รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ อาคารรัฐสภา
---------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ ก่อนจะเริ่มวาระประชุม ก็ขออนุญาตให้สมาชิกที่เสนอชื่อมาแล้ว ๓๐ ท่าน หารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะไม่แจ้งล่วงหน้านะครับ เพราะท่าน ทราบแล้วว่ามีใครบ้าง แต่จะอ่านชื่อไปโดยลำดับ แล้วก็ค่อยสรุปตอนท้ายเพื่อให้เวลา เป็นประโยชน์นะครับ ท่านแรก คุณนิรมิต สุจารี เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอปรึกษาหารือต่อท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องแรก ขอติดตั้งไฟส่องสว่างถนนสาย ๒๐๔๖ โพนทอง-เสลภูมิ ช่วงระหว่าง กม. ที่ ๒๖-๒๗ ตำบลสระนกแก้ว อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เพราะเป็น ถนนที่ได้เกิดอุบัติเหตุในการสัญจรไปมาของประชาชนบ่อย ๆ ครับ🔗
ข้อ ๒ ขอให้ก่อสร้าง ซ่อมแซมสะพานชำรุดในพื้นที่โพนทอง หนองพอก เมยวดี ซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ รายการ🔗
รายการที่ ๑ สะพานข้ามห้วยไผ่ บ้านคำพระ ตำบลสว่าง อำเภอโพนทอง🔗
รายการที่ ๒ สะพานข้ามลำห้วยกลอย อำเภอเมยวดี ตำบลชุมพร🔗
รายการที่ ๓ สะพานข้ามลำห้วยไผ่ อำเภอเมยวดี ตำบลชุมพร🔗
รายการที่ ๔ สะพานข้ามลำห้วยไผ่ บ้านกุดเต่า ตำบลกกโพธิ์ อำเภอ หนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วก็รายการเสนอสร้างบ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ขนาดใหญ่อยู่ผ่านลำน้ำของอำเภอหนองพอก ตำบลโคกสว่าง หมู่ ๑๐ จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วก็บ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ขนาดใหญ่ของตำบลโคกสว่าง หมู่ ๕ รายละเอียด ผมจะนำกราบเรียนต่อท่านประธาน กราบขอบคุณครับ🔗
ได้ครับ ต่อไป รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราชและเมืองใต้นะครับ ตามที่ฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ ๑ เป็นต้นมา น้ำท่วม ปรากฏการณ์น้ำท่วมท่านประธานคงทราบกันอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะเสนอแนะหรือขอฝากหารือไปถึงขั้นตอนการฟื้นฟูที่อยากจะเรียนให้ ท่านนายกรัฐมนตรีกำกับหน่วยงานต่าง ๆ ลงไปฟื้นฟูพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ชาวเมืองนครซึ่งน้ำท่วมหนักอยู่ในขณะนี้ การฟื้นฟูตรงนี้อาจจะมีกลยุทธ์ กลไกหลายเรื่อง แต่สิ่งที่สำคัญก็คือการฟื้นฟูจิตใจ ที่อยากให้นายกรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้าน เพราะน้ำท่วมรอบนี้เป็นน้ำท่วมในรอบ ๖๐ ปี น่าจะสูงที่สุด แล้วก็ฝนตกปริมาณมาก ต่อเนื่องถึง ๔๐๐ มิลลิเมตร ส่วนขั้นตอนการป้องกันนะครับ ขอฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานว่า คลองผันน้ำเลี่ยงเมือง หรือโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับป้องกันอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช โครงการนี้ชาวบ้านที่นครศรีธรรมราชเรียกร้องขอให้เสร็จตามกำหนดการ ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะเกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคลองผันน้ำเลี่ยงเมือง จึงเป็นความหวังที่จะป้องกันอุทกภัยชาวเมืองนครนะครับ และเป็นทางออกที่สำคัญ นอกจากนั้นท่านประธานครับ อยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอประทานอภัยนะครับ เอ่ยชื่อ ท่านอนันต์ อยากจะให้จัดมีการประชุมคณะกรรมาธิการ ติดตามหน่วยงานการใช้งบประมาณเกี่ยวกับเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ป้องกันน้ำ ที่เมืองนครทุกหน่วยงาน เป็นการบริหารน้ำแบบบูรณาการเพื่อครบวงจร สร้างความยั่งยืน ให้กับชาวเมืองนครครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอโพนพิสัย อำเภอเฝ้าไร่ อำเภอรัตนวาปี หารือเรื่องถนนลูกรังระหว่างหมู่บ้านไม่เคยได้รับการดูแลและแก้ไขค่ะ เมื่อเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๗ ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ได้ตกไป ได้มีคำวินิจฉัย ได้มีเหตุผล ได้มีวลีเด็ดจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กล่าวไว้ ในวันนั้นว่ารถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นกับประเทศไทย ควรจะให้ถนนลูกรังหมดไปก่อน นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เกือบ ๗ ปีแล้วค่ะ ประเทศไทยของเรารถไฟความเร็วสูงก็ไม่มี ถนนลูกรังก็ไม่ได้เป็นไปมากกว่าถนนลูกรัง ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ของดิฉันยังคงมี ถนนลูกรังระหว่างหมู่บ้านยังคงรอคอยการดูแลและแก้ไขค่ะ🔗
๑. ถนนระหว่างบ้านนาดูนไปยังบ้านคำโคนสว่าง ตำบลอุดมพร อำเภอเฝ้าไร่ ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร🔗
๒. ถนนระหว่างบ้านคำแสนสุขไปยังบ้านดงอ่าง ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอโพนพิสัย ยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร🔗
๓. ถนนจากบ้านโนนฤาษี ตำบลกุดบง ไปยังบ้านตัวอย่าง ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร🔗
และ ๔. ถนนจากบ้านคำสะอาด ตำบลอุดมพร ไปยังบ้านดงอ่าง ตำบลบ้าน โพธิ์ ประมาณ ๕ กิโลเมตร🔗
ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปช่วย ดูแลและแก้ไข เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคายของเรา ให้ดีขึ้นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก ด้วยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการขยายให้เป็นหน่วยบริการ สาธารณสุขปฐมภูมิ มีศักยภาพสูงในการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพการป้องกัน และควบคุมโรค และการฟื้นฟู โดยได้รับการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชกร จากโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ ทำให้บ้านพักไม่เพียงพอ ดังนั้น นายธนวัน ตันติเกษตรกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสุพรรณ ที่มีความรับผิดชอบสูง จึงได้ทำเรื่องขอให้มีการก่อสร้างที่พักแพทย์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ความสะดวกกับบุคลากร ทางการแพทย์ในการปฏิบัติงานให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตรบกวนท่านประธาน กรุณาได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โปรดให้การสนับสนุน งบประมาณประจำปี ๒๕๖๕ ลำดับที่ ๒๐๒ รายการก่อสร้างอาคารที่พักแพทย์ให้กับ สถานีอนามัยดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ด้วยนายนิคม วรคุณพิเศษ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองบ่อ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี แจ้งว่าได้ทำหนังสือถึงทางหลวงเขต ๒ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอให้มาดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดแนวถนน เข้าวัดพรสรรค์ หมู่ ๖ ตำบลหนองบ่อ ดังนั้นผมจะส่งเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ต่อไปครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ยังไม่พร้อมนะครับ ต่อไปนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ถ้าไม่พร้อม ก็ขออนุญาตไป คุณองอาจ วงษ์ประยูร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่ได้เห็นอยู่นี้เป็นรายชื่อพร้อมลายเซ็นของพี่น้องประชาชน ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ๑,๐๐๐ กว่ารายชื่อ ขอนำส่งท่านประธานครับ🔗
เพื่อเรียกร้องขอให้ระงับการก่อสร้าง แบร์ริเออร์ (Barrier) หรือตัวกั้นถนนของทางหลวงชนบท กำลังติดตั้งที่บริเวณถนน สาย ๓๐๒๒ สายพระพุทธบาท บ้านหมอ ท่าเรือ ส่วนบริเวณตำบลบางโขมด ท่านประธานครับ แบร์ริเออร์ (Barrier) บนถนนสายนี้ได้สร้างเสร็จแล้วที่ตำบลสร่างโศก อำเภอบ้านหมอ ได้นำมาซึ่งปัญหาและความเดือดร้อนเกิดขึ้นอย่างมากมาย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งแทบทุกวัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนสร้างแบร์ริเออร์ (Barrier) ถนนสายนี้แทบไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นเลยนะครับ ท่านประธาน แบร์ริเออร์ (Barrier) นี้สร้างขึ้นมาทำให้ถนนสายนี้แคบลง รถหลบกันไม่ได้ จุดกลับรถทุกจุดไม่มีที่พักรถก่อนเลี้ยวยูเทิร์น (U-Turn) ใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ถนนสายนี้ แต่ละวันมีรถใหญ่ รถบรรทุก รถบัสวิ่งตลอดทั้งวัน กลับรถด้วยความยากลำบาก ก่อให้เกิด ปัญหาความเดือดร้อน เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง แม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้าท่านบิณฑบาตตอนนี้ ก็ต้องมาบิณฑบาตกันกลางถนน ขอให้ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ทางหลวงชนบท ให้ช่วยระงับการก่อสร้างแบร์ริเออร์ (Barrier) ที่ตำบลบางโขมด และรื้อถอนปรับปรุงแก้ไขแบร์ริเออร์ (Barrier) ที่ตำบลสร่างโศกโดยด่วนครับ โครงการนี้ พี่น้องอำเภอบ้านหมอไม่ได้อยากได้ แต่ทางรัฐจัดให้ นอกจากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว ก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนท่านประธานครับ🔗
อีกเรื่องครับท่านประธาน ชาวนาจังหวัดสระบุรีขอทำนาปรัง แต่ชลประทาน ไม่ได้ให้ทำ ตอนนี้ชาวนาแย่มาก ขาดรายได้ น้ำมีครับ แต่ก็ไม่ได้ให้ทำนา อย่างเช่น กลุ่มชาวนาแปลงใหญ่ขอทำนาเพื่อขยายพันธุ์ข้าวไว้ในปีหน้าเพียงประมาณ ๕๐๐ ไร่ แล้วก็จะขอสูบน้ำเองผ่านคลองชลประทานบริเวณตำบลม่วงงาม แล้วก็จะดูแลรักษาคลอง ในเรื่องความสะอาดให้เป็นอย่างดีครับท่านประธาน ผ่านไปยังชลประทานจังหวัดสระบุรี ช่วยชาวนาด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ไม่พร้อมนะครับ เชิญคุณเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอปรึกษาหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำเป็นอย่างมาก ขณะนี้พี่น้อง ชาวนาภาคอีสานกำลังตากข้าวครับ ที่อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ขายข้าวได้ ๘,๗๕๐ บาท ถึง ๑๐,๓๓๓ บาทต่อตันเท่านั้นครับ ไม่มีที่ใดเลยที่รับซื้อตามราคาเกณฑ์กลาง อ้างอิงประกันรายได้ของรัฐบาลที่ ๑๒,๐๘๘.๘๓ บาท ขณะนี้ชาวนามีปัญหาความเดือดร้อน มากจากการขายข้าว มีความเครียดครับ จะเห็นได้จากข่าวชาวนาจังหวัดพะเยา ยิงคนแจ้งราคา ดับคาลาน ฝากรัฐบาลเร่งจ่ายเงินส่วนต่างรายได้ให้พี่น้องชาวนาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้อง และควรจ่ายในราคาส่วนต่างที่รับซื้อจริงในแต่ละอำเภอ อย่างที่อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ขายข้าวได้ ๘.๗๕-๑๐.๓๓ บาท ก็ควรได้รับเงินส่วนต่างที่ ๖.๒-๔.๖ บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้นครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องถนนหมู่บ้านซึ่งชำรุดเสียหายมาหลายปี ถนนเส้นแรก ถนนจากบ้านหนองสนม ตำบลบัวงาม ไปบ้านคำครั่ง ตำบลคำครั่ง เส้นที่ ๒ ถนนเชื่อมจาก บ้านนาทุ่ง บ้านหนองแวง บ้านโนนขาม ไปบ้านเสียมเจริญ ตำบลกุดประทาย ถนน ๒ เส้นนี้ ผุพังมาหลายปี สัญจรด้วยความยากลำบาก ไม่ได้รับการซ่อมบำรุงมานาน ฝากท่านประธาน ทำหนังสือถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนงบประมาณ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสำรวจ ซ่อมแซมผิวจราจรใหม่ให้เรียบร้อย ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องโครงการก่อสร้างประปาส่วนภูมิภาค ที่ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม เสารับโครงสร้างของการประปาส่วนภูมิภาค ได้หักลงมา ดังภาพที่เห็นครับ ฝากท่านประธานแจ้งไปที่การประปาส่วนภูมิภาคให้ดำเนินการซ่อมแซมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสรวุฒิ เนื่องจำนงค์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดชลบุรี ใคร่ขอปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๔ เรื่อง ดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กรมทางหลวง โดยแขวงการทางจังหวัดชลบุรีเร่งสำรวจ ออกแบบทางหลวงหมายเลข ๓๓๔๔ ตอนหนองเสม็ดถึงบ่อทอง ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ผิวจราจร ๗ เมตร ไหล่ทางข้างละ ๑.๕ เมตร รวมเป็น ๑๐ เมตร ให้เร็วที่สุด เนื่องจาก เส้นทางนี้มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมากครับ แล้วก็เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น ในพื้นที่อีอีซี (EEC) ซึ่งรวมถึงอำเภอบ้านบึง บ่อทอง หนองใหญ่ ที่เป็นเขตรับผิดชอบของผม กับท่าน ส.ส. สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ขอให้ท่านเร่งสำรวจและออกแบบ เพราะว่าอำเภอนี้ เป็นอำเภอสุดท้ายในจังหวัดที่ไม่มีถนน ๔ เลน (4 Lane) จนถึงตัวอำเภอ และเนื่องจากมี ผู้ใช้ทางมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างมากมายขึ้นทุกวัน ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการสำรวจและออกแบบโดยเร็วครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ทางหลวงสาย ๓๑๓๘ ขอเพิ่มจุดกลับรถ เดิมจากกิโลเมตร ที่ ๐+๗๐๐ ขอเพิ่มกิโลเมตรที่ ๑+๕๐๐ ขอให้เร่งสำรวจคิดราคาก่อสร้างเพื่อคำนวณ งบประมาณโดยเร็ว ที่มีชุมชนโรงเรียนมาบกรูด ชุมชนเทศบาลตำบลบ้านบึง และโรงงาน อุตสาหกรรมจำนวนมาก ในขณะนี้มีผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรโดยต้องย้อนศร เพราะว่ากลับรถ ในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้นไม่ทัน ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงแขวงการทางจังหวัดชลบุรี ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ทางหลวงหมายเลข ๓๔๙ ช่วงตอนพนัสนิคมถึงตำบลหนองชาก ขอเพิ่มจุดกลับรถที่กิโลเมตรที่ ๙ เนื่องจากมีผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรทุกวัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยง่ายครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ขอเพิ่มจุดกลับรถถนนสาย ๓๓๑ ช่วงกิโลเมตรที่ ๗๘-๗๙ ตำบลหนองอิรุณ ผมขอกราบเรียนท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยหวังว่าทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะนำไปพิจารณาโดยเร็ว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณอับดุลอายี สาแม็ง🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ ผมขอหารือครับ ท่านประธาน เรื่องผังเมืองรวมของจังหวัดยะลาสัก ๒ ประเด็นนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ เนื่องจากว่าที่อำเภอเบตง เป็นที่รัฐบาลได้กำหนดเป็น เมืองต้นแบบของการท่องเที่ยว ณ ขณะนี้ก็มีการทำแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความสนใจ ของพี่น้องไปเที่ยวที่อำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากว่าที่พักยังไม่เพียงพอ ผมได้รับ การร้องเรียนจากผู้ประกอบการเรื่องที่พัก พยายามที่จะขยายโรงแรมที่พัก ก็ยังติดเรื่องของ ผังเมืองรวมของอำเภอเบตง ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขเขตผังเมืองเพื่อให้เกิดความสะดวก ในเรื่องของการขยายที่พักในเขตผังเมืองรวมของอำเภอเบตง🔗
ประเด็นที่ ๒ ส่วนผังเมืองรวมของอำเภอเมือง จังหวัดยะลา เนื่องจากว่า เดิมทีเขตอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตผังเมืองรวมจังหวัดยะลา ก็มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ของพี่น้องในเขตพื้นที่ ก็ขยายไปนอกพื้นที่ แต่เนื่องจากว่าการขยายผังเมืองรวมของอำเภอเมือง จังหวัดยะลา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ซึ่งนักลงทุนด้านอุตสาหกรรมก็พยายามที่จะไปกำหนดพื้นที่ อุตสาหกรรมใหม่ของพวกเขา ก็ยังติดเขตผังเมืองรวมที่มีการขยายในปี ๒๕๕๓ ซึ่งที่ดิน ก็ได้ซื้อก่อนหน้านั้น ก็อยากจะนำ ๒ เรื่องที่หารือกับท่านประธานเพื่อไปที่กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ไปที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อที่จะปรับแก้เรื่องเขตผังเมืองรวมเพื่อให้เกิด ความสะดวกในเรื่องที่ ๑ ก็เรื่องของการท่องเที่ยว อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของอุตสาหกรรม ในเขตอำเภอเมืองและของจังหวัดยะลานะครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องมาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ รับทราบจากพระภิกษุว่ายังไม่ได้รับเงินนิตยภัต หรือเงินเดือน สำหรับพระภิกษุที่ดำรงตำแหน่งใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีรายชื่อให้ตรวจสอบในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ อีกด้วย จึงขอนำเรียน ท่านประธานช่วยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้สะพานทางเข้า วัดบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งขณะนี้ตอม่อของสะพานชำรุดเสียหายมาก และมีโอกาสที่จะหักได้เพราะใช้งานมาหลายสิบปี แต่เนื่องจากสะพานมีขนาดเล็กกว่า มาตรฐานของแบบทางราชการ เลยไม่มีหน่วยงานไหนหางบประมาณลงไปทำให้ได้ ดังนั้น ขอฝากท่านประธานถึงกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกัน หาวิธีแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมชลประทานหาวิธีจัดสรรน้ำให้กับเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำ ในคลองแปดซ้าย ฝั่งชัยนาท-อยุธยา อาร์ ๑๔ (R14) อาร์ ๑๕ (R15) ฝั่งชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งเป็นคลองที่มีระยะทางยาวหลายกิโลเมตร เกษตรกรที่อยู่บริเวณท้าย ๆ คลอง ประสบกับ ปัญหาน้ำไปไม่ทั่วถึง ขณะนี้ข้าวกำลังตั้งท้อง ต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงไปถึงกลางเดือนมกราคม ปีหน้าถึงจะรอดตาย เกษตรกรเหล่านี้ลงทะเบียนวันที่ ๓๑ ตุลาคม ซึ่งเป็นครั้งแรก ไม่ได้ทำ ครั้งที่ ๒ ตัวอย่างเช่น หมู่ ๘ ตำบลโพธิ์ตรุ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ฝากท่านประธาน ขอความเมตตาจากกรมชลประทาน หาวิธีจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบให้กับเกษตรกรเหล่านี้ ด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องขอขยายเวลาการจดแจ้ง เพื่อขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าหรือป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ ออกไปอีก ๑๘๐ วัน เพราะจากการลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานของ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ ในคณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม พบว่ายังมีสำนักสงฆ์ หรือที่พักสงฆ์ทั่วประเทศจำนวนหลายแห่งยังไม่ทราบข้อมูลนี้ คาดว่า จะไม่สามารถดำเนินการจดแจ้งได้ทันตามกำหนดระยะเวลาภายในวันที่ ๑๘ ธันวาคมนี้ ยกตัวอย่างจังหวัดอุดรธานี มีที่พักสงฆ์หรือสำนักสงฆ์ในจังหวัดกว่า ๒๐๐ แห่ง แต่มาจดแจ้ง เพียง ๖๐ แห่ง อีก ๑๐๐ กว่าแห่งยังไม่ทราบ ยังไม่มาทำการจดแจ้ง เกรงว่าจะมีปัญหา ทีหลัง จึงเห็นสมควรให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำความเห็นเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อขอขยายระยะเวลาในการยื่นคำขอใช้พื้นที่ป่าไม้หรือป่าสงวนแห่งชาตินี้ อีก ๑๘๐ วัน นับจากวันที่ ๑๘ ธันวาคมนี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่าสามารถทำได้ ถ้าทำได้ จะมีสำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมายของประเทศเราประกาศอนุโมทนา สาธุการกับคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้อย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนที่ผมจะหารือ กระผมใคร่จะขอแจ้งสถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าขณะนี้ สาหัสมากเหลือเกิน อีก ๒ วันมวลน้ำจากนครศรีธรรมราชก็จะมาสมทบ กระผมอยากจะ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการและเตรียมตัวที่จะแก้ไขสถานการณ์โดยด่วนนะครับ🔗
เรื่องแรก ที่ผมอยากจะหารือ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบล มะขามเตี้ย หมู่ ๘ เกี่ยวกับถนนซึ่งชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก เส้นดังกล่าวเป็นเส้นที่ ชาวบ้านใช้ขนพืชผลทางการเกษตร ปัจจุบันหนักมาก ขอหน่วยงานได้เร่งแก้ไขโดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนสาย ๔๐๑ สุราษฎร์ธานี-พุนพิน เป็นเส้นหลักของ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเส้นหนึ่ง ขณะนี้มีปัญหาเป็นอย่างมาก น้ำท่วมขังโดยตลอดนะครับ ๒ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้ไปสนามบินและไปสถานีรถไฟ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการโดยด่วน ซึ่งกระผมทราบมาว่าวันที่ ๑๕-๑๗ เดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรในถนนเส้นนี้ด้วย ท่านต้องผ่านถนนเส้นนี้ จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วนนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย กระผมมีโอกาสไปเปิดงานในโรงภาพยนตร์หลายพื้นที่ กระผม ได้รับทราบจากผู้จัดการโรงภาพยนตร์ว่าขณะนี้ ศบค. ยังไม่เปิดให้นั่งติดกัน ทำให้รายได้ ของโรงภาพยนตร์นั้นไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย กระผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรด พิจารณาเคส (Case) นี้เป็นเคส (Case) กรณีพิเศษด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวปากช่อง และท่านพระเมธีสุตาภรณ์ ผศ. ดอกเตอร์ เจ้าอาวาสวัดคีรีวันต์ เจ้าคณะอำเภอปากช่อง ได้มีหนังสือร้องเรียนมากับผมว่าชาวตลาด ปากช่องนั้น ใช้ถนนทางลัดผ่านวัดคีรีวันต์ไปโรงเรียนคุรุสามัคคีเพื่อส่งนักเรียนเช้าเย็น รถแออัดติดมาก ประชาชนต้องการที่จะมีถนนเลียบทางรถไฟจากวัดคีรีวันต์ไปโรงเรียน คุรุสามัคคีเพื่อลดความแออัด ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยสร้างถนนเพื่อระบายความแออัด ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องสะพาน ข้ามรถไฟทางคู่ที่ให้กับมอเตอร์ไซค์ใช้เชื่อมระหว่างชุมชนหนองกะจะกับตลาดปากช่อง ท่านประธานครับ มันคับแคบ ดูตามภาพนะครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ชาวปากช่อง เขาต้องการที่จะให้มีสะพานอีก ๑ ตัวทำเป็นวันเวย์ (One-way) ขึ้นลงทางเดียว ผมจึงนำเรียนท่านประธานว่ามันอันตราย ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ช่วยมาสร้างสะพานข้ามเป็นวันเวย์ (One-way) อีก ๑ ตัว ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย โครงการรถไฟทางคู่ตัดผ่านใจกลางเมืองปากช่อง มีการสร้าง อุโมงค์โดยเอาถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๓ และถนนทางหลวงหมายเลข ๒๔๒๒ มารวมกันลงใต้อุโมงค์ ท่านประธานครับ ในคลิปวิดีโอ (Clip video) นั้น จะเห็นได้ว่าการที่วิ่งปกติ ยังไม่ลงอุโมงค์ยังติดเป็นชั่วโมงครับ นี่ยังไม่ได้ลงอุโมงค์นะครับท่านประธาน ถ้าลงอุโมงค์แล้ว รถดิน หิน ทราย ไม่ว่าจะเป็นรถพ่วง รถอ้อย จะติดขนาดไหน ผมจึงนำเรียนท่านประธานว่า พี่น้องประชาชนชาวปากช่องเขาเดือดร้อนมากนะครับ ดูตามภาพครับ ขอให้ผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ลงมาแก้ไขปัญหารถติดของพี่น้องประชาชนชาวปากช่องด้วย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณสมบูรณ์ ซารัมย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ก็คือ การพัฒนาคุณภาพข้าวเปลือกให้ได้มาตรฐาน ประเด็นที่ ๒ ก็เกี่ยวกับการตั้งค่าใช้จ่ายให้กับ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน🔗
สำหรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวของผลผลิตข้าวขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ยกเว้นภาคใต้นะครับ ก็มีการเก็บเกี่ยวข้าวโดยชาวนาได้ใช้รถเกี่ยว เพื่อที่จะเกี่ยวข้าวให้ได้คุณภาพ คือเกี่ยวข้าวสด แล้วบางพื้นที่เปียกน้ำ มีความจำเป็น ที่จะต้องมาตากลดความชื้น แต่ปัญหามีอยู่ว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นไม่มีสถานที่ตาก ก็ตามมี ตามเกิด ก็คือตากตามลานวัดบ้าง สนามฟุตบอลบ้าง ข้างถนน ซึ่งเป็นปัญหาในการจราจร อย่างยิ่ง อันนั้นฝากถึงหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมส่งเสริม การเกษตรก็ดี กรมการข้าวก็ดี ได้จัดงบประมาณสนับสนุนให้กับท้องถิ่นได้จัดสร้างไซโล (Silo) อบลดความชื้น แล้วก็ลานตากชุมชน โดยให้ทางท้องถิ่นได้ดำเนินการจัดสร้าง และบริการพี่น้องเกษตรกรต่อไป ส่วนการจำหน่าย การขายข้าว ก็ฝากให้หน่วยงานที่มี ส่วนรับผิดชอบได้ดำเนินการเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยหรือว่าเงินส่วนต่าง เพราะว่าจะได้ นำไปใช้ในการที่จะจ่ายค่าเกี่ยว🔗
ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องของการตั้งค่าใช้จ่ายให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ซึ่งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านทำงานแทนกับหน่วยงานภาครัฐในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ทุกเรื่อง แต่ไม่มีค่าตอบแทน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดค่าตอบแทน ให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านคล้าย ๆ กับ อสม. ครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไปคุณจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวตำบลบึง หมู่ ๒ หมู่ ๔ หมู่ ๕ และหมู่ ๘ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ปัญหาเรื่องการจราจรบริเวณทางลอดอุโมงค์โรงกุ้ง และบริเวณทางลอดอุโมงค์วัดอัมพวัน กรมทางหลวงได้ทำการปิดกั้นเส้นทางการจราจร ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ผ่านมาแล้ว ๑ ปีครับท่านประธาน ซึ่งปัญหานี้กระผมได้เคยนำเรียนหารือท่านประธานมาแล้วสมัยประชุมครั้งที่ ๒ ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด พี่น้องประชาชน ตอนนี้ก็ยังได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมา ได้อย่างเป็นปกติ สะดวก และปลอดภัย ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีการเร่งรัดจัดสรร งบประมาณมาเพื่อติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและเปิดเส้นทางดังกล่าว ให้กับพี่น้องประชาชน ได้ใช้สัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเคยได้หารือไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการ ทั้ง ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ติดตั้ง สัญญาณไฟเขียวไฟแดงคนข้ามถนนค่ะ บริเวณถนนเจริญราษฎร์ ระหว่างชุมชนบ้านแบบ และชุมชนโรงน้ำแข็งค่ะ ซึ่งจากวันที่ดิฉันได้เคยหารือไปเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังไม่ได้รับ การดำเนินการใด ๆ และที่ผ่านมาก็มีอุบัติเหตุเกิดบ่อยครั้ง มีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตก็ไม่อยากให้ต้องเกิด เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอีกนะคะ เพราะว่าสิ่งที่เราจะสร้างความปลอดภัยทำได้ไม่ยากเลยค่ะ หากหน่วยงานให้ความสนใจแล้วก็เข้าแก้ไขค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ทาสีทางม้าลายที่ลบเลือนบริเวณถนนศรีเวียง ช่วงใต้ทางด่วน จากฝั่งโรงพยาบาลเลิดสิน ข้ามไปโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ เขตบางรักค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอติดตามท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้านครหลวง และกระทรวง ดีอี (DE) ในการขอให้จัดระเบียบสายไฟและสายสื่อสารที่ชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันก็เคยได้หารือไปแล้วเช่นกัน เวลานี้เสาไฟฟ้าก็โน้มเอียง ซึ่งอาจจะเกิดอันตราย กับพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นได้ รวมไปถึงสายก็พันกันยุ่งเหยิง อาจจะทำให้เกิดเหตุ เพลิงไหม้ได้นะคะ🔗
และสุดท้ายค่ะ ขอให้การไฟฟ้านครหลวงได้ซ่อมแซมไฟฟ้าที่ดับบริเวณ ซอยสว่าง ๘ เขตบางรัก ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยครับ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานในวันนี้นะครับ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่า เขตป่าสงวน แล้วก็อยู่ในเขตอุทยานด้วย ประเด็นก็คือว่าหมู่บ้านดังกล่าว เป็นหมู่บ้านซึ่งตั้งมานับร้อย ๆ ปีครับ ผมขออนุญาตทำสไลด์ (Slide) นะครับ🔗
หมู่บ้านเหล่านี้อยู่ในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ท่านประธานจะเห็นนะครับว่าในหมู่บ้านนี้ไม่ใช่หมู่บ้าน ชาวเขา หมู่บ้านชนกลุ่มน้อยซึ่งหลังคามุงจาก เป็นหมู่บ้านซึ่งอยู่อย่างถาวร อาคารบ้านช่อง ถาวร แต่ท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาก็คือพี่น้องประชาชนในตำบลวาวี ประมาณเกือบ ๒๐ หมู่บ้าน เพิ่งได้รับงบเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง โดยได้จัดทำเป็นประปาหมู่บ้านในแต่ละหมู่บ้าน และการทำประปาหมู่บ้านนะครับ ไม่ได้เป็นการก่อสร้างเป็นถังซีเมนต์ เป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ ซึ่งเป็นถังไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) เป็นอะไร แล้วก็มีอุปกรณ์ต่อท่อทำประปาหมู่บ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อจะมีน้ำกิน น้ำใช้ แต่ปรากฏว่าทางอำเภอ ทางจังหวัด ก็ไม่กล้าเซ็นอนุมัติ เพราะบอกว่าต้องได้รับความยินยอมขออนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก่อน ในหมู่บ้านเหล่านี้เป็นหมู่บ้านซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิยอมรับครับ เพราะฉะนั้นวันนี้นำความเดือดร้อนของพี่น้องในตำบลวาวี ๒๐ กว่าหมู่บ้านครับ ประปา หมู่บ้านที่ทำแต่ละบ้านเหมือนกันครับ ทางอำเภอ ทางจังหวัด ไม่กล้าอนุมัติ วันนี้ก็ฝาก ท่านประธานนำปัญหานี้ไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าช่วยดูให้หน่อยครับ ถ้าทำอย่างนี้นะครับ พี่น้องยิ่งเดือดร้อน และงบประมาณที่ได้ไปตกไปครับ วันนี้พี่น้องประชาชนก็ทวงถาม ก็ฝากไปกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณภราดร ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขอหารือกับ ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก หารือไปทางกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ผมและท่าน ส.ส. กรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้รับร้องเรียนจากเพจ (Page) แจ้งข่าวสารอ่างทอง เรื่องโรงงานอุตสาหกรรม ในจังหวัดอ่างทอง ๒ แห่งด้วยกัน คือ โรงงานไทยเรยอน และโรงงานไทยคาร์บอนแบล็ค ได้ปล่อยควันพิษ และพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง ๒ แห่ง เป็นช่วง ๆ ในแต่ละปี โดยในเดือนไหน ทิศทางลมพัดไปทางไหน ตำบลที่อยู่ใต้ลมก็จะได้รับ ผลกระทบ ขณะนี้ที่ตำบลจำปาหล่อและตำบลนรสิงห์ของอำเภอเมือง และอำเภอป่าโมก กำลังได้รับผลกระทบหนัก จึงอยากจะให้กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปตรวจสอบดูแล และกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง ๒ โรงงาน ให้อยู่ในค่ามาตรฐานของกระทรวง อุตสาหกรรมครับ🔗
เรื่องที่ ๒ หารือไปทางกรมทางหลวงชนบท ๒ เส้นทางด้วยกัน เส้นทางที่ ๑ ทางหลวงชนบท หมายเลข อท ๔๐๐๔ จากบริเวณแยกเพื่อที่จะเข้าไปที่ตำบลตลาดใหม่ ผ่านไปที่ตำบลหลักแก้ว เส้นทางนี้ระยะทางประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ได้รับผลกระทบ เสียหายจากช่วงที่ผ่านมา น้ำได้ลดลงทำให้ถนนค่อนข้างที่จะเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงอยากจะให้ทางกรมทางหลวงชนบทเข้าไปพัฒนาแล้วก็ซ่อมแซม ถ้าขยายเป็น ๔ เลน (4 Lane) ได้ก็จะเป็นพระคุณครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟทาง บริเวณทางหลวงหมายเลข อท ๔๐๒๒ จากบริเวณ แยกอ้อล้อม ตำบลไผ่วง ไปจนกระทั่งถึงวัดสามหน่อ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พี่น้องประชาชน ร้องเรียนเรื่องไฟทางมาครับ ขอความกรุณาด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องการขอขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรของทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๔๕๔ จากอำเภอโพธิ์ทอง ไปจนกระทั่งถึงอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ตำบลบางจัก ระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร และอีกเส้นทางหนึ่งครับ ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๗๓ จากแยก ตำบลอบทม ถึงวัดสามโก้ ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ขอขยายเป็น ๔ ช่องจราจรครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชัยภูมิคือ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมชลประทานได้บรรจุแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำที่บ้าน ถนนกลาง ตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่สำคัญ เป็นโครงการที่ได้รับการกลั่นกรองและมีมติจากคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสุรินทร์ ขณะนี้ กรมชลประทานได้สำรวจออกแบบก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ๑ ปีเศษ ๆ รอแต่ว่าเมื่อไร จะบรรจุเข้าในแผนงบประมาณของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้าง เมื่อก่อสร้างเสร็จจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านแท่นทั้งอำเภอ และนอกจากนี้ยังมีบางส่วน ของอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น จะได้รับผลประโยชน์ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำหลุบสังข์ บ้านซำมูลนาก ตำบลหนองไผ่ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญ พื้นที่เดิมมีอยู่ ๕๐ ไร่ สามารถที่จะขยายออกไปได้อีก ที่ยังไม่ได้ขุดอีกประมาณ ๑๐๐ ไร่ จะช่วยให้พี่น้องชาวอำเภอแก้งคร้อได้ประโยชน์ ทั้งในเรื่องของน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค🔗
และเรื่องที่ ๓ ขอให้กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดสระโคกโสกวัวคา บ้านภูทอง หมู่ ๗ ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ เนื้อที่ประมาณ ๒๐๐ ไร่ เพื่อใช้น้ำ ในการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของพี่น้องชาวอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากว่าผมเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร และตำบลท่าหลวง จังหวัดพิจิตร ว่าขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากว่า พี่น้องที่ร้องเรียนมาประมาณ ๒๐๐ กว่าราย ซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัดพิจิตรได้ออกหนังสือ เชิญไปให้ออกเอกสารสิทธิจัดทำรังวัด และได้เก็บค่าธรรมเนียมในการออกเอกสารสิทธิรังวัด ที่ดินไปแล้วทุกราย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนปัจจุบันปี ๒๕๖๓ แล้ว ยังไม่มีเอกสารสิทธิใดออกมา ซึ่งพี่น้องอยู่ในเขตรอบบึงสีไฟที่ยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ เมื่อประมาณปี ๒๕๒๐ ถึงปี ๒๕๓๐ ที่ดินบริเวณบึงสีไฟมี ๑๑,๒๘๙ ไร่ พอมาปี ๒๕๓๐ ที่ดินบึงสีไฟคงเหลือ ๕,๓๙๐ ไร่ มันหายไปประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าไร่ ตรงนี้ซึ่งเป็นที่ดินเขตของบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร จึงทำให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในเรื่องของการขอรับเอกสารสิทธิจากสำนักงานที่ดินจังหวัดพิจิตร ซึ่งกระผมขอเรียนว่าอยากให้ทางกระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดพิจิตร ให้ออกเอกสารสิทธิกับพี่น้องประชาชน และตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ออกเอกสารสิทธิ ไปแล้ว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ไร่ ว่าที่ดินเขตบึงสีไฟหายไปไหน ส่วนประชาชนมีที่ดินบึงสีไฟ แค่คนละ ๑ ไร่ ๑ งาน ๒ งาน ๓ งาน ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ จึงขอให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณทศพร ทองศิริ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรของชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีประเด็นที่จะขอหารือกับท่านประธานดังนี้นะครับ บริเวณถนนเลียบด่วนกาญจนา เขตทุ่งครุ มีการก่อสร้างทำผิวถนนซึ่งก่อให้เกิดฝุ่นละออง ที่ทำให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ เด็กเล็กทั้งหลายที่ใช้ถนนเส้นนี้เพื่อการสัญจร มีอาการไอแห้งและตาแดง ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประชาชนแจ้งร้องเรียนเข้ามาที่ผมหลายครั้ง สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตคือถนนเส้นนี้ แต่เดิมนั้นมีการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งทำให้ ตัวผมและประชาชนมีความปลาบปลื้มในการอำนวยความสะดวกของภาครัฐที่ทำถนน เลียบทางด่วนเส้นนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม หากแต่ในระยะเวลาไม่ถึง ๑ ปีที่ผ่านมานี้ จากถนน ที่เคยดูดี กลับกลายเป็นถนนที่มีการขุดเจาะและรื้อพื้นผิวถนนออกใหม่ ทำแล้ว ทำอีก ขุดแล้ว ขุดอีก วนเวียนกันแบบนี้ต่อไปไม่จบสิ้น ผมตั้งคำถามแบบนี้ครับว่าทำไมก่อนที่ หน่วยงานจะลงมือดำเนินการปรับปรุงนั้น ไม่มีกระบวนการทางความคิดในการลำดับการทำ ก่อนหน้าหรือหลังหรืออย่างไร การทำถนนต้องใช้งบประมาณของแผ่นดินเป็นจำนวน มหาศาล ซึ่งหมายความรวมถึงการสูญเสียเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ถ้าทำแล้วก็ยัง กลับมาขุด มาเจาะ มากลบแบบนี้เป็น ๑๐ ปีมันไร้ประโยชน์ครับ ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ ผ่านท่านประธานสภาให้มีดำริถึงการตรวจสอบถึงความโปร่งใสไปยังหน่วยงานต้นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องถึงความผิดปกติของการดำเนินการก่อสร้างผิวถนนใหม่ในครั้งนี้ว่าตรงตาม หลักเกณฑ์ของการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ หรือทำเพื่อใคร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอหารือท่านประธานสภา มีเรื่องสำคัญ ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ผมในฐานะที่เป็นชาวนครศรีธรรมราช มีความห่วงใย และอยากเรียกร้องต่อท่านประธานว่าการเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนี้ มีความเสียหาย แล้วก็มีความเดือดร้อนของพี่น้องทั้งชีวิตและทรัพย์สิน🔗
ถ้าท่านประธานสภา ดูจากคลิป (Clip) มีความห่วงใยมาก เพราะว่าน้ำเชี่ยวกรากจากต้นน้ำที่อยู่ในเขตเทือกเขา ผ่านอำเภอหลายอำเภอ เช่น อำเภอลานสกา อำเภอนบพิตำ อำเภอช้างกลาง อำเภอพรหมคีรี เป็นต้น น้ำเหล่านี้ทำให้ถนนตัดขาด สะพานใช้ไม่ได้ การขาดแคลนอาหาร น้ำ ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นผมก็คิดว่าแม้ว่าทางราชการโดยเฉพาะหน่วยราชการต่าง ๆ ที่ระดมความช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เข้าไปช่วย แต่อย่างไรก็ตามผมอยากพูดสักนิดหนึ่งว่าทางไปบ้านผม ตั้งแต่บ้านตาลเป็นต้นไป ใช้การไม่ได้ ถนนชำรุด สะพานอะไรก็ลำบากมากในการสัญจร จึงเรียกร้องไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องช่วยเยียวยาทั้งเรื่องของถนนหนทาง ทั้งเรื่องของสะพาน ที่ชำรุด ซึ่งสัญจรมายังในตัวเมือง และตัวเมืองเองของนครศรีธรรมราชก็ได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกส่วนช่วยระดมเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะรัฐบาล ถ้าได้ให้เรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนที่มีความสำคัญต่อพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ก็จะเป็น พระคุณอย่างยิ่งที่จะช่วยกันทุกฝ่าย ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้เสนอ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ส.ส. น่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวไร่ยาสูบดังนี้ครับ ขณะนี้มีชาวไร่ยาสูบจำนวนหลายร้อยครอบครัวในจังหวัดน่าน แล้วก็กว่า ๓๐,๐๐๐ ครอบครัวทั่วประเทศ กำลังได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบ ในการขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบ เมื่อปี ๒๕๖๐ ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทยประสบ ปัญหาทางธุรกิจ แล้วก็ต้องปรับลดโควตาการรับซื้อใบยาจากชาวไร่ยาสูบไปกว่าครึ่ง เป็นเวลากว่า ๓ ปีติดต่อกันแล้ว แม้ว่าตอนนี้จะมีการเลื่อนการขึ้นภาษี ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ออกไปอีก ๑ ปี จนถึงตุลาคม ปี ๒๕๖๔ แต่ทว่าการจ่ายเงินชดเชยชาวไร่ยาสูบในฤดูกาล ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แล้วการชะลอการขึ้นภาษีที่ผ่านมาก็เป็น การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น เรื่องของการหาพืชทดแทนก็ยังไม่มีความชัดเจนนะครับ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมและตรงจุดมากยิ่งขึ้น ผมขอหารือ ท่านประธานกรุณาประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ ข้อ ดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้พิจารณาเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยโควตายาสูบให้กับชาวไร่ ฤดูกาลเพาะปลูก ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ โดยเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณายกเลิก หรือว่าชะลอการขึ้นภาษี บุหรี่ไปอีกอย่างน้อย ๒-๓ ปี🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาประกาศแผนอัตราภาษีสรรพสามิต ยาสูบแบบระยะยาว ที่ไม่ใช่การขึ้นภาษีแบบก้าวกระโดดแบบปัจจุบันนี้ เพื่อให้ชาวไร่ สามารถเห็นอนาคตของตัวเอง แล้วก็สามารถปรับตัวได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน และความต้องการมาหารือ กับท่านประธานใน ๒ เรื่องครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซม ปรับปรุงสถานที่สำคัญในเขตอำเภอเมือง ๓ แห่ง ดังนี้ครับ สนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี สวนสุขภาพตรงข้ามตำหนักน้ำ ศาลาประชาคมรวมใจชน และพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็น คอนเวนชัน ฮอลล์ แอนด์ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Convention Hall and Sports Complex) แนวราบครับ ท่านประธานครับ จังหวัดชลบุรีโดยเฉพาะอำเภอเมืองนั้น ถือว่ามีความสำคัญ ทางด้านเศรษฐกิจ และเมืองนี้ผลิตนักกีฬาระดับชาติมากมายครับ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองชล คนกีฬานะครับ แต่น่าเศร้าใจครับ สถานที่สำคัญ ๓ แห่งที่ผมได้กราบเรียนไปนั้นกลับถูก ปล่อยให้ทรุดโทรม ถึงเวลาแล้วครับ ที่ผู้นำและหน่วยงานภาครัฐจะให้ความสำคัญมาพัฒนา ๓ สิ่งที่ผมได้กราบเรียนไปนั้นถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างก็จริงอยู่นะครับ แต่ถ้าหากเราวางแผน พัฒนาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตยกรรมนะครับ ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งครับว่าสถานที่แห่งนี้จะเกิดแลนด์มาร์ก (Landmark) แห่งใหม่ขึ้น ในพื้นที่ศักยภาพแห่งนี้ และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งครับว่าสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะหล่อเลี้ยงพ่อแม่ พี่น้องในเขตพื้นที่ของผมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ที่แข็งแรงครับ จึงขอกราบเรียนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองชลบุรี ให้มาจัดสรรงบประมาณพัฒนาปรับปรุงโดยด่วนครับ🔗
ในเรื่องที่ ๒ นั้น ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้น จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบบูรณาการในเขตอำเภอเมือง และอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีนั้นถือว่ามีความสำคัญและได้เปรียบทางด้าน ภูมิศาสตร์เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน แหล่งวัฒนธรรมแล้วก็แหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มีมากมาย ในเขต พื้นที่ผมก็มีร่วม ๕๐ วัดแล้วครับ จึงอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณลงมาสร้างโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบวัน เดย์ ทริป (One day trip) หรือฮาฟต์ เดย์ ทริป (Haft day trip) เช่นไหว้พระ ๙ วัด เพื่อกระตุ้น การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้พ่อแม่พี่น้องกินดีอยู่ดีขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณองค์การ ชัยบุตร🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดมุกดาหารครับท่านประธาน ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของชาวบ้าน🔗
กระผมได้รับข้อร้องเรียนจาก นายอภิศักดิ์ ศรีเฉลียว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๘ บ้านภูผาหอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ครับท่านประธาน ถนนทางเข้าหมู่บ้านชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ไปมาลำบาก เกิดอุบัติเหตุบ่อย ประมาณ ๓ เส้นทาง อันนี้ชาวบ้านต้องการถนนลาดยางอย่างเดียวครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ขาดแคลนแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร ชาวบ้าน ต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดทำระบบน้ำแผงโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ให้กับชาวบ้าน🔗
เรื่องต่อไป แนวเขตอุทยานทับที่ทำกินของชาวบ้านประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ได้รับข้อร้องเรียนจากนายทัศนเทพ รักษ์พิทักษ์กุล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ท่อน้ำประปาภายในหมู่บ้านชำรุด ผุพัง และฝังลึก ยากแก่การซ่อมแซม ถนนทางเข้าหมู่บ้านน้ำท่วมขัง ไปมาลำบากโดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ถนนสายบ้านนาคำน้อย บ้านภูล้อม ช่วงบ้านโคกสว่าง ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วนั้น แต่ไม่มีแผงเหล็กกั้นหรือรั้วกั้นไหล่ทางทั้ง ๒ ข้างทางเลยครับ ท่านประธาน ตลอดจนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างในเวลาค่ำคืนนะครับ เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นได้ เรื่องทั้งหมดที่ผมว่ามานะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัด แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน พร้อมกับจัดสรรงบประมาณเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของชาวบ้านต่อไป ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณปรีดา บุญเพลิง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการสอบโอเน็ต (O-Net) ในช่วงปลายภาคเรียนที่ ๒ ของทุกปีการศึกษา ซึ่งจัด การทดสอบโดย สทศ. เท่าที่ดูวัตถุประสงค์การทดสอบโอเน็ต (O-Net) ของ สทศ. ทุกข้อ เป็นสิ่งที่ดี มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่หน่วยงานนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้นขอถามว่า เด็กได้อะไร ครูได้อะไร โรงเรียนได้อะไร สิ่งที่ครูและนักเรียนได้มากที่สุดคือแรงกดดัน ความเครียดของครู นักเรียน ในช่วงเปิดภาคเรียนที่ ๒ นี้ การติวเข้มของนักเรียน ป. ๖ ม. ๓ ม. ๖ เพื่อเตรียมสอบโอเน็ต (O-Net) กำลังจะเกิดขึ้นในปลายภาคเรียนนี้ ผมเป็นห่วง ในการจัดการศึกษาของเรา ดังนั้นผมขอเสนอท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ให้ยกเลิกการสอบโอเน็ต (O-Net) ทุกระดับชั้น และกลับมาทบทวน การวัดประเมินผลคุณภาพการศึกษาในรูปแบบใหม่ที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนตามสภาพจริง และประเมินผลรอบด้าน ให้สอดคล้องกับสภาพบริบทของแต่ละพื้นที่ และให้ความสำคัญ กับนักเรียนทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณมนพร เจริญศรี🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้อง ประชาชนบ้านนาขมิ้น หมู่ ๓ ตำบลนาขมิ้น อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ว่ามีปัญหา เดือดร้อนเรื่องการใช้เส้นทางสัญจรไปมา นั่นก็คือเป็นสะพานไม้ที่เก่าผุพัง และขณะนี้พี่น้อง ประชาชนใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรไปมาขนส่งพืชผลทางการเกษตร ทราบว่างบประมาณ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๓ ได้รับการจัดสรร แต่ปลายปีงบประมาณ รัฐบาลได้ตัดเงินเหล่านี้ ไปเยียวยาในสถานการณ์โควิด ไวรัส ๑๙ (COVID Virus 19) พอมาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ทราบว่าขณะนี้ได้รับการจัดสรรอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่มีการจัดหาผู้รับจ้างแต่อย่างใด ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดนครพนม ชาวบ้านร้องขอมาว่า ถ้าจะต้องเร่งสร้าง ก็ขอให้สร้างในช่วงฤดูแล้งค่ะ เพราะว่าในฤดูฝนน้ำจะหลาก และพี่น้อง ประชาชนสัญจรไปมาลำบากค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ จังหวัดนครพนมของดิฉันเป็นจังหวัดที่อยู่ติดฝั่ง สปป. ลาว ขณะนี้ดิฉันทราบว่าสถานการณ์โควิด (COVID) มีพี่น้องฝั่งไทยที่ข้ามมาจาก ประเทศเมียนมา ขณะนี้ก็ทำให้มีผู้ติดเชื้อแพร่โควิด (COVID) เป็นจำนวนมาก ขณะที่ จังหวัดนครพนมของดิฉัน พี่น้องประชาชนฝากกำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขอให้ดูแล ป้องกันอย่าให้มีการลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่ง สปป. ลาว แต่ท่านประธานคะ ฝั่ง สปป. ลาว ขณะนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) แต่อย่างใด ถ้ารัฐบาลจะมองเห็นระยะไกลออกไป นั่นก็คือเปิดด่านที่ไม่มีสถานการณ์โควิด (COVID) ร้ายแรง ซึ่งจังหวัดนครพนมก็เป็นอันดับ ต้น ๆ ของประเทศไทย ถ้าทางรัฐบาลจะพิจารณาให้มีการเปิดผ่านแดน ก็จะเป็นการช่วย พยุงเศรษฐกิจของประเทศต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณนริศ ขำนุรักษ์🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยขณะนี้จังหวัดพัทลุง ประสบภัยน้ำท่วม และได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง ๑๑ อำเภอ ส่งผลให้ ประชาชนกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน ส่งผลให้ประชาชนส่วนหนึ่ง เดือดร้อนเรื่องทำมาหากิน เรื่องการประกอบอาชีพส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐาน ถนน ระบบ ประปาและไฟฟ้าได้รับความเสียหาย และพื้นที่ทำการเกษตร สวนยาง ผลไม้ ปศุสัตว์ นา และประมง ได้รับความเสียหาย ตลอดจนการประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย เป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้ความช่วยเหลือทั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจาก ส.ส. จังหวัดพัทลุงทั้ง ๓ ท่าน ได้ใช้ ความพยายามในการเข้าแก้ไขปัญหาช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องแล้ว แต่ว่าทุกฝ่ายมีข้อจำกัด ทั้งสิ้น ทั้งงบประมาณและเครื่องมือ จึงขอเสนอแนะดังต่อไปนี้ ให้นายกรัฐมนตรีได้นำเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภาคใต้และจังหวัดพัทลุงเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้งบกลางหรืองบอื่นในการเข้าแก้ไขปัญหา ๑. แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือแจกถุงยังชีพ ให้ได้เร็วที่สุด ให้ครอบคลุมทุกครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด ๒. แก้ไข ปัญหาระยะต่อไป ก็คือ การฟื้นฟูถนน ประปา และโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจาก อุทกภัยซึ่งกว้างขวางมากอยู่ในขณะนี้ และ ๓. ในระยะการป้องกันคือระยะยาว ให้มี การป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นการทำแก้มลิง ทำอ่างเก็บน้ำ ทำทางระบายน้ำ และทำผังเมือง ซึ่งปัญหาการไม่มีแก้มลิง ปัญหาการไม่มีอ่างเก็บน้ำ ปัญหาการระบายน้ำที่ไม่ดี ปัญหาการวางผังเมือง และมีผังเมืองที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิด อุทกภัย และอุทกภัยทำให้เกิดความเสียหายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ที่ยังค้างอยู่นะครับ พรรคร่วมฝ่ายค้านยังค้างอยู่ มาแล้วใช่ไหมครับ ท่านจิรัฏฐ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก อยากจะทวงถามไปยังกระทรวงคมนาคม เรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้าง ถนนทางหลวงชนบท ๓๐๐๑ ฉะเชิงเทรา เป็นถนนลาดกระบัง-ฉะเชิงเทรา ประชาชน ทราบว่าสัญญาน่าจะหมดไปตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายนที่ผ่านมาแล้วครับ แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มี อะไรที่ดูเป็นชิ้นเป็นอัน ดูเหมือนจะยังไม่เสร็จ ไม่ใกล้จะเสร็จเลยด้วยซ้ำ ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้ผมปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ไปรอบที่ ๓ แล้วครับ แล้วก็ยังไม่มีการปรับปรุง ดูแลพื้นที่ก่อสร้างให้ปลอดภัย ไฟในตอนกลางคืนก็ไม่มีส่องสว่างอะไรเลย พื้นที่ก่อสร้าง ก็อันตรายครับ อยากให้กระทรวงคมนาคมลงมาดูแล้วก็เร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจังสักที เพราะว่าเดือดร้อนจริง ๆ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นถนนเส้นบางควาย-บางวัว เส้น ๓๖๐๖ และ ๓๖๐๙ เป็นถนน เลียบมอเตอร์เวย์ (Motorway) ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ประชาชนในช่วงเวลาเช้า จะต้องใช้ถนนเส้นนี้ในการไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ซึ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน รถติดมาก แล้วก็ถนนทรุดโทรม ถนนพัง แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเช่นกันครับ ก็อยาก จะฝากกรมทางหลวงช่วยดูแลตรงนี้ด้วย หรือไม่ก็เปิดช่องทางเพิ่มเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้มีช่องทางในการสัญจรไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ค้างอยู่ ๒ ท่านนะครับ แทนก็คือท่านนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ ดิฉันเองขอนำเรื่องหารือผ่านไปยัง ท่านประธานสภาด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการประสบปัญหา ท่อประปาแตกในเขตพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์และอำเภอพระประแดง รวมไปถึงเขตทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ กทม. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากนะคะ ซึ่งเหตุดังกล่าว ทางการประปาได้แจ้งว่าท่อประปาขนาดใหญ่ได้มีการแตก ทำให้การจ่ายแจกน้ำ ให้กับประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ได้รับผลกระทบมากกว่า ๙,๐๐๐ ครัวเรือน เทียบเท่ากับประชาชน ๒๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการดูแลเฉพาะกิจนะคะ ต้องขอขอบคุณผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกองทัพบก ได้สนับสนุนรถน้ำแล้วก็ กำลังพลมาช่วยในพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่เจอปัญหาวิกฤติ ต้องนำเรียนกับท่านประธาน แบบนี้ค่ะ ดิฉันเองได้เห็นถึงการทำงานของการประปานครหลวง เข้าใจถึงการประสบปัญหา แต่ในการวางแผนในเรื่องการแจกจ่ายน้ำให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้น้ำ ในการอุปโภคบริโภคเป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างยิ่งค่ะ ดิฉันก็ขอหารือผ่านไปยังท่านประธาน ให้การประปานครหลวงเร่งการพัฒนา แล้วก็บริหารการแจกจ่ายน้ำ มีแผนสำรอง ในการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติแล้วก็เฉพาะหน้าค่ะ🔗
และอีกเรื่องหนึ่งค่ะ การดำเนินการขุดลอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนะคะ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ท่านเองได้ช่วย ดำเนินการเร่งรัดให้การขุดสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณฝั่งอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ฝั่งอำเภอพระประแดง ข้ามไปยังฝั่งอำเภอเมืองสมุทรปราการ บัดนี้ได้สำเร็จลุล่วงเรียบร้อย แล้วค่ะ ชาวอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ชาวอำเภอพระประแดง และชาวจังหวัดสมุทรปราการ ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมา ณ ที่นี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสุดท้าย ศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สถานการณ์โควิด (COVID) ในโลกขณะนี้ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดก็มีข้อมูลว่ามีคนในโลกติดเชื้อโควิด (COVID) แล้วเกือบ ๆ ๖๕ ล้านคน เสียชีวิต ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน เท่ากับประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่นในยุโรปนะครับ ถึงขั้นต้องมีการชัตดาวน์ (Shutdown) ปิดสถานบริการต่าง ๆ ในเดือนที่ผ่านมาจนทำให้ขณะนี้ก็เริ่มดีขึ้น แต่อย่างที่สหรัฐอเมริกา สถานการณ์ก็ยังรุนแรง มีการติดเชื้อวันละ ๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์จึงต้องระมัดระวังอย่างมาก แต่ก็มี ข่าวดีครับว่าเริ่มมีการใช้วัคซีนได้ในสัปดาห์หน้า โดยที่อังกฤษจะเริ่มมีการฉีด เพราะว่าวัคซีน เริ่มจะพิสูจน์แล้วว่าได้ผลนะครับ ขณะเดียวกันก็มีการจัดลำดับความสำคัญของบุคลากร ที่จะให้มีการฉีดวัคซีนได้ อย่างเช่น บุคลากรทางการแพทย์ และทางด้านของผู้ที่ใกล้ชิด กับคนชรา ในบ้านคนชรา เป็นต้น ประเด็นที่ผมอยากจะหารือก็คือว่าเมื่อวานนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการออกโทรสารกำชับในเรื่องนี้ เพราะว่ามีเหตุการณ์เรื่องของ การลักลอบเข้าเมืองเข้ามา แล้วก็ได้มีการประกาศว่าจุดเสี่ยงที่จะต้องดูแลก็คือ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงแรม สถานประกอบการ สถานบันเทิง สนามกีฬา สถานท่องเที่ยว เป็นต้น แต่ที่ผมเป็นห่วงมากตอนนี้ก็คือตามวัดต่าง ๆ ครับ ที่ผมไปงานวัด ผมไม่ค่อยเห็น การระมัดระวังในเรื่องนี้ การนั่งยังใกล้เกินไป แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใกล้ชิดกับศพนะครับ ยังไม่ได้มีความระมัดระวัง มีการใช้มือโดยที่ไม่มีการใช้ถุงมือในการยกศพใส่โลง เป็นต้น ก็อยากจะขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มการกำชับในส่วนนี้ไปยังวัดต่าง ๆ ให้มี ความระมัดระวังในเรื่องของโรคโควิด (COVID) ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมต้อง ถือโอกาสเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ ผมไม่ได้ใช้เวลาขอบคุณพวกเราหลังจากที่หารือเสร็จแล้ว เพราะว่ารวมไว้ขอบคุณครั้งเดียวกับท่านทั้ง ๓๐ ท่านเลย เพราะสามารถประหยัดเวลา ได้มากครับ เพราะฉะนั้นเราใช้เวลาหารือนี้ก็ประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ประมาณ ๑ ชั่วโมง เศษ ๆ นะครับ ซึ่งถือว่าเร็ว แต่ว่าขณะเดียวกันก็ต้องขอบคุณที่พวกเราพยายามใช้เวลา ตรงเวลา ผมทราบดีครับว่าไม่ใช่ของง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยชินในการอภิปรายในเวลาที่จำกัด เช่นเวลาเราเตรียมมา ๗ นาที พอ ๕ นาทีหลายท่านก็ปรับไม่ได้ เพราะว่าเตรียมข้อความ แต่ว่าอันหนึ่งที่อยากจะเตือนก็คือว่าโดยทั่วไปแล้วข้อบังคับเขาจะห้ามอ่านเอกสาร ไม่ว่าจาก เอกสาร หรือจากไอแพด (iPad) แต่ว่าผมไม่ค่อยไปทำให้ท่านเสียสมาธิ เพราะเข้าใจว่า หลายท่านก็ยังใหม่ จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับ แต่ว่าเราต้องคิดถึงเวลาว่าเรามีเวลาอยู่ เท่านี้ครับ สมาชิกเราจะมี ๒๐๐ กว่าคนเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว วันนี้สมาชิกเราเพิ่มเป็น ๕๐๐ คน เวลาเรายังเท่าเดิมวันละ ๒๔ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นถ้าเราบริหารเวลาไม่ได้เราจะมีปัญหา เรื่องงานที่จะค้าง อย่างเช่นวันนี้ก็จะมีกฎหมายของภาคประชาชน ก็มารอ ๒ อาทิตย์แล้ว ซึ่งเราก็บอกเขาไม่ได้ว่าญัตติอื่นมันจะใช้เวลาเท่าไร อันนี้ก็เลยถือโอกาสเรียนขอความร่วมมือ พวกเรานะครับ🔗
เพื่อนสมาชิก ผมได้รับแจ้งจากท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเช้า ขณะนี้ยังไม่เปิดประชุมนะครับ เรียนเพื่อพวกเรา เตือนเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย เพราะว่าขณะนี้มีการเตือนความเข้มข้นในการระวังเรื่องนี้ รวมทั้งรายงานเมื่อเช้า ผมกำลัง ให้เขารายงานเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่นะครับว่ากรรมาธิการของเราคณะใดที่เดินทางแล้วไป ใกล้ชิดหรือไปร่วมกับผู้ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือไม่ อันนี้ ยังไม่แน่นอน แต่ว่าเลขาธิการรายงานให้ผมแจ้งพวกเราว่าขอพวกเราได้อย่าประมาทนะครับ ความจริงเมื่อสมัยประชุมก่อนนี้ผมจำได้เวลาพวกเราอภิปราย เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะสวมหน้ากากทุกคนเลยครับ แต่เดี๋ยวนี้เหมือนจะไม่มีเลยนะครับ เราก็เป็นตัวอย่าง ความร่วมมือของการป้องกันปัญหานี้ ก็ไม่สามารถที่จะไปวางใจได้นะครับ เพราะฉะนั้น ขอความร่วมมือพวกเราว่าระยะห่างก็ดี การสวมหน้ากากอนามัยก็ดี เรายังต้องปฏิบัติอยู่ ขอเรียนสมาชิกว่าขณะนี้มีผู้มาลงชื่อ ๑๘๔ ท่านนะครับ ยังขาดอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้น ต้องรอชื่อ แต่ว่าระหว่างที่รอลงชื่อเพื่อครบองค์ประชุมนั้น ผมได้รับรายงานว่ามีสมาชิก ประชุมคณะกรรมาธิการ เช้า ๑๒ คณะ บ่าย ๖ คณะ รวม ๑๘ คณะ แต่ว่าช่วงเช้า สมาชิก ที่อยู่ในห้องกรรมาธิการ ถ้ามาลงชื่อก่อนเพื่อให้ครบองค์ประชุมนะครับ แล้วเราจะได้ ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบวาระก็จะเป็นประโยชน์ เมื่อครบองค์ประชุมผมจะได้ รายงานให้ทราบว่าสัปดาห์หน้าเราจะงดประชุม แล้วเราจะชดเชยอย่างไร อันนี้ก็เป็นไปตาม ข้อตกลงของกรรมการประสานงานทุกฝ่ายนะครับ ช่วงนี้มีเวลา สมาชิกมีอะไรที่จะพูด จะหารือเชิญนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนหารือท่านประธาน นิดเดียวครับ ในเรื่องของความสงสัย เพราะว่าอย่างที่ท่านประธานได้บอกในที่ประชุมไป เมื่อสักครู่นี้ว่าองค์ประชุมเราตอนนี้มี ๑๘๙ คน ซึ่งมันก็แปลก ๆ ก็ไม่ค่อยจะมีเหตุการณ์ อย่างนี้เกิดขึ้นที่สภาของเราสักเท่าไร ด้วยความสงสัย เมื่อสักครู่นี้ผมก็ไปเช็ก (Check) หน้าห้องประชุม ก็เข้าใจว่าเพื่อน ๆ สมาชิก โดยเฉพาะเพื่อน ๆ สมาชิกของพรรคฝ่ายค้าน อาจจะลืมไปเซ็นชื่อหน้าห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมยังไม่ครบนะครับ แต่ก็ยังมีความสงสัย อยู่ดีครับว่าเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านประธานเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้หารือทั้งหมด ๓๐ ท่าน ครึ่งหนึ่งคือ ๑๕ ท่าน เป็นของรัฐบาล อีก ๑๕ ท่าน เป็นของพรรคฝ่ายค้าน ผมก็เห็นว่า พรรคฝ่ายค้านก็ใช้โควตาในการหารือได้ครบทุกคน ก็เลยสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นเฉย ๆ ครับ🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง จริง ๆ แล้วผมก็ได้ประสานงานกับวิป (Whip) พรรคร่วมรัฐบาล หลายพรรคนะครับ แล้วก็มี ส.ส. หลายท่านที่เขาแจ้งมาว่าจริง ๆ แล้วมีความจำเป็น เพราะว่า ขณะนี้พี่น้องที่อยู่ในภาคใต้หลายจังหวัดประสบปัญหา ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมใหญ่ เขาก็ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ก็ตัดสินใจยากครับ แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็เลือกที่จะไป ดูแลเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องที่อยู่ในภาคใต้ จึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธานถึงความเดือดร้อน แล้วก็ความลำบากใจของ ส.ส. ที่อยู่ในเขตภาคใต้ครับ ขอบคุณครับ🔗
มีคนมาแจ้งผมเหมือนกันครับ ก็เข้าใจ เข้าใจถึงความจำเป็น พวกเรามีอะไรเชิญนะครับ มีปัญหาอะไร สัปดาห์หน้าเรางด ประชุม ๑ วัน สัปดาห์หน้าเราจะไม่มีประชุม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเตรียมหลังจากนั้น แต่ว่า จะมีการชดเชยนะครับ ได้ตกลงเอาไว้ เรียนว่าเดิมเราจะชดเชยวันที่ ๑๘ แต่ว่ามีท่านสมาชิก ได้มาปรารภว่ามันใกล้กับการเลือกตั้งท้องถิ่น อยากจะขอไปอยู่สังเกตการณ์ในพื้นที่ ก็เลย เปลี่ยนไปชดเชยในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ก็เลยเรียนให้พวกเราได้รับทราบครับ เชิญเลยครับ เชิญท่านขจิตรนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขณะนี้มีจำนวนผู้มาลงชื่อ ๑๙๔ ท่าน จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม วันนี้มีกฎหมายสำคัญที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอเข้ามา พิจารณาในสภา ถ้ารัฐบาลไม่สามารถหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ก็ไม่ต้องเสนอกฎหมายหรอกครับ ไม่ต้องอ้างเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น คนที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาล ถ้าจะเสนอกฎหมายในสภา ตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมีสมาชิกเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่มีคำอธิบายเหตุผลอื่นเพื่อแก้ตัวทั้งสิ้น ถ้าจะออกกฎหมาย ต้องเอาสมาชิกมาให้พอตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดครับ🔗
เชิญคุณจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ มีการลุกขึ้นหารือ แต่ว่าทำให้เกิดความเสียหายกับฝ่ายค้านพวกผมครับ ผมก็อยู่ฝ่ายค้าน ก็ต้องลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องสิทธิตัวเอง ผมต้องเรียนต่อท่านประธานครับ พวกผมก็ทยอย ลงชื่อกันนะครับ แต่ว่าขณะนี้องค์ประชุมก็ยังไม่ครบ ถ้าจะให้กล่าวโดยสรุปจริง ๆ แล้ว องค์ประชุมในห้องประชุมนี้ฟากฝั่งรัฐบาลมีจำนวนเสียงถึง ๒๐๐ เกือบ ๓๐๐ เสียงนะครับ ๒๙๐ เสียง ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงเช้าอย่างนี้การประชุมทางสมาชิกของท่านถึงไม่สามารถ หาคนมาลงเป็นองค์ประชุมได้ทั้งที่มีกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายเอง พวกผมเองก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือครับ ก็ยังนั่งรอที่จะเตรียมอภิปรายในเรื่องของ กฎหมายต่าง ๆ ท่านประธานครับ ก็ขอท่านประธานได้โปรดเร่งรัดติดตามเพื่อนสมาชิก ให้เข้าสู่ห้องประชุมด้วยครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ที่จริง ขาดไม่กี่คนแล้วครับ มา ๑๙๘ แล้วครับ องค์ประชุมคือ ๒๔๔ ครับ🔗
ขออนุญาตครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญท่านประธานครับ เรื่องความพร้อมของรัฐบาล ผมกราบเรียนว่ามันเป็นหน้าที่จริง ๆ ครับ เหมือนกับวันหนึ่งนั้นมีผู้ที่กล่าวหาผมในสภา แห่งนี้ ดังนั้นคือเป็นเรื่องหน้าที่หรือสิทธิที่รัฐบาลจะต้องคุมเสียงของการเดินทางในสภา เพื่อจะใช้สิทธิให้องค์คณะครบถ้วนก่อน นี่คือเป็นหน้าที่ครับ หน้าที่จริง ๆ ครับ ส่วนฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายตรวจสอบเพื่อให้เห็นว่าองค์คณะนั้นครบถ้วน มีการเข้าประชุมอย่างครบตามข้อบังคับ นี่คือสาเหตุอันหนึ่งที่จะต้องระมัดระวังเมื่อเป็นฟากรัฐบาล เพราะต้องรักษาองค์ประชุมไว้ เพื่อออกมติ เพราะว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่ใช้สัดส่วน อำนาจของฝ่ายรัฐบาลอยู่เหนืออยู่แล้ว แต่ต้องทำหน้าที่ให้ครบถ้วนท่านประธานครับ ฝากเรียนตรงนี้ให้เข้าใจกันถ้วนหน้าครับ เพราะเป็นสิทธิและหน้าที่ครับ🔗
มี ๒๐๐ คนแล้วครับ โดยในระบบนี้รัฐบาลอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมากนะครับ ถึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรง แต่หน้าที่ของสภานั้นเป็นหน้าที่ของเราทุกคนของทุกฝ่ายนะครับ ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ🔗
ท่านประธานครับ🔗
๒๐๑ แล้วครับ เหลือไม่กี่คน รอนิดหนึ่งครับ สมาชิกอดทนนิดหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ ได้ไหมครับ🔗
เพื่อผลงานเราจะไม่เสียไป แล้วภาคเอกชนที่มารออยู่เขาก็เริ่มบ่นว่าจะนัดมาอย่างไร เที่ยวนี้จะได้ถึงหรือไม่ ผมก็บอกว่า เที่ยวนี้ก็คาดหมายว่าน่าจะถึงนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องนำความเดือดร้อนซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบันมาเป็น ตัวแทนนำเรื่องของความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพี่น้องประชาชน นี่ก็คือ เป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ของพวกผม แล้วก็เป็นการทำหน้าที่ของพวกเราทุกคนครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เป็นที่ทราบกันว่าลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือได้พัดผ่านในจังหวัด ภาคใต้ แล้วก็มีความกดอากาศต่ำในบริเวณพื้นที่ของมาเลเซีย ทำให้เกิดมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในบริเวณภาคใต้ตอนกลางและตอนล่างต่อเนื่องกันมาหลายวัน และมีแนวโน้มจะไปถึง วันที่ ๕ ธันวาคม ขณะนี้ในหลายพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และถัดลงไปจากนั้น ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยเป็นอย่างมาก จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ทั้งหมด ๑๙ อำเภอ ขณะนี้ได้รับผลกระทบไปแล้ว ๑๐ อำเภอ จะเป็นลักษณะของน้ำหลากและน้ำท่วม และน้ำที่จะมาจากเพื่อนบ้านในระยะเวลา วันสองวันที่จะถึงนี้ จึงขอเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ได้ดำเนินการ โดยเร่งด่วนในการช่วยเหลือและสนับสนุนบริเวณพื้นที่ที่ได้รับการร้องขอ ถึงแม้วันนี้ สถานการณ์ยังไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องขอขอบคุณส่วนราชการครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เป็นหัวหน้าในการดำเนินการเรื่องนี้จนสามารถทำให้ ความเดือดร้อนบรรเทาลงได้เป็นบางส่วน ผมก็ขออนุญาตฝากตรงนี้ไป ถ้าจะมีการแก้ไข อย่างไรก็ตาม ฝากไปถึงราษฎรชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยครับ ถ้าได้รับฟัง ก็คือว่าช่วงนี้ ขอให้ทุกท่านคอยติดตามข่าวสารอย่างระมัดระวัง ข่าวสาร รวมทั้งคลิป (Clip) มา อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ แต่ว่าขอให้มีการเตรียมพร้อม หลายพื้นที่ที่เคยประสบภัยอยู่แล้ว ขอให้มี การเตรียมตัวในการอพยพ หรือขนข้าวของ หรือย้ายบุคคลเท่าที่จำเป็นออกไป ขณะเดียวกัน บริเวณพื้นที่ที่อยู่บริเวณรอบชายฝั่งซึ่งขณะนี้คลื่นลมแรงมาก ได้รับการแจ้งจากทางเจ้าท่า บอกว่าเรือถ้าไม่มีความจำเป็นก็ขอให้งด ข่าวสารเหล่านี้ต้องติดตามอย่างละเอียด เป็นระยะ ๆ ทุกวัน ก็ถือโอกาสฝากสิ่งเหล่านี้ให้กำลังใจพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวภาคใต้ รวมทั้งทุก ๆ คนที่ได้ฝากกำลังใจมา ขอให้พวกเราผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ มีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานก่อนที่จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อสอบถาม ท่านประธานนะคะ เนื่องจากว่าสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่มีการตั้งกระทู้ถามสด ถามนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติการเงินของทางอดีต พรรคอนาคตใหม่ และปัจจุบันเป็นในนามของพรรคก้าวไกล เป็นร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากว่าตามมาตรา ๑๓๓ ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วย การเงิน จะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี ซึ่งร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ การเงิน ก็มีการให้นิยามเอาไว้แล้วตามมาตรา ๑๓๔ แต่ว่าเมื่อวานนี้ทางรัฐมนตรีที่ได้รับ มอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมาตอบคำถามว่าเพราะเหตุใดถึงได้มีการปัดตกร่างดังกล่าวนั้น เป็นการไม่เห็นด้วยในเนื้อหาและรายละเอียดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นร่างกฎหมาย ทางการเงิน ดังนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการก้าวล่วงอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารนะคะ จึงอยากที่จะส่งหนังสือถามในเวลาต่อมา ตอนนี้ก็เลยอยากจะ ปรึกษาหารือกับท่านประธานก่อนว่าเรื่องแบบนี้เราสามารถที่จะคงสมดุลระหว่างอำนาจ ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไว้ได้อย่างไรคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญนะครับ เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรสับสนหรอกครับ เป็นกฎหมายที่เขียนไว้แต่เดิมมา รัฐธรรมนูญทุกฉบับก็เขียนไว้อย่างนี้ครับ ก็เป็นสิทธิของฝ่ายรัฐบาลที่จะพิจารณาในเรื่อง พระราชบัญญัติการเงิน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้ากฎหมายที่เราเสนอ เท่าที่ผมสังเกตนะครับ จากประสบการณ์ ถ้ากฎหมายที่เราเสนอนั้นมีลักษณะเหมือนกับของรัฐบาล โดยทั่วไป รัฐบาลก็จะรับรอง แต่ถ้าสมมุติหลักการมันไม่เหมือนกันเขาจะไม่รับรอง แต่นี่เป็นสิทธิ ของฝ่ายบริหารครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เกือบจะครบองค์ประชุมแล้วนะครับ เหลืออีกประมาณ ๓๐ ท่าน ท่านประธานครับ ผมอยากจะเสนอข้อสังเกตนะครับ อย่างวันนี้เรื่องของ การแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย ที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษา เสร็จแล้ว ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้นะครับ เชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งฟังบ้าง ถ้ารัฐมนตรีแล้วก็นายกรัฐมนตรีมาสภา ผมคิดว่าสมาชิก ก็จะมาเต็มนะครับ วันนี้มันเงียบเหงาแล้วก็รู้สึกว่ามันวังเวงนะครับท่านประธาน ก็ขอ ท่านประธานได้เตือนทางรัฐมนตรีฝ่ายบริหารได้เข้ามานั่งรับฟังหน่อย ข้อมูลที่สำคัญ เรื่องของน้ำนะครับ ถ้าสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. คุยกันเอง รัฐบาลไม่รับรู้ ผมคิดว่าประโยชน์ มันจะน้อย ฝากท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้ เรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรม ก็ขอเชิญมานั่งรับฟังที่กรรมาธิการจะได้ชี้แจง ส.ส. คุยกันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร อยากจะให้ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายบริหารมานั่งรับฟังนะครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยแล้วก็แจ้ง ไปที่รัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านพิเชษฐ์นะครับ วันก่อนที่แล้วปรารภเรื่องกระทู้เลื่อน ผมก็เอาคำปรารภพวกเรานี่ละแจ้งไปยังรัฐบาล ก็ได้ผล ในระดับที่กระทู้ที่เลื่อนก็น้อยลงครับ เจ้าหน้าที่ก็มารายงานว่าการเลื่อนกระทู้ก็น้อยลง ผมไป นั่งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รัฐมนตรีก็มาตอบเกือบครบ มีสักรายสองรายที่เลื่อนไป ก็ปฏิบัติตามท่านพิเชษฐ์ขอนะครับ จะแจ้งไปครับ🔗
มีอีก ๒ ท่านที่เหลืออยู่ ขออนุญาตท่านมนพรนะครับ แล้วก็ท่านชาดาครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในช่วงระหว่างที่รอ สมาชิกเข้ามาร่วมประชุมให้ครบองค์ประชุมนั้น ดิฉันมีเรื่องหารือต่อท่านประธานค่ะ ท่านประธานคะ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เคยเดินทางไปพบ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เรื่องของที่จะขอชดเชยเงินเยียวยา พระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ รูปนะคะ🔗
นิตยภัตใช่ไหมครับ🔗
ใช่ค่ะ ท่านได้รับปากแล้วก็ได้ไปดูแนวทาง ของการเบิกจ่าย ครั้งล่าสุดที่ท่านได้นำสู่การพิจารณาของคณะกรรมการของสภาพัฒน์ คณะอนุกรรมการได้รับทราบว่าผ่านเรียบร้อยแล้ว แต่พอไปถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ ท่านก็ แจ้งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. การเงินการคลัง ซึ่งดิฉันเห็นว่าในส่วน พระภิกษุสงฆ์นั้นก็มีความจำเป็นเดือดร้อน เพราะว่าในช่วงที่ระหว่างที่เกิดสถานการณ์โควิด (COVID) ก็ไม่มีญาติโยมที่จะไปทำบุญใส่บาตร แล้วก็มีกิจของสงฆ์อีกมากมาย ดิฉันก็ขอฝาก ท่านประธานให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ นอกจากขอจากงบกลางของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ดูแลแล้ว🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของค่าน้ำ ค่าไฟวัดค่ะ วัดหลายวัดเนื่องจาก ไม่มีญาติโยมมาทำบุญ ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้กับวัด ก็ขอฝาก ทั้ง ๒ เรื่องนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคอีสาน ดิฉันขอแสดง ความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขณะนี้ ซึ่งหลายครั้ง ที่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือว่าอุทกภัยใด ๆ ก็จะมีชาวอีสานได้ซับ น้ำตาพี่น้องชาวใต้ ขนเอาวัตถุ เอาสิ่งของ ข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยอยู่เสมอ ซึ่งวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิกหลายท่านในพื้นที่ภาคใต้ ก็ควรจะเข้ามาร่วมประชุมแล้วก็ ยื่นญัตติด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ไข เพราะว่าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรคือเข้าร่วมประชุม และหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรก็คือนำปัญหาของพี่น้องประชาชนเข้าสู่สภาไปสู่ผู้บริหาร ให้ไปแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนดังกล่าว ทุกความห่วงใยนั่นก็คือความห่วงใยของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังพี่น้องชาวใต้ทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ เมื่อวาน ท่านชินวรณ์ก็นำเรื่องนี้มา ผมได้ยินนะครับ ผมลงไปแล้ว มีท่านสมาชิกขออนุญาต มีเวลานะครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อ ๒๒๑ ท่าน เราต้อง ๒๔๔ นะครับ คุณชาดาครับ เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุทัยธานี เรียนด้วย ความเคารพครับ ผมก็จะขอคุยเรื่องของกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่การเงิน คือหลายท่านก็คงทราบ แต่ในฐานะอดีตนายกเทศมนตรี ก็อยากจะบอกพี่น้องสมาชิกเราให้เข้าใจว่าเรื่องกฎหมาย การเงินนั้นมันล้อกันมาตั้ง อบต. เทศบาล อบจ. และจนถึงสภาใหญ่ก็สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องให้ผู้บริหารก็คือนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็น อบต. ก็ต้องนายก อบต. เป็นคนเซ็นรับรอง เหตุผลนั้นก็คือว่าถ้าไม่อย่างนั้นเกิดสมาชิกรวมกัน ทั้งสภาไปเสนอกฎหมายเป็นเงินเดือนให้กับ ขอโทษนะครับ คนขี่สามล้อ หรืออะไรขึ้นมา คนละหมื่น การเงินมันก็จะมีปัญหา แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่นายกรัฐมนตรีไม่รับรอง ไม่ใช่ว่า ไม่รับรองเฉย ๆ ถ้าเป็นมารยาททางการเมือง นายกรัฐมนตรีต้องไม่รับรองด้วยเหตุผลอะไร ต้องทำเสนอต่อผู้ที่ยื่นกฎหมายไปว่าที่ไม่รับรองเกี่ยวข้องกับการเงินเพราะอะไร แล้วที่ ไม่รับรองด้วยเหตุผลอะไร อันนี้ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผมเป็นนายกเทศมนตรี ก็มีการยื่นมา ผมก็จะแจ้งเขาไปว่าเราไม่รับรองด้วยเหตุผลว่าฐานะการเงินของเราไม่ดี หรือมีปัญหาอะไร ก็ตามนะครับ ก็แจ้งไป แต่ของเราจะไม่ค่อยเห็นนะครับ แล้วก็อยากจะชี้แจงกับพี่น้อง ทางฝ่ายค้านว่าของคณะทำงานก็มีที่ยื่นกฎหมายไปแล้วนายกรัฐมนตรีไม่รับรอง คือมันเป็น เหตุผลของผู้บริหาร ผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหาร ก็อยากจะเรียนให้ทราบเพียงเท่านี้ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องชี้แจงด้วยนะครับ สำนักนายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงออกมาว่าเหตุผลอะไร ที่ไม่รับรองกฎหมายฉบับนี้ เรียนด้วยความเคารพครับ🔗
ไหน ๆ ท่านชาดาพูดแล้ว ผมก็เลยถือโอกาสเรียนในฐานะเคยเป็นฝ่ายบริหารด้วย เป็นฝ่ายค้านด้วย🔗
ท่านประธานครับ🔗
ขออภัยนะครับ คือหลัก ในการบริหารนั้น เวลาจะจัดงบประมาณใด ฝ่ายบริหารเขาจะเป็นผู้ที่รู้ว่ามีเงินหรือไม่มีเงิน ทำอะไรได้ เพราะฉะนั้นเวลาจะรับรองพระราชบัญญัติการเงิน ก็จะคำนึงถึงเรื่องความพร้อมด้วย แล้วก็เป็นอย่างที่ท่านชาดาพูด ก็คือกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องรัฐบาล หรือฝ่ายค้านนะครับ ถ้าสมมุติว่าฝ่ายรัฐบาลเสนอเพื่อทำอ้ายนั่นทำอ้ายนี่ ตั้งมหาวิทยาลัย ทุกจังหวัดอะไรมันก็ใช้เงิน รัฐบาลก็ไม่รับรองครับ ถึงแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลเสนอเองปกติ ผู้บริหารก็ไม่รับรอง อันนี้พอเข้าใจ แต่ผมคิดว่าท่านสมาชิกอาจจะติดใจว่าเหตุผลอะไร ที่ท่านชาดาพูดนะครับ อันนี้เดี๋ยวส่งสัญญาณไปให้รัฐบาลได้รับทราบว่าเหตุผล ก็ควรจะแจ้ง ให้ทราบว่าเหตุผลเพราะอะไรนะครับ มีท่านที่รอชื่ออยู่อีก ๓ ท่าน คือท่านโกวิทย์ พวงงาม ท่านสาคร ท่านวิรัช ไปโดยลำดับ เชิญเลยครับ หลังจากนั้นแล้วก็รายที่ ๔ ขออีกที ขอไป ตามลำดับนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอหารือนะครับ🔗
ขอท่านโกวิทย์ก่อนนะครับ เขาส่งชื่อมาก่อน ขออภัยครับ เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ถ้าไม่อยู่ก็เชิญท่านสาครครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธาน เรื่องพี่น้องชาวสวนปาล์มได้ร้องเรียนมาว่าจากการที่ปาล์มในฤดูกาลนี้มีการขาดลูก ผลผลิตน้อย แล้วก็ทำให้ราคาปาล์มมีราคาสูง แต่ว่าในจังหวัดกระบี่มีพี่น้องเกษตรกรรวมตัว กันเป็นสหกรณ์ แล้วแต่ละสหกรณ์ก็รวมตัวกันเป็นชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมัน โดยชุมนุม สหกรณ์ปาล์มน้ำมันนี้มีประโยชน์มาก เพราะว่านอกจากจะมาค้ำยันในเรื่องราคาแล้วก็ ผลผลิต ตลอดจนเปอร์เซ็นต์น้ำมันให้กับพี่น้องเกษตรกรแล้ว ก็ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่าง ให้พี่น้องเกษตรกร แต่ในขณะนี้ชุมนุมเกษตรกรปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่ ประสบปัญหา ต้องปิดกิจการลง ปิดกิจการลงมาตั้งแต่ต้นเดือนแล้วก็ยังไม่มีแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน จากผู้บริหารของชุมนุมหรือจากทางราชการว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร จะแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างไร จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็กรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าช่วยไปดูแลแก้ไขชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมัน ในจังหวัดกระบี่ที่ประสบปัญหาอย่างเร่งด่วนในขณะนี้ แล้วเกษตรกรปาล์มน้ำมันก็ยัง รอคอยอยู่ รอคอยการแก้ปัญหาโดยต้องอาศัยมือจากฝ่ายรัฐบาลหรือภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือ ในการแก้ปัญหาให้ชุมนุมสหกรณ์นี้สามารถที่จะเปิดได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินกู้เพื่อเอาไป แก้ปัญหาหรือไปผ่าตัดโครงการองค์กรที่มีผู้บริหาร เปลี่ยนผู้บริหาร หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ครับท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของการท่องเที่ยวครับ การท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้ก็ย่ำแย่ ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลังจากที่เราประสบปัญหาโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่การแก้ปัญหาในการท่องเที่ยวเรื่องของการขุดลอกร่องน้ำต่าง ๆ เรื่องของการสร้าง ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งมีความจำเป็นมากในจังหวัดกระบี่ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผมเองก็ได้มาร้องขอในที่ประชุมสภาแห่งนี้โดยผ่านการหารือท่านประธานไปหลายครั้ง ก็ยังไม่มีการขุดลอก ไม่ว่าจะเป็นปากร่องน้ำของแม่น้ำกระบี่ ซึ่งสามารถที่จะมีเรือสำราญ หรือเรือยอร์ช เรือที่มีคุณภาพของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาจอดได้ แล้วก็ทำให้สร้าง เศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น สร้างเศรษฐกิจทางการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปากน้ำ กระบี่ ร่องปากน้ำกระบี่ ร่องปากน้ำคลองสน หรือร่องคลองหมาก ที่เข้าสู่ท่าเทียบเรือ สะพานข้ามแพไปเกาะลันตาก็ดี มีความติดขัด ขัดสนเป็นอย่างมาก อยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้จัดงบประมาณและจัดตั้งโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ยินดีให้ปรึกษาไปเรื่อย ๆ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เพียงแต่ว่าเผื่อเวลา ให้เพื่อนด้วย จะมีคนขอปรึกษา ท่านส่งชื่อมานะครับ ก็จะไม่มีปัญหา ท่านวิรัชเชิญต่อครับ🔗
ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ มาแล้วครับ🔗
ท่านมา เอาไว้ทีหลังนะครับ เชิญท่านวิรัชครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด นครราชสีมา ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าโดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ซึ่งต้องเรียน ท่านประธาน ก็คือได้สอบถามสมาชิกส่วนหนึ่ง บางส่วนได้ขึ้นไปประชุมกรรมาธิการ แต่ยังไม่ได้เซ็นชื่อ แล้วก็ยังไม่ทราบว่าจะต้องเซ็นชื่อ ขณะนี้ก็ตามลงมาแล้วครับท่านประธาน🔗
ข้อ ๒ ถ้าเผื่อดูตามตัวเลขแล้วก็เหลืออยู่ประมาณ ๑๒ ท่าน ก็น่าจะครบ ในการที่ท่านจะต้องเปิดประชุมได้ ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าถ้าเผื่อดูในสถานีโทรทัศน์ ทุกแห่ง การออกข่าวน้ำท่วมภาคใต้นี่น้อยครับท่านประธาน แล้วเราก็เห็นสภาพน้ำท่วม ภาคใต้ปีนี้เป็นน้ำที่รุนแรงจริง ๆ ผมก็ได้มีโอกาสครับ เมื่อครู่นี้ก็วางสายจากท่านสมาชิก ส่วนหนึ่งก็ยังติดอยู่ที่ภาคใต้ บางแห่งบางสถานที่น้ำท่วมเมตรครึ่ง ๑.๒๐ เมตร ๒ เมตรก็มี แล้วน้ำไม่ใช่น้ำเอ่อขึ้นมา เป็นน้ำที่ไหลหลากอย่างรุนแรงซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านประธานครับว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นยินดีครับ ถ้าวันนี้ จะมีการพูดถึงปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ อุทกภัยภาคใต้ในวันนี้🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องโควิด (COVID) วันนี้เราก็เห็น เราเริ่มเห็น มาแล้วครับ เข้ามาภาคเหนือแวบเดียว ลงมาพิจิตร ลงมากรุงเทพฯ ข้ามไปราชบุรี เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ผมคิดว่าในทางรัฐสภาเราเองน่าจะต้องมีมาตรการในการที่จะต้อง ดูแล แล้วก็ต้องเพิ่มมาตรฐานในส่วนตรงนี้ให้เข้มข้นขึ้น ส่วนเรื่ององค์ประชุม ก็เรียน ท่านประธานว่าใช้เวลาอีกสักครึ่งชั่วโมงครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ย้ำเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) นะครับว่าเราต้องร่วมมือกัน เพราะต้องถือว่าเราเหมือนจะอยู่ในชุมชนที่ หนาแน่นพอสมควร แล้วก็มาจากหลากหลายที่ ก็มีมาตรการที่ฝ่ายเลขาธิการได้ออกไว้ ตั้งแต่ครั้งก่อนนะครับ เช่น ผู้ติดตามไม่ควรเกินเท่าไร อันนี้สมาชิกกรุณาดูแลและกำชับ ผู้ติดตามให้ปฏิบัติตามระเบียบ รวมทั้งพวกเราเอง ซึ่งผมก็เรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าเมื่อก่อนนี้เวลาอภิปรายต้องมีเพื่อน มานั่งข้าง ๆ ทุกคนก็สวมหน้ากากเป็นที่ชื่นชมกัน แต่เดี๋ยวนี้เกือบไม่มีเลยนะครับ อาจจะ วางใจ แต่ว่าคำเตือนหลังสุดเมื่อเช้าวันนี้เลขาธิการมาหารือ ผมก็อาจจะต้องเตือนย้ำ อีกครั้งหนึ่ง พวกเราต้องร่วมมือกัน เพราะว่าอย่างไรเราก็อยู่รอด ยังไม่มีผู้ติดเชื้อในสภา ของเรา ผมเคยใช้คำว่าก็ไม่รู้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แต่ว่าเราก็ต้องระวังนะครับ ก็ต้องขอบคุณ ท่านวิรัชที่ห่วงใยครับ มีท่านสมาชิกขอหารือ ขอเชิญนะครับ มีท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง หลังจากนั้นก็มีท่านธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ คุณซูการ์โน มะทา คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ เผื่อเวลาให้เพื่อนด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ และสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ วันนี้จะขออนุญาตหารือท่านประธาน เนื่องจากเราทราบกันดีว่าตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ ที่ปัญหาของพี่น้องชาวภาคใต้ไม่ต่ำกว่า ๗ จังหวัด แต่ตอนนี้ถ้านับจากภาคใต้ตอนบน ยกเว้น แค่ชุมพร ที่เหลือลงมาจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่ พังงา ยะลา นราธิวาส โดนฝนตกหนักมาเป็นเดือนแล้วครับ และตอนนี้ที่เราทราบกันดีในข่าวนะครับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่อำเภอทุ่งสงมา นบพิตำ ลานสกา น้ำป่าไหลหลาก ทำให้เกิด ปัญหากับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในส่วนของ พื้นที่รับน้ำที่ลุ่มน้ำปากพนัง อำเภอเชียรใหญ่ ปากพนัง หัวไทร ตอนนี้ก็ท่วมแล้ว แต่ที่หนัก เมื่อคืนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ท่านเองได้ออกจาก พื้นที่ในส่วนของอำเภอพรหมคีรี เพื่อจะไปอำเภอนบพิตำ ไปช่วยเหลือพี่น้องที่ติดอยู่ ที่บ้านเรือน ส่วนหนึ่งก็ใช้เฮลิคอปเตอร์ และส่วนหนึ่งพี่น้องของกองทัพภาคที่ ๔ ทหารเอง ตอนนี้ก็ประสานทุกหน่วยงาน แล้วก็ให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ว่าถ้าเกิดต้องการ ความช่วยเหลือเร่งด่วนตรงไหน ให้พี่น้องแจ้งไปได้แต่ละหน่วยงานนะครับ แล้วก็ขอบคุณ ไปยังทุก ๆ หน่วยงาน ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ท่านประชุมตั้งแต่วันที่ ๓๐ วันจันทร์นะครับ ผมได้อยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนั้นอยู่ที่ศาลากลาง เห็นว่าท่านจริงจัง ในการเตรียมรับมือตรงนี้ ผมหวังว่าทุกภาคส่วนจะขับเคลื่อนกันให้เต็มกำลัง เพื่อพี่น้องชาวใต้ ได้พ้นภัยตอนนี้นะครับ ตอนนี้เสียชีวิตแล้ว ๕ รายครับ ๑๙ อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช เต็มพื้นที่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ มีขอหารือ เพิ่มเข้ามาอีก ๕ ท่านนะครับ เพราะฉะนั้นทุกท่านกรุณาใช้เวลาเผื่อเพื่อนด้วยนะครับ ขณะนี้ สมาชิกของเรายังขาดอีก ๑๒ ท่าน ผมขออนุญาตที่ประชุมเรียกอีกครั้งหนึ่งนะครับ ต่อไป ขอเชิญคุณธนะสิทธิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร แล้วก็ได้ของแถมจาก กกต. คือตำบล นาเลิน ตำบลหนามแท่ง อำเภอศรีเมืองใหม่ครับ ผมจะหารือท่านประธานว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เข้ามาหารือกับท่านประธานไม่ได้ลงรายชื่อมันได้หรือไม่ครับ ถ้าได้ก็คงเป็น การเสียจริยธรรม คุณธรรม ผมไม่อยากให้มีฝ่ายค้าน ไม่อยากให้มีฝ่ายรัฐบาล อยากให้เป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน ให้ดูแลประเทศชาติ จะได้อยู่รอดปลอดภัยต่อไปครับ ขอบคุณท่านครับ🔗
พวกเราถ้าห่วงใยนะครับ ต้องพยายามหาทางใช้เวลาเพื่อพิจารณาเรื่องที่เราห่วงใยกันครับ ต่อไปท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอใช้เวลาช่วงนี้ในการหารือปัญหา ความเดือดร้อน ก็คือการติดตามสิ่งที่ผมเคยหารือกับท่านประธานหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างที่แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่เขตตำบลกาบัง วันนี้ก็ยังไม่ได้รับการดูแลจาก หน่วยงานของรัฐ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือปัญหาของน้ำท่วม ก็ต้องให้กำลังใจทีมงานที่เข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบปัญหาเดือดร้อน ผมมีปัญหาเรื่องร้องเรียนมาจาก พี่น้องประชาชน ก็เป็นเรื่องเก่าที่เคยร้องเรียนต่อท่านประธานก็คือปัญหาตลิ่งที่พังเพราะถูก น้ำกัดเซาะ หมู่ที่ ๓ บ้านปูลาสะนอ ตำบลจะกว๊ะ ซึ่งมีระยะทางเบื้องต้นก่อนประมาณ ๓๒๐ เมตร วันนี้มีหน่วยงานเข้าไป แต่ว่าไปสอบถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่ซึ่งผมลงไป เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร อยากฝากท่านประธานช่วยดำเนินการเร่งรัด ให้เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องนี้ ที่รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และให้ดำเนินการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่บ้านในหมู่ที่ ๓ เขาเดือดร้อนจริง ๆ ครับ เขาไม่ต่างกับบ้านนบพิตำของนครศรีธรรมราชเลย เวลาฝนตกน้ำหลาก น้ำป่าเข้าบ้าน ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายมากนะครับ อันนี้ผมอยากให้ทางรัฐบาลเร่งรัดไปดำเนินการ🔗
ส่วนเรื่องสุดท้าย ก็คือปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งที่อำเภอทุ่งยางแดง หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลท่าธง ปัญหาก็คือองค์การบริหารส่วนตำบลขาดแคลนงบประมาณที่จะไป ซ่อมแซมถนนที่พังเพราะน้ำกัดเซาะตลิ่งทำให้ถนนเสียหาย ถ้าเขาจะทำต้องใช้งบประมาณ เพราะต้องใช้ลักษณะเป็นถนนคอนกรีต จึงอยากฝากถึงหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการช่วยเหลือในการซ่อมแซมถนน หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลท่าธง ก็อยากฝากท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ท่านซูการ์โนทำเรื่องถึงผม อีกทีนะครับ ผมจะส่งไปให้ครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ก็มีเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ ท่านครับ ผมขอพวกเราใช้เวลาท่านละสัก ๒ นาทีนะครับ ต่อไปท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอทุ่งยางแดง วันนี้ผมขอหารือต่อท่านประธานในประเด็นปัญหาที่พี่น้องได้บอกกล่าว หลังจากที่ได้ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ วันนี้จะเป็นเรื่องเพื่อขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดปัตตานี ช่วย ๒ เรื่อง ก็คือในพื้นที่หมู่ ๑ ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ไฟฟ้าไม่เพียงพอ ก็คือจากเดิม ๑ เฟส (1 Phase) ขอให้เป็น ๓ เฟส (3 Phase) เนื่องจากว่า มีประชาชนหลายครัวเรือนอาศัยอยู่ มีวิสาหกิจชุมชน จึงไม่พอในการใช้ไฟฟ้า🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือถนนเส้นทางลัดเจาะบาแนไปข่าลิง ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ระยะทาง ๒-๓ กิโลเมตร ไม่มีไฟฟ้าติดที่เสาไฟฟ้า ถนนมืด ทำให้ในยามค่ำคืน ประชาชนสัญจรไปมากังวลจะเกิดอุบัติเหตุ ก็ขอให้ท่านประธานได้ฝากแจ้งให้กับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงนี้ฝนตก ปัญหาเรื่องไฟฟ้าเป็นเรื่อง สำคัญ ก็อยากจะฝาก ๒ เรื่องนี้ ช่วยดำเนินการให้คลายปัญหากับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอทุ่งยางแดงด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ผมขออนุญาตนิดนะครับ เหลืออีก ๘ ท่านเท่านั้นเองนะครับ พวกเราถ้ามีความตั้งใจจะช่วยแก้ปัญหาที่เราพูดกัน ก็ต้องมาช่วยกันเพื่อให้สภาได้มีโอกาสได้พิจารณาเรื่องนั้น เพราะวันนี้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พี่น้องของเราเยอะเลยครับ วาระพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการตั้งศาลอะไรต่าง ๆ นี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อสมาชิกในพื้นที่ทั้งสิ้นครับ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ คุณอิสสระ สมชัย คุณนริศ ขำนุรักษ์ นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ หายป่วยแล้วหรือครับคุณจอมขวัญ คุณยงยุทธ สุวรรณบุตร แล้วก็คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู คุณกันตวรรณ ตันเถียร คุณชุมพล จุลใส นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านละสัก ๒ นาทีนะครับ เชิญนะครับ เชิญคุณวันเพ็ญครับ🔗
ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ กราบขอบพระคุณท่านที่ได้เวลาหารือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขออนุญาต ของจังหวัดเพชรบูรณ์เรามีอยู่ ๒ เรื่อง ในวันนี้นะคะ เรื่องขอให้ธนาคารกรุงไทย โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทยนะคะ ซึ่ง ณ วันนี้ นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลส่วนใหญ่ที่จะส่งเงินไปให้กับระดับรากหญ้า จำเป็นต้องใช้การทำ ธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม (ATM) หลายที่ไม่มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) หรือแม้กระทั่งระดับอำเภอ ระดับอำเภอมีสำนักงาน มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) แต่ว่าทุกคนต้องเข้ามาตรงนั้นรวมกัน ดิฉันเคย เข้าไปติดต่อจะทำธุรกรรมกับธนาคาร ๓ ครั้ง ถึงจะได้ทำธุรกรรม ก็อยากขอความกรุณา ธนาคารกรุงไทยได้ขยายตู้เอทีเอ็ม (ATM) จากระดับอำเภอสู่ระดับตำบล เพราะว่าอำนวย ความสะดวกให้กับประชาชนที่จะใช้การเบิกจ่ายเงิน ความจำเป็นในการใช้เงินสดสำหรับ ต่างจังหวัดยังมีความจำเป็นนะคะ ก็ขออนุญาตที่จะแจ้งให้ธนาคารกรุงไทยได้ขอเพิ่ม ตู้เอทีเอ็ม (ATM) ให้ระดับอำเภอ แล้วก็ระดับตำบลเพิ่มขึ้น🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของการขยายถนน ๔ เลน (4 Lane) ของจังหวัด เพชรบูรณ์ ตอนนี้ต้องกราบขอบพระคุณนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการเที่ยวไทยค่ะ นักท่องเที่ยวขึ้นเพชรบูรณ์เยอะมาก แต่ละอาทิตย์รถติด ทุกสี่แยกเป็นระดับ ๒ กิโลเมตร ขึ้นไปเลยค่ะ ก็เคยหารือมาผ่านไปทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง ขอช่วยขยาย ถนนเส้น ทล. ๒๑ กับ ทล. ๒๒๗๕ ให้เป็นทางเลือก ทล. ๒๑ ตอนนี้ติด ๒-๓ กิโลเมตร ทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์เลยค่ะ ส่วน ทล. ๒๒๗๕ ขยาย ๔ เลน (4 Lane) มาแล้วเป็นบางช่วง ก็อยากจะให้เป็นทางเลือกขยาย ๔ เลน (4 Lane) ให้เต็มค่ะ กราบขอบพระคุณท่านค่ะ🔗
เชิญคุณอิสสระ สมชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องจะหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชย หรือเงินประกันรายได้เกษตรกรที่ทำการเกษตรนะครับ โดยอนุมัติเงินจำนวน ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าการเบิกจ่ายเงินดังกล่าวนี้ค่อนข้างจะล่าช้าครับ และการจ่ายเงินเท่าที่ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าคือได้รับไม่เหมือนกันแต่ละแห่ง ที่ไม่เหมือนกัน คือไม่พร้อมกันทั้ง ๆ ที่เป็นคนในตำบลเดียวกัน ในจังหวัดเดียวกัน อำเภอเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลนะครับ ในการพิจารณาจ่ายเงินนั้นให้จ่ายไปเป็นกลุ่มก้อนในแต่ละ จังหวัดหรือในแต่ละอำเภอเลย ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดความลักลั่นกัน แล้วก็มีคำถามมาหา พวกกระผมว่าทำไมบ้านโน้นได้ ทำไมบ้านเรายังไม่ได้ อันที่ ๑ นะครับ🔗
อันที่ ๒ ในการจ่ายเงินนั้น จะถือหลักเกณฑ์เดิมหรือไม่ คือจะต้องไปลงรายชื่อ ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร แล้วก็ลงรายชื่อเป็นปี ๆ อย่างเดิมหรือไม่ อันนี้อยากให้ออกหลักเกณฑ์ ให้ชัดเจนนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องการจ่ายเงินผู้ยากไร้ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ปรากฏว่ายังค้างจ่ายมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ปรากฏว่าเขาได้ยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงก็ได้ ไปตรวจสอบแล้ว เข้าหลักเกณฑ์ทุกอย่างแล้ว จนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลา ๓-๔ เดือนแล้ว เขาคาดว่าจะได้เงินจากกระทรวงก็ยังไม่ได้รับเงินเลย เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทาง กระทรวง พม. หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี้ได้เร่งรัด ในการจ่ายเงินให้กับผู้ยากไร้ที่ยังตกค้างหนี้อยู่ด้วยครับ เพราะได้ดำเนินการทุกอย่าง ตามระเบียบของกระทรวงเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญคุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ลุกขึ้นพูดถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวพัทลุงในขณะนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ นะครับ เรื่องขอความช่วยเหลือ จากรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือพี่น้องในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดพัทลุง เพราะว่าอุทกภัยครั้งนี้ กระทบยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่เรากำหนดให้พัทลุงเป็นเมืองท่องเที่ยว เราเตรียมความพร้อมไว้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ทางธรรมชาติ ความปลอดภัย ความสะอาด เราได้เตรียมความพร้อมไป แต่ว่าอุทกภัยครั้งนี้ผมคิดว่าทำให้ ยุทธศาสตร์พัทลุงซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวแบบสโลว์ทาวน์ (Slow town) ต้องถอยหลังออกไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่าแม้ว่าเราจะได้เตรียมความพร้อมให้เมืองพัทลุงเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่เรายังขาดแคลนอยู่ ๓ ประการ🔗
๑. เรื่องวิซิเตอร์ เซ็นเตอร์ (Visitor Center) ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เรายังขาด ที่มาจากสงขลา คือที่ผ่านเกาะนางคำ ที่มาจากนครศรีธรรมราช คือที่บ้านป่าพะยอม ที่มา จากตรัง คือที่บ้านนา เรามีที่เดียวคือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีที่พรุพ้อ อำเภอป่าบอน🔗
เราขาดแคลนสนามบิน ซึ่งขณะนี้เราได้ทำเวทีประชาพิจารณ์เวทีแรก โดยท่านถาวร เสนเนียม ได้กรุณาไปเป็นประธานในเวทีแรกไปแล้ว และทิศทางแนวโน้มว่า จะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม🔗
เราขาดถนนเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวรอบทะเลสาบสงขลา ถนนริมภูเขา เพื่อไปสู่มอเตอร์เวย์ (Motorway) ซึ่งขณะนี้มีโครงการจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนราธิวาส🔗
อุทกภัยครั้งนี้นอกจากกระทบการท่องเที่ยวแล้ว กราบเรียนท่านประธานว่า ภาคเกษตร ซึ่งพัทลุงเป็นเมืองเกษตร และเมืองดาวรุ่งปศุสัตว์ของประเทศไทย ได้รับ ผลกระทบ และสำคัญก็คือประมงน้ำจืด ประมงการเพาะเลี้ยง ในทะเลสาบถือว่าเป็นประมง ขนาดใหญ่ของประเทศ ได้รับผลกระทบ ผมจึงอยากเรียกร้องรัฐบาลได้ช่วยการท่องเที่ยว ช่วยเรื่องภาคเกษตรในจังหวัดพัทลุง วันนี้ผมมาที่สภาด้วยความลังเลมากครับว่าผมจะกลับ ลงไปเยี่ยมพี่น้องในพื้นที่ หรือจะยืนพูดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ผมตัดสินใจ ถูกครับว่าผมได้เลือกพูดที่นี่ และผมจะกลับไปหลังจากนี้ครับ🔗
ต่อไปนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ หลังจากนั้นจะเป็นคุณยงยุทธ สุวรรณบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเรื่องสัญญาณไฟจราจรที่จุดกลับรถบริเวณ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ซึ่งดิฉันได้รับการร้องเรียนมาจากประชาชนจำนวนมากว่าจุดกลับนี้ ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากมีรถบรรทุกที่วิ่งมาทางตรง เป็นจำนวนมาก เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างอำเภอเมืองนครปฐม กับอำเภอบ้านแพ้ว เพื่อไปออกที่ถนนพระราม ๒ ก็เป็นถนนที่ชื่อว่าสายทางหลวง ๓๗๕ บ้านบ่อ-พระประโทน แล้วก็อยากจะขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง แขวงการทางนครปฐม ให้ช่วยดูแลในเรื่องของการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ณ จุดกลับรถ โรงพยาบาลบ้านแพ้วให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญคุณยงยุทธครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับท่านประธาน🔗
เรื่องของถนนบางนา-ตราด กม. ที่ ๙ ตัดกับถนนกาญจนาภิเษก การจราจร ติดขัดมากครับท่านประธาน ตรงห้างสรรพสินค้าเมกา มาจากบางปะอินแล้วมาเลี้ยวเข้า ๒ ช่องจราจร มาจากสมุทรปราการเลี้ยวเข้า ๒ ช่องจราจร มาจากชลบุรีเลี้ยวเข้าอีก ๒ ช่องจราจร เป็น ๖ ช่องจราจรครับ การจราจรติดขัดมาก ผมก็เลยนั่งคุยกับท่าน ผอ. แขวงการทาง ท่าน ผอ. สมเทพ แขวงการทางสมุทรปราการ กับท่านรองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ท่าน พันตำรวจเอก วิชิต บุญชินวุฒิกุล ว่าจะแก้ไขปัญหา อย่างไรครับท่านประธาน ณ ขณะนี้รถติดขัดจำนวนมากจริง ๆ ครับ จึงขออนุญาต ปรึกษาหารือท่านว่าส่งเรื่องนี้ให้กับคนที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวสมุทรปราการ ตรงห้างสรรพสินค้าเมกาครับ ซึ่งวันเสาร์ วันอาทิตย์ติดมาก ๆ ครับ เป็นชั่วโมง ประชาชน ร้องเรียนมาก จึงขออนุญาตผ่านท่านประธานส่งให้กับผู้เกี่ยวข้องช่วยรับผิดชอบถนนเส้นนี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ตอนนี้จำนวนผู้ลงชื่อเกิน ๒๔๔ แล้วนะครับ แต่ว่าอนุญาตให้ผู้เสนอชื่อมาเหลืออีก ๒ ท่านเท่านั้นเองครับ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ก็หารือกับท่านประธานใน ๒ เรื่องครับ🔗
ประเด็นแรก ถ้าไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้อย่างเช่นนี้ ในอนาคต ถ้าจะปรับเพิ่มเวลาในการหารือก็อาจจะเป็นประโยชน์นะครับ ก็ให้เพื่อนสมาชิกได้หารือ ถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนมากขึ้นนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ สถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งเริ่มมีจำนวน ผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยมีผู้ลักลอบผ่านด่านธรรมชาติเข้ามาในประเทศ ซึ่งแน่นอนครับ การข้ามผ่านด่านธรรมชาติผมเองก็เห็นใจนะครับ เพราะว่าเป็นการยากสำหรับผู้ปฏิบัติ หน้าที่ในการที่จะเข้าไปป้องกันไม่ให้เขาข้ามมาได้ เพราะว่าด่านพรมแดนของเรามันยาวมาก กำลังบุคลากรของภาครัฐก็มีจำกัด แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าสิ่งที่ ภาครัฐควรจะทำแต่ไม่ได้ทำในขณะนี้คือการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เกิดความชัดเจน ตอนนี้ปล่อยให้มีข่าวลืออยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจะต้องปิดจังหวัดบางจังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อเข้า ไม่ว่าเป็นเรื่องสถานการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องของการแพร่ระบาด ทั้งที่ ในความเป็นจริงแล้วผมมาจากทางเหนือนะครับ ผมมาจากจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ผมก็ไปมานะครับในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ในเรื่องของการแพร่ระบาดที่เป็นที่น่ากังวล ยังอยู่ในความสามารถในการควบคุมของระบบสาธารณสุขของจังหวัด แล้วก็ของประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลรวมถึง ศบค. จะต้องออกมาปฏิบัติ ต้องออกมาพูด ต้องออกมาสื่อสาร กับประชาชนว่าขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกใด ๆ ผลที่เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาล บกพร่องในเรื่องนี้ นั่นก็คือตอนนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวในภาคเหนือซึ่งกำลังกระเตื้อง กำลังฟื้นนะครับ คนเริ่มทยอยยกเลิกการจองโรงแรมแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเป็นปัญหา กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจซ้ำหนักเข้าไปอีก ก็ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลครับว่าการสื่อสารกับประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกเป็นเรื่องสำคัญครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ท่านสุดท้ายครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ นะครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน ในภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในขณะนี้ ผมเองอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ตอนนี้ก็พายุเข้า ช่วงนี้เป็นช่วงดีเปรสชัน หน้าฝนของภาคใต้จะอยู่ช่วงธันวาคมและมกราคม ทุก ๆ ปีก็จะมี พายุเข้า แต่น้ำก็จะท่วมอย่างนี้นะครับ แต่ปีนี้จะหนักกว่าทุก ๆ ปี จะมีน้ำท่วมสูงมากมายนะครับ ผมเองจังหวัดสงขลา ก็มีข้าง ๆ ผม ส.ส. ศาสตรา ศรีปาน ก็บอกว่าหาดใหญ่ก็เหมือนกัน จากเทือกเขาสะเดา น้ำจากเทือกเขาสะเดาก็จะไหลผ่านมาที่หาดใหญ่แล้วลงทะเลสาบ สงขลา บ้านผมเขาเรียกคาบสมุทรสทิงพระ ๔ อำเภอ อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร แล้วก็อำเภอสทิงพระ น้ำก็จะไหลบ่ามาจากนครศรีธรรมราช แล้วก็จาก จังหวัดพัทลุง จะออกอ่าวไทยก็ต้องผ่านบ้านผมก่อน เพราะฉะนั้นบ้านผมเป็นที่ลุ่มน้ำ ที่จะรับน้ำ เพราะฉะนั้นพอตกมามาก ๆ ทางหาดใหญ่ ทางเทือกเขาสะเดา ก็อัดลงมา ที่บ้านผม ก็ทำให้บ้านผมจะเอ่อล้นเป็นระยะเวลานาน ถ้าน้ำท่วม ส่วนมากจะนับเวลา เป็นเดือนนะครับท่านประธานกว่าจะระบายน้ำออก แล้วช่วงนี้น้ำทะเลหนุนด้วย น้ำทะเล อ่าวไทยก็จะเป็นน้ำขึ้นพอดี เพราะฉะนั้นเวลาระบายออกจะลำบากนะครับ ก็อยากจะฝาก ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เร่งประกาศ ๑๖ อำเภอของ จังหวัดสงขลาให้เป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อที่จะได้เบิกจ่าย ทาง อบต. ทางอำเภอจะได้เบิกจ่าย สิ่งที่มาช่วยเหลือชาวบ้านได้นะครับ แล้วก็ฝากถึงกรมชลประทาน เรื่องเติมเครื่องสูบน้ำ ถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง เทียนไข สำหรับผู้ยากไร้นะครับ แล้วก็ถึงกรมปศุสัตว์ เมื่อสักครู่นี้โชคดีมากนะครับ ท่านประภัตร โพธสุธน นั่งอยู่ข้างหลัง เมื่อสักครู่นี้ปรึกษาหารือท่าน ท่านยกหูโทรศัพท์ไปถึงสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ให้เร่งหาอาหารสัตว์ช่วยเหลือกับ เกษตรกรที่กำลังเดือดร้อน🔗
พอสมควรนะครับ🔗
แล้วก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจนะครับ แล้วก็จัดกำลังเสริมเพื่อขนย้ายผู้คน สิ่งของเวลาน้ำท่วมสูงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณทุกท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ความจริงเหลือ ๓ ท่าน แต่ผมขออนุญาตว่าขอจบเท่านี้นะครับ เพราะว่าองค์ประชุมครบแล้ว🔗
ผมขอกราบเรียนท่านประธาน เรื่องเดียวนะครับ ผม วีระกร คำประกอบ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคงทราบดีว่าตอนนี้โควิด (COVID) มันลงมาถึงกรุงเทพฯ แล้วครับ มีหญิงสาว อายุ ๒๙ ปีคนหนึ่งที่มาจากทางท่าขี้เหล็กนะครับ แล้วก็มาติดเชื้อโควิด (COVID) ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าท่านสังเกตนะครับ ส.ส. ในสภาเราไม่ค่อยใส่แมสก์ (Mask) กันแล้วครับท่านครับ ตอนนี้ครับ ลืมใส่ครับ ก็อยากจะให้ท่านช่วยดูตรงนี้ครับ เพราะเหตุว่ามันเริ่มมาแล้วครับ ผมเองก็ไม่อยากจะติดโควิด (COVID) ตอนอายุขนาดนี้ มันจะไปไม่รอดครับ🔗
เรื่องที่ ๒ วันนี้ที่องค์ประชุมเรา เหมือนทางบ้านจะไม่ทราบว่า ส.ส. ภาคใต้ ตอนนี้มีภารกิจ เนื่องจากน้ำท่วมภาคใต้ ต้องขออภัยด้วยนะครับถ้าองค์ประชุมมันจะ กระท่อนกระแท่นไป เนื่องจากมันเกิดวิกฤติจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
มีอีก ผมขออภัยนะครับ ที่จริงมีท่านสุเทพกับคุณไพลิน ขอเพียงเท่านี้นะครับ แล้วเราจะได้เข้าสู่ระเบียบวาระ ที่ท่านวีระกรพูดนั้นท่านคงไม่ทราบว่าเราพูดในห้องนี้กันมา ๒ ครั้งแล้ววันนี้🔗
ท่านประธานครับ🔗
ครับ🔗
ผม นายชุมพล จุลใส ขออนุญาตนะครับท่าน เพราะว่าสมาชิกที่ท่านอ่านชื่อก็มีผมอยู่ด้วยนะครับ🔗
ใช่ ๆ ผมขออภัยครับ ข้ามท่านไป เอาละครับ อนุญาต เชิญครับ🔗
กระผม นายชุมพล จุลใส🔗
ท่านชุมพล อนุญาตนะครับ เพราะผมอ่านชื่อท่านไปแล้วจริง ๆ ครับ🔗
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือสั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตำบลบางหมาก เป็นปัญหาเรื่องที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน ได้จับลิงกังซึ่งใช้ขึ้นมะพร้าวนะครับ ซึ่งตอนนี้เดือดร้อนมาก ผมนำเรียนท่านประธานว่า ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โปรดสั่งการให้ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ คือนายพรชัย สิทธิเกษร ว่าตอนนี้นั้นขออนุโลมได้ไหม ลิงกังนี่เราเข้าใจดีครับว่าเป็นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ไปชี้แจง ไปทำความเข้าใจ ให้เขาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ไม่ใช่ไปถึงก็จับ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ก็จับ เมื่อวันศุกร์ วันเสาร์ที่ผ่านมามีปัญหา เพราะนายพรชัย สิทธิเกษร ไปดำเนินการจับกุมแล้วก็ มีปัญหา พี่น้องประชาชนก็ไปล้อม ลิงกังแม่พันธุ์เขาเกือบ ๒๐ ตัว ท่านครับ เพราะฉะนั้น พอมีปัญหา ดีว่าได้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเข้าไปเจรจา ซึ่งผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียน ตรงนี้ ก็นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าช่วยอนุโลมแล้วก็ประชาสัมพันธ์ ผมว่าไม่ใช่มีเฉพาะจังหวัดชุมพรครับ ที่จังหวัดอื่นก็มี เพราะฉะนั้นมันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน แล้วชาวบ้านบางคนก็ไม่เข้าใจ อันนี้ก็ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ผมขออภัยท่านสมาชิกนะครับ เป็นความบกพร่องของผมเอง ผมไปอ่านชื่อท่านเหล่านี้แล้วก็ไม่ได้เรียกท่านนะครับ คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู คุณกันตวรรณ ตันเถียร คุณชุมพลได้พูดเมื่อสักครู่นี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา อนุญาตครับท่านศิริวรรณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสายัณห์ ยุติธรรม🔗
เอาคุณศิริวรรณ สายัณห์ ไม่ได้มีชื่อ ขออภัยด้วย ขอผู้ที่ผมประกาศชื่อเขาไป🔗
ผมหารือเรื่องเร่งด่วน ครับท่านประธาน🔗
เชิญคุณศิริวรรณครับ🔗
๑ นาทีครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราชครับ🔗
คุณศิริวรรณครับ คุณสายัณห์ครับ🔗
ผมขอ ๑ นาที ท่านประธานครับ🔗
เอาไว้เดี๋ยวครับ ขอให้ ที่ประกาศชื่อไปก่อนนะครับ รักษาวินัยด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ แต่ว่าผมต้อง ขอพูด ๑ นาทีนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่ยาสูบ ทั่วประเทศค่ะ ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศมีทั้งชาวไร่ที่ปลูกใบยาเวอร์จิเนีย เบอร์เลย์ เตอร์กิช ซึ่งเขาเดือดร้อนอย่างมาก ซึ่งในอดีตชาวไร่ยาสูบเป็นกำลังสำคัญของรัฐบาลที่หารายได้ภาษี ให้กับประเทศไทยเรานะคะ แต่ในขณะนี้ชาวไร่ยาสูบได้เดือดร้อน แล้วก็ไม่ทราบว่าจะขึ้นกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือจะขึ้นกับตรงไหนเวลาเขาเดือดร้อนนะคะ แต่ปรากฏว่า เขาขึ้นกับกระทรวงการคลังค่ะ แล้วทุกปีตั้งแต่โควิด (COVID) เขาโดนตัดโควตาอย่างน้อย ที่สุด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในปีที่แล้วโรงงานยาสูบก็ได้พิจารณาชดเชย ค่าโควตาที่ถูกตัดไป ๑๗.๕๐ บาท แต่ปีนี้หลังจากที่เกิดโควิด (COVID) มาก็ไม่ได้รับการชดเชยเลยค่ะ แล้วพี่น้องยาสูบก็ได้ ร้องเรียนไปตลอดเวลานะคะ ทั้งกับรัฐมนตรี กับผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย ยังไม่ได้ รับการดูแลเลย แต่ในอดีตที่เขาถูกตัดไปก็ชดเชยมาแล้ว แต่ในปี ๒๕๖๓ ยังเลยนะคะ แล้วดิฉันคิดว่าต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ที่รับผิดชอบทั้งหมดนะคะว่าโรงงานยาสูบ ที่จะต้องตัดโควตาของชาวไร่อีกไหม เพราะว่าได้มีข่าวเหมือนกับว่าโรงงานยาสูบจะไม่ปลูก ใบยาสูบแล้ว จะเปลี่ยนไปปลูกกัญชง หรือกัญชา ก็ต้องไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ชาวไร่ยาสูบว่าโควตาที่เขาได้รับต้องบอกเขาล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ ปี หรือ ๓ ปี ดิฉันต้อง กราบเรียนท่านว่าปัญหาคือ อันที่ ๑ ให้รีบชดเชยค่าโควตาเขา อันที่ ๒ คืออนาคตของชาวไร่ ยาสูบจะให้เขาไปทางไหน ฝากรัฐบาลให้ท่านประธานช่วยด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ รักษาเวลาครับ ต่อไปคุณกันตวรรณ ตันเถียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ ดิฉันขอปรึกษาเรื่องไฟฟ้าไปตามเกาะต่าง ๆ นะคะ โดยเฉพาะของพี่น้องชาวจังหวัดพังงา สืบเนื่องมาจากมติ ครม. ๒๕๕๓ ในยุคท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติ เห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการไฟฟ้าให้กับพี่น้องตามเกาะต่าง ๆ และในนั้น ก็มีพี่น้องเกาะพระทองและพี่น้องเกาะปันหยีค่ะ พี่น้องเกาะพระทองมีโครงการไฟฟ้าอยู่ที่ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าไปดำเนินการและติดเรื่อง การขออนุญาตจากกรมป่าไม้ และเมื่อดิฉันได้ปรึกษาท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านก็ได้เร่งรัดนะคะ ปัจจุบันนี้ทางกรมป่าไม้ก็เข้าไปดูพื้นที่ สำรวจพื้นที่แล้ว ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ที่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าของเกาะปันหยีค่ะ เรื่องไฟฟ้าเกาะปันหยี ก็มีมติ มาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี ๒๕๕๓ แต่ว่า ณ ช่วงนั้นได้มี การออกแบบไว้เป็นการใช้สายเคเบิลพาดและลงใต้ดินนะคะ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๖๓ ล้านบาท และต่อมาสมัยท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ จากไฟฟ้าเคเบิลพาดสายและใต้ดิน เปลี่ยนเป็นลงไปใต้ดินหมดเลยนะคะ ก็เพิ่มวงเงินจาก ๖๓ ล้านบาท เป็น ๒๒๑ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ยังติดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ก็ฝากท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา เร่งรัดหน่วยงาน ทสจ. ทช. การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค และกรมอุทยาน ให้ทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้องเกาะปันหยีได้มี ไฟฟ้าใช้ภายในปี ๒๕๖๔🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะ เรื่องประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ ๒ ซึ่งมติ ครม. ได้ออกมาเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ วงเงินโดยประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีพี่น้อง เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ๑.๘ ล้านราย แต่มติ ครม. ครั้งนี้ได้ตัดพี่น้องที่บัตรสีชมพูออก ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทบทวนมติ ครม. เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
นางสาวแนน บุณย์ธิดา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่าในปีไหนนั้นที่อากาศทางภาคเหนือ และภาคอีสานหนาวเย็น ปีนั้นทางภาคใต้จะมีน้ำเยอะ น้ำท่วม น้ำหลากนะคะ เช่นเดียวกัน กับปีนี้ ในช่วงที่ผ่านมาอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เราประสบเป็นเหมือนลักษณะเป็นพายุ ลมแรง ทำให้มีบ้านเรือนเสียหายพอสมควรนะคะ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ประสาน เข้าช่วยเหลือบ้างเป็นบางส่วน แต่ก็ยังมีตกค้างอยู่พอสมควรนะคะ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ ไปแจ้งว่าลักษณะของความเสียหายไม่ใช่บ้านเรือน แต่เป็นที่บริเวณเหมือนโรงเรือน เลี้ยงปศุสัตว์ ก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง ก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗
แล้วต่อมาในเรื่องประเด็นของน้ำท่วมภาคใต้ค่ะท่านประธาน อย่างที่บอกค่ะ ปีไหนที่เหนือ อีสานหนาวเย็น ทางใต้น้ำท่วม แล้วก็ปีนี้เช่นกันค่ะ อยากจะฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องค่ะ เพราะดิฉันได้ติดตามข่าวทั้งทางทั้งในส่วนของทีวี (TV) และโซเชียลมีเดีย (Social media) ในระยะหลัง ๆ ท่านประธาน ในการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดิฉันได้เห็นว่าหลัง ๆ เริ่มมีการแจ้งข่าวขอความช่วยเหลือผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Social media) เยอะพอสมควร ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามช่องทางนี้ โดยเฉพาะส่วนใหญ่ค่ะ ท่านประธาน เป็นการแจ้งของพี่น้องกันเองที่อยู่ต่างจังหวัด เหมือนญาติพี่น้องสอบถามกัน แล้วก็ส่งบอกญาติพี่น้องกันเองว่าตัวเองติดอยู่ตรงไหน อย่างไรนะคะ ก็อยากให้ได้ใช้ ช่องทางนี้เข้าไปช่วยเหลือด้วย โดยเฉพาะดิฉันทราบข่าวมาว่าท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล และท่าน ส.ส. ชัยชนะ เดชเดโช ได้จัดทีมเข้าไปช่วยเหลือส่วนหนึ่งแล้ว ก็ผ่านการติดต่อจากทางโซเชียลมีเดีย (Social media) นี่ค่ะ นำข้าวสาร อาหารแห้ง แล้วก็ไข่ไก่เข้าไปช่วยเหลือตามศูนย์ต่าง ๆ ที่เริ่มตั้ง ศูนย์อพยพได้นะคะ ดิฉันก็ได้เห็นพอสมควร เพราะฉะนั้นอยากให้เจ้าหน้าที่อาจจะแบ่งทีม มาส่วนหนึ่งเพื่อมาติดตามในโซเชียลมีเดีย (Social media) ว่าพี่น้องเขาได้ส่งข่าวทางไหนว่า ติดตรงไหนบ้างนะคะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
อีกชุดหนึ่งนะครับ ท่านวีระกรได้พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็อีก ๒ ท่านไม่ได้พูดก็ไม่ยุติธรรมนะครับ คุณสุเทพ อู่อ้น เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มีเรื่อง หารือท่านประธานนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. การเงินของกรมคุ้มครองแรงงานที่มี การตกนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ได้มีการสอบถาม อยากจะปรึกษาท่านประธาน ให้ท่านประธาน ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีช่วยตอบมาให้กระผมด้วย ในฐานะที่เป็นผู้ลงชื่อในการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเพื่อทำหน้าที่รายงานให้กับพี่น้องแรงงานอีก ๑๒ ล้านคนได้รับทราบ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของแรงงานนอกระบบอีก ๒๐ กว่าล้านคน ตอนนี้ไม่มี กฎหมายใด ๆ ที่จะคุ้มครอง แม้กระทั่งกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือแม้กระทั่งกฎหมาย เกี่ยวกับประกันสังคม ซึ่งทำให้เขาไม่ถึงในสิทธิ ๗ กรณีที่ต้องดูแล โดยเฉพาะเรื่องรักษา พยาบาลและบำนาญถ้วนหน้า ดังนั้นพี่น้องอีก ๒๐ กว่าล้านคนในอนาคต จะเป็นผู้สูงวัย ที่จะต้องเป็นภาระของทางประเทศ ถ้าเรามีการจัดทำประกันสังคม มาตรา ๔๐ ที่เท่าเทียม กับมาตรา ๓๓ จะเป็นเรื่องที่ดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีอย่างยิ่ง🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของถนนนะครับ ตำบลราษฎร์นิยม หมู่ ๓ และหมู่ ๘ เส้นจาก วัดราษฎร์นิยมไปถึงอำเภอลาดบัวหลวง ชำรุดเสียหายอย่างหนัก เป็นถนนขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีลงไปทำการตรวจสอบ และซ่อมแซมโดยด่วนนะครับ มีพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ขับขี่มอเตอร์ไซค์ล้ม มีบาดเจ็บ ถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้ว จึงอยากให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีทำการดำเนินการ ซ่อมแซมให้เหมือนกับถนนเส้นอื่น ๆ ที่ได้รับการดูแลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
คุณไพลินนะครับ เชิญเลยครับ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ อยู่ในชุดที่ท่านวีระกร มี ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ก็เห็นใจว่ามันมี เรื่องน้ำท่วม ผมขอเป็น ๒ ท่าน แถมเข้ามาอีกนะครับ ขอประกาศชื่อ ๓ ท่านสุดท้าย จบจากนี้แล้วก็จบนะครับ เพื่อไม่ให้ทยอยมาทีละชื่อ ๆ ท่านสายัณห์ ยุติธรรม ก็เห็นใจ ในจังหวัดน้ำท่วม คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญนะครับ คุณสายัณห์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมก็จะอภิปรายปรึกษาหารือกับท่านประธานสภาเรื่องน้ำท่วม ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ เวลานี้น้ำจากเทือกเขาหลวง เทือกเขาหลวงอยู่ตรงกลางของ จังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งจังหวัดเป็น ๒ ซีก คือซีกหนึ่งน้ำจะไหลลงไปสู่แม่น้ำตาปี ซีกตะวันออกก็ไหลลงคลองสาขาหลายคลอง เช่น คลองกลาย คลองท่าเชี่ยว คลองเสาธง ตอนนี้น้ำจากภูเขานั้นได้ไหลมากองอยู่ที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอท่าศาลา อำเภอปากพนัง และน้ำทะเลก็หนุนสูงขึ้นมา น้ำไม่สามารถลงทะเลได้ ผมอยากเรียนว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือตอนนี้เครื่องยังชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะในที่ลุ่มนะครับ ออกมาจากบ้าน ไม่ทัน และบนภูเขาที่สะพานขาดไม่สามารถออกมาโลกภายนอกได้ ผมอยากเรียกร้อง อย่างนี้ท่านประธานครับ อยากให้นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ลงไปนครศรีธรรมราช โดยด่วนภายใน ๓ วันนี้ และอยากให้นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปเห็นปัญหาของนครศรีธรรมราชอย่างแท้จริง ภายในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ ครับ มีเคส (Case) กรณีของการดำเนินงาน โดยฝ่าฝืนกฎหมายของหน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีการนำหิน ดินไปถมบริเวณชายหาดอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แม้ว่าทราบว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จะได้เรียกประชุมเพื่อให้แก้ไขปัญหาเรื่องของการไปทำลายพื้นที่ชายหาดแล้วดังกล่าว แต่ว่า ผ่านเวลามาพอสมควรแล้วยังไม่มีการดำเนินการรื้อเอาหิน เอาดินที่ไปวางบนชายหาด อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ก็เลยฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าหน่วย แล้วก็ นายอำเภอเมือง รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง ที่ไปทำให้ชายหาดอ่าวนางซึ่งเป็น แหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียง เป็นชายหาดที่สวยงาม นักท่องเที่ยวมาประทับใจ เสียหายก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบแก้ไขปัญหา ไปเอากองหิน กองดิน ตอนนี้ สื่อในโซเชียล (Social) เห็นภาพกันเยอะแยะมากมาย อยากให้ไปรีบดำเนินการตรงนี้ อย่างเร่งด่วนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็ขอบคุณสมาชิก ทุกท่านนะครับ ช่วยกันรักษาเวลา บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๘๙ คน องค์ประชุมคือ ๒๔๔ ครบองค์ประชุมครับ ขอเปิดประชุม ผมขอดำเนินการไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเหลืออีก ๑ ท่านครับ หารือครับ🔗
ท่านอุบลศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่าน ๒ ประเด็น🔗
เชิญเลยครับ อนุญาต🔗
ประเด็นที่ ๑ พี่น้องประชาชน หมู่ ๑ ตำบลดงดินแดง ไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ อยากจะให้ท่านประธานประสานงานไปทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ช่วยดำเนินการแก้ไขด่วน🔗
ประการที่ ๒ พี่น้องเกษตรกรทำนา ตำบลเพนียด ห้วยโป่ง ของเขตอำเภอ โคกสำโรง อยู่ในพื้นที่ที่กำลังเก็บเกี่ยว เนื่องจากขณะนี้ทางทหารกำลังซ้อมรบอยู่ อยากจะ ขอความกรุณาประสานงานไปทางกองทัพบกให้ชะลอการซ้อมรบสัก ๑๐ กว่าวัน เพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรได้เกี่ยวข้าว เนื่องจากว่าขณะนี้ข้าวสุกแล้ว กำลังเกี่ยวข้าว รถไม่กล้าเข้ามาครับ เพราะเคยมีเหตุเกิดลูกกระสุนไปโดนพี่น้องเกษตรกรในตำบลเพนียด เจ็บสาหัส ดังนั้นก็ขอ กราบเรียนท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ ๒๙๔ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิดนะครับ ขออนุญาตดำเนินการ ไปตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
รับทราบเรื่องงดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ได้มีการแจ้งงด การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนราษฎรในช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง และงดการประชุม ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ เนื่องจากตรงกับวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ประจำปี จึงตกลงให้มีการประชุมชดเชยที่เรางดวันที่ ๙ โดยเดิมข้อตกลงวันที่ ๑๘ แต่ว่า สมาชิกทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นว่าจะไม่สะดวก ก็ขอชดเชยในวันศุกร์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ และพิจารณาเฉพาะญัตติที่ค้างอยู่เท่านั้น ซึ่งขณะนี้มีญัตติค้างอยู่ประมาณเกือบ ๒๐๐ เรื่อง ประมาณ ๑๘๒ ญัตติ ได้แบ่งไว้แล้วครับ เป็น ๒๒ กลุ่ม ก็จะแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบต่อไป สำหรับการประชุมหลังจากนั้น ก็เป็นวันพุธที่ ๑๖ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มีการประชุม ตามปกติ เรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ก็ได้เรียนให้ท่านสมาชิกทราบเรื่องความร่วมมือในการสวมหน้ากาก อนามัย ซึ่งได้พูดเรื่องนี้ไว้ก่อนที่จะเปิดประชุม ๒ ครั้งแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเสร็จแล้ว เราพิจารณา มาถึงจบ ๔.๑ ไปเมื่อวานนะครับ🔗
วันนี้ก็เริ่ม ๔.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ🔗
ขอเชิญกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ🔗
ขอเรียนพวกเรานะครับ ขอความร่วมมือว่าเนื่องจากเราใช้เวลากับการอภิปรายเรื่องกรรมาธิการนี่มาก แล้วก็จะทำให้ วาระสำคัญหลายเรื่องมันช้าไป เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือว่าถ้าเห็นว่าประเด็นซ้ำก็กรุณา ประหยัดเวลา ก็จะเป็นประโยชน์🔗
ขณะนี้มีสมาชิกเข้าชื่อมาแล้วทั้งหมด ๑๒ ท่านนะครับ โดยฝ่ายค้าน ๕ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๗ ท่าน ท่านละ ๗ นาที คือไม่เกิน ๗ นาทีนะครับ ถ้าไม่ถึง ถ้าซ้ำก็ไม่จำเป็น ต้องถึงนะครับ แล้วก็สมาชิกท่านใดที่มีความประสงค์อภิปรายกรุณาส่งชื่อมานะครับ เพราะเราจะได้ทราบว่าเวลาที่ใช้เท่าไร เพื่อว่าผู้เสนอกฎหมายหรือญัตติในวาระต่อไปจะได้ สามารถรับรู้ล่วงหน้า อย่างน้อยก็พอรับรู้ว่าประมาณเวลาเท่าไร เพื่อจะได้เตรียมการครับ เพราะว่าผู้เสนอกฎหมายภาคประชาชนเขาก็มารอเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะครับ อาทิตย์นี้ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ก็บอกเขาว่าขอให้มาตามวาระ เพราะถึงเวลาถ้ามันเร็วก็ต้องบรรจุ ไปทันที รวมทั้งญัตติที่สมาชิกจะเสนอในช่วงหลังจากนั้นคือเรื่องน้ำท่วมนะครับ เราจะได้ พิจารณาได้ทั่วถึงครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรขอเชิญนะครับ ท่านวิรัชครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องวันประชุม ในครั้งถัดไป อยากให้ท่านประธานให้ทำหนังสือแจ้ง เพราะว่าในแต่ละส่วนจะต้องมี การทั้งประชุมพรรค แล้วก็มีการทั้งประชุมเตรียมตัวทั้งวิป (Whip) รัฐบาล วิป (Whip) ฝ่ายค้าน คร่าว ๆ ครับท่านประธาน นั่นก็คืออาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เราไม่มีการประชุม อันนี้ก็ยืนยันแล้ว อาทิตย์ต่อไปถัดไปก็คือวันที่ ๑๖ และวันที่ ๑๗ คือวันพุธและวันพฤหัสบดี ส่วนวันที่ ๑๘ ตอนแรกที่ท่านประธานดำริ ตรงนี้เราตัดออกแล้ว แล้วเราก็จะไปใช้วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ แล้วก็มีประชุมพิเศษ วันที่ ๒๕ แล้วส่วนที่เหลือก็จะเป็นการประชุมตามปกติ มีอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน อยากให้ท่านประธานได้ประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ก็คือ อยากให้มีการเลื่อนโดยเฉพาะในด้านเรื่องของกฎหมายท่านประธานครับ อยากจะให้มาอยู่ วันพุธ แล้วก็ในส่วนของเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วอะไรทั้งหลาย จะขอมา เป็นวันพฤหัสบดี เพราะฉะนั้นกฎหมายอะไรต่าง ๆ ที่จะเข้ามาจะติดหมดเลยครับ ท่านประธาน ก็เรียนท่านประธาน🔗
ก็รับปากนะครับ ผมจะ หารือก่อน เชิญพวกเรามาหารือก่อน เรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย โดยเฉพาะสักวันหนึ่งนะครับ ความจริงเรื่องนี้นายแพทย์ชลน่านได้เคยเสนอให้จัดเฉพาะวันไป แต่ว่าโดยที่กฎหมายที่ค้าง อยู่นั้น แต่ตอนแรกนั้นเกือบไม่มีนะครับเมื่อสมัยประชุมที่แล้ว ขณะนี้ก็ทยอยเข้ามา ก็ต้องขอ พวกเราว่าอาจจะต้องนัด ผมขออนุญาตนัดอีกทีนะครับ นัดประชุมผู้ประสานงานทุกฝ่าย เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ท่านวิรัชครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านกรรมาธิการจะชี้แจง อะไร ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผม นายวีระกร คำประกอบ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ ลุ่มน้ำทั้งระบบ ก็ขออนุญาตชี้แจงถึงรายงานการคณะกรรมาธิการวิสามัญดังต่อไปนี้นะครับ🔗
เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อกังวลและห่วงใยในสถานการณ์น้ำ ซึ่งเกิดจากการที่ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม รวมทั้งการสร้างแนวทางบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติทำนองเดียวกันจำนวนทั้งหมด ๑๙ ญัตติ แล้วได้ลงมติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำ ทั้งระบบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ โดยได้กำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาไว้ ๙๐ วัน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบมีเป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องรับฟัง ข้อสังเกตและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำ ต่าง ๆ ซึ่งทั้งลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขา รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) จึงส่งผลให้การเดินทาง ไปศึกษาดูงานยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาศึกษามีความรอบคอบ และเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงได้ ขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาจำนวน ๓ ครั้ง ครั้งละ ๙๐ วัน และสิ้นสุดเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ รวมระยะเวลาการพิจารณาศึกษาทั้งสิ้น ๓๖๐ วัน ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญในคณะนี้จำนวน ๔๙ คน มีผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ บุคคลจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำ การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการจำนวน ๖ คณะ โดยแบ่งเป็นกลุ่มลุ่มน้ำต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ กลุ่มลุ่มน้ำป่าสัก กลุ่มลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม กลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออก กลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันตก และกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ มาให้ข้อมูลและให้ความเห็น ร่วมกับการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ปัญหาและรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ผลการพิจารณาศึกษา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพบว่า ทุกกลุ่มลุ่มน้ำในประเทศไทยยังประสบปัญหาน้ำขาดแคลน ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ปัญหาอุทกภัย และปัญหา คุณภาพน้ำ โดยมีความรุนแรงของปัญหาแตกต่างกันไปตามพื้นที่และช่วงเวลา🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาญัตติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณารายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป ทั้งนี้ กระผมขออนุญาตให้ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ทั้ง ๖ คณะ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมครับ🔗
ขอเชิญเลยครับ🔗
สำหรับลุ่มน้ำ เจ้าพระยาใหญ่ ในฐานะผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าเรามีปัญหาขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันลุ่มน้ำ เจ้าพระยาอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนน้ำประมาณปีละ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น ๘,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในอนาคตอีก ๒๐ ปีข้างหน้า จึงมี ความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำให้กับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดังนี้ ๑. รัฐบาลจะต้องเร่ง ดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำปิงตอนล่างและลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่างเป็นรูปธรรม โดยการเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำภูมิพลอย่างน้อย ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ภาคเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรม ให้มีปริมาณน้ำใช้อย่างเพียงพอ และมั่นคงด้วยการดำเนินงาน ดังนี้🔗
ระยะที่ ๑ คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าการดำเนินงานโครงการเพิ่มปริมาณน้ำ ต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลด้วยการผันน้ำแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำ ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยการสร้างเขื่อนกั้นน้ำยวมก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำเมย ที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และก่อนที่แม่น้ำเมยจะไหลลงแม่น้ำสาละวินนั้น เราจะกั้นน้ำกันที่ลุ่มน้ำยวมก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำเมย และจะตั้งสถานีสูบน้ำข้ามภูเขา ส่งน้ำ ลงสู่แม่น้ำปิงเพื่อเก็บในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำรายงานประเมินผล ขณะนี้ การจัดทำรายงานประเมินผลอีไอเอ (EIA) หรือผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดำเนินงานไปเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการขออนุมัติรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหลังจากที่เราเติมน้ำโดยวิธีการนี้ ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว จะมีระยะที่ ๒ หรือเฟส ๒ (Phase 2) ที่จะดำเนินการ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลด้วยการผันน้ำแนวส่งน้ำสาละวิน จากแม่น้ำสาละวิน สูบเข้าลำน้ำยวมบริเวณที่เราจะกั้นปากน้ำยวมก่อนไหลลงสู่แม่น้ำเมย เราก็จะมี การเติมน้ำโดยแนวผันน้ำสาละวิน-ยวม ซึ่งในระยะแรกปริมาณน้ำจะอยู่ประมาณ ๒,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งก็จะเห็นว่าจากการดำเนินงานเฟส ๑ (Phase 1) คือการสูบน้ำจากลำน้ำยวม เราจะปิดเขื่อนที่ลำน้ำยวมก่อนไหลลงสู่แม่น้ำเมย แล้วก็สูบน้ำ ข้ามภูเขาสูงประมาณ ๑๕๐ เมตร ไหลลงสู่อุโมงค์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๘.๕ เมตร ไหลลงสู่ แม่น้ำแม่งูด แล้วจากแม่น้ำแม่งูดก็จะไหลลงสู่แม่น้ำปิงบริเวณดอยเต่านะครับ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้ไปดูผลกระทบแล้ว พี่น้องประชาชนทั้งหมดเลย ที่เราไปพบมีแต่ความยินดี ไม่ได้มีท่านผู้ใดที่จะคัดค้านแต่ประการใด🔗
แล้วระยะที่ ๒ ก็สูบน้ำจากสาละวิน ส่งน้ำเข้ามาสู่แม่น้ำยวมบริเวณที่เราปิด เป็นเขื่อน ก็จะเพิ่มอีก ๒,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร รวมแล้วจะเป็น ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จะสามารถแก้ไขปัญหาแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขาดแคลนน้ำในปัจจุบันประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีได้ ทั้งนี้ เห็นควรให้รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการเพิ่มปริมาณ น้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลทั้ง ๒ โครงการนี้โดยเร็วนะครับ โดยการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำ เจ้าพระยาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ทำให้พี่น้องประชาชนทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะไม่มีปัญหาความเดือดร้อนการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภคอีกต่อไป โครงการผันน้ำดังกล่าวจะทำให้โครงการชลประทานลุ่มน้ำปิงตอนล่างในเขตพื้นที่จังหวัดตาก ซึ่งแห้งแล้งมาก และจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตรบางส่วน และจังหวัดนครสวรรค์ จะสามารถมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรได้อย่างเพียงพอ และในพื้นที่ราบ ภาคกลางทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ชลประทานรวมถึง ๑.๓๕๑ ล้านไร่ หรือ ๑,๓๕๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งได้แก่ โครงการท่อทองแดง โครงการวังบัว วังไทร วังยาง หนองขวัญ คลองกระถิน พื้นที่ ชลประทานในจังหวัดนครสวรรค์กว่า ๓๓๗,๐๐๐ ล้านไร่ และพื้นที่ชลประทานโครงการ เจ้าพระยากว่า ๗ ล้านไร่ จะไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรอีกต่อไป🔗
ขอให้เพื่อนสมาชิกได้โปรดดูภาพในหน้าที่ ๘ ของรายงานฉบับนี้นะครับ โครงการในหน้าที่ ๘ จะเห็นถึงแนวส่งน้ำ ซึ่งเราจะเอาน้ำจากลำน้ำยวม ซึ่งเราจะปิดเขื่อน ที่ลำน้ำยวมผ่านแนวป่า ซึ่งไม่ได้ทำสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด เพราะจะเป็นการขุด ในลักษณะเป็นอุโมงค์ใต้ดิน ไม่ได้ขึ้นมากระทบกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่บนเขาแต่อย่างใด แล้วก็ จะมีบริเวณอ่างขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขา เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๔ เมตร แล้วก็ จะปล่อยไหลลงอุโมงค์ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ๘.๕ เมตร ไหลลงไปสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล ต่อไป ซึ่งก็เป็นภาพที่อธิบายได้อย่างชัดเจนในหน้าที่ ๘🔗
ข้อที่ ๒ การแก้ไขปัญหาในลำน้ำยม รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซากในลำน้ำยมให้ได้ โดยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในลำน้ำยม ที่มี ลักษณะเป็นประตูน้ำขนาดเล็ก อาศัยความจุของล้ำน้ำในแต่ละช่วงของอาคารบังคับน้ำ เป็นที่ชะลอน้ำ โดยไม่ให้ท่วมพื้นที่ที่พักอาศัยของพี่น้องประชาชนตามริมน้ำ และการใช้เชื่อมโยงข้อมูลโทรมาตรในลำน้ำยมมาบริหารจัดการประตูระบายน้ำเหล่านี้ ด้วยระบบเอไอ (AI) หรือระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งจะสื่อสารถึงกัน และจะเปิดจะปิดประตูน้ำ ทั้ง ๑๒ แห่งตามที่เราได้เสนอนี้ จะเปิดปิดโดยการควบคุมของโทรมาตร บริเวณใดที่มี ปริมาณน้ำมากก็จะระบายน้ำเร็ว เปิดน้ำให้มากขึ้น ถ้าบริเวณใดที่น้ำยังไม่ท่วมก็จะกักน้ำ เก็บน้ำไว้เพื่อใช้ในการเกษตรต่อไปนะครับ🔗
ซึ่งจากการพิจารณาเบื้องต้นเห็นว่ามีพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะทำประตูน้ำเหล่านี้ ๑๒ แห่ง อยู่ในเขตจังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย โดยจะมีความจุตั้งแต่ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ถึง ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งรวมทั้ง ๑๒ แห่ง ก็จะมีความจุ รวม ๆ กันประมาณ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้นก็ยังมีการเสนอให้รัฐบาลได้กรุณา เร่งดำเนินการก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาต่าง ๆ ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้เป็นไป ตามผลการศึกษาของกรมชลประทาน ทั้งหมดมี ๗๓ แห่งด้วยกัน แหล่งน้ำตามหนอง บึง ต่าง ๆ จะมีความจุกักเก็บรวมกันมากกว่า ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เช่น อ่างเก็บน้ำน้ำปี้ จังหวัดพะเยา ความจุ ๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แล้วก็ใกล้ จะแล้วเสร็จนะครับ อ่างเก็บน้ำแม่สกึ๋น ๒ จังหวัดแพร่ ซึ่งพี่น้องประชาชนในเขตไม่ว่าจะเป็น สะเอียบ แล้วก็เตาปูน จังหวัดแพร่ ก็ได้ขอมา เรียกกันว่าสะเอียบโมเดลนะครับ ซึ่งอ่างเก็บน้ำ แม่สกึ๋น ๒ นี้ มีความจุ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำแม่ตีบ จังหวัดลำปาง มีความจุ ๕๙.๗ ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำแม่อ้อน ๒ จังหวัดลำปาง ความจุ ๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นต้น ซึ่งจะทำให้มีอาคารบังคับน้ำในลุ่มน้ำยม ความจุรวมกันทั้งสิ้นถึง ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถบริหารจัดการไม่ให้น้ำท่วมในหน้าน้ำ ซึ่งท่านสมาชิกคงจะได้ทราบว่าทุกปีเหมือนกับ เป็นกีฬาประเพณีละครับ พอถึงหน้าน้ำ น้ำก็จะท่วมสุโขทัย น้ำก็จะท่วมพิจิตร ท่วมบางส่วน ของพิษณุโลก เป็นประจำทุกปี และในหน้าแล้งก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากแม่น้ำยมอยู่ในเขต จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ ซึ่งมีความลาดชันสูง สูงบางแห่งถึง ๓๐ องศา ดังนั้นน้ำจึงไหล ลงมาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำก็แห้งเหือดหมดนะครับ การที่เราไม่มีประตูน้ำ กักเก็บไว้เลยก็จะเกิดปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปีหลังจากน้ำท่วมเสร็จ แม่น้ำยมก็จะเกิดปัญหา น้ำแล้งติดต่อกันทุก ๆ ปีที่ผ่านมา จากการที่เราและคณะกรรมาธิการได้เสนอในครั้งนี้ ในการทำประตูน้ำ ๑๒ แห่ง ประกอบกับให้รัฐบาลการเร่งรัดโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นโครงการ ในลุ่มน้ำสาขาในการสร้างอ่างเก็บน้ำเก็บกักน้ำให้ได้ทั้งหมด ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จะยังประโยชน์แก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งในเขตลำน้ำยม แทนการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งขณะนี้ก็เป็นที่ชัดเจนว่าเราจะไม่ทำเขื่อนแก่งเสือเต้นแน่นอนแล้ว เนื่องจากว่าจะเกิด ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนชาวสะเอียบและชาวเตาปูนนะครับ จึงขอกราบเรียนว่าการทำโครงการดังกล่าวนี้ซึ่งเป็นประตูน้ำขนาดเล็ก ๑๒ แห่ง ประกอบกับ เร่งรัดในการทำอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขาของลำน้ำยมทั้ง ๗๓ แห่งนี้ จะยังประโยชน์แก้ไข ปัญหาทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งได้อย่างแน่นอนครับ🔗
ข้อที่ ๓ บริเวณต้นน้ำของลุ่มน้ำน่านได้มีการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งเป็นต้นน้ำ ลำธาร แม้กระทั่งพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนเพื่อการอนุรักษ์ หรือเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำซึ่งแต่เดิมเคยถูกดูดซับไว้ ในดินก็ลดลงไป ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำลำธารสาขาต่าง ๆ ในช่วงฤดูแล้งมีปริมาณลดลง ถึงกับแห้ง ดังนั้นรัฐบาลควรจะต้องฟื้นฟูป่าต้นน้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งในภาพนี้นะครับ ท่านสามารถเปิดดูได้ในหน้า ๑๘ เป็นการถ่ายภาพดอยภูคาให้ท่านเห็น อุทยานแห่งชาติ ดอยภูคาซึ่งเป็นต้นน้ำว้า ต้นน้ำของแม่น้ำน่าน ท่านจะเห็นว่ามีแต่ภูเขาหัวโล้น มีการบุกรุก ทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอยกันทั่ว ๆ ไป จึงฝากให้กับรัฐบาลได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยนะครับ มิฉะนั้นต้นน้ำน่านนั้นก็จะเกิดปัญหาอย่างนี้ทุกปีครับ คือไม่สามารถที่จะดูดซับน้ำไว้ใช้ ในหน้าแล้งได้🔗
ข้อที่ ๓ ลุ่มน้ำวัง แม้เราจะมีเขื่อนกิ่วลม กิ่วคอหมา ตอนบนของลุ่มน้ำแล้ว แต่ยังขาดการบริหารจัดการและอาคารบังคับน้ำในลุ่มน้ำวังตอนล่างนะครับ จึงเห็นสมควร ให้เร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในลำน้ำวังตอนล่าง แต่อย่างไรก็ตามปัญหา ของลำน้ำวัง โดยเฉพาะที่เขื่อนกิ่วลมนี้ อยากให้ท่านสมาชิกได้ดูภาพในหน้า ๑๗ ปัญหาของ เขื่อนกิ่วลม มีผักตบชวาสะสมเป็นจำนวนกว่า ๕ กิโลเมตร ตามความยาวของลำน้ำยม จากตัวเขื่อนกิ่วลมไปตอนเหนือ ขึ้นไปถึง ๕ กิโลเมตร เต็มไปด้วยผักตบชวานะครับ สาเหตุ เกิดจากภาพล่าง หน้า ๑๗ ท่านจะเห็นเลยว่าเป็นเพราะเขื่อนกิ่วลมได้อนุมัติให้ประชาชน ไปทำกระชังปลานับร้อย ๆ กระชังครับ เศษอาหารและขี้ปลาที่เกิดจากการเลี้ยงปลา ดังกล่าวนี้ ส่งผลให้เติมไนโตรเจนในน้ำจืดในบริเวณหน้าเขื่อนนี้ ทำให้ไนโตรเจน เป็นอาหาร ที่ดีของผักตบชวา สร้างให้ผักตบชวากระจายไป ถึงแม้จะใช้งบ ๑๐ ล้านบาทต่อปี ในการตัก ผักตบชวานี้เอาขนขึ้นมานะครับ เอามาทิ้งทุกปี ๆ ใช้เงิน ๑๐ ล้านบาทต่อปีเป็นค่าน้ำมัน แต่ปรากฏว่าผักตบชวาในหน้าเขื่อนกิ่วลมนี้ก็ยาวต่อไปทุกปี ขยายไปปีละประมาณ ๑ กิโลเมตร ทุก ๆ ปีนะครับ นั่นก็คือการแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำวัง🔗
และข้อที่ ๕ แม้ว่าจะมีการเติมน้ำให้เขื่อนภูมิพลตามข้อที่ ๑ แล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันในฤดูแล้งจะมีการใช้น้ำมากถึง ๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีในการผลักดัน น้ำเค็ม หรือการรักษาสภาพระบบนิเวศ หรือสภาพแวดล้อมเพื่อไม่ให้น้ำแห้งจนเกินไป ท่านจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท แห้งมาก ไม่เคยปรากฏการณ์อย่างนี้มาก่อนนะครับ จนกระทั่งเรียกว่าผมเป็น คนนครสวรรค์ยังไม่เคยเห็นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลงขนาดนี้ในหน้าฝนมาก่อนเลย เพราะฉะนั้นเราใช้น้ำมากเกินไปในการรักษาระบบนิเวศ ปล่อยน้ำถึง ๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อผลักดันน้ำเค็ม กรรมาธิการจึงเห็นสมควรว่ารัฐบาลควรเร่งศึกษาแนวทางก่อสร้าง ประตูน้ำหรือฝายพับได้ เพื่อป้องกันน้ำเค็มไม่ให้เข้ามาในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา มากจนเกินไปจนกระทบต่อการผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภคของการประปานครหลวง ซึ่งปัจจุบันนี้มีโรงสูบน้ำอยู่ที่สำแลสูบน้ำเข้าคลองประปา สำแลก็อยู่บริเวณใต้บางไทร มานิดหนึ่งนะครับ แล้วก็จะเป็นบริเวณที่เป็นปากคลองประปา มีการสูบน้ำเข้ามา ปัจจุบันนี้ ถ้าเราไม่ใช้น้ำปริมาณมากขนาดนี้เพื่อผลักดันน้ำเค็ม น้ำเค็มจะขึ้นไปจนถึงสำแล และในหน้าแล้งปีที่แล้วนี้เราก็จะเห็นแล้วว่าประมาณ ๒ อาทิตย์ที่คนกรุงเทพฯ ต้องบริโภค น้ำกร่อยกันนะครับ เนื่องจากว่าปริมาณน้ำเค็มรุกเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงสำแล ต่อไปก็ขอเรียนเชิญทางคณะอนุกรรมาธิการคณะต่อไปเลยนะครับ🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ เจ้าพระยา ป่าสัก ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย ที่กรุณาให้โอกาสญัตติของผม คือโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ป่าสัก และอีกโครงการหนึ่ง โครงการผันน้ำโขง กก อิง น่าน เจ้าพระยา ป่าสัก แม่กลอง เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ใช้เวลา ๖ เดือน ท่านประธานได้กรุณาเปิดโอกาสให้ได้ชี้แจง ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และได้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ดังที่ได้กราบเรียนไปแล้วเบื้องต้นว่ามี ๖ คณะ ดังนั้นผมในฐานะที่รับผิดชอบโครงการ เจ้าพระยา ป่าสัก ต้องเรียนว่าเจ้าพระยา-ป่าสัก เน้นหนักที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่จังหวัดลพบุรี เขตอำเภอ พัฒนานิคม ท่านประธานที่เคารพครับ แหล่งน้ำในภาคกลางนั้นไม่มีแหล่งน้ำที่มาที่ไป ยกเว้นน้ำบนฟ้าเท่านั้น คือมีน้ำข้างบนฟ้า บนดิน ใต้ดิน น้ำคือชีวิตของพี่น้องประชาชน มนุษย์ น้ำคือชีวิตของสัตว์ น้ำคือชีวิตของพืชผลการเกษตรทั้งหมดที่ต้องใช้น้ำ ดังนั้นผมจึง กราบเรียนว่าน้ำคือชีวิต เพราะฉะนั้นวันนี้คณะกรรมาธิการได้ตระหนักดีว่าในแนวทาง การปฏิบัติหน้าที่ ผมในฐานะที่เคยทำงานโครงการลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ ครับ อยู่การพลังงานแห่งชาติ ดูแลโครงการน้ำโขง จึงมีความเข้าใจพื้นฐานเบื้องต้นว่าโครงการ ผันน้ำโขงจะมาได้อย่างไร ผมจะไม่กราบเรียนในเบื้องต้น คณะกรรมการเรามองเห็นว่า น้ำโขงนั้นเป็นระหว่างประเทศ ไม่สามารถจะใช้น้ำเอามาใช้ได้ ๒ ประเทศ คณะกรรมการ จึงไปจุดเริ่มต้นที่จังหวัดเลย เขตอำเภอเชียงคาน ซึ่งตรงนั้นมีแหล่งน้ำแม่น้ำเลย มีเส้นทาง ยาวประมาณ ๙๐๐ เมตร ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะเดียวกันนั้นพื้นที่ดินตรงนั้น ปรากฏว่าฝั่งจังหวัดเลยนั้นสูงกว่าแม่น้ำโขง เวลาน้ำหลาก น้ำมาก น้ำโขงก็จะขึ้นมาถึง จังหวัดเลย เวลาน้ำแล้ง น้ำจากจังหวัดเลยก็จะไหลลงแม่น้ำโขง คณะกรรมาธิการเราลงไปดู ศึกษาว่าโครงการดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ที่ประชุมมีสรุป เราต้องการขยายลุ่มน้ำเลย ออกให้กว้างและขุดให้ลึกขึ้น ในยามน้ำแล้งน้ำจะไม่เข้า ถ้าหากว่าเราสามารถขุดขยาย ลุ่มแม่น้ำเลยได้ ๙๐๐ เมตร เมื่อน้ำมากเขื่อนกั้นตรงนั้นก็จะพัง เมื่อพังเสร็จแล้วน้ำหน้าแล้ง ก็จะไหลตลอดทั้งปี ดังนั้นโครงการเคยศึกษาแล้วว่าเราจะเจาะอุโมงค์ ๖๔ กิโลเมตร ผ่านจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี มาถึงขอนแก่น คือเรียกว่าโครงการน้ำชี น้ำมูล ดังนั้นต้องกราบเรียนว่าตรงนั้นเราได้ศึกษาแล้วจะใช้งบประมาณ ประมาณไม่เกิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๔ กิโลเมตร ถ้าหากโครงการดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เชื่อมั่นว่าน้ำจะมีตลอดทั้งปี พี่น้องชาวอีสาน ๒๐ จังหวัด จะได้ใช้น้ำทั้งปี ในขณะเดียวกันน้ำดังกล่าวเขาเรียกว่าต้นน้ำชี อยู่เขตจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมินั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ติดกับเขตเพชรบูรณ์กับลพบุรี ระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์กับลพบุรี สูงต่ำกันกับชัยภูมินั้นประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เมตร ต้นน้ำชีก็จะไหลเทลงมาป่าสัก ในขณะเดียวกันต้นน้ำป่าสักนั้นมาจากไหนครับ มาจากจังหวัดเลย อีกเส้นทางหนึ่งคือมา จากทางอำเภอด่านซ้าย ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอด่านซ้ายนั้นไม่มีที่มาที่ไป น้ำจะไหลตามเขาลำเนาไพร ไม่มีลำธาร และมาลงที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ต้นเพชรบูรณ์คือ หล่มสัก เราก็ได้ศึกษาแล้ว ถ้าหากว่าเราสามารถจะกั้นเขื่อนเก็บน้ำนั้นประมาณ ๒ จุด ด้วยกัน กว่าจะถึงจังหวัดลพบุรี พอถึงจังหวัดลพบุรี คืออำเภอในเขตของเชียงคานนั้น จะมีแหล่งน้ำของจังหวัดเลยมีมาคือก่อนด่านซ้าย คืออำเภอท่าลี่ ที่ปากน้ำหมัน และอีก ๒-๓ จุดครับ ถ้าเราสามารถกั้นน้ำตรงนั้นได้มันก็สามารถจะดูดน้ำขึ้นข้างบน แล้วก็เข้ามา ตรงด่านซ้ายเข้าเพชรบูรณ์อีกเช่นเดียวกันครับ อีกส่วนหนึ่งครับ ที่เราจำเป็นต้องไปศึกษา ที่เขตอำเภอชัยภูมิ คืออำเภอหนองบัวแดง ตำบลนางแดด ตรงนั้นก็จะมีแหล่งน้ำอีก เช่นเดียวกัน ก็จะไหลลงสู่จังหวัดเพชรบูรณ์คือเขตลพบุรี คืออำเภอลำสนธิ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำ รอรับอยู่แล้วคืออ่างกุดตาเพชร เราได้มีการขยายวางแผนที่เก็บน้ำ น้ำนั้นก็จะไหลเข้ามาสู่ อำเภอชัยบาดาล อำเภอพัฒนานิคม ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนเบื้องต้นว่าจังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่เสียที่ดิน เพื่อเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แต่พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีไม่เคยมีโอกาสได้ใช้น้ำเขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์เลยครับ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์หลังจากน้ำล้นแล้วก็จะไหลมาสู่สระบุรีมาถึงเขื่อน ครั้งแรกของประเทศไทย คือเขื่อนพระรามหก อยู่ระหว่างอำเภอท่าเรือ จังหวัด พระนครศรีอยุธยากับจังหวัดสระบุรี นั่นเป็นเขื่อนแห่งแรกของประเทศไทย สร้างมาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ ๖🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ มุมมองอีกส่วนหนึ่งครับ เจ้าพระยา-ป่าสัก ก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าเจ้าพระยา-ป่าสัก คือเขตจังหวัดชัยนาท ซึ่งเขาเรียก เจ้าพระยา-ป่าสักเช่นเดียวกันครับ คลองส่งน้ำนั้นสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ ขุดคลองจาก มโนรมย์ เขตชัยนาท ผ่านมาอำเภอบ้านหมี่ มาชลประทาน ๑๐ มาเขตอำเภอเมืองลพบุรี แล้วก็ไปบ้านกลับ-หนองโดน หนองโดน-บ้านกลับ มาที่เขื่อนพระรามหกเช่นเดียวกันครับ ต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราได้ศึกษาแล้วว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้น้ำทั้งระบบนั้นตั้งแต่ข้างบน บนดิน บนฟ้า และใต้ดิน มาเป็นทรัพยากร ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าน้ำที่ฝนตกมาจากบนฟ้านั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เราสามารถใช้ได้ประมาณ ไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบว่าหายไปไหน ทำอย่างไรเราจะบริหาร แบบบูรณาการว่าจะเก็บน้ำอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ให้มาใช้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง กราบเรียนว่าอีกส่วนหนึ่งครับ ตรงจังหวัดสิงห์บุรี เขตอำเภอเมือง เขาเรียกว่าแม่น้ำสิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา เป็นแม่น้ำสายใหญ่นะครับ ที่ตรงคลองพุทรา เขาเรียกคลองพุทรา ตรงนั้น คณะกรรมาธิการไปศึกษาดูแล้วว่าตื้นเขิน หน้าเขื่อนมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายหลัก แต่หลังเขื่อนนั้นมีแต่ดินนะครับ ไม่สามารถจะดำเนินการได้ ดังนั้นต้องกราบเรียนว่า ถ้าโครงการดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมาย สามารถที่จะทำเขื่อนอีก ๒ จุด คือเขตอำเภอท่าวุ้ง ที่ตำบลบางคู้ กับตำบลโพตลาดแก้ว ทุกเขื่อนเก็บน้ำไว้ อีกส่วนหนึ่งมาที่โก่งธนู งิ้วราย อำเภอเมือง และจะเลยไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีแม่น้ำลพบุรี สายสิงห์บุรี ทั้งปี ท่านประธานครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าแม่น้ำจากจังหวัดชัยนาท คือมโนรมย์ เมื่อมาถึงเขตอำเภอบ้านหมี่ ท่านประธานครับ เขตอำเภอโคกสำโรง หนองม่วง ไม่มีแหล่งน้ำที่มาที่ไป ต้องใช้น้ำฝนอย่างเดียวครับ ถ้าหากว่าเขื่อนจะสามารถทำที่ระบาย ที่มโนรมย์ได้ มาถึงจังหวัด เขตอำเภอบ้านหมี่ เราก็สามารถจะดูดน้ำขึ้นไปตำบลหนองเมือง ตำบลหนองกระเบียน ขึ้นไปถึงจุดหนึ่งคือมีที่สามารถจะทำอ่างเก็บน้ำคือดอนดึง ถ้าหากว่า ถึงดอนดึงเก็บน้ำได้นั้น น้ำตรงนี้ทางเหนือก็สามารถจะผันน้ำ ปล่อยน้ำไปเขตหนองม่วง พี่น้องชาวหนองม่วง ๖ ตำบล ก็จะมีน้ำใช้ได้ตลอดปี ทางภาคใต้ในเขื่อนนั้นก็จะกลับมาสู่ อำเภอโคกสำโรง ที่แห้งแล้งมาตลอด ส่วนตะวันตกก็จะเขตบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นจุได้ประมาณ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่ส่วนใหญ่จะเก็บไว้ ประมาณ ๙๐๐ ลูกบาศก์เมตร ส่วนหนึ่งทางจังหวัดนครราชสีมาคือลำตะคอง ซึ่งอยู่ที่สูง เคยมาขอใช้น้ำประมาณ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตร เพื่อจะเอาน้ำไปที่ลำตะคอง อันนี้ต้อง กราบเรียนว่าเราก็คิดว่าตรงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น ริมหน้าเขื่อนมันมีอยู่ ๓ ตำบลในเขต ปฏิรูปที่ดิน แห้งแล้งที่สุด ท่านก็ทราบดีว่าที่ปฏิรูปที่ดินคือเป็นที่ที่แห้งแล้งที่ให้ราษฎรไปอยู่ ตรงนั้นอยู่ริมน้ำเลย แต่ไม่มีน้ำใช้ เราก็คิดว่าจะผันน้ำโดยใช้พลังแสงอาทิตย์ ผ่านตำบลมะนาวหวาน น้ำสุด ห้วยขุนราม อยู่ติดกับที่ว่าการอำเภอปากช่อง โคราช หรือนครราชสีมา ตรงนั้นก็สามารถที่จะเก็บน้ำ ใช้ในยามแล้งได้ อีกส่วนหนึ่งที่วังม่วง ก็มีเขื่อนอยู่เขื่อนหนึ่ง แต่ไม่ได้เรียกเขื่อนวังม่วง แต่เรียกว่าเป็นเขตต้นน้ำมาจากเขาใหญ่ ต้องกราบเรียนคณะกรรมาธิการ ก็ไปดูว่า ลำตะคองนั้นควรจะใช้น้ำตรงไหน เนื่องจากว่าเขาใหญ่ทางทิศเหนือ เมื่อฝนตกลงมามาก ก็ไม่สามารถจะกำหนดทิศทางน้ำได้ ท่านประธานครับ เพราะว่ามีรีสอร์ต (Resort) มีโรงแรม มีต่าง ๆ กักบริเวณช่วงน้ำ จะสังเกตว่าที่ผ่านมานั้น เมื่อน้ำฝนตกมาก ก็จะไหลไปทาง ทิศเหนือของจังหวัดนครราชสีมาไปถึงอุบลราชธานีได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจัดระบบ ตรงนี้อย่างดี ผมเชื่อว่าน้ำก็จะมีใช้ได้ทั้งปี ส่วนทางใต้ของเขาใหญ่ก็จะลงมามวกเหล็ก เขาเรียกเขื่อนมวกเหล็ก แต่มาตั้งอยู่ในเขตติดต่อกับลพบุรีคือวังม่วง ตรงนั้นลงเข้าป่าสัก เช่นเดียวกัน ก็เข้ามาทางแก่งคอย ในที่สุดก็มาที่เขื่อนพระรามหกครับ ท่านประธานที่เคารพ อย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนว่าวันนี้ถ้าสามารถผันน้ำจากเขตจังหวัดเลยตอนบนมาได้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลพบุรี จะมีน้ำเก็บได้ไม่น้อยกว่า ๒,๔๐๐ ลูกบาศก์เมตร ขณะนี้ เราได้จัดสรรงบประมาณไปทำอัดน้ำขึ้นเขาพระ โดยใช้งบประมาณประมาณ ๕๐ ล้านบาท เพื่อนำร่อง ทางจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณตรงนี้แล้ว เมื่ออัดน้ำไปขึ้นที่สูง เราก็ทำคูส่งน้ำ ไปทุกถนน ปาดดินขึ้นมาและทำวาล์วปล่อย พี่น้องชาวพัฒนานิคมก็จะมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี ในขณะเดียวกันเราก็วางแผนที่จะอัดน้ำหน้าเขื่อนป่าสักขึ้นไปทางตำบลโคกสลุง ไปเขาพระยาเดินธง ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำใหญ่อยู่แล้ว ถ้าหากว่าโครงการดังกล่าวบรรลุ ตามเป้าหมาย อำเภอพัฒนานิคม อำเภอเมือง จะมีอ่างเก็บน้ำรองรับอยู่แล้วที่อ่างซับเหล็ก และอ่างห้วยส้ม เขตตำบลโคกตูม สามารถจะผันน้ำตรงนั้นขึ้นไปเก็บไว้และส่งให้ เขตตำบลนิคมสร้างตนเองกกโกนะครับ ไปจนถึงตะลุง งิ้วราย ดอนโพธิ์ ติดต่อกับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าถ้าตรงนี้ โครงการเสร็จเรียบร้อย น้ำจะอัดขึ้นไปเก็บที่เขตอำเภอโคกสำโรง คือที่เพนียด ซึ่งมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้สร้างอ่างเก็บน้ำไว้ใหญ่พอสมควร ก็จะทำให้พี่น้อง ชาวตำบลเพนียด ห้วยโป่ง ถลุงเหล็กและสะแกราบ ดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง ก็จะมี น้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี เพราะที่ผ่านมาไม่มีน้ำใช้เลย ใช้ได้แต่น้ำฝนอย่างเดียวครับ🔗
และอีกโครงการหนึ่งครับท่านประธาน น้ำนั้นเขาเรียกว่าตรงเขตไพศาลี แต่ปรากฏว่าการสร้างเขื่อนอยู่ในเขตของอำเภอโคกเจริญ🔗
ท่านอุบลศักดิ์ครับ ผมแนะนำให้ประเด็นบางประเด็นย่อไปได้ก็ดีครับ ถ้ากรณีใดที่มีเอกสารอยู่แล้วนะครับ🔗
ครับ ผมชี้ให้เห็นว่าวันนี้พี่น้อง ภาคกลาง หลังจากโครงการตรงนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าโครงการ ผันน้ำโขง เลย ชี มูล ป่าสัก หรือเจ้าพระยา-ป่าสัก ตรงนั้นผมกราบเรียนว่าเราก็จะมีน้ำใช้ ๒๐ จังหวัด และภาคกลางอีก ๒๐ จังหวัด ซึ่งหลังจากที่คลองระพีพัฒน์ก็จะมาผ่านมา จังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี มาจนถึงนครนายก สมุทรปราการ กรุงเทพฯ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ดังนั้นสรุปง่าย ๆ ว่าคณะกรรมาธิการก็มีความเห็นว่าการที่น้ำทะเล หนุนขึ้นมาสูงแต่ละครั้งแต่ละคราวที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ต้องบริโภคน้ำเค็ม เราจึงคิดว่า ควรที่จะสร้างเขื่อนที่บางปะกงสกัดน้ำเค็ม เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อที่จะสกัดไม่ให้น้ำทะเลหนุนขึ้นมา ทุกปีพี่น้องเกษตรกรภาคกลางจะทำนาไม่ได้ทำนา ต้องเอาน้ำจากป่าสัก หรือเจ้าพระยา-ป่าสักมาหนุนน้ำทะเลที่จังหวัดปทุมธานี ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าและอีกจุดหนึ่ง ถ้าหากว่าโครงการดังกล่าวนั้นคือ ที่เขตบางปะกง เจ้าพระยาเป็นจุดที่ ๑ จุดแม่น้ำบางปะกงจุดที่ ๒ จุดแม่น้ำแม่กลอง เป็นจุดที่ ๓ และแม่น้ำท่าจีน ถ้าเราสร้างเขื่อนไม่ให้น้ำทะเลหนุนขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าภาคกลางจะมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปีเกือบทุกจังหวัด ดังนั้นผมถึงกราบเรียน ด้วยความเคารพเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้นอยู่ในเล่มที่แจกแล้ว มีภาพประกอบว่า เราไปศึกษาดูงาน เราไปเผชิญสืบ เราไปศึกษาดูงาน ครบวงจรครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการนะครับ ผมแนะนำเพิ่มเติมเล็กน้อยนะครับว่าประเด็นใดที่ปรากฏ ในเอกสารแล้วท่านกรุณาสรุป เพื่อจะได้ใช้เวลา เพราะมีสมาชิกเข้าชื่อขณะนี้ขออภิปราย ๑๗ ท่านนะครับ เชิญนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ศักดา คงเพชร ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาบริหารจัดการเรื่องน้ำทั้งระบบ เนื่องจากว่าสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานั้น ซึ่งเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนทุกภูมิภาคนะครับ ที่สภาเรามีมติ เป็นเอกฉันท์ในการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษา ตัวผมนั้นได้รับมอบหมายในการศึกษา เรื่องน้ำทั้งระบบของภาคอีสาน ทั้งน้ำภายในประเทศ น้ำในแผ่นดิน และน้ำนอกแผ่นดิน เนื่องจากว่าภาคอีสานนั้นเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างมาก ภาคอีสาน มีพื้นที่ทำการเกษตร ๕๗.๗๕ ล้านไร่นะครับ คิดเป็น ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย ทั้งประเทศนะครับ คนอีสานเป็นคนที่มีจำนวนมาก แต่ว่าเกษตรกรในภาคอีสานนั้นมีรายได้ จากการศึกษานะครับ จากที่เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาศึกษาแล้วก็ลงดูพื้นที่ทั้ง ๒๐ จังหวัด ปรากฏว่าพี่น้องคนอีสานนั้นมีรายได้ต่อครัวเรือนทางการเกษตรไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเกษตรกร ทั้งประเทศ ทั้ง ๆ ที่มีพื้นที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศในการที่ทำการเกษตร เนื่องจากว่า ในดินแดนของภาคอีสานนั้น ที่ท่านทั้งหลายได้รับฟังนะครับว่าเป็นดินแดนที่ราบสูงที่มี ความแห้งแล้งและกันดาร ซึ่งมีเรื่องต่าง ๆ ที่แตกต่างกันมากในการที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งแล้ง และท่วม ซึ่งมี ๒ แม่น้ำหลัก ในขณะเดียวกัน ยกตัวอย่าง เช่น ท่านทั้งหลายครับ อย่างปีที่แล้ว ลุ่มแม่น้ำชีก็ท่วมสาหัสมาก แต่ปีนี้แม่น้ำชีไม่มาก แม่น้ำมูลมาก ซึ่งการศึกษา ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบในภาคอีสานนั้นนะครับ นอกจากน้ำทำการเกษตรแล้ว ทางคณะกรรมาธิการก็ศึกษาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะน้ำประปาด้วย ซึ่งภาคอีสาน ก็จะมีความโชคดีกว่าทุกภูมิภาค เนื่องจากว่าวันนี้ประเทศไทย เกษตรกรทุกภาคล้วนแต่ อาศัยน้ำฝนที่ตกในแผ่นดินทั้งสิ้น แต่ภาคอีสานก็ยังมีความโชคดีที่มีน้ำนอกแผ่นดิน คือมี แม่น้ำโขง แม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ ปรากฏว่าจากสถิติ จากการศึกษาย้อนหลังไป หลายสิบปี ที่มีข้อมูลเรื่องจีนสร้างเขื่อน ๑๐ กว่าตัว ลาวสร้างเสร็จแล้ว เขื่อนไซยะบุรี แล้วจะสร้างเขื่อนอีก ๒-๓ ตัว ซึ่งการสร้างเขื่อนของประเทศจีนและประเทศลาวนั้น ประเทศไทยเราไม่สามารถที่จะไปยับยั้งหรือไปทำเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นสิทธิ เหนือดินแดน เนื่องจากว่าแม่น้ำโขงในประเทศจีนเขาก็มีทั้ง ๒ ฝั่ง แผ่นดินทั้ง ๒ ฝั่ง ของแม่น้ำโขง ประเทศลาวเหมือนกัน แต่ประเทศไทยเรานะครับ เราอยู่ฝั่งเดียวของ แม่น้ำโขง เราจึงไม่สามารถที่จะตัดสินใจในการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงได้ แต่เราก็ยังมีความโชคดีนะครับ ภาคอีสานก็ยังมีความโชคดี เรามีเขื่อนธรรมชาติ เรามี แก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นเขื่อนธรรมชาติในการที่จะผันน้ำ บริบทเดิมเมื่อปี ๒๕๓๕ นั้นก็คือโครงการ โขง ชี มูล โขง ชี มูล ต้องขออนุญาตพูดถึงท่านประจวบ ไชยสาส์น ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว โขง ชี มูล มันจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการสูบน้ำโขงขึ้นมาเติมในแม่น้ำหลัก ไม่ว่าแม่น้ำมูล หรือแม่น้ำชี แล้วจะต้องสูบทดต่อไปอีก ๒-๓ ครั้ง เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน จะต้อง จ่ายค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ เพราะว่าขณะนี้เกษตรกรของภาคอีสานนั้น ล้วนแต่มีหนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้นมาก เป็นหนี้ ธ.ก.ส. สารพัดอย่างนะครับ เนื่องจากว่าราคา พืชผลนั้นก็ไม่แน่ไม่นอน อีกทั้งธรรมชาติครับ อย่างปีนี้ฝนทิ้งช่วงยาวนานมาก ในขณะเดียวกัน ฝนมาช่วงหลังก็มาท่วม ข้าวก็ยังไม่โต ท่านทั้งหลายครับ โขง ชี มูล ก็ได้เดินมาระดับหนึ่ง และการที่เราไปสูบน้ำโขงนั้น ต้องขออนุญาตนะครับ คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงที่มีไทย ลาว เขมร เวียดนาม ซึ่งถ้าเขาไม่อนุญาตเราก็ไม่สามารถที่จะสูบน้ำได้ แต่บริบทใหม่จาก การศึกษาร่วมกับหน่วยงาน ไม่ว่าทาง สทนช. หรือหน่วยงานของเราทั้งหมด กรมอุตุนิยมวิทยา จิสด้า (GISTDA) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทุกหน่วยงานครับ ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ปภ. หลายหน่วยงานครับ มีข้อสรุปที่ค่อนข้างชัดเจนว่าการที่จะ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมภาคอีสานนั้น เราจะต้องผันน้ำในจุดที่สูงที่สุดในดินแดนที่ราบสูง แห่งนี้ ที่ท่านทั้งหลายได้ทราบว่าภาคอีสานนั้นเรามีจุดที่มีน้ำที่สูงที่สุดอยู่ที่อำเภอเชียงคาน ในแม่น้ำโขง และเรามีเขื่อนธรรมชาติคือแก่งคุดคู้ ในภาวะช่วงฤดูแล้ง น้ำโขงที่แก่งคุดคู้นั้น มีค่าระดับความสูงของแม่น้ำโขง ๑๙๗ เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และช่วงฤดูฝน ภาคอีสาน ก็มีความโชคดีครับ ก็เหมือนช่วงนี้ที่ท่านได้สังเกตครับ ภาคเหนือ ภาคอีสานเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ฤดูฝนน้ำกลับไปท่วมที่ภาคใต้ เนื่องจากว่าพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำโขงนั้น ด้านบนของ ประเทศไทยขึ้นไปมีพื้นที่รับน้ำที่ไหลลงแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ ๒ เท่าของประเทศไทย มีปริมาณน้ำค่าเฉลี่ย ๕๐ ปีย้อนหลังตามมาตรวัดที่อยู่ในแม่น้ำโขงของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทาน จากทางเชียงรายลงมาสุด ปรากฏว่าหลังจากที่จีนสร้างเขื่อนไปแล้ว ที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรีเสร็จแล้ว และจะสร้างเขื่อนหลวงพระบาง และอีก ๒ ตัว ซึ่งอยู่ในดินแดนของประเทศลาวนั้น สถิติที่ออกมาในหน้าแล้งปรากฏว่า น้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณสูงเพิ่มขึ้น ๔ เปอร์เซ็นต์ และช่วงฤดูน้ำหลากปรากฏว่าทำให้ลด ผลกระทบเรื่องน้ำท่วมของจังหวัดที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง ฉะนั้นการศึกษาของคณะกรรมาธิการ มีความเป็นไปได้สูง แต่จะต้องดูเรื่องเกี่ยวกับเขื่อนที่ใกล้กับประเทศไทยที่สุดก็คือเขื่อนของ ประเทศลาว เพราะว่าเวลาเขาปล่อยน้ำออกมา ซึ่งเขื่อนทุกตัวของจีนและลาวสร้างมา เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า บางครั้งเกิดน้ำขึ้นลงรวดเร็วขึ้น ฉะนั้นเรื่องลดผลกระทบตัวนี้ ทางของประเทศไทยเราก็จะต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าในการที่จะผันน้ำเข้ามาและช่วงน้ำ ฤดูกาลที่ต้องการน้ำว่ามันจะมีผลกระทบที่เราจะต้องศึกษาเพิ่มเติมอย่างไร ซึ่งการศึกษา ของคณะกรรมาธิการก็ได้มีข้อมูลที่ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าถ้าเราเจาะอุโมงค์ลอดภูเขา ที่จังหวัดเลย เจาะอุโมงค์ที่อำเภอเชียงคานมาทะลุที่บ้านดงมะไฟ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ความยาวอุโมงค์ประมาณ ๖๖ กิโลเมตร โดยประมาณ ซึ่งจากการศึกษาเดิมของ สทนช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาตินั้น ได้ศึกษาไว้ว่าจะเจาะ ทั้งหมดประมาณ ๑๗ อุโมงค์ แต่ละอุโมงค์กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ปากอุโมงค์ที่เจาะ ค่าระดับความสูงอยู่ประมาณ ๑๙๒-๑๙๕ เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ตัวปลายอุโมงค์ อยู่ค่าระดับความสูงประมาณ ๑๘๒-๑๘๕ เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีค่าความต่าง ในการที่เป็นท่อแรงดันประมาณ ๑๐ เมตร ก็คงจะต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าหลังจากขณะนี้ ที่อีไอเอ (EIA) หัวงานอุโมงค์แรกได้ผ่านแล้วเมื่อเดือนกันยายน ถ้าเรามีงบประมาณที่ จะทำได้นั้น อีก ๒ ปีก็น่าจะเริ่มเจาะอุโมงค์ได้ จากที่ทาง สทนช. และหน่วยงาน ไม่ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เพราะว่าพื้นที่ที่จะเจาะอุโมงค์ ลอดภูเขาจังหวัดเลยนั้น เป็นพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้นะครับ แต่ก็อีไอเอ (EIA) ผ่านแล้ว แล้วทางกรมชลประทานเท่าที่ทราบ ก็เตรียมการได้พอสมควรระดับหนึ่งในการที่จะเปลี่ยนแปลงงบประมาณในปี ๒๕๖๔ เพื่อไป ทำอีไอเอ (EIA) ระบบส่งน้ำ คำว่า ระบบส่งน้ำ คือจะต้องมีคลองเกิดขึ้นใหม่ครับ เพราะว่า เจาะอุโมงค์จากอำเภอเชียงคาน เพราะว่าแม่น้ำเลยซึ่งเป็นแม่น้ำที่น้ำไหลเข้าไหลออก โดยธรรมชาติอยู่แล้ว การที่เราเจาะอุโมงค์แล้วปล่อยให้น้ำโขงไหลเข้าแม่น้ำเลยมาผ่าน อุโมงค์นั้น เราไม่ต้องขออนุญาตกลุ่มคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเอ็มอาร์ซี (MRC) เนื่องจาก ในข้อตกลงเป็นการแจ้งเพื่อทราบแค่นั้น นี่เป็นข้อดีจากบริบทเดิมที่เป็นโขง ชี มูล กับโขง เลย ชี มูล นะครับ โขง ชี มูล ถ้าเราจะสูบน้ำ เราต้องขออนุญาต แต่ถ้าเป็นโขง เลย ชี มูล เราไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่แจ้งให้คณะกรรมการทราบแค่นั้นนะครับ นี่คือเป็นผลดี ที่แตกต่างกันจากบริบทเดิมนะครับ ทีนี้ถ้าเจาะอุโมงค์มาที่บ้านดงมะไฟ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา ทางคณะกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการนั้นก็ได้ไป ประชุมร่วมกับทางนายก อบต. ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องตำบลดงมะไฟนะครับว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แล้วก็ไปสอบถามใน ๒๐ จังหวัด ซึ่งใน ๒๐ จังหวัดนั้น พี่น้อง คนอีสานเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ตรงกลาง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นทะเลทราย เช่นจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ล้วนแต่มีความต้องการที่จะให้ โครงการนี้เกิดขึ้นนะครับ ถามว่ามีคนต่อต้านไหม ก็จะมีคนต่อต้าน เท่าที่ผมลงไปในรอบ ๑ ปี ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานสภาให้ท่านได้รับทราบ พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ด้วยนะครับว่าบางครั้งท่านอาจจะมองว่า ส.ส. หรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ทำไมอยู่ในห้องประชุมไม่ครบ ๕๐๐ ท่าน เพราะว่า ส.ส. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัตินะครับ ท่านทั้งหลาย ผู้ชมทางบ้าน ผู้ฟังทางบ้านนะครับ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นก็ตามปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะเจาะจงลงไป ทำให้ภาพที่อยู่ในสภาท่านอาจจะมองภาพว่าผู้แทนราษฎรอยู่ไม่ครบ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เหมือนกันกับทางคณะกรรมาธิการที่ไปศึกษาเพื่อมารายงานต่อสภา เพื่อรายงานต่อ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับว่าอย่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบที่สภาผู้แทนราษฎร ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศนั้น เราก็ได้ศึกษาแต่ละภาค ผมศึกษาของภาคอีสานในการที่จะผันน้ำ แล้วทีนี้ได้พูดถึงว่าคนอีสานทั้งหมดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ถือว่าตามที่ลงไปนะครับ คนที่ไม่เห็นด้วยผมก็คาดว่าขณะนี้ถ้ายกเว้นตรงหัวงาน หัวงานคือที่เจาะอุโมงค์ ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยนั้น ผมเห็นคนที่ไม่เห็นด้วยไปถือป้าย ยกป้ายคัดค้านอยู่ ทั้งหมด ๘ คน ก็รายงานต่อสภาด้วยนะครับว่ามีคนคัดค้าน ทางคณะกรรมาธิการที่เป็น ฝ่ายนิติบัญญัติที่ลงไป ก็มีคนคัดค้านไม่เห็นด้วยในการที่จะผันน้ำไหลอาบภาคอีสานมีอยู่ ๘ คนในขณะนี้ ฉะนั้นการที่จะผันน้ำเจาะอุโมงค์มาทะลุที่บ้านดงมะไฟนั้น ที่บ้านดงมะไฟ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. เกษตรกรที่ประกอบอาชีพมีเอกสาร ส.ป.ก. และมีเอกสารใบ ภ.บ.ท. ๕ แค่นั้นนะครับ ทั้งตำบลเขาเห็นด้วยนะครับ ทั้งตำบลเห็นด้วย แล้วเขาก็มีข้อกังวลเป็นห่วงว่าเจาะอุโมงค์ มาแล้ว ที่จังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภูเขาจะได้ใช้น้ำไหมนะครับ ปรากฏว่าค่าระดับ ความสูงในช่วงฤดูน้ำหลาก ตรงปลายอุโมงค์มันอยู่ประมาณ ๑๘๒-๑๘๕ เมตร มีบางพื้นที่ หลายพื้นที่ของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภูที่อยู่สูงเกินกว่า ๒๐๐ เมตร ทางกรรมาธิการก็ได้มีการประชุม แล้วก็มีความคิดเห็นว่าในพื้นที่ที่ไม่สามารถ เป็นระบบกราวิตี (Gravity) ได้นั้น ก็ควรที่จะแบ่งเป็น ๒ ระดับ ระดับที่จะต้องสูบน้ำ ยกเฮด (Head) ขึ้นไปประมาณ ๔๐ เมตร และระดับพื้นที่ที่จะต้องสูบน้ำยกขึ้นไปอีก ๘๐ เมตร เป็น ๒ อย่างนะครับ แต่ว่าจากการศึกษานั้น ทางกรรมาธิการก็มีความคิดเห็นว่า ในเมื่อประเทศไทยเรานั้นก็มีโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ไม่ว่าเรื่องรถไฟ ความเร็วสูง เรื่องคมนาคม แต่เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เรื่องน้ำของภาคอีสานนั้น และภาคต่าง ๆ นั้น เท่าที่ผ่านมาแทบจะไม่มี ทางคณะกรรมาธิการก็มีความคิดเห็นว่า ในพื้นที่ที่สูงขึ้นไปประมาณ ๔๐ เมตร และ ๘๐ เมตร ก็ควรที่จะสูบน้ำส่งขึ้นไปให้พื้นที่ต่าง ๆ ให้ทั่วถึงทุกอำเภอนะครับ ทีนี้คลองหัวงานที่เจาะอุโมงค์มาทะลุที่บ้านดงมะไฟแล้วนั้น ก็จะต้องขุดคลองขึ้นมา คลองที่ขุดขึ้นมายาวทั้งหมด ๒,๒๑๒ กิโลเมตรนั้น ซึ่งเป็นคลองเมน (Main) หลักนะครับ บริเวณที่ขุดคลองบ้านดงมะไฟนั้นก็จะมีความกว้างของคลองประมาณ ๑๕๐ เมตรโดยประมาณ คลองยาวทั้งหมด คลองเมน (Main) นั้น ๒,๒๑๒ กิโลเมตร ก็จะแยกเป็น ๓ โซน (3 Zone) นะครับ โซน (Zone) ที่อยู่ติดกับทางแม่น้ำโขง โซน (Zone) แกนกลางของภาคอีสานและโซน (Zone) ทางบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ คลองที่ขุดมาใหม่ ยาว ๒,๒๑๒ กิโลเมตร จะขุดมาบริเวณสันปันน้ำ คำว่า สันปันน้ำ คือที่ดอนที่สูง ที่แบ่งน้ำ ระหว่าง เช่น แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี จุดที่สูงที่สุดที่แบ่งน้ำเรียกว่าสันปันน้ำ จากการที่ศึกษา ก็คงจะพูดถึงน้ำนอกแผ่นดินก่อน แล้วจะพูดถึงเรื่องน้ำในแผ่นดิน ที่จะแก้ไขเป็นปัญหาน้ำ ในแผ่นดินของภาคอีสานนะครับ ของน้ำนอกแผ่นดิน คลองที่ขุดมาใหม่จะอยู่บริเวณ สันปันน้ำคือที่สูงในแผ่นดินของภาคอีสาน ๖ คลอง เมน (Main) หลักนะครับ ทำไมจะต้อง ขุดบริเวณในที่ดอน ที่สูง ทำไมไม่เอาลงสู่ลำน้ำหลัก เช่น แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำ สงคราม เนื่องจากว่าถ้าเราผันน้ำมาแล้วโดยระบบกราวิตี (Gravity) คือเราไม่ต้องใช้พลังงาน หรือไม่ต้องเสียค่าไฟ เราโชคดีกว่าจีนครับ จีนเขาได้สูบน้ำ ๗-๘ ทอด เพราะว่าฝนส่วนใหญ่ ตกอยู่ภาคใต้ เขาสูบขึ้นไปภาคกลาง ภาคเหนือ แต่ของภาคอีสานเรา เราไม่ต้องสูบครับ ถ้าเจาะอุโมงค์แล้วเป็นกราวิตี (Gravity) คลองนี่ เนื่องจากว่าภาคอีสานจุดต่ำที่สุดที่คลอง จะไปอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร คลองที่จะไปนั้น จุดแม่น้ำโขงตรงนั้นก็มีค่าระดับความสูง ประมาณ ๑๐๑ เมตร ฉะนั้นค่าระดับความสูงจากที่สูงที่สุดของภาคอีสานสู่จุดต่ำที่สุด ของภาคอีสานนั้นก็จะมีค่าความต่างประมาณ ตัวเลขกลม ๆ ท่านทั้งหลายครับ ๑๐๐ เมตร ใน ๑๐๐ เมตร จะเป็นการเราปล่อยน้ำโดยระบบกราวิตี (Gravity) ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ ในพื้นที่ภาคอีสาน ๕๗.๗๕ ล้านไร่ ถ้าทำโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูลเสร็จ ก็จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานในภาคอีสานเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ตัวเลขบอก ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าฝนทิ้งช่วง ไม่มีน้ำเลย ก็จะมีน้ำไหลเกือบตลอดปี ที่ครอบคลุมเกือบตลอดปี เพิ่มขึ้นอย่างน้อยที่สุดประมาณ ๓๑ ล้านไร่ เรามีระบบ ชลประทานเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีน้ำไปเติม ฉะนั้นความอุดมสมบูรณ์จะกลับคืนมาสู่ ภาคอีสานนะครับ ภาคอีสานถือว่ามีความโชคดีมากกว่าทุกภูมิภาค ทีนี้คลองส่งน้ำหลัก คลองเมน (Main) ๒,๒๑๒ กิโลเมตรนั้น ก็จะมีคลองแยกเมน (Main) คลองซอย และคลองไส้ไก่ อีกประมาณ ๘,๖๐๐ กิโลเมตร ตัวเลขกลม ๆ นะครับ เพื่อที่จะให้ ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ส่วนพื้นที่ที่มีค่าระดับความสูงเกินกว่าที่จะเป็นระบบกราวิตี (Gravity) ได้นั้น ก็จะมีระบบสูบน้ำ หน่วยงานหลักที่จะดูแลก็คงจะเป็นกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังศึกษาลงไปว่าน้ำที่ไปสู่พื้นที่ ทำการเกษตรปัจจุบันนั้นภาคอีสาน ปรากฏว่ามีหลายพื้นที่ที่กันดารน้ำจนกระทั่งน้ำประปา ของโรงพยาบาลยังไม่มีใช้ อีกทั้งน้ำที่มาทำแหล่งน้ำดิบของการประปาก็เต็มไปด้วยสารพิษ เช่นโลหะหนัก เนื่องจากว่าประปาส่วนภูมิภาคจะแตกต่างจากประปานครหลวงอย่างมาก อย่างกรุงเทพมหานครใช้ของประปานครหลวง มีแหล่งน้ำดิบ แหล่งน้ำต้นทุนที่เพียงพอ และไม่ต้องสูบไกล ไม่ต้องส่งไกล แต่ว่าในส่วนภาคอีสานนั้นมีหลายอำเภอในรอบ ๑๐ ปี ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นขนาดนั้น แต่เป็นตัวเลขที่หน่วยงานการประปาส่วนภูมิภาคได้ส่งมาให้ คณะกรรมาธิการนะครับว่ามีอยู่ ๒ อำเภอ ๒ แห่ง แล้วก็อีกหลายอำเภอที่มีตัวเลขที่ไม่มี แหล่งน้ำ และไม่มีน้ำประปาที่ไหลได้ตลอดปี อย่างเช่นมากที่สุดที่อำเภอเกษตรวิสัย ไม่มี น้ำประปาที่ไหลตลอดปีอยู่ ๖ ปี ในรอบ ๑๐ ปี รองลงมาก็จะเป็นอำเภอสุวรรณภูมิ และหลายอำเภอ มากหลายอำเภอเหมือนกันนะครับ ท่านทั้งหลายครับ และทีนี้ปัญหาหนึ่ง เนื่องจากว่ากรรมาธิการลงไปทุกจังหวัด ก็ได้ศึกษาและได้ข้อมูลว่าส่วนของประปาอย่างเช่น อำเภอพยัคฆภูมิพิสัยนั้น ต้องสูบน้ำดิบจากแม่น้ำมูลมาทำประปานะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอประท้วงกรรมาธิการ ที่พูดฟุ่มเฟือย ผิดข้อบังคับ แล้วก็วกวนด้วยครับ ใช้เวลานานมากครับ🔗
เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ เพื่อจะได้ผู้ที่จะอภิปราย ๑๗ ท่าน ได้มีเวลาตั้งหลักว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไร เพื่อว่าจะได้ไป รับประทานอาหารเสียก่อน รายชื่อ ขออนุญาตนะครับ พอจะประเมินเวลาได้ไหมครับ จะใช้ เวลาอีกประมาณเท่าไร เพื่อว่าผู้อภิปราย ๑๗ ท่าน จะได้ตั้งหลักว่าไปรับประทานอาหาร เสียก่อนเข้ามา แต่ว่าก็เป็นสิทธิเขานะครับ ข้อทักท้วงก็ถือว่าเขาก็มีสิทธิที่จะชี้แจง แต่ที่ ผมได้เรียนไว้เบื้องต้นแล้วว่าอย่างไร ประเด็นใดที่เห็นว่าสามารถสรุปได้ก็สรุปนะครับ ถ้ามีซ้ำในเอกสารอยู่ เพราะว่าคงต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์จริง ๆ ครับ เชิญท่านต่อ เถอะครับ แต่ว่าน่าจะพอสมควรแล้วนะครับ เดี๋ยวผู้อภิปรายต่อจะได้ต่อ🔗
ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านประธาน ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐครับ ขอประท้วงท่านประธานเรื่องการควบคุมการประชุมนะครับ เนื่องจากว่าตามปกติการนำเสนอ รายงานของกรรมาธิการก็จะมีเป็นเอกสารอยู่แล้ว ซึ่งสมาชิกก็จะได้อ่าน แล้วก็จะมีข้อสังเกต ที่จะส่งให้รัฐบาล แต่การที่มีการอภิปรายของกรรมาธิการ ผมว่ามันอาจจะไม่ใช่แนวทาง ปฏิบัติโดยการประชุมตามปกติที่เราใช้มานะครับ แล้วก็ประกอบกับวันนี้ก็จะมีวาระสำคัญ คือกฎหมายอีก ๒-๓ ฉบับที่จะเข้า ก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการพิจารณาเรื่องรักษาเวลา เพื่อให้สมาชิกได้ลงมติ พ.ร.บ. ต่อไปด้วยครับ🔗
รับข้อประท้วงนะครับ ความจริงก็ไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไรครับ แต่ว่าต้องขอความร่วมมือ ที่ผมเรียนไว้ตั้งแต่ต้นนะครับ ขอความร่วมมือ ถ้าเราพูดไปโดยคนละครึ่งชั่วโมง หรือคนละ ๔๐ นาที เราไม่สามารถ พิจารณาเรื่องอื่นได้เลย เพราะฉะนั้นกรุณาฟังข้อประท้วง แล้วก็พยายามสรุปนะครับ เชิญต่อครับ🔗
ก็เนื่องจากว่าเราลงไปพื้นที่ที่มาก ก็อยากพยายามที่จะสื่อสารให้ท่านเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจในบริบทของการศึกษา เพราะว่า ภาคอีสานกว้างใหญ่ไพศาลมากนะครับ🔗
ครับ ผมขอบคุณในเจตนา ดีครับ แต่ว่าเรามีเวลาจำกัดนะครับ🔗
เนื่องจากว่าสภาจะต้องใช้เวลา อันจำกัดนะครับ ก็มีข้อสรุปว่าโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบการผันน้ำ น้ำนอกแผ่นดิน ก็ควรเร่งรัดในการที่จะดำเนินการ เพราะว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการที่จะก่อสร้าง และกว่า จะทำอีไอเอ (EIA) ออกแบบ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ใช้เวลาอย่างน้อย ๒-๓ ปี ถ้าเร่งรัดได้ ภายในระยะเวลาสัก ๑๐ ปี หรือ ๑๒ ปี ก็น่าจะเป็นผลดีต่อภาคอีสานในการผันน้ำ ส่วนน้ำ ในแผ่นดินนั้นก็คงจะต้องพัฒนาแก้มลิงที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ เนื่องจากว่าปีหนึ่งฝนตก ในภาคอีสานประมาณ ๔๖,๐๐๐ ล้านคิว แต่ว่าเราขาดน้ำ ๓๐,๐๐๐ ล้านคิว เนื่องจากว่า ฝนมันไปตกอยู่จังหวัดที่ติดกับแม่น้ำโขงและไหลลงแม่น้ำโขง ฉะนั้นเรื่องน้ำในแผ่นดิน และน้ำนอกแผ่นดิน ก็อยากจะให้ดำเนินการจากการศึกษา เพราะว่าเป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องในภาคอีสานอย่างมาก เพราะว่าขาดแคลนและมีรายได้ที่ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ส่วนของประปา ทางคณะกรรมาธิการก็ได้มองเห็นภาพว่า น่าจะให้การประปางดส่งรายได้เข้าคลังสัก ๓ ปี เพื่อที่จะเอารายได้ของการประปาซึ่งปีหนึ่ง ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ไปพัฒนาแหล่งน้ำดิบ ไม่ว่าอยู่ทาง ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ที่มีปัญหาวิกฤติ อย่างเช่น ในเกาะสมุยหรือในภาคอีสาน ในการที่จะนำงบประมาณซึ่งไม่เพียงพอ อาจจะงดสัก ๓ ปีในการที่จะส่งเงินเข้าคลัง เป็นงบประมาณ คือเอาเงินที่เป็นรายได้ของการประปาไปพัฒนาในระบบประปา เพราะว่า บางแห่งนั้นก็ต้องรายงานต่อสภา อย่างเช่น โรงพยาบาลอำเภอเกษตรวิสัยนั้น ไม่สามารถ ที่จะใช้น้ำบาดาลได้เนื่องจากน้ำบาดาลมีโลหะหนักมาก ตอนนี้พี่น้องในภาคอีสาน เมื่อสักครู่ ที่ผมพูดถึงประปา อย่างเช่นนครพนมเหมือนกันนะครับ เนื่องจากว่าประปาไม่สามารถ ขับโลหะหนักจากผงซักฟอกออกจากน้ำดิบที่มาทำประปาได้ ทำให้คนอีสานนั้นมีปัญหา การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น จริง ๆ แล้วสภาน่าจะต้องศึกษาในระบบเรื่องสุขภาพ เรื่องการคงอยู่ สุขภาพของคนไทยทั้งประเทศด้วย เรื่องผลกระทบจากการใช้น้ำ ซึ่งการศึกษามันก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ฉะนั้นกรรมาธิการครับ ถ้าท่านสงสัย ในประเด็นพื้นที่ต่าง ๆ ท่านค่อยถาม แล้วผมก็จะชี้แจงให้ท่านทราบในพื้นที่ต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ประเดี๋ยวคงจะต้องชี้แจง อีกทีนะครับ เพราะฉะนั้นช่วงต้นตอนสรุปรายงานก็เพียงแต่สรุป แต่ผมขอสลับก็แล้วกันนะครับ เพื่อสมาชิกจะได้ไม่มีปัญหา เชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล อภิปรายนะครับ สอบถามครับ แล้วก็ กรรมาธิการจะชี้แจงอะไรก็ชี้แจงต่อไปครับ เชิญคุณอนุรักษ์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ ลุ่มน้ำทั้งระบบ มีความสำคัญมากเลยทีเดียวค่ะ และในวันนี้จากที่ดิฉันนั่งเฝ้ามาตั้งแต่ ๐๙.๐๐ นาฬิกา จน ณ บัดนี้ เรื่องของน้ำท่วมที่ภาคใต้ ซึ่งหวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้นั้น ลุ่มน้ำปากพนัง ลุ่มน้ำตาปี ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำอื่น ๆ ในภาคใต้นั้น จะนำมา ซึ่งการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ขณะนี้มวลน้ำมหาศาลจากฝนตกหนักท่วมภาคใต้ พี่น้องประชาชนในภาคใต้ทุกหัวระแหงเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสค่ะ ท่านประธานคะ มวลน้ำมหาศาลเท่าใด มวลแห่งความร้ายแรงจากน้ำท่วมยิ่งมหาศาลเท่านั้น พี่น้องปักษ์ใต้ ยิ่งเดือดร้อนมากขึ้นเท่านั้น ดิฉันร้องขอไปที่รัฐบาลให้แก้ปัญหาช่วยพี่น้องประชาชนทุกมิติ ด้วยความห่วงใยจากฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ รักพี่น้องชาวปักษ์ใต้ ด้วยใจบริสุทธิ์ค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาแล้วนั้น งบประมาณในการบริหารจัดการน้ำ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่าอีสานบ้านดิฉันนั้นยังไม่ได้รับ การแก้ไขอย่างไรเลย แม้กระทั่งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร ที่ดิฉันเพียรพยายามที่จะลดความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน เกษตรกรนั้น ต้องบอกว่าการขับเคลื่อนในระบบงบประมาณนั้น ยังไม่เป็นมรรคเป็นผลเท่าที่ควร ดิฉันจึงนั่งรอด้วยความใจจดใจจ่อ แม้นว่าจะ ๔ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมง ตั้งแต่เมื่อวานนี้ทั้งวันก็รอเพื่อที่จะขออภิปรายเรื่องนี้ เพราะว่าน้ำคือชีวิต ไม่มีน้ำ กระดูกสันหลังของชาติเหลือเพียงซากชีวิตเท่านั้นค่ะ น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว จึงเป็นสิ่งที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และชุมชนในลุ่มน้ำ โดยเฉพาะบ้านดิฉันค่ะ ลุ่มน้ำสงคราม แต่ก่อนนั้นมีเฉพาะโขง เลย ชี มูล เท่านั้นค่ะ ดิฉันร้องขอให้กรรมาธิการเพิ่ม โขง เลย ชี มูล และสงครามเข้าไปด้วยค่ะ และลำน้ำยาม แม่น้ำสงคราม ๔๑๐ กิโลเมตร ๑๐ ปีที่แล้ว ท่านประธานจำไม่ได้หรอกค่ะว่าท่านประธานถามผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงซึ่งเป็น ครูบ้านนอกพูดเรื่องแม่น้ำสงคราม หลังจากอภิปรายในสภาเสร็จเดินผ่านท่านประธานชวน นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย คนนี้ ท่านถามว่าแล้งมากเลยหรือหนูที่อีสาน ดิฉันจำคำของท่าน อยู่ในหัวใจตลอด และคำคำนี้อีสานจะไม่แล้งต่อไป แม้กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรีชวนยังห่วง แล้งของอีสาน ๑๐ ปีที่แล้วค่ะ ดิฉันยังจำอยู่ แล้ววันนี้เมื่อลุ่มน้ำต่าง ๆ ดิฉันรอคอย ด้วยความใจจดใจจ่อ นานเท่าไรก็รอค่ะ แม่น้ำสงคราม ๔๑๐ กิโลเมตร ลำน้ำยาม ๒๐๐ กิโลเมตร บ้านดิฉันค่ะ อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเจริญศิลป์ ดิฉันเห็นการศึกษา ของกรรมาธิการอย่างละเอียด ละเอียดนะคะ แล้วก็เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน ทั้งด้าน นโยบายบนพื้นฐานของความเป็นจริงมากที่สุด ลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม ดิฉันฟัง ท่านกรรมาธิการซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม ที่จะขุดอุโมงค์มาขึ้นที่บ้านดงมะไฟ จังหวัดหนองบัวลำภู ดิฉันเคยถามนอกรอบกับ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ว่าอุโมงค์แห่งนี้จะใช้งบประมาณถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปโผล่ที่บ้านดงมะไฟ จังหวัดหนองบัวลำภู จะถึงบ้านดิฉันไหมคะ แม่น้ำสงคราม ๔๑๐ กิโลเมตร ก็คงอยู่ประมาณสักเกือบ ๒๕๐ กิโลเมตร แล้วท่านก็บอกว่าคลองส่งน้ำ ๒,๒๑๒ กิโลเมตร มันเป็นความหวังที่สว่างไสวในใจของผู้แทนราษฎรบ้านนอกคนนี้ ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนบ้านดิฉันมีน้ำ ดิฉันพูดตลอดว่าน้ำคือชีวิต ถ้าไม่มีน้ำ กระดูก สันหลังของภาคอีสานจะเหลือเพียงซากชีวิตเท่านั้น ดิฉันถามกรรมาธิการว่าได้ศึกษา รากเหง้าของความต้องการน้ำหรือไม่ อย่างไร แล้วจะมีการตอบสนองต่อการบริหาร จัดการน้ำจากงบประมาณอย่างไร ในเมื่อดิฉันร้องขอมาในคราวครั้งนั้นที่เดินผ่านกับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ตรงนั้นที่ ๑๐ กว่าปี ที่แล้วดิฉันร้องขอฝายกั้นลำน้ำยาม บ้านโนนสร้างไพร ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงเวลานี้คนที่อุทิศที่ดินบริเวณนั้นเสียชีวิตหลายปีแล้ว แต่เมื่อผู้ใหญ่บ้าน สั่งภรรยาและลูกไว้ว่าตราบใดที่มีฝายกั้นน้ำตรงนี้นั้น ยังขอให้อุทิศที่ดินต่อไปแม้นเขาจะจาก โลกนี้ไปแล้ว ภรรยาเขาถามค่ะ ลูกเขาถามว่าเมื่อไรฝายชะลอน้ำที่บ้านโนนสร้างไพร ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จะเกิดขึ้น ปีที่แล้วทราบว่าเข้าในเล่มขาวคาดแดง แต่ปีนี้หายไปค่ะ ดิฉันถามเรื่องของอุโมงค์น้ำด้วยค่ะว่า จะถึงบ้านดิฉันหรือไม่ และจะมีประโยชน์ทั้งประเทศอย่างไร อีสานแล้ง ๗ เดือน จะได้ประโยชน์ อะไรบ้าง ดิฉันรอคอยอย่างมีความหวังและยังตราตรึงใจในคำถามของท่านประธานชวน เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วในเรื่องของน้ำและภาคอีสาน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ กรรมาธิการ เก็บข้อมูลไว้ตอบด้วยนะครับ ขออนุญาตท่านอนุชา น้อยวงศ์ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขต ๓ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ🔗
ครับ🔗
ผมอยากจะหารือท่านประธานว่า คณะเราอยู่อีก ๓ ลุ่มน้ำ ผมอยากจะให้คณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ ลุ่มน้ำได้ชี้แจงทำความเข้าใจ แล้วก็ให้ท่านสมาชิกได้โน้ตไว้ว่าเตรียมจะสอบถามอย่างไร และเราได้ตอบเรียงเป็นลุ่มน้ำ ไปเลยนะครับ น่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดท่านประธานครับ🔗
ผมคิดว่าจะสลับครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นประธานจะถูกประท้วง เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ผมได้ขอพวกเราว่า ให้พยายามสรุป แต่ปรากฏว่าสมาชิก ๒ ท่านก็ประท้วงผมว่ามีการอภิปรายที่ยาว ผมก็เลย คิดว่าจะสลับเพื่อว่ากรรมาธิการจะได้จดประเด็นไว้ เมื่อตอนชี้แจงจะได้หยิบประเด็นนี้ มาตอบไปพร้อมกัน เชิญท่านอนุชาเถอะครับ ท่านละไม่เกิน ๗ นาที เพราะอันนั้นไม่มีปัญหา เลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็น ๑ ในโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และเป็นโฆษกคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย มีความประสงค์ จะขออภิปรายครับ ท่านประธานที่เคารพ เอกสารที่นำมาเสนอต่อสภา ผมนำเรียนว่า ตลอดเวลาที่ผมเป็นกรรมาธิการร่วมด้วย ผมเคยนำบทความของสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) เป็นเอกสาร มอบให้กับคณะเลขานุการนะครับว่าถ้าคุณทำเอกสารเล่มนี้มาขอให้นำ บทความนั้นมาด้วย แต่ก็ไม่ได้นำมา ฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่าเอกสารนั้น มีความหมายว่าอย่างไรบ้าง คือว่าโลกเสี่ยงวิกฤติ ถ้าไม่ปฏิรูปเรื่องน้ำตั้งแต่ปี ๒๕๗๓ ที่จะถึงนี้ สภาวะของโลกจากการวิเคราะห์ของสหประชาชาติ คือน้ำจืดในโลกจะหายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน จะหายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าวันนี้สิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎรต้องจัดทำเร่งด่วนก็คือการบูรณาการน้ำทั้งระบบ ๑๐ ปีที่จะถึงนี้มันไม่นาน โครงการใหญ่ ๆ ที่เสนอต่อสภาผมคิดว่าบางโครงการทำ ๑๐ ปียังไม่จบเลย ฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ถึง ๓ สมัย เคยเป็นเทศมนตรีในเทศบาลด้วย ฉะนั้นปัญหาของจังหวัดของผมผมทราบดี ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดพิษณุโลกมีลุ่มน้ำใหญ่อยู่ ๒ ลุ่มน้ำที่เป็นแม่น้ำสาขาหลัก ของประเทศก็คือแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม🔗
แม่น้ำน่านมีความสมบูรณ์พูนสุข พี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำนั้นได้รับการจัด ชลประทานอย่างสมบูรณ์แบบนะครับ เพราะเรามีเขื่อนสิริกิติ์ มีเขื่อนนเรศวรคอยกักกั้น คอยปล่อยน้ำเป็นระยะ ทุกวันนี้ก็มีการร้องเรียนบ้างเนื่องจากน้ำไม่ค่อยพอในการทำ ชลประทาน แต่ก็ยังดีกว่าที่อื่นครับ ยังดีกว่า เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในลุ่มน้ำนั้น มีความสมบูรณ์พูนสุข🔗
อีกลุ่มน้ำหนึ่งคือลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำยมไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เลย ความใฝ่ฝัน มาโบราณกาลก็คือจะมีเขื่อนแก่งเสือเต้นก็มีไม่ได้ ปัจจุบันนี้กรรมาธิการได้มีความคิด จะทำฝายถึง ๑๒ ตัวกั้นลำน้ำ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน สำหรับฝายที่จะกั้น น้ำยมถึง ๑๒ ตัวที่ก่อนจะถึงจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผมเชื่อว่าปี ๒๕๗๓ อีกไม่นานนี้ จังหวัดของผมต้องทนลำบากเรื่องน้ำอย่างมหาศาล แม้แต่ทุกวันนี้เองบางหมู่บ้านในเขต ห่างไกล เช่นอำเภอเนินมะปราง น้ำที่เคยใช้มาบริโภคเริ่มลดต่ำลงจนปีนี้ อย่าว่าแต่ทำ การเกษตรเลย น้ำจะกินยังมีหรือเปล่าไม่ทราบ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดพิษณุโลก ยังมีน้ำสาขาเล็ก ๆ ซึ่งมาเชื่อมต่อกับแม่น้ำน่านอีก ๓ สาย ก็คือ ๑. แม่น้ำแควน้อย ซึ่งปัจจุบันนี้มีเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน สร้างความดีงาม สร้างความผาสุกให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ลุ่มน้ำนั้นอย่างยิ่งเพราะเรามีเขื่อนนะครับ พี่น้องประชาชนได้ทำการชลประทาน ไม่มีการน้ำท่วมนะครับ🔗
อีกแม่น้ำหนึ่งคือแม่น้ำวังทอง ท่านประธานที่เคารพ แม่น้ำนี้มีชื่ออีกชื่อหนึ่ง ก็คือแม่น้ำเข็ก ต้นน้ำมาจากอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์นะครับ ทางกรมชลประทานก็มี แผนงานทำโครงการถึง ๓ จุด คือ ๑. อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ตำบลนครไทย อีกจุดหนึ่งก็คือ ที่ตำบลบ้านแยง ซึ่งอยู่ในอำเภอนครไทย และอีกจุดหนึ่งก็อยู่ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง ผมก็มีความฝันว่าถ้าชลประทานได้ทำแล้ว ลุ่มน้ำนี้จะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เพราะปีที่ ผ่านมานะครับท่านประธาน ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิด มาก่อนเลย สร้างความเสียหายอย่างนับไม่ได้นะครับท่านประธาน วันนี้กรมชลประทาน ผมกราบขอความกรุณาผลักดันทั้ง ๓ อ่างเก็บน้ำ เพื่อจะผันน้ำด้วย สามารถผันน้ำไปยัง ตำบลดินทอง ตำบลหนองพระ แล้วไปยังตำบลแม่ระกา ซึ่งมีความยาวถึง ๗๗ กิโลเมตร แม่น้ำนี้ไปลงแม่น้ำน่านที่อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ท่านประธานที่เคารพ แล้วมาถึงปัญหา ที่ยิ่งใหญ่ของผมในการอภิปรายวันนี้ มีโครงการอยู่โครงการหนึ่ง ชื่อโครงการอ่างเก็บน้ำ คลองชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำริตั้งแต่ ปี ๒๕๒๐ ผ่านมา ๔๓ ปีแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรสักเรื่องหนึ่ง ยังบูรณาการการสร้างอะไรไม่ได้ โครงการนี้ถ้าได้บูรณาการแล้วจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องถึง ๒ อำเภอ เช่น อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง แล้วพี่น้องชาวจังหวัดพิจิตรอีก ๒ อำเภอ คืออำเภอสากเหล็ก และอำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็น ส.จ. ในเขตพื้นที่ต้นน้ำนั่นละครับ เรียกตำบลชมพู ผมอยู่ที่นั่น ๑๐ กว่าปี ผมรู้หมดว่าเบื้องหลังการถ่ายทำของการต่อต้านเขื่อน มันเป็นอย่างไรนะครับท่านประธาน ประเทศเรานี่ก็แปลก ลุ่มน้ำชมพูนี่มีพี่น้องประชาชน เกี่ยวข้อง ๒๐๐,๐๐๐ คน บวกทุก อบต. ไปแล้ว ผมบวกตัวเลขทั้ง ๔ อำเภอ บวกไป หมดแล้วนะครับทั้ง ๒ จังหวัด ติดขัดในการประชาคมของคนแค่ ๓๐๐ คน ติดขัดแค่ ๓๐๐ คน คือหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ตำบลชมพู ชาวบ้านที่นั่นผู้ต่อต้าน นับหัวแล้วไม่เกิน ๓๐๐ คน รวมหัวกันขัดขวางไม่ให้ประชาคมครับ ชลประทานก็ทำอะไรไม่ได้จะไปประชาคม ตำบลชมพูมีพี่น้อง ๑๕ หมู่บ้าน ๑๓ หมู่บ้านผ่านการประชาคม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อยากให้ทำ อีก ๒ หมู่บ้านทำไม่ได้ อยากจะให้ทางการเข้าไปตรวจสอบเบื้องหลังการต่อต้านเขื่อน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะครับ โครงการดังกล่าวนี้ หากท่านผู้ใดมีส่วนสนับสนุนจะเป็นบุญกุศล เพราะมันเป็นโครงการสืบสานพระราชปณิธานอันสูงส่งของรัชกาลที่ ๙ นะครับ ขอให้ กรมชลประทานดำเนินการจัดการประชาคมให้เรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพ ๓๐๐ คน ที่ต่อต้าน ๒๐๐,๐๐๐ คนให้เดือดร้อน สุภาษิตอังกฤษเขาบอกว่าอย่างไรครับ อิฟ ยู ไทร์ ทู พลีส เอฟเวรีวัน ยู วิล เอนด์ อัป พลีสซิง โน วัน (If You try to please everyone You will end up pleasing no one) ก็คือถ้าคุณจะทำอะไรให้ถูกใจคนทั้งหมด สุดท้าย คุณจะจบลงด้วยไม่ได้ทำให้ใครถูกใจแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะตามใจ คนทั้ง ๒๐๐,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ผมขอปิดการอภิปรายเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ อนุญาต เกินเวลา ไปเล็กน้อยนะครับ ไม่เป็นไร ทั้งหมดมี ๑๘ ชื่อนะครับ ผมสลับเพราะว่าขออีก ๒ ท่าน แล้วหลังจากนั้นจะให้กรรมาธิการที่มีความประสงค์จะชี้แจงได้ชี้แจง แต่ว่าขอความร่วมมือ ในการสรุปเพื่อไม่ให้ยาวเกินไป มิฉะนั้นสมาชิกจะประท้วงอีกครับ ๒ ท่านต่อไป ผมอ่าน รายชื่อนะครับว่าที่เสนอมาแล้วฝ่ายค้าน ๑๐ ท่าน คุณอนุรักษ์ได้อภิปรายแล้ว ต่อไปจะเป็น คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ คุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล คุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นายนิยม เวชกามา นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ฝ่ายรัฐบาล ๘ ท่าน ท่านอนุชา อภิปรายแล้วครับ จากนั้นจะเป็น ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข นายสัญญา นิลสุพรรณ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายนริศ ขำนุรักษ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รวมทั้งหมด ๑๘ ท่าน ขอตกลงกันว่า เท่านี้นะครับ ไม่เสนอมาแล้ว เพื่อแต่ละฝ่ายจะได้เตรียมเวลาได้ ต่อไปท่านณัฐวุฒินะครับ หลังจากนั้น ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี แล้วผมจะอนุญาตให้กรรมาธิการท่านได้ อภิปรายต่อครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ก่อนอื่นในนามของพรรคก้าวไกล เราขออนุญาตที่จะส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาวใต้ทุกท่านนะครับ เมื่อวานทีมงานของพรรคก้าวไกลเองก็นั่งติดตามสถานการณ์ ทั้งในแง่ของน้ำท่วม ทั้งในแง่ ของการเข้าถึงสาธารณูปโภค อุปโภคต่าง ๆ ทั้งในแง่ของการตัดไฟ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมี การตัดไฟในพื้นที่ของนครศรีธรรมราช และบางส่วนของอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ในวันนี้ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเอง คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็จะนำทีมของพรรคก้าวไกลลงไปติดตาม สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ผมขออนุญาตที่จะส่งกำลังใจที่เราจะต้องเดินก้าวข้าม เหตุการณ์เหล่านี้ไปด้วยกันครับ ท่านประธานครับ ในนามของพรรคก้าวไกลเอง ผมเองเป็น ผู้ที่รับผิดชอบในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด แล้วก็ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งกินอาณาเขตรวมถึงจังหวัดที่ผมอยู่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองด้วย ผมมีอยู่สัก ๕-๖ ประเด็น ด้วยกันครับ🔗
ในประเด็นที่ ๑ เลยที่ผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องขอคำอธิบายจาก ท่านกรรมาธิการก็คือว่าเวลาที่ท่านพูดถึงการบริหารจัดการน้ำ และท่านพูดถึงเรื่องของ การให้การในระดับนโยบายกับระดับปฏิบัติการ ถ้ามีหน่วยที่เรียกว่าโพลิซีเมเกอร์ (Policy Maker) ถ้ามีหน่วยที่เรียกว่าโอเพอเรเตอร์ (Operator) แน่นอนครับ ไม่มีเวลามากพอ ที่จะมาดีเบต (Debate) หรือแลกเปลี่ยนกับท่านว่าโพลิซีเมเกอร์ (Policy Maker) นั้น ควรจะเป็นระดับใด แต่ใน ๒ คำนี้เราจะไม่เห็นหัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจะ ไม่เห็นหัวของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในลุ่มน้ำเหล่านั้นนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีกำลัง มีผล มีประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาว่าการบริหารจัดการในพื้นที่ ทั้งในแง่ ของการป้องกัน ในแง่ของการใช้น้ำนั้นควรจะเป็นอย่างไร บางครั้งเองก็มีประเด็นที่ขัดแย้ง กันเองนะครับ เช่นการสร้างเขื่อนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง อาจจะ ส่งผลกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งเช่นเดียวกัน อาจจะส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนเองก็ทราบดีครับว่าทางน้ำมันจะไปทางไหน เอาเข้าจริง ๆ เวลาที่น้ำท่วมภาคกลางในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หลายครั้งเราจำเป็นต้อง ตัดทาง นั่นเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนเป็นคนบอกว่าทางเหล่านี้จะต้องถูกตัด เพราะไม่อย่างนั้นน้ำไปไม่ได้ นี่ผมยกตัวอย่างแค่ประเด็นเรื่องใหญ่ คือเรื่องการบริหาร จัดการน้ำ ระหว่างโพลิซีเมเกอร์ (Policy Maker) กับโอเพอเรเตอร์ (Operator) ครับ🔗
ในประการที่ ๒ ที่ผมจำเป็นจะต้องพูดถึงนะครับ ความจริงท่านไม่อาจแบ่ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ออกจากลุ่มน้ำป่าสักได้ เอาเข้าจริง ๆ ที่ท่านพยายามจะพูดอภิปราย ทั้งหมดก็เน้นเจ้าพระยาใหญ่ในส่วนบนเท่านั้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ปิง วัง ยม น่าน หลั่งไหล รวม ๔ สายที่ปากน้ำโพนะครับ แต่ใต้ลงมาจากนั้นจนถึงกรุงเทพฯ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคกลางท่านต้องแยกครับ มีอยู่ในรายงานบ้าง แต่ท่านไม่ได้ลงรายละเอียดว่า เจ้าพระยาฝั่งตะวันตกกับเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกนั้นนัยแตกต่างกันอย่างไร ผมไม่ได้ มาทวงคำถามเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วนะครับว่าใครถือกุญแจประตูเขื่อน แต่ท่านต้องเข้าใจ การบริหารจัดการระหว่างประตูน้ำปากคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ประตูน้ำพลเทพ ประตูน้ำ ชันสูตร ประตูน้ำยางมณี ประตูน้ำบรมธาตุ นั้นต้องคิดวิธีการบริหารจัดการแบบหนึ่ง ประตูน้ำมโนรมย์ คลองเจ้าพระยา-ป่าสัก ประตูน้ำมหาราช ต้องคิดการบริหารจัดการอีกแบบหนึ่ง มันไม่สมดุลกันเลยครับ ผมเพิ่งขับรถผ่านวันนี้ น้ำที่เข้าไปในทุ่ง ที่ออกไปทางประตูน้ำบรมธาตุ ที่ออกไปพลเทพ ชันสูตร ยังมีน้ำค่อนข้างมาก แต่พอลงมาภาคกลางนะครับ ไปถึงประตูน้ำมหาราช ต่อเนื่องกันไปอำเภอบ้านแพรก ต่อเนื่องกันไปอำเภอดอนพุด ต่อเนื่องไปอำเภอบ้านหมอ แม้กระทั่งบางส่วนของ จังหวัดอ่างทองในพื้นที่อำเภอไชโย ตำบลบ้านเบิก อำเภอบ้านหมี่ น้ำค่อนข้างแล้งแล้ว ท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ท่านรองประธาน คนที่สอง เราเคยนั่งคุยกัน ๓ คนข้างหลัง ห้องประชุม บอกว่าต้องคิดเงื่อนไขการบริหารระหว่างเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออก ให้ลงรายละเอียดชัดเจนมากกว่านี้ ให้เห็นภาพว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นคนดูแล แล้วจะ บริหารจัดการอย่างไรที่สมดุล นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงนะครับ ก็คือวันนี้ลงรายละเอียดในเชิง พื้นที่ อย่างที่ผมนำเรียนว่าความสมดุลดังกล่าวต้องเกิด ฉะนั้นมันต้องย่อยซอยลงมาอีกครับ ว่าพื้นที่ตรงใดเหมาะสมกับการดำเนินการ การผลักดัน การส่งเสริมในเรื่องของเกษตร จำเป็นต้องใช้น้ำมากขนาดไหน พื้นที่ใดมีประเด็นเรื่องโรงงานอุตสาหกรรม เดี๋ยวนี้ถ้าท่าน ตามลำน้ำเจ้าพระยาขึ้นไปนะครับ มีหลายโรงงานอุตสาหกรรมที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มันมี ทั้งบวกทั้งลบในแง่ของน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงไป ในแง่ของการประมงที่ยังจำเป็นต้องทำ ในแง่ของประปาที่จำเป็นต้องถูกดูดขึ้นมา แล้วก็เอาเข้าจริง ๆ วันนี้รายงานท่านก็บอกเองว่า น้ำเค็มนั้นมาถึงอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านลำน้ำป่าสักขึ้นไป ภาคกลางเองหน้าบ้านผมนะครับ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เขาบอกสายน้ำไม่ไหลกลับ แต่ผมนั่งดูหน้าบ้านผมทีไรทำไมสายน้ำมันไหลกลับทุกที แสดงว่าน้ำเค็มนี่เผลอ ๆ เลยมาถึง หน้าบ้านผมที่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ไม่มีอยู่ในรายงานฉบับนี้เลยครับว่าตกลงการดูแล เรื่องปัญหาน้ำเค็ม การบาลานซ์ (Balance) สมดุลระหว่างน้ำที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งใช้ไปเยอะพอสมควรนะครับ ผมไม่อยากจะไปลงรายละเอียดนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่อยู่ตามริมน้ำต่าง ๆ ไม่อยากมีข้อพิพาทต้องมาถกเถียงกัน เพราะว่ามีการจ้างงานจริง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคนที่อยู่กับลุ่มน้ำนั้นก็มีผลกระทบที่ตามมา นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะนำเรียนหรือพูดถึงครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ครับท่านประธาน ก็คือประเด็นในเชิงว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ในท้ายที่สุดเวลาที่เรามองน้ำ แล้วท่านใช้คำว่าน้ำมีชีวิตนั้น จำเป็นที่จะต้องพูดถึง ทั้งน้ำที่ลงจากบนฟ้า น้ำผิวดิน แล้วก็น้ำใต้ดิน รายงานฉบับนี้ไม่ได้ตอบนะครับว่า สถานการณ์การใช้น้ำใต้ดิน โดยเฉพาะน้ำบาดาลนั้น เอาเข้าจริง ๆ เชิงเทคโนโลยีวันนี้ เราสามารถป้องกันปัญหาดินทรุดได้จริงหรือไม่ เราสามารถป้องกันปัญหากรณีที่น้ำจะหายไป เรื่อย ๆ ที่ใต้ดินจริงหรือไม่ นี่ไม่พูดถึงการบริหารจัดการที่ดึงน้ำจากลุ่มน้ำอื่นกลับเข้ามาช่วย ในพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่ารายงานฉบับนี้จำเป็นครับ ที่ควรจะต้องมีการพิจารณาเหล่านี้ด้วย และสิ่งที่ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่งนะครับท่านประธาน ตั้งแต่ข้อเสนอในหน้า ๑๐๖ ถึง ๑๑๔ ท่านพูดโมเดล (Model) เล็ก ๆ หมดเลยครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเขื่อน เป็นเรื่อง การป้องกัน ซึ่งไม่มีชื่อของจังหวัดอ่างทอง ซึ่งผมคิดว่าจำเป็นต้องช่วยกันดูแลอยู่ในรายงาน ฉบับนี้เลย ก็ขออนุญาตฝากท่านกรรมาธิการทุกท่านได้กรุณาพิจารณาและช่วยตอบคำถาม ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณณัฐวุฒิ รักษา เวลานะครับ ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลา ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ รวมทั้งคณะอนุกรรมาธิการ ที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ลงพื้นที่ไปดูปัญหาความเดือดร้อนของลุ่มน้ำใต้ ลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลา แล้วก็ได้นำเอาปัญหาต่าง ๆ ใส่ลงมาอยู่ในชุดนี้ ต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูง ผมเองพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ อยากจะกราบเรียนท่านประธานลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา กราบเรียนท่านประธานว่าเป็นลุ่มน้ำ ๓ จังหวัดนะครับ ก็คือจังหวัดสงขลาผม จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับเทือกเขาบรรทัด กับเทือกเขาสะเดา เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านทั้งหมด ๓ จังหวัด บ้านผมเองที่ประสบปัญหาอยู่ปัจจุบันนี้ที่น้ำท่วมที่ทุกคนกล่าวถึง ก็เพราะว่าปัญหาของ คาบสมุทรสทิงพระ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลานี่ละครับ ท่านประธานครับ เพราะทะเลสาบ สงขลามีพื้นที่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ครับท่านประธาน แต่เป็นลุ่มน้ำที่รองรับน้ำจาก ๓ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราชเทือกเขาบรรทัด มาจาก ห้วยน้ำใสไหลลงมาเรื่อย ๆ ถึงพรุควนเคร็ง ก็มากองอยู่ที่คาบสมุทรสทิงพระผมที่ลุ่มน้ำ ทะเลสาบ แล้วมีทั้งหน้าฝน มีทั้งน้ำท่วม มีทั้งน้ำแล้งครับท่านประธาน เหมือนช่วงนี้ ช่วงเดือนธันวาคม เดือนมกราคม เป็นหน้าฝนของทางภาคใต้ ทางภาคเหนือ ทางภาคอีสาน เริ่มหน้าหนาว เริ่มจะหน้าแล้ง แต่ของผมนี่เป็นหน้าฝน หลังจากนั้นพอเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เข้าหน้าร้อนท่านประธาน บ้านผมจะกลับกลายจากน้ำท่วม ๒ เดือนกลายเป็น น้ำแล้งเลย เพราะอะไรท่านทราบไหมท่านประธานครับ เพราะเราไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ในพื้นที่ น้ำที่ไหลมาวันนี้ที่ท่วมขังทั้ง ๓ จังหวัด เราต้องเทน้ำทิ้งไปที่อ่าวไทยทั้งหมดเลย เพื่อระบายน้ำท่วม แต่เราไม่ได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในทะเลสาบสงขลา หลังจากนั้นพอน้ำท่วม หายไปเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ น้ำเค็มเข้าครับท่านประธาน น้ำในพื้นที่คาบสมุทร สทิงพระจะเป็นน้ำเค็มเข้าเต็มพื้นที่ก็จะกลายเป็นน้ำแล้ง ขาดน้ำ เพราะฉะนั้น คนใน ๔ อำเภอจังหวัดสงขลา แล้วก็ของอีก ๒-๓ อำเภอของนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นหัวไทร ปากพนัง ก็จะกลายเป็นแหล่งน้ำแล้งอีกแล้วนะครับ พื้นที่ผม ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ประชากร ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านเชื่อไหมครับท่านประธาน มีบัตรคนจน ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ๑ ใน ๓ เพราะฉะนั้นก็เกิดจากปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เอาปัญหาของ การแก้ปัญหาของคาบสมุทรสทิงพระ หลังจากทางคณะอนุกรรมาธิการของลุ่มน้ำใต้ ได้ลงไปดูปัญหาแล้วก็บรรจุในตรงนี้นะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นของคาบสมุทรสทิงพระผม หรือลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ข้อที่ ๑ เลยนะครับ ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ เพราะฉะนั้น ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ใส่เอาไว้เรื่องแก้มลิง ประมาณ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็ทำแก้มลิงคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งผมได้อธิบายในสภานี้ไปหลายครั้งนะครับ เรื่องแก้มลิงก็คือการเก็บน้ำจืด ตอนที่หน้าฝนหน้านี้นะครับ หน้าที่มีพายุ หน้าที่มีน้ำท่วมนี่ละ เรากักเก็บไว้ หลังจากนั้นพอถึงหน้าแล้งเราระบายน้ำหมดเราก็จะเหลือน้ำจืดไว้ประมาณ ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรทั้ง ๔ อำเภอ แล้วก็ อีก ๓ อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ถ้าเรามีคาบสมุทรสทิงพระซึ่งบรรจุอยู่ในรายงาน คณะกรรมาธิการชุดนี้ ต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูง🔗
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ๓ อำเภอนี้ ความต้องการของน้ำไม่เหมือนกัน ท่านประธานครับ ฝั่งหนึ่งทางฝั่งพัทลุงเขาต้องการ น้ำกร่อย เพราะเขาต้องการเรื่องการประมง น้ำจืดเขากักเก็บตามเขื่อนกักเก็บต่าง ๆ ๗-๘ แห่งแล้วในจังหวัดพัทลุง เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ต้องการน้ำจืด แต่ถ้าเกินน้ำล้นเขาจะล้น มาที่ทะเลสาบสงขลาผมนะครับ ทะเลสาบสงขลาอีกส่วนหนึ่ง ไม่ว่าตามหมู่ ตามเกาะ ไม่ว่าเกาะใหญ่ หรือสทิงพระ เขาต้องการน้ำกร่อย เพราะเขามีอาชีพประมง มีกุ้ง มีปลา ๓ น้ำ ซึ่งเป็นปลาที่อร่อย เพราะฉะนั้นคนฝั่งนี้เขาจะต้องการน้ำจืด น้ำกร่อยเขาไม่ต้องการ แต่ชาวระโนด ชาวสิงหนคร เขาต้องการน้ำจืดเพื่อทำการเกษตร ทำนา เพราะฉะนั้นมันจะ ไม่เหมือนกัน พอเขาขาดน้ำเกษตรเขาก็เกิดมีความเห็นต่างกัน พอความเห็นต่างกัน เราจะพัฒนา ทำโน่นทำนี่ก็ไม่ได้ แต่การสร้างแก้มลิงเป็นการแบ่งน้ำ จัดโซน (Zone) น้ำ อย่างเป็นระบบ คือมีส่วนหนึ่งที่จะให้ทำการเกษตร อีกส่วนหนึ่งให้ทำการประมง ถูกต้อง เลยนะครับ อยู่ในรายงานนี้แล้ว🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ทะเลสาบสงขลาปัจจุบันนี้น้ำตื้นเขิน ตื้นเขินเนื่องจาก มีต้นลำพูท่านประธานครับ ได้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว แล้วต้นลำพูนี้จะกักเก็บตะกอน ต่าง ๆ เต็มไปหมด ขยายพันธุ์ต้นลำพูนี้จะเกี่ยวพันกับอนุรักษ์สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขาห้ามตัดลำพู เพราะฉะนั้นลำพู ๑ ต้น ปีหนึ่งขยายเป็น ๑,๐๐๐ ต้น ปีหนึ่งขยาย ๆ ไป แล้วกักเก็บน้ำ ทำให้น้ำไม่ไหล ตอนที่น้ำท่วมอยู่ ผมเชื่อได้อย่างน้อย ๑-๒ เดือนครับ ท่านประธาน มันไหลออกทะเลอ่าวไทยไม่ทัน เพราะมีต้นลำพูไปดักขวางไว้ แต่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็มีรายงานในการที่จะลอกทะเลสาบสงขลาฝั่งตะวันออก ฝั่งผม ลอกทั้งหมดมันไม่ได้ ไม่รู้เอาดินไว้ไหน ก็ใส่ไว้ในรายงานชุดนี้ และต้องกราบขอบพระคุณ อย่างสูงนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธาน อยากจะเสริมนิดหนึ่งว่า🔗
รักษาเวลาด้วยครับ🔗
ระหว่างของนครศรีธรรมราช กับของฝั่งเรา จะมีคลองอยู่คลองหนึ่ง เขาเรียกคลองชะอวด-แพรกเมือง ถ้าเราสามารถ เชื่อมคลองตรงนั้นได้กับทางฝั่งคลองระโนดนะครับ ก็จะทำให้การระบายน้ำเหมือนน้ำท่วม ได้ดียิ่งขึ้น แล้วเวลาน้ำแล้งจะได้ผันน้ำจากคลองชะอวด-แพรกเมือง มาช่วยคนในระโนด ได้ด้วย อ่านมาทั้งหมดก็ครบถ้วนสมบูรณ์แบบนะครับ กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ ทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ที่ท่าน ร้อยตำรวจเอก อรุณ อภิปรายมาเอกสารนี้ก็ปรากฏนะครับ ต้นลำพูอะไรต่าง ๆ รายละเอียดก็มีอยู่ในนั้นครับ ผมขออนุญาตให้กรรมาธิการได้มีโอกาสชี้แจงนะครับ แต่กรุณารักษาเวลา เพื่อประธาน จะไม่ถูกประท้วง หลังจากนั้นก็อนุญาตท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข คุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล คุณสัญญา นิลสุพรรณ เชิญกรรมาธิการที่จะอภิปราย เชิญเลยครับ รักษาเวลานะครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชุมลาภ เตชะเสน เลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำภาคตะวันออก ขอเรียน ให้ทราบผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ ลุ่มน้ำภาคตะวันออก ดังนี้นะครับ🔗
คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำภาคตะวันออก จำนวน ๓ ลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ ๘ จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ ลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งมี พื้นที่ครอบคลุมจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครนายก ลุ่มน้ำโตนเลสาบ มีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดสระแก้ว และบางส่วนของจังหวัดจันทบุรี ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเล ตะวันออก มีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด🔗
คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาเห็นว่าลักษณะการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ ของลุ่มน้ำในภาคตะวันออกแบบเบ็ดเสร็จ ก็คือการเชื่อมโยงแหล่งน้ำหลัก ๆ ของจังหวัด ต่าง ๆ เป็นโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในปัจจุบันก็มีโครงข่ายน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี เป็นโครงข่ายในปัจจุบันอยู่แล้วนะครับ เพื่อใช้ในกิจการของการอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว การเกษตร และการอุตสาหกรรม สำคัญในเขตจังหวัด พัฒนาพื้นที่ พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษด้วย🔗
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการที่คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณา ก็มีข้อสังเกต ก็มีเกี่ยวข้องกับประเด็น ๔ ประเด็น ได้แก่ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน การเสริมความมั่นคงโครงข่ายน้ำที่มีอยู่ การบริหารจัดการ การดึงศักยภาพของพื้นที่ ในทุกด้านมาใช้ประโยชน์🔗
สำหรับในด้านการพัฒนาน้ำต้นทุน ทางคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าควรมี การศึกษาแนวทางการป้องกันน้ำทะเลที่จะหนุนเข้าในปากแม่น้ำ ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วย แม่น้ำ ๔ สาย เช่น แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ให้ดูว่า มีความเป็นไปได้ สามารถจะดำเนินการได้เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับ น้ำทะเลหนุนเข้า และเกิดความเสียหายกับการใช้น้ำนะครับ ซึ่งอาจจะเกิดน้ำท่วมแล้วก็ เกี่ยวข้องกับการทรุดตัวของแผ่นดินด้วย🔗
ในด้านการพัฒนาอันดับถัดไปคือคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าควรจะมี การศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออก เนื่องจากในเมื่อกรณี ที่เราจำเป็นจะต้องพัฒนาแหล่งน้ำในภาคตะวันออกและควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในพื้นที่อนุรักษ์ การที่จะมีการศึกษา การประเมินผลสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ จะเป็น กรอบในการพัฒนาของงานแหล่งน้ำที่จะต้องไปข้องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในอนาคตให้มี มาตรการรองรับที่เหมาะสม การพัฒนาน้ำต้นทุนที่เหมาะสมเราเห็นว่าควรพัฒนาแหล่งน้ำ ต้นทุนที่เป็นต้นทางของการผันน้ำในโครงข่ายน้ำในภาค เช่น ในแถบจังหวัดจันทบุรี แล้วก็ ในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งจะเป็นแหล่งน้ำของโครงข่ายน้ำที่มาเชื่อมโยงเข้าสู่จังหวัดชลบุรี และระยองทั้งหมด ซึ่งโครงการที่สำคัญจะเป็นประเภทอาจจะเป็นท่อ แล้วก็มีระบบสูบน้ำ ที่เชื่อมโยง มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม🔗
ในส่วนการบริหารจัดการนั้น เราเห็นว่าควรจะมีองค์กรบริหารจัดการน้ำ ภาคตะวันออก เนื่องจากในภาคตะวันออกเกี่ยวข้องกับภาคส่วน ทั้งด้านเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ด้านการท่องเที่ยว อุปโภคบริโภค แล้วก็จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ในอนาคตได้ เพราะว่าเนื่องจากการที่ผันน้ำ การบริหารน้ำเป็นรูปแบบหลายจังหวัดร่วมกัน ควรจะมีการจัดการที่เป็นหนึ่งเดียว แล้วก็มีข้อตกลงร่วมกัน มีการลดความขัดแย้งในอนาคต ซึ่งในการบริหารจัดการ ต้องจัดการทั้งในด้านของผู้ใช้น้ำ แล้วก็ผู้บริการน้ำ เป็น ๒ ด้านด้วย สำหรับในด้านที่เราจะต้องจัดการเกี่ยวกับผู้ใช้น้ำก็คือการดูแลเรื่องน้ำเสีย เนื่องจาก ในภาคตะวันออกมีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น มีทั้งเติบโตอยู่ในเขตที่เป็น นิคมอุตสาหกรรม แล้วก็ในเขตที่ไม่ใช่เป็นนิคมอุตสาหกรรม ในเขตนอกนิคมอุตสาหกรรม คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล ให้ความสำคัญกับการควบคุมปกป้องมลพิษที่จะเกิดกับน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถนำมาใช้ ประโยชน์ได้เสมอนะครับ ไม่ให้มีการเสื่อมเสีย ส่วนที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือเป็นกลุ่ม อุตสาหกรรมที่มีการบริหารจัดการได้ ควรมีการเพิ่มศักยภาพให้เอกชนทำการนำน้ำกลับมา ใช้ใหม่ หรือการบำบัดโดยเทคโนโลยี ๓ อาร์ (3R) หรือการผลิตน้ำจืดจากน้ำเค็มหรือน้ำทะเล ซึ่งเป็นศักยภาพของพื้นที่อยู่แล้วนะครับ ซึ่งในการพัฒนา เป็นการดึงศักยภาพของเอกชน เอามาใช้ประโยชน์ และนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือในส่วนของภาคเอกชนแล้ว ถ้าสามารถ ที่จะทำได้ เห็นว่าควรจะเอื้ออำนวยให้ภาคเอกชนพัฒนาและสามารถกระจายน้ำเข้าสู่ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะด้วย ก็จะเป็นข้อรวบรวมในข้อสังเกตของคณะอนุกรรมาธิการครับ🔗
นอกจากนี้ศักยภาพในพื้นที่ที่เราเห็นก็คือเรื่องน้ำบาดาลนะครับ ขณะนี้ มีการศึกษาของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เรื่องน้ำบาดาลระดับลึกในจังหวัดระยอง ซึ่งเห็นว่า ผลการศึกษาใกล้จะแล้วเสร็จ ถ้ามีผลการศึกษาเสร็จแล้ว คณะอนุกรรมาธิการก็เห็นว่า ควรจะมีการพัฒนาแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่และลึกเป็นพิเศษ ของจังหวัดระยอง เพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพของพื้นที่ให้เต็มที่นะครับ🔗
ในส่วนสุดท้ายก็คือการบริหารจัดการระดับท้องถิ่น ทางคณะอนุกรรมาธิการ เห็นว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรจะมีการกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการภารกิจถ่ายโอนให้หน่วยงานอื่น สามารถช่วยเหลือในการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างครบกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียม ความพร้อม การก่อสร้าง การบำรุงรักษาแหล่งน้ำ พร้อมกับกำหนดแผนให้ท้องถิ่น มีการพัฒนาความสามารถขององค์กรให้รองรับภารกิจถ่ายโอนด้านแหล่งน้ำได้โดยสมบูรณ์ อย่างเท่าเทียมกันทุกท้องถิ่น เป็นข้อสรุปของคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำภาคตะวันออกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขออนุญาตนะครับ ผมอยากจะหารือที่ประชุมด้วยครับว่าผมอยากจะขอให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย ผมว่า กรรมาธิการเนื้อหารายละเอียดมันอยู่ในเอกสารแล้ว ฉะนั้นท่านประธานนำเสนอก็น่าจะ เพียงพอ ให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายสอบถาม แล้วจากนั้นกรรมาธิการก็ค่อยตอบชี้แจง อาศัยจังหวะตอบชี้แจงนั่นละครับทำความเข้าใจ เพราะถ้ากรรมาธิการมี ๓๐ คน พูดทุกคน วันนี้ก็คงไม่ไปไหนหรอกครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตชี้แจงนิดนะครับ เนื่องจากว่าเราแบ่งเป็นทั้งหมด ๖ ลุ่มน้ำ ยังเหลืออีก ๒ ลุ่มน้ำ คณะอนุกรรมาธิการเราแบ่ง คงไม่นานนะครับ ผมพยายามให้ไม่เกิน ๑๐ นาที🔗
อย่างนั้น ก็ขอเป็นสรุปสั้น ๆ แล้วกันนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอผมก่อนครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้พูดไว้แล้ว เดี๋ยวผมพูดจะได้ไปประชุมกรรมาธิการต่อครับ🔗
อย่างนั้น เดี๋ยวขอท่านพิเชษฐ์ก่อนนะครับ แล้วท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำก็ค่อยชี้แจง ต่อครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ ๗ นาทีเองนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ใช้เวลา ๑ ปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตอนนี้เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ๑ ปีที่ท่าน ไปทำงาน ท่านไปจังหวัดเชียงรายครับ จังหวัดเชียงรายมีแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำอิง แม่น้ำลาว ท่านไปท่านก็ไปดูโน่นดูนี่แป๊บเดียวแล้วท่านก็กลับ พี่น้องประชาชนได้เสนอ โครงการปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับความเดือดร้อนเรื่องน้ำกิน น้ำใช้ น้ำบาดาล อ่างเก็บน้ำ ผมไม่เห็นมีในเล่มของท่านเลย ไปเปิดดูในคิวอาร์โค้ด (QR Code) ก็ไม่มี ที่เขาขึ้นรถ ขึ้นเรือ จ่ายค่ากับข้าว ค่าน้ำมันรถมาหาท่าน โครงการเป็นตั้ง ๆ ท่านเอาไปไว้ที่ไหน ท่านกรรมาธิการทำไมไม่เอาใส่ไป เล่มของท่านทำมา ๑ ปีท่านได้เล่มแค่นี้หรือ สิ่งแวดล้อม ยังใหญ่กว่าอีก ท่านเอารายละเอียดของชาวบ้านไปไว้ที่ไหน กรรมาธิการใช้เวลา ๑ ปี ไปทั่วประเทศ บันทึกของท่านอยู่ที่ไหน เอาใส่ในภาคผนวกก็ยังดี แล้วผมจะเอาไปตอบ ประชาชนได้อย่างไร คณะเป็นความหวัง น้ำมาแล้วนะ รอเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ๓-๔ รอบ มาเสียเวลา พอเอาโครงการมายื่นท่านมันไม่มีในนี้ ความหวังของประชาชนเขาหายไปหมด ถ้าเป็นไปได้นะครับ เอาใส่ภาคผนวก แต่มันก็แก้ไม่ได้แล้วท่านจะเอาไว้ที่ไหน เดี๋ยวท่านประธาน ช่วยชี้แจงด้วย บ้านผมแม่น้ำโขง ๘๐ กิโลเมตร ท่านพูดถึงแม่น้ำโขงบ้านผมไหม นั่งดู แม่น้ำโขงตั้งแต่เกิดมานี่ น้ำทั้งระบบของท่านจะเอาแม่น้ำโขงจังหวัดเชียงรายมาทำอะไร ผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรว่าถ้าได้ตำบลละ ๑ จุด สูบน้ำโขงขึ้นมาใช้ บ้านผมไม่ต้อง ยากจนเลย ตำบลแม่เงิน ตำบลริมโขง ตำบลเวียงเชียงของ ตำบลสถาน ตำบลศรีดอนชัย ตำบลหล่ายงาว ตำบลม่วงยาย ๗ ตำบลครับ วันนี้เขาทำโครงการยื่นไปให้ท่าน ท่านรู้ไหม ๓๕ ล้านบาท สูบน้ำโขงขึ้นมาใช้ อำเภอเวียงแก่น ตำบลม่วงยาย แก้ปัญหาส้มโอขาดน้ำ ได้อย่างดีเลย ส้มโอส่งไปทั่วโลก ท่านน่าจะเอาโครงการเหล่านี้เข้ามาใส่ในเล่มเพื่อเป็น หลักฐานให้เขาได้ดีอกดีใจกันบ้าง ท่านประธานครับ ผมก็เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านใช้เวลา ไปเยอะนะครับ พี่น้องตำบลไม้ยาเขาทวงมาว่าขุดลอกอ่างห้วยก้าง ขุดลอกอ่างไม้ยา ก็ไม่ได้ใส่ ที่ตำบลแม่เปาเขาก็เอามายื่นที่จังหวัดเชียงราย ท่านไปที่จังหวัดเชียงราย อ่างเก็บน้ำ ห้วยปูบอง เขารอมานานร่วมสิบปี มันอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ ท่านจะแก้ปัญหาเขาอย่างไร ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยป่าเมี่ยง อันนี้เขายื่นโครงการมาหมดแล้ว ท่านเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน เอาใส่ไปในภาคผนวกก็ยังดีนะครับ ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น ขอสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยบง หมู่ ๓ ทุ่งทราย พื้นที่ ๑๒๑ ไร่ กำลังศึกษาสิ่งแวดล้อม เขาอยากจะให้ท่านเอามาบันทึกในเล่ม เดี๋ยวท่านประธานตอบ ด้วยนะครับว่ามันหายไปไหนที่เป็นตั้ง ๆ ท่านไปทุกจังหวัด พี่น้องประชาชนนั่งรถกันมา ๑๐ คน ๑๐ หมู่บ้าน แล้วก็เอามาเสนอให้ท่าน แล้วท่านก็สรุปมาก็ไม่มี มันหายไปไหน ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านบอกว่าแก้ทั้งระบบ แล้วท่าน ก็ไปทำแถวบ้านท่านทั้งนั้นเลย จังหวัดเชียงรายไม่มีตัวแทน ทำไมท่านไม่พูดถึงเลย ฝากทุกท่านว่าครั้งต่อไปเมื่อเรามีโอกาสแล้วเพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ให้โอกาสกับทุกจังหวัด ถ้ามันจะเป็นหมื่น ๆ โครงการก็ยังดี ท่านก็ทำภาคผนวกไว้แล้วเอาไปให้กรมชลประทาน เอาไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอาไปให้สำนักงานน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เอาไว้เป็นหลักฐานว่าพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนเท่านี้ ความจริง ท่านรวบรวมว่ามันเป็นเงินเท่าไรล่ะปัญหาน้ำของประเทศทั้งระบบนี้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ ล้านล้านบาท ๒ ล้านล้านบาท มันจะได้สรุปว่าประเทศไทยถ้าหมดปัญหาเรื่องน้ำ ใช้เงิน ๒ ล้านล้านบาท มันจะได้จบกันครับ จะได้เป็นประเทศที่พัฒนาทางด้านการเกษตร อย่างเรียบร้อย ท่านก็ไปเที่ยว ไปดู มีแต่รูปท่านไปยืนดูโน่นดูนี่ ผมถามว่าโครงการพี่น้อง ของผมหายไปไหน ช่วยตอบด้วย อย่างนี้ครับ ตอบเลยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการครับ ก็นำเสนอแต่ละลุ่มน้ำนั่นละครับ แต่ว่าก็สรุปสั้น ๆ หน่อยแล้วกัน เชิญครับ🔗
ผม ๕ นาทีท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ รองประธาน คณะกรรมาธิการน้ำทั้งระบบ ในฐานะประธานลุ่มน้ำตะวันตก ท่านประธานครับ ที่จริงว่า จะพูดให้มากกว่านี้ แต่เวลาเร่งรัดนะครับ เวลาท่านสมาชิกเร่งรัด แต่อย่างไรต้องขอ กราบขอบพระคุณที่จะขอเอ่ยชื่อท่านผู้แทนราษฎรที่ไปด้วยกันประจำ อย่างเช่นท่านพรเทพ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เราไปด้วยกันประจำนะครับ ท่านประธานครับ ลุ่มน้ำตะวันตก แบ่งออกเป็น ๒ ลุ่มน้ำ หลัก ๆ ก็คือลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี เป็นจังหวัดหลัก นอกจากนี้ก็จะมีบางส่วนของจังหวัดตาก อุทัยธานี และสุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และชุมพรด้วยนะครับ อีกลุ่มน้ำคือลุ่มน้ำแม่กลองนะครับ ลุ่มน้ำ แม่กลองพื้นที่เป็นที่ราบสูงตอนบนส่วนหนึ่ง ส่วนตอนล่างนั้นเป็นที่ราบลุ่ม พอฝนตกมา ก็จะเป็นจุดอ่อนของลุ่มน้ำ ทำให้น้ำได้มารวมกันแล้วก็ท่วม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นพื้นที่ที่รับน้ำเพื่อที่จะเอาน้ำทั้งหมดของลุ่มน้ำแม่กลอง ของน้ำในแม่กลองทั้งหมด มาเติมน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างนะครับ เพื่อที่จะขับไล่น้ำเค็ม ในปี ๆ หนึ่งเราจะต้อง เอาน้ำจืดจากลุ่มน้ำแม่กลองประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มาไล่น้ำเค็มที่ลุ่มน้ำ เจ้าพระยาตอนล่าง อันนี้คือสิ่งที่เราไปศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๒ ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำเพชรบุรี ลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นลุ่มน้ำที่มีน้ำ ที่ไปศึกษาคือมีน้ำอยู่แล้ว เป็นส่วนดีหน่อย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาที่น้อยที่สุด จาก ๖ ลุ่มน้ำที่เราแบ่งเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ท่านประธานครับ โครงการที่ผลักดันของลุ่มน้ำตะวันตก ที่ผลักดันคือโครงการของลุ่มน้ำ เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ลุ่มน้ำเพชรบุรี พื้นที่ส่วนหน้าก็คือเป็นที่ราบสูง แล้วน้ำได้ไหลลง สู่ทะเลไวมากนะครับ บางครั้งก็จะมีการท่วม โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี เพราะฉะนั้น โครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นคือโครงการขุดแม่น้ำเพชรบุรีสายที่ ๒ ซึ่งเป็นโครงการของทางราชการ ที่มาแล้ว แต่คณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำตะวันตก เมื่อไปศึกษาดูงานพบว่าพี่น้องประชาชน ไม่ต้องการให้น้ำที่เป็นน้ำจืดน้ำฝนไหลลงทะเลไวเกินไป จึงได้ปรับเปลี่ยนโครงการ จากคลองดี ๑ (D1) มาเป็นการขุดลอกคลอง มาเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำเพชรบุรี งบประมาณที่ตั้งไว้ที่จะขุดก็คือ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่น้อยเลยนะครับ แล้วก็เปลี่ยนจากการขุดแม่น้ำเพชรบุรีสายที่ ๒ มาเป็นการปรับปรุงแหล่งน้ำ อย่างเช่น ห้วยศรีประจันต์ หรือแก่งกระจาน เป็นต้น นอกจากนี้ในการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ ได้ศึกษาไปถึงบริเวณบึงธรรมชาติ อย่างเช่น บึงบัวที่อุทยานสามร้อยยอด ให้มีการปรับปรุง ผันน้ำจากน้ำกร่อยให้เป็นน้ำจืด ให้พี่น้องเข้าไปใช้ให้ได้เกิดประโยชน์ ที่มีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานที่เคารพ น้ำฝนจากเขื่อนวชิราลงกรณ เมื่อปล่อยมาที่ลุ่มน้ำ แม่กลอง ปรากฏว่าประโยชน์ที่ไหลจากเขื่อนวชิราลงกรณ ๑ ไหลลงมามันไวเกินไป ทางคณะอนุกรรมาธิการเลยเสนอให้ตั้งเขื่อนอีกเขื่อนหนึ่งขึ้นมาคือเขื่อนบ้านจันเดย์ ใช้งบประมาณประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้มีการปรับปรุงให้น้ำ เป็นการเพิ่มน้ำ ในบริเวณลุ่มน้ำแม่กลองขึ้นมาอีก เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ ท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแนวทางของลุ่มน้ำตะวันตกทั้งหมด ๖๘ โครงการ ทั้งนักวิชาการจากกรมชลประทานที่ ๑๑ ชลประทานที่ ๑๒ ชลประทานที่ ๑๓ ชลประทานที่ ๑๔ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ประเมิน โครงการทั้งหมดแล้วก็ผลักดันโครงการส่วนหนึ่งเข้าไปสู่กรรมการน้ำแห่งชาติ ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหาร ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ได้รับงบประมาณส่วนหนึ่ง ได้ไปทำแล้ว เช่น ประปา ประปาที่ ๕ ของจังหวัดสมุทรสงคราม ก็ได้รับงบประมาณ ไปบางส่วนแล้ว ทีนี้โครงการ ๖๘ โครงการนี้ก็มีงบประมาณ ซึ่งทางราชการได้เสนอขอ ผ่านคณะอนุกรรมาธิการมา ผมจะขออนุญาตกราบเรียนนิดหนึ่ง เพราะว่ามันไม่ได้บรรจุในเล่ม ท่านสมาชิกอาจจะสงสัย ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการต่าง ๆ ส่วนหนึ่งอยู่ในเล่ม สีฟ้า ๆ มันบรรจุไม่ได้ ทางคณะกรรมาธิการได้พิมพ์อีกเล่มใหญ่ เดี๋ยวนี้ยังพิมพ์ไม่เสร็จ ท่านประธานครับ คาดว่าจะเสร็จเดือนมกราคม จะแจกให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อีกรอบหนึ่งครับ โครงการที่ลุ่มน้ำตะวันตกได้เสนองบประมาณไปที่รัฐบาล ผ่านสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งแล้ว คือโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ ๘๐๐ ล้านบาท🔗
โครงการที่ ๒ คือการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อจะเอาน้ำทั้งหมดไปใช้ที่อำเภอหัวหิน ๑๕๖ ล้านบาท ผมจะขออนุญาต อ่านเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ศูนย์ทรัพยากรธรรมชาติบึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์ ๑๑๘ ล้านบาท โครงการเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ๒๒๐ ล้านบาท โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู ๘๓๕ ล้านบาท โครงการกักเก็บน้ำบ้านไทรทอง ๙๘๐ ล้านบาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำคลองบางสะพาน ๑,๐๗๙ ล้านบาท โครงการปรับปรุง ประตูระบายน้ำปลายคลองบางสะพาน โครงการบรรเทาอุทกภัยบางสะพานอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๒๘๓ ล้านบาท โครงการผันน้ำสู่คลองสายใย เขื่อนปราณบุรี ไปยังศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว ๒๑๘ ล้านบาท โครงการจัดหาน้ำให้ราษฎร ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด ๒๕ ล้านบาท โครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ไปช่วยพื้นที่ที่แห้งแล้งในอำเภอบ่อพลอย อำเภอห้วยกระเจา อำเภอเลาขวัญ อำเภอหนองปรือ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี อันนี้ต้องเป็นการเจาะผ่าน ภูเขาเลย ๑๖,๒๘๗ ล้านบาท โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาตั้ง ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ๙๘๐ ล้านบาท โครงการอาคารทดน้ำบ้านด่านพร้อมระบบ ส่งน้ำ ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ๔๕๐ ล้านบาท โครงการลุ่มน้ำภาชี อาคารทดน้ำบ้านชุกกระเพราพร้อมระบบส่งน้ำ ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ๓๕๖ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านโครงการใหญ่ ๆ นะครับ โครงการท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด เครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ๑,๒๐๐ ล้านบาท🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ โครงการแก้มลิงทุ่งหิน อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านประธานครับ มีงานขุดลอก ๗๗๐ ล้านบาท งานประปา ๔๐๐ ล้านบาท งานถนนคอนกรีตรอบทุ่งหิน ๗๐๐ ล้านบาท ศูนย์ประชุมแสดงสินค้า ๔๐๐ ล้านบาท งานปรับปรุงถนนภูมิทัศน์รอบแก้มลิงทุ่งหิน ๒,๘๐๐ ล้านบาท รวมทั้งหมด ของทุ่งหิน ๕,๓๗๐ ล้านบาท สุดท้ายจริง ๆ คือโครงการลอกปากคลองปากมาบ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ๔๖ ล้านบาท รวมที่เราไปศึกษามา ๒ ลุ่มน้ำ ใช้งบประมาณทั้งหมด ๔๐,๗๖๓ ล้านบาท กราบเรียนท่านประธานไว้ครับ อันนี้คือสิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการ ลุ่มน้ำตะวันตกได้ไปศึกษามาประมาณ ๒๐ ครั้ง บางโครงการได้ไป ๒ รอบท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ลุ่มน้ำใต้🔗
ลุ่มน้ำใต้ นะครับ🔗
ขออนุญาตเลยนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำภาคใต้ ก็ขอรายงานการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหาร จัดการกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ ลุ่มน้ำใต้มีด้วยกัน ๕ ลุ่มน้ำหลัก ๆ จาก ๒๕ ลุ่มน้ำของประเทศไทย ประกอบด้วยลุ่มน้ำใต้ฝั่งตะวันออก ก็คือจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัด นครศรีธรรมราชบางส่วน แล้วกลุ่มแม่น้ำตาปี ก็มีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดกระบี่ แล้วก็ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ก็มีจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราชบางส่วน ซึ่งประกอบไปด้วยลุ่มน้ำปากพนังด้วย แล้วก็ลุ่มน้ำภาคใต้ ฝั่งตะวันออก แล้วก็ลุ่มน้ำปัตตานี ซึ่งเป็นลุ่มน้ำ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ก็คือลุ่มน้ำ ประกอบไปด้วยปัตตานี ยะลา นราธิวาส แล้วก็สงขลาบางส่วน และอีก ๑ ลุ่มน้ำก็คือ ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคใต้นี้เป็นภูมิภาคที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก เป็นพื้นที่ที่มีทะเลอยู่ทั้ง ๒ ฝั่ง มีระบบนิเวศชายฝั่ง แล้วก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ตามธรรมชาติ อีกทั้งมีการผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นแหล่งผลิตและแหล่งแปรรูปมายาวนาน มีความได้เปรียบทางสภาพภูมิศาสตร์ เป็นอย่างมาก การมุ่งเน้นไปเรื่องของการท่องเที่ยวให้สู่มาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับ ภาคเกษตร และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การเชื่อมโยงในภาคส่วนต่าง ๆ ให้ภาคใต้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นเมืองตากอากาศ รวมทั้งเป็นศูนย์กลาง ผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มน้ำมัน เป็นเมืองเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการค้าการลงทุน กับภูมิภาคอื่น คณะอนุกรรมาธิการภาคใต้ได้ประชุมรวมทั้งสิ้น ๒๒ ครั้ง แล้วก็ได้ลงพื้นที่ ศึกษาดูงานครอบคลุมทั้ง ๑๔ จังหวัดใน ๕ ครั้ง ๕ การดูงานด้วยกันครับท่านประธาน พอจะสรุปข้อสังเกตต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในการบริหารจัดการ แล้วก็พัฒนาในลุ่มน้ำใต้ อย่างสำคัญ ๆ ที่ผมจะเรียนต่อที่ประชุมอย่างสังเขป แล้วก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่พอจะสรุปก็คือการจัดการแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่เกาะและพื้นที่เกาะสำคัญ อย่างเช่นการต้องการจัดการหาน้ำเพิ่มให้ บนเกาะภูเก็ต โครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำ โครงการสูบน้ำ ผันน้ำจากบนฝั่ง ไม่ว่าจากฝั่งพังงา จากสุราษฎร์ธานี หรือจากจังหวัดพังงาไปสู่จังหวัดภูเก็ตเพื่อมา อุปโภคบริโภคและผลิตน้ำประปาในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความเติบโตและสร้างรายได้เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวให้กับประเทศชาติของเราอย่างยาวนาน การจัดหาแหล่งน้ำในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งพี่น้องประชาชนยังไม่เคยรู้จักน้ำประปาเลย แล้วการจัดหาแหล่งน้ำ ที่กรมชลประทานไปจัดอยู่เดิมก็ยังเล็ก ไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม ทางกรมชลประทานก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่หลังจากที่ ทางคณะอนุกรรมาธิการกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานไปสำรวจ แหล่งน้ำเพื่อที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำแล้วก็พัฒนาแหล่งน้ำเก่า ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำหัวแหลมกลาง ซึ่งอยู่บริเวณบ้านสังกาอู้ อ่างเก็บน้ำคลองโขงที่สามารถจะผลิตเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อรองรับ ในอำเภอเกาะลันตาหรือเกาะลันตา ในจังหวัดกระบี่ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง อย่างเช่นเกาะพีพี ก็ขาดพื้นที่ที่จะสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำ ทางคณะอนุกรรมาธิการกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ก็ได้ศึกษา รวมไปถึงการผลิตน้ำเค็มเป็นน้ำจืดด้วยระบบอาร์โอ (RO) และการขยายระบบ น้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่เกาะพีพี ในพื้นที่หาดไร่เลย์ ตำบลอ่าวนาง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญ ทางการท่องเที่ยวของจังหวัด แล้วก็เป็นเดสทิเนชัน (Destination) ที่สำคัญที่นักท่องเที่ยว ได้หลั่งไหลมาสู่ประเทศไทย ชื่นชมกับธรรมชาติ🔗
พื้นที่เกาะสำคัญในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ว่าจะเป็นเกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย ก็ได้เสนอแล้วก็ศึกษารวบรวมกับทางกรมชลประทานได้พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ที่สามารถจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แล้วบนเกาะเต่าก็มีอ่างเก็บน้ำคลองโฉลก บนเกาะ ต่าง ๆ เพื่อจัดสรรงบประมาณหรือนำน้ำจากเขื่อนรัชชประภาซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ของประเทศ นำไปใช้ในเกาะสมุยในโอกาสต่อไป🔗
จังหวัดพังงา เราได้เดินทางไปพื้นที่เกาะสำคัญคือเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ ก็ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทั้งที่มีน้ำธรรมชาติพอเพียงที่จะพัฒนาแล้วก็ใช้อุปโภคบริโภค ได้ทั้งเกาะ รวมถึงใช้ในการเกษตรด้วย ก็พยายามที่จะสร้างฝายต้นน้ำเพื่อชะลอน้ำ รวมทั้ง ศึกษาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เป็นการเชื่อมต่อระหว่างการฟื้นฟูแล้วก็ออกแบบ ตลอดจนของบประมาณให้ผ่านทาง สภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗
จังหวัดตรังก็มีการพัฒนาบนเกาะสำคัญ อย่างเช่น เกาะสุกร บนเกาะลิบง🔗
จังหวัดระนอง ก็บนเกาะพยาม พัฒนาอ่าวแก้มลิงใหญ่ แล้วก็ตรงอ่าวใหญ่ เพื่อประสานงานกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินที่ยังมีปัญหาเรื่องการใช้พื้นที่ แล้วก็ประกอบไปด้วย การพัฒนาระบบน้ำใต้ดิน หรือวอเตอร์แบงก์ (Water Bank) บนเกาะที่มีศักยภาพที่จะ พัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดินได้ โดยทางคณะอนุกรรมาธิการก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาปรึกษาหารือแล้วก็แก้ไขปัญหาบนเกาะเพื่อเป็นการบูรณาการแบบพิเศษ ตลอดจนระบบ บำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดน้ำเสียบนเกาะบนแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญนี้ก็มีความสำคัญ เป็นอย่างมาก เพื่อที่จะกระจายแล้วก็จ่ายน้ำบนเกาะที่มีศักยภาพ🔗
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ได้ศึกษาก็คือกลุ่มลุ่มน้ำปากพนังที่มี หน่วยงานรับผิดชอบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน และการประปาส่วนภูมิภาคที่มีอ่างเก็บน้ำสำรอง แล้วก็มีคลองชะอวด-แพรกเมือง ของแม่น้ำปากพนังที่มีคลองสาขา เพื่อพัฒนาในการบำบัดช่วยเหลือในกรณีที่มีน้ำหลาก แล้วก็ช่วยลดผลกระทบในเรื่องของน้ำท่วม เรื่องของเร่งรัดการจัดการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ในอำเภอชะอวดที่จะเพิ่มศักยภาพได้ แล้วก็ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม รวมถึงการแก้ไข ปัญหาป่าพรุควนเคร็งที่มีปัญหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ที่มีอยู่ทุกปี แล้วก็บริหารจัดการรักษาระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็งเพื่อให้อยู่ในระดับ ที่เหมาะสม แม้แต่การสร้างคันเพื่อรักษาระดับน้ำ แล้วก็ได้ทำผัง ตลอดจนการปรับปรุงต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือไปยังลุ่มน้ำใกล้เคียงด้วย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีลุ่มน้ำอีกลุ่มน้ำก็คือลุ่มน้ำของพื้นที่ชายแดนใต้ คือลุ่มน้ำปัตตานี แล้วก็ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำของทะเลสาบสงขลาก็คืออย่างที่ ท่านสมาชิก ท่าน ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่าทางคณะอนุกรรมาธิการ ก็ได้ลงไปดูการใช้น้ำของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะมีความต้องการใช้น้ำจืดของภาคเกษตร ใช้น้ำกร่อยของภาคการประมง ของคาบสมุทรสทิงพระที่มีน้ำไหลเข้ามาท่วมบ่าในหน้าฝน แล้วก็เกิดการแห้งแล้งอย่างรุนแรงในฤดูแล้ง ซึ่งคงจะต้องใช้การบริหารจัดการน้ำเรื่องเหล่านี้ อย่างเร่งด่วน อย่างเช่นในขณะนี้ก็เช่นกัน เราก็ยังมีการบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้น้ำท่วมภาคใต้อย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นปัญหาต่อเนื่องมาเกือบทุกปี ลุ่มน้ำพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็ประกอบไปด้วย ๓ จังหวัดภาคใต้ ก็คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส มีหลายโครงการด้วยกันที่สามารถจะพัฒนาให้เป็นสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของสามเหลี่ยมจังหวัดภาคใต้ ได้มีการเร่งรัดจากหลายหน่วยงานร่วมกันกับ ในจังหวัดภาคใต้ ร่วมกันกับท้องถิ่นในภาคใต้ที่จะพัฒนา โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำสายบุรี ที่ยังสามารถจะพัฒนาได้ แล้วก็ต้องการที่จะให้มีการยกเลิกมติ ครม. เพื่อให้มีการพัฒนา ในแม่น้ำสายบุรีได้นะครับ การบริหารจัดการน้ำต่าง ๆ ในป่าพรุโต๊ะแดงก็เช่นกัน ในป่าพรุ ก็มีปัญหาลักษณะเดียวกัน เรื่องของการกันแนวเขตที่ชัดเจน กันเพื่ออนุรักษ์ให้เป็นป่าพรุ ที่เป็นต้นแบบ แล้วก็สามารถที่จะใช้ร่วมกันได้ของชุมชนในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งป่าพรุแต่ละป่า ก็มีพื้นที่นับหมื่น ๆ ไร่ แล้วก็สร้างระบบนิเวศอย่างดีให้กับพื้นที่ในที่นั้น แล้วก็การผลิตน้ำจืด จากน้ำทะเล ผมก็ได้เรียนไปเมื่อสักครู่แล้ว ในเรื่องด้านสิ่งแวดล้อมนะครับ ก็ได้ประสานงาน กับหน่วยรับผิดชอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมชลประทาน สำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ปรับปรุงขั้นตอน วิธีการ เสนอรายละเอียดของการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มีการกระชับขึ้น และใช้เวลา อันรวดเร็วแล้วก็สั้นขึ้น ปรับปรุงวิธีการ ลดขั้นตอน ในการอนุญาตเข้าไปศึกษาที่จะพัฒนา แหล่งน้ำต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตอุทยาน เขตป่าไม้ต่าง ๆ เหล่านั้น รวมถึงการเพิกถอนพื้นที่ การใช้พื้นที่ให้สามารถที่จะใช้ได้ในระยะเวลาอันสมควร แล้วก็ได้พัฒนา ไม่เป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาแหล่งน้ำ แล้วก็แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วแล้วก็เป็นจริงได้🔗
การประชาสัมพันธ์มีส่วนร่วม ก็อยากจะให้มีการประชาสัมพันธ์มีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้มีการจัดทำหรือจะต้องการพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ ทางคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุมลุมน ้าภาคใต้ ก็ได้ศึกษาแล้วก็มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ตลอดจนกลุ่มมวลชนต่าง ๆ เพื่อได้ชี้แจงเหตุผลของการดำเนินโครงการ ข้อคิดเห็นความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ต่อโครงการต่าง ๆ ที่ประชาชนอาจจะได้ผลกระทบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนำน้ำจากอีกพื้นที่หนึ่ง ไปใช้อีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ไม่เข้าใจและอาจจะต่อต้านได้นะครับ🔗
เรื่องต่อไปก็เป็นเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ เรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ จากหน่วยงานหรือจากแหล่งน้ำไปยังการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถ่ายโอนภารกิจไปแล้วจะต้อง จัดอบรม จัดเรื่องการบำรุงรักษาก็ดี เรื่องการใช้งานก็ดี เรื่องเตรียมความพร้อม หรือเรื่อง ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อบำรุงรักษา เพื่อพิจารณาสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ในเรื่องความรู้ เฉพาะด้าน ในเรื่องภารกิจการดูแลแหล่งน้ำร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาให้มีการเรียนการสอน ด้านแหล่งน้ำ แล้วกรมชลประทานก็สามารถที่จะพัฒนาหลักสูตรอบรมในการพัฒนาดูแล แหล่งน้ำที่สำคัญ ๆ ไปด้วยกัน แล้วก็ตลอดจนการที่แหล่งน้ำที่มีปริมาตรการเก็บกักน้ำ น้อยกว่า ๒ ล้าน ซึ่งเกินศักยภาพของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ขอให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง เข้าไปช่วยดำเนินการ ได้นะครับ🔗
ต่อไปก็เป็นเรื่องการบริหารจัดการแหล่งน้ำต่าง ๆ ในการจัดแหล่งสำรองน้ำ ของตนเอง เรื่องการจัดแหล่งน้ำต้นทุนไปใช้ เพราะว่าภาคใต้น้ำแล้ง ช่วงขาดน้ำเป็นช่วง ฤดูแล้งเพียงไม่กี่เดือน เพราะในช่วงอื่นก็มีปริมาณน้ำที่เพียงพอใช้ ปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำ เฉลี่ยที่เพียงพอ ก็ต้องวิเคราะห์ในการใช้น้ำและสร้างความสมดุลในการจัดสรรน้ำ แล้วก็ การจัดการน้ำโดยชุมชน เรื่องใหม่ ๆ ก็มีเรื่องของการเติมน้ำใต้ดิน เรื่องของการจัดหา น้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนในเขตที่ขาดแคลนน้ำอย่างจริงจัง การศึกษาดูงานต่าง ๆ ของคณะอนุกรรมาธิการก็ได้เก็บรวบรวมอยู่ในเอกสารของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ ยังมีเอกสารที่คงจะส่งให้ท่านสมาชิก ในโอกาสต่อไป ท่านสามารถที่จะศึกษาหรือเปิดได้จากคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ทางสภา ได้จัดส่งให้ทางสมาชิกทุกท่านในด้านหลังแล้ว คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา แนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ ก็ขอนำเสนอกับท่านสมาชิกในเบื้องต้น เพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ตามด้วยท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอร่วมอภิปรายรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ เพื่อให้ข้อคิดเห็น แล้วผมก็มีคำถามบางคำถามที่จะให้กรรมาธิการช่วยให้ความกระจ่างด้วย ก่อนอื่นก็ขอชมเชยที่ท่านกรรมาธิการได้ศึกษาและให้รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่อย่างไรก็ตามผมมี ๓ คำถามที่อยากจะถามกรรมาธิการ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าในการศึกษาครั้งนี้ได้เขียนเรื่องของปัญหาทรัพยากรน้ำ กับปัญหาการบริหารลุ่มน้ำ ทั้ง ๒ ประเด็นที่ถามมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไร หรือไม่🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในการให้ข้อสังเกตไว้หลายเรื่องที่มีคำอยู่ ๒ คำ ที่อยากให้กรรมาธิการช่วยอธิบายก็คือการบริหารจัดการลุ่มน้ำกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นคำพูดที่เชื่อมโยงกันไป ไม่แน่ใจว่าจะมีการบริหารจัดการน้ำกับลุ่มน้ำไปสัมพันธ์กัน อย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าความเชื่อมโยงที่กล่าวถึงการจัดการลุ่มน้ำก็ดี มันจะไป เกี่ยวข้องกับการที่บ้านผมนครศรีธรรมราชเกิดอุทกภัยอยู่ขณะนี้ว่าการบริหารจัดการน้ำ จะไปทำให้การจัดการเรื่องน้ำท่วมเกิดอุทกภัยจะป้องกันอย่างไร หรือไม่ ใน ๓ คำถาม🔗
แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานสภาครับ ผมยังมีข้อสังเกตซึ่งท่านเขียนไว้ ที่เป็นข้อสังเกตในหน้า ๘๗ ถึง ๙๑ ในหน้าเหล่านี้ท่านก็จะไปพูดในทำนองว่าการบริหาร จัดการน้ำจะมีหลายส่วนหลายหน่วยที่ไปเกี่ยวข้อง ผมยกตัวอย่าง เช่น กรมทรัพยากรน้ำ ก็เกี่ยวข้องกับการจัดหาแหล่งน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เกี่ยวข้องกับ ทำฝายกั้นน้ำ ควบคุมน้ำ กรมชลประทานจัดหาน้ำ ออกแบบพัฒนาแหล่งน้ำ กรมเจ้าท่า เรื่องขุดลอก กรมโยธาธิการและผังเมือง เกี่ยวกับการระบายน้ำและการพัฒนาระบบป้องกัน น้ำท่วม ยังมีกรมป่าไม้ การประปาส่วนภูมิภาค ในการเขียนผมเห็นด้วยว่ามีข้อจำกัด ในการจัดการและการบูรณาการ เพราะฉะนั้นคำถามอีกคำถามหนึ่งที่อยากจะถาม กรรมาธิการก็คือว่าในการนำเสนอไว้ว่าขาดการบูรณาการน้ำอย่างเป็นระบบในการจัดการ ลุ่มน้ำนั้น ในหน้า ๑๒๘ ท่านเขียนไว้ ผมอยากจะทราบแนวทางและข้อเสนอของท่าน ต่อการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ผมย้ำนะครับว่าการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็น ระบบ เพราะว่าการทำให้การบริหารอย่างเป็นระบบนั้น ผมยังไม่เห็นกรรมาธิการพูดถึง ความเชื่อมโยงว่าแน่นอนการบริหารจัดการน้ำ มีทั้งการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ลุ่มน้ำต่าง ๆ เกิดจากต้นน้ำในประเทศไทยทุกภูมิภาคที่ทำให้เกิดลุ่มน้ำ ที่ท่านกล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำตาปี เป็นต้น ผมขอยกตัวอย่างไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นในข้อเสนอของผม ผมอยากจะเสนอและให้ กรรมาธิการไปพิจารณาสัก ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ในการบูรณาการน้ำทั้งระบบนั้น ผมไม่แน่ใจว่าในประเด็นการรักษา พื้นที่ต้นน้ำ เพื่อการชะลอน้ำก็ดี หรือการรักษาพื้นที่สีเขียวก็ดี มันเป็นประเด็นสำคัญในกรณี น้ำท่วมก็ดี การบังคับน้ำให้ซึมซับลงดิน และการจัดการทางเดินของน้ำ การผังเมือง การใช้ ประโยชน์ในที่ดิน การก่อสร้างถนนที่กระทบต่อทางเดินน้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยากจะเรียน กรรมาธิการว่าในรายงานก็อยากจะเห็น และผมคิดว่ายังกล่าวได้น้อย ถ้ามีไว้ก็ขออภัย แล้วก็ อยากให้ท่านได้พูดในส่วนนี้ด้วย ผมคิดว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะกำหนด บทบาทความรับผิดชอบ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดไว้ก็ไม่ขอเน้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามอยากให้ ลงรายละเอียดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ด้วย🔗
ประการสุดท้าย ผมคิดว่าเราพูดกันเรื่องการบริหารจัดการลุ่มน้ำและจัดการน้ำ สิ่งสำคัญมากที่สุดที่ผมได้รับรู้มาว่าการสร้างความตระหนักรู้ก็ดี การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องธรรมชาติของน้ำก็ดี มันเป็นความสำคัญที่ผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบายเรื่องน้ำ รวมทั้ง พี่น้องประชาชนด้วยที่จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติของน้ำ สิ่งเหล่านี้ผมยังเห็นว่า ในรายงานไม่ได้ปรากฏมากนัก ซึ่งเมื่อครู่นี้ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ก็พูดบ้างว่าจะทำ หลักสูตรให้ไปเรียนรู้กันในสถาบันต่าง ๆ อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมพูดถึง ความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของน้ำ มันจะไปเกี่ยวข้องกับ ๓-๔ เรื่องที่อยากให้พิจารณาก็คือ การที่พูดมันไปเกี่ยวกับน้ำต้องการที่อยู่ของน้ำ เพราะฉะนั้นการจัดระบบให้น้ำมีที่อยู่ เป็นเรื่องสำคัญ น้ำต้องการทางเดินของน้ำ เพราะฉะนั้นปัญหาส่วนหนึ่งที่เกิดน้ำท่วม น้ำไม่มี ที่อยู่และไม่มีทางเดินที่จะไหล เพราะฉะนั้นสุดท้ายการอนุรักษ์รักษาต้นน้ำที่ผมกล่าวถึง ก็ขอให้ท่านกรรมาธิการที่ได้ศึกษาลองพิจารณาข้อเสนอของผม เพื่อจะทำให้การบริหาร จัดการลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบเกิดมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ตามด้วยท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ครับ ขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะ ของทางภาคใต้นะครับ เพราะว่าผมมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคใต้ จังหวัดกระบี่ แล้วก็ยังเดินทาง ไปหลายจังหวัด วันนี้ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ก็ต้องชมเอาไว้ก่อน แต่ก็จะมีข้อสังเกตแล้วก็ อาจจะเพิ่มข้อมูลเพื่อที่คณะอนุกรรมาธิการภาคใต้อาจจะไปเพิ่มเติม หรือคำนึงถึงโดยเฉพาะ ของคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ เพราะว่ายังมีประเด็น โดยเฉพาะการไปจัดการน้ำนะครับ ของคำว่า การจัดการน้ำ มี พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดการน้ำ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งตัวพระราชบัญญัติ ที่ออกมาภายใต้ คสช. ที่ผ่านมา ยังเกิดประเด็นปัญหาว่าน้ำนี่รัฐเป็นเจ้าของนะครับ การจัดการน้ำตาม พ.ร.บ. ที่ออกมา ปี ๒๕๖๐ ก็ยังมีประเด็นที่จะต้องตามแก้ไขหรือมี ข้อบกพร่องอยู่อีกพอสมควร อย่างไรก็ตามรายงานฉบับนี้ผมขอให้ทางกรรมาธิการได้คำนึงถึงนะครับว่าการจัดการลุ่มน้ำ ต่าง ๆ โดยวิธีคิดโดยเฉพาะของกรมชลประทานนะครับ กรมชลประทานจะมีวิธีคิดแบบ สูตรสำเร็จภายใต้แพ็กเกจ (Package) ต่าง ๆ ถ้าอยู่ภายใต้การจัดการโดยรัฐ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน ก็คือจะไปสร้างอ่างเก็บน้ำ จะไปขุดลอกร่องน้ำ พัฒนาลุ่มน้ำนะครับ ที่สำคัญกรมชลประทานมักจะบอกว่าถ้าเป็นโครงการพระราชดำริแล้ว กรมชลประทาน ชอบมาก แต่หลายโครงการนะครับ เราทราบว่าไม่ได้เป็นไปตามโครงการพระราชดำริจริง มีการแอบอ้างแล้วก็มีการทำอีไอเอ (EIA) ที่ไปลอกจากอีกจังหวัดหนึ่ง ผมยกตัวอย่างที่ พี่น้องประชาชนอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เคยมาประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับ การก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำที่อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ก็ปรากฏว่า ชาวบ้านเขาก็จับเท็จกรมชลประทานได้ครับว่าไปลอกอีไอเอ (EIA) จากจังหวัดเพชรบูรณ์มา ผมอยากให้กรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องสูตรสำเร็จของกรมชลประทานครับ แล้วก็ลำน้ำ ต่าง ๆ ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ กรมชลประทานมักจะมองเรื่องของการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชนน้อย ช่วยกันให้ดูแลเรื่องของลำน้ำสาขา สายน้ำเล็ก ๆ ภารกิจอีกอันหนึ่ง ที่กรมชลประทานมักไปทำแล้วก็เกิดปัญหาเรื่องของผลสัมฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นไปสร้างเขื่อน สร้างอ่าง ปรากฏว่าทั้งชำรุด ทั้งถ่ายโอนไม่ได้ สร้างอ่างเก็บน้ำแล้วก็ทำให้สายน้ำเล็ก ๆ เสียหาย ตายสนิทเลยครับ ภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ คือมีสายน้ำเล็ก ๆ แห้งตลอดปี จากเดิมที่เคยชุ่มชื้น มีสัตว์ มีป่าไม้ที่ชุ่มชื้น ปรากฏว่าถ้าไปจัดการน้ำแบบวิธีคิดแบบคน ส่วนกลาง ราชการส่วนกลาง ก็จะทำให้สายน้ำตายสนิทครับ หรือแม้กระทั่งวิธีคิดว่าถ้าจะไป สร้างแล้วต้องเวนคืนที่ดิน แต่ปรากฏว่าก็มีการแอบอ้าง มีบุคคลภายนอกเข้าไป ซึ่งไม่ใช่ คนในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่าง ๆ มากมาย การจัดการน้ำจะต้องมีประชาชนมีส่วนร่วม มากที่สุด แล้วที่สำคัญครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จะต้องรับทราบครับ ผมมีเคส (Case) ตัวอย่างครับท่านประธาน ที่จังหวัดกระบี่บ้านผม ไปสร้างเขื่อน สร้างอ่างเก็บน้ำ ๒ ที่ ๓ ที่ แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่รับทราบเลยครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ อย่าง อบจ. ก็ไม่ทราบ ปรากฏว่าสร้างเสร็จแล้วก็ยังไม่ทราบนะครับ ไม่มีการสอบถาม ความเห็นหรือหาข้อมูลจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นโครงการหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำคลองหิน ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ที่เคยมี ภาคประชาชนไม่เห็นด้วย หรือในอีกหลายพื้นที่ที่ประชาชนออกมาคัดค้าน ผมก็อยากให้มี รายงานการบันทึกว่าเหตุไหน หรือเหตุผลอันใดที่ภาคประชาชนเขาถึงไม่เห็นด้วยกับ การจัดการน้ำจากหน่วยงานราชการคือกรมชลประทาน ผมอ่านรายงานนะครับ ทางกลุ่ม ลุ่มน้ำภาคใต้ หลาย ๆ จังหวัดพูดถึงต้องการน้ำหรือกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง หรือแม้กระทั่ง จะไปสร้างที่กันน้ำเค็ม แต่อย่าลืมนะครับว่าจังหวัดพัทลุง ชาวนาสามารถปลูกข้าวในน้ำเค็ม ได้นะครับ นี่คือวิวัฒนาการ นี่คือวิถีชีวิตที่เขาทำได้เช่นเดียวกัน เราพยายามจะปิดกั้นระบบ การไหลน้ำขึ้น น้ำลงทางธรรมชาติ ที่น้ำจืดสามารถที่จะไหลลงทะเล และในบางเวลาน้ำทะเล ก็ไหลเอ่อเข้ามาได้ ที่กระบี่จึงมีแหล่งท่องเที่ยวครับ เขาเรียกว่าคลองสองน้ำ ก็คือน้ำจืด ไหลลงทะเล ในขณะที่บางเวลาเวลาน้ำทะเลขึ้นก็หนุนขึ้นมา เขาเรียกว่าคลองสองน้ำ มีดุลธรรมชาติที่เขารักษาได้โดยไม่ต้องไปคิดเหนือธรรมชาติและต้องไปสร้างกั้นน้ำเค็ม ต่างหากก็ได้ครับ ผมจึงอยากฝากไปยังคณะกรรมาธิการว่ารูปแบบวิธีคิดโดยเฉพาะจาก กรมชลประทานนี่ละครับ หน่วยงานอื่นไม่อยากจะพูดถึง ก็อยากให้มีการทบทวนจริง ๆ แล้วก็เพื่อไม่ให้สายน้ำเล็ก ๆ สายคลองเล็ก ๆ ตายสนิทหรือแห้งสนิท เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ชาวบ้านนะครับ ก็ขอให้มีการบันทึกข้อสังเกตตรงนี้ไว้ด้วย🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ก็อยากจะบอกว่าการจัดการน้ำเพื่อมนุษย์ จะต้อง กระทบกับสายน้ำเล็ก ๆ น้ำตก ผืนป่า เขา วิถีชีวิตชาวบ้าน ประชาชน และสรรพสัตว์ ให้น้อยที่สุด ถ้าเราจะจัดการน้ำเพื่อมนุษย์ ต้องคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด เคารพธรรมชาติ เคารพท้องถิ่น จะได้อยู่กันอย่างยั่งยืนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านภาคภูมิ และตามด้วยท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ จากการศึกษารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการศึกษาบริหารการจัดการ ลุ่มน้ำทั้งระบบ ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น กระผมขออภิปรายในกลุ่มของการจัดการลุ่มน้ำ เจ้าพระยา โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิงและลุ่มน้ำวัง เนื่องจาก ๒ กลุ่มลุ่มน้ำนี้ มีการเกี่ยวข้องกับ จังหวัดตาก ซึ่งจังหวัดตากเป็นจังหวัดที่ตั้งของเขื่อนภูมิพล แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ประชาชนชาวตากแทบไม่ได้ใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลเลย ในจังหวัดตากมีแม่น้ำปิงไหลผ่านจาก เขื่อนภูมิพลมาผ่าเมืองตากทั้งหมด ๔ อำเภอ ไล่ตั้งแต่อำเภอสามเงา บ้านตาก เมืองตาก แล้วก็วังเจ้า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการได้ลงไปศึกษาพื้นที่ข้อมูลจังหวัดตากถึง ๒ ครั้ง มีการศึกษาการผันน้ำเมยลงเขื่อนภูมิพล เพื่อเพิ่มต้นทุนน้ำในเขื่อนภูมิพลที่บริเวณ บ้านขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และได้เข้าไปติดตามความคืบหน้าในการสร้าง อ่างห้วยฉลอม ตำบลท้องฟ้า จังหวัดตาก ซึ่งประชาชนได้รอคอยมาเกือบ ๓๐ ปี รวมถึง เข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำของแม่น้ำวัง อำเภอสามเงา และการศึกษาความเป็นไปได้จากการผันน้ำปิงลงคลองแม่ระกาสู่อำเภอเมือง จังหวัดตาก ไหลลงสู่กำแพงเพชรและสุโขทัย แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เข้าไปศึกษา ไม่ถึงเนื่องจากมีเวลาจำกัด ผมขอยกตัวอย่างในเรื่องอาคารบังคับน้ำของแม่น้ำปิง ในจังหวัดตาก ซึ่งขณะนี้ทราบว่ากรมชลประทานได้กำหนดการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ ของจังหวัดตาก ที่ไหลผ่านจังหวัดตาก แม่น้ำปิง ๑ แห่ง ที่บ้านแม่ยะ ตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการทำอีไอเอ (EIA) แล้วเสร็จแล้ว แต่อยู่ใน ระหว่างการออกแบบก่อสร้าง ซึ่งงบประมาณที่จะใช้ทั้งหมด ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งหาก การสร้างอาคารบังคับน้ำนี้สำเร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างมากมาย มหาศาลหลายหมื่นคน🔗
อีกเรื่องหนึ่งเป็นการศึกษาการจัดการน้ำของเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ประกอบด้วย ๓ อำเภอ คืออำเภอแม่สอด พบพระ และแม่ระมาด ซึ่งตั้งอยู่อำเภอฝั่งตะวันตกของจังหวัดตาก ติดประเทศเมียนมา ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ทุกปีมีฝนตก ค่อนข้างชุกอย่างสม่ำเสมอ มีแล้งบ้างเป็นบางครั้ง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมามีฝนแล้งอย่างหนัก แต่โดยภาพรวมแล้วน้ำฝน น้ำท่าค่อนข้างจะดีที่ผ่านมา แต่ปัญหาคือเมื่อเกิดฝนตกลงมา มันจะไหลลงสู่แม่น้ำต่าง ๆ ที่เป็นน้ำสาขา เช่น น้ำแม่ละเมา น้ำห้วยแม่ปะ น้ำแม่จะเรา ห้วยแม่ระมาด ห้วยขะเนจื้อ ห้วยแม่กึ๊ด ห้วยแม่สอด เป็นต้น ไหลลงสู่แม่น้ำเมย โดยสูญเปล่าเป็นประจำทุกปี พี่น้องประชาชนไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ ปัจจุบัน มีการศึกษาการสร้างอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง เช่น อ่างแม่ปะ อ่างแม่ปะตอนบน อ่างแม่ละเมา อ่างห้วยลึก ซึ่งอ่างเหล่านี้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก อย่างที่ผมได้กล่าวมา แต่เนื่องจากปีที่แล้วฝนแล้ง ในปีนี้คาดว่าปริมาณน้ำที่เก็บไว้จะไม่เพียงพอใช้ในเขตเศรษฐกิจ พิเศษตาก ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภคบริโภค ฉะนั้นการศึกษาการสร้างอ่างเก็บน้ำหลาย ๆ ที่ ขอให้มีการเร่ง เช่น อ่างแม่ละเมาตอนกลาง อ่างแม่ละเมาตอนบน อ่างแม่กึ๊ดตอนบน อ่างแม่ระมาด อ่างขะเนจื้อ อ่างห้วยแม่ปะแล้ง อ่างแม่กุ เพื่อจะเก็บกักน้ำไว้ใช้ในอนาคต ภาคหน้าในเศรษฐกิจพิเศษตาก จังหวัดตากในอนาคต ผมคิดว่าน่าจะเป็นศูนย์กลางของ การค้า การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจะ ก่อให้เกิด กิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อรายได้ให้แก่ประเทศไทยอย่างมากมายมหาศาล ปัจจุบันการใช้น้ำของฝั่งตะวันตกในภาคเกษตรกรรมก็ไม่เพียงพอยู่แล้ว ถ้าภายภาคหน้า มีการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดว่าน้ำที่จะใช้ในเกษตร ไม่ต้องพูดถึง น้ำที่จะกิน จะอุปโภคบริโภคก็น่าจะไม่เพียงพอ ฉะนั้นผมจึงอยากจะให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้นำเสนอโครงการต่าง ๆ ที่ผมนำเสนอให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ท่านได้ศึกษาจัดการน้ำของเศรษฐกิจพิเศษตากอย่างเป็นระบบโดยสมบูรณ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเลิศศักดิ์ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย แสดงความเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการ ลุ่มน้ำทั้งระบบ ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทางท่านกรรมาธิการที่ได้เสียสละเวลาแล้วก็ ใช้เวลาในการจัดทำรายงานโดยลงพื้นที่หาข้อมูลอย่างรอบด้านนะครับ ประเด็นที่ผมจะ นำเสนออยู่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก เป็นการแสดงความเห็นต่อข้อสังเกตของรายงานฉบับนี้ และอีกประเด็นหนึ่ง เป็นเรื่องของข้อเสนอแนะต่อการบริหารจัดการลุ่มน้ำในเขตพื้นที่ ที่กระผมเองได้มีข้อมูลอยู่นะครับ🔗
ในประการแรก เรื่องข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการในรายงานฉบับนี้นะครับ ประเด็นสำคัญในหน้า ๔๓ ข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีในข้อ ๒ เรื่องของการกำหนดให้ หน่วยงานของท้องถิ่น ซึ่งตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนของการกระจาย อำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดว่าแหล่งน้ำ โครงการที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำที่มีปริมาตร ต่ำกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร จะต้องอยู่ในการดูแลเป็นการถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งประเด็นนี้ละครับ เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ก็เลยอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานได้ทราบนะครับว่าหลายพื้นที่ในเขตที่ผมได้ติดตามอยู่เกิดปัญหาเช่นนี้จริง ๆ แล้วทางคณะกรรมาธิการเองก็ได้นำเสนอเป็นข้อสรุป เป็นข้อแนะนำไว้ได้ค่อนข้างที่จะชัดเจน แต่ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงแต่ละประเด็นให้ท่านกรรมาธิการได้เห็นนะครับ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการทำเรื่องในการถ่ายโอนภารกิจแหล่งน้ำที่ต่ำกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน สำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านประธานครับ ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลาก สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินได้จัดทำเขื่อนดินเพื่อกั้นลำน้ำสวยไว้ แล้วก็เกิดปัญหา พอเขื่อนแตก น้ำก็ไหลทะลักลงมา ทำให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากในครั้งนั้น ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า เมื่อหน่วยงานได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น โดยที่ ท้องถิ่นไม่มีความรู้ในเรื่องของการจัดการทางด้านเทคนิค แล้วประการต่อมาก็คือขาดงบประมาณ ในการบำรุงรักษา พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็เป็นเช่นดังที่เกิดขึ้น และ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มี การเข้าไปดำเนินการแก้ไขนะครับ🔗
ประการต่อมาครับ บางแห่งเป็นลักษณะของการถ่ายโอน และท้องถิ่นเอง ไม่ทราบมาก่อนด้วยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ถ่ายโอน พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไม่สามารถ หาเจ้าภาพในการบำรุงรักษาได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ฝายอันหนึ่งคือฝายบุ่งวังคัน อยู่ที่ตำบล ท่าสะอาด อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ฝายนี้กักเก็บน้ำไว้ใช้หลายตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลท่าสะอาด ตำบลท่าสวรรค์ แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นคือฝายพังทลายมาหลายปีแล้ว หาเจ้าภาพไม่ได้ กรมทรัพยากรน้ำก็บอกว่าไม่ใช่ ฝายที่สร้างโดยกรมทรัพยากรน้ำ กลายเป็นว่ากรมชลประทานก็ไม่ใช่ ไปเช็ก (Check) ดูละเอียดปรากฏว่าเป็นฝายที่ถ่ายโอนไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ในการดูแลขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ไม่มีนายช่างโยธาที่จะมาเซ็นรับรองแบบ ในการออกแบบเพื่อหางบประมาณมาแก้ไขปัญหานี้ อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดง ให้เห็นถึงความบกพร่องของการกระจายอำนาจในลักษณะนี้🔗
อีกอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งก็คือฝายกั้น น้ำฮวย ซึ่งอยู่บริเวณถนนของบ้านหนองบอน แล้วก็บ้านน้ำฮวย ตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย ฝายนี้เป็นฝายคอนกรีต สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ใช้มาได้ประโยชน์เยอะ แต่ตอนนี้เสียหายพังทลายมาก็ไม่มีการแก้ไข หาเจ้าภาพไม่ได้ ตรงนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และผมก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้นำเสนอไว้ในหน้า ๑๓๓ ครับว่าในการเสนอให้มี การพิจารณาเรื่องของแผนการกระจายอำนาจใหม่ เช่นให้มีการถ่ายโอนภารกิจในส่วนของ แหล่งน้ำ ถ้าไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร จาก ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ถ่ายโอนให้ อบต. ถ้าเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด อย่างนี้ถือว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจน🔗
ประการต่อมาครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอข้อเสนอในการที่จะพัฒนา แหล่งน้ำในพื้นที่ของลุ่มน้ำเลย ในประเด็นแรกครับ ไม่มีการระบุโครงการไว้ในรายงานฉบับนี้ ผมจำได้ว่าท่านกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนได้นำเสนอโครงการที่จะใช้ ในการพัฒนาพื้นที่ในลุ่มน้ำเลย แต่ว่าไม่ได้มีการบรรจุไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เช่น โครงการเขื่อนน้ำลายในพระราชดำริ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการแสดงความคิดเห็น หลังจากนี้ ก็น่าจะมีการบรรจุเข้าแผน แต่ว่าเล่มนี้ไม่มีการบรรจุไว้นะครับ🔗
อีกอันหนึ่ง ก็คือเขื่อนที่จะใช้กั้นลำน้ำเลยเป็นช่วง เป็นช่วง ยกตัวอย่าง เช่น เขื่อนที่บ้านท่ามะนาว กั้นแม่น้ำเลย น่าจะเป็นฝายยาง ถ้าทำเขื่อนทำกั้นแม่น้ำเลยเป็นช่วง เป็นช่วง เป็นช่วง ผมเชื่อว่าโครงการจัดการของลุ่มน้ำเลยจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อย่างมากเลยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัญญา นิลสุพรรณ ตามด้วยท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ที่ได้มีการพิจารณาศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านในการที่เราได้ร่วมกัน เพราะเราก็ทราบกันดีนะครับว่า ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำเป็นปัญหาที่มีมานานหลายสิบปี ซึ่งก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันทุกปี ในปีนี้เองผมเองก็ด้วยความตั้งใจ ก็ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการ วิสามัญด้วยนะครับ โดยเฉพาะปัญหาในพื้นที่ของผมเอง อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว และอำเภอชุมแสง ก็เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรเป็นหลัก รวมทั้งในวันนี้เองด้วยเวลาที่จำกัด ผมเองได้เป็นตัวแทนของพี่ ๆ ส.ส. ทั้งกำแพงเพชร พิจิตร ลงไปถึงอุทัยธานี สิงห์บุรี นครสวรรค์ ที่ใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล วันนี้เองต้องยอมรับครับว่าเราแก้ไขอะไรก็ตาม หัวใจหลักก็คือต้นทุนน้ำ ซึ่งโซน (Zone) แม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้แก่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ แต่ปัญหาหลักที่มีปัญหาจริง ๆ ก็เรื่องเขื่อนภูมิพล ซึ่งปริมาณน้ำทุกปีน้อยลง เมื่อได้เห็นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการในการที่จะมีการผันน้ำ เติมน้ำเข้าเขื่อน ผมเอง ได้ประชาสัมพันธ์กับพี่น้องในพื้นที่ ทุกคนก็มีความหวัง เพราะเรื่องนี้จริง ๆ แล้วคุยกันมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ยังไม่สำเร็จ ปีนี้เองก็มุ่งหวังจริง ๆ ครับ ด้วยรายงานของคณะกรรมาธิการ จะทำให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาแล้วก็ทุ่มงบประมาณในการแก้ไขปัญหา นอกจากของลุ่มน้ำ เจ้าพระยาเอง ทุกลุ่มน้ำครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราแก้ไขปัญหาเรื่องพี่น้องการเกษตรได้ ปัญหาของประเทศเราเบาไปเยอะแน่นอน เพราะว่าเวลาเกษตรกรเดือดร้อนนะครับ เดือดร้อนนี่นับเงินไม่มีคือไม่มีนะครับ แต่ถ้าพูดถึงภาคเศรษฐกิจอย่างอื่น อุตสาหกรรม ก็ยัง พอมีกิน แต่เกษตรกรถ้าเดือดร้อนคือถึงขนาดไม่มีกินก็มี ที่เราจะต้องไปช่วยเหลือกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่คาดหวังกันจริง ๆ ในพี่น้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในหลาย ๆ จังหวัด ที่ได้พึ่งพาลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็มุ่งหวังเรื่องโครงการที่จะเติมน้ำเข้าเขื่อนภูมิพลให้สำเร็จ โครงการต่าง ๆ ที่เราจะพูดคุยกันในการสร้างประตูน้ำอะไรทุกอย่างที่ไล่ลงมาก็ดีนะครับ เพราะว่าถ้ามีน้ำก็เก็บได้ แต่ถ้าเวลาที่น้ำมาเยอะ ๆ เราเก็บไว้ข้างบนไม่ได้ก็มีปัญหาอยู่ดี หลาย ๆ โครงการที่ทางคณะกรรมาธิการได้ลงไปในพื้นที่ โครงการหนองขวัญ ที่จังหวัดกำแพงเพชร ก็เป็นโครงการที่พี่น้องเกษตรกรทั้งนครสวรรค์เอง พิจิตรเอง ก็คาดหวังว่าจะได้รับการจัดสรร ของอำเภอชุมแสงเอง แม่น้ำยม ในการที่จะกักเก็บแม่น้ำยม ไว้ใช้ ตรงนี้ก็เป็นโครงการที่ก็พูดกันเป็นเป็นแผนรองรับ แต่หัวใจหลักก็คืออยากจะให้ โครงการในการที่จะผันน้ำลงเขื่อนภูมิพลสำเร็จ วันนี้เองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๒ สัปดาห์ก่อนเอง ปัญหาเรื่องนี้มาแล้วครับ ข้าวตั้งท้อง ข้าวนาปีที่ปลูกล่าช้าของเกษตรกร ทั้งนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร ก็เพิ่งประสาน ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านอธิบดีกรมชลประทาน ไล่มาตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ ๓ ที่ ๔ แล้วก็ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ในการที่จะได้รับปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ตอนนี้ ประสบภัยแล้ง เพราะว่าเดี๋ยวตอนสิ้นปีนี้ก็จะปิดน้ำไม่ให้ใช้เพื่อการเกษตร แต่เกษตรกร ยังไม่ได้ทำนาเลยนะครับ ยังไม่ได้ทำการเกษตรเลย ปีนี้บางรายทำครั้งแรกครับ ถ้ามีปัญหา เรื่องนี้อีก ปีนี้ก็จะลำบากเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน🔗
สุดท้ายก็ขอบคุณนะครับ แล้วก็ฝากความหวังกับรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ร่วมกัน จะเป็นพลังที่จะผลักดันให้โครงการต่าง ๆ ที่แก้ไข ปัญหาให้พี่น้องทั้งระบบสำเร็จครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ แล้วก็ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้เป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมก็เป็นกรรมาธิการหนึ่งในนั้น ก็นำเรียนท่านประธานว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการได้ทำงานเพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ให้ดีที่สุด ก็นำเรียนท่านประธานว่าปัญหาน้ำในประเทศไทยถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องให้ ความสำคัญอันดับแรก แล้วก็เป็นชีวิตของคนไทยทุกคน แล้วการที่เราจะพ้นจากประเทศ ที่ยากจน เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดี ปัญหาน้ำคือความสำคัญอันดับแรก นำเรียนนะครับว่า ในภาคอีสาน ผมเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม อยู่กึ่งกลางอีสานหรือสะดืออีสาน ภาคอีสาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๘.๖๙ ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่เกษตรทั้งหมด ๖๓ ล้านไร่ ซึ่งถือว่าเป็น ๑ ใน ๓ ของประเทศไทย มีประชากร ๒๑ ล้านคน แต่พื้นที่ชลประทานของอีสานนี้น้อยมาก ประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง รู้สึกว่าจะ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานครับ รายได้ประชากร ของภาคอีสาน ๘๗,๐๐๐ บาทต่อปีต่อครอบครัว ซึ่งถ้าเทียบกับคนทั้งประเทศ ๑๔๘,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปี ก็เห็นว่าคนอีสานมีรายได้น้อย ซึ่งการแปลจากปริมาณน้ำ กับรายได้จะเป็นการแปลโดยตรงซึ่งกันและกันนะครับ ก็ต้องนำเรียนว่าการที่จะทำให้ แก้ปัญหาน้ำได้ก็ทำให้ชีวิตคนอีสานดีขึ้น ในรายงานฉบับนี้นะครับท่านประธาน ผมขอไปที่ กลุ่มโขง เลย ชี มูล สงครามนะครับ ในรายงานมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ๑. ระดับโพลิซีเมเกอร์ (Policy Maker) หรือระดับนโยบาย ซึ่งคณะรัฐมนตรี ก็ต้องยอมรับนะครับว่าผมก็ยังรู้สึกว่า การให้ความสำคัญของเรื่องน้ำยังน้อยเกินไป ความสำคัญเรื่องน้ำถือว่าต้องให้ความสำคัญ อันดับแรก เพราะว่าสำคัญกว่าเรื่องของถนน เรื่องรถไฟฟ้า เรื่องอีอีซี (EEC) เรื่องอะไรอื่น ๆ อีกด้วยซ้ำไป แต่เรื่องอีอีซี (EEC) เรื่องรถไฟฟ้าอะไรก็มีความสำคัญครับ แต่ว่าเรื่องน้ำก็ต้อง อย่าให้ละเลยนะครับ🔗
อันที่ ๒ คือระดับเรกูเลเตอร์ (Regulator) ซึ่ง สทนช. ได้เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งในแผนมีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ก็คือ ๑. การเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำบ้านเรา ส่วนใหญ่ตื้นเขิน แล้วก็ทำให้ความจุเหลือประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเพิ่มความจุ ก็มีการต้องขุดลอก แล้วก็นำดินที่ขุดลอกมาทำเป็นรอบเพื่อเพิ่มความสูงของอ่างเก็บน้ำ แล้วก็มีฝายดักตะกอนที่ขอบอ่าง แล้วก็พัฒนาอ่างเก็บน้ำนั้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ได้🔗
ในส่วนของจังหวัดมหาสารคามเอง ในพื้นที่ผมเองก็มีอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน ซึ่งมีพื้นที่ความจุ ๘.๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้เหลือ ๑.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ อ่างเก็บน้ำแกดำมี ๑.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อ่างโคกก่อ จุ ๔.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ ๐.๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ๖.๖ เปอร์เซ็นต์ นี่ละครับคือปัญหา แล้วงบประมาณที่ผ่านมาก็ได้ปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คิวต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอครับ ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราจะขุดลอก ไม่เฉพาะจังหวัด มหาสารคามนะครับ ผมคิดว่าในพื้นที่ทั่วประเทศไทยจะต้องมีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ให้เพียงพอ ก็คือฝนตกมาเราต้องเก็บน้ำให้ได้ ป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่จะรับน้ำ แล้วเอาไปใช้ในช่วงหน้าแล้ง ๑. ทำขนมครกให้เพียงพอ ๒. ในการระบายในลุ่มน้ำนะครับ เช่นในพื้นที่บ้านผมก็คือลุ่มน้ำชี การทำประตูระบายน้ำที่จะกั้นเป็นช่วง ๆ เพื่อจะทำให้น้ำ ผันน้ำจากบริเวณน้ำชีไปบริเวณข้าง ๆ นะครับ ซึ่งในจังหวัดมหาสารคามเองตอนนี้มีประตูน้ำ มหาสารคามและประตูน้ำวังยาง ก็มีแผนนะครับว่าในช่วงกึ่งกลางระหว่าง ๒ ประตูน้ำจะมี การทำประตูน้ำตรงบริเวณแก้งแกกับท่าสองคอนนะครับ ถ้าได้ในบริเวณนี้ก็ทำให้พื้นที่ เกษตรกรได้รับประโยชน์มากขึ้น การทำอ่างเก็บน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำ แล้วก็การทำ ประตูระบายน้ำเพื่อจะทำให้การเก็บกักน้ำให้ดีขึ้น อันที่ ๓ คือการเติมน้ำเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งอันนี้ก็คือการผันน้ำจากแม่น้ำเลยผ่านลอดภูเขามา มาที่เขื่อนอุบลรัตน์ ก็ต้องยอมรับว่า อันนี้เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ๑ ๒ ขอให้ทำก่อน แต่เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ก็อย่าละเลยนะครับ แล้วก็เป็นความสำคัญว่าในช่วงหน้าแล้งของทุกปี เขื่อนอุบลรัตน์บางทีฝนตก เรียกว่าอยู่เหนือเขื่อน ท้ายเขื่อนก็ไม่มีน้ำ ทำให้ตอนบริเวณ หน้าแล้งก็ไม่มีน้ำจากแม่น้ำชีไปที่จังหวัดที่ใต้แม่น้ำชี คือขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อะไรอย่างนี้ก็จะแห้งแล้งไป ชาวบ้านซึ่งปกติได้ทำนาปรังก็ไม่ได้ทำนาปรัง ก็เดือดร้อน ก็มีการประท้วงกันขึ้นมา ซึ่งก็คิดว่าถ้ามีการผันน้ำเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ แล้วเพิ่มน้ำในบริเวณเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งตอนนี้ เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณเก็บกักน้ำ ๒,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะเพิ่มปริมาณ การเก็บกักน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ให้เต็มที่ วันนี้เขื่อนอุบลรัตน์มี ๑,๕๙๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ความจุทั้งหมด ๒,๔๓๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็คิดว่าน่าจะทำให้อีสานเราหายจนหายแล้งได้ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจแล้วก็ทำรายงานนี้ให้สมบูรณ์ แล้วส่งรัฐบาลเพื่อแก้ไขให้เกิดความสำเร็จต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหาร จัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ทั้งฉบับเล่มสีฟ้าเล่มนี้นะครับ เป็นคัมภีร์ที่สำคัญมากครับ ท่านประธานครับ แล้วถามว่าเล่มนี้เกิดจากอะไร เกิดจาก ๑๗ ญัตติครับ ไม่มีครั้งใด ที่สภาผู้แทนราษฎรจะเห็นตรงกันเสนอญัตติถึง ๑๗ ญัตติด้วยกันในการแก้ไขปัญหา น้ำทั้งระบบนะครับ สภาแห่งนี้ครับท่านประธาน ได้เห็นความสำคัญ ปัญหาของ ๒๕ ลุ่มน้ำ ที่ครอบคลุมพื้นที่ ๓๒๑.๒ ล้านไร่ มีระบบชลประทานเพียง ๓๒.๗๕ ล้านไร่เท่านั้นเอง เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวไปแล้วนะครับ ภาคอีสานน้อยมากครับ มีพื้นที่ชลประทาน มันเป็นวาระแห่งชาติ สำคัญยิ่งกว่าใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ท่านประธานครับ นครวัด นครธม อันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรกัมพูชานะครับ เจริญรุ่งเรืองเป็นมหานครได้ก็เพราะสร้างระบบน้ำ ที่ดี และมันพังทลายไปก็เพราะว่าขาดแคลนน้ำในที่สุด เพราะฉะนั้นน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญ ดังที่มีคนกล่าวไว้ว่า น้ำคือชีวิต ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ำมีมากมาย ไม่ว่าน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเค็ม น้ำเสีย โดยเฉพาะขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังประสบอุทกภัย ร้ายแรง ท่าน ส.ส. ธีระ วงศ์สมุทร ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านนิกร จำนง ส.ส. จังหวัดสงขลา ก็ให้ความเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างยิ่ง อยากจะให้รัฐบาลเร่งลงไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านทำความสำเร็จในฐานะประธานคณะกรรมาธิการหลายเรื่อง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผมจะขออนุญาตเรียนถามเกี่ยวกับเอกสารฉบับนี้สัก ๒-๓ ประเด็นนะครับ🔗
ประเด็นแรก อยากจะถามว่าคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องน้ำทั้งระบบ ได้เชิญหน่วยงานสำคัญระดับประเทศมาพูดคุยก่อนที่จะลงไปดำเนินการดูพื้นที่แต่ละแห่ง ๆ ด้วยหรือไม่ หน่วยงานนั้นก็คือ สทนช. ครับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เขาเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ที่ดูแลระบบน้ำทั้งประเทศ ได้มีการถามเขาก่อนหรือไม่ ร่วมกันพิจารณาหรือไม่ว่าเขามีแผนอะไรแล้วหรือยัง แต่ละโครงการ แต่ละลุ่มน้ำ แผนเขาเป็นอย่างไร ระบบงบประมาณเป็นอย่างไร มันจะทำให้ เอกสารเล่มนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะว่าท่านเขียนไว้ ยกตัวอย่างในหน้า ๔๓ ท่านก็พูดถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรทำโน่น ควรทำนี่ ควรทำนั่น ผมจึงเกิด คำถามว่าทำไมไม่เรียกเขามาแล้วก็พิจารณากันในที่ประชุมว่าเขาจะทำอย่างไรกับระบบน้ำ ทั้งประเทศเพราะเขาเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) เป็นเซนเตอร์ (Center) เป็นศูนย์กลาง แล้วก็สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีดูแลโดยตรง ก็จะขออนุญาตเรียนถาม ประการแรกครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็ขออนุญาตเรียนถามเรื่องลุ่มน้ำเจ้าพระยานะครับ ท่านบอกว่า ในหน้า ๗ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะขาดแคลนปริมาณน้ำ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แล้วจะเพิ่มเป็น ๘,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อ ๒๐ ปี ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า แล้วควรทำ ๑ ๒ ผันน้ำจากลุ่มน้ำยวม มาสาละวิน มาเมย แล้วก็ลงแม่น้ำปิง แล้วก็ลงเจ้าพระยา ผมไม่ขัดข้องนะครับ ไม่ขัดข้อง และสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ แต่อยากจะเรียนถามว่าท่านได้ ศึกษาเรื่องอื่นด้วยหรือไม่ ยกตัวอย่างครับท่านประธาน เรามีปริมาณน้ำท่า คือน้ำที่มันไหล ออกไปทิ้งไปเฉย ๆ นะครับ ๒๒๔,๐๒๓ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละเกือบ ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๘๐ ที่มันทิ้งไปเฉย ๆ ท่านได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ว่าท่านจะทำ อะไรกับมัน ที่มันสูญเสียไปแต่ละปี ๆ ผมยกตัวอย่างนะครับ ทางคุณสาคร เกี่ยวข้อง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ในฐานะดูแลภาคใต้ เขาเขียนไว้ในหน้า ๘๓ ในเอกสารเล่มนี้ เขาบอกว่ากรมชลประทานพิจารณาดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ทำอะไรบ้างครับ สำรวจออกแบบโครงการขนาดเล็กที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว รวมทั้งการดำเนินการขุดลอกคลอง แก้มลิง ลำน้ำสาขาต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนพื้นที่ เกาะพงัน เห็นไหมครับ เขาอยากจะเก็บน้ำฝนเอาไว้ และมีความต้องการใช้น้ำอุปโภคบริโภค จำนวนมาก และร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อบูรณาการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค ในพื้นที่เกาะพงัน อย่างนี้นะครับ ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ในลุ่มน้ำนี้ประกอบกันด้วยหรือไม่🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ท่านประธานวีระกร คำประกอบ ขออนุญาต เอ่ยนามอีกสักครั้งนะครับ เป็นผู้เสนอญัตติ ท่านคุณหมอ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เสนอญัตติเรื่องนี้ด้วย แล้วท่านเดินทางไปตระเวนดูทั่วไปเลยนะครับ เหมือนกับเป็นนกขมิ้น เหลืองอ่อน ดูไปทุกที่ ๆ แล้วเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ท่านไปจังหวัดกาญจนบุรี ไปเขื่อนวชิราลงกรณ ไปดูที่แม่น้ำจรเข้สามพันที่รับน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ ท่านกรุณา เสนอแนวทางไว้ดีมากครับ ในหน้า ๗๗ ท่านเสนอแนะไว้อย่างนี้ครับ ให้กรมชลประทาน เพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ ประตูระบายน้ำที่ปากคลองผันน้ำเข้าจรเข้สามพัน จากเดิม ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อันนี้จะเป็นประโยชน์ มากครับ เพราะว่าแม่น้ำจรเข้สามพันมันออกคลองสองพี่น้อง แล้วมาออกแม่น้ำท่าจีน แต่ขณะนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานวีระกรนะครับว่าที่ฝายจรเข้สามพันตอนนี้ มันชำรุดเสียหาย ไม่สามารถกั้นน้ำได้อีกต่อไปแล้ว ก็อยากจะเรียนผ่านท่านประธาน ให้ไปบอกชลประทานว่าเร่งมาดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะเกิด ภัยแล้งเกิดขึ้น🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ น้ำคือชีวิตจริง ๆ ครับ วันนี้เป็นวันที่สำคัญมาก อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการวาระแห่งชาติเรื่องน้ำทั้งประเทศให้เป็นเรื่องสำคัญ มากกว่าการคมนาคมแบบอื่น จะแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร แก้ไขความเหลื่อมล้ำ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้อย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จะอภิปรายนะครับ ขอท่านกรรมาธิการได้ตอบชี้แจง ๓ ท่านนะครับ เชิญกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยาใหญ่ อยากจะเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ โดยเฉพาะท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ได้กรุณาสอบถามว่าทำไมเรื่องของพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายไม่ได้รับการดูแล อยากจะ เรียนท่านว่ามันอยู่ในเล่มคิวอาร์โค้ด (QR Code) หน้า ๑๓๓ ซึ่งจริง ๆ เราได้ให้ความสำคัญ ต่อสิ่งที่ท่านพิเชษฐ์ได้กรุณานำเสนอเมื่อสักครู่นี้ ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ชาวเชียงราย ต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างมากนะครับ จะเห็นได้ว่าในหน้า ๑๓๓ เราพูดถึงเรื่องของการที่เราไปดูฝายเชียงราย จริง ๆ เราไปที่เชียงรายมันก็นอกลุ่มน้ำ แต่ว่าเราก็ไป เนื่องจากว่าไม่มีคณะอนุกรรมาธิการใดที่ดูแลในเรื่องลุ่มน้ำนี้ อีกประการ เราต้องการที่จะไปดูว่าที่เคยมีการนำเสนอในเรื่องของโครงการกก อิง น่าน ก็คือการปิดไม่ให้แม่น้ำกกไหลลงแม่น้ำโขงไป แล้วก็เอาน้ำจากแม่น้ำกกรวมกับแม่น้ำอิง ส่งมาช่วยแม่น้ำน่าน เพื่อมาช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่นั้น ที่ได้เคยเสนอกันไว้ มันมี ความเหมาะสมประการใดบ้าง อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเมื่อเราไปพบพี่น้อง ประชาชนชาวเชียงรายที่ฝายเชียงราย แม่น้ำกกแล้ว เราก็พบว่าแม่น้ำกกในปัจจุบันนี้ มันคงจะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอหรอกครับที่จะส่งมาช่วยแม่น้ำน่าน ดังนั้นเราก็ไปตามพื้นที่ ที่เป็นเส้นทางเดิมที่แม่น้ำกก แม่น้ำอิงจะส่งมาให้แม่น้ำน่านนะครับ โดยที่ฝายเชียงราย เราได้เห็นว่าเนื่องจากปริมาณน้ำน้อย ดังนั้นข้อเสนอของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเมือง เชียงรายที่ใช้แม่น้ำกก ต้องการให้เราปิดฝาย ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะครับ เราเขียนไว้ในนี้เลยว่า เราเห็นชอบตามข้อเสนอของพี่น้องประชาชนที่จะปิดฝายก่อนที่แม่น้ำกกจะไหลลงสู่ แม่น้ำโขง เพื่อเก็บกักน้ำเอาไว้ให้พี่น้องชาวอำเภอเมืองเชียงรายได้ใช้ อันนี้เราเขียนชัดเจน ซึ่งตามข้อเสนอของประชาชนไม่ใช่เฉพาะลุ่มน้ำตรงนี้นะครับ หลาย ๆ ลุ่มน้ำสาขาทั้งหลาย เราเห็นด้วยเลยครับว่าในปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนน้ำ เราไม่ควรจะปล่อยให้น้ำไหล ลงทะเลไปเฉย ๆ ไม่ว่าจะไหลลงแม่น้ำเมย แล้วแม่น้ำเมยไหลลงแม่น้ำสาละวิน ออกทะเล เมาะตะมะไป อย่างนี้เราก็ไม่เห็นด้วยนะครับ ทำอย่างไรเราจะกักน้ำไม่ให้ปล่อยน้ำไหล ลงทะเลไป ในหลาย ๆ ลุ่มน้ำด้วยกันนะครับ แม่น้ำอิงก็เช่นเดียวกัน แม่น้ำอิงก็จะไหลลง แม่น้ำโขง แม่น้ำโขงก็จะไหลไปออกนอกประเทศไทยไป เราก็เห็นสมควรว่าแม่น้ำอิงก็ควร จะต้องกักน้ำไว้ ดังที่เราได้นำเสนอในนี้ด้วยนะครับ เราเห็นสมควรด้วยซ้ำไปว่าโครงการ ที่นำเสนอเรื่องของกก อิง น่าน ควรจะต้องยกเลิก เนื่องจากว่าไม่คุ้มค่าต่อการก่อสร้าง แล้วปริมาณน้ำของแม่น้ำกก แม่น้ำอิง มันไม่เพียงพอต่อการที่จะมาเติมให้กับลุ่มน้ำน่าน เรายังได้พูดถึงเรื่องของแนวส่งน้ำที่จะลงน้ำแม่ลาว บริเวณเหนือฝายชัยสมบัติด้วย ที่จะให้ เก็บกักน้ำเอาไว้ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ นอกจากนั้นเรายังไปที่อำเภอเวียงชัย เราได้รับเรื่อง จากพี่น้องประชาชน ซึ่งโครงการเขาก็บอกเหมือนกันว่าโครงการกก อิง น่าน ไม่ควรจะส่งน้ำ ไปช่วยแม่น้ำน่านนะครับ แต่ว่าโครงการดังกล่าวถ้าเรากักน้ำไม่ให้แม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขง เราเอาแม่น้ำกกไหลมาเพื่อส่งน้ำมาช่วยกับพี่น้องในเขตอำเภอเวียงชัย ในเขตอำเภอเมือง ของจังหวัดเชียงราย แล้วก็เรื่องต่อ ๆ ก็คือเรื่องของแม่น้ำอิง ซึ่งมีพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำอิง เขาเลี้ยงกุ้งกันเยอะ มีบ่อกุ้งเป็นจำนวนมากที่เราไปเห็น เขาก็บอกว่าในหน้าฝนน้ำท่วมตลิ่งนะครับ แม่น้ำอิงนี่ แต่ว่าน้ำก็ไหลลงแม่น้ำโขงทิ้งไปเฉย ๆ สมควรที่จะต้องทำประตูระบายน้ำ หลาย ๆ จุดเพื่อกักน้ำไว้ให้พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดเชียงรายในลุ่มน้ำอิงเขาได้ใช้ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เราก็เขียนในนี้ว่าเราก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของพี่น้องประชาชน🔗
ในเรื่องที่ ๔ ก็ทำนองเดียวกันนะครับ ที่ตำบลเวียง อำเภอเทิง ที่เราไปพบ เราก็พบว่าพี่น้องประชาชนก็ขอให้ทำประตูน้ำกักน้ำอิงเอาไว้ใช้ ท่านเพื่อนสมาชิกครับ แม่น้ำ แต่ละแม่น้ำมีปัญหาอยู่เยอะ โดยเฉพาะในภาคเหนือ เราเองก็พยายามไปทุกลุ่มน้ำ อย่างเช่น แม่น้ำปิง ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำแม่ริม แม่แตง แม่กวง แม่งัด แม่จัน แม่แจ่ม แม่กลาง ก็ไปหมด ไปทุกลุ่มน้ำ แล้วก็ไปดูปัญหาที่มันเกิดขึ้นว่าปัญหาเกิดจากอะไรนะครับ ก็อยากจะเรียน ท่านว่าปัญหาส่วนหนึ่งก็เกิดจากทุกลุ่มน้ำสาขาเขาได้กักน้ำเอาไว้ใช้เอง ถ้าเป็นลุ่มน้ำเล็ก ก็เป็นระดับฝายแม้ว ถ้าเป็นลุ่มน้ำใหญ่ก็มีประตูน้ำทั่วไป เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียน กับท่านว่ามันจึงไม่มีน้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำปิง แล้วก็ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลมากเพียงพอ🔗
สำหรับข้อเสนอแนะของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งได้กรุณาพูดถึงเรื่องของคลองจรเข้สามพัน แล้วก็คลองสองพี่น้อง ซึ่งต่อเนื่องกัน เป็นโครงการของกรมชลประทานที่เขามีไว้สำหรับเชื่อมโยงเอาน้ำจาก แม่น้ำแม่กลองมาช่วยเหลือทางด้านแม่น้ำท่าจีน ซึ่งทางกรรมาธิการก็ได้นำเสนอแล้วว่า ขอให้เพิ่มศักยภาพในการส่งน้ำในส่วนนี้ จากเดิมทีกรมชลประทานตั้งใจที่จะขยายกำลัง ส่งน้ำคลองส่งน้ำนี้จาก ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น ๘๐ ทางคณะกรรมาธิการก็ขอให้เป็น ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรเลยได้ไหม เพราะในอนาคต ลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องใช้น้ำในส่วนนี้เพิ่มขึ้น ส่วนฝายจรเข้สามพันซึ่งชำรุด เสียหายนั้น ทางคณะกรรมาธิการจะได้ทำหนังสือถึงกรมชลประทานให้ช่วยซ่อมแซม ให้เรียบร้อย🔗
ท่านได้พูดถึงเรื่องการที่กรรมาธิการได้พูดคุยกับ สทนช. หรือชลประทาน ก่อนหน้าไหม ทำไมจะต้องมาเสนอเป็นข้อเสนอแนะเยอะ ๆ เราทำร่วมกันกับกรมชลประทาน เราทำร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำ เราทำร่วมกับ สทนช. ตลอดเลยครับ แม้กระทั่งในโครงการ ที่เราจะผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินไปสู่แม่น้ำปิง ที่เราได้กล่าวถึงไปแล้วว่าปีหนึ่งเราจะต้อง ผันน้ำมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา หรือแม่น้ำปิง เป็นจำนวนถึง ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในเฟส (Phase) ที่ ๑ แล้วก็อีก ๒,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในเฟส (Phase) ที่ ๒ ในส่วนนี้เป็นโครงการที่กรมชลประทานได้ศึกษา จนทำอีไอเอ (EIA) แล้วเสร็จนะครับ เราเร่งรัดเลยครับโครงการนี้ จนกระทั่งจากผลที่เราเร่งรัดและเราได้ ประสานงานหลาย ๆ ส่วน ทำให้มีบริษัทวิสาหกิจของรัฐบาลจีนได้ยื่นข้อเสนอมาว่าจะสร้าง ให้ก่อนแล้วจะเก็บค่าน้ำ ซึ่งถูกมาก เมื่อดูแล้วค่าน้ำที่เขาจะเก็บต่อคิวประมาณ ๑ บาท ไม่ถึง ๑ บาทต่อคิว เพราะฉะนั้นเมื่อสูบน้ำข้ามไปสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำภูมิพล ด้วยต้นทุนเพียงไม่ถึง ๑ บาทต่อคิว จะเห็นได้ว่าเขื่อนภูมิพลก็จะเอาน้ำส่วนนี้ไปปั่น กระแสไฟฟ้าขายต่ออีกนะครับ เพราะฉะนั้นต้นทุนน้ำเหลือประมาณ ๕๐-๖๐ สตางค์ เท่านั้นเอง ต่อลูกบาศก์เมตร จะให้เห็นว่ามันเป็นโครงการที่มีอนาคตแล้วก็เกิดประโยชน์ มหาศาลต่อลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด🔗
ต่อไปก็ขอให้ทางท่านนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ได้กรุณาตอบเรื่อง ลุ่มน้ำสงครามต่อไปครับ🔗
เชิญคุณหมอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอตอบ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากสกลนครนะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ว่าไม่เห็นมีอุโมงค์ มาไม่ถึงสักที จะรออุโมงค์คงไม่ไหวแล้ว กระผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพนะครับว่า เรื่องอุโมงค์นั้นมันคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับทางลุ่มน้ำทางอีสานเหนือนะครับ อุโมงค์นี้ตามเดิม ไม่มีนะครับ ไม่เคยเกิดอุโมงค์นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเรื่องของโครงการ โขง ชี มูล ความจริงแล้วก็เกิดตั้งแต่ ๒๓ ปีมาแล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการประชุมที่ขอนแก่น โครงการนี้เป็นโครงการ ท่านประจวบ ไชยสาส์น ที่เสนอขึ้นมาคือโขง ชี มูล โดยแรกเริ่มนั้นที่จังหวัดหนองคาย ผันน้ำเข้าสู่แม่น้ำชี เพื่อทะลุทะลวงไปสู่จังหวัด ๖-๗ จังหวัดนะครับ ชี แปลว่า ทะลุทะลวง แม่น้ำชีก็ได้ประมาณ ๖ จังหวัด แล้วก็ไปรวมกับแม่น้ำมูล ซึ่งเกิดจากเทือกเขาพนมดงเร็ก ภูพาน ก็ได้แม่น้ำมูล รวมกันก็ไปออกที่อุบลราชธานี รวมกันแล้วได้ทั้งหมด ๑๔ จังหวัด ก็เหลือจังหวัดมุกดาหาร ก็ปรากฏว่ามีห้วยบางไทร แล้วก็เหลืออีก ๕ จังหวัด อันนี้ละ เป็นเรื่องสำคัญ ที่การประชุมคณะรัฐมนตรีขณะนั้นปรากฏว่าได้เสนอลุ่มน้ำสงครามเพื่อให้ อีสานเหนือ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร บึงกาฬ ให้มีน้ำใช้ ให้แก้ไขเรื่องน้ำให้ได้ ก็ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยนะครับ รุ่งเช้าท่านจะมาดูถิ่นนี้ แล้วก็ได้ตั้งงบประมาณ ตอนนั้นก็ได้ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพิศาล มูลศาสตรสาทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูแลเรื่องนี้ ก็ได้เริ่มทำ แต่น่าเสียดายครับ ทำไปได้สักหน่อยก็มีการปฏิวัติ รัฐประหาร น่าเสียดายจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเรื่องนี้ ผู้แทนราษฎรทุกคน ส.ส. ทุกคนในเขตอีสานเหนือ สมัยท่าน พลเอก ชวลิตมาเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ หรือท่านรองประธานสภาของเรา ท่านเป็นคนศรีสงคราม ท่านคิดเรื่องนี้เป็นอันมาก ผมบอกว่าเราไม่ได้คิดแค่นี้อย่างเดียว ต้อง ๕ จังหวัดด้วยนะ เราได้ต่อสู้เรื่องนี้มาตลอดเวลา ได้ติดตามมาตลอดเวลา เมื่อมีการศึกษาเกิดขึ้นก็เลยศึกษา ตลอดมา🔗
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ถามเรื่องอุโมงค์ อุโมงค์นี่เดิมไม่มีนะครับ เพราะว่า เกิดที่หนองคาย แต่ตอนหลังแก้ไขมาเปลี่ยนที่โขง เลย ชี มูล จึงมีเมืองเลยครับ เพราะจังหวัดเลย เป็นจังหวัดที่เป็นที่สูงที่สุด เป็นที่สูงที่สุดในภาคอีสานในเขตไทย กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่าประเทศไทยเรานี้มันมีเนื้อที่ เป็นลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อเรื่องน้ำ จริง ๆ ประเทศไทยเหมือนด้ามขวานนะครับ คมขวาน ตัวขวาน แล้วก็สันขวาน ด้ามขวาน นี่ก็คือภาคใต้ขึ้นมา สันขวานก็เขตอีสาน สันขวานมันสูงเพราะมีภูเขา ๒ ชุด ภูเขาพนมดงเร็ก กับภูเขาภูพาน น้ำจะไหลจากที่สูงลงที่ต่ำนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไหลที่สูงลงที่ต่ำเข้าแม่น้ำชี กับแม่น้ำมูลไปลงที่ต่ำหมด จึงเป็นประโยชน์ในการที่จะผันน้ำจากที่สูงลงที่ต่ำ เราจึงเอา เมืองเลยเพราะเมืองเลยสูงสุด ทีนี้พอเอาเมืองเลยผันน้ำเข้ามาไม่ได้ครับ เพราะว่ามันมี บางแห่งที่สูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขง จึงมีการเจาะอุโมงค์ ซึ่งการเจาะอุโมงค์ในการศึกษา ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากเพราะว่าลงทุนสูงเหลือเกิน แต่เมื่อจำเป็นก็จำเป็น จึงมาลงที่ หนองบัวลำภู และจากหนองบัวลำภูจึงเข้าไปสู่แม่น้ำชี แม่น้ำมูลต่อไปนะครับ🔗
ทีนี้เรามาพูดถึงแม่น้ำสงคราม ผมดีใจที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ให้ความสนใจ อย่างนี้มาก และคงมีอีกหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าพรรคใด พรรคใดที่อยู่ทางอีสานเหนือ อีสานกลางนั้น ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ เพราะมันเป็น เรื่องสำคัญ ถ้าไม่ได้โครงการนี้ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำใน ๒๐ จังหวัด ภาคอีสานได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงแม่น้ำสงคราม แม่น้ำสงครามประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร เกิดที่จังหวัดอุดรธานี พูดถึงต้นน้ำนะครับ จากอุดรธานีมันก็ไหลขึ้นไป หน่อยหนึ่งเข้ามาสู่จังหวัดสกลนคร จากสกลนครก็ไปออกหนองคาย ออกบึงกาฬ แล้วออก นครพนมที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ตำบลไชยบุรี ตำบลนี้ละที่เป็นปากน้ำ ก็มีกลางน้ำ และต้นน้ำ ประโยชน์ของแม่น้ำนี้เหลือหลายครับ เขตของแม่น้ำนี้เกษตรกรประมาณ ๕๗๐,๐๐๐ ไร่ ได้ประโยชน์ในเนื้อที่มากมายเหลือเกิน มีประโยชน์จริง ๆ ที่มีประโยชน์แท้ ๆ จากปากน้ำไปถึงกลางน้ำประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตรนี้เป็นประโยชน์มาก พื้นดินแถวนี้จะเป็น ที่ชุ่มฉ่ำ ประโยชน์ต่อเกษตรกรถึง ๕๗๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ เราพูดถึงต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำแล้ว ทีนี้เรามาศึกษาปลายน้ำครับ ปลายน้ำของ แม่น้ำนี้อยู่ที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน น้ำจากแม่น้ำโขงเมื่อเวลาน้ำขึ้นหน้าน้ำของมัน แม่น้ำโขงจะล้นฝั่ง มันจะไหลเข้ามาในแม่น้ำศรีสงคราม ไหลเข้ามาถึง ๑๔๐ กิโลเมตร สูงสุดเลย ๑๔๐ กิโลเมตร แล้วน้ำจะดันขึ้นไปจนทำให้น้ำจากต้นน้ำมาสู่กลางน้ำ น้ำก็จะมีตลอดของแม่น้ำศรีสงครามทุกเส้นทุกสาย รวมทั้งคลองซอย ไม่ใช่แค่คลองซอย จะไปทางอำเภอนาทม หรือไปอำเภอสว่างแดนดิน หรือไปอำเภออากาศอำนวย มันมีน้ำ หมดครับ เพราะน้ำไหลจากแม่น้ำโขงขึ้นไปดัน และน้ำจากต้นน้ำไหลลงมา ๑๔๐ กิโลเมตร จากปากน้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ พอน้ำแห้ง น้ำลด น้ำแม่น้ำโขงจะลดลง มันลด มันไหลขึ้นมาแค่ ๑๒๐ กิโลเมตรเท่านั้นนะครับ มาถึงศรีสงคราม ๑๒๐ กิโลเมตร ในระหว่าง ๑๔๐ กิโลเมตร ๑๒๐ กิโลเมตร แห้งมากนะครับ เวลาหน้าแล้งมันแห้งจริง ๆ กระผม อยากเรียนท่านที่เคารพว่าเดินกลับข้ามได้นะครับ ผมเคยไปอยู่ที่นั่น เป็นหมอที่นั่น ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งแรกประมาณสัก ๔๐ กว่าปี เดินข้ามได้ แต่พอเวลาหน้าน้ำแล้ว น้ำเต็มเลยครับ จึงเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งที่ปลาชุมมากทีเดียว เป็นที่ทำมาหากินของพ่อแม่ พี่น้องในเขตอำเภอศรีสงครามนั่นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าลืมครับ หน้าน้ำ น้ำไหล ๑๔๐ กิโลเมตร เขตชุ่มฉ่ำ ประชาชนพอใจ ใช้ได้ ส่วนเกินเหนือขึ้นไปนั่นก็ใช้น้ำจากต้นน้ำที่มาเป็นประโยชน์ แต่พอน้ำแล้งมันแค่ ๑๒๐ นะครับ มันจะมีช่องว่างระหว่าง ๑๒๐ กับ ๑๔๐ ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร บ้านเมืองเดือดร้อนมาก น้ำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจากการศึกษาโครงการนี้จึงทำให้เป็นการศึกษาที่ตอนนี้รู้สึกว่า จะสมบูรณ์พอสมควร เรายังคงรอติดตาม เรียกว่าพอสมควรก็แล้วกันว่าแล้วเราจะทำอย่างไร ๑๒๐ นี่ มันมีคลองซอยอยู่แล้ว ขณะนี้ก็มีการสร้างประตูน้ำ เขาสร้างมาแล้วในตั้งแต่กลางน้ำ คือตั้งแต่ต้นน้ำ ก็ปรากฏว่าเป็นเขตของกรมชลประทาน ประตูน้ำที่ ๑ ก็มีทั้งหมด ๙ แห่ง มีจากประตูน้ำยาม ประตูน้ำอูน ประตูน้ำหนองบัว ประตูน้ำห้วย ประตูน้ำบ้านกอก ประตูน้ำ บ้านนาถ่อน ประตูบ้านซ่อมกอก ประตูน้ำอากาศอำนวย ประตูน้ำบ้านปากยาม แล้วก็ อาจจะไปสร้างเขื่อนที่ปากน้ำสงครามนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นสิ่งที่ทำ แล้วกำลังจะทำอยู่ครับ แต่ถ้าท่านผู้มีเกียรติที่ถามมานี่ ผมขอรับที่จะไปศึกษาติดตาม ดูอีกทีว่าสร้างเสร็จหรือยัง เพราะในนี้เขาบอกว่าเสร็จแล้ว ทีนี้เสร็จแล้วบางแห่งบางที มันไม่มีน้ำ เพราะน้ำมันไม่ถึง ผมเคยไปศึกษาเรื่องนี้ เรื่องลุ่มน้ำโขง ชี มูล ไปที่จังหวัดสุรินทร์ ผมจำได้ว่าที่แห่งนั้นเป็นที่ของท่านคุณพ่อชัย ท่านอดีตประธานสภานะครับ ท่านอยู่ก่อน ปรากฏว่ามีแหล่งน้ำ ขุดครับ เสียเงินไปเป็น ๑๐๐ ล้านบาทเลย แต่ไม่มีน้ำครับ ผมก็คิดถึง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในแม่น้ำสงครามเหมือนกันครับว่าบางทีอาจจะมีเขื่อนที่ไม่มีน้ำเหมือนกัน เพราะว่าเราทำยังไม่เสร็จสมบูรณ์อยู่ เราจะทำเสร็จสมบูรณ์อย่างไร คือต้องมีเขื่อนกันน้ำ เขาเรียกว่าฝายระบายน้ำนะครับ ที่อำเภออากาศอำนวย ๑ ชุด แล้ว ๒. อาจจะต้องมีที่ ปากน้ำไชยบุรี ๑ ชุด ที่ปากน้ำไชยบุรีได้เคยคิดจะทำมาเมื่อสมัยท่านพิศาลเป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าตอนนั้นน้ำท่วม ผมจำได้เลย นายอำเภอชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นนายอำเภอท่าอุเทน ยังเอาเงินไปจ่าย ไปพบพี่น้องเขาเลย แต่ปรากฏว่าอย่างที่ กระผมกราบเรียนว่าเราถูกยึดอำนาจเสียก่อนนะครับ ก็ไม่เป็นไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว ในตอนนี้มันก็มีปัญหาครับ ถ้าจะสร้างเขื่อนหรือเอาฝายน้ำล้นที่ปากแม่น้ำไชยบุรี มีปัญหา เพราะว่าตอนไปดูงานก็มีประชาชนมามากครับ ก็มีทั้งคัดค้านว่าเขากลัวน้ำท่วม แล้วก็ จะท่วมจริง ๆ เราตั้งคณะที่ปรึกษาไป เขาก็บอกว่าอาจจะท่วม จึงมีแนวคิดใหม่ ถ้าท่วม เราก็ไม่ทำ แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ ก็ปรากฏว่าเราดูตั้งแต่ปลายน้ำจากปากน้ำไชยบุรี ย้อนขึ้นไป ๑๒๐ กิโลเมตร น้ำมันถึง แต่พอถึง ๑๔๐ น้ำมันไม่ถึง เพราะพื้นดินใต้น้ำมันสูง กว่าเดิม ๑ เมตรครับ นั่นเขาแนะนำ ที่ปรึกษาเขาแนะนำของนายช่างทั้งหลายเขาบอกว่า เราน่าจะขุดลงไปสัก ๑ เมตร เมื่อขุดไป ๑ เมตร น้ำก็จะไหลเข้าไปได้ ก็จะดี ผมก็ถามว่า แล้วไม่ต้องขุดทุกปีหรือ เขาบอกว่าไม่เป็นไร เพราะว่า ๓-๔ ปีขุดที ก็คงจะถูกกว่าไปสร้างเขื่อน ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านที่เคารพทั้งหลายว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ขอกราบเรียน ผมก็กราบเรียนทางท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เป็นเรื่องที่ ทำกันมายาวนานแล้ว ท่านประธานศุภชัยท่านก็ทราบอยู่ว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะไปสู่พี่น้อง ประชาชนให้ได้ นั่นก็คือกราบเรียนไปยังรัฐบาลครับ คณะกรรมาธิการของเราพูดอยู่เสมอ เรากลัวครับ กลัวว่างบประมาณที่ตั้งไว้บางทีมันมาก อาจจะเลิกไปก็ได้ มีส่งรายการไปก็จบ ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ท่านรู้ไหมว่างบประมาณ เราคำนวณแล้วครับ ลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๒ โครงการ แต่ก่อน ๒๕ เหลือ ๒๒ แล้วครับ ๔ ล้านล้านบาทครับ อย่าตกใจนะครับ เพราะว่าเราทำ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ถ้าเริ่มต้นเดินก็ต้องเดิน สำหรับทางโครงการ ลุ่มน้ำโขง ชี มูล สงคราม ๑.๙ ล้านล้านบาท ก็ตีว่า ๒ ล้านล้านบาทแล้วกันนะครับ ก็เริ่ม เดินทางไป ก็ฝากท่านประธาน พวกเราต้องติดตามนะครับ ฝากท่านประธานสภานะครับว่า เรื่องนี้เราต้องเสนอรัฐบาลให้กระทำให้เดินให้ได้ ลงทุนสัก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ก็ขอ ไม่ว่าไม่อะไร หรือ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒-๓ ล้านบาท ก็ไม่ว่าอะไร ขอให้เกิด เดินทางเถอะครับ ไม่เดินทางก็ไม่เกิดสักทีหนึ่ง นี่เกือบครึ่งศตวรรษแล้ว ๔๐ กว่าปีแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชายท่านก็จากไปแล้ว ท่านประจวบท่านก็จากไปแล้ว กระผมคิดว่า ก็ขอฝากท่านประธานที่เคารพของผม อย่างไรเรื่องนี้ขอฝากไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ ทุกลุ่มน้ำนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รองประธานคณะกรรมาธิการ และจะขอให้ความเห็นเพิ่มเติมในฐานะกรรมาธิการ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการซึ่งก็มีทั้งข้อเสนอแนะและข้อสังเกต เพื่อเป็นแนวทาง ในการที่จะบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และการควบคุมปรับปรุง คุณภาพน้ำ ด้วยแนวทางและโครงการที่เสนอมีทั้งโครงการขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ รวมไปถึง เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) นะครับ ซึ่งมีข้อเสนอทั้งงบประมาณที่จำนวนมหาศาล แล้วก็พื้นที่ที่จะใช้ดำเนินการมีพื้นที่กว้างขวางมากทั้ง ๕ ลุ่มน้ำ ๖ ลุ่มน้ำนี่นะครับ ซึ่งพื้นที่ ที่จะดำเนินการก็จะมีผลกระทบกับวิถีชีวิต กับผู้คน กับชุมชน กับสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ อย่างมากมายนะครับ ซึ่งทุกอย่างก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การขับเคลื่อน แนวทางและนโยบาย ผมคิดว่าจำเป็นต้องฟังคนที่เป็นคนเล็กคนน้อย คนชายขอบที่จะเป็น ผู้เสียสละ และเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งชีวิตของเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงไป อย่างสิ้นเชิงด้วย จึงเลี่ยงไม่ได้นะครับ ในการที่เราจะได้เห็นการคัดค้าน หรือแม้กระทั่ง การต่อต้าน อย่าลืมว่าโครงการในอดีตอย่างเขื่อนปากมูล ดูเหมือนว่าผลกระทบมันจะมี อยู่แค่อำเภอโขงเจียม อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น แต่ถ้าดูในเรื่องของระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำมูล มันล่มสลายไปเกือบทั้งภาคอีสานเลยทีเดียว ถ้าดูประโยชน์จากเขื่อนปากมูลโครงการในอดีต เราจะเห็นว่าระบบชลประทานเราได้นิดเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับตรรกะในการที่เรานำมา เป็นเหตุผลในการสร้างเขื่อนปากมูล ผมคิดว่าในโครงการต่าง ๆ ที่มีการเสนอในรายงาน ของคณะกรรมาธิการของพวกเรา แล้วก็ต้องยอมรับนะครับว่าทั้งกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา กลุ่มลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล หรือกลุ่มลุ่มน้ำอื่น ๆ จะต้องมีการคัดค้าน แล้วก็มีการต่อต้าน อย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าเราจะจัดวางและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร ความวิตกกังวล ความรู้สึกสูญเสียในวิถีชีวิต ในชุมชนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เราจะจัดวางอย่างไร เราจะดูแลอย่างไรได้บ้าง ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ถ้าดูแล้วเราต้องมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ คือจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ ได้รับการชดเชย ไม่น้อยกว่า ๑ เท่าตัวของสิ่งที่ เขามีอยู่ หรือมากกว่านั้น คือเขาจะต้องไม่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคในการพัฒนาการบริหาร จัดการลุ่มน้ำ การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แต่ว่าเขาจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะได้ ประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจากการศึกษาเที่ยวนี้จะเป็นการบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบ ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมหาศาลเลยนะครับ ในคณะกรรมาธิการเราก็มี การยกตัวอย่าง ยกข้อคิดเห็นขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนคนเล็กคนน้อยที่จะได้รับ ผลกระทบ ได้รับการสูญเสียจากการทำโครงการบริหารจัดการน้ำ จะต้องเป็นผู้ถูกลอตเตอรี่ คือรวยไปเลย แต่ต้องไม่ใช่คนถูกหวยกินรวบกินนะครับ ดังนั้นเรื่องของผลกระทบที่เกิดจากการบริหารจัดการน้ำเที่ยวนี้นะครับ ที่จะมีการดำเนินการ ตามแนวทางของผลการศึกษา ส่วนหนึ่งเรื่องของผู้ที่ได้รับผลกระทบของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ที่เราใช้ในการบริหารจัดการทำโครงการนี่ครับ ก็จะต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแล รับฟังพี่น้องอย่างจริงใจด้วย แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะต้องเอามาใช้ในการตัดสินใจ ในการดำเนินโครงการในการบริหารจัดการทั้งระบบ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณญาณธิชา บัวเผื่อน ตามด้วยคุณจีรเดช ศรีวิราช เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ เนื่องจากดิฉันเป็น ส.ส. ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ใน ภาคตะวันออก ดิฉันก็จะขออภิปรายในส่วนของกลุ่มลุ่มน้ำในภาคตะวันออก ดิฉันได้อ่าน รายงานของกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกแล้ว พบว่าในรายงานนั้นเป็นลักษณะของการที่ทำ รายงานมาแบบเขียนในรูปแบบกว้าง ๆ นะคะ ยังไม่ได้เจาะลึกลงรายละเอียดเท่าไร แล้วข้อมูลก็อาจจะยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากเวลาในการศึกษาอาจจะไม่ได้มีเวลาในการศึกษา มากเพียงพอ แล้วก็รายละเอียดบางอย่างอาจจะไม่สามารถบรรจุลงในเอกสารรายงาน ฉบับนี้ได้นะคะ ดังนั้นดิฉันจึงมีข้อสังเกตและอยากจะเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมค่ะ ดิฉันพบว่าในรายงานเล่มนี้จะเน้นไปในส่วนของการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุตสาหกรรม หรือว่าอีอีซี (EEC) นั่นเอง แต่ว่าพูดถึงในเรื่องของภาคการเกษตรน้อยมากค่ะ ในส่วนของ การเกษตรนั้นทุกท่านน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าในภาคตะวันออกมีการทำการเกษตร เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็เราทำผลไม้ส่งออกมูลค่าจำนวนมหาศาล ทุเรียน ลำไย มังคุด ส่งออก มูลค่าเป็นแสนล้าน แต่ว่าในรายงานฉบับนี้กลับให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรน้อยมากค่ะ เศรษฐกิจจันทบุรีนะคะ ดิฉันอยู่จังหวัดจันทบุรี อยากจะเล่าให้ฟังว่าตอนนี้พ่อค้า แม่ค้า ตลาดนัดบ่นว่าเงียบมาก เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจังหวัดเราได้ก็คือในเรื่องของการทำผลไม้ขาย ก็คือทุเรียนนั่นเอง ถ้าเกิดว่าเราไม่มีน้ำในการทำการเกษตร อยากจะบอกเลยค่ะว่าไม่มีน้ำ ไม่มีชีวิต ไม่มีเงิน แล้วก็ตายแน่นอนนะคะ ตัวอย่างโครงการที่ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวมา ของจังหวัดจันทบุรี ดิฉันพบว่ามี ๓ โครงการ ก็คือ อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำ บ้านเนินสมบูรณ์ อ่างเก็บน้ำหนองประแกด แต่ดิฉันอยากจะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า จริง ๆ แล้วที่กรรมาธิการเสนอตัวอย่างโครงการมามันยังไม่ได้ครอบคลุม ในอำเภอ โป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่าประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ปีที่แล้วลำไยตายไปหลายพันไร่ แต่เราก็พบว่าอำเภอสอยดาวและอำเภอโป่งน้ำร้อน แทบจะไม่มีอ่างเก็บน้ำเลย มีแค่อ่างเก็บน้ำอ่างเดียวก็คืออ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ซึ่งมันไม่เพียงพออยู่แล้ว อำเภอสอยดาวไม่มีเลยสักอ่างเก็บน้ำเดียว ดิฉันก็อยากที่จะเสนอว่า โครงการต่าง ๆ ที่ทางหน่วยงานของรัฐได้ริเริ่มทำไว้ ควรที่จะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างเช่น อ่างเก็บน้ำคลองตาพลายที่อยู่อำเภอสอยดาว อ่างเก็บน้ำคลองกันทึม อ่างเก็บน้ำ คลองตาดำ ที่อยู่ในอำเภอโป่งน้ำร้อน และอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ ที่อยู่ในอำเภอขลุง ซึ่งเชื่อมต่อกับทางเขตของท่าน ส.ส. ศักดินัย ของพรรคก้าวไกล ในจังหวัดตราด โครงการ เหล่านี้ควรที่จะได้นำมาศึกษาแล้วก็รีบทำ แต่ดิฉันก็เข้าใจว่าอ่างเก็บน้ำพวกนี้ส่วนใหญ่ เวลาที่จะสร้างมันก็จะติดพื้นที่ป่าบ้าง เป็นพื้นที่อุทยานบ้าง ทำให้สามารถทำได้ อย่างยากลำบากนะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งประเด็นที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือว่าตอนนี้เกษตรกรมีจำนวนความต้องการ ที่จะใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากว่าสมัยก่อนเราปลูกยางพาราใช่ไหมคะ แล้วยางพาราก็ราคา ตกต่ำมาหลายปีแล้ว ดังนั้นเกษตรกรก็โค่นยางพาราแล้วก็ย้ายไปปลูกทุเรียนแทน ซึ่งทุเรียน ก็เป็นพืชที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากกว่า ดังนั้นก็คิดได้เลยว่าในระยะยาวต่อไปเราขาดแคลนน้ำ แน่นอน นอกจากน้ำในส่วนของภาคการเกษตรจะขาดแคลนแล้ว น้ำในส่วนของภาค การอุปโภคบริโภค ในจังหวัดจันทบุรีเราก็ยังมีพื้นที่ที่หาน้ำยากด้วย ก็คือเรามีชายทะเล พื้นที่ที่ติดอยู่กับชายทะเล อย่างเช่น ท่าใหม่ หรือว่านายายอาม ก็เป็นพื้นที่ที่หาน้ำจืดยาก หรือแม้แต่กระทั่งพื้นที่อำเภอขลุง บางชัน ก็เป็นพื้นที่ที่เราเรียกว่าหมู่บ้านไร้แผ่นดิน พี่น้อง ประชาชนไม่มีน้ำจืดใช้เลยค่ะ ในส่วนของหน้าแล้งต้องซื้อน้ำจืดจากบนพื้นดิน เสียค่าใช้จ่าย ประมาณเดือนหนึ่ง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว ท่านประธานคะ ดิฉันเคยไปดูโครงการ เกี่ยวกับน้ำบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคที่ตำบลสนามชัย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี แล้วก็โครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ที่ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ท่านประธานคะ ทั้ง ๒ โครงการนี้ดิฉันได้ลงไปคุยกับชาวบ้าน แล้วชาวบ้านก็บอกว่า เขาดีใจมากที่รัฐมาทำระบบน้ำบาดาลให้ เขาบอกว่าดีใจยิ่งกว่าถูกหวย ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ ๑ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ โครงการนี้แต่ละโครงการใช้งบประมาณไม่ได้เยอะเลย ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาทต่อโครงการ ดังนั้นดิฉันจึงอยากที่จะเสนอว่ามันเป็นไปได้ไหมคะ เพราะว่าในรายงานฉบับนี้ท่านก็เขียนว่าแหล่งน้ำใต้ดินมีศักยภาพมาก แล้วก็สามารถ นำขึ้นมาใช้โดยที่ไม่มีผลกระทบด้วย เป็นไปได้ไหมคะว่าถ้าทาง สทนช. จะปรับนโยบาย ให้สามารถเพิ่มการนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ให้มากขึ้น ควรที่จะปรับงบประมาณของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพิ่มงบประมาณให้เขาเพื่อที่จะให้เขามาช่วยเหลือ มาทำโครงการ แบบนี้ให้กับชาวบ้าน ดิฉันมีข้อสังเกตอีก ๒ อย่าง เวลาจะหมดแล้ว แต่ขออีกนิดเดียวนะคะ ก็คือในเรื่องของการแก้ปัญหาการจัดการเรื่องน้ำ อยากให้มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนด้วย เนื่องจากว่าโครงการต่าง ๆ ต้องพัฒนามาจากฐานราก ถึงจะสามารถแก้ปัญหาความต้องการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง แล้วก็ทางหน่วยงานของรัฐ ไม่เสียเงินฟรี🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง การจัดการแก้ไขเรื่องน้ำต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ว่ากระทรวงเดียวจะทำได้ ดิฉันอยากให้เป็นการบูรณาการกันอย่างแท้จริง ค่ะท่านประธาน แล้วก็หวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจีรเดช ศรีวิราช แล้วตามด้วย พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญคุณจีรเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมได้อภิปรายในสภานี้ไปหลายครั้งถึงปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ สาเหตุก็เพราะ จังหวัดพะเยาของผมนั้นมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำมานานหลายสิบปี เนื่องจากมีสภาพพื้นที่ ไม่เอื้ออำนวย และได้รับการจัดสรรงบประมาณที่น้อยมาก หากเทียบกับปริมาณปัญหา ที่มีอยู่ ประกอบกับพื้นที่ต้นน้ำส่วนใหญ่ก็เป็นป่า เขา มักมีปัญหาในเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้ ซึ่งกว่าจะได้รับอนุญาต มักใช้เวลานาน ไม่ทันกับการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ปริมาณน้ำฝนในแต่ละปี ค่อนข้างน้อยกว่าปกติ ทุกปีจะมีปริมาณ ๑,๒๐๐ มิลลิเมตร แต่ปีนี้มีเพียง ๘๑๔ มิลลิเมตร เท่านั้น ประกอบกับพื้นที่เก็บน้ำค่อนข้างน้อย หนอง บึงต่าง ๆ อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ก็มีสภาพที่ตื้นเขิน ขาดการปรับปรุงแก้ไขมานาน และมีปริมาณหรือจำนวน ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำท่าในแต่ละปี ทั้งลุ่มน้ำอิง และลุ่มน้ำยม ๒ ลุ่มน้ำที่สำคัญต่อชีวิตเกษตรกรของจังหวัดพะเยานี้ มีปริมาณ น้ำท่าโดยเฉลี่ย ๒,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่มีที่กักเก็บทั้งจังหวัดเพียงแค่ไม่เกิน ๑๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น คิดรวมแล้วไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำแต่ละปี ยิ่งปีนี้ปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย ทำให้เกิดปัญหาสร้างความเดือดร้อนเป็น ๒ เท่าทวีคูณ ขอฝากท่านกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนด้วยครับ หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ปัญหาแล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซ้อน ก็จะเกิดขึ้นแบบนี้ทุกปี ซึ่งในปีนี้แค่ต้นปีก็เริ่มมีปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นบ้างแล้ว น้ำในสระ ในอ่างต่าง ๆ เริ่มลดน้อยถอยลง บางแห่งก็แห้งขอดไปแล้ว ทั้งแหล่งเก็บน้ำลุ่มน้ำอิง และต้นน้ำยมที่อำเภอปง ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้ทันที ทั้งกิ่วผาวอก อ่างแม่เมาะ อ่างห้วยขาน อ่างห้วยดงดำ ฝายแก้วที่ตำบลออย อำเภอปง เป็นต้น ส่วนอำเภอดอกคำใต้ ก็มีห้วยผาหนีบ อ่างร่องสัก อ่างแม่ต๋ำ ร่องขุย อ่างหนองขวาง ตำบลดงสุวรรณ อ่างหนองบวกแซะ ตำบลป่าซาง อ่างห้วยโทกผา ตำบลดงสุวรรณ อ่างห้วยแม่ฮ่าง หนองหล่ม เป็นต้น ส่วนที่อำเภอภูกามยาว มีทั้งห้วยจ้ำหม้อที่รอการแก้ไข รอการก่อสร้าง ส่วนอำเภอเชียงม่วน ก็มีอ่างห้วยทรายขาว ตำบลสระ และที่มีปัญหารอการแก้ไขก็คือ อ่างน้ำปี้ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณและดำเนินการไปแล้ว แต่ผู้รับเหมาทิ้งงาน ผ่านไป ๕ ปีก็ยังไม่แล้วเสร็จ ฝากหน่วยงานรับผิดชอบรีบเร่งดำเนินการด้วยครับ และขอคำตอบ ให้พี่น้องชาวบ้านว่าจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไร ท่านประธานครับ ป่ากับน้ำแยกออกจากกัน ไม่ได้ ทั้งป่าสงวนและป่าอุทยาน อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ต้องให้พื้นที่เพื่อให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการน้ำเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยเฉพาะสภาพพื้นที่ในจังหวัดพะเยาของผมนั้นเป็นป่า เขา ไม่สามารถสร้างอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ได้ ต้องอาศัยแหล่งน้ำขนาดเล็กและขนาดกลาง แก้มลิงต่าง ๆ กระจายครอบคลุม ให้ทั่วทุกพื้นที่ หากทำแบบนี้ก็จะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ทั้งระบบ ท่านประธานครับ หากปัญหาต่าง ๆ และแนวทางแก้ไข รวมทั้งอ่างเก็บน้ำทั้งหลายที่ผมได้กล่าวไปนี้ มีปรากฏ อยู่ในรายงานของกรรมาธิการวิสามัญซึ่งพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำ ทั้งระบบ ของสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนพะเยา ทำให้ สามารถมีน้ำใช้ทำการเกษตรปลูกพืชหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี พี่น้องประชาชนคนพะเยา บ้านผมทุกวันนี้ทำการเกษตรได้เพียงปีละ ๑ ครั้งเท่านั้น สมมุติคนมีที่ดินทำกิน ๑๐ ไร่ หากน้ำท่าดีทำได้ปีละหลายครั้ง ก็จะกลายเป็น ๒๐-๓๐ ไร่ ชีวิตคนไทยส่วนใหญ่ฝากไว้กับ อาชีพเกษตรกรรม หากดินดี น้ำดี มีที่ขายและได้ราคา เกษตรกร ชาวไร่ชาวนาก็จะมีโอกาส ได้ลืมตาอ้าปากพ้นจากหนี้สินและความยากจนได้ ขอย้ำว่าจังหวัดพะเยาของผมนั้น เป็นป่าต้นน้ำ หากมีการบริหารจัดการที่ดีอย่างมีระบบ มีพื้นที่เก็บน้ำครบทั่วทุกพื้นที่ ก็จะแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน ลดปัญหาน้ำไหลหลาก สร้างความเสียหาย ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลางตอนบนที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีได้อีกทาง ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ มีสไลด์ (Slide) นะครับ🔗
ขอกราบเรียนครับ ในรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการศึกษาปัญหาการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ เป็นรายงานที่ครอบคลุมนะครับ ผมไปที่หน้า ๖ ครับ กราบเรียนนะครับว่าที่คณะกรรมาธิการ ได้สรุปภาพรวมของปัญหาทรัพยากรน้ำในประเทศไทยนะครับ โดยออกมาใน ๓ ปัญหา ด้วยกัน🔗
ปัญหาที่เกิดขึ้น วิกฤติน้ำท่วม วิกฤติน้ำแล้ง ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ อย่างเดียวครับท่าน แต่เกิดจากปัญหาการจัดการน้ำครับท่านประธาน เป็นปัจจัยหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิศาสตร์ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง จึงส่งผลให้เกิดน้ำท่วม น้ำแล้งครับ ท่านประธาน แต่ปัญหาการจัดการน้ำ กลับเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกวัน ๆ สักวันหนึ่ง ท่านอาจจะเห็นแม่น้ำเจ้าพระยามันเอ่อขึ้นมาข้าง ๆ นี่ครับ แล้วข้างล่างนี่จะจอดรถไม่ได้เลย ถ้าระบบการจัดการน้ำยังคงเป็นแบบนี้อยู่ ปัญหาการจัดการน้ำเกิดขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐาน ที่ไม่เพียงพอ ที่เสื่อมโทรมครับท่านประธาน ถัดมาคือการจัดการที่ล้มเหลวอันเนื่องมาจาก การไร้เอกภาพครับ ขาดกฎหมาย ขาดกติกาที่ชัดเจน การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด การเมืองแทรกแซงในแต่ละรัฐบาล ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลเดียวที่อยู่ยาวนานขนาดนี้นะครับ ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้เลยครับ วนเวียน ซ้ำซาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยังแก้ไขปัญหา ไม่ได้เลย การแก้ไขปัญหาและเยียวยาทุกครัวเรือนที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม ก็เพียงแต่แบมือครับ แจก พอบอกจะไปแจกยังไม่ได้ครับ นี่ไม่เชื่อไปดูงบประมาณเลยครับ ออกไม่ได้ครับ นั่นคือ เป็นปัญหาหนึ่งที่คนตาสีตาสาที่อยู่ในภูมิภาค อยู่ในชนบทไม่ได้เลยครับ นั่นคือปัญหาที่ยัง คงค้างอยู่ในระดับชุมชนและเมือง แทบจะไม่มีการปรับตัวในเรื่องนี้เลย ท่านประธานครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ครับ ขอเรียนด้วยครับ กราบเรียนนะครับว่าในปัญหาต่าง ๆ จะเห็นว่า ในลุ่มน้ำต่าง ๆ จะมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากทั้ง ๒๖ ลุ่มน้ำครับท่านประธาน และลุ่มน้ำต่าง ๆ มีที่กำหนดจุดอ่อนของมันก็คือพื้นที่และการบริหารจัดการที่ผมพูดไปแล้ว งบประมาณที่ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกี่ยวข้องของลุ่มน้ำทั้ง ๒๒ ลุ่มน้ำ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ การกำหนดลุ่มน้ำ ก็คือวิธีการที่จะกำหนดพื้นที่ลุ่มน้ำนั้นคือตั้งแต่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ลงมา ๕๐ เปอร์เซ็นต์คือ ลุ่มน้ำหนึ่งที่มีป่าสมบูรณ์นะครับ และ ๓๕-๕๐ เปอร์เซ็นต์ลุ่มน้ำขั้น ๒ ๒๕-๓๕ เปอร์เซ็นต์ ลุ่มน้ำขั้น ๓ ลุ่มน้ำขั้น ๔ คือ ๖-๒๕ เปอร์เซ็นต์ ลุ่มน้ำขั้น ๕ คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็น พื้นที่ราบนะครับ นี่คือขั้นตอนของการจัดการน้ำครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ปี ๒๕๕๔ ประเทศไทยมีพื้นที่น้ำท่วม ๖๕ จังหวัด ๑.๔ ล้านล้าน ถัดไปครับท่านประธาน อัตราการเกิดภัยแล้ง ๒ เปอร์เซ็นต์ ถัดไปครับ ปัญหาที่อยู่ในหน้า ๖ คือ ๓ ปัญหา ๓ ปัญหานั้นก็คือปัญหาที่พบเห็นอยู่ แต่ทีนี้ผมพูดเข้าเรื่องเลยครับ ผมไม่พูดลอกในนี้นะครับ ผมบอกว่าปัญหาที่เกิดนี้จะแก้ไขได้อย่างไร ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗
๑. การแก้ไข คือท้องถิ่นต้องมีการกระจายอำนาจอย่างเป็นระบบ ไม่ว่า จะเป็นบัดเจตส์ (Budgets) ดีเซนทรัลไลซ์ (Decentralize) ออโทไรซ์ ดีเซนทรัลไลซ์ (Authorize Decentralize) หรือแอดมินิสเตรชัน ดีเซนทรัลไลซ์ (Administration Decentralize) ต้องครบถ้วนครับ ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษครับ และนำเอาระบบ สมอล พีพีพี (Small PPP) ที่ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองในการลงทุนเพื่อจัดการระบบน้ำ ในสาเหตุปัญหาการขาดแคลนน้ำในระบบที่เป็นปัญหาแรกที่เกิดมา ๔๐ ปีได้ โดยมีการสร้าง หรือร่วมลงทุนในการสร้างระบบทั้งระบบนะครับ โดยการสำรวจปัญหาของชาวบ้าน และแก้ไขปัญหา สร้างระบบประปา น้ำที่มีคุณภาพ สร้างธนาคารน้ำ ที่ยังไม่มีใครพูด ในที่นี้เลย ชาวบ้านเขากำลังรอธนาคารน้ำในภูมิภาค เป็นทั้งแก้มลิง เป็นทั้งถังเก็บน้ำ เป็นทั้งคลอง ลองดูคิดว่าถ้าภูมิภาคนี้มีธนาคารน้ำอยู่ใต้ดิน แล้วแชร์กันใช้ แชร์กันเก็บ สามารถปั่นไฟได้ด้วยครับ สามารถขายได้ด้วย เป็นน้ำประปา แล้วสามารถเอามาทำประปา ในสมอล พีพีพี (Small PPP) ได้ ของแต่ละ อปท. อบจ. ครับ🔗
ถัดไปครับ ปัญหาที่ ๒ น้ำท่วมในรอบ ๓๐ ปี ในหน้า ๖ ครับท่านประธาน ปัญหาน้ำท่วมแก้ไขง่าย ๆ ครับ จากโคลนถล่มใน ๖,๐๔๒ หมู่บ้าน สาเหตุจากฝนตกหนัก การแก้ไขปัญหาไม่ยากเลยครับ ในเรื่องของการแก้ไข ธนาคารน้ำคือที่เก็บน้ำ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ที่จำเป็นในทุกภูมิภาค แล้วโดยเฉพาะการซับน้ำที่มันล้นขึ้นมาจากผืนดิน ในประเด็นของการซับน้ำที่ทำให้หมู่บ้านสะอาดขึ้น และปัญหาที่ ๓ คือปัญหาผิวดินนะครับ ผิวดินและคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม ปัญหานั้นคือปัญหาสำคัญครับท่านประธาน เพราะเกิดจากการใช้ปุ๋ย เพราะฉะนั้นวิธีการง่าย ๆ ไม่ได้มากมายครับ คือการรณรงค์ในเรื่อง ของการใช้ปุ๋ย อย่างนั้นปุ๋ยจะต้องเป็นซีโรเคมิคัล (Zero Chemical) คือการกำจัดสารเคมี ที่อยู่ในปุ๋ยให้หมดสิ้นซาก ไม่ตกทิ้งบนหน้าดิน ทำให้ดินเสื่อมโทรม ทำให้เกิดการขังน้ำ ที่น้ำเสียนะครับ และการรณรงค์ให้ประชาชนกำจัดขยะ กำจัดสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร🔗
ท่านประธานครับ อันสุดท้ายเลยครับ สิ่งสำคัญก็คือเรื่องของการทำเป็น ระบบครับ เพราะว่าการทำเป็นระบบนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการที่จะกำจัดน้ำเสีย โดยเฉพาะบิ๊กดาต้า (Big Data) เพื่อทำอะไรครับ เพื่อทำข้อมูลที่เป็นการวิเคราะห์ปริมาณน้ำ ที่ลงมาจากฟ้า ปริมาณน้ำที่สามารถเก็บขังได้นะครับ กรุงเทพมหานคร ผมเคยไปดูงาน ท่านประธานครับ ที่ไซตามะ ที่ญี่ปุ่น เชื่อไหมครับว่าบนเมืองเขานี่ครับ ข้างใต้เขาขุดเป็น อุโมงค์ใหญ่ แล้วก็ดึงน้ำที่ตกมาบนเกาะเขาเอาไปขังไว้ข้างใต้ดิน ลึกลงไปขนาดนี้ครับ ๓๐ เมตร ข้างหน้าเป็นถังน้ำใหญ่มากเลยครับ ท่านเคยดูหนังเรื่องอุลตร้าแมนไหมครับ อุลตร้าแมนนั่นละเขาถ่ายทำที่นั่น เมื่อ ๓๐ ปีแล้วครับท่านประธาน เขากำจัดและทำ ระบบน้ำใต้ดินที่เก็บไว้ ทั้งเป็นไฟฟ้า ทั้งเป็นน้ำสะอาดอย่างเบ็ดเสร็จท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา แล้วตามคุณกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ความจริงหนังสือเล่มนี้ผมว่าข้อมูลคงเอามา นิดเดียว จากการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ทำแบบเอาเป็นเอาตายครับท่านประธาน ไปทุกที่ ทุกจังหวัด เพียงแต่ว่าข้อมูลคงเอามาไม่หมด ถ้าเอามาหมดอย่างที่ไปทำงานมา ผมคิดว่า ๓ เล่ม ๔ เล่มใหญ่ ๆ ก็ยังไม่หมด หลายเล่มใช่ไหมท่านประธาน เพราะหนังสือ ผมเห็นอยู่เล่มเดียวของผมมันเป็นภาคอีสาน ท่านประธานครับ เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมเห็นแล้วการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้แบ่งเป็นชุดไปเลย ผมเป็นแค่ที่ปรึกษา เข้าไปนั่งฟังไม่มากหลายครั้งเท่าไร แต่เห็นการทำงานแล้วชื่นชม พูดถึงทำงานประชุมในสภา เชิญทุกหน่วยมาให้ข้อมูล ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการลงพื้นที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญรุ่นนี้ ลงพื้นที่เต็มเปี่ยม แต่ความเป็นจริงคณะกรรมาธิการวิสามัญน้ำไม่ได้มีชุดเดียวเท่านี้ ก็ทำมา ทุกยุคทุกสมัย แต่เราก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากรัฐบาลส่งข้อมูลไปแล้วก็ไม่ไปทำ ก็เป็นความหวังนะวันนี้ เป็นความหวัง เพราะคนมานั่งประธานคณะกรรมาธิการเป็นรัฐมนตรี ที่จะเป็นความหวัง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องเป็นความหวังของพวกผม ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรมาก็เห็นว่าทำทุกเที่ยว คณะกรรมาธิการน้ำ แต่ว่าชุดนี้เท่าที่ผมดูลงไปทุกจังหวัด ก็เป็นความหวัง ไม่ว่าภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคอีสานก็แบ่งหลายชุด ภาคกลางนี่ท่านประธานลงไป ปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก ลงหมด ลงครบสมบูรณ์ อีสานผมนี่ โขง ชี มูล เลย สงคราม ก็เป็นส่วนหนึ่ง ถึงใส่เข้ามา ผมจึงตั้งความหวังไว้ว่าคราวนี้รัฐบาลอาจจะต้องรับไปทำบ้าง ไม่หมดก็ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์โน่นละ หวังไว้ ท่านประธานซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานวันนี้ ผมต้องบอกว่า ท่านไม่เคยขาดประชุม ของผู้ยิ่งใหญ่ ณ ลุ่มเจ้าพระยานี่ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ท่านประธาน คือไม่ว่าภาคไหน จังหวัดไหนก็ตาม น้ำเป็นเรื่องของชีวิต ผมก็พูดมา หลายปีแล้ว เป็นผู้แทนราษฎร ว่าน้ำนี่ละปัญหามันมาก บ้านผมสกลนคร นครพนม มุกดาหาร โซน (Zone) หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ เป็นโซน (Zone) ที่มีน้ำติดต่อกัน บางจังหวัดก็ยังมีปัญหาอยู่ ท่านไปศึกษาก็ยังมีขาดบ้าง แต่ก็ยังหวังนะ ผมบอกว่าต้องหวัง จริง ๆ งวดนี้ หวังว่าหลังจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปศึกษาปัญหาทั้งหมด แล้วส่งไปรัฐบาล ผมคิดว่าคงไม่หายเงียบเหมือนที่ผ่านมา เพราะคนมานั่งประธานที่ว่านี้ก็รู้กันอยู่ว่าเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นไทยบ้านที่อยู่กับพื้นที่ สกลนครบ้านผม ผมก็พูดมาตลอดว่าแหล่งน้ำบ้านผมก็มีปัญหา วันนี้อาจจะไม่หยิบมาเต็มร้อย เพราะสกลนครบ้านผมมีสายน้ำใหญ่ ส่วนใหญ่ลงมาจาก ภูพาน ไม่เหมือนกับโขง ชี มูลโดยตรง อันนั้นรอบ แต่ของผมนี่ลงมาจากภูพาน ไม่ว่าน้ำพุง น้ำอูน พวกนี้ลงมาจากภูพาน โดยเฉพาะลำน้ำก่ำจากหนองหารไปสู่ธาตุพนม เป็นสายน้ำ อาจจะไม่ใหญ่นัก ไม่เล็ก แต่นั่นก็คือเส้นเลือดของคน ๒ จังหวัด โซน (Zone) ทางนี้คือ สกลนครกับนครพนม มันจะเป็นความหวังว่าวันนี้ถ้าหากคณะกรรมาธิการพวกเราทั้งหมด ที่มานั่งอยู่นี่ ทำงานขนาดนี้แล้วรัฐบาลยังไม่เห็นใจ ไม่จับเป็นประเด็นมาทำ ผมก็รู้ว่า ไม่มีโอกาสอีกแล้วชีวิตพวกเรานี่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งคงเหลืออยู่ไม่มาก หลายท่านก็อาจจะ อยู่ ๓๐-๔๐ ปี หลายท่านอาจจะไม่มากขนาดนั้น ผมถึงบอกว่าวันนี้ถ้ารัฐบาลซึ่งมีหัวหน้า ประธานเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี ส.ส. หลายท่าน เป็น ส.ส. ใหญ่มาดูแลเรื่องน้ำตลอดชีวิตของผู้แทนราษฎรท่าน จากนครสวรรค์ก็ดี จากลพบุรีก็ดี ผมจึงคิดว่าท่านต้องไปผลักดันให้รัฐบาลรับไปแล้วดำเนินการ ผมหวังนะ เพราะที่ผ่านมาก็ทำนะไม่ใช่ไม่ทำ ตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมานี่ แต่ว่าทำไปแล้วส่งไป เงียบ ท่านกลับไปดูห้องสมุดสิ มีแต่การศึกษาเรื่องน้ำไม่รู้กี่สิบเล่ม เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า วันนี้มันถึงเวลาที่ประชาชนเขาจะได้รับอานิสงส์จากการศึกษาของพวกท่าน บ้านผม อย่างน้อยก็มีหนองหาร ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ๗๗,๐๐๐ ไร่ ท่านต้องกลับไปดูแลด้วยนะ หลายท่านก็ลงไปดู รองนายกรัฐมนตรีก็ไป รัฐมนตรีก็ไป แต่ทุกครั้งที่ไปไม่เคยบอกผู้แทนราษฎรในพื้นที่ นี่คือความน้อยใจ เราทำกันมาขนาดนี้ ท่านไปดูงานแล้วจะเมตตาให้ชาวบ้านก็ดี แต่ว่าบอกพื้นที่ให้หน่อยว่าผมไปดูงานแล้ว เขาจะได้ไปดูด้วยว่าท่านไปดูขนาดไหน หรือว่ากลัวเป็นหมกเม็ด ด้วยความที่ผมเองอยู่กับ ลำน้ำ เห็นพี่น้องประชาชนเป็นความหวัง น้ำก่ำ น้ำพุง ห้วยโท-ห้วยยาง อะไรทั้งหลายนี่ ท่วมแล้วท่วมอีก แต่ปีนี้ไม่ท่วม ผมดีใจแล้วนะ อาจจะไหลท่วมภาคใต้ก็ได้นะ เพราะฉะนั้น จึงกราบเรียนท่านประธานว่าฝากให้รัฐบาลเข้ามาดูแล โดยเฉพาะพื้นที่บ้านผมซึ่งได้รับ ผลกระทบตลอดมา วันนี้ก็เป็นความหวังครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
หมดเวลา แล้วครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกัญจน์พงศ์ แล้วก็ตามด้วยคุณศรีนวล บุญลือ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล คนจังหวัดเชียงรายครับท่านประธาน ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ขอชื่นชม คณะกรรมาธิการได้ศึกษาได้อย่างรอบด้าน แล้วก็รายงานค่อนข้างจะอ่านง่ายนะครับ ผมมีประเด็นใกล้เคียงกับที่ทางท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่บอกไปว่าเชียงรายได้รับ การกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้น้อยมาก แต่ก็ได้รับคำชี้แจงมาแล้วนะครับว่ามันอยู่ใน คิวอาร์โคด (QR Code) ผมลองเข้าไปดูมาแล้วก็มีข้อมูลอยู่พอสมควรนะครับ เพียงแต่ว่า สิ่งที่ผมอยากจะมาแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่ง ก็คืออยากจะมารายงานให้สภาแห่งนี้ได้รู้จัก เชียงรายก่อนครับ จริง ๆ เชียงรายมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดทั้งปี ๑,๕๗๙ มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าไม่น้อยนะครับ แล้วก็มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยที่ ๔,๗๘๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ไม่น้อยเช่นกัน โดยที่เชียงรายแบ่งเป็น ๒ ลุ่มน้ำ คือลุ่มแม่น้ำกกกับลุ่มแม่น้ำโขงเหนือ โดยลุ่มแม่น้ำกกมีพื้นที่ลุ่มน้ำอยู่ที่ ๕,๑๖๑ ตารางกิโลเมตร มีน้ำท่าเฉลี่ยที่ ๒,๒๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนลุ่มแม่น้ำโขงเหนือมีพื้นที่ลุ่มน้ำที่ ๖,๕๑๗ ตารางกิโลเมตร มีน้ำท่าเฉลี่ยที่ ๒,๕๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณขนาดนี้ผมเชื่อว่ามีไม่มีกี่จังหวัดที่จะมีน้ำท่าที่พอจะสมบูรณ์ขนาดนี้นะครับ แต่พื้นที่จังหวัดเชียงรายทั้งหมด มีทั้งหมด ๗,๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ครับท่านประธาน แบ่งเป็น พื้นที่การเกษตรที่ ๓,๗๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ โดยในปัจจุบันนี้มีโครงการที่พัฒนาแหล่งน้ำ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ๕๔๙ โครงการแล้ว มีพื้นที่ชลประทาน ๕๔๗,๖๒๓ ไร่ หรือคิดเป็น ๑๔.๖๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับท่านประธาน ที่ ๑๔.๖๑ เปอร์เซ็นต์นี้คิดจากพื้นที่ การเกษตรนะครับ ไม่ใช่คิดจากพื้นที่ทั้งจังหวัด โดยที่ทั้งจังหวัดมีปริมาณการกักเก็บน้ำ เพียงแค่ ๑๘๗.๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทำไมผมถึงย้ำที่ตัวเลขตรงนี้ครับ จริง ๆ เชียงรายไม่ควรจะเป็นจังหวัดที่จะต้องแล้ง ถ้ามีการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบที่ดี มีทั้งเรื่องของการกักเก็บ มีทั้งเรื่องของการชะลอน้ำ มีทั้งการขยายเขตชลประทานออกไป เพราะพี่น้องในจังหวัดเชียงรายส่วนใหญ่ก็มีอาชีพทางด้านเกษตรกรรม🔗
อีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ที่ผมเห็นในรายงานฉบับนี้ เป็นข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการในหน้า ๙ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดเชียงราย อยู่ในหน้า ๙ ข้อ ๖ ในเรื่องของ หน่วยงานปฏิบัติ เรื่องของกรมชลประทาน มีเขียนไว้ว่า เนื่องจากสภาพลำน้ำกกในช่วง ฤดูแล้งมีปริมาณน้ำน้อย ให้กรมชลประทานพิจารณานำน้ำจากแม่น้ำโขงมาเติมให้ลำน้ำกก ตรงนี้ผมขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งครับท่านประธาน มันมีข่าวอ้างอิงได้นะครับว่า ในปี ๒๕๖๒ จังหวัดเชียงรายได้รับการประกาศว่าเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง จังหวัดเชียงราย มีทั้งหมด ๑๘ อำเภอ แต่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชายแดนถึง ๑๕ อำเภอครับ ๑๕ อำเภอประกอบไปด้วย ๗๕ ตำบล ๖๗๒ หมู่บ้าน มันเกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดเชียงราย เพราะการบริหารจัดการน้ำใช่หรือไม่ ส่วนข้อเสนอของกรรมาธิการที่บอกว่าการผันน้ำ จากแม่น้ำโขงมาเป็นแนวคิดที่ดีนะครับ แต่จากข้อมูลที่ผมบอกไป มีการประกาศ เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ แล้วการประกาศภัยแล้งนี้ลากยาวมาถึงกลางปี ๒๕๖๓ หมายความว่ามีระยะเวลาอยู่ประมาณ ๖-๗ เดือน ซึ่งในช่วงห้วงเวลานั้นเป็นห้วงเวลา เดียวกันกับที่มีข่าวออกมาว่าน้ำโขงแล้งครับท่านประธาน น้ำโขงแล้งจากอะไร จากการที่ ประเทศต้นน้ำ ผมไม่ขอเอ่ยถึงชื่อประเทศนะครับ มีการทำเขื่อนและกักเก็บน้ำเอาไว้ แล้วปล่อยน้ำมาปริมาณที่น้อย ทำให้ระบบนิเวศในน้ำโขงมีปัญหา ซึ่งเป็นข่าวโด่งดัง หลายสำนักข่าวก็ไปทำข่าวกัน ปัญหาที่ผมอยากจะชวนคิดก็คือว่าน้ำโขงแล้งแล้วเราจะดูด น้ำโขงกลับมาคืนในน้ำกกได้อย่างไร ความสำเร็จของโครงการนี้ผมเลยมองว่าในความเป็นจริง อาจจะต้องมีปัจจัยภายนอกประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นย้อนกลับไปที่ข้อมูลที่ผมให้ ตอนแรก น้ำในเชียงรายค่อนข้างจะมีอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าภาครัฐแสดงความจริงใจ ให้งบประมาณเข้าไปที่เพียงพอในการขยายพื้นที่ชลประทาน ทำอ่างกักเก็บน้ำให้มากขึ้น แล้วก็ทำฝายชะลอน้ำ เพราะว่าจังหวัดเชียงรายน่าจะเป็นจังหวัดที่แปลก ๆ มีแม่น้ำ เป็นของตัวเองคือลำน้ำกก แล้วน้ำทั้งหมดหลังจากผ่านการใช้ ถ้าไม่กักเก็บ จะทิ้งให้แม่น้ำโขง ไปเปล่า ๆ เหมือนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญบอกไปนะครับ ลงน้ำโขงไป แล้วก็ ออกนอกจังหวัดเชียงรายไปแล้ว อันนี้คือส่วนที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นไว้ว่าโครงการ ควรจะต้องออกมาเป็นในเรื่องของการพัฒนา การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่มากกว่า🔗
แล้วก็มีเพื่อน ส.ส. ฝากประเด็นมาในเรื่องของตัวการผันน้ำจากแม่น้ำยวม ไปที่เขื่อนภูมิพล พอดีว่าเพื่อน ส.ส. เขาลงชื่อเพิ่มไม่ได้ เพราะว่าท่านประธานก็กำหนด ผู้ที่จะอภิปรายไว้แล้วนะครับ ทีนี้โครงการตรงนั้นถามว่าเป็นโครงการที่ดีไหม เป็นแนวทาง แก้ปัญหาที่ดีอยู่ แต่ว่ามันมีเรื่องของผลกระทบทั้งเรื่องของวิถีชีวิตของคนในตรงนั้นอยู่แล้ว ที่มีวิถีชีวิตอยู่ตรงนั้นมาเป็นร้อย ๆ ปี แล้วยังมีเรื่องของการวางแนวท่อผ่านแนวเขตป่า ซึ่งผมเข้าใจว่ามีการศึกษาผ่านอีไอเอ (EIA) ไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในกระบวนการในการที่จะ อนุญาตให้อีไอเอ (EIA) จากสำนักงาน สผ นะครับ ทีนี้เลยอยากจะมานั่งคิดกันว่าตกลงแล้ว งบประมาณที่ภาครัฐจะต้องลงไปกับโครงการตรงนี้มันคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหนกับสิ่งที่ จะกระทบต่อวิถีชีวิตท้องถิ่นตรงนั้น กับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตรงนั้น ผมไม่แน่ใจ มีข่าวมาว่าตรงนั้นมีเรื่องของทรัพย์ในดิน ในเรื่องของเหมืองแร่บางประเภทหรือเปล่านะครับ ก็เลยอยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญเอาข้อเสนอของผมลองเข้าไปดู เพราะผม ยังไม่เห็นว่ารายละเอียดของโครงการจะดำเนินการอย่างไร แล้วเสร็จเมื่อไร แล้วใช้ งบประมาณเท่าไรกันแน่ แล้วมีผลกระทบมากขนาดไหน เพราะอีไอเอ (EIA) ผมเข้าใจว่า เอกสารค่อนข้างจะเยอะ อย่างไรก็ฝากแสดงความคิดเห็นตรงนี้ไว้ให้คณะกรรมาธิการ ผ่านสภานี้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล แล้วตามด้วยท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ นะครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยเจ้า ตามที่ได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ ลุ่มน้ำทั้งระบบ ของสภาผู้แทนราษฎรนะเจ้า แล้วก็มีท่านธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็ท่านวีระกร คำประกอบ เป็นรองประธาน ก็ด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง แต่แล้วมาอ่านดูข้างในนี่นะเจ้า ในเล่มในนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีอยู่ ๒๕ อำเภอนะเจ้า แล้วคณะกรรมาธิการลงสำรวจศึกษา ดูงานไปดูแค่ประตูน้ำแม่ปิง ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับ จังหวัดเชียงใหม่มี ๒๕ อำเภอนี้ ก็มีสายเหนือ สายกลาง และสายใต้ แต่ข้าเจ้าเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนของพี่น้องเขต ๘ เชียงใหม่ ดูแลสายใต้นะเจ้า ประกอบด้วยอำเภอแม่วาง สันป่าตอง ดอยหล่อ และจอมทองนะเจ้า และเขต ๙ ๔ อำเภอ อำเภอแม่แจ่ม ฮอด ดอยเต่า และอมก๋อยนะเจ้า สำหรับสายใต้นั้นเขตที่รับผิดชอบนะเจ้า ปัจจุบันนี้มีปัญหา ความเดือดร้อน ที่ผ่านมานี่ก็อภิปรายในสภาไปหลายรอบหลายครั้งแล้ว โครงการอ่างเก็บน้ำ แม่วางนะเจ้า ถ้าโครงการอ่างเก็บน้ำแม่วางนี่เกิดขึ้นได้นะเจ้า ท่านลองหลับตาและนึกดู น้ำแม่วาง แม่น้ำสาละวิน น้ำแม่ป๋าว น้ำบ้านแม่งูด น้ำบ้านแม่เตียน น้ำแม่ป๋วย น้ำแม่หยวก น้ำแม่ทั้ง ๗ แม่ เป็นน้ำแม่ใหญ่ เวลาฝนตกน้ำไหลทะลัก ไหลมาแล้วก็ผ่านไป บ่มีอ่างเก็บน้ำ เลยนะเจ้า ช่วงฤดูแล้งประชาชนทั้ง ๘ อำเภอนี้มีความเดือดร้อนและมีปัญหาเป็นอย่างยิ่ง บ่มีน้ำใช้เลยนะเจ้า ลำไยนี่จะแห้งแล้งเหลืองตายกันนะเจ้า แล้วเวลาถ้าพืชผลการเกษตร ออกมาก็ขายบ่ได้ ขาดทุนเพราะว่าน้ำแล้ง ดังนั้นอยากจะฝากคณะกรรมาธิการนะเจ้า ช่วยเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะท่านธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เข้าไปสำรวจหลายครั้งแล้ว ขอให้เร่งดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ถ้าก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำนี้ได้จะได้เก็บน้ำไว้ใช้ทั้ง ๗ แม่ แล้วก็ใช้สายใต้ของเฮานะเจ้า แล้วก็สามารถผันน้ำ อ่างเก็บน้ำนี้เข้าไปสู่อ่างเก็บน้ำห้วยมะนาวนะเจ้า แล้วก็ระบายไปใช้ให้กับกลุ่มเกษตรกรได้ ตลอดปีนะเจ้า ประชาชนก็จะได้ทำการเกษตรตลอดปี รัฐบาลก็คงจะบ่มีปัญหาเดือดร้อน ที่แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำแห้ง น้ำแล้งนะเจ้า แล้วไปอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภออมก๋อยนะเจ้า ทั้ง ๔-๕ อำเภอนี้ตอนนี้มีปัญหาลำน้ำตื้นเขิน หน้าฝายตื้นเขิน แล้วประตูฝายคือประตูน้ำ น้ำลำเหมืองก็ดี น้ำฝายก็ดีนะเจ้า สร้างมาหลายปี ผุพังนะเจ้า ดังนั้นบ่สามารถที่จะกักเก็บน้ำและเอาสู่ลำเหมืองได้ ที่ผ่านมาก็ได้ยื่นหนังสือไปแล้ว หลายรอบหลายครั้งนะเจ้า ยังบ่ได้รับการแก้ไขปัญหา แล้วตอนนี้นะเจ้าก็อยากจะเรียนฝาก ทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาที่สายใต้ ก็คือขุดลอกลำน้ำแล้วปรับปรุง ซ่อมแซมประตูน้ำให้นะเจ้า แล้วก็ขอให้ตั้งสูบน้ำให้กับประชาชนด้วยนะเจ้า สำหรับที่สายใต้ เขตรับผิดชอบนะเจ้า หน่วยงานที่รับผิดชอบก็มีกรมชลประทาน แล้วก็ทางกรมเจ้าท่า อย่างไรก็ดีประชาชนคนเชียงใหม่โดยเฉพาะสายใต้ ๘ อำเภอ มีความหวังเป็นอย่างยิ่ง ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เร่ง ดำเนินการ แล้วก็ฝากท่านวีระกร คำประกอบ และคณะกรรมาธิการทุกท่าน ทุกคน ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ด้วยนะเจ้า ขอขอบพระคุณนะเจ้า สวัสดีเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษมสันต์ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้โอกาสผมในการอภิปราย ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้จัดทำรายงานเล่มนี้ มาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมขอร่วมอภิปรายในประเด็นลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ซึ่งเป็น พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยขอเริ่มที่ลุ่มน้ำยมก่อนเป็นอันดับแรกครับ🔗
ลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำที่มีปริมาณน้ำท่าในแต่ละปีอยู่ที่ ๔,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำท่าในหน้าฝนอยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำท่า ในหน้าแล้งอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในรายงานระบุไว้ว่ามีโครงการ สร้างอาคารบังคับน้ำในลักษณะประตูน้ำบนแม่น้ำยมเป็นช่วง ๆ โดยอาศัยความจุของลำน้ำ เพื่อชะลอและกักเก็บน้ำอยู่ทั้งหมด ๑๒ แห่ง ความจุรวมประมาณ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และโครงการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาจำนวน ๗๓ แห่ง มีความจุกักเก็บน้ำ รวม ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นั่นหมายความว่าค่าเฉลี่ยแต่ละแหล่งกักเก็บน้ำที่สร้างขึ้นมา สามารถบรรจุน้ำได้ไม่ถึง ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมความจุทั้งสิ้นของทั้งแม่น้ำยม และลุ่มน้ำสาขาประมาณ ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในการบริหารการจัดการเพื่อบรรเทา น้ำท่วม น้ำแล้งของแม่น้ำยม ซึ่งผมดีใจมากครับที่มีการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุน ในลุ่มน้ำยม แต่แหล่งกักเก็บน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังสามารถรับน้ำท่าในลุ่มน้ำยมได้ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยมทั้งปี ซึ่งลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำเดียวในภาคเหนือ ที่ยังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่จะมารองรับปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยม ซึ่งรัฐสร้างได้ เฉพาะแหล่งกักเก็บน้ำหลัก ๑๐ หรือไม่เกิน ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าจะกักเก็บน้ำให้ได้ ตามหลักพันล้านลูกบาศก์เมตร ต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำหลายร้อยแห่ง หรือบางทีอาจจะ เป็นพันแห่ง ถึงจะรองรับปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยมได้ทั้งหมดถ้ามีสถานที่ให้ก่อสร้างนะครับ🔗
คราวนี้เรามาดูลุ่มน้ำน่านกันครับ ลุ่มน้ำน่านมีปริมาณน้ำท่าในแต่ละปีมากถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าลุ่มน้ำยมเกิน ๒ เท่า มีปริมาณน้ำท่าในหน้าฝน ๗,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำท่าในหน้าแล้ง ๓,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำ ต้นทุนจากแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ๕ แห่ง อยู่ประมาณ ๑๐,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๙๖ เปอร์เซ็นต์ของน้ำต้นทุนที่สามารถกักเก็บได้ทั้งหมด🔗
ในรายงานให้ความเห็นว่ากรมชลประทานควรพิจารณาพัฒนาอ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำน่าน เช่น ลุ่มน้ำคลองชมพู เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหา น้ำท่วมและบรรเทาภัยแล้ง และยังมีการเสนอโครงการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ต่อคณะรัฐมนตรีท้ายรายงานฉบับนี้อีก ๙ หน้ากระดาษ ซึ่งผมอยากให้มีการแก้ไข ในหน้า ๑๐๙ อ่างกักเก็บน้ำเนินมะปรางค์ ไม่มี ค์ ครับ ขอบคุณมากครับ ผมเชื่อว่าโครงการ เหล่านี้จะสามารถช่วยบรรเทาน้ำท่วม น้ำแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ ได้ และในพื้นที่ หลายหมื่นไร่ของลุ่มแม่น้ำคลองชมพูได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวผมเองมีความผูกพันกับบ้านชมพู เสมือนเป็นบ้านเกิดผมอีกที่หนึ่ง เพราะพ่อผมไปเจอแม่ผมที่บ้านชมพูในสมัยสมรภูมิเขาค้อ ผมเป็นคนที่เกิดและอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีตัวอย่างเปรียบเทียบกันระหว่างแม่น้ำน่าน ที่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำถึง ๕ แห่ง มีความสามารถในการกักเก็บน้ำท่าได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำทั้งปี กับแม่น้ำยมที่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ขนาดใหญ่เลย มีความสามารถในการกักเก็บน้ำในปัจจุบันได้ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยม แม่น้ำน่านเป็นแม่น้ำที่มีเครื่องมือในการควบคุมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก สามารถควบคุมบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ กว่าแม่น้ำยมอย่างเห็นได้ชัด ในหน้าฝนน้ำแทบไม่เคยล้นตลิ่งเลย แม้แต่ในปี ๒๕๕๔ ที่มี เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ก็ได้รับผลกระทบในวงแคบที่มีพื้นที่น้ำล้นตลิ่งเป็นบางพื้นที่เท่านั้น และเกิดขึ้นในลุ่มน้ำสาขาอย่างแม่น้ำแควน้อยเท่านั้น ในหน้าแล้งก็มีน้ำใช้ตลอดฤดูกาล น้ำใช้นี้คือน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคเท่านั้นนะครับ ไม่รวมไปถึงน้ำใช้เพื่อการเกษตร เพราะรัฐไม่อนุญาตให้ใช้ทางการเกษตรในฤดูแล้ง ส่วนแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำที่ไม่มีเครื่องมือในการควบคุมน้ำขนาดใหญ่ มีแต่ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ในหน้าฝนฤดูน้ำหลากก็จะมีน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี มีโครงการผันน้ำ จากแม่น้ำยมมาแม่น้ำน่านผ่านแม่น้ำน่านสายเก่า คอยช่วยบรรเทาน้ำในแม่น้ำยมในฤดูฝนได้ แต่ในฤดูแล้งแม่น้ำน่านไม่สามารถที่จะช่วยผันน้ำจากแม่น้ำน่านไปช่วยน้ำยมได้เลย เพราะลำพังแม่น้ำน่านเองก็เหลือไว้ใช้แค่เพียงการอุปโภคบริโภค แม่น้ำยมในหน้าแล้งจึงเป็น แม่น้ำที่ไม่มีน้ำเลยครับท่านประธาน ไม่มีน้ำไว้ใช้แม้กระทั่งการอุปโภคบริโภค เป็นแม่น้ำ ที่แห้งขอดจนเดินได้ ผมสงสารพี่น้องในลุ่มน้ำยมที่ผมเดินทางไปเห็นและเดินทางไปรับทราบ ปัญหาด้วยตัวเองอย่างจับใจ ทุกลุ่มน้ำจะมีคณะกรรมการลุ่มน้ำไว้คอยบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำนั้น ๆ ครับ ผมขอเสนอเพิ่มเติมแก่คณะกรรมาธิการ คือการจัดสรรตำแหน่งที่นั่ง ในคณะกรรมการลุ่มน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่อย่างลุ่มน้ำยม หรือลุ่มน้ำสาขา อย่างลุ่มน้ำชมพู ให้มีการบริหารลุ่มน้ำที่จัดสรรปันส่วนของกรรมการกระจายทั่วทุกพื้นที่ ของลุ่มน้ำ ทั้งตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ทั้งเหนือน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำ เสียงของ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหน้าน้ำ เสียงจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ในหน้าแล้ง ต้องเท่ากับเสียงของผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ในตอนอื่นของลุ่มน้ำ จัดโครงการเพื่อลุ่มน้ำเข้าใจกัน ยามน้ำท่วมจากอุทกภัย เชิญผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบในลุ่มน้ำ ตอนอื่น ๆ มาช่วยเหลือ ยามน้ำแล้ง เชิญผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากลุ่มน้ำตอนอื่น มารับทราบข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นว่าทั้ง ๒ กรณีเกิดความเสียหายต่อปีเป็นจำนวนเงิน เท่าไร เป็นพื้นที่กี่หมื่นกี่แสนไร่ สะสมในรอบ ๑๐ ปีเป็นจำนวนเงินเท่าไร จะได้เห็นใจ ซึ่งกันและกัน ผมขอเวลาเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้ยังตกในส่วน เรื่องโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดการน้ำสำหรับ ๒ กรมนี้ ควรที่จะเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำอีกประเภทหนึ่ง โดยผันน้ำ ลงใต้ดินให้กระจายทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย ผมหวังว่ารายงานฉบับนี้จะถึงมือรัฐบาล และรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการน้ำแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเกิดอุทกภัย ภัยแล้ง ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมหาศาล มาต่อเนื่องโดยตลอดทุกปีครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา และตามด้วยท่านขจิตร ชัยนิคม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ เพราะว่าตอนแรกก็อกสั่นขวัญแขวนว่าจะไม่ได้พูดเรื่องน้ำนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอบพระคุณที่ท่านกรรมาธิการได้พยายามที่จะศึกษาเรื่องน้ำ ทั้งระบบให้ประเทศไทยนั้นได้มีความสมบูรณ์ในเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภคแล้วก็น้ำ ทางการเกษตร ท่านครับ เท่าที่ผมอ่านดูในรายงานของคณะกรรมาธิการในส่วนของ ลุ่มน้ำน่าน โดยเฉพาะบริเวณของจังหวัดพิษณุโลก ถ้าในทัศนะผมนะครับ มีการศึกษา ค่อนข้างที่จะน้อยไปมากพอสมควร ทั้ง ๆ ที่จังหวัดพิษณุโลกถือว่าเป็นแหล่งที่มี การเพาะปลูกโดยเฉพาะทางด้านการเกษตรที่จะต้องใช้น้ำจำนวนมาก มีพื้นที่ทำนา โดยเฉพาะนาปีประมาณปีหนึ่ง ๒ ล้านไร่ แล้วก็นาปรังอีก ๑ ล้านไร่ แล้วก็ลำน้ำ จังหวัดพิษณุโลกจะมีลำน้ำอยู่ทั้งหมด ๓ แห่งที่เป็นต้นทุนน้ำ นั่นก็คือแม่น้ำน่านเป็นหลัก แล้วก็แม่น้ำยม แล้วก็แม่น้ำแควน้อย แต่ว่าใน ๓ ลุ่มน้ำนี้มันมีปัญหามากในการบริหาร จัดการน้ำ แล้วก็มีโครงข่ายของในระบบชลประทานที่ยังไม่ทั่วถึง ในเรื่องของระบบ ชลประทานที่ยังไม่ทั่วถึง ผมเองอยากจะเสริมในส่วนตรงที่ว่าในบริเวณลุ่มน้ำน่านนั้นน่าจะมี การทำการสร้างเขื่อนทดน้ำที่อยู่ใต้เขื่อนนเรศวรไปบริเวณแถวอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ก่อนจะถึงเขตพิจิตร ซึ่งใต้เขื่อนนเรศวรจนกระทั่งไปถึงเขื่อนทดน้ำใหม่ ถ้าจะมีนะครับ สามารถกักเก็บน้ำในลำน้ำ ได้จำนวนอีกมหาศาลนับเป็นร้อยล้านลูกบาศก์เมตร แล้วอีกอย่างหนึ่งนะครับ จะได้ช่วย แบ่งเบาภาระ เพราะปัจจุบันจากเขื่อนสิริกิติ์แล้ว ถอยลงมา ๑๗๖ กิโลเมตร เป็นเขื่อน นเรศวร เพื่อทดน้ำ ยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเพื่อจะช่วยทางการเกษตร แล้วหลังจากนั้น ไม่มีอีกเลย จนกระทั่งไปถึงเขื่อนเจ้าพระยานะครับ เพราะฉะนั้นแล้วก็เข้าใจว่าเวลาปลูกข้าว ก็ปลูกลดหลั่นเวลากัน ซึ่งต่างกันไม่มากนัก ก็ต้องมาดึงน้ำจากพื้นที่ที่ทำการเกษตร จากเขื่อนนเรศวรที่จะปล่อยน้ำไปทางเขื่อนนเรศวร เพราะฉะนั้นแล้วคนที่ได้รับประโยชน์ เป็นที่ตั้งของเขื่อนนเรศวรจึงได้รับอานิสงส์ของการใช้น้ำได้อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้ว ณ ปัจจุบันดูสถิติแล้วในการปิดเปิดน้ำ ในการปล่อยน้ำของเขื่อนนเรศวร ผมเอง อยากจะขอร้องท่านกรรมาธิการอีกอย่างหนึ่ง ฝากไว้ด้วยว่าถ้าท่านได้มีการย้อนกลับมาดู ช่วยดูในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในส่วนของที่เป็นเรื่องของบุคลากรในการจัดสรรน้ำ ที่รับผิดชอบในโครงการต่าง ๆ เพราะว่ามันมีการที่ไม่ได้ทำตามหลักวิชาการนะครับ อย่างการปิดเปิดน้ำ เท่าที่ชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนาได้กล่าวมานั้นก็คือว่าเป็นลักษณะของ การปิดเปิดน้ำที่เหมือนลักษณะการนั่งเทียนเอามากกว่าตามหลักวิชาการ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการได้ช่วยตรวจสอบดูว่าในการปิดเปิดน้ำ น้ำมันมีต้นทุน มันน่าเสียดายยิ่ง ปัญหาการขาดแคลนน้ำมีมากในปัจจุบัน แล้วถ้าเกิดว่าในการบริหาร จัดการน้ำซึ่งเกิดจากบุคลากรของกรมชลประทานที่ไม่ได้ใช้หลักการที่ร่ำเรียนมาทาง ระบบชลประทาน จะทำให้เกิดการเสียหาย เพราะว่ายกตัวอย่างในฤดูที่ผ่านมา น้ำมีมาก เพราะมีพายุเข้ามา ๒ ลูก ๓ ลูกติดกัน แต่ว่าพอถึงเวลาแล้วแทนที่บุคลากรทาง กรมชลประทานจะผลักดันน้ำเข้าเต็มคลองชลประทาน เพื่อให้ชาวไร่ชาวนานั้นได้ดำเนินการ ทำการเกษตร ได้เพาะปลูกข้าวอย่างเต็มที่ กลับไม่ทำตามนั้น กลับปล่อยน้ำทิ้งไปเฉย ๆ แล้วอย่างวันนี้เราก็มีความสงสัยเหมือนกันว่าน้ำทางกรมชลประทานได้ออกหนังสือมาแล้วว่า จะไม่ปล่อยน้ำให้พี่น้องเกษตรกรทำนาปรัง บอกว่าน้ำไม่มี แต่ว่าทำไมวัน ๆ หนึ่ง จากเมื่อก่อนตอนฤดูฝนเปิดน้ำไหลออกใต้เขื่อน ๕-๖ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ ณ วันนี้ หน้าแล้งปล่อยวันหนึ่ง ๑๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วบอกว่าน้ำแล้ง จะให้พวกเราเข้าใจได้อย่างไร เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้ผมเองอยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ดำเนินการในเรื่องของ การจัดสรรน้ำทั้งระบบว่าในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำที่เกิดจากบุคลากรของ กรมชลประทานก็มีความสำคัญไม่น้อย แล้วผมก็อยากจะเสนอโครงการเมื่อสักครู่นี้เสริมเติม เข้าไปก็คือในเรื่องของเขื่อนทดน้ำบริเวณอำเภอบางกระทุ่ม ซึ่งเป็นเขตของท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ ถ้ามีเขื่อนตรงนั้นแล้วจะสามารถช่วยในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร แล้วก็ จะทำให้คนที่อยู่เหนือบริเวณใต้เขื่อนนเรศวรแล้วก็มาถึงจนสุดเขตจังหวัดพิษณุโลก จะสามารถมีน้ำให้ทางการเกษตรอีกจำนวนมากพอสมควร ซึ่งจะบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ทำไร่ทำนา นาปรัง บัดนี้ชลประทานนอกจากจะบอกแค่ว่าไม่สามารถ จะปล่อยน้ำนาปรังให้พี่น้องทำนาได้แล้ว อย่างอื่นไม่เคยบอกอะไรเลย ไม่มีวิธีแก้ไข ไม่มีวิธี แนะนำ ไม่อะไรทั้งสิ้น ซึ่งผมถือว่าไหน ๆ จะดูแลน้ำทั้งระบบแล้ว ควรจะต้องดูแลในส่วน ของที่เป็นบุคลากรด้วย ไม่ใช่ดูแลแต่ในส่วนของด้านกายภาพอย่างเดียว ด้านกายภาพ ถ้ามีเงิน มีงบประมาณ ทำได้ครับ จะขุดคลองกว้างเท่าไร ยาวเท่าไรไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ว่าก็ต้องให้คนมีประสิทธิภาพด้วย เขื่อนสิริกิติ์วันนี้ผมเองก็เข้าใจว่าการพัฒนาในส่วนของ ที่จะเหนือเขื่อนแล้วให้น้ำเข้ามาเก็บกักในเขื่อน จะผันน้ำจากที่โน่นที่นี่ค่อนข้างจะลำบาก มากพอสมควร ผมก็เห็นใจ แต่ว่าต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ที่ท่านเองได้พยายาม ศึกษา ก็ขอฝากในเรื่องของการสร้างเขื่อนทดน้ำใต้เขื่อนนเรศวรลงไปอีก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คืออยากให้บุคลากรของกรมชลประทานนั้นได้มีหลักวิชาการ ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องในเรื่องของน้ำทำการเกษตรด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย จากรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมต้องขอชื่นชม อย่างน้อยรูปเล่มของท่านก็สวยงาม แล้วหลายท่านก็มีความพยายาม ไปพบพี่น้องประชาชนตามลุ่มน้ำต่าง ๆ อันนี้ต้องขอบคุณหลาย ๆ ท่านนะครับ ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นของท่าน ขอให้การพัฒนาลุ่มน้ำในประเทศไทยได้ประสบ ความสำเร็จและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แต่ท่านประธานครับ ผมดูรายงานโครงการ พัฒนาลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม ก็คงเป็นการเอาสงครามมาติ่งไว้นะครับ มันไม่ได้ต่อกัน ผมนึกว่าท่านจะเอาสายน้ำอะไรต่อกันมา ขออนุญาตเพิ่มเติมจากรายงานของท่านนะครับ ถ้าหากรายงานของท่านได้พูดถึงจังหวัดอุดรธานีมากขึ้นกว่านี้ก็จะเป็นรายงานที่สมบูรณ์ ก็ฝากท่านด้วยนะครับ อย่างท่านพูดถึงแม่น้ำสงคราม ผมก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการ ไปปรับปรุงรายงานของท่านก่อนจะส่งไปที่ไหนครับ ให้มันดูว่าพี่น้องบ้านเชียง อำเภอหนองหาน ซึ่งเริ่มแม่น้ำสงครามนี่นะ บ้านดงเย็น ตำบลอ้อมกอ อำเภอทุ่งฝน แถวบ้านกุดค้า บ้านท่าช่วงอะไรนี่ ให้ได้รับประโยชน์จากการศึกษาของท่านด้วย ใส่แผน ลงไปด้วยนะครับ🔗
จากรายงานนี้เหมือนกันผมมีข้อเสนอให้ท่านไปเพิ่มว่ามันควรจะเป็น ถ้าจะมี ประโยชน์มากสำหรับจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองบัวลำภู มันคงจะเป็นโครงการโขง แล้วเข้ามาทางเชียงคาน โดยใช้ระบบโน้มถ่วงของโลก แล้วก็จากเลยนี้น่าจะมาลำพะเนียง จังหวัดหนองบัวลำภูทั้งหมด จากลำพะเนียง จังหวัดหนองบัวลำภู มันควรจะมีอุโมงค์ขุดลอด ให้น้ำไปเติมที่เขื่อนห้วยหลวง เสร็จแล้วก็ผ่านจังหวัดอุดรธานีเข้าไปในเทศบาล ผ่านขึ้นไป อำเภอพิบูลย์รักษ์ อำเภอบ้านดุง เสร็จแล้วก็ไปอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เข้าไป จังหวัดบึงกาฬ แล้วลงแม่น้ำโขง หรือขึ้นจากแม่น้ำโขงไป ถ้าสิ่งที่ผมพูดนี้ได้รับการบรรจุ ลงในรายงานหรือในแผนท่าน ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับชาวจังหวัดอุดรธานีเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอขอบคุณท่านด้วย🔗
ท่านประธานที่เคารพ และท่านกรรมาธิการซึ่งล้วนแต่เป็นพรรคพวก คุ้นเคยกัน และมีความตั้งใจดี มุ่งมั่นมาก แต่ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยนความเห็นของท่าน สักเล็กน้อย ผมอยากจะติงท่านว่าวิธีการศึกษาของท่าน ท่านก็ไปศึกษาจากหน่วยราชการ ซึ่งทำแล้วมันไม่สำเร็จ มันทุ่มลงไปหลายแสน หลายแสน หลายแสนล้าน ถึงวันนี้ก็ยัง ไม่สำเร็จ แล้วอีก ๑๐ ปีก็ยังไม่สำเร็จหรอก เวลาน้ำเยอะมันก็จะท่วม เวลาน้ำน้อย มันจะแล้งอยู่อย่างนี้ละ เพราะหน่วยงานเดิม ๆ วิธีเดิม ๆ นี่แก้ปัญหาไม่ได้หรอกระบบน้ำ ในประเทศไทย ผมเคยถามกรมชลประทานบอกว่าไหนที่เขียนไว้อย่างโก้ ๆ มาชี้แจง งบประมาณ บอกว่าระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการมีอยู่ที่ไหนบ้าง ตอบไม่ได้ครับ ไม่มี เพราะฉะนั้นผมขอเสนอความเห็นของผมฝากไปยังท่าน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับแม่น้ำโขง ท่านควรจะมีความคิดฝากไปยังส่วนราชการ บอกว่าใช้โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ขนาดใหญ่มากขุดแม่น้ำโขงมาเลย จุ่มลงไปแม่น้ำโขง ตอนที่มันไม่เคยแล้ง มันจะใช้งบประมาณเป็นแสนล้านก็ทำ เสร็จแล้วพอดวงอาทิตย์ขึ้น น้ำมันจะสูบขึ้นมาเลย เสร็จแล้วก็ไปตามลำน้ำอย่างที่ผมว่า นี่อันที่ ๑ มันยังไม่มีคนเสนอ ความคิดนี้ ก็เสนอไว้🔗
อันที่ ๒ ผมอยากจะฝากท่านว่าระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ที่เขา ประสบความสำเร็จอยู่ในอังกฤษ ในออสเตรเลีย ภาคตะวันตกที่เขาทำสำเร็จ มันต้องมีภาพ อย่างนี้ครับท่านกรรมาธิการและท่านประธานครับ มันต้องมีภาพว่าฝนตกลงกี่เม็ด กรมอุตุนิยมวิทยาวัดอยู่แล้ว ในพื้นที่ตรงนี้มันตกปีหนึ่งเท่านี้แล้วมันจะไหลไปไหนบ้าง ท่านต้องมีที่ให้มันไป ผ่านหมู่บ้านไหน หมู่บ้านนี้จะใช้ประปาสำหรับบริโภคเท่าไร ต้องมี ตลอดปี คำนวณได้ ท่านต้องมีวิธีไปเก็บระบบนี้ เสร็จแล้วเขาจะใช้สำหรับการเกษตรเท่าไร ปริมาณฝนที่ท่านเขียนอยู่ในนี้มันเพียงพอ มันผ่านไปตำบลไหน หมู่บ้านไหน ให้มีเลย น้ำบริโภค น้ำใช้จ่ายอุปโภค แล้วก็มีที่เก็บไว้ ถ้าเป็นอย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นการบริหาร จัดการน้ำอย่างครบวงจร ตั้งแต่ตกลงมาเม็ดแรกแล้วไปเก็บไหน ผ่านไหน ระเหยไปเท่าไร อย่างไร กรมชลประทานหรือพวกข้าราชการเขารู้หมด แต่ว่าต้องปรับใหม่ ไม่ใช่แบบที่ เขาทำอยู่ เวลาที่ท่านไปดู ท่านไปดูที่เขาทำอยู่ไม่สำเร็จ ในความเห็นผม ไม่สำเร็จ แล้วอีกอย่างหนึ่งมันไม่มีแนวคิดที่จะเอาน้ำไปเก็บไว้ โดยใช้ยางพาราทำเป็นอ่างน้ำ ขนาดใหญ่เลย ถ้าเขาจะทำนาบ้านนี้ใช้กี่ล้านลูกบาศก์เมตร เอายางพาราที่มันราคาถูก อยู่แล้วไปทำเลย ไปทำเขื่อนยางพาราใต้ดิน น้ำไม่ต้องระเหย เสร็จแล้วก็ส่งน้ำไปสำหรับ การเพาะปลูก วิธีคิดใหม่ ๆ แบบนี้จะต้องไปผลักดันให้ราชการไทย หน่วยงานบริหาร จัดการน้ำ ซึ่งงบประมาณเป็นหลายแสนล้านบาทแต่ละปีรวมทุกแห่งแล้ว จึงจะเกิด ความสำเร็จได้ หลักการต้องเป็นแบบนี้ การบริหารจัดการน้ำต้องครบวงจร น้ำไหลลงไป ที่ไหน หมู่บ้านนั้นจะต้องมีน้ำบริโภค ไม่อดอยาก แล้วก็มีน้ำสำหรับการเพาะปลูก ทางการเกษตร ปริมาณน้ำฝนผมบอกแล้ว ย้ำอีกครั้งหนึ่ง มันบอกอยู่แล้วว่าเพียงพอ แต่ระบบการจัดการน้ำในประเทศเราไม่สามารถให้คำตอบและสร้างความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้ ผ่านมาแล้วกี่ปี แล้วก็จะผ่านไปอีก ๒๐ ปี ก็ยังไม่สำเร็จครับ เรายังไม่ได้ใช้บริหารจัดการน้ำแบบใหม่ที่ทันสมัยในประเทศที่เขาบริหารจัดการน้ำ ประสบความสำเร็จแล้วมาเป็นแบบอย่างได้ เรายังไม่สามารถรวมหน่วยงานทั้งหลายทั้งปวง ในเรื่องน้ำเป็นกระทรวงเดียวกันได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากฝากไว้เพื่อที่จะเป็นข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากรายงานของท่านครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน นายแพทย์ชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมขออนุญาตจะไป เพิ่มชื่อในการอภิปราย แต่เห็นว่าท่านประธานจะขออนุญาตว่าให้หมดผู้อภิปรายแค่นี้ ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ตอนแรกผมตั้งใจจะไม่อภิปรายแล้ว แต่ว่ามาดู รายงานก็มีความจำเป็น ขอใช้เวลาสั้น ๆ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการที่เคารพทุกท่านนะครับ ที่อุตส่าห์ได้ไปศึกษาตามญัตติ ที่พวกเราเสนอแล้วก็นำมาเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะนำส่งให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนำสู่ปฏิบัติต่อไป ตามข้อสังเกตที่ทุกท่านเขียนมานะครับ ผลการศึกษาที่ท่าน ศึกษามา ก็จะเป็นแนวทางที่ฝ่ายรัฐที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำนำไปสู่การปฏิบัติได้ แต่ด้วย ความเคารพท่านประธานครับ รูปเล่มสวยครับ กระชับ ดูดี น่าจะใช้เป็นคู่มือในการที่จะ ศึกษาเพิ่มเติมอะไรต่าง ๆ ได้ แต่ผมมีความน้อยใจอยู่นิดหนึ่งนะครับ พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ซึ่งมี ปริมาณน้ำเข้าสู่เจ้าพระยาร้อยละ ๔๐ มวลน้ำเจ้าพระยาทั้งหมดที่รับมาจาก ปิง วัง ยม น่าน จากลำน้ำน่านร้อยละ ๔๐ แต่ว่าผลการศึกษาของท่านพูดถึงลำน้ำน่านน้อยมาก โดยเฉพาะ ลำน้ำน่านตอนบน พูดถึงน้อยมาก มีอยู่ ๒ หน้านะครับ ในบทสรุปและข้อสังเกตที่ท่านส่งมาในหน้า ๘ ในหัวข้อที่ ๓ มีอยู่ ๔ บรรทัดท่านประธานครับ แล้วเขียนทำนองลักษณะที่เป็นข้อเสนอ ในมุมข้อเท็จจริงผมก็ยอมรับได้ว่ามันเป็นปัญหา อย่างนั้นจริง ๆ บริเวณต้นน้ำของลุ่มน้ำน่านมีการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธาร แม้กระทั่งพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนเพื่อการอนุรักษ์ หรือในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน อันนี้คือบ้านผมเลยนะครับ ที่ทำให้ปริมาณน้ำน่าน ที่แต่เดิมเคยถูกดูดซับไว้ในดินลดลง ทำให้ปริมาณน้ำในลำธารต่าง ๆ ช่วงแล้งมีปริมาณลดลง กว่าในอดีต ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งฟื้นฟูต้นน้ำโดยด่วน ผลงานท่านครับ หน้า ๑๘ ต้นน้ำน่าน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ต้นน้ำของแม่น้ำน่านในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน มีการบุกรุกทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอยเป็นจำนวนมาก จนทำให้ ต้นไม้บนภูเขาถูกทำลายเป็นจำนวนมาก เป็นภูเขาหัวโล้น นี่ผลงานการศึกษาของท่าน กก อิง น่าน อยู่ที่ไหนครับ ตอบอย่างไร ไม่มีข้อสังเกต ไม่มีผลงานการศึกษาบริเวณลุ่มน้ำน่าน ตอนบนอย่างไรเลย ผมไปดูเรื่องของข้อเสนอท่านที่ทำเกี่ยวกับลุ่มน้ำยม เขียนไว้ดีครับ น้ำยม นี่ผมเห็นด้วยนะครับว่าข้อเสนอของท่านน่าจะเป็นประโยชน์เลย เพราะว่าลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำ ที่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เลย เนื่องจากไม่มีตัวเขื่อนหรือตัวฝายชะลอน้ำใด ๆ ที่เป็น ขนาดใหญ่ ท่านเขียนไว้ดีในลุ่มน้ำยมครับ แต่ว่าสิ่งที่ท่านศึกษาลุ่มน้ำยม ผมถามว่าลักษณะ ภูมิประเทศของป่าต้นน้ำ เช่น ลำน้ำน่าน ลำน้ำยม มันต่างกันตรงไหน ท่านบอกให้ไปเร่งรัด ปลูกป่าแก้ภูเขาหัวโล้นเพื่อดูดซับน้ำ ในเชิงการบริหารจัดการน้ำ ลุ่มน้ำเหล่านั้น ผลงาน กรรมาธิการช่วยชี้บอกหรือเปล่าครับว่าเขาควรจะมีเครื่องมือจะเรียกว่าเขื่อนหรือฝาย หรืออะไรก็ได้ครับ แล้วแต่ อย่างแผนของกรมชลประทานที่ทำไว้กับน้ำน่าน ที่จังหวัดน่าน มีหลายระดับเลยครับ ระดับเล็ก ระดับกลาง ระดับใหญ่ ทุกสายน้ำมีหมดเลย และผมจะดูว่า กรรมาธิการนำสิ่งเหล่านั้นมาพิจารณาศึกษาหรือไม่ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้ ตามแผนกรมชลประทานที่วางไว้ ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นผมเองค่อนข้างน้อยใจเลยครับ ฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการ ถ้าท่านจะศึกษาให้เป็นระบบแล้ว ผลการศึกษาแค่นี้ ด้วยความเคารพครับ มันไม่เป็นระบบหรอกครับ มันเป็นการศึกษาตามใจชอบที่ท่านจะไป ดูที่ไหนก็ได้ จะไปดูที่ไหนก็เห็นที่นั่นเลยครับ มันเป็นระบบตรงไหนล่ะ เปลืองงบประมาณ เสียเวลา และเอาสิ่งที่ท่านศึกษานี่ เอารายการมาเลยว่าท่านไปดูงานทั้งหมด ศึกษาทั้งหมด ใช้งบสภาไปเท่าไร ต่อไปต้องใส่ไว้ด้วยนะครับ ดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ พูดด้วยความน้อยใจ จริง ๆ ครับ แล้วก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาก ผมพูดในสภาผมไม่เคยสั่นเลยครับ แต่ครั้งนี้ ผมสั่นมาก สั่นที่กรรมาธิการดูถูกมากกับการศึกษาทำงานของท่านเอง ขอบพระคุณครับ ไปแก้ไขด้วยครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการครับ ไม่ต้องยาวก็ได้นะครับ เอาสรุปเข้าเนื้อหาสาระสำคัญ ๆ เลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่าน ส.ส. ค่ะ ดิฉัน สิตางศุ์ พิลัยหล้า โฆษกคณะกรรมาธิการค่ะ โดยส่วนตัวขอบอกว่าหลังจากที่ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้กล่าวชื่นชมแล้วก็มีข้อเสนอแนะ มาถึงกรรมาธิการในเรื่องของผลการศึกษาแล้วก็เล่มรายงาน ต้องบอกว่าโดยส่วนตัวขอชื่นชม ท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่านที่อภิปราย ซึ่งจากสิ่งที่ท่านอภิปรายแสดงให้เห็นว่าท่านมีความเข้าใจ ในปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างยิ่งว่าปัจจุบันเราไม่ได้มีแต่ในเรื่องของ น้ำขาดแคลน น้ำท่วม อุทกภัย แล้วก็คุณภาพน้ำ น้ำเค็ม น้ำเน่าเสีย ซึ่งหลาย ๆ ท่าน ยังได้กรุณาอภิปรายในประเด็นของปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ การบริหารจัดการน้ำประเทศไทยทุกวันนี้ยังมีปัญหาอยู่ แม้ว่าเราจะทุ่มเงินลงไปปีละ หลักหมื่น หลายหมื่นล้านบาทต่อปี แต่เราก็ยังวนเวียนกับปัญหานี้อยู่นะคะ ซึ่งในส่วนของกรรมาธิการของเรานั้น ก็เห็นความสำคัญของปัญหาด้านการบริหารจัดการ เช่นเดียวกับที่ท่านให้ความสำคัญเช่นกัน แต่ว่าตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีโอกาสที่จะได้ อธิบายเพิ่มเติมเนื้อหาผลการศึกษาในส่วนของแนวทางข้อเสนอแนะต่อการบริหารจัดการน้ำ ของประเทศนะคะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ารายงานเล่มนี้ที่อยู่ในมือ ของทุกท่าน อันนี้เป็นเล่มรายงานหลักนะคะ แล้วก็เล่มนี้มีความหนาไม่หนามาก แล้วก็ ไม่บางมาก เพื่อที่ว่าจะได้ถือไปไหนมาไหนติดตัวติดมือไปได้ อ่านได้ไม่หนักมากนะคะ ในส่วนของรายงานของลุ่มน้ำซึ่งเรามีทั้งหมด ๖ คณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำนะคะ ในส่วนของ รายงานของลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั้งหมด ๖ คณะ ตอนนี้มีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ปรากฏอยู่ ทางด้านหลัง ซึ่งแต่ละท่านสามารถที่จะดาวน์โหลด (Download) ได้นะคะ แต่ว่าถ้ายังมี ข้อมูลโครงการใดที่ยังไม่ครบถ้วนท่านสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาได้นะคะ🔗
สำหรับในส่วนของปัญหาการบริหารจัดการที่ ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้กรุณา อภิปรายไป ดิฉันขอชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้นะคะ🔗
ในส่วนของปัญหาเรื่องที่ ๑ ที่ท่านบอกว่าทุกวันนี้เรามีปัญหาการบริหาร จัดการ อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของการจัดการด้านองค์กรในการบริหารจัดการน้ำ หน่วยงาน ไม่เป็นระบบ หน่วยงานไม่เป็นเอกภาพ กรรมการในระดับพื้นที่ไม่สามารถผลักดันแผนงาน โครงการได้ ไม่มีกรรมการลุ่มน้ำ อีกทั้งยังมีปัญหาจากการถ่ายโอนกระจายอำนาจไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือประเด็นเรื่องของงบประมาณที่ซ้ำซ้อน บางงานไม่มีคนทำ หรือบางงานก็มีงานมาก แล้วก็เรื่องของประเด็นตัวชี้วัดในการประเมินการใช้จ่าย งบประมาณด้วยนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องประเด็นด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ ซึ่งก็มีท่าน ส.ส. ที่กรุณาอภิปรายถึงพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ด้วยนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๔ ก็คือประเด็นด้านข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลของภาคประชาชน แล้วก็เรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน อันนี้ เป็นประเด็นทางด้านการบริหารจัดการ ซึ่งดิฉันจะขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่เป็น ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญนะคะ🔗
ในส่วนขององค์กรในการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันนี้นอกจากเราจะมี โพลิซีเมเกอร์ (Policy Maker) เรามีโอเพอเรเตอร์ (Operator) ซึ่งมีมานานแล้วมากกว่า ๓๐ หน่วยงาน อยู่ภายใต้มากกว่า ๑๐ กระทรวง ซึ่งรวมทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ คสช. ได้แต่งตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตัวย่อว่า สทนช. ซึ่ง สทนช. นี้ อยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในการทำงานของคณะกรรมาธิการเรา ก็ได้เรียนเชิญ ตัวแทนของ สทนช. ตั้งแต่ท่านเลขาธิการ สทนช. แล้วก็มีการมอบหมายตามลำดับในเรื่อง ของลุ่มน้ำต่าง ๆ ท่านได้กรุณาเข้ามาให้ข้อมูลในเรื่องของลุ่มน้ำด้วยนะคะ สทนช. เป็นหน่วยงานที่ถือกฎหมายพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ก็คือฉบับนี้นะคะ ในฉบับนี้มีการพูดถึงการจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติ แล้วก็ในภาวะวิกฤติ ในภาวะวิกฤติ ก็มีเรื่องของการที่จะต้องประสานกับทางด้านของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือทางกระทรวงมหาดไทยด้วย แล้วก็ในเล่มนี้ได้มีการพูดถึงกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่งกรรมการ ลุ่มน้ำมีส่วนที่เกี่ยวพันกับทาง ส.ส. ท่านที่กรุณาอภิปรายนะคะ อันนี้เป็นส่วนของ สทนช. อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ต้องถือว่า สทนช. ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ยังไม่สามารถทำงานได้ ตามที่คาดหวังหรือตามเจตนารมณ์เริ่มแรกนะคะ ด้วยความที่ปัจจุบันนี้แม้ สทนช. จะถือ พ.ร.บ. น้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ แต่ว่าการออกอนุกฎหมายต่าง ๆ ยังไม่เรียบร้อย จริง ๆ อาจจะ เรียกได้ว่ายังไม่ได้ออกอนุกฎหมายที่สำคัญเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นกฎ ระเบียบของ การแต่งตั้งกรรมการลุ่มน้ำ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสงวนรักษาพื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้ง กฎหมายที่สำคัญ ๆ ซึ่งอีกประการหนึ่งก็คือ สทนช. มีพันธกิจในการที่จะจัดสรรพันธกิจ ของหน่วยงานด้านปฏิบัติที่ซ้อนทับกันอยู่ แต่ว่าปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถทำได้ ด้วยเงื่อนไข ทางด้านกฎหมาย ทำให้ปัจจุบันนี้ถ้าจะให้พูดตรง ๆ พูดโดยทั่วไป สทนช. ก็ยังไม่สามารถ ที่จะไปกำกับหน่วยงานปฏิบัติได้ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมเริ่มแรก ดังนั้นคณะกรรมาธิการ วิสามัญของเราจึงได้มีข้อเสนอในส่วนของหน่วยงานกำกับการแก้ปัญหาด้านน้ำของประเทศ หรือ สทนช. เรามีคอมเมนต์ (Comment) ไปถึง สทนช. โดยตรงนะคะ ซึ่งถ้าท่านมีรายงาน อยู่ในมือ ข้อเสนอแนะของเราปรากฏอยู่ในหน้า ๑๓๒ ไม่ว่าจะเป็นให้ สทนช. เร่งดำเนินการ ในขั้นตอนเพื่อแต่งตั้งกรรมการลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากว่าหลาย ๆ ปัญหาที่ท่าน ส.ส. กรุณาอภิปรายนี้เป็นปัญหาเชิงพื้นที่ การแก้ปัญหา จึงเป็นในลักษณะของพื้นที่ช่วยกันแก้ ช่วยกันเสนอ แล้วก็มีการผลักดันจากส่วนกลางลงไป สนับสนุน ทีนี้ปัจจุบันนี้ สทนช. มีการแบ่งลุ่มน้ำใหม่ อย่างที่ท่านทราบดีอยู่แล้วว่าเราปรับ จาก ๒๕ ลุ่มน้ำ เป็น ๒๒ ลุ่มน้ำ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประกาศกฤษฎีกาออกมา เป็น ๒๒ ลุ่มน้ำ หลังจากนั้นจึงจะมีการตั้งกรรมการลุ่มน้ำออกมา ทีนี้กรรมการลุ่มน้ำตอนนี้ เราก็ต้องรอกฎ ระเบียบของการคัดสรรกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่ง สทนช. จะต้องออกมาเป็น อนุกฎหมายที่ต่อเนื่องจาก พ.ร.บ. น้ำ ฉบับปี ๒๕๖๑ นะคะ🔗
ในส่วนของบทบาทและหน้าที่ของกรรมการลุ่มน้ำนี้ ท่านสามารถอ่าน เพิ่มเติมได้จาก พ.ร.บ. น้ำ ฉบับปี ๒๕๖๑ ซึ่งได้บอกไว้ทั้งองค์ประกอบแล้วก็อำนาจหน้าที่ ในการที่จะทำงานได้ เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้พูดง่าย ๆ ก็คือเราทำงานกันด้วยองค์กร ส่วนกลางโดยที่ยังไม่มีกรรมการลุ่มน้ำ เพราะฉะนั้นปัญหาในลุ่มน้ำหลาย ๆ แห่งจึงเป็น ปัญหาที่คาราคาซังอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาอภิปรายไว้ แล้วการแก้ไขก็ยังไม่ทั่วถึง อันนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นจุดอ่อนของการบริหารจัดการจริง ๆ นะคะ🔗
นอกจากนี้ทางกรรมาธิการก็มีข้อเสนอแนะต่อ สทนช. ให้กำหนดกรอบ พันธกิจของหน่วยงานปฏิบัติด้านน้ำให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน แล้วก็พิจารณาลดขั้นตอน ในการแก้ปัญหาด้านน้ำที่ซับซ้อน เพื่อขับเคลื่อนโครงการในระดับลุ่มน้ำได้เร็วขึ้น เร่งออกกฎ ระเบียบ และอนุกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งในภาวะวิกฤติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรต้องทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการหน่วยงานปฏิบัติในรูปแบบของซิงเกิลคอมมานด์ (Single command) โดยใช้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องข้อมูลก็เป็นเรื่องที่สำคัญดังที่ ท่าน ส.ส. ได้กรุณาอภิปรายไป จริง ๆ แล้ว ครม. เคยมีมติให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หรือตัวย่อว่า สสน. เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการสนับสนุนข้อมูลให้ สทนช. และ กนช. หรือว่าคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในการที่จะเมกดีซิชัน (Make decision) หรือว่าการตัดสินใจทั้งในภาวะปกติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ ซึ่งตอนนี้ ต้องกล่าวว่าจริง ๆ โครงสร้างทั้งหลายเหล่านี้ประเทศได้วางไว้แล้ว แต่ไม่ฟังก์ชัน (Function) สิ่งที่อยากจะให้ออกไปจากการทำงานของคณะกรรมาธิการของเรา ส.ส. ทุกท่าน และสภาแห่งนี้ คือผลักดันให้เกิดการทำงานตามเจตนารมณ์ที่มีการตั้งไว้ เรามี สทนช. เรามี พ.ร.บ. น้ำ ถ้าเรามีกรรมการลุ่มน้ำและผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาในระดับลุ่มน้ำ จะทำให้ ปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างที่ท่าน ส.ส. หลายท่านให้ความเป็นห่วง สามารถดำเนินการ ไปได้นะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ขอตอบก็คือในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่ หลาย ๆ ท่านก็ทราบแล้วว่าหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ในท้องถิ่น ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรามี พ.ร.บ. กำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อปี ๒๕๔๒ ซึ่งหลังจาก ปี ๒๕๔๒ ก็มีแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๔๕ ฉบับที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๕๑ และได้มีการถ่ายโอนภารกิจให้ อปท. ภารกิจอะไรคะที่มีการถ่ายโอนไป ก็คือการบริหารจัดการแหล่งกักเก็บน้ำที่มีขนาดเล็กกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งฝาย แล้วก็โครงสร้างทางชลศาสตร์ที่มีขนาดเล็กตามโครงการ เหล่านี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่ทุกท่านทราบ การถ่ายโอนนั้นเป็นเรื่องที่ดี การมอบหมาย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลทุกข์สุขในเรื่องน้ำของประชาชนก็เป็นเรื่องที่ดี มาก ๆ แต่สิ่งที่เราขาดไปก็คือการประเมินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราต้อง ยอมรับว่า อปท. ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือ อบจ. แต่ละแห่ง มีศักยภาพในการที่จะทำงาน ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้มีบุคลากรในเรื่องน้ำ โครงสร้างทางชลศาสตร์เรื่องน้ำ หลายสิ่งต้องอาศัยวิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ ปัจจุบันนี้ไม่ได้แปลว่าจะทำได้ทุกแห่งนะคะ จากการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งได้เรียนเชิญสำนักงานคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาให้ข้อมูลพร้อมกับองค์กรอื่น ๆ ร่วมกับนักวิชาการ เราพบว่าจริง ๆ แล้วปัญหาของการขับเคลื่อนงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของศักยภาพ และเรื่องของการผัน งบประมาณ อปท. ส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของการเขียนโครงการให้เนื้อหา ครบถ้วนสมบูรณ์ เพียงพอที่จะของบไปจัดการเรื่องน้ำในท้องถิ่นได้ แต่มีบาง อปท. ที่ทำได้ดี แล้วก็ทำได้ดีมาก ไม่ได้แปลว่าทั้งหมดจะมีปัญหาทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงมีข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการเราเกี่ยวกับเรื่องของการถ่ายโอนกระจาย อำนาจ ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในระหว่างการร่างแผนปฏิบัติการแผน ๓ ซึ่งอยู่ในช่วงของปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ แต่ว่าปัจจุบันนี้ยังอยู่ในช่วงของการร่างอยู่ ทีนี้ข้อเสนอแนะของกรรมาธิการเรา ที่มีต่อในเรื่องนี้ ปัจจุบันนี้ในแผน ๓ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พยายาม ที่จะมีแนวคิดในการที่จะกำหนดกรอบงานของ อปท. ให้เล็กลง เนื่องจากตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มา เราก็เล็งเห็นแล้วว่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ด้วยศักยภาพ แล้วก็ด้วยงบประมาณที่ อปท. สามารถขอแล้วก็ดำเนินการได้ จึงมีการที่จะพยายามลดกรอบงานของ อปท. ให้เล็กลง ซึ่งคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ยังอยู่ในการพิจารณาที่จะลดขนาดของ แหล่งกักเก็บน้ำจาก ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่คณะอนุกรรมาธิการ ของเรามีความเห็นว่าแม้จะกำหนดเป็น ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ยังอาจจะมีขนาดที่ใหญ่ เกินไป เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ อปท. เคยขอมานะคะ รวมทั้งเรื่องที่ดิฉันได้เกริ่นไปก็คือ เรื่องของใบประกอบวิชาชีพในการที่จะบริหารจัดการน้ำ ในการที่จะดูแลซ่อมแซม หรือแม้กระทั่งการรีดีไซน์ (Redesign) โครงสร้างทางชลศาสตร์ที่ได้รับการมอบไปแล้วนะคะ ในประเด็นนี้เราจะมีข้อเสนอแนะดังที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๑๓๒ เช่นกัน หน่วยงานระดับ นโยบายควรมีการพิจารณาทบทวนว่าการถ่ายโอนภารกิจด้านน้ำในการก่อสร้าง ดูแล และบำรุงรักษาแหล่งน้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรค อย่างไรบ้าง และมีภารกิจใดที่ไม่ควรดำเนินการถ่ายโอนหรือไม่ เช่น ฝาย ประตูระบายน้ำ เป็นต้น หน่วยงานระดับนโยบายควรมีการพิจารณาเพื่อแบ่งกลุ่มขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามศักยภาพในการดำเนินงานเพื่อการแก้ปัญหาด้านน้ำ โดยพิจารณาจาก ผลการดำเนินงานตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๒ เป็นต้นมา ซึ่งรัฐควรสนับสนุนให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานดีเป็นที่ประจักษ์ เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำสนับสนุนแก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพน้อยกว่า หรือหาก อปท. ใดที่ไม่มีความพร้อม ควรให้หน่วยงานหลัก อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งเป็นหน่วยงานเดิม ที่ดูแลโครงสร้างเหล่านั้นเป็นพี่เลี้ยงไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จริง ๆ แล้วปัจจุบันนี้ก็มีการเป็น พี่เลี้ยง แต่ว่าหน้าที่ดังกล่าวนี้ไม่ได้มีการมอบหมายในระดับนโยบายหรือว่าในเรื่องของ งบประมาณอย่างชัดเจน ทำให้หน่วยงานหลักเหล่านี้ไม่สามารถที่จะผันงบไปดูแล อปท. ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ก็มีเรื่องของการที่เสนอแนะให้กำหนดขนาดของแหล่งกักเก็บน้ำ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร สำหรับโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต. แล้วก็สามารถใหญ่ขึ้นได้หากว่ามีการถ่ายโอนไปให้ อบจ. ในข้ออื่น ๆ ก็ตามที่มีการนำเสนอ ไว้ในหน้า ๑๓๓🔗
สำหรับประเด็นที่ ๓ หลาย ๆ ท่านกรุณาอภิปรายในเรื่องของโครงการ ทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการขนาดเล็ก ต้องบอกว่าประเทศเรามีเงินสำหรับการจะทำ โครงการ แต่หลาย ๆ โครงการที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จหรือแม้กระทั่งดำเนินการไม่ได้ อย่างที่ท่านทราบว่าอันที่ ๑ ก็คือปัญหาในเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม อันที่ ๒ ปัญหา ในเรื่องของการยอมรับของภาคประชาชนหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หน่วยงานรัฐโดยเฉพาะ อย่างยิ่งต้องขอพูดตรง ๆ ว่ากรมชลประทานไม่สามารถที่จะผลักดันโครงการขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากทั้ง ๒ ประเด็นนี้ และไม่สามารถที่จะก้าวข้ามไป ไม่ว่าจะเรื่องของอีไอเอ (EIA) เรื่องของการชดเชย การชดเชยที่เราขอให้เขาเป็นผู้เสียสละ อันนี้ต้องเลิกได้แล้ว และมี การปรับแก้กฎหมายใหม่ อันนี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการของเราก็เห็นความสำคัญในเรื่องที่ ต้องดำเนินการเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งในเรื่องของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนี้ คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะซึ่งปรากฏอยู่ใน หน้าที่ ๑๓๔ ปัจจุบันนี้การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น อีไอเอ (EIA) หรืออีเอชไอเอ (EHIA) นี้ มีการจัดจ้างโดยหน่วยงานเจ้าของโครงการ ซึ่งอย่างที่ ทราบกันว่าหลาย ๆ โครงการเราได้รายงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าจะให้พูดตรง ๆ คือ บางโครงการอาจจะถึงขั้นที่ชาวบ้านเอาไปพูดกันว่ามีการตัดแปะด้วยซ้ำ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นแล้วเราก็เห็นกันอยู่ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงเสนอให้มีองค์กรอิสระในการควบคุมการจัดทำรายงาน แทนการจ้างจากเจ้าของโครงการโดยตรง และควรพิจารณาแก้ไขประกาศสำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือ สผ. เรื่องแนวทางการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยจากเดิมที่อิงตามมติ ครม. เมื่อ ๘ มกราคม ๒๕๖๒ ให้มาอิงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์ ปี ๒๕๓๙ เนื่องจากในระเบียบเดิม ที่มีการใช้นั้น แม้จะกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็น แต่ไม่มีคณะกรรมการที่จะมีส่วนร่วม ในการรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งไม่ได้กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่เจ้าของโครงการหรือไม่ได้ เป็นผู้ผลกระทบโดยตรงเข้ารับฟังได้ นอกจากนี้เรายังได้เสนอแนะว่าในการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือว่าในการจัดกระบวนการรับฟังประชาพิจารณ์ต่าง ๆ นี้ โดยทั่วไปจะมี การจัดกระบวนการสำหรับผู้ที่เสียที่ดินทำกินเท่านั้น ซึ่งอันนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ในโครงการ ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโขง เลย ชี มูล หรือแม้กระทั่งการผันน้ำยวม สาละวินเติมอ่างภูมิพล คณะกรรมาธิการเห็นว่าเป็นโครงการที่มีผลกระทบทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม แล้วก็ ต่อประชาชน ซึ่งไม่ใช่ประชาชนเฉพาะผู้ที่สูญเสียที่ดินทำกินหรือที่ดินที่เป็นบ้านพักอาศัย เท่านั้น แต่อย่างกรณีของน้ำโขง ย่อมส่งผลกระทบถึงผู้ที่อยู่ท้ายน้ำทั้งหมด หมายถึง ผู้ที่มีอาชีพประมงด้วย ผู้ที่อาศัยพื้นที่ริมน้ำโขงในการทำการเกษตรด้วย รวมทั้งชาวบ้าน และสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าในกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นนั้น ควรจะครอบคลุมถึงเกษตรกร ชาวประมง ผู้ใช้น้ำอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นแต่เพียง ผู้ได้รับผลกระทบในเรื่องของที่ดินทำกินเท่านั้น🔗
สำหรับในประเด็นที่ ๔ อันนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ในเรื่องของ ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะปรากฏอยู่ในบริเวณหน้า ๑๓๒ ถึงหน้า ๑๓๕ ท่าน ส.ส. สามารถอ่านได้ จากในรายงานนะคะ🔗
ขอตอบอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่มีความเป็นห่วงในเรื่องของ การจัดการน้ำบนเกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาะที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว จริงดังที่ท่าน ส.ส. ได้อภิปรายว่าน้ำบนเกาะเป็นพื้นที่ที่มีความเซนซิทีฟ (Sensitive) น่าห่วงใย เป็นกังวลมาก ซึ่งปีนี้น้ำในเกาะเป็นประเด็นที่ดูจะไม่รุนแรง เพราะว่าเรามีประเด็นเรื่องของโควิด (COVID) แล้วก็นักท่องเที่ยวลดลงไปมาก อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยว นอกเหนือไปจากเกษตรกรรม เพราะฉะนั้นเรายังให้ความสำคัญในเรื่องของน้ำท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำบนเกาะนะคะ ในเล่มรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเล่มของ คณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำภาคใต้ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่าการจัดการน้ำบนเกาะควรจะใช้ โมเดล (Model) ที่มีการจัดการอย่างเบ็ดเสร็จโดยเกาะ ขอยกตัวอย่าง อย่างเช่นเกาะพีพี เกาะพีพีเป็นเกาะท่องเที่ยวที่มีรายได้ของตัวเองมหาศาล แต่ปัจจุบันนี้เกาะพีพียังมีปัญหา น้ำอุปโภคบริโภคขาดแคลน มีปัญหาน้ำเสีย ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้องค์การจัดการน้ำเสียได้เข้าไป เพื่อจะปรับปรุงในเรื่องของการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียใหม่ให้เพียงพอต่อเกาะแล้ว ในเรื่อง ของน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากว่าเกาะพีพีมีรายได้ค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้เอารายได้ ตรงนี้มาบริหารจัดการน้ำบนเกาะ อบต. ก็ยังไม่ได้มีบทบาทมากเท่าไรในการบริหารจัดการ ส่วนนี้ คณะทำงานของลุ่มน้ำภาคใต้จึงให้ข้อเสนอแนะนำว่าควรใช้โมเดล (Model) ที่เป็น โมเดล (Model) พิเศษสำหรับพื้นที่ที่เป็นเกาะท่องเที่ยวด้วยการใช้เงินรายได้ของตัวเอง ในการบริหารจัดการตัวเองกลับไป ในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภคซึ่งมีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ กักเก็บน้ำฝนไม่มีเพราะว่าที่แพง ที่เอาไปเที่ยวหมดแล้ว ไปสร้างรายได้ให้ประเทศหมดแล้ว ก็เสนอให้มีการเอาน้ำทะเลมาทำน้ำจืด อย่างไรก็ตามการเอาน้ำทะเลมาทำน้ำจืดนี้ ด้วยงบประมาณต้นทุนซึ่งตอนนี้อยู่ที่ลูกบาศก์เมตรละประมาณ ๓๐-๔๐ บาท แล้วแต่นะคะ ก็เลยมีการเสนอว่าถ้าเราเอารายได้ของเกาะมาบริหารจัดการ แล้วส่วนนี้ก็ขายให้บนเกาะ แล้วสุดท้ายก็คือกลับไปในการพัฒนาน้ำบนเกาะ หรือว่าพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภค พื้นฐาน รวมทั้งการท่องเที่ยวแล้วก็จัดการน้ำเสีย ก็จะสามารถส่งเสริมให้ อบต. มีศักยภาพ ในการที่จะจัดการน้ำบนเกาะได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำกิน น้ำใช้ น้ำเสีย รวมทั้งทรัพยากรอื่น ๆ🔗
ในเรื่องของน้ำบนเกาะ มีอีกประเด็นหนึ่งที่ขอเรียนให้ท่าน ส.ส. ทราบว่า การขุดเจาะบ่อบาดาลบนเกาะนั้นเป็นสิ่งที่🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายครับ ผม สายัณห์ ยุติธรรม จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ🔗
ครับ🔗
ท่านกรรมาธิการท่านนี้ครับ พูดเหมือนสอนนักเรียนในห้องเลยครับ ทำรายงานเป็นหนังสือแล้ว ผมอ่านเข้าใจหมดแล้ว ตอนนี้ผมกำลังรอจะอภิปรายเรื่องน้ำท่วมที่นครศรีธรรมราช ซึ่งประชาชนไม่มีที่อยู่เลยครับ ผมว่ากรรมาธิการสรุปได้แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ ที่ดิฉันใช้เวลามากเพราะว่าเป็นคนที่เกือบสุดท้าย แล้วขอเก็บตกประเด็นจากท่าน ส.ส. เกือบทุกท่านในวันนี้ ดิฉันเข้าใจว่าเรื่องน้ำภาคใต้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่เรื่องน้ำ ของทั้งประเทศก็มีความสำคัญเช่นกัน และอย่างที่ ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะว่าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่พวกเรา ทำนี้มันจะออกไปเป็นประโยชน์ พวกเราทุกคนที่นี่ใช้เวลา ๑ ปี รวมทั้งดิฉันซึ่งก็ใช้เวลา ๑ ปี ดิฉันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลการศึกษาของพวกเราและสิ่งที่เราอภิปรายวันนี้จะออกไปสู่ ข้างนอกและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเช่นกัน กราบขออภัยที่ดิฉันใช้เวลานาน แต่อย่างที่กราบเรียนว่าดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะมีประโยชน์ และตอบข้อซักถาม และข้ออภิปรายของท่าน ส.ส. ได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญกรรมาธิการครับ มีอีกไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำ ภาคใต้ คนที่หนึ่ง กราบเรียนท่านประธานนะครับ ต้องขอขอบคุณและตอบความคิดเห็น แก่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านอรุณ สวัสดี ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านนิยม เวชกามา ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ท่านขจิตร ชัยนิคม และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ ร่วมอภิปรายแล้วก็ได้ให้กำลังใจ ผมต้องเรียนว่าคณะกรรมาธิการชุดเรานั้นได้ทำงานหนัก ตลอดระยะเวลา ๓๖๐ วัน เราได้มีการแบ่งคณะอนุกรรมาธิการออกมาทั้งหมด ๖ คณะอนุกรรมาธิการ ประธานแต่ละคณะอนุกรรมาธิการได้ลงพื้นที่เต็มที่ และได้รับ ความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านไปร่วมในการลงพื้นที่ ทุกท่านได้แสดง ความคิดเห็น ทำให้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นเข้มแข็งขึ้น ผมยกตัวอย่างที่ ท่านประธานสาคร เกี่ยวข้อง ในคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำภาคใต้ และท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เราได้ลงไปในพื้นที่ของจังหวัดพังงา เราได้พบกับท่าน ส.ส. ในพื้นที่ ท่านมารอ ต้อนรับ แล้วก็มาช่วยอภิปรายตลอดจนแนะนำปัญหาความมีส่วนร่วม เช่น ท่านกันตวรรณ ตันเถียร ท่านได้มีความเป็นห่วงในเรื่องของการต่อท่อน้ำประปาโดยใช้น้ำจากคลองงา ผ่านจากอำเภอเมืองไปตะกั่วทุ่ง ไปโคกกลอย แล้วก็ไปจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีพี่น้องประชาชน มาร่วมฟังในวันนั้นเยอะมาก ทุกคนต้องบอกว่ามีความกังวลว่าการที่น้ำประปาจากคลองงา ไปที่ภูเก็ตนั้นไม่ขัดข้อง แต่คนที่จังหวัดพังงานั้นควรจะได้รับน้ำในการทำท่อประปานี้ก่อน หรือว่าให้ครบ ไม่ใช่ผ่านไปเลย ซึ่งเขาไม่มีส่วนร่วม ไม่มีส่วนได้ประโยชน์ในการใช้น้ำตรงนั้น และแบบแผนการดำเนินงานประปาก็ยังไม่ชัดเจน ตรงนี้ก็ยังเป็นห่วง หรือเช่นที่เกาะลันตา ของท่าน ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งท่านก็มีความเป็นห่วงในเรื่องของการใช้น้ำ อุปโภคบริโภคของเกาะลันตาซึ่งมีความขาดแคลน แต่ด้วยความระมัดระวัง ด้วยความรอบคอบ เราก็จะฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด🔗
ท่านประธานครับ สำหรับวันนี้ต้องขอบคุณท่านอรุณ แล้วก็อีกหลายท่าน พูดถึงเรื่องทะเลสาบสงขลา ต้องเรียนว่าทะเลสาบสงขลาเป็นหัวใจจริง ๆ เพราะว่ามีเนื้อที่ จริง ๆ ๘,๔๘๔ ตารางกิโลเมตร และมีตัวทะเลสาบนั้น ๘๓๑ ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ประมาณ ๕.๓๐ ล้านไร่ มีลุ่มน้ำปากพนังอยู่ในส่วนนี้ด้วย ๑.๙ ล้านไร่ ทะเลสาบสงขลานั้น เราครอบคลุมใน ๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดสงขลา ก็คือ อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ และสิงหนคร จังหวัดพัทลุงทั้งจังหวัด และจังหวัดนครศรีธรรมราช บางส่วนของ อำเภอชะอวด และอำเภอหัวไทร ต้องเรียนว่าลุ่มน้ำในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่ ๓ ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำทะเลหลวง ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ แต่ด้วยธรรมชาติ ของทะเลสาบสงขลานั้น มีกลุ่มโซน (Zone) แบ่งกลุ่มของประชาชนที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา นั้นถึง ๗ กลุ่ม ตอนเราลงพื้นที่นั้นเราได้รับความร่วมมือจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๓ จังหวัด จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและองค์กรทุกองค์กรที่เข้ามา โดยเฉพาะ ๗ โซน (7 Zone) ก็คือ ๑. พรุควนเคร็ง ๒. ป่าต้นน้ำ ๓. คาบสมุทรสทิงพระ ๔. ทะเลน้อย ๕. ทะเลสาบฝั่งตะวันตก ๖. ทะเลสาบตอนล่าง และ ๗. ชุมชนเมืองใหญ่อู่ตะเภา ซึ่งทั้งหมดนั้น มีความต้องการที่แตกต่างกันธรรมชาติ บางคนก็ต้องการน้ำจืดเพาะปลูก บางคนเขาต้องการ น้ำกร่อย เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เราได้ประชุมกันหลายรอบมาก ในเรื่องทะเลสาบสงขลา ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะในส่วนของทะเลสาบสงขลา ซึ่งเสนอแนะ จากแนวคิดทั้งหมดอย่างน้อย ๆ ๔ แนวคิด แนวคิดแรก ก็คือเรื่องของว่าทะเลสาบสงขลานั้น ท่านประธานครับ ทุกปีทะเลสาบสงขลาจะมีตะกอนที่ฝังลงมาในตะกอนเยอะมากทุกปี จากประมาณ ๕.๙ มิลต่อปี เพราะฉะนั้นในเรื่องแรกก็คือเรื่องของการขุดลอกทะเลสาบ สงขลาซึ่งเป็นประโยชน์มาก แนวคิดของท่านอรุณนั้นซึ่งท่านได้พูดไว้ตั้งแต่ต้น ๆ แล้วว่า ท่านอยากให้มีการทำคันดิน ทำแก้มลิงสทิงพระ แล้วก็ให้ลึก ๒ เมตร สร้างคันกั้นน้ำ ๓ เมตร แล้วความจุได้ประมาณ ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีประตูกั้นน้ำปิดเปิดน้ำ ตรงนี้ก็เป็น แนวคิดซึ่งเราได้ลงไว้ในเล่มใหญ่ แล้วก็เล่มของคณะอนุกรรมาธิการซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๕๓๗ หน้า ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าทั้งหมด ๖ คณะอนุกรรมาธิการ มีการทำชุดของคณะอนุกรรมาธิการไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ ๔๐๐ ๕๐๐ หน้า ทุกคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งเราได้ลงในพื้นที่ในรายละเอียดทั้งหมด แต่เราได้มี คิวอาร์โค้ด (QR Code) ในด้านหลัง และในการส่งไปนั้นเราจะส่งทั้ง ๗ เล่ม เพื่อจะให้รัฐบาล ได้ดูแลทำตามต่อไปนะครับ🔗
นอกจากนั้นก็ต้องเรียนว่าท่านอรุณนั้นได้บอกว่าให้ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก มีการสัญจร มีทางเชื่อม ท่านพูดถึงต้นลำพู ท่านพากรรมาธิการไปดูต้นลำพูนะครับ ซึ่งขณะนั้นมีฝนตก ต้นลำพูเยอะมากในการที่จะทำให้มันขีดขวางทางน้ำและน้ำทะเลเข้ามา ก็ออกยาก นี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ และให้ขุดลอกชายฝั่งทะเลสาบสงขลายังตะวันออก ไปตะวันตกกว้าง ๑๐๐ เมตร🔗
ส่วนอีกท่านหนึ่งเป็นแนวคิดของท่านอนุกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์ประยุทธ์ ไกรปราบ ซึ่งท่านมีความคิดในการให้มีกรอบแนวคิดคอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ บำรุงรักษา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ท่านได้ทำแบบครบวงจรจริง ๆ จะมีมาตรการในการก่อสร้างพัฒนาอ่างเก็บน้ำจืดประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พัฒนาส่งน้ำด้วยระบบท่อในพื้นที่เกษตรน้ำฝน ๓.๓ ล้านไร่ ระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ (Solar cell) มีการสูบย้อนกลับ เป็นต้น🔗
อีกแนวคิดหนึ่งเป็นเรื่องที่ขุดลอกของกรมเจ้าท่า ซึ่งมีร่องน้ำทั้งหมด ๓ ร่องน้ำ ซึ่งเราคิดว่าเป็นร่องน้ำที่จำเป็นที่สุดก็คือร่องน้ำที่ ๒ คือร่องน้ำตะกอนตอนล่าง ซึ่งขุดร่องน้ำ ที่ ๒ คือตรงกลาง ต้องเรียนว่าการฝังของตะกอนทุกปี ๆ ไม่ได้ลอกมาเป็นร้อยปีมันทำให้ ตื้นเขิน เพราะฉะนั้นตะกอนตอนบนมีอยู่ ๕.๔ มิลลิเมตรต่อปี ตอนกลางประมาณ ๔.๔ มิลลิเมตร ตอนล่าง ๕.๙ มิลลิเมตร เราต้องขุดลอกตามแนวของทางกรมเจ้าท่า🔗
อีกแนวคิดหนึ่งคือของท่านรองประธาน ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านบอกว่า เราจะก่อสร้างฝายพับได้เพื่อบริเวณสะพานของตำบลปากรอ ประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นจุดที่ สั้นที่สุด แคบที่สุด ไปยังสะพานของตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร ซึ่งเป็นจุดที่แคบ ทำให้เรา สามารถปรับน้ำเวลาน้ำทะเลหนุนเวลากั้นน้ำต่าง ๆ นี่คือเรื่องของทะเลสาบสงขลานะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ทางทะเลสาบสงขลานั้นต้องเรียนว่าในการจะขุดลอกต้องมีฟัง ในหลาย ๆ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของปัญหาอุทกภัย โดยให้มีการขยายคลองให้กว้าง ตั้งแต่อำเภอระโนดไปถึงอำเภอสิงหนคร อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของการขาดแคลนน้ำ เราจะดู หมดนะครับ น้ำท่วม น้ำแล้ง ในคาบสมุทรสทิงพระ อันที่ ๓ ด้านตะกอนทะเลสาบสงขลา และอันที่ ๔ ด้านการรุกตัวของน้ำเค็ม สุดท้ายในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ที่ประชุมบอกว่า ต้องดูสัณฐานนะครับ ต้องดูสัณฐานเดิมของจังหวัดสงขลา เป็นต้น นี่คือเรื่องของทะเลสาบ สงขลา🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านอนุรักษ์ได้มีความเป็นห่วงในเรื่องของน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ เป็นที่ทราบกันดี เราจะมีญัตติต่อจากนี้ก็คือเรื่องของมีร่องมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัด ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศจากประเทศ มาเลเซีย ทำให้เกิดน้ำท่วม ๗ จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล และนราธิวาส ตรงนี้ในความเป็นห่วง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านเป็นห่วง ต้องเรียนว่าขณะที่เราไปดู เราไปดูทั้งหมดนะครับ ความไม่สมดุลคือน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำทะเลรุกล้ำ ปัญหาเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภคต่าง ๆ โดยเฉพาะต้องเรียนว่าเรื่องนี้ ทางคณะได้ไปดู แล้วก็ไปดูเรื่องของโครงการที่บรรเทาอุทกภัยของนครศรีธรรมราชซึ่งกำลัง ก่อสร้างอยู่ แล้วก็ยังจะมีในเรื่องของประตูน้ำชะอวด-แพรกเมือง และประตูน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ซึ่งเราไปทุกจังหวัด เราจะไปดูพร้อมกันหมด น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้ำอุปโภคบริโภค น้ำทะเลรุกล้ำ ตลอดทั้งหมดนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของที่ภาคอีสาน ซึ่งผมเองก็เป็น คนเสนอญัตติทั้ง ๒ ญัตติในภาคอีสาน ก็คือเรื่องของที่โขง ชี มูล สงคราม ซึ่งตรงนี้ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานศักดา คงเพชร และคณะอนุกรรมาธิการได้เดินทางไป แทบทุกจุด แล้วก็เดินทางไปค่ำดึกจนเรียกว่าทุ่มเททั้งหมด ต้องเรียนว่าในประเด็นนั้น คณะกรรมาธิการนั้นได้มีแนวคิดอย่างที่เรียนไว้นะครับว่าเราจะต้องพิจารณาเพิ่มพื้นที่ ชลประทานนะครับ โดยเฉพาะชลประทานที่มีแนวคลองหลักสายผ่าน แล้วยังไม่ได้จัดน้ำ เข้าไป รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลที่กันดาร หรือทางไปอุโมงค์ ต้นอุโมงค์ ต้องพื้นที่ตรงนี้ แล้วก็ พิจารณาระบบสูบน้ำชลประทานจากเฮด (Head) สูงไป นี่คือเรื่องส่วนของทางภาคอีสาน และขณะเดียวกันคณะใหญ่เราได้มีการเดินทางไปที่ภาคอีสาน ๒ ครั้ง ที่สีคิ้ว กับที่ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดปลายน้ำของโขง ชี มูล ซึ่งเราจะได้ดูถึงน้ำท่วม น้ำแล้งต่อไป🔗
ก็ต้องเรียนว่าวันนี้ในส่วนของคณะกรรมาธิการทุกท่านเราได้พยายามทำงาน กันอย่างเต็มที่ในตลอดระยะเวลา ๓๖๐ วันนี้ แล้วก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะ คณะชุดนี้เรามีทั้งหมดชุดเล่มใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นเล่มปกติที่เราถือไปได้ แต่ยังมีอีก ๖ ชุด ซึ่งท่านที่กังวลก็ส่งไปทั้งคิวอาร์โค้ด (QR Code) แล้วก็ที่จะทำเป็นเล่มส่งไปให้ทางรัฐบาล เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาต่อไป ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรองประธานวีระกร หรือจะมีอีกครับ ขอกระชับเข้าประเด็นเลยนะครับ ท่านอุบลศักดิ์ กรรมาธิการ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นญัตติโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ป่าสัก เป็นฉบับแรก อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว ถือว่าเป็นฉบับปฐมฤกษ์ของสภาชุดนี้ และเห็น ความจำเป็นกับพี่น้องเกษตรกร เวลาน้ำแล้งก็แล้งซ้ำซาก น้ำมากก็น้ำท่วมไร่นาพี่น้อง ประชาชน🔗
ประเด็นที่ผมขอกราบเรียนสั้น ๆ ว่าต้องขอบคุณท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ส.ส. สกลนคร ที่ห่วงใย แล้วก็ได้ท้วงติงข้อมูลที่ท่านกังวลนั้นอยู่ในเล่มเรียบร้อยแล้วครับ🔗
ส่วนท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ที่ท่านห่วงใยว่าในรายงานการประชุมจังหวัดอ่างทองนั้น คือลุ่มน้ำเจ้าพระยาเราแบ่งออก เป็น ๒ ส่วน เจ้าพระยาใหญ่ คือท่านวีระกร คำประกอบ เป็นคนรับผิดชอบตอนบน ผมรับผิดชอบเจ้าพระยา-ป่าสัก ตอนล่าง ต้องกราบเรียนว่าโครงการนั้นอยู่ในรายงาน การประชุม แต่เมื่อช่วงที่ได้กราบเรียนไปแล้วนั้นชี้แจงไม่หมดครับ จริง ๆ แล้วโครงการนั้น มีไปถึงอ่างทองนะครับ คือเริ่มตั้งแต่เจ้าพระยาตรงที่อำเภอเมือง แล้วก็จะมาที่อำเภอท่าวุ้ง ที่มีเขื่อน ๑ เขื่อน แล้วก็มาอีก ๑ เขื่อน ที่อำเภอเมือง คือ งิ้วราย โก่งธนู และอีกส่วนหนึ่ง ต่อมาจากนั้นจะมีเข้ามาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ ตำบลบ้านแพรก บางปะหัน แล้วก็ มหาราช แล้วก็มีโครงการสร้างเขื่อนขนาดย่อยที่กั้นแม่น้ำ จริง ๆ เขาเรียกว่าแม่น้ำสิงห์บุรี ลพบุรี แต่คำว่าลพบุรีนั้นคือไปถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตรงไปถึงบ้านแพรก และมหาราชแล้วนั้น ก็จะถึงอ่างทองพอดี อันนี้ต้องกราบเรียนท่าน ส.ส. ไม่ต้องกังวลครับ โครงการเราได้ทำละเอียด อยู่ในเอกสารที่นำเรียนไปแล้วนั้น🔗
ส่วนท่าน ส.ส. นิยม ก็ต้องขอขอบคุณครับ ท่านกรุณาติดตามตลอด🔗
ส่วนท่าน ส.ส. วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส. เพชรบูรณ์ โครงการของท่าน ที่คณะอนุกรรมาธิการเจ้าพระยา-ป่าสัก ได้ไปดูที่เพชรบูรณ์นั้น ก็เรียนว่าอยู่ในเล่ม เรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ต้องห่วง เนื่องจากเวลาจำกัด ไม่สามารถจะชี้แจงรายละเอียดได้ ครบถ้วน เพราะฉะนั้นยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าท่านไม่ต้องห่วงเดี๋ยวไปเปิดในเล่มดูว่ามันมีอยู่แล้ว🔗
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม ต้องขอบคุณ แนวความคิด ของท่านนั้นตรงกันครับ แล้วก็ยังมีข้อมูลว่าเราทำอย่างไร จะบูรณาการน้ำครบวงจรอย่างไร น้ำบนฟ้า น้ำผิวดิน น้ำใต้ดินอย่างไรนั้น แล้วจะเก็บน้ำอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ให้พี่น้องเกษตรกร ประชาชนทั้งประเทศได้ใช้อย่างไรนั้น ตรงกันครับ เรามีแผนโครงการที่จะอัดน้ำขึ้นที่สูง แล้วก็ทำเก็บไว้ในยามน้ำมาก น้ำน้อย เราก็จะส่งคูไปทำตามถนน โดยทำเป็นคูส่งน้ำ และทำวาล์วปล่อยเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ แล้วก็ยืนยันสรุปอีกครั้งหนึ่งว่าโครงการ ดังกล่าวนี้ก็จะพยายามผลักดัน🔗
ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ที่กรุณาสนับสนุน โครงการนี้โดยเอกฉันท์ และในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ก็คิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านก็คงจะให้การสนับสนุนคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ไปศึกษามาเพื่อนำส่งให้รัฐบาลต่อไป กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
เชิญครับ ท่านกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ อยากเรียนอย่างนี้ครับว่าในการศึกษา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ใน ๓๖๐ วัน พยายามจะศึกษาให้ครบทั้ง ๒๒ ลุ่มน้ำในประเทศไทย แต่ว่าการที่จะศึกษาครบ ทั้ง ๒๒ ลุ่มน้ำ โดยจะให้ไปเป็นคณะ ๆ ทั้ง ๒๒ คณะ ทำไม่ได้ครับ ก็รวม ๒๒ ลุ่มน้ำ เป็นกลุ่มลุ่มน้ำ แบ่ง ๒๒ ลุ่มน้ำ ออกเป็นกลุ่ม ๖ กลุ่มลุ่มน้ำ ก็มีกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีกลุ่ม ลุ่มน้ำป่าสัก มีกลุ่มลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล น้ำสงคราม แล้วก็มีกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออก มีกลุ่ม ลุ่มน้ำภาคตะวันตก มีกลุ่มลุ่มน้ำภาคใต้ ภาคใต้ก็ศึกษาทั้งใต้ตะวันออกแล้วก็ใต้ตะวันตก ทั้งหมด ๓๖๐ วัน การศึกษาทั้ง ๓๖๐ วัน แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ติดเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ ของโควิด (COVID) เราก็ใช้เวลาในการศึกษาโดยเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ข้อมูล แต่ถ้าช่วงไหนที่ไม่ติด คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการทุกคณะก็จะลงพื้นที่ นั่นก็แปลว่าในการศึกษา เราศึกษาทั้งข้อมูลของหน่วยงานราชการ ศึกษาทั้งข้อมูลจากพี่น้อง ประชาชนที่ได้สะท้อน ได้เสนอเข้ามา เพื่อมาบูรณาการร่วมกัน จนออกมาเป็นรายงาน แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ที่ประชุมแห่งนี้ก็คือว่าทั้งหมด ๗๗ จังหวัด เราใช้เวลา ๓๐๐ กว่าวัน เราลงพื้นที่ถึง ๖๔ จังหวัด เกือบครบทั้งประเทศไทยเลยนะครับ เพราะบางพื้นที่ บางจังหวัด มันเป็นน้ำสั้นเชื่อมโยงกัน อันนั้นก็บางจังหวัด แต่ว่าไปเกือบครบหมดทั้ง ๗๗ จังหวัด นี่ก็คือ สิ่งที่ได้ดำเนินการไปในช่วงระยะเวลาเกือบ ๑ ปี อยากจะเรียนว่าในการศึกษา เราพบปัญหา เรื่องของโครงสร้างน้ำ ไม่ว่าโครงสร้างน้ำขนาดใหญ่ โครงสร้างน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก ยังมีปัญหาจำนวนมาก เราอยากจะเอาข้อมูลโครงสร้างน้ำทั้งหมด ซึ่งถ้าจะเอาทั้งหมด ทั้งขนาดเล็กเป็นแสน ๆ มาใส่ในรายงานนี้ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน ก็จะมาใส่เป็นบางส่วน แต่บางส่วนปรากฏอยู่ในหน่วยราชการ ซึ่งอยู่ในแผนที่จะดำเนินการอยู่แล้ว หลายแห่ง ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง บางโครงการอยู่ในแผนของหน่วยงานที่จะดำเนินการอยู่แล้ว อย่างนี้เป็นต้น แต่ในการศึกษาครั้งนี้เราพบปัญหาปัญหาหนึ่ง ก็คือว่าปัญหาเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำ สิ่งที่เราพบตรงนี้ก็คือเราไปทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ศึกษาถึง ความสมดุลน้ำ ศึกษาเรื่องของการเติมน้ำ ศึกษาเรื่องของการเชื่อมโยงน้ำ ศึกษาครบทั้งหมด เราพบว่าเรื่องของการบริหารจัดการน้ำยังมีปัญหา ซึ่งสะท้อนมาถึงว่าทั้งเรื่องของโครงสร้างน้ำ ที่เรายังไม่เพียงพอ น้ำทั้งหมดในประเทศไทยเราบริหารจัดการน้ำได้ประมาณร้อยละ ๒๐ เศษ ๆ ที่เหลือยังเป็นน้ำที่ต้องอาศัยน้ำฝน สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนปัญหาว่าทำไมถึงมีน้ำท่วม ทำไมยังเกิดน้ำแล้ง เพราะฉะนั้นการศึกษาของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ก็จะเป็นแนวทาง ที่จะไปขยายผลต่อ แล้วเป็นแนวทางที่ทางรัฐบาลรับไปเพื่อที่จะไปดำเนินการ ซึ่งผมทราบว่า ในการศึกษาลักษณะอย่างนี้มีการที่จะทำกันมาหลายครั้งแต่ว่าไม่สำเร็จ แต่ครั้งนี้อาจจะเป็น ครั้งแรกที่สามารถจะมานำเสนอในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางสภา จะได้ร่วมกันในการที่จะช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาหลักของประเทศ เป็นปัญหาที่ พี่น้องประชาชนให้ความสนใจกันทั่วประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ใช้เวลาทั้งหมด ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าทางท่านมีปัญหาอยู่ที่จะต้องตอบ แล้วก็มี ที่จะต้องสรุปนะครับ ท่านวีระกรก็คงจะมาสรุปจบสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างมากครับ🔗
ผมกำลังจะตอบ ท่านชลน่านครับ ผมขอตอบท่านชลน่านได้ไหมครับ🔗
ท่านวีระกรครับ ท่านชลน่านมีอะไรครับ เชิญ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมเองอาจจะทำให้ท่านกรรมาธิการที่เป็นตัวแทนของพวกเราที่มอบหน้าที่ให้ท่าน ไปทำหน้าที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนผม ความรู้สึกเช่นเดียวกันนะครับ ต้องกราบขออภัย ถ้าท่านมีความรู้สึกอย่างนั้นจากคำอภิปรายของผม ผมมี ๒ ประเด็นครับ ก่อนที่ท่านรองประธาน จะตอบข้อซักถามโดยสรุป🔗
ประเด็นที่ ๑ การนำรายงานนี้สู่การปฏิบัติ มันมีข้อเสนอแนะที่ดีของท่านอยู่ ตั้งแต่หน้า ๑๒๕ เป็นต้นมา ในข้อ ๖ ท่านเขียนว่าเป็นข้อเสนอแนะ และสิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าเวลาเราส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะของเราลักษณะอย่างนี้จะมีผลการนำสู่การปฏิบัติหรือไม่ เพราะโดยสภาพบังคับ โดยมิติทางการเมืองแล้ว ในสภาของเรา ในรัฐสภาของเราครับ เราบอกว่าข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการที่จะส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตอบข้อสังเกตนั้นว่าทำได้ ไม่ได้ หรืออย่างไร ตามข้อ ๑๐๕ ในข้อบังคับของเรา แต่ถ้าเป็นข้อเสนอแนะอย่างนี้ เขารับไป เขาจะไม่ตอบอะไรเรามาเลยนะครับว่าจะทำอย่างไร ไม่ทำอย่างไร นั่นประเด็นที่ ๑ ที่ผมตั้งข้อสังเกตในการที่จะทำให้รายงานของเรามีประโยชน์🔗
ประการที่ ๒ ประเด็นเล็ก ๆ แต่ใหญ่ครับ นั่นคือข้อชี้แนะของท่านโฆษก คณะกรรมาธิการ ผมชื่นชมนะครับ ท่านรู้จริง คล่องแคล่วมาก เรื่องของการกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่นใน ๖.๒ ท่านประธานวิป (Whip) แซวผมเกือบหลุดปาก การกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่นเรื่องแหล่งน้ำ ผมมีข้อซักถามและตั้งข้อสังเกตอย่างนี้นะครับ เดิมหน่วยงานองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการการกระจายอำนาจมอบภารกิจให้ แหล่งน้ำที่มีขนาด ปริมาตรตั้งแต่ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรลงมา ให้ท้องถิ่นดูแล ผมใช้คำว่า แหล่งน้ำที่มีขนาด ปริมาตร ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านไปศึกษาแล้วผมไม่แน่ใจว่ามีข้อมูลเชิงวิชาการอะไร รองรับหรือไม่ มีข้อเสนอแนะตรงนี้ว่าน่าจะลดเหลือ ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ก็จะเป็นลักษณะของลำน้ำกว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๒ กิโลเมตร เท่านั้น หรือกว้าง ๑๐๐ เมตร ยาว ๑ กิโลเมตรเท่านั้น ผมว่าแนวคิด ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร กับแนวคิด ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร น่าจะศึกษาในเชิงวิชาการให้รอบด้าน ผมไม่เห็นด้วย กับการลดภารกิจของท้องถิ่นที่เขาควรจะได้รับ ผมยังจะต่อต้านคำว่า กระจายอำนาจ ด้วยนะครับ เพราะอำนาจมันเป็นของประชาชนอยู่แล้ว แต่ท่านไปดึงของเขาออกมา มาไว้ส่วนกลาง ขณะนี้เขาจะเอาคืน ท่านบอกว่ากระจายคืน คำว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่ได้หมายความว่าทำงาน ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ลำน้ำที่มีอยู่ท่านจะปรับปรุง ซ่อมแซมอย่างไร มันไม่ได้หมายถึงการที่จะไปขุดสระ ๒ ล้านคิว ผมฟังหลาย ๆ ท่านพูด ผมเข้าใจว่าท่านบอกว่าทำงาน ๒ ล้านคิว ศักยภาพท้องถิ่นไม่พอ แต่เขาให้ดูแลแหล่งน้ำที่มี ขนาดปริมาตรขนาดนี้ ผมอยากให้ท่านไปทบทวนครับ ท่านกระจายภารกิจ สิ่งที่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ถ้าจะทำนะครับ ต้องไปผลักดันบอกว่าท่านต้องมอบอำนาจมาให้เขา จริง ๆ มาจัดการแหล่งน้ำนี้ให้ได้ อย่าเอาแหล่งน้ำคืนเขาไปครับ ต้องมาเป็นของท้องถิ่น แต่สิ่งที่จะต้องเติมเข้ามาคืออำนาจที่เขาจะบริหารจัดการ เช่น เม็ดเงิน งบประมาณ อะไรต่าง ๆ ถ้าทำอย่างนี้มันสวนทางกับการกระจายอำนาจนะครับ ท่านกำลังดึงอำนาจเข้าสู่ ส่วนกลางอีก ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะอย่างนี้ แต่เผอิญมาเป็นข้อเสนอแนะนะครับ ถ้าเป็นข้อสังเกตผมโหวตไม่เห็นด้วยทันที แล้วผมจะไม่ให้ท่านประธานใช้ข้อ ๘๘ ด้วยนะครับ เพราะผมจะแย้งทันทีว่าผมไม่เห็นด้วย ถ้าจะเขียนอย่างนี้ ไปแล้วมีผลทันที ผมไม่ให้ท่านใช้ข้อ ๘๘ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน ฝากไปทางท่านรองประธานช่วยตอบผมว่า ๒ เรื่องนี้ท่านเห็นอย่างไร จะปรับแก้ไหม เพราะข้อสังเกตที่ท่านเขียนในข้อ ๓ นี้ดีมากครับ แต่ว่าไม่ครอบคลุมในสิ่งที่ ท่านทำเป็นข้อเสนอแนะหลักที่มีผลเชิงปฏิบัติ อันนี้คือสิ่งที่ผมทักท้วงในรายงานนะครับ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีรายงานกลับมาว่าหน่วยงานที่รับไปหลังจาก ๖๐ วันแล้วตอบเรา มาแล้วเขาทำได้หรือไม่ได้อย่างไร เขาจะไม่มีรายงานส่งมาที่เรานะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านวีระกรครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ ใคร่ขอตอบเพื่อนสมาชิกบางประเด็นนะครับ โดยเฉพาะ ท่าน ส.ส. จากพิษณุโลก ไม่ว่าจะเป็นท่านอนุชา น้อยวงศ์ ท่านนพพล เหลืองทองนารา แล้วก็ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ซึ่งทั้ง ๓ ท่านได้พูดตรงกันก็คือเรื่องอ่างเก็บน้ำคลองชมพู ในอำเภอเนินมะปราง ทางคณะกรรมาธิการได้ลงไปดูจริง ๆ แล้วก็พบว่าบริเวณที่เรา ไปประชุมคือที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองพระ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ ใกล้เคียงกันกับพื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู เราเห็นคราบน้ำในปี ๒๕๕๔ ที่น้ำท่วม สูงประมาณ ๕ เมตร สูงประมาณ ๕ เมตรจากพื้นดินเลยครับ ที่เราไปนั่งประชุมอยู่ เราเห็น คราบน้ำติดอยู่เลย แสดงว่าพี่น้องประชาชนในเขตคลองชมพูเขาเดือดร้อนจริง ๆ ครับ แล้วเราก็อยากจะให้ท่าน ส.ส. ทั้ง ๓ ท่านได้กรุณาช่วยทางกรมชลประทานด้วย เพราะว่า เคยจะเข้าไปทำประชาพิจารณ์หลายรอบแล้วครับ โดนเผา โดนรื้อ โดนอะไรต่าง ๆ จนกระทั่งไม่สามารถที่จะเข้าไปทำประชาพิจารณ์กับพี่น้องประชาชนได้ ถ้าหากพูดคุยกับ พี่น้องประชาชนในเขตหมู่ ๑ และหมู่ ๒ ให้เขาลองมาคุยกันดี ๆ มันก็น่าจะทำได้ อ่างเก็บน้ำคลองชมพู ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ🔗
ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนิยม เวชกามา นะครับ ที่ให้กำลังใจ กรรมาธิการ แล้วก็ทราบว่ากรรมาธิการทำงานหนักขนาดไหน ความจริงก็เดินทางแทบ ทุกจังหวัด แทบจะทุกอำเภอ โดยเฉพาะในเขตจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นจังหวัดที่คุณแม่ผม เกิดที่นั่น แล้วผมเองก็พยายามที่จะไปทุกอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสองแคว เราไปดู น้ำยอด น้ำยาว แล้วก็พบว่าพี่น้องประชาชนได้ถวายฎีกาก่อนหน้าที่เราจะไปครับ คือสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านเสด็จที่อำเภอสองแคว แล้วก็ได้ถวายฎีกา ซึ่งเราก็สนับสนุนเลยครับ เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอยากได้อ่างเก็บน้ำ น้ำยาวตะวันตก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำได้ ๓๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เราขอให้ กรมชลประทานเร่งดำเนินการ แล้วเราก็ไปดูสถานที่ เหมาะสมมากเลยครับ เพราะเป็น ช่องเขาที่สวยงามและเหมาะสมที่จะทำอ่างเก็บน้ำขนาด ๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตรได้ นอกจากนั้นเราก็ไปดูน้ำยอด เราไปดูน้ำยาวตะวันออก แล้วเราก็ไปดูต้นน้ำว้า ซึ่งที่น้ำว้า เราไปที่อำเภอบ่อเกลือ เราก็พบว่าที่ตรงนั้นมันมีอาคารบังคับน้ำซึ่งได้ถ่ายโอนมาให้กับ อบต. เขา ให้กับท้องถิ่น แล้วก็ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะดูแลได้นะครับ ในส่วนนี้เราก็ขอร้องให้ ทางกรมชลประทานซึ่งน่าจะเป็นพี่เลี้ยงมาคอยช่วยเหลือทางด้านบุคลากร ทางด้านความรู้ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งจะต้องตั้งงบประมาณในการซ่อมแซมให้กับเขาเพราะว่า ถ่ายโอนไปแล้ว แต่ว่าองค์การบริหารส่วนตำบลไม่สามารถที่จะดูแลได้ ซึ่งถือว่าเป็นอาคาร บังคับน้ำในเขตแม่น้ำว้า เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้อะไรเลยนะครับ ได้ดูแลเป็นอย่างดียิ่ง🔗
ส่วนในเรื่องของการกระจายอำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรปรับ ขอบเขต ซึ่งเราเขียนไว้ว่าควรจะปรับขอบเขตให้กับ อบต. ซึ่งอาจจะขอแก้ไขไปสักนิด ก็ได้นะครับว่าในส่วนของงานขุดลอก ถ้าเป็น อบต. ก็ไม่ควรจะเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องของการเก็บกักน้ำในลำน้ำ เดี๋ยวเราอาจจะใส่เพิ่มเติมเข้าไปนะครับ คุณหมอชลน่านครับ แต่ว่าในส่วนของอันนี้ เพียงแต่เราเสนอเป็นแนวความคิดว่าถ้าจะขุดลอก อบต. คงไม่มีงบประมาณในการขุดลอกได้มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งลูกบาศก์เมตร ก็ประมาณ ๔๐ บาท ก็ประมาณ ๔ ล้านบาท อบต. คงจะทำไม่ไหว ซึ่งเดี๋ยวจะมีญัตติ อีกสักเดือนสองเดือนจะมีญัตติรอคิวอยู่เรื่องของการถ่ายโอนแหล่งน้ำ เราคงจะต้องพูดกัน ในส่วนนั้นอีกรอบหนึ่งนะครับ วันนี้กระผมขอกราบขอบพระคุณสมาชิกที่ได้อภิปราย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทุกท่านนั้น ล้วนมีประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นอย่างยิ่ง🔗
สุดท้ายนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกทุกท่านจะมีมติ ร่วมกันให้รายงานและข้อสังเกตฉบับนี้ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะกราบเรียนท่านกรรมาธิการนะครับ ท่านช่วยทำอีก ๖ เล่ม เอามาให้สมาชิก ด้วยนะครับ เพราะว่าถ้าเป็นคิวอาร์โค้ด (QR Code) อย่างนี้เราไปไว้ตามห้องสมุด เอาไปใช้ ประโยชน์มันต้องเปิดดูในโทรศัพท์มันลำบากครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ มันเกิดอุบัติเหตุครับ คือโรงพิมพ์พิมพ์ให้เราไม่ทันครับ จริง ๆ เรามี เล่มอย่างนี้ ๖ เล่มที่จะให้ท่านในวันนี้ครับ🔗
ท่านก็ส่งมาทีหลัง🔗
เราจะส่งมาให้ ประมาณต้นเดือนมกราคมครับ จะนำมามอบให้กับทุก ๆ ท่านนะครับ ซึ่งผมอยากจะ กราบเรียนว่าถ้าเป็นเล่มนี้ ของท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จังหวัดเชียงรายของท่าน จะอยู่ใน หน้า ๑๒๓ หน้า ๑๒๔ หน้า ๑๒๕ ซึ่งท่านสามารถที่จะอ่านได้ครับ ต้องกราบขอบพระคุณครับ เราจะมีให้ท่าน ๖ เล่มนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องของ ๖ ลุ่มน้ำต่าง ๆ ที่เราไปสังเกตมาครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านหมอชลน่านพอใจในคำตอบหรือยังครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย คือผมเพียงตั้งข้อสังเกตไปนะครับว่า งานของท่านอุตส่าห์ทำมา ๑ ปี มันน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุด แต่ว่าเท่าที่ผมดูวิธีการทำงาน มันจะไม่ได้รับผลตอบสนองที่สูงสุดกลับมา ผมเพิ่งรู้นะครับว่าท่านทำรายงานไม่เสร็จแล้วก็ มารายงาน จริงอยู่ว่ามีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ให้สแกน (Scan) นะครับ แต่ว่าสมาชิกเรา ส่วนใหญ่ รายงานนี้ไม่ได้ถูกส่งไปที่บ้านนะครับ ส่งแต่ระเบียบวาระการประชุม เพราะฉะนั้น เขาจะไม่รู้หรอกว่าในรายละเอียด อย่างผมนี่ผมน้อยใจว่าลุ่มน้ำน่านไม่มี ท่านไปเขียนไว้ใน รายงานกลุ่มน้ำในชุดคณะอนุกรรมาธิการของท่าน แต่ผมไม่มีเอกสารไม่มีอะไรให้เห็น มันก็เลยทำให้ผมเองต้องตัดพ้อขอความกรุณาจากท่านไป แต่ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตนั้น ท่านประธานครับ ถ้าเขียนเป็นข้อเสนอแนะ ไม่มีผลเชิงบังคับระหว่างรัฐสภา ระหว่าง สภาผู้แทนราษฎรกับฝ่ายบริหารนะครับ อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เราเห็นภาพแล้วผมไม่อยากให้ รายงานเราสูญเสียครับ ข้อสังเกตเท่านั้นที่เขาจะตอบเรานะครับ🔗
ครับ เข้าใจครับ🔗
โดยรายงานแล้วเขาจะไม่ตอบเราเลยว่าเขาทำ ไม่ทำอย่างไร จริง ๆ ผมเองด้วยความเคารพท่านประธานครับ ทราบว่าจะมีการตั้งญัตติด่วน เรื่องน้ำท่วมภาคใต้ ญัตติด่วนนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ผมอยากสนับสนุนมากครับ แต่ถ้าไม่มี องค์ประชุมนี่ท่านประธาน ท่านจะเอาสมาชิก ๑๐๐ คน แล้วพูดญัตติด่วนน้ำท่วมภาคใต้หรือครับ นี่ผมเลยบอกว่าถ้าจะเห็นชอบกับรายงานนี้ผมห้ามใช้ข้อ ๘๘ การใช้ข้อ ๘๘ มันจะไม่รู้เลยว่า มีองค์ประชุมขณะนี้ครบหรือไม่ครบอย่างไร ผมไม่ได้ตีรวนนะครับ ญัตติสำคัญ องค์ประชุม ต้องครบ ถ้าไม่ครบแล้วท่านเสนอญัตติมา ข้อเสนอเข้าไป เขาจะตอบกลับมาว่าไม่เป็นญัตติ เนื่องจากว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เราจะทำงานไปทำไม ท่านประธาน ถ้าทำงานอย่างนั้นแล้วรัฐสภาเรา สภาเราไม่มีศักดิ์ศรีอะไรที่จะไปทำให้ ฝ่ายบริหารเขานับถือและเชื่อถือนะครับ ถ้าจะทำอย่างนั้น ผมก็เลยบอกว่าเราไม่ใช้ข้อ ๘๘ ถ้าองค์ประชุมครบเราขึ้นญัตติเลยครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวแก้ปัญหาทีละประเด็น ท่านวีระกร กรรมาธิการพอจะแก้ข้อสังเกตได้ไหมครับ สมมุติว่า เราเพิ่มไปอีก ๑ ข้อว่าอยู่ในข้อสังเกต ให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอแนะด้วย อย่างนี้จะได้ไหมท่าน🔗
ยินดีแก้ตามนั้น เลยนะครับ🔗
ท่านนึก คำพูดดี ๆ สิครับ🔗
ยินดีแก้ตามนั้น เลยครับ แล้วก็ ๑๐๐,๐๐๐ คิว เราก็จะตัดออกตามที่ท่านเห็นชอบ ตามที่คุณหมอชลน่าน ได้กรุณาแนะนำ ก็จะตัดออก แล้วก็เปลี่ยนเป็นข้อสังเกตใช่ไหมครับ ท่านจะให้ใส่เป็นข้อสังเกต แทนที่จะเป็นข้อเสนอแนะใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการจะหาว่า ผมเองไปจุกจิกจู้จี้ คือเรามองในแง่ผลปฏิบัติ การตอบสนองต่อฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านสังเกตไหมครับ เวลาเราส่งรายงานเราไปเขาจะเอาข้อสังเกตทั้งหมดไปดำเนินการ แล้วหลังจากนั้น ๖๐ วัน เขาจะส่งมาให้เราว่าเขาทำอะไรได้ ไม่ได้ เขาจะแจ้งมาที่เรา ตามข้อสังเกตที่เราส่งไปเท่านั้นเอง ทีนี้สิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะดี ๆ ของท่านนะครับ มันเขียน อยู่ข้อ ๖ แต่ข้อสังเกตของท่านเขียนอยู่ข้อ ๓ ข้อ ๖ เป็นข้อเสนอแนะ ถ้าจะเป็นประโยชน์ ผมบอกว่าเอาข้อเสนอแนะตรงนี้มาเป็นข้อสังเกต ก็ไม่ได้เสียหายอะไรครับ พวกเรายินดี ที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว🔗
ก็แบบที่ ผมเสนอนะครับ ท่านวีระกรก็เติมไปว่ารัฐบาลดำเนินการพิจารณาทำตามข้อเสนอแนะ🔗
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้อยคำที่เราเขียนอยู่ในข้อบังคับเรานี่มันมีที่มาที่ไปนะครับ ทำไมเราไม่เขียนว่าข้อเสนอแนะ ส่งให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ทำไมเราเขียนว่าเป็นข้อสังเกต เพราะระหว่างการถ่วงดุลอำนาจ ระหว่างนิติบัญญัติกับบริหาร เราไม่มีสิทธิไปบังคับให้รัฐบาลทำอะไรได้ ไม่ได้นะครับ มันก็เลยเป็นคำว่า มีข้อสังเกตไปนะ จริง ๆ มันคือข้อเสนอแนะละครับ แต่ว่ามันเป็นถ้อยคำ ระหว่างดุลอำนาจซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง🔗
เข้าใจครับ🔗
ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ผมเห็นด้วย ผมก็ศึกษาเรื่องนี้มาหลายครั้ง ทุกครั้งที่มีการประชุมรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมก็จะเน้น เรื่องข้อสังเกต และจะพูดทุกครั้งว่าจะส่งให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ตามข้อสังเกต ผมเห็นด้วยกับหมอชลน่านว่าข้อเสนอแนะนี่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่ข้อสังเกตนี่บังคับว่ารัฐบาลต้องเอาข้อสังเกตนี้ไปดำเนินการต่อไป ดังนั้นเราจะแก้ไข ปัญหาตรงนี้ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านวีระกรลองดูสิครับ🔗
ยินดีแก้ครับ เข้าใจว่าคงผิดพลาด กรรมาธิการรับข้อผิดพลาดนี้ครับ เพราะจริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยจะผิดพลาด ส่วนที่เขียนว่า ข้อสังเกต อันนี้เจ้าหน้าที่เขาพิมพ์มาเป็นข้อเสนอแนะ ผมคงจะอ่านผ่านไปครับ ขอโทษด้วยครับ แล้วก็จะเปลี่ยนเป็นข้อสังเกตนะครับ ขอบคุณครับ🔗
คือข้อเสนอแนะ เปลี่ยนเป็นข้อสังเกตนะครับ เอาไปเพิ่มนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องน้ำสำคัญมากนะครับ เราก็ตั้งความหวังไว้เยอะ ทีนี้ท่านทำมาแบบนี้ ท่านเอากลับไป อาทิตย์หน้าค่อยเอามาเข้าใหม่ได้ไหม แล้วเอามาพร้อมกับอีก ๖ คณะอนุกรรมาธิการ เอามาให้เราดูเพราะว่ามันไม่สมบูรณ์จริง ๆ ท่านจะรีบไปไหน ท่านทำมาทั้งปีนะครับ และท่านรีบส่งมาวันนี้ แล้วก็จะเอาเข้าวันนี้ ให้จบวันนี้นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าทั้ง ๖ เล่ม ความสมบูรณ์มันมีแค่ไหน คือเราไม่สามารถที่จะเปิดทันนะครับ เพราะว่ามันฉุกละหุกแบบนี้ ท่านเอากลับไปทำและเพิ่มเติมข้อมูลให้พวกผมอีกหน่อยได้ไหม เขาดูในไอแพด (iPad) มันก็ยังไม่สมบูรณ์ทั้ง ๖ คณะอนุกรรมาธิการ ขอเติมมาอีกหน่อยได้ไหม ที่ท่านไปรับข้อมูล มาจากจังหวัดต่าง ๆ ก็ยังไม่มีเลยที่ท่านใส่รายละเอียดไป ขอว่าเพิ่มมาอีกสักหน่อย ให้พี่น้อง เขาดีอกดีใจหน่อยว่ายังมีโครงการของเขาอยู่ในเล่ม เขาอุตส่าห์เหมารถมาที่จังหวัด มาพบกับท่านนะครับ เสร็จแล้วก็มีชื่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในหมู่บ้าน ตำบลของเขา อยู่ในเล่มด้วยเขาจะดีใจมากนะครับ ท่านเอากลับไป อาทิตย์หน้าค่อยเอาเข้ามาใหม่ก็ได้ ท่านประธานวีระกร ท่านก็สามารถที่จะให้วิป (Whip) เอาเข้ามาใหม่ได้นะครับ ก็ให้โรงพิมพ์ ทำมา ผมไม่ทราบว่าเมื่อไรมันจะเสร็จ เสร็จแล้วมันจะกระท่อนกระแท่น แล้วมันก็จะหายไป ผมเรียนปรึกษาท่านว่าวันนี้ไหน ๆ องค์ประชุมก็ไม่ครบอยู่แล้ว เอากลับไปก่อน อาทิตย์หน้า ค่อยมาใหม่ได้ไหม แล้วมาร่วมกับอีก ๖ คณะอนุกรรมาธิการ แล้วเล่มนี้ขอให้หนา ๆ หน่อย ข้อมูลใส่ไปเยอะ ๆ มันน้อยมากนะครับ ท่านจะรีบไปไหนครับ ท่านประธานครับ เอากลับไป ก่อนเถอะ มันเป็นข้อมูลที่ดีมากผมอยากจะเห็น ไม่ได้ว่ากันนะครับ ขอท่านเอากลับไป แล้วอาทิตย์หน้าค่อยมาเข้าใหม่ครับ ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปทางคณะกรรมาธิการนะครับ ผมเห็นชอบในเรื่องที่คุณหมอชลน่านได้นำเสนอต่อสภา แล้วก็ดีใจที่ท่านประธาน รวมถึง ได้ผ่านไปยังท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านก็ตอบรับด้วยดีในเรื่องของการแก้ไข เพื่อให้มันมีความสมบูรณ์ขึ้น ประเด็นของท่านพิเชษฐ์เช่นเดียวกันนะครับ ในเรื่องของ เอกสารที่มาถึงมือพวกเราแล้วยังมีความบกพร่องอยู่เล็กน้อย ไม่ได้เป็นข้อติติงอะไร รุนแรงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อสักครู่พอท่านประธานถามทางกรรมาธิการ ถามท่านรองประธานบอกว่าขอแก้ไขตามนี้ได้หรือไม่ ท่านรองประธานก็ลุกขึ้นตอบครับ บอกว่ายินดีครับ จะแก้ให้ตามนั้น แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการของสภามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ท่านประธาน เอกสารที่พวกเราถืออยู่ทั้งหมดในเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้ส่งให้กับสภา มันเป็นเรื่องของมติกรรมาธิการที่ได้มีมติเห็นชอบต่อหนังสือฉบับนี้ที่นำส่งต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของรองประธาน หรือว่าใครคนใดคนหนึ่งที่จะตอบรับว่าจะได้หรือไม่ เพื่อให้กระบวนการถูกต้อง ผมว่าท่านถอนไปก่อนแล้วก็นำไปประชุมกันสักครั้งหนึ่งครับ แล้วก็แก้ไขให้เป็นไปตามที่เราได้คุยกันไว้ สัปดาห์ถัดไปนำเสนออีกครั้ง พวกผมไม่อภิปราย แล้วครับ เพราะเราได้พูดกันมาเยอะแล้ว ก็จะได้ผ่านได้อย่างสมบูรณ์ครับ ก็เรียนผ่านไปยัง ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ขัดข้องเลยนะครับ เอามาใหม่ก็ได้ครับ หรือจะให้ผมต่อไปอีกสัก ๓๐ วัน ก็ยังได้นะครับ ผมก็ยินดีอยู่แล้วครับ จะได้ไปแก้ไขให้มันสมบูรณ์ตามที่หลาย ๆ ท่าน ได้เสนอมา🔗
เดี๋ยวผม เรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนนะครับ เมื่อสักครู่นี้ถ้าเกิดกรรมาธิการยอมแก้ไข ผมก็จะต้อง ถามมติที่ประชุมเหมือนกันว่าคัดค้านไหม แต่โอเค (OK) เอาละ ตรงนั้นมันผ่านไปแล้ว ทีนี้ ถ้าคาอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องถอนไปก่อน เพราะเดี๋ยวจะเสนอญัตติมาซ้อนญัตติ เดี๋ยวญัตติ ท่านจะตกไป เพราะฉะนั้นมีทางเดียวคือท่านต้องถอน แต่ถ้าคาอย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะเดี๋ยวจะมี ผู้เสนอญัตติด่วนขึ้นมา จะกลายเป็นญัตติซ้อนญัตติ ก็ทำให้ญัตติของท่านตกไปอีก ถอนไป แล้วก็ขอมติที่ประชุมว่าขอไปเอามาเข้าสัปดาห์หน้าหรืออีก ๒ สัปดาห์ หลังจากที่ท่านพิมพ์เสร็จ พิมพ์ทันไหมครับ ท่านวีระกรลองปรึกษากันดูสิครับ🔗
ก็ปรึกษากัน เสร็จแล้วครับ ยอมถอนออกไปก่อนก็ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ คือเอาที่สบายใจกันนะครับ ท่านครับ ให้สภาสบายใจ ข้างบนเราก็ยินดีอยู่แล้วครับ กรรมาธิการก็คือตัวแทนของ พวกท่านตั้งพวกเราขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นความต้องการของท่านผมก็ยินดี คุยกันแล้ว ก็ยินดีถอนออกครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่🔗
เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ขอความกรุณาท่านถอนคำว่า เพื่อความสบายใจ จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ ๑. เพื่อความสมบูรณ์ ๒. คือเพื่อความถูกต้อง ในกระบวนการ ประเด็นที่ผมได้เรียนท่านนะครับ ไม่ใช่ว่าพวกผมอยากได้อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วจะเอา ไม่ใช่นะครับ เราต้องการให้กระบวนการทั้งหมดมันสมบูรณ์แล้วก็เป็นไปตาม ระบอบระเบียบที่เรามีอยู่ครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทางโรงพิมพ์บอกว่าอีกประมาณ ๓๐ วันจะเสร็จ นี่เรื่องจริงนะครับ ผมก็ตกใจ เหมือนกันที่ส่งไปตั้งนานแล้ว แต่ว่าทางโรงพิมพ์เขาบอกว่ามีปัญหาอะไรของเขาก็ไม่ทราบ เขาพิมพ์ให้ยังไม่เสร็จ เขาก็บอกเราว่าอีก ๓๐ วันจะเสร็จ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ความสมบูรณ์ ตามที่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้กรุณาเสนอแนะ ผมก็อยากจะว่าให้เล่มมันเสร็จก่อน ทั้ง ๖ เล่ม แล้วเรานำเข้ามาใหม่ดีไหมครับท่านครับ ถ้าเห็นด้วยตามนั้นผมก็จะขอเวลาสัก ๓๐ วันครับท่านประธาน🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ท่านพิเชษฐ์🔗
ท่านประธานครับ เรื่องน้ำนี่สำคัญนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญแต่ละรอบมันเป็นหลักฐาน แล้วมันเป็นข้อมูลสำหรับประเทศ ผมยินดีนะครับ ท่านวีระกรครับ ขอให้ท่านเอาไปทำให้มันสมบูรณ์ แล้วก็เติมข้อมูล ที่รวบรวมมาเอาให้สมบูรณ์เต็มที่นะครับ จังหวัดต่าง ๆ ขอมีชื่อโครงการอยู่ในนั้น โครงการ ตำบลนี้ ๆ ใส่เข้าไป เอาชื่อโครงการก็พอนะครับ ชาวบ้านเขาก็จะได้ดีใจ อุตส่าห์เหมารถมา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
กรรมาธิการรับไปดำเนินการนะครับ🔗
ขอขยายเวลา ๓๐ วันครับท่านประธาน🔗
ทางกรรมาธิการรับไปดำเนินการ แก้ข้อสังเกตให้ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องขอ ผู้รับรองด้วยครับ🔗
ในขณะเดียวกันทางกรรมาธิการขอขยายเวลาออกไปอีก ๓๐ วัน ๓๐ วันพอไหมครับ ของท่านหมดเวลาแล้วใช่ไหม🔗
ขอขยายเวลา ๔๕ วันท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่ามีทางออก อยู่แล้ว ก็คือว่าคณะกรรมาธิการก็ขอถอนวาระนี้ออกไปแล้วก็ไปปรับปรุงรายงานให้สมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องขยายเวลาเลยครับ แล้วเมื่อท่านปรับปรุงรายงานสมบูรณ์ท่านก็เสนอ กลับเข้ามาตามระยะเวลานั้น เพราะว่าขณะนี้เพื่อนสมาชิก ส.ส. จากภาคใต้ ซึ่งคนเดือดร้อน ทั้งภาคนะครับ รอกันอยู่ทุกพรรคการเมืองเลย เพื่อที่จะพูดถึงความเดือดร้อนของคนปักษ์ใต้ ที่ถูกน้ำท่วม ขณะนี้เรารอมา ๔ ชั่วโมงครึ่งแล้วครับ แล้วถ้าเกิดทางคณะกรรมาธิการ ถอนออกไป เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านที่เสนอไว้ก็เป็นไปตามนั้น ท่านก็ปรับปรุงรายงานสมบูรณ์ เสนอมา ก็จบสมบูรณ์ทุกฝ่ายครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ผมคิดว่า เวลาที่สภาอนุญาตให้ไว้มันหมดเวลา ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ความสมบูรณ์ ให้ขยายเวลา ไปด้วยในตัว ท่านประธานเสนอขอขยายไปอีก ๔๕ วันใช่ไหมครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ ให้มันสมบูรณ์ครบถ้วนครับ คงไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ เพราะไม่ถือว่า เป็นญัตติซ้อนญัตติเพราะเป็นเรื่องเดียวกัน🔗
ท่านประธานครับ ขอหารือ นิดเดียวครับ🔗
หารือ อะไรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมเข้าใจว่าระยะเวลาเดิม หมดไปแล้ว ฉะนั้นมันไม่น่าที่จะสามารถขอขยายได้นะครับ มันต้องขยายก่อนที่จะหมด ระยะเวลา แล้วต้องขอต่อที่ประชุมนะครับ ซึ่งท่านไม่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ฉะนั้น เมื่อหมดเวลาแล้วแนวทางน่าจะเป็นอย่างที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กรุณานำเรียน ต่อท่านประธานนะครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานแบบนั้นครับ🔗
ถึงแม้ จะหมดแล้วนะครับ แต่ทุกครั้งเวลาหมดแล้ว แล้วก็มาขออนุญาต เขาก็สามารถดำเนินการต่อ เพราะเราจะบอกว่านับจากวันไหน จากวันที่หมดนะครับ ถ้าสภาไม่ขัดข้อง คงไม่มีปัญหาครับ ตรงนี้คงไม่ใช่ประเด็นนะครับ จบไหมครับ ถอนไปก่อนนะครับ ถอนไปแล้วพร้อมเมื่อไร ก็นำเข้ามาเสนอใหม่ ขอบคุณกรรมาธิการครับ อย่าเพิ่งกลับบ้านนะครับ ประชุมญัตติต่อ เป็นการจบการพิจารณาในวาระกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วรายงานต่อที่ประชุมสภา ตามระเบียบวาระที่ ๔ เชิญท่านชินวรณ์ครับ มีอะไรครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๔ (๑) เพื่อขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน ผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นและเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งภาคใต้จริง ๆ ครับ และวันนี้เรามีการประชุมในสัปดาห์นี้ สัปดาห์ต่อไปก็จะหยุดยาว ถ้าหากว่าสภาไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ในวันนี้ ก็จะมีปัญหาในเชิงการปฏิบัติ และยุทธศาสตร์ ที่จะเข้าไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องการช่วยเหลือกรณีการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ได้นะครับ ผมจึงอยากขอความกรุณาจากท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ ได้โปรดให้ ความกรุณาให้ผมได้เสนอเป็นญัตติด่วนตามลำดับต่อไปครับ🔗
ของท่าน ขอเสนอเรื่องด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐🔗
ข้อ ๕๔ (๑) ครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ข้อ ๕๔ (๑) นะครับ เป็นเรื่องด่วน มีผู้รับรอง ๕ คน ถูกต้องนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ พวกเราเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนครับ โดยเฉพาะในเรื่องภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม แต่ขณะนี้เรามีระเบียบวาระ ที่เราเดินมาโดยตลอด จริง ๆ แล้วเรื่องที่เรากำลังรอการพิจารณาคือร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกัน เป็นเรื่องของยาเสพติด จริง ๆ แล้วใช้เวลาน่าจะสัก ๑๐ นาที ลงมติก็จบแล้วครับ เพราะว่าไม่มีการอภิปรายเพิ่มเติม ถ้าจะลงมติในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติก่อน แล้วก็ต่อด้วยญัตติด่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ก็น่าจะมี ความเหมาะสมครับ ก็ขอท่านประธานดำเนินการต่อครับ แล้วก็ได้นำเอาญัตติมาต่อท้าย เรื่อง พ.ร.บ. ได้ไหมครับ🔗
ท่านชินวรณ์ ลองคุยกับท่านจุลพันธ์ดูหน่อยสิครับ🔗
ผมจะขอความกรุณา ท่านจุลพันธ์นะครับ เนื่องจากว่าผมได้ขอผู้รับรองแล้วนะครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องด่วนครับ แล้วก็ยินดีที่จะเอาญัตติของท่านต่อเนื่องต่อไปครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องน้ำท่วมภาคใต้ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ แล้วก็เร่งด่วน เวลาค่อนข้างเนิ่นช้ามาแล้วถึงเวลานี้ เวลานี้หกโมงเย็นแล้วนะครับ ก็ยังเหลือ เวลาอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการพิจารณา ผมยินดีครับ ก็ถอนแล้วก็ให้ท่านชินวรณ์ เดินหน้าในเรื่องญัตติครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มีผู้รับรองครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนออะไรอีกไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมจะให้ผู้เสนอญัตติอภิปรายเหตุผลในการเสนอครับ เชิญคุณชินวรณ์ครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาการให้ความช่วยเหลือกรณีการเกิดอุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้เป็นเรื่องด่วน ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซีกฝ่ายค้าน และซีกฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งคณะที่จะได้ร่วมกันเสนอในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่า เกิดอุทกภัยในภาคใต้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากถือโอกาสนี้เรียนย้ำกับท่านประธาน ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้อย่างยาวนาน ผมเคารพในระบบรัฐสภา และผมเชื่อมั่นว่าสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นเป็นศูนย์รวมอำนาจในการแก้ปัญหา ของประชาชน ผมรู้ว่าประชาชนในภาคใต้ทั้งหมดกำลังเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ในฐานะพวกเราทั้งหลายที่นั่งอยู่ ตรงนี้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าคงไม่มีหนทางใดที่เราจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้ ให้สนองตอบกับพี่น้องประชาชนได้ดีกว่าการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ เพราะฝ่ายบริหารคือรัฐมนตรีก็เกิดจากสภาแห่งนี้ ข้าราชการที่จะต้องนำเอา ความคิดและนโยบายไปทำ ก็เกิดจากการที่ใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนที่สภาแห่งนี้ เป็นผู้กำหนด ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นการส่วนตัวเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ท่านได้ให้หารือเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรก เพราะนี่คือท่านมาจากสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านมาจากประชาชน ท่านจึงมีความตระหนักรู้เช่นเดียวกับพวกผมที่นั่งอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่า เวลาจะล่วงเลยไปอย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่พวกผมทั้งหลายที่เป็นผู้เสนอญัตติและเข้าชื่อกัน ก็มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งครับว่าเราจะต้องใช้ศูนย์รวมอำนาจในการแก้ปัญหาประชาชน ให้กับประชาชน และผมถือว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามและรับฟังการดำเนินงาน ของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เห็นความสำคัญของความเดือดร้อนของพี่น้อง ทางภาคใต้นะครับ ไม่ใช่ว่าหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง ตำบลใดตำบลหนึ่ง หรือจังหวัดใด จังหวัดหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียนกับท่านประธานนั้นเป็นสิ่งที่เป็นบทบาทของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้ทั้งหมดที่จะต้องเป็นผู้เสนอตามลำดับต่อไป และผม อยากจะกราบเรียนว่าแม้แต่เพื่อนสมาชิกในภาคอื่น ๆ นะครับ ก็ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนในฐานะที่ผ่านการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อนต้องให้ ความสำคัญว่าหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นจุดยืนทางการเมืองที่เป็นอันดับ ๑ ก็คือ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเราจึงเลือกเอาวิธีที่จะต้องมาเสนอต่อท่านประธานครับ เป็นญัตติ ด้วยวาจาตามข้อ ๕๔ (๑) ผมจึงอยากจะเกริ่นเรื่องนี้เพื่อให้สภาได้บันทึกเรื่องนี้ไว้ เป็นหลักการต่อไปครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าได้เกิดอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศจีน ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณ ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ผมขออนุญาตกราบเรียนรายงานที่เป็นปัจจุบันในวันที่ ๓ ธันวาคม ซึ่งเป็นการรายงาน สาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การเกิดน้ำท่วม ในภาคใต้ในคราวนี้ ถือว่าเป็นการเกิดเหตุการณ์อุทกภัยที่ยิ่งใหญ่และรุนแรงที่สุดในรอบ ๑๐ ปีครับ ผมขออนุญาตที่จะนำภาพขึ้นมาประกอบเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพ อย่างแท้จริงว่าเป็นความเดือดร้อน และเป็นมวลน้ำที่มหาศาลที่ขณะนี้ก็ยังไหลลงสู่พื้นที่ราบ แล้วก็ไปกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งหมดจำนวน ๙ จังหวัด คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส เรียงภาพตามลำดับต่อไปเลยนะครับ ซึ่งมีผลกระทบที่รุนแรง ในพื้นที่ ๗๐ อำเภอ ๓๕๘ ตำบล ๒,๓๑๘ หมู่บ้านนะครับท่านประธาน ประชาชนได้รับ ผลกระทบ ๒๖๑,๒๕๓ ครัวเรือน ขอภาพตามลำดับต่อไปเลยนะครับ แล้วผมอยากจะ กราบเรียนว่า ณ ขณะนี้มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต ๓ ราย จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชาย ๑ ราย แล้วก็เป็นหญิง ๒ ราย สาเหตุจากน้ำพัดพานะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้น ในจังหวัดอื่น ๆ นี่ครับท่านประธาน เป็นรูปของแม่ทัพภาคที่ ๔ ลงให้การช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน น้ำในระดับถึงคอของท่านนะครับ ผมอยากกราบเรียนว่าในขณะนี้ซึ่งผมได้ โทรศัพท์ประสานก่อนที่ผมจะลุกขึ้นอภิปรายต่อท่านประธานสภา ก็พบว่าในภาคใต้ ทั้ง ๗ จังหวัด ๖๒ อำเภอ ๓๒๓ ตำบล ๒,๑๘๖ หมู่บ้านนั้น ยังได้รับความเดือดร้อนจาก ปัญหามวลน้ำมหาศาลนี้อยู่ และเข้าใจว่าทำให้ถนนหนทางและความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับท่านประธาน มีความเสียหาย เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าน้ำเกิดจากบริเวณเทือกเขาหลวงและเทือกเขาบรรทัด วันนี้น้ำจาก เทือกเขาหลวง เทือกเขาบรรทัด มีแนวโน้มดีขึ้นเพราะฝนตกน้อยลง แต่ยังมีมวลน้ำ มหาศาลอยู่ และที่สำคัญก็คือว่าทำให้สะพานขาดไปหลายสะพานครับ โดยสะพานที่สำคัญ เช่น สะพานกลายนะครับ น้ำได้ตัดขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ถนนในหมู่บ้าน หลายหมู่บ้านนะครับ ที่ปรากฏเป็นภาพที่ผมอยากจะกราบเรียนในแต่ละจังหวัดออกมา ตามลำดับ เราก็จะได้เห็นว่าภาพที่เห็นอยู่ตรงนี้ ขอให้เดินภาพให้เร็วหน่อยนะครับ ก็จะเป็น เรื่องที่พบได้ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนด้วยการที่จะให้ได้เห็นภาพเหล่านี้ที่ออกมา ผู้ขึ้นภาพนี่เดินช้า แต่ว่าไม่เป็นไรครับ ก็ไม่ต้องไปสนใจเรื่องภาพ ผมอยากกราบเรียน ต่อไปว่ามันจึงเป็นเรื่องที่วันนี้พวกกระผมจำเป็นจะต้องขอเสนอญัตติเพื่อที่จะให้ทางสภา ของเราได้ร่วมกันพิจารณาเป็นญัตติด่วน แล้วก็ได้ส่งเรื่องนี้ให้กับทางรัฐบาลต่อไป ผมอยาก กราบเรียนว่าสิ่งที่ผมจะให้ข้อเสนอแนะเป็นเบื้องต้นก็คือว่าในขณะนี้ปัญหาในปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นทั้ง ๗ จังหวัดนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นจากจังหวัด และจากอำเภอ และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ แล้วนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมเรียนว่าปัญหา ในปัจจุบันนั้นเราพบความจริงว่าอ่างเก็บน้ำใหญ่ ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ยกตัวอย่างของจังหวัด นครศรีธรรมราชนะครับ อ่างห้วยคลองน้ำใสก็ดี อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน อ่างเก็บน้ำ คลองดินแดงก็ดี ได้เก็บน้ำรับน้ำไว้เป็นจำนวนมากครับ ตอนนี้ก็ต้องปล่อยน้ำลงมาในพื้นที่ราบ ก็จะทำให้พื้นที่ราบนั้นได้รับผลกระทบแล้วก็ท่วม ต่อเนื่องต่อไปครับ ยกตัวอย่าง เช่น บริเวณที่ห้วยคลองน้ำใส ก็จะมาท่วมที่อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอปากพนัง น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกะทูน คลองดินแดง ก็จะมาท่วมที่อำเภอฉวาง อำเภอพิปูน อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอถ้ำพรรณรา และวันต่อไป ก็จะไปสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในขณะเดียวกันในพื้นที่คลองวังหีบ คลองท่าโหลน อำเภอทุ่งสง ซึ่งในขณะนี้น้ำยังอยู่ในอำเภอทุ่งสงนะครับ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แต่ว่ามวลน้ำเหล่านี้ เมื่อท่วมอำเภอทุ่งสงแล้วก็จะลงไปสู่จังหวัดตรังต่อไป ก็จะเป็นมวลน้ำที่จะกระทบกับ เพื่อนพี่น้องชาวจังหวัดตรัง เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาพปัจจุบันที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน🔗
วิธีการในการดำเนินการก็คือว่าผมต้องการให้รัฐบาลได้สั่งการในเชิงบูรณาการ ซึ่งวันนี้ผมก็ดีใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดถึงเรื่องนี้หลังจากผมได้หารือเมื่อวานนี้ว่า จะดำเนินการในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาในการบูรณาการให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่า อย่างไรก็ตามครับ ผมอยากจะเสนอแนะเป็นการเร่งด่วนว่าขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการ ในการช่วยเหลือปัญหาปากท้อง อาหารการกิน ความสะอาด และสุขภาพ ของพี่น้อง ประชาชน โดยส่งงบประมาณโดยตรงไปยังท้องถิ่น โดยเฉพาะท้องถิ่นที่เป็นองค์การบริหาร ส่วนตำบล และท้องถิ่นที่เป็นเทศบาลโดยตรง เพราะขณะนี้ท้องถิ่นที่เป็นองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนั้น อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ เพราะฉะนั้นการให้หน่วย อบต. หรือหน่วยเทศบาลซึ่งตรงกับพื้นที่ ผมคิดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ อย่างทันท่วงที ถึงแม้ภาคเอกชน องค์กรเอกชนต่าง ๆ ได้เข้าไปช่วยเหลือแล้ว ในหลายจังหวัดก็ตาม ผมต้องขอกราบขอบพระคุณครับ แต่ไม่เพียงพอครับ รัฐบาลต้องใช้ งบประมาณฉุกเฉินของรัฐบาลที่มีอยู่ สามารถสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีได้ทันทีครับ🔗
ประการต่อมา ที่จะต้องดำเนินการในการที่จะเข้าไปแก้ไขเฉพาะหน้าคือ เรื่องถนนทาง เรื่องความสะอาดจากดินโคลน และเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังน้ำท่วมนะครับ🔗
และประการที่ ๓ คือผมอยากเห็นรัฐบาลเข้าไปฟื้นฟูพี่น้องที่ถูกอุทกภัย ทั้ง ๗ จังหวัด โดยเฉพาะพี่น้องที่มีปัญหาเป็นอย่างยิ่งก็คือบ้านเรือนพัง แล้วก็ดินโคลนถล่ม ซึ่งในขณะนี้ก็พบว่ามีหลายพื้นที่ ตลอดถึงเส้นทางสัญจรด้วยนะครับ แม้แต่ทางรถไฟก็ยังมี ดินโคลนถล่ม ที่บริเวณอำเภอร่อนพิบูลย์กับอำเภอทุ่งสง รถไฟยังไม่สามารถเดินได้ ส่วนเครื่องบิน ในหลายจังหวัดก็ยังสามารถบินได้ตามปกติ ของนครศรีธรรมราชนั้น สนามบินน้ำท่วมจริงครับท่านประธาน แต่ว่าผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ที่ได้ลงไปสั่งการเอารถจีเอ็มซี (GMC) ร่วมกับจังหวัด ร่วมกับทหาร ได้ขนส่งผู้โดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ได้เข้าไปฟื้นฟูเฉพาะหน้าครับ ฟื้นฟู ในลำดับต่อไปคือขอให้ไปฟื้นฟูจิตใจ ฟื้นฟูในเรื่องของอาชีพ และความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนอย่างทันท่วงทีครับ เพราะเราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด (COVID) ต่อเนื่อง วันนี้มาเกิดปัญหาอุทกภัยอีก ผมคิดว่าเป็นความเดือดร้อนอย่างยิ่งครับ นอกจากนั้น ผมขอเสนอการฟื้นฟูในระยะยาว ท่านประธานครับ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ กระทรวงการคลังเข้าไปดูแลในการพักหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร หรือพี่น้องประชาชนที่เป็น หนี้ ธ.ก.ส. ทั้งหมดใน ๗ จังหวัด และขอให้ลดดอกเบี้ยในเรื่องที่จะกู้มาซ่อมสร้างบ้าน อันนี้ผมอยากเห็นว่ารัฐบาลสั่งการโดยทันทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเสนอเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทางฝ่ายรัฐบาลก็ได้มีการเตรียมการแล้ว แต่วันนี้ถ้าเราประชุมในสภา แล้วท่านประธานได้กรุณาให้พวกเราได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ผมคิดว่าจะเป็น ประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การกระตุ้นให้ส่วนราชการนั้นได้เดินหน้าในการแก้ไขปัญหา อย่างทันท่วงทีครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ วันนี้ถ้าผมจะไม่กราบขอบพระคุณไว้ก็คง ไม่ได้ครับ ขอขอบพระคุณท่านแรกคือท่านประธานสภานะครับ ทางท่านเปิดให้หารือ และท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย ก็ได้กรุณาที่จะทำหนังสือที่ผมได้หารือ ให้ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๗ เมื่อวันพุธที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานะครับ และวันนี้ท่านก็มี หนังสือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่ สผ ๐๐๑ ลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ ลงชื่อโดย ท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตที่จะต้องพูดตรงนี้เพราะบันทึกไว้ เพราะนี่คือ บทบาทของสภาของเราครับ คนที่มาจากประชาชนจะต้องสำนึกว่าหน้าที่ที่จะแก้ปัญหา ให้ประชาชนต้องอยู่ที่ศูนย์รวมอำนาจตรงนี้ คืออยู่ที่สภาตรงนี้ครับ จึงเป็นหน้าที่ที่ถูกต้อง ผมจึงขอชื่นชมท่านประธานสภาที่ได้ให้ความกรุณาเป็นท่านแรกครับ ท่านที่ ๒ ผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาสั่งการว่าให้บูรณาการในการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ใน ๗ จังหวัด และถ้าหากท่านจะลงไปเยี่ยมเยียน และเป็นขวัญกำลังใจ ในโอกาสต่อไป ผมถือว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนก็อยากเห็นการที่ผู้นำสูงสุดได้ให้ ความสนใจ และผมทราบเป็นข่าวดีนะครับว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านก็ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง ท่านถาวร เสนเนียม ก็ได้ลงพื้นที่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง จังหวัดใกล้เคียง และทราบว่าวันพรุ่งนี้ ลำดับต่อไปท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็มีแผนที่จะลงไปเยี่ยมพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในจังหวัดพัทลุง ในจังหวัดตรัง และในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหล่านี้เป็นต้นนะครับ และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านรัฐมนตรีที่ผมได้ร้องขอในคราวหารือคราวที่แล้วคือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านดูแลกรมการปกครอง และท่านดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเฉพาะ ผมทราบว่าท่านให้ความสนใจเป็นพิเศษครับ แต่อยากให้ท่านได้สั่งการในการที่จะเข้าไปดูแล เพื่อให้ทั่วถึง เพราะในบางพื้นที่นี่ห่างไกลมากนะครับ โดยเฉพาะเขตพื้นที่ผมนี่เป็นภูเขาด้วย การสื่อสาร ถ้าเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดแล้ว การสื่อสารทางด้านอื่นก็จะมีปัญหา ผมคิดว่า ก็จะดำเนินการได้ และแน่นอนที่สุดครับ สุดท้ายก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมต้องขอขอบคุณท่านนะครับ ที่ท่านได้ดูแลเป็นพิเศษ และสั่งการให้ ทั้ง อพม. อาสาพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็ อพจ. จังหวัด เข้าไปดูแล แก้ไขปัญหาในเรื่องความเป็นอยู่เบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน ที่ผมพอใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ท่านให้ความสนใจกับเด็ก คนชรา และสตรีครับ ในสภาวะน้ำท่วมอย่างนี้ คนชรา ลูกหลาน จะต้องช่วยกันหอบหิ้วไปอยู่ในศูนย์อพยพครับ แต่ว่า อพจ. อย่าไปแลเพียงฉาบฉวยนะครับ ในช่วงนี้สื่อมวลชนลงพื้นที่เยอะ รัฐมนตรี ข้าราชการไปเยอะ แต่ผมเป็นห่วงว่าอีก ๖-๗ วัน ข้างหน้าพอไม่มีสื่อมวลชนก็กลัวว่าข้าราชการก็จะหายตามไปด้วย หรือคนที่จะไปช่วยเหลือ จะหายตามไปด้วย ผมจึงอยากจะฝากย้ำว่าขอให้ท่านได้ให้การช่วยเหลืออย่างจริงจังต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขอเสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา การให้ความช่วยเหลือกรณีการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เป็นเรื่องด่วนตามลำดับต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกอภิปราย ท่านอาจารย์รงค์ครับ ท่านจุลพันธ์เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗
ท่านรงค์ขอความกรุณา สั้น ๆ ครับ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ครับท่านประธาน ก็เข้าสู่ญัตติของ ท่านชินวรณ์ในเรื่องของการหาหนทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้นะครับ ขณะนี้ผมต้องเรียน อย่างนี้ครับ เมื่อญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณาแล้วเราก็จะอภิปรายกันอย่างทั่วถึง หลังจากนั้น เราก็ต้องมีมติเพื่อส่งไปให้รัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไป แต่ขณะนี้ดูตามสายตา ทั้งข้างใน ห้องประชุม ทั้งข้างนอกห้องประชุม เพื่อนสมาชิกกลับไปเยอะนะครับ ก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกจากฟากฝั่งรัฐบาล ช่วยตามกันกลับมาร่วมประชุมเพื่อเป็น องค์ประชุมแล้วก็เพื่อที่จะมีมติส่งไปยังรัฐบาล พวกผมจะร่วมประชุมครับ แล้วก็จะนั่งรับฟัง เป็นกำลังใจให้กับพวกท่านและพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านสมาชิก ที่รับประทานข้าวอยู่ข้างนอกเข้ามาร่วมประขุมด้วยนะครับ เชิญท่านรองศาสตราจารย์รงค์ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิก ที่เปิดให้มีญัตติด่วนพูดคุยแสดงความคิดความเห็นถึงน้ำท่วมที่ปักษ์ใต้ เป็นน้ำท่วมที่เร่งด่วนวันนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือขอแสดงความเสียใจ ท่านประธานครับ ขออนุญาตฝาก ท่านประธานแสดงความเสียใจไปครอบครัวของผู้วายชนม์ชาวใต้ที่เสียชีวิตจากภัยน้ำท่วม หลายราย ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของพี่น้องชาวใต้ที่สูญเสียทรัพย์สินเนื่องจาก น้ำท่วม และในขณะเดียวกันขอให้กำลังใจทุกคนฝ่าฟันเรื่องน้ำท่วมคราวนี้ไปให้ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาพูดถึงน้ำท่วมภาคใต้ ผมมีอยู่ ๓ ประเด็นที่จะนำเรียน ในที่ประชุมนี้แล้วฝากไปยังฝ่ายรัฐบาลเพื่อดำเนินการแก้ไขนะครับ🔗
พื้นฐานอันแรกเลยว่าสาเหตุน้ำท่วมภาคใต้ ภูมินิเวศภาคใต้ท่านประธานครับ น่าสนใจมาก ภาคใต้เป็นสันเป็นพื้นที่ยาวคาบสมุทร แต่ตรงกลางคาบสมุทรอันนั้น เป็นเทือกเขาหลวงหรือเทือกเขานครศรีธรรมราชครับท่านประธาน ยาวจากเหนือลงใต้ เวลาฝนตกมากในภาคใต้ เจอมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนตกหนัก อย่างเช่น ที่ตก เมื่อวันที่ ๑ ตกบนภูเขา ตกที่เขาหลวง นครศรีธรรมราช น้ำที่ไหลแรงจากเขาหลวงนั้นลงฝั่ง ตะวันออกลงอ่าวไทย ผ่านตัวเมืองต่าง ๆ ผ่านสุราษฎร์ธานี ผ่านเมือง ผ่านชุมชนต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างก็แล้วกันว่าผ่านนครศรีธรรมราช ตกที่เทือกเขาหลวงที่บนคีรีวง ภาพเมื่อสักครู่ ที่ท่านชินวรณ์ได้นำเสนอที่คีรีวง อันนั้นคือความแรงของน้ำเมื่อวันที่ ๒ แล้วก็ลงมาสู่ เมืองนครศรีธรรมราช สันภูเขาที่อยู่ตรงกลางแหลมหรือด้ามขวานเรา ทางทิศตะวันออก ลงอ่าวไทย ทิศตะวันตกก็เช่นเดียวกัน ก็จะลงไปทางอันดามัน ตกที่เทือกเขาหลวง ก็จะลงไป ที่ตรัง ลงไปที่กระบี่ สิ่งเหล่านี้นะครับ อันนี้คือลักษณะที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของน้ำท่วม แล้วก็ จะทำให้น้ำท่วมแบบนี้ทุกปี ส่วนปัจจัยที่มาเสริมให้เกิดน้ำท่วมท่านประธานครับ ก็คือ การขยายตัวของเมือง มีการตั้งเมืองมาก เมืองนครศรีธรรมราชตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกครับ ตะวันออกระหว่างเขาหลวงกับอ่าวไทย เพราะฉะนั้นที่นครศรีธรรมราชจะโดนน้ำท่วมทุกปี สุราษฎร์ธานีก็บ่อย หาดใหญ่ก็บ่อย ชุมพรก็บ่อย เพชรบุรีก็บ่อย แต่ที่บ่อยทั้งหมดเมืองเหล่านี้ บางเมืองก็หายไปแล้ว เดี๋ยวผมจะนำเรียนต่อไปครับ แต่ที่นครศรีธรรมราชเรานี่ก็จะท่วมทุกปี ปีที่แล้วก็ท่วม ผมนำเรื่องเข้ามาคุยที่สภานี้ก็ท่วม ปีนี้ก็ท่วมอีก แล้วก็คิดว่าอีก ๒๐-๓๐ วัน ข้างหน้าก็อาจจะท่วมอีก น้ำท่วมที่ภาคใต้ครับ พี่น้อง ส.ส. ถามผมว่าบ้านอื่นเมืองอื่น เขาขาดน้ำ แต่ปักษ์ใต้น้ำท่วม เพราะมันจะท่วมเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม อาจจะไป กลางเดือนมกราคมหลังปีใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือปรากฏการณ์ที่ท่วม แล้วที่นี่ก็จะท่วม มากยิ่งขึ้น เพราะบนภูเขามันมีการเปลี่ยนสภาพป่าออกมาเป็นพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว ทำให้มี การดูดซับน้ำได้น้อย นี่ก็เป็นปัจจัยเสริมนะครับ นอกจากนั้นปัจจัยเสริมอีกตัวหนึ่งก็คือ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มี ๒ แบบครับท่านประธาน ถนนหนทางวิ่งจากเหนือลงใต้ ก็ขวางน้ำ ในขณะเดียวกันโครงสร้างพื้นฐานที่จะไปกันน้ำ รองรับน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำ ขนาดใหญ่แบบอ่างเก็บน้ำ หรือตัวเขื่อน หรือตัวอะไรที่ควรจะมี กลับไม่มีครับท่านประธาน นี่คือลักษณะพื้นฐานของน้ำท่วมภาคใต้ที่ซ้ำซาก ทั้งเป็นปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเสริม ๒ ประการ ที่ผมนำเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นน้ำท่วมที่นี่มันจึงท่วมเร็ว ลักษณะน้ำท่วม ภาคใต้ไม่เหมือนภาคกลาง ท่วมนาน เพราะฉะนั้นจึงเกิดตำราเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วม ยาวนานเมื่อทศวรรษกว่า แต่ปักษ์ใต้เราจะหาองค์ความรู้ตรงนี้ค่อนข้างยาก อาจจะมี งานวิจัยที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกี่ยวกับการบริหาร จัดการน้ำ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ในการพูดถึงการบริหารจัดการน้ำ น้ำที่ปักษ์ใต้ที่ท่วมครับ เร็ว แรง สั้น เร็วก็คือฝนตกบนเขาหลวง จะไหลประมาณ ๘-๑๐ ชั่วโมงจากเขาหลวงลงสู่เมือง ไหลจากภูเขาหลวง จากคีรีวง ลงสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านคลองท่าดี ๘ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ตกเมื่อประมาณกลางคืนวันที่ ๑ เมื่อวานวันที่ ๒ ท่วมยับเยินเลยนะครับ อันนี้สิ่งที่เราเห็น เร็ว แรง เพราะฉะนั้นการหนี การเสียชีวิตของผู้คน สภาพของการที่ ไม่สามารถที่จะกู้ทรัพย์สิน รถ บ้าน หรือแม้กระทั่งการดำรงชีวิตอยู่ เอาชีวิตให้รอด ก็จะต้อง หนีน้ำ นี่เร็ว แรง แล้วก็สั้นครับท่านประธาน วันนี้เรากำลังติดตามข่าวฝนตกน้อย พรุ่งนี้ อาจจะหมดนะครับ เพราะฉะนั้นระดับความรุนแรง ระดับความเสียหายของเราดูเหมือนจะ ไม่เป็นที่เข้าอกเข้าใจของคนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่เป็นคนใต้ เพราะความเร็ว แรง สั้น ๒ วัน ๓ วัน น้ำหมด อันนี้คือปรากฏการณ์ของน้ำที่บ้านของผมที่ภาคใต้นะครับ เมื่อเกิดปรากฏการณ์ อย่างนี้ การบริหารจัดการน้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็น เรื่องการบริหารจัดการน้ำ มีอยู่ ๓ ประเด็นย่อย ๆ🔗
ประเด็นแรก การระบายน้ำ ท่านประธานครับ ในระยะเวลาประมาณ ๒๐ กว่าชั่วโมงที่ผ่านมา การระบายน้ำต้องเร็ว แต่นั่นละครับ ดังที่ผมเรียนแล้วว่ามันเป็น การไหลจากภูเขาลงสู่ชุมชนเมืองแล้วก็ออกทะเล การระบายน้ำก็กระทำได้ยาก คลองมีน้อย ผมยกตัวอย่างก็ได้ว่าจะระบายน้ำจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งอยู่ใต้บาดาลเลย หน้าองค์พระบรมธาตุ ถนนราชดำเนิน อยู่ใต้บาดาลเลย ที่หน้าศาลากลางนครศรีธรรมราช อยู่ใต้บาดาลเลย สิ่งเหล่านี้มันจะระบายยากมากนะครับ เพราะฉะนั้นจะมีหน่วยงานทหาร หน่วยงานของการไฟฟ้า จะต้องมาช่วยนะครับ ช่วยเบื้องต้นทั้งระบาย เทศบาล ปภ. กู้ภัย ต่าง ๆ จะทำกันอย่างโกลาหลมาก สิ่งนี้แม้ว่าจะเกิดรายปี แต่ก็พยายามจะทำบนพื้นฐาน ทำตามเคยชิน การบูรณาการเรื่องการระบายน้ำเราทำไม่ได้ดีเลย สิ่งเหล่านี้ถ้าประเด็น ฝากเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ก็คือการระบายน้ำต้องฝึกซ้อม ต้องทบทวน ต้องบูรณาการ โดยเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นชลประทาน ปภ. ทหาร หรือแม้กระทั่งกู้ภัย สิ่งเหล่านี้ควรจะเอาเข้ามาทบทวนเพื่อฝึกซ้อมกันไว้ เพราะน้ำท่วมแบบนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ จะอยู่อีก ๓ ปีครับ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ พอปี ๒๕๖๖ ก็จะหมด แล้วนะครับ ผมขออนุญาตต่ออีกนิดเดียวท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำ🔗
ต่อมาเรื่องฟื้นฟูเยียวยา ตอนนี้เรื่องฟื้นฟูเยียวยาในเขตชุมชนเมืองก็ต้องแยก ให้ออกว่าไม่มีลักษณะที่เหมือนกับชนบท ในเขตเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นบ้านท่าโพธิ์ บ้านบ่อทรัพย์ หน้าสถานีรถไฟ บ้านตก นอกโคก หลังกัลยาณี ซอยฉาง บ้านช้าง หลังวัดชะเมา คลองเพนียด มุมป้อม เหล่านี้เป็นชุมชนเมือง การฟื้นฟูเยียวยาก็จะเป็น แบบหนึ่ง แต่ที่อยู่ข้างเมือง ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงสองต้น ป่าหว้า ป่ากล้วย หัวอิฐ อันนี้ก็จะเป็น อีกชุดหนึ่ง นี่คือการฟื้นฟูเยียวยา การฟื้นฟูเยียวยาในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหาร น้ำดื่มครับท่านประธาน น้ำดื่มจะขาดทุกปีในช่วงน้ำท่วม น้ำดื่มขาดในภาวะน้ำท่วม เพราะฉะนั้นเทศบาลจะต้องบริหารจัดการน้ำท่วมอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะซัพพลาย (Supply) น้ำให้กับพี่น้องชาวบ้าน อันนี้นะครับ ส่วนคนที่อยู่ในชนบทท่านประธานครับ สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นปลากระชัง ปลาดุกที่ท่าซัก ปลากะพงที่เป็นป่ากระชังที่ท่าไร่ ที่บางจาก ที่ปากนคร สิ่งเหล่านี้ก็จะต้องเป็นการเยียวยาให้พี่น้องเหล่านี้ด้วย ด้วยมาตรการที่แตกต่าง กันไปนะครับ🔗
สุดท้ายนะครับท่านประธาน จบแล้วนะครับ การบริหารจัดการเรื่องป้องกัน ผมขอ เมื่อเช้าผมหารือครั้งหนึ่งแล้ว ปักษ์ใต้น้ำท่วมซ้ำซาก ขอโครงการบริหารขนาดใหญ่ เอาที่เมืองนครศรีธรรมราชผมเป็นตัวอย่างก็ได้ ที่นครศรีธรรมราชน้ำยังท่วมซ้ำซาก หาดใหญ่มีคลองรอ กรมชลประทานทำไว้เสร็จแล้วครับ ที่ชุมพรที่ผมนำเรียนเบื้องต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีโครงการพระราชดำริเสร็จนะครับ ที่ชุมพรน้ำไม่ท่วมแล้วครับ ที่เพชรบุรีนะครับ น้ำไม่ท่วมแล้ว เพชรบุรี ชุมพร หาดใหญ่ เหมือนกับนครศรีธรรมราช ที่นครศรีธรรมราชยังค้างอยู่ ตอนนี้เรารอนะครับ รอความสำเร็จของโครงการบรรเทา อุทกภัยน้ำเลี่ยงเมืองที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อนุมัติงบประมาณเรียบร้อยแล้วตาม ไทม์ไลน์ (Timeline) นะครับ พูดง่าย ๆ จะเสร็จปี ๒๕๖๖ หรือปี ๒๕๖๗ อย่าช้า ไปกว่านี้นะครับ ถ้าช้ากว่านี้ก็แสดงว่าพี่น้องชาวบ้านผมจะต้องน้ำท่วมอีกปีหนึ่ง ถ้าช้าไป อีกปีก็ท่วมปีหนึ่ง ถ้าช้าไป ๕ ปีก็ท่วม ๕ ปี ถ้าคลองนี้เสร็จน้ำจะไม่ท่วม อันนี้หวังไว้นะครับ🔗
อันที่ ๒ ขอเสนอโครงการขนาดใหญ่ ท่านประธานครับ สนามบิน สนามบิน ตอนนี้ที่นครศรีธรรมราชลงได้ แต่พอออกจากสนามบินจะต้องใช้รถจีเอ็มซี (GMC) ของทหาร เพื่อลำเลียงผู้คนออกจากสนามบินกลับไปบ้าน บางคนลงสนามบิน ๑ ทุ่ม กลับไปบ้าน ๕ ทุ่ม เพราะค้างอยู่ในสนามบิน ผมขออนุญาตเสนอนะครับ กรมทางหลวง เพื่อจะแก้ปัญหาที่ นครศรีธรรมราช จะต้องทำทางยกระดับจากทางหลวงวิ่งเข้าสนามบินเลยครับ เพื่อไปรองรับ กับสนามบินตัวใหม่ที่กำลังทำ อันนี้ฝากเลยครับ ฝากรัฐบาลไปแก้ปัญหา เนื่องจากรัฐบาล ได้อนุมัติงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว คันดินนะครับ แบร์ริเออร์ (Barrier) กั้นสนามบิน ไม่ให้ท่วม ปีกลายน้ำท่วมสนามบินไม่ได้บินเลยที่นครศรีธรรมราช ปีนี้ไม่มีปัญหานี้ แต่มีก็คือน้ำ ชาวบ้านหรือผู้โดยสารไม่สามารถเข้าออกได้ ก็ทำเสียใหม่นะครับท่านประธาน อันนั้นก็อีกอันหนึ่ง🔗
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ไปเวิร์กชอป (Workshop) ไปพูดคุยกันดูว่างบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ ส่งไปในพื้นที่ ในนครศรีธรรมราช เรื่องน้ำ น้ำ น้ำทั้งหมด คุณมีวิธีเอานโยบายไปปฏิบัติอย่างไร ทำอย่างไร เสร็จรวดเร็วเพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านนะครับ ถึงที่สุดท่านประธานครับ นี่คือการป้องกัน ส่วนการเยียวยาสั้น ๆ นะครับ เมื่อเช้าผมหารือแล้ว ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กรุณาลงไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน ได้ใจครับ ชาวบ้านรอคอย ชาวบ้านเลือกตั้ง ให้ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยใจ วันนี้ชาวบ้านสูญเสียกำลังใจ ถ้าท่านลงไปท่านจะได้ใจ ฝากรัฐบาลเพื่อจะไปเอาใจชาวใต้ โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราชบ้านผมด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขออนุญาต เอา ส.ส. ทางจังหวัดที่ถูกผลกระทบก่อนนะครับ เชิญท่านสายัณห์กับท่านสัณหพจน์นะครับ ท่านสายัณห์ ยุติธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่ผมจะอภิปรายเรื่องน้ำท่วมนครศรีธรรมราชนะครับ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านมองการณ์ไกลเมื่อตอนที่ท่านไม่ได้มาจาก การเลือกตั้ง ท่านได้อนุมัติงบประมาณไปสร้างคันดินกั้นสนามบินนครศรีธรรมราช ณ วันนี้ ถ้าไม่มีคันรอบสนามบิน สนามบินนครศรีธรรมราชไม่สามารถที่จะบินได้ วันนี้นครศรีธรรมราช สนามบิน บินวันละ ๓๐ เที่ยว ไปกลับ ๖๐ เที่ยว ยังบินได้เหมือนเดิมครับ แล้วก็ขอ กราบขอบพระคุณที่เมื่อสักครู่ทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทาง ไปตรวจราชการที่นครศรีธรรมราชเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในวันจันทร์ที่ ๗ นี้ครับ ผมขอ กราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นในระบบ รัฐสภา พี่น้องประชาชนเลือกผมมาเป็นตัวแทนของประชาชน หลายคนก็โทรศัพท์หาผมว่า น้ำท่วมทำไมไม่กลับบ้าน ผมอยู่ที่นี่ ในรัฐสภาแห่งนี้เพื่อเสนอปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อเสนอรัฐบาล ตอนเช้าผมอภิปรายกับท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ว่านายกรัฐมนตรีสมควรไปดู เยียวยาโดยด่วน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบสนองแล้ว โครงการต่าง ๆ นี้ผมก็จะพูดในสภา ผมเรียนเพื่อให้พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศได้เข้าใจภูมิภาคในภาคใต้ ขอภาพหน่อยนะครับ🔗
ภาคใต้เป็นแหลมยื่นลงไป ในทะเล จะประสบปัญหา ๒ อย่างครับท่านประธาน ปัญหาแรกคือวาตภัย คือลม ที่พี่น้อง จำได้คือเกิดปี ๒๕๐๕ เกิดวาตภัยแหลมตะลุมพุก ชื่อว่าพายุใต้ฝุ่นแฮเรียต ปี ๒๕๓๕ มีพายุใต้ฝุ่นเข้าที่นครศรีธรรมราชที่อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล ชื่อว่าพายุไต้ฝุ่นฟอร์เรสต์ และต้นปี ๒๕๖๒ มีวาตภัยเข้านครศรีธรรมราช ชื่อว่าวาตภัยปลาบึกนะครับ นี่คือวาตภัย คือภัยทางลม น้ำท่วมครับ ที่พี่น้องจำได้ ที่นครศรีธรรมราช ปี ๒๕๓๑ น้ำที่เรารู้จักกันว่า น้ำท่วมกะทูน มีซุงมาชนต้นไม้แล้วก็ประชาชนตายจำนวนมาก คีรีวงก็จมอยู่ในใต้บาดาล ปี ๒๕๕๔ น้ำท่วม ๒ ครั้ง คือเมษายน วันที่ ๑๓ เมษายน น้ำท่วมแบบนี้ครับ แล้วเดือนธันวาคม ก็น้ำท่วมครับ แล้วปี ๒๕๖๓ แรงกว่าน้ำท่วมคีรีวงเมื่อปี ๒๕๓๑ อีกครับ ทีนี้น้ำที่ไหลมา ผมเรียนว่าที่นครศรีธรรมราชมันมีเทือกเขาสันปันน้ำอยู่ที่เทือกเขาหลวง นครศรีธรรมราช และเทือกเขาบรรทัดที่อยู่ระหว่างตรังกับนครศรีธรรมราช น้ำที่ไหลไปทาง ทิศตะวันตกก็จะไปสู่แม่น้ำตาปี ไปไหลลงสุราษฎร์ธานี ไปอ่างคลองดินแดง อ่างคลองกะทูน ที่ท่านชินวรณ์พูดเมื่อสักครู่นี้ ส่วนน้ำที่ไหลมาทางตะวันออกครับ เทือกเขาตะวันออก สันปันน้ำมาทางทะเล ไม่มีอ่างเก็บน้ำแม้นแต่อ่างเดียวครับ น้ำต่างก็ไหลมาที่คลอง ที่ว่า สะพานขาดที่คลองกลาย ไม่ใช่สะพานเดียวครับ ทุกสะพานที่น้ำไหลมาขาดทุกสะพานครับ ท่อบกหรือท่อระบายน้ำขาดทุกช่วง ประชาชนในตอนนี้ก็ติดเกาะตั้งแต่ขนอม สิชล นบพิตำ พรหมคีรี ลานสกา ทุ่งใหญ่ ช้างกลาง ชะอวด ก็ติดเกาะอยู่ครับ ตอนนี้ไม่สามารถสัญจร ไปมาได้ ผมอยากเรียนว่านี่คือปัญหาของน้ำที่เกิดในนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ที่น้ำมากอย่างนี้ท่านอย่าคิดว่าน้ำเหลือนะครับ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม น้ำในเขต เทศบาลนครศรีธรรมราชไม่มีใช้อุปโภคบริโภคนะครับ เพราะไม่ได้เก็บไว้ อีก ๓ วันข้างหน้า น้ำก็จะเหือดแห้งที่นครศรีธรรมราช เพราะไม่มีอ่างเก็บน้ำ ไม่มีที่เก็บไว้นะครับ ผมเรียนกับ ท่านประธานที่เคารพว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้มี ๓ ระยะ🔗
ระยะสั้น รัฐบาลต้องสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการช่วยเหลือโดยด่วน เช่นตอนนี้ต้องไปสร้างสะพานเบลีย์ (Bailey) ในที่ต่าง ๆ ให้สามารถสัญจรไปมาได้ก่อน ในพื้นที่ที่ผมพูดถึงนะครับ🔗
๒. ผมอยากเรียกร้องในส่วนของการเยียวยาครัวเรือนครับ สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ขอประทานโทษที่เอ่ยนามครับ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๔ ที่ผมพูดถึงครับ ท่านได้เยียวยาต่อครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ตอนนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีทั้งหมด ๕๗๐,๐๐๐ ครัวเรือน หรือคิดว่า ๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถ้าครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ก็ ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจังหวัด นครศรีธรรมราชนี้ประกาศภัยพิบัติทั้งจังหวัด ก็ถือว่าทั้งจังหวัด จังหวัดภาคใต้อื่น ๆ ที่ประกาศภัยพิบัติเป็นอำเภอ หรือเป็นตำบล ก็น่าจะเยียวยาตรงนี้ให้เท่ากันนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ระยะกลางก็คือฟื้นฟู อาชีพชาวนาช่วยอย่างไร ชาวสวนที่เสียหาย ช่วยอย่างไร ชาวไร่ ชาวประมง และอาชีพอื่น ๆ เลี้ยงสัตว์อะไรพวกนี้ครับ🔗
ส่วนระยะยาว ผมอยากเรียกร้องให้สร้างอ่างเก็บน้ำทุกอ่าง ทุกต้นน้ำของ จังหวัดนครศรีธรรมราช เช่น คลองกลายมีต้นน้ำ เช่น คลองพิตำ คลองกรุงชิง คลองนบ คลองกัน คลองท่าพุด คลองท่าเพลง ต้นน้ำทุกต้นน้ำไม่มีอ่าง ถ้าเราเก็บอ่างไว้ทุกอ่าง แล้วปล่อยมาทีละอ่าง น้ำก็มีระบบการไหลลงสู่ทะเล ตอนนี้ผมอยากเรียนว่านี่คือระยะยาว ที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษนะครับ ผมเรียนว่านี่คือสิ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาล ผมก็ขอใช้สภาแห่งนี้ เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
เชิญท่านสัณหพจน์ แล้วก็ท่านประกอบนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้บอกว่าอยากจะให้ทาง ส.ส. ในพื้นที่ได้อภิปรายถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนก่อน ผมเข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของท่านประธานนะครับ แต่จะเรียนท่านประธานนะครับว่าผมเองแม้จะเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร แต่ว่าผมก็มี ความห่วงใยต่อพี่น้องชาวใต้ไม่แพ้กัน รวมถึงขณะนี้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล ที่เป็นคนนครศรีธรรมราชก็ลงพื้นที่ไปนะครับ แล้วก็ได้ฝากเรื่องราวความเดือดร้อนมาที่ผม เพื่อให้ผมอภิปราย ก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้ขอให้ท่านประธานได้กรุณา พิจารณาเพื่อจะได้เป็นการสลับระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็หมด จากท่านประกอบแล้วผมสลับแล้วครับ คืออยากจะฝากท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับว่า อภิปรายให้ตรงประเด็นและสั้น ๆ หน่อย คือให้ตรงประเด็นเลยนะครับว่าปัญหาตรงไหน จะแก้อย่างไร ผมพยายามจะสรุปคำอภิปรายให้ได้ในวันพรุ่งนี้แล้วจะรีบส่งท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าเมื่อสักครู่ท่านสายัณห์อภิปรายว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไปวันจันทร์ ท่านจะได้อ่าน ไปด้วยว่าข้อเสนอแนะของเราสมาชิกเสนอแนะอะไรไปบ้าง จะพยายามทำให้ทันนะครับ ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่จะทำทันหรือเปล่านะครับ จะพยายาม เชิญท่านสัณหพจน์ครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ครับ🔗
คือเรียนด้วยความเคารพครับ ผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มันจำเป็นต้องสลับกัน คือจะใช้ว่าเป็น ส.ส. พื้นที่อย่างเดียวไม่ได้นะครับ เพราะว่าทุกคนทำหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยทั้งหมด ถ้าพูดกันแบบนี้นะครับ ผมเองก็ลูกหลานชาวนครศรีธรรมราชเหมือนกันครับ ดังนั้นมันต้อง เปิดโอกาส🔗
ได้ครับ เดี๋ยวท่านอภิปรายต่อได้เลย ไม่เป็นไร โอเค (OK) เชิญท่านสัญหพจน์ครับ🔗
ครับ🔗
คือขอความร่วมมือ ถ้าท่านไม่ร่วมมือ ท่านไม่ต้องการจะให้จังหวัดนครศรีธรรมราชพูดจบ แล้วท่านต้องการสลับก็ได้ครับ ไม่เป็นไรครับ อยู่ที่ท่านสมาชิก ไม่มีปัญหา🔗
ขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ นิดเดียวครับ ครึ่งวินาที คือก่อนหน้านี้ท่านประธานให้ทางฟากรัฐบาลพูดตลอดเลย ตอนนี้เราก็บอกว่า ขอให้เป็นไปตามข้อบังคับ🔗
ได้ครับ🔗
ก็ควรจะปฏิบัติเลยครับ ท่านประธาน🔗
ก็ผมเรียก ไปแล้วละครับ กำลังอภิปรายอยู่ หลังจากนั้นคงไม่เสียหายกระมังครับ แค่คนเดียว🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ สืบเนื่องจากญัตติด่วนวันนี้ พี่น้องในจังหวัดนครศรีธรรมราชของผม แล้วก็พี่น้องชาวใต้อีกหลายจังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ ผมก็จะ กระชับเวลานะครับ ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราชขยายวงกว้าง จนมีประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด ซึ่งสถานการณ์หลายพื้นที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในเมือง รวมถึงอำเภอทุ่งสงด้วย น้ำท่วมตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ ๑ จนถึงขณะนี้มีพื้นที่ ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจของเทศบาลนครศรีธรรมราช น้ำเริ่มท่วม ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบว่าทั้งโรงพยาบาลมหาราช สนามบินนครศรีธรรมราช ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว และประกาศเขตพื้นที่ ประสบภัยพิบัติแล้วทั้ง ๒๓ อำเภอ ตลอดถนนเพชรเกษม ตั้งแต่อำเภอชะอวด อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอทุ่งสง ทั้ง ๒ ข้างทาง เต็มไปด้วยน้ำที่เข้าท่วม บางจุดที่ถนนเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมสูง และในพื้นที่เขตรับผิดชอบของกระผมนั้น ทั้ง ๓ อำเภอ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ ก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ ประชาชนบางส่วนเริ่มอพยพจากบ้านเนื่องจากระดับน้ำสูงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำได้ไหลเข้าท่วมเกือบทุกชุมชน ซึ่งขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ได้รับ ความเสียหายจากปริมาณน้ำสูงถึง ๘๐ เซนติเมตร มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว ๒๐,๐๐๐ ครอบครัว หรือกว่า ๖๐,๐๐๐ คนแล้วครับท่านประธาน กระผมจึงขอให้รัฐบาล ได้สั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในท้องที่ภาคใต้ในครั้งนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ อุทกภัยครั้งนี้เป็นเรื่องที่เร่งด่วน ประชาชน จำนวนมากกำลังรอความช่วยเหลือจากภาครัฐนะครับ จึงขอให้จัดกำลังทหาร ซึ่งตอนนี้ รัฐบาลได้ทำเรียบร้อยแล้ว และทำตั้งแต่วันเริ่มต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านก็ได้ประชุมก่อนด้วย ก่อนที่ผมจะบินมาประชุมสภาในวันจันทร์ที่ ๓๐ ส่วนราชการ ท้องถิ่นในการดูแลพี่น้องประชาชนด้านอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งของ เครื่องใช้จำเป็นเบื้องต้น ช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงและขนย้ายเกี่ยวกับปศุสัตว์นะครับ การจัดรถครัวสนาม ถุงยังชีพ เครื่องครัว และอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร การจัดซื้อหรือจัดหาน้ำสำหรับบริโภค และใช้สอยในที่อยู่อาศัย แล้วก็เร่งอพยพผู้คนที่ยังค้างมายังศูนย์อพยพโดยเร็ว ด้านการแพทย์ ด้านการสาธารณสุข โดยการจัดหาวัสดุ เคมีภัณฑ์ อาหาร เวชภัณฑ์ สำหรับ แจกจ่ายประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคน้ำและอาหารที่ปลอดภัย จังหวัดควรจะจัดหา วัสดุควบคุมและป้องกันโรคระบาดในภาวะภัยพิบัติ จัดหายาและการควบคุมป้องกันโรค และปฏิบัติด้านการแพทย์เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ส่วนเส้นทาง คมนาคมก็ขอให้หลังจากน้ำท่วมเสร็จ ที่ได้รับความเสียหายก็ขอให้ช่วยปรับปรุงซ่อมแซม โดยความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ทั้ง ๗ จังหวัดด้วยนะครับ🔗
ส่วนในการแก้ปัญหาระยะยาว ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้ความช่วยเหลือ ตามหลักเกณฑ์การใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอให้ช่วยดูแลเยียวยาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนต่อไป ด้วยครับ และขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านจะลงพื้นที่ในวันจันทร์ที่ ๗ นี้ พี่น้องประชาชนชาวภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านล่วงหน้าครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ลูกหลานนครศรีธรรมราช เชิญครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ผมให้ ท่านรังสิมันต์ โรม ก่อนครับ เชิญครับ🔗
จริง ๆ เรียงตามคิวก็ได้ครับท่านประธาน🔗
คิวอยู่ที่ ประธานครับ🔗
โอเค (OK) ครับท่านประธาน เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขออนุญาตท่านประธานใช้พื้นที่ตรงนี้ไม่มากนะครับ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญแล้วก็เป็น การเสนอแนะถึงแนวทางที่เราจะต้องแก้ปัญหาในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมต่อไป ต้องเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าความจริงแล้วเรื่องปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาเรื่องน้ำ ๆ ทั้งหลายนี่มันเป็นปัญหาคลาสสิก (Classic) ครับ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในประเทศไทยของเรามาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างพื้นที่ในภาคใต้ ภาคใต้นะครับ พูดกันมาโดยเสมอครับว่าเรามีฤดูฝน ๘ เดือน นั่นหมายความว่าภาคใต้จะเผชิญกับฤดูฝน เป็นเวลานานเกินกว่ากึ่งหนึ่งของตลอดเวลาทั้งหมด ซึ่งในความจริงแล้วการเจอกับน้ำฝน แบบนี้เรามีประสบการณ์ค่อนข้างมาก แต่น่าเสียดายสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าก็ยังคงมีปัญหา น้ำท่วมซ้ำซาก ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือจากภาคใต้ ได้เรียนต่อท่านประธานไป อย่างในจังหวัดนครศรีธรรมราชรอบนี้ก็มีปัญหาน้ำท่วมด้วยกัน ๒๓ อำเภอ ซึ่งความจริงแล้วเป็นสภาพที่น่าเสียดาย เนื่องจากว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังบูม (Boom) ในเรื่องของการท่องเที่ยว อย่างที่ทุกคนคงทราบนะครับว่าจังหวัด นครศรีธรรมราชมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายอย่าง อย่างหนึ่งที่กำลังบูม (Boom) มากเป็นกระแสมาก ในช่วงเวลานี้ก็คือไอ้ไข่ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่หลายคนก็นิยมบูชากัน ถ้าเราไปดูในจังหวัด นครศรีธรรมราช เราจะพบว่ามีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยลงพื้นที่ไปท่องเที่ยวกัน จำนวนมาก ไปดูที่สนามบินเราจะพบเลยครับท่านประธานว่านักท่องเที่ยวมากจริง ๆ ถ้าเทียบกับฝั่งอันดามันนะครับ เรียกได้ว่าคนละเรื่องคนราว ดังนั้นการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบกับน้ำท่วมแบบนี้ มันจึงเป็นโอกาสที่น่าเสียดายที่เราจะต้องผลักดันเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช การเผชิญกับน้ำท่วมจึงเป็นการซ้ำเติมพี่น้อง ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชมากกว่าเดิม อันที่จริงแล้วนะครับ นอกจากในเรื่องของ วัตถุมงคลต่าง ๆ ที่เป็นจุดเด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังโดดเด่นในเรื่องเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่นการเกษตรนะครับ แต่ก็นั่นละครับ อย่างที่ทุกท่าน รู้กันนะครับว่าผลผลิตต่าง ๆ ของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ไม่ค่อยสู้ดี ดังนั้นการเผชิญกับน้ำท่วมแบบนี้จึงเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้กับพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช คำถามก็คือว่าทำไมเราจึงเจอกับไม่ท่วมก็แล้ง ไม่แล้งก็ท่วม แบบนี้ซ้ำซาก ความจริงแล้วครับ ท่านประธาน ผมเองเพิ่งลงไปพื้นที่นครศรีธรรมราชเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ผมเจอ ก็คือมีฝนตกค่อนข้างมาก เรียกว่าตกต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่จากการพูดคุยกับ พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นอำเภอพรหมคีรีหรืออำเภอรอบ ๆ นะครับ กลับพบว่าไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังพี่น้องประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้อง ประชาชนไม่ทันตั้งตัวเวลาประสบอุทกภัย ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจก็คือว่า ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ปภ. ถึงไม่สามารถสร้างการแจ้งเตือนให้กับพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยได้ ทั้ง ๆ ที่เรามีประสบการณ์ครับ เรามีฝนตก ๘ เดือน เราเจอกับน้ำท่วมแบบนี้มาโดยตลอด แต่เพราะอะไรเราถึงไม่สามารถแจ้งเตือนพี่น้อง ประชาชนให้ทราบถึงอุทกภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ผมไม่ได้พูดถึงโครงการที่จะไปแก้ไข หรือป้องกันระยะยาว ผมแค่พูดถึงสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะทราบถึงภัยที่เขากำลัง จะเผชิญล่วงหน้า นี่คือปัญหาที่ ๑ นะครับที่ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข ระยะที่ ๑ ที่ควรจะทำนะครับ จึงมีว่าผู้ที่ประสบอุทกภัยเขาจะต้องไปอยู่ที่ไหน อาหารการกิน จะเป็นอย่างไร การติดต่อสื่อสารจะเข้าถึงข้อมูลของรัฐได้อย่างไร ผมทราบมานะครับว่ามีอินเทอร์เน็ต (Internet) บางเจ้าวันนี้เริ่มใช้การไม่ได้แล้ว ก็ต้องบอกว่านี่คือระยะสั้นที่รัฐบาลจะต้องเร่ง แก้ไขคือการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อนำอาหารแห้ง เพื่อนำ อาหารต่าง ๆ รวมถึงน้ำดื่มที่สะอาดไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน🔗
สิ่งต่อไปที่รัฐบาลจะต้องทำก็คือระยะที่ ๒ คือการเยียวยา แล้วก็การมีแผน เพื่อฟื้นฟูต่อไป การเยียวยา แน่นอนครับ มันก็ต้องมีการสำรวจ ความเสียหายมีเท่าไร จะมี การฟื้นฟูอย่างไร เพื่อให้นครศรีธรรมราชกลับมาเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นในเรื่องของ การท่องเที่ยวซึ่งกำลังเกิดขึ้นในวันนี้ ถ้าเราไปดูจังหวัดอื่นนะครับ ถ้าว่ากันด้วยเรื่อง การท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต เป็นพังงา เป็นกระบี่ เราจะพบว่าช่วงโควิด (COVID) ประสบปัญหาชะงักงัน ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร แต่นครศรีธรรมราชกลับมีเศรษฐกิจ ที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลานี้ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องคิดว่าจะมีแผนอย่างไรเพื่อจะฟื้นฟูให้ นครศรีธรรมราชกลับมาเป็นกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปของภาคใต้นะครับ🔗
อันที่ ๓ เป็นอันที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ นั่นก็คือจะมีแผนการ อย่างไรที่จะมาทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในนครศรีธรรมราชมีความมั่นใจว่าเขาจะไม่ต้องมา ประสบกับเคราะห์กรรมแบบนี้อีก แน่นอนมันอาจจะต้องมีการคิดตั้งแต่เรื่องของกฎหมาย จะมีการแก้ไขบรรดากฎกระทรวง กติกาต่าง ๆ ที่จะเอื้ออำนวยที่จะทำให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่เขาสามารถทำมาหากินได้อย่างสะดวก ก็ว่ากันไปในเรื่องของข้อกฎหมาย ในเรื่องของบรรดาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลก็ต้องไปคิดครับว่าจะลงทุนอย่างไร จะจับจ่าย ใช้สอยอย่างไร จะใช้เม็ดเงินที่เป็นภาษีของประชาชนอย่างไร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะมี โครงการที่จะป้องกันน้ำท่วมได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ ผมก็คิดว่ารัฐบาลจำเป็น ที่จะต้องแถลงทั้งระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ แล้วก็ระยะที่ ๓ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งใน นครศรีธรรมราชและจังหวัดข้างเคียงมีความมั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถฝ่าน้ำท่วมแบบนี้ได้ และจะไม่กลับไปเผชิญกับปัญหาแบบนี้ซ้ำซากอีกต่อไป🔗
สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าคอนเซปต์ (Concept) ทั้งหมดของ การแก้ปัญหาที่นครศรีธรรมราช มันมีประโยคเดียวที่ง่าย ๆ ก็คือ ล้มแล้วต้องลุกไว เราพูด ประโยคแบบนี้กับการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในช่วงโควิด (COVID) แต่ตอนนี้เป็นเรื่อง น้ำท่วม อาจจะไม่ได้เป็นปัญหาเดียวกัน แต่เราต้องไม่ลืมว่าก่อนที่จะมีน้ำท่วม นครศรีธรรมราชนี่เศรษฐกิจของเขาโดยเฉพาะการท่องเที่ยวมันกำลังบูม (Boom) ดังนั้น เมื่อมันประสบภัยแบบนี้ รัฐบาลต้องรีบคิดแล้วครับว่าจะทำอย่างไรให้นครศรีธรรมราช เมื่อล้มแล้วต้องลุกไว ประโยคสุดท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน ที่ผมจะฝากท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลนะครับ ฝนฟ้ามันตกตลอดเวลา มันอาจจะตกที่หนึ่งบ้าง ตกอีกที่หนึ่งบ้าง มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญก็คือเราจะทำอย่างไรที่เราจะออกแบบโครงสร้าง ของประเทศ ที่เมื่อมีภัยบางอย่างเกิดขึ้นรัฐบาลต้องรู้ การแก้ไขเฉพาะหน้าต้องมี ซึ่งวันนี้ เราก็ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นครศรีธรรมราชเขาไม่ได้รับการแก้ไข อย่างทันท่วงที ก็หวังว่ารัฐบาลจะรีบแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราช โดยไวครับ ขอบคุณครับ🔗
ให้ท่านประกอบ ก่อนนะครับ แล้วก็ท่านพิจารณ์ คือนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมผมถึงให้ ส.ส. นครศรีธรรมราช ได้อภิปรายก่อน เพราะว่าจะเป็นปัญหาที่มันต่อเนื่องแต่ละพื้นที่ ส่วนอย่างรัฐบาลกำลังฟังอยู่ หรือประชาชนกำลังฟังอยู่ ก็จะได้ต่อเนื่องกันไปนะครับ ไม่ไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ นี่ก็เป็น เหตุผลหนึ่ง มันจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดในญัตติที่เรายื่นมา มันจะได้ประโยชน์สูงสุด เชิญท่านประกอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงยิ่งครับ ที่ท่านกรุณาให้ ญัตติด่วนที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้เสนอในวันนี้ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในแถบจังหวัดอ่าวไทยนะครับ และที่หนักที่สุด ก็คือพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำท่วมครั้งนี้สาหัสมากครับ ผมกราบเรียนว่าในช่วง ๒๐ ปี ที่ผ่านมา ครั้งนี้รุนแรงที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช ๒๓ อำเภอ แล้วก็ ระดับน้ำสูงที่สุด แรงที่สุด และผมคาดการณ์ว่าท่วมนานที่สุดในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ใน ๒๓ อำเภอ ผมใคร่กราบเรียนท่านประธานว่าอำเภอที่ได้รับภัยพิบัติหนักหนาสาหัส มีอยู่ ๘ อำเภอ ที่ทางราชการจะต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็คือ อำเภอเมือง อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอลานสกา อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา และอำเภอทุ่งสง ซึ่งเป็นพื้นที่ของกระผมนะครับ อำเภอทุ่งสงเป็นอำเภอรับน้ำจากอำเภอ ต่าง ๆ เพราะเป็นที่รับน้ำส่งต่อไปจังหวัดตรัง ผ่านแม่น้ำตรังนะครับ เพราะฉะนั้นอำเภอทุ่งสง น้ำจะท่วมเร็วแล้วก็อยู่ค่อนข้างนาน เพราะต้องรับน้ำจากอำเภอร่อนพิบูลย์ จากอำเภอนาบอน มานะครับ นี่คือสภาพของอำเภอทุ่งสง ท่านประธานครับ ครั้งนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายมากมาย ถ้าพูดเป็นภาษาบ้านผมว่ายับเยินคือมากเหลือเกินครับ ผมกราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน นี่เป็นตัวเลขที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชรายงานมา ไม่ใช่ตัวเลขที่คิดขึ้นมาเอง ประชาชนเสียชีวิตแล้ว ๕ คน ด้วยกัน ที่อำเภอเมือง ๑ คน มีผู้สูงอายุได้จมน้ำตาย อำเภอพระพรหม ๒ แม่ลูกครับ เรือไปช่วยแล้วบังเอิญว่าเรือเขาล่ม เรือไปล่มเพราะว่าเขาออกมาข้างนอกไม่ได้ น้ำท่วม ล้อมบ้านเลย หน่วยภัยพิบัติก็ไปช่วย ปรากฏว่าเรือล่มตายแม่กับลูกทั้ง ๒ คน อำเภอนบพิตำครับ เสียชีวิตไป ๑ คน สะพานกลายขาด ขับรถยนต์มารถตกน้ำ รอดชีวิตไป ๑ คน เสียชีวิต ๑ คน แล้วก็ที่อำเภอลานสกา น้ำพัดพาบ้านพัง คนที่อยู่ในบ้านตายคาบ้าน ๑ คน แล้วก็ สูญหายไป ๑ คน ยังหาไม่เจอเลยครับ ก็คาดว่าอาจจะเสียชีวิต ถ้าคนนี้เสียชีวิตขณะนี้ ก็ ๖ รายด้วยกัน แต่ว่าที่ทราบแล้วจำนวน ๕ ราย เรือกสวนไร่นา ท่านประธานครับ ซึ่งขณะนี้ผมได้เรียนถามไปทาง ปภ. ภาค แล้วก็เกษตรจังหวัด ปรากฏว่าเรือกสวนไร่นา ที่เสียหายขณะนี้นะครับ ในพื้นที่เรือกสวนไร่นาประมาณ ๒ ล้านไร่เศษ ประสบภัยอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ ที่เสียหายแล้วนะครับ ประมาณ ๑๓๕,๕๐๐ ไร่ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ เพราะเพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมใจ เตรียมงบประมาณที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรือกสวนไร่นานะครับ ในส่วนของปศุสัตว์ ผมกราบเรียนว่าส่วนของปศุสัตว์ก็เยอะมากนะครับ ทั้งพวกสัตว์ปีก ทั้งพวกสุกร แต่ขณะนี้ยังไม่สำรวจความเสียหายว่าเท่าไร ผมยังไม่มีตัวเลขชัด ๆ แต่ทุกครั้ง ที่น้ำท่วมนะครับ พวกปศุสัตว์ก็เกิดความเสียหายมากมาย ประมงครับ พวกบ่อเลี้ยงปลา เยอะแยะ พวกกระชังเลี้ยงปลาก็เสียหายมากมาย ซึ่งขณะนี้ตัวเลขที่ชัด ๆ ก็ยังไม่ได้รายงานมา อาคารบ้านเรือนพังไปหลายที่ พวกถนนหนทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรอยต่อ ระหว่างอำเภอร่อนพิบูลย์กับอำเภอทุ่งสง ที่ช่องเขาที่ดินถล่มมา ขณะนี้รถไฟไม่สามารถ วิ่งโดยสารได้นะครับ วิ่งผ่านไม่ได้ รถจากตรังมากรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ จากหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก มากรุงเทพฯ ก็วิ่งไม่ได้ ก็ยังมีปัญหาอยู่ ถนนหนทางขาดหลายที่นะครับ ที่ได้รายงานมา สายหลัก ๆ ขาดหลายที่นะครับ ทรัพย์สิน อื่น ๆ ถ้าท่านประธานติดตามข่าวทีวี (TV) ปรากฏว่ารถยนต์หลายที่เอาขึ้นไม่ทัน ท่านประธานครับ เที่ยวนี้จอดที่สูงแล้วก็ยังไม่พ้นภัย จมหลายหลายคัน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ ที่บ้าน เครื่องเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) นะครับ ข้าวของต่าง ๆ เสียหายยับเยินหมดเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลต้องตระหนัก แล้วก็ รีบเยียวยา แก้ไข สิ่งที่ผมอยากกราบเรียนทางรัฐบาลนะครับว่ารัฐบาลต้องช่วยอย่างน้อย ที่สุดเรื่องเฉพาะหน้า อุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องอุปโภคบริโภค ให้ทันเวลากับที่พี่น้องประชาชน เดือดร้อน และหลังจากนี้ต้องใช้งบประมาณ ผมคิดว่าจำนวนมากที่จะต้องไปฟื้นฟู ปรับปรุง ถนนหนทางต่าง ๆ ให้เข้าสู่สภาพเดิม มิฉะนั้นแล้วภาคใต้ก็อัมพาต จะมีปัญหามาก🔗
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณทางท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ท่านกรุณาได้ไปตรวจเยี่ยม ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีของเรา ๒ ท่านที่ลงไปแล้วนะครับ ท่านถาวร เสนเนียม ที่ไปบัญชาการในเรื่องของสนามบินให้สามารถสัญจรได้ และท่านกังวลเรื่องนี้มาก ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ลงไป แล้วก็พรุ่งนี้วันอาทิตย์นะครับ ท่านหัวหน้าจุรินทร์ก็จะลงไป เยี่ยมพัทลุงกับที่นครศรีธรรมราช ไปมอบถุงยังชีพ และที่สุดท้ายวันพรุ่งนี้นะครับ ท่านชวน ท่านประธานรัฐสภาท่านเป็นห่วงมากครับ กังวลมากเลย ได้มอบทีมเลขานุการไปเยี่ยม และมอบถุงยังชีพที่จังหวัดตรังและที่นครศรีธรรมราชนะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงยิ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไป ท่านพิจารณ์ครับ แล้วก็ตามด้วยท่านอาจารย์โกวิทย์ แล้วก็ท่านพิเชษฐ์ เชิญท่านพิจารณ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขณะที่ ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้นะครับ ก็ต้องเรียนท่านประธานว่า ส.ส. ของพรรคก้าวไกลหลายท่าน ที่เป็นบัญชีรายชื่อทางภาคใต้ก็เดินทางไปถึงที่นครศรีธรรมราชแล้วนะครับ นำทีมโดย หัวหน้าพรรค คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้วก็เลขาธิการพรรคนะครับ ลงไปเพื่อติดตาม แล้วก็ดูว่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทางไหน อย่างไร พวกเราทราบดีถึงความเดือดร้อน อุทกภัยครั้งนี้ใหญ่หลวงครับ เรียกว่าในรอบ ๕๐ ปี ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ล่าสุดที่ผม ติดตามข่าว ก็ต้องเรียนว่าน้ำท่วม ๒๓ อำเภอ โดยหนักที่สุดก็มีอำเภอเมือง อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอลานสกา อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา และอำเภอทุ่งสง แล้วล่าสุดก็มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๘ ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ๑๘๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน หรือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ความเสียหาย ครั้งนี้นับว่าใหญ่หลวงมากครับ ก็จะต้องเรียนต่อผู้ที่มีความสูญเสียทุกท่านว่าผมขอแสดง ความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต ต่อครอบครัวที่สูญเสียทรัพย์สินต่าง ๆ รวมถึงขอเป็น กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ ที่กำลังระดมสรรพกำลัง เครื่องไม้เครื่องมือลงไปเพื่อช่วยเหลือนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ต่อพี่น้องชาวใต้ด้วยความเคารพ ต่อเพื่อนสมาชิก ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะทางภาคใต้นะครับ ด้วยความเคารพครับว่าความสูญเสียเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นจนถึงกระทั่งมีความสูญเสียทางด้านชีวิตครับท่านประธาน ถ้าหากว่ารัฐบาล ได้คำนึงถึงการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงถึงการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุมากกว่ามาแก้ไข ภายหลัง เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ตั้งแต่ประมาณ ๒๓-๒๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้มีการประกาศ เตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวังถึงอุทกภัยที่จะเกิดขึ้น แต่คำถามคือการประกาศของท่านทั่วถึงหรือไม่ ประชาชนที่อยู่ตามต่างอำเภอ ต่างตำบล เข้าถึงข้อมูลหรือเปล่า มิฉะนั้นแล้วเราจะไม่เจอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ที่เรายังพบว่า ยังมีพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่ ยังมีเด็ก คนชรา หรือขนาดผู้ป่วยติดเตียง ที่ยังติดอยู่ในบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมไปแล้วถึงชั้นสอง ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาจากการจัดสรร งบประมาณครับท่านประธาน ถ้ารัฐบาลเล็งเห็นถึงการป้องกัน การจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อใช้ในการสื่อสารต่อพี่น้องประชาชนในยามที่จะเกิดเหตุการณ์ภัย ธรรมชาติต่าง ๆ ประชาชนจะเตรียมพร้อมครับ จะเข้าใจถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ผมกำลัง หมายถึงการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือที่จะใช้เคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่ผ่านสภาเราไปนะครับ กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องนี้ ได้รับงบประมาณ ในการจัดซื้อสะพานถอดประกอบ ที่เมื่อสักครู่ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้กรุณาอภิปราย ว่าให้รีบไปติดตั้ง ผมก็ต้องเรียนว่าสะพานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้เวลา ติดตั้งถึง ๒ วันครับท่านประธาน สะพาน ๑ ชิ้น ๒๔ ล้านกว่าบาท แต่การจัดสรรงบประมาณ กลับไปให้กับกระทรวงกลาโหม ซึ่งใช้สะพานยุทธวิธี มูลค่า ๑๖๐ ล้านบาท ติดตั้งใช้เวลา เพียง ๑๐ กว่านาทีเท่านั้นเองครับท่านประธาน นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งถึงการจัดสรร งบประมาณที่ไม่ได้เหมาะสมและไม่ได้ตอบโจทย์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
ล่าสุดครับท่านประธาน มีนักวิชาการได้โพสต์ (Post) ในโซเชียลมีเดีย (Social media) ถึงปัญหาต่อเนื่องจากอุทกภัยครั้งนี้ครับ คือในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนท่านประธานว่าเรามีบ่อขยะที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของประเทศ กินพื้นที่ ๒๐๐ ไร่ มีขยะถึง ๒ ล้านตัน หรือเทียบกับตึก ๔ ชั้นครับท่านประธาน ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของประเทศ รองจากจังหวัดสมุทรปราการ แต่ทำไมครับ เรารู้ว่าจะมีเหตุการณ์อุทกภัย เช่นนี้ ทำไมถึงไม่มีการวางถุงทรายหรือวางแบร์ริเออร์ (Barrier) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ทะลักเข้าไปบ่อขยะ เพราะขณะนี้น้ำไหลเข้าไปท่วมบ่อขยะหมดแล้วท่านประธานครับ ทำให้ชาวบ้านจะมีความเสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อสารพิษนะครับ ๖ พื้นที่ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ บริเวณค่ายวชิราวุธ ตำบลนาเคียน ตำบลนาทราย ตำบลปากพูน เทศบาลตำบลท่าแพ และเขตเทศบาลนครศรีธรรมราชครับ พื้นที่เหล่านี้กำลังอยู่ในความเสี่ยงที่พี่น้องประชาชน จะติดเชื้อจากน้ำที่ท่วมเข้าไปในบ่อขยะแล้วทะลักออกมา นอกจากที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าประเด็นนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นควรจะเป็นไปเพื่อการป้องกันมากกว่าจะมารอการแก้ไข และรอบนี้ท่านมีงบกลางอยู่แล้วนะครับ ขอให้ท่านรีบอนุมัติแล้วบริหารจัดการให้ดี หาระบบ ระเบียบในการที่จะให้เงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนให้รวดเร็ว อย่าให้พี่น้องประชาชน ชาวใต้ต้องมาต่อว่าท่าน เหมือนกับอย่างที่โครงการหลาย ๆ โครงการที่ผ่านมาครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และผมเรียนท่านประธานว่าผมโต และเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่ง ต้นน้ำเทือกเขาหลวง นี่คือถิ่นฐานบ้านเกิดผม แล้วผมเองก็มีความห่วงใยเพื่อนพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา ซึ่งเป็นดินแดนที่ผมสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมาเรียนหนังสือที่อำเภอเมือง แล้วก็เกิดน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นความห่วงใย และส่งกำลังใจไปให้พี่น้องชาวใต้ ชาวนครศรีธรรมราชทุกท่าน ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอ ในการเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกที่ให้เยียวยาครัวเรือน เยียวยา ซ่อมแซมบ้าน เยียวยาเรื่องความเสียหายเรือกสวนไร่นาของรัฐบาล และเยียวยาเรื่องโรคภัย ไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้พูดก็คือการเยียวยาโรงเรียน ขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชผมทราบข่าวว่าได้ปิดโรงเรียนทั้งหมดแล้ว สิ่งเหล่านี้คือ ต้องเห็นใจโรงเรียนที่ถูกกระทบจากน้ำท่วม เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คือว่าอยากให้ กระทรวงศึกษาธิการลองสำรวจความเสียหายโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะอุปกรณ์การเรียน การสอนที่ต้องเสียหายไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ประกอบการเรียนการสอน หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในโรงเรียน การซ่อมแซมโรงเรียนเป็นการด่วนหลังจากนี้ไป เพื่อให้นักเรียนได้เรียนได้ โรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียน เรื่องน้ำที่ทำให้เป็นโรคได้ รวมทั้งน้ำดื่มสำหรับเด็กที่จะไปโรงเรียนในอนาคต นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมเองโตที่นี่และเห็น ความสูญเสียมาตลอด ตั้งแต่เกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก ปี ๒๕๐๕ และมาจนกระทั่ง ที่กะทูน ปี ๒๕๓๑ บ้านผมเรือกสวนไร่นาพังหมด แม่น้ำพรหมโลก น้ำตกพรหมโลกที่เคย สวยงาม ก็กลับกลายเป็นแม่น้ำที่แห้งเหือดไปแล้วกลับมาท่วมตลอดเวลา เป็นความซ้ำซาก ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของนครศรีธรรมราชและภาคใต้ ฝนตกทีไรก็จะเกิดสิ่งที่ ผมพูดถึง อย่างไรก็ตามผมไม่อยากเห็นการเยียวยาแก้ปัญหาชั่วครั้งชั่วคราว แต่ผมคิดว่า รัฐบาลต้องมีแนวทาง ถึงเวลาหรือไม่ที่จะต้องทำให้การจัดการน้ำเป็นการจัดการในเชิงระบบ มากกว่าแก้ปัญหาไปในชั่วระยะเวลาที่มีปัญหาหนึ่ง แต่การแก้ปัญหาที่เป็นระบบ ผมเรียน ท่านประธานว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องใช้ความคิด ต้องระดมผู้มีปัญญาทั้งหลาย ร่วมแก้ปัญหาเพื่อวันข้างหน้า เราไม่ได้คิดเพื่อวันนี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเยียวยากันไป ปีหน้า ก็เยียวยากันอีก ผมคิดว่าต้องคาดการณ์เป็นเวลา ๑๐ ปี ๑๕ ปี เพื่อทำให้การจัดการน้ำ เป็นเชิงยุทธศาสตร์ ระดมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจเรื่องธรรมชาติของน้ำ ผมคิดว่าสำคัญ ธรรมชาติ ของน้ำและการอนุรักษ์น้ำอย่างเป็นระบบ น้ำต้องการที่อยู่ น้ำต้องการทางเดิน น้ำต้องการ ทางไหลของน้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นการจัดการที่จะต้องบูรณาการ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมอยากเห็นการจัดการของรัฐบาลอย่างจริงจังและเป็นระบบ ที่จะต้องทำให้ทุกภาคส่วน ระดมสรรพกำลัง เพื่อทำให้การจัดการนั้นมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบผังเมืองก็ดี ที่ทำลายทางเดินของน้ำก็ดี จะต้องมีประสิทธิภาพในเชิง กฎหมาย ผมเคยไปดูงานที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เขามีน้ำท่วมใหญ่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขณะนี้ เขาแก้ได้ เขาปรับปรุงได้ แล้วก็มีมหาวิทยาลัยเอรัสมุส ยูนิเวอร์ซิไตท์ รอตเทอร์ดาม (Erasmus Universiteit Rotterdam) ได้วิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทยเรื่องการจัดการน้ำ อยู่บ้าง ซึ่งผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของประเทศก็คือว่า เราไม่สามารถบูรณาการน้ำได้อย่างเป็นระบบ นี่คือสิ่งที่เขาบอก อยากให้การใช้กฎหมาย ในเรื่องผังเมืองก็ดี การใช้กฎหมายในเรื่องการบุกรุกทำลายป่าก็ดี จะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ และเด็ดขาด แล้วก็ให้มีการจัดการรวมสรรพกำลังของหน่วยงานในอนาคต นี่คือสิ่งที่ อยากเรียนท่านประธานด้วยความห่วงใยว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง ถ้าคิดเป็นเงิน เป็นชีวิตผู้คน ชีวิตผู้คนที่ต้องสูญเสียและทรัพย์สิน ก็เรียกได้ว่าแต่ละปี มีมหาศาล ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวใต้และประเทศไทยด้วยซ้ำไปที่เราพูดกันวันนี้ ในเรื่องการจัดการน้ำทั้งระบบ อย่างไรก็ตามผมยังคิดในเชิงบวกว่าเราคงไม่จนปัญญาที่จะ จัดการน้ำ เพราะว่าคนในประเทศของเราก็มีปัญญา มีความคิด เพราะฉะนั้นขอฝากรัฐบาลว่า การเยียวยาเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ การช่วยเหลือทุกกลุ่มเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่ง และขอฝากว่าที่ผมพูดถึงว่าคนที่ติดอยู่ตามเชิงเขาก็ดี ครัวเรือนที่อยู่ตามชายเขา เชิงเขา ที่เป็นต้นน้ำนั้น ก็ต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรมและทั่วถึง และสิ่งที่ผมเสนอว่าเรายังมี ปัญญาในการจัดการน้ำ แต่ขอให้คิดให้เป็นระบบและจัดการวางแผนอย่างคิดในระยะยาว มากกว่าระยะสั้น นี่คือสิ่งที่ผมเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเยียวยาและการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไป ท่านพิเชษฐ์ แล้วตามด้วยท่านธีรภัทรนะครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านเห็นผมเป็นคนเหนือใช่ไหมครับ ถึงให้ผมพูดทีหลัง ลงชื่อก่อนนะครับ ท่านประธานครับ ถึงจะเป็นคนภาคเหนือ ก็มีความห่วงใยในความเดือดร้อนของพี่น้องชาวใต้ ก็ถือว่าเป็นตัวแทนของคนเหนือแล้วกันนะครับ ที่เห็นความเดือดร้อนแล้วก็ทนไม่ได้🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากจะเสนอ ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืน ก็มีโครงการเดอะ โกลเดน แอกซ์ สเปเชียล อีโคโนมิก โซน (The Golden Axe Special Economic Zone) อันนี้คือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขวานทองคลองไทยภาคใต้นะครับ ก็ป้องกันน้ำท่วมภาคใต้อย่างถาวร นอกจากป้องกัน น้ำท่วมอย่างถาวรแล้ว ภาคใต้ก็จะเป็นศูนย์กลางการค้า ศูนย์กลางการเดินเรือใหม่ ของโลกนะครับ ท่านประธานครับ มีจังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง และสงขลา ทั้ง ๕ จังหวัดนี้จะมีคลอง คลองไทย ๒ เส้น แล้วก็มีคลองเล็กอีก ๒ เส้น เป็น ๔ คลอง เชื่อมกัน อันนี้อยู่ในตะเข็บของ ๕ จังหวัดนะครับ คือ กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ คลองทั้งหมดนี้สามารถป้องกันน้ำท่วมภาคใต้ ความกว้างของคลอง ๑ กิโลเมตร ๒ คลอง ความยาว ๑๓๕ กิโลเมตร คลองเล็กกว้าง ๑๕๐ เมตร ยาว ๑๓๕ กิโลเมตรแล้วก็จะมีจุดเชื่อมกันเหมือนเวนิสตะวันออก อันนี้ละครับ จะเป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมของภาคใต้อย่างยั่งยืน แล้วจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ของโลกนะครับ ตรงนี้จะสร้างเม็ดเงินมหาศาล จะเป็น ศูนย์กลางของโลกใหม่ ดังนั้นพี่น้องคนใต้ที่ดูการอภิปรายการแก้ปัญหาน้ำท่วมของภาคใต้ ในวันนี้ สิ่งที่ท่านต้องการสิ่งที่ท่านอยากได้ วันนี้มันถึงเวลาแล้วว่าคลองไทยจะต้องกำเนิดขึ้น ถ้ารัฐบาล หรือท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่สนใจคลองไทย พี่น้องชาวใต้ก็ไปโทษ ท่านประยุทธ์ก็แล้วกัน เพราะว่าแนว ๙ เอ (9A) นี้เป็นการศึกษามาหลายสิบปี ตั้งแต่ สมาชิกวุฒิสภา ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ได้ศึกษาไว้แล้วว่าแนว ๙ เอ (9A) ซึ่งอยู่รอยตะเข็บ ของ ๕ จังหวัดนี้เป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ที่เหมาะสมที่สุด และเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ เป็นศูนย์กลางของโลก ดังนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ หยุดที่สไลด์ (Slide) อันนี้นะครับ เมื่อสักครู่ที่มี ๔ คลอง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ กำลังศึกษาแล้วก็จะสรุปแล้วในเดือนหน้านี้ว่า ความเป็นไปได้ในการขุดคลอง แล้วจะมีรายได้จากเขตเศรษฐกิจพิเศษจากค่าผ่านคลอง ท่านประธานครับ ที่ประเทศสิงคโปร์ ช่องแคบมะละกานั้น ปีหนึ่งทำรายได้ถึง ๔ ล้านล้านบาท เรือ ๒๐๐,๐๐๐ ลำผ่านที่นั่น แต่ถ้ารวมทั้งประเทศอินโดนีเซียอีก ๒ ช่องแคบ คือช่องแคบลอมบอก และช่องแคบซุนดา เรือผ่านไปผ่านมา ๕๒๐,๐๐๐ ลำ ที่คลองไทยที่เราเห็นนี้เรือทุกลำผ่านได้หมดครับ ปรากฏว่ารายได้เมื่อขุดคลองไทยแล้วก็เริ่มให้เรือผ่านได้ภายใน ๕ ปี เมื่อครบ ๕ ปีแล้ว รายได้ของประเทศไทยอยู่ที่ ๘ ล้านล้านบาทต่อปี เลี้ยงคนได้ทั้งประเทศ แล้วแก้ปัญหา น้ำท่วมของภาคใต้ได้ด้วยนะครับ ฝากท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร ได้สรุปเสนอท่านแล้ว ขอให้ท่านรีบดำเนินการเพื่อพี่น้องชาวใต้ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ปลดหนี้สาธารณะ ๗ ล้านล้านบาท ภายใน ๑ ปีได้ อย่างไรก็ฝากรัฐบาลว่าการแก้ปัญหาภาคใต้ที่ยั่งยืนคือคลองไทยที่เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่เป็นความหวังของพี่น้องชาวใต้ ผมลงไปภาคใต้ไม่มีใครขัดข้อง มีแต่คนเห็นด้วย และอยากจะให้ขุด ให้รีบ ๆ ขุดนะครับ ขุด ๑ เส้น ๒ เส้น ๓ เส้น ไม่เป็นไร ขอให้ได้ขุดนะครับ จะแก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหาน้ำท่วมที่ยั่งยืนนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านธีรภัทรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านประธานมากครับ ที่ได้ดูแลและให้ ความเอาใจใส่นำญัตติเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน และผมก็ต้องขอบคุณ เพื่อนสมาชิกในสภาทุกท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ที่ได้มีโอกาสถาม แสดงความห่วงใย และให้กำลังใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวภาคใต้ ณ เวลานี้ ก็ต้อง ขอขอบคุณครับ เราทำหน้าที่ด้วยกันในวันนี้เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคนครับ ท่านประธานครับ จากสถานการณ์ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์ในช่วงเวลา ๓-๔ วันที่ผ่านมาว่า จะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านภาคใต้ แต่ขณะเดียวกันก็จะมีความกดอากาศต่ำ บริเวณภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในเวลาปัจจุบัน ณ ขณะนี้ พื้นที่ ภาคใต้ถูกผลกระทบลูกนี้ร่วม ๑๐ กว่าจังหวัด จังหวัดที่รับผลกระทบหนัก ๆ ก็ประมาณ ๔-๕ จังหวัด ก็จะมีนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา นราธิวาส แล้วก็สุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ลมมรสุมนี้มันไม่ใช่พัดผ่านเฉพาะช่วงนี้ และกำลังสลายตัวไปในช่วงเวลา อีก ๒-๓ วันที่จะถึง ภาคใต้จะเผชิญปัญหากับมรสุมลูกนี้ไปอีกสักระยะ เพราะฉะนั้นก็ต้อง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และให้ความดูแล อย่าได้ประมาท การทำงานอย่างต่อเนื่องที่ท่านทำงานอยู่ในขณะนี้อาจจะยังไม่พอ จะต้องมี การเตรียมการมากกว่านี้ครับ🔗
สำหรับสถานการณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานมา ผมขอเอา ตัวเลขในช่วงเวลาวันนี้ประมาณเที่ยงที่ได้รับข้อมูล ซึ่งผมเชื่อว่าจนถึงเวลานี้สถานการณ์ บางส่วนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก็จะมีประมาณ ๘ อำเภอ ก็จะประกอบด้วย อำเภอดอนสัก อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอวิภาวดี อำเภอท่าฉาง อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอเคียนซา อำเภอชัยบุรี และอำเภอพุนพิน ล่าสุดเท่าที่ ผมทราบครับ อย่างอำเภอเมือง หรืออำเภอไชยา ขณะนี้ก็เริ่มประสบภาวะน้ำขังแล้ว ท่านประธานครับ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ร่วม ๆ เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่แล้ว จะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนครับ ก็คือพื้นที่ที่เป็นบริเวณตรงกลางของจังหวัดสุราษฎร์ธานี พวกนี้ได้รับผลกระทบครับ น้ำหลาก น้ำปริมาณมหาศาลที่ตกหนักลงบนพื้นที่อาจจะทำให้ เกิดดินสไลด์ (Slide) และน้ำท่วมขึ้นสูงอาจจะถึงระดับ ๑-๒ เมตร ในช่วงเวลาอันรวดเร็ว และไหลลงอย่างรวดเร็ว ส่วนพื้นที่บริเวณริมชายฝั่งทะเล อย่างเช่นอำเภอท่าชนะ ไชยา อำเภอเมือง ต่อเนื่องไปจนถึงดอนสัก และกาญจนดิษฐ์ พวกนี้จะได้รับผลกระทบจากการที่ ลมมรสุมเข้า ฝนตกหนักลงอยู่ในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็ว น้ำจะท่วมขังบริเวณพื้นที่เป็นเวลานาน พื้นที่ตรงจุดบริเวณริมชายฝั่งนี่ละครับ จะเป็นพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังมากที่สุด ยกตัวอย่างครับ อย่างเช่นตัวเลขนี่ครับ ก็จะเห็น ได้เลยว่าตัวเลขที่ได้รับผลกระทบประมาณสักเกือบ ๆ ๓,๐๐๐ กว่าครัวเรือน จะเป็นบริเวณ ที่อยู่บริเวณช่วงนั้น ราษฎรที่ได้รับผลกระทบก็ร่วม ๆ ๑๐,๐๐๐ แล้วก็จากเหตุการณ์ มาจนถึง ณ เวลานี้ตัวเลขก็น่าจะมากไปกว่านี้ ผมจึงขอให้หน่วยงานที่จะได้มีการเกี่ยวข้องและบูรณาการที่ไปทำขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทุกภาคส่วนซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้บูรณาการและดำเนินการอย่างดีเยี่ยม สามารถ บรรเทาปัญหาได้ในระดับที่น่าพอใจในระดับหนึ่งครับ ก็ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ อย่างน้อยที่สุดการดูแลในเรื่องการให้กำลังใจ การเข้าไปเยียวยา ในส่วนคนที่ได้รับผลกระทบ อย่างเช่น การเข้าไปมอบถุงยังชีพใช่ไหมครับ แม้จะไม่ได้รับ ความช่วยเหลือทั้งหมด แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดขอให้คนส่วนใหญ่ได้รับและเป็นคนที่ได้รับ ผลกระทบจริง ๆ การอพยพผู้คน ก็ขอให้หน่วยงานบูรณาการในการทยอยคนที่ได้รับ ร้องเรียน วันนี้เราใช้สื่อโซเชียล (Social) รายงาน ผมเองก็มีภาพของผู้ช่วยครับ ผู้ช่วย ในพื้นที่รายงานมาตลอด ก็ได้ประสานงานให้เข้าไปดูแล ตัวนี้จะมีส่วนช่วยได้มาก ขณะเดียวกันเมื่อได้รับการอพยพมาแล้ว ก็ขอให้มีการดูแลเรื่องข้าวปลาอาหาร ขอให้คนเหล่านี้ได้รับ แล้วก็มีคนจากกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจของเขา ขณะเดียวกันจัดให้มีคนเข้าไปดูแล บ้านที่ได้รับผลกระทบ ตัวเองอพยพออกมา จัดเวรยาม เข้าไปดูแล สร้างความอุ่นใจให้คนที่อพยพออกมาด้วยความมั่นใจว่าทรัพย์สินของเขา ที่ไม่ได้รับการขนออกมานั้น สามารถได้รับการดูแลได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้เป็นช่วงต้น ๆ ที่จะต้องเริ่มดำเนินการ หลังจากนี้ขอให้ได้มีการสำรวจความเสียหาย อย่างเช่น เส้นทาง คมนาคม ไม่ว่าจะเป็นทางถนน หรือว่าทางรถไฟ ซึ่งผมทราบว่าขณะนี้ได้มีการงดไปบ้างแล้ว บางส่วน ขอให้มีการพยายามทำให้การจราจรเหล่านี้ขอให้ดำเนินการได้ เพราะว่า การช่วยเหลือในหลาย ๆ ทางยังสามารถใช้เส้นทางเหล่านี้ได้อยู่ แม้ว่าจะต้องใช้เรือเข้าไป ในบางพื้นที่ตามความจำเป็นก็ตาม และหลังจากนี้ก็ขอให้ได้มีการให้หน่วยงานเข้าไปดูแล เยียวยาหลังจากที่มีการสำรวจตัวเลขที่ชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก ทางการเกษตร หรือแม้แต่ปศุสัตว์ การที่ได้รับความเสียหาย การบูรณาการของหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตร เข้าไปช่วยเหลือในส่วนที่ชดเชยความเสียที่เกิดขึ้นจากเกษตร ที่เขาเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์ม ที่เสียหายจากเหตุการณ์นี้ แล้วก็ในส่วนของ ปศุสัตว์ อาจจะมีสัตว์เลี้ยงที่ต้องเสียชีวิต แล้วก็อาจจะต้องมีการจัดการ อาหาร อย่างเช่นหญ้า เพื่อดูแลสัตว์ อย่างเช่น วัวที่ยังมีชีวิตเหลือรอดอยู่ ตรงนี้ก็คงจะเป็นเรื่องมาตรการเฉพาะ ชั่วคราวเบื้องหน้า ที่ผมขออยากจะให้ทางคณะรัฐบาลได้ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือ และต้องขอขอบคุณครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ และท่าน รัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านครับ ที่กำลังจะเดินทางลงไปในจังหวัดภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ สิ่งเหล่านี้มันเป็นกำลังใจ และผมก็เชื่อว่ากำลังใจที่เราได้รับจากทุกท่าน จากประชาชนไทยในทุกภาคส่วน เราจะผ่าน เหตุการณ์เหล่านี้ไปด้วยดีด้วยกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านณัฏฐ์ชนน พรรคภูมิใจไทย ท่านอุบลศักดิ์ พรรคเพื่อไทย ท่านคำพอง พรรคก้าวไกล ท่านนิกร พรรคชาติไทยพัฒนา เชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย โอกาสนี้ ต้องขอบคุณท่านประธานที่บรรจุญัตตินี้ และขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านที่ให้โอกาสญัตตินี้ได้บรรจุ ท่านประธานครับ วันนี้สถานการณ์น้ำท่วม เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็เป็นห่วง โดยเฉพาะผมนะครับ ในพื้นที่จังหวัดสงขลาก็เป็นอีก พื้นที่หนึ่งที่เป็นพื้นที่เสี่ยงกับอุทกภัย🔗
วันที่ ๑ จังหวัดสงขลาของผม เป็นจังหวัดแรกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะอำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ และอีกหลายอำเภอ วันนี้สถานการณ์น้ำท่วม ผมได้รับมอบหมายจากเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยจากทุกจังหวัด มาให้กำลังใจพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชเหมือนที่ขึ้นป้าย เพราะวันนี้นะครับ พวกเราคนไทยทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น กับพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะพี่น้องนครศรีธรรมราชในขณะนี้ พวกเราส่งกำลังใจไป โดยเฉพาะ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ท่านไปช่วยในพื้นที่ วันนี้ผมเองก็อยากจะให้ ทุกท่านได้เห็นการบูรณาการในเรื่องของระบบน้ำ เพื่อนสมาชิกหลายท่านมาพูดว่าทำไม ภาคใต้น้ำท่วม ท่านประธานครับ ฤดูฝนในภาคใต้ก็คือเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม หรือมกราคม เพราะฉะนั้นในช่วง ๓ เดือนนี้เป็นช่วง ๓ เดือนที่น้ำจะท่วมเมื่อไรก็ได้ ในห้วงเวลาของภาคใต้โดยเฉพาะที่จังหวัดสงขลา คนสงขลารู้เลยนะครับ ระยะเวลา ๑๐ ปี จะน้ำท่วมใหญ่ครั้งหนึ่ง ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๑ ๑ ครั้ง ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ มันจะเป็นวงรอบ ๑๐ ปี ท่านประธานครับ วันนี้การบูรณาการทั้งหมดที่เกิดขึ้นเรายอมรับว่า ไม่ได้มีการบูรณาการในเรื่องของระบบน้ำ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ผมเองอยากจะย้ำเตือนไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้นะครับ เพื่อนสมาชิก หลายคนเป็นห่วงเรื่องข่าวสารว่าพี่น้องประชาชนไม่รู้ข่าวสาร ท่านประธานครับ คนกรีดยาง บ้านผมนะครับ เล่นไลน์ (Line) คนกรีดยางบ้านผมเล่นเฟซบุ๊ก (Facebook) ครับ วันนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถที่จะส่งข้อมูลที่เป็นข้อมูลกลางของแต่ละจังหวัด ส่งไปได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้นะครับ พื้นที่จังหวัดสงขลา ผมก็เลยบอกว่า โดยภาพรวมแล้ววันนี้ทำไมผมมาพูดครับ เพราะมีการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนตกหนัก คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ ๑๘ จะเกิดมรสุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปกคลุมอ่าวไทย ทำให้ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ ๑๔ จังหวัดครับ ประกาศเมื่อไรครับท่านประธาน เมื่อห้าโมงเย็นครับ และจะมีการประกาศย้ำเตือนอีกทีครับ เวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา คืนนี้ เพราะฉะนั้นพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา คืนนี้ ฟังการประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพราะอะไรครับ มันจะส่งผลกับปริมาณน้ำฝน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่จังหวัดสงขลาวันนี้ท่านประธานครับ สถานการณ์น้ำในคลองเต็ม พื้นที่ถนนหลายพื้นที่ก็มีน้ำข้ามผ่าน แต่ถ้าคืนนี้ครับท่านประธาน ปริมาณน้ำฝนเหมือนที่ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ครับ ปริมาณน้ำฝนตกแค่ ๑ ชั่วโมง รับรองครับ พื้นที่ จังหวัดสงขลาจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันแน่นอน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำอู่ตะเภา สะเดา หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง และพื้นที่จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากอุทยาน แห่งชาติเขาน้ำค้าง ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ นาทวีและจะนะ และอีกพื้นที่ก็คืออุทยานแห่งชาติ สันกาลาคีรีที่สะบ้าย้อย จะรับน้ำสะบ้าย้อยลงไปที่เทพา นี่ก็คือเส้นทางทั้งหมดที่ผมจะ ย้ำเตือน เพราะฉะนั้นอนาคตผมอยากให้รัฐบาลเข้าไปดำเนินการแก้ไขในเรื่องของประตู ระบายน้ำในพื้นที่ไหนครับ พื้นที่แม่น้ำเทพา ซึ่งมาจากบาโหย สะบ้าย้อย ต้องมีจุดเบรก (Brake) น้ำ ๒ จุด อย่างน้อยที่ตำบลจะแหน ๑ จุด ที่ตำบลลำไพล อำเภอเทพา ๑ จุด เพื่อสกัดกั้นหรือว่าเบรก (Brake) น้ำในช่วงน้ำท่วม และบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้ง สิ่งที่สำคัญครับ เรามีแก้มลิง ๑ แห่ง ต่อไปเราจะมีอีก ๑ แห่ง ที่เทศบาลสะบ้าย้อย ในส่วนของที่นาทวีเองครับ การบริหารจัดการน้ำถือว่าสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เพราะเรามีจุดเบรก (Brake) น้ำที่อำเภอนาทวี ก็คือ ปลักปลิง และที่ลางา ที่ตำบลบ้านนา การบริหารจัดการน้ำทั้งหมดท่านประธานครับ วันนี้ผมก็เลยอยากให้รัฐบาล ซึ่งเราตั้ง คณะกรรมาธิการไปเมื่อสักครู่นี้ ไปบริหารจัดการให้ชัดเจน วันนี้นะครับ อบต. ตั้งงบประมาณ ขุดลอก อบจ. ขุดลอก กรมชลประทานขุดลอก ในเส้นเดียวกันนะครับ คนละจุดกัน มันไม่ได้สมูท (Smooth) เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดผมก็เลยบอกว่าในพื้นที่จังหวัด สงขลาเราต้องมีการบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นคาบสมุทรสทิงพระ พื้นที่ ๔ อำเภอของผม ลุ่มน้ำอู่ตะเภา ควนเนียง และรัตภูมิ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้นะครับ ท่านครับ ยกตัวอย่าง อำเภอหาดใหญ่ ทำไมน้ำไม่ท่วม วันที่ ๑ ทำไมน้ำไม่ท่วม เพราะมีการบริหารจัดการน้ำ จากโครงการพระราชดำริ ขุดคลอง ร. ๑ ร. ๕ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้พวกเราชาวสงขลา ต้องมาร่วมกันคิดว่าการบริหารจัดการน้ำแล้งและน้ำท่วมจะทำกันอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทยภาคกลาง ๒๖ จังหวัด ด้วยความห่วงใยพี่น้องชาวใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าภาคกลางนั้น จังหวัดลพบุรีและจังหวัดภาคกลางทั้งหมด ประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ๑๐ ปี ๑ ครั้ง ๑๐ ปี ๑ ครั้ง เพราะฉะนั้นความเจ็บปวดของพี่น้องชาวภาคใต้ เราทราบดีว่าเป็นอย่างไร ทุกข์ทรมานแบบไหน ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและมั่นคงนั้น รัฐบาลมีหน้าที่ต้องบริหาร จัดการ ท่านประธานครับ ครั้งหนึ่งผมในนามของตัวแทนของสภาเกษตรกรและกลุ่ม เกษตรกรทั้ง ๗๗ จังหวัดที่เกิดภัยธรรมชาติภาคใต้ เมื่อไม่นานมานี้เราได้รวมทรัพยากร บางส่วนที่เอาไปอุดหนุนช่วยเหลือเกือบทุกจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้น ผมกราบเรียนด้วยปัญหาข้อจริงว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและมั่นคง ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าในการบริหารจัดการการสร้างทางที่ผ่านมานั้น หรือถนน หรือทำ คลองส่งน้ำก็ดี ปรากฏว่าช่องระบายน้ำหรือทางน้ำนั้นผู้รับเหมาปิดหมดเลยครับ เพราะประหยัดงบประมาณ ผลประโยชน์ กำไร ท่านไปศึกษาดูก็ได้ ผมไปหมดแล้วภาคใต้ ผมเดินทางตลอด มีเพื่อน มีพวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกกลุ่มเกษตรกร ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ในฐานะที่ผมดูแลอยู่แล้วและสหกรณ์ทั่วประเทศ เราก็เคยไปแล้วก็ไปสัมผัส แล้วมีการไป ประชุมผู้นำเกษตรกร เมื่อไม่นานมานี้ก็ไปทอดกฐินกลุ่มเกษตรกร ๗๗ จังหวัด ทำมาเป็น จารีตประเพณีที่อำเภอสิชล เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นว่าการแก้ปัญหาอย่างระยะยาว ผู้รับเหมาต้องยอมเสียสละบ้าง อย่าเห็นแก่ตัว ถนนทุกสายท่านไปสังเกตดูครับ ผมขับรถดูตลอดเวลาว่าทำไมถนนภาคใต้นั้นมีน้อย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องระบายน้ำก็ดี คลองส่งน้ำก็ดี เวลาทำถนน ถมเลยครับ ทับลงไป แล้วการอัดบดนั้นก็ไม่แน่น เมื่อน้ำตกมาบนเขาก็ดี ก็มาเก็บกักไว้ ปรากฏว่าถนนเล็ก ถนนหมู่บ้าน เมื่อบดอัดไม่ดี แน่นอนครับ น้ำขัง มันก็สามารถจะเจาะระบาย และขัง นาน ๆ เข้าก็มีปริมาณน้ำมากขึ้น สุดท้ายก็เทลงมาโดยที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ใต้น้ำ หรือใต้พื้นที่ราบกว่าเกิดปัญหาอย่างที่เห็นอยู่ในภาพนั้น ด้วยความห่วงใยครับ ด้วยความห่วงใย เพราะเราเคยมีประสบการณ์มาตลอด จังหวัดลพบุรีของผมนั้นทุกปี ๑๐ ปีครั้งเลยครับ ท่วมไร่นาพี่น้องประชาชนเหมือนกัน ดังนั้นเราพี่น้องชาวไทยด้วยกัน วันนี้ในฐานะที่เมื่อสักครู่เราได้มีโอกาสได้ชี้แจงในคณะกรรมาธิการเรื่องน้ำทั้งระบบ เราก็พยายามเร่งมากเลย เพื่อที่จะให้ญัตติของท่านชินวรณ์ที่เสนอนั้น ท่านก็ไปอยู่ที่ หน้าบัลลังก์ตลอด เมื่อไรจะเสร็จ เมื่อไรจะเสร็จ ผมก็พยายามเร่งอยากจะให้เสร็จให้เร็วที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวใต้หรือผู้แทนภาคใต้ได้นำเสนอญัตติดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในวันนี้นั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมเชื่อว่าทั้ง ๗๗ จังหวัดนั้นก็มีความห่วงใย ผมในนามของภาคกลาง พรรคเพื่อไทย ก็จะหาทาง หาโอกาสไปสนับสนุน ไปส่งเสริม ไปให้กำลังใจทุกวิถีทางที่เป็นไปได้🔗
อีกส่วนหนึ่งก็จะนำเสนอรัฐบาล วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน อย่างมั่นคง ไม่ให้พี่น้องเดือดร้อนซ้ำซาก อันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างสูง แล้วก็ฝากไปถึง พี่น้องชาวภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ไม่ว่ากลุ่มเกษตรกร ไม่ว่าสหกรณ์ หรือพี่น้องประชาชนภาคใต้ ๑๔ จังหวัดนั้นว่าพวกเราก็ห่วงใย ถึงแม้นวันนี้ภารกิจ ผมทราบดีว่าท่าน ส.ส. หลายท่าน ที่มีความจำเป็นในพื้นที่ก็ต้องรีบกลับไปแก้ไขปัญหา ให้กำลังใจกับพี่น้องในพื้นที่ของท่าน อันนี้ผมเข้าใจ ผมจึงเห็นว่าวันนี้ถึงแม้นว่าในสภาแห่งนี้มองไปมองมาไม่ว่าทั้งซ้ายทั้งขวา ดูแล้วก็เหลือจำนวนไม่มากนัก แต่เราก็เต็มใจ เต็มใจอยากจะให้ท่านมีโอกาสได้ใช้เวทีตรงนี้ ใช้สภาตรงนี้นำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน มั่นคง ด้วยความห่วงใยพี่น้อง ชาวใต้ทุกคน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ท่านนิกรครับ ขออภัยครับ ท่านคำพองก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ต้องขอฝากความฮักแพงห่วงใยไปถึงพี่น้องชาวใต้ทุก ๆ จังหวัดที่ประสบอุทกภัยอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ขณะนี้ทีมงานเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคใต้ นำโดยนายหัว โกเมศร์ ทองบุญชู กำลังปฏิบัติการเป็นแนวหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนออกจาก พื้นที่ประสบภัยพิบัติ สิ่งที่อยากจะฝากไปก็คือว่าอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ทั้งหน่วยราชการและหน่วยงานอื่น ๆ ไปช่วยให้การสนับสนุนเครือข่ายภัยพิบัติของ พี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะที่ชะอวดตอนนี้ก็กำลังลงปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้นทั้งกลางวัน กลางคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ก็ขอสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง วิทยุสื่อสาร อะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าใช้โทรศัพท์มือถือก็อาจจะต้องมีค่าใช้จ่าย แต่ว่าเรื่องของเครื่องมือสื่อสารเป็นวิทยุ ก็จะเป็นการดีนะครับ อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมพี่น้องเครือข่ายภัยพิบัติภาคใต้ซึ่งก็มีการฝึกซ้อม รับภาวะวิกฤติเรื่องภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าอย่างไรเสียกำลังก็ยังมีน้อยอยู่ เครือข่าย ก็ทำงานอย่างหนักหน่วงเลยทีเดียวนะครับ ก็ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ในเรื่องของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรือท้องแบน น้ำมันเชื้อเพลิง อย่างที่กราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว🔗
อีกส่วนหนึ่งนะครับ อยากจะฝากไว้ก็คือในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้อง ที่หลังจากนี้ไปก็ไม่รู้ว่าภาวะน้ำท่วม ภาวะฝนตกหนักจะยังยืดเยื้อไปอีกกี่วัน แต่ว่า การเตรียมการ แผนการ แผนงานอะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของบประมาณในการช่วยเหลือ พี่น้อง ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในระยะเวลาที่เผชิญภัยอยู่ หรือว่าหลังจากที่ภัยพิบัติได้ทุเลาเบาบาง ลงไปแล้ว หรือแม้แต่หลังจากนี้ไป ก็น่าที่จะได้มีการเตรียมการ มีแผนไว้แล้วในการช่วยเหลือ เยียวยา ทั้งในเรื่องของทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือแม้แต่เรื่องของการทำขวัญให้กำลังใจ ผู้ที่ได้รับการสูญเสีย ญาติ หรือว่าบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ก็น่าที่จะมีการเตรียมการ ไว้แล้ว ก็อย่าให้เหมือนโพดุลที่อุบลราชธานีบ้านผมเมื่อปีที่แล้วนะครับ กว่าจะจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือได้ ก็ปาเข้าไปเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม หน้าฝนใหม่มาถึง เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวใต้โดยเฉพาะพี่น้องที่ประสบภัยพิบัติอยู่ขณะนี้ คงได้รับการดูแลเยียวยาได้ทันเวลาในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้พี่น้อง ได้มีโอกาสฟื้นฟูวิถีชีวิต ฟื้นฟูความเป็นอยู่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังที่เผชิญกับ ภัยพิบัติอย่างหนักหน่วงในช่วงนี้นะครับ ก็ฝากไว้กับทางหน่วยงานราชการ หรือแม้แต่รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ไปดูแลในส่วนที่ผมได้เสนอกราบเรียนท่านประธานไว้นะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านนิกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมจะขออภิปรายเกี่ยวกับปัญหา อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ ผมเรียนว่าอยากจะขอเสนอนะครับ ท่านประธานครับ ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบใช้การบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินต่ออุทกภัยที่กำลัง เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหาย หลังเกิดภัยได้อย่างมีประสิทธิผล ท่านประธานครับ ผมเกี่ยวข้องกับปัญหาอุทกภัยในภาคใต้ มาตลอดนะครับ ไม่พูดตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเป็นคนสงขลาก็เห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าตอนช่วงที่เป็น นักการเมือง อยู่กับปัญหานี้มา ๓๐ ปี ปี ๒๕๓๑ ท่านประธานครับ เป็น ส.ส. ครั้งแรก มีน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้โดยเฉพาะหาดใหญ่ ผมเข้าไปดูแลทำให้ทราบถึงภาวะความบกพร่อง ของระบบการบริหารจัดการเรื่องอุทกภัย ท่านประธานเชื่อไหมครับ ตอนนั้นหาดใหญ่ เสียหาย ๖,๐๐๐ ล้านบาท มีเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ในกองป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน สังกัดกรมการปกครอง แค่ ๖ คน คอมพิวเตอร์ ๒ ตัว หมายความว่าไม่มีระบบ ในการบริหารจัดการในความเสียหายขนาดใหญ่ขนาดนี้ ผมก็จำเรื่องนั้นไว้นะครับ ต่อมา มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก เราก็เลยพยายามจะมีการรีออร์แกไนเซชัน (Reorganization) มีการเปลี่ยนแปลงระบบ ตอนช่วงที่มีปัญหาที่กะทูน ก็เสนอท่านบรรหาร ศิลปอาชา ตอนนั้นว่าให้ปรับ คือทางกองไม่ยอมออกเพราะว่ามันมีกฎหมายพิเศษคือกฎหมาย ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน มันสามารถต่อท่อกับงบกลางได้ สามารถจะดูดเงินมาอย่างไม่มี ขีดจำกัด แต่ตอนหลังเราก็แก้มาเป็นสำนักงาน แล้วมาเป็นกรมจนปัจจุบันนะครับ แก้ได้ แต่ก็ยังมีปัญหา ท่านประธานครับ หน่วยงาน ปภ. ที่เป็นอยู่ขณะนี้เป็นหน่วยงานใหม่เพิ่งตั้ง มีปัญหาความขาดแคลนมาก ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ วิชาการ กำลังคน งบประมาณ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่าเคยคุยกับอธิบดี อธิบดีเขาบ่น ผมไม่เนม (Name) ชื่อท่านว่าชื่ออะไร เขาบอกว่านี่ คุณนิกร ถ้าน้ำท่วมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พวกผมก็ออกไม่ได้ เพราะว่าเราเป็นหน่วยงานเรสคิว (Rescue) เป็นหน่วยงานกู้ภัย แต่ว่า เฮลิคอปเตอร์สักตัวก็ไม่มี ยังมีปัญหาอยู่มากท่านประธานครับ🔗
ทีนี้กลไกนะครับ ผมทราบกลไกในการบริหารจัดการอยู่พอสมควร ก็คือว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยความสนใจเรื่องนี้ เป็นกรรมาธิการสวัสดิการสังคมมาตลอดชีวิต ในการเป็น ส.ส. ท่านประธานครับ ประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี ๒๕๔๓ ทำให้เห็นปัญหา อีกอย่างท่านประธานครับ ตอนนั้นน้ำท่วมใหญ่แล้วก็น้ำแรงมาก เราก็ใช้กองกำลังทหาร ที่ค่ายเสนาณรงค์ให้ลงไปช่วยเพราะประชาชนติดอยู่ที่บ้าน กองทัพไม่มีเชือก ต้องไปหาเชือก มาจากสงขลา เรียกว่าเหมามาทั้งอำเภอเลย มาโรยตัว ผมก็เพิ่งทราบว่าทางกองทัพเอง ในยุคนั้นเวลาไปช่วยเป็นหน่วยงานเสริม งบประมาณต้องออกเอง มันมีลงไปทางหาดใหญ่ ท่านประธานครับ น้ำมันกำลังขาด เราขอให้เอา ฮ. เอาน้ำมันไปหย่อนลงข้างหลัง ท่านก็บอกว่าน้ำมันเติม ฮ. เราก็ต้องออกเอง ผมกลับมาแล้วก็แก้กฎหมายทางด้านนี้ ให้กองทัพมารวม ตอนนี้เป็นแล้วนะครับ คือกองทัพเข้าไปร่วมช่วยสามารถจะเบิกเงินได้ ไม่ใช่เป็นหน่วยที่ไปช่วยแล้วก็ต้องออกสตางค์เอง เป็นหน่วยปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นหน่วยเสริม ท่านประธานครับ มีปัญหาอยู่อย่างมาก แล้วต่อมาในภาคการเกษตรเราได้ไปร่วมกันจัดทำ การบริหารจัดการภัยพิบัติทางด้านการเกษตรขึ้น ขณะนี้เป็นแผนงานที่ดีมาก เดิมเวลามีน้ำท่วม น้ำท่วมนา น้ำท่วมปลาหายไป มีทางด้านประมงหรือปศุสัตว์ ใช้เวลาประมาณ ๒-๓ ปี ถึงจะเอาเงินงบกลางมาได้เพราะว่าตัวเลขไม่ตรงกัน เรามีการบริหารจัดการโดยการทำแผนปัญหาภัยพิบัติทางด้านการเกษตร ตอนนี้แม่นยำมาก มีกลไกในทุกจังหวัด แล้วก็มีแผนด้วยครับท่านประธานว่าในช่วงต้นของปีจะอยู่ที่แถวภาคเหนือ แต่ช่วงปลายตอนนี้จะอยู่แถวภาคใต้ จะเป็นแผนปี ผมก็สงสัยว่าทาง ปภ. ได้ดูเรื่องนี้ หรือเปล่า เพราะว่าทำไมการเตือนภัยถึงมีปัญหา ท่านประธานครับ ผมมองว่าปัญหาในครั้งนี้ ความบกพร่องเกิดจากการเตือนภัย เพราะว่าผมติดตามมาตลอดก็ไม่เห็นมีการเตือน อยู่ ๆ น้ำก็ท่วมหมดแล้ว แล้วน้ำท่วมคราวนี้ทางเดินน้ำเปลี่ยน อย่างเช่นตำบลน้ำกระจาย คือที่นั่นน้ำไม่เคยท่วมท่านประธาน แต่ครั้งนี้น้ำไม่กระจายเลย ท่วมมากนะครับ เป็นเรื่องที่ แปลกอยู่ ผมก็เลยจะร้องขอนะครับว่าขอให้เพิ่มความรวดเร็วในการจัดการระยะที่เกิดภัยนี้ อย่างเต็มกำลัง ตอนนี้อยู่ในระยะ ๒ ระยะเตือนภัยเลยไปแล้ว เราไม่กล่าวถึงแล้ว เตือนกัน ไม่ทัน แล้วก็เกิดปัญหาประชาชนเตรียมตัวไม่ทัน พ้นไปแล้ว มาดูระยะกำลังเกิดภัยตอนนี้ ให้ช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่แล้วก็รวดเร็ว ท่านประธานครับ มีปัญหาซ้อนอยู่เล็ก ๆ ในการเตือนภัย ถ้าเราไม่แม่นยำ อย่างเช่นปศุสัตว์ เยอะไปหมดในภาคใต้บริเวณนี้ เราจะเอา หญ้าที่ไหนให้เขากิน หญ้าแห้งในพื้นที่ถูกน้ำท่วมหมด ต้องเอาหญ้าจากแถวระนอง แถวอะไร พวกนี้ไปช่วย ตรงนี้ต้องเร่งด่วนมากนะครับ🔗
ต่อจากนั้นเรื่องการเยียวยา เรื่องเร่งการสำรวจความเสียหาย ผมอยากจะ ขอให้ใช้กลไกของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางด้านการเกษตร ยืนยันครับท่านประธานว่ามีสมรรถนะเพียงพอ ตอนนี้ตัวเลขแม่นยำมากว่าเสียหายกี่ไร่ เสียหายกระชังปลาเท่าไร ๆ อยากให้ใช้ตัวเลขตรงนี้ ตัวเลขตรงนี้เป็นการยอมรับกัน ในระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับกันแล้ว ขณะนี้ สามารถจะจ่ายเงินได้ใน ๑ ปีเท่านั้นเอง ไม่ต้องรอ ประชาชนก็เสียหายแล้วยังต้องมารอเงิน ตรงนี้อีก เขาดำรงชีวิตต่อไปไม่ได้ท่านประธานครับ🔗
ประเด็นเรื่องงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเตือน ความจำรัฐบาล แล้วก็บอกกับพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้มีงบประมาณเพียงพอ ท่านประธานคงจำได้ว่าในเดือนมิถุนายน สภาแห่งนี้มีการดึงงบประมาณจากงบปี ๒๕๖๓ เพื่อมาช่วยในเรื่องนี้ เกี่ยวกับเรื่องงบกลางเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าท่านประธานจำได้ แล้วก็เมื่อไม่กี่วันนี้ เมื่อเดือนตุลาคมนี้เอง ทางสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการส่งหนังสือ มาทางพวกเรานะครับว่าขณะนี้ในปีนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่งโอนงบประมาณมา เป็นค่าใช้จ่ายในเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ๗,๕๐๐ ล้านบาท งบนี้ยังอยู่ขณะนี้ครับ ดังนั้นก็ขอให้รีบไปดำเนินการ แล้วเรื่องงบประมาณอย่างไรก็มีอยู่🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมก็เลยขอเสนอว่าให้รัฐบาล หน่วยงานที่ รับผิดชอบใช้การบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉิน ในขณะนี้ที่กำลังท่วมอยู่นะครับ แล้วก็ เหล่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ขอให้ฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายหลังเกิดภัย ไม่อย่างนั้นเราจะเร่งกันตอนนี้ แต่พอหลังเกิดภัยเราก็ลืมเขาอีก ให้มีประสิทธิผลต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญอีก ๔ ท่านนะครับ ท่านณัฐชา ท่านพิมพ์รพี ท่านสาทิตย์ แล้วก็ท่านหมอจาตุรงค์นะครับ เชิญท่านณัฐชาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ วันนี้ขออภิปรายญัตติด่วน ของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่เสนอปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมถึงแม้ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานคร ในเขตบางขุนเทียน ก็มีความห่วงใยไม่แพ้กัน และโดยส่วนตัวแล้วชีวิตวัยเด็กของผมก็ใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัด นครศรีธรรมราช จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช และสถานการณ์รุนแรงที่สุด ณ ตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นถนนราชดำเนิน ถนนพัฒนาการคูขวาง ล่าสุดที่ผมได้ดูพื้นที่น้ำท่วมหน้าโรงพยาบาลมหาราช น่าตกใจครับ ในรอบกว่า ๕๐ ปีครั้งนี้ น่าจะถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด สิ่งที่ผมอยากจะบอกผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พี่น้องที่เป็นตัวแทนของคนภาคใต้ไป นั่นคือความห่วงใยของคนทั้งชาติ และสิ่งที่อยากจะ บอกผ่านไปยังฟากฝ่ายรัฐบาล นั่นก็คือว่าความจริงใจในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ณ การอภิปรายเวลานี้ มีคนกำลังหิว มีคนกำลังเจ็บ มีคนกำลังรอคอย มีคนกำลังเสียใจจากการสูญเสียจริง ๆ เพราะฉะนั้นการห่วงใยพี่น้องประชาชนซึ่งท่านเสนอตัว มาเป็นตัวแทน มาเป็นผู้นำของประเทศ ผมยังจำได้ครับ เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่อุบลราชธานี ท่านลงพื้นที่ทันทีไปผัดผักใบเหลียงกับไข่ที่สุราษฎร์ธานี ครั้งนั้นพี่น้องชาวอุบลราชธานี ก็เสียใจไปแล้ว ๑ ครั้ง วันนี้เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ท่านสายัณห์ ยุติธรรม ขออนุญาต เอ่ยนาม บอกว่านายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย เดี๋ยววันจันทร์จะลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ถ้าก่อนวันที่ ๒ ท่านยังนิ่งอยู่ ผมไม่แปลกใจ เพราะท่านยังกังวลอยู่เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสิน แต่วันนี้ท่านยังไม่ตัดสินใจลงไป ผมคิดว่าท่านฉลองชัยชนะเยอะเกินไป ต้องจริงใจ กว่านี้ นี่วันพฤหัสบดีครับ วันพฤหัสบดีหมายความว่าพรุ่งนี้คือวันศุกร์ ถ้าวันศุกร์ มีวันเสาร์ วันอาทิตย์อีก ท่านฉลองนานเกินไป พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชเสียใจร้องไห้น้ำตาไม่มีแล้ว วันนี้นอกเหนือจากข้อมูลที่ได้รับ ในพื้นที่เดือดร้อนกันขนาดไหนว่าการบริหารราชการ แผ่นดิน เมื่อครั้งที่ผ่านมาน้ำท่วมที่ภาคอีสานก็เป็นแบบนี้ ปภ. จะช่วยก็นั่งมองตาปริบ ๆ อุปกรณ์ไม่มี คนที่จะเข้ามาช่วยคือหน่วยงานทหาร มาอย่างเท่ มาอย่างหล่อ อุปกรณ์ครบ แต่มาถ่ายรูป เมื่อเช้ามีการปรึกษาหารือ พี่น้องผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พูดหลายคน สะพานขาดเท่าโน้น สะพานขาดเท่านี้ เพื่อนสมาชิกครับ คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ พูดไปแล้วเรื่องงบประมาณ ปภ. ขอรถที่ไปประกอบสะพานให้มันรวดเร็ว ทันใจ เพราะน้ำท่วมบ่อยเหลือเกินประเทศไทย ได้รุ่นที่ ๑๐ วันประกอบเสร็จ น้ำเกือบแห้ง ประกอบสะพานเพิ่งเสร็จ แต่หน่วยงานกลาโหมได้รถประกอบสะพานเสร็จภายใน ๒ นาที แต่ ณ วันนี้น้ำท่วมสะพานขาดมา ๒-๓ วัน ๒ นาทีของท่านยังไม่ไปเลยแต่งชุดเครื่องแบบอยู่ ท่านจะไปวันไหน และสั่งซื้อมาทำไม ๒ นาทีเสร็จ ๆ สะพานขาดไปกี่วันแล้วครับ พี่น้อง ประชาชนรอคอยอยู่ เขาไม่ได้จะสัญจรไปเที่ยวที่ไหนหรอก เขาจะต้องสัญจรไปมาหาสู่ ถ้าหิวก็ต้องเดินทางไปซื้อข้าวปลาอาหาร ถ้าเดือดร้อน ไม่ปลอดภัย ก็ต้องไปแจ้งความตำรวจ ถ้าเกิดสุขภาพไม่ดี ผลกระทบจากน้ำท่วมก็ต้องไปหาหมอ หายา เขามีความจำเป็นจะต้องใช้ สะพาน แต่ท่านอนุมัติงบผิดฝาผิดตัว แล้วนักข่าวหรือสื่อมวลชนอย่าไปอภิปรายนะ อย่าไป พาดหัวข่าวนะว่าพรรคก้าวไกลขอร้องทหารช่วยน้ำท่วม ไม่ใช่ อย่าไปมองเป็นคุณงามความดี ท่านขอผิดฝาผิดตัว ท่านบอกว่ารถ สะพานนี่ท่านจะเอาไปใช้ในภาวะสงคราม หลายปี กว่าจะมีครั้งหนึ่ง ถ้ามีท่านค่อยยืม ปภ. ก็ได้ถ้าบริหารเป็น แต่วันนี้ท่านอนุมัติให้ ปภ. ๑๐ วัน สร้างเสร็จ ปภ. ก็ลังเลอยู่ จะประกอบดีไหม หรือน้ำจะแห้งก่อน แต่ทหารล่ะ ทำอะไรอยู่ ๒ นาทีเสร็จทำไมไม่ไป วันนี้นี่คือสิ่งที่อยากจะบอกกับฝ่ายบริหารว่า มีความจริงใจนิดหนึ่ง ถ้าท่านลงพื้นที่วันจันทร์จริง ยืนยันเลยว่าไม่จริงใจ ชาวนครศรีธรรมราช รออยู่ ผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราชหลายคนไม่กลับบ้าน ยังอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมการันตี (Guarantee) ได้ ถึงแม้คนละฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่ยืนยันได้ เขารออภิปรายเพื่อจะ ส่งสาร ส่งสัญญาณ ส่งเสียงร้องไห้ของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชไปถึงผู้มีอำนาจที่ถือเงิน งบประมาณแผ่นดินอยู่ว่าต้องลงพื้นที่ได้แล้ว ทั้งเงิน ทั้งอำนาจ ทั้งงบประมาณ ต้องลงไป ซับน้ำตาชาวใต้ ถามว่าเรื่องพวกนี้ทำไมต้องอภิปรายกันดุเดือดรุนแรงขนาดนั้น คนข้างนอก เขาโกรธมากกว่านี้ ไม่บอกอะไรกันเลย ภาษีเก็บไป ๆ จะบอกสักคำว่ามันจะมาแรงแค่ไหน ก็ไม่บอก ที่เตือนมา ๆ นี่เตือนเป็นสถานการณ์ปกติเลย พี่น้องประชาชนก็ไม่รู้ว่าจะ เก็บข้าวของได้มากน้อยแค่ไหน ผมเข้าใจดีครับ วันนี้เหนือก็โควิด (COVID) ใต้ก็น้ำท่วม รัฐบาลก็มัวแต่ฉลองชัย อยู่บ้านหลวงก็ไม่ผิด ไม่ต้องโดนลงโทษ แต่ท่านต้องแสดง ความบริสุทธิ์ใจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมได้รับรายงาน มวลน้ำก้อนเดิม จากนครศรีธรรมราชไหลเข้าไปโรงเรียนวัดป่าขวาง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพิ่งรับสายเลยก่อนอภิปราย คุณครูรติรัตน์ สาเหล้ โทรศัพท์มาบอกเมื่อสักครู่นี้เลย พูดชื่อได้ พูดชื่อโรงเรียนได้ เพราะเพิ่งรับสายเมื่อสักครู่นี้เลย มวลน้ำก้อนเดิมจะไปที่ไหน อย่างไร ท่านยังไม่วางแผนเลย แล้วจะเอาอย่างไรกับความจริงใจ ที่ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าอยากจะช่วย อยากจะหาข้าวของไปช่วยพี่น้องประชาชน วันหยุดยาวนี่ พี่น้องประชาชนรอคอยแล้วนะ แต่ไม่ได้รอคอยรัฐบาล รอคอยรถยกสูง รอคอยพี่น้อง ออฟโรด (Off road) เขาจัดขบวนกันไปแล้ว ในเฟซบุ๊ก (Facebook) ในอะไร เมื่อสักครู่ผมดู ข่าวสารล่าสุดไปถึงหลายคณะแล้ว ถามว่าเราจะอยู่กันอย่างไรในสังคมที่บ้านเมืองรอคอย การช่วยเหลือกันเองแบบนี้ สรุปต้องช่วยเหลือกันเองแบบนี้ใช่ไหม ผมคิดว่าเราควรตั้ง ศูนย์รายงานเลย วันนี้ถ้ารัฐบาลฟังผมสักนิดนะ อดใจฟังผมสักนิด ตั้งศูนย์รายงานเลย วันนี้ท่วมที่ไหน อย่างไร สถานการณ์ล่าสุดเมื่อเช้าอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำแห้งแล้วตอนตีห้า น้ำแห้งตอนตีห้า เพราะฉะนั้นมวลน้ำก้อนนี้มันจะไหลไปไหนต่อ ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้ได้ว่าเร่งด่วนเอาอย่างไร ปภ. ทำอะไร ท้องถิ่นทำอะไร แล้วทหารที่เสนองบประมาณมาเพราะว่าอยากกระเหี้ยนกระหือรือ อยากจะทำ คุณต้องไป เงินได้ไปแล้ว ภาวะเร่งด่วนทำอย่างไร แล้วห้วงเวลาซับน้ำตาจะต้องทำอย่างไร แล้วต่อไป ฟื้นฟู พี่น้องนครศรีธรรมราชจะได้อะไร ต้องบอกเขาแล้ววันนี้ ถ้าคุณรอวันจันทร์แล้วไม่มี อะไรเลย ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนควรจดและจำผู้บริหารชุดนี้ไว้ ขอฝากท่านประธานไปถึง ฝ่ายรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านพิมพ์รพีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานที่เคารพคะ น้ำท่วมภาคใต้ความโศกเศร้าของประชาชน ความเดือดร้อนของประชาชน มันจริงจัง รุนแรงเกินไปกว่าใช้เป็นประเด็นทางการเมือง เราทุกคนในสภานี้ควรจะร่วมมือกัน จับมือกันหาทางแก้ไขให้กำลังประชาชนที่อยู่ที่บ้าน ทุกคน ท่านประธานคะ ฝนตกที่ภาคใต้ น้ำท่วมที่ภาคใต้ ดิฉันดีใจเพราะว่าไม่เคยไหลทวน ขึ้นมาท่วมที่กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครจึงส่งความช่วยเหลืออย่างมหาศาลไปช่วย คนใต้ และครั้งนี้ดิฉันคิดว่าคนทั้งประเทศไทยรวมทั้ง กทม. ด้วยคงทำเหมือนเดิมนะคะ ท่านประธานคะ น้ำท่วมที่ภาคใต้รุนแรง รวดเร็ว และไหลลงทะเล สร้างความสูญเสีย อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นมันไม่ตกค้างนานนัก เราต้องหาทางแก้ไขให้เร็ว ๆ และรู้สึก ตื่นเต้น รู้สึกให้การแก้ปัญหานี้ทันท่วงทีต่อเหตุการณ์ ขอรูปที่ ๑ ค่ะ🔗
จากรายงานของ พยากรณ์อากาศนะคะ ชัดเจนมากเลยว่าตั้งแต่เมื่อเช้านี้ตีห้า จนถึงคืนนี้และพรุ่งนี้เช้าวันศุกร์ บริเวณฝนตกหนักที่มากที่สุดคือนครศรีธรรมราช พังงา สุราษฎร์ธานี และกระบี่บ้านดิฉันเองค่ะ บริเวณฝนตกที่น้อยลงไปกว่าเดิมแต่ก็ยังเสี่ยงอยู่คือ ตรัง พัทลุง ร่อนลงมาถึงข้างใต้สุด มันแปลว่าจังหวัดกระบี่ของดิฉันและอันดามันอยู่ในความเสี่ยงที่มากขึ้น นครศรีธรรมราช อาจจะยังลำบากอยู่ ก็ขอให้กำลังใจ และขอให้รัฐบาล ขอให้ที่ทำงานทุกคนช่วยเหลือกันนะคะ ดิฉันเห็นเฟซบุ๊ก (Facebook) มากมายเลยค่ะ จากท่านชัยชนะ เดชเดโช ที่อยู่ในที่นี้ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล วิทยา แก้วภราดัย นริศา สุรเชษฐ์ เทพไท อภิชาติ และวิทยา ทุกคน ในพื้นที่ทำงานอย่างหนักหน่วงร่วมอยู่กับประชาชน ดิฉันเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส. ทุกคน อดีต ส.ส. ทุกคน กำลังช่วยเหลือประชาชน ร่วมมือกับพรรคก้าวไกล และพรรคพลังประชารัฐด้วยค่ะ ดิฉันอยากเห็นสิ่งนี้ในสภาและในพื้นที่ด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันโชคดีที่ได้รับการเลือกเป็น ส.ส. ถึงสามารถมีโอกาสบอกเล่าความทุกข์นี้ให้กับ ท่านประธานได้ถึงประชาชน ดิฉันได้เห็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ของรองหัวหน้าพรรคดิฉัน ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔-๕ วันที่ผ่านมา ท่านโพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก (Facebook) ตลอดเวลาเพื่อเตือนภัย แก้ไข เพราะพัทลุงนี่ท่วมก่อน ท่านเขียนไว้อย่างนี้ค่ะ ท่านเสนอ ๙ ทาง แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งดิฉันอยากจะบอกผ่านไปถึงประชาชนทุกท่านและทางรัฐบาล ที่เกี่ยวข้อง ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ🔗
ข้อ ๑ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการแจกถุงยังชีพ ซึ่งปกติทำอยู่แล้ว แล้วก็ทำกันได้มากมายขึ้น ทุกวันนี้แจกได้ละเอียดขึ้น ต้องให้มั่นใจว่าคนที่เดือดร้อนได้รับก่อน นักการเมืองควรจะมาช่วยเหลือกันโดยไม่ฉกฉวยผลประโยชน์ทางการเมือง ดูแลประชาชน ให้มีความปลอดภัย ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ ค่ะ🔗
ข้อ ๒ ตั้งสายด่วนค่ะ ไลน์ (Line) กระทรวงมหาดไทยที่มีอยู่ ใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) ให้เป็นประโยชน์ หรือใช้วิทยุให้เป็นประโยชน์ ร่วมด้วยช่วยกันจัดสิ่งนี้ บอกกล่าวเล่าข่าวถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน และรัฐบาลก็บอกกลับไปเลยว่ารับรู้แล้ว แก้ไขให้อยู่ เป็นอย่างไร ทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง🔗
ข้อ ๓ ไฟฟ้าดูด ต้องระมัดระวังนะคะ ตัดไฟฟ้าในสิ่งที่น้ำจะท่วมถึง และส่ง การไฟฟ้าตั้งหน่วยเฉพาะกิจไประดมสำรวจด่วน🔗
ข้อ ๔ ระมัดระวังเรื่องสัตว์ ปศุสัตว์ อย่าให้เสียหายเดือดร้อนกว่านี้ ในเรื่อง ของกระบี่ ประมงต้องระมัดระวัง แพะที่เราเลี้ยงอยู่ระวังป่วยนะคะ ให้มันมีความอบอุ่นเสีย🔗
ข้อ ๕ โรคระบาดหลังน้ำท่วม เตรียมตัวนะคะ ยาแก้เท้าเปื่อยส่งต่อไป คือกรุงเทพฯ ถ้ามีเหลือให้รีบส่งไปที่ทางใต้ให้เร็วที่สุด🔗
ข้อ ๖ วัดวาอารามและมัสยิด รีบเข้าไปประสานงาน เพราะสิ่งนี้คือศูนย์กลาง ของความมั่นคง ศูนย์กลางของความช่วยเหลือที่สำคัญที่สุด🔗
ข้อ ๗ อุบัติเหตุจมน้ำ สตรี เด็ก คนชรา เรื่องของงูกัด ต้องระมัดระวัง🔗
ข้อ ๘ แผนป้องกันอาชญากรรมหลังน้ำท่วม ต้องมั่นใจว่าเมื่อคนออก จากบ้านแล้วกลับไปของเขาอยู่เหมือนเดิมนะคะ🔗
และข้อ ๙ แผนบูรณาการถนนเส้นทางหลังน้ำท่วม ก็ต้องทำให้หลังจากที่มี การเยียวยาถูกต้องแล้ว🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะฝากให้ความเดือดร้อนวันนี้ได้รับการสะท้อน ลงไปถึงงบประมาณแผ่นดินในปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป ขอให้ความเดือดร้อนนี้สะท้อนเป็นภาพ แสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหานี้ให้มีความยั่งยืน คนใต้จะได้ไม่ลำบากอีก🔗
และสุดท้าย ท้ายสุดที่นี่นะคะ ในฐานะตัวแทนประชาชน ดิฉันขอแสดง ความห่วงใย ส่งความห่วงใยไปทางคนใต้ทุกคน ขอให้มีความปลอดภัย ก้าวพ้นความทุกข์ร้อน จากน้ำท่วมในครั้งนี้ โดยที่เราทุกคนในสภาจะเป็นกำลังใจและทำงานให้อย่างเต็มความสามารถ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านสาทิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอทำหน้าที่ ในฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดตรัง ทั้งเป็นตัวแทนของ ส.ส. ในจังหวัดตรังทั้ง ๓ เขต เลือกตั้งนะครับ ได้อภิปรายในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้ ขณะที่เรา กำลังอภิปรายอยู่นี้ ที่จังหวัดตรังระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนะครับ เพราะว่า จังหวัดตรังนั้นเป็นจังหวัดหนึ่งในทางฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก ในฝั่งตะวันตกของจังหวัดตรังนั้น จังหวัดตรังถือว่าเป็น จังหวัดที่มีแม่น้ำสายที่ใหญ่ที่สุด แล้วก็สำคัญที่สุดของลุ่มน้ำฝั่งตะวันตกคือแม่น้ำตรัง ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อนครศรีธรรมราชท่วมหนักนั้น จังหวัดตรังก็จะได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากแม่น้ำตรังที่ความยาวประมาณ ๑๗๕ กิโลเมตรนั้น พอรับน้ำจากฝั่งนครศรีธรรมราชแล้ว ก็จะไหลผ่านอำเภอรัษฎา อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ ลงไปสู่อำเภอเมือง อำเภอกันตัง และลงทะเลที่อำเภอกันตังของจังหวัดตรัง แต่มีประเด็นหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องพูดถึง เมื่อพูดถึงปัญหาของน้ำท่วมก็คือว่ามันมี ความสัมพันธ์กันครับ ต้นปีที่ผ่านมานี้เองครับ ๖ เดือนแรกของปีนี้ภาคใต้แล้งหนักมากครับ อ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีน้ำปริมาณเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วฝนมาตก จริง ๆ เอาเดือนพฤษภาคมครับ แต่ว่าเวลาเกิดสภาพน้ำท่วมอย่างนี้เรามักจะใช้วิธีการ ในการจัดการน้ำด้วยการไล่น้ำลงไปสู่ทะเลให้เร็วที่สุด แล้วก็ถ้าเกิดปัญหาอย่างสภาพต้นปีนี้ เกิดขึ้นอีก ก็จะเป็นวัฏจักรที่ซ้ำซากกัน ข้อเสนอของผมก็คือว่าในการแก้ไขปัญหา เรื่องน้ำท่วมก็ดี เรื่องน้ำแล้งก็ดี มันมีความสัมพันธ์กันแน่นอน ทุก ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นบริบท ของปัญหาจะต่างกันครับ เที่ยวนี้สาเหตุหลักสำคัญคือ🔗
๑. สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนมาก ๆ อย่างที่เราเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า เป็นเรื่องของไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ซึ่งเรื่องนี้มันจะต้องส่งผลถึงการจัดสรร งบประมาณ หรือการวางแผนในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำต่อไปในอนาคตด้วย เขามักจะบอกกันว่าภาคใต้อุดมสมบูรณ์ครับ แล้วบ่อยครั้งที่เมื่อพูดถึงภาคใต้อุดมสมบูรณ์ มีฝนตกมากนั้น มักจะพูดถึงงบประมาณในการทำที่กักเก็บน้ำน้อยมากครับ ในชุด กรรมาธิการที่รายงานก่อนหน้านี้ก็จะเห็นปัญหานี้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นข้อแรกนี้ที่เสนอ ไปยังรัฐบาลก็คือการทบทวนเรื่องของบริบทปัญหาของภาคใต้ เรื่องของการจัดสรร งบประมาณนั้น ต้องคำนึงถึงสภาวะภูมิอากาศที่แปรปรวนด้วยครับ🔗
๒. มันมีสภาพการขยายตัวของชุมชนที่มีความหนาแน่นแออัดมากขึ้น ในเวลาเดียวกันกับที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างไม่สมดุล ภาพที่เราเห็นจากท่านชินวรณ์ ประทานโทษเอ่ยนาม เมื่อวานนี้ที่นครศรีธรรมราช ชี้ให้เห็นชัดเลยว่าสภาพของป่าเขานั้น ไม่สามารถจะสกัดมวลน้ำจำนวนมากได้ ก็ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว หลายที่ชาวบ้านก็จะ บอกว่าน้ำขึ้นเร็วมากในครั้งนี้ อย่างที่ตรังก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันคือน้ำมาเร็วมาก จนแทบจะเตรียมตัวไม่ทันครับ แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ตรังก็คือว่าปีนี้ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วมครับ เพราะว่าหลายที่มันมีการถมที่ เมื่อมีการถมที่ไปขวางทางน้ำแล้ว ไม่มีกฎหมาย หรือหน่วยงานไหนไปจัดการ ถ้าเป็นที่เอกชนก็ถมกันอย่างเสรี ดังนั้นน้ำซึ่งเคยมีที่อยู่ มีทางไป ถูกการถมที่ตรงนี้มันทำให้เกิดมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งถึงจุดหนึ่งมันจะต้องมีการพูดถึง แผนแม่บทในการบริหารจัดการเรื่องนี้ และอำนาจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วย🔗
อันที่ ๓ ที่สำคัญที่เป็นปัญหาคือโครงการของรัฐเองครับ บรรดาถนนยกระดับ หนีน้ำท่วมทั้งหลายที่ออกแบบด้วยการถมดินยกถนนขึ้นสูง กลายเป็นเขื่อนที่ไปกั้นน้ำไม่ให้ ไปได้ เพราะฉะนั้นการปรับรูปแบบของถนนที่มีลักษณะคล้ายสะพานควรเอามาใช้ในภาคใต้ เพราะภาคใต้ทั้ง ๒ ฝั่งทะเลนั้น ฝั่งภูเขาฝนตกลงมานั้นจะไหลไปลงทะเลด้วยความรวดเร็ว อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องมีการปรับรูปแบบและต้องมีการทบทวนกัน🔗
แต่ว่าเรื่องใหญ่ที่สุดนอกเหนือจาก ๒-๓ ข้อที่ผมเสนอไปแล้วก็คือว่าเมื่อเกิด ปัญหาขึ้น ประเทศไทยมักผูกองค์กรหรือหน่วยงานที่แก้ปัญหาไว้ที่ภาครัฐ เหมือนเรารวมศูนย์ ไว้ที่ภาครัฐ ในกฎหมาย ปภ. หรือกฎหมายป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนก็เช่นเดียวกันครับ ตัวคณะกรรมการระดับประเทศ ระดับจังหวัดเป็นหน่วยงานของรัฐทั้งสิ้น ดังนั้นพอเกิด เหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกร้องหน่วยงานฝั่งรัฐให้มาช่วย เพราะฉะนั้นมันมีข้อเสนอ จากภาคประชาชน ซึ่งเขาทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดการภัยพิบัติมาตั้งแต่ช่วงสึนามิ ช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา เขาเสนอบอกว่าอาจจะถึงเวลาที่ต้องแก้พระราชบัญญัติเรื่องของ การป้องกันภัย แล้วก็เพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการป้องกันภัย ให้มีฝ่ายของชุมชน เข้าไปด้วย และให้มีกองทุนในส่วนของป้องกันภัย เพื่อที่จะไปเตรียมชุมชนให้เกิด ความเข้มแข็งและสามารถที่จะรับมือกับภัยพิบัติได้ แม้แต่กระทั่งว่าถ้าสามารถจะจัดกลไก ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถประกาศเขตภัยพิบัติ และสามารถใช้งบประมาณ ของตัวเองได้เอง ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น🔗
ในเรื่องกฎหมายป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ที่ให้โอกาสชุมชนเข้ามาเป็นส่วนร่วม และมีกองทุนให้ชุมชนเขาฝึกซ้อม ฝึกอบรม เตรียมการรองรับภัยพิบัตินั้น ผมคิดว่า ในอนาคตต่อไปเป็นเรื่องจำเป็นครับ บางทีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วเรารอรัฐไม่ได้ครับ ชุมชนต้องเข้มแข็งพอที่จะลุกขึ้นมาจัดการตัวเองได้ ประสบการณ์ในต่างจังหวัดมีเยอะครับ บางที่ผมเคยไปช่วยเหลือด้วยการเอางบองค์กรต่าง ๆ ไปซื้อเครื่องครัวไว้ แล้วพอเกิดน้ำท่วม เที่ยวนี้ผมโทรศัพท์ไปถามว่ายังอยู่ไหม เขาบอกว่ายังพร้อมมาก แล้วพอทันทีที่เกิดปั๊บตั้งครัว ได้เลย หุงหาอาหารเลี้ยงกันได้เองทันทีโดยไม่ต้องรอข้าวกล่องจากหน่วยงานของรัฐ นี่เป็นข้อเสนอที่สำคัญครับ แล้วตัวกฎหมายฉบับนี้น่าที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดจากันด้วย🔗
ประการสุดท้ายเรื่องของภาคใต้ ก็คือว่าผมเคยคุยกับกรมชลประทาน สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดในภาคใต้ก็คือมันจะบอกว่าฝนตกอุดมสมบูรณ์ ทำให้แหล่งกักเก็บน้ำ อย่างอ่างเก็บน้ำแก้มลิงมีน้อยมาก น้ำส่วนใหญ่ไหลลงทะเล เพราะฉะนั้นการปรับเรื่องของ งบประมาณ การวางแผนทั้งเรื่องปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมจะสัมพันธ์กัน นั่นคือต้องปรับ แนวคิดเรื่องของการจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำใหม่หมดทั้งภาคใต้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านหมอจาตุรงค์ ท่านซูการ์โน ท่านศาสตราจารย์กนก และท่านสาคร เชิญหมอจาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เราได้อภิปรายญัตติในเรื่องของการแก้ไขปัญหา น้ำทั้งระบบ ซึ่งตัวผมเองนั้นเป็นรองประธานคณะอนุกรรมาธิการของลุ่มน้ำภาคใต้ โดยมี ท่านสาคร เกี่ยวข้อง เป็นประธาน เราได้มีโอกาสเดินทางไปที่จังหวัดในภาคใต้ ลุ่มน้ำ ๕ ลุ่มน้ำ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็สอดคล้องกับที่เราไปดูงาน คือเราดู ตั้งแต่ความไม่สมดุลของน้ำ คือน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย น้ำเค็มรุกล้ำ น้ำอุปโภคบริโภค แล้วเมื่อวันที่ ๒ ก็มีสรุปของ ปภ. เรื่องของการที่มีอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ รวมทั้งหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย วันที่ ๒ ๗ จังหวัด แล้วพอมาวันที่ ๓ วันนี้เพิ่มอีก ๒ จังหวัด เป็น ๙ จังหวัดนะครับ ซึ่งก็คือ เราเพิ่มปัตตานี ยะลาขึ้นมา ความสูญเสียตรงนี้ผมต้องเรียนอันดับแรกเลย กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้ง แล้ววันนี้ก็ได้แจ้งว่าจะมีถึงวันที่ ๔ พรุ่งนี้ แล้วอาจจะมีต่อไปด้วย ดังนั้นอย่าได้ นิ่งนอนใจในเรื่องของเตือนภัย ความสูญเสียนั้นขออนุญาตบอกว่าเอาอะไรมาเทียบก็ไม่ได้ เพราะว่าหนึ่งแรกคือชีวิต ชีวิตของมนุษย์ ชีวิตของเพื่อนสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย อันนี้สำคัญที่สุด มีการสูญเสียทั้งหมด ๗๐ อำเภอ ๓๕๘ ตำบล ๒,๓๑๘ หมู่บ้าน และผลกระทบประชากรถึง ๒๖๑,๒๕๓ ครัวเรือน และมีผู้สูญเสียชีวิต ต้องขอแสดงความเสียใจ ท่านประธานครับ ผมเองต้องบอกเลยครับว่าอันดับแรกเลยเราต้องช่วยนาทีชีวิต เราเห็นภาพไหมครับ ภาพที่ ลูกหลานเราติดอยู่บนหลังคา ติดอยู่บนชั้น ๒ น้ำมาแล้วรอคนมาช่วย เวลาช่างนานแสนนาน สักนาทีหนึ่งก็คิดว่านานเป็นชั่วโมง เพราะฉะนั้นจะต้องช่วยให้เร็วที่สุด ความรู้สึกของคนที่อยู่ ในภาวะตรงนี้ ถ้าเราเข้าไปช่วยได้เร็วที่สุดเท่าไรเขาจะรู้สึกปลอดภัย และจะนำไปสู่เรื่องของ กระทรวงสาธารณสุขกับเรื่องของโรค ความที่กลัวน้ำ โรคซึมเศร้า โรคของต่าง ๆ แล้วรวมทั้ง โรคที่จะติดมากับทางน้ำ ต้องช่วยอันแรกคือนาทีชีวิต ภาพที่เห็นนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ ต้องเรียนว่าเมื่อเกิดน้ำท่วมตรงนี้ เราก็คงต้องดูสาเหตุ สาเหตุ ต้องเรียนว่าหลายคนได้พูดไปแล้ว อันดับแรก คือฝนตกต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ ๒๕ ทำให้ น้ำมาก เมื่อน้ำมาก จุดที่จะสกัดน้ำคือพื้นที่ป่าที่ถูกรุก ไม่ว่าจะเป็นตัดไม้ทำลายป่า ไม่ว่า จะเป็นพื้นที่ป่าที่จะกักน้ำหรือว่าสกัดน้ำ ต้นไม้หายไป เรื่องของมนุษย์ทำ ก็คือทำถนน หนทางกั้นน้ำ ตรงนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ เราได้ไปดูงานเรื่องของน้ำท่วม ก็คือโครงการ ที่ป้องกันอุทกภัยของนครศรีธรรมราช ซึ่งทราบว่าได้ดำเนินการไปแล้ว ก็มีบางส่วนที่ติดขัด ในเรื่องของพื้นที่ในการเข้าพื้นที่ ตรงนี้ก็อยากให้เร่งดำเนินการนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องทั้งหมดนี้นะครับ นอกจากที่เราเห็นแล้วว่าเกิดจาก ที่ลำน้ำต่าง ๆ นั้น แผนผังเมืองในการแก้ปัญหานะครับ ไม่ว่าจะเป็นลำน้ำ ต้องมีการขยาย คูคลอง ต้องได้ลอก ต้องทำคลองเลี่ยงเมือง พาน้ำออกนอกเมือง เหมือนที่เราไปดู ทุก ๆ จังหวัด เขาจะมีแผนป้องกันในเรื่องของน้ำท่วมที่จะเข้าเมือง และที่สำคัญนะครับ ก็คือต้องบูรณาการร่วมกันทุกองคาพยพ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยราชการทุกฝ่าย ถ้าอยู่ข้างบน ก็ต้องเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ เป็นต้น ต้องเรียนว่า ขณะนี้ผมเรียนเลยนะครับว่าประเด็นที่อยากจะกล่าวจริง ๆ คือปัญหาเร่งด่วน เร่งด่วน ที่ต้องแก้ก็คือ ปัญหาชีวิต ทรัพย์สิน แต่เมื่อคน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าหลังคา รัฐบาลช่วย โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปภ. เข้าไปช่วยเป็นเงิน น้อยมาก น้อยจนเราฟังแล้วตกใจ บ้านเสียก็ต้องมีกำหนดว่าต้องทั้งหลัง ครึ่งหลัง ช่วยเท่าไร กี่หมื่น กี่พัน ซึ่งเมื่อเทียบกับที่เขาสูญเสียไปแล้วหมดตัวนี่มันมากยิ่งกว่านั้นเยอะเลย เพราะฉะนั้นผมจึงนำเรียนว่ารัฐบาลจะต้องดูในเรื่องของความเป็นจริงให้มันสมกับที่ เขาสูญเสีย ถ้าสูญเสียในเรื่องของบ้านช่องที่พักอาศัย สัตว์เลี้ยง ไร่นาสาโทต่าง ๆ ก็ต้อง ชดเชยให้เหมาะสมและรวดเร็วให้ทันกับเหตุการณ์นะครับ ที่สำคัญนะครับ ก็คือต้องทำอย่างไร จะต้องดูในเรื่องว่าเราต้องรักษา รักษาด้วยนะครับว่า ถ้าเกิดภาวะน้ำท่วมกับน้ำแล้งมันจะมา ไป ๆ มา ๆ อยู่เรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ดูทั้ง ๒ อย่าง พร้อมกัน เราไม่ทำแก้มลิงไว้เก็บน้ำ เราไม่ทำประตูระบายน้ำ เราไม่ทำมันก็จะเป็นวนเวียน อยู่อย่างนี้ ก็คือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน การแก้ปัญหายั่งยืนผมต้องเรียนว่าต้องเร่งทำ ไม่ว่าจะเป็นการที่ทำแก้มลิง ทำประตูระบายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีประตูระบายน้ำ ๒ ประตู คือประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ และประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง เราพัฒนาอย่างไรที่เราไปดู อันไหนที่จะเพิ่มเส้นทางน้ำได้ อันไหนที่จะทำให้บริหารจัดการ ในเรื่องผังเมืองให้ได้ นี่ก็จะเป็นประโยชน์นะครับ เรื่องของการบูรณาการทุกหน่วยงาน และที่สำคัญก็คือทำอย่างไร เรื่องทรัพยากรทั้งหมดที่อยู่นี่ ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือ ทรัพยากรมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ซึ่งต้องเข้าไปช่วย ผมเป็นแพทย์เป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวก็จะมีโรคตามมา ไม่ว่าจะโรคทางน้ำ ถ้าเกิดเรื่องของที่มีถูกติดขังหรือว่าเสี่ยงภัยมาก ก็จะมีโรคความซึมเศร้า โรคเครียด ต้องเร่งเข้าไปดูเขา รัฐบาลต้องช่วยทุกหน่วยงาน ผมเชื่อมั่นในคนไทยทุกคนที่เราส่งกำลังใจไปให้กับพี่น้องทั้ง ๙ จังหวัด ให้เขาพ้นจากทุกข์ ตรงนี้ แล้วก็จะเป็นประโยชน์ ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวใต้ แล้วก็ ขอบคุณท่านประธานมาก ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่ วันนี้ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมที่ชัดเจน แต่เราก็เอาข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) มาใช้ในการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมอยากนำเรียนให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าภาคใต้ ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงฤดูฝน ก็เป็นปกติอยู่แล้วที่เราจะเจอกับปัญหาของสภาพน้ำ หรือน้ำป่า ไหลหลาก แต่ปีนี้เหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าปัญหาของ สภาพภูมิอากาศของภาคใต้มันเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้าแห้งแล้ง ก็มีจัดทำงบประมาณ ในการขุดบ่อ ขุดสระ ลอกคลอง แต่ตอนนี้น้ำท่วม ก็ไหลมาสู่พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน ก็อยากฝากเรื่องแรก ก็คือเรื่องของการบูรณาการการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของภัยแล้ง น้ำท่วม ที่เกิดซ้ำซาก ให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็น รูปแบบที่ชัดเจนแล้วก็มีประโยชน์นะครับ🔗
ส่วนปัญหาของภัยแล้งวันนี้ ถ้าเรามาดูจากข้อมูล ผมก็มีประเด็นที่จะอภิปราย เพื่อสนับสนุนญัตตินี้อยู่ ๓-๔ ประเด็น แต่เวลาที่ให้อาจจะไม่พอ ก็ต้องขออนุญาต ท่านประธานด้วยครับ ซึ่งต้องขอบคุณท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ นะครับ ที่ได้เสนอญัตตินี้ เท่าที่ผมได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดวันนี้ พื้นที่ที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ขอเป็นกำลังใจกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวจังหวัดชุมพร แม้กระทั่งชาวจังหวัดพัทลุง หรือไล่ลงไปที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปก็คืออย่างที่ ท่าน ส.ส. บอกว่ากระบี่ พังงา ก็จะมีผล แต่ผมอยากเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่า วันนี้ถ้าเราดูจากจำนวนประชากรที่เดือดร้อนแล้วมันไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เท่านั้น มันกระจายไปเกือบครบ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตก็คือวันนี้ หลายท่านพยายามจะให้รัฐบาลรีบเร่งดำเนินการลงพื้นที่ ผมว่าอันนั้นเป็นหน้าที่ ถ้าท่าน ชักช้าถือว่าท่านละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ผมว่าหน้าที่ในการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นหน้าที่ของผู้บริหารทุกคน แต่สิ่งสำคัญวันนี้ก็คือเรื่องข้อกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติของราชการอย่างที่ท่านสาทิตย์ได้บอกว่าเรารวมศูนย์อยู่ที่ราชการ ผมว่าวันนี้ ถ้าเราเอามาตรการต่าง ๆ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เรากระจายอำนาจ บทบาท หน้าที่ ให้ท้องถิ่นดีกว่า กระจายอำนาจหน้าที่ให้ท้องถิ่นให้มากขึ้น ท้องถิ่นรู้นะครับว่าในพื้นที่ของตนเองที่ไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน ฉะนั้นการเยียวยาต้องผ่านทางท้องถิ่น อย่าผ่านหน่วยงานของรัฐ ก็จะมีการเยียวยาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ อาจจะไม่ครอบคลุมที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ท่านประธานครับ วันนี้ถ้ามาดู ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะว่าร่องมรสุมก็เริ่มลงไปที่พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับในพื้นที่ของเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดยะลา ก็ประสบ ปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ผมอยากบอกว่ามันมี ๒ ลักษะด้วยกัน คือที่ต้นน้ำ ก็คือบริเวณที่อยู่ ตามเชิงเขาที่มีลำธารหลากหลายมากมายอยู่ในพื้นที่ ก็จะเป็นพื้นที่ความรุนแรงของปัญหา อุทกภัยที่ทำลายทั้งบ้านเรือน ทั้งชีวิต ทั้งทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน อันนี้เราจะต้องมี มาตรการในการแก้ปัญหาที่ให้มันครบถ้วน แล้วหลังจากนั้นกลางน้ำก็จะไหลมาอยู่ที่ ในหมู่บ้าน ในตำบลที่อยู่ระดับต่ำลงมา และที่สุดกว่าจะไปลงทะเลก็จะไปรอนานอยู่ก็คือ ช่วงที่ระบายจากแม่น้ำลำธารไปลงทะเลนั้นจะเป็นช่วงที่ยาวนาน อันนี้ต้องเรียนฝากถึง ฝ่ายรัฐบาลว่าต้องมีมาตรการในการช่วยเหลือที่ชัดเจนมากกว่านี้ว่าเราต้องแยกผู้ได้รับ ผลกระทบให้มันครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียชีวิตของบางคนที่เราได้ทราบอยู่นะครับ แม้จะเสียชีวิตเพียง ๓ คนก็ตาม แต่ว่าชีวิตของพี่น้องประชาชนมีมูลค่าที่เราเปรียบเทียบ ไม่ได้สำหรับการเป็นผู้นำรัฐบาล เราจะต้องช่วยเหลืออย่างจริงจังและรวดเร็วนะครับ🔗
สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากฝากเป็นคำถามสุดท้ายก็คือว่าวันนี้ที่พื้นที่อำเภอยะหา ตำบลละแอ ตำบลยะหา ตำบลบาโร๊ะ กำลังประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก เดือดร้อน ก็อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นนะครับ แล้วพื้นที่ของอำเภอรามันตอนนี้มีปัญหาก็คือที่พื้นที่ หมู่ที่ ๓ ตำบลจะกว๊ะ เจอน้ำป่าไหลหลากไปทำลายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรอบที่ ๒ แล้วครับ วันนี้ยังมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ผมยังไม่เห็นภาพหน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยเหลือ เยียวยาเลย ก็อยากฝากประเด็นนี้เป็นประเด็นหนึ่ง🔗
แล้วก็ข้อสุดท้าย สิ่งที่ต้องระวังที่สุด น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดยะลา ก็คือ พื้นที่ที่อยู่ในเขตบริเวณของแม่น้ำสายบุรี ตั้งแต่ตำบลบาลอ ตะโล๊ะหะลอ ตำบลเกะรอ ตำบลอาซ่อง ตำบลท่าธง เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมาก ถ้าเราไม่ไปเตือนชาวบ้าน เราขาดเรื่องการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องพร้อม วันนี้เรามีไฮเทค (Hi-tech) เราเข้าสู่ยุค ๔ จี (4G) ๕ จี (5G) ไปแล้ว แต่ว่าการส่งข้อมูลให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับทราบยังล่าช้า ก็อยากฝากประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาล ก็ขอบคุณสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านศาสตราจารย์กนกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ที่ทำงานประจำ ที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดสงขลาของพรรคประชาธิปัตย์ครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ น้ำท่วมทุกปีที่ภาคใต้ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ สำหรับผมคือปรากฏการณ์ ที่บอกถึงความล้มเหลวของระบบการบริหารราชการ และการบริหารนโยบายของรัฐบาล ครับท่านประธาน เมื่อเช้านี้ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รับผิดชอบภาคใต้ ได้กำชับกับผมว่า อาจารย์กนก เมื่อ ส.ส. เขตได้พูดถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนในภาคใต้จากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ขอให้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ อย่างอาจารย์กนกได้พูดอภิปรายถึงระบบของปัญหาที่จะต้องแก้ไขในเชิงนโยบาย และนี่ครับ ท่านประธาน คือแบบแผนการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุผลนี้เองผมจึง ขออนุญาตที่จะพูดถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ในเชิงระบบและในเชิงความคิด เพื่อหวังว่าคนใต้จะได้ไม่ต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมเช่นนี้ในอนาคตอีกต่อไปครับท่านประธาน🔗
ประการแรก สาเหตุการท่วมของน้ำ ชัดเจนว่าปัญหาน้ำท่วมนี้สัมพันธ์ โดยตรงกับปัญหาการใช้ที่ดิน นั่นหมายความว่าการบุกรุกป่า ทำลายป่า การตัดโค่นต้นไม้ เป็นปัญหาสำคัญ🔗
ประการที่ ๒ การปลูกบ้านเรือน การก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนขนาดใหญ่ ที่กีดขวางทางน้ำเป็นปัญหา🔗
และประการที่ ๓ ก็คือทางระบายน้ำที่เรามีอยู่ถูกกีดขวาง เพราะฉะนั้น จึงทำให้การแก้ไขปัญหาในเรื่องของการใช้ที่ดินอย่างถูกต้องและสมดุลเป็นเรื่องที่จำเป็น นี่เป็นพื้นฐานทางความคิดในเชิงนโยบายที่จะต้องเริ่มต้นให้ถูกต้องครับท่านประธาน🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน เราจะแก้ปัญหากันอย่างไร การแก้ไขปัญหา ในเรื่องนี้ที่ชัดเจนก็คือจัดทำให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างถูกต้องและเหมาะสม ข้อผิดพลาดจาก การใช้ที่ดินที่เกิดขึ้นมาแล้วจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข🔗
ในประการแรกครับท่านประธาน ในระดับนโยบาย ผังประเทศ ผังภาค ผังอนุภูมิภาค และผังลุ่มน้ำ ซึ่งเราได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำเป็นที่จะต้องนำขึ้นมากาง แล้ววางบนโต๊ะ และสั่งการตามนั้นให้เกิดผลในการปฏิบัติให้ได้ หลังจากนั้นจะต้องนำ ผังลุ่มน้ำไปทาบกับผังเมืองรวมของจังหวัดครับท่านประธาน เพื่อให้ผังเมืองรวมของจังหวัด ซึ่งทำเรียบร้อยแล้ว และผมก็เป็นคนหนึ่งเมื่อประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ได้มีบทบาทกับ กรมการผังเมืองในการทำผังเมืองรวมจังหวัดครับท่านประธาน เราจะต้องนำผังเมืองรวมจังหวัด ที่มีอยู่แล้วนั้นไปสู่การปฏิบัติให้ได้ นั่นคือประเด็นที่สำคัญ🔗
และสุดท้ายครับท่านประธาน เรามีผังชุมชน ซึ่งเป็นรายละเอียดย่อยลงไป ในผังจังหวัด ผังชุมชนนี้จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติแล้วก็จัดการการใช้ที่ดินให้ถูกต้องครับ ท่านประธาน นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะต้องกำหนดแนวทางและนโยบายให้ชัดเจน ให้นิ่ง แล้วก็เริ่มลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยความอดทน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้สำเร็จครับ ท่านประธาน🔗
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน แนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วม ตามการแก้ไข ปัญหาที่ผมได้กล่าวมาแล้ว จะต้องทำอย่างบูรณาการและสอดประสานกันครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าจะต้องทำให้น้ำที่มาจากน้ำฝนตกอย่างรวดเร็ว เราจะต้องทำให้ทางน้ำ ธรรมชาติที่เรามีอยู่แล้วสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพครับท่านประธาน ในกรณี ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตยกเป็นตัวอย่างนะครับ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีทางน้ำอยู่ ๑๒ ทางน้ำครับท่านประธาน นั่นก็คือแม่น้ำปากพนัง แม่น้ำหลวง คลองปากพูน คลองปากพญา คลองปากนคร คลองเสาธง คลองกลาย คลองท่าทน คลองน้ำตกโยง คลองมีน คลองเท่าเลา และคลองท่าโลนครับท่านประธาน ๑๒ เส้นทางน้ำนี้ สิ่งที่เราจะต้องทำ เป็นอย่างนี้ครับ🔗
ประการที่ ๑ เราจะต้องก่อสร้างคันกั้นน้ำของลำน้ำต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เรียบร้อย เพื่อที่จะช่วยเมื่อมีการยกระดับของน้ำบนทางน้ำเหล่านี้จะได้ไม่ท่วมเข้าสู่เมือง🔗
ประการที่ ๒ จะต้องก่อสร้างทางผันน้ำครับท่านประธาน ในสภาวะที่มี ฝนตกหนักและน้ำไหลอย่างรวดเร็ว ถ้าคลอง ๑๒ คลองนี้ ทางน้ำ ๑๒ ทางนี้ไม่สามารถ ระบายได้ทัน เราจะต้องทำทางผันน้ำเสริมเข้าไปเพื่อให้เกิดการระบายที่รวดเร็วขึ้นครับ ท่านประธาน🔗
และประการที่ ๓ คือการปรับปรุงสภาพลำน้ำเพื่อที่จะทำให้การระบายน้ำ ได้สะดวกมากขึ้น เช่น การขุดลอกคลองครับท่านประธาน การตกแต่งตลิ่งให้เรียบร้อย เพื่อที่จะให้ไม่พังทลายและกีดขวางการระบายน้ำ การจัดการกับสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้าง ขยะ หรืออะไรก็ตาม จะต้องทำให้เรียบร้อย แม้กระทั่งการจะต้อง ขุดคลองเพิ่มเพื่อที่จะระบายน้ำให้ตรงออกไปโดยเร็วแทนการที่จะให้ระบายตามทางน้ำ ตามธรรมชาติที่คดเคี้ยว แม้กระทั่งการทำแก้มลิง ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นครับท่านประธาน🔗
จากตัวอย่างที่ผมได้กล่าวนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า เราจะต้องทำนครศรีธรรมราชที่ผมยกตัวอย่างนี้ให้เป็นโมเดล (Model) ให้ได้ เป็นตัวอย่าง ให้ได้ของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ และบริหารการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ให้สำเร็จได้ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องอนุมัติแผนงาน โครงการ ตลอดจน งบประมาณทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อจัดการน้ำท่วมอย่างเป็นระบบครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่อยากจะขอให้ท่านประธานได้กรุณาส่งผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะได้ดำเนินการ อย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่จะทำงาน เพื่อประเทศชาติแล้วก็ประชาชนในภาคใต้ ผมอยากจะขอวิงวอนรัฐบาลว่าให้เร่งดำเนินการ ช่วยเหลือและบรรเทาความช่วยเหลือให้กับพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ก็คือ คนนครศรีธรรมราชโดยเร่งด่วน แล้วก็ได้เตรียมงบประมาณเพื่อการป้องกันและการจัดการ น้ำท่วมอย่างเป็นระบบควบคู่กันไปอย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้วครับท่านประธาน🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานเวลาอีก ๑ นาทีครับ เนื่องจากว่าผมไม่ได้ อภิปรายเรื่องปัญหาลุ่มน้ำ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าน้ำท่วม ในฝั่งอ่าวไทยก็กำลังจะไหลเข้าไป แล้วพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ที่ผมทำงานอยู่ด้วยก็จะมี น้ำท่วมและเสี่ยงต่อการมีน้ำท่วมด้วยเช่นเดียวกันครับท่านประธาน แต่มันมีปรากฏการณ์ ที่คู่กันที่น่าเศร้าใจสำหรับคนกระบี่ ก็คือคนกระบี่ขาดน้ำในเวลาเดียวกันครับท่านประธาน และเรารู้อยู่ว่าการท่องเที่ยวนำรายได้ให้กับประเทศไทย กระบี่นำรายได้ให้กับประเทศไทย ถึงปีละ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน เป็นจำนวนมาก วันนี้พื้นที่การท่องเที่ยว ที่ดีที่สุดของกระบี่ไม่มีน้ำประปาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพื่อบอกไปยังรัฐบาลว่า เกาะพีพี เกาะลันตา ไร่เลย์ อ่าวนาง ไม่มีน้ำประปาครับ ในขณะที่ เขตเมืองมีน้ำประปา ต่อไปอีกไม่ถึงกิโลเมตรก็มีแล้วครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ถ้าเราทำ ให้มีน้ำประปา การท่องเที่ยวจะมีรายได้แล้วก็กลับมา น้ำท่วมเราเจ็บปวด แต่อย่าขอให้ เราต้องเจ็บปวดเพราะเราไม่มีน้ำประปาแล้วนักท่องเที่ยวไม่มาที่กระบี่ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ครับท่านประธาน เราแก้น้ำท่วมที่นครศรีธรรมราช กรุณาทำน้ำประปา ที่เกาะพีพี เกาะลันตา อ่าวไร่เลย์ และอ่าวนางไปพร้อม ๆ กันด้วยนะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านสาคร ท่านนายอำเภอชวลิต ท่านสุเทพ และท่านภาสกร เชิญท่านสาครครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ จากพรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติด่วนของ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ในเรื่องของน้ำท่วมภาคใต้อย่างรุนแรง เนื่องจากฝนตกต่อเนื่อง หลายวัน ยาวนาน แล้วก็ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน จิตใจ รวมถึงความเป็นอยู่ ในชีวิตประจำวันของพี่น้องชาวภาคใต้เป็นอย่างมาก ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรที่ได้หยิบยกเอาญัตตินี้ขึ้นมาเป็นญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณา ท่านประธานครับ ความรุนแรงของน้ำผมเชื่อว่าพี่น้องสมาชิกทุกท่านก็คงเห็นจากคลิป (Clip) เห็นจากข่าวหลาย ๆ ท่านว่ามันมีความรุนแรงขนาดไหน รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต มีผลต่อชีวิต ความช่วยเหลือจากภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่พี่น้องสมาชิก ส.ส. ในสภาของเรา ก็คงจะต้องตามไปในไม่ช้า ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้าผม ก็ได้พูดถึงสถานการณ์รุนแรงของจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดตรัง และจังหวัดอื่น ๆ ผมมาจากจังหวัดกระบี่ ซึ่งก็มีเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมอยู่เสมอ ๆ แล้วก็ ขอเสนอสะท้อนปัญหาของจังหวัดกระบี่ไปยังสภา เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล จะได้แก้ปัญหา ให้ครบจบทั้งระบบ จังหวัดกระบี่ของผมก็มีชายแดน หรือมีเขตแดนติดต่อกับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นเวลาลมมรสุมจาก ตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านก็ดี ไม่ว่าจะรุนแรงขนาดไหน ปริมาณน้ำฝนก็ดี ระยะเวลา ช่วงของฝนตกก็เหมือนกันครับ นครศรีธรรมราชมีเทือกเขาหลวงที่น้ำไหลลงมาจาก เทือกเขาหลวงลงมาท่วมตัวเมือง จังหวัดกระบี่ก็มีเทือกเขาพนมเบญจา ซึ่งไหลลงมาและเกิด ความเสียหายต่อจังหวัดกระบี่มากมาย ยาวนาน ต่อเนื่อง แล้วก็ซ้ำซาก จำเจ ยังไม่ได้รับ การแก้ไข มีดินถล่ม ถ้าพี่น้องหรือสมาชิกหลายท่านจำได้ในปี ๒๕๕๔ เราเคยประสบปัญหารุนแรงแล้วก็มีดินถล่ม ในขณะนี้ปริมาณน้ำฝนหรือระยะเวลาที่ฝนตกในจังหวัดกระบี่ก็คล้าย ๆ เหมือน ๆ กับ จังหวัดอื่น แล้วก็มีปริมาณน้ำมาก มีพื้นที่ที่มีน้ำท่วม แม้จะไม่รุนแรงหรือเกิดความเสียหาย เทียบเท่ากับจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ก็เกิดความเสียหายในหลายอำเภอ ในหลายหมู่บ้าน อย่างเช่น อำเภอเขาพนม อย่างเช่น อำเภออ่าวลึกที่อยู่รอบ ๆ เทือกเขาพนมเบญจา ในจังหวัดกระบี่ที่ผมเรียนต่อท่านประธาน จังหวัดกระบี่ยังมีแม่น้ำใหญ่ ๆ ที่มีระยะไม่ยาวมาก ก็สามารถทำให้ตัวเมืองกระบี่ท่วมได้ทุกปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าแม่น้ำกระบี่มีความยาวประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ไหลลงมาจากเทือกเขา พนมเบญจา ผ่านตำบลทับปริก ผ่านตำบลกระบี่ใหญ่ ผ่านตำบลกระบี่น้อย ตำบลกระบี่ใหญ่ ออกตำบลปากน้ำสู่ทะเลปากแม่น้ำกระบี่ เราเคยพูดกันถึงเรื่องของการลอกตะกอนดิน ปากแม่น้ำ เคยพูดกันถึงเรื่องการขุดคลองผันน้ำเลี่ยงเมือง เพราะว่าไปเห็นจังหวัดอื่น ผมเอง ได้รับแต่งตั้งจากสภาให้ไปเป็นอนุกรรมาธิการบริหารจัดการน้ำภาคใต้ ไปเห็นจังหวัดอื่น ไปเห็นหลาย ๆ โครงการที่รัฐบาลทำแล้วก็ส่งผลแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมในเขตเมือง เขตชุมชนได้ ก็เลยอยากจะฝากไปยังรัฐบาลว่าในเรื่องของขุดลอกตะกอนดินปากแม่น้ำ ที่ให้น้ำไหลลงสะดวก ในเรื่องของการขุดคลองผันน้ำเลี่ยงเมือง ในเรื่องของพัฒนาแม่น้ำ สาขาย่อย ๆ จากแม่น้ำสาขาใหญ่ ๆ สร้างฝายพวง แก้มลิงต่าง ๆ เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ ในยามหน้าแล้ง ภาคใต้แม้จะฝนแปด แดดสี่ แต่ก็ยังมีการขาดแคลนน้ำอย่างที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเรายังขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง แม้แต่การอุปโภค บริโภค แม้แต่เอามาใช้สนับสนุนการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวก่อนจากโควิด (COVID) อันนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะมองให้เป็นระบบ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เราเก็บน้ำ ชะลอน้ำที่ไหล ลงมาจากเทือกเขาต่าง ๆ สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ตามศักยภาพ ของพื้นที่ ได้เก็บน้ำในยามที่น้ำไหลบ่ารุนแรง เก็บไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ได้เอามาบริหาร จัดการเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในช่วงแล้ง และชะลอน้ำในช่วงที่น้ำรุนแรง ผมเชื่อว่า เรื่องเหล่านี้ผมก็อยากจะเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อจะได้บรรจุ เสนอให้เป็นงบประมาณในปีงบประมาณต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าอีกหลายจังหวัดในจังหวัดภาคใต้ก็จะมีเหตุการณ์ เช่นนี้ตามนครศรีธรรมราชมา ในพื้นที่ภาคใต้เราไม่ได้มีแม่น้ำ ลำน้ำสายยาว ๆ เพราะว่าเรามี ทะเลทั้ง ๒ ฝั่ง ไม่ว่าฝั่งอันดามันหรือฝั่งอ่าวไทย มีเหตุภัยพิบัติของเราก็รุนแรง แต่ว่าสั้น แล้วก็รวดเร็ว ผมเชื่อว่าพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็คุ้นเคยแล้วก็ทราบเป็นอย่างดี ก็เลยจะเรียนท่านประธานนะครับว่าช่วยในเรื่องของขุดลอกลำน้ำ ขุดลอกปากแม่น้ำต่าง ๆ เพื่อให้น้ำได้ไหลระบายลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว เรื่องของการขุดคลองผันน้ำเลี่ยงเมือง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมืองใหญ่ ๆ เขตชุมชนต่อไปได้ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาล ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้สะเทือนไกลถึงภาคอีสานและทุกภาค ได้เห็นภาพที่ปรากฏในจอที่เพื่อน ส.ส. ได้แสดงให้เห็น เห็นความรุนแรงของน้ำแล้วน่าตกใจ น่าสะพรึงกลัว แล้วก็เป็นภาพที่พวกเราคนไทยทุกภาค รู้สึกเป็นห่วงพี่น้องชาวใต้นะครับ วันนี้ผมจึงอยู่ร่วมที่จะให้กำลังใจพี่น้องชาวใต้ที่กำลัง ประสบทุกข์ภัยอยู่ในขณะนี้ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปี สิ่งที่อยากจะฝาก ในประการแรกก็คือทำอย่างไรถึงจะไม่มีการเสียชีวิตเพิ่มเติม เห็นเพื่อนสมาชิกได้แนะนำไป หลายประการ แต่สิ่งที่ผมได้เห็นในเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่าน ๆ มาเรามักจะป้องกันกันไม่ทัน ในเรื่องของไฟฟ้า การตัดไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง พี่น้องประชาชนไม่น่าจะมี การตายจากเหตุนี้ถ้าเราได้มีการเตรียมป้องกันที่ดี จากนี้ไปซึ่งยังมีพื้นที่ท่วมขัง ก็คงฝาก ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ถึงแม้คราวนี้จะมีเหตุในเรื่องนี้หรือไม่ ก็ตามแต่เราจะต้องไม่ประมาท🔗
ในประการที่ ๒ ก็คงต้องให้กำลังใจไปยังทางเพื่อนข้าราชการ ทั้งท่านผู้ว่า ราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ ทางท้องถิ่น โดยเฉพาะทางองค์กรการกุศลที่จะลงไป ช่วยเหลือเยียวยา โดยเฉพาะในส่วนราชการที่จะนำถุงยังชีพไป ในอดีตเราอาจจะเคย มีปัญหาหรือเป็นข่าวเป็นคราวเรื่องถุงยังชีพที่ไม่มีคุณภาพ ก็คงจะต้องฝากเรื่องนี้ให้ดู เป็นพิเศษ แล้วก็คงจะต้องฝากดูไปถึงวัดและมัสยิดให้ทั่วถึงด้วย บางครั้งเราดูแลพี่น้อง ประชาชน แต่หลงลืมหรือขาดตกบกพร่องไปทางด้านศาสนา ไม่ว่าจะเป็นทั้งพุทธศาสนา หรือศาสนาอิสลามก็ตามแต่ ล้วนประสบทุกข์ภัยกันทั้งนั้น🔗
สิ่งที่อยากจะฝากในประการต่อมาและเราเตรียมการกันไม่ทันสักทีเลยก็คือว่า ภายหลังน้ำลด หลังน้ำลด ถนนหนทาง บ้านเรือนราษฎร โดยเฉพาะในช่วงหลังวิกฤติโควิด (COVID) พี่น้องลำบากยากจนอยู่แล้ว ถ้าการดูแลตรงนี้ไม่ทันท่วงที เตรียมการไม่พร้อม ไม่ทันการณ์ในการขออนุมัติงบประมาณ ซึ่งควรจะมีการเตรียมการไว้ก่อน เรื่องนี้เป็น เรื่องจำเป็นที่จะต้องทันท่วงที นอกจากเรื่องบ้านเรือนราษฎร ถนนหนทางแล้ว อาชีพของ พี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเกษตร เกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ ล้วนต้องการ การเยียวยาทั้งนั้น แต่ปัจจัยสำคัญคือเวลา ทำอย่างไรถึงจะให้ทันกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนว่าภายหลังน้ำลด เท่าที่ผมได้ดูสภาพภูมิประเทศ น้ำคงไม่ขังนาน มาไวไปไว เมื่อมาไวไปไว การที่จะแก้ไขปัญหาภายหลังน้ำลดเป็นเรื่องจำเป็นมาก แล้วก็ต้องทันท่วงที🔗
สิ่งที่ผมจะฝากในประการสุดท้ายก็คือในระยะยาว ในระยะยาวโครงการน้ำ ทั้งระบบ ซึ่งทางพรรคที่ผมได้เคยทำไว้เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่เราไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แน่นอนเมื่อเรามีโอกาส อย่างไรเราก็คงต้องนำมาทำ แต่ในขณะเดียวกันทุกรัฐบาลผมคิดว่าเรายังไม่มีโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่จะดูแลน้ำทั้งระบบให้พี่น้องประชาชนได้ชื่นใจเสียที ก็คงจะต้องได้ช่วยกันในเรื่องนี้ ในทุกพรรคการเมือง แต่ถ้าพรรคของผมได้มีโอกาส แน่นอนเราจะต้องดูแลเรื่องน้ำทั้งระบบ🔗
ในประการที่ ๒ ที่เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กระผมเห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่จะต้องกระจายอำนาจในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ไปยังท้องถิ่น เราละเลยเรื่องนี้มากในการที่จะให้ความสำคัญกับท้องถิ่น อำนาจทั้งหลาย มาอยู่ที่ส่วนกลาง มาพูล (Pool) อยู่ที่ส่วนกลาง ซึ่งเขาไม่ได้รู้อะไรได้ลึกซึ้งได้ดีกว่าท้องถิ่น นี่คือสิ่งที่เราจำเป็นที่จะต้องบอกหรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไว้🔗
ประการสุดท้ายเลยจริง ๆ เรื่องอุทกภัย เราคนไทยต้องช่วยกัน คนไทย ทุกภาคไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเมือง ประชาชนคนไทยก็ควรจดจำเป็นบทเรียนว่า ถ้าบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนก็จะทุกข์ยาก คนจนก็จะเพิ่มขึ้น ๆ ดังนั้น ต้องช่วยกันสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ช่วยกันติดตามการทำกติกาที่ให้อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงได้เกิดขึ้น ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอบคุณครับที่ให้โอกาสในการอภิปราย ผมก็พยายามนั่งฟังเพื่อที่จะได้รับทราบการแก้ไข ปัญหา สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะมาคุยก็คือเรื่องของพี่น้องแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมาก็พยายามฟังว่า ส.ส. ที่อยู่ในสภาได้คุยประเด็นนี้บ้างหรือยัง แต่ที่ฟังมาก็ยังไม่มีพูดถึง ผมขออนุญาตพูดถึง ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดวิกฤติของประเทศ แรงงานจะเป็นผู้ที่ต้องรับชะตากรรมโดยตลอด อย่างที่เกิดเหตุในจังหวัดนครศรีธรรมราชและทางภาคใต้ จะเห็นได้ว่าในทุก ๆ จังหวัดจะมี พี่น้องแรงงานในระบบก็คือคนทำงานในบริษัท ห้างร้าน และพี่น้องแรงงานนอกระบบ อีกจำนวนมากที่ทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานที่ทำงานในระบบห้างร้าน เมื่อเกิดวิกฤติ น้ำท่วมในครั้งนี้ เวลาเยียวยานะครับ จากที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้งการเยียวยาก็จะดูในส่วนของ สถานประกอบการที่มีที่ตั้งอยู่ ที่มีทะเบียนราษฎรอยู่ แต่มีพี่น้องแฝงที่เข้าไปทำงานอยู่ใน จังหวัดเหล่านั้นไม่ได้รับการดูแล ตกหล่นเป็นจำนวนมาก จึงต้องขึ้นมาอภิปรายฝากทาง ท่านประธานสภาส่งสัญญาณไปให้กับรัฐบาลในการที่ดูแลจุดตรงนี้ให้ด้วย โดยเฉพาะแรงงาน นอกระบบซึ่งเกิดวิกฤติเหล่านี้ ทะเบียนราษฎรไม่มี ไม่มีระบบประกันสังคม การดูแล ก็ไม่ได้รับการดูแล นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา และหวังว่าในครั้งนี้คงได้รับการดูแลด้วย พี่น้องแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในประเทศไทยหรือเรียกว่าแรงงานต่างด้าว ยิ่งเป็นสิ่งหนึ่ง ที่เราจะต้องมาพูดถึงในครั้งนี้ด้วย เพราะเขาเหล่านั้นมาช่วยทำงานให้เกิดสภาพเศรษฐกิจที่ดี มีเรื่องของการทำงานต่าง ๆ แต่เวลาเกิดวิกฤติเรื่องนี้เราเองก็เคยโดนโจมตีมาจากนานา ประเทศอยู่พอสมควร เรื่องของสิทธิแรงงานที่มาทำงาน ดังนั้นก็ต้องฝากทางท่านประธาน กราบเรียนไปยังรัฐบาลด้วย🔗
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่องหนึ่งก็คือนักท่องเที่ยวที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้วเกิด ในเรื่องวิกฤติน้ำท่วม และหลาย ๆ ครั้งไม่ได้รับการดูแล อยากฝากไปตรงนี้ด้วยว่าสิ่งเหล่านี้ เพราะว่าไม่ได้อยู่ในระบบ แล้วหลาย ๆ ท่านที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้พูดถึง เพราะเขาเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ประจำ ไม่มีทะเบียนบ้าน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงาน บ้านเช่า ข้าวซื้อ บ้านเช่าเวลาเกิดเหตุไม่มีชื่ออยู่ในนั้น หมายความว่าไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ ไปเช่าอยู่ เวลาเยียวยาออกมาเงินก็มาไม่ถึง นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้นจริงในสภาพที่เกิดปัญหาวิกฤติของประเทศ แรงงานก็จะไม่ได้รับการดูแล ค่าชดเชย ต่าง ๆ ที่จะต้องมีการดูแล ต้องฝากไว้ด้วยนะครับ กรมการจัดหางานต้องมีมาตรการ เข้าลงพื้นที่ดูแล กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อเกิดวิกฤติต้องมีแผนออกมาให้ชัดเจน กระทรวงแรงงานจะต้องมีการขับเคลื่อนโดยเร็วกว่านี้ ระบบประกันสังคม ต้องมี การดำเนินการให้พี่น้องแรงงานที่อยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วในการดูแล รักษาพยาบาลหรือเยียวยาต่าง ๆ สิ่งที่ผ่านมานะครับ ถ้าประเทศนี้เรามีการจัดระบบ รัฐสวัสดิการที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อเกิดวิกฤติอย่างที่ผ่านมา เกิดวิกฤติโรคระบาด โควิด (COVID) เราก็แก้ปัญหาด้วยการปะผุ กลุ่มโน้นบ้าง กลุ่มนี้บ้าง สุดท้ายก็ตกหล่น ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างทั่วถึงให้พี่น้อง ประชาชน ให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงหรือไม่ ต้องมีการติดตามนะครับ เดี๋ยวในสัปดาห์หน้าผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานและคณะ มีแผนที่จะลง ไปจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฏร์ธานีอยู่แล้ว คงต้องไปติดตามดูกัน สิ่งเหล่านี้ จะต้องเกิดขึ้นในการดูแลอย่างดี ฟังมาหลายเรื่องนะครับ ที่ผ่านมาเรื่องอ่างน้ำไม่มี เมื่อเกิด วิกฤติปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๕๔ เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็คือสิ่งเหล่านี้ละครับ ไม่มีระบบในการแก้ ที่เป็นระบบ แล้งก็บอกว่าแล้ง อภิปรายกันตลอด น้ำท่วมก็บอกว่าน้ำท่วม แล้วระบบ การจัดการที่ดีกว่านี้รัฐบาลต้องรีบดำเนินการนะครับ ถ้าปล่อยอย่างนี้ผมเห็นแล้วติดตามมา ๕๐ กว่าปี ในการที่เป็นพี่น้องประชาชนคนไทย เรามองว่าถ้าเป็นอย่างนี้ อีกนานเท่าไร ประเทศถึงจะพัฒนาได้ ด้วยงบประมาณที่เรามีอยู่ควรจะต้องมีการกระจายไปสู่ท้องถิ่น ผมคุยเรื่องระบบการบริหารท้องถิ่นที่สำคัญยิ่ง ที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุต้องทำเรื่องเข้ามาสู่ ส่วนกลาง เมื่อครู่นี้หลายท่านอภิปรายไปแล้วนะครับ แล้วดูว่าส่วนกลางจะต้องมีการประชุม อนุมัติ ถามว่าปัญหาเหล่านี้รอการแก้ไขจากส่วนกลางได้หรือไม่ ดังนั้นระบบการบริหารจัดการ ประเทศที่ดีต้องเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ให้เขามีงบประมาณในการดำเนินการ แก้ไขโดยเร่งด่วนและฉับพลัน พี่น้องประชาชนที่จมน้ำอยู่จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว เมื่อสักครู่ฟังแล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะไปวันจันทร์ หลายท่านจะเดินทางไปวันโน้น วันนี้ วันนั้น แต่ถ้ามันเป็นประเทศที่มีการบริหารจัดการ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น งบประมาณอยู่ใน ท้องถิ่น สามารถอนุมัติแก้ไขได้เลย แต่ยิ่งมีการบริหารกลับยิ่งรวบอำนาจ ยิ่งรวบอำนาจ เข้ามาสู่ส่วนกลาง แล้วพี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงได้อย่างไร นี่คือสะท้อน ให้เห็นชัดเจนนะครับ ถ้าการบริหารจัดการประเทศไทยเราในวันนี้ยังเป็นอย่างนี้อยู่ พี่น้อง อีกหลาย ๆ พื้นที่ก็จะเจอชะตากรรมอย่างนี้ ต้องฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
อีก ๔ ท่านสุดท้าย แล้วจะปิดอภิปรายนะครับ เพื่อจะให้ท่านชินวรณ์ได้สรุปอีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านภาสกร ท่าน พันตำรวจเอก ทวี ท่านวุฒิพงษ์ และท่านวิรัช เชิญท่านภาสกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเกี่ยวกับปัญหา อุทกภัยและปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ผมได้ยินปัญหาน้ำท่วมมาตั้งแต่สมัยตอนที่ผมเป็นเด็ก ๆ เรียนชั้นประถมนะครับ จนวันนี้ผมมีโอกาสได้มาเป็นผู้แทนราษฎร ผมก็ยังได้ยินปัญหา อันนี้อยู่ และปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะภาคใต้ มันมีตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสานเราก็เพิ่ง โดนกันมา ผมก็มีโอกาสไปช่วยนะครับ พี่น้องที่ภาคอีสานหรือผู้ที่ประสบอุทกภัย แค่เรา เข้าไปเจอเขา เขาก็ได้กำลังใจจากเราแล้วนะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องภาคใต้ทุกท่านนะครับ และเห็นใจพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยทุกท่าน ปัญหานี้มันเป็นปัญหาที่เราเจอกันทุก ๆ ปี และผมเชื่อว่าเราก็พูดกันทุก ๆ ปีเหมือนกัน นั่นหมายความว่า ผมขออนุมานว่าเราเลือกวิธีการแก้ปัญหามากกว่าวิธีการบริหารจัดการที่ดี การที่เกิดอุทกภัยมันมีผลกระทบมากมายนะครับ ตั้งแต่ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทรัพย์สินของราชการ ถนนหนทาง ผลผลิตทางการเกษตร การประมง โอกาสที่จะได้ค้าขาย นักท่องเที่ยวที่จะไป หมดเลยครับ และยังเกิดความสูญเสียบางอย่างที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น การสูญเสียชีวิตผมเชื่อว่ามันไม่สามารถเอามาประเมินได้ว่า เราจะต้องมาชดใช้กันเท่าไร แล้วเราต้องมาเยียวยากันเท่าไร ผมอยากเสนอแบบนี้ครับ ท่านประธาน เราต้องใช้การบริหารจัดการที่ดีมากกว่าเราใช้วิธีการแก้ปัญหาเป็นรายครั้ง รายคราว ผมมีโอกาสไปที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านประธานและสมาชิกในสภาแห่งนี้ผมเชื่อว่า ถ้าเราพูดถึงประเทศญี่ปุ่น เรารู้อยู่แล้ว เพราะโดนเรียกว่าทุกอย่างที่เป็นภัยพิบัติ โดนหมดครับ แต่เขาจัดการอย่างไรปัญหาเขาถึงลดลง และประชาชนเขาถึงมีระเบียบ ขนาดนั้น ผมมีโอกาสไปที่ญี่ปุ่นแล้วได้เจอแอปพลิเคชัน (Application) ตัวหนึ่ง เป็นระบบ ชื่อดีเอ็มไอเอส (DMIS) ดิสแอสเตอร์ แมเนจเมนต์ อินฟอร์เมชัน ซิสเต็ม (Disaster Management Information System) นะครับ ภาษาไทยก็คือระบบการบริหารจัดการ อุทกภัย อันนี้มันทำไม เขาบริหารจัดการไม่ใช่แค่น้ำท่วม แผ่นดินไหวนะครับ น้ำท่วม แผ่นดินไหว สึนามิ ทุกอย่าง รวมทั้งแผ่นดินถล่ม โรคระบาดก็ใช้ได้ครับ เขาใช้อันนี้ จัดการ อย่างไรครับ ดีเอ็มไอเอส (DMIS) หรือระบบการบริหารจัดการอุทกภัยมันเริ่มมาจากแผนที่ ซึ่งวันนี้เรามีหมดนะครับ ใน ปภ. ก็มี ที่เกี่ยวกับน้ำทุกคนมีแผนที่หมดครับ แต่ไม่มี การบริหารจัดการเรื่องพวกนี้เลย ข้อมูลพวกนี้เรามีอยู่แล้ว เท่ากับเรามีข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เราเห็นอยู่แล้วครับว่าถนนหนทาง แม่น้ำ ลำธาร อะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ป่าไม้อยู่ตรงไหนบ้าง สูงต่ำเท่าไร มีหมดครับ สิ่งที่เราขาดก็คือการใส่ข้อมูลที่เป็นพวกอุทกภัยลงไปว่าตรงไหน เกิดเมื่อไร ประชาชนเป็นอย่างไร และแผนการจัดการเกี่ยวกับอุทกภัย การจัดการอุทกภัย ก็ง่าย ๆ ครับ มี ๑. ก่อนเกิด ๒. ขณะเกิด และ ๓. ฟื้นฟูหลังจากเกิดเหตุแล้ว ๓ เรื่องแค่นี้ครับ แต่ต้องมีการบริหารจัดการอยู่ในระบบนี้ เก็บอะไรบ้างครับ ๑. ในแผนที่หรือในระบบต้องมี สถานที่อพยพ รวมถึงเสบียงอาหาร หมายความว่าในสถานที่ที่จะอพยพมีเสบียงอาหาร รองรับได้จำนวนคนเท่าไร ใคร หมู่บ้านไหนต้องไปตรงไหนบ้าง อันที่ ๑ นะครับ สิ่งที่ ผมไม่อยากให้เจอและผมไปในทุกครั้งที่มันเกิดอุทกภัย ผมเห็นแล้วผมรับไม่ค่อยได้ เพราะว่าคุณภาพชีวิตของคนไทยจะแค่นี้หรือ พอเกิดน้ำท่วมทุกคนก็อพยพขึ้นมาครับ ขึ้นมาที่มันไม่ท่วม บางทีอาจจะเป็นบนถนนบ้าง แล้วก็กางเต็นท์ แล้วก็มีแคร่ แล้วก็อยู่กัน ตรงนี้ หมู่บ้านนี้ทุกคนอยู่กันตรงนี้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรืออย่างไร จริง ๆ เอาการบริหารจัดการแบบนี้ไปทำครับ ผมเล่าต่อไป🔗
อันที่ ๒ ก็คือขณะเกิดปัญหา ขั้นก่อนเกิดเรามีการเก็บข้อมูลแล้ว เราต้อง อบรมเจ้าหน้าที่ อบรมประชาชน ทำแผนซ้อม เท่ากับว่าพอเกิดปุ๊บทุกคนจะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเอง ต้องทำคืออะไร ต้องอพยพไปที่ไหน ที่นั้นมีเสบียงอาหารรองรับได้เท่าไร ในขณะนั้นต้องมี การเช็ก (Check) ด้วยนะครับ ก่อนเกิดเหตุต้องมีเช็ก (Check) ด้วยว่าเสบียงอาหารหมดอายุ หรือยัง รองรับได้เท่าไร ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป พอเกิดปุ๊บทุกคนก็จะไปในจุดที่ตัวเอง ต้องไป ใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำตามแผน ฉะนั้นมันก็จะไม่มีการเกิดความวุ่นวาย ใครหายไป ตรงไหน เพราะทุกคนรู้ว่าจะต้องไปอยู่อย่างไร อยู่ตรงไหน อย่างไรบ้าง จากนั้นในสถานที่นั้น ก็ต้องมีการแพทย์ช่วยดูแลด้วย เพราะหลังจากอุทกภัยโดยส่วนใหญ่ก็ตามมาด้วยโรค โรคระบาด จะเล็กจะน้อยก็ว่าไป หลังเกิดเหตุครับ ฟื้นฟู อันนี้ก็ต้องเป็นแผนเหมือนกันว่าหลังเกิดเหตุแล้วจะฟื้นฟูอย่างไรบ้าง ตามแผน หรือตามอุทกภัยที่เกิดขึ้นครับ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ อะไรก็แล้วแต่ เราจะมีการเยียวยาแบบไหนตามมาตรฐานตามสิ่งที่เราวางแผนไว้ เพื่อที่ให้ ทุกท่านหรือทุกคนจะกลับไปดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขด้วยความรวดเร็ว เพราะผมเห็นคลิป (Clip) ทางใต้ ผมมีความรู้สึกว่าถ้าน้ำมาขนาดนี้ไม่เหลือ บ้านก็ไม่มี สิ่งต่อไปก็คือต้องสร้าง บ้านใหม่ ทุกอย่างก็ซื้อใหม่ แล้วเราจะอย่างไรครับ เราลงไปเยียวยาเท่าไรจะเพียงพอ ฉะนั้น มันก็ต้องมีแผนเหมือนกันว่าหลังจากนี้ทำอย่างไร เส้นที่มันเกิดบ่อย ๆ โดยปกติมันก็เกิดกัน บ่อย ๆ เส้นเดิมครับ ถ้ามันเกิดบ่อย ๆ ก็อาจจะต้องย้ายบ้านตรงนี้เป็นทางน้ำผ่าน หรือเก็บน้ำไว้ ไม่อย่างนั้นเราก็กลายเป็นวันนี้น้ำเกิน ก็อุทกภัยครับ น้ำท่วม วันนี้น้ำขาด เดี๋ยวก็ภัยแล้งครับ ทุกอย่างมันต้องมาบริหารจัดการด้วยระบบอย่างนี้ครับ อันนี้เป็น ข้อเสนอแนะนะครับ พอดีด้วยเวลาอันเท่านี้ ก็ใช้เวลาเท่านี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านทวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นผู้แทนของประชาชนทั้งประเทศ หลังจากได้รับการเลือกตั้งแล้ว เมื่อประชาชนมีความทุกข์ก็เป็นความทุกข์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ผมต้อง ขอขอบคุณท่านชินวรณ์ที่ได้เอาญัตติเป็นเรื่องด่วนขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ปัญหาของพี่น้องในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสบกับอุทกภัยซึ่งเป็น ภัยธรรมชาติ เราก็ได้เรียนรู้มาแล้วว่าปกติมนุษย์ไม่สามารถจะชนะธรรมชาติได้ แต่เราจะทำ อย่างไรให้อยู่ร่วมกับภัยธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อปี ๒๕๕๒ ประมาณต้นปี ก็ได้เกิดพายุปลาบึก ยังจำได้ว่าผมได้ลงไปที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ขณะนั้นก็ได้มีผู้เสียชีวิต แล้วก็ได้ไปพบกับพี่น้องที่ตอนนั้นอายุประมาณสัก ๖๗ ปี ก็ได้รู้ชื่อ นามสกุล ยังมีการติดต่อกันอยู่บ้าง ก็บอกว่าเมื่อปี ๒๕๐๕ ตอนนั้นก็ได้เกิดอุทกภัย ก็มีคนตาย ๑,๐๐๐ กว่าคนที่แหลมตะลุมพุก โดยบอกว่าในปีดังกล่าวที่คนตายเยอะ เพราะไม่มีระบบเตือนภัย อันนี้ก็คือคำบอกเล่าที่เล่าให้ผมฟังจากผู้รอดชีวิต ส่วนพ่อแม่ท่าน ได้เสียชีวิต ซึ่งจากนั้นมา ๑ ปี วันนี้ก็มีอุทกภัย ผมเห็นว่าเรื่องอุทกภัยสำหรับจังหวัด นครศรีธรรมราชก็เชื่อว่าคงอาจจะไม่ใช่เกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เราจะทำอย่างไรว่า หลังจากเกิดแล้วประสบการณ์ บทเรียน ผมเองผมมีความเชื่อมั่นข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่นะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็เคยทำงานร่วมกันมาก่อน เคยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านแม่ทัพ รวมถึงข้าราชการท้องถิ่น แต่สิ่งหนึ่งในเรื่องการช่วยเหลือเรื่องเหตุการณ์อุทกภัย หรือภัยพิบัติ ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดมาแล้วว่ามีคนอยู่ ๒ คน ในสังคม คือคนที่รู้ดี กับคนที่หวังดี คนที่หวังดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนี้เป็นผู้หวังดี แต่การแก้ปัญหา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับความอยู่รอดของชีวิต เกี่ยวกับทำอย่างไรจะให้ชีวิตรอด ผมยังอยากจะให้คนรู้ดีได้มีส่วนช่วย ส่วนผู้หวังดีนั้นควรที่จะส่งเสริม สนับสนุนทุกอย่าง เพื่อจะทำให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ได้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน วันนี้การช่วยเหลือ เราหนีไม่พ้นต้องให้ชุมชนองค์กรท้องถิ่นได้มีส่วนช่วยเหลือ รองลงมาก็คือ ส่วนภูมิภาค ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงจะเข้าไปก็คือต้องไปส่งเสริม สนับสนุน ผมเอง เผอิญพยายามนั่งฟัง จริง ๆ อยากจะนั่งเป็นกำลังใจ จะจบพร้อมคนสุดท้าย เพราะเพื่อน สมาชิกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือต่าง ๆ ได้สะท้อนความรู้สึกมา แต่ผมก็ยังมี ความเป็นห่วงนิดหนึ่ง ในช่วงที่ไปเมื่อปี ๒๕๖๒ ผมทราบว่ามันมีโครงการบรรเทาอุทกภัย เป็นโครงการขนาดใหญ่ประมาณ ๙,๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเสร็จในปี ๒๕๖๖ แล้วตอนมาชี้แจงงบประมาณ ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ก็ทราบว่าเหมือนจะมีปัญหา วันนี้ผมจึงฝากกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่เราคิดเราฝัน อยากให้เกิด แต่ว่าสิ่งที่มันมีอยู่แล้วในโครงการและมีเงินอยู่แล้ว ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในโครงการดังกล่าวก็มีการศึกษาว่าถ้าทำได้แล้ว ปัญหาอุทกภัยหรือประชาชนต้องประสบ ชะตากรรมซ้ำแล้วซ้ำอีกอาจจะมีบรรเทาลง แต่ได้ทราบว่า อันนี้ก็เป็นข่าว อ่านจากข่าว ก็อยากจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือทุกคนเข้าไปดู คือโครงการลักษณะอย่างนี้จะต้องไม่มี การทุจริตหรือมีการใต้โต๊ะ ที่มีข่าวออกมาว่ามีการแต่งตั้งอธิบดี บางคนต้องจ่ายเงินถึง ๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็อาจจะโยงไปถึงโครงการนี้ด้วย มีข่าวพูด อันนี้เป็นเรื่องน่าห่วง แต่ทราบว่าเจ้ากระทรวงก็ได้เข้ามาตรวจสอบ แล้วทำอย่างไรจะทำให้โครงการมันเดินไปถึง ปี ๒๕๖๖ ให้ได้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมดูในคลิป (Clip) บอกว่า โครงการนี้วันนี้เดินไปแค่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ เหลือเวลาอีก ๒ ปี แล้วโครงการนี้ก็เป็น โครงการสำคัญที่เป็นความหวังของคนนครศรีธรรมราชนะครับ แล้วท้ายที่สุดผมเองในฐานะ ที่เคยไปทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน ๕ จังหวัด ก็ขอให้กำลังใจกับพี่น้องทุกคนที่ต้อง ผ่านพ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้ไป แล้วก็อยากให้ทุกคน รวมทั้งข้าราชการทุกคน เราต้องปฏิบัติ ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบเหมือนเขาเป็นญาติ เขาเป็นครอบครัว แล้วก็ขอให้กำลังใจ กับข้าราชการทุกคนครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านวุฒิพงษ์ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขออภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องที่ประสบภัย น้ำท่วมชาวภาคใต้ โดยท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ และคณะ เป็นผู้ยื่นนะครับ เท่าที่ผ่านมา ที่พบเจอสภาพปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ก็ทำให้นึกถึงพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีที่ผ่านมาที่ประสบปัญหาพายุโพดุลเกือบทุกพื้นที่ทั่วภาคอีสาน ซึ่งถือว่าหนักที่สุด เท่าที่ประสบพบเจอมานะครับ ทุกคนเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนประสบปัญหามากมาย และท้ายที่สุดมาประสบกับพี่น้องภาคใต้ในปีนี้ จึงหยุดคิดไม่ได้ว่า ณ ที่ผ่านมาหลังจากที่ เราพบเจอจากโพดุลแก้ปัญหายังไม่เสร็จ เยียวยากัน แล้วก็มาประสบกับโควิด (COVID) ทั้งที่จะแก้โควิด (COVID) ได้แล้ว พี่น้องภาคใต้หลาย ๆ จังหวัดก็ยังมาประสบพบเจอกับ ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปเบื้องต้นแล้วนะครับ ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยหลาย ๆ อย่าง นอกจากจะวิกฤติการท่องเที่ยวในช่วงโควิด (COVID) หลาย ๆ จังหวัดประสบปัญหามา กระบี่ ผู้ประกอบการไปยื่นคณะกรรมาธิการผม ภูเก็ตไปยื่น คิดว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ ก็มาเจอน้ำท่วมขึ้นมาอีกนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมมีประสบการณ์โดยตรงในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าจังหวัด อุบลราชธานีประสบปัญหามากที่สุดในภาคอีสานแทบทุกอำเภอ แล้วก็หลาย ๆ จังหวัด ผมจะไม่ลงรายละเอียดในแผนแม่บทของแต่ละกรม กอง หน่วยงานต่าง ๆ แต่ขออนุญาต บอกประสบการณ์จริงที่มันจะเกิดขึ้นหลังจากพี่น้องประสบปัญหาน้ำท่วม เพื่อที่จะฝาก ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นจริง และอาจจะแก้ได้มาก แก้ได้น้อย ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ เป็นห่วงเป็นใยร่วมกับพี่น้องภาคใต้นะครับ อุบลราชธานีรวมน้ำ น้ำท่วมเยอะ โขง ชี มูล ลำเซบก ลำเซบาย ลำโดมใหญ่ ลำโดมน้อย ประสบปัญหาเยอะแยะมากมายครับ🔗
อันดับแรก ที่เขาต้องประสบพบเจอเบื้องต้นนะครับ ก็คือการสัญจรไปมา จะต้องตัดขาดออกจากกัน ยานพาหนะสำคัญที่สุดครับ เรือท้องแบน เรือเร็ว รถลาก รถยกสูง ต้องสแตนบาย (Standby) ให้พร้อมนะครับ ที่ผ่านมาบางพื้นที่ในภาคอีสาน ไม่มีเครื่องช่วยที่อำนวยความสะดวกอย่างนี้ ต้องอาศัยหน่วยงานภาครัฐ บางที่มี บางที่ไม่มี จึงเป็นปัญหาที่ล่าช้า ซึ่งจะประสบปัญหาในการอพยพผู้คน จึงจะเกิดเหตุล่าช้าและเกิด ความเสียหายตามมานะครับ ตรงนี้ต้องเตรียมให้พร้อม🔗
และอันดับที่ ๒ ของบริจาค ซึ่งจะตามมาเยอะแยะมากมาย จากภาครัฐ ภาคเอกชน จิตอาสา บางส่วนใช้ได้ บางส่วนเสียหาย บางส่วนไม่มีคุณภาพ ต้องคัดกรอง เบื้องต้น หรือแม้กระทั่งบางส่วน ผู้ที่มีจิตอาสาต้องการที่จะส่งตรงไปถึงพี่น้องผู้ประสบภัย โดยตรงในจุดเกิดเหตุ โดยไม่ต้องการผ่านอำเภอ จังหวัด เพราะว่าเขามีเพื่อน มีพวก มีคนที่ ห่วงใยอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ภาครัฐจะจัดหาได้ก็คือ🔗
๑. ถ้าคิดว่าปลอดภัยก็อำนวยความสะดวกให้เขาไปก็ได้นะครับ ของต่าง ๆ ที่เขาจะเอาไปช่วยล้วนแล้วที่จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่ประสบภัยที่ติดเกาะ ที่ออกมาไม่ได้ หรือแม้ออกมาได้แต่ก็ไม่ยอมออกมา ก็จะมีประเภทนี้อยู่นะครับ อำนวยความสะดวกให้เขา ได้มากที่สุดนะครับ🔗
ข้อที่ ๓ เป็นเรื่องของความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ประสบภัยต้นน้ำ ผู้ประสบภัยปลายน้ำ จะคิดต่างครับ ฉันก็เดือดร้อน คุณก็เดือดร้อน ฉันมากกว่าคุณ คุณน้อย กว่าฉัน ก็จะเป็นอย่างนี้ครับ ต้นน้ำก็มีความรู้สึกว่าทำไมปลายน้ำมากั้นขวางทางน้ำเอาไว้ จะมีทั้งแบร์ริเออร์ (Barrier) มีทั้งกระสอบทราย แล้วก็มีทั้งบางทีก็ปิดประตูเขื่อนกั้นน้ำเอาไว้ ปลายน้ำก็บอกว่าอย่าปล่อยมาเร็ว กั้นไว้ก่อนก็ได้นะครับ ตรงนี้จะไม่เข้าใจกันทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งจะเกิดความตึงเครียดเป็นอย่างมาก ฝ่ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องทำการอธิบายให้เข้าใจ ให้ชัดเจนในเรื่องของสถานการณ์ความตึงเครียดของผู้ประสบภัยต้นน้ำและปลายน้ำนะครับ🔗
ข้อที่ ๔ สื่อศูนย์กลางภายในจังหวัด สื่อมวลชน สื่อโซเชียล (Social) ต้องให้ ข้อมูลกับพื้นที่ที่ชัดเจนที่สุด เพราะจะเป็นผู้ที่รู้ภาพรวมทั้งจังหวัดได้มากที่สุด บางครั้ง ผมเห็นแต่ละที่นะครับ ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง จะอธิบายแจ้งวันนี้ระดับน้ำ ๗ เมตร วันนี้ ๘ เมตร วันนี้ลดลง ๖ เมตร วันนี้เพิ่มขึ้น ถ้าจะให้ชัดเจน บอกเขาชัดเจนอีกนิดหนึ่ง บางที่บอกชัดเจน แต่บางที่อาจจบอกไม่ชัดเจนว่าตรงนี้สามารถเข้าไปได้แล้ว ตรงนี้อย่าเพิ่ง เข้าไปนะ น้ำกำลังขึ้น ตรงนี้อพยพนะ น้ำกำลังมา ตรงนี้ปลอดภัยแล้ว สามารถขนย้าย ข้าวของเข้าไปได้ จะเป็นประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับข้อมูลส่วนกลางจากทางจังหวัด จะดีมากที่สุด🔗
และเรื่องที่ ๕ ข้อมูลในส่วนของท้องถิ่น ซึ่งสำคัญมากครับ ท้องถิ่นหมายถึง อยู่ในตำบลใครตำบลมัน ท้องถิ่นใครท้องถิ่นมัน เขาก็จะฟังจากผู้นำว่าหลังจากที่ สภาพน้ำท่วม ท่วมถนน ท่วมหนทาง แล้วตรงไหนไปได้ ไปไม่ได้ บางคนก็ดื้อไม่ฟังผู้นำ บางคนเชื่อผู้นำ แต่ก็เชื่อไม่เต็มร้อยนะครับ เพราะฉะนั้นผู้นำในท้องถิ่นต้องชัดเจนที่สุด ถนนเส้นไหนไปได้ สะพานไหนที่ขาด ชำรุด หรือยังไม่ขาด หรือกำลังห้าม ต้องบอกให้ชัดเจน แล้วถ้าน้ำท่วมถนนแล้วสำคัญที่สุด ถ้าน้ำท่วมแล้วมันจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นถนนหรือไหล่ทาง ต้องมีแนวเขตไหล่ทางให้ชัดเจน ที่ผ่านมามีประสบปัญหามาแล้วครับ ช่วงหัวค่ำน้ำยังไม่ขึ้น พี่น้องสัญจรคิดว่าไปได้ แต่ช่วงดึกมาไปได้ก็คือน้ำไหลเอ่อพัดผ่านตกข้างทางเสียชีวิต ก็หลายรายในเขตพื้นที่ที่จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ🔗
และท้ายที่สุดครับ จังหวัดต้องเป็นเจ้าภาพที่ดี จังหวัดต้องเป็นเจ้าภาพที่ดี ให้ท้องถิ่น เป็นพี่เลี้ยงที่ดีให้ท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างนะครับ เมื่อประสบปัญหามา ท้องถิ่นก็จะ สาละวนกันว่างบฉุกเฉินเร่งด่วนใช้อะไรได้บ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง ก็ถามกันไปถามกันมา จังหวัด บางที่หรือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ว่าใช้ให้ตามกฎหมาย ถูกต้อง เหมาะสม ให้สมควร ท้ายที่สุด จะทำอะไรไปก็ไม่กล้าทำ บางที่จะซื้อเรือก็กลัวผิดกฎหมาย บางที่ซื้อไปแล้วก็มี สตง. ป.ป.ช. เข้ามาตรวจทีหลัง เพราะฉะนั้นจังหวัดต้องชัดเจนเลยว่าอันนี้ทำได้ อันนี้ทำไม่ได้นะครับ แล้วก็หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างครับ มูลนิธิ จิตอาสา🔗
แล้วท้ายที่สุดครับ งบประมาณโครงการเยียวยา ต้องเร่งด่วน รวดเร็วให้ถึง พี่น้องประชาชนนะครับ ช่วงโควิด (COVID) ระบาด แล้วก็สุดท้าย ฟื้นฟู เยียวยา เร่งสำรวจ โครงการที่มันชำรุดทรุดโทรมให้มันคืนสภาพดีได้มากที่สุด โดยปรึกษาผู้แทน ปรึกษาท้องถิ่น ร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาฟื้นฟูหลังน้ำท่วมนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านประธานวิรัช เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าได้เห็นภาพอินเสิร์ต (Insert) โดยเฉพาะของท่านเจ้าของญัตติ คือของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ อยากจะให้เปิดซ้ำ อีกสักรอบในระหว่างที่อภิปรายครับท่านประธาน ผมต้องเรียนท่านประธานว่าเมื่อตอน ช่วงเช้า ช่วงที่ท่านประธานชวนนั่งเป็นประธาน ผมเองก็ได้หารือในส่วนของน้ำท่วมภาคใต้ และในขณะเดียวกันก็หารือต่อด้วยโควิด (COVID)🔗
แต่วันนี้ท่านประธานครับ พอมาดูรูปในส่วนของที่ท่านชินวรณ์ได้นำเสนอ และเมื่อคืนนี้เผอิญว่าผมก็เห็นสภาพน้ำท่วม ซึ่งต้องเรียนท่านประธานว่าเป็นน้ำที่ไหลหลากที่หนักจริง ๆ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างช่วงที่ท่านชินวรณ์จะมาบอก แล้วมาบอกผมว่าประธานวิป (Whip) อยากจะให้มี การอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ ผมยินดีครับท่านประธาน เต็มที่เลยครับ จะต้องไปเดินคุยกับท่านสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน จะไปคุยกับใครก็ตามทีที่จะมีการอภิปราย ถ้าเผื่อท่านประธานเห็น ดูสิครับลำน้ำที่ไหลหลากขนาดนี้ ตอนแรกผมยังนึกว่ามาจาก ต่างประเทศด้วยซ้ำไป แต่พอมาเห็นท่านชินวรณ์พูดและเห็นภาพในลักษณะแบบนี้ ทุกคนก็ตกใจ ผมเองพอเห็นตรงนี้แล้วท่านประธานครับ ระหว่างช่วงที่ท่านชินวรณ์ และเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมก็ต้องโทรศัพท์หาผู้ใหญ่ในรัฐบาล ทุกคนทราบ ไม่ว่าจะเป็น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้สั่งการ ไม่ว่าจะเป็นในส่วน ของทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยด่วนที่สุด มีอะไรที่จะเข้าไปช่วยชาวบ้านได้สั่งการเลย ผมได้มีโอกาสเมื่อสักครู่นี้โทรศัพท์กับท่าน ผบ. เหตุการณ์ในพื้นที่ ก็คือท่าน พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ ซึ่งเดี๋ยวจะมีรูปที่ท่านว่ายน้ำไปช่วย ชาวบ้านที่วัดท่าโพธิ์ที่เป็นเขตของท่าน ส.ส. รงค์ บุญสวยขวัญ นี่ละครับ เพราะฉะนั้น ในเหตุการณ์เหล่านี้เราจะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ลงไปกันเยอะ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ท่านไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ที่พายเรือไปรับผู้ที่ป่วยติดเตียง แล้วพร้อมกับนำอาหารไปส่ง ในส่วนตรงนี้ผมก็สอบถามว่าท่านครับ ท่านแม่ทัพ ท่านได้รับคำสั่งหรือยัง บอกว่าได้รับคำสั่ง จากท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่เกิดอุทกภัยอย่างเต็มที่ทุกอย่าง ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สั่งการไปยัง ตำรวจให้เข้าไปดูชีวิตและความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้อง พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในสายกระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกัน วันนี้ก็ทราบมาว่าปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญที่สุด ก็คือไม่ได้ว่ายกถุงยังชีพแล้วเอาไปให้พี่น้องประชาชน วันนี้เขาต้องการอาหารสำเร็จรูป วันนี้ทางกองทัพมีรถที่เขาเรียกว่ารถทำอาหาร วันนี้เขามีรถที่ผลิตน้ำจืด วันนี้ทั่วประเทศ อยู่จุดไหน ลงไปที่ภาคใต้หมดแล้วครับ เมื่อสักครู่นี้ผมก็คุยบอกว่าไปหรือยัง ไปหมด เพราะผมเองก็เพิ่งผ่านน้ำท่วมในเขตจังหวัดนครราชสีมา ถ้าเผื่อท่านประธานเห็นเครื่องไม้ เครื่องมือแล้วลงไปพร้อมกันอย่างนี้เราก็ยังพอใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง ผมเองก็ต้องเรียนท่านประธานว่าถ้าวันนี้แล้วเหตุการณ์ที่น้ำไหลหลากอย่างที่เราเห็น เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราลงไปกันแล้วข้าราชการ มาต้อนรับ แล้วใครจะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน บางคนก็บอกว่าต้องไปวันนี้ ต้องไป วันพรุ่งนี้ ก็รอให้น้ำลดสักหน่อยได้ไหมครับ แต่ความช่วยเหลือโดยการสั่งการให้ลงไปช่วย ท่านประธาน วันนี้ไปโดยตลอดเวลา วันนี้ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าในจังหวัด นครศรีธรรมราชทุก ๆ คน ท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ท่านสายัณห์ ยุติธรรม ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านชินวรณ์ท่านก็นำทีมครบ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราก็สบายใจไปอย่าง ตรงนี้ก็คือที่เขาเรียกว่าปัญหาเฉพาะหน้าระยะเบื้องต้น แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ ต่อไปก็เรียกว่าระยะที่ ๒ ก็คือดูแลความเสียหาย บ้านใครที่เสียหาย น้ำท่วม น้ำขัง เกิดความเสียหายอย่างไร ตรงนี้หน่วยงานราชการเขาก็มี ระดับชดเชยความเสียหายให้ ส่วนสุดท้ายระยะที่ ๓ ก็คือเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งท่านประธานก็เคยประสบน้ำท่วมในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา เขาก็จะมี ถ้าเป็นนาเท่าไร ไร่เท่าไร พื้นที่การเกษตร หรือพื้นที่ประมงเท่าไร ตรงนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉยดูดายหรอกครับ แล้วก็ยังสั่งการให้หน่วยงานของราชการทุกหน่วยงานที่ทราบมา โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี สั่งการไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมเจ้าท่า ให้สั่งเรือ ทุกหน่วยงานที่อยู่ในภาคใต้ เข้าไปดูพี่น้องในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีจังหวัดนราธิวาส ผมเองเมื่อสักครู่ได้คุยกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจษฎา จิตรัตน์ ที่น้ำท่วมในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งฝนก็ฝน พายุลูกเดียวกัน ครับท่านประธาน ตกโน่นหนัก ตกนี้น้อย แต่นราธิวาสก็ตกหนักแต่ยังไม่ออกข่าว ท่านสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ กับท่านวัชระ ยาวอหะซัน ก็บอกผมว่าตรงนั้นก็หนัก วันนี้ผมเอง เมื่อสักครู่ก็ประสานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี คือท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วย ท่านประสานไปยังในส่วนของ ปตท. ประสานไปยัง อีแกต (EGAT) ประสานไปยังหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพลังงาน ให้จัดส่งถุงยังชีพ เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องชาวภาคใต้ไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ชุด ก็กำลังเดินทางไปท่านประธานครับ แล้วก็ยังมีหน่วยงานราชการในส่วนของแต่ละส่วนที่กำลังลงไปให้ความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น อยากเรียนท่านประธานว่าเราก็เบาใจได้ระดับหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีท่านประธานครับ การให้เห็นเป็นรูปธรรมที่แท้จริง นอกจากจะเป็นคำเหล่านี้แล้ว ผู้บริหารระดับสูงก็ต้องลงไป ลงไปแน่นอน เพราะว่าท่านประธานก็คงทราบ วันนี้ก็มีราชพิธี มะรืนก็มี แล้วก็มีวันว่าง ผมคิดว่าเร็ว ๆ นี้ผู้หลักผู้ใหญ่จะไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปจังหวัดในเขตภาคใต้ อีกหลาย ๆ จังหวัดโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะพี่น้องที่นั่นเดือดร้อน พี่น้องที่นั่นมีทุกข์ เพราะฉะนั้นก็สุดท้าย ส่งความห่วงใยจากพี่น้องทุก ๆ ภาคไปยังพี่น้องภาคใต้ที่ได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสและเวลา ขอบพระคุณ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
การอภิปรายได้ยุติลงนะครับ ท่านชินวรณ์คงไม่ต้องสรุปแล้วกระมังครับ🔗
สั้น ๆ🔗
เอาสัก นาทีหนึ่งก็พอ เชิญครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอสรุปเพียงสั้น ๆ นะครับว่าในฐานะที่ในวันนี้ผมได้เป็นผู้เสนอญัตติ ผมก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่กรุณาได้ให้โอกาส แล้วให้ผมได้มาเรียนกับประธานวิป (Whip) รัฐบาลว่าเรื่องปัญหาอุทกภัยในภาคใต้นั้น เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญ สมควรที่จะได้เสนอเป็นญัตติขึ้นมา แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ ที่ได้กรุณาให้ความเมตตาในการให้เวลา เป็นพิเศษ ถึงแม้ตอนสรุปท่านจะบอกว่าให้เพียง ๑ นาที ผมก็จะทำตามเจตนาของท่านนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะเพื่อน ส.ส. ที่ได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติของผม ทั้งหมด ๒๖ คน และผมคิดว่าเป็นญัตติแรกที่ประธานวิป (Whip) รัฐบาลได้ร่วมอภิปราย เพื่อเป็นกำลังใจกับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ด้วย ผมขอสรุปสั้น ๆ ว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ที่ได้ร่วมกันอภิปรายในครั้งนี้ต่างได้ให้ความสำคัญว่าเราจะต้องทำเป็นญัตติด่วน เพื่อให้สภา เสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาต่อไป เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญ เพียงแต่ผมอยาก ฝากท่านประธานว่าท่านต้องเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ได้สรุปความคิดเห็นที่สำคัญอย่างน้อย ๓ ประการ🔗
ประการแรก ก็คือว่าปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องที่พี่น้องได้ประสบอุทกภัย ซึ่งฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน จนถึงวันนี้ วันที่ ๓ ธันวาคมนั้น มีมวลน้ำมหาศาล จริง ๆ ตามที่กราบเรียนไปแล้ว ความเดือดร้อนนั้นอาจจะแตกต่างกันนะครับ บางพื้นที่ น้ำไม่ท่วมขังแล้ว แต่ว่ายังมีซากปรักหักพังและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือน สัตว์เลี้ยง ตลอดถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างทันท่วงที ทั้งด้านจิตใจ ด้านสุขภาพ และด้านทรัพย์สินทั้งหมด อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมีกระบวนการในการทำงาน เชิงรุกและรวดเร็ว ผมอยากให้ทุกส่วนราชการที่ผมเรียกร้องไปในเบื้องต้นได้นำคำเรียกร้อง ของเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดถึงปัญหาเฉพาะหน้าทั้งหมดนี้นำไปเสนอต่อรัฐบาลต่อไป🔗
ปัญหาระยะกลางครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าปัญหา ระยะกลางนั้นมีหลายคนได้พูดถึงว่าเราจะต้องมองในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งภาคใต้อย่างเป็นระบบรวมกัน และต้องมาบูรณาการในการจัดสรรงบประมาณ แล้วก็ดำเนินการในการที่จะแก้ไขปัญหาในระยะกลาง อย่างชัดเจนที่สุดในวันนี้ที่ผมอยากจะ เรียกร้องว่าท่านประธานจะต้องให้มีบันทึกไปนะครับ นั่นคือโครงการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ภาคใต้ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ครับท่านประธาน ท่านได้มีพระดำริโครงการแก้ไข ปัญหาอุทกภัยภาคใต้ไว้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา เป็นต้น แต่ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดเดียวที่โครงการยังไม่คืบหน้า เท่าที่ควร ในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ ผมต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ ฯพณฯ องคมนตรีหลายท่านที่ลงไปดูแลและติดตามเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนคลองสังข์ อำเภอทุ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนคลองวังหีบ อำเภอทุ่งสง ไม่ว่าจะโครงการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งหมดนี้รัฐบาลก็เตรียมการจัดตั้งงบประมาณแล้ว แต่ว่า อยากจะให้เร่งรัด ท่านประธานต้องบันทึกข้อนี้ไป นี่เป็นโครงการที่เป็นพระมหากรุณาธิคุณ และวันนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยภาคภูมิใจครับว่าในพื้นที่อำเภอพิปูน ฉวาง ปริมาณน้ำฝนเท่ากับปี ๒๕๓๑ เลยครับ แต่ว่าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไว้ได้มาก เพราะเรามีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนและคลองดินแดงได้ช่วยในการชะลอน้ำ แล้วก็ช่วยในการระบายน้ำออกมา ถึงแม้ว่ามันจะต้องกระทบบ้างเพราะมีน้ำจำนวนมาก แต่ว่าก็ไม่สร้างความเสียหายเหมือนกับปี ๒๕๓๑ อันนี้ก็เห็นถึงผลดีของโครงการพระราชดำริ ดังกล่าว เพราะฉะนั้นท่านประธานจะต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ได้เอาแนวทางของพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาผู้ประสบภัยในภาคใต้ไปลงไว้ให้ชัดเจน🔗
และในระยะยาว นั่นคือโครงการที่เราจะต้องมาดูในการแก้ไขปัญหาว่า เมื่อภาคใต้ของเรานั้นเป็นพื้นที่อยู่ชายฝั่งทะเล เราจะต้องทำร่วมกันไปอย่างเป็นระบบ ในการรักษานิเวศ ในการรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาต้นน้ำ ตลอดถึงการเก็บน้ำไว้ใช้ ในการบริโภค และที่สำคัญที่สุดท่านประธานครับ คือการที่เราจะต้องร่วมกันในการที่ จะสร้างสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ให้เป็นสิ่งแวดล้อมที่อำนวยในการที่จะแก้ไขปัญหา ประสบ อุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยครับ🔗
และที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน เพื่อให้ ท่านประธานได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่าคนในภาคใต้หรือแม้แต่พี่น้อง ชาวนครศรีธรรมราชต่างคนต่างลุกขึ้นช่วยตัวเองนะครับ แล้วเขาก็มีนิสัยและมีชีวิตจิตใจ ที่เป็นนักต่อสู้แบบนี้ทุกครั้ง เวลาเขาเกิดวิกฤติเขาไม่เคยท้อถอยครับ คนภาคใต้เขาจะต่อสู้และลุกขึ้นมา สิ่งที่ผมจะเรียกร้องต่อท่านประธานเป็นข้อสรุปไปยัง รัฐบาลก็คือว่าท่านต้องให้กำลังใจ ท่านต้องให้ความเป็นธรรม อย่าไปทำอะไรที่ไม่มี ความเป็นธรรม อย่าไปทำอะไรที่คิดว่าคนภาคใต้รู้ไม่เท่าทันกับกระบวนการวิกฤติในวันนี้ ขอให้รัฐบาลได้สร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการที่ให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชน ที่ประสบภัยนี้ โดยการพัฒนา เข้าถึง เข้าใจ อย่างจริงจัง🔗
ท้ายที่สุดผมขอสรุปว่าท่านประธานครับ ในวันนี้ญัตตินี้ผมถือว่าเป็นญัตติ สำคัญในทางการเมืองของพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ ณ ที่นี้และร่วมกันอภิปราย เพราะญัตตินี้จะเป็นญัตติที่มีผลต่อพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจำนวนหลายแสนคน หลายหมื่นครอบครัว หลายตำบล หลายอำเภอใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐสภาของเราจะได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และได้ร่วมกับท่านประธานในการนำเสนอ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ตลอดถึงวิธีการแก้ไขปัญหา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะต้องนำ รายละเอียดดังกล่าวนี้รับฟังความคิดเห็นและรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป และผมยืนยัน ในที่นี้ต่อพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ทั้งหลายว่าพวกผมจะให้กำลังใจและอยู่เคียงข้าง ท่านทั้งหลาย และพวกเราจะติดตามการทำงานของรัฐบาลตามญัตติที่เราได้เสนอต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานไว้เป็นอย่างสูงครับ🔗
ญัตติด่วน ของท่านชินวรณ์เป็นญัตติที่ให้สภา🔗
ท่านประธานครับ สั้น ๆ นิดเดียว ท่านประธานครับ🔗
ไม่ได้ แล้วครับ หมด🔗
เปล่าครับ ผมคืออยากมีส่วน แป๊บเดียว ไม่นานครับ นิดเดียวครับ🔗
มันไม่ได้ แล้วครับ🔗
นิดเดียวจริง ๆ ครับ🔗
เพราะมัน ปิดการอภิปรายแลวครับ มันอยูขั้นตอนการลงมติแลวครับ🔗
ผมอยากจะสงบทกลอนไปใหชาวใต เป็นบทกลอนครับ ขอใหเวลาผมนิดเดียวครับ ไมนาน ไมถึงนาทีครับ เป็นบทกลอนนะครับ ผมอยากจะสงบทกลอนใหพี่นองชาวใตครับ ทานประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ผม สําลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยนะครับ ในฐานะเป็นเพื่อนรวมชาติ ตองการอยากจะสงน้ําใจใหพี่นองชาวใตครับ เชิญรวมสงน้ําใจใหพี่นอง ที่หมนหมองปวดราว คือชาวใต หลายพื้นที่โดนน้ําทวมอวมฤทัย เชิญรวมใจไปจุนเจือชวยเหลือกัน ปรัชญาวา น้ําคือชีวิต แตวันนี้น้ําทําพิษจนผิดผัน ความเสียหายเหลือลนทนอนันตแ ชวยเหลือกันนั้นคือ ชื่อวาไทย ชวยเหลือกันใหสมชื่อคือคนไทย ขอบคุณทานประธานที่ใหโอกาสผมครับ🔗
เนื่องจาก ญัตติดวนของทานชินวรณแเป็นญัตติใหสภาไดรวมกันพิจารณาปัญหาน้ําทวมภาคใต โดยให การชวยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาความทุกขแ ความเดือดรอน ก็คือจะเอาคําอภิปราย ขอเสนอแนะของทานสมาชิกทั้งหมดสงรัฐบาล มีทานสมาชิกทานใดเห็นเป็นอยางอื่นไหมครับ🔗
ถาไมมี ก็ถือวาที่ประชุมเรามีมติใหสรุปคําอภิปราย ขอเสนอแนะในการแกปัญหาการชวยเหลือ ราษฎรที่ประสบปัญหาน้ําทวมภาคใตนะครับ ก็จบญัตติของทานชินวรณแนะครับ วันนี้ ขอบพระคุณทุกทานครับ ขอปิดประชุมครับ🔗