านลงไปถนน และมนุษย์ก็บอกว่ากีดขวางเส้นทางจราจรในการขับรถ ให้สะดวกสบายในผืนป่า ซึ่งทำถนนเข้าไปนั่นก็เป็นทางเดินของพวกผม แน่นอนครับ เมื่อมนุษย์เจอกับพวกผม มนุษย์มักจะมองว่าเราเป็นศัตรูในส่วนของการทำลายพืชผลบ้าง มนุษย์ก็ใช้กระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียง ทำให้พวกผม โกรธนะ ช้างก็โกรธเป็น โมโหเป็น เมื่อมนุษย์ทำให้เราหวาดกลัว เราก็ควรจะทำอะไร บางอย่างซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองในสัญชาตญาณของความเป็นช้าง เราอาจจะทำลาย ชีวิตมนุษย์ ทำร้ายมนุษย์ให้บาดเจ็บหรือล้มตาย นี่เพราะความจำเป็นที่เราต้องเกิด ความหวาดกลัว ขณะเดียวกันความเป็นช้างเราก็มีเหมือนกับความเป็นมนุษย์ เรามีครอบครัว เรามีลูก เราต้องพาลูกของเรา พาครอบครัวของเราไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตในพื้นที่ ที่พอจะเหลือ แต่มันเหลือน้อยมาก ท่านประธานครับ ถ้าจะแก้ปัญหาของพวกผม ต้องเอาใจ พวกผมไปดูด้วย คนที่ถูกทำร้ายส่วนใหญ่ไม่รู้จักช้าง ช้างหวงมากที่สุดคือลูกของช้าง ในโขลงไหนของช้างที่มีช้างลูกตัวเล็ก ๆ อยู่ พ่อของมันจะยืนเฝ้าระวังในเส้นทางที่ห่างจาก ลูกอยู่เป็นร้อยเมตรเพื่อซุ่มทำร้ายศัตรูที่อาจจะไปทำร้ายลูกเขา นี่คือต้นเหตุหนึ่งที่เราต้อง ทำร้ายมนุษย์เพราะเราหวาดกลัวว่าลูกเราจะเดือดร้อนและถูกมนุษย์ทำลาย ท่านประธานครับ แนวทางที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าจะแก้ปัญหาด้วยการทำโขลงช้าง ทำโขลงช้างในผืนป่า นี่ก็คือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และจุดที่ต้องโฟกัสไปให้ได้ว่าจะให้ เราอยู่อย่างไรโดยปราศจากอันตรายจากมนุษย์ เราจะอยู่อย่างไรที่เราไม่สามารถไปหา แหล่งอาหารที่ไม่ไกลเกินกว่าแหล่งพักอาศัยปกติของเรา เราจะทำอย่างไรมนุษย์ควรจะบอก และค้นคว้าให้ได้ว่าพวกเราเดินไปตามเส้นทางไหน แหล่งที่จะไปหาอาหาร แหล่งที่จะไปหา แหล่งน้ำ แหล่งดินโป่ง อย่าต้อนเราขึ้นบนยอดพลูให้มากนัก เว้นที่ราบ ๆ ให้เป็นแหล่ง อาหารของพวกเราบ้าง นี่คือแนวทางที่จะแก้ปัญหาจากหัวใจของช้างครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ครับ ตามด้วยท่านภณณัฏฐ์ และท่านอุบลศักดิ์นะครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในพื้นที่ผมจังหวัดฉะเชิงเทราก็ประสบกับปัญหานี้เหมือนกัน ในตำบลหนองไม้แก่น อำเภอ แปลงยาว ซึ่งผมก็ภาวนาว่าไม่ให้มีปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ผม เพราะต้องบอกว่า เรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่แก้ไขยากจริง ๆ แล้วทุกวันนี้เจ้าหน้าที่กับชาวบ้านก็ต้องจัดชุดเฝ้าระวัง แล้วก็มาเปลี่ยนเวรผลัดกันเพื่อมาป้องกัน แล้วก็เฝ้าระวังไม่ให้พืชผลทางการเกษตรของพวกเขา ถูกทำร้าย แล้วแน่นอนครับว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสงสารจริง ๆ คือพวกเราที่อยู่ใน ห้องแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) อยู่ในเมือง นอนหลับในห้องแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) กับหลับสบายนี่ผมว่าจินตนาการไม่ออกว่าความกลัว ความหวาดระแวงที่ต้อง คอยพะวงอยู่ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงมันเป็นอย่างไร ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วครับ ว่าความลำบากตรงนี้มันเดือดร้อนแค่ไหน แต่ว่าใช่ครับ ผมคิดว่าช้างนี่ลงมากินพืชผล ทางการเกษตรแน่นอนครับ แต่อย่าไปพูดไปเรื่อยว่ามันมากิน เพราะว่ามันลิ้มรสชาติของพืชผล ทางการเกษตรที่แสนอร่อยแล้วก็ติดใจ คือภาพช้างที่ผมเห็นบางตัว แผลเต็มตัวครับ ขานี่โดน กับดัก เลือดเหวอะหวะ เน่าเฟะ หูมีแต่รูกระสุน ผมเชื่อว่าต่อให้พืชผลทางการเกษตรมันจะ อร่อยสักแค่ไหนมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ช้างลงมาแน่ ๆ สิ่งที่ผมอยากให้ภาครัฐต้องเร่งด่วนเลย ที่จะต้องจัดการก็คือเยียวยาครับ ในเมื่อท่านแก้ไขปัญหาที่ต้นตอไม่ได้ท่านเยียวยาก่อน ได้ไหมครับ อย่าเพิ่งคิดว่านี่มันเป็นความซวยของประชาชน อย่าคิดว่านี่มันเป็นความโชคร้าย ของประชาชน ไม่ใช่ครับ เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบครับ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะเกิดก็เกิดครับ เมื่อก่อนนี้เราก็ไม่ได้มีปัญหานี้ช้างก็อยู่ในป่า เราก็อยู่ของเรา เพราะฉะนั้นงานนี้ต้องมี คนรับผิดชอบนะครับ และแน่นอนครับคนรับผิดชอบคือรัฐ รัฐต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ผมไม่ได้ บอกให้เอารัฐไปเข้าคุก แต่รัฐอย่ามองว่ามันไม่ใช่เรื่องของรัฐ มันไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐ ไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าท่านปล่อยให้พื้นที่ป่าถูกรุกรานจริง ๆ ท่านปล่อยให้ทรัพยากรน้ำ มันถูกกระจายไปมั่วซั่วไปหมด น้ำที่เคยอยู่ในลำธารท่านจับมาไว้ในคอนกรีต ท่อปลายเข้า ปากท่ออยู่ที่ต้นเขา ปลายท่อนี่ท่านวิ่งไปที่อุตสาหกรรมแบบนี้แล้วจะอยู่กันอย่างไรละครับ การแก้ปัญหานี้มันก็ไม่ได้ยากนะครับ ถ้าท่านคิดว่าปัญหามันเกิดจากท่านจริง ๆ ก่อน แน่นอนครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรครับ ไม่ใช่ผู้แทนช้าง แต่ว่ามันก็ต้องคุยความจริงกันนะครับ แล้วก็เรามีกฎหมายคุ้มครองคนเยอะแยะไปหมด เราไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครองช้าง ก็ช้าง ไม่เคยจ่ายภาษีผมเข้าใจครับ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์ประเสริฐอย่างเราจะไปมีสิทธิ ทำอะไรก็ได้ครับ อีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ผมคิดว่าในเมื่อเราปล่อยให้ทรัพยากร ของเราถูกเอาไปใช้มั่วซั่วไปหมด กระจายกันไปโดยที่ไม่ได้มีการควบคุมที่ดีอย่างไรเราก็ต้องเจอ ปัญหาอย่างนี้อยู่ดี ต่อให้ท่านเอาทหารมาสักกี่กองร้อย ท่านจะฆ่าช้างหมดป่ามันก็การันตี ไม่ได้ครับว่าจะมีสัตว์ชนิดอื่นลงมาอีกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นคือสัตว์ป่ามันก็อยู่ของมัน มานานนะครับ แล้วก็มันก็เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในป่ามาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปี เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่า อยู่ดี ๆ มันจะขยายเผ่าพันธุ์ขึ้นมาเพิ่มทวีคูณภายใน ๑๐ ปี ๒๐ ปีมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าท่านคิดว่า ท่านอยู่ในบ้านที่หน้าบ้านท่านเป็นลำธารไหลผ่าน แล้วท่านก็ทำเกษตรหลังบ้านท่านก็อยู่ อย่างมีความสุขกับครอบครัวครับ แต่ถ้าวันหนึ่งน้ำในลำธารหน้าบ้านมันแห้งขอดละครับ ท่านก็อยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องอพยพ เช่นเดียวกันครับ ถ้าเกิดว่าถ้าท่านถ่ายโอนทรัพยากร ทุกอย่างมาไว้ที่ในเมืองหมด ผมอยู่ต่างจังหวัดอย่างไรผมก็ต้องส่งลูกเข้ามาในเมืองครับ ในเมื่อทรัพยากรทุกประเภทถูกโยกไปหมดแล้ว อย่างไรผมก็ต้องเอาชีวิตให้รอด เอาตัว ให้รอด ทางเดียวก็คือต้องเข้าเมืองครับ คนก็เต็มเมืองอย่างนี้แหละ ผมไม่ได้โยงมั่วซั่วนะครับ ท่านประธาน แล้วก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้มันจะโยงไปได้ทุกเรื่อง แต่มันก็โยงไปได้จริง ๆ ครับ ในเมื่อปัญหาของบ้านเราทุกอย่างมันอยู่ที่การจัดการที่ไม่เป็นธรรม ไม่แฟร์ (Fair) กับประชาชน ไม่แฟร์ (Fair) กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องรุกป่าท่านอย่าโทษประชาชนเด็ดขาด เพราะว่าเมื่อก่อนเราก็ไม่ได้มีปัญหานี้จริง ๆ ต้องยอมรับนะครับ เรื่องช้างไม่เคยมี ทรัพยากรน้ำ มันถูกควบคุมให้ผิดไปจากธรรมชาติจริง ๆ นะครับ ตอนนี้น้ำทุกอย่างถูกจัดให้อยู่ในคอนกรีต ทั้งหมด แต่ปัญหานี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเกิดว่าเราไม่เร่งที่จะศึกษาต้นตอที่แท้จริงของมัน แต่ที่สำคัญก่อนที่จะไปตรงนั้นนะครับ ต้องเยียวยาประชาชนก่อนครับ เพราะพวกเขา เดือดร้อนจริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภณณัฏฐ์🔗

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ วันนี้ผมเห็นด้วย ในทุก ๆ ญัตติ โดยเฉพาะญัตติของท่าน ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ แล้วก็ ท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม รวมทั้งท่าน ส.ส. พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ของพรรคเพื่อไทย และอีกหลาย ๆ พรรคที่ตั้งญัตติในวันนี้นะครับ ญัตติที่ว่า ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ และสร้างความเสียหายให้กับชีวิต ธรรมชาติ และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมอยู่จังหวัดนนทบุรี อยู่ติดเมืองหลวง พื้นที่ของผมนั้นไม่ได้มีปัญหาเรื่องช้างกับคน แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนหลาย ๆ จังหวัดของประเทศไทย ปัญหาก็มีอยู่ว่า ๓ อย่างครับ ป่า คน แล้วก็ช้าง ที่ผ่านมาคนไม่เยอะ ช้างเยอะ พื้นที่ป่าก็มีเยอะ ก็อยู่อย่าง ธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการขยายตัว การเจริญเติบโตของเมือง โดยเฉพาะคน มีการบุกรุก พื้นที่ป่า ทำให้เจ้าของป่าก็คือช้าง แล้วก็สัตว์อื่น ๆ ต้องอพยพย้ายถิ่น เพราะสัญชาตญาณ ไม่มีการรวมหัว ไม่มีการรวมตัวเพื่อจะออกมาแย่งพื้นที่ของประชาชน อันนี้เกิดจากความหิว จึงต้องเร่ร่อนลงมาเพื่อที่จะหาอาหารประทังชีวิตของสัตว์เหล่านั้น รัฐบาลหรือว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรงนี้จะเป็นตัวช่วยในการที่จะทำให้ ๓ อย่างที่ผมได้นำเรียน คือคน ป่า แล้วก็ช้าง อยู่ร่วมกันได้ ช้างตามที่สำรวจเอาไว้ ช้างป่ามีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ เชือก กระจัดกระจายอยู่นะครับ ๖๘-๖๙ แห่งของพื้นป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ที่เป็นป่าอนุรักษ์ เรายังมีพื้นที่เหลืออีก ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ลำพังช้างที่หิวและอพยพไปยัง แหล่งอาหารแห่งใหม่ได้ก็มี แต่ส่วนหนึ่งที่อพยพไปไม่ได้ ตรงนี้ละ อยากจะฝากท่านประธาน ถึงคณะกรรมาธิการในการที่จะพิจารณา ต่างประเทศก็มีนะครับ หน่วยงานที่เคลื่อนย้าย สัตว์เหล่านี้ไปยังภูมิภาคที่เหมาะสม โดยเพราะว่าความเจริญรุ่งเรืองนี้ละ พื้นที่ทำกินลดน้อยลง ก็ยังมีอีก ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผมได้นำเรียนว่าจะขยับขยายไปตรงนั้น ในหลาย ๆ เรื่องที่มี ศักยภาพ โดยเฉพาะทางรัฐบาล ทางกระทรวงที่มีหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการ อย่างนี้ให้แท้จริง ทุกอย่างผลเกิดมาจากเหตุอย่างที่ผมได้นำเรียนไว้เบื้องต้นนะครับ อาหาร ไม่มี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเป็นฤดูที่อย่าว่าแต่ช้างเลย ปัจจุบันนี้คนเราก็เช่นเดียวกัน พี่น้องเกษตรกรไม่มีน้ำจะทำนา ช้างก็เหมือนกันนะครับ ไม่ได้รู้จักปลูก แต่ว่ารู้จัก แหล่งอาหารที่เคยกิน แต่ในเมื่อมันแล้งไม่มีที่กินก็ต้องลงมาหากิน ขณะเดียวกัน ก็ต้องลงไปในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนได้ปลูกไร่ปลูกสวนก็ไป บางทีเรายังเห็นในภาพข่าว ช้างจริง ๆ แล้วนี่บุกไปยังครัวเรือนของพี่น้องประชาชน ตีท้ายครัวเข้าไปเลยนะครับ หาอาหารอะไรกินเพื่อประทังชีวิตนะครับ ในขณะเดียวกันก็ต้องกลายเป็นฆาตกรนะครับ ช้างหลาย ๆ เชือกเสียชีวิต คนยังโชคดี ที่มีทางจะขยับขยาย มีมันสมองช้างไปด้วยความรู้สึกโดยแท้จริง ไปด้วยจิตวิญญาณ ไปด้วย สัญชาตญาณนะครับ ทุกคน ทุกอย่างต้องที่จะเป็นช้างเท้าหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช้างจะก้าวเท้าหลังก่อนเท้าหน้าเสมอ ก็อยากให้พวกเราได้ช่วยกันนะครับ ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ เกิดจากใคร เกิดจากการขยายตัวของหลาย ๆ ฝ่าย ก็กราบเรียนท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมาธิการที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ ฝากไว้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ เชิญครับ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม อยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ร่วมกับนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ผู้ร่วมกันยื่นญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องช้าง ท่านประธานครับ ผมอยู่จังหวัดลพบุรี เมืองสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช ซึ่งสมัยนั้นจะเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต้องขี่ช้างครับ ขณะเดียวกันนั้นจะเดินทางไปไหนก็ไปกับช้าง และที่วังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรีนั้นก็มีที่อาบน้ำช้างครับ ในขณะเดียวกันยกเว้นช่วงหน้าน้ำ ก็จะรับเสด็จ โดยทางเรือจากจังหวัดลพบุรีมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากพระนครศรีอยุธยาไปจังหวัด ลพบุรี ดังนั้นผมเห็นว่าช้างคู่บ้านคู่เมืองมีความสำคัญ สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ท่านทรงช้างไปรบกับข้าศึกได้รับชัยชนะ ดังนั้นผมเห็นว่าช้างมีความจำเป็นที่จะรักษา พันธุ์ช้างไว้ ในขณะเดียวกันนั้นต้องยอมรับความจริงว่าช้างอยู่ในป่า คนอยู่ในเมือง แต่คนไป บุกป่า เมื่อบุกป่าช้างจะไปอยู่ตรงไหนครับท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นในฐานะที่ผมคนหนึ่ง ที่ยื่นญัตติ เพื่ออยากหาทางแก้ไขปัญหาว่าทำอย่างไรช้างอยู่ได้ คนอยู่ได้ ป่าก็อยู่ได้ และทุกอย่างก็มีชีวิตเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมสนับสนุนทุกท่าน ญัตติทุกญัตติที่เสนอนั้น และได้ ฟังเกือบทุกท่านตลอดเห็นว่าท่านมีแง่มุมทุกอย่างก็หวังเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องช้างอยู่กับ มนุษย์ได้อย่างไร ดังนั้นไม่แปลกใจเลยครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ที่ท่านได้ กรุณานำเสนอเพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ลงมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แก้ไขปัญหาเรื่องช้างครับ ท่านประธานที่เคารพผมจึงอยากกราบเรียนว่าช้างนั้น ช้างเผือก เป็นช้างที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาตลอดนะครับ ดังนั้นถ้าหากประชาชนไปรังเกียจช้าง ผมว่าช้างเขาก็มีสิทธิจะรังเกียจคนเหมือนกันถ้าไปรังแกเขา ดังนั้นจะหาวิธีการอย่างไร จึงขอความกรุณาคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้ช่วยกันวิเคราะห์ สังคายนาในข้อจริง ไม่ใช่ข้อเท็จ เพราะส่วนใหญ่จะเอาทั้งข้อเท็จจริง นักกฎหมายก็บอก ข้อจริง ถ้านักทะแนะเขาบอกข้อเท็จจริง ทั้งจริง ทั้งเท็จ ดังนั้นผมคิดว่าดูแล้วคณะกรรมาธิการ แต่ละท่านนั้นต้องศึกษาให้ถ่องแท้อย่าไปมองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สัตว์มีชีวิต ช้างมีชีวิต มนุษย์ คนก็มีชีวิต ทุกคนรักชีวิตตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าสัตว์ทุกอย่าง ดังนั้นผมอยากให้คณะกรรมาธิการ ที่เราจะฝากไปนั้นให้ช่วยวิเคราะห์ศึกษาอย่างถ่องแท้และรักษาช้างไว้คู่บ้านคู่เมือง แม้แต่ ประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมานั้นเรายังใช้รูปภาพของช้างเป็นธงชาติ ก็แสดงว่าชาติไทยนั้น ถ้าขาดช้าง ก็ถือว่าก็ไม่ใช่ชาติไทย แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตามครับ ผมคิดว่า ความสำคัญของช้างยังคงมีอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป ด้วยความเคารพผมจะไม่อภิปราย มากมายนักเพื่อประหยัดเวลา เกรงใจท่านประธาน เดี๋ยวท่านประธานจะปิดไมโครโฟน เสียอีก ในขณะเดียวกันนั้นคิดว่าเวลาพอสมควรไม่จำเป็นต้องให้หมดเวลา เอาแค่นี้พอครับ ท่านประธาน ขอบคุณอย่างสูงท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้านิสัยดี อย่างนี้ก็ไม่ปิดหรอกครับ ต้องขอชมเชยช่วยกันรักษาเวลาเป็นอย่างดีนะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตติทั้ง ๘ ฉบับนะครับ ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมฟังจากการอภิปรายของท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านแล้วนะครับ ตั้งแต่ท่านแรกจนถึง ท่านสุดท้ายมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้ง ๘ ฉบับ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมโดยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ จะมีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๘ ฉบับดังกล่าวตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นะครับ ท่านสมาชิกช่วยกำหนด จำนวนคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ผมเสนอจำนวนคณะกรรมาธิการ ๒๕ ท่านครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ที่ประชุมกำหนดให้มี มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง ไม่ทราบว่าวิป (Whip) รัฐบาลหายไปไหนหมดนะครับ สัดส่วนคณะกรรมาธิการ ขอกำหนดสัดส่วนคณะกรรมาธิการดังนี้นะครับ สัดส่วนคณะกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน สัดส่วนคณะกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ ท่าน ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ มีตัวแทนรัฐมนตรีไหมครับ ตัวแทนรัฐมนตรี ก็ไม่มีอีก🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในขณะที่รัฐบาล ไม่ส่งคนมาแสดงว่าไม่สนใจ กรุณามอบให้กับพรรคการเมืองเฉลี่ยไปแต่ละพรรคครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ถึง ขนาดว่าไม่สนใจนะครับ แต่อาจจะติดภารกิจอยู่ สัดส่วนรัฐมนตรีไม่พร้อม ขอสัดส่วน คณะกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองก่อนนะครับ ๒๐ คน🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาไว้ เสนอทีหลัง🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

รับทราบครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ครับ ขออนุญาตท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ กระบวนการในการตั้งคณะกรรมาธิการ นี่นะครับ เราเสนอจำนวน แล้วก็จะมีสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีไม่เกิน ๑ ใน ๔ หมายความว่า ถ้ารัฐมนตรีจะเสนอ เสนอได้ไม่เกิน ๑ ใน ๔ แล้วจึงเหลือสัดส่วนที่เหลือให้กับสมาชิก ในแต่ละพรรคมาแบ่งกันนะครับ ตามสัดส่วน หมายความว่าถ้า ครม. ไม่เสนอก่อนนี่นะครับ ๒๕ นี่ต้องจัดสรรลงพรรคการเมืองทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบว่าทาง ครม. พร้อมหรือไม่ ถ้าพร้อมก็เสนอพวกผมยินดีรอครับ แต่ว่าถ้าจะให้พรรคการเมืองเสนอก่อน กระบวนการขั้นตอนที่เราทำในเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการจะผิดพลาดได้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือเข้าใจ ที่ท่านจุลพันธ์เสนอนะครับ แต่ความจริงไม่น่าจะผิดพลาดแล้วครับ เพราะว่าได้แบ่งสัดส่วน ตามธรรมเนียมปฏิบัติของสภาเรา ถ้า ๒๕ นี่สัดส่วนคณะกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ก็ ๕ ท่านอยู่แล้ว ฉะนั้นในสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองนี่ก็จำนวน ๒๐ ท่านนะครับ เราแบ่งกันชัดเจนอย่างนี้ ถ้าสัดส่วนพรรคการเมืองเสนอครบ ๒๐ คนแล้ว ทางรัฐมนตรีก็ยัง ไม่มีใครมาเสนออยู่ค่อยเอาลงมาแบ่งให้พรรคการเมืองครับ ขอเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ จำนวน ๖ ท่าน เสนอเลยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านดังนี้ครับ ๑. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ๒. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๓. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๔. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๕. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๖. นายเดชา คงคา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านค่ะ ๑. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๒. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๓. นายสุชาติ อุสาหะ ๔. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๕. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยครับ ๓ ท่านครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกิน ของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบ ทางพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน มีรายชื่อดังนี้ครับ ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กฤษณรักษ์ ธีรรัฐ ๒. นายกรรณ ศิริภัทสร์ ๓. นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ขอเชิญพรรคก้าวไกลครับ จำนวน ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วน ของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน ๑. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๒. นางสาวแสงเดือน ชัยเลิศ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่านครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ในการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาช้างป่า เพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบอย่างยั่งยืน จำนวน ๒ ท่านครับ ท่านที่ ๑ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านที่ ๒ ท่าน ส.ส. ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนาครับ ๑ ท่านครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ นายสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอเสนอคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นายวศิน สิริเกียรติกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ เชิญเสนอครับ ตัวแทนจากทางฝ่าย รัฐมนตรี🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนอื่นผมต้องกราบขอโทษท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ เมื่อสักครู่นี้ติดภารกิจอยู่อีกห้องหนึ่งนะครับ ก็ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่านครับ ๑. นายธัญญา เนติธรรมกุล ๒. นายดำรงค์ พิเดช ๓. นายจารึก ศรีอ่อน ๔. นายไพรินทร์ หนูมาก ๕. นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไข ปัญหาช้างป่า ๑. นายธัญญา เนติธรรมกุล ๒. นายดำรงค์ พิเดช ๓. นายจารึก ศรีอ่อน ๔. นายไพรินทร์ หนูมาก ๕. นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ ๖. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ๗. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๘. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๙. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๑๐.นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๑๑. นายเดชา คงคา ๑๒. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๑๓. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๑๔. นายสุชาติ อุสาหะ ๑๕. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๑๖. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กฤษณรักษ์ ธีรรัฐ ๑๘. นายกรรณ ศิริภัทสร์ ๑๙. นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา ๒๐. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๒๑. นางสาวแสงเดือน ชัยเลิศ ๒๒. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๒๓. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ๒๔. นายสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร ๒๕. นายวศิน สิริเกียรติกุล🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ไม่มีใครเสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกร และเยียวยา ผลกระทบอย่างยั่งยืน ทั้งหมด ๘ ญัตตินะครับ🔗

ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับคือ🔗

๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้าลงดินและการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช และ นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา เป็นผู้เสนอ)🔗

๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงดินทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗

๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการย้ายสายไฟฟ้า-สายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ พร้อมศึกษาผลกระทบข้อดี-ข้อเสีย (นายภาสกร เงินเจริญกุล เป็นผู้เสนอ)🔗

ผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณารวมกัน จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่า ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา การจัดระเบียบสายไฟฟ้า (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ขอเชิญ ผู้เสนอญัตติแถลงเหตุผลตามลำดับนะครับ เชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก่อนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตเสนอ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสัญญาณโทรคมนาคม ซึ่งเป็นญัตติที่ผมได้เสนอ ค้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่สภาของเราจะได้พิจารณาเรื่องนี้ให้กับพี่น้อง ประชาชนทันในสมัยประชุมนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานได้ทำตามข้อบังคับครับ ด้วยการการอ่านญัตติของผมที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยช่วงที่ผ่านมาได้เกิด อุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดอยู่หลายจุด ส่งผลให้ แต่ละเหตุการณ์นั้นมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่ง สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เกิดจากการที่มีสายไฟและสายสัญญาณโทรคมนาคม สายสาธารณูปโภคต่าง ๆ แขวนอยู่บนเสาไฟฟ้า และพาดอยู่บนกิ่งไม้ในสภาพที่ ไม่เป็นระเบียบ และบางครั้งตกหล่นมาอยู่บนฟุตพาท (Footpath) ตามริมถนนที่เป็น ทางเดินของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัญหา ที่เป็นมาอย่างต่อเนื่องและช้านาน นอกจากนี้ยังเป็นการลดความสวยงามทางทัศนียภาพ ของบ้านเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงและหัวเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะ เมืองท่องเที่ยว อย่างเช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น รัฐบาลควรมีนโยบาย ให้การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกัน บูรณาการนำสายไฟฟ้าและสายสาธารณูปโภคต่าง ๆ ดำเนินการจัดระเบียบ อาทิ การเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าบนอากาศเป็นสายไฟใต้ดิน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้าน เทคโนโลยีและการพัฒนาของเมืองให้เป็นประเทศเป็นตัวอย่าง เป็นมหานครของอาเซียน (ASEAN) นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศอีกด้วย🔗

ท่านประธานครับ ที่ผมอ่านมานั้นเป็นญัตติที่ผมได้ยื่นให้กับสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายไฟฟ้า และสายสัญญาณโทรคมนาคม ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของการจัดระเบียบ ที่ผมใช้คำว่า จัดระเบียบ เนื่องด้วยการนำสายไฟฟ้าและสายสัญญาณต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่นำลงดิน เพียงอย่างเดียว เราจะจัดระเบียบด้วยการนำสายไฟฟ้าและสายสัญญาณโทรคมนาคม ต่าง ๆ นั้นได้มามัดรวมกันที่ตกหล่น รวมถึงนำสายสัญญาณโทรคมนาคมแล้วก็สายไฟฟ้า ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเอาออกไป แล้วก็นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถ จะควบรวมสายสัญญาณต่าง ๆ นั้นที่มีจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยเส้นนั้นเข้ามาอยู่ใน เส้นเดียว เพื่อจะได้ลดจำนวนสายสัญญาณที่จะพาดบนเสาไฟฟ้าตามที่เราได้เห็นอยู่ตาม ท้องถนนทุกวันนี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมได้เสนอเรื่องนี้เข้ามาให้ทางสภาได้พิจารณา เนื่องด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาแล้วส่งเรื่องให้รัฐบาลได้ดำเนินการนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะว่าเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน ตลอดจนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาเมือง แล้วก็เป็นหน้าเป็นตา ของประเทศตามที่ผมได้เรียนท่านประธานไปในญัตติว่าการพัฒนาเมืองนั้น การที่จะพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ก็จะต้องมีการพัฒนาในเรื่องทัศนียภาพของเมืองควบคู่ไปกับ ด้านอื่น ๆ ด้วย ซึ่งการที่ผมได้เสนอญัตติเรื่องนี้ขึ้นมานั้น ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ขอขอบคุณวิป (Whip) รัฐบาล คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ที่ได้มีมติอนุมัติ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้ขึ้น ซึ่งก็จะต้องขอขอบคุณท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลนะครับ ท่านประธานวิรัช รัตนเศรษฐ ที่ท่านมีวิสัยทัศน์ แล้วก็ได้เห็นชอบ ร่วมกับคณะกรรมการวิป (Whip) รัฐบาล ได้มีมติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแล้วก็ส่งแนวทางไปให้รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน เหตุผลที่ผมได้เสนอให้ทางวิป (Whip) รัฐบาลได้พิจารณาแล้วก็ผลักดันให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ มีอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับท่านประธาน🔗

๑. เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน🔗

๒. เพื่อที่จะได้เพิ่มทัศนียภาพที่สวยงามให้กับเมืองต่าง ๆ ของบ้านเรา ท่านประธานครับ เรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจะเห็นว่า ปัจจุบันนี้สายสัญญาณแล้วก็สายไฟฟ้าที่เราเห็นอยู่บนท้องถนน พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ เข้าใจครับว่าเป็นสายไฟฟ้า แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ผมมาทำการศึกษาดูแล้ว ผมเองนั้นได้มี โอกาสทำเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง ได้มีการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถามท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เมื่อสมัยประชุมที่แล้ว ในเรื่องของการให้รัฐบาลนั้นได้ลงมาจัดระเบียบสายไฟแล้วก็ สายสัญญาณโทรคมนาคมตกหล่นให้เป็นระเบียบ ซึ่งท่านรัฐมนตรี ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นั้นท่านก็เห็นด้วย แล้วท่านก็เป็นผู้ที่สนับสนุน เรื่องนี้ในเรื่องของการทำเรื่องของบ้านโป่งโมเดล โดยให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ที่สังกัดกับกระทรวงดีอีเอส (DES) ตลอดจนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วก็ท้องถิ่นของอำเภอบ้านโป่ง ได้มาจัดการศึกษา แล้วผมเองในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ไปจัดสัมมนาแล้วก็ไปประชุมเวิร์กชอป (Workshop) ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างที่ได้กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องนี้ โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบ้านโป่ง ไม่ว่าจะเป็นแคต (CAT) หรือการสื่อสารภูมิภาคตะวันตก รวมถึงทีโอที (TOT) จังหวัดราชบุรีได้มาประชุมร่วมกับ เอกชนที่ให้บริการในการให้บริหารสายสัญญาณต่าง ๆ ก็มาประชุมร่วมกันที่โรงเรียนรัตนะ เมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว มาประชุมเวิร์กชอป (Workshop) ร่วมกัน แล้วก็มาทำการศึกษาเรื่องนี้ ร่วมกัน🔗

ท่านประธานครับ เรื่องของสายไฟฟ้าและสายสัญญาณ พอเราไปศึกษาดู ก็พบว่าสายไฟฟ้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้พาดสายผ่านเสาไฟต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามระเบียบ ของการไฟฟ้าแล้วก็เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของการไฟฟ้า แต่ที่เราเห็นกัน ยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากสายโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นสายอินเทอร์เน็ต (Internet) สายสัญญาณโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นอนาล็อก (Analog) หรือจะเป็นสายเคเบิล ใยแก้วต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายสัญญาณที่รัฐวิสาหกิจให้บริการหรือเอกชนให้บริการ ล้วนแล้วแต่อยู่บนเสาไฟฟ้า ซึ่งเสาไฟฟ้านั้นเป็นผู้ให้เช่าแล้วบริษัทเอกชน แล้วรัฐวิสาหกิจนั้น เป็นผู้เช่าแล้วก็จ่ายค่าเช่าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามที่กฎหมายกำหนด ทีนี้สายไฟฟ้า ที่อยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นอยู่ข้างบน แล้วก็เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอยู่แล้ว ส่วนสายสัญญาณต่าง ๆ นั้นที่เราเห็นก็ยุ่งเหยิงไปหมดแล้วก็เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน เราก็เคยได้ยินข่าวว่าสายสัญญาณโทรคมนาคมที่ตกหล่นพอห้อยลงมาก็ไปเกี่ยวคอ พี่น้องประชาชน อย่างข่าวทางภาคอีสานก็เกี่ยวคอจนคอเกือบขาด พี่น้องประชาชน ก็เสียชีวิต เป็นปัญหาอย่างนี้หลายรายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ใต้ที่จังหวัดตรังก็ดี ที่อีสานก็ดี เกิดอุบัติเหตุในลักษณะที่เกี่ยวอวัยวะพี่น้องประชาชนเสียชีวิต บาดเจ็บไปหลายราย ในเขต ของผมที่อำเภอบ้านโป่งก็มีครับที่สายไฟ สายสัญญาณนั้นตกหล่นลงมา แล้วก็เกิดไฟลุกไหม้ เกิดขึ้นก็เป็นข่าวมาแล้ว นอกจากนี้ในส่วนของสายไฟ สายสัญญาณที่ตกหล่นก็ยังทำให้เกิด ไฟชอร์ต (Short) ได้ ถึงแม้ว่าสายสัญญาณต่าง ๆ นั้นจะไม่มีไฟฟ้าครับท่านประธาน แต่เนื่องจากเป็นสายโลหะที่สามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ก็นำไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าที่อยู่ในจุดที่ ปลอดภัย แต่สายสัญญาณโทรคมนาคมต่าง ๆ ก็เป็นสายเหนี่ยวนำไฟฟ้าลงมาชอร์ต (Short) พี่น้องประชาชน ทำให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิตไปหลายรายแล้วตามที่ปรากฏเป็นข่าว ตามหน้าหนังสือพิมพ์บ้าง ในโทรทัศน์บ้าง ก็เป็นที่ทราบของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นตรงนี้ ถ้าเราสามารถที่จะทำได้ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน แล้วก็จะทำให้ การดำเนินการต่าง ๆ นั้นให้ดี ก็จะต้องมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลาย หน่วยงาน ซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่ามีกี่หน่วยงานบ้างที่เข้ามา เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การที่สายไฟชอร์ต (Short) แล้วก็เกี่ยวอวัยวะของพี่น้องประชาชนนี่ เกิดขึ้นเป็นประจำ ฉะนั้นจึงต้องดำเนินการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาเวลาพี่น้องประชาชนมา ร้องเรียน ผมเองก็เคยร้องเรียนไปให้การไฟฟ้า พอถึงการไฟฟ้าเข้าไปสำรวจครับ ท่านประธาน ก็พบว่าสายสัญญาณต่าง ๆ นั้นมีเจ้าของบ้าง ไม่มีเจ้าของบ้าง เวลาเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกองช่างของเทศบาลหรือ อบต. เข้าไปดำเนินการ หรือการไฟฟ้า เข้าไปดำเนินการ ที่ผ่านมานั้นพอไปดำเนินการก็จะมีปัญหาข้อกฎหมายครับ ไปเจอเจ้าของ ก็มาแจ้งความอาญาทำให้เสียทรัพย์บ้าง มาแจ้งความลักทรัพย์บ้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แล้วก็เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านั้นก็ไม่กล้าดำเนินการใด ๆ ตรงนี้คือเป็นปัญหาทำให้สายไฟฟ้าสายสัญญาณนั้นที่มันพันกันอยู่บนเสาไฟฟ้านั้นเป็นปัญหา เรื่องของความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ตรงนี้จึงต้องมีมาตรการแล้วก็มีหน่วยงาน ที่เข้ามาบูรณาการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาอย่างนี้อยู่เรื้อรัง ผมเลยเสนอญัตติเรื่องนี้เข้ามาให้กับสภาผู้แทนราษฎรของเราได้ตั้งคณะกรรมาธิการเรื่องนี้ ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็ส่งเรื่องนี้ให้รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็เล็งเห็นผลได้ว่าจะเกิดประสิทธิภาพแล้วเป็นผลให้กับพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ สูงสุดครับ🔗

เรื่องต่อมาก็คือเรื่องของทัศนียภาพ ท่านประธานครับ วันนี้เราจะเห็นได้ว่า รอบเกาะรัตนโกสินทร์ตามที่ท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ท่านได้มาชี้แจงกระทู้ถาม ของผมเมื่อสมัยประชุมที่แล้ว ผมก็ไปดูครับท่านประธานไม่ว่าจะเป็นที่พระบรมมหาราชวัง ที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์หลายเส้นทางครับ ตอนนี้เอาสายไฟ สายสัญญาณลงดินไปแล้ว บ้านเมืองก็เป็นระเบียบเรียบร้อยมากครับ บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วก็ดูสวยงามมาก โดยเฉพาะพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พี่น้องประชาชนเราไปเที่ยวชม นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวชม แล้วก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ดังไปทั่วโลก ก็มาดูปัจจุบันนี้สายไฟ สายสัญญาณลงไปใต้ดินแล้วนะครับ ก็ใช้งบประมาณ หลายพันล้านบาท ตรงนี้ผมเองก็อยากจะเสนอให้คณะกรรมาธิการได้เข้ามาศึกษาด้วยว่า การที่จะเอาสายไฟลงดินในบางหัวเมืองต่าง ๆ ใช้งบประมาณมาก มีความจำเป็น แล้วก็มี ความพร้อมก็เอาลงดิน แต่ตรงไหนที่ยังไม่มีความพร้อมเราก็สามารถที่จะไว้บนอากาศได้ เพียงแต่ว่าเราต้องจัดระเบียบอย่างที่ได้เรียนท่านประธานครับว่า🔗

๑. คือจัดมัดรวมกันไม่ให้ตกหล่นมาเกี่ยวอวัยวะพี่น้องประชาชน🔗

๒. ก็คือการที่เอาสายสัญญาณโทรคมนาคมที่ไม่ได้ใช้แล้วออกไปนะครับ แล้วก็🔗

๓. แล้วการใช้เทคโนโลยีใหม่ก็คือเมื่อก่อนตามที่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้เข้ามาชี้แจง เมื่อก่อนบริษัทหนึ่งเข้ามาติดตั้งก็พาดสายหนึ่ง ๒ บริษัทก็ ๒ สาย ๓ บริษัท ก็ ๓ สาย ๕ บริษัทก็ ๕ สาย ท่านประธานครับมีเป็น ๑๐ บริษัท เอกชน รัฐวิสาหกิจ บางบริษัทมีหลายระบบก็เดินกันที ๔ สาย ๕ สาย ก็รวมกันบางเสามีสายสัญญาณ โทรคมนาคมเป็นร้อยเส้นครับ ท่านประธานก็จะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วเราก็เห็น ตามข้างถนนนี่ครับ ฉะนั้นถ้าเราใช้เทคโนโลยีใหม่มาก็คือสายเดียวให้บริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติที่ปัจจุบันนี้เกิดจากการควบรวมระหว่างทีโอที (TOT) แล้วก็แคต (CAT) มาลงทุน แล้วก็ให้บริษัทเอกชนเช่า จากหลายร้อยสายก็เหลือแค่สายเดียวแล้วให้เอกชนมาเช่า ฉะนั้น ตรงนี้ก็คือเป็นเรื่องของการจัดระเบียบสายไฟด้วยเราก็จะได้เห็นภาพที่สายไฟ สายสัญญาณนั้น รกรุงรังก็จะเหลืออยู่แค่สายเดียว แล้วก็เป็นระเบียบเรียบร้อยนอกจากมาตรการ ในการเอาสายไฟฟ้าลงดินแล้ว ก็จะมีเรื่องของการจัดระเบียบอย่างที่ผมได้กราบเรียนประธาน ก็จะเพิ่มความสวยงาม ผมได้นำรูปมาครับ บางเมืองนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

อย่างเช่นที่จังหวัดลพบุรีครับ ท่านประธาน ผมก็ได้รับภาพจากท่านอดีต ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ เป็นอดีต ส.ส. อยู่ที่จังหวัดลพบุรี ท่านก็เป็นห่วงครับ เรื่องของเมืองก็มีลิง ท่านประธานดูในภาพครับ พี่น้องประชาชน ดูในภาพก็จะเห็นลิงนี่เกาะอยู่บนเสาไฟ หม้อแปลงต่าง ๆ ก็ชอร์ต (Short) บ้าง ลิงตายบ้าง ท่านอาจารย์ผ่องศรีก็บอกผมครับว่าก็เห็นด้วยครับที่ทางสภาผู้แทนราษฎรของเราจะได้ ยื่นญัตติเข้ามา ภาพที่ท่านเห็นนั้นก็เป็นที่จังหวัดลพบุรีที่ท่านอดีต ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ นั้น ท่านได้ส่งให้ผมแล้วท่านก็เห็นด้วยที่จะให้สภาของเราได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อจะได้ ศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบแล้วก็ส่งให้รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขนะครับ ที่ลพบุรีก็เป็น เมืองพระนารายณ์ก็มีเจดีย์สามยอดที่เรารู้จักกัน มีชื่อเสียง ปัจจุบันนี้ลิงก็เป็นจำนวนมาก แล้วเรามีสายไฟ สายสัญญาณเต็มไปหมดครับท่านประธาน แล้วลิงก็ไปเกาะไปเกี่ยว นอกจากเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวแล้วตัวลิงเองเป็นอันตรายด้วย ก็เกิดความไม่สวยงาม ถ้าเราสามารถทำได้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เมืองพระนารายณ์ของเรา ซึ่งก็ดังไปทั่วโลก อยู่แล้วก็จะทำให้เกิดความสวยงามเกิดขึ้นอีก อันนี้ยกตัวอย่างมาแค่เมืองเดียวนะครับ อย่างที่จังหวัดราชบุรีของผมก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ที่อำเภอเมืองราชบุรี ไม่ว่าจะเป็นวัดพระมหาธาตุ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เขาแก่นจันทร์ต่าง ๆ ถ้าเราเอาลงดินได้ก็จะเป็นภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะที่อำเภอบ้านโป่งของผมมีหอนาฬิกา ที่อยู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันนี้ถ้าเราเอาลงดินได้ก็จะเกิดความสวยงาม แต่ว่าเมื่อ ๔ เดือน ที่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ ตามที่ผมได้เรียนท่านประธานไปว่าได้ทำกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ไปนะครับ ผมในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ รัฐวิสาหกิจก็ได้จัดประชุมเวิร์กชอป (Workshop) ร่วมกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทีโอที (TOT) จังหวัดราชบุรี แคต (CAT) ภาคตะวันตก แล้วก็ท้องถิ่น โดยนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง รวมถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มาประชุมร่วมกัน ก็ได้ทำ ปฏิบัติการบ้านโป่งโมเดลขึ้นโดยการจัดระเบียบสายสัญญาณ สายไฟ สายโทรคมนาคม ท่านประธานเชื่อไหมครับ ระยะทางจากหน้าไปรษณีย์อำเภอบ้านโป่งไปจนถึงสี่แยกไฟแดง บ้านโป่ง ๑.๘ กิโลเมตร แล้วก็จาก สภ.อ. บ้านโป่งไปจนถึงแยกไฟแดงบ้านโป่ง ๑.๘ กิโลเมตร ๒ ฝั่งถนนนะครับ ท่านประธานครับ ตามภาพที่ได้ดำเนินการไป เราดำเนินการไปใช้เวลา ๒ วัน ๓.๖ กิโลเมตรสามารถเอาสายสัญญาณสายโทรคมนาคมที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกไป ทั้งหมด ๑๕ คันรถกระบะ ๑ คันรถกระบะก็ตก ๑ ตัน ท่านประธานครับ ๑๕ คันรถกระบะก็ตกเกือบ ๒๐ ตัน กระบะหนึ่ง ๑ ตันกว่า เราเอา สายสัญญาณออกไปเกือบ ๒๐ ตัน แล้วก็จัดมัดรวมเป็นระเบียบเรียบร้อยก็เป็นที่ชื่นชมของ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งเป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วตอนนี้ก็ยังเหลืออีก ๒ เส้นทาง ตามที่ได้เสนอไปในเรื่องของบ้านโป่งโมเดล ซึ่งเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วก็ได้ประชุม คณะอนุกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ ก็จะติดตาม ก็จะดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จภายในอีก ๒-๓ เดือนนี้ ก็จะทำให้เกิดความสวยงามขึ้น ทั้งจากหน้าโรงพักบ้านโป่งไปจนถึงสะพานเลี่ยงเมืองบ้านโป่ง แล้วก็จากหน้าหอนาฬิกาบ้าน โป่งไปจนถึงวงเวียนช้างในตัวเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ท่านประธานครับ ที่นำเรื่องนี้มาพูดคุย เพราะว่าผมได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี แล้วก็ได้ทำเรื่องนี้เป็นบ้านโป่งโมเดลทำการแก้ไข แล้วก็จัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสัญญาณ แล้วก็ก็เจอว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเรียกประชุมบริษัทเอกชน บริษัทเอกชนบางบริษัทก็ให้ความร่วมมือดีครับ ท่านประธาน บางบริษัทก็ไม่ได้ความร่วมมือ ไม่ส่งคนเข้ามาประชุมก็เกิดปัญหาว่า เราไม่สามารถไปตัดสายสัญญาณเขาได้ เพราะว่าของเขาก็มีกฎหมายคุ้มครองเขาอยู่ ทั้ง ๆ ที่ สายสัญญาณนั้นเขาก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ตรงนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่ง ก็จะนำปัญหานี้เข้ามาสู่ ให้คณะกรรมาธิการได้แก้ไขกฎ ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถ ดำเนินการสายสัญญาณที่ไม่สามารถใช้ได้แล้วออกไปนะครับ ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถ ที่จะเข้าไปดำเนินการได้ อันนี้ก็เรียนท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องต่อมา ก็คือเรื่องของการที่เราเอาสายไฟที่ตกหล่น แล้วก็สายสัญญาณ ที่ไม่ได้ใช้ออกไปแล้ว สิ่งที่เราเจอแล้วอยากจะได้ให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ทำการศึกษา เพราะว่าเรานี่พอเรามาทำการศึกษา อย่างที่ได้เรียนท่านประธานว่าไปทำ เวิร์กชอป (Workshop) ที่อำเภอบ้านโป่ง เราพบว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะทำ เรื่องนี้ถึง ๑๑ หน่วยงานด้วยกันครับท่านประธาน เราดูเหมือนง่ายครับ แต่พอเวลาจริง ๆ แล้วมาศึกษาแล้วมีถึง ๑๑ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งเป็น เจ้าของเสาไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวงที่เป็นเจ้าของเสาไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทีโอที (TOT) หรือองค์การโทรศัพท์ แคต (CAT) การสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันนี้ได้รวมกันแล้วเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ เพิ่งรวมกันไม่กี่เดือน ครับท่านประธาน แต่ตอนนี้บุคลากรก็ยังรวมกันบ้าง แยกกันบ้าง ก็ยังไม่รวมกันเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ตอนนี้เวลาประสานงานก็ยังติดขัดอยู่ แต่ในอนาคตก็คงดีขึ้นนะครับ ก็ต้องให้เวลา บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติในการที่จะบริหารจัดการบุคลากรแล้วก็ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็น หน่วยงานเดียวกัน ตอนนี้ที่ผมเรียนท่านประธานก็ ๔ หน่วยงานแล้ว รวมถึงท้องถิ่นที่เป็น เจ้าของพื้นที่อีก หน่วยงานที่ ๖ ก็คือการประปานครหลวง บางทีจะฝังท่อไปก็ทางการสื่อสาร แล้วทางการไฟฟ้าก็บอกเวลาจะฝังท่อไปเจอท่อประปาขวางอยู่ พอไปให้ประปามาย้าย การประปาทั้งนครหลวง ทั้งภูมิภาค บอกไม่มีงบประมาณครับ ก็ต้องรอ โครงการก็สะดุด ไม่คืบหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค กรมทางหลวง จะเอาที่ลง เจ้าของที่ดินก็เป็นกรมทางหลวงก็ต้องเข้ามาดูอีกครับ เพราะว่า เป็นเจ้าของที่ดินที่ให้อนุญาตให้ทางการไฟฟ้าได้ปักเสาลงไป เจ้าของที่ดินก็คือ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ๙ หน่วยงานแล้วท่านประธาน กรมชลประทานอีก กรมชลประทานก็เกี่ยวครับ เพราะว่าบางหน่วยงานอย่างเขตเทศบาลบ้านโป่ง อบต. สวนกล้วย เทศบาลเมืองท่าผา อบต. ปากแรต แล้วก็เทศบาลเบิกไพร บ้านโป่งผมนี่ มาจากจังหวัดกาญจนบุรี ท่านประธานครับ คลองเยอะแยะไปหมดเลย คลองใหญ่ คลองซอย เวลาเราอนุมัติงบประมาณไป ก็ต้องไปขอทางชลประทานอนุญาต แม้กระทั่ง บางเส้นทาง ท่านประธานเชื่อไหมครับ ถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นดูแลแล้ว ท้องถิ่น ตั้งงบประมาณไปแล้ว ยังต้องไปขอให้ชลประทานให้อนุมัติเลยถึงจะทำได้ งบประมาณ บางตัวชลประทานไม่อนุมัติก็ต้องตกไปนะครับ ก็เสียประโยชน์ เสียดายโอกาสของพี่น้อง ประชาชนที่จะได้รับงบประมาณไปพัฒนาถนนหนทาง อันนี้ก็เป็นข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย เรื่องของ พ.ร.บ. การกระจายอำนาจซึ่งจะได้คุยเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่จะเรียน ท่านประธานว่าพอเวลาไปถึงกรมชลประทาน ที่เกี่ยวกับชลประทาน ถ้าชลประทาน ไม่อนุญาตก็ทำไม่ได้อีก ในการแก้ไขปัญหาเรื่องของเอาสายไฟฟ้าลงดิน ก็ต้องไปขอ ชลประทานอีกนะครับ แล้วก็กรมธนารักษ์อีก ท่านประธานเห็นครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑๑ หน่วยงานด้วยกัน อันนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องบูรณาการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล แล้วก็ศึกษาอย่างเป็นระบบ แล้วก็ส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพครับท่านประธาน🔗

เรื่องต่อมาครับ ก็คือเรื่องที่เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเรื่องนี้ขึ้นมา ศึกษา ผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์เพราะว่าผมได้เสนอญัตติเรื่องนี้ค้างข้ามปีขึ้นมา อย่างที่ได้ กราบเรียนท่านประธานว่าทางวิป (Whip) รัฐบาลก็สนับสนุนเรื่องนี้ก็ได้ขอบคุณท่าน ประธานวิรัช รัตนเศรษฐ แล้วที่ท่านได้สนับสนุนเรื่องนี้ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองที่ได้ยื่นญัตติขึ้นมา สนับสนุนญัตติของผมในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้ขึ้นมาศึกษา แล้วก็ให้ รัฐบาลดำเนินการ ทั้งเพื่อนสมาชิกทั้งฝั่งรัฐบาล แล้วก็ฝ่ายค้านด้วยที่ได้เห็นความสำคัญ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ แล้วก็ตอนนี้ก็จะได้ขอบคุณหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่ได้ทำประชุมเวิร์กชอป (Workshop) จนมาเป็นเรื่องให้ทางสภาได้เสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ขอขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอบ้านโป่ง แล้วก็สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ดูแลรับผิดชอบภาคตะวันตก การสื่อสารแห่งประเทศไทยภาคตะวันตก องค์การโทรศัพท์จังหวัดราชบุรี ท้องถิ่น จังหวัด แล้วก็บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาร่วมกันทำบ้านโป่งโมเดลเพื่อเป็นเมืองต้นแบบ ในการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสัญญาณให้เป็นระเบียบแล้วก็เอาสายไฟฟ้าลงดิน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเมืองอื่น ๆ🔗

แล้วก็เรื่องสุดท้ายที่จะเรียนท่านประธานก็คือเรื่องงบประมาณ ซึ่งสิ่งที่ ผ่านมาเราติดขัดเรื่องงบประมาณว่าบางที กระทรวงดีอีเอส (DES) กระทรวงได้จัดสรร งบประมาณไปแล้วก็ให้ท้องถิ่นได้สมทบเงินเข้ามา แต่บางท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะมี เงินงบประมาณได้ทันที่จะเข้ามาสมทบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๓๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ก็เป็น ข้อจำกัด บางทีท้องถิ่นเมื่อมีความพร้อมก็ไปของบทางกระทรวงมา ทางกระทรวงก็ไม่มี งบแล้วเพราะว่างบให้ไปจังหวัดอื่นไปแล้วก็ติดขัดตรงนี้ อันนี้ก็เป็นปัญหาในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณในการเอาสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งการที่จะเอาสายไฟฟ้าลงดินก็เรียน ท่านประธานและพี่น้องประชาชนว่าเราไม่จำเป็นต้องเอาลงดินทั่วประเทศครับ เราเอาลงดิน เฉพาะหัวเมืองใหญ่ เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ส่วนตรงไหนที่เป็นต่างจังหวัดแล้วก็ชุมชน ยังไม่แออัดเราก็จัดระเบียบ อย่างที่ได้เรียนท่านประธานว่าจัดระเบียบรัดรวมกัน สายที่ ตกหล่นตามไร่อ้อยท้องนาเราก็ไปจัดรวมกัน สายสัญญาณตรงไหนไม่ได้ใช้เราก็เอาออกไป แล้วก็เอาเทคโนโลยีใหม่มาเปลี่ยนสายสัญญาณต่าง ๆ ที่มีอยู่ร้อยสายเข้าไปอยู่ใน สายเดียวกันแล้วก็ให้บริษัทเอกชนเช่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะเสนอคณะกรรมาธิการได้ศึกษา เรื่องนี้🔗

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของการแก้กฎหมาย อย่างหมู่บ้านใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตเราก็จะได้ศึกษาแก้กฎหมายว่าหมู่บ้านต่าง ๆ ต่อไปนี้เจ้าของโครงการจะต้อง เอาสายไฟ สายสัญญาณลงดิน แล้วจะต้องแก้กฎหมายเรื่อง พ.ร.บ. บ้านจัดสรรให้เจ้าของ โครงการต่าง ๆ นั้นได้เอาสายไฟฟ้าลงดินเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านด้วย อันนี้ที่ผมจะ เสนอให้ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอให้รัฐบาลได้ดำเนินการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือเหตุผล ที่ผมได้อภิปรายสนับสนุนญัตติของผมให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อที่จะได้ จัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสัญญาณต่าง ๆ ลงดิน ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาผมได้ อภิปรายในเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกเสนอญัตติทั้งหมด ๔ ญัตติ ก็ ๔ ท่าน และขณะนี้มีท่านสมาชิก สนใจที่จะร่วมอภิปรายทั้งหมดก็เกือบ ๒๐ ท่าน ฉะนั้นท่านผู้เสนอผมว่าคงไม่ต้องละเอียด ทุกท่านนะครับ ใช้เวลาสักไม่เกินท่านละ ๒๐ นาที อย่างมากนะครับ ก็น่าจะเหมาะ เพราะว่าถ้าใครนึกอะไรได้ก็เอาขึ้นมาอภิปรายหมดซ้ำกันไปซ้ำกันมาก็คงจะเสียเวลามาก เพราะว่าท่านอัครเดชคนเดียวก็ไป ๒๒-๒๓ นาทีแล้วนะครับ🔗

ต่อไปเป็นญัตติที่ ๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้าลงดินและการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช และนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา เป็นผู้เสนอ)🔗

ใครจะเป็น ผู้เสนอ ท่านมัลลิกานะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขออนุญาตอ่านญัตติตามข้อบังคับการเสนอญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้า ลงดินและการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง🔗

ด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีโครงการเปลี่ยนจากระบบไฟฟ้าบนดินมาเป็น ระบบไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ไปพร้อมกับเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และเปิดเผยทัศนียภาพที่แท้จริงของเมือง มีภูมิทัศน์ของเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว มีการเปลี่ยนจากระบบไฟฟ้าบนดินมาเป็นระบบไฟฟ้าใต้ดิน โดยเริ่มจากในเมืองใหญ่ ที่มีกำลังการใช้ไฟฟ้าสูง และเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องการเปิดทัศนียภาพของ สถาปัตยกรรมเมืองที่สวยงามออกสู่สายตานักท่องเที่ยว แต่การปรับปรุงจากระบบไฟฟ้าบนดินมาเป็นระบบไฟฟ้าใต้ดินนั้นยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างยังมีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด การบริการไฟฟ้ายังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการ จากการไฟฟ้า เนื่องจากไม่มีหลักเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือ ทำให้องค์การ บริหารส่วนจังหวัดต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนประสบปัญหา ไม่มีไฟฟ้าใช้ และไฟฟ้าส่องสว่าง ซึ่งแตกต่างกับพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล การติดตั้งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีหลักเกณฑ์ดำเนินการช่วยเหลือ ค่ากระแสไฟฟ้า ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงในการติดตั้งไฟฟ้า ในชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงขาดการดูแลสายไฟฟ้า ที่ไม่เป็นระเบียบ และรกรุงรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่บริเวณชุมชน ไม่มีหน่วยงานดูแลความปลอดภัย ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังมีถนนหลายสายที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ประชาชนเดินทางสัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวก ทำให้เป็นอันตราย และก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หากมีการบริหารจัดการ และหลักเกณฑ์ของ การจ่ายกระแสไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็จะทำให้ประชาชนได้รับ ความสะดวกและความปลอดภัย อีกทั้งเป็นการพัฒนาพื้นที่ในด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริม การท่องเที่ยวอีกด้วย ท่านประธานคะ รายละเอียดคงจะต้องมีท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่าน ที่ขึ้นมากล่าวอย่างที่ท่านประธานบอก แต่จริง ๆ เลยในส่วนตัวเลยสิ่งที่อยากให้ศึกษานะคะ ดิฉันมองไปถึงเรื่องของตัวมิเตอร์ด้วยนะคะท่านประธาน มิเตอร์ไฟฟ้านี่เราใช้กันมานาน หลายปี บางบ้านนี่ใช้กันตั้งแต่ไม่มีลูกจนกระทั่งลูกโต ถามว่าวันนี้เครื่องจักรต่าง ๆ เวลาเรามองรถยนต์มีความเสื่อมสภาพ มิเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตามบ้านที่อยู่อาศัย ตามโรงงานต่าง ๆ เสื่อมสภาพไหม มีการเปลี่ยนใหม่ไหม ใช้ไปนาน ๆ แล้วมันหลวม ถามว่า ตัวเลขที่มันหมุน ๆ ไปนี่มันเป็นการใช้ไฟฟ้าที่เกินความจริงหรือเปล่า ตรงนี้ก็เป็นประเด็นเล็ก ๆ นะคะ ที่เวลา เราตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องของไฟฟ้าแล้วก็อยากจะฝากประเด็นนี้ด้วยนะคะ ท่านประธานคะ เมื่อครู่นี้ทั้งที่ท่านอัครเดชพูดไปก็ค่อนข้างครอบคลุม แต่ว่าสายไฟที่ระโยง ระยางตามเมืองต่าง ๆ คือที่ในสภาเรามีความเห็นที่อยากจะจัดการระบบพวกนี้ ก็เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำทั้งประเทศนะคะ เราก็ทำเฉพาะบางจุดที่เป็น แหล่งชุมชน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็อย่างนอกจากสายไฟที่มันระโยงระยางแล้วนี่ ถ้าตามนอกเมืองออกไปสักนิดหนึ่งท่านประธานจะเห็นสายไฟที่เหลือ แล้วก็ม้วน ๆ ทิ้งเอาไว้ตามเสาไฟ ตรงนี้มันจะก่อให้เกิดโจรที่ขโมยสายไฟ ซึ่งค่อนข้างเยอะ มันก็ทำให้ เป็นการเสียหายทางทรัพย์สินของทางราชการด้วย🔗

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธาน คือเมืองเรานี่พอเวลาเราโตขึ้นไปมาก ๆ สายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิล อะไรต่ออะไรที่มารวม รวม รวมกันอยู่พวกนี้มันเยอะมาก มันทำให้ดูไม่สวยงาม แล้วเมื่อครู่นี้ต้องขอขอบคุณนะคะที่ท่านได้พูดถึงจังหวัดลพบุรีว่า สายไฟระโยงระยางมีลิงเยอะแยะ ก็ฝากสภาผู้แทนราษฎรเราไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เอามาพูดในสภากันหลายครั้งแล้ว แต่จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีเจ้าภาพ ไม่มีการแก้ไข ปัญหาที่แบบได้ถูกต้อง จากเหตุผลต่าง ๆ นะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเองก็อยากให้มี การจัดระเบียบสายไฟฟ้าบนอากาศให้เอามาไว้ใต้ดิน ในพื้นที่ที่จำเป็นแล้วก็เหมาะสม เพื่อเป็นความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนสร้างทัศนียภาพ ของบ้านเมืองให้น่ามอง แล้วก็ลดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับจากสัตว์ต่าง ๆ เช่น งู นก หรือว่า กระรอกด้วย รายละเอียดคงจะต้องเข้าไปคุยกันในคณะกรรมาธิการนะคะท่านประธาน วันนี้ก็ขอเสนอญัตตินี้ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ขอขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ดีมากเลยนะครับ ต่อไปเป็น🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงดินทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ได้ยื่นญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้าลงดินทุกพื้นที่ทั่วประเทศ คำว่า สายไฟฟ้า ของผมจะหมายรวมถึง ไม่ว่า จะเป็นสายเคเบิล สายโทรศัพท์ สายอินเทอร์เน็ต (Internet) และสายทีวี (TV) และทั่วประเทศหมายถึงชุมชนใหญ่ ๆ ทั่วประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยปัจจุบันการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและด้านการสื่อสารได้พัฒนาไปสู่ยุคดิจิทัล (Digital) ชั้นสูง ประชาชนมีความต้องการใช้บริการสูงขึ้นจำนวนมาก และเกิดการขยายตัวของ ผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นบนเสาไฟฟ้าที่อยู่บนถนนจึงมิได้มีเฉพาะ สายไฟฟ้าแรงสูงหรือแรงต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสายสื่อสารอื่น ๆ เช่น สายเคเบิล สายโทรศัพท์ สายอินเทอร์เน็ต (Internet) สายทีวี (TV) ดังนั้นภาพที่ปรากฏบนเสาไฟฟ้า จึงมีความรกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบ มีสายหลายอย่างบนเสาไฟฟ้าเต็มไปหมด บางแห่งก็พาดพัน ไปกับกิ่งไม้ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

เป็นเหตุให้เมื่อเกิดฝนตก ฟ้าคะนอง ต้นไม้แกว่งไปมาเป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับชั่วคราวหรือระยะยาว เกิดไฟลุกไหม้ได้ เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทัศนียภาพไม่สวยงาม เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุต่าง ๆ มากขึ้นทุกวัน ๆ นะครับ นำไปสู่การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ความพิการของพี่น้องประชาชน ถึงเวลาแล้วครับที่จำเป็นจะต้องมีโครงการเปลี่ยนการเดินสายไฟฟ้าและสายอื่น ๆ บนดิน มาเป็นระบบไฟฟ้าใต้ดิน โดยมีการจัดระเบียบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตชุมชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพื่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม เกิดการท่องเที่ยวและสนับสนุน การท่องเที่ยว และลดอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติเพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติได้โปรดกรุณาพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจัดระเบียบไฟฟ้า ลงดินทุกพื้นที่ทั่วประเทศดังที่ผมกล่าวไว้แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างให้เห็นนะครับ เห็นไหมครับภาพอุบัติเหตุคอเกือบขาดแล้วนะครับ แล้วยังมี ภาพที่เมื่อจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงดินแล้วเกิดความสวยงาม ทัศนียภาพ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดตรังก็ดี กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะท่าน พลตำรวจตรี อัศวิน ขวัญเมือง กับท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด พลตำรวจโท โสภณ พิสุทธิวงษ์ มีโครงการให้กับ กรุงเทพมหานครที่เรียกว่า สมาร์ตเมโทร (Smart Metro) ซึ่งเป็นเรื่องของการที่จะจัดทำ โครงการควิกวิน (Quick Win) โดยการปฏิบัติการอย่างเร่งรัดในกรุงเทพมหานคร จะเอา สายไฟฟ้าลงดินเป็นระยะทางถึง ๒๑๕.๖ กิโลเมตร สายทุกชนิดจะลงอยู่ใต้ดินครั้งเดียวครับ กำลังดำเนินการอยู่ ขณะนี้เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ ดำเนินการไปแล้ว ๔๘.๖ กิโลเมตร อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก ๑๖๗ กิโลเมตร ทั้งหมดใช้งบประมาณของการไฟฟ้านครหลวง จำนวน ๒,๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็อีกส่วนหนึ่งเป็นรายได้ของการไฟฟ้านครหลวงอีก ๑,๑๗๓.๔๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓,๖๗๓ ล้านบาทครับ ในกรุงเทพมหานคร ถามว่าผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม ยกก็เพราะว่าการนำสายไฟฟ้าหรือระบบการสื่อสาร อื่น ๆ ที่อยู่บนเสาไฟฟ้าลงดินใช้งบประมาณมหาศาลนะครับ มีหลายจังหวัดเริ่มโครงการ อย่างนี้ ยกตัวอย่าง จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดระยอง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นต้น เหล่านี้เขาเริ่ม โครงการที่จะดำเนินการแล้วครับ แต่น่าสงสารครับ บางจังหวัดที่ไม่มีงบประมาณที่จะไป ดำเนินการนี้จะทำอย่างไร ยกตัวอย่าง จังหวัดสุพรรณบุรีของผม เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เป็นเมืองเก่าแก่ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ แล้วจะเอางบประมาณที่ไหนไปดำเนินการ เพราะว่า ใช้งบประมาณสูงมาก ที่ตลาดเทศบาลเมืองสองพี่น้องหรือตลาดบางลี่ก็เช่นเดียวกัน เป็นชุมชน โบราณอยู่กันมานาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย ถ้าสามารถนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารต่าง ๆ ลงดินได้ก็จะเกิดความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ ถ้ามี การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้น ลองดูนะครับ หน่วยงานหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศมหาศาล ก็คือ กสทช. เป็นไปได้ไหมครับ กสทช. จะตั้งกองทุนมามีส่วนสนับสนุนในการนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารเหล่านี้ลงดินเสียนะครับ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งก็ฝากคณะกรรมาธิการช่วยโปรด ไปพิจารณาลองดูนะครับ เชิญ กสทช. มาปรึกษาหารือดู นอกจากนั้นครับท่านประธาน เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ คณะกรรมาธิการจะจัดตั้งขึ้นขอให้มีโครงการเร่งด่วนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดระเบียบสายต่าง ๆ ที่อยู่บนเสาไฟฟ้าแล้วขาดบ้าง นำความสูญเสียมาสู่ชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เกิดอุบัติเหตุทุกวัน โดยเฉพาะ น่าสงสารอย่างยิ่งครับ มอเตอร์ไซค์วิ่งไปไม่เห็นเลยสายไฟ ถูกคอบ้าง ถูกตาบ้าง เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่คณะกรรมาธิการน่าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ดำเนินการจัด ระเบียบทั่วประเทศโดยด่วน สายต่าง ๆ อย่าให้มันพาดขาดลงมาก่อให้เกิดความเดือดร้อน ต่อพี่น้องประชาชน ก็คงมีส่วนที่เสริมต่อคณะกรรมาธิการที่จะไปดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การย้ายสายไฟฟ้า-สายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ พร้อมศึกษาผลกระทบ ข้อดี-ข้อเสีย (นายภาสกร เงินเจริญกุล เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญคุณภาสกรครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก่อนอื่นผมขออนุญาตอ่านญัตติที่ได้เสนอ เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของการเสนอญัตตินะครับ เรื่องขอเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการย้าย สายไฟฟ้า-สายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ พร้อมศึกษาผลกระทบข้อดี-ข้อเสีย กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในประเทศพัฒนาแล้วที่มีความก้าวหน้าทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม จะเห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่มี การหยุดยั้งที่ควบคู่กันไปในทุก ๆ ด้านนะครับ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะแสดงถึง ขีดของศักยภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความยั่งยืนของสังคม ความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี และทัศนะทางสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยทั้งด้านร่างกาย และจิตใจภายใต้สภาพแวดล้อม ที่มีคุณภาพของประเทศนั้น ๆ เมืองใหญ่ ๆ ของต่างประเทศก็มีการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม และทัศนียภาพให้มีความสวยงาน และปลอดภัย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และเป็น หน้าเป็นตาของประเทศนั้น ๆ โครงการย้ายสายไฟฟ้าลงใต้ดิน และสายสื่อสารลงใต้ดินเป็นอีก โครงการหนึ่งในประเทศพัฒนา และให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าโครงการอื่น ๆ เช่น ที่ประเทศ อังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ดำเนินการเอาสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร ลงใต้ดินกันเป็นที่สวยงามเรียบร้อยแล้ว ในเมืองหลวงหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะทางฝั่งด้านเอเชีย (Asia) เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ก็มีการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเพื่อความสวยงามของทัศนียภาพ และเพิ่มในด้าน ความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว สายไฟฟ้าที่อยู่ตามท้องถนน บนเสาไม่ได้มีสายไฟ อย่างเดียว แต่ประกอบไปด้วยสายไฟฟ้าแรงสูง สายไฟฟ้าแรงต่ำ สายสื่อสาร เช่น สายเคเบิล สายโทรศัพท์ สายอินเทอร์เน็ต (Internet) สายทีวี (TV) การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต้องใช้ สายไฟฟ้าเพื่อเชื่อมเข้ากับระบบ เป็นสาเหตุทำให้มีสายที่รกรุงรังไม่เป็นระเบียบ เมื่อเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง ต้นไม้แกว่งไปโดนสายไฟก็ทำให้ไฟฟ้าดับ อาจจะชั่วคราวหรือดับยาว ถ้ามีการนำสายไฟฟ้าลงดินก็เกิดความปลอดภัยและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟฟ้า เพิ่มได้อีกหลายวงจร หากมีการพิจารณาโครงการเปลี่ยนจากระบบไฟฟ้าบนดิน มาเป็น ระบบไฟฟ้าใต้ดิน โดยให้มีการจัดระเบียบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต ชุมชนเมืองเพื่อแก้ปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่บางครั้งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต รวมถึง ยังรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ตซิตี (Smart City) ในอนาคตอีกด้วย🔗

ข้อดีอันดับแรกของการเปลี่ยนเสาไฟฟ้า และการนำสายไฟฟ้า และสายสื่อสาร ลงใต้ดินทำให้กลายเป็นโครงข่ายร้อยสายไฟ และสายเคเบิลใต้ดิน เพื่อกำจัดสายไฟฟ้า และสายไฟที่บดบังทัศนียภาพของเมือง🔗

อันดับที่ ๒ คือลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ จากสายไฟ ไม่ว่า จะเป็นจากสัตว์ จากคน และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่นต้นไม้ใหญ่ที่อาจจะโตและสูงขึ้นมาถึง ระดับเดียวกับสายไฟ หากไม่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจพบ ต้นไม้ก็อาจจะโตขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ สายไฟชำรุด หรือสายไฟชำรุดแล้วห้อยลงมาบนพื้น ซึ่งหากมีผู้คนเดินผ่านไปละแวกนั้น ก็อาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้🔗

ส่วนข้อเสียของการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน หลัก ๆ ก็คือราคาที่แพง การใช้ สายในอากาศถึง ๑๐ เท่า แพงกว่า ๑๐ เท่า รวมถึงการใช้ระยะเวลาก่อสร้างอันยาวนานด้วย และในช่วงเวลาดำเนินการนั้นอาจจะมีผลกระทบการจราจรในช่วงที่ดำเนินการอย่างแน่นอน แต่หลังจากเสร็จไปแล้วก็จะเป็นถนนที่สวยงาม มีความมั่นคง ความปลอดภัยทางการใช้ ไฟฟ้าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว แต่แท้จริงแล้วในประเทศไทย หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร มีแนวคิดที่จะนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินนานแล้ว แต่ก็เริ่มทำเริ่มมีบางโครงการ นำสายไฟฟ้าลงดินตั้งแต่ ปี ๒๕๓๐ โดยหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงกับการจ่ายไฟฟ้า ให้กับเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็คือการไฟฟ้านครหลวงก็ได้ดำเนินการมาจนได้ สำเร็จในกรุงเทพมหานครหลายสาย เช่น สีลม สุขุมวิทบางส่วน การที่สายไฟฟ้ายังอยู่บนดินนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นเอง ก็สังเกตในถนนสายเล็กในบ้านเรือนที่ห่างออกไปจากตัวเมืองก็ยังใช้สายไฟฟ้าบนดิน กันอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับความจำเป็น ที่ความจำเป็นที่ว่านั้นก็มีหลายเหตุผล อย่างเช่น ส่วนปัญหาที่ตามมา อาทิ การดำเนินงานที่ล่าช้าในการประสานงานหลัก ระหว่างหน่วยงานรัฐ กับหน่วยงานเอกชนที่ไม่สามารถนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงใต้ดินได้อย่างทันท่วงที และเส้นทางที่มีถนนตัดใหม่ ปัจจุบันยังมีการดำเนินการเอาสายไฟฟ้าปักบนถนนตัดใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลาที่จะย้ายสาย ลงใต้ดิน ทำให้งานซับซ้อนและเสียงบประมาณซ้ำซ้อน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการย้ายสายไฟฟ้า และสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ พร้อมศึกษาผลกระทบข้อดี-ข้อเสีย ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะชี้แจง ในที่ประชุมต่อไป ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวท่านประธาน ผมจะ พยายามสรุปให้ได้ภายใน ๒๐ นาที ส่วนข้ออันไหนที่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้วผมก็จะ ข้ามนะครับ ญัตติที่ผมเสนอขอหน้าต่อไปเลยครับ ญัตติที่ผมเสนอหรือโครงการนำสายไฟฟ้า ลงใต้ดิน หรือสายสื่อสารลงใต้ดินนี่ไม่ใช่เป็นโครงการที่ใหม่แล้วเราได้ยินกัน ผมเชื่อว่าสมาชิก หลายท่าน หรือส่วนท่านประธานก็คงได้ยินกันมานานแล้วนะครับ โครงการนี้มีมา ๓๐ ปีแล้วครับ ท่านประธาน ขอหน้า ๒ ด้วยครับ สไลด์ (Slide) หน้า ๒ ครับ มันมีมา ๓๐ ปีแล้วครับ เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ แผนมันถูกแบ่งออกเป็น ๒ แผนครับ🔗

แผนแรก เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ถึงปี ๒๕๓๗ ระยะทางประมาณ ๘๘.๓ กิโลเมตร ก็ประกอบไปด้วยเส้นหลัก ๆ ที่หลาย ๆ ท่านก็จะได้ยิน อย่างเช่นที่ผมเขียนไปในการเสนอ ญัตติครับ เส้นสีลม จิตรลดา ปทุมวัน พญาไท สุขุมวิท พหลโยธิน นนทบุรี พระราม ๓ รัชดาภิเษก-อโศก และรัชดาภิเษก-พระราม ๙ แต่เมื่อครบกำหนดถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ เสร็จสิ้น เพียง ๓๕ กิโลเมตร ก็เกิดแผนที่ ๒ ขึ้นมา🔗

แผนที่ ๒ คือแผนที่เป็นโครงการรองรับมหานครอาเซียน (ASEAN) ตามที่ ครม. ได้เห็นชอบเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นระยะทาง ๑๒๗.๓ กิโลเมตร รวม ๒ แผน ทั้งหมดระยะทางก็คือ ๒๑๕.๖ กิโลเมตร เมื่อผ่านมา ณ วันนี้ ผ่านไปแล้ว เข้าใจว่าน่าจะเสร็จอยู่ราว ๆ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ระยะทางไม่ได้เป็นเรื่องสาระสำคัญ แต่สิ่งที่อยากให้เห็นความสำคัญของการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินประกอบด้วย แบบนี้ครับท่านประธาน บนเสาไฟฟ้าที่เราเห็น ณ วันนี้ ประกอบไปด้วยสายไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ แล้วก็สายสื่อสารที่เราเห็นระโยงระยางกันเยอะแยะ ณ วันนี้ก็จะมีสายไฟเบอร์ (Fiber) เพิ่มมา สายเคเบิลก็แล้วแต่ก็ห้อยกันใหม่ ปัญหาที่เกิดการล่าช้าเนื่องจากว่ามันเกิด การประสานงานระหว่างหลาย ๆ หน่วยงาน อันนี้จะเป็นต้นเหตุหลัก ผมเคยเห็นในเส้นถนน บางเส้น ซึ่งก็อาจจะเป็นหลายเส้นด้วย ทางไฟฟ้าบอกว่ามีการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เรียบร้อยแล้ว แต่เราก็ยังเห็นสายระโยงระยางเต็มไปหมด มันก็เป็นเรื่องจริงนะครับ ที่การไฟฟ้าได้นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเรียบร้อยแล้วจริง ๆ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือสายสัญญาณ ต่าง ๆ สายสื่อสารต่าง ๆ เพราะว่ามาไม่ทันครับ หรือมีงบประมาณก็เลยทำให้ การประสานงาน หรือการที่จะลงพร้อมกันมันไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน นี่เป็นปัจจัยหลัก ๆ เลย ในการประสานงาน เพราะเนื่องจากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะนำสายไฟฟ้า สายสัญญาณ สายสื่อสารลงใต้ดินมันประกอบไปด้วยหลายหน่วยงานนะครับ ค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี่มีแน่นอน สูงขึ้นแน่นอนอย่างน้อย ๑๐ เท่า ถ้าเป็นการไฟฟ้า ฝ่ายเอกชน ภาคเอกชนก็เช่นกันนะครับ การนำสายสัญญาณลงใต้ดินก็เปลี่ยนวิธีการจาก การเช่าสายไฟฟ้านี้อาจจะอยู่สัก ๑๐ บาท ๑๕ บาท แล้วก็อาจจะกลายเป็นต่อเดือนสัก ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ก็แล้วแต่วิธีการไป ปัญหาเหล่านี้ทำให้การที่จะนำสายสื่อสาร หรือสายสัญญาณลงใต้ดินก็มีอุปสรรคล่าช้านะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการฝากพิจารณาว่า สามารถทำอย่างไรให้ร่นระยะเวลาในการที่จะนำสายสัญญาณ สายไฟฟ้าลงใต้ดินพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียงบประมาณที่มันซ้ำซ้อน ยกตัวอย่าง อย่างเช่นสายถนนที่ตัดใหม่ ๆ ถ้ามันเป็นถนน หรือมีความจำเป็นเราก็อาจจะเพิ่มงบประมาณแล้วก็ลงใต้ดินเลยจะได้ไม่ต้อง มานั่งเสียไป ๒-๓ รอบนะครับ บางถนนก็มีถนนปรับเป็นระดับนี้เพิ่มไปอีกแล้ว ผมว่า มันก็เสียหลายรอบในการขุด ในการทำงบประมาณ ถ้าเราลดตรงนี้ได้ก็จะทำให้การลงทุน หรืองบประมาณที่ใช้ในการนำสายสัญญาณ สายไฟฟ้าลงใต้ดินลดลงได้นะครับ🔗

และอีกเหตุผลนะครับที่ทำไมจะต้องนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไป ผมสรุปเป็นเหตุผลใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ข้อ🔗

ข้อที่ ๑ คือระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่มั่นคงและปลอดภัยขึ้น ท่านจะเห็นว่า ทำไมลงใต้ดินแล้วมั่นคงและปลอดภัยขึ้น การที่ลงใต้ดินไม่ได้หมายความว่าเราเอาสายไฟฟ้า ที่ใช้อยู่แล้วอยู่ดี ๆ ลงใต้ดินได้เลย หรือไปใช้สายไฟแบบเดิมมันมีวิธีการที่เปลี่ยนไป ทางเทคนิคเราคงไม่ได้อธิบายนะครับว่าจะต้องใช้อุโมงค์ ใช้สายแบบไหน มันทำให้ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดเราเห็นชัด ๆ รถสิบล้อที่จะไปชนเสาไฟฟ้าก็คงไม่เกิดขึ้นแล้ว การที่จะมีงูไปเลื้อยแล้ว ทำให้สายไฟฟ้าชอร์ต (Short) ก็ไม่มีนะครับ พอไม่มีเรื่องลักษณะเหล่านี้เกิดขึ้นหมายความว่า เราก็จะสามารถใช้ไฟได้อย่างต่อเนื่องนะครับ อยู่ดี ๆ จะไปไฟดับ ๕ ชั่วโมง ครึ่งวัน หรือ ๑ ชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง ก็ไม่มีนะครับ ความปลอดภัยนี่เห็นชัดเจนเพราะมันอยู่ใต้ดิน ไม่ใช่ว่า อยู่ดี ๆ เราจะเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินโดยวิธีปกติก็ไม่ใช่ มันมีวิธีการ มีมาตรฐานของมัน อยู่ดี ๆ คนไปเดินแล้วเหยียบสายไฟฟ้าที่อยู่ดี ๆ มันตกมา หรือสายสื่อสาร ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า มันมีไฟหรือไม่มีไฟก็ไม่มี แถวบ้านผมนี่มีเหมือนกันสายไฟฟ้าสายสื่อสารเต็มไปหมดเลยครับ แล้วมันเป็นจุดดูลิง วันดีคืนดีลิงก็ปีนไปเรื่อย ๆ แล้วก็ดึง ดึง ดึง สุดท้ายสายไฟฟ้าก็ห้อยลงมา จนถึงพื้นดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็ต้องไปดึงขึงให้มันตึง ปัญหาเรื่องนี้ก็หมดไป🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรากำลังจะเข้าเมืองที่เป็นเมืองอัจฉริยะหรือมหานคร อัจฉริยะอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเทรนด์ (Trend) ของโลกไปแน่นอน การที่เราเอาทุกอย่างลงใต้ดิน เพื่อเป็นการรองรับเทคโนโลยีอนาคตที่กำลังจะไปเช่นกันนะครับ การปรับปรุงทัศนียภาพ อันนี้เป็นผลพลอยได้ที่เราเห็น ผมอยากให้เห็นแบบนี้ครับว่าท่านประธาน ผมมี ๗ นาที ผมพยายามจะสรุปให้เร็ว ๆ เพื่อจะให้เห็นว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน เรากำลังจะเป็น เมืองอัจฉริยะ เรากำลังจะเป็นสมาร์ตซิตี (Smart City) ด้วยแผนยุทธศาสตร์ หรือถ้าไม่มี เราก็จำเป็นต้องไป เราจำเป็นต้องทำอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) หรือโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ ณ วันนี้ประกอบด้วยสภาวะ หรือเราโดนโควิด (COVID) สถานการณ์โควิด (COVID) แพร่กระจายเรายิ่งต้องทำ ทำไมยิ่งต้องทำครับ เนื่องจากว่า มีการคาดการณ์กันหลายสำนักบอกว่าเศรษฐกิจเราจะฟื้นฟูหลังโควิด (COVID) ถ้าเกิด เลิกระบาดนะครับ ใช้เวลาราว ๆ ๔ ปีที่จะกลับเข้าเท่ากับจุดที่เราตกต่ำนะครับ ก็คือพีก (Peak) สุดเท่าที่เราเคยมี เราใช้เวลา ๔ ปีนะครับท่านประธาน ประเทศอื่นก็เหมือนกันถ้าเราใช้ นโยบายปกติ อัดอะไรบ้างก็แล้วแต่เฉลี่ยราว ๆ ๔ ปี ณ วันนี้เราใช้มาตรการในการป้องกัน การระบาด จะเห็นว่าธุรกิจเราก็จะเป็นลักษณะนี้ละครับท่านประธาน แต่วันนี้ การลงทุนมันจะถูกลง ณ วันนี้ถ้าท่านทำสายไฟฟ้าลงดินท่านจ่ายน้อยลง แต่ท่านได้ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต แล้วยังสามรถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ มีใครที่เป็นนักท่องเที่ยวแล้วอยากมาดูสายไฟฟ้าเต็มบ้านเต็มเมืองไหมครับ ไม่มีนะครับ ขออนุญาตอีกหน้าหนึ่งครับ สไลด์ (Slide) อีกอันหนึ่งครับ ฉะนั้นอันนี้ถือเป็น การลงทุนตัวหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม แล้ววันนี้ลงทุน ถูกกว่า ท่านจะเห็นว่าสไลด์ (Slide) ข้างหนึ่งก่อนสายไฟฟ้ารกรุงรังขนาดนี้ ให้สวยขนาดไหน ก็ไม่สามารถโชว์ความสวยได้ แต่ถ้าท่านเห็นด้านขวามือที่เป็นหลังจากทำ แล้วท่านจะเห็นว่า มันผิดกัน ๒ อันเลย ถ้าท่านเดินอยู่บนถนนที่เป็นสายเดียวกัน แล้วมีสายไฟฟ้า สายสื่อสาร เต็มไปหมด กับอีกอันหนึ่งมันผิดกันมาก การถ่ายรูปก็สวยงามขึ้น การท่องเที่ยวเราถือว่าเป็นรายได้หลัก ตัวหนึ่งของเราเหมือนกัน ฉะนั้นการลงทุนเพื่อที่นำสายไฟฟ้าลงดิน สายสื่อสารลงดิน มันมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาศึกษากันพอสมควร ไม่ใช่แค่เอาลงดินแล้วจบ มันมีทางเทคนิค หลายอย่าง แล้วเขามีวิธีการหลายอย่าง ซึ่งอยากให้คณะกรรมาธิการที่ได้ตั้งขึ้นลองศึกษา ไม่ใช่แค่เมืองหลวงนะครับ ลองดูถนนใหม่ ๆ ในทั่วประเทศเลยว่าไหน ๆ จะเอาลงแล้ว จุดไหนอย่างไร จะเป็นอย่างไร เพราะว่าถนนบางเส้น ไม่ใช่ถนนเส้นใหญ่นะครับท่านประธาน ก็ไม่ได้อยู่ในเมืองด้วยแต่มันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำไมไม่พยายามทำให้แหล่งท่องเที่ยว มันเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวมาแล้วติดอกติดใจอยากมาอีก รัฐบาลก็คงต้องช่วยเหมือนกัน ในการลงทุนเรื่องนี้ อันนี้เป็นการลงทุนไม่ใช่เป็นค่าใช้จ่าย สามารถช่วยได้นะครับ ก็เป็น เรื่องที่ผมขอเสนอเป็นข้อมูลเพื่อให้ท่านประธาน แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีข้อมูล ในการพิจารณาตัดสินใจ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ให้ความสนใจในญัตตินี้นะครับ ผมจะแจ้งรายชื่อทีละ ๔ ท่านนะครับ ท่านแรกคือ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๒. ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๓. ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๔. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เชิญ ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลครับท่านประธาน วันนี้มาขอสนับสนุนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ที่ได้นำเสนอเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้านะครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ครับ ขอท่านประธานครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ประเด็นแรกสิ่งที่ รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบอย่างเร็วที่สุดครับ ผมยืนยันว่าต้องเร็วที่สุดครับ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ เราเศรษฐกิจไม่ดี แต่เราจะต้องจัดการต่อสายระโยงระยางแบบนี้ที่อยู่นี้ให้มาก ๆ นะครับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะนี้มิใช่มีแค่หน่วยงานที่เราเรียกว่าการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรายังมีหน่วยงานที่เรียกว่า กสทช. ซึ่งมีงบประมาณครับท่านประธาน ในกองทุนวิจัยและพัฒนา มีเงินแคชโฟลว์ (Cash flow) เป็นแสนล้านบาทนะครับ มีรายได้เป็น หมื่นล้านบาท กำไรเหลือเฟือครับท่านประธาน ต้องมาช่วยสิ่งที่หลังที่จะต้องรับผิดชอบคือ ต้องควบคุมบรอดแบนด์ (Broadband) ทั้งหมดที่เป็นโอเพอเรเตอร์ (Operator) มารับผิดชอบเอาสายการสื่อสารลงทั้งหมด ส่วนสายไฟนั้นแน่นอนท่านประธานครับ🔗

ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ ต่อไปครับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าจะต้อง เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นไปบ่อย ๆ นะครับ การบดบังทัศนียภาพของเมืองให้สวยงามจะต้องถูกแก้ไขครับท่านประธาน ทั้ง ๓ เหตุ หรือปัญหาปัจจัยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง หน่วยงาน ส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญคือกระทรวงมหาดไทยครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ และคนที่แน่นอนครับท่านประธาน คือคณะรัฐมนตรี ต้องออกบิ๊กร็อก (Big Rock) ครับท่านประธาน คราวหน้าถ้าบิ๊กร็อก (Big Rock) นี้ ออกมานะครับ เลิกคิดได้ครับ แล้วเดี๋ยวดูว่าผมจะพาไปที่ไหนครับว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) นี้ ควรจะทำอะไร ท่านเห็นไหมครับ ตรงนี้เป็นส่วนของที่ไม่มีสายไฟเลย แยกเอราวัณครับ ไม่มีครับ ล่าสุดสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เมื่อ ๖ พ.ย. ๖๒ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีความเห็นชอบ ให฾ กฟน. เปลี่ยนระบบสายไฟฟูาอากาศลงเป็นสายไฟฟูาใต฾ดินครับท฽านประธาน ระยะทาง ๒๑๕.๖ กิโลเมตร ปัจจุบันเสร็จไปแล฾ว ๔๖.๖ กิโลเมตรนะครับ เหลืออีก ๑๖๙ กิโลเมตร ใช฾เงิน ๓,๖๗๓ ล฾านบาทเศษครับ ส฽วนใหญ฽เป็นโครงการร฽วมครับ ร฽วมกับการไฟฟูาสายสีม฽วง และสายสีเขียว เหนือ ใต฾ กําลังต฽ออยู฽นะครับ ที่เขาเอาไปซุกไว฾ในนั่นนะครับท฽านประธาน วิธีการ สิ่งสําคัญคือระบบไฟฟูานี่เป็นระบบที่จะทําให฾เกิดการใช฾งานมาก ตอนนี้โอเพอเรเตอรแ (Operator) หรือบรอดแบนดแ (Broadband) มีความเร็วสูงครับท฽านประธาน และสายไฟฟูา นี่คือการนําพาคลื่นไฟฟูาบนถนนนี้เข฾าไป อีกหน฽อยระบบ ๕ จี (5G) เข฾ามาครับท฽านประธาน มันจะคอนโทรล (Control) โดยระบบนี้ละครับที่ผ฽านสายไฟส฽วนหนึ่ง การผ฽านการสื่อสารอีก ระบบหนึ่งที่เรียกว฽าวายฟาย (Wi-Fi) อีกระบบหนึ่ง แต฽ทั้งหมดท฽านประธานครับ มันอยู฽ตรงนี้ ครับท฽านประธาน ขอสไลดแ (Slide) ต฽อไปครับ นี่ละครับกําลังจะมา ท฽านประธานครับ สถานีรถที่เรียกว฽ายานยนตแไฟฟูาทั้งหมดครับท฽านประธานมันกําลังจะเข฾าเมืองหลวง นโยบายของรัฐที่ว฽าเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) ถ฾าไม฽เตรียมเรื่องของกริด (Grid) บนสถานีย฽อย ต฽าง ๆ นะครับ รถบัสไฟฟูาที่จะปล฽อยออกมาในระลอก ๓ ปีข฾างหน฾าท฽านต฾องมีสถานีไฟฟูา ย฽อยครับท฽าน ต฾องมีสถานีที่จะชารแจ (Charge) ไฟแบบแรบบิต (Rabbit) เพื่อให฾รถไฟฟูา มันวิ่งได฾ แท็กซี่อนาคตจะต฾องมีแท็กซี่ไฟฟูาที่ไม฽มีคนขับ แล฾วมันจะมีที่จอด ที่ชารแจ (Charge) ตามสถานีที่ต฽าง ๆ ทุกสถานี ไม฽ว฽าจะเป็นห฾างเซ็นทรัล สถานีน้ํามัน ที่อาจจะเป็นครึ่งหนึ่ง เป็นสถานีใช฾ไฟฟูาจะต฾องมีกริด (Grid) ไฟฟูาจากนครหลวงกริด (Grid) ไฟฟูาจากภูมิภาค ติดตั้งเพื่อให฾เพียงพอ ไฟฟูาที่อยู฽ใน พื้นที่ปริมณฑลเดิมนะครับท฽านประธาน ที่บริการให฾กับ ประชาชนในจํานวนกริด (Grid) ๒,๐๐๐ กว฽ากิโลวัตตแ ต฽อ ๑ แอเรีย (1 Area) นี่มันจะต฾อง เพิ่มขึ้นครับ มีพลังงานไฟฟูาที่จะมาทดแทนพลังงานไฟฟูาที่จะใช฾กับยานยนตแไฟฟูาเกือบ ทุกชนิด มีสถานีรถไฟฟูาและที่ชัด ๆ ท฽านประธานครับ อีกหน฽อยครับท฽านประธาน ถนนสายไฟลงหมดครับ ถนนมันจะชารแจ (Charge) ไฟฟูาได฾เมื่อจอดรถในอนาคตข฾างหน฾า สายไฟพวกนี้จะต฾องลงทั้งหมดครับท฽านประธาน และต฾องมีระบบความปลอดภัยทั้งหมดครับ🔗

สุดท฾ายครับ ขออีกสไลดแ (Slide) ครับ อนาคตหลีกเลี่ยงไม฽ได฾ครับ การจราจร ในเมืองจะมียานยนตแไฟฟูาแน฽นอน รถไฟฟูามาแล฾ว รถอื่น ๆ ก็กําลังตามมาเติบโต ต฾องมี ระบบไฟฟูาที่ต฾องเสริมพลังงานด฾านนี้เต็มพิกัด มันไม฽ใช฽แค฽บิ๊กร็อก (Big Rock) ครับ มันเป็น ซูเปอรแ บิ๊กร็อก (Super big Rock) ที่เมืองหลวงใหญ฽ ๆ จะต฾องเร฽งทํา แล฾ววางโครงสร฾าง อินฟราสตรักเจอรแ (Infrastructure) ทั้งหมดให฾พร฾อม ตั้งแต฽สถานีย฽อยไฟฟูาเพื่อชารแจ (Charge) รถยนตแโดยสาร บริเวณหรือสถานีชารแจ (Charge) ยานยนตแไฟฟูา พื้นที่ถนน ที่จะต฾องใช฾ชารแจ (Charge) ไฟฟูาเกือบทั้งหมด นี่คือบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ควรจะทําครับ แล฾วมันเป็นซูเปอรแ บิ๊กร็อก (Super big Rock) ที่การไฟฟูาทั้งหมดที่มีเงินทุกกองทุนจะต฾อง ลงมาและช฽วยกันคิดว฽าเมืองหลวงจะมีแต฽ไฟฟูาที่ผ฽านระบบการจัดการอย฽างครบถ฾วนและมี ความปลอดภัยที่สุด เพราะประชาชนจะต฾องใช฾ในการเดินทางผ฽านระบบไฟฟูา การเชื่อมโยง สายอินเทอรแเน็ต (Internet) การเชื่อมโยงวายฟาย (Wi-Fi) และการใช฾เทคโนโลยี ๕ จี (5G) อีกหน฽อยอาจจะเป็นไฮเปอรแฮูด (Hyper hood) ไฮเปอรแฮูด (Hyper hood) พูดแล฾วไป แล฾วต฽อไปถึงควอนตัม (Quantum) พวกนี้มันจะใช฾ในการสื่อสาร สายไฟครับ เป็นหัวใจสําคัญ ท฽านประธานครับ ต฾องจัดลงดินโดยเร็วและวางระบบอินฟราสตรักเจอรแ (Infrastructure) วางแผนตั้งแต฽บัดนี้ครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) ถึงจะเป็น ซูเปอรแ บิ๊กร็อก (Super big Rock) ได฾ท฽านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิริพงศ์ เชิญครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนญัตติที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอขึ้นมาทั้ง ๔ ร่าง ก็คือร่างเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาพิจารณาระบบสายไฟ และสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ ท่านประธานครับ เหตุผลดังที่ท่านผู้เสนอร่างท่านได้พูด มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องความปลอดภัย สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากในประเด็นนี้ ก็คือเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและมูลค่า ทางเศรษฐกิจครับ ต้องกราบเรียนว่าจากข้อมูลที่เราได้เคยเห็นมานั้นการเกิดอัคคีภัยในเขต ชุมชน ถ้าถามถึงสาเหตุของการเกิดอัคคีภัย ๑๐ เหตุ ไม่น้อยกว่า ๑ เหตุที่เกิดจากสายไฟ ที่ลัดวงจร และสายไฟไม่ใช่สายไฟในบ้านนะครับ เป็นสายไฟฟ้า สายสัญญาณโทรศัพท์ ที่รกรุงรังและเป็นสาเหตุให้เกิดอัคคีภัย แล้วถ้าเราไปดูถึงระเบียบในการเบิกจ่ายเราก็จะเห็น ได้เลยว่าถ้ากรณีเกิดอัคคีภัย ท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเยียวยาเขาได้ไม่เกิน ๓๕,๐๐๐ บาท ท่านจะเสียล้านบาท ท่านจะเสีย ๑๐ ล้านบาท ท่านจะเสีย ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เกิน ๓๕,๐๐๐ บาท ถ้ามีคนเสียชีวิตก็ได้เพิ่มอีก ๒๕,๐๐๐ บาท นี่คือความเสียหาย อย่างมหาศาลที่มันประเมินความคุ้มค่า ประเมินค่าไม่ได้ ฉะนั้นการที่จะจัดระเบียบสายไฟและ สายสื่อสารหลบใต้ดินนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งครับ แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง รายงานที่เขาประกอบการพิจารณาในครั้งนี้เขาได้ยกตัวอย่างให้ดูว่ามติ ครม. มีมติว่าจะมี การเอาสายไฟลงดินระยะทางทั้งสิ้น ๓๐ กว่ากิโลเมตร เป็นเงิน ๒,๒๐๐ ล้านบาท และกำหนดด้วยว่าจะเป็นเมืองไหน เมืองไหน เมืองไหน กำหนดจุดชัดเจนครับ อันนี้คือ การรอการช่วยเหลือจากภาครัฐมาส่งเสริมการท่องเที่ยว🔗

คำถามต่อไปก็คือ แล้วหากท้องถิ่นอยากจะทำเอง ทำได้ไหม ทำได้ครับ แต่ท้องถิ่นก็ยังมีข้อจำกัด วันนี้ท่านประธานครับ หากท้องถิ่นต้องการจะจัดระเบียบ สายไฟ ต้องการจะเอาสายไฟลงใต้ดินนั้น ก็มีระเบียบครับว่าท้องถิ่นจะต้องทำการอุดหนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประเมินการมาเท่าใด ท้องถิ่นก็อุดหนุนไป การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลงทุนเรื่องสายไฟ เรื่องระบบ ท้องถิ่นลงทุนเรื่องสาธารณูปโภค ปัญหาก็คือท้องถิ่นบอกว่าไม่สามารถทำได้หรอกเพราะมันเป็นเรื่องทางเทคนิค มันเป็นเรื่อง ทางเทคนิคที่มีความละเอียดอ่อน การไฟฟ้าต้องหาผู้มาดำเนินการเอง ท้องถิ่นจึงต้องเลือก วิธีจ่ายเงินอุดหนุน และระเบียบ วิธีจ่ายเงินของท้องถิ่นมีวิธีเดียวครับ คือการจ่ายขาดเงิน อุดหนุน อุดหนุนเข้าไป เขาจะทำอย่างไรก็ไปทำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท้องถิ่นอุดหนุน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ระเบียบตัวนี้เป็นข้อจำกัดครับ คำถามก็คือวันนี้การเอาเสาไฟลงดิน ถ้าดูจาก มติ ครม. ที่อนุมัติ ๓๐ กว่ากิโลเมตร ราคา ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท ตกกิโลเมตรละ ๖๐ กว่าล้านบาท อุดหนุน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อุดหนุน ๒๐ กว่าล้านบาทต่อ ๑ กิโลเมตร มันต้องท้องถิ่นขนาดไหนครับถึงจะมีความสามารถในการทำได้ ประเด็นแรก ที่ผมคิดว่า คณะกรรมาธิการจะต้องมาพิจารณาคือ🔗

๑. คือเปิดกรอบระเบียบว่าถ้าไม่ใช่เงินอุดหนุนอย่างเดียว เป็นเงินสะสม ที่ท้องถิ่นเขามีสามารถทำได้ไหม เราต้องมาศึกษา เปิดระเบียบให้เขาก่อน🔗

อย่างที่ ๒ คณะกรรมาธิการต้องมาดูด้วยว่าทำอย่างไรการเอาสายไฟลงดินนี้ จะถูกลง การเอาสายไฟลงดินเป็นประโยชน์มหาชนครับ มันไม่ควรจะเป็นเรื่องที่ว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา คนตัวใหญ่แข็งแรงกว่า คนตัวเล็กไม่มีโอกาสอยู่วันยังค่ำ มันไม่ถูกครับ มันจะต้องมีวิธี มันจะต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรการเอาสายไฟลงดินนั้นจะไม่เป็นภาระกับ ภาษีมากเกินไป วันนี้อย่าลืมนะครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น กสทช. ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโทรคมนาคม ทุกเจ้าสภาพ ทางการเงินดีหมด การประกอบการมีกำไรหมด ทำอย่างไรภาระเหล่านี้ประชาชนจะได้รับ การลดหย่อน อันนี้พูดถึงภาครัฐ เอาละ มีท่านคณะกรรมาธิการ มีท่านผู้เสนอหลายท่าน มีท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่าบางครั้งเราอาจจะส่งเสริมให้เอกชนเขาทำเองบ้างก็ได้ มันไม่มีทางทำได้หรอกครับ ถ้าวันนี้ส่วนต่างของการเอาสายไฟในระบบปกติลงไปอยู่ข้างล่าง ราคามันต่างกันถึง ๑๐ เท่า ผมยกตัวอย่างครับ วันนี้ถ้าเอกชนจะขอขยายไฟ สายไฟระบบ ปกติใช้เงินประมาณ ๑ ล้านบาท เอาละ เขาก็บอกว่าถ้าเขาเอาลงดิน แพงกว่ากันสัก ๒ เท่า เป็น ๒ ล้านบาท หรือ ๓ ล้านบาท เขาอาจจะกัดฟันทน การไฟฟ้าคิดราคาออกมา ๑๒ ล้านบาท คำถามคือมันจะมีเอกชนประเภทใดที่เขาจะยอมเอาสายไฟลงดิน ให้ราคาที่ต่างขนาดนั้น สุดท้ายภาระก็ไปตกอยู่กับผู้บริโภค ผมหวังครับ อยากจะให้ คณะกรรมาธิการคณะนี้ได้ขยายผลต่อไปอีกครับ นอกจากการจัดระเบียบสายไฟแล้ว ในเมื่อหน่วยงานที่จะมาร่วมกันเกี่ยวข้องกันมันเกี่ยวข้องหลายอย่างครับ ไฟฟ้าการเกษตรครับ วันนี้อยากจะฝากคณะกรรมาธิการด้วยครับว่าท่านขยายกรอบออกไปอีกสักนิดหนึ่ง ลองดูครับ ไฟฟ้าการเกษตร ที่วันนี้เปิดสภามาทุกวันสมาชิกทุกท่านหารือเรื่องไฟฟ้า การเกษตรหมด มันไม่ได้มีปัญหาแค่ว่าขาดครับ ปัญหามันคือว่าจ่ายเงินไปแล้ว อีก ๒ ปี ก็ยังไม่ได้ติด อีก ๓ ปีก็ยังไม่ได้ติด ทำอย่างไรจะแก้ปัญหานี้ได้ ยังอยากจะให้ขยายผล ไปถึงมิเตอร์ไฟ อย่างที่ท่าน ส.ส. มัลลิกาพูดครับ ไม่ใช่แค่ความทันสมัยอย่างเดียวครับ ไฟฟ้าเพื่อสาธารณประโยชน์ ที่เขาจะต้องจ่ายค่าไฟในอัตราอุตสาหกรรม ทำอย่างไร จะลดภาระเหล่านี้ให้กับประชาชน ดังนั้นต้องขอฝากคณะกรรมาธิการคณะนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสมเกียรติครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนงครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินทั่วประเทศครับ ผมขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ยื่นญัตตินี้ขึ้นมานะครับ แล้วก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีเรื่องนี้ แต่ก็มีความกังวล ขึ้นมาครับ เพราะเรื่องนี้ผมเคยได้ยินมาเป็น ๑๐ ปีก่อนที่จะมาเป็น ส.ส. ว่ามีแนวคิด จะทำโครงการสายไฟ สายสื่อสารลงดิน แต่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า และพูดได้ว่า เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงด้วยในส่วนของภูมิทัศน์สายสื่อสาร สายไฟฟ้า ผมขอยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครและเป็นข่าวขึ้นมาก็คือ ทางกรุงเทพมหานครเอง และสำนักงาน กสทช. ก็เคยได้แถลงข่าวว่าจะทำให้กรุงเทพมหานคร เป็นมหานครไร้สายภายในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ ก็อีกแค่ไม่กี่เดือนครับ แต่ผ่านมาเกือบ ๒ ปี ผมเข้าไปดูที่เว็บไซต์ (Website) กรุงเทพธนาคมซึ่งเป็นบริษัทภายใต้สังกัด กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบโพรเจกต์ (Project) นี้มีความคืบหน้าเพียงแค่ ๗ กิโลเมตรกว่า เท่านั้นจากในพื้นที่ถนน ๔ พื้นที่ที่ลงไปในเว็บไซต์ (Website) ก็คือพื้นที่ถนนวิทยุ ถนนรัชดาภิเษก ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ครับ มีความคืบหน้าเพียงแค่ถนนละ ๑-๒ กิโลเมตรเท่านั้น ก็ไม่แน่ใจว่าที่ทำมาเพียงแค่บางส่วน ๆ มันจะมีผลสำเร็จมากน้อย แค่ไหนครับ อันนี้คือเรื่องหนึ่งที่ผมเป็นกังวลว่าเมื่อตั้งคณะกรรมาธิการแล้วจะใส่ใจ และสานต่อให้มีความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนครับ ผมขอยกตัวอย่าง มีทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดี ในข่าวนี้ที่จะพูดถึง เมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ที่แล้วในโลกออนไลน์ (Online) มีการแชร์ (Share) กัน และให้ข้อมูลว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet) บ้าน หรือเรียกว่า ฟิกซ์บรอดแบนด์ (Fix Broadband) สูงเป็นอันดับ ๑ ของโลก ก็ตามมาด้วย ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง โรมาเนีย และสวิสเซอร์แลนด์ เป็นอันดับ ๒-๕ ครับ ถือว่าเป็น ความน่าชื่นชมที่อินเทอร์เน็ต (Internet) ของเราสูงติดอันดับ ๑ ของโลก แต่ว่ามันก็แลกมา กับสายสื่อสารที่รกรุงรัง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตรงนี้ก็หนีไม่พ้นกับสำนักงาน กสทช. ที่จะต้องกำกับดูแลโอเพอเรเตอร์ (Operator) ให้ดูแลติดตั้งอย่างเป็นระเบียบ และไม่ให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นครับ🔗

อีกหน่วยงานหนึ่ง ถ้าให้นับในกรุงเทพฯ ก็คือการไฟฟ้านครหลวงที่เป็น เจ้าของสายไฟ สายไฟต้นนั้นจริง ๆ แล้วตามปกติโอเพอเรเตอร์ (Operator) ที่ให้บริการ อินเทอร์เน็ต (Internet) ถ้าจะติดตั้งบนสายไฟฟ้าจะต้องขออนุญาตไปทางการไฟฟ้า นครหลวงและสำนักงาน กสทช. แต่ท่านก็จะเห็นว่าถ้าไปเดินตามห้าง ผู้ที่ให้บริการมักจะ บอกว่าตัดสินใจรับบริการติดตั้งภายในวันนี้วัน พรุ่งนี้จะไปติดตั้งให้ที่บ้านได้เลย ผมก็ ไม่แน่ใจว่าเขาไปขออนุญาตกันอยู่ในขั้นตอนไหนเพียงแค่เวลาไม่ถึง ๑ วันนะครับ อันนี้ก็ฝาก ให้กำชับดูแลเป็นพิเศษด้วย อีกข่าวหนึ่งครับ เป็นข่าวที่เกิดการสูญเสียเกี่ยวกับญัตติ ที่เราพูดถึง ก็คือเหตุการณ์อุบัติเหตุถนนลำลูกกา คลอง ๔ จังหวัดปทุมธานี ที่มีผู้ประสบ อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เกี่ยวสายไฟฟ้าล้มลงนะครับ แล้วก็เป็นที่น่าเสียใจว่ารถกระบะที่ขับ ตามมานี่ก็ไม่สามารถที่จะหลบได้ทันทำให้เสียชีวิต ผมขอแสดงความเสียใจด้วย คือเรื่องนี้ เรื่องสายไฟฟ้าลงดิน นอกจากเรื่องของภูมิทัศน์มันก็อาจจะพอที่จะชะลอหรือว่าอาจจะ เกี่ยวกับงบประมาณที่สิ้นเปลืองไปได้ เพียงแต่ว่าในเรื่องของความสูญเสียในร่างกายและชีวิต มันก็เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากครับ ทำให้ญัตตินี้มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่ใจและดูแล เป็นพิเศษครับ🔗

นอกจากที่ผมกล่าวมาแล้ว ในคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ผมอยู่แล้วก็เคยได้นำเอาวาระนี้เข้ามาพิจารณาเช่นกัน ผมก็ทราบถึงว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้านครหลวง กรุงเทพมหานคร สำนักงาน กสทช. เขาก็มีโครงการที่จะผลักดันดูแลตรงนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าก็ไม่ได้ทำกัน อย่างต่อเนื่องและจริงจัง หน่วยงานการไฟฟ้าเองก็มีหน่วยงานที่ดูแลมากกว่า ๑ หน่วยงานตรงนี้ กรุงเทพฯ เอง ที่เข้ามาชี้แจงก็ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ดูแลตรง ทำให้การขับเคลื่อนหรือความคืบหน้าก็ไม่ได้ เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้ครับ ทางการไฟฟ้านครหลวงเองให้ข้อมูลว่าพื้นที่ลำดับแรก ๆ ที่เขาจะ เอาสายไฟฟ้าลงดินนั้นจะเป็นพื้นที่ที่มีช่องจราจร ๔ เลน (4 Lane) ขึ้นไป ตรงนั้นน่าจะเป็น การดำเนินการที่ทำง่ายกับทางการไฟฟ้านครหลวงครับ เพียงแต่ว่าประโยชน์สูงสุดมันไม่ได้ เกิดกับประชาชนและอันตรายก็ไม่ได้ลดลง เพราะว่าพื้นที่ที่มีปัญหาจริง ๆ เป็นพื้นที่ ที่ค่อนข้างแคบ อย่างชานเมืองในกรุงเทพฯ มีถนนเพียงแค่ ๒ เลน (2 Lane) สวนกัน อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้จากรถบรรทุกที่วิ่งสวนไปสวนมา หรือรถมอเตอร์ไซค์เองก็ตามถ้ามี สายระโยงระยางตามพื้นดินครับ ก็ผมเคยเสนอว่าควรจะคำนึงตรงนี้เป็นพิเศษด้วย ที่จะให้ ข้อมูลเพิ่มเติม ก็คือสายไฟฟ้าที่เราเห็นอยู่มีด้วยกันเป็น ๓ ส่วน คือ สายฟ้าแรงสูง สายฟ้าแรงต่ำ อยู่ด้านบนทั้งคู่ ส่วนที่อยู่ต่ำสุดที่มีปัญหาสุดคือสายสื่อสารครับ สายสื่อสาร ที่เราเห็นกันมากมายปัจจุบันที่มีใช้มีอยู่ก็เยอะ แต่ปัจจุบันที่บริษัทล้มเลิกกิจการ หรือว่า สูญหายไปแล้วก็คือที่เราเคยเห็นอยู่แพคลิงค์ (Packling) เพจเจอร์ (Pager) จริง ๆ เขาจะต้องมีหน้าที่นำสายลงไปด้วย เพียงแต่ว่าเขายกเลิกกิจการแล้ว ตรงนี้ก็ควรจะต้องเป็น หน้าที่บทบาทของ กสทช. ที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้สายที่ไม่ได้ใช้แล้วออกไปจากในพื้นที่ เสาไฟฟ้าที่เราเห็นอยู่ครับ ผมก็ฝากถึง แล้วก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ แต่งตั้งขึ้นมานี้ก็คงจะรับภาระความรับผิดชอบ ศึกษาค่อนข้างสูง แต่ก็อยากให้กำลังใจ ให้สำเร็จไปด้วยดีนะครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธณิกานต์ครับ ท่านธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ไม่พร้อม ก็เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมชอบถ่ายรูปสายไฟตามกรุงเทพมหานคร ตามแยกต่าง ๆ เวลารถติด เวลารถติดก็เอากล้องมาถ่ายรูปเพราะมันสวยมากนะครับ เวลาเสามันแบกสายไฟเยอะมาก แล้วก็ต้นไม้นะครับ ต้นไม้ที่มันแบกสายไฟอยู่นี่ดูแล้วมันเป็นศิลปะ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ในประเทศที่เขาเจริญแล้วเขาก็บริหารจัดการกันหมดแล้วนะครับ ถ้ามี พายุทีหนึ่งก็ ๑๐ เสา ๒๐ เสา แล้วแต่ว่าใครจะโชคดีรอดไป ใครโชคไม่ดีก็โดนสายไฟทับรถ ทับคน เสียหายกันไป ท่านประธานครับ การเอาสายไฟลงดินนี่มันเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัยนะครับ การไฟฟ้านครหลวงมีเงินไหม จะมีเงินไปทำไหม ทั้งประเทศนี้ ใช้ไฟของการไฟฟ้านครหลวงทั้งหมดแล้วไม่เคยขาดทุน การไฟฟ้าไม่ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือการไฟฟ้านครหลวงไม่เคยขาดทุนในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการไฟฟ้ามา มีแต่กำไร กับกำไร กำไร กำไร แล้วก็อยู่กันสุขสบาย ท่านประธานครับ วันนี้ถึงเวลาที่การไฟฟ้า แห่งประเทศไทยจำเป็นจะต้องคืนกำไรให้กับพี่น้องประชาชน คืนมลพิษทางสายตากลับสู่ สังคม เอาความสวยงามกลับมา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นมาก โดยเฉพาะท้องถิ่น วันนี้ฟังหลายท่านบอกว่าให้ท้องถิ่นสมทบนี่นะครับ ท้องถิ่นบางทีก็มี ภารกิจเรื่องอื่นเยอะแยะมากมาย แต่เรื่องสายไฟนี่นะครับ เขาก็ไม่ได้เก็บค่าไฟ ผมคิดว่า ท้องถิ่นมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ดูสถานที่ให้ ดูเรื่องการจราจร เรื่องความปลอดภัย ในการขุด การถมให้เรียบร้อยแค่นั้น พอเรื่องการเงินเป็นของการไฟฟ้า อย่างที่หลายท่าน บอกว่ากองทุนมีเงินมหาศาล มีมหาศาลจริง ๆ ครับ ถ้าใครเรียนหนังสือไม่เก่งเข้าการไฟฟ้า ไม่ได้ครับ ผมไปสอบการไฟฟ้าไม่ได้เพราะเรียนหนังสือไม่เก่งนะครับ ดังนั้นคนที่อยู่ การไฟฟ้าเมื่อเข้าได้แล้วชีวิตมั่นคงไปจนถึงเกษียณอายุราชการ รัฐวิสาหกิจ ดังนั้นเรื่องเงิน ไม่ใช่ปัญหา ทีนี้การขุดนี่นะครับ ผมอยากให้ขุดทีเดียวแล้วเป็นบูรณาการ บูรณาการ เมืองนอกนี่เขาทำ อุโมงค์ขนาดใหญ่ครับ ทำใหญ่ไปเลยอุโมงค์ที่สายไฟจะเข้า จะลอดไปตามสถานที่ ถนนต่าง ๆ ในอุโมงค์นั้นก็มีน้ำประปา มีท่อแก๊ส มีท่อน้ำมัน ปั๊มน้ำมัน ไม่ต้องให้ รถน้ำมันผ่านเข้ามาในเมืองหรอกครับ ไม่ต้องให้ผ่านมาถนนประดิพัทธ์ สะพานควาย เอาน้ำมันผ่านท่อเข้าปั๊ม เอาแก๊สผ่านท่อเข้าปั๊มที่อยู่ในเขตเมือง จะได้ไม่ต้องมีรถน้ำมัน รถแก๊สเข้ามาพลิกคว่ำหรือเสียหาย และเป็นการลดต้นทุนระยะยาวด้วย วันนี้ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซส่งตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือผ่านไปวันนี้พม่าก็ทำกันอยู่ ดังนั้นอยากจะให้ การจ่ายแก๊ส จ่ายน้ำมัน ประปา ไฟฟ้า แล้วก็สายโทรศัพท์ สายอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งหลายอยู่ในอุโมงค์เดียวกัน อนาคต ๑๐ ปี ๒๐ ปี ก็สามารถที่จะใช้อุโมงค์นี้ได้นะครับ อนาคตไม่มีรถน้ำมันแล้ว มีแต่รถไฟฟ้า ก็ขยายสายไฟฟ้าในอุโมงค์นี้ให้มากขึ้นเพื่อรองรับ การใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้นะครับ ผมคิดว่าอันนี้จำเป็น ไม่ใช่ว่าคิดทีละครั้ง กรุงเทพมหานคร เดี๋ยวทำโน่น เดี๋ยวทำนี่ ถนนไม่เคยเรียบ ฉะนั้นผมเห็นว่าความสวยงามจำเป็น เราไป ต่างประเทศหาเสาไฟไม่เจอ แล้วก็มันสวยมาก ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงรายที่ห้าแยก หอนาฬิกา ที่ท่านเฉลิมชัยได้ทำไว้ สวยงามมากนะครับ เวลาถ่ายรูปก็ไม่มีมลพิษทางสายตา วัดร่องขุ่นเมื่อก่อนนี้สายไฟฟ้าระโยงระยาง วันนี้วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ที่ท่านอาจารย์ เฉลิมชัยอยู่นี่สวยงามมาก เพราะว่าสายไฟฟ้าเอาลงดินหมดแล้วนะครับ ฉะนั้นก็ฝาก ท่านประธานไปยังการไฟฟ้าถึงเวลาที่ท่านจะต้องคืนกำไรให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน เพื่อความสวยงามของประเทศไทย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านเพชรดาว โต๊ะมีนา อยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันได้เสนอญัตติร่วมกับ ส.ส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้าใต้ดินและการบริหาร จัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ท่านประธานที่เคารพคะ ก่อนที่จะเข้าเรื่องการมีไฟฟ้าใช้ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าบนอากาศ บนดิน ใต้ดิน การจัดระเบียบสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร ดิฉัน ขอเวลาท่านประธานสื่อสารข้อมูลเรื่องพื้นที่ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา จากการสำรวจของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ๑๐ หมู่บ้าน ใน ๒ ตำบล คือตำบลกาบังและตำบลบาละ จำนวน ๔๘๒ ครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ตรงกับ ที่ประธาน อสม. หมู่ ๕ ตำบลบาละ คือกายูบอเกาะ คุณรอกีเย๊าะ นิมะ เขาบอกว่าพื้นที่ ดังกล่าวเป็นพื้นที่ห่างไกลต้องข้ามเขาประมาณ ๑-๒ ลูก แล้วตอนนี้ยังใช้โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่รัฐเคยให้เมื่อประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว มีชำรุดพังไปบ้างแล้ว บางบ้านก็ซื้อ เครื่องปั่นไฟฟ้ามาใช้เอง เราคงจินตนาการยากว่าเด็ก ๆ จะเรียนหนังสืออย่างไร ทำการบ้าน ท่ามกลางแสงเทียน ไม่ต้องคิดถึงการเรียนออนไลน์ (Online) ยังไกลเกินความเป็นจริง ดิฉัน ต้องขอขอบคุณเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังช่วยขับเคลื่อน ผลักดันและขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงให้การสนับสนุน เพื่อประโยชน์ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน รวมทั้งอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทยตามที่เป็นข่าว กลับมาที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศที่มีไฟฟ้าใช้ ขอแบ่งเป็นระบบไฟฟ้าบนดินที่เราใช้กันอยู่ ในปัจจุบัน และอนาคตที่เราอยากจะได้สายไฟฟ้า-สายสื่อสารลงดิน เฉกเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว ระบบเสาไฟฟ้าบนดินปัจจุบันมีปัญหาอะไรบ้างที่ควรแก้ไข🔗

อันแรกเลย เสา ๑ ต้น มีสารพัดสายไฟระโยงระยาง พะรุงพะรังไม่เป็นระเบียบ มีทั้งสายไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ แล้วก็ยังมีสายสื่อสารอีกจำนวนมากตามที่ท่านสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้ว ดิฉันคงไม่พูดซ้ำนะคะยังมีสายไฟที่ได้รับอนุญาตบ้าง ถูกกฎหมายบ้าง แล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตใช้งานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นหน้าที่ของใครที่จะดำเนินการที่ต้องตัดสาย ที่ใช้งานไม่ได้ หรือถ้าผิดกฎหมายจะมีการดำเนินการอย่างไร อันนี้ขอคณะฝากกรรมาธิการ วิสามัญที่จะตั้งขึ้นด้วยนะคะ🔗

ประการที่ ๒ ไฟฟ้าบนถนนมีดับบ้าง มีเสาไฟฟ้าเอียงบ้าง ต้นไม้ขึ้นรกรุงรัง มีคนถามว่าไฟดับ ไฟเสีย ไฟไม่สว่างต้องแจ้งใคร ได้รับคำตอบว่าแล้วแต่ถนนนั้นเป็นของ หน่วยงานใด อบต. อบจ. ทางหลวง หรือว่าการไฟฟ้านครหลวง ๑๑๓๐ การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ๑๑๒๙ หรือว่าศูนย์ กทม. ๑๕๕๕ เบอร์เหล่านี้หาไม่ยากค่ะ หาอินเทอร์เน็ต (Internet) อย่างดิฉันกดแป๊บเดียวก็ได้แล้วไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าพูดถึงคนที่ไม่มีมือถือหรือว่าไม่มี อินเทอร์เน็ต (Internet) น่าจะลำบากนะคะ ควรที่จะมีเบอร์กลางสามารถที่ประสานได้ อาทิตย์ที่แล้วค่ะหน้าบ้านดิฉันเอง ซอยประชาชื่น เสาไฟฟ้าเอียงค่ะ เอียงมาหลายปีแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้เอียงมากขึ้น ดิฉันโทรศัพท์ ๑๑๓๐ แล้วก็พูดว่าเสาไฟฟ้าเอียงจะต้องทำ อะไรบ้าง ดิฉันโทรศัพท์ไปใช้เวลาเกือบ ๓ นาที กว่าจะได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องฟังข้อมูล ที่เขาบันทึกเทป (Tape) ไว้ยาวมาก แต่เจ้าหน้าที่ก็พูดจาดีแล้วก็ให้ข้อมูลระดับที่ใช้ได้ สรุปแล้วรออีกประมาณ ๑-๒ อาทิตย์ เจ้าหน้าที่จะแจ้งความคืบหน้าให้นะคะ อันนี้ ในเมืองหลวงค่ะ🔗

กลับไปที่การเปลี่ยนจากสายไฟบนดินลงใต้ดิน แน่นอนค่ะ เป็นเป้าหมาย ที่ทุกประเทศอยากให้มีเป็นการจัดการเพื่อระบบสายไฟฟ้าที่มั่นคง ไฟดับจากภัยธรรมชาติ อุบัติภัยต่าง ๆ ทำให้บ้านเราน่ามอง ทัศนียภาพสวยงาม แต่การใช้งบประมาณที่สูงมาก คงต้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ เมืองท่องเที่ยว ถนนสายเศรษฐกิจ หลายหมู่บ้าน ที่ราคาแพงเขาก็ทุ่มทุนกับเรื่องนี้นะคะ คงต้องถามต่อไปว่างบประมาณมาจากไหน มีข้อคิดเห็นจากบ้านเรือนร้านค้า ถนนสายธุรกิจที่ใช้งบประมาณในเรื่องนี้ต้องมีการเก็บ ค่าไฟสูงขึ้น แตกต่างกับถนนที่ไม่ได้เอาสายไฟลงดินหรือไม่ อย่างไรคะ ท่านประธานที่เคารพคะ พื้นที่บ้านดิฉันใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีงบประมาณลงไปมากมาย ถ้าเอางบประมาณ มาพัฒนาในจุดนี้น่าจะดี เพราะจะได้เห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ เพิ่มความสวยงามให้พื้นที่ ปลายด้ามขวาน แต่ที่ผ่านมามีโครงการติดตั้งเสาไฟและโคมไฟส่องสว่างโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) พลังแสงอาทิตย์ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน งบประมาณปี ๒๕๖๒ รอบที่ ๒ ๖,๑๐๐ กว่าล้านบาทค่ะ เป็นโครงการที่ดีมาก ๆ จากการที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงแต่ติดตั้งแล้วใช้ไม่ได้จริงค่ะ ยังมีโครงการต่าง ๆ อีกมากมาย ที่คล้าย ๆ กันเป็นอนุสาวรีย์ร้าง กำลังจะบอกว่างบประมาณที่ทุ่มลงไปในพื้นที่ชายแดนใต้ กว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๑๖ ปีที่ผ่านมา ถ้าใช้อย่างโปร่งใสเราคงมีไฟฟ้าลงดิน ในเมืองในสถานที่ท่องเที่ยวให้ชมเป็นบุญตาก่อนภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป🔗

กลับมาที่ญัตตินี้ค่ะ ดิฉันสนับสนุนในการจัดระเบียบสายไฟ ก่อนที่เราจะมี ระบบสายไฟใต้ดินทั่วประเทศคงมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดกับสายไฟสายสื่อสาร ที่มีอยู่บนดิน และโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละพื้นที่ที่เรายังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ ดิฉันคิดว่า ต้องมีการวางแผนอย่างดี ต้องเป็นขั้นเป็นตอน ดิฉันสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้าใต้ดินและการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่าง อย่างทั่วถึง ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการจัดระบบวางแนวเสาไฟฟ้าและการบริหารจัดการไฟฟ้า ส่องสว่างอย่างทั่วถึง เราเองต้องขอบคุณการไฟฟ้าที่พยายามกระจายทำให้ไฟฟ้าสว่าง นั่นท่านก็ไม่ได้บกพร่องอะไรนะครับ แต่วันนี้ไฟฟ้าที่ส่องสว่างอยู่นี่นะครับ ท่านเองอาจจะไม่ได้มองในเรื่องของคนที่ใช้ประโยชน์ ต่อเนื่องจากท่าน เช่น ผู้ใช้บริการเกี่ยวกับสายสัญญาณต่าง ๆ ที่ไปวางบนเสาไฟฟ้าแรงสูง ของท่าน ทำไมถึงทราบครับ ข้อมูลที่ผมเคยคุยกับทางการไฟฟ้ามาเขาไม่สามารถไปกำหนด อะไรได้มากเท่าที่ควร ผู้ใช้ไฟก็พาด พาด พาดกันไป ท่านอย่าลืมนะครับ ระยะห่างเสาต่อเสา ต้องมีระยะประมาณ ๔-๕๐ เมตร ระยะที่ยาวขนาดนี้ ถ้ามีสายไฟ ๕๐-๖๐ เส้นอยู่ มันจะแอ่นตกท้องช้างแน่นอน ตกไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ตกถึงพื้นเลยครับ วันดีคืนดีไฟไหม้ป่า ข้าง ๆ บ้านจะไปไหม้สายเอา จะเป็นการทำลายทรัพย์สินของหลวงหรือไม่ ทั้งที่ผู้ที่พาดสาย กับการไฟฟ้าพาดสายไม่ได้มาตรฐาน ประเด็นนี้คืออยากให้ทำให้เกิดความไม่สวยงาม ด้วยนะครับ บางทีผมเห็นชาวต่างประเทศถ่ายรูปเขานึกว่าเป็นศิลปะ หรือเป็นประติมากรรม ต่าง ๆ เพราะมันเดี๋ยวมีรูปใยแมงมุมบ้าง หรือว่าเป็นรูประเกระกะนะครับ ก็อยากจะว่า มันไม่สวยนะครับ แล้วก่อให้เกิดอันตรายด้วย วางทับ ๆ กันนี่มันชอร์ต (Short) นะครับ ทำให้เกิดไฟไหม้ แล้วก็บ้านเรือนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็อาจจะมีปัญหา ผมอยากให้วางแผนระบบ ไฟฟ้าให้ดีนะครับ เพื่ออะไรครับ ถ้าเราวางให้ดี ปลอดภัยระบบไฟฟ้าจะมาตรฐาน ไฟฟ้า ก็จะได้ไม่ตก บ้านเรือนบางทีไฟฟ้าตกครับ อันเนื่องจากว่ามีปัญหาจากเรื่องไฟชอร์ต (Short) ต่าง ๆ นี่นะครับ🔗

ท่านครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ การไฟฟ้าอยากจะให้ส่งไปให้ทั่วถึงหน่อย ในเขตประชาชนชนบางพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ยกตัวอย่าง เช่น อยู่ในพื้นที่ ภ.บ.ท. ๕ บ้าง หรือว่าเขตปลอดภัยทหารบ้าง แต่เขาเป็นประชาชนที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของ กระทรวงมหาดไทย มีหมู่บ้าน มีตำบล ก็คืออยากให้ทางรัฐบาลกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดูแลสนใจเรื่องนี้หน่อยนะครับ แยกออกได้ไหมครับว่าอันนี้เป็น สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ที่ต้องให้เราจัดให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าอย่างทั่วถึง ส่วนปัญหาเรื่องการที่เขาอยู่ไม่ถูกต้องอย่างไรแยกอีกอย่างได้ไหมครับ คือสรุปแล้ว อยากให้มีนโยบายกระจายไฟฟ้าให้ทั่วถึงสำหรับประชาชนที่อยู่ในเขต ในประเทศไทย ของเรานะครับ ท่านครับ ผมขอเสนอสรุปข้อมูลบ้างส่วนที่จะแก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้านี้ ต้องการ ให้การไฟฟ้าเก็บสายไฟลงดิน แต่เนื่องจากว่าผมฟังดูแล้วมันจะเกิดขึ้นได้ไวแค่ไหนครับ เพราะการลงทุนมากมาย ใช้เงินมากมายเหลือเกินในการที่จะเก็บไฟฟ้าลงดิน ก็อยากเสนอ ว่าเป็นไปได้เมืองใหญ่ ๆ กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ ๆ ก็เก็บ มันจะได้เป็นตัวอย่าง แล้วต่างจังหวัดทำอย่างไรครับ ต่างจังหวัดทำอย่างไรในเมื่อมันห้อยตกท้องช้างแบบนั้น ก็อยากเสนอว่าถ้ามันจำเป็นต้องทำไปก่อน หาเสาไปค้ำได้ไหมครับ อย่าให้มันยาวมากกว่า ๔-๕๐ เมตรนะครับ ต่อเสาไฟฟ้าแรงสูงนะครับ ไปค้ำตรงกลางหน่อยได้ไหมครับมันจะทำให้ ดูแล้วสวยงามขึ้น แต่อยากให้เก็บลงดินให้หมด เพราะว่ามันจะเป็นการแก้ไขปัญหา แบบยั่งยืนนะครับ🔗

เรื่องความต้องการต่อไปนะครับ ผมอยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดให้มี การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เช่น กรมทางหลวง หรือว่า อบต. เทศบาลต่าง ๆ ก็ต้องคุยกับเขาไหมครับ เพราะวันนี้ต้นไม้กรมทางหลวง ที่ปลูกอยู่มันไปพาดกับเสาไฟฟ้าแนวที่สายไฟฟ้าพาดถึงทำให้เกิดปัญหา ขอให้มี การประสานงานหน่อยครับ ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำนะครับ แล้วการไฟฟ้าสำคัญที่สุดนะครับ อยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในฐานะผู้ให้บริการกับบริษัทเอกชนที่ขอวางสายพาดสาย กับการไฟฟ้าได้กำหนดวิธีการวางสายที่ชัดเจนทำอย่างไรที่ให้ปลอดภัย ระดับสูงจากพื้น อย่างต่ำเท่าไรควรจะต้องมีนะครับ เพราะวันนี้ตกลงไปถึงพื้นดินเลย อันตรายมากนะครับ ขอให้กำหนดวิธีการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดกับผู้ใช้บริการพาดสายให้ชัดเจนครับ แล้วขอให้รัฐบาล กระทรวงมหาดไทยอีกนิดหนึ่งนะครับ ย้ำขอให้ดูแลพี่น้องประชาชนที่ไม่มี ไฟฟ้าใช้ด้วยนะครับ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิแยกให้เขาเถอะครับ ให้เขาได้มีโอกาสใช้ไฟฟ้าก่อน ส่วนเรื่องเอกสารสิทธิต่าง ๆ ค่อยแก้ไขกัน สุดท้ายท่านครับ ผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาไฟฟ้าครั้งนี้ แล้วขอฝาก ข้อมูลที่ได้พูดอภิปรายนี้ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งเป็นข้อมูลการทำงานต่อไป ขอบคุณท่านมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง แล้วก็ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เชิญอาจารย์โกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระบบ ระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ลงใต้ดินทั่วประเทศ ของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอทั้ง ๔ ญัตตินะครับ🔗

ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าประเด็นเรื่องการนำสายไฟฟ้าลงดิน มันเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทัศนียภาพของเมือง เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมเมือง ชุมชน ที่เป็นเมืองนี่ผมคิดว่าในโลกนี้ส่วนใหญ่เขาก็มองเรื่องของการเอาสายไฟฟ้าลงดิน แล้วก็ทำให้ มีความสวยงาม เพราะฉะนั้นชุมชนที่เป็นลักษณะชุมชนเมือง และเป็นเขตเทศบาลที่ใหญ่ ๆ ในโลกนี้ส่วนใหญ่ก็ลงดินเกือบหมดแล้ว ผมจึงอยากเรียนท่านประธานว่าที่ทำอย่างนี้ เพราะเป็นประโยชน์สัก ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ผมคิดว่ามันเป็นทัศนียภาพของเมืองที่ควรจะเป็นเมืองที่สวยงาม และน่าอยู่ และเป็นชุมชนที่ชุมชนเมือง คนเมืองเขาต้องการ แล้วก็เป็นผลผลิตของ การท่องเที่ยว หรือการทำให้เจริญหูเจริญตาของคนเมืองนะครับ อันนี้คือประโยชน์ ที่ประชาชนจะได้รับ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงความปลอดภัยต่าง ๆ นะครับ อันนี้ก็เป็น ประเด็นที่สำคัญ🔗

ในประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะฝากว่าคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้น เมื่อเราพูดถึง ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับแล้วเราจะไปสู่เป้าหมายให้เกิดผลได้อย่างไร ผมไปดูแล้ววิธีดู คณะกรรมาธิการจะต้องไปดูถึงปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้ของประเทศเราเองที่เป็นเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง หรือกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา ส่วนใหญ่ ก็จะไม่ชัดเจนในเรื่องของนโยบาย เพราะฉะนั้นเรื่องงบประมาณก็ดี เรื่องของหน่วยราชการ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเอาสายไฟฟ้าลงดิน หรือทำสายไฟฟ้าที่รุงรังอยู่ขณะนี้มันเป็น อย่างไรบ้าง นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเราจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร หน่วยที่รับผิดชอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไฟฟ้า เรื่องของพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัย เรื่องของสายการสื่อสาร ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเคเบิลทีวี (Cable TV) หรือว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ มันเชื่อมโยงกันหมด นั่นคือประเด็นที่อยากให้คณะกรรมาธิการที่ตั้งต้องดูให้ละเอียด ทั้งการวิเคราะห์ปัญหา และการดำเนินงานที่ไปสู่เป้าหมาย🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมจะยกตัวอย่างสัก ๔ เมืองที่ทำสำเร็จในประเทศเรา ก็แล้วกันนะครับ ผมเคยไปดูงานที่เทศบาลนครภูเก็ต ก็พูดซ้ำอีกทีหนึ่งว่านายกเทศมนตรี เขาพยายามทำมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว แล้วตอนนี้ก็สามารถทำให้ถนนถลาง ตึกชิโน-โปรตุกีส ที่นักท่องเที่ยวไปดำเนินการที่จะไปเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือไปนั่งรับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารว่างอะไรต่ออะไร มันจะทำให้ตึกนี้สวยงาม และเป็นทัศนียภาพที่ดี แต่การทำนี่ผมอยากจะพูดไว้สักนิดหนึ่งว่าที่นี่มันไม่ได้ทำได้ง่าย แต่ว่าต้องประสานกัน หลายหน่วย ไม่ว่าจะเป็นตัวประปา ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเรื่องของอุตุนิยมวิทยาที่เกี่ยวกับ สายต่าง ๆ การสื่อสาร รวมทั้งชาวบ้านที่อยู่เพื่อให้เขาเข้าใจ ดำเนินการมันต้องผนึกกำลัง เรื่องงบประมาณจะแชร์ (Share) กันอย่างไร นี่ก็คือประเด็นที่อยากให้คณะกรรมาธิการ พิจารณา อย่างที่เทศบาลนครขอนแก่น ตั้งแต่ห้างเซ็นทรัล ถนนที่แยกประตูเมือง ถนนศรีจันทร์ แล้วเลยมาถึงหลักเมือง เขาก็ทำได้นะครับ ไปได้ยาวพอสมควร และทำให้ ทัศนียภาพของเมืองก็ดี ผมไปศึกษาที่หาดใหญ่ก็เหมือนกันนะครับ ว่าได้ทำให้ถนนสาย ต่าง ๆ สาย ๑ สาย ๒ สาย ๓ และจะทำในถนนอื่น ๆ อีก ---------------------------------------- สิ่งเหล่านี้ก็กำลังก้าวไปในการที่ทำให้เทศบาลเมือง ลงไปดูเทศบาลนครอุบลราชธานี ผมศึกษาก็มีการดำเนินการทำแล้วเหมือนกัน แต่สิ่งที่ผมอ้างมานี่มันจะเป็นบทเรียนว่าที่ทำได้ มันทำได้อย่างไร ที่ยังกำลังทำมันจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร ผมมีข้อเสนอท่านประธานครับ เพื่อให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ผมอยากให้งานนี้เป็นงานที่รัฐบาล จะต้องทำยุทธศาสตร์ หรือปฏิรูปเสาไฟฟ้าลงดินทั่วประเทศ และถ้ามองให้เห็นชัดก็คือว่า เทศบาลนครขณะนี้มีอยู่ประมาณสัก ๓๔ แห่ง ผมว่าต้องเป็นนโยบายให้ดำเนินการในเขต เทศบาล รวมทั้งเมืองพัทยา และ กทม. ที่เพื่อนสมาชิกพูดด้วย🔗

ประเด็นที่ ๒ วางเป้าไปสู่เทศบาลเมือง ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๙๐ กว่าแห่ง เกือบ ๒๐๐ แห่ง ผมอยากเรียนท่านประธานว่านี่คือเป้าหมายที่ควรจะวาง ทีนี้ในการวาง แล้วต้องไปปรับยุทธศาสตร์ว่าจะทำอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ผมพูดถึงท้องถิ่น ถ้าให้ท้องถิ่นทำ เพื่อนสมาชิกก็มองว่ามันมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย มีปัญหาเรื่องอุปสรรคต่าง ๆ จะให้ท้องถิ่น สนับสนุนไหม หรือว่าเปิดให้ท้องถิ่นใช้เงินสะสม แล้วไปร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วก็ ไปร่วมกับเอกชนก็ได้ที่ขอทุนเขาอย่าง กสทช. ที่มีเงินมาก เพราะว่าจะเห็นแก่ประโยชน์ ของเมือง แล้วรัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนเข้าไปเพิ่มเติมกับท้องถิ่น แนวทางอย่างนี้ละจะทำให้มี การผนึกกำลังให้สำเร็จ ผมคิดว่าต้องเป็นเจตนารมณ์ของคนเมือง และเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่อยากเห็นเมืองนั้นสวยงาม อยากเห็นเมืองนั้นเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมเสนอก็คือว่า🔗

๑. อาจจะต้องนำเสนอให้คณะกรรมาธิการดูว่าจะวางเป็นยุทธศาสตร์ ที่ผมเสนอแล้วได้หรือเปล่า🔗

ประเด็นต่อมาก็คือว่า การปรับผังเมืองของเราในแง่ของเสาไฟฟ้าก็ดี การทำ ให้ระบบเสาไฟฟ้าลงดินก็เป็นประเด็นที่อยากจะให้หน่วยราชการที่ผมกล่าวแล้วทั้งหมด มาผนึกกำลัง แล้วก็เป็นเรื่องของคนเมืองทั้งหมด แล้วก็ส่วนราชการเกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับ เสาไฟฟ้า ระบบเสาไฟฟ้าลงดินทั้งหมดด้วยครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานฝากไปยัง คณะกรรมาธิการให้ดูเรื่องที่ผมได้ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาอย่างกระชับ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ แล้วก็ไม่ซ้ำกับ ของเพื่อน ๆ ในประเด็นที่จะนำเสนอ ประเด็นสำคัญต้องขอขอบคุณทั้ง ๔ ญัตติที่เสนอ ตั้งญัตติในเรื่องของไฟฟ้าลงดิน แล้วก็แสงสว่างทั่วประเทศ ประเด็นของผมก็คือในส่วนของ การไฟฟ้านี่มันมีความสำคัญ ๒ สเต็ป (2 Step) ด้วยกันก็คือ🔗

๑. พื้นที่การไฟฟ้าในชุมชนเมืองในเขตเทศบาล หรือแหล่งท่องเที่ยวที่จะ เอาสายไฟลงดินเพื่อทัศนียภาพและเมืองท่องเที่ยว อันนี้ก็สำคัญนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน ในเรื่องของการไฟฟ้าผมกลัวว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นมาก ๆ เช่นอยู่ในเกาะ อย่างในกรณีกระบี่ผม ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว อย่างเกาะฮั่งที่อำเภอ เหนือคลอง ๑๖๕ ครัวเรือนก็ไม่มีกระแสไฟฟ้า แม้กระทั่งจะเอาสายไฟบนดินก็ยังติดขัด ประเด็นปัญหาในเรื่องของการปักเสาพาดสายอยู่ในเขตของป่าไม้ เกาะปอที่เกาะลันตา พี่น้องประชาชนก็ ๑๐๐ กว่าครอบครัวก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเราจัดความสำคัญ พี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าในจังหวัดกระบี่เขาจะมีความรู้สึกน้อยใจเหมือนกันว่า ในความจำเป็นในส่วนของเอาสายไฟฟ้าลงดินเพื่อความสวยงาม กับอีกส่วนหนึ่งไม่มี กระแสไฟฟ้าใช้เลย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่านโยบายในเรื่องของรัฐบาล นโยบายเรื่องของ การไฟฟ้า หรือส่วนที่เกี่ยวข้องต้องบริหารจัดการให้ไปพร้อม ๆ กัน ผมอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยว ในจังหวัดกระบี่ก็เห็นด้วย ก็อยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเมื่อสักครู่นี้ ฟังเพื่อนสมาชิกมาว่าสายไฟฟ้าลงดินประมาณการ ๑๐ เท่าของสายไฟฟ้าที่พาดเสาวางสาย ก็ร่วม ๆ กิโลเมตร ๖๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อไปสู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกรณีเทศบาลเมืองกระบี่เราได้ประสานนะครับ เราได้ประสานกับหน่วยงานทีโอที (TOT) เพื่อที่จะเอาสายไฟที่พาดสายอยู่ในตัวเมือง ท่านประธานครับ ทีโอที (TOT) เขาออก ค่าใช้จ่าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ฟรีเลยครับ ในขณะเดียวกันไฟฟ้าเราก็ใช้งบประมาณของจังหวัด เทศบาลไม่ต้องออกเลย เพราะฉะนั้นเรื่องบริหารการจัดการวันนี้ ๑๑ หน่วยงานโดยประมาณ ๑๑ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่อประปาโดยปกติบ้านเดิมเขาก็อยู่ใต้ดินอยู่แล้ว ฝังดินอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นที่อยู่บนดินก็มีสายไฟฟ้า สายทีโอที (TOT) สิ่งเหล่านี้อยู่บนเสา ก็ผมคิดว่าถ้าเรา บริหารการจัดการให้ดีนะครับ ประเด็นที่จะต้องบริหารการจัดการก็คือหน่วยงานหลัก หรือหน่วยงานเจ้าภาพ ถ้าในกรณีท้องถิ่น เทศบาล หรือในกรณีของถนน อบจ. อบจ. จะต้องเป็นเจ้าภาพ หรือจังหวัดจะต้องมาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในขณะเดียวกันที่ไม่สำเร็จผมดูแล้วนั้น ไม่มีหน่วยงานที่จะประสานเป็นหน่วยงานหลัก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการใช้งาน ในเรื่องของการบริหารจัดการ จะต้องตั้งงบประมาณ เขียนนโยบายและตั้งงบประมาณไปพร้อม ๆ กัน ในส่วนของไฟฟ้า ผมดูแล้วงบประมาณ ที่ค่อนข้างสูงก็คือการออกแบบในเรื่องของหม้อแปลงไฟฟ้าจากบนดินต้องไปอยู่ใต้ดิน แต่ในส่วนของเทศบาลเมืองกระบี่ เป็นลักษณะสายไฟฟ้าลงดินแบบกึ่ง ๆ แบบชนิดไม่เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงกับต้องสร้างอุโมงค์ แต่ในส่วนของสายไฟเขาจะใช้วิธีเอาท่อฝังบน ฟุตพาท (Footpath) แล้วก็ในส่วนของทีโอที (TOT) ก็จะแนบข้างฟุตพาท (Footpath) มา เพราะฉะนั้นจะต้องมีไลน์ (Line) แล้วก็จะต้องมีสัญลักษณ์ในเรื่องแปลนว่าจะเป็นอย่างไร สำหรับในส่วนของประปาก็จะอยู่ในท่อ ในคูระบายน้ำนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราจะ พิจารณาในเรื่องของเงินงบประมาณอยู่ที่ไหนอย่างนี้ อย่างกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าไม่น่าจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากว่าเราบริหาร การจัดการโดยนำกองทุนของไฟฟ้า ก็มีงบหลายหมื่นล้าน และกองทุน กสทช. ซึ่งกองทุน กสทช. นี่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จะต้องมาบริหารการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพนะครับ🔗

และสุดท้าย เพื่อที่จะให้เวลากระชับนะครับ ก็ฝากไว้ว่าสิ่งสำคัญที่สุด ในประเด็นขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนั้นได้พิจารณาในเรื่องของแสงสว่าง ในเรื่องความปลอดภัย กล้องซีซีทีวี (CCTV) ในเขตพื้นที่ล่อแหลมอันตราย ในพื้นที่แหล่ง การท่องเที่ยว และสำคัญที่สุดว่าเราเห็นด้วยกับในเรื่องของชุมชนเมือง ในเรื่องของ ความไม่ปลอดภัย ในเรื่องของสายไฟที่อยู่บนดินนั้นลงใต้ดิน แต่ในขณะเดียวกันอย่าลืมว่า พื้นที่ชุมชนที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เลยมาตั้งแต่บรรพบุรุษนั้นยังมีอีกมาก ก็ขอกราบเรียน ฝากท่านประธานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตในการที่จะได้ อภิปรายในการสนับสนุนญัตติที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาศึกษา เรื่องการจัดระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารเพื่อที่จะจัดให้มีการลงใต้ดินทั่วประเทศ ในหลักการผมเห็นด้วยที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม ของบ้านของเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงมีบ้านพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานขับรถผ่านไปตามถนนหนทางต่าง ๆ ก็จะเห็นทัศนียภาพ โดยเฉพาะเรื่องของ สายไฟและสายสื่อสารต่าง ๆ ที่พาดผ่านไปยังเสาไฟฟ้าเกะกะรกรุงรังเต็มไปหมด สิ่งที่เรา กำลังพูดอยู่ในขณะนี้ผมคิดว่าเรามุ่งเน้นในเรื่องการที่จะดูในเรื่องของถนนสายหลัก เป็นประการสำคัญ เพราะว่าจากข้อมูลที่ทางสภาได้ไปศึกษามาก็จะเห็นว่าการทำระบบ สายไฟฟ้า หรือว่าระบบสายสาธารณูปโภคลงใต้ดินใช้งบประมาณในการลงทุนค่อนข้างสูง ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการเองก็คงจะต้องศึกษาอย่างละเอียดและรอบคอบ ในช่วงที่ผ่านมาท่านประธานก็คงจะได้ยินนะครับว่าหน่วยงานมีปัญหาความขัดแย้งในเรื่อง ของการที่จะแย่งกันทำงาน ยกตัวอย่าง อย่างกรุงเทพมหานครเองก็มีข้อขัดแย้งกับหน่วยงาน ที่จะต้องใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ หรือว่า กสทช. ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบในการที่จะดำเนินการ เพราะว่ามันมีเรื่องของผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้องครับท่านประธาน เรื่องของผลประโยชน์มหาศาลกับการที่จะทำโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเงินที่เรากำลังจะพูดอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่า จะเป็นในท้องถิ่นอื่น ๆ ในต่างจังหวัดที่มีความคิดริเริ่มที่จะต้องดำเนินการ สิ่งที่อยากจะฝาก ให้ทางคณะกรรมาธิการได้ช่วยพิจารณาศึกษาให้ครอบคลุมก็คือว่า การให้ได้มาถึงรูปแบบ และวิธีการในการที่จะจัดทำระบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นท่านประธานครับ ก็จะกลายเป็นว่า เป็นช่องทางในการที่จะทำให้กระบวนการในการบริหารจัดการโครงการนั้นเกิดความรั่วไหล ไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อันนั้นก็คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้ ส่วนในอนาคต ผมอยากจะนำเสนอท่านประธานเพื่อฝากถึงทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาถึงรูปแบบ ถ้าเรา มองว่าเราจะให้เมืองของเราปราศจากสายไฟฟ้า หรือว่าสายสาธารณูปโภคมันจะต้องมี การออกกฎหมายมาบังคับว่าถนนในอนาคตมันจะต้องมีระบบสาธารณูปโภครวมที่ทำท่อ ใต้ดินรองรับไว้ เพียงแต่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนที่จะรับผิดชอบในการดำเนินการ ในโครงการ ที่จะต้องทำระบบท่อรวมที่ฝังลงใต้ดินไว้ ส่วนไฟฟ้าจะมาใช้ หรือว่าสายที่เกี่ยวกับระบบ การสื่อสารอื่น ๆ จะมาใช้คุณก็ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายเช่าจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ ที่ทำรองรับไว้ เพราะไม่อย่างนั้นผมเชื่อว่าอีกร้อยปีพันปีก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ของเก่าเราก็ไม่มีปัญญาที่จะจัดการ ของใหม่มันก็จะต้องมีการวางแผนไว้ เพื่อที่จะต้อง เตรียมการไว้สำหรับในอนาคต🔗

ประการสุดท้าย ที่อยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ ก็คือว่า เราคงไม่สามารถที่จะรอได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เร็วที่สุด ก็คือว่า ในเมื่อการไฟฟ้าเองมีหลักการ หลักเกณฑ์ว่าด้วยการติดตั้งสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า โดยเฉพาะการไฟฟ้านครหลวงในเขตกรุงเทพมหานคร แต่การไฟฟ้าเองไม่เคยบังคับใช้ ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลย สิ่งที่หน่วยงานอื่นนำเอาสายต่าง ๆ มาพาดผ่านไป ในบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านั้น มีแต่การสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน สร้างปัญหาให้กับท้องถิ่น วันดีคืนดีกรุงเทพมหานครไปยกถนน ซึ่งในถนนไม่ว่าจะเป็นถนน โดยเฉพาะถนนในซอย ในขณะนี้ก็จะเห็นว่ามีรถบรรทุกปูนวิ่งผ่านเข้าไป มีรถขนส่ง เทรลเลอร์ (Trailer) ขนาดสูงผ่านเข้าไป ถนนเคยต่ำ วันดีคืนดี กทม. ไปยกถนน ไม่มี การยกสายสาธารณูปโภคต่าง ๆ เหล่านี้ตามขึ้นมา รถก็ไปเกี่ยว ไปลาก ดึงเอาเสาไฟฟ้าหัก ชาวบ้านเดือดร้อนได้รับความเสียหาย หน่วยงานอย่าง กทม. แจ้งไป การที่จะมาดำเนินการ ในการแก้ไขก็เป็นไปด้วยความล่าช้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ ถ้าหน่วยงานอย่างการไฟฟ้า นครหลวง ยกตัวอย่างในกรุงเทพมหานครบังคับใช้อย่างจริงจัง สายไหนที่ไม่ใช้คุณต้องบังคับ ให้เอาออกทัศนียภาพมันก็จะดีขึ้น แต่ในข้อเท็จจริงในปัจจุบันหาเป็นเช่นนั้นไม่ ปล่อยปละละเลยนะครับ สายไหนไม่ใช้ก็ปล่อยคาไว้ เพิ่มเติมสายใหม่เข้ามา ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน จนกระทั่งไม้ที่พาดผ่านอยู่ที่บนเสาก็ไม่สามารถที่จะรองรับสายต่าง ๆ เหล่านี้ได้ หักลงมา สายตกลงมา สร้างปัญหาความเดือดร้อนมากมายนะครับ อันนั้น ก็อยากจะให้ดำเนินการกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างเร่งด่วนในกรณีที่คณะกรรมาธิการ ที่จะมีการตั้งขึ้นมาศึกษา ผมคิดว่าตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่ยังไม่ต้องใช้งบประมาณ เพียงแต่ว่า บังคับใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ได้มันก็จะเกิดประโยชน์ อย่างแท้จริง ฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน แล้วก็ฝากเป็นข้อสังเกตถึงทาง คณะกรรมาธิการด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านกุลวลี นพอมรบดี ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญท่านกุลวดีครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐค่ะ ก่อนอื่นวันนี้ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณเพื่อน ๆ สมาชิกทุก ๆ ท่านนะคะ แล้วก็ กราบขอบพระคุณสภาที่ให้เวลาของดิฉันที่ลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนในญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้า และสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ ปัจจุบันนะคะท่านประธาน ระบบการเดินสายไฟฟ้า ในประเทศไทยเป็นระบบปักเสาพาดสาย เสาเป็นเสาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง ปัญหาตอนนี้ก็คือว่าบนเสาไฟฟ้าจะมีสายเคเบิล สายสื่อสาร สายโทรคมนาคมพาดบนเสาไฟฟ้า ถูกกฎหมายก็ไม่เป็นอะไรค่ะ บ่อยครั้งที่ไปเจอสาย ที่ลักลอบแอบไปพาดบนเสาของไฟฟ้า สายเก่าที่ไม่ได้ใช้งานก็มีมากค่ะท่านประธาน ส่งผลทำให้สายเหล่านี้ห้อยระโยงระยาง รกรุงรังอยู่บนเสาของการไฟฟ้า และบ่อยครั้ง ที่การไฟฟ้าก็น่าเห็นใจ เป็นจำเลย มีเหตุอะไรขึ้นมาชาวบ้านก็ว่าเขาไปก่อนนะคะ บ่อยครั้ง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของกุลวลีนะคะ บางทีลักษณะที่หม้อแปลงระเบิด เมื่อสัก ๕-๖ เดือนที่ผ่านมาหน้าวัดพิกุลทอง หม้อแปลงระเบิดทำให้สายไฟ สายเคเบิลไหม้ลุกลาม เกือบเข้าไปในวัดนะคะ ทั้งหมดนี้เกิดจากที่มีเหตุขึ้นมาแล้ว เหมือนกับวัวหายล้อมคอก เมื่อไปแจ้งโอเพอเรเตอร์ (Operator) โอเพอเรเตอร์ (Operator) ก็ไปเอาสายเก่า ๆ ออกมา ก็ได้ประมาณ ๑ คันรถกระบะ เกือบตันหนึ่งเหมือนกัน ในส่วนของการนี้ นอกจากจะไป แก้ปัญหาในลักษณะวัวหายล้อมคอกแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ เวลาที่ไปแก้ไขก็คือว่า ชาวบ้านถ่ายรูปส่งไลน์ (Line) มาบอก ส่งทางเฟซบุ๊ก (Facebook) มาบอก มันเป็นลักษณะ ที่เหตุยังไม่เกิด แต่ว่าชาวบ้านทนไม่ได้นะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนของการแก้ไขปัญหา เราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมบูรณาการ ร่วมกันและทำงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงจะต้องเป็นเจ้าภาพหลัก เพราะท่านเป็นเจ้าของเสา และแน่นอนละท่านเอาเสาของท่านให้ในส่วนของโอเพอเรเตอร์ (Operator) หลาย ๆ โอเพอเรเตอร์ (Operator) เช่าในการมาพาดสาย ท่านบอกว่า ท่านรวบรวมโอเพอเรเตอร์ (Operator) ลำบาก ท่านก็ต้องประสานงานร่วมกันกับทาง กสทช. ก็คือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ท่านต้องรวบรวมโอเพอเรเตอร์ (Operator) และถ้าหากว่าท่านเรียกมาไม่ได้ท่านต้องมีบทลงโทษ เพราะที่ผ่านมาในพื้นที่ของราชบุรีเอง เมื่อบางโอเพอเรเตอร์ (Operator) ไม่มาท่านจะต้องเข้มงวด แล้วก็มาแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องนะคะ แล้วก็ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านเองก็จะต้องขยันสักนิดหนึ่ง ทำแผนงานนะคะ ชี้จุดไปเลยว่าท่านอยากจะให้เริ่มตรงไหน ไปตรงไหน อย่างไร กำหนด แนวทาง กำหนดแผนงาน กำหนดพื้นที่ของท่านส่งไปให้ไฟฟ้า ส่งไปให้ใน กสทช. เขต ในพื้นที่ของท่านจะได้ทำงานบูรณาการร่วมกัน อย่างเช่นในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ก็มีแผนงานกันไว้ว่าจะขอให้มีการจัดระเบียบสายสื่อสาร สายเคเบิล ถนนอัมรินทร์ ถนนสมบูรณ์กุล ถนนไกรเพชร ตลอดทั้งสายนะคะ รวมถึงถนนสายไฟฟ้าที่ระโยงระยาง หน้าโรงเรียนประจำจังหวัด หน้าศาลากลาง หน้าศูนย์ราชการ โรงพยาบาล หน้าสถานที่ ท่องเที่ยว อย่างเช่น เขาแก่นจันทร์ แล้วก็อุทยานหินเขางู ในส่วนของการนำสายไฟ กับสายเคเบิลลงใต้ดินนะคะ เป็นสิ่งที่ท้องถิ่นแล้วก็พี่น้องทั่วประเทศคงถวิลหา แล้วก็ร้องถาม กันมา แต่ว่าที่ผ่านมาก็จำกัดในเรื่องของเม็ดเงินแล้วก็งบประมาณ เพราะว่ามันก็มีเงื่อนไขอยู่ ที่ว่าส่วนหนึ่งท้องถิ่นในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ท่านออกสตางค์ด้วย แล้วการไฟฟ้า ก็จะสนับสนุนมาด้วย ก็เบ็ดเสร็จ แล้วตีเป็นกลม ๆ คร่าว ๆ ว่าเกือบจะคนละครึ่ง เพราะว่า ท้องถิ่นเองก็ต้องดำเนินงานในเรื่องของงานโยธาธิการ งานสาธารณูปโภค แต่ในเรื่องของ ระบบไฟทางการไฟฟ้าก็จะเป็นผู้ดำเนินการให้นะคะ ทีนี้ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน อปท. ก็บอกว่าสตางค์ก็ไม่ค่อยจะมี เพราะว่ามีสตางค์ในกระเป๋าน้อย ก็ต้องไปดูแลในเรื่องของ ถนนหนทางในหมู่บ้าน ไฟฟ้า น้ำประปาในหมู่บ้านก่อน อันนี้ก็น่าเห็นใจ แต่ว่าที่ผ่านมา ทางในส่วนของรัฐบาลเองก็มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการนำสายเคเบิล แล้วก็สายไฟฟ้าลงใต้ดินนะคะ ที่ผ่านมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายโครงการ ๑ จังหวัด ๑ ถนนเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะอุดหนุนเงินให้ ๕๐ ล้านบาท ทำการนำสายไฟฟ้า สายเคเบิลลงใต้ดิน มันเป็นงานนโยบายค่ะท่าน ๕๐ ล้านบาทนี้ออกให้กับท้องถิ่นทั้งหมด ทำในเรื่องของงานโยธาธิการด้วย วางในเรื่องของ ระบบสายด้วย ระยะทางตีเสียว่าประมาณ ๑ กิโลเมตรนะคะ ในส่วนของราชบุรีจะเริ่มทำ ในไม่กี่เดือนนี้ค่ะ ในปี ๒๕๖๔ นี้ ก็คือทำถนนวรเดชจากทางวัดช่องลมผ่านตลาดโคยกี๊ ไปจนถึงจวนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี🔗

สุดท้ายนี้ดิฉันก็คงไม่ได้ใช้เวลาเยอะเพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้ อภิปรายเสริมไปมากพอสมควร แต่สิ่งที่อยากจะฝากฝังในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็คืออยากจะให้ศึกษาในเรื่องของปัญหาและอุปสรรคที่ติดขัดที่เราไม่สามารถที่จะดำเนินการ โครงการนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แล้วก็อยากจะให้ศึกษาในเรื่องของการที่จะนำเม็ดเงิน อย่างเช่น กองทุน กสทช. หรือว่าอย่างในบางพื้นที่ที่มีเงินกองทุนจากโรงไฟฟ้าก็มาช่วยสนับสนุน ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นได้จ่ายเงินตรงนี้ลดน้อยลงไปหน่อย แต่ว่าเพื่อความสวยงาม ทัศนียภาพ ที่สวยงาม แล้วก็เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านคงกฤษครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่ได้ยื่นเสนอญัตติ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงดิน แล้วก็ ปรับภูมิทัศน์สิ่งต่าง ๆ ครับ จากตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อธิบายไปแล้วนะครับ ก็ว่าคิดว่าคงใช้เวลานิดเดียวเพราะว่าเป็นเรื่องซ้ำ ๆ เกือบหมดแล้วนะครับ🔗

ในส่วนของผมเอง นี่คือขอยกตัวอย่างของจังหวัดระนองแล้วกันนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วจังหวัดระนองนี่ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ต่อไปในอนาคตก็จะมีการพัฒนา ในรูปแบบของระบบเศรษฐกิจ นั่นคือเอสอีซี (SEC) นะครับ ผมขออนุญาตขอภาพสไลด์ (Slide) จากโสตทัศนูปกรณ์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ก็เป็นภาพจากจังหวัดระนองโดยตรง ซึ่งความเป็นไปได้ของจังหวัดระนองจริง ๆ แล้ววันนี้มีการขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร แล้ววันนี้ แล้วมีการปรับภูมิทัศน์สิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะมีตึกรามบ้านช่องจะเป็นแบบ ชิโน-โปรตุกีส เหมือนคล้าย ๆ ภูเก็ต แล้วก็เป็นจังหวัดเล็กจังหวัดหนึ่งที่สามารถที่จะรองรับ ในการพัฒนาในรูปแบบของการพัฒนา ๑ ถนน ๑ เฉลิมพระเกียรติได้นะครับ ตามที่ ท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เมื่อสักครู่นี้ครับ ส.ส. กุลวลี นพอมรบดี ที่ท่านได้พูด เมื่อสักครู่นี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับถนนเส้นนี้นะครับ แต่ถึงอย่างไรล่ะครับ ๑ โครงการ ๑ จังหวัด ๑ ถนนเฉลิมพระเกียรตินี่เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็อยากที่จะให้ทำ ทำเพิ่มเติมอีกนะครับ เพราะว่าเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นการนำร่องของทางภาครัฐบาลที่ทำรายได้ให้กับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคในส่วนนี้ ก็จะเห็นได้ว่าของจังหวัดระนองก็จะมีสายระโยงระยางเหมือนกันหมด ทุกจังหวัดเหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญ ณ สุดวันนี้เอสอีซี (SEC) จะเกิดขึ้นได้ก็จะต้องมีการปรับ ภูมิทัศน์สิ่งที่ดีให้กับจังหวัดระนองโดยเช่นกัน เพราะวันนี้จังหวัดระนองมีการขยายถนน ๔ ช่องจราจร เมื่อขยายแล้ววันนี้ก็ยังใช้ระบบเหมือนเดิมนั่นคือสายไฟฟ้าบนดินเหมือนเดิม ก็จะเห็นได้ว่าจะมีสายโทรคมนาคมต่าง ๆ ของ กสทช. แล้วก็สายอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือสายไฟฟ้าที่ยังคงมีอยู่ก็ยังมีสภาพเดิมอยู่ เป็นไปได้ผมอยากที่จะตั้งข้อสังเกตให้กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งในวันนี้ว่าควรที่จะนะครับ ถ้าเป็นไปได้น่าจะมีงบประมาณ ตั้งให้รวดเร็วที่สุด เพราะว่าวันนี้เรามีเรื่องเกี่ยวกับโควิด (COVID) ด้วย ถ้าเผื่อเราใช้โอกาส ในจังหวะนี้นะครับ นักท่องเที่ยวเราก็ยังมีน้อย วันนี้ถ้าเกิดมีการปรับภูมิทัศน์ให้เร็วยิ่งขึ้น เราก็สามารถที่จะเปิดรองรับนักท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต แล้วก็สามารถที่จะพัฒนาประเทศ สามารถที่จะทำให้มีในเรื่องเกี่ยวกับการจราจรไม่ติดขัดได้ ก็ถือว่าเป็นช่วงโอกาสที่ดีนะครับ ผมก็เห็นด้วยในญัตติของทางคณะกรรมาธิการในชั้นนี้ เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาในการนำสายไฟฟ้าปรับภูมิทัศน์ลงดินในส่วนนี้ด้วย แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จังหวัดระนองคงได้มีโอกาสได้ทำเป็นจังหวัดแรก แล้วก็มีจังหวัดนำร่องของเอสอีซี (SEC) ต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอุบลศักดิ์ครับ เชิญครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา การจัดระบบระบบไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยในปัจจุบันนั้นมีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้าน เศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันนั้นวันนี้ทุกมุมเมืองได้มีโอกาส ขยายพื้นที่ออกไปอย่างกว้างขวาง กระจายความเจริญไปทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนหรือระบบประปา ระบบน้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสารทั้งหลายนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับจะเห็นว่ายั้วเยี้ยหมดตามเสาไฟ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ที่ผมให้ท่านประธานได้ดู ท่านจะเห็นว่า เห็นไหมว่าความวุ่นวายสายไฟยั้วเยี้ยเหมือนรัฐบาลชุดปัจจุบันเลย เห็นไหมทำให้เกิด ไฟไหม้ อันนี้ให้เห็นภาพ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้ารัฐบาล แก้ปัญหาตรงนี้ได้ผมคิดว่าบ้านเมืองก็เจริญก้าวหน้า ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสายไฟฟ้าไหม้ หรือไฟชอร์ต (Short) ท่านจะเห็นว่าตรงนี้นั้นถ้าแก้ไขได้ ก็จะขอบคุณทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ดี จะเห็นว่าวันนี้มีทุนเยอะแยะ กำไรก็มาก ผู้บริหารมีโบนัสปีหนึ่งเรียกว่า ๕ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นวันนี้เอาเงินตรงนี้ลงทุน ผมอยากจะให้เห็นว่าวันนี้จังหวัดลพบุรี เมื่อก่อนมีสายไฟฟ้าโยงใยเยอะแยะหมด ดูสายไฟก่อน ขณะนี้จะเห็นว่าเมืองลพบุรีเทศบาล เมืองลพบุรี ต้องขอบคุณท่านนายกเทศมนตรี คือท่านจำเริญ สละชีพ ท่านได้ตั้งใจทำและ เอาสายไฟลงใต้ดินครับ ดูสิครับเดี๋ยวนี้เมืองลพบุรีไม่มีสายไฟฟ้าเลยครับ เทศบาลเมือง ลพบุรีโดยท่านนายกเทศมนตรีจำเริญ สละชีพ นั้นท่านได้ริเริ่มและเป็นเทศบาลแรก ในเมืองที่เอาสายไฟลงใต้ดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจะเห็นว่าสายจุดตรงนี้นั้นก็เรียก ศาลพระกาฬ ศาลพระกาฬคู่บ้าน และจะมีปรางค์สามยอด ปรางค์สามยอดจะเป็น เอกลักษณ์ในธนบัตรของประเทศไทย จะมีลิงยั้วเยี้ยหมด สายไฟ พี่น้องประชาชนแถบนั้น ไม่สามารถทำมาหากินได้ ลิงก็เต็มไปหมด ในขณะเดียวกันนั้นท่านประธานครับ อยากให้เห็นดูว่าวันนี้ถนนที่ยั้วเยี้ยเมื่อสักครู่ที่ฉายให้ท่านดู ท่านเห็นเลยครับว่าสายไฟ ยั้วเยี้ยหมด และหันดูอีกข้างหนึ่งท่านประธานจะเห็นว่าโล่งมาเลยครับ ความสวยงาม ความเจริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองลพบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองพระนารายณ์ มีวังพระนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นประวัติศาสตร์ ที่จังหวัดลพบุรีนั้นทำประปาแห่งแรกของประเทศไทย สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในขณะเดียวกันนั้นก็เป็นเทศบาลแห่งแรกเหมือนกันในต่างจังหวัด ซึ่งเอาสายไฟลงใต้ดิน ดังนั้นอยากจะเห็นเทศบาลหรือในเมืองทุกเมือง ทุกจังหวัดนะครับ ในเมืองก็ดี ในเขตอำเภอก็ดี ถ้าสามารถเอาสายไฟลงใต้ดินได้ผมคิดว่าความสวยงามนั้นก็จะทำให้เจริญหูเจริญตา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจะสังเกตว่าในยุโรป ไม่ว่าอเมริกา หรือตะวันออก ตะวันตก ท่านจะเห็นแล้วว่าไปตรงไหนไม่เห็นสายไฟเลยบนถนน เขาลงใต้ดินหมด เขามีการวางแผน เตรียมการอย่างดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากเห็นประเทศไทยทั้งระบบ ทั้งประเทศ ทุกพื้นที่ ถ้าหากสามารถดำเนินการได้ความสวยงามของประเทศไทย ต่างประเทศอาจจะต้องมาเที่ยว มาชม ในขณะนี้ท่านอภิปรายหลายคนแล้วว่าเห็นไฟฟ้ายั้วเยี้ยนึกว่าเป็นศิลปะ เขาก็จ้องถ่ายเอาไปดูว่าเมืองไทยนี่ก็สวยงามดีใช่ไหม จะเห็นว่ามีแต่สายไฟระโยงระย้าหมด ไม่ว่าประปา จริง ๆ ต้องวางแผนครับ ประเทศไทยผังเมืองไม่ได้มีการเตรียมการวางแผนว่า ถ้าจะทำถนนสายนี้ จะทำเมืองตรงนี้ควรจะมีระบบทำไปพร้อม ๆ กัน ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปพอสมควร ก็สนับสนุนเห็นว่าโครงการ ดังกล่าวนั้นน่าจะสร้างเมืองให้มีความสวยงามเพื่อให้ต่างประเทศมาท่องเที่ยวเพื่อหารายได้ เข้ากับประเทศไทย ดังนั้นก็อยากจะกราบเรียน และสุดท้ายอยากจะขอบคุณ ท่านนายกเทศมนตรีจำเริญ สละชีพ ที่ท่านริเริ่มทำมาก่อนเลยครับ ทำมาเป็น ๑๐ ปีแล้วครับ อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสผมได้นำเสนอ โดยส่วนตัวแล้ว ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็อยากจะเห็นความเจริญทั่ว ๆ เหมือนกัน ก็ขอสนับสนุนญัตติดังกล่าว แล้วก็ฝากคณะกรรมาธิการด้วยว่าช่วยศึกษาหาข้อมูล และหาทางผลักดันให้รัฐบาลหรือให้การไฟฟ้าดำเนินการเร่งด่วน เพื่อประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน จะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ ดังที่ผมได้นำภาพมาให้ท่านประธานได้เห็น แล้วนั้น กราบขอบพระคุณอย่างสูงท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน มีท่านพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ท่านวรรณวรี ตะล่อมสิน ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และท่านกษิดิ์เดช เชิญท่านพัชรินทร์ครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสดิฉันในการที่จะ อภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการจัดระเบียบ สายไฟฟ้าในครั้งนี้นะคะ ท่านประธานคะ ตามที่ ครม. ได้มีมติเกี่ยวกับการเปลี่ยนระบบ สายไฟฟ้าอากาศ เป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในวาระด้วยกันนะคะ ก็นับว่าเป็นวิสัยทัศน์อันดี ของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความเหมาะสมกับการเติบโต แล้วก็การพัฒนา ของสังคมเมืองมากขึ้น ปัจจุบันก็ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าที่ลอยอยู่บนอากาศค่ะ ไม่ว่าจะให้ไปเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินแล้วในหลายพื้นที่ด้วยกันค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพมหานครค่ะ ทำให้ระบบจำหน่ายไฟฟ้ามีความมั่นคงมากขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้นดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ รองรับการใช้ปริมาณไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากสายไฟฟ้า แล้วนะคะ ก็ยังมีเรื่องของสายสาธารณูปโภคต่าง ๆ อย่างเช่นสายสื่อสาร ก็ได้มีการจัด ระเบียบลงใต้ดินด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งการที่ไม่มีสายห้องระโยงระยางพันกันวุ่นวาย จะสร้าง ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น แล้วอย่างที่เพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวไปแล้ว เหมือนกันนะคะว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถาปัตยกรรม แล้วก็ทัศนียภาพ ความสวยงามของ บ้านเมืองเรานั้นก็จะได้ปรากฏเด่นชัดด้วยเช่นกันค่ะ อย่างไรก็ดีค่ะท่านประธาน ดิฉัน มีข้อสังเกตหลัก ๆ ๒ ประการด้วยกันนะคะ🔗

ประการแรก คือความล่าช้าในการดำเนินโครงการ ในระหว่างที่นำสายไฟฟ้า ลงดินนะคะ ดิฉันเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจแล้วก็พร้อมที่จะอดทนเพื่อการพัฒนา ประเทศ แต่การดำเนินการต่าง ๆ ก็ควรอยู่ภายใต้ขอบเขตและระยะเวลาที่กำหนดไว้ ไม่ควรปล่อยให้เกิดความล่าช้าและเนิ่นนานเกินไปจนกลายเป็นการสร้างความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง อย่างพื้นที่เขตดิฉันที่รับผิดชอบนะคะ ปทุมวัน บางรัก สาทร ก็ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนบ่อยครั้งถึงผลกระทบจากความล่าช้าในการดำเนิน โครงการ โดยเฉพาะด้านการจราจรค่ะ โดยปกติก็หนาแน่นอยู่แล้วนะคะ ก็ยิ่งหนาแน่น ขึ้นมาอีก รวมทั้งยังมีจุดเสี่ยงหลาย ๆ จุดที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อเป็นการพัฒนาประเทศ และลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

ข้อสังเกตประการที่ ๒ ก็คือการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสาธารณูปโภค ต่าง ๆ ที่ลอยอยู่บนอากาศ ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วหลายท่านเช่นกันนะคะ🔗

ท่านประธานคะ การนำสายไฟฟ้าและสายต่าง ๆ ลงดินมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แล้วก็ใช้เวลาติดตั้งนาน ทำให้ไม่สามารถที่จะลงใต้ดินได้ทั้งหมด จึงยังมีสายไฟฟ้า และสายต่าง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมากค่ะ ซึ่งสายที่ลอยอยู่นั้นเองเราก็จะเห็นได้ว่า มีหลายจุดที่ยุ่งเหยิง รกรุงรัง เสี่ยงต่อการเกิดเหตุเพลิงไหม้ แล้วก็ดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง อยู่อย่างต่อเนื่องไม่เว้น สายไฟฟ้า สายสื่อสารพันกัน ไฟชอร์ต (Short) เกิดเหตุเพลิงไหม้ ท่านประธานลองนึกดูนะคะว่าถ้าเหตุการณ์เหล่านี้ เพลิงไหม้เกิดขึ้นในชุมชนแออัดที่มี บ้านเรือนเรียงรายติดกันจำนวนมาก อย่างเช่นในเขตพื้นที่ดิฉันนะคะ กรุงเทพมหานครชั้นใน ที่มีความแออัด ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมากมายขนาดไหน รวมไปถึงชีวิตของพี่น้อง ประชาชนด้วยค่ะ นอกจากการเกิดความเสี่ยงในการที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้วนะคะ สายบางช่วงก็ห้อย ระโยงระยางมาถึงในระดับสายตา หรืออย่างที่เป็นข่าวไปล่าสุดนะคะ ที่มีคุณลุงขี่ มอเตอร์ไซค์แล้วก็เกี่ยวสายไฟล้ม สุดท้ายโดนรถทับเสียชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น เลยค่ะ แล้วก็ยังมีเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอีกบ่อยครั้ง ทั้งเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว และในพื้นที่ ดิฉันก็มีอีกหลายพื้นที่นะคะ อย่างเช่นในชุมชุมซอยพระเจน เขตปทุมวันนะคะ ดิฉันเคยหารือไป ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ไม่ได้รับการแก้ไข ติดตามอีกครั้ง หารือปี ๒๕๖๓ ค่ะ จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ รับการแก้ไข จากที่เพียงแค่สายห้อยระโยงระยาง สายรกรุงรังเสี่ยงต่อการเกิดเหตุเพลิงไหม้ ปัญหาก็เพิ่มขึ้นค่ะ นั่นคือเสาไฟฟ้าโน้มเอียง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าถ้าเราใส่ใจถ้าภาครัฐ ใส่ใจดูแลให้ความสำคัญก็จะทำให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคม ทั่วทั้งประเทศนะคะ แต่ภาพของสายที่ระโยงระยางเกะกะก็ยังคงมีอยู่ให้เห็นทั่วไป ดิฉัน ก็ต้องขอชื่นชมทางท่านรัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอส (DES) ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ได้ให้ ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมากนะคะ อย่างล่าสุดที่ผ่านมาท่านก็ลงพื้นที่เพื่อไปตรวจ อย่างในบริเวณหลังสวน เขตปทุมวัน จนไปถึงแยกศาลาแดง เขตบางรัก โดยให้เจ้าหน้าที่ ได้เร่งดำเนินการในการที่จะเก็บสายสื่อสารต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานออก พร้อมทั้งเก็บรวบ ให้เรียบร้อยนะคะ รวมทั้งก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อื่น ๆ ดังนั้นนะคะ ดังเหตุผล แล้วก็ตัวอย่างที่ดิฉันได้ยกมาก็อยากจะให้เห็นถึงความสำคัญในการที่จะจัดระเบียบสายไฟฟ้า และสายสาธารณูปโภคต่าง ๆ ปัญหาที่ได้พบ รวมถึงการดำเนินงานนี้ต้องอาศัยการร่วมมือ จากทุกภาคส่วนด้วยกัน ดิฉันจึงขอสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการจัดระเบียบไฟฟ้า โดยฝากข้อสังเกตตามที่ดิฉัน ได้กล่าวไปแล้วค่ะ รวมถึงพิจารณาถึงปัญหาและอุปสรรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ ด้านอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขแบบองค์รวม และเป็นรูปธรรม เพื่อพิจารณาดำเนินการจัดระเบียบและนำสายไฟลงดินอย่างทั่วถึง มีการติดตาม อย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนสูงสุด แก่ประเทศค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านต่อไปครับ ท่านวรรณวรีครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลนะคะ ท่านประธานคะ ในฐานะคนกรุงเทพมหานครนะคะ ซึ่งเป็นจังหวัดที่น่าจะมีสายไฟฟ้าที่ยุ่งเหยิงที่สุด ดิฉันเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการนี้ เป็นอย่างยิ่งนะคะ ดิฉันก็คงจะไม่ลงรายละเอียดในเรื่องของปัญหาอุบัติเหตุหรือว่าข้อดี ข้อเสียแล้วนะคะ เพราะว่าสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะคะ แต่ว่าอยากจะฝากประเด็น สั้น ๆ สำหรับคณะกรรมาธิการนี้เพื่อประกอบการพิจารณาใน ๒ ประเด็นนะคะ🔗

ประเด็นแรก คือเนื่องจากบนเสาไฟฟ้านี้มีสายต่าง ๆ มากมายที่พาดอยู่ บนเสา ทั้งสายไฟฟ้า สายสื่อสาร เช่น สายโทรศัพท์ สายเคเบิลทีวี (Cable TV) สายอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งดิฉันเห็นว่ามีถนนบางสายในพื้นที่ของดิฉันได้จบงานการนำสายไฟฟ้า ลงใต้ดินแล้วนะคะ แต่ว่ามันก็ยังมีสายประเภทอื่น ๆ ที่ยังพาดอยู่บนเสาไฟฟ้าอยู่นะคะ ซึ่งดิฉันเข้าใจว่าการไฟฟ้าถึงจะเป็นเจ้าของเสา แต่สายที่พาดอยู่นั้นไม่ใช่ของการไฟฟ้า ดังนั้น การไฟฟ้าก็จะไม่มีอำนาจในการนำสายต่าง ๆ เหล่านี้ลงใต้ดิน ดังนั้นดิฉันเห็นว่าจริง ๆ แล้ว การวางแผน ทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กสทช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรจะต้องมานั่งคุยกันแล้วก็ทำแผนดำเนินการนี้ให้จบในครั้งเดียวนะคะ คือไหน ๆ ถ้าท่านจะเปิดผิวถนนแล้วก็ควรนำสายทุกประเภทลงใต้ดินไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่ทำทีละอย่าง ทำทีละรอบสองรอบ ไม่อย่างนั้นมันก็ต้องดำเนินการหลาย ๆ ครั้งและเป็นการสิ้นเปลือง งบประมาณนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ หนึ่งในพื้นที่นำร่องในการดำเนินการเอาสายไฟฟ้า และสายสื่อสารลงใต้ดิน ก็คือถนนพระราม ๓ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของดิฉันทั้งในเขตยานนาวา แล้วก็บางคอแหลมนะคะ ซึ่งได้เริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็กำหนดเสร็จ ในปี ๒๕๖๔ ท่านประธานเชื่อไหมคะว่าตั้งแต่ดิฉันเข้ามาเป็น ส.ส. จนกระทั่งถึงวันนี้เรื่องนี้ เป็นเรื่องติดอันดับที่เป็นเรื่องร้องเรียนตลอดกาลของดิฉันนะคะ แล้วดิฉันก็เคยได้หารือ ปัญหานี้ในสภามาถึง ๒ ครั้งแล้วนะคะ เนื่องจากว่าเวลาที่นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินมันจะต้อง มีการเจาะถนน เปิดถนนเป็นระยะ ๆ เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร แล้วก็เวลาทำเสร็จก็จะมี การนำเหล็กมาปิดผิวถนนชั่วคราวเพื่อที่จะสามารถเปิดสำหรับการทำงานในวันถัดไป แต่ว่า ปัญหาที่เจอก็คือผู้รับเหมาทำงานไม่เรียบร้อย แล้วแต่ละวันก็ปิดเหล็กไม่เหมือนกันนะคะ คือบางวันจะปิดให้ดีก็ปิดได้นะคะ แต่ว่าบางวันก็ปิดแบบทำงานได้แย่มาก แล้วประเด็นก็คือ มันเป็นแบบนี้มา ๒ ปีเต็ม ๆ แล้วนะคะ ทำให้ดิฉันสุดท้ายต้องไปประสานงานกับหน่วยงาน หลากหลายหน่วยงานมากตั้งแต่การไฟฟ้านครหลวง ไป กสทช. แล้วก็ไปที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็สุดท้ายก็ไม่สามารถถามหาความรับผิดชอบในเรื่องนี้กับหน่วยงานไหน ๆ ได้เลย ดิฉัน ก็อยากทราบเหมือนกันว่าถ้าเกิดว่าท่านเจอผู้รับเหมาที่ทำงานแย่แบบนี้สุดท้ายแล้ว หน่วยงานไหนจะเป็นผู้ตรวจรับงาน แล้วก็หน่วยงานไหนจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือบีบผู้รับเหมาในเรื่องนี้ได้ ซึ่งในฐานะที่เขตดิฉันเป็นพื้นที่นำร่อง แล้วก็จะต้องเจอกับปัญหานี้ ก็จึงอยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณา แล้วก็หาทางแก้สำหรับ ๒ ประเด็นนี้ ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ครับ เชิญครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ญัตตินี้ถือว่ามีความสำคัญแล้วก็เป็นปัญหาที่พวกเราเจอกันมา ประจำแล้วก็เจอกันมาตลอดทุกพื้นที่ทั้งประเทศไทยนะครับ เคยมีคนโพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก (Facebook) ว่าถ่ายรูปสายไฟฟ้า สายสื่อสาร เสาไฟฟ้าของเรา ปรากฏว่า เป็นสายไฟฟ้าที่สับสนวุ่นวาย แล้วก็เรียกว่าทุกคนทั่วโลกเห็นเขาก็เรียกว่าฉงน งงงวยว่า เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยนะครับ ซึ่งการจัดระเบียบ สายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเป็นการใช้งบประมาณ ที่เยอะแล้วแต่ว่าก็จะมีประโยชน์ซึ่งคุ้มกับการลงทุนนะครับ การเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินก็จะมี ประโยชน์ก็คือเรื่องทัศนียภาพ อันนี้ถือว่ามีความสำคัญนะครับ สมัยผมเป็น นายกเทศบาลทำโครงการเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายเพราะว่าพี่น้องร้องเรียนมาเยอะ ไม่ว่า จะเป็นความสวยงามเรื่องของสายที่มันตกหย่อนท้องช้างไป บางทีก็ย้อยลงไปชาวบ้าน ก็เดือดร้อนก็ร้องเรียนเข้ามานะครับ แล้วเราก็มีโครงการที่จัดระเบียบสายขึ้นมาเมื่อ ๔-๕ ปี ที่แล้ว ปรากฏว่าพอเราไปถึงครั้งแรกนัดหน่วยงานมาไม่ได้นะครับ เพราะว่ามาไม่ครบ ปรากฏว่ามีเคเบิลอยู่ ๓ เจ้านะครับ มีอินเทอร์เน็ต (Internet) อยู่ ๖ เจ้า มีทีโอที (TOT) เอไอเอส (AIS) ทรู (True) ดีแทค (dtac) แคต (CAT) แล้วก็ ๓ บีบี (3BB) นะครับ แล้วก็ของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วยซึ่งเรามาทำงานร่วมกัน ซึ่งพอไปดูแล้วระเบียบสายต่าง ๆ ก็รู้สึกว่าบางทีจำสายตัวเองไม่ได้นะครับ แล้วบางทีเขาขาดแล้วเขาไม่ทำอะไรนะครับ เขาห้อยขึ้นข้างบนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วเราก็มานั่งดูว่าเราจะจัดสายอย่างไรให้เป็น ระเบียบเรียบร้อยและให้รู้ว่านี่เป็นสายใคร เป็นสายใครถ้ามีปัญหาขึ้นมาจะได้ตามให้ถูกคน ซึ่งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าการที่จะรอเรื่องของสายไฟฟ้าลงใต้ดินคงรอลำบากช่วงที่ รอสายไฟฟ้าลงใต้ดินเราก็จัดระเบียบสายไฟฟ้าบนดินเพื่อให้เกิดความสวยงาม เกิดความเป็น ระเบียบเรียบร้อยนะครับ แล้วก็ลดเรื่องของการอุบัติเหตุต่าง ๆ นะครับ ประโยชน์นอกจากทัศนียภาพแล้วนะครับท่านประธาน ก็คือลดปัญหาเรื่องไฟฟ้าดับ จากอุบัติเหตุ เช่น พวกงู พวกกระรอก พวกนก บางทีเกิดไฟฟ้าดับบ่อย ไฟฟ้าดับทีไร สายโทรศัพท์ผมจะดังขึ้นมาไม่ต่ำกว่า ๑๐ สาย เขาก็มาถามท่านนายก ทำไมไฟดับ แล้วเมื่อไรจะติด เพราะฉะนั้นผมก็ต้องมีเครือข่ายก็คือการไฟฟ้า เครือข่ายสื่อสารทั้งหมด เราตั้งเป็นเครือข่ายสื่อสารจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเราก็จะบอกว่าปัญหานี้ไฟฟ้าดับ ดับจากอะไร แล้วก็จะติดเมื่อไร อันนี้คือเรื่องถ้าเรามีสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ปัญหานี้ก็จะลดลง อันที่ ๓ คือลดอุบัติเหตุรถชนจากรถชนเสาไฟฟ้า ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมานะครับ ทีนี้เทคนิคด้านการทำสายไฟฟ้าลงใต้ดินก็ต้องเป็นเทคนิคพิเศษ ซึ่งก็ต้องมี การขุดอุโมงค์ให้มีการซีล (Seal) ให้เรียบร้อย เพราะว่าต้องป้องกันทั้งน้ำ ทั้งความชื้น แล้วก็ ฉนวนที่หุ้มสายนี่ก็ต้องเป็นฉนวนแบบพิเศษที่ทนความชื้นได้ ต้องมีลวดเป็นเกราะหุ้มป้องกัน อีกชั้นหนึ่งก่อนถึงชั้นฉนวนนะครับ แล้วก็กรณีที่มีท่อก็ต้องคิดถึงระบบการเตรียมการ ที่จะพร้อมกรณีเกิดมีการซ่อมบำรุง ซึ่งของเทศบาลเมืองมหาสารคามของผม ผมเคย ของบนะครับ เพราะไปดูหลายเทศบาลเขาได้งบประมาณมา ผมไปดูเทศบาลเมืองลำพูน เทศบาลเมืองภูเก็ต เทศบาลนครขอนแก่น เมืองพัทยา ซึ่งหลายสาย หลายจังหวัดเขาได้งบ เพราะว่าเขาเป็นเมืองโบราณ เป็นเมืองที่มีเรียกว่ากรมศิลปากรได้จัดเป็นเมืองโบราณขึ้นมา จังหวัดผมก็ขอไปนะครับ แต่เพิ่งมาได้ในโครงการของ ๑ จังหวัด ๑ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งก็ได้จากหอนาฬิกาเมืองมหาสารคามไปถึงตลาดห้าแยก ก็ถือว่าเป็นเส้นที่สวยงาม ของเมืองมหาสารคาม เขาเรียกว่าเป็นถนนราชดำเนินของมหาสารคาม ระยะทาง ๒.๒ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๕๕ ล้านบาทนะครับ ซึ่งสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็ต้องบอกเป็นข่าวดีของคนมหาสารคาม ก็จะดำเนินการ ในเดือนพฤษภาคมปีนี้นะครับ🔗

ทีนี้ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นจากโครงการจัดระบบสายไฟฟ้าใต้ดินถือว่า มีเรื่องสำคัญ เพราะอะไรครับ เพราะใช้งบมหาศาลมาก เราอยากให้เทศบาลเมือง เทศบาลนครเมืองใหญ่ ๆ มีสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ถ้าทั้งประเทศไทยก็คงลำบาก แต่เอา จุดเน้น ๆ ก่อนก็คือเอาเมืองของทุกจังหวัดก่อนนะครับ ซึ่งคิดว่างบประมาณที่ใช้ก็ลำบาก เหมือนกัน ก็คิดว่างบประมาณมาจากไหน ๑. ก็มาจากการไฟฟ้าเอง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คงต้องจัดงบประมาณกันส่วนหนึ่ง กันจากกำไร กันจากรายได้เข้ามา เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ให้เกิดความสำเร็จ กสทช. ซึ่งมีงบประมาณจากโครงการต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเคเบิลทีวี (Cable TV) เรื่องของอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องของ โทรศัพท์ แล้วก็การคิดค่าบริการจากผู้ที่มาใช้บริการนะครับซึ่งนี้มีความสำคัญ ผมคิดว่า ท้องถิ่นบางท้องถิ่น ตอนนี้เห็นว่า กทม. ก็จะดำเนินการว่าจะเป็นคนลงทุนเองนะ แล้วก็ เก็บค่าใช้จ่ายกรณีคนอื่นมาใช้ท่อ เช่น เคเบิลทีวี (Cable TV) มาใช้ก็คิดค่าธรรมเนียมนะครับ สายอินเทอร์เน็ต (Internet) มาใช้ก็คิดค่าธรรมเนียม ผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะว่า จะได้มีเจ้าภาพ แล้วก็คิดค่าดำเนินการ แล้วก็ทำให้เกิดเรียกว่าการร่วมทุนแล้วเกิด ความสำเร็จมากขึ้นนะครับ ก็นำเรียนว่านี่คือความสำคัญ ก็สรุปว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ก็สรุปว่า ๑. ก็ขอให้สนับสนุนการทำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน แล้วก็ แต่ว่าประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการทำไฟฟ้าให้ชาวบ้านใช้ในชนบทผมใช้ว่าเป็นเฟิสต์ ไพรออริตี (First priority) ยังมีความจำเป็นที่มากกว่าในการขยายเขตไฟฟ้าไปชนบท อย่าคิดเรื่องนี้ จนงบประมาณไปให้การขยายเขตไฟฟ้าชนบทลดลงนะครับ ส่วนการใช้งบประมาณต่าง ๆ แล้วต้องช่วยกันทำนะครับ แล้ว ๔. ก็ฝากโครงการส่งเสริมให้หมู่บ้านจัดสรร ถ้าหมู่บ้านไหน เอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินอาจจะมีสิทธิพิเศษทางภาษีหรืออื่น ๆ ให้กับเขาเพื่อส่งเสริมให้หมู่บ้าน จัดสรรต่าง ๆ เอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกษิดิ์เดช แล้วคงจะอภิปรายแล้วกระมังครับเพื่อให้เจ้าของญัตติได้สรุป เชิญท่านกษิดิ์เดชครับ🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร วันนี้ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมต้องมาขออนุญาตท่านประธานในการชื่นชมผู้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาจัดระบบไฟฟ้า และสายสื่อสารลงดินทั่วประเทศไทย ผมอยากจะเส้นในเรื่องของการศึกษาการจัดระบบ ไฟฟ้าเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ หลาย ๆ คนบอกว่าถ้าพูดถึงการเอาไฟฟ้าลงดินแล้วดูมันเท่ ดูเป็นคนมีวิสัยทัศน์ อย่างที่หลายท่านได้อภิปรายบางทีเราก็ต้องคำนึงถึงการขยายขอบเขต ไฟฟ้าว่าหลายที่ในชนบทยังขาดแคลนเรื่องงบประมาณที่จะไปปรับปรุงเรื่องการมีไฟฟ้าใช้ ผมก็เลยอยากจะอภิปรายกว้าง ๆ ในเรื่องของการศึกษาเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายไฟฟ้า หลายคนพูดถึงสายไฟฟ้าของประเทศไทยนี่แล้วเห็นภาพเลยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

การมีญัตติในครั้งนี้ถือว่าเป็นสิ่ง ที่โดนใจหลาย ๆ คนนะครับ เพราะว่ามองไปหน้าบ้านท่านก็เจอแล้ว มีคำถามว่าทำไม การไฟฟ้าบริหารจัดการอย่างไรถึงปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้ คำถามเบื้องต้นก็จะเริ่มจาก การย้อนถามในอดีตว่าการปักเสาพาดสายของการไฟฟ้ามันได้แนวไหม มันเป็นไปตาม เส้นทางที่ควรจะเป็นไหม หรือตั้งตรงอย่างที่ควรจะเป็นไหม แล้วก็ไปถึงการแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ แล้วจะเอาอะไรกับผู้ที่มาขออนุญาตใช้เสาในการพาดสายว่าตัวแม่งานเองยังทำ ไม่เรียบร้อยเลย จะมาเอาอะไรกับผู้ที่มาขออนุญาตพาดสาย นั่นหมายถึงว่ามันต้องมี ปัญหาครับ เรื่องการควบคุมการก่อสร้างก็ดี หรือมาตรฐานในการดำเนินงานตรวจสอบ อันนี้ผมว่ามันเป็นประเด็นหลัก ๆ ที่ประชาชนอยากจะเห็นว่าบ้านเรานี่ถ้าเทียบกับญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเขาทำไมมีเสาไฟฟ้าที่อยู่บนดิน แต่ทำไมดูเรียบร้อยจังเลยนะครับ ดูแล้วมันสวยงาม เป็นศิลปะอีกแบบหนึ่งด้วยซ้ำไป แต่ทำไมบ้านเรานี่ถึงได้สุดแสนจะน่าเกลียดขนาดนี้ อันนี้เป็นหัวใจหลัก ๆ เลยนะครับ ผมก็เลยไปมองซึ่งวิธีการบริหารจัดการของหน่วยงาน มากกว่า ถ้าได้มีโอกาสเป็นคณะกรรมาธิการในชุดนี้จะต้องเข้าไปลงลึกในรายละเอียดพวกนี้ ทีนี้พอพูดถึงเรื่องภาพกว้าง ๆ แน่นอนที่สุดเราคงจะต้องพูดถึงงบประมาณ ผมก็วางแนวคิด ไว้แบบนี้นะครับ เพื่อความคุ้มค่าเราคงจะต้องวางแผน ก่อนอื่นทำอะไรต้องวางแผนนะครับ คิดถึงบ้านสมัยใหม่ถ้าจะปลูกบ้านสักหลังหนึ่งวางระบบอาณัติสัญญาณต่าง ๆ รวมถึงไฟฟ้า ถ้าแบบที่แน่นอนท่านฝังไว้ในปูนถือเป็นจบแล้วดูหรูหรานะครับ แต่ถ้าจะเอาถูกเข้าว่าก็อยู่ บนผนังตีกิ๊บเหมือนสมัยโบราณ แล้วก็แก้ไขไปมาได้ อันนี้ก็เช่นกันวิธีคิดง่าย ๆ ก็คือวางแผน ก่อนนะครับ🔗

อย่างแรกที่สุดว่างานที่จะเริ่มใหม่นี่ท่านก็ต้องมองว่าจะเอาตรงไหน ทำไปแล้วมันคุ้มค่าแน่นอนถ้าจะเอาสายลงดินนะครับ หรือว่าจะเอาตั้งบนดินต้องเปลี่ยน มาตรฐานใหม่ไม่ว่าความสูงของเสา หรือว่าวิธีการพาดสาย หรือผู้จะมาขออนุญาตใช้ต้องมี ระเบียบมากเลย จะประเภทมาพาดอย่างไรก็ไม่รู้ว่าของใครคงไม่ได้นะครับ อันนี้ก็คือข้อแรกว่า ถ้างานเริ่มใหม่นี้ถือว่าเป็นการคุ้มค่า ถ้าท่านได้มีโอกาสใช้งบประมาณแล้วจะลงดินก็สวยงาม🔗

๒. ก็คืองานที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงอยู่แล้ว เช่น ว่าท่านจะทำถนนเส้นนี้ แล้วก็ต้องรื้อเสาไฟฟ้าทิ้งหมด อันนี้เอาไว้เป็นไพรออริตี (Priority) ที่ ๒ เลยนะครับ เราตั้งไว้ ได้เลยว่าถ้ายังมีกรณีเกิดขึ้นอย่างนี้เอาลงดินมันเสียเลย แล้วคำนวณความคุ้มค่าว่าเดี๋ยวนี้ ผู้รับจ้างผมว่าราคารู้กันหมด ถูกกว่าเดิมหลาย ๑๐ เท่า ท่านพิมพ์ไปในอินเทอร์เน็ต (Internet) นี้ก็ทราบแล้วราคา🔗

๓. ก็งานที่มีประสงค์ที่จะปรับปรุงให้เกิดความคุ้มค่า การลงทุนก็เช่น ปรับภูมิทัศน์ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยว อย่างภาพเมื่อครู่นี้ที่ได้เห็นเป็นในส่วนของเยาวราช ในส่วนของแถวเขตปทุมวัน เขตสัมพันธวงศ์อะไรอย่างนี้นะครับ ซึ่งเราต้องการลงทุนจากเขา เราก็ควรจะวางแผนให้ชัดเจนนะครับว่า ถ้าเกิดกรณีลักษณะนี้จะปรับภูมิทัศน์เมือง เป็นอย่างไร เพื่อชักชวนนักท่องเที่ยว อันนี้ผมก็เห็นควรว่าเราก็สมควรใช้งบประมาณ ในการเข้าไปพัฒนาตรงนี้ก็เลยตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ เหตุของปัญหามันอยู่ที่การบริหาร จัดการ ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เมื่อตั้งเข้าไปแล้วอย่างแรกที่สุดเลยต้องไปดูว่า ท่านจ้างงานกันอย่างไร หมายความว่าอนุญาตกันอย่างไรให้เขามาพาดสาย แล้วก็ ไม่ไปตรวจสอบ หรือว่าวิธีการอนุญาตนี่มาตรฐานไปถึงไหนตรงนี้มันถึงได้ก่อเกิด ความวุ่นวายขนาดนี้นะครับ แล้วก็สุดท้ายแล้วนี่เขาเรียกว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นจับมือใครดม ไม่ได้ว่าปัญหาเกิดจากหน่วยงานไหน แล้วก็ข้อสังเกตตรงนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะนำมาสู่การพัฒนาในการนำเสาไฟฟ้า สายไฟฟ้าทั้งหมดลงดิน ซึ่งตรงนี้ความยุ่งยากของ การนำสายไฟฟ้าลงดิน ในอนาคตท่านยังไม่ทราบนะครับว่าสายมันมีจำนวนเท่าไร ลักษณะ อย่างไร แต่อย่างแรก การที่ท่านให้เขาอนุญาตใช้สายนี้ต้องมีค่าบำรุงนะครับ เยอะพอสมควร ที่พอจะเอาไปแก้ไขปัญหานี้ ไปจัดสายระเบียบใหม่อะไรพวกนี้ ไม่ใช่ว่าอนุญาตให้ไป หน่วยงานเอกชนก็ดี หรือว่าหน่วยงานของรัฐก็อนุญาตแล้ว แล้วกันไปอย่างนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่าของมันมีวันเก่า วันเสื่อม จะต้องดูแล ซ่อมบำรุงตลอดเวลานะครับ ก็มีหลายเรื่อง อยากจะฝากไว้🔗

ที่สำคัญที่สุดก็คือแผนของเขา ก็อยากให้รัฐบาลมอบให้กระทรวงหลัก ๆ เลย ดูแลกระทรวงเดียว แล้วก็เชิญหน่วยงานอื่นมาร่วมด้วย ประเด็นก็คือว่าการทำแผน อันนี้ มีปัญหา ถ้าท่านมีหน่วยงานเดียวนี่มันไม่ซับซ้อน ถ้าปล่อยให้ทำอีเหละเขะขะต่างคนต่างจ้าง เอาต์ซอร์ซ (Outsource) มาวางแผน ตอนนี้ก็พอดีนะครับ ไม่ได้ทำกัน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปิดการอภิปรายแล้วนะครับ ผู้เสนอญัตติจะใช้สิทธิในการสรุปไหมครับ ถ้าไม่ใช้สิทธิในการสรุป🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผมสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอัครเดช เจ้าของญัตติครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานในฐานะเจ้าของญัตติเรื่องนี้ในการจัดระเบียนสายไฟสายสัญญาณ ได้ขอ อนุญาตท่านประธานได้อภิปรายสรุปญัตติสั้น ๆ ผมเองนั้นได้ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านในการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการสนับสนุนญัตติของกระผม แล้วก็ เพื่อนสมาชิกอีก ๓ ญัตติด้วยกัน ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องของสายไฟ สายสัญญาณที่ตกหล่น แล้วก็การจัดระเบียบเพื่อให้สายสัญญาณนั้นเป็นระเบียบ แล้วก็ นำสายไฟฟ้า สายสัญญาณนั้นลงดิน ผมก็พอจะสรุปในเรื่องของประโยชน์ในการที่เราจะได้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ได้ส่งเรื่องนี้ให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการ🔗

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน ครับท่านประธาน เพราะว่าสมาชิกทุกท่านก็ได้อภิปรายทั้งเรื่องของเพลิงไหม้ ไฟฟ้าชอร์ต (Short) แล้วก็สายไฟ สายสัญญาณที่ตกหล่นแล้วเกี่ยวอวัยวะพี่น้องจนทำให้เสียชีวิต เพื่อให้ เราทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ อุบัติเหตุเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะไม่มี🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการพัฒนาทัศนียภาพของเมือง เป็นการพัฒนาเมือง ให้เทียบเท่ากับอาณาอารยประเทศในประเทศที่พัฒนาแล้ว เราก็จะได้เห็นประเทศของเรานั้น มีบ้านเมืองที่สวยงาม ที่ปราศจากสายสัญญาณที่รกรุงรัง แล้วก็เป็นอันตรายต่อพี่น้อง ประชาชน อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการพัฒนาเมือง ในเรื่องของทัศนียภาพ ที่สวยงาม🔗

เรื่องที่ ๓ ได้ฟังเพื่อนสมาชิกก็เป็นประเด็นใหม่นะครับ ที่ผมได้จับประเด็น ขึ้นมา คือลดการซ้ำซ้อนในการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มาบูรณาการร่วมกัน แล้วก็จะได้ประหยัดงบประมาณ เพราะว่าที่ผ่านมาก็พี่น้องประชาชนก็คงจะเห็นครับ ท่านประธานก็คงเคยเห็นว่าบางหน่วยงานนี้มาเจาะ เจาะเสร็จกลบยังไม่ทันไร อีกหน่วยงานหนึ่ง ก็มาเจาะใหม่ มาฝังใหม่ แล้วก็พอยังไม่ทันไร อีก ๓-๔ เดือน อีกครึ่งปี หน่วยงาน อีกหน่วยงานก็มาเจาะ แล้วก็มาฝังใหม่นะครับ ถ้าเราศึกษาเรื่องนี้แล้วส่งให้รัฐบาลทำงาน อย่างเป็นระบบ บูรณาการร่วมกัน งบประมาณที่แต่ละหน่วยงานใช้ก็จะลดลง แทนที่แต่ละ หน่วยงานจะใช้งบประมาณซ้ำซ้อน ก็จะประหยัดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็น ประเด็นใหม่ที่ผมได้จับประเด็นจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเพิ่มเติมมานะครับ ก็เป็นเหตุผล ที่สนับสนุนที่อยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ท่านประธานครับ และปัญหาอุปสรรค ที่เราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็เนื่องจากเรื่องของอำนาจหน้าที่ในการที่เอาสายไฟฟ้า สายสัญญาณลงดิน ตลอดจนจัดระเบียบสายไฟ สายสัญญาณนั้นก็เป็นอำนาจหน้าที่ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มี ๑๐ กว่าหน่วยงาน ซึ่งผมได้อภิปรายนำในญัตติตั้งแต่ ต้นชั่วโมงนะครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องบประมาณในการดำเนินการที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายเรื่องของงบประมาณ มีความเป็นห่วงในเรื่องงบประมาณ ตรงนี้ ก็จะได้รับมาพิจารณาดำเนินการในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องของ อุปสรรคในเรื่องของข้อกฎหมาย แล้วก็ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบสายไฟ ก็จะได้นำมาศึกษา แล้วก็มาแก้ไขในคณะกรรมาธิการชุดนี้เช่นเดียวกันครับท่านประธาน🔗

สิ่งที่ผมอยากเห็นในเรื่องสุดท้ายที่จะสรุปให้ท่านประธาน แล้วก็พี่น้องประชาชน ได้รับทราบ ก็คือเราอยากเห็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษาการแก้ไขปัญหาสายไฟฟ้า สายสัญญาณ การจัดระเบียบการเอาลงดินนั้น อยากเห็นการบูรณาการทุกหน่วยงาน คล้าย ๆ กับที่ผมได้ไปนั่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้ มีการทำงบประมาณแบบบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นบูรณาการในเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) การบูรณาการในแผนพัฒนาน้ำ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกรม หลายกระทรวง ก็มาทำการบูรณาการ ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ก็คงจะต้องมีการเห็น การทำงานแบบบูรณาการของหน่วยงานถึง ๑๑ หน่วยงาน ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องของงทั้งบประมาณด้วย เป็นแผนบูรณาการ แล้วก็เรื่องการประสานจัดการงาน ที่เกี่ยวข้อง เราก็จะได้เห็นเมื่อคณะกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วส่งให้รัฐบาลดำเนินการ เราจะได้ เห็นมิติใหม่ว่าประเทศไทยของเรานั้นมีสายไฟ สายสัญญาณที่เป็นระเบียบ แล้วก็เอาลงดิน แล้วบางส่วนที่ไม่สามารถเอาลงดินได้ ก็สามารถจัดให้เป็นระเบียบ เป็นที่ปลอดภัยกับพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ทำให้บ้านเมืองของเราสวยงาม ก็จะเป็นมิติใหม่ของประเทศไทยในลำดับ ต่อไป ก็ขอให้สภาของเราได้มีมติในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ แล้วให้ รัฐบาลได้ดำเนินการจัดระเบียบในเรื่องของสายไฟ สายสัญญาณ ในการเอาลงดิน แล้วก็ จัดระเบียบให้เป็นระเบียบเรียบร้อยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอฉบับอื่นไม่ใช้สิทธินะครับ ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุม เพราะเนื่องจากญัตติ ทั้ง ๔ ฉบับ ผู้เสนอทั้ง ๔ ฉบับ เสนอมาเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า มีท่านใดคัดค้านไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดคัดค้าน ผมจะขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ โดยถามที่ประชุมอีกครั้งนะครับว่า มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ คือเห็นต่างกับการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ หรือพูดง่าย ๆ ไม่เห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาเรื่องการจัด ระเบียบสายไฟฟ้านะครับ ตามที่ผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ฉบับเสนอมา ขอจำนวนคณะกรรมาธิการ เสนอครับ จะใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญกี่ท่านครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ ขอเรียนเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านนะครับ รัฐบาลจะใช้สิทธิตั้งไหมครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ใช้ครับท่านครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา กระผมได้รับมอบหมายจากทางคณะรัฐมนตรีนะครับ ให้เสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ ท่านที่ ๑ นายธนู งาเนียม ท่านที่ ๒ นายภาสกร เงินเจริญกุล ท่านที่ ๓ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่านที่ ๔ นายภิญโญ นิโรจน์ ท่านที่ ๕ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รัฐบาลเสนอมา ๕ ท่าน ดังนั้นคณะกรรมาธิการที่ประชุมอนุมัติ ๒๕ ท่าน จะเหลือแค่ ๒๐ ท่าน เป็นสัดส่วนของพรรคการเมือง ของพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน เชิญเสนอเลยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาระเบียบสายไฟฟ้า สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านครับ ๑. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๒. นางผ่องศรี แซ่จึง ๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๕. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๖. นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๕ ท่านนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้าในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๓. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๔. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช และ ๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีรายชื่อ ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองตวยเจ้า🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

ขอขอบคุณเจ้า🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบครับ พรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน ๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ๒. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบางโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอคณะกรรมาธิการ ๒ ท่านในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสัญญาณ จำนวน ๒ ท่านครับ ท่านที่ ๑ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ท่านที่ ๒ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง มีครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อบุคคลที่จะ เป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ นายจิตเทพ สะสมทรัพย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ลงใต้ดินทั่วประเทศ ขอเสนอ นายธิติพัทธ์ นรวิทย์โชติกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อ ๒๕ ท่านอีกครั้งครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการศึกษาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นายธนู งาเนียม ๒. นายภาสกร เงินเจริญกุล ๓. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๔. นายภิญโญ นิโรจน์ ๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๖. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๗. นางผ่องศรี แซ่จึง ๘. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๙. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๑๐. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๑. นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ๑๒. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๑๓. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๔. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๑๕. นายประทวน สุทธิอำนวย เดช ๑๖. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๑๗. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๑๘. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๑๙. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๒๐. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ๒๑. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ๒๒. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๒๓. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๒๔. นายจิตเทพ สะสมทรัพย์ และ ๒๕. นายธิติพัทธ์ นรวิทย์โชติกุล🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านถูกต้องนะครับ ไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ ขอเสนอระยะเวลา จะใช้เวลากี่วันให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบนะครับ ท่านสมาชิกให้กำหนดระยะเวลาคณะกรรมาธิการเสนอกลับมาภายใน ๙๐ วัน ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่า ที่ประชุมอนุมัติให้ใช้เวลา ๙๐ วันในการพิจารณาศึกษา จบวาระที่ ๕.๑ ขออีกเรื่องนะครับ🔗

๕.๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาเส้นและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน (นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และคณะ เป็นผู้เสนอ) แต่เนื่องจากมีญัตติที่คล้ายคลึงกัน ทำนองเดียวกัน เป็นเรื่องเดียวกันเกี่ยวกับ เรื่องใบยาสูบ (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้เสนอ) (นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เป็นผู้เสนอ) (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้เสนอ) ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน คล้ายคลึงกัน เป็นเรื่องใบยาสูบ ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเหมือนกัน ขออนุญาตที่ประชุมนำมาพิจารณารวมกันเลยนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องผมขอ ดำเนินการต่อไปครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ เจ้าหน้าที่แจกเอกสารด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๕.๒ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาเส้นและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น เพื่อนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน (นายกรณ์ จาติกวณิช และนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญ เจ้าของญัตติ ท่านศิริวรรณครับ เชิญครับ เสนอครับ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ได้ร่วมกับท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้เสนอญัตติด่วนตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งในขณะนั้นชาวไร่ยาสูบทั้งผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก ผู้ทำยาเส้นเดือดร้อน ได้นำมายื่นหนังสือ ต่อท่านประธานเพื่อให้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสุชาติที่ให้โอกาสนำญัตติด่วนเข้าสภาในวันนี้ด้วยนะคะ ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ผู้เพาะปลูกยาสูบยาเส้นและผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไข อย่างเป็นระบบและยั่งยืน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเกษตรกร ผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้นทั่วประเทศมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งยาสูบ หรือยาเส้นเป็นพืชเศรษฐกิจหลักและทำรายได้ให้กับประชาชนที่เพาะปลูกยาเส้น โดยเฉพาะ เพาะปลูกยาสูบหรือยาเส้นเป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมเป็นอาชีพที่ทำให้เกษตรกร เลี้ยงตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ แต่ข้อเท็จจริง ในปัจจุบันได้เกิดปัญหากับพี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิต การจำหน่ายและราคายาสูบ รวมไปถึงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม กับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูก ยาสูบยาเส้นอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ควรที่จะต้องมีการพิจารณาศึกษาอย่างเป็นระบบ🔗

ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบยาเส้น และผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ขอแสดงความนับถือ กรณ์ จาติกวณิช ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมในเรื่องของ ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ ผู้ผลิตใบยาเส้น จากญัตติที่ได้เสนอต่อ ท่านประธานค่ะ ใบยาสูบเป็นพืชที่ทำรายได้ให้กับประเทศเรามาหลาย ๑๐ ปี เกษตรกร ยาสูบมีมากกว่า ๓,๐๐๐ ครอบครัว ถ้ารวมถึงผู้ที่มีรายได้จากธุรกิจยาสูบจะมีผู้เดือดร้อน เป็นหลายแสนคนค่ะท่านประธาน คนเก็บใบยา คนคัดใบยา คนบ่มใบยา แรงงานที่อยู่ใน วงการยาสูบ มีการปลูกยาสูบทั่วทุกภูมิภาค มียาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย (Virginia) เบอร์เลย์ (Burley) แล้วก็เตอร์กิซ (Turkish) แต่ละชนิดยาสูบเกษตรกรผลิตใบยาสูบให้กับโรงงาน ยาสูบ หรือการยาสูบ กระทรวงการคลัง ในปัจจุบันทั้งสิ้นค่ะ ซึ่งเป็นการผูกขาดโดยการ ยาสูบให้โควตาการผลิตใบยาแต่ละชนิดกับเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ในอดีตผู้บริหารของโรงงาน ยาสูบมีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ ทั้งการผลิตบุหรี่ ขายบุหรี่ ก็สามารถทำให้เกษตรกร มีรายได้จากโควตาการปลูกใบยาที่รัฐบาล ที่โรงงานยาสูบมอบให้ แต่ ๒-๓ ปีมานี้อาจจะ ด้วยการบริหารงานของโรงงานยาสูบ หรือการที่กรมสรรพสามิตขึ้นราคาบุหรี่ ขึ้นราคาภาษี บุหรี่ค่ะ จึงทำให้ชาวไร่ยาสูบเดือดร้อน ทั้งถูกลดโควตาการปลูก การบ่มใบยา ไม่ว่าจะเป็น บ่มใบยาโดยใช้เตาบ่มแบบประหยัดพลังงาน แบบใช้ไฟฟ้า แบบใช้น้ำมัน ใช้ฟืน บ่มแบบธรรมชาติ หรือการขึ้นภาษีสรรพสามิตค่ะ ทำให้บุหรี่ต่างประเทศเข้ามาตีตลาดในประเทศเรา บุหรี่ไทยเราจึงขายสู้บุหรี่นอกไม่ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกรองทิพย์ สายฝน สู้มาร์ลโบโร (Marlboro) ไม่ได้เลยค่ะท่านประธาน ทำให้การยาสูบผลิตบุหรี่ลดลง เป็นเหตุให้การยาสูบ ต้องมาลดโควตาการปลูกใบยา ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบเดือดร้อนค่ะ ดิฉันจึงขอ กราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาชาวไร่ยาสูบอย่างเป็นระบบ ทุกวันนี้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนจริง ๆ ชาวไร่ยาสูบโดยสมาคมชาวไร่ยาสูบ ทุกจังหวัดได้รวมตัวกันเป็นภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบทั้งประเทศ ได้ไปร้องเรียน ได้ไป ขอความช่วยเหลือทุกระทรวง ทุกรัฐมนตรีที่ชาวไร่คาดหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาค่ะท่านประธาน ดิฉันต้องเรียนท่านประธานว่าชาวไร่ยาสูบเปรียบเสมือนลูกของโรงงานยาสูบ หรือการยาสูบ แห่งประเทศไทยในขณะนี้ค่ะ ชาวไร่ยาสูบมีหน้าที่ปลูกใบยาสูบตามโควตาที่ได้รับมอบหมาย จากการยาสูบ ทั้งปลูก ทั้งบ่ม และอบส่งให้กับโรงงานยาสูบ เพื่อจะนำไปผลิตบุหรี่จำหน่าย นำรายได้มาพัฒนาประเทศและยังมีส่วนจัดสรรเงินนำส่งรัฐ เพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. องค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กองทุน ผู้สูงอายุ ทั้งหมดทิ้งสิ้นนี้ไม่ทราบว่ากี่ล้านบาทนะคะ เพราะฉะนั้นทั้งรัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ได้รับอานิสงส์จากชาวไร่ยาสูบทั้งสิ้น วันนี้ชาวไร่ยาสูบ ผู้ปลูกใบยาสูบ ผู้บ่มใบยาสูบ เดือดร้อนค่ะ เดือดร้อนไม่ทราบว่าจากการบริหารงานของการยาสูบแห่งประเทศไทย หรือจากการที่รัฐบาลขึ้นภาษีชาวไร่ยาสูบ ขณะนี้ชาวไร่ยาสูบขอร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเรา ท่านประธานสภา ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวไร่ยาสูบอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การยาสูบแห่งประเทศไทยควรเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อสร้างความยั่งยืน ให้กับอุตสาหกรรมยาสูบไทย โดยเร่งแสวงหาตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อลด การขาดดุลการค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะขณะนี้การยาสูบแห่งประเทศไทย ค่ะท่านประธาน สร้างโรงงานผลิตบุหรี่แห่งใหม่ในเขตอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่กว่า ๒๒๐ ไร่ และลงทุนเครื่องจักรใหม่มีมูลค่าเกือบหมื่นล้าน บาท การยาสูบยิ่งต้องเพิ่มการผลิตขยายตลาดบุหรี่ พัฒนาชาวไร่ยาสูบ สร้างความเข้มแข็ง ให้กับชาวไร่ค่ะ การยาสูบต้องรักษาและไม่ทอดทิ้งชาวไร่ยาสูบที่ถือได้ว่าเป็นหลักในการทำ ให้โรงงานยาสูบเติบโตมาจนทุกวันนี้ ถ้าการยาสูบไม่ช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบโรงงานผลิตบุหรี่ จะอยู่ได้อย่างไร กรมสรรพสามิตก็ต้องดูแลชาวไร่ยาสูบที่ผลิตยาเส้นค่ะ ที่เขาเอาใบยาสูบ มาซอยเป็นยาเส้น เขาทำกิจการในครอบครัวโดยเก็บใบยามาซอยเป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่อง มาหลายชั่วอายุคน กรมสรรพสามิตค่ะ อย่าไปรบกวนคนจน โดยไปจับหรือไปขู่ปรับภาษี และสร้างความเดือดร้อนให้เขาอีกเลย ท่านประธานคะ ความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบ ที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยทันทีในขณะนี้ ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการยาสูบ แห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง รัฐบาล กรมสรรพสามิต ต้องจ่ายเงินชดเชยหรือเยียวยา จากการปรับลดโควตาในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาโดยเร็ว เพราะกำลังจะถึงฤดูผลิต ในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ อีกแล้ว จำนวนเงินที่จะต้องชดเชยในโควตาที่ตัดเขาไปประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ซึ่งน้อยมากค่ะ เมื่อเทียบกับการที่การยาสูบจ่ายโบนัสให้กับพนักงานของ การยาสูบเอง ขณะนี้พืชหลายชนิดประสบปัญหาโควิด (COVID) ก็ตาม ประสบปัญหา เศรษฐกิจก็ตาม รัฐบาลก็ได้ช่วยเหลือไปครบทุกพืชค่ะ ยังเหลือยาสูบนี่ค่ะ ยังไม่ได้ดูแล ยังไม่ได้ช่วยเหลือเขาอีกเลย🔗

อันที่ ๒ ต้องยกเลิกหรือชะลอการขึ้นภาษี พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่ออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ด้วยค่ะ🔗

อันที่ ๓ ท่านประธานคะ ที่มีข่าวว่าการยาสูบจะปรับเปลี่ยนให้ชาวไร่ไปปลูก กัญชงหรือกัญชา ดิฉันขอความกรุณาค่ะว่าขอให้การยาสูบได้เชิญตัวแทนชาวไร่ยาสูบเข้าร่วม หารือ และศึกษาความเป็นไปได้เพื่อให้ชาวไร่ยาสูบเขาสามารถปรับตัวเพื่อที่จะทำกิจการ หรือทำพืชตัวใหม่ที่โรงงานยาสูบอย่าให้เขาทำ เพราะอย่างไรก็ตามเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ เหมือนลูกของโรงงานยาสูบ โรงงานยาสูบต้องรับผิดชอบชีวิตพวกเขา แล้วก็ในครอบครัว ทั้งหมดทั้งสินเขาด้วยค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ในการที่จะแก้ปัญหาชาวไร่ยาสูบขอให้ท่านประธาน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบ และผู้ประกอบกิจการยาเส้นค่ะ และเราจะได้ช่วยเหลือโรงงานยาสูบหรือการยาสูบได้ทำ กิจการที่ได้ภาษีมาพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ญัตติต่อไปครับ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเพื่อจำหน่ายใบยาสูบ และเพื่อการนำไปสู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเพื่อจำหน่าย ใบยาสูบ และเพื่อการนำไปสู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ยาสูบ เป็นพืชเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชที่เป็นวัตถุดิบหลักในการที่จะผลิตบุหรี่ และเป็นพืช ที่เติบโตง่ายในสภาพภูมิอากาศของประเทศ และภูมิอากาศที่หลากหลาย จึงเป็นพืช ที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนมาอย่างยาวนาน ต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบกลับได้รับความกระทบจากการผลิต ลดปริมาณลง เพื่อในการรับซื้อยาสูบ เนื่องจากแนวโน้มในการสูบบุหรี่ของคนในประเทศลดลง อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการปรับอัตราภาษียาสูบตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่งผลในการยาสูบแห่งประเทศไทย ต้องปรับลดโดยการรับซื้อใบยาสูบ จากเกษตรกร ทำให้ผู้ปลูกยาสูบซึ่งมีอยู่จำนวนมากต้องได้รับความเดือดร้อนจากการที่มี รายได้ลดลงและไม่เพียงพอต่อการยังชีพ อีกทั้งต้องแบกรับภาระหนี้สินอีกจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้วเกษตรกรดังกล่าวยังต้องอาศัยการปลูกยาสูบเป็นอาชีพหลักเพื่อหาเลี้ยงชีพ ตนเองและครอบครัวต่อไปในอนาคตอีกด้วย ดังนั้นหากภาครัฐมีแนวทางในการช่วย แก้ปัญหาดังกล่าวจะส่งเสริมให้การปลูกยาสูบสามารถเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบได้อย่างยั่งยืน ก็จะทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้มีรายได้ที่มั่นคงต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาในเรื่องนี้หาแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเพื่อจำหน่วย ใบยาสูบและเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดดังต่อไปนี้ท่านประธานครับ🔗

ท่านประธานครับ เนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกยาสูบมันเหมือนมีเป็นกรรม เกษตรกรกลุ่มนี้เรื่องยาสูบไม่มีในบทบัญญัติหรือไม่มีในโครงการที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์สนับสนุนแต่อย่างใด แต่ที่สำคัญกระทรวงการคลังซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บภาษี กลับเก็บภาษีแบบเอาเป็นเอาตายครับท่านประธานครับ สำหรับสกลนครเองท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่า สกลนครมีพื้นที่การปลูกยาสูบเป็นจำนวนมากในอำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอพรรณานิคม กุสุมาลย์ แม้จะมีพื้นที่การปลูกไม่มากเมื่อเทียบกับการปลูกทั้งประเทศ ในการสำรวจของเกษตรจังหวัดสกลนครปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ระบุข้อมูลพื้นฐานการผลิต ยาสูบ ๓ ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๑ มีพื้นที่ปลูกยาสูบเฉลี่ยลดลง ๓๓๓ ไร่ต่อปี ได้ผลผลิตเฉลี่ยปีละ ๓๕๐ ถึงปีละ ๔๐๐ กิโลกรัม คือประมาณปีละ ๘๕ ตันท่านประธาน ดังนั้นทั้งประเทศซึ่งมีการปลูกยาสูบอยู่ในอัตราเฉลี่ย ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ผลผลิตก็ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ตัน ราคาโดยทั่วไปก็ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ ๖ บาท ทำให้ชาวไร่ซึ่งมีรายได้ที่สามารถ เลี้ยงลูกหลานได้ลดลง ดังนั้นตัวแทนเกษตร ตัวแทนชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นสมาคมท่านประธาน ก็เข้าพบผมที่สำนักงานที่สกลนคร ก็บอกว่าพูดคุยกันเป็นที่เข้าใจว่าตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา ภาษีมีแต่ขึ้นท่านประธาน คำตอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ถามกระทู้ในห้องแยกท่านประธาน ชาวไร่ก็ไม่มีความหวังวันนี้ไม่มีความหวังเพราะท่านก็ บอกว่าจะชดเชยให้ จะชดเชยให้ภายในโควตาสิ้นปี ๒๕๖๓ แต่ชาวไร่ยาสูบของกระผม ซึ่งเป็นตัวแทนจึงต้องฝากผมมาบอกท่านประธานว่ามันถึงมีญัตตินี้ขึ้นมา ในระหว่างที่ กระทรวงการคลังซึ่งขอเลื่อนการขึ้นภาษีเป็นปีต่อปี ชาวไร่บอกไม่รู้จะกำหนดชะตากรรม ชีวิตอย่างไร จึงมาขอให้ท่านประธานสภาและสภาแห่งนี้ว่าการเลื่อนการขึ้นภาษีนี่ขอเลื่อนไป อีก ๒ ปี เพราะเรื่องการปลูกพืชทดแทนวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังไม่มีคำตอบ ยังไม่มีอะไรที่แน่นอน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ในภาวะที่เศรษฐกิจที่ยังไม่ดีแบบนี้การขึ้นภาษี จะยิ่งทำให้บุหรี่เถื่อนทะลักเข้ามาในเมืองไทยและเขาขายในราคาที่ถูกกว่าบุหรี่ไทย ท่านประธาน ดังนั้นผมจึงคิดว่าต้องเสนอญัตตินี้เพื่อให้รัฐบาลนำเข้าไปปรับปรุงว่า หากรัฐบาลจะขึ้นภาษีจริง ๆ เกษตรกรชาวไร่ยาสูบก็บอกว่าถ้าจะขึ้นก็ขอให้เลื่อนไปก่อน ให้เศรษฐกิจทรงตัว ให้เศรษฐกิจที่ดีกว่านี้ค่อยขึ้น ที่สำคัญคือเท่าที่โครงสร้างของภาษีจะขึ้น ครั้งเดียวแบบมหาศาลเลย เพราะฉะนั้นบุหรี่ไปไม่ได้บุหรี่ไทย เพราะฉะนั้นการซื้อบุหรี่ ซื้อตัวยา ใบยามันถึงอยู฽ไม฽ได฾ครับท฽านประธาน เพราะฉะนั้นผมก็บอกว฽าถ฾าจะขึ้นจริง ๆ ก็บอกขอให฾ขึ้นละน฾อย ๆ และให฾หาวิธีการส฽งเสริมให฾มีพืชทดแทนซึ่งวันนี้ยังไม฽มีท฽านประธาน อีกนิดหนึ่งท฽านประธานครับ แต฽พอเกิดวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ท฽านนายกรัฐมนตรี บอกว฽าจะสั่งชะลอการชดเชยเงินโควตายาสูบสําหรับกลุ฽มเกษตรกรผู฾ปลูกยา ซึ่งเดิมทีเดียว นายกรัฐมนตรี ท฽าน พลเอก ประยุทธแ จันทรแโอชา บอกว฽าจะชดเชยให฾ ๑๖๐ ล฾านบาทต฽อปี ทั้งหมดเกษตรกรทั้งหมดทั้งประเทศ แต฽วันนี้บอกให฾ชะลอไปก฽อน พอบอกชะลอนี่คือ ความเดือดร฾อนของพี่น฾องเกษตรกรครับท฽านประธาน ดังนั้นผมจึงมีความจําเป็นจึงต฾องมา บอกท฽านประธานว฽าเงินชดเชยโควตารับซื้อใบยาสูบในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ โดยระบุว฽า นายกรัฐมนตรีชะลอจ฽ายเงินไว฾ก฽อน เนื่องจากภาครัฐมีโครงการที่จะช฽วยเหลือเกษตรกร ที่ได฾รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ก็เกษตรกรอื่นได฾รับการช฽วยเหลือ แต฽เกษตรกร ซึ่งปลูกใบยาสูบ บ฾านผมนี่ปลูกเป็นอาชีพ ปลูกเป็นชีวิตจิตใจ ๓๐๐ กว฽าไร฽ ประชากรที่อยู฽ใน ๔-๕ อําเภอผม ไม฽ว฽าสว฽างแดนดินหลายที่ผมอ฽านมาเมื่อสักครู฽นี่ ต฾องขอกราบเรียนประธาน ว฽าเขามีชีวิตเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูก อันนี้คือปัญหาต฾องฝากว฽าผมอ฽านดูในรายงานของ กระทรวงพาณิชยแ อ฽านดูในรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณแ เกษตรกรกลุ฽มอื่นได฾รับ การช฽วยเหลือ ๓,๔๐๐ ล฾านบาทบ฾าง แบบสวนลําไย แต฽ปรากฏว฽าในส฽วนของใบยาสูบบอกว฽า ช฽วยเหลือทั่วประเทศแค฽ ๑๕,๐๐๐ ครอบครัว แล฾วเป็นเงินแค฽ ๑๖๐ ล฾านบาท เขาจึงถามว฽า ทําไมเขาก็เป็นประชากร เขาก็เป็นคนไทยที่ทําอาชีพอย฽างสุจริต ทําไมให฾ความเหลื่อมล้ํา ของเขา นี่คือประเด็นซึ่งผมต฾องกราบเรียนเป็นเบื้องต฾นก฽อน ขอบคุณมากท฽านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู฾แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต฽อไป ญัตติ เรื่อง ขอให฾สภาผู฾แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ซิกาแรตต฽อเกษตรกรผู฾ปลูกยาสูบ และอุตสาหกรรมยาสูบของประเทศไทย (นางสาวณธีภัสรแ กุลเศรษฐสิทธิ์ เป็นผู฾เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นางสาวณธีภัสรแ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม นางสาวณธีภัสรแ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู฾แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก฾าวไกล ท฽านประธานครับ ผมได฾ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให฾สภาผู฾แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต บุหรี่ซิกาแรตต฽อเกษตรกรผู฾ปลูกยาสูบและอุตสาหกรรมยาสูบของประเทศไทย🔗

สืบเนื่องมาจากเกษตรกรผู฾ปลูกยาสูบและอุตสาหกรรมยาสูบของประเทศไทย ได฾รับผลกระทบจากการที่ประเทศไทยใช฾นโยบายการเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบ เพื่อควบคุมอัตราการสูบบุหรี่ และมีเปูาหมายในการลดจํานวนผู฾สูบบุหรี่ลง ในช฽วง ต฾นปี ๒๕๖๐ ได฾มีการประกาศใช฾พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลบังคับใช฾ ในวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ และกระทรวงการคลังได฾ออกกฎกระทรวงกําหนดพิกัด อัตราภาษีสรรพาสามิต ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสําหรับ ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต โดยเก็บจากทั้งตามปริมาณและตามมูลค฽าภาษีตามปริมาณนั้น เก็บในอัตรา ๑ บาท ๒๐ สตางคแต฽อมวล ส฽วนภาษีที่เก็บตามมูลค฽า แบ฽งออกเป็น ๒ อัตรา คือ บุหรี่ซิกาแรตที่มีราคาขายปลีกแนะนําไม฽เกินซองละ ๖๐ บาท เก็บภาษีในอัตราร฾อยละ ๒๐ ของมูลค฽า และบุหรี่ซิกาแรตที่มีราคาขายปลีกแนะนําเกินซองละ ๖๐ บาท เก็บในอัตรา ร฾อยละ ๔๐ ของมูลค฽า เป็นเงื่อนไขให฾บุหรี่ต฽างประเทศบางยี่ห฾อใช฾กลยุทธแทางการตลาด เข฾าแข฽งขันทางด฾านราคา โดยลดราคาขายปลีกและนําลงมาไม฽เกินซองละ ๖๐ บาท ส฽งผลให฾ เกิดการเปลี่ยนแปลงอย฽างรุนแรงกับบุหรี่ในประเทศไทย การยาสูบแห฽งประเทศไทย มีเสียส฽วนแบ฽งของตลาดบุหรี่ภายในประเทศไปเป็นจํานวนมาก แสดงให฾เห็นได฾จากกําไรสุทธิ ในปี ๒๕๖๐ มี ๙,๓๔๓.๓๓ ล฾านบาท ลดลงเหลือเพียง ๘๔๓.๑ ล฾านบาท ในปี ๒๕๖๑ และ ๕๑๓.๓๕ ล฾านบาท ในปี ๒๕๖๒ ยอดขายที่ลดลงอย฽างมากและรวดเร็ว ทําให฾การยาสูบ แห฽งประเทศไทยปรับลดโควตารับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรในฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ลงร฾อยละ ๔๓ จากโควตาการรับซื้อใบยาสูบ ของปีก฽อนทําให฾ชาวไร฽ยาสูบประสบความเดือดร฾อนอย฽างหนักจากการขาดรายได฾ที่เคยมี อีกทั้งอุตสาหกรรมยาสูบของไทยจําเป็นต฾องปรับตัวอย฽างเร฽งด฽วน แต฽จนกระทั่งบัดนี้ยังไม฽มี ทางออกที่ยั่งยืนสําหรับปัญหาดังกล฽าว ดังนั้นวันนี้ผมจึงขอเสนอญัตติดังกล฽าวมาเพื่อให฾ สภาผู฾แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาผลกระทบจาก การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ซิกาแรตต฽อเกษตรกรผู฾ปลูกยาสูบและอุตสาหกรรมยาสูบ ของประเทศไทย ตามข฾อบังคับการประชุมสภาผู฾แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข฾อ ๔๙ ส฽วนเหตุผล ผมจะได฾ชี้แจงต฽อไปครับ🔗

ท฽านประธานครับ เหตุที่ผมต฾องขอให฾เสนอญัตติเพื่อให฾ตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาเรื่องนี้นั้น เป็นเพราะว฽ารัฐบาลกําลังดําเนินนโยบายภาษีที่ไม฽รัดกุม ส฽งผลให฾ประเทศนั้น สูญเสียรายได฾เป็นจํานวนมาก และกระทบถึงชาวไร฽ชาวสูบที่กําลังจะอดตายเพราะนโยบาย ที่ไม฽รัดกุมและไม฽ใส฽ใจของรัฐบาลครับ ท฽านประธานครับ ตั้งแต฽พระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และกฎกระทรวงฉบับต฽าง ๆ มีผลบังคับใช฾ตั้งแต฽วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ จนถึงปัจจุบัน ได฾ก฽อให฾เกิดมีการเปลี่ยนแปลงอย฽างรวดเร็ว รุนแรงต฽อตลาดบุหรี่ ในประเทศไทย ส฽งผลกระทบทางลบอย฽างชัดเจน ในขณะที่ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง กลับไม฽เกิดขึ้นจริง ท฽านประธานครับ ด฾วยเจตนารมณแเริ่มแรกของกรมสรรพสามิตในการปฏิรูป โครงสร฾างภาษีใหม฽ให฾มีความทันสมัย โปร฽งใส เป็นสากล โดยมีวัตถุประสงคแเพื่อให฾บุหรี่ มีราคาสูงขึ้น และทําให฾สามารถลดการบริโภคยาสูบของประชาชนในประเทศ และคาดว฽า จะสามารถจัดเก็บภาษีสรรพสามิตได฾สูงขึ้น จึงมีวิธีการเก็บภาษีแบบใหม฽ โดยกําหนดให฾เก็บ จากทั้งตามปริมาณและมูลค฽า โดยตามปริมาณ เก็บมวนละ ๑ บาท ๒๐ สตางคแ แต฽ปัญหา มาอยู฽ที่การเก็บภาษีตามมูลค฽าครับท฽านประธาน เพราะไปเก็บเป็น ๒ อัตรา แทนที่จะเก็บ เป็นอัตราเดียวตามหลักสากลตั้งแต฽แรก ท฽านประธานครับ การเก็บภาษีตามมูลค฽า เป็น ๒ อัตรานั้น ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ กําหนดให฾เก็บตามมูลค฽าร฾อยละ ๒๐ สําหรับบุหรี่ ที่มีราคาขายปลีก ราคาขายปลีกแนะนําไม฽เกินซองละ ๖๐ บาท และเก็บภาษีร฾อยละ ๔๐ สําหรับบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนําเกินซองละ ๖๐ บาท ผลกระทบจากการปรับโครงสร฾างภาษี ทําให฾บุหรี่แพงขึ้นอย฽างก฾าวกระโดด กดดันให฾ผู฾บริโภคหันไปหาสินค฾าทดแทนที่มีราคาต่ํากว฽า เช่น ยาเส้น หรือบุหรี่เถื่อน และเงื่อนไขที่ทำให้บุหรี่กลุ่มตลาดระดับล่างมีภาระภาษี ที่น้อยกว่า ประกอบกับความไม่รัดกุมของข้อกฎหมาย จึงทำให้บุหรี่ต่างชาติใช้วิธีการกำหนด ราคาเพื่อแข่งขันในตลาดอย่างรุนแรง เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของกลุ่มบุหรี่ ตลาดล่าง ซึ่งเดิมทีเคยเป็นของการยาสูบแห่งประเทศไทย ด้วยการประกาศลดราคาขายปลีก แนะนำ จากเดิมที่สูงกว่า ๖๐ บาท ลงมาที่ราคา ๖๐ บาท ตัวอย่าง เช่น มีบุหรี่ต่างชาติ ตราหนึ่งปรับลดราคาขายปลีกเหลือซองละ ๖๐ บาท จากเดิมที่เคยขายอยู่ ๙๘ บาท เพื่อให้ จ่ายภาษีในอัตราร้อยละ ๒๐ ทำให้จากการที่เคยเสียภาษีอยู่ซองละ ๕๕ บาท ๕๑ สตางค์ เหลือจ่ายภาษีเพียง ๓๕ บาท ๒๑ สตางค์ ทำให้เราเก็บภาษีจากบุหรี่ต่างชาติตรานี้ลดลงถึง ซองละ ๒๐ บาท ๓๐ สตางค์ หรือเก็บภาษีได้ลดลงถึง ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ การดำเนินนโยบายที่ไม่รัดกุมนี้ทำให้เกิดการเลื่อนไหล ทั้งจากฝั่งผู้ผลิตและฝั่งผู้บริโภคครับ เป็นการเลื่อนไหลที่เกิดจากกฎเกณฑ์ที่รัฐกำหนดเอง แต่ไปเข้าทางของถูก ของเถื่อน และของต่างชาติครับ กล่าวคือมีการลักลอบขายและบริโภคบุหรี่เถื่อนมากขึ้น และบุหรี่ต่างชาติ ช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดไปเป็นจำนวนมาก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

โดยจากปี ๒๕๖๐ บุหรี่ต่างชาติครองตลาดเพียง ๒๐.๙๔ เปอร์เซ็นต์ จนถึงปี ๒๕๖๒ สามารถครองตลาดได้ ๔๑.๗๖ เปอร์เซ็นต์ มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นถึง ๙๙.๔๓ เปอร์เซ็นต์ ส่วนบุหรี่ไทย ของการยาสูบแห่งประเทศไทยจากที่ปี ๒๕๖๐ สามารถครองตลาดได้ถึง ๗๙.๐๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ในปี ๒๕๖๒ เหลือส่วนแบ่งการตลาดเพียง ๕๘.๒๔ เปอร์เซ็นต์ เสียส่วนแบ่งการตลาดไป ๒๖.๓๓ เปอร์เซ็นต์จากที่เคยครองตลาดเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาโดยตลอดครับ และกำไร ของการยาสูบแห่งประเทศไทยหดหายไปอย่างน่าใจหายครับ จากที่เคยได้ ๙,๓๔๓.๓๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๐ เหลือเพียง ๘๔๓.๖๑ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ หรือลดลงถึง ๙๑ เปอร์เซ็นต์ และตกลงอย่างต่อเนื่องครับ เหลือเพียง ๕๑๓.๓๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ หรือลดลงคิดเป็น ๙๕ เปอร์เซ็นต์ จากปี ๒๕๖๐ ถ้าเป็นการทำธุรกิจแบบนี้ก็เรียกว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย เจ๊งนั่นเองครับ ท่านประธานครับ ในขณะที่ยอดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบมีแนวโน้มลดลง แต่จำนวนผู้สูบบุหรี่ของประเทศไทยไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสัดส่วนที่ ๑๙-๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๑ ล้านคนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จากกราฟแสดงให้เห็นว่า จากการดำเนินนโยบายภาษีดังกล่าว แนวโน้มจำนวนผู้สูบบุหรี่ไม่สอดคล้องกับปริมาณตลาด ที่ลดลง ทำให้คาดการณ์ได้ว่าผู้บริโภคหันไปซื้อบุหรี่ผิดกฎหมายจำนวนมากขึ้นครับ ดังนั้น เจตนารมณ์ที่คิดว่าจะดี แต่ไปใช้วิธีที่ผิด คือไม่คิดอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลกระทบ อย่างรอบด้าน จึงบังเกิดผลเป็นการลบล้างเจตนารมณ์ท่านประธานครับ เมื่อยอดขายบุหรี่ไทย หดหายไปเป็นจำนวนมาก ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงที่ถูกลืมก็คือเกษตรกรไทยชาวไร่ยาสูบครับ ถึงปัจจุบันนี้ชาวไร่ยาสูบได้ถูกลดโควตารับซื้อใบยาสูบลงประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มา ๓ ฤดูการผลิตแล้ว โครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบในฤดูการผลิต ๒๕๖๑/๒๕๖๒ จำนวน ๑๓๓ ล้านบาท สำหรับเกษตรกร ๑๕,๐๐๐ ราย เป็นเพียง การประทังความเดือดร้อนชั่วคราวที่ไม่พอเพียงครับ แล้วการชดเชยให้ชาวไร่ยาสูบ อันน้อยนิดนี้หลายรายก็ยังไม่ได้รับครับ ถึงแม้ว่าจะได้มีการรวมกลุ่มของภาคีชาวไร่ยาสูบ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยรายได้ที่หายไปนาน ๓ ปี กลับไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง และยัดเยียดให้ชาวไร่หันมาปลูกพืชทดแทน ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด หรือมันสำปะหลังโดยเกษตรกรไม่ได้มีความรู้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับเกษตรกรรมนั้นครับ แล้วไม่ตอบโจทย์ผลกำไรเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกยาสูบ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ต่อไป อนาคตของอุตสาหกรรมยาสูบไทยและชาวไร่ยาสูบจะเป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงบอกแล้วว่าผลงานทางด้านสุขภาพก็ไม่เข้าเป้า บุหรี่ต่างชาติครองตลาดเพิ่มขึ้น บุหรี่เถื่อนก็เกลื่อนเมือง ภาษีที่เก็บได้ก็มีแนวโน้มลดลง แถมอนาคตของชาวไร่ยาสูบก็มา สุ่มเสี่ยง นี่คือผลกระทบของนโยบายภาษียาสูบที่ประเทศไทยใช้มาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๐ ครับ การปรับขึ้นภาษียาสูบในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นการปรับขึ้นในคราวเดียวที่สูงมาก บุหรี่ส่วนใหญ่ปรับขึ้นราคา เมื่อการปรับขึ้นราคาบุหรี่สูงเกินกว่าการเจริญเติบโตของรายได้ มากเกินไป จึงกดดันและสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันไปหาสินค้าทดแทนที่ถูกกว่า และสามารถหาได้โดยง่าย ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย อีกทั้งความเหลื่อมล้ำจาก การเก็บภาษี ๒ อัตรา ทำให้ผู้ผลิตหันมาแข่งขันกันในตลาดบุหรี่ระดับล่างเพิ่มขึ้น เพื่อให้อยู่ในฐานภาษีที่เก็บในอัตราที่ต่ำกว่า ท่านประธานครับ และกำหนดการใช้อัตราภาษี ตามมูลค่าเป็นอัตราเดียวที่ร้อยละ ๔๐ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่จะมาถึงนี้ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ ก็คาดการณ์ได้ว่าจะยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบ ให้หนักเข้าไปอีกครับ ท่ามกลางความขัดแย้งและข้อเสนอของฝ่ายต่าง ๆ เราควรจะปรับ โครงสร้างภาษียาสูบอย่างไรให้เหมาะสมกับประเทศไทย นโยบายภาษียาสูบของไทย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนและสภาแห่งนี้ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปมี บทบาท และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ จากที่ผมได้กล่าว มาทั้งหมด เห็นได้ชัดว่านโยบายภาษียาสูบของประเทศไทยนั้นไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับ ประสบการณ์ของต่างประเทศและแนวทางสากล หลักการที่ควรจะเป็นก็คือเราไม่ควรใช้ นโยบายภาษีแบบแข็งกร้าวเพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่โดยละเลยผลกระทบในด้านอื่น ๆ การขึ้นภาษียาสูบก็ควรจะต้องขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังซื้อ โดยมีสัดส่วน ที่เหมาะสมต่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ แต่ไม่ควรจะสร้างภาระภาษีที่สูงจนเกินไป ควรจะต้องมีแผนการระยะยาวที่ชัดเจนสำหรับการขึ้นภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เป็น ภาษีอัตราเดียวในที่สุด ขณะเดียวกันจะต้องมีมาตรการที่ได้ผลในการปราบปรามบุหรี่เถื่อน รวมทั้งจะต้องมีแนวทางการปลูกพืชทดแทนที่เป็นความหวังที่เป็นจริงได้สำหรับชาวไร่ยาสูบ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวและรัฐบาลก็ควรที่จะต้องสนับสนุนเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ครับ ท่านประธานครับ เราต้องไม่ลืมว่าทุกภาคส่วนในสังคมไทยต่างมีความสำคัญ นโยบายที่มุ่งหวังให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นก็ไม่ควรจะต้องแลกมาด้วยความทุกข์ยากของคนไทย มากมาย อย่างเช่นที่กำลังเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ยาสูบครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปฉบับที่ ๔ นะครับ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกันเสนอญัตติ และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจำนวนมากได้มี ความเห็นร่วมในการเสนอญัตติอีกมากมาย ท่านประธานครับ เพื่อให้สมบูรณ์ตามที่ ท่านประธานได้แนะนำเมื่อช่วงบ่ายที่ผมได้อภิปรายไปแล้วเรื่องช้างนะครับ ขออนุญาตอ่าน เพื่อประกอบญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมยาเส้น กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรการเพาะปลูกใบยาสูบ ในประเทศไทยได้มีการเพาะปลูกมาเป็นระยะเวลากว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งถือว่ายาสูบ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยการเพาะปลูกใบยาสูบเป็นอาชีพของชาวไร่ยาสูบ กว่า ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแต่ละพื้นที่ได้มีการเพาะปลูกต่างสายพันธุ์กันไปตาม ความเหมาะสมของพื้นที่ เนื่องจากการเพาะปลูก การบ่ม และการซื้อขายนั้นมีการควบคุม จากกรมสรรพสามิต และที่สำคัญการยาสูบแห่งประเทศไทยได้มีระบบการรับซื้อที่ดี มีความแน่นอนทั้งด้านราคาและปริมาณ ซึ่งนอกจากการปลูกยาสูบจะเป็นอาชีพของผู้บ่ม และชาวไร่ยาสูบแล้ว ในแต่ละปีอุตสาหกรรมยาสูบได้สร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐ เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโดยมีการส่งรายได้ของการยาสูบ แห่งประเทศไทยและเงินที่จัดเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนให้องค์กรภาคต่าง ๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การกีฬา แห่งประเทศไทย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นต้น เป็นจำนวนมากกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันชาวไร่ ผู้บ่มยาสูบและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้รับความเดือดร้อน อย่างมากจากนโยบายการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตของทางภาครัฐที่ได้มีการปรับขึ้น ในอัตราที่สูงมากทำให้ราคาบุหรี่ที่ถูกกฎหมายมีราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ใน อุตสาหกรรมยาสูบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำต้องประสบภาวะวิกฤติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะการยาสูบแห่งประเทศไทยที่เคยยอดขายลดลงเป็นจำนวนมาก จนทำให้ต้องลด การรับซื้อใบยาสูบจากผู้บ่มเพาะและชาวไร่ยาสูบกว่าร้อยละ ๕๐ ทำให้ผู้บ่มเพาะและชาวไร่ มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในขณะที่รายได้ลดลงจนยากที่จะดำเนินการธุรกิจต่อไปได้ ภาวะวิกฤตินี้อาจทำให้อุตสาหกรรมยาสูบของประเทศไทยต้องล้มหายไปจากประเทศไทย ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมจากนโยบายการปรับ ภาษีสำหรับที่ใช้ในปัจจุบัน จากสถานการณ์ของปัญหาดังกล่าวพบว่าในฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ การยาสูบแห่งประเทศไทยได้ลดโควตารับซื้อใบยาสูบลง ๑๑.๘๙ ล้านกิโลกรัม หรือร้อยละ ๔๗ ของยอดรับซื้อในใบยารวม ในฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๑ รวมส่งผลกระทบ ต่อรายได้ชาวไร่ยาสูบ ๒๒๘ ล้านบาท จนรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือโดยการจ่ายเงิน ชดเชยให้ชาวไร่ยาสูบ ๑๕๙.๕๙ ล้านบาท หรือร้อยละ ๗๐ ของรายได้ที่หายไป จากการปรับ ภาษีในครั้งนี้ทำให้ราคาของบุหรี่ส่วนใหญ่ในตลาดร้อยละ ๘๐ ที่เป็นบุหรี่ราคาต่ำมีราคา เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๕๐ และการยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำตลาดประเภทนี้ ผลกระทบมากที่สุด ในขณะเดียวกันบุหรี่นำเข้าก็ได้ลดราคาลงแข่งขันกับบุหรี่ของการยาสูบ แห่งประเทศไทย ทำให้บุหรี่กลุ่มราคา ๖๐ บาท มีการแข่งขันที่สูงมาก จนทำให้การยาสูบ แห่งประเทศไทยมียอดขายลดลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งความสามารถในการทำกำไรก็ลดลง เนื่องจากการยาสูบแห่งประเทศไทยไม่สามารถเพิ่มราคาบุหรี่เพื่อชดเชยราคาที่หายไปได้ จะเห็นว่ายอดขายการยาสูบแห่งประเทศไทยได้ลดเป็นอย่างมาก หลังจากมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ตลาดโดยรวมมียอดขายลดลงร้อยละ ๑๕ แต่เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดบุหรี่กลุ่ม ๖๐ บาท ยอดขายลดลงถึงร้อยละ ๓๖ จนทำให้รายได้กำไรและเงินนำส่งคลังลดเป็นจำนวนมาก และหากมีการเก็บภาษีในอัตราเดียว ร้อยละ ๔๐ ในปี ๒๕๖๓ หรือปี ๒๕๖๔ ก็ทำให้ยอดขายของการยาสูบต้องลดลงไปอีก จนอาจทำให้ต้องประสบภาวะขาดทุนได้ สาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับนี้ มีการกำหนดอัตราการเก็บภาษีบุหรี่ในเชิงมูลค่าสูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับสภาวะที่แท้จริง ของประเทศไทย ทำให้ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยาสูบไม่สามารถปรับตัวได้ทั้งในด้านสุขภาพ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยาสูบไทย การยาสูบแห่งประเทศไทย มียอดขายลดลงจนต้องปิดกิจการในอนาคต ต้องเลิกจ้างพนักงานกว่า ๓,๐๐๐ คน จนทำให้ ไม่สามารถส่งรายได้ให้แก่ภาครัฐได้อีก และชาวไร่ยาสูบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว ต้องสูญเสียอาชีพรายได้เงินหมุนเวียนมากกว่าพันล้านบาท โดยหายไปจากท้องถิ่นชนบท ซึ่งเป็นสถานที่เพาะปลูกยาสูบ ซึ่งขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับ การเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทนเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกร และสุดท้ายการยาสูบแห่งประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาดที่แข่งขัน กันอย่างรุนแรงได้ เนื่องจากติดขัดกฎระเบียบที่ภาครัฐกำหนดให้ยาสูบแห่งประเทศไทย ไม่เอื้อให้การยาสูบแห่งประเทศไทยแข่งขันกับคู่แข่งได้ ซึ่งหากภาครัฐมีแนวทางในการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวให้เกษตรกรจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุสาหกรรมยาสูบเพื่อให้ เกิดความเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศต่อไป ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าว มาให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้นตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนสาเหตุรายละเอียดขอชี้แจง ในที่ประชุมสภา🔗

ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้เอาญัตติ เรื่องชาวไร่ยาสูบที่ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสนั้นมาบอก มาพูด มากล่าว ผมต้องเรียน ว่าตั้งแต่เรามีการเปิดสภาครั้งแรกในการประชุม เราได้มีตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ในวันนั้นผมก็เป็นคณะกรรมาธิการด้วย และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดร่วมกันเสนอ มีท่าน ส.ส. ละออง ติยะไพรัช ส.ส. จากจังหวัดเชียงรายได้นำคณะผู้ซึ่งเดือดร้อนอย่างน้อย ๕ คณะมาร้องเรียน ในคณะกรรมาธิการคือท่านคณะจากสมาคมผู้บ่มเพาะ ผู้ปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ ๒. สมาคม พัฒนาชาวไร่บ่มเองเชียงใหม่ ๓. เครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ๔. สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ (Burley) และเครือข่ายชาวไร่ยาสูบภาคอีสาน ทั้ง ๕ คณะ และยังมีอีกหลายคณะจากแต่ละจังหวัด เขารวมตัวกันมา มาร้องเรียนท่านประธานวีระกร คำประกอบ ในขณะนั้น พวกเราได้ประชุม ได้สรุปปัญหาต่าง ๆ ซึ่งวันนั้นกับวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ปัญหาหลักเลย ผมขออนุญาตแยกเป็น ๔-๕ ประเด็นดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก การเก็บภาษีสรรพสามิต ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง🔗

เรื่องที่ ๒ การที่ลดพื้นที่การปลูกเหลือครึ่งเดียว รับเหลือครึ่งเดียว จากที่เคย รับ ๒๐ กว่า เหลือ ๑๑ ล้านกิโลกรัม🔗

เรื่องที่ ๓ การชดเชยเงินที่ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ ชดเชย ๑๕๙ ล้านบาท แต่จริง ๆ เมื่อมีการจ่ายจริงเป็น ๑๓๓ ล้านบาท ได้เงินคืนคลังไปอีก ๒๖ ล้านบาท พี่น้องประชาชน ที่ได้รับการชดเชยเป็นจำนวนเกือบ ๒๐,๐๐๐ ครอบครัว ปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ยังไม่ได้รับ การชดเชย🔗

เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องการปลูกพืชทดแทน บอกว่าให้ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลังก็ไม่ได้ผล หรือไม่เกิดที่จะเป็นประโยชน์มากนัก มีรัฐบาลต้องเร่ง ดำเนินการให้มีการชดเชยหาปลูกที่ชดเชย เช่น เราอยากให้มีพืชเศรษฐกิจที่ทำให้ได้ เช่น กัญชง เป็นต้น🔗

สุดท้ายก็คือเรื่องที่มีบุหรี่นอก และบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามา เป็นการลักลอบนำเข้ามาทำให้เกิดปัญหา ๕ ประเด็นนี้ เกิดปัญหามากมาย หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการสามัญโดยประธานณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และผมเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง และคณะ ก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ ดูว่าการแก้ไขปัญหาทั้ง ๕ เรื่องนั้นเป็นอย่างไรบ้าง และก็เป็นข่าวดีว่าวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์นี้ เราได้เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ท่านได้ตอบรับแล้วจะมาให้ความกระจ่าง และเราได้เชิญผู้เดือดร้อน และ ส.ส. ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ทั้งทุกท่านที่ได้เข้ามาชี้แจง ในวันแรกทั้ง ๑๐ กว่าท่าน มีท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ ส.ส. หมอชลน่าน ส.ส. ละออง แล้วก็อีก หลาย ๆ ท่านที่มีความเดือดร้อนและตั้งใจ ส่วนในภาคอีสานนั้นท่าน ส.ส. กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ซึ่งจังหวัดมหาสารคามก็มีปลูกเยอะมาก ในส่วนของภาคอีสานเครือข่ายก็มี ปัญหาตรงนี้ผมขออนุญาตจำแนกดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน🔗

ข้อที่ ๑ เรื่องของภาษีสรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ แล้วก็มีภาษีมีประกาศตั้งแต่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐ แล้วก็ประกาศให้ใช้ใน ๑๘๐ วัน หลังประกาศก็คือมีกฎหมาย กฎกระทรวงเกิดขึ้น ถ้าเรามาดูเรื่องภาษีท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เดิมปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๖๐ มีการนำระบบเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้ในประเทศไทย จึงมีการปรับเปลี่ยนฐานภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไทยจากที่จัดเก็บอัตราตามมูลค่า ใช้ฐานราคา ขายปลีกมาเป็นฐานราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม กรณีบุหรี่ในประเทศ และราคา ซีไอเอฟ (CIF) บวกกับอากรขาเข้ากรณีบุหรี่นำเข้า โดยจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกันเพื่อให้ สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร นี่คือตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๖๐ ภาษีเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นบุหรี่ อัตราส่วนของประเทศไทยจึงได้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องยาสูบอยู่กันมีความสุข มีผู้ซึ่งปลูกทั้งหมดทั้ง ๓,๐๐๐ นี่มีรายได้ มากมายแล้วก็อยู่กันแบบผาสุก แต่วันนี้มีการปรับภาษีใหม่ โดยอย่างไรท่านประธานครับ ภาษีใหม่นี้บอกว่าเก็บภาษีทั้งปริมาณและมูลค่า ปริมาณเก็บเพิ่มอีกใหม่เป็นบาท ๒๐ ต่อมวน เดิมประมาณ บาท ๑๐ สตางค์ อันนี้ไม่เท่าไร แต่ที่ปัญหาคือมูลค่าท่านประธาน มูลค่า เป็นอย่างไร เพราะไปกำหนดว่าถ้าราคา ๖๐ บาทลงมา เสีย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๒๐ ถ้าราคาเกิน ๖๐ บาท เสียร้อยละ ๔๐ ซึ่งเป็นการเก็บภาษีที่ไม่เคยเห็นเนื่องจากเป็น ๒ ขั้นตอน ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้บุหรี่ที่ราคาเกิน ๖๐ บาทนิด ๆ เขาจะไป เสียทำไมครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็ลดลงมาจากต่างประเทศลงมาให้ได้อยู่ใน ๖๐ บาท แล้วก็เสียแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เสียภาษีแค่ ๑๒ บาท แต่ถ้าเขาราคา ๘๐ บาท เขาต้องเสีย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เขาต้องเสีย ๓๒ บาท ตรงนี้ก็คือประเด็นที่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนทำให้นโยบายตรงนี้ที่ท่านบอกว่าจะช่วยลด ให้ผู้สูบบุหรี่ลดลงไม่ได้สัมฤทธิ์ผลกลับมากขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะบุหรี่ที่ลดราคามาราคา ใกล้เคียงกับบุหรี่ของยาสูบของประเทศไทยของพี่น้องประชาชน แต่ว่าได้ของนอกประเด็น ที่ผมเป็นห่วง ก็คือว่าทำให้อัตราการครองตลาดของเราส่วนแบ่งลดลงไปมาก ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าส่วนรวม ๖๐ บาท ได้ ๓๖ แต่ถ้าเป็นทั้งหมด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ภาษีเก็บมาได้แล้วเงินที่จะ เอาส่งเข้ากระทรวงการคลัง จากที่เคยประเมินกันว่าจะได้เงินเข้ากระทรวงการคลังจากในอดีต เป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จากให้ในส่วนต่าง ๆ ของ สสส. ๒ เปอร์เซ็นต์ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในส่วนของ อบจ. ของกระทรวงมหาดไทย ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แทบจะไม่ได้เลย หรือน้อยลงมาก เงินที่ลดลงมาปีนี้ที่คาดไว้ภาษีลดลงไป ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งต่อไป อาจจะมีโอกาสเป็นปัญหา ทีนี้พอมาถึงปีนี้ภาษีได้เกิดบอกว่ามีภาวะโควิด (COVID) จึงได้ชะลอเลื่อนการเก็บภาษีจากที่จะใช้ประกาศว่าต่อไปจะเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์หมด ทั้งไม่มี ไม่มีอัตราว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเป็นเดียวกันเลย ตรงนี้ชาวไร่ยาสูบ ยิ่งร้องเลยครับ ลำบากมากจาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็แย่อยู่แล้ว ขึ้นมาเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ อยากจะให้สภาสั่งให้คณะกรรมาธิการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมารีบแก้ปัญหาตรงนี้ ผมเรียน ว่าการเลื่อนภาษีออกไปอีกปีหนึ่งจากปี ๒๕๖๓ ไปเป็นปี ๒๕๖๔ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ นั้น ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ปัญหาจริงมันไม่ได้แก้ ปัญหาจริงคือต้องมา จัดระบบภาษีใหม่ ถ้าจัดระบบภาษีเมื่อปี ๒๕๖๐ เดิมแบบที่มีมูลค่าเพิ่ม ภาษีก็จะกลับเข้ามา โดยที่พี่น้องประชาชนที่บุหรี่ถูกกว่าเดิม เพราะไม่ได้เสียแบบขั้นกระโดดแบบนี้ หรือจะปรับ ก็ขอให้เป็นอัตราเดียวกันทั้งหมดเพื่อคนจะได้ไม่ไปเลือกลดราคามาเพื่อมาแข่งกันในราคา ๖๐ บาท ซึ่งเป็นช่วงแลคพีเรียด (Lack period) จริง ๆ พีเรียด (Period) นี้สำคัญมาก นี่คือเรื่องภาษีต้องแก้🔗

ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องพื้นที่ปลูกก็ต้องเรียนว่าลดลงไปครึ่งหนึ่งนี่ประชาชน เดือดร้อนท่านต้องหาพืชชดเชยให้เขา แล้วก็เมล็ดพันธุ์ หรือการลดอัตราส่วนดอกเบี้ย อะไรต่าง ๆ ต้องดูแลเขานะครับ🔗

อันที่ ๓ ก็คือทดแทนเงิน ปีนี้ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการ สามัญได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบอกว่าจะให้ในปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ คล้ายเดิมคือ ๑๕๙ ล้านบาท แต่จ่ายจริง ๑๓๓ ล้านบาทน่าจะได้ แต่ปรากฏว่าบอกว่าเนื่องจากมี สถานการณ์โควิด (COVID) ชะลอเงินตรงนี้ไปก่อน ก็อยากจะให้สภา อยากให้ผู้เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาให้เขาเถอะสงสารเขา เห็นใจเขาว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ จะชดเชยตรงนี้ ในปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ แล้วต่อไป ก็คือปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกนั่นละ มันไม่ได้ยั่งยืนแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำนะครับ เรื่องของการจ่ายชดเชย🔗

ถัดมาก็คือเรื่องบุหรี่ที่ลักลอบ บุหรี่นอกลักลอบนำเข้ามา ต้องเร่งปราบปราม เรียกว่าแก้ไข ป้องกัน โดยทุกภาคส่วนต้องแก้โดยเฉพาะศุลกากรและ ตม. ต้องให้หมด🔗

ถัดมา คือเรื่องการสงเสริมให้ชุมชนมีวิสาหกิจชุมชนของตัวเองในการผลิตบุหรี่ ในพื้นที่เขาเอง เพื่อเป็นโรงงานในส่วนชุมชนให้มีการสร้างงาน สร้างรายได้ เพราะยุคนี้ ยุคโควิด (COVID) ก็ใช้จ่ายกัน เรื่องของยาเส้นก็เหมือนกัน ยาเส้นนั้นก็ลดลงมานะครับ ไม่เสียภาษีในระดับปริมาณ แต่มูลค่าจาก ๐.๐๑ นะครับ ๐๐๑ เป็น ๐.๑๐ แล้วก็ต่อไป จะขึ้นมา ยาเส้นก็มีเรื่องภาษี แต่ก็คงไม่มากมายนัก เพราะเปอร์เซ็นต์มันน้อย เป็นต้น ท่านประธานครับ วันนี้ต้องเรียนว่าในส่วนของที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเรากังวล ก็คงเป็นเรื่องที่รัฐบาลเองเร่งแก้ไขนะครับ เพราะว่าเขารอมาตั้งแต่เราเปิดสภาใหม่ ๆ ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ยาวมาถึงคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็สภาชุดนี้นะครับ ที่สำคัญก็คือสมาคม ทุกสมาคม ทุกท่านเขาฝากความหวังกับพวกเรา การช่วยเหลือเอย การชดเชยเอย ตั้งกองทุนหมุนเวียนก็ดี การให้มีการพักชำระหนี้ การเลื่อนการเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า ต้องปราบปรามดูแลให้ดี ไม่ใช่เอาขึ้นมาแข่งขัน รวมทั้งการใช้พิเศษคือสารสกัดจากบุหรี่ เอาไปทำทางเลือกกำจัดศัตรูพืชขึ้นมาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจากยาสูบนะครับ เพราะฉะนั้นนำเรียนว่าวันนี้ต้องขอบคุณทางคณะท่านประธานได้ให้พวกเราได้พูด ได้อภิปรายในเรื่องของบุหรี่ยาสูบที่พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนกันทั่วประเทศนะครับ วันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน โดยเฉพาะท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านอุบลศักดิ์ แล้วก็ อีกหลายท่านที่อยู่ตรงนี้ของท่านนิยม แล้วก็คุณหมอกิตติศักดิ์ พวกเราขอขอบคุณ แล้วก็ จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาตรงนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานมาก ๆ ครับ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้อภิปรายก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๖๖ คือผู้เสนอญัตติ ได้อภิปรายครบทั้ง ๔ ท่าน ๔ ฉบับ แล้วนะครับ ต่อไปเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิก ซึ่งมีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปราย อีกหลายท่าน ดังนั้นผมขอนำไปพิจารณาต่อไปในการประชุมคราวต่อไปนะครับ วันนี้ พอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๔๘ นาฬิกา