รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ อาคารรัฐสภา
---------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะขออนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอให้ท่านสมาชิกได้ใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์กับประชาชนของท่านนะครับ ท่านแรก คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือเรื่องเสนอโครงการที่จะทำถนนบายพาส (Bypass) เลี่ยงเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ🔗
สืบเนื่องจากอำเภอกันทรลักษ์มีประชากร ๒๕๐,๐๐๐ คน มีถนนที่เข้ามา ตัวอำเภอกันทรลักษ์จากศรีสะเกษ เข้ามาที่อำเภอกันทรลักษ์และไปเชิงบันไดเขาพระวิหาร คือสี่แยก ๒๒๑ ระยะทาง ๙๒.๙ กิโลเมตร และอีกเส้นหนึ่งก็คือจากอำเภอกันทรารมย์ และจากอุบลราชธานีคือวารินชำราบ คือ ๒๑๗๘ ซึ่งจะเข้ามารวมกันที่ ๒๐๘๕ และมา บรรจบกันที่อำเภอกันทรลักษ์ และอีกเส้นหนึ่งคือถนนทางภูเขาไฟ เป็นถนนทางหลวงชนบท ศรีสะเกษ ๓๐๔๐ ซึ่งทั้งหมดพุ่งเข้ามาอำเภอกันทรลักษ์ ขณะนี้เมืองเจริญเติบโตมาก และจราจรติดขัด ผมได้รับการร้องขอจากผู้นำท้องถิ่น จากหน่วยราชการที่ทำงานอยู่ใน ช่วงเช้า ช่วงเย็นนั้นไม่สะดวก จึงอยากขอให้กรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคมได้หาวิธีการ บายพาส (Bypass) ถนนเชื่อมรถที่จะเชื่อมระหว่างถนนที่มาจากจังหวัดศรีสะเกษที่จะไป อุบลราชธานีไม่ต้องเข้าเมือง แล้วก็จากอุบลราชธานีกลับไปศรีสะเกษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ นี่เรื่องที่ ๑ ซึ่งอยากขอทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้พิจารณาหาจุดที่จะทำให้เกิด ประโยชน์🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องราคาข้าวตกต่ำนะครับ ผมได้เดินทางไป คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่จังหวัดนครราชสีมา🔗
ปัญหาในเรื่องแรกก็คือเรื่องที่เรากังวลมากก็คือเรื่องต้นน้ำ ก็คือ เรื่องชลประทาน แต่ขณะนี้ลำตะคองโชคดีว่ามีพายุโมลาเบ พายุที่เข้ามาทำให้มีน้ำพอ เมื่อก่อน ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้เป็น ๓๕๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ที่สำคัญก็คือทำให้ เกษตรกรมีข้าวท่วมน้ำ แล้วก็เกิดปัญหาอยากให้รัฐบาลช่วยดูแลเรื่องปัญหาข้าวและเรื่อง ศูนย์พันธุ์ข้าวเมล็ดพันธุ์ แล้วก็เรื่องของตลาดที่ไม่เพียงพอ ขอกราบขอบพระคุณท่านครับ🔗
ต่อไป นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท เรื่องที่ผมจะหารือ ในวันนี้นะครับเป็นเรื่องการติดตามการทำงานในการก่อสร้างโครงการวางท่อระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชนในซอยสุขุมวิท ๔๕ หรือซอย ๕ ธันวา ซึ่งดำเนินการล่าช้านะครับ ตามกำหนดการแล้วโครงการนี้จะต้องแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี ที่แล้วนะครับ แต่ตอนนี้ก็ระยะเวลาเป็นปีแล้วยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จทำให้พี่น้อง ประชาชนที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรลำบาก ต้องไปใช้อีกเส้นทางหนึ่ง คือซอยสยามคันทรีคลับ ซึ่งรถจะติดกว่านะครับ และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาคือวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ผมได้ลงพื้นที่ไปสอบถามช่างรับเหมานะครับว่าตอนนี้ดำเนินการ ไปถึงไหน และจะแล้วเสร็จเมื่อไร เขาก็ยังตอบไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าประชาชน จะสามารถใช้เส้นทางนี้ได้เมื่อไร แต่ก็รับปากว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ด้วยความเป็นห่วง เป็นใยนะครับผมอยากจะให้เส้นทางนี้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเร็วนะครับ เพราะว่า ยังมีคนที่จะต้องไปส่งลูกหลานไปโรงเรียนเพราะรถไฟด้วย ถ้าล่าช้ากว่านี้ก็จะทำให้รถติด และลำบากในการเดินทางนะครับ ก็อยากจะเรียนผ่านท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งติดตามการทำงานนะครับ เพื่อให้ระยะเวลาในการซ่อมในส่วนนี้สั้นลง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิยม เวชกามา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมาทวงสัญญารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการจ่ายเงิน เยียวยาโควิด-๑๙ (COVID-19) แก่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ รูปทั้งประเทศ ทั้งธรรมยุตและมหานิกาย รูปละ ๖๐ บาทต่อวัน เป็นเวลา ๙๐ วัน เป็นเงินรูปละ ๕,๔๐๐ บาท เมื่อ ๙ เดือนที่แล้วอดีตรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ มาแถลง ณ สภาแห่งนี้ว่า จะจ่ายเงินดังกล่าว ต่อมาท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อนุชา นาคาศัย ก็มายืนยันว่ากระทรวงการคลังอนุมัติแล้ว วันนี้ทราบว่าคณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ โควิด-๑๙ (COVID-19) พิจารณาจากเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตีตกไปเรียบร้อยแล้วว่า ไม่เข้าเกณฑ์เพราะเป็นงบฟื้นฟู จะเรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ท่านประธานพระท่านไม่รู้จักหรอก ท่านประธานครับ เพราะคุณคิดเอาเอง ที่เอาไปแจกคนเที่ยวคนละ ๓,๐๐๐ บาททำได้ ในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาท่านประธานพระท่านให้ความร่วมมือแก่รัฐบาลนี้ ดีมากครับไม่ออกบิณฑบาตปิดวัดฉันบะหมี่เป็นเดือน แล้วทำไมวันนี้จึงเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ🔗
อันสุดท้าย อ่างเก็บน้ำห้วยหนองแดง บ้านหนองผือ หมู่ ๔ ตำบลนาแก้ว อำเภอโพนนาแก้ว สกลนคร และบ้านหนองผือน้อย ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุสุมาลย์ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขุดให้เมื่อปี ๒๕๕๘ ตอนนี้แห้งขอด ตื้นเขิน ฝากรัฐมนตรี ท่านวราวุธ ศิลปอาชา กลับไปดูแลด้วย ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณสุรทิน พิจารณ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องถนนไปบ่อโจ้โก้ บ่อโจ้โก้ตั้งอยู่ตำบล กระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร แต่ระยะทางจากบ้านโซงไปที่บ่อโจ้โก้ ซึ่งเกษตรกรต้อง เดินทางจากระยะทางตรงนี้ไปบ่อโจ้โก้ประมาณ ๓ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ไปทำการเกษตร ไปหาปลาเลี้ยงชีพที่บ่อโจ้โก้ ปรากฏว่าลำบากมาก มีดินทราย มีหนามกระบองเพชรทุกอย่าง ท่านประธานครับ จึงอยากจะกราบเรียนไปที่กรมชลประทาน ซึ่งกำลังพัฒนาบ่อโจ้โก้อยู่นี้ให้มาช่วยในการพัฒนาถนนจากหลังโรงเรียนบ้านโซงไปที่ บ่อโจ้โก้ ถนนเส้นนี้จะมีประชากรในการสัญจรอยู่ประมาณ ๑,๕๐๐ คน หรือประมาณ ๓๐๐ ครอบครัว ท่านประธาน มีบ้านโซง หมู่ ๑ บ้านเหล่าโป่ หมู่ ๒ แล้วก็บ้านโซง หมู่ ๘ รวมประมาณ ๓๐๐ ครอบครัว ทางมันลำบากมาก ท่านประธานครับ ถ้าหากทางสำเร็จ ชาวบ้านจะได้เดินทางได้สะดวกก็เป็นอานิสงส์อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเทศบาลคูคตมีคลองน้ำที่เหม็นมากอยู่ข้างเทศบาล ประมาณ ๔ กิโลเมตร ทางเทศบาลอยากจะปิดคลอง ปิดข้างบนทั้งหมด แต่ขาดงบประมาณ ท่านประธานครับ จึงกราบเรียนไปที่กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลเทศบาลคูคตช่วยจัดสรร งบประมาณในการปิดคลองตัวนี้ด้วยชาวบ้านร้องเรียนมาครับ🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่เมื่อวานผมได้พูดถึงเรื่องจอทีวี (TV) ให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ดูนะครับ ปรากฏว่าวันนี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าได้ติดเกือบหมดแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวรภพมาแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอหารือประธานสภาว่าผมได้มีการลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในประเด็นของปัญหาการฟื้นฟูสารปนเปื้อนตะกั่วตามคำสั่งศาล ก็ได้รับ คำชี้แจงและความร่วมมือจากกรมควบคุมมลพิษเป็นอย่างดีครับ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะขอ หารือคือ จากการลงพื้นที่ก็ได้ทราบข้อเท็จจริงครับว่าในกระบวนการฟื้นฟูสารปนเปื้อนตะกั่ว นั้นคิดว่าจะมีระยะเวลาอีก เป็นอีกหลายปีในการฟื้นฟูสำเร็จ แล้วก็ค้นพบว่าในหมู่บ้าน คลิตี้ยังขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นหลากหลายอย่างนะครับ ก็เลยอยากจะ ขอหารือกับท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งพิจารณาในการปรับปรุง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อย่างเช่น ถนน ทางเข้าหมู่บ้านยังเป็นถนนลูกรังใช้เวลาเดินทาง ยาวนานกว่า ๒ ชั่วโมงจากถนนใหญ่ถึงเข้าหมู่บ้านได้ ก็อยากจะขอหารือให้กระทรวง คมนาคมพิจารณาปรับปรุงถนนหนทาง เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเดินทางลงมารักษาตัว ตรวจเลือดได้อย่างสะดวกขึ้น และเช่นเดียวกันหมู่บ้านก็ยังขาดแคลนระบบไฟฟ้าอยู่ ไฟฟ้า ยังเข้าไม่ถึง ก็คิดว่าอยากจะให้การไฟฟ้าได้พิจารณาในการติดตั้งระบบไฟฟ้าให้เข้าถึง ทุกหมู่บ้านนะครับ หรือในระหว่างนี้ก็อยากจะให้มีการติดตั้งแผงโซลาร์ (Solar) ให้ครบ ทุกครัวเรือนก่อนนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คืออยากจะให้กระทรวงมหาดไทยเร่งลงพื้นที่นะครับ ยังมีชาวบ้านอีกหลากหลายคนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย แล้วก็ยังไม่มีบัตรประชาชน หมู่บ้านคลิตี้ไม่ได้เป็นหมู่บ้านที่ติดชายแดนครับ คิดว่าประเด็นนี้ก็คงยังเป็นประเด็นเรื่องตกหล่น ที่ยังคงต้องฝากให้กระทรวงมหาดไทยเร่งกระบวนการครับ🔗
สุดท้ายก็คือเรื่องที่ดินทำกิน ก็คือเข้าใจว่าปัญหาทั้งหมดอาจจะผูกพันกันว่า เป็นเขตอุทยานก็ยังต้องขอให้ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมพิจารณาหมู่บ้านคลิตี้เป็นการพิเศษ เพราะว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับประสบภัย จากสารปนเปื้อนตะกั่วมาเป็นเวลานาน แล้วก็คิดว่าในช่วงเวลานี้ก็ควรจะมีสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานให้กับหมู่บ้านได้เข้าถึงครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอิสสระ สมชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กระผมได้เดินทางไปเยี่ยมราษฎรที่จังหวัดยโสธร ที่อำเภอ ป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้มีนายกริชเพชร พลศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต ๒ จังหวัดยโสธร แล้วก็นายสุทัศน์ สองเมือง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโพธิ์ศรี ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้มาร้องเรียนต่อกระผมว่า ตามที่ได้เกิดพายุโพดุล เมื่อปี ๒๕๖๒ ทำให้ราษฎรได้รับ ความเสียหายเดือดร้อนมากทางรัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่นั่นนะครับ โดยกรมปศุสัตว์ได้เอาพันธุ์เป็ด พันธุ์ไก่ไปแจก แล้วก็กรมประมงเอาพันธุ์ปลาไปแจก ส่วนกรมการข้าวนั้นได้ไปตกลงกับราษฎรว่าจะมอบพันธุ์ข้าวให้ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ยังไม่ได้รับ เลยครับ จนเดี๋ยวนี้เก็บเกี่ยวปี ๒๕๖๓ แล้วพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวก็ยังไม่ได้รับเลย เลยไม่ทราบว่าทางการนั้นจะให้พันธุ์ข้าวหรือว่าจะให้เป็นเงินสดเขา ฝากให้ผมมาร้องเรียน ต่อทางสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกรมการข้าวนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องเกษตรอินทรีย์ที่พื้นที่เดียวกันนะครับ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่นั่น เขามาร้องเรียนต่อกระผมว่า ตามที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนที่นั่นทำข้าวเกษตรอินทรีย์ รัฐบาลสนับสนุนในการทำเกษตรอินทรีย์ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าในการพิจารณา สนับสนุนนั้นได้รับไม่ทั่วถึงคือบางหน่วยได้รับ บางกลุ่มได้รับ บางกลุ่มไม่ได้รับทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำกัน อันนี้เขาฝากร้องเรียนมาครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธานครับ ทางพี่น้องชาวตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ฝากขอบคุณกรมชลประทานที่อนุมัติเงินงบประมาณในการก่อสร้าง ฝายแก้มลิงห้วยสุที่ตำบลโพธิ์ไทร เพื่อจะได้น้ำทำประปาให้กับพี่น้องในตำบลโพธิ์ไทรต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย วันนี้ดิฉันขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนขาดน้ำอุปโภค บริโภค ดิฉันเอง และชุมชนก็ได้ปรึกษาหารือกันว่าเราจะทำอย่างไร แล้วก็ผู้บ้านใหญ่หมู่บ้านดงสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านคือชื่ออรทัย อรินต๊ะทราย บอกว่าอยากทำฝายชะลอน้ำที่บ้านดงสุวรรณ ตำบลสันทราย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ดิฉันก็อยากจะขอให้ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยออกแบบ และสำรวจว่า เราสามารถที่จะทำฝายชะลอน้ำนี้ได้หรือไม่🔗
อันที่ ๒ เรื่องการขุดเจาะน้ำบาดาลที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง ส่วนใหญ่เป็นเขตป่า และช่วงที่ผ่านมางบประมาณที่รัฐบาลได้ผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลผ่านไปแต่ไม่สามารถ ทำได้เพราะเป็นเขตป่า ดิฉันอยากจะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องขอให้ไปช่วยสำรวจหน่อยนะคะว่าเราจะสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วง ฤดูแล้งได้อย่างไร เพราะอำเภอแม่ฟ้าหลวงเป็นเขตอำเภอที่มีต้นน้ำ มีต้นทุนน้ำ เวลาหน้าฝน เราไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ และอันที่ ๒ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่จะใช้ท่อไปกักน้ำที่ต้นน้ำ เข้าไปในหมู่บ้าน แล้วก็จะมีท่อเยอะแยะมากมายที่จะเข้าในแต่ละหมู่บ้านกระจายไปก็ทำให้ น้ำได้มีความสูญเสีย เพราะว่าเราไม่สามารถเก็บน้ำได้ วันนี้ดิฉันอยากจะให้เราทำเป็นระบบว่า เราสามารถที่จะเก็บน้ำไว้ใช้และบริหารจัดการน้ำต้นน้ำให้ดีอย่างไร เพราะอำเภอแม่ฟ้าหลวงเอง เป็นอำเภอที่มีนักท่องเที่ยวมาก และส่วนใหญ่ฤดูแล้ง ฤดูหนาวก็จะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยว เยอะและขาดน้ำอุปโภค บริโภค ก็ทำให้ประชาชนที่เราสนับสนุนท่องเที่ยวขาดรายได้ค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ใคร่หารือท่านประธาน🔗
เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม จังหวัดสงขลาผมและภาคใต้ฝั่งตะวันออกช่วงติดอ่าวไทยมีพายุดีเพรสชัน (Depression) เข้าตั้งแต่วันที่ ๓๐ ถึงวันที่ ๓ ที่ผ่านมา จังหวัดสงขลาผมทำให้พื้นที่ทุกอำเภอ โดยเฉพาะเขตผม เขต ๔ ประกอบด้วย อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร น้ำท่วมขังเพราะเป็นที่ลุ่มต่ำ แล้วก็เป็นน้ำที่รับน้ำจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุงเข้ามาในทะเลสาบสงขลา แล้วก็เอ่อล้นท่วมชาวบ้าน ตั้งแต่วันที่ ๑ วันที่ ๒ ที่ผ่านมา วันนี้ฝนก็ยังตกหนักนะครับ ก็ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด ปภ. และชลประทาน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น อำเภอ แล้วก็ฝ่ายปกครอง รพ.สต. ต่าง ๆ ก็ช่วยเร่งรัดกันในการแก้ปัญหาแต่ยังขาดอุปกรณ์บางสิ่งบางอย่าง จึงใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านถึง🔗
๑. ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลารีบประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือชาวบ้านอย่างท่วงที🔗
๒. ถึงกระทรวงสาธารณสุข จัดหาอุปกรณ์ ยา เครื่องมือเครื่องใช้ในโรงพยาบาล ใน รพ.สต. เช่น น้ำมันเครื่องสำหรับปั่นไฟสำหรับ ๔๘ ชั่วโมง อาหารสำหรับผู้ป่วย กระสอบทรายป้องกันน้ำท่วม ถังออกซิเจนสำรองและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เตียงสำหรับผู้ป่วย ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ป่วยติดเตียง แล้วก็ผ่านถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไข ให้ทันท่วงทีครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือเรียกสั้น ๆ ว่า เลขาธิการ สพฐ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอให้อุดหนุนอาหารกลางวันของเด็กไทยไม่มากไม่มายค่ะ หัวละ ๒๐ บาทให้ทั่วถึง และเป็นธรรม สืบเนื่องจากการอุดหนุนค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ ๖ จะได้รับค่าอาหารกลางวันคนละ ๒๐ บาท ตลอดปี การศึกษา ๒ เทอมค่ะท่านประธานคะ เท่ากับ ๒๒๒ วัน คูณ ๒๐ บาทต่อคนต่อวัน นั่นเฉพาะโรงเรียนของรัฐบาลเท่านั้น กราบเรียนให้ท่านประธานทราบอีกครั้งหนึ่งว่า นั่นเฉพาะโรงเรียนของรัฐบาลเท่านั้น แต่สำหรับโรงเรียนของเอกชนทั่วประเทศจะได้รับ เงินอุดหนุนเฉพาะเด็กทุพโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์เท่านั้น หรือที่เรียกว่าเด็กผอม ส่วนเด็กอ้วน ไม่ได้ค่ารายหัวจากในโรงเรียนเอกชนจากรัฐบาลค่ะ จึงกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า เด็กไทยเรียนที่ไหนควรได้รับค่าอุดหนุนอาหารกลางวันทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพคะ โรงเรียนเอกชนนั้นไม่ได้ให้เด็กอ้วนยืนจนน้ำลายไหล เพื่อให้เด็กผอม รับประทานอาหารนะคะ เหลือ ๑๐ บาท ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐ บาท เด็กทุกคนต้องได้รับประทานอาหารกลางวัน นั่นคือความเป็นครูค่ะ กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าลูกไทยของเราต้องเท่ากัน อาหารกลางวันต้องเท่าเทียม เป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗
ต่อไปคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ตำบลตาชีนี้เป็นตำบลที่อยู่บนพื้นที่เขา ประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธร้อยละ ๙๐ ในตำบลมีวัดอยู่แห่งเดียวชื่อวัดวงกตบรรพต ชาวบ้านเรียกว่าวัดตาชีนะครับ ในปี ๒๕๖๐ ชาวบ้านพุทธศาสนิกชนและทางวัดได้ร่วมกันมีความคิดที่จะสร้างพระอุโบสถและหอระฆัง ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางหน่วยงานราชการ และจากทางศูนย์อำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ ให้การสนับสนุนในส่วนนี้ เนื่องจากว่าได้ส่งคืนงบประมาณในส่วนนี้ให้กับต้นสังกัดกระทรวง แต่ละกระทรวงหมดแล้วนะครับ ในการดำเนินการก่อสร้างใช้งบประมาณประมาณ ๑๖ ล้านบาทเศษ ทางวัดได้ดำเนินการ ณ ปัจจุบันนี้ประมาณ ๑๑ ล้านบาท ยังคงขาดอีก ประมาณ ๕ ล้านบาท จึงขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี🔗
เรื่องที่ ๒ นะครับ ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ปกครองในศูนย์จริยธรรมอิสลามศึกษา หมู่ ๑ บ้านกูแบปูตะ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา กรณีที่อาคารเรียน ศูนย์จริยธรรมอิสลามศึกษาไม่เพียงพอต่อการเรียนของเด็กในวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งต้องใช้ งบประมาณประมาณ ๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนนี้จึงขอรับการสนับสนุนให้รับการพิจารณา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบเรื่องของ การศึกษาของเด็กและเยาวชนของเรานะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ครับ ต่อไปนางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องตำบลท่ามะกา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี พี่น้องได้รับความเดือดร้อนจากท่าทรายลี้ไพบูลย์ ประกอบกิจการโดย บริษัท เอ-อาร์เธอร์ แอดวานซ์ จำกัด ทำการร่อน คัดทราย ตักทราย ในขณะที่พิก (Pick) ทรายหรือตักทรายขึ้นรถนั้นทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ส่งผลให้มีค่าสูงกว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมและกรมควบคุมมลพิษ แต่ยังไม่ได้ รับการแก้ไข ขณะนี้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเรื่องระบบทางเดินหายใจและมีการติดเชื้อ เฉียบพลันในโพรงจมูกนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ นะคะ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากบ่อขยะเทศบาลท่ามะกานะคะ มีขนาดจำนวนมากสูงประมาณ ๔-๕ เมตร ตั้งอยู่ใกล้แท็งก์น้ำประปาชุมชน มีกำแพงกั้น แต่ปัจจุบันนี้กำแพงได้ชำรุดทรุดพัง ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาฝนตกชำระ แล้วก็ทำให้น้ำไหล เข้ามาสู่พื้นที่ของชาวบ้านส่งกลิ่นเหม็น ขณะนี้มีลมพัดแรงและทำให้ขยะฟุ้งกระจายตกเข้ามา ในพื้นเรือนของชาวบ้านนะคะ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่ง แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องที่หารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อท่านประธานสัก ๓ เรื่อง ด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ครับ ขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดจัดการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๓ ตำบลนาไม้ไผ่ ซึ่งว่างเว้นผู้ใหญ่บ้านมา ๑๓ ปีแล้ว ขณะนี้ผู้ร้องเรียนในการคัดค้าน ไม่มีการเลือกตั้งได้อนุโลมให้มีการเลือกตั้ง แต่ว่าทางจังหวัดก็ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดสั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชให้มีการจัดเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๓ โดยด่วนที่สุด เพื่อที่จะได้บำบัดทุกข์บำรุงสุขของพี่น้องประชาชน หมู่ ๑๓ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องของถนนหนทางนะครับ มีอยู่ ๒ เส้นทางด้วยกันนะครับ คือเส้นทางที่ ๑ ทางหลวงหมายเลข ๔๑ ถึงบ้านนิคมสหกรณ์ ตำบลเขาขาว ซึ่งเชื่อมระหว่างตำบลนาโพธิ์กับตำบลเขาขาว อำเภอทุ่งสง เป็นหลุมเป็นบ่อมาก ท่านประธานครับ ก็ขอให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้กรุณาเร่งรัดจังหวัด ให้ซ่อมแซมโดยด่วนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ครับ เป็นเรื่องที่กำลังเกิดวิกฤติใหญ่โตมากครับ อุทกภัยในภาคใต้ ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชและที่อำเภอทุ่งสง น้ำท่วมมากครับ ฉับพลันมาก ก็ขอให้ท่านประธานกรุณาได้บอกรัฐบาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณา ช่วยดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมโดยด่วนที่สุดครับ กราบขอบพระคุณ มากครับ🔗
ครับ ต่อไป คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พวกกระผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ทั้ง ๗ คน ถึงแม้นว่าจะอยู่ต่างพรรคกัน พวกเราได้นั่งคุยกันประเด็นที่สำคัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ทุกคนได้รับการร้องเรียน มาเหมือน ๆ กันหมด นั่นก็คือปัญหาเรื่องข้าวเปลือกครับ มี ๒ ประเด็นหลัก🔗
ประเด็นแรกก็คือเรื่องของข้าวเปลือก ในช่วงนี้เมื่อเก็บเกี่ยวเป็นช่วง ฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้วพี่น้องชาวนาเกี่ยวข้าวเปียกขึ้นมา เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ก็จะโดนฝน มาในช่วงปลายของพายุก็จะเอาข้าวมาตากบนถนนทางหลวง ทางหลวงแผ่นดินบ้าง ทางหลวงชนบทบ้าง ทางหลวงท้องถิ่นบ้าง ซึ่งพี่น้องชาวนานั้นทราบดีครับว่ามันผิดต่อ พ.ร.บ. ทางหลวง ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่มีความจำเป็น เพราะถ้าไม่เอาข้าวเปลือกมาตากจะทำ ให้ข้าวเปลือกนั้นกลายเป็นเม็ดสีดำ เปลือกมันจะเป็นสีดำแล้วทำให้ราคาตกต่ำ ก็มีความจำเป็นจะต้องเอามาตากก็กีดขวางจราจรนิดหน่อย ก็ขอร้องไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรืออธิบดี หรือผู้มีส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้ขอความกรุณาให้ผ่อนปรน อะลุ้มอล่วยหน่อย เพราะว่าสิ้นเดือนธันวาคมนี้ข้าวต่าง ๆ ก็จะเสร็จหมดแล้ว ก็จะแห้งเก็บขึ้นยุ้งฉางนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเป็นประเด็นเดียวกับเรื่องแรกก็คือเรื่องราคาข้าวนะครับ วันนี้ราคาข้าวไม่กระเตื้องขึ้นมาเลย ก็ขอฝากท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายที่รับผิดชอบในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ได้ให้ความสำคัญ กับเรื่องเหล่านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วชาวนายิ่งลำบากเข้าไปใหญ่นะครับ ท่านประธานก็ทราบดีว่า ราคาผลผลิตตกต่ำ ข้าวเปลือกถูกแต่ข้าวสารแพง แต่ต้นทุนการผลิตไม่ว่าจะค่าไถ ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว ค่าพันธุ์ข้าวแพงไปทุกอย่าง วันนี้ชาวนาจึงไม่มีแรงในการจับจ่ายซื้อของ ฉะนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ค่อนข้างที่จะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ก็ขอฝากไปยังผู้มีอำนาจ ทั้ง ๒ ประเด็น ๒ เรื่องครับ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ทั้ง ๗ ท่านครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณมณฑล โพธิ์คาย🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒๐ กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ขอหารือต่อท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องปัญหาการจราจรติดขัดที่แยกประเวศ ถนนอ่อนนุชตัดกับถนนเฉลิมพระเกียรติ ร. ๙🔗
ผมและทีมงานได้ลงพื้นที่ พบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถติดตรงบริเวณนี้มาจากปริมาณรถจำนวนมากที่ถูกบังคับให้ ผ่านเข้ามาที่แยกประเวศทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามา กล่าวคือบริเวณฝั่งตะวันออกของ เขตประเวศจะมีถนนกาญจนาภิเษกหรือถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ซึ่งรถที่ต้องเข้าสู่ ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) มุ่งหน้าไปสู่บางปะอิน หรือเข้ามายังกรุงเทพมหานคร จะมีจุดเชื่อมเข้าได้ที่ตรงถนนบางนา-ตราด ถ้าไม่เข้าตรงจุดนี้ก็จะวิ่งเข้าสู่ถนนคู่ขนาน มอเตอร์เวย์ (Motorway) และพบว่าตลอดระยะทางประมาณ ๘,๗๐๐ เมตรของถนนคู่ขนาน มอเตอร์เวย์ (Motorway) จะไม่มีจุดเชื่อมทางให้รถเข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ได้เลย ทำให้รถทั้งหมดที่ออกจากเขตประเวศต้องวิ่งเข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตามเส้นทางคู่ขนานของมอเตอร์เวย์ (Motorway) จนถึงถนนอ่อนนุช เมื่อถึงถนนอ่อนนุชแล้วจะเข้าสู่แยกประเวศจะต้องปาดเข้าไปทางขวาเพื่อยูเทิร์น (U-turn) กลับรถ พอปาดเข้าไปทางขวายูเทิร์น (U-turn) กลับรถแล้วก็ต้องปาดออกทางซ้าย เพื่อจะหาทางขึ้นสะพานเพื่อเชื่อมเข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ตรงจุดนี้ละครับที่เป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทำให้ เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันบ่อยครั้ง และรถสะสมที่จะขึ้นถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) พร้อมกับรถที่วิ่งในถนนราบ การแก้ปัญหานะครับ ถ้าสามารถเชื่อมจุดทางเข้าถนนมอเตอร์ เวย์ (Motorway) ได้ก็จะทำให้รถที่วิ่งเข้าสู่ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ (Motorway) ทั้งหมด เข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) มุ่งหน้าไปยังบางปะอินและเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก็จะไม่ต้องวิ่งเข้ามาที่แยกประเวศ จะลดปัญหาการจราจรได้อย่างมาก ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่รับผิดชอบกับความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน จึงขอเรียน ผ่านต่อท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบคือทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองให้ช่วย เชื่อมทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ (Motorway) เพื่อระบายรถเข้าสู่ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และลดปัญหาการจราจร ติดขัดที่แยกประเวศได้อย่างถาวรตลอดไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวุฒินันท์ บุญชู ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ อำเภอบางพลีเป็นย่านชุมชน ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่บ้านจัดสรร โรงงานอุตสาหกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นคือเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือปัญหาด้านการจราจร ถนนบางนา-ตราดเป็นถนนหลักที่ผู้คนใช้สัญจรไปมาในการเข้าสู่อำเภอบางพลี แต่วิกฤติ ที่เกิดขึ้นหรือปัญหาการจราจรในช่วง กม. ที่ ๑๗-๑๘ ซึ่งเป็นจุดตัดกับถนนวัดศรีวารีน้อย จุดนี้วิกฤติโดยเฉพาะในช่วงเช้า ตั้งแต่ ๖ โมงครึ่งจนถึง ๙ โมงเช้า และช่วงเย็นตั้งแต่ ๕ โมง จนถึง ๖ โมงครึ่ง วิกฤติถึงขั้นท้ายแถวใช้เวลาเดินทางที่จะออกจากวัดศรีวารีน้อยใช้เวลา ถึง ๒๐ นาที ระยะทางติดเป็น ๑-๒ กิโลเมตร สาเหตุที่ติดก็คือถนนสายหลักถนนบางนา-ตราด มีรถใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งออกมาก่อนเวลากำหนด และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือไม่มีเจ้าหน้าที่ จราจรที่จะไปอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบของรถในบริเวณจุดตัด ระหว่าง ถนนวัดศรีวารีน้อยกับถนนบางนา-ตราด ผมอยากจะให้เจ้าหน้าที่จราจรของฝ่าย สภ. บางพลี เข้าไปดูแลในการจัดระเบียบให้รถเดินทางโดยสลับกัน เพื่อให้รถออกได้จากถนนวัดศรีวารีน้อย แต่การแก้ปัญหานั้นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาระยะยาวผมอยากจะให้มีก็คือ การแก้ปัญหาระยะยาวก็คืออยากจะมีสะพานทางเบี่ยงที่จะออกจากวัดศรีวารีน้อย และออกสู่ ถนนบางนา-ตราด แต่ที่จะทำได้ในช่วงปัจจุบันก็คืออยากจะให้เจ้าหน้าที่จราจร หรืออาสาสมัครจราจรเข้าไปประจำจุดในช่วงเช้าและช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติครับ ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือคณะกรรมการจราจรของจังหวัดสมุทรปราการครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณจีรเดช ศรีวิราช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ หลายวันมานี้ผมได้ติดตามท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องชาวบ้านที่เดือดร้อน มานานหลายสิบปี จังหวัดพะเยาของผมนั้นมีปัญหาสำคัญที่รอการแก้ไขอยู่หลายเรื่อง แต่ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวเนื่องมาจากภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการขาดแคลน แหล่งกักเก็บน้ำในปีนี้คาดว่าจะหนักกว่าทุกปี เพราะเจอปัญหาฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ทำให้ ผลผลิตตกต่ำขายไม่ได้ราคา แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือมาบ้างแล้วก็ตาม ทั้งการประกันราคาและค่าปลูกหว่าน คงเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๕๐๐ บาท ครัวเรือนละ ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ซึ่งรัฐบาลได้ช่วยเหลือทุกปี แต่ในปีนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับหรือไม่ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้รีบเร่งพิจารณาด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ในแต่ละปีจังหวัดพะเยาจะมีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย ๑,๒๐๐ มิลลิเมตร แต่มาปีนี้มีเพียง ๘๑๔ มิลลิเมตรเท่านั้น ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เวลานี้ยังอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ยังไม่เข้าสู่หน้าแล้ง น้ำในอ่าง ในสระเริ่มแห้งจนแทบไม่เหลือ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ มีสภาพที่ตื้นเขินและมีจำนวน ไม่มากพอ ขอให้รัฐบาลรีบจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะงบกลางก็จะสามารถดำเนินการ ได้ทันที🔗
ท่านประธานครับ อีกเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในปีนี้ คือปัญหาเรื่องหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องฝนแล้ง ผลผลิตตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องราคา เป็นเหตุให้พี่น้องชาวนาทนไม่ไหวใช้อาวุธปืนยิงผู้กำหนดราคาจนเสียชีวิต ที่จังหวัดพะเยา นี่คือความทุกข์ยากที่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อหามาตรการ ช่วยเหลือพี่น้องชาวนาอีกสักปี โดยเฉพาะการพักชำระหนี้ทั้งต้น ทั้งดอกออกไปก่อน ทั้งหนี้ ธ.ก.ส. และกองทุนหมู่บ้านก็จะบรรเทาความเดือดร้อนไปได้มาก ขอฝากท่านประธาน ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปนางสาวสกุณา สาระนันท์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องนำเรียนหารือต่อท่านประธานใน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายค่าประกันรายได้ข้าว ให้กับชาวนาอย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด ท่านประธานคะ เนื่องจากปีนี้นอกจากปัญหา ด้านเศรษฐกิจทั่วไปแล้วชาวนายังประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง ฝนมาล่าช้า ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นค่ะ ในพื้นที่ที่มี ฝนแล้งชาวนาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเข้านา เมื่อฝนน้อยก็จะมีปัญหาวัชพืชตามมา ในพื้นที่ที่มีฝนล่าช้า เนื่องจากข้าวเป็นพืชไวแสงก็จะทำให้มีระยะเวลาเจริญเติบโตสั้น ผลผลิตก็ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ท่านประธานคะจะเห็นได้ว่าชาวนามีความเดือดร้อน มากจริง ๆ ถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้จะได้ทราบข่าวดีว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ ราคาข้าวไปแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงบางส่วนยังมีบางส่วนที่ตั้งตารอเงินชดเชยนี้อยู่ ชาวนา ที่บ้านดิฉันบอกเสมอว่าไปเช็ก (Check) จนสมุดบัญชีจะขาดอยู่แล้วค่ะ สำหรับชาวนาแล้ว ความล่าช้าในแต่วันนั้นมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างมากค่ะ ดังนั้นจึงขอ ร้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเร่งรัดขั้นตอนการเบิกจ่ายนี้ อย่างเร็วที่สุดและทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ🔗
สำหรับเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่พี่น้องชาวอำเภอวานรนิวาส อำเภอบ้านม่วง ที่อยู่ภายใต้โครงการสกลนครโมเดล (Model) ได้ส่งเรื่องยื่นขอความอนุเคราะห์ ในการขุดบ่อบาดาลผ่านกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการแก้ปัญหาภัยแล้งกับเกษตรกร และวันนี้เกษตรกร เข้าร้องเรียนต่อดิฉันให้ช่วยติดตามผลค่ะ ซึ่งดิฉันจะขอส่งรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่สภาต่อไป ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณสำลี รักสุทธี ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนามหาสารคาม ผมมีเรื่องที่จะ ปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรกนั่นก็คือ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายบวร ธุระพันธ์ ข้าราชการ บำนาญ แล้วก็ผู้ปกครองบ้านฮ่องไผ่ ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม บอกว่า โรงเรียนที่เขาอยู่นั้นมีนักเรียนจำนวน ๘๑ คน ปรากฏว่าไม่มีครูแม้แต่คนเดียว เกิดขึ้น ได้อย่างไรครับ มีครูอยู่ ๓ คน ผู้บริหาร ๑ คน ครู ๒ คน ได้รับการย้ายไปโรงเรียนอื่น ผู้บริหารก็ย้ายไปโรงเรียนอื่น ครูอีก ๑ คน ลาคลอด ขณะนี้นะครับนักเรียน ๘๑ คน ไม่มีครู แม้แต่คนเดียว ที่ผ่านมานั้นผมได้พูดคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยวาจา ท่านหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วก็โทรทันที อันนี้ผมชื่นชมท่านครับ แต่ท่านโทร ไปแล้วทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือทางเขตก็ยังเพิกเฉยอยู่นะครับ ยังไม่มี การเคลื่อนไหว ยังไม่มีการนำครูไปสอนแต่อย่างใด อันนี้คือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในยุคปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคำว่า ปฏิรูปการศึกษา ได้บรรจุในรัฐธรรมนูญ แต่เหตุการณ์นี้ ก็ยังเกิดขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือพี่น้องตำบลท่าตูม ตำบลห้วยแอ่ง ตำบลเกิ้ง ตำบลลาดพัฒนา ต้องการทำนาปรัง ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องมีรายได้จากนาปรัง ถ้าเขาได้ทำแล้วจะมีรายได้เพิ่มนะครับ จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปลดล็อก หรือได้อนุญาตให้เขาได้ทำนาปรังด้วย เพราะว่าที่ผ่านมานั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้ประชาชนทำนาปรัง ก็อยากจะฝากไปถึง กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้อนุญาตให้พี่น้อง ๓ ตำบลนั้นได้ทำนาปรังด้วยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านมากครับ🔗
ต่อไปคุณมานพ คีรีภูวดล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพกระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการขอให้เร่งรัดดำเนินการ รับรองสถานะศูนย์การเรียน ๖๐ ศูนย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ตาม พ.ร.บ. การศึกษา ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ ซึ่งมีการจัดการเรียนการศึกษาเป็นศูนย์การเรียนรู้ คือตอนนี้ก็คือได้รับผลกระทบ เมื่อไม่มีสถานะที่จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ การสนับสนุน งบประมาณของท้องถิ่น ของส่วนราชการไม่สามารถที่จะสนับสนุนได้ ๖๐ ศูนย์ได้รับผลกระทบ เป็นเวลายาวนานแล้วนะครับ การหารือครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ของผมแล้วในประเด็นนี้ ก็อยากให้ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการรับรองสถานะของศูนย์การเรียนตาม พ.ร.บ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ โดยด่วนครับ ประเด็นเดียวกันครับ ช่วงที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือไปยังรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม. ช่วงนี้ก่อนที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการรับรองสถานะ ขอให้มีการช่วยเหลือ เยียวยาเร่งด่วนกับศูนย์การเรียนทั้ง ๖๐ ศูนย์ เพื่อที่จะให้นักเรียนได้มีอาหาร ได้มีนม ได้มีอุปกรณ์การเรียน ซึ่งรายชื่อเดี๋ยวผมจะประสานไปยังท่านประธานส่งให้กับทาง กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวง พม. เพื่อที่จะแก้ปัญหาต่อไป และหลังจากนี้ถ้าไม่มี ความคืบหน้าผมจะพาพี่น้องประชาชนไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะไปติดตามว่า หลังจากที่คณะกรรมาธิการการศึกษาลงพื้นที่แล้วได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ผม หารือเป็นครั้งที่ ๒ ถ้าไม่คืบหน้าผมจะนำเรียนท่านประธานว่าผมจะพากลุ่มผู้ได้รับ ผลกระทบไปยังกระทรวงศึกษาธิการครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับประเด็นของชุดนักเรียน ที่กำลังเป็นประเด็นและถกเถียงกันอยู่ ณ เวลานี้ค่ะท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าในเรื่องของ การมีระเบียบวินัยในการที่เด็กนักเรียนใส่ชุดนักเรียนเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ดิฉันขออนุญาต แยกเป็นข้อดีเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับทราบตามที่ดิฉันแยกเป็นประเด็นดังนี้นะคะ🔗
๑. คือลดความเหลื่อมล้ำภายในโรงเรียนนะคะท่านประธานคะ เพื่อเป็นการตัดทอน ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้ออกไปให้มากที่สุดภายในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นยากดีมีจน ข้นแค้นแค่ไหน แต่ภายใต้รั้วโรงเรียนเดียวกันก็ควรจะแต่งตัวให้เหมือนกันนะคะ🔗
๒. คือการประหยัดสิ้นเปลืองน้อยกว่าชุดไพรเวต (Private) ท่านประธานคะ เพราะว่าถ้าเกิดว่าทุกคนต่างแต่งชุดอะไรมาโรงเรียนก็ได้มันก็จะเป็นการแข่งขันกันแต่งตัวมาที่ โรงเรียน สร้างความเหลื่อมล้ำแบ่งชั้นวรรณะนะคะ แล้วก็จะเป็นภาระในอนาคต ซึ่งจะเป็น การกดดันให้เด็กนักเรียนจะถูกแบ่งกลุ่มออกไป แล้วก็จะเป็นภาระให้กับผู้ปกครองในอนาคต ด้วยค่ะท่านประธานคะ🔗
เรื่องต่อไปก็คือ ในเรื่องของการมีระเบียบวินัย เคารพกฎกติกาภายในโรงเรียน นะคะท่านประธาน ถ้า ณ วันนี้น้อง ๆ ยังไม่สามารถที่จะแต่งชุดนักเรียนตามโรงเรียน ตามกฎของโรงเรียนได้ในอนาคตที่น้องจะจบจากชั้นการศึกษาไปสู่สังคมภายนอกที่จะต้อง ไปเจอองค์กร ที่จะต้องไปสมัครงาน แล้วก็จะมีองค์กรต่าง ๆ ที่มียูนิฟอร์ม (Uniform) แล้วเราจะแหกกฎเขาได้หรือไม่ และอีกอย่างนอกจากกฎระเบียบในส่วนขององค์กรต่าง ๆ แล้ว กฎหมายสำคัญที่สุด ถ้าเราไม่ฝึกไว้ตั้งแต่ในรั้วของโรงเรียนว่าเราควรจะต้องปฏิบัติตามกฎ กติกาอย่างไร พอเราสู่สังคมภายนอกกฎหมายสำคัญมาก ๆ ที่ทุกคนจะต้องยึดถือและปฏิบัติ วันนี้นะคะผู้ปกครองเป็นกังวลมาก ดิฉันจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ท่านยืนหยัดและเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ที่ท่านได้กระทำค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ผมจะนำความเดือดร้อนของสมาชิกกองทุน หมู่บ้านทั่วประเทศมาหารือกับท่าน เพื่อจะได้ส่งความเดือดร้อนนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำไมต้องส่งไปที่นั่นครับ เนื่องจากว่าวันหาเสียง ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดเจนครับว่า ลำดับที่ ๓ นโยบายพักหนี้ กองทุนหมู่บ้าน ๓ ปี วันนี้ยังไม่มีอะไรเลย มิหนำซ้ำท่านครับใกล้วันเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคใหญ่ของรัฐบาลกลับมาสำทับในนโยบายข้อที่ ๕ เขาบอกว่า พักหนี้กองทุน หมู่บ้าน ๔ ปี ทั้งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค และต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับปากชัดเจนว่าจะมีการพักหนี้ ๔ ปี คนเชื่อ ก็เลือก มาวันนี้ผมมาทวงถามว่าเมื่อไรครับจะทำ จะครบ ๒ ปีอยู่แล้ว ความเดือดร้อนนี้ เป็นความเดือดร้อนครับ มันเป็นกองทุนเดียวที่ชาวบ้านเข้าถึง แล้วเขาเดือดร้อนไปทั่ว เงินที่มีอยู่ก็แจกไปให้ทุกคน แต่ว่าสำหรับพักหนี้กองทุนหมู่บ้านคุณไม่ต้องใช้อะไรมาก ขอให้ทำตามนโยบายเท่านั้นเองครับ ผมมาเรียนถามว่านโยบายพักหนี้ ๔ ปีที่ประกาศไว้ก่อน การเลือกตั้งรัฐบาลจะทำหรือไม่ ผมจะส่งภาพถ่าย ๒ ฉบับนี้ผ่านเจ้าหน้าที่ไปยังท่านประธาน ครับ เพื่อจะได้ส่งให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ🔗
ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องจากรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการลอกคูคลองในพื้นที่เขตหนองจอกเกือบ ๑๐๐ คลอง เพื่อทำการระบายน้ำ เพื่อทำการกักเก็บน้ำ เพื่อทำการเกษตรในพื้นที่ชายแดนของกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีอยู่ ๘ แขวงครับท่านประธาน มีถนนมิตรไมตรีแล้วก็คลองแสนแสบกั้นกลาง เมื่อทำการลอกคูคลองไปแล้วในขณะนี้ทดกั้นน้ำหรือประตูระบายน้ำได้ชำรุดอยู่ ๔ แห่ง ก็คือ ประตูระบายน้ำคลองลำหิน คลองหวังโต คลองบึงแตงโม คลองบึงเขมร เพื่อจะกักเก็บน้ำ ให้ทั้ง ๔ แขวงของเขตหนองจอกเพื่อทำการเกษตร แต่ขณะนี้ประตูได้ชำรุด แล้วก็กักเก็บน้ำ ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับท่านประธานไปยังกรมชลประทานหรือว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะซ่อมแซมประตูระบายน้ำบนถนนมิตรไมตรีทั้ง ๔ คลองที่ผมกล่าวขึ้น เมื่อสักครู่นี้โดยด่วน เพื่อพี่น้องชาวเกษตรกร เพื่อไม่ให้น้ำไหลทิ้งลงคลองแสนแสบ แล้วลงสู่ ทะเลทั้งหมด ก็คงต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงรัฐบาล ทุกกระทรวงที่ได้ให้รางวัลชิ้นใหญ่กับพี่น้องชาวเขตหนองจอกในการขุดลอกคูคลอง ขณะนี้คลองได้สวยมากทั้งเกือบ ๑๐๐ คลองในพื้นที่เขตหนองจอก เพราะฉะนั้นก็ขอให้ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์อยู่ไปนาน ๆ เพื่อที่จะนำของขวัญชิ้นใหญ่ ๆ ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้กับคนอื่นในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตลาดกระบัง ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันขอประสานการไฟฟ้านครหลวงในพื้นที่ลาดกระบังได้ลงพื้นที่ สำรวจระบบไฟฟ้าบริเวณสนามกีฬาชุมชนลำพุทรา เนื่องจากที่ผ่านมามีกรรมการที่เป็น จิตอาสาเข้าดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าเข้าสนามกีฬาของชุมชน เพื่อให้เยาวชนในชุมชน ได้รับความปลอดภัย แต่ขาดอุปกรณ์ที่มีการเซฟตี (Safety) ทำให้ได้รับอุบัติเหตุสูญเสีย ถึงขั้นเสียชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองในชุมชนเป็นอย่างมาก ดิฉันจึงขอประสานการไฟฟ้าได้โปรดเข้าดำเนินการเพื่อช่วยเหลือด้วยค่ะ🔗
ในเรื่องที่ ๒ ดิฉันขอประสานถึงกรุงเทพมหานครค่ะ ผู้รับผิดชอบถนน ในพื้นที่ กทม. เนื่องด้วยคณะกรรมการชุมชนได้แจ้งให้ดิฉันทราบว่าขณะนี้ถนนเส้นฉลองกรุง ๕๓ ถนนเข้าชุมชนหมู่บ้านพัฒนา หมู่ ๑๑ มีสภาพชำรุดเป็นหลุมขรุขระ เป็นอุปสรรคให้กับ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องเดินทางด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก จากการประสานขอความช่วยเหลือที่ผ่านมาได้รับทราบว่าถนนเส้นนี้ได้รับการจัดสรร งบประมาณปี ๒๕๖๔ เพื่อเข้าซ่อมแซมของกรุงเทพมหานครแล้ว แต่คาดว่าจะเข้าปรับปรุง ได้ประมาณกลางปีหน้านะคะ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดิฉันขอประสาน กรุงเทพมหานครได้เข้าปรับปรุงเส้นนี้เป็นการเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้เดินทาง ด้วยความปลอดภัยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอประสานถึงกรุงเทพมหานครสำรวจพื้นที่โล่งด้านหลัง หมู่บ้านนครินทร์การ์เด้น ร่มเกล้า ๑๙/๑ มีการเผาหญ้าและลักลอบเผาขยะเป็นพื้นที่กว้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยโดยรอบเป็นอย่างมาก ทั้งเปลวไฟที่อาจลอย ไปติดบ้านเรือนได้ และยังเป็นการสร้างมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นด้วย จึงขอประสาน กรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อมเข้าตรวจสอบจัดระเบียบความเรียบร้อยให้กับประชาชน ในพื้นที่ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ครับ ต่อไปนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ วันนี้ดิฉันจะขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยค่ะ เนื่องจากมีพี่น้อง ๗ ชุมชน จำนวนกว่า ๓,๐๐๐ ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนจากการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยปิดจุดสัญจร ทางข้ามแยกนะคะ คือเดิมชาวบ้านมักจะใช้ทางข้ามรถไฟนี้บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๑ เขตจตุจักร เป็นจุดข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นระยะทางที่ใกล้แล้วก็สะดวก แต่ปัจจุบันเมื่อมี การสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงทำให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องปิดจุดข้ามแยกนี้ สิ่งที่ เกิดขึ้นทำให้พี่น้องบริเวณนี้ได้รับความเดือดร้อนในการข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้ยากลำบากขึ้น คือปกติพี่น้องสามารถข้ามแยกโดยใช้เวลาสั้นและเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่ปัจจุบันหาก พี่น้องเดินเท้าจะต้องอ้อมไปถึง ๓ กิโลเมตร หรือถ้าใช้มอเตอร์ไซค์จะต้องอ้อมเป็น ระยะทางถึงเกือบ ๑๐ กิโลเมตร จากเดิมพี่น้องเคยเสียค่าวินมอเตอร์ไซค์ข้ามไปประมาณ ๒๐ บาท แต่ปัจจุบันจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็น ๔๐ บาท หรือ ๖๐ บาท ทำให้มีค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้น แล้วก็เสียเวลามากขึ้น ดังนั้นวันนี้ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานไปยังการรถไฟ แห่งประเทศไทยให้พิจารณาสร้างสะพานที่สามารถให้ประชาชนบริเวณนี้ข้ามแยกได้สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้น รวมถึงจะช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย ประชาชนที่เดือดร้อน มีประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าครัวเรือนค่ะ จึงขออนุญาตฝากท่านประธานให้การรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ช่วยเหลือดูแลพี่น้องตรงนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้ลงพื้นที่กับอดีต ส.ข. สุประวีณ์ น้อยสุขยิ่ง บริเวณคลองสาน แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี คลองสกปรกมากครับ และผมได้ทำหนังสือถึงเขตธนบุรีไปประมาณ ๓ เดือนแล้วครับ แต่ก็ได้รับการเพิกเฉย เพิ่งมาทราบภายหลังว่า ผอ. เขตนี้เขารอย้าย แล้วเมื่อวานนี้ ผอ. เขตคนใหม่ก็มาก็ฝากท่านประธานไปยัง ผอ. เขตคนใหม่ และทาง กทม. ด้วยครับ ผมไม่ต้องการถึง ๑๐๐ คลองเหมือนเขตอื่นหรอกครับ คลองเดียวผมยังไม่ได้ เลยครับ อย่างไรก็ฝากท่านประธานด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอใต้สะพานข้ามแม่น้ำสะพานตากสิน เป็นของกรมทางหลวงชนบท อย่างไรก็ฝากกระทรวงคมนาคมไปดูแลด้วย เพราะประสานไปทาง เขตแล้ว เขตไม่มีอำนาจนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสำคัญมากครับ เป็นเรื่องของสิทธิความเท่าเทียมกัน ของคนไทยทุกคนนะครับ มีพี่น้องชาวซิกข์ได้มาร้องเรียนกับผมว่าเขาไม่สามารถเข้ารับ ราชการทหาร ตำรวจได้ หรือเข้าโรงเรียนนายร้อยได้ เนื่องจากกฎระเบียบราชการให้ตัดผม ขาวสามด้าน และเขาเป็นชาวซิกข์คือต้องไว้ผมแล้วก็รวบผมข้างบน อันนี้ก็ต้องฝาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วก็กระทรวงมหาดไทยในการไปแก้กฎระเบียบ ให้พี่น้องชาวไทยทุกคนสามารถรับใช้ชาติได้🔗
เรื่องที่ ๔ ก็อยากให้รัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สนับสนุนกีฬา สเก็ตบอร์ดบ้าง ได้สร้างสวนสาธารณะที่มีลานสเก็ตบอร์ด หรือว่าปรับปรุงซ่อมแซม อย่างในเขตผมเองตรงรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ด้านล่างก็ทรุดโทรมแล้ว ก็อยากประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการไปดูแลตรงนี้ด้วยครับ อย่างไรขอบคุณท่านประธานครับ เรื่องอาจจะเยอะ แต่ผมเชื่อว่าท่านประธานทำให้ผมได้แน่นอนครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องมาเรียนท่านประธานเพื่อประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องแรก สะพานเชื่อมระหว่างตำบลเบิกไพรกับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ข้ามแม่น้ำแม่กลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสะพานค่ายหลวง ปัจจุบันนี้ผิวการจราจร ชำรุดเสียหาย โครงสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานแล้วนะครับ กลัวว่าจะเป็นอันตรายให้กับ พี่น้องประชาชนจึงขอให้กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องด้วยธนาคารกรุงไทยมีนโยบายในการปิดสาขาไปทั่วประเทศ ปัจจุบันนี้มีการปิดสาขาที่บิ๊กซี บ้านโป่ง ทำให้เหลือเพียงสาขาเดียวก็คือธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดบ้านโป่ง ซึ่งมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งเป็นลูกค้าในส่วนราชการด้วย แล้วก็เอกชนด้วยจึงทำให้ประชาชนได้รับการบริการไปด้วยความล่าช้า🔗
จากรูปจะมีพี่น้องประชาชน มารอที่ด้านหน้าสาขาจำนวนมาก จึงขอให้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของธนาคารกรุงไทยพิจารณาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องจากถนน ๔ เส้นทางชำรุดเสียหายครับ ก็คือถนนสาย บ้านสระสี่มุม หมู่ ๑๘ ถึงบ้านเขาแจง หมู่ ๑ ตำบลเขาขลุง ถนนสายไผ่สามเกาะ ข้างโรงเรียนไผ่สามเกาะ แยกบ้านนายนพ หมู่ ๑๒ ตำบลเขาขลุง ถนนแยกหนองไก่ขัน หนองมะเขือ หมู่ ๙ ตำบลเขาขลุง ถนนเส้นทางแยกวัดโป่งยอ ห้วยสำโรง หมู่ ๑๓ ตำบลเขาขลุง ชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อตามภาพที่ได้แสดงให้ท่านประธานดูนะครับ จึงขอให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการ เนื่องจาก เป็นถนนที่ทางหลวงชนบทได้ถ่ายโอนภารกิจให้กระทรวงมหาดไทยรับดำเนินการครับ จึงขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ชัด เชิดชู ผู้ใหญ่บ้าน บ้านน้อยนาซำ ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมืองจังหวัดเลย สืบเนื่องจากถนนสายบ้านน้อยนาซำ ไปบ้านห้วยทราย ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้เป็นถนนเพื่อการเกษตรแล้วก็พี่น้องประชาชนใช้สัญจรจำนวนมาก ปัจจุบันนี้ ผิวจราจรเป็นแบบหินคลุกแล้วก็มีความเสียหายค่อนข้างมากครับ ท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลศรีสองรัก นายกประจวบ ศีลธรรม ได้ทำเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เปลี่ยนเป็นถนนแอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) แต่ก็ยังไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณนะครับ จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณให้กับ อบต. ศรีสองรักด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย เนื่องจากว่าถนนทางหลวงชนบทสายบ้านขัวแตะไปบ้านโป่งศรีโทน ซึ่งเป็นถนน ที่เชื่อมไปยังถนนสายเลย-อุดรธานี ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่มีรถบรรทุกหนักวิ่ง แล้วก็พี่น้อง หลายหมู่บ้าน หลายตำบล ผ่านบ้านโคกสวรรค์ บ้านโนนถาวร แล้วก็บ้านโป่งศรีโทน ซึ่งผิวจราจรชำรุดเสียหายตลอดสายครับ เพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว แล้วก็เพื่อ ความแข็งแรงของผิวจราจร จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนคอนกรีตเพื่อการแก้ปัญหา ให้พี่น้องชาวตำบลเอราวัณด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขตที่ ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือผ่านท่านประธานสภา ไปยังรัฐบาลครับ ผมจำได้ตั้งแต่ผมหาเสียงมาจนกระทั่งได้รับตำแหน่งเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนนะครับ สิ่งที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านโดยเฉพาะชาวไร่และชาวนา มาโดยตลอดนั่นก็คือราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นราคาอ้อย และที่สำคัญก็คือ ราคาข้าวที่ผ่านมาว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขแล้วก็ยังไม่เป็นที่พอใจ แต่อย่างไรก็ตามครับ ปฏิเสธไม่ได้ที่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของผมส่วนใหญ่เป็นชาวนา แล้วก็วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหนักกว่าเดิมครับตรงที่ราคาพืชผล โดยเฉพาะราคาข้าวไม่ดียังไม่พอ ทางกรมชลประทานโดยโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาของ สองพี่น้อง ซึ่งกำกับดูแลควบคุมการส่งน้ำให้กับพี่น้องชาวนานั้นมีหนังสือออกมานะครับ🔗
ก็คือในเรื่องของไม่สนับสนุน การส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง เพราะฉะนั้นที่ผ่านมานั้นชาวนาเจ็บช้ำพออยู่แล้ว และวันนี้ถ้าไม่มีน้ำให้เขาทำกระทรวงนั้นบอกว่าไม่ได้ห้าม แต่ไม่ส่งน้ำ ไม่สนับสนุนนั้น ผมจะถามทางรัฐบาลนะครับ ฝากรัฐบาลไปว่าจะให้พี่น้องชาวนาทำอะไร ขณะเดียวกัน ผมได้อภิปรายเรื่องงบประมาณในส่วนของปี ๒๕๖๔ ให้รัฐบาลนั้นเล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งน้ำไม่มีใช้ แต่ในฤดูฝนน้ำกลับท่วมพื้นที่ตามภาพ ดังที่ผมจะได้นำเสนอครับ จึงฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลและส่วนงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปก็เหลืออีก ๒ ท่าน คุณจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน ขอให้โอนถ่าย คลองบางตลาดให้อยู่ในความดูแลของเทศบาลนครนนทบุรี เมื่อถึงหน้ามรสุม มีพายุดีเพรสชัน (Depression) บริเวณถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่สี่แยกแครายถึงสี่แยกงามวงศ์วานมีน้ำท่วมสูง ประชาชนในเขตแถวนั้น ประกอบไปด้วยหมู่บ้านประชานิเวศน์ และถนนสามัคคี🔗
มีชุมชนอยู่หนาแน่นจากรูป ประชาชนนับแสนคนได้รับความเดือดร้อนจากการประสานงานกับเทศบาลนครนนทบุรี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวนมากครอบคลุมพื้นที่ แต่ไม่สามารถผลักดันน้ำเข้าสู่ คลองบางตลาดได้ เนื่องจากมีน้ำเอ่อล้น คลองบางตลาดมีระยะทาง ๖ กิโลเมตร สิ้นสุดที่ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ทางด้านปากคลองมีประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถผลักดันน้ำได้อย่างทันท่วงทีให้ออกแม่น้ำเจ้าพระยาได้ จากปัญหาพบว่า ขาดการดูแลบำรุงรักษาและขุดลอกคูคลอง ขยะ วัชพืชจำนวนมาก มากไปกว่านั้นไม่ได้พร่องน้ำ เพื่อรองรับน้ำฝนที่จะหลั่งไหลมาจำนวนมาก เทศบาลนครนนทบุรีมีบุคลากร มีงบประมาณ เพียงพอที่จะดูแลรักษาคลองนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรี ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวค่ะ สืบเนื่องจากว่า ดิฉันได้รับข้อเสนอแนะจากพี่น้องชาวราชบุรีในการพัฒนาพื้นที่เขาแก่นจันทร์ให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัดที่ใครมาราชบุรีต้องนึกถึง ใครมาราชบุรีต้องแวะเยี่ยมชม ที่บนยอดเขามีวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือพระสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ๑ ใน ๔ องค์ของประเทศไทย โดยบริเวณบนยอดเขานี้ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นตัวเมืองราชบุรีได้แบบ ๓๖๐ องศา ส่วนบริเวณ เชิงเขาเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เป็นลานอเนกประสงค์ สวนสาธารณะให้พี่น้องได้มาใช้ประโยชน์ ยามเย็นมีผู้คน มาออกกำลังกาย เต้นแอโรบิก วิ่งขึ้นบนเขาบ้าง วิ่งรอบบริเวณสวนสาธารณะบ้าง โดยเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการจัดสัมมนาที่ราชบุรีแล้วก็ได้มีการรับฟังความคิดเห็น โดยขอให้มีการปรับปรุงถนน ทางขึ้นเขา ไฟฟ้าแสงสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิด สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ โดยปัจจุบันทางขึ้นเขามีเพียงถนนลาดยางเพียงเส้นเดียว บางช่วงก็เป็นโค้งหักศอกลาดชัน ก็เป็นอันตรายอยากจะให้ปรับปรุงในส่วนของตรงนี้ โดยดิฉันก็ได้รับข้อเสนอแนะเพิ่มเติม มาว่าอยากให้มีการสร้างบันได ทางเดินขึ้นลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติรอบ ๆ เขาแก่นจันทร์จนถึงยอดเขา มีจุดแวะพักตามรายทางเป็นจุด ๆ ไป แต่ละจุดก็มีอาหาร มีน้ำดื่มไว้จำหน่ายเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีสุขภาพดีที่อยากจะ ออกกำลังกายเดินชมวิวทิวทัศน์ ส่วนบริเวณเชิงเขาสามารถพัฒนาเป็นสถานที่ที่จะบริการ นักท่องเที่ยวและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ของที่ระลึกต่าง ๆ เพื่อเป็น การสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด ช่วยเป็นแม่งานในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเวที รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนเพื่อร่วมกันพัฒนาเขาแก่นจันทร์ให้เป็นสถานที่ ออกกำลังกายที่พี่น้องชาวราชบุรีสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดและเป็นแหล่งท่องเที่ยว แลนด์มาร์ก (Landmark) ของชาวราชบุรีด้วยค่ะ ไปเพชรบุรีนึกถึงเขาวัง มาราชบุรีขอให้ นึกถึงเขาแก่นจันทร์นะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ก็จบการหารือนะครับ ผมก็เลยขอประมวลขอบคุณทั้ง ๓๐ ท่านที่ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ทุกคนพยายามควบคุมเวลา ต้องขอขอบคุณนะครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ แล้ว ๒๑๖ ท่าน ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งนะครับ แต่ว่าโดยข้อบังคับนั้นสมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ก็ถือว่าครบองค์ประชุมของกระทู้ถาม ได้นะครับ ผมขอเปิดประชุมเพื่อดำเนินการกระทู้ถามต่อไปครับ ก่อนที่จะมีการถามตอบ ขอเรียนว่า โดยที่ที่ประชุมของเรานั้นก็มีการแยกห้องกระทู้ถามแยกไปที่ห้องกระทู้ถาม ชั้น ๑ นะครับ เพราะฉะนั้นกระทู้ถามแยกก็ดำเนินการเพื่อซักถามกระทู้พร้อมไปกับกระทู้ ที่อยู่ในที่ประชุมใหญ่นี้นะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา มี ๓ กระทู้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๑ ส. เรื่อง การสรรหาผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา สกสค. จังหวัด (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ขอเรียนว่าในหลักของ การกระทู้ถามสดนั้นถามได้ ๓ ครั้งนะครับ ผู้ถามและผู้ตอบต้องเสร็จภายในเวลา ๓๐ นาที จึงแบ่งเวลาไปฝ่ายละครึ่งนะครับ ก็ขอเชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอถามกระทู้สดท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งต่อไปนี้ผมขออนุญาตเรียกว่า สกสค.🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ คุรุสภาได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๘ ต่อมาปี ๒๔๙๓ ก็ตั้งองค์การค้าคุรุสภาขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๖ ได้มีการออกพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษาได้ให้คุรุสภาซึ่งทำหน้าที่ทั้งเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครูและสวัสดิภาพ สวัสดิการครูแยกออกจากกัน โดยคุรุสภาไปทำเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพและให้ สกสค. มาทำเรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการ หลังจากปี ๒๕๔๖ องค์กรของ สกสค. ได้มีกรรมการ จำนวน ๒๑ ท่าน ประกอบด้วยผู้แทนครู ๑๒ ตำแหน่งทั่วประเทศ สกสค. ได้คิดริเริ่มงาน แล้วพัฒนางานสวัสดิภาพและสวัสดิการครูมาตลอด จนกระทั่งคณะกรรมการ สกสค. ได้ออกระเบียบเรื่องกองทุนเงินกู้ ช.พ.ค. ซึ่งได้ให้สมาชิกกู้เงิน แล้วก็ธนาคารออมสิน และธนาคารต่าง ๆ ได้ให้เงินกองทุนมาซึ่งมีจำนวนเงินรวมแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการตอบแทนการทำโครงการนี้ ท่านประธานครับ เรื่องที่มีปัญหาเกิดขึ้น เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ เมื่อมีคำสั่ง คสช. เมื่อปี ๒๕๕๘ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยุบเลิกองค์ประกอบของคณะกรรมการ ก็มีกรรมการเปลี่ยนไปเป็นกรรมการโดยการแต่งตั้งทั้งหมด ในองค์กร สกสค. จะไม่มีตัวแทนครู ๔ ภูมิภาคต่อไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยตำแหน่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านนี้ก็ไปเป็นประธาน สกสค. หลังจากนั้นคณะกรรมการชุดนี้ก็เปลี่ยนแปลงระเบียบของ สกสค. เดิมระเบียบ สกสค. ออกโดยคณะกรรมการแล้วมีความเห็นชอบ ขององค์กรครูทั่วประเทศทั้ง ๔ ภูมิภาค แล้วจึงประกาศใช้เป็นระเบียบ ต่อมาเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงโดยอำนาจของ คสช. กรรมการชุดนี้ก็ไปเปลี่ยนระเบียบเป็นข้อบังคับ ของ สกสค. แล้วก็ดำเนินการเอาเงินกองทุนเงินกู้ของ ช.พ.ค. ช.พ.ค. ย่อมาจากฌาปนกิจ สงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งตั้งมานานแล้ว พร้อมกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคุรุสภา ในจำนวนนี้ท่านได้ไปยุบใช้ข้อบังคับ ใช้อำนาจ ซึ่งตัวเองออก ยุบ และยึดเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้ วันนี้ครูกำลังตามเอาเงินเขาอยู่ ทีนี้เรื่องที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม แล้วก็เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ มีการประกาศ สรรหาตำแหน่งผู้อำนวยการ สกสค. ทั่วประเทศ จำนวน ๖๔ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ในจำนวน ๖๔ จังหวัดนี้ การคัดเลือกหรือการสรรหาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เดิมให้ สกสค. จังหวัดตั้งกรรมการสรรหาส่งรายชื่อมา ๒ ท่าน แล้วก็ส่วนกลางก็ชี้เอาใน ๒ คนนั้น ได้คนประจำจังหวัดนั้นแทบทั้งสิ้น คราวนี้มีการเปลี่ยนวิธีการหรือวิธีการสรรหาใหม่ ไม่ให้จังหวัดสรรหามา เปลี่ยนโดยให้ส่วนกลางรับสมัครทั้งหมด ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าสิ่งที่มัน เกิดขึ้นเวลานี้ซึ่งครูกำลังเคลื่อนไหวทั่วประเทศ สมาพันธ์สมาคมครู ๔ ภูมิภาค ไม่ว่าสมาพันธ์ครูภาคเหนือ สมาพันธ์ครูภาคใต้ ชมรมครูภาคกลาง และชมรมครูภาคอีสาน ได้ประชุมกันเห็นความไม่ชอบมาพากลของผล ซึ่งเลขาธิการ สกสค. ท่านประธานครับ เลขาธิการ สกสค. นี่ไปดูตามรายชื่อแล้วเป็นบัญชีรายชื่อผู้สมัครลำดับที่ ๑๑ พรรคพลังประชารัฐ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นลำดับที่ ๑ เป็นบัญชีเดียวกัน เวลานี้ย้ายมา ทำการอยู่ที่ สกสค. เต็มรูปแบบครับ ข้อประเด็นที่ครูสนใจและแคลงใจก็คือว่า ผลการคัดเลือกประกาศวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนนี้ มี ๑๘ จังหวัด เขาให้ข้อสังเกตว่า เป็นเครือข่ายของผู้บริหารสำนักงานชัดเจน แต่เกือบทั่วประเทศมีความเป็นไปเป็นมา ที่ไม่น่าไว้วางใจ ใน ๑๘ จังหวัด เช่น จังหวัดชลบุรี ชัยภูมิ นนทบุรี น่าน ระยอง สุรินทร์ อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ แล้วก็หลาย ๆ จังหวัด เพชรบูรณ์ พิษณุโลกด้วย ท่านประธานครับ มีบางจังหวัดวันนี้ก็เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษานะครับ ขึ้นป้ายไม่ต้อนรับ ผู้บริหาร สกสค. จากต่างจังหวัด เช่นนครสวรรค์ แล้วก็หลายจังหวัดที่ขึ้น ในศรีสะเกษ ในสุรินทร์ ท่านประธานครับ ผมมีคำถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นคำถามสั้น ๆ เท่านั้นว่าเมื่อผลการสรรหาได้รับการคัดค้านจากสมาชิกของ สกสค. ซึ่งเขาจะเป็นผู้ใช้บริการ สกสค. ในการสรรหา ผมจึงเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน สกสค. ว่าท่านจะดำเนินการชะลอการทำสัญญา ว่าจ้าง ผอ.สกสค. จังหวัดในทุกจังหวัด ซึ่งมีการสรรหาที่เคลือบแคลงและเป็นที่สงสัย มีคนกล่าวด้วยว่าอาจจะมีการใช้เงินใช้ทองในระดับ ๕๐๐,๐๐๐ ๗๐๐,๐๐๐ ถึงล้าน แล้วเป็นการตกลงใต้โต๊ะของกลุ่มผู้บริหาร สกสค. ซึ่งประกอบไปด้วยปาร์ตีลิสต์ (Party list) ลำดับที่ ๔๑ ของพรรคพลังประชารัฐ แล้วก็เป็นเลขาธิการ ท่านก็เป็นประธาน มันเป็น ข้อครหา เป็นการเคลื่อนไหวในทั่วประเทศ ท่านจะยกเลิกหรือชะลอ ท่านยังไม่ได้เซ็นสัญญา ท่านจะดำเนินการเซ็นสัญญาในวันที่ ๖ ธันวาคมนี้ ท่านจะชะลอการเซ็นสัญญา แล้วก็ตั้ง กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วก็ฟังข้อร้องเรียน ตอบสนองข้อร้องเรียนของสมาพันธ์ สมาคมครูแห่งประเทศไทย และสมาคมครูบำนาญภาคอีสาน สมาคมครูบำนาญภาคเหนือ และทั่วประเทศ ท่านจะชะลอการเซ็นสัญญาว่าจ้าง ผอ.สกสค. ซึ่งคัดเลือกโดยส่อไปในทาง ทุจริตครั้งนี้ก่อนได้หรือไม่ เป็นคำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม ในเรื่องของการสรรหา ผอ.สกสค. ของ ๖๔ จังหวัด โดยในการตั้งคำถาม ของท่านมีการพูดถึงเลขาธิการ สกสค. อยู่หลายครั้งนะครับ ผมคงไม่ตอบแทนท่านที่ ถูกพาดพิงนะครับ เพียงแต่ว่าในข้อมูลที่จะให้นะครับ การสรรหาผู้อำนวยการหรือ ผอ.สกสค. ของทุก ๆ จังหวัดมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวิธีการสรรหาครับ วันที่เรา ประกาศวิธีการสรรหาก็ไม่มีผู้ร้องเรียนครับ ไม่ได้มีผู้ที่มองว่าแนวทางการสรรหาไม่เหมาะสม จริง ๆ แล้วได้รับการชื่นชมด้วยครับว่าเราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารของโรงเรียนหรือว่าเขตพื้นที่ ศึกษาธิการจังหวัดในอดีตที่ทำงานอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการได้มีโอกาสมาแสดงวิสัยทัศน์ หรือว่ามีโอกาสมาบริหารในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งแนวทางก็ไม่ได้แตกต่างจากการประกาศ คุณสมบัติคัดเลือกสรรหาผู้บริหารหน่วยงานในระดับจังหวัดของหน่วยราชการโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัด หรือว่าผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ถ้าหากวันนี้ ไปดูรายชื่อของผู้ที่ดำรงตำแหน่งในจังหวัดต่าง ๆ ผู้บริหารเหล่านั้นไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ใน จังหวัดนั้น ๆ แต่ก็สามารถบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ในจังหวัดที่ได้รับมอบหมายไปได้ ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าวันที่ผมมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สกสค. หรือองค์การค้าภายใต้การกำกับดูแลของ สกสค. หรือว่า หน่วยงานคุรุสภา ผมไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจมากมายเท่าไรในวันที่เริ่มต้น แต่วันนี้ ๑ ปี ผ่านไป ผมมั่นใจว่าในการที่เราอยากจะบริหารองค์กรให้มีความโปร่งใส มีโอกาสที่จะพัฒนา เพื่อสวัสดิการ สวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา จากทั้ง ๓ องค์กรผมมั่นใจว่าทั้งคณะกรรมการทุกคนมีความเข้าใจและแนวทางเดียวกัน ที่สามารถทำให้องค์กร ๓ องค์กรนี้ขับเคลื่อนไปได้ วันที่ผมเข้ามา ๓ องค์กรนี้มีปัญหา ในการที่มีเรื่องคาราคาซังในการสรรหา มีการฟ้องร้อง มีการร้องเรียน จริง ๆ แล้ว ในกระทรวงศึกษาธิการมีเรื่องร้องเรียนอยู่จำนวนมากครับ ผมก็นึกดูว่าปัญหาที่เกิด การร้องเรียนเกิดขึ้นเพราะอะไร ส่วนใหญ่คือผู้ที่เสียประโยชน์จากการที่ไม่ได้รับตำแหน่ง ซึ่งก็เป็นธรรมดาครับ ก็เป็นกระบวนการที่จะต้องทำการฟ้องร้องหรือว่าร้องเรียนกันต่อไป ซึ่งก็ยังมีอยู่ต่อเนื่องในกระทรวงศึกษาธิการ แต่ผมมั่นใจว่าในเรื่องของการฟ้องร้อง หรือร้องเรียนมีจำนวนที่น้อยลง เพราะกระบวนการคัดสรรต่าง ๆ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพียงแต่ผมไม่สามารถนำข้อมูลต่าง ๆ คะแนนต่าง ๆ มาเปิดเผย ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ได้ ยกเว้นผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสียหายจะร้องเรียน ไปในหน่วยงานต่าง ๆ ฉะนั้นคำตอบ ท่าน ส.ส. ขจิตรครับ ผมจะชะลอการเซ็นสัญญากับ ๖๔ ท่าน ถ้าหากได้มีการนำเสนอเรื่องขึ้นมาหรือไม่ หากไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องของ ความโปร่งใสในการสรรหาผมคงไม่ชะลอครับ เพราะไม่อย่างนั้นก็เป็นเรื่องคาราคาซัง ที่เราต้องดำเนินการตามผู้ร้องเรียนและไม่สามารถทำให้องค์กร สกสค. ขับเคลื่อนไปได้ ส่วนในอนาคตจะมีการร้องเรียน จะมีการชะลอ จะมีการท้วงติงในเรื่องต่าง ๆ อันนั้น ก็ให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรงนี้ และผมยินดีครับถ้าหากว่า มีเรื่องร้องเรียนชัดเจนที่ทำให้การคัดสรร คัดเลือก ผอ.สกสค. ของจังหวัดใด ๆ ไม่มีความโปร่งใสผมก็ยินดี และผมเชื่อว่าคณะกรรมการก็คงเสนอมาในวันที่เสนอให้มี การลงนามในสัญญาของจังหวัดต่าง ๆ แต่ถ้าเผื่อเราปฏิบัติเหมือนเดิมโดยที่มีผู้ที่รักษาการ แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เราก็ไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการสวัสดิภาพของครูได้ ต้องขออภัยครับถ้าเผื่อผมไม่สามารถชะลอได้ ถ้าหากกระบวนการมีความชัดเจน มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในประเทศไทยครับ ก็ขออนุญาตตอบตรงนี้ครับ🔗
ท่านขจิตรมีเวลาอีก ๖ นาทีเศษ ๆ เชิญเลยครับ ถามได้อีก ๒ ครั้งครับ🔗
ก็ขอฝากไปยังองค์กรครูที่กำลังเอาหนังสือ ไปส่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ที่ได้ทราบจากท่านสงวนว่ามาอยู่ใน สภานี้แล้วก็มี ให้ส่งเรื่องกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ถ้ายังไม่ถึงนะครับ เพราะว่าผมได้รับแจ้งมาว่าองค์กรครูทั่วประเทศจะส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมได้เกริ่นไว้แล้วว่ากองทุนเงินกู้ ช.พ.ค. ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินที่ เป็นการจัดสรรจากธนาคารซึ่งปล่อยเงินกู้ คณะกรรมการ สกสค. ที่ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานอยู่ได้แก้ระเบียบ ซึ่งเดิมเขาก็ขอประชามติ หรือว่า ฟังเสียงขององค์กรครูทั่วประเทศแล้วถึงประกาศใช้ ต่อมาโดยอำนาจของ คสช. ฉบับที่ ๗/๒๕๕๘ ได้เปลี่ยนองค์ประกอบและยุบองค์กรนี้ ได้ตั้งกรรมการองค์การขึ้นมาใหม่ ประกอบไปด้วยคนที่ไม่ใช่ผู้แทนครูเป็นผู้บริหารครู ย้อนกลับไปการบริหารคุรุสภาในอดีต เมื่อ ๕๐ ปี เวลานี้ท่านแก้เป็นระเบียบกองทุนแล้วท่านใช้ระเบียบอำนาจตามข้อบังคับ กองทุนนั้น ดำเนินการบริหารเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินไปใช้พูดง่าย ๆ ถ้าพูดไม่สุภาพก็ยึดเงินไป ยึดเงินกองทุนกู้ยืมเงินกู้ของ ช.พ.ค. ไป ใน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ท่านเอาไปดำเนินการ เกี่ยวกับองค์การค้าคุรุสภาเดิม ๓,๔๐๐ ล้านบาท เวลานี้ใน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเงินอยู่ ประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ครูมองเห็นว่าท่านกำลังสร้าง เครือข่ายที่ไม่มีโอกาสจะเอาเงินคืน ซึ่งขณะนี้ครูทั่วประเทศเขากำลังดำเนินการเคลื่อนไหวอยู่ ท่านประธานครับ ตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. นี่มีเงินตอบแทน ระดับจังหวัดมีเงินเดือนอยู่ ๔๐,๐๐๐ บาท ค่าตอบแทนข้อมูลผิด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแก้ด้วยนะครับ ค่าตอบแทน ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นเดือนละ ๖๐,๐๐๐ เลขาธิการ สกสค. เงินเดือน ๑๘๐,๐๐๐ บาท ค่าตอบแทน ๕๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๒๓๐,๐๐๐ บาท รองเลขาธิการ ซึ่งมีอยู่แล้วเดี๋ยวนี้ ๔ ท่าน เป็นอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นอดีตผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการ เงินเดือน ๑๔๐,๐๐๐ บาท ค่าตอบแทน ๔๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๑๘๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นคำถามที่ผมถามก็คือว่าเงินกองทุน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมใช้คำตรง ๆ นะ ท่านยึดเขาไป ท่านก็เอาไปบริหาร โดยเจ้าของเงินก็คือคนที่ส่งเงินกู้ของ ช.พ.ค. และสมาชิก ช.พ.ค. ไม่มีส่วนรู้เห็นทั้งสิ้นท่านก็เอาไปบริหารกัน เอาไปใช้หนี้ องค์การค้าคุรุสภา ท่านประธานครับ เวลาใช้หนี้องค์การค้าคุรุสภาท่านคิดว่าจะมีการรับเงินค่าหาเงินไปใช้หนี้ ได้ไหมครับ หนี้ ๓๐๐ ล้านบาทเอาไปจ่ายนี่มีใครจะได้รับประโยชน์บ้าง มีวิธีการทั้งสิ้น ละครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงถามว่ามีคนเขาบอกว่าการเอาเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปของ สกสค. ซึ่งมีท่านเป็นประธานอยู่นี่ตรวจสอบไม่ได้ แล้วไม่ให้ ตรวจสอบ ทำไมองค์กรของสาธารณะซึ่งเป็นเงินของครูทั้งประเทศด้วย แล้วท่านเอาไปใช้ แล้วตรวจสอบไม่ได้ แล้วไม่ให้ตรวจสอบด้วย ผมถามว่าจะให้องค์กรครูหรือองค์กรที่มี ในประเทศนี้เข้าไปตรวจสอบท่าน หรือท่านจะชี้แจงได้ไหมวันนี้ว่าท่านนำเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้อะไรบ้าง ตอนนี้เหลืออยู่จริง ๆ เท่าไร ที่เอาไปใช้องค์การค้าคุรุสภา เดิม ๓,๔๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้อะไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการครับ ก็ตอบข้อสงสัยของท่านขจิตรนะครับ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจครับ เดี๋ยวพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่จะเข้าใจผิดว่าทางกระทรวงศึกษาธิการหรือว่าคณะกรรมการ สกสค. ในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีนี่ยึดเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมา จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ กระบวนการนี้โยกเงินมาก่อนที่ผมจะมารับตำแหน่ง ในหน่วยงานของ สกสค. องค์กร ในการควบคุมคือองค์การค้าภายใต้ สกสค. ซึ่งวันนี้ได้มีการลดค่าใช้จ่ายหรือดาวน์ไซซิง (Downsizing) อยู่พอสมควรนะครับ ถ้าหากว่าปล่อยไปทุก ๆ ปี ขาดทุนสะสมมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ มียอดขาดทุนสะสมประมาณ ๖,๗๐๐ ล้านบาท และอีก ๕-๗ ปีข้างหน้า มียอด ขาดทุนสะสมถึงหมื่นล้านนี่มีความเป็นไปได้ ฉะนั้นเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่มีอยู่มันหายไป แน่นอนครับถ้าเราปล่อยไว้แบบนั้น แต่วันนี้ถึงแม้ว่าท่านจะพูดตัวเลขว่าเหลือเงินจำนวนหลักพัน แต่ท่านต้องดูสินทรัพย์ที่ สกสค. มีอยู่ครับ ซึ่งการที่จะมาบริหารสินทรัพย์ตรงนั้นต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ยาก ต้องเอาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือว่ามีความสามารถในการบริหารหรือว่ามี วิสัยทัศน์ในการบริหารมาบริหารครับ ผมไม่ได้บอกว่าตัวแทนจากองค์กรครูจะไม่สามารถบริหารเม็ดเงินหลักพันล้าน หลักหมื่นล้านได้ แต่เราต้องมองถึงอดีตว่าที่ผ่านมาเราทำอย่างนั้นหรือเปล่า เราไม่ได้เอาผู้บริหารที่มีความสามารถ ในการบริหารอย่างเต็มที่มาอยู่ในองค์กรนี้หรือเปล่า การตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญาจ้างเจ้าหน้าที่ แล้วก็ลูกจ้างชั่วคราวรวมพันคน และบรรจุใหม่ ๒๐๐ กว่าคน งานเหมือนเดิม แต่สามารถทำได้ ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าหลายเท่า นี่คือการบริหารจัดการเม็ดเงินของครูที่เราพูดถึงว่า ๒๐,๐๐๐ และจะเพิ่มขึ้นจากนี้ได้หรือไม่ ผอ.สกสค. ของทุกจังหวัดก็มีหน้าที่ที่จะบริหารจัดการ เหมือนกับจ็อบเดสคริปชัน (Job Description) หรือว่าภารกิจที่ทุกท่านต้องทำ ในเรื่องของการบริหารงานทั่วไป บริหารงานบุคคล งานนโยบาย บริหารแผนงานและ งบประมาณ บริหารสวัสดิการสวัสดิภาพของครู บริหารงานบัญชีการเงินและพัสดุ ก็สะท้อน กลับมาที่เลขาธิการของ สกสค. ว่าจะสามารถสรรหาคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้ และขับเคลื่อน องค์กร สกสค. ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผมไม่ตอบหรอกครับว่าที่ผ่านมาในช่วง ๑ ปีครึ่งการบริหารงานใน สกสค. มีประสิทธิภาพมากเท่าไร แต่ผมอยากให้ท่านไปถามครับ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ ผู้ที่สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของ สกสค. ว่าเขามีความมั่นใจว่า มีความแตกต่าง และมีความหวังในการที่จะบริหารงานหรือว่าบริหารเงินของครูจำนวน พันล้าน หมื่นล้าน และผมหวังว่าถ้าหากว่ามีรองเลขาธิการที่เป็นอดีตผู้บริหารจาก กระทรวงศึกษาธิการ มีเครือข่ายสามารถเพิ่มสมาชิกได้องค์กร สกสค. น่าจะเป็นองค์กรที่มี รายได้ มีผลประโยชน์ มีผลกำไรคืนกลับให้กับคุณครู บุคลากรทางการศึกษาทั้งอยู่ในระบบ และเกษียณไปแล้วทั่วทั้งประเทศ ฉะนั้นตัวเลขที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน เรียนท่านประธานนะครับ ต้องดูถึงสินทรัพย์ที่มีอยู่หลายพันล้าน แต่วันนี้จะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเป็นเงินได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่เรามีปัญหากันอยู่ในช่วงโควิด (COVID) แต่แผนงานมีอยู่แล้วชัดเจนครับ และคณะกรรมการที่เป็นคณะกรรมการของ สกสค. อย่าไปสนใจครับว่ามาจากไหน แต่ในกระบวนการมีความสามารถเพียงพอที่จะทำให้องค์กร สกสค. มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อสวัสดิการสวัสดิภาพของครูแน่นอนครับ🔗
เชิญท่านขจิตรถามได้ อีกครั้งครับ ท่านมีเวลาอีกประมาณ ๒ นาที🔗
ประเด็นคำถามคือเงินที่กองทุนเงินกู้ ช.พ.ค. ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะเอาไปใช้หนี้ และเอาไปปรับปรุงองค์การค้าคุรุสภา องค์การค้าคุรุสภา ล้มเหลวติดหนี้เพราะการบริหารที่ผ่านมาในอดีตที่มีคอร์รัปชันมากมาย องค์การค้าคุรุสภา จะขาดทุนได้อย่างไรถ้าตรงไปตรงมา พิมพ์หนังสือเรียนทั่วประเทศ มีโรงพิมพ์อยู่ที่ลาดพร้าว สวัสดิการครูมีหอพักครู มีโรงพยาบาลครู องค์การค้าคุรุสภามีสินทรัพย์มากมาย แต่ทำไม มาเบียดบังเอาเงินครู ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปโดยการออกระเบียบของพวกท่าน ครูทั้งประเทศ จะติดตามเรื่องนี้ แล้วกองกระดูกครูไม่รู้ท่วมเท่าไรเป็นฌาปนกิจครู ผมจะเสนอให้เขาทำบุญ แล้วก็เรียกร้องให้ติดตามเงินส่วนนี้ ท่านประธานครับ มีคำถามว่าเงิน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ของกองทุนนี้ที่ท่านเอาไปให้องค์การค้าคุรุสภา ซึ่งมันไม่ใช่ องค์การค้าของคุรุสภามีร้านศึกษาภัณฑ์อยู่ ๘-๙ แห่งทั่วประเทศ ต้องได้กำไรสิ พิมพ์หนังสือพิมพ์ผูกขาด มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ ๒ โรง ผมทราบ แล้วพิมพ์อุปกรณ์ การเรียนการสอนผูกขาดทั้งหมด แล้วทำไมทำกำไรไม่ได้ ท่านไปบริหารก็ทำให้มันเกิดกำไรสิ ขายอสังหาริมทรัพย์ไปสิ แล้วมาเอาเงินครูเขาไปทำไม เขาหาเอง เขาสร้างเอง คนที่ท่าน ตำหนิอยู่นั่นแหละเขาหามา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาของเขาไปทำไม ไปใช้หนี้องค์การค้า คุรุสภาทำไม คำถามก็คือว่าท่านจะเอาเงิน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเอาไปให้คุรุสภา มาใช้หนี้คืนเขาไหม หรือว่าเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านชี้แจงได้ไหม กับครูทั่วประเทศ กับองค์กรครูที่เขาจะลุกขึ้นมาทวงถาม ท่านยินดีจะชี้แจงรายละเอียดไหมว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปไหน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทของคุรุสภาท่านจะคืนให้เขา ที่องค์การค้าท่านได้กำไร แล้วท่านจะคืนให้เขาไหม ของครู ของฌาปนกิจครู หรือว่าจะเอาไปเลย ตอบให้ชัด ๆ สิ เพราะฉะนั้นผมเรียนกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ท่านรัฐมนตรีผมฝากสุดท้าย ท่านอย่ามา ทำวนเวียนอยู่กับเรื่องเงินเหล่านี้เลย ท่านไปบริหารการศึกษา ท่านไปคิดวิธีกับโรงเรียน ขนาดเล็กไม่ต้องไปยุบ ไม่ต้องทำลายประวัติศาสตร์ ไม่ต้องทำลายวิถีชีวิตของเขา ท่านไปให้สถานศึกษากำหนดการเทียบโอนให้การศึกษาในเรื่องของในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัยให้มันก้าวหน้า ไม่ใช่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แล้วไปเพิ่มนักเรียนโรงเรียนเอกชน หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นไปทำบริหารการศึกษา อย่ามาทำอันนี้ มอบให้คนอื่นเขาทำ มันเสียหาย เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ด้วย แล้วผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการระทรวงศึกษาธิการ บ่อยครั้ง ๆ มากขึ้นเพราะการศึกษาของชาติไปไหนไม่ได้แล้ว ล้มละลาย ทำลายหมู่บ้าน ขนาดเล็กทั้งหมด นั่นคือสิ่งที่ผมจะฝากไว้ในเวลาอันสั้นนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ครับ เกินเวลาไปเล็กน้อย ไม่เป็นไรครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญตอบได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรี ว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ผมตอบให้ชัด ๆ เลยครับ ว่า ณ วันนี้องค์การค้าภายใต้การกำกับดูแล ของ สกสค. จะมีความสามารถในการชำระหนี้ปีละ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาท และจากแผน ที่วางเอาไว้จะสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมดภายในเวลา ๙ ปี แค่การลดจำนวนพนักงาน แล้วสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพเหมือนเดิมนี่ เราลดเงินเดือนครับ จากปีละ ๕๔๐ ล้านบาท เหลือปีละ ๘๗ ล้านบาท แน่นอนครับมันก็ต้องมีกำไร ถ้าหากว่าเราสามารถ ลดค่าใช้จ่ายเหล่านั้น🔗
ส่วนในเรื่องของโรงเรียนขนาดเล็ก เมื่อสักครู่ท่านแตะไว้นิดหนึ่งนะครับว่า ผมกำลังทำลายประวัติศาสตร์ของโรงเรียนขนาดเล็ก ถ้าเราไม่กล้าตัดสินใจในบางเรื่อง ในวันที่ถนนหนทางดีขึ้น ในวันที่โรงเรียนสามารถเดินทางใกล้กันภายในระยะทาง ระยะเวลา ไม่เกิน ๑๐ นาที เราจะปล่อยให้โรงเรียน ซึ่งบางโรงเรียนผมดูมาในเขตพื้นที่ของท่านครับ มีนักเรียนอยู่ ๙ คนบ้าง ๔๐ คนบ้าง ๓๐ คนบ้าง เราไม่สามารถขับเคลื่อนการศึกษาให้มี คุณภาพได้ครับ งบประมาณก็จะกระจายทั่วไปหมด แต่ผมรับครับ ผมรับข้อคิดเห็นของท่าน และจะระมัดระวังในการที่จะพัฒนาโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง เพื่อให้นักเรียนในอีกหลาย ๆ โรงเรียนตัดสินใจมาอยู่ที่โรงเรียนหลัก ก็ขอให้ท่านมั่นใจครับว่าทั้งกระบวนการ ในการขับเคลื่อน สกสค. และองค์การค้า ผมไม่ได้มาหมกมุ่นเรื่องนี้ครับ ผมไม่ได้บริหารด้วยซ้ำ ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยในการบริหาร เพียงแต่ผมเป็นประธานและติดตามในกระบวนการต่าง ๆ และช่วยตัดสินใจครับในการที่จะปรับองค์กรให้มีประสิทธิภาพและมีกำไรเพื่อสวัสดิการ สวัสดิภาพของครูครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านผู้ถามและท่านรัฐมนตรี ก็ใช้เวลาไปตามที่ได้กำหนดไว้ให้🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๒ ส. เรื่อง ปัญหาชุดนักเรียน (นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ชุดนักเรียน🔗
ขอเชิญคุณชัยวุฒิครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอถามกระทู้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่อง เกี่ยวกับการชุมนุมและข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ กระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่งนะครับ ผมเข้าใจดีครับว่า ท่านรัฐมนตรีได้ติดตามแล้วก็รับฟังความคิดเห็นของนักเรียนมาโดยตลอดนะครับ ซึ่งก็ต้อง ชื่นชมท่านที่ได้พยายามแก้ไขปัญหานี้มาอย่างดี แต่ล่าสุดมันมีการเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน เรื่องของการให้ยกเลิกการแต่งชุดนักเรียน ซึ่งเรื่องนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนจำนวนมากนะครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้ปกครอง อย่างผมเองนี่ผมมีลูก ที่ไปโรงเรียน ผมรู้สึกผมภูมิใจนะครับ มีความสุขที่เห็นลูกใส่ชุดนักเรียนออกจากบ้าน ไปโรงเรียน มีความสุขครับ หรือแม้แต่ตัวผมเองตอนผมเป็นนักเรียนผมก็มีความสุข มีความภาคภูมิใจตอนเรียนอยู่เตรียมอุดมศึกษาผมใส่ชุดนักเรียนแล้วผมได้ปักพระเกี้ยว ที่หน้าอก ผมมีความสุข มีความภาคภูมิใจ ผมจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความสุข เป็นความภาคภูมิใจของทุก ๆ คนนะที่เกี่ยวข้องกับชุดนักเรียนนะครับ แต่ที่สำคัญครับ ชุดนักเรียนไม่ได้มีแค่ความสุข ความภาคภูมิใจ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยของนักเรียนนะครับ ใส่ชุดนักเรียนแล้วนี่จะหนีออกนอกโรงเรียนหรือว่าเลิกเรียนจะไปในที่ที่ไม่เหมาะสมหรือไป ถูกคุกคามจากสิ่งต่าง ๆ ประชาชนพี่น้องเห็นก็จะได้เข้าไปช่วยดูแลเด็กนักเรียนได้อย่าง ทันท่วงที เพราะรู้ว่าเป็นเด็กนักเรียน หรือแม้แต่เรื่องของค่าใช้จ่ายนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญ ผมมีลูก ชุดนักเรียนลูกคนหนึ่งมีแค่ ๒-๓ ชุดก็ใส่ได้ทั้งปีนะครับ แต่ถ้าเป็นชุดไพรเวต (Private) ผมเชื่อว่าต้องมีเป็น ๑๐ ชุดครับ เพราะอย่างไรในสัปดาห์หนึ่งเขาต้องใส่ไม่ซ้ำ อยู่แล้วนะครับ ถ้าใส่ซ้ำก็โดนเพื่อนล้อ และหนักไปกว่านั้นเรื่องค่าใช้จ่ายยังนำไปสู่ของ ความเหลื่อมล้ำอีก ผู้ปกครองที่มีฐานะดีก็ซื้อเสื้อผ้าดี ๆ ให้ลูก ผู้ปกครองถ้ามีฐานะไม่ดี ละครับเด็กก็ต้องแต่งตัวมอซอ แต่งตัวไม่สวยงาม ก็เป็นปมด้อยให้เด็กอีก เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าวันนี้ปัญหาเรื่องชุดนักเรียนเป็นปัญหาที่ผู้ปกครองมีความวิตกกังวลกันมากนะครับ กลัวว่าทางกระทรวงศึกษาธิการจะไปรับฟังข้อเสนอของนักเรียนเลว ๆ เหล่านี้นะครับ แล้วเอามาแก้ไขนโยบายในเรื่องชุดนักเรียน จึงอยากจะสอบถามท่านนะครับว่าเรื่องนโยบาย เกี่ยวกับชุดนักเรียนท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะมีหลายคนฝากถามมาด้วยว่า ที่ผ่านมานี่รัฐบาลได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองไปซื้อชุดนักเรียนให้เด็กด้วย ซึ่งอันนี้เป็น สิ่งที่ดีมาก ท่านจะยังดำรงคงนโยบายนี้ไว้หรือไม่ หรือถ้าเป็นไปได้เพิ่มเงินเหล่านี้ให้กับ ผู้ปกครองได้อีกไหม นี่เป็นคำถามแรกที่อยากฝากถามครับ🔗
ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบประเด็นกระทู้ของท่าน ส.ส. ชัยวุฒินะครับ ในเรื่องของชุดนักเรียน ซึ่งต้อง ขอขอบคุณท่านที่มีความห่วงใยในปัญหาของสังคม โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนนี่ มีความเห็นที่แตกต่างกัน ผมก็เกิดมาในช่วงเวลาเดียวกับท่านชัยวุฒินะครับ มีลูกเหมือนกัน แต่ท่านต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าวันนี้โลกเปลี่ยนไปนะครับ ความต้องการของทั้งนักเรียน ผู้ปกครองบางกลุ่ม กลุ่มคนบางคนก็มีความต้องการที่เปลี่ยนไปในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เราก็ต้องรับฟังครับ และกระทรวงศึกษาธิการก็รับฟัง ที่ผ่านมาได้มีการพบปะกับกลุ่มตัวแทน ที่เรียกตัวเองว่านักเรียนเลวนะครับ ก็ได้รับประเด็นต่าง ๆ ซึ่งถ้าเผื่อเป็นข้อคิดเห็นจาก กลุ่มตัวแทนของนักเรียนกลุ่มนี้ก็จะเป็นเรื่องของทรงผม แล้วก็เรื่องของการแต่งกาย แต่จริง ๆ แล้วนักเรียนที่มากับกลุ่มนักเรียนเลวนี้ได้ยกประเด็นหลายประเด็นที่เป็นปัญหา ของการศึกษาไทย การพัฒนาการศึกษาไทย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาภาระ ของครู และในเรื่องของภาษาที่ ๒ ภาษาที่ ๓ ฉะนั้นการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักเรียนหรือว่าผู้ที่มีความคิดต่างผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะปฏิบัติไปทางไหน ซึ่งในการปฏิบัติคงไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการคิดนโยบาย ออกมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้น เราต้องเอาเรื่องต่าง ๆ มาประมวล ซึ่งทาง กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งคณะกรรมการที่หาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้อง หรือข้อร้องเรียน ของนักเรียน นักศึกษา ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ นักเรียน ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบและรอบด้าน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ มีท่านอาจารย์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากทีดีอาร์ไอ (TDRI) ขออภัยที่เอ่ยนาม เป็นประธาน ผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นหรือว่าหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้ยกประเด็นขึ้นมา ๕ ประเด็นหลัก ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหา ให้กลุ่มนักเรียนหรือว่ากลุ่มผู้ที่ร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ ทรงผมนักเรียน เครื่องแต่งกาย เครื่องแบบนักเรียน การละเมิดหรือการคุกคาม ความรุนแรงในโรงเรียน ความปลอดภัย ในสถานศึกษา กฎ ระเบียบที่ล้าหลังของสถานศึกษาที่กระทบต่อนักเรียน นักศึกษา และการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา เรื่องที่ผมมองว่าเป็นเรื่องหลัก ๆ และเป็น เรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างรีบด่วนแต่ใช้เวลาคือ กฎ ระเบียบ การแสดงออกในสถานศึกษา การคุกคาม ความรุนแรงในสถานศึกษา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานย่อยเพื่อศึกษาแนวทางของ ๓ เรื่องนี้ แต่เรื่องทรงผมกับเรื่องเครื่องแต่งกาย คณะกรรมการชุดนี้คิดว่าสามารถทำได้รวดเร็วที่สุด ถึงแม้ว่าลำดับความสำคัญถ้าเทียบกับ หลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาก็อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ในระหว่างทางที่รับฟังความคิดเห็น ในเรื่องของทรงผมแล้วก็เครื่องแต่งกายของนักเรียน ได้เชิญตัวแทนจากกลุ่มนักเรียนเลว มาแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อกังวลใจในเรื่อง ๒ เรื่องนี้ ตัวแทนของกลุ่มนี้ถามว่า มีผู้สื่อข่าวหรือไม่ มีสื่อมวลชนหรือไม่ สามารถไลฟ์ (Live) สดได้หรือไม่ คณะกรรมการ ก็ตอบว่าไม่ได้ ฉะนั้นทางกลุ่มตัวแทนของนักเรียนเลวก็เลือกที่จะไม่มา แต่ไม่เป็นไรครับ การที่ไม่มาไม่ได้หมายความว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ยิน แต่เมื่อได้ยินแล้วและทาง คณะกรรมการชุดนี้มีแนวทางเสนอมาแล้วนะครับอย่างที่ทราบอยู่ในข่าว แต่ผมในฐานะ ที่กำกับในเรื่องของนโยบายผมต้องไปดูครับว่าสิ่งที่เสนอมาปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ขออนุญาต ยกตัวอย่างนะครับ ทรงผมที่บอกว่าไว้สั้นหรือยาวก็ได้ แต่ถ้าเผื่อไว้ยาวต้องรวบ หรือว่า ชุดนักเรียนใส่ได้ทุกวัน แต่สถานศึกษาต้องเป็นคนที่กำหนดร่วมกับคณะกรรมการ สถานศึกษา ในทางบริหารยังเปิดปมหรือว่าข้อกังวลในการบริหารจัดการอยู่ ทางเราก็ต้อง รับฟังความคิดเห็นจากสถานศึกษาและครูผู้ปฏิบัติ ฉะนั้นกระบวนการทั้งหมดที่ท่านชัยวุฒิ ได้ถามถึงในเรื่องของเครื่องแต่งกาย คงมีแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่เราจะหาทางออก ที่เหมาะสม แต่แน่นอนครับแนวทางใดก็คงไม่ถูกใจทุกคน แต่ผมว่าในเรื่องของการแต่งกาย ถ้าหากว่าจะมีการทดลองเทอมละ ๑ ครั้ง เดือนละ ๑ ครั้ง อาทิตย์ละ ๑ ครั้งก็สามารถ เป็นไปได้ จริง ๆ แล้ววันนี้สถานศึกษาสามารถทำได้นะครับ โดยไม่ต้องเปลี่ยนกฎ ระเบียบ ของกระทรวงใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าไม่มีใครทำครับ ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาคนไหน ใน ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน อาจจะมีสัก ๑๕-๒๐ โรงเรียนที่พิจารณาให้มีการแต่งกายลำลองได้ แต่เวลาปฏิบัติจริง ๆ มันต้องมีปัญหาครับถึงไม่มีการเผยแพร่เรื่องนี้หรือว่ามีการอนุญาตเรื่องนี้ การแต่งตัว เหมาะสมไหม สายเดี่ยวได้ไหม เกาะอกได้ไหม กระโปรงสั้นยาวได้ไหม จะแขนกุดได้ไหม จากแต่ก่อนไม่เห็นรอยสัก เพราะใส่ชุดนักเรียน วันนี้เห็นรอยสักแล้ว ต่อไปเพื่อน ๆ ก็สักกัน เต็มไปหมด มันมีเรื่องที่ผูกพันอยู่อีกมากมายครับ ฉะนั้นเราไม่สามารถตัดสินใจ ถึงแม้ว่า เราจะพูดว่าสำคัญน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่วางรากฐานของการบริหารจัดการ สถานศึกษาของไทยในอนาคต ฉะนั้นเราจะรีบตัดสินใจเพราะนักเรียนกลุ่มหนึ่งมากดดัน ไม่ได้ครับ วันนี้นักเรียนมัธยมทั่วประเทศ ม. ต้น ๑,๖๘๗,๖๙๐ คน ม. ปลาย ๙๗๓,๙๕๓ คน รวมแล้ว ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน เมื่อวานมีคนที่แต่งชุดไพรเวต (Private) ไปโรงเรียน ๖๐๐ จาก ข้อมูลที่ได้มานะครับ ๖๓๘ คน แต่ผมพูดตรงนี้ไม่ได้ท้าทายว่าถ้าอย่างนั้นก็ใส่กันมาเยอะ ๆ ไม่ใช่ครับ แต่ผมคิดว่าวันนี้สังคมอาจจะยังไม่พร้อม และผมหวังว่าในอนาคตเราอาจจะมี แนวทางที่หาทางออกที่เหมาะสม ก็เรียนท่านครับว่าจากผลพิจารณาแนะแนวทางของ คณะกรรมการชุดที่ผมกล่าวถึงผสมผสานกับผู้ที่ปฏิบัติเราคงหาแนวทางที่เกี่ยวกับ เรื่องทรงผม และเครื่องแต่งกายได้แน่นอนครับ ก็ใช้เวลาไม่เกินสิ้นเดือนนี้ครับในการที่จะหา แนวทางที่เหมาะสม แต่ต้องยอมรับครับว่าไม่ว่ากฎ ระเบียบจะออกมาเป็นอย่างไรไม่พอใจ ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั่วทั้งประเทศแน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านชัยวุฒิจะถามต่ออีก ๒ ครั้งได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ขอถามคำถามต่อไปเกี่ยวกับการชุมนุมของนักเรียนนะครับ ซึ่งมีข้อเสนอหรือมีข้อเรียกร้องในการชุมนุมเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศในโรงเรียน ซึ่งท่านก็ทราบดีว่าเป็นปัญหาจริง ๆ นะครับ เพราะมีคดี มีการร้องเรียน มีการดำเนินการ มาโดยตลอด ซึ่งก็อยากจะถามเป็นคำถามว่าทางท่านรัฐมนตรีมีข้อมูลในเรื่องนี้อย่างไร ในข้อเท็จจริง และจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร รวมถึงในข้อเสนอของกลุ่มนักเรียนเลวนะครับ มีเรื่องหนึ่งที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของผู้ปกครองมากก็คือ เรื่องของข้อเสนอให้มี การค้าประเวณีอย่างถูกกฎหมาย เป็นการสร้างค่านิยมผิด ๆ ให้กับเด็กครับ ซึ่งวันนี้เด็ก เยาวชนเป็นผ้าขาวนะครับ แต่ถ้าเราเอาข้อมูลผิด ๆ เหล่านี้ไปสร้างค่านิยมเรื่องวัตถุนิยม ให้เขาต้องหาเงินหาทองใช้แล้วก็ไปค้าประเวณีกันนี่ มีการพูดออกในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ผมว่าทุกคนเคยเห็นนะครับ ผมฟังแล้วผมยังตกใจ ท่านปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านมีแนวคิดหรือนโยบายอย่างไรที่จะแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศ และการค้าประเวณีในกลุ่มเด็กนักเรียนบ้างครับ🔗
รัฐมนตรีมีเวลาอีก ๖ นาที เศษนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องของการคุกคามทางเพศในโรงเรียนผมไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ตั้งแต่วันที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง และจริง ๆ แล้วตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศวันที่ ๑๐ มีนาคม เราได้ถอนใบประกอบวิชาชีพของครู ไปเป็นจำนวน ๑๖ ท่าน และบวก ๆ มี ๑๗ ๑๘ ที่กำลังรอกระบวนการอยู่ เพราะอะไรครับ ผมรับไม่ได้ครับถ้าหากว่ามีการคุกคามทางเพศหรือคุกคามด้านอื่น ๆ ในโรงเรียน รวมถึง เรื่องของยาเสพติด เราปล่อยเรื่องเหล่านี้อยู่ในโรงเรียนไม่ได้ ถามว่าเราทำอะไรแตกต่าง เราบังคับใช้กฎ ระเบียบครับ ที่ผ่านมาอาจจะมีการยอมความกัน อาจจะมีการเกรงกลัว ผู้มีอิทธิพล คุณครู หรือมีผลกระทบทางด้านครอบครัวหรือว่าจิตใจก็เลยทำให้คุณครูที่มี การกระทำล่วงละเมิดทางเพศวนเวียนอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งอันนี้เราปล่อยไม่ได้ครับ ผมยืนยันกับท่านแน่นอนว่ากระบวนการที่จะทำให้บุคคลเหล่านี้ออกจาก กระทรวงศึกษาธิการเป็นขั้นตอนที่เราทำอยู่ กระทรวงศึกษาธิการไม่ยอมความครับในเรื่องนี้ และได้ทำเรื่องไปถึง ผบ.ตร. ด้วยนะครับว่า ถ้าหากว่าไม่มีการประกันตัวได้ก็จะดี เพราะจะ ทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นมาคุกคามได้ในเรื่องของอิทธิพลต่าง ๆ ในโรงเรียน แต่ก็ไม่ประสบ ความสำเร็จ เพราะว่าเราก็ต้องยึดตามข้อกฎหมาย หลังจากนี้ครับในการล่วงละเมิดทางเพศ ก็จะเปลี่ยนไปเป็นรายการที่เพิ่มเติมในการโดนคุกคามเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเราจะใช้ศูนย์นี้ละครับ เป็นศูนย์ที่ขับเคลื่อนในการที่รับฟังปัญหาหรือว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ แนวทางต่าง ๆ เพื่อจะ หยุดการคุกคามทุกอย่างในโรงเรียนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านชัยวุฒิอีกคำถาม สุดท้ายครับ🔗
คำถามสุดท้ายครับ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ท่านเชื่อเหมือนผมไหมครับ ผมเชื่อว่ามีนักเรียนเลวเพราะมีนักการเมืองเลวชักนำ การชุมนุมของนักเรียนมีนักการเมือง อยู่เบื้องหลัง ท่านเชื่อไหมครับ ท่านเคยตรวจสอบไหมครับ หลายปีที่ผ่านมานะครับ ท่านก็เห็นมีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้าไปทำกิจกรรมการเมืองในโรงเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ครับให้ความรู้กับเยาวชน แต่มีพรรคการเมืองอยู่พรรคหนึ่งครับใช้นักเรียนเป็นเครื่องมือ🔗
ชัยวุฒิพยายามหลีกเลี่ยง นะครับเพื่อไม่ให้มีปัญหาทะเลาะกันครับ🔗
ผมยังไม่ได้ระบุชื่อใครนะครับ🔗
ถึงไม่ระบุพยายาม ก็หลีกเลี่ยงครับ🔗
แต่ท่านก็ทราบแล้ว ผมหมายถึงพรรคไหนนะครับ เราก็อย่ามาดัดจริตกันเลยครับพูดตรง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ พรรคที่เข้าไปยุยงปลุกปั่นนักเรียนในโรงเรียนเขาทำเป็นเครือข่ายนะครับ ทำเป็นระบบ ส่งสมาชิกพรรค ส่งผู้สมัคร ส.ส. เข้าไป ส่ง ส.ส. เข้าไปสร้างเครือข่ายล้างสมอง นักเรียน และใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) เป็นเครื่องมือด้วย ให้ข้อมูลทุกวัน พอล้าง สมองเสร็จใช้เด็กเป็นเครื่องมือครับ พอถูกยุบพรรคนะครับ หัวหน้าพรรคพูดทันทีครับ ถ้าไม่ให้ผมต่อสู้ในรัฐสภาผมจะไปต่อสู้ในท้องถนน หลังจากวันที่ถูกยุบพรรคผู้ชุมนุมออกมา เต็มถนนครับ คณะราษฎรออกพร้อมกันก็มีกลุ่มนักเรียนเลวออกมา ก็มาจากนักการเมือง ทั้งนั้นนะครับไม่ได้มากันเองหรอกครับ และเขาไปล้างสมองเด็กเพื่ออะไร ผมว่าไม่ใช่แค่เพื่อ ต้องการล้มรัฐบาล เขาต้องการล้มอะไรมากกว่านั้นท่านก็ทราบ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่นะครับ ก็ขอประท้วงผู้กำลัง อภิปรายนะครับเป็นการใส่ร้ายเสียดสี อภิปรายมาก็อธิบายภาพจนชัดเจนครับก็ทราบได้ว่า ท่านหมายถึงใคร วันนี้ก็ยังเช้าอยู่ไม่อยากให้สถานการณ์สภามันขลุกขลักตั้งแต่ต้นนะครับ เราพยายามจะเดินงานที่มันคงค้างอยู่เยอะนะครับ ก็ขอท่านประธานได้โปรดระงับ การอภิปรายที่มีการเสียดสีเช่นนี้นะครับ แล้วก็ถอนคำพูดในประโยคที่ผ่านมาทั้งหมดครับ เพราะว่าอธิบายจนเห็นภาพครับ มีการพูดถึงการยุบพรรค มีการพูดถึงอดีตผู้นำพรรค เราก็ทราบว่าท่านหมายถึงใครซึ่งไม่เหมาะสมครับ เราทุกคนเป็นผู้ใหญ่ในสภาแห่งนี้ แล้วก็ขอความกรุณาท่านประธานวินิจฉัยครับ🔗
ครับ ก็ไม่ต้องถอนหรอกครับ แต่ว่าขอให้ที่ผมเตือนตั้งแต่ตอนต้นพยายามหลีกเลี่ยงนะครับ เพื่อไม่ให้มีปัญหาต้องขัดแย้ง กันครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ🔗
เชิญนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานนะครับ ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๙ (๑) ประธานของที่ประชุมต้องวางตน เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นั้นได้ระบุ อธิบาย รายละเอียดซึ่งไม่ต้องบอกชื่อก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นพรรคอนาคตใหม่ และสืบเนื่องมายัง พรรคก้าวไกล คำพูดของท่านนั้นเป็นการใส่ร้ายอย่างชัดเจนนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๑ แล้วก็ในเรื่องเกี่ยวกับข้อ ๖๙ ในส่วนนี้นะครับ กรณีอย่างนี้นะครับมันทำให้พรรคอนาคตใหม่เดิม พรรคก้าวไกลในปัจจุบันนั้นเสียหาย ก็เนื่องจากว่าเหมือนกับว่าท่านพยายามอธิบายว่าเป็นการอยู่เบื้องหลังผู้ชุมนุมในขณะนี้ ซึ่งเป็นกระบวนการเหมือนกระบวนการไอโอ (IO) เลยครับที่พยายามที่จะพูดถึงว่าเราอยู่ เบื้องหลังการชุมนุมทั้งที่การชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมโดยสุจริต โดยอิสระของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน เราไม่เคยเข้าไปมีหลักฐานอะไรครับ ท่านมีหลักฐานอะไรครับที่บอกว่า ไปอยู่เบื้องหลัง มีอะไรครับที่ไปอยู่เบื้องหลัง ไม่มี แต่ก็พยายามใส่ร้ายตรงนี้ไปเรื่อย ๆ เหมือนกระบวนการไอโอ (IO) ที่กำลังกระทำวันนี้ เมื่อวานก็มีการเปิดเผยถึง ๕๔,๐๐๐ บัญชี ถ้าเกิดท่านบอกว่าไม่ต้องถอน นั่นคือท่านต้องการที่จะให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ ใช่ไหมครับ มีการกล่าวหาและไม่ต้องถอนในส่วนนี้ ผมอยากให้ท่านได้โปรดให้ถอนด้วยครับ ให้ท่านวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยครับ🔗
ผมรับฟังคำประท้วงนะครับ ไม่ต้องถอนนะครับ แต่ว่าถ้าใครรู้สึกพาดพิงนะครับอนุญาตให้ชี้แจงได้ครับ ก็ขอเตือนอีกครั้งหนึ่ง ขอได้อยู่ในประเด็นโดยตรงกับเรื่องนี้นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตยืนยันอย่างนี้นะครับ ท่านบอกว่าให้สิทธิในการชี้แจงได้ ก็เลยเรียนว่า🔗
เดี๋ยวครับ ให้เขาจบ แล้วเดี๋ยวผมอนุญาตให้ท่านชี้แจงได้ครับ🔗
ได้ครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ผมก็ไม่ได้ระบุชื่อ พรรคการเมืองไหน จริง ๆ ก็ไม่ถือว่าพาดพิงนะครับ และพรรคการเมืองก็มีตั้งหลายพรรค🔗
ต้องพยายามหลีกเลี่ยงนะครับ แม้กระทั่งเนื้อหา ถึงไม่เอ่ยชื่อก็ต้องพยายามระมัดระวังครับ🔗
ก็อย่างที่ท่านทราบครับ พอพูดไปก็รู้กันดีว่าพรรคไหน เพราะว่าสังคมก็รับรู้หมดแล้วนะครับ อย่างไรก็ดีครับจะอยู่ เบื้องหน้า เบื้องหลังไม่สำคัญครับ ประเด็นที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญครับ คือการที่ท่านปล่อยให้นักการเมืองเลว ๆ เข้าไปชักใยอยู่เบื้องหลัง นักเรียนเลวมันส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองของเราครับ เด็กเหล่านี้เขาไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เขาโดนล้างสมองครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วงครับ🔗
ครับ🔗
โดนล้างสมอง โดนฝังชิป (Chip) ในสมองให้ชังชาติ🔗
เดี๋ยวครับ ประท้วงครับ🔗
ให้ต่อต้านสังคม ท่านเข้าใจ ไหมครับ แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร🔗
เดี๋ยวครับ คุณชัยวุฒิครับ มีการประท้วง เชิญครับ🔗
ก็คือเป็นการใส่ร้าย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๙ ครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมให้ ท่านมีโอกาสครับ🔗
ไม่ใช่ครับท่าน คือท่านเป็นประธาน พูดถึงว่านักการเมืองเลว นั่นคือเป็นใส่ร้ายนะครับ แล้วบอกว่าไม่ต้องบอกก็รู้ ไม่ต้องเอ่ยชื่อ ก็รู้ แล้วไปใส่ร้ายถึงเรื่องว่าเป็นการชังชาติด้วย ไม่ทราบว่ามีใครชังชาติหรือครับ มีแต่เขาชังกัน คือชังรัฐบาลที่มาจากเผด็จการ รัฐประหาร และสมุนรับใช้รัฐบาล เผด็จการรัฐประหาร เท่านั้นเองครับ ไม่มีการชังชาติหรอกครับ🔗
เชิญครับ เดี๋ยวท่านชี้แจง ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอประท้วง ผู้ที่กำลังประท้วงอยู่ครับ🔗
ให้จบนะครับ กรุณาให้จบ เชิญคุณวีระกรครับ🔗
ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ครับ ขอประท้วงท่านที่ประท้วงอยู่ พูดกันเรื่อง นักเรียนเลว พูดกันเรื่อง ส.ส. เลวบางคน แล้วทำไมมาลงพรรคผมล่ะครับ ผมก็มีความรู้สึก เหมือนกันว่าเขาก็พยายามที่จะใส่มาที่พรรคผมนี่ละ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านประธาน ได้กรุณาดูข้อ ๖๙ ด้วยครับว่าท่านที่ประท้วงเมื่อสักครู่นี้พยายามจะใส่ร้ายพรรคการเมือง พรรคผมหรือเปล่านะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณชัยวุฒิต่อให้จบนะครับ🔗
ผมจะกระชับแล้วครับ ท่านก็ทราบดีว่าวันนี้เด็กนักเรียนไม่ได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์นะครับ ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เขาไม่ได้เรียนนะครับ ถูกยกเลิกไปตั้งแต่สมัยที่อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ยกเลิกไป วันนี้เด็กเขาไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้นะครับ แล้วพอมีความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาที่🔗
พยายามอย่าไปเอ่ยชื่อ คนนอกครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ต้องประท้วงท่านผู้อภิปราย ตามข้อ ๖๙ อีกครั้งนะครับ เป็นการให้ร้าย บุคคลภายนอกซึ่งไม่เป็นความจริงด้วยครับ ท่านอดีตรัฐมนตรี ด้วยความเคารพนะครับ เพราะผมกล่าวถึงนามไม่เสียหาย คือท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ได้เคยออกมาชี้แจงแล้วว่า การแก้ไขในเรื่องของหมวดวิชาประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นไม่มีเกิดขึ้นจริงนะครับ ก็ขอให้ทำ ความเข้าใจเสียใหม่ แล้วก็ถอนคำพูดเมื่อสักครู่ด้วยครับ แล้วก็ถอนชื่อท่านออกครับ🔗
คุณชัยวุฒิถอนด้วยนะครับ ถอนด้วยครับ🔗
ถอนครับ ถอนชื่อ ท่านจาตุรนต์นะครับ🔗
ต่อให้จบครับ🔗
ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ด้วยนะครับ เรื่องหลักสูตรการสอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ยังมีอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มี วันนี้สำคัญครับต้องกลับเข้ามาครับ ต้องเข้มข้นเลยครับ เพื่อไม่ให้เด็ก เยาวชน ลูกหลานของเราถูกล้างสมอง ถูกยุยงปลุกปั่น บ้านเมืองจะอยู่ได้ เพราะเยาวชน คนไทยทุกคนต้องรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นี่คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวคนไทย ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเราไว้ด้วยกันครับ ที่สำคัญครับ วันนี้ท่าน ปล่อยให้คนภายนอกนะครับ ผมไม่ใช้คำว่านักการเมืองก็ได้นะครับ คนภายนอกที่ไม่หวังดี กับชาติบ้านเมืองเข้าไปยุยงปลุกปั่นเด็กนักเรียนในโรงเรียน อาจจะเป็นรุ่นพี่ไปดึงรุ่นน้อง หรืออาจจะใช้เด็กนักเรียนกันเองละครับดึงกันเอง ใช้โซเซียลมีเดีย (Social Media) ผมทราบว่ามีเงินทุนเข้าไปด้วย มีคนให้เงินไปด้วยนะครับ จัดกิจกรรมนักเรียน มีเงินทุน จากกลุ่มการเมืองเอาไปให้ด้วย ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เคลื่อนไหวกันนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เด็กเกิดความคิด ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองของเรา ท่านจะสกัดกั้นสิ่งเหล่านี้ ได้อย่างไรครับ สกัดกั้นขบวนการของนักการเมืองเลว ๆ ที่เข้าไปชักนำให้เกิดนักเรียนเลว ท่านจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวให้เขาตอบก่อน เดี๋ยวผมอนุญาตครับ🔗
ได้ครับ ท่านประธานครับ ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่นะครับท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการระทรวงศึกษาธิการ ท่านชัยวุฒิถามคำถามทำให้ผมอาจจะโดนทัวร์ (Tour) ลงได้นะครับในเรื่องของการที่มีคนที่ ชักนำในเรื่องต่าง ๆ หรือเปล่า ผมพูดไว้เมื่อวานครับชัดเจนว่า ในเรื่องของการเคลื่อนไหว เรื่องแต่งชุดไพรเวต (Private) ไปโรงเรียนนี่ต้องมีคนคิดครับ แล้วผมก็ไม่ดัดจริตว่าไม่มีคนคิด เด็ก ๆ รวมกันทั่วทั้งประเทศแล้วก็คิดเรื่องนี้มา ที่ผมเสียใจก็คือคนที่คิดนี่ใจร้ายมาก ๆ ครับ ทำให้เด็ก ๆ และเยาวชนของเราต้องมายืนประจันหน้ากับผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ความรุนแรงจะเกิดขึ้นไปได้ขนาดไหน แต่ว่า ณ วันนี้ก็ถือว่าเราร่วมกันบริหารจัดการปัญหา ได้ดีกันพอสมควรในทุกฝ่าย ทีนี้การสร้างประชาธิปไตยในโรงเรียนครับ จริง ๆ แล้วท่านประธาน น่าจะทราบดีครับว่าเราควรสนับสนุน แล้วผมก็เสียดายครับถ้าหากว่าที่ผ่านมามีการให้ข้อมูล ที่อาจจะไม่ครบถ้วน หรือว่าท่านชัยวุฒิใช้คำว่าบิดเบือนข้อมูล ผมต้องเข้มงวดครับ เข้มงวด ในการที่จะสกรีน (Screen) หรือว่าคัดผู้ที่เข้าไปในโรงเรียน กระบวนการต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็จะทำระเบียบที่ทำให้ภาระของครู ของนักเรียนมุ่งเน้นอยู่เรื่องของ การเรียนหนังสือและพัฒนาตัวเอง ผมคงไม่สามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมด แต่จะพยายาม อย่างยิ่งยวดที่ทำให้การถ่ายทอดจากบุคคลภายนอก วิทยากรต่าง ๆ ถึงนักเรียน มีความครบถ้วนบริบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน หลักสูตรการศึกษาเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดถึงเรื่องของ ประวัติศาสตร์ผมได้ไปดูครับ ถามว่ามีอยู่ไหม มีครับ แต่ว่าไม่ได้เป็นหลักในการที่เราปลูกฝัง ในเรื่องของความเป็นคนดี ปลูกฝังความเป็นคนไทย บรรพบุรุษต่อสู้มาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น การต่อสู้ผ่านกระบวนการสู้รบหรือต่อสู้ผ่านกระบวนการพัฒนา ซึ่งเกิดขึ้นมากมายในสมัย รัตนโกสินทร์ ผมมีหน้าที่ที่ต้องทำให้การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยมีและเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในการที่นำเสนอ และเราต้องยอมรับครับว่าทุกประเทศก็มีครับ เราไม่ได้ปลูกฝัง ให้เราต้องงมงายกับเรื่องต่าง ๆ แต่ปลูกฝังในข้อเท็จจริง ซึ่งผมก็หวังว่าในคณะทำงานที่ทำอยู่ ในเรื่องบูรณาการเรื่องประวัติศาสตร์จะสามารถนำทุก ๆ เรื่องที่เป็นประเด็น รวมถึงเรื่องที่ เกิดขึ้นในทุก ๆ วันนี้ครับมาเผยแพร่และให้นักเรียน นักศึกษารับรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยืนยันครับวิธีการในการนำเสนอต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนไป การให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่มี ประชาธิปไตยก็ยังมี เพียงแต่กระบวนการที่จะเข้มงวดมากขึ้นก็ต้องมีครับ เพราะว่าปัญหา วันนี้เกิดขึ้นก็เพราะอย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ว่ามีการให้ข้อมูลที่อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ณ ปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดัดจริตว่ามีหรือไม่มีครับ มันมีครับ แล้วก็ยอมรับว่ามีและต้อง หยุดให้ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็จบนะครับ การซัก การถามกระทู้ที่ ๒ ผมอนุญาตให้ผู้ที่รู้สึกว่าพาดพิงถึงตัวเองเสียหายเชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เกี่ยวกับกรณี ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่กรุณาได้อภิปราย เมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่พูดถึงหลายเรื่องในการค่อนข้างจะ ท่านได้พูดว่าสิ่งที่ ท่านพูดรู้ว่าพรรคอะไร แม้กระทั่งทางท่านสมาชิกของพรรคฝ่ายค้าน ร่วมฝ่ายค้านคือ พรรคเพื่อไทยก็ออกมาประท้วงบอกว่าเป็นอันที่รู้กันว่าเป็นอย่างไร นั่นคือการกล่าวหา อย่างร้ายแรงที่กล่าวหาว่าเป็นนักการเมืองเลวบ้าง เป็นชังชาติบ้าง เป็นการเอาข้อมูลไปอยู่ เบื้องหลังของกลุ่มผู้ประท้วงบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นการใส่ร้ายอย่างชัดเจนและไม่ควร ที่จะมีการมาพูดในที่ประชุมแห่งนี้โดยไม่มีหลักฐาน ปราศจากหลักฐานอะไร แต่ก็ยังมีการพูด และท่านประธานไม่ให้ถอน ผมจำเป็นที่จะต้องเรียนอย่างนี้นะครับ ในส่วนของพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่เดิมนั้นเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการอยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหว ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่ได้มีการไปใส่ข้อมูลบิดเบือนอะไร ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้ามีการใส่ข้อมูลจริง ๆ ค่านิยม ๑๒ ประการที่รัฐบาลยัดเยียดในแต่ละโรงเรียนไปให้นักเรียน ได้ท่องขึ้นมานี่นะครับทำไมนักเรียนถึงไม่จำ ทำไมถึงโต้แย้งอย่างนี้ สาเหตุก็เพราะว่านี่คือ การบังคับยัดเยียดข้อมูลใส่ไปในหัวเด็กโดยที่เด็กเขามีทางเลือกในการหาความรู้ได้มากมาย กว่าเก่า ความคิดแบบเดิมคือความคิดแบบไดอะล็อก (Dialog) ต้องมีความคิดอยู่ชุดเดียว แบบที่ท่านคิดนะครับ คนคิดแตกต่างคือคนชังชาติ คนคิดแตกต่างนั้นคือคนไม่จงรักภักดี คนคิดแตกต่างคือคนที่ไม่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นั่นคือความคิดชุดเดียวซึ่งมีมาตั้งนานแล้วครับ แต่เด็กยุคใหม่นั้นเขาคิดอีกแบบหนึ่ง ซึ่งความคิดเดิมนั้นอาศัยความศรัทธาและความเชื่อ เป็นหลัก ผมเรียนนะครับเป็นความคิดอาศัยความศรัทธาและความเชื่อเป็นหลัก แล้วก็ต้อง ให้คนต้องเชื่ออย่างนี้ ห้ามเชื่อแตกต่างไม่ได้ แตกต่างนี่ผิด แตกต่างต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง นั่นคือความคิดแบบไดอะล็อก (Dialog) รุ่นเก่ามาก ๆ ครับ แต่อีกความคิดหนึ่งคือความคิด ที่เขาคิดถึงเรื่องข้อเท็จจริง เหตุผล ความเป็นประชาธิปไตยและประโยชน์ ประชาชน ได้ประโยชน์อะไร ในยุคนี้โซเชียลมีเดีย (Social Media) สามารถหาความรู้ได้มาก ตำรับตำราไม่ใช่อาศัยอยู่ในห้องสมุดเหมือนคนรุ่นเก่าที่กระทำอยู่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เขาอ่านหนังสือแนวก้าวหน้า เขาอ่านข้อเท็จจริงที่อดีตไม่เคยอยู่ใน ๘ กลุ่มสาระวิชา ที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามยัดเยียดเข้าไป โดยเรียนไปแล้วก็ไม่สามารถใช้อะไรได้ เพียงแต่เรียนไว้เพื่อสอบ สอบเพื่อจบ จบไปทำงาน แต่นักเรียน นิสิต นักศึกษาปัจจุบันนั้น เขาอ่านหนังสือมากกว่า ๘ กลุ่มสาระวิชา ซึ่งล้าหลังมากในประเทศทั่วโลกตรงนี้ไป เขามีความรู้มากกว่าเดิม เขาสามารถวิพากษ์วิจารณ์สังคมได้ด้วยตัวเขาเอง ใครจะไปโต้แย้ง ได้ล่ะครับ ใครจะไปห้ามชุมนุมได้ล่ะครับ ใครไปก็คือหมายความว่าเป็นคนที่ไม่หวังดี คือปิดกั้น นี่คือระบบการศึกษาประเทศเราคือระบบที่ปิดทับ กดทับ ปิดกั้นไม่ให้คนคิดต่าง คิดต่างแล้วโยงไปแล้วหาเรื่องว่าคนอื่นนั้นต้องเลว นักการเมืองเลวคือนักการเมืองซื้อเสียง ท่านประธานพูดเสมอ มีอยู่เยอะครับซื้อเสียง นักการเมืองเลวคือมาโดยกระบวนการ ที่ไม่ชอบธรรมครับ กระบวนการที่ไปซื้อตัว ขายตัว ส.ส. ขายตัวเข้าไปรวมกันแล้วตั้งรัฐบาล นักการเมืองเลว ๆ มาจากกติกาที่เลวครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอประท้วงครับ🔗
ครับ🔗
วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ นครสวรรค์ อยากกราบเรียนถามท่านประธานว่าเราอยู่ในวาระอะไรมิทราบครับ🔗
อนุญาต เพราะว่าเขารู้สึกว่า สิ่งที่กระทู้ถามพูดนั้นพาดพิงถึงกลุ่มเขา เขาเลยขออนุญาต ผมอนุญาตครับ🔗
แต่ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ🔗
ว่าต้องอยู่ในเรื่องที่ถูกพาดพิง และอยู่ในเรื่องที่จะต้องชี้แจง อันนี้มันไปถึงโน่นแล้วครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านวีระกรครับ เมื่อสักครู่นี้ เรื่องนักการเมืองเลวอะไรนี่อยู่ครับ เพราะว่าท่านชัยวุฒิได้พูดถึงนักการเมืองเลวครับ เชิญต่อครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ นักการเมืองเลว ถ้าเกิดว่าไม่เลวไม่ต้องร้อนตัวก็ได้ครับ🔗
คือประเดี๋ยวก็มีกระทู้ สุดท้ายนะครับ ก็ผมคิดว่าให้โอกาสให้ตรงกับเรื่องที่เราถูกกระทบครับ🔗
อีกนิดเดียวนะครับ🔗
ครับผม🔗
ในส่วนนักการเมืองเลวนี่บางที เข้ามาในกติกาที่อยุติธรรม กติกาที่เข้ามาแล้วมีการวางกติกาจากการรัฐประหาร สืบทอด รัฐประหารมา ซึ่งให้โอกาสของ ส.ว. ๒๕๐ คนเข้ามาโหวต ทั้งที่ประชาชนประมาณแสนกว่า ถึง ๒๐๐,๐๐๐ คนเลือกได้ ๑ คน มาโหวตและเป็นนายกรัฐมนตรี มาตั้งรัฐบาลและเสวยสุขอยู่ ในขณะนี้ นี่คือนักการเมืองเลว กติกาที่เลวครับที่เข้ามา แต่คนที่มาโดยประชาธิปไตย แล้วมาใส่ร้ายว่าชังชาติ เป็นวาทกรรม มันไม่ใช่🔗
ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้จึงอยากให้พ่อแม่พี่น้อง ผมบอกฝากไปทาง ประชาชนได้โปรดตะหนักถึงกระบวนการที่ไม่ชอบธรรมของรัฐบาลที่สืบทอดจากการรัฐประหาร ซึ่งควรจะหมดไปได้แล้ว และไม่ควรจะมีนักการเมืองที่อยู่ข้างรับใช้เผด็จการมาโต้แย้ง โต้เถียง และใส่ร้ายฝ่ายนักการเมืองที่ทำโดยสุจริต โดยกล่าวหาว่าเลวบ้าง อะไรไม่เลวบ้าง ดังนั้นจึงขอให้ท่านประธานนะครับ🔗
พอสมควรแล้วครับ ถ้าเกินแบบนั้นก็จะมีอีกฝ่ายขึ้นมาอีกครับ พอสมควรนะครับ🔗
ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ในเรื่องของผู้ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ครับ พูดว่าการศึกษาของไทยใช้ระบบยัดเยียดข้อมูล สร้างความศรัทธาและความเชื่อเป็นหลัก ให้กับนักเรียน นักศึกษาในอดีตที่ผ่านมา ผมต้องอธิบายครับ เพราะเป็นการพาดพิง กระทรวงศึกษาธิการและอาจจะทำให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านเข้าใจผิด ถ้าหากท่าน คิดว่าระบบการศึกษาที่ผ่านมาเป็นการยัดเยียด ท่านก็เกิดมาจากระบบการศึกษาของไทยครับ ทุก ๆ คนที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ก็เกิดจากระบบการศึกษาของไทยครับ และวันนี้ท่านก็เลือก ที่จะไม่เชื่อและศรัทธาในสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการได้จัดการเรียนการสอนให้ท่าน ก็เป็นสิทธิ ส่วนความพร้อม ความดีของการศึกษาจะเหมาะขนาดไหน อันนี้เรากำลังพัฒนาปรับปรุง กันอยู่ แต่ท่านพูดอย่างนี้ไม่แฟร์ (Fair) ครับว่าทางรัฐบาลยัดเยียดการศึกษาให้ประชาชน ก็ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เอาล่ะครับพอสมควร🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๓ ส. เรื่อง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรอง (นายสุเทพ อู่อ้น เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเชิญท่านสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนปีกแรงงาน ขอถามกระทู้ถามสดไปยังท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่รับรอง พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงาน จากการดำเนินการเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ กระผมในฐานะ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ กับคณะได้ยื่น พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เล็งเห็นว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับ การเงินจึงได้ยื่นไปให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กระผมได้รับหนังสือว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เห็นชอบใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ที่พี่น้อง แรงงานรอคอยมาอย่างยาวนาน กระผมขอนำเสนอประเด็นให้กับผู้แทนในห้องนี้ แล้วก็พี่น้อง แรงงานได้รับฟังในเนื้อหา ซึ่งไม่ได้โอกาสในการที่จะเข้ามาร่วมอภิปราย ดังนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ การปรับค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาการปรับค่าจ้าง ขั้นต่ำไม่มีการปรับอย่างต่อเนื่อง ไม่ยึดโยงกับจีดีพี (GDP) หรือซีพีไอ (CPI) ซึ่งเป็นรากฐาน ของค่าครองชีพที่เกิดขึ้นจริง การปรับขึ้นอยู่กับบุคคล ปรับบ้าง ไม่ปรับบ้าง แล้วแรงงานจะมี เงินพอยังชีพได้อย่างไร ดังนั้นพี่น้องแรงงานได้ฝากกระผมในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงาน เป็นผู้นำ แรงงานมาผลักดันเรื่องนี้ จึงได้กำหนดเป็น พ.ร.บ. เสนอไป🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการกำหนดเกี่ยวกับค่าจ้างตามประสบการณ์ ทราบไหมครับ ทำงานตั้งแต่แรกเข้าได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ ทำงาน ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี ก็ยังได้ค่าจ้างขั้นต่ำ ตลอดของการทำงาน แล้วพี่น้องแรงงานจะมีเงินสะสมและเงินเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียน ส่งพ่อแม่ได้อย่างไรครับ เพราะว่าไม่มีการปรับอย่างต่อเนื่อง และไม่ปรับตาม ประสบการณ์ การทำงานยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น มีสกิลล์ (Skill) มีความสามารถควรจะ ได้รับปรับมากขึ้น แต่ว่าความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง ของการปรับค่าจ้าง🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องอัตราการจ่ายค่าล่วงเวลา ที่เรามีการนำเสนอเพราะทำไมแรงงาน ต้องทำงานล่วงเวลา เพราะค่าจ้างที่ได้รับไม่เพียงพอครับ จึงต้องทำงานล่วงเวลา หรือทำงาน มากกว่า ๘ ชั่วโมงใน ๑ วัน ตามหลักที่ถูกต้องนะครับ วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง แบ่งออกเป็น ๓ แปด แปดแรกคือการทำงาน แปดที่ ๒ คือการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และการเดินทาง แปดที่ ๓ คือการพักผ่อน แต่ที่ผ่านมาไม่เป็นเช่นนั้นเลยครับ ชีวิตต้องทำงานมากกว่า ๑๒ ชั่วโมง ๑๓ ชั่วโมงถึง ๑๕ ชั่วโมง เพื่อจะมีเงินยังชีพเพียงพอกับการดำรงชีพและเลี้ยง ครอบครัว จึงต้องมีการนำเสนอบัญญัติไว้ในกฎหมาย🔗
ประการที่ ๔ การลาคลอดขอเพิ่มเป็น ๑๘๐ วัน และได้ค่าตอบแทน ปัจจุบันนี้ ลาได้ ๙๘ วัน จะเห็นได้ว่าประชากรวัยเจริญพันธุ์น้อยลง ๆ กลับตรงกันข้ามวัยผู้สูงอายุมากขึ้น แล้วจะเต็มรูปแบบอีกไม่กี่ปี ถ้าเรายังไม่มีการส่งเสริมให้ประชาชน ประชากร มีการสร้าง วัยเจริญพันธุ์มีบุตรมากขึ้น แล้วต่อไปในอนาคตจะเอาแรงงานที่ไหนเข้ามาทำงานเพื่อจะ สร้างให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ดังนั้นเราเห็นถึงความสำคัญจึงมีการนำเสนอไปที่ ๑๘๐ วัน เพราะว่าใน ๙๐ วันนั้นคุณแม่ลาในกติกาเดิม แล้วอีก ๙๐ วันหลังเป็นการเลือกระหว่าง คุณพ่อคุณแม่ มีงานวิจัยชัดเจนครับว่าถ้าเป็นการดำเนินการลักษณะนี้จะทำให้ลูกนั้น มีการพัฒนาการที่ดีในการที่ได้รับการดูแลจากคุณพ่อคุณแม่ นี่คือสิ่งที่เราพยายามผลักดัน และนำเสนอ แต่ก็ไม่ได้รับการเห็นชอบ🔗
ประเด็นที่ ๕ เรื่องลดชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ ปัจจุบันนี้กฎหมายกำหนดว่า ๑ สัปดาห์ทำไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง เราเสนอ ๔๐ ชั่วโมง หรือสัปดาห์หนึ่ง ๕ วัน ชัดเจนครับ ดูจากภาครัฐ ๑ สัปดาห์เขาทำงาน ๕ วัน นี่คือเป็นหลักสากล แต่ทำไมแรงงานถึงจะต้อง ทำงานมากกว่านั้น เราถึงต้องมีการนำเสนอให้มีการควบคุมชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงหรือสัปดาห์ละ ๕ วัน เพื่อจะให้เขาเหล่านั้นที่ทำงานหนักอยู่แล้วในอุตสาหกรรม ได้มีการพักผ่อน ผ่อนคลาย คนเราถ้าได้มีการพักผ่อน ผ่อนคลาย ได้มีเวลาว่างคิดทบทวน คิดคำนึงก็จะทำให้มีการวางแผนที่ดี และการดูแลครอบครัวที่ดีต่อไปด้วย🔗
ประการที่ ๖ เรื่องของการปรับเปลี่ยนพนักงานรายวันเป็นรายเดือน เรื่องนี้ ผมโดนมากับตัวผมเองกับการทำงานที่ได้รับค่าจ้างรายวัน ซึ่งตรงกันข้ามเพื่อนอีกคนหนึ่ง ทำงานด้วยกันได้รายเดือน สิ่งเหล่านี้เป็นการกดทับเรื่องของการจ้างงาน เราจึงมีการเสนอว่า ถ้าเป็นการทำงานแบบเดียวกัน ลักษณะเดียวกัน ควรได้รับค่าจ้างรายเดือนเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาเป็นการกดขี่การเลือกการจ้างงาน ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ แรงงาน ส่วนใหญ่ถึงไม่สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ นี่คือเป็นสิ่งหนึ่งที่เราพยายามผลักดันและอยากจะ ให้มีกำหนดในกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่เรานำเสนอ🔗
ประการที่ ๗ เรื่องของวันหยุดพักผ่อน ปัจจุบันนี้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดไว้ ๖ วัน ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ถึงปัจจุบัน มากกว่า ๒๐ ปีแล้วครับไม่มีการปรับ ให้แรงงานได้มีการเพิ่มวันพักผ่อน ถามกลับไปว่าในส่วนของหน่วยงานราชการปีหนึ่ง ๑๔ วัน แล้วแรงงานต่างอะไรกันหรือครับ ไม่ใช่คนหรือครับ แล้วงานก็ยิ่งหนักกว่าด้วยใช่ไหมครับ เราถึงมีการนำเสนอในเรื่องของการปรับให้มีวันพักผ่อนเพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับชีวิต แรงงานที่โดนกดทับมาโดยตลอด เพราะสุดท้ายเดี๋ยวก็คงมาตอบเป็นเรื่องต้นทุน ๆ ถามว่า แล้วคนเรานี่นะครับทำงานก็มีต้นทุน แล้วคนที่เสียภาษีส่วนใหญ่ของประเทศก็คือคนงาน ที่จะต้องจับจ่ายใช้ซื้อของต่าง ๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทั้ง ๗ ประเด็นที่ผมพูดมานี่รับรู้และฟังกัน ได้ชัดเจนมาก การดูแลประชาชนที่จะทำให้ประชาชนนั้นได้รับการดูแลเราจึงมีการผลักดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แล้ว พ.ร.บ. ของเราก็สู่ความคิดเห็นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เราได้มีข้อมูลชัดเจนว่า มีผู้เข้ามาร่วมให้ความสนใจเป็นอันดับ ๓ ใน พ.ร.บ. ที่มีการดำเนินการทำการวิจารณ์ อยู่ขณะนี้นะครับ แล้วทำไมนายกรัฐมนตรีถึงไม่เห็นถึงความสำคัญของการที่จะยกระดับ ความเป็นอยู่ของพี่น้องใช้แรงงาน ของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ถ้าประเทศนี้เห็นทุนเป็นใหญ่แล้วเห็นแรงงานเป็นด้อยอนาคตแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจับจ่าย ซื้อเงินจากแหล่งเงินทุนที่มีการผลิต🔗
คำถามครับ เหตุใดจึงไม่อนุมัติ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานให้ ขอทราบเหตุผล เพราะหนังสือที่ตอบมาไม่มีรายละเอียดอะไรเลยครับ ผมไม่สามารถชี้แจงกับพี่น้องแรงงาน ของผมได้🔗
๒. ชีวิตแรงงานย่ำแย่อยู่ขณะนี้ ท่านจะแก้ไขอย่างไรครับ🔗
๓. แผนในการเพิ่มสิทธิให้กับแรงงานมีแนวทางอย่างไรบ้าง🔗
๔. รัฐบาลนี้ห่วงแต่นายทุนใหญ่มากกว่าแรงงานใช่หรือไม่ ในช่วงแรกครับ🔗
ครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ อย่างกระทู้ที่ท่านเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. สุเทพ อู่อ้น ซึ่งท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการแรงงานของสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งกระทู้มาถึงท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องแล้วก็เกี่ยวพันกับคำถามนะครับ อยากจะกราบเรียนนะครับว่าอย่างที่ท่านได้กล่าวถึง ความห่วงใยหรือว่าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านกล่าวอ้างว่า ไม่ให้ความสำคัญกับ พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอนั้น ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าไม่เป็นความจริงนะครับ การที่ท่านเสนอ พ.ร.บ. ไปแล้วก็เกี่ยวพันเกี่ยวกับการเงิน แล้วก็เกี่ยวพันกับทางกระทรวง แรงงาน สิ่งหนึ่งที่เป็นกระบวนการในการที่จะให้ พ.ร.บ. นั้นมีผลหรือไม่มีผลก็ต้องตอบ ให้ทำความเห็นที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งผมเองนั้นในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ได้เห็นใน พ.ร.บ. ที่ท่านได้เสนอมา ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า อยากจะทำความเข้าใจกับ ท่านเพื่อนสมาชิกนะครับ ฝากผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงเพื่อนสมาชิก ที่ตั้งกระทู้นะครับว่า เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านได้กล่าวมา ๖-๗ ข้อ หรือ ๗-๘ ประเด็น ซึ่งแต่ละ ประเด็นนั้นอาจจะสรุปสั้น ๆ หรือใกล้เคียงกันนะครับ อย่างเช่น ที่ท่านบอกว่าไม่ให้ ความสำคัญหรือตีตก พ.ร.บ. นั้น🔗
ข้อแรก คือต้องตอบก่อนนะครับว่าไม่เป็นความจริงนะครับ ไม่เป็นความจริง ในตรงนี้คือหมายความว่า คือทางกระทรวงแรงงานเองที่ทำความเห็น คือการที่จะให้ พ.ร.บ. ออกมาบังคับใช้โดยมีผลกระทบกับนายจ้าง หรือผู้ประกอบการแล้วมันจะเป็นลูกโซ่ ในการที่จะไปกระทบถึงผู้ใช้แรงงาน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าสถานการณ์ในประเทศไทยที่ท่านเสนอมาเป็นช่วงที่สถานการณ์ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดโควิด (COVID) ซึ่งทั่วโลกหรือประเทศไทยเองนั้นก็มีความจำเป็น อย่างยิ่งในการที่ต้องรักษาการจ้างงาน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาคนผู้ใช้แรงงาน ให้อยู่ ให้มีรายได้นะครับ ใน พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอมา เช่นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามจีดีพี (GDP) ถ้าเรานำจีดีพี (GDP) มาเป็นตัวตั้ง จีดีพี (GDP) เติบโตช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ดี ช่วงที่ไม่เกิดโควิด (COVID) อาจจะมีการปรับต่อเนื่องขึ้นไป แต่ถ้าเกิดช่วงที่เกิดโควิด (COVID) ทั่วโลกจีดีพี (GDP) ติดลบกันหลักสิบหมด ตรงส่วนนี้เราจะไปปรับลดค่าแรงก็ไม่ได้ ผู้ประกอบการก็ทำไม่ได้ ในส่วนนี้คือเราเข้าใจนะครับ เราเองก็อยู่ตรงกลางระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง ตัวผมเองนั้นก็เคยอยู่ในฐานะของลูกจ้าง เข้าใจนะครับว่าสวัสดิการหรือค่าแรง ต่าง ๆ เราก็อยากได้อย่างที่เราต้องการ วันหนึ่งเรามาอยู่ฝั่งนายจ้าง นายจ้างก็อยากให้ธุรกิจ เดินได้ แล้วก็จ้างงานได้ต่อเนื่องนะครับ ตรงส่วนนี้เองการปรับค่าแรง ค่าจ้างขั้นต่ำ เรามี คณะกรรมการกำหนดค่าจ้างเป็นไตรภาคี ๓ ฝ่าย การที่จะปรับค่าแรง ค่าจ้างขั้นต่ำนั้น มีการหารือกันระหว่างไตรภาคี มีการหารือกันระหว่างภูมิภาค มีคณะกรรมการแรงงาน ปรับค่าแรงของแต่ละจังหวัดเสนอเข้ามาที่คณะกรรมการกำหนดค่าจ้าง เช่นจังหวัดที่จีดีพี (GDP) หรือการเก็บภาษี หรือการค้าการขายดี ๆ ค่าแรงวันนี้ก็สูงกว่าจังหวัดอื่นนะครับ แต่ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าสิ่งที่เราอยากเห็นผู้ใช้แรงงานมีรายได้ที่ดี ค่าแรงที่ดี แต่สถานการณ์ภาวะต่าง ๆ เราต้องไปด้วยกันได้ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง ในส่วนนี้เราเอง ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราเองก็ได้ให้นโยบายกับทางคณะกรรมการกำหนดค่าจ้างให้พิจารณา ให้แต่ละจังหวัดเสนอขึ้นมานะครับ ในข้อที่ ๑🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านสุเทพ อู่อ้น นะครับว่าผมขอตอบภาพรวม ๆ อาจจะไม่ได้เรียงตามข้อนะครับ อาจจะตอบในสิ่งที่เป็น ประเด็นสำคัญ ๆ ก่อนนะครับ อย่างเช่นในเรื่องของการจ้างงานจากรายวันเป็นรายเดือน ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่ตั้งกระทู้นะครับว่า การจ้างอย่างที่ ท่านสุเทพ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ซึ่งก็สนิทกันอยู่แล้วว่าจากรายวันเป็นรายเดือนนั้น ประเทศไทยนะครับ ธุรกิจในประเทศไทย ผู้ประกอบการประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เราเองมีการส่งเสริมภาคธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เราต้องการให้ เอสเอ็มอี (SMEs) นั้นแข็งแรง ผมจะเรียนอย่างนี้นะครับ ขยายความให้เพื่อนสมาชิกได้เห็น ภาพว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ในประเทศไทยนั้นมีการจ้างงานเป็นรายวัน รายชั่วโมงยังมีบางครั้ง รายชิ้น ชิ้นงาน รายเดือนก็มีนะครับ ตรงนี้เป็นอิสระในการที่เขาตกลงกันระหว่างลูกจ้างกับ นายจ้าง ผมเองก็อยากเห็นภาพที่ท่านได้บอกนะครับว่าให้เป็นรายเดือนทั้งหมด เช่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน (ASEAN) รอบ ๆ ตัวเราประมาณ ๙ ประเทศยังมีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เช่น ประเทศเวียดนามค่าจ้างขั้นต่ำ อยู่ประมาณสูงสุด ๒๐๐ กว่าบาท ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว เมียนมา ทุกประเทศ เขายังกำหนดมีค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้อิสระในการจ้างงาน เพื่อให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานในประเทศ นั้น ๆ ได้เลือก แล้วก็ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) นั้นได้แข็งแรง แล้วก็ให้เติบโต เป็นบริษัทชั้นนำ เราเองก็ต้องเห็นภาพรวมของการจ้างงาน ถ้าเราไปจ้างงานเป็นรายเดือนหมด ถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ไม่ได้การว่างงานก็จะเป็นการว่างงานที่มหาศาล ที่เราจะต้องมานั่ง แก้ปัญหาตรงนี้ ในสถานการณ์ชั่วโมงนี้ก็เลยจะฝากให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจตรงนี้ว่า ความเห็นของกระทรวงเองในการที่ทำไปในเรื่องนี้ เป็นประเด็นอย่างนี้นะครับ🔗
ในเรื่องของการลาคลอดนะครับ ซึ่งท่านได้บอกว่าเราเองนั้นได้ปรับจาก ๙๐ วัน เป็น ๙๘ วัน ตามมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือไอโล (ILO) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สากลทั่วโลกกำหนดไว้ เราเองก็ปรับเข้าหากับมาตรฐานสากลทั่วโลก เพื่อเป็นขั้นต่ำ ๙๘ วัน ผมจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าที่ท่านเสนอมาเป็น ๑๘๐ วันนั้น เป็นสิ่งที่ผมเองก็อยากเห็นแต่ว่าถ้าเป็น ๑๘๐ วันแล้วในการจ้างงานในอนาคต ผมเรียน อย่างนี้นะครับว่าผู้ประกอบการก็จะต้องเลือก เลือกในการที่จะต้องจ้างเพศชายหรือเพศหญิง เป็นการเหลื่อมล้ำในการจ้างงาน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าการที่ ๙๘ วันนั้นโดยการจ่าย ค่าชดเชย จ่ายเงินเดือนให้หรือจ่ายค่าแรงให้เป็นสิ่งที่สากลทั่วโลกเขาทำกัน ส่วนที่จะมี การตกลงได้มากกว่านี้หรือไม่นั้นก็เป็นระหว่างนายจ้างและลูกจ้างนะครับ ผมเองก็เห็นใจ แล้วก็อยากจะเห็นภาพอย่างที่ท่าน ส.ส. สุเทพ ขออนุญาตเอ่ยนามที่ได้เสนอ แต่ว่าในสภาวะ วันนี้ท่านก็ทราบดีท่านเองก็เป็นผู้นำแรงงานมาเหมือนกัน ผมเองก็ได้คุยแลกเปลี่ยนกันว่า สถานการณ์การจ้างงานในวันนี้เป็นเรื่องของนายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้างได้เปรียบนะครับ เราเอง ถ้าเราเสนอกฎหมายแบบนี้ออกไปลูกจ้างต่าง ๆ อาจจะมีปัญหาในการทำงานหรือการที่จะ สมัครงาน การว่างงานก็จะมีผลกระทบนะครับ🔗
ในส่วนของที่ท่านเสนอมาอีกเรื่องหนึ่งคือการหยุดพักผ่อน หรือวันหยุด ประจำปี ซึ่งกำหนดไว้ที่ ๖ วัน ท่านอยากจะเสนอเป็น ๑๐ วัน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า บางบริษัทหรือผู้ประกอบการที่เขากำหนดที่ ๖ วัน ที่ผมได้สอบถามเมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ผมมา ผมก็ได้ไปเปิดงานวันของเอชอาร์เดย์ (HR Day) ซึ่งเป็นกลุ่มของสมาคมเอชอาร์ (HR) ทั่วประเทศ ซึ่งได้พูดคุยกันถึงประเด็นพวกนี้เหมือนกันนะครับว่า บางบริษัทของเขาเอง ถ้าทำงานเกินกี่ปี ๆ เขาก็จะมีวันหยุดชดเชยให้มากขึ้น ๆ เป็นขั้นบันได แต่โอเค (OK) อย่างที่ ท่านได้พูดว่า ๖ วันมันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ แต่การที่เข้าไปแล้วถ้าเข้าไปแล้วทำงานแล้วก็มี อายุงานที่อยู่เป็นขั้นบันไดที่เขากำหนดเอชอาร์ (HR) เขาก็กำหนดเองว่าจะให้หยุดมากขึ้น เป็นกี่วัน ๆ ตรงส่วนนี้เป็นการตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง แต่ถ้าผมกำหนดไป ๑๐ วัน ตามที่เสนอมานะครับ ถ้าเกิดคนทำงานเข้าไปใหม่ในวันนี้ได้หยุด ๑๐ วันตามกฎหมายตัวนี้ ที่ท่านจะเสนอ และคนเก่าที่ทำงานมา ๓ ปีได้หยุดอยู่ ๘ วัน สมมุติ ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น ทันทีนะครับ แล้วก็จะต้องปรับเป็นขั้นบันไดหมายความว่า ผมเรียนอย่างนี้ว่าถ้าเกิดสมมุติเป็น ๑๐ วัน คนเข้ามาใหม่ได้ ๑๐ วัน ต่อไปนี้คนที่อยู่เก่าจากเคยหยุดได้ ๘ วัน หรือ ๑๐ วัน อยู่แล้วจากอายุงาน อาจจะต้องหยุดถึง ๑๕ วันหรือ ๒๐ วัน ตรงส่วนนี้มันก็เป็นผลกระทบ กับบริษัทผู้ประกอบการและจะทำให้มีปัญหานะครับ แล้วก็เราเองนั้นก็มีแรงงานสัมพันธ์ อยู่แล้วตรงส่วนนี้ที่เราก็จะคุยกันนะครับ🔗
ในส่วนต่อไปที่ท่านได้ถามถึงเรื่องของค่าล่วงเวลาใช่ไหมครับ ที่ท่านถามมา อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ค่าล่วงเวลาที่ว่าชั่วโมงการทำงานใช่ไหมครับ อันนี้ผมยังไม่ตอบท่าน ใช่ไหมครับ ชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนดว่า ๔๘ ชั่วโมง ก็คือพูดง่าย ๆ คือจะขอเป็น ๔๐ ชั่วโมง ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือจากอาทิตย์หนึ่งหยุดงานได้ ๑ วัน จะขอเป็น หยุดงาน ๒ วันในส่วนที่เสนอไป ตรงส่วนนี้ผมก็มีนะครับ เพราะว่าบางบริษัทที่เขามีการผลิต ในช่วงภาคปกติระหว่าง ๑ วัน ถึง ๕ วัน วันธรรมดาที่เขามีผลผลิต หรือพนักงานเขามี ศักยภาพในการที่ผลิตได้ตามเป้าหมายเขาก็ให้หยุดเสาร์ อาทิตย์ได้บางบริษัทนะครับ ผมเองรู้จักหลายบริษัทที่เขามีในเครือหลายบริษัท บางบริษัทที่เขาเกี่ยวพันกับธนาคารเขาก็หยุดเสาร์ อาทิตย์นะครับ เพราะมันมาก็ไม่ได้ มีประโยชน์เขาก็หยุดเสาร์ อาทิตย์ แต่บางบริษัทที่เกี่ยวกับภาคผลิต ภาคอุตสาหกรรม เขาเองก็ให้หยุดได้วันหนึ่ง เพราะว่ามันเกี่ยวพันกับธุรกิจในการผลิตนะครับ ผมเองเรียนอย่างนี้ นะครับว่า สิ่งที่ท่านได้เสนอมานะครับผมเองก็กลับไปย้อนดูในข้อมูลนะครับว่ามีประเทศ เดียวเหมือนกันในรอบเราในอาเซียน (ASEAN) นะครับที่เขาหยุด ๒ วัน ก็คือประเทศสิงคโปร์ เพราะประเทศเขาเป็นธุรกิจในเรื่องของการลงทุนการเงิน เขาเองต้องเกี่ยวพันกับ เรื่องสถาบันการเงิน การลงทุนต่าง ๆ เขาเลยมีหยุด ๒ วัน แล้วประเทศเขาเองไม่ได้มี อุตสาหกรรมธุรกิจภาคผลิตเหมือนอีก ๙ ประเทศที่เหลือนะครับ ผมเองเรียนอย่างนี้นะครับว่า การที่เรากำหนดให้หยุด ๑ วัน แล้วก็ยังไม่ได้กำหนดเป็น ๒ วันอย่างที่ท่านเสนอ บางบริษัท มันเป็นเรื่องของการตกลงระหว่างลูกจ้างและนายจ้างผ่านแรงงานสัมพันธ์กันว่าเดือนหนึ่ง อาจจะหยุด ๒ วัน เว้นอาทิตย์ ๒ อาทิตย์ บางครั้งบางบริษัทหยุดอาทิตย์ละวันจริง แต่ต่อไปนี้เขามีกิจการเขาหรือภาคผลิตของเขา รายได้ของเขามีมูลค่าที่เขาพอใจหรือมีกำไรแล้ว เขาก็อาจจะให้หยุดอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ก็คือหยุดอาทิตย์ละ ๒ วันมี อาทิตย์ละวันมี ก็มี หลากหลายที่เขาตกลงกันในส่วนนี้นะครับ ผมเองก็ขอขอบคุณนะครับเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. สุเทพที่ให้ความเป็นห่วงนะครับ ผมเองก็มีความเป็นห่วงเหมือนกันนะครับ ในเรื่องของแรงงานนะครับ ผมเองก็อยากจะให้คุณภาพชีวิต อยากให้ผู้ใช้แรงงานนั้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างที่ท่านสุเทพ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ เพราะว่าเราเองก็คุยกันอยู่ นะครับว่าอยากให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีอย่างที่ท่านเสนอ แต่บางครั้งสถานการณ์ ภาวะเศรษฐกิจในวันนี้หรือ ณ ชั่วโมงนี้ถ้าเราทำไปอย่างนั้นผลกระทบที่ตามมาเราเชื่อว่า เราจะเอาไม่อยู่นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานคะ🔗
ครับผม🔗
ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานค่ะด้วยข้อบังคับ ข้อ ๙ ค่ะในการดูแลการประชุม ขณะนี้ท่านผู้ชี้แจงได้ใช้เวลา ไปจนหมดสิ้นแล้วจนแทบไม่เหลือเวลาตอบทั้ง ๆ ที่กระทู้เพิ่งถามไปได้แค่คำถามเดียวค่ะ🔗
ยังไม่หมดครับ เหลือ ๑๖ วินาที แต่จะบอกกับท่านรัฐมนตรีว่าท่านไม่เก็บไว้ตอบคำถามที่ ๒ เลยนะครับ ไม่เป็นไรครับ ขอเชิญท่านสุเทพถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็ขอบคุณนะครับท่านรัฐมนตรี ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับ ที่มาเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรีในการที่จะพยายามตอบ ซึ่งประเด็นเองนี่นะครับผมก็ต้องถามฝากไว้อีกนิดว่านายกรัฐมนตรีใช้สิทธิและอำนาจอะไร ถึงได้มีการปัด พ.ร.บ. ของคนแรงงานอย่างพวกผมลงไป ไม่ให้โอกาสในการที่จะมาอภิปราย หรือพูดคุยถึงความเดือดร้อนในสถานที่สภาผู้แทนราษฎรนะครับ และที่สำคัญนะครับ โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ท่านสังกัดอยู่ก็ได้มีการหาเสียงกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานเกี่ยวกับ เรื่องค่าจ้าง เกี่ยวกับสวัสดิการ ซึ่งผมเองนะครับก็พยายามติดตามอยู่ก็ยังไม่มีการดำเนินการให้ นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านไปเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านหัวหน้าพรรคว่า แรงงานรอคอยนโยบายที่ท่านต้องการอยู่นะครับ🔗
มาในส่วนของโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่ที่เรียกว่าโค-เพเมนต์ (Co-Payment) นี่นะครับ จ้างผู้จบงานใหม่นี่ ผมเองได้มีการติดตามในการดำเนินการ ที่มีการที่จะช่วยเหลือค่าจ้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) หรือบริษัทห้างร้าน ที่จะจ้างคนจบใหม่ จากการลงพื้นที่ก็จะเห็นได้ว่าโครงการที่ท่านกำหนดไว้ ๑๒ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งผ่านมาแล้ว ๒ เดือน ปัญหา ที่พบชัดเจนคือตอนนี้นโยบายเป้าหมายที่กำหนดไว้ทำได้ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงาน จบใหม่ ๒. การดำเนินการแก้ไขไม่ตรงจุด เพราะว่าสถานประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้แล้ว เพราะขาดเงินทุนดำเนินการ แล้วก็ไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนได้เลย เพราะติดเงื่อนไขธนาคาร นั่นก็ไม่สามารถที่จะมีการจ้างงานใหม่ได้ นี่คือสิ่งที่เราไปสัมผัสมา ๓. ระยะเวลาที่เหลืออยู่อีก ๑๐ เดือน ตอนนี้เองนะครับงบประมาณ ที่มีอยู่จะมีการวางแผนดำเนินการปรับอย่างไรให้เงินงบประมาณที่กู้มาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ้างงานให้เกิดประสิทธิภาพมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่เราอยากจะตั้งคำถามในช่วงนี้ว่า ท่านมีแนวคิดอย่างไรในการตรวจสอบเร่งรัดโครงการนี้ให้เกิดประสิทธิภาพมากกว่านี้🔗
๒. โครงการนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด ท่านมีแผนสำรองอย่างไร ที่จะดำเนินการ🔗
๓. งบประมาณนี้สามารถปรับให้เอสเอ็มอี (SMEs) กู้ได้หรือไม่ โดยเงื่อนไข มีการกู้และมีการจ้างงานต่อครับ🔗
รัฐมนตรีครับ ท่านใช้เวลา ตอบคำถามแรก เหลือเวลาเพียง ๑๖ วินาที แต่เพื่อประโยชน์ของท่านผู้ถาม ก็อนุญาต ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามที่ ๒ นี้สัก ๑ นาที เชิญเลยครับ🔗
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเองนั้นต้องกราบขอโทษ ด้วยนะครับ พอดีไม่ได้หันไปดูเวลา ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่าน ส.ส. สุเทพ อู่อ้น นะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เป็นเวทีที่ผมขอชี้แจงเลยนะครับว่าในเรื่องโค-เพย์เมนต์ (Co-Payment) ผมย้อนนิดเดียวท่านประธานครับ ตอนที่เราจัดงานจ๊อบเอ็กซ์โพ (Job Expo) เรามี ๑ ล้านตำแหน่งที่เราบอกนะครับ วันนี้เราบรรจุงานไปแล้ว ๒๘๐,๐๐๐ กว่าอัตรา แต่มันเกิดว่าโค-เพย์เมนต์ (Co-Payment) ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ที่ท่านได้พูดมีอัตราแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลเกิดมาจากอย่างนี้ครับว่าช่วงที่คนจบเดือนเมษายน ปีการศึกษานะครับ จนถึงเดือนตุลาคมมีการบรรจุงานนักศึกษาจบใหม่ อายุ ๒๕ ปีลงมาที่ ไม่เคยทำงานไปแล้ว ๑๘๒,๐๐๐ อัตรา เราตั้งมา ๒๖๐,๐๐๐ อัตรา เพื่อจะดูดซับนักศึกษา จบใหม่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา เพื่อให้หมดไป แต่ ๑ ตุลาคมถึง ๓๑ ตุลาคม มีคนที่อายุ ๒๕ ปีลงมา มาสมัครงานแล้วก็เข้าสู่ระบบประกันสังคม ๒๕,๐๐๐ คน ก็คือนักศึกษาจบใหม่ ในส่วนนี้นะครับ แต่ว่ามีการบรรจุงานโค-เพย์เมนต์ (Co-Payment) แค่ ๒,๐๐๐ กว่าคน เหตุผลที่ผมไปสอบถามมาคือว่านักศึกษาเขาก็อยากได้งาน หรือบริษัทเขาต้องการหัวกะทิ หรือต้องการคนเก่ง ๆ ที่มีความมั่นคงเขาก็ไม่อยากเข้าโครงการโค-เพย์เมนต์ (Co-Payment) เขามีกำลังจ้าง บางธุรกิจที่อยู่ได้ เช่นอุตสาหกรรมภาคผลิตต่าง ๆ วันนี้ที่ฟื้นแล้วเขาก็มีกำลัง ในการจ้างอัตราเต็มนะครับ แต่ธุรกิจท่องเที่ยวลำบากอยู่เขาเลยจ้างในส่วนของโค-เพย์เมนต์ (Co-Payment) เยอะหน่อย แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับ พยายามจะแก้ปัญหา แล้วก็ขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ให้ความเป็นห่วงนะครับ ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณท่านรักษาเวลา เชิญท่านสุเทพอีกคำถามครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มีการตอบ ด้วยความเป็นห่วงนะครับ เพราะว่าเงินงบประมาณที่กู้มามันก็เงินที่พี่น้องประชาชนต้องใช้ หนี้สิน แต่ถ้าไม่ทำให้เกิดประโยชน์ เศรษฐกิจฟื้นไม่ได้ แรงงานไม่มีการจ้างงานก็ลำบากนะครับ จากการดำเนินการร่างกฎหมายของฝ่ายค้านที่มีการส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรจะเห็นได้ว่า มีหลายฉบับมากที่โดนตีตกด้วยเรื่องของ พ.ร.บ. การเงิน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เรื่องกองทุน เงินกู้ยืมของทางพรรคประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เรื่องของการเกณฑ์ราชการทหาร ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสนอกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่ หรือในเรื่องของ พ.ร.บ. เกี่ยวกับเรื่องของสิ่งปลูกสร้างอะไรต่าง ๆ แล้วก็ พ.ร.บ. เกี่ยวกับ พุทธศาสนาของพรรคเพื่อไทย และพรรคเสรีรวมไทยเกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. อุปถัมภ์ และส่งเสริม ซึ่งที่ผ่านมาโดนตีตกด้วยเงื่อนไขเกี่ยวกับการเงิน ต้องถามท่านรัฐมนตรี กลับไปถามนายกรัฐมนตรีว่าใช้อำนาจตรงไหนในการดำเนินการ เพราะสิ่งเหล่านี้ใช้ทัศนคติ ส่วนตัวหรือเปล่าที่เห็นเป็นว่าจากฝ่ายค้าน แล้วอย่างนี้การทำงานจะให้มีการปรองดองกันได้ อย่างไร คำถามนะครับว่าใช้ทัศนคติในการตัดสินใจที่ตีตกใน พ.ร.บ. ของฝ่ายค้านหรือไม่ คำถามที่ ๒🔗
ท่านสุเทพเฉพาะประเด็นนี้นะครับ เฉพาะประเด็นกฎหมายของเรา🔗
ครับ ๆ เฉพาะประเด็นกฎหมายครับ ๒. แล้วในเรื่องของเหตุผลในช่วงที่เป็น คสช. ทำไม พ.ร.บ. ออกง่ายออกดาย ออกเป็น จำนวนมากมาย แต่มาในยุคนี้เป็นยุคของประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งตัวแทน ผู้แทนราษฎร มานำเสนอไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่านายกรัฐมนตรีใช้อำนาจอะไร ในการตัดสินใจ สุดท้ายฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีที่ดูแลบริหารรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน อะไรต่าง ๆ นะครับ ผมเองเป็นคนงาน เป็นผู้แทนราษฎร รู้สึกอึดอัดมากกับการทำการเมือง แบบสาดโคลนใส่กันนะครับ เราใช้ความอดทนที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนแต่มาเห็น เรื่องการทำงานอย่างนี้ขอร้องเถอะครับ กราบเรียนท่านประธานสภา พี่น้องประชาชน พี่น้องแรงงานฝากผมมาว่าไม่อยากเห็นการเมืองแบบเก่า อยากเห็นแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ ปรองดอง ปรองดองกันมากกว่านี้ประเทศจะได้ก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้สักที ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ท่านสุเทพใช้เวลา เหลือเพียง ๓๖ วินาทีนะครับ ขอบคุณมากไม่เกินเวลา ท่านรัฐมนตรีครับ ผมให้เวลาท่าน ๑ นาทีครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็อย่างที่ท่าน ส.ส. สุเทพนะครับ ซึ่งขอบคุณมากนะครับที่ท่านให้คำแนะนำ แล้วก็หลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ต้องเรียนกับเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาทาง รัฐบาลเราไม่ได้มองในเรื่องของเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เรามองในเรื่องของความเป็นจริง ของ ณ ปัจจุบัน แล้วก็อย่างที่ท่านฝากคำถามมานะครับ ผมขออนุญาตนะครับว่า ผมก็ขอ ชื่นชมนะครับที่ท่านเองก็พยายามสู้ให้ผู้ใช้แรงงาน ผมเองเคยทำงานอยู่กับท่านในห้อง กรรมาธิการด้วยกัน ผมขอชื่นชมท่านในเรื่องการต่อสู้ให้ภาคแรงงาน เราเองนั้นมีจุดยืน เดียวกันนะครับ เราทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เราก็อยากจะฝากไปถึง เพื่อนสมาชิกว่าเราอยู่กันตรงนี้ เราทำอะไรกันทุกอย่าง เราไม่ได้เอาอคติหรือเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลมาใช้ในดุลยพินิจ เราเอาเรื่องของปัจจุบัน เรื่องความจำเป็นเร่งด่วน เรื่องของ การจับต้องได้ เรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจนะครับ ผมเชื่อว่าท่านเอง ผมเองเป็นผู้แทนด้วยกัน ก็มีความคิด แล้วก็ต้องการให้ประเทศชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้นะครับ ก็ขอบคุณนะครับ ที่ท่านได้ตั้งกระทู้มา แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ ที่ให้เวลาผมครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็จบกระทู้ที่ ๓ นะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็ต้องขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ถึงเวลาเกินไปเล็กน้อยก็ต้อง ขอบคุณที่พยายามอยู่ในกรอบของกระทู้ถามนะครับ และขอบคุณท่านสมาชิกที่ช่วยจับเวลานะครับ ช่วยดูรายอื่น ๆ ด้วย🔗
ผมขออนุญาตนะครับ มีกระทู้ถามทั่วไป ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดวันนี้ก็มีเลื่อนอยู่ ๑ กระทู้นะครับ คือ ๑.๒.๒ กระทู้ที่ ๑.๒.๑ รัฐมนตรีมาตอบครับ กระทู้ที่ ๑.๒.๒ รัฐมนตรี ขอเลื่อน กระทู้ที่ ๑.๒.๓ รัฐมนตรีมาตอบ และกระทู้ที่ ๑.๒.๔ รัฐมนตรีก็มาตอบครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตด้วยความประสงค์ที่จะให้สมาชิกได้ใช้เวลา เพราะว่ากระทู้ถามทั่วไปนั้น ไม่มีข้อบังคับว่าใช้เวลา ๒๐ นาที หรือ ๓๐ นาทีนะครับ ไม่กำหนดเวลา แต่ว่ากำหนดไว้ให้ ถามได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ยกเว้นประเด็นยังไม่จบแต่ต้องขออนุญาตประธานนะครับ อย่าไปเข้าใจว่าถามเองโดยไม่ขออนุญาตประธานนะครับ แต่ว่าในกรณีนี้เพื่อประโยชน์ว่า เราไม่เสียเวลามากนะครับ🔗
ขออนุญาตอ่านข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ นะครับ การตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย เช่นเดียวกับรัฐมนตรี หรือผู้ตอบก็จะต้องยึดว่าต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะ เป็นการอภิปราย ทั้ง ๒ ฝ่ายต้องปฏิบัติเหมือนกัน ที่เราปฏิบัติยากหน่อยก็คือมีลักษณะ เป็นการอภิปรายสมาชิกหลายท่านทำไม่ได้นะครับ ก็เลยมีกระทู้ที่อภิปรายกว่าจะได้ถาม ก็เกือบหมดเวลา ซึ่งก็เลยกลายเป็นเหมือน ๑ ญัตติไป อันนี้ก็ขอเรียนสมาชิกได้โปรดใช้กติกา อันนี้นะครับ แล้วทำให้เราไม่เสียเวลามากเกินไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๑ เรื่อง ความคืบหน้าในการแก้ไขและจัด โครงข่ายรองของระบบคมนาคมในฝั่งธนบุรี (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิก เท่าพิภพครับ🔗
ครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ได้มาตอบกระทู้วันนี้ด้วย ได้สละเวลา เข้าใจว่าภารกิจนี้ก็รัดตัวแน่นหนามาก แต่ท่านก็ให้ความสำคัญกับสภาเสมอก็มาตอบกระทู้ อยู่บ่อย ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับ ครม. ทั้งหมดนะครับ คำถามของผมขออธิบายเพิ่มเติมสักเล็กน้อยนะครับท่านประธานเพื่อความเข้าใจ ไม่ยืดยาวครับ ก็คือฝั่งธนบุรีนี่จริง ๆ แล้วมันก็มีการเติบโตขึ้นเยอะนะครับ ในพื้นที่ผมเองมีรถไฟฟ้า สายสีทอง สายสีน้ำเงินที่เป็นเซอร์เคิลไลน์ (Circle Line) ที่เป็นแยกท่าพระก็มีเกิดขึ้น มากมาย สร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมากในการเข้าเมืองมาทำงาน ในบริเวณสาทร หรือว่าเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับฝั่งธนบุรีเป็นอย่างมาก โดยคนที่อยู่ ในฝั่งเมืองก็สามารถมาเที่ยว อย่างเช่นตลาดพลูก็ได้ รวมถึงมีบีทีเอส (BTS) ที่เป็นสายเดิม อยู่แล้วทำให้มีรถไฟฟ้าอยู่มาก ซึ่งรถไฟฟ้าถือว่าเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งมวลชนสายหลัก เพราะว่าสามารถขนคนได้มาก ยกตัวอย่างอย่างสถานีธนบุรีมีคนใช้อยู่ประมาณ ๑๗,๕๐๐ คน ต่อวันนะครับ ก็ถือว่าจะมองว่าเยอะก็เยอะ แต่ผมมองว่ายังน้อยระบบสามารถรองรับได้ มากกว่านี้นะครับ ถ้าไปเทียบกับสถานีอื่นในฝั่งเมืองที่อย่างจตุจักรเอยหรือสถานีต่าง ๆ ผมว่าน้อยกว่าเป็น ๑๐ เท่า และสามารถเพิ่มวันละเป็นแสนคนหรือ ๒๐๐,๐๐๐ คนได้เลย ด้วยซ้ำ ซึ่งปัญหาหลัก ๆ มันก็มาจากขนส่งมวลชนสายหลักมันไม่มีระบบฟีดเดอร์ไลน์ (Feeder Line) หรือว่าระบบขนส่งสายรองมารองรับอย่างเพียงพอ ตามหลักการแล้วขนส่ง สายหลักต้องวิ่งเป็นเส้นตรงที่สุดใช่ไหมครับ แล้วขนส่งสายรองอย่างพวกรถเมล์ รถสองแถว รถกะป๊อต้องมาวิ่งเป็นสายตัด แต่ปัจจุบันก็กลับพบว่ารถเมล์ต่าง ๆ โดยมากเอาเป็นว่า ยกตัวอย่างสถานีจตุจักร หมอชิตมายังสยามรถเมล์ก่อนสร้างรถไฟฟ้ามีสายเท่าไหนตอนนี้มี เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุดและทำกำไร มากที่สุดให้กับบริษัทขนส่ง ขสมก. หรือพวกบริษัทร่วมต่าง ๆ จึงไม่มีใครอยากไปวิ่งเส้นทาง ที่ขาดทุนเท่าไร หรือว่าจะมาเป็นฟีดเดอร์ไลน์ (Feeder Line) ให้กับบีทีเอส (BTS) เลย ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าฝั่งธนบุรีด้วยคาแรกเตอร์ (Character) ที่มีตรอกซอกซอยเยอะมาก เลยขาดตรงนี้ไปมาก ๆ หลาย ๆ ซอยไม่มีรถสองแถวแล้วครับ บางซอยวินมอเตอร์ไซค์ ก็ยังตั้งไม่ได้ เพราะว่าไม่มีที่เอกชนในการจัดตั้งวินมอเตอร์ไซค์เลยด้วยซ้ำ ผมว่าอุปสรรคหลัก ของอันนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องงบประมาณนะครับ วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการที่จะมาพูดคุย แลกเปลี่ยนกับท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมด้วย ที่ผมมองว่าปัญหาของเรื่องนี้มันเป็นเรื่อง ของการบริหารจัดการเป็นหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วใช้งบประมาณน้อยมากในการแก้ไข ผมจะ ยกตัวอย่างครับว่าปัญหาเหล่านี้คืออย่างเช่นในกรุงเทพฯ มี ขสมก. ที่ดูรถเมล์ มีเอ็มอาร์ที (MRT) ที่ดูรถใต้ดิน บีทีเอส (BTS) ที่ดูรถไฟฟ้าใช่ไหมครับ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้แยกตัว เป็นอิสระออกจากกัน ไม่มีหน่วยงานใดที่จะมาคุมหรือสั่งได้เลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี จะคุมและสั่งหมดได้หรือเปล่านะครับ แต่แน่ ๆ คือผู้ว่า กทม. ไม่มีสิทธิในการไปบริหาร จัดการตรงนี้เลย จะตั้งสายรถเมล์ขึ้นมาใหม่ก็ไม่ได้ อันนี้คือผมมองว่าต้องกระจายอำนาจ ให้กับส่วนท้องถิ่นไป แล้วก็รวมอำนาจมีองค์กรหนึ่ง อย่างในฝรั่งเศสจะมีองค์กรหนึ่งชื่อว่า เรยี ออโตโนม เดอ ทรองสปอร์ ปารีเชียง (Regie autonome des transports Parisiens) คือเขาเรียกว่าขนส่งมวลชนของปารีสนะครับ แล้วก็อย่างอังกฤษจะมีทีเอฟแอล (TFL) หรือทรานสปอร์ต ฟอร์ ลอนดอน (Transport for London) ซึ่งเป็นคนที่ดูทางรถไฟ ยาวกว่า ๔๐๒ กิโลเมตรในเขตมหานครลอนดอน รวมถึงรถเมล์ที่ครอบคลุมถึง ๖๗๕ สาย รวมถึงเรือเมล์ที่วิ่งในแม่น้ำเทมส์ด้วย เขาก็ทำบัตรออยสเตอร์ (Oyster) มา ทำให้คนใช้ได้ คล้าย ๆ บัตรแมงมุมที่รัฐบาลพยายามจะทำนะครับ ซึ่งทำไม่สำเร็จ เพราะว่าต่างบริษัทต่างมี ผู้ว่าจ้าง ผู้จ้างเหมาใช้บัตรโดยสารของตัวเอง อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่เรส (Raise) ขึ้นมา ได้ง่าย ๆ นะครับว่าเป็นการจัดการที่ไม่ดี ผมก็เลยอยากจะถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านอธิรัฐนะครับที่เป็นตัวแทนกระทรวงคมนาคมมาตอบว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้อง และมีแผนที่จะพัฒนาปรับปรุงรถโดยสาร ขสมก. รถร่วมเอกชน รวมถึงระบบขนส่งมวลชน ขนาดเล็กอื่น ๆ เพื่อจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายของระบบรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทั้งบีทีเอส (BTS) และเอ็มอาร์ที (MRT) บ้างไหมครับ ขอบคุณมากครับ อันนี้เป็นคำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการให้มา ตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ท่านช่วยมา สะท้อนปัญหา ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพระนครหรือฝั่งธนบุรีนะครับ แล้วก็อย่างที่ท่านได้กล่าวมาว่าปัญหา การบริหารจัดการเกิดขึ้นมายาวนานแล้ว ซึ่ง ณ ปัจจุบันต้องกราบเรียนว่าทางรัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมเราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ เราได้มีหน่วยงานหลัก ๆ ๒ หน่วยงาน ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อมาดูแลรับผิดชอบนะครับ หน่วยงานแรกก็คือกรมการขนส่งทางบก แล้วก็องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือ ขสมก. ซึ่งจะเป็น ๒ หน่วยงานหลัก โดยกรมการขนส่งทางบกตอนนี้ทางกระทรวงคมนาคมให้ทำแผนปฏิรูปทั้งหมด เพื่อที่จะเชื่อมโยงปัญหาต่าง ๆ เหมือนที่ท่านว่า ว่าปัญหาในอดีตที่ทับซ้อนกันระหว่าง รถสายรอง รถร่วมบริการต่าง ๆ กับรถเมล์ต่าง ๆ ตรงนี้ของเดิมกรมการขนส่งทางบก เราไม่ได้ดูทั้งหมด ตอนนี้เราได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกมาเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ใหญ่ในการควบคุมจัดการ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ ขสมก. เองต่าง ๆ หรือรถตู้ รถร่วมบริการ รถกะป๊อที่ท่านกล่าวมาก็ต้องมาขออนุญาต แล้วก็ต้องมาร่วมปฏิรูปด้วยกันว่า เราจะทำอย่างไรให้การเดินทางมันครอบคลุมมากที่สุด ไม่ให้ทับซ้อนกัน แล้วก็ป้อนผู้โดยสาร ไปยังฟีดเดอร์ (Feeder) ต่าง ๆ ให้มากที่สุด แล้วต่อมาก็คือของ ขสมก. นะครับ ถ้าท่านได้ ติดตามข่าวสารทางกระทรวงคมนาคมเองได้เสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจก็เสนอแผนฟื้นฟูของ ขสมก. ซึ่งในแผนฟื้นฟูดังกล่าวก็จะมีเรื่องของการปรับปรุง เส้นทางการเดินรถเมล์ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเน้นเป็นอย่างยิ่งก็คือเราจะเน้น เรื่องการเชื่อมต่อล้อ ราง เรือ ให้เป็นการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ทุกชนิด เชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ สถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ ทั้งฝั่งพระนครหรือฝั่งธนบุรี หรือเป็นการลดความทับซ้อน เพราะที่ผ่านมาในอดีตถนนบางเส้นก็มีรถเมล์หลายสาย วิ่งทับซ้อนกัน ตรงนี้เราก็ต้องมาปรับเพื่อลดความทับซ้อน แต่เราจะเสริมด้วยประสิทธิภาพ ให้จำนวนวิ่งเพิ่มมากขึ้น ลดความทับซ้อน ลดการแย่งลูกค้า เพื่อเพิ่มการบริการให้ดียิ่งขึ้น และนอกจากนี้ทาง ขสมก. ในแผนฟื้นฟูก็ได้เตรียมในเรื่องของการจัดหารถโดยสารใหม่ เพิ่มขึ้นมา โดยจะเป็นในเรื่องของรถอีวี (EV) รถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยในเรื่องของมลพิษนะครับ จากแผนฟื้นฟูเองท่านนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณารายละเอียด ของแผนฟื้นฟูขึ้นมา โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีอนุทินเป็นประธาน แล้วก็ได้มีข้อสังเกต ต่าง ๆ ซึ่งโพรเซส (Process) ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ว่าเตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรี แผนฟื้นฟู ขสมก. ซึ่งคาดว่าน่าจะเข้าคณะรัฐมนตรีได้ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจากแผนฟื้นฟูนี้จะทำให้ ปัญหาต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นมาในอดีตทั้งหมดก็จะได้แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมนะครับ🔗
แล้วผมก็ขออนุญาตเน้นย้ำไปอีกอย่างหนึ่งโดยเฉพาะทางฝั่งธนบุรี เพราะเห็น ท่านถามเจาะมาทางฝั่งธนบุรีว่าทางฝั่งธนบุรีเรามีการเชื่อมต่อ ปัจจุบันตอนนี้โดยทาง กทม. ก็ได้มีการให้บริการรถโดยสารพิเศษบีอาร์ที (BRT) ๑ เส้นทางก็คือจากสายสาทร-ราชพฤกษ์ หรือสายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ก็เป็นบริการโดยสารไฟฟ้า ตรงนี้เป็นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกของสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ🔗
ขอเชิญครั้งที่ ๒ ครับ ท่านเท่าพิภพ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ขอบคุณนะครับในคำตอบอันแรกก็คือ มีเรื่องน่ายินดี ๒ อย่างที่ผมได้ฟัง อันแรกก็คือได้ทราบความห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลในการที่ทำแผนปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะของน่าจะทั้งประเทศด้วยนะครับ ไม่น่าจะทำแต่ กทม. อย่างเดียวนะครับ และเรื่องน่ายินดีอันที่ ๒ ก็คือผมฟังแล้วคำว่า แผนปฏิรูป คำว่า ปฏิรูป ฟังก็ดูดี มันก็ไม่ใช่เรื่องร้ายนี่ครับ อันนี้ก็เป็นที่ชื่นใจนะครับว่า ได้รู้ว่าคำว่า ปฏิรูป มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมก็คือจริง ๆ แล้วผมก็อยากเสนอแนะไปทางท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับว่า คือในฝั่งธนบุรีนี่ผมไปเดินบ่อย คือตอนนี้ทุกคนหน้าบ้านของเราก็คือเป็นถนน ใช่ไหมครับ เราจะสร้างประตูหน้าบ้านเราก็สร้างที่เป็นถนน แต่ถ้าเราลองไปดูในชุมชนต่าง ๆ แต่ก่อนเขาก็สร้างบ้านกันริมคลอง หน้าบ้านเขาคือคลองใช่ไหมครับ พอวันหนึ่งนี่คลองไม่ได้ใช้ แล้วมามีถนน ถนนก็ชิงความเป็นพระเอกไปนะครับว่าเป็นเส้นทางสายหลัก แล้วทำให้ หลังบ้านนี่ หน้าบ้านเก่าหรือคลองนี่ทรุดโทรมไปเพราะไม่มีใครใช้ แล้วก็ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครแคร์ (Care) ว่าเป็นหน้าบ้านตัวเองนะครับ ซึ่งความจริงแล้วนี่ผมก็ไปค้นมานะครับ ไปทำข้อมูล ค้นข้อมูลมา โอ้โฮ ผมก็เกิดไม่ทันนะครับเพราะผมอายุ ๓๑ ปี แต่เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน มีการใช้เรือเมล์สีเขียว แล้วก็เรือเมล์สีแดงรองรับประชาชนที่สัญจรไปมาในเขตเมือง ซึ่งเรือเมล์นี้คือพระเอกของการขนส่งคมนาคมในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนานนะครับ ซึ่งปัจจุบันความที่ขนส่งทางน้ำในกรุงเทพฯ ก็จะเหลืออยู่เส้นหลัก ๆ นะครับ ก็คือเรือด่วน เจ้าพระยาที่วิ่งจากนนทบุรีไปสุดที่สะพานตากสิน ท่าน้ำสาทร เรือคลองแสนแสบที่มี คนใช้กว่า ๕๒,๘๙๒ คนต่อวัน ที่วิ่งมาจากทางบางกะปิเข้ามาสู่เมืองเลยก็ได้ ใจกลางเมือง ซึ่งตรงนี้เป็นเส้นทางที่แบบสุดยอดมากเลยนะครับ แล้วก็มีเรือข้ามฟากอีกครับ เชื่อไหมครับว่า เรือข้ามฟากนี่คนใช้วันละ ๑๐๐,๐๐๐ คนนะ คือเยอะกว่า ๑๐ เท่าของที่ผมได้เรียนไปก่อนว่า คนที่ใช้บีทีเอส (BTS) สถานีธนบุรีนะครับ ซึ่งจากตัวเลขตรงนี้มองได้ว่ากรุงเทพมหานคร ที่เป็นเวนิสตะวันออกมีระบบโครงข่ายที่บรรพบุรุษของเรา ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ได้ขุดคลองขุด ต่าง ๆ มานี่ถือว่าเป็นเส้นทางโดยธรรมชาติ เป็นไฮเวย์ (Highway) อยู่ดั้งเดิมแล้ว ก็อยากให้ พัฒนาตรงนี้ขึ้นไปนะครับ แล้วผมก็มองว่าอย่างตัวอย่างที่ผมเคยคุยกับอาจารย์ยรรยง ที่ตอนนี้เขาอยู่ต่างประเทศนะครับ คือท่านก็ศึกษาเกี่ยวกับคลองลาดพร้าว ซึ่งคลองลาดพร้าว ก็มีการทำเป็นเส้นทาง ซึ่งคลองลาดพร้าวก็ได้ข่าวว่ากำลังจะมีการเปิดใช้ในเร็ว ๆ นี้ ก็ถือว่า เป็นโชคดีของคนลาดพร้าวนะครับ คือผมก็มองว่าการขนส่งทางน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ แล้วผมค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยกับโครงการที่จะพัฒนาเป็นสวนสาธารณะอย่างคลองแสนแสบ ต่าง ๆ คือผมมองว่าประโยชน์อย่างอื่น คนที่ใช้ประโยชน์ โอเค (OK) อาจจะมีประชาชน บ้างครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการพัฒนาแถวคลองแสนแสบเป็นสวนสาธารณะมันก็อาจจะ ไปเข้าข่ายกับการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ต่าง ๆ ก็เป็นได้ ดังนั้น ผมขอแสดงจุดยืนไว้ตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะสอบถามไปถึง ท่านรัฐมนตรีนะครับว่า รัฐบาลและตัวท่านมีการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางน้ำ อย่างไรต่อจากนี้ โดยเฉพาะฝั่งธนบุรีมีแผนในอนาคตอย่างไรบ้างนะครับ ก็ต้องเข้าใจว่า การพัฒนาขนส่งสาธารณะมันส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน แล้วก็ฐานะ ในแง่ของที่ว่าถ้าขนส่งสาธารณะสะดวกและถูกเขาก็อาจจะไปหางานที่ไกลกว่า แล้วก็ มีรายได้ที่ดีกว่าได้นะครับ มีโอกาสในการเปิดกว้างทั้งการศึกษา ทั้งทางธุรกิจต่าง ๆ แล้วผม ก็เชื่อว่าถ้าการเปิดระบบขนส่งทางน้ำหรือเรือเมล์มันจะทำให้คลองของเรากลับมาเป็น หน้าบ้าน แล้วความสำคัญของคลองในเขตธนบุรีมันจะกลับมา ความสวยงามจะกลับมา และผลประโยชน์ที่มีต่อประเทศชาติ ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวมันก็จะกลับมา อีกครั้งครับ🔗
ครับ ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ต่อคำถามที่ ๒ เรื่องแผนพัฒนาระบบการขนส่ง ทางน้ำนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องกราบเรียนว่าทางท่านนายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาล กระทรวง คมนาคมเองเราได้ให้ความสำคัญกับการขนส่ง การบริการทางน้ำไม่แพ้ทางบกหรือทางราง เพราะอยากให้เป็นอีก ๑ ทางเลือกของคนกรุงในการจะหลีกหนีการจราจรที่ติดขัดได้นะครับ โดยล่าสุดกระทรวงคมนาคมได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรตอนนี้ ศึกษาภาพรวม ภาพใหญ่ คือทำแผนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมดหรือดับเบิลยูแมป (W MAP) ขึ้นมา ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ของการขนส่งทางน้ำว่าเราควรจะพัฒนาอะไรก่อน อันดับระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ควรลงทุนตรงไหนบ้าง ตรงไหนเป็นจุดคุ้มทุน ตรงนี้เรา ได้ทำการศึกษาขึ้นมาคาดว่าภายในปีหน้าก็จะได้ผลการศึกษาที่เป็นชัดเจน แต่ในระหว่างนี้ โดยกรมเจ้าท่าก็ได้มีการพัฒนาการขนส่งทางน้ำมาตลอดนะครับ ต้องกราบเรียนว่าโดยกรมเจ้าท่า เรามีนโยบายปรับปรุงท่าเรือและยกระดับจากท่าเรือที่เป็นท่าเรือทุกวันนี้เป็นสถานีเรือ หรือสมาร์ตเพียร์ (Smart Pier) ในอนาคต ก็คือเป็นสถานีเรือที่เป็นสถานีเรือปิด เน้นเรื่อง ความสะดวก ปลอดภัย แล้วก็รองรับตั๋วร่วม รวมถึงรองรับเรือไฟฟ้าที่จะวิ่งในเจ้าพระยา ซึ่งก็จะเปิดบริการภายในปลายเดือนธันวาคมนี้ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็จะไปเปิดนะครับ เป็นเรือไฟฟ้าที่จะวิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยในแผนของกรมเจ้าท่าในปี ๒๕๖๔ เราจะมี การปรับปรุงให้เสร็จ ๖ ท่า ได้แก่ ท่าช้าง ท่าเตียน ท่าสาทร ท่าบางโพ ท่าเกียกกาย ท่าราชินี และที่อยู่ในแผนจะปรับปรุงให้เสร็จในปี ๒๕๖๖ อีก ๑๓ ท่า แผนปี ๒๕๖๗ อีก ๑๐ ท่า ซึ่งทั้งหมดแล้วนะครับก็ตามลำดับความสำคัญโดยเราจะเน้นไปที่จุดเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็น เอ็มอาร์ที (MRT) บีทีเอส (BTS) หรือขนส่ง ขสมก. เป็นหลัก หรือจุดที่ประชาชนใช้บริการ กันอย่างมาก ผมขอมาโฟกัสลงที่ทางฝั่งธนบุรีที่ท่านบอก ที่ทางกรมเจ้าท่าที่จะได้ทำก็จะมี ทางท่าเรือปากคลองสาน ตรงนี้ก็จะเชื่อมกับบีทีเอส (BTS) สายสีทองที่จะกำลังดำเนินการ อยู่นะครับ ซึ่งจากสถานีคลองสานตรงนี้ก็ถือว่าก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะเป็นจุดที่ให้พี่น้องฝั่งธนบุรี ได้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสบายใจนะครับ แล้วก็ต่อมาทางสถานีปากคลองสาน ถ้านั่งเรือข้ามฟากมาก็จะเป็นสถานีท่าเรือของกรมเจ้าท่า ตรงนั้นเราก็ยังสามารถเชื่อมไปยัง เอ็มอาร์ที (MRT) สายสีน้ำเงินไปยังทางหัวลำโพงได้นะครับ สำหรับในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ที่ท่านกล่าวถึงปัจจุบันนี้เราได้มีการเดินเรือหลัก ๆ ๒ เส้นทาง เส้นทางแรกก็คือ ๑. คลองภาษีเจริญ ซึ่งอันนี้ก็มีการเดินเรือมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ประตูน้ำภาษีเจริญถึงซอยเพชรเกษม ๖๙ จำนวน ๑๕ ท่า ระยะทาง ๑๑.๕ กิโลเมตร มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า ๓ ท่า ก็คือท่าเรือ บางหว้าเชื่อมต่อกับเอ็มอาร์ที (MRT) สถานีบางหว้า ท่าเรือเพชรเกษม ๓๑ เชื่อมต่อกับ เอ็มอาร์ที (MRT) สถานีเพชรเกษม ๔๘ ท่าเรือเพชรเกษม ๓๕ เชื่อมต่อกับเอ็มอาร์ที (MRT) สถานีภาษีเจริญ แล้วท่าที่กำลังทดลองใช้อยู่ ณ ปัจจุบันก็คือท่าเรือคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงทดลอง แล้วก็หาผู้ประกอบการคาดว่าก็น่าจะเปิดบริการให้เร็ว ๆ นี้ แล้วในอีกโครงการที่ทางเจ้าท่าเองแล้วก็กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาอีก ๒ คลองที่จะเปิด เป็นเส้นทางเดินเรือให้บริการในทางฝั่งธนบุรีก็คือทางคลองบางกอกน้อย แล้วก็คลองมหาสวัสดิ์ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าจะทำให้พี่น้องชาวฝั่งธนได้รับความสะดวกสบายในการเลือกโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นทางเรือ ทางรถ หรือทางรางนะครับ นอกจากนี้เราก็ยังมีให้บริการเรือโดยสาร ในคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปเปิดเรือไฟฟ้า อย่างเป็นทางการนะครับ ตรงนี้ก็จะเริ่มตั้งแต่ท่าเทวราชถึงสถานีหัวลำโพงจำนวน ๑๐ ท่า แล้วก็เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวมาครับว่าเรายังมีการให้บริการเรือข้ามฟากในแม่น้ำเจ้าพระยา อีก ๒๔ จุด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลทางกระทรวงคมนาคมโดยรัฐบาลเองก็คำนึงถึงพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ต้องการให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว แล้วก็ความปลอดภัย ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็ขอบคุณท่านสมาชิก แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านผู้ถามใช้เวลาไป ๙ นาทีเศษ ท่านผู้ตอบใช้เวลา ๘ นาทีเศษ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปกระทู้ถามที่ ๑ ขออนุญาตความพร้อมนะครับ ขออนุญาตเลื่อนกระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๔ ขึ้นมาก่อนนะครับ🔗
กระทู้ถาม ที่ ๒๗๐ เรื่อง แผนพัฒนาชุมชนดินแดง (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเชิญคุณประเดิมชัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถาม ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวดินแดง เพื่อที่จะให้ผมได้มาเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีในวันนี้ ต่อกรณีที่ทางการเคหะแห่งชาติได้มีแผนในการที่จะพัฒนา ฟื้นฟูเมือง โดยเฉพาะในส่วนของเคหะดินแดง ๑ และเคหะดินแดง ๒ ท่านประธานครับ โครงการนี้เป็นโครงการเก่าที่เกิดขึ้นในแผนพัฒนาในช่วงของรัฐบาลยุค คสช. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จากการที่ผมได้ศึกษาในแผนพัฒนา ชุมชนดินแดง ฉบับที่ผมถืออยู่ในมือนี้ที่เขียนว่าเป็นแผนที่จะใช้ในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๗ โดยผู้แทนชาวดินแดงและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ถ้าท่านประธานมีโอกาสได้เห็น ในแผนพัฒนาฉบับนี้ก็จะเห็นถึงรายละเอียดและสาระที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ตรง ต่อข้อเท็จจริงอยู่หลายประการ ซึ่งผมไม่ทราบว่าทางท่านรัฐมนตรีที่มาใหม่และมาสานงาน ต่อจากรัฐบาล คสช. ได้เคยดูแผนฉบับนี้หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่ามีคนที่อาศัย พักอยู่ในแฟลตที่อยู่ในพื้นที่ดินแดงทั้งเคหะดินแดง ๑ และเคหะดินแดง ๒ เห็นด้วยถึง ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้เรียนรู้ข้อมูลหรือว่าศึกษาข้อมูล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำสถิติ ไม่มีหรอกครับคนที่จะเห็นด้วยถึงเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมได้ติดตามการทำงานของการเคหะแห่งชาติในหลายครั้ง ในหลายเวที ที่ผ่านมา แม้แต่เวทีล่าสุดที่ทางการเคหะแห่งชาติได้ไปเปิดเวทีประชาคมที่บริเวณหน้าแฟลต ๕๑-๕๓ ของเคหะดินแดง ๒ ร้อยละ ๗๐ เป็นบุคลากรในส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นประชาชนที่มารอเอาของขวัญ ของรางวัล ที่การเคหะแห่งชาตินำไปเป็น ตัวล่อในการที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามาร่วมในเวทีประชาคมเพื่อสร้างความเข้าใจ ที่เกี่ยวกับเรื่องของแผนพัฒนาชุมชนดินแดง นี่คือสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าคนที่อาศัยอยู่ในเคหะชุมชนดินแดงทั้งดินแดง ๑ และดินแดง ๒ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจกับแผนในการที่หน่วยงานจะเข้าไป ดำเนินการในการปรับปรุง ในการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับคนเหล่านี้แต่อย่างใด ถามว่า ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น ก็เพราะว่าการเคหะแห่งชาติเองไม่ได้มีกระบวนการในการประชาสัมพันธ์ หรือว่ามีเอกสารที่จะได้แจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชนได้ศึกษาในรายละเอียด ซึ่งตรงนี้นำมาซึ่งความสงสัยของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากว่าการเคหะแห่งชาติ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมีลับลมคมในอย่างไรหรือไม่ หรือว่ามีลับ ลวง พรางอยู่ในแผนฉบับนี้หรือไม่ ฉะนั้นตรงนี้ละครับท่านประธานครับจึงเป็น เหตุผลที่ผมขออนุญาตนำมาเพื่อที่จะได้เรียนถามท่านรัฐมนตรี ผมเคยถามในห้องแยก กระทู้ถามเฉพาะมาครั้งหนึ่งแล้ว รัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานได้ส่งเอกสารในส่วนที่ ผมได้ถาม รัฐมนตรีตอบไม่ได้ บอกว่าให้การเคหะแห่งชาติส่งเอกสาร จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมยังไม่ได้รับเอกสาร โดยเฉพาะในประเด็นแปลงดี ๑ (D1) ที่จะมี การก่อสร้าง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมยังไม่ได้รับเอกสาร ผมทวงถามไปที่การเคหะแห่งชาติ ถามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตอบผมว่าอย่างไรท่านประธานทราบไหมครับ เจ้าหน้าที่บอกว่า ท่าน ส.ส. ท่านต้องทำหนังสือมาขอตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร นี่ขนาดรัฐมนตรีสั่งให้ส่ง เอกสารให้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถามแล้วรัฐมนตรีตอบไม่ได้ ข้อมูล มีไม่ครบขอส่งเป็นเอกสาร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ส.ส. ต้องทำหนังสือไปขอตาม พ.ร.บ. ข้อมูล ข่าวสาร ผมเลยไม่เข้าใจว่าบทบาทหน้าที่การทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการสั่งการ ของรัฐมนตรีต่อผู้ใต้บังคับบัญชานี่นะครับผมต้องทำอย่างที่เจ้าหน้าที่บอก หรือว่ารัฐมนตรี ต้องไปกำกับให้ลูกน้องต้องทำตามที่รัฐมนตรีสั่ง ฉะนั้นตรงนี้นะครับก็อยากจะฝากไว้ ฉะนั้น ในประเด็นที่ ๑ ที่ขออนุญาตถามก็คือว่าการที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์มีแผนที่จะดำเนินการในเรื่องการฟื้นฟูดินแดงตามแผนที่ผมได้นำเรียนท่านประธาน ไปเมื่อสักครู่ที่บอกว่าจะดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๗ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มี การดำเนินการอย่างใด ๆ ที่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ไปรื้อแฟลต ๒๑ ๒๒ ตรงถนนมิตรไมตรีและแฟลตที่อยู่ทางด้านหลังติดกับทางข้างแฟลต ๘ ชั้น แฟลต ๒๑ ๒๒ ๒๓ นอกนั้นยังไม่ได้ทำอะไรนะครับ ก็เลยไม่ทราบว่าสิ่งที่หน่วยงานได้วางแผนไว้ที่จะ ดำเนินการนี่นะครับมีรูปแบบวิธีการในการดำเนินการอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของบริเวณพื้นที่หน้าถนนมิตรไมตรีที่จะมีการก่อสร้างอาคารแปลงดี ๑ (D1) ขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) ที่ ๑ นะครับ🔗
ที่จะมีการก่อสร้าง อาคารแปลงดี ๑ (D1) ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการ และในพื้นที่ส่วนดี ๒ (D2) ก็ยังไม่มีแผนที่ชัดเจนที่จะแจ้งให้กับชาวบ้านที่อยู่บริเวณแถวนั้นได้รับทราบว่าท้ายที่สุดแล้ว การเคหะแห่งชาติรื้อบริเวณแฟลตตรงนั้นทั้งหมดจะใช้พื้นที่ตรงนั้นสร้างเป็นอาคารประเภทไหน อย่างไร และจะให้ใครมาอยู่นะครับ คนที่มาอยู่จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรถึงจะมีสิทธิมาอยู่ และจะมีการก่อสร้างอาคารขนาดไหน อย่างไร ชาวบ้านไม่มีใครรู้เลย ฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาต เรียนถามท่านประธานเป็นคำถามที่ ๑ นะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบพระคุณ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีความห่วงใยในทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในเขตดินแดง คำถามที่ท่านถามผมมานั้นก็เตรียมคำตอบมาดังนี้นะครับ🔗
คือประเด็นแรกที่ท่านบอกว่าท่านได้ถามผมในกระทู้ถามแยกส่วนที่ห้องข้างล่าง ก็กราบเรียนว่าในวันนั้นกระบวนการการอุทธรณ์ของเรื่องการรับเหมาก่อสร้างยังไม่จบ แล้วผมก็จะขออนุญาตให้รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติตอบ ซึ่งท่านประธานในขณะนั้น ก็บอกว่าขัดกับข้อบังคับ แล้วก็คำถาม คำตอบมันก็หมดโควตาที่จะตอบไปแล้ว ผมก็จึงได้ มอบให้ทางผู้บริหาร ท่านรองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติส่งเอกสารให้กับท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติไปแล้วก็เพิ่งทราบวันนี้นะครับหลังจากหลายเดือนว่าท่านไม่เคยได้รับเอกสาร อะไรเลย ก็กราบขออภัยด้วย แล้วก็จะกำชับให้ผู้บริหารการเคหะแห่งชาตินั้นได้ส่งเอกสาร ให้ท่านต่อไป คำถามของท่านก็บอกว่ามีแผนดำเนินการฟื้นฟูดินแดงอย่างไรบ้าง คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามา มีสิทธิอย่างไร แล้วก็จะก่อสร้างอาคารแบบไหน ก็อยากจะกราบเรียนว่าแผนพัฒนาฟื้นฟู ชุมชนดินแดงนั้นมีมา เตรียมมาคือระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ถึง ๒๕๖๗ เพื่อรองรับ ผู้อยู่อาศัยเดิม ซึ่งมีประมาณ ๕,๘๔๖ ครัวเรือนหรือห้อง ที่จะสร้างใหม่ทั้งหมดนั้นจะสร้าง ทั้งหมดเป็น ๔ ช่วง ช่วงที่ ๑ ช่วงที่ ๒ ช่วงที่ ๓ ช่วงที่ ๔ แต่ทั้งหมดนั้นคือสร้างจำนวน ๒๐,๒๙๒ หน่วย แล้วก็รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ซึ่งเดิมทีมี ๕,๘๔๖ ห้อง ก็สร้างเตรียมไว้สำหรับ ผู้อาศัยเดิมถึง ๖,๕๔๖ ห้อง เผื่อครอบครัวขยายด้วยนะครับ ในช่วงแรกแปลงจี (G) สร้าง ๓๓๔ ห้อง สร้างเสร็จไปแล้วนะครับ แล้วก็มีคนไปอยู่แล้วพี่น้องประชาชนย้าย เข้าไปแล้ว ทีนี้ท่านก็ถามว่าที่เหลือยังไม่ทำอะไรก็คือได้รับคำชี้แจงจากผู้บริหารของ การเคหะแห่งชาติว่าการที่เขาทำนั้นเขาก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนนั้นต้องเดือดร้อน ย้ายบ่อยครั้งเขาจะทำแบบค่อยทำค่อยไป คือพอย้ายไปแล้วตึกที่ว่างก็จะทุบตึกที่ว่างนั้น เพื่อสร้างตึกใหม่ พอสร้างตึกใหม่เสร็จก็จะย้ายพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้อาศัยเดิมเข้ามา ในตึกใหม่แล้วก็ทุบตึกเก่า ทำอย่างนี้เรื่อย ๆ ไปทีละตึก ทีละตึก เพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้น ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวแล้วก็ย้ายกลับมาใหม่นะครับ แปลงที่ ๒ ช่วงที่ ๒ นั้น คือช่วงระหว่างเดิมทีแผนอยู่ปี ๒๕๖๓ วันนี้ก็เลื่อนมาเป็นปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๖ คือแปลงเอ (A) สร้างแปลงเอ (A) ก่อน ๖๓๕ หน่วย แล้วก็จะแปลงดี ๑ (D1) สร้างอีก ๖๑๒ หน่วย รวมแล้วเป็น ๑,๒๔๗ หน่วยนะครับ ช่วงที่ ๓ คือช่วงปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๖๘ ก็จะสร้าง มี ๕ อาคาร มีทั้งหมด ๓,๓๓๓ หน่วยนะครับ ส่วนช่วงที่ ๔ นั้นระหว่างปี ๒๕๖๘ ถึง ๒๕๗๐ ก็คือแผนนั้นเลื่อนออกไปจากปี ๒๕๖๗ ที่จะเสร็จสมบูรณ์ก็จะมีสร้าง ๓ อาคาร มี ๑,๖๓๒ หน่วย ที่ท่านถามว่าจะทำอะไรกับผู้อยู่อาศัยเดิม ก็อยากจะกราบเรียนว่า ผู้อยู่อาศัยเดิมนั้นจะได้รับสิทธิทุกห้อง ทุกห้องที่ที่อยู่อาศัยนั้นได้รับสิทธิ แล้วก็เมื่อได้รับ สิทธิแล้วเมื่อย้ายก็จะมีค่าย้ายทุกห้องนะครับ ห้องละ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทุกครอบครัว ครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จะมีคณะกรรมการพิจารณาสิทธิ คำว่า กรรมการ พิจารณาสิทธิ นั้นก็หมายถึงว่ามีการเปลี่ยนมือหรือไม่ แล้วก็เป็นญาติ เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นมารดา เป็นลูก เป็นหลาน เป็นเหลนอย่างไรก็จะมีการพิจารณาพิสูจน์สิทธิกัน แต่ว่าผู้อยู่อาศัยเดิมนั้นสามารถอยู่ได้ครบทุกครอบครัว เพราะว่าห้องนั้นมีพอเพียงที่จะ รองรับ ๕,๘๔๖ ครอบครัว สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าแผนในการหาผู้รับเหมาก่อสร้างนั้น ปีนี้ก็ล่าช้าไป เพราะว่าหลังจากประกาศได้รับผู้ประมูลชนะไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นท่านถามในกระทู้ แยกส่วน ก็กราบเรียนว่าหลังจากที่วันนั้นแล้วมีการอุทธรณ์นะครับ มีการอุทธรณ์ไปที่ กรมบัญชีกลาง คณะกรรมการของกรมบัญชีกลางก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าคำอุทธรณ์นั้นฟังขึ้น ก็มีการตีตกเจ้าเดิมไป แล้วก็มีการพิจารณาเลือกบริษัทผู้รับเหมาเจ้าใหม่เข้ามาทำนะครับ แล้วก็อยู่ระหว่างการต่อรองราคาในสิ่งที่กำลังจะก่อสร้างคือแปลงเอ (A) นั้น และขณะนี้ก็คือ ท่านผู้ว่าการการเคหะแห่งชาตินั้นได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาโดยมีท่านรองผู้ว่าการ เป็นประธานเพื่อต่อรองราคา ฉะนั้นอีกอาคารหนึ่งคืออาคารดี ๑ (D1) ซึ่งสูง ๓๕ ชั้น มี ๖๑๒ หน่วยนั้น เดิมทีก็มีบริษัทบริษัทหนึ่งได้ชนะไปก็มีการอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นี้ ก็หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้วินิจฉัยว่าคำร้อง คำอุทธรณ์นั้นฟังขึ้น ปัจจุบันนี้ก็ได้บริษัทใหม่ ๑ บริษัท และอยู่ระหว่างการต่อรองราคานะครับ ทีนี้ท่านอาจจะถามว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชน ในเขตนั้นได้รับสิทธิอะไรบ้าง ก็คือได้รับสิทธิเดิมก็คือค่าเช่าคงเดิม แต่ว่าครั้งใหม่นี้มีการเก็บ ค่าใช้จ่ายในเรื่องของส่วนกลาง ซึ่งมีความแตกต่างว่าอาคารที่สร้างในเขตดินแดงนั้นตั้งแต่ ๕๐ ปีที่แล้วก็มีสิ่งแวดล้อม สภาพนั้นเหมือนเดิมในยุคนั้น ๕๐ ปีมานี้ก็มีการเปลี่ยนแปลง ไปมาก แล้วก็มีระบบการจัดการใหม่ก็จึงมีค่าส่วนกลางเกิดขึ้น และค่าส่วนกลางนี้ก็ได้เก็บ จากพี่น้องประชาชนทุกครอบครัวจำนวนเท่ากันครับ ก็กราบเรียนท่านประธานให้กรุณา ทราบครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประเดิมชัย ถามได้ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้กรุณาให้ข้อมูลนะครับ ซึ่งต้องเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่ายังมีข้อมูลที่ยังไม่ครบในคำถามแรกที่ผมได้ถามไป โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของผู้อยู่อาศัย ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านบอกว่าจะมีของเดิมอยู่ประมาณ ๕,๘๔๖ หน่วย หรือว่า ๔๖ ห้อง เพิ่มไปเป็น ๒๐,๒๙๒ หน่วย หรือว่า ๙๒ ห้อง นั่นหมายความว่าเพิ่มไป ๓ เท่าตัวกว่า จากคนที่อยู่อย่างแออัดยัดเยียดในปัจจุบันในพื้นที่ เขตดินแดงประมาณ ๘ ตารางกิโลเมตร มีพี่น้องประชาชนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คน ไม่รวมประชากรแฝงที่อยู่ตามที่พักอาศัย อพาร์ตเมนต์ (Apartment) ห้องเช่าต่าง ๆ อีกมากมาย นั่นหมายความว่าโดยสภาพทางกายภาพของเขตดินแดง ในปัจจุบันอยู่ในลักษณะที่อยู่กันอย่างแออัดยัดเยียด การที่การเคหะแห่งชาติโดยกระทรวง พม. มีแผนในการที่จะรื้อย้ายอาคารแฟลตทั้งหมดแล้วสร้างเป็นอาคารใหม่ พี่น้องประชาชน สงสัยว่าของเดิมเขาอยู่กัน ๔ ชั้น ตอนนี้จะเป็นอาคารขนาด ๓๐ กว่าชั้นขึ้นไปทั้งหมด ของเดิมมีอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าห้อง เพิ่มไป ๒๐,๐๐๐ กว่าห้อง นั่นหมายความว่า จะต้องมีผู้อยู่รายใหม่เข้ามาเพิ่มอีกประมาณ ๑๕,๐๐๐ ห้อง หรือว่า ๑๕,๐๐๐ ครอบครัว ปัญหาต่าง ๆ จะตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการจราจร ไม่ว่าจะเป็นปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของการแย่งชิงในสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่ทำเลทอง แห่งนี้ ผมคิดว่าการเคหะแห่งชาติคงมีเป้าประสงค์แฝงในเรื่องของการนอกเหนือจาก การที่จะกล่าวอ้างว่าเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในข้อเท็จจริง ผมคิดว่ามันจะเป็นการสร้างภาระให้กับคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมากในอนาคต ฉะนั้นตรงนี้ ก็ขออนุญาตฝากนำเรียนท่านประธานไปถึงทางท่านรัฐมนตรีว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นอยากจะ ให้ท่านได้ลองทบทวนว่ากรุงเทพมหานครในขณะนี้เขตที่อยู่ใจกลางเมืองสมควรที่จะต้อง สร้างรูปแบบให้มีการขยายตัวออกไปนอกเมือง หรือว่าท่านต้องการที่จะสร้างการกระจุกตัว ที่จะให้มันเกิดขึ้นในเมืองอย่างในแผนที่ท่านได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ ต่อคำถามนี้ก็ขออนุญาตเรียน ถามท่านประธานเป็นคำถามที่ ๒ นะครับว่า ขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) ครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ🔗
นี่คือรูปที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ไปวางศิลาฤกษ์ที่อาคารแปลงดี ๑ (D1) ที่ติดกับอาคารแปลงจี (G) ซึ่งผม ก็ไม่ทราบนะครับว่าตัว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้หลงคารมหรือว่าได้เชื่อทางไสยศาสตร์ ถึงได้เดินทางไปวางศิลาฤกษ์ที่อาคารแปลงดี ๑ (D1) ที่จะมีการก่อสร้าง ตัวท่านรัฐมนตรี ก็ยืนอยู่ข้างหลังท่านนายกรัฐมนตรีนั่นละครับ ประชาชนยิ่งสงสัยหนักว่าผู้หลักผู้ใหญ่ ของบ้านเมืองมาวางศิลาฤกษ์แล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เพิ่งได้ทราบจากรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ ครับว่าบริษัทแรกที่ประมูลได้กลับไม่ได้ เพราะว่าถูกอุทธรณ์กลายเป็นบริษัทที่ ๒ ได้ ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่ามีการลงนามกันหรือยัง หรือว่ามีแผนที่จะก่อสร้างกันเมื่อไร อย่างไร ไม่มีการขึ้นป้าย ไม่มีการให้ข้อมูลบอกใด ๆ ทั้งสิ้นกับพี่น้องประชาชน ประชาชนเฝ้าติดตาม ดูว่าคุณภาพของการก่อสร้างอาคารแปลงดี ๑ (D1) นี้จะมีคุณภาพเหมือนกับอาคารแปลงจี (G) ที่สร้างไปแล้วเสร็จแล้วหรือไม่🔗
ท่านประเดิมชัยต้องถาม แล้วครับ ต้องถามแล้วครับ🔗
ก็ขออนุญาตเรียนถาม ขออนุญาตรูปต่อไปครับ นี่คือหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปวางศิลาฤกษ์ก็ใช้เป็นพื้นที่ ในการไปถ่ายโฆษณารถยนต์ยี่ห้อหนึ่งนะครับ ขอรูปต่อไปครับ นี่ครับมีการไปตั้งวง ถ่ายโฆษณากันอย่างใหญ่โตเลยนะครับ ไม่รู้ว่าอนุญาตกันได้อย่างไรนะครับก็ว่ากันไป รัฐมนตรีไปตรวจสอบด้วยก็แล้วกัน ขออนุญาตรูปต่อไปครับ อันนี้คือรูปสุดท้ายท่านประธาน ครับที่อยู่ใกล้บ้านท่านประธาน ถ้าท่านประธานออกมาจากบ้านท่านประธานเลี้ยวซ้าย ไปถนนจตุรทิศที่ผ่านทางบึงมักกะสันก็จะเห็นแฟลตอาคารแปลงเอ (A) ที่ทางการเคหะแห่งชาติ มีแผนที่จะก่อสร้าง มีการทุบตึกพังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนร้องไปหน่วยงานก็ไม่มีการกระดิก ไม่มี การเคลื่อนไหว ไม่มีการทำอะไร ก็อยากจะสอบถามใน ๒ ประเด็นก็คือว่า การที่นายกรัฐมนตรี ไปวางศิลาฤกษ์แปลงดี ๑ (D1) แล้วนะครับจะเริ่มก่อสร้างจริง ๆ ได้เมื่อไร แล้วรายละเอียด ของในอาคารแปลงดี ๑ (D1) นี้ท่านจะสามารถเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้ทราบได้หรือไม่ และประชาชนจะสามารถไปติดตามตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารแปลง ดี ๑ (D1) ได้ที่ไหน และรวมทั้งในบริเวณแฟลต ๒๓ ๒๔ ที่อยู่ติดกับ โดยเฉพาะที่อยู่ในส่วน แปลงเอ (A) ที่มีการทุบในขณะนี้ท่านได้มีเรื่องของรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วหรือไม่ ถ้ามีขอดูได้ที่ไหน อย่างไรนะครับ พี่น้องประชาชนสนใจอยากที่จะได้ดูในรายละเอียดว่า ท่านได้มีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือว่าอีไอเอ (EIA) หรือไม่ เพราะว่า ประชาชนบอกว่าไม่เคยมีใครมาเดินสำรวจสอบถามเพื่อที่จะให้แสดงความคิดเห็นประกอบ ก็ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ได้ใช้เวลาเกิน ๑๕ นาที แล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำกับการบริหารการเคหะแห่งชาติ ขอกราบเรียนท่านด้วยความเคารพดังนี้นะครับ ในภาพที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไปวางศิลาฤกษ์ก็เป็นหนึ่งในประเพณีไทย ความเชื่อ ของไทยที่เกิดความเป็นสิริมงคล ผมเชื่อว่าแทบทุกอาคารที่มีศาสนาคล้ายกันก็ทำแบบนี้นะครับ ทั้งนั้นเพื่อเจตนาดีที่จะให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับพี่น้องประชาชน และในวันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปวางศิลาฤกษ์นั้นก็มีประชาชนในเขตดินแดงไปร่วมด้วยเช่นกัน อยากจะกราบเรียนว่าอาคารดี ๑ (D1) ที่ท่านว่านี่นะครับสูง ๓๕ ชั้น มี ๖๑๒ หน่วย แล้วก็ขณะนี้ที่ยังไม่ประกาศผู้รับเหมาว่าเป็นรายใดที่ได้อยู่ระหว่างการต่อรองราคา ถ้าได้ราคาที่ไม่แพงไปกว่าเดิมก็เชื่อว่าการเคหะแห่งชาตินั้นจะสามารถตกลงราคาได้ แล้วก็มีการเซ็นสัญญาซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เซ็นสัญญา เพราะว่าอยู่ระหว่างการต่อรองราคา เมื่อเซ็นสัญญาแล้วก็คงจะได้รีบดำเนินการก่อสร้างทันทีให้เร็วที่สุด เพราะว่าล่าช้ากว่า แผนเดิมมาประมาณ ๑ ปีแล้ว🔗
ประการต่อมาด้วยความเคารพ ที่ท่านบอกว่าจะก่อให้เกิดปัญหามลพิษ วันนี้ ที่ดินที่เขตดินแดงก็เป็นที่ดินที่เขตที่อยู่ชุมชนแออัดก็จริง แต่ว่าวันนี้เราไม่ได้ขยาย แล้วก็ ไม่สามารถขยายไปในแนวราบได้ จำเป็นที่จะต้องทำในแนวดิ่งคือระดับสูง ตึกสูงขึ้นไป แล้วก็ ต้องบอกว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในกลางใจเมือง แล้วก็คนที่มาอยู่อาศัยนั้นก็จะมีความสะดวก ในการเดินทางไปทำงานแล้วก็ประกอบอาชีพอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อความคุ้มทุนในการลงทุน ให้เกิดความคุ้มค่าก็จำเป็นต้องพัฒนาในแนวที่อาคารสูงขึ้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นได้คำนึงถึง ผลกระทบของสิ่งแวดล้อมตามแผนที่เขาได้ส่งมา🔗
ประการต่อมา ก็อยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าวันนี้มีการอนุมัติเรื่องสิ่งแวดล้อม ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้วก็คือแปลงจี (G) ซึ่งได้ก่อสร้างไปแล้ว ผ่านไปแล้ว ผ่านการอนุมัติแล้วคือแปลงซี (C) แปลงเอ (A) แล้วก็แปลงดี ๑ (D1) ส่วนที่กำลังรอ การพิจารณาอยู่นั้นก็คือแปลงเอ ๒ (A2) แปลงเอ ๓ (A3) แปลงเอ ๔ (A4) แปลงดี ๒ (D2) แล้วก็แปลงซี ๑ (C1) ซึ่งจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าไม่ต้องจดนะครับ เดี๋ยวผมจะไปบังคับให้หน่วยงานนั้นนำขึ้นในเว็บไซต์ (Website) ทางออนไลน์ (Online) สามารถตรวจสอบได้หมดนะครับ ส่วนที่มีการทุบตึกพังในภาพนั้นก็เป็นเรื่องของการคัดเลือก ผู้รับเหมา ซึ่งอาจจะต่ำกว่ามาตรฐานนะครับ ซึ่งเกิดก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่ง ขณะนี้ก็ได้ ให้จัดการไปแล้ว แล้วก็ทราบว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในเร็ววันนี้นะครับ นอกจากนั้น แล้วที่ท่านถามว่าสิ่งแวดล้อมก็ตาม การก่อสร้างก็ตาม เรื่องอนุมัติเรื่องอะไรก็ตามผมจะให้ ทางการเคหะแห่งชาตินั้นได้นำขึ้นในเว็บไซต์ (Website) ของการเคหะแห่งชาติให้เร็วที่สุด ถ้าผมจะตอบท่านก็คือจะให้เสร็จภายใน ๗๒ ชั่วโมง ฉะนั้นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คงจะ ไม่ต้องไปถามหาก็ติดตามตรวจสอบได้ แล้วก็จะให้ขึ้นเบอร์โทรศัพท์ไว้ถ้าเผื่อท่านมีปัญหา จะต้องสอบถามก็สอบถามได้กับผู้อำนวยการฝ่าย ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือรองผู้ว่าการที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนนั้นต้องมีการรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน เพราะว่ากินเงินเดือนจากภาษี ประชาชน เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะพยายามตรวจสอบให้ได้ง่าย ที่สุดแล้วก็โปร่งใสที่สุด ก็จึงกราบเรียนมาด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เป็นการจบกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ต่อไปกระทู้ฉบับสุดท้ายใช่ไหมครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๙ เรื่อง การบังคับใช้พระราชบัญญัติอาคารชุด พุทธศักราช ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคแก่ผู้ประกอบการอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) (พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา เป็นผู้ตอบกระทู้แทน🔗
เชิญผู้ตั้งกระทู้ พันตำรวจตรี ชวลิต ถามได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประเด็นที่ผมจะขอสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ส่งท่านรัฐมนตรีอนุชา มาตอบแทนในวันนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ต้องดิ้นรนหาเงิน ทำงานเพื่อมาผ่อนชำระค่าที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ชีวิตพักผ่อนหลับนอน เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิต ซึ่งค่าผ่อนชำระแต่ละเดือนก็ได้กินเงินเดือนที่เขาตรากตรำทำงาน ไปแทบจนหมดสิ้น เพื่อแลกกับที่อยู่อาศัยที่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในอนาคตเป็นหลายสิบปี บรรดาผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมหรือดีเวลอปเพอร์ (Developer) ก็ได้โฆษณาวาดฝัน โครงการต่าง ๆ เอาไว้ เพื่อเชิญชวนให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนไปซื้อ ไปผ่อน ไปจับจองกัน แล้วพ่อแม่พี่น้องประชาชน จำนวนมากเมื่อซื้อหรือจับจองไปแล้วก็ฝันสลายพร้อมกับเป็นหนี้อีกก้อนโตที่ต้องตรากตรำ ทำงานชดใช้หนี้ก้อนนี้ไปอีกเป็นสิบปีเมื่อถูกบรรดาผู้ประกอบการได้ฉ้อโกง หลอกลวง โดยอาศัยความเป็นบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือ มีโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต (Internet) ทีวี (TV) บนรถไฟฟ้า หลายบริษัทก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่แปลก หรอกครับที่จะมีพ่อแม่พี่น้องประชาชนถูกบริษัทอสังหาริมทรัพย์หรือดีเวลอปเพอร์ (Developer) เหล่านี้หลอกให้เซ็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้ง่ายด้วยความที่เขาดูน่าเชื่อถือนะครับ อำนาจต่อรองของประชาชนผู้บริโภคก็สู้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ ๆ ไม่ได้หรอกครับ เพราะสัญญาต่าง ๆ ก็ถูกจัดทำโดยผู้ประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ประชาชน ผู้บริโภคคนธรรมดา จริง ๆ สภาของเราก็เคยออกกฎหมาย พ.ร.บ. อาคารชุดและ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคขึ้นมาเพื่อปกป้องประชาชนแล้วนะครับ ก็จะมีแบบฟอร์ม (Form) สัญญา จะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขาย ที่รัฐบังคับให้ผู้ประกอบการต้องมีข้อความตามแบบฟอร์ม (Form) ที่กำหนด เพื่อไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภคก็ออกมาแล้ว คุ้มครองถึงขนาดที่ว่าถ้า ผู้ประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทำสัญญาขึ้นมาแล้วมีข้อความที่ไม่เหมือนกับแบบฟอร์ม (Form) ที่รัฐกำหนด ข้อความส่วนที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคก็ถือว่าเป็นโมฆะไม่มีผล บังคับใช้ และที่สำคัญก็คือมีโทษทางอาญา ปรับกรณีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทด้วย ท่านคิดว่า มีประชาชนรับรู้กันกี่คนครับ แม้แต่ทนายความ นักกฎหมายจะมีกี่คนที่รู้ถึงสิทธิของ ประชาชนตรงนี้ ตำรวจ พนักงานสอบสวนตามโรงพักต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย ลงโทษผู้ประกอบการเหล่านี้ท่านคิดว่ามีคนที่รู้เรื่องนี้กี่คน ผมอยากจะชวนพ่อแม่พี่น้องที่ฟังอยู่ที่บ้าน ณ ตอนนี้ลองดาวน์โหลด (Download) แบบฟอร์ม (Form) สัญญาที่กฎหมายกำหนดแล้วหยิบเอกสารสัญญาที่ท่านจองหรือซื้อบ้าน หรือซื้อคอนโดมิเนียมมาเทียบข้อความดูได้นะครับ ท่านอาจจะเพิ่งมารู้ว่าตัวเองโดนเอารัด เอาเปรียบเหมือนกับที่ประชาชนจำนวนมากประสบพบเจอแล้วร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ผ่านมาทางผม ที่ผมจะไล่เลียงต่อไปนี้ก็เป็นได้ เรื่องที่พ่อแม่พี่น้องเดือดร้อนกันมากที่สุด เกี่ยวกับประเด็นนี้ก็จะเป็นเรื่องการก่อสร้างที่มีความชำรุดบกพร่อง แต่ไม่มีการรับผิดชอบ แก้ไข โครงสร้างผนังต่าง ๆ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ไปไม่นานก็พัง ชำรุด เสื่อมสภาพ ในแบบฟอร์ม (Form) สัญญาที่กฎหมายกำหนดไว้เขาให้ผู้ประกอบการต้องรับประกันทุกอย่าง ๕ ปีนะครับ แต่ท่านทราบไหมครับ ผู้ประกอบการมักจะปฏิเสธไม่ซ่อมให้ ผ่านไปปีสองปีก็อ้างว่า หมดประกันแล้ว เพราะสัญญาเขียนใช้ข้อความผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้เวลา รับประกันน้อยลงมา อย่างลิฟต์โดยสารนี่จริง ๆ ผู้ประกอบการต้องรับประกันอย่างน้อย ๕ ปี แต่อย่างที่เราเห็น ๆ กันก็คือยังไม่ถึง ๕ ปีผู้ประกอบการก็มักจะปฏิเสธความรับผิดชอบ เวลาเสีย เวลามีปัญหา นิติบุคคลก็ต้องใช้เงินส่วนกลางของประชาชนผู้บริโภคเอามา ซ่อมแซม มีทั้งการก่อสร้างที่มีการเปลี่ยนวัสดุเป็นคุณภาพต่ำกว่าแบบก่อสร้างในสัญญา ให้พังง่ายกว่า ราคาถูกกว่า เพื่อฟันกำไรได้มากกว่า แบบนี้ประชาชนเดือดร้อนนะครับ นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ โฆษณาว่าจะมีพื้นที่ส่วนกลาง อย่างนั้นอย่างนี้ ทำภาพมาอย่างดีเลยเพื่อให้คนมาซื้อ มาจับจอง แต่พอสร้างเสร็จก็ไม่ได้มี อย่างที่โฆษณาไว้ หรือการเอาเปรียบโดยการเอาพื้นที่ที่ควรจะเป็นทรัพย์ส่วนกลาง เช่น ร้านค้าไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการเอง ไปปล่อยเช่าหาผลกำไรแทนที่เงินจะเข้าไปใน นิติบุคคล แทนที่จะเป็นทรัพย์ส่วนกลางของผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของร่วม ก็มีหลาย ๆ โครงการ ที่เอาเปรียบผู้บริโภคในลักษณะนี้ รวมไปถึงการก่อสร้างที่เลยกำหนดเวลาในสัญญาที่จะต้อง สร้างเสร็จแต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จ แล้วผู้ประกอบการก็ไม่เสียค่าปรับตามสัญญาให้แก่ผู้บริโภค คล้าย ๆ กับสภาของเรานี่ละครับท่านประธาน หรือไม่ยอมคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย เมื่อผู้บริโภคมีความประสงค์ที่จะบอกเลิกสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าประชาชน อยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องร้องเอาเอง มีการเก็บค่าเปลี่ยนสัญญากรณีเปลี่ยนสิทธิในใบจอง หรือที่เรียกกันว่าการซื้อขายใบจองนั่นเอง ผู้ประกอบการก็ทำผิดกันเยอะมากนะครับ โดยที่ ประชาชนไม่รู้ว่าผู้ประกอบการทำเช่นนี้ไม่ได้ ค่าเปลี่ยนสัญญา ค่าซื้อขายใบจองที่ ผู้ประกอบการหลอกประชาชนเพื่อเอาเงินก้อนนี้ไปหลายหมื่นบาทเลยนะครับไม่ใช่ถูก ๆ มีทั้งการยึดเงินดาวน์ผู้บริโภคไปทั้งหมดโดยไม่คืนในกรณีที่ผู้บริโภคไม่ชำระเงินดาวน์ ตรงตามเวลาสัญญานะครับ ผู้ประกอบการทำเช่นนี้ไม่ได้นะครับ ก็คือการที่ยึดเงินลูกค้า ไปเลยบางทีก็หลายแสนบาทถ้าผู้บริโภคอยากได้เงินคืนก็ต้องไปฟ้องร้องเอาเอง ก็มีหลายบริษัทที่ทำผิดเช่นนี้กันเยอะนะครับ🔗
และปัญหาสุดท้ายที่ผมจะยกตัวอย่างเนื่องจากเวลามีจำกัดนะครับ อย่างโครงการที่ผู้ประกอบการยังขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดยังไม่หมดจึงมีการอ้างสิทธิ โหวต (Vote) ในการประชุมใหญ่เจ้าของร่วม จากห้องชุดที่ยังไม่ได้มีการโอนในการส่งคนจาก บริษัทผู้ประกอบการมานั่งเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด แล้วก็ทำการทุจริต เงินค่าส่วนกลางของผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของร่วมเป็นต้น ยังมีกรณีที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบ ผู้บริโภคอีกมากมายเลยนะครับที่เป็นความผิดกฎหมายชัดเจน มีหลักฐานเอาผิดได้ง่าย เช่นแค่เอาสัญญามานะครับ เอาเอกสารสัญญามา มาเทียบข้อความกันก็ชี้ความผิด ได้แล้วแต่ผู้ประกอบการก็ยังทำผิดกันมากมาย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่กฎหมายไม่ดีนะครับ แต่คือการบังคับใช้กฎหมายต่างหากที่มันไม่ดี มีปัญหา ซึ่งนี่อยู่ในความรับผิดชอบ ของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งควรจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก แต่ก็มี การปล่อยปละละเลย ผมก็เลยจะขอเรียนถามว่า จากการที่มีการปล่อยปละละเลยไม่ทำ การป้องกันปราบปรามผู้ประกอบการที่กระทำการเอาเปรียบผู้บริโภคจนเกิดปัญหา การเอาเปรียบผู้บริโภคเป็นจำนวนมากในอนาคตท่านจะมีแผนการหรือวิธีการที่จะกำกับ ควบคุมผู้ประกอบการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพจนผู้บริโภคไม่ถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบ เช่นนี้อีก ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีอนุชาตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งกระทู้ถาม เพราะเห็นว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในส่วนที่ต้องแบกรับภาระ หรือต้อง ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม ที่มีการก่อสร้างปีหนึ่งอย่างมากมาย และมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อย่างที่ท่านกล่าวมา ในข้อนี้คงเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมเรา แล้วก็อยากกราบเรียนว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีคงไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น จากสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีหลากหลาย ประเด็น หลากหลายปัญหา ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนในส่วนของสาเหตุในคดีที่นำเข้า มาสู่เป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการแล้วก็ผู้บริโภคนะครับ มีประเด็นที่ร้องเรียน เข้ามาเป็นสถิติอยู่ ๓ ปีนะครับ ปี ๒๕๖๑ ในประเด็นที่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จมีอยู่ประมาณ ๔๒๖ คดี สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อจึงเกิดเป็นปัญหาในการโอน แล้วก็มีการยึดเงินดาวน์ หรือเงินจองอยู่ ๑๕๗ คดี ปี ๒๕๖๒ มีอยู่ ๒๔ คดี ปี ๒๕๖๓ มีอยู่ ๒๓๔ คดี ซึ่งแต่ละปี มีความแตกต่างกัน จากตัวเลขค่อนข้างมีนัยอาจจะมีการแตกต่างกันมากในส่วนประเด็นนี้ มีความชำรุดบกพร่องในการก่อสร้างก็ดี ปี ๒๕๖๑ ๑๕๓ ราย ปี ๒๕๖๒ ๑๕๙ ราย ปี ๒๕๖๓ ๕๗ ราย ดำเนินการไม่เป็นไปตามที่โฆษณา มีผู้ร้องเรียน ๑๒๒ ราย ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ๑๒๑ ราย ปี ๒๕๖๓ ๑๗ ราย ไม่จัดทำสาธารณูปโภค ปี ๒๕๖๑ ๔๐ ราย ปี ๒๕๖๒ ๑ ราย ปี ๒๕๖๓ ๑๖ ราย ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ปี ๒๕๖๑ ๔๐ ราย ปี ๒๕๖๒ ๑๐ ราย ปี ๒๕๖๓ ๒๙ ราย การบริหารงานของนิติบุคคลอาคารชุดอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้บอกมาในกรณีที่ สร้างไม่แล้วเสร็จนะครับ แล้วก็ใช้เสียงข้างมากอย่างที่ท่านสมาชิกว่าก็คือมีอยู่ ๕ ราย เมื่อปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ มีอยู่ ๒ ราย ปี ๒๕๖๓ มีอยู่ ๕ ราย ก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงาน ไม่เรียบร้อย ปี ๒๕๖๑ ๒๓ ราย ปี ๒๕๖๒ ๒ ราย ปี ๒๕๖๓ ๑๘ ราย ค่าส่วนกลางสูง เกินจริง ปี ๒๕๖๑ ๑ ราย ปี ๒๕๖๒ ไม่มี ปี ๒๕๖๓ ๓ ราย ก่อสร้างไม่ตรงตามแบบ ตัวอย่าง ปี ๒๕๖๑ ๔ ราย ปี ๒๕๖๒ ๗ ราย ปี ๒๕๖๓ ๑๕ ราย รวมทั้งหมดที่มีผู้ร้องเรียน เข้ามา ปี ๒๕๖๑ ๙๗๑ ราย ปี ๒๕๖๒ ๓๕๗ ราย ปี ๒๕๖๓ ๕๖๒ ราย ลดลงตามลำดับ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปนะครับว่าคดีที่เกิดขึ้นนั้นมีสิ่งที่เราต้อง พิจารณานะครับว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ ๓ ส่วนที่ต้องดำเนินการ คือ🔗
๑. ภาครัฐ ภาครัฐก็ประกอบไปด้วยกรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคและราชการส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ในการกำกับดูแลในมิติการให้อนุญาต และตรวจสอบความถูกต้อง อันนี้ก็คือเป็นลำดับต้น ๆ ที่ต้องมีการรัดกุมในเรื่องของ การขออนุญาตและความสามารถของผู้ประกอบการในการที่จะดำเนินธุรกิจ ซึ่งตรงนี้ คงต้องว่ากันตามระเบียบ และกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ตั้งแต่ชั้นแรกนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ผู้บริโภคอยู่ในฐานะคู่สัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ แล้วก็ประสบ ปัญหาดังที่ผมได้กราบเรียนมาแล้วในส่วนของการร้องเรียนนะครับ🔗
ส่วนผู้ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้บริโภค นะครับที่อาจจะไม่ทำตามสัญญาหรือผิดสัญญา หรือสัญญาเอารัดเอาเปรียบ หรือมีปัญหา เกิดขึ้นเนื่องจากธุรกิจของตนมีหลากหลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นกลไกการแก้ไขปัญหา ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจจะบอกว่าอาจจะอยู่ปลายทาง ปลายเหตุ เพราะว่าผู้ประกอบการได้ขออนุญาตมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย หลายสิ่งหลายอย่างที่ คณะกรรมการได้ดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสัญญาอะไรต่าง ๆ คณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภคก็มีกฎเกณฑ์ มีกฎระเบียบ แล้วมีการป้องกันการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบอยู่แล้ว ในกฎเกณฑ์ กฎระเบียบ และกฎหมายที่มีอยู่🔗
การแก้ไขปัญหาเมื่อมีประเด็นปัญหาก็มีการเจรจาไกล่เกลี่ย ขั้นแรก การเจรจาไกล่เกลี่ยนี่ก็มีประสบความสำเร็จอยู่ในปี ๒๕๖๑ เจรจาไกล่เกลี่ยเป็นวงเงิน ๔๓ ล้านบาท จากวงเงินประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ไกล่เกลี่ยสำเร็จประมาณ ๔๓ ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมดประมาณ ๑๔๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ไกล่เกลี่ยได้ลดลง เพราะว่าน่าจะมีปัญหาเยอะนะครับ ไกล่เกลี่ยได้วงเงิน ๒๗ ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด ประมาณ ๑๔๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าไกล่เกลี่ยได้ลดลง หลังจากนั้นทางสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีกับผู้ประกอบการทุกคดี แล้วตั้งแต่ที่มีสถิติ การดำเนินคดีกับผู้ประกอบการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคชนะคดีเกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเหนืออื่นใดส่วนใหญ่ศาลจะพิพากษาในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคเป็นโจทก์ จะมีกำหนดค่าชดเชยและค่าเสียหายให้กับผู้บริโภคอีกเกือบ ทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนี่ได้ปฏิบัติ ในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่มีบกพร่องหรือขาดตกบกพร่องแม้แต่ข้อร้องเรียนเดียว ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าทางด้านการป้องกัน ในส่วนที่เราจะป้องกันนั้น ผมเชื่อว่าแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ดำเนินการเพื่อการป้องกันก็คือทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เผยแพร่ต่อ รายชื่อผู้ประกอบการที่ถูกดำเนินคดีจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ได้มีการเผยแพร่ความรู้ ในการตระหนักในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในแอปพลิเคชัน (Application) ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค🔗
๓. การออกกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ ของผู้ประกอบการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงาน ผมคงไม่ต้องลงรายละเอียด ในเรื่องนี้นะครับ แต่เราได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ดังที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีความสะท้อนถึงสิ่งที่พวกเราจะต้องดูแลพี่น้องประชาชน ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวมา แล้วเหนืออื่นใดได้มีการทำเอ็มโอยู (MOU) โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา การทำเอ็มโอยู (MOU) นี้ก็คือการที่สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคได้เจรจาเพื่อขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในกรณีที่ผู้บริโภคมีการจอง มีการจ่ายเงินดาวน์แล้วเกิดเสียชีวิต เกิดทุพพลภาพ หรือตกงาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโดยทำเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันว่าจะคืนเงินมัดจำ คืนเงินดาวน์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแม้กระทั่งกรณีนี้ ผู้ประกอบการมิได้เป็นผู้ผิดในการที่จะดำเนินการ แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคก็เล็งเห็นว่าอะไรที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสามารถปฏิบัติได้ก็ได้ปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ก็ต้องขอขอบคุณความห่วงใยของท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านชวลิต ถามอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คำถามที่ ๒ ก็จะใช้เวลาสั้น ๆ ต่อเนื่องกัน จริง ๆ เสียดายนะครับที่ท่านก็ได้ ดูแค่ สคบ. อย่างเดียวไม่ได้ดูถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย จริง ๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีหน่วยงานระดับกองบังคับการเลยที่ดูแลเกี่ยวกับผู้บริโภคตรงนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ คำถามที่ ๒ ก็จะเกี่ยวกับการดำเนินการในเชิงรุก ซึ่งดีกว่าเชิงรับเหมือนอย่างที่ทำกัน ผ่าน ๆ มานะครับ มาตรการเชิงรับเหมือนอย่างที่ผ่าน ๆ มาก็คือต้องรอให้ประชาชนผู้บริโภค ถูกเอาเปรียบ ได้รับความเดือดร้อนเสียก่อนเจ้าหน้าที่ ตำรวจ หรือ สคบ. หรือว่าศาลค่อยมาดู คดีนี้ แบบนี้จำนวนเคส (Case) ของคดีที่คนเดือดร้อนมันก็เลยเยอะอย่างไรครับ มันก็ล้นเกิน กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรครับ ถ้าเป็นตำรวจก็อาจจะเป่าคดีใช่ไหมครับ คนทำสำนวน ก็อาจจะเป่าคดี หรือถ้าเป็นศาลก็อาจจะไล่ให้ไปไกล่เกลี่ย ไล่ให้ไปสืบพยาน ก็คือเขาอาจจะ ไม่อยากสืบพยานนะครับ คือแบบนี้ผู้ประกอบการเขาก็ยิ้มเลยนะครับ ก็เพราะเหตุนี้เขาถึงกล้า เอาเปรียบผู้บริโภคนะครับ เพราะเขาคิดว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการคดีกันน้อยแบบอย่างนี้ ก็โกงกันแบบเดิมต่อไปอย่างไรก็คุ้มนะครับ ถึงแม้จะมีคดีที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าปรับ เชิงลงโทษถึง ๒ เท่าของค่าเสียหายก็ตามนะครับตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา ๔๒ แต่ท่านรู้ไหมครับว่าผู้ประกอบการก็ยังโกงลูกค้า ยังเอาเปรียบผู้บริโภคต่อไป เพราะเขาถือว่าคุ้มอย่างไรครับ มาตรการเชิงรับแบบที่ผ่าน ๆ มาผู้ประกอบการก็ยังไม่เลิกโกง เจ้าหน้าที่ก็ต้องเหนื่อยทำไม่ไหวแล้วก็เป่าคดีกันต่อไป ส่วนมาตรการเชิงรุกที่ผมอยากจะถาม ท่านว่าทำไมถึงไม่ทำ ก็คือการบังคับใช้กฎหมายลงโทษทางอาญาแก่ผู้ประกอบการให้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพก่อนที่เขาจะเอาเปรียบผู้บริโภค ปัญหาที่ผมไล่เลียงมาส่วนใหญ่ก็มีที่มามาจากการที่ทำสัญญาที่ผิดแบบไปจากที่กฎหมาย กำหนดนั่นเองนะครับ ก็เลยเป็นต้นทางที่สำคัญเลยที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านั้นตามมา แทนที่ท่านจะรอให้ท่านผู้บริโภคในคอนโดมิเนียมโครงการหนึ่ง ๆ ถูกเอาเปรียบเป็นพันรายก่อน ทำไมท่านไม่ใช้มาตรการเชิงรุก ทั้งการตรวจสอบหนังสือสัญญาในโครงการไปเลยทีเดียว ละครับ เพราะมันเป็นสัญญาสำเร็จรูปใช่ไหมครับ ก็ตรวจไปเลยทีเดียว ประหยัดแรง เจ้าหน้าที่รัฐได้เป็นพันเท่า การทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมมันก็คือความผิดสำเร็จแล้วนะครับ ก็ขออย่ารอให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่านี้ก่อนแล้วเจ้าหน้าที่ถึงค่อยทำงาน จะได้ไม่เป็นคดีค้างในชั้นสอบสวนหรือในชั้นศาลมากมายต่อไปนะครับ🔗
รวมถึงมาตรการเชิงรุกอีกประการนะครับก็คือการประชาสัมพันธ์ ที่ผมสงสัยว่า ทำไมถึงไม่มีการเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ ผมก็เลยมีคำถามว่าท่านมีแผนหรือวิธีการที่จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสิทธิ และวิธีการในการปกป้องสิทธิของผู้บริโภคด้วยการฟ้องร้องค่าเสียหายอย่างไรบ้างนะครับ ที่เราทราบกันมานี่ไม่ใช่แค่ทั้ง สคบ. อย่างเดียวยังมีการฟ้องตรงต่อศาล ยังมีการอำนวยความสะดวก อีกมากมายนะครับ เพราะว่าประชาชนที่เดือดร้อนจากการที่ถูกผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เอาเปรียบที่ผมเจอมานี่แทบจะไม่รู้สิทธิของตัวเอง ไม่รู้วิธีการต่อสู้ตรงนี้กันเลยนะครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบคำถาม อย่างไรก็ฝากเร่งรัดดำเนินการด้วยนะครับ ก็อย่าให้ ประชาชนเขาคิดว่ารัฐบาลเห็นแก่นายทุนใหญ่มากกว่าประชาชนก็เลยเพิกเฉยไม่บังคับ ใช้กฎหมายกับนายทุน แล้วก็ปล่อยปละละเลยให้ประชาชนเดือดร้อนเช่นนี้ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
รัฐมนตรี มีอะไรเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ สำหรับในส่วนของข้อห่วงใย ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ห่วงใยในเรื่องของสิ่งที่ทางภาครัฐควรที่จะทำเขาเรียกว่า การป้องกัน หรือการที่จะเยียวยาปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ลดน้อยลงหรือไม่มีเลย ก็อยากกราบเรียนว่าเป็นข้อคิดเห็นที่ทรงคุณค่าแล้วก็ดีเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นทางสำนักงาน คุ้มครองผู้บริโภคได้ดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ไปบางส่วนก็อาจจะคงไม่ได้ครบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทางรัฐบาลและทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้พยายามที่จะดำเนินการ ในหลากหลายมิติ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เหนืออื่นใด อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านสมาชิกไปแล้วว่าถ้ามีเรื่องเข้ามาที่สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคร้อยเปอร์เซ็นต์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจัดการทุกเคส (Case) ทุกปัญหาสำเร็จลุล่วงโดยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีเว้นแม้แต่คดีหนึ่งคดีใดเลยนะครับ อันนี้อยากกราบเรียนว่าอันนี้ส่งผลถึงการที่เราป้องกันโดยภาพของการทำงานของสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าหากเป็นหน่วยงานอื่นหรือพี่น้องประชาชนไปช่องทางอื่น เราก็ยังไม่ทราบในส่วนนั้น ก็คงต้องติดตามถึงปัญหาเหล่านี้เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาต่อไป แต่เหนืออื่นใดทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของสิ่งที่ผมบอกไปว่าเราได้เผยแพร่ว่าพี่น้องประชาชนมีสิทธิอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ยูทูบ (YouTube) ไลฟ์ออนไลน์ (Live Online) หรือสื่อ สิ่งพิมพ์ หรือสื่อทุกรูปแบบที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะสามารถกระทำได้ เราก็มีการจัดทำข้อมูลในมิติต่าง ๆ เป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) อยู่ในเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีหลากหลายข้อมูล มีทั้งเรื่องของการตรวจสอบ ในเรื่องของการขออนุญาตต่าง ๆ ในเรื่องของประวัติบางส่วนของผู้ที่เกิดคดีขึ้นนะครับ🔗
อย่างที่ ๓ เหนืออื่นใดนะครับเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะไปเจอแอป (App) ทันที ซึ่งมีชื่อว่าโอซีพีบี คอนเนกต์ (OCPB Connect) ซึ่งแอป (App) นี้นะครับ ได้มีการลงรายละเอียดเพื่อป้องกันให้กับ พี่น้องประชาชนที่จะตรวจสอบในหลากหลาย สิ่งที่มีอยู่ในแอป (App) ก็คือมีการตรวจสอบ ใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องขออนุญาต เช่น ทะเบียนการค้าหรือแบบขออนุญาต ต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการทางธุรกิจ🔗
๒. ข่าวสารองค์ความรู้เตือนภัยต่อผู้บริโภคในประเด็นสำคัญที่เป็นเคส (Case) ตัวอย่างของคอนโดที่มีการร้องเรียนบ่อย ๆ มีการรับเรื่องราวร้องเรียนแล้วก็ติดตามให้กับ พี่น้องประชาชนโดยผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ซึ่งได้จัดทำขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมานี้เอง เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม เปิดตัวเมื่อปี ๒๕๖๓ แล้วก็ได้มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ไปในทุกช่องทาง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชัน (Application) นี้ในสิ่งที่ป้องกันตามที่ท่านสมาชิกเป็นกังวล สิ่งที่มีในแอปพลิเคชัน (Application) นี้ก็มีสถิติการร้องทุกข์ของผู้บริโภคในทุกประเด็นที่มีอยู่ในวงการค้า ของประเทศไทย มีแชตบอต (Chat Bot) ซึ่งเป็นระบบเอไอ (AI) ปัญญาประดิษฐ์ที่มีอยู่ เพื่อให้พี่น้องที่เป็นผู้บริโภคสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ ยกตัวอย่าง การจะซื้อบ้าน เมื่อเข้าไปในแอป (App) นะครับ สมมุติว่าพิมพ์แชต (Chat) เข้าไปว่า จะซื้อคอนโดก็จะมีข้อควรพิจารณา สักครู่ครับ ขอโทษครับ จะมีข้อควรพิจารณา ในการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม อันที่ ๑ คือให้ดูภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของ ผู้ประกอบการ ๒. ระยะเวลาในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ ๓. ปริมาณ เรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ นี่เป็นต้นนะครับ มีทั้งหมด ๑๑-๑๒ ข้อในการพิจารณา ในการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคโดยรัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ ทางรัฐไม่ได้มองเลยว่าใครเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ ใครเป็นผู้มีอิทธิพล ใครอยู่เหนือพี่น้องประชาชน ทางรัฐดำเนินการอย่างเต็มที่ทุก กรณี ทุกเคส (Case) ที่เป็นปัญหาเข้ามาสู่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก่อนอื่นสุดท้ายต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ห่วงใยพี่น้องประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลก็ขอน้อมรับในสิ่งที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดี ๆ ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนเอาไปทำให้พี่น้องประชาชนร่วมกันครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ครับ เป็นการจบวาระกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
ต่อไปเป็นวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งวันนี้มี ๖ ฉบับ มีของท่านอนุรักษ์ บุญศล ๒ ฉบับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๒ ฉบับ และมีของท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ กับท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ รวมทั้งหมด ๖ ฉบับ ตอนนี้ดำเนินการอยู่ในห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่บริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และท่านผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านนะครับ ต่อไปนี้จะเป็น การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมขอสลับลำดับ การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ🔗
- ลำดับที่หนึ่ง กระทู้ถาม ของ นางอนุรักษ์ บุญศล🔗
- ลำดับที่สอง กระทู้ถามแยกเฉพาะแยกเฉพาะ ของ นางอนุรักษ์ บุญศล🔗
- ลำดับที่สาม กระทู้ถามแยกเฉพาะ ของ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
- ลำดับที่สี่ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ของ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
- ลำดับที่ห้า กระทู้ถามแยกเฉพาะ ของ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
- ลำดับที่หก กระทู้ถามแยกเฉพาะ ของ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
ก็ขอจัดเรียงตามลำดับดังนี้เพื่อสะดวกทั้งผู้ถามและผู้ตอบนะครับ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๐ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณ วังถ้ำแข้ ลำน้ำยาม หมู่ ๔ ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ความจริงผู้ถาม เขาก็อยากเจอท่านประภัตรนั่นละครับ เพราะถามท่านประภัตรทีไรได้งบประมาณกลับบ้าน ทุกทีนะครับ ในการนี้นะครับ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ท่านผู้แทนจากกรมชลประทานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗
๑. นายสรายุทธ ม่วงทอง นายช่างชลประทานอาวุโส🔗
๒. นายทนงศิลป์ ทวีคูณ นายช่างชลประทานปฏิบัติงาน🔗
๓. นางสาวมยุรี ศรียุคุณธร ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์งบประมาณ🔗
และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้นะครับ มีนายสุมลชัย สุขขี ทั้งนี้ก็ต้องขอความร่วมมือท่านผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟัง การประชุมนะครับ กรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้ บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับ อนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่ บุคคลภายนอกนะครับ ขอเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามนะครับ แล้วก็เชิญรัฐมนตรี เตรียมตอบนะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันถามกระทู้แยกเฉพาะ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณวังถ้ำแข้ ลำน้ำยาม หมู่ ๔ ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร🔗
สืบเนื่องจากพี่น้องหมู่ ๔ ตำบลแวงนี้นั้นประกอบอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่ และในฤดูแล้งนั้นจะปลูกมะเขือเทศเป็นบริเวณกว้างเลยทีเดียวค่ะ แล้วอีสานนั้นแล้ง ๗ เดือน ถ้าไม่มีน้ำกั้นไว้ให้ใช้ในบริเวณนี้🔗
ในรูปนี้นะคะ ดิฉันไปรับฟังข้อมูลมาจาก บริเวณวังถ้ำแข้ จริง ๆ แล้วนั้นดิฉันได้หารือกับท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ก่อนหน้านั้น แล้วว่าพี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อน ท่านก็ดำริให้กรมชลประทานไปดูในบริเวณลำน้ำยาม ในหมู่ ๔ บ้านสร้างแป้นนี้นะคะ ทีนี้ตอนแรกพี่น้องประชาชนบอกว่าอยากให้สร้างบริเวณหดตอแก แต่เมื่อไปดูแล้วทางกรมชลประทานแจ้งท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ว่ามันใกล้กับ ฝายชะลอน้ำเก่า จึงขยับมาวังถ้ำแข้นี้ ดิฉันก็ได้ไปถามพี่น้องประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมาค่ะ ท่านประธานคะ เป็นบริเวณที่กว้างพอสมควรเลยทีเดียวที่จะสร้างฝายชะลอน้ำ เมื่อสร้าง ฝายชะลอน้ำบริเวณนี้แล้วนั้น หน้าแล้งค่ะ แล้ง ๗ เดือน นอกจากจะปลูกมะเขือเทศ เป็นบริเวณกว้างกว่าพันไร่แล้ว พี่น้องประชาชนยังมีน้ำให้วัว ควาย ได้กินอีกนะคะ และตัวเองนั้น ถ้าบริเวณนี้ยังมีน้ำใช้อีกด้วย อย่าลืมว่าอีสานนั้นแล้ง ๗ เดือนค่ะ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน นั้น เป็น ส.ส. มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ๔๕ ปีที่ท่านแก้ปัญหา ให้กับประชาชน ท่านเข้าใจคนอีสานเป็นอย่างดี และในครั้งนี้ดิฉันคิดว่าวังถ้ำแข้บริเวณนี้นั้น จะเป็นฝายชะลอน้ำที่งดงามไปด้วยน้ำใจ และงบประมาณที่หลั่งไหลสู่พี่น้องประชาชน ชาวบ้านสร้างแป้น หมู่ ๔ ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร🔗
ดิฉันถามคำถามแรกเลยค่ะท่านประธานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเริ่มสำรวจและลงมือบริหารจัดการ หมายความว่าสร้างฝายชะลอน้ำวังถ้ำแข้เมื่อใด เพราะว่าถ้าท่านสร้างเร็วเท่าไร พี่น้องประชาชนในบริเวณนี้นั้นก็ต้องบอกว่าได้รับประโยชน์ สูงสุดเลยทีเดียว ดิฉันพูดอีกครั้งหนึ่งค่ะท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ว่าอีสานแล้ง ๗ เดือน ถ้าท่านสร้างบริเวณนี้นั้นครอบครัวจะได้ไม่พลัดพรากจากกันมาเป็น แรงงานในกรุงเทพฯ จึงขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีผู้มีน้ำใจงาม ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีประภัตรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ซึ่งทำหน้าที่ ผู้แทนราษฎรด้วยความตั้งใจ ขยัน เอาใจใส่ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนับว่า เป็นผู้แทนที่ขยันคนหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเลยละครับ ติดตามงานมาโดยตลอด ตามที่ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ได้ถามมานี่ผมต้องทำความเข้าใจกับท่านเสียก่อน และท่านพี่น้องที่อยู่ ทางบ้านที่ดูการถ่ายทอดครั้งนี้จะได้เข้าใจตรงกันนะครับว่า ลำน้ำยามเป็นลำน้ำที่เกิดจาก เทือกเขาภูพาน ซึ่งมีความยาวประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ลำน้ำยามนี้ก็รับน้ำจากเทือกเขา ก็ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำสงคราม ไหลลงแม่น้ำโขง อันนี้ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง และลำน้ำยามนี้นะครับ ทางกรมชลประทานก็ได้สร้างฝายชะลอน้ำอยู่แล้ว ๒ ฝาย ซึ่งห่างกัน ประมาณ ๓ กิโลเมตร ฝายที่สร้างนี่อยู่ในจุดบริเวณบ้านถ้ำแข้ บ้านถ้ำแข้นี่อยู่ตรงกลาง ระหว่าง ๒ ฝาย เดิมนั้นจะไปสร้างที่บ้านตอแก ผมเข้าใจว่าทางเทคนิคนี่ทางชลประทาน ได้แจ้งเลยว่ามันใกล้ชิดกันมาก ห่างเพียง ๗๐๐ เมตร แล้วก็มีปัญหาเรื่องเจ้าของที่ดิน จึงไปทำการสำรวจใหม่ว่าให้ย้ายไปตรงบริเวณบ้านถ้ำแข้ ซึ่งห่างตรงกลางพอดีระหว่าง ๒ ฝาย ห่างกันประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร อันนี้ผมก็เห็นว่าถูกต้อง เพื่อจะได้เฉลี่ยน้ำแล้วก็ ชะลอน้ำให้กับพี่น้องทั้งตำบลได้ ซึ่งถ้าเมื่อสร้างบ้านถ้ำแข้แล้วก็จะเก็บน้ำได้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คิว ๑๕๐,๐๐๐ คิวนี่เป็นความจุระหว่าง ๒ ฝาย ๓๐๐,๐๐๐ คิว ถ้าสร้างตรงกลาง ก็เหลือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คิว สิ่งที่ดีก็หมายความว่า ๗ เดือนที่ท่านเป็นห่วง ที่แห้งแล้งนี่ เขื่อนน้ำอูนซึ่งอยู่ข้างบน เขาก็จะปล่อยโรยน้ำมาตามลำน้ำอูน สามารถที่จะส่งน้ำให้กับ แม่น้ำยามได้ ฝาย ๓ ตัวนี้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการชะลอน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกร ในตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน ดังนั้นผมก็ให้เจ้าหน้าที่ชลประทานไปสำรวจเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ แล้วก็ผ่านประชาคมซึ่งชาวบ้านเห็นดีด้วย ถ้าวันนี้ไม่มีอุปสรรคอะไร ผมก็ยินดี สนับสนุนจัดตั้งงบประมาณให้กับท่าน ส.ส. อนุรักษ์เลย ให้เอาเข้าในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นั้นจะมีวางกรอบในวันที่ ๑๕ มกราคม ท่านต้องติดตามด้วยนะครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทนราษฎร โครงการที่เสนอเข้ามาในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะที่กรมชลประทานมีเป็นแสน ๆ ล้าน ดังนั้นโครงการเราเสนอไปแล้วนี่จะโดนตัด หรือไม่โดนตัดก็อยู่ที่ผู้แทนราษฎร ท่านต้องช่วยเหลือทางกรมชลประทานด้วยว่าตามเรื่องนี้ ให้ด้วยว่าผมเอาเข้าแผนให้แล้ว พอเข้ากรรมาธิการอย่าให้โดนตัดก็แล้วกัน ถ้าอย่างนี้สำเร็จ ท่านได้สร้างแน่ในปี ๒๕๖๕ ครับ ขอเรียนท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านอนุรักษ์ถามคำถามที่ ๒ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ คำตอบของท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน คำตอบแรกนั้นเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้กับ พี่น้องเกษตรกรที่รอน้ำและแล้ง ๗ เดือน ในบริเวณบ้านสร้างแป้น อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะตำบลแวงที่จะได้ใช้น้ำ แม้กระทั่งตัวดิฉันเองยังปลื้มไม่หาย เลยค่ะ ดีใจมาก ๆ เลยที่ท่านบอกว่าจะนำเสนอเข้าสู่งบประมาณปี ๒๕๖๕ และถ้าไม่มี ปัญหาอะไรนั้นก็จะได้รับการก่อสร้างในปี ๒๕๖๕ ด้วย ๑๕๐,๐๐๐ คิวเลยนะคะ ท่านประธาน ถ้าไม่พออย่างไรแล้วก็จะมีการส่งน้ำมาจากเขื่อนน้ำอูนที่อยู่ด้านบนด้วย แปลว่าในปี ๒๕๖๕ เป็นต้นไปนั้น บริเวณนี้กว่าพันไร่ที่ปลูกมะเขือเทศพอประทังชีวิต และถ้าท่านทำในสิ่งนี้สำเร็จนะคะท่านประธาน ดิฉันต้องบอกได้ว่าท่านนั้นให้ความอบอุ่นแก่ ทุกครอบครัวในบ้านสร้างแป้น ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพราะว่า ไม่ต้องมาเป็นแรงงานรับจ้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดิฉันถามคำถามสุดท้ายค่ะ ท่านประธานว่าทางกรมชลประทานจะสามารถบรรจุเข้าในเล่มขาวคาดแดงได้ทัน ในปี ๒๕๖๕ หรือไม่อย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขอบพระคุณท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ที่ท่านห่วงใยพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ท่านเข้าใจดี ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณ จะเข้าไปในเล่มขาวคาดแดงได้มันก็ต้องผ่านการวิเคราะห์ อะไรต่าง ๆ ของพวกเรา ตอนนี้ถามว่ากรมชลประทานพร้อมไหม พร้อมนะครับ ผ่านประชาคมแล้ว และก็สำรวจแล้ว เอาเข้าให้ท่านได้ คราวนี้มันก็จะไปเฉือนกัน ตอนสุดท้ายที่ผู้แทนราษฎรจะต้องช่วยกันดูนะครับ ท่านต้องตามเรื่องนี้ คอยจี้เรื่องนี้ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าขอมานี่แสนกว่าล้านบาท แต่ได้จริง ๆ ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทบางปี อย่างปีที่แล้วต้องไปช่วยโควิด (COVID) นะครับ งบประมาณ ก็เลยต้องแบ่งไปส่วนหนึ่ง ดังนั้นผมยังยืนยันนะครับว่าเราจะเอาเข้าให้ได้ ขอให้ท่านติดตาม แทนพี่น้องประชาชนด้วย ผมเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ครับ ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๘๐ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณ วังถ้ำแข้ ลำน้ำยาม ของท่านอนุรักษ์ บุญศล ก็ต้องขอขอบคุณ ต่อไป🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๙๓ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำ ลำห้วย วังหิน ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
เชิญท่านอนุรักษ์ ถามได้เลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ กระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำ ลำห้วยวังหิน ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนครนั้น ที่ต้องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าพี่น้องประชาชนต้องการเป็นอย่างมากเลยทีเดียว รอคอยเธอมาแสนนานเลยทีเดียวค่ะ ในเรื่องของห้วยวังหิน ฝายชะลอน้ำในขณะนี้นะคะ ดิฉันไปรับทราบข้อมูลจากพี่น้อง ประชาชนกลางทุ่งนาเลยค่ะท่านประธานคะ ก็เอาก้นคุถังนี่เป็นโต๊ะทำงานในกลางทุ่งนา ประชาชนนั้นต้องการที่จะได้ฝายชะลอน้ำในบริเวณนี้เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว และฝายชะลอน้ำนี้นั้น อยู่ใกล้หมู่บ้านของตำบลเจริญศิลป์แค่ ๘๐๐ เมตรเท่านั้น ถ้าทำสวยงามจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวได้อีกที่หนึ่งเลยทีเดียว บริเวณนี้อยู่ใกล้หมู่บ้านอะไรคะ หมู่บ้านกุดนาขาม ซึ่งเป็นศูนย์ศิลปาชีพพิเศษของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถสิริกิติ์ค่ะ ๘๐๐ เมตร ห่างจากหมู่บ้าน แล้วถ้าทำเป็นคันคูอะไรอย่างนี้ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว นอกจาก นักท่องเที่ยวมาชมศูนย์ศิลปาชีพพิเศษของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถสิริกิติ์แล้ว ก็จะเลยมาดูฝายชะลอน้ำแห่งนี้ และฝายชะลอน้ำแห่งนี้ค่ะ ลำห้วยวังหินตรงนี้นะคะ ลำน้ำ จะมีน้อยมาก กว่าจะมีลำน้ำผ่านสักลำน้ำหนึ่งนี่ลำบากยากเข็ญเหลือเกิน พอมีแล้วก็อยากจะให้ น้ำอยู่นาน ๆ แต่พี่น้องประชาชนบริเวณนี้ปลูกมะเขือเทศนิดเดียวค่ะ ส่วนมากก็จะปลูกผัก หน้าแล้งปลูกผัก ปลูกถั่วฝักยาว ปลูกแตง ปลูกพืชระยะสั้น ปลูกข้าวโพดอย่างนี้ค่ะ เพื่อที่จะขาย เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินมาเพื่อที่จะใช้บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่บริเวณนี้นั้น กว่า ๔๐๐ ไร่เลยทีเดียวค่ะท่านประธานคะ ดังนั้นแล้วจึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ดูแลพี่น้องประชาชนใกล้ ๆ กับศูนย์ศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถสิริกิติ์ด้วย เพราะว่านี่คือความหวัง นี่คือความตั้งใจ นี่คือการรอคอย ที่ยาวนาน🔗
คำถามแรกค่ะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโครงการเพื่อสร้างฝายชะลอน้ำ ตามห้วย หนอง คลอง บึง โดยเฉพาะลำห้วยวังหิน บ้านกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ผู้ขยัน แล้วก็ เอาใจใส่ความเดือดร้อนอย่างยิ่ง ผมบอกแล้วว่าท่านเป็นคนเก่งและขยันด้วย ลำน้ำวังหินนั้น เป็นลำน้ำเชื่อมโยงกับกระทู้ที่แล้วคือลำน้ำยาม ลำน้ำห้วยวังหินเหมือนเป็นน้ำสาขาไหลลง บริเวณน้ำยาม ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑๐๐ ผมบอกไปแล้วว่าลำน้ำยามยาว ๒๐๐ แต่จุดบรรจบของ ลำน้ำห้วยวังหินอยู่ที่หลักกิโลเมตร ๑๐๐ ตรงกลางพอดี เดิมลำห้วยมีความยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตรครับ คราวนี้ลำน้ำก็ไม่มีฝายชะลอน้ำ เดิมกรมชลประทานไปสำรวจแล้ว ห่างจากปากน้ำยาม ที่บรรจบกันคือจุดที่ ๓๐๐ เมตร เขาเห็นว่ามันกระชั้นและโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเจ้าของที่ไม่ยอม เมื่อไม่ยอมก็ขยับกันใหม่ ขยับไปห่างจากปากน้ำ ปากที่บรรจบกัน หลักกิโลเมตรห่างไปประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร ฝายที่ห้วยวังหินที่ท่าน ส.ส. ต้องการให้สร้าง ห่างจากปากน้ำ ๓.๕ กิโลเมตร คราวนี้ถามว่าจะสร้างได้ไหม สร้างได้ และเราก็ไปสำรวจแล้ว และเก็บน้ำได้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คิว โดยประมาณ แล้วก็สามารถจะหล่อเลี้ยงบริเวณนั้น อย่างที่ท่านบอก ๔๐๐ เกินนะ ได้ประมาณ ๘๐๐ ไร่ ในบริเวณนี้ และพร้อมที่จะดำเนินการ ใช้งบประมาณประมาณ ๒๒.๕ ล้านบาท และพร้อมที่จะบรรจุให้ในปี ๒๕๖๕ เหมือนกัน ให้สมใจกับท่าน ส.ส. ท่านต้องการ และพี่น้องประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อน อีก ๗ เดือน อย่างที่บอกไปแล้ว แต่ก็ต้องไปพูดกับชาวบ้านให้เข้าใจว่าที่ดินท่านต้องยอมนะ ถ้าเบี้ยวอีกที ตอนนี้ไปยาวเลย คราวที่แล้วที่เราพร้อม แต่ท่านไม่พร้อม แต่คราวนี้ถ้าเราพร้อมอย่างนี้ท่านก็ต้อง ช่วยติดตามในพื้นที่ต้องยอมให้ทางชลประทานสร้างด้วย🔗
ประการสุดท้ายเหมือนกัน ท่านต้องขยันเหมือนเดิม ขยันตามโครงการนี้ เมื่อเราใส่ไปแล้วจะไปถึงเล่มขาวคาดแดงหรือไม่ ท่านต้องตามอีกเหมือนกัน ขอขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ท่านอนุรักษ์ คงพอเข้าใจกันแล้วนะครับ คงไม่ถามคำถามที่ ๒ ครับ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประภัตร โพธสุธน ที่ให้ความสำคัญกับ ทางกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามเฉพาะ ที่ ๑๘๘ เรื่อง การตรวจสอบโครงการก่อสร้าง เขื่อนเหมืองตะกั่ว (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากกรมชลประทานเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗
๑. นายเศกสิทธิ์ โพธิ์ชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน🔗
๒. นายนิติพัฒน์ บุญช่วยเรืองชัย ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม🔗
๓. นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ ๓🔗
๔. นางสาวมยุรี ศรียุคุณธร ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์งบประมาณ🔗
ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ได้ถามนะครับ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ได้เตรียมตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ วันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบ ต้องขอบพระคุณมาก เรื่องของ การตรวจสอบโครงการก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่วที่อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ซึ่งมี ประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล เนื่องจากว่าไม่เห็นด้วยอยากให้มี การยกเลิกโครงการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว หรืออ่างเก็บน้ำแล้วแต่จะเรียกนะครับ ตั้งแต่ช่วง เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนกันยายน🔗
แล้วก็มีการลงนามใน คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าจะต้องมีการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วก็รายงานรัฐมนตรีภายใน ๖๐ วัน แต่ปรากฏว่าผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงก็ยังไม่มี ความคืบหน้า มีการประชุมแค่ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๓ ก็วันนี้ล่ะครับ ตรงกับที่เราตั้งกระทู้ เช่นเดียวกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๙๐ ไร่ มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แล้วก็มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยตรวจสอบ โครงการแล้ว แล้วก็ให้ความเห็นว่าไม่มีความจำเป็นในการสร้างเขื่อน ให้ระงับด้วยซ้ำ แล้วก็ให้จังหวัดและประชาชนร่วมกันหาทางออกในการจัดการน้ำในพื้นที่ แล้วก็ปรากฏว่า รายงานไออีอี (IEE) หรือรายงานอีไอเอ (EIA) ฉบับเดิมปี ๒๕๕๓ นี่ก็ถูกยกเลิก และแม้ว่า จะมีการถูกยกเลิกแล้วกรมชลประทานอาจจะอ้างว่าจะกำลังทำอันใหม่ก็ตามนะครับ แต่ว่า ข้อมูลเดิมที่ไปอ้างเรื่องของการจัดทำอีไอเอ (EIA) ก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะว่าไปลอกมาครับ ท่านประธาน ไปลอกมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ชาวบ้านเขาบอกว่าเป็นรายงานที่มักง่าย อันนี้คือภาษาชาวบ้าน แล้วก็ถ้าภาษาผมก็บอกว่า รายงานกระตุกปก บอกว่ามีพื้นที่เป็นข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ซึ่งจังหวัดพัทลุงไม่มี แล้วก็โครงการอ่างเก็บน้ำลึกเขื่อนเหมืองตะกั่วอยู่ติดกับน้ำตก โตนสะตอ เป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์นะครับ ของเดิมก็มีอ่างเก็บน้ำคลองสะตอ ไม่มีหน่วยงานรับเป็นเจ้าของนะครับ โครงสร้างก็ชำรุดไร้การดูแล ไม่ว่าจะเป็นฝายคลองท่ายูง แล้วก็ห่างจากเขื่อนเหมืองตะกั่ว ๔ กิโลเมตร แล้วก็ยังมีอ่างคลองหัวช้าง ขาดระบบส่งน้ำห่างจาก เหมืองตะกั่วไป ๑๔ กิโลเมตร ความพยายามของกรมชลประทาน ภายใต้การดูแลของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือการดึงดัน แล้วถ้าก็ใช้ศัพท์อีกแบบก็คือดื้อดึงนะครับ แล้วก็การที่มีการประชุมที่จังหวัด รายงานการประชุมปรากฏว่าเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ที่จะหา ข้อเท็จจริงตามที่ลงนามในคำสั่งนะครับ แล้วก็เมื่อเลยเวลามาแล้ว ๖ เดือนนี่ ผมคิดว่า เป็นความล้มเหลว ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีจะต้องช่วยติดตามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยด้วย นะครับ แล้วก็แม้มีแนวทางในการจัดการน้ำ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ แต่กรมชลประทานพยายามนำกลับไปสร้างเขื่อนอ่างเก็บน้ำอย่างเดียว ซึ่งผิดแนวทาง นะครับ แล้วก็ในการดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณปี ๒๕๖๔ ก็มีการถอนเรื่องไปแล้ว แต่ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีก็อยู่ในมติ ครม. ไปเอาเรื่องเข้า ครม. แล้วก็เอางบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ไปดำเนินการต่อ ซึ่งชาวบ้านไม่พอใจมากนะครับ เรื่องของการไปดำเนินการ ดังกล่าว🔗
ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง โครงการบอกว่าเป็นโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ ครับท่านประธาน ซึ่งชาวบ้านบอกว่าไม่ชอบมาพากลแล้วก็ไม่ผ่านการทำเวทีประชาคม ทำให้สงสัยว่ากรมชลประทานทำไมไปถึงแอบอ้าง แล้วก็ชาวบ้านกล่าวหาด้วยซ้ำนะครับว่า เป็นความผิดที่ร้ายแรง แล้วก็ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือเปล่าที่ไปคัดลอกของอีก จังหวัดหนึ่งมา เป็นความผิดร้ายแรงของกรมชลประทานใช่หรือไม่ ผมก็ต้องตั้งคำถามถึงท่าน รัฐมนตรีล่ะครับว่า กรณีเขื่อนเหมืองตะกั่วมันหมดความจำเป็นแล้วหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านบอก ว่ามันหมดความจำเป็น กระทรวงเองได้ตรวจสอบ ได้เอาใจใส่หรือไม่ อย่างไร ประชาชน ออกมาคัดค้านก็ไม่มีรัฐมนตรีไปดูแลนะครับ ส่งแต่คนอื่นไปดูที่หน้าทำเนียบ เหตุผลอะไร ที่ไม่สั่งระงับโครงการ ขอให้ท่านบอกรายละเอียด บอกถึงความจริงใจนะครับ แม้ว่าเมื่อสักครู่มีกระทู้บอกว่าท่านอาจจะสมใจ แต่ของผมไม่อยากได้นะครับ ไม่อยากได้เขื่อน จังหวัดอื่นอาจจะอยากได้ ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ช่วยตอบด้วยนะครับว่า โครงการเหมืองตะกั่วมีความจำเป็นรายละเอียดหรือไม่ อย่างไร ตามคำถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีประภัตรตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้ที่เอาใจใส่และตั้งใจอยากทราบเรื่องนี้อย่างยิ่ง ผมทำความเข้าใจก่อนนะครับ ท่าน ส.ส. ผมไม่ใช่คนพื้นที่ ดังนั้นตามที่ได้รับรายงานและได้ศึกษามา คำว่า เหมืองตะกั่ว มันไม่มี เหมืองถูกไหมครับ เป็นชื่อหมู่บ้านเหมืองตะกั่วซึ่งเดิมอาจจะมีใครไปสำรวจเหมืองตะกั่วบ้าง หรืออย่างไรไม่ทราบ แต่บางตำนานก็บอกว่าหมู่บ้านนี้มีปลาหัวตะกั่วเยอะ จึงเรียก เหมืองตะกั่ว แต่อย่างไรก็ตามการที่จะสร้างเขื่อนอันนี้ถามว่าจำเป็นไหม ซึ่งพี่น้องที่อยู่ที่ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ตำบลนี้มีอยู่ ๙ หมู่บ้านด้วยกัน ตามรายงาน บอกว่าลำน้ำสายนี้เป็นสายสั้น ๆ ที่เกิดจากเทือกเขาบรรทัด ซึ่งมีความยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร บริเวณที่จะสร้างเขื่อนอยู่ห่างจากต้นน้ำประมาณ ๕ กิโลเมตร ทีนี้ขอทำ ความเข้าใจอย่างนี้ครับ เขื่อนตรงนี้มีหมู่บ้านซึ่งราษฎรทำประชาคมไปแล้ว ก่อนที่จะทำ ประชาคมปี ๒๕๔๘ มีราษฎรผู้นำได้ร้องเรียนถวายฎีกาขอให้สร้างเขื่อนตรงนี้ ปี ๒๕๔๘ นะครับ วันที่ ๘ ธันวาคม พอปี ๒๕๕๘ ก็รับโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำรินะครับ ทางอำเภอ ป่าบอนก็ได้ทำประชาคมฟังเสียงชาวบ้าน ในปีนั้นทุกคนก็อยากให้สร้างนี่ตามรายงานนะครับ พอปี ๒๕๖๒ มีการประชุมสภาท้องถิ่นหนองธง ราษฎรมีมติให้สร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว นี่การประชุมสภาท้องถิ่นเรียกว่า อบต. ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ได้ทำประชาคมอีกครั้งหนึ่ง ปี ๒๕๖๓ มติชัดเจนนะครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยให้มีการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว นี่ละครับที่เป็นเรื่องสับสนระหว่างกลุ่มชน ๒ กลุ่ม คนที่มาร้องก็บอกว่าไม่ให้สร้าง คนที่อยู่ทางบ้าน บอกต้องการน้ำแล้วก็ต้องการให้สร้างถึง ๗๘ เปอร์เซ็นต์ เราก็ตั้งคณะกรรมการอีกนะครับ ตั้งคณะกรรมการโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบันนี้หาข้อเท็จจริงจากกลุ่มชนทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายให้สร้างกับฝ่ายไม่ให้สร้างมาลบล้างกันว่าเหมาะสมอย่างไร ก็อย่างที่ท่านผู้แทนราษฎร ได้กล่าวไปแล้วว่าประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง วันนี้เป็นครั้งที่ ๓ ว่าจะเอาเหตุผลว่าจะสร้างต่อไป หรือไม่ สิ่งนี้ผมดีใจครับที่ท่านสนใจ ผมก็อยากจะลงไปดูนะครับ แล้วช่วยกันตัดสิน แล้วให้ ทุกบ้านมา ไม่ให้มาเฉพาะบ้านนั้นบ้านนี้ เอากันทั้งตำบลเลย อย่างนี้ละเราถึงจะรู้ความต้องการ เพราะเราฟังมาว่าคนกลุ่มน้อยไม่อยากให้สร้าง แต่ ๗๘ เปอร์เซ็นต์อยากให้สร้าง เราไม่รู้ว่าอันไหนจริงหรือเท็จ ท่านพูดถูกครับ ต้องมีผู้ใหญ่ไปดู เรานัดหมายกันเลยนะครับ ผู้ว่าราชการวันนี้ครั้งที่ ๓ ประชุมว่าอย่างไร และเราก็จะได้ฟัง การสร้างเขื่อนตรงนี้ผมก็เห็นว่า ยังสร้างไม่ได้เพราะการอนุมัติของกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติยังไม่ได้อนุมัติ เพราะสร้างเขื่อนอันนี้จะมีเขตน้ำท่วมอยู่ประมาณ ๔๖๘ ไร่ อยู่ในเขตป่าไม้ ๓๔๐ ไร่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ๑๒๘ ไร่ ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ก็เป็นจังหวะ ดีเหมือนกัน เราก็ไปฟังเสียงนั้นมา ถ้าไม่อนุมัติมันง่ายก็ไม่ทำกันต่อไป แต่ถ้าชาวบ้านเดือดร้อน อยากจะได้ ถ้าสร้างเขื่อนอันนี้นะครับ วันนี้ได้สำรวจไปแล้วว่าเราจะต้องเวนคืนด้วยซ้ำ ในเขตน้ำท่วมมี ๑๑๒ ครัวเรือน เราต้องเวนคืนให้เขา เขาต้องอพยพไปซึ่งใช้เงินประมาณ ๑๓๘ ล้านบาท งบก่อสร้างไม่ใช่เล็กนะครับ เขื่อนนี้มีความจุน้ำถึง ๑๐ กว่าล้านคิว ตามที่ ฟังดูแล้วก็เป็นเขื่อนใหญ่ ใช้เงินประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามผมก็ยังเห็นด้วย กับท่านผู้แทนราษฎรครับว่าเราน่าจะต้องไปฟังกัน แล้วก็ฟังกันแบบเต็มรูปแบบ ๑,๐๐๐ คน ๒,๐๐๐ คน มาให้หมดเลย ท่านจะเอาลงมติกันหรือไม่ลงมติไม่เป็นไรนะครับ ฟังว่าความต้องการนี่ของแท้ ของจริง ใครเป็นคนอยู่ในบริเวณเดือดร้อน ใครไม่ได้อยู่ เดือดร้อนอย่างไร เพราะขนาดถึงสำรวจเวนคืนแล้วนี่ถือว่าไปไกลแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้ บรรจุในงบประมาณเท่านั้นเอง ผมก็ถามว่าป่าไม้เห็นหรือยัง กำลังพิจารณาอยู่ ดังนั้น ยังชะลอได้นะครับ คำว่า ชะลอไว้ได้ก่อน ในปี ๒๕๖๕ ยังไม่สร้างก็ได้ แต่ถ้าสร้างแล้ว บริเวณนี้จะได้รับการดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่น้อยกว่า ๗,๕๐๐ ไร่ ผมก็อยากจะถาม เหมือนกันว่าในแง่ของท่านนี่ถ้าราษฎรต้องการ ท่านจะเอาอย่างไร ถ้าไม่สร้าง ไม่เดือดร้อน ไม่เป็นไร แต่ถ้าชาวบ้านเดือดร้อนเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องดูแลครับ🔗
เชิญ ท่านประเสริฐพงษ์ถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ คำถามสุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ สำหรับคำถามครั้งที่ ๒ นะครับ ท่านรัฐมนตรีให้เกียรติมาตอบ ก็ต้องขอบคุณที่ท่านใส่ใจนะครับ ท่านบอกว่าท่านจะลงไปดูด้วยกัน ผมก็ยินดี แต่ผมจะใช้ ศัพท์คำว่า เข้าไปดู นะครับ คำว่า ลงไปดู เราอยู่เหนือกว่าเขา ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่ค่อยดี คนเราต้องเท่าเทียมกัน แล้วก็ท่านจะบอกว่าข้อมูลนี่ถ้าเป็นคนกลุ่มน้อยจริง เป็นไปไม่ได้ นะครับ ตอนนี้ข้อมูลที่ท่านบอกว่ามีการเวนคืน ๑๑๒ ครัวเรือน ปรากฏว่าเป็นคนที่อยู่ใน พื้นที่อื่นที่เข้ามาครับท่านประธาน ก็ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญ ผลสัมฤทธิ์ของเดิมที่กรมชลประทานไปสร้างเอาไว้ครับท่านประธาน ผลสัมฤทธิ์ของเขื่อนเดิม หรืออ่างเก็บน้ำเดิมนะครับ กรมชลประทานไม่สามารถตอบได้ชัดเลยว่าเกิดผลประโยชน์กับ พี่น้องในพื้นที่หรือไม่ อย่างไร ขอสไลด์สุดท้ายเลยครับ🔗
เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่พัทลุงและพื้นที่ใกล้เคียงดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำแล้งนะครับ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ น้ำท่วมซ้ำซากด้วยนะครับ นี่ข้อมูลของจิสดา (GISTDA) เลยนะครับ แล้วก็ถ้าท่านบอกว่า ชะลอได้ ผมคิดว่าชาวบ้านต้องการให้หยุดครับ เพราะว่าสูตรสำเร็จของกรมชลประทาน ทุกที่เลยครับ ทำไมคล้าย ๆ กับกรมโยธาธิการและผังเมืองไม่ทราบ ชอบเอาสูตรสำเร็จ คือจะอ้างเรื่องน้ำไม่พอ แล้วก็จะเอาเขื่อน เอาอ่างเก็บน้ำไปสร้างอย่างเดียว เพราะงบประมาณมันเยอะหรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องการบริหารจัดการน้ำเดี๋ยวนี้มี พ.ร.บ. เหมือนที่ผมตั้งคำถามเมื่อช่วงแรกนะครับว่าเรามี พ.ร.บ. บริหารจัดการน้ำ ซึ่งก็ยังมี ปัญหาอยู่ แต่ทำไมล่ะครับทำไมไม่จัดการให้เรียบร้อย อย่าเอาแพ็กเกจ (Package) สำเร็จรูป โดยวิธีคิดของวิศวกรกรมชลประทานไปใช้ในพื้นที่แบบนี้เลยครับ มันทำให้สายน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่สายน้ำตายครับ เขาเรียก สายน้ำตายเหือดแห้ง บริเวณใกล้เคียงนี่ถ้าท่านไปสร้าง อ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อน สายน้ำที่เป็นสายน้ำเล็ก ๆ แห้งหมดครับท่านประธาน แล้วชาวบ้าน ก็ทำประโยชน์ไม่ได้ นี่คือคำถามที่อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า คำถามครั้งที่ ๒ นะครับ ท่านบอกว่าท่านชะลอ ผมอยากให้ท่านตอบให้ชัดเลยว่าถ้ามีเหตุผลที่ชัดเจนของกลุ่มที่คัดค้าน เหตุผลของนักวิชาการ รวมทั้งเหตุผลของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องว่าไม่สมควรก่อสร้าง ท่านจะระงับโครงการนี้ได้หรือไม่ แล้วก็กระบวนการการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่กรมชลประทานอ้างว่าไปทำ ผมคิดว่ามันมีเรื่องของความไม่ชอบมาพากลเหมือนกับ การเวนคืน ๑๐๐ กว่าครัวเรือนที่บอกนะครับ ท่านจะมีการทบทวนหรือไม่ อย่างไร ก็เป็นคำถามครั้งที่ ๒ แล้วก็คาดหวังว่าการตั้งกระทู้ครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับพี่น้อง ชาวจังหวัดพัทลุง อำเภอป่าบอน แล้วก็บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง จะได้เป็นบทเรียนให้กับ กรมชลประทานครับ มันก็ไม่ได้มีเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพัทลุงนะครับ จังหวัดกระบี่บ้านผม ก็เช่นเดียวกันท่านรัฐมนตรีครับ ไปสร้างอ่างเก็บน้ำที่อำเภอเมืองติดชายแดนอำเภอเขาพนม กระบี่ ไม่เคยแจ้งคนในท้องถิ่นให้รับทราบเลยครับท่าน แล้วก็ปรากฏว่าพอสร้างเสร็จก็ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ เพราะว่าไม่มีงบส่งท่อใช้น้ำไปก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตร สร้างโน่นสร้างนี่ นั่นก็คือคำถามเดียวกันว่า ผลสัมฤทธิ์ในหลายพื้นที่บ่งบอกว่ากรมชลประทานบริหารงาน ล้มเหลวมาตลอด ผมอยากให้ท่านใส่ใจครับ แล้วก็มีข่าวลือเยอะแยะมากมายว่า ในกรมชลประทานมีการย้ายข้าราชการในกรมชลประทานขึ้นมาข้ามหัวคนอื่น ๆ เยอะนะครับ ในกระทรวง อันนี้ข่าวลือท่านไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ แต่ว่าเป็นเรื่องที่อยากให้ท่านรัฐมนตรี ใส่ใจเรื่องนี้เยอะ ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์อย่างยิ่งที่ให้ข้อมูล ผมได้ กราบเรียนไปแล้ว ถ้าการประชุมติดตามของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็หน่วยงานอื่น เห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่ควรสร้าง แน่นอนครับ เราจะไม่ดื้อดึงและสร้างไปเพื่ออะไรครับ เสียงบประมาณเปล่า ๆ ตั้ง ๖๐๐ กว่าล้านบาท ยินดียุตินะครับ แต่ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ อย่างที่เขาเสนอมานี่ ๗๘ เปอร์เซ็นต์บอกต้องการ เราก็ต้องทบทวนนะครับท่าน ท่านต้องให้ เห็นใจชาวบ้านด้วย ถ้ามันได้ประโยชน์น้อยเราก็ไม่สร้าง สร้างไปทำไม เอาเงินไปใช้ที่อื่น ดีกว่า อย่างภาคอีสานยังรอการช่วยเหลือเยอะแยะ ทางใต้น้ำสมบูรณ์โอเค (OK) คุณบอก ไม่เดือดร้อน ผมก็ดีใจแล้ว ผมจะได้ย้ายไปเลย🔗
ประการสุดท้ายนะครับ ผมก็จะรอฟังว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประชุมครั้งที่ ๓ คราวนี้ท่านจะสรุปว่าอย่างไร ถ้าไม่ได้ข้อยุติ แล้วส่วนที่อยากจะให้หยุด เราก็ไปด้วยกันก็ได้ ไปฟังด้วยกันนะครับ ผมยินดีจะไปกับท่าน แล้วก็ไปดูว่าจริงไหม ไม่น่าสร้าง สร้างแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ ผมยินดีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ถ้าไม่สร้างที่นั่น จะเอาไปนครพนม ผมก็ยินดีรับอยู่นะครับ ทางอีสานยังแห้งแล้งเยอะ ก็ถือว่าเป็นการจบ การถามกระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๑๘๘ เรื่อง การตรวจสอบโครงการก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว ของท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติห้องถามกระทู้แยกเฉพาะ ของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๙๖ เรื่อง การแก้ไขปัญหา การจราจรบริเวณถนนอโศก-ดินแดง ตัดถนนกำแพงเพชร ๗ (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบ🔗
ตามที่ สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบชี้แจง กระทู้ถามแทนนั้น แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ จึงได้ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทนนะครับ🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗
๑. นายอนุชา อ้นอิ่ม วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงาน สัญญาณไฟจราจร🔗
๒. นายณัฐพล มากศรี นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน กลุ่มงานสัญญาณไฟจราจร🔗
๓. พันตำรวจโท นวัต ประภาสะวัต รองผู้กำกับการจราจร สถานีตำรวจ มักกะสัน🔗
๔. นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร ผู้อำนวยการกองจัดระบบการจราจรทางบก🔗
ต่อไปขอเชิญท่านประเดิมชัยได้ถามกระทู้นะครับ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เตรียมตอบกระทู้นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานนะครับที่ได้กรุณาบรรจุในเรื่องของกระทู้ที่กระผมได้นำเรียนเพื่อที่จะได้ สอบถามผู้เกี่ยวข้องต่อกรณีเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจราจร ที่บริเวณถนนอโศก-ดินแดง โดยเฉพาะในช่วงที่มีถนนกำแพงเพชร ๗ ได้ตัดผ่านถนนอโศก-ดินแดง ซึ่งถ้าท่านประธานได้ ผ่านไปทางบริเวณแถวตั้งแต่รัชดา มุ่งหน้าไปทางพระราม ๔ ก็จะเห็นว่าสภาพปัญหา การจราจรทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นติดค่อนข้างมาก ในช่วงระหว่างถนนรัชดากับถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ จะมีถนนอโศก-ดินแดงพาดผ่านไปยังถนนพระราม ๔ หรือว่าสุขุมวิท แต่ก่อนที่จะถึง บริเวณแถวนั้นในปัจจุบันทางหน่วยงานได้มีการก่อสร้างถนนที่เรียกว่าถนนกำแพงเพชร ๗ ขนานกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อเป็นการแบ่งเบาหรือว่าเป็นการระบายการจราจร ในช่วงที่ ผ่านมานะครับจะต้องมีการใช้ตำรวจไปอำนวยความสะดวกในเรื่องการที่จะใช้เป็นจังหวะ ในการปล่อยสัญญาณให้รถที่จะมุ่งหน้าจากถนนกำแพงเพชร ๗ จากถนนเพชรอุทัย ที่จะไป ยังข้างสถานีรถไฟมักกะสัน และรวมทั้งที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ หรือว่าจะมุ่ง ตรงไปยังถนนพระราม ๔ ที่เข้าถนนอโศกไปพระราม ๔ ในข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับ ทำให้ปัญหาซึ่งในจังหวะของการปล่อยรถที่จะระบายการจราจร บางครั้งมันก็ส่งผลกระทบ พัวพันยาวไปถึงถนนรัชดานะครับ ยาวไปถึงถนนพระราม ๙ รวมทั้งการชะลอตัวในถนนอโศก ที่มาจากทางถนนประชาสงเคราะห์ และขออนุญาตในการที่จะเรียนถามท่านประธานนะครับ ว่าในข้อ ๑ ว่าในส่วนของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในเรื่องของการที่ จะดูแลในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจราจร ไม่ทราบว่าทางหน่วยงานมีนโยบายอย่างไร ในเรื่องของการที่จะแก้ไขปัญหาการจราจรในบริเวณถนนอโศก-ดินแดง โดยเฉพาะในช่วง ของการที่มีถนนกำแพงเพชรได้มีการตัดผ่าน ก็ขออนุญาตเรียนถามนะครับ🔗
เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม วันนี้ผมก็ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติครับ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านนะครับที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยผู้ใช้ถนนย่านอโศก รัชดา แล้วก็เป็น เหมือนอย่างที่ท่านว่าล่ะครับ เส้นนั้นผมก็ได้มีโอกาสสัญจรผ่านอยู่บ้าง ก็เป็นเส้นที่มี การจราจรค่อนข้างคับคั่ง โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน แต่อย่างไรตามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ทางกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ในการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ก็คือช่วงเช้า ช่วงเวลาเร่งด่วนก็คือตั้งแต่ช่วงหกโมงครึ่งถึงแปดโมงครึ่งนะครับ ก็จะมีการเปิดเกาะกลาง ถนนอโศก-ดินแดง ตรงบริเวณจุดตัดอโศก ๗ นะครับ ให้รถที่มาจากแยกถนนเพชรอุทัย ตัดถนนกำแพงเพชร ๗ วิ่งเข้าถนนกำแพงเพชร ๗ มุ่งหน้าข้ามแยกอโศก ๗ เข้าถนน กำแพงเพชร ๗ มุ่งหน้าแยกนิคมมักกะสัน ๗ ออกแยกมิตรสัมพันธ์ และถนนนิคมมักกะสัน หลังจากนั้นนะครับ เวลาแปดโมงครึ่ง การจราจรเป็นปกตินะครับ เราก็จะปิดเกาะกลางให้รถ ที่มาก็วิ่งเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอโศก-ดินแดง มุ่งหน้าสู่อโศก-เพชรบุรี เพื่อใช้เส้นทาง เพชรบุรีตัดใหม่เข้าอโศกมนตรี และที่ทาง สตช. ก็ได้จัดเหมือนที่ท่าน ส.ส. ได้บอกนะครับ เบื้องต้นในช่วงเวลาเร่งด่วนก็ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจในการมาอำนวยความสะดวก จัดระเบียบ สัญญาณจราจรทุก ๆ เช้านะครับ แต่ในส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวตรงนี้ทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติก็ได้ขอความร่วมมือไปทางกรุงเทพมหานคร สำนักการจราจรและขนส่ง ก็ขอให้ติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกอโศก ๗ ซึ่งตรงนี้ก็จะสามารถรองรับและระบายรถจากถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ แล้วก็จะบรรเทาปัญหารถติดไปได้ครับ ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน ส.ส. ถามครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ได้กรุณาตอบนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่าในเรื่องของการบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาการจราจร นอกจากจะมีตำรวจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ทราบว่าในส่วนของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการดูแลเรื่องของการแก้ไขปัญหา จราจรอย่างไร หรือไม่ และรวมทั้งขออนุญาตสอบถามว่าในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ นั้น ได้มีการประชุมหรือว่าได้มีการวางแผนในการแก้ไขปัญหาในบริเวณนี้อย่างไร ขออนุญาต ต่อไปนิดหนึ่งนะครับว่า ในกรณีของถนนอโศกที่มุ่งหน้าไปทางพระราม ๔ นอกจากการที่เรา จะแก้ไขปัญหาตรงบริเวณถนนกำแพงเพชร ๗ แล้วนี่ครับ หลังจากที่เลยจากถนน กำแพงเพชร ๗ ไปนี่มันจะเป็นถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เลยจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ข้ามคลอง แสนแสบไปนี่ครับ ก่อนที่จะไปถึงสุขุมวิท มันจะมีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร อยู่ซ้ายมือ ซึ่งในข้อเท็จจริงในปัจจุบันนี่นะครับ ในบริเวณตรงนั้นโดยเฉพาะช่วงชั่วโมง เร่งด่วนในตอนเช้าจะมีผู้ปกครองไปส่งลูกไปโรงเรียน รวมทั้งนักศึกษา มศว. ไปเรียนหนังสือ ค่อนข้างมาก ก็อาศัยช่วงจังหวะในการเดินข้ามถนนโดยที่ไม่มีอุโมงค์หรือว่าสะพานลอย ในการเดินข้าม ซึ่งการที่มีผู้ปกครองส่งเด็กข้ามถนน รวมทั้งนักศึกษาข้ามถนนไปยัง มศว. นี่ครับ มันก็จะส่งผลทำให้การชะลอตัวของรถจากอโศก มุ่งหน้าไปสุขุมวิทนี่นะครับ ชะลอตัว ค่อนข้างมาก ซึ่งมันก็จะพัวพันมาถึงแยกไฟแดงเพชรบุรีตัดใหม่ แล้วก็จะพัวพันมาถึง แยกไฟแดงในอนาคตที่จะเกิดขึ้นที่ถนนกำแพงเพชร ๗ ซึ่งไฟแดงจากถนนกำแพงเพชร ๗ ไปถึงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระยะทางไม่เกิน ๘๐ เมตร ซึ่งมันจะพัวพันค่อนข้างมาก ฉะนั้น ตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้าจะกรุณาได้พิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาในจุดตรงนี้ด้วย มันก็จะทำให้การจราจรในบริเวณ ถนนอโศกนี่ครับ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการก่อสร้างสะพานลอย คนเดินข้าม หรือจะพิจารณาสร้างเป็นอุโมงค์ในการที่จะให้คนลอด ไม่ให้มีการตัดกระแส คนที่จะต้องเดินผ่านบริเวณผิวจราจรในบริเวณถนนอโศกตรงหน้า มศว. ก็จะเป็นประโยชน์ ฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตเรียนถามว่าได้มีการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานหรือว่าได้มี การพูดคุยในการหาทางออกเรื่องพวกนี้อย่างไรบ้างหรือไม่ครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอธิรัฐตอบครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ หลัก ๆ ก็คือหน่วยงานหลักตรงนี้ก็เหมือนอย่างที่ ท่าน ส.ส. ได้พูดไว้ก็คือคนรับผิดชอบหลักก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ขอความร่วมมือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่เป็นหน่วยสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือแม้แต่การรถไฟนะครับ เพราะว่าในการติดตั้งสัญญาณไฟพื้นที่ตรงนั้น ก็เป็นพื้นที่ของการรถไฟ ซึ่งการรถไฟก็ให้ความร่วมมือนะครับ แล้วก็ยังยกเว้นค่าธรรมเนียม อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยอำนวยจัดระเบียบในตรงนั้น และในส่วนเรื่องของสะพานข้ามแยก หรืออุโมงค์ตรงนี้เดี๋ยวผมก็จะรับไปประสานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ🔗
ท่านประเดิมชัย มีอะไรยังติดใจไหมครับ เพราะว่าถามได้ ๒ ครั้งนะครับปกติ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาช่วยรับเอาปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาของคนกรุงเทพมหานครจริง ๆ โดยเฉพาะ ในเรื่องของถนนอโศก ซึ่งมันเป็นวงแหวนรอบในที่ผ่านมาทางถนนรัชดาภิเษก ก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณที่ท่านได้กรุณาได้รับในการที่จะไปดูในเรื่องของปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ ก็ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับท่านประธาน🔗
ครับ ก็ถือว่า เป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๙๖ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณถนน อโศก-ดินแดง ตัดถนนกำแพงเพชร ๗ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติกับทางกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑๙๙ เรื่อง ติดตามโครงการทำ อุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟรางคู่ ในเขตบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยก เฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗
๑. นายจีรวุฒิ ภูศรีโสม ที่ปรึกษา🔗
๒. นายชัยฤทธิ์ พินิจพงษ์ ที่ปรึกษา🔗
และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้นะครับ ก็มี นางสาววรัญดา พลเยี่ยม ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับการอนุญาตให้ เข้าฟังการประชุม กรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้ บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับ อนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่ เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวาง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอก ต่อไปเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ทำ กระทู้ถามแยกเฉพาะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับปัญหาโครงการทำ อุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟรางคู่ในเขตจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะในเขตอำเภอบ้านโป่ง ซึ่งที่ผ่านมา ทางกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีนโยบายการสร้างรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการก่อสร้างไปในระดับหนึ่งแล้ว ระยะหนึ่ง ซึ่งได้ทำความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนพอสมควรเนื่องจากการก่อสร้าง ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเสมอมาครับว่าจากการก่อสร้างดังกล่าวได้มี ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนบริเวณสองข้างทาง ซึ่งเป็นการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ถนนหนทางที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากมีการก่อสร้างรถไฟรางคู่ เรื่องของทาง ระบายน้ำที่เมื่อมีการก่อสร้างแล้วก็มีการปิดกั้นคู คลอง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังกับพี่น้อง ประชาชน ผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ก็ได้ประสานกับผู้รับเหมาแล้วก็ เจ้าหน้าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทยตลอดเวลา🔗
ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่การรถไฟแล้วก็ผู้รับเหมาบ้างตามสมควร แล้วแต่ผู้รับเหมาแต่ละราย บางรายก็ให้ ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่บางรายก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน จึงได้ขอเรียน ข้อมูลดังกล่าวให้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านถาวร เสนเนียม ได้สั่งการให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการก่อสร้าง รถไฟรางคู่ในเขตอำเภอบ้านโป่ง ซึ่งท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ท่านเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งท่านก็เป็นที่รักแล้วก็เข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีถาวร มา ณ โอกาสนี้ ในส่วนของการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ท่านประธานที่เคารพครับผมได้มีรูปมาให้ท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านถาวรเสนเนียม ได้ดูนะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้มีอุโมงค์ทางลอดทั้งหมด ๖ จุด แต่ปัจจุบันนี้ได้รับทราบข่าวมาว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เดิมทีตรงบริเวณหน้าโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง ในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง แล้วก็ หน้าโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เคยทำประชาคม แล้วก็ ได้มีการชี้แจงว่าจะทำอุโมงค์ใน ๒ อุโมงค์คู่ เป็นทางลอดคู่ เป็นทางลอดอันเดอร์พาส (Underpass) แล้วก็มีการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดด้วย เนื่องจากจุดตัดบริเวณดังกล่าวนั้น มีการจราจรหนาแน่น แต่ปัจจุบันนี้ได้ทราบจากการรถไฟแห่งประเทศไทยผ่านผู้รับเหมามา อย่างไม่เป็นทางการว่าปัจจุบันนี้โครงการก่อสร้างอุโมงค์หรืออันเดอร์พาส (Underpass) ๒ จุดบริเวณดังกล่าวในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่งนั้นได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากมีการก่อสร้าง สะพานแขวนในเขตเทศบาลเมืองราชบุรีข้ามแม่น้ำแม่กลอง จึงต้องนำงบประมาณไปสร้าง สะพานแขวนที่บริเวณนั้น จึงทำให้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ถูกถ่ายโอนไปสร้าง สะพานแขวน ส่วนอุโมงค์ใน ๒ จุดดังกล่าวที่เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ที่จะต้องสร้างให้กับ พี่น้องประชาชนได้ถูกยกเลิกไป จึงเป็นที่กังวลของผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ใช้ เส้นทางดังกล่าวทั้ง ๒ จุดนะครับ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการจราจรติดขัด จึงขอให้ทาง กระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงในกรณีนี้เพื่อให้พี่น้อง ประชาชน แล้วก็ผู้นำท้องถิ่นได้ทราบถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างอุโมงค์ดังกล่าว จึงขอ กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ได้ตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิก อัครเดช ผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. อัครเดชที่ใส่ใจต่อความทุกข์ ความเดือดร้อน และความต้องการของพี่น้องประชาชนนำเอา กระทู้นี้มาถาม ต่อคำถามแรกถามว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายจะดำเนินการสนับสนุน งบประมาณในการก่อสร้างโครงการทำอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟทางคู่ในเขตบ้านโป่ง ราชบุรี ขั้นต้นหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ช่วยขึ้นสไลด์ (Slide) ต่อนะครับว่า🔗
ในเขต บ้านโป่ง ราชบุรี เป็นแผนงานโครงการในการก่อสร้างรางรถไฟทางคู่สายใต้ ซึ่งมีเงิน งบประมาณทั้งหมด ๘,๓๙๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าในภาพที่ฉายอยู่นั้น พื้นที่สีเขียวตรงกลาง นั่นคือพื้นที่ของรางรถไฟรางคู่ แดง ๆ นั่นคือถนนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มอบให้กับ เทศบาลได้ดำเนินการก่อสร้างถนนให้พี่น้องประชาชนสัญจร แล้วก็นอกออกจากรัศมีสีแดง ที่มีเส้นประแล้วก็มีสีน้ำเงินนั่นคือเขตการรถไฟที่พี่น้องประชาชนบุกรุกเข้าไปเพื่อใช้สอย ดังนั้นในเรื่องของการก่อสร้างดังกล่าวนี้เราต้องคำนึงหลักความปลอดภัยและหลักมาตรฐาน ให้มาก จริง ๆ แล้วก็เหมือนอย่างที่ท่าน ส.ส. อัครเดชได้พูดว่าอุโมงค์ซึ่งมีอยู่แต่เดิมนั้น ได้ถูกยกเลิกไป แล้วก็ปรากฏว่าเมื่อถูกยกเลิกพี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน ส.ส. อัครเดช กับพี่น้องประชาชนก็ร้องเรียนมาที่การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็หยิบเอาโครงการนี้มาปัดฝุ่น แล้วก็ดูสิว่าสิ่งที่ร้องเรียนนั้นสามารถแก้ไขปัญหาและบริการ ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ก็ไปดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการ โดยมีเงินงบประมาณอยู่ ๓๐ ล้านบาท ในการทำอุโมงค์แบบในรูปแบบ ๒ อุโมงค์ ตามภาพนั้น นะครับ ขณะนี้ออกแบบเสร็จแล้ว แล้วก็นั่นคือจุดที่จะทำอุโมงค์ลอดใต้ทั้งขาไปและขากลับ ผิวจราจรของอุโมงค์ดังกล่าวก็มีอยู่แต่ละช่อง ๔ เมตรครับ มีความสูง ๒.๕๐ เมตร แบ่งเป็น ทางเดิน ๑ เมตร ผิวจราจร ๓ เมตรครับท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องคำนึงถึง ความเหมาะสม เพราะเหตุว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการทำอุโมงค์ในหลาย ๆ พื้นที่ นี่คือภาพหน้าตัดนะครับ ผลปรากฏในเรื่องของการทำอุโมงค์ตามรูปดังกล่าวนี้ ที่จังหวัดขอนแก่น ในภาพนี้ปรากฏว่ากายภาพในเรื่องของการระบายน้ำในเขตเทศบาลที่ขอนแก่น เมื่อน้ำท่วม ฝนตกหนักอุโมงค์ใช้ไม่ได้ พี่น้องประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก นี่คือสิ่งที่ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องดำเนินการพิจารณาและศึกษาให้ได้รายละเอียดว่า ในเขตเทศบาลบ้านโป่งนั้นถ้าฝนตกหนักถึงขนาด ๒๔ ชั่วโมง ถึง ๒๐๐ กว่ามิลลิเมตร จะแก้ไขปัญหาสูบน้ำออกได้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนนั้นนะครับ แล้วก็ศึกษาอยู่ แต่อย่างไรก็ตามครับ เราไม่ได้พับทิ้งโครงการไปเสียทีเดียว ยังคงดำเนินการให้ตามที่ ท่าน ส.ส. อัครเดชและพี่น้องประชาชนร้องขอมา ภาพต่อไปครับ นี่คือสิ่งที่กำลังจะเป็นปัญหา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเราได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาพบแล้วก็ต้องชะลอ เพื่อดำเนินการศึกษา ให้ได้ว่าการแก้ไขปัญหานั้นสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นี่คือภาพที่ดำเนินการ แดง ๆ ที่อยู่ ข้างบนนั้นคือการแก้ไขปัญหาโดยใช้เงินงบประมาณในการก่อสร้างเกือกม้าข้ามทางรถไฟ ทั้ง ๒ ด้าน ทั้งด้านขึ้นกรุงเทพฯ และด้านที่จะลงไปภาคใต้ ภาพต่อไปครับ นี่คืออันนี้มีอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามประเด็นปัญหาไม่เฉพาะในเรื่องของการเกิดน้ำท่วม แล้วก็ไม่สามารถระบายน้ำ ได้ทันเท่านั้น ปรากฏว่ามาตรฐานของการให้รถเลี้ยวในผิวจราจรที่เรามีอยู่จำกัด เนื่องจาก มีพี่น้องประชาชนบุกรุกและมีถนนทั้งขึ้น ทั้งลง และสองข้างทางมันแคบ ปัญหาตรงนี้ก็กำลัง แก้ไขแบบอยู่นะครับ ถ้าแก้ไขแบบได้ ดำเนินการได้ก็คงจะได้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป นั่นคือมาตรฐานตามสากลที่รถจะเลี้ยวนะครับ อย่างไรก็ตามทั้ง ๓ อย่างไม่ได้พับโครงการไป โครงการที่ ๓ ก็คือทำจุดตัด จุดตัดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ยังคงไว้และดำเนินการก่อสร้างให้ด้วย นั่นคือหนึ่งสิ่งที่มีอยู่แล้วก็คือเกือกม้า นอกจากเกือกม้าก็จะมีจุดตัด อันนี้ก่อสร้างให้แน่ โดยอัตโนมัติ ประตูที่จะขึ้นลง ไม้กั้นนี่ครับเป็นอัตโนมัติ ประการต่อไปเรื่องที่ ๓ ก็คืออุโมงค์ ที่ท่าน ส.ส. อัครเดชร้องเรียนมากับพี่น้องประชาชนก็จะดำเนินการให้ หลังจากได้ดำเนินการ พิจารณาศึกษาให้นะครับ🔗
ทีนี้ไหน ๆ ก็จะตอบแล้วเพื่อที่จะให้ท่านได้สบายใจว่าบริเวณดังกล่าวนี้ ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว จากกรุงเทพฯ ไปถึงชุมพร ผ่านราชบุรี บ้านโป่ง ก่อสร้างเกือบเสร็จ นะครับ ส่วนเกือกม้าที่ว่านั้นก็ก่อสร้างไปได้ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว สิ่งที่ท่านคงอยากจะถาม ผมตอบให้เลยว่าเปิดเดินรถจากกรุงเทพฯ ถึงชุมพรได้เมื่อไร ปี ๒๕๖๖ ครับท่านประธาน และถ้าจะถามต่อไปว่าจากราชบุรีไปทางใต้จะมีโครงการรถไฟรางคู่ เฟส (Phase) ที่ ๒ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ๑๖๘ กิโลเมตร วงเงิน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ ๓๒๑ กิโลเมตร ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ ศึกษาออกแบบเสร็จแล้ว แล้วก็คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมกำลังพิจารณาศึกษา ส่วนคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติผ่านให้แล้ว บอร์ด (Board) รถไฟเห็นชอบโครงการแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของรายงานเสนอต่อ กระทรวงคมนาคม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านศักดิ์สยามก็เร่งรัดอยู่ ดังนั้น ท่านอัครเดชครับ สิ่งที่ท่านห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชนนั้นก็ต้องขอขอบคุณ คำตอบที่ให้ เมื่อครู่นี้ถ้ายังไม่สมบูรณ์ก็ถามแล้วผมยินดีที่จะตอบครับ🔗
น่าจะ สมบูรณ์นะครับ หรือว่ายังมีอะไรข้องใจไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ได้ตอบมาในกระทู้ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงนะครับ ที่ท่านสละเวลาอันมีค่า ของท่านมาตอบกระทู้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีที่มีความเดือดร้อนจากการก่อสร้าง รถไฟรางคู่นะครับ อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับว่าจริง ๆ แล้ว การสร้างเกือกม้าที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้สร้างให้อยู่นี้ ที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้โชว์ในจอนี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ไม่สะดวกกับพี่น้องประชาชน เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอยู่ไกลแล้วก็สะพานมีความลาดชัน ทำให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้ จักรยานยนต์แล้วก็จักรยาน ตลอดจนถึงการเดินเท้าไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากอยู่ไกล จึงทำให้ทางผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนพี่น้องประชาชนได้ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ทำอุโมงค์ แต่ทีนี้เนื่องจากได้ทราบจากทางท่านรัฐมนตรีนะครับ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้รับทราบ จากทางตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่แล้วนะครับว่าถ้าไม่มีอุโมงค์ก็จะทำจุดตัด เหมือนเดิม เป็นระดับเสมอกับถนนหรือเสมอกับทางรางรถไฟเดิม ซึ่งก็จะมีเครื่องกั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ก็จะเป็นแบบเดิม เพียงแต่ว่าเขตทางนี่ขยายขึ้น ก็อยากจะเรียนกับทาง ท่านรัฐมนตรีครับว่า เนื่องจากการจราจรในอำเภอบ้านโป่งหนาแน่นมาก ถ้าจุดตัดดังกล่าว ยังเป็นระดับเสมอถนนก็จะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องของรถติด แล้วก็การจราจร ที่คับคั่ง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เร่งด่วน เนื่องจาก ๒ ฝั่งที่ขนานกับทางรถไฟเป็นถนนคู่ขนาน นะครับ มีนักเรียนอยู่ถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เนื่องจากมีโรงเรียนเป็น ๑๐ โรงเรียนเลย เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่นะครับ เวลาเช้าเย็นก็มีปัญหาเรื่องรถติด ทีนี้ถ้าทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ทำอุโมงค์ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการจราจร เป็นอย่างยิ่ง ส่วนข้อเป็นห่วงใยเรื่องของน้ำท่วม ทางนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่งเคยได้หารือ กับการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วว่า รับประกันนะครับว่าถ้าก่อสร้างไปแล้ว เรื่องของน้ำท่วม เมื่อส่งมอบให้กับทางท้องถิ่นได้ดูแล ก็รับประกันว่ามีวิธีการบริหารจัดการไม่ให้น้ำท่วมนะครับ ส่วนเรื่องของวงเลี้ยวก็ไม่ได้เป็นปัญหาครับ เนื่องจากได้มีการประชุมประชาคมกันหลายรอบ ทางด้านเทคนิคและวิศวกรรม ก็ได้มีข้อสรุปนะครับว่าเรื่องของวงเลี้ยวได้มีการปรับแบบกันมา เป็นระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา มีการประชาคมแล้วก็ประชุมกันหลายรอบทางด้านเทคนิค สรุปแล้วอุโมงค์นี่สามารถทำได้ ส่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมก็สามารถบริหารจัดการได้ ด้วยผู้นำท้องถิ่นนะครับ ส่วนเรื่องข้อห่วงใยอื่น ๆ ก็คงไม่มีอะไร ก็เลยขอกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับว่าอยากให้ท่านได้ให้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างอุโมงค์หน้าโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย แล้วก็ หน้าโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ เนื่องจากจะได้แก้ปัญหา เรื่องการจราจร แล้วก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนด้วย เนื่องจากในแต่ละช่วงเวลานั้น ในแต่ละวันก็มีรถไฟผ่านหลายขบวนนะครับ นั่นเป็นเส้นทางหลัก ที่จะลงไปสู่จังหวัดภาคใต้ จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีอีกสักครั้งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อคำถามที่ ๒ ขณะนี้ขั้นตอนของการดำเนินการ ขอพูดซ้ำอีกทีว่ารูปแบบการก่อสร้าง แล้วเสร็จนะครับ สำรวจพื้นที่การก่อสร้างก็ดำเนินการแล้วเสร็จ เหลือการดำเนินการก่อสร้าง ขณะนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ในช่วงของการศึกษาขั้นตอนสุดท้ายต่อผลกระทบ ที่เราห่วงใยกันอยู่นั่นคือเรื่องน้ำท่วม ใช้เวลา ๒ เดือนนับจากนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อครู่นี้ ท่าน ส.ส. อัครเดชผู้ทรงเกียรติได้แจ้งให้ท่านประธานทราบว่าท่านนายกเทศมนตรียืนยันว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมนั้นสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ ส่วนเรื่องวงเลี้ยว ให้ได้มาตรฐานนั้นก็ได้ทำประชาพิจารณ์แล้วก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหารูปแบบรายการ ของการก่อสร้างได้ ก็คงเหลืออย่างเดียวขั้นตอนของการดำเนินการเพื่อที่จะตอบคำถาม ในเรื่องให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเราสามารถใช้ข้อยกเว้น หรือดำเนินการให้เป็นไปตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ ก็ขอให้ท่าน ส.ส. อัครเดชได้กราบเรียนไปยังพี่น้อง ประชาชนผู้ห่วงใย ผู้ต้องการใช้รถใช้ถนนในการใช้อุโมงค์ในการเดินทางลอดใต้รางรถไฟนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินการภายใต้การบัญชาการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้มอบหมายผมมาให้ตอบในวันนี้ ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านขอนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถดำเนินการให้ได้ แต่ขออีกนิดเพื่อปรับปรุงเพื่อที่จะให้ได้มาตรฐานนะครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านถาวร เสนเนียม ที่ท่านได้รับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ได้มีบัญชาสั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้สร้างอุโมงค์ให้กับพี่น้องชาวอำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนสักนิดหนึ่งครับ เนื่องจากท่านประธานได้อนุญาตให้ผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ให้ข้อมูล ท่านรัฐมนตรีได้เข้ามาในห้องกระทู้ด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการก่อสร้างอุโมงค์เพิ่มเติม ๓ จุด ก็คือที่วัดหนองกก ที่โคกหม้อ แล้วก็ที่หลังวัดดอนตูม ซึ่งปัจจุบันนี้ตามรูปที่ผม ได้นำเสนอท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานนะครับว่ากำลังก่อสร้างอยู่ แต่ปัจจุบันนี้ ทางพี่น้องประชาชนและผู้นำท้องถิ่นได้ไปพูดคุยกับผู้รับเหมา แล้วก็ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทย ตรงนี้เป็นทางระบายน้ำ แล้วก็จะอนุญาตให้มีการใช้มอเตอร์ไซค์ลอดได้ เพื่อให้การสัญจรของพี่น้องประชาชน ในวิถีชีวิตประจำวันไม่มีผลกระทบ เนื่องจากต้องไปวัด ถ้าเกิดมีการกั้นเส้นทางรถไฟรางคู่ก็จะเกิดการตัดขาดระหว่างชุมชนขึ้นนะครับ🔗
ทีนี้ทางการรถไฟก็อนุญาตให้มีการใช้ทางระบายน้ำเป็นในส่วนของ การใช้มอเตอร์ไซด์ลอดไปได้ ไม่ว่าจะเป็นหลังวัดดอนตูมที่ท่านประธานเห็น ท่านรัฐมนตรี เห็นก็จะเป็นที่บริเวณจุดตัดหลังวัดดอนตูม ทีนี้ปัญหาก็คือเรื่องของระบบการระบายน้ำ เรื่องของไฟส่องสว่างสัญญาณจราจร ซึ่งทางผู้แทนการรถไฟและผู้รับเหมาบอกว่าก็ยังไม่มี งบประมาณดำเนินการ จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีครับว่าอุโมงค์ได้มี การกำลังก่อสร้างอยู่ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้บัญชาให้ทางการรถไฟได้ดูในส่วนที่ขาดแคลน เพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ จึงขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มา ณ โอกาสนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี🔗
ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอรับข้อเรียกร้องและข้อสังเกตนี้ไปสั่งการไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย และกราบเรียน ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อทราบเพื่อจะได้กำชับต่อไปครับ🔗
ก็ถือว่าจบ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๙๙ นะครับ เรื่อง ติดตามโครงการทำอุโมงค์ลอดทางรถไฟรางคู่ ในเขตบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกะทรวงคมนาคม ที่กรุณาให้เกียรติกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเรา🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๐๐ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์พื้นที่ ขององค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อสร.) สำหรับสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมและศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานทหาร เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗
๑. พลตรี ธนพล เป๋อรุณ รองหัวหน้าสำนักงานประสานภารกิจทางทหารกับ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์ประสานภารกิจทางทหาร🔗
๒. พันเอก จิรธรรม บูรณะ รองผู้อำนวยการกองแผนและอสังหาริมทรัพย์🔗
๓. พันเอก ชาญศิลป์ เทพพิทักษ์ รองผู้อำนวยการโรงงานเภสัชกรรมทหาร🔗
๔. นาวาอากาศโท จิรพงษ์ เทียมเก่า หัวหน้านโยบายและแผน🔗
ต่อไปเชิญท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ทำเรื่องถามกระทู้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่อง การขออนุเคราะห์พื้นที่ของ อสร. หรือองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป ซึ่งสังกัดกระทรวงกลาโหม ในการสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารของอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หรือเป็นพื้นที่สาธารณะ ประโยชน์🔗
เนื่องด้วยพื้นที่ดังกล่าวผมได้นำรูปมา กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งท่านได้ส่งตัวแทนก็คือ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล มาตอบกระทู้ ในครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่สละเวลาอันมีค่ามาตอบกระทู้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ในรูปนะครับท่านประธานก็จะเห็นว่ามีพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาด ๒๔ ไร่ ของกระทรวงกลาโหม ก็จะอยู่ฝั่งทางขวามือ แล้วก็ฝั่งทางซ้ายมือก็จะเป็นพื้นที่ของกระทรวงการคลัง ที่อนุญาตให้ กระทรวงกลาโหมได้ใช้ประโยชน์นะครับ แปลงแรก ๓๘ ไร่ แปลงที่ ๒ ๑๖ ไร่ ซึ่งก็มีโฉนด ตามที่ได้กราบเรียนท่านประธาน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางหลัก ก็คือเส้น ถนนแสงชูโต ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดนครปฐมไปจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งก็จะผ่านตัวอำเภอบ้านโป่ง ถนนแสงชูโต ท่านประธานครับถือว่าเป็นถนนเส้นทางหลัก มีถนนขนาด ๔ เลน (4 Lane) แล้วมีการจรจาจรที่มีพี่น้องประชาชนใช้เป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นเส้นเศรษฐกิจเส้นหนึ่งของ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แล้วก็ถือว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ข้าง ๆ ถนนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ แต่ปัจจุบันพื้นที่ ๓ แปลงดังกล่าวที่ถือครองโดยกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลัง ที่กระทรวงกลาโหมได้ขอใช้ประโยชน์นั้นโดยองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป ปัจจุบันนี้ ได้รกร้างครับท่านประธานตามที่เห็นมีป่าละเมาะขึ้นมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี แล้วทางพี่น้อง ประชาชนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้มีการหารือกับกระผม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในพื้นที่หมู่ ๑๑ ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ทางผู้นำท้องถิ่นรวมถึง พี่น้องประชาชนได้มาหารือกับกระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ประสานกับ ส่วนราชการในการที่จะขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อที่จะมาทำการก่อสร้างสถานี ขนส่งผู้โดยสารของอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หรือเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ออกกำลังกาย เป็นสวนสาธารณะ ดีกว่าที่จะปล่อยให้ พื้นที่ดังกล่าวนั้นรกร้างแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงขอให้ผมนั้นได้ทำกระทู้ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับว่าจะพิจารณาอนุเคราะห์พื้นที่หมู่ ๑๑ ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หรือเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งได้หรือไม่ อย่างไร จึงขอกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมผ่านท่านประธาน มา ณ โอกาสนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดราชบุรี ก็ต้องขอขอบคุณครับท่าน ส.ส. ที่ได้กรุณาตั้งคำถามในเรื่องของพื้นที่ ราชพัสดุดังกล่าว ขออนุญาตเรียนว่าในพื้นที่ราชพัสดุที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาเรียนชี้แจงนั้น ตามที่ทราบนะครับ มีโฉนด ๓ แปลง เนื้อที่รวมแล้วประมาณ ๗๖ ไร่เศษ ซึ่งเดิมอยู่ใน ความครอบครองดูแลใช้ประโยชน์ขององค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อสร.) แล้วก็ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ก็ได้มีการยกเลิกการดำเนินการ ในปี ๒๕๕๕ ทางกระทรวงกลาโหม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมธนารักษ์ให้เปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุใน ๒ แปลง ของ อสร. นั้น เพื่อมาใช้ประโยชน์ เรื่องของการทหาร เรื่องของกระทรวงกลาโหม เรื่องของการตั้งโรงงานเภสัชกรรมทหาร ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าในปัจจุบันนั้น โรงงานเภสัชกรรมทหารนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย อยู่ที่คลองเตย มีเนื้อที่ประมาณเพียง ๙ ไร่เศษ แล้วด้วย ข้อจำกัดของพื้นที่ในเรื่องของอาคาร ซึ่งได้ก่อสร้างมานานกว่า ๔๐ ปี ก็มีสภาพเก่าแล้วก็ ไม่สามารถที่จะรองรับในการพัฒนาแล้วก็ขยายศักยภาพในการผลิตยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการสนับสนุนทางกองทัพ สนับสนุนโรงพยาบาลทหารต่าง ๆ ทั้งในยามปกติและ ในยามวิกฤติ ขออนุญาตเรียนว่าโดยในส่วนที่เพิ่มเติมก็คือเรื่องของยาสมุนไพรด้วย เนื่องจากว่ารัฐบาลได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมในเรื่องของยาสมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจแล้วก็เป็น อุตสาหกรรม เป็นทางเลือกหนึ่งทางด้านการแพทย์ในการที่จะพัฒนา รวมไปถึงการใช้เรื่อง ของป้องกัน เรื่องของการส่งออกด้วยในระดับภูมิภาค ตรงนี้กระทรวงกลาโหมเองก็มี ศักยภาพทั้งในส่วนของยาแผนปัจจุบันและเรื่องของสมุนไพร ก็เลยได้มีกำหนดแผน ในการดำเนินการที่จะพัฒนา วางแผนที่พัฒนาโรงงานเภสัชกรรมทหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มี หน้าที่ในการที่ทั้งผลิต ทั้งวิจัย ค้นคว้า พัฒนา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้มีการผลิตยาและเวชภัณฑ์ ต่าง ๆ นั้นมากกว่า ๕๐ รายการ ที่จะสนับสนุนในเรื่องของการดูแลกำลังพล รวมทั้งพี่น้อง ประชาชนด้วย ปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถที่จะผลิตยาสมุนไพรต่าง ๆ ได้มากกว่า ๒๐ รายการ ก็ส่งให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม แล้วก็โรงพยาบาลสาธารณสุข รวมทั้ง ในศูนย์อื่น ๆ ด้วยที่จะใช้ในการที่จะเป็นแผนกแพทย์ทางเลือกอีกอันหนึ่ง🔗
ที่ผมเรียนข้างต้นแล้วว่าในภาพปัจจุบันนั้นที่คลองเตยนั้น สภาพจำกัดด้วย พื้นที่แล้วก็ไม่สามารถที่จะพัฒนาศักยภาพได้ ในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมก็ได้ทำ โครงการที่จะย้ายที่ตั้งโรงงานเภสัชกรรมทหารนั้น มาอยู่ ณ ที่ อสร. เดิม คือที่บ้านโป่งแห่งนี้ นะครับ ก็จะมีทั้งพัฒนาในเรื่องของการตั้งสร้างโรงงาน แล้วก็ที่จะผลิตยาทั้งแผนปัจจุบัน การแปรรูปพืชสมุนไพร อาคารผลิตสมุนไพร รวมไปถึงอนาคตตามแผนนะครับ ก็จะทำใน เรื่องของสวนสมุนไพรด้วย รวมทั้งก็จะมีเรื่องอาคารบ้านพัก แล้วส่วนที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณา สอบถามว่าตรงนี้จะเป็นสวนสาธารณะได้หรือไม่ ก็กราบเรียนว่าในแผนการดำเนินการใน ๒๔ ไร่ ตรงที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวนั้นก็เรียนท่านพี่น้องประชาชนด้วยว่าตรงนั้นก็จะทำเป็นสวน พักผ่อนด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้ประชาชนและกำลังพล กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ก็ได้ ใช้ประโยชน์ร่วมกันด้วย ในปัจจุบันการดำเนินการที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ สำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหมก็ได้ตั้งงบประมาณ แต่เนื่องจากว่าด้วยความจำกัดด้านงบประมาณ นั้นก็ไม่ได้รับงบประมาณ ก็ได้รับเพียงบางส่วน ไปเรื่องของการรื้อถอนอาคารเก่าแล้วก็ไป ปรับปรุงสถานที่บางส่วนใช้งบประมาณจำนวนหนึ่ง แล้วขอเรียนว่าปัจจุบันนี้ก็ได้มีการจัดทำ โครงการ แล้วก็จะตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๘ ในการที่จะพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ตามที่ ผมได้กล่าวแล้ว และเรียนว่ากองทัพเองในการที่จะไปตั้งโรงงานผลิต โรงงานเภสัชกรรมที่นั่น ก็จะมองภาพของสังคมชุมชนด้วย ทั้งในเรื่องของสถานที่ที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่าง กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งอนาคตตามแผนนั้น ตามแผนก็จะมีการสร้าง สวนสมุนไพรก็ถือได้ว่าสวนสมุนไพรก็ยังจะใช้เป็นในเรื่องของแหล่งศึกษาเรียนรู้ เรื่องของ อนาคตอาจจะเป็นการสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของสมุนไพรด้วย ตรงนี้ก็จะมีการดำเนินการ แล้วก็จะมีการร่วมกันหารือกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านอัครเดช มีอะไรจะถามต่อไหมครับ เชิญครับ คำถามสุดท้ายนะครับ🔗
ครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ท่านได้สละเวลามาตอบคำถามแล้วก็กระทู้ความต้องการ ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ได้รับฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้ตอบในเรื่องของการใช้พื้นที่ดังกล่าว ให้เป็นประโยชน์ ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ก็ขอขอบคุณ กระทรวงกลาโหม ที่ท่านจะมาพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันนี้รกร้างอย่างที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้บอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ไม่ได้ใช้พื้นที่แล้วนะครับ ก็จะทำให้ พื้นที่ดังกล่าวนั้นได้ใช้ประโยชน์ ก็จะเป็นการสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และ ส่วนที่ ๒ ยังได้จัดสรรพื้นที่จำนวน ๒๔ ไร่ ในการที่จะได้สร้างสวนสาธารณะ เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้ใช้ในการสันทนาการ แล้วก็ได้ใช้ออกกำลังกายในการที่จะพักผ่อน ในโอกาสนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงกลาโหมที่ได้เล็งเห็นความสำคัญในการใช้พื้นที่ดังกล่าว ก็อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมครับว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นถือว่า เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจมาก ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่า ถ้าหน่วยงานที่มาใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ากับความลงทุนทางด้านเศรษฐกิจก็ถือว่าจะเป็น ประโยชน์กับทางส่วนราชการแล้วก็พี่น้องประชาชน ก็ขอให้ทางกระทรวงกลาโหมได้พิจารณา การใช้พื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนพี่น้องประชาชนเองในพื้นที่และผู้นำท้องถิ่น ก็พร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจของกระทรวงกลาโหม ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เช่นกัน ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางกระทรวงกลาโหมในการใช้พื้นที่ แล้วก็ขอให้ ทางกระทรวงกลาโหมได้จัดสรรพื้นที่ดังกล่าวที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ ถ้าในอนาคตได้ให้ทางผู้นำท้องถิ่นแล้วก็ชุมชนเข้ามาเป็นส่วนร่วม เป็นคณะกรรมการ ในการใช้พื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ก็ฝากท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับไปพิจารณาในการให้พี่น้องประชาชนได้มาเป็น คณะกรรมการในการใช้พื้นที่ดังกล่าวด้วย ก็ขอขอบคุณท่านประธานและทางท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมา ณ โอกาสนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรตอบอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. อย่างยิ่งนะครับ ท่านอัครเดชที่ได้กรุณาสอบถาม แล้วก็เพื่อให้ พี่น้องประชาชนในบ้านโป่งนั้นได้เข้าใจถึงการดำเนินการในการที่จะพัฒนาพื้นที่ แล้วก็ที่ผม เรียนแล้วว่าพื้นที่ตรงนี้มีศักยภาพ แล้วก็จะพัฒนาต่อไปในเรื่องของการสร้างงานในพื้นที่ด้วย แล้วก็เรียนว่าในส่วนของ ๒๔ ไร่ ที่จะพัฒนาเป็นสวนพักผ่อนนั้น ส่วนหนึ่งก็จะเป็นอาคาร บ้านพักของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่นั่นด้วยในอนาคต อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นในเรื่องของสวน ที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ และที่ผมเรียนข้างต้นแล้วว่า ในเรื่องของสวนสมุนไพรนั้นก็จะเป็นการร่วมกันระหว่างโรงงานเภสัชกรรมทหารกับประชาชน ในพื้นที่ด้วยที่จะร่วมกันในอนาคตต่อไป ก็เรียนท่าน ส.ส. ว่าในการดำเนินการในการพัฒนา พื้นที่ ทางหน่วยที่เกี่ยวข้องก็คงจะให้นโยบายทางโรงงานเภสัชกรรมทหารไปว่าในการดำเนินการ ก็จะมีการหารือ แล้วก็ประสานงานกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยครับ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธาน และขอบคุณท่าน ส.ส. ที่ได้กรุณาสอบถามครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่าเป็น การจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๐๐ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์พื้นที่ขององค์การผลิตอาหาร สำเร็จรูป อสร. สำหรับสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณาให้เกียรติ กับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ สำหรับวันนี้ ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ขอปิดประชุมครับ🔗
ท่านชินวรณ์ มีอะไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมมีเรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ และในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับท่านประธาน ผมขอความกรุณาท่านประธาน ใช้เวลาตรงนี้เพื่อที่จะได้หารือและผ่านไปยังรัฐบาลโดยเร่งด่วนนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ด้วยมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือได้ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงนะครับ ประกอบกับมีอากาศต่ำบริเวณจีนตอนใต้ในช่วงเวลา ๓-๔ วันที่ผ่านมา ก็ทำให้ฝนตกหนัก มากครับท่านประธาน และเกิดมวลน้ำอย่างมหาศาลบนเทือกเขาหลวง แล้วก็ เทือกเขาบรรทัดนะครับ ก็ทำให้เมื่อคืนนี้มวลน้ำทั้งหมดนั้นได้ไหลลงมาสู่พื้นที่ในหลายจังหวัด ในภาคใต้ แต่ที่หนักมากที่สุดก็คือในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อยากจะขอภาพนิดหนึ่งครับ ผมอยากจะเรียนว่าเพื่อที่จะได้นำเรื่องนี้เพื่อที่จะให้รัฐบาลได้เข้าไปดูแล เพราะเป็นกรณี คล้าย ๆ กับปี ๒๕๓๑ ครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหนักที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในขณะนี้หนักสุดทุกอำเภอนะครับ ทางจังหวัดได้ประกาศเขตอุบัติภัยไปแล้ว ๑๕ อำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีน้ำท่วมสูงประมาณ ๒ เมตร ถึง ๓ เมตรในที่ราบต่ำครับ และกำลังที่จะมีมวลน้ำเพิ่มสูงขึ้นในอำเภอทุ่งสงไม่สามารถที่จะสัญจรได้ทุกเส้นทางนะครับ เพราะมีน้ำกำลังเพิ่มขึ้น อำเภอฉวาง พิปูน ช้างกลาง นาบอน ลานสกา ก็มีมวลน้ำ ที่ตกมาแล้วก็เข้าไปท่วมในพื้นที่ที่เป็นเส้นทางสัญจรโดยเฉพาะอำเภอทุ่งใหญ่ บางขัน ถ้ำพรรณรา ท่าศาลา สิชล พรหมคีรี นบพิตำ ชะอวด และหัวไทร โดยเฉพาะที่อำเภอฉวาง ตำบลละอาย ในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๑ คนท่านประธานครับ ผมจึงอยากกราบเรียนว่า ขณะที่จะเกิดภัยอย่างรุนแรงขึ้นมาใน ๑๕ อำเภอ ๗๘ ตำบล ๓๕๑ หมู่บ้าน ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าถ้าท่านประธานได้เห็นภาพนี่จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยครับว่าในขณะนี้มวลน้ำ เกิดขึ้นมาอย่างไร ผมก็จะขอภาพสักนิดหนึ่ง แต่ว่ายังไม่มีการฉายออกมา เพราะว่าผมได้ ขออนุญาตท่านรองประธานไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับท่านประธานครับ เพียง ๐.๒๗ วินาที เท่านั้นเองครับ ท่านประธานกรุณาดูนิดหนึ่งครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่กำลังเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้ครับ🔗
กำลังเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้ มวลน้ำ ทั้งหมดนี้กำลังไหลเข้าสู่พื้นที่ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะ ตามมาคืออะไรครับ คือจะมีน้ำท่วมอย่างฉับพลัน และสิ่งที่เป็นห่วงมากคือในเขตพื้นที่ ราบภูเขาของจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นเคยมีดินถล่มเมื่อปี ๒๕๓๑ ครับ ในขณะนี้ผมต้อง ขอชื่นชมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ที่ได้เตรียมการ หน่วยในการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านะครับ หน่วยป้องกันภัยพลเรือนและต้อง ขอขอบคุณท่านแม่ทัพภาค ๔ พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ ที่ให้ศูนย์ช่วยเหลือ มทบ. ๔๑ ได้ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือแต่ไม่เพียงพอต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านดูสิครับมวลน้ำที่ลงมา🔗
ท่านชิณวรณ์ครับ🔗
มีจำนวนมากจริง ๆ ครับ ผมจึงอยากจะเรียกร้องไปยังท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม เพื่อสั่งการให้มีการดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือเฉพาะหน้าในเรื่อง ถนนหนทางนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองและกรมป้องกัน และบรรเทาสาธาณภัยเข้าไปช่วยเหลือในชีวิตของพี่น้องประชาชนนะครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ผมคิดว่ามีความจำเป็นที่ต้องสั่ง หน่วยเฉพาะกิจเข้าไปในการที่จะช่วยเหลือ และอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุ ในขณะนี้หลายหมื่นครอบครัวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมจึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าขอรบกวนเวลาอันมีค่านี้ขอให้ท่านประธานได้สั่งการและส่งมอบเรื่องนี้ต่อไป ยังรัฐบาล เพื่อเข้าไปดำเนินการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมยกมือก่อนนะครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
เชิญครับ ผมกำลังจะประท้วงเขาอยู่ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้ติดตามข่าวอุทกภัยที่ทางภาคใต้ แล้วก็ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอดค่ะ ซึ่งดิฉัน ไม่ได้ประท้วงทางท่านเมื่อสักครู่นะคะ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนเราสมควรที่จะลงไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งดิฉันต้องเรียนว่าปัญหานอกจากที่ ทางท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีเรื่องของการเตือนภัยให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบนะคะ ที่จะป้องกันตนเองรวมถึงทำการอพยพด้วย เพราะว่าจำนวนน้ำเป็นมหาศาล มากนะคะ ถ้าหากว่าการเตือนภัยไปได้อย่างไม่ทั่วถึงพี่น้องประชาชนจะได้รับความเสียหาย แล้วก็ประสบปัญหามากกว่านี้ค่ะ ฉะนั้นรัฐบาลต้องทำงานอย่างเร่งด่วนและให้ทัน ต่อสถานการณ์ด้วยนะคะ ดิฉันต้องขอกราบเรียนท่านประธานให้ทราบด้วยว่าทางเราเอง ทางสมาชิกพรรคฝ่ายค้านก็กังวลใจกับปัญหาเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
ผม นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับกระบี่บ้านผม ก็เจอภัยพิบัติน้ำป่า ดินโคลนถล่มไม่ใช่เฉพาะที่นครศรีธรรมราชนะครับ ทางภาคใต้โดนหมด สงขลา หาดใหญ่ ปัตตานี นราธิวาส ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี ผมคิดว่าต้องฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าหอเตือนภัยต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องเรือท่องเที่ยว เรือประมง เรือท่องเที่ยว ต่าง ๆ ต้องมีการเตือนภัย แล้วก็ต้องรีบประกาศเป็นภัยพิบัติ และที่สำคัญผมคิดว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ต้องรีบเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนนะครับ แล้วก็ อยากให้ทางรัฐบาลเอาใจใส่เรื่องนี้ อยากให้สื่อมวลชนสนใจ แล้วก็ช่วยกันเตือนว่าถ้าดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก แล้วก็มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ก็คิดว่ารัฐบาลไม่ควรจะนิ่งเฉย ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ผมขอปรึกษาอย่างนี้นะครับ จริง ๆ แล้วผมก็ไม่มีอำนาจที่จะให้อภิปรายได้ในลักษณะที่ ปรึกษาหารือ เพราะว่าข้อ ๒๔ เราใช้ในการปรึกษาหารือก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม แต่เนื่องจากเราเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้วข้อ ๒๔ ก็ใช้ไม่ได้ ทีนี้นอกจากท่านเสนอ เป็นญัตติ ซึ่งท่านก็ไม่ต้องการเสนอเป็นญัตติ เพียงแต่ต้องการอภิปรายให้รัฐบาลทราบว่า ตอนนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อน แล้วต้องการให้ผมได้ส่งเรื่องไปนะครับ ถูกไหมครับ ท่านไม่ได้เสนอเป็นญัตตินะครับ เมื่อสักครู่แค่ปรึกษาหารือเฉย ๆ🔗
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ท่านประธานกรุณาเร่งรัดส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาลได้รับทราบด้วยครับ🔗
ก็มีที่ กระบี่ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะทำเรื่องท่านเลขาธิการด้วยถอดชวเลข ถอดการอภิปราย แล้วเดี๋ยวผมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลนะครับ ท่านมีอะไรเพิ่มเติมก็ทำหนังสือมาเลย🔗
ต้องขอบคุณท่านประธาน มากเลยครับ แล้วก็มีหลายจังหวัดครับเมื่อสักครู่ที่ผมเอ่ยนามขึ้นไปทางภาคใต้ครับท่านประธาน🔗
ก็ช่วยทำ หนังสือมาเพิ่มเติมกับฝ่ายเลขาธิการให้หน่อยนะครับ🔗
ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไปนะครับ มีเรื่องที่จะขอที่ประชุม ขอปรึกษาเพื่อจะนำเรื่องการขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ๒ คณะ ซึ่งไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระนะครับขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ🔗
ถ้าไม่ขัดข้อง ผมจะขอนำเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระ จำนวน ๒ คณะ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ นะครับ กับอีกคณะหนึ่ง คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ นะครับ มี ๒ คณะนะครับ ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ หรือมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาต อนุมัติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๒ คณะขยายเวลาตามที่ ขอนะครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทาง การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ (รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗
เรื่องนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้เสนอรายงาน ผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปี ๒๕๖๑ และประจำปี ๒๕๖๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมา ตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๖๑ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางหรือแจกจ่ายให้ ท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีเจ้าหน้าที่จะเข้ามารายงานไหมครับ ถ้ามีขอเชิญครับ ซึ่งมีท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ มีท่านสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ท่านสุวณา กรรมการ ท่านวรวิทย์ เลขาธิการคณะกรรมการ ท่านนิวัติไชย รองเลขาธิการ ท่านอุทิศ รองเลขาธิการ ท่านพิเชฐ รองเลขาธิการ ท่านสุรพงษ์ รองเลขาธิการ ท่านภูเทพ ผู้ช่วยเลขานุการ ท่านสมพร ผู้ช่วยเลขาธิการ และท่านประสพสุข ผู้อำนวยการสำนักงาน นโยบายและยุทธศาสตร์นะครับ ขอเรียนเชิญครับ🔗
มีท่านสมาชิกที่แจ้งความประสงค์มา ๓ ท่าน ที่มีข้อซักถามนะครับ ท่านแรก เชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ก่อนครับ มีอะไรจะซักถาม ท่านมีอะไรจะชี้แจงก่อนไหมครับ ท่านประธานมีอะไรก็เชิญนะครับ🔗
พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ (ประธานกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ : กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก ที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ในนามของกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่าน รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาแถลงรายงานผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๑ และพุทธศักราช ๒๕๖๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมขอกราบเรียนว่า การปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่และอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้กำหนดนโยบายเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด🔗
และประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่ง คือเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๖๑ ได้มีผลใช้บังคับเป็นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐🔗
ท่านประธานที่เคารพ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๒๙ บัญญัติให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมข้อสังเกตต่อรัฐสภา ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการ หรือกรรมการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายมาแถลงรายงานดังกล่าวต่อรัฐสภา และให้ประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา และเปิดเผยต่อสาธารณะ🔗
สำหรับในวันนี้ ผมพร้อมด้วยท่านสุภา ปิยะจิตติ และท่านสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยเลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ และคณะเจ้าหน้าที่ ตามรายชื่อที่นำกราบเรียนขออนุญาตเข้าร่วมชี้แจง มีความพร้อมในการจะชี้แจงรายละเอียด เพิ่มเติมจากรายงานดังกล่าว ตัวกระผมเองได้เตรียมสรุปประเด็นสำคัญมานำเรียน ซึ่งอาจจะ ใช้เวลาถึง ๒๐ นาที แต่หากท่านประธานมีความประสงค์ กระผมและคณะก็พร้อมที่จะตอบ คำถามได้เลยครับ อนึ่งเนื่องจากทางสำนักงานได้จัดพิมพ์เอกสารที่มีความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับ สถานการณ์การทุจริตประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เสร็จสิ้น จึงกราบเรียน ขออนุญาตแจกเอกสารเพิ่มเติมในที่ประชุมครับ กระผมก็เลยกราบเรียนท่านประธานว่า หากท่านประธานประสงค์ กระผมก็พร้อมที่จะตอบคำถามเลยครับ🔗
เชิญแจก เอกสารนะครับ🔗
ท่านณัฏฐ์ชนน เชิญครับ มีอะไรซักถามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็มาถึง ทำไมผมพูดคำนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ สิ่งที่ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ มาตรา ๑๔๔ เราให้วลีคำนี้ว่าเป็นมาตราผีหลอก วันนี้นะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มาเต็มคณะ สิ่งที่ผมจะนำเรียนท่านตามมาเลยครับ มาตรา ๑๔๔ ได้กำหนดห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ว. กรรมาธิการแปรญัตติ พูดง่าย ๆ ครับ ห้าม ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ ท่านประธานครับ ผมขอถามท่านประธาน การปรึกษาหารือของสมาชิกสภาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ หรือไม่ นี่คือคำถามที่ผมจะถามท่านประธาน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผม นำเรียนก็คือมาตรา ๑๔๔ ที่ผมบอกไว้ มันมีขั้นตอนในการยื่นตรวจสอบ ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการงบประมาณในการเข้าไปแปรญัตติ หรือยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณประจำปี รัฐธรรมนูญได้กำหนดชัดเจนครับ มาตรา ๑๔๔ ส.ส. ๑ ใน ๑๐ ๕๐๐ คนก็เท่าไรครับ ๕๐ คน ยื่นเรื่องกับศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความประเด็นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณภายใน ๑๕ วัน ส.ว. ก็เช่นกันครับ ๑ ใน ๑๐ คือ ๒๕ ท่าน ภายใน ๑๕ วัน นี่คือขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้กำหนด อันนี้เราไม่พูดถึงกฎหมายประกอบ ท่านประธานครับ นี่คือเป็นช่องทาง ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้สำหรับ ส.ส. ส.ว. อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ ผมขอถาม ป.ป.ช. ครับ คุณสมบัติของบุคคลนอกรัฐธรรมนูญที่สามารถจะยื่นได้ บุคคลวิกลจริต ยื่นได้ไหมครับ ๒. บุคคลวุฒิภาวะต่ำ ยื่นได้ไหมครับ ๓. บุคคลอิจฉาตาร้อน ยื่นได้ไหมครับ ๔. บุคคลที่มีเจตนาหวังผลทางการเมือง ยื่นได้ไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. สงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อาจจะโชคร้าย ในอดีต แต่วันนี้ครับ นาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ที่ผมประกาศทุกครั้ง เราขาด โอกาสมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ครับ หลังยุคดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็น ส.ส. เกือบ ๒๐ ปี ที่ผ่านมา วันนี้ผมเป็น ส.ส. ๑ ปี กับ ๙ เดือนครับ ทำหน้าที่อภิปรายในสภา ปรึกษาหารือ และใช้เวทีสภาให้เป็นประโยชน์ ทำทุกวิถีทางท่านประธานครับให้งบประมาณลงไปในพื้นที่ โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะผมตระหนักดีว่าวันนี้รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ชัดเจน แต่ความโชคดี ของผมก็มาครับ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ครับท่านประธาน พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ ๗ ของผม ได้รับจัดสรรงบประมาณจากทุกหน่วยงานลงไปในพื้นที่ประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ถนน ๔ เลน (4 Lane) นาทวี-คลองแงะ ๖๐๐ ล้านบาท ถนนสะบ้าย้อย ๔ เลน (4 Lane) ๔๐๐ ล้านบาท สำนักงานที่ดินสะบ้าย้อย ๒๔ ล้านบาท สวนสาธารณะสะบ้าย้อย ๑๕ ล้านบาท สนามกีฬากลางนาทวี ๒๐ ล้านบาท และอื่น ๆ อีกมากมาย ปี ๒๕๖๕ ที่กำลังจะพิจารณา เรื่องงบประมาณ ปรากฏว่าพวกผมและพี่น้องประชาชนได้มีอีกหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น ควนหลักได ถนนป่ายาง หรือว่าเขื่อนกันตลิ่ง นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทุกโครงการปี ๒๕๖๔ ถูกเด็กขี้ร้องหรือเรียกว่าเบบี้ (Baby) ร้องต่อ ป.ป.ช. ทุกโครงการ เพื่อสกัดการทำงาน ของกระผม ทำให้โครงการปีงบประมาณ ๒๕๖๔ หยุดชะงัก งบประมาณปี ๒๕๖๕ ที่กำลัง จะเริ่มเขียนโครงการ ถามว่าหน่วยงานไหนกล้าจะเอาไปลงครับ เพราะมีคนไปร้องเรียนว่า ส.ส. ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๔๔ ไปแทรกแซงงบประมาณ เพราะฉะนั้นชาวสงขลาก็เลย ขาดโอกาส สิ่งที่เลวร้ายที่สุดครับท่านประธานสภา คณะ ป.ป.ช. เกิดกับผมครับ ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ บังเอิญครับผมต้องเข้ารับการผ่าตัดโรงพยาบาลพญาไท ๒ เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม ปรากฏว่ามีบุคคลคนเดิมครับเด็กขี้ร้อง หรือว่าเบบี้ (Baby) ที่ผมบอกพยายามครับไปขอข้อมูลจากโรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาล ไปขอวงจรปิดเพื่อจะไปยื่นกับกับ ป.ป.ช. ว่า ส.ส. ณัฏฐ์ชนนไปรักษาเท่าไร ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาเขาไม่ทำกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทบทวนการทำงานตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อทำลายคนทำงาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผม ๕๐๐ คน ที่ได้รับประมาณไปเมื่อปีที่แล้วคงไม่มีคนไปร้องเรียนเหมือนที่บ้านผม ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนำเรียนทั้งหมดมันเกิดขึ้นจริงแล้วครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ หรือมาตราที่เรา เรียกว่ามาตราผีหลอก เพราะฉะนั้นนะครับ พระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ได้แนะนำผมบอกว่า ส.ส. อดทน ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นนะครับสุดท้ายนี้ผมมีจดหมาย ๑ ฉบับถึงท่านประธานชี้แจงรายละเอียด การทำหน้าที่ ส.ส. ว่าผิดมาตรา ๑๔๔ หรือไม่ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่านต่อไปครับ พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ เสรีรวมไทย ปัญหาของ ท่านณัฏฐ์ชนนก็เป็นปัญหาที่ใหญ่พอสมควรก็คงเป็นเรื่องที่ทาง ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการ ไต่สวนอะไรกันต่อไปนะครับ สำหรับเรื่องที่ผมจะอภิปรายถึงรายงานของ ป.ป.ช. สักเล็กน้อย ก็คือว่า ผมเป็นพนักงานสอบสวนมาครึ่งชีวิตการทำงานก็คงคล้าย ๆ กับคณะกรรมการ ไต่สวนอะไรของ ป.ป.ช. นะครับ ผมจะรายงาน ผมจะอภิปรายรูปแบบกับเนื้อหาของรายงาน ในส่วนของรูปแบบนั้นก็ต้องชมครับว่าทำได้สวยงาม ครบถ้วน พิมพ์ ๔ สี แต่ผมก็มีข้อสังเกต ประการหนึ่งครับท่านประธาน อยู่ในสภานี้มาปีครึ่งนะครับ ผมเห็นทุกหน่วยที่มารายงาน เห็นรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญของเรานี่เอกสารกองเต็มโต๊ะเลยนะครับ ในอนาคตมันจะเป็นไปได้ไหมครับท่านประธานครับว่าให้มันมีจออยู่ข้างหน้า หน่วยที่มา รายงาน คณะกรรมการที่รายงานก็โหลดข้อมูลเข้ามาแล้วเราก็ดูจากจอแทน แล้วถ้า จอพัฒนาไปถึงว่าลิงก์ (Link) กับยูทูบ (YouTube) กูเกิล (Google) ได้การหาข้อมูลก็จะ ยิ่งง่ายขึ้น อันนี้ผมก็เรียนฝากท่านประธานไปในประเด็นนี้ด้วยครับ ในส่วนของเนื้อหา ผมคิดว่าเนื้อหาที่ทางท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานมา ผมมีประเด็นที่จะสอบถามอยู่ ในด้านของการปราบปรามการทุจริต ข้อ ๔ ท่านคงมีเอกสารอยู่ในมือด้วยนะครับ ข้อ ๔ สถิติเปรียบเทียบผลการดำเนินการปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ถึง ๒๕๖๑ หน้า ๔๙ นะครับ ในที่เปรียบเทียบจะเห็นว่ายอดค้างคดีที่ ป.ป.ช. พิจารณาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นทุกปีเลยครับ ปีละประมาณสัก ๒๐๐ เรื่อง ก็ชี้มูลความผิดไปก็เป็นระยะ ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อมารวมของปี ๒๕๖๑ ก็คือ ๑๖,๒๓๒ เรื่อง นี่ผมพยายามเปิดดูว่า ของปี ๒๕๖๒ มีไหม ก็ยังไม่เห็นนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าได้รวบรวมมาหรือไม่นะครับ แต่ถ้ามี สมมุติเพิ่มอีก ๒๐๐ ก็จะเป็น ๑๖,๔๐๐ ถึง ๑๖,๕๐๐ ท่านประธานครับ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ ผมสงสัยครับว่าในฐานะที่ผมเป็นพนักงานสอบสวน เป็นคณะพนักงานสอบสวน เป็นหัวหน้า พนักงานสอบสวนอะไรต่าง ๆ มายาวนานพอสมควร เมื่อเห็นตัวเลขตรงนี้ก็ต้องเรียกว่าตกใจครับ เพราะว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมเคยเป็นรองผู้บัญชาการที่คุมงานสอบสวนมานี่ ตัวเลขของสำนวนคดีสำคัญ ๆ คดีข่มขืน คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญทั้งหลายที่ค้างอยู่ ก็ค้างแค่ระดับสักพันหนึ่งก็ตกใจแล้วไปเร่งรัดกันวุ่นวายไปหมด แต่ทีนี้ค้างอยู่ ๑๖,๐๐๐ กว่า คำถามของผมคำถามแรกก็คือว่า ดูอัตราการเพิ่มของสำนวนแล้วมันเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ ๒๐๐ แล้วมาล่าสุด ๑๖,๐๐๐ ยังไม่ล่าสุดด้วยนะ แค่ปี ๒๕๖๑ นี่ก็คือ ๑๖,๒๓๒ ก็จะเรียนถามทาง ป.ป.ช. ว่า ป.ป.ช. มีแผนงานที่จะดำเนินการกับสำนวนที่ค้างจำนวนมาก เหล่านี้อย่างไรครับ แล้วก็เมื่อไรถึงจะหมดไปครับ นี่เป็นคำถามที่ ๑ นะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่า ผมได้ทราบจากเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่เป็นคณะกรรมการ ไต่สวนว่าสำนวนที่ค้างอยู่ตั้งแต่ประมาณวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ จะมีเรื่องที่ทยอยขาดอายุความ ไปเรื่อย ๆ แต่ผมไม่มีตัวเลขนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่า ป.ป.ช. น่าจะมีตัวเลขอยู่ว่ามันจะมี สำนวนที่ขาดอายุความจำนวนเท่าไร จะดำเนินการอย่างไรกับสำนวนที่จะขาดอายุความ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไปนะครับ🔗
แล้วก็คำถามที่ ๓ ก็คือว่าถ้าเรื่องที่ค้างอยู่ขาดอายุความ คนทำผิดหลุดลอด เงื้อมือของกฎหมายไปมีผู้รับผิดชอบหรือไม่ครับ แล้วใครเป็นคนรับผิดชอบ หรือว่า คณะกรรมการหรือว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะรับผิดชอบอย่างไร นี่เป็นคำถามที่ ๓ ครับ🔗
สำหรับประเด็นที่ ๔ อันนี้จะเป็นเชิงคำถามนะครับว่า ในตารางข้อ ๔ สถิติ เปรียบเทียบคดียาปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๑ มันมีช่องต่าง ๆ อยู่ซึ่งอธิบายแล้วก็ชี้ตัวเลขไว้ มันมีช่องที่เขียนว่าส่งพนักงานสอบสวนปี ๒๕๖๑ ๕๙ เรื่อง ส่งหน่วยงานอื่น ๗๖๘ เรื่อง ส่งให้พนักงานสอบสวนและหน่วยงานอื่น ๑๒๐ เรื่อง คืออ่านแล้วมันยังงงครับ ยังไม่เข้าใจว่า เมื่อมันมีการส่งพนักงานสอบสวน ๕๙ เรื่อง ส่งหน่วยงานอื่น ๗๖๘ เรื่อง แล้วมันจะมีช่องถัด มาว่าส่งให้พนักงานสอบสวนเรื่องเดียวกันอีก ๑๒๐ เรื่อง อันนี้มันคืออะไรครับ🔗
สุดท้ายครับ ก็คือว่าผมเป็นพนักงานสอบสวน ท่านประธาน ป.ป.ช. ก็เป็น ข้าราชการตำรวจเก่าแล้วก็เคยเป็นพนักงานสอบสวนมานะครับ ผมอยากให้เพิ่มช่องคดี ที่ขาดอายุความ หมายถึงว่าคดีที่จะขาดอายุความหรือคดีที่ขาดอายุความมีอีกสักช่องหนึ่ง เพื่อจะอธิบายว่ามันมีคดีที่ต้องเร่งรัดกี่คดีอะไรต่าง ๆ นะครับ แล้วก็เพิ่มช่องผลคดีด้วยครับ คือท่านจะมีช่องชี้มูลความผิด แต่ว่าทุกช่องนี่ไม่มีผลคดีว่าผลคดีสุดท้ายเป็นอย่างไร ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปทาง ป.ป.ช. นะครับว่าผลคดีนั้นสำคัญมากจะเรียกว่า สำคัญที่สุดก็ได้ เพราะบางทีเราทำงานกันแทบล้มประดาตายสุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง สุดท้ายศาลยกฟ้อง ตรงนี้สำคัญครับถ้ามีการเพิ่มช่องผลคดีที่ท่านชี้มูลความผิดที่ผ่าน ๆ มา ในแต่ละปีมีกี่เรื่อง อะไร อย่างไรก็จะยิ่งสมบูรณ์ขึ้นครับ🔗
ท่านประธานครับ โลโก้ (Logo) ของ ป.ป.ช. มันมีรูปกงจักร รูปสายฟ้า รูปลูกศรอยู่ในตัวโลโก้ (Logo) ซึ่งหมายถึงว่า คำอธิบายนะครับ ความรวดเร็วในการปราบปราม การทุจริต ผมก็อยากฝากท่านกรรมการว่าคำนึงถึงตรงนี้ให้เยอะ ๆ ครับ ความล่าช้า ก็คือความไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเรียน ท่านวิศณุนิดหนึ่งนะครับว่า จริง ๆ แล้วข้อมูลหนังสือเชิญประชุม ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม รายงานต่าง ๆ ของหน่วยงานที่มารายงานเราจะมีเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาไทย มีเวิลด์ไวด์เว็บดอตพาร์เลียเมนต์ดอตจีโอดอตทีเอช (www.parliament.go.th) และจะมีเอกสาร ประกอบในนั้นหมดทุกอย่างนะครับ เอกสารที่มานี่ก็เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่ง เพราะจริง ๆ มีท่านสมาชิกหลายท่าน ท่านอาวุโสหลายท่าน ท่านบอกว่าท่านอยากจะอ่านเป็นเอกสาร ท่านไม่ถนัดอ่านจากโน้ตบุ๊ก (Notebook) แต่จริง ๆ เรามีนะครับ และท่านมีอะไรที่จะชี้แนะ ก็เชิญนะครับ จะให้เพิ่มเติมอะไรทางสภายินดีที่จะทำตามนะครับ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยนะครับ พอดีท่านประธานพูดเรื่องนี้มา ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่มีปัญหาเรื่องนี้ ผมจะกราบเสนอท่านประธานนิดหนึ่งว่ารายงานเอกสารอย่างนี้เล่มใหญ่ ๆ แล้วทุกครั้งเรามาก็จะมีเวลาดูแค่ชั่วเวลาเดียว ก็ไม่ทัน เป็นไปได้ไหมว่าจะขอก่อนล่วงหน้า สัก ๒-๓ วันในการประชุม ฝากเสนอท่านประธานนะครับ🔗
ยินดีครับ ท่านเลขาธิการดำเนินการด้วยนะครับ พยายามประสานงานกับหน่วยราชการที่จะมารายงาน ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ขอเอกสารล่วงหน้ามาก่อน แล้วอย่างน้อยที่สุด ถ้ามีในเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) เราก็โหลด (Load) เข้าไปเพื่อจะให้ท่านสมาชิกได้อ่าน เชิญท่านต่อไปเลยครับ ท่านรังสิมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันรอ ป.ป.ช. มานานแล้วนะคะ คือวันนี้ ป.ป.ช. ได้มาแถลงเกี่ยวกับ รายงานการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปี ๒๕๖๑ และ ๒๕๖๒ คือดิฉันดูงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ได้ประมาณ ๒,๔๒๖ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ได้ ๒,๒๓๘ ล้านบาท ลดลง ๑๘๗ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ ได้ ๓.๔ พันล้านบาท แต่บุคลากร ของท่านมีแค่ ๒,๓๔๙ คน ดิฉันก็มามองว่างานของท่านมันมีมากมายมหาศาลเลย จากเรื่อง ที่ท่านได้ให้ข้อมูลมาปีหนึ่งมีคนร้องเรียนเป็นหมื่น ๆ เรื่องเลยนะคะ แล้วก็คนของท่านมีแค่ ๒,๓๔๙ คนจะทำงานทันได้อย่างไร เพราะว่าคนมันทุจริตตอนนี้มันมากมายมหาศาลแทบจะ ทุกตารางนิ้วได้เลยนะคะ ดิฉันจะยกตัวอย่าง อย่างเช่นสมุทรสงคราม ดิฉันบุกไป ป.ป.ช. หลายรอบแล้วไม่ได้คำตอบสักทีหนึ่ง ก็รอเมื่อไรวันนี้ท่านจะมาสภาสักทีหนึ่ง ดิฉันจะลุกขึ้นอาละวาดอีกรอบหนึ่ง ก่อนอื่นชื่นชมก่อนนะคะเดี๋ยวค่อยว่าทีหลัง คือว่า ท่านได้เอานายก อบจ. จังหวัดสมุทรสงครามติดคุกมาแล้ว ๑ คน ๒ ปี ติด ๒ ปีเพิ่งจะออกมาค่ะ แต่หลังจากที่ติดคุกไปแล้วนี่คนที่ต่อ ๆ มาก็มีการทุจริต แต่เรื่องมันเงียบหายไปหมดเลย ดิฉันไปตามมา ไปที่ ป.ป.ช. ไปขอพบก็ไม่เคยได้พบ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าท่านคณะกรรมการไม่อยู่ ไปขอทราบข้อมูลก็ไม่ได้รับทราบความคืบหน้านะคะ วันนี้ก็เลยอยากจะมาเรียนท่าน ผ่านประธานสภานะคะ ทีนี้ท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านก็อาจจะสงสัยว่านายก อบจ. สมุทรสงครามเคยติดคุกนี่ติดคุกเรื่องอะไร คือติดคุกเรื่องเกี่ยวกับจัดซื้อหนังสือ สคบ. คุ้มครองผู้บริโภคโดยมิชอบนะคะ เพราะว่าคนที่ยื่นซองราคาถูก ต่ำนี่เขาไม่เลือก เขาเลือกคนที่ ราคาสูง อย่างเช่น ต่ำสุด ๓๘๐,๐๐๐ บาท ต่ำคนที่ ๒ ๔๙๐,๐๐๐ บาท แต่คนที่ ๓ ๖๑๐,๐๐๐ บาท แต่นายก อบจ. เลือก ๖๑๐,๐๐๐ บาทค่ะ ไม่เลือก ๓๘๐,๐๐๐ บาท ทางหน่วยงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ติงไปแล้ว แต่นายกบอกว่าเป็นอำนาจของนายก นายกจะเอา ๖๑๐,๐๐๐ บาท มีอะไรรับผิดชอบเอง พอรับผิดชอบเองก็ติดคุกไปแล้ว ๒ ปีนะคะ ติดจริง อันนี้ดิฉันก็ขอชื่นชมนะคะ แต่ว่ามันก็ยังมีอีกคนเดิมนี่ที่ติดคุก แต่คดีเก่าเรื่องเตาเผาศพ ไร้มลพิษ เผาแล้วไม่ไหม้ค่ะ ดิฉันพูดในสภามาหลายรอบแล้ว เผาแล้วลุกขึ้นมามันนั่งโด่ ดำเป็นตอตะโก เพราะอะไร เตามลพิษมันทำทั้งประเทศ แต่ที่สมุทรสงครามนี่มี ๑๑ เตา ตั้งเตาละ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่ก่อสร้างจริงแค่เตาละ ๙๐๐,๐๐๐ บาท กินเตาละ ๗๐๐,๐๐๐ บาท เวลาไปเผาแล้วอิฐที่มันเก็บความร้อนมันลดสเปก (Spec) มันก็ไม่เก็บ ความร้อน เวลาเผาแล้วนี่มันไหม้แต่หนัง กล้ามเนื้อมันหด เอ็นมันหด แต่ว่ามันไม่ไหม้ มันลุกขึ้นมานั่งเป็นก้อนดำอยู่อย่างนั้นและพอเวลาเผาไป ๆ อิฐก็ร่วง แล้วก็หัวฉีดก็ไม่ทำงาน มันตัน ตอนนี้ท่านไปดูสิคะทั่วประเทศเตาเผาไร้มลพิษทั้งประเทศเผาไม่ได้เลยค่ะ เอาเงิน ไปทิ้งกันหมดเลย ท่านต้องลงไปดูนะคะ อันนี้ทั้งประเทศเลย เคยในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่สภานี่ ดิฉันก็เคยมายื่นนะคะ จังหวัดปทุมธานีก็มายื่น ส.ส. มายื่น เพราะมันทำ อบจ. ทั้งประเทศ แล้วดิฉันก็มามองว่าถนน หิน ดิน ทราย มันก็กินอยู่แล้วทุกจังหวัด แต่อันนี้มัน กินกับคนตายดิฉันรับไม่ได้ และ ป.ป.ช. ทำอะไรคะ ดิฉันอยากจะทราบ ทำไมไม่เอาพวกนี้ ที่กินกับผีตายเอามันมาลงโทษให้มันติดคุกอีก อันนี้เรื่องที่ ๒ นะคะ🔗
ต่อไปเรื่องที่ ๓ อันนี้คนเก่าติดคุกคนใหม่มาเอาอีกแล้ว เรื่องซื้อรถโตโยต้า รถจดประกอบนะคะซื้ออะไหล่มาราคาเท่ากับรถจริงเลย ราคาเท่ากับรถใหม่ แต่ซื้อมาแล้ว ใช้การไม่ได้ค่ะ เอาไปซ่อมศูนย์โตโยต้าศูนย์ก็ไม่รับ เวลาขับแล้วมันไปข้างเดียวมันเอียงค่ะ ก็ใช้ไม่ได้ก็ไปจอดทิ้งไว้ พอจอดทิ้งไว้ก็ยกเลิกค่ะ ยกเลิกทะเบียน กข ๕๖๗ สมุทรสงคราม คิดดูเงินตั้งร่วม ๔ ล้านบาท เอาไปจอดทิ้งเลยนะคะ แล้วนี่ สตง. ภาค ๑๒ เพชรบุรี ตรวจสอบ แล้วเรียกเงินคืน และอย่างนี้เรียกเงินคืนอย่างเดียวไม่มีความผิดเลยหรือคะ เอาเงินไปใช้ แบบนี้นะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องโครงการส่วนใหญ่ โครงการที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นที่หากินของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับท้องถิ่นเหมือนกันหมด ดิฉัน เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณเกี่ยวกับอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ ดิฉันปฏิรูปหมดเลย ใครที่ขอโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการที่เกี่ยวกับสถาบัน ดิฉันตั้งอนุ ไปตรวจสอบ เพราะว่ามันจะตั้งตรงกันหมดเลย ทุกกระทรวง ทบวง กรม เลี้ยงไก่ก็เลี้ยงไก่ หมดเลย เลี้ยงเป็ดก็เลี้ยงเป็ด แล้วคนมีหน้าที่รับจ้างอบรมอย่างเดียวไม่ต้องทำอะไร เพราะกระทรวงโน้นก็อบรม กระทรวงนี้ก็อบรม วิ่งเซ็นชื่อตรงนี้ แล้วก็มาเซ็นชื่อตรงนี้ ผลที่สุดประชาชนไม่ได้อะไรเอางบไปถลุงกัน แล้วโครงการนี้ยกตัวอย่าง ๑๙ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๕๔ พา อสม. ไปดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการอบรมศึกษาดูงานป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดเทิดไท้องค์ราชัน ท่านลองคิดดูเขียนโครงการลงทะเบียน หกโมงเช้า รถออก ๗ โมง ไปถึงที่พัก ๑๕.๐๐ นาฬิกา แต่เวลาออกจริงออกหกโมงเย็นค่ะ แล้วก็ไปนอนในรถ การโกงของเขาคือโกงค่ารถไป ๑ วัน โกงค่าอาหาร บอกว่าออกเช้า แต่ไปออกเย็น แล้วก็ไปเบิกค่าโรงแรม เพราะว่านอนไปรถแต่เบิกค่าโรงแรม ฮั้วกับโรงแรมอีก แล้วไปนอนแจ้งว่านอนห้องละ ๒ คน แต่พอไปถึงโรงแรมอัดห้องละ ๔ คน ๖ คน คนที่ไปก็มาร้องเรียน ส.ส. เขาเอาฉันไปอัดเป็นปลากระป๋องเลย ท่านไปถาม อสม. ได้ แทบจะทุกคนจะตอบได้ค่ะ เพราะว่าเงินตั้ง ๑๙ ล้านบาท ท่านลองคิดดูสิค่ะ เอาไปดู แล้วก็ซื้อเสื้อแจก เสื้อพิมพ์ข้างหลังเอาไปกองเต็มหมดเลย เพราะค่าเสื้อสมมุติว่า ๙๐ บาท เบิก ๓๐๐ บาท อันนี้หากินกับโครงการที่เกี่ยวกับสถาบัน แล้วรถก็เหมือนกันนะคะ ไปดูสัตว์ที่ซาฟารี ก็มาเบิกงบต่างหากอีก ไปดูหมีแพนด้า ขึ้นดอยสุเทพก็เบิกต่างหากอีก พอเสร็จแล้วทาง สตง. ก็ตรวจว่ามีการเบิกงบ เบิกไม่ได้ก็ไปเบิก ทาง สตง. ก็เอาเงินคืน แต่ว่าความผิดมันผิดแล้ว ดิฉันก็มามองว่าถ้าความผิดมันผิดแล้ว มันเกิดแล้ว มันสำเร็จแล้ว ป.ป.ช. ไม่ทำอะไรเลยหรือคะ เมื่อเช้าดิฉันก็โทรไป สตง. ที่สมุทรสงคราม ดิฉันทำหนังสือ ไปขอเอกสารว่าเรื่องตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้วนี่ ๙ ปีแล้ว ดิฉันยังไม่เห็นผลอะไร ที่มันจะโดนเลย ทำผิดแล้วมันไม่ติดคุกดิฉันรับไม่ได้ เขาก็บอกว่าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ไม่มีความผิด ดิฉันก็จะมาพูดถึงตั้งคณะกรรมการให้ท่านฟัง กรรมการในจังหวัดไม่ต้องตั้งค่ะ เพราะตั้งอย่างไรมันก็ช่วยเหลือกันไม่มีผิดสักคนหนึ่ง ดูสิไม่มีผิด อนุก็เหมือนกันถ้าท่านตั้งไป ท่านก็ต้องดูนะคะเพราะมันมีการวิ่งเต้นกัน ล้มคดีได้ คนผิดไม่ติดคุก ดิฉันรับไม่ได้ค่ะ ท่านสุภา ท่านสุวณาคงจะรู้จักดิฉันดีนะคะ เพราะว่าดิฉันก็ไปที่ ป.ป.ช. มาหลายรอบแล้ว🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเรื่องต่อมา ซึ่งเพิ่งผ่านไปนะคะ อบจ. อีกเช่นกัน เรื่องการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ตามรอยเท้าพ่อแห่งแผ่นดิน เห็นไหมคะมันจะเกี่ยวกับ สถาบันทั้งนั้นล่ะ ก็มีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่การจัดซื้อจัดจ้างมีการฮั้วกัน เพราะว่าการก่อสร้าง นี้ก่อสร้างสำเร็จแล้ว เสร็จหมดทุกอย่าง ก่อสร้างงบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็ ๘๘๕,๐๐๐ บาท ก่อสร้างเสร็จขายแบบตามหลัง พอคนมาซื้อแบบก็ฮั้วกันจ่ายค่าแบบ ว่าไม่ต้องมาซื้อเพราะเขาทำเสร็จแล้ว แต่คนซื้อไม่ยอมเรื่องมันเลยแตก พอเรื่องแตกเสร็จ ก็ทำเป็นว่าอุทิศให้เป็นเงินส่วนตัว แต่หลังจากที่มีความผิดแล้วถึงจะอุทิศให้ แต่ถ้าไม่มีความผิด ก็เบิกเงินนี้คืน เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนท่านนะคะว่า ป.ป.ช. ต้องทำงานเชิงรุกหน่อย ทุกจังหวัดในประเทศไทยโกงแทบจะทั้งนั้นล่ะ แต่นี่ดิฉันยกจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเดียวนะคะ เพราะดิฉันอยู่ในจังหวัด ดิฉันจะเป็นคนตรวจสอบแทนท่าน ดิฉัน ก็แช่งทุกวัน คนจะมาเป็นนักการเมืองดิฉันก็จับสาบานแต่สาบานแล้วมันก็ยังโกงไม่รู้ จะทำอย่างไร ขอให้ท่านเอาไปเข้าคุกให้หน่อยนะคะ ประเด็นที่ ๑ นะคะเมื่อสักครู่นี้ ที่ดิฉันพูดว่าโครงการนี้สร้างเสร็จแล้วฮั้ว ฮั้วไม่สำเร็จ ก็เลยเป็นการอุทิศให้ แล้วตั้งกรรมการ อีกแล้วในจังหวัดกรรมการบอกไม่ผิด นี่ท่านจะฟังกรรมการในจังหวัดหรือท่านจะฟังคนของท่าน อันนี้ดิฉันอยากได้คำตอบนะคะ แล้วดิฉันก็จะตามอีก เพราะดิฉันก็บุกไป ป.ป.ช. เมื่อปีที่แล้ว ก็ไม่ได้คำตอบนะคะ🔗
เรื่องต่อไปคือเรื่องตั้งงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน ๒๒ ล้านบาท แต่เจ้าอาวาสที่จะให้สร้างอาคารในโรงเรียนไม่อนุมัติให้ก่อสร้างในที่ของวัด เพราะเป็น โรงเรียนของ อบจ. ๒๒ ล้านบาท พอไม่อนุมัติปั๊บโอนเปลี่ยนแปลงโครงการไปทำโครง หลังคาอเนกประสงค์ทั้ง ๒๒ ล้านบาทเลย บางที่วัดเดียวได้โครงหลังคา ๒-๓ โครงหลังคาเลย สร้างแต่โครงหลังคาทั้งนั้นเลย ท่านต้องไปดูด้วยว่าการตั้งงบประมาณมันผิดปกติอะไรหรือเปล่า แล้วบริษัทนี้ท่านไปตรวจเลยสมุทรสงคราม มีบริษัท ๑ บริษัทได้โครงการเป็นร่วม ๆ ๑๐๐ โครงการ เพราะว่ามันมีการฮั้วกัน มันมีการตั้งนอมินี (Nominee) กัน งบประมาณ สูญเสียมากมายมหาศาล ดิฉันก็อยากจะฝากนะคะว่า🔗
เรื่องที่ ๑ อยากจะให้ทางสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มงบประมาณให้กับ ป.ป.ช. ให้มากกว่านี้เวลาพิจารณาอย่าไปตัดเขา เพราะว่าเขาต้องทำงานให้กับประเทศ เอาเงินคืน ยึดทรัพย์คืน แล้วก็เอาคนที่โกงมาติดคุก เพิ่มคนด้วยค่ะ เพราะของท่าน ๒,๓๔๙ คนมันโกง ทั้งประเทศท่านจะทำงานทันได้อย่างไร แล้วเรื่องนี่ไม่รู้กี่ปี นี่ ๙ ปีแล้วยังไม่คืบหน้าเลย ท่านต้องเพิ่มคนให้มากกว่านี้🔗
ประเด็นที่ ๓🔗
เกินเวลา แล้วนะครับ เกินเวลาครับ🔗
ดิฉันมองว่าประชาชน ต้องมีส่วนร่วมนะคะ ข้าราชการมันรู้ดีทุกคนแต่ไม่ทำตามนายไม่ได้ พอทำแล้วสังเกตไหมคะ ข้าราชการจะติดคุกตามมา ดิฉันก็จะพูดอยู่เรื่อยว่าข้าราชการอย่าไปเชื่อนักการเมืองมัน นักการเมืองมันมา ๔ ปีเดี๋ยวมันก็ไป แต่เวลาติดคุกนี่เราเป็นข้าราชการเสื่อมเสียชื่อเสียง วงศ์ตระกูลเราเสียหาย🔗
ท่านรังสิมา เกินเวลาไปนานแล้วครับ🔗
อีกนิดเดียวค่ะท่าน ดิฉันพูดนี่ ไม่มีคนพูดแล้วค่ะดิฉันพูด🔗
มีครับ มีอีกเยอะครับ🔗
เมื่อสักครู่นี้เห็นบอกว่ามี ๓ ท่าน🔗
มีอีกครับ มาเรื่อย ๆ🔗
อีก ๒ นาทีค่ะ🔗
นาทีเดียวครับ🔗
คือว่าดิฉันอยากให้ประชาชนนี่ มีส่วนร่วม เพื่อที่จะได้บอกข่าวสารแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ในการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ท่านต้อง แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เขานะคะ อย่างเช่น ถ้าแจ้งแล้วยึดทรัพย์มา ๑๐๐ ล้านบาท คุณได้ไปเลย ๒๕ ล้านบาท เราจะได้มีหูมีตา มีแขนมีขาทำงานให้ ป.ป.ช.🔗
ข้อที่ ๔ ให้ความรู้กับประชาชนให้มากขึ้น ท่านต้องไปปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ อย่าให้คนเห็นคนโกงยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยในสังคม ต้องบอกคนโกงอย่าไปนับถือ อย่าไป ยกมือไหว้คนที่ขี้โกง เราอย่าไปให้ความสำคัญ แล้วก็ต้องทำงานเชิงรุกนะคะ🔗
อีกประการหนึ่ง คือว่าท่านต้องไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี เป็น ส.ส. เป็นนักการเมืองทุกระดับ นายก อบจ. อบต. เทศบาลก็แล้วแต่ ท่านต้องไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมท่านต้องจัดการให้เด็ดขาด เพราะว่าเรื่องทุกเรื่อง ดิฉันเห็นว่าถ้าเป็นนักการเมืองมันช้ามากเลย แต่ถ้าเป็นประชาชนมันจะเร็ว มันมีการวิ่งเต้น หรือว่าท่านเกรงใจใคร ท่านต้องไม่เกรงใจใครนะคะ ดิฉันเชื่อมือท่านสุภา ท่านสุวณา ว่าต้องเอาจริงค่ะ เพราะฉะนั้นก็ฝากว่าที่ดิฉันอภิปรายในวันนี้ ดิฉันอยากเห็นผลที่ดิฉัน พูดทั้งหมดให้มันเป็นรูปธรรม ดิฉันจะได้เป็นกระบอกเสียงให้กับ ป.ป.ช. ไปพูดที่ไหน ดิฉันจะได้พูดให้ว่า ป.ป.ช. ทำงานแล้วประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่สำเร็จปีหน้า ดิฉันเอาลุกขึ้นอาละวาดใหม่ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน ประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายรายงาน ผมจะไม่อาละวาดแบบบางคนนะครับ แล้วก็จะเคารพ เวลาด้วย ท่านประธานครับ ความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. คือโจทย์ที่สำคัญที่สุดในสังคมไทย ณ วันนี้ครับ วันนี้ถามตัวเองไหมครับว่ามีการทำประชามติหรือสำรวจง่าย ๆ ในโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social Network) ในสื่อโซเชียลว่าสังคมไทยให้ความเคารพ ให้ความเชื่อถือ ป.ป.ช. ของประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน มีหลายเคส (Case) หลายคดีปัดตกโดยมีคำถาม แล้วก็เป็นที่ครหาของสังคม ท่านเลขาธิการน่าจะตอบได้จากเคส (Case) ของกรณี ท่านรองนายกรัฐมนตรี นาฬิกา ๒๕-๒๖ เรือนเป็นต้น ความน่าเชื่อถือของท่านครับ ตามมาด้วยเรื่องของการให้ความร่วมมือของภาคประชาชน กระบวนการตรวจสอบ ของ ป.ป.ช. ณ วันนี้ถ้าไม่ลงชื่อจริงเป็นบัตรสนเท่ห์หรือกล่าวรายละเอียดไม่ชัด ถูกนำมา เป็นข้ออ้างของการปรับตกไม่สนใจไยดีทำไมล่ะครับ ทำไมไม่สนใจแสวงหาข้อเท็จจริง ให้น้ำหนักกับข้อมูลที่มีการกล่าวถึงครับ วันนี้ท่านมาฟัง ส.ส. ในสภาผมเชื่อว่า ท่านก็ไม่มีรายละเอียดหรอกครับ เมื่อสักครู่ก็พูดกันเรื่อยเปื่อยละครับ แต่ว่าถามหาหลักฐาน มีไหม ไม่มี แต่ว่าท่านรู้เรื่องแล้วท่านต้องไปแสวงหาข้อเท็จจริงครับ ท่านจะบอกว่า เพิกเฉยไม่ได้ วันนี้มี ส.ส. มาพูดในสภาหลายท่าน ท่านจะบอกว่าไม่มีหลักฐาน ยังไม่มี หนังสือถึงผมเลย ปัดตกไปไม่ได้นะครับ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะต้องรับเรื่องแม้กระทั่ง มีการกล่าวถึงโดยไม่มีเอกสารหลักฐานท่านก็ต้องไปแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้น ความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. ก็จะลดน้อยถอยลง มีเคส (Case) คดีหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น ที่ อบจ. ภาคกลางดองคดีเอาไว้ ถูกดำเนินคดีเรื่องเงินทอนวัดกี่ปีแล้วครับ มาตรฐาน การทำงานรักษาระยะเวลาของท่านมีการแบ่งฝ่ายหรือเปล่า ถ้า คสช. ถูกกล่าวหา อดีต คสช. หรือปัจจุบันผู้เกี่ยวข้องของ คสช. ถูกกล่าวหาระยะเวลาของท่าน ท่านจะดำเนินการรวดเร็วหรือไม่เวลาที่ท่านจะรีบดำเนินการท่านตั้งธงอะไรไว้หรือไม่ ภาพความน่าเชื่อถือต่างหากล่ะครับ เหล่านี้ท่านจะต้องกลับมานะครับ กลับมาให้สังคมไทยเชื่อถือ หัวหน้า ป.ป.ช. ครับ ป.ป.ช. จังหวัดหลายคนเวลาเชิญไปบรรยายในหน่วยงานภาครัฐหลายคน ก็เอาอคติไปบรรยายเฉยเลยครับ บอกว่าโกงข้าวนั่นนี่โน่น แต่ว่าใช้อคติครับ ใช้อคติกล่าวหา คนที่อยู่นอกประเทศ กล่าวหานายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นต้น พูดจาบรรยายไปเรื่อยเปื่อย ผมคิดว่าเวลาคัดคนนะครับ คัดคนที่เป็นข้าราชการจริง ๆ ที่ไร้ซึ่งอคติในใจด้วย เวลาไปดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ เวลาไปพูดแล้วบางทีคนไปฟังเขาก็ไม่อยากจะขัดคอละครับ ก็ไม่อยากให้ทำให้เสียบรรยากาศ ความเข้มแข็งของภาคประชาชนทาง ป.ป.ช. ไปส่งเสริม อันนี้ยอมรับครับ แต่ถามว่าความกล้าของพี่น้องประชาชนที่ออกมาชนกับระบบการคอร์รัปชัน ในส่วนราชการกล้าแค่ไหน ทำไมล่ะครับ ทำไมท่านไม่ให้ข้อสังเกตว่ากระบวนการตรวจการจ้าง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนราชการส่วนภูมิภาค ที่ไม่มีภาคประชาชนอยู่ในกระบวนการตรวจการจ้างเลยนี่ทำไมท่านไม่ให้ข้อสังเกตไปล่ะครับว่า ต้องให้ภาคประชาชนอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของราชการส่วนภูมิภาค อยู่ในส่วนราชการ ส่วนกลางด้วย ทำไมไปเน้นเฉพาะท้องถิ่นครับ วันนี้รายงานของท่านมีเอกสารของท้องถิ่น เยอะเลยครับผมรับร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่เถียง แต่มูลค่าของความเสียหายของการคอร์รัปชัน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านพูดถึงนี่เมื่อเทียบกับราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ที่ท่านตรวจเจอน้อยมากครับ เปอร์เซ็นต์แทบจะไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ความเสียหายที่เกิดกับ ภาครัฐที่ปรากฏเป็นเงินคือราชการส่วนกลางกับภูมิภาคมากที่สุดครับ แต่พยายามจะบิดเบือน พยายามจะเอา อปท. คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นจำเลย เอาสถิติแบบนี้มาพูดถึง ทำให้ อปท. ที่มีภาคประชาชนอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดีอยู่แล้ว ท่านต้องมองตรงนี้ มากกว่าครับ ต้องไปส่งเสริมตรงนี้ครับ แล้วต้องไปอุดช่องว่างราชการส่วนภูมิภาคตรงนั้นครับ เยอะแยะครับ ผมเคยอภิปรายหลายครั้งเรื่องของกรมบัญชีกลางทำไมอยู่ ๆ ข้อมูลของผู้ประมูลงาน จัดซื้อจัดจ้างไปปรากฏกับคู่แข่งขันครับ ท่านไปดูหน่อยสิครับนี่คือราชการส่วนกลางครับ นี่คือมาเฟีย (Mafia) ของราชการของกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังครับ ทำไมมันรั่วไหลครับ ทำไมอยู่ ๆ ผู้รับประมูลงานอีกเจ้าหนึ่งซึ่งเป็นระบบอีบิดดิง (e-Bidding) อะไรต่าง ๆ อยู่ ๆ รับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายหนึ่งข้อมูลรั่วมาจากไหนครับ ถ้าไม่ใช่รั่วมาจากกรมบัญชีกลาง วันนี้ผมพูดแบบนี้ท่านบอกว่าไม่รับหรอก ไม่อยากไปดู ไม่มีหลักฐาน ตกลงท่านจะทำงาน ด้วยวิสัยทัศน์แบบไหนครับ วิสัยทัศน์ที่บอกว่าตราสัญลักษณ์อยู่บนพานรัฐธรรมนูญนี่ ท่านต้องเคารพรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านอธิบายชัดเจนว่าพานรัฐธรรมนูญเป็นความหมาย ในหน่วยงานของท่านคือกฎหมายสูงสุดเป็นศูนย์รวมอำนาจรัฐ แต่วันหนึ่งมีคนมาฉีกรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ทำอะไรอยู่ครับ กลายเป็นคนไปรับมือ ไปเป็นลูกมือ ไปเป็นคนรับใช้ของคน ที่ฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เป็นตราสัญลักษณ์ของท่านหรือครับ ผมรับไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นความเข้มแข็ง ความน่าเชื่อถือของท่านอยู่ตรงนี้ครับ วันนี้ผมมาบอกท่าน อย่าให้เป็นมวยล้มนะครับ ป.ป.ช. ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ และวันนี้หน่วยงานบางหน่วยงาน ไปออก ส.ป.ก. ที่จังหวัดกระบี่มีการเรียกรับเงินโดยเจ้าหน้าที่ ท่านจะรับเรื่องไว้ไหมครับ วันนี้ท่านบอกว่าไม่เข้าตามระเบียบ แต่ผมเป็นผู้แทนประชาชน ประชาชนเขาบอกมาว่า เขายินยอมไปจ่ายสตางค์โดนเรียกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท เรื่องออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ท่านจะรับไปไหมครับ ท่านประธานครับ ขออีกนิดเดียวนะครับ ผมขอแค่ ๕ นาที แล้วก็ตอนนี้อาจจะเพิ่มเติมเป็นสุดท้ายแล้วครับ ผมอยากให้ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบ อีกหน่วยงานคือ อบต. คลองเขม้า อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ อย่าให้เป็นมวยล้มต้มคนดูครับ มีกระบวนการหลายอย่าง ผมระบุแบบนี้ท่านบอกว่าไม่มีหลักฐานอีกผมว่าไม่ใช่นะครับ วันนี้ท่านต้องเรียกศรัทธาครับ ป.ป.ช. ต้องเรียกศรัทธาคืนมาเพื่อให้ประชาชน เพื่อให้ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนเชื่อถือว่านาฬิกา ๒๕ เรือนมันขัดความรู้สึกประชาชน การบุกรุก ป่า ส.ป.ก. ที่ราชบุรีจะต้องได้รับการแก้ไข จะต้องเอาคนผิดมาลงโทษนะครับ🔗
รายงานของท่านครับ สุดท้ายครับท่านประธาน รายงานของ ป.ป.ช. ผมอยากฝากท่านประธานครับ ขอให้ใส่รายงานที่ได้รับเบาะแสจากสภา เบาะแสการทุจริต ของสภานี้ไปพิจารณาและรายงานผลการดำเนินงานด้วยครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นเบาะแส ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงหลาย ๆ เคส (Case) ที่ ส.ส. ตัวแทนภาคประชาชนเอา มาพูดในสภาแห่งนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ดีใจที่ทาง ป.ป.ช. โดยเฉพาะท่านประธาน ป.ป.ช. มาเอง แล้วก็นำทีมผู้ที่ปราบปรามทุจริต ในประเทศไทยเราหวังพึ่ง ป.ป.ช. คณะกรรมการปราบปรามทุจริตของพี่น้องประชาชนนะครับ เมื่อได้อ่านรายงานของ ป.ป.ช. โดยเฉพาะปี ๒๕๖๒ แล้วก็ชื่นชมทั้งรูปแบบของเอกสาร รายงาน ทั้งตัวหนังสือ แล้วก็เนื้อหานะครับ แต่ก็มีบางข้อกล่าวหาที่ไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ จึงขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปที่ทางท่าน ป.ป.ช. ทุกท่านก็แล้วกัน🔗
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องข้อกล่าวหาของนายพนม ศรศิลป์ ที่มีอยู่ในรายงาน อยากจะให้ ป.ป.ช. ช่วยอธิบายให้สภาฟัง แล้วก็ให้พี่น้องทางบ้านได้ฟังว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เงินทอนวัดเป็นอย่างไร นี่ประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ มันมีข้อกล่าวหาอีกข้อกล่าวหาหนึ่งเรื่องเงินทอนวัดก็คือ ของนายนพรัตน์นะครับว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ประเด็นเหมือนกันหรือว่าแตกต่างกันอย่างไร แล้วก็ผลการติดตามทั้ง ๒ คดีเป็นอย่างไรนะครับ นี่เรื่องที่ ๒ นะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๓ อาจจะมีข้อแตกต่างของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็อยากจะให้ทาง ป.ป.ช. ได้อธิบายเรื่องของข้าราชการผู้ใหญ่ที่ทำการทุจริตในหน้าที่ของท่านวงศ์ศักดิ์ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อยากให้อธิบายเพราะว่ามันปรากฏในรายงานท่านประธานครับ นี่ที่กราบเรียนถามนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ท่านประธานครับ ปกติพี่น้องประชาชนเห็นทุจริตเพราะว่า โครงการที่ไปลง คนที่รู้เรื่องที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่น แต่ไม่มีโอกาสที่จะ รายงานหรือว่าร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. นะครับ กระผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปที่ ป.ป.ช. ว่าทำอย่างไรเราจะมีหน่วยงานที่ อบต. เพราะว่า อบต. เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิด พี่น้องประชาชนที่สุด ถ้าหากมี ป.ป.ช. ที่ อบต. หรือแยกออกมาข้าง ๆ อบต. ตรงนี้ละ ท่านจะได้รู้ความจริงเลยนะครับ เพราะว่าการพัฒนางบประมาณ หน่วยงานต้องลงไป ที่ อบต. แน่นอน ต้องลงไปพื้นที่แน่นอนเขาจะได้มาร้องตรงนั้น อยากกราบเรียนฝากไปถึง รัฐบาล หรือฝากไปถึงผู้ได้จัดสรรงบประมาณว่าอย่าไปตัดงบประมาณ ทางท่าน ป.ป.ช. ก็ทำเรื่องขอขยายความรับผิดชอบไปถึง อบต. อยากให้มีอย่างนี้นะครับ🔗
ข้อต่อไปครับ มาดูในรายงานที่ท่านเพิ่งแจกมาใหม่ ๆ ก็ดูแล้วว่าในส่วนกลาง ที่มีโครงการทุจริตเมื่อดูตัวเลขแล้วเป็นที่น่าชื่นใจท่านประธานครับ ท่านจับได้ตั้ง ๒๒๙,๘๑๑ ล้านบาท จับทุจริตได้ตั้ง ๒๒๙,๘๑๑ ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องน้อยท่านประธานครับ งบประมาณแผ่นดิน ๓,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ จับได้ตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ นะครับ ทั้งหมด มี ๗๔๔ เรื่อง นี่ชื่นชม ป.ป.ช. ขนาดมีเจ้าหน้าที่น้อย ๆ ยังได้ขนาดนี้ ถ้าเพิ่มงบประมาณ เพิ่ม บุคลากร แสวงหาความร่วมมือจากท่านผู้แทนราษฎร จากท่าน ส.ว. ผมว่าจะเป็นประโยชน์เป็น อย่างยิ่งนะครับ นี่อีกเรื่องหนึ่ง🔗
อีกเรื่องหนึ่งยังไม่เห็นในรายงาน ก็คือความโปร่งใสของฝ่ายความมั่นคง ยังไม่มีในรายงานว่ามีคนร้องมาไหม อยากทราบเหมือนกันว่าทำไมฝ่ายความมั่นคง กองทัพ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไม่มีในรายงาน ถ้ามีอยากให้ใส่มาด้วย เพราะว่าผู้แทนราษฎรก็อยากรู้ทุกเรื่อง ท่านประธานที่เคารพ นี่คือกราบเรียนว่าอยากให้ ทาง ป.ป.ช. ใส่ทุกเรื่องมา เราจะได้พิจารณาด้วยกัน ในฐานะเป็นคนไทย เป็นผู้แทนปวงชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำความโปร่งใสของบ้านของเมืองไปพูดให้พี่น้องฟัง พี่น้องถามทุกเรื่องแล้วก็จะได้ตอบทุกเรื่อง🔗
และอีกสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องโครงการหนึ่งคือโครงการของรัฐ โครงการใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้า โครงการพัฒนาสนามบินใหญ่ ๆ ยังไม่เห็น ปรากฏในรายงานเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนผ่านท่านประธานไปที่ ป.ป.ช. ว่า น่าจะใส่เรื่องเหล่านี้ลงไปเพื่อจะให้ผู้แทนราษฎรได้ศึกษานะครับ นี่ต้องขอขอบคุณ ทาง ป.ป.ช. อีกครั้งหนึ่งว่าในส่วนที่ส่งมาถือว่าละเอียดระดับหนึ่งแล้ว แต่ขอย้ำว่าในส่วนของ ฝ่ายความมั่นคงยังไม่เห็นมานะครับว่า กอ.รมน. โปร่งใสไหม กองทัพทั้ง ๓ โปร่งใสไหม ศอ.บต. ปักษ์ใต้เงินก็ลงไปเยอะ พี่น้องก็เห็น ๆ กันอยู่ เห็นตากันอยู่ โปร่งใสไหม นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะสภาผู้แทนราษฎรและเป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลก็อยากเห็นตรงนี้ เหมือนกันนะครับ เพราะว่าลงพื้นที่แต่ละครั้งชาวบ้านถามเรื่องโครงการทุจริต ตรงนี้ ๆ แต่เราไม่มีข้อมูลเพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐ โครงการฝ่ายความมั่นคง โครงการของกองทัพ อยากจะทราบเหมือนกันในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมก็มีความเห็นอาจจะหลายมุมมองนะครับ เรื่องของรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ดูเอกสารผมว่าดี แต่ประเด็นก็คือว่าเวลาที่ท่านมาตั้งตอนเช้าจะให้พวกเรา อ่านเอกสารทั้งหมดโดยที่ไม่มีข้อสรุปอะไรนี่เราก็ไม่สามารถจะได้รู้ว่ารายงานนี้ท่านทำได้ สมบูรณ์แบบจริงหรือไม่อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย สิ่งที่ผมได้ดูจากรายงาน ของคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ถ้ามาดูในปี๒๕๖๑ นะครับ ปี ๒๕๖๑ จำนวนคดีทั้งหมดมันมีถึง ๔,๖๒๒ เรื่อง เข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง จำนวน ๓,๐๐๐ กว่าเรื่อง คิดเป็นร้อยละก็อยู่ที่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ นะครับ ซึ่งทั้งหมด มารวมคดีไม่ว่าเรื่องที่เราเห็นสังเกตจากข้อสรุปหน้าแรก ๆ ที่เราอ่านทันนะครับก็จะเป็นว่า เรื่องค้างดำเนินการสะสมมันจำนวนมากนะครับ มีค้างการดำเนินการ หมายความว่าปีต่อปี ๆ ถูกไหมครับ ตอนนี้ผมเห็นตัวเลขน่าจะรายงานของปี ๒๕๖๑ อยู่ที่๑๕,๓๖๒ เรื่อง แล้วก็ รับเรื่องที่รับใหม่ของการตรวจสอบเบื้องต้นนี่ก็ ๔,๐๐๐ เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ ๓,๐๐๐ เรื่อง คงเหลืออีก ปี ๒๕๕๘ เหลืออยู่ถึง๑๖,๓๐๐ กว่าเรื่อง ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนถึงท่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า เห็นด้วย กับเพื่อนว่ารายงานนี้มีความสมบูรณ์ในเรื่องขององค์ประกอบ แต่ถามว่าจะให้พวกเรา ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบว่ารายงานประจำปีของท่านนั้นมีความครอบคลุมหรือไม่ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งผมก็ตั้งข้อสังเกต อย่างรายงานฉบับนี้ ทำไม ป.ป.ช. ชุดนี้ถึงตั้งเป้าที่จะไปตรวจสอบแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๆ ที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีงบประมาณในการดำเนินการก็ไม่มาก และผมก็ย้อนกลับ ไปที่รายงานผลการดำเนินการของ ป.ป.ช. ปี ๒๕๕๘ ที่รัฐเสียหาย ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็บอกชัดเจนว่าหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจกี่เปอร์เซ็นต์ องค์กรอิสระกี่เปอร์เซ็นต์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่รายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้มันไม่ได้สรุปว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่ท่านดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการทุจริตของหน่วยงานของรัฐ อย่างที่เพื่อนสมาชิกสงสัยว่ารัฐบาลมีการทุจริตหรือไม่ ภาครัฐมีการทุจริตอย่างไร ระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาคมีการทุจริตขนาดไหน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความทุจริตกี่เปอร์เซ็นต์ ความเสียหายมันเกิดขึ้นเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์สิครับ วันนี้ในเล่มนี้ ถ้ามาดูก็เห็นกับเพื่อนสมาชิกว่าท่านมีอคติหรือเปล่า มีแต่รายงานตรวจสอบแต่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล อบจ. ท่านยืนยันได้ไหมครับว่า ในเล่มนี้ถ้าไปตรวจสอบในปี ๒๕๖๑ หน่วยงานของรัฐไม่มีการทุจริต เพราะในรายงาน ของท่านก็ไม่เห็น ผมก็เลยสงสัยว่าวันนี้มาตรฐานจริยธรรมตรงนี้มันจะต้องมีความชัดเจน ผมเห็นด้วยนะครับว่าท่านเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบการทุจริต แต่มันต้องไม่เลือกปฏิบัติ อย่างเมื่อสักครู่นี้ท่านสุรทินก็บอกว่าโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐบาลตรวจสอบไหมครับ งบ กอ.รมน. ที่ไปใช้งบบูรณาการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปตรวจสอบการทุจริตไหมครับ ทหารเที่ยวไปวิ่งเต้นของบประมาณจากงบบูรณาการในจังหวัดต่าง ๆ ท่านไปตรวจสอบไหมครับ หรือว่าท่านไม่รู้ หรือว่าพวกผมต้องมาบอกในสภาแห่งนี้ พื้นที่ ๓ จังหวัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือพื้นที่บ่อเงินบ่อทองของหน่วยงานของรัฐที่ไปโกงกินงบประมาณที่เป็นเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ในรายงานฉบับนี้ไม่มีครับ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าท้องถิ่นคือเป้าหมายของ ป.ป.ช. หรือว่าท่านไม่กล้าแตะหน่วยงานที่เป็นกำลังหลัก เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือตำรวจ สิ่งเหล่านี้มันไม่เห็นในรายงานนะครับ ผมอยากฝากเป็นข้อสังเกตถึงท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนี้มันสะท้อนว่า วันนี้ประชาชนหวังพึ่ง ป.ป.ช. ป.ป.ช. คือหน่วยตรวจสอบการทำงานทั้งรัฐบาล ข้าราชการ ส่วนภูมิภาค ข้าราชการที่ไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ วันนี้รูปแบบวิธีการจัดทำ งบประมาณมันชัดเจนว่ามันไม่ใช่เริ่มต้นจากข้างล่าง มันเริ่มจากข้างบน ถ้ามันมีทุจริต มันก็ต้องทุจริตจากข้างบน แต่ในรายงานไม่มีรายงานบอกให้พวกเราทราบเลย อันนี้ ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมไปเห็นโครงการอันหนึ่ง ผมก็ดูว่ามันก็เป็นโครงการ เรื่องโครงการป้องกันทุจริตตามแนวคิดทางคริสต์ศาสนา แต่ผมไม่เห็นโครงการป้องกัน การทุจริตตามแนวทางของพุทธศาสนา ตามแนวทางของศาสนาอิสลามเพื่อความร่วมมือ อันนี้เรื่องใหญ่นะครับ ถ้าท่านเอาโครงการ เอางบประมาณที่รัฐจัดให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วไปดำเนินการเรื่องนี้ ไปปลูกฝังไว้ในระดับทุกศาสนา ทุกศาสนิกที่อยู่ในประเทศ มันก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ที่มันเกิดขึ้นท่านต้องไปปราบปราม แต่การป้องกัน ป้องปรามก็คือการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยไม่ทุจริตคดโกง แต่ในนี้ท่านเลือกแค่ศาสนาคริสต์ ศาสนาเดียว และศาสนาพุทธเขาไม่ป้องกันทุจริตหรือครับ ศาสนาอิสลามเรื่องการทุจริต เป็นความผิดที่ใหญ่หลวงที่พระเจ้าไม่ให้อภัยแต่ท่านก็ไม่ศึกษา ไม่ให้การสนับสนุน อันนี้ เป็นประเด็นข้อสังเกตที่ผมอยากฝากท่านประธานถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าสิ่งดี ๆ หลายอย่างท่านก็ดำเนินการ แล้วรายงานถ้ามันจำเป็นจะให้พวกเราได้ศึกษาส่งพวกเรา ล่วงหน้านะครับ ถ้าให้เราอ่านวันนี้มันก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมด ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านวีระกรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วีระกร คำประกอบ จากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่จำความได้ประเทศไทยก็มีหน่วยงานที่สำหรับเอาไว้ตรวจสอบเรื่องของทุจริตนะครับ ดั้งเดิมเขาก็เรียกว่า ก.ต.ป. อยู่ที่สี่แยกคอกวัว ตอน ๑๔ ตุลาพวกเราก็ไปเผากันอยู่ตรงนั้น ก็เรียกว่าตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงมี ป.ป.ป. แล้วก็มี ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ ก็ตามเป็นองค์กรอิสระนี่ ท่านประธานนึกอย่างผมไหมว่าเรามีหน่วยงาน สำหรับตรวจสอบแต่ว่าการทุจริตในประเทศไทยมันหนักขึ้น ๆ หนักจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ท่าน จิ้มไปเถอะท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ครับ มองผมนิดครับ ท่านจิ้มไปตรงไหนเจอหมดนะครับ ถ้าท่านไม่ทราบจริง ๆ นี่ท่านบอกผมเลยนะ ผมจิ้มได้ทุกหน่วยงานเลยครับ แล้วที่ท่าน ตรวจมานี่มัน ๑๔,๐๐๐ กว่าเรื่อง ๑๕,๐๐๐ กว่าเรื่องในปี ๒๕๖๑ ก็ย่อมให้เห็นแล้วว่า มันทุกหย่อมหญ้าเลยครับ มันน่าจะเริ่มกันสักทีไหมว่าที่เรามาทางนี้มันมาไม่ถูกละ คือเราไปจับกันที่ปลายเหตุ เราควรจะเริ่มตรงไหนไหมครับที่มันจะแก้ไขปัญหาของบ้านเราได้ คือจับกันปีเป็นแสนล้านนะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ถูกจับก็อยู่ปลายเหตุทั้งนั้นละครับ ก็ต้องมีการฟ้องร้องขึ้นมาก่อน แต่ผมอยากจะให้ท่านลองนั่งนึกดูว่าคนเรามีอยู่แค่ ๒,๐๐๐ กว่าคน งบประมาณก็มี ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทปีหนึ่งนี่เราจะไปตรวจสอบอะไรกันมากมายได้ ทุกหน่วยงาน หน่วยงานต่างๆ นี่ผมอยากจะบอกกับท่านนิดหนึ่งว่าเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นะครับ ท่านซูการ์โน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านก็พูดแล้วว่าท้องถิ่นควบคุมดูแลกันโดยสมาชิก อบต. สมาชิก อบจ. อะไรกันอยู่แล้วครับ ท่านลองเพลา ๆ ลงไปบ้างส่วนนั้นท่านเพลา ๆ ลงไปบ้าง ผมไม่ได้ว่าเขาไม่โกงกันนะครับ มันก็มีบ้าง แต่ว่าถ้าพูดถึงปริมาณเงินมันนิดเดียว ท่านประธานครับ แล้วเขาก็ดูแลกันแบบตาสับปะรดอยู่แล้วชาวบ้านนี่เนื่องจากว่ามันอยู่ ในท้องถิ่น อย่างนายก อบต. อย่างนี้ก็อยู่ในท้องถิ่นเดินผ่านหน้าบ้านก็ด่ากัน คือผมมองเห็นว่า เราไปเสียเวลาครับ เรามีเจ้าหน้าที่น้อย เรามีงบประมาณน้อย เราควรจะต้องพลิกแผน ในการทำงานกันใหม่หมดครับ แต่ท่านก็คงจะบอกผมว่าก็ไปตรวจสอบตามที่เขาร้องเรียนมา แต่ว่าอะไรที่มันใหญ่ ๆ เยอะ ๆ ท่านควรจะมาดูเป็นหลักก่อน ระดับกระทรวง ผมชอบใจนะครับ ที่ท่านได้ตรวจสอบไปเจอ ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ช่วยด้วยซ้ำไป ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นคดีเมื่อปี ๒๕๖๒ นี่นะครับ คดีแดงหมายเลขที่นี้ ปี ๒๕๖๒ จับได้แล้วก็ดำเนินคดีได้เงินตกเป็นของแผ่นดินถึง ๘๙๖ ล้านบาท เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ นี่ระดับกระทรวงท่านเห็นไหมว่าเงินมันเยอะ แล้วก็คนที่มีโอกาส ที่จะโกงส่วนใหญ่ก็อยู่ข้างบน ๆ นี่ละครับ คนที่ดูแลในเรื่องของนโยบายนี่ละครับ นี่ขนาด ลูกน้องระดับผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนเดียวยัง ๘๕๖ ล้านบาท โกงคนเดียวนี่ครับ แล้วท่านลองนึกว่าถ้าสูงกว่านี้จะเท่าไรในขณะที่ท่านไปจับปลาซิวปลาสร้อย อยู่แถว ๆ อบต. โดนกันเป็นแถวหมดครับ ติดคุกติดตะรางนายก อบต. มูลทรัพย์สิน ที่ถูกโกงไปเป็นระดับแสนบาท เป็นระดับไม่กี่หมื่นบาท แต่เราไปใช้เวลา เสียเวลากับเรื่องพวกนี้ มากเกินไปครับ ผมอยากให้ท่านใช้เวลาให้มากสักหน่อยไปอยู่ในระดับผู้บริหารระดับสูง ท่านดูสิครับอีกคดีหนึ่งก็เป็นเรื่องของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คุณพนม ศรศิลป์ อันนี้ก็ ๑๖๓ ล้านบาทเรื่องเงินทอนวัด หรือไปจนถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็อีก ๔๒ ล้านบาท คือถ้าเป็นระดับสูงมันจะเยอะครับ มูลเงินเยอะ แต่ว่าระดับ อบต. ๑. ก็คือส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจตนาหรอกครับ อย่างนี้ผมเพิ่งจะเอาผู้ใหญ่บ้านออกจากคุกมา ผู้ใหญ่บ้านผมถูกจับข้อหาขี้หมูขี้หมาครับท่านประธาน แต่ว่าก็เล่นกับเขาจังเลยเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง เช่นไปเอาลูกรังหลังหมู่บ้านมาทำถนนให้ชาวบ้านเดินติดคุก ๒ ปีครับท่านประธาน คืออะไรอย่างนี้ เราไปจ้ำจี้จ้ำไชกับเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง มันเป็นเรื่องที่เขามีงบประมาณน้อยเขาก็ไปเอาดิน อยู่หลังหมู่บ้านแต่มันเป็นเขตเขา มันเป็นเขตป่าอะไรนี่นะครับก็ไปจับเขา เจ้าหน้าที่ก็ไปรีดไถเขา ขอเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทเขาไม่ให้ก็เลยโดนดำเนินคดีเป็นข้อหาลักขโมยครับ ลักขโมยอะไร ลักขโมยดินลูกรังมาทำถนนให้ประชาชนเดินนี่ละครับ โดนติดคุกไป ๒ ปี ท่านไปเสียเวลา กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มากเกินไป ในขณะที่เรื่องใหญ่ ๆ ระดับสูง ๆ ท่านลองนึกง่าย ๆ ท่านเลขาธิการครับท่านลองนึกง่าย ๆ ท่านวรวิทย์ครับ ท่านเดินออกไปนี่ท่านหาหวย ใบละ ๘๐ บาทได้ไหม ถ้าได้ผมจะกราบท่านนะครับ ไม่มีหรอกครับ แล้วเจ้าหน้าที่ที่ดูแล รับผิดชอบเขาก็บอกว่าได้ออกไปตรวจสอบแล้วไม่มีการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ผมยังไม่เห็นมันขาย ๘๐ บาทตรงไหนเลยครับ ยกตัวอย่างให้เห็นนี่อะไรก็ตามที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน ท่านไปท่านก็คงจะไม่ไปตรวจล่ะ ผมก็อยากจะบอกว่าทำไมไม่เป็นเล่นเรื่องนี้กับผู้อำนวยการ หรือว่าอะไรที่เขาดูแลสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งประเทศ จะขาย ๙๐ บาทก็ขาย ๙๐ บาทไปสิ ก็ไปเขียนป้ายใหม่ในสลากเป็น ๙๐ บาท ให้กำไรเขาให้มากหน่อยให้เขาเพียงพอต่อ การที่เขาจะไปเดินขายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ คือเหมือนกับท่านทำอะไรนี่นะครับคือพยายามทำเพื่อให้มันมีการโกง กฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมาทุกวันนี้ให้อำนาจให้หน้าที่เพื่อเหมือนให้มีการโกงกัน ก็เลยอยากจะเรียนกับท่านว่า ความจริงยังไม่ได้เข้าเนื้อเรื่องท่านหรอกครับ แต่เวลามันหมดแล้วนะครับ จริง ๆ ผมจะ ไม่อภิปรายละครับ ท่านประธานครับ แต่มาเจอตัวเลขที่ทางเขาทำตัวเลขขึ้นมานี่ผลประเมิน คุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐ ท่านรู้ไหมครับเขาให้รางวัล ตัวเขาเองจากผลการประเมินหน่วยงานของรัฐนี่เขาบอกความโปร่งใส ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ให้คะแนนความโปร่งใสของหน่วยราชการไทย ๘๖ เปอร์เซ็นต์ พร้อมรับผิด ๘๔.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ปลอดภัยจากการทุจริต ๘๕.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หน่วยงานระดับประเทศซึ่งเขายกให้ว่า ขอโทษนะครับผมขออนุญาต ยกระดับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ คำนวณดัชนีซีพีไอ (CPI) จาก ๙ แหล่งข้อมูลโดยในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยได้รับ ๓๖ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนนครับ อยู่ในลำดับ ๑๐๑ จาก ๑๘๐ ประเทศในโลกนี้ ความจริงมันคงไม่ได้ไปตรวจหลายประเทศหรอกครับ เอาเป็นว่าอาจจะตรวจสัก ๑๒๐-๑๓๐ ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในระดับความโปร่งใส นานาชาติที่ ๑๐๑ ครับ นี่ละครับผมอยากจะให้ ป.ป.ช. ในปีหน้าท่านลองทำอะไรที่มันผิดแปลก ไปจากที่ท่านเคยทำ ๆ มาสิครับ เพราะเรามีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเวลากว่า ๕๐-๖๐ ปีแล้ว แต่มันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย คดีก็ยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี ปีก่อนนั้น ๑๔,๐๐๐ คดี ปีนี้มา ๑๕,๐๐๐ คดี สะสมนะครับ ที่ทำแล้วเสร็จก็อีก ๓,๐๐๐ คดี แต่ก็ท่าน จะเห็นได้ว่ามันแย่ที่สุดแล้วครับ ผมจะบอกว่าสังคมไทย สังคมข้าราชการไทยไม่ต้องไปคิดเรื่อง ผู้แทนราษฎรนะครับอะไรก็ไม่มี ช่องทางอะไรจะไปทำอะไรตรงไหนล่ะครับผู้แทนราษฎรนี่ แต่ว่าหน่วยงานของรัฐ ผู้บริหารรัฐ คณะผู้บริหารทั้งหลายและข้าราชการต่างหากที่ท่าน ควรจะต้องไปดู ยิ่งระดับสูงเท่าไรจะต้องดูให้มากเท่านั้น ต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิด แก้ไขปัญหา เอาในเชิงรุกเลยครับ แก้ไขปัญหาเชิงรุกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี ท่านอิสสระ สมชัย และท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ เชิญท่านทวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ขอชื่นชมกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ส่งรายงานมา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจและหน้าที่ ผมจะถนัดใช้คำว่าอำนาจและหน้าที่ แต่กฎหมายใหม่พยายามจะเรียกว่า หน้าที่และอำนาจ มีอำนาจและหน้าที่ค่อนข้างที่จะครอบคลุมในเรื่องการป้องกันและปราบปราม การทุจริตรวมทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ศาล หรือหน่วยงานของรัฐ รวมทั้ง รัฐสภาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมขอชื่นชมผมไปดูในยุทธศาสตร์ เอาง่าย ๆ ก่อนนะครับ ยุทธศาสตร์ของท่านที่เขียนไว้ ๖ ด้าน เช่น สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต การสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย การพัฒนาระบบการป้องกันการทุจริตเชิงรุก การปฏิรูปกลไกและกระบวนการในการปราบปราม การทุจริตและยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยากจะกราบเรียนทาง ป.ป.ช. วันนี้ปัญหา การทุจริตของไทยอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง อาจจะเป็นปัญหาแทรกกันระหว่างระดับ ๑ กับระดับ ๒ ระหว่างปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจน และปัญหาการทุจริต ประเทศไทย เราได้สร้างโครงสร้างเพื่อให้ไปอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ผมยังอยากจะฝากขอคำแนะสั้น ๆ เพราะเวลามันจะน้อยนะครับ คืออยากจะฝากท่านประธาน ป.ป.ช. กับคณะที่มาชี้แจง ผมเองก็เชื่อมั่นในตัวบุคคล และโดยเฉพาะท่านประธานก็จบทางอาชญาวิทยา และจบทางการบริหารด้านนี้มาโดยตรง เป็นปริญญาเอกทางด้านนี้โดยตรงจึงมีความเหมาะสม การกันไว้ดีกว่าแก้คือการป้องกัน อาชญากรรมดีกว่าการลงโทษอาชญากร อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็อยากจะฝากเรียนลองดูว่า ทำอย่างไรที่จะให้เงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของประชาชนที่ไปยังหน่วยรับงบประมาณ ไม่ให้มีการป้องกันการทุจริต สิ่งหนึ่งก็คือถ้าจะไปดูท่านลองไปดูในเรื่องงบประมาณ ของหน่วยที่รับงบประมาณที่มาขอกับหน่วยสำนักงบประมาณก็ดีแล้วส่งมาสภาก็ดี เรามีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ ว่าหน่วยรับงบประมาณที่มาขอรับงบประมาณจะต้องปฏิบัติ ตามวินัยการเงินการคลังก็คือมาตรฐานทางบัญชี ท่านประธานที่เคารพในครั้งนี้เราพบว่า มีจำนวน ๑๐๐ กว่าหน่วยงานซึ่งเป็นหน่วยงานใหญ่ ๆ ที่ สตง. ตรวจแล้วว่างบการเงิน ไม่ถูกต้อง งบการเงินไม่ถูกต้องถ้าเกิดเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นี่หลักทรัพย์นั้นจะต้อง หยุดการซื้อขาย แต่พบว่างบการเงินไม่ถูกต้องหลายหน่วยงาน เช่น กองทัพบก สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือต่าง ๆ มากมาย แต่ปรากฏว่าหน่วยพวกนี้กลับได้คะแนนจาก ป.ป.ช. ที่สูง งบการเงินท่านกรรมการ ป.ป.ช. ที่มาจากกระทรวงการคลังจะรู้ดีว่ามันคือหน้าต่างที่จะบอกร่องรอยของการเงินของหน่วยนี้ ไปใช้ เมื่อเงินภาษีอากรของประชาชนเอาไปใช้แล้วมันมีปัญหา ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ พวกนี้ อยากจะฝาก ป.ป.ช. ลองเข้าไป เพราะทุกปีเราก็ถมทับ ๆ เข้าไป อย่างเช่นกรมการปกครอง ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่สามารถจะตรวจสอบงบการเงินได้ แม้แต่กระทรวงการคลังเองนะครับ งบเกี่ยวกับเรื่องบัตรประชารัฐ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างนี้เป็นต้น ถ้า ป.ป.ช. เริ่มการกันไว้ดีกว่าแก้ขอให้หน่วยต่าง ๆ ทำให้ถูกตามมาตรฐานทางบัญชี มาตรฐานทางบัญชีมันคือเป็นมาตรฐานเดียวที่ผู้สอบบัญชีถ้าเขารายงานไปช่วยเหลือ เขาก็มีความผิด🔗
แล้วอีกประการหนึ่ง อย่างเช่นท่านสมาชิกได้พูดไปเมื่อสักครู่คือดรรชนีความเชื่อมั่น ของประเทศไทยวันนี้เรามาอยู่ที่ ๑๐๑ คะแนน คะแนน ๓๖ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน ผมคิดว่าทำอย่างไร ป.ป.ช. ก็ไปมียุทธศาสตร์เยอะ แต่ยุทธศาสตร์หนึ่งมันอาจจะยิ่งรายงาน มาทุกปีก็จะตกทุกปี ๆ จากปีที่แล้วลำดับที่ ๙๙ ของโลก วันนี้ก็มา ๑๐๑ จาก ๑๘๐ ประเทศ ดังนั้นผมจึงอยากจะลองดูว่าการวัดความเชื่อมั่นของประเทศมันก็คือวัดจากการทุจริตคอร์รัปชัน ของประเทศอยู่ในระดับไหน ผมยังอยากจะกราบเรียนคณะกรรมการ ป.ป.ช. การจะดู มาตรฐานสิ่งหนึ่งก็คือเราต้องเดินไปยังคณะรัฐมนตรีก่อน คณะรัฐมนตรีที่มีอยู่รวมถึง ส.ส. ส.ว. อะไรก็ตามต้องดูว่าต้องเริ่มต้นที่ตัวคนดังกล่าวก่อนว่าอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นโดย ระบบคุณธรรมหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดเลยยุทธศาสตร์ท่านก็คือยุทธศาสตร์การทุจริต เชิงนโยบาย ขนาดประเทศไทยเรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าสาธารณูปโภครัฐจะต้องทำ อย่าให้เอกชนทำเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านทราบหรือไม่ว่าวันนี้ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ประชาชน ใช้ไฟฟ้าแพงมาก มันน่าจะลดจาก ๔ บาทมาเหลือ ๒ บาท เพราะว่ารัฐบาลไปให้เอกชนขายไฟ รวม ๆ แล้วถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วรัฐบาลก็ไปซื้อไฟในราคาแพง พอซื้อแพงแล้วก็เอาไปผลักภาระให้ประชาชนในราคาแพง เอาไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต มาผสมให้ราคาถูก แม้แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาชี้ว่าอันนี้ไม่ถูกต้องก็ยังปล่อยปละละเลย มาวันนี้ มันทำให้เหมือนว่ารัฐบาลอยู่ข้างกับนายทุน ผมอยากจะฝากความหวังกับ ป.ป.ช. ถ้าท่านทำเรื่องนี้ได้ท่านช่วยคนไทยทั้ง ๖๕ ล้านคนนะครับ ผมก็ขอให้กำลังใจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่านครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญท่านอิสสระครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ได้ทำรายงานนี้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่สิ่งซึ่งผม อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตไว้ว่ารายงานที่ส่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ส่วนใหญ่ เพิ่งจะได้รับเมื่อเช้านี้ครับ ได้รับก็วางบนโต๊ะไม่มีเวลาได้อ่านกันเลย ทั้ง ๆ ที่สำนักงานแห่งนี้ มีความสำคัญในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินที่มีการร้องเรียนเข้ามา เมื่อไม่มีเวลาได้ดูรายละเอียดก็จะทำให้ไม่ได้ศึกษาว่าการทำงานของท่านเป็นอย่างไร ได้ทราบ แต่เพียงคร่าว ๆ ว่าในแต่ละปีนั้นได้มีการร้องเรียนว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยนี้ ถ้าคิดเป็นเงินก็หลายแสนล้านบาทเป็นจำนวนคดีหลายหมื่นคดี อยากจะเรียกว่าเป็นแสน ด้วยซ้ำไปครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นรายชื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้แล้วผมก็ชื่นชมว่า แต่ละคนนั้นล้วนแล้วแต่มีประวัติในการทำงานด้านความซื่อสัตย์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานกรรมการ ป.ป.ช. นะครับ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ในอดีตท่านเคยทำงาน ร่วมกับผม ท่านเป็นบอร์ด (Board) การเคหะแห่งชาติ สมัยทำงานด้วยกันนี้อยากจะเรียนให้ทราบว่า ท่านสร้างเกียรติประวัติให้กับการเคหะแห่งชาติได้อย่างดีเลยครับ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ได้มี คนกล่าวขวัญถึงบอร์ด (Board) ชุดนั้นมาโดยตลอดครับ ท่านประธานบอร์ด (Board) ท่านวัชรพลครับ เดี๋ยวนี้ท่านลองฟังดูหน่อยนะครับ บอร์ด (Board) กคช. มีการพูดกันมาก ในงบใหญ่ ๆ เวลานี้ ท่านเรียกมาดูหน่อยนะครับว่ากำลังจะมีการร้องเรียนกันค่อนข้างจะเยอะ นี่ละคือสิ่งซึ่งผมอยากจะให้ท่านได้ใช้ความซื่อสัตย์ตรงนี้เข้าไปตรวจสอบดูด้วย นอกจากนั้น แล้วท่านสุภาก็เป็นอดีตรองปลัดกระทรวง ท่านสุวณาก็เคยเป็นถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม และอีกท่านอื่น ๆ อีกรวมแล้ว ๙ ท่าน ผมจึงเชื่อมั่นว่าในคณะกรรมการบอร์ด (Board) ชุดนี้ มีความรู้ความสามารถและมีความซื่อสัตย์ในการที่จะทำงานรับใช้ประเทศชาติ แต่สิ่งหนึ่ง ซึ่งผมมีข้อสังเกตนะครับ เพราะงานมากนี่ละครับจึงทำให้การทำงานค่อนข้างจะล่าช้า เดี๋ยวนี้ ทราบว่ามีคดีหรือเรื่องราวร้องต่อ ป.ป.ช. นี้นับเป็น ๑๐๐,๐๐๐ เรื่องค้างเก่ามา จนกระทั่งว่า ป.ป.ช. กลางทำงานไม่ไหวต้องมีการไปตั้ง ป.ป.ช. ตามจังหวัดต่าง ๆ หรือครบทุกจังหวัด หรือยังผมก็ไม่ทราบ ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไว้ว่าการที่ไปตั้ง ป.ป.ช. ในจังหวัดนั้นการคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานในแต่ละจังหวัดนั้น ผมมีความเห็นว่า ป.ป.ช. นั้น ก็เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในการดูแลเรื่องความยุติธรรม การไปตั้งเอาคนในท้องถิ่น แม้ว่าจะมีการสมัครรับเลือกเข้ามาเพื่อจะมาทำหน้าที่ในแต่ละจังหวัดนั้นก็เอาคนในท้องถิ่น มาทำงาน ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าแม้กระทั่งวงการตุลาการท่านก็ยังไม่เอาคนในจังหวัดนั้น กลับไปเป็นตุลาการในจังหวัดตนเองเลย แต่การที่มีกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัดนั้นเอาคนในพื้นที่ มาทำงานนี่ละครับมันเป็นปัญหา ปัญหาอย่างที่คุณรังสิมาพูดเมื่อสักครู่นี้ครับ เพราะอะไรครับ มันก็ไม่พ้นการลูบหน้าปะจมูกกันหรอกครับ เนื่องจากว่าคนในพื้นที่มันก็ต้องเกรงอกเกรงใจกัน ในที่สุดความยุติธรรมมันก็เกิดการเบี่ยงเบนไป อยากจะให้ท่านทบทวนเรื่องนี้นะครับ อย่าเอาคนในพื้นที่มาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ระดับจังหวัดเลยนะครับ เพราะเหตุว่าขณะนี้ การทุจริตผมเรียนให้ทราบว่ามันมีมากมายเหลือเกิน ผมฟังทุกท่านที่ขึ้นมาพูดนี่มันครอบคลุม ทุกตารางนิ้วทุกหน่วยองค์กร ตั้งแต่ระดับสูงสุดของประเทศยันลงไปจนกระทั่งถึงพื้นที่ อบต. ไม่เว้นแม้กระทั่งวัดวาอารามก็มีการตามเข้าไปทุจริตขณะนั้น นี่เพียงแค่มีการพบการทุจริต นี่แค่มีการร้องเรียน ส่วนที่ยังไม่มีการร้องเรียนเลยมันเป็นฝุ่นอยู่ใต้พรมนี้อีกมากมายกว่านี้ มหาศาลเลย ถ้าหากว่าเราจะปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเป็นไปอย่างทุกวันนี้ในประเทศไทย ไปไม่รอดหรอกครับท่านประธาน ต่อให้เก่งอย่างไรก็ไม่รอด เพราะฉะนั้นกรรมการ ป.ป.ช. นี้ จึงเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการที่จะดูแลเงินภาษีอากรซึ่งเขาใช้จ่ายมานั้น ได้มีการใช้จ่ายไปถูกต้องหรือไม่ ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ หากว่ามีการพบปะทุจริต ท่านคงได้ยินนะครับ ท่านกรรมการ ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งท่านเลขาธิการคงได้ยินนะครับว่า ถ้าเป็นคดีผู้หลักผู้ใหญ่คนสำคัญนี้ล่าช้าอืดอาดมาก ในจังหวัดผมก็เยอะแยะท่านประธานครับ ดองมาตั้งไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร เดี๋ยวนี้คดีไม่มีความคืบหน้าเลย ผมจึงอยากจะฝากความหวังไว้ว่า ในการทำงานของ ป.ป.ช. นั้นขอให้ท่านทำอย่างตรงไปตรงมา อย่างเป็นกลาง ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวเลขซึ่งท่านแจ้งมานี้ผมไม่มีเวลาอ่าน รายละเอียดได้ว่ามันมีคดีอะไรบ้างสำคัญ ไม่สำคัญ แต่อ่านดูคร่าว ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคดี เล็ก ๆ น้อย ๆ รายชื่อนี้อ่านอย่างไรก็ไม่เคยรู้จักเลย ไม่เคยโผล่หน้าหนังสือพิมพ์เลย แต่ส่วน ที่ปรากฏทางหน้าหนังสือพิมพ์นี้ไม่ค่อยเห็น ไม่ค่อยมีความคืบหน้า ขอฝากส่วนนี้ไว้ด้วยครับ ในโอกาสต่อไปในปีต่อไปผมอยากให้ทำรายละเอียดให้มากกว่านี้ เผื่อจะได้รู้ว่าในแต่ละปีนั้น การพิจารณาของท่านนั้นเสร็จไปทั้งหมดกี่เรื่อง และผลของคดีนั้นสามารถเอาผู้กระทำ ความผิดที่มีการถูกร้องเรียนนั้นมาลงโทษได้หรือไม่นะครับ ส่วนนี้ที่ผมอยากจะให้ทราบว่า มีจำนวนเท่าไรในแต่ละคดี ผมขอฝากเรื่องนี้ให้ทาง ป.ป.ช. ได้นำไปพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
กรณี มีท่านสมาชิกหลายท่านได้ท้วงติงเกี่ยวกับเรื่องการแจกเอกสารประกอบการพิจารณา หรือการรับทราบเป็นไปแบบกะทันหันนะครับ ก็คือพอมีการประชุมก็เพิ่งมาเริ่มแจกกัน เรื่องนี้ฝากทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรโดยท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ช่วยไปดำเนินการด้วยนะครับ เพราะมีท่านสมาชิกท้วงติงจำนวนหลายท่าน ขอให้ไปปรับปรุง วิธีการทำงานด้วยครับ ต่อไปท่านสมาชิกอีก ๓ ท่านนะครับ ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แล้วก็ท่านอุบลศักดิ์ เชิญท่านสุรินทร์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมมาดูเอกสารที่ประกอบการพิจารณาแล้วก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่ดีเยี่ยมนะครับ แต่ก็มีเหมือน ที่ท่านประธานกล่าวไว้คือมันช้าเราดูไม่ละเอียดนะครับ แต่มาดูในเรื่องงบประมาณอะไรต่าง ๆ ก็รู้สึกจะไม่ค่อยสบายใจนิดหนึ่งกับสถานการณ์ของการทุจริตในปัจจุบันซึ่งมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า เพราะระบบเราระบบอุปถัมภ์ แต่งบประมาณที่ให้มาดำเนินการจากปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ ที่แตกต่างกัน ที่จริงงบประมาณปี ๒๕๖๑ มันต้องเพิ่มขึ้นแต่กลับลดในขณะที่ปริมาณงาน เพิ่มมากขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดสังเกตอยู่หน่อยนะครับ แต่มาดูผลการดำเนินการจาก เรื่องกล่าวหาทั้งสิ้นจำนวน ๑,๓๘๒ เรื่อง ก็สามารถกล่าวหาและมีมติได้ถึง ๘,๙๗๓ เรื่อง ถือว่าปริมาณงานมากพอสมควรนะครับ ผมเองก็ได้ติดตามการทำงานของประธาน ป.ป.ช. มาโดยตลอด เพราะว่าหลายคนรู้จักท่านน้อยแต่ผมรู้จักท่านดีว่าท่านเป็นคนบริสุทธิ์คนหนึ่ง เพราะว่าผมรับราชการตำรวจติดตามท่านมาโดยตลอดรู้ว่าท่านเป็นคนบริสุทธิ์แล้วก็มีผลงาน ทางด้านตำรวจมาก แต่ในสภานี้รู้จักท่านน้อย และกรรมการ ป.ป.ช. หลายท่านก็เป็นคนที่มี ความรู้ความสามารถ แต่เนื่องจากว่างบประมาณนี่ผมอยากให้ท่านมีความกล้าหาญ ขึ้นมาหน่อย ท่านประธาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการพบนายกรัฐมนตรีของบประมาณ มาจัดการเรื่องของการแก้ปัญหาคอร์รัปชันภายในประเทศ ถ้านายกรัฐมนตรีอยู่อย่างนี้ ประธาน ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติงานลำบากนะครับ ปฏิบัติงานลำบากมาก เพราะงบประมาณยิ่งน้อยแล้วขณะที่ปริมาณงานมันมากตรงนี้มันผิดหลักการ ตัวนายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจในเรื่องจัดงบประมาณให้ ป.ป.ช. อย่างเต็มที่ เรื่องบ่อนก็ดี อะไรก็ดี ทุกอย่าง ขณะนี้ยังเต็มไปหมด ต้องประกาศเลยว่าในยุคที่ข้าพเจ้าเป็นรัฐบาลบ่อนไม่มี ส่วยไม่มี ผมอยากให้ประกาศเป็นอย่างนั้น เลยอยากจะให้มันมีผลงานออกมาให้ชัดเจนไม่ยากเลย เพราะว่าท่านก็ไม่ได้รับเงินจากในส่วนนี้แต่ท่านต้องกล้าตัดสินใจนะครับ ท่านประธาน ป.ป.ช. ต้องไปพบนายกรัฐมนตรีแล้วก็บอกว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปฏิรูปต้องปฏิบัติในเชิงรุก งบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ปี ๒๕๖๑ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ลดลงมาอีกเป็น ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้มันจะทำอะไรได้ในขณะที่ปริมาณบุคลากร เพิ่มมากขึ้น ประชากรเพิ่มมากขึ้น ระบบอุปถัมภ์ของในประเทศไทยมันยังไม่ลดลงเลยตรงนี้ ก็อยากจะฝากไปถึงประธาน ป.ป.ช. ให้เล็งในเรื่องการตรวจสอบกองทุนต่าง ๆ เช่นกองทุน ไฟฟ้าอะไรต่าง ๆ มีช่องว่างในการทุจริตมากมายนะครับ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ บอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจนี่เป็นสิ่งสำคัญ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณแล้วที่ไปซุกเงินไว้ตรงไหนนี่ ท่านตามเลย ที่บางคนบอกว่าทำไมตรวจสอบแต่ท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นมันมีคู่แข่งมันมี การร้องเรียน มีคู่แข่ง มีการร้องเรียนต่าง ๆ ก็เลยเป็นการตรวจสอบ แต่เรื่องบอร์ด (Board) ต่าง ๆ เรื่องกองทุนต่าง ๆ เรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่มีใครร้องเรียนแล้วเงินนี้ล่ะสามารถดึงเข้ามา เป็นงบประมาณแผ่นดินในครั้งต่อไปได้ ก็เลยอยากจะฝากประธาน ป.ป.ช. ว่าท่านต้องพบ นายกรัฐมนตรีคุยในเรื่องงบประมาณนะครับ ผมเชื่อฝีมือท่านว่าท่านเป็นคนมีฝีมือ และใสสะอาด แต่ที่ท่านปฏิบัติในเชิงรุกไม่ได้เท่าที่ควรเพราะงบประมาณ ฉะนั้นต้องแก้ ด้วยงบประมาณครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป เชิญท่านศาสตราจารย์กนกครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายให้ข้อคิดเห็นในรายงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานนี้ได้พูดชัดเจนว่าความผิด ๕ ประเภทที่ใหญ่ที่สุดมี ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างเป็นจำนวนเงินถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็การปฏิบัติหรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเป็นเงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการเอง ผมอยากขออนุญาตตั้งคำถามว่าเพราะอะไรจึงเป็นความผิด ๒ ประเภทนี้ เราควรที่จะต้องค้นหาปัจจัยหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ๒ ปัญหานี้ให้พบ แทนที่จะวิ่งไล่ตามแก้ไขปัญหาครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการทำงานของ ป.ป.ช. จากที่รายงานนี้ทำให้เข้าใจว่า ป.ป.ช. ให้ความสำคัญของความผิดดังกล่าวเป็นเรื่องของ ตัวบุคคลมากกว่าเป็นเรื่องของระบบครับ ซึ่งผมคิดว่าวิธีการนี้คงจะเป็นวิธีการที่แก้ปัญหา ไม่ได้มาก ผมอยากขออนุญาตชวนท่านประธาน ป.ป.ช. คิดว่าปัญหา ๒ เรื่องนี้เป็นปัญหา ของระบบมากกว่าปัญหาของตัวบุคคลครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อให้ท่านเห็นภาพ ชัดเจนในการปฏิบัติราชการ ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างในระบบนั้นเกี่ยวข้องกับ ส่วนราชการ ๓ ส่วน คือ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และ สตง. ครับ ผมไม่ทราบว่า ป.ป.ช. ทราบไหมครับว่าแม่โคเป็นครุภัณฑ์ แต่ลูกโคเป็นวัสดุครับ ท่านประธานครับ คำถามคือเพราะอะไรครับ เพราะระเบียบของกรมบัญชีกลาง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ คนที่ทำงานในพื้นที่ในภาคสนามที่จะต้องซื้อแม่โค เมื่อเป็นครุภัณฑ์แล้วเป็นของหลวง ให้กับพี่น้องประชาชนไม่ได้ครับ ถ้าให้กับพี่น้องประชาชนก็คือให้ยืมถ้าตายไปก็ต้องชดใช้ ลูกโคเป็นวัสดุล้มหายตายจากได้ครับ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎ ระเบียบทำให้ข้าราชการที่ดี ทำงานไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของ การซ่อมบำรุงครับท่านประธาน สำนักงาน ป.ป.ช. ผมเชื่อว่าท่านมีปัญหาเหมือนกันนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เก้าอี้ในสำนักงานของท่านขามันหักไปข้างหนึ่งท่านจะต้องเอาไปซ่อม ผมถามว่าท่านเอางบประมาณจากไหน เพราะว่าถ้าตั้งงบประมาณเพื่อซ่อมแซมครุภัณฑ์ สำนักงบประมาณวันนี้ไม่ให้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ป.ป.ช. ครับ ในสำนักงาน ของท่านก็มีคนทำผิดระเบียบจัดซื้อจัดจ้างนะครับ ทั้ง ๆ ที่ความตั้งใจของเขาไม่ได้ เป็นอย่างนั้นเลย เขาต้องการแก้ปัญหาเท่านั้นเองนะครับ คอมพิวเตอร์ของท่านซ่อม ท่านซ่อมได้อย่างไรเพราะงบประมาณไม่มีครับ จากตัวอย่างดังกล่าวนี้ผมต้องการชี้ให้เห็นว่า ระบบเป็นปัญหาครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงมี ๔ ประเด็นที่อยากจะ ขออนุญาตเสนอ ป.ป.ช. กรุณานำไปพิจารณาครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของระบบและกฎ ระเบียบที่เป็นเหตุให้ข้าราชการที่ดี ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นปัญหาที่ทำให้ข้าราชการที่ดี ถูกตั้งกรรมการสอบและผิดครับ การแก้ไขกฎ ระเบียบเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำเพื่อให้ ข้าราชการที่ดีสามารถทำงานได้ครับ ข้าราชการที่ดีของเราก็มีอยู่ไม่มากและยังถูกดำเนินคดี โดย ป.ป.ช. อีกก็มีเยอะนะครับ ผมอยากขออนุญาตเสนอให้ ป.ป.ช. ได้เชิญสำนักงบประมาณ เชิญกรมบัญชีกลาง และเชิญ สตง. มาประชุมที่ ป.ป.ช. นะครับ และท่านก็ตั้งประเด็นว่า การทุจริตในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างนี้มันมีลักษณะของความผิดแบบใดบ้าง และหลายเรื่อง เป็นเรื่องของระบบที่เกี่ยวข้องกับ ๓ หน่วยงานนี้ทั้งสิ้นท่านจะแก้กันอย่างไรครับ ตรงนี้ผมว่า จะเป็นมิติใหม่ของการทำงานของ ป.ป.ช. ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาระบบของประเทศของเรา ที่ดีขึ้น🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอยากขออนุญาตเสนอท่านประธานไปยัง ป.ป.ช. ว่า ในระบบราชการของเราวันนี้ที่มันมีช่องว่างและทำให้เกิดการทุจริตได้จริง ๆ ตรงนี้ ป.ป.ช. ต้องหาให้พบแล้วก็เสนอให้รัฐบาลแก้ไข ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ระบบ การจัดซื้อจัดจ้างที่อีบิดดิง (e-Bidding) ที่ท่านสมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้วที่กรมบัญชีกลาง เป็นผู้ดำเนินการนั้น ผมคิดว่ากรรมการ ป.ป.ช. ที่มาจากกระทรวงการคลังท่านทราบดีว่า ปัญหามันอยู่ตรงไหนครับ แนวคิดในเรื่องของการประกวดราคาก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน วันนี้เราประกวดราคาแต่เราไม่ประกวดคุณภาพ เราถือว่าราคาเป็นหลักคุณภาพเป็นรองครับ จบลงแล้วเราใช้งบประมาณของประเทศมากกว่าปกติในการทำงานให้สำเร็จ ทำไมเราไม่ใช้ คุณภาพเป็นหลักล่ะครับในการที่จะแก้ไขปัญหา ถ้าเป็นแบบนี้เราทำไม่ได้ในระบบปกติ ที่เป็นอยู่วันนี้ กฎ ระเบียบของทางราชการไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากให้ ป.ป.ช. แทนที่จะวิ่งไล่ตามการหลีกเลี่ยงระเบียบเพื่อจะทำงานให้สำเร็จ ท่านไปแก้กฎ ระเบียบ และไปแก้ระบบเถอะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นปัญหาที่เปิดช่องว่างที่ให้เกิดความผิดได้ ท่านกรุณาช่วยแก้ด้วยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องของการทุจริตที่เกิดจากข้าราชการ ที่ตั้งใจจะทุจริตจริง ๆ ซึ่งอันนี้ ป.ป.ช. ทำได้ดีอยู่แล้วผมไม่มีข้อสงสัย เพียงแต่อยากจะให้ กำลังใจแล้วก็อยากให้รัฐบาลให้งบประมาณตามที่ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ให้ให้มาก และให้ทำงานให้เต็มที่ตรงนี้เป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องทำนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล🔗
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากเห็นและขอเสนอให้ ป.ป.ช. ทำงาน ในเชิงรุกมากขึ้น การทำงานในเชิงรุกนี้ผมอยากจะอนุญาตเสนอให้ ป.ป.ช. คิดนอกกรอบเลยครับ ก็คือยกตัวอย่างเช่นเชิญบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกเลยครับที่อยู่ในประเทศไทยชั้นนำนี่ เขารู้จักข้าราชการไทยเป็นอย่างดี ขออนุญาตท่านประธานเลยเวลาไปนิดหนึ่งนะครับ ยกตัวอย่างเลยนะครับ เช่น บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลก ที่ดีมากให้มาปรึกษากับ ป.ป.ช. เรื่องกฎระเบียบ และระบบจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทย ครับเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาทั้ง ๒ ด้าน ด้านหนึ่ง ระบบ กฎระเบียบที่มีช่องว่างให้ทุจริตจะแก้ ตรงไหนครับ อันที่ ๒ ระบบและกฎระเบียบที่ทำให้ข้าราชการที่ดีทำงานไม่ได้จะแก้ตรงไหนครับ ผมคิดว่าถ้าท่านแก้ ๒ เรื่องนี้ได้มันจะเกิดอานิสงส์อย่างมหาศาลกับประเทศของเรานะครับ และเมื่อท่านได้คำตอบนี้แล้วท่านกรุณานำเสนอรัฐบาลเลยครับ แล้วก็บอกให้กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ แล้วก็ สตง. นำไปปฏิบัติครับท่านประธานแล้วถ้าเป็นอย่างนี้งานของ ป.ป.ช. จะลดลง ตัวเลขจะลดลงอย่างแน่นอนนะครับ🔗
ผมอยากขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานว่าเราจะต้องทำให้เกิด การใช้งบประมาณที่ถูกต้องตามกฎระเบียบอันนี้ไม่มีใครสงสัยนะครับ แต่วันนี้ปัญหา มันเป็นอีกด้านหนึ่งครับท่านประธาน ป.ป.ช. สนใจแค่แต่เพียงว่าทำอย่างไรให้ถูกระเบียบ ถูกกฎหมาย อันนี้ท่านทำถูกต้องแล้วครับ แต่ไม่พอท่านประธานครับ เพราะอันนั้นการใช้ งบประมาณอาจจะใช้ในเรื่องที่ผิดได้ครับ วันนี้ ป.ป.ช. คือหน่วยงานที่ยืนยันการทำผิด อย่างถูกต้องว่าถูกต้องท่านประธานครับ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่ยืนยันว่า การทำผิดอย่างถูกต้องเป็นเรื่องที่ถูกต้องท่านประธานครับ เพราะถูกระเบียบครับท่านประธาน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนนั้นเสียหายมากมายครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลตรงนี้ ในทางกลับกันครับ ข้าราชการที่ทำถูกอย่างไม่ถูกต้องถูกลงโทษครับ ป.ป.ช. คือคนที่ทำให้ ข้าราชการที่ดีที่พยายามจะเดินเลี่ยงระเบียบด้วยความเห็นที่อยากจะให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์จากการใช้งบประมาณของรัฐคนเหล่านี้ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยครับ แล้วก็ผิดครับ ท่านประธาน ผมคิดว่า ป.ป.ช. ครับ ท่านประธานครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ประเทศของเรา ที่ ป.ป.ช. จะต้องทำงานใหม่ในเชิงรุกทำให้ประเทศของเราข้าราชการของเราทำงานที่ถูกต้อง อย่างถูกต้องท่านประธานครับ วันนี้เราทำแค่แต่เพียงทำผิดอย่างถูกต้องเราผ่านให้ครับ แต่ทำถูกอย่างไม่ถูกต้องติดคุกท่านประธานครับ อันนี้คือความเสียหายที่ยิ่งใหญ่มาก ของประเทศของเรา เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมอยากขออนุญาต ขอเสนอให้ ป.ป.ช. คิดทบทวนแนวคิดในเรื่องของการปราบปรามทุจริตใหม่ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ด้วยความตั้งใจที่อยากจะแก้ไขปัญหา เมื่อก่อนเราตั้ง ป.ป.ป. ต่อมาเป็น ป.ป.ช. แล้วก็ ป.ป.ท. ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ยอมรับความจริงว่าบุคคลต่าง ๆ เป็นบุคคล ที่มีองค์ความรู้มีความสามารถประจักษ์ชัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมติดตามการทำงานของท่านตั้งแต่ สมัยนานมาแล้วว่าวันนี้ไม่ว่าหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐทำการทุจริต ร่วมกันทุจริตนั้น ผมขอยกตัวอย่างให้ตรงประเด็นอย่าง ๓๐-๔๐ ปีมาแล้วผมไม่เห็นจับใครได้เลย ป.ป.ช. ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไรนะครับ ป.ป.ช. แปลว่าปราบปรามประชาชน คนดี คนดีติดคุก คนไม่ดีไม่ติดคุก ดังนั้นผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมมีส่วนหนึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังทำหน้าที่อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของรัฐต่าง ๆ นั้น ผมยกตัวอย่างเช่น โครงการเรื่องลำไย ในภาคเหนือ ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการและเป็นประธานไปตรวจสอบ ตรวจสอบปรากฏว่า ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับว่าแต่ละโกดังนั้นที่ให้ไปดูที่เก็บปรากฏว่าเขาจะให้ ผมไปดูโกดัง ๑ ผมต้องเปลี่ยนไปดูโกดัง ๒ เขาจะย้ายถ่ายเทกันตลอดเวลา ปรากฏไปเจอโกดังเปิดทั้งโกดังปรากฏว่าออกลูกเป็นขวดเบียร์ มีแต่ขวดเบียร์ทั้งนั้น แล้วก็ซีล (Seal) ไว้นั่นถามวันนี้ยังจับไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ยังหาคนผิดไม่ได้ ไม่ว่าหอม ไม่ว่ากระเทียม ที่ผ่านมานั้นผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสไปตรวจสอบ ผมยกตัวอย่างเช่น หอมที่ศรีสะเกษท่านทราบไหมครับว่าเป็นจำนวนมากหายไปประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ถุง ผมได้รายงานให้กับท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันสมัยท่านรัฐประหารใหม่ ๆ ผมสรุป วันนี้ยังจับใครผิดไม่ได้เลยเห็นชัดเจนและจะให้เชื่อถือได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดหรือภูมิภาคไม่ว่าหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจะสังเกตได้ว่าในการรับเหมาประมูลต่าง ๆ นั้นผมไม่โทษผู้รับเหมาหรอกครับ คนที่วางแผนจริง ๆ คือคนที่มีอำนาจในการจะหาทางทอนกันอย่างไร จะหาวิธีการอย่างไร ก็ส่งสัญญาณไป เกือบทุกโครงการครับต้องมีเขาเรียกงบทอน สตางค์ทอน เป็นที่ประจักษ์ชัด ผมกราบเรียนครับโดยปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคกลางนั้นท่านไปจับดูได้เลยครับ บางจังหวัดท่านทราบไหมครับว่าจังหวัดหนึ่งมีผู้รับเหมารายเดียวคนอื่นเข้าไม่ได้เลย ก็แสดงให้เห็นว่ามันมีพฤติการณ์ไม่ปกติ ดังนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึง ป.ป.ช. ว่าอยากเห็นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเคยไปสอบถามดู ว่าโครงการต่าง ๆ มีเงินเป็นพัน ๆ ล้านบาท บางจังหวัดไปถามพี่น้องประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ถามว่าเคยมีลูกหินลูกรังมาลงในพื้นที่ท่านบ้างหรือไม่ ไม่เคยมีเลยครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนมีการร้องเรียนกันอยู่เสมอครับ แต่ก็เห็นจับไม่ได้สักทีหนึ่ง ก็มีการไป ยัดโน่นยัดนี่เสร็จเรียบร้อยหลุดหมด ปัจจุบันก็เช่นเดียวครับเป็นสิบ ๆ ปี ผมไม่อยากลงลึก ท่านไปศึกษาเอา เมื่อชี้ช่องให้ขนาดนี้แล้วท่านไม่มีปัญญาผมคิดว่าลาออกไปเถอะครับ ให้คนอื่นมาทำ จริง ๆ อยู่ท่านบอกว่าต้องมีใบเสร็จ ก็เห็นชัด ๆ ไปตรวจดูพฤติกรรมต่าง ๆ นั้น ปรากฏชัดครับ พี่น้องประชาชนหลายจังหวัดในภาคกลางก็บ่นอยู่เสมอว่าโครงการต่าง ๆ ที่ไปถึงพี่น้องประชาชนนั้นไม่มีเลยครับ รวยอยู่กระจุกจนกระจายครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นความตั้งใจอยู่แล้ว แต่การทำงานนั้นผมคิดว่าท่านทั้งหลายยังไม่เหมาะสม หาบุคลากร หาเครือข่ายทำงานด้วย ความบริสุทธิ์ ต้องย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าดังที่ท่านสมาชิกหลายท่านบอกแล้วว่าที่มี ป.ป.ช. จังหวัดนั้นนี่ ลูบหน้าปะจมูกครับ มันก็พวกเดียวกันทั้งนั้น บางคนดีใจได้เป็นก็เพราะปกครองท้องถิ่น เรียบวุธ ไม่มีผิดครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กราบเรียนให้ท่านประธานผ่านไปทางกรรมาธิการ ว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เบื้องต้นท่านต้องอบรมทำความเข้าใจ ผมชมรัฐบาลว่า วันนี้คดีอาญาไม่มีสิ้นสุดจนกว่าจะตายคดีอาญาถึงจะสิ้นสุด แต่ยังไม่สามารถจับได้สักคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าบางคนทายาทมีเงินไม่รู้กี่ร้อยล้านบาท ไม่ทำมาหากินเลย เป็นผู้นำท้องถิ่น รวยได้อย่างไรเป็นร้อยร้อยล้านบาท เป็นพันพันล้านบาท บางทีอายุยังไม่ถึง ๒๕ ปีเลยรวยได้อย่างไร ลูกหลานรวย ท่านไปติดตามเอา ชี้ช่องให้ขนาดนี้ ถ้าทำไม่ได้ผมไม่ทราบว่าจะมีไปทำไม ป.ป.ช. ในโอกาสต่อไปนั้นผมกราบเรียนว่าอยากให้ ท่านมารายงานครั้งต่อไปนั้นให้ท่านทำอย่างละเอียดแยกแต่ละจังหวัดมาเลยว่าจังหวัดไหน บริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ หรือมีปัญหาหรือไม่ หรือการร้องเรียนแยกเลยครับ แล้วเดี๋ยว ผู้แทนราษฎรเขาอยู่ทุกจังหวัดเขาจะรู้ดีว่าจังหวัดของเขานั้นจริงหรือไม่ การร้องเรียน มีทุกจังหวัดท่านประธานที่เคารพครับ แต่ถามว่าวันนี้ท่านมารายงานอย่างนี้อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่าเล่มสวยมากเลย แต่อ่านไม่ทัน ตรวจไม่ทัน ครั้งต่อไปก็กราบเรียนว่าควรจะส่งมาก่อน ให้ทางสมาชิกได้รับทราบ ได้ศึกษามาก่อน จะได้รู้ว่าแต่ละจังหวัดนั้นจริง ๆ มันเป็นอย่างไร เหมือนช่วยตรวจสอบ ให้ท่านด้วย ผมต้องขอชมท่าน ส.ส. หลายท่านที่พูดมาตั้งแต่เริ่มต้น มันดีเหมือนกันครับ เยี่ยมมาก พูดจาชัดเจน สิ่งนั้นคือใบเสร็จแล้ว ผู้แทนราษฎรถือว่าเป็นเกียรติที่ประชาชนเลือกมา เมื่อเลือกมาแล้วท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่านั่นคือใบเสร็จตัวจริงแล้วมาเปิดเผย เมื่อเขาเป็นผู้แทนถ้าเขาพูดต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพฝากไปถึงท่าน ป.ป.ช. ทั้งหลายครับว่าขอความกรุณาให้เอารายละเอียด ครั้งต่อไปมาให้มากกว่านี้ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขออีก ๓ ท่าน สุดท้ายแล้วนะครับ ท่านประธานกรรมการ ป.ป.ช. จะได้ตอบชี้แจง มีท่านขจิตร ชัยนิคม มีหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ แล้วก็มีท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในรายงานของ ป.ป.ช. ในรายละเอียด ในโครงการ ในสถิติอะไรต่าง ๆ หลายท่านพูดไปแล้ว แต่ผมมีข้อเสนอผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่าน ก่อนอื่นผมบอกว่าผมเป็นคนเขียนกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นกรรมาธิการได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หลายท่านในเรื่องการตรากฎหมาย ผมเป็นคนเสนอในมาตราหนึ่ง มาตรา ๓๓ ปัจจุบันหรือเปล่าจำไม่ได้ แต่ว่าผมเน้นเสมอว่า ให้ ป.ป.ช. ได้ให้ความสำคัญกับประชาชน เพราะว่าคนที่สูญเสียสุดท้ายคือประชาชน เวลานี้เราพบว่าการทุจริตคอร์รัปชันนี่เรารู้หมดว่าเป็นกลุ่มพ่อค้าธุรกิจ เสร็จแล้วก็ได้รับ ความร่วมมือจากข้าราชการ รวมทั้งนักการเมืองอะไร ๆ ด้วยก็พูดตรง ๆ อย่างนี้ ทีนี้ผลเสีย สุดท้ายคือประชาชน ประชาชนคนที่จะรอรับงบประมาณเพื่อไปพัฒนา แล้วก็ปราการด่านแรก ที่ผมบอกท่านเวลานี้ท่านให้ใครรับผิดชอบเรื่องการประมูล เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แหล่งทุจริต อยู่ตรงนั้นเลย ผมไม่ทราบว่าในรายงานนี้มีหรือเปล่าเพราะผมอ่านรายละเอียดไม่ครบ เอากันง่าย ๆ คือกรมบัญชีกลางใช่ไหมเป็นคนประมูล เสร็จแล้วเขารู้หมดบริษัทใหญ่โต ระดับชาติ บริษัทเล็ก ๆ ระดับหมู่บ้านหมดว่าเวลาประมูลแล้วเขาจะไปซื้อข้อมูลจากใคร อย่างไร ราคาเท่าไร คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างไร อันนี้ผมไม่ทราบว่ามีรายงานทุจริตในเรื่องนี้ รู้ใน ๒ เล่มนี้หรือเปล่า อย่างไรก็ตามผมรู้ว่าท่านกำลังทำงานยาก แล้วก็ผลงานในเรื่องการทุจริต คอร์รัปชันของเราก็จะมีปรากฏมากขึ้น ท่านทำงานด้วยความยากลำบาก แต่ผมเรียนท่าน ไม่ว่าจะทำโครงการอะไรก็ตามผมอยากให้ท่านทำโครงการเชิงปฏิบัติการอบรมให้ประชาชน เพราะว่าผมยังไม่ปรากฏเห็นอาสาสมัครประชาชนเพิ่มจำนวนขึ้น หรือท่านมีอยู่ท่านก็ชี้แจงมาด้วย จะได้รู้ว่าท่านได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากขึ้น ท่านจะทำงานไม่สำเร็จเลยถ้าท่าน ไม่ให้ความสำคัญกับประชาชนเจ้าของภาษีและผู้สูญเสียคนสุดท้าย เวลานี้ระบบราชการ ระบบอะไรนี่ ผมเสนอว่าไม่ต้องขุดคลองได้ไหม ๕๐๐,๐๐๐ บาทนี่ เพราะสุดท้ายมันละลาย ไปกับอะไรก็ไม่รู้ ผมบอกเอาระบบน้ำไปให้ประชาชนเลย ไปเจาะบาดาล ไปทำอะไรให้ประชาชน มีระบบน้ำ ลงทุนแค่คนละ ๕๐,๐๐๐ บาทสามารถจะเจาะบาดาลขึ้นมาได้ แล้วทำระบบน้ำ มีพลังงานแสงอาทิตย์ แล้วก็ตื่นเช้าขึ้นมาเขาจะมีน้ำรดต้นไม้ในทุน ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง แล้วเป็นประโยชน์โดยตรงท่านต้องค้นหาวิธีที่จะให้มี เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าให้ประมูลในเชิงผลงาน ไม่ต้องไปดูตัวหนังสืออะไร จำนวนคัดเลือก คนเสนอน้อยสุดได้อะไรนี่ท่านต้องเสนอเลิกวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบนี้ ถ้านำเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่จะไปขุดคลองวันนี้ตามระบบเดิมนี่ไปทำระบบน้ำให้ประชาชน รายละ ๕๐,๐๐๐ บาทได้ ๑๐ รายเลย อาจจะให้ประชาชนนี่ผมเสนอว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ ๖๐,๐๐๐ ครอบครัวมันจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เพียงแต่ว่าให้ประชาชนไปทำ ระบบนี้ใครทำมาได้ไปเปิดแล้วมีน้ำเพียงพอจ่ายเงินเขาให้เขาไปจ่ายเอง วิธีการอย่างนี้ มันดูห่างไกลสำหรับการที่จะทำในประเทศไทยของเราเหลือเกิน ผมขอฝากท่านนะระบบ ท่านเขียนซับซ้อนกฎหมายท่านเขียน ถ้าท่านไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ถ้าท่านไม่ฝึกประชาชน ถ้าท่านไม่ให้ข้อมูลประชาชนชัดเจน ท่านประธานครับ ผมขอฝาก ไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมอยากเห็น อยากเห็นว่างบประมาณลงไปหมู่บ้านท่านกำหนด ให้เขาประกาศป้ายเลยได้ไหมว่างบประมาณตรงนี้จะมาขุดในบ้านเขา จะมาสร้างอาคาร โรงเรียนในบ้านเขา จะมาสร้างอะไรในเขตบ้านเขาประชาชนเดินไปเดินมามาดูป้ายตรงนี้เลย แล้วถ้าการพบผลงานอะไรไม่เป็นตามที่ในสเปก (Spec) ให้เขาร้องไปที่ใคร แล้วถ้าผล จากการร้องมีผลเขาจะได้รับรางวัลเท่าไรท่านตั้งไปเลยได้ไหม เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ความสำเร็จ ของท่านจะเพิ่มขึ้น ๆ แต่ตราบใดที่ท่านยังวนเวียนอยู่ในเรื่องเดิม ๆ แบบเดิม ๆ ไม่สำเร็จครับ ไม่สำเร็จแน่ ๆ ประชาชนเท่านั้นที่จะทำให้ท่านปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้ ไม่ว่าทุจริตคอร์รัปชันจะเกิดระดับไหน ถ้าท่านเปิดเผยกับประชาชน ถ้าท่านชี้เบาะแส ท่านต้องชี้ก่อนนะ อย่าให้ประชาชนชี้นะ บอกโครงการนี้จะมาขุดลอกตรงนี้ของกรมชลประทาน ๕๐ ล้านบาท มีสเปก (Spec) อย่างไร มีระยะเวลาการทำงานอย่างไร เสร็จแล้วถ้าประชาชน กลุ่มอาสาสมัครในบ้านนี้ต้องการจะดูแลผลประโยชน์เขาเองเขาต้องติดต่อใคร เขาต้องติดต่อ หน่วยงานไหน แล้วเวลาเขาค้นว่ามีการทุจริตอย่างนี้แล้วเขาจะได้รับรางวัลจากใคร เอาให้ชัดเจนครับ มันตกไปหมู่บ้านไหนมีประกาศเต็มไปหมดเลย งบประมาณลงไปที่ไหน ให้ประชาชนรู้ก่อนได้ไหมครับ อันนี้ประชาชนไม่รู้เวลาเครื่องจักรไปทำงานไม่รู้ว่าทำถูก ไม่ถูก ประชาชนจะถามใครก็ไม่ได้ แล้วมันอยู่ห่างไกลข้อมูล เพราะฉะนั้นท่านทำข้อมูลให้ประชาชน เดินไปหมู่บ้านเขาให้รู้เลยได้ไหมครับว่าอะไรลงมาที่หมู่บ้าน หน่วยงานไหนที่ทำ เขาจะดูแล ผลประโยชน์ของเขาอย่างไร เพราะฉะนั้นผมฝากท่านนะครับให้ดำเนินการตามมาตรา ๓๓ ในการสร้างเครือข่ายของประชาชน ในการให้ความร่วมมือกับประชาชน ผมไม่ได้ใช้คำว่า ประชาชนชี้เบาะแส ให้ท่านชี้เบาะแสวิธีทำงานให้กับประชาชน แล้วก็โครงการฝึกปฏิบัติ อบรมเชิงปฏิบัติการต้องมากขึ้น ๆ ลดการอบรมที่เป็นข้อมูลเชิงนามธรรมลงนั่นคือสิ่งที่ผม เสนอเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นกับประเทศนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนายแพทย์บัญญัติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ ถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรับทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ป.ป.ช. มีหน้าที่ตามกฎหมายคือตรวจสอบการใช้อำนาจ ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ามีการทุจริตหรือไม่ อย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือมีหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองและตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ คำว่า นักการเมือง ก็เป็นที่ทราบนะครับ ผมคงไม่ต้องอธิบาย ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขออนุญาตอธิบายนะครับว่าหมายถึง ข้าราชการ รวมทั้งลูกจ้างด้วย รวมทั้งพนักงานด้วย องค์กรมหาชนด้วย พนักงานรัฐวิสาหกิจ ถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย ท่านประธานครับ ประเทศไทยต้องการนักการเมืองที่สุจริตและต้องการเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สุจริต🔗
ขั้นตอนแรก การบริหารจัดการของประเทศนั้นก็มีการคัดนักการเมืองที่สุจริต เข้าไปดำรงตำแหน่งโดยใช้กระบวนการของ กกต. ในส่วนของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ก.พ. มีหน้าที่คัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง โดยให้ได้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความสุจริตใจนะครับ🔗
ขั้นตอนต่อมาเมื่อนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐดำรงตำแหน่งอยู่ ก็จะมีประมวลจริยธรรมของนักการเมืองและของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ดำรง ตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และสุจริต🔗
ขั้นตอนต่อมาหากนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต กล่าวคือมีการทุจริตนั่นละครับ ป.ป.ช. จะมีหน้าที่ตรงจุดนี้ เพราะฉะนั้นคำว่า ทุจริต ป.ป.ช. ต้องนิยามให้ชัดเจน แล้วการทุจริตนั้นเชื่อเหลือเกินว่าเมื่อสังคมเปลี่ยนไปย่อมมี นวัตกรรมในการทุจริตที่ยากที่จะตรวจแล้วก็จับทุจริตนั้นได้ เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. ไม่เพียงแต่ จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดการนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตออกจากระบบ เปรียบเสมือนระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรา ถ้าประเทศเปรียบเหมือนร่างกาย ป.ป.ช. เปรียบเสมือนระบบภูมิคุ้มกันที่มีหน้าที่ตรวจจับเซลล์มะเร็ง หรือตรวจจับเชื้อโรคที่จะเข้าไป กัดกินร่างกายทำให้ร่างกายทนอยู่ไม่ได้หรือประเทศนั้นทนอยู่ไม่ได้ด้วยระบบการเมืองและระบบ ข้าราชการที่เต็มไปด้วยการทุจริต ทีนี้ ป.ป.ช. จะต้องทำอย่างไร ป.ป.ช. จะต้องสร้างระบบ การรับรู้การทุจริตว่านักการเมืองและพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐเขาทุจริตออกมารูปแบบไหน ลำพัง ป.ป.ช. อย่างเดียวมีจำนวนคนไม่เพียงพอแน่นอน ในการที่จะจับทุจริตนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความร่วมมือของภาคประชาชน ของสังคม ให้ร่วมกันตรวจสอบและรายงานการทุจริตนั้น ผมจึงอยากที่จะวิงวอนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นได้สร้างตัวชี้วัดและการตรวจจับการทุจริตให้พบได้โดยเร็วที่สุด ส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องของการรายงานทรัพย์สินและหนี้สิน ผมเชื่อว่าขณะนี้การเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และนักการเมืองเป็นด้วยความยาก ถ้าหากว่าข้าราชการ นักการเมืองที่บรรจุเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ จะให้รายงานทรัพย์สิน หนี้สินตั้งแต่วันแรกเลย แล้วก็ให้เขาอยู่ในระบบของการเปิดเผย โปร่งใสต่อประชาชน ต่อสังคม ผมเชื่อมั่นว่าข้าราชการและนักการเมืองยินดีอย่างยิ่ง ด้วยระบบสารสนเทศที่ใช้พื้นที่น้อยไม่ต้องใช้กระดาษในการรายงานมากท่านใช้เทคโนโลยี เข้ามาจับด้วย ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักการเมืองได้รายงานทรัพย์สิน หนี้สิน ผมเชื่อว่าถ้านักการเมืองสุจริตยากนักที่นักการเมืองจะทุจริตและคอร์รัปชันในระบบ ของประเทศได้ เพราะฉะนั้นขอวิงวอนว่าให้ท่านค่อย ๆ เพิ่มมาตรฐานในการรายงาน ทรัพย์สิน หนี้สินของนักการเมือง ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ตลอดจนทุกส่วนที่ในนิยามของคำว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้รายงาน ทรัพย์สิน หนี้สิน ตั้งแต่วันแรกเปิดเผยต่อสาธารณะ แล้วก็สร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วม การรายงาน การทุจริต หรือสัญญาณใดที่เป็นสัญญาณของการทุจริตของนักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ พี่น้องประชาชนจะต้องเป็นหูเป็นตาให้ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเรื่องของการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยไม่สมฐานะ ก็คงจะต้องเป็นสัญญานของการทุจริต ในระบบของราชการ หรือกรณีที่ไปพัวพันกับเรื่องของอบายมุข ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตู้สล็อต (Slot) ยกตัวอย่างที่จังหวัดระยองผมตู้สล็อต (Slot) พูดมา หลายเดือนแล้วตอนนี้ก็ยังอยู่เยอะนะครับ ช่วยไปตรวจสอบข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดระยองว่า มีทรัพย์สิน หนี้สินเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร ว่ามีส่วนพัวพันกับเรื่องของการทุจริตเรื่องของ ตู้สล็อต (Slot) หรือไม่ ก็ฝากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทราบ ถ้าหากว่า ป.ป.ช. แข็งแรง มีระบบตรวจสอบที่ดีก็พึ่งพาได้ ระบบราชการก็พึ่งพาได้ ประเทศก็จะแข็งแรง ประชาชน ก็จะอยู่เย็นเป็นสุขครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีความยินดีที่ได้พบปะอดีตท่านผู้บังคับบัญชา วันนี้ท่านมาด้วยตนเอง คราวที่แล้ว ท่านไม่ได้มานะครับมาแต่เลขาธิการ กราบเรียนนะครับ ผมจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิก เพราะผมคุ้นเคยกับท่านและรู้ว่าท่านเป็นผู้ทรงเกียรติที่ต้องนับถือไปตลอดชีวิตนะครับ🔗
สิ่งแรกในการรับทราบรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ของปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ กราบเรียนนะครับ สิ่งแรกก็คือรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา ๒๓๔ วรรคสอง โดยเฉพาะวรรคสองเน้นให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะต้องให้มีมาตรการ และมีแนวทางที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว สุจริต และเที่ยงธรรม อันนี้ คือสิ่งที่สำคัญที่สำนักงาน ป.ป.ช. จะต้องเอามายึดถือและปฏิบัติ ในรายงานสีม่วง ๆ สีสวยด้วยครับ วันนี้ผมก็ใส่สีม่วงสีเดียวกันไม่รู้ตรงกันได้อย่างไรไม่รู้นะครับ เพราะผมยังไม่ดู เพิ่งมาอ่านเมื่อสักครู่นี้นะครับ ในประเด็นการอภิปรายวันนี้ผมได้รับมอบหมายจากพรรค ให้เข้าเป็นกรรมาธิการในงบประมาณ และผมก็ได้พูดถึงงบประมาณของ ป.ป.ช. หลายครั้ง โดยเฉพาะในการพิจารณางบประมาณ สิ่งที่สำคัญคืองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีที่ผ่านมา ที่ได้แสดงไว้ในเอกสารนะครับ จากปี ๒๕๖๑ ๒,๔๒๖ ล้านบาท แล้วปีนี้ก็ได้ใช้ไป ๒,๒๓๘ ล้านบาท ลด ๗.๗๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในเรื่องของหมวด บุคลากร ตลอดจนหมวดการจัดการองค์กรและครุภัณฑ์นั้นก็มีเปอร์เซ็นต์ลดนะครับ เป็นนิมิตหมายที่ดีครับที่มีการลดลงมา แต่ก็ประกอบกันครับลดก็ค่าตัวดัชนี ค่ารับรู้ ที่เกี่ยวข้องกับการวัดผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานนี้ที่เราเรียกว่าคอร์รัปชัน เพอร์เซปชันส์ อินเดกซ์ (Corruption Perceptions Index) ซีพีไอ (CPI) นี่ครับ ซึ่งเป็นค่าที่ปี ๒๕๖๑ คะแนนได้ ๓๖ คะแนน เท่ากันเหมือนเดิม แต่ลำดับลดลงไปจากลำดับที่ ๙๙ ลดไปถึงลำดับที่ ๑๐๑ สิ่งที่เป็นเป้าผมพูดในห้องประชุมของคณะกรรมาธิการงบประมาณเมื่อรอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ผมเข้าในแผนบูรณาการ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านประธาน ป.ป.ช. นะครับ มันมีตัวชี้วัด ที่เกิดจากแผนบูรณาการ ซึ่งผมเขียนข้อสังเกตไว้แล้วในวันนั้นนะครับว่าแผนบูรณาการ ของ ป.ป.ช. เองขาดแผนงาน โครงการขับเคลื่อนแผน ไปดูได้เลยครับไม่มีแผนโครงการ ขับเคลื่อนแผนจนต้องมีการประชุมครับ สิ่งสำคัญคือเมื่อติดตามแผนบูรณาการ และแผนบูรณาการผมก็ได้บอกไปว่าการทำแผนบูรณาการ ที่จะใช้เม็ดเงินหลายร้อยล้านบาทนี่เป็นจำนวนมากที่เข้ามาบูรณาการในแผนบูรณาการ จะต้องทำเป็นเอกซ์โพเนนเชียล โพรเจกต์ (Exponential Project) มิใช่เป็นลิเนีย (Linear) ซึ่งเป็นการรับเงินลงไป เพราะฉะนั้นทำให้ค่าดัชนีตรงนี้ที่ท่านใช้วัดในแผนบูรณาการของท่าน ในมิติของฟังก์ชันแอเรีย (Function Area) แล้วก็อเจนดา (Agenda) ต่าง ๆ ที่มันลดลงไป ในฐานข้อมูลที่เป็นตัวปัจจัยย่อยใน ๙ แหล่งข้อมูลที่ปรากฏอยู่ นั่นคือสิ่งอีกอันที่อยากจะให้ กลับไปดูว่าในเรื่องของฟังก์ชัน (Function) เพราะว่าสิ่งสำคัญคือตัวที่ผมเคยบอกไว้ในที่ประชุม ก็คือหุ้นส่วนของการพัฒนาท่านประธานครับ เป็นตัววัดหนึ่งที่ประกอบด้วย ๔ หน่วย คือภาครัฐเอง เอกชนเอง แล้วก็ฝ่ายวิชาการ และที่สำคัญคือภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เป็นหัวใจของการวัดซีพีไอ (CPI) นี้นะครับ และเป็นตัววัดที่จะต้องสร้างตัวเคพีไอ (KPI) ซึ่งพบว่ามี ๓ แนวทางวันนั้นผมจำรายละเอียดไม่ได้นะ ผมรู้ว่า ๓ แนวทางที่ท่านตกไป ใน ๓ แนวทางต้องกลับไปปรับปรุงและยกระดับ แต่ปรากฏว่าในรายงานนี้มีก็ถือว่า ในรายงานนี้เป็นรายงานที่ผมว่าน่าจะสมบูรณ์แบบ และสิ่งสำคัญขาดอีกนิดหนึ่งครับ แนะนำว่าตอนกรอกอีเมนสช์ (eMENSCR) เรียกว่า อิเล็กทรอนิกส์ มอนิทอริง แอนด์ อีแวลูเอชัน ซิสเตม ออฟ เนชันนัล สเตรตเทจี แอนด์ คันทรี รีฟอร์ม (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform) ของสภาพัฒน์ ที่มันมีความเชื่อมโยงของตัวความสัมพันธ์ของตัวเคพีไอ (KPI) ที่ในแต่ละแผนที่ปรากฏ อยู่ในเนื้องานมันต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ เพราะในบัดเจต (Budget) นั้นเป็นส่วนสำคัญ ท่านประธานครับ เพราะการเข้าถึงข้อมูลตรงนี้มันอาจจะต้องมีการจัดการที่ผมบอกว่า การทำเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential) จะต้องทำให้องค์กรเป็นอไจล์ ออแกไนเซชัน (Agile Organization) คือหยิบเอาดิจิทัล (Digital) เข้ามาปรับทั้งหมด แล้วก็รัน (Run) บนเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าบิ๊กดาตา (Big Data) ไม่ว่าการอนาลีสต์ (Analyst) ด้วย ฝ่ายวิชาการที่ออกไปทำงานครับ🔗
แล้วสุดท้ายนะครับ มีหัวหน้าพรรคท่านหนึ่งมาฝากผมในเรื่องของการถามว่า ป.ป.ช. ได้ตรวจดูเรื่องประวัติอดีตของนักการเมืองท้องถิ่นที่กำลังจะเลือกตั้งในจังหวัดภาคกลาง เช่น ลพบุรี สมุทรปราการ ซึ่งมีคดีค้างเป็นคดีที่เรียกว่าคดีเงินทอนวัดไว้บ้างหรือไม่ เพราะการตรวจสอบคดีของหัวหน้าหรืออดีตที่เราเรียกว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนี่ หลายจังหวัดครับยังมีการทุจริต ท่านควรจะสรุปให้ได้นะครับ เพราะว่านั่นคือตัววัดหนึ่ง ที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส ให้ประชาชนหรือที่เรียกว่าประชาสังคมจะได้รับคำตอบจาก ทาง ป.ป.ช. ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. ตอบครับ ท่านประธานจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมและคณะกรรมการรวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้มาร่วมในการประชุมวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกจำนวน ๑๖ ท่านที่ได้ให้ข้อแนะนำ ชี้นำความเห็น ให้คำแนะนำต่าง ๆ ซึ่งกระผม คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. เป็นอย่างยิ่งนะครับ อันนี้มันมีกรณี ที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้มีคำถามไว้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะนำเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง บางประการเพื่อประกอบการพิจารณาในวันนี้🔗
เรื่องแรกที่ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา ได้พูดถึงกรณีที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ แล้วก็ ป.ป.ช. ต้องเข้าไปดำเนินการ ก็ต้องเรียนว่า แม้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ จะระบุเงื่อนไขในการดำเนินการไว้ อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๘ ก็ได้กำหนดไว้ว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ วรรคสี่ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการ สอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน และไม่ว่าในกรณีใดผู้ใดจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้แจ้งมิได้ ก็ต้องกราบเรียนว่าถึงแม้จะมีช่องทางตามมาตรา ๑๔๔ แต่มาตรา ๘๘ ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ก็กำหนดว่าเรื่องมาถึง ป.ป.ช. เราจะต้องดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจนะครับ ในกระบวนการดำเนินการของ ป.ป.ช. นั้นเราจะมีขั้นตอนตั้งแต่การตรวจรับคำกล่าวหา มีรายละเอียด ถ้าเราเห็นว่ามีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ เราก็จะเข้าในเรื่องของ การตรวจสอบเบื้องต้น การตรวจสอบเบื้องต้นพนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะเป็นผู้ไปดำเนินการ รวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะไต่สวนต่อไปได้เขาก็จะเสนอ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มีมติรับไปไต่สวน เพราะฉะนั้นการที่มีคนมากล่าวหากับ กรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องส่วนสำนักงาน ป.ป.ช. นี่ก็มีความจำเป็นที่ทาง ป.ป.ช. จะต้อง ดำเนินการนะครับ แต่ก็อย่างที่กราบเรียนอาจจะพูดเป็นสถิติคร่าว ๆ เพื่อประกอบ การพิจารณาของท่าน🔗
ในเรื่องที่มีการกล่าวหา เอกสารที่แจกท่านในปี ๒๕๖๒ มีคนมาร้องเรียน กล่าวหากับ ป.ป.ช. ทั้งสิ้น ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่อง แล้ว ป.ป.ช. ก็มาแบ่งแยกว่าเป็นคำกล่าวหา ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สามารถจะดำเนินการต่อไปอย่างไรนะครับ เรื่องที่เป็น เรื่องที่กล่าวหาร้ายแรงนั้น ป.ป.ช. ต้องรับไว้ตามกฎหมาย แต่ถ้าเรื่องไม่ร้ายแรงนักกฎหมาย ก็กำหนดให้ ป.ป.ช. สามารถจะมอบให้หน่วยที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปราม การทุจริตรับไปช่วยดำเนินการนะครับ เราก็จะมีสถิติบอก อันนี้ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วเป็นสถิติที่ว่าเรารับเรื่องกล่าวหาแล้วในปี ๒๕๖๒ เรื่องกล่าวหาที่รับทั้งสิ้นเป็นการกล่าวหาที่มีโครงการของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าจะมีการกระทำ ทุจริตหรือประพฤติมิชอบที่เกี่ยวข้อง เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แต่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าเมื่อเรารับแล้วเราต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ตรวจสอบเบื้องต้น โดยประมาณนะครับ โดยทางสถิติที่ผ่านมาเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นถ้าจะมีมูลพอที่ไปดำเนินการ ในการไต่สวนจะตกอยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ทุกเรื่อง ป.ป.ช. จะต้องเข้าสู่กระบวนการ ตรวจสอบ ในทำนองเดียวกันนะครับในปี ๒๕๖๒ ที่แจกท่านไปนี่ท่านจะเห็นว่า ใน ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่องนั้น มีเรื่องที่มาจากบัตรสนเท่ห์อยู่ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กฎหมาย ป.ป.ช. กำหนดให้เราจะต้องรับบัตรสนเท่ห์ด้วย มีหลาย ๆ กรณีที่ข้อมูลจากบัตรสนเท่ห์นั้น นำมาสู่การไต่สวนที่เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีบางเรื่องที่ท่านได้มีการพูดในที่ประชุมวันนี้ด้วย มาจากบัตรสนเท่ห์นะครับ และความจำเป็นอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าในเรื่องบัตรสนเท่ห์นั้น จะไม่มีการระบุผู้ที่กล่าวหา บางทีไม่มีรายละเอียดที่เพียงพอเราต้องใช้กระบวนการ และในขณะเดียวกันการที่เรารับบัตรสนเท่ห์นั้นเรายิ่งต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะว่า บัตรสนเท่ห์อาจจะเป็นเครื่องมือในการทำลายกันของบุคคลที่เกี่ยวข้องในองค์กรนั้น ๆ เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องดำเนินการนะครับ🔗
เรื่องของคุณรังสิมาได้สอบถามเรื่องเตาขยะไร้มลพิษก็ตรวจสอบแล้ว เรื่องนี้ อยู่ระหว่างการไต่สวน🔗
เรื่องรถของสมุทรสงคราม กข ๕๖๗ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้ว ขณะนี้ สรุปสำนวนแล้วนะครับ แต่ว่าเดี๋ยวเมื่อเขาสรุปสำนวนแล้วเขาจะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยอีกครั้งนะคับ🔗
เรื่องที่ท่านรังสิมาได้พูดถึงเรื่องให้ประชาชนมีส่วนแบ่งในรางวัลนั้นครับ ก็ต้องเรียนว่าหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ อันนี้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๓๓ อยู่แล้วครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นด้วยกับท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับว่า ป.ป.ช. นั้นมีคนอยู่แค่ ๒,๐๐๐ กว่าคน มี ป.ป.ท. ไม่กี่ร้อยคน องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เราชนะปัญหาเรื่องทุจริตได้ก็คือ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน วันนี้ในมาตรา ๓๓ เรามีคณะกรรมการที่เอาประชาชน ภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในการป้องกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการดำเนิน โครงการที่เรียกว่า สตรอง (STRONG) จิตพอเพียงต้านทุจริต วันนี้ชมรมสตรอง (STRONG) มีสมาชิกมากกว่า ๖๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ชมรมสตรอง (STRONG) ทำอะไรครับ ชมรมสตรอง (STRONG) จะทำหน้าที่เฝ้าระวังแล้วก็ส่งเสียงที่เรียกว่า วอตช์ แอนด์ วอยซ์ (Watch and Voice) ว่าท่านมีเรื่องอะไรที่ไม่ถูกต้องในพื้นที่ก็จะส่งเรื่องมาให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ วันนี้เราได้ใช้ตรงนี้🔗
อีกประการหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วม ใน พ.ร.บ. ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ มีกลไกที่สำคัญอันหนึ่งก็คือมีกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกิดขึ้นนะครับ กฎหมายมีผลบังคับวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เป็นปีแรก ที่เราได้ตั้งงบประมาณในกองทุน เราได้งบประมาณในปีแรกมา ๑๐ ล้านบาท เราก็ใช้ งบประมาณตรงนั้นไปเกือบครบถ้วน เพื่อจะนำเงินตรงนั้นไปสนับสนุนภาคประชาชน ตามมาตรา ๓๓ มาร่วมกันในการทำโครงการที่มาสนับสนุนในเรื่องรณรงค์ป้องกันเป็นหูเป็นตา เราโชคดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากสภาแห่งนี้ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ได้งบประมาณมา ๑๐๐ ล้านบาท ขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการดำเนินการเผยแพร่โครงการที่จะขอรับ การสนับสนุนในวงเงิน ๑๐๐ ล้านบาท เราเองก็ยังคิดว่าเงิน ๑๐๐ ล้านบาทยังไม่เพียงพอ ความจริงเราตั้งไป ๕๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำนะครับ เพราะว่ามันมีวัตถุประสงค์ ๔ ประการ ทั้งเรื่องการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนมาสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาให้เป็นเงินรางวัล แล้วก็ในเรื่องที่จะมาขับเคลื่อนงานทางด้านนี้ครับ แต่วันนี้เราได้มา ๑๐๐ ล้านบาทเราก็คิดว่าเราจะพยายามใช้เงินตรงนี้ให้เป็นประโยชน์เพื่อที่จะได้ขับเคลื่อน พี่น้องประชาชนให้เข้ามาทำงานด้านนี้นะครับ🔗
มีอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินรางวัลนี่นะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่งมีมติ อนุมัติจ่ายเงินไปเป็นเงินรางวัลในคดีจัดซื้อยา ๕,๘๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่งอนุมัติจ่ายเงินไป เป็นรายแรกที่เราใช้เงินจากงบประมาณกองทุนที่เราได้มาจากสภาแห่งนี้ ได้จ่ายเงิน ๕,๘๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว วันนี้เราก็ประชาสัมพันธ์ไปว่าถ้าพี่น้องประชาชนมีข้อมูล และเราสามารถที่ไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้เป็นรูปธรรมเราก็สามารถจะให้เงินรางวัล กับพี่น้องประชาชนนั้นได้นะครับ🔗
เรื่องของท่านประเสริฐพงษ์ที่ได้กล่าวแล้วนะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องการไต่สวน บางเรื่อง ก็ต้องเรียนว่าบางเรื่องนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. เวลามีการเข้าไปไต่สวน หรือไปตรวจสอบแล้วเราจะต้องชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนนะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ละท่านซึ่งมีอยู่ ๙ ท่านมีความเห็นอย่างไรนั้นจะต้องบันทึกความเห็นส่วนบุคคล ส่วนตน เอาไว้ด้วยซึ่งสามารถจะตรวจสอบได้ ผมกราบเรียนเลยว่าในคดีบางเรื่อง อย่างเช่นในเรื่อง ยืมนาฬิกาที่ท่านได้พูดถึงนี่ครับ ตัวผมเองซึ่งอาจจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเคยรับราชการ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของบุคคลที่ถูกตรวจสอบผมก็ต้องถอนตัวนะครับ ผมต้องถอนตัว จากการพิจารณาในเรื่องนี้ ต้องขออนุมัติคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีก ๘ ท่านว่าผมอาจจะทำ ให้การไต่สวนหรือการตรวจสอบนั้นไม่เที่ยงธรรม เพราะว่าได้รู้จักมักคุ้นกับผู้ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนาฬิกา ทุก ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ให้คำแนะนำว่า การที่เราตั้งบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเข้าไปทำหน้าที่นั้นอาจจะทำให้การทำหน้าที่นั้น ไม่ชอบธรรม ไม่ถูกต้อง หรืออาจจะเอนเอียงไปนะครับ ก็ต้องเรียนว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อยู่ในเรื่องนี้ถ้าใครเกี่ยวข้องก็จะต้องถอนตัวนะครับ ถ้าไม่ถอนตัวนั้น ถ้าไปกระทำไม่ชอบ ไปกระทำผิดเสียเอง กรรมการ ป.ป.ช. ก็ดี พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดี โทษที่จะถูกลงจะเป็น ๒ เท่า ของโทษของเจ้าพนักงานของรัฐที่ถูกดำเนินคดีในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมนะครับ🔗
เรื่องที่ท่านประเสริฐพงษ์ได้ถามนะครับ เรื่องของมีการสำรวจความพึงพอใจ ต่อการให้บริการไหม เราก็มีนะครับ เราก็ยอมรับว่าจริง ๆ แล้วก็อยู่ที่ร้อยละ ๗๐ ก็ถึงแม้ว่า จะไม่ดีนักนะครับ ก็ต้องเรียนว่าสิ่งที่เป็นปัญหาของ ป.ป.ช. ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็คือความคาดหวังของพี่น้องประชาชน เพราะถ้าเราไปดูการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้า ซึ่งเขาทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เขาทำในเรื่องของไม่ใช่ซีพีไอ (CPI) นะครับ เขาทำเรื่อง คอร์รัปชัน ซิทูเอชัน อินเด็กซ์ (Corruption Situation Index) เรื่องสถานการณ์การทุจริต เขาก็จะถามประชาชนว่าเขาอยากเห็นอะไรเรื่องการทุจริต ประชาชนก็จะตอบอยู่เสมอว่า อยากจะเห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็รวดเร็ว เรายอมรับว่าเรามีปัญหา เรื่องความรวดเร็วอย่างที่ท่านได้เห็นสถิตินะครับ แต่ถ้าท่านดูนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เป็นต้นมา ซึ่งผมและคณะกรรมการชุดนี้ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่มีพระบรมราชโองการตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ เราได้เข้ามารับหน้าที่ในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๙ เราก็ตระหนักรู้ว่า เรามีความล่าช้า หลาย ๆ ท่านได้พูดถึงว่าเหมือนเราไปมุ่งเน้นในเรื่องของการจัดซื้อจัดหา ในท้องถิ่นก็เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าในข้อเท็จจริงนั้นเรื่องกล่าวหาที่มาสู่เรา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของท้องถิ่นนะครับ เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่เราก็ต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่นะครับ แต่เราตระหนัก ดีครับว่าเราน่าจะทำเรื่องใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเราก็น้อมรับคำแนะนำของท่านนะครับ วันนี้เรายังมีปัญหาอยู่ มันมีปัญหาอยู่เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาการทำงานของเรา เป็นเรื่องของทำจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาค ป.ป.ช. ตั้งแต่เป็น ป.ป.ป. มาเพิ่งจะได้รับคน เพิ่มมา ๗๐๐-๘๐๐ คน เมื่อปี ๒๕๕๗ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองกันนะครับ เราได้รับคนเพิ่มมา กว่าจะมีการฝึกอบรม กว่าจะมีความชำนาญ กว่าจะมีการปรับกฎหมาย ก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีรัฐธรรมนูญใหม่ก็มีการแก้กฎหมาย ป.ป.ช. อีกนะครับ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ กฎหมาย ป.ป.ช. ได้มีการบัญญัติใหม่ ยกเลิกกฎหมายปี ๒๕๔๒ เราต้องใช้เวลาในการที่จะทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายใหม่ บริบทใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ในกฎหมาย ป.ป.ช. ก็เลยทำให้กระบวนการในการบริหารจัดการอาจจะล่าช้า เหมือนผม จะต้องกราบขออภัยว่าทำไมวันนี้เรามารายงานท่านในปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ เพราะว่า มันเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง ปรับโครงสร้างให้รองรับกฎหมายใหม่ ปรับบริบทต่าง ๆ มากมาย แต่ผมกราบเรียนท่านเลยนะครับว่ารายงานปี ๒๕๖๓ จะมาถึงท่านภายในไตรมาสที่ ๒ ของปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ ผมคิดว่าจะมาถึงท่านไม่เกินมีนาคม เพราะฉะนั้นอีกไม่เกิน ๕ เดือน ๓ ๔ ๕ เดือนกระผมและคณะก็จะมารายงานความคืบหน้าของการแก้ไขดำเนินการ ในปี ๒๕๖๓ นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้มีการอภิปราย แล้วก็ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องอยากจะ ได้หนังสือรายงานนี้ให้รวดเร็ว ผมขอเรียนเป็นข้อมูลจากที่ท่านประธานได้กรุณาให้คำแนะนำ และสั่งการแล้วนะครับว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือกราบเรียนประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เพื่อส่งรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้มาสู่การพิจารณา เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๒๙ นั้นบอกให้เรารายงานต่อประธานรัฐสภา เพราะฉะนั้นเราก็ทำรายงาน มาที่ประธานรัฐสภา แต่ท่านประธานรัฐสภาได้มีการวินิจฉัยว่าเราให้เราแยกเสนอ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาซึ่งเราก็น้อมรับคำวินิจฉัย กว่าเรื่องจะกลับมาอีกทีนี่ เราก็ส่งเข้ามานะครับ หนังสือนี่ได้ส่งกลับเข้ามาถึงสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน เพราะฉะนั้นวันที่ ๖ พฤศจิกายนสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำรายงานประจำปีทั้ง ๒ ฉบับ ส่งให้ทางสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาเรียบร้อยแล้วนะครับ อย่างที่กราบเรียนว่า สำหรับปี ๒๕๖๓ นั้นเดี๋ยวเราจะรีบดำเนินการนะครับ แล้วก็จะไปพยายามทำอาจจะทำ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) หรือทำอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามที่ท่านประสงค์ เกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้นนะครับ🔗
ท่านได้มีการพูดถึงเรื่องที่ผมได้พูดถึงเรื่องความรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ นำกราบเรียนท่านนะครับว่าวันนี้เรายอมรับว่ามันล่าช้า เนื่องจากโครงสร้างกระบวนการ ทำงานบริหารจัดการ วันนี้เรากระจายให้มี ป.ป.ช. จังหวัดไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ แต่เนื่องจากยังไม่มีคน แล้วพอกระจายลงไปแล้วมันกลับเป็นผลร้ายด้วยซ้ำ เพราะว่าคนที่เก่ง ๆ ส่วนกลางไปเป็น ผอ. อยู่ต่างจังหวัดทำให้กระบวนการในการไต่สวน ต่าง ๆ มันก็ล่าช้าไป แล้วคนทำงานจากส่วนกลางไปต่างจังหวัด วันนี้เราไปต่างจังหวัด หมดแล้วครับ เรามีภาคไปหมดแล้ว เราแบ่งคดี เราบริหารคดีไปแล้วนะครับ เป็นคดีถ้าคดีเล็ก ๆ คดีขนาดกลางเราก็ให้จังหวัดดำเนินการหรือภาคดำเนินการ ถ้าเป็นคดีใหญ่จริง ๆ เราถึงจะให้ ทางสำนักส่วนกลางซึ่งมีอยู่ ๗ สำนัก ในอนาคตข้างหน้าเนื่องจากกฎหมาย ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ เป็นกฎหมายฉบับพิเศษ ท่านไปดูได้เลยพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาทุกฉบับ ไม่มีกฎหมายฉบับไหนเลยที่มีกำหนดกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ มี พ.ร.ป. ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ นี้นะครับ ในมาตรา ๔๘ ที่บอกว่าเรื่องไต่สวนของ ป.ป.ช. ต้องให้เสร็จสิ้นภายใน ๒ ปีจะขยายเวลาอีกได้ไม่เกิน ๑ ปี เว้นแต่ว่าเป็นเรื่องที่จะต้อง ขอความร่วมมือในทางอาญาระหว่างประเทศให้ขอได้ในอายุความ ถ้าหาก ป.ป.ช. ไม่สามารถ ดำเนินการได้ภายใน ๓ ปีนั้นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เลขาธิการพิจารณาว่ามีการบกพร่อง ละเลยหรือไม่และดำเนินการทางวินัยนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. ทำงานหนัก ถ้าท่านไปดูสถิติแล้วเดี๋ยวความจริงเรามีสไลด์ (Slide) นะครับ🔗
ผลการปฏิบัติงานในเรื่องของการตรวจสอบ หรือการไต่สวนเพิ่มมากเกือบเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๓ เราไต่สวนเสร็จสิ้นมากกว่า ๗๐๐ เรื่อง ขณะที่แต่ก่อนนั้นทำแค่ปีละ ๒๐๐ กว่าเรื่อง ๓๐๐ เรื่อง ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๓ เราทำไป ๗๐๐ กว่าเรื่อง เราสามารถจะทำเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นได้หลายพันคดี วันนี้ เรายอมรับว่าเรายังมีเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นยังค้างอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ เรื่อง มีเรื่องไต่สวน ค้างอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ เรื่อง วันนี้ภายในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ นี้ครับเราตั้งเป้าว่า เราจะพยายามทำเรื่อง เราจะต้องทำเรื่องไต่สวนที่รับไว้ก่อนวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ทั้งหมด ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่า ล่าช้าเงียบหายไปนั้นจะไม่หายไปอีกแล้วครับ เพราะว่าเป็นคอมมิตเมนต์ (Commitment) แล้วครับ เป็นคำมั่นว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. กับพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นจะต้องดำเนินการ ให้เสร็จสิ้นนะครับ แล้วเรื่องที่รับไว้หลัง พ.ร.ป. จะเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย เรามองว่า หลังปี ๒๕๖๔ เราทำเรื่องก่อนปี ๒๕๖๑ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๑ ที่รับไว้ได้เสร็จสิ้น ต่อไปเรื่องต่าง ๆ ก็จะทำได้ด้วยรวดเร็ว ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างคดีที่ท่านพูดว่าเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) ที่จังหวัดลำพูนเราใช้เวลา ๖ เดือน วันนี้เราชี้มูลเรียบร้อยแล้วครับ ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้วครับ วันนี้เราเห็นด้วยกับท่านครับว่าสิ่งหนึ่งเราต้องมาดูที่ระบบ แต่เรายังมีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และเราก็เห็นด้วยกับท่านว่าถ้าเราสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เขาจะไม่กล้าทำ เขาจะเกิดการลักษณะป้องปรามเขาจะไม่กล้าทำ วันนี้ ป.ป.ช. ทำเรื่องในเชิงป้อง มาตรา ๓๓ ที่ท่านนะครับ เราดำเนินการประเมินไอทีเอ (ITA) อินทีกริตี แอนด์ ทรานส์พาเรนซี แอสเซสเมนต์ (Integrity and Transparency Assessment) คุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานของรัฐ เราประเมินหน่วยงานของรัฐ ๘,๓๐๓ หน่วย ในปีที่แล้วครับ รัฐบาล คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการประเมินทุกหน่วยงานของรัฐ ประเมินในเรื่องว่าเขาได้ดำเนินการโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำใน ๓ มิติในเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ภายในองค์กรเขาเอง ความโปร่งใสและตรวจสอบได้คนภายนอกองค์กรมองเขา แล้วก็เรื่องของโอเพนดาต้า (Open Data) นะครับ โอเพนดาต้า (Open Data) ของเขาเอง ผมคิดว่าในอนาคตข้างหน้า วันนี้ถ้าหน่วยงานของรัฐมีความโปร่งใส ให้ประชาชนตรวจสอบ ได้ อย่างที่ท่านได้แนะนำนะครับ งบประมาณของ อบต. ใด อบจ. ใดมีการได้อะไร ก็เปิดเผย ให้ประชาชนเข้าไปรับรู้ เข้าไปตรวจสอบว่าเขาได้อะไร ให้เขาไปมีส่วนร่วม ป.ป.ช. เอง ก็มุ่งมั่นนะครับอย่างที่ท่านถาม ขณะนี้เราให้การบ้านไปแล้ว ถ้ามันไม่ผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการเปิดเผยความลับ ต่อไปเรื่องที่เราตรวจสอบและไต่สวนทั้งหมดเราจะรายงาน ความคืบหน้าให้สังคมทราบ ท่านจะสามารถดูทางเว็บไซต์ (Website) ขณะนี้ได้ให้การบ้าน ไปแล้วนะครับ ให้การบ้านกับทางไอที (IT) ของเราแล้วให้รายงานทุกเรื่องที่อยู่ระหว่าง การตรวจสอบ ให้รายงานทุกเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวน แต่เราจะรายงานว่าขั้นตอน อยู่ตรงไหน ขณะนี้ขั้นตอนที่สำคัญคือขั้นรวบรวมพยานหลักฐาน ขั้นแจ้งข้อกล่าวหา ขั้นสรุปสำนวน ขั้นการพิจารณาของคณะกรรมการ แล้วเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว เราส่งสำนวนให้อัยการแล้ว อัยการได้ดำเนินการสั่งคดีหรือยัง ใช้เวลานานเท่าไรนะครับ เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ผมได้นำกราบเรียนท่านวันนี้กำหนดกรอบระยะเวลาไว้หมดแล้ว ถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว ภายใน ๑๘๐ วันอัยการสูงสุดจะต้องสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ถ้าหากว่า อัยการสูงสุดเห็นว่าไม่สมบูรณ์ก็ต้องตั้งกรรมการร่วม แล้วก็ต้องทำในกรอบระยะเวลา ถึงแม้ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีอำนาจฟ้องคดีได้เองก็ต้องเป็นกรณีที่หาข้อยุติ กับอัยการสูงสุดไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าในไม่ช้าเมื่อเราสามารถ เคลียร์ (Clear) เรื่องเก่าในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ หมดไปแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. และพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สามารถจะยืนยันได้ครับว่าต่อไปทุกเรื่องจะมีประสิทธิภาพ รวดเร็วแล้วก็ตรวจสอบได้ และผมเชื่อว่าวันนั้นการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพ และจะเกิดความเกรงกลัวคดีก็จะหายไป🔗
มีอีกงานหนึ่งที่สำคัญมากที่ผมได้แจกไป ก็เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ นั้น มอบให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ตรวจรับคำกล่าวหา วันนี้เราได้ตรวจรับคำกล่าวหา ทุกเรื่อง แต่ก่อนกฎหมายปี ๒๕๖๑ ตำรวจเขารับเขาอาจจะส่งให้ ป.ป.ช. แต่ว่า ถ้า ป.ป.ท. รับเขาก็ดำเนินการได้เลย แต่กฎหมายปี ๒๕๖๑ บอกว่าให้ดำเนินการผ่าน ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นวันนี้ ป.ป.ช. ได้ตรวจรับเองแล้ว ผมถึงได้รีบให้เขาผลิตและรีบเอามาส่งให้ท่านดู เพราะผมมองว่าการตรวจรับคำกล่าวหาตรงนี้อีกหน่อยจะมีนัยสำคัญเสียยิ่งกว่าคะแนน ซีพีไอ (CPI) อีก คะแนนซีพีไอ (CPI) มาจากดัชนี ๙ ดัชนีนะครับ แต่ละดัชนีเกี่ยวกับการลงทุน เกี่ยวกับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย มีคนที่รับผิดชอบ อีกมากมาย แล้วก็เป็นเรื่องของการสำรวจ เป็นเรื่องการสำรวจที่ผู้ดำเนินการตามดัชนีต่าง ๆ ทั้ง ๙ ดัชนีซึ่งอยู่ในรายงานของ ป.ป.ช. เขาไปดำเนินการ วันนี้เราไม่ได้บอกว่าซีพีไอ (CPI) ไม่ดีนะครับ เพียงแต่เราบอกว่าซีพีไอ (CPI) ก็ดีเป็นเรื่องที่ต่างชาติเขามองเรา วันนี้เราได้ ๓๖ คะแนน เราตั้งเป้าว่าในปี ๒๕๖๕ จะให้ได้ ๕๐ คะแนน แต่เราคิดว่า ๓๖ คะแนนนี่ก็ยังน้อย แต่ขณะนี้เรากำลังจะบอกว่านอกจากซีพีไอ (CPI) แล้วลองมาดูเรื่องดัชนีตัวชี้วัดเรื่องการตรวจรับ คำกล่าวหา เพราะในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๒ ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่อง แต่ในปี ๒๕๖๓ คนที่มาร้องกับเรา เหลือแค่ ๘,๐๐๐ กว่าราย ลดไป ๑๖ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ท่านไปดูรายละเอียดในเอกสาร ที่ผมแจกท่านจะเห็นว่าเรื่องที่มาร้องกับเราก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๒ นะครับ ท่านจะเห็นว่าคนที่เขามาร้อง ป.ป.ช. เขามาร้อง ๑๐ ปีที่แล้วก็มี ๕ ปีที่แล้วก็มี ถ้าเขารู้สึก ไม่มั่นใจต่อ ป.ป.ช. เขาก็ไม่มาร้อง แต่ถ้าเขามั่นใจปีนั้น ป.ป.ช. อาจจะรับเรื่องมากมาย จนเหมือนกับว่าคนมาร้องเรียนเรื่องทุจริตมากมาย แต่พอเราไปวิเคราะห์รายละเอียดต่าง ๆ แล้วเราจะเห็นความแตกต่างครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้ความหวังในเรื่องซีพีไอ (CPI) ที่จะมาเสริม ก็คือเรื่องกระบวนการตรวจรับคำกล่าวหาของ ป.ป.ช. นะครับ🔗
ผมขอเน้นอีกอย่างนะครับ ที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน คณะกรรมการ ป.ป.ช. เรายังมีกฎหมาย มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ เป็นไปอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้คำแนะนำนะครับ ซึ่งเรามีสำนักอยู่สำนักหนึ่ง เรียกว่า สำนักมาตรการและนวัตกรรม สมน. นี่ครับจะดูว่าเรื่องไหนที่มีการฝ่าฝืนอยู่จำนวนมาก เราจะเชิญหน่วยที่เกี่ยวข้องมาหารือ หาแนวทางที่เราเรียกว่าบทเรียนที่ได้ บทเรียนไม่ว่าจะ เป็นเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) หรือเป็นเวิรสต์แพร็กทิซ (Worst Practice) แล้วมาทำ ข้อเสนอแนะ แล้วก็เสนอแนะไปต่อ ครม. ก็จะมีหลาย ๆ เรื่องที่ท่านจะเห็นในรายงาน ประจำปี เราจะใช้กระบวนการตรงนี้ในการที่จะปิดช่องโหว่ต่าง ๆ แล้วก็เอาบริบทที่ถูกต้อง มาเป็นเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) เพื่อจะไปเผยแพร่ เราก็หวังว่าตรงนี้หลังจากที่เรา ได้รับคำกล่าวหาแล้วนี่เราจะบอกได้หมดเลยว่าจังหวัดไหนมีคำกล่าวหาไปที่ไหน อย่างไร ที่ อบต. ที่เทศบาลตำบล เทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร คำกล่าวหาเขาคืออะไร วันนี้เรามี คณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่องการป้องกัน ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช. ๙ คนลงพื้นที่ทั้ง ๙ ภาค และมีภาคประชาชนมาเป็นกรรมการทำงานร่วมกับผู้ว่าเพื่อจะเอาคะแนนของไอทีเอ (ITA) เพื่อจะเอาผลการตรวจรับคำกล่าวหาไปลักษณะในเชิงป้องปราม ในเชิงสร้างสรรค์ ไปแนะนำเขาว่าช่องโหว่อะไรบ้างที่เขาถูกกล่าวหาว่าเขากระทำไม่ถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้าง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ความสำคัญ และเราเห็นตรงกับท่าน นะครับว่างานป้องต้องนำปราบ แต่วันนี้งานปราบยังเป็นปัญหาเรื่องความล่าช้า ขอเวลาเรา อีกสักปี ไม่เกิน ๒ ปีนะครับ งานปราบผมเชื่อว่าจะน้อยลงแล้วเราจะไปทำในเรื่องอะไรครับ เมื่อในการปรับโครงสร้างหลังจากที่มีกฎหมาย พ.ร.ป. ใหม่เราตั้งสำนักใหม่ขึ้นมาเรียกว่า สำนักไต่สวนคดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเราเห็นว่าคดีเหล่านี้ คดีที่การเอาที่ดิน เอาทรัพยากรของชาติไปโดยมิชอบนั้นเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เราจะมีเวลา ในการที่มาทำคดีพวกนี้ คดีที่เป็นเรื่องสำคัญ ๆ เรามีสำนักไต่สวนคดีเกี่ยวกับนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระซึ่งท่านสุภาท่านรับผิดชอบอยู่นี่นะครับ และวันนี้เราพยายามที่จะ ทำเรื่องพวกนี้ เอาเวลามาทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างที่ท่านกรุณาแนะนำ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานนี่ครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ค้างอยู่จะหายไป เพราะฉะนั้นที่ท่านถามเหมือนอย่างที่เมื่อสักครู่ มีท่านวิศณุพูดถึงเรื่องรายงานนี่ครับ รายละเอียดนี่ครับ เกี่ยวกับเรื่องผลการดำเนินการ ที่เป็นตาราง อันหนึ่งที่ท่านเห็นว่ามันซ้ำซ้อนกันก็เพราะว่าในการดำเนินการในทุกเรื่องนั้น ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยกฎหมายบอกว่าให้เราส่งหน่วยงานอื่น ทีนี้อำนาจการส่งหน่วยงานอื่น ถ้าเราเห็นว่ามันมีคดีอาญาด้วยเราจะส่งพนักงานสอบสวนถ้าเป็นคดีอาญาอย่างเดียว ส่งพนักงานสอบสวน แต่ถ้าเห็นว่าถ้ามีวินัยด้วยอาจจะมีการบกพร่องในทางวินัย เราจะส่งผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน บางเรื่องเราจะส่งแต่พนักงานสอบสวน บางเรื่องเราส่งแต่ผู้บังคับบัญชานะครับ ซึ่งกฎหมายใหม่ก็คือส่งพนักงานสอบสวนก็ส่ง ตามมาตรา ๖๑ กับมาตรา ๖๓ แต่ถ้าส่งผู้บังคับบัญชาเราจะส่งมาตรา ๖๔ แต่ถ้าบางเรื่อง เราเห็นว่ามีทั้งเรื่องของอาญา มีทั้งเรื่องวินัย เราจะส่งทั้งมาตรา ๖๑ มาตรา ๖๓ แล้วก็ มาตรา ๖๔ เพราะเวลาเราลงในรายละเอียดเราจะใส่ทุกช่องที่เราต้องใส่อย่างนั้นเพราะอะไร เพราะกฎหมายบอกว่าเมื่อเราส่งแล้วให้เราไปติดตามผลการดำเนินการด้วย หน่วยที่เขารับเรื่องไป เขาไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เขาต้องรายงานผลมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้มาดูผลการดำเนินการว่าเป็นไปถูกต้องไหม ได้รับความเป็นธรรมไหม มีความไม่เที่ยงธรรมไหม เพราะมาตรา ๖๖ ก็ยังให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถ้าหาก การดำเนินการของหน่วยงานนั้นไม่เที่ยงธรรมเราสามารถที่จะดึงเรื่องกลับมาทำได้ เพราะฉะนั้น ที่ท่านวิศณุถามนั้นก็คงจะเป็นประเด็นที่เราแยกเรื่องเพื่อให้ให้เกิดความชัดเจนในสถิติ เพื่อประโยชน์ในการติดตามเรื่องนะครับ🔗
เรื่องของท่านรังสิมา ผมก็ได้พูดไปแล้วนะครับ🔗
เรื่องงบประมาณนะครับต้องขอบคุณที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ การสนับสนุน แต่ก็ต้องเรียนว่าอย่างที่รายงานปี ๒๕๖๒ ครับ เรื่องกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง กับโครงการของรัฐนั้นถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบประมาณ ป.ป.ช. ป.ป.ท. รวมทั้ง งบบูรณาการรวมกันปีหนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเองครับ ของ ป.ปช. ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป.ป.ท. ไม่กี่ร้อยล้านบาท และงบบูรณาการประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแล้วก็เป็น ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ของงบแผ่นดิน งบตาม พ.ร.บ. งบประมาณ ซึ่งน้อยมาก กับความเสียหาย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องกราบเรียนท่านว่าต้องกราบขอบพระคุณ ที่ท่านได้อภิปรายสนับสนุนนะครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็มีเรื่อง ที่จะขอความอนุเคราะห์ไว้เผื่อล่วงหน้าเลย เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการก่อสร้าง วันนี้ ป.ป.ช. มีที่ทำการหลังจากที่เรากระจายไปอยู่ตามต่างจังหวัด เรามีที่ทำการจริง ๆ แล้ว ประมาณ ๒๐ กว่าแห่งเองครับ ที่เหลือเราก็ขออยู่ในส่วนราชการอื่นบ้าง ไปเช่าเขาเสีย ส่วนใหญ่นะครับ วันนี้เราต้องการที่จะมีที่ทำการเพราะว่าถ้ามีที่ทำการงานของเราเป็นเรื่องลับ ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เราก็อาจจะต้องขอความอนุเคราะห์ท่านในการสนับสนุน เรื่องงบประมาณในการก่อสร้างที่ทำการในที่เรากระจายอำนาจไป รวมทั้งงบที่ท่านได้กรุณา อภิปรายสนับสนุนก็คือเรื่องการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราก็จะของบประมาณ ใน ๒ ส่วน คืองบบูรณาการ เพราะว่าเรายอมรับว่าคนของเรามีเจ้าหน้าที่ป้องกันทุจริต จังหวัดละ ๒ คนเองครับ เราไม่มีศักยภาพที่จะไปทำเรื่องการป้องกันถ้าเราไม่ไปขับเคลื่อน โดยอาศัยชมรมสตรอง (STRONG) โดยอาศัยหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นงบบูรณาการ จะเป็นงบที่สำคัญที่สุดที่จะเอามาใช้ในการป้องกันการทุจริตตามที่ท่านได้กรุณา รวมทั้ง เรื่องไอทีเอ (ITA) ด้วยนะครับ วันนี้ท่านสุวรรณาที่มากับผมเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องไอทีเอ (ITA) ถ้าเราทำไอทีเอ (ITA) ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีการประเมินผมเชื่อว่า ซีพีไอ (CPI) ก็จะขึ้นครับ ถ้าไอทีเอ (ITA) เราได้คะแนนสูง ซีพีไอ (CPI) มันจะออโต (Auto) ตามมาเลยครับ เพราะว่าถ้าหน่วยงานของรัฐโปร่งใสตรวจสอบได้ วันนี้เราต้องขอบคุณ กทม. จริงๆ เขตของ กทม. เขายังไม่ต้องประเมินหรอกครับ เขาประเมิน กทม. เป็นองค์กร แต่ กทม. เขาเสียสละ เขาสมัครใจในการประเมิน ๕๐ เขต วันนี้เราประเมิน กทม. มาแล้ว ๕๐ เขต ได้คะแนนมาแล้วว่าเขตไหนได้คะแนนอย่างไร ซึ่งเราก็จะเอาอันนี้ไปแชร์ กับผู้บริหารของ กทม. ซึ่งเขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เราก็กำลังจะไปดูว่า เขตของ กทม. อะไรที่ได้คะแนนน้อย จะมีมาตรการอย่างไรเพิ่มประสิทธิภาพให้เขาโปร่งใส มากขึ้นแล้วก็ให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ๘,๓๐๓ หน่วย มีคนเข้ามาร่วมประเมินกับเรา ๑ ล้านกว่าคนนะครับ เป็นการประเมินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยใช้งบประมาณเพียงแค่สัก ๗๐ ล้านบาท งบส่วนใหญ่ก็เป็นงบที่จ้างที่ปรึกษาทั้งนั้น เดิมทีเราเคยทำโดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ใช้เงินถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เราประเมินโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยนะครับ ใช้ระบบฐานข้อมูลเข้ามาเราใช้เงินประมาณ ๗๐ ล้านบาท แล้วผมก็เชื่อว่าเราจะมุ่งมั่นตรงนี้ ไปนะครับ🔗
ท่านซูการ์โน มะทา ผมก็ได้กราบเรียนไปแล้วนะครับเกี่ยวกับเรื่องที่ท่าน คอมเมนต์ (Comment) เรื่องรายงานประจำปีนะครับ ท่านถามเรื่องเกี่ยวกับว่าเราไม่ได้ใช้ กลไกทางศาสนา เรียนว่ากลไกทางศาสนาเป็นเรื่องสำคัญนะครับ วันนี้เราได้ดำเนินการ โดยใช้เรื่องการขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กลไกทางศาสนา สร้างสังคมที่ไม่ทน ต่อการทุจริตนะครับ เราสร้างวัฒนธรรมใหม่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ๕ หลักสูตร หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาที่สำคัญได้ถูกกระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ ในสถาบันการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานหมดแล้ว เรากำลังขับเคลื่อนในทุกด้าน เพราะว่า หัวใจของเรื่องหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาก็คือการสอนให้คนรู้จักเรื่องของผลประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนนะครับ เพราะฉะนั้นเราใช้ทุกมิติไม่ว่าศาสนาไหน เรากำลังดำเนินการนะครับ วันนี้เรามีกรรมการ ๓ ท่านที่รับผิดชอบงานด้านป้องกัน วันนี้เรามีรองเลขาธิการที่ต้องขับเคลื่อนตัวนี้โดยตรง แล้ววันที่เราก็ตั้งตัวชี้วัดของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ด้านการป้องกันชัดเจนว่าต้องมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ในเรื่องงานป้องกัน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่าเราเห็นความสำคัญของทุกศาสนาเพราะทุกศาสนาสอนให้ เป็นคนดี เราก็จะเอาเรื่องนี้มานะครับ🔗
มีการพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณพนม คุณพนมถูกดำเนินคดีนะครับ ศาลตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว แต่คุณนพรัตน์เขาหลบหนีครับ แต่ทุกคดีที่เกี่ยวกับสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เงินทอนวัดต่าง ๆ นั้นเรื่องที่ ป.ป.ช. ไต่สวนนั้นชี้มูลเกือบหมดแล้วครับ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่งคดีให้ทางอัยการสูงสุดไปหมดแล้ว หลายเรื่องเข้าไปสู่ศาล แล้วนะครับ แล้วก็มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติของคุณพนม คุณนพรัตน์ ขณะนี้กรรมการ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบจะมีท่านสุภา ซึ่งท่านเองก็เป็นเอกซ์เพิร์ต (Expert) ในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สินนะครับ🔗
เมื่อครู่นี้ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องนำประเด็นของการยื่นบัญชีทรัพย์สินมาใช้ อันนี้เป็นหัวใจนะครับ เพราะว่าอยู่ในรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่เป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินตามมาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๓ ก็คือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หรือตำแหน่งสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศซึ่งก็มีเป็นจำนวนหลายหมื่นเหมือนกันนะครับ ในอดีตที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่า เนื่องจากการที่ไม่ได้กระจายอำนาจคนของเราที่สำนักส่วนกลางก็ไปทำเรื่องตรวจบัญชี ก็ทำให้บัญชีคั่งค้างเยอะ วันนี้เรากระจายไปหมดแล้วครับ เรามีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เขาก็จะไปตรวจบัญชีต่าง ๆ เราออกระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีการกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบทรัพย์สิน เราเชื่อมั่นว่าภายในปีนี้เรื่องค้างเก่า เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินจะหมดไป วันนี้เราเตรียมความพร้อมคนของ ป.ป.ช. ในการรับบัญชีใหม่ประมาณ ๖,๐๐๐ บัญชี เพราะจะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๐ ธันวาคม จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. ก็จะมีคนที่พ้นและยื่นใหม่ประมาณ ๖,๐๐๐ บัญชี เราจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วันและเปิดเผยให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบนะครับ เพราะฉะนั้นจะเป็นมิติใหม่🔗
มีอีกมาตราหนึ่งครับ ในมาตรา ๑๓๐ ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. นะครับ นอกจาก ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ ป.ป.ช. ได้กำหนดว่าจะต้องยื่นบัญชีกับเรา แล้วก็เปิดเผยผลด้วย มาตรา ๑๓๐ จะกำหนดว่าให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกนายยื่นบัญชีกับผู้บังคับบัญชานะครับ ขณะนี้ เพื่อเป็นการลดภาระของรัฐ เพราะว่าถ้ายื่นผู้บังคับบัญชาทั้งหมดก็จะเป็นปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ จะมีเป็นจำนวนล้านคน วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องเสนอรัฐบาลให้ออก พระราชกฤษฎีกา เราได้มีการประชุมกันแล้วว่าเราจะออกพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้ เจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานไหนบ้างที่มีความสุ่มเสี่ยงในการที่อาจจะเป็นจุดที่เกิดความเสียหาย ในเรื่องความทุจริต ยกตัวอย่างกราบเรียนได้เลยว่าอย่างหน่วยงานที่ได้กำหนดหน่วยแรก ก็คือ ๑. ตำรวจ ๒. กระทรวงการคลัง ซึ่งมีกรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต เพราะฉะนั้น ๔ หน่วยงานนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ปัจจุบันนี้ยื่นบัญชีอยู่แล้วแต่เป็นผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ไต่สวน ทุกคนต้องยื่นบัญชีตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่เราจะให้ยื่นทุกคนนะครับ ต่อไปเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จะยื่นทุกคน พร้อมกับหน่วยงาน เพราะว่าเราคิดว่าถ้ายื่นทุกคนตามมาตรา ๑๓๐ นี่มันมีบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๐๐ อยู่นะครับว่า สามารถจะเลือกกลุ่มไหนก็ได้ก่อนที่คิดว่าจะเหมาะสม เราก็คิดว่าเราจะเลือก แล้วกำลัง พยายามดำเนินการที่จะไปสู่การยื่นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะถ้ายื่นเป็นเพเพอร์ (Paper) จะเก็บไว้กับใคร เจ้าหน้าที่อาจจะต้องใช้งบประมาณ ต้องขอเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดเก็บ ผมเชื่อว่าภายในปี ๒๕๖๔ ร่างพระราชกฤษฎีกาก็จะเสนอไปรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกา เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้องยื่นตามมาตรา ๑๓๐ ก็จะเป็นกลไกอีกอันหนึ่งที่จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ มีความโปร่งใส และเป็นเครื่องให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น อันนี้ก็จะ เป็นไปตามที่ท่านได้กรุณาอภิปราย สักครู่นะครับ ผมจดที่ท่าน ผมจะลองไล่ดูนะครับ ท่านณัฏฐ์ชนนไปแล้วนะครับ ท่านวิศณุ เรื่องยอดค้างก็ได้เรียนชี้แจงไปแล้วนะครับ🔗
เรื่องที่ท่านพูดว่าขาดอายุความใครรับผิดชอบ ขาดอายุความนี่ครับ ถ้าขาดอายุ ความนี่ออกจากราชการสถานเดียวครับ ออกจากราชการแน่นอน อันนี้ท่านอาจจะมองว่า ป.ป.ช. มีเรื่องขาดอายุความ แต่ขอเรียนว่าการกระทำผิดตามข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. นั้น บางทีมันเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท มันมีบทที่กฎหมายมีอายุความสั้น และมีอายุ ความยาว บางกรณีนั้นอาจจะเป็นบทที่อายุความสั้น ๑๐ ปี ถ้าเป็นมาตรา ๑๕๗ ๔๕ ปี ถ้าเป็นมาตรา ๑๖๒ เรื่องรับรองเอกสารเป็นเท็จอะไรต่าง ๆ ก็จะ ๑๐ ปี แต่ถ้าเป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๔๗ ยักยอกอะไรอย่างนี้ก็ ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นยืนยันนะครับว่า เรื่องที่ ป.ป.ช. ยังดำเนินการไต่สวนอยู่นั้นยังไม่ขาดอายุความครับ เพราะถ้าขาดกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องรับผิดชอบ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ อาจจะมีบางกรณีบางข้อหานั้น ขาดอายุความนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าขาดอายุความมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแน่นอน เราจะไม่ปล่อยนะครับ🔗
สำหรับเรื่องท่านประเสริฐพงษ์เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับกระบี่ เรื่องคลองอะไรต่าง ๆ เดี๋ยวเราจะไปดำเนินการสอบถามแล้วก็ติดตามนะครับ🔗
ท่านสุรทินพูดถึงเรื่องข้อกล่าวหา ท่านพนม ศรศิลป์ เงินทอนวัดก็ได้นำ กราบเรียนไปแล้วนะครับ🔗
เรื่องของท่านพงษ์ศักดิ์ ท่านพงษ์ศักดิ์นี่ก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนายอำเภอ แล้วก็เรื่องของการสอบที่จังหวัดราชบุรี ต้องขอเรียนว่าจังหวัดราชบุรีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสร็จสิ้นการไต่สวนเรื่องที่ราชบุรีแล้ว ไม่เฉพาะแค่ผู้กระทำผิดในราชบุรีนะครับ กระทบ ไปถึงนายก อบต. ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยรวมแล้วเป็นคดีทั้งสิ้น ๑๐๐ กว่าเรื่อง เราเสร็จสิ้น หมดแล้วชี้มูลแล้ว แล้วก็ส่งเรื่องให้กับอัยการเฉพาะที่เราชี้มูลนะครับ ที่ไม่ชี้มูลนี่ตกไป ถ้าเขา ไม่ผิดก็ตกไป ทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานหมดนะครับ🔗
เรื่องการรับคำกล่าวหา เรื่องการดำเนินการกับฝ่ายไหนนะครับ ขอเรียนว่า อย่างที่ผมได้เรียนนะครับ ทุกเรื่องที่มีคำกล่าวหา ป.ป.ช. ต้องไปตรวจสอบทุกเรื่อง ให้ไปตรวจสอบ แล้วก็สามารถจะเข้ามาซักถามตรวจสอบเราได้ ติดตามได้ เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะเอาไป เก็บได้ และยิ่งที่ผมได้ให้คำมั่นกับท่านแล้วว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะทำเรื่องเก่าให้เสร็จสิ้น ภายในเดือนกรกฎาคมแล้วหลังจากนั้นผมคิดว่าทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น🔗
ท่านขอให้รายงานโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐ อันนั้นไม่ใช่จะอยู่ในรายงานนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าเราจะพยายามให้ทำระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบได้🔗
ท่านวีระกรก็ลดเรื่องท้องถิ่น ผมได้นำเรียนพาดพิงไปถึงเรื่องไอทีเอ (ITA) ได้ชี้แจงไพรออริตี (Priority) ไพรออริไทซ์ (Prioritize) เห็นด้วยกับท่านนะครับ วันไหนที่เรา สามารถขจัดความรุงรังในเรื่องค้างเก่าเราได้เราจะจัดไพรออริตี (Priority) ให้คุ้มค่ากับ การลงทุนที่เราจะต้องลงทุน เพราะว่าการไต่สวน ป.ป.ช. จะเป็นการไต่สวนที่มีลักษณะพิเศษ คือเราให้ความสำคัญกับกระบวนการไต่สวนมาก เราให้โอกาสผู้ที่ถูกกล่าวหามาก ในการที่จะ ต้องแจ้งข้อกล่าวหา ให้เขาชี้แจงข้อกล่าวหา เป็นกระบวนการที่ทำควบคู่ไปกับทางอาญา และทางวินัย เพราะฉะนั้นท่านอาจจะดูเยิ่นเย้อนะครับ กฎหมายให้โอกาสมากเลยที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาสามารถจะนำพยานหลักฐานมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวน ได้ตลอดเวลา และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องวินิจฉัยด้วยว่าจะเอาเข้าสำนวนหรือไม่เข้า สำนวนนะครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม เราเห็นด้วยกับท่านว่าต่อไปการทำงานของเรา เราก็จะจัดไพรออริตี (Priority) อย่างที่ผมว่า ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรเราอาจจะทุ่มเทเงิน คน ไปทำในเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็น เรื่องที่เสียหายกับรัฐอย่างมหาศาลนะครับ🔗
ท่านทวีก็ได้พูดถึงยุทธศาสตร์ปัญหาการทุจริตความยากจน ก็อย่างที่ผมเรียน เราก็เห็นว่าการทุจริตมันไม่ได้ด้อยกว่ายาเสพติดหรือปัญหาความยากจนนะครับ แต่ขณะนี้ ก็ยังมีความรู้สึกน้อยใจกับรัฐบาลเหมือนกันว่าสิ่งที่ให้เรา ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านไปดูได้นะครับ🔗
ท่านอิสสระนะครับ ก็เรียนว่ายอมรับเราจะรับไปดูเรื่องการตั้งคนในท้องถิ่น เข้าไปทำงาน แต่อยากเรียนว่าเรามีกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าเกี่ยวข้องเขาไม่ถอนตัวเขาจะปฏิบัติ หน้าที่มิชอบเขาต้องถอนตัวครับ ก็คิดว่าตรงนี้ทุกคนต้องตระหนักถ้ารู้ว่าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กับเรื่องที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไต่สวนนี่ พนักงานเจ้าหน้าที่คนนั้น กรรมการคนนั้นถ้าไม่ถอนตัว มีการกล่าวหาเราจะถูกไต่สวนเสียเองเหมือนกันนะครับ เพราะว่าถ้ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำผิดนี่นะครับ สภาแห่งนี้สามารถส่งไปให้ประธานศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ไต่สวนพวกกระผมได้ แล้วเมื่อศาลฎีกาตั้งแล้วพวกกระผมก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นะครับ มันเป็นขั้นตอนที่อยู่ในการตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะระมัดระวังเรื่องการที่จะมี ผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้นะครับ🔗
ท่านสุรินทร์ก็ได้พูดถึงงบประมาณที่ผมได้เรียนแล้วให้ตรวจสอบกองทุนต่าง ๆ เรามีเรื่องไต่สวนอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวต้องไปดูว่ามีอะไรบ้าง🔗
ต้องขอบพระคุณท่านกนกที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำ ๔ ประการ ซึ่งกระผม เห็นด้วยนะครับ แล้วเราก็พยายามจะดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับที่ผมได้กราบเรียนว่าสำนัก มาตรการและนวัตกรรมมาทำในเรื่องการเอาเลสซันส์เลิรนด์ (Lessons learned) ไม่ว่า จะเรื่องของเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) หรือเวิรสต์แพร็กทิซ (Worst practice) มาทำนะครับ🔗
เรื่องที่ท่านแนะนำเกี่ยวกับเรื่องอีบิดดิง (e-Bidding) ประกวดราคา เดี๋ยวท่านสุภา ซึ่งมาจากกรมบัญชีกลางจะรับไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้างนะครับ🔗
การทำงานในเชิงรุก อันนี้เป็นสิ่งที่ผมสนใจนะครับก็จะดำเนินการ ก็อยู่ใน กลไกของการดำเนินการในเรื่องตามมาตรา ๓๒ ก็ดี หรือมาตรา ๓๕ ที่เราทำเรื่องมาตรการ เสนอนำเสนอ ครม. ไปเช่นกันนะครับ🔗
ท่านอุบลศักดิ์นะครับ ท่านก็ท้วงติงการทำหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ ท่านพูดถึง คดีเรื่องลำไย หรือเรื่องหอมนี่เดี๋ยวเราจะไปตรวจสอบดูนะครับ ยืนยันนะครับเราจะไม่ ลูบหน้าปะจมูกนะครับ เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่จะทำให้พวกกระผมและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ยืนอยู่ได้ก็คือเรื่องพยานหลักฐาน เพราะว่าทุกเรื่องเราต้องตอบสังคมได้ ท่านจะสามารถ เข้ามาดูได้ ความเห็นส่วนตนมีอย่างไรท่านก็สามารถเข้ามาดูได้นะครับ ไม่อย่างนั้นเราก็จะต้อง ถูกตรวจสอบเช่นเดียวกันนะครับ🔗
ท่านขจิตรก็พูดถึงเรื่องความสำคัญของประชาชน การอบรม ซึ่งเราก็มี สตรอง (STRONG) อย่างที่ได้กราบเรียนแล้วนะครับ🔗
ท่านนายแพทย์บัญญัติ เรื่องตัวชี้วัด เรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งผม ได้กราบเรียนมาตรา ๑๓๐ แล้วกลไกในการที่เราดำเนินการเรื่องการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งต่อไปจะรวดเร็ว จะไม่มีความล่าช้า เพราะฉะนั้นคดีที่เราชี้มูลจงใจนี่อายุความแค่ ๕ ปี ในอดีตที่ผ่านมาเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องบุคลากร คดีใกล้ขาดอายุความทั้งสิ้นที่เรา นำเรื่องสู่ศาล ขณะนี้กฎหมายได้เคร่งครัดในเรื่องการจะชี้จงใจ ไม่ปกปิดว่าจะต้องมีการแจ้ง ข้อกล่าวหา เราได้ตั้งตัวเคพีไอ (KPI) ไว้แล้วว่าต่อไปนี้จะต้องมีความรวดเร็ว เรื่องจะต้อง ไม่ใช่ใกล้ขาดอายุความนะครับ ก็จะต้องรวดเร็วครับ🔗
ท่านสุพิศาลก็ได้พูดถึงเรื่องงบบูรณาการ เรื่องของการขาดการขับเคลื่อน แผนงานบูรณาการ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ซึ่งอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับว่าเราเห็นความสำคัญว่า ป.ป.ช. ทำไม่ได้ถ้าไม่มีพี่น้องประชาชน ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะว่าอีก ๒๐ กระทรวง เขาจะต้องเป็นคนขับเคลื่อนหลัก วันนี้เราต้องขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาทั้ง ๑๖ ท่านที่กรุณาให้ข้อคิดเห็น และอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ รายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ตอนนี้เราปิดเล่มแล้วครับ วันนี้เราตั้ง เราเรียกว่าเป็นเหมือนศูนย์คอมมานด์ (Command) ครับ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เราประชุมกัน ทุกเช้าวันพฤหัสบดี ผู้บริหารจะมาขับเคลื่อนการทำงานของเราอย่างจริงจัง แก้ปัญหากัน อย่างจริงจัง เราก็คอนเฟอเรนช์ (Conference) ไปทั่วประเทศ ทำให้เราสามารถตอนนี้ เราจะมี ๑๔ ข้อมูล ที่ผมเรียนท่านว่าการตรวจรับคำกล่าวหาของเราอีกหน่อยจะมีคุณค่า ในการปฏิบัติ ในการวางแผน ในการวางกำหนดยุทธศาสตร์ และผมเชื่อว่าจะมีคุณค่ายิ่งกว่า คะแนนซีพีไอ (CPI) ที่ทีไอ (TI) เขาทำอีก เราพึ่งตัวเราเองครับ เราทำจากข้อเท็จจริง ผมคิดว่าวันนี้อาจจะมีข้อบกพร่องอะไรบ้างซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็น้อมรับนะครับ ท่านประธาน ต้องกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรังสิมา มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้ตอบดิฉันเกี่ยวกับเรื่องเตาเผาขยะ ไม่ใช่นะคะ เตาเผาศพค่ะ เตาเผาศพไร้มลพิษนะคะ เดี๋ยวท่านจะไปหาเตาผิด มันจะหา ไม่เจอ แล้วก็ท่านตอบมามี ๒ เรื่อง เตาเผาศพกับรถ แต่ทีนี้ดิฉันจะฝากเรื่องดูงาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ๑๙ ล้านบาท อันนี้มันจะ ๑๐ ปีแล้ว แล้วก็โครงการปรับปรุงศูนย์เรียนรู้ ตามรอยเท้าพ่อของแผ่นดิน ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านไหนครับ🔗
ณัฏฐ์ชนนครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา จากการได้ฟังท่านประธาน ตอบเมื่อสักครู่นี้ผมก็เข้าใจประเด็นมาตรา ๓๔ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ส.ส. เองกับ ป.ป.ช. เราไม่ใช่คู่ขัดแย้งครับ แต่สิ่งที่ผมนำเรียนให้กับคณะ ป.ป.ช. ทั้งคณะ ไม่ว่าจะเป็นประธาน รองประธาน เลขานุการ รองเลขานุการที่มาครบวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือปัญหาที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกังวล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมก็เป็นกรณี ตัวอย่าง วันนี้ท่านนิวัติไชย เกษมมงคล ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่ร้องเรียนผม คงนั่งอยู่ในที่นี้ ผมก็เลยอยากฝากสั้น ๆ ครับท่านประธาน ๓ ประเด็น เพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่อยู่ ณ ที่นี้ได้เข้าใจว่าการทำหน้าที่ของ ส.ส. ในสภาเขาทำอะไรกัน ผมใช้การประชุมสภา ผู้แทนราษฎรในช่วงการปรึกษาหารือนำความเดือดร้อนของประชาชนมาอภิปราย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการและจัดสรรงบประมาณ และได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดีเป็นที่มาของงบประมาณ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องมาศึกษาครับว่า สภาที่เปิดให้ ส.ส. ได้ปรึกษาหารือ ๓๐ ท่านแต่ละวันนี่คือช่องทางของการทำหน้าที่ครับ🔗
ข้อที่ ๒ ผมเองเป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ก็เลยเป็นที่มา ของการร้องครั้งนี้ เพราะฉะนั้นอำนาจของกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ โดยสามารถค้นหาความจริงจากไหนได้ครับ บันทึกการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการ สามารถสอบถามจากอนุกรรมาธิการท่านอื่น ๆ หรือหน่วยงานรับงบประมาณที่มาชี้แจงว่า พฤติกรรมของ ส.ส. มีการตัดงบ ต่อรองงบที่ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องไปศึกษาประเด็นนี้ด้วย🔗
ข้อสุดท้ายนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการ งบประมาณทราบดีครับถึงข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๑๔ ไม่ให้สามารถ ดำเนินการใด ๆ ในการแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับงบประมาณประจำปี เพราะฉะนั้นก็อยากให้ ป.ป.ช. ทุกท่านได้ดูว่าพฤติกรรม อำนาจหน้าที่ของ ส.ส. ที่เราทำอยู่มันผิดรัฐธรรมนูญ หรือเปล่านะครับ🔗
ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่าน ผมเองก็เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ยื่นบัญชี ทรัพย์สินปฏิสัมพันธ์กับท่านมาตลอด ก็ขอเป็นกำลังใจนะครับ ให้โอกาส ส.ส. น้ำดี ได้ทำงานในสภาบ้างครับ ขอบคุณครับ🔗
ยังมี ท่านสมาชิกท่านใดติดใจอยากจะสอบถามเรื่องอะไรอีกไหมครับ ท่านนิยมเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตถามเป็นเรื่องข้อข้องใจ ที่ท่านประธาน ป.ป.ช. ได้ชี้แจงก็เข้าใจในหลายเรื่อง แต่ว่าบังเอิญผมจดประเด็นตามท่านอยู่ก็เลยยังสงสัยอยู่ ความจริงในเรื่อง ป.ป.ช. ก็เป็นความหวัง ของประชาชนจริง ๆ นะ ผมเป็นคนหนึ่งในสมัยเป็น ส.ส. ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ได้มีส่วน ในการร่าง พ.ร.บ. ป.ป.ช. ที่ให้มีสิทธิในการฟ้องเองนี่ผมเป็นคนหนึ่ง แต่ว่าสุดท้ายก็ตกเป็นจำเลยของ ป.ป.ช. เหมือนกันตอนแก้กฎหมายให้ ส.ว. ไปสู่การเลือกตั้ง ทั้งหมด ป.ป.ช. ก็ชี้มูลความผิดว่าแก้กฎหมายเพื่อปฏิรูปประเทศตอนนั้นแต่บังเอิญมาสะดุด ตรง สนช. ไม่เห็นด้วย คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผมพยายามฟังท่านประธาน ป.ป.ช. เล่าออกมาก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ว่าก็ยังสงสัยในบางประเด็นต้องเรียนถามท่านประธาน ป.ป.ช. ผมเห็นด้วยนะโครงการสตรอง (STRONG) ของท่านนี่เพราะมันจะทำให้ประชาชน เข้ามามีบทบาท มีส่วนช่วยเหลือ ผมก็มีความเห็นเหมือนท่านขจิตรว่า ป.ป.ช. ทำไม่สำเร็จ หรอกถ้าไม่ให้ประชาชนเข้ามาช่วยในเรื่องกำจัดการทุจริตนี่ เพียงแต่ว่าวันนี้ผมคิดว่า ถ้าท่านจะทำสตรอง (STRONG) ที่ว่านี่โดยท่านกล่าวถึงเงินเป็นรางวัลนำจับให้นี่มันก็เป็น ดาบสองคมนะท่านประธาน ดาบสองคมมีทั้งดีทั้งเสีย เพราะฉะนั้นผมฝากด้วยความห่วงใยว่า ท่านประธานต้องไปคิดในเรื่องรายละเอียด🔗
สิ่งที่ผมต้องอยากพูดนิดหนึ่งตรงประเด็นผมฟังท่านก็เข้าใจว่าคนซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐทำแล้วมีความผิด ๒ เท่าที่ว่านี่มันก็เหมือนกฎหมายยาเสพติด ใช่แต่ว่า อันนั้นข้อกฎหมาย แต่ในแนวปฏิบัติทางปฏิบัติจริง ๆ มันเป็นเรื่องยากท่าน เพราะฉะนั้น ต้องอาศัยมวลชน อาศัยประชาชนเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ ทาง ป.ป.ช. ต้องรับฟังด้วย ถ้าเขามาบอก ประชาชนข้างนอกมาบอก เขาจะเห็นในเรื่องที่เขาไม่มีผลประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นผมฟังท่านผมก็จดตามท่านว่าเอาผิด ๒ เท่าที่ว่า สิ่งที่ผมเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่ง วันนี้ต้องฝากประธาน ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. หลายท่านผมก็รู้จักดูรายชื่อนี่ ผมก็อยู่ในนี้ แวดวงไปเรียนไปหาอะไรอยู่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ท่านบอกว่าจัดซื้อจัดจ้างมีความผิด พวกที่จัดซื้อจัดจ้าง ในระบบอิเล็กทรอนิกส์มันเป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นก็เลยต้องฝากว่าท่านใดมีส่วนเกี่ยวข้อง ตรงประเด็นนี้ทำอย่างไรมันจะไม่ให้เกิดขึ้น เพราะมันเป็นการทุจริตที่ทำลายระบบนะครับ ผมเป็นคนข้างนอกผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการผู้รับเหมาทั้งหลาย แต่ว่าผมทราบจากพรรคพวก มันเป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. เราซึ่งเป็นความหวังของประชาชนนี่ทำอย่างไรจะไม่ให้ ตรงนี้เกิดขึ้น รัฐเสียประโยชน์มหาศาลตรงนี้ มันจัดฮั้วกันเองโดยไม่ต้องจัดเหมือนเก่าละ จัดทางระบบอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน อันนี้เลยกราบเรียนว่าประธานนี่ต้องคิด ประธาน ป.ป.ช. ต้องคิด คิดใหม่คิดที่จะหาวิธีการว่าประชาชนจะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือ ป.ป.ช. อย่างไรนี่ ผมทำ ส่วนอย่างอื่นผมไม่ติดใจว่าท่านจะทำให้เสร็จเอกสารนี่มันเป็นเรื่องที่ท่านทำได้อยู่แล้ว ผมฝากว่าในระดับท้องถิ่นนี่ผมก็พูดมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมายความว่าเจ้าหน้าที่ของเรา หมายถึงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในระบบท้องถิ่นในระบบที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ผมอยากให้ท่านดูด้วย พฤติกรรมแต่ละคนนี่ท่านอาจจะไม่เห็น ผมคนอยู่ในบ้านนอกคนอยู่ในพื้นที่ มันคล้าย ๆ ป.ป.ช. เราอยู่ในพื้นที่มันเสียหายในความรู้สึกผมผมเจ็บนะ ผมเคยเป็นข้าราชการ เจ็บอย่างไร คล้าย ๆ ป.ป.ช. เราเป็นตัวหารอีกตัวหนึ่งในการจัดรับเหมาอะไรอย่างนี้นะ แทนที่จะทำประโยชน์ให้รัฐกลายเป็นตัวหาร ผู้รับเหมาต้องไปจ่ายเงินต้องอะไรประเภทนี้ ผมได้ฟังเข้าหูแล้วไม่สบายใจท่านประธาน ฝากไปถึงทาง ป.ป.ช. อันนี้คือประเด็นที่ผม อยากฝากท่าน ผมก็เห็นแล้วล่ะในสำนักงาน ป.ป.ช. เขตพื้นที่ทั้ง ๙ หน่วยท่านก็เน้นไปที่ ท้องถิ่นเป็นหลักผมดูแล้ว อันนี้ผมถึงบอกว่าประชาชนต้องเข้ามามีบทบาท เพราะของท่าน ที่มารายงานดัชนีทั้งหลายนี่ไปดูแล้วจะเป็นการแข่งขันผลงานจากการไปจับทุจริตของท้องถิ่น เสียมากกว่าที่ผมดูนี่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดใน ๙ ภาคนี่ เพราะฉะนั้นผมดูแล้วไม่ค่อยสบายใจ ทั้งนั้นละ อย่าไปแข่งขันงานแบบนี้ แต่เห็นด้วยถ้าไม่มีคนกำกับบ้างท้องถิ่นก็ทำจริง ๆ เป็นเรื่องดีเพียงแต่ว่าท่านอย่าไปมองจนท้องถิ่นทำอะไรอึดอัดใจ ทำอะไรไม่ได้ ให้เป็นพี่เลี้ยงเขา ส่วนวิธีการจัดการบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่นประชาชนเขารู้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ผมจะบอกว่าให้ประชาชนเข้ามามีบทบาท ท่านไปคิดกันเองวิธีการว่าจะให้เขามามีบทบาท อย่างไร ท่าน ป.ป.ช. ทั้ง ๙ ท่านเป็นผู้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว มันสมองเป็นเลิศอยู่แล้วคิดได้ครับ ผม ส.ส. บ้านนอกคงคิดไม่ได้เท่าท่านหรอก เพียงแต่ฝากเป็นความหวังว่าผมอยากเห็น บ้านเมืองนี้มันสะอาดเท่านั้นเองครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานผล การตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และรายงานผล การตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ผมขอขอบคุณท่านประธาน ป.ป.ช. และตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขอบคุณทุก ๆ ท่านนะครับ ถือว่าจบการรายงานครับ ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม รับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ ๑ รวม ๔ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๒ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๓ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๔ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๕ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้ สภารับรอง🔗
เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมให้การรับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ครั้ง ดังกล่าวแล้วนะครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๔ ทางวิป (Whip) มีอะไรไหมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มาใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ เสนอโดย นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง เสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาข้อเท็จจริงในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีประชาชนที่ถูกทำร้าย และสูญหาย เสนอโดย นายอันวาร์ สาและ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาและศึกษาการสูญหาย ตาย บาดเจ็บ เนื่องจากสันนิษฐานว่าเกิดจากการกระทำ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เสนอโดย นายกมลศักดิ์ ลีวาแมะ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ เสนอโดย นางผ่องศรี แซ่จึง และนางมุกดา พงษ์สมบัติ🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอโดย นายนิรามาน สุไลมาน🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเขตการปกครองพิเศษพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอโดย นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้ หรือขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ และกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พุทธศักราช ๒๕๕๗ เสนอโดย นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗
และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน เพื่อพิจารณาศึกษานั้น🔗
บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถสรุปสาระสำคัญแห่งการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ออกเป็นหลักการ ในประเด็นที่ว่าด้วยกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน อันจะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และดูแล การป้องกันประชาชนถูกทำร้ายและสูญหาย การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ การใช้กฎหมายพิเศษและสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของชนเผ่าพื้นเมือง ชาติพันธุ์ ตลอดจนการเยียวยาผู้เสียหายจากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และได้พิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวจากกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้เชิญหน่วยงาน ต่าง ๆ มาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา และได้รวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต🔗
คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงได้จัดทำรายงานฉบับนี้ โดยจำแนกประเด็น ที่สำคัญ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว🔗
ทั้งนี้กระผมขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้นางอังคณา นีละไพจิตร รองประธานกรรมาธิการ และนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว กรรมาธิการ ขึ้นชี้แจงรายละเอียด เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายกลางเกี่ยวกับเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย จากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เลขานุการคณะกรรมาธิการ และนายมานพ คีรีภูวดล โฆษกคณะกรรมาธิการ ขึ้นชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานการณ์สิทธิชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธุ์ความคุ้มครอง ทางกฎหมาย จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุญาต ขอขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปจะได้ เชิญท่านสมาชิกที่สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ เชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ตามด้วย ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แล้วก็ท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในรายละเอียดจะขอตามรายชื่อเมื่อสักครู่ที่ได้ขออนุญาต ท่านประธานไว้ได้รายงานที่ประชุมก่อนครับ🔗
ครับ ถ้าอย่างนั้นท่านสมาชิกรอสักครู่นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมาธิการ โดยที่กรรมาธิการได้ศึกษาในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน กรรมาธิการมีความเห็นว่า สิทธิมนุษยชนถือเป็นหลักสากลที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญ ดังนั้นเมื่อประเทศไทย เป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ และเคยเป็นประธานคณะมนตรี สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ก็เท่ากับว่าประเทศไทยได้เข้าร่วมรับผิดชอบในการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนทั่วโลกมาแล้ว โดยไทยจะต้องเป็นตัวอย่างของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และควรปฏิบัติตามคำมั่นด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้ให้ไว้กับประชาคมโลกอย่างจริงจัง โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในฐานะสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของสหประชาชาติ คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงมีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้🔗
๑.๑ กรณีความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงจากความขัดแย้ง ทางการเมือง รัฐบาลควรป้องกันมิให้มีการกระทำรัฐประหารในอนาคต และมีการปฏิรูป กระบวนยุติธรรม🔗
๑.๒ รัฐสภาควรพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีบทบัญญัติ ให้การรับรองข้อบทในอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี พร้อมทั้งบัญญัติให้ศาลรับรองข้อบทต่าง ๆ ตามอนุสัญญาเพื่อให้ประชาชนสามารถอ้าง ข้อบทตามอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน ในกรณีเกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน🔗
๑.๓ กรณีการประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง รัฐบาลต้องดำเนินการ ทุกวิถีทางในการอำนวยความยุติธรรม เปิดเผยความจริง พร้อมรับผิดชอบและนำผู้กระทำผิด มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ🔗
๑.๔ รัฐบาลและรัฐสภาควรดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ รวมถึงกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ เพื่อมิให้มีการนำมาฟ้องร้องเพื่อคุกคามนักสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรม ทางการเมือง และควรปรับปรุงพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ให้สอดคล้องกับกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อบทที่ ๒๑ ของสหประชาชาติ และควรนำความเห็นทั่วไปที่ ๓๗ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติมาใช้ในการคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบของประชาชน🔗
๑.๕ รัฐบาลและรัฐสภา ควรเร่งรัดการตรากฎหมายว่าด้วยการทรมานและ การบังคับบุคคลให้สูญหายที่สอดรับกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคล ทุกคนจากการสูญหายโดยถูกบังคับ และให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับของสหประชาชาติ🔗
๑.๖ กรณีพลเมืองไทยที่ถูกบังคับสูญหายในต่างประเทศเพื่ออำนวย ความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัว พนักงานสอบสวนควรนำพยานหลักฐานทางคดี ที่ปรากฏ โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุดตามหลักการความช่วยเหลือ คดีความทางอาญา หรือเอ็มแอลเอที (MLAT) ตามสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาในภูมิภาคอาเซียน🔗
๑.๗ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเร่งกำหนดมาตรการ แก้ไขปัญหาการใช้กระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อตอบโต้การทำงานของนักปกป้อง สิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมด้านประชาธิปไตยและการเมือง หรือที่เรียกกันว่า การดำเนินคดี เชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ เพื่อมิให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อป้องกันการฟ้องร้องคดีโดยไม่สุจริต หรือเพื่อกลั่นแกล้งหรือการบัญญัติกฎหมาย ฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาในการป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วม ในกิจการสาธารณะของประชาชน หรือที่เรียกกันว่าเอนไทร์ สแลบ ลอว์ (Entire Slab Law) และควรแก้ไขระเบียบกองทุนยุติธรรมให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชน สากล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย🔗
๑.๘ รัฐบาลควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ ด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีแก่เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงาน ความมั่นคง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชนสากล และเพื่อป้องกันมิให้มี การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน🔗
๑.๙ สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจัดให้มีพนักงานสอบสวนหญิงที่เพียงพอ ในทุกสถานีตำรวจ และจัดให้มีสถานที่เฉพาะในการร้องเรียนและการสอบสวนด้าน ความรุนแรงที่เกี่ยวกับเพศสภาพ และควรจัดให้มีการอบรมความรู้เกี่ยวกับอนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับ ความอ่อนไหวทางเพศสภาพในโรงเรียนตำรวจ และพนักงานสอบสวน มีการตรากฎหมาย เพื่อเป็นการควบคุมดูแลปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗
๑.๑๐ กระทรวงยุติธรรมในฐานะหน่วยงานหลักตามพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๓ ควรดำเนินการออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับการดำเนินการนำรูปแบบการทำงานของ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดตั้ง ศูนย์อบรมเด็กที่เคยก้าวผิดพลาดในชีวิตเพื่อปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของเด็กที่เคย ก่ออาชญากรรมให้สำนึกผิดและกลับตัวเป็นผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ🔗
๑.๑๑ กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐควรให้มี หน่วยงานกลางที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนร่วมในการสืบสวน สอบสวน รัฐสภา ควรปรับปรุงรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ กรณีที่พลเรือน เป็นผู้เสียหายควรอยู่ภายใต้อำนาจศาลพลเรือน รวมถึงปรับปรุงกฎหมายพิเศษต่าง ๆ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องรับผิด🔗
๑.๑๒ คณะรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรมควรยกร่างกฎหมายว่าด้วย การจัดตั้งศาลสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันสูงสุดในการที่ ประชาชนพลเมืองจะได้มีหลักประกันสมบูรณ์ในด้านสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ให้เป็นศาลชำนัญการพิเศษเฉพาะด้านสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน🔗
๑.๑๓ รัฐสภาควรตราพระราชบัญญัติชดเชยและเยียวยากลางกรณีผู้เสียหาย จากการชุมนุมทางการเมืองและการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง พุทธศักราช .... รวมไปถึง นำแนวคิดการเยียวยาที่ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนมาใช้ เช่น การคืนศักดิ์ศรี การขอโทษ สาธารณะ การเยียวยาทางกฎหมาย การสร้างสถานที่รำลึก การปฏิรูปกฎหมาย หรือการปฏิรูปหน่วยงานความมั่นคง เป็นต้น🔗
เชิญ ท่านต่อไปครับ ท่านอาดิลันเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ และในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและลอบประทุษร้ายประชาชน คณะที่สอง (ละเมิดสิทธิในเขตพื้นที่พิเศษและจังหวัดชายแดนภาคใต้)🔗
กรอบภารกิจของคณะที่สอง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาตรวจสอบ ศึกษาวิธี ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน การประทุษร้ายและสูญหาย ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิจารณาศึกษาการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิจารณาศึกษา เขตพื้นที่พิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิจารณาศึกษาเขตพื้นที่พิเศษในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ พิจารณาศึกษาเขตพื้นที่ชาติพันธุ์และประชาชนในเขตชายแดน อีกทั้งพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกรรมาธิการ🔗
จากสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความขัดแย้งที่มีความทับซ้อนของสาเหตุปัญหาที่สั่งสมเป็นระยะเวลานานหลายปี ส่งผลให้ภาครัฐจำต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย หรือกฎหมายพิเศษเป็นเครื่องมือ ให้หน่วยงานของรัฐสามารถปฏิบัติหน้าที่และแก้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผลของการบังคับใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าวนั้นกลับทำให้พบว่ามีผู้เสียหายจากกรณี การละเมิดสิทธิหรือการกระทำความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็นประการ สำคัญ ๆ กรณีการต่ออายุการประกาศภาวะฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นปัญหาหนึ่ง ที่เราค้นพบ กรณีการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้กฎหมายพิเศษซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง มีทั้งผู้เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชนทั่วไป เด็ก ผู้หญิง และยังมีการควบคุมตัวผู้ที่เคยถูกกล่าวหาหรือผู้ที่เคยถูกคุมตัวมาก่อน โดยส่วนใหญ่บุคคล ต้องสงสัยมักถูกคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก🔗
กรณีการเสียชีวิตระหว่างควบคุมตัวและการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากกฎหมายพิเศษให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการปิดล้อม ตรวจค้น และการเข้าควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัยในสถานที่ใด เวลาใดก็ได้ ส่งผลให้กรณีการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว และการวิสามัญฆาตกรรมเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้🔗
กรณีการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ (DNA) ของประชาชนในพื้นที่ โดยเหตุผลที่ว่าเป็นการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อดำเนินการเก็บมาตรการติดตามและลงโทษ ผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมดังกล่าวนั้น นำไปสู่ผลกระทบต่อสภาพจิตใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ อีกทั้งมีความสุ่มเสี่ยงว่า จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้อำนาจ เจ้าหน้าที่กระทำได้ ส่งผลให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ซึ่งเกิดจากมาตรการ การเก็บข้อมูลที่ยังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ เป็นการเลือกปฏิบัติยิ่งสร้างความหวาดระแวง รู้สึกแตกแยกภายในพื้นที่🔗
กรณีการตัดสัญญาณซิมการ์ด (SIM Card) ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็น มาตรการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนในพื้นที่ มีความไม่ชัดเจน ในการจัดเก็บข้อมูล เลือกปฏิบัติ ระบบไม่มีมาตรฐานเพียงพอในการที่จะระบุอัตลักษณ์ ของบุคคลได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการจับหรือลงโทษผิดตัว🔗
กรณีการอายัดตัวบุคคลทันทีที่ออกจากเรือนจำทั้งที่ไม่มีหมายจับโดยแจ้งว่า จะทำการตรวจสอบหมายจับ พ.ร.ก. ไว้ก่อน หมายจับคดีอาญาทั่วไป จึงส่งผลให้บุคคล ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงมักถูกเพ่งเล็งและดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะรายชื่อ ที่ไม่ถูกลบจากสารบบของหน่วยงานราชการด้านความมั่นคง🔗
กรณีการเยียวยา เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษผลให้มิติของการเยียวยา ผู้เสียหายได้รับผลกระทบเพราะผู้ต้องหาที่มาจากคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงมักจะไม่ได้รับ การพิสูจน์ว่าเป็นผู้รวมไปถึงขั้นตอนในการเยียวยาจะมีมากกว่าคดีทั่ว ๆ ไป จึงส่งผลให้ประชาชน ไม่ได้รับการเยียวที่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จากปัญหาที่ค้นพบในการศึกษาดังกล่าวนั้น จึงมีการวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูลในการนำเสนอ วิธีการแก้ปัญหา สรุปได้ ๓ ประการ ดังนี้🔗
๑. รัฐบาลควรทบทวนกฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น แยกกฎหมายความมั่นคงทางการเมืองออกจากความมั่นคง หรือภัยสาธารณะในทางเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งวางหลักนิติธรรมเป็นมาตรฐาน กำกับระบบกฎหมายความมั่นคงทั้งระบบในรัฐธรรมนูญ การปรับปรุงระบบกฎหมาย ในระดับรัฐธรรมนูญ และการปรับปรุงระบบกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ🔗
๒. รัฐบาลควรทบทวนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ตามหลักการสากล เช่น พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และพระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑🔗
๓. รัฐสภาควรมีบทบาทสำคัญในการประกาศและกำกับดูแลสถานการณ์ ฉุกเฉิน และพฤติการณ์ที่จะนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งให้สอดคล้อง กับมาตรฐานภาวะฉุกเฉินสากลตามหลักกฎหมาย ตามหลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองนะครับ นี่คือบทสรุปรายงานของคณะที่ ๒ ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ท่านกรรมาธิการ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ แล้วก็รองประธานอนุคณะที่ ๒ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมในคณะที่ ๒ ใน ๓ หัวข้อครับ ท่านประธานครับ🔗
หัวข้อแรก ก็คือเรื่องของข้อมูลชาติพันธุ์ แล้วก็ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย🔗
หัวข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในกลุ่ม ชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย🔗
หัวข้อที่ ๓ คือเรื่องของข้อเสนอแนะในระดับนโยบาย แล้วก็ในระดับ ปฏิบัติการ🔗
แล้วสุดท้ายเป็นเรื่องของพันธสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ลงนาม ในเวทีโลกครับ🔗
ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบนะครับว่าพี่น้องชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศมีอยู่กี่กลุ่มกี่ประเภทนะครับ โดยกลุ่มใหญ่แล้วเราแบ่งเป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่เราเรียกว่าชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงหรือว่าชาวเขา หรือชาวไทยภูเขา ก็จะมีอยู่ ๑๓ กลุ่ม กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ราบก็มีอยู่ ๓๘ กลุ่ม กลุ่มชาติพันธุ์ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ทะเลหรือเราเรียกว่า ชาวเล มีอยู่ ๓ กลุ่ม และกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า ๒ กลุ่ม ที่เราทราบก็คือมีชาวมาลาบรีที่อยู่ทางภาคใต้ และทางภาคเหนือนะครับ ทีนี้ครับท่านประธานครับ ในการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เรื่องของรูปแบบหรือลักษณะการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกลุ่มชาติพันธุ์ เราแบ่งไปอยู่ ๓ ระดับนะครับ🔗
ระดับแรก เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ก่อให้เกิดความรุนแรงของชีวิต แล้วก็ทรัพย์สิน อันนี้ก็จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับลักษณะเรื่องของที่ดินและป่าไม้ ที่มีปัญหา ระหว่างชุมชนดั้งเดิมกับเรื่องของกฎหมายที่บังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือกฎหมายความมั่นคงนะครับ กลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มพี่น้องที่อยู่บนพื้นที่สูง เช่น พี่น้องกะเหรี่ยง พี่น้องม้ง พี่น้องลาหู่ พี่น้องอาข่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบความรุนแรงเรื่องนี้ เช่นกรณี นายชัยภูมิ ป่าแส ซึ่งเป็นเยาวชน ของชาวลาหู่ที่ต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนนะครับ🔗
กลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรูปแบบลักษณะของการละเมิดสิทธิ มนุษยชน ก็คือกระทบในเชิงความรู้สึกและตัวอัตลักษณ์ เช่น การไม่ยอมรับหรือว่าการทำให้ เป็นบุคคลที่เป็นพลเมืองชั้น ๒ และชั้น ๓ ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่สามารถที่จะดำรงอยู่หรือว่า แสดงออกถึงความเป็นศักดิ์ศรีมนุษย์ในสังคม กลุ่มนี้โดยรวม ๆ แล้วก็จะเป็นกลุ่มชน ที่ยังเป็นกลุ่มชนที่อยู่ในพื้นที่สูงนะครับ กลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าและกลุ่มชาวเลนะครับ🔗
รูปแบบที่ ๓ เป็นลักษณะการที่จะสูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เนื่องจากว่าถูกกลืน หรือว่าถูกทำให้ต้องเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ กลุ่มนี้ก็คือว่าเป็นกลุ่ม ที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของตัวเองสูญหายไป เช่น พี่น้องกลุ่มคน ชนเผ่าพื้นเมืองที่อยู่ในพื้นที่ราบ เช่น กลุ่มไทยดำ กลุ่มไทยลื้อ กลุ่มภูไทเหล่านี้ก็เป็นกลุ่ม ที่จะเสี่ยงนะครับ🔗
ในข้อเสนอของคณะกรรมาธิการที่เราอยู่ตรงนี้ในระดับนโยบายนะครับ ในระดับนโยบายนี่คือต่อสภาผู้แทนราษฎรมีอยู่ ๒-๓ เรื่องท่านประธานครับ🔗
ในประเด็นแรก ก็คือว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมายที่ส่งเสริม และคุ้มครองวิถีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองนะครับ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องทบทวนนโยบายกฎหมายที่ไปกระทบ สิทธิชุมชนท้องถิ่นของพี่น้องชาติพันธุ์ที่ดำรงอยู่ก่อนที่กฎหมายจะประกาศนะครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองในระดับชาติเพื่อที่จะเป็นกลไกในการเชื่อมร้อย เรื่องสิทธิของตัวเองแล้วก็กับส่วนของส่วนราชการนะครับ🔗
ส่วนที่ ๔ จำเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีกลไกเพื่อที่จะเป็น กลไกกลางในการที่จะให้คำปรึกษากับหน่วยงานที่ไปทำงานกับกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง และส่วนราชการที่เข้าไปทำงานนะครับ🔗
ในส่วนที่ ๕ เป็นเรื่องของการพยายามที่จะออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้ มีการออกกฎหมายอยู่ ๒-๓ ส่วน ก็คือ พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมือง พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครอง วิถีชีวิตพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองนะครับ🔗
ในระดับปฏิบัติการ ท่านประธานครับ คือรัฐบาลจะต้องดำเนินการมาตรการ เร่งด่วนก็คือกรณีที่ผู้ได้รับผลกระทบเรื่องของนโยบายทวงคืนผืนป่า ผู้ได้รับผลกระทบในเรื่อง ของการละเมิดสิทธิมนุษยชน เรื่องของทรัพยากรที่ดิน กรณีคดีต่าง ๆ ที่ดำเนินการภายใต้ นโยบายของรัฐบาล หลาย ๆ ท่านพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าได้รับผลกระทบจะต้อง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งโดยที่ตัวเองยืนหยัดว่าตัวเองอยู่ก่อนที่กฎหมายประกาศนะครับ🔗
ในส่วนของหน่วยงาน ก็คือว่าหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการในส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของบุคคลไร้สถานะหรือว่าไร้สัญชาติ อันนี้โดยในพื้นฐานแล้วเรามีกฎหมาย พ.ร.บ. สัญชาติตัวใหม่ที่ชัดเจนนะครับ ในการดำเนินงานทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายประชาชน หรือว่าองค์กรที่ทำเรื่องนี้ หน่วยงานที่ทำเรื่องนี้มีความเห็นชอบว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของสถานะบุคคลได้อย่างดี แต่ปัญหาก็คือว่าการสนับสนุนของฝ่ายบริหาร ไม่สามารถที่จะเอื้ออำนวยให้บุคลากรปฏิบัติการดำเนินการได้เต็มที่ เพราะว่าใช้กลไกปกติ ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ งบประมาณ ก็ยังใช้กับกลไกเดิม ซึ่งเรื่องนี้ก็คือว่าควรจะมีการออกแบบกลไกการบริหารจัดการที่เป็นพิเศษออกมาเพื่อที่จะ คลี่คลายปัญหาเรื่องนี้นะครับ เรื่องของการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการตั้งคณะกรรมการพหุภาคีด้านวัฒนธรรมระดับชาติและระดับจังหวัด สนับสนุน ให้เกิดสภาชนเผ่าและมีการสนับสนุนงบประมาณนะครับ รัฐจะต้องตั้งกลไกประสานงาน ความร่วมมือระหว่างสภาชนเผ่าพื้นเมืองนะครับ แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิด แล้วก็ทำงานด้านวิชาการและสนับสนุนเรื่องนี้คือเรื่องของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร จะต้องมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการของชนเผ่าพื้นเมือง แล้วก็กระบวนการ ของหน่วยงานที่เข้าไปทำงานให้มีการเชื่อมระหว่างภาคส่วนประชาชน แล้วก็ส่วน ของราชการนะครับ นอกจากนี้ก็จะเป็นภารกิจปกติของหน่วยงานที่จะทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม อันนี้ก็เป็นภารกิจที่แต่ละหน่วยงานก็ปฏิบัติเหมือนกับคนไทยสัญชาติไทยทั่วไป🔗
ทีนี้ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าประเทศไทยได้มีพันธกรณี ระหว่างประเทศหลายฉบับมาก แต่ว่ายังไม่มีผลบังคับเป็นที่ชัดเจนซึ่งจะส่งผลให้พี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์แล้วก็ชนเผ่าพื้นเมืองไม่ได้รับการคุ้มครองตามข้อตกลงที่ประเทศไทยได้ลงนามนะครับ ซึ่งมีข้อตกลงหลัก ๆ ดังนี้ครับ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง อนุสัญญาว่าด้วย การขจัดทางเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติ ทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพหรือว่าซีบีดี (CBD) นะครับ แล้วอันสุดท้ายเป็นเรื่องของความตกลงปารีส คอป ๒๑ (COP 21) ที่เราได้ลงนามไว้ และที่สำคัญนะครับ สหประชาชาติได้มีปฏิญาณสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิ ของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งได้ลงนามเมื่อปี ๒๕๕๐ อันนี้เป็นพันธสัญญาที่ประเทศไทยได้ลงนาม ในระดับสากลทั้งหมด ซึ่งหลายฉบับยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง นำออกมาเขียน มากำหนดในกฎหมายในประเทศไทย ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
หมดแล้ว นะครับ กรรมาธิการ ความจริงกรรมาธิการพูดหมดแล้ว ท่านสมาชิกยังจะอภิปราย อีกไหมครับ เชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการที่ได้ทำรายงาน เล่มนี้นะครับ ก็เพื่อให้คณะรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอ ข้อสังเกตต่าง ๆ ไปพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อการถูกละเมิดสิทธิ มนุษยชน การถูกประทุษร้ายของประชาชน และของนักกิจกรรมอีกหลายคนทางการเมือง รวมทั้งปัญหาการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไข ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้ายประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ ๑.๒ ขออนุญาตอ่านนะครับ🔗
รัฐสภาควรพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีบทบัญญัติ ให้การรับรองข้อบทในอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทย เป็นภาคีอยู่ พร้อมทั้งบัญญัติให้ศาลรับรองข้อบทต่าง ๆ ตามอนุสัญญาเพื่อให้ประชาชน สามารถอ้างข้อบทตามอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนในศาลได้กรณีเกิดการละเมิด สิทธิมนุษยชน เสรีภาพต่าง ๆ ของประชาชนนะครับ เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น ผมจึงมีความเห็นเสนอต่อที่ประชุมและต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ ผมคิดว่า หลาย ๆ ท่านคงเคยไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้วท่านจะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมีสิทธิ เสรีภาพมากมายเหลือเกินในทุก ๆ ด้าน ทุกด้านเลยนะครับ ท่านจะรู้สึกได้ ทุก ๆ ด้าน นั่นเพราะอะไร นั่นเพราะว่ารัฐธรรมนูญของประเทศญี่ปุ่นในหมวด ๓ หมวดสิทธิเสรีภาพ ในหมวด ๓ ข้อแรกเลยนะครับ มาตรา ๑๑ บัญญัติว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน รัฐธรรมนูญรับรองให้เป็นสิทธิถาวรไม่สามารถละเมิดได้ทุกขณะ และห้ามมิให้มีการปกป้อง อันเป็นเหตุให้ประชาชนไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานโดยเด็ดขาด ท่านประธานจะเห็นว่า สิทธิขั้นพื้นฐานนี้ย่อมเกิดจากสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก่อนเป็นสิ่งแรกนะครับ🔗
ข้อ ๑.๘ รัฐบาลควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ ด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีแก่เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงาน ด้านความมั่นคงเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชนสากล และเพื่อป้องกันมิให้ มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ทั้งหมดนี้ผมมีความปรารถนาและอยากจะเห็นคำว่า สิทธิมนุษยชน มีความหมายในทางปฏิบัติ อย่างจริงจัง อย่างจริง ๆ และในมาตรฐานที่เป็นสากลนะครับ ทุกอนุสัญญาที่ไทยได้ลงนามไว้ ทั้งหมดควรจะต้องมีความสำเร็จตามนั้น แต่ว่ามีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดหายไปในข้อเสนอเรื่องนี้ ก็คือการให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิมนุษยชนนี้ ปฏิญญาสากล ต่าง ๆ และสิทธิตามอนุสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิแรงงาน สิทธิเด็กและสตรีต่าง ๆ ทั้งหมดเป็นต้น เพราะในการปกป้องสิทธินั้น จะเกิดขึ้นได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชนทุกคนเขารู้ว่าตนเองมีสิทธิอะไร เท่านั้นเขาถึงจะสามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้ และสามารถจะเรียกร้องสิทธิตาม กระบวนการยุติธรรมได้นะครับ อย่างเช่นในประเทศที่เจริญแล้วหรือว่าในโรงเรียนนานาชาติ ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร และจะถูกสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถม นั่นก็เป็น บรรยากาศที่ทำให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง อย่างยั่งยืนที่สุดนะครับ จึงอยากเสนอไว้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการได้รับไปไว้พิจารณาด้วยนะครับ นอกจากนี้เราเองยังสามารถสร้างความตระหนักและความรู้เข้าใจในสังคมได้โดยผ่านโครงการ สร้างความตระหนักรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ในลักษณะเช่นเดียวกับ สสส. ที่ได้รณรงค์เกี่ยวกับการเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ อย่างนั้นเป็นต้น โครงการเมาไม่ขับอะไรต่าง ๆ กระผมเห็นว่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าเรามีโครงการในลักษณะเดียวกับเรื่องนี้ ในลักษณะของเรื่องสิทธิมนุษยชนนี้ ทำในโครงการเดียวกันอย่างนี้นะครับ เพื่อทำให้สังคมไทยหรือว่าทุกองค์ทุกฝ่ายต่าง ๆ จะได้ตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมนี่ยังมีอีกเยอะยาวมากก็คงจะไม่ทัน ตามรายงาน ในหน้า ๘๗ กรณีความไม่ชัดเจนของนักกิจกรรมหญิง ผมอ่านดูก็มีประมาณ ๔ ราย ไม่รู้จะมี มากกว่านั้นหรือเปล่านะครับ ก็ได้แจ้งความไว้ ดำเนินคดีไว้ต่าง ๆ มากมาย เจ้าหน้าที่ ปอท. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจต่าง ๆ ก็ยังเห็นว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม ก็อยากจะเห็นรายงานนี้ ได้นำเสนออย่างเป็นรูปธรรมด้วยนะครับ🔗
ท้ายนี้ผมไม่เห็นรายงานเกี่ยวกับสิทธิประชาชนที่ถูกละเมิดไป ถูกบิดเบือนไป จากสูตรคำนวณ ส.ส. พิสดารที่เกิดขึ้น สิทธิและเจตจำนงของประชาชนที่ไปใช้สิทธิ ถูกแปรเปลี่ยน ถูกบิดเบือน ถูกฉ้อฉลไปโดยองค์กรที่สรรหามาจากหัวหน้า คสช. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็กราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ และขอบพระคุณท่านประธานนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานพิจารณาศึกษาเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชนอยู่ทั้งหมดสัก ๖ ข้อด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ผมต้องขออนุญาตที่จะชื่นชม และต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการ ตลอดจนผู้ชี้แจงทุกท่านที่ได้ให้รายละเอียดประกอบการพิจารณาอย่างชัดเจนครับ เสียดายว่า เราอาจจะมีเวลาไม่มากพอที่จะได้อ่านทั้งหมดในระยะเวลาสั้น ๆ แต่เพียง ๑ วันที่ได้รับ เอกสารมา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามจะอ่านและยังไม่เห็นนั้นก็คล้ายกับที่ผู้นำเสนอไป ก่อนหน้านี้ท่านได้อภิปรายครับ คือในรายงานฉบับนี้ผมคิดว่ายังไม่ค่อยเห็นมิติหรือประเด็น เรื่องมายาคติต่าง ๆ ที่มีผลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมิติเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเป็นมิติหรือวัฒนธรรมประเด็นเรื่องของอำนาจนิยม ไม่ว่าจะเป็นมิติเชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมิติเชิงเชื้อชาติถึงแม้จะมีการพูดกันอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องมองว่ามันเป็นกรอบหรือมิติที่ครอบงำ ตลอดจนนำไปสู่ การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง เฉกเช่นเดียวกันครับว่า ผมเองก็ไม่ยังไม่ค่อยเห็นการวิพากษ์นักในกรณีการมีรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ อย่างยิ่งตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมาพยายามจะบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ให้หลักประกัน สิทธิเสรีภาพของประชาชน ตกลงแล้วนี่การที่มีหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในรัฐธรรมนูญนั้นปัญหาคืออะไรที่ทำให้ไม่สามารถบังคับได้จริง นั่นคือคำถามที่ตามมา บนพื้นฐานของความชื่นชมในข้อที่ ๑ ครับ🔗
ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมพยายามจะจับประเด็นว่ารายงานฉบับนี้ เสนออะไรบ้าง ผมคิดว่าจำเป็นต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เห็นภาพ สรุปสั้น ๆ อีกครั้งหนึ่งครับ เพราะท่านผู้ชี้แจงท่านใช้เวลาไปเยอะพอสมควร รายงานฉบับนี้พูดถึง การละเมิดสิทธิมนุษยชน เสียดายนิดเดียวนะครับว่าผมอ่านว่ารายงานนี้ไปจบวันไหน ปรากฏว่ารายงานนี้ไปจบวันที่ ๑๔ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ ถ้ารายงานฉบับนี้เลยมาถึงเช้าวันที่ ๑๕ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ แล้วเลยมาถึงปัจจุบันสิ่งที่ท่านเขียนในรายงานฉบับนี้อาจจะไม่ใช่ แบบนี้นะครับ ท่านคงตระหนักและทราบดีว่าเมื่อเช้าวันที่ ๑๕ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ นั้น เกิดอะไรขึ้นจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เกิดอะไรขึ้นจากการตามมาซึ่งการสลาย การชุมนุม ซึ่งไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐถึงมองว่านั่นมิใช่การสลายการชุมนุม ด้วยความรุนแรง ผมอยากฟังกรรมาธิการชี้แจงเหมือนกันนะครับว่าคำนิยามคำว่า ความรุนแรง ท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งก็อยู่หน้าแบริเออร์ (Barrier) ที่หน้าบริษัทข้าง ๆ เรา ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนที่พวกผมก็โดนแก๊สน้ำตา แบบนั้นไม่เรียกว่าเป็นความรุนแรงหรือครับ ท่านตอบนิยามผมชัดเจนนิดหนึ่งครับ รายงานฉบับนี้ยังพูดถึงข้อบังคับกฎหมายที่ใช้ ในความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ผมไม่ติดใจคงมีท่านอื่นที่จะอภิปรายต่อ รายงานฉบับนี้ พูดถึงการออกกฎหมายกลางเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย รายงานฉบับนี้พูดถึงประเด็นชาติพันธุ์ ซึ่งกรรมาธิการ ท่านมานพ คีรีภูวดล ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน เดี๋ยวจะถามท่านตอนท้าย อีกนิดหนึ่งว่ามันยังไม่ค่อยชัดนักว่าประเด็นชาติพันธุ์ที่ท่านเสนอนั้นคืออะไร นั่นเป็นกรอบ ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดถึง🔗
กรอบประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะพูดถึงคือมิติเรื่องความไม่เท่าเทียมต่าง ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าผมเพิ่งไปร่วมในกระบวนการ สอบปากคำเด็ก เยาวชน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ สน. ลุมพินี ผมพบความไม่ปกติจากการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเรื่อง การสอบปากคำเด็กตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นี่ใช้รวมกันมาแล้ว ๒๑ ปีนะครับ เราพบความไม่เข้าใจ กฎหมาย เราพบการไม่มีองค์ความรู้ เราพบการไม่มีทักษะ เราพบกระบวนการที่ละเมิด เด็กคนหนึ่งที่ถูกจับใน สน. บางนาในการชุมนุมที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกจับครับ ขอประทานโทษ ถอนเพื่อความเข้าใจ ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เมื่อมีการไต่สวนว่ามีการแจ้ง ข้อกล่าวหาที่ถูกต้องที่ศาลเยาวชนหรือไม่ เขาถูกคุมขังอยู่ในห้องขังของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ท่านเห็นไหมครับว่านั่นคือกระบวนการที่เราบอกว่าต้องพยายามให้เด็ก เยาวชนนั้นเข้าไป เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมน้อยที่สุด แต่กลับมีการใช้เงื่อนไขกฎหมายพยายาม จะละเมิดเขา นี่ไม่พูดถึงสาระที่จะตามมาเยอะแยะไปหมดนะครับ รายงานฉบับนี้พูดถึงเยอะครับ แต่เราจะแก้ปัญหาโดยการใช้กฎหมายปิดปากอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร นักกิจกรรม ทุกท่านโดนนะครับ ผมเองก็เคยโดนกฎหมายปิดปากจากการที่ไปช่วยเด็กที่ถูกละเมิด จากการที่เจ้าหน้าที่มาคุกคามติดตามผมว่ามีการยื่นสูติบัตรของเด็กอันเป็นเท็จ ทั้ง ๆ ที่ เราก็รู้ว่าเราไม่มีทางรู้ว่าสูติบัตรที่อยู่ในมือนั้นจริงหรือเท็จ แต่เราต้องการช่วยเด็กที่ถูกครู ละเมิดทางเพศ เป็นต้น มิติเรื่องของผู้หญิงครับ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ ท่านกรรมาธิการท่านอังคณาท่านทราบดีว่าหลังการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ มีผู้หญิงถึง ๔๔๐ คน ที่เป็นนักกิจกรรมแล้วถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะการถูกดำเนินคดีในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับการปกป้องสิทธิในชุมชน การปกป้องเรื่องของทรัพยากร ผมคิดว่าจำเป็นต้องเขียน ให้เห็นปัญหาเฉพาะกลุ่มต่าง ๆ ครับว่าเพราะเหตุใด มันมีวิธีคิดมายาคติแบบใดที่เลือกจะใช้ เงื่อนไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการประทุษร้ายประชาชนในรูปแบบที่แตกต่างกัน พี่น้องชาติพันธุ์ท่านมานพท่านพูดยกตัวอย่างไปหมดแล้ว กรณีชัยภูมิ ป่าแส หลาย ๆ กรณี ที่เกิดขึ้น อาเบ แซ่หมู่ ผมถามในที่ประชุมในวันที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี วันนี้ เขายังอยู่ในตำแหน่งใช่ไหมครับ ปรากฏว่าเขาไม่ได้ตอบครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตใช้เวลาจริง ๆ ครับ เพราะว่า มันเป็นเรื่องสำคัญ คือประเด็นเรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการยุติธรรม ผมเสียดายอย่างยิ่งที่ชื่อของท่านผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ไม่ถูกระบุอยู่ในรายงานฉบับนี้ ผมเสียดายอย่างยิ่งที่การคืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา การคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน ที่ท่านพูดถึงไม่ถูกระบุอยู่ในรายงานฉบับนี้ แล้วมันกลายเป็นไซเลนซ์ ออฟ เดอะ แลมบ์ (Silence of the lamb) ครับ เป็นความเงียบที่หายไปในสายลมของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ นั่นเป็นประเด็นที่ ๔🔗
ประเด็นที่ ๕ ขออนุญาตข้ามไปก่อนครับ ผมพูดในหลายเวทีแล้วครับ ก็คือ เรื่องของความรุนแรงในครอบครัว ท่านมีข้อเสนออยู่พอสมควรนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ เป็นไปได้อย่างไรกฎหมายแม่บทปี ๒๕๕๓ ปีนี้ปี ๒๕๖๓ กระทรวงยุติธรรมไม่ออก กฎกระทรวงตามมาตรา ๕๕ อันนี้อยู่ในรายงานนี้ครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ที่ผมจำเป็นต้องถามท่านมานพ คีรีภูวดล ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเองก็อยู่พรรคเดียวกับผม ในภาคผนวกนี่นะครับ ก ข ค ง ปรากฏตั้งแต่ ข ค ง เป็นร่างกฎหมายสภาชนเผ่าพื้นเมืองและเรื่องของกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิต ชาติพันธุ์หมดเลย ตกลงท่านเลือกให้เราได้ไหมครับว่าเราควรจะสนับสนุนร่างกฎหมายใด เพื่อนำไปสู่การคุ้มครองพี่น้องที่เป็นชาติพันธุ์อย่างแท้จริง นั่นเป็น ๖ ประการที่ผมอยากจะ พูดถึงครับท่านประธาน🔗
ผมจบแบบนี้ครับท่านประธาน ผมมีโอกาสได้แต่งบทกวีให้กับนักต่อสู้ผู้หญิง คนหนึ่งซึ่งเขาถูกจับกุมในตอนที่อายุ ๒๑ ปี ผมแต่งแบบนี้ครับ มันยาวครับ แต่ผมสรุป ประโยคสุดท้าย ยิ่งจับ ยิ่งเบ่งบาน ยิ่งเติบใหญ่ ยิ่งเด็ดใบ ยิ่งแตกหน่อ ก่อเกิดผล ยิ่งบีฑา ยิ่งกล้าหาญ ทระนง ยิ่งมั่นคง รอถึงวัน ประชาชัย เป็นทั้งคำถามและคำตอบในวันนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานขอแก้ไขบันทึกรายงานการประชุมก่อนนะครับ เพราะว่า ตอนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการเอ่ยนามชื่อผมในฐานะเป็นเจ้าของญัตติ ได้กล่าวถึง นามสกุลผมผิด จาก ลีวาเมาะ เป็น ลีวาแมะ นะครับ ขออนุญาตแก้ไขรายงานการประชุม ก่อนครับ ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ๑ ในเจ้าของญัตติหลาย ๆ ท่านนะครับ ได้ยื่นญัตติ ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ในพรรคผมพรรคประชาชาติ ก็มีท่านสมมุติอีก ๑ ท่าน ยื่นญัตติ ในลักษณะเดียวกัน และจำได้ว่าวันนั้นท่านประธานก็นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ผมในฐานะ ๑ ในเจ้าของญัตติ ต้องขอชื่นชมความวิริยะ อุตสาหะ การทำงาน ความตั้งใจทำงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ และผมเฝ้ารอติดตามว่ารายงานจะตอบโจทย์ญัตติ ที่ผมได้ยื่นหรือไม่ เพียงใด โดยเฉพาะกรณีเกี่ยวกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจำได้ว่าที่มาของการยื่นญัตติในวันนั้น สถานการณ์ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องปัญหา ๓ จังหวัด แต่มันเป็นภาพรวมของสถานการณ์การเมืองที่มีนักศึกษาถูกลอบทำร้าย จึงมีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ไม่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นที่ยื่นญัตตินี้ แต่ว่า กรณีการละเมิดสิทธิมีลักษณะคล้ายกัน เกี่ยวเนื่องกัน จึงเป็นที่มาของญัตติและการตั้ง กรรมาธิการในวันนี้ ท่านประธานครับ สภาพปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอภิปราย หลายครั้งในสภาแห่งนี้ว่า ๑ ในต้นเหตุของปัญหาก็คือว่าการไม่ได้รับความเป็นธรรม ของพี่น้องในพื้นที่ การไม่ได้รับความเป็นธรรมของพี่น้องในพื้นที่ในหลาย ๆ ความไม่เป็นธรรมนั้น ๑ ในนั้นก็คือการบังคับใช้กฎหมาย ผมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ ที่หยิบยกกฎหมายพิเศษ ๓ ฉบับ ตั้งแต่ พ.ร.บ. กฎอัยการศึก ปี ๒๔๕๗ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ และ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี ๒๕๒๑ รวมถึงนำระเบียบของ กอ.รมน. ภาค ๔ มาเป็นหนึ่งในระเบียบการบังคับใช้ในพื้นที่ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ การละเมิดสิทธิกับพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดมีอยู่ ๒ ลักษณะ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรายงานของกรรมาธิการที่บอก หนึ่งในนั้นก็คือการนำกฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างยาวนาน ๑๖ ปี ย่างเข้าปีที่ ๑๗ เป็นต้นเหตุของปัญหาในการเปิดประตูกว้างให้อำนาจ กับเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติงานจนเป็นที่มาของการละเมิดสิทธิซึ่งมันสอดรับกับระเบียบ ของ กอ.รมน. ภาค ๔ ที่มีอยู่ แต่ผมอยากเรียนทางคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งนะครับ ผมอ่านรายงานแล้วทางออกของระเบียบ กอ.รมน. ภาค ๔ ท่านไม่ได้ระบุในรายงานว่า ควรจะทำอย่างไรนะครับ ส่วน พ.ร.ก. ฉุกเฉินในรายงานฉบับนี้บอกว่าให้มีการทบทวน ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ จริง ๆ ไม่แค่อยากให้มีการทบทวน ใจจริงแล้วผมเชื่อว่า กรรมาธิการหลายท่านที่ได้ชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นท่านอาดิลัน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม แล้วก็ท่านอังคณาในฐานะเป็นนักสิทธิมนุษยชน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มานานนี่นะครับ มีการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษมานาน แต่ทางฝ่าย ผู้มีอำนาจทำเป็นหูทวนลมไม่เคยฟังเสียงของพี่น้อง ไม่เคยฟังเสียงของภาคประชาสังคมเลย เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดถ้าไม่ยกเลิกก็คือการทบทวน ผมเห็นด้วยที่มีการระบุในรายงาน ฉบับนี้ ในหน้า ๒๔๔ ถ้าจำไม่ผิดอันนี้นะครับ มีการระบุมาตราบางมาตราให้มีการทบทวน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๑ ต้องยอมรับว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓ จังหวัด ที่ใช้บังคับใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้บังคับมา ๑๖ ปี ย่างเข้าปีที่ ๑๗ แล้วก็ไม่มีการถ่วงดุล เป็นการออกกฎหมายโดยไม่ได้ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บังคับใช้จนถึงขณะนี้ไม่เคยมีการทบทวน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขมาตราใดที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิแต่อย่างใด ผมจึงอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้ ที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งถึงเวลาสักทีนะครับที่จะได้ให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้อง ของพี่น้องประชาชน แล้วก็สำคัญที่สุดก็คือว่ารายงานฉบับนี้จะทำอย่างไรไม่เพียงแค่ เป็นเพียงรายงาน จะทำอย่างไรให้ฝ่ายบริหารที่มีอำนาจฟังและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องกฎหมายพิเศษผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับตามรายงานฉบับนี้🔗
ประเด็นต่อมาก็คือว่าวันนั้นผมจำได้ วันที่มีการยื่นญัตติผมได้มีการอภิปราย มีเหตุการณ์ของอันแนร์เกิดขึ้นด้วย ปรากฏว่าในรายงานฉบับนี้นะครับมีการศึกษาเฉพาะ กรณีของ อับดุลเลาะ อีซอมูซอ เพียงรายเดียว แต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่เฉพาะแต่ละเมิดโดยการบังคับใช้กฎหมาย แต่มีการละเมิดโดยการกระทำ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เป็นเหตุหนึ่งของการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่าในรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีการนำกรณีศึกษานะครับ การเสียชีวิตของพี่น้องบนเขาตะเว ซึ่งเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอันเป็นการละเมิดสิทธิและถือว่าเป็นต้นเหตุ ของการนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าในขณะนี้ พี่น้องจะได้รับการเยียวยาก็ตาม แต่ประเด็นสำคัญตามรายงานฉบับนี้ที่ระบุถึงการเยียวยา แต่ว่าไม่ได้มีการนำระเบียบของคณะกรรมการ กพต. มากล่าวถึงถึงความล่าช้าของ การไม่ได้รับการเยียวยาของพี่น้องในพื้นที่แต่อย่างใด เพราะปัจจุบันนี้นะครับ คณะกรรมการ กพต. ซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐนี่นะครับ กว่าจะได้รับเงิน ใช้เวลานานเพราะการประชุมของคณะกรรมการ กพต. ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีหน้าที่ เป็นประธานนั่งหัวโต๊ะนี่นะครับ ปีหนึ่งอาจจะประชุมแค่ครั้งเดียว ดังนั้นการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยาให้กับพี่น้องตรงนี้จึงมีความล่าช้า ในรายงานฉบับนี้ ก็ไม่ได้กล่าวถึง และที่สำคัญที่สุดล่าสุดนะครับ การละเมิดโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีของปุโละปุโย ศาลเพิ่งมีคำพิพากษา อาจจะมีคำพิพากษาหลังรายงานฉบับนี้ แต่ก็ไม่ได้ มีการกล่าวถึงในรายงานฉบับนี้เช่นกัน อันนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะของผมนะครับ🔗
ฉะนั้นท้ายสุดนะครับ ผมจึงฝากไปยังฝ่ายผู้มีอำนาจคณะรัฐมนตรี เมื่อได้อ่าน รายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้แล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็นในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เฉพาะเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาเท่านั้น แต่ผมอยากให้มีความจริงใจ ในการที่จะเข้าใจ จริงใจในการที่จะเข้าถึง จริงใจที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้จริง ๆ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมันต์ โรม แล้วก็ตามด้วยท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา นะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล ผมขอเริ่มโดยเท้าความไปถึงที่มาของการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ นั่นก็คือเหตุการณ์ที่มีการลอบทำร้ายคุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ หรือเมื่อ ๑ ปี ๕ เดือนที่ผ่านมาแล้ว พรรคฝ่ายค้านได้เสนอญัตติด่วน ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ แต่กว่าจะได้เริ่ม มีการพิจารณาและตั้งขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าล่วงเลยมาถึงเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ หรือเมื่อ ๑ ปีที่แล้ว คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ขอขยายเวลาไปทั้งสิ้น ๕ ครั้ง จนเป็นรายงาน ฉบับนี้ออกมา ซึ่งมีเนื้อหาหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการละเมิดสิทธิ มนุษยชน การลอบประทุษร้ายประชาชน การละเมิดสิทธิทางการเมือง การละเมิดสิทธิ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และรวมไปถึงการละเมิดสิทธิของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ มากไปกว่านั้น คณะกรรมาธิการยังได้มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจหลายประการ เช่นการนำตัวผู้กระทำความผิด เข้ากระบวนการยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ การปรับปรุงกฎหมายเดิมและตรากฎหมายใหม่ ให้สอดคล้องกับกติกาสากล การป้องกันการฟ้องคดีเพื่อกลั่นแกล้งผู้เห็นต่าง การจัดระบบ การสอบสวนที่เข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในเรื่องเพศ การให้มีหน่วยกลางเป็นผู้สอบสวน กรณีการละเมิดสิทธิจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และในส่วนของข้อเสนอหลายข้อก็ก้าวหน้า เป็นความคิดริเริ่มใหม่ ๆ เช่นข้อเสนอให้จัดตั้งศาลสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย ข้อเสนอ ให้มีกฎหมายกลางเรื่องการเยียวยาผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวคิด ในเรื่องของการเยียวยาที่ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทน เช่น การคืนศักดิ์ศรี การขอโทษสาธารณะ การเยียวยาทางกฎหมาย การสร้างสถานที่รำลึก การปฏิรูปกฎหมายและการปฏิรูป หน่วยความมั่นคง สิ่งที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมในตลอดเกือบ ๑ ปี ระหว่างที่มีคณะกรรมาธิการชุดนี้ ทำงานกันอย่างแข็งขัน ผมขอชมท่านนะครับว่าท่านทำงานกันอย่างแข็งขัน มันควรจะเป็น สัญญาณเตือนที่ส่งไปถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ตระหนักว่าประชาชนกำลังจับตา มองท่านมากยิ่งขึ้น แต่ปรากฏว่าการใช้อำนาจของ พลเอก ประยุทธ์และพวกพ้อง กลับไม่ได้มีนัยที่มีความแตกต่างกับในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้า คสช. แม้แต่น้อย หลายเรื่องยังคงมีการละเมิดสิทธิ กล่าวสรุปง่าย ๆ ก็คือ พลเอก ประยุทธ์ นับตั้งแต่ มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมปีที่แล้วไม่เคยที่จะมีการปรับเปลี่ยนตัวเอง หนำซ้ำ ในบางแง่มุมกลับเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อก้าวเข้าสู่ปี ๒๕๖๓ เกิดการระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำก็คือ การประกาศใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมมาจนถึงปัจจุบัน แล้วพร้อมกันนั้นก็ตามดำเนินคดีกับผู้ที่ตั้งคำถามต่อมาตรการการรับมือของโรค เช่น ที่มีศิลปินโพสต์ (Post) ถามหาเจ้าหน้าที่คัดกรองผู้โดยสารที่สนามบิน ก็ปรากฏว่า ถูกแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หาว่าก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ต่อประชาชน หรือเมื่อมีการนัดชุมนุมรำลึกครบรอบเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ก็ปรากฏ ว่ามีการแจ้งความด้วยข้ออ้างว่าสร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดทั้งที่ผู้จัดก็ได้มีการป้องกัน ตนเองและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีแล้ว ในวันที่ ๔ มิถุนายน ปีนี้ล่ะครับ เกือบครบรอบ ๑ ปีกรณีทำร้ายคุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ก็เกิดเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจ คือมีการอุ้มหายขึ้นอีกครั้งกรณีของคุณวันเฉลิม เป็นรายที่ ๑๐ แล้วที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ หลังรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ที่มีการอุ้มหาย สูญหาย คุณวันเฉลิมเป็นบุคคล ที่ทางการต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อเขาสูญหายครับ รัฐบาลปฏิเสธ ความเชื่อมโยงกับเขาโดยสิ้นเชิง สุดท้ายมีคนออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับคุณวันเฉลิม ปรากฏว่าก็มีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินดำเนินคดี มันจึงไม่ต้องแปลกใจกันครับว่าเพราะเหตุใดจนถึงวันนี้เราจึงไม่เห็นถึงความคืบหน้า ของคุณวันเฉลิมแม้แต่น้อย จนกระทั่งวันนี้มีการชุมนุมครั้งใหญ่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าย้อนกลับไปก็คือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา เราก็พบว่ามันยังคงมีการข่มขู่ มีการคุกคาม มีการฟ้องปิดปาก ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ ทั้งโดยปล่อยให้มีประชาชน บางส่วนไปทำร้ายผู้ชุมนุม ทั้งหมดนี้ท่านอ้างการใช้กฎหมาย อ้างความสงบเรียบร้อย อ้างความจงรักภักดี ฝากขัง อายัดตัว ใช้ซ้ำ ๆ กับแกนนำที่ประกาศตั้งแต่แรกว่า ไม่คิดจะหลบหนี มีการใช้อุปกรณ์ที่สลายการชุมนุมตั้งแต่น้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตา ผสมกันเข้าไป ฉีดกันเข้าไป ทั้ง ๆ ที่แกนนำและผู้ชุมนุมเหล่านี้ไม่มีแนวโน้มแม้แต่น้อยว่า เขาจะบุกเข้ามาในรัฐสภาหรือสถานที่ราชการ นี่คือสภาพที่กำลังเกิดขึ้น มากไปกว่านั้นครับ ท่านประธาน ในปัจจุบันก็ยังปรากฏว่ามีการใช้มาตรา ๑๑๒ ในการดำเนินคดี .ซึ่งก่อนหน้านี้ พลเอก ประยุทธ์ก็เคยออกมาอ้างว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเมตตาไม่ให้ใช้ ซึ่งในวันที่ท่าน อ้างแบบนั้นในทางปฏิบัติพบว่ามีการใช้ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือมาตรา ๑๑๖ ทดแทน อย่างไรก็ตามครับวันนี้ท่านเปลี่ยนนโยบาย ท่านบอกว่าที่มีการใช้ ๑๑๒ ต่อแกนนำเหล่านี้ ในวันนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่เขาปฏิบัติกันเอง สรุปว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตาม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประสงค์ แต่วันนี้ท่านเปลี่ยนแล้วหรือครับ ท่านไม่ปฏิบัติ ตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าอยู่หัวแล้วหรือครับ สรุปว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ที่ชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่รับผิดชอบอะไรเลยใช่ไหม เรียนท่านประธานอย่างนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ การเอามาตรา ๑๑๒ มาใช้นี่มันเป็นอันตราย ไม่ใช่แค่เป็นอันตราย ต่อผู้ที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นอันตรายต่อพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน ระบอบการเมืองการปกครองที่เราใช้อยู่เราถือหลักการสำคัญอย่างหนึ่งครับ ที่เรียกว่า หลักการเดอะ คิง แคน ดู โน รอง (The King can do no wrong) หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ พระเจ้าอยู่หัวปกเกล้า แต่ไม่ปกครอง แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือว่าไม่ปกป้องพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้มาตรา ๑๑๒🔗
- ๑๑๑/๑ .🔗
ท่านรังสิมันต์ครับ🔗
ผมกำลังจะจบแล้วครับ ท่านประธาน นิดเดียว🔗
คืออย่างนี้ ผมขออนุญาตฝากเตือนท่านนิดหนึ่งว่า ข้อบังคับ ข้อ ๑ เราจะพยายามหลีกเลี่ยงการที่จะพูด ถึงพระมหากษัตริย์นะครับ คือจะพยายามไม่พูดถึงโดยไม่จำเป็นจริง ๆ นะครับ ฉะนั้น ก็ฝากท่านรังสิมันต์ โรม นิดหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานจริง ๆ ว่าผมก็โดนทักท้วงเรื่องนี้เยอะนะครับ แต่ผมก็ยืนยันกับ ท่านประธานว่าความมุ่งหมายของผมในเรื่องนี้ผมมุ่งไปที่ พลเอก ประยุทธ์ซึ่งเป็น นายกรัฐมนตรี สาระสำคัญอยู่ตรงนั้นครับ ดังนั้นผมต้องเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า การใช้มาตรา ๑๑๒ เป็นอันตรายต่อทุกฝ่าย ไม่เป็นประโยชน์ต่อการปกป้องเสรีภาพ ของประชาชน และที่สำคัญจะนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรา ๑๑๒ เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ในการกลั่นแกล้งทางการเมืองต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่ารายงานฉบับนี้จะเสียเปล่า ผมก็ยังเห็นว่ารายงานฉบับนี้ ยังคงเป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ต่อการทำงานขององค์กรหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคตนั่นคือ ส.ส.ร. ที่จะมาเป็นผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในรายงานนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมายังมีลักษณะ ที่เป็นวาทกรรมหรือวาทศิลป์ เขียนไว้หลอก ๆ ไม่ได้มีการบังคับใช้จริง เพราะสุดท้ายก็ติดกับ ถ้อยคำคำว่า ตามกฎหมายบัญญัติ ติดกับการใช้ดุลยพินิจตีความ ไม่มีหลักประกันมั่นคง ในเรื่องของนิติรัฐ ในเรื่องของการแบ่งแยกอำนาจหรือความเป็นอิสระของศาล สิ่งเหล่านี้ คือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่ ส.ส.ร. ควรจะนำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงบทบัญญัติว่าด้วย สิทธิและเสรีภาพในรัฐธรรมนูญต่อไป🔗
สุดท้ายนี้ครับ ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่รายงานฉบับนี้ได้กล่าว เอาไว้ว่าการรัฐประหารยึดอำนาจประชาชนนั้น🔗
ท่านรังสิมันต์ครับ เลยเวลามาเยอะแล้วครับ🔗
ผมไม่เกิน ๑ นาทีรับประกันครับ ท่านประธาน🔗
ท่านเลยมา ๓ นาทีเศษแล้วครับ🔗
ขอ ๓๐ วินาทีก็ได้ครับว่าการรัฐประหาร ยึดอำนาจประชาชนนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ของไทยต้องประสบปัญหามาโดยตลอด เนื่องจากเป็นการสร้างวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ทำให้ผู้ละเมิดสิทธิเสรีภาพไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายเพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ต้องรับโทษ ในสิ่งที่ทำ ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้มีความเห็นว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองที่ยั่งยืนนั้นควรต้องทำโดยการป้องกันและยุติไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก ให้ประชาชนได้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เรียนรู้ที่จะเคารพความเห็นต่าง และอดทนอดกลั้นในการอยู่ร่วมกัน ผมจึงขอฝากไปยังผู้มีอำนาจทุกท่านว่าในเวลานี้สังคม ไม่อาจจะอุ่นใจได้ว่าการรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ต้องคอยหวาดระแวงทุกครั้ง ที่ทหารมีการโยกย้ายอาวุธ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกท่านจะตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ไม่พาตัวเองและประชาชนทั้งประเทศลงเหวไปด้วยกันทั้งหมด อย่าได้คิดทำรัฐประหารอีก ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเชิญ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา แล้วก็ตามด้วยท่านสุรทิน พิจารณ์ นะครับ ขอท่านสมาชิกได้ควบคุม เนื้อหาการที่จะอภิปรายให้อยู่ในกรอบเวลาด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกผู้แทนราษฎร จากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมอยากจะขอบคุณทางกรรมาธิการนะครับ ที่ได้จัดทำรายงานที่เห็นไปด้วยความตั้งใจ แล้วก็มีความละเอียดรอบคอบ และแน่นอนว่าพอเราพูดถึงการแก้ไขปัญหาด้าน การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น ผมก็เข้าใจดีคำว่าหลายหัวข้อก็คงมีเวลาในการศึกษาไม่พอ แล้วก็มีเนื้อที่ไม่พอที่จะบรรจุภายในเล่มเดียวนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะ ขอเพิ่มเติมแล้วก็เน้นใน ๓ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้🔗
ประการแรก ก็คือในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้มีเรื่องของสิทธิเสรีภาพของ สื่อมวลชนนะครับ เพราะว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนก็คือสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนบทบาทของสื่อมวลชนจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมาก ที่สังคมจะรับรู้ข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในการสลายการชุมนุมแล้วก็ในกรณีที่เกิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรงว่าสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือให้ศาลพิจารณาสอบสวนและระงับการออกอากาศ แล้วก็ระงับ สื่อออนไลน์ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในวงการสื่อมวลชนนะครับ เกิดคำถาม ในขั้นตอนทางกฎหมายและเกิดคำถามในสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ซึ่งอาจจะขัด กับรัฐธรรมนูญ มีการจับกุมนักข่าวสำนักข่าวประชาไท คุณกิตติ พันธภาค เป็นการจับกุม โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา มีการจับมัดมือไพล่หลังและมัดด้วยสายเคเบิล (Cable) นานถึง ๖ ชั่วโมง และมีความพยายามจะยึดเมมโมรีการ์ด (Memory Card) โดยที่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา คุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ครับ ในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวอยู่นั้นก็ถูกหมายเรียก นะครับว่าทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วก็มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ๔ คน ไปหาที่บ้าน แล้วพบกับคุณแม่วัย ๙๓ ปีของเขา ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เราพยายามอย่างยิ่ง ที่จะเชิญตำรวจมาให้ข้อเท็จจริง มาชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้ง กสม. และกรรมาธิการของเรายังไม่ได้รับความร่วมมือ จากตำรวจเลยที่จะมาชี้แจง กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีเครื่องมือแล้วนะครับ พ.ร.บ. คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา. พ.ศ. ๒๕๕๔ เราใช้ไม่ได้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีกฎหมายที่อยู่ในมือแต่ก็ยังไม่ได้ใช้ เราจึงเกิดคำถามขึ้นอย่างยิ่งว่าและองค์กรอิสระอย่าง กสม. หรือใครจะเป็นคนที่สามารถ ตรวจสอบอำนาจรัฐและเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้ เมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน นี่คือประการที่ ๑ นะครับ สิทธิเสรีภาพของสื่อคือสิทธิเสรีภาพของประชาชน🔗
ประการที่ ๒ ผมเห็นด้วยกับบทที่ ๙ ในเรื่องของหลักนิติธรรมและความเป็นอิสระ ของศาลนะครับ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่งว่าความยุติธรรมเป็นรากฐานสำคัญ ของระบอบประชาธิปไตย และผมอยากจะเน้นย้ำอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าหลักความเป็นอิสระ ของศาลนั้นไม่ได้มีเพื่อคุ้มครองศาลอย่างเดียวนะครับ แต่ความเป็นอิสระของศาลนั้น ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีนั้นเป็นการคุ้มครองประชาชน เราเห็นศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำถามมากมายในเรื่องของความเป็นอิสระ ไม่ว่าจะเป็นที่มาที่มีการแต่งตั้งโดย คสช. และต่ออายุโดย คสช. สัดส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่งตั้งข้าราชการชั้นสูงเข้าไป และคำวินิจฉัยที่ตอนนี้คุณประยุทธ์ฝ่าด่านอรหันต์มากี่ด่านแล้วครับ ก็ยังไม่เคยมีกรณีไหน ผิดแม้แต่ครั้งเดียว รัฐมนตรี คสช. ในปี ๒๕๖๑ ที่ถือหุ้นในสัมปทานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ปูนซีเมนต์ไทย ปตท. หรือพีทีที โกลบอล (PTT Global) รอดจากการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ปี ๒๕๖๒ ไม่รับคำร้องในกรณีที่คุณประยุทธ์ถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบนะครับ และมีการวินิจฉัยว่าคุณประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส.ส. รัฐบาล ๓๒ คน ที่ถือหุ้นสื่อรอดทั้งหมด แต่ฝ่ายค้าน ๒ คนถูกตัดสินนะครับ คือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และคุณธัญญ์วาริน ท่านประธานครับ และล่าสุด ๑๕.๐๐ นาฬิกานี้นะครับสร้างความโกรธแค้น ไปทั่วประเทศ คือคุณประยุทธ์ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักทหารนั้น ศาลวินิจฉัยว่าไม่เป็นการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมอยากถามกรรมาธิการว่าทำไมไม่มีข้อสังเกตในเรื่องเหล่านี้ ในเรื่องความเป็นอิสระของศาลอยู่ในรายงานกรรมาธิการ ผมคงไม่ได้ก้าวล่วงในเรื่อง ของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราไม่ตั้งคำถามเลยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ แบบนี้ ผมก็คิดว่าเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าประชาชนไม่เชื่อใจ ถ้าประชาชน ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย เรื่องของ สิทธิมนุษยชนของประเทศนี้ไม่มีทางที่จะแก้ไขได้นะครับ และผมอยากจะตั้งคำถาม ถึงกรรมาธิการที่นำเสนอถึงเรื่องของความเป็นอิสระของศาลนะครับ ในเมื่อเราชัดเจนแล้วว่า ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ทำไมยังปล่อยให้สภาของเราคว่ำร่างของไอลอว์ (iLaw) ที่จะทำให้เรามีที่มาขององค์กร อิสระและศาลใหม่ อันนี้ผมก็ค่อนข้างผิดหวังนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายนะครับ ผมขอต่อเนื่องจากที่ท่านรังสิมันต์ได้อภิปรายนะครับ ในรายงานฉบับนี้พูดถึงกฎหมายหลายตัวนะครับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๖ นะครับ แต่วันนี้นี่ถ้าเราจะมีอะไรที่เป็น สแลปป์ลอว์ (SLAPP Law) กฎหมายที่ปิดปากประชาชนได้เข้มข้นที่สุด น่าหวาดกลัวที่สุด อันหนึ่งก็คือมาตรา ๑๑๒ ซึ่งตอนนี้ผู้ชุมนุม แกนนำโดนไปแล้วทั้งหมด ๑๒ คน ผมคงไม่ลง รายละเอียดนะครับ เพราะเรายังมีพื้นที่ปลอดภัยในการคุยเรื่องนี้ แล้วเราต้องการที่จะคุยกัน ในรายละเอียดอีกนาน แต่ผมอยากจะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ตลอดมาเป็นที่ประจักษ์ แล้วนะครับว่ามีปัญหาในเรื่องของหลักการที่แม้แต่นักวิชาการหลายท่านก็ยังบอกว่าสมควร ที่ต้องกลายเป็นกฎหมายแพ่งเท่านั้น และไม่ควรจะมีโทษที่รุนแรงขนาดนี้ และไม่ควรจะอยู่ ในหมวดของความมั่นคงด้วย เนื้อหามีการตีความอย่างกว้างทำให้ง่ายเหลือเกินที่จะ กลายเป็นเครื่องมือในการใช้ทำร้ายหรือว่าปิดปากผู้เห็นต่างทางการเมือง และแน่นอน ก็คือเรื่องของการบังคับใช้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการ หรือสามารถเพิ่มเติมลงไปในรายงานของกรรมาธิการได้นะครับ เพราะว่าสิทธิเสรีภาพ ของสื่อมวลชนจะสามารถทำให้การป้องกันการคุกคามนักเคลื่อนไหว แล้วก็การรายงาน ข้อเท็จจริงนั้นสามารถมีการพัฒนา และทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้นได้ รวมถึงถ้าตอนนี้ เรายังไม่สามารถให้หลักนิติธรรม นิติรัฐ ที่เกิดขึ้นได้นะครับ เราก็จะเกิดกรณีการอุ้มหายไม่รู้จบ การลอยนวลของผู้คนที่ทำผิดและละเมิดสิทธิมนุษยชนก็จะไม่มีการจัดการ และบทเรียน ที่คนไทยรู้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ก็คือการที่เคารพสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ไม่มีจริงนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ตามด้วยท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ เรื่องสิทธิมนุษยชน ที่ถูกละเมิดมา โดยเฉพาะพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือเรียกว่าผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย พอถูกละเมิดเสร็จก็ว่าจะมีการเยียวยาตามคำสั่ง ๖๖/๒๓ ท่านประธานครับ หลายคนก็ได้รับ การเยียวยาไปแล้ว พวกเรา ต้องว่าพวกเราท่านประธานครับ ผมสหายไทยก็ยังไม่ได้รับ ผมไม่ทราบว่าสหายแสงได้รับหรือยัง ท่านประธานครับ เราถูกละเมิด ถูกกระทำ ไม่ว่าอยู่ที่ ภูหินร่องกล้า ๓๗ ศพ เห็นต่อหน้าต่อตา ท่านประธานครับ ที่ถ้ำผาแดง มุกดาหาร ท่านประธานก็รู้ ที่กำลังประชุมกันอยู่แล้วก็ระเบิด ไม่รู้มาจากไหนมันวิ่งเข้าไประเบิด ๒๓ ศพท่านประธานครับ นี่คือมันเป็นการละเมิดต่อชีวิต แล้วก็ทำร้ายจิตใจญาติพี่น้อง เรียนท่านประธานว่าทุกคนเหล่านี้ยังไม่ได้รับการเยียวยา ท่านประธานครับ หลายครั้ง หลายครา หลายกรณี ได้มีการปราบปราม กรณีการปราบปรามซึ่งเกิดจากเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ เฉพาะเอาปืนไปยิงเท่านั้นครับ อย่างเช่นพี่น้องที่อยู่ภูพาน ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และผลคือ ไปสร้างเขื่อนน้ำท่วมนาว่าคอมมิวนิสต์มันจะตาย มันก็ปืนขึ้นไปบนเขานะครับ เสร็จแล้ว เวลาเยียวยาก็แค่ข้าวสาร ๑ กระสอบท่านประธานครับ จึงทำให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเรียกร้อง เท่าทุกวันนี้ เขื่อนสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ ท่านประธาน จนถึงปัจจุบันการเยียวยายังไม่จบ ถามถึงความจริงใจของผู้มีอำนาจ ท่านประธานครับ อีกกรณีหนึ่ง กรณีถังแดงที่อยู่ปักษ์ใต้ หลาย ๆ คนก็รู้ว่าเอาคนมายัดลงถังแดงต้ม แล้วก็ถามความจริงว่าเป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่ ท่านประธานครับ ช่วงนั้นก็คือปี ๒๕๑๐ ขออนุญาตเอ่ยนามผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์คือ จอมพล ถนอม กับ จอมพล ประภาส โดยประกาศว่าจะกำจัดคอมมิวนิสต์ให้สิ้นซาก ท่านประธานครับ คำพูดคำนี้ทำให้กระทบพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าคอมมิวนิสต์ ไม่ได้เขียนติดหน้าอกไว้ นี่คือปัญหานะครับ ท่านประธานครับ อีกกรณีหนึ่งก็คือกรณีของ สุรชัย แซ่ด่าน และโกตี๋ที่เป็นศพลอยมาแม่น้ำโขง ผมเชื่อว่าท่านประธานก็รู้ ผมก็รู้ ทุกคนก็ชี้ไปที่ไหนท่านประธานครับ ชี้ไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ พูดได้ไหม อีสานว่าบ่ครับ ทุกคนปิดปากหมด เห็นใจ ผมว่ากรณีอย่างนี้ผมว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการพูดในสภาว่า พี่น้องคนไทยด้วยกันถูกทำร้ายจากผู้มีอำนาจ แต่ว่าไม่ได้รับการดูแลหรือเยียวยาครับ ท่านประธานครับ หรือกรณีปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ พี่น้องเสื้อแดงที่ถูกกระทำตอนสลายม็อบ (Mob) ใช่ไหมครับ ถูกกระทำมีคนตายไปหลายศพ ละเมิดจิตใจไป ญาติพี่น้องเรียกร้องกัน จนมาถึงทุกวันนี้ มีคำถามว่าใครได้รับการเยียวยาบ้าง ท่านประธานครับ ที่กราบเรียน ท่านประธานในกรณีรายงานสิทธิมนุษยชนนี้ก็เพราะว่ามันเป็นโอกาสเดียวท่านประธาน เป็นโอกาสเดียวที่ผมกับท่านประธานจะได้ส่งรายงานไปให้ทางรัฐบาลนะครับ เพราะว่า ผู้มีหน้าที่ ผู้มีอำนาจในการดูแลก็คือรัฐบาลจะต้องดูแล อย่างเช่นกรณีของผู้ร่วมพัฒนา ชาติไทยท่านประธานครับ มันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการเยียวยาไปแล้ว แต่ยังเหลืออีก กลุ่มหนึ่งจะต้องดูแลเขา คำสั่ง ๖๖/๒๓ นั่น ให้เขาวางปืนท่านประธานครับ วางปืนเพื่อมา สร้างบ้านแปลงเมืองท่านประธาน พวกเราก็ยอม ออกมาร่วมกัน ถือว่าเป็นคนไทยด้วยกัน แต่มันยังไม่ได้รับการเยียวยา งบประมาณปี ๒๕๖๔ ผมได้อภิปรายงบประมาณว่างบกลาง ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัดมาให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยสัก ๖,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ให้มันจบไปเลย หรือกลุ่มมีปัญหาต่าง ๆ ให้มันจบไป พี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยก็โอเค (OK) ว่า มาได้เท่าไรก็เท่านั้น ท่านประธานครับ คิดว่ามันน่าจะจบในรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์นะครับ เราเป็นคนไทยด้วยกันไม่ว่าจะเป็นอีสาน กลาง เหนือ ใต้ ชนเผ่า คนในประเทศหรือคนต่างแดนนั่นคือลูกหลานไทยท่านประธานครับ เมื่อมีปัญหา มีผลกระทบเยียวยากันนะครับ นี่กราบเรียนท่านประธานไว้🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ อยากถามไปถึงกรรมการสมานฉันท์ ที่ทุกพรรค ได้ร่วมกันเพื่อจะทำให้เกิดขึ้นทำไมช้าจังท่านประธานครับ เร็วกว่านี้ได้ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้ทุกคนได้อาศัยสภาเป็นที่คุยกัน ที่คุยวันนั้นคือคุยกัน หารือกัน ให้สภาเป็นศูนย์กลาง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล แล้วก็ตามด้วยคุณเบญจา แสงจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องแนวทาง การแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชนเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่สภาเราได้ลงแรงลงทุน ในเรื่องของการค้นหา สืบหา สอบหา เพื่อให้ได้ประเด็นที่รัฐบาล ต้องเอาไปใช้ โดยเฉพาะสภาความมั่นคงครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่าสภาความมั่นคง เพราะอะไร เพราะสภาความมั่นคงคือหน่วยงานของรัฐที่มีปัญหาที่สุดและต้องเป็นหน่วยงาน ของรัฐที่รับผิดชอบและแก้ไขในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างชัดเจนครับท่านประธาน ผมอ่านรายงานในเล่มนี้ที่ปรากฏในหน้า ๒๓๗ ที่เกี่ยวเรื่อง กับข้อสังเกตที่คณะกรรมการบอกไว้ในข้อที่ ๔ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขใน ๘.๑ ในสาระสำคัญ คือข้อที่ ๔ คือการทบทวนประกาศต่าง ๆ ผมไม่อ่านรายละเอียด เพราะการทบทวนประกาศ สิ่งที่ผมบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าสิ่งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดของเราสภาแห่งนี้คือสภาต้องช่วยกัน ใช้กฎหมายที่มีอยู่ครับท่านประธาน แก้มันไม่อย่างนั้นเราไปไม่ถึงครับ สภา คณะกรรมาธิการมีอยู่ทุกพรรคครับท่านโดยเฉพาะรัฐบาล แล้วต้องช่วยกันแก้ ที่ผมพูด ถึง พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพราะอะไร เพราะ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่มีไม่กี่มาตราละครับ แต่ที่สำคัญ ๆ ก็คือตั้งแต่มาตรา ๘ วรรคสอง ให้บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งได้รับความคุ้มครอง เช่นเดียวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ตามขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับแต่งตั้ง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อย่างเดียวนะครับ คนที่ได้รับแต่งตั้งยังได้รับความคุ้มครองเลยครับ พ.ร.ก. นี้ แล้วมาตรา ๙ ที่ใช้อยู่นี่เป็นมาตราที่เขาเรียกว่ายิ่งกว่าปิดปากครับ พร้อมที่จะ แขวนคอประชาชนได้เลยทุกมิติ และใช้ยาวนานตั้งแต่ภาคใต้จรดเหนือครอบประเทศ อ้างว่าโควิด (COVID) แต่ก็ยังใช้ครับท่านประธาน และล่าสุดสร้างสถานการณ์ครับ วันที่ ๑๔ ตุลาคมไว้ฟังผมบรรยายในญัตติด่วนครับท่านจะลงรายละเอียด นั่นคือการประกาศ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง แต่รายละเอียดไม่ลงครับ ฟังวันนั้นแล้วกัน ๓๐ นาทีรวด แต่ทีนี้ผมจะบอกว่าในมาตรา ๙ ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มีอำนาจออกข้อกำหนดเยอะแยะไปหมดเลยครับ คณะกรรมาธิการก็พูดแล้วว่าละเมิดสิทธิ มนุษยชนเยอะแยะเลย ห้ามบุคคลออกสถานที่ เคอร์ฟิว (Curfew) นะครับ ห้ามมีการชุมนุม ห้ามทุกอย่างนะครับ มาตรา ๑๑ ยังแถมอีกครับท่าน วรรคสองนี่นอกจากประกาศที่มี ในมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ แล้วนะครับ ยังให้อำนาจอีก ๑๐ วงเล็บอีก มันยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับ ถ้าไม่แก้ ไม่เปลี่ยนแปลงรับรองประเทศนี้ยังตกอยู่ในอำนาจการสืบทอด ตลอดไป และที่สำคัญในกฎหมายที่เราเรียกว่าพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำ ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ครับท่านประธาน มีนิยามศัพท์ที่เขียนว่า ในมาตรา ๓ การประเมินผลสัมฤทธิ์หมายความว่าการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการบังคับใช้กฎหมายและปรากฏว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายนั้น มากเพียงใด คุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นแก่รัฐและประชาชนหรือไม่ หรือมีผลกระทบอื่นใด อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ เพียงใด เห็นไหมครับ คำว่า ประเมินผลสัมฤทธิ์มันก็บอกนิยามศัพท์ในนี้มันบอกชัดเลยครับว่าคุ้มค่าหรือไม่ และประชาชนเดือดร้อนหรือไม่ เกิดผลกระทบอะไรหรือไม่ ไม่เป็นธรรมหรือไม่อยู่ในนั้นหมดครับ ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๔ ท่านไปดูครับ บอกเลยการประเมินผลสัมฤทธิ์ให้กระทำ อย่างน้อยทุก ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายกำหนดมีผลใช้บังคับ ผมไม่พูดยาวนะครับ ก็นี่ยาวไปเรื่อย (๑) ที่จะทำได้ก็คือได้รับหนังสือร้องเรียนหรือข้อเสนอขององค์กรที่เกี่ยวข้อง นี่ละครับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ท่านส่งรัฐบาลแล้วเขียนหมายเหตุตัวกว้าง ๆ เลยครับ สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ่อตัวดีของประเทศเรานี่ละครับที่กำหนดทุกอย่าง เปิดระยะโควิด (COVID) ที่มันไม่โควิด (COVID) จริงไปเรื่อย ๆ เชงไปเรื่อย ๆ ครับท่านไม่จบสิ้น ประชาชน เดือดร้อนนะครับ แล้วก็บางทีก็หาเวลากำหนด เห็นไหมครับว่าประชาธิปไตยดิจิทัล (Digital) มันคลื่น มันกระโหม มันกระหน่ำ วันนี้ก็ก่อให้เกิดสินามิลูกใหม่มันกำลังหมุนและปั่น บนคลื่นดิจิทัล (Digital) ประชาธิปไตยที่กำลังโหมกระหน่ำ ทัวร์ (Tour) ลงเป็นล้านแน่นอนครับ ท่านประธาน นั่นคือสิ่งที่ถ้าไม่แก้นะครับ เราเองควรจะต้องสิทธินี้ครับ และสำคัญเลยโดยเฉพาะการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๓๐ ของพระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์ที่กำหนดว่า (๑) การมีกฎหมายเท่าที่เพียงจำเป็นโดยยกเลิกหรือปรับปรุง กฎหมายที่หมดความจำเป็น ล้าสมัย นี่มันล้าสมัยครับ ๑๕ ปีแล้วครับ พระราชกำหนดนี้ มากกว่า ๑๕ ปี บังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๖ นิดเดียวครับท่านประธาน ๑ นาทีครับ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ๑๖ ปีเลยมาแล้วครับ เลย ๕ ปีแล้วต้องทำครับ สภาความมั่นคงต้องทำ คนร้องต้องร้องนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นกฎหมายไม่ถูกแก้ครับ ท่านประธานครับ นี่คือจุดเดียวที่เราชาวสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายจะช่วยกันแก้กฎหมายได้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณเบญจา และตามด้วยท่านสำลี รักสุทธี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันเห็นว่า การพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบทำร้าย ประชาชนจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ศึกษาวิธีการป้องกันและล็อกประตูปิดตาย การทำรัฐประหารในประเทศไทยด้วย รวมถึงการยกเลิกประกาศคำสั่งของ คสช. ออกไปด้วย ทำไมดิฉันกล่าวเช่นนี้ทราบไหมคะ ดิฉันกล่าวเช่นนี้เพราะว่าสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบทำร้ายประชาชน นั่นก็คือทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ได้มีการทำลายหลักการทางนิติรัฐ หลักการทางกฎหมาย ทำลายแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การรัฐประหารคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนรูปแบบหนึ่ง เป็นการยึดอำนาจการปกครองไปจากประชาชนด้วยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจก็จะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เข้มข้นมากขึ้นและเป็นแบบนี้ เพิ่มมากขึ้นทุกครั้ง แม้วันนี้เราจะมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ตาม เผด็จการ คสช. ก็ได้พ้นจากตำแหน่งออกไป แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่คือเครือข่ายอำนาจของ คสช. และไม่ได้ สิ้นสุดบทบาทไปด้วย แต่ยังคงสืบทอดอำนาจอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ ไม่ว่าจะผ่านกลไก ทางการเมือง ผ่านกลไกทางกฎหมายต่าง ๆ และเราก็ยังต้องเผชิญกับความพยายาม ในการถูกปิดกั้นการใช้เสรีภาพทางการเมืองของประชาชน โดยการใช้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมจากการสืบทอดอำนาจเป็นเครื่องมือในการปราบปรามประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการทำนิติสงคราม การฟ้องปิดปาก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันค่ะ ความน่ากลัวของมันคือสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเคยชิน ดังนั้นข้อสังเกตของเรื่องนี้ก็คือว่า ระบอบเผด็จการที่มีมาจากการรัฐประหารได้สร้างระบอบระเบียบใหม่ทางสังคม ที่ยังคงเป็นผลพวงของเผด็จการที่ยังคงตกค้างอยู่กับสังคมไทยมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งระบอบ เผด็จการทหารจนมาถึงระบบคณะ คสช. ที่ผ่านมา สร้างขึ้นมาเพื่อรักษาอำนาจของรัฐประหาร ที่ผ่านมาในทุกยุคและทุกสมัยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการจัดการควบคุมประชาชน ควบคุม วิธีการคิดโดยใช้วิธีการทางการทหาร ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นค่ายทหาร ไม่เพียงแต่ การยึดอำนาจล้มล้างการปกครองเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีกระบวนการพยายามผลักดันประเทศ ให้เข้าสู่ลักษณะทางการทหารที่ขยายตัวไปในทุกมิติ พยายามใช้การกำกับควบคุมโดยกองทัพ ถูกทำให้ขึ้นอยู่กับวิธีคิดแบบทหาร ๆ ภายใต้กรอบคิดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติ ส่งผลให้การชุมนุมและการแสดงออกทางการเมืองโดยสันติ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ตามแบบปกติค่ะ ท่านประธานคะ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ เป็นการแสดง ความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ และการชุมนุมทางการเมือง จึงทำให้กลายเป็น ความไม่สงบเรียบร้อยและความวุ่นวาย และเป็นการปลุกระดมยุยงปลุกปั่นไปด้วย มุมมอง ที่เห็นการแสดงออกทางการเมืองเป็นเรื่องกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เปิดโอกาส ให้หน่วยงานความมั่นคงเข้ามาควบคุมและเข้ามาจัดการปัญหาทางการเมือง เข้ามามีบทบาท ในการใช้อำนาจรัฐในการที่จะติดตามตัวบุคคล จับตานักกิจกรรมทางการเมือง จับตากิจกรรมการชุมนุม จับตากิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แสดงออกทางการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่ทำให้ เรื่องไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ ท่านประธานคะ จากกรอบคิดแบบนี้หากใครแสดงออก ในเชิงไม่เห็นด้วยกับรัฐจะถูกสอดส่อง ใครที่แสดงออกในความที่คิดเห็นต่างจากรัฐจะถูกจับตา เป็นพิเศษ และยังคงมีการปฏิบัติการทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือไอโอ (IO) และมีการปฏิบัติการจิตวิทยาเข้ามาเพื่อด้อยค่าผู้ชุมนุม และผู้ดำเนินกิจกรรม ทางการเมืองด้วย นี่คือการที่กองทัพทหารขยายเขตแดนอำนาจเข้าไปในปริมณฑลต่าง ๆ และมีคณะรัฐมนตรีที่มีแนวคิดไม่ต่างกับคณะรัฐประหารในช่วงที่ผ่านมาทำให้กระบวนการ ในการเปิดช่องให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงในกระบวนการทางด้านกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่เปิดช่องให้ คสช. แต่งตั้ง ส.ว. ๒๕๐ คน โดยกำหนดให้สมาชิกส่วนหนึ่ง เป็นทหารโดยตำแหน่ง และทำให้กองทัพในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นทหาร และยังคงอยู่ใน ตำแหน่ง และมีความชอบธรรมในการใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางวุฒิสภาอีกด้วยค่ะ หลังรัฐประหารกองทัพทหารเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแทบทั้งหมดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองผ่านการแสดงออก แล้วก็ผ่านการออกประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหาร ทหารเข้าไปมีอิทธิพลในฝ่ายปกครอง และส่วนราชการต่าง ๆ ผ่านโครงสร้างของ กอ.รมน. ภาค และ กอ.รมน. จังหวัด เข้าไป มีบทบาทในการจัดตั้งมวลชนในท้องถิ่น เข้าไปมีบทบาททั้งหมดโดยอาศัยกลไกของรัฐ มีการสร้างเครือข่ายจับตาสอดส่องความเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่ และมีการจับตา การแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าการรัฐประหาร ที่ผ่านมาส่งผลกับโครงสร้างของการเมืองต่าง ๆ และการขยายอำนาจเข้าไปจัดการ การดำเนินการนโยบายทางเศรษฐกิจ การเมืองและการปกครอง และสังคมในทุกรูปแบบ ส่งผลให้การละเมิดสิทธิมนุษยชน การลักลอบทำร้ายร่างกายประชาชนยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดิฉันจึงเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ขึ้นอีกในอนาคตค่ะ และให้มีการทบทวนประกาศคำสั่ง รวมถึงการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ทั้งหมด รวมถึงการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งที่รับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่งของ คสช. ชอบด้วยกฎหมายออกไปด้วย ข้อสังเกตนี้ดิฉันอยากจะพูดถึงว่าข้อสังเกต ทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ดิฉันยังหวังเป็นอย่างยิ่งค่ะว่านายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหาร จะรับไปเพื่อปรับปรุงแก้ไขการทำงานให้สอดคล้องกับกรรมาธิการ และนี่ถือว่าเป็นข่าวดีค่ะ แต่ว่าข่าวร้ายท่านประธานคะ ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์นี้รัฐบาลจะสนับสนุนหรือไม่ ในขณะที่ ณ วันนี้และปัจจุบันนี้เรายังคงอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ซึ่งยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร และยังคงสืบทอดอำนาจมาจนถึงปัจจุบันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสำลี รักสุทธี ตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ความจริงผมจะพูดเรื่อง ป.ป.ช. ได้เตรียมมาแล้วแต่ท่านก็ไม่ให้สิทธิผม ผมก็เลยต้องขอพูด เรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เตรียมก็ไม่เป็นไรครับ ผมขอพูดในส่วนที่มันมีอยู่ในตัวแล้วก็ประสบด้วย ตนเองนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิ่งที่เกิดมากับมนุษย์ เมื่อเรา มีร่างกายนะครับ เรามีร่างกายมาแล้วเกิดเป็นมาแล้วสิทธินั้นเกิดมาพร้อมกับเรานะครับ แต่มนุษย์มักจะละเมิดสิทธิของกันและกันนะครับ สิทธิมีทั้งอย่างหยาบแล้วก็ละเอียดนะครับ อย่างหยาบก็คือ เช่น สิทธิในร่างกาย สิทธิในเคหะสถาน สิทธิอะไรต่อมิอะไรอย่างนี้ คือหยาบ ๆ ส่วนสิทธิอย่างละเอียดมันลงไปสู่ระดับจิตใจนะครับ ความอิจฉาริษยา การอะไรกันนี่ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของสิทธิทั้งนั้นนะครับ จุดกำเนิดที่ทำให้มนุษย์ละเมิดสิทธิกันนั้นนะครับ ผมเห็นว่ารายงานเล่มนี้ค่อนข้างจะละเอียด แล้วก็ให้ความรู้ดีมากนะครับ ผมเองชื่นชมคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบนท่านทำงานได้ดี นะครับขอชื่นชม ทำให้ผมมีความรู้ได้เยอะแม้จะเปิดอ่านนิดเดียวเท่านั้นเองก็ถือว่า เป็นรายงานที่ดีครับ จุดกำเนิดหรือต้นทางของการละเมิดสิทธินั้นในประสบการณ์ของผม ในความรู้สึกของผมผมเห็นว่า ๑. ครอบครัว กับ ๒. โรงเรียน ซึ่ง ๒ สถาบันนี้นะครับ เป็นสถาบันที่ควรคุ้มครองสิทธิของมนุษย์หรือสิทธิของเด็ก กับเป็นแหล่งสะสมทำให้ มนุษย์ละเมิดสิทธิของกันและกันโดยเริ่มจากครอบครัวแล้วก็โรงเรียนนะครับ อันนี้ประเทศ ที่เขาเจริญแล้วหรือประเทศที่เคารพในเรื่องของสิทธินั้นจะเริ่มจากครอบครัวนะครับ บางคนอาจจะว่าครอบครัวนี่ถ้าพ่อแม่ไม่ด่าลูก ไม่ตีลูก ไม่ละเมิดสิทธิลูก โรงเรียนไม่ละเมิด สิทธินักเรียนก็จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เกิดปัญหาปกครองกันไม่ได้ ความจริงแล้ว ตรงกันข้ามนะครับ ถ้าเราไม่ละเมิดตั้งแต่อยู่ในครอบครัวแล้วก็อยู่ในโรงเรียน การละเมิด ในชุมชนมันจะไม่มีครับ มันจะน้อยมากครับ เพราะจุดที่สำคัญก็คือเราไปละเมิดตั้งแต่ เริ่มต้นแล้วมันก็จะสะสมภาษาพระเขาเรียกว่า สันตติ สันตติก็คือมันจะสืบต่อ สืบต่อไปยัง สังคมนะครับ เด็กที่เขาตีกัน ที่เขาทำร้ายร่างกายกันได้นั้นเพราะเขาเคยถูกละเมิด อยู่ในครอบครัวและโรงเรียนมาแล้ว เด็กยิ่งรุนแรงเท่าไรมีพฤติกรรม เช่น เด็กที่ไปต่อยไปตีกัน อยู่หน้าเวทีหมอลำ คนที่ชอบใช้ความรุนแรงเด็กเหล่านั้นจะถูกใช้ความรุนแรง ถูกละเมิดสิทธิ จากครอบครัว จากโรงเรียนมาก่อนอันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ครับ ท่านครับสิ่งที่เด็ก เขามีม็อบ (Mob) มีอะไรอยู่ทุกวันนี้นะครับมันมีที่มา ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็จะเกิดม็อบ (Mob) ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เด็กก็จะไปเรียกร้องอันนั้นอันนี้นะครับ ภาษาพระเขาเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท ก็คือมีเหตุมันจึงมีผล หรือภาษาพระอีกคำหนึ่งเรียกว่า อิทัปปัจจยตา อิทัปปัจจยตาก็คือ มันมีปัจจัยที่เอื้อเกื้อต่อกัน เมื่อมันมีสิ่งนี้มันจึงทำให้มีสิ่งนี้ เด็กเขารู้ เด็กเขาเห็นว่าผู้ใหญ่ ก็ละเมิดต่อกัน ความไม่ยุติธรรมบ้าง ความอะไรต่อมิอะไรมันสะสม เมื่อสะสมแล้วมันเท่ากับ เข้าสู่สามัญสำนึกหรือมันไปตกผลึกอยู่ที่จิตของเด็ก เมื่อตกผลึกแล้วเขาก็เห็นว่าสังคมนี้ มันไม่ยุติธรรมไม่อะไรต่อมิอะไรนะครับ มีการละเมิดซึ่งกันและกันก็เลยทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมมองนะครับ มองหลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่มองจะไปลงโทษเขาอย่างเดียว ต้องมองว่าทุกอย่างมันย่อมมีที่มา เพราะฉะนั้นสังคมไทยเราเป็นสังคมที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการละเมิดสิทธิ ถ้าเราไม่มีการละเมิดสิทธิเราให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมต้องการพูดในเรื่องของ ป.ป.ช. มาก เพราะว่า ป.ป.ช. นี้นะครับ การพิจารณาความต่าง ๆ จะมีการเอนเอียงบ้าง บางคนก็เลือกปฏิบัติอะไรต่าง ๆ มันทำให้เกิดความรุนแรงในสังคมนะครับ เพราะฉะนั้นพระท่านจึงบอกว่าปฏิจจสมุปบาท ก็คือถ้ามันไม่มีเหตุมันจะมีผลได้อย่างไร ถ้ามันไม่มีเหตุพวกม็อบ (Mob) พวกทั้งหลายนี่มันจะไม่เกิดหรอกครับมันจะต้องมีที่มา เพราะฉะนั้นสังคมไทยเราอย่าไปโทษคนนั้นคนนี้ ไปโทษอะไรต่อมิอะไร ต้องโทษว่า ระบบสังคมเราหลายอย่างมันจะต้องแก้ไขจากต้นตอของมันนะครับ เพราะว่าถ้าต้นตอ ถ้ามูลเหตุ ถ้าที่มามันดีแล้วปลายมันก็จะดีเอง แต่เดี๋ยวนี้เราต้องยอมรับว่าต้นตอเราไม่ค่อยดี ตั้งแต่ครอบครัวไปโรงเรียน ยิ่งโรงเรียนนี่นะครับเป็นสถาบันที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด ทำไมถึงพูดอย่างนี้ครับ ผมเป็นครูครับผมรู้ดีว่าในโรงเรียนนั้นละเมิดมาก โดยเฉพาะโรงเรียนระดับประถม เพียะ ๆ นะครับ เรียกว่าใช้อารมณ์กับเด็กมากเลย แล้วมันก็เป็นสันตติครับ สันตติก็คือการสืบต่อครับ สืบต่อแล้วก็ส่งต่อสังคม เด็กที่มันไปตีกัน ไปต่อยกันก็เพราะว่าเขาถูกละเมิดมาก่อน เขาเห็นว่าการทำร้ายร่างกายกัน ผู้ใหญ่ทำร้ายเด็ก เป็นเรื่องปกติเขาก็ไปทำร้ายกัน เด็กที่ทำร้ายกันมากที่สุดคือเมืองไทยครับ เราพูดถึง เรื่องสิทธิเรื่องอะไรมากที่สุด แต่ละเมิดกันมากที่สุด เหมือนกับเมืองไทยพูดประชาธิปไตย มากที่สุด เป็นประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะฉะนั้นการพูดถึงเรื่องละเมิดสิทธิ มนุษยชนนั้นเราต้องแก้ที่ต้นตอ เดี๋ยวนี้เรากำลังจะแก้ที่ปลายเหตุนะครับ ผมได้เวลาพอดี ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผม หลังจากที่ท่านไม่ให้โอกาสผมในช่วงแรกแล้วครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ตามด้วยท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้าย ต่อประชาชน รายงานฉบับนี้ผมถือว่าเป็นรายงานที่ทรงคุณค่าชิ้นหนึ่ง และรายงานฉบับนี้ ผมเชื่อว่าคนที่เป็นผู้มีอำนาจอาจจะมองเห็นเป็นแค่เศษกระดาษหรือกองหนังสือที่ไม่เอามา เหลียวแล แต่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในทุกสารทิศ ของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราไม่น่าเชื่อว่า คำว่า ประชาธิปไตย คำว่า สิทธิมนุษยชน คำว่า สมานฉันท์ คำว่า ปรองดอง คำว่า เยียวยา คำว่า เผด็จการ กับคำว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญ เรายังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ความเข้าใจไม่ตรงกันไม่ใช่ความเข้าใจไม่ตรงกัน ในหมู่ของประชาชน แต่เป็นความเข้าใจไม่ตรงกันแม้แต่ในรัฐสาและในชนชั้นของผู้มีอำนาจ ท่านประธานที่เคารพ คำดังกล่าวเราได้ถูกอ้างว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นภัยต่อสถาบัน คนที่หยิบเรื่องนี้เข้ามาใช้เพื่อต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจะทำให้บ้านเมืองมีสิทธิมนุษยชน เพื่อจะทำให้คนเสมอภาค ทำให้คนเท่ากับคนนี่กลับถูกว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ แล้วคนบางคนก็เอาไปอ้างว่าเป็นภัยต่อสถาบัน อันนี้เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง ผมจึงได้ เรียนเมื่อสักครู่ว่ารายงานฉบับนี้คนกลุ่มนี้อาจจะมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงก็ได้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งในรายงานฉบับนี้มีการพูดไว้หลายประเด็น เนื่องจากท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยก่อนที่ผมจะขึ้นมาพูด ก็ได้พูดถึงความรู้สึก เราลืมไปเรื่องหนึ่งที่ในรายงานฉบับนี้ คือการสลายการชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ การสลายการชุมนุมครั้งนั้นเป็นที่ทราบกันว่ามีการสังหารด้วยอาวุธสงครามกลางเมืองหลวง ๙๙ ศพ ผมเองเคยมีโอกาสได้ตรวจสอบเรื่องสมัยที่ก่อนจะโยกย้ายจากกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นเลขา ศอ.บต. มีคดีประมาณ ๘๙ ศพ ขาดไป ๑๐ ศพ ที่ผ่านการชันสูตรพลิกศพ ประมาณ ๑๐ ศพขณะนั้นไม่ได้ผ่าน แล้วศาลมีการไต่สวนก็พบว่ามีการสังหารด้วยอาวุธสงคราม กับประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ การรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ สิ่งที่ผมได้ยินที่เข้าหูกับตัวเองว่า ต้องการจะแก้ปัญหาการสังหาร ๙๙ ศพ แล้ววันนี้เราก็จะเห็นว่าเรื่องของ ๙๙ ศพถูกเสกทิ้ง ไปในพริบตาในกระบวนการยุติธรรม วันนี้รายงานฉบับนี้ผมคิดว่าหลายคนก็อาจจะ อ่านไม่ครอบคลุม แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเห็นก็คือเป็นเรื่องการใช้กฎหมายความมั่นคง อยู่เหนือความยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้บ้านเมืองเราเมื่อเราใช้กฎหมาย อยู่เหนือความยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ หรือแม้แต่องค์กรตุลาการ ก็ยังมีที่เรียกว่า ๒ มาตรฐาน คนกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ต้องผิด คนกลุ่มหนึ่งทำอะไรจะไม่มีความผิด เป็นการใช้กฎหมายที่มีอยู่อยู่ในอุ้งมือหรืออยู่ในมือเพื่อในการตีความเราจึงนำมาซึ่งความแตกแยก ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นผมจึงอยากจะขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้จัดทำรายงานที่ทรงคุณค่า แม้จะมีบางส่วนขาดตกบกพร่องผมก็คิดว่าอยากให้เอาชวเลข ที่สมาชิกได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกที่เป็นฝ่ายรัฐบาล หรือสมาชิกเป็นฝ่ายใดก็ตาม เพราะเรื่องอันนี้จะถูกบันทึกไว้ แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือวันนี้บ้านเมืองจะไปไม่ได้ เมื่อความยุติธรรมกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนน้อย แต่ทำให้ประชาชน ทั้งประเทศถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะยอมทนได้ จึงจำเป็นจะต้องทำ การปฏิรูปประเทศ สิ่งที่จะปฏิรูปประเทศก็คือต้องเอาความยุติธรรมมานำทั้งการเมือง การทหาร ระบบที่เป็นรัฐซ้อนรัฐก็คือ กอ.รมน. หรือองค์กรต่าง ๆ กฎหมาย กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน อันนี้คือรัฐซ้อนรัฐ วันนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าเอาระเบียบ ประกาศ ของกระทรวงกลาโหม หรือกองทัพบกอยู่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท้ายที่สุดนี้ผมก็ขอให้กำลังใจท่านคณะกรรมาธิการ ที่ได้จัดทำรายงานที่ทรงคุณค่านี้ครับ แล้วผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นสมบัติที่มีค่าของสังคมไทย ในภาวะที่เราไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของความยุติธรรมครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านวิโรจน์ ตามด้วยท่านซูการ์โนนะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นรายงานเกี่ยวข้องกับแนวทางการแก้ปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชน แต่ว่าผมขออนุญาตครับ ในการเติมเต็มปัญหาที่เป็นปัจจุบันทันด่วนให้กับ คณะกรรมาธิการก็คือการละเมิดสิทธิและเสรีภาพและถึงขั้นประทุษร้ายทำทารุณกรรม ต่อนักเรียน และไม่ได้เกิดขึ้นที่ไหนครับในรั้วโรงเรียน แล้วที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคนที่กระทำ และละเมิดสิทธิเสรีภาพต่อเด็กนักเรียนกลับเป็นครูบางคนเสียด้วย และครูบางคนที่กระทำ มีอายุราชการมากเสียด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกครั้งเวลาที่เราพูดถึงคำว่า นักเรียน ระบบการศึกษาไทยพูดแต่คำว่า หน้าที่ของนักเรียน ซึ่งย่นย่อมาจากหน้าที่พลเมือง แต่ระบบ การศึกษาไทยไม่เคยพูดถึงสิทธิเสรีภาพของนักเรียนในโรงเรียนเลย ไม่เคยพูดถึงการปกป้อง และคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เรียนในโรงเรียนเลย การลงโทษนักเรียน ตามระเบียบลงโทษได้แค่ ๔ สถานเท่านั้น ก็คือการตักเตือน การทำภาคทัณฑ์ การตัด คะแนนความประพฤติ และให้ทำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แต่จากภาพสื่อที่ปรากฏ ท่านประธานครับ เราพบครูใช้ความรุนแรง เตะ ตบ ใช้ไม้พลอง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ คนที่ทำไม่ใช่ครูครับ และไม่ควรจะเป็นครูด้วย การลงโทษหลายอย่างผมตกใจครับ ท่านประธานว่าการลงโทษแบบนี้แล้วจะทำให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ ได้อย่างไร นักเรียนเรียนคณิตศาสตร์ไม่รู้เรื่องให้นักเรียนวิ่งรอบสนาม ผมก็ต้องตั้งคำถามว่าวิ่งรอบสนาม แล้วนักเรียนจะเรียนคณิตศาสตร์รู้เรื่องขึ้นมาทันที โจทย์ที่ทำไม่ได้จะทำได้ขึ้นมาทันทีเลย หรือครับ มันวิเศษขนาดนั้นเลยหรือกับการลุกนั่งเป็นร้อย ๆ ครั้งแบบนี้ ผมตั้งคำถามครับว่า การพัฒนาคนในยุคใหม่ ในประเทศที่เป็นอารยะเขาจะบอกว่าเขากำลังพัฒนาพลโลกที่เกิดขึ้น บนแผ่นดินของเขาให้กลายเป็นพลโลกที่สามารถแข่งขันกับพลโลกอื่นจากนานาอารยประเทศได้ และไม่ใช่แค่แข่งขันจะต้องพร้อมที่จะร่วมมือได้ด้วย แต่ปรากฏว่าการศึกษาของประเทศไทย กลับพยายามพัฒนาพลเมืองให้เติบโตขึ้นมารับใช้กับกลุ่มอำนาจ ทำตามงานที่กลุ่มอำนาจ ใช้ให้ทำเท่านั้น เราพูดเสมอเราพูดแต่ปากว่าเราอยากให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ และสรรค์สร้างนวัตกรรม แต่ถ้าการเรียนการสอนและการใช้อำนาจนิยมในการละเมิด สิทธิเสรีภาพนักเรียนยังคงดำรงอยู่อย่างนี้ไม่เกิดครับ เราสอนให้เขาเชื่อและเชื่อง บังคับ และสั่งให้เขาทำและต้องทำ และถ้าไม่ทำก็จะใช้อำนาจนิยม ใช้การลงโทษกดเขา ทับเขา แบบนี้ไม่ถูกต้อง และไม่มีทางครับที่ผลผลิตที่ถูกกดทับด้วยอำนาจนิยมและการลงโทษ ผ่านการทำทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจจะสร้างพลเมืองให้มีความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถแข่งขันและร่วมมือกับพลโลกจากนานาอารยประเทศได้ ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งเป็นพยาธิสภาพ ในตัวเอง ยิ่งระบบการศึกษาขยันทำแบบนี้ยิ่งทำลายเยาวชนของชาติและไม่อาจทำให้ เยาวชนเติบโตเป็นพลโลกที่มีคุณภาพได้เลย เราชอบบอกครับว่าเยาวชนเหล่านี้ถูกล้างสมอง ผมตั้งคำถามครับ ถ้าเขาถูกล้างสมองจริงเขาต้องโดนการศึกษายัดเยียดต่าง ๆ ที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยัดเยียดให้เขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายการคืนความสุข หน้าที่พลเมือง วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย และหนังสือเรียนต่างๆ ที่ยัดเยียดความคิดให้กับเขา เพียงแต่เด็กเหล่านี้ เยาวชนเหล่านี้เขาคิดเองได้ ปรากฏว่าไปกล่าวหาเขาว่าถูกล้างสมอง และพอกันทีครับกับวาทกรรมที่ชอบไปพูดกรอกหูเขาว่าเด็กสมัยนี้สู้คนสมัยก่อนไม่ได้ ซึ่งมันไม่จริงเลยพูดอยู่นั่น โลกวันนี้มันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่คนที่เกิดมาใหม่ ๆ เก่งกว่าคนรุ่นก่อนใช่หรือไม่ ถ้าคนรุ่นใหม่ ๆ มันสู้คนรุ่นเก่าไม่ได้จริง ๆ โลกวันนี้มันต้อง ล้าหลังลงใช่หรือไม่ แล้ววันนี้มีไอโฟน (iPhone) ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ อย่าเอาวาทกรรมเหล่านี้ไปทำลายความมั่นใจของเยาวชน และถือว่าเป็นการคุกคาม ทางความคิดและความมั่นใจของเยาวชนด้วย อย่างกรณีทรงผมครับ ท่านประธานมันไม่ใช่ แค่ทรงผม เรามาดูการลงโทษเด็กเราต้องการให้เขาตัดผมให้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่า ไปกล้อนผมเขาตั้งแต่เช้า คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ครับ ครูคนที่ทำอย่างนี้หมายที่จะประจาน และตีตราเขาให้เขาอยู่กับทรงผมอย่างนั้นทั้งวัน ผมถามว่าการทำอย่างนี้มีประโยชน์อะไร มีแต่จะสร้างแผลในจิตใจให้กับเขา ขู่เขาด้วยความกลัวและให้เขายอมทำตามคำสั่ง ยอมจำนน ยอมเป็นสัตว์เชื่อง ๆ ให้ครูปกครอง ไม่สามารถสร้างคุณภาพให้กับประชาชน ได้เลย โรงเรียนคือภาพจำลองของสังคมใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพผมไม่เคยเห็นเด็ก ที่ถูกครูกล้อนผมเขาจะไว้ทรงผมผิดมนุษย์มนาจากที่พบในสังคมทั่วไปเลย และล่าสุด การแต่งตัว แต่งไพรเวต (Private) ก็มีผู้ใหญ่บางคนคิดไม่เป็นครับ มาบอกว่าถ้าจะเอาอย่างนี้ แก้ผ้ามาเรียนเลย แต่งไพรเวต (Private) นี้คือจะมาขายตัว จะมาหาผัวหรือ ถ้าผู้ใหญ่คิดอย่างนี้ ผมเรียกว่าอายเด็กครับท่านประธาน เด็กเขาต้องการสะท้อนว่าการแต่งกายของเขา ก็เหมือนคนทั่วไป และจริง ๆ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเครื่องแบบหรือไม่ใช่เครื่องแบบ แต่ปัญหาคืออะไรครับ เราไม่ยอมให้เด็กได้ร่วมหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดการแต่งกายของเขา ต่อให้โรงเรียนอนุญาตให้เขาแต่งไพรเวต (Private) แต่ไปสร้างข้อบังคับที่ไม่เป็นธรรม ที่ไม่มีเหตุผลกับเขา เช่น ห้ามแต่งเสื้อแขนสั้น ห้ามแต่งกระโปรงยาวเกินเท่านั้นเท่านี้ สั้นเกินเท่านั้นเท่านี้มันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี สาระสำคัญในเรื่องนี้ก็คือการให้เด็ก หรือเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเครื่องแต่งกายของเขาเอง หลายโรงเรียนเขายอม ให้เด็กดีไซน์ (Design) ออกแบบเครื่องแต่งกายของเขาเองซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ข้อกล่าวหาถ้าแต่งตัวมาแล้วจะมาอวดกัน ไม่จริงเลยครับ มันมีปัญหาที่หนักกว่านั้นก็คือโรงเรียนในประเทศไทยด้วยระบบการคัดเลือก มันทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนอยู่แล้ว เด็กรวยก็เรียนร่วมกัน เด็กจนก็เรียนร่วมกัน นี่คือปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้น และร้ายแรงยิ่งที่สุดนะครับ ดังนั้นอวดกันนี่ไม่มีครับ ท่านประธาน ชุดนักเรียนราคาถูก ถูกจริงครับเมื่อเทียบกับชุดแฟชั่น แต่ไม่ถูกครับถ้าเทียบ กับชุดที่เขามีอยู่แล้ว แล้วชุดมีอะไรบ้างครับ ชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดพลศึกษา ชุดกีฬาสี แล้วแปลกครับทำไมชุดพลศึกษาต้องให้เขาใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ทั้งที่รองเท้าผ้าใดสีดำ ชุดนักเรียนก็มี ไม่ได้ถูกเลยครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน บอกว่าใส่ชุดนักเรียนแล้วจะมีความปลอดภัย เด็กที่ถูกล่วงละเมิดโดยครูในโรงเรียนไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนหรือครับ ผมถามว่าเด็กที่ถูกไฟดูดตาย ในโรงเรียนที่มีอยู่ทุกปีไม่ได้ถูกดูดตายขณะใส่ชุดนักเรียนหรือครับ เด็กที่ตกท่อถูกขังในรถตู้ โรงเรียนจนตายไม่ได้ถูกขังตายในสภาพที่ใส่ชุดนักเรียนหรือครับ เลขาธิการ สพฐ. ก็บอกแล้วว่า ห้ามนักเรียนที่มาโรงเรียนแม้ว่าแต่งตัวไพรเวต (Private) ก็ต้องให้เข้าเรียน เข้าห้องเรียน ก็มีบางโรงเรียนไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ยอมให้เข้าเรียน🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ วันนี้เราสังคมไทยคงต้องช่วยกันปกป้องเด็ก และกล้าหาญที่จะบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ป้องกันให้เขา ปกป้องเขาไม่ให้ถูก ทารุณกรรมเสียที และทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พ่อแม่สามารถไว้วางใจได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านซูการ์โน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ จริง ๆ แล้วสำหรับรายงาน การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้าย ประชาชนนั้นก็มีการยื่นญัตติ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยื่นญัตติร่วมกับเพื่อนสมาชิก ของพรรคประชาชาติในประเด็นนี้ ซึ่งความจริงแล้วต้องเคารพท่านประธาน เคารพท่าน กรรมาธิการทุกท่าน ถ้าจะบอกว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่สมบูรณ์หรือไม่ ผมยอมรับว่า เป็นรายงานที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ผมจะพูดในประเด็นที่เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมก็คือว่า ในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึง แต่ผมอยากเห็น อยากพูดถึง เฉพาะในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่อยู่ที่เป็นบ้านเกิดของผมเอง โดยเฉพาะในรายงานฉบับนี้หลาย ๆ รายงานหลาย ๆ ด้านก็ได้ตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราเป็นอย่างมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเรียนผ่านท่านประธาน คณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการละเมิด สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนนั้นไม่ใช่เรามาศึกษาอยู่เพียงแค่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ เท่าที่ผมจำได้หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ หลังการปฏิวัติปี ๒๕๔๙ วันที่ ๑๙ กันยายนนั้น ก็มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ และประเด็นหลัก ๆ ช่วงนั้นก็คือการพิจารณาการแก้ปัญหาเหตุการณ์ความรุนแรง หรือเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็มีอยู่ในรายงาน ของสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ สมัย ชุดที่ ๒๔ ก็มีการศึกษาการรายงาน ชุดที่ ๒๕ ก็มีการศึกษา การรายงาน แต่ผลการศึกษารายงานนี้ไปนำสู่การปฏิบัติของรัฐบาลนั้นแทบไม่มีเลย วันนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็พูดชัดเจนว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็ด้วยกฎหมายพิเศษ ๓ ฉบับ คือ กฎอัยการศึก พ.ร.บ. พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีตราขึ้นในปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๗ แล้วก็ พ.ร.บ. ความมั่นคง ๓ ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกว่ามันเป็นการลิดรอนสิทธิ ที่ไม่สามารถจะมีคำตอบได้จากรัฐบาลว่าเมื่อไรจะยกเลิก ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็บอกแล้วว่าขอจะมีการทบทวน ผมอยากเสนอเป็นประเด็นเพิ่มเติมในกฎหมาย ๓ ฉบับว่าการศึกษาปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๖ ปีนั้น ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ และท่านกรรมาธิการครับ สภาผู้แทนราษฎรนั้น มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย กฎหมายสูงสุดคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ รองลงมาพระราชบัญญัติ ระเบียบ พ.ร.ก. ถูกไหมครับ วันนี้ถึงเวลาแล้วยังที่ท่านจะใส่บรรจุเพิ่มเติมว่าอาศัยอำนาจ ของสภาผู้แทนราษฎรนี้ล่ะมาตรากฎหมาย แก้กฎหมายที่มันล้าสมัยอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดถึง ในเมื่อรัฐบาลไม่เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คุณค่าของความเป็นประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรามาพร้อมใจหรือไม่ว่าจะใช้สภาแห่งนี้ในการออกกฎหมายยกเลิก ทบทวนผมไม่เอา ยกเลิกไปเลย กฎอัยการศึกประกาศในกรุงเทพฯ ๓ วันเต้นจะเป็นจะตาย แต่ประกาศในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีใครพูดถึง ๑๖ ปีนะท่านประธาน พ.ร.บ. ความมั่นคงซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ แต่ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เป็นเครื่องมือของรัฐที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ อย่างที่ท่านในรายงานฉบับนี้ผมไม่เห็นด้วย กับการทบทวน ผมเห็นด้วยว่าเราควรจะใช้สภาแห่งนี้มาออกกฎหมายแก้ระเบียบ หรือกฎ พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มันล้าสมัยให้มันทันสมัยและให้มันถูกตามหลัก สิทธิมนุษยชนสากลด้วย สิ่งเหล่านี้ที่ผมบอกว่าไม่อยากให้รายงานฉบับนี้เป็นเศษกระดาษ เหมือนที่ท่านเลขาธิการพรรคผมพูด เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดนะครับ สิ่งเหล่านี้ ก็อยากฝากท่านประธานถึงท่านประธานกรรมาธิการว่าอยากให้ใช้มติของสภาแห่งนี้มา ร่างพระราชบัญญัติหรือแก้ไขเพิ่มเติมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกฎอัยการศึก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่าตรงไหนที่มันไม่ดี ตรงไหนมันให้อำนาจเจ้าหน้าที่ รัฐมากเกินไป ท่านรู้ไหมครับในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอำนาจอยู่แค่ ๓ ฝ่าย แต่ในนี้ก็ไม่พูดถึงครับ ปัญหาที่บ้านตันหยง บ้านราษฎรโดนถล่ม ๒๗ ลูก ๒๘ ลูกเสียหายทั้งหลัง การเยียวยาไม่มี รัฐไม่มีไปเยียวยาจนชาวบ้านต้องออกแรงมาสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่ได้รับ ความเสียหาย นี่เองครับคือปัญหาที่ว่าศึกษาแล้วยังไม่ครบถ้วนที่ผมอยากเพิ่มเติมว่า ปัญหาการเยียวยาก็เป็นประเด็นหนึ่ง🔗
และปัญหาสุดท้ายที่ผมอยากฝากถึงท่านกรรมาธิการก็คือทำอย่างไร คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีสิทธิและสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกับพี่น้องคนไทย ทุกภูมิภาคของประเทศภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แม้ว่าผมเอง อาจจะไม่เห็นด้วยในการประชามติ แต่เมื่อประกาศใช้เราก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หลายคนก็จะพูดอย่างนั้นนะครับ ก็ฝากเป็นข้อสังเกตถึงท่านประธานกรรมาธิการ ด้วยความเคารพท่านประธานพรชัย แล้วก็เพื่อนกรรมาธิการหลายคนว่าสิ่งที่ทบทวน เราทบทวนมาตั้งแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ชุดที่ ๒๔ ก็ ๑๐ กว่าปีแล้วทบทวนนี่ รายงานแบบนี้ละทบทวน ให้รัฐบาลทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย ทำไมเราไม่ใช้ศักยภาพ ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตราหรือแก้ไขกฎหมายเหล่านั้นด้วยครับ ขอขอบคุณมาก ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธาน กรรมาธิการมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม พรชัย ตระกูลวรานนท์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างยิ่งสำหรับข้อแนะนำแล้วก็ข้อสังเกตจำนวนมาก ซึ่งกรรมาธิการเห็นด้วย แล้วก็รับว่าจะนำไปเพิ่มเติม ปรับปรุงเนื้อหาในส่วนของตัวรายงาน เพิ่มมากขึ้น สำหรับเรื่องบางเรื่องซึ่งเป็นข้อเสนอที่มีความก้าวหน้ามาก ๆ เช่น ข้อเสนอ ในเรื่องการเสนอกฎหมาย จริง ๆ ในเนื้อหาสาระของรายงานนี่มีอยู่แล้วว่าอันไหนบ้าง ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขปรับปรุง เรื่องไหนที่เราเห็นว่าควรจะต้องยกเลิก ก็มีปรากฏอยู่ แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเคารพความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กรรมาธิการก็รับจะไปทำให้มันมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ผมขออนุญาตท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรอีกแค่ ๒-๓ นาที อยากจะให้กรรมาธิการบางท่านได้ตอบในประเด็นที่เกี่ยวข้อง สั้น ๆ เพียงแค่รายเดียวครับ ขอบพระคุณครับ🔗
สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการละเมิดสิทธิทางการเมืองและสิทธิทางด้านอื่น ๆ ก่อนอื่นเลย อาจจะขอชี้แจงสั้น ๆ ก่อนอื่นเลยเป็นที่น่าเสียดายมากที่คณะกรรมาธิการของเราหมดวาระ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเลยทำให้ไม่ได้ศึกษาในประเด็นเรื่องของการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วก็การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมนะคะ แต่อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเรา เราพบว่าในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับ การใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม เราพบว่าการลอบประทุษร้ายและการทำร้าย นักกิจกรรมทางการเมืองหลังรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ได้แก่ นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมทางการเมือง ทั้ง ๔ ท่านนะคะ ล้วนเป็นบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมืองล้วนเป็นบุคคลที่จัดการชุมนุม ทางการเมืองมาโดยตลอดนะคะ🔗
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เราพบว่าการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรม ทางการเมืองที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ภายหลังการทำรัฐประหาร แม้คดีความจะไม่ได้มีความซับซ้อน มากนักนะคะ และมีพยานหลักฐานพอสมควรในการดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับไม่สามารถที่จะนำผู้ที่กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้นะคะ ด้วยประเด็นดังกล่าวจึงทำให้การลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นมา เรื่อย ๆ เป็นวัฒนธรรมการลอยนวลคนผิดที่ส่งผลมาถึงปัจจุบันนะคะ🔗
นอกจากนั้นแล้วในประเด็นถัดมาที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุม คือการดำเนินการคดีหรือการฟ้องกลั่นแกล้งสแลป (Slap) ดำเนินคดีต่อนักกิจกรรม ที่จัดการชุมนุมทางการเมือง🔗
กฎหมายที่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินคดีกับผู้จัดการชุมนุม ได้แก่ มาตรา ๑๑๖ หรือกฎหมายการยุยงปลุกปั่นถูกนำมาใช้ดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุมในหลาย ๆ กรณีด้วยกัน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะเป็นกฎหมายที่ควรจะใช้ในการเป็นหลักประกันให้ประชาชนคนไทย ทุกคนเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมได้ แต่ปัจจุบัน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะมีปัญหา หลายประการ และถูกนำมาใช้ในการควบคุมเนื้อหาการชุมนุมมากกว่าที่จะอำนวยความสะดวก และดูแลในเรื่องของรูปแบบการชุมนุมให้กับประชาชนนะคะ🔗
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์เองก็เป็นประเด็นที่สำคัญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๔ ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์เองที่ถูกนำมาใช้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีความกับนักกิจกรรม และประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Social media) นะคะ🔗
นอกจากนั้นเราพบว่าในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ซึ่งนำโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอกเป็นต้นมา เรื่อยมาจนถึงกลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการชุมนุมในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทยนะคะ เราพบว่าการชุมนุมซึ่งมีข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อ ตั้งแต่ให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการปฏิรูป สถาบันกษัตริย์ ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ทั้ง ๓ ข้อและการชุมนุมที่เป็นไปอย่างสันติและโดยสงบ มักจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐคุกคามมาโดยตลอด ได้แก่ การที่เจ้าหน้าที่พยายาม ขัดขวาง กดดันไปทางครอบครัวประชาชน การที่เจ้าหน้าที่เองพยายามเข้าไปกดดัน สถาบันการศึกษาที่นักเรียนลุกขึ้นมาจัดการชุมนุมในสถาบันการศึกษา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว การชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัยสามารถทำได้ และจากการที่เลขาของ สพฐ. เข้ามาชี้แจง กับคณะกรรมาธิการท่านก็ยืนยันว่าเป็นสิทธิที่เป็นสามารถทำได้เช่นกันนะคะ🔗
นอกจากนั้นแล้วเรายังพบกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐพยายามเข้าไปกดดัน รถเครื่องเสียงหรือรถห้องน้ำเพื่อไม่ให้นำมาใช้บริการกับพื้นที่ชุมนุมด้วยนะคะ มีการที่ เจ้าหน้าที่พยายามข่มขู่ คุกคามเยาวชนที่จัดการชุมนุม มีการควบคุมตัวโดยมิชอบ มีการใช้ กำลังกับประชาชนที่จัดการชุมนุมโดยสงบ อย่างเช่นกรณีของคุณภาณุพงศ์ หรือไมค์ ระยอง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวโดยมิชอบแล้วก็มีการใช้กำลัง ซึ่งอันนี้ก็เป็นผลจากการศึกษา ของเรา🔗
นอกจากนั้นแล้วอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษา ก็คือเรื่องของการอุ้มหายและการลอบประทุษร้ายการอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยทางการเมือง หลังจาก ที่มีการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ เราพบว่ามีนักกิจกรรมทางการเมืองไทยหลายคนลี้ภัย ทางการเมืองไป เราพบว่ามีผู้ลี้ภัยทางการเมืองซึ่งทุกท่านเกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และบางท่านมีการเรียกร้องในเรื่องของสาธารณรัฐไทย ดิฉันอาจจะขออ่านนามบุคคลที่สูญหาย ได้แก่ คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กรณีนายสยาม ธีรวุฒิ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ นายกฤษณะ ทัพไทย นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นายอิทธิพล สุขแป้น นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ และนอกจากนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากที่เราพบว่ามี ๒ ราย ถูกพบเป็นศพที่แม่น้ำโขง ถูกทารุณ ถูกซ้อมทรมานอย่างน่าโหดเหี้ยม คือนายชัชชาญ บุปผาวรรณ หรือสหายภูชนะ และนายไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง ทั้ง ๙ คนที่เอ่ยนามมา เป็นบุคคลที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็เป็นคนที่เรียกร้อง ในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาโดยตลอด สิ่งต่าง ๆ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เราพบว่าถึงแม้สิทธิพลเมืองจะเป็นสิทธิที่ได้รับการยอมรับไว้ในรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ แต่รัฐไทยเองยังไม่ได้ให้การเคารพ และยังไม่ได้ส่งเสริมในประเด็นนี้นะคะ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับเลยซึ่งอยู่ในรายงานฉบับนี้ ที่ทางคณะกรรมาธิการอาจจะฝากให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านลองช่วยกัน ทบทวนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็คงจะเป็นการจบรายงานของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ เป็นผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการรวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้ายประชาชน ต่อไปนี้ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ รายงานของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ตามที่ผมได้รับฟังท่านสมาชิกอภิปรายมาโดยตลอดนะครับ จากเห็นว่าท่านสมาชิกทุกท่านเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ เพียงแต่ว่า เสนอเพิ่มเติมในบางส่วนที่อาจจะไม่ได้รายงานอย่างครอบคลุม ฉะนั้นผมจึงขอใช้ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๘๘ ผมขอถามที่ประชุมว่ามีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกครับ ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่งรายงาน และข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ตามที่นั่งของสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว🔗
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ สำหรับข้อสังเกตนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิก แล้วเห็นว่าได้แสดงความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันนะครับ ผมจึงขออนุญาตใช้ข้อบังคับ การประชุมสภา ข้อ ๘๘ ผมขอถามที่ประชุมว่ามีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านนะครับ ถือว่าจบการรับทราบรายงานจากคณะกรรมาธิการ🔗
ท่านสมาชิกครับ วันนี้พวกเราก็ได้ประชุมกันมาพอสมควรแล้วนะครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านและขอปิดการประชุมครับ🔗