รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
---------------
เรียนท่านสมาชิก ได้ทราบ ที่เราประชุมช้ากว่าเวลาไป ๑๐ กว่านาทีนี่นะครับ ด้วยมีเหตุขัดข้องทางเทคนิค ในการถ่ายทอดสด ในการถ่ายทอดเสียง ฉะนั้นก็เลยต้องรอให้ฝ่ายเทคนิคดำเนินการแก้ไข ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแก้ไขเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ จึงขอนำเข้าสู่การประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๑ ในวันพุธที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นนะครับ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที แล้วก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกได้โปรดช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ ท่านแรก นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ตามด้วยท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญคุณวรรณวรีครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา บางคอแหลม พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ช่วงเดือนที่ผ่านมาดิฉันได้รับการร้องเรียน จากประชาชนในเขตใน ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ แล้วบังเอิญว่าทั้ง ๒ ประเด็นนี้มาจากต้นตอ เดียวกัน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ชาวบ้านในชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนาร้องเรียนมาว่า เขากำลังประสบปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่มาจากสถานที่ก่อสร้างแล้วก็มาจากโรงปูน ในบริเวณใกล้ ๆ ซึ่งมีถึง ๓ โรงงานอยู่บริเวณเดียวกันแล้วก็อยู่ใกล้กับชุมชน ซึ่งทุกวัน จะมีรถปูนขนาดใหญ่ที่วิ่งเข้าออกตลอดเวลา ซึ่งชุมชนนี้เป็นชุมชนขนาดใหญ่มีถึง ๕๕๐ หลังคาเรือน แล้วก็มีผู้อยู่อาศัยถึง ๓,๕๐๐ คนนะคะ ซึ่งตอนนี้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิต ลำบากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กแล้วก็ผู้สูงอายุ แล้วก็โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งพวกเขาต้องสูดฝุ่นตลอดเวลา เป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง ๓๖๕ วันต่อปี ซึ่งจากการตรวจสอบ เบื้องต้นโรงปูนนี้ ค้นพบว่าเขาไม่ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่นอย่างเคร่งครัด เช่นกฎหมายกำหนดให้ติดตั้งสปริงเกอร์ (Sprinkler) น้ำรอบโรงปูนแล้วก็ให้ฉีดน้ำตลอดเวลา ซึ่งโรงนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเขตยานนาวาเช่นกัน ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากโรงปูนเช่นกัน ซึ่งโรงนี้ปล่อยน้ำเสียสู่คลองสาธารณะ แล้วจากการตรวจสอบ โรงงานดังกล่าวก็ไม่ได้มีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะปล่อยออกมา ซึ่งประเด็นก็คือเมืองไทย เรามีกฎหมายทั้งของกรุงเทพมหานคร และของกรมโรงงานที่กำหนดมาตรฐานแล้วก็ มาตรการสำหรับโรงปูนเหล่านี้เอาไว้อยู่แล้วเพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษต่าง ๆ แต่ว่าสิ่งที่ ขาดหายไปก็คือโรงงานไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงอยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านแค่ช่วยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อคุณภาพของประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรทิน ตามด้วยท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องแรก ที่อยากเสนอท่านประธานก็คือเรื่องขุด บ่อบาดาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ คลอง ๑๐ คลอง ๑๑ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เพราะว่าปกติแถวนี้เขาจะปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ท่านประธานครับ ปัจจุบันมันแล้งครับ เป็นคลองแต่มันแล้ง คลองสิบ คลองสิบเอ็ดแล้งมาก ชาวบ้านต้องออกเงินกันสูบน้ำ ทีนี้น้ำจะสูบก็ไม่มีท่านประธานครับ จึงขอให้กรมทรัพยากร น้ำบาดาลไปสูบน้ำ ไปเจาะสำรวจเพื่อสูบน้ำ ตอนนี้นายอำเภอหนองเสือ นายก อบต. บึงกาสาม แล้วก็ อบต. สมพงษ์เป็นผู้ร้องครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอไปที่กรมชลประทานให้ก่อสร้างประตูระบายน้ำที่ลำน้ำห้วยทม หรือแต่เดิมเขาเรียกว่าหนองอีเต๊อะ หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๘ บ้านโซง ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ลำน้ำสายนี้เป็นลำน้ำที่ยาวท่านประธานครับ ผ่านอำเภอเมือง ตำบลหนองคู ตำบลตาดทอง มาที่ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว แต่ว่าเวลาไหลลงที่แม่น้ำมูลมันไหลไว จึงขอให้ทางกรมชลประทานไปสำรวจทำประตู ระบายน้ำนะครับ คนร้องมาคือผู้ใหญ่เสก หมู่ ๘ แล้วก็คุณฤทธิเดช สายศรีแก้ว ที่ปรึกษา อบต. ทุ่งมน เป็นผู้ร้องมาครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ติดตามบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ของบ้านโนนตาเถร หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ท่านประธาน เพราะว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปสำรวจ ๒-๓ ครั้งแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ได้ลงไปสักที ชาวบ้าน เขาเดือดร้อนนะครับ อันนี้ฝากไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ ตามด้วยท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลายเรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือ ในขณะนี้โครงการนาแปลงใหญ่ที่รัฐบาลได้ส่งเสริม ให้พี่น้องรวมกลุ่มและทำนา เรียกว่า กลุ่มนาแปลงใหญ่เกษตรอินทรีย์ โดยมีแรงจูงใจก็คือว่า ถ้าใครเข้าร่วมโครงการนาเกษตรอินทรีย์หรือข้าวอินทรีย์แล้ว จะได้ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ในปีที่ ๑ และปีที่ ๒ จะได้ไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ปีที่ ๓ จะได้ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งในขณะนี้ พี่น้องได้เข้าร่วมโครงการปีที่ ๑ ปีที่ ๒ และปีที่ ๓ ในขณะนี้เพิ่งได้เงินในปีที่ ๑ ๒,๐๐๐ บาท พี่น้องยังรอปีที่ ๒ และปีที่ ๓ อยากให้รัฐบาลได้เร่งรัดในการจ่ายเงินให้กับพี่น้องเกษตรกร🔗
เรื่องที่ ๒ โครงการนาแปลงใหญ่ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งทฤษฎีใหม่ ซึ่งจะมีโครงการแก้ไขปัญหาพี่น้องที่กลับจากโควิด (COVID) และกลับไปอยู่ที่บ้าน จะมีโครงการโคก หนอง นา โมเดล ซึ่งในขณะนี้มันก็น่าจะเป็นช่วงที่สามารถที่จะขุด เร่งขุด ขุดคลอง ขุดคลองไส้ไก่ ขุดหนอง ซึ่งจะมีเวลาน้อยมาก กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ท่านจะมี เวลาขุดอยู่ ๒-๓ เดือน ถ้ายังไม่เริ่มในขณะนี้ผมเชื่อว่าจะขุดไม่ได้ในโอกาสต่อไปนะครับ🔗
อันที่ ๓ ฝากเรื่องธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลได้มีโครงการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน โดยเอาเงิน ใส่บัตรเอทีเอ็ม (ATM) แต่วันนี้ไม่ว่าเงินเดือนผู้สูงอายุ ไม่ว่าช่วยเหลือครอบครัวละ ๓๐๐ บาทหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เอาเงินใส่บัตร วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในการสัญจร ไปมาจากตำบลไกล ๆ ทุรกันดาร ไม่มีตู้ที่จะกดบัตรเอทีเอ็ม (ATM) ครับ อยากให้ ธ.ก.ส. นำตู้ไปตั้งที่ อบต. ทุก อบต. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในแต่ละตำบล ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติครับ ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัยของราษฎรอำเภอลำสนธิ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และต่อมากรมป่าไม้ได้ดำเนินการมอบให้ ส.ป.ก. เข้ามาปฏิรูป ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ยืนยันว่า มาอยู่ก่อนการประกาศป่าสงวน จึงยื่นเรียกร้องพิสูจน์สิทธิการถือครองที่ดินในปี ๒๕๒๗ จนถึงปัจจุบัน และต่อมามีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์การเรียกร้องจากผู้ว่าราชการ จังหวัดลพบุรี และคณะกรรมการสรุปข้อเท็จจริงว่าพื้นที่ยื่นเรียกร้องพิสูจน์สิทธินี้ทั้งหมดราว ๑,๘๐๐ ราย บางส่วนมีร่องรอยการทำประโยชน์มาก่อนประกาศเป็นป่าสงวนป่าซับลังกาจริง โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดหนองรีและพื้นที่ทำกินโดยรอบราว ๒,๕๐๐ ไร่ ตามการคำนวณจาก ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี ๒๕๙๕ โดยมีพื้นที่หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๕ หมู่ ๖ ทั้งหมดตำบล หนองรี และตำบลลำสนธิ อำเภอชัยบาดาลทั้งหมดนะครับ ขอให้ทางป่าไม้ แล้วก็ กรมอุทยานช่วยชี้แนวเขตและพิสูจน์สิทธิให้ชัดเจนว่าจุดไหนเป็นที่ของกรมป่าไม้ แล้วที่ ชาวบ้านเรียกร้องขอความเป็นธรรมมาด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม ตามด้วยท่านสุรชาติ ศรีบุศกร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาร้องทุกข์ต่อ ประธานสภาเพื่อผ่านไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องที่ ๑ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สนามบินสกลนครร้องทุกข์มาว่า แฟลตที่สร้างให้อยู่ตอนนี้ไม่ได้สร้างแล้ว เนื่องจากงบประมาณมันหมดเขาบอกเรียกคืน เพราะฉะนั้นพี่น้องที่เป็นเจ้าหน้าที่เงินเดือนก็น้อย สร้างให้เสร็จเถอะครับ ฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ🔗
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณขุดลอกห้วยนาน้อย บ้านโนนกุง หมู่ที่ ๓ ตำบล เชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ห้วยตรงนี้ถ้าขุดเสร็จแล้วจะมีประโยชน์ให้ พี่น้องประชาชน ๙๐๐ กว่าครอบครัวเพื่อปลูกข้าวนาปรัง กินงบประมาณเพียง ๑ ล้านบาท เทศบาลขอมาแล้ว ๓ ปีครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ตรวจสอบเรื่องเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าที่ลำน้ำก่ำ บริเวณ บ้านป่าปอ หมู่ ๘ ตำบลด่านม่วงคำ อำเภอโคกสีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ผู้รับเหมาทิ้งงาน และไม่ดำเนินการต่อ ทิ้งให้รกร้างมาเกือบ ๒๐ ปี หน่วยงานรับผิดชอบกรมชลประทาน เข้ามาดูแลด้วย ชาวบ้านบอกถ้าได้น้ำตรงนี้จะสามารถปลูกข้าวนาปรังใน ๓ หมู่บ้านถึง ๑๐๐ กว่าไร่ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือกับท่านประธานกรณีเงินเยียวยาโควิด-๑๙ (COVID-19) ภายใต้ข้อความว่าเราชนะ ๓,๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนทั้งลงพื้นที่ โทรศัพท์ ไลน์ (Line) เฟซบุ๊ก (Facebook) นะครับ ปัญหาคือ อย่างนี้ครับท่านประธาน ๓,๕๐๐ บาท เขาบอกว่าให้ไปใช้อาทิตย์ละ ๑,๐๐๐ บาท จ่ายทั้ง สินค้า รถไฟ รถแท็กซี่ต่าง ๆ ปัญหาของพี่น้องที่อยู่ตามชนบทท่านประธานครับ ๑. ไม่มีห้าง ๒. ไม่มีรถแท็กซี่ไม่มีรถไฟฟ้า ไม่มีบริการสาธารณะเหล่านี้นะครับ สิ่งที่เขาเจอ ก็คือว่าเขาจะต้องไปซื้อสินค้าในร้านเดิม ๆ ครับ ซึ่งในหมู่บ้านก็มีแค่ ๑ ร้าน หรือ ๒ ร้าน สินค้าที่ได้มาก็เหมือนกันทุกอย่างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นปลากระป๋อง เครื่องปรุง น้ำมันพืช ไข่ไก่ ก็วนอยู่อย่างนี้ครับ ๑ ครอบครัวบางคนได้รับสิทธิ ๓ คน เพราะฉะนั้น มองหน้าตากันก็จะเห็นแต่ไข่ไก่ มาม่า แล้วก็น้ำมันพืช สิ่งที่พี่น้องประชาชนร้องมานี่นะครับ ก็คืออยากจะได้เป็นเงินสดครับ อยากจะได้เป็นเงินสดนะครับ ส่วนหนึ่งถ้าเป็นไปได้ขอให้เป็น เงินสด เพราะฉะนั้นวิธีการผมอยากจะเรียนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ขอให้ท่านได้เอาเงินไปฝากไว้ที่เทศบาล ที่ อบต. ให้เจ้าหน้าที่ไปส่งให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิ หรือให้พี่น้องประชาชนไปรับเงินตามสิทธิที่บ้านนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่น้อง ในครอบครัว ในชนบทมองหน้ามองตากันในแต่ละวันก็จะมองแต่ไข่ไก่ น้ำมันพืชเท่านั้นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครเดช และตามด้วยท่านวัน อยู่บำรุง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมี ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มากราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้กระทรวง แล้วก็หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี🔗
เรื่องแรก ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ศึกษาทำสะพาน ข้ามทางแยกที่สี่แยกหัวโป่ง และสามแยกกระจับ ถนนแสงชูโต ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวนั้นได้เกิดความคล่องตัว มากขึ้นครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นในหลายพื้นที่ แล้วก็หลายตำบลของอำเภอบ้านโป่ง ซึ่งก็ได้ทราบว่าจากการที่ผมได้ลงพื้นที่นั้นได้พบปัญหาว่า ที่คลองระบายของกรมชลประทานที่บริเวณหมู่ ๑๐ แล้วก็หมู่ ๑๒ ตำบลหนองอ้อ เป็นคอขวด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่รับน้ำในหลายตำบลของอำเภอบ้านโป่งที่จะระบาย เข้าไปสู่จังหวัดนครปฐมที่แม่น้ำท่าจีน ก็จะเป็นพื้นที่ที่รับน้ำของเทศบาลเมืองบ้านโป่งด้วย ตำบลหนองอ้อด้วย ตำบลสวนกล้วย แล้วก็ตำบลปากแรต แล้วก็อีกหลายตำบลที่ไหลมา รวมกันในบริเวณนี้ซึ่งเป็นคอขวด จึงขอให้ทางกรมชลประทานได้สร้างอาคารระบายน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าวของอำเภอบ้านโป่งนั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อป้องกันน้ำท่วมในปีต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิค ๒ นะครับว่า อาคารหอพักครูของวิทยาลัยเทคนิค ๒ อำเภอบ้านโป่งนั้นไม่สามารถรองรับบุคลากร ในการจัดการเรียนการสอนได้ จึงขอให้สำนักงานอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดสรร งบประมาณในการสร้างหอพักครู วิทยาลัยเทคนิค ๒ ให้กับบุคลากรทางการศึกษาด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านวัน ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร บางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งของผมหารือกับ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้แก้ไขปัญหาไฟฟ้าแสงสว่าง ซึ่งมีความสว่างน้อย กระผมได้รับ ร้องเรียนจากคุณพิเชษฐ์ ภิรมย์สุข ประธานชุมชนบนดอน หมู่ ๑ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม ว่าไฟฟ้าแสงสว่างที่ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือตั้งแต่แยกหนองแขม ซอยเพชรเกษม ๘๑ หรือสี่แยกตาบูลย์ ตามภาษาชาวบ้านเรียกขานกัน จนถึงสี่แยก คลองขวาง ซอยเพชรเกษม ๖๙ ไฟฟ้าบนถนนตลอดเส้นทางนี้มีความสว่างน้อยมากในเวลากลางคืน บางช่วงบางเสาไฟ ไฟดับมืดมาก ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมองเห็นไม่ชัดเจนและเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบ่อยครั้ง อุบัติเหตุจากรถยนต์ชนมอเตอร์ไซค์ ชนจักรยานยนต์ และคนเดินข้ามถนน มีคนเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุหลายครั้งหลายราย ปัจจุบันเมืองขยายมากขึ้นทำให้มีหมู่บ้านเกิดขึ้นบนถนน เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือเป็นจำนวนมาก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า นครหลวงให้ช่วยดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้มีความสว่างขึ้น และบางจุดที่มืดหรือดับ ให้แก้ไขปรับปรุงโดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอสัญญาณไฟจราจร ไฟเขียว ไฟแดง ถนนเลียบคลองภาษีเจริญ ฝั่งเหนือ บริเวณสามแยกเส้นทางลัดเข้าซอยสวัสดิการทหารเรือเพื่อออกสู่ซอย เพชรเกษม ๗๗ บริเวณดังกล่าวมีรถเลี้ยวเข้าออกเป็นจำนวนมาก บางครั้งรถมาทางตรง ด้วยความเร็วทำให้มองไม่เห็นที่ออกจากซอย จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเสียชีวิต เป็นจำนวนมากครับ ท่านประธานครับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็คือ ส.ส. ที่มาจาก พี่น้องประชาชนเหมือนกัน ฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับให้ช่วยแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ ส.ส. ฝ่ายค้านร้องขอมาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา คนพรหมพิราม เชิญครับ ท่านณัฏฐ์ชนนทันไหมครับ ถ้าไม่ทัน เชิญท่านนพพลก่อนครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะมาหารือท่านประธาน ก็คือ🔗
เรื่องแรก ขอให้สำนักงานแขวงทางหลวงพิษณุโลก ๑ ได้หางบประมาณ ในการที่จะมาติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างในบริเวณถนนทางหลวง หมายเลข ๑๑๗ ช่วงคลองเมม บ้านคลองเมมถึงบ้านพระยาแมนนะครับ เพราะว่ามีการจราจรค่อนข้างจะมากในถนน เส้นนั้น แล้วก็ค่อนข้างที่จะมืด มืดมากทีเดียว แล้วก็มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ทางกรมทางหลวงได้สำรวจว่าบริเวณไหนนั้นมีอุบัติเหตุมาก แล้วก็ขอให้ติดตั้งไฟฟ้า แสงสว่าง ณ จุดนั้นด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ นั่นก็คือว่าผมเองได้พูดเรื่องเกี่ยวกับการจ่ายเงินนะครับ ประกัน ราคาข้าวตรงส่วนต่างของเกษตรกรที่ปลูกข้าวมากกว่า ๑ ชนิด มา ๒ ครั้งแล้ว ครั้งนี้น่าจะเป็น ครั้งที่ ๓ ท่านครับ ผลปรากฏว่าเกษตรกรที่ปลูกข้าวมากกว่า ๑ ชนิดนี้ยังไม่ได้รับเงิน ส่วนต่างเป็นจำนวนมาก ไม่น่าเชื่อว่าเกษตรกรอย่างในอำเภอพรหมพิรามผมนี่นะครับ รอบที่ บอกว่าจะมีการจ่ายแล้ว จ่ายแล้วได้อยู่ ๗ คน เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าอำเภอผมได้อยู่ ๗ คนแล้ว ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ แล้วทั่วประเทศจะต้องมีราษฎรเท่าไร ได้ข่าวว่าที่เช็ก (Check) มาโดยคร่าว ๆ ผลบอกว่ามีเกษตรกรที่ได้เงินตรงนี้จากรัฐบาลเพียงแค่ร้อยละ ๒๐ เท่านั้นเอง จากเกษตรกรที่ปลูกข้าวทั้งหมดนะครับ อย่างไรก็ขอท่านประธานได้ส่งเรื่องให้กับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้รีบดำเนินการเรื่องนี้ แล้วก็พวกเราก็นั่งรอดูอยู่ว่าในการประชุม ของคณะกรรมการนโยบายข้าว นบข. ว่าจะส่งให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อให้อนุมัติเงินตัวนี้เมื่อไร กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ตามด้วยท่านบุญแก้ว สมวงศ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ วันนี้ ใคร่ขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหายาเสพติดในพื้นที่ท่านประธานครับ ยาเสพติดถือเป็น ภัยของชีวิต แล้วก็สังคม และครอบครัว ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ยาเสพติดได้เข้าถึง เด็กชั้นประถมศึกษา🔗
บ้านผมนี่ ป. ๕ ป. ๖ มัธยมศึกษา ก็เริ่มจะเสพยาเสพติดแล้วนะครับท่านประธาน และจากผู้เสพก็จะกลายเป็นเด็กเดินยา จะได้รับค่าจ้างเป็นค่ายา จบประถมศึกษาก็ไม่เรียนต่อแล้ว กลายเป็นผู้ขายนะครับ ต้องการ เสพมากขึ้น ไม่ได้เสพก็จะคุ้มคลั่งครับท่านประธาน อาละวาดทำลายข้าวของ ทำลายคน ในครอบครัวตามที่เป็นข่าวในทีวี (TV) ในข่าวในหนังสือพิมพ์เป็นประจำนะครับ ทำร้ายพ่อแม่นะครับ บางทีจับเด็กเป็นตัวประกัน แล้วก็เกิดปัญหาอาชญากรรมลักเล็ก ขโมยน้อยนะครับ สินค้าในการเกษตรบ้านผมได้รับการร้องเรียนจากปัญหายาเสพติด จี้ ปล้น ไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สุดท้ายปัญหาก็เกิดกับชุมชน สังคม ยาเสพติดก็ระบาด มากขึ้นทุกวัน ๆ ครับ เป็นความทุกข์ของพ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัว ผู้ปกครอง ที่ลูกหลานเรา ไปติดยาเสพติด ผมได้นำเสนอครับท่านประธาน นำเสนอแนวทางแก้ปัญหา ต้องบูรณาการ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข ผู้นำชุมชน โรงเรียนพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ต้องร่วมกันนะครับ จากจุดเล็ก ๆ เริ่มต้น ผมอยากจะเสนอโครงการหมู่บ้านสีขาว หมู่บ้านปลอดยาเสพติด จากหมู่บ้าน ก็กลายเป็นตำบล จากตำบลก็เป็นอำเภอ จังหวัด อย่างนี้นะครับ แล้วก็ต้องแยกบุคคล เป็น ๓ ส่วนนะครับ ท่านประธานครับ กลุ่มที่ ๑ คือผู้ที่ยังไม่เสพ นักเรียนที่ยังไม่เสพ ประชาชนที่ยังไม่เสพ เราต้องรณรงค์ป้องกันไม่ให้เข้าไปเสพ อันที่ ๒ ก็คือผู้เสพแล้วเราต้อง ถือว่าเป็นผู้ป่วยนะครับท่านประธาน อันที่ ๓ ก็ต้องปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังสำหรับ ผู้ขาย เวลามีจำกัดนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้ทำหนังสือแนวทางแก้ปัญหาผ่านถึง ท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งดูแล ป.ป.ส. แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี ยาเสพติดทำลายชีวิต ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญแก้ว ตามด้วยท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย มีข้อหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอป่าติ้ว และอำเภอค้อวัง สืบเนื่องมาจากในตัวอำเภอป่าติ้วและอำเภอค้อวังยังไม่มีสำนักงานที่ดิน ในตัวอำเภอ และมีพี่น้องประชาชนไปทำการออกโฉนด ไม่ว่าจะเป็น น.ส. ๓ ออกรังวัด ผมยกตัวอย่างอำเภอป่าติ้ว ก็ได้เดินทางไปสำนักงานที่ดินในตัวจังหวัดยโสธร ซึ่งระยะห่าง ของตัวจังหวัดนั้นประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร ส่วนอำเภอค้อวังก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่าระยะห่างจากอำเภอค้อวังมาอำเภอมหาชนะชัย ก็ห่าง ๒๐ กว่ากิโลเมตร ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ช่วยจัดสรรงบประมาณไปจัดตั้งสำนักงานที่ดิน และนำเจ้าหน้าที่ไปดูแลทุกข์สุข ของพี่น้องประชาชน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้ง ๒ อำเภอนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากนางอัมพร แวงสุข ประธานสภา อบต. บึงแก อำเภอมหาชนะชัย เพราะว่าสืบเนื่องมาจากบ้านยางเครือซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้า ส่องสว่าง เป็นทางหลวงชนบท สาย ยส. ๒๐๕๑ แยก ทล. ๒๓ และบ้านฟ้าห่วน ผมได้รับ ร้องเรียนจากพี่น้องตำบลฟ้าห่วน อำเภอค้อวัง เป็นถนน ทล. ๒๓๕๑ ที่ยังไม่มีไฟฟ้า ส่องสว่าง ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง ช่วยดูแล ทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนด้วยครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาคภูมิ ตามด้วยท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานอยู่ ๑ เรื่องนะครับ ในจังหวัดตาก พื้นที่ ชลประทานมีโดยรวมทั้งหมดจากพื้นที่การเกษตร ๑ ล้านกว่าไร่ มีอยู่แค่ ๘๔,๐๐๐ ไร่ ซึ่งคิดว่าเป็นร้อยละ ๗.๒๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับภาคเหนือแล้ว ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จังหวัดตากถือว่ามีระบบชลประทานน้อยมาก แล้วยิ่งถ้าโฟกัส (Focus) ไปยังฝั่งตะวันตก ผมเชื่อว่ามีพื้นที่ชลประทานทั้งหมดไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ของการเกษตร ในอดีตที่ผ่านมาฝั่งตะวันตกของจังหวัดตาก ตั้งแต่อุ้มผาง พบพระ แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง ได้รับอานิสงส์มรสุมจากประเทศเมียนมามาตลอด ทำให้ฝนตกน้ำท่าดี แต่ในปีที่ผ่านมามีฝนแล้งมาก มีการขาดแคลนน้ำฝนจากพม่า ปีนี้เดือนกุมภาพันธ์เริ่มแล้งแล้ว ผมคิดว่าน่าจะหนักหนาสาหัสกว่าปีที่แล้ว จึงอยากจะให้กรมชลประทานริเริ่มคิดเรื่องระบบ ชลประทานของฝั่งตะวันตกทั้งหมด โดยเฉพาะการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางของอำเภอ แม่ระมาด ห้วยแม่จะเรา ห้วยแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด ห้วยขะเนจื้อ หรือกระทั่งแถว อำเภอแม่สอด ตำบลแม่กุ ตำบลบ้านธาตุผาแดง เก็บไว้ในเบื้องต้น ก็อยากให้ กรมชลประทานส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจโดยเร็วขึ้น ซึ่งถ้าหากแก้ไขปัญหานี้ได้ ผมคิดว่า เกษตรกรน่าจะมีน้ำใช้ตลอดปี แล้วก็สร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้นให้เหมาะสมกับพื้นที่เหล่านี้ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขอให้เร่งรัดการก่อสร้างอ่างแม่ละเมาตอนบน และตอนกลาง ซึ่งถ้าหากท่านสร้างอ่าง ๒ อ่างนี้ได้ จะมีการผันน้ำไปยังแม่น้ำสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่จะเรา แม่ระมาด หรือลงไปยังตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด เกษตรกรจะได้รับ ประโยชน์ประมาณหลายแสนครอบครัวครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษมสันต์ ตามด้วยท่านสำลี รักสุทธี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดพิษณุโลก เรียนปรึกษาหารือท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ เดี๋ยวขอรูปขึ้นด้วยครับ🔗
๑. ผมได้รับการประสานงาน จากนายโชคดี สายนำพามีลาภ ผู้ช่วย ส.ส. ว่ามีน้องคนหนึ่งชื่อเด็กชายวิเชษฐ์ ศรีม่วง อยู่บ้านเลขที่ ๒๔๙ หมู่ ๑๗ ตำบลพันชาลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก อายุ ๗ ขวบ ตาบอดสนิท ๑ ข้างแต่กำเนิด ฐานะยากจน เบื้องต้นได้พาน้องวิเชษฐ์มาพบเจ้าหน้าที่ พมจ. จังหวัดพิษณุโลกและได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี แต่อาการตาบอดข้างเดียว ของน้องไม่เข้าเกณฑ์ของผู้พิการที่จะสามารถรับเงินช่วยเหลือได้ จึงอยากให้กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แก้ไขระเบียบผู้พิการตาบอดข้างเดียวหรือ การพิการในลักษณะอื่นที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ของผู้พิการในการที่จะได้รับเงินช่วยเหลือให้ได้รับ เงินช่วยเหลือเช่นเดียวกับผู้พิการทั่วไปด้วยครับ🔗
๒. ผมได้รับหนังสือจากเจ้าอาวาสวัดมะขามเตี้ย ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ให้ประสานงานขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขุดน้ำบาดาล ให้กับทางวัดเพื่อใช้น้ำ ปัจจุบันน้ำไม่พอใช้ เนื่องจากเป็นสำนักศาสนศึกษาแห่งหนึ่ง ของจังหวัดพิษณุโลก มีความจำเป็นในการใช้น้ำพอสมควร จึงอยากขอความอนุเคราะห์ไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยเหลือวัดมะขามเตี้ยและพื้นที่อื่นทั่วประเทศไทยที่กำลังประสบปัญหา ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในหน้าแล้งที่จะถึงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสำลีครับ ตามด้วยท่านจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบพระคุณกระทรวงคมนาคมที่ช่วยแก้ไขปัญหาไฟแสงสว่าง ๒ ข้างทาง ข้างทางหลวง ที่จุดตำบลแก้งแก อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ที่จุดตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้รับการแก้ไขอย่างดีแล้วครับ ส่วนปัญหาที่ผมจะปรึกษาหารือในวันนี้ มี ๓ ประการด้วยกันนะครับ แล้วก็เป็นปัญหาเดียวกัน ก็คือ ด้วยชาวบ้านค่ายสมศรี ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคามต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แล้วจุดที่ ๒ ก็คือชาวบ้านโคกกลาง ตำบลวังแสง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคามต้องการไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัย ประกอบธุรกิจการค้า และเพื่อการเกษตร จุดที่ ๓ เป็นไฟฟ้าเช่นเดียวกันครับ ชาวบ้านหนองหล่มใหญ่ ตำบลดอนหว่าน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ต้องการไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อการเกษตรและฌาปนสถาน ซึ่ง ๓ ประการดังกล่าวนั้นผมได้มีเอกสารเรียบร้อยนะครับ ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรทัศ ตามด้วยท่านสายัณห์ ยุติธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ชาวอำเภอผักไห่ ผ่านทางท่านชวลิต บริสุทธิ์ ที่ปรึกษากรรมาธิการ เรื่องผักตบชวา วัชพืช ในลำคลองแม่น้ำน้อยซึ่งมีความยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร พี่น้องได้รับผลกระทบ ๕ ตำบล ได้แก่ ตำบลหน้าโคก ตำบลอมฤต ตำบลตาลาน ตำบลลาดชิด และตำบลบ้านใหญ่ ซึ่งพี่น้อง ได้ใช้น้ำในลำคลองในการอุปโภคและบริโภค ใช้ในการทำนา และพระสงฆ์ก็ใช้คลองนี้ ได้บิณฑบาตญาติโยมตอนเช้า ๆ แต่ตอนนี้วัชพืชเต็มคลอง ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการในการเก็บผักตบชวาในลำคลองแม่น้ำน้อยเพื่อให้พี่น้องได้มีชีวิตที่มีความสุข ในการไม่มีผักตบชวาและไม่มียุงลายนะครับ พี่น้องที่อยู่ตามริมคลองครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอลาดบัวหลวง และผู้สัญจรไปมาผ่านทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพระยาบันลือ เรื่องถนน สายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ระยะทางประมาณ ๑๙ กิโลเมตร แต่ระยะที่เสียหายกิโลเมตร ที่ ๑๒ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๔ ซึ่งชำรุดเสียหาย เกรงว่าจะได้รับอันตรายกับผู้สัญจรไปมา เพราะถนนสายนี้ถือว่าเป็นถนนสายหลักสัญจรไปมาได้หลายจังหวัดนะครับ ซึ่งออกมาทาง สายไม้ตราก็ไปจังหวัดปทุมธานี ถ้าออกไปทางอำเภอลาดบัวหลวงก็ไปจังหวัดสุพรรณบุรี ก็อยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
แล้วเรื่องที่ผมเคยหารือกับท่านประธานนะครับ เรื่องไฟส่องแสงสว่าง บนถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๑ ได้ชำรุด เสียหาย ซึ่งตอนนี้หน่วยงานก็ยังไม่ได้เข้าไปดูแล ก็อยากให้ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยซ่อมแซมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสายัณห์ ตามด้วยท่านศุภชัย นพขำ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจาก ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันเหมีย ชื่อเล่นนะครับ ชื่อจริงชื่อว่า วัชรา ชุมธรรม แล้วก็ กำนันตำบลนาทราย ตำบลนาเคียน ตำบลท่างิ้ว และตำบลปากพูนครับ สืบเนื่องมาจากที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย หรืออาจจะจังหวัดเดียวในโลก ก็ได้ครับ ที่นำขยะจากนอกเมืองมาทิ้งในเมืองเป็นเวลาประมาณ ๓๐ ปีแล้ว ตอนนี้ ขยะตกค้างที่กองขยะกองนี้ประมาณ ๒ ล้านตัน และถ้ากำจัดแบบนี้ใช้เวลา ๑๔ ปี ผมเรียนว่า ณ วันนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก เอาขยะไปไว้ในเมืองแล้ว รถขยะนี้ก็ต้องวิ่งผ่าน สวนสาธารณะศรีนครินทร์ ๘๔ ประชาชนวิ่งออกกำลังกายอยู่ รถขยะวิ่งผ่านไป เป็นเมืองเดียว ในโลกนี้ครับ ผมเรียนว่าเมื่อขยะไปอยู่อย่างนี้มันก็ซึมลงในดินลึกไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร กว้างไป ๒๐ กิโลเมตร ประชาชนไม่สามารถทำไร่ ทำนา ทำสวนได้เลยเพราะเน่าไปทั้งที่ดิน แล้วครับ ผมอยากเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดหลายครั้งว่าขยะพวกนี้ จะเป็นทอง เป็นเงิน จะทำโรงไฟฟ้าได้ ถ้าแน่จริงไปทำที่นครศรีธรรมราชให้ผมหน่อยครับ ประชาชนเดือดร้อนมากแล้ว แล้วก็เรียนว่าขยะนี้เป็นขยะที่มีพิษ ตอนน้ำท่วม นครศรีธรรมราชเมื่อไม่กี่วัน เมื่อต้นปีครับ เมื่อน้ำท่วมเมืองขยะมันก็ลอย ลอยไปที่ในเมือง เต็มไปหมดครับ ผมฝากท่านประธานว่าช่วยเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่ง กำกับดูแลกรมการปกครองท้องถิ่นด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศุภชัย ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมมีเรื่องที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
ผมได้รับเรื่องการร้องเรียนจากพี่น้องที่ใช้รถใช้ถนนชาวตำบลบ้านกลาง และบริเวณใกล้เคียง ที่ใช้รถใช้ถนนเส้นติวานนท์ตั้งแต่สะพานข้ามคลองเชียงรากจนถึง สามแยกบ้านกลาง ตรงเชิงสะพานมีไหล่ทางชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมลึก เกรงว่าจะเกิด อันตรายกับพี่น้องผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงพื้นผิวจราจรเป็นคลื่นเป็นร่องตลอดระยะเวลา ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งกับผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ ตลอดจนถนนเส้น ๓๑๑๑ ปทุมธานี-สามโคก พื้นผิวจราจรเป็นบางช่วงก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถใช้ถนนบ่อยครั้งเหมือนเดิม เรื่องนี้ผมได้นำมาหารือกับ ท่านประธานสภาไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี ๒๕๖๒ ก็ยังไม่ถูกซ่อมแซมและแก้ไข จึงอยากหารือ กับท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แขวงการทางปทุมธานี กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้เร่งดำเนินการลงมาดูแลซ่อมแซมและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยด่วนครับ เกรงว่าหากปล่อยไว้นานจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนอีกมากมาย ขอบคุณท่านประธานมาก ๆ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การประปา ขอให้การประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ได้ขยายเขตประปาภูมิภาคไปยังตำบลเขาคราม โดยเฉพาะหมู่ ๑ บ้านทุ่ง ตำบลเขาคราม ได้ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเป็นอย่างมาก ตอนนี้ก็ฝนขาดช่วงแล้วครับ การใช้น้ำอุปโภค บริโภคของพี่น้องประชาชนซึ่งเดือดร้อนมาทุกปี แล้วก็มีความสามารถที่จะขยายเขตประปา ไปสู่หมู่ ๑ ตำบลเขาคราม หรือหลาย ๆ หมู่ของตำบลเขาครามซึ่งขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ขอให้ท่านประธานได้สั่งการไปยังการประปาส่วนภูมิภาคด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาพี่น้องประชาชนหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๗ หมู่ ๘ ตำบล ปลายพระยา จังหวัดกระบี่ มีปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่ครอบครองอยู่ทำกินมา ตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ เป็นต้นมา แล้วพื้นที่ที่ดินที่ทำกินไปทับกับแปลงสัมปทานของสวน แล้วก็ ไปทับกับเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา ไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิได้ ไม่ได้รับ การแก้ไข ไม่ได้รับการเยียวยา และไม่ได้รับการดูแลมายาวนาน ก็อยากให้ทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ประสานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ได้ดูแลพี่น้องประชาชนในหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๗ หมู่ ๘ ตำบลปลายพระยาด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินไปขยายย่านชุมชนเป็น ๔ ช่องจราจร ของถนนสายอำเภอเหนือคลองไปอำเภอชัยบุรีหรือถนน ๔๐๓๗ เป็นชุมชนหนาแน่น มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ที่ชาวบ้านหรือว่าเรียกว่าถนนบ้านควนทัง แยกบ้านควนทัง-กอตง เป็นชุมชนใหญ่ ขอให้ได้ขยาย ๔ ช่องจราจรให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สินและการสัญจรได้มาของพี่น้องประชาชนนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสารครับ ตามด้วยท่านภูดิท อินสุวรรณ์ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ขออนุญาตใช้ภาพประกอบ ๘ ภาพ🔗
ด้วยได้รับการประสานจาก คุณดรัณภพ อินตาพรหม ที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ จากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย มีเรื่องที่จะร้องเรียนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีน้ำบริโภคอุปโภคนะครับ ด้วยได้รับ การร้องเรียนท่านจรูญ ติงคันนา เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๘ บ้านเวียงชัย และหมู่ที่ ๑๙ บ้านเวียงทอง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนนั้น ขาดแคลนเกี่ยวกับเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคครับ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนจะขอไปต่อเติม ขยายเขตของการประปาส่วนภูมิภาคก็มีปัญหา เพราะว่าแต่ละครอบครัวต้องจ่ายเงิน เป็นหมื่น ๆ ที่สำคัญคือจะต้องไปดิ้นรนด้วยตัวเองก็คือไปเจาะบ่อบาดาล ท้ายที่สุดเวลาหน้าแล้ง น้ำก็เป็นสนิมอย่างที่ท่านประธานเห็นนี้นะครับ และมีกลิ่นเน่าเหม็น ที่สำคัญก็คือสูบไม่ได้ ที่สำคัญก็คือเอาไปรดน้ำต้นไม้ พืชต่าง ๆ ก็มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นจะขอให้ท่านประธาน ได้ช่วยกรุณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาช่วยให้จัดงบประมาณไปทำประปาหมู่บ้าน ให้พี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๘ บ้านเวียงชัย และหมู่ที่ ๑๙ บ้านเวียงทอง🔗
ประเด็นที่ ๒ จะขออนุญาตท่านประธานว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่ อัญธิกา พรมขัดดุก และผู้ช่วยเอกพงษ์ น้อยหมอ บ้านชัยภูมิ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย ขอให้สร้างฝายเก็บน้ำคั่นคลองแม่ห่าง เนื่องจากว่าบ้านดังกล่าวนี่ครับ เวลาหน้าน้ำก็มีน้ำใช้ แต่เวลาหน้าแล้งน้ำจะไหลออกไปโดยที่ไม่เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ก็เลย ขอให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาว่าถ้าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำฝายกั้นน้ำจะเกิด ประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา เป็นแหล่งนิเวศ ที่สำคัญก็คือ จะทำให้พี่น้องประชาชนในหมู่ ๒ บ้านร่องบัวลอย หมู่ ๖ บ้านโป่งหลวง และหมู่ ๑๓ บ้านชัยนิเวศน์ ได้ทำมาหากิน ด้วยเกษตรกร ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ไร่ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภูดิท ตามด้วยท่านขวัญเลิศนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่อง ปรึกษาท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวบ้านวังหลุม บ้านเขารวก ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ขาดน้ำประปาครับ ต้องการน้ำประปา ซึ่งการประปาส่วนภูมินั้นก็ได้เดินท่อและปรับปรุงขยายเขตบริการถึงอำเภอทับคล้อ แล้วนะครับ ซึ่งวังหลุมนี้ยังไม่มีน้ำประปาใช้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ อยากให้ทาง การประปาส่วนภูมิภาคขยายเขตบริการให้กับพี่น้องชาวตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่จรัล ช้างพุ่ม หมู่ที่ ๙ บ้านคลองสาลิกา ตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ในหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านนี้ทั้งหมู่บ้านมีไฟฟ้าใช้ แต่ปลาย ๆ หมู่บ้านเหลืออีกประมาณ ๑๐ หลังคาเรือนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ซึ่งก็ได้ติดต่อประสานงานกับทางการไฟฟ้าหลายครั้งแล้ว ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ อยากให้ประชาชนไปอยู่เยอะ ๆ แล้วก็จะได้ขยายเขตให้ได้ ถ้ารอให้ประชาชนไปอยู่เยอะ ๆ คงอีกนาน ซึ่งการไฟฟ้านั้นน่าจะลงทุนก่อนขยายเขตให้กับ ทางพี่น้องประชาชน ซึ่งจะให้ทางท้องถิ่นร่วมงบประมาณร่วมลงทุนด้วยท้องถิ่นก็ไม่ค่อยมี งบประมาณ ก็อยากจะฝากท่านประธานสภาช่วยทำหนังสือถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งดำเนินการขยายเขตบริการให้ครอบคลุม เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ของประเทศไทยซึ่งต้องมีไฟฟ้าใช้ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขวัญเลิศ ตามด้วยท่านวัชรพลนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี อำเภอศรีราชา ปัญหาที่ ผมจะมาปรึกษาท่านประธานในวันนี้ก็คือปัญหาเรื่องการขาดแคลนโรงพยาบาลและบุคลากร ทางการแพทย์ในพื้นที่ตำบลบ่อวิน ซึ่งพื้นที่นี้มีนิคมอุตสาหกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก มีประชากรแฝง รวมทั้งแรงงานข้ามชาติมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับประชากรตามทะเบียนบ้าน นั่นทำให้เกิดความขาดแคลนสถานพยาบาลอย่างมาก ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีเพียง รพ.สต. เท่านั้นที่อยู่ในสังกัดของรัฐ เวลาชาวบ้านเจ็บป่วยก็ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิก ก็มีปัจจัยเรื่องค่าพยาบาลที่สูง ปัจจุบันโรงพยาบาลของรัฐที่ชาวบ้านได้ใช้สิทธิ และอยู่ใกล้ที่สุดก็คือโรงพยาบาลแหลมฉบัง และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ของสภากาชาดไทย ซึ่งทั้ง ๒ โรงพยาบาลดังกล่าวนั้นอยู่ห่างจากตำบลบ่อวิน ๓๐ กว่ากิโลเมตรนะครับ และยังประสบปัญหาเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ ขาดแคลน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนนะครับ มิหนำซ้ำการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะก็ยังใช้เวลานาน แล้วก็ต้องเดินทางหลายต่อด้วย บางคนไปรอรับบัตรคิวตั้งแต่เช้าแต่ได้ตรวจรักษาตอนบ่ายก็มี เพราะจำนวนผู้ป่วยมีคิวเยอะมาก บางคนต้องเสียเวลาทั้งวันแทนที่จะได้ไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงอยากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ให้มองเห็นถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อจัดสรรงบประมาณจัดสร้างโรงพยาบาล ชุมชนในพื้นที่ตำบลบ่อวิน หรือขยายพื้นที่เพิ่มบุคลากรทางการแพทย์และมาตรฐาน ของ รพ.สต. ให้ดีกว่านี้ เพราะไหน ๆ รัฐบาลก็ผลักดันโครงการอีอีซี (EEC) แล้วนะครับ ผมก็ อยากให้ท่านช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง ไม่ใช่สร้าง แต่ความมั่งคั่งให้กับระบบนายทุนเพียงอย่างเดียว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวัชรพล ตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับฉันทามติจากส่วนราชการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องกลุ่มองค์กรต่าง ๆ และพี่น้อง ประชาชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้นำเสนอข้อหารือเพื่อผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมราชทัณฑ์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เรือนจำกลางนครราชสีมา ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๖ มีอายุถึง ๗๘ ปี ในสถานที่ตั้งแห่งนี้ตั้งอยู่ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งมีประชากรทั้งสิ้น ๑๒๖,๓๙๑ คน ปัจจุบันนี้เรือนจำ แห่งนี้อยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนครับ อยู่รอบคูเมือง อยู่บนถนนสรรพสิทธิ์ ปัญหาที่พี่น้อง ประชาชนทุกคนทุกภาคส่วนเราอยากจะเห็นก็คืออยากที่จะเห็นกระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ลองพิจารณาศึกษาในการที่จะย้ายเรือนจำกลางแห่งนี้ออกจากพื้นที่ ในเขตเทศบาลด้วยเหตุผลอยู่ ๒-๓ ประการ ซึ่งเป็นข้อดีครับ ท่านประธานครับ🔗
ในประเด็นแรก ถ้ามีการย้ายเรือนจำกลางแห่งนี้ออกนอกบริเวณไปอยู่ใน พื้นที่อื่นเราจะมีพื้นที่ถึง ๓๘ ไร่ ๑ งาน ๔ ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ของเรือนจำกลาง ซึ่งอยู่ติด คูเมืองก็จะทำให้มีการพัฒนา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งศึกษา และพัฒนาเป็นปอดของคนโคราช🔗
ประเด็นที่ ๒ เป็นการคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะพื้นที่ในเขตเทศบาลวันนี้ จำนวนต่อไร่ราคาหลายล้านบาท ถ้าในการย้ายเรือนจำกลางออกไปก็จะเกิดประโยชน์คุ้มค่า และสถานที่แห่งนี้ก็จะเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน🔗
สุดท้ายครับ เรือนจำกลางแห่งนี้ ในสถิติมีนักโทษคุมขัง ๓,๓๐๐ กว่าคน ซึ่งแออัดมาก ถ้าเราได้ย้ายสถานที่แห่งนี้ไปอยู่นอกเมือง มีพื้นที่ที่กว้างขวางก็จะมี การจัดระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และจะก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ถูกคุมขังครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัย ตามด้วยท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก กระผมได้ลงพื้นที่ร่วมงานประเพณีต่าง ๆ กับชาวบ้าน ได้เห็น การทำงานของพี่น้องชาว อสม. ของแต่ละหมู่บ้านก็รู้สึกชื่นชมในการทำงาน แต่เมื่อได้ฟัง ปัญหาที่พี่น้อง อสม. ได้เล่าให้ฟังก็รู้สึกใจหายครับ ไม่สบายใจ เพราะเขาบอกว่าปัญหาก็คือ เครื่องมือวัดอุณหภูมิที่เขามีเป็นเครื่องมือที่เขาซื้อหามาเองด้วยการออกเงินกันบ้าง หรือบางแห่งก็ไปยืมจากวัด จากโรงเรียน ด้วยความตั้งใจของเขาครับ ท่านประธานครับ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้จัดหาเครื่องมือ ที่ได้มาตรฐานให้กับ อสม. อย่างน้อยหมู่บ้านละสัก ๑ เครื่องก็ยังดีนะครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ อำเภอชานุมานซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งของผม อยู่ห่างจากตัวจังหวัด อำนาจเจริญประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรครับ มีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศลาว ซึ่งมีแม่น้ำโขงกั้น ในเวลาปกติอำเภอชานุมานจะมีการค้าขายกับประเทศลาว มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเดือนหนึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาทครับท่านประธาน แต่ที่สำคัญ คือที่อำเภอชานุมานไม่มีธนาคาร มีเพียงแห่งเดียวคือ ธ.ก.ส. เวลาจะทำธุรกรรมทางการเงิน จะต้องวิ่งเต้นมาที่ตัวจังหวัด ซึ่งก็เป็นระยะทางที่ไกลมาก หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในการทำงานเรื่องเกี่ยวกับการเงินก็จะต้องมาที่ตัวจังหวัด เพราะฉะนั้นชาวบ้านก็ร้องขอว่า อยากจะให้มีธนาคารกรุงไทยไปตั้งที่อำเภอชานุมาน เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องของ การทำธุรกรรมทางการเงิน ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยอำนวยความสะดวกโดยการตั้งธนาคารกรุงไทยให้กับอำเภอชานุมานของผมด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัมฤทธิ์ ตามด้วยท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เข้มงวดและดำเนินการ ผู้กระทำความผิดตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข การรับซื้อ และการแสดงราคาหัวมันสำปะหลังครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงเวลาปัจจุบันเป็นช่วงการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่าในบางพื้นที่ ในหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการรับซื้อ แบบไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกร ใช้วิธีการหักสิ่งเจือปน ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากน้ำหนักสุทธิ แล้วนำไปคำนวณเป็นเงินให้กับเกษตรกร เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กระผมนำเรียนนะครับว่าเกษตรกรเขารู้ว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ไม่มีทางเลือกครับ เขาต้องขาย เพราะโดยสภาพความเป็นจริงเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังจะใช้รถขนส่งขนาด เล็ก รถอีแต๋น รถตุ๊กตุ๊ก รถ ๖ ล้อเล็กในการขนมันสำปะหลังไปขาย ไปได้ไม่ไกลครับ ใกล้ที่ ไหนก็ขายที่นั่น กระผมจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เข้มงวด จริงจัง และ จริง ๆ กับเรื่องนี้ครับ และผมเองได้เคยคุยกับท่านรังษี ไผ่สะอาด นายกสมาคมชาวไร่ มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้พูดคุยกันว่ากระทรวงพาณิชย์ควรหามาตรการ หาแนวทาง ในการที่กำหนดโทษทางอาญาเพิ่มขึ้นกับผู้ประกอบการที่กระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้ เพราะการกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้เป็นการฉ้อโกงประชาชนแบบซึ่งหน้าครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ตามด้วยท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย อำเภอกันทรารมย์ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอโนนคูน ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือจากนายลพบุรี สังลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ และพี่น้องประชาชนชาวตำบลละเอาะ ต้องการ เครื่องสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร ท่านประธานครับ ตำบลละเอาะ เป็นตำบลขนาดใหญ่ของอำเภอน้ำเกลี้ยง มีประชากร ๑,๗๒๕ ครัวเรือน ประชากร ๘,๒๕๐ คน ส่วนมากมีอาชีพเกษตรกรและเลี้ยงสัตว์ ช่วงหน้าแล้งก็จะปลูกผักเพื่อนำไปขาย สร้างรายได้ให้กับครอบครัว ทำการเกษตรนั้นต้องลงทุนเป็นจำนวนมาก และทำอย่างไร ให้ต้นทุนในการปลูกผักให้กับเกษตรกร และต้องพัฒนาให้เกิดศักยภาพในการทำเกษตร ให้กับกลุ่มคนที่เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ของตำบลละเอาะ ปัจจุบันเกษตรกรในหมู่บ้านต่าง ๆ สามารถปลูกได้เฉพาะฤดูเพาะปลูก โดยพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติ พื้นที่ในเขตชลประทาน ที่มีศักยภาพในการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี มีประมาณร้อยละ ๑๐ ดังนั้นพื้นที่โดยประมาณ ร้อยละ ๙๐ ยังเข้าไม่ถึงน้ำที่เป็นปัจจัยในการเพาะปลูกตลอดทั้งปี การขาดแหล่งน้ำในระบบ ชลประทานส่งผลให้ราคาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคราคาสูง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นการจัดหาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนมาใช้ในการจัดหาน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตรในราคาถูก และสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งปี จะสามารถแก้ปัญหา ภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้ด้วย และเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพลังงานช่วยดำเนินการให้กับองค์การบริหาร ส่วนตำบลละเอาะด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ตามด้วยท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้ สำนักนโยบายและแผน หรือ สผ. ศึกษาและให้ความเห็นชอบให้บริเวณบ้านกงหราใหม่ บ้านกงหราเก่า อำเภอกงหรา เป็นเมืองเก่ากงหรา เพื่อการอนุรักษ์คุณค่าของเมือง เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพื่อเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวของจังหวัดในอนาคต🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงกีฬาและการท่องเที่ยวก่อสร้างสนามกีฬาประจำ ตำบลวังใหม่ เพราะตำบลดังกล่าวมีประชากรเป็นจำนวนมาก มีคนเล่นกีฬาเป็นจำนวนมาก ขาดสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานที่คนสามารถเล่นกีฬาได้ทั้งปี🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงแผ่นดิน ได้พัฒนา ย่าน ชุมชนบริเวณบ้านโหล๊ะบ้าถึงบ้านท่าเชียด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เพราะเป็น ชุมชนขนาดใหญ่ มีร้านค้ามากมาย ถ้าเป็นการพัฒนาย่านชุมชนโครงการดังกล่าวจะทำให้ พื้นที่ดังกล่าวเกิดความสวยงาม และจะเป็นเมืองท่องเที่ยวได้ในอนาคต🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ลาดยางถนนสายเพ็งอาด ควนนางพิมพ์ ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพราะถนนดังกล่าวคนใช้สัญจร ไปมากันเป็นจำนวนมาก ถนนดังกล่าวเป็นถนนขนย้ายสินค้าเกษตรออกสู่ตลาด ซึ่งขณะนี้ ถนนดังกล่าวนั้นมีความยาวไม่มากนะครับ แต่ว่าอยู่เกินอำนาจเกินกำลังของท้องถิ่น จึงขออนุญาตกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ ตามด้วยนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ๓ เรื่องหลัก ๆ ด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ทางเข้าอำเภอขามทะเลสอ มีสะพานคอนกรีตข้ามทางรถไฟบนถนน ทางหลวง หมายเลข ๒๐๖๘ ขาเข้าอำเภอ เมื่อขับรถลงจากสะพานแล้วจะเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง เนื่องจากว่ารถที่มาจากช่องซ้ายจะเบี่ยงขวาเข้ามา จึงอยากให้กรมทางหลวง ได้วางแนวป้องกันแบร์ริเออร์ (Barrier) แยกช่องทางจราจรให้ชัดเจน และมีการติดตั้งไฟฟ้า สาธารณะทั้ง ๒ ฝั่งทาง🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องจุดกลับรถบริเวณทางหลวง หมายเลข ๒๐๑ หลักกิโลเมตร ที่ ๔๔ บวก ๕๐๐ บริเวณบ้านกุดน้ำใส หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองบัวตะเกียด อำเภอด่านขุดทด จุดกลับรถจุดนี้เป็นจุดที่มีความสำคัญและจะเป็นการป้องกันอุบัติเหตุให้พี่น้องประชาชน บริเวณนั้นซึ่งมีเหตุการณ์เสียชีวิตเป็นจำนวนหลายราย จุดกลับรถบริเวณทางหลวง หมายเลข ๒๐๑ อีก ๑ จุด บนหลักกิโลเมตรที่ ๗ หมู่ที่ ๔ บ้านหนองสลักได ตำบลกุดน้อย อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรจะมีการดำเนินการก่อสร้าง🔗
เรื่องต่อไปเป็นสะพาน ๔ ช่องทางจราจรบนทางหลวง หมายเลข ๒ บริเวณ จุดตัดบ้านกุดจิกถึงบ้านหนองบอน อำเภอสูงเนิน เป็นบริเวณที่มีเขตอุตสาหกรรม เป็นจำนวนมากและมีการจราจรหนาแน่น ในเรื่องนี้สะพานนี้จะตั้งอยู่บนทางหลวง หมายเลข ๒ ซึ่งถ้ามีการก่อสร้างจะเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างหนาแน่นให้กับพี่น้อง ที่สัญจรไปมาอย่างยิ่ง🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องการติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะบริเวณสามแยกบ้านทับ ๖ ตำบล หนองน้ำใส อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มืดมากครับท่านประธาน🔗
ทั้ง ๓-๔ เรื่องนั้นที่กระผมได้กราบเรียนอยากให้ท่านประธานประสานงาน ไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวในส่วนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพัชรินทร์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานถึงปัญหา เกี่ยวกับน้ำรอระบายในกรุงเทพมหานครค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อวานก็เกิดฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร แล้วก็เกิดน้ำรอระบายในหลายพื้นที่เช่นกัน อย่างพื้นที่ดิฉัน ก็มีถนนจันทน์ เซนต์หลุยส์ บ่อนไก่ แล้วก็อีกหลายพื้นที่ค่ะ ซึ่งดิฉันก็เข้าใจถึงปัญหาที่ท่อน้ำ ในหลาย ๆ พื้นที่อาจมีขนาดที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่มีปริมาณมากนะคะ แต่หากทำให้ท่อนี้มีพื้นที่ที่จะรองรับน้ำได้มากที่สุด แล้วก็ไม่มีอะไรอุดตันทำให้น้ำไหลได้ดี ก็จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้อย่างมากค่ะ ดิฉันเห็นถึงการทำงานอย่างเต็มที่ของเจ้าหน้าที่ ในการที่จะเข้าดำเนินการลอกท่อ แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องมือ วิธีการที่อาจทำให้การลอกท่อนี้ไม่มีประสิทธิผลเพียงพอ และในบางพื้นที่ก็ไม่ได้รับการลอกท่อ มาเป็นระยะเวลานาน ดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้าดำเนินการลอกท่ออย่างทั่วถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างมีประสิทธิภาพก่อนที่จะเข้า หน้าฝนค่ะ รวมถึงหาแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน อีกทั้งในบางพื้นที่ที่มีการก่อสร้างโครงการท่อระบายน้ำขนาดใหญ่แล้ว แต่ก็ยังคงมีปัญหา เหล่านี้อยู่ ดิฉันก็อยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยากให้ช่วย ชี้แจงในเรื่องนี้ แล้วก็ได้พิจารณาในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกี้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. สงขลา เกือบ ๒ ปี คิดว่าคงจะไม่ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องถนนลูกรังแล้วนะครับ แต่วันนี้จำเป็นจริง ๆ ครับ มีอยู่ ๒ เส้นทางที่ตำบลสำนักแต้ว🔗
วันนี้สำนักแต้วเป็นตำบลเล็ก ๆ ขาดศักยภาพเพราะมีงบประมาณน้อย ถนนสายควนลักได หมู่ที่ ๖ ถึงหมู่ที่ ๘ ตำบลสำนักแต้ว ระยะทาง ๗ กิโลเมตรตามภาพที่ท่านประธานเห็นครับ มีประชาชน ๘๕ ครัวเรือน ผมขอสนับสนุนนะครับ งบจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย อีกเส้นหนึ่งนะครับ ก็เป็นถนนสายบ้านม่วง หมู่ที่ ๓ ตำบลสำนักแต้ว ไปหมู่ที่ ๑๑ บ้านบางแห้ง ตำบลปริก อำเภอสะเดา ระยะทาง ๗ กิโลเมตรเหมือนกันครับท่านประธาน มีพี่น้องอยู่ ๔๕ ครัวเรือน จะขอสนับสนุนจากกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดครับ ท่านประธาน ผมบอกว่าวันนี้จังหวัดสงขลาไม่น่าจะมาขอถนนลูกรังอยู่อีก แต่ถ้าเกิดวันนี้ ท่านประธานส่งหนังสือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ส่งหนังสือไปยังกรมทางหลวง กลับไปช่วยพี่น้องตำบลสำนักแต้วของผม คิดว่าวันนี้ในพื้นที่จังหวัดสงขลาของเราก็จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอทุก ๆ คนช่วยเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวสำนักแต้วด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบข้อหารือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ ผมมีเรื่องที่จะเรียนให้ท่านสมาชิกได้ทราบนิดหนึ่งจากข้อห่วงใยของท่านสมาชิกที่ได้ประชุม คณะกรรมาธิการบริเวณชั้น ๓ และชั้น ๔ ทำให้เดินทางมาลงมติได้ไม่ทันท่วงที แล้วกระผม ในฐานะผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับสำนักรักษาความปลอดภัยรัฐสภาก็ได้รับปัญหาดังกล่าวกับ ท่านสมาชิกว่าจะไปตรวจสอบกระบวนการแจ้งเตือนการลงมติ เนื่องจากปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องสำคัญ กระผมได้เชิญผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ บริษัท เอไอที (AIT) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบระบบสัญญาณเตือนมาชี้แจงแล้วมีข้อสรุป ดังนี้🔗
๑. ประเด็นการแจ้งเตือนการลงมตินั้น เจ้าหน้าที่บริษัท เอไอที (AIT) ชี้แจงว่า หากที่ประชุมจะมีการลงมติและประธานในที่ประชุมกดออดเพื่อให้มีการลงมติก็จะมีป้าย บอกเป็นตัวหนังสือภายในห้องประชุมคณะกรรมาธิการว่ามีการลงมติ ซึ่งขณะนี้อยู่ใน กระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ป้ายไฟกระพริบ คาดว่าสัปดาห์นี้จะใช้การได้เป็นบางห้อง ส่วนใหญ่ ส่วนระบบเสียงออดหรือเสียงตามสายแจ้งเตือนการลงมติที่มีการติดตั้งลำโพง ตามชั้นต่าง ๆ นั้น เนื่องจากขณะนี้มีการปรับปรุงแอร์คอนดิชัน (Air condition) และระบบ ปรับอากาศ จึงทำให้ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ทั้งนี้ผมได้เร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้สามารถ ใช้งานได้โดยเร็วแล้วนะครับ🔗
๒. ประเด็นความไม่สะดวกในการใช้ทางเดินหนีไฟจากห้องประชุม คณะกรรมาธิการ และตามชั้นต่าง ๆ เพื่อมาลงมติในห้องประชุมพระสุริยันนั้น ผู้อำนวยการ รักษาความปลอดภัยได้แจ้งว่าขณะนี้กำลังเร่งพิจารณาทีโออาร์ (TOR) เรื่องระบบป้ายต่าง ๆ แล้วก็เร่งรัดดำเนินการติดป้ายบริเวณทางเดินหนีไฟ และบริเวณต่าง ๆ ที่มีจำนวนกว่า ๔,๐๐๐ ป้าย เพื่อให้สมาชิกได้รับความสะดวกแล้ว จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๓๓๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งยังไม่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระนะครับ คือแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ความผิดฐานทำให้แท้งลูก ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบกับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ความผิดฐานทำให้แท้งลูก เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ในการประกาศราชกิจจานุเบกษาต่อไป และให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตไปพิจารณาร่วมกับ กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณ แพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณา ศึกษาแนวทางและความเหมาะสม พร้อมทั้งสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการ ในภาพรวม ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗
เ รี ย น ท่ำ น สมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม นะครับ เพื่อขอนำเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๗.๑ และ ๗.๒ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาของสภาซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนักจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบจะได้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๗.๑ ขอถอนร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะเป็นผู้เสนอ) ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖๑🔗
ด้วย นายวิรัช พันธุมะผล ได้มีหนังสือแจ้งขอถอนร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจากเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับ นี้กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ แต่ปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้จัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงหมดความจำเป็น ดังนั้น จึงขอถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗
อาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การถอนญัตติที่ประธานสภาสั่งบรรจุ เข้าระเบียบวาระการประชุม จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุม ดังนั้น หากที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมยินยอมให้ นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุมนะครับ ที่ประชุม คงไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าอนุญาตให้ท่านวิรัช พันธุมะผล กับคณะ ถอนร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุมไป🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๗.๒🔗
๗.๒ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่งนะครับ เพราะลาออก🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายสมนาม เหล่าเกียรติ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่ง ที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนะครับ🔗
ขอเชิญ ตัวแทนทางพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลงนะครับ ขอเสนอแต่งตั้ง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ แทนตำแหน่งที่ว่าง ลงครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ รับรอง ๕ ท่าน มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าที่ประชุม ไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น เพราะเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนะครับ ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับ การเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่🔗
ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในวาระที่สองนี้จะเป็น การพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา โดยพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับ มาตราจนจบร่าง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไข และไม่มี สมาชิกเสนอคำแปรญัตติ แต่มีกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ดังนั้นผมจะให้กรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นไว้อภิปราย และเมื่อคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจบแล้ว ก็จะเป็น การลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ นะครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการแถลงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตท่านประธานรายงานต่อที่ประชุมดังต่อไปนี้ครับ🔗
ตามที่ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๑ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เมื่อวันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่ประชุม ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และได้ลงมติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาโดยกำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จ เรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญนำคำอภิปรายของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ ตลอดจนผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ส่งให้ สภาผู้แทนราษฎรมาใช้ประกอบการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิม ในการนี้คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามร่างเดิม พร้อมทั้ง ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณาพิจารณาต่อไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ🔗
ชื่อร่าง พระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๑/๘ (๘) ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น🔗
ขอเชิญ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นได้อภิปรายนะครับ มี ๒ ท่าน เชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนความเห็นเพื่อเหตุผล ๒ ประการ🔗
ประการที่ ๑ เพื่อให้บัญญัติข้อความในกฎหมายได้ชัดเจนขึ้น ตรงตาม เจตนารมณ์ของกฎหมาย และของผู้ชี้แจงที่ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แล้วในเรื่องข้อความ ผมได้ตัดคำว่า และ ซึ่งซ้ำซ้อนกัน ผมในฐานะเป็นครูมา การเขียนกฎหมายก็ใช้หลัก ภาษาไทย เพราะฉะนั้นต้องทำให้คนไทยเข้าใจ ไม่ใช่ใช้และ และ และ อยู่ ๓ อันเรียงกันนี่ ไม่มีอาจารย์ใดสอนในเรื่องภาษาไทย เพราะฉะนั้นผมจึงขอแปรญัตติโดยปรับเป็นข้อความ ดังนี้ (๘) ออกระเบียบที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ การสงเคราะห์สิทธิและประโยชน์อื่น และค่าตอบแทนพิเศษในการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยพิเศษ หรือค่าตอบแทนพิเศษในกรณี มีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานที่มีความเร่งด่วน หรือเหนื่อยยากกว่าหน้าที่ปกติ แล้วก็ แก่ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายปกครอง พนักงาน ผมตัดคำว่า และ ตรงนี้ออก และก็ซ้อน แล้วก็วรรคพนักงานราชการ สุดท้าย และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นกรรมาธิการได้รับคำชี้แจงจากผู้ชี้แจง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ ที่ศาลปกครองยะลา มาชี้แจงว่าในพื้นที่เสี่ยงภัยควรได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ท่านประธานครับ ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าต้องได้รับค่าตอบแทนพิเศษ แต่ไม่ใช่มาเขียนกำกวม ผมใช้คำว่า เขียนกำกวม เหมือนที่ในร่างที่เสนอมา กำกวมอย่างไรครับ ที่เสนอมานี่เขียนว่าอย่างนี้ครับ ร่างที่อยู่ในมือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ เขียนว่า (๘) ออกระเบียบ เกี่ยวกับการจัดสรรสวัสดิการการสงเคราะห์ เงินค่าตอบแทนพิเศษและสิทธิและประโยชน์อื่น ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายปกครอง และพนักงานราชการ แล้วก็ใช้คำว่า และ ซ้อนไปอีกว่า และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง เอาคำว่า และ ผมก็ตัด ออก ปรับปรุงเพื่อให้มันเป็นตามหลักภาษาไทย และเป็นหลักการเขียนกฎหมายที่ผมเคย เขียนมาด้วย🔗
อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับคำชี้แจงว่าศาลปกครองหรือเสนอ กฎหมายมาเพื่อให้ศาลปกครองสามารถกำหนดค่าตอบแทนพิเศษแก่ข้าราชการที่อยู่ในเขต ๓ จังหวัดภาคใต้ หรือค่าตอบแทนพิเศษในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานที่มีความเร่งด่วน หรือเหนื่อยยากกว่าหน้าที่ปกติ ผมถามคนชี้แจงว่าทำไมถึงไม่เขียนรายละเอียดกรณีที่ ต้องการค่าตอบแทนพิเศษมาในกฎหมาย ท่านอธิบายว่าไม่จำเป็นต้องเขียน เพราะว่า เป็นหลักการที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนพิเศษนี่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าหลักการเขียนกฎหมายใครมาอ่านก็ต้องทราบ พี่น้องประชาชนมาอ่านก็ต้องตีความได้ว่าค่าตอบแทนพิเศษต้องตอบแทนพิเศษใน ๒ กรณี คือ ๑. ในพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงภัยเป็นพิเศษ แต่ว่าถ้าในพื้นที่ปกติสามารถ ออกค่าตอบแทนพิเศษได้ไหม ผมก็ยินดีให้ครับ ผมถึงเขียนว่าถ้าไม่อยู่ในที่เสี่ยงภัยก็ต้อง ได้รับมอบหมายงานเร่งด่วนหรือเหนื่อยยากกว่าหน้าที่ปกติถึงจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ใน ๒ กรณี ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องอ่านข้อความก่อน เพื่อความสมบูรณ์ในกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมในฐานะได้รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้ ไปดูรายละเอียด ผมจึงเห็นว่าข้อความที่ผมเขียนนี้ผมไม่ได้ตัดสิทธิประโยชน์ตามที่เสนอ มาเลย ผมบอกกับศาลปกครองหรือเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงว่าผมยินดีให้ท่านได้สวัสดิการ ทุกอย่างตามที่ข้าราชการอื่นได้ในพื้นที่เสี่ยงภัย แล้วกระผมยินดีที่จะให้จ่ายค่าตอบแทน พิเศษให้ในกรณี ๒ กรณีนี้ ขอให้เขียนข้อความใหม่มาให้ผมเพื่อให้กรรมาธิการได้เห็นด้วย และมีเสียงส่วนใหญ่แก้ตามที่ผมเสนอนั้น ผมไม่ได้รับการเขียนมาผมก็เลยต้องเขียนเอง และก็ต้องแปรญัตติ ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานว่าข้อความที่ผมนำเสนอ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้กฎหมายสมบูรณ์ตามเจตนานั้น ถ้าเขียนแบบที่ผมเขียน ยังเป็นรายละเอียดที่ไม่ใช่ว่าเวลาออกข้อบัญญัติพิเศษจะสามารถออกไปทั่วประเทศ แบบเหวี่ยงแห สำหรับผมสรุปสาระสำคัญก็คือว่าข้อความที่ผมเสนอ สวัสดิการทุกอย่าง ที่ศาลปกครองต้องการผมให้หมด แต่ค่าตอบแทนพิเศษต้องได้เฉพาะ ๒ กรณี คือในพื้นที่ เสี่ยงภัยพิเศษและงานที่เหนื่อยยากกว่าหน้าที่ปกติ นี่คือเหตุผลที่ผมได้เสนอต่อ คณะกรรมาธิการแล้ว ผมเห็นว่าข้อความที่ผมเสนอนี้ทำให้กฎหมายสมบูรณ์ ชัดเจน ไม่สามารถไปกระทำอย่างอื่นที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ได้ ทุกพื้นที่สามารถใช้ได้ถ้าเป็นข้อความเดิม แต่สิ่งที่ผมเสนอนี้เป็นข้อความที่ชัดเจนควรจะเป็นมาตรฐานของการเขียนกฎหมาย รวมทั้ง ผมตัด และ และ และ ออก นั่นคือมาตรฐานของภาษาไทย ผมไม่อยากให้สภานี้ สร้างมาตรฐานภาษาไทยต่างจากครูบาอาจารย์ในภาษาไทยสอนมา ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรองศาสตราจารย์อานนท์ครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี พิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมีมติเห็นชอบตามร่างที่รัฐบาลได้เสนอมาโดยไม่มีการแก้ไข สักถ้อยคำนะครับ ผมมีความเห็นดังนี้นะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รัฐบาลเสนอมา เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๑/๘ (๘) เรื่อง ให้อำนาจคณะกรรมการบริหารศาลปกครอง หรือที่เรียกกันว่า ก.บ.ศป. มีอำนาจออกระเบียบจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ สิทธิ และประโยชน์อื่นแก่บุคลากรของศาลปกครอง แต่สิ่งสำคัญคือเอกสารต้นร่าง ไม่ว่าจะเป็น รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบและคำชี้แจงในการรับฟังความคิดเห็น ได้ระบุเหตุผล ความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมาย ให้อำนาจในการออกระเบียบจ่ายเงินและสิทธิประโยชน์ ดังกล่าวแก่บุคลากรของศาลปกครองว่ามี ๒ วัตถุประสงค์ ได้แก่ ๑. กรณีการปฏิบัติงาน ในพื้นที่เสี่ยงภัย ๒. กรณีมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานที่มีความเร่งด่วนหรือเหนื่อยยากกว่า หน้าที่ปกติ🔗
ผมขอเรียนว่าในความเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการแก้ไข เพิ่มเติมเพื่อ ๒ วัตถุประสงค์ดังกล่าว สำหรับการจัดสวัสดิการให้แก่บุคลากรในศาลปกครอง แต่ปรากฏว่าเนื้อความในร่างกฎหมายไม่นำเหตุผลที่เป็น ๒ วัตถุประสงค์มาบัญญัติเอาไว้ เป็นเงื่อนไขในตัวบทกฎหมายสำหรับการให้อำนาจคณะกรรมการบริหารศาลปกครอง ออกระเบียบ เพราะเนื้อความในร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมาปรากฏต่อหน้า สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ วาระนี้ ปรากฏแต่เพียงการใช้คำว่า เงินค่าตอบแทนพิเศษ สิทธิและประโยชน์อื่นในตัวบทเท่านั้น ทำให้การเพิ่มเติมอำนาจแก่คณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองในร่างกฎหมายนี้ไม่มีการถูกกำกับด้วย ๒ วัตถุประสงค์ อันได้แก่ ๑. ต้องเป็น กรณีการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิเศษ หรือ ๒. ต้องเป็นกรณีมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงาน ที่มีความเร่งด่วนหรือเหนื่อยยากกว่าหน้าที่ปกติ ผมขอเรียนว่าในประเด็นนี้ก็ไม่ควร กล่าวอ้างว่าพระราชบัญญัติของศาลยุติธรรม พระราชบัญญัติของอัยการ ก็ใช้คำแบบนี้ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองฉบับนี้จึงขอใช้ถ้อยคำแบบเดียวกัน เพราะร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองฉบับนี้ได้ระบุเหตุผลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ การมอบอำนาจแก่คณะกรรมการบริหารศาลปกครองไว้ ๒ ประการอย่างชัดแจ้งในเอกสาร ต้นร่าง และได้แถลงขอให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับไว้ในวาระที่หนึ่งแล้ว ผมมีเหตุผล ๓ ประการที่อยากจะขอนำเรียนให้นำเงื่อนไขทั้ง ๒ ประการมาใส่ไว้ในเนื้อความในตัวร่าง ของกฎหมาย เหตุผลของผม ๓ ประการดังกล่าว มีดังต่อไปนี้ ๑. เพื่อให้การร่างกฎหมายนี้ เป็นไปตามหลักการทำให้ชัดเจน หรือคลาริไฟล์ (Clarify) อันเป็นหลักสำคัญหนึ่งจาก ๕ หลักของหลักการร่างกฎหมาย ที่เรียกร้องให้การร่างกฎหมายต้องทำให้ชัดเจนในสิ่งที่ร่าง ออกมา หลักการดังกล่าวปรากฏในหนังสือลีจิสเลทีฟ ดราฟติง สเต็ป-บาย-สเต็ป (Legislative Drafting Step-by-Step) ของอาเธอร์ เจ. ไรย์เนียร์สัน (Arthur J. Rynearson) ตำรามีชื่อในการร่างกฎหมาย ๒. เพื่อให้การร่าง การจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบ และการรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบและการรับฟังความคิดเห็นอันเป็นกระบวนการขั้นตอนที่สำคัญที่กำหนด โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ มีความหมาย ที่ว่ามีความหมายอยู่ตรงนี้ครับว่า ในแง่ที่ให้ตัวร่าง พระราชบัญญัติสอดคล้องกับสิ่งที่ได้นำเสนอและบอกกล่าวแก่ประชาชนในการรับฟัง ความคิดเห็นอย่างแท้จริง ไม่ก่อให้เกิดช่องว่างที่สามารถนำกฎหมายไปใช้เกินความมุ่งหมาย ที่กล่าวอ้างในชั้นจัดทำรายงานการวิเคราะห์ และที่เคยชี้แจงต่อประชาชนในชั้นรับฟัง พูดง่าย ๆ คือไม่ควรเหาะเกินลงกา และประการที่ ๓ เพื่อให้เป็นไปตามสัญญา หรือคำขอที่ ผู้เสนอร่างกฎหมายได้ให้ไว้แก่สภาผู้แทนราษฎรว่า การเสนอร่างกฎหมายนี้มีเหตุผล ความจำเป็นเฉพาะเรื่อง ๒ ประการเท่านั้น จนทำให้สภามีมติเห็นชอบรับหลักการในวาระที่หนึ่ง และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการวิสามัญรับงานนี้มาพิจารณาในรายละเอียด เพราะฉะนั้นการมีเนื้อความในตัวร่างที่ไปไกลกว่าสัญญาหรือคำขอที่แถลง ต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำ และอาจถูกมองว่าเป็นการร่างกฎหมาย ที่ไม่ตรงไปตรงมา และอาจทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่ผู้แทนปวงชนได้มอบให้ นี่คือการต้อง เคารพต่อเจตจำนงประชาชนนั่นเอง ผมหวังว่าในสภาผู้แทนราษฎรคงไม่ปล่อยให้เนื้อความ คงตามที่ผู้ร่างเสนอเข้ามา ซึ่งนั่นก็คือการให้อำนาจดุลยพินิจของกรรมการบริหาร ศาลปกครองอย่างกว้างขวางที่จะสามารถกำหนดระเบียบจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ และสิทธิและประโยชน์อื่นได้อย่างอิสระ ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใด ผมขออนุญาตเรียนและย้ำ อีกครั้งนะครับว่าขอความกรุณาดูเนื้อความในตัวบทที่ร่างเสนอเข้ามาประกอบเทียบกับ เอกสารต้นร่างที่มาทั้งหมด ผมจึงขอเสนอเนื้อความในร่างพระราชบัญญัติเป็นเนื้อความว่า🔗
มาตรา ๔๑/๘ (๘) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์อื่น แก่ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง รวมถึงเงินค่าตอบแทนพิเศษและสิทธิและประโยชน์อย่างอื่น ในกรณีการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือในกรณีที่มีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติงาน ที่มีความเร่งด่วนหรือเหนื่อยยากกว่าหน้าที่ปกติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเติมเหตุผลที่เป็น เงื่อนไขการให้อำนาจออกระเบียบทั้ง ๒ เงื่อนไขเข้าไปในตัวเนื้อความของร่างกฎหมายฉบับนี้ คงไม่เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้การร่างกฎหมายฉบับนี้ คลาริไฟล์ (Clarify) หรือมี ความชัดเจน ไม่เหาะเกินลงกาและเคารพต่อความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจตจำนงของประชาชน อย่าให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ต้องมีประเด็นปัญหาว่าการร่างไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่ต้อง สุ่มเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๘ เลยครับ จึงเรียนมาให้สภาผู้แทน โปรดได้พิจารณาครับ🔗
ขอเชิญ กรรมาธิการตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ ตามที่ท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน โดยเฉพาะทางท่านขจิตรและท่านอาจารย์อานนท์ ที่ขอสงวนความเห็นไว้ ซึ่งมีลักษณะในทำนองเดียวกัน โดยได้เห็นสมควรขยายความนะครับ สรุปใน ๒ ประการที่สำคัญว่าการออกระเบียบของ ก.บ.ศป. เกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนพิเศษ ซึ่งท่านเห็นสมควรในประการแรก ก็คือในกรณีการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยพิเศษ อีกประการหนึ่งนะครับ ในกรณีมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานที่มีความเร่งด่วนหรือเหนื่อยยาก กว่าหน้าที่ปกตินั้น ด้วยความเคารพกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านที่ขอสงวนความเห็นดังกล่าวไว้ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าที่คณะกรรมาธิการมีความเห็น ต้องยืนยันร่างเดิมตามที่ศาลปกครองและคณะรัฐมนตรีเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ที่บัญญัติว่า ใน (๘) นะครับ ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการการสงเคราะห์เงินค่าตอบแทนพิเศษ และสิทธิและประโยชน์อื่นของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครองและพนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครองนั้นเป็นไปตาม หลักการที่ที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้รับมา ปรากฏในบันทึกหลักการแล้วนะครับ และในประการ สำคัญก็มีบันทึกเหตุผลปรากฏชัดเจนเช่นกัน ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่าที่สมควรแก้ไขเพิ่มเติม อำนาจหน้าที่ของ ก.บ.ศป. ในการออกระเบียบเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนพิเศษและสิทธิ และประโยชน์อื่นของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการและลูกจ้างของสำนักงานศาลปกครองนะครับ อันจะเป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่งในการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจในการอำนวยความยุติธรรม ทางปกครองแก่บุคลากรของศาลปกครองนั้น ย่อมเห็นความชัดเจนของบทบัญญัติดังกล่าว อยู่แล้ว🔗
และในประการสำคัญในการบัญญัติกฎหมายอื่นนะครับ ซึ่งผมขออนุญาต ที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่ากฎหมายในองค์กรในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะของศาลยุติธรรม และองค์กรอัยการ ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับว่าในของศาลยุติธรรม พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ในมาตรา ๑๗ บัญญัติให้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมก็คือ ก.บ.ศ. ถ้าเทียบกับศาลปกครองก็คือคณะกรรมการ บริหารศาลปกครอง ก.บ.ศป. ที่ขอแก้ไขใน (๘) นี้นะครับ ของศาลยุติธรรมกำหนดว่า มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับงานบริหาร ราชการและงานธุรการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของทางราชการศาลยุติธรรม โดยให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ออกระเบียบ หรือประกาศ หรือมีมติเพื่อการบริหารราชการศาลยุติธรรมในส่วนที่ เกี่ยวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามนโยบาย ของประธานศาลฎีกา🔗
นอกจากนี้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๓๐ ขออนุญาตอ่านเนื้อความนะครับว่า นอกจากอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ให้ ก.อ. มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการการสงเคราะห์อื่น เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง ที่มีเหตุพิเศษ เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว และเงินค่าตอบแทนพิเศษอื่นแก่ข้าราชการ ฝ่ายอัยการ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า ที่ผ่านมาการบัญญัติเนื้อความไว้เช่นนี้ อย่างเช่น ศาลยุติธรรม และอัยการก็เป็นรูปแบบของกฎหมาย ซึ่งในทางปฏิบัติไม่ได้มีปัญหาในการใช้แต่อย่างใด ที่จะคงไว้ตามร่างเดิม นอกจากนั้นผมได้ไปสำรวจตรวจสอบในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญในหลายฉบับด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๐ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๔๔ (๑) พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๙ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๒ (๒) ในพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ล้วนแต่ใช้ข้อความดังเช่น ร่างที่ปรากฏในร่างเดิมที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาทั้งสิ้นนะครับ🔗
นอกจากนี้ผมเรียนเพิ่มเติมว่าในองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองก็คือ ก.บ.ศป. ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ในมาตรา ๔๑/๒ ก็มีองค์ประกอบของคณะกรรมการ ก.บ.ศป. ประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน มีท่านผู้แทนของหน่วยงานภายนอก ก็คือเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นกรรมการ นอกจากนั้นก็มีผู้แทนที่เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ที่ถูกเลือกมาโดยกลุ่มของท่านตุลาการเอง แล้วก็มีผู้แทนของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ตรงนี้นะครับ นอกจากนั้นในประการสำคัญ กรรมการบริหารศาลปกครองที่เป็น บุคคลภายนอก ที่ไม่เป็น หรือไม่เคยเป็นข้าราชการศาลปกครอง ก็จะมีเข้ามา ๓ ท่าน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันก็เป็นอดีตรองผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ มาจากด้านการพัฒนาองค์กร ก็มาจากอดีตเลขาธิการสำนักงาน ศาลยุติธรรมนะครับ และนอกจากนั้นก็มีด้านบริหารจัดการ มาจากอดีตเลขาธิการ ก.พ. เราจะเห็นว่าคณะกรรมการ ก.บ.ศป. ไม่ใช่เป็นบุคลากรของศาลโดยเฉพาะ ก็มีหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับระเบียบการบริหารจัดการมาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน ก.พ. สำนักงานศาลยุติธรรมที่ถูกเลือกมา แล้วก็จากสำนักงบประมาณนะครับ เพราะฉะนั้น ในเชิงของการออกระเบียบก็จะต้องมีงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ผมเรียนด้วยข้อเท็จจริงว่า การที่องค์ประกอบของ ก.บ.ศป. ที่จะออกระเบียบ ก็ย่อมที่จะอาศัยบทบัญญัติที่สภาแห่งนี้ ให้เจตนารมณ์ไว้ แล้วก็ดูไปหน่วยงานข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นสายยุติธรรม องค์กรอัยการ เมื่อทางปฏิบัติไม่มีปัญหา ก็ต้องอาศัยสภาแห่งนี้ในการจัดสรรงบประมาณขึ้นรองรับ ผมก็คิดว่าในประเด็นนี้ในรูปแบบของกฎหมายตรงจุดนี้เท่าที่ชี้แจงมาคงไม่ได้ขัดต่อ หลักการที่สำรวจความคิดเห็นแต่อย่างใด และนอกจากนั้นก็เป็นไปตามในบันทึกหลักการ และเหตุผลประกอบการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วนะครับ ซึ่งเรื่องนี้รายละเอียดเพิ่มเติม ทางท่านผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาคงจะให้ความเห็นเพิ่มเติมได้ในเรื่องของ แบบกฎหมายนะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญตัวแทน กฤษฎีกาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน และท่าน สมาชิกสภาที่เคารพนะคะ ดิฉัน พัชฌา จิตรมหึมา ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา ขออนุญาตเรียนชี้แจงนะคะ การแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา ๔๑/๘ (๘) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็เพื่อให้ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีสิทธิได้รับเงิน ค่าตอบแทนพิเศษจากการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ในลักษณะเช่นเดียวกับ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยงานอื่น ๆ ในกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาลยุติธรรม และองค์กรอัยการ และในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็เห็นว่ารูปแบบของการร่างกฎหมายที่เหมาะสมของร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง ที่จะแก้ไขนี้ ก็พิจารณาแล้วว่าควรที่จะนำรูปแบบขององค์กรอัยการตามที่กำหนด ในมาตรา ๓๐ (๔) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มากำหนดนะคะ ซึ่งถ้าเราดูตัวพระราชบัญญัตินะคะ อย่างที่ท่านผู้แทนสำนักงาน ศาลปกครองได้นำเรียนไปแล้ว ขออนุญาตนำเรียนอีกครั้งนะคะ ถ้าเราดูตัวพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ จะเห็นได้ว่าในมาตรา ๓๐ กำหนดว่า ให้คณะกรรมการอัยการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ใน (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัด สวัสดิการ การสงเคราะห์อื่น เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ เงินเพิ่ม ค่าครองชีพชั่วคราว และเงินค่าตอบแทนพิเศษอื่น แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการนะคะ ซึ่งข้าราชการอัยการนี้ก็ทั้งข้าราชการอัยการแล้วก็ข้าราชการธุรการ แล้วต่อมาคณะกรรมการอัยการก็ได้มีการไปออกระเบียบคณะกรรมการอัยการภายใต้ บทอาศัยอำนาจดังกล่าว เป็นระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยเงินรางวัลตอนแทนพิเศษ เพื่อมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในพื้นที่พิเศษชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งในระเบียบดังกล่าวก็จะมีการให้คำนิยามของคำว่าเงินรางวัลตอบแทนพิเศษ หมายความว่า เงินค่าตอบแทนพิเศษที่สำนักงานอัยการสูงสุดจัดสรรให้แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งปฏิบัติ ราชการประจำในสำนักงานอัยการสูงสุดในพื้นที่พิเศษชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อเราแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติในมาตรา ๔๑/๘ (๘) ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการบริหารศาลปกครอง หรือ ก.บ.ศป. มีอำนาจไปออกระเบียบ เกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนพิเศษเพื่อช่วยเหลือให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในลักษณะเช่นเดียวกับอัยการค่ะ อันนี้ก็คือเจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้🔗
ขออนุญาตเรียนชี้แจงอีกกรณีหนึ่งนะคะ เกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำที่มี ท่านกรรมาธิการที่ได้ตั้งข้อสงวนไว้เกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำ คำว่า และ ที่ท่านมองว่าใช้ถ้อยคำ เฟิ่นเฟ้อ เยอะ คำว่า และ หลายแห่งนะคะ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเหตุผลของการใช้ถ้อยคำ ดังกล่าวว่าเราได้พิจารณาตามหลักถูกต้องของหลักภาษาไทยและหลักการตีความกฎหมาย มันมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนด และ นะคะ🔗
ขออนุญาตอ่านตัวร่างพร้อมกับชี้แจงนะคะ ในตัวร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ในมาตรา ๔๑/๘ (๘) ออกระเบียบ เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ การสงเคราะห์ เงินค่าตอบแทนพิเศษและสิทธิและประโยชน์อื่น ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง และพนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง ท่านมองว่า คำว่า และพนักงานราชการ และ คำหน้านี้ ไม่ควรจะมีนะคะ แต่ดิฉันขอเรียนว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดไว้ เพราะว่า ข้อความต่อมาที่ใช้คำว่า พนักงานราชการและลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง อันนี้เป็น กลุ่มคำที่ต้องการชี้ให้เห็นชัดเจนว่าพนักงานราชการที่จะได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษในกรณีนี้ ต้องเป็นพนักงานราชการสำนักงานศาลปกครอง แล้วก็ลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง การเขียนเช่นนี้เพื่อให้เข้าใจว่าถ้อยคำข้างหลังคำว่า สำนักงานศาลปกครองขยายทั้งคำว่า พนักงานราชการและลูกจ้าง เพราะข้อความนี้เป็นกลุ่มคำ เพราะฉะนั้นคำว่าและพนักงาน ราชการและลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดไว้เพื่อไม่ให้ เกิดปัญหาในการตีความกฎหมายนะคะ บางครั้งมันอาจจะดูว่าซ้ำซ้อน แต่เพื่อไม่ให้ เกิดปัญหาในการใช้และการตีความกฎหมาย ก็จำเป็น ถึงแม้ว่าจะซ้ำซ้อนก็จำเป็นที่จะต้อง กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลังนะคะ ขออนุญาตชี้แจงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นติดใจ เชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ขอแสดงเหตุผลและคำอธิบาย อันแรกที่ตัวแทนสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงว่าจำเป็นต้องใช้ และ และ และ ๓-๔ ครั้งซ้อนกัน ผมร่าง กฎหมายมามากนะครับ กฎหมายนี้ผมก็เป็นคนแปรญัตติ แล้วจึงมีการตั้งศาลปกครอง ที่จังหวัดอุดรธานี ศาลปกครองที่จังหวัดบุรีรัมย์ และศาลปกครองที่จังหวัดยะลา ในวันที่ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมถามว่ามาตรฐานกฤษฎีกา ปี ๒๕๔๒ กับมาตรฐานกฤษฎีกาในการเขียนกฎหมาย ปี ๒๕๖๔ ยังคงเดิมไหม ถ้ายังคงเดิม คำแปรญัตติผมถูกต้อง เพราะท่านประธานไปดูครับ พระราชบัญญัตินี้เขียนเมื่อปี ๒๕๔๒ ในวงเล็บที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังอธิบายนี้ เขาเขียนข้อความว่าอย่างไรครับ เขียนถูกครับ (๘) บอกว่าออกระเบียบ เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ แล้วก็มี และ ครับ และการสงเคราะห์อื่นแก่ข้าราชการ ศาลปกครอง วรรค ไม่มี และ ครับ พนักงานราชการ วรรค และลูกจ้างสำนักงาน ศาลปกครอง อันนี้เป็นข้อความกฎหมายที่เป็นกฎหมายแล้ว แล้วก็ผ่านการรับรอง ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสมาชิก ประกาศใช้มา เมื่อปี ๒๕๔๒ ๒๒ ปีมานี้ครับ ผมถามกลับไปว่ามาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงไปแล้วใช่ไหมในการเขียนกฎหมาย ทำไมไม่คำนึงถึงหลักภาษาไทยเป็นหลัก แล้วเกิดกรณีอะไรในการตีความให้ยกประเด็นให้ผมชัดเจนว่า และ และ และ เกิดกรณีขึ้น เกี่ยวกับคดีอะไร ทำไมต้องเขียนกฎหมายแบบใหม่นี่ข้อที่ ๑🔗
ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ กรณีที่ผมเขียนไว้ชัดเจน ท่านรองศาสตราจารย์อานนท์ ซึ่งเป็นนักเขียนกฎหมายและศึกษามามาก ท่านก็ยืนยันว่าต้องเขียนระบุประเด็น ทั้ง ๒ ไว้เพื่อความชัดเจนของกฎหมาย ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ การเขียน กฎหมายเพื่อให้ประชาชนคนธรรมดาอ่านแล้วเข้าใจ แล้วก็ชัดเจนตรงประเด็นเป็นภารกิจ ของพวกเรานะครับ ไม่ใช่เขียนแล้วรู้เฉพาะนักเขียนกฎหมายหรือคนที่อยู่ศาลปกครอง พอบอกว่าค่าตอบแทนพิเศษต้องไปอ่านกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง หลักการได้ค่าตอบแทนพิเศษ มันต้องอยู่ในที่เสี่ยงภัย ทำงานที่ยากกว่าปกติ การเขียนกฎหมาย ผมนี่เป็น ส.ส. ชนบทนะ บ้านนอกนะ แต่เป็นครูมา เขาบอกหลักการเขียนกฎหมายประชาชนต้องอ่านเข้าใจ ชัดเจน ตรงกันกับรองศาสตราจารย์อานนท์ ที่อธิบายหลักกฎหมาย นักกฎหมายในต่างประเทศ เขามีหลัก ก็หลักให้เขียนชัดเจนเหมือนกับผม เพราะฉะนั้นความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เปลี่ยนเถอะครับ เอาตามผมนั่นละ ผมเรียนท่านนะ คนร่างกฎหมายมาให้เรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็น ให้ความเห็นชอบ วันนี้มันเป็นร่างของสภานะ ต้องชัดเจน ต้องประชาชนธรรมดาอ่านเข้าใจ นี่ละครับ แล้วต้องถูกหลักภาษา ไม่ใช่มาอธิบายแบบใหม่ มาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเปลี่ยนไปก็ต้องบอกมาว่าเกิดกรณีอะไรขึ้นถึงทำให้มาตรฐานท่านเปลี่ยนไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเจตนาที่รับไปจากสภานี้ผมเคร่งครัด สวัสดิการ ทุกอย่างผมให้หมดไม่ได้ตัดอะไรเลย แต่ค่าตอบแทนพิเศษผมขอให้ระบุให้ชัดเจน ในหลักการ ๒ อย่าง คือในพื้นที่เสี่ยงภัย กับงานที่ยุ่งยากเร่งด่วนกว่างานปกติและยากกว่าปกติ จึงจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะเล่าลำดับให้ท่านฟังว่า สิ่งที่เขียนในมาตรานี้ (๘) คณะกรรมการศาลปกครอง เฉพาะข้อนี้ก็ไปทำทุกอย่างได้หมด อยู่แล้ว นี่คือเขาเขียนมาเขาให้ได้หมดอยู่แล้วครับ สวัสดิการและประโยชน์อื่นนี่ครอบคลุม หมดอยู่แล้ว แล้วทำไมเสนอมาให้สภาผู้แทนราษฎร ให้วุฒิสภาต้องเปลืองงบประมาณ มากมาย ท่านรู้เบื้องหลังไหมครับ ถ้าไม่รู้ผมจะบอกครับ อันนี้เป็นความเข้าใจผมเองนะ ท่านประธานครับ เคยมีองค์กรอิสระองค์กรหนึ่งใช่ไหมครับ ออกเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วศาล ตัดสินว่าทำประโยชน์ให้ตัวเองแล้วก็มีโทษ ต่อจากนั้นศาลปกครองอยากจะทำอันนี้ ก็เลยกำหนดระเบียบ พอศาลปกครองทำ อัยการก็ทำ ไม่ใช่ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม เรื่องนี้ผมได้รับการยืนยันจากท่านโภคิน พลกุล ขอเอ่ยชื่อ ในทางที่ยืนยันความเห็นตรงกับผม แล้วอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ในการพิจารณา กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ท่านลำดับ ท่านตำหนิเรื่องนี้ว่าไม่ควรมี อย่างนี้อีก แต่ไม่เป็นไรครับ หลังจากองค์กรอิสระถูกลงโทษแล้วศาลปกครองก็ออกระเบียบ เพื่อความชัดเจน กฎหมายนี้คนออกที่ศาลปกครองก็ยืนยันครับ อธิบายกับผมในฐานะ เป็นกรรมาธิการก็อยากจะเขียนให้มันมีความชัดเจน เพราะเกรงว่าจะมีความผิดอีก สภาผู้แทนราษฎรถึงจะต้องมาพิจารณาเรื่องนี้อย่างไรครับ จริง ๆ แล้วก็ทำได้อยู่แล้ว เวลาพิจารณาผมเพียงแต่อยากเขียนให้ละเอียด ตอบผมสิครับว่ามันมีโทษอะไร ถ้าจะเขียน ตามผมนี่มีโทษอะไร แล้วเขียนให้ประชาชนเข้าใจด้วยมีปัญหาอะไร เสียหายอย่างไรตอบสิครับ อย่ามาอ้างว่ากฎหมายอันนั้นเขียนอย่างนี้ก็ต้องเขียนตาม อย่าอ้างเฉพาะอย่างนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องเอาตามที่ท่านเขียนมาหมด ต้องมีสภาผู้แทนราษฎรทำไม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเสนอนี่กรรมาธิการส่วนใหญ่ หรือท่านประธานควรจะปรึกษากัน แล้วเอาตามที่ผมเสนอมันจะได้ชัดเจน ถูกหลักถูกเกณฑ์หมด ไม่เสียหายอะไรเลย หลักการ ที่รับมาจากสภาก็อยู่ทั้งหมดไม่มีอะไรตัด ผมยืนยันการแปรญัตติของผม ขอบคุณครับ🔗
ท่านรองศาสตราจารย์อานนท์ครับ เอาสรุปสั้น ๆ หน่อยนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะสรุปสั้น ๆ ในประเด็นที่จะชี้แจงในรอบที่ ๒ ดังนี้นะครับ🔗
ประเด็นแรก สืบเนื่องจากกรรมาธิการที่ชี้แจงในนามเสียงส่วนใหญ่ของ คณะกรรมาธิการ ได้กล่าวไปถึงคณะกรรมการบริหารศาลปกครองในแง่ขององค์ประกอบ เพื่อโน้มน้าวให้พวกเราหรือให้สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นว่าการจ่ายเงินเช่นนี้มีคนนอกเข้ามา เป็นองค์ประกอบในคณะกรรมการ นอกเหนือไปจากบุคลากรในศาลปกครอง จริงครับ อันนี้เป็นเรื่องที่จริง แต่ผมก็อยากนำเรียนแฟกต์ (Fact) หรือนำเรียนข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนนะครับ ว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารศาลปกครอง ตามมาตรา ๔๑/๒ คนใน ศาลปกครอง หรือบุคลากรของศาลปกครองมีจำนวนมากกว่าคนภายนอกที่เข้ามาเป็น คณะกรรมการ ขออนุญาตนำเรียนเท่านี้นะครับในแง่ของสัดส่วนองค์ประกอบ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากท่านกรรมาธิการที่ได้ชี้แจง กล่าวประเด็นถึงเรื่องระเบียบกับความผูกพันต่องบประมาณว่าถึงอย่างไรเสียงบประมาณ ก็ต้องได้รับมาจากสภา สำหรับการจ่ายเงินตามระเบียบที่จะได้ออก หรือหากจะได้ออกตาม ร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ ผมขออนุญาตนำเรียนที่ประชุมเพื่อเป็นข้อมูลประกอบ การพิจารณา ศาลปกครองไม่ใช่หน่วยงานที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถมีรายได้ ด้วยการจัดทำบริการสาธารณะ แล้วเก็บสรรเงินส่วนนี้เป็นรายได้ส่วนตัวขององค์กร หากจะต้องรับเงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็ตรงกับที่ท่านกรรมาธิการพูด เพียงแต่ว่า การตรากฎหมายที่ให้อำนาจไปออกระเบียบ ระเบียบก็จะมีความชอบธรรมในทางกฎหมาย ที่จะจ่ายเงินแผ่นดินได้ ตรงนี้ละครับจะเป็นการเกิดภาระงบประมาณที่ผูกพัน ตามตัวบทกฎหมาย มากน้อยว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับ🔗
ประการสุดท้ายในประเด็นนี้นะครับ ผมมีความเห็นในประเด็นเรื่องของ เงื่อนไขตรงกับท่านขจิตรนะครับว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายเลยที่เราจะเขียนกฎหมายให้ชัด กับสิ่งที่เราได้เสนอต่อสภาว่าเรามี ๒ เหตุเท่านั้น ๑. เหตุในเรื่องพื้นที่เสี่ยงภัย และ ๒. เหตุในเรื่อง ของการปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ผมรับได้กับการที่เราจะ หรือทาง สภาจะพิจารณาให้มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนในกรณีนี้นะครับ แต่การเขียนพยายามอธิบาย ว่าเขียนเนื้อความอย่างกว้าง ๆ นี่นะครับ สมประสงค์กับวัตถุประสงค์ทั้ง ๒ ประการแล้ว ผมขอค้านครับ ตัวบทที่ปรากฏเกินไปกว่าสิ่งที่ถูกเขียนเอาไว้ในเอกสารต้นร่าง ซึ่งเป็น ๒ วัตถุประสงค์สำคัญนะครับ และมีตัวอย่างที่อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตและระมัดระวังนะครับ ท่านบอกว่าเคยมีตัวอย่าง ในกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ. ของศาลยุติธรรมซึ่งใช้ข้อความนี้แล้วทางคณะกรรมาธิการ หรือทางสภาก็เห็นชอบที่จะเดินตาม ในกรณีของศาลยุติธรรม การจ่ายค่าตอบแทน ด้วยบทบัญญัติทางกฎหมายที่กรรมาธิการกล่าวอ้างถึงนั้น จ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ นอกเหนือกรณี ๒ เหตุที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติที่เสนอต่อสภานี้ด้วย นั่นคือการจ่ายเงิน ค่าตอบแทนแก่ข้าราชการ ตุลาการในศาลยุติธรรมสำหรับกรณีเมื่อพ้นจากการทดลอง ปฏิบัติงานแล้ว เห็นไหมครับ นี่คือตัวอย่างว่าทำไมเราถึงควรที่จะเขียนกฎหมาย ให้ตรงไปตรงมาครับ เท่านี้ครับ ผมขอยืนยันตามความเห็นที่สงวนครับท่านประธาน🔗
เป็นอันว่า กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังคงติดใจนะครับ ถ้ายังคงติดใจ กรรมาธิการชี้แจงละเอียดแล้ว คงไม่ต้องชี้แจงอีกแล้วนะครับ ถ้ายังติดใจผมก็คงต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ หรือที่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ได้เข้าสู่ห้องประชุมครับ เพื่อที่จะได้ลงมตินะครับ ขอเชิญนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ๔๕๒ รายงานตัวครับ🔗
ยังครับ ยังไม่ได้ ให้รายงานตัว ผมเพิ่งเรียกเข้าห้องประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าสู่ ห้องประชุมนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างของ คณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขหรือกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติผมขอ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง🔗
อยู่มุมไหนครับ🔗
นี่ครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ ขออนุญาตท่านประธานทอดเวลาสักหน่อยครับ ตอนนี้ประชุมคณะกรรมาธิการยาว เพราะผมเห็นเมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าจะลงมติผมก็หวาดเสียวแล้วท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ยังรออยู่นะครับ เพราะว่าเห็นท่านสมาชิกเรากำลังเดินเข้าห้องประชุมกัน เนื่องจากว่าวันนี้เรามีการประชุม คณะกรรมาธิการอยู่เกือบทุกคณะนะครับ ก็ต้องให้โอกาสท่านสมาชิกที่กำลังเดินเข้าสู่ห้อง ประชุม ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนอาจจะ ติดขัดเรื่องบัตรลงคะแนน🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ จิรายุครับ ขออนุญาตใช้เวลาระหว่างรอเพื่อนสมาชิกเข้ามา หารือสั้น ๆ สัก ๑ นาทีนะครับ ท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เมื่อช่วงเช้าสักประมาณสิบโมงครึ่ง ขับรถมาสภาวิ่งมาจากแยกเกียกกาย พอมาถึงก็วิ่ง เลน (Lane) ปกติท่านประธานครับ มีรถหวอตำรวจนำ ๒ คัน แล้วก็เป็นรถอัลพาร์ดสีขาว มีตำรวจปิดท้าย วิ่งสวนเลน (Lane) หลบไม่ทันเลยท่านประธานครับ ก็เลยอยากจะบอก ท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีผู้มากบารมีของประเทศไทยครับ ช่วยบังคับกฎหมาย แล้วก็ช่วยทำตัวให้มันเป็นเหมือนคนทั่วไปด้วยครับ คือแซงรูดขวาไปท่านประธานครับ ชาวบ้านเขาก็สวดชยันโตกันมา นี่ผมโดนกับตัวเองเลยท่านประธานครับ ก็ฝากท่านประธาน บอกคณะรัฐมนตรีด้วยนะครับ ก็ค่อย ๆ ไปนะครับ รีบเหมือนกันทุกคนครับ ผมก็รีบ เหมือนกันท่านประธานครับ แต่ผมก็มาตามตรอกออกตามประตู ก็ฝากท่านประธาน ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านคงได้ยินแล้วละครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดก็ถือว่าได้ใช้สิทธิแสดงตนครบหมดแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลด้วยครับ ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๐ ท่าน🔗
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่มงดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานคะ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หมายเลข ๔๗๕ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๗๕ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๘🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๑ เห็นด้วยครับ🔗
๐๑๑🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี หมายเลข ๔๙๓ ไม่เห็นด้วย เพราะกดผิดครับ🔗
หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าท่านอุบลศักดิ์กด🔗
เมื่อสักครู่นี้ผิดพลาดไปในการกด🔗
กดเห็นด้วย ไปแล้ว🔗
ไม่เห็นด้วยครับ กดไม่เห็นด้วย ตอนท้ายนี้🔗
รับทราบครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีขอเชิญนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยแสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๗ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เจ้าหน้าที่ขอที่บวกด้วย ขออนุญาตแจ้งผลคะแนนใหม่นะครับ เห็นด้วย ๒๕๗ ไม่เห็นด้วย ๙๐ งดออกเสียง ๑ ที่ท่านสมาชิกมีปัญหาเรื่องการเสียบบัตรนะครับ🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข ท่านสมาชิกครับ ถือว่า จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ มีไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
สมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน ถ้ามีก็ขอเชิญแสดงตนนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผล จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๔๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านจุลพันธ์ มีอะไรครับ🔗
ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้องค์ประชุมสภาดูจะเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง ๒๔๖ ท่านนะครับ ผมอยากจะขอท่านประธานได้โปรดนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ท่านจุลพันธ์ ผมว่ามันใกล้จะจบแล้วนะครับ ความจริงแล้วท่านสมาชิกผมมองดูด้วยสายตา ก็แน่นห้องประชุมอยู่นะครับ เพียงแต่ท่านสมาชิกบางส่วนอาจจะไม่กดเสียบบัตรเท่านั้นเอง เรายอมรับความเป็นจริงกันนะครับ ร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จของการพิจารณา กฎหมาย ผมขอร้องท่านจุลพันธ์🔗
ข้างหลังฝากมาบอกท่านประธานว่า ทำเป็นไม่เคยนะครับ เพราะว่าผมเองก็เห็นว่าการทำงานเราพยายามให้ความร่วมมือ มาตลอดนะครับ การอภิปรายในสภารวมถึงการลงมติทุกครั้ง พวกผมในฐานะฝ่ายค้าน ถึงแม้จะเป็นเสียงข้างน้อยเราก็ทำงานกันอย่างเต็มที่นะครับ แต่ว่าวันนี้แม้แต่กระบวนการ ในการที่จะยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเรา ในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ยังมีกระบวนการที่จะขัดขวาง พวกผมเองมีความจำเป็นจริง ๆ ครับ ผมเสนอ ต่อท่านประธานให้มีการเช็ก (Check) องค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านจุลพันธ์ ความจริงแล้วผมก็ให้ความเคารพนะครับ ไม่ได้ตำหนิท่านสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุม แล้วไม่เสียบบัตรแสดงตน ไม่ได้ตำหนินะครับ มันเป็นสิทธิของท่าน เพียงแต่ว่าเราก็อยากจะ ร่วมกันผลักดันให้กฎหมายผ่านไปได้ด้วยดี ความจริงองค์ประชุม ๒๔๖ ถึงแม้จะเกินครึ่งไป ไม่มาก แต่ก็ถือว่าครบองค์ประชุม อยากจะขอร้องท่านจุลพันธ์อีกสักครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ กระบวนการในการยื่นญัตติที่ผมบอกว่าให้มีการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อครบถ้วน สมบูรณ์นะครับ มันไม่ใช่เรื่องจะมาขอกัน เพราะการทำงานในสภาแห่งนี้เราให้ความร่วมมือ มาตลอด จนมาเมื่อวานนี้เราได้เห็นถึงเรื่องของการยื่นญัตติเพื่อส่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปยังศาลนะครับเรื่องการยื่นญัตติเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พวก ผมปฏิบัติให้ความร่วมมือมาตลอด ผมเดินต่อไม่ไหวแล้วครับ ผมขอนับองค์ประชุมครับ ผมยืนยันครับ🔗
ถ้าเป็น ความประสงค์ของท่านสมาชิกนะครับ ท่านสมาชิกได้มีผู้รับรองถูกต้องก็ต้องดำเนินการ ตามนั้นนะครับ เป็นอื่นคงไม่ได้ ฝ่ายเลขาธิการเตรียมการนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ🔗
ท่านประธานคะ ขอหารือค่ะ ท่านประธานคะ อยู่ทางนี้ค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ นะคะ ๐๕๑ ค่ะ พรรคพลังประชารัฐ สมุทรสาคร ขอหารือ ท่านประธาน เมื่อสักครู่🔗
ท่านจอมขวัญเวลาอภิปรายเอาแมสก์ (Mask) ออกจากปากด้วยก็ดีนะครับ มันจะได้ชัดเจน เชิญครับ🔗
เมื่อสักครู่ท่านประธาน ขานจำนวนองค์ประชุมมันก็ครบแล้ว แล้วก็มีสมาชิกเสนอให้นับองค์ประชุม แล้วถ้าเกิดว่า เราก็เสียเวลานับองค์ประชุมโดยการขานชื่ออีกรอบใช่ไหมคะ จะขอเรียนถามท่านประธานว่า แล้วถ้าหากว่าขานชื่อแล้วองค์ประชุมไม่ครบก็ต้องปิดประชุมวันนี้ไปใช่ไหมคะ แล้ววาระ ที่ได้บรรจุไว้แล้ว ร่าง พ.ร.บ. อีก ๓ ฉบับก็จะไม่ได้พิจารณาใช่ไหมคะ เสร็จแล้วสมาชิก ก็กลับไป วันนี้มันเป็นวันจ่ายนะคะ วันนี้ก็กลับไปซื้อของไหว้เจ้าได้ใช่ไหมคะ แล้วพรุ่งนี้ ค่อยมาประชุมใหม่ใช่ไหมคะท่านประธาน🔗
ท่านจอมขวัญครับ ถ้าไม่ครบองค์ประชุมก็ถือว่าปิดประชุมละครับ แต่ถ้าครบองค์ประชุม ก็ได้พิจารณาระเบียบวาระต่อไป ก็มันเป็นสิทธิของท่านสมาชิก ประธานก็จะดำเนินการ เป็นอื่นไปไม่ได้ ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองช่วยส่งท่านสมาชิกเป็นกรรมการด้วยนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคก้าวไกล ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอรายชื่อ ท่านสมาชิกที่จะเป็นตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองด้วยนะครับ ท่านสมาชิกได้ทราบนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรเรากำลังดำเนินการที่จะนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อตามข้อเสนอ ของท่านสมาชิกพรรคฝ่ายค้านนะครับ ฉะนั้นท่านอย่าได้ออกไปไกลนะครับ ขอตัวแทน จากพรรคการเมืองที่ผมได้ระบุไปแล้วนะครับ พรรคละ ๑ ท่าน ขอรายชื่อด้วย จากพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน จากพรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน จากพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคก้าวไกล ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน กรรมการ พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วจะได้ให้ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ ท่านสมาชิกหลายท่านก็เป็นห่วงเป็นกังวลนะครับ เพราะว่าวันนี้เป็นวันจ่ายกลัวจะไม่ได้จ่าย ได้รายชื่อกรรมการจากทุกพรรคหรือยังครับ รายชื่อกรรมการพร้อมยังครับ ถ้าพร้อมแล้ว ขอรายชื่อกรรมการด้วย ถ้าพร้อมแล้วท่านเลขาธิการดำเนินการเลยนะครับ กรรมการ ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐเป็นท่านเพชรภูมินะครับ จากพรรคเพื่อไทย ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านธีรภัทร แล้วจากพรรคภูมิใจไทย ท่านศรีนวล จากพรรคก้าวไกล คุณหมอวาโย จากพรรคเสรีรวมไทย ท่านวัชรานะครับ เชิญกรรมการ บนบัลลังก์ครับ🔗
พร้อมแล้ว เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการเลยนะครับ🔗
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล🔗
๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน🔗
อยู่ครับ🔗
๓. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗
อยู่ครับ🔗
๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
มาค่ะ🔗
๖. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๗. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก🔗
อยู่ครับท่านประธานครับ🔗
๘. นายกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์🔗
๑๐. นายกฤษณ์ แก้วอยู่🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี🔗
๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย🔗
มาค่ะ🔗
๑๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๘. นายการุณ โหสกุล🔗
๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์🔗
๒๐. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร🔗
๒๑. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗
๒๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗
๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗
กุลวลี อยู่ค่ะ🔗
๒๖. นายกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
๒๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
๒๘. นายเกษม ศุภรานนท์🔗
อยู่ครับท่านประธานครับ🔗
๒๙. นายเกษม อุประ🔗
๓๐. นายเกษมสันต์ มีทิพย์🔗
๓๑. นายเกียรติ สิทธีอมร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
๓๕. นายโกศล ปัทมะ🔗
๓๗. นายขจิตร ชัยนิคม🔗
๓๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท🔗
๓๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล🔗
๔๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗
๔๔. นายคารม พลพรกลาง🔗
๔๕. นายคำพอง เทพาคำ🔗
๔๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมไม่ได้ยินครับ ๐๓๔ โกวิทย์ พวงงาม อยู่ครับ🔗
๔๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ🔗
๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗
๔๙. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์🔗
๕๐. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗
อยู่ครับ🔗
๕๑. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๕๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี🔗
อยู่ครับ🔗
๕๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น🔗
๕๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗
๕๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร🔗
อยู่ครับ🔗
๕๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย🔗
จักรัตน์ พั้วช่วย อยู่ครับ🔗
๕๗. นางสาวจุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๕๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗
๕๙. นายจารึก ศรีอ่อน🔗
จารึก ศรีอ่อน อยู่ครับ🔗
๖๑. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร🔗
อยู่ค่ะ🔗
๖๒. นายจิรทัศ ไกรเดชา🔗
๖๓. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗
๖๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗
๖๕. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์🔗
๖๖. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗
๖๗. นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗
๖๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗
๖๙. นายจีรเดช ศรีวิราช🔗
จีรเดช ศรีวิราช อยู่ครับ🔗
๗๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗
๗๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗
อยู่ครับ🔗
๗๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๗๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์🔗
อยู่ครับ🔗
๗๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย🔗
อยู่ครับ🔗
๗๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์🔗
๗๗. นางเจริญ เรี่ยวแรง🔗
อยู่ค่ะ🔗
๗๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์🔗
มาครับ🔗
๗๙. นายฉลอง เทอดวีระพงศ์🔗
อยู่ครับ🔗
๘๐. นายฉลาด ขามช่วง🔗
๘๑. นางสาวชนก จันทาทอง🔗
๘๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ🔗
ชยุตยังอยู่ครับ🔗
๘๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว🔗
๘๔. นายชวน หลีกภัย🔗
อยู่ครับ🔗
๘๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์🔗
๘๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์🔗
๘๗. นายชัชวาลล์ คงอุดม🔗
๘๘. นายสวาป เผ่าประทาน🔗
๘๙. นายชัยชนะ เดชเดโช🔗
รายงานตัวครับ🔗
๙๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗
๘๘. นายสวาป เผ่าประทาน อยู่ครับ🔗
๙๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๙๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๙๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์🔗
๙๔. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ🔗
อยู่ครับ🔗
๙๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์🔗
อยู่ครับ🔗
๙๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ🔗
อยู่ครับ🔗
๙๘. นายชุมพล จุลใส🔗
อยู่ครับ🔗
๙๙. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗
๑๐๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๑. นายชูศักดิ์ แอกทอง🔗
๑๐๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๓. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์🔗
๑๐๔. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๕. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์🔗
๑๐๗. นายไชยา พรหมา🔗
๑๐๘. นายซูการ์โน มะทา🔗
๑๐๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
๑๑๐. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๑. นายฐานิสร์ เทียนทอง🔗
๑๑๒. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๔. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๑๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์🔗
๑๑๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๗. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๘. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
๑๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ🔗
๑๒๑. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์🔗
๑๒๒. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗
๑๒๓. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗
๑๒๔. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗
๑๒๕. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒๖. นายดล เหตระกูล🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒๗. นายดะนัย มะหิพันธ์🔗
๑๒๘. นายดำรงค์ พิเดช🔗
๑๒๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๐. นางสาวตรีนุช เทียนทอง🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๓๑. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล🔗
๑๓๒. นายไตรเทพ งามกมล🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม🔗
๑๓๔. นายถาวร เสนเนียม🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๕. พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๗. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ🔗
๑๓๙. นายทศพร ทองศิริ🔗
๑๔๐. นายทองแดง เบ็ญจะปัก🔗
๑๔๑. นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๔๒. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗
๑๔๓. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๔๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์🔗
๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ🔗
๑๔๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๔๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
๑๔๙. นางเทียบจุฑา ขาวขำ🔗
๑๕๐. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๕๑. นายธนกร ไชยกุล🔗
๑๕๒. นางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
๑๕๓. นายธนยศ ทิมสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม ๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นะครับ🔗
ครับ🔗
๑๕๔. ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๕๕. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๕๖. นายมานพ คีรีภูวดล🔗
๑๕๗. นายธรรมนัส พรหมเผ่า🔗
๑๕๘. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ🔗
๑๖๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗
๑๖๑. นายธารา ปิตุเตชะ🔗
ธาราอยู่ครับ🔗
๑๖๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๖๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗
๑๖๔. นายธีระ ไตรสรณกุล🔗
๑๖๕. นายธีระ วงศ์สมุทร🔗
อยู่ครับ🔗
๑๖๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ🔗
๑๖๗. นายนพ ชีวานันท์🔗
๑๖๘. นายนพคุณ รัฐผไท🔗
๑๖๙. นายนพดล แก้วสุพัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๐. นายนพดล มาตรศรี🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๑. นายนพพล เหลืองทองนารา🔗
๑๗๒. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗
๑๗๓. นายนริศ ขำนุรักษ์🔗
นริศอยู่ครับ🔗
๑๗๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๖. นายนัทธี ถิ่นสาคู🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๘. นายนิกร จำนง🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๙. นายนิคม บุญวิเศษ🔗
๑๘๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ🔗
๑๘๑. นายนิพันธ์ ศิริธร🔗
อยู่ครับ🔗
๑๘๒. นายนิยม ช่างพินิจ🔗
๑๘๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๑๘๔. นายนิยม เวชกามา🔗
๑๘๕. นายนิรมิต สุจารี🔗
๑๘๖. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์🔗
๑๘๘. นายนิโรธ สุนทรเลขา🔗
อยู่ครับ🔗
๑๘๙. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๙๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๒. นายบัลลังก์ อรรณนพพร🔗
๑๙๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์🔗
๑๙๔. นายบุญฐิน ประทุมลี🔗
๑๙๕. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา🔗
บุญยิ่งอยู่ค่ะ🔗
๑๙๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ🔗
๑๙๗. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๙. นางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗
๒๐๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๑. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗
๒๐๒. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
๒๐๔. นายประกอบ รัตนพันธ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
๒๐๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๗. ประภัตร โพธสุธน🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๘. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช🔗
๒๐๙. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๐. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์🔗
๒๑๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗
๒๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง🔗
๒๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง🔗
๒๑๕. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
๒๑๖. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗
๒๑๗. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๘. นายปรีดา บุญเพลิง🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๙. นายปัญญา จีนาคำ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒๐. นางสาวปารีณา ไกรคุปต์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๒๒. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ🔗
๒๒๓. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗
๒๒๔. นางผ่องศรี แซ่จึง🔗
๒๒๕. นายไผ่ ลิกค์🔗
๒๒๗. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒๘. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒๙. นายพยม พรหมเพชร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๓๐. นายพรชัย อำนวยทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข🔗
อยู่ครับ🔗
๒๓๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
๒๓๓. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร🔗
๒๓๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗
๒๓๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ🔗
๒๓๗. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ🔗
๒๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๓๙. นายพัฒนา สัพโส🔗
๒๔๐. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๔๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์🔗
๒๔๒. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๔๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
๒๔๔. นายพิเชษฐ สถิรชวาล🔗
๒๔๔ อยู่ครับ🔗
๒๔๕. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗
๒๔๖. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๔๗. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๔๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๔๙. นายพิษณุ พลธี🔗
อยู่ครับ🔗
๒๕๐. นายพีรเดช คำสมุทร🔗
๒๕๑. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗
๒๕๒. นายพีระเพชร ศิริกุล🔗
๒๕๓. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์🔗
๒๕๔. นายเพชร เอกกำลังกุล🔗
๒๕๕. นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๕๖. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๕๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล🔗
๒๕๘. นายไพจิต ศรีวรขาน🔗
๒๕๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๐. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร🔗
๒๖๑. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖๒. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗
๒๖๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๔. นางสาวภริม พูลเจริญ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๖. นายภาควัต ศรีสุรพล🔗
๒๖๗. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖๘. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๐. นายภิญโญ นิโรจน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๒. นายภูมิศิษฏ์ คงมี🔗
๒๗๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗
๒๗๔. นายมณฑล โพธิ์คาย🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๕. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา🔗
อยู่ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ๒๗๒ อยู่ครับ🔗
๒๗๖. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร🔗
๒๗๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์🔗
๒๗๘. นางมนพร เจริญศรี🔗
๒๗๙. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๘๑. นายมานพ ศรีผึ้ง🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๒. นายมานะ โลหะวณิชย์🔗
๒๘๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์🔗
๒๘๔. นายมานัส อ่อนอ้าย🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๕. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๘๖. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์🔗
๒๘๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ🔗
๒๘๘. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๙. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๐. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๒. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗
๒๙๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๖. นายระวี มาศฉมาดล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
๒๙๘. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์🔗
๒๙๙. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๐๐. นายรังสิมันต์ โรม🔗
๓๐๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๐๒. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์🔗
๓๐๓. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗
อยู่ครับ🔗
๓๐๔. นายเรวัต วิศรุตเวช🔗
๓๐๕. นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗
๓๐๖. นางลินดา เชิดชัย🔗
๓๐๗. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
๓๐๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๐๙. นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๑๐. นายวรภพ วิริยะโรจน์🔗
๓๑๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน🔗
๓๑๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน🔗
๓๑๓. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗
๓๑๕. นายวราวุธ ศิลปอาชา🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๖. นายวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๗. นายวัชระ ยาวอหะซัน🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๘. นายวัชรา ณ วังขนาย🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๙. นายวัฒนา ช่างเหลา🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๐. นายวัน อยู่บำรุง🔗
๓๒๑. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์🔗
๓๒๒. นายวันชัย ปริญญาศิริ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๓. นายวันนิวัติ สมบูรณ์🔗
๓๒๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๒๕. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗
๓๒๖. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๗. นายวิเชียร ชวลิต🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๘. นายวิทยา ทรงคำ🔗
๓๒๙. นายวินท์ สุธีรชัย🔗
๓๓๐. นายวิรัช พันธุมะผล🔗
๓๓๐ อยู่ครับ เครื่องนี้ไม่ดัง🔗
๓๓๑. นายวิรัช รัตนเศรษฐ🔗
วิรัช รัตนเศรษฐ อยู่ครับ🔗
๓๓๒. นายวิรัตน์ วรศสิริน🔗
๓๓๓. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร🔗
๓๓๔. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗
๓๓๖. พันตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี🔗
๓๓๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
๓๓๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗
๓๔๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ🔗
๓๔๑. นายมารุต มัสยวาณิช🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๒. นายวีระกร คำประกอบ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๓. นายวีระชัย วีระเมธีกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗
๓๔๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์🔗
๓๔๖. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร🔗
๓๔๗. นายวุฒินันท์ บุญชู🔗
๓๔๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๙. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗
เพชรภูมิอยู่ครับ🔗
๓๕๐. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๕๑. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ🔗
๓๕๒. นายศราวุธ เพชรพนมพร🔗
๓๕๓. นางสาวศรีนวล บุญลือ🔗
มาเจ้า🔗
๓๕๔. นายศรีเรศ โกฎคำลือ🔗
๓๕๕. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์🔗
มาค่ะ🔗
ท่านประธานครับ นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ๓๐๔ อยู่ครับ🔗
๓๕๖. นายศักดา คงเพชร🔗
๓๕๗. นายศักดินัย นุ่มหนู🔗
๓๕๘. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๕๙. นายศาสตรา ศรีปาน🔗
อยู่ครับ🔗
๓๖๐. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
๓๖๑. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล🔗
๓๖๒. นายศิริพงษ์ รัสมี🔗
ศิริพงษ์ รัสมี อยู่ครับ🔗
๓๖๓. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๖๔. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๖๕. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๖๖. นายศุภชัย ใจสมุทร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๖๗. นายศุภชัย นพขำ🔗
๓๖๘. นายศุภชัย โพธิ์สุ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๖๙. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๗๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗
๓๗๑. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์🔗
๓๗๒. นายสงวน พงษ์มณี🔗
๓๗๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๗๔. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล🔗
๓๗๕. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗
๓๗๖. นายสมเกียรติ วอนเพียร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๗๗. นางนันทนา สงฆ์ประชา🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๗๘. นายสมคิด เชื้อคง🔗
๓๗๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๐. นายสมชาติ ประดิษฐพร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗
๓๘๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์🔗
๓๘๔. นายสมบัติ อำนาคะ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๕. นายสมบูรณ์ ซารัมย์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๖. นายสมพงษ์ โสภณ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๗. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗
๓๘๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
๓๘๙. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๐. นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๑. นางสมหญิง บัวบุตร🔗
๓๙๒. นายสมัคร ป้องวงษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์🔗
๓๙๔. นายสรชัด สุจิตต์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๕. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๖. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๗. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗
๓๙๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๙. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๐. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๔. นายสันติ กีระนันทน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๘. นายสาคร เกี่ยวข้อง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๙. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๐. นายสาธิต ปิตุเตชะ🔗
๔๑๑. นายสาธิต อุ๋ยตระกูล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๒. นายสายัณห์ ยุติธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๓. นายสำลี รักสุทธี🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๔. นายสิงหภณ ดีนาง🔗
๔๑๕. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๖. นายสินิตย์ เลิศไกร🔗
บิดาเสียชีวิตครับ ลาการประชุม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๗. นายสิระ เจนจาคะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๘. นางสิรินทร รามสูต🔗
๔๑๙. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๑. นายสุชาติ ตันเจริญ🔗
๔๒๒. นายสุชาติ ภิญโญ🔗
๔๒๓. นายสุชาติ อุสาหะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๔. นางสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๔๒๕. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา🔗
๔๒๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๗. นายสุทิน คลังแสง🔗
๔๒๘. นายสุเทพ อู่อ้น🔗
๔๒๙. นายสุพล จุลใส🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๐. นายสุพล ฟองงาม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗
๔๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗
๔๓๕. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
๔๓๖. นายสุรชาติ ศรีบุศกร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๗. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ🔗
๔๓๘. นายสุรทิน พิจารณ์🔗
สุรทินอยู่ครับ🔗
๔๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล🔗
๔๔๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗
๔๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗
๔๔๒. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๓. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๖. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ อยู่ครับ🔗
๔๔๘. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๙. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๐. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส🔗
๔๕๑. นายโสภณ ซารัมย์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๒. นายองค์การ ชัยบุตร🔗
๔๕๓. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๔. นายองอาจ วงษ์ประยูร🔗
๔๕๕. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๖. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๗. นายอนันต์ ผลอำนวย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์🔗
๔๕๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๐. นายอนุชา น้อยวงศ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๑. นายอนุชา นาคาศัย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ🔗
๔๖๓. นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗
๔๖๔. นายอนุมัติ ซูสารอ🔗
๔๖๕. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์🔗
๔๖๗. นางอนุรักษ์ บุญศล🔗
๔๖๘. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง🔗
๔๖๙. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๔๗๐. นายอภิชัย เตชะอุบล🔗
๔๗๑. นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๒. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗
๔๗๓. นายอภิชาติ ศิริสุนทร🔗
๔๗๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
๔๗๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๘. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๙. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๑. นายอันวาร์ สาและ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๒. นายอับดุลบาซิม อาบู🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๓. นายอับดุลอายี สาแม็ง🔗
๔๘๔. นายอัศวิน วิภูศิริ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๖. นางอาภรณ์ สาราคำ🔗
๔๘๗. นายอารี ไกรนรา🔗
๔๘๘. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์🔗
อยู่ครับ🔗
เอี่ยม ทองใจสด อยู่ครับ🔗
อีกครั้งนะครับท่าน🔗
อำนาจอยู่ครับ ๔๘๙ ครับ🔗
๔๙๐. นายอำไพ กองมณี🔗
๔๙๑. นายวัฒนา สิทธิวัง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๒. นายอิสสระ สมชัย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
๔๙๔. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๕. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ🔗
๔๙๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด🔗
๔๙๗. เอกภพ เพียรพิเศษ🔗
๔๙๘. นายเอกราช ช่างเหลา🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๙. นายเอี่ยม ทองใจสด🔗
อยู่ครับ🔗
๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
เรียนท่านประธานค่ะ สักครู่เสียง ไมโครโฟนไม่ดังค่ะ พรรณสิริ กุลนาถศิริ ๒๓๕ อยู่ค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๒๕๑ อยู่ค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ธรรมนัส พรหมเผ่า ๑๕๗ อยู่ครับ🔗
ทีละท่านครับ ทีละท่าน🔗
ท่านประธานครับ ๒๕๓ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อยู่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ๑๕๘ อยู่ครับ🔗
ทีละท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ธรรมนัส พรหมเผ่า ๑๕๗ อยู่ครับ🔗
สมาชิกที่เพิ่งเข้ามา ท่านแสดงตนได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ โกวิทย์ พวงงาม ๐๓๔ อยู่ครับ🔗
ให้เวลานะครับ สมาชิก ที่เพิ่งเข้ามากรุณาได้ใช้ไมโครโฟนประกาศชื่อท่านนะครับ เพื่อแสดงตนว่าอยู่ในที่ประชุม ขอเชิญกรรมการทำหน้าที่รวบรวมผู้อยู่ในที่ประชุมองค์ประชุมครับ มีสมาชิกท่านใดยังค้าง อยู่ไหมครับ ก็ถือว่าให้กรรมการได้ตรวจนับคะแนนนะครับ เชิญกรรมการครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาท่านประธานครับ🔗
ครับ🔗
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่ง เป็นกรรมการอยู่ต้องถือว่าอยู่ในที่ประชุมครับ ถ้าไม่อยู่ท่านจะอยู่ได้อย่างไรครับ ไม่อย่างนั้น ถ้าบอกไม่อยู่นี่ถือว่าเป็นการแจ้งความเท็จต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ต้องลงโทษทาง วินัยและคดีอาญาครับ ผมต้องถือว่าตามกฎหมายนั่งเป็นกรรมการอยู่ เพราะฉะนั้นต้องถือว่า อยู่ครับ คุณหมอวาโยและท่าน ส.ส. อีกท่านหนึ่งที่อยู่เป็นกรรมการจะถือว่าไม่อยู่ไม่ได้ครับ ต้องนับอยู่ในที่ประชุมครับ🔗
ท่านได้แสดงตนแล้วครับ🔗
ไม่แสดงตนไม่ได้ครับ เป็นกรรมการนับคะแนนครับ🔗
ท่านแสดงตนแล้วครับ🔗
ถ้าแสดงตนก็โอเค (OK) ครับ ขอให้ถือเป็นแนวปฏิบัติของสภาด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอให้เวลากรรมการ ได้ตรวจนับองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ไผ่ ลิกค์ ๒๒๕ แสดงตนครับ🔗
อนุญาตนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอปรึกษา อีกเรื่องหนึ่งครับ นายวิรัช พันธุมะผล พรรคภูมิใจไทย ผู้เสนอญัตติ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอญัตติต้องถือว่าอยู่ในที่ประชุมครับ ขอให้เป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย ครับ ถ้าไม่อยู่คุณจะเสนอญัตติได้อย่างไรครับ ผู้เสนอญัตติต้องอยู่ในที่ประชุมครับ🔗
ขอให้กรรมการได้ตรวจ องค์ประชุมนะครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ ถ้าใครเห็นด้วย กับผม🔗
นี่ไม่ต้องรับรองครับ🔗
ผู้รับรองไม่เป็นไร ผู้รับรอง ผมยังไม่🔗
ท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗
ผมอยากเรียนท่าน ส.ส. ครับ ผ่านท่านประธานสภาครับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐสภานะครับ เราต้อง ช่วยกันพิจารณาเพื่อประเทศชาติ🔗
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ🔗
คุณวิรัชครับ🔗
ไม่ต้องหาเหลี่ยมหาคู เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ประชาชนเขาดูแล้วจะน่าเบื่อครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณวิรัชครับ ขอให้ กรรมการได้ตรวจองค์ประชุมหน่อยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเพิ่มเติมครับ🔗
ครับ🔗
สาธิต ปิตุเตชะ ๔๐๑ ครับ🔗
อนุญาตครับ ตราบที่ยัง ไม่ประกาศผลนะครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาครับ ผม ชัชวาลล์ คงอุดม ๐๘๗ ครับ🔗
ครับ ยังไม่ประกาศ คะแนน อนุญาตครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันขออนุญาตค่ะ🔗
อนุญาตนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ค่ะ🔗
มีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตนะคะ ท่านประธานคะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ดิฉันได้ทราบ คร่าว ๆ ที่จากนับคะแนนมา ผู้ที่ลงชื่อมีจำนวนประมาณ ๒๖๖ กว่าเสียงแล้วนะคะ ก็คาดว่า น่าที่จะเกินครึ่งหนึ่งของผู้ที่เข้าประชุม ฉะนั้นแล้วน่าจะมีความผิดพลาดในส่วนของ กรรมการผู้ที่นับคะแนนอยู่ข้างบนไม่ตรงกันนะคะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาดิฉัน ขออนุญาตให้ ๒ คู่ที่มีคะแนนตรงกันแล้วประกาศเสียงออกมา ส่วนอีกคู่หนึ่งที่คะแนน ไม่ครบถ้วนก็อาจจะไม่ต้องเอามาวิเคราะห์ด้วยแล้วค่ะ เพราะว่าจะเป็นการเสียเวลาที่ประชุม ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
เราเสียเวลาไปแล้วครับ ทำให้ถูกต้องนะครับ เพื่อจะได้ไม่มีท้วงตามหลังมานะครับ🔗
ท่านประธานพูดว่า อะไรนะคะดิฉันไม่ได้ยินค่ะ พอดีเสียงของฝ่ายรัฐบาลพูดแทรกเข้ามาค่ะ🔗
เราได้เสียเวลาไปแล้วครับ แล้วก็ทำให้ถูกต้องดีกว่าเพื่อไม่ให้มีการประท้วงทีหลัง🔗
พอดีว่าคณะกรรมการ มีทั้งหมด ๖ ท่าน แบ่งเป็นทั้งหมด ๓ คู่ด้วยกัน ถ้า ๒ คู่มีคะแนนที่ตรงกันแล้วอีกคู่หนึ่งที่นับ ไม่ตรงกันดิฉันก็ขอให้ละไว้เป็นฐานที่เข้าใจว่ามีการผิดพลาดเกิดขึ้นในส่วนหนึ่ง คู่ที่เหลือ แล้ว ๒ คู่ก็สามารถที่จะให้การประชุมดำเนินการต่อได้ค่ะ🔗
ให้กรรมการได้รายงานครับ ผลการตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ มีผู้อยู่ในที่ประชุม ๒๖๘ คนนะครับ ก็ครบองค์ประชุม องค์ประชุมคือ ๒๔๔ ครับ ขอบคุณกรรมการทั้ง ๖ ท่านครับ🔗
อยู่ระหว่างแสดงตนครับ สมาชิกเข้ามาแล้วแสดงตนนะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ พร้อม ปิดการแสดงตน จำนวน ผู้เข้าประชุมขณะนี้ ๒๕๙ คนนะครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามหรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบ กดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง กดปุ่มงดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมไหมครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๓ คน เห็นด้วย ๓๑๓ คน ไม่เห็นด้วย ๒ งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ มติที่ประชุมเห็นชอบในวาระที่สามนะครับ🔗
แต่โดยที่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มี การอภิปราย ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ และข้อ ๑๐๕ ดังนั้นจึงต้องขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ สมาชิกกรุณาแสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
พร้อมนะครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๗๗ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปจะถามมติที่ประชุม ว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วย กดปุ่มเห็นด้วยนะครับ ถ้าไม่เห็นด้วย กดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง กดปุ่มงดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมไหมครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๙ คน เห็นด้วย ๓๑๕ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒🔗
มติที่ประชุมเห็นด้วย กับข้อสังเกตกรรมาธิการ ขอจบการพิจารณาวาระการพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ ผมขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็กรรมาธิการทุกท่านนะครับ ขออภัยด้วย ที่บังเอิญทำให้ท่านต้องเสียเวลาเพราะเหตุการณ์ในสภาสะดุดไปนะครับ🔗
สมาชิกครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนซึ่งค้างมาจากครั้งที่แล้ว คือร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ แล้วก็มีฉบับของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ🔗
กระบวนการเมื่อครั้งที่แล้ว ผ่านมา ผมขอสรุปให้ฟังนะครับ กระบวนการนั้นมีการอภิปรายจนจบ ปิดการอภิปรายแล้ว ครับ โดยมีการสรุป รัฐมนตรีนิพนธ์ได้เป็นผู้สรุป ระหว่างที่สรุปจบลงก็มีสมาชิกได้สอบถาม จึงได้มีการอภิปรายต่อเนื่องจากการสรุปนั้น จนกระทั่งท่านชัยวุฒิได้เสนอว่าขอให้เลื่อนมา วันนี้นะครับ ดังนั้นการพิจารณาในวันนี้ก็ต่อจากครั้งที่แล้วก็คือท่านชินวรณ์ยังไม่ได้สรุป ในฐานะผู้เสนออีกฉบับหนึ่ง ถ้ามีความประสงค์จะสรุปก็อนุญาตให้ท่านชินวรณ์สรุป หลังจากนั้นก็ต้องขอมติที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ต่อไปนะครับ ท่านชินวรณ์ไม่สรุปนะครับ ถ้าท่านชินวรณ์ไม่สรุปก็ถือว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ต่อไปก็จะขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขอถามมติที่ประชุมว่าจะรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้หรือไม่ ซึ่งรวมพิจารณา ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตน เพื่อถามมติที่ประชุมครับ🔗
สมาชิกกรุณาแสดงตนครับ🔗
อยู่ระหว่างแสดงตน นะครับ สมาชิกแสดงตนนะครับเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม พร้อม ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมขณะนี้ ๒๖๒ คนนะครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปขอถามมติที่ประชุม ว่าจะเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้หรือไม่นะครับ ผู้ใดเห็นควรรับ หลักการ กดปุ่มเห็นด้วย ผู้ใดไม่รับหลักการ กดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง กรุณาลงมติครับ🔗
อยู่ระหว่างลงมตินะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๔ คน เห็นด้วย ๒๔๑ คน ไม่เห็นด้วย ๓๒ งดออกเสียง ๒๗ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔🔗
มติที่ประชุมรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ต่อไปกรรมาธิการนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเสนอให้ใช้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ครับ แต่เนื่องจากในอาทิตย์ที่แล้วถ้าเราจำกันได้ครับ เราก็มีการตั้ง คณะกรรมาธิการชุดหนึ่งที่มีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกันกับฉบับนี้ นั่นก็คือคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... ก็ขอเสนอ ให้ใช้กรรมาธิการชุดนั้นพิจารณารวมกันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ คุณอรรถกร เสนอขอให้ส่งไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งตั้งไว้ก่อนแล้วนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าอนุญาตตามข้อเสนอคือให้ส่งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้พิจารณา กำหนดเวลา🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในเรื่องนี้ขอไม่กำหนดระยะเวลาครับ🔗
ไม่มีกำหนดระยะเวลา นะครับ🔗
ครับ แล้วก็ขอเสนอ ระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
เสนอแปรญัตติ ๗ วัน แล้วก็ไม่กำหนดระยะเวลาพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สมาชิกมีความเห็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี อนุมัติไปตามเสนอ ก็ไม่ต้องพิจารณาว่าจะเอาฉบับใดเป็นหลักเพราะว่าส่งทั้ง ๒ ฉบับไปนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ขอเสนอให้ใช้ร่างของ คณะรัฐมนตรี ร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองด้วยครับ🔗
ที่ประชุมรับรองนะครับ ไม่มีเห็นเป็นอย่างอื่นครับ ก็จบกระบวนการพิจารณาในวาระรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมา เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ส่งให้สมาชิกแล้วนะครับ คณะรัฐมนตรีขอให้มี ผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง ท่านเลขาธิการส่งชื่อให้ผมหน่อยครับ ที่ขออนุญาตคนยังไม่มีชื่อครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ โดยขอให้ผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้ามาร่วมชี้แจงได้ ๑. พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๖ ๒. พันตำรวจโท พชร์ ฐาปนดุลย์ รองผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร กองแผนงานความมั่นคง ๓. คุณอดิเรก แตงทอง ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก อนุญาตทั้ง ๓ ท่านครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช ๒๕๒๒ ดังต่อไปนี้🔗
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การใช้ช่องทางเดินรถและน้ำหนักของรถ ที่ไม่ต้องใช้ช่องเดินรถด้านซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทาง🔗
(๒) ปรับปรุงข้อห้ามในการขับรถและบทกำหนดโทษสำหรับความผิดดังกล่าว🔗
(๓) กำหนดการตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่หรือบุคคลที่อาจเป็นผู้ขับขี่ซึ่งอยู่ในภาวะ หมดสติหรือได้รับอันตรายแก่กายจนไม่อาจให้ความยินยอมในการตรวจสอบการมี สารเสพติดหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอยู่ในร่างกาย หรือทดสอบการเมาสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่น🔗
(๔) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัย และบทกำหนดโทษสำหรับความผิดดังกล่าว🔗
(๕) ปรับปรุงมาตรการป้องกันการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต🔗
(๖) ปรับปรุงมาตรการควบคุมการใช้รถที่มีสภาพไม่ถูกต้อง🔗
(๗) ปรับปรุงบทกำหนดโทษและมาตรการการลงโทษ🔗
(๘) กำหนดให้ศาลแจ้งคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ อันเนื่อง มาจากความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก แก่นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วย รถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก🔗
เหตุผล โดยที่ในปัจจุบันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศมีสาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการจราจรทางบก ประกอบกับพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ใช้บังคับ มาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่เหมาะสม กับสภาพการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงมาตรการกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ ข้อเท็จจริงในการใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัยและให้การป้องกันการกระทำความผิด มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องใช้ช่องเดินรถ ลักษณะความผิดในการขับรถ การตรวจสอบ หรือทดสอบผู้ขับขี่ หน้าที่การใช้เข็มขัดนิรภัย การป้องกันการแข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาต และการควบคุมการใช้รถที่มีสภาพไม่ถูกต้อง รวมทั้งปรับปรุงกำหนดโทษให้มีความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและส่งเสริมให้เกิดความสะดวก และความปลอดภัยในการจราจรทางบก จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิก เข้าชื่อขออภิปรายแล้ว ๖ ท่าน ผมขออ่านรายชื่อเพื่อจะได้ทราบ จะได้เตรียมตัวนะครับ นางอนุรักษ์ บุญศล ขอเวลาไว้ ๗ นาที พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๗ นาที คุณคารม พลพรกลาง ๗ นาที นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๗ นาที นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๗ นาที คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอ ๑๕ นาที คุณนิกร จำนง ๗ นาที ขอเชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งเหตุผลเมื่อสักครู่นี้ ในเรื่องของผู้ขับขี่ฝ่าฝืน พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับสมบูรณ์ สมควรที่จะปรับปรุงเพราะว่า กฎหมายเก่าไป ลักษณะของความผิดของการใช้รถใช้ถนน แล้วก็เรื่องของการลดอุบัติเหตุค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันค่อนข้างที่จะวิตกกังวลใจในเรื่องของอัตราการเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย แม้ว่าจะลดลงจากอันดับ ๒ ของโลก เหลืออันดับ ๙ ของโลกก็ตาม แต่ก็ติด ๑ ใน ๑๐ ท่านประธานคะ ลดลงนิดเดียวแค่นั้นเอง ขณะที่เป็นอันดับ ๒ ของโลกนั้น ๓๖.๒ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันนี้เหลือ ๓๔.๐ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน จะแตกต่างกันหรือลดลงแค่ ๑,๐๐๐ คนเท่านั้น แต่อัตราการตาย จากจักรยานยนต์ อัตราการตายจากจักรยานยนต์นั้นดิฉันให้ชื่อว่าจักรยานยนต์บนเชิงตะกอน คมนาคมค่ะ อันดับ ๑ ของโลก จักรยานยนต์บนเชิงตะกอนคมนาคม อันดับ ๑ ของโลก เฉลี่ยปีละ ๒๖,๐๐๐ คน ดิฉันอยากทราบผู้บริหารสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอยากให้คนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ถือว่าเป็นคนที่มีฐานะยากจนของ ประเทศหายจากประเทศนี้หรือคะ ท่านอยากจะมีชีวิตอยู่เฉพาะกับข้าราชการ กับคนชั้นกลาง และชั้นสูงอย่างนั้นหรือ เพราะว่าการตายขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลยนะคะ ทีนี้อัตราการตายจากจักรยานยนต์เป็นอันดับหนึ่งของโลก ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) พบว่า ประเทศไทยยังคงมีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังสูงสุด อยู่นะคะ ๒๖,๐๐๐ คน ทีนี้ถ้านับย้อนหลังไปสัก ๑๐ ปี ปี ๒๕๕๔ จนถึงปี ๒๕๖๔ เฉลี่ยแล้ว ๒๖,๐๐๐ คน ๒๒,๐๐๐ คน ๒๓,๐๐๐ คน ๒๔,๐๐๐ คน ๒๕,๐๐๐ คน ๒๖,๐๐๐ คน เสียชีวิตไปเท่าไรคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ลูกหลานดิฉันวัยรุ่นพลังเยอะ ครูบ้านนอก อย่างดิฉันนี่ค่อนข้างที่จะพูดแรงว่ากำลังมีเยอะสามารถที่จะไถนาแทนควายได้ ใช้ให้มันเป็น ประโยชน์กับตัวเอง กับครอบครัว กับสังคมและประเทศชาติ ดิฉันพูดอย่างนี้เสมอ แต่ปัจจุบันนี้ติดเตียงค่ะ ติดเตียงนั้นยากจนอยู่แล้วภาระจะเกิดขึ้นมหาศาลสักเท่าใดคะ ท่านประธานคะ เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล ทีดีอาร์ไอ (TDRI) คำนวณมูลค่าความเสียหาย ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันไม่อยากให้ลูกหลานหรือคนไทย ที่สัญจรบนถนนหลวงต้องเสียชีวิตโดยเฉพาะจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ ซึ่งปัจจุบันนี้ ติดอันดับหนึ่งของโลก พ.ร.บ. ฉบับนี้จะทำอย่างไรบ้าง ต้องบอกว่าจะทำอย่างไรบ้าง ดิฉัน ให้ชื่ออีกครั้งว่าจักรยานยนต์บนเชิงตะกอนคมนาคม ปีละ ๒๖,๐๐๐ คน บาดเจ็บ ๑๐๐,๐๐๐ คน และติดเตียงอีกกว่า ๒๐,๐๐๐ คน เลยทีเดียวค่ะ นั่นคือการแก้ปัญหา ที่จะต้องแก้ปัญหาให้อัตราการตายลดลง อัตราการบาดเจ็บลดลง และบาดเจ็บสาหัสจะต้อง ลดลงอย่างมากเลยทีเดียว สงสารครอบครัวที่มอเตอร์ไซค์ทำหล่นนี่นะคะ แล้วติดเตียงสาหัส สากรรจ์เลยทีเดียว ค่าดูแลมากเลยทีเดียวค่ะ ดิฉันถามผู้บริหารสูงสุดอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านไม่อยากอยู่กับคนเหล่านี้หรือถึงปล่อยให้เป็นอย่างนี้ เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วค่ะท่าน ประธานที่เคารพ ดิฉันเสนอว่าเลน (Lane) ซ้ายสุดซึ่งปกติแล้วให้จักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ใช้ในการขับขี่ จาก ๑ เมตร ทำไมไม่ไปขยายเป็น ๑ เมตรครึ่งคะ เพื่อให้เขา ปลอดภัยอยู่อย่างนั้น และด้วยอะไรคะ ด้วยที่การอนุโลมการที่บังคับใช้ที่ให้เขามาอยู่ปนกัน ทุกเลน (Lane) แล้วก็มีการตายท่านไม่ได้หลั่งน้ำตา จากสาเหตุการที่ลูกเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ๑๕-๑๖ ปี ๑๕ ปี ๑๔ ปี จนถึง ๔๔ ปี ท่านไม่ทราบหรอกค่ะว่าความทุกข์ทรมานใจ ของผู้ปกครองนั้น ของพ่อของแม่นั้นจะทุกข์ทรมานใจสักเพียงใด กฎหมายในเรื่อง ของรถยนต์ ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพคะ มีใครขับ ๘๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมงคะ ขนาดดิฉันเป็นครูบ้านนอกยังขับ ๙๐ เลยค่ะ ๙๐ นี่เพื่อนบีบแตรไล่ลงจากถนน ทุกคนเลยค่ะ ฉะนั้นท่านไปลอกเขามาว่า ๘๐ ของเรานั้น ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่มีใครขับค่ะ บนทางด่วนใครขับ ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงบ้างคะ กฎหมายนี้จะต้องแก้ไขค่ะ ท่านไปลอก เขามา ฝรั่งเขา ๘๐ ไมล์นะคะ เป็นไมล์ไม่ใช่เป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่ค่ะตรงนี้ด้วย แล้วทีนี้ มันก็มีส่วยทางหลวงเกิดขึ้น ปรับ จับกันซ้ำซ้อน จับแล้วจับอีกนี่ค่ะเรื่องนี้ แล้วก็เรื่องของวิศวกร จราจรค่ะท่านประธาน ออกแบบอย่างไร ไปดูถนนหมายเลข ๒๒ บ้านดิฉันที่กำลังก่อสร้าง ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ พี่น้องประชาชนตกลงไปในคูคลองแล้วก็ถนนยกสูงขึ้นมามาก ๑๐ เมตร เลยทีเดียวบางช่วงในนั้น ตั้งแต่จังหวัดอุดรธานีถึงจังหวัดสกลนครเป็นบางช่วง ถนนหมายเลข ๒๒ ขอความกรุณาท่านเสนาบดีที่มีอำนาจสั่งการ สั่งการอย่างเร่งด่วนก่อนที่ อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น แล้วตรงไหนที่ประชาชนเดือดร้อนก็สามารถที่จะแก้ไขการออกแบบของวิศวกรได้หรือไม่ ตำบลบ้านใต้ อำเภอสว่างแดนดิน ท่านประธานที่เคารพคะ หลายภาคส่วนเลยนั่งอยู่ที่นี่ ดิฉันขอสักครึ่งนาทีค่ะ จะต้องไปยูเทิร์น (U-turn) อีก ๓.๕ กิโลเมตร ก็คือไปกลับ ๗ กิโลเมตร กลางคืนเวลาเขาจะไปโรงพยาบาลท่านวิศวจราจรเขามีรถเบนซ์ค่ะ ท่านประธาน แล้วพี่น้องบ้านดิฉันที่จักรยานยนต์ล่ะคะ ๗ กิโลเมตรนี่ค่ะจะทำอย่างไร ก็ฝากกรรมาธิการทุกท่านด้วยว่าเรื่องของจักรยานยนต์ค่ะ จักรยานยนต์ บนเชิงตะกอนคมนาคมจะต้องลดลง เพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อพ่อแม่จะซับน้ำตา ของผู้ปกครองทุกคนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางรัฐบาลได้นำมาเสนอ ผมเข้าเรื่องอย่างนี้ครับ มันมีแค่ ๗ นาที อุบัติเหตุร้ายยิ่งกว่าโรคโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ขณะที่ผ่านมาตอนผมรับราชการ ๗ วันอันตรายนี่ท่านประธานครับ สถิติ ๓๐๐ คน ๔๐๐ คน ถึง ๕๐๐ คน ต่อ ๗ วันนะครับ แล้วก็ไม่เคยลดลง สิ่งที่ปรากฏหรือในการวิเคราะห์ ของนักวิเคราะห์ในการก่อให้เกิดอาชญากรรม ความผิดทางอาญาที่เป็นพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนี้นะครับ มันเป็นเหตุและปัจจัยมาอยู่ด้วย ๔ ๑. คือผู้ขับขี่ ขณะนี้กำลังบวกผู้จัดไป ๒. ตัวถัง ตัวรถ ตัวยานพาหนะ คือสภาพของรถนะครับ ๓. ก็คือสภาพของผิวทาง ๔. คือสภาพแวดล้อม ท่านประธานครับ นี่คือปัจจัยที่เกื้อหนุนให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำผิด ที่เราเรียกว่าประมาท ขับรถทำให้เกิดคนตาย เสียชีวิต บาดเจ็บ มีความเสียหาย นี่คือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนะครับ และสิ่งที่สำคัญผมจะเข้าสู่ประเด็นก็คือมีอยู่ ๓ ประเด็นสำคัญ ในกฎหมายฉบับนี้ที่กำลังเพิ่มขึ้นมานะครับ🔗
ประเด็นที่สำคัญคือเรื่องของผู้ที่ก่อให้เกิด คือผู้ขับขี่เข้มงวดขึ้นมา แล้วก็ จะมีผู้จัด จัดนี่คือหลาย ๆ ท่านอาจจะจัดอะไร กฎหมายนี้จะเข้าไปบุกทะลวง กับความเสียหายทางสังคมครับท่านประธาน คือการจัดการแข่งรถโดยผิดกฎหมาย ที่ฟ้าวตอนกลางคืนตีสอง ตีสาม สมัยก่อนครับ ถนนพระราม ๔ ถนนที่เส้นยาว ๆ สายตรง ๆ เด็กวัยรุ่นจะออกมา แล้วมีรถแต่งครับ แล้วเบิ้ลเครื่องกันหน้าบ้าน คนนอนตอนตีสอง ตีสาม ไม่ต้องนอนกันครับ กดโทรศัพท์ ๑๙๑ เท่าไรก็เถอะ เปล่าหรอกครับ พวกนี้จะมีสเกาต์ (Scout) หน้า มีคนจัด มีทีมงาน แล้วมันก็นัดรวม ขณะนี้ยิ่งง่ายครับ นัดบนเฟซบุ๊ก (Facebook) เลยครับ นัดบนไลน์ (Line) นัดบนแอปพลิเคชัน (Application) ของตนว่าวันนี้ใช้เวลาเท่านี้ จะจัดแล้วประมูล มีสก๊อยมีคนขี่ มีผู้จัด มีทีมสเกาต์ (Scout) หน้า ทั้งหมดครับ นี่คืออาชญากรรมครับ ตั้งแต่สังคมไปกระทบถึงความเดือดร้อนของผู้คนที่จะต้องหลับนอน พักผ่อน ก็ต้องควรแก้นะครับ เป็นสิ่งสำคัญ แล้วอีกอันหนึ่งครับ ในทฤษฎีนี้โดยหลักแล้วคือ เขาเรียกว่าทฤษฎีการป้องกันการระบาดทางอาชญากรรมครับ คือโบรเคนวินโดว์ (Broken window) ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ การหยุดยั้งการไม่ให้เกิดขึ้นของการแข่งขัน ต้องให้อำนาจ เจ้าพนักงานเข้าไปหยุด แยก แตกออกไป คือกระจกมันจะได้ไม่แตกร้าวครับท่านประธาน ไปจับ ไปกุม ไปเอาตัวมายัดเข้าห้องขังไป หรือเอาไปตรวจฉี่ตรวจอะไร เพื่อให้กระบวนการ หรือทำให้ผิวทางนั้นครับ ทีนี้ขยับไปถึงผิวทาง ตัวถังรถก็มีอยู่แล้วครับ ผิวทางอีกครับ ผิวทาง ที่ก่อให้เกิดการจราจร ถ้าผิวทางตรงนี่นะครับ รวดครับ มีการแข่งขัน ตอนนี้ไปหัวเมืองแล้วครับ โคราชนี่ไปดูได้ครับ ทางด่วนสายพิเศษเลี้ยวเลี่ยงเมือง เลี้ยวขวาด้วยครับ ผมยืนยันว่ามีแน่นอน เมืองใหม่ ๆ ก็จะ เกิดขึ้นครับท่านประธาน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ออกไปนี่เป็นเรื่องครับ ชาวบ้านเดือดร้อนแน่ นะครับ🔗
อีกส่วนหนึ่ง คือเรื่องของการที่ต้องใช้เทคโนโลยี ผมลืมไปนิดหนึ่งครับ คือความเสียหายหลังจากที่สังคมเดือดร้อน ไม่ว่าจะเกิดการบาดเจ็บ เกิดการทำร้ายผู้คน ที่มาดู หรือมาก่นด่า หรือมารายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐควรจะต้อง คุ้มครองโดยการเยียวยา เช่น ขับรถไปจอดดู หรือบัง หรือกลุ่มมอเตอร์ไซค์แว้นเข้ามา มาถึงเลยครับ แล้วเบียดรถพวกที่อยู่บนทางนี่ไล่ออกไปไม่ให้ใช้ทาง นี่คือส่วนสำคัญครับ แล้วเขาได้รับบาดเจ็บ บางทีใช้อาวุธปืนยิงก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นอีก ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องมีมาตรการเด็ดขาด🔗
ถัดไปครับ เรื่องของสภาพแวดล้อมของพื้นผิว เช่น อุณหภูมิ ฝนตกอุบัติเหตุ เกิดขึ้น มุมแสงตกของถนนที่ใช้มันก็เป็นเงื่อนไขของการเกิดอุบัติเหตุครับท่านประธาน🔗
และสิ่งอีกอันหนึ่งที่สำคัญครับ เรื่องของการที่เจ้าพนักงานจะใช้อำนาจของ เจ้าพนักงานครับท่านประธาน งดครับ ตอนนี้การเผชิญหน้าระหว่างพีทูพี (P to P) คือ โพลิซทูพีเพิล (Police to People) ต้องงด โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ใช้เทคโนโลยีถ่ายรูปบันทึกที่เกิดเหตุ บันทึกความผิด ไม่ว่าอะไรก็ตามนะครับ แล้วส่งไปตาม ผู้ที่ครอบครองรถ ถ้าผู้ครอบครองรถได้ใบสั่ง ๑๐ ใบขึ้นไปแล้วปรากฏยังไม่มาอีก ออกหมายเรียกครับ ไม่มา ออกหมายจับครับ อย่างที่เคยทำอยู่ที่จังหวัดหนึ่งนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้หญิงโดนใบสั่ง ๑๐๐ กว่าใบ โดนหมายจับครับ เขาจะได้ยุติ แล้วก็ใช้ กระบวนการในเรื่องของการเรียกค่าปรับในการต่อใบอนุญาต นั่นคือส่วนสำคัญที่จะต้องใช้ แต่ผมลองเข้าไป ๑ มาตราครับ ขอมาตราเดียว คือมาตรา ๔๓ ที่จะแก้นะครับ ท่านมี ๙ วงเล็บ ผมว่าขาดไปวงเล็บหนึ่ง คือใช้อุปกรณ์หรือส่วนประกอบของยานพาหนะที่ไม่มั่นคง น่าหวาดเสียว อันนี้ต้องห้ามนำมาใช้ ห้ามนำมาขับเลยนะครับ เพราะท่านเคยเห็นไหมครับ ว่ารถสิบล้อพุ่งกะปง ๆ รถเก่าด้วย สภาพจะปุเลง ๆ อยู่แล้ว วิ่งไปนี่น็อก (Knock) แน่ หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกแต่งมากจนเกินไป เปลือยจนกระทั่งมันเอาแน่ ความเร็วสูงอย่างนี้ครับ ส่วนควบของรถไม่เรียบร้อย อันนี้ไม่ใช่ไปเดิน ๆ วน ๆ ดูแล้วก็ออกใบสั่งนะครับ อันนี้ครับ จะช่วยให้ป้องกันอาชญากรรมได้ โบรเคน วินโดว์ เทียรี (Broken Windows Theory) การป้องกันอาชญากรรมที่ไม่ให้กระจกมันแตก เป็นส่วนสำคัญของพระราชบัญญัติจราจร ทางบกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสที่จะอภิปรายต่อ ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต้องเรียนนะครับว่าปัจจุบันนี้ทุกที่ เต็มไปด้วยรถยนต์ ทุกที่เต็มไปด้วยรถจักรยานยนต์ ความสูญเสียจากอุบัติเหตุในวันที่ ๙ ขอ ภาพสไลด์ (Slide) นะครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์🔗
ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ คุณหมอแท้จริง ขออนุญาตพูดถึงท่านในทางที่ท่านส่งข้อมูลให้เป็นประโยชน์ทุกวัน วันที่ ๙ เสียชีวิต ๕๘ คน โควิด (COVID) ณ วันนี้ประมาณ ๗๐ ถ้าผมจำไม่ผิด สะสมมาตั้งแต่ เดือนมกราคม ท่านดูนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่าง แล้วก็เป็นข้อบ่งชี้ชัดว่าความสูญเสียตรงนี้ ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ในฐานะที่เป็นคนบ้านนอก แล้วก็เดินทางบ่อย ตั้งแต่ก่อนที่เป็น ทนายความจนมาเป็น ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โทษใครก็ไม่ได้ ต้องโทษอุปนิสัย ของคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคารพกฎจราจร ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน ท่านประธานครับ ความสูญเสียจากการจราจรที่เกิดจากครอบครัวหนึ่งเสียชีวิต ต้องเรียนว่า มันไม่ได้เฉพาะคนเสียชีวิตและมันจบ มันพาลให้ครอบครัวล่มสลายนะครับ ท่านลองดูครับ พ่อ แม่ ลูก เสียชีวิตไปคนหนึ่งทิศทางการดำรงชีวิตเปลี่ยน เพราะฉะนั้นวันนี้การที่มี กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา โดยหลักการต้องกราบเรียนว่าเห็นชอบ แต่มีข้อที่ผมจะท้วงติงแล้วก็ อยากเพิ่มเติม โดยเฉพาะผมเห็นท่าน พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ซึ่งเคยเป็น คณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางถนนด้วยกันนี่ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความรู้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ สถิติของประเทศไทยอย่างที่ท่าน ส.ส. จากสกลนครพูดนี่ไม่ใช่เป็นสถิติน่าดีใจเลย ครับ อย่างสถิติของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้เราอยู่อันดับ ๔ ที่ดีนับจากบนลงล่าง อันนี้เรา นับจากบนลงล่างเราอยู่อันดับ ๙ ทั้งที่เรามีกฎหมายจราจรทางบกมาตั้งนาน ผมจับข้อสังเกต ได้อย่างหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นด่านแรกและเป็นด่านหน้าที่จะอนุวัติให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่กฎหมายนั้นจะต้องเป็นไปตามยุคสมัย ยุคนี้เราต้องกราบเรียนว่าการประชาสัมพันธ์ ให้คนตระหนักในเรื่องกฎจราจร น้อยครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจง ลักษณะ ที่บอกตกตึกลงกี่ชั้นเท่ากับรถชนในความแรงเท่าไรแว้บ ๆ ก็ไม่มาอีกแล้วทั้งที่มีงบประมาณเยอะ ท่านประธานครับ ทั้งที่เราสามารถที่จะส่งสัญญาณเตือนคนได้ ท่านไปดูโควิด (COVID) ทำไม เราต้องระวัง ท่านประธานเห็นพวกผมนั่งอยู่ในห้องนี้ไม่ใส่แมสก์ (Mask) ท่านยังเตือนเลย ผมบางทีเผลอเราก็ต้องรีบใส่ เพราะอะไรครับ เพราะเรากังวล แต่เรื่องจราจรมันห่างตัว เพราะฉะนั้นเพื่อให้เวลากระชับ แล้วผมก็ไม่ชอบเกินเวลา ผมจะวกเข้าในมาตรา ๑๔๓ ที่เพิ่ม มานะครับ ที่อยู่ในมาตรา ๕ ในเรื่องลักษณะที่ขับรถกีดขวางการจราจรหรืออาจก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เขียนขึ้นมาอย่างนี้ถูกต้องและดีครับ แต่ขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังผู้ชี้แจงว่าใน (๓) ที่เพิ่มเรื่องอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นดุลยพินิจครับ ท่านเอกรักษ์ ดุลยพินิจตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ตรงไปตรงมา อย่าไปกลั่นแกล้ง ประชาชน อันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเพิ่มขึ้นมาซึ่งถูกต้องแล้ว เพราะบางที เขาไม่ได้กีดขวางการจราจรครับ แต่ว่าทำให้เราเดือดร้อน ขับขวามาอย่างนี้ครับ จะไปซ้าย ก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ เราเห็นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการ อันนี้คือ ข้อหนึ่งที่ผมตั้งข้อสังเกต🔗
ส่วนที่ผมสนใจจริง ๆ คืออยู่ในมาตรา ๑๓ ของฉบับใหม่ แต่เป็นมาตราเดิม คือมาตรา ๑๔๓ เรื่องรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงเอามาวิ่งในถนน ซึ่งสอดคล้องกับที่ท่านสุพิศาล ได้อภิปรายไป อันนี้ผมเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด เวลาผ่านถนนมิตรภาพ ผ่านเส้นที่จะ ไปอุบลราชธานีครับ รถที่ไม่มีไฟหลัง รถที่สภาพไม่ควรใช้ เจ้าหน้าที่ต้องกล้าจับนะครับ ต้องกล้าจับครับ จับแล้วก็จะทำให้เขาต้องเอารถที่มีสภาพที่พร้อมใช้งานมาใช้ ท่านได้เขียนไว้ เพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ แต่เพิ่มเป็น ๑๔๓/๑ แต่ว่าสงสัยอยากจะให้ตอบผมเหมือนกันว่าการที่ กำหนดให้ว่าติดป้ายคำสั่งห้ามการใช้รถ หมายความว่ารถนั้นมันไม่เหมาะแล้วจะติดป้าย ติดอย่างไร ติดนานแค่ไหน แล้วก็ถอดออกมีความผิดอย่างไร (๒) ก็เหมือนกันครับ คำสั่งระงับ การใช้รถเป็นการชั่วคราว ใน (๒) ท่านก็ตอบให้ชัดเจนนิดหนึ่ง อันนี้เป็นข้อที่คิดว่าน่าจะ เป็นประโยชน์กับคนที่จะต้องรับกฎหมายตัวนี้ซึ่งเป็นกฎหมายมหาชนคุ้มครองสาธารณะ แล้วท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมยังไม่เห็นเรื่องหนึ่งในกฎหมายฉบับนี้ อยู่ในต่างจังหวัด ท่านไปเห็นเลยครับท่านเอกรักษ์ ผ่านท่านประธานไปยังท่านเอกรักษ์ ป้ายจราจร สุดถนนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน อบจ. ก็ดี ใน อบต. ก็ดี ป้ายจราจรไม่มีครับ ทั้งที่ บ้านหนึ่งมีรถ ๓-๔ คันท่านประธาน แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่อยู่บ้านนอกเยอะก็คือ ผิดกฎจราจร ทางเข้าท่านกลับออก ทางออกท่านกลับเข้า เขาไม่เข้าใจกฎ การประชาสัมพันธ์ ซึ่งน้อยอยู่แล้วยิ่งอันตรายครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าท้ายที่สุดผมอยากจะสรุปสั้น ๆ ว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกัน ศาลจราจรควรจะเกิดได้แล้ว ศาลจราจรควรจะมีได้แล้ว ศาลแผนกยาเสพติด แผนกเฉพาะชำนาญพิเศษ มีได้แล้ว จราจรก็ควรมี สิ่งที่ผมอภิปรายนี้ ผมอยากให้ประชาชนได้ติดตามว่าผลประโยชน์ตกอยู่กับท่าน กฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์มาก เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าแม้แต่พรรคก็เห็นชอบในหลักการ แล้วอยากให้ ทุกคนช่วยกันลดสถิติเกิดมูลเหตุจากการจราจร แล้วประเทศเราจะไม่สูญเสีย ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านต่อปี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะมาขออภิปรายสนับสนุนแล้วก็ อาจจะตั้งคำถามแล้วก็ชี้แนะเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งก็เข้าใจในหลักการว่าอยากให้การคมนาคมในประเทศไทยซึ่งค่อนข้างอันตราย ปลอดภัยขึ้น ซึ่งผมจะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวกับผมโดยตรง แล้วก็เกี่ยวกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนหลายคนที่ได้บ่นกับผม เนื่องจากผมเองเป็นผู้ที่ใช้จักรยานยนต์มาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนเป็นผู้แทนราษฎร รวมถึงวันนี้ขณะยังเป็นผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ซึ่งในพระราชบัญญัติที่จะแก้ไขนี้ก็มีมาตราหนึ่งที่ได้บอกให้มีการแก้เกี่ยวกับว่าให้รถบรรทุก หรือรถที่ขับช้า หรือรถโดยสารประจำทาง รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ แต่เดิมต้องขับชิดซ้าย ตลอดเลย ท่านประธานครับ ต้องขับชิดซ้ายตลอดเลย นี่ก็เป็นความเข้าใจได้ในอดีตว่าเขียน กฎหมาย มอเตอร์ไซค์แต่ก่อน หรือรถบรรทุกแต่ก่อน หรือรถเมล์แต่ก่อนมันช้ามาก ๆ เราก็ต้องให้ขับชิดซ้ายเพราะว่ารถเร็วก็ไปทางขวา อันนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่เทคโนโลยีเปลี่ยนไป มอเตอร์ไซค์หรือจักรยานยนต์เอง รถบรรทุกต่าง ๆ เองก็มีความเร็วนะครับ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ก็อนุญาตให้เหมือนรถปกติเลย ก็คือถ้ามีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้าก็ให้ออกขวาได้หรือจะ เข้าแยกเพื่อเปลี่ยนช่องเลน (Lane) จะเลี้ยวขวาก็ออกขวาได้ อันนี้ผมก็ขอบคุณที่ร่างแก้มา เพื่อชาวสองล้ออย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ากฎหมายนี้ท่านประธาน หรือ ส.ส. หลายท่าน อาจจะไม่ค่อยใช้มอเตอร์ไซค์แบบผมอาจจะไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหากับชาวสองล้ออย่างยิ่ง เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าหลายครั้งเอง อย่างผมเคยโดน เล่าจาก ประสบการณ์ตัวเองเลยนะครับ เส้นถนนวิภาวดีอย่างนี้ผมก็ขับไปนะครับ แล้วก็ไปเจอ ป้ายรถเมล์ก็ถูกต้องใช่ไหมครับที่รถเมล์ก็ต้องจอด ปกติสามัญเราก็ต้องออกขวา ปรากฏว่า ออกขวามาจ๊ะเอ๋กับตำรวจเลยครับท่านประธาน โดนปรับหาว่าออกขวา แล้วมันจะไปได้ อย่างไรครับ คนก็อยู่อย่างนั้นนะครับ อันนี้ก็กลายเป็นช่องทางคอร์รัปชัน หรือว่าหากินขูดรีด ประชาชนชาวสองล้อ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งโดนปฏิบัติเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศก็โดนบ่อย จนน่ารำคาญครับ วันนี้ก็น่ายินดีอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาลเสนอเข้ามา แล้วก็หวังว่าถ้าผ่านแล้ว ตำรวจก็จะเลิกพฤติกรรมเช่นนี้ จะได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจจราจรเองด้วยว่า เป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้เอาเปรียบประชาชนชาวสองล้อ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมอยากตั้งข้อสังเกตในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ หลายอันนะครับ หลายมาตรา ปกติแล้วถ้ากฎหมายทั่วไปจะเขียนว่าผู้ใด อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ กฎหมาย ฉบับนี้ก็จะเขียนว่าผู้ขับขี่ ซึ่งเข้าใจได้ว่าผู้ขับขี่ก็จะเป็นคนที่รับผิดชอบต่อการกระทำ ของตัวเองขณะขับขี่ยานพาหนะต่าง ๆ แต่กฎหมายนี้ก็เพิ่มคำว่าผู้ใดมา ผมก็ไม่แน่ใจว่า เพิ่มมาเพื่อความชัดเจนหรือว่าทับซ้อนหรือเปล่า อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตที่ ๑ นะครับ ข้อแนะนำที่ ๒ ผมอยากแนะนำนะครับ ถ้าจะแก้อย่างนี้แล้วอยากให้ท่านแก้ไปเลยครับว่า ต่อไปในอนาคตให้กฎหมายก้าวข้ามปัจจุบันไปนะครับว่าต่อไปเรามีเซลฟ์ไดรวิง คาร์ (Self-driving car) หรือออโตโนมัสคาร์ (Autonomous car) หรือภาษาไทยจะเรียกว่า ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ก็คือต่อไปจะมีเอไอ (AI) หรือว่าเป็นอินเทอร์เน็ต ออฟ ทิงส์ (Internet of things) ที่เราคอยดูรถระยะห่างต่าง ๆ เราจะไปไหนเราก็ไม่ต้องขับแล้ว ซึ่งเป็นอนาคตที่ดี แล้วก็อาจจะใช้เวลาทำความเข้าใจ และไว้เนื้อเชื่อใจกับมนุษย์อย่างเรา แต่ผมเชื่อว่าถ้าเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นจริงมันก็จะทำให้การจราจรปลอดภัยมากขึ้น เพราะว่า มันได้นำส่วนของความประมาทของมนุษย์ออกไปนะครับ แล้วก็เป็นการที่คำนวณแล้วก็ ทำให้ทุกคนปลอดภัยขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ผมมองว่าในหลายประเทศก็มีการพูดคุยกัน เรื่องกฎหมายอย่างนี้ว่าถ้าเกิดรถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติขับไปชนใครมีความรับผิดอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิด เจ้าของรถหรือ ถามว่าเจ้าของรถไหมครับท่านประธาน ผมเป็นเจ้าของรถ ผมนั่งเฉย ๆ ในรถผม อยู่ดี ๆ ระบบทำงานเอไอ (AI) ผิดพลาดไปชนคนตาย ผมต้อง รับผิดชอบด้วยหรือ ผมไม่มีเจตนาเลยด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ความผิดผม เลยด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นคำถามหนึ่งนะครับ หรือว่าจะให้เจ้าของบริษัทรถไหม เขาก็บอกว่า เขาซื้อขาดมาแล้ว คุณดูแลไม่ดีเอง อย่างนี้ครับเราต้องคุยกันในสภาแห่งนี้นะครับ ตอนนี้ก็เตรียมร่างญัตติขึ้นมาอันหนึ่งนะครับ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ที่สนใจก็มาลงกับผมได้ ผมจะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความรับผิดของ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัตินะครับ ผมว่าสภาเราควรจะต้องเริ่มทำได้แล้ว เพราะว่ามันจะเป็น อิฐก้อนแรกในการที่เราจะสร้างคำว่าดีทรอยต์ (Detroit) แห่งเอเชีย (Asia) กลับมา ถ้าเราไม่ ทำเรื่องนี้ สมมุติว่าวันหนึ่งวันนี้ผมเชื่อว่าหลายบ้านมีรถเทสลา (Tesla) อันนี้ไม่ได้โพรโมท (Promote) ให้เขานะครับ ที่สามารถขับด้วยตัวเองได้ ถึงแม้นว่าเมืองไทยจะใช้ไม่ได้ วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาแล้วทำอย่างไรครับ วันหนึ่งมีแท็กซี่ที่วิ่งไปเรื่อย ๆ ไม่มีคนขับ แท็กซี่ แล้วไม่มีคนนั่งอยู่ด้านในแล้วไปชนคนตาย กฎหมายว่าอย่างไรครับ อันนี้คือช่องว่าง ทางกฎหมายที่จะเป็นปัญหาในอนาคตอันใกล้นะครับ เทคโนโลยีมันไว มันไวกว่า สภาเรา ก็อยากฝากทางรัฐบาลแล้วก็ผู้เสนอร่าง รวมถึงกรมการขนส่งทางบกต้องคิดถึง ประเด็นนี้ด้วยนะครับ จะได้รับการแก้ไข ถ้าเขียนว่าผู้ขับขี่ผู้ใด ผมแนะนำง่าย ๆ เติมไปเลยครับ และสิ่งใด ก็ได้นะครับ เพราะว่าเป็นเอไอ (AI) เป็นตัวเครื่องจักรเอง อย่างนี้ผมว่าเราต้องคิด ให้รอบคอบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะว่าอันนี้มันเป็นโลกยุคใหม่แล้วครับ ความ รับผิดชอบของคนที่ขับขี่มันไม่ได้มีแค่คนที่ขับขี่อย่างเดียวครับ มันมีเครื่องจักรแล้วก็มีสมอง กลด้วย อย่างไรฝากท่านประธานไปถึงผู้เสนอร่างด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิกร จำนง🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมีความเห็นจะสนับสนุน การปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เสนอมาครั้งนี้อย่างเต็มที่นะครับ หลังจาก ได้มีส่วนร่วมจัดทำแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายทางจราจรมาเป็นเวลา ๑๘ ปีนะครับ ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๔๕ ช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดูแลทางบก ก็เคยแก้กฎหมายให้มอเตอร์ไซค์เปิดไฟหน้าเวลากลางวัน ก็ได้ผลมาตามสมควร ต่อมา ท่านประธานครับ ในสมัย สปท. ได้มีตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบความปลอดภัย ทางถนน ก็ได้ทำเรื่องนี้อีกครับท่านประธาน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบ ความปลอดภัยทางถนน ได้เสนอกฎหมายครับ แล้วก็เป็นการลดจำนวนแอลกอฮอล์ในเลือด ของบุคคลที่อายุไม่เกิน ๒๐ ปี ก็ได้ผลครับ ถ้าอายุ ๒๐ ปีลงมาเราก็ตัดเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะถือว่าเป็นคนหนุ่มเลือดร้อนนะครับ ก็ลดดีกรี (Degree) ลงมาหน่อยก็เสร็จแล้ว บางเรื่องเสนอในตอนนั้นก็เข้าระบบแต่ว่าไม่สำเร็จ ได้มาในฉบับนี้แล้วครับ ท่านประธาน ก็คือเรื่องที่นั่งของเด็กหรือคาร์ซีต (Carseat) มาในฉบับนี้มีการแก้ไข ที่ยังรออยู่ก็คือร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจรทางบก ซึ่งผมได้เสนอให้ท่านประธานไปด้วยแล้ว จริง ๆ แล้วฉบับนั้นเสนอไปทางคณะรัฐมนตรีขณะนั้น แล้วเข้ามาเป็น พ.ร.บ. ปฏิรูป ก็คิดว่าจะเข้ามาในเร็ววันนี้นะครับ เราทั้งหลายก็มาในสภานี้เป็นกฎหมายฉบับแรก ก็ได้ ลงนามกันไปหลายคน ก็กำลังรออยู่นะครับ แต่ขณะนี้และในสภานี้เองเราได้ตั้ง คณะกรรมาธิการ จากคณะกรรมาธิการการคมนาคมได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษา ความปลอดภัยทางถนนและคมนาคมขึ้นนะครับ แล้วก็ได้มอบหมายให้ผมเป็นประธาน จนสำเร็จ แล้วเราก็ได้นำเข้ามารายงานในสภาแห่งนี้แล้ว และมีข้อเสนอด้านกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายหลายข้อท่านประธานครับ ซึ่งได้มีการแก้ไขปรับปรุงเข้ามาในร่างฉบับนี้นะครับ ในตอนนั้นท่านเอกรักษ์เองก็มา มาเป็นกรรมาธิการกับเราด้วยนะครับ ซึ่งในนั้นเป็นการยืนยันว่าในรายงานที่เสนอเข้ามา ในสภาแห่งนี้นะครับ เรามีการบันทึกไว้ มีการเขียนไว้ในหน้า ๔๗ ว่าให้แก้ไขปัญหาโดย การแก้กฎหมาย ความผิดเกี่ยวกับการรัดเข็มขัดนิรภัย กำหนดลักษณะในการใช้ทาง และการขับขี่ให้เกิดความปลอดภัย ความผิดเกี่ยวกับที่นั่งสำหรับเด็ก ความผิดเกี่ยวกับ การขับรถในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต ความผิดของผู้ขับขี่ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตและขับรถ กระทำความผิด ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้เข้ามาสู่ที่ประชุม แล้วเรามีข้อสังเกตไป ข้อสังเกตอยู่หน้า ๔๒ ก็คือเรื่องนี้ละครับ ผลักดัน แล้วก็ฝากให้ผลักดัน พ.ร.บ. วิธีพิจารณา คดีจราจรด้วย ก็อยู่ในรายงาน ของท่านประธานก็อยากจะฝากไว้ว่ามีเหมือนกันครับ คือขณะนี้ในรายงานดังกล่าวเราได้เรียกร้องไปยังหน่วยราชการ ๒๓ หน่วย ตอนนี้เชิญมา หมดแล้ว ทางตำรวจได้ปฏิบัติ ได้ทำมากกว่าเพื่อน ฉบับนี้เป็นตัวอย่างได้ที่ว่าสภาเราร้องขอ ไปแล้วได้มีการดำเนินการ แต่ในสัปดาห์หน้า ที่จริงก็เป็นวันพรุ่งนี้ผมได้เชิญ ชุดสุดท้าย มี ๘ หน่วยราชการที่ดำเนินการตามมติของสภาหรือไม่ บังเอิญมีของรัฐสภาด้วย อยากกราบฝากท่านประธานไปว่าที่รัฐสภาเราขอนะครับ ขอไปว่าให้เสนอ ให้ตั้ง คณะกรรมการร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยประธานรัฐสภาลงนาม ในคณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่องทางถนน ซึ่งเราตกลงกันเบื้องต้นขณะนี้ว่าเอาเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ เราอยากจะให้กรรมาธิการคณะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตำรวจก็ดีนะครับ กระทรวงคมนาคมก็ดี มาร่วมกันทำเรื่องนี้ ก็จะฝากท่านประธานด้วยครับ สัปดาห์หน้าเราจะ เชิญทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปตรวจสอบ คือของตำรวจเขาอยู่ข้างนอกเขาทำแล้ว แต่เราอยู่ในบ้านเราก็ต้องทำด้วยท่านประธานครับ ผมเรียนว่ากฎหมายที่เข้ามาตอนนี้ ฉบับนี้นะครับ เป็นผลที่ว่าเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นเป็นอย่างมากเลย และเป็นการแก้ไขครั้งสำคัญที่สุด มีการแก้ไขมากมายหลังจากประกาศเมื่อปี ๒๕๒๒ เป็นเวลา ๕๐ กว่าปี ฉบับนี้แก้มากที่สุด ท่านประธานครับ การแก้ไขดังกล่าวมีการแก้ไขกฎหมายใหม่นี่นะครับ แก้ไข ๒ เรื่อง เป็นเรื่องช่องการเดินรถ การเพิ่มความชัดเจนในการทดสอบผู้ขับขี่ มีการเพิ่มกฎหมาย ๕ เรื่องในร่างฉบับนี้ เป็นการเพิ่มความผิด การเพิ่มโทษ ซึ่งทำให้มีผลดีขึ้น มีการปรับปรุง กฎหมายใหม่ในร่างฉบับของที่เข้าวันนี้นะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงลักษณะ ความผิด มาตรการควบคุม การปรับปรุงโทษที่มีความเหมาะสมขึ้น ๑๐ เรื่องท่านประธานครับ แล้วนอกจากนั้นมีกำหนดหลักการและหลักเกณฑ์ใหม่มากถึง ๑๙ เรื่องในฉบับนี้นะครับ เรื่องฐานความผิดเดิม เป็นการแก้ไขแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่าง การกำหนดให้เพิ่มกฎหมายใหม่ขึ้นมาใหม่นะครับ ก็มีเช่นการเพิ่มเรื่องที่นั่ง สำหรับเด็กขึ้นมาใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้ร้องขอไปตอนนั้นเป็นมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ในฐานะที่ว่าผมทำงานอยู่กับดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ก็อยากจะให้มีเหมือนสากลเขา แต่เรื่องนี้ ขณะนี้บรรจุแล้ว กำหนดแล้ว ก็อยากจะฝากไว้เหมือนกันว่าคาร์ซีต (Carseat) ท่านประธานครับ ในประเทศเรามันเป็นสินค้าลักซ์ชูรี (Luxury) หรือสินค้าฟุ่มเฟือย ราคาแพงมาก พอเรา กำหนดเป็นกฎหมายไปแบบนี้ประชาชนจะเดือดร้อน ดังนั้นรัฐเองจะต้องมีการดำเนินการ ให้ราคาถูกลง เนื่องจากว่าเพื่อความปลอดภัยของเด็ก จะต้องไปลดภาษีลงมา ต้องไป ดำเนินการหลายอย่างนะครับ ตรงนี้ก็ฝากไปด้วยกับทางท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจงว่าต้องไป ลดลงมานะครับ อาจจะเป็นให้บีโอไอ (BOI) หรือให้สิทธิประโยชน์ อีกอันก็คือว่าเรื่องการวัด แอลกอฮอล์ในเลือด เดิมเรามีปัญหาเรื่องผู้ดื่มแอลกอฮอล์เราตรวจเลือดไม่ได้ ขณะนี้ให้มี การแก้กฎหมายให้ตำรวจสามารถตรวจเลือดในบุคคลได้ที่มีอุบัติเหตุเพื่อจะได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงโทษการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งเรามีปัญหาเรื่องการจะตัดแต้มแต่ตัด ไม่ได้เพราะไม่มีใบขับขี่นะครับ ก็ต้องเพิ่มโทษตรงนั้น ท่านประธานครับ ผมสรุปว่าเห็นว่า ควรจะเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ โดยมีเงื่อนไขว่าให้ไปเร่งรัด พ.ร.บ. จราจรทางบกด้วย เพราะว่าเราออกกฎหมายแรงขนาดนี้มันต้องมีกันชน ก็คือว่าให้ศาลมา เป็นกันชนระหว่างกัน แล้วก็เชื่อว่าท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ร้องขอให้เขาทำแล้ว ในเมื่อมาวันนี้เราก็ต้องสนับสนุนโดยการลงมติให้ผ่านนะครับ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาที่สูญเสีย เป็นอย่างมากในแต่ละปีได้ในคราวนี้ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ทำมาก็เพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย ในการขับขี่ และเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ก็เพื่อกำหนดกฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สูงขึ้น จากข้อมูลในเล่มนี้องค์การอนามัยโลกหรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ได้ให้ ข้อมูลว่าประเทศไทยเราเองมีสถิติความปลอดภัยทางถนน คืออัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ ๑ ของกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) และติดอันดับ ๙ ของโลก ข้อมูลอาจจะยังไม่ทัน สถานการณ์ เพราะเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๐๑๘ ผมหวังว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาเราควรจะมี เป้าหมายว่าเราไม่ควรจะติดท็อปไฟว์ (TOP Five) ในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) และไม่ควรจะติดอันดับ ๑-๒๐ ของโลกนะครับ🔗
ในเรื่องถัดมา คือเป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ ที่ทางกระทรวงคมนาคมเอง เคยกำหนดให้มีระบบคะแนนความประพฤติในการขับขี่ในระบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพียงแต่ว่าในรายงานก็แจ้งว่าการเชื่อมต่อระบบระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบกนั้นยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การขับเคลื่อนตรงนี้ ก็ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้ ตรงนี้ทางกระทรวงเองก็ควรจะผลักดันตรงนี้ให้มันดีขึ้นนะครับ แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าวินัยการขับขี่ คะแนนแต้มจากการขับขี่นั้น มีความสำคัญ เพื่อให้โอกาสในการประสบอุบัติเหตุนั้นก็จะลดลงไปด้วยครับ🔗
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับในพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครหรือชานเมืองที่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรอยู่นั้น มีปัญหาเรื่องรถบรรทุกขนาดใหญ่คือรถสิบล้อขึ้นไปค่อนข้างมากครับ ในกฎนี้ก็มีการพูดถึงผู้ขับขี่ว่าควรจะขับขี่ ผมไม่แน่ใจว่าของเดิมหรือของใหม่เป็นอย่างไรนะครับ แต่ก็มีการพูดถึงว่าเดิมที่ผู้ขับขี่นั้นขับได้ไม่เกิน ๔ ชั่วโมง แล้วต้องพักครึ่งชั่วโมง และกลับมา ขับขี่ได้อีกไม่เกิน ๔ ชั่วโมงติดต่อกันนั้นก็อาจจะเป็นระเบียบที่ยังไม่ดีพอครับ มีการพูดถึงว่า การขับขี่ไม่ควรจะขับเกิน ๒ ชั่วโมง และพัก ๑๕ นาที แล้วก็ขับได้อีก ๒ ชั่วโมง แต่ในวันหนึ่งนั้น ไม่ควรจะขับเกิน ๑๐ ชั่วโมง ใน ๑ สัปดาห์ก็ไม่ควรจะขับเกิน ๖๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และจำเป็นจะต้องมีวันพักผ่อน ๑ วัน ใน ๑ สัปดาห์ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นส่วนที่ช่วยลด อุบัติเหตุ ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่เอง และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ครับ มีข้อเสียเพียงข้อเดียวที่ผู้ขับขี่ก็อาจจะได้รายได้ลดลง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรที่จะ คำนึงถึงผู้ขับขี่ด้วยครับ🔗
ในส่วนถัดมาครับ เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจราจรเช่นกันครับ เมื่อเดือน ธันวาคมปลายปีที่ผ่านมา ผมทราบว่ามีกฎกระทรวงคมนาคมออกมาว่ามีการปรับเกณฑ์ ความเร็วรถยนต์ในการขับขี่จากไม่เกิน ๙๐ เป็น ๑๒๐ ในกรณีรถที่ไม่มีข้อห้ามนะครับ ข้อห้ามก็คือรถบรรทุก รถจักรยานยนต์ รถนักเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน หรือรถสามล้อ อันนั้นไม่ได้อยู่ในพวกนี้ ผมไม่ได้วิจารณ์ว่ากฎกระทรวงนี้ดีหรือไม่ดีครับ แต่ผมมีคำถามอยู่ว่า ในการพิจารณาของกฎกระทรวงในช่วงเดียวกัน คือช่วงการประชุมคณะกรรมการ แปรนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๓ ประมาณช่วง เดือนเมษายน มีการพิจารณาถึงในส่วนของการปรับเปลี่ยนเวลาเข้าออกรถบรรทุก ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วย ซึ่งผมติดตามเรื่องนี้มาพอสมควร ในมติการประชุมครั้งนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็มีการพูดถึงว่าเป็นการดีที่ ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาเข้าออกรถยนต์ครับ เพราะว่าเมืองใหญ่ ๆ หลาย ๆ เมือง ที่มีการพัฒนาแล้วเขาก็ทำกัน แต่จนตอนนี้ในเรื่องนี้ไม่มีการประกาศออกมา แต่ในเรื่อง ปรับความเร็วได้มีการประกาศไปแล้วในช่วงเดือนธันวาคมปลายปีที่ผ่านมาครับ ผมก็อยากจะให้ทางกระทรวงพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
ฝากเรื่องสุดท้ายนี้ไว้แล้วกัน เพราะว่าเวลาอาจจะไม่พอก็ขอให้คำนึงถึง ความปลอดภัยของบนท้องถนนมาก่อน แล้วก็หวังว่ากฎ ระเบียบที่ผ่านมามันจะนำพาไปสู่ เป้าหมายว่าประเทศไทยเองคงจะไม่เป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) เสียชีวิต บนท้องถนนแล้ว แล้วก็จะไม่เป็นอันดับ ๙ ของโลก ควรจะไม่อยู่ในติดอันดับท็อปทเวนตี (Top twenty) ของโลกในเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นผู้ประสบภัยที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติจราจรฉบับนี้ เนื่องจากชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ก็ชื่นชอบความเร็วมาตั้งแต่เด็ก ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เคย ใส่หมวกกันน็อกเพราะสมัยก่อนเขาไม่มีกฎหมายบังคับ ใครจะซื้อหมวกกันน็อกก็เป็นเรื่อง ต้องใช้เงินมากโขอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ พอโตมาผมก็ใช้ความชอบส่วนตนเดินทาง ด้วยรถยนต์ไปในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงที่ พลเอก ประยุทธ์ปฏิวัติยึดอำนาจ ก็ได้มี โอกาสเดินทางไปหลากหลายประเทศจากเมืองไทยด้วยรถยนต์ ก่อนจะไปก็ต้องทำ จดหมายถึง พลเอก ประยุทธ์ว่าจิรายุจะขอไปลาวนะ จะขอไปจีนนะ จะขอไปไซบีเรียนะ ตอนนั้นท่านก็เซ็นอนุมัติ แต่ก็ไปติดที่ด่านบ้าง ตม. ตรวจยิบ ที่ผมเกริ่นมานี่ท่านประธานครับ อยากจะบอกท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ครับ จริง ๆ อยากจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมนั่งอยู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมาแถลงหน่อยก็ไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นเจ้าหน้าที่ ของกรมการขนส่งทางบกบ้าง ตำรวจบ้าง อะไรดีท่านจดไว้นะครับ เอาไปแก้ไขปรับปรุง ผมอยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้ว่าเวลาที่เราเดินทางบนถนนถ้าเรานั่งคนเดียว เหมือนคนบ้าท่านประธานครับ ถ้าขับรถเองนะครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงจะเคยขับรถ เองบางทีมันก็อดไม่ได้ที่จะสบถให้กับพวงมาลัยเพราะว่านั่งอยู่คนเดียว ไอ้นั่นมันขับรถ ไอ้นี่ ทำไมอย่างนั้น ท่านประธานครับ หลัง ๆ มานี้ผมหันขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์ (Big bike) ครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ กรุงเทพมหานครรถติดก็อาศัยซอกแซกไปมาครับ ก็ต้องระวังรถ ทั้งหลายที่ไม่มีกฎกติกาที่ใช้ร่วมกันในสังคมไทยครับ เราอย่าไปหวังเลยครับว่าคนจะมีสปิริต (Spirit) ในการขับรถเหมือนกันหมดทุกคน เป็นไปไม่ได้ครับ แต่กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เรา ตกลงร่วมกันที่ท่านมาขอแก้ไขในสภาท่านได้บังคับใช้จริงหรือไม่ หรือเป็นการเพิ่มอำนาจ ในการแก้ไขพระราชบัญญัติการจราจรเพื่ออำนาจในการเรียกตรวจหรือว่ารับสินบนหรือไม่ ผมอยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้ว่าในหลายประเด็นที่ท่านมาขอแก้ไขแล้วเป็นประเภท โลกสวยท่านประธานครับ คืนนี้ฉันจะนอนฝันดี ตั้งใจจะฝันดี แต่มันบังคับไม่ได้ท่านประธาน ครับ ที่ผมบอกว่าโลกสวยเพราะอะไรรู้ไหมครับ หลายมาตราที่ท่านมาขอแก้ไขผมจะอนุญาต ไล่เลียงทีละประเด็นท่านประธานครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ในการแก้ไขหลักเกณฑ์ในเรื่องของช่องเดินรถและน้ำหนัก ของรถที่ไม่ต้องใช้ช่องซ้ายสุด ว่าอย่างนั้นเถอะ คือสมัยที่ผ่านมานี่ใครขับรถชิดขวาเขาให้ สันนิษฐานก่อนว่าผิดกฎหมาย เพราะช่องขวามีไว้แซง แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มีคน ๒ ประเภทในสังคมนี้ครับ ป้ายเขาเขียนไว้ไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่ากับฉันขับ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฉันผิดตรงไหน มีรถวิ่งร้อยปุ๊บขึ้นมาก็มามองหน้า ขับรถช้าชิดขวา อันนี้คืออะไรครับ เขาก็ปฏิบัติตนตามกฎหมาย อยู่ที่ว่าผู้รักษากฎหมายนั้นจะบอกสังคม อย่างไร อันนี้คือเรื่องที่ผมปฏิบัติตนอยู่ในสังคม และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็พบปะ ในลักษณะนี้เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านมาเขียนแก้ข้อกฎหมาย ยกเว้นไม่ให้ใช้บังคับแก่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนัก พูดง่าย ๆ คือพวกรถบรรทุก ทั้งหลายก็ต้องชิดซ้ายเหมือนเดิมนั่นละ และท่านประธานรู้ไหมครับ ทุกวันนี้รถปิกอัป (Pickup) มันแรงกว่ารถเก๋ง รถบรรทุกหกล้อ เดี๋ยวนี้เขาใช้วิธีเลี่ยงบาลีครับ พวกส่งด่วนทั้งหลายเขาไม่ซื้อแล้วท่านประธานครับ รถสิบล้อ รถหกล้อนี่ เพราะมันติดเวลา มันเข้าที่นั่นที่นี่ไม่ได้เขาก็ใช้รถยนต์ ๔ ล้อ แต่เครื่อง ๓๐๐๐ ซีซี ๒๐๐ กว่าแรงม้า ดีเซล (Diesel) คอมมอนเรล (Commonrail) เทอร์โบ (Turbo) ผมจึงถามว่าท่านโลกสวยไป หรือเปล่า แก้ไขกฎหมายดูจากล้อ เดี๋ยวนี้ท่านไปดูเลยครับ เขาใช้ล้อข้างหลัง ล้อเบ้อเริ่ม ขอบ ๑๖ ยางซีรีส์ (Series) ต่ำ เกาะถนน เผลอ ๆ จะเบิร์น (Burn) ยาง เป็นยางสลิก (Slick) ก็คือยางไม่มีดอกยาง ขออภัยครับ นี่ละครับ คือเราเอาความจริงมาพูดกันในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ท่านไปดูเลยครับ วิ่งจากทางหลวงหมายเลข ๔ ลงภาคใต้ ทางหลวง หมายเลข ๑ ขึ้นภาคเหนือ ถ้าท่านประธานได้เดินทางบ่อย ๆ รถขนผลไม้ท้ายโด่งอย่างนี้ครับ เวลาขนกลับ เพราะไม่มีผลไม้ น้ำหนักไม่มีท้ายโด่ง วิ่งชิดขวาตลอดทาง เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมจึงต้องวิ่งชิดขวา ท่านไปบังคับกฎหมายแทบตายเขาก็วิ่งเช่นนั้น พอเจอตำรวจจราจร ขออภัยครับ ก็หนีบใบขับขี่ ไม่รู้หนีบบัตรอะไรให้ใบแดง ๆ เหลือง ๆ ก็มี นี่คือโลกสวยครับ ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าเมืองไทยเหมือนที่ผมได้เคยเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะในประเทศจีน เส้นอาร์ ๓ เอ (R3A) จากคุนหมิงไปนี่ไม่มีใครชิดขวา เพราะอะไรครับ เพราะถนนมันเลียบ เท่ากัน ๔ เลน (4 Lane) ไปกลับ ท่านประธานครับ ซ้ายก็เรียบ ขวาก็เรียบ เพราะฉะนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องวิ่งชิดขวา เราแก้ต้นเหตุหรือยังครับที่จะมาแก้ข้อบังคับทาง พระราชบัญญัติเช่นนี้ กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงเขาบอกว่าใครเป็นอธิบดี ใครดูแล กระทรวงคมนาคมนี่รวยลืมบ้านเลขที่ ผมไม่เชื่อ แต่ท่านประธานดูสิครับ ที่ผ่านมา ถนนหนทางบางเส้นทางรับสัมปทานจากกรมทางหลวง พอไปดูป้ายมันไม่ใช่คู่สัญญา ที่รับสัมปทานกับกรมทางหลวง มันเป็นบริษัทอื่น จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ ถนนหนทางพังรถมันจึงวิ่งชิดขวา ยอมรับความจริงหรือเปล่าล่ะครับ ถ้าไม่ยอมรับความจริง ก็แก้กันอยู่อย่างนี้ละครับ สุดท้ายแก้ไปตำรวจตั้งด่าน ตำรวจทางหลวงไม่เหมือนฝรั่งนะครับ ท่านประธาน รถใครชิดขวาเขาขับรถหวอ หวอ หวอให้จอด จอด จอด เมืองไทยไม่มีหรอกครับ เพราะตามไม่ทัน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะทักท้วงไว้นะครับ ในกรณีที่ท่านบอกว่ามาตรา ๔๓ (๑) ที่ท่านบอกว่าจะไปตรวจแอลกอฮอล์ ตรวจเลือด ตรวจชิ้นเนื้อ อันนี้ท่านแก้ไขไป ดีครับ แต่ทำให้ได้จริงนะครับ เพราะมันมีเรื่องเงิน งบประมาณ ท่านเขียนกฎหมายมาใน พ.ร.บ. จราจร แต่ท่านให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นผู้ปฏิบัติ ไปบังคับตรวจก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ตรวจฉี่อีก ตรวจเลือดอีก โรงพยาบาล เขาก็ไม่ตรวจเพราะเขาไม่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้ ตำรวจเป็นผู้จ่าย ก็คิดให้ดีนะครับ อย่าเพิ่ง โลกสวยนะครับท่านประธาน🔗
ประเด็นต่อมา ท่านประธานครับ ข้อกำหนดให้ผู้ขับขี่โดยสารต้องคาดเข็มขัด นิรภัย ทุกวันนี้ผมกับลูกชายขึ้นรถปุ๊บ ผมบอกเลยอย่าลืมคาด เพราะมันดังตุ๊งติ๊ง ๆ รถมันชอบเตือน แต่นั่งข้างหลังนี่มันไม่ค่อยเตือนครับ รถบุคคลแบบพวกเราก็พอทำเนา แต่ถ้าเป็นรถสาธารณะล่ะ ท่านประธานนึกภาพครับ สังคมไทยยังมีสองแถวไหมครับ ท่านคณะกรรมการบนบัลลังก์ครับ มันยังมีรถตู้ที่ขับกันแบบฟาสต์ ๘ (Fast 8) ไหมครับ มันยังมีคนเมายาไหมครับ กรมการขนส่งทางบกติดจีพีเอส (GPS) ควบคุมความเร็ว ๙๐ กิโลเมตร ถอนใบอนุญาตไปกี่คันครับ ผมเคยขับรถมอเตอร์เวย์ (Motorway) ท่านประธานครับ ตามไม่ทัน สงสัยมันต้องเป็นพวกฟาสต์ ๘ (Fast 8) ที่จะมาถ่ายหนัง นี่ละครับ ผมจึงถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการครับ เวลามาแก้ไขกฎหมายนี่แก้กันจัง แต่ในทางเป็นจริงในสังคมไทยทำอะไรไม่ได้เลย🔗
ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้พูดกันมาในสังคมโลก นี่ผมยกตัวอย่างสังคมโลกนะครับ ก็คือฝรั่งเขาเรียกกันว่าเบบี้ซีต (Baby seat) ใครลูกเล็ก ต่ำกว่า ๖ ขวบ สมัยก่อนนั่งได้ อยากจะนั่งตรงไหน จะนั่งตรงตักให้ช่วยขับพวงมาลัย ยังทำได้เลย นี่ท่านก็มาขอแก้ บอกว่าถ้าเด็ก ๖ ขวบจะนั่งต้องนั่งเบบี้ซีต (Baby seat) เอาอย่างนี้พี่น้องที่เคารพครับ ท่านใดอยากจะนำเข้าเบบี้ซีต (Baby seat) อยากจะลงทุน เบบี้ซีต (Baby seat) เตรียมตัวรวยลืมบ้านเลขที่เลยนะครับ เห็นไหมครับ ท่านต้องไปออก ข้อบังคับต่อนะครับว่าจะเอาเก้าอี้เด็กที่ไปไว้ข้างหน้ามันแบบไหน อย่างไร คุณภาพแบบใด มีราคาตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท จนถึง ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ คำถามต่อไปก็คือว่า ท่านพร้อมหรือยัง เดี๋ยวจะบอกจิรายุไม่เริ่มต้นวันนี้มันจะไปเริ่มวันไหน ใช่ครับ แต่กฎกติกา หลัก ๆ ง่าย ๆ ท่านไม่ต้องไปบังคับถึงขนาดนี้ ท่านแบ่งเป็นวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม กี่ช่วงได้ไหม ๕ ปีเรื่องนี้ ๑๐ ปีเรื่องนั้น ให้เด็กเขาไปนั่งเบาะหลังก่อน ให้คุณพ่อคุณแม่เขานั่งหลัง คาดเข็มขัดแบบ ๓ จุด ผลักเบาะข้างหน้าเลื่อนไปข้างหน้า เวลามันเบรกแอกซิเดนต์ (Accident) ปุ๊บ มันกระแทกไปเด็กจะได้ไม่กระแทกข้างหน้า ท่านประธานครับ เขียนถึงขนาดในต่างประเทศเด็กต้องนั่งหันหลังอย่างนี้ เอาเบาะ เพราะเวลาแอร์แบ็ก (Airbag) มันดีดหน้าเด็กตายกันมาเยอะครับ ผมจึงถามว่าสังคมไทย ประเทศไทยมันไม่ใช่แค่กรุงเทพมหานครที่มีคนไฮโซอย่างเดียวนะครับ ต่างจังหวัด ลูกเล็ก ๆ เยอะ แค่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ ซ้อนสี่หมวกกันน็อกยังไม่ใส่เลย ตำรวจยืนเกาหัว แกรก ๆ กลางสี่แยกจับกันหรือเปล่าล่ะครับ🔗
ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านกำลังจะมาขอแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเห็นด้วยหลายประการนะครับ แต่บางประการเห็นว่าเป็นเรื่องที่ฝัน แบบอยากจะฝันดีแต่ทำไม่ได้🔗
ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ผมข้ามไปที่หมวดการควบคุมใช้รถ ที่มีคุณภาพไม่ถูกต้อง ท่านประธานเคยขับรถต่างจังหวัดไหมครับ ขับรถสวนสิบล้อครับ ไฟปกติมันก็แค่ ๒ ดวงท่านประธานครับ มีไฟเลี้ยวครับ ท่านประธานเคยเห็นรถที่มีไฟ ๕๐ ดวงไหม เจ้าหน้าที่ภาพทันไหมครับ ถ้าทันจะให้ดูหน่อยท่านประธานครับ ทันไหมครับ ถ้าทันขึ้นเลยนะครับ แต่ถ้าไม่ทันไม่เป็นไร เป็นภาพรถสิบล้อที่วิ่งอยู่ในถนนเมืองไทย มันเอา ตุ๊กตาหุ่น ๆ มาติดเต็มหน้ารถไปหมด มันเอาไฟสปอตไลต์ (Spot Light) เล็ก ๆ มาติด จนกระทั่งเห็นหน้าคนขับโผล่มานิดเดียวท่านประธานครับ คำถามคือแบบนั้นปลอดภัย ไหมครับ ปลอดภัยสำหรับเขานะครับ เวลากลางคืนมันสวนรถจิ๊กโก๋รถที่ไหนมันก็เปิดไฟวาบ แหกโค้งตายกันเยอะครับ ถ้าภาพมาก็ขึ้นได้เลยนะครับ แต่ที่ผมอยากจะบอกท่านประธาน ก็คือว่าการปรับปรุงตามมาตรา ๑๔๓ แห่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ท่านบอกไว้นี่นะครับ ท่านบอกว่า ปรับปรุง ควบคุมการใช้รถที่มีสภาพไม่ถูกต้อง นี่ครับท่านประธานดูนะครับ🔗
เคยเจอไหมครับพี่น้องครับ ในสภาเคยเห็นไหมครับ เคย แล้วมันวิ่งได้อย่างไรในเมืองไทย ดูภาพต่อไปท่านประธานครับ ไอ้นี่ก็กลัวสายตาไม่ค่อยดี ติดกระจกมองข้างระยิบระยับวิบวับ ท่านประธานดูครับ สภาเมืองไทยมันต้องอย่างนี้ เวลาแก้ไขกฎหมายก็ต้องอธิบายความเป็นจริง ผมจะบอกว่า มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดเพราะเจ้าหน้าที่ทางการหละหลวม รับสินบน กินเงินใต้โต๊ะ ท่านประธานครับ รถอย่างนี้เข้าไปตรวจที่กรมการขนส่งทางบกของกระทรวงคมนาคม ไม่มีผ่านหรอกครับ แล้วทำไมมันวิ่งได้ ก็มันมีการทุจริตเกิดขึ้นนี่ครับ จริง ๆ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมขออภิปรายไม่ทัน ผมก็เลยโทรศัพท์ไปสอบถามว่าถ้าเกิดมีการเอารถไปตรวจ แบบไม่ต้องเข้าไปตรวจเสียเงินเท่าไร ก็ปรากฏว่ามันมีหน้าม้าต่าง ๆ ที่ท่านมาขอแก้กฎหมาย นี่ละครับ เขียนเสียสวยเลย สรุปแล้วมันรับสตางค์ท่านประธานครับ นี่ครับ🔗
เอานิดเดียวพอท่านประธาน คือคนนี้สรุปก็คือว่าเขาจะย้ายรถ แต่เขาบอกว่าไม่ต้องเอารถไปตรวจได้ไหม เจ้าหน้าที่ บอกว่าไม่ได้ ถ้าไม่ตรวจต้องเอารถมาลอกเลขเครื่องมาให้เจ้าหน้าที่เซ็น แต่ปรากฏโทรศัพท์ไป ตรอ. ๒-๓ ที่ท่านประธานครับ คิด ๔,๐๐๐ บาท🔗
คุณจิรายุต้องขออนุญาต จะใช้วัสดุอะไรต้องขออนุญาตครับ🔗
ขออภัยท่านประธานครับ จั่วไป นิด ๆ เฉย ๆ ผมขออนุญาตต่อนะครับท่านประธาน คือเขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ ตรอ. คิด ๔,๐๐๐ บาท ตรอ. ย่อมาจากตรวจร่วมเอกชน ผมจึงบอกท่านประธานครับว่าไม่ใช่แค่ คลิป (Clip) นี้นะครับ ทีมงานจิรายุนะจ๊ะจัดให้ ไปทำมา ๔-๕ จุดแล้ว ปรากฏว่านี่คือปัญหา ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุของสังคมไทยเพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่เคร่งครัด ผู้แทนจากกรมการขนส่ง ทางบกท่านเข้าอยู่ในกรมตรงจตุจักร ท่านเดินเข้าไปนี่ม้าร้องกัน หน้าม้าทั้งนั้น แต่ก่อนนี้ นั่งในตึก เดี๋ยวนี้ขยับออกมาข้างนอก ผมจึงถามท่านนะครับว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับ นี้มันเป็นไปได้หรือครับ ถ้าท่านตรงไปตรงมานะครับ ต่อไปนี้ ตรอ. ที่ไหนไม่ต้องส่งส่วย เงินไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มี แต่ว่าเดี๋ยวมีหลักฐาน อย่างนี้ท่านก็ไม่ต้องมาแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ต้องไปเพิ่มโทษ เพราะรถพวกนี้มันวิ่งในถนนไม่ได้อยู่แล้ว ๑ ปี มันต้องไปตรวจ ถ้าเกิน ๓ ปี เกิน ๕ ปีไม่เสียภาษีก็ยึดทะเบียนคืน รถมันก็ต้องเอาเข้าไป ตรวจให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รับสตางค์รถพวกนี้ก็วิ่งไม่ได้ก็ไม่เกิดปัญหาในสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ หลายมาตราที่ท่านมาแก้ไขนี่นะครับ หลายอย่างผมก็เห็นด้วย แต่ท่านจำได้ไหมท่านประธานครับ ตอนปฏิวัติใหม่ ๆ ฮากันตรึม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทับอะไรไม่รู้ ๒๕๕๘ ห้ามประชาชน นั่งรถกระบะด้านท้าย นั่งเบาะหลัง แค็บ (Cab) จะต้องคาดเข็มขัดนิรมัย อันนี้คือโลกสวย คิดแบบคนมีสตางค์ท่านประธานครับ นั่งเบรนลีย์ นั่งบีเอ็มดับเบิลยู นั่งเบนซ์ เขานั่ง รถกระบะ🔗
ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้ โทรศัพท์มือถือในรถยนต์ ผมจำได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ประกาศแล้วประกาศเล่าเฝ้าแต่ประกาศ แต่สุดท้ายแล้วมีการบังคับจริงไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันไหม ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดถ้าเห็นตำรวจยืนอยู่สี่แยกไฟแดง ใครใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างติดไฟแดง ใครไม่ใส่หมวกกันน็อกยึดรถ จบข่าว ท่านประธานครับ แต่ก็ไม่ทำกัน แล้วจะมาแก้ทำไม เสียเวลาผมจึงฝากบอกท่านประธานครับ ถ้าเราเอาความเป็นจริงทางสังคมไทยมาพูดกัน แบบจริงจังนี่นะครับ เราขับรถบนถนนโดยเฉพาะเข้าเขตชุมชนมีใครชิดซ้ายบ้างล่ะครับ ชิดซ้ายก็เจอรถแม่ค้าจอดบ้าง ท่านประธานสงสัยไหมครับ ผมไม่ได้รังเกียจคนจนนะครับ แต่ผมอยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือคนจนด้วยวิธีการที่ทำให้เขามีสตางค์ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ดี รถซาเล้งไม่ติดเครื่องวิ่งกันเต็มถนนไปหมด รถขายไอศกรีมยี่ห้อดังไม่ใส่หมวกกันน็อกได้ อุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ วันดีคืนดีพ่อเจ้าพระคุณล้อหลังวิ่งแซงล้อหน้าก็มี เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหา การแก้ไขกฎหมายแบบนี้นี่นะครับ มันเป็นแค่ตัวหนังสือ พอหลักการปฏิบัติ ท่านก็ทำไม่ได้จริง ผมจึงฝากบอกท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมมีเรื่องเยอะมากเลย โดยเฉพาะเรื่องของกรมการขนส่งทางบก ประชาชนร้องกับผมมาเยอะ เงินก็เยอะ กองทุน ก็เยอะ วิธีปฏิบัติท่านได้ทำมีประโยชน์หรือไม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับการตำรวจ จราจร บก. ๐๒ กองบังคับการตำรวจจราจรในแต่ละจังหวัดท่านกวดขันไหม ถ้าท่านกวดขัน ทำอย่างที่ผมบอกหลายข้อ หลายมาตราไม่ต้องมาแก้ไขท่านประธานครับ จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีและผู้บริหารของกระทรวงคมนาคม นับจากนี้ไปถ้าหน้าม้า ยังเหินยังเหาะอยู่แถว ๆ ตรอ. ยังจ่ายส่วยให้กับนาย ก นาย ข นาย ค นาย ง ยังใช้วิธี การแยบยลในลักษณะเช่นนี้ การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ไม่เป็นประโยชน์ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ คุณหมอไม่พร้อม ผมเปลี่ยนคนอื่นก่อนนะครับ เชิญคุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ. จราจรที่มีผู้เสนอร่าง เพื่อจะแก้ไขกฎหมายนะครับ เราก็คุ้นเคย พ.ร.บ. จราจรตำรวจท่านใช้เป็นเพียงผู้เดียว บังคับใช้กฎหมาย วันนี้เรามาพูดถึงการแก้เพื่อรองรับวิวัฒนาการการขับขี่ยวดยานต่าง ๆ การใช้รถใช้ถนนของคนเรานี่นะครับ ต้องบอกนิดหนึ่งว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงมาถึงจุดที่ต้อง แก้ไขแล้วนะครับ เรามีรถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน แล้วก็ผู้คน ที่สัญจรไปมาบนท้องถนนนะครับ เราอยู่ร่วมกันครับ เราเอื้ออาทร เราแบ่งปันกันในการใช้ ถนนนะครับ ฉะนั้นกฎหมายวันนี้ที่จะแก้ก็เพื่อจะเอื้อกับการใช้รถที่ปลอดภัยอย่างที่ เสนอมานะครับ ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่งว่าในส่วนของการแก้ไขในข้อที่ได้เสนอมาในข้อ ๑ กำหนดให้รถบรรทุก รถโดยสาร จักรยานยนต์ สามารถใช้ช่องทางขวาได้นี่เป็นส่วนที่ดี เพราะว่าก็ปิดช่องว่างของการตำรวจเรียกรับในส่วนของการให้ร้ายกันนะครับ แล้วก็ในส่วนของการเพิ่มน้ำหนักขยายให้รถเพิ่มน้ำหนักได้ อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ ในส่วนของลักษณะความผิดทางกฎหมายที่ว่าด้วยการแก้ไขในเรื่องของความเร็ว ให้สอดคล้องกัน ต้องยอมรับนะครับ วันนี้การทะเลาะวิวาทบนทางด่วนเราจะเห็นเลยนะครับ คนบอกว่าถูกกฎหมาย วิ่งด้วยความเร็ว ๙๐ หรือประมาณ ๑๒๐ ในบางกรณีที่มีเขาแจ้งมา แล้วก็ยืนยันว่าเขาทำถูกกฎหมาย วิ่งขวาสุดแต่ใช้ความเร็ว ๙๐ ก็ถือเป็นการกีดขวาง การจราจรนะครับ ก็ถือว่าเขาบอกว่าเขาถูก แต่กีดขวางการจราจร อันนี้ก็คือสมัยก่อน เรื่องสมรรถนะยังไม่เหมือนปัจจุบัน วันนี้วิ่งกัน ๑๔๐ ผมว่าน่าจะเหมาะบนทางด่วนหรือว่า บางสาย แล้วก็ต่างจังหวัดบางเส้นอย่างสิงห์บุรีหรือสุพรรณบุรีผมขับผ่านก็โดนจับ เพราะว่า ขับประมาณ ๑๒๐ จริง ๆ แล้วเขากำหนดไว้ ๙๐ ซึ่งมันเป็นกฎหมายเก่านะครับ แล้วก็วันนี้ เราก็มีเรื่องของระบบดิจิทัล (Digital) มีการถ่ายรูป การเก็บ แล้วก็ส่งเขาเรียกว่าใบแจ้งปรับ แจ้งอะไรไปที่บ้าน ซึ่งผมก็คิดว่ามันเป็นกฎหมายที่ยังล้าหลัง ต้องแก้ไขนะครับ🔗
ในข้อที่ ๓ กำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถขอความร่วมมือนายแพทย์มีอำนาจ ในการตรวจสอบ ในการตรวจร่างกายเกี่ยวกับการที่ผู้ขับขี่อาจจะดื่มแอลกอฮอล์มา มึนเมาแล้วไม่ยอมให้ตรวจ ผมก็ถือว่าทางแพทย์ต้องให้ความยินยอม ให้ความร่วมมือ นี่ก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน แล้วก็สามารถที่จะหยุดในเรื่องของความอันตรายนะครับ ผู้ที่ไม่พร้อมในการขับขี่ เช่น เมาสุรา ต่าง ๆ🔗
ข้อ ๔ นี่ก็ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรัดเข็มขัด อันนี้ไม่ต้องพูดถึง ก็ถือว่าดีอยู่แล้วนะครับ🔗
แล้วก็ในส่วนของข้อที่ ๕ เพิ่มมาตรการเรื่องการแข่งขันรถ เมื่อก่อน เขาหนักกว่านี้อีกนะครับ สมัยท่านจิรายุ ขอเอ่ยนาม ผมก็เป็นวัยรุ่นกันอยู่ ตำรวจเขาจริงจัง แข่งไม่ได้ครับ ถ้าในส่วนของผู้บังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง แล้วก็เพิ่มในเรื่องของการเก็บ หลักฐานถ่ายรูปนะครับ แล้วก็ตามไปดำเนินคดี ผมเชื่อว่ากฎหมายก็ดีพอสมควร แต่เพิ่ม วิธีการเข้าไป อันนี้ก็ถือว่าดีนะครับ🔗
ในส่วนข้อ ๖ การปรับปรุง การควบคุมรถที่มีสภาพไม่ถูกต้อง อันนี้ผมเข้าใจว่า ความตั้งใจเขาก็คงเป็นพวกรถขนกล่อง ขนของที่มันตีโป่งออกมาซึ่งไม่มีความแข็งแรงเลย ขนพวกฟาง พวกอะไรพวกนี้ อันนี้คงต้องจริงจัง แล้วก็กำหนดให้ชัดเจนว่าถ้ารูปแบบ ตามอย่างนี้วิ่งไม่ได้แล้ว ต้องไปดำเนินคดีนะครับ อันนี้ก็อยากเล่าให้ฟังว่าในญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเขา อย่างบ้านเราไฟเหลืองคือต้องรีบไป แต่ของเขานี่ ไฟเหลืองต้องรีบหยุด ต้องแก้ทัศนคติพวกนี้ ฉะนั้นกฎหมายเขารุนแรงเกี่ยวกับเรื่อง การยึดใบขับขี่ อะไรต่าง ๆ นะครับ แล้วก็การใช้รถร่วมกัน อย่างประเทศอียิปต์ เมืองไคโร หรืออินเดีย นิวเดลี หรือประเทศจีนที่ปักกิ่งเขาใช้ลักษณะนี้ อยากให้ไปศึกษาดู รถเล็ก ต้องใหญ่กว่ารถใหญ่เสมอนะครับ เขาจะให้เกียรติกันมากเลย เขาจะด่าทออะไรกันเขาก็ไม่กล้า ทะเลาะกัน กฎหมายบ้านเราวางมวยยันเลย ผมคิดว่าถ้าลงมือก่อนเสียแค่ ๕๐๐ แล้วก็ไปสู้ คดีกันอย่างนั้นหรือเปล่า ซึ่งประเทศที่เขาผ่านจุดนี้มาแล้วที่มีรถใช้ร่วมกันบนถนน เยอะแยะไปหมด เขาเกร็งต่อกฎหมายมากเลยนะครับ เพราะว่ากฎหมายเขาจริงจัง และรุนแรงมาก อันนี้ผมเล่าให้ฟัง ก็อยากให้เราได้เอาไปปรับใช้บ้างนะครับ🔗
ในส่วนของข้อ ๗ เกี่ยวกับบทลงโทษ คนที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่บุคคลอื่นแล้วไม่หยุดรถ ผมคิดว่ามนุษย์พวกนี้เป็นมนุษย์ที่ไม่รับผิดชอบ คนพวกนี้ก็ควร ต้องได้รับโทษอย่างหนัก อันนี้ก็เขียนเพื่อจะให้เกี่ยวกับยืนยันความผิดให้มันชัดเจน สั่งพักเพิกถอนใบอนุญาต ผมคิดว่าคนพวกนี้มันเป็นสันดานนะครับ มนุษย์บางคนต้องมี เรคอร์ด (Record) ถ้าคุณขับรถอย่างนี้อีกก่อให้เกิดความเสียหายกับคนอื่น โดยเฉพาะ พวกขับรถใหญ่ ๆ เที่ยวเหยียบหมา เหยียบแมว เหยียบมอเตอร์ไซค์บ้าง นึกว่าจะรอดพ้น เดี๋ยวก็กลับมาขับอีก ตรงนี้ต้องเล่นงานให้หนักนะครับ ตรงนี้ผมเห็นด้วยเลยว่าเรื่องของ พฤติการณ์การขับรถต้องถูกบันทึก แล้วก็จริงจังกับการดำเนินคดีนะครับ🔗
ข้อ ๘ กำหนดให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาต อันเนื่องมาจากการกระทำความผิด ว่าด้วย พ.ร.บ. จราจรทางบก อันนี้ก็เป็นการยืนยันว่าต้องดำเนินคดีอย่างจริงจริงเพราะถึงขั้น เพิกถอนใบอนุญาต🔗
ข้อ ๙ กำหนดบทเฉพาะกาลเรื่องกฎหมายให้บังคับก่อนวันบังคับใช้ โดยไม่แย้ง อันนี้ก็คล้าย ๆ กันนะครับ ผมก็อยากจะสรุปสั้น ๆ นิดหนึ่งว่าโดยภาพรวม ๆ แล้วอยากให้ เราจริงจังกับการลงโทษ เพิ่มบทลงโทษกับผู้กระทำความผิด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล หลังจากนั้นก็จะเป็นคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับสมาชิกว่าได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอด การเสียชีวิต อุบัติเหตุ พื้นถนน ที่เป็นการสูญเสียชีวิตที่ค่อนข้างที่จะเยอะ ถ้าเทียบกับสถิติ ระดับโลก ผมก็เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงที่ท่านจิรายุได้อภิปรายไป ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อันนี้ สะท้อนความเป็นจริงว่ามันคือข้อเท็จจริงที่เราจะต้องพูดกันนะครับ เพราะฉะนั้นคือการออก กติกาที่มันห่างไกลกับข้อเท็จจริง ผมคิดว่ามันยากที่จะบังคับใช้ ในหลักการผมก็เห็นด้วยว่า มันเป็นเรื่องมาตรการ เช่นการเพิ่มเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น การ ตรวจเลือดอะไรพวกนี้ ผมคิดว่าอันนี้ในหลักการผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพื่อป้องปราม เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดการสูญเสียของชีวิตและร่างกายครับท่านประธาน จริง ๆ แล้ว ผมเข้าใจว่ามันมีองค์ประกอบ มันไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุ ท่านประธานครับ🔗
อันที่ ๑ คือเรื่องของยานพาหนะแล้วก็สมรรถนะนะครับท่านประธาน เรื่องของถนน แล้วก็สิ่งแวดล้อม เรื่องของผู้ขับขี่ และที่สำคัญคือเรื่องของวัฒนธรรม ความรับผิดชอบร่วม ผมคิดว่า ๓-๔ เรื่องมันคือองค์ประกอบใหญ่ เพราะฉะนั้นเวลาเรามอง เรื่องนี้ผมคิดว่าเรามีมาตรการที่จะมีการจัดการที่เด็ดขาด แต่องค์ประกอบอย่างอื่นเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องแล้วก็ทำให้มีประสิทธิภาพร่วมกัน ผมคิดว่ามันก็ไม่อาจ ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ จริง ๆ แล้วมันมีมาตรการครั้งหนึ่งที่ คสช. เคยบอกว่าห้ามนั่งท้าย รถบรรทุก แต่ผมคิดว่ามันไม่สะท้อนความเป็นจริงของคนชนบท คนบนดอย คนที่อยู่พื้นที่ ห่างไกล เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าใหญ่กว่านั้นผมอยากจะเรียกร้องให้มี มาตรการเชิงรุกครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของการเตรียมความพร้อม เรื่องคนที่จะขับขี่ เรื่องคนที่จะใช้ถนน การได้มาซึ่งใบขับขี่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายแล้วคือเมื่อมันไม่มีการเคารพกติกา เมื่อมีการใช้ช่องทางพิเศษ เมื่อมีการใช้กระบวนการที่มันไม่ชอบเหล่านี้ ผมคิดว่าความเป็นคุณภาพที่จะได้มาซึ่งใบขับขี่ และผู้ขับขี่นี่คือปัญหาในส่วนที่ ๑ นะครับท่านประธานครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือว่าบุคคลที่ละเมิดกติกาที่นำไปสู่ การทำให้สูญเสียชีวิตและร่างกาย ผมคิดว่าการลงโทษที่เป็นมาตรการเข็ดหลาบอย่างเดียว ผมคิดว่าอันนี้ไม่เพียงพอครับท่านประธาน สำคัญที่สุดผมคิดว่าผมเห็นมีองค์กรเอกชน บางกลุ่มที่ทำเรื่องของการสร้างสำนึกร่วม เอาคนที่เกิดอุบัติเหตุ เอาคนที่เป็นคู่กรณี มีการสูญเสียทั้ง ๒ ฝ่ายได้มาเจอกัน และมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มาอบรมเรื่องใบขับขี่ มาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ต้องคดีอยู่ได้ดู แล้วก็เป็นกระบวนการสร้างความรับผิดชอบ ร่วมกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ ท้ายที่สุดผมคิดว่ามันห้ามไม่ได้ครับในแง่ของการไม่เคารพกติกา หรือเคารพกติกา มันไม่ใช่ว่ากติกาไม่มีครับท่านประธาน มันมีอยู่แล้วเขาบอกว่าห้ามขับเท่านี้ ห้ามแซง ถ้าจะเลี้ยวก็ต้องรอสัญญาณ แต่ทุกอย่างมันก็ไม่เคารพกติกานะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นลึก ๆ จริง ๆ ก็คือว่าการจะทำอย่างไรให้ประชากรหรือพลเมืองที่ใช้รถ ใช้ถนนมีความรับผิดชอบร่วม ผมคิดว่าการมีมาตรการเชิงรุกในแง่ของการสร้างพลังสำนึก จากจิตใต้สำนึกร่วมกันมันมีกระบวนการอยู่ มันมีวิธีการอยู่นะครับ🔗
ผมอยากจะเสนออย่างนี้นะครับ อันที่ ๑ ก็คือว่าเรื่องของการเตรียม ความพร้อมผู้คนที่ใช้รถใช้ถนน ผมคิดว่าอันนี้ต้องมีหลักสูตรหรือว่าต้องมีวิธีการที่จะสร้าง ชุดความคิดชุดนี้ขึ้นมาให้กับคนที่จะต้องใช้รถใช้ถนนครับท่านประธาน🔗
อันที่ ๒ ก็ต้องมีการประเมินนะครับ มีประเมินเมื่อได้มีการปฏิบัติหรือว่า ได้รับอนุญาตได้ใช้รถ ได้ใช้ถนน ได้ใช้ยานพาหนะเรียบร้อย พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ มันมีการบันทึกหรือว่ามีการปรับเปลี่ยนหรือไม่นะครับ🔗
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่าการที่จะทำให้การลด อุบัติเหตุการสูญเสียบนท้องถนนนะครับ ทุก ๆ ฝ่ายไม่ว่าเป็นฝ่ายกระทำหรือฝ่ายถูกกระทำ ที่เกิดขึ้นนี่ผมคิดว่าสำคัญอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าวัฒนธรรมการเคารพกติกา อันหนึ่งผมมองดู แล้วนะครับท่านประธาน คือมันมีกติกาอยู่หลายระดับมาก เพราะฉะนั้นคือระเบียบกฎหมาย ตัวนี้มันมีบางพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องของท้องถิ่น บางทีประชาชนจะต้อง อยู่ร่วมกับธรรมชาติ บางพื้นที่ก็จะต้องปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาอย่างนี้ แต่ถามว่า มันผิดกฎหมายไหม ถ้าเอา พ.ร.บ. นี้มันก็ผิด แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่าทำอย่างไรให้กติกา การใช้รถใช้ถนนหรือว่าใช้พื้นที่สาธารณะตรงนี้ร่วมกัน มันต้องให้ท้องถิ่นหรือว่าให้พื้นที่ บางส่วนได้มีอำนาจในการตัดสินใจ เพื่อที่จะทำให้กลไกการตัดสินใจมันอยู่หลายระดับ แล้วแต่ละพื้นที่ก็จะต้องมีมาตรการในการป้องปรามไม่ให้เกิดความรุนแรงที่จะให้เกิด ความสูญเสียเหล่านี้ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะฝากนะครับ แต่ในส่วนทั้งหมดที่ได้ยกร่าง มานี่นะครับ ผมเห็นด้วยในหลักการอยู่แล้วนะครับว่าการเพิ่มกระบวนการเรื่องโทษก็ดี การเพิ่มเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก็ดี ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพื่อให้เกิดพื้นที่ในการใช้อำนาจของท้องถิ่น หรือว่าใช้อำนาจของพื้นที่ของบริบทที่ต่างกัน ผมคิดว่าอยากจะให้ผู้ที่ยกร่างกฎหมายนี่มองอยู่ ๒ เรื่อง อยากจะเพิ่มเติมนะครับ🔗
อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของให้พื้นที่ที่มันมีบริบทที่แตกต่าง ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ🔗
๒. กระบวนการเชิงรุกที่มันไม่ใช่เป็นมาตรการลงโทษ ที่จะเป็น จะปรับ หรือว่าโทษจับกุมนะครับ อยากจะเป็นเรื่องของกระบวนการสร้างพลังสำนึกร่วมครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ผมขออนุญาตถามท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ จะเห็นด้วยไหมถ้าจะกำหนดคนที่อภิปราย ที่ยังเหลืออยู่นะครับ เพื่อเราจะได้รู้กำหนดเวลา ต่อไปก็จะมีท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ มีท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ มีนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ มีนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ มีนางสาวรังสิมา รอดรัศมี ทั้งหมด ๕ ท่าน ถ้าเรากำหนดไว้ ๕ ท่านนี้ สมาชิกเห็นด้วยไหมครับ หลังจากนั้นจะได้ไม่ต้องมี มีคุณจุลพันธ์อีกคนหนึ่งใช่ไหมครับ🔗
มิได้ครับท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ เราน่าจะใช้เวลาคนละ ๗ นาทีเท่านั้นนะครับ ที่ท่านประธานกำหนด แล้วแต่ละท่านก็รักษาเวลา ที่สำคัญเท่าที่ทราบ ยังมีเพื่อนประสงค์จะอภิปรายแต่ไม่มากครับ ไม่น่าจะเกิน ๒-๓ ท่าน🔗
อนุญาตให้ส่งชื่อมานะครับ🔗
ครับ เดี๋ยวจะรีบส่งชื่อครับ แล้วก็ น่าจะจบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านจุลพันธ์กรุณา ส่งชื่อมา ตอนนี้มี ๕ ท่านแล้ว🔗
ได้ครับ เดี๋ยวเดินไปให้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ส่งขึ้นมาจะอนุญาตครับ เชิญท่านจิรัฏฐ์ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ก็ว่าด้วยเรื่องกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมก็คิดว่าจริง ๆ ผมไม่ได้ติดตัวเจตนาที่ท่านต้องการจะออกกฎหมายนะครับ ผมคิดว่าเจตนาท่านต้องการ ให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการกันอยู่แล้วละ แต่ว่าผมคิดว่าการออกกฎหมายมันสามารถ ที่นอกจากจะเปลี่ยนให้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว มันสามารถที่จะเปลี่ยน อย่างอื่นได้มากกว่านั้นนะครับ ผมคิดว่าการออกกฎหมายทำให้สังคมดีขึ้นด้วยในวิธีการออก กฎหมายนะครับ ผมขอเล่าพื้นที่ผมให้ฟังนิดหนึ่ง ผมอยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา บางปะกงมันเป็น ชุมชนที่ค่อนข้างจะใหญ่ แล้ววันหนึ่งถนนบางนา-ตราด ก็มาตัดตรงกลาง เป็นถนนเกือบ ๑๒ เลน (12 Lane) นะครับ แล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ก็ถูกแบ่งแยกออกเป็น ๒ ข้าง การเชื่อมต่อการสื่อสารความสัมพันธ์ของ ๒ ฝั่งนี้ก็ลำบากครับ เพราะว่าถนนเกือบ ๑๒ เลน (12 Lane) ถามว่ามอเตอร์ไซด์นี่กลับรถอย่างไรครับ ทุกครั้งที่ไปกลับรถนี่เสี่ยงตายตลอด ที่กลับรถก็แทบจะไม่มีให้ พอย้อนศรก็ถูกจับ ทุกวันนี้กลายเป็นว่าที่บ้านผม มอเตอร์ไซค์ย้อนศรกันวันละเป็นพันคัน เพราะว่ามันจำเป็น ต้องย้อนศรครับ มันไม่สามารถใช้ถนนหลักได้ ผมคิดว่าอันนี้มันจำเป็นต้องออกกฎหมายให้มี ถนนหลัก ถนนรอง แล้วก็มีการออกกฎหมายที่เป็นถนนรอง น่าจะยกไปให้พวกท้องถิ่น เขาจัดการ เพราะว่าแต่ละพื้นที่มันไม่เหมือนกันครับ เราต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ด้วย ถนนที่ ให้เขาใช้นี่มันก็เละเป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนบางนา-ตราด ถ้าท่านขับซ้ายนี่ไม่รถพังก็รถคว่ำครับ ๒ อย่าง มันจำเป็นต้องขับขวาครับ ถ้าท่านต้องการจะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ผมก็ต้องคิดว่ามันก็ต้องออกแบบเมือง ออกแบบถนน การคมนาคมให้มันสอดคล้องกับพื้นที่ สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของประชาชนด้วย การบูรณาการนี่ท่านใช้คำว่าบูรณาการกันบ่อย ก็ต้องใช้ให้มันจริงครับ อย่างเช่น ถนนบางนา-ตราด ที่ผมพูดถึง ยกตัวอย่างขึ้นมานี่กลับรถที ไกลมากครับ เป็น ๒๐-๓๐ กิโลเมตร ในขณะที่เรามีทางขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีอยู่แล้ว แค่จะ ขอให้เปลี่ยนจากทางขึ้นให้มันกลับรถได้นี่ ไม่ได้ครับ มันติด ติดเรื่องสัมปทานบ้าง ติดเรื่องอะไรบ้าง🔗
อีกเรื่องนะครับ การตรวจจับความเร็วนี่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี มันสามารถ ลดอุบัติเหตุได้จริง แต่ว่าวิธีการเก็บข้อมูลนี่ผมอยากให้เอาข้อมูลที่เราเก็บไว้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์มากกว่านี้ แล้วคำถามบางคำถามมันก็เป็นประเด็นเหมือนกันนะครับ อย่างเช่น คำถามที่ว่าถ้าเกิดผมขับรถ แล้วก็ถ้าเกิดว่าอยู่บ้านดี ๆ มีจดหมายส่งมาบอกว่าใบสั่งมีรูปรถผม แล้วก็ป้ายทะเบียน แล้วก็บอกว่าผมต้องไปจ่ายค่าปรับ มันไม่ได้เป็นหลักฐานว่า ผมกระทำความผิดเลยนะครับ แล้วมันก็เป็นคำถามอีกว่าสรุปแล้วใครผิดกันแน่ รถผิดหรือว่า คนขับผิด ถ้าคนขับผิด ทำไมต่อทะเบียนรถไม่ได้ ผมว่าอันนี้ต้องหาคำตอบให้ได้ แต่ว่า อย่างไรผมก็สนับสนุนให้มีการใช้ให้เกิดประโยชน์นะครับ ตัวกล้องจับความเร็ว🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของคะแนนความประพฤติ ผมว่าอันนี้มันก็แปลก ๆ อยู่ที่จะให้คะแนนความประพฤตินะครับ ผมว่าท่านน่าจะทบทวนนิดหนึ่ง แต่ว่าอย่างที่บอกครับ ผมไม่ได้ติดเรื่องกฎหมายครับ ผมติดเรื่องการบังคับใช้มากกว่า เพราะไม่ว่าท่านจะออกแบบ กฎหมายให้มันเพอร์เฟกต์ (Perfect) ขนาดไหน จะเพิ่มโทษติดเอาให้หัวโตกันไปข้างหนึ่งเลย มันก็ไม่มีประโยชน์ครับ ถ้าเกิดว่ามันยังมีการเคลียร์ (Clear) กันอยู่ได้ บางคนใช้อำนาจตรงนี้ ในการเคลียร์ (Clear) ตำรวจ เพื่อที่จะให้เป็นบุญคุณก็มี ผมเล่าให้ฟังนะครับ ตอนผมเลือกตั้ง ไปเดินหาเสียง มีบางคนบอกผมว่าไม่เลือกหรอก จะเลือกอีกคนหนึ่ง เพราะว่าอีกคนหนึ่ง เขาเคลียร์ (Clear) ใบสั่งให้ได้ แบบนี้มันเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้องไม่ว่าจะประเทศไหน ก็ตาม ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ มันสามารถใช้อำนาจที่เหนือกว่าเปลี่ยนให้ถูกได้ และสิ่งแบบนี้ มันเกิดขึ้นบนท้องถนนตลอดเวลา ถ้ามีการทำวิจัย เผลอ ๆ น่าจะเกิดขึ้นทุก ๆ วินาทีด้วยซ้ำ ถ้าเรายังปล่อยให้สังคมเรามีวัฒนธรรมอุปถัมภ์พวกพ้อง แล้วก็วัฒนธรรมคนผิดลอยนวล ซึ่งมันแย่มากนะครับ วัฒนธรรมแบบนี้ ท่านจะออกกฎหมายแค่ไหน มันก็ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอกครับ ท่านต้องเลิกเชิดชูทำให้คนกลายเป็นเทวดา ด้วยการมีรถ นำขบวนเสียทีครับ ไม่ว่าจะโรงเรียน อบต. เทศบาล เดี๋ยวนี้จะไปไหนที ทัศนศึกษามีรถ ตำรวจนำขบวน ก็ขับขวาได้ไม่เห็นผิดตรงไหน ท่านประธานครับ ลองคิดดูนะครับ ตำรวจนี่ กล้าโบกไหมครับ เบนซ์ป้ายแดง ๒ ประตู รถอัลพาร์ดป้ายแดงกล้าเรียกไหมครับ แต่ผมนี่ขับ รถกระบะมาสภาครับ ผมโดนเรียกทุกด่านครับในสภา ตรวจว่ามีสติกเกอร์ (Sticker) จริงไหม ตรวจว่าเป็น ส.ส. จริงไหม แล้วโดนทุกวันด้วยครับ คันอื่นไม่เคยเรียก ผมโดนอยู่ คนเดียว นี่มันคือวัฒนธรรมอะไรครับ ไม่เข้าใจ🔗
อีกเรื่องนะครับ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมเห็นมีข่าวว่ามีกฎหมาย ให้สามารถเปลี่ยนทะเบียนรถจากตัวเลขเป็นตัวอักษรได้ ผมว่าแค่ป้ายประมูลที่เรามีกันอยู่ มันก็เหลื่อมล้ำมากเกินพอแล้ว นี่ยังเปลี่ยนเป็นตัวอักษรได้ด้วยนี่เห็นบอกว่าประมูลขั้นต่ำ ๑ ล้านบาท ผมว่าท่านต้องเกรงใจความรู้สึกของคนอีก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ในประเทศนี้บ้างครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนองอีโก้ (Ego) สนองตัณหาคนชนชั้นสูงขนาดนั้น คือผมได้ข่าวอันนี้ ตอนแรกผมจะไปจองเปลี่ยนเหมือกันนะครับ อยากจะเปลี่ยนเป็นคำว่า เรียกกูมึงโดนย้าย อย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขออนุญาตใช้คำหยาบนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน หรือว่าถ้าจะให้มัน เหมาะสมกับเจตนาที่ออกกฎหมายอันนี้มาผมคิดว่าน่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่า อิจฉาละสิอีพวกไพร่ อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน คือถ้ามันจะสนองตัณหาคนชนชั้นสูงขนาดนั้นก็เอาแบบนี้กัน ไปเลยครับ🔗
สุดท้ายครับ ผมอยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วท่านจะออกกฎระเบียบอะไร ให้มันเกิดประสิทธิภาพนี่ผมเห็นด้วย ผมยินดีที่จะสนับสนุน แต่ว่าการออกกฎหมาย มันสามารถออกเพื่อที่จะแก้ปัญหาในสังคมบางอย่างได้ ออกกฎหมายให้ความเท่าเทียม มันเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ให้ความไม่เท่าเทียมความอยุติธรรมมันเกิดขึ้นตั้งแต่บนท้องถนน และสุดท้ายมันก็นำมาสู่ปัญหาของประเทศนี้ที่มันใหญ่กว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็สืบเนื่องจากปัจจุบันนี้อุบัติเหตุทางถนนของประเทศมีสาเหตุมาจากผู้ขับขี่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ความปลอดภัยในทางจราจรทางบก และประกอบพระราชบัญญัติ จราจรทางบก ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ เป็นเวลานาน วันนี้บ้านเมืองเจริญ บ้านเมืองเจริญ เสร็จแล้วรถก็ได้รับการพัฒนา แต่ก่อนท่านประธานครับ รถปิกอัป (Pickup) มันคันเล็ก ๆ ครับ ปิกอัป (Pickup) ๑,๖๐๐ คันเล็ก ๆ บรรทุกก็บรรทุกได้ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ กิโลกรัมต่อรอบ วันนี้ปิกอัป (Pickup) ๓,๐๐๐ คันใหญ่แล้วก็บรรทุกเยอะนะครับ ซึ่งแต่ก่อน ๕๐๐ กิโลกรัม วันนี้บรรทุกตั้ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วก็อาชีพก็มีอาชีพใหม่ ๆ มาเพิ่มขึ้นนะครับ อาชีพที่พี่น้องเปลี่ยนสังกะสีมาเป็นสรรไทอย่างนี้ แล้วใช้รถปิกอัป (Pickup) ปิกอัป (Pickup) นี่คันหนึ่งความยาว ๓ เมตร แต่ปิกอัป (Pickup) บรรทุกสรรไทข้างหน้าก็ ๑๐ เมตร ข้างหลังก็ ๑๐ เมตรนะครับ แล้วก็ปิกอัป (Pickup) มาดัดแปลงใหม่ ปิกอัป (Pickup) มาดัดแปลงเป็น รถบรรทุกพืชผลทางเกษตรเขาต่อโครงเหล็กขึ้นมาสูงครับ ปิกอัป (Pickup) มาบรรทุกแกลบ ก็ต่อสูงอีก ปิกอัป (Pickup) มาบรรทุกโค กระบือก็ต่อท้ายยาวออกมาอีก แต่แปลกตรงที่ว่า เวลาไปต่อทะเบียนมันต่อได้ครับ พอต่อได้เสร็จแล้วเวลาเอามาใช้มันผิดกฎหมาย มันผิด กฎหมายจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลั่นแกล้งประชาชน แต่ก่อนรถหกล้อก็ประมาณ ๕ เมตร วันนี้รถหกล้อ ๗ เมตร กว้างอีก ยาวอีก รถสิบล้อก็ยาวอีก ผมอยากจะขอเสนออย่างนี้ครับ ว่าวันนี้ไหน ๆ จะแก้อยู่แล้วนะครับ ถนนก็จากถนนดินเป็นถนนคอนกรีต เป็นถนนลาดยาง เป็นถนนลาดยาง ๒ เลน (2 Lane) ๔ เลน (4 Lane) ๖ เลน (6 Lane) ถนนก็เยอะ แล้ววันนี้ ความเจริญของบ้านเมืองก็เยอะ แต่วิถีชีวิตประชาชนบางทียังต้องทำปศุสัตว์อยู่ ต้องเลี้ยงสัตว์อยู่ แต่ก่อนรถชนวัว รถต้องเสียสตางค์ให้วัว แต่พอวันนี้รถชนวัว วัวต้องเสียสตางค์ให้รถนะครับ มันต้องปรับปรุงนะครับ แล้วก็การระวางโทษผมว่าอย่าระวางโทษหนัก ถ้าระวางโทษหนัก ผู้ที่โดนจับก็จะกลัวว่าปรับเท่านี้ต้องติดคุกอย่างนี้ สุดท้ายก็ขอขึ้นศาลเตี้ย ศาลเตี้ยก็ขึ้นกับ ตำรวจ และตำรวจแต่ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก่อนที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คอยให้ ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์น้อยคนครับ ก็จะพยายามจับให้ได้ รางวัลนำจับก็คือจับปรับ ๒๐๐ บาท พ.ร.บ. จราจรไม่ใส่หมวกกันน็อกปรับ ๒๐๐ บาท ก็จะได้ ค่าจับร้อยละ ๙๐ บาท ทีนี้ผู้กำกับไปอยู่อำเภอเมืองเสียสตางค์เยอะ ๆ ก็จะสั่งให้ลูกน้อง ที่เป็นจราจรไล่จับ วัน ๆ ตื่นขึ้นมาก็ไล่จับเพื่อจะเอารางวัลนำจับ รางวัลนำจับ ๑๐๐ บาท เขาได้ไป ๙๐ บาท เข้าหลวง ๑๐ บาท ถ้าสมมุติจับได้ ๑ ล้านบาท ก็เข้าโรงพักแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือเป็นของตำรวจที่ไล่จับ จึงไม่มีความปราณีต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็จะเอากฎหมาย มาบังคับใช้ด้วยความรุนแรงแล้วก็กดขี่ประชาชน เช่น เมาแล้วขับ ซึ่งพวกเราบอกว่า เมาแล้วขับจะทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต วันนี้เมาแล้วขับก็บอกว่าใครที่ดื่มสุราเอามาเป่า ถ้าเป่า เกินมีความผิด ซึ่งเราก็บอกว่าดึก ๆ ดื่น ๆ เขาจะนอนมึงมาขับรถอะไรนี่ต้องให้ตำรวจไล่จับ แต่เวลาเราไปงานแต่ง เราเป็นงานบวชเราก็ดื่มแก้วสองแก้วมาก็เป่า เป็นข้าราชการด้วย โดนวินัยด้วย สุดท้ายก็จ่ายศาลเตี้ย ๘,๐๐๐ บาท เพราะไปปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ต้องไป ที่ศาลด้วย กลัวผิด กลัววินัยผิด วันหนึ่งถ้าตั้งด่านจับสัก ๑๐ คัน ขึ้นศาลเตี้ยสัก ๑๐ คัน ตั้งด่านวันนั้นก็ได้เป็นแสนแล้ว จึงอยากจะฝากว่าไหน ๆ จะแก้ รถปิกอัป (Pickup) กำหนด เลยครับว่ารถปิกอัป (Pickup) ถ้าเป็นรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารจะทำอย่างไร วันนี้ รถปิกอัป (Pickup) ที่จะส่งคนที่จะเดินทางมาทำงานกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถปิกอัป (Pickup) แล้วต่อหลังคาสูง ๆ ไปจดทะเบียนก็วัดเลยว่าถ้าสูง ๑ เมตร เก็บอีกปีละ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าสูง ๒ เมตร เก็บปีละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าคุณจะต่อท้ายยาวไป ๕๐ เซนติเมตร ก็เก็บปีละ ๕๐๐ บาท ถ้าจะต่อท้ายไปอีก ๑ เมตร ไปบรรทุกปศุสัตว์ ใส่โค กระบือเพื่อจะให้มันยาวขึ้น ถ้า ๑ เมตรก็ ๑,๐๐๐ บาท ๒ เมตรก็ ๒,๐๐๐ บาท ๒ เมตรครึ่งก็ ๒,๕๐๐ บาทต่อปี รถหกล้อ รถสิบล้อ ใครจะมาต่อก็ต่อให้มันถูกกฎหมาย ไม่ใช่วันนี้จะไปต่อก็รื้อเหล็กออกแล้วก็ไปต่อ ต่อเสร็จก็ผ่าน กลับมาเสร็จต่อทะเบียนเสร็จ ก็มาต่อเอาเหล็กใส่เหมือนเดิม ก็ไปวิ่งบนถนน เหมือนเดิม ก็ไปบรรทุกเหมือนเดิม สุดท้ายเขาไม่ได้ถามว่าทะเบียนคุณขาดไหม เขาถามว่าวันนี้ คุณบรรทุกวัวมา วัวมันฉี่ใส่ถนน วัวมันขี้ใส่ถนนต้องจับต้องปรับ ตำรวจก็ข่มเหงประชาชน วันนี้กรมการขนส่งทางบก ตำรวจทางหลวง กับตำรวจภูธร ผมว่าท่านต้องมาคุยกันว่าจะเอา อย่างไรในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าออกกฎหมายแล้วมีแต่ไปข่มเหงพี่น้อง ประชาชน เศรษฐกิจยิ่งแย่ การทำมาหากินก็ลำบาก ซึ่งตอนนี้ก็อยากฝากว่าทะเบียนขาดแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีสตางค์ไปต่อก็ขอผ่อนผัน ความเร็วนี่ก็ไม่ค่อยมีหรอกครับ ตอนนี้รถไม่มี บนถนนก็วิ่งเร็วหน่อย ก็ช่วยดูแลหน่อยนะครับ ไม่ใช่ว่าจับ ๆ เพื่อจะปรับอย่างเดียว เพื่อจะ เอาเงินรางวัลนำจับอย่างเดียว เราจึงเห็นว่าวันนี้ผู้กำกับอำเภอเมือง เราได้ยินข่าวว่า มีการเสียสตางค์เป็นสิบล้าน แล้วไปเอาคืนตรงไหน เขาบอกว่าเอาคืนง่ายจะได้ ก็ พ.ร.บ. จราจรนี่ละ เดือนหนึ่งจับ ๑ ล้าน ได้ ๙๐๐,๐๐๐ ถ้า ๑ ปี ได้กี่ล้าน ปีเดียวก็ได้ทุนคืนแล้ว ๑๒ เดือนได้ ๑๐ ล้านแล้ว จึงอยากฝากว่าตรงไหนที่จะมีการปรับที่รุนแรงก็ขอให้ลดลง เพื่อจะได้ดูแลพี่น้องประชาชน ก็ถือโอกาสอภิปรายไว้แค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งนำความสูญเสียอย่างมหาศาลมาสู่ ประเทศชาติของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สิน นำความทุกข์เวทนา มาสู่ครอบครัว มาสู่ผู้ประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเกิดเป็นความพิการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดผู้นำ ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวไป เป็นเรื่องปัญหาสังคมตามมาอย่างมากมายมหาศาล ท่านประธานดูสถิติครับ คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนวันละเกือบร้อยคนนะครับ เดือนละเกือบ ๓,๐๐๐ คน ปีละเกือบ ๓๐,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ถ้าจะรวมทรัพย์สิน ที่สูญเสียไปตัวเลขประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งของงบที่เรากู้มาเพื่อแก้ไข วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ๑ ล้านล้านบาท มากมายมหาศาลเหลือเกินครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ มีบุคคลท่านหนึ่งครับท่านประธาน ที่ทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมจำเป็น จะต้องให้กำลังใจและยกย่องไว้ ณ ที่นี้ ท่านผู้นั้นก็คือท่านประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย ซึ่งสภาของเราได้เสนอให้เป็นประธานเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัยทางถนน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แล้วท่านผู้นี้ล่ะครับ เป็นผู้ริเริ่มในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ริเริ่มให้มี การประมูลเลขสวยเพื่อจะนำเงินเข้ากองทุนมาแก้ไขปัญหาความปลอดภัยให้กับพี่น้อง ประชาชน ท่านผู้นั้นก็คือท่านนิกร จำนง จำเป็นจะต้องเอ่ยนามท่านไว้ครับ เพราะว่า ท่านทุ่มเทในเรื่องนี้มาเกือบตลอดชีวิตของท่าน แล้วเรื่องนี้ถือว่าเป็นวิกฤติของประเทศชาติ อย่างแท้จริงครับ เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องปฏิรูปที่รายงานการปฏิรูป หรือแผนการปฏิรูปนี่เขาเรียกบิ๊กร็อก (Big Rock) ครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) ทำอะไรครับ คือทำกิจกรรมในเรื่องที่มีความสำคัญที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญครับ กฎหมายฉบับนี้การแก้พระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ ที่จะนำมาสู่การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำที่กระผมได้ กราบเรียนท่านประธานไปแล้วครับ มันต้องบูรณาการหลายอย่างครับ ท่านกำลังเสนอ พระราชบัญญัติที่สำคัญ นั่นก็คือวิธีพิจารณาคดีจราจรครับ กำลังอยู่ระหว่างการเสนอ คณะรัฐมนตรีอยู่ มีพระราชบัญญัติที่ควรจะรวมกันก็คือพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่เรากำลังแก้ไขอยู่ พระราชบัญญัติรถยนต์เอามารวมกันเป็นฉบับเดียวกัน ได้ไหม การเพิ่มประสิทธิภาพภายในการบริหารงานการจราจรทางบกทำได้ไหม หลาย ๆ เรื่องครับ รายงานฉบับที่ผมกำลังถืออยู่นี่เป็นรายงานฉบับที่ดีที่สุดของสภาแห่งนี้ คณะกรรมาธิการการคมนาคมเขาทำไว้นะครับ รายงานความปลอดภัยทางถนน และคมนาคม ผมทราบว่าท่านจะไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมาธิการในพระราชบัญญัติที่เสนอ การแก้ไขในวันนี้ด้วย ผมว่าถ้าจะให้ดี ให้มีประสิทธิภาพ ให้ท่านเป็นประธานในที่ประชุม ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพิจารณาพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมลองดูพระราชบัญญัตินี้ที่มีการปรับปรุง แก้ไข เมื่อวานนี้เราพิจารณากฎหมายปฏิรูปสำคัญฉบับหนึ่งครับ ก็คือพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีมาตราที่เกี่ยวข้องกับการจราจร เพราะว่าได้ระบุไว้ว่า จะมีการโอนงานด้านจราจรของตำรวจไปให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเมืองพัทยา เทศบาลเมือง เทศบาลนคร เหล่านี้ใน ๑ ปี ใน ๒ ปี หรือ ๓ ปี ผมเรียนถามว่าพระราชบัญญัติที่มีการแก้ไข ฉบับนี้ได้มีการรองรับเรื่องนี้ไว้ด้วยหรือไม่ครับ🔗
ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติที่มีการแก้ไขฉบับนี้มีการเพิ่มโทษ มีการเพิ่มเงินค่าปรับให้สูงขึ้นกว่าเดิม จาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาท หลายมาตรา ทีเดียว สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปหลายท่านนะครับ การเพิ่มโทษนั้นหมายถึงการเพิ่ม ผลประโยชน์ด้วยนะครับ การเรียกรับผลประโยชน์ก็จะเพิ่มตามมา กฎหมายจราจร เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริงนะครับ เพราะฉะนั้นผมฝากกรรมาธิการครับว่ามีประเด็นไหน เรื่องไหน ถ้าเราปิดช่องในการไม่ให้ใช้ ดุลยพินิจได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่ก่อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้น🔗
ผมเรียนถามต่อไปครับ ในมาตรา ๖ การแก้ไขเป็นมาตรา ๔๓ ทวิ (๑) ในย่อหน้า สุดท้ายของมาตรา ๖ เขียนว่าอย่างนี้ครับ ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้สั่งจ่ายจากงบประมาณตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยได้รับ ความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ผมเรียนถามว่าทำไมไม่เรียกเก็บจากผู้ที่ก่อให้เกิด อุบัติเหตุขึ้นนะครับ ก็ผ่านทางคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นด้วยนะครับ รวมทั้งผู้มาชี้แจง ได้โปรดกรุณาชี้แจงด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านณัฐวุฒิ รักษาเวลาครับ ต่อไปนางสาวรังสิมา รอดรัศมี เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือประเด็นนี่ดิฉันก็นั่งฟังหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ แต่ดิฉันก็อยาก จะฝากว่า🔗
ประเด็นที่ ๑ เรื่องค่าปรับ คือดิฉันอยากจะให้เปลี่ยนเป็นค่าปรับแบบ อัตโนมัติ ไม่ให้เป็นค่าปรับแบบใช้ดุลยพินิจ อย่างที่ท่านณัฐวุฒิได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ คือดุลยพินิจดิฉันเคยถูกจับ ดิฉันก็ถูกจับบ่อยนะคะ อย่างเช่น พอจับแล้วไปที่โรงพัก บางโรงพักเขาก็ไม่ปรับ เขาบอกว่าอยู่ที่ดุลยพินิจว่ากล่าวตักเตือน แต่บางโรงพักถ้าเราไป เถียงมากเขาก็ปรับ ๕๐๐ บาทค่ะ แต่บางโรงพักเขาก็ปรับ ๒๐๐ บาทค่ะ ดิฉันก็ว่าอย่างนี้ มันไม่ถูก แต่ถ้าปรับอัตโนมัติ คือท่านเขียนไปเลย สมมุติปรับ ๕๐๐ บาทจะอย่างไรก็แล้วแต่ ต้องเสีย ๕๐๐ บาท อย่างนี้ดิฉันเห็นด้วย🔗
แล้วอีกประการหนึ่ง คือใช้กล้องความเร็วจับ มันจะมีใบมาที่บ้าน คือดิฉันก็โดนเยอะนะคะ ดิฉันจ่ายทุกเดือนเลย เดือนหนึ่งก็ประมาณหลาย ๆ ใบ คือดิฉัน ก็ไม่รู้หรอกตรงไหนมันมีกล้องไม่มีกล้องอะไรอย่างนี้เราต้องทำเวลา เพราะว่าเดี๋ยวเราจะต้อง ไปงานโน้นงานนี้เราไม่ทันเราจะเสียคะแนนอะไรอย่างนี้ แต่ว่าบางคนบอกว่าไปเสียทำไม เขาเยอะแยะเลย เขาไม่เคยเสียเลย เราบอกไม่เสียไม่ได้เวลาไปต่อ พ.ร.บ. เขาก็ไม่ต่อให้ เขาบอกนี่เขาไม่เสียเขายังต่อได้เลย ดิฉันก็เลยงงว่าอย่างนี้จะต้องเสียหรือไม่เสีย แต่ดิฉันนี่ เสียทุกใบนะคะ ทีนี้ถ้าท่านไปเป็นกรรมาธิการก็อยากฝากประเด็นนี้ประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเป็น ส.ส. ประชาชนก็คาดหวังว่าเวลาถูกจับก็จะมาให้ ส.ส. ไปเอาใบขับขี่อยู่ตลอดเวลา วัน ๆ หนึ่งเยอะมากเลย ถูกจับใบขับขี่จนดิฉันประกาศไปเลย ดิฉันไม่กลัวเสียคะแนน คุณทำผิดกฎหมายคุณต้องโดนจับ คุณต้องเสียค่าปรับ ไม่ใช่ให้ ส.ส. วัน ๆ วิ่งไปเอาใบขับขี่อย่างนี้ไม่ได้ ดิฉันไม่เอาให้ ดิฉันก็รอดไป แต่ว่าที่อื่นนักการเมือง ท่านไปถามได้เลย ก็ต้องมีลูกน้องคอยไปประสานกับโรงพัก เพราะฉะนั้นท่านต้องไม่ให้สิทธิ อะไรทั้งนั้น ต้องเก็บสตางค์อย่างเดียว🔗
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน อันนี้ให้ท่านออกกฎหมาย อย่างไรก็แล้วแต่มันมีการจ่ายส่วยรายเดือน ท่านไปดูถนนสิคะ ยกตัวอย่าง สมุทรสงคราม ดิฉันมาเป็น ส.ส. ๕ สมัยนี่พูดทุกสมัย แต่ไม่เห็นแก้ไขอะไรได้เลย มันบรรทุกน้ำหนัก เกินล้นเลย แล้วผ้าเต็นท์อะไรก็ไม่มีปิด แล้วก็ร่วงเต็มถนนไปหมด โดยเฉพาะหน้าฝน รถมอเตอร์ไซค์มาเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เพราะว่าดินเวลามันโดนน้ำแล้วมันจะลื่นใช่ไหม ดินมันเหนียว แล้วเวลารถสิบล้อมันบรรทุกน้ำหนักเกิน วิ่งสายพระราม ๒ พอเวลาด่านจะตั้ง ตรงไหนมันรู้ มันเลี่ยงเข้าถนนเส้นในที่สามารถไปทะลุทางอื่นได้ มันทำให้ถนนของ อบต. ทางหลวงชนบทนี่พังหมดเลย พอพังเสร็จก็ของบไปซ่อม พอซ่อมเสร็จรถมันก็วิ่งเข้าไป มันจะมีอิทธิพลไม่กี่คนหรอกที่จังหวัดดิฉัน ดิฉันพูดอยู่เรื่อย แต่ก็ยังจับไม่ได้เพราะมันจ่าย รายเดือน มันเป็นคนฮั้วหมด คือรถสิบล้อทุกคันจะต้องอยู่บริษัทนี้เป็นคนฮั้ว เพราะจ่าย รายเดือน ทีนี้พอรถถูกจับไปแล้วมันน่าจะยึดรถเลย แต่มันก็คืนรถให้ตลอด เพราะมันมี สติกเกอร์ (Sticker) ติดหน้ารถ มันมีโค้ด (Code) ค่ะ ว่าสติกเกอร์ (Sticker) ต้องเป็นชื่อนี้ มีโค้ด (Code) อันนี้ จ่ายสตางค์แล้ว คนนี้ไม่ต้องจับ เป็นของนายพลคนนี้อะไรอย่างนี้ ดิฉันว่าอย่างนี้มันไม่ถูกนะคะ มันทำให้ประเทศชาติเสียหาย แล้วประชาชนได้รับอุบัติเหตุ จากรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่ทำให้หิน ดิน ทราย หล่นระหว่างทาง คนขับมาตามหลังก็เกิด อุบัติเหตุได้นะคะ🔗
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องไฟ ตอนนี้รถมันเปลี่ยนไฟ เขาเรียกไฟอะไร ไฟซีนอน (Xenon) ใช่ไหมคะ ถึงแม้จะมีกฎหมายดิฉันก็เปิดดู มันมีกฎหมาย แต่มันก็ยัง เปลี่ยนเยอะแยะไปหมดเลย เวลาเราขับรถมันชอบสวนเลน (Lane) พวกนี้ถึงแม้จะไม่สวนเลน (Lane) อยู่อีกฝั่งหนึ่งนี่เราก็จะมองไม่เห็นทางนะคะ เพราะไฟมันจ้า มากเลย อันนี้ดิฉันคิดว่าไม่ควรเสียค่าปรับด้วยสิต้องยึดรถค่ะ เพราะว่าเห็นมีค่าปรับ ๒,๐๐๐ บาท พวกนี้มันก็ยังมีอีกมากเลย ถึงแม้จะเสียอย่างไรก็ยอม แต่ต้องการที่จะติดไฟมันสว่างมาก เกินไปนะคะ🔗
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องการตรวจสภาพรถที่ให้ไปตรวจที่เอกชน คือดิฉันมองว่า อย่างเช่นตรวจเอ็นจีวี (NGV) อย่างนี้บางจังหวัดไม่มีนะคะต้องไปตรวจจังหวัดอื่น แล้วราคา แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน คือดิฉันอยากให้กำหนดราคาไปเลยทุกจังหวัดถ้าตรวจเอ็นจีวี (NGV) เกี่ยวกับแก๊สนี่ สมมุติว่าราคา ๑,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันใช้เอ็นจีวี (NGV) คิด ๑,๕๐๐ บาท แต่บางจังหวัดดิฉันต้องย้ายว่าจังหวัดนี้ ๕๐๐ บาท แต่อีกจังหวัดหนึ่งมันคิด ๑,๕๐๐ บาท คือมันแล้วแต่ว่าบริษัทมันจะเป็นผู้กำหนด ทีนี้ประชาชนมันจะเสียโอกาส เพราะมันจะ กำหนดเท่าไรก็ได้ ทีนี้ถ้าเกิดกำหนดเท่าไร ถ้าเกิดไม่ไปตรวจทางกรมการขนส่งก็ไม่ต่อ ใบอนุญาตให้อีก เพราะฉะนั้นเพื่อความเป็นธรรมกับผู้บริโภคดิฉันอยากให้ท่านกำหนดไปเลย ว่าการตรวจสภาพรถจะคิดเขาคันละเท่าไรต่อคัน แล้วก็ทุกจังหวัดให้เท่ากัน🔗
ประเด็นสุดท้ายนะคะ เรื่องการย้อนศร ตอนนี้ยิ่งโดยเฉพาะของกรมทางหลวง การยูเทิร์น (U-turn) มีหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดไปแล้วยูเทิร์น (U-turn) ทีหนึ่ง ๓ กิโลเมตรครึ่ง ไปกลับ ๗ กิโลเมตร ดิฉันก็ว่ามันก็ไกลนะคะ แต่ว่าเรื่องความปลอดภัยดิฉันก็เห็นด้วย แต่ว่า บางที่ประชาชนอย่างยูเทิร์น (U-turn) ใต้สะพานทั้งหลายคนที่ขับรถยนต์ไม่สามารถที่จะ ขับได้เลยนะเพราะเขาขับทั้งเลน (Lane) ซ้าย เลน (Lane) ขวา เรานี่รถใหญ่ต้องรอให้เขา ไปก่อนนะคะ เพราะฉะนั้นอันนี้ดิฉันคิดว่าถ้าตำรวจไม่สามารถที่จะไปดำเนินการได้ท่านต้อง ติดกล้อง แล้วคนพวกนี้ต้องปรับ ปรับให้หนัก ๆ เพราะว่าการที่เกิดอุบัติเหตุเขารถเล็ก พอเวลาชนปั๊บรอใหญ่ผิดนะคะ เพราะฉะนั้นต้องเอาจริงเอาจังนะคะ แล้วก็ต้องปรับ ให้หนัก ๆ ค่ะจะได้หมดไปเสียที แต่มันไม่หมดหรอกค่ะ แต่ดิฉันอยากให้มันเบาลงหน่อย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ รักษาเวลาไว้ดีครับ ต่อไปคุณหมอมาหรือยังครับ คุณหมอจาตุรงค์ เชิญคุณหมอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการปรับแก้จากพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๒ ที่มีมาในภาวะที่เปลี่ยนแปลงในยุค โลกาภิวัตน์ ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่าประเทศไทยนะครับ เมื่อปี ๒๕๔๙ สาเหตุ การตายจากอุบัติเหตุของประเทศไทยอยู่อันดับ ๒ ของโลก พอมาช่วงปี ๒๕๖๑ มาเป็น อันดับ ๙ ดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีใจ เพราะอยู่ในท็อปเท็น (Top ten) ที่อุบัติเหตุ🔗
ประเด็นที่ ๒ อุบัติเหตุที่เสียชีวิตมากที่สุดคือมอเตอร์ไซค์ และเป็นอันดับ ๑ ของโลก นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง ที่พวกเราเป็นห่วง ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าจากที่ พวกเราได้มีประสบการณ์จากที่ประชาชนมาหา จากที่เราเจอคนที่มาร้องเรียนในเรื่อง การจราจรนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ และปรับปรุง แก้ไขหลาย ๆ ส่วน ส่วนแรกที่เกี่ยวกับทางด้านการแพทย์ก่อนนะครับ ก็คือมาตรา ๔๓ ทวิ ที่เกิดผู้ป่วย หรือผู้ประสบอุบัติเหตุแล้วหมดสติไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นได้แก้ให้ว่าแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถให้แพทย์ได้ตรวจเรื่องของระดับแอลกอฮอล์หรืออะไรต่าง ๆ ได้แต่ไม่อินเวซีฟ (Invasive) กับคนไข้อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ โดยที่เราไม่ได้ล่วงเกินสิทธิเสรีภาพมากเกินไป ตรงนี้ควรต้องแก้ หรือแม้กระทั่งว่าถ้าเกิดรู้ตัวแต่ว่าไม่ยอมให้ตรวจตรงนี้ก็ต้องมีกฎหมาย บังคับว่า ในเมื่อมีความจำเป็นในเรื่องของการรักษาด้วย ในเรื่องสุขภาพเขาเองด้วยอันนี้ เห็นด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่มีความเป็นห่วงในหลายเรื่อง เรื่องแรกก็คือมีพี่น้องอยู่ในพื้นที่ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วไปขับรถมอเตอร์ไซค์ชนเสาไฟฟ้าแล้วก็เสียชีวิตที่ทางภาคใต้ เป็น ๒ ท่าน แล้วยังไม่ได้รับเงินเยียวยา เสียชีวิตทั้ง ๒ คน ก็แสดงความเสียใจด้วย ผมก็ไปร่วมงานทั้ง ๒ ท่าน ก็มาหาผมบอกว่า ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่ไกลมาก แล้วก็ท่านเสียชีวิต รถก็พัง ตรงนี้อยากจะให้ดูแล ในเรื่องของความประสานงาน เพราะว่าทางตำรวจเองก็อยู่ไกล ทางพื้นที่ก็อยู่ไกลในการที่จะ ช่วยนี่ลำบาก แล้วการที่จะได้เงินเยียวยา ทราบว่าคนที่ซ้อนจะได้เงินสูงสุดพอสมควรทีเดียว แต่ว่าคนขับจะได้แค่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งยังไม่พอค่าซ่อมรถ ค่าทำศพเลย ตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องฝากว่าในเรื่องของการประสานงาน🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการทำใบขับขี่ เขามีการปรับในการทำใบขับขี่ซึ่งเมื่อก่อน ทำข้อสอบ ๕๐ ข้อ ๔๐ กว่าต้น ๆ ก็ได้ ตอนนี้ต้องเพิ่มมากขึ้น ปัญหาคือเราก็คิดว่า มันจะต้องเป็นคอมโพรไมส์ (Compromise) คือคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ไม่ถนัดคอมพิวเตอร์ คนที่อายุมากหน่อยทำไม่ผ่านหรอกครับ ลำบาก แต่ก็นั่นละก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้การจราจร มีการออกใบขับขี่นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้อยู่ในส่วนว่าถ้าเขาใช้ไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องไปอ่านให้ฟัง หรือแปลให้เขาฟัง เป็นต้น นี่คือการคอมโพรไมส์ (Compromise) ทำให้เกิดใบขับขี่ที่ถูกต้อง เพราะถ้าเขาไม่มีใบขับขี่แล้วเขาไปขับรถ เกิดอุบัติเหตุ นั่นยิ่งซ้ำร้ายกับครอบครัวเขาด้วยซ้ำไป อย่างเช่น ตัวอย่างที่ผมได้อภิปราย🔗
ประเด็นถัดมา ก็คือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายสำคัญ เช่น ที่มีการแก้ พ.ร.บ. จราจรทางบก ปี ๒๕๖๒ แล้วใช้โดยการปรับความประพฤติในการประเมิน แล้วมา เชื่อมโยงระหว่างทาง สนทช. กับทางขนส่งผมคิดว่าตรงนี้มันค่อนข้างที่จะคอนโทรเวอร์ซี (Controversy) คือยังไม่ชัดนะครับ ดี หรือไม่ดี การประเมินขึ้นอยู่กับใคร ไบแอส (Bias) ที่ตัวบุคคลหรือเปล่านะครับ🔗
เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องที่เราเป็นคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว เราไปที่ชุมชน ต่าง ๆ ทุกที่เขาจะมีรถที่เป็นรถท่องเที่ยวต่อเป็นรถรางนั่งในส่วนของเทศบาล ชุมชน ในหลายเมืองมีเกือบหมด หรือแม้กระทั่งตามแหล่งขึ้นท่องเที่ยวจุดต่าง ๆ ตรงนี้เขาก็ร้องเรียน มาหายังคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ผมเป็นคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยวว่าก็ไม่ได้ ถูกต้องตามกฎหมายแต่ก็อยากทำให้ถูกต้อง แต่ก็ยังไม่มีใครดำเนินการให้ก็อนุโลมกันไป เพราะว่าขับในส่วนของชุมชน แล้วก็ไม่ได้ไปที่ไหนไปไกลไม่ได้ออกนอกสถานที่ ตรงนี้ก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีดูเรื่องของการท่องเที่ยวและตอบให้ด้วย เพราะว่ามันจะเป็น จุดที่ทำให้หลังจากโควิด (COVID) การท่องเที่ยวจะต้องฟื้นกลับมานี่เราจะต้องดูแลเขา ผู้ประกอบการต่าง ๆ จะให้เกิดประโยชน์🔗
เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องของกล้องซีซีทีวี (CCTV) ที่เราเห็นว่ามีการตรวจจับว่า เกิน ๑๒๐ เป็น ๑๒๑ แล้วส่งมาจับ ทางท่านประธาน รัฐมนตรี ทางคณะดูสรุปอย่างไร เอา ให้ชัดเจนอย่างที่หลายคนบอก เสียก็ได้ ไม่เสียก็ได้ เพราะว่ามันมีการเชื่อมโยง มีคำสั่ง ปฏิวัติ คณะอะไรต่าง ๆ คสช. เอาให้ชัดเจน แล้วพูดให้พี่น้องประชาชนชัดเจน แล้วก็ต้องมี การเตือนกันนะครับ🔗
สุดท้ายก็คือโครงสร้างถนน ถนนที่บ้านผมในเขตจากโชคชัย-เดชอุดม เส้นทาง ๒๔ จุดกลับรถถ้าจุดหนึ่งประมาณ ๔ กิโลเมตร แต่ถ้าเขาจะกลับรถได้เพื่อไปหา ที่อะไร เขาต้องย้อนกลับไป ๔ บวก ๔ เป็น ๘ กิโลเมตร ๘ กิโลเมตรนี่เสียทั้งเงิน เสียทั้ง ค่าใช้จ่าย แล้วก็เสียเวลามากเขาก็จำเป็นย้อนศร บางคนก็ไปขอเรี่ยไรเงินทำโลคัลโรด (Local road) ในพื้นที่เจ้าของเองและจุดเชื่อมก็เอามาทางเชื่อมเทดินถนนแล้วก็ผ่านกัน ไปมา กลับกลายเป็นว่าทำให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่าที่จะเป็นเพิ่มจุดกลับรถให้อีกสัก ๒ กิโลเมตรครั้งหนึ่ง ๒ กิโลเมตรแห่งหนึ่ง เขาก็จะลดลงไปได้เป็นทางเลือก ตรงนี้หลายแห่ง ในเขตของอำเภอกันทรลักษ์ก็มี ที่บ้านศรีอุดม เขตทางอื่นเยอะแยะนะครับ ทางขุนหาญ ของท่าน ส.ส. ธีระก็มี คือผมว่า ส.ส. ที่รับมาเป็นทั่วประเทศในเรื่องจุดกลับรถ เพราะฉะนั้น อยากให้ทางรัฐมนตรีช่วยไปดูว่าการจะทำจุดกลับรถให้ไปถาม เรียกว่าฟังความคิดเห็นการมี ส่วนร่วมของประชาชนด้วย ไม่อย่างนั้นผู้ใหญ่ผู้ช่วยถ้าเขาเดือดร้อนต้องเรี่ยไรเงินกันมาทำ ถนนข้าง ๆ เพื่อเป็นจุดที่จะให้เขากลับรถ รวมทั้งถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ และการเข้าโค้ง การทำคลื่น ความโค้งยกระดับ ซึ่งตามหลักของความหนืด M = tan = ความเร็วตีโค้ง ไม่ได้ก็เกิดหลุดโค้งไปเยอะแยะ อันนี้ก็ต้องแก้ในเรื่องของถนนหนทางในการดำเนินการ วันนี้ก็ต้องเรียนว่าปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องสะท้อนมานี่ก็หวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้ ช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ ผมคิดว่าเราคงต้องดำเนินการต่อไป แล้วก็อันไหนที่มีความเดือดร้อน ก็ช่วยแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะข้อร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีอีก ๔ ท่านนะครับ ก็เลยต้องถามท่านสมาชิกว่า ๔ ท่านนี้พอไหมครับ ถ้าพอเราจะได้ ไม่แถมทีละท่าน ๆ ไม่ใช่ไม่รู้จุดจบ ๔ ท่านที่ว่านี้คือ ๑. คุณภาสกร เงินเจริญกุล ๒. คุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๓. คุณวีระกร คำประกอบ ๔. คุณภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ตกลง ๔ ท่านนะครับ เพื่อสมาชิกจะได้ตกลงว่าหลังจากนั้นเราจะให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ ขอเชิญคุณภาสกร เงินเจริญกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับที่อนุญาตให้ผมได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือผมคงแสดงความคิดเห็น ในไม่กี่ประเด็นครับ เพราะว่าเพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายไปมากแล้วนะครับ การปรับปรุง กฎหมายการจราจรผมว่ามันนานมาก อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แต่การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอยากให้มองเรื่องของปัจจุบัน อนาคต และวิถีชีวิตที่เขาดำรง อยู่และเป็นจริง แต่ไม่ใช่การปรับปรุงกฎหมายตามสิ่งที่ท่านคิด ซึ่งบางครั้งในโลก แห่งความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น ยกตัวอย่างเช่น ณ วันนี้ผมเห็นเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายแล้วนะครับ เรื่องการชิดซ้ายก็มี เรื่องความเร็ว บรรทุกน้ำหนักเกิน ก็แล้วแต่ แต่อยากจะไฮไลต์ (Highlight) เรื่องหนึ่งคือเรื่องของความเร็ว ๘๐-๙๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ซึ่งกฎหมาย ณ วันนี้ คือสมรรถนะรถ ณ วันนี้ทำอย่างไรก็ขับเกินครับ ด้วยถนน ถ้าเรามามองถึงเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่หมายความว่าการขับรถเร็วหรือขับรถช้าจะทำให้ ไม่ปลอดภัยหรือปลอดภัย ความปลอดภัยในการขับรถ หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมันมี หลายปัจจัย ความเร็วเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นะครับ ถนนก็มีส่วน ไฟสัญญาณ ป้ายสัญญาณต่าง ๆ พวกนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งนั้น อยากให้ลอง ไปทบทวนตรงนี้นิดหนึ่งว่าความเร็วพวกนี้มันปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ไหม ในเมืองนอก จากที่ท่านมาให้ดูก็มีหลายประเทศครับ ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็มี ๑๒๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมงก็มี เปิดโอเพน (Open) ก็มี ฉะนั้นมันควรจะต้องมีหลากหลายความเร็วในภาวะ ของถนนที่ไม่เหมือนกันนะครับ บางเส้นท่านก็ต้องเปิด ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือบางท่านก็ต้องเปิด ณ วันนี้มีประชาชนเยอะแยะมากมาย วิ่งขวาด้วยความเร็ว ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดเลย คนอื่นก็แซงไม่ได้ เขาอาจจะคิดว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายก็ได้ เขาวิ่ง ๘๐-๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง คนอื่นจะแซงก็แซงไม่ได้ครับ รถก็ติดกันยาวไปหมด อันนี้เป็นปัจจัยหนึ่ง ฝากรบกวนพิจารณาด้วยนิดหนึ่ง🔗
อีกอันหนึ่งคือมาตรา ๖ ผมเห็นว่าเจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบ มีอำนาจ ที่จะสั่งให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์บุคคลที่คิดว่าทำผิดตามมาตรา ๔๓ นะครับ อันนี้ต้องดู เหมือนกันในภาวะตรงนั้นว่าผู้ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเกิดหมดสติ ภาวะเขาควรจะได้รับการตรวจ หรือเปล่า เพราะเราห่วงถึงสุขภาพอนามัยของผู้ที่ถูกตรวจ ต้องฝากดูตรงนี้นิดหนึ่ง🔗
อีกข้อหนึ่งที่อยากจะให้ดูครับ ก็คือหน้า ๗ มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกอัตราโทษ มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๔๙ มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๓ มาตรา ๑๕๕ และมาตรา ๑๕๘ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ คือผมมองว่าอัตราโทษไม่ได้หมายความว่า เราปรับแพงขึ้นแล้วคนจะทำตามนะครับ แล้วท่านปรับอัตราถ้าเฉลี่ยก็คือเพิ่มขึ้นประมาณ ๔ เท่าคือ ๔๐๐ เปอร์เซ็นต์ มาตรา ๑๕๗ จาก ๒๐๐ บาท ท่านก็ปรับเป็น ๕๐๐ บาท มาตรา ๑๔๙ จาก ๕๐๐ บาท ก็เป็น ๒,๐๐๐ บาท มาตรา ๑๕๑ จาก ๒๐๐-๕๐๐ บาท ก็เป็น ๕๐๐-๒,๐๐๐ บาท มาตรา ๑๕๓ จาก ๑,๐๐๐ บาท ก็เป็น ๔,๐๐๐ บาท มาตรา ๑๕๕ จาก ๑,๐๐๐ บาท ก็เป็น ๒,๐๐๐ บาท มาตรา ๑๕๘ ก็เป็นไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท จาก ๒,๐๐๐ บาทนะครับ อันนี้อยากจะชี้ให้เห็นแบบนี้ครับว่าการระบุอัตราโทษให้สูงขึ้นในบางอันก็อาจจะไม่เห็นด้วย เพราะว่าประชาชนทุกคนไม่ได้มีรายได้สูงหมด การปรับอัตราโทษที่สูงขึ้นก็เป็นภาระกับผู้ที่ ทำเหมือนกัน แต่ถึงเขาจะทำผิดนะครับ แต่เขาก็ต้องมีภาระที่จะใช้จ่ายในครอบครัว แล้วก็ เป็นตัวที่ทำให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนกันตัวหนึ่ง ฉะนั้นอยากจะมองว่าลองดูนิดหนึ่งว่า อัตราโทษพวกนี้มันปรับได้ไหม ยกตัวอย่างเช่นถ้ามาตรา ๑๔๗ กับมาตรา ๑๕๓ เข้าใจว่า เกี่ยวกับแท็กซี่ แท็กซี่ ถ้าเป็นมาตรา ๑๕๓ บอกว่าแท็กซี่ เหมือนว่าจะต้องจดในสถานที่ ที่กำหนดให้ ในความเป็นจริงมันไม่มีแล้วมันยากมาก ณ วันนี้การประกอบรถสาธารณะมันก็ เปลี่ยนไป ไม่ได้มีแท็กซี่ อย่างเดียว มีแกร๊บ (Grab) มีอะไรกันเต็มไปหมดเลย รถจักรยานยนต์ ฉะนั้นก็ต้องมองในสภาพองค์รวมว่าการปรับอัตราโทษแบบนี้มันเข้ากับ เหตุการณ์ ณ ปัจจุบันแล้วมันสามารถทำได้ไหม ก็ฝากลองพิจารณาเรื่องอัตราโทษนิดหนึ่งว่า ขึ้น ๔ เท่านี่อย่างไร ซึ่งถ้ามองกลับไปอีกมุมหนึ่งสมมุติว่าอัตราขึ้น ๔ เท่า โดยปกติมันมี รางวัลนำจับ เท่ากับว่ารายได้ท่านก็เพิ่ม ๔ เท่าเช่นกัน ลองมองอีกมุมหนึ่งเหมือนกันว่า มันสามารถดูตัวเลขตรงไหนที่ให้มันได้ แล้วก็คนที่ไม่ยอมเสียค่าปรับ มันมีมาตราหนึ่งที่ว่า ส่งใบสั่งไปแล้วปรับ ๑,๐๐๐ บาท แต่ไม่มาจ่ายตามระยะเวลาจาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งบางครั้งมันไม่ได้หมายความว่าเขาอาจจะไม่จ่ายแต่ที่อยู่ที่ท่านส่งไป เขาอาจจะไม่ถึงก็ได้ ก็มีหลายปัจจัย ก็ต้องฝากดูนิดหนึ่ง ทีนี้ผมก็เลยมองว่าการออกกฎหมาย บางครั้งยังมีความสำคัญน้อยกว่าการให้ความรู้แก่ประชาชนแล้วก็สร้างวินัยการจราจร พวกการให้ความรู้และการสร้างวินัย การเคารพสิทธิคนอื่น จะมาพร้อมกับการเคารพ กฎหมายมากกว่าการที่เราจะออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้แล้วให้คนปฏิบัติตาม ก็ขอแสดง ความคิดเห็นเท่านี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการแก้ไข กฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายการจราจร ทางบกฉบับแรกเริ่มตั้งแต่ปี ๒๔๗๗ นะครับ แล้วก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข กันเรื่อยมา จนกระทั่งก่อนที่จะมาถึงปัจจุบันนี้ก็คือเราใช้ในปี ๒๕๒๒ เกือบ ๔๐ ปีแล้วครับ ที่เรายังใช้กฎหมายฉบับเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ครั้งนี้จะเป็นครั้งหนึ่งที่เราจะให้โอกาสว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้มีการใช้ไปอีก เป็นระยะเวลายาวนาน เพราะว่าสภาพการจราจร สภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจที่มัน เปลี่ยนแปลงไปครับ ทำให้กฎหมายฉบับนี้ต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง และทำให้ ทันสมัยและล่วงหน้าไปเสมอ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในข้อสังเกตของผมเท่าที่ได้ดู เท่าที่ดูแล้วส่วนมากจะเป็นการกระทำที่ให้อำนาจของเจ้าหน้าที่จราจรมากกว่าให้อำนาจ ในทางกฎหมาย มากกว่าให้อำนาจในการจับ ให้อำนาจในการปรับมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผมเชื่อว่าประเด็นเหล่านี้มันเป็นประเด็นของปลายเหตุ เป็นประเด็นของปลายปัญหา ถ้าหากได้มีการประมวลในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ทุกส่วนมีการแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้น ของปัญหา ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้สามารถนำไปใช้ไปได้นานครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เราก็จะเห็นเลยครับ มันมีความขัดแย้งของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ขับรถหรือผู้ใช้รถใช้ท้องถนนกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็คือว่าจราจรจะมีความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลาเมื่อเวลาเราใช้ถนนนะครับ ในความรู้สึกของประชาชนกับเจ้าหน้าที่เมื่อเวลาพบกัน ความรู้สึกที่เป็นมิตรมันจะรู้สึก น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างเถรตรงและทำตาม กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันประชาชนอย่างพวกเรานี่ครับ เมื่อทำความผิดกฎหมายแล้ว บางครั้งเราอาจจะไม่ให้ความร่วมมือในสิ่งเหล่านี้ด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นการให้โทษอย่างเดียว การจับปรับอย่างเดียวบางทีอาจจะไม่ใช่เป็นคำตอบ ถ้าเรา ให้ดาบที่รุนแรง ให้ดาบหรืออาวุธที่รุนแรงนะครับ มันไม่ได้เป็นการหมายความว่า เราสามารถจะแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นที่ผ่านมาได้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นที่เคยประสบ วันนี้เมื่อเวลาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกความรู้สึกของประชาชน ผมบอกได้เลยว่ามองในแง่ลบ เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองเกิดขึ้น หรือปัญหา หรือข้อ กฎหมายที่เราทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องจราจรนั้นคืออะไร เวลาเราไขกระจกลง เวลาเจ้าหน้าที่มาใช่ไหมครับ บางทีเรามือสั่นแล้ว ยื่นมือยื่นไม้ยื่นใบขับขี่ไปบางทีไม่รู้เลยด้วย ซ้ำว่าเราผิดอะไร แต่เป็นหน้าที่ เหมือนกับว่าด้วยความตกใจเราต้องส่งสิ่งเหล่านี้เข้าไปก่อน บางทีอาจจะเป็นข้อแนะนำต่าง ๆ ด้วยซ้ำที่เป็นประโยชน์ แต่นี่มันทำให้เราได้เห็นว่าเวลา เราเจอจราจรเรากลัว เรากังวลอย่างไร นี่คือภาวะที่ประชาชนพบทั่วไป เจ้าหน้าที่ ก็เหมือนกันครับ ผมเห็นเจ้าหน้าที่หลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่จราจรช่วงเช้า ๆ ช่วงเย็น ๆ ที่ต้องอำนวยการจราจรมายืนโบก มีเครื่องมือเครื่องไม้ที่พอบ้าง ไม่พอบ้าง มีหน้ากาก ขณะเดียวกันเขาต้องทำหน้าที่ยืนตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเย็น ผจญกับควัน ผจญกับ อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ก็ต้องอำนวยการจราจร เจ้าหน้าที่ที่ต้อง ประสบกับภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าฝนตกอย่างไร ตกหนักอย่างไร น้ำท่วมอย่างไร อากาศร้อนมาก น้อยแค่ไหน เราก็จะเคยเห็นครับ มีภาพของเจ้าหน้าที่เหล่านี้มาช่วยราษฎรที่ประสบปัญหา อยู่เสมอ แต่ภาพเหล่านี้มันไม่ได้ถูกแพร่ไปมาก เลยทำให้เกิดภาพเวลาเราพบเจ้าหน้าที่ หรือตำรวจต่าง ๆ มันถึงได้มีความกังวลเป็นขั้นแรก ท่านประธานครับ ถ้าเราจะทำให้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วมันเป็นการใช้งานได้อย่างยั่งยืนและอย่างถาวรในช่วงระยะเวลาถัดไป หลังจากที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป ผมเรียนว่ามันจะต้องมีการทำงานอย่างน้อย ๆ ที่สุด ๓ ส่วน ที่จะต้องทำให้การจราจรในวันนี้มันเป็นไปได้🔗
ท่านประธานครับ อย่างแรกก็คือว่าการให้ความรู้ การให้ความรู้มันทำให้ ประชาชนมีความเข้าใจในทางกฎหมาย กฎหมายในวันนี้อย่างน้อยที่สุดคนไทยส่วนใหญ่ ในประเทศจะต้องได้ทราบนะครับ เพื่อที่ทุกคนได้รู้ว่าหน้าที่ของตนเองเมื่อเวลาขับรถ หรือเป็นผู้โดยสารจะต้องรู้ว่าควรปฏิบัติและทำหน้าที่ของตนเองอย่างไร ทั้งต่อตัวเองและทั้ง ต่อผู้ร่วมใช้ถนน ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่ากรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถ ร่วมกันได้ การให้ความรู้ ให้ความเข้าใจเยาวชนตั้งแต่เล็ก ๆ การเข้าไปในสถานศึกษา การทำ ความเข้าใจ หรือแม้แต่กระบวนการขั้นต้นของการขับรถ ก็คือว่าการให้ใบอนุญาตใบขับขี่ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น วันนี้มีการอบรม มีการสอบข้อเขียน หลังจากนั้นก็สอบภาคปฏิบัติ ถามว่าสิ่งเหล่านี้ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้เราอำนวยความสะดวกประชาชนมากเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าท่านจะได้เห็นว่ามันมีหลายสถานที่มากเลย วันนี้ที่ภาคเอกชนเข้ามามี ส่วนช่วยในการทำเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่ามันไม่สามารถสะท้อนข้อเท็จจริงก็คือว่าได้ใบขับขี่ ได้ง่าย ขับรถได้ง่าย ทำผิดกฎหมายได้ง่าย🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องวิศวกรรม เราเวลาขับไปทางจราจรบางทีเครื่องหมาย เราเห็นไม่ชัดเจนหรอกครับ เส้นทางจราจรในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟสัญญาณจราจร สัญลักษณ์บริเวณข้างทาง สิ่งเหล่านี้ต้องมาพร้อมกัน ต้องทำให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความอุ่นใจ กับผู้ใช้รถใช้ถนน บางครั้งนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนเอาไปจอดข้าง ๆ ถนน ริมฟุตพาท (Footpath) บางทีทาสีไม่ชัด แต่ปรากฏว่าตรงนั้นเป็นขาวแดง ประชาชน ถูกใบสั่ง สิ่งตรงนี้เมื่อเกิดใบสั่งแล้วเกิดการโต้แย้งกับเจ้าหน้าที่ทันที ทั้ง ๆ ที่บริเวณตรงนั้น อาจจะเกิดจากความไม่ชัดเจน เกิดจากการบกพร่องของการทำสัญลักษณ์เหล่านี้ให้ชัดเจน ก็ได้🔗
ประเด็นสุดท้าย ที่เป็นที่มาของเรื่องนี้ก็คือว่าการบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรง ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนก็ได้ให้การสนับสนุน เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงมีส่วนหนึ่งสามารถหยุดยั้งการยับยั้งชั่งใจของผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ให้เกิดความประมาทมากขึ้น ตรงนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านเมื่อได้เห็นกฎหมายในหลาย ๆ ตัวแล้วผมก็เชื่อว่าสนับสนุน นอกจากนี้นะครับ สุดท้ายก็คือว่าการนำเครื่องมือเครื่องไม้ ปัจจุบันที่นำมาใช้ เทคโนโลยีอย่างเช่นมีกล้องซีซีทีวี (CCTV) การบันทึกการกระทำผิด กฎหมายด้วยการใช้เครื่องมือ ซึ่งตรงนี้กรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ บูรณาการกันได้ คนที่ทำผิดจะต้องถูกปรับ ถ้ามีการกระทำผิดซ้ำจะต้องถูกปรับมากกว่าเดิม มีการเช็ก (Check) ข้อมูลอย่างชัดเจน ซึ่งผมเชื่อว่าเทคโนโลยีตรงนี้มันสามารถช่วยมีผลกระทบทำให้การกระทบกระทั่ง และความไม่เข้าใจของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ลดลงไปได้ เพราะเราจะไม่มีการใช้คำว่า จะไม่ยอมจำนนต่อหลักฐานเลย ถ้าเราไม่มีเอกสารที่เป็นข้อเท็จจริง นี่คือเป็น ๓ ส่วนที่ผม อยากจะฝากในคณะกรรมาธิการถ้าหากได้มีการจัดตั้งและได้นำเรื่องนี้มานั่งถกเถียงกันในชั้น กรรมาธิการ และผมก็เชื่อว่าคนไทยทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติตาม พ.ร.บ. จราจรฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านวีระกรเป็นคนสุดท้าย แต่ว่าท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านทำหนังสือมาขอเวลาไม่มาก ก็แล้วแต่ประธานจะใช้ดุลยพินิจ ผมขออนุญาตท่านวิรัตน์อีกท่านหนึ่งในเวลาที่ท่านขอมา สั้น ๆ ครับ นอกนั้นก็คงจบแล้ว หลังจากท่านวิรัตน์แล้วก็ขออนุญาตท่านอุบลศักดิ์ด้วยว่า ขอจบเพียงเท่านั้นนะครับ ไว้รายการอื่นต่อ เชิญท่านวีระกรครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ทางรัฐบาลคณะรัฐมนตรีได้ขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ จราจร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่งมาให้พวกเราได้พิจารณา ดูรวม ๆ ก็ดูเหมือนว่าท่านจะ เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของความปลอดภัยและพยายามจะปรับปรุงแก้ไข แต่ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๗ ท่านเป็นห่วงเรื่องของการขับรถต้องใส่ซีตเบลต์ (Seat belt) หรือใส่ เข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา ได้แก้ไขในมาตรา ๗ หรือจะเป็นมาตรา ๓๗ เจ้าของรถผู้ครอบครอง ตามมาตรา ๓๖ ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย รถโดยสารสาธารณะที่อยู่ด้านหน้าต้องมีเข็มขัด นิรภัย อะไรต่าง ๆ ไปนึกถึงเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องรถสองแถว ถึงขนาดรถสองแถว ที่ค่อย ๆ ขับปุเลง ๆ ต้องมีเข็มขัดนิรภัย ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ เยอะหมดนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าคณะผู้ร่างที่ร่างแก้ไขไม่มองถึงสถานการณ์ในปัจจุบันเลยว่าไอ้ที่มัน ตาย ๆ มันใครตายบ้างครับท่าน ไอ้บิ๊กไบก์ (Big bike) ทั้งนั้นละครับ มันขับกัน ๑๗๐ ๑๘๐ ไม่ทราบว่ากรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้เขาจดทะเบียนได้อย่างไร บิ๊กไบก์ (Big bike) ปัจจุบันไปถึง ๑๔๐๐ ซีซี (1400 CC) กันแล้วครับ ขับกัน ๒๖๐-๒๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านเคยเห็นไหมครับว่าในประเทศในโลกที่ท่านไปดูงานมีประเทศไหนบ้างที่ขับรถบิ๊กไบก์ (Big bike) ได้เสรีภาพเหมือนประเทศไทย ในสหรัฐอเมริกาผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับ การขับบิ๊กไบก์ (Big bike) ท่านจะต้องมีใบขับขี่เฉพาะ ท่านจะต้องสอบใบขับขี่เป็นการเฉพาะ บิ๊กไบก์ (Big bike) ๑ คันนี่เขาให้ท่านขับเหมือนกับเป็นรถยนต์นั่งหรือรถเก๋งนะครับ รถสี่ล้อ วิธีการที่ท่านจะแซงนี่ไม่ใช่ว่าซอกนิดหนึ่งท่านก็บรึ้นไปเลย ซอยเล็กซอกน้อยขี่อย่างกับอยู่ใน กรุงเทพฯ ซอกเล็กซอกน้อยบิดซ้ายบิดขวาท่านประธานครับ ซอกนิดหนึ่ง ท่านเคยไหมครับ เวลาไปบนสายเอเชีย ไปนครสวรรค์ ซ้ายขวาบิ๊กไบก์ (Big bike) มันมาเป็นฝูงเลย ไปกันบรึ้น ประมาณ ๑๖๐ ๑๗๐ ทั้งซ้ายทั้งขวาท่านบรึ้นไปเลยครับ ซอกมีอยู่ประมาณสัก ๓ เมตร ๒ เมตรเขาบรึ้นผ่านไปเลย ท่านประธานครับ ให้จดได้อย่างไรรถพวกนี้ ประเทศจีนเขา คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผมไปล่าสุดที่ประเทศจีนก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด (COVID) เขาไม่ให้นั่ง เขาไม่ให้มีแล้วมอเตอร์ไซค์ เขาเลิกเลยครับ เพราะคนมันตาย จากมอเตอร์ไซค์มากเหลือเกิน แต่ประเทศไทยแทนที่จะเอาแบบจีนเขา เขาไม่มีมอเตอร์ไซค์แล้ว เดี๋ยวนี้รถสองล้อเขาเป็นรถไฟฟ้าครับ รถมอเตอร์ไซค์ที่เขาใช้ในกวางโจวหรือในเมืองใหญ่ ๆ คือรถไฟฟ้าความเร็ว ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เขาให้ขี่เพื่อไปทำงาน หรือไปตลาด ไปอะไรอย่างนี้ เขาคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน นี่อะไรกันครับ โอ้โฮ เป็นห่วงเหลือเกินรถสองแถวต้องใส่ซีตเบลต์ (Seat belt) ตลอดเวลา ผู้โดยสารนั่งหน้า รถสองแถวมันขับด้วยความเร็วมันก็รอที่จะหาผู้โดยสารนะท่านประธาน มันก็ขับกันด้วย ความเร็ว ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง บังคับให้ใส่ซีตเบลต์ (Seat belt) ไปกลัวเขาตายจากอุบัติเหตุ แต่ว่าท่านไม่กลัวบิ๊กไบก์ (Big bike) ทั้งหลายที่ไปกันเป็นฝูงนี่ครับ ขับด้วยความเร็ว ๑๔๐-๑๕๐ จริง ๆ นะครับ นี่คือพื้น ๆ เลยนะครับ ๑๔๐-๑๕๐ เวลาเขาทำความเร็วกัน ๒๐๐ ผมก็เห็นมาแล้วครับท่านประธาน โดยคำนวณจากผมขับ ๑๒๐ เขาไปด้วยความเร็ว บรึ้นไปนี่ประมาณ ๒๐๐ ครับท่านประธาน เขาไปกันได้ ท่านทำไมไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ของประชาชนอย่างนี้บ้างล่ะครับ ไอ้นั่นมันเนื้อหุ้มเหล็กแท้ ๆ เลยนะครับ ไอ้บิ๊กไบก์ (Big bike) นี่นิดเดียวก็ตายแล้วครับ ผมเคยเห็นขับแซงผมไปบรึ้น ๓-๔ คัน ไปสักพักหนึ่งครับ หัวหลุดจากคอเลยครับท่านประธาน หัวหลุดจากคอเลยครับ ไปเจออะไรก็ไม่รู้เขาก็ยืน ร้องไห้กันกับเพื่อน ๆ เขานี่ เวลาเขาขับเขาสนุกครับ แต่เวลาเขาตายนี่ครับท่านประธาน เพราะอะไร เพราะกรมการขนส่งทางบก เพราะกฎหมายการจราจรของประเทศไทย ฉบับที่ท่านแก้ไขมันควรจะคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าอะไรที่มันเป็นอันตรายต่อประชาชน ในปัจจุบัน ปัจจุบันมันตายก็เพราะบิ๊กไบก์ (Big bike) มันตายเพราะมอเตอร์ไซค์เด็กแว้น โอเค (OK) ท่านเขียนไว้นะครับในหลาย ๆ มาตราแก้ไขเรื่องการซิ่ง เด็กแว้นจะแข่งขันรถกัน อะไรต่าง ๆ นี่ผมเห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยเลย แต่ท่านลืมบิ๊กไบก์ (Big bike) ผมยังงงว่า ท่านลืมได้อย่างไร ไม่มีใบขับขี่ของบิ๊กไบก์ (Big bike) โดยเฉพาะ ท่านต้องไปสอบใบขับขี่ ว่าบิ๊กไบก์ (Big bike) ๑ คัน ท่านต้องขับเหมือนรถยนต์นะ เวลาท่านจะแซงต้องมีช่องทาง การแซงไม่ใช่ว่าแทรกไปอย่างนี้ มันแทรกไม่ได้ครับ กฎหมายในสหรัฐอเมริกาถือรถบิ๊กไบก์ (Big bike) เป็นรถยนต์ ๑ คันครับ ท่านจะต้องแซงเหมือนกับธรรมดานี่ครับ เหมือนกับ รถยนต์ เราขับรถยนต์ เลน (Lane) ว่าง ขวาว่างเราก็แซงไป แล้วก็เข้ามาเป็นตามปกติ ไม่ใช่ซิ่ง ซิ่งผ่าหมากไปอย่างนี้ก็ซิ่งได้ครับท่านประธาน ทำไมมันไม่ทันสมัยเสียขนาดนั้นครับ กฎหมายการจราจรประเทศไทยครับท่านประธาน นี่แก้ไขมาผมนึกว่าจะมีเรื่องของบิ๊กไบก์ (Big bike) ใส่มาให้มันชัดเจนเลยว่าการที่คุณจะได้ใบขับขี่บิ๊กไบก์ (Big bike) ทำอย่างไร ต้อง สอบอย่างไรหรือว่าการจดทะเบียนบิ๊กไบก์ (Big bike) ในประเทศไทยมันควรจะพิจารณาได้ หรือยัง เมืองจีนเขาเลิกแล้วมอเตอร์ไซค์ ความเร็วสูง ๆ นี่มันตายกันทั้งนั้นครับ เปอร์เซ็นต์ การตายสูงมาก ปี ๆ หนึ่งท่านประธานครับ ดังที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ปี ๆ มันตายเป็นอันดับ ๑ ของโลกนะครับมอเตอร์ไซค์ประเทศไทย เพราะประเทศอื่นเขาไม่ อนุญาตครับ ที่คุณเอามาแข่งกันแบบบรึ้น ๆ ๑๔๐ ๑๘๐ ๒๐๐ กว่า บนถนนทางหลวง แผ่นดินนี่เขาไม่อนุญาต รถอย่างนี้เขาเสียกว่าสปอร์ต (Sport) ครับ เป็นรถสปอร์ต (Sport) สำหรับเอาไว้แข่งในสนามแข่ง แต่ท่านเล่นเอามาซิ่งกันอยู่บนถนนสายเอเชียนี่ ท่านประธานที่เคารพครับผมเองถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลแล้วก็เห็นด้วยนะครับกับ หลาย ๆ ส่วนของพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าขอร้องเถอะครับ กรรมาธิการไปพิจารณา วาระที่สอง วาระที่สาม ใส่ในส่วนแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องบิ๊กไบก์ (Big bike) เข้าไปด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่ก็ต้องเป็นใบขับขี่พิเศษ กฎหมายอะไรต่าง ๆ ท่านประธานทราบไหม อีกเรื่องหนึ่งก็คือกล้องจับไม่ได้ครับ ทะเบียนรถบิ๊กไบก์ (Big bike) ทั้งหลาย มันติดกัน ตรงไหนก็ไม่รู้ มันไปติดใต้ที่นั่งคนขับก็มีครับ แล้วกล้องที่ไหนมันจะไปจับได้ เพราะฉะนั้น บิ๊กไบก์ (Big bike) ไม่เคยถูกใบสั่งความเร็วเลยครับเพราะกล้องจับไม่ได้ เหล่านี้ท่านทำไม ไม่แก้ไขกฎหมายอะไรที่ทันสมัยเขาบ้างครับ ท่านอนุญาตให้เขาไปวิ่งถึง ๑๐๐๐ ซีซี (1000 CC) แล้วท่านอนุญาต ท่านทำไมลืมนึกถึงเรื่องพวกนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
พอสมควรนะครับ ผมขออภัยท่านภณณัฏฐ์ ผมข้ามท่านภณณัฏฐ์ไป เชิญเลยครับท่านภณณัฎฐ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในโลกของความเป็นจริงการจราจรทุก ๆ วันที่ใช้รถ ใช้ถนนกันอยู่ทุกวันนี้ หลาย ๆ ส่วนอาจจะมองข้ามไปในเรื่องของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะ รถเกี่ยวข้าว ซึ่งการที่จะเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง รถเกี่ยวข้าวนั้นไม่สามารถที่จะ เดินหรือเคลื่อนที่ไปบนถนนทางหลวงได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยรถรถบรรทุกก็คือรถเทรลเลอร์ (Trailer) ซึ่งก็จะเกี่ยวพันกับเรื่องการจราจร ที่ผ่านมาผมทราบขอมูลจากท่านดอกเตอร์ฉลวย ขันจำนงค์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ท่านเป็นนายกสมาคมรถเกี่ยวข้าว แห่งประเทศไทย ในทุก ๆ ปีที่พี่น้องเกษตรกรทางภาคอีสานจะมีการเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งก็ถือ ได้ว่าเป็นข้าวที่มีราคา แล้วก็ดีที่สุดของประเทศไทยและในโลก รถเกี่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน (Zone) ของภาคกลาง การที่รถเกี่ยวจะเดินทางไปยังภาคอีสานนั้นจะต้องขึ้นรถเทรลเลอร์ (Trailer) ตรงนี้ละครับท่านประธาน ที่บอกว่าเกี่ยวเนื่องในเรื่องของการจราจรนะครับ ร่าง พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รถเกี่ยวข้าวนั้นพอขึ้นไปรถบรรทุกเทรลเลอร์ (Trailer) แล้วในแบบมาตรฐานของรถเกี่ยวจะมีความกว้างเกินขนาดของรถเทรลเลอร์ (Trailer) ออกไป ๓๐ เซนติเมตร ตรงนี้ละครับทำให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวนั้นจะต้องไป ติดต่อกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งตำรวจทางหลวงและกรมการขนส่งทางบก เพื่อที่จะขออนุญาตเป็นครั้งเป็นคราวนะครับ จะต้องไปติดต่อเดือนกันยายน ช่วงเก็บเกี่ยว เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตรงนี้ก็จะผ่อนผันให้ ท่านประธานครับ แต่ว่าถ้าเกิดพ้นจาก เดือนนี้ไปในโซน (Zone) อื่นที่ไม่ได้เป็นข้าวหอมมะลิ ก็ต้องขึ้นรถเทรลเลอร์ (Trailer) เช่นเดียวกัน ตรงนี้ละครับพอไม่ได้อยู่ในช่วงของเกณฑ์ระยะที่ผ่อนผันก็ทราบกันดีอยู่นะครับ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนท้องถนน การจราจร ผู้ขับขี่ โดยเฉพาะเจ้าของรถเทรลเลอร์ (Trailer) นั้น ในเรื่องของความเร็วจะไม่ได้ขับเร็วอยู่แล้ว ก็จะไม่เกินกฎหมายกำหนด เพราะว่ามีสิ่งที่ บรรทุกซึ่งเป็นทรัพย์สินเขาเองนั้นอยู่บนรถอยู่แล้ว แต่เรื่องของปัญหาก็จะไปเสียค่าใช้จ่าย ตามทาง แต่ก็นั่นละครับ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสุดท้ายก็ไปตกอยู่กับเกษตรกรทั้งสิ้น เจ้าของ รถเทรลเลอร์ (Trailer) ก็จะไปควบรวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด สุดท้ายก็จะลงไปตกที่ ค่าเกี่ยวข้าวนั่นคือค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกร รถเกี่ยวข้าวถ้าเกี่ยวข้าวตามพื้นที่ซึ่งรถเกี่ยว อยู่ใกล้ ๆ ก็ไร่ละไม่เกิน ๕๐๐ บาท แต่ไปยังต่างจังหวัดบวกค่าเดินทาง บวกค่าโน่นค่านี่ ค่าเบี้ยบ้ายรายทาง ค่าใช้จ่ายแล้วก็ตก ๖๐๐-๗๐๐ บาท ตรงนี้ละครับ ก็อยากจะฝากในอนาคต กรรมาธิการที่จะดูแลในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในเรื่องของ รถเทรลเลอร์ (Trailer) ที่จะบรรทุกรถเกี่ยวข้าวไปยังต่างจังหวัด ก็ขอให้ได้คำนึงถึงในส่วนนี้ เพราะโลกในความเป็นจริงนั้นประเทศไทยก็คงจะอยู่กับเกษตรอย่างนี้ตลอดไป ก็ขอให้ได้ พิจารณาในเรื่องของการอนุญาตการขนย้ายรถเกี่ยวไปกับรถเทรลเลอร์ (Trailer) กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณนะครับ แบ่งเวลาให้เพื่อนครับ คุณวิรัตน์แบ่งเวลาให้คุณอุบลศักดิ์หน่อยได้ไหมครับ จะได้ครบ ๒๐ คนพอดีครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงที่กรุณาให้ได้พูดในความคิดเห็นสักนิดหน่อยนะครับ เรื่องเกี่ยวกับการจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนนะครับ ความเร็วก็เป็นเรื่องที่สำคัญหนึ่งเรื่องนะครับ เร็วไปก็อันตราย ช้าไปก็อันตรายนะครับ แล้วก็เรื่องระเบียบในการขับขี่นี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ การที่มีระเบียบในการขับขี่ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ในอดีตเคยมีแล้วนะครับ เราใช้ช่องขวาเฉพาะแซงอย่างเดียว รถต้องขับในช่องซ้ายตลอด แล้วก็ขวาไว้แซงอย่างเดียว ก็จะเป็นระเบียบแล้วก็สามารถลดอุบัติเหตุได้ แล้วก็ลดการจราจรที่ติดขัดได้เป็นอย่างดี หรือว่าการกำหนดโทษต่าง ๆ ให้สูงขึ้นนี่ก็อาจจะช่วยได้บ้าง แต่ว่าก็คงไม่สามารถ จะทำให้อะไรดีขึ้นมามากมายนะครับ เรื่องที่สามารถจะทำให้การจราจรดีขึ้นก็คือเรื่อง การมีสายตรวจจราจร ปัจจุบันไม่เห็นมีสายตรวจจราจร คือไม่ค่อยได้เห็นมานานแล้ว การที่มี สายตรวจจราจรมากจะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมจะขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องในร่างกฎหมายนี้ ในมาตรา ๔๓ ในกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่เชื่อได้ว่าผู้ขับขี่หรือบุคคลที่อาจจะเป็น ผู้ขับขี่ คือผมไม่อยากให้ใช้คำว่า หรืออาจจะบุคคลที่ขับขี่ คือผมคิดว่าไม่เป็นการยุติธรรม ควรจะต้องเฉพาะผู้ขับขี่ที่อยู่ในภาวะหมดสติได้รับอันตรายจนไม่อาจให้การยินยอม ในการตรวจสอบการมีสารในร่างกาย ก็ให้สามารถตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือของเสียอย่างอื่น โดยให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นธรรมนะครับ ผมคิดว่าไม่ค่อย ถูกต้องนะครับ อาจจะให้เพียงแค่ตรวจเลือดก็พอแล้ว เพราะว่าเขาอยู่ในภาวะหมดสติ แล้วก็เป็นอันตรายตามที่เขียนนะครับ ยังจะไปตรวจปัสสาวะเขาอีก ตรวจของเสียเขาอีก ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนะครับ ขอแสดงความคิดเห็นอีกสักนิดหนึ่งนะครับ ผู้ใดรวมกลุ่มมั่วสุมกัน รถตั้งแต่ ๕ คันขึ้นไปในมาตรา ๙ โดยมีการนัดหมายเพื่อแข่งรถ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้มีส่วนร่วม ตรงนี้ผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ ถ้าจะจับก็ต้องจับให้ คาหนังคาเขา จะไปเว้นแต่แล้วไปเปิดช่องอย่างนี้ ผมคิดว่าอาจจะไม่ยุติธรรมนะครับ ในมาตรา ๑๒ ในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นและมีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขับขี่หรือบุคคลที่อาจเป็น ผู้ขับขี่ ตรงนี้ก็เหมือนกันนะครับ คือใช้คำว่า อาจจะ ก็จะเปิดช่องให้ตำรวจอาจจะใช้ วิจารณญาณที่ไม่ถูกต้องได้ ตรงนี้ผมขอทักท้วงนิดหนึ่งนะครับ ไปที่มาตรา ๔๐ นะครับ บรรดาคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ได้ออกมาตามคำสั่งคณะปฏิวัติต่าง ๆ ยังให้มีผลบังคับใช้ ตรงนี้ ผมคิดว่าไหน ๆ ก็ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติแล้ว ก็ยกเลิกไปเลย แล้วก็ร่างใหม่เสีย ร่างมาตราใหม่ ไปเลย ก็กราบขอบพระคุณครับ ผมไม่ใช้เวลารบกวนท่านประธานมากนัก ก็จะพูดแค่ คร่าว ๆ ตรงนี้นะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสนะครับ🔗
ขอบคุณท่านวิรัตน์มากนะครับ ที่ทำตามคำมั่นสัญญาครับ เหลือเวลาอีกนิดเดียวครับ คนที่ ๒๐ ท่านอุบลศักดิ์ครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ตามที่รัฐบาลได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ผมต้องกราบเรียนด้วยความตั้งใจ ว่าวันนี้จะใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลาของเพื่อนสมาชิกที่มีความจำเป็น ก็เรียนว่า ฝากการบ้านไปกับคณะกรรมาธิการว่าวันนี้กฎหมายจราจรระหว่างการเดินทางนั้นส่วนใหญ่ ในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่คือตำรวจก็จะเป่านกหวีดให้รีบ ๆ มา แต่กฎหมายจราจรเขาเขียน ไว้ว่าให้รถวิ่งห่างกันไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร เมื่อห่าง ๑๕ เมตร เมื่อเร่งให้ขับมาเกิดชน เมื่อชนกันแล้วคนที่ชนก็จะมีความผิดหาว่าประมาทเลินเล่อ สิ่งนี้ผมคิดว่าต้องชัดเจนครับว่า ในการชนกันนั้น มันจะมีว่าชนกันกี่ปอนด์ แรงปะทะเท่าไร แต่ทุกครั้งเมื่อมีการชนกัน เล็ก ๆ น้อย ๆ คนชนจะเป็นผู้ผิดเสมอ แต่ไม่ทราบว่าคนที่วิ่งมาคันหน้านี่บางทีก็วิ่งไป แล้วปาดเพื่อจะให้คนอื่นชนจะได้ซ่อมได้ใหม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ พนักงานได้วินิจฉัยให้ชัดเจนใครผิดใครถูก อันนี้คือข้อกฎหมาย ดังนั้นผมคงไม่อภิปรายอะไร มากมายเพื่อประหยัดเวลาครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณท่านอุบลศักดิ์นะครับ เราได้อภิปรายทั้งหมด ๒๐ ท่านนะครับ ต่อไปนี้ก็เชิญท่านรัฐมนตรี แล้วก็ผู้ที่ชี้แจงนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ กระผม พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๖ ผู้แทนสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ชี้แจงนะครับ ต้องขออนุญาตเรียน ก่อนว่า ๒๐ ท่านที่ให้ความเห็นมา จริง ๆ แล้วกฎหมายที่เกี่ยวกับการจราจรมีหลายฉบับ ด้วยกันนะครับ ในส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบคือพระราชบัญญัติจราจร ทางบก แต่ถ้าเกิดพูดกันถึงเรื่องรถยนต์ ใบขับขี่ รถบรรทุก ไฟหน้ารถ ไฟเลี้ยว กระจกพวกนี้ อยู่ใน พ.ร.บ. รถยนต์ กับ พ.ร.บ. ขนส่ง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาว่ากระผม ขออนุญาตชี้แจงในส่วนของประเด็นร่างแก้ไข พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็คำถามที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจราจรทางบกนะครับ หลังจากนั้นจะขออนุญาตให้ ผู้แทนกรมการขนส่งทางบกตอบปัญหาข้อข้องใจและความเห็นของท่านสมาชิกในส่วนที่ กรมการขนส่งทางบกรับผิดชอบ อย่างเช่นของท่านวีระกร คำประกอบ เรื่องบิกไบก์ (Big bike) มันเป็นอย่างไร เรื่องรถบรรทุกมันเป็นอย่างไร ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเรียนก่อน ว่าแรงบันดาลใจที่ผมมานั่งทำกฎหมายจราจร ผมเริ่มเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ตั้งแต่ผมเป็น รองผู้บังคับการ จนตอนนี้เป็นรองผู้บัญชาการ ย้ายไปตรงไหน ผมก็ยังต้องมานั่งทำ เพราะเหมือนอย่างที่อาจารย์พูดครับ วันนี้คนไทยเสียชีวิตปีละ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน วันละ ๕๐ คน ป่วย พิการ ติดเตียงอีกปีละหลายหมื่นคนนะครับ ด้วยเหตุที่ผมเป็นตำรวจแล้วเห็นประสบเหตุ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้คือปัญหาอุบัติเหตุ ทางถนนนะครับ ผมใช้เวลา ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๖๒ ทุกวันพุธบ่ายสองโมงนำข้อมูลปัญหาการทำงานของตำรวจชี้แจงคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๔ ทุกวันพุธเป็นเวลา ๑๐๐ กว่าครั้ง จนกระทั่งได้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาจนถึง ตรงนี้นะครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ผูกพันกับพี่น้องประชาชนชาวไทย การใช้ดุลยพินิจ ที่หลายท่านบอกว่าตำรวจใช้ดุลยพินิจไม่ชอบ มันจะเกิดปัญหาการเรียกรับสินบน ผมจำเป็น จะต้องชี้แจงและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและทำประชาพิจารณ์ตามมาตรา ๗๗ หลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ชาวไทยและจะทำให้ลดอุบัติเหตุทางถนนได้ หลาย ๆ หลักการในเรื่องนี้ถูกพิจารณา อย่างรอบคอบโดยนำความสำเร็จจากต่างประเทศนำมาประยุกต์และปรับให้เข้ากับคนไทย เพื่อมุ่งหวังว่าจะทำให้คนไทยมีวินัยจราจรเคารพกฎหมายและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเมาแล้วขับนะครับ จากข้อมูลที่เรามีในมือจากกรม ปภ. จากศูนย์ปลอดภัยทางถนนเราเก็บข้อมูล ๗ วันอันตรายเป็นเวลา ๒ ปี คือปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ ๔ ครั้ง ข้อมูลยืนยันได้ว่า เกินกว่าครึ่ง เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของอุบัติเหตุทางถนนเกิดจากคนเมา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ผมจะนำเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาสนับสนุนแนวความคิดร่างกฎหมาย ฉบับนี้ในโอกาสต่อไป แต่ก่อนอื่นขออนุญาตตอบความเห็นของทุกท่านอีกทีนะครับ🔗
ของท่านอาจารย์จากสกลนครนะครับ อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ วันนี้ ต้องยอมรับครับ ตายเยอะจริง ๆ ถ้าการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด ถ้าผู้ขับขี่ไม่ตระหนัก ถ้าไม่สามารถควบคุมได้เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอุบัติเหตุได้🔗
ในเรื่องของความเร็ว ขออนุญาตตอบในภาพรวมนะครับ หลาย ๆ ท่านพูดกัน ในเรื่องความเร็ว กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเร็วอยู่ใน พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา ๖๗ บัญญัติไว้ว่า ห้ามขับรถช้าหรือเร็วกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงฉบับนี้ออกมา เมื่อปี ๒๕๒๔ บอกว่าในเขตเทศบาลห้ามเกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเขตเทศบาล ห้ามเกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันใช้มา ๔๐ ปีแล้วครับ ขออนุญาตรายงานความคืบหน้าว่า ณ ปัจจุบันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงคมนาคมกำลังปรับแก้กฎกระทรวง เรื่องความเร็วให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันให้สอดคล้องกับยานยนต์ และถนนนะครับ เพราะฉะนั้นถนนเล็ก ๆ อาจจะต้องขับช้า ถนนใหญ่ ๆ ขับได้เร็วขึ้น ควบคุมความเร็วในชุมชนอย่าเร็วมากเพราะเป็นอันตรายต่อเด็กต่อคนในชุมชน แล้วไปชดเชยให้ในทางหลวงระหว่างเมืองในทางพิเศษให้ขับรถได้เร็วมากขึ้นนะครับ ถนนกว้าง ๆ ขับได้เร็วมากเหมือนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอกว่าต่อไป ในอนาคตถนนในประเทศไทยจะวิ่งได้ถึง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียงแต่ว่าอยู่ในระหว่าง การปรับสภาพถนนให้สอดคล้องกับความเป็นเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อีกไม่นานท่านได้ขับรถ เร็วขึ้นแน่นอนครับ ก็ต้องเรียนก่อนว่าตำรวจก็พยายามอยากให้ขับรถเร็วครับ แต่ต้องไม่เป็น อันตราย🔗
สำหรับท่านสุพิศาลนะครับ รถแว้นต้องเรียนว่าหลักการในกฎหมายฉบับนี้ เพื่อควบคุมการแข่งรถนะครับ ถ้าได้รับความกรุณาจากกระบวนการนิติบัญญัตินี้ พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องร่วมรับผิดชอบดูแลเยาวชนและเด็กในเรื่องของการแข่งรถนะครับ มีท่านหนึ่งบอกว่าในเรื่องของการรวมกัน ๕ คันขึ้นไป เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ ก็ต้องเรียนก่อนว่า เป็นบทสันนิษฐานของกฎหมายเพื่อให้โอกาสเขา ก่อนหน้านี้ถ้าเกิดเด็กรวมตัวกันในปั๊มน้ำมัน ๑๐ คัน ๒๐ คัน ถ้ายังไม่ออกมาแข่งบนถนนยังไม่เป็นความผิด แต่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ถ้ารวมตัวแล้วมีเจตนาให้เห็นได้ชัดเจนว่าจะทำการแข่งรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจเข้าไประงับยับยั้ง เข้าไปดำเนินการได้ เพื่อขยายกรอบ ในการควบคุม โอกาสในการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนในการแข่งรถในทาง เพื่อไม่ให้รบกวนพี่น้องประชาชนคนอื่นในทางสาธารณะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง คือในเรื่องของรถที่ไม่แข็งแรงและไม่ปลอดภัย ขออนุญาตตอบ ท่านสุพิศาลว่าวันนี้ใน พ.ร.บ. จราจรทางบกมีกฎหมายบัญญัติแล้วครับ คือมาตรา ๖ และมาตรา ๑๐ ทวิ เพียงแต่ว่าอำนาจในการหยุดการใช้รถมันยังไม่มีเราเลยขอเพิ่ม การหยุด การใช้รถเมื่อเจ้าพนักงานจราจรพบรถที่อาจเกิดอันตรายหรือไม่ปลอดภัยสำหรับผู้อื่นในทาง จะแบ่งเป็น ๒ ส่วนครับ🔗
ส่วนที่ ๑ คือถ้ามันอันตรายแต่ไม่อันตรายร้ายแรง เขาจะออกหนังสือ และสติกเกอร์ (Sticker) แปะว่าให้ใช้ได้อีก ๓๐ วัน ไปปรับปรุงเสีย แล้วไปให้กรมการขนส่ง ทางบกตรวจ ถ้ากรมการขนส่งทางบกตรวจแล้วว่าปลอดภัยคุณกลับมาใช้ได้ตามปกติ แต่ถ้าเห็นว่ามันอันตราย ขับออกไปข้างหน้าต้องไปเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน แน่นอน อำนาจที่จะมีคือหยุดทันที เอารถออกมาจากถนน ห้ามใช้ แล้วเอาไปทำเสียให้ดี กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้เอามาใช้ได้เมื่อไรจึงเอามาวิ่งได้ ตรงนี้เราขออำนาจเพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจป้องกันอันตรายสำหรับพี่น้องประชาชนคนอื่นที่ขับรถในทาง สาธารณะ🔗
ขอขอบพระคุณท่านคารม ก็ต้องเรียนก่อนว่ากฎหมายที่เราแก้นี้ต้องเรียน ตรง ๆ ว่าพยายามจำกัดการใช้ดุลยพินิจของตำรวจ ควบคุมการใช้งานอย่าไปมีความผิด ที่เกี่ยวกับการเรียกรับสินบน สิ่งหนึ่งที่ท่านคารมบอกอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไปดำเนินการออกแนวทางว่าการจะดำเนินคดีในเรื่องของอาจ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของผู้อื่นจะมีลักษณะใดบ้างต้องอธิบายให้ชัดเจน มิใช่เขียน เช็คเปล่าแล้วก็ให้ตำรวจไปคิดเอาตามอำเภอใจ อย่างไรก็ต้องมีมาตรการควบคุมการปฏิบัติ หน้าที่ของตำรวจอย่างเข้มงวดครับ🔗
แล้วก็ต่อด้วยป้ายจราจร ต้องเรียนก่อนครับ ตำรวจจราจรรับผิดชอบแค่ การควบคุมการจราจร ป้ายจราจรเป็นความรับผิดชอบของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็น ส.ส. พื้นที่ใดอยากให้มันมีป้ายจราจรเพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจรตรงนั้น แล้วทราบ ข้อกำหนด ข้อห้าม หรือข้อพึงปฏิบัติ ต้องขอให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ เว้นแต่ถ้ามันอยู่ ในเขตทางหลวงหรือทางหลวงชนบท แขวงการทางเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าในเทศบาล เป็นเทศบาล กับ อบต. ตำรวจพยายามขอให้เขามีป้ายมาก ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้าน งบประมาณบางครั้งเราก็ประสบปัญหาอย่างนี้เหมือนกัน ก็ต้องขออนุญาตนำเรียนชี้แจงครับ🔗
ท่าน ส.ส. พรรคก้าวไกล เรื่องจักรยานยนต์ เจตนารมณ์ในการแก้ข้อยกเว้น ให้รถจักรยานยนต์สามารถออกขวาได้ เกิดจากรุ่นน้องของผมเองครับ ตำรวจจราจรเมื่อครั้ง ผมอยู่ บก.จร. ไปจับมอเตอร์ไซค์ออกขวา ข้างหน้ามีรถจอดอยู่ แถวถนนพระราม ๒ นี่ละ ครับ ลงทางด่วนมาปุ๊บซ้ายสุดมีรถจอด ทุกคนก็ต้องหลบแล้วออกขวาช่องที่ ๒ ถูกไหมครับ ตำรวจตั้งอยู่หน้ารถแล้วรอจับบอกว่าวิ่งขวา ผมก็ถามว่าคุณไปจับเขาได้อย่างไร มันมี สิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ไม่ได้หรอกครับ ผิด ผมบอกว่าถ้าอย่างนี้เขาขับรถมาแล้วเจอ ซ่อมถนนอยู่ต้องจอดรอเขาซ่อมถนนเสร็จถึงจะไปต่อได้หรืออย่างไร หรือจักรยานยนต์ เลี้ยวขวาไม่ได้ เพราะถ้าเกิดเลี้ยวขวาเปลี่ยนช่องทาง เขาบอกว่าไม่ได้ครับ กฎหมายมันเขียน ไว้อย่างนี้ ผมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นผมจะผิดมาตรา ๑๕๗ ผมก็เลยไปนำเรียน กฤษฎีกาบอกว่าขอข้อบัญญัติให้ชัดเจน ข้อยกเว้นของรถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ จะออกช่องทางด้านขวาได้ ๑. มีสิ่งกีดขวาง ๒. เมื่อจะแซงรถคันอื่น ๓. เมื่อจะเปลี่ยน ช่องทาง ถ้าจะต้องเลี้ยวขวาก็ต้องเปลี่ยนช่องทางมาทางขวาเพื่อเลี้ยวขวา จึงเป็นที่มา ของข้อยกเว้นกฎหมายฉบับนี้ ขออนุญาตนำเรียนเพื่อทราบ🔗
แล้วก็ในเรื่องของรถอัตโนมัติ ต้องขออนุญาตเรียนว่ามันแบ่งกันเป็น ๒ ส่วน การจดทะเบียนรถที่เป็นเอไอ (AI) ขับอัตโนมัติต้องไม่มีคนขี่ จะเป็นความรับผิดชอบ ของกรมการขนส่งทางบกจดทะเบียน ถ้าขนส่งจดทะเบียนแล้วเอามาวิ่งในถนนจึงจะเป็น ความรับผิดชอบของตำรวจจราจร🔗
ท่านนิกร จำนง ก็กราบขอบพระคุณท่านนิกร จำนง สนับสนุนสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือแนวทางการปฏิบัติของตำรวจด้วยดีเสมอมา ในส่วนของ วิ. จราจร วันหนึ่งประเทศเรา ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งและตำรวจอีกส่วนหนึ่ง อยากเห็นศาลจราจรเพื่อให้ถ่วงดุลอำนาจการปฏิบัติงานระหว่างตำรวจและประชาชน ถ้าวันไหนพี่น้องประชาชนได้รับใบสั่งแล้วไม่เห็นด้วยกับใบสั่งที่ตำรวจเขียน ถ้าไปขึ้นศาลจราจร ถ้าวันไหนประชาชนถูกตำรวจรับผิดชอบไปผมว่านี่แฟร์ (Fair) นะครับ🔗
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นด้วยกับ วิ. จราจรที่ท่านนิกร จำนง เสนอครับ และโดยส่วนตัวผมจะพยายามช่วยทุกวิถีทางครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านเพื่อบ้านเราจะได้มีศาลจราจรสักทีหนึ่ง🔗
ท่านสมเกียรติ ต้องขออนุญาตเรียนก่อนครับว่าใน พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับที่ ๑๒ มีสาระสำคัญที่อยากจะนำเรียนอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือ ต่อไปนี้มีระบบตัดคะแนนความประพฤติ หรือดีเมอริต พอยต์ ซิสเต็ม (Demerit Point System) เหมือนต่างประเทศ ทุกท่านจะมีคนละ ๑๒ คะแนน ทุกครั้งที่กระทำความผิดจะถูกตัดคะแนน ถ้าคะแนนหมดจะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เป็นเวลา ๙๐ วัน และจะมีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับกรมการขนส่ง ทางบก ตามมาตรา ๔/๑ ตรงนี้เราดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว แล้วเราคาดว่าระบบบังคับใช้ กฎหมายดังกล่าวจะใช้ได้ภายในปี ๒๕๖๔ และเราเชื่อมั่นว่าจะทำให้อุบัติเหตุทางถนนลดลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ เฉกเช่นประเทศสากลเขาประสบความสำเร็จมา🔗
ในส่วนของรถบรรทุกขนาดใหญ่เรื่องเวลาขับขี่ เดี๋ยวขออนุญาต ให้กรมการขนส่งทางบกมาตอบนะครับ🔗
ท่านจิรายุ ต้องเรียนก่อนนะครับว่ากฎจราจร ผมเองผมทำมาอย่างหนัก ผมทำการบ้าน ผมใช้เวลาส่วนตัว ใช้เวลาทำงานนอกเวลาทำงาน ทีมงานของผมทำงาน อย่างหนักเพื่อให้เป็นจริงได้ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันนะครับ🔗
รถช้าวิ่งขวา ต่อไปในอนาคตกฎกระทรวงนี้ออกใหม่ ต่อไปรถช้าวิ่งขวา ถ้าเกิดช้ากว่าความเร็วที่กฎหมายกำหนดถูกใบสั่งครับ ต่อไปนี้รถขับช้าก็ถูกใบสั่ง รถขับเร็ว ก็ถูกใบสั่งครับ ขออนุญาตนำเรียนเพื่อทราบ🔗
ในส่วนของน้ำหนักรถ ในหลักการที่ว่าขอเปลี่ยน น้ำหนักรถ จาก ๑,๖๐๐ กิโลกรัม เป็น ๒,๒๐๐ กิโลกรัม เนื่องจากว่า พ.ร.บ. รถยนต์ได้เปลี่ยนน้ำหนัก บรรทุกของรถยนต์กระบะส่วนบุคคล หรือรถปิกอัป (Pickup) ขยายจาก ๑,๖๐๐ กิโลกรัม เป็น ๒,๒๐๐ กิโลกรัม พ.ร.บ. จราจรทางบกจึงจำเป็นต้องปรับขยายน้ำหนักให้สอดคล้องกับ กฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ครับ🔗
ในส่วนของเข็มขัดนิรภัย ขออนุญาตตอบโดยภาพรวมนะครับ เข็มขัดนิรภัย ไม่ได้ลดอุบัติเหตุครับ แต่มันบรรเทาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ในอดีตที่ผ่านมาเรามีกฎหมาย นิรภัยอย่างเดียวครับ คือทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย แต่คาดแบบไหนไม่รู้ เด็กเล็ก เด็กโต คาดอย่างไร ต้องคาด สิ่งหนึ่งที่เรารับนโยบายและรับข้อมูลมาจากดับเบิลยูเอชโอ (WHO) คือจำเป็นจะต้องปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเข็มขัดนิรภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะฉะนั้นท่านลองนึกภาพสิครับ ถ้าเกิดเป็นผู้ใหญ่คาดเข็มขัดนิรภัยมันจะอยู่ตรงไหล่พอดี แต่ถ้าเป็นเด็กหรือคนตัวเล็ก ๆ มันจะพาดตรงคอครับ แล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุเข็มขัดนิรภัย มันจะดึงอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นเท่ากับเข็มขัดนั้นกำลังจะสังหารเด็ก จึงจำเป็นต้องกำหนด หลักเกณฑ์แนวทางในเรื่องของความสูง อายุของผู้ใช้เข็มขัดนิรภัยให้มันแยกประเภท ให้ชัดเจน เมื่อสักครู่มีท่านหนึ่งบอกว่าการที่ไปออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับเด็กในรถ เป็นการเพิ่มภาระนะครับ ท่านลองนึกภาพตามผมนะครับ ถ้าเกิดผู้ใหญ่ ๑ คน พาเด็ก ๓-๔ ขวบ อีก ๑ คน นั่งไปในรถ จะขับรถอย่างไรครับ ท่านจะต้องขับรถไปด้วย แล้วก็ต้อง ดูเด็กไปด้วย โอกาสจะเกิดอันตรายสูงไหมครับ กฎหมายนี้บอกว่าถ้าเกิดผู้ใหญ่ ๑ คน จะพาเด็กน้อยไป ๑ คน เอาเด็กนั่งในที่นั่งสำหรับเด็ก แล้วมีเข็มขัดรัดไปกันได้ แต่ถ้าไม่มีที่นั่งสำหรับเด็ก คุณหาผู้ใหญ่อีก ๑ คน อุ้มเด็กคนนั้นและนั่งในที่นั่งตอนหลัง แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยใช้ได้ครับ มันไม่ใช่เป็นภาระว่ารถทุกคันต้องไปซื้อที่นั่งสำหรับเด็ก อันละ ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องครับ แต่ขอว่าถ้าเกิดคุณจะเอาเด็กไปด้วยต้องมี ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองดูแลเด็ก มิใช่เป็นภาระหน้าที่ของผู้ขับขี่ที่ต้องดูแลเพียงเท่านั้นครับ🔗
ของท่านวีระกรในเรื่องรถสองแถว ขออนุญาตอย่างนี้ จริง ๆ แล้วร่างนี้ เขียนว่าหากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ให้คนโดยสารที่อยู่ในรถยนต์นั้น นอกจาก คนโดยสารที่นั่งแถวหน้าได้รับการยกเว้นไม่ต้องรัดร่างกาย เพราะฉะนั้นรถสองแถว รถอะไร ก็แล้วแต่ที่ไม่สามารถติดตั้งเข็มขัดนิรภัยได้ ขับชิดซ้ายแล้วใช้ความเร็วไม่เกินวิ่งได้ครับ หลักเกณฑ์นี้ ผบ.ตร. จะออกกำหนดให้ เราไม่ได้ว่าไปออกครอบคลุมหมดแล้วจะต้องใส่ มีข้อยกเว้นให้ เพื่อให้คนจน ชาวบ้านใช้รถโบราณที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัยวิ่งบนถนนได้ แต่ไม่ควรจะเร็วมาก ไม่ควรจะไปอยู่ทางขวา ไปปาดซ้ายปาดขวาแข่งกับคนอื่น วิ่งได้ครับ เรียนยืนยัน มีหลักเกณฑ์ข้อยกเว้นเผื่อไว้ให้แล้วครับ🔗
ใบสั่งนะครับ ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระบบบริหารจัดการใบสั่ง อิเล็กทรอนิกส์ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่าพีทีเอ็ม (PTM) ของธนาคารกรุงไทย ท่านรังสิมา ต่อไปนี้ตำรวจยึดใบขับขี่ไม่ได้แล้วครับ ถ้าตำรวจเอาใบขับขี่ไปติดคุกครับ เพราะไม่มีอำนาจ แล้วครับ ผมเป็นคนยกเลิกกฎหมายเอง ยกเลิกการเรียกเก็บใบขับขี่ครับ ออกใบสั่งได้ อย่างเดียว แล้วเอาใบสั่งไปชำระที่ไหนก็ได้ครับ ธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง สถานีตำรวจทุกแห่ง ในประเทศนี้เอาใบสั่งไปชำระ แล้วก็เป็นราคาเดียวกันทั้งประเทศ หลายท่านกังวลว่า ผมขอเสนอขยายอัตราค่าปรับไปสูงสุดไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท มันจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ในกฎหมายจราจรเขียนว่าอัตราค่าปรับจะถูกกำหนดโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะฉะนั้น🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านประท้วงอะไรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ แล้วก็ฝากไปยังท่านรองผู้การครับ จริง ๆ ผมเห็นด้วยกับท่านหมดนะครับ แต่ว่ามันไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ท่านต้องมานั่งตอบโต้แย้งทีละประเด็น ๆ คือจริง ๆ แล้วการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภานี่เป็นข้อสังเกต ท่านก็นำกลับไปแล้ว ก็ไปปรับปรุงแก้ไข แต่นี่ท่านตอบทุกประเด็น เถียงทุกประเด็น🔗
ท่านจิรายุครับ🔗
คือผมไม่อยากไปเบรก (Break) ท่านนะครับ แต่ว่ามันจะเสียเวลา🔗
ไม่เป็นประท้วงครับ เชิญต่อครับ🔗
ผมยกตัวอย่างเช่นที่ท่านพูด ในเรื่องของการเพิ่มภาระ คือผมอภิปรายเป็นข้อสังเกตไปว่าการที่จะไปบอกว่าประเทศไทย จะเริ่มเบบี้ซีต (Baby seat) ควรจะต้องทำอย่างไร แต่ท่านก็มาบอกว่าก็หาคนไปนั่งข้างหลังสิ แล้วก็เอาคนอุ้มไว้สิ ถ้ากรุงเทพฯ-นครสวรรค์ ๔ ชั่วโมงก็อุ้มไป ๔ ชั่วโมงสิ คือจริง ๆ แล้ว ท่านรองผู้บังคับการท่านรับฟังข้อสังเกตเป็นประโยชน์มากมายเลยครับ แต่พอท่านมาตอบโต้ ทีละประเด็น ๆ คนฟังเขาก็จะรู้สึกว่าสภามันคือร่างพระราชบัญญัติที่เป็นข้อเสนอแนะ แล้วก็ เก็บไปแก้ไข แต่ท่านเล่นตอบทุกประเด็น🔗
พอแล้วครับ🔗
แก้ไขทุกประเด็น ผมว่ามันไม่ใช่ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติครับ🔗
คุณจิรายุครับ🔗
ก็เลยฝากท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ชี้แจงด้วยครับ🔗
ผมคิดว่าท่านให้ ความเป็นธรรมท่านชี้แจงนะครับ คงไม่ได้มาตอบโต้ ชี้แจงแต่ละประเด็น เชิญต่อเลยครับ🔗
ต่อไป ๑. ใบสั่งสามารถชำระได้ทั่วราชอาณาจักร เป็นราคาเดียวกัน แล้วก็ตำรวจจะไปปรับ ตามอำเภอใจไม่ได้ ผบ.ตร. เป็นคนกำหนดว่าข้อหาใดควรจะปรับในอัตราใด เพราะฉะนั้น แม้กฎหมายจะเขียนไว้ ๔,๐๐๐ บาท ถ้าท่าน ผบ.ตร. เห็นว่าข้อหานี้มันเป็นภาระ ต่อประชาชนอาจจะปรับ ๓๐๐ บาท คุณไปจ่ายที่ไหนก็ต้อง ๓๐๐ บาท อันนี้สบายใจได้ครับ เขียนมาแล้วต้องมีมาตรการเพื่อไม่ให้ตำรวจเอาไปหาผลประโยชน์กับประชาชน แล้วเป็น ภาระกับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
ขออนุญาตเรียนท่านชูวิทย์ครับ กฎหมายจราจรมีมาตรา ๑๔๖ บอกว่า ร้อยละ ๕๐ ของเงินค่าปรับให้ส่งให้เทศบาล อีกครึ่งหนึ่งตำรวจเอามาเป็นเงินรางวัล แต่ถ้าเป็น อบต. เงินทั้งหมดถูกส่ง อบต. ตำรวจไม่ได้แม้แต่บาทเดียว แล้วก็มีระเบียบของ กระทรวงการคลังเขียนไว้ว่าผู้ที่จะมีสิทธิได้รับเงินรางวัลดังกล่าว ยศต้องไม่เกินพันตำรวจโท แล้วได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ขออนุญาตเรียนชี้แจงครับว่าตำรวจจราจรได้เพียง เท่านี้ครับ ไม่ได้ได้เยอะมากมาย🔗
ของท่านณัฐวุฒิในเรื่องของการโอนงานจราจรไปยังท้องถิ่น ก็ต้องขออนุญาต เรียนว่ากฎหมายจราจรมันเป็นภาพรวมของระบบ เพราะฉะนั้นถ้าในอนาคตมีกฎหมายโอน ไปท้องถิ่น ท้องถิ่นสามารถรับงานจากตำรวจเอาไปดำเนินการได้เลยครับ แล้วก็การบังคับใช้ กฎหมายทั้งระบบก็จะสามารถส่งต่อและสอดคล้องกันได้ไม่มีอะไรครับ แล้วก็ในส่วนของ ตำรวจเองก็ยินดีปฏิบัติตามกฎหมายครับ ถ้าในอนาคตเปลี่ยนภารกิจจากตำรวจไปเป็น ท้องถิ่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีครับ🔗
ค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือดนะครับ ตรงนี้เป็นภาระที่รัฐต้องพิสูจน์ว่าคู่กรณี กระทำผิดกฎหมายหรือไม่ จึงไม่สามารถไปเก็บเงินจากคนขับได้ รัฐบาลต้องควักเงินมาใช้จ่าย เพราะว่าการตรวจแอลกอฮอล์จากเลือด ๑ คนใช้เงิน ๘๐๐ บาท รถชนกันตูมเป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท เราก็เลยต้องไปทำในกฎหมายให้รัฐบาลเป็นคนจ่ายให้สำนักงานตำรวจ แห่งชาติเพื่อเอามาจ่ายให้กระทรวงสาธารณสุขใช้ในการตรวจแอลกอฮอล์ครับ ของคุณรังสิมาผมน่าจะตอบหมดแล้วกระมังครับ🔗
ก็ขออนุญาตกล่าวสรุปโดยภาพรวมนะครับว่าวันนี้ต้องขอกราบรบกวน ท่านสมาชิกสภาทุกท่านความทุ่มเทที่ผมทำมา ๓-๔ ปีนี้เพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อลดอุบัติเหตุ ทางถนน เพื่อลดชีวิตผู้เสียชีวิตจาก ๒๐,๐๐๐ ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ความหวัง ของประเทศไทยใคร ๆ ก็โยนมาที่ตำรวจจราจร พอถึงตำรวจจราจรทุกคนก็โยนมาที่ผมนะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าสิ่งที่ผมทำ หลักการที่เสนอมามิได้ทำเพื่อตำรวจ ไม่ได้มีผลประโยชน์ มาเกี่ยวข้อง วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำเสนอกระทรวงการคลังขอยกเลิกเงินรางวัล ค่าปรับ พ.ร.บ. จราจรทางบกแล้วนำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดินทั้งหมด เราส่งเรื่องมาให้ กระทรวงการคลังพิจารณา ๒ ปีแล้วครับ ระหว่างนี้อยู่ในการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าตำรวจจราจรตั้งใจทำงาน ไม่ได้มุ่งหวังเงินรางวัล แต่มุ่งหวังให้ประชาชน เคารพกฎหมาย และให้เกิดความปลอดภัยในทางถนน ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้ แล้วก็ต้องขออนุญาตท่านประธานสภาว่ามันมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง กับกรมการขนส่งทางบก ขออนุญาต ท่านประธานสภาจะอนุญาตหรือไม่ให้กรมการขนส่ง ทางบกชี้แจง กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอดิเรก แตงทอง ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก ได้รับ มอบหมายจากท่านรัฐมนตรีให้มาชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในส่วนของสมาชิกที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ ของรถจักรยานยนต์ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของอุบัติเหตุทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับ เรื่องมาตรการที่จะลดอุบัติเหตุสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดจากรถมอเตอร์ไซค์ ก็ได้ให้ความสำคัญ มาตลอด ซึ่งปัจจัยที่เกิดอุบัติเหตุก็จะมี ๔ ปัจจัยดังที่ทราบกันแล้วก็คือ คน รถ ถนน แล้วก็ สิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะรับผิดชอบเกี่ยวกับ เรื่องคน แล้วก็เรื่องรถเป็นหลัก สำหรับคนนี่ โดยเฉพาะจักรยานยนต์ กระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้มีกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะลดอุบัติเหตุที่เกิดจาก รถจักรยานยนต์ ในด้านการปลูกฝังจิตสำนึกและวินัยการจรจรได้มีโครงการสร้างเสริมวินัย จราจรแก่เด็กและเยาวชน มีโครงการเด็กรุ่นใหม่มีใบขับขี่ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะไปออก โครงการอบรมให้ความรู้แก่เด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมศึกษา แล้วก็ระดับมัธยมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือ ปวช. เมื่ออบรมแล้วก็จะออก ใบอนุญาตขับขี่ให้กับเด็กนักเรียนเพื่อจะให้ขับรถโดยถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็เรียนรู้ การขับรถที่ถูกต้อง แล้วก็การสวมหมวกกันน็อก อันนี้ก็ได้ทำต่อเนื่องมาตลอดทุกปี นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับแพทยสภาในการที่จะกำหนดโรคที่อาจเป็นอันตรายในขณะขับรถ ซึ่งได้กำหนดไปแล้ว ก็คือโรคลมชักนี้ได้เพิ่มเติมไปแล้ว แล้วก็รวมทั้งสภาวะของโรคที่อาจเป็น อันตรายในขณะขับรถ ก็หมายความว่าต่อไปคนที่เป็นโรคบางประเภทซึ่งโดยปกติก็ขับรถได้ แต่ว่าถ้ามีสภาวะของโรคระดับหนึ่งที่ขับรถไม่ปลอดภัย ถ้าแพทย์ออกความเห็นว่าขับรถ ไม่ปลอดภัยก็จะไม่สามารถขอใบอนุญาตขับรถได้ รวมทั้งร่วมกับกรมควบคุมโรคติดต่อ มีโครงการฟิตทูไดรฟ์ (Fit to Drive) ก็คือมีระบบประเมินความพร้อมด้านสุขภาพ ในสมรรถนะในการขับขี่ของผู้ขับรถยนต์สาธารณะ อันนี้ก็ได้ดำเนินโครงการร่วมกันนะครับ ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกัน🔗
สำหรับประเด็นเรื่องของท่านวีระกร คำประกอบ และที่เป็นห่วงเรื่อง อุบัติเหตุที่เกิดกับผู้ขี่รถบิ๊กไบก์ (Big bike) ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่ากระทรวงคมนาคมได้มี การแก้ไขกฎกระทรวงให้มีการออกใบอนุญาตขับขี่สำหรับรถบิ๊กไบก์ (Big bike) โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับเร็ว ๆ นี้ ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างกำลังร่างหลักเกณฑ์ วิธีการเรื่องการอบรม และการทดสอบเพื่อให้ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบก์ (Big bike) นี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไร ก็ตามก็กราบเรียนท่านสมาชิกให้ทราบว่าปัจจุบันพระราชบัญญัติรถยนต์ยังไม่ได้ปรับแก้ ประเภทของใบอนุญาตขับขี่ ตอนนี้กำลังยกร่างซึ่งจะเสนอตามมา ก็ขออนุญาตให้ ท่านสมาชิกช่วยสนับสนุนในการแก้ไขแยกประเภทใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ให้มีใบขับขี่ บิ๊กไบก์ (Big bike) โดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันก็จะใช้มาตรการตามกฎกระทรวง ก็คือมาตรการใน เชิงให้ความรู้โดยผ่านการอบรมและออกใบขับขี่ แล้วก็มีใบขับขี่โดยเฉพาะนะครับ🔗
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของท่านสมเกียรติ เกี่ยวกับเรื่องชั่วโมง การทำงานของคนขับรถ ปัจจุบันนี้มีพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก มาตรา ๑๐๓ ทวิ กำหนดชั่วโมงการทำงานก็คือขับ ๔ ชั่วโมงพักครึ่ง แล้วขับได้อีก ๔ ชั่วโมง แล้วในรอบวัน ต้องไม่เกิน ๑๐ ชั่วโมง ซึ่งกฎหมายตัวนี้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับเรื่องชั่วโมงการทำงานไว้ รวมแล้วสัปดาห์หนึ่งจะต้องขับรถได้ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง อันนี้ก็มีความสอดคล้องกัน🔗
สำหรับประเด็นของท่านจิรายุที่ท่านมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องรถที่ติดไฟ มาก ๆ ๕๐ ดวง ติดตุ๊กตา กรมการขนส่งทางบกก็มีหนังสือสั่งการไปโดยเฉพาะให้ผู้ตรวจการ กวดขัน จับกุม เรื่องรถที่ติดไฟหรือติดตุ๊กตาที่มีผลต่อทัศนวิสัยขับขี่ รวมทั้งเกี่ยวกับเรื่อง มีหน้าม้า มีอะไรนี่ กรมการขนส่งทางบกก็ได้ร่วมกับตำรวจมาตรวจจับหน้าม้า รวมทั้ง มีประชาสัมพันธ์เสียงตามสายในกรมการขนส่งทางบกให้ประชาชนได้รับทราบว่าให้มาติดต่อ กับเจ้าหน้าที่โดยตรง อันนี้ก็พยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่อง🔗
สำหรับเรื่องการตรวจสภาพของ ตรอ. ปัจจุบันนี้มี ตรอ. ทั้งหมด ๓,๒๕๓ แห่ง ก็มีระบบควบคุมการตรวจสภาพรถมีกล้องวงจรปิด ก็มีที่การพักใช้เพิกถอน ใบอนุญาต ตรอ. ไปทั้งหมด รวมแล้วเพิกถอนไป ๗๘ ราย แล้วก็ระงับใช้ ๖๙๑ ราย ซึ่งสำหรับประเด็นข้อสังเกตอื่น ๆ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ก็จะรับไป พิจารณาปรับปรุงแก้ไข🔗
สำหรับท่านรังสิมาเกี่ยวกับเรื่องไฟซีนอน (Xenon) หรือไฟที่ติดท้ายรถ สีม่วง ๆ กรมการขนส่งทางบกก็มีหนังสือเรียกเจ้าของรถให้นำรถมาตรวจสภาพ แล้วก็ดำเนินการเปรียบเทียบปรับนะครับ ก็จะกราบเรียนคร่าว ๆ เพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านวีระกรยังมีคำถามอะไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ครับ ท่านประธานครับ ก็ดีใจ ที่ทางกรมการขนส่งทางบกจะออกใบขับขี่พิเศษเฉพาะบิ๊กไบก์ (Big bike) แต่ว่ามันถึงเวลาหรือยังครับที่ท่านจะพิจารณาว่ารถมอเตอร์ไซค์และรถความเร็วสูงบิ๊กไบก์ (Big bike) ทั้งหลายมันจะต้องไม่ใช่ขับบนถนน มันจะต้องไม่มาวิ่งอยู่บนถนนทางหลวง มันควรจะไปวิ่งอยู่ในสนามแข่ง วันนี้ท่านเหมือนกับจดทะเบียนเพื่อจะให้รถมันตายกันเร็วขึ้น ตายกันมากขึ้น แล้วก็มาแข่งกันบนถนนหลวง ซึ่งมันถูกหรือเปล่าครับ ในขณะที่ประเทศที่ เขารักประชาชนเขากลัว เขาแคร์ (Care) ในเรื่องความปลอดภัยของประชาชน เขาให้ยกเลิกแล้ว อย่างประเทศจีนที่ผมกราบเรียนไปแล้วครับ เฉพาะรถ ๒ ล้อที่เป็น รถมอเตอร์ไซค์ต้องเป็นรถไฟฟ้า ความเร็ว ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับอยู่ในเมืองเท่านั้นเอง บนถนนหลวงเขาไม่มาแข่งกันแบบประเทศไทย หรอกครับ แต่เราเหมือนกับเราพยายามพัฒนาถนนของประเทศไทยให้เป็นสนามแข่งรถ หรืออย่างไรไม่ทราบ อยากให้ท่านเริ่มคิดนะครับ อาจจะต้องปรับ ใช้เวลาหน่อยก็ได้ไม่เป็นไร ๑. ก็คือซีซี (CC) สูง ๆ เป็นทะเบียนพิเศษ ขับเฉพาะที่ อย่ามาขับบนทางหลวง ให้ขับเฉพาะ ในสนามแข่ง อย่าเอามาขับบนทางหลวง ประเภท ๖๕๐ ซีซี (650 CC) เมื่อก่อนก็มีแค่ ๖๕๐ ซีซี (650 CC) เดี๋ยวนี้เป็น ๑๐๐๐ ซีซี (1000 CC) ท่านจะให้มันไปถึงเท่าไรครับ ความเร็วนี่ คือยิ่งซีซี (CC) สูงท่านก็ทราบดีว่ามันก็ขับเร็วมากขึ้นเท่านั้น แล้วไม่มีการคิด ในเรื่องเหล่านี้บ้างหรือครับว่าถ้าเราไม่อยากให้ประชาชนตายเพราะอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ท่านก็ทราบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมันเป็นมอเตอร์ไซค์ ก็รู้อย่างนั้นแล้วทำไมท่านยังยอมให้เกิดการจดทะเบียนซีซี (CC) สูงขึ้น ๆ เพื่อทำความเร็ว สูงขึ้น ๆ ยังตายไม่พอหรืออย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านจิรายุครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นให้กำลังใจท่านผู้ชี้แจงนะครับ อย่าได้ถือสาหาความ เพียงแต่ว่าผมทำกฎหมายมาหลายสมัย แล้วก็คิดว่าอันนี้เป็นเรื่อง พระราชบัญญัติ แล้วมันเข้าสู่วาระที่หนึ่ง ที่เขาพูดกันนี่ท่านไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ วาระที่สองได้ จะได้ไม่เสียเวลามาตอบทีละประเด็น ๆ ซึ่งเจตนารมณ์ของตำรวจนี่ พ่อผม เป็นตำรวจนะครับ ผมอยู่กับตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ๆ ผมจะรู้สึกว่าตำรวจที่ดีก็จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนโดยนโยบาย ซึ่งผมไม่ติดใจท่านนะครับ แต่ว่าที่ผมพยายาม จะกำชับท่านก็คือพอท่านเข้าไปในวาระที่สอง ในรายมาตรา การแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ และตั้งกันเข้าไปแล้ว ท่านช่วยเอาเรื่องที่ท่านวีระกร ซึ่งคงไม่เคยขี่บิ๊กไบก์ (Big bike) หรอก ท่านก็พูดของท่านไปนั่นละ ท่านอาจจะขี่แมงหวี่พวกฟีโน่ พวกร้อยกว่าซีซี (CC) ซึ่งอาจจะ เชื่อว่าตรงนั้นมันตายน้อย บิ๊กไบก์ (Big bike) มันตายมาก ท่านก็ต้องหาวิชาการไปยืนยันกัน ในชั้นกรรมาธิการ แต่จริง ๆ แล้วทั่วโลกการขี่บิ๊กไบก์ (Big bike) อย่างที่ท่านว่าก็มี ๒ ประเภทในสนามแข่งก็คือพวกรถแข่ง อุปกรณ์เขาครบก็ว่ากันไปนะครับ ผมไม่ได้ไป โต้แย้งท่าน แต่อยากจะบอกท่าน🔗
ส่วนเรื่องของกรมการขนส่งทางบกที่ท่านพยายามจะอธิบาย ได้ยินมา เป็นสิบ ๆ ปี ในทางปฏิบัติก็ยังไม่มีผลออกมาชัดเจน ฝากท่านเข้าสู่วาระที่สองท่านช่วยไป ดูหน่อยก็คือการขันนอตเจ้าหน้าที่ ตำรวจก็ดี เจ้าหน้าที่ขนส่งก็ดี รับจ้างเซ็น ตรวจโน่นนี่นั่น รับจ้างโอนลอย รับสารพัด คือผมเชื่อว่าท่านรู้ แต่ถ้าเอาพอประมาณไม่น่าเกลียดมาก พอรับได้ให้กับสังคมไทยและแก้ไขปัญหาได้ ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์🔗
ส่วนเรื่องของเก้าอี้เด็กนี่ ผมผ่านประสบการณ์มาครับ ผมลูกเล็ก ผมใช้เก้าอี้ เบบี้ซีต (Baby seat) มาตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่เขาขวบสองขวบ แล้วก็นั่งเบาะหลัง ผมพอมี กำลังซื้อครับ ตอนซื้อใหม่ ๆ นี่ ๑๒,๐๐๐ บาท ที่ผมทักท่านก็เพราะว่าจะเกิดกระบวนการ พวกนี้ แล้วของห่วย ๆ ของไม่มีความปลอดภัย ถ้าท่านเขียนกฎหมายแบบนี้ พอเข้าไปสู่ ชั้นกรรมาธิการท่านก็ต้องระบุเลย ถ้ากรมการขนส่งทางบกจะไปเขียนข้อบังคับว่าเก้าอี้เด็ก หรือว่าเบบี้ซีต (Baby seat) ควรจะเป็นแบบไหน คุณภาพแบบใด มอก. รับรองหรือไม่ อันนี้ ชัดเจน แล้วควรจะมีระยะเวลาในการผ่องถ่ายครับว่า กรุงเทพมหานครพอมีสตางค์ครับ เขาซื้อกันได้ แต่ไปแปดริ้วบ้านท่านประธานผมก็เห็นมอเตอร์ไซค์ซ้อนสี่อยู่เลยนะครับ หมวกกันน็อกแทบจะไม่มีใส่ รถเก๋งบางคันก็นั่งซ้อนกันเยอะแยะมากมาย เด็ก ๆ ก็นั่งกัน อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากฝากกรรมาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ วาระที่หนึ่ง เป็นประโยชน์ยิ่ง เราอภิปรายข้อสังเกตท่านก็เก็บไป วาระที่สองท่านกลับมาอีกรายมาตรา ผมก็จะพูดว่าที่ท่านแก้ไขปรับปรุงกันมาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนหรือไม่ อย่างไร เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ของท่านมีเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านเอาไปทำอะไร อย่างนี้ตำรวจควรจะเอาไปได้บ้างไหม เงินประกันที่ท่านรังสิมาพูดถึง หรือเงินส่วนแบ่ง หรือค่าจับโน่นนี่นั่น อันนี้เป็นข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ยิ่ง และเป็น ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรีที่นั่งนะครับ การแก้ไขกฎหมาย เป็นแค่ตัวอักษรที่เราแก้และที่ซึ่งใช่เปลี่ยนแปลงเท่านั้นครับ แต่การปฏิบัติที่มันเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม รัฐสภาไทยหรือพี่น้องที่เขาอยู่นอกสภา เขาคาดหวังการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเป็นรูปธรรมครับ ก็ให้กำลังใจท่านผู้ชี้แจงทั้งหมด แล้วผมจะรอวาระที่สองเพื่อจะ นำไปสู่แก้ไขรายมาตราครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญคุณหมอจาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน ทราบว่าเวลาจำกัดแต่ว่าพี่น้องประชาชนยังอยากฟัง ใน ๒ คำถามที่ผมถามไปในการอภิปราย คือเรื่องการที่มีใบขับขี่ ใบสั่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งไปที่บ้าน มี ๒ ความเห็นว่ายังไม่ต้องจ่ายเพราะยังไม่มีการรวมแล้วไม่มีกฎหมายกำหนด กับต้องจ่ายเลย ถ้าตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็ไปตอบคราวหน้าก็ได้ว่าจำเป็นแบบไหน ต้องฟันธง เขาจะปฏิบัติอย่างไรเรื่องตรงนี้🔗
เรื่องที่ ๒ ที่พี่น้องในกลุ่มของทางด้านท่องเที่ยวชุมชนที่ทำเรื่องรถราง เขาฝากมาเพราะผมเป็นอนุกรรมาธิการ ท่านประธานสิรินทร รามสูต ก็ไปดูงานกันทุกที่ เขาจัดรถรางซึ่งเป็นการดูแลในชุมชนอนุโลมให้ แต่ว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรทำให้ เขาถูกกฎหมายเขาจะได้สบายใจ เพราะวันนี้ธุรกิจท่องเที่ยวนี่ละจะนำเงินเข้าประเทศนะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านผู้แทนขนส่งจะชี้แจงไหมครับ หรือถ้าไม่มีอะไรชี้แจง เชิญครับ🔗
ขออนุญาตรับ ข้อสังเกตของท่าน ก็คือเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งก็จะบังคับใช้เร็ว ๆ นี้แล้วครับ ก็น่าจะ ไม่เกิน ๓-๔ เดือนนะครับ ก็เรียนท่านสมาชิกเพื่อโปรดทราบครับ🔗
เป็นการยุติการอภิปรายนะครับเพื่อจะขอลงมติจากที่ประชุม แต่ก่อนที่จะขอมติจาก ที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ จะต้องแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาแสดงตนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้เสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ เชิญกดปุ่มแสดงตน ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สุรวาท ทองบุ ๔๔๐ แสดงตนครับ🔗
ท่านสุรวาท ๔๔๐ นะครับ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ประทวน ๒๐๖ แสดงตนครับ🔗
ท่านประทวน ๒๐๖ อีก ๑ ท่านครับ มีอีกไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่แสดงตน ไหมครับ ถ้าไม่มี🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ สมพงษ์ โสภณ ๓๘๖ ครับ🔗
ท่านโสภณ ๓๘๖ ๑ ท่านนะครับ มีเพิ่มไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดต้องการแสดงตน ผ่านไมโครโฟนไหมครับ🔗
๐๔๒ ครับ มาครับ🔗
๐๔๒ ครับ ปิดการแสดงตนนะครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๐๕ ท่าน บวกแสดงตนผ่านไมโครโฟน ๔ ท่านเป็น ๓๐๙ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้หรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการ โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดต้องการงดออกเสียง ก็กดปุ่ม งดออกเสียงให้ด้วยนะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิกดปุ่มออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านสมาชิกลงคะแนนกันครบทุกท่านหรือยังครับ มีท่านใดใช้บัตรไม่ได้หรือไม่มีบัตร จะลงคะแนนทางไมโครโฟนก็ได้นะครับ เชิญครับ ถ้าไม่มี ปิดการลงคะแนนครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วยทั้งหมด ๓๑๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
มติเป็น เอกฉันท์เห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน ขออนุญาตครับท่านประธาน ท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ งดออกเสียง ทำไมถึงตัวเลขยังไม่ขึ้น ขอให้ตรวจสอบด้วยครับ🔗
ท่านเสรีพิศุทธ์งดออกเสียงนะครับ🔗
ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เดี๋ยวผมตรวจสอบนะครับ บันทึกไว้ด้วยนะครับ มีงดออกเสียง ๑ ท่านนะครับ ท่านเสรีพิศุทธ์งดออกเสียงนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือส่งคณะกรรมาธิการสามัญนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยขอเสนอจำนวนที่ ๒๕ ท่านครับขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านสมาชิกเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๒๕ ท่านนะครับ มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ ท่าน รัฐบาล คณะรัฐมนตรี จะใช้สิทธิไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขออนุญาตเสนอสัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ๑. พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ๒. นายยงยุทธ นาคแดง ๓. นายปัญญา จั่นสกุล ๔. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ🔗
กรรมาธิการทั้งหมด ๒๕ ท่าน รัฐบาลโดยคณะมนตรีตั้ง ๕ ท่าน จะเหลือเป็นสัดส่วนของ พรรคการเมือง ๒๐ ท่านนะครับ เป็นของพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน เชิญเสนอได้เลยครับ พรรคเพื่อไทย ๖ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๒. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๓. นายฉลาด ขามช่วง ๔. นายนพพล เหลืองทองนารา ๕. นายนพ ชีวานันท์ ๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ดังนี้ค่ะ ๑. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๒. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๓. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๔. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ๕. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอับดุลบาซิม อาบู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. ส.ส. อดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๒. ส.ส. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๓. ส.ส. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองครบครับ พรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และ ๒. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองครบครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ๑. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒. นายสาคร เกี่ยวข้อง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายนิกร จำนง เป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติจราจร ทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอ พลตำรวจตรี สมศักดิ์ โอภาสเจริญกิจ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ครบครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ครบจำนวน ๒๕ ท่านแล้ว ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อทบทวนอีกครั้งครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ๒. นายยงยุทธ นาคแดง ๓. นายปัญญา จั่นสกุล ๔. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๖. นายปิยวัฒน์ พันธ์สายเชื้อ ๗. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๘. นายฉลาด ขามช่วง ๙. นายนพพล เหลืองทองนารา ๑๐. นายนพ ชีวานันท์ ๑๑. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๑๒. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๑๓. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๔. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๑๕. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ๑๖. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๑๗. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๑๘. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๑๙. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๒๐. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๒๑. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๒๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒๓. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๒๔. นายนิกร จำนง และ ๒๕. พลตำรวจตรี สมศักดิ์ โอภาสเจริญกิจ🔗
รายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่าน ถูกต้องนะครับ ไม่มีท่านสมาชิกต้องการจะแก้ไข เปลี่ยนแปลงนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านสมาชิกขอเสนอระยะเวลาการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ ก็เป็นการจบการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๓ ครับ ท่านอรรถกรมีอะไรครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าวันนี้ เราพิจารณากฎหมายไปหลายฉบับแล้ว และตลอดระยะเวลา ๑ เดือนที่ผ่านมาเราก็ประชุม ๓ วัน ๔ วันต่ออาทิตย์ ดึก ๆ ดื่น ๆ แล้วก็พรุ่งนี้เรายังมีภารกิจอีกมากครับ ก็เลยจึงขอเรียน ท่านประธานว่าเพื่อความราบรื่นของการประชุมในวันพรุ่งนี้ก็ขอให้ท่านประธาน ปิดการประชุมด้วยครับ🔗
ปรึกษา ประธานให้ปิดประชุมใช่ไหมครับ ได้ครับ ปิดประชุมครับ🔗