รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตให้สมาชิกได้หารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอทั้ง ๓๐ ท่านได้ใช้เวลาของท่าน ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์กับประชาชนนะครับ ท่านแรก คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้นำองค์กรไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการ แล้วก็พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ของผมนะครับ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๓๓๙ หมู่บ้าน ๒๗ ตำบล อยากให้ทางกระทรวงการคลัง ได้ประสานงานเอาตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ อาจจะแบ่งเป็นโซน (Zone) ก็ได้ เพราะว่าช่วงนี้นั้นเป็นช่วงของการที่การเบิกถอนเงินนี่ก็กระจายไปทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล แล้วพี่น้องก็มาแออัดอยู่แต่ในตลาด ส่วนใหญ่ผมคิดว่าเหมือนกันหมดครับ อำเภอต่างจังหวัดก็จะมีตู้เอทีเอ็ม (ATM) อยู่เฉพาะ ในตัวอำเภอ ก็อยากให้กระจาย ๒-๓ องค์การบริหารส่วนตำบลน่าจะมีสักที่หนึ่งเอาไปไว้ที่ อบต. นะครับ จะได้อำนวยความสะดวกให้กับข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างบ้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แม้แต่พี่น้องประชาชนจะได้เบิกจ่ายกันสะดวกนะครับ แล้วการเดินทาง ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางกันไกล แล้วอุบัติเหตุอาจจะไม่เกิดขึ้น ก็ขอฝากกระทรวงการคลัง ได้ขอความร่วมมือไปยังธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารที่กระทรวงการคลังดูแลอยู่นะครับ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคาร ธ.ก.ส. เป็นการเร่งด่วน ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าเป็นปัญหาของพี่น้องในการเบิกถอนจ่ายเงินจริง ๆ ช่วงนี้นะครับ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการคลังด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ๒ เรื่องนะครับ แต่ก่อนที่จะหารือผมต้องกราบขอบพระคุณกระทรวงคมนาคม โดยทางหลวงแผ่นดินและแขวงทางหลวงอำเภอทุ่งสง ให้จัดก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด ไปโรงพยาบาลทุ่งสงตามคำหารือของกระผมนะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง พี่น้องชาวอำเภอทุ่งสงฝากขอบคุณมานะครับ🔗
เรื่องแรกที่กระผมรบกวนหารือท่านประธานนะครับ ก็คืออยากให้กระทรวง คมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบทก่อสร้างถนนเส้น ๒๐๓๓ เชื่อมระหว่างตำบลน้ำตก กับตำบลเขาพระทอง ถนนเส้นนี้มีความยาว ๒๑ กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ยังเหลือ ๓ กิโลเมตรครับ เป็นช่วงที่ติดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า ถ้า ๓ กิโลเมตรนี้เสร็จเรียบร้อย พี่น้อง ๒ อำเภอก็จะเดินทางไปมาหาสู่กันอย่างสะดวกมาก ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้กระทรวงคมนาคมได้ประสานงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับ ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ก่อสร้างถนนช่องเขาลูกช้าง เชื่อมระหว่างตำบลนาไม้ไผ่ กับตำบลเขาขาว ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตรครับ เป็นการสัญจรไปมาของพี่น้อง ๒ ตำบล แล้วก็เส้นนี้เป็นเส้นที่มีทิวทัศน์สวยงามมากครับ ผมกราบเรียนว่าถ้าเกิดได้ก่อสร้าง แล้วมันยังประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ เรื่องคือการไปมาหาสู่ ลำเลียงพวกผลผลิต ทางการเกษตร แล้วก็เป็นเส้นทางในการท่องเที่ยวด้วยครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน จำนวน ๒ เรื่อง🔗
๑. คือเรื่องโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชน ผู้นำพื้นที่นะครับว่าพี่น้องประชาชนในชนบทที่มีรายได้น้อย ตกสำรวจจาก โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งบางครอบครัวได้ บางครอบครัวไม่ได้ ซึ่งก็ยังมีปัญหา ความขาดแคลนเหมือนกันนะครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ แล้วก็ โดยเฉพาะช่วงโควิด (COVID) นะครับ แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการที่ให้ความช่วยเหลือ ประชาชนในส่วนนี้ แต่ประชาชนยังขาดเครื่องมือที่จะสมัครเข้ารับการช่วยเหลือ ตามมาตรการต่าง ๆ ของรัฐนะครับ จึงขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนเพิ่ม การสำรวจให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าจะเป็นการกรุณาก็อย่างน้อย ๑ บัตร ต่อ ๑ หลังคาเรือนก็ยังเป็นสิ่งที่ดีในเฉพาะครอบครัว ที่ยังขาดแคลน ก็ขอให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไปนะครับ🔗
๒. ปัญหาถนนทางหลวงท้องถิ่นสายบ้านเลิงบ่อ บ้านบุ่งคล้า บ้านหนองหวาย ขอภาพประกอบนะครับ🔗
มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ผมได้รับ การร้องเรียนจากกำนันธนะโผน ยศพล แล้วก็ผู้ใหญ่บ้านในตำบลลาดพัฒนา ปัญหาถนน ทางหลวงท้องถิ่นที่พี่น้องสัญจร โดยเฉพาะช่วงที่ไปโรงพยาบาลมีสภาพตามในรูปนะครับ ก็เห็นว่ามีหลุมเป็นบ่อ ถนนเส้นนี้เป็นถนนทางหลวงท้องถิ่น สายบ้านเลิงบ่อเชื่อมบ้านบุ่งคล้า และบ้านหนองหวาย ระยะทาง ๕ กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลลาดพัฒนา ซึ่ง อบต. ลาดพัฒนามีทั้ง ๑๙ หมู่บ้านขาดงบประมาณนะครับ จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณา สนับสนุนอย่างเร่งด่วนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนายจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว ถึงปัญหาอ่างเก็บน้ำร่องติ้ว ซึ่งได้รับการปรับปรุงแก้ไขมานานแล้ว เศษหิน ดิน โคลน ถูกชะล้างไหลลงสู่อ่างแห่งนี้ทำให้ อยู่ในสภาพที่ตื้นเขิน ไม่มีศักยภาพที่จะเก็บน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ หากปรับปรุงให้ดี มีการขุดลอกเสริมคันดินก็จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพื้นที่การเกษตรได้กว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ ในหลายหมู่บ้านของ ๒ ตำบล ทั้งตำบลดงเจนและตำบลห้วยแก้ว ขอให้ทางจังหวัดพะเยา ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยครับ ทุกวันนี้พี่น้องชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก นอกจากปัญหาโควิด (COVID) ก็ยังมาเจอวิกฤติภัยแล้ง ซึ่งคาดว่าปีนี้จะรุนแรง กว่าทุกปี ลูกหลานที่ไปทำงานไปขายแรงงานอยู่ต่างจังหวัดก็ตกงานกัน ก็เพราะเจอปัญหา เศรษฐกิจจากพิษโควิด (COVID) ทำให้บริษัทห้างร้านสถานประกอบการต่าง ๆ ต้องหยุดตัวลง อยากกลับมาทำงานที่บ้านมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมก็ไม่มีน้ำให้ทำไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รีบเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งซึ่งร้องเรียนกันมามากดูจากภาพที่กำลัง จะเห็นอยู่นี้🔗
อย่าคิดว่าเป็นภาพที่ส่งมาจากยานอวกาศ อินไซต์ (Insight) ที่ถ่ายมาจากดาวอังคาร นี่คือภาพของถนนบนเส้นทางที่เชื่อมระหว่าง ตำบลสว่างอารมณ์ถึงบ้านห้วยดอกเข็ม ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ เดิมทีถนนเส้นนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท หรือ รพช. ก่อนที่จะถ่ายโอนมาให้ ทางหลวงชนบท ซึ่งไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขมานานหลายปีสภาพทุกวันนี้เต็มไปด้วยหลุมบ่อ การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบากมักมีอุบัติเหตุอยู่เสมอ ขอฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้รีบเร่ง ดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอหารือประเด็นปัญหาจากการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการเข้าไปใช้พื้นที่ สาธารณะตามชายหาดเฉวง เขตเทศบาลตำบลเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้ไม่สะดวกในการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็มีสิทธิ ที่จะใช้ จำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อที่จะทำมาหากิน เช่น การหาหอยเสียบ ตกหมึก พักผ่อนหย่อนใจบ้าง หรือท่องเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าภาครัฐหรือใคร หรือผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร รีสอร์ต (Resort) เข้าไปกั้น แล้วให้มีทางเข้าทางเดียวคือทาง ศาลาตาลอย หมู่ ๓ และเมื่อปลายปี ๒๕๖๒ พี่น้องประชาชนเกาะสมุยก็ได้มีการลงข่าว ร้องเรียนผ่านเพจ (Page) รวมพลคนเกาะสมุยของแท้ จากนั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอะไร ไม่แน่ใจว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจไม่ได้รับทราบหรืออย่างไร ฉะนั้นทางพี่น้อง ประชาชนจึงได้ฝากหารือประเด็นปัญหานี้มายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามข้อเท็จจริงเพื่อ หาทางแก้ไขให้ด้วยครับ🔗
ประเด็นต่อมาหลังจากที่ผมได้หารือเรื่องของสวัสดิการการศึกษาของพี่น้อง คนพิการที่อยู่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ไปแล้วนั้น ก็ได้ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่ไปพบกับเขา แต่ก็ไม่ทราบว่าได้ดูแลช่วยเหลือแนะนำอะไรบ้างหรือไม่ หรือมีปัญหา อะไรซึ่งทำให้พี่น้องของเขารู้สึกไม่สบายใจนะครับ ก็ขอฝากทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ติดตามตรวจสอบด้วยครับ หลาย ๆ ปัญหาในสังคมไทยเรานั้น ถ้าเราไม่ร่วมกันตื่นรู้ตื่นสู้ให้ชนะตามความคิด ชนะทางการเมือง เราก็จะอยู่อย่างทาส เพราะฉะนั้นก็ขอให้พี่น้องร่วมกันต่อสู้อย่างชาวพม่าเพื่อจะได้อยู่อย่างไท ไท ไม่มี ย ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตนำเรียนหารือท่านประธานเรื่องความเดือนร้อนของ ประชาชนเพื่อพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ เรื่องของประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพแม่น้ำตื้นเขินทำให้นำเรือออกทะเล ลำบาก ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าในระยะ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาเกิดมรสุม นอกจากนี้คลื่นในทะเลสูงทำให้มีการกัดเซาะตลิ่งตามแนวชายฝั่งตลอดแนว โดยเฉพาะ ในพื้นที่ภาคใต้ตลอดทั้ง ๑๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาได้รับ ความเดือดร้อนมากครับ ชาวบ้านประมง บ้านปากบาง หมู่ ๗ ตำบลเทพา ได้รับ ความเดือดร้อนอย่างหนัก บริเวณคลองปากบาง เทพา ชาวประมงพื้นบ้านตำบลจะโหนง ซึ่งมีอยู่หลายหมู่บ้านนำเรือออกหากินไม่ได้ ก็อยากให้ท่านประธานแจ้งไปที่หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการโดยด่วนทั้งระยะสั้นและระยะยาวก็เกิดขึ้นมาทุกปีแบบลักษณะ ซ้ำซาก ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐ บุญเรือง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้ถนนที่สัญจรไปมาสายอำเภอสมเด็จ ไปอำเภอกุฉินารายณ์ สายอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดไปอำเภอกุฉินารายณ์ สายอำเภอ เขาวงไปอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์🔗
เนื่องด้วยสาเหตุเกิดจากการขนอ้อย เข้าสู่โรงงานที่ตั้งอยู่ในอำเภอกุฉินารายณ์ตกหล่นจากการขนถ่ายเรี่ยราดตามพื้นถนน ที่ใช้สัญจรไปมาร่วมกันทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากจนทำให้มีผู้เสียชีวิตก็มี จึงอยากเรียน ถึงกรมการขนส่ง ตำรวจในพื้นที่ โรงงานน้ำตาล และสมาคมชาวไร่อ้อยต้องหามาตรการ ในการขนส่งที่รัดกุมกันตกหล่น และให้กรมการขนส่งได้ตรวจสอบด้วยว่าการบรรทุก น้ำหนักนั้นเกินหรือไม่ ซึ่งตามภาพจะเห็นในความรู้สึกอาจจะบรรทุกน้ำหนักนั้นเกินก็ได้ เพื่อรักษาถนนไว้ให้ใช้ได้นานที่สุด เพราะแต่ละสายทางใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชน เป็นผู้สร้าง คลิปนี้ขอขอบคุณจากอ๋องซาวด์ อำเภอกุฉินารายณ์🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องแม่น้ำลำพะยังเป็นแม่น้ำที่มีระยะทางยาวอยู่ทั้งหมด ๑๑๕ กิโลเมตร ความกว้างประมาณ ๗๐-๑๐๐ เมตร มีฝายกั้นขนาดใหญ่อยู่ทั้งหมด เกือบ ๑๐ แห่ง จากอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ไปอำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ปัญหามีอยู่ว่าน้ำที่เก็บกักไว้ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ เพราะว่าขอบตลิ่งสูง เครื่องสูบน้ำของพี่น้องเกษตรกรไม่สามารถที่จะสูบขึ้นมาได้ ดูจากตามภาพนะครับ ดังนั้น จึงขอเรียนถึงกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และกองทุนพลังงานที่มีแผนงานสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้าพิจารณาจัดสรรให้อยู่หน้าฝายต่าง ๆ ๓-๔ แห่ง หน้าฝายบ้านโคกมะลิ และบ้านคุ้มใหม่ โพนสว่าง บ้านเหล่าใหญ่ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณเกษม ศุภรานนท์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด นครราชสีมา เขต ๑ ผมมีเรื่องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องย่อ ๆ ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างจากสี่แยกของ มทส. มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารีไปยังตำบลโพธิ์กลางยังมืดอยู่ ไฟส่องสว่าง ได้เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ อาจารย์มหาวิทยาลัย อธิการมหาวิทยาลัยก็บอกว่านักศึกษาได้รับอุบัติเหตุบ่อยมาก ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีศักดิ์สยามแล้วก็ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ ซึ่งท่านรับเรื่องอยู่แล้วครับ เรื่องที่ ๑ ขอไฟส่องสว่างลงไปในสายนั้น🔗
เรื่องที่ ๒ ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีธรรมนัสที่ลงไปรับปัญหา ของชาวโคราชในเขตเทศบาลนครราชสีมา แล้วก็ได้ดูแลนด์มาร์ก (Landmark) ได้กรุณา สร้างแลนด์มาร์ก (Landmark) กลางเมืองโคราชช่วงลำตะคองไหลผ่านจากตัวเมือง จากเทอร์มินอล (Terminal) ไปวัดสุสาน ไปอ่างอัษฎางค์ท่านครับ อันนี้ก็ขอกราบ ขอบพระคุณรัฐมนตรี แล้วก็นายกรัฐมนตรีที่กรุณาให้การสนับสนุนให้เมืองโคราชของเรา เป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) อีกแห่งหนึ่งท่านครับ ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับ ชาวโคราช เป็นตลาดน้ำแล้วก็เป็นที่ท่องเที่ยวของชาวโคราชอีกอันหนึ่ง🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องค่าตอบแทนประธานชุมชน ซึ่งผมได้เรียนถามท่านประธานบ่อยครั้งจนจะหมดวาระแล้วครับท่านประธาน รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ประธานชุมชนจะได้รับ ค่าตอบแทนเหมือนกับ อสม. เหมือนกับสิ่งที่ทุกคนได้ร้องเรียนครับท่านประธาน ก็เรียนฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งหนึ่งท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐม ดิฉันขอปรึกษาหารือไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ ที่สำคัญยิ่งในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย ในปี ๒๔๗๕ จากระบอบสมบูรณาญา สิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยนะคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าสถานที่แห่งนี้กรมศิลปากร ได้เข้ามาดูแล🔗
แล้วก็จัดให้เป็น โบราณสถานแล้วหรือยัง ดูตามภาพสไลด์ (Slide) ที่ขึ้นจอนะคะ บัดนี้ เมื่อ ๒-๓ วันนี้ กทม. ได้นำแผ่นเหล็กยาวแล้วก็โครงเหล็กถาวรมาติดตั้งปกคลุมพื้นที่ลานโล่งรอบ ๆ อนุสาวรีย์ พี่น้องประชาชนได้ฝากถาม มีคำถามต่อสิ่งแปลกปลอมนี้นะคะว่าท่านเอามา ติดตั้งและพร้อมกับเอากระถางต้นไม้มาจำนวนมากมาวางตรงนี้เพื่ออะไรนะคะ กระถางต้นไม้จะสวยงามก็ต่อเมื่อถูกวางในสถานที่ที่เหมาะสมและมีรสนิยม กรุงเทพมหานครยังมีเกาะกลางถนน ยังมีพื้นที่ที่ควรจะนำกระถางต้นไม้ไปวางอีกมาก ไม่ใช่ที่ลานรอบที่เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางประชาธิปไตยเช่นนี้นะคะ ดิฉันจึงขอถาม ถึงเจตนาเบื้องหลังผู้ว่าราชการ กทม. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่มาจาก การแต่งตั้งของ คสช. ว่าท่านมีเจตนาเบื้องหลังอย่างไรนะคะซึ่งเคยปรากฏพฤติกรรมมาแล้วนะคะ จากการชุมชนหลายครั้งในบริเวณนี้ท่านก็ได้กระทำการที่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อม็อบ (Mob) ราษฎร เช่น ไม่นำรถสุขามาบริการหรือที่ผ่าน ๆ มาก็เคยมีพฤติกรรมที่นำกระถางต้นไม้ มาปกคลุมเพื่อกีดกันการใช้พื้นที่บริเวณลานรอบนี้มาแล้วค่ะ สถานที่แห่งนี้ได้ถูกออกแบบ ให้มีลานโล่ง มีบันไดเพื่อเดินชมสถาปัตยกรรม ประติมากรรมที่ทรงคุณค่าที่ทุกสัดส่วนได้ แฝงเร้นความหมายที่สำคัญเอาไว้ ดิฉันจึงอยากขอร้องให้ท่านออกมาชี้แจงประชาชน ให้ทราบวัตถุประสงค์เบื้องหลังนะคะ อย่าให้เรื่องนี้ประชาชนต้องไปร้องเรียนกันที่ ศาลปกครองเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปคุณอำนาจ วิลาวัลย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย🔗
สืบเนื่องจากเมื่อวันอังคารที่ ๒ กุมภาพันธ์ ผมได้นำหนังสือร้องเรียน จากพี่น้องชาวตำบลบางเตย บางยาง บางแตน อำเภอบ้างสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี พี่น้องบางกระเจ็ด หัวไทร ตำบลบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปร้องเรียนต่อท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ผมได้นำเรื่องต่าง ๆ มาร้องเรียนกับท่านประธานสภา ณ การหารือแห่งนี้นะครับ แต่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากกรมชลประทานแต่อย่างใด ผมขอภาพสไลด์ (Slide) จากห้องโสตทัศนูปกรณ์ด้วยครับ🔗
จะเห็นได้ว่าการระบายน้ำจาก เขื่อนนฤบดินทรจินดานะครับ ตั้งแต่วันที่ร้องขอวันละ ๓ ล้านคิว ต่อ ๑ วัน เป็นเวลา ๑๐ วัน จำนวน ๓๐ ล้านคิว แต่ว่าทางเขื่อนนฤบดินทรจินดาไม่ได้ทำตามความต้องการ ของพี่น้องชาวอำเภอบ้านสร้าง และชาวอำเภอบางคล้าแต่อย่างใดนะครับ จะเห็นได้ว่าการระบายน้ำยังอยู่ในระดับที่ไม่มากพอที่จะผลักดันน้ำเค็มได้นะครับ พี่น้อง จึงฝากผมมาถามท่านประธานว่าเวทีแห่งนี้ที่เรามาปรึกษาหารือกันวันละ ๒ นาทีนี่นำไปสู่ การแก้ไขพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ หรือว่าเป็นการมาพูดกันไปเพื่อให้ผ่าน ๆ ไปแล้วก็ไม่มี อะไรเกิดขึ้น จึงอยากได้คำชี้แจงที่ชัดเจนนะครับเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อผมจะได้นำไปตอบ กับพี่น้องประชาชนได้ว่าการที่เราร้องขอมาแล้วไม่สามารถทำให้ได้เป็นเพราะอะไรนะครับ เพราะดูจากน้ำในเขื่อนตอนนี้ก็เหลืออยู่ประมาณ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ทำไมถึง ไม่สามารถที่จะผันไปให้พี่น้องประชาชนได้ เพราะพี่น้องประชาชนขอมาเพียงแค่นิดหน่อย เองนะครับ ๓๐ ล้านคิวจากน้ำในเขื่อน ๑๘๐ กว่าล้านคิว มันเป็นอะไรที่ชาวบ้านสงสัยว่า การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเราทำกันอย่างไร แล้วพี่น้องประชาชนชาวนานี่ไม่สามารถที่จะ ใช้น้ำในเขื่อนได้เลยหรือ ก็เป็นข้อสงสัยนะครับ ก็อยากให้ท่านประธานได้ช่วยโปรดพิจารณา และให้ท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการ แล้วก็แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับผมด้วย ผมจะได้นำไปบอกพี่น้องชาวบ้านในเขตพื้นที่ทำนาผมได้ถูกต้องว่าเป็นเพราะเหตุใด ถึงไม่สามารถบริหารจัดการได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ เกินไป ๑ นาที เลยครับ แต่บังเอิญว่าได้มีการเปลี่ยน แต่ผมเปลี่ยนไม่ทันนะครับ ความจริงก็ได้เปลี่ยน ขออภัยคุณกรวีร์ด้วยว่าเปลี่ยนไม่ทัน ไปใช้ฉบับเดิมนะครับ ต่อไปคุณนพพล เหลือทองนารา ถ้าไม่พร้อมขออนุญาตไป นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการเยียวยาเฉพาะสำหรับ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีผู้ติดเชื้อ มากที่สุด มีประชาชนเดือดร้อนได้รับผลกระทบมากที่สุด โดนคำสั่งปิดตลาดกุ้ง สถานประกอบการ กิจการร้านค้าต่าง ๆ เด็กนักเรียนไปเรียนข้ามเขตไม่ได้ ผู้ปกครอง ก็ตกงานขาดรายได้ จึงขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาออกมาตรการมาเยียวยา เฉพาะสำหรับพื้นที่สมุทรสาครนะคะ ซึ่งจากโครงการเราชนะ โครงการมาตรา ๓๓ เรารักกัน ที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูในระดับรากหญ้า ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ รวมถึง ช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ แต่ว่ารัฐบาลจะทยอยโอนเงินให้ ทำให้ต้องใช้ จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ทางสมาร์ตโฟน (Smartphone) ทำให้ประชาชน ผิดหวังมาก เพราะเขาหวังว่าจะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้หนี้ค่าเช่าร้าน ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นมากกว่า🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาจ่ายค่าตอบแทน จ่ายค่า เสี่ยงภัย ให้กับหมออนามัย บุคลากรทางการแพทย์ที่มีสปิริต (Spirit) ในการทำงานสูงนะคะ ซึ่งต้องเสี่ยงภัยไปทำงานเพื่อประชาชนแม้ยากลำบาก ก็อดทน แล้วก็ทุ่มเทเสียสละ เข้าไปทำงานคัดกรอง ตรวจเชิงรุกในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย ก็ขอฝากท่านประธาน ๒ เรื่องไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ ผมคิดว่าท่านประธานคงเห็นด้วยว่าสภา ชุดที่ ๒๕ ของเรานี้เป็นสภาที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดนะครับ เพราะว่า ประชาชนยุคนี้ก็ตื่นตัวทางการเมือง แล้วก็เราก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital) นะครับ แต่ว่านอกจากงานในสภาใหญ่ที่เราประชุมกันอาทิตย์ละ ๒ วันนี่ครับ ก็ยังมีงานกรรมาธิการ ที่ผมคิดว่าสำคัญไม่แพ้กัน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ติดตามประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ที่สังคมให้ความสนใจนะครับ แล้วก็ ในฐานะ ส.ส. สมัยแรกผมต้องยอมรับว่าการทำงานในคณะกรรมาธิการเราแทบจะไม่มี การแบ่งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลกันเลย ทุกคนก็ช่วยกันทำงานนะครับ แล้วก็รวมไปถึงฝ่าย เลขานุการที่ทำงานกันได้อย่างดีเยี่ยมจริง ๆ ซึ่งผมคิดว่างานคณะกรรมาธิการเป็นอีก ช่องทางหนึ่งที่เป็นช่องทางที่ดีที่จะให้ประชาชนตรวจสอบการทำงานของสภาของเรา ในประเด็นที่ประชาชนสนใจนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมได้ทราบ รับข้อมูลมา แล้วก็ลองเข้าไป ตรวจสอบด้วยตัวเองครับท่านประธาน คือหลาย ๆ คณะกรรมาธิการมีการเปิดเผยบันทึก แล้วก็สรุปการประชุมที่ค่อนข้างล่าช้าบนเว็บไซต์ (Website) คือถ้าล่าช้า ๑-๒ เดือนผมก็พอ เข้าใจได้นะครับ เพราะมันมีการทำเอกสารอะไรมากมาย แต่บางคณะกรรมาธิการนี่คือข้อมูล ล่าสุดคือปี ๒๕๖๒ ครับท่านประธาน ๑ ปีกว่า ๆ แล้วยังไม่มีการอัปเดต (Update) ข้อมูล ขึ้นไปเลยนะครับ บางคณะกรรมาธิการมีบันทึกการประชุมที่เคยถูกเผยแพร่แล้วแต่ว่าถูกดึง ลงจากเว็บไซต์ (Website) บางคณะกรรมาธิการชื่อของกรรมาธิการ ชื่อของอนุกรรมาธิการ ยังมีไม่ครบเลยครับ ผมก็อยากที่จะหารือให้ท่านประธานส่งหนังสือถึงสำนักกรรมาธิการ ให้เร่งการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลบันทึกการประชุมลงบนเว็บไซต์ (Website) เพื่อให้สภา ของเราเป็นสภาที่โปร่งใส เปิดเผย แล้วก็เป็นต้นแบบความเป็นโอเพนพาร์เลียเมนต์ (Open parliament) ให้กับสภาผู้แทนชุดต่อ ๆ ไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือชาวบ้าน บ้านมดตะนอย ตำบลเกาะลิงบง อำเภอกันตรัง จังหวัด ซึ่งเป็นชุมชนติดทะเล มีชาวบ้าน อาศัยอยู่มากกว่า ๓๐๐ ครัวเรือน ให้มีน้ำจืด น้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคหลังจากที่ชาวบ้าน ได้วอนขอหน่วยงานรัฐทุกช่องทางมาแล้วหลายสิบปี แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่ประการใด และดิฉันขอถือโอกาสนี้ในการทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่ดิฉันเองได้เคยปรึกษาหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อกลางเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ในเรื่องของ การจัดตั้งการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ของอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง เพื่อให้ชาวบ้าน กว่า ๓,๕๐๐ ครัวเรือนได้มีน้ำประปาใช้ค่ะ ขณะนี้ผ่านมาปีกว่าแล้วค่ะท่านประธาน ดิฉัน ได้รับเพียงหนังสือตอบกลับมาว่ากำลังดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้ง ๆ ที่ความจริงปรากฏว่าบัดนี้ผ่านมา ๒ ปีงบประมาณแล้วชาวบ้านก็ต้องใช้ชีวิตโดยขาด แคลนน้ำจืดดังเดิม ทั้ง ๆ ที่อุปสรรคเดียวของการให้น้ำประปาแก่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอ หาดสำราญนั้นก็คือการจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานีจ่ายน้ำ ทราบว่าปัจจุบันปัญหาดังกล่าว ได้รับการดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยความร่วมมือของผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้าน ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงาน ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยได้โปรดติดตามเรื่องนี้โดยด่วนค่ะ ทั้งนี้หากเรื่องนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าดิฉันเองก็คงต้องขอใช้สิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตั้งกระทู้ถาม ในโอกาสถัดไป ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณสุชาติ ภิญโญ🔗
ท่านประธานที่เคารพ สุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมมีเรื่องที่จะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนคือความทุกข์ใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก เรื่องงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ซึ่งกำลังจะพิจารณาในปี ๒๕๖๕ นี้ เขตเลือกตั้งของผมซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอโนนไทย อำเภอขามสะแกแสง อำเภอ พระทองคำ และอำเภอคง บางตำบลท่านประธานครับยังไม่เคยได้รับงบอุดหนุนเฉพาะกิจ จากรัฐบาลเลย งบอุดหนุนเฉพาะกิจเป็นงบที่มีความสำคัญสำหรับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เนื่องจากเป็นงบประมาณที่มีจำนวนมาก แล้วก็ท้องถิ่นเองมีงบประมาณ ไม่เพียงพอ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลโนนไทย ตำบลบ้านปรางค์ แล้วก็ตำบลหนองมะนาวยังไม่เคยได้รับงบประมาณเลยครับท่านประธานครับ ฝากด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากภัยแล้งปีที่ผ่านมาเป็นฝันร้ายของชาวจังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ผมนะครับโรงพยาบาลประสบปัญหาเรื่องน้ำสำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับโรงพยาบาลโนนไทย โรงพยาบาลพระทองคำ โรงพยาบาล ขามสะแกแสง และโรงพยาบาลอำเภอคง ได้รับผลกระทบเป็นอย่างยิ่งครับจากแล้งที่ผ่านมา ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป โดยใช้ระบบประปาบาดาลเป็นระบบ สำรองครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๓ ขออนุญาตท่านประธานได้เร่งรัดเรื่องการสร้างประปาภูมิภาค ในเขตอำเภอโนนไทยและอำเภอพระทองคำ ซึ่งพี่น้องในเขตเทศบาลจะได้มีโอกาสได้ใช้ น้ำประปาในช่วงฤดูแล้ง และใช้เพื่อประกอบอาชีพในชีวิตประจำวันต่อไป ทั้งในเขตเทศบาล โนนไทย เทศบาลพระทองคำ และเทศบาลตำบลสระพระ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณรณเทพ อนุวัฒน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับ ราคาค่าน้ำดิบที่กรมชลประทานขายให้กับบริษัท อีสท์วอเตอร์ และบริษัท อีสท์วอเตอร์ ได้นำไปขายให้กับนิคมอุตสาหกรรมใน ๗ จังหวัดภาคตะวันออกด้วยการวางท่อส่งน้ำไปยัง นิคมต่าง ๆ ซึ่งสืบเนื่องจากว่าเป็นมติของ ครม. ปี ๒๕๓๕ ที่ให้การประปาส่วนภูมิภาค ไปจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท จำกัด ซื้อน้ำดิบจากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในราคา ๕๐ สตางค์ เพื่อไปขายให้กับนิคมอุตสาหกรรมในราคาคิวละ ๙.๕๐ บาทเป็นอย่างน้อยซึ่งขึ้นอยู่กับระยะทางในการวางท่อ ต่อมาในปี ๒๕๔๐ บริษัท อีสท์วอเตอร์ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนโดยมีประปาส่วนภูมิภาคถือหุ้นอยู่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังคงซื้อน้ำจากกรมชลประทานในราคา ๕๐ สตางค์เหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่ทราบว่าใช้สิทธิอะไร ต่อมาในปี ๒๕๖๕ ซึ่งจะถึงนี้กระผมเองได้เป็นอนุกรรมาธิการ บริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก แล้วก็ได้ทราบว่าบริษัท อีสท์วอเตอร์จะขึ้นราคาน้ำดิบที่จะ ขายให้กับนิคมอุตสาหกรรมในราคาเพิ่มขึ้น ๗-๔๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระผมจึงขอกราบเรียน ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดพิจารณา ระงับยับยั้งการขึ้นราคาของบริษัท อีสท์วอเตอร์ด้วย เนื่องจากว่าจะมีผลกระทบต่อต้นทุน การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมและจะส่งผลต่อผู้บริโภค ซึ่งเนื่องจากว่าราคาสินค้านั้น จะมีราคาที่เพิ่มมากขึ้น และขอให้กรมชลประทานขึ้นราคาค่าน้ำดิบที่ขายให้กับ บริษัท อีสท์วอเตอร์ เพิ่มขึ้นเป็นอีก ๑ เท่า หรือมากกว่านั้น เนื่องจากว่าได้แปรสภาพเป็น บริษัท มหาชนไปแล้ว ถ้าหากว่าไม่สามารถระงับยับยั้งการขึ้นราคาได้ ก็ขอให้ กรมชลประทานขึ้นราคาค่าน้ำดิบที่ขายให้กับบริษัท อีสท์วอเตอร์ให้เป็นไปตามสัดส่วนราคา ที่บริษัท อีสท์วอเตอร์ขอขึ้นราคากับนิคมอุตสาหกรรม หรือมากว่านั้น ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๓ ผมขออนุญาต หารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง ก่อนอื่นชาวบ้านบ้านดุซงญอฝากขอบคุณมาทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจแก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้า ถึงแม้วันนี้จะยังไม่เสร็จ แต่ก็ขอขอบคุณมาล่วงหน้านะครับ ส่วนเรื่องไฟตก เรื่องสายไฟเสื่อมสภาพยังเป็นปัญหาใหญ่ ในพื้นที่ผม ไม่ว่าจะเป็นบ้านสาเมาะ บ้านแมะแซ ตำบลดุซงญอ แล้วก็ตั้งแต่แยกเมาะกูเว๊ะ ตำบลผดุงมาตร ไปจนถึงบาลูกายาอิง ตำบลร่มไทรก็เป็นปัญหาใหญ่ แล้วก็ปัญหาใหญ่มาก วันนี้ก็คือเกิดปัญหาในตำบลบูกิต กับตำบลจวบนะครับ ที่นั่นมีห้องเย็น วันนี้ผลผลิตของ ชาวบ้านที่ฝากไปในห้องแช่เย็น บางทีไฟดับ ๗-๘ ชั่วโมง ทำให้ผลผลิตเขาเสียหาย และไม่สามารถจะจำหน่ายได้ แต่ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ก็ได้สำรวจไปแล้ว ทั้งนี้ก็ขออนุญาตท่านประธานฝากไปทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งรัดเรื่องนี้ให้หน่อย🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องนี้ฝากท่านประธานโดยตรงนะครับ คือวันนี้ถ้าได้ฟัง ส.ส. หรือว่าท่านสมาชิกเราได้ปรารภในสภาแห่งนี้ ก็คือเรื่องความล่าช้า แล้วก็การตอบสนอง ในเรื่องหารือที่มีให้ในสภาแห่งนี้ ซึ่งผมก็หลายเรื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ๒ ปีนี้หลายเรื่องที่หารือ ไปได้รับคำตอบไม่กี่เรื่อง และไม่มีคำตอบก็หลายเรื่องครับ และที่ปัญหาใหญ่ก็คือวันนี้ ในพื้นที่บ้านผมอีกไม่กี่วันนี่ยังเป็นเรื่องถึงเดือนรอมฎอนเป็นเรื่องสำคัญในทางศาสนาอิสลาม ปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่ผมขอย้อนนิดหนึ่งนะครับ เรื่องไฟฟ้าเมื่อสักครู่นี้มันสำคัญที่ว่า เดือนรอมฎอนชาวบ้านต้องตื่นมาทำศาสนกิจ หรือว่าประกอบอาหารในยามดึก ก็จะเป็น ปัญหาใหญ่ก็ฝากท่านประธานในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัด ฉะเชิงเทราครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากนายพิชัย เฉลียววงศ์เจริญ สจ. จังหวัดฉะเชิงเทรา และนายสุดิน กลิ่นศาสตร์ พี่น้องชาวตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเปิดรูปนะครับท่านประธาน🔗
รูปที่เห็นครับ เป็นสภาพ ถนนคันคลองที่บริเวณริมคลอง ๑๕ ในหมู่ ๑๓ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากน้ำในคลองนั้นแห้งเหือด ทำให้ถนนคันคลองทรุดตัวลง ขอดูอีกรูปหนึ่งครับ จากที่ท่านเห็นนะครับ ข้างหลังนั้นเป็นโรงเรียนอิสลามวิทยาบึงน้ำรักษ์ ซึ่งมีน้อง ๆ นักเรียนชาวมุสลิมต้องใช้ถนนเส้นนี้เป็นประจำ กระผมจึงอยากกราบเรียน ผ่านท่านประธานครับ ส่งความเดือดร้อนนี้ไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ให้เร่งแก้ไขด้วย เพราะว่าถนนอย่างนี้สัญจรไปมาไม่ได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่อำเภอบางคล้า โดยถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๔๙ ตั้งแต่บริเวณหน้าวัด บางกระเจ็ดไปจนถึงตำบลหัวไทร ตอนนี้ถ้าเป็นช่วงกลางวันก็ปกติครับ แต่ช่วงกลางคืน มองไม่เห็นเลย ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง และที่สำคัญครับ เส้นถนนที่แสดงออกมาก็ไม่มี ความชัดเจน ซึ่งพี่น้องที่ขับรถใช้เส้นทางสัญจรไปมาในช่วงกลางคืน ก็บ่นครับว่ามันมี ความเดือดร้อน มีความอันตรายมาก ก็เลยอยากจะขอความกรุณาท่านประธานประสาน ไปยังกรมทางหลวงชนบทให้เร่งแก้ไขเรื่องเส้นถนนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก พี่น้องเกษตรกรบ้านแม่ป้อก ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และเทศบาลตำบลศรีวิชัย ได้ทำเรื่องขอก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำผาแดง ซึ่งกรมชลประทานได้เข้าไปศึกษา และต่อมาได้ส่งเรื่องให้สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบ ปรากฏว่ามีมติไม่อนุมัติ และให้กรมชลประทานไปแก้ไขรายงานตามแนวทาง รายละเอียด ประเด็น หรือหัวข้อ ที่ผู้ชำนาญการกำหนด ซึ่งบัดนี้เรื่องได้ตีกลับไปที่กรมชลประทาน นานหลายเดือนหลายปีแล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งอ่างเก็บน้ำ ผาแดงนี่นะครับ ถ้ากรมชลประทานได้สร้างเสร็จ จะทำให้พี่น้องบ้านแม่ป้อก ตำบลศรีวิชัย หลายร้อยครัวเรือน หลายหมื่นหลายพันไร่ที่ทำสวนลำไย ทำสวนมะม่วง จะได้ผลประโยชน์ เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานนะครับ ช่วยเร่ง ดำเนินการให้ด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากถนนเข้าชุมชนพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จากถนนหมายเลข ๑๐๖ เข้าชุมชนบ้านพระบาทห้วยต้ม ระยะทางประมาณสัก ๘ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้เป็น ๒ ช่องจราจร มีรถสัญจรผ่านไปมามากมาย เพราะว่าชุมชนวัดพระพุทธบาท ห้วยต้ม มีพี่น้องราษฎรอยู่กันหลายหมื่นครัวเรือน ดังนั้นเวลากลางคืน ไฟส่องสว่างก็ไม่มี การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประสบอุบัติเหตุมาก็มากมาย เสียชีวิต ทรัพย์สิน ดังนั้นจึงฝากกระทรวงคมนาคมช่วยติดตั้งไฟส่องสว่างให้พี่น้องได้สัญจรกันอย่างสะดวก ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ผมเคย ได้นำปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ ๓ ตำบลในอำเภอทุ่งหว้า ได้แก่ ตำบลนาทอน ตำบลขอนคลาน รวมไปถึงตำบลทุ่งบุหลัง มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ ครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ซึ่งก็จะเกิดปัญหาแบบนี้ในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง แต่ก็ต้อง ขอบคุณทางการประปาส่วนภูมิภาคนะครับที่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ได้มี การดำเนินการทำแผนโครงการเพื่อที่จะตั้งสถานีจ่ายน้ำบริเวณตำบลนาทอน รวมไปถึงการขยายเขตท่อส่งน้ำเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ ตำบล แต่การทำ โครงการขยายเขตนี้ก็ยังมีอุปสรรที่ทำให้โครงการนี้ดำเนินการไปอย่างล่าช้า เพราะต้องทำ เรื่องถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงพื้นที่ ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าชายเลน รวมไปถึงเขตป่าสงวนแห่งชาติ การทำโครงการเข้าไปในพื้นที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องขออนุญาตหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเสียก่อนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ ผมเองรวมถึงพี่น้องในพื้นที่ มีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าในการทำโครงการเข้าไปจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องขออนุญาต ให้แล้วเสร็จก่อนถึงจะมีการเริ่มโครงการได้ แต่จะเป็นพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับกับผม รวมไปถึงพี่น้องประชาชน ถ้าจะสามารถทำให้การขออนุญาตสามารถเสร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้โครงการได้เกิดนะครับ และได้เข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร็ว ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบครับ อยากจะให้มีการติดตามและเร่งรัดกระบวนการในการขออนุญาตใช้พื้นที่ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนพพล เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม วันนี้ผมเองมีเรื่องที่จะมาขอหารือกับท่านประธานนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือสืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่ผมได้พูดถึงเรื่องของเกษตรกรที่ผลิต ข้าวมากกว่า ๑ ชนิด ที่เขายังไม่ได้รับเงินจากโครงการของรัฐบาลที่ในเรื่องของการจ่าย ส่วนต่าง วันนี้ราษฎรนั้นมีความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากนะครับ แล้วผมเองได้เคยหารือ ในสภาแห่งนี้เมื่อครั้งก่อน ได้นำเรียนถึงปัญหาเรื่องนี้ว่าการปลูกข้าวของเกษตรกรที่ปลูกข้าว มากกว่า ๑ ชนิดนั้นได้เงินค่อนข้างที่จะล่าช้ามาก เพราะว่าตอนนั้นเงินที่ออกมานี่จนถึง งวดที่ ๗ แล้วเกษตรกรที่ปลูกข้าวมากกว่า ๑ ชนิดนั้นยังไม่ได้รับเลยนะครับ แล้วก็ได้รับ คำตอบว่าจะจ่ายภายในสิ้นปีที่ผ่านมา แต่ ณ บัดนี้แล้วมีเกษตรกรเพียงร้อยละ ๒๐ เท่านั้นที่ได้รับเงินในโครงการของรัฐบาล เพราะฉะนั้นขอท่านประธานได้ให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดในการจ่ายเงินให้กับราษฎรด้วยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญล่าสุดได้มี เกษตรกรเองได้ประสานไปที่คณะกรรมการนโยบายข้าวว่าตอนนี้รอที่จะเข้าคณะรัฐมนตรี แล้วก็จะดูว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเมื่อไร ก็ขอกราบเรียนส่งเสียงถึงคณะรัฐมนตรีด้วย ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรนะครับ ก็ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรของอำเภอพรหมพิรามเท่านั้น แต่ว่าเป็นความเดือดร้อนโดยทั่ว เพราะว่ามีเกษตรกรที่เพาะปลูกในส่วนของข้าวมากกว่า ๑ ชนิดทั้งประเทศ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางกรมชลประทานนั้นได้จัดการทำในเรื่องของแผน การส่งน้ำ ไม่น่าเชื่อว่า ผมเองตั้งแต่ผมเกิดมาผมก็เพิ่งเคยเห็น เคยได้ยินเที่ยวนี้ละครับว่า ไม่มีแผนการส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกร คือไม่ว่าจะมีน้ำหรือไม่มีน้ำก็ควรจะต้องมีแผน ราษฎรจะได้วางแผนถูกนะครับ ก็กราบเรียนไปยังท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ ๑ ถึงหมู่ ๕ ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ผ่านนายวศิน สิริเกียรติกุล พี่น้องได้รับผลกระทบบริเวณถนนนาไทยมีรถสัญจรไปมา จำนวนมาก โดยเฉพาะถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนะคะ อาทิเช่น หาดอ่าวนาง หาดคลองแห้ง รวมทั้งทางไปท่าเรือเกาะปอดะ ถนนเส้นนี้กรมทางหลวง ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ส่งมอบให้ อบต. อ่าวนางเป็นผู้ดูแล ปรากฏว่าสภาพพื้น ถนนนั้นไม่เหมาะในการสัญจรนะคะ เพราะว่ามีการสร้างขอบปูน ๒ ข้างทางเพื่อปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งกีดขวางการจราจร เฉพาะในช่วงกลางคืนจะมีผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานได้ประสบ อุบัติเหตุล้มตายจำนวนมากนะคะ บริเวณนี้ต้องการสร้างป้องกันเลน (Lane) จักรยาน ปรากฏว่าจักรยานไม่ได้ใช้งานแล้วนะคะ มีรถยนต์จอดริมถนนทั้ง ๒ ฝั่ง รวมทั้งถนนเส้นนี้มีปัญหาเรื่องไฟแสงสว่าง มีการชำรุด เสียหาย ซึ่งขาดการดูแลหลายจุด ดังนั้นดิฉันจึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้พิจารณาเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ให้พี่น้องประชาชน อย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณพยม พรหมเพชร🔗
ท่านประธานสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพนับถือเป็นอย่างสูง กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมได้มีโอกาสไปสัมผัสพื้นที่ หลังจากเวลาที่เว้นจากการประชุมสภา และในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปลงในพื้นที่ของ ตำบลคูเต่า ซึ่งดูแลโดยแลโดยเทศบาลตำบลคูเต่า ที่นั่นมีหาดที่สวยงามขนาดเล็กซึ่งเป็นปอด ของชาวอำเภอหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่นั้นมีพื้นที่ติดชายทะเลก็คือที่ตำบลคูเต่า มีแหลมโพธิ์ มีบางลึก ละแวกนั้นประมาณเกือบ ๑๐ กิโลเมตร แต่พื้นที่ที่ได้รับความนิยม พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไปท่องเที่ยวกันมากที่สุดในวันหยุดหรือวันอื่น ๆ หรือวันนักขัตฤกษ์ ที่สำคัญ ตลอดถึงการจัดกิจกรรมของขุมชนหรือของท้องถิ่นก็ถือว่าเป็นประจำ กระผมได้ไป เห็นในพื้นที่ก็ชื่นชมว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะเป็นที่น่าสนใจในการท่องเที่ยว แต่ที่มี ข้อบกพร่องอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งกระผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จะนำเรียนเสนอผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาผ่านไปยังกรมเจ้าท่าสงขลา เรื่องหนึ่งก็คือชายทะเล มีชายทะเลประมาณ ๑ กิโลเมตร ที่น่าจะได้รับการดูแล ริมฝั่ง ถูกกัดเซาะไม่มากเกินไป แต่ถ้าหากว่าได้รับการดูแลจัดสรรงบประมาณมาทำให้พื้นที่ตรงนั้น ให้พี่น้องประชาชนได้ไปนั่งรับประทานอาหารภายใต้ร่มสนอันสวยงามในยามเช้า และยามเย็น แล้วก็สิ่งหนึ่งที่มักจะได้รับการกล่าวขานอยู่เป็นประจำก็คือห้องสุขา ห้องน้ำ ซึ่ง อบจ. จัดสรรงบประมาณมาแล้วไม่ได้ใช้เลยครับ ไม่ได้ใช้มาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว ก็ฝากให้ ผู้เกี่ยวข้อง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หรือถ่ายโอนไปยังเทศบาลแล้วก็ขอให้ผู้นำ ช่วยดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง สวัสดีครับ🔗
นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมาติดตามทวงถามถึงปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่เคยได้นำเข้ามาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ จนถึงวันนี้เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๔ แล้ว เกือบจะ ๒ ปีแล้วค่ะที่ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของดิฉันที่นำเข้ามาหารือในสภาอันทรงเกียรตินี้ไม่ได้รับ การดูแลและแก้ไข ดิฉันขอจุดกลับรถบริเวณบ้านนิคมดงบัง ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บนถนนหมายเลข ๒๑๒ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๕๐-๕๓ ค่ะ ลักษณะของ ถนนเป็นถนน ๔ เลน (4 Lane) ผ่ากลางด้วยเกาะกลางถนน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเกาะกลาง ถนนนี้สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ประชาชนเวลาเดินทางไปวัด ไปโรงเรียน ไปตลาดมีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังอธิบดี กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม อีกครั้งหนึ่ง ให้เข้าไปช่วยดูแลและแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของดิฉันด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกเทศบาลเฝ้าไร่ อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย บนถนนหมายเลข ๒๒๖๗ ด้วยบริเวณแยกเทศบาลเฝ้าไร่นี้ อยู่บริเวณ ใจกลางชุมชน ใจกลางตลาด และยังเป็นเส้นทางที่เดินทางเชื่อมไปต่อยังอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เกิดอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งค่ะ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังอธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้เข้าไป ช่วยดูแลและแก้ไขเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับพี่น้องประชาชนของดิฉันด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่องหารือกับท่านประธานนะครับ เป็นเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ส่งผ่านร้องเรียนมาที่ผมเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ ซึ่งถือว่า เป็นโครงการหลักโครงการหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ ในปีรอบ ๒๕๖๓/๒๕๖๔ พี่น้องเกษตรกร ติดตามทวงถามถึงเรื่องของเงินชดเชยส่วนต่างที่เกี่ยวข้าวขายกันไปตั้งแต่เดือนธันวาคม เดือนมกราคมนี่ยังไม่ได้รับเงินส่วนต่าง🔗
ประเด็นที่ ๒ นะครับ คือเรื่องเงินชดเชยช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้กับพี่น้องเกษตรโดยการสนับสนุนค่าบริหาร จัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ซึ่งนโยบายของรัฐบาลที่จะให้พี่น้องเกษตรกรครัวเรือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นจำนวนไม่เกิน ๒๐ ไร่ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้พี่น้อง เกษตรกรปลูกไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน และเก็บเกี่ยวไปตั้งแต่ช่วงเดือน พฤศจิกายน เดือนธันวาคม ต่อเนื่องจนถึงเดือนมกราคม ได้เงินมาเพียงแค่ ๕๐๐ บาทต่อไร่ พี่น้องเกษตรกรก็ทวงถามครับว่าอีก ๕๐๐ บาท ที่จะเอามาช่วยเหลือต้นทุนในการผลิต ของเขานี่เมื่อไรที่จะได้รับนะครับ🔗
แล้วก็ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ตามสไลด์ (Slide) ที่ผมเอาให้ ท่านประธานได้ดูนะครับ จะพบว่าในข้าวเปลือกเจ้านี่รัฐบาลให้เฉลี่ยต่อไร่นี่เพียงแค่ ๖๑๐ กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่ข้าวหอมปทุม ให้เฉลี่ยที่ ๖๘๕ กิโลกรัมต่อไร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดอ่างทองเราอยู่กับพื้นที่ ชลประทานครับ พื้นที่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่นี่ไม่มีใครหรอกครับที่ปลูกแล้วได้เพียงแค่ ๖๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่ เขาได้ประมาณ ๙๐๐-๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ดังนั้นอยากให้ ทางกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาทบทวนถึงเรื่องผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และติดตามทวงถามเงินที่จะจ่ายส่วนต่างชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอเมืองตราดมาหารือต่อท่านประธาน ในพื้นที่ ของ ๒ ตำบลก็คือตำบลตะกาง แล้วก็ตำบลชำราก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ ผมได้ลงพื้นที่จากการร้องเรียนของนายอภิเด ช บุญล้อม อดีตนายกเทศมนตรีตำบลตะกาง แล้วก็นายประมวล มุสิกรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรี ของตำบลชำราก ถึงปัญหาในเรื่องของน้ำเค็มที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ทางการเกษตร ทั้ง ๒ ตำบลนี้เป็นพื้นที่ที่ติดกันแล้วก็มีคลองน้ำเค็มขึ้นลงไหลผ่าน แล้วก็เป็นพื้นที่ทาง การเกษตรที่มีการปลูกปาล์ม ยางพารา พืชผลไม้ เพราะฉะนั้นน้ำจืดจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ในการผลิต การป้องกันน้ำเค็มที่จะไหลเข้ามาผสมกับน้ำจืดที่ใช้ในการเกษตรนี่จึงเป็น สิ่งที่จำเป็น ในอดีตที่ผ่านมาหน่วยงานของกรมชลประทานก็ได้มีการทำประตูกั้นน้ำ ประตู กั้นน้ำเค็ม ทำฝายกั้นน้ำเค็มนี่ ๑๐ ประตูด้วยกัน แต่ก็ทำมายาวนานแล้วจึงมีรั่วซึมแล้วก็ผุพัง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เลยได้รับความเสียหายในภาคเกษตร แล้วก็ตลอดจนน้ำจืดที่ใช้ ในส่วนของการผลิตน้ำประปาของเทศบาลตำบลชำรากก็ได้รับผลกระทบไปด้วยนะครับ จึงอยากเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานของกรมชลประทานได้มีการซ่อมแซม บำรุงประตูกั้นน้ำเค็มจำนวน ๑๐ แห่ง ในพื้นที่ของตำบลตะกางนี้ด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้ ให้พี่น้องชาวเกษตรกรนั้นได้ใช้น้ำในพืชผลทางการเกษตรต่อไปนะครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการเรื่องการกำหนดมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสายงาน ตามหนังสือเวียนจากสำนักงาน ก.ค.ศ. ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานั้น ผมขอ ตั้งข้อสังเกตว่าบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ แก้ไขฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ และแก้ไขฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๓ คำสั่ง ก.ค.ศ. ที่ ๑๖/๒๕๖๐ และคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มาตรา ๓๘ ค (๒) มิได้กำหนด ไว้ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ท่านประธานที่เคารพครับ จาก พ.ศ. ๒๕๒๓ ที่มี ก.ค. และ พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่มี ก.ค.ศ. จนถึงปัจจุบันรวม ๔๑ ปี ข้าราชการตามมาตรา ๓๘ ค (๒) ไม่ได้รับการดูแลและให้ขวัญกำลังใจ เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ทั้งที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นเหมือนกัน เป็นฝ่ายสนับสนุน ให้คุณภาพทางการศึกษาสูงขึ้น ส่วนใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงาน ก.ค.ศ. และหน่วยงานอื่น ๆ จำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย ท่านประธานครับ จากเหตุผลดังกล่าวผมขอเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ได้โปรดเห็นใจและเมตตาบุคลากร ทางการศึกษา ตามมาตรา ๓๘ ค (๒) โดยให้กำหนดตำแหน่งอัตราเงินเดือน วิทยฐานะ ให้เท่ากันกับบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา ๓๘ ค (๑) คือศึกษานิเทศก์ เพื่อให้ บุคลากรเหล่านี้มีขวัญและกำลังใจที่ดี สามารถปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนการสอน และส่งเสริมการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ โดยรวมยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องทางกลับรถ ถนนทาง หลวงหมายเลข ๒๐๑ ช่วงบ้านพรมใต้ ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ สืบเนื่องมาจากมีการขยายเส้นทางจราจรทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๑ ช่วงอำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ จาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตรนั้น พอสร้าง เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านหมู่ ๙ บ้านพรมใต้ ตำบลผักปัง ได้รับ ความเดือดร้อน เพราะจุดเส้นทางกลับอยู่ไกลจากหมู่บ้าน แล้วก็เส้นทางกลับรถชั่วคราว ใต้สะพานข้ามลำน้ำพรมนั้น มีสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการจราจรไปมาของชาวบ้านที่อยู่ ๒ ฝั่งถนน ช่วงเช้าพระต้องไปบิณฑบาต นักเรียนต้องเดินทางไปกลับทั้งเช้าและเย็น มีปัญหา อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ผู้นำหมู่บ้านคือนายมนตรี โอดประไพ และชาวบ้าน ก็ได้ทำ หนังสือร้องเรียนไปยังแขวงการทางขอนแก่นที่ ๒ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้มีเสียง ตอบรับประการใดทั้งสิ้นหลายครั้งแล้ว เรื่องนี้มันจึงมาถึงสภาที่ทรงเกียรติของพวกเรา ดิฉันหวังอย่างยิ่งว่าคราวนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะให้ความเมตตากับประชาชนของดิฉัน ด้วยนะคะ กราบขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ เขตหนองจอกมีถนนอยู่หลายสาย แต่มีถนนอยู่เส้นหนึ่งที่ทำให้ เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการสูญเสีย ในเรื่องของ การเสียชีวิต นั่นก็คือถนนเลียบวารี ซึ่งเป็นถนน ๖ เลน (6 Lane) มีแบร์ริเออร์ (Barrier) อยู่ในเกาะกลาง เพราะฉะนั้นการข้ามถนนแต่ละครั้งก็ใช้ความเสี่ยงสูงมากนะครับ จะมีชุมชนแล้วก็หมู่บ้านอยู่หลายแห่งด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านพิบูลย์ทรัพย์ มีพี่น้อง อยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคน หมู่บ้านทรัพย์เจริญมีพี่น้องอยู่ ๓,๔๐๐ คน หมู่บ้านอมรทรัพย์ มีอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ คน หมู่บ้านเต็มสิริประมาณ ๑,๐๐๐ คน ในช่วงแต่ละ ๑ วันมีพี่น้องใช้ถนนเส้นนี้ในการข้ามถนนประมาณนับหมื่นคน เพราะฉะนั้น เรียนกับท่านประธานและเรียนไปยังกรุงเทพมหานครถนนเลียบวารี ระหว่างซอย ๒๖ ซอย ๒๗ แล้วก็ซอย ๒๘ ซึ่งมีพี่น้องใช้ข้ามถนนเป็นจำนวนมากนะครับ พี่น้องประชาชนแล้วก็ ประธานหมู่บ้านร้องมาอยากจะได้สะพานลอยในการข้ามถนนเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย และเกิดการพิการ เกิดการเสียชีวิตกับพี่น้องประชาชนในถนนเลียบวารีแห่งนั้นอีก เพราะฉะนั้นเรียนประธานไปยังผู้ที่รับผิดชอบตรงนี้ด้วย แล้วก็ขอด่วนด้วย เนื่องจากประธาน ชุมชนได้ร้องไปที่สำนักงานเขตหนองจอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็นำเสนอมาเป็นระยะเวลา ๒-๓ ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับตรงนี้🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ขอขอบคุณการประปานครหลวงที่ได้ไปเดินท่อประปา แล้วก็ให้พี่น้องชาวคลองจั่น แขวงคลอง ๑๒ ได้ใช้น้ำประปาเป็นครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่มี ประเทศไทยมา ขอขอบคุณการประปานครหลวงเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปคุณมนพร เจริญศรี🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้มีเรื่องหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ ดิฉันได้รับคำร้องจากคณะครู นักเรียน แล้วก็ผู้ปกครองโรงเรียน บ้านธาตุ ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน ว่าโรงเรียนแห่งนี้สังกัดสำนักงาน สพฐ. ที่ ๒ ว่านโยบายควบรวมของโรงเรียนที่ได้ออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการนั่นก็คือจะต้องให้ โรงเรียนขนาดเล็กได้ควบรวม โรงเรียนหลักนั้นจะต้องมีการพัฒนาในเรื่องของความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นครูภาษาอังกฤษ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ หรือว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ และข้อสำคัญ คือจะต้องได้รับความยินยอมจากพี่น้องประชาชนในชุมชนนั้น ๆ🔗
แต่ขณะนี้โรงเรียนบ้านธาตุนอกจาก จะต้องควบรวมแล้วมีเด็กนักเรียนจำนวน ๕๑ คน แต่สภาพโรงเรียนขณะนี้ผุพัง จากปลวกกินที่สร้างมาหลายสิบปีจากสภาพที่ท่านประธานได้เห็นนะคะ ทางผู้ปกครองได้ ขอไปยังสำนักงาน สพฐ. ว่าขอได้จัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมหรือสร้างอาคารหลังใหม่ ขณะที่กระบวนการควบรวมยังต้องรอให้เด็กนักเรียนเรียนอยู่ ท่านประธานที่เคารพคะ ไม่มีผู้ปกครองท่านไหนหรอกค่ะที่จะอยากให้เรียนในโรงเรียนที่สภาพทรุดโทรมแบบนี้ แล้วก็ไม่อยากให้ลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียนไกล นี่ก็ต้องขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับทราบปัญหาจากวิทยาลัยการบินนานาชาติ ซึ่งสังกัด มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการบริหารแบบกึ่งราชการกับเอกชน เนื่องจากว่า คณะวิทยาลัยการบินนานาชาตินี้มีคณะกรรมการอำนวยการ แล้วก็คณบดีเป็นผู้บริหารสูงสุด ได้รับการบริหารงบประมาณมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนถึงปี ๒๕๖๓ แต่ว่าผู้บริหารได้มีปัญหา เรื่องของการทุจริตขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในส่วนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน นี่ก็คือว่ากันไป ตามกฎหมายค่ะ แต่ขณะนี้วิทยาลัยเมื่อไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณก็ให้เกิดปัญหา เนื่องจากนักศึกษาลดลง ขณะนี้ชาวบ้านนครพนมยังอยากจะให้คงวิทยาลัยการบินนานาชาติ อยู่ค่ะท่านประธาน ซึ่งดิฉันฝากไปว่าขอให้มีการรีเซต (Reset) เสมือนการบินไทยได้ไหมคะ เพราะว่าวิทยาลัยแห่งนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับคนนครพนม แล้วก็เป็นที่หวังพึ่งว่า จะมีลูกหลานได้ไปฝึกเรียนการบิน ณ วิทยาลัยแห่งนี้ ขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธาน อีกครั้งที่ได้ให้เวลาดิฉัน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม มีการเปลี่ยนตัวบุคคล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอหารือท่านประธานเพื่อติดตามการ ก่อสร้างโรงเรียนสำหรับคนพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอทุ่งสง ตำบลควนกรด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้หารือท่านประธานมา ๒ ครั้ง แต่ว่าจากการไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนนี้ก็ยังไม่คืบหน้า แต่ได้ทราบข่าวว่าได้มีการจัด งบประมาณในปี ๒๕๖๕ จึงใคร่ขอติดตามท่านประธานผ่านไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษาพิเศษว่าขอให้มีการติดตามเพื่อจะเกิดประโยชน์แก่นักเรียน พอดีผมเห็นว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีความสำคัญต่อคนพิการทางร่างกาย และการเคลื่อนไหว ทางร่างกาย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่มีบุตรหลานเป็นคนพิการ และการเคลื่อนไหวทางร่างกาย เพราะฉะนั้นด้วยความห่วงใยผมได้ไปเยี่ยมเยียนมา ๒ ครั้ง ก็พบว่ายังมีการเรียนอยู่ที่โรงเรียนที่ไปฝากไว้ มันจะมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ เรื่องสิ่งที่ อำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนกับเด็กพิเศษเหล่านี้ ดังนั้นจึงขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยการศึกษาพิเศษของกระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดติดตาม งบประมาณ ติดตามการก่อสร้างให้มีความก้าวหน้า เพื่อจะให้ในปี ๒๕๖๕ คือปีหน้านี้เด็กจะ ได้มาใช้สถานที่ของตัวเองต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพและฝากไปยัง หน่วยที่ผมได้กล่าวถึงดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗
ขอขอบคุณท่านสมาชิก ทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ท่านได้พยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วผม ก็ชื่นชมที่ทุกคนพยายามใช้เวลา ถึงแม้บางท่านจะเกินไปบ้าง แต่ว่าโดยทั่วไปก็คุมเวลาได้ดี เป็นความสามารถเฉพาะตัวอย่างหนึ่งในเรื่องนี้🔗
ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อแล้วจำนวน ๒๔๘ คน องค์ประชุมของเราก็คือ ๒๔๔ คน เพราะฉะนั้นขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิดการประชุม🔗
ประธานเจ้า ขออนุญาตเจ้า🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอชื่อแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ลาออกจากสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยไปเพื่อลงสมัครนายกเทศบาล คือนายจตุรนต์ เอี่ยมโสภา แทนนายบัณฑิต อับดุลบุตร คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะ ชายฝั่ง🔗
คุณศรีนวลครับ ประเดี๋ยว จะหยิบยกขึ้นมาครับ ประเดี๋ยวถึงตอนนั้นคุณศรีนวลค่อยเสนอนะครับ ตอนนี้ต้องไป ตามวาระก่อนนะครับ🔗
ได้เจ้า🔗
ขอบคุณครับ ขออนุญาต ไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ในระหว่างที่เราจะเริ่มกระทู้ถาม ในห้องใหญ่นี้ ห้องกระทู้ถามแยกท่านรองประธานก็จะทำหน้าที่ต่อไปเลยครับ กระทู้ถามสด ด้วยวาจา วันนี้มีเสนอมา ๔ กระทู้ แต่ว่ามีกระทู้หนึ่งขอเลื่อน เพราะฉะนั้นเราก็จะมีกระทู้สด ๓ กระทู้ เหมือนอย่างที่ทุกครั้ง ซึ่งตามข้อบังคับก็กำหนดไว้เป็นอย่างนั้น กระทู้ถามสด แต่ละเรื่องนั้นก็ให้เวลา ๓๐ นาทีนะครับ แต่ละฝ่ายก็คุมเวลาไว้ฝ่ายละ ๑๕ นาที ถามได้ ๓ ครั้ง ความจริงเป็นข้อบังคับที่เพื่อน ๆ ทราบดีอยู่แล้วนะครับ แต่ผมเรียนอีกครั้งหนึ่งเพื่อเราจะได้ ควบคุมเวลานะครับ เพราะเราจะมีวาระที่จะต้องพิจารณาวันนี้อีกหลายเรื่องเป็นผลงาน ของท่าน ถ้าสามารถทำได้ไปถึงวาระที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เพราะสัปดาห์หน้า ก็จะไม่มีการประชุมตามปกติ จะเป็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้ ถ้าเป็นไปได้เราพยายามทำให้ก้าวหน้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กระทู้ถามสดขอจัดลำดับ ตามที่ตกลงกันไว้นะครับ🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๗ ส. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการครู และการบริหารงานในกระทรวงศึกษาธิการ (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการมาแล้ว ขอเชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย มีกระทู้ที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การบริหารจัดการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อที่จะนำไปสู่ การรวบอำนาจ ซึ่งขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ใช้ในปัจจุบัน แล้วก็ย้อนแย้งกับ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ท่านประธานครับ ในกฎหมาย ในรัฐธรรมนูญที่อ้างมุ่งกระจายอำนาจ ทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการสู่โรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา แต่พฤติกรรม การบริหารของกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำสั่งของท่านรัฐมนตรี โดยมรดกของ คสช. คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๑๓ และทุกข้อ มุ่งที่จะรวบอำนาจทางการศึกษา เข้าสู่ส่วนกลางอย่างชัดเจน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑๑/๒๕๖๔ เป็นการตอกย้ำอำนาจของศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งเป็นอำนาจตามคำสั่ง คสช. แต่ตลอดระยะเวลา ๒-๓ ปี ก็ไม่มีการยกเลิกหรือทำพระราชบัญญัติการศึกษาขึ้นมาใหม่ ยังใช้พระราชบัญญัติการศึกษาฉบับเดิม ซึ่งมีผลตามกฎหมาย🔗
คำถามแรกที่จะถามว่าคำสั่งที่ ๑๑/๒๕๖๔ ลงนามโดยรัฐมนตรี ลงนามโดย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อาศัยกฎหมายมาตราใดที่ให้อำนาจในการออก ถึงได้ดำเนินการ สั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยผู้อำนวยการเป็นผู้เพียงรวบรวมข้อมูลสถิติ แล้วสั่งให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ รวมทั้งจะมีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา โดยไม่ได้แก้กฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ทำไมถ้าจะรวบอำนาจจึงไม่แก้ กฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาก่อน คำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการหรือคำสั่งของ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องนี้อาศัยกฎหมายใด นี่เป็นคำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ มาตอบคำถามของท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม เรื่องการบริหารจัดการ ของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเรียนท่านขจิตรอย่างนี้ครับ ในการทำงานของ กระทรวงศึกษาธิการแตกต่างจากกระทรวงอื่น ๆ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี ๒๕๕๕ มีการแยกหน่วยงานออกไปเป็น ๕ หน่วยงาน ซึ่งตอนนั้นถ้าเทียบกับผู้บริหารก็จะมีซี ๑๑ อยู่ ๕ คน ซึ่งแตกต่างจากระทรวงอื่น ๆ หลังจากนั้นมาการบริหารจัดการ ในกระทรวงศึกษาธิการก็มีความยากลำบากครับ เพราะว่าในแต่ละหน่วยงานก็มีอำนาจ เป็นของตัวเอง ผู้บริหารมีตำแหน่งที่เท่าเทียมกัน แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจแนวทาง หรือแนวความคิด แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้การบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ มีความยากลำบากในการที่จะพูดคุยกันถึงการพัฒนาการศึกษาในส่วนรวม เมื่อผมเข้ามา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็พยายามทำให้ทั้ง ๔ แท่งนะครับ ซึ่งทางอุดมศึกษาได้แยกออกไปเป็นกระทรวงใหม่ พยายามทำให้ ๔ แท่งมีความเข้าใจ ร่วมกันว่าเรามีความจำเป็นต้องพัฒนาการศึกษาในรูปแบบบูรณาการ สามารถพูดคุยกันได้ สามารถวางแผนได้ในแต่ละจังหวัดครับ ในแต่ละจังหวัดมีบริบทการศึกษาที่ไม่เหมือนกัน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาครัฐก็จะมีทั้งอาชีวะ สายสามัญ แล้วก็โรงเรียนเอกชนต่าง ๆ รวมถึงมหาวิทยาลัย ผมก็พยายามทำให้ผู้บริหารของกระทรวงนี่ครับมีความเข้าใจว่าถ้าหาก เราจะขับเคลื่อนไปทางใดในแต่ละจังหวัดต้องมีความสอดคล้องกันในเรื่องของนโยบาย เพื่อตอบโจทย์ของจังหวัดนั้น ๆ ฉะนั้นการทำงานนี่ถึงแม้ว่าจะมี ๔ แท่งมีอำนาจที่แตกต่าง กันไปนี่ อย่างน้อยต้องมีการพูดคุยกันหรือทำความเข้าใจกัน ขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธานถ้าหากเราคิดว่าประเทศไทยของเรามีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาทางด้านอาชีวะ ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าเราอยากจะผลักดันเรื่องนี้ให้มีมากขึ้นกว่าเดิม เราต้องมีโอกาสที่จะ ทำให้นักเรียนสายสามัญหรือว่าที่อยู่ในสังกัดของ สพฐ. มีความเข้าใจหรือว่ามีความอยาก ที่จะมาสายอาชีวะ ในอดีตที่ผ่านมานี่โอกาสที่โรงเรียนอาชีวะจะเข้าไปแนะแนวหรือว่าจะมี โอกาสในการที่จะเพิ่มนักเรียน ต้องบอกตรง ๆ ว่าไม่ง่ายครับ แต่วันนี้เมื่อนโยบายหลัก ชัดเจนว่าประเทศต้องการอะไร ทุกแท่ง ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นสายสามัญ สายอาชีวะ หรือสายเอกชนนี่ก็มีการพูดคุยกันว่า ถ้าเราจะขับเคลื่อนจังหวัดต่าง ๆ เราอยากจะยกระดับ รายได้ของจังหวัดเราต้องทำผ่านการศึกษาครับ ฉะนั้นวันนี้เราก็มีการเริ่มวางแผน แล้วก็ วางแนวทางว่าถ้าหากเราจะทำการบูรณาการในแต่ละจังหวัดนะครับ เราควรจะทำกัน อย่างไร ถึงเป็นที่มาที่ไปของการวางแผนบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการทำความเข้าใจระหว่างผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องเอาความคิด ความขัดแย้งที่แตกต่างมารวมพลังกัน ซึ่งแน่นอนครับ เมื่อมีการพูดคุย กันทั้งจังหวัด ไม่ว่าจะหน่วยงานอยู่ในสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนัก สพฐ. สำนักอาชีวะ สำนักเอกชน สำนัก กศน. ก็ต้องมาพูดคุยกันว่าในแต่ละจังหวัดนั้น ๆ ความต้องการหรือแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ขออนุญาตยกตัวอย่างที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ถ้าหากจังหวัดภูเก็ตเรามีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้น ๆ ของโลกนี่การศึกษาทั้งหมดต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการที่จังหวัดภูเก็ตจะเป็น เมืองท่องเที่ยวลำดับต้น ๆ นี่คือการพูดคุยกันเท่านั้นครับ เมื่อมีการพูดคุยและเห็นด้วยว่า ระดับผู้บริหารมีความเข้าใจตรงกันนี่ ผมก็ยกตัวอย่างว่า ถ้าหากเราไปทำที่จังหวัดภูเก็ตนี่ เราจะทำกันอย่างไร ซึ่งแน่นอนก็คงมีคนถามในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจเดี๋ยวผมจะอธิบาย ในช่วงนั้นอีกทีหนึ่ง แต่เมื่อมีความเข้าใจแล้วนี่ ผมก็ตั้งคณะทำงานครับ จริง ๆ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผมตั้งใครก็ได้ครับ ผมตั้ง นาย ก นาย ข นาย ค ขึ้นมา แล้วแยกไปทำงานในแต่ละจังหวัดก็ได้ครับ แต่ผมเห็นความสำคัญของบุคลากรทางการศึกษา ผมเห็นความตั้งใจ ความมั่นใจที่เราจะสามารถรวมพลังเพื่อการศึกษาในแต่ละจังหวัดได้ครับ โดยที่การทำงานเบื้องต้นนี่ ทางสำนักงานเขตพื้นที่ได้ทำงานอย่างหนักในการที่จะวางแผน เบื้องต้นครับ แต่ทั้งหมดก็คือแผนครับ ไม่ใช่การรวบอำนาจหรือว่าการที่จะเอาอำนาจจาก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมา เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าในจังหวัดหนึ่งถ้าหากว่าเราอยากจะพัฒนาเรื่อง การศึกษา เราควรจะพัฒนาในรูปแบบไหน โรงเรียนอาชีวะอาจจะต้องเพิ่มขึ้นไหม โรงเรียน คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นมัธยมหรือประถมนี่มีความจำเป็นที่จะต้องมีมากขึ้นไหม เพราะในอดีต ที่ผ่านมาเรามีโรงเรียนครับ แต่โรงเรียนคุณภาพอาจจะยังไม่ได้ตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ ฉะนั้นคำสั่งนี้เป็นคำสั่งตั้งคณะทำงานติดตามงานที่ทาง สพฐ. ได้ทำมาอย่างหนักครับ แล้วก็ มานั่งพูดคุยกันว่า ถ้าหากว่าเราทำร่วมกันแล้วจะมีผลกระทบอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู ประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียนในจังหวัดนั้น ๆ โดยคำนึงถึงว่า เราต้องให้มีผลกระทบน้อยที่สุด และเป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับนักเรียนครับ นี่คือที่มาที่ไป ของความคิดในการที่จะบูรณาการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในแต่ละจังหวัดครับ คำสั่งที่ ๑๑/๒๕๖๔ ออกตามมาตรา ๑๒ พ.ร.บ. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการกำหนดว่า กระทรวงศึกษาธิการมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงศึกษาธิการให้สอดคล้อง กับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือที่ ครม. กำหนด หรืออนุมัติ โดยจะให้มี รัฐมนตรีช่วยว่าการเป็นผู้ช่วยสั่ง และปฏิบัติราชการก็ได้ครับ ฉะนั้นเป็นการทำงาน ความพยายามที่จะบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยรวมพลังของทุก ภาคส่วนในกระทรวงศึกษาธิการ และวันนี้จากการที่หลาย ๆ ท่านลงไปร่วมทำงานกันครับ ไม่ว่าจะมาจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนัก สพฐ. สำนักงานอาชีวศึกษา ทุกคนมีกำลังใจครับที่เห็นแสงสว่างว่าเราจะสามารถขับเคลื่อนการศึกษาไปได้ในแนวทางที่ เป็นประโยชน์ต่อจังหวัด และที่สำคัญยกระดับรายได้ของพี่น้องประชาชน และให้ความรู้กับ นักเรียน เมื่อสักครู่ท่านพูดนิดหนึ่งครับ ท่านพูดว่าคำสั่งนี้มีแนวโน้มจะทำให้ศึกษาธิการ จังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา ไม่เป็นความจริงครับ คำสั่งนี้บูรณาการเพื่อให้ทำงานร่วมกัน ทำแผนออกมา เป็นคณะทำงานของรัฐมนตรีเท่านั้นครับ พ.ร.บ. การศึกษา ใช่ครับ เรายัง ไม่มีบทสรุป แต่วันนี้อยู่ที่กฤษฎีกาแล้วครับ หวังว่าเราใช้เวลาในช่วงปิดสภาแล้วนำเสนอ พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่เข้าสู่สภาได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม โดยคำนึงถึงร่างที่ได้นำเสนอ โดยผู้แทนของคุณครูเอาเข้ามาพิจารณาด้วย ฉะนั้นกระบวนการการปฏิรูปการศึกษากำลัง ขับเคลื่อนครับ และมีความเป็นเอกภาพในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะทำอะไรครับ มีผู้ที่เห็นต่าง ขัดแย้งแน่นอน แต่วันนี้ผมคิดว่าความเห็นต่างนั้นอยู่ในบริบทที่สามารถบริหารจัดการได้ ถ้าทุกคนเห็นในการขับเคลื่อนครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของจังหวัด เพื่อประโยชน์ของนักเรียน นักศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ และที่สำคัญที่สุดครับ คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ท่านรัฐมนตรีได้ใช้ เวลาไป เหลือเวลา ๔ นาที ๒๐ วินาทีนะครับ ท่านขจิตรถามได้เป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ คำตอบของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มีความพยายามที่จะบูรณาการ เพื่อที่จะสร้าง รายได้ในภาพจังหวัด แต่โดยคำสั่งนี้ไม่สามารถเป็นจริงได้ เพราะท่านไม่ได้เอาอาชีวะ ท่านไม่ได้เอาการศึกษาอื่น ๆ มาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้อุดมศึกษาโดยรัฐบาลท่าน ก็ได้แยกออกไปจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว จริง ๆ แล้วคำสั่งนี้ท่านต้องเอาทั้งอาชีวะ แท่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากอุดมศึกษาท่านถึงจะสามารถระดม ทั้งหมดได้ ผมฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าแผนใด ๆ ก็ตามให้ท่านดู กฎหมายการศึกษาเป็นหลักไม่ใช่ท่านอยากคิดอะไรก็ทำ เวลานี้ท่านไม่ใช่คณะ คสช. ซึ่งมี อำนาจพิเศษได้ทำลายระบบการศึกษาหรือโครงสร้างทางการศึกษา ซึ่งขัดแย้งกับ พระราชบัญญัติการศึกษาอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว พระราชบัญญัติการศึกษาที่ท่านบอกว่ากำลัง เสนออยู่กฤษฎีกานี้เป็นรอบที่ ๒ นะท่านประธาน รอบแรกเสนอไปแล้ว กฤษฎีกาถามมาครูคัดค้านเพราะว่าจะรวมศูนย์การศึกษา ผมอยาก ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าถ้าจะปฏิรูปการศึกษาให้อ่าน พระราชบัญญัติการศึกษาทุกตัวหน่อย ทุกมาตรา แล้วรู้เจตนาด้วย เขาให้ปลัดกระทรวง มีอำนาจน้อยลง ๆ ท่านพยายามเพิ่มมากขึ้น ๆ ท่านพูดว่าท่านจะตั้งใครก็ได้ ได้ครับ แต่ว่า ตั้งไปเพื่อประสานงาน ไม่ใช่ตั้งเพื่อมีอำนาจ ท่านไม่สามารถตั้งใครได้ ระเบียบบริหาร ราชการบุคคล เขามีขั้น มีตอน มีคณะกรรมการ มีผู้แทนครู มีผู้แทนโดยตำแหน่ง แล้วก็ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเวลานี้กระทรวงศึกษาธิการได้ทำลายองค์กรเหล่านี้ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ไม่มี ผู้แทนครูในทุกระดับ ไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา มีในระดับจังหวัดก็จะมีหอการค้า ตัวแทนอุตสาหกรรมซึ่งเอามาอ้างเพื่อยังคงอยู่ในระบบไตรภาคีเท่านั้น ข้าราชครูทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนที่เป็นคณะกรรมการการศึกษารู้ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ท่านเสนอไปใหม่ โดยสมาพันธ์ครู โดยอะไรเขาไป เสนอพบนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ก่อนผมก็ได้ข่าว ท่านก็ส่งทั้ง ๒-๓ ชุดไปให้กฤษฎีกา ผมถามท่านว่าปีที่แล้วกระทรวงศึกษาธิการเสนอตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมาสภาแห่งนี้ ไม่อนุมัติให้งบประมาณในการสร้างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในการบริหารของท่านถ้าท่าน บูรณาการ ทำไมท่านบูรณาการเฉพาะสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำไมคำสั่งนี้ไม่มี อาชีวะ ไม่มีอะไร ไม่มีพี่น้องประชาชนเข้ามาร่วม การบูรณาการทุกภาคส่วนจำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นผมมีคำถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าปฐมเหตุที่ท่านกำลังทำอยู่นี้เป็นการสืบเนื่อง มาจากคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ในฐานะที่ท่านเข้าไปบริหาร ท่านได้วิเคราะห์ดูคำสั่งนี้กับ พระราชบัญญัติการศึกษากับการกระจายอำนาจอย่างไร และท่านจะดำเนินการวิธีใด เพื่อยกเลิกคำสั่งที่สืบทอดมาจากอำนาจเบ็ดเสร็จหรือพูดว่าอำนาจเผด็จการโดยการยึด อำนาจของทหาร เวลานี้เป็นประชาธิปไตยแล้วท่านมีแนวคิดที่จะแก้ไขคำสั่งนี้เพื่อที่ให้ การศึกษาเข้าสู่การปฏิรูปที่เป็นประชาธิปไตย หรือจะสืบทอดคำสั่งเผด็จการนี้เพื่อที่จะ ข่มเหง ครูบาอาจารย์เพื่อที่จะสร้างอำนาจเผด็จการขึ้นมาในระบบการศึกษา ขอบคุณครับ🔗
ด้วยความเคารพ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ แล้วก็เผื่อเวลาไว้ คำถามที่ ๓ ด้วยนะครับ เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการครับ เรื่องคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙ ผมได้ดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนครับ แล้วผมทราบว่ายังเป็นข้อกังวลของหลาย ๆ ฝ่ายอยู่นะครับ แน่นอนครับเราต้องหาทางออก และทางออกที่ดีที่สุดก็คือการพูดคุยกันในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อจะหาคำตอบที่เหมาะสม และวันนี้ก็มีการพูดคุยกัน และผมมั่นใจว่าเราสามารถหาทางออกที่ทำให้บุคลากร ทางการศึกษาในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นจากหน่วยงานของสำนักงานปลัด สพฐ. หรือว่า อาชีวะนี่มีความสบายใจว่าเราคำนึงถึงโอกาส แล้วก็ความก้าวหน้าของแต่ละท่านในแต่ละแท่ง เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงคำสั่งที่ผมออกไปเกี่ยวกับเรื่องการบูรณาการด้านการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีวะ ไม่เป็นความจริงครับ โดยเฉพะในเขต พื้นที่ของท่านเองนี่ผมได้ไปดูครับ และเห็นว่าอาชีวะยังมีโอกาสที่จะได้รับการบูรณาการ หรือผลักดันในเขตพื้นที่อุดรธานี เขต ๓ ของท่านให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะนักเรียนวันนี้ ที่ออกมาจากสายสามัญศึกษาหรือโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ของ ท่านเองมีความต้องการที่จะเรียนอาชีวะ และอยากได้การศึกษาอาชีวะที่มีคุณภาพ ปัจจุบัน ก็มีนะครับ แต่ด้วยระยะทาง ด้วยพื้นที่ต่าง ๆ อาจจะทำให้มีความลำบาก เราก็เอาเรื่องพวกนี้มาคำนึงถึง เพื่อสร้างโอกาสให้กับเด็ก ๆ ในสายสามัญในเขตจังหวัดของท่าน ขออนุญาตยกตัวอย่าง เพื่อทำให้น้อง ๆ มีขวัญและกำลังใจว่าในอนาคตถ้าหากว่าอยู่โรงเรียนขยายโอกาส อาจจะมี โอกาสไปโรงเรียนอาชีวศึกษาตามความต้องการหรือว่าตามความสามารถของเขา ฉะนั้น ก็เรียนท่านว่าในกระบวนการทั้งหมดพยายามจะพูดคุยกันในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและลดความขัดแย้งที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน และผมมั่นใจว่าวันนี้ ความขัดแย้งลดน้อยลงครับ🔗
ขอเชิญท่านขจิตร คำถาม ที่ ๓ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมพยายามดู รายละเอียดคำสั่งนี้แล้ว มีเฉพาะการให้สำนักงานเขตพื้นที่ทำข้อมูลโรงเรียน ซึ่งเป็นภาระ ซ้ำซ้อน คำถามที่ผมจะถามสุดท้าย ภาวะการบริหารโรงเรียนในระดับจังหวัด โดยเฉพาะ สำนักงานการศึกษาเขตพื้นที่ มีการซ้ำซ้อนมาก แล้วก็มีการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้อ้างเอา จะเอาภูเก็ตเป็นแบบอย่าง ผมเคยบอกท่านแล้วว่าภูเก็ตเป็นแบบอย่างทั่วประเทศไม่ได้ มีความแตกต่างกันเยอะ ท่านตอบผมว่าท่านไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็กถ้าประชาชนยังไม่เห็น แต่ว่าเวลานี้มาตรการที่ถามในสภานี้ การบริหารของท่านมันสะท้อน ไม่บรรจุผู้บริหาร โรงเรียนขนาดเล็กซึ่งว่างมาเพื่อที่จะบีบให้เขายุบ พฤติกรรมอย่างนี้ผมว่าในลักษณะ การบริหารของท่านควรจะหยุดได้แล้ว ท่านควรจะหาเทคโนโลยีเข้าไปส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของประชาชน การบริหารจัดการในสมัยที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลอยู่นี้ในชนบท ในหมู่บ้าน ได้ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน คำสั่งบูรณาการ ๑๐๐ คำสั่งไม่สามารถที่จะได้รับความร่วมมือจากประชาชน ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าให้ดูแลเอาใจใส่ประวัติศาสตร์การมีส่วนร่วมของประชาชนให้จริงจัง ให้คำนึงถึงการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่ใช้มาตรการของราชการหรืออำนาจเพื่อที่ จะบีบให้เขายุบตัวเองโดยไม่มีผู้บริหาร ซึ่งได้ถามในที่ประชุมนี้แล้วทั่วประเทศ เสร็จแล้ว เขาจะไปบรรจุครูสุดท้าย ผู้ปกครองก็ต้องยอมรับสภาพ นี่คือสิ่งที่ดำรงอยู่ มาตรการเช่นนี้ ท่านได้สั่งแล้ว ภายในเดือนมกราคมท่านจะยุบ ท่านใช้คำว่า ควบรวม ผู้ปกครองต้องการ เรื่องนี้ที่ท่านออกทางสื่อเป็นจริงหรือไม่ แล้วท่านจะใช้ประโยชน์จากโรงเรียนที่ยุบ สถานที่ ราชการที่รกร้างอยู่ ประชาชนเบือนหน้าหนี ท่านมีแผนจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ประชาชนและรัฐบาลชุดก่อน ๆ เขาสร้างมา ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการครับ ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับ ท่านอาจจะคิดว่าในการขับเคลื่อน ครั้งนี้เราจะยุบโรงเรียนให้เห็นทั่วประเทศทันที ไม่ใช่ครับ วันนี้กำลังทำแผนอยู่ครับ แล้วหาความเหมาะสมว่าในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัด โรงเรียนที่มีคุณภาพควรจะอยู่ตรงไหน โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าต้องเป็นโรงเรียนประจำตำบล โรงเรียนประจำอำเภอ แต่ดูในบริบท ของพื้นที่ครับ นี่คือแค่การทำแผนงานครับ แล้วหลังจากนั้นถ้าหากว่ามีการพูดคุยกัน และเสนอแผนบูรณาการระดับจังหวัด ก่อนที่จะมากระทรวงต้องผ่านความเห็นชอบ ของ กศจ. ซึ่ง กศจ. มีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนจากทุกส่วนราชการในจังหวัด ในขณะเดียวกันแผนนี้ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในระดับหนึ่งครับ ถ้าหากว่า ในจังหวัดไหน พื้นที่ไหนเห็นโรงเรียนที่จะเป็นโรงเรียนคุณภาพแล้ว แล้วไม่เห็นด้วย ก็ไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องใส่งบประมาณเข้าไปแล้วทำโรงเรียนคุณภาพในจังหวัดนั้น ๆ ถ้าหากว่า มีความเห็นต่าง ในเขตพื้นที่ของท่านถ้าเผื่อท่านยังมองว่าไม่เหมาะสม ก็รอจังหวัดอื่น ๆ เขาทำก่อนก็ได้ครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าหากว่าในพื้นที่ใดเห็นว่าอยากจะมีการเรียนการสอนในรูปแบบที่ เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน คิดว่าเหมาะสมแล้ว คิดว่าวันนี้การเรียนการสอน ณ ปัจจุบัน มีความพร้อมในการที่เตรียมนักเรียนเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่มีปัญหาครับ ผมมั่นใจว่าผู้บริหารและงบประมาณที่เรามีอยู่เราก็มีจำกัด เราไม่สามารถทำทุกโรงเรียน ในเวลาเดียวกันได้ แต่อย่างไรก็ตามผมยืนยันครับว่าโรงเรียนคุณภาพในชุมชน โรงเรียน มัธยมที่จะต้องกระจาย ๔ มุมเมือง ที่มีคุณภาพมากกว่าปัจจุบัน โรงเรียนแสตนด์อะโลน (Stand alone) ที่ต้องมีงบประมาณลงไปใส่เพื่อทำให้มีคุณภาพตามที่ควรจะเป็น มีความจำเป็นอย่างยิ่งนะครับ ฉะนั้นผมยืนยันว่าไม่ได้จะยุบโรงเรียนแต่สร้างโรงเรียนที่มี คุณภาพในแต่ละจังหวัด แล้วเรื่องการบรรจุนะครับ มาตรการ คปร. พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๗๕ ไม่ให้บรรจุ ผอ. โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คน ขอบคุณครับ🔗
ก็จบกระทู้ถามสด อันดับที่ ๑ ต้องขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้แล้วก็ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๘ ส. เรื่อง มาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) (นายจักรพันธ์ พรนิมิตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗
เชิญท่านจักรพันธ์ครับ การเยียวยาครั้งที่ ๑ ได้รับเป็นเงินสด แต่ครั้งนี้เมื่อเช้าเพื่อนสมาชิกของผมก็ได้ตั้งข้อหารือต่อ ท่านประธานไปแล้วว่ามีพี่น้องประชาชนสงสัยมีความเคลือบแคลงว่าทำไมคราวนี้การได้รับ ความช่วยเหลือไม่ได้มาในรูปของเงินสดแต่เป็นรูปของวงเงินแทนที่จะใช้จ่ายกับสินค้าบริการ ต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของปัญหาอะไรต่าง ๆ ที่อาจจะมีข้อข้องใจจากพี่น้องประชาชนอยู่บ้าง เช่น เรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับการใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน (Smartphone) อะไรต่าง ๆ ที่เราได้ยินอยู่ตามสื่อต่าง ๆ นะครับ จึงเป็นที่มาของคำถาม ของผมนะครับ ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในคำถามครั้งแรกที่ผมจะตั้งกับท่านรัฐมนตรีก็คือว่าอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยสรุปว่า มาตรการการให้การช่วยเหลือของรัฐบาลทางด้านเศรษฐกิจต่อพี่น้องประชาชนที่ กระทรวงการคลังได้รับผิดชอบอยู่ในรอบการระบาดรอบที่ ๒ ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ภายใต้โครงการเราชนะ มีความแตกต่างจากมาตรการการเยียวยาช่วยเหลือในรอบแรก อย่างไร แล้วก็เพราะเหตุใดถึงได้มีความแตกต่าง เรียนถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อคำถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในเรื่องของโครงการเราชนะนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในเรื่องของความแตกต่างนั้นแน่นอนที่สุดมีความแตกต่างระหว่างการเยียวยาในปี ๒๕๖๓ กับการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในรอบที่ ๒ นี้นะครับ ซึ่งในปี ๒๕๖๓ ประมาณเดือนเมษายนนั้นการระบาดนั้นก็เริ่มขึ้น ก็กระทบในเรื่องของหลากหลายสาขา อาชีพ แล้วก็ในเรื่องของธุรกิจ รวมทั้งในเรื่องของภาคประชาชน ซึ่งสิ่งที่ต้องการรัฐบาล ช่วยเหลือในลำดับแรกก็คือในเรื่องของการเยียวยาหรือจะเรียกว่าเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนในขณะนั้น เพราะว่าในปี ๒๕๖๓ นั้นมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นผลกระทบก็มีอย่างทั่วถึง ในขณะนั้นก็คือ เพื่อบรรเทาในเรื่องของประชาชนหรือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างผู้มีอาชีพอิสระนั้นก็ขายของไม่ได้ ประชาชนก็รายได้ไม่มี ก็เยียวยาไปในลักษณะ ๓ เดือน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ก็จ่ายเป็น เงินสดไป อันนี้ก็ทำในลักษณะคล้าย ๆ หลาย ๆ ประเทศ แต่ว่ารูปแบบในการให้ ความช่วยเหลือหรือเยียวยานั้นก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้างในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับว่า ฐานข้อมูลของแต่ละประเทศนั้นมีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด ทีนี้ในการเยียวยา ในครั้งที่ ๒ นี้เราก็ใช้หลักการที่แตกต่างกันตรงที่ว่าในรอบแรกนั้นเราใช้ลักษณะที่ว่า ครอบคลุมอาชีพอะไรบ้าง แต่ในคราวนี้เนื่องจากเรามีเวลาในการเช็ก (Check) ฐานข้อมูล ของเรานั้นเราก็ใช้หลักการ ๓-๔ ข้อ ในเรื่องของเกณฑ์ ๕ ข้อด้วยกัน🔗
ในข้อที่ ๑ เป็นเรื่องของดูในเรื่องของผู้ที่ไม่เข้าข่ายที่จะได้รับสิทธินะครับ อันนี้ก็เช่นเดียวกันกับช่วงของปี ๒๕๖๓ ในข้อที่ ๑ ก็ดูในเรื่องของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี บริบูรณ์ อันนี้ก็ถือว่ายังอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง🔗
ประการที่ ๒ ในเกณฑ์ข้อที่ ๒ ก็คือว่าผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวก็อยู่ภายใต้ความดูแลของ สำนักงานประกันสังคม ซึ่งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้น สำนักงานประกันสังคมก็ได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ประกันตน อย่างต่อเนื่อง เช่น ในเรื่องของการปรับลดวงเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม การให้สิทธิ ประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ที่มีเงินสมทบ ๖ เดือนใน ๑๕ เดือน ซึ่งครอบคลุมถึงการไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากต้อง กักตัวหรือเฝ้าระวัง และการไม่ได้ทำงานเนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการจากคำสั่ง ของรัฐบาล🔗
ส่วนเกณฑ์ที่ ๓ คือผู้ที่ไม่เข้าข่ายในการรับสิทธิในนี้ก็คือเรื่องของเจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งก็รวมถึงข้าราชการทางฝ่ายการเมือง และผู้ที่ได้รับ บำนาญหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการนะครับ🔗
ในเกณฑ์ที่ ๔ ก็คือเป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เนื่องจาก เป็นกลุ่มที่ยังมีความสามารถด้านรายได้ที่จะช่วยประคับประคองในการดำรงชีพได้🔗
ส่วนเกณฑ์ที่ ๕ ก็คือผู้ที่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังมีความสามารถที่จะประคับประคองในการดำรงชีวิตได้นะครับ หลักการตรงนี้ก็คือหลักการในเรื่องของว่ากลุ่มไหนที่มีรายได้ประจำอยู่แล้วไม่ได้รับ การกระทบในเรื่องของการจ่ายเงินเดือน🔗
แล้วประการที่ ๒ ก็คือมีระบบการคุ้มครองทางสังคมอยู่แล้ว อันนี้เราก็จะ ถือว่าไม่เข้าข่าย ส่วนที่เหลือนั้นก็จะเข้าข่ายในเรื่องของการได้รับสิทธิ ซึ่งเราก็จะแบ่งกันเป็น ๕ กลุ่มด้วยกัน🔗
กลุ่มที่ ๑ ก็เป็นกลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแล้ว ก็ถือว่าเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ก็ได้รับผลกระทบนะครับ ซึ่งอันนี้เรามีฐานข้อมูลนะครับ ประการที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่มี การลงทะเบียนกับโครงการคนละครึ่ง แล้วก็โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ในกลุ่มนี้นั้น เราก็มีฐานข้อมูลเช่นเดียวกันนะครับ มีฐานข้อมูลซึ่งในฐานข้อมูลตรงนี้ก็ต้องไปกรองกัน อีกครั้งหนึ่ง ประเด็นในเรื่องของเงินได้พึงประเมินกับในเรื่องของบัญชีเงินฝาก เพื่อให้เหลือ เฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยที่ได้รับความกระทบกระเทือนนะครับ🔗
กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มที่ ๑ กลุ่ม ๒ ก็สามารถ ลงทะเบียนในการขอรับสิทธิในครั้งนี้ได้ทั้งหมดนะครับ🔗
ส่วนกลุ่มที่ ๔ นั้นก็สืบเนื่องจากเมื่อเราเริ่มโครงการนั้นก็จะมีประเด็น ในเรื่องของโทรศัพท์มือถือที่ไม่สามารถใช้สมาร์ตโฟน (Smartphone) ได้ อันนี้เมื่อวาน เราก็ทางกระทรวงการคลังก็ได้ให้ข่าวไปแล้วนะครับว่าเรื่องนี้นั้นเราก็จะขอว่าในกลุ่มนี้ ถ้าไม่มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) นั้นก็ขอให้ลงทะเบียนวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ลงทะเบียน กับธนาคารกรุงไทยนะครับ ซึ่งก็จะมีระบบในเรื่องของการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกันนะครับ🔗
ส่วนประการที่ ๕ ก็คือในกลุ่มประกันสังคม อันนี้ก็เป็นข้อที่ไม่มีสิทธิในเกณฑ์ ของเราในเกณฑ์ของโครงการนะครับ อย่างไรก็ตามในกลุ่มที่ประกันสังคมนั้นในมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ นั้นถือว่าเป็นการสมัครใจซึ่งก็ได้รับสิทธิ แต่ส่วนมาตรการในกลุ่มมาตรา ๓๓ นั้นก็จะมีบางส่วนที่มีบัตรสวัสดิการ ก็คือเป็นแรงงาน ในระบบแล้วก็มีบัตรสวัสดิการด้วย อันนี้ก็ยังมีอยู่ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ นะครับ ส่วนที่เหลือ นั้นเราก็เปิดให้แรงงานนั้นสามารถที่จะลงทะเบียน ซึ่งก็จะไปเป็นอีกโครงการหนึ่ง โครงการ เรารักกัน ซึ่งก็อยู่ในระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีนะครับ เพราะฉะนั้นความแตกต่าง ตรงนี้ก็คือว่าวิธีการเราใช้เนกาทีฟลิสต์ (Negative list) เพื่อกรองกลุ่มคนให้เหลือ คนที่มีรายได้น้อยจริง ๆ นะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีในการโอนเงินในแบบที่เรา ไม่จ่ายเงินสดนะครับ แต่เหตุผลในการที่ไม่จ่ายเงินสดนั้นก็คือในเรื่องของการลดการสัมผัส เงินสด อันที่ ๒ ก็คือลดในเรื่องของการเดินทางที่จะต้องไปถอนเงินสด🔗
ประการที่ ๓ ก็คือหลักการในเรื่องของการบรรเทาความเดือดร้อนจริง ๆ ก็คือว่าให้ใช้จ่ายในประเภทสินค้าและบริการที่จำเป็น อันนี้ก็ขออนุญาตว่าเมื่อมีกระเป๋าตังค์ ของรัฐบาลแล้วนี่ในอีกส่วนหนึ่งตัวเองก็มีกระเป๋าตังค์ของตัวเองก็ต้องมีวิธีการว่าบริหาร การใช้จ่ายเงินระหว่างเงินส่วนตัวกับเงินที่รัฐบาลให้ไปในครั้งนี้ ซึ่งในการคิดคำนวณว่า ครั้งนี้เราให้ ๒ เดือน เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท ก็รวมกัน ๗,๐๐๐ บาท แต่การใช้เงินก้อนนี้ ก็สามารถใช้ไปจนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคมได้นะครับ อันนี้ก็เป็นการที่ให้ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นได้มีการวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ขออนุญาต ตอบคำถามในข้อแรกครับ🔗
ขอเชิญคุณจักรพันธ์ ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาตอบคำถามในประเด็นแรกที่ผมถามไปเมื่อสักครู่นะครับ ก็มีความชัดเจนมากขึ้นในแง่ของหลักคิดในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในรอบที่ ๒ นี้นะครับว่าเหตุใดจึงมีความแตกต่างจากมาตรการ ช่วยเหลือในรอบแรกนะครับ🔗
ในการถามครั้งที่ ๒ นี้ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน ถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีในเรื่องของกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการที่ ๑. ก็คือคนที่เขาไม่ได้อยู่ ในกลุ่มที่ได้สิทธิจากโครงการเราชนะนี่นะครับ อยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาล ทางกระทรวงการคลังเอง หรือจะเป็นในกระทรวงอื่น ๆ นะครับ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล มีมาตรการ หรือนโยบายโครงการอะไรบ้างไหมที่จะช่วยเหลือกลุ่มที่เขาไม่ได้รับสิทธิจากเราชนะ ในครั้งนี้อีกทั้งยังมีอีกกลุ่มหนึ่งนะครับท่านประธานก็คือกลุ่มที่เขาได้รับสิทธิ แต่ว่า จากการดำเนินการที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาในแง่ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงเรื่องของกลุ่มที่อาจจะเข้าไม่ถึงโทรศัพท์ประเภท สมาร์ตโฟน (Smartphone) ไปแล้วนะครับ อันนั้นก็เป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลจะได้ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกลุ่มนั้นนะครับ ผมก็คิดว่าน่าจะยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับสิทธิ แต่ว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากระบบเอง ทำให้ไม่สามารถที่จะลงทะเบียนหรือใช้สิทธินี้ได้ อาจจะมีอยู่พอสมควร ก็อยากจะถือโอกาสเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ทั้ง ๒ กลุ่มนี้ ทั้งกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิและกลุ่มที่ได้รับสิทธิเราชนะ แต่ว่าอาจจะไม่สามารถ ด้วยข้อผิดพลาดประการใดก็แล้วแต่นะครับ ไม่สามารถที่จะได้รับสิทธิที่ตัวเองพึงจะได้ ทางรัฐบาลได้มีการดูแลหรือว่ามีมาตรการที่จะช่วยเหลือพี่น้องทั้ง ๒ กลุ่มนี้อย่างไรบ้าง กราบเรียนถามในครั้งที่ ๒ นี้เท่านี้ครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อคำถามในข้อที่ ๒ นั้น เมื่อสักครู่ ผมก็ได้เรียนไปว่ามีทั้งหมด ๕ กลุ่มนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วในรอบแรกนั้นมีเพียง ๓ กลุ่ม แล้วก็ในกลุ่มที่ ๓ นั้นก็คือกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ก็คือว่าที่เราไม่มีฐานข้อมูล ก็สามารถมาลงทะเบียนได้ทั้งหมดนะครับ ประเด็นก็จะเกิดตรงที่ว่าในกลุ่มที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวถึงว่าที่ไม่ได้รับสิทธินะครับ ซึ่งไม่ได้รับสิทธิตรงนี้ ผมขออนุญาตเรียนว่าก็จะมี ประเด็นหนึ่งว่าในเรื่องของเกณฑ์ที่เราบอกว่าเงินได้พึงประเมินนั้นต้องไม่เกิน คนที่มีเงินได้ พึงประเมินเกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็จะไม่มีสิทธินะครับ แต่ทีนี้ประเด็นของเขาอยู่ตรงที่ว่า การใช้ฐานข้อมูลของการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เรามีฐานข้อมูลเพียงแค่ ปี ๒๕๖๒ ซึ่งอันนี้ก็มีข้อร้องเรียนว่าแล้วในปี ๒๕๖๓ นั้นเขาเกิดถูกลดออกจากงาน หรือลดชั่วโมงการทำงาน หรือนายจ้างบอกว่าให้หยุดงานแล้วไม่มีการจ่ายเงินเดือนอะไร ทำนองนี้นะครับ ซึ่งเขาก็บอกว่ารายได้ของเขาลด เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๖๒ นั้นเคยชำระ ภาษี แต่ว่าปี ๒๕๖๓ เขาไม่มีขีดความสามารถในการชำระภาษีนะครับ ในเรื่องนี้เราก็ได้มี มาตรการในการที่จะดูแลในกลุ่มนี้ว่าจากการที่ลงทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์นั้น ก็จะพบว่ามีจำนวนหนึ่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าหากเราไปตรวจในเรื่องของฐานข้อมูลปี ๒๕๖๒ เรื่องนี้เราก็จะให้อนุญาตว่าถ้าในกลุ่มที่คิดว่าในปี ๒๕๖๓ นั้น อยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ต้องเสีย ภาษีนั้นก็ขอว่าให้มาลงทะเบียนในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ เพื่อที่จะได้รับรู้ ทางกรมสรรพากร เขาจะได้รับรู้ว่าในปี ๒๕๖๓ นั้นเรามีฐานข้อมูลในกลุ่มนี้แล้ว และกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เขาไม่ต้อง เสียภาษีในปี ๒๕๖๓ เขาก็จะได้สิทธิไปในทันทีนะครับ อันนี้เรียนว่าก็มีมาตรการนี้รองรับ แต่ขอความกรุณาว่าถ้าใครที่ตกหล่นในการลงภาษีไม่ผ่านเกณฑ์ในเรื่องของภาษีเงินได้นั้น ก็สามารถมาลงทะเบียนได้ อันนี้ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปแล้วนะครับ ซึ่งก็จะทำให้ข้อมูล เราอัปเดต (Update) ขึ้น แม้ว่าทางรัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติอนุมัติให้ยืดเวลาชำระ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเดือนมีนาคมไปเป็นเดือนมิถุนายน ตรงนี้แม้ว่าจะยืดเวลาให้ แต่ถ้าเราคิดว่าเราอยู่ในเกณฑ์ที่จะขอรับสิทธิในเรื่องของ ๗,๐๐๐ บาทตรงนี้ ก็สามารถยื่น แบบเสียภาษีได้ โดยผ่านระบบแอปพลิเคชัน (Application) เราก็จะมีแอปพลิเคชัน (Application) ของกรมสรรพากร ซึ่งก็จะทำให้มีฐานข้อมูลไปที่ธนาคารกรุงไทยนะครับ🔗
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นก็คือในเรื่องของกลุ่มสมาร์ตโฟน (Smartphone) กลุ่ม สมาร์ตโฟน (Smartphone) นั้นก็เช่นเดียวกันนะครับว่าเราก็เปิดให้ลงทะเบียน แต่ขอ ความกรุณาว่าให้ลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยก็จะเรียกว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดนะครับ เพราะว่าในกลุ่มนี้นั้นก็จะใช้บัตรประชาชนเป็นการแสดงตน ในการแสดงตนแล้วก็รับรอง ในเรื่องของการยืนยันตัวบุคคลนะครับ ส่วนในเรื่องของการใช้เงินตรงนี้ก็จะขอว่าเราก็จะใช้ ตัวบัตรประชาชนนี่ละครับ แล้วก็การใช้จ่ายในร้านต่าง ๆ ซึ่งมีเครื่องในเรื่องของอีดีซี (EDC) สำหรับในการเสียบบัตรของบัตรประชาชนตรงนี้ก็จะสามารถใช้ได้นะครับ ถ้าในกรณีที่ร้านที่ ไม่มีบัตรนั้นก็จะใช้ระบบถุงเงินนะครับ ก็ต้องลงแอปพลิเคชัน (Application) นิดหนึ่งนะครับ แล้วก็จะใช้การยืนยันตัวตนโดยใช้บัตรประชาชนเช่นเดียวกันนะครับ อันนี้ก็จะเป็นมาตรการ รองรับในกลุ่มที่คิดว่ามี ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตรงนี้ แล้วก็เราดูแลเป็นพิเศษครับ🔗
เชิญท่านจักรพันธ์คำถาม สุดท้ายครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พนนคพลังประชารัฐ กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งสำหรับ การตอบเมื่อสักครู่นะครับ สุดท้ายที่ผมยังมีสิทธิที่จะถามในส่วนการตั้งกระทู้ครั้งนี้ก็คือ เนื่องจากเราได้ดำเนินการโครงการเราชนะมาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็คือเพิ่งเริ่มก็จริง แต่ผมคิดว่าจนถึงวันนี้เชื่อว่าทางกระทรวงการคลังคงมีข้อมูลพอสมควรแล้วว่าหลังจากที่เรา ได้เริ่มให้ประชาชนได้ใช้สิทธิจากโครงการเราชนะผลของการดำเนินงาน ณ ขณะนี้ทางผู้บริหาร กระทรวงคงได้เห็นพอสมควรนะครับ ก็อยากจะให้ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าอยากจะให้ท่านช่วยประเมินความสำเร็จโครงการเราชนะ หรือถ้าแม้แต่ยังประเมิน โครงการยังไม่ได้ก็อยากจะให้ท่านได้แบ่งปันกับที่ประชุมแห่งนี้ว่า ณ ขณะนี้โครงการดังกล่าว เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้มากขนาดไหน แล้วก็มีประสบผลตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายไว้ หรือไม่ อย่างไร จนถึงปัจจุบันนะครับ🔗
อีกทั้งสุดท้ายนะครับ ที่จะเรียนถามผ่านท่านประธานก็คือว่าเมื่อโครงการ ดำเนินงานมาสักระยะหนึ่งแล้วอย่างที่ผมกราบเรียน เชื่อว่าคงจะพอเห็นอาจจะมีจุดอ่อน หรือเราจะเรียกว่ารอยรั่วจากโครงการบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ เพราะว่าคงไม่มีมาตรการใด ที่มีแต่ข้อดีทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือสามารถที่จะปกปิดจุดอ่อนได้ทั้งหมดนะครับ ก็คงจะมีบ้าง ก็อยากจะขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อดำเนินการมาจนถึงวันนี้ เราพอที่จะเห็นรอยรั่ว หรือว่าเราจะมีมาตรการในการป้องกัน ผมอาจจะใช้คำว่า อาจจะไม่ถึงกับการทุจริตจากโครงการนะครับ แต่ว่าอาจจะมีข้อบกพร่องที่เราไม่ได้ต้องการ ที่จะให้มันเกิดขึ้นจากการใช้สิทธิในโครงการเราชนะนี้ ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงมีมาตรการป้องกันรอยรั่วที่จะป้องกันปัญหาดังกล่าว ที่เราไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ครับ ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗
คำถามในข้อ ๓ นั้นจริง ๆ แล้วก็มีการประเมิน ผมขออนุญาตเรียนว่า กรณีของโครงการคนละครึ่งนั้นก็มีการประเมิน ย้อนไปนิดหนึ่งนะครับว่าในทุกโครงการ ก็มีการประเมิน โครงการคนละครึ่งถ้ามองในแง่ของผู้รับประโยชน์ก็คือในขณะนั้น เราคิดถึงในเรื่องของว่าทำอย่างไรที่จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากได้รับประโยชน์จากในเม็ดเงิน ที่รัฐบาลกระจายลงไป ซึ่งก็มีทั้งส่วนในเรื่องของเยียวยาแล้วก็เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำให้เกิดความคึกคักในเรื่องของภาคเศรษฐกิจฐานรากทั้งประชาชนแล้วก็ร้านค้ารายย่อย ในโครงการเราชนะก็เช่นเดียวกันนะครับ โครงการเราชนะนั้นเราก็ขยายในเรื่องของการใช้ เงินก้อนนี้นั้นสำหรับในเรื่องของภาคบริการ ซึ่งเคยร้องว่าในโครงการคนละครึ่งนั้น ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เช่นในเรื่องของการขนส่งส่วนบุคคล แท็กซี่ ตุ๊ก ๆ วินมอร์เตอร์ไซค์ หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการขนส่งสาธารณะก็ครอบคลุม ถ้ามอง ในแง่ประโยชน์ในเรื่องของการประเมินในเรื่องของผลต่อเศรษฐกิจนั้นก็ยังไม่มีตัวเลขนะครับ ว่าในระดับความพึงพอใจนั้นมากน้อยเพียงไร แต่ถือว่าเท่าที่สัมผัสนั้นก็ถือว่า ประชาชนนั้นได้ประโยชน์ ประเด็นที่ตามมาก็คือว่าประเด็นรอยรั่วต่าง ๆ นั้นก็มีการติดตาม ผมขออนุญาตยกตัวอย่างของเรื่องของโครงการคนละครึ่ง ทำนองเดียวกับของเราชนะ เพราะฉะนั้นในการใช้เม็ดเงินก้อนนี้ที่เราใช้ผ่านในระบบมือถือ สมาร์ตโฟน (Smartphone) ที่พยายามลดในเรื่องของการใช้เงินสดตรงนี้ ก็จะพบว่ามีคนที่ เอาเปรียบหรือเรียกว่าเป็นคนโกงในโครงการต่าง ๆ ของรัฐตรงนี้🔗
ในชั้นที่ ๑ ก็คือว่ามีระบบการติดตามและตรวจสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งธนาคารกรุงไทยก็จะมอนิเตอร์ (Monitor) ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็จะพบว่าในเรื่องของ การทำธุรกรรมในระหว่างผู้ใช้สิทธิในบัตร กับผู้ที่รับสิทธิในบัตร ก็คือผู้ซื้อและผู้ใช้บริการ ตรงนี้มันก็มีความผิดปกตินะครับ มีทรานแซกชัน (Transaction) หรือธุรกรรมที่เกิดขึ้น ซ้ำ ๆ กัน ถ้าในกรณีอย่างนี้ทางธนาคารกรุงไทยก็จะระงับสิทธิของประชาชนคนนั้นเลย แล้วในกรณีร้านค้าที่มีถุงเงินนั้นก็ระงับสิทธิในทันที อันนี้ก็ขอเรียนว่าในโครงการเราชนะ เราก็จะพบลักษณะอย่างนี้ ก็จะดำเนินการในขั้นที่ ๑ อย่างนี้🔗
เมื่อเราตรวจสอบพบแล้วทางคณะทำงานของทางกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และทางธนาคารกรุงไทยก็จะรวบรวมข้อมูลตรงนี้ส่งให้ ทางตำรวจ ซึ่งทางตำรวจก็จะสามารถติดตามและดำเนินคดีกับทางผู้ที่เอาเปรียบ หรือผู้ที่โกง ในเงินก้อนนี้ที่เรามีวัตถุประสงค์เพื่อโอนให้กับประชาชนในการจับจ่ายใช้สอย🔗
ในข้อที่ ๓ อันนี้เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีสิทธินะครับ ก็อยากจะเรียนว่าในโครงการนี้ รัฐบาลก็มีวัตถุประสงค์ที่แน่วแน่ในการที่จะช่วยเหลือจริง ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับสิทธิ ไปแล้วก็ขอความกรุณาว่าพี่น้องประชาชนนั้นก็ต้องรักษาสิทธิของตัวเอง ก็มีข่าวอยู่บ้างว่า เริ่มมีการกวาดบัตรประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนบางท่านก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เอาบัตรประชาชนไปทำอะไร อยู่ ๆ ก็เอาเงินมาให้ ๑๐๐-๒๐๐ บาทเท่านั้นเอง ซึ่งอันนี้ เรียนว่าก็ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารของภาครัฐในเรื่องของเว็บไซต์ (Website) หรือว่าเฟซบุ๊ก (Facebook) หรืออะไรต่าง ๆ ที่แพร่อยู่ในโซเชียลมีเดีย (Social media) ตรงนี้ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังแล้วก็ตรวจสอบกับทางภาครัฐนะครับ🔗
ส่วนสุดท้าย ก็คือในเรื่องของถ้าหากโดนประชาชนผู้มีสิทธิลงทะเบียนได้ แล้วมีสิทธิแล้วถูกเอาสิทธิไปใช้ในทางที่มิชอบก็ขอความกรุณาให้แจ้งมาที่ทางธนาคารกรุงไทย ในทุกสาขาของกรุงไทยทั่วประเทศ แล้วก็ในส่วนที่ยังตกหล่นก็สามารถที่จะร้องเรียนได้ เพื่อขอทบทวนสิทธิของตัวเอง ทางกระทรวงการคลังก็จะร่วมกับทางกรุงไทยในเรื่องของ การตรวจสอบพวกนี้ แล้วเราก็จะดู ถ้าผ่านเกณฑ์ทั้งหลายนี้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งหลายแล้วก็จะอนุญาตให้ในเรื่องของการใช้สิทธิ ก็ทำนองเดียวกับในช่วงที่เราดำเนิน โครงการในช่วงที่ ๑ ในปี ๒๕๖๓ ก็มีการร้องขอให้มีการทบทวนสิทธิ อันนี้ก็สามารถ ทำได้นะครับ แน่นอนที่สุดว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เราพยายามที่จะสร้างฐานข้อมูลขึ้นมา ซึ่งฐานข้อมูลตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ในเรื่องของการที่จะพัฒนาต่อไปในเรื่องของ อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) หรือเนชันนัล อีเพย์เมนต์ (National e-Payment) ซึ่งสามารถที่จะถ่ายในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ก็ขออนุญาตตอบคำถามครับ🔗
จบกระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ ต้องขอบคุณท่านจักรพันธ์ได้ใช้เวลาเหลืออยู่ ๖ นาทีเศษ ท่านรัฐมนตรีเกินไป ๒ นาทีเศษ ถัวเฉลี่ยแล้วก็ไม่เกิน ๓๐ นาที ขอบพระคุณทั้ง ๒ ท่านครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๙ ส. เรื่อง ความล้มเหลวจากมาตรการ การเยียวยาโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีได้ทำ หนังสือแจ้งมอบหมายให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ เรียนทั้ง ๒ ท่านว่าเวลาฝ่ายละ ๑๕ นาที ขอเชิญเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีกระทู้สดจากพรรคก้าวไกลและฝ่ายค้าน ของเรา ที่จริง ๆ แล้วเราก็เป็นห่วงเป็นใยปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นอย่างยิ่งนะครับ ไม่แพ้ปัญหาทางการเมืองและสิทธิเสรีภาพเช่นกันนะครับ🔗
กระทู้ของผม ผมจะพูดถึงความล้มเหลวนะครับ อยากจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาตอบก็ไม่เป็นไรครับ ก็เข้าใจว่าท่านดูแลรับผิดชอบอยู่นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเกิดจากลงพื้นที่ของผม แล้วก็สมาชิกพรรคก้าวไกล อย่าง ส.ส. กาย ส.ส. สมเกียรติ บางนาก็ไปเจอคำถาม คล้าย ๆ กันครับ ตอนนี้คนรวยก็เริ่มจะไม่รวยเท่าไรแล้ว คนจนไม่ต้องพูดถึงนะครับ คนแก่ วัยรุ่นก็ลำบากเหมือนกัน คนหาเช้ากินค่ำตอนค่ำก็ไม่ค่อยมีอะไรจะกินเท่าไรแล้ว ก็ได้ฝากมานะครับ รวมถึงถ้าท่านสังเกตได้นะครับ ไม่ต้องไปลงพื้นที่ก็สัมผัสได้ อย่างเมื่อวาน มีการชุมนุมของม็อบ (Mob) ที่ออกมาชุมนุมมาเรียกร้องเรื่องปากท้อง สุดท้ายรัฐบาล หยิบยื่นอะไรให้เขา แก๊สน้ำตาครับ ผมบอกรัฐบาลนะครับขอเถอะครับ ไม่ต้องให้ แก๊สน้ำตาเขาหรอกครับ เพราะว่าทุกวันนี้เขาก็รองไห้อยู่แล้วครับ เพราะความลำบากเขาเสีย น้ำตาอยู่ทุกวันแล้วนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
ก็อย่างที่ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร ได้พูดมานะครับว่ามาตรการต่าง ๆ และท่านรัฐมนตรีได้อธิบายไปเมื่อสักครู่ แต่ผมไม่ขอยืดยาวนะครับ แต่ก็นี่มีคร่าว ๆ ประมาณนี้ครับ แต่ละอัน คนละครึ่ง เราชนะ เรารักกันก็มีเงื่อนไขและการจ่ายแตกต่างกันไปนะครับ ปัญหาที่มีก็อย่างที่ว่ามาการไม่เข้าถึง สมาร์ตโฟน (Smartphone) อย่างผมไปลงพื้นที่มา ต้องเข้าใจก่อนนะครับท่านว่าทุกคน ในประเทศไทยมันไม่ได้มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) คือผมไม่เข้าใจเลยว่าท่านคิดนโยบาย ในการใช้อันนี้เพื่อช่วยคนลำบากแล้วจะไปสำทับเขาด้วยความลำบากที่เขาไปหาสมาร์ตโฟน (Smartphone) มันเกิดมาได้อย่างไรนะครับ คือก็เข้าใจว่าอธิบายว่าวันที่ ๑๕ จะมี การให้ลงทะเบียนต่าง ๆ นานา ผมถามเถอะครับ ลงทะเบียนออฟไลน์ (Offline) ธนาคาร บางคนนะครับ อย่างเพื่อนสมาชิกผม พี่มานพ คีรีภูวดล อยู่อมก๋อยก็บอกว่าโอ้โฮ จะไปธนาคารกรุงไทย ธนาคารใด ๆ ถามว่าให้เขาลงดอยไปเอาหรือครับ อันนี้มันก็ไม่ได้ เขาเรียกว่าส่วนได้เสียมันไม่สมดุลกัน อย่างนี้ยังมีปัญหาต่าง ๆ เรื่องการสวมสิทธิต่าง ๆ อย่างข่าวไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ออกนะครับที่ขอนแก่นมีการสวมสิทธิเอาบัตรประชาชน นี่จะไปจ่ายอย่างไร ครูครับ โอเค (OK) ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการก็อาจจะจ่ายด้วยแอปพลิเคชัน (Application) นี้ได้หรือเปล่า แต่ผมว่า มันก็คงไม่พอนะครับ น่าจะค่าเทอมแพงหน่อย เงินหมุนต่าง ๆ มันก็ใช้ไม่ได้ ผมเลยอยาก ถามในคำถามแรกนะครับว่า โครงการทุกอย่างที่ท่านทำมาผมเข้าใจอยู่ครับว่าท่านอยากได้ ข้อมูลต่าง ๆ ของประชาชน แต่ตอนนี้ต้องเข้าใจว่ามันลำบากจริง ๆ นะครับ แล้วทำไมท่าน ไม่ให้เป็นเงินสดไปละครับ ไม่ให้กดเป็นเงินสดทั้งที่ครั้งก่อนปีก่อนที่จ่าย ๕,๐๐๐ บาท ๓ เดือนก็ยังให้เป็นเงินสดได้ ทำไมทีนี้ให้ไม่ได้ครับ อันนี้เป็นคำถามแรกท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๑🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ขออนุญาตในเรื่อง ของคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของโครงการเราชนะนะครับ ด้วยเหตุผล ที่หลาย ๆ ประการที่ท่านได้อธิบายสักครู่นี้ ก็จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าเราไม่ลงพื้นที่นะครับ เราก็ลง เรามีการประเมินจากเรื่องของจุดอ่อนต่าง ๆ ในเรื่องของโครงการที่ผ่านมาก็มี การประเมินกันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ได้มีการสอบถามในเรื่องของผู้ที่ได้รับสิทธิ แล้วก็ร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการนะครับ แต่เหตุผลในเรื่องของการที่ท่านถามว่าทำไมเราไม่ให้เงินสดเลย อันนี้ก็ได้เรียนไปหลายครั้งนะครับว่า ในเรื่องของการใช้เงินสดในรอบแรกนั้นโอเค (OK) ก็เป็นการจ่ายเป็นเงินสด ก็แล้วแต่ประชาชนจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์อะไรนะครับ แต่ในครั้งนี้นั้นก็มีเหตุผลที่สำคัญ ๆ หลายเรื่อง ผมคิดว่าในเรื่องของช่วงการระบาดของโควิด (COVID) นั้นก็ยังไม่จบ ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะทำให้ลดความแออัด ของในเรื่องของการไปใช้ในเรื่องบริการของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นตู้เอทีเอ็ม (ATM) หรือเบิกจากในเรื่องของสาขาธนาคารของกรุงไทย แต่จุดประสงค์ที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการลดในการสัมผัสการใช้เงินสดตรงนี้นะครับ ก็เป็นวัตถุประสงค์หนึ่งที่เราคิดว่า ในเรื่องของการลดการสัมผัส แล้วก็ป้องกันความแออัดก็เป็นเหตุผลอันหนึ่งนะครับ🔗
อันที่ ๒ นั้นก็เป็นเรื่องของการดูในเรื่องของความจำเป็นจริง ๆ ว่าเราต้อง อยากจะใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม (Platform) ตรงนี้ ซึ่งก็โอเค (OK) ละครับก็ยังมีปัญหา ในเรื่องของว่าประชาชนนั้นก็เดือดร้อน ยากจน แล้วก็ไม่มีโทรศัพท์มือถือแล้วยังไปให้ เขาใช้มือถือ อันนี้ก็มีทางแก้ไขนะครับว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้ใช้บัตรประชาชนนะครับ ถามว่า ใช้ได้ทุกร้านไหม ก็ถ้าร้านไหนที่มีเครื่องอีดีซี (EDC) ก็สามารถที่จะใช้ได้ในทันที ถ้าร้านไหน ไม่มีในโครงการร้านที่ลงทะเบียนกับเรา อันนี้ก็เป็นระดับที่เป็นฐานรากจริง ๆ นะครับ ร้านค้าย่อยต่าง ๆ พวกนี้ ก็จะมีในเรื่องของ เขาก็มีแอปพลิเคชัน (Application) ถุงเงิน อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าก็ใช้บัตรประชาชนตรงนั้นละครับไปถ่ายรูป แล้วก็ยืนยันตัวตนก็สามารถ ที่จะใช้เงินได้🔗
ในข้อที่ ๓ นั้นก็เรียนว่าจริง ๆ แล้วเราก็อยากจะพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม (Platform) ให้มากที่สุด เพื่อที่จะให้เกิดการกระจายในเรื่องของ การใช้เทคโนโลยีให้มากที่สุด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าก็เมื่อเราอยากจะให้สังคมของเรานั้น ลดการใช้เงินสด หรือว่าการใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นกระแสแล้วก็เป็นแนวโน้ม ในอนาคตเช่นเดียวกัน เวลาเราพูดในเรื่องของดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) ในเรื่องของดิจิทัล (Digital) เทคโนโลยีต่าง ๆ พวกนี้ก็นำมาใช้ในเรื่องของภาครัฐเอง ภาครัฐ ที่มีธุรกรรมอยู่กับประชาชนโดยตรง อันนี้ก็เป็น ๑ เรื่องที่เราได้นำมาใช้นะครับ ก็ขออนุญาต เรียนว่าแม้ว่าอาจจะยังมีไม่ครบถ้วนตรงนี้ เราก็คงจะต้องดูกันต่อไปนะครับว่าเราจะมี มาตรการอะไรในการช่วยเหลือในการทำให้พี่น้องประชาชนนั้นสามารถเข้าถึงในเรื่องของ เทคโนโลยีพวกนี้ให้มากที่สุดนะครับ ซึ่งนอกจากในเรื่องการใช้ในโครงการแล้วนี้ ก็ยังใช้ ประโยชน์กับโครงการอื่น ๆ ได้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งก็ต้องการรับข้อมูลข่าวสารในเรื่องของความเคลื่อนไหว ในเรื่องของกลไกตลาด หรือว่า ในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรต่าง ๆ พวกนี้ก็เป็นข้อมูลที่ประกอบในการตัดสินใจในการทำ การเกษตรหรือทำธุรกิจต่าง ๆ นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนในเบื้องต้นครับ🔗
เชิญคุณเท่าพิภพ ในคำถามที่ ๒ ครับ เป็นตะแกรงร่อนที่ท่านบอกว่ามี ๕ หลักเกณฑ์ ก็ร่อนไปร่อนมา ร่อนไปร่อนมาสุดท้ายเหลือ ใครบ้างครับผมถามจริง ๆ🔗
เพราะว่าเรารักกันที่บอกว่า มาตรา ๓๓ ก็บอกว่าถ้าใครมีเงินเก็บเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่ได้อีก ถ้าสมมุติว่าลองคิดดูง่าย ๆ ผมเป็นคนอายุ ๕๙ ปี แล้วผมเก็บสตางค์มาทั้งชีวิต ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อใช้ แต่ผมดันมา สะดุดในห้วงปีสุดท้ายของชีวิตผมพอดี คือมันยุติธรรมหรือเปล่าที่ผมทำดีมาทั้งชีวิตแล้ว เพื่อประหยัด อดออม อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับไปอ่านพันทิปดูได้นะครับ นี่ผมไปอ่านพันทิป มา เขาบอกเงินเดือนเขา ๑๓,๒๐๐ กว่า ๆ แล้วเขาเก็บเงินมาได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เหล้าไม่กิน ผู้หญิงไม่เที่ยว บุหรี่ไม่สูบ เสื้อก็ใส่เก่า ๆ ที่บริษัทให้เป็นเสื้อกีฬา แล้วเขาเก็บ สตางค์มา ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วเขาผิดอะไรครับทำไมเขาไม่ได้ อันนี้ก็อยากถาม และผม สงสัยอย่างหนึ่งที่คนไม่ค่อยคิดนะครับ อันนี้ก็เป็นคำถามด้วยนะครับ ผมก็จะถามท่านว่า ทำไมต้องเอาฐานภาษีของปี ๒๕๖๒ มาพิจารณานะครับ ก็เข้าใจอยู่ครับว่าที่นางสาวกุลยา ตันติเตมิท โฆษกกระทรวงการคลังมาพูดก็ประมาณว่าไม่มีของปีล่าสุดใช่ไหมครับ เพราะว่า ปีล่าสุดท่านบอกว่ายังไม่ให้ยื่นใช่ไหม ดังนั้นผมถามง่าย ๆ ครับว่ายกเลิกไปได้ไหม ยกเลิกไป ถ้าไม่มีข้อมูลปีล่าสุดก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใช้ เพราะว่าทุกคนก็ลำบาก เหมือนกันหมดนะครับ และคำถามต่อมาที่จะถามเพิ่มเติมก็คือ เงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมถาม จริง ๆ ครับว่าท่านรู้ รัฐบาลรู้ใช่ไหมครับว่าประชาชนทุกคนมีเงินเก็บเท่าไร ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในบัญชีรัฐบาลมีสิทธิดูพวกเราได้ใช่ไหม แต่ประชาชนไม่มีสิทธิดูของท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านประวิตรที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบ ๒ ได้ใช่ไหมครับ ขอถามท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรีอีกทีครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ตอบประเด็นข้อคำถามที่ ๒ นะครับ ซึ่งก็มี ๒ ประเด็นด้วยกัน เรื่องของฐานภาษีนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นการตรวจสอบในเรื่องของผู้มีรายได้ที่มีรายได้น้อยนะครับ ก็ดูขีดความสามารถ ในการชำระภาษีซึ่งเขาอยู่ในระบบ อันนี้แล้วก็มีการตรวจสอบทั้ง ๒ ด้าน ทั้ง ๒ ด้าน คือในเรื่องของผู้ทื่อยู่ในระบบภาษี แล้วก็ในเรื่องของฐานเงินฝาก อันนี้ก็เป็นเกณฑ์ ในการตรวจสอบแค่รายได้ ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก แต่อย่างไรก็ตามนั้น แล้วก็จริง ๆ ลึก ๆ นั้น เราก็อยากจะให้พี่น้องได้รับทราบด้วยว่าต่อไปในอนาคตนั้น เรื่องของเกณฑ์การเสียภาษีเงิน ได้นั้นก็จะเป็นอีกเกณฑ์หนึ่งในการที่จะเข้าถึงในเรื่องของการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่อาจจะมีในอนาคตนะครับ อันนี้ก็เป็นการวางแผนไว้สำหรับล่วงหน้า ทีนี้ในเรื่องของ ประเด็นฐานข้อมูลที่ปี ๒๕๖๓ ที่เรายังไม่มีนั้น เราก็เปิดกว้างให้แล้วว่าก็สามารถที่จะยื่นแบบ เพื่อแสดงข้อมูลว่าในปี ๒๕๖๓ ท่านไม่มีรายได้ที่จะต้องพึงประเมินที่จะต้องอยู่ในข่ายที่ จะต้องเสียภาษีในเกณฑ์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนั้นก็คิดว่าเป็นเกณฑ์ที่เราคิดว่าเหมาะสม ก็สามารถที่จะยื่นแบบได้ในทันทีนะครับ อันนี้ก็มีมาตรการในเรื่องของการแก้ไข ก็ข้อแนะนำ ของท่านผมก็คิดว่าเป็นประโยชน์แล้วก็ได้มีการประมวลไว้เหมือนกันสำหรับในเรื่องของ การดำเนินโครงการในอนาคตนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ🔗
เชิญคุณเท่าพิภพ คำถาม สุดท้ายครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณสำหรับคำถาม แล้วก็คือเข้าใจว่าอยากให้ทุกคนมาเข้าระบบ ฐานภาษี ซึ่งผมไม่แน่ใจจบที่ไหน แต่คือสหรัฐอเมริกาเขาก็ทำอย่างนี้ใครเสียภาษีก็ได้รับ การเยียวยาแล้วครับ แต่ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าประเทศไทยแต่ดั้งแต่เดิมเลยอันนี้ผมก็เพิ่ง เกิดมา ๓๐ ปี ก็มันเป็นระบบที่ทุกอย่างมันอยู่นอกฐานภาษี คนไม่ค่อยจ่ายภาษีกัน ก็ถ้าจะเปลี่ยนคือมันต้องใช้เวลาอีกสักพัก ไม่ใช่ตอนที่ทุกคนลำบากที่สุด อันนี้มันเป็นเวลา ที่แย่ที่สุด🔗
แล้วอีกอย่างอันนี้ฝากท่านถามว่าท่านยังไม่ได้ตอบผมว่าเงินในบัญชี ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านรู้ได้อย่างไร แล้วกฎหมายอะไรที่มันทำให้ท่านรู้นี่คืออันนี้มันเป็นเรื่องที่ ไม่ให้เกินกับคำว่าเยียวยา เพราะมันเป็นข้อกังวลของประชาชนที่แบบว่า อย่างนี้ความเป็น ส่วนตัวข้อมูลต่าง ๆ ของเรามันถูกรัฐบาลเอาไปมากแค่ไหนแล้ว แล้วก็มิหนำซ้ำคือเข้าใจว่า ท่านเก็บข้อมูลจากแอปพลิเคชัน (Application) เป๋าตังอะไรพวกนี้ก็เป็นข้อมูลที่เป็น บิ๊กดาต้า (Big Data) ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นอื่นที่ถกเถียงแล้วสมาชิกพรรคของคนอื่นก็ทำ เรื่องนี้อยู่ คือมันก็เป็นปัญหาจริง ๆ เรื่องนี้ แล้วเราต้องยอมรับครับท่านประธานว่าเราต้อง อยู่กับปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปนี่ต้องล่าช้าออกไป เพราะว่าวัคซีนก็ยังไม่ได้ฉีดกัน ทั่วโลกเขาก็เริ่มฉีดกันไป อิสราเอลนี้ฉีดไปเกินครึ่งเกือบจะหมดแต่จะเป็นเฮิร์ด อิมมูนิตี (Herd immunity) เพื่อนบ้านเราอย่างลาว หรือเมียนมาที่รัฐประหารไปยังฉีดวัคซีน กันอยู่เลย ก็ประท้วงไปฉีดกันไป แต่ประเทศไทยยังไม่มีวี่แววเลยอย่างนี้ผมถามท่านอันนี้คือ ผมกะแล้วว่าคำถามที่ ๓ ผมต้องมาย้อนคำถามที่ท่านไม่ได้ถามผมในคำถามที่ ๒ แล้วก็จริง ๆ แล้ว ผมก็อยากเปิดโอกาสให้ท่านนั่นละว่าครั้งหน้าต่อไปท่านจะปรับปรุงการทำงาน หรือนโยบายต่าง ๆ ได้ไหม ให้การให้สวัสดิการของประชาชนเป็นแบบยูนิเวอร์ซัล (Universal) หรือว่าเป็นการทั่วไปไม่ต้องมีเงื่อนไขแยบยลอะไรมากหรอก เดี๋ยวจะมาคนละครึ่ง เราชนะ ไทยหายนะอะไรกันไปหมดนะครับ สุดท้ายมีใครชนะบ้าง หรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ สุดท้ายคืออยากให้ท่านลองพูดว่าครั้งหน้าท่านได้เรียนรู้จาการทำ มาตรการเยียวยา ๒ ครั้งนี้อย่างไรบ้าง แล้วถ้าจะปรับปรุงอย่างไรบ้างก็เปิดโอกาสให้ท่านได้ โชว์วิสัยทัศน์เอาความเห็นส่วนตัวท่านก็ได้ ไม่ต้องแบบที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ขออนุญาตเรียนว่าเรื่อง ๒ ประเด็นเดิม ที่ท่านได้ถามไว้ คือเรื่องฐานภาษีอันหนึ่ง แล้วก็เรื่องของเงินฝากอันหนึ่ง จริง ๆ แล้วเงินฝาก นั้นก็มีข้อตกลงกันว่าในการตรวจสอบในเรื่องของเงินฝากนั้น ก็มีข้อตกลงกันนะครับว่าในการตรวจสอบในเรื่องของเงินฝากนั้นก็เป็นข้อตกลงของการขอ ความร่วมมือในเรื่องของธนาคารต่าง ๆ ในการตรวจเช็ก (Check) ข้อมูลแค่นั้นเอง ซึ่งตั้งแต่ ที่เราลงทะเบียนมาผมอาจจะพูดไม่ได้ครบถ้วนนะครับ เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าก็อาจจะมีข้อที่ตกหล่นไปอยู่ในกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งอันนี้ผมก็ได้เรียนแล้วนะครับว่า เราก็มีมาตรการที่ประชาชนนั้นก็สามารถที่จะร้องขอทบทวนว่าทำไมฉันตกตรงนี้ เราจะได้ มีการตรวจสอบข้อมูลให้อย่างชัดเจนนะครับ แต่ถ้าถามว่าในอนาคตนั้นจะมีการปรับปรุง อย่างไร จริง ๆ แล้วก็มีการประเมินกันมาตลอดในเรื่องของการทำโครงการ อย่างไรก็ตามนั้น ก็ยังมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ตรงนี้ก็มีความพึงพอใจในสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ให้ การช่วยเหลือนะครับ ถามว่าในอนาคตนั้นจะทำอย่างไร ผมคิดว่าเรื่องฐานข้อมูลนี่เป็นเรื่องที่ สำคัญมากสำหรับประเทศนะครับ เราคงไปทำเหมือนประเทศอื่น ๆ ก็คงไม่ได้ แต่เราคงต้อง เลือกระบบที่ดีที่สุด แต่ระบบรีจิสเทรชัน (Registration) นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มันสามารถที่จะ ทำให้เราทราบในเรื่องของประชาชนของเราที่อยู่ในประเทศตรงนี้มีฐานข้อมูล มีข้อมูล อย่างไรบ้าง ซึ่งผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าฐานข้อมูลที่สำคัญ แน่นอนที่สุดก็เรื่อง บัตรประชาชนนี่เป็นพื้นฐานเลยนะครับ แต่ในบางประเทศที่การหยิบยื่นความช่วยเหลือ สามารถทำได้เร็วนั้น ก็เพราะมีระบบของ ถ้าอย่างของสหรัฐอเมริกาก็จะมีโซเชียล ซีคิวริตี (Social security) แล้วก็ยังมีในเรื่องของแทกซ์ไอดี (Tax ID) อีก เพราะฉะนั้นการบูรณาการ ฐานข้อมูล ๒ อันนี้ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว อันนี้ถ้าถามว่าในอนาคตนั้นเราคิดอย่างไร ผมคิดว่าเรื่องฐานข้อมูลนั้นสำคัญ แล้วก็สามารถที่จะทำให้ในเรื่องของการช่วยเหลือหรือว่า สิทธิประโยชน์อื่นใดก็ตามนั้น สามารถที่จะถ่ายโอนเข้าไปที่พี่น้องประชาชนได้โดยตรง โดยไม่ผ่านนายหน้า ผ่านเจ้ามืออะไรทั้งสิ้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ามันก็เป็น ประโยชน์นะครับ แต่ว่าในช่วงนี้เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการลดความแออัด เราก็พยายาม ที่จะใช้เทคโนโลยีก่อนเท่าที่ทำได้ ขออนุญาตเรียนว่าก็ยังไม่มีอะไรที่เรียกว่าเพอร์เฟกต์ (Perfect) แล้วก็คงต้องพัฒนาไป ที่ท่านให้ความเห็นไว้ผมก็คิดว่าเป็นประโยชน์ ก็จะรับไป ปรับปรุงนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอนิดหนึ่งครับ อย่างไรก็ขอบคุณท่านประธานที่ให้ได้ถามกระทู้ถามสดนี้ แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้มา เพราะเชื่อครับที่ท่านตอบมา ล่าสุดก็เชื่อว่าท่านเป็นคนมี ความสามารถ มีความรู้ แล้วก็รู้ว่าอะไรมันดี ก็อยากให้ท่านผลักดันแล้วก็โน้มน้าว ท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยนะครับ แล้วก็หวังว่าในตรุษจีนนี้เห็นท่านไอบ่อย แล้วก็อึกอัก ๆ ไอบ่อย แต่ก็อยากให้ท่านรักษาสุขภาพนะครับ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องตอบ คำถามที่ ๔ ครับ ขอขอบคุณคุณเท่าพิภพนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีครับ ทั้ง ๒ ฝ่าย ได้รักษาเวลาที่ดีครับ🔗
๑.๑.๔ กระทู้ถามที่ ๑๒๐ ส. เรื่อง ปัญหาภัยแล้ง (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๔ ของคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ถามปัญหา เรื่องภัยแล้ง ถาม ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ ท่านได้ทำหนังสือแจ้งมาว่ามีภารกิจ สำคัญจำเป็นเร่งด่วน จึงไม่สามารถตอบกระทู้ถามดังกล่าวนี้ได้ ท่านอุบลศักดิ์ขออนุญาตผม ขออนุญาตฝากคำถามไปถึงแม้ไม่ได้ตอบก็ตามนะครับ ผมอนุญาตครับ เชิญครับ ขอเวลา ไม่มากนักนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านประธานสภา ได้กรุณาให้ผม ได้อารัมภบทเล็กน้อย เนื่องจากว่ากระทู้ถามสดดังกล่าวนั้นมันมีความจำเป็นจริง ๆ นะครับ ครั้งที่ ๑ รัฐมนตรีไม่ยอมมาตอบ ขณะที่เดินอยู่หลังห้องประชุม ครั้งที่ ๒ ก็ไม่ยอมมาตอบอีก และบอกโจทย์ไปล่วงหน้า ครั้งที่ ๓ วันนี้ก็ทราบอยู่แล้วว่าจะมีตั้งกระทู้ถามสด เพราะความเดือดร้อน ความจำเป็นของพี่น้องจริง ๆ เรื่องภัยแล้ง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพียงสั้น ๆ เล็กน้อยว่าวันนี้นั้นเขื่อนที่เก็บน้ำใหญ่ ๆ ในโซน (Zone) ภาคกลางนั้น มีอยู่ประมาณ ๔ เขื่อนใหญ่ ๆ คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันนั้นการแก้ปัญหาน้ำประปาเค็มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องใช้น้ำจากเจ้าพระยา-ป่าสัก ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ไปถึงนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร ท่านทราบอยู่แล้วว่ามี รัฐมนตรี ๓-๔ คน แต่ไม่สามารถมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาตอบ เดี๋ยวผมพูดสั้น ๆ แล้วผมตอบ แทนรัฐมนตรีเองก็ได้ครับ🔗
คุณอุบลศักดิ์ครับ อนุญาตให้บ่นนะครับ ด้วยความเห็นใจ แต่ว่าไม่ใช่ไปยืดยาดยาวเกินเหตุครับ🔗
ขออนุญาตนิดครับว่าคือจริง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ วันนี้น้ำเค็มต้องใช้น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาประมาณ ๒๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเพื่อมาหนุน ทำให้คนลพบุรีและภาคกลางต้องเอาน้ำมาหนุนโดยที่ เขาทำเกษตร วันนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์คนลพบุรีเสียพื้นที่สร้างเขื่อนอ่างเก็บน้ำ แต่ไม่ได้เคย ได้ใช้น้ำเลย แต่วันนี้ต้องเอาน้ำมาหนุนน้ำเค็ม เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ได้บริโภคน้ำเค็ม ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้คนกรุงเทพฯ ผมว่าไตจะวายตายหมดแล้วเพราะบริโภคน้ำเค็ม แก้ไม่ได้ จริง ๆ แล้ววันนี้ที่ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีเพราะเป็นคนรับผิดชอบ รัฐมนตรีว่าการเป็นคนรับผิดชอบโดยตรงชลประทาน ซึ่งถ้าหากว่าท่านไม่มาตอบ ก็ไม่มีคนอื่นตอบได้ ดังนั้นก็คงเป็นประวัติศาสตร์ครั้งที่ ๓ ที่รัฐมนตรีไม่ยอมมาตอบ ในขณะเดียวกันนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าน้ำตอนบนหน้าเขื่อนซึ่งเขา ไม่ยอมปล่อยให้พี่น้องเกษตรกรทำไร่ทำนา และพี่น้องเกษตรกรจะไปทำอะไร ผมขอฝาก ผ่านท่านประธานเสนอแนะไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประปา ว่าวันนี้ท่านเอาน้ำผู้ที่ทำเกษตรเอามาให้ประปานครหลวงเพื่อจะได้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเชิงธุรกิจ เป็นรัฐวิสาหกิจเขามีกำไรร่ำรวย ถามกำไรส่วนหนึ่งนั้น ถ้าไม่ให้พี่น้องเกษตรกรทำนา เอากำไรไปจ่ายให้พี่น้องเกษตรกรที่ไปทำนาได้หรือไม่ เพื่อความเป็นธรรมเพราะฉะนั้นตรงนี้ผมไม่มีคำตอบจากรัฐบาลว่าจะเอารายได้จากไหน วันนี้ เป็นที่ทราบว่าพี่น้องเกษตรกรเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ ตกอยู่ในสภาพ ล้มละลายกำลังถูกฟ้องครับ🔗
เอาละครับ อนุญาต พอสมควรแล้ว🔗
ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธาน นิดเดียวครับว่าวันนี้ไม่มีคำตอบกับประชาชน ประชาชนอยากจะฟังคำตอบจากรัฐบาล ก็ตอบไม่ได้ ผมขออนุญาตสั้น ๆ ท่านประธานนิดเดียวว่าผมตอบแทนรัฐมนตรีได้ไหมครับว่า ขอให้รัฐมนตรีลาออกจากรัฐมนตรีไปเถอะ🔗
ไม่ต้องครับ🔗
ถ้าเป็นไม่ได้ ให้ผมไปเป็นแทนก็ได้ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
วาระต่อไปเป็นกระทู้ถาม ทั่วไปนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๓ เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการแต่งตั้ง คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ซึ่งเลื่อนมาจากครั้งที่แล้ว)🔗
กระทู้ถามนี้ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ไม่จำกัดเวลา แต่กรุณารักษาเวลาเชิญเลยครับคุณสมเกียรติ🔗
ท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ทั่วไปของผม ในวันนี้ ผมตั้งกระทู้สอบถามถึงความล่าช้าในการขับเคลื่อนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ และขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มาตอบกระทู้ถาม ผมในวันนี้ ซึ่งเลื่อนไปเพียงแค่สัปดาห์เดียว แต่นั่นก็ทำให้ผมมีข้อมูลประกอบกระทู้ถามนี้ เพิ่มเข้ามาอีก ๑ เรื่องที่น่าสนใจครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีสไลด์ (Slide) สำหรับ ประกอบกระทู้ถามทั่วไปอยู่ ๖ สไลด์ (Slide) ครับ แบ่งเป็นช่วงคำถามแรก ๓ สไลด์ (Slide) และคำถามที่ ๒ ๓ สไลด์ (Slide) ครับ🔗
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามี การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วครับ ยิ่งในช่วง ๕ ปี หลังสุดก็มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในปัจจุบันโลกเราและประเทศไทยอยู่ในยุคของ ทรัสต์ อีโคโนมี (Trust Economy) เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจครับ ทั้งภาค ประชาชนและภาคธุรกิจ หรือระหว่างภาคธุรกิจด้วยกันเอง หรือระหว่างภาคธุรกิจ ภายในประเทศและธุรกิจระหว่างประเทศก็ต้องใช้ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจในการทำ ธุรกิจระหว่างกันครับ กลุ่มในประเทศยุโรปได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นภูมิภาคแรก ๆ ครับ ในปี ๒๐๑๘ หรือ ๒๕๖๑ สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลหรือจีดีพีอาร์ (GDPR) เจเนรัล ดาต้า โพรเทกชัน เรกกูเลชัน (General Data Protection Regulation) หรือกฎหมายของเขานะครับ ก็เพื่อคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของประชาชนของเขา เขามีความใส่ใจในเรื่องนี้ครับ นอกจากนั้นกฎหมายนี้ยัง คุ้มครองไปยังประชาชนชาวยุโรปที่ไม่ได้อยู่ในประเทศเขาครับ ไม่ว่าเขาจะไปใช้บริการ ไปทำงาน ไปท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย กฎหมายนี้ก็ตามไปคุ้มครอง ด้วย ด้วยเหตุผลนี้เองในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ สำหรับในประเทศไทยเราเองถือเป็นการดีครับ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ก็ได้มีกฎหมาย ออกมา ๒ ฉบับ คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เช่นกันครับ ๒ กฎหมาย ๒ พ.ร.บ. นี้ออกมา ก็ช่วยตอบโจทย์ทรัสต์ อีโคโนมี (Trust Economy) ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะทั้ง ๒ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและคุ้มครองให้คริทิคัล อินฟราสทรักเจอร์ (Critical Infrastructure) ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ให้ระบบล่ม เพื่อเป็นผลเสียกับภาคธุรกิจ ประชาชน ทุกอย่างเหมือนว่าจะดำเนินการไปด้วยดีครับ เพราะว่ากฎหมายของเราก็ออกมา อยู่แล้ว และนั่นก็ถือว่าเป็นผลงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมด้วยครับ ขอขึ้นสไลด์ครับ จนมาถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ปีที่แล้วมีมติแต่งตั้งจาก ครม. นะครับ ย้ำว่าเป็นการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน๑๐ ท่าน เป็นประธาน ๑ ท่าน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙ ท่าน ตอนนี้ก็ยังถือว่าเราอยู่ในช่วงผลักดันและไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ดีไม่น้อยหน้า ต่างประเทศครับ แต่หลังจากนั้นก็ควรจะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของคณะกรรมการที่แต่งตั้งนี้ครับ จากตอนนั้นถึงตอนนี้เป็นเวลา ๙ เดือนก็ยังไม่มีการประกาศแต่งตั้งขึ้น หลังจากที่ผมได้ยื่นกระทู้ถามไปผมก็ได้ศึกษาข้อมูล เพิ่มเติมก็ทราบมาว่ามีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งก็ได้มีกระทู้ถามเกี่ยวกับทั้ง ๒ พ.ร.บ. นี้ เช่นกัน ผมก็เข้าไปทำการบ้านมาครับ มีคำถามเกี่ยวกับว่าจะสรรหาประธานกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้เมื่อไร จะจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้เมื่อไร จะสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อไร จะออกกฎหมายลูกที่สำคัญเร่งด่วนหรือกฎหมายลูกที่สำคัญได้เมื่อไร ทุกคำถามล้วน แต่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ที่ยังไม่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา นั่นหมายความว่าการแต่งตั้งตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เป็นอย่างมากในการขับเคลื่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
ตามมาตราสุดท้ายใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มาตรา ๙๖ ระบุไว้ว่าการดำเนินการออกระเบียบและประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ให้ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ผมทราบว่า ผมเข้าใจว่าท่านเองก็ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ว่าผมและประชาชนที่สนใจ ความคืบหน้าเรื่องนี้ก็อยากทราบครับ จึงนำมาซึ่งคำถามในชุดแรกครับ🔗
ผมก็ขอสอบถามว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วจะสามารถประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไร และท่านได้ ดำเนินการผลักดันเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ผมทราบว่าท่านเองก็ได้มีการปรึกษาต่อสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ผมอยากทราบว่าข้อสรุปเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนี้🔗
ถามหรือยังครับ🔗
อยู่ในกลุ่มคำถามครับ🔗
ครับ🔗
ตรงนี้ถ้าจะไม่มีการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเร็ว ๆ นี้จะให้ถือว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งไปนั้นจะสามารถทำงานได้ ไปพลางก่อนหรือไม่ ในชุดคำถามแรกนี้ผมต้องการที่จะถามเพื่อที่จะทราบว่าท่านเอง ได้มีการผลักดันในส่วนนี้ไปแล้วหรือไม่ หรือติดจากผู้บังคับบัญชาที่เหนือจากท่านอีกทีหนึ่ง ที่ไม่อนุมัติให้ลงในราชกิจจานุเบกษา ผมขอถามคำถามเพื่อให้ประชาชนเข้าใจครับ🔗
ครับ คำถามที่ ๑ นะครับ เชิญรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็ ต้องกราบขอบพระคุณนะครับท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในเรื่องของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี่ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ตรงตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณานำเรียนสภาไปนะครับ ปัจจุบันการใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลหรือว่าการใช้ข้อมูลทางดิจิทัล (Digital) หรือการลงทะเบียนต่าง ๆ นี่ แม้กระทั่งในหลาย ๆ เรื่องการซื้อขายออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเก็บ แล้วก็ดูแลในเรื่องข้อมูลของพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้บริโภค นั่นเป็นเรื่องจริงที่มีความสำคัญ แล้วประเทศไทย รัฐบาลไทย ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ตามที่ท่านสมาชิก ได้บอกมาว่าประเทศไทยเราได้มีการบัญญัติ แล้วก็ออกเป็น พ.ร.บ. เรื่องเกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็มีผลบังคับใช้เริ่มตั้งแต่วันที่ประกาศ พ.ร.บ. หรือว่ากฎหมายนั้นออกมาบังคับใช้ ผมกราบเรียนเพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้นนะครับ ว่าในปีที่แล้วที่เมื่อสักครู่ได้มีการนำเรียนขึ้นมา โดยเฉพาะประมาณเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ เรามีความจำเป็นในเบื้องต้นที่จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี แล้วก็ออกเป็น พ.ร.ฎ. เกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคล ก็คือการบังคับใช้กฎหมายที่ได้พูดกันอยู่นี้ให้มีการเลื่อนการบังคับใช้ บางหมวดบางมาตราออกไปก่อน อันนี้คือเรื่องที่ ๑ ที่ผมคิดว่าจะเป็นสาระสำคัญตรงนี้ การที่เลื่อนออกไปโดยการออก พ.ร.ฎ. ในการเลื่อนใช้กฎหมายฉบับนี้มีสาเหตุมาจาก สถานการณ์โควิด (COVID) ที่เกิดขึ้น เพราะเนื่องจากว่าการที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ออกมาใช้นี่ การบังคับใช้หรือว่าในกฎหมายฉบับนี้มีหมวด แล้วก็มี มาตราหลายมาตราที่มีการระบุในเรื่องของการลงโทษ การเข้าไปตรวจ การปฏิบัติ และการเตรียมตัวของภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งของรัฐบาล หมายถึงหน่วยงานของรัฐบาล🔗
ฉะนั้นจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่เกิดขึ้นเราก็ได้รับเรื่องร้องเรียน และขอความเห็นใจจากโดยเฉพาะนะครับ ภาคเอกชนเป็นจำนวนมากว่าถ้ามีการบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้ในทุกมาตรานี่ โดยเฉพาะในเรื่องของบทลงโทษ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน การเตรียมตัวทั้งอุปกรณ์ บุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้มาดูแลในเรื่องของข้อมูลในทุกภาคส่วนนี่ เขาอาจจะทำได้ไม่ครบถ้วน เพราะด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยงบประมาณ ด้วยอะไร ของเขาที่เขาต้องต่อสู้กับสถานการณ์โควิด (COVID) ในปีที่แล้ว ฉะนั้นเมื่อรับฟังความคิดเห็น จากทุกภาคส่วนนี่ทางรัฐบาลก็เลยได้ออก พ.ร.ฎ. เพื่อเลื่อนผลบังคับใช้ หรือการบังคับใช้ กฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปบางหมวดบางมาตรา ผมกราบเรียนว่าเพื่อให้เป็นความสบายใจของท่านสมาชิกและทุกท่านนะครับ เหตุผลที่เรา เลื่อนออกไปบางมาตรา เราจะเลื่อนโดยเฉพาะนะครับ พวกบทลงโทษต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของ การเข้าไปตรวจค้น เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปแล้วก็ไปตรวจสอบเขาว่าเขาทำหรือยัง ทำเสร็จเมื่อไร ซึ่งถ้าไปทำอย่างนั้นทันทีในปีที่แล้วนี่ด้วยโควิด (COVID) และด้วย การเตรียมตัวของเขานี่แน่นอนเขาก็จะต้องเกิดปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย แต่สิ่งที่เราไม่ได้เลื่อนไปก็คือเราไม่ได้เลื่อนเรื่องการตั้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้กังวล เราไม่ได้เลื่อนขั้นตอนในการสรรหา กระบวนการ ในการสรรหาประธานคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ไม่ได้เลื่อน หรือแม้กระทั่ง กระทรวงเมื่อออก พ.ร.ฎ. ออกไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ปีที่แล้ว หลังจากที่ พ.ร.ฎ. ออก กระทรวงก็ได้ออกมาเป็นระเบียบของกระทรวงเอง เพื่อให้มีผลบังคับในหลายเรื่อง อย่างเช่นในเรื่องของการปกป้องคุ้มครองข้อมูลของประชาชน การดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้มี การตอบรับและป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เพราะฉะนั้น จะกราบเรียนว่าในส่วนของความปลอดภัยก็ดี สิ่งที่พี่น้องประชาชนกังวล ความปลอดภัย ในเรื่องข้อมูลของประชาชนได้รับการดูแลจากระเบียบที่กระทรวงออกไป พ.ร.ฎ. ที่เลื่อน ออกไปเฉพาะผลบังคับใช้ในทางกฎหมายบางตัวเท่านั้น โดยเฉพาะในเรื่องของการบังคับใช้ แล้วก็ระบุโทษต่าง ๆ ที่อาจจะกระทบกับผู้ที่จะต้องดำเนินการก็คือพี่น้องประชาชนทุกคน ถ้าเข้าไปตรวจตามบริษัทต่าง ๆ แล้วเขายังไม่ครบ และยังทำไม่ได้ดี เขาก็อาจจะยังไม่ได้รับ บทลงโทษในครั้งนั้น นั่นคือสาระสำคัญแล้วก็เบื้องต้น🔗
ทีนี้กลับมาถึงคำถามที่ท่านสมาชิกได้กังวลแล้วก็สอบถาม ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าขั้นตอนเบื้องต้นในเรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะทำความเข้าใจกับทุกท่านก่อน นะครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ขออนุญาตท่านประธานสภาเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจกระจ่างในการ ทำงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เราเป็นเหมือนผู้ที่รับตาม พ.ร.บ. ในเรื่อง ของการเตรียมตัวเพื่อจะก่อตั้งแล้วก็คัดสรรคณะกรรมการ โดยที่เราไม่ได้มีอำนาจเข้าไป เกี่ยวข้องในการคัดสรรหรือสรรหาแม้แต่น้อยนะครับ ในสไลด์ (Slide) ที่ได้นำมาโชว์ให้กับ ท่านประธานสภา แล้วก็ท่านสมาชิกนะครับ จะเห็นว่าทางซ้ายที่มีอยู่ ๔ เรื่องนี่เป็นเรื่อง สำคัญมาก คณะกรรมการสรรหาที่จะต้องสรรหาบุคลากรที่มีความสำคัญในการกำกับดูแล จากนี้ต่อไป กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีหน้าที่แค่เป็นเหมือนพี่เลี้ยง เพื่อจะทำ ให้เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ บนสไลด์ (Slide) ที่นำมา กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิก จะเห็นว่ากรรมการมีทั้งหมด ๘ ท่านครับ ท่านที่ ๑ มาจากทางรัฐบาล หรือท่านนายกรัฐมนตรีเสนอหรือส่งมา ๒ ท่าน ท่านประธาน รัฐสภาเสนอมา ๒ ท่าน ท่านตัวแทนจากผู้ตรวจการแผ่นดินอีก ๒ ท่าน อีก ๒ ท่านมาจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นใน ๘ ท่านนี้จะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง ๔ ด้าน เป็นการเสนอมา เพราะฉะนั้นท่านอิสระแล้วก็จะเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกมาแล้ว จากทั้ง ๔ หน่วยงาน เพื่อมาเป็นกรรมการทั้ง ๘ ท่าน และผมกราบเรียนว่าหลังจากที่เรา ได้ดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ ถึงแม้ว่าเราจะออก พ.ร.ฎ. เลื่อนกฎหมายไป ตามที่ผม กราบเรียน เรื่องนี้ก็ไม่ได้หยุดอยู่เฉยนะครับ ทั้ง ๔ ท่าน ทั้ง ๔ ด้านก็ได้เสนอบุคลากร ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๘ คน เข้ามาทั้ง ๘ ท่าน แล้วก็มีการประชุมตั้งเกณฑ์ ตั้งกฎกติกาในการที่จะ ฟังวิสัยทัศน์ เปิดรับสมัคร แล้วก็ตั้งเกณฑ์ในการคัดสรรทั้งประธานแล้วก็ผู้ที่จะเข้ามา ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งหมด ๑๐ ท่านตามที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณากราบเรียนเมื่อสักครู่ กระบวนการทั้งหมดก็ได้เดินหน้าต่อไปตาม พ.ร.บ. และกฎหมายทั้งสิ้น ผมขออนุญาต ได้ขึ้นสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ซึ่งเป็นสาระสำคัญเพื่อจะตอบคำถามของท่านสมาชิก แล้วก็สร้าง ความกระจ่างให้กับทุกท่าน ผมเลยได้ไปแบ่งตารางเวลามาให้กับท่านสมาชิกได้เห็นนะครับ ว่าตั้งแต่วันที่ ๔-๒๔ มีนาคม ในปีที่แล้ว คณะกรรมการทั้ง ๘ ท่านก็ได้ดำเนินการตามที่ผม ได้กราบเรียน ทุกท่านก็ไปออกเกณฑ์ ไปเปิดรับสมัครบุคลากรต่าง ๆ จนถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ก็ทำตามกระบวนการไปเรื่อย ๆ จนได้มีการสอบถาม มีการเปิดสัมภาษณ์ จนคัดสรรผู้ที่คาดการณ์ว่าคณะกรรมการสรรหามีความพร้อมก็เสนอชื่อมา ๑๐ ท่าน ซึ่งเมื่อเสนอชื่อมาที่กระทรวง ๑๐ ท่าน ทางกระทรวงเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ก็ได้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด โดยที่ไม่ได้มีการปรับแก้เพราะไม่ได้เป็นอำนาจของพวกเราเลย นะครับ ถ้าพูดง่าย ๆ เราก็เป็นเหมือนคนกลาง เป็นเมสเซนเจอร์ (Messenger) เป็นคนส่ง เมื่อได้รับมา กรรมการสรรหาได้เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ. ทุกอย่าง มีเกณฑ์ มีทุกอย่างเรียบร้อย ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาทั้ง ๘ ท่าน เมื่อส่งมาวันที่ ๑๕ พฤษภาคม เราก็ส่งต่อ ให้กับทางคณะรัฐมนตรีเพื่อได้รับทราบว่ามีกระบวนการแบบนี้ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ทุกประการ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ก็ได้มีการนำเข้าไปในคณะรัฐมนตรีในครั้งที่ ๑ หลังจากที่ มีการนำเข้าไปในส่วนของคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ ท่านอยากจะสอบถามและกังวลก็คือว่าเมื่อเข้าไปแล้ว เมื่อกลับออกมาก็ควรจะมี กระบวนการตรวจสอบแล้วก็เข้าไปสู่การประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา ก็คือให้ทั้ง ๑๐ ท่าน สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ แต่ผมกราบเรียนครับ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปซึ่งจะเป็นหัวใจ อีกอันหนึ่งก็คือท่านจะเห็นว่าในตารางแรกเป็นสิ่งที่เราได้นำเข้า ครม. ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผมได้กราบเรียนไป ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้แจ้งมาในช่วงหลังจาก วันที่เรา ก็คือหลังจากวันที่ ๒๐ พฤษภาคม บอกว่าได้มีการทำหนังสือร้องเรียนเข้ามาจาก หลายภาคส่วน ยกตัวอย่างเช่นในกรอบสีส้มก็จะมีผู้ที่ทำหนังสือร้องเรียนมาถึง ท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่าอยากทราบเรื่องกระบวนการสรรหาว่าเป็นอย่างไร แล้วก็ มีคนคัดค้านหรือถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็อาจจะมีคนที่ร้องเรียนเข้ามาว่ารู้สึกไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ก็มีการตรวจสอบหลังจากวันที่ ๒๐ พฤษภาคมเป็นต้นมา วันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ก็มีทางสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย สภาธนาคารไทย ก็ยื่นหนังสือ เข้ามาอีกเช่นกัน ก็ขอทบทวนเนื่องจากว่าทั้ง ๑๐ ท่านนี่ ก็ให้เหตุผลว่าให้ทั้ง ๑๐ ท่าน ที่ได้คัดสรรมาและได้รับทราบจาก ครม. มาว่ามีการนำเข้า ครม. แล้ว ไม่ได้มีภาคส่วนไหน ที่เป็นตัวแทนของภาคเอกชนเลย ก็เกรงว่าจะทำงานได้ลำบาก ก็อยากทราบเหตุผลว่า ทำไมถึงเป็นตัวแทนไม่ได้ครบถ้วนตามที่เอกชนเขากังวลว่าจะมีความโปร่งใสหรือว่าจะเข้าใจ ปัญหาของเขาหรือไม่ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้อย่างที่เมื่อสักครู่ได้เรียนว่ามีผลกระทบ กับผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เขาก็เกรงว่าจะกระทบแล้วก็ไม่เข้าใจ เขาถ้าไม่มีตัวแทนของเขาอยู่ ๑ ใน ๑๐ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าพอถึงขั้นตอนที่ ๓ ตามสไลด์ (Slide) ข้างบน ก็เป็นเรื่องของกระบวนการที่เขาร้องเรียนเข้ามา เพราะฉะนั้น หลังจากที่ผ่าน ครม. มามีการร้องเรียนเข้ามา ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ได้ทำหนังสือกลับมาที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในขั้นตอนที่ ๔ ว่าเมื่อมีคน ร้องเรียนเข้ามาก็ได้แนบหนังสือที่ร้องเรียนทั้งหมดส่งมาให้ทางกระทรวงในฐานะ ที่เป็นคนกลาง เราก็รับมาว่าเนื่องจากบอกว่าให้มีการทบทวนแล้วก็ลองดูว่าเหตุผลอย่างไร ควรชี้แจง เพื่อความโปร่งใสแล้วก็จะได้ตอบกับผู้ที่ร้องเรียนได้ครบถ้วนตามกระบวนการ เพราะว่าเป็นสิทธินะครับ การที่มีกระบวนการสรรหาและมีการเสนอขึ้นมา เมื่อมีผู้ใด ที่เห็นคัดค้านหรือว่าทำจดหมายอย่างเป็นทางการเข้ามา สิ่งหนึ่งที่ต้องทำก็คือเขาต้อง กลับไปสู่ขั้นตอนของกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฉะนั้นจะเห็นว่าในตัวเลข หมายเลข ๔ ถึงเดือนกันยายนก็มีการกระบวนการรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่ร้องเรียนมา มากมายส่งให้กับกระทรวง กระทรวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของ ทางกระทรวง กระทรวงก็รวบรวมทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการสรรหาทั้ง ๘ ท่าน เพราะว่า ท่านเป็นคนที่ทราบดีที่สุดว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรและเกิดเหตุปัญหาอย่างไรขึ้นมาบ้าง ก็ต้องตอบให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ทางเราก็จะได้นำเสนอกลับไปให้กับทางสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีซึ่งก็ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องนี้เข้ามา ฉะนั้นจะเห็นว่าในหมายเลขที่ ๕ หมายเลขที่ ๖ ก็จะเป็นกระบวนการขั้นตอน เมื่อมาถึงหมายเลขที่ ๖ พอเราส่งไปแล้ว ก็มีการตอบมาในเบื้องต้นว่าคณะกรรมการสรรหาได้หมดหน้าที่แล้วก็หมดความจำเป็น ที่จะต้องมีคณะกรรมการสรรหาชุดนั้นแล้ว นั่นคือครั้งแรกที่เขาได้ตอบกลับมา ฉะนั้น เมื่อตอบกลับมาว่าหมดหน้าที่สิ่งที่เราทำได้ก็คือเป็นขั้นตอนที่ ๖ ที่ ๗ ก็คือทางกระทรวง แล้วก็หน่วยงานก็ต้องส่งไปให้กับกฤษฎีกาได้ตีความก่อนว่า ยังไม่ทันได้ตอบเลย คณะกรรมการสรรหายังไม่ได้ตอบเลยว่าที่ร้องเรียนมานั้นต้องตอบเป็นข้อ ๆ ว่าแต่ละคน ที่เขาร้องเรียนมาเรื่องไม่โปร่งใส เรื่องเกณฑ์การคัดสรร เรื่องต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ตอบมา เบื้องต้นว่าหมดอำนาจหน้าที่คือหมดไปแล้ว คือยุบไปแล้ว เมื่อสรรหาเสร็จก็จบกันไปแล้ว มันก็คาอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นการที่มันเป็นแบบนี้เราเดินต่อไม่ได้ครับ เพราะว่าเรา ก็ไม่มีคำตอบจากคณะกรรมการสรรหาผู้ที่รับทราบและเป็นคนดำเนินการ เราก็เลยได้นำ เรื่องนี้ส่งให้กับกฤษฎีกาตีความ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. ก็กรุณานำเรียนมาก็ทราบว่า ทางกระทรวงก็ต้องไปส่งให้กฤษฎีกาตีความ ถามว่าส่งให้กฤษฎีกาตีความเรื่องอะไร ก็ให้ตีความว่าคณะกรรมการสรรหาจนถึงปัจจุบันยังถือว่ายังมีอำนาจ แล้วก็ยังมีตัวตัน และมีความจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบหรือตอบคำถามเรื่องนี้ ยังมีความจำเป็นหรือว่า มีสถานภาพอยู่จริงหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ทางกฤษฎีกาได้ตอบมาเมื่อเดือนธันวาคม ปลายปีที่แล้วนี่ล่ะครับจนถึงมกราคมว่า คณะกรรมการสรรหายังมีสถานภาพ และมีความจำเป็นที่ยังอยู่จริง เมื่อได้รับตอบทราบกลับมาตอนนั้นในธันวาคมหรือมกราคม คือต้นปีนี้ เราก็ส่งรวบรวม กลับไปให้กับคณะกรรมการสรรหาได้เห็นอีกว่า ด้วยคำถามที่ถามมา ข้อร้องเรียนที่ถามมา รวมถึงกฤษฎีกาที่แนะนำมาว่าท่านยังมีสถานภาพความเป็นคณะกรรมการสรรหาอยู่ท่านก็ รับทราบไป แล้ววันนี้ก็เนื่องจากว่าท่านได้ข้อมูลมา ผมก็ได้ข้อมูลมาเพิ่มเช่นกันนะครับ วันนี้คณะกรรมการสรรหาเมื่อรับทราบเขาก็ประชุมกันว่าจะตอบคำถามข้อร้องเรียนต่าง ๆ พวกนี้อย่างไร เมื่อเขาตอบกลับมา ส่งกลับมากระทรวง กระทรวงก็จะส่งกลับไปให้กับ สำนักเลขาธิการ ครม. แล้วเมื่อถ้าทุกอย่างตอบครบถ้วนเสร็จก็ประกาศออกมาใน ราชกิจจานุเบกษาเพื่อได้ดำเนินการต่อไป หรือถ้าตอบมาว่ามีความเคลือบแคลง หรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ต้องชี้แจงมาว่าจะแก้ไขอย่างไร นั่นก็คือกระบวนการตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพราะฉะนั้นกระบวนการทั้งหมด นี้โปร่งใส แล้วก็ทำเป็นขั้นเป็นตอนตามกฎหมายทั้งหมด แล้วสุดท้ายระหว่างนี้ที่ดำเนินการ ทั้งหมดท่านอาจจะถามว่าแล้วประชาชนจะปลอดภัยได้อย่างไร ผมก็กราบเรียนว่าสิ่งที่เรา ยกเว้นใน พ.ร.ฎ. ไม่ได้ยกเว้นการคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าใครทำผิดกระทรวง ก็ออกระเบียบมาแล้ว กระทรวงก็สามารถที่จะดำเนินการแล้วก็ตรวจสอบติดตามเอาคนผิด ที่ปล่อยข้อมูลประชาชนออกไปมาลงโทษได้เช่นกัน จะยกเว้นเฉพาะบางมาตราก็คืออำนาจ ของรัฐในบางหน่วย ใน พ.ร.บ. ที่จะไปเอาผิดบทลงโทษ การปรับ การจับ หรือตัวเลข ในการที่จะไปทั้งจำทั้งปรับ ก็คือบทลงโทษนั้นเอาพักไว้ก่อน ๑ ปี ซึ่งจะมีผลถึงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ ก็คืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็จะกลับมาใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้แบบครบวงจร แล้วก็เต็มรูปแบบ ก็กราบขอบพระคุณ ขออนุญาตตอบในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ท่านประธาน ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เบื้องต้นท่านรัฐมนตรี ใช้เวลาไป ๑๔ นาทีเศษนะครับ เชิญคุณสมเกียรติต่ออีกคำถามครับ เชิญนะครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ ตอบคำถามนี้ จริง ๆ ผมไม่ได้สงสัยในส่วนของคณะกรรมการสรรหา เพราะทราบว่าก็ถูกต้อง ตามระเบียบที่ได้ออกไว้แล้ว เพียงแต่ว่าสงสัยทำไมถึงล่าช้ากัน ผมทราบอยู่แล้วว่า มีผู้ร้องเรียน แต่ว่าตอนนี้ใช้เวลาถึง ๙ เดือน จริง ๆ มันควรจะเคลียร์ในส่วนของที่ร้องเรียน ภายใน ๓ เดือน ๔ เดือนเป็นอย่างช้า เพราะตอนนี้มัน ๙ เดือน แล้วก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรที่จะได้ แต่งตั้งลงในราชกิจจานุเบกษา ตามที่ท่านรัฐมนตรีแจ้งคือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นั้นมีโทษค่อนข้างสูงครับ มีทั้งโทษทางอาญาและทางแพ่ง แล้วก็ได้แจ้งว่ามีการเลื่อนงดเว้น การบังคับใช้ออกไป ๑ ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงในต้นเดือนมิถุนายนปีนี้แล้วครับ ก็เหลืออีก ประมาณ ๓ เดือน ผมก็ไม่ทราบว่าควรจะเลื่อนอีกหรือไม่ แต่ผมมีความเห็นว่าควรจะเป็น หน้าที่ของประธานกรรมการ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องหารือประชุมกันว่า ควรจะเลื่อนหรือไม่ หรือควรจะเลื่อนเป็นบางกิจการอย่างไร ผมขอยกตัวอย่างกฎหมาย จีดีพีอาร์ (GDPR) ของสหภาพยุโรปมีบทปรับสูงเช่นกันครับ ตั้งแต่ออกมาประมาณ ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๐๑๘ มีการปรับเงินไปแล้วถึง ๓๐๐ ล้านยูโร ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ ๑๐,๘๐๐ ล้านบาท สูงมากครับ ในประเทศไทยยังไม่เกิดเหตุการณ์นี้เราก็ควรที่จะป้องกัน และให้ความรู้ความเข้าใจกับธุรกิจในประเทศไทย และประชาชนในประเทศไทย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ครอบคลุมหมดทุกกิจการ ไม่ว่าจะขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่มาก หรือแม้แต่หน่วยงานราชการเอง การครอบคลุมนี้ไม่ครอบคลุมเฉพาะแค่ ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือดิจิทัล (Digital) เท่านั้น ยังครอบคลุมไปถึงการจัดเก็บที่เราจดในสมุด หรือแฟ้มเอกสารต่าง ๆ ก็ต้องมีระเบียบ ที่รัดกุม สามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่สามารถที่จะนำ ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ ไปเผยแพร่หรือใช้งานได้โดยไม่ได้รับความยินยอมครับ ในต่อไปนี้ เราอาจจะได้ยิน ได้เห็นบทบาทและหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ดาต้าคอนโทรลเลอร์ (Data Controller) ผู้ประมวลผลข้อมูล ดาต้าโพรเซสเซอร์ (Data Processor) มากขึ้น ผมคงไม่ลงรายละเอียด แต่ผมจะขอยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับ🔗
คุณสมเกียรติต้องถาม แล้วนะครับ กระทู้ถาม🔗
ครับ ผมขอยกตัวอย่าง กับกรณีนี้ ๓ เรื่องตามสไลด์ (Slide) สั้น ๆ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ในเรื่องแรกครับ ที่มีข้อมูลหลุดมากกว่า ๑๓ ล้านราย ที่เป็นลูกค้าของแพลตฟอร์ม (Platform) ซื้อขาย ออนไลน์ (Online) นะครับ ทางท่านรัฐมนตรีเองก็เข้ามาแอ็กชัน (Action) เรื่องนี้ครับ ในเดือนพฤศจิกายนปลายปีที่แล้วเองครับ แล้วก็ได้โพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก (Facebook) ส่วนตัวในข้อความด้านล่างเขียนไว้ว่า ผมขอย้ำว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนในระดับสูงสุดขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือการหลุดของข้อมูลผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งนี้ทาง กสทช. ก็เข้ามาเรียกบริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ ที่เป็นบริษัทแม่ของ ๓ บีบี (3BB) เข้าไปชี้แจงครับ ในด้านซ้ายมือก็เป็นตัวอย่างข้อมูลที่หลุดครับ ในเรื่องนี้ ทางทีมงานบล็อกนัน (Blognone) ได้สื่อสารข้อมูลออกไปนะครับว่าถ้าหากกฎหมายพีดีพีเอ (PDPA) บังคับใช้แล้ว บริษัทจะต้องแจ้งให้กับสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน ๗๒ ชั่วโมง และแจ้งกลับเจ้าของด้วย พร้อมทั้งแนวทางการเยียวยา ใช่ครับ นี่เป็นข้อมูล ที่ถูกต้อง ผมขอชื่นชมทีมงานบล็อกนัน (Blognone) ด้วยครับ🔗
ต้องถามแล้วครับ🔗
ตัวอย่างสุดท้ายก่อนที่จะ เข้าคำถามนะครับ เป็นตัวอย่างที่สำคัญครับ🔗
ไม่เป็นกระทู้แล้วครับ สมเกียรติครับ ต้องถามครับ🔗
อันนี้เป็นข้อมูลที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองครับ🔗
คุณสมเกียรติต้องถาม ได้แล้วครับ ต้องถามแล้วครับ🔗
ถ้าท่านรัฐมนตรีมาถาม ผมก็จะไม่ได้โชว์ข้อมูลนี้ เป็นหน่วยงานที่สำคัญอยู่ภายใต้กำกับของท่านรัฐมนตรีเองครับ กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลหลุดมากกว่า ๔๐,๐๐๐ เรกคอร์ด (Record) และไปรษณีย์ก็ออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ข้อมูลลูกค้า เป็นข้อมูลพนักงาน ตรงนี้ข้อมูลพนักงาน ก็อยู่ในความคุ้มครองเช่นกันครับ ผมขอเข้าคำถามในช่วงชุดที่ ๒ ครับ🔗
จากที่มี พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกมา กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มีกิจกรรมหรือโครงการที่ให้ความรู้กับหน่วยงานหรือประชาชน ไปแล้วจำนวนเท่าไร ครอบคลุมคนเข้าร่วมโครงการสักประมาณเท่าไรครับ ผมทราบว่า สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจุบันก็ตั้งอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และทางท่านรองปลัดก็รักษาการเลขาธิการสำนักงาน อยากทราบว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดสำนักงานมีประชาชนเข้าไปปรึกษาร้องเรียนประมาณ จำนวนกี่ท่าน และมีที่โทรเข้าไปสอบถาม ปรึกษา ร้องเรียนประมาณกี่ท่านครับ🔗
และคำถามสุดท้ายครับ ผมอยากทราบว่าท่านเองให้คะแนนของท่าน ในการผลักดัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคลที่ผ่านมาว่าท่านทำงานตรงนี้ไปได้สักเท่าไร พอใจมากเท่าไร เป็นคำถามทั้งหมดของท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีกรุณาสั้น ๆ เถอะครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบพระคุณอีกครั้งนะครับที่ได้สอบถาม คือผมขออนุญาตตอบประเด็นสั้น ๆ เลยครับ ทั้ง ๓ เรื่อง ตัวอย่างที่ได้ยกมา🔗
ในเรื่องของการควบคุมดูแลข้อมูลของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างที่ ผมเรียนไปแล้ว เรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ (Online) ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีข่าวว่า หลุดออกไปจากบริษัทที่ให้บริการของพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งของไปรษณีย์ไทย ที่เมื่อสักครู่บอกว่าอยู่ในกำกับดูแลของผมนี่นะครับ ก็ในส่วนแรกได้สอบถามแล้ว แล้วก็ ได้ระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างเต็มที่นะครับ ผมกราบเรียนว่าในทางเทคนิคได้เชิญ ผู้ประกอบการที่ให้บริการพวกซื้อขายออนไลน์ (Online) ที่เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ใหญ่ ๆ ในประเทศไทยมาพบหมดแล้วนะครับ ปัญหาที่ผ่านมาแล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องใหม่จริง ๆ เราได้สอบถามว่ามันหลุดจากเขาหรือไม่นะครับ เมื่อไปสอบถามแล้ว ปรากฏว่าเมื่อไปดูในกระบวนการในการทำงานนี่ การซื้อขายข้อมูล แล้วก็ข้อมูลของพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะที่อยู่ในการซื้อขายออนไลน์ (Online) มีเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเวลา เขาทำงานของบริษัทใหญ่ ๆ หรือแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นต่างประเทศที่เราใช้กัน ได้ยินชื่อกันบ่อย ๆ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ เขาก็จะมีเหมือนพ่อค้าคนกลาง ที่จะเป็นคนไปบริหารจัดการอีกครั้งหนึ่งในการที่จะไปรับส่ง รับของ รับเรื่องเพื่อมารายงาน มาซื้อของในแพลตฟอร์ม (Platform) ของต่างประเทศ ฉะนั้นสิ่งที่เราได้แก้ไขปัญหา ก็คือเราได้เชิญแล้วก็จัดลงทะเบียนให้ความรู้ แล้วก็ลงทะเบียนผู้ที่จะให้บริการที่มารับหรือว่า เป็นพ่อค้าคนกลางที่อยู่ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ๑๐๐ กว่ารายที่มาลงทะเบียนกับเรา แล้ววันนี้ก็แสดงตัวตนชัดเจนว่าเขาคือใครที่จะมาให้บริการพวกนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหลังจากนี้ถ้ามีอะไรที่จะรั่วหรืออะไร แล้วบริษัทใหญ่บอกว่าไม่ใช่ปัญหา ของเขา ไปรั่วอยู่ตรงกลาง เป็นพ่อค้าคนกลางที่มารับไปสู่ประชาชน อันนี้จะไม่มีปัญหา อย่างนั้นเกิดขึ้นอีก เพราะว่าบริษัททั้งหมดนี้เราได้ดึงมาลงทะเบียน แล้วก็อบรม ให้ความรู้ตามที่ได้บอกไปหมดแล้วว่าถ้าเกิดเขาเกิดรั่วไหลขึ้นมา เขามีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอันนี้วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราลงทะเบียน ๑๐๐ กว่ารายใน ประเทศไทย ขึ้นทะเบียนอยู่กับเอ็ตดา (ETDA) นะครับ เป็นหน่วยงานหนึ่งของทาง กระทรวงเรียบร้อยหมดแล้ว🔗
ในส่วนที่ ๒ ก็คือของไปรษณีย์ไทย ผมเรียนจริง ๆ ครับว่าเป็นข้อมูลเดิม ของพนักงานภายใน ซึ่งที่หลุดออกไปนี่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้เป็นข้อมูลที่ลงรายละเอียดอะไรมาก เป็นการเหมือนลอง แล้วก็เอาของ อย่างเช่น ชื่อ นามสกุล หลุดไปซึ่งก็ไม่ทราบว่า ชื่อ นามสกุล นั้น ไม่ได้อัปเดต (Update) หรือว่าอยู่ตั้งแต่กี่สิบปีที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้ย้ำไป แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเก่าหรือใหม่ ก็ควรต้องมีระบบป้องกันให้ดีกว่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ กระทบกับข้อมูลของใคร เพราะฉะนั้นวันนี้ไปรษณีย์ไทยก็ได้ประกาศออกไปแล้วนะครับว่า เป็นข้อมูลที่เขาก็ต้องติดตามตรวจสอบ แล้วก็ดูในหน่วยงานของเขาเองว่าทำไมถึงปล่อยให้ ข้อมูลหลุดออกไปได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กระทบกับใครก็ตามนะครับ🔗
ในคำถามที่ถามบอกว่าทางกระทรวงนี่ได้ดำเนินการอะไรไปบ้างนะครับ ผมเรียนว่ากระทรวงได้จัดสัมมนาอบรมหรือแม้กระทั่งสิ่งที่ท่านกังวล ก็คือเราได้เปิดรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มนะครับ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ โรงแรม บริษัททัวร์ โรงพยาบาลและหน่วยงานราชการ เราได้จัดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดเพื่อให้ความรู้ว่า เขาก็ต้องเตรียมการเหมือนกัน ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เต็ม อย่างเช่น ในวันที่ ๑ มิถุนายนที่จะถึงนี้ เขาต้องเตรียมอะไรบ้าง แล้วก็ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก โดยเฉพาะ ทางโรงพยาบาล ธนาคาร และหน่วยงานที่เขาต้องเก็บข้อมูลของลูกค้าหรือข้อมูลของ ประชาชนไว้เยอะ ๆ นี่ เขาก็มาหารือ แล้วก็มาแนวทางสัมมนาพูดคุยกับเรามาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญจริงครับ🔗
แล้วที่ท่านพูดถึงในเรื่องของกฎหมายในกลุ่มประเทศอียู (EU) ที่เขาใช้ระบบ ของเขาเองในการที่จะไปบังคับใช้กฎหมาย ไปเทียบเคียงดูได้ว่า พ.ร.บ. ของเราไม่ได้ ด้อยกว่าเขาเลยนะครับ หลาย ๆ เรื่องเราทำมา เราหยิบของเขามาดูเพื่อเป็นตัวอย่าง แล้วเราก็เพิ่มความกังวลของเราไปนี่มากกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่แน่นอนถ้าคิดเป็นตัวเลขการปรับ เราอาจจะไม่ได้เป็นร้อย ๆ ล้านยูโร (EURO) แบบเขา แต่เราก็อยู่บนพื้นฐานที่ถือว่าสูงมาก ถ้าผมจำไม่ผิดนี่บทบังคับสูงสุดในโทษปรับถึง ๕ ล้านบาท ซึ่งไม่ค่อยมีกฎหมายที่ระบุไว้ สูงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็ มีทั้งโทษจำโทษปรับทั้ง ๒ อย่าง อย่างที่ท่านสมาชิกได้บอก🔗
ส่วนในส่วนสุดท้ายที่ท่านบอกว่าการดำเนินการต่าง ๆ ผมก็เรียนว่าทำเต็มที่ แล้วก็ท่านบอกให้ประเมินคะแนนให้ผมในว่าทำให้ความสำคัญแค่ไหนนะครับ ผมคิดว่า ด้วยกระบวนการที่ผ่านมาตลอดตั้งแต่ผมเข้ามานี่ ผมก็ไม่เคยหยุดนิ่งเลยนะครับ แล้วผม ถึงได้รายงานตามตารางที่เมื่อสักครู่ได้รายงานท่านได้ทุกเดือนนะครับว่าแต่ละเดือนทำอะไร ไปบ้าง สัมมนาอะไรไปบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือถ้าเราไม่ทำนี่ ผมเชื่อว่าความตื่นตัวของ ภาคเอกชนและประชาชนไม่มากเท่านี้ครับ วันนี้ทุกหน่วยงาน ผมเรียนนะครับ ด้วยความสำคัญมาก แม้กระทั่งสภาผู้แทนราษฎรหรือแม้กระทั่งท่านประธานรัฐสภาเอง ท่านยังให้ความสำคัญเรื่องนี้ครับ เรานั่งกันอยู่ตรงนี้นี่นะครับ ท่านประธานได้ส่งตัวแทน ซึ่งเป็นฝ่ายคอมพิวเตอร์ของรัฐสภาได้ไปหารือกับทางกระทรวงว่าข้อมูลของสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการโหวต ข้อมูลในการลงทะเบียนต่าง ๆ นี่ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าในฐานะที่ผมก็เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ในทุกเรื่องที่เป็นปัญหาเราก็ต้องระมัดระวัง แต่ในบางเรื่องถ้าออกไปเร็ว แล้วมันไปกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน นั่นคือเหตุผลที่เราได้เสนอเลื่อนไปเมื่อปีที่แล้ว แต่แน่นอนครับเมื่อเวลาผ่านไปปีหนึ่ง ประชาชนตั้งหลักทัน หน่วยงานเอกชน หน่วยงานรัฐที่เขาต้องเตรียมตัว เขาก็มีเวลาเตรียมตัว แล้ววันที่ ๑ มิถุนายน ผมคิดว่าถ้าจำเป็นนี่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่มันสาหัสจริง ๆ ผมคิดว่าก็ไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องเลื่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูตามสถานการณ์ ณ วันนั้นด้วยนะครับว่า ประเทศไทยสามารถที่จะแก้ไขปัญหาหรือว่าแบ่งเบาในเรื่องของความเดือดร้อนของ ประชาชนได้มากแค่ไหน การเตรียมตัวจะมีมากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็ต้องมาทบทวน ในภาคของประชาชน แต่ผมเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าในส่วนของรัฐบาลแล้วก็ทางกระทรวงนี่ ทำอย่างเต็มที่ แล้วก็ยืนยันว่าให้ความสำคัญ แล้วก็ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะทำเรื่องนี้ให้เต็มที่ แล้วก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่น ๆ ที่ท่านได้ยกตัวอย่างมากครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ก็ขอชื่นชมทั้ง ๒ ฝ่าย นะครับที่มีความรู้🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดอีกสักเล็กน้อยครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ขยายความและสร้างความมั่นใจ ครับ ผมฝากอีกนิดเดียวว่าผมหวังว่าท่านจะผลักดันให้เกิดการแต่งตั้งคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษาเร็ว ๆ นี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต้องขออนุญาตนะครับ ถ้าจบแล้วต่อไปต้องขออนุญาต ผมเรียนว่าต้องชื่นชมความรอบรู้ของทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ว่าผม ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกว่ามันขัดข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กระทู้ถามนี้น่าจะเป็นญัตตินะครับ เพราะว่าเป็นการอภิปรายเกือบทั้งหมดเลย ก็ฝากไว้ว่าใช้ความรู้นี้ในการแลกเปลี่ยนหรือว่า เป็นประโยชน์ครับ แต่ว่าเพื่อนสมาชิกที่เป็นกระทู้ถามอื่นอาจจะตำหนิผมว่าปล่อยให้มี การอภิปราย ซึ่งก็ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกด้วยเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ครับ ขอขอบคุณ รัฐมนตรีและท่านสมเกียรติ ทั้ง ๒ ท่านนะครับ🔗
กระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๒ เรื่อง ขอให้มีการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองอำเภอ กันทรลักษ์ เพื่อเชื่อมถนนหมายเลข ๒๒๑ ระหว่างจังหวัดศรีสะเกษถึงอำเภอกันทรลักษ์ ไปยังเชิงบันไดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และถนนสาย ๒๐๘๕ จากอำเภอกันทรารมย์ ผ่านตำบลหนองงูเหลือมถึงอำเภอกันทรลักษ์ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ท่านรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ออกไปก่อน คุณหมอจาตุรงค์จะขออนุญาตปรารภเรื่องนี้ เล็กน้อย เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน และขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ท่านมีความตั้งใจที่จะมา ตอบแต่ท่านติดภารกิจจริง ๆ รับทราบดีครับ แต่ขออนุญาตถามสักเล็กน้อยนะครับว่า ข้อที่ ๑ ถ้ากระทู้ถามผมนี่ไม่ได้ถามคราวนี้ในสัปดาห์ครั้งต่อไปจะได้บรรจุ จะได้ตอบหรือไม่ ถ้าไม่ได้ตอบจะไปตอบในราชกิจจานุเบกษาหรืออย่างไร ข้อที่ ๒ ขณะนี้พี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อน โดยเฉพาะทางเลี่ยงเมืองที่อำเภอกันทรลักษ์เป็นจุดที่มีความเจริญเติบโต อย่างมาก ถนนจากจังหวัดศรีสะเกษเข้าอำเภอกันทรลักษ์ และไปเขาพระวิหาร จากจังหวัด อุบลราชธานี จากตำบลหนองงูเหลือมเข้าอำเภอกันทรลักษ์ไปเขาพระวิหาร หรือจากจังหวัด ศรีสะเกษไปอำเภอขุนหาญที่มีแหล่องท่องเที่ยว ทุเรียนภูเขาไฟ อยากได้โครงข่ายเชื่อมโยง ให้เร็วที่สุดนะครับ โดยเฉพาะถนนที่เชื่อมโยงทั้งจุดถ้าเป็นไปได้ตัดใหม่ แต่ตัดใหม่ในภาวะที่ ไม่มีเงินก็ต้องซ่อมสร้าง ขยายไหล่ทาง ขยายเส้นทางติดไฟให้กับจุดเชื่อมโยง รวมทั้งจุดที่ เชื่อมโยงจากอำเภอกันทรลักษ์ไปโครงข่ายที่ ๒๔ โชคชัย-เดชอุดม เพื่อจะลดการจราจรคับคั่ง ซึ่งก็ขอฝากว่าจะเป็นไปได้ไหม และสุดท้ายคำถามที่ฝากก็คือถนน ๔ เลน (4 Lane) ที่จะได้ จากอำเภอศรีสะเกษถึงตัวเขาพระวิหารนั้นอยากได้เต็มสายจะได้หรือไม่ ขอบพระคุณ ท่านครับ🔗
คุณหมอจะส่งข้อความ ไปนะครับ🔗
กระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๓ เรื่อง การพัฒนา “บ่อพันขัน” ให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด (นายคารม พลพรกลาง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
เชิญคุณคารมครับ ท่านรัฐมนตรีมาแล้วครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ กรุณาบรรจุกระทู้ถามของผม เรื่อง การพัฒนา “บ่อพันขัน” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมจะใช้เวลาอย่างกระชับที่สุด เพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกท่านในเวลา ที่เหลืออยู่ ด้วยหลักคิดของผมซึ่งเห็นว่าการพัฒนาท้องถิ่นคือการพัฒนาประเทศ หากท้องถิ่นมีความเจริญ มีความพัฒนาประเทศจะเจริญ จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่เป็น เมืองเก่าแก่ ชื่อเดิมคือสาเกตนคร มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมายจนมีคำขวัญว่า ๑๑ ประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกตุ บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ ชัยมงคล งามหน้ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ จึงเป็นที่มาของ การตั้งกระทู้ถามทั่วไป ขอกราบเรียนท่านประธานว่าบ่อพันขันเป็นพื้นที่แหล่งอารยธรรม ที่สำคัญ ตั้งอยู่ในเขตวัดเกาะบ่อพันขันรัตนโสภณ ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัด ร้อยเอ็ด บ่อนี้มีลักษณะเป็นบ่อน้ำ ขอสไลด์ (Slide) ไปพร้อมเลยก็ได้ครับ มีเพียงแค่ ๔ ภาพ🔗
เป็นลักษณะบ่อน้ำจืด ธรรมชาติขนาดเล็ก กว้างเพียง ๖ นิ้ว ลึก ๑๒ นิ้ว ลักษณะที่ตามภาพสไลด์ (Slide) นะครับ มีน้ำผุดออกมาตลอดเวลา มีรสชาติจืดสนิทครับ ทั้งที่ความจริงบริเวณนั้นเป็นที่ผลิต เกลือสินเธาว์และน้ำเค็มไปทั่วนะครับ ตั้งอยู่ใจกลางทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีพื้นที่ถึง ๒ ล้านไร่ ชาวบ้านเรียกอย่างหนึ่งว่าเป็นภาษาอีสานที่พูดภาษากลางว่าน้ำสางครก มีลักษณะคล้าย ครกตำข้าว น้ำบริเวณบ่อพันขันนี่ก็ไม่รู้ครับว่ามีน้ำไหลออกมาจากที่ใด และจะหยุดเมื่อไร แต่เป็นไปตามการซึมตามหลักวิทยาศาสตร์นะครับ ในความเชื่อของชาวบ้านเป็นเรื่อง มหัศจรรย์และศักดิ์สิทธิ์นับเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งหากนำมา พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวถือว่าอาจจะเป็นอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ได้ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบต้องเรียนว่าอีสานนี้เป็นที่แห้งแล้ง แต่น้ำนี้ไม่ไหลไม่เคยหยุดนะครับ เมื่อประมาณ ๒๐ กว่าปีมานะครับ ไล่มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ ชาวบ้าน ก็ได้ร่วมแรงร่วมใจ ฟื้นฟู พัฒนาบ่อพันขันให้กลับมาเป็นที่มีชีวิตชีวาแต่ก็ไม่ได้มีมาตรฐาน หรือว่ามีลักษณะที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว แล้วก็ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวซึ่งอยู่คาบเกี่ยว ระหว่างอำเภอหนองฮีกับอำเภอสุวรรณภูมิบ้านผมตัวบ่อพันขันอยู่ที่ตำบลจำปาขันนะครับ ขณะนี้ก็มีกำนันณฐนนท์ สิงห์ดงเมือง ส่วนอีกด้านหนึ่งอยู่ที่เขตเลือกตั้งของคุณน้ำ ส.ส. น้ำ ส.ส. จิราพร สินธุไพร เราร่วมกันในจังหวัดร้อยเอ็ดให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาสถานที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็จะเป็น การพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยวในชุมชน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างดี จึงขอเรียนถามเป็น คำถามที่ ๑ สั้น ๆ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่ากระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬามีนโยบายที่จะพัฒนาบ่อพันขัน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตวัดเกาะบ่อพันขัน รัตนโสภณ ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ที่สำคัญอีกที่หนึ่งจะได้หรือไม่ ขอทราบรายละเอียด กราบขอบพระคุณท่านประธาน คำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก็ขอขอบคุณมากครับ ที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาตั้งคำถามเรื่องของบ่อพันขันว่าจะมีการพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) หรือไม่นะครับ แน่นอนครับ บ่อพันขันที่จังหวัดร้อยเอ็ดนี่เท่าที่ผมได้ดูก็มีประวัติที่เล่ากันมาตามที่ชาวบ้านได้พูดคุยกัน ซึ่งเรื่องของประวัติผมก็คงไม่นำมากล่าวในที่นี้ ซึ่งผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. เป็นคนในพื้นที่ น่าจะทราบดีอยู่แล้ว แต่การที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีการพัฒนาให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) หรือไม่ ซึ่งตามนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ก็คือกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้ลงสู่ชุมชนทุก ๆ ชุมชน ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น ประเพณีหรือวัฒนธรรม หรือเป็นอะไรที่เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องของพื้นบ้านต่าง ๆ ตามภูมิภาค ต่าง ๆ หรือภาคต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเมื่อได้รับทราบจากท่าน ส.ส. ผมเองก็จะให้ทางกรมการท่องเที่ยวกับทาง ทกจ. และทาง ททท. ลงไปทำการสำรวจว่า ทางเรานี้ โดยเฉพาะทางกรมการท่องเที่ยวนี้สามารถที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่บ่อพันขันนี้ ในเรื่องอะไรได้บ้าง เท่าที่ผมได้ดูเอกสารที่เสิร์ซ (Search) จากทางกูเกิล (Google) ต้องเรียนตรง ๆ ผมก็ไม่เคยไปเที่ยวที่บ่อพันขันนะครับ ก็เท่าที่ดูก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น โบราณสถาน ก็มีโบราณคดีดอนขุมเงิน ศาลเจ้าปู่ผ่าน แก่งขามพันปี พระธาตุพันขัน แล้วถ้าเป็นงานเกี่ยวกับประเพณีที่เกี่ยวข้องก็มีการแข่งเรือยาว และพิธีบวงสรวง เจ้าพ่อพันขัน ประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลเด่นราษฎร์ แล้วพิธีจุดบั้งไฟบวงสรวงเจ้าพ่อพันขัน ทำบุญตักบาตรบูชาพญานาค ซึ่งเหล่านี้ก็จะสามารถนำไปพัฒนาโดยการพัฒนาตรงนี้ก็จะหา วิธีเบื้องต้น การพัฒนาก็คงจะต้องให้กรมการท่องเที่ยวลงไปทำการพัฒนาและให้ความรู้กับชุมชน ที่อยู่รอบข้างว่าถ้าหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเราควรจะต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างไร เราควรจะพัฒนาไปทางไหน แล้วถ้ามีสินค้าโอทอป (OTOP) ในนี้มีอะไรบ้าง กี่อย่าง เราควรจะพัฒนาสินค้าโอทอป (OTOP) โดยเฉพาะเรื่องของแพ็กเกจจิง (Packaging) ทำอย่างไรให้ดูมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ว่าแพ็กเกจจิง (Packaging) แบบเดิม ๆ ซึ่งโอเค (OK) แน่นอนครับ เดิม ๆ นี้ก็เป็นเหมือนกับดูแล้วเป็นธรรมชาติดี แต่วันนี้ถ้านักท่องเที่ยว ที่เข้ามา เหมือนกับที่เราไปเที่ยวต่างประเทศนี่ การที่จะพัฒนาให้แพ็กเกจจิง (Packaging) ดูแล้วสวยงาม ก็เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างหนึ่งให้กับสินค้าโอทอป (OTOP) ของชุมชน หรือหมู่บ้านในแถบนั้น ซึ่งตรงนี้ตัวผมเองหลังจากที่ผมตอบกระทู้ถามวันนี้ไปแล้ว ผมก็จะให้ ทางกรมการท่องเที่ยวร่วมกับทาง ทกจ. จังหวัดร้อยเอ็ด ลงไปทำการสำรวจ แล้วก็ทำ การประชาสัมพันธ์ ที่สำคัญที่สุดก็คงจะต้องไปจัดการอบรม สัมมนากับชุมชนที่อยู่รอบ ๆ ข้างว่าโอเค (OK) เราควรจะทำอย่างไรได้บ้าง และที่สำคัญที่สุดครับ ต้องพัฒนาเรื่องของ มัคคุเทศก์พื้นถิ่นหรือท้องถิ่นนะครับ ว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามามัคคุเทศก์เหล่านี้ก็ต้อง สามารถที่จะบรรยายหรือเล่าให้ฟังได้ว่าสิ่งที่เรามาเที่ยวตรงนี้ที่บ่อพันขัน ซึ่งมีความกว้าง ๖ นิ้ว ลึก ๑๒ นิ้ว แล้วทำไมถึงตักน้ำเป็นพันขัน น้ำก็ยังไม่พร่องสักทีหนึ่ง สักครั้งหนึ่ง ซึ่งตักไปเรื่อย ๆ ได้ตรงนี้ มีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือเป็นการเล่าเรื่องจากที่มี ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสู่กันฟัง ก็ยืนยันครับว่าผมจะให้ทางกรมการท่องเที่ยวและ ทกจ. จังหวัด แล้วก็ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำจังหวัดขอนแก่นลงไปร่วมกัน แล้วก็พัฒนา ให้เป็นไปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ขอมา ขอบคุณครับ🔗
ท่านคารมถามได้ อีกครั้งครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดร้อยเอ็ด กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ที่ตอบมาเบื้องต้น แต่ว่าต้องเรียนท่านว่าจริง ๆ เมื่อเช้าก่อนที่ผมจะมาสภานี้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดร้อยเอ็ดได้โทรศัพท์ถาม แต่เข้าใจว่าไม่ใช่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดขอนแก่นนะครับ น่าจะมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ดดูแล ในส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ด ท่านอาจจะพูดผิดไปนะครับ🔗
แต่ขอถามในคำถามที่ ๒ ด้วยเวลากระชับ แต่จะถามท่านเนื่องจากตรงนั้น เป็นที่คาบเกี่ยวของ ๒ ตำบล ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี กับตำบลจำปาขัน แล้วถนนหนทางก็ไม่ดี แล้วก็ต้องเรียนท่านว่าในบริเวณตรงนั้นชุมชนเขาก็มาเที่ยวอยู่แล้ว การใช้งบประมาณถ้าได้จัดดี ๆ และดูดี ๆ ไม่ได้ใช้มากอะไรครับท่านประธาน แล้วก็ทำให้ ชุมชนเขามีที่พักผ่อนด้วย ส่วนเรื่องเป็นสถานที่สำคัญและเป็นประวัติศาสตร์ ผมยืนยัน ได้ครับว่าสุวรรณภูมิกับร้อยเอ็ดเป็นเมืองประวัติศาสตร์ แล้วก็ยังมีอาณาจักร มีวัฒนธรรม ของขอมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกู่กาสิงห์ ไม่ว่าจะเป็นกู่พระโกนา กู่คันธนาม ผมออกพื้นที่ บ้านผม อยู่ตรงนั้นเลยครับ แล้วก็เป็นที่ที่รัฐบาลน่าจะจัดงบประมาณลงไปให้ ยุคนี้คนไม่สามารถ จะเที่ยวต่างประเทศได้ คนเที่ยวในประเทศก็หมุนเวียนแล้วทำให้ชุมชนมีรายได้ จึงถาม คำถามที่ ๒ เพื่อไม่ให้มีลักษณะเป็นการอภิปราย เพียงแต่ให้เหตุผลประกอบกระทู้ถาม อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผ่านท่านประธานที่เคารพไปว่าถ้ามีแต่นโยบายจะพัฒนา นอกจากจะประสานทางจังหวัด ประสานทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับรองนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดไปแล้ว ท่านจะสามารถดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเมื่อไร เด่นชัดอย่างไร แล้วก็ อยากจะให้ท่านให้รายละเอียดเพื่อให้ผมได้ไปตอบเวลาออกไปพบพี่น้องได้พอประมาณ ไม่ได้เร่งรัด แต่ว่าหลักคิดของผมถ้าเราเริ่มต้นได้ก็ไปได้ เพราะฉะนั้นการที่ไม่เริ่มต้นก็คือ ไม่ทำอะไร ก็จึงถามคำถามข้อที่ ๒ แล้วก็เป็นคำถามสุดท้ายว่าท่านจะดำเนินการอย่างไรแล้ว ก็ปีงบประมาณช่วงเวลาท่านกรุณาตอบให้ผมได้เข้าใจ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ การที่ว่าทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามว่าจะมีการนำ งบประมาณหรือจะประสานเรื่องงบประมาณลงพื้นที่ได้อย่างไร ก็ขอกราบเรียนนะครับว่า ขณะนี้งบประมาณปี ๒๕๖๔ ซึ่งปีปัจจุบันนี้ก็ได้ใช้อยู่นะครับ งบประมาณปี ๒๕๖๕ ก็ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้วและได้นำส่งไปเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมานะครับ ซึ่งตรงนี้ ถ้าหากว่าถ้าจะทำในเรื่องของเชิงงบประมาณที่จะเข้าไปพัฒนาได้จริง ๆ ก็คงจะประมาณ ปี ๒๕๖๖ นะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากว่าเราจะเริ่มการพัฒนาหรือเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะหลังจากนี้เป็นต้นไปก็คือการท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังจากที่มีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่จะคาดว่าทางกระทรวงสาธารณสุข ก็น่าจะทำการเหมือนกับล็อกให้อยู่ในพื้นที่หรือทำการดูแลและลดน้อยถอยลง ก็คาดว่า น่าจะในช่วงของเทศกาลสงกรานต์น่าจะมีการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยได้🔗
และที่สำคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่งก็คือหลังจากนี้คาดว่าประมาณไตรมาสที่ ๓ หรือไตรมาสที่ ๔ ก็น่าจะมีนักท่องเที่ยวจากชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวประเทศไทยได้อีก วาระหนึ่งนะครับ ซึ่งแน่นอนครับการที่ว่าจะรองบประมาณถึงปี ๒๕๖๖ ซึ่งตัวผมเอง ก็คาดว่ามันน่าจะเป็นการช้าเกินไปหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ผมก็จะกลับไปดูที่กระทรวงนะครับ โดยเฉพาะที่กรมการการท่องเที่ยวว่าในปีนี้เรามีโอกาสที่จะเจียดงบประมาณบางส่วนออกมา ได้หรือไม่ หรือดูจากงบประมาณของสำนักปลัดว่าสามารถที่จะดึงงบประมาณบางส่วนตรงนี้ ออกมาเพื่อเข้าไปพัฒนาเป็นการเบื้องต้นสำหรับพื้นที่บ่อพันขันได้อย่างไรนะครับ นี่คือสิ่งที่ ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาสามารถที่จะกระทำได้ในเบื้องต้นของปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ก็คงจะกลับไปดูว่าตรงนี้เราจะมีงบที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ในขณะที่มันคงจะมี งบประมาณประจำที่ขอไปทางงบประมาณอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหากมีงบประมาณเหลือจ่าย ก็จะพยายามนำมาตรงนี้🔗
และอีกส่วนหนึ่งก็คงจะต้องประสานกลับไปทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ร้อยเอ็ด หรือทางผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หรือกลุ่มจังหวัดตรงนั้นว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า สามารถที่จะเจียดงบประมาณจากส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อลงมาทำการพัฒนาเป็นการเบื้องต้นได้ แต่แน่นอนถึงแม้ว่างบประมาณหรืออะไรจะไม่ได้จากที่ผมพูดมาดังกล่าวในเบื้องต้นตรงนี้ แต่สิ่งที่ผมจะทำให้ได้เลยทันทีก็คือสามารถส่งเจ้าหน้าที่ของกรมการท่องเที่ยวลงไป เพื่อทำการอบรมสัมมนาแล้วก็ทำการแนะนำให้กับชุมชนต่าง ๆ ในตรงนั้นว่าสิ่งที่เราควร จะต้องทำหรือสิ่งที่จะพัฒนาให้เกิดมีรายได้เพิ่มขึ้นเราควรจะต้องทำอย่างไรนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่จะทำต่อไปได้อีกอันหนึ่งก็คือผมจะประสานกับทางการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย เอาเรื่องของอีเวนต์ (Event) การจัดงานเพื่อดึงดูดของการท่องเที่ยว ในอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ ตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องบุญบั้งไฟ ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่องของบุญบั้งไฟตรงนี้ก็เป็นที่เล่าขาน เป็นที่ชื่นชม ชื่นชอบของคนในพื้นที่ ตรงนี้ผมก็ จะนำงบประมาณของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลงไปทำการสนับสนุนแล้วก็ทำ การประชาสัมพันธ์ เป็นการเบื้องต้น เพื่อเชิญชวนให้คนไทยได้ไปท่องเที่ยวในจังหวัด ร้อยเอ็ดและที่บ่อพันขันก่อน ซึ่งผมก็คงจะต้องขอชี้แจงไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับท่านสมาชิก ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านคารม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ อันนี้เป็นกระทู้ถาม ที่ ๑๕๒ อย่างแท้จริงนะครับ ต้องขอบคุณ ที่ทำเป็นตัวอย่างคือไม่มีการอภิปราย กระทู้ ข้อ ๑๕๒ ผมเรียนพวกเราเพื่อจะได้ปฏิบัติ ให้เหมือนกัน กระทู้ถามชัดเจนไม่ฟุ่มเฟือยวนเวียนซ้ำซากหรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย เช่นเดียวกับรัฐมนตรีที่ตอบก็ต้องใช้ ข้อ ๕๒ วรรคหนึ่ง ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๑๕ เรื่อง ข้อเรียกร้องการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องราชทัณฑ์ (พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม🔗
ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้มีหนังสือแจ้งว่าวันนี้ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน เรียนท่าน พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรศรี ได้รับทราบครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี และท่านผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านครับ ต่อไปนี้ก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ของพวกเราก็จะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมจึงต้องขอสลับลำดับ การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๔ ของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๓ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๙ ของรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๐ ของรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ลำดับที่ ๕ กับลำดับที่ ๖ ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๒ ของนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๕ ของคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ซึ่ง ๒ กระทู้หลังนี่ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจจึงต้องขอเลื่อนต่อไปในโอกาสหน้านะครับ คิดว่าท่านผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่มีใครขัดข้องนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๔ เรื่อง เพิ่มศักยภาพการให้บริการ ของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบคำถามแยกเฉพาะคือ นางเกวลิน ชื่นเจริญสุข รองผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฉะนั้นต่อไปพร้อมแล้วขอเชิญท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถาม แล้วก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้เตรียม ตอบนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ได้มอบหมายต่อให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ให้มาตอบกระทู้ของผมในวันนี้นะครับ กระทู้ของผมในวันนี้ เป็นเรื่องของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา โรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นโรงพยาบาลระดับ ตติยภูมิโรงพยาบาลที่ทำหน้าที่รับผู้ป่วยต่อจากโรงพยาบาลในจังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส และบางส่วนของจังหวัดสงขลาด้วย เช่นอำเภอสะบ้าย้อยที่มี รอยต่อติดกัน ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลศูนย์ยะลานั้นถือว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่ได้รับเรื่องจะมีศูนย์อุบัติเหตุ ศูนย์โรคหัวใจ แล้วก็ศูนย์รับส่งต่อนะครับ เจตนารมณ์ ของโรงพยาบาลเพื่อต้องการให้มีการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย ซึ่งต้องทำให้ครบวงจรนะครับ ในสถานการณ์ปกติโรงพยาบาลศูนย์ยะลาก็จะมีผู้ป่วย จำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติอย่างเช่นกรณีที่ช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบก็จะมีการกระบวนการจัดการในโรงพยาบาลที่มากขึ้น ในการให้การรักษาและมาตรการในการป้องกันคุ้มครองความปลอดภัยในโรงพยาบาล ก็จะมีเช่นเดียวกันนะครับ ทำให้แต่ละปีก็จะมีจำนวนผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาที่มีช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด COVID) กระบวนการจัดการ ต่าง ๆ ก็จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนงานตรงนี้กระทรวงสาธารณสุขท่านทราบดี และทราบว่าท่านรัฐมนตรีเองก็ได้เคยลงไปในพื้นที่จังหวัดยะลาด้วยเช่นเดียวกัน ในโรงพยาบาลศูนย์ยะลามีพื้นที่จำนวนจำกัดนะครับ ผมขออนุญาตจะได้มีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบในการตั้งกระทู้ด้วยนะครับ🔗
เพื่อจะให้เห็นภาพความจำเป็นที่ โรงพยาบาลศูนย์ยะลาจำเป็นจะต้องมีอาคารเพิ่มขึ้นนะครับ มีจำนวนพื้นที่จำกัดทำให้จะต้อง มีการทำลายทุบอาคาร ๒ ชั้น เพื่อต้องการอาคารที่มีการขอให้มีการก่อสร้างอาคารให้กับ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ขอนำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าอาคารที่จำเป็น จะต้องใช้นี้เป็นการออกแบบโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทราบความจำเป็น เรื่องของการจำกัดของพื้นที่จึงมีการออกแบบพิเศษนอกเหนือไปจากแบบปกติที่เป็นอาคาร ผู้ป่วยนอก โดยให้มีรายละเอียดของผู้ป่วยในรวมอยู่ด้วยเพื่อที่จะให้ใช้พื้นที่อย่างประหยัด จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ จากปกติที่มีการก่อสร้างผู้ป่วยนอกแล้ว เมื่อมีจำนวนห้องผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นประมาณ ๑๘๐ เตียง แล้วก็มีห้องผ่าตัดเล็กเพิ่มขึ้นมาอีก ๓ ห้อง และห้องส่องกล้องอีก ๑ ห้องทำให้ต้องเพิ่มจำนวนอาคารให้สูงขึ้นและงบประมาณ ก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยนะครับ เรื่องนี้ทราบว่ามีการนำเสนอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขแต่ไม่สามารถที่จะบรรจุเข้ามา ของบประมาณได้ด้วยเหตุใดไม่ทราบ แต่มีการให้ข้อมูลว่าเพราะจำนวนเงินสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก ซึ่งตรงนี้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นว่าหากมีข้อยกเว้นเพราะจำเป็นเรื่องพื้นที่และมีการใช้สมประโยชน์เราก็สามารถ ที่จะพิจารณาบรรจุเข้าไปเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิ่งที่มีความจำเป็นในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะตัวอาคารโรงพยาบาลนะครับ เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นที่คิดว่าจะต้องมีเพิ่มเติม ในโรงพยาบาลศูนย์ยะลานะครับ เพราะว่าบุคลากรทางการแพทย์ ทางการพยาบาล พร้อมทุกอย่าง เพียงแต่ติดขัดเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ แต่ปัจจุบันนี้จะมีห้องไตเทียม ซึ่งใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีความพร้อมแต่ก็ยังติดขัดทำให้ประชาชนต้องรอคอย เป็นระยะเวลานาน เหล่านี้คือความจำเป็นที่ได้รับเสียงสะท้อนจากบุคลากรของโรงพยาบาล ศูนย์ยะลานะครับ จึงขออนุญาตตั้งคำถามทางฝ่ายบริหารนะครับว่ารัฐบาลมีนโยบาย สนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพความพร้อมสำหรับการให้บริการแก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาล ศูนย์ยะลาอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้ของเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ นะครับ ซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ผมเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงของท่านอาดิลันนะครับ เพราะว่าท่านใดทำหน้าที่ในการซักถามปัญหาในพื้นที่อยู่เป็นประจำ และนี่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาคนในจังหวัดยะลาในการที่จะของบประมาณดูแลเป็น ตึกอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลยะลาที่ท่านอาดิลันได้นำเสนอมา ผมเรียนก่อนที่จะเข้า ไปในประเด็นของคำตอบนะครับ คือหลักของการจัดการงบประมาณของกระทรวง สาธารณสุขเราก็แบ่งเขตสุขภาพออกเป็น ๑๒ เขต เขต ๑๓ คือ กทม. นะครับ ในส่วนของ ยะลานี่ก็อยู่ในเขต ๑๒ ใต้สุด ความจริงงบประมาณที่เราได้นี่จะถูกแบ่งเป็นทั้งงบประจำ เงินเดือนซึ่งผูกกับ สปสช. ด้วย งบรายหัวด้วย แต่งบประมาณที่ไปสู่การพัฒนาจริง ๆ นี่ ก็แบ่งไปตามเขตสุขภาพนะครับ ก็ตัวเลขจริง ๆ มีประมาณสักถ้าตัวเลขกลม ๆ หารกัน ๑๒ เขตนี่ก็มีประมาณเขตละไม่เกิน ๘๐๐ ล้านบาทในแต่ละปี ซึ่งในงบประมาณนี้ตัวเขต ผู้ตรวจเขตสุขภาพต้องไปจัดการในการจัดลำดับความสำคัญของในแต่ละจังหวัดในเขต สุขภาพนั้นนะครับ งบพัฒนาที่จะไปเติมเต็มหรือจะไปดูแลการจัดการในการรักษาผู้ป่วย ในทุกจังหวัดก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานที่แต่ละโรงพยาบาลมีนะครับ แล้วก็การกำหนดนโยบายที่จะ ให้ความสำคัญของส่วนกลางที่จะลงไปนะครับ ในส่วนนี้ก็ต้องเรียนว่าโรงพยาบาลยะลาเป็น โรงพยาบาลตติยภูมินะครับ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยที่รับต่อมา จากโรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลชุมชน แล้วก็มีภารกิจเหมือนที่ท่านอาดิลันได้พูด เมื่อสักครู่ว่าในบางจังหวัดก็อาจจะส่งต่อมาที่โรงพยาบาลยะลาด้วยนะครับ แต่ว่าในส่วนของ อาคารสถานที่ขณะนี้โรงพยาบาลยะลาก็มีความพร้อมระดับหนึ่งนะครับ เพียงแต่ว่า ในส่วนกลางพร้อมที่จะให้การดูแลการเพิ่มพื้นที่ในการที่จะไปออกแบบหรือจัดการเกี่ยวกับ การรักษาให้ครอบคลุมและการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลยะลา เขตสุขภาพหรือกระทรวงเราได้อนุมัติงบประมาณในส่วนของโรงพยาบาลยะลาและเป็น งบประมาณที่ทำเป็นตึกอุบัติเหตุอาคาร ๑๐ ชั้น ไป ๑ หลัง ก่อสร้างเสร็จปี ๒๕๖๒ แล้วก็เปิด ใช้งานเมื่อปี ๒๕๖๓ การเปิดใช้งานก็ยังไม่ได้เต็มคาพาซิตี (Capacity) ยังสามารถที่จะหา พื้นที่ในส่วนที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จไปแล้วนั้นในการจัดการภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด ของแต่ละผู้บริหารนะครับ แล้วก็โรงพยาบาลยะลาได้โชคดีที่ได้มีการรับบริจาคอาคาร ไตเทียม ๑ หลัง เป็นอาคาร ๖ ชั้น ซึ่งก็เป็นการบริหารจัดการพื้นที่การดูแลผู้ป่วยไตเทียม โดยเฉพาะ ในส่วนปีลำดับถัดมาก็ได้รับงบประมาณบ้างเป็นเรื่องครุภัณฑ์ เรื่องเติมเต็ม ในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ทีนี้ตัวงบประมาณของโรงพยาบาลยะลาที่ท่านอาดิลัน ได้พูดถึงว่าอยากจะได้เป็นอาคารผู้ป่วยนอกโดยเฉพาะ จริง ๆ ก็อยู่ในอยู่ในการจัดลำดับ ความสำคัญของเขตสุขภาพอยู่แล้วนะครับ แต่ว่ายังไม่ได้รับจัดสรรเนื่องจากว่าการจัดสรร ก็ต้องดูตามลำดับความสำคัญที่จะมีการจัดการพื้นที่ จริง ๆ เรียนท่านอาดิลันว่ากระทรวง สาธารณสุขเห็นว่าปีงบประมาณหนึ่งจะได้งบประมาณดูตัวเลขเยอะนะ แต่จริง ๆ น้อยมาก ถ้าหารไปตามเขตก็ประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท แล้วก็ตัวอาคารสถานที่มีความจำเป็น ระดับหนึ่ง แต่ว่าที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือบุคลากรที่จะต้องไปดูแลหรือการจัดการพื้นที่ ในแต่ละส่วนที่จะต้องสอดรับกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องผ่าตัด ห้องอีอาร์ (ER) เตียง จริง ๆ ขณะนี้ อัตราครองเตียงของโรงพยาบาลยะลามีประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ ก็ยังถือว่า ยังพอที่จะบริหารจัดการพื้นที่ได้นะครับ รวมทั้งตึกอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ทางเรา สามารถที่จะให้ผู้บริหารได้จัดการพื้นที่ให้เต็มคาพาซิตี (Capacity) แล้วหลังจากนั้นเราก็มา ดำเนินการที่จะจัดลำดับความสำคัญในการให้งบประมาณในการที่จะไปดูแลตึกอาคาร ผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาล ผมเรียนว่าในส่วนนี้นโยบายของกระทรวงซึ่งเป็นนโยบายที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ทีมบริหารของกระทรวง เราได้เน้นการดูแลผู้ป่วยในเชิงส่งเสริมและป้องกันนะครับ โดยเรามีกฎหมายแพทย์ปฐมภูมิ ซึ่งเพิ่งบังคับใช้เพื่อที่จะให้ลดความแออัดในทุกโรงพยาบาลลง เราอยากจะให้การดูแล พี่น้องประชาชนไปเริ่มต้นที่บ้านเขาเอง เริ่มต้นที่ รพ.สต. และโรงพยาบาลชุมชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยไม่ให้ป่วย พูดง่าย ๆ ให้คนไทยมีสุขภาพป่วยน้อยที่สุด แต่ถ้าป่วย โดยเฉพาะเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี่นะครับ เราไปที่โรงพยาบาลศูนย์เสร็จ ถ้ารักษาเสร็จ เราก็ให้กลับไปที่โรงพยาบาลชุมชนและให้โรงพยาบาลชุมชนเป็นผู้ดูแล ดูแลเสร็จแล้ว ก็กลับไปที่บ้าน แนวนี้เป็นแนวนโยบายที่เราจะขับเคลื่อนเพื่อให้การดูแลของโรงพยาบาล ยะลาที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์เป็นการดูแลผู้ป่วยหนักจริง ๆ นะครับ เพื่อที่จะดูแลได้ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ส่วนการดูแลประชาชนโดยรวมทั้งหมดจะมุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริม ป้องกันและให้โรงพยาบาลชุมชน กับ รพ.สต. กับ อสม. กับบุคลากรที่เรามีอยู่ได้ทำทั้งระบบ ในการที่จะดูแลทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นโรคเอ็นซีดี (NCD) ต่าง ๆ เบาหวาน ความดัน พวกนี้ก็จะลดความแออัด หรือการเจาะเลือดก็ให้ไปทำที่โรงพยาบาลชุมชนหรือสถานที่อื่น เพราะฉะนั้นพื้นที่ในโรงพยาบาลก็จะค่อย ๆ ลดความแออัดลงและมีพื้นที่ จริง ๆ ถ้าไปดู ในระบบการรักษาห้องผ่าตัด ห้องแยกความดันติดลบ อะไรพวกนี้ หรือห้องเอกซเรย์ จริง ๆ ถ้ามันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ใกล้กัน ก็จะบริหารจัดการในแง่ของประสิทธิภาพของ การลดอัตราการเสียชีวิตของคนไข้ได้อย่างดีนะครับ ถ้าในแต่ละส่วนแยกตึกกันก็จะเป็น ปัญหา เพราะฉะนั้นการจัดการในหลาย ๆ พื้นที่นี่ก็หวังให้ผู้บริหารในแต่ละโรงพยาบาล แล้วก็ผู้บริหารในเขตได้มีการประสานงานกันเพื่อที่จะจัดการการดูแลผู้ป่วยอย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป แล้วก็ตามแนวนโยบายของกระทรวงด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านอาดิลัน คำถามที่ ๒ คำถามสุดท้ายนะครับ🔗
ครับ ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ให้ข้อมูลประกอบเพิ่มเติมในการให้ข้อมูลกับทางผม ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจกับพื้นที่ว่า กระทรวงสาธารณสุขเองมีแผนดำเนินการอย่างไรนะครับ ในส่วนของอาคารหลังใหม่นั้น ต้องยอมรับว่าตอนนี้แทบจะต้องเอาไปใช้การเรื่องของการสถานการณ์โควิด (COVID) แทบทั้งสิ้นเลยตัวอาคารทั้งหมด แต่อาจจะเป็นเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้เท่านั้นเอง แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ก็อยากจะฝากทางฝ่ายบริหารนะครับว่าความจำเป็นของโรงพยาบาล ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากความคิดดำริของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นความคิดของบุคลากร โรงพยาบาลที่เห็นความจำเป็นที่จะต้องให้มี จึงได้มีการผลักดันให้มีการออกแบบ และการนำเสนอต่อผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗
ขออนุญาตไปสู่คำถามที่ ๒ นะครับ เพื่อที่จะให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยให้ ข้อมูลประกอบกับผมในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อจะได้นำข้อมูลไปให้กับ พี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ อยากทราบว่าตัวรัฐบาลเองมีนโยบายเพิ่มมาตรฐาน การบริการด้านสาธารณสุขกับประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของ รพ.สต. เราจะมี การกำหนดให้มีการขยายการให้บริการอย่างที่ท่านได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าการให้ รพ.สต. เป็นหน่วยรับต่อจากโรงพยาบาลศูนย์ยะลากรณีที่เป็นโรคหรือการเจ็บป่วยขั้นพื้นฐานเหล่านี้ ในส่วนของเครื่องไม้เครื่องมือ หรือสถานที่ หรือบุคลากรทางฝ่ายบริหาร รัฐบาลเอง มีแนวทางหรือดำริอย่างไรกับการจัดการดังกล่าว ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ก็ต้องขอบคุณท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่เป็นห่วงเป็นใยในแง่ของนโยบายที่เรา จะเข้าไปดูแลมาตรฐานด้านสาธารณสุขสำหรับประชาชน หลักการก็นโยบายในปีนี้นะครับ เราก็เน้นเรื่องการส่งเสริมป้องกัน ในส่วนของโรงพยาบาลยะลาจริง ๆ เป็นโรงพยาบาลที่มี ศักยภาพสูงมากนะครับ ซึ่งรับรีเฟอร์ (Refer) ต่อจากโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้ ๆ นะครับ แล้วก็มีบุคลากรที่มีความสามารถ กระทรวงสาธารณสุขเน้นที่ผมเรียนท่านไปแล้วก็คือ เรื่องของการส่งเสริมป้องกัน เราจะพยายามแยกผู้ป่วยที่เป็นผู้ป่วยเอ็นซีดี (NCD) เราทำ มาตรฐานนิวนอมัล (New Normal) ในการจัดกลุ่มผู้ป่วยเอ็นซีดี (NCD) เป็นเขียว เหลือง แดง แดงก็หมายความว่าเขายังมีตัวเลขความดัน เบาหวานสูงอยู่ เหลืองก็อยู่ในเกณฑ์ กลาง ๆ เขียวก็ถือว่ามี แต่ว่าไม่ต้องดูแลจัดการ เราจะลดเวลาคุณหมอที่จะคุยกับทุกราย เป็นการจัดกลุ่มใหม่ คุณหมอก็ต้องคุยกับกลุ่มแดงมากขึ้นเพื่อทำให้สีแดงลดเป็นสีเหลือง ให้ได้เพื่อให้การให้บริการลดความแออัดลง ถ้าเป็นสีเหลืองและสีเขียวแล้วนี่เขาก็ไม่ต้องมาที่ โรงพยาบาล เขาสามารถที่จะใช้ระบบเทเลเมดิซีน (Tele Medicine) หรือเทเล (Tele) ที่จะ พูดคุยกับคุณหมอได้นะครับ🔗
ส่วนการส่งเสริมป้องกันในแง่ของการลงไปในชุมชนชาวบ้านเราจะใช้ อสม. กับ รพ.สต. ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของเราก็คือเราเรียกว่า โครงการ ๓ หมอ ก็คือ หมอประจำตัวคือ อสม. หมอประจำบ้านก็คือหมออนามัย และหมออีกคนหนึ่งคือ หมอปฐมภูมิ ซึ่งตามกฎหมายขณะนี้ถึงแม้ว่าเรายังมีจำนวนไม่พอก็ตามแต่ว่าโดยกฎหมาย กระทรวงจะต้องผลิตหมอปฐมภูมิให้มากขึ้นเพื่อมาให้คำแนะนำ ไปดูแล เพราะฉะนั้น ถ้าคนป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเขาได้รับคำปรึกษา เขาได้รับการดูแลแล้วเราส่งยาให้เขาที่บ้าน จำนวนประชาชนที่ไปใช้บริการในโรงพยาบาลมันจะถูกลดลง ความแออัดก็จะลดลง คุณหมอ ก็จะรับดูแลคนไข้ที่เป็นอาการหนัก ๆ ในโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องยอมรับว่าภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจำนวนคนไข้มีจำนวนมาก อะไรก็ตาม ถ้ามีจำนวนมากคุณภาพมันลดลง แต่ถ้าเราจัดระบบให้ดี เราส่งเสริมป้องกันให้ได้ คือให้เขาออกกำลังกายประจำสม่ำเสมอ เราให้เขาพักผ่อนเพียงพอ เราให้เขาทานอาหารที่มี คุณภาพ ไม่ค่อยป่วย แต่ป่วยแล้วหายเร็วแล้วเราจัดระบบการดูแลให้เขาอยู่ในโรงพยาบาล ตติยภูมิไม่นานแล้วให้กลับไปที่โรงพยาบาลชุมชน กลับไปที่ชุมชนให้คนที่บ้านเขาดูแลด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราเดินอย่างนี้ไปอีกสักระยะหนึ่งผมยังมั่นใจว่าการให้การบริการของ โรงพยาบาลศูนย์ยะลาจะมีคุณภาพและโรงพยาบาลทั่วประเทศจะมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ มากขึ้นนะครับ ก็กราบเรียนท่านอาดิลันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่าจบ การถามตอบกระทู้ ที่ ๒๒๔ เรื่อง เพิ่มศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ นะครับ ขอบคุณที่กรุณาให้เกียรติกับทาง ห้องถามกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๓ เรื่อง การพัฒนาพื้นที่ ท่องเที่ยวและการประกาศให้พื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ธรรมแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นาวาอากาศเอกพิเศษ อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ตอนนี้ทุกท่านพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมตอบ เชิญครับ ท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้อง กราบสวัสดีท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนนะครับ รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาด้วยนะครับเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ๒๕๖๔ ก็กราบสวัสดีวันตรุษจีน นะครับ แล้วก็ได้มีโอกาสมาถามกระทู้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ นะครับ ที่ท่านได้มาตอบกระทู้เรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยว ของจังหวัดราชบุรี ซึ่งกระผมเองได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีไป ซึ่งเป็นกระทู้ที่เกี่ยวกับ เรื่องของการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรีทุกอำเภอที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนะครับ แล้วก็จังหวัดราชบุรีเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่มี ชื่อเสียงในหลายด้านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านธรรมชาติ เรื่องวัฒนธรรม ประเพณีทางด้านอาหาร เรื่องของวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ นะครับ ผมเองที่ได้ทำกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีเนื่องจากได้ทราบว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้มีหน่วยงานหนึ่งครับ ก็คือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหรือ อพท. ซึ่งมีพันธกิจในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อสร้างการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน นอกจากนี้ ยังพัฒนาการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน และที่สำคัญคือเป็นหน่วยงานที่บูรณาการร่วมกับทุกภาคี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ จังหวัดราชบุรีของกระผมนั้นมีอำเภออยู่ถึง ๑๐ อำเภอ ในแต่ละอำเภอนั้นมีแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอะไรหลายที่ครับ🔗
ที่ท่านประธานเห็นภาพที่นำมาชม นั้นก็คืออุทยานหินเป็นอุทยานประวัติศาสตร์หินที่เขางู อยู่ที่อำเภอเมืองนะครับ นอกจากนี้ ที่อำเภอเมืองก็ยังมีถ้ำเขาบินที่อำเภอจอมบึงก็มีถ้ำจอมพลที่ ร. ๕ ล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านเคยเสด็จประพาสที่อำเภอจอมบึงนะครับ ก็มีถ้ำจอมพลมีการสลักพระปรมาภิไธย ที่ผนังของถ้ำด้วย ที่อำเภอสวนผึ้งที่นำมาถามกระทู้ท่านรัฐมนตรีก็เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผาปกค้างคาว พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ภโวทัย แล้วก็ตลาดชุมชนโอ๊ะป่อย นอกจากนี้ยังมีน้ำตกเก้าโจน โป่งยุบ ที่อำเภอบ้านโป่ง ของกระผมเองซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรในเขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวนะครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีภาพก็คือหอนาฬิกาใจกลางเมืองบ้านโป่งซึ่งเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ แล้วก็ปัจจุบันนี้ก็ทางเทศบาลเมืองบ้านโป่งก็ได้พัฒนาจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนะครับ มีทัศนียภาพที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีสระน้ำโกสินารายณ์ ที่ตำบลท่าผา ซึ่งเป็นอารยธรรม ยุคเดียวกับที่อำเภออู่ทองที่จะได้ถามท่านรัฐมนตรีต่อไปนะครับ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมยุคขอม ที่ทางอำเภออู่ทองนั้นได้ประกาศเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ อพท. แล้วนะครับ ซึ่งจะเชื่อมโยง กับของทางสระน้ำโกสินารายณ์ที่ตำบลท่าผาได้อย่างไรบ้างนะครับ นอกจากนี้ยังมี วัดใหญ่นครชุมน์ซึ่งเป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายมอญบนลุ่มน้ำแม่กลอง ที่อำเภอบ้านโป่งแล้วก็อำเภอโพธารามนะครับ นอกจากนี้ยังมีชุมชนจีนแคะหรือจีนฮากกา ที่บ้านห้วยกระบอก ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนแคะที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็เก่าแก่ที่สุดในผืนแผ่นดินไทย ที่ปัจจุบันนี้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่งที่สร้าง รายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะที่ เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีทฤษฎีใหม่นะครับ อย่างเช่นที่สวนหลังบ้านที่หมู่ ๑๑ ตำบลท่าผา ซึ่งเป็นการรวมตัวของพี่น้องประชาชนในการทำการท่องเที่ยวในลักษณะเกษตร ทฤษฎีใหม่หรือเกษตรแบบยั่งยืน แล้วก็นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวของวิสาหกิจชุมชนเพื่อทำ ของมาขายนะครับ เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน อย่างเช่นอาหารแปรรูปต่าง ๆ ที่ใช้วัตถุดิบ เชิงเกษตรจากในพื้นที่เองอีกหลาย ๆ ที่ นอกจากนี้แล้วที่อำเภอบ้านโป่งก็ยังมีอาหาร ที่อร่อย โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวหลาย ๆ ที่ ก๋วยเตี๋ยวนางงาม ข้าวมันไก่ไหหลำ ซึ่งเป็นของ ขึ้นชื่อของอำเภอบ้านโป่งนะครับ นอกจากนี้ที่อำเภอดำเนินสะดวก ท่านประธานก็คงจะ ทราบท่านรัฐมนตรีก็คงจะทราบว่าดำเนินสะดวกนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวคือตลาดน้ำดำเนิน ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันนี้นะครับมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดโคโรนา (Virus COVID Corona) ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นไม่สามารถเดินทางมาเที่ยว ในประเทศไทยได้นะครับ ท่านจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ได้เข้ามาเที่ยวอย่างไรบ้าง ก็ต้องผ่านเรื่องของการบูรณาการของ อพท. นี่ละครับที่จะนำมา เสนอท่านรัฐมนตรีในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับที่อำเภอบ้านโป่งของผมถือว่าเป็นพื้นที่ ที่มี ๕ ชาติพันธุ์นะครับ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยพื้นบ้าน ชาวไทยมอญ ชาวไทยจีน ชาวไทยญวน แล้วก็ชาวไทยลาวเวียง ซึ่งถือว่าเป็น ๕ ชาติพันธุ์ก็จะมีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นของตนเอง มีอาหารที่โดดเด่นที่สามารถนำมาเป็นจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวได้ ผมเองได้มีโอกาสมา ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ก็เนื่องด้วยอยากให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้มา พัฒนาจังหวัดราชบุรีโดยผ่านองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนหรือ อปท. ให้เป็นพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเหมือนกับที่โบราณสถานอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งทาง อปท. นั้นถือว่าเป็นองค์การมหาชนที่มีผลงาน ที่โดดเด่นในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยหลายที่นะครับ อย่างที่ สุพรรณที่ได้กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีที่นครพิงค์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้ ที่จังหวัดราชบุรีของกระผมนั้นยังไม่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน จึงอยากจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีในเบื้องต้นเป็นคำถามแรกว่า กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนหรือ อพท. นั้นจะมีนโยบายประกาศให้จังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะที่อำเภอบ้านโป่ง อำเภอสวนผึ้ง แล้วก็พื้นที่อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยังยืนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็จะขอตอบกระทู้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ🔗
กระทู้แรก คำถามแรกที่ท่านสมาชิกได้ถามผมว่าจังหวัดราชบุรีนี้จะได้รับ การประกาศให้เป็นการพัฒนาของ อพท. หรือไม่นะครับ ก็ต้องบอกว่าการที่จะมาเป็นพื้นที่ ที่จะให้ทาง อพท. ลงไปทำการพัฒนาหรือทำการศึกษาตรงนี้นี่ก็ต้องให้ทางจังหวัดราชบุรี ตรงนี้ได้ทำหนังสือยื่นเอกสารมาที่ อพท. เมื่อยื่นเอกสารแล้วนี่ทาง อพท. ก็จะได้ ทำการศึกษานะครับ เมื่อทำการศึกษาแล้วถ้าหากว่ามีความเป็นไปได้ของการศึกษาเกินกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์คะแนนก็จะประกาศให้เป็นพื้นที่ที่จะได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่พิเศษนะครับ แต่ขณะนี้ทาง อพท. ได้มีประกาศพื้นที่พิเศษออกไปแล้วทั้งหมด ๖ เขตนะครับ ก็มีพื้นที่ พิเศษเมืองเก่าน่าน พื้นที่พิเศษที่จังหวัดเลย พื้นที่พิเศษที่สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง และพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง พื้นที่พิเศษ เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง แต่ก็อันนี้คือสิ่งที่ประกาศไปแล้วเรียบร้อยนะครับ แต่ก็ทาง ราชบุรีก็มีส่งเรื่องให้มาทำการศึกษาก็เฉพาะที่ดำเนินสะดวกนะครับ ซึ่งทางตัวกระผม แล้วก็ทาง อพท. ได้ลงไปทำการสำรวจเป็นการเบื้องต้นไปแล้วนะครับ ซึ่งตรงนี้ถ้าสำหรับที่ อำเภอสวนผึ้งหรือที่ท่านได้กล่าวนำมาไม่ว่าจะเป็นที่อำเภอบ้านโป่ง ที่ชุมชนจีนแคะ บ้านห้วยกระบอก หรือที่ต่าง ๆ ตรงนี้นะครับ อย่างไรก็ขอให้ท่าน ส.ส. ช่วยทำความเข้าใจ แล้วก็ทำให้จังหวัดราชบุรีทำหนังสือมาที่ อพท. แล้วทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ อพท. จะได้ลงไปทำการศึกษาและทำการสำรวจแล้วก็ประเมินว่าเป็นการเหมาะสม หรือไม่ที่จะไปพัฒนาเป็นพื้นที่พิเศษตรงนั้นนะครับ ซึ่งในคำถามแรกผมขอตอบเพียงเท่านี้ ก่อนครับ🔗
เชิญท่านอัครเดช ถามคำถามสุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้อง กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์นั้นท่านได้ เสียสละเวลามาตอบกระทู้ถามการพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรี ในนามของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีก็ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมเองนั้น ก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสติดตามผลงานของท่านรัฐมนตรีตั้งแต่ท่านมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้มีนโยบายการพัฒนาพื้นที่แล้วก็ การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นผลงานของท่านรัฐมนตรีเป็นที่ประจักษ์ แล้วก็ถือว่า ท่านเป็นรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ท่านหนึ่งนะครับ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านแล้วก็ขอขอบคุณท่านที่ท่านได้มาตอบกระทู้ให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดราชบุรี🔗
ผมจะขอถามคำถามที่ ๒ นะครับ หลังจากที่ได้ถามคำถามแรกท่านรัฐมนตรี ไปนะครับ เดี๋ยวผมจะได้ไปติดตามกับทางกระทรวงมหาดไทยที่จะได้ทำตามที่ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แนะมานะครับว่าจังหวัดราชบุรีควรจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ทาง อพท. นั้น ที่สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะได้มาพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวให้กับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีนะครับ คำถามที่ ๒ นะครับ เนื่องจากทางโบราณสถาน อู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นได้รับการประกาศจากองค์การพัฒนาการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนของ อพท. ให้เป็นพื้นที่พิเศษ ซึ่งท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้แจ้งมาว่ามี ๖ เขต ที่อำเภอบ้านโป่งเองก็มีสระน้ำโกสินารายณ์ซึ่งเป็นวัฒนธรรมขอมยุคเดียวกับที่โบราณสถาน ที่อู่ทองที่ได้ประกาศไปแล้วซึ่งก็สามารถเชื่อมโยงกัน นอกจากนี้ยังมีทางผ่านมาที่ท่าผา ที่สระน้ำโกสินารายณ์ซึ่งเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์นะครับ ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชพิธีสำคัญก็ได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระน้ำโกสินารายณ์นี้มาถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ล่าสุดก็เป็นพิธีพระบรมราชาภิเษกก็มาทำพิธีนำน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้มาถวาย แด่พระองค์ท่านนะครับ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี นั้นมีความรู้สึกภาคภูมิใจ ซึ่งทางผ่านนั้นจากสุพรรณบุรีจะมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ก็จะผ่านชุมชนบ้านห้วยกระบอกซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนแคะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน ซึ่งก็อยากจะให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้เข้ามา พัฒนาพื้นที่แห่งนี้แล้วก็ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับท่าน เนื่องจากจังหวัด กลุ่มจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรีนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญนะครับ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับการประกาศ เหมือนที่จังหวัดน่าน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ท่านได้ชี้แจงมานะครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบายในการที่จะประกาศให้กลุ่มจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรีนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดทางด้านการท่องเที่ยวภาคกลางตอนล่างที่มีศักยภาพ ทางด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน แล้วก็ศูนย์กลางการผลิต ผลิตสินค้าภาคการเกษตร อุตสาหกรรมปลอดภัยของภาคตะวันตกได้หรือไม่ อย่างไร จึงขออนุญาตกราบเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ขอบคุณครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งในนี้ผมเห็นมีคำถาม มามีข้อ ๒ และข้อ ๓ ผมขอตอบเป็นภาพรวมทีเดียวเลยนะครับ ว่าโอเค (OK) ในกรณีที่ จังหวัดราชบุรีก็ขอพูดถึงอำเภอสวนผึ้งนะครับ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราก็ไม่ได้ละเลยจังหวัดราชบุรีในการที่จะเข้าไปพัฒนาหรือเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้วทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬา แห่งประเทศไทยเราก็ได้มีการจัดการแข่งขันการวิ่งเทรล (Trail) ที่อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งเรามี การจัดการแข่งขันไปเรียบร้อยนะครับ แล้วยังมีกิจกรรมอีกหลาย ๆ กิจกรรมที่ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาไม่ว่าจะการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เราได้ลงไปจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมเรื่องของการกีฬานะครับ ในจังหวัดราชบุรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้แน่นอนครับจังหวัดราชบุรีอย่างไร ๆ ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราคงจะต้องไปทำการดูแลแล้วก็ทำการพัฒนาและส่งเสริมแน่นอน เพราะจังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดอันดับ ๘ ของประเทศไทยในการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว เป็นลำดับที่ ๘ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่นำรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยปีหนึ่งก็หลายหมื่นล้านบาทนะครับ ซึ่งอย่างไรตัวผมเอง ก็คงจะต้องลงไปทำการประสานแล้วก็ทำการพัฒนา ซึ่งในปีนี้นี่ตัวผมเองได้บอกให้ทาง ททท. แล้วก็การกีฬาแห่งประเทศไทยไปแล้วว่าขอให้จัดตารางปฏิทินของการท่องเที่ยว การกีฬา ของแต่ละจังหวัด ซึ่งจังหวัดราชบุรีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งซึ่งเป็นจังหวัดเป้าหมายที่เราจะต้อง ลงไปดูว่าจังหวัดราชบุรีนี้ในแต่ละปีมีงานประจำปีเรื่องอะไรบ้าง มีงานประเพณีหรือเป็นงาน วัฒนธรรมเรื่องอะไร ซึ่งตรงนี้ผมได้ให้ ททท. ลงไปทำการศึกษาแล้วจะจัดให้เป็นกิจกรรม หรือเป็นการเชิญชวนให้คนมาท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งผมก็ได้มีนโยบายไปว่าอะไรที่เป็นกิจกรรม เล็ก ๆ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลงไปทำการสนับสนุนก็ขอให้นำออกไปให้ท้องถิ่นเขา เป็นคนจัดการประชาสัมพันธ์ จัดการเชิญให้คนมาท่องเที่ยว แต่ขอให้ทาง ททท. ซึ่งมี การประชาสัมพันธ์และมีเครื่องไม้เครื่องมือเป็นที่ครบตรงนี้ขอให้เป็นการจัดกิจกรรมใหญ่ ๆ ซึ่งผมเชื่อว่าการจัดกิจกรรมใหญ่ตรงนี้สามารถเชิญให้คนภายในประเทศเข้าไปเที่ยวได้ ไปจับจ่ายใช้สอยได้ โดยเฉพาะไม่ว่าจะการกีฬาก็ดี การท่องเที่ยวก็ดี และอีกอันหนึ่งก็คือ การที่บอกว่าคลัสเตอร์ (Cluster) ของจังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็จังหวัด กาญจนบุรี มีด้วยกัน ๓-๔ จังหวัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เป็นจังหวัดที่มี รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นถึงลำดับที่ ๕ ของประเทศไทย ซึ่งแน่นอนอย่างไรเราก็คงจะต้อง จับให้ ๓-๔ จังหวัดตรงนี้ตั้งแต่นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ตรงนี้ให้เป็น ๑ คลัสเตอร์ (Cluster) ซึ่งท่านนำมา ๓ จังหวัด ผมก็เพิ่มนครปฐมให้อีก ๑ จังหวัด ซึ่งผมพยายามที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้มีการท่องเที่ยวให้เป็นกลุ่มจังหวัด การที่มีการท่องเที่ยว ให้เป็นกลุ่มจังหวัดก็คือเป็นการที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วขอให้เขาอยู่กิน อยู่ใช้ อยู่พัก ก็คือหมายความว่าโรงแรมได้ ร้านอาหารได้ การที่สินค้าโอทอป (OTOP) ได้ ชุมชน ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทำอย่างไรการที่เขาไปเดินทางไปเที่ยวใช้เวลา ๑ วัน หรือ ๒ วันก็ขอให้ เพิ่มเป็น ๒ วัน หรือ ๓ วัน นั่นก็คือเป็นการทำให้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มจังหวัด ให้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มจังหวัดตรงนี้ ผมได้มีการวางแผนและพัฒนาว่า จะพยายามพัฒนาว่าการท่องเที่ยวนี่ไม่ใช่จังหวัดโดด ๆ ในจังหวัดเดียว แต่ขอให้มีเมืองหลัก และเมืองรองควบกันสัก ๒-๓ จังหวัดเพื่อเชิญให้คนมีโอกาสไปท่องเที่ยวแล้วก็ได้ใช้เวลา มากขึ้น การที่ใช้เวลามากขึ้นในแต่ละจังหวัดต่าง ๆ ตรงนั้นก็แน่นอนครับการที่เขาจะต้องนำ เงินออกจากกระเป๋าไปใช้จ่ายในพื้นที่ก็ต้องมากขึ้นแน่นอน เมื่อมีการใช้จ่ายมากขึ้น ความเป็นอยู่ของชุมชนและของพื้นที่ต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัดก็จะมีรายได้ที่มากขึ้น โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีเน้นย้ำว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีตรงนี้ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพยายามพัฒนาแล้วก็ส่งเสริมให้มี การท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนให้ได้มากที่สุด การที่เราส่งเสริมและให้มีการการท่องเที่ยวสู่ชุมชน ตรงนั้นหมายความว่าชุมชนหรือเป็นรากฐานของประเทศไทยเรานี้จะได้รับแล้วก็ได้เข้าถึง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดการที่เราจะมีการท่องเที่ยวให้ถึง ชุมชนให้ได้ตรงนั้นสิ่งที่ต้องพัฒนาก็คือไปพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ อพท. ก็เป็นส่วนงานหนึ่งที่จะต้องลงไปทำการพัฒนา แต่ตรงนั้นไม่ใช่เป็นการพัฒนาพื้นที่ พิเศษนะครับ แต่ลงไปช่วยการพัฒนาสำหรับชุมชนต่าง ๆ ที่นำเสนอเข้ามาซึ่งตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ ขอให้บอกว่าโอเค (OK) ช่วยให้ อพท. ลงไปสู่ชุมชน นั้น ๆ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้ทาง อพท. ก็จะมีแพทเทิร์น (Pattern) ในการลงไปพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการสอน เป็นการสอนด้านต่าง ๆ ในการต้อนรับ การพัฒนา พื้นที่ การพัฒนาห้องพัก และที่สำคัญที่สุดก็คือพัฒนาถึงโอทอป (OTOP) สินค้าโอทอป (OTOP) ต่าง ๆ ว่าคุณจะต้องทำอย่างไรให้มีคนมาเข้าพื้นที่แล้วสามารถใช้เงินให้ได้มากที่สุด ตรงนี้คือเป็นวัตถุประสงค์ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเอาไว้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านอัครเดช🔗
ท่านประธานอีกนิดเดียวสั้น ๆ ครับ พอดีผมมีข้อสังเกตไปถึงท่านรัฐมนตรี ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับท่านประธาน ได้ฟังท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ทางด้านการท่องเที่ยว ก็ดีใจที่เรามีรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ทางด้านการท่องเที่ยวอย่างยิ่ง แล้วก็ขอฝากท่านประธานครับ เนื่องจากผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณทางด้านพระราชกำหนดฟื้นฟูเศรษฐกิจเยียว ยาโควิด (COVID) นะครับ มันมีโครงการอยู่ตัวหนึ่งครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็คือโคก หนอง นา โมเดล ซึ่งรัฐบาลได้เติมเงินงบประมาณ ตรงนี้ไปเยอะพอสมควรนะครับ แล้วในจังหวัดราชบุรี แล้วผมคิดว่าคงจะทั่วประเทศ หลายพื้นที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็ทำได้ดี อย่างที่ผมเรียนท่านรัฐมนตรีไป อย่างที่หมู่ ๑๑ ตำบลท่าผา สวนหลังบ้านก็เกิดจากที่เกษตรทฤษฎีใหม่ ถ้าท่านรัฐมนตรี จะได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปศึกษาแล้วก็เชื่อมโยงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งใหม่ เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ ก็จะเป็นประโยชน์กับชุมชน แล้วก็ท้องถิ่น แล้วก็ พี่น้องประชาชนได้มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ด้วยครับ จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไร เชิญครับ🔗
ก็ยินดีรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ และผมจะได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าส่วนไหนที่เราควรจะลงไปพัฒนาก็จะไปดูแลให้ครับ ซึ่งของเราก็มีโครงการท่องเที่ยว มี อพท. แล้วก็มีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่ถ้าเป็นเรื่องของการกีฬาเราก็มี กรมพลศึกษา มี ม. กีฬา แล้วก็มีการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีทั้งหมด ๖ หน่วยงาน แต่ถ้าหากว่าเกี่ยวกับทางรักษาความปลอดภัยก็มีตำรวจท่องเที่ยว กองบัญชาการ ตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งถ้าหากมีอะไรให้รับใช้ก็ยินดีรับใช้ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถาม-ตอบกระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๒๓ เรื่อง การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว และการประกาศให้พื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ นะครับ ที่กรุณาให้เกียรติ ห้องถาม-ตอบกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๑๙ เรื่อง ปัญหาความมั่นคงในอาชีพ และสวัสดิการของบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งอัตราจ้าง (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามเฉพาะคือ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมแล้วขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ถามนะครับ แล้วก็ขอเชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รอตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานที่บรรจุวาระนี้และขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ ที่กรุณาเสียสละเวลาอันมีค่ามาตอบกระทู้ถาม ซึ่งเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗
ท่านประธาน กระทู้ที่ผมเรียนถามนี้ก็คือเรื่องปัญหาความมั่นคงในอาชีพ และสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งอัตราจ้าง แล้วก็รวมทั้ง พนักงานราชการด้วยครับ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่หลายปีผ่านมาในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะหน่วยงานใหญ่คือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนี่มีการจ้าง บุคคลเข้าทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในราชการจำนวนมากนะครับ แล้วก็เป็นในลักษณะที่จ้าง รายปีนะครับ มีการได้รับเงินเดือน มีการได้รับเงินประกันสังคมด้วยนะครับ แต่มานับแต่ ประมาณปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นยุคสมัยของท่านรัฐมนตรีว่าการท่านปัจจุบันนี้ก็จะมีปัญหา เรื่องการทำสัญญาการเบิกจ่ายเงินไม่มีความต่อเนื่อง เป็นไปในลักษณะที่เดือนต่อเดือน ก็มี ๒ เดือนก็มี ๓ เดือนก็มี และไกลสุดรู้สึกจะ ๔ เดือนนะครับ เงินเดือนค่าจ้างนี้ก็ออก ไม่มีความตรงเวลา แล้วก็จะสิ้นเดือนก็ยังไม่ได้ทำสัญญาของเดือนถัดไป บุคลากรเหล่านี้ ก็หวั่นไหว วิตกกังวล ขาดขวัญกำลังใจและไม่มีเส้นทางของความก้าวหน้า บุคลากรเหล่านี้ ซึ่งประกอบไปด้วยครูผู้สอนด้วยนะครับ ครูในโครงการต่าง ๆ มีธุรการ มีพี่เลี้ยงเด็กพิการ มีครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ คนขับรถ ภารโรง เหล่านี้เป็นต้น รวมทั้งพนักงานราชการ ก็มีปัญหา อีกอย่างหนึ่งเดี๋ยวผมจะกราบเรียนนะครับ อย่างธุรการนี้ก็มีปัญหาความไม่เท่าเทียม ลักลั่นกัน มีกลุ่มหนึ่งได้ ๙,๐๐๐ บาท อีกกลุ่มหนึ่งได้ ๑๕,๐๐๐ บาท และถ้ากลุ่ม ๑๕,๐๐๐ บาทนี้ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าบรรจุคนใหม่ก็ให้ลดลง ๙,๐๐๐ บาท อะไรเช่นนี้นะครับ ก็จะเห็นว่าค่าจ้าง ๙,๐๐๐ บาทนี้ในจังหวัดที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงกว่านี้ บุคลากรของรัฐยังต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำนี้ด้วยนะครับ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ก็คิดว่ายังพอทำเนา เพราะเหตุว่าเรื่องของการจัดทำงบประมาณซึ่งท่านรัฐมนตรีเข้ามาใหม่ยังไม่ได้ดำเนินการ แต่ว่าเราก็รอปี ๒๕๖๓ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขและหนักหน่วงยิ่งขึ้น ปี ๒๕๖๔ ก็ยิ่งซ้ำนะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่มีคนสนใจมากขึ้นนะครับ ทีนี้พนักงานราชการรวมทั้งอัตราจ้างนี่นะครับ นัยก็คือว่าการที่จ้างอัตราจ้างก็จะเสมือนกับว่าเราไม่มั่นใจว่าจะมีภาระงานนั้นสืบเนื่อง ต่อเนื่องไปยืนยาวจึงต้องจ้างไว้เพื่อเป็นการชั่วคราว แต่วันนี้ลูกจ้างเหล่านี้มีหลายคนอายุงาน ถึงจะ ๒๐ ปีก็มีนะครับ ก็อยากให้ไปตรวจสอบด้วย ๑๘ ปี ๑๗ ปี ๑๕ ปีอะไรเหล่านี้ ซึ่งมัน ไม่ใช่งานที่มีอยู่ชั่วคราวนะครับ ผมจึงคิดว่าอะไรที่มันจะเป็นงานที่มีความยั่งยืน ถาวร มีภาระงานที่แน่นอนควรจะเป็นตำแหน่งที่มีความมั่นคงในชีวิต มีเส้นทางของความก้าวหน้า เพราะฉะนั้นแล้วก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าตัวพนักงานราชการเองนี่จะมีโอกาส ได้เป็นข้าราชการครูหรือไม่ อย่างไร มีแนวทางอะไรนอกจากการไปสอบแข่งขันกับคนรุ่นใหม่ เพราะพนักงานราชการกลุ่มนี้หลายคนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์นะครับ มีผลงานระดับชาติ ระดับนานาชาติก็มี แล้วก็อยู่หลายปี แต่ว่าไม่มีเวลาที่จะอ่านหนังสือเพื่อไปสอบแข่งขัน กับคนที่จบใหม่นะครับ จะมีโอกาสที่จะบรรจุให้พวกเขาไหมเพื่อความก้าวหน้า เพราะพนักงานราชการนั้นก็จะแตกต่างกัน ไม่มีระบบวิทยฐานะ ไม่มีระบบบำเหน็จบำนาญ เป็นต้นนะครับ ส่วนตำแหน่งที่เป็นอัตราจ้างโดยเฉพาะครูก็เช่นกันนะครับ มีลักษณะเดียวกัน ปฏิบัติงานเนิ่นนานมาหลายปีไม่ใช่งานชั่วคราว แล้วก็มีหลายคนที่ทำงานเป็นที่ประจักษ์ และดีเด่นในระดับชาติ ในระดับอะไรต่าง ๆ มากมายนะครับ แล้วก็ทำให้งานขับเคลื่อน มามีโอกาสที่จะเป็นราชการมากกว่าที่จะต้องสอบเพื่อแข่งกับคนรุ่นใหม่ อันนี้ก็อยากจะเรียน ถามว่าครูอัตราจ้างกับพนักงานราชการนี่มีโอกาสที่จะเป็นครูได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้หรือไม่ ส่วนธุรการ ภารโรงนั้น ธุรการโดยเฉพาะธุรการเป็นไปได้ที่จะได้รับเงินเดือนให้เท่าเทียมกันเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทได้หรือไม่ ภารโรงจะเป็นไปในลักษณะที่ลูกจ้างประจำได้ไหม รวมทั้งธุรการ จะเป็นข้าราชการหรือ ๓๘ ค (๒) ได้หรือไม่ อย่างไร มีแนวทาง มีแผนงาน มีกำหนดเวลา อย่างไร เพราะว่าเห็นท่าน ก.ค.ศ. ได้มีการออกเกณฑ์อัตรากำลังของข้าราชการครู และบุคลากรในสถานศึกษานี่ก็มีกำหนดว่าจะต้องมีบุคลากร ๓๘ ค (๒) ของโรงเรียน ที่มีขนาด ๓๖๐ คนขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านั้นก็จะมีพนักงานราชการหรือลูกจ้างอยู่นะครับ🔗
ก็กราบเรียนถามข้อที่ ๒ นะครับ ถ้าเคลื่อนบุคลากรและครูเหล่านี้ไปสู่ การเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานราชการ หรือลูกจ้างประจำไม่ได้ สิ่งที่อยากจะให้ แก้ไขด่วนก็คือการทำสัญญาจ้างกับลูกจ้างเหล่านี้ให้มีความต่อเนื่องเป็นปี แล้วก็มี ประกันสังคม ก็ยังจะทุเลาปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้นะครับ ก็ขอทราบว่าท่านมีแนวทาง อะไร อย่างไร รวมทั้งเกณฑ์อัตรากำลังที่วางไว้นั้นจะให้เป็นจริงได้สมบูรณ์เมื่อไร หรือจะ เริ่มต้นเมื่อไร แล้วก็มีแผนงานในระยะในลักษณะที่เป็นขั้นตอนที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไร บ้างครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสุรวาท ถามทั้ง ๒ คำถามเลยนะครับ แต่ท่านมีเวลาเหลืออยู่ ๒ นาที กับอีก ๒๐ วินาที ถ้ามี ความจำเป็นต้องถามอีกผมก็จะอนุญาตให้ในห้วงเวลานี้นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องกราบขอบพระคุณท่านรองศาสตราจารย์สุรวาทนะครับ ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้าราชการทางการศึกษาในตำแหน่งอัตราจ้างและผู้ที่อาจจะ ไม่มีความมั่นคงในกระทรวงศึกษาธิการ ผมยืนยันอย่างหนึ่งครับว่าพื้นฐานผมมาจาก ภาคเอกชนนะครับ ขวัญและกำลังใจในการทำงานเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และผมเห็น ในกระทรวงศึกษาธิการคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการตำแหน่งอัตราจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว ภารโรง เป็นบุคลากรที่วันนี้มีความไม่มั่นคงแล้วก็ไม่มั่นใจในอนาคตเหมือนอย่างที่ท่านได้พูดถึง ผมพยายามจะหาวิธีแก้ในเรื่องนี้และผมคิดว่าในระยะเวลาอันใกล้นี่เราจะสามารถหา แนวทางที่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างยั่งยืน ปัญหาหลัก ๆ มันอยู่ที่เรื่องของฐานข้อมูลครับ ฐานข้อมูลของจำนวนโรงเรียนที่เราอยากให้มีหรือเหมาะสมที่จะมีในประเทศไทยนี่ควรจะมี สักเท่าไรอันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลถึงแม้ว่าจะเป็นโรงเรียน ขนาดเล็กมีจำนวนนักเรียน มีบุคลากรน้อยนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนนั้นจะอยู่โดยที่ไม่มี ตำแหน่งธุรการหรือตำแหน่งบางตำแหน่งซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญในการทำงาน วันนี้ กระทรวงศึกษาธิการกำลังพัฒนาโรงเรียนหรือว่ามีแผนบูรณาการการศึกษาทั่วทั้งประเทศ ทุกจังหวัด เพื่อทำให้เห็นมาสเตอร์แพลน (Master Plan) หรือแผนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ครับ หลาย ๆ คนกังวลว่าจากการบูรณาการของกระทรวงศึกษาธิการจะทำให้เกิดความหวั่นไหว ในกระทรวงศึกษาธิการมากมาย แต่ผมกลับมองว่าถ้าหากเราสามารถทำได้ วางแผนให้ ชัดเจนในแต่ละจังหวัดจะทำให้เรามีความมั่นใจว่าในแต่ละจังหวัดโรงเรียนที่มีความเหมาะสม โรงเรียนคุณภาพนะครับ ไม่ว่าจะเป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษา เอกชน อาชีวศึกษา ส่งต่อไปที่อุดมศึกษาควรจะมีเท่าไร หรือโรงเรียนที่ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่สามารถไป ร่วมกับคนอื่นหรือว่าเป็นโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนคุณภาพจะมีกี่โรงเรียน หลังจากนั้น เราจะสามารถนำเสนอทางผู้บริหารประเทศว่ามาสเตอร์แพลน (Master Plan) เป็นแบบนี้ ตำแหน่งที่มีความจำเป็นและมีความจำเป็นที่จะจ้างระยะยาวคือตำแหน่งอะไรบ้าง แน่นอน ครูก็เป็นส่วนหนึ่ง ผู้บริหารสถานศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าบุคลากรที่เป็นฝ่ายสนับสนุนนี่ ก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องแยกแยะออกมา ผมยังตอบไม่ได้ว่าวันนี้ตัวเลขนั้นคือเท่าไร แต่เป็นตัวเลขที่มากกว่าปัจจุบันแน่นอนนะครับ หมายถึงว่าในส่วนของอัตราที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ปัจจุบันเรามีโรงเรียนอยู่ ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน มีอัตราอยู่แค่ ๑๒,๐๐๐ อัตรา สำหรับอัตราจ้าง ก็เห็นอยู่แล้วครับว่าจาก ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ลบด้วย ๑๒,๐๐๐ มันมี ความแตกต่างกันอยู่นะครับ กระทรวงศึกษาธิการก็ใช้แผนระยะสั้นหางบประมาณมา สนับสนุน แต่จริง ๆ แล้วในทุก ๆ ปีที่เราหางบมาสนับสนุนก็อาจจะทำให้สำนักงบประมาณ มองได้ว่าคุณก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก็เลยไม่อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมมาเกินกว่า ๑๒,๐๐๐ คน ผมก็มีหน้าที่ที่ต้องทำให้สำนักงบประมาณมีความมั่นใจว่าถ้าหากตัวเลขดาต้า (Data) ของเรามีความพร้อม มีความมั่นคงในแนวทาง แล้วไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเท่าไรเขาเหล่านั้น สมควรที่จะได้รับการตอบแทนที่คุ้มค่าและมีความก้าวหน้าในชีวิต วันนี้เองอัตราจ้างนะครับ ถ้าเผื่อเป็นวุฒิปริญญาตรีมีใบประกอบวิชาชีพครูอัตราจ้างครบ ๓ ปีก็มีสิทธิสอบกรณีพิเศษ แต่ผมก็เข้าใจอย่างที่ท่านพูดครับ บางทีบางท่านมีความเหมาะสมทำงานมาเป็นเวลา หลายสิบปีแต่ก็ยังไม่ได้บรรจุสักที พนักงานราชการครบ ๓ ปีมีสิทธิสอบวิธีพิเศษ กำลังหา แนวทางอยู่ครับว่าถ้าหากว่าไม่ต้องสอบนี่จะมีวิธีไหน ซึ่งอันนี้ก็กลับมาเรื่องดาต้า (Data) ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการกำลังบูรณาการอยู่เพื่อสามารถเห็นคุณลักษณะพิเศษของแต่ละท่าน มีความเหมาะสมความเป็นครู ความเป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อเขาจะได้มีความสบายใจว่า จากการที่เขาไม่มีเวลาไปสอบแต่สิ่งที่เขาทำมาให้กระทรวงศึกษาธิการนี่จะเป็นผลตอบแทน ให้เขามีความมั่นคงในชีวิตนะครับ🔗
ไปถึงคำถามที่ ๒ นะครับ ถ้าหากว่าทำสัญญาจ้างให้มีความต่อเนื่อง มีประกันสังคม ผมยืนยันครับว่าถ้าตัวเลขดาต้า (Data) มันชัดเจน และผมคิดว่าจะชัดเจน ภายในระยะเวลาไม่เกินอีก ๓ เดือนที่จะถึงนี้เราสามารถทำเรื่องเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้เห็นความจำเป็นในแต่ละตำแหน่ง ในแต่ละโรงเรียน มีงบประมาณจัดสรรมาให้คุ้มค่า กับตำแหน่งนั้น ๆ ไม่ใช่ว่าบางส่วน ๙,๐๐๐ บาท หรือ ๑๕,๐๐๐ บาทอย่างที่ท่านได้พูดถึง รวมถึงมีสวัสดิการประกันสังคมให้ด้วย อันนี้ต้องรบกวนท่านติดตามดูครับ หลังจากที่ แผนบูรณาการของประเทศทั้งหมดได้รับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีผ่านศึกษาธิการ จังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดมานี่เราก็น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านสุรวาทครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แล้วก็ฝากนำเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรี พูดถึงจำนวน ๑๒,๐๐๐ คนนะครับ เท่าที่ผมรับทราบแล้วก็รับทราบกันทั่วกันนี้น่าจะอยู่ ประมาณถึงหกหรือเจ็ดหมื่นคน สำหรับลูกจ้างนี้ไม่ใช่ ๑๒,๐๐๐ คน ก็ฝากท่ารัฐมนตรีว่าการ ได้ดูแลให้ทั่วถึงทั้งหกเจ็ดหมื่นคนด้วยนะครับ หรือว่าถ้าข้อมูลนี้ผมผิดพลาดก็ได้โปรด ตรวจสอบว่าน่าจะมีมากกว่า ๑๒,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากไปถึง ทางกระทรวงนะครับว่าสิ่งที่ท่านตอบเมื่อสักครู่นี้เป็นทิศทางที่ถูกต้องว่าจะต้องรีบเร่ง วิเคราะห์ว่าสภาพของงานอยู่ที่ไหน จะมีมากแล้วก็ยืนนานนะครับ มีระยะเวลาที่ยาว ก็ต้องเร่งรีบในการที่จะทำให้คนเหล่านี้มีความมั่นคงในชีวิต แต่อย่างไรก็ตามผมยังเป็นห่วง ในเรื่องของสถานศึกษานะครับ ที่มีเกณฑ์ มีกรอบอัตรากำลังที่กำหนดมาว่าโรงเรียนต่ำกว่า ๔๐ หรือ ๔๐ ลงมานี่ไม่กำหนดผู้บริหารให้ ในขณะนี้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการนี่กำหนดไว้เลยในมาตรา ๓๙ ว่าถ้ามีโรงเรียนนี้จะต้องให้มีผู้อำนวยการ นะครับ ถ้ามีโรงเรียนต้องมีผู้อำนวยการ ถ้าโรงเรียนยังไม่ยุบต้องมีผู้อำนวยการครับ แม้ว่าจะว่างอยู่ก็ต้องมีอัตรากำลังไว้นะครับ อันนี้ก็อยากฝากกระทรวงได้หารือกับ กพร. ว่า ถ้ามีมติเช่นนั้นจะขัดกับกฎหมายพระราชบัญญัติที่ผมเรียนหรือไม่นะครับ🔗
และอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะสอบถามนะครับว่าเกณฑ์อัตรากำลังที่กำหนด มาไว้นั้นท่านได้ตกลงกับ กพร. แล้วหรือยังนะครับ เมื่อมีกรอบ มีอัตรา มีคนอยู่ หมายความว่า จะสามารถจัดคนลงได้หรือไม่ โรงเรียนที่ต่ำกว่า ๓๖๐ คน ท่านบอกว่าจะมีอัตราจ้างหรือ พนักงานราชการ ถ้าเกินกว่านั้นท่านจะมีบุคลากร ๓๘ ค (๒) แล้วก็มีอัตราครูนี่ไว้อย่างดี ซึ่งผมค่อนข้างเห็นด้วยกับอัตรากำลังกับกรอบตรงนี้นะครับ แต่ว่าก็อยากจะให้กำลังใจ และอยากจะเห็นความสำเร็จของเรื่องนี้ แล้วก็ให้ได้โปรดกระทรวงได้เร่งรีบที่จะทำตรงนี้ ให้เป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับมติของ คพร. ครับ ก็ขอฝากท่านว่า มีพี่น้องเพื่อนครู บุคลากรทั้งหลายติดตามรับฟังเรื่องนี้ อยากเห็นความสำเร็จของ การทำงานในการพัฒนาการศึกษาของประเทศครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการครับ ก่อนอื่นนะครับ ตัวเลข ๑๒,๐๐๐ นี่เป็นงบประมาณที่ทางสำนัก งบประมาณอนุมัติให้นะครับ ตัวเลขหลายหมื่นที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่นี่ก็คือส่วนต่างที่ กระทรวงศึกษาธิการต้องหางบประมาณโดยหักจากส่วนอื่น ๆ เพื่อมาตอบแทนบุคลากร ทางการศึกษาครับ ผมเรียนท่านว่าถ้าหากว่าตัวเลขมีความชัดเจน สถานที่มีความชัดเจน ในแต่ละจังหวัดนี่ไม่ว่าโรงเรียนจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กหรือว่าจะมีนักเรียนเท่าไร มีความจำเป็นที่ต้องมีผู้บริหารโรงเรียนนะครับ แต่ ณ ปัจจุบันนี้มาตรการของ คพร. (๒๕๖๒-๒๕๗๕) นี่ไม่ให้บรรจุ ผอ. โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คนนะครับ แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้นำเสนอไปและได้รับการตอบสนองว่าถ้าหากเป็นโรงเรียนที่ เฉพาะเจาะจงมาแล้วว่าเป็นโรงเรียนสแตนด์อะโลน (Standalone) นี่สามารถบรรจุได้นะ ครับ ฉะนั้นยืนยันว่าถึงแม้ว่ากระบวนการบูรณาการของจังหวัดยังไม่เกิดขึ้นทางโรงเรียนที่ เป็นโรงเรียนเป้าหมาย โรงเรียนที่จะเป็นโรงเรียนสแตนด์อะโลน (Standalone) ก็สามารถ มีผู้บริหารได้นะครับ ในอัตราอื่น ๆ ผมยืนยันครับว่าเราจะพยายามแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ แน่นอนนะครับ แล้วผมคิดว่าเมื่อมีการรวมโรงเรียนแล้วนี่โรงเรียนจะเป็นโรงเรียน ขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในโรงเรียนขนาดกลางมีนักเรียนน่าจะ ๖๐๐ คน ๘๐๐ คน ถึง ๑,๐๐๐ คน ฉะนั้นในส่วนของผู้บริหารสถานศึกษานี่จะเกิดขึ้นแน่นอนครับ แล้วก็หวังว่า เป็นผู้บริหารที่มีคุณภาพที่สามารถขับเคลื่อนสถานศึกษาไปได้ครับ🔗
ครับ ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าจบการถาม-ตอบกระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๑๙ เรื่อง ปัญหาความมั่นคงในอาชีพและ สวัสดิการของบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งอัตราจ้าง ของท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ต้องขอขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๒๐ เรื่อง การทบทวน แก้ไข หลักเกณฑ์ และวิธีการเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (รองศาสตราจารย์ สุรวาท ทองบุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นางสาวมนัญชยา โล๊ะกาแก้ว นักทรัพยากรบุคคล ชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เชิญ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ถาม และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเตรียมตอบ ขอให้คำนวณเนื้อหา กับเวลาด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรวาท ทองบุ ครับ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนะครับ วันนี้มีกระทู้ที่ ๒ นะครับ เรื่อง ขอให้ทบทวนแก้ไขหลักเกณฑ์ และวิธีการเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เดิมนั้นซึ่งได้ยื่นไว้ ก่อนที่จะมีมติของ ก.ค.ศ. ในการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์นะครับ เตรียมที่จะออกหลักเกณฑ์ ใหม่หรือที่เรียกว่า ว๓ หรือ วPA ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของวิทยฐานะนั้นมีกำหนด ไว้ตลอดมาซึ่งเดิมก่อนนั้นเรียกว่าผลงานวิชาการของครูและต่อมาก็เรียกว่าเป็นวิทยฐานะ ของครูนะครับ ระบบนี้มีไว้เพื่อเป็นการจูงใจแล้วก็เป็นกุศโลบายให้ครูได้ใช้ความพยายาม ในการที่จะวิเคราะห์คุณภาพการเรียนการสอนของผู้เรียน วิเคราะห์สภาพการจัดการเรียน การสอนเพื่อหวังว่าจะให้การเรียนการสอนนั้นส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนนะครับ เมื่อครูได้ ทำงานจนเกิดความสำเร็จและความก้าวหน้าก็คือได้รับการยกย่องเชิดชูในวิทยฐานะ แล้วก็มีค่าตอบแทนตามสมควรนะครับ แต่มาถึงวันนี้มีข้อสังเกตหลาย ๆ เรื่อง มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ค่อนข้างจะบ่อย ว๑๗ ก็มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เรื่อยมา ก็มี ว๒๑ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๐ เพิ่งได้ ๒-๓ ปีนี้ก็มี ว๓ หรือ วPA ที่กำลังจะเป็น หลักเกณฑ์วิธีการใหม่ วันนี้ก็มีหลายประเด็นนะครับ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และให้ระบบนี้ เป็นระบบที่ไปส่งเสริมและไปกระตุ้น ไปจูงใจให้กับครูที่มีความวิริยะอุตสาหะพัฒนาตัวเอง พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนนะครับ มีปัญหาเรื่องเดิม ๆ อยู่คือกลุ่มที่ขอรับการประเมิน ด้วย ว๑๓ ตรงนี้ก็มีการร้องเรียนมาที่กรรมาธิการบ่อยครั้งแล้วก็มาพูดจากันหลายเรื่อง จนกระทั่งถึงตอนนี้ได้ทราบว่ามีมติให้ไปทบทวนอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นการยุ่งยาก ซึ่งเดิมทีนั้น เขาควรที่จะได้รับการอนุมัติให้เป็น คศ.๔ ซึ่งเขาบอกว่าทำทุกอย่างเหมือนกับเพื่อนที่ได้รับ การอนุมัติไปแล้ว แต่ภายหลังนี่กลุ่มหลัง ๆ ที่มาประเมินทีหลังนี้ก็ไม่ผ่านเหมือนกับเพื่อน ที่ผ่านไปแล้ว อันนี้ก็ฝากด้วยครับ และมีเรื่องเดิมอีกอันหนึ่งคือเรื่องกลุ่ม ๓๘ ค (๒) จะทำอย่างไรไม่ให้เหลื่อมล้ำและลักลั่น มีตำแหน่งใดบ้างที่จะเป็นวิทยฐานะได้ ผมขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าเรื่องของสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ก็คือ การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการไปสู่วิธี เข้าใจเจตนาดีนะครับว่าทาง ก.ค.ศ. ท่านรัฐมนตรีว่าการเป็นประธานนี่มีเจตนาดีที่อยากจะให้ครูได้มีเวลาทุ่มเทกับการเรียน การสอนให้มากที่สุด ลดภาระงานอื่น ๆ ลง แต่ว่าก็ยังเป็นประเด็นอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่อย่างไรก็ตาม ว เก่า ว๑๗ วันนี้มีหลายคนที่ได้รับอนุโลมให้ใช้ ว๑๗ แต่ว่าเขาจะครบ ๔ ปี อยู่ไว ๆ นี้ อยู่กลาง ๆ ระหว่างที่ วPA ยังไม่ประกาศใช้ แต่เขาไม่สามารถส่ง PA ได้ แต่ต้องไปรอ ๕ ปี ของ ว๑๗ พอจะครบ ๕ ปีปรากฏว่าห้ามไม่ให้ส่ง ว๑๗ เพราะเหตุว่า หมดอายุตามข้อกำหนดว่าจะต้องขอ ว๑๗ ภายใน ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ซึ่งเขาขาด ๕ ปีอยู่ ที่สุดก็เลยไปใหม่ก็ไม่ได้ เอาอันหลังก็ไม่ได้ ส่วน ว๒๑ นะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาของ ว๑๗ นั้นเป็นเรื่องของวิธีการประเมินทำให้ครูไปทำเอกสารอะไรทั้งหลายก็มาปรับเป็น ว๒๑ แต่ว่าสิ่งที่อยากจะให้ทบทวนในตอนนั้นที่ยื่นกระทู้ถามก็คือเรื่องระยะเวลา ๕ ปี ซึ่งมัน นานเกินไปนะครับ เดิมทีของเราของข้าราชการครูกับมหาวิทยาลัยนี่มีความเทียบเคียงกัน การที่มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ กับ คศ.๓ ก็จะเท่ากัน ขยับ ๆ ไปก็เท่ากัน จบ ป. ตรี หรือ ป. โท นี่จะเท่ากันเลย พอมา ว๒๑ นี่เป็น ๕ ๕ ๕ ซึ่งมีหลายคนที่ เสียประโยชน์ตรงนี้เรื่องของ ว๒๑ นะครับ รวมทั้งตอนนี้มีปัญหาเรื่องของการเก็บชั่วโมงสอน เนื่องจากว่าทางกระทรวงนี้ไม่มีงบประมาณให้ชั่วโมงอบรมพัฒนาตัวเองรวมทั้งสถานการณ์ โควิด (COVID) ด้วย อันนี้จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ท่านประธานครับ สำหรับ ว ใหม่นั้น ก็มีการกำหนดระยะเวลาอะไรต่าง ๆ ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มดีขึ้นคือจาก ๕ ๕ ๕ ครูผู้ช่วย ๒ ปี แล้วเข้าระบบ เดิมนั้น ๒ ปี แล้วก็ ๕ ๕ ๕ มาเป็น ๒ ปี แล้วก็ ๔ ๔ ๔ แล้วก็มีการให้สิทธิ ในการลดระยะเวลาด้วยเงื่อนไขด้วยกรณี ๔ กรณี แต่มีเงื่อนไขหนึ่งที่เป็นประเด็นที่อยากจะ กราบเรียนให้พิจารณาทบทวนคือเรื่องผู้รับการประเมินที่จะเลื่อนวิทยฐานะจะต้องมีผลงาน ดีเด่นติดต่อกัน ๔ รอบครับท่านประธาน ท่านประธานเคยเป็นครู เป็นผู้บริหารมา การที่คน จะได้ดีเด่นเป็นที่ ๑ ของโรงเรียน หรือเป็นกลุ่มดีเด่นกลุ่มสูงของโรงเรียนนี่ติดต่อกัน ๔ รอบ นี่จะเกิดอะไรขึ้น ก็อยากจะให้พิจารณาตรงนี้นะครับ เพราะว่าเราก็อยู่กันโดยฉันท์มิตร อันนี้คือ วPA ก็ยังมีประเด็นบางเรื่องนะครับ ท่านอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็สำคัญ นะครับ คือเรื่องที่ให้ส่งคลิป (Clip) และแผนการสอน ๑ ชั่วโมงนี่ในทางวิชาการเราก็กังวลว่า ๑ ชั่วโมงนั้นจะได้อะไร ท่านจะเห็นการสอนแบบบรรยายไหมถ้าจะดูการสอนของครู แต่จริง ๆ แล้วการสอนของครูตลอดเทอมตลอดปีนี้มีหลายรูปแบบนะครับ แล้วท่าน ยังห้ามว่าไม่ให้ตัดต่ออะไรอย่างนี้ ซึ่งบางครั้งถ้าจะเห็นสีหน้า แววตา เห็นน้ำมูก น้ำตา ของเด็ก มุมกล้องก็ตั้งหลายมุมก็ต้องมีการต่อมีการเติมกล้องนะครับ ทั้งหมดนี้ก็ถือว่า กระทรวงศึกษาธิการโดย ก.ค.ศ. นี้ก็ได้ใช้ความพยายามมีความปรารถนาดีและเจตนาดี แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะให้พิจารณาก็คือในช่วงเปลี่ยนผ่านนี่นะครับ เมื่อข้าราชการครู หรือบุคลากรทั้งหลายมาอยู่ในระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์ใด ณ เวลานั้นก็ควรให้สิทธิเขา ได้ทำตามที่เขารับรู้และรับสภาพและเข้ามานะครับ ไม่ควรบังคับว่าจะต้องไปเป็นวิธีใหม่ ในขณะที่เราบอกว่าการออกกฎหมาย หลักเกณฑ์อะไรทั้งหลายไม่ควรที่จะให้โทษนะครับ ควรจะให้เป็นคุณ น่าจะให้โอกาสในการเลือกว่าเขาจะใช้ ว ใด เพราะมันเป็นสิทธิที่เขา เข้ามาแล้วก็รับสภาพตรงนั้นครับ ก็ขอฝากนะครับว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ให้เขาเลือกได้ไหม และที่สำคัญตอนนี้ก็ยังทราบว่ามีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้บริหารหรือครู หรือ ศน. ก็ยังใช้ ว ได้ไม่เท่าเทียมกัน ก็ขออนุญาตเรียนถามในช่วงนี้ก็อาจจะยาวแล้วก็จบเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณท่านรองศาสตราจารย์สุรวาทอีกครั้งหนึ่งนะครับที่ให้ความสำคัญกับบุคลากร ทางการศึกษาโดยเฉพาะคุณครูนะครับ ตั้งกระทู้ถามที่เกี่ยวข้องกับความเจริญก้าวหน้า แล้วก็ความมั่นคงของคุณครู ผมยืนยันอย่างหนึ่งในการทำการศึกษานี่ผมมั่นใจว่าคนที่มี ความสำคัญที่สุดในการที่จะขับเคลื่อนการศึกษาโดยเฉพาะของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้คือ คุณครูครับ ถ้าหากว่าคุณครูไม่มีความสามารถ คุณครูไม่มีความตั้งใจ หรือไม่มีจิตวิญญาณ ของความเป็นครูนี่ผมไม่คิดว่านักเรียนจะสามารถเป็นบุคลากรของประเทศที่มีคุณภาพได้ เมื่อผมเข้ามาทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ ผมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับคุณครู ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ว อะไรก็แล้วแต่นะครับ ว๑๗ ว๒๑ อันนั้น ผมไม่สามารถไปแก้ไขได้นะครับ แต่เรื่องที่ค้างอยู่ ว๑๓ นี่ผมทราบดีครับว่าเป็นปัญหา แล้ววันนี้ได้มีการสั่งการให้มีการทบทวนหรือหาวิธีเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คาราคาซังอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นเวลาหลายปีและ ไม่ได้รับการแก้ไข และต้องยอมรับว่าถ้าหากจะแก้ไขจริง ๆ นี่ต้องมีความกล้าพอสมควร ที่จะดำเนินไปทางใดทางหนึ่ง แต่ผมก็ได้พูดคุยกับทางผู้บริหารในส่วนของ ก.ค.ศ. ว่าถ้าหาก เราปล่อยปัญหาให้คาราคาซังอย่างนี้ปัญหานี้ไม่มีวันจบครับ แทนที่เราจะเอาเวลาไปพัฒนา เรื่องอื่นเราก็ต้องมาตอบโจทย์ในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งวันนี้ผมมั่นใจว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยากจะทบทวนแล้วยังไม่มีเรื่องคดีความ เราก็พร้อมจะทบทวน แล้วก็น่าจะหาทางออกให้เหมาะสมได้สำหรับผู้ที่ส่งผลงานที่ที่ถูกต้องนะครับ ส่วนผู้ที่ ยังอยู่ในกระบวนการฟ้องร้องอะไรต่าง ๆ นี่อันนี้ผมก็พร้อมที่จะรอกระบวนการตรงนั้นให้เสร็จ เพราะไม่อย่างนั้นเราตัดสินใจอะไรไปบางอย่างกระบวนการศาลก็จะกลับมาทำให้เรา ต้องตัดสินใจในอีกรูปแบบหนึ่งหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สำหรับทุก ๆ ท่านเหมือน ๆ กัน การที่มี วPA หรือว่าที่ท่านพูดถึงว่าเป็น ว๓ หรือ ว ใหม่ ที่ออกมา วิทยฐานะใหม่ของคุณครูนี่ความตั้งใจคืออย่างนี้ครับ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องมองว่าคุณครูนอกจากได้วิทยฐานะ ได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองและมีโอกาสที่จะได้รับ ความก้าวหน้า ได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินเดือนขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่ตามวิทยฐานะ ที่เพิ่มขึ้นนี่ต้องมีการคงไว้ซึ่งวิทยฐานะนั้นครับ และต้องมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาครับ ถ้าหากว่าคุณครูไม่สามารถปรับตัวเองได้ตลอดเวลา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองตาม สถานการณ์ของโลก ณ ปัจจุบันได้นี่การศึกษาไทยจะไม่มีโอกาสที่จะขับเคลื่อนทันต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในส่วนของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ว นี้ ก็ได้คำนึงถึงเรื่องนี้และมาผสมผสานกับในเรื่องของการเจริญเติบโตจาก ว อื่น ๆ และเมื่อมี การประกาศใช้ไม่ว่าจะเป็น ว๑๗ หรือ ว๒๑ รวมถึง ว ใหม่นี้ทางข้าราชการครูก็ยังมีโอกาส ที่จะเอาผลงานจาก ว๑๗ หรือ ว๒๑ มาใช้ ๑ ครั้งเท่านั้นนะครับ เหมือนกับเป็นโอกาส ที่จะเอาในช่วงข้อต่อใช้ ว เก่ามาเพื่อทำ ว ใหม่ให้เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นนี่ก็ต้องเข้าตาม ระบบต่าง ๆ และระบบนี้ที่เกิดขึ้นนี่นะครับ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนี่ผมมั่นใจ ว่าคุณครูนี่เห็นอนาคตและโอกาสในการเจริญเติบโตก้าวหน้าชัดเจนกว่าเดิมและมีเวลา ที่สามารถทำให้ได้สั้นกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ทิ้งการพัฒนาตัวเอง ต้องทำงาน ในโรงเรียนและมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องผสมผสานไปกับการเรียนการสอน วิธีวัด วัดอย่างไรครับ เราสามารถวัดได้ผ่านกระบวนการเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการ กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นในกระทรวง จะได้ไม่ต้องมาทำเอกสารกันมากมายครับ เราสามารถ ดูผลงานของครูได้ และถามว่าทำไมถึงต้องใช้คลิป (Clip) การเรียนการสอน เพราะโลก มันเปลี่ยนไปครับ วันนี้ถ้าหากว่าคุณครูไม่สามารถหาวิธีที่จะนำเสนอวิธีการเรียนการสอน ของตัวเองได้ผ่านระบบเทคโนโลยีหรือว่าใช้เครือข่ายดิจิทัล (Digital) อันนี้ก็ต้องเป็น เรื่องที่ต้องปรับปรุง หรือว่าพัฒนาเพราะโลกมันเปลี่ยนไปอย่างมากนะครับ ผมคิดว่า ในหลักเกณฑ์ตรงนั้นน่าจะทำให้ความเข้าใจระหว่างครูกับผู้บริหารสถานศึกษาเข้ามา ตกลงกันได้ว่าสิ่งที่นำเสนอควรจะเป็นอะไร ผมมั่นใจว่าเราคงมีความยืดหยุ่นเพียงพอ ที่สร้างโอกาสให้กับคุณครูได้นะครับ สมาร์ตคลาสรูม (Smart Classroom) ที่ในแต่ละโรงเรียน ถ้าหากมีการรวมโรงเรียนหรือพัฒนาโรงเรียนที่มีคุณภาพแล้วนี่ก็จะเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่คุณครูสามารถเข้าไปผลัดกันสอนแล้วก็บันทึกการเรียนการสอนของคุณครู เห็นบริบท ของนักเรียนในห้องเรียนนั้น ๆ ระหว่างที่ครูทำการสอนอยู่ คงไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากอะไร สำหรับเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉะนั้นในแนวทางของการได้วิทยฐานะของคุณครูนี่ผม มั่นใจว่าคุณครูน่าจะมีความสบายใจมากขึ้นกับงานที่ทำนอกเวลาสอนนี่น้อยลงนะครับ เอาผลงานชัดเจนของการเรียนการสอนในห้องเรียนมาเป็นตัววัดผ่านระบบเทคโนโลยี ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำงานเพิ่มเติม เพราะวันนี้ผมได้เห็นในข้อเท็จจริงครับ ผมไปดู ในพื้นที่จริง ช่วงวันหยุดถามว่าไปที่โรงเรียนจะเห็นโรงเรียนว่างเปล่าหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ เห็นคุณครูครับ คุณครูอยู่ในโรงเรียน ถามว่าทำอะไร ทำ ว๒๑ ครับ แล้วทำอย่างไร ก็คือ เอาผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงเทอมที่ผ่านมารวมทำ มานั่งจำว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรไปบ้าง แล้วบางทีก็มีการใช้เอกสารที่ถ้าเป็นคนตรวจก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจริงเมื่อไร เราต้องลด เรื่องเหล่านั้นครับ ทำให้คุณครูมีความคล่องตัวมากขึ้น เอาผลการเรียนการสอนของ นักเรียนมาเป็นตัววัดผ่านระบบเทคโนโลยี ไม่ใช่ว่าแค่เขียนรายงานอย่างเดียว ประเทศ อื่น ๆ ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของคุณครู ผมมีประสบการณ์อยู่พอสมควร ก็ไม่เห็นครับว่าคุณครูต้องทำเอกสารขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ สูงแล้วแต่นะครับ บางท่าน ก็ทำไว้เยอะแยะมากมายไปหมด แต่สุดท้ายมันไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นจริงของ ความเป็นครูหรือความสามารถในการสอนจริง ๆ ก็ยืนยันว่าตัววิทยฐานะของคุณครู ความก้าวหน้าของคุณครูจะได้รับการดูแลและสามารถมีความมั่นใจว่าถ้าหากเดินสาย เป็นคุณครูแล้วนี่โอกาสที่ไปถึงจุดสูงสุดไม่ได้แตกต่างจากการที่มาเดินสายบริหาร ที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณครูมองไปอีกทางหนึ่งถ้าเดินไปสายบริหารโอกาสเจริญก้าวหน้ามีมากขึ้น มีมากกว่า เร็วกว่า มีโอกาสในการเจริญเติบโตมากกว่า คุณครูก็เลือกไปสายบริหาร ซึ่งพอ ไปสายบริหารนี่ถ้าหากไม่มีความพร้อมจริง ๆ คุณครูเป็นผู้บริหารลำบากนะครับ เพราะการบริหารจัดการสถานศึกษานี่ไม่ใช่ว่าเคยเป็นครูแล้วสามารถบริหารได้นะครับ มันมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้ก็มีอีกสถานะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้อง ปรับตัวเหมือนกันนะครับ อันนี้ก็เป็นการทำงานบูรณาการทั้งระบบเพื่อทำให้คุณภาพของ การศึกษาเกิดขึ้นในสถานศึกษาและในขณะเดียวกันให้ขวัญและกำลังใจกับคุณครูและ บุคลากรทางการศึกษา แต่ถ้าหากว่ามีท่านใดที่ปรับตัวไม่ได้ ไม่มีความพร้อม ไม่สนใจ การพัฒนาตัวเอง อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าโอกาสในการเจริญเติบโตก้าวหน้าก็จะยากขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ท่านเหลือ เวลาอีก ๑ นาที ๔๘ วินาที เชิญท่านมีอะไรยังข้องใจ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ เรื่อง ว๑๓ นี่ก็เข้าใจว่ามีมติขึ้นมาซึ่งครูเห็นว่าเป็น การสร้างความยุ่งยากซึ่งแตกต่างจากคนเก่า แล้วก็โดยเฉพาะคนที่เกษียณไปแล้ว คนที่ ย้ายตำแหน่งไปแล้ว คนที่เปลี่ยนไปแล้วไม่สามารถที่จะทำดำเนินการเพื่อที่บอกว่า เยียวยานั้นซึ่งไม่เป็นธรรมกับเขาครับ ส่วน ว เก่าให้ใช้ได้ ๑ ครั้งนั้นก็จริง แต่ว่าเมื่อจะทำ แล้วเวลามันหมดก่อนตรงนี้อย่างไรก็ตามอยากจะให้ไปพิจารณาทบทวนว่าจะต้อง ไม่ให้เขาเสียสิทธิเวลาควรจะ ๑ ครั้ง ก็คือ ๑ ครั้ง ไม่ใช่ ๑ ครั้งแล้วก็ภายในวันที่เท่านั้น ซึ่งเขากลายเป็นว่าระยะงานยังไม่ถึง แต่จะเข้าใหม่ก็ไม่ได้ จะเข้าเก่าก็ไม่ได้ และประเด็น ที่ผมเรียนถามแล้วยังไม่ได้คำตอบคือการดีเด่นจากความดีความชอบ ๔ รอบติดต่อกัน ถึงจะได้ลดระยะเวลา อันนี้ก็ฝากท่านไปทบทวนด้วยครับ เรื่องของตำแหน่งต่าง ๆ ต้องเท่าเทียมกันนั้นทราบว่ามีความพยายามแต่ว่าวิธีการหรือ ว ต่าง ๆ นี้ยังไม่ดำเนินการ ก็ขอได้โปรดได้เร่งรีบที่จะดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตามก็คิดว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ อยากให้ไปทบทวนอีกครั้งหนึ่งในการใช้ ว ต่าง ๆ ว่าไม่ควรบังคับย้อนหลังที่เป็นโทษ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์และวิธีการเหล่านั้นครับ ก็ขอให้ทุกอย่างมันได้ แก้ปัญหานะครับ การที่จะส่งเสริมให้ครูได้มีขวัญกำลังใจแล้วก็พัฒนางานในหน้าที่ของตัวเอง ปรากฏคุณภาพต่อผู้เรียนที่พวกเราหวังร่วมกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภานะครับ ในส่วนของ ว๑๓ ที่ต้องมีการพิจารณาทบทวนผมได้ดู ทางออกอื่น หาแนวทางเพื่อจะให้ทุกท่านได้รับการพิจารณาแต่ทำไม่ได้ครับ ตามกฎหมายนะครับ อันนี้ผมคิดว่าเป็นทางออกที่ผมสามารถบริหารจัดการได้ใน กระทรวงศึกษาธิการที่ถูกต้องตามกฎหมายนะครับ🔗
ส่วนในเรื่องของ ว๑๗ และ ว๒๑ ที่ท่านพูดถึง ๑ ครั้งโดยที่ไม่กำหนด ระยะเวลาเดี๋ยวผมไปดูในความเหมาะสม แต่ผมคิดว่าถ้าหากอยู่ในระหว่างทำ ว ใด ว หนึ่ง อยู่นี่เวลาไม่ได้มาเป็นตัวกำหนดครับ แต่เดี๋ยวผมยืนยันให้ท่านทราบอีกทีนะครับ🔗
ข้อกังวลของท่านในเรื่องของผลงานดีเด่น ๔ รอบ เดี๋ยวผมจะไปหาแนวทาง เพื่อให้มีความชัดเจนตรงนี้นะครับ เพื่อจะได้ให้คำตอบกับพี่น้องครูว่าอันนี้เป็นซับเจกทีฟ (Subjective) หรือเป็นความเห็นส่วนตัวหรือเปล่า ตัดสินกันอย่างไรผลงานดีเด่น เพราะทุกอย่าง ที่ผมทำผมพยายามจะหาตัวชี้วัดหรือสามารถวัดได้โดยที่ไม่มีการลำเอียงและเปิดโอกาส ให้ทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม-ตอบกระทู้ ที่ ๒๒๐ เรื่อง การทบทวนแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อน วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นะครับ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณมากครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๒๒ เรื่อง แนวทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๙ ถนนสายวงแหวน รอบนอกกรุงเทพมหานคร ถนนกาญจนาภิเษกด้านทิศใต้เส้นทางบางขุนเทียน-บางนา (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม เรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนนะครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามเฉพาะ ที่ ๒๒๕ เรื่อง การก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง ยะลาตามแผนงาน (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีภารกิจ สำคัญไม่สามารถมาตอบคำถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนนะครับ ก็ถือว่า สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนที่เราจะประชุมวาระพิจารณาและรับทราบเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องที่มีกรรมาธิการหลายคณะขออนุญาตที่จะมีการแต่งตั้งกรรมาธิการ เนื่องจากมีการลาออกและเปลี่ยนแปลง ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องขออนุญาตนำวาระ ในตำแหน่งที่กรรมาธิการว่างลงดังกล่าวนี้ขึ้นมาก่อน หลายเรื่องเพิ่งส่งเข้ามาจึงไม่ได้ บรรจุในระเบียบวาระนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือกรรมาธิการที่ว่างลงจำนวน ๕ คณะ🔗
คณะที่ ๑ กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้คุณทัศนียา รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมาธิการได้แจ้งว่ากรรมาธิการชุดนี้คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิศร เนาวนนท์ ได้ลาออก จึงว่างลงตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จึงขอพรรคก้าวไกลเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนพรรคก้าวไกลครับ นายชัยสิทธิ กิตติวิบูลย์ ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ🔗
อนุมัติตามที่เสนอครับ🔗
ชุดที่ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ โดยนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการได้แจ้งว่ามีกรรมาธิการว่างลง เนื่องจากลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ๓ ท่าน คือ ๑. นายไพศาล ชโนวรรณ เป็นสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ๒. นายปรีชา แก้วกระจ่าง สัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ๓. นายบัณฑิต อับดุลบุตร เป็นสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ขอเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายภิเศก สายชนะพัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
สมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ แทนคุณปรีชา แก้วกระจ่าง ถ้าไม่พร้อมก็ผ่านไป พรรคภูมิใจไทย แทนคุณบัณฑิต อับดุลบุตร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย ขอเสนอชื่อนายจาตุรนต์ เอี่ยมโสภา แทนผู้ลาออกครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องก็อนุมัตินะครับ ก็คงค้างไว้สำหรับคุณปรีชาครับ แก้วกระจ่าง นะครับ ในช่วงประชุมนี้ก่อนที่จะผ่านไปวาระอื่นถ้ามีความพร้อมก็เสนอเข้ามาได้🔗
คณะที่ ๓ คือคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านอนันต์ ผลอำนวย ได้แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นายเทพไท เสนพงศ์ สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๔) และมาตรา ๙๖ (๒) จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมไหมครับ ถ้าไม่พร้อม ก็ผ่านไปนะครับ ต่อไปครับ🔗
คณะที่ ๔ กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ประธานกรรมาธิการ ได้แจ้งว่าเนื่องจาก นายวรภพ วิริยะโรจน์ กรรมาธิการ ได้ลาออกจากตำแหน่ง จึงต้องขอแต่งตั้งตำแหน่ง ที่ว่างลงแทนคนที่ลาออกไป เป็นสัดส่วนพรรคก้าวไกล ขอเชิญนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอเสนอชื่อ คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในสัดส่วนพรรคก้าวไกลครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ สมาชิกไม่ขัดข้อง อนุมัติไปตามที่เสนอครับ🔗
คณะที่ ๕ คณะกรรมาธิการ การสวัสดิการสังคม ประธานกรรมาธิการ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้แจ้งว่าเนื่องจาก นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ ได้ลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากความเป็น กรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ขอเชิญพรรคก้าวไกล เสนอครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอชื่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นกรรมาธิการครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครับ ถูกต้องนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น ก็อนุมัติไปตามที่เสนอนะครับ🔗
ท่านวิรัตน์มีอะไรรีบวิ่ง เชิญครับ เชิญท่านวิรัตน์นะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเปลี่ยนแปลงกรรมาธิการที่ได้เสนอไป คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ขอเปลี่ยนเป็น พันตำรวจเอก เสวก อรุณรุมแสง กราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอเปลี่ยนจากใคร เป็นใครนะครับ🔗
จาก พลตำรวจตรี สมศักดิ์ โอภาสเจริญกิจ เป็น พันตำรวจเอก เสวก อรุณรุมแสง ครับ🔗
อันนี้เดี๋ยวผมถาม ทางเจ้าหน้าที่นิดหนึ่ง ทางประธานกรรมาธิการเสนอมาหรือยังครับ🔗
น่าจะยังไม่ได้เสนอครับท่าน เพราะเขาเพิ่งแต่งตั้งไปเมื่อวานนี้ครับ🔗
ยังไม่ได้เสนอ อ๋อครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ขออนุมัตินะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
พรรคประชาธิปัตย์ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาต ท่านประธานเสนอ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นกรรมาธิการในส่วนของคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรครับ🔗
แทนคุณเทพไทนะครับ🔗
ครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขออนุมัติที่ประชุมนะครับ🔗
ก็จบที่ได้มีการขอ เปลี่ยนแปลงกรรมาธิการนะครับ ระเบียบวาระต่อไปจะเป็นเรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พิจารณา ต่อจากการประชุมเมื่อครั้งที่แล้วนะครับ คือเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งมีการอภิปราย ยังไม่จบ ยังค้างอยู่ ๒ ท่าน ท่านวิรัชเชิญครับ🔗
275🔗
คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต🔗
คะแนน คะแนนขึ้นไป)🔗
๒๕๖๕ ๘๐🔗
๔๕ ร้อยละ🔗
ปี อยู่ที่ (๘๕ ค่าเป้าหมาย🔗
คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต🔗
คะแนน คะแนนขึ้นไป)🔗
๒๕๖๔ ๖๕🔗
๔๐ ร้อยละ🔗
ปี อยู่ที่ (๘๕🔗
๑๑-5 ค่าเป้าหมายและตัวชี้วัด🔗
คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของ (Corruption ร้อยละของหน่วยงานภาครัฐผ่านการ🔗
ตัวชี้วัด ขึ้น CPI) ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ดี ย ไท Index:🔗
ทศ Perceptions ITA🔗
ะเ ประเมิน🔗
ร ป🔗
ประเทศไทยมีการทุจริตและ หน่วยงานภาครัฐมีวัฒนธรรมและ ผลอันพึงประสงค์🔗
พฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต🔗
เป้าหมาย ประพฤติมิชอบลดลง ๑.๒🔗
๑) ๒)🔗
๑. นายปกรณ์ ปรียากร ประธานกรรมการปฏิรูปด้านการเมือง ๒. นายสุรพงษ์ มาลี ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ๓. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ขออนุญาตนะครับ ขอเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ๑. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๒. นายปุณณลักขิ์ สุรัสวดี ๓. นายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล ๔. นายปิยะ หาญวรวงศ์ชัย ๕. นายวรัชญ์ ครุจิต ๖. นายวินัย ดะห์ลัน ๗. นายพานิชย์ เจริญเผ่า ท่านสมาชิกครับ ครั้งที่แล้วได้มีการอภิปรายมาแล้ว เกือบหมดแล้วครับ เหลืออีก ๒ ท่านคือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับรองศาสตราจารย์ สุรวาท ทองบุ ผมจะให้ทั้ง ๒ ท่านได้อภิปราย เมื่อจบแล้วก็จะให้ผู้ชี้แจงได้ชี้แจง หลังจากนั้น ถ้ามีผู้ซักถามก็อนุญาตนะครับ ขอเชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอบพระคุณท่านผู้มาชี้แจง แผนปฏิรูปประเทศที่ส่งมาก็ต้องขอขอบคุณที่ได้ให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทน ของประชาชน ก่อนที่ท่านจะไปจัดทำแผนให้จบออกมาใช้ ยังฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งผมเองก็ได้สนใจในเรื่องนี้ แล้วก็ต้องขอเรียนกับผู้มาชี้แจงว่าท่านไม่ใช่เป็น ผู้คิดริเริ่มเรื่องแผนปฏิรูปประเทศ แต่เมื่อมันถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วท่านจะมาเป็น ผู้ขับเคลื่อน ก็ต้องยอมรับว่าแผนปฏิรูปประเทศเริ่มต้นนี่ไม่ไว้ใจประชาชน ไม่เห็นคุณค่าของ ประชาชน จึงมีการจัดทำที่ผมคิดว่าเป็นการจัดทำของระบบราชการ และที่สำคัญก็คือ เป็นการจัดทำที่เห็นความมั่นคงของรัฐมากกว่าความมั่นคงของประชาชน ไม่ตอบสนองปัญหาและความต้องการของประชาชน ตามที่ท่านได้เสนอแผนปฏิรูปมา ซึ่ง ๑๓ ด้าน ผมเองก็อาจจะขอ มีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ปรากฏว่ามีหลายด้านนะครับ ที่ผมเคยอภิปรายไปแต่ปรากฏไม่ได้ถูกนำมา ไม่ทราบว่าจะด้วยเหตุใดนะครับ ทั้งในเรื่อง การเมืองปัจจุบันการเมืองเรามีความขัดแย้งกันสูงมากเหมือนจะเกิดสงครามกลางเมือง ในประเทศ เหตุผลอันหนึ่งก็คือนโยบายเป็นการแยกคนไม่มองประชาชนคนไทยเป็น พลเมืองของประเทศที่ต้องได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน เช่นกำหนดว่าผู้ออกมา เรียกร้องชุมนุมเป็นศัตรูหรือเป็นอันตรายอย่างนี้ แล้วก็ไม่เคยฟังเสียงเขา ก็คือความไม่เป็น ประชาธิปไตย ซึ่งผมอภิปรายไปครั้งหนึ่ง🔗
เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ผมเอาสั้น ๆ นิดหนึ่ง ผมเคยชี้แจงไปว่าวันนี้ การทุจริตคอร์รัปชันตั้งแต่รัฐประหารมาถึงวันนี้เราถอยลง ถอยลง ถอยลง คำว่า ถอยลง คือทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น เรามีสนามการจัดฮั้วประมูล ผมจะใช้คำพูดนี้ เพียงสนามเดียวคือ กรมบัญชีกลาง ผมไปฟังความคิดเห็นในหลายแห่งก็บอกว่าต้องมาอยู่จุดนี้ วันนี้เราจึง มีการทุจริตคอร์รัปชันอยู่อันดับที่ถอยมา ๑๐๔ ปีที่แล้วอยู่ ๑๐๑ ของโลกนะครับ จะสุดโลก อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ผมยังไม่เห็นมีทางออกในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเลยครับ การทุจริตคอร์รัปชันต้องเริ่มต้นที่คณะรัฐมนตรีก่อน ผมเคยบอกไปแล้ว แล้วก็อำนาจ ในการจัดซื้อจัดจ้างข้าราชการประจำมีแค่ ๑๐๐ ล้านบาท พอเกินจาก ๑๐๐ ล้านบาท เป็นอำนาจของรัฐมนตรีหมด แล้วก็ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านก็จะได้เห็นเงินทอน ที่กระจายไปในส่วนต่าง ๆ🔗
ในเรื่องกฎหมายกับกระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมถือว่า อาจจะถูกทำลาย ผมได้เคยอภิปรายไปแล้ว จุดเริ่มต้นถ้ากระบวนการยุติธรรมทางอาญา ก็อยู่ที่ตำรวจก็คือออกคำสั่งมาตรา ๔๔ ที่ไปใช้การแต่งตั้งให้มาอยู่กับนายกรัฐมนตรี กับ ผบ.ตร. คนเดียว การปฏิรูปตำรวจก็คือเป็นการแต่งตั้งที่เรียกว่าตามอำเภอใจ จึงได้มีข่าว ในสังคมตำรวจว่ามีการวิ่งเต้นโยกย้าย แล้วในกระบวนการยุติธรรมนะครับ ในกระบวนการ ยุติธรรมทั้งหมดตำรวจเป็นคนทำงานหนักที่สุด แล้วกระบวนการยุติธรรมที่เหลือถ้าเป็น ทางอาญาต้องเริ่มที่ตำรวจ ถ้าตำรวจไม่เริ่มต้นก็จะเป็นกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ และที่สำคัญวันนี้เมื่อตำรวจโดยเฉพาะพนักงานสอบสวนถูกทำลายแท่งสอบสวนไปแล้ว พนักงานสอบสวนเขาจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมาย ไม่ใช่ตามคำสั่ง แล้วก็ต้องพิสูจน์ เมื่อเราให้พนักงานสอบสวนไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างนี้ ก็จึงเป็นจุดเริ่มต้น แล้วก็ที่สำคัญก็มีข่าวการวิ่งเต้นโยกย้าย แต่ปรากฏว่าในแผนปฏิรูปของ ท่านไม่มี🔗
ในเรื่องการศึกษา จริง ๆ แผนปฏิรูปการศึกษาในสมัยที่มีคณะปฏิรูปกับ ของท่านนี่ต่างกันเลย การศึกษาในคณะปฏิรูปเขาดูเรื่องคุณภาพไม่ใช่ดูเรื่องปริมาณ วันนี้เรามีงบการศึกษาค่อนข้างสูง อาจจะสูงระดับต้น ๆ ของโลกที่ผมพูดไปแล้ว การศึกษา เป็นการเปลี่ยนคนไม่มีความรู้ให้คนมีความรู้ เปลี่ยนคนที่มีจิตใจที่โหดร้ายเป็นคนจิตใจที่รัก ความเป็นยุติธรรม การศึกษาปรากฏว่าท่านไม่ได้ฟังเสียงคนจำนวนหลายคนนะครับ แต่เรื่อง ที่ผมจะพูดก็ฝากไว้คราวที่แล้วคือเรื่องเศรษฐกิจ วันนี้อัตราเงินฝากธนาคารคิดดอกเบี้ยคน ต่ำมากร้อยละ ๑.๕ แต่พอไปคิดดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้สินเชื่อส่วนบุคคลถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นการคิดที่สูงมากเลย อันนี้ก็ปรากฏว่าไม่มี ถ้าระบบการเงินเรายังส่งเสริมนายทุนหรือกลุ่ม เงินธนาคารพาณิชย์อย่างนี้ คือใครจะหากำไรได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ยากครับ แล้วก็ในเรื่อง พลังงานอีกอย่างหนึ่งที่เคยฝากไว้ เราใช้ค่าไฟแพงเนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ บอกว่ารัฐต้องจัดงบสาธารณูปโภครัฐต้องอยู่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ถึงมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เราไปซื้อไฟจากเอกชนแล้วซื้อแพง ก็ไม่มีนโยบายตรงนี้ค่าไฟจาก ๔ บาท ควรจะเหลือ สัก ๒ บาทตามประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะวันนี้เราเพิ่มรายได้ให้ประชาชนไม่ได้ เราควร ลดค่าใช้จ่าย แต่เรื่องที่ผมอยากจะพูดยาววันนี้ก็คือเรื่องอื่น ๆ ปรากฏว่าในแผนปฏิรูปประเทศ ปรากฏว่าเรื่องอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญมีอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องการกระจายการถือครองที่ดิน ให้เป็นธรรม รวมถึงการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราจะพบว่า เรื่องที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติมี ๒ ขา ผมขออนุญาตเกินสัก ๓ นาทีนะครับ เป็นเรื่องสำคัญ🔗
ครับ เชิญครับ🔗
ก็คือขาหนึ่งเป็นที่ดิน ที่อยู่ในมือของเอกชน ที่กรมที่ดินออกโฉนดได้ ซึ่งวันนี้ก็มีประมาณ ๓๔ ล้านโฉนด แล้วพบว่า ประมาณ ๒๘ ล้านโฉนดกว่ามีคนถือครองที่ดินไม่ถึง ๕ ไร่ อันนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่สุดนะครับ ถ้า ๕-๑๐ ไร่ มีแค่ ๓.๓ ล้านคน ๑๐-๕๐ ไร่ มี ๒.๖ ล้านคน แต่ ๕๐ ไร่ขึ้นไป มี ๔๙,๐๐๐ แปลง ที่สำคัญอย่างยิ่งคือวันนี้พบว่าคนมีโฉนดที่ดินแค่ ๑๗ ล้านคน จาก ๖๗ ล้านคน ข้อมูล ทางสังคมอันนี้ผมทราบว่าท่านอาจจะไม่มี เมื่อเรามองที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญ อันนี้ก็เป็น เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านไม่ได้ทำเลย ก็คือวันนี้ในส่วนราชการที่เอาที่ดินของรัฐ ไปดูแลก็มีที่ดินของหน่วยราชการประมาณ ๙ หน่วยที่รับไปดูแล แต่มีกฎหมายอยู่ประมาณ ๑๑ หน่วย ท่านทราบไหมครับว่าที่ดินของประเทศมี ๓๒๐ ล้านไร่ แต่พบว่าที่ดินของ ส่วนราชการต่าง ๆ ที่มารวม ผมยังไม่รวมที่ของรถไฟอีก ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ขึ้นไปนะครับ ที่รถไฟก็จะอยู่ในกลางเมืองเยอะ ปรากฏว่าเรามีถึงเกือบ ๕๐๐ ล้านไร่ มากกว่าประเทศไทย อะไรรู้ไหมครับ ก็คือเป็นที่ดินรัฐทับกันเอง แล้วเป็นที่ดินทับกับเอกชน ท่านไม่มีความคิด ที่จะปฏิรูปที่ดินตรงนี้เลย แล้วกระผมอยากขอให้ท่านกลับไปดูคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ช่วงปี ๒๕๕๔ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์กับหมอประเวศเป็นผู้ทำ แล้วส่วนหนึ่งเรื่องที่ดินเขาส่งมาให้ผมได้ดูแลด้วย ตรงนี้ก็เป็นตัวอย่าง ซึ่งวันนี้ถ้าประชาชน ไม่มีที่ดินทำกิน แล้วเรายังปล่อยให้ที่ดินไม่มีการกระจาย เราอย่าหวังเลยว่าจะปฏิรูป ประเทศได้ แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งถ้าท่านเจาะลึกไปตรวจสอบเราก็จะเห็นว่าแม้แต่ที่ดิน ของกรมที่ดินก็ไปรุกล้ำในที่ของรัฐจำนวนมาก ถ้าผมจำไม่ผิดสมัยผมเคยรับราชการอยู่ที่ กรมสอบสวนเป็นอธิบดีอยู่ ที่ดินรับไปในจังหวัดภูเก็ตประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่นายทุน ไปรุกบนที่ที่มีพื้นที่ป่า ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ พวกนี้ประชาชนถูกรัฐรุก แล้วรัฐถูกประชาชนรุก ที่เป็นที่ของนายทุนจำนวนมาก อันนี้จึงเป็นเรื่องที่ปรากฏว่าไม่มีอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศเลย ผมก็อยากจะฝากนะครับ ผมขอให้กำลังใจ แล้วสิ่งต่าง ๆ ที่ผมพูดคือความเป็นจริงทางสังคม ท่านอยู่บนโลกของความเชื่อ ความเชื่อกับความเป็นจริงต่างกันนะครับ แล้วยิ่งท่านปฏิรูปไป ความเหลื่อมล้ำยิ่งมากขึ้น ความยากจนยิ่งมากขึ้น แล้วในแผนปฏิรูปนี้ผมก็ยังไม่เห็นมี ทางออกเลย ผมขอฝากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะครับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่ดี ผมก็อยากจะฝากว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลเชื่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอด แล้วยิ่งพัฒนาตามสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพูด ทำไม เรายิ่งเหลื่อมล้ำมาก เรายิ่งยากจนมาก แล้วเรายิ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันมาก คงไม่ใช่เรื่อง ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากว่า ความยุติธรรมทั่วหน้าต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่าไปผูกขาด หรืออย่าไปกำหนดด้อยค่า คนอื่น แล้วโดยเฉพาะที่ผมพูดเรื่องที่ดินเพราะเป็นทุนของชีวิต เป็นทุนของชีวิตที่ทุกคน จะต้องมีดินน้ำลมไฟ เขาจะต้องอยู่ควรจะกระจายอำนาจไปให้ชุมชนท้องถิ่น หรือองค์กร ท้องถิ่น เขาได้บริการจัดการครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ประเดี๋ยวเจ้าหน้าที่กรุณาเตรียมชี้แจงนะครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ก็ขออนุญาตอภิปราย (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ฉบับนี้นะครับ🔗
ผมขออนุญาตในส่วนของการศึกษานะครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการปฏิรูป รวมทั้งสภาพัฒน์ว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ จะปฏิรูปประเทศ ในทุกด้านถ้าการศึกษายังหาทิศทางไม่ได้ ไม่รู้จะเดินหน้าไปอย่างไรแบบที่ไปไม่เป็น จับตรงไหนมีปัญหาในทุกที่ เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าปฏิรูปด้านการศึกษามีความสำคัญที่สุด ถ้าปฏิรูปไม่สำเร็จ ปฏิรูปด้านอื่น ๆ ยากที่จะสำเร็จได้ ท่านประธานครับ หลายครั้ง ต่อหลายครั้งที่มีการมารายงานเรื่องของการปฏิรูปประเทศในทุกด้านนั้น ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ได้ให้ข้อเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานามากมายว่ามันไม่ใช่แผนปฏิรูปประเทศ มันเป็นงานกิจกรรมย่อย ๆ เท่านั้น เพราะการปฏิรูปจะต้องจัดรูปใหม่ให้รู้ว่าข้างหน้า ทั้งหลายนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ใช่ทำวันนี้พรุ่งนี้ให้เสร็จสรรพเรียบร้อย ผมดูในร่างของ แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานี้ เดิมทีท่านบอกว่าจะต้องปฏิรูป ๗ ประเด็น ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านแกะจากรัฐธรรมนูญว่าต้องทำอะไร จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญนั้น กำหนดให้จัดทำแผนให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปีด้วยซ้ำ แต่ว่าสิ่งที่เขาให้ทำในตรงนั้น ตามเจตนารมณ์คือให้ยกร่างกฎหมายและแนวทางการปฏิรูป ไม่ใช่ให้ท่านปฏิรูป เป็น ๗ ประเด็น แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็ทราบว่าความพิกลพิการของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับ เรื่องนี้นะครับ ก็ทำให้คณะกรรมการปฏิรูปชุดแรกนั้นทำอะไรไม่ได้สำเร็จตามเป้า แล้วก็ ว่างเว้นมา แล้วก็มาตั้งชุดใหม่ แล้วการได้มาซึ่งชุดใหม่นี้ก็ยังมาแบบที่ขาดการมีส่วนร่วม แล้วก็การครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาในทุกระดับนะครับ ก็จะเป็นกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นเองก็น่าเห็นใจนะครับ🔗
มาดูว่ามันผิดปกติอย่างไร คือแผนปฏิรูปนี้อยากจะให้ท่านทำแผน ตามเจตนารมณ์นั่นคือแนวทางการปฏิรูป ไม่ใช่ท่านเขียนให้ท่านทำภายใต้เวลาที่กำหนดไว้ จริง ๆ แล้วต้องทำให้เสร็จภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๕ ด้วย แต่ท่านก็ต่อไปกันยายน ต่อไปกันยายนนี่ไม่ใช่ให้ท่านทำนะครับ ไม่ใช่ท่านทำแผนปฏิรูปแล้วให้ท่านทำตามแผนนี้ ท่านต้องทำแผนเพื่อให้ประเทศนี้มันเดินไป คล้าย ๆ ว่าขึ้นรูปสร้างโครงสร้างไว้นะครับ แล้วท่านก็จาก ๗ กิจกรรมท่านมาทำเป็น ๕ กิจกรรม ๗ ประเด็นมาเป็น ๕ กิจกรรม ท่านก็เอา ๗ อันนั้นไปอยู่ใน ๓ กิจกรรมแรก แล้วท่านก็เพิ่มอาชีวะและอุดมศึกษา ตรงนี้ผมเห็นด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามต้องมองในภาพกว้างแล้วก็ระยะสั้น ระยะยาว ให้คนทั้งประเทศมาช่วยกันนะครับ หน่วยงานทุกหน่วยงานมาร่วมกันเพื่อที่จะดำเนินการ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างนะครับ การปฏิรูปด้านอุดมศึกษา ขั้นที่ ๑ ทำอะไร ขั้นที่ ๒ ประชุมอธิการบดี อย่างนี้มันเป็นกิจกรรมพัฒนาครับ มันไม่ใช่ ปฏิรูป ปฏิรูปมันต้องปรับโครงปรับอะไรต่ออะไรใหม่ แล้วสิ่งที่สำคัญที่ท่านควรจะทำนะครับ ท่านประธาน ฝากไปถึงท่านกรรมการปฏิรูปแล้วก็ท่านสภาพัฒน์ สิ่งที่ควรจะทำคือท่านจะต้องยกร่างกฎหมาย ด้วยซ้ำ แต่ว่าเวลามันจวนแล้ว ยกร่างกฎหมายแล้วก็เสนอแนวทางในการปฏิรูป ท่านไม่ได้ ให้ความสำคัญกับกฎหมายเลยดังเอกสารในหน้า ๓๒๓ ท่านก็เขียนไว้ ๖-๗ บรรทัด เท่านั้นเอง แล้วก็ท่านก็คล้ายกับจะไม่ทำอะไรเลยนะครับ ดังนั้นที่ท่านก็รู้ว่าวันนี้มันเกิด ความสับสนอย่างไร ซ้ำซ้อนอย่างไร เกิดความขัดแย้งกันอย่างไร ครูที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ ชุดดำมากี่ครั้ง ๆ แล้ว แล้ววันนี้กำลังชุดขาวเสื้อขาวทั่วทั้งประเทศ ก็เห็นแล้วว่าเขาไม่เห็น หนทางที่จะเดินไปข้างหน้า หน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปจะต้องสร้างแนวให้เขาเดินไป ข้างหน้าให้ได้ ไม่ใช่เหมือนกับว่าไปตัดแต่งกิ่งอะไรบางกิ่งหรือเติมน้ำเติมปุ๋ยนิด ๆ หน่อย อย่างที่แผนนี้กำหนดที่เขียนมานี้ ๔-๕ ด้านนี้ เพราะฉะนั้นตัวกลไกที่สำคัญที่สุดก็คือ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ก็ยังเป็นร่างเดิมที่มีครูออกมาคัดค้าน ใครที่อ่าน ก็รู้ว่าพิกลพิการ แล้วก็ไม่ได้รับการแก้ไข ตอนนี้ก็ไปอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นกรรมการปฏิรูป ในชุดนี้อยากจะเรียนว่าท่านไม่ต้องทำอะไร ท่านคิดแล้วสร้างกรอบ สร้างทิศทางที่จะเดินไป ข้างหน้า หรือรวมทั้งร่างพระราชบัญญัติก็ตามท่านให้แนวไว้ว่าจะเอาอย่างไร ท่านจะมี ศึกษาธิการภาคไหม ท่านจะมีศึกษาธิการจังหวัดไหม หลักสูตรการผลิตครูนี่จะเป็นระบบผลิต ระบบปิดหรือระบบเปิดอะไรนี่ให้ท่านช่วยกันคิดตรงนี้ แล้วสร้างแนวไว้นะครับ แล้วก็ให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งบุคลากรทางการศึกษา ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเขาได้เอาไปทำ เพราะอย่างไรท่านก็ทำไม่เสร็จด้วยตัวท่านเอง แม้ว่าท่านจะขยายไป เดือนกันยายน ๒๕๖๕ ก็ตาม ก็ขอขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ฝากเรียนไปยัง คณะกรรมการปฏิรูปและสภาพัฒน์ได้โปรดพิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่าง เพื่อให้ประเทศ เดินหน้าไป เพราะว่าถ้าการปฏิรูปการศึกษาเป็นไปอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลง ประเทศได้ ไม่มีทางที่จะปฏิรูประบบอื่น ๆ ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ เชิญผู้ชี้แจงเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม นายพานิชย์ เจริญเผ่า ในฐานะ กรรมการปฏิรูปประเทศ ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณา ให้ความเห็น ได้ชี้แนะ และให้ข้อสังเกตอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กระผมในนามของ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๓ ด้าน ขอน้อมรับคำที่ท่านได้นำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าทั้งหลายนั้น จะรวบรวมและบรรจุไว้ และได้รายงานแจ้งไปยังคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง ๑๓ ด้าน และสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติในฐานะเลขาธิการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และจะได้รายงาน ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการตามที่ท่านได้ให้ความเห็น ได้ชี้แนะและให้ข้อสังเกต มาในทุกประการ ก็ขอน้อมรับไว้นะครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
มีกรรมการ มีเจ้าหน้าที่ ชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ มีผู้ขอซักถาม ๒ ท่านครับ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ สุขสันต์วันตรุษจีนนะคะ วันนี้ เราทุกคนตั้งใจมาทำงานวันนี้เพื่อตั้งคำถามต่อสภาปฏิรูปประเทศ หวังว่าการปฏิรูป ที่จะตั้งใจทำนี้จะเป็นประโยชน์ตรงลงไปที่ประชาชน ท่านประธานคะดิฉันมีคำถามสั้น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับเจตจำนงหรืองานที่ต้องทำภายในข้างหน้านี้ ในเรื่องของการปฏิรูป ด้านพลังงาน ท่านประธานคะ ในแผนปฏิรูปด้านพลังงานนี้ก็ได้กล่าวถึงการใช้พลังงาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างกลไกลราคาที่เป็นธรรมก็ว่ากันไปในระบบ แต่ดิฉันมีคำถามว่าได้ลืมเกษตรกรไปหรือเปล่าคะ เพราะอย่าลืมว่าพลังงานทางเลือก โดยใช้ในกองทุนพลังงานตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ นี้ได้ก่อให้เกิดผลมากมายต่อเกษตรกร ท่านประธานคะ เรามีพลังงานทางเลือกเป็นเอทานอล (Ethanol) จากมันสำปะหลัง จากอ้อย และมีไบโอดีเซล (Biodiesel) จากปาล์ม แผนแผนนี้ถูกบรรจุไปในแผนพัฒนา พลังงานเป็นแผนพลังงานแห่งชาติ เมื่อ ๒๐ ปีก่อน แล้วเกษตรกรก็ปลูกปาล์ม ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่เขียนไว้นี่นะคะ แต่ท่านประธานคะ ดิฉัน ค้นพบว่ากองทุนพลังงานน้ำมันพลังงานเชื้อเพลิงที่มีตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗ นี้ได้รับ การเปลี่ยนแปลงโดย สนช. เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นั่นคือมีการทำงานเพียงแค่ ๓ เดือนนะคะท่านประธานได้ปลดความสำคัญของพลังงานทางเลือกจากแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) ออก นั่นคือให้คำจำกัดความของคำว่า น้ำมัน เชื้อเพลิงต้องมาจากปิโตรเลียมเท่านั้น มันแปลว่าอย่างไรท่านประธาน มันแปลว่าเมื่อแผนนี้ ได้รับการใช้จริง นั่นคือ ๓ ปีหลังจากนี้เมื่อเริ่มทำนี่นะคะ อ้อยขายไม่ได้แล้ว มันสำปะหลัง เพื่อการพลังงานขายไม่ได้แล้ว ปาล์มน้ำมันเพื่อการพลังงานขายไม่ได้แล้วสูญเสียเท่าไร ท่านประธานคะ ดิฉันค้นพบว่าวันนี้นะคะอ้อยจะสูญเสียเป็นจำนวน ๓.๖ ล้านลิตร หรือมูลค่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท มันสำปะหลัง ๒.๒๙ ล้านลิตร ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเช่นกัน และปาล์มท่านประธานคะที่ดิฉันมีมาวัน ๆ หนึ่งเราใช้ปาล์มประมาณ เป็นมูลค่าวันหนึ่ง ประมาณ ๑.๕ ล้านตัน เราจะสูญเสียเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการยกเลิก โครงการนี้ มันเป็นการยอกย้อน ย้อนแย้งกับแนวคิดของรัฐบาลที่บอกให้เกษตรกรทำ เมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา แล้ว ๑๐ ปีนี้สัญญาณนี้ก็ยังไม่ชัด วันนี้ยังไม่มีสัญญาณบอกว่าเลย ปาล์ม อ้อยจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นการปฏิรูปประเทศที่ไม่มองอย่างรอบด้าน ไม่ได้คำนึงถึง ผลประโยชน์ของประชาชนที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศอาจจะสร้างปัญหาในระยะยาว วันนี้ท่านประธานคะเราบอกว่าปาล์มเราใช้บี ๑๐ (B 10) เป็นน้ำมันพื้นฐานตั้งแต่ เดือนมีนาคมเมื่อปีที่ผ่านมา ท่านประธานทราบไหมว่าวัน ๆ หนึ่งน้ำมันดีเซลเราใช้ ๖๐ หรือ ๖๕ ล้านลิตร เป็นบี ๑๐ (B 10) เพียงแค่ ๒๔ ล้านลิตร หรือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นบี ๗ (B 7) ๔๐ ล้านลิตร หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ บี ๒๐ (B 20) ที่เคยคิดว่าจะช่วยพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ใช้แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ ส่วนพรีเพียมดีเซล (Premium Diesel) ไม่ต้องคิดน้อยมากคือ ๓ เปอร์เซ็นต์ มันแปลว่ามันย้อนแย้งสิ่งที่รัฐบาลเป็นนโยบายกับ การกระทำจริงมันสวนทางกัน สัญญาณที่ให้เกษตรกรที่ปลูกปาล์ม ปลูกยาง หรือปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่ามันจะย้อนแย้งอย่างไร วันดีคืนดีบอกว่าให้ปลูก ปาล์มมากขึ้น แล้วอีก ๓ ปีข้างหน้าก็จะให้กองทุนน้ำมันนี้เลิกใช้แล้วปาล์ม อ้อย มันสำปะหลังก็จะพังทั้งระบบ ปฏิรูปประเทศต้องรองรับสิ่งนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันหวังว่า แนวทางแบบนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างละเอียดลออ ไม่ใช่ว่าปฏิรูปแล้วประชาชนไม่ได้ ประโยชน์ อาจจะเป็นประชาชนกลุ่มเล็ก ๆ ในกลุ่มที่อยู่ในหุ้นที่มีการขายหุ้นด้วยราคาดี ๆ เพราะบอกไปแล้วว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแค่ปิโตรเลียมจากฟอสซิล (Fossil) เท่านั้น แต่ความเสียหายของเกษตรกรไทยที่มีพืชหลักอยู่แค่ ๕ อย่าง คือ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ๓ อย่างใน ๕ อย่างถูกกองทุนพลังงานยกเลิกไปแล้ว ถ้าเราไม่แก้ไขกองทุน ปฏิรูปประเทศลืมที่จะมอง ๓ ปีข้างหน้ากว่าครึ่งของเกษตรกรทั้งหมดของประเทศ จะเดือดร้อนอย่างมหาศาล ดิฉันขอตั้งคำถามว่าการปฏิรูปประเทศนี้ได้มองอย่างรอบด้าน หรือยังคะ และประโยชน์ที่เห็นนี้เห็นตรงลงที่ประชาชนจริง ๆ หรือเปล่า ได้คำนวณ ค่าเสียโอกาส ดิฉันพูดว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของอ้อย ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของมันสำปะหลัง และ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทของปาล์มน้ำมันลงไปในแผนนี้หรือยังว่าความเสียหายนี้จะเกิดขึ้น และจะมีการทดแทนแก้ไขอย่างไร รัฐบาลยังให้สัญญาณที่ผิดอีกว่าให้บี ๒๐ (B 20) ใช้อย่าง จริง ๆ จัง ๆ แต่วันนี้บี ๒๐ (B 20) ใช้แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ และกำลังจะยกเลิก ในขณะที่ มาเลเซียใช้ไป บี ๓๐ (B 30) แล้ว ดิฉันขอนะคะ ขอท่านประธานพยักหน้าดิฉันก็ขอบพระคุณที่เข้าใจและดิฉันหวังว่า ท่านประธานจะบอกผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการทุกท่านนำสิ่งนี้ไปพูดและให้มันเห็น ชัดกับประชาชน ท่านประธานคะ ปาล์ม ยาง จะต้องจบ เพราะกว่าร้อยละ ๖๐ วันนี้ ยางลำบากมากแล้วเพราะเป็นความล้มเหลวในการจัดการของรัฐบาล รัฐต้องรับความจริง วันนี้ปาล์มท่านประธานคะ ร้อยละ ๖๐ ใช้เพื่อการพลังงาน เรามี ๓ ล้านตัน ๑.๘ ล้านตัน ใช้เพื่อการพลัง ถ้าสิ่งนี้ไม่ใช้แล้วจะตอบคำถามประชาชนอย่างไร คำถามคือเลิกปลูกปาล์ม และให้ประชาชนปลูกอะไรคะ เคยไปดูไหมคะว่าในมูลค่าทั้งหมดปาล์มเป็นพืชที่มีมูลค่าจาก ชาวบ้านที่สูงที่สุดในรายได้เฉลี่ยต่อไร่ต่อปี เราพยายามจะให้ชาวบ้านปลูกปาล์มคุณภาพ มากขึ้นแต่ไม่มีใด ๆ ที่เอื้อเลย รัฐบาลยังเห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ผลประโยชน์ เฉพาะกลุ่ม ซึ่งดิฉันอาจจะตั้งคำถามว่าอาจจะเป็นความไม่รู้ แต่ดิฉันอยากจะให้ความเห็น ของดิฉันในวันนี้นะคะ ตั้งเป็นข้อคำถามฝากถึงท่านประธานผ่านไปกรรมาธิการขอให้สิ่งนี้ เป็นอั่งเปาให้กับประชาชนชาวไทยทุกคนที่เป็นเกษตรกรด้วย ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่านพิสิฐยังติดใจนะครับ เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตสอบถามทางท่านผู้ร่างเอกสารฉบับนี้แผนปฏิรูปประเทศ ก็ต้องขอบคุณครับ ที่ได้มีการปรับปรุงขึ้นมามาก แต่ผมเองยังเห็นว่ายังเป็นเรื่องของการพัฒนา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งทางด้านของเศรษฐกิจเป็นการพัฒนามากกว่าที่จะเป็นการปฏิรูป เหตุผลที่ผมถาม อย่างนี้ก็จะมีคำถามที่ให้ท่านช่วยตอบว่าอย่าง ๒ วันที่ผ่านมานี่สภาของเราได้มีการอนุมัติ ให้ไปให้สัตยาบันเกี่ยวกับเรื่องของอาร์เซ็ป (RCEP) ที่เป็นเขตการค้าเสรีในเอเชีย (Asia) ซึ่งผลจากอาร์เซ็ป (RCEP) ก็ดี หรือการเจรจาเอฟทีเอ (FTA) ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งซีพีทีพีพี (CPTPP) ที่อาจจะต้องมีการเจรจานี่ มันมีเรื่องที่เรายังไม่พร้อมหลายเรื่อง มีหลายเรื่องที่ เราจะต้องมีการเปิดตลาด มีหลายเรื่องที่เราจะต้องถูกกระทบเกิดความเดือดร้อนกับ ผู้ที่ประกอบธุรกิจอยู่ คำถามคือว่าแผนปฏิรูปประเทศครั้งนี้ที่ท่านปรับปรุงมาได้มีการดูแล เกษตรกรที่อาจจะถูกกระทบอย่างไรบ้าง เช่น พืชต่าง ๆ ที่เขาปลูก พืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่เขาอาจจะถูกฟ้องร้องได้ ถ้าไปปลูกข้าวอย่างที่มีการกลัวกันนี่แผนนี้ได้มีการดูแลอย่างไร หรือทางภาคผลิตอุตสาหกรรม ณ เวลานี้เรามีกำแพงภาษีอยู่ แต่ต่อไปในระยะเวลา ๕ ปี ๑๐ ปี ๑๕ ปี กำแพงภาษีเหล่านี้จะต้องเป็น ๐ เรามีแผนในการดูแลเขาอย่างไร ปฏิรูป อย่างไร มีการดูแลในเรื่องของการให้สินเชื่อ ให้เทคโนโลยี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบในการพาองค์กรต่าง ๆ ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ให้สามารถ ที่จะสู้กับต่างประเทศ ให้สามารถที่จะมีความสามารถในการแข่งขันอย่างไร และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเซกเตอร์ (Sector) บริการท่านได้มีการปฏิรูปภาคบริการอย่างไร เพราะภาคบริการ มีความสำคัญมากขึ้นในเศรษฐกิจ มีสัดส่วนมากกว่าเซกเตอร์ (Sector) อื่น ๆ ท่านดูแล เซกเตอร์ (Sector) บริการอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นโทรคมนาคม โลจิสติกส์ (Logistics) เหล่านี้เป็นต้น เราได้มีการดูแลให้ระยะเวลาต่าง ๆ สั้นลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือมีค่าใช้จ่ายลดลงสำหรับผู้ประกอบการอย่างไร ท่านได้ดูแลให้กระบวนการของราชการ สั้นลงอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น มีตัวอย่างของการออกหลักฐานของกรมศุลกากรเกี่ยวกับ ออริจิน เซอร์ทิฟิเคต (Origin Certificate) ซึ่งในกรณีของอาร์เซ็ป (RCEP) จะมีความสำคัญมาก ณ เวลานี้ของเรายังต้องใช้เวลา ๓ วัน ในการที่จะเสนอ แล้วก็ในแง่ของกรมศุลกากร ก็บอกว่าหรือในแง่ของผู้เกี่ยวข้องก็ใช้เวลา ๑ วันในการอนุมัติ ผมอยากจะให้เราเอาสิงคโปร์ เป็นตัวหลัก ถ้าเราเอาประเทศสิงคโปร์ซึ่งเขาสามารถดำเนินการได้ภายในเวลา ๒-๓ ชั่วโมง เราก็ต้องเป็น อย่างนั้น เพราะว่าทุก ๆ ๑ นาทีหรือ ๑ ชั่วโมงที่ผ่านไปเป็นต้นทุนของภาคธุรกิจ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นการปฏิรูประบบพิธีการศุลกากร ปฏิรูปโครงสร้างภาษีศุลกากร เพื่อให้เอกชนไทยไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ ปฏิรูประบบ ของบริการต่าง ๆ ให้มีการแข่งขันอย่างแท้จริง ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการไม่กี่ราย เป็นต้นนะครับ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของแผนการปฏิรูปที่ผมอยากเห็น มากกว่าที่จะเห็น การพัฒนาต่อยอดที่ท่านนำเสนอมาครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ได้ขอสอบถาม อีกสักท่านหนึ่งนะครับ แล้วหลังจากนั้นถ้าท่านผู้ชี้แจงอยากชี้แจงก็อนุญาตชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ต้องเรียนสมาชิกที่เคารพว่าเรื่องเพื่อทราบนี้เราค้างมา ๔ สัปดาห์แล้วครับ แล้วก็ เรื่องต่อไปก็รออยู่นะครับ เพราะฉะนั้นเราได้มีโอกาสอภิปรายเรื่องนี้กันประมาณ รวมวันนี้ด้วย ก็ ๒๘ คนครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็ได้อภิปรายเกี่ยวกับ (ร่าง) แผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ในวันก่อนมาแล้ว อยากจะย้ำทางคณะที่ร่างแผนนี้เพื่อความเป็นห่วงในสถานะของประเทศ นะครับ วันนี้เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ หนี้สาธารณะของเราพุ่งไปที่ ๘ ล้านล้านบาทแล้ว ดังนั้นแผนปฏิรูปประเทศจำเป็นจะต้องมีการทำโครงการใหญ่ ๆ ระดับโลก เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งผมได้เน้นย้ำไปแล้วว่าอยากจะให้ท่านบรรจุเอาโครงการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ที่ผ่าน ๕ จังหวัด ก็คือ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เอาบรรจุไว้ในแผนแม่บทย่อย ทางด้านการแข่งขันระหว่างประเทศ เอาบรรจุในแผนแม่บทย่อย เสร็จแล้วก็ทำให้ไปอยู่ใน แผนปฏิรูปประเทศ ถ้าท่านไม่เอาบรรจุไว้เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) อันนี้ก็ไม่สามารถ ที่จะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ฝากท่านว่าเราจะแก้หนี้สาธารณะของประเทศให้ลุล่วงไปได้ คลองไทยจำเป็นจะต้องขุดนะครับ ซึ่งจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร การตอบแทนผลการสร้างคลองไทยนั้นภายใน ๕ ปีสามารถที่จะมีรายได้ อยู่ ๙ ล้านล้านบาท ฝากท่านว่าเอาบรรจุในแผนปฏิรูปประเทศด้วยนะครับ หวังว่าท่าน คงจะเห็นแก่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้ว ถือว่าที่ประชุมรับทราบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แล้วนะครับ ขอขอบคุณผู้แทนของหน่วยงานครับ ขอบคุณครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย🔗
ด้วยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือขออนุญาต ให้ผู้แทนจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ฉะนั้นจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางวรางคณา วงศ์ข้าหลวง รองกรรมการผู้จัดการ ๒. นางเศรษฐสุดา ตุลยธัญ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์องค์กร ๓. นางสาวสดใส พงษ์พัฒนาศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี🔗
ต่อไป ก็ขอเชิญท่านสมาชิกที่มีความสนใจที่จะร่วมอภิปรายนะครับ ตอนนี้มี ๒ ท่าน คือ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ กับท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เชิญท่านสุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายรายงานประจำปีของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือที่เราเรียกว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านประธานครับ ผมเริ่มอย่างนี้ครับ ธสน. เป็นธนาคารที่กำลังขับเคลื่อนการค้า การลงทุน ระหว่างประเทศที่ไปสู่ไปการพัฒนา อย่างยั่งยืน ที่เราเรียกว่า ซัสเทนเอเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) SDG ที่เป็นหัวใจหลักสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของ ๓ มิติ เกี่ยวข้องกับเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามเป้า ๑๗ เป้าของยูเอ็น (UN) ที่เขียนไว้นะครับ แล้วต้องการเน้น เน้นคนเรื่องไหนครับ ท่านประธานครับ ของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) นั้นจะเน้นในเรื่องของการเป็นแหล่งเงินทุน ให้เอ็สเอ็มอี (SME) ในการจ้างแรงงาน แล้วก็บุคลากรต่าง ๆ ที่ในตลาดใหม่ในอีอีซี (EEC) ในซีแอลเอ็มวี (CLMV) ครับ นอกจากนั้นแล้ว ก็เป็นเรื่องของการสร้างพลังงานสะอาดให้ทุกคนใช้ แล้วเน้นย้ำไปยังการเข้าไปสู่การขับเคลื่อน ในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคนะครับท่านประธาน นี่คือเป็น การที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะต้องออกเครื่องมือ โดยเฉพาะเรื่องการออกพันธบัตร เพื่อรองรับการสนับสนุนทั้งหมด ในโครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ ด้วยนะครับ อันนี้ผมจะนำเข้าสู่ในเอกสารเล่มนี้ ในเอกสารเล่มนี้ที่เป็นงานรายผมตรงเข้าไปที่ หน้า ๑๔๐ งบการเงินและหมายเหตุ ให้ดูเอกสารประกอบได้เลยที่หน้า ๑๔๓ เลย ท่านประธานครับ เอกสารหน้า ๑๔๓ หยิบขึ้นมาเลยครับ ดูที่ค่าใช้จ่ายจากธุรกรรม นโยบายรัฐ แน่ใจว่าเป็น ๐ ไม่มีปี ๒๕๖๒ นะครับ เพราะมันคือท้ายของโควิด (COVID) กำลังมาแล้วว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) นั้นสนับสนุนนโยบาย แต่บอกว่าไม่มีสตางค์ ไม่ได้จ่ายเงิน ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้ดูบรรทัดถัดไปครับท่านประธาน หนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ และขาดทุนจากการด้อยค่า ๑,๘๑๕ ล้านบาทเศษ ตามไปดูที่หมายเหตุ ที่หมายเหตุคือ หน้า ๑๘๔ หน้า ๑๘๔ เป็นเรื่องของเอกสารที่อธิบายถึง ๖.๓๒ คือ หนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ และการขาดทุนการด้อยค่า อันนี้จะอธิบายได้ว่าหนี้สูญทั้งหมดที่ปรากฏอยู่คือ ๑,๘๑๕ ล้านบาทเศษนั้นเป็นหนี้ที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) รายงานไว้ในกระดาษนี้ คำถามคือหนี้สูญจำหน่ายอย่างไร และเป็นหนี้อะไรบ้าง เป็นคำถามแรก ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท และตามมาครับท่านประธาน ในหน้า ๑๓๙ ถ้าเปิดตามทันนั่นคือสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบบัญชีครับท่านประธาน ที่บอกว่าการตรวจสอบบัญชีครั้งนี้ผมสรุปให้ฟังนะครับ สรุปเกี่ยวกับความเหมาะสมของ การใช้เกณฑ์การบัญชีสำหรับการดำเนินการต่อเนื่องของผู้บริหารและหลักฐานการสอบบัญชี ที่ได้รับ สรุปมีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์และสถานการณ์ที่อาจเป็น เหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญครับท่านประธาน แต่ความสามารถของธนาคาร ได้ดำเนินการต่อเนื่องหรือไม่ แล้วก็สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้สรุปความว่ามี ความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญครับท่านประธาน นอกจากนั้นแล้วก็ยังพูดถึงเรื่อง ความไม่แน่นอนสาระสำคัญคือพบขึ้นอยู่กับหลักฐานการสอบบัญชีที่จะได้รับถึงวันที่ รายงานและผู้สอบบัญชี อย่างไรก็ตามเหตุการณ์และสถานการณ์ในอนาคตอาจเป็น เหตุให้ธนาคารต้องหยุดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เมียนมาหรือเปล่าครับ เหตุการณ์ รัฐประหารในเมียนมาที่กำลังเกิดปัจจุบันนี้ครับท่านประธาน มันเป็นเหตุการณ์ที่ถูกทำนาย โดยการรายงานฉบับนี้หรือเปล่า ที่ผู้ตรวจสอบบัญชีมองเห็นเหตุการณ์การลงทุนของ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่ปล่อยกู้ไปที่ซีแอลเอ็มวี (CLMV) หรือเปล่าครับท่านประธาน มันคือเหตุผลอันหนึ่งที่ผมอยากถามว่ามันเป็นเหตุผลเช่นนั้นหรือเปล่าว่าการลงทุนนี้ จะถูกด้อยค่าลงไป ท่านประธานครับแล้วการเปิดเผยนั้น ธสน. ก็ยังไปชี้แจงครับในหน้า ๑๑๕ ยืนยันชัดว่านอกจากนี้ วรรคสอง ข้อ ๒ บอกว่า นอกจากนี้ ธสน. ได้ให้ความร่วมมือ การเปิดเผยข้อมูลต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สตง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และความมุ่งมั่น ของธนาคาร ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต โปร่งใส และยึดมั่นในหลักการกำกับดูแล กิจการที่ดีมาโดยตลอด สรุปครับท่านประธาน ระบบบริหารสินทรัพย์และหนี้สินเอแอลเอ็ม (ALM) ระมัดระวังขนาดไหน ขอให้เน้นเรื่องการปฏิบัติตามจีอาร์ซี (GRC) ครับ ของโอซีอี (OCE) โอเพน คอมโพเนนต์ แอนด์ อีเทก กรุ๊ป (Open Component and ETEC group) ที่กำหนดไว้ในเรื่องนี้ในการบริหารความเสี่ยงนี้ให้ครบถ้วนด้วยครับท่านประธาน และอยากทราบคำตอบของผมด้วยว่าหนี้เสียทั้งหมด ๑,๘๑๕ ล้านบาท เป็นหนี้อะไรบ้างครับ ท่านประธาน เพื่อให้สภาได้เข้าใจว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะไม่ปล่อยกู้และควบคุม ความเสี่ยงนั้น และจะไม่สนองนโยบายรัฐบาลโดยเด็ดขาดครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสระครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายรายงาน ประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ครับ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เป็นหนึ่งใน ๑๕ รัฐวิสาหกิจของ กระทรวงการคลังจึงถือว่าเป็นเครื่องยนต์กลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดังนั้นผมต้องขออนุญาตใช้เวลาสภาแห่งนี้ในการชำแหละเครื่องยนต์นี้ออกเป็น ๔ ส่วน เพื่อจะได้สะท้อนถึงปัญหาและจุดที่ต้องพัฒนาครับ ๔ ส่วนที่ว่าผมสรุปเรียกว่า ช้า ลวง ถ่วง ขาด🔗
ส่วนแรกครับ ช้า ช้าที่ว่าก็คือการส่งรายงานที่ล่าช้าครับ รายงานฉบับนี้คือ ๒๕๖๒ นะครับ เสร็จสิ้นเมื่อ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ ผมขออนุญาตท่านประธานฉายให้ดู แผนภาพง่าย ๆ ครับ🔗
ตามกฎหมายรายงานฉบับนี้ ต้องถึงสภา ๑๘๐ วันคือ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ รายงานฉบับนี้ใช้เวลาการเดินทาง มาสู่สภาผ่านไปไม่รู้กี่กระทรวงแล้วก็ใช้เวลาแต่ละกระทรวงนานเหลือเกินกว่าจะมาถึงสภา ๒๒ ธันวาคม ๓๕๗ วัน หรือเกือบ ๑ ปี เป็นเวลา ๒ เท่าของเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ท่านประธานครับ รัฐเที่ยวออกกฎไปบังคับคนโน้นคนนี้ ผู้ประกอบการ ห้างร้าน ชาวบ้านว่า ต้องส่ง ภ.ง.ด. ต้องส่งงบการเงินภายในวันนี้ ภายในเวลานี้ ส่งช้ามีค่าปรับ มีบทลงโทษ แต่พอเป็นธนาคารของรัฐอยากจะทำอะไรก็ได้🔗
แล้วอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากนั่นก็คือเรื่องรับทราบต่าง ๆ เหล่านี้ที่เข้ามา สู่สภาเป็นเรื่องที่เป็นภาระกับเวลาของสภาอย่างมากอย่างเช่นวันนี้ทั้งวัน แต่เราก็ยินดีครับ เพราะอย่างน้อยก็จะได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปพัฒนาอย่างทันเหตุการณ์ แต่เมื่อ ส่งมาช้าแบบนี้มันก็ไม่ทันการณ์ ตัวอย่างชัด ๆ เลยครับ วันนี้ผู้ประกอบการกำลังเดือดร้อน ล้มตายเกิดโควิด (COVID) แต่รายงานฉบับนี้ปี ๒๕๖๒ โควิด (COVID) ยังไม่เกิด หรือถ้าเกิด ก็ยังไม่ได้เข้าไทย เพราะฉะนั้นวันนี้มาพูดคุยกันก็เหมือนกับบ่น ๆ แล้วก็แยกย้าย นั่นคือ ประการแรก ชิ้นส่วนแรกครับ🔗
ชิ้นส่วนที่ ๒ ลวง ที่ผมใช้คำว่า ลวง คือในหน้าที่ ๖ ของรายงานฉบับนี้ เขียนไว้ตัวใหญ่ชัดเจนว่าปล่อยกู้ทั้งหมด ๑๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นเติบโต ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ค้างไว้เป็นภาพลวงตาแค่นี้ครับ ทีนี้ถ้าเราจะดูเรื่องนี้ให้ละเอียด มันต้องไปดูในงบการเงินหน้า ๑๔๑ จริงอยู่ท่านเติบโต ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์จริง แต่ท่าน หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ ๑๙.๘ เปอร์เซ็นต์มากกว่าปีก่อน ซึ่งทั้ง ๆ ที่ตัวเลขตัวนี้จริง ๆ จะต้องอย่างน้อยเท่ากันกับปีที่ผ่านมา ทีนี้พอไปดูงบกำไรขาดทุนครับท่านประธาน ค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นทุกอย่าง บานปลาย ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องมืออุปกรณ์ ค่าอาคารสถานที่ ค่าดอกเบี้ย แล้วที่สำคัญคือค่าพนักงาน ค่าพนักงานของท่านเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ต้องไปดูในรายละเอียดครับ ๒ ปีที่ผ่านมาท่านจ้างคนเพิ่ม ๑๒๓ คน ใช้เงินส่วนที่เฉพาะที่จ้างเพิ่ม ๒๗๕ ล้านบาท เป็นคนทั้งหมด ๘๕๘ คน ผมลองเอาหารดู ตกแล้วคนหนึ่งที่ท่านจ้างเพิ่ม เฉพาะคนที่จ้างเพิ่มคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องขอ ถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทางบ้านที่กำลังตกงาน ซึ่งตอนนี้มีอยู่มาก เหลือเกินอาจจะพิจารณาไปลองสมัครงานที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ดูครับ ดูท่าทาง จะรับคนเยอะ แล้วก็เงินเดือนให้คนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ด้วยเหตุผลแบบนี้ ก็เลยไม่แปลกที่ผลประกอบการของท่านที่ปีที่แล้วผมใช้คำว่า พอทน ๑,๓๖๙ ล้านบาท ถึงได้ลดลงมาเหลือ ๔๘๒ ล้านบาท อันนี้คือไม่แปลกครับ แต่ที่แปลกคือผมแปลกใจว่า ผลประกอบการลดลง ๗๐ เปอร์เซ็นต์แบบนี้ ท่านกลับได้รับรางวัลผู้นำรัฐวิสาหกิจดีเด่น ของกระทรวงการคลัง ผมเลยต้องตั้งคำถามครับว่าถ้ารัฐวิสาหกิจที่ผลประกอบการลดลง เยอะขนาดนี้ได้รับรางวัลดีเด่น พวกที่ไม่ได้รางวัลนี่ต้องแย่ขนาดไหนครับ🔗
ชิ้นส่วนที่ ๓ คือ ถ่วง ท่านตั้งวิสัยทัศน์ในหน้า ๑๘ ไว้อย่างยาวไกลเลยครับว่า ท่านจะเป็นธนาคารเฉพาะกิจชั้นนำของโลก พอท่านตั้งวิสัยทัศน์ไกลขนาดนี้ผมก็เลย ต้องไปดูว่ามีอะไรบ้างที่ยังถ่วงท่านไม่ให้ก้าวไปถึงจุดนั้น ก็เลยต้องเอาท่านไปเทียบกับ ประเทศผู้นำของโลก ผมเองได้มีโอกาสอ่านรายงานประจำปีของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของสหรัฐอเมริกาฉบับนี้นะครับ เพิ่งออกมาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว แต่ต้องเรียนท่านว่าฉบับนี้คือเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของผลประกอบการปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๓ ขณะที่ของท่านคือปี ๒๕๖๒ ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีคนล้มตายเป็นเบือ แต่เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนทำรายงานแบบเดียวกันออกมา ในขณะที่ท่านใช้เวลา ๑ ปี แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นครับท่านประธาน ในขณะที่ท่านใช้คน ๘๕๘ คน ทำรายงานแบบนี้ ที่สหรัฐอเมริกาใช้คนเพียงแค่ ๕๑๕ คน ขณะที่ธนาคารเขาใหญ่กว่าท่าน ๕ เท่านะครับ แล้วพอไปดูในรายละเอียดของรายงานประจำปีของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) สหรัฐอเมริกา เขาปล่อยกู้เพื่อช่วยคนที่เดือดร้อนจากโควิด (COVID) ให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก เกือบครึ่งหนึ่งของวงเงินปล่อยกู้ทั้งหมด ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำให้ผมนึกไปถึง บทสัมภาษณ์ของผู้บริหารของท่านที่วรสารการเงินการธนาคาร เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ที่ผ่านมา สัมภาษณ์ด้วยความภูมิใจครับว่าท่านปล่อยกู้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ไปสูงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับท่านประธาน แปลว่าอะไร แปลว่าอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คือท่านช่วยเหลือรายใหญ่ใช่ไหมครับ🔗
และชิ้นส่วนสุดท้ายครับ คือ ขาด เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องที่ ผู้ประกอบการส่งออก นำเข้า ทุกวันนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก คือเรื่องของการขาด ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ ส่งออกและนำเข้ารายหนึ่ง เขาบอกว่าค่าเรือ ค่าระวางจากโอซาก้ามาไทยก่อนนี้ ๖,๐๐๐ บาท ตอนนี้ ๓๐,๐๐๐ บาท ยังหาไม่ได้ครับ ก็ต้องขออนุญาตฝากเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) และผู้ที่เกี่ยวข้องเอาไว้ว่าให้ช่วยหามาตรการในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนครับ🔗
ท่านประธานครับ ช้า ลวง ถ่วง และขาด คือ ๔ ชิ้นส่วนที่ผมได้หยิบยกขึ้นมา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและสิ่งที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะต้องพัฒนาผมยังเชื่อว่า ท่านยังสามารถที่จะเป็นเครื่องยนต์กลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ครับ อาทิตย์หน้าท่านจะมีอายุครบ ๒๗ ปี ถ้าเป็นคนก็เกิน วัยเบญจเพสแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นอย่ากั๊กครับ ถ้าจะเน้นผลประกอบการก็ทำกำไร เยอะ ๆ ไปเลย แล้วส่งเงินเข้าหลวง หลวงจะได้เอาเงินมาช่วยคนเดือดร้อน แต่ไม่ใช่บอกว่า ผลประกอบการแบบนี้ก็มาอ้างบอกว่าท่านไม่ได้ทำเพื่อกำไรแต่ทำเพื่อช่วยคน ถ้าท่านทำ เพื่อช่วยคนจริงผมถามอย่างนี้ครับว่าลองไปถามผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้า ๑๐ ราย ดูสิครับว่ามีถึง ๒ รายไหมที่ได้รับความช่วยเหลือที่หยิบยื่นมาจากท่าน ก็ต้องขออนุญาตฝาก ประเด็นต่าง ๆ ทั้ง ๔ ประเด็นนี้ว่าเป็นข้อสังเกต แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าท่านจะได้นำไปปรับปรุงแล้วก็พัฒนาการทำงานของท่าน เพื่อประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งกับประเทศไทยแล้วก็กับผู้ประกอบการไดเรกต์ (Direct) ของไทย ก็ต้องขออนุญาตฝากไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วยท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ขอบคุณทางท่านรองกรรมการผู้จัดการนะครับ คุณวรางคณาที่ได้มาเป็นตัวแทน ของหน่วยงานในการนำเสนอนะครับ จริง ๆ ผมอยากจะให้หัวหน้าหน่วยงานได้เข้ามารับฟัง ข้อคิดเห็นจากตัวแทนประชาชน อย่างไรก็ฝากบอกไปยังท่านผู้จัดการใหญ่ด้วยนะครับว่า ถ้าหากท่านมีโอกาส อยากจะขอเชิญให้ท่านได้มาชี้แจงนะครับ เพราะว่าเราจะได้รับ ประโยชน์ในแง่ของการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อกันครับ ในเรื่องของรายงานท่านนี่จริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ผมไม่อยากที่จะไปใช้เวลา แต่อยากจะขอมองไปข้างหน้าครับว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ได้มีการอนุมัติให้สัตยาบันกับทางรัฐบาลไปทำสัญญา ที่ได้ทำไว้แล้วนะครับ เป็นสัตยาบันกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียที่เรียกกันว่า อาร์เซ็ป (RCEP) ก็อยากจะถามว่าทางเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้มีการเตรียมรับกับเรื่องนี้อย่างไร ที่จะให้ เอกชนไทยได้มีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ หลาย ๆ เรื่องอาจจะมีการสงวนไว้ อาจจะยังมีเวลานะครับ แต่ว่าเวลานี่วิ่งมาเร็วมาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอรับฟังว่า ทางเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านได้เตรียมรับกับเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการให้เอสเอ็มอี (SMEs) ของเราได้รับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้รับการเปิดตลาดใหม่ ๆ หรือในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงก็ตามนะครับ แล้วก็ประเด็นต่อมาก็อยากจะให้ท่าน ได้ช่วยชี้แจงสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ค่อยได้พูดถึงเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เท่าไรในเรื่องปัญหาของโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้นนะครับว่าได้มีส่วนช่วย ผู้ประกอบการอย่างไรบ้าง เช่น เรื่องของการลดดอกเบี้ย หรือการที่ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ท่านได้ช่วยการบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบการอย่างไร ที่เราได้ยินมาจากวงการต่าง ๆ ว่าเงินบาทแข็งไปนี่แข็งไปจริงหรือเปล่า แต่อย่างไรก็อยากจะให้ท่านได้ช่วยชี้แจงด้วยครับ🔗
แล้วก็ประการสุดท้ายที่ขอรับฟังความเห็นจากท่านนะครับ ก็คือว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็เป็นธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีธนาคารแห่งหนึ่งที่ประกาศตัว ว่าไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ก็อยากจะถามเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ว่าการที่ท่านเป็นรัฐวิสาหกิจ มีปัญหาหรือมีข้อจำกัดอะไรหรือเปล่า ถ้ามีเราจะได้ช่วยกันดูแลว่าอุปสรรคเหล่านี้ต้องแก้ไข อย่างไร เพื่อจะได้เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบของรัฐวิสาหกิจต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออภิปรายในเรื่องของ รายงานของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นเลยนะครับ ท่านทำรายงานมา มีเพื่อนสมาชิกพูดแล้วมันช้าไปนิดนะครับ ถ้ามีวิธีการทำให้มันเร็ว สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันได้มากกว่านี้ก็ช่วยบอกนิดหนึ่งว่าท่านมีวิธีจะทำอย่างไร🔗
ประการที่ ๒ ก็คือว่าวิธีที่ท่านทำรายงาน ท่านวัดกับภารกิจที่ท่านตั้งเอง และวัดตัวเอง แล้วกลับมาบอกว่าท่านทำดีที่สุดแล้วคือได้แค่นี้ และน่าจะดีพอแล้วนะครับ แต่ปัญหาของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) นี่คือธนาคารที่เป็น กลไกที่สำคัญอย่างยิ่งเลยนะครับ ที่สนับสนุนภาคการส่งออกและการลงทุนระหว่างประเทศ แต่ท่านไม่ได้วัดกับประเทศอื่นเลยครับ ตรงนี้จะทำให้เราพลาด พลาดอย่างร้ายแรงเลยครับ ผมมีโอกาสพบเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ และเคยแนะนำไปแล้ว เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเลยครับ แล้วก็มี สัดส่วนสูงมากต่อภาคการส่งออก และภาคการลงทุนในตลาดที่เป็นตลาดเป้าหมาย ตลาดเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ แต่ของท่านเองนี่ท่านไปอ่านในรายงานชัดเจนนะครับว่า ชัดเจนเหมือนกันนะครับ ท่านบอก ว่าเป้าหมายของท่านคือซีแอลเอ็มวี (CLMV) แต่ในขณะเดียวกันพอไปดูในรายละเอียด ท่านก็บอกว่าอันนี้มันเป็นตลาดที่มีความเสี่ยง ท่านสนับสนุนไปซีแอลเอ็มวี (CLMV) ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ท่านก็มีความเสียหายจากความเสี่ยง ก็แน่ละครับท่านเน้น ตลาดซึ่งไม่ใช่ตลาดใหญ่นะครับ แต่ตลาดใกล้บ้านครับ นี่คือยุทธศาสตร์ท่านครับ ไปตลาด ใกล้บ้านไม่ใช่ตลาดใหญ่ ตลาดเสี่ยงสูง นั่นคือเป้าหมายเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หรือเปล่าครับที่เป็นประโยชน์ที่สูงสุดกับประเทศไทย คำถามก็เลยมีกลับมาว่าใครกำหนด ใครกำหนดยุทธศาสตร์ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็ต้องกลับไปที่กรรมการบริหาร ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ถูกไหมครับ ช่วยอธิบายทีครับวิธีคิดในการวางยุทธศาสตร์ ของความเป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศนี้ ท่านวาง อย่างไรครับ ในรายงานไม่ชัด มองไม่เห็นครับ อันนี้ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเลยนะครับ เพราะว่าไม่เช่นนั้นอ่านรายงานท่านก็ไม่มีประโยชน์ครับ แล้วรายงานทั้งหมดนี้คืออดีต ที่เกิดขึ้นหมดแล้วแก้อะไรไม่ได้ ดีที่สุดวันนี้ทำความเข้าใจกันและมองไปข้างหน้าว่า ในอนาคตเราจะทำอย่างไรกันนะครับ🔗
ทีนี้บทบาทของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) มีไม่กี่เรื่องหรอกครับ เรื่องแรก คือปล่อยสินเชื่อ คำถามก็เลยมีอยู่ว่าการปล่อยสินเชื่อของท่านนี่จริง ๆ แล้วของประเทศอื่น ผมยกตัวอย่างนะครับ ผมเคยร่วมงานกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของฝรั่งเศส ผมร่วมงานกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของเยอรมนี และอีกหลายประเทศในสหภาพ ยุโรปเขาชัดเจนมากนะครับว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะเข้าไปช่วยก็ต่อเมื่อธนาคาร พาณิชย์ปกติไม่สามารถช่วยได้ หรือช่วยแล้วยังแข่งไม่ได้ เห็นไหมครับ แค่นี้ก็จะเห็น ความแตกต่างแล้วนะครับ เราไม่ใช่แค่ดีใจว่าท่านไปช่วยภาคส่งออกได้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือมากน้อยแค่ไหน แต่ในขณะเดียวกันท่านช่วยต้องมีความชัดเจนว่าถ้าไม่ได้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไปช่วยจะสู้ไม่ได้ และการสู้ได้มาจากเหตุผลของความเป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไม่ใช่เป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อตามปกติ คำถามคือทำอย่างไร สิ่งที่ท่าน ไม่ได้เขียนไว้ในรายงานนี้เลยว่ากลุ่มใดคือสินเชื่อที่เป็นตลาดเป้าหมาย ธุรกิจกลุ่มใดบ้าง ท่านบอกแค่ซีแอลเอ็มวี (CLMV) ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่บอกเลยว่าอินดัสทรี (Industry) ไหน หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอะไร กลุ่มธุรกิจอะไร อันนี้ผมคิดว่าไม่ชัดว่ายุทธศาสตร์ของท่าน คืออะไร ตลาดใดบ้างที่เป็นตลาดเป้าหมาย เราเข้าใจจากรายงานแค่ว่าท่านไปซีแอลเอ็มวี (CLMV) คือ ลาว เวียดนาม เขมร เมียนมา แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ท่านปล่อยสินเชื่อทั้งหมด อัตราดอกเบี้ยท่านแข่งหรือเปล่าครับ ท่านทราบไหมครับว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศอื่นอัตราดอกเบี้ยเท่าไร แล้วดอกเบี้ยที่ท่านปล่อยนี่แข่งได้ไหมครับ หรือตลาด บางตลาดมันแข่งกันที่อัตราดอกเบี้ยของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ประเทศอื่นช่วยคู่ต่อสู้ ของผู้ประกอบการไทยด้วย ตรงนี้ไม่ปรากฏครับ ไม่ทราบจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ สามารถที่จะประเมินการดำเนินการของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในเชิงเปรียบเทียบกับ คู่แข่งของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศอื่นในตลาดเดียวกันก็ยังประเมินไม่ได้เลย แล้วตรงนี้ครับรายงานของท่านก็จะไม่เป็นประโยชน์ในการที่จะดูว่าเครื่องมือนี้ที่เป็น เครื่องมือพิเศษไปเทียบกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไปไม่ได้ นี่คือเครื่องมือพิเศษที่ต้องใช้งาน เป็นพิเศษเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการแข่งขันซึ่งประเทศอื่นแข่งกับเราอยู่ อันนี้มองไม่ออกครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของฝรั่งเศสปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้ ตรงนี้ไม่ทราบ แล้วเวลาเขาไม่แข่งกับธนาคารเอกชนด้วย เขาจะชัดเจนมากเลยครับ ในกรณีที่สามารถไปร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ของประเทศเขาในการร่วมกันให้สินเชื่อไป แล้วได้ประโยชน์และได้เปรียบในการแข่งขันนี่เขาทำได้ ของเราท่านไม่ได้บอกเลยว่า ท่านแพ็ก (Pack) กับธนาคารเอกชนของไทย ธนาคารพาณิชย์ของไทยปล่อยสินเชื่อไหมครับ เป็นสัดส่วนเท่าไร นี่คือหลักการที่จะต้องมีความชัดเจนอย่างยิ่ง แล้วต้องเขียนเป็นยุทธศาสตร์ของท่าน ปล่อยร่วมกันยังไม่พอ ปล่อยร่วมกันต้องบอกว่า ที่จำเป็นต้องปล่อยร่วมกันเพราะทำให้ได้เปรียบในแง่ของการแข่งขัน โดยเฉพาะโครงการ ที่เป็นโครงการของภาครัฐ ตรงนี้ผมคิดว่ามันยังมองหายไป แล้วถ้าท่านเทียบจริง ๆ นะครับ ถ้าเทียบตัวเลขของท่านในแง่ของความครอบคลุมก็ยังน้อยอยู่ เดี๋ยวผมจะลงในรายละเอียด ต่อไปนะครับ🔗
อีกประการหนึ่งที่ท่านทำหน้าที่คือท่านรับผิดชอบในเรื่องความเสี่ยงทาง ธุรกิจ ความเสี่ยงทางธุรกิจมี ๒ อย่างเท่านั้นเองครับ ๑. ไม่ชำระเงิน ๒. อัตราแลกเปลี่ยน ผันผวนจนทำให้ธุรกิจไปไม่ได้ ตรงนี้ท่านให้ตารางในหน้า ๖๒ หน้า ๖๓ ของท่านประเมิน ไม่ออกหรอกครับ จริง ๆ แล้วตัวนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดสำหรับภาคธุรกิจ อัตราแลกเปลี่ยน ที่ผันผวนในตลาดที่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนอยู่ ตรงนี้ท่านช่วยเป็นสัดส่วนเท่าไรของ การส่งออกของตลาดไทย อันที่ ๒ ไม่ชำระเงิน ในรายงานของท่านไม่ได้บอกว่าเป็นสัดส่วน เท่าไร ท่านบอกในหน้า ๖๒ คืออ่านแล้วไม่เข้าใจนะครับ ท่านเพียงบอกว่าความเสียหาย เกิดจากผู้ซื้อไม่ชำระเงินคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๙๙ งงครับ ประเทศไหนบ้างครับ ตลาดไหน บ้างครับ เป็นใครบ้างครับ ถ้าท่านปล่อยกู้ตลาดที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หลายประเทศให้ตรงนี้เป็นหลัก ความเสี่ยงท่าน ไม่มีทางสูงเท่านี้ แต่ผมอ่านแล้วผมไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงตลาดใดบ้าง🔗
ประการสุดท้าย เรื่องความครอบคลุม ส่งออกนี่เราส่งออกปีหนึ่งเกือบ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ท่านปล่อยเพียงไม่ถึง ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ๘ เปอร์เซ็นต์ อย่าดีใจครับ แต่ถ้าท่านไปแพ็ก (Pack) กับคนอื่นแล้วรวมกันแล้วส่งออกได้ถึง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ถึงจะดีใจได้ครับ ฉะนั้นเป้าหมายของท่านคืออะไรผมไม่ทราบ อ่านจากรายงานยังไม่ชัดครับ มันเหมือนกับว่ามันไม่ได้มียุทธศาสตร์ที่วางไว้ว่าจะต้องเป็น สัดส่วนเท่าไรของภาคการส่งออก ตรงนี้เรื่องใหญ่ การประกันความเสี่ยงท่านไม่ได้พูดเลยว่า สัดส่วนความครอบคลุมมีเท่าไร ตรงนี้ประเมินไม่ได้ แล้วในที่สุดท่านประธานครับ โจทย์ขององค์กรอย่างเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็คือว่า แล้วเป็นโจทย์ของทุกประเทศ เหมือนกันหมด เงินน้อย ๆ ให้มีผลเยอะ ๆ ทำอย่างไร คำตอบคืออย่างนี้ครับ ถ้าท่าน ต้องปล่อยกู้ ถ้าแข่งเรื่องอัตราดอกเบี้ย ท่านไปปล่อยกู้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์แต่จ่าย ส่วนต่างดอกเบี้ย ท่านใช้เงิน ๑ บาท ท่านได้ผล ๑๐๐ บาท ถ้าแข่งอย่างนั้นนะครับ ท่านต้องเข้าใจภาวะการแข่งขันก่อน แล้วถ้าบอกว่าไปปล่อยเพราะว่าเอกชนไม่ยอมปล่อย เพราะเสี่ยงสูง ท่านต้องปล่อยเยอะขึ้น การลดความเสี่ยง การยอมรับอัตราความเสี่ยง ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการที่จะใช้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ตรงนี้ไม่เห็นชัดครับท่านประธาน จึงฝากถามครับ ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ลงไปถึงการรายงาน ของท่าน และความเป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับภาค การส่งออกและการลงทุนของไทยในต่างประเทศคืออะไรแน่ แต่สำหรับผมคิดว่าท่าน อาจจะต้องเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำ และต้องตอบให้ได้ว่าเงินที่มีอยู่น้อย ๆ นี้ให้ผลได้สูงที่สุด ทำอย่างไร แต่วิธีที่ทำอย่างนี้คือการแข่งกับภาคเอกชนมากเกินไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสั้น ๆ เรื่องของผลประกอบการของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่มารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมาธิการที่ติดตามตรวจสอบการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุนสภาผู้แทนราษฎร ก็อยากจะเรียนท่านประธานว่ารัฐวิสาหกิจ ของบ้านเราหลายองค์กรก็บริหารจัดการได้ดีเยี่ยม แล้วก็มีหลายองค์กรที่แย่ แล้วก็ บริหารงานขาดทุน แล้วก็เป็นภาระภาษีของพี่น้องประชาชน เราติดตามมาหลายหน่วยงานที่ดีเราก็ชมนะครับ เพราะว่าก็สามารถนำเงินส่งให้กับทาง รัฐบาลมาเป็นเงินที่ใช้ในการพัฒนาประเทศได้หลายหน่วยงานนะครับ🔗
ส่วนมีหลายหน่วยงานที่บริหารงานแล้วก็แย่ลงนะครับ ผมก็สงสัยเหมือน เพื่อนสมาชิกนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ก็บอกว่ากำไร ก็ลดลง ปี ๒๕๖๑ จาก ๑,๐๐๐ กว่าล้านที่ท่านทำรายงานมาให้นะครับ ๑,๓๖๕ ล้านบาท แล้วก็ตกลงเหลือ ๕๐๗ ล้านบาท ท่านก็ยังได้รับรางวัลองค์กรทางการเงินดีเยี่ยม ก็ยังสงสัย ก็มานั่งดูในรายละเอียดนะครับ เพราะว่าก็มานั่งดูในข้อชี้แนะของท่าน ผู้บริหารของท่าน ก็จบการเงินการธนาคารกัน จบเศรษฐศาสตร์กัน ระดับโลกบ้าง ระดับประเทศบ้างนะครับ ก็เห็นอัตรา มาดูอัตราส่วนทางการเงินครับ อาร์โอเอ (ROA) อาร์โออี (ROE) ก็ตกลงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย หรือที่เราเรียกว่า อาร์โอเอ (ROA) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของทุนเฉลี่ยอาร์โออี (ROE) ก็ลดลงครับ จาก ๑.๔ เหลือ ๐.๔ ในส่วนของอาร์โอเอ (ROA) ของอาร์โออี (ROE) ก็ลดจาก ๖.๖ เหลือ ๒.๔ ก็ยังงงครับว่า ท่านได้รับรางวัลได้อย่างไรนะครับ ผมเองในฐานะที่เป็นนักธุรกิจ นักบริหารก่อนมาทำหน้าที่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาทำงานการเมือง มาทำหน้าที่รับใช้พี่น้องประชาชน ท่านประธาน ก็ต้องเรียนผู้บริหารของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ครับว่า ธนาคารของท่านนี่ ในการรายงานผลของท่านนะครับว่าดูแลเอสเอ็มอี (SMEs) ผมเรียนท่านตรง ๆ ครับ เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงเงินทุนของท่านยากมากครับ ผมไม่รู้ว่าท่านไปปล่อยกู้ที่จังหวัดไหน ที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) เยอะนะครับ แต่ผมนี่อยู่ที่ราชบุรี เอสเอ็มอี (SMEs) ราชบุรีนะครับ ผมเรียนกับท่านเลยครับที่จะทำธุรกิจนำเข้า ส่งออก เข้าถึงบริการของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ยากมากครับ ถ้าโทรไปถามก็จะได้รับคำตอบครับว่าดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ก็ไม่ค่อยตรงกับที่ท่านรายงานมานะครับว่ามีดอกเบี้ยที่ได้รับไพรม์เรต (Prime rate) แล้วก็ ลบลงไป ๒.๒๕ นะครับ ตรงนี้ผม เมื่อสักครู่ก็โทรศัพท์เช็ก (Check) กับผู้ประกอบการ เขาบอกว่าก็ไม่เคยได้ แต่ท่านก็มาติดไว้ข้างท้ายเลยว่าต้องมีใบหนังสือค้ำประกันจาก บสย. บ้าง ใช้บุคคลค้ำประกันบ้าง ผมก็ไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่ท่านตั้งมานี่เป็นกำแพงให้กับ ผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ เข้าถึงได้ยากหรือเปล่า แล้วดอกเบี้ย ที่ท่านกำหนดไว้มีจริงหรือเปล่า เพราะว่าผู้ประกอบการเวลาเข้าไปจริง ๆ ไปถาม เขาใช้ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปก็ได้เรต (Rate) เอ็มแอลอาร์ (MLR) ลบ ๒ บ้าง ลบ ๑.๕ บ้าง แต่พอเวลาไปเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เจอเอ็มแอลอาร์ (MLR) ครับ หนำซ้ำเจอ เอ็มอาร์อาร์ (MRR) บวกอีกครับแล้วที่ท่านบอกว่าเป็นไพรม์เรต (Prime rate) แล้วก็ ลดลงมา ผมไม่รู้ว่าคำว่า ไพรม์เรต (Prime rate) ของท่านนี่คือเรต (Rate) ไหนนะครับ ก็อยากจะเรียนสอบถามท่านให้ท่านได้ชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรด้วย เพราะว่า ผู้ประกอบการในเขตจังหวัดราชบุรีเข้าถึงเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) นี่ยากมาก ๆ🔗
แล้วก็อยากจะเรียนท่านประธานครับว่าธนาคารของรัฐวิสาหกิจเมื่อสักครู่นี้ ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เพราะว่าท่านก็เป็น ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินการคลังของประเทศ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลัง ก็มีธนาคารรัฐวิสาหกิจอย่างนี้ล่ะครับท่านประธาน ผมกล้าเอ่ยชื่อก็ได้ครับ ธนาคารกรุงไทย วันหนึ่งก็มาประกาศว่าไม่ใช่เป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจตามที่กฤษฎีกา ได้มีคำวินิจฉัย ไม่ใช่คำวินิจฉัยครับ มีความเห็นว่าตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ทำให้ธนาคารกรุงไทยไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ผมเรียนกับท่านประธานครับ วันนี้ ครม. ก็ออกมติ ครม. ยังให้สิทธิประโยชน์กับทางธนาคารกรุงไทยเหมือนกับเป็นรัฐวิสาหกิจ แห่งหนึ่งเลยครับ แล้วถามว่าวันนี้ผู้บริหารของธนาคารกรุงไทยก็ไปได้รับรางวัล นักการเงินดีเด่นที่ติดตามกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ ผมก็ยังสงสัยว่าได้รับสิทธิประโยชน์ กับทางรัฐบาลอยู่ แต่ก็บอกว่าไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ วันนี้ก็ยังเดินหน้าครับ ยุบสาขาครับ ธนาคารกรุงไทยยุบสาขา พี่น้องประชาชนเดือดร้อนหมดครับ ท่านประธานไปดู หน้าธนาคารกรุงไทยทุกสาขาตอนนี้พี่น้องประชาชนไปแออัดกันหมด ไปยืนรอคิว ในแบงก์ก็เต็ม ออกมาตั้งเก้าอี้พี่น้องผมที่จังหวัดราชบุรีโดยเฉพาะอำเภอบ้านโป่งครับ ยุบสาขาบิ๊กซีที่บ้านโป่งครับท่านประธาน วันนี้มาใช้อยู่สาขาเดียวธนาคารกรุงไทยที่สาขา ตลาดบ้านโป่งเต็ม ล้น โควิด (COVID) จะติดกันหมดครับ รัฐบาลนโยบายของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าให้เว้นระยะห่างทางสังคม แต่แบงก์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ จากทางราชการ จากทางรัฐบาลครับ ได้สิทธิประโยชน์จากกรมบัญชีกลางทุกอย่างที่เป็น เงินแผ่นดินผ่านธนาคารกรุงไทย ผ่านธนาคารกรุงไทยหมด แต่วันนี้หน่วยงานกฤษฎีกา บอกว่าไม่ได้อยู่ในรัฐวิสาหกิจนะครับ ผมถามว่าสิทธิประโยชน์ยังคงมีอยู่หรือเปล่า แล้วทำไมถึงทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ ไปยืนรอกันข้างหน้า ท่านประธานเชื่อไหมครับ ๑ ทรานแซกชัน (Transaction) ๑ ธุรกรรม ที่ทำกับแบงก์กรุงไทยครึ่งวันครับพี่น้องประชาชนไปรอ ๓-๔ ชั่วโมง เมื่อไม่กี่วันนี้ประชุม กรรมาธิการ พ.ร.ก. เกี่ยวกับโควิด (COVID) บอกมีคุณยายคนหนึ่งครับ เพื่อนสมาชิก จากทางจังหวัดเชียงรายบอก คุณยายไปกลับมาโดนรถชนตายครับ ไปรอเบิกเงินเบี้ย ผู้สูงอายุกับธนาคารกรุงไทยนะครับ ผมก็เรียนกับท่านว่าเรื่องอย่างนี้ผู้บริหารธนาคาร กรุงไทยรับทราบหรือเปล่า เป็นรัฐวิสาหกิจคล้าย ๆ กัน เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้รางวัลมาว่าเป็นธนาคารองค์กรทางการเงินยอดเยี่ยม แต่ผลประกอบการกำไรหายไป ๕๐๗ ล้านบาท จาก ๑,๓๖๘ ล้านบาท แล้วถามว่าเงินกำไรที่ต้องส่งราชการนี่ผลกระทบ ก็ไปอยู่กับพี่น้องประชาชนครับ เพราะว่าท่านตั้งมาด้วยเงินภาษีของประชาชน แต่วันนี้ ท่านทำกำไรลดลง ก็กระทบกับเงินที่ต้องนำส่งรัฐบาลเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ เหมือนกับกรุงไทยเปี๊ยบเลยครับท่านประธาน วันนี้ได้ทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน เรียนท่านประธานไปถึง ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังด้วยนะครับ ท่านอาคมนะครับ บอกว่าธนาคารกรุงไทยวันนี้ทำความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก แล้วยังมาภูมิใจอีกว่าได้รับรางวัลผู้บริหารทางการเงินดีเด่น ผมขอเรียนท่านประธานเลยครับว่าไม่ใช่เป็นความภูมิใจ เป็นความภูมิใจบนคราบน้ำตา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เลยกราบเรียนท่านประธานฝากไปถึง ธนาคารในรัฐวิสาหกิจทั้ง ๒ แห่ง ภายใต้กำกับดูแลของรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางวรางคณา วงศ์ข้าหลวง รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงและตอบข้อซักถามของ ท่านสมาชิกตามที่ได้ซักถามมานะคะ🔗
ในประเด็นแรก ขออนุญาตเรียนชี้แจงก่อนนะคะว่าธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทยได้ดำเนินกิจการตามนโยบายของรัฐบาล โดยผ่านการชี้วัดของ สำนักงาน สคร. ภายใต้กระทรวงการคลัง มีการกำหนดเป้าหมายและแผนยุทธศาสตร์ อย่างชัดเจนนะคะ ในการที่จะดำเนินกิจการเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ลงทุนของไทย ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ตัวชี้วัด อาทิ สินเชื่อที่ให้เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ลงทุน ในต่างประเทศ ยอดการหมุนเวียนการประกันการส่งออกระยะสั้น ซึ่งใน ๒ รายการนี้ มีการเติบโตมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุกปี เป็นระยะเวลามากกว่า ๑๐ ปี🔗
สำหรับในเรื่องของค่าใช้จ่ายก็จะมีการควบคุมในส่วนของค่าใช้จ่าย โดยผ่านการควบคุมในลักษณะของตัวชี้วัดเช่นเดียวกันนะคะ ซึ่งธนาคารก็จะทำได้อยู่ใน ระดับมาตรฐานมาค่อนข้างเป็นระยะเวลาต่อเนื่องค่ะ🔗
สำหรับงบการเงินในปี ๒๕๖๒ ตามที่ได้เห็นว่าในส่วนของรายการของหนี้ สงสัยจะสูญ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นสำหรับปี ๒๕๖๒ เนื่องมาจากอัตราการกันเงินสำรอง ของลูกหนี้บางรายได้มีอัตราที่เพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารได้ทำการกันเงินสำรองตามอัตราที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็น ผู้ตรวจสอบบัญชีได้กำหนดไว้อย่างเป็นไปตามมาตรฐานทุกประการนะคะ ในส่วนของ การกันเงินสำรองที่เพิ่มขึ้นนั้น ในปัจจุบันลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวหรือบางรายดังกล่าวนั้น ได้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างค่อนข้างชัดเจนนะคะ แต่อย่างไรก็ตามธนาคาร ก็ได้พิจารณาที่จะยังคงเรื่องของการกันเงินสำรองเอาไว้ในระยะหนึ่งก่อน จึงจะทำ การปลดเป็นลูกหนี้ปกติตามหลักการของธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะ🔗
ในส่วนของถ้อยคำในหน้า ๑๓๙ ซึ่งเป็นถ้อยคำมาตรฐานของผู้สอบบัญชี จะเป็นเรื่องของการแสดงความเห็นว่าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญที่มีผลกระทบต่อ ผลการดำเนินงานของ ธสน. ณ เวลาที่ตรวจสอบบัญชี ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวจะปรากฏอยู่ใน ท้ายการตรวจสอบบัญชีทุกครั้งที่จะมีการตรวจสอบนะคะ🔗
ในส่วนของมาตรการที่ปัจจุบันธนาคารได้มีการสนับสนุนให้กับผู้ส่งออก และผู้ลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ส่งออกนะคะ ขออนุญาตยกในกรณีของเงินบาทแข็ง ในส่วนของเงินบาทแข็งที่ผ่านมาธนาคารได้มีโครงการที่ช่วยในเรื่องของการประกันความเสี่ยง อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งผู้ส่งออกได้เข้ามาใช้โครงการนี้ บริการโครงการนี้อย่างต่อเนื่องร่วมกับ ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกธนาคารนะคะ โครงการนี้ได้ผ่านการดำเนินการมาถึง ๓ รุ่นแล้ว ถ้าตามชื่อของโครงการที่ใช้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์เราเรียกว่าโครงการเอฟเอ็กซ์ออปชัน (FX Option) นะคะ เป็นโครงการที่ประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ส่งออก ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่จำเป็นค่ะ อีกมาตรการหนึ่งซึ่งธนาคารได้นำเสนอในส่วนของ ที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทแข็ง คือมาตรการการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากมองว่าในเวลาที่เงินบาทแข็งการนำเข้าเครื่องจักรเมื่อคิดต้นทุนเป็นเงินบาท จะมีต้นทุนที่ค่อนข้างจะถูกลงนะคะ ดังนั้นธนาคารจึงมีโครงการนี้นำเสนอผ่านคณะรัฐมนตรี ได้ให้การสนับสนุนไปแล้วระยะหนึ่งนะคะ ดอกเบี้ยอยู่ในอัตราที่เป็นดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาด มีรัฐบาลให้การสนับสนุนในส่วนของดอกเบี้ยส่วนต่างจากต้นทุนของ ธสน. ปัจจุบันได้อนุมัติ ไปแล้ว ๑,๕๐๐ ล้านบาท🔗
ในส่วนของมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) ทางธนาคารได้มี การช่วยเหลือในเรื่องของมาตรการที่ช่วยผู้ส่งออกในกรณีของโควิด (COVID) ช่วยไปแล้ว ๖,๔๐๐ ราย ทั้งในส่วนของมาตรการด้านการเงินและที่มิใช่การเงิน หมายความว่าบางราย ต้องการให้มีการพักชำระหนี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อสามารถที่จะปรับปรุงในเรื่องของ การผลิตและการส่งออกได้นะคะ ส่วนบางรายก็มีการให้วงเงินเพิ่มเติมไปด้วยในอัตรา ดอกเบี้ยที่เป็นอัตราที่ช่วยเหลือกัน วงเงินทั้งหมดรวมกันนะคะ ผู้ส่งออกที่ได้รับ การพิจารณาอยู่ที่ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ตั้งแต่โควิด (COVID) ในเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมานะคะ🔗
ในส่วนของการเปรียบเทียบกับสถาบันการเงินที่เป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เช่นเดียวกันในต่างประเทศนะคะ ถ้าในส่วนของภูมิภาคนี้เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขกับ มาเลเซียเอ็กซิม (Malaysia EXIM) แล้วก็อินโดนีเซียเอ็กซิม (Indonesia EXIM) ในลักษณะของ คอนทริบิวชัน ทู กรอส เนชันนัล อินคัม (Contribution to gross national income) อันนี้อัตราที่เอ็กซิม (EXIM) ทำได้จะอยู่ในอัตราที่ดีกว่านะคะ อันนี้จะเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่ง ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เช่นเดียวกันนะคะ🔗
ในส่วนของการสนับสนุนวงเงินเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารพาณิชย์ จะเป็นไปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไว้ คือถ้าหากว่าธนาคารพาณิชย์ ได้ให้การสนับสนุนวงเงิน หรือให้การสนับสนุนสินเชื่อต่อผู้ส่งออกหรือผู้ลงทุนอยู่แล้ว เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะมีหน้าที่ที่จะเสริมในส่วนของที่ขาด คือที่ธนาคารพาณิชย์ อาจจะยังไม่ได้ให้การสนับสนุนเต็มที่ ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นตลาดที่ทางเอ็กซิม (EXIM) ได้เป็นผู้นำร่องที่จะเข้าไปสนับสนุนมีทั้งการสนับสนุน โดยเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เอง และการสนับสนุนร่วมกับธนาคารพาณิชย์นะคะ โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในอัตราตลาดที่เหมาะสม ยกเว้นเป็นโครงการที่มีการสนับสนุน จากรัฐบาลโดยชัดเจน อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในอัตราดอกเบี้ยต่ำค่ะ🔗
ในส่วนของการส่งรายงานนะคะ ต้องขออนุญาตเรียนว่าเนื่องจากทาง เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้รับการตรวจสอบโดยสำนักงานตรวจการเงินแผ่นดิน และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นการส่งรายงานทาง การเงินทุกฉบับจะต้องส่งตามเวลาที่ทางผู้ตรวจสอบกำหนดนะคะ แล้วก็ต้องขออนุญาต เรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่ารายงานทางการเงินในปี ๒๕๖๓ ทางเอ็กซิม (EXIM) ได้มีการเผยแพร่ ต่อสาธารณชนตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ (Website) ภายใน ๓๐ วัน ตามที่ สตง. ได้ตรวจสอบงบการเงินเสร็จสิ้นนะคะ อันนี้ทำตามเงื่อนไขนี้ มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาค่ะ🔗
ในส่วนของการให้การสนับสนุนต่อเอสเอ็มอี (SMEs) นะคะ ปัจจุบัน ทางเอ็กซิม (EXIM) มีขอบเขตการให้การสนับสนุนต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ส่งออกและที่มี ความสนใจที่จะไปลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่เริ่มต้นกิจการเลย คือจะมีการสนับสนุน ผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้าซึ่งจะเน้นในเรื่องของการให้การอบรมและการให้การสนับสนุน ทางความรู้ที่สำคัญต่อการที่จะเป็นผู้ส่งออกนอกเหนือจากการที่จะให้การสนับสนุน ในเรื่องของสินเชื่อด้วยนะคะ อันนี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นการสนับสนุนต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ค่ะ🔗
ในส่วนของการประกันความเสี่ยงในเรื่องของการส่งออก อันนี้จะเป็นบริการ ที่ปัจจุบันจะมีที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เพียงแห่งเดียว เป็นการรับประกันการชำระเงิน ของผู้ซื้อในต่างประเทศ กรณีที่ทางผู้ส่งออกได้ส่งออกไป แล้วผู้ซื้อไม่ชำระเงินนะคะ ซึ่งอันนี้ บริการนี้ได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเป็นบริการที่ให้การสนับสนุนและเป็น เครื่องมือที่ดีที่ผู้ส่งออกจะใช้ในการขยายธุรกิจหรือขยายกิจการในเรื่องของการส่งออก โดยเฉพาะในภาวะที่ในเรื่องของการชำระเงินของผู้ซื้อในต่างประเทศค่อนข้างที่จะด้อยลง ในปัจจุบันนะคะ อันนี้เป็นบริการที่ธนาคารเริ่มให้การสนับสนุนมาตั้งแต่เปิดดำเนินงาน แล้วก็จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนะคะ แล้วก็ต้องขออนุญาตเรียน ด้วยว่าปัจจุบันกรรมการผู้จัดการของเอ็กซิม (EXIM) ได้หมดวาระลงแล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ปีนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรรหากรรมการผู้จัดการท่านใหม่ ดังนั้นจึงมิได้มาชี้แจง ในวันนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ ท่านเกียรติยังข้องใจอยากสอบถามเพิ่มเติม เชิญท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คงไม่ใช้คำว่าข้องใจ ท่านประธาน แต่สิ่งที่ท่านตอบกับสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตหรือตั้งคำถามไปมันตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ผมเข้าใจดีว่ากรรมการเป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติหน้าที่ของ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่ท่านตอบคือเป็นนโยบายท่านทำตามนโยบายของรัฐบาล มีตัวชี้วัดชัดเจน ตรงนี้ครับที่ผมงง และถ้าบอกว่าเป็นนโยบายรัฐบาลและไม่เทียบกับ เมื่อสักครู่พอผมบอกว่าท่านไม่เปรียบเทียบกับประเทศอื่นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศอื่น ท่านบอกว่าเราดีกว่ามาเลเซียกับอินโดนีเซีย ทำไมท่านไม่เปรียบเทียบกับ เกาหลีใต้ ทำไมท่านไม่เปรียบเทียบกับประเทศในยุโรปนะครับ เขาไปไกลแล้วเขาใช้ เครื่องมือเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้ได้เปรียบที่สุดในการค้าและการลงทุน ทำไมไม่ไป เปรียบเทียบกับคนเหล่านั้น ตรงนี้คือปัญหา ถ้าท่านยังพอใจกับการเปรียบเทียบกับมาเลเซีย กับอินโดนีเซียผมว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ ไม่น่าจะถูกต้อง ผมเปรียบเทียบแค่เวียดนาม ท่านประธานทราบไหมเวียดนาม มีสินเชื่อส่งออกสูงกว่าประเทศไทยเท่าไรท่านประธานครับ นี่ถ้าเปรียบเทียบแค่เพื่อนบ้านเลย ๒.๕ เท่า เมื่อสักครู่ผมบอกแล้วของประเทศไทยนี้ ๑,๘๐๐-๑,๙๐๐ เหรียญสหรัฐอเมริกา เวียดนาม ๕,๐๐๐ ทำไมเราไม่เปรียบเทียบ ตรงนี้ผม เป็นกังวลอย่างยิ่งเวลาหน่วยงานของรัฐพอใจกับสิ่งที่เรามีอยู่ แล้วก็ตอบได้อย่างเต็มปากเต็ม คำว่าข้าพเจ้าทำตามนโยบายของรัฐบาลแล้วมันดีแล้ว รวมทั้งได้รับรางวัลด้วย ผมกำลังจะ บอกว่าผมไม่ตำหนิเจ้าหน้าที่เลยนะครับ เจ้าหน้าที่ผมเชื่อว่าทำเต็มที่และหวังดีไม่น้อยกว่า ใครครับ แต่วิธีวัดของเรา วิธีทำเสนอรายงานของเรานี่ผมว่ายังไม่ได้เป็นการเรียนรู้เลยครับว่า ปัญหาเราอยู่ตรงไหน แล้วเราจะปรับปรุงได้ตรงไหน สิ่งที่ท่านตอบผมมา อย่างเช่น ของมาเลเซีย ของอินโดนีเซีย เอสเอ็มอี (SMEs) อบรมสินเชื่อโครงการฟอเรกซ์ (Forex) ๑,๕๐๐ ล้านอยู่ไหนครับในรายงานของท่านครับ ก็ไม่ได้อยู่ครับ ถ้าไม่ถามก็ไม่บอกครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็ไปต่ออีกว่า ๑,๕๐๐ ล้านของท่านนี่เปรียบเทียบกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศอื่นแล้วเราอยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้ทุกครั้งที่เราเอารายงานเข้ามา สมาชิกให้ข้อสังเกตบอกว่า เอ๊ะ เราเปรียบเทียบกับตัวเราเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะเราอยู่ในโลกของการแข่งขันกับ ประเทศอื่น ๆ เราก็อยากเห็นรายงานสะท้อนสิ่งเหล่านั้นด้วยครับ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของโลกนี้เราควรจะเอาประเทศใดเป็นเคพีไอ (KPI) แล้วเปรียบเทียบกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศเหล่านั้นทุกครั้ง แล้วเขียนไปในรายงาน อันนี้ช่วยครับ แต่ถ้าท่านเขียนแค่นี้ก็ไม่ช่วย ยังมองไม่เห็นในเชิงเปรียบเทียบนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผม คิดว่าเป็นเรื่องน่ากังวล อย่างเมื่อสักครู่ผมพูดถึงเรื่องประกันความเสี่ยง ท่านบอกว่า เพิ่มทุกปีต่อเนื่องตั้งแต่ตั้งเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) มา ใช่ครับ แล้วประเทศอื่น เขาเพิ่มเร็วกว่าเราไหม ประเทศเวียดนาม ตั้งหลังเรานะครับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) แต่เขาให้ช่วยภาคส่งออกไปแล้ว ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ ของเรายังอยู่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท เราน่าภูมิใจไหมครับ ถ้าเราเปรียบเทียบลักษณะนี้ก็จะเห็นชัดว่าในโลกของการแข่งขัน ซึ่งเราต้องแข่งกับทุกประเทศ วันนี้เรายังภูมิใจไม่ได้ครับ เรายังมองว่าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว ยังไม่ได้ครับ ความชัดเจนว่าท่านสามารถปล่อยสินเชื่อกรณีที่ไม่สามารถปล่อยได้ โดยธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเป็นสัดส่วนเท่าไรครับ เป็นสัดส่วนเท่าไรของที่ท่านปล่อย ผมไม่ทราบเลยครับ อ่านในรายงานครับ ผมไม่ทราบ ท่านไปแพ็ก (Pack) กับเขา กี่เปอร์เซ็นต์ แพ็กกิงเครดิต (Packing Credit) เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศ ฝรั่งเศสเขาวัดเลยนะครับว่าเขาไปแพ็ก (Pack) ในกรณีที่จำเป็นและทำให้เกิดความสามารถ ในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง เท่าไรบ้าง ตรงนี้ที่ผมอยากจะเสนอ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ตำหนิใครเลยนะครับ แต่ผมอยากเห็นประเทศไทยที่มีเครื่องมือที่ทันสมัย และไม่พอใจกับตัวเองจนเกินเหตุ ทำให้เราไม่มองไปข้างหน้าและปรับปรุงเพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดกับเป้าหมายที่เราวางไว้อย่างถูกต้องเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านผู้ชี้แจงจะชี้แจงไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของการเปรียบเทียบเมื่อสักครู่ ต้องขอประทานโทษด้วยที่เรียนไม่ครบถ้วน คือที่เรียน ไปเรื่องของภูมิภาคเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบ ณ ขณะนี้คือในปัจจุบันนะคะ เนื่องจาก ตามยุทธศาสตร์ แผนยุทธศาสตร์ของธนาคารจะกำหนดไว้เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะกลาง ระยะยาวด้วยนะคะ เนื่องจากขนาดของธนาคารโดยทุนที่ได้รับจากภาครัฐมาในปัจจุบัน เทียบเคียงได้กับขนาดของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ส่วนที่เป็น เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่อยู่ในภูมิภาคอื่น ๆ อาทิ ประเทศเกาหลี หรือประเทศในแถบ ยุโรป หรืออาจจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ตามที่ท่านได้พูดถึงนะคะ อันนี้จะอยู่ในแผนระยะถัดไป ซึ่งเราก็หวังว่าจะมีการขยายขนาดและผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เทียบเคียงได้ และต่อไปก็จะนับเป็นคู่เทียบในลักษณะนั้นด้วยนะคะ ต้องขอประทานโทษด้วยที่อาจจะ เรียนข้อมูลไม่ครบถ้วนในปัจจุบันนะคะ ในส่วนของคำแนะนำในเรื่องของข้อมูลต่าง ๆ ที่ควร ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปีก็จะขอรับไป เพื่อที่จะเพิ่มเติมให้เหมาะสมในระยะถัดไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ ถือว่าจบการอภิปรายซักถามเกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทยแล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณคณะผู้ชี้แจงจากหน่วยงาน ขอบคุณ ทุกท่านนะครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗
ตามที่ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการตามที่กระทรวงการคลังเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗
๒.๔ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗
ตามที่ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ รับทราบผลการพิจารณา รายงานตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามที่สำนักงานคณะกรรมการกรรมการกฤษฎีกา เสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวาง ตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
๒.๕ รับทราบรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒🔗
ด้วยเลขาธิการ คณะมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ รับทราบ รายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒🔗
ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอและได้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัด วางตามที่นั่งของท่านแล้ว ด้วยได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าขออนุญาตให้ ผู้แทนจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมซึ่งผมได้พิจารณา แล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญ ท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ๑. นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ๒. นางกุสุมา พนอนุอุดมสุข ถ้าอ่านผิด ขออภัยด้วยนะครับ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสถาบันครอบครัว ๓. นางอรียาพร อรุณเนตร นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ ๔. นายกรณรงค์ เหรียนระวี นักพัฒนาสังคมชำนาญการ🔗
ได้มี ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามนะครับ ฉะนั้นก็ขอเชิญท่านสมาชิก ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ได้อภิปราย ๑. ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒. ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๓. ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาสัก ๑๐ นาทีนะครับท่านประธาน ดังที่ ผมได้กรุณาขอท่านประธานไปครับ เพราะผมมองว่าประเด็นเรื่องของความรุนแรง ในครอบครัวเป็นมิติที่ใหญ่กว่า แค่ปรากฏอยู่ในรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรง ในครอบครัว ซึ่งเราเองก็เจอกันปีละครั้ง ผมไม่แน่ใจว่าท่านสมาชิกมีรายงานฉบับนี้ ในทุก ๆ คนอยู่ครบทุกเล่มหรือไม่นะครับ แต่ที่บ้านผมก็เก็บของท่านไว้ทั้ง ๑๑ เล่ม ถึงแม้ ผมจะมาเป็น ส.ส. เป็นครั้งที่ ๒ ที่ได้มีโอกาสอภิปรายในรายงานนี้ก็แล้วแต่ แต่ผมอยาก เท้าความไปสักนิดหนึ่งครับและถือโอกาสบอกกับพี่น้องประชาชนว่า สัก ๕ ประเด็นที่ผมจะ พูดดังต่อไปนี้นั้นน่าจะเป็นโอกาสที่ดีทั้งสะท้อนในแง่ของกรมกิจการสตรีและสถาบัน ครอบครัว และบอกต่อไปยังพี่น้องประชาชนที่รับฟังการอภิปรายครั้งนี้อยู่ว่าประเด็นเรื่อง ของความรุนแรงในครอบครัวนั้นมันมีนัยแบบใด ประการใดครับ🔗
ประการที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมอยากจะย้อนไปถึงการประชุมเมื่อ กรุงปักกิ่ง ถ้าผมจำไม่ผิดประมาณปี ๒๕๔๒ สมัยที่ท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านส่งคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปประชุม เพราะเขา มองประเด็นเรื่องของความรุนแรงต่อผู้หญิงทั่วโลกเป็นอย่างไร และเขามีข้อสรุปออกมา ทั้งหมดอยู่ ๓ ด้านด้วยกันครับ🔗
ในด้านที่ ๑ ก็คือมองว่าผู้หญิงจำนวนหนึ่งนั้นถูกหรือถูกได้รับเป็นผู้ถูกกระทำ หรือประสบปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ในบ้าน ซึ่งศัพท์ประเทศไทยฟังมันดูย้อนแย้งนะครับ เขาเรียกว่าในที่รโหฐาน🔗
ในส่วนที่ ๒ ที่ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นในที่สาธารณะครับ หลายประเทศก็มีปรากฏการณ์แบบนั้น สังคมไทยเราก็เห็นอยู่🔗
แต่ในส่วนที่ ๓ ของความรุนแรงนั้นเขาเรียกเป็นความรุนแรงที่รัฐละเลย หรือปล่อยให้เกิดความรุนแรง ทั้งเป็นผู้กระทำเสียเองและทั้งที่รู้ว่ามีการกระทำเกิดขึ้น และไม่จัดการเรื่องของความรุนแรงดังกล่าว ผ่านมา ๒๐ กว่าปีครับผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ มันน่าจะดีขึ้น แต่ข้อเท็จจริงแล้วมันก็ยังมีประเด็นเหล่านี้อยู่ครับ และตลอดการชุมนุมของ พี่น้องนักศึกษา ประชาชน ๑ ปีที่ผ่านมาเราพบว่ามีการไปเรียกร้องขอความยุติธรรม จากการถูกละเมิดทางเพศ จากการถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัวในการชุมนุมเยอะแยะ ไปหมด ในสื่อสาธารณะเยอะแยะไปหมดครับ มันสะท้อนให้เห็นว่ากลไกปกติน่าจะมีปัญหา บางประการในการตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นคนไม่ประจานตัวเองในที่ชุมนุม ปิดหน้ากากบอกว่าฉันเป็นคนถูกละเมิดทางเพศ คนไม่บอกในโลกโซเชียล (Social) ซึ่งทุกคน ก็อาจจะเข้าถึงตัวเขาได้ว่าเป็นใคร ว่าเขาถูกใช้ความรุนแรงในบ้าน ถูกใช้ความรุนแรงทาง เพศจากคนที่ใกล้ชิดต่อเขาต่าง ๆ เป็นต้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะสื่อสารว่ามิติ ความรุนแรงควรเป็นมิติที่ ด้วยความเคารพนะครับ ไม่ใช่แค่ระดับรองอธิบดีกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัวมาตอบ แต่ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมมองว่าสังคมไทยเองยังมีความเชื่อที่ ไม่ถูกต้องในประเด็นเรื่องของความรุนแรงอยู่เยอะพอสมควรครับ ในปี ๒๕๔๔ ข้อมูลของ องค์การอนามัยโลกบอกเราเป็น ๑ ใน ๑๐ ประเทศที่มีความรุนแรงในครอบครัวสูงที่สุด ในโลก ไม่กี่ปีถัดมามีการสำรวจวิจัยครับ เป็นงานระดับโลกใน ๔๐ กว่าประเทศ เขาไปถาม ว่าผู้หญิงประเทศใดที่ยอมรับได้ถ้าเกิดจะมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวบ้าง ตัวเลข น่าตกใจนะครับ ท่านทราบไหมครับว่าผู้หญิงไทยยอมรับได้ถ้าคู่ของตนเองจะใช้ความรุนแรง กับตนเองบ้าง สูงเป็นอันดับ ๒ ของโลก ผมถามเพื่อนสมาชิกซึ่งนั่งกันแน่นในที่ประชุมแห่งนี้ ในวันนี้ และถามท่านเจ้าหน้าที่ ถามท่านผู้ชี้แจงว่า ท่านยอมรับได้ไหม ผมมั่นใจว่าทุกเสียง ตอบว่าท่านไม่อาจยอมรับได้ แต่พูดคุยกับผู้หญิงรายคนสอบถามกันตรงไปตรงมาว่ายอมรับ ได้บ้างไหม ผู้หญิงไทยยอมรับได้สูงเป็นอันดับ ๒ ของโลกนะครับ เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีสื่อที่ ตอกย้ำความรุนแรง ละครที่กำลังดัง ณ ขณะนี้ท่านทราบไหมครับ ผมก็ไม่ค่อยได้ดูนะครับ แต่เขาโพสต์ (Post) ส่งต่อกันมา ก็ไม่อยากเอ่ยชื่อว่าเมียคนนั้นจำเป็นหรือไม่จำเป็น ไม่ใช่ สามีหรอกครับ แฟนกันนี่ครับที่ไปละเมิดนางเอก ข่มขืนเขาแล้วบอกว่าข่มขืนแล้วคุณต้อง กลับมารักผม นี่ปี ๒๐๒๑ นะครับ มันยังมีละครแบบนี้อยู่หรือครับ นั่นคือการสะท้อนให้เห็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องซึ่งยังมีอยู่มากมายในประเทศไทยบนพื้นฐาน สังคมชายเป็นใหญ่ และบนพื้นฐานที่ผู้หญิงยังตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่ามีการพึ่งพิง จะโดยกายภาพ จะโดยอารมณ์จิตใจ จะโดยทางเศรษฐานะกับผู้ชายหรือคนที่เป็น คู่ของตนเอง นี่ไม่พูดถึงมิติอื่นว่าความรุนแรงในครอบครัวนั้นไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อ ยังมีผู้ชาย ยังมีผู้สูงอายุ ยังมีคู่รักเพศเดียวกัน หรือคู่รักต่างเพศ ยังมีเด็กที่อยู่ในบ้านอีก มากมาย นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗
ในประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้แบ่งเนื้อหาหัวข้อ ออกเป็น ๓ หัวข้อใหญ่ด้วยกัน ผมไม่อยากไปนั่งนับหน้านะครับ ปีที่แล้วมา ๕๖ หน้า ปีนี้ท่านก็ใกล้เคียงกัน ปีที่แล้ว ๕๘ หน้า ปีนี้ ๕๖ หน้า เกือบจะเอาตัวอักษรมาเทียบกันว่า เหมือนหรือไม่เหมือนกันอย่างไร แต่ ๓ ด้านของท่านก็คือ ๑. เป็นข้อมูลสถานการณ์ ซึ่งกินพื้นที่ส่วนใหญ่ครับ ๒. คือข้อมูลความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ แล้วก็ มีรายละเอียดกระบวนการในแง่ของการดำเนินการต่าง ๆ เเละ ๓. คือประเด็น เรื่องบทวิเคราะห์ ก็แน่นอนด้วยความเคารพนะครับ เมื่อสักครู่คุยกับท่านผู้ชี้แจงก่อนหน้านี้ ว่าวันนี้เองฐานข้อมูลหลักท่านก็ยังไม่ค่อยตรงกัน ส่วนเพิ่งได้โอเอสซีซี (OSCC) มีรายงาน สถานการณ์ความรุนแรงเป็นหลักหมื่นทุกปี แต่ตัวเลขมันไปหายที่สถานีตำรวจ ตัวเลข มันไปหายที่ระบบการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ซึ่งก็ไม่โทษท่าน เมื่อวานมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์คุยกับผมบอกว่าเขาแบกรับไม่ไหวอีกแล้วนะ เวลาที่ตำรวจไปจับคนที่ใช้ยาเสพติด แล้วมีเรื่องของการทำร้ายกันในบ้าน แต่แทนที่ตำรวจจะใช้ประเด็นการจัดการในคดี ยาเสพติดกลับส่งให้เจ้าหน้าที่ความรุนแรงในครอบครัว ในสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แต่ละจังหวัดทำ ด้วยความเคารพนะครับ ผมเป็นอดีตพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ผมก็ไม่มีศักยภาพจะไปจัดการกับคนที่มีปัญหายาเสพติดและใช้ความรุนแรงในครอบครัว ต่อพวกนั้นหรอกครับ นอกเหนือจากนั้นในข้อมูลฉบับนี้ยังมีเรื่องของประเด็นเรื่องการจัดการ ต่าง ๆ ที่พยายามจะบอกว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ซึ่งบางตัวเลขมันไม่สามารถบวกกันได้ เช่น ในหน้าที่ ๔๙ ที่พูดถึงการใช้แบบ คร. ๖ แต่ละเคส (Case) มันอาจจะไม่สามารถจัดบริการได้แค่แบบเดียว บริการมีหลายแบบนะครับ ท่านจัดให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงพบกับแพทย์ ท่านจัดพบ นักสังคมสงเคราะห์ ท่านจัดให้มีการร้องทุกข์มันบวกไม่ได้ เพราะเคส (Case) เหล่านั้น บางเคส (Case) เป็นเคส (Case) เดียวครับ เป็นกรณีเดียวแต่เราต้องจัดบริการ ในหลากหลายรูปแบบให้กับเคส (Case) ผมจะไม่พูดลงรายละเอียดนะครับว่าวันนี้เองระบบ ที่ส่งต่อเชื่อมโยงจากท่านแองเกอร์เมเนจเมนต์ (Anger management) การจัดการ อารมณ์โกรธ ปัญหาเรื่องของการเศรษฐานะที่อยู่ในบ้าน ปัญหาเรื่องของการใช้ ความรุนแรงต่อเด็กนั้นเราก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพในการให้คำปรึกษาหรือการจัดการ ที่เพียงพอ นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ก็คือประเด็นที่ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งครับว่า ณ วันนี้ระบบการรับแจ้งเหตุของท่านอาจจะต้องมีระบบที่ตอบสนองทางออนไลน์ (Online) มากยิ่งขึ้น ผมถามท่านอย่างตรงไปตรงมาว่าวันนี้ท่านมีเจ้าหน้าที่ที่มอนิเตอร์ (Monitor) ในโลกโซเชียล (Social) เช่น ทวิตเตอร์ (Twitter) ในเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือไม่ว่า มีคนแจ้งอะเลิร์ต (Alert) เหตุเรื่องของความรุนแรงขึ้นมาแล้วนะ แล้วเร็วที่สุดที่ท่านไป จัดการนั้นคือเมื่อไร ปีที่แล้วผมก็ยกนะครับ แต่อยากจะยกตัวอย่างว่าปีนี้ก็ยังมีอยู่ในพื้นที่ จังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ซึ่งน้องผู้หญิงที่ถูกพ่อใช้ความรุนแรงนั้นโพสต์ (Post) ในโซเชียล (Social) มีคนรีทวิต (Retweet) เขาประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน คนที่ให้คำปรึกษาไม่ได้อยู่ ในประเทศไทยนะครับ เป็นนักศึกษาที่ทำประเด็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัวอยู่ที่ประเทศ อังกฤษ แล้วมันย้อนกลับมาที่ระบบภายในว่ามันไม่สามารถตอบสนองได้ทัน นั่นคือข้อที่ผม เป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง เป็นประเด็นที่ ๔ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมมีเวลาไม่มากพอ แต่ยังจำเป็นต้องถามครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ มาขอสภาแห่งนี้ในการออกพระราชกำหนดขอเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ไม่กี่วัน ผมไม่อยากมาตีความกฎหมายนะครับว่า การลงราชกิจจานุเบกษานั้นหลังจากที่ท่านมาขอพระราชกำหนดหลังกฎหมายมีผล บังคับใช้แล้ว ท่านบอกว่าได้มีการถามไปยังหน่วยงานทั้งสิ้นประมาณ ๓๐๐ กว่าหน่วยงานว่า ท่านจะต้องรื้อปรับแก้กฎหมายที่ท่านผ่านไปแล้วนะครับ ผ่านไปแล้ว กำลังจะบังคับใช้แล้วนี่ กลัวว่าทำไม่ได้จะต้องแก้แบบไหน ประการใด ผมมาทวงคำตอบจากท่านครับว่า ณ ขณะนี้วันนี้ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น ท่านแก้ไปถึงไหนแล้ว อยู่ในขั้นตอนใด แล้วท่านจะนำกลับมาให้สภาแห่งนี้พิจารณาเพื่อนำไปสู่การคุ้มครองผู้ที่ถูกกระทำ ความรุนแรงในครอบครัวเมื่อไรครับ ขอบพระคุณรายงานของท่านนะครับ และขออนุญาต ที่จะจบบนปกหลังของรายงานของท่านนิดเดียวครับว่าประเด็นเรื่องของความรุนแรง ในครอบครัววันนี้ที่จะเกิดกับใครก็แล้วแต่ เราเองต้องเป็นคนหนึ่งครับที่ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่เป็นผู้กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวเสียเองครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย เพื่อรับทราบรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว สำหรับรายงานตาม มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าเราดูจากรายงานก็ทำให้ทราบ หลายเรื่อง และมีรายละเอียดที่ทำให้สมาชิกพอจะมีความเข้าใจในเรื่องของความรุนแรง สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจากข้อมูลหลายส่วน ไม่ว่าข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งมูลนิธิ ตลอดจน จำนวนเด็กและสตรีผู้ถูกกระทำความรุนแรงมีจำนวนตัวเลข อันนี้ก็ขอขอบคุณที่ให้ตัวเลข แต่ผมอยากจะให้ข้อสังเกตเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัวไว้ รวมทั้งอาจจะมีคำถามแล้วก็ข้อแลกเปลี่ยน🔗
ในประเด็นที่ ๑ ผมเห็นว่าข้อมูลที่เสนอมาจากที่เพื่อน ส.ส. ณัฐวุฒิได้พูด ไว้แล้วนี่ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นข้อเสนอที่ดี แล้วก็เห็นชอบด้วย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าข้อมูลจาก หลากหลายหน่วยนี่มันก็เป็นปัญหาประเทศเราอยู่มากพอสมควร เพราะฉะนั้นการจัดทำ พัฒนาฐานระบบข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เราจะ เริ่มต้นตรงไหน อย่างไร อันนี้ก็ฝากกรมไปด้วยว่าจะต้องพิจารณาให้ดี ผมยังคิดว่า กรมก็อาจจะมีปัญหาเรื่องนี้อยู่นะครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ข้อมูลจะกระจัดกระจายหลาย หน่วยงาน อันนี้ก็เป็นปัญหา และผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่สะท้อนมานี่มันใช่ทั้งหมดหรือว่า ยังขาดตกบกพร่องอยู่ เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาเรื่องนี้เสียใหม่นะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าผมเห็นในส่วนที่ ๓ ประมาณหน้า ๕๑ หน้า ๕๒ หน้า ๕๓ อันนี้ดีนะครับ คือพยายามที่จะนำเสนอการพัฒนาระบบข้อมูลในครอบครัว เหมือนกันไว้ในหน้า ๕๓ แต่ก็ยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมมากนัก ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าผมเคยไปดูงานเรื่องนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นประโยชน์ ญี่ปุ่นนี่เนื่องจาก ระบบเขาจะไม่เหมือนเมืองไทย จังหวัดเขาจะมีอำนาจมากกว่าส่วนกลาง ของเราส่วนกลาง รวมอำนาจมากกว่าส่วนจังหวัดและท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นประเด็น ในญี่ปุ่นนี่จังหวัดจะเป็น ตัวหน่วยที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ในจังหวัดอาจจะมีหน่วยของ ตำรวจ หน่วยของสาธารณสุข หน่วยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ หน่วยของศูนย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอ็นจีโอ (NGO) ก็ดี เราจะประมวลอย่างไร แต่ในญี่ปุ่นเขาวันสตอปเซอร์วิส (One Stop Service) อยู่ที่จังหวัด แล้วก็ทำให้ข้อมูลได้รับ การวิเคราะห์อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่วนที่ ๒ เขาให้เทศบาลเป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ แล้วก็ไปดำเนินการตั้งศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงตามจำนวนเด็กที่ถูกกระทำในประเภท ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ซึ่งในรายงานผมก็ขอชมว่าแยกแยะประเภทของการถูกกระทำไว้ ดีทีเดียว เพราะฉะนั้นศูนย์ในการแก้ปัญหานี่ก็จะเบ็ดเสร็จ แล้วก็มีระบบประเมิน ติดตาม แล้วก็เยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือประเด็นที่ ๑ อยากจะฝากท่านประธาน🔗
ในประเด็นที่ ๒ ผมเห็นว่าโจทย์ใหญ่ที่ต้องไปทำครอบครัวเข้มแข็งผมเห็นด้วย แล้วก็ไปตั้งศูนย์พัฒนาครอบครัว เพราะว่าต้นตอของปัญหาอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้น ผมเคยไปทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นที่ทำศูนย์ครอบครัวเข้มแข็งเขามีประสิทธิภาพมาก เพราะฉะนั้นกรมต้อง กรมอยู่ที่ส่วนกลาง อยากถามกรมเหมือนกันว่ากลไกที่ลงไปสู่พื้นที่ ที่สร้างชุมชนเข้มแข็งนั้นอยู่ตรงไหน ใครทำ นี่เป็นคำถาม เพราะจะเป็นประโยชน์กับ การทำงานของท่านโดยตรง ผมจึงเห็นด้วยการสร้างชุมชนและครอบครัวที่เข้มแข็งซึ่งเป็นฐาน เพราะว่าข้อมูลครอบครัวจะเป็นฐานต้นตอของแหล่งที่มาของปัญหา เพราะปัญหาเกิดขึ้น ในครอบครัวไม่ว่าจะดูตัวสถิติที่พูดถึงนี่เราเห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวก็มีมาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง นี่คือส่วนหนึ่ง แล้วก็มีสาเหตุมาจากต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นจากครอบครัวก็มายังศูนย์พัฒนาครอบครัวที่จะต้องบูรณาการเป็น สหวิชาชีพที่ต้องระดมสรรพกำลังมาช่วยในศูนย์พัฒนาครอบครัว แต่ผมคิดว่าศูนย์พัฒนา ครอบครัวที่ดำเนินการโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นยังขาด ประสิทธิภาพอยู่บ้าง ผมใช้คำว่า อยู่บ้าง เพราะว่าบางศูนย์ก็ใช้ได้ แต่ถ้าใช้การทำงานแบบ บูรณาการผมเห็นไปฝากไว้กับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระดับจังหวัด งานเขาเยอะ เขาลงไม่ถึงพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นปัญหา จึงขอฝากว่าศูนย์พัฒนา ครอบครัวจะต้องบูรณาการทำให้เกิดมีประสิทธิภาพกับส่วนต่าง ๆ ที่ต้องเชื่อมโยงเกื้อกูลกัน ทั้งหมดที่เป็นข้อเสนอที่ผมพูดมาก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศเรา และของผู้บริหารประเทศ รวมมาถึงกลไก ที่จะทำงานช่วยเหลือรัฐบาล ช่วยเหลือผู้ถูกกระทำให้ถูกเยียวยาและมีคุณภาพต่อไป แล้วก็ ข้อถามที่ผมถามก็อยากจะให้ลองคิดดูว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ และช่วยตอบ คำถามด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครับท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายในเรื่องของการรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้าน ความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ ในมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัตินี้ในปี ๒๕๕๐ นี้ กำหนดชัดเจนว่าต้องรายงานในเรื่องของจำนวนคดีครับ จำนวนคำสั่งที่ออก แล้วก็จำนวน คำสั่งที่ละเมิด การละเมิดของคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารนี้ครบถ้วน แต่สิ่งสำคัญ คือในมิตินี้เป็นสิ่งที่พวกเราเองอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ นะครับ เพราะมันคือรากฐาน หรือต้นกำเนิดของสังคม คนไทยมีลักษณะผูกพัน มีความกตัญญู มีความใกล้ชิด และในโลก ยุคนี้ขณะนี้เป็นยุคเจเนอเรชัน (Generation) ของอัลฟา (Alpha) ๒๐๑๐ แล้วจะถึง ๒๐๒๔ ที่เป็นยุคที่เด็กอัลฟา (Alpha) กำลังเติบโตเจเนอเรชันซี (Generation Z) หรือตัวแซด (Z) ก็ผ่านไปแล้ว นั่นก็ ๑๔ ปี ฉะนั้นช่วงของเด็กกลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มที่เป็น เป้าหมายหลักของกรมกิจการ โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ตอนเหนือสุดก็คือเจเนอเรชันเอกซ์ (Generation X) และวาย (Y) ที่เป็นพ่อเป็นแม่ ซึ่งเป็นผู้กระทำเสียส่วนใหญ่ ฉะนั้น ความแตกต่างระหว่าง ๒ เจเนอเรชัน (2 Generation) กลุ่มบน กลุ่มล่าง เป็นกลุ่มที่ตัวกรมเอง รัฐบาลเองต้องให้ความสนใจและให้การศึกษา จากการรายงานสถานการณ์แล้วความรุนแรง ในครอบครัวนี้เราก็พบตัวเลขเยอะแยะไปหมดนะครับ ในเรื่องของจำนวนคดีความรุนแรง ที่เกิดขึ้น ๑,๕๙๗ รายที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานมา ตลอดจนภาพการรายงานในแผนภูมิ ที่ปรากฏอยู่ในหน้าตารางที่ ๔๔ ซึ่งปรากฏว่ากรุงเทพมหานครมี ๙๙ ราย แล้วก็แบ่งไปตาม จำแนกภูมิภาคต่าง ๆ มีสมุทรสงครามต่ำที่สุดคือ ๑ ราย พูดง่าย ๆ ว่าเกือบทั้งประเทศครับ ท่านประธาน ฉะนั้นประเด็นพวกนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่เป็นเหตุบอกได้เลยว่าคดีพวกนี้ยังอยู่ เมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิก็พูดไว้แล้วว่าในประเด็นที่คดีไม่ได้เกิดแค่นี้ครับ เหมือนตำรวจครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นอดีตตำรวจครับ การเป่าคดีของผู้รับแจ้งเหตุมีเยอะมากมาย แล้วสถิติพวกนี้เป็นสถิติที่ได้มาจากการปรากฏหรือบันทึกไว้เท่านั้นเองครับ แต่สิ่งที่หายไป จากระบบคือจะมียุติธรรมชุมชนหรือมีการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือระหว่างพ่อกับแม่ หรือเป็นความลับพูดคุยกับตัวครอบครัวเขาเอง หรือเป็นการต๊ะอ่วยกัน ระหว่างผู้เสียหาย เราไม่ใช่มีเพศทางเลือก ไม่ได้มีเพศชายหญิงเท่านั้นครับ เรามีทางเลือก มีแอลจีบีที (LGBT) ต่าง ๆ นานาตรงนี้ มีทางเลือกที่มาเยอะแยะครับท่านประธาน แล้วเพศ พวกนี้เป็นเพศที่ผันตัวออกมาสู่ในโลก แล้วเปิดตัวอย่างมากมาย ตลอดจนเทคโนโลยีเข้ามา ผนวกกันทำให้เกิดการเข้าถึงการสื่อสารที่รวดเร็ว สมัยก่อนกว่าจะมีอะไรปฏิสัมพันธ์ ต้องพบตัว สมัยนี้คงไม่ต้องพบตัวหรอกครับ เห็นบนตัวแทนหรือพรอกซี (Proxy) หรืออวตาร หรือบางทีเห็นอย่างอื่น รูปโฉมโนมพรรณอย่างอื่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นตัวของผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำ และสิ่งสำคัญคือข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้โลกทันสมัยขึ้น ฉะนั้นคดีพวกนี้ รัฐบาลต้องให้ความสนใจครับท่านประธาน อย่าปล่อยปละละเลย คดีมันจะหายออกไปแล้ว มันไม่สามารถแก้ไขได้ ฉะนั้นสิ่งที่จะต้องเข้ามาขณะนี้รัฐบาลจะต้องสร้างครับ ในปี ๒๕๖๓ ที่ท่านบอกในท้ายรายงานนะครับ ปี ๒๕๖๓ ท่านบอกว่าในกระทรวงนี้จะต้องมีแฟมิลี บิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Family Big Data Platform) ซึ่งจะเป็นอนาคตข้างหน้าที่จะรองรับ ข้อมูลข่าวสารที่ท่านกำลังเขียนลงในดาต้า (Data) ทั้งหมดเพื่อให้เกิดแพลตฟอร์ม (Platform) ผมเสนออย่างนี้ครับ กระทรวงหรือรัฐบาลต้องออกแฟมเทค (FamTech) แฟมิลีเทค (FamilyTech) เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) เป็นเทคโนโลยีออกมาทั้งหมดที่จะรองรับ ระบบครอบครัวทั้งระบบ ทุกชุมชนจะต้องมี ผู้นำชุมชนที่อยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่ใช้ อสม. เป็นตัวเวิร์ก (Work) เลยครับ เจาะพื้นที่ลงไปใน อสม. ท่านส่งผ่านเด็กที่เป็น อสม. ทั้งหมดจะเข้าไปรู้เลยครับว่าพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ มีจำนวน เท่าไร มีกลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ไหน มีคดีอยู่ที่ไหน แล้วแตะลองจิจูด (Longitude) ละจิจูด (Latitude) แตะปักหมุดลงมาเลยครับ แล้วส่งข้อมูล แล้วสั่งแพลตฟอร์ม (Platform) สั่งแอปพลิเคชัน (Application) ให้เขากรอกข้อมูลขึ้นมา ท่านจะเห็นภาพของบิ๊กดาต้า (Big Data) ขนาดใหญ่ ที่เราเรียกว่าข้อมูลมหัตปรากฏอยู่ในแพลตฟอร์ม (Platform) พวกนี้ ที่เราจะรวมศูนย์ทั้งหมด เรียกว่าแฟมเทค (FamTech) เพื่อให้ดูแลเด็กที่กำลังเติบโตในเจเนอเรชัน (Generation) ที่เป็นอัลฟา (Alpha) จะได้เข้าถึงข้อมูลพวกนี้ มีความรู้ได้เท่าทัน มีการสื่อสาร มีการป้องกัน แล้วก็มีช่องทางที่พูดคุย มีสหวิชาชีพ หรือมีคนที่จะดูแล หรือมีทีมที่เขาเรียกว่าฟาสต์ (Fast) ที่เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มเด็กที่มีปัญหา หรือจะคุยกันทางลับกับตัวบอต (Bot) หรือตัวแชต (Chat) ต่าง ๆ นานาที่เทคโนโลยีจะใช้เพื่อให้คำปรึกษาในพื้นฐาน หรือเข้าไปแบบแยบยลคือไปทางลับ เพื่อประกันหรือเซฟตี (Safety) หรือความปลอดภัย กับเหยื่อให้มาก กลุ่มคนพวกนี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้สังคมเบาบางลง ถ้าเราสามารถใช้ เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีที่เข้าไปจัดการเพื่อเก็บการบูรณาการของหน่วยทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้อง แล้วเขาจะใช้แฟมเทค (FamTech) เป็นตัวร่มใหญ่ แล้วก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล เพราะบางส่วนเป็นข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้จริง ๆ ท่านประธานครับ เพราะว่ามันเรื่องความลับ ที่เป็นส่วนลึกของจิตของมนุษย์และมันเป็นบาดแผลที่รอยร้าวลงไปของเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็น เด็กหญิง เด็กชาย เด็กทางเลือกต่าง ๆ แล้วสิ่งสำคัญครับว่าคนที่ลงมือกระทำนี่ครับ ท่านประธาน นิดเดียวครับ จะต้องได้รับผลกรรมครับ แต่ไม่ใช่เอามาเปิดเผย ไม่ใช่มาปิดหน้า คาดตัวดำ ๆ แล้วบอกว่านี่ลุงบ้า พ่อบ้ากาม แม่ปล่อยลูกขายตัว น้องเสพวิตถารกับพี่สาว หรืออะไรต่าง ๆ นานาพวกนี้มันต้องไม่มีแล้วครับ สื่อมวลชนจะต้องยุติการลงข่าวประเภทนี้ครับ ท่านประธานครับ กฎหมายต้องออกครับ สภาแห่งนี้ต้องแก้กฎหมายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจท่านที่อยู่บนบัลลังก์ ๔-๕ ท่าน คือเรื่องของ ความรุนแรง ผมว่าเราในฝ่ายนิติบัญญัติที่ดูเรื่องของการแก้ไขกฎหมายอยากจะเร่งรัดให้ ท่านประธานได้มีเมตตาในการพิจารณาเป็นลำดับต้น ๆ ก็คือการแก้ไขพระราชบัญญัติ ที่ท่านใช้กันมานานนี่นะครับ มันคาอยู่หลายเรื่อง ที่ผมดูนี่ท่านประธานครับในฐานะที่เรา อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ดูแล้ว ๑๖ หน่วยงาน ที่รวบรวมตัวเลขมา บ้างก็เป็นเอกชน บ้างก็เป็น มูลนิธิบ้าง ซึ่งก็ยังไม่เป็นตัวเลขที่ชัดเจนแกว่งไปแกว่งมาครับ แต่ว่าที่ผมอยากบอกผ่าน ทางคณะกรรมการที่ได้กรุณามารายงานนี่นะครับเข้าใจเหตุผลของท่านว่าเรื่องความรุนแรง จริง ๆ แล้วสามีโดนภรรยาตบก็เป็นความรุนแรง ภรรยาไปตบลูกต่อก็เป็นความรุนแรง แต่ผมอยากจะฝากท่านนิดเดียวครับ โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง เป็นระดับกรมจาก ๑๖ หน่วยงานที่มารวบรวมอยู่ในเล่มนี้ ท่านต้องเป็นโต้โผให้ชัดเจน ทุกวันนี้ถ้าท่านประธานลองเปิดไปดูหน้ากลาง ๆ เช่น โรงพยาบาล ตำรวจก็มี ศูนย์ช่วยเหลือสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีบ้านพักเด็กเยาวชนก็มี มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลก็มี มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรีก็มี มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กก็มี มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โอ้โฮ เยอะแยะท่านประธานครับ อ่านไม่หมด ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าเจ้าภาพหลักก็คือกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ท่านต้องแก้ไข ตัวเลขต้องลดลงและต้องลดลงทุกปี ไม่ใช่สวิง (Swing) ดูจากตัวเลขนี่ไม่ได้ลดลงนะครับ เรียกว่าเสถียร พูดง่าย ๆ คือตบตีกันเป็นที่เข้าใจ ในสังคมไทยโดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ นี้ไม่อยากไปเอ่ยนามถึงท่านผู้นำประเทศ เรียกว่า ค่อนข้างที่จะก้าวร้าว ออกสื่อมวลชนก็ทำให้เด็กและสังคมนั้นมีส่วนในการพัฒนา ความรุนแรงได้เช่นเดียวกัน🔗
ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังคณะกรรมการนะครับ สิ่งที่ผมเห็นแล้วประสบ ด้วยตนเองบ่อย ๆ เวลาไปรับประทานข้าวต้มตอนดึก ๆ แถว ๆ บ้านก็จะเห็นเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า ๑๐ ปีจำนวนมากเดินมาพร้อมกับการขายพวกลูกอมขบเคี้ยว ซอง ๑๐ บาท ๒๐ บาทบ้าง เราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มันก็อดไม่ได้หรอกที่จะช่วยเขา แต่เป็นการส่งเสริมไปใน ทางอ้อมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งบางทีผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ยอมรับครับ แต่ปรากฏว่าบางราย ท่านประธานครับ เดินออกไปก็ปรากฏว่ามีคุณพ่อคุณแม่ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสอง ใช้วิธีคือ การให้เด็กอายุต่ำกว่า ๑๐ ขวบลงมานี่ไปเป็นผู้ขายของ ผมก็เคยถามเด็กว่าถ้าไม่ขาย แล้วหนูไม่ไปโรงเรียนหรือตอนเช้า เขาบอกถ้าไม่ขายเดี๋ยวแม่ตบ ท่านประธานครับ กรณีเช่นนี้ผมก็เลยไม่ทราบว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านได้เคยติดตามในกรณีเช่นนี้ หรือไม่ ถ้ามีท่านช่วยอธิบายวิธีแก้ไขหน่อยครับ คือถ้าเกิดกรณีเช่นนี้ไม่มีมันก็จะลด ความรุนแรงได้🔗
ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ในสังคมไทยเราเห็นเด็กเช็ดกระจกเป็นที่ คุ้นเคยกันในสังคมตั้งแต่ผมวัยเยาว์อยู่ในกรุงเทพฯ มานี่นะครับ หลัง ๆ นี้พอเศรษฐกิจไม่ดี ภาวะปัญหาครอบครัวมากขึ้นก็เริ่มมีมากขึ้นครับ แปรสภาพไปขายโดนัทบ้าง แปรสภาพไปขายอะไรเยอะแยะมากมาย ซึ่งผมก็เอ่ยไม่หมด มันไม่ใช่แค่ขายพวงมาลัยหรือว่าเช็ดกระจกแล้ว พอไปดูปรากฏว่าเป็นเด็กและเยาวชน ก็จำนวนมากครับ อันนี้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี่มันจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ท่านมา รายงานเพื่อบอกอะไรครับ บอกว่าประเทศนี้มันก็เสถียรแบบนี้แหละจิรายุ คนมันก็ทะเลาะ ตบตีกันมากขึ้นแบบนี้ล่ะหรืออย่างไรครับ ท่านช่วยชี้แจงหน่อย หรือว่ากรมพัฒนาที่ท่าน ยกระดับเป็นกรมแล้วขึ้นกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และท่าน ดูแลพี่น้องประชาชนนี่ท่านได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้แบบไหน อย่างไร ผมในฐานะเป็นประธาน คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ท่านประธานครับ มีตัวเลขบางอย่างที่ผมต้องพูดก็บันทึกไว้นะครับ ท่านประธานเชื่อไหมว่าตัวเลขเป็นพัน ๆ ที่ท่านรายงานจาก ๑๖ หน่วยงานนี่ครับ มีส่วนที่เป็นคดีความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงแค่ ๕๒ คดี เป็นคดีที่มีการฟ้องตรง ในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านยังอัยการ ๑๔๕ คดี เป็นคดีความที่ผ่านไปสู่กระบวนการศาล อีกประมาณ ๕๐ คดี หมายความว่าคดีที่เป็นคดีจริง ๆ มีประมาณสัก ๒๐๐ ต่อปี แต่คดี ที่ท่านรายงานนี่เป็นพันเป็นหมื่นนะครับ หมายความว่ามันเป็นการยอมความได้ พ่อตบแม่ แม่ตบกัน เขาก็บอกว่าผัวเมียทะเลาะกันอย่าไปเผือก เพราะถ้าไปยุ่งวุ่นวายเมื่อไร ขึ้นคดีความปุ๊บเขายอมความกันก็เสียหาย เพราะฉะนั้นวิธีคิดของท่านก็คือการทำ งบประมาณต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนสภามีหน้าที่ตรวจ แล้วก็แก้ไข แล้วก็เพิ่มเติม เพิ่มงบประมาณ ให้ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรุงเทพมหานครมีสำนักงานการแพทย์ มีสำนัก อนามัย ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนายกระดับเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น และในแต่ละปี ครับมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การส่งเสริมสถาบันครอบครัว เขาเรียก ศูนย์อนามัยของเขต ท่านเชื่อไหมครับว่ามีหน่วยงานอื่นอีกมากมายก็ทำลักษณะเดียวกัน ต่างคนต่างทำ วันนี้ฉันไปหาพ่อ วันรุ่งขึ้นอีกหน่วยงานไปหาแม่ อีกหน่วยงานไปหาลุง ไปหาป้า สุดท้ายปลายทางแล้วก็เป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่ได้ผลเท่าไรท่านประธานครับ เพราะผมพยายามจะหานะครับว่าในเล่มนี้ที่ท่านรายงานนี่นะครับส่วนใหญ่จะเป็นสถิติ แต่ผมจะขออภิปรายและจดบันทึกไว้ในห้องประชุมแห่งนี้ว่า ๑. คือท่านต้องเร่งแก้ไข พระราชบัญญัติปี ๒๕๖๒ ที่ท่านบ่นกันมาว่า โอ้โฮตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะไม่ให้อำนาจทำโน่นทำนี่🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่นะครับก่อนจะยึดโยงไปถึงตำรวจ ชั้นพนักงานสอบสวน ทำสำนวนส่งอัยการ อัยการฟ้องศาลนี่นะครับ ท่านได้ดำเนินการ ในการช่วยเหลือขัดเกลากลุ่มของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนในประเด็นนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ ยิ่งหลัง ๆ นี้ทุกคนเป็นนักข่าวได้หมดครับเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ ก็ถ่ายภาพได้ วันดีคืนดีครูงี่เง่าหงุดหงิดก็ชักปืนออกมาโชว์หน้าเสาธง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ เป็นการกระทำความรุนแรงในระดับโรงเรียน อย่างนี้นี่นะครับ กรมของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านมีแผนแม่บทไหม โรงเรียน คนเป็นครู ท่านประธานครับ ครูแสงหรือสหายแสงของผมท่านก็เป็นอาจารย์เก่านี่ ท่านดู ในสถิตินะครับ เขียนแล้วน่าตกใจครับ ครูมีลำดับต้น ๆ เหมือนกันนะครับในการละเมิด หรือว่าร่วมกระทำความรุนแรง ขออภัยครูที่เคารพทั้งประเทศนะครับ ครูดีมี ๙๐๐ มี ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ครูชั่วมีไม่กี่คนครับ และที่ผมอยากจะบอกท่านประธานก็คือว่าครูนี่ อยู่ในอันดับต้น ๆ มากกว่านายจ้าง ลูกจ้าง พระ นักบวช คนไม่รู้จักหน้า คนแปลกหน้า คนอื่น ๆ ทางเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียล (Social) ต่าง ๆ ด้วยนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะมา จากคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง ญาติพ่อบุญธรรม ลูกเลี้ยง แม่เลี้ยง สิ่งเร้ามันเยอะ ท่านประธานครับในสังคมไทย เข้าถึงมือถือก็ง่าย ไปไหนมาไหนก็ลำบาก เห็นสิ่งเร้า ก็อยากจะทำให้มันเกิดปัญหา ผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการครับ การรายงานแบบนี้ ขออภัยท่านนะครับ จริง ๆ แล้วไม่ต้องอภิปรายก็ได้ แต่ผมอยากจะรู้ว่า ท่านมาแล้วนี่ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไหน แบบใด ไม่จำเป็นที่กรรมาธิการในแต่ละ คณะจะต้องไปทำเรื่องโดยท่านทางกรรมาธิการร้องไปนะครับ ท่านสามารถยื่นมาได้ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มี ความหลากหลายทางเพศ คณะกรรมาธิการผม อัยการ ศาล เรื่องกฎหมายท่านช่วยแก้ไข หน่อยได้ไหม ท่านเร่งรัดหน่อยได้ไหม ท่านใช้ช่องทางของรัฐสภาทำได้นะครับ ผมไม่อยากให้ มาใช้เวทีสภารายงานแล้วท่านกลับไป ฟังผู้แทนราษฎรพูดแล้วท่านกลับไปก็ทำอะไรไม่ได้ ผมหวังว่าคราวหน้านะครับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการที่มาชี้แจงว่าคณะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านคือเด็กและสตรีแน่นอน คณะกฎหมาย คณะผม คณะศาล อัยการ องค์กรอิสระ เกี่ยวข้องกับท่านโดยตรง ท่านลองทำมาเถอะครับ ผมจะรีบบรรจุและ พิจารณาเลยว่าการแก้ไขกฎหมายเด็กและสตรีให้กับสังคมไทยมันดีนี่มันควรจะทำ แบบไหน อย่างไร ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกที่เคารพนะคะ ดิฉันขออนุญาต นำเรียนข้อคำถาม ๒-๓ เรื่องนะคะ ในประเด็นที่ท่านได้กรุณาสอบถามเกี่ยวกับเรื่อง แพลตฟอร์ม (Platform) หรือว่าระบบฐานข้อมูลนะคะ ทางกรมกิจการสตรีและสถาบัน ครอบครัว ณ ขณะนี้ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ทางกระทรวงสาธารสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราอยู่ระหว่างการจัดทำแฟมิลี บิ๊ก ดาต้า (Family Big Data) อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อสังเกตเอาไว้ อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่ จะช่วยได้อย่างมากในการที่จะทำข้อมูลออกมาในลักษณะที่เป็นข้อมูลของประเทศนะคะ ณ ขณะนี้เรายังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ครบถ้วน แล้วก็ในส่วนของแพลตฟอร์ม (Platform) ใหม่ ๆ ที่ท่านแนะนำทางกระทรวงเองก็อยู่ระหว่างจัดทำแฟมิลีไลน์ (Family line) เพื่อเป็นช่องทางเป็นแชตบอต (Chat bot) ให้คำปรึกษา แล้วก็เป็นการแจ้งเหตุ ให้ความช่วยเหลือ🔗
ส่วนประเด็นเรื่องของกลไกที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้นะคะ เราก็มี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกจังหวัดนะคะ มีศูนย์พัฒนาครอบครัว ในชุมชน ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง แล้วก็มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และที่สำคัญเรายังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันในเรื่องนี้🔗
ส่วนเรื่องของการดำเนินงานรองรับการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๒ ดิฉันก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของตัวอนุบัญญัติที่รองรับกฎหมายฉบับนี้ ทางกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้ดำเนินการยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ก็จะมีการตั้งคณะทำงานประเมินผลสัมฤทธิ์เพื่อมาพิจารณาในรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อไป ตามที่เราได้รับฟังความคิดเห็นมา ที่ได้นำเรียนท่านไปว่าได้รับฟังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนกลไกที่จะใช้สนับสนุนการขับเคลื่อนงานตาม พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๒ นะคะ ขณะนี้ทางกรม ได้มีหนังสือไปที่ทางสำนักงาน ก.พ. ขอรับการสนับสนุนบุคลากรทั้งในส่วนของที่เป็น นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ แล้วก็นิติกร ก็ยังอยู่ระหว่างรอคำตอบจากทางสำนักงาน ก.พ. แต่ในขณะเดียวกันระหว่างที่รอการสนับสนุนอัตรากำลังทางกรมก็ใช้ช่องทางของ การจ้างพนักงานไปสนับสนุนศูนย์พัฒนาครอบครัว แล้วก็ศูนย์ปฏิบัติการในการแก้ไข ปัญหาความรุนแรงทั้ง ๗๖ จังหวัด ดิฉันก็ขออนุญาตนำเรียนในส่วนที่เป็นข้อคำถาม เพียงเท่านี้นะคะ🔗
ส่วนประเด็นที่เป็นข้อสังเกต แล้วก็ข้อเสนอแนะของท่านทางกรมก็ขอ น้อมรับไปปรับปรุงในการทำงานในปีปัจจุบันต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการชี้แจงของท่านผู้มาชี้แจงแล้วก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถามแล้ว ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณ ผู้แทนจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ขอกราบขอบคุณครับ ท่านวิรัช มีอะไรไหมครับ🔗
เรื่องนี้จบแล้วใช่ไหมครับ🔗
จบแล้วครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ก่อนอื่นขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราก็พิจารณากันมา ตั้งแต่รอบเช้ามาจนถึงวันนี้ และเนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดยาว ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพื่อเป็นการเตรียมการในช่วงอาทิตย์หน้า และวันนี้ก็บรรดาท่านสมาชิกหลายท่าน ก็ขออนุญาตลาการประชุมกลับไปบ้าน ก็ขออนุญาตท่านประธานเรียนเสนอปิดประชุมครับ ท่านประธาน🔗
ผมก็หารือ ท่านวิรัชนิดหนึ่งครับ เนื่องจากว่าระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วกรรมาธิการก็ยังรออยู่ ท่านประธานชวลิต🔗
ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ก็ปรึกษากันในส่วนของฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แล้วก็ในส่วนตรงนี้ทุกคน ทุกท่านก็บอกว่าอยากให้พิจารณา ในคราวต่อไปครับท่านประธาน เพราะวันนี้ก็ตามสภาพที่ท่านประธานเห็นครับ ก็เรียน ด้วยความเคารพครับ🔗
ผมก็ได้หารือ กับท่านประธานชวน หลีกภัย แล้วนะครับ ความจริงทางฝ่ายประธานก็พร้อมที่จะดำเนินการ เร่งรัดการประชุม แต่ว่าเมื่อเป็นเจตนาของวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายท่านประธานก็เห็นว่า ไม่ขัดข้องนะครับ ฉะนั้นวันนี้เราได้ประชุมกันมา ผมขอขึ้นระเบียบวาระที่ ๓ ไว้ก่อนนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้ประชุมกันตั้งแต่เช้ายันเย็นนะครับ ก็ถือว่า ท่านสมาชิกทุกท่านได้ให้ความร่วมมือในการประชุมปรึกษาหารือกันเป็นอย่างดี ในนาม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านนะครับ ขอให้ทุกท่าน ได้เดินทางกลับไปร่วมงานตรุษจีนกับครอบครัว ผมไม่ใช่คนจีนนะครับ แต่ว่าพอจำ ๆ มาได้ว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ครับ ขอปิดประชุมครับ🔗