unknown · · 464 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๙ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุม ผมเชิญท่านสมาชิก ๓๐ ท่านนะครับ เสนอข้อหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ อันดับแรก คุณสงวน พงษ์มณี ขอเชิญครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมขอนำความเดือดร้อนของคนในจังหวัดมาหารือกับ ท่านประธานเพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำโครงการ แก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน ซึ่งตั้งอยู่ตำบลมะเขือแจ้กับตำบล บ้านกลาง โครงการประสบความสำเร็จมาก มีประโยชน์กับท้องถิ่นและมีประโยชน์กับชุมชน เป็นอย่างมาก ราษฎรในตำบลป่าสัก ตำบลหนองหนาม ตำบลเหมืองจี้ ซึ่งเป็นเขตนิคม อุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน แล้วก็ประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งเหมือนกัน ทางราษฎรจึงให้ผม มาขอความกรุณาท่านประธานส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง และผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนให้นำโครงการที่ประสบความสำเร็จในนิคมอุตสาหกรรม ในตำบลมะเขือแจ้มาแก้ปัญหาให้กับตำบลป่าสักและตำบลใกล้เคียงด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ขออนุญาตหารือความเดือดร้อน ๒ เรื่อง และขอบคุณ ๑ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งดำเนินการเดินสายไฟที่ชำรุด มาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว ที่ไฟฟ้ามีเสาอยู่แล้วไปยังบ้านนางสาวชะเอม โพธิ์ทอง พร้อมทั้งอีก ๘ หลังคาเรือนด้วยกันที่บริเวณหมู่ที่ ๗ บ้านบางจิก ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เขาเดือดร้อนมากเพราะว่าปีนี้น้ำท่วม ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งดำเนินการโดยด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานส่งโป๊ะพร้อมแบ็กโฮ (Backhoe) เข้าไป ดำเนินการกำจัดผักตบชวาคลองบางสะแก ตำบลบางตะเคียน และตำบลบ้านกุ่ม อำเภอ สองพี่น้อง บริเวณบ้าน ผอ.ไมตรี โหมดเครือ บ้านกำนันดำรง สุวรรณมโหสถ และบริเวณ หน้าวัดสว่างอารมณ์ อำเภอสองพี่น้องด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องขอบคุณ ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปลัดกระทรวงด้วยที่กรุณาส่งทีมงานจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยอธิบดีโสภณ ทองดี ได้นำทีมที่มีความเข้มแข็ง เป็นอย่างยิ่ง โดยการนำของท่านหัวหน้ามนตรีไปดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัย ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง พี่น้องประชาชน ชื่นชมในความเข้มแข็งของทีมนี้เป็นอย่างยิ่ง ช่วยเหลือประชาชนได้มาก ก็ขอให้ทางประธาน กรุณาทำหนังสือขอบพระคุณด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ คือ🔗

๑. ขอให้กรมทางหลวงชนบทศึกษา สำรวจ ออกแบบ เพื่อก่อสร้าง ถนนเลี่ยงเมืองแก้งคร้อ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการจราจร ในตัวเมืองคับคั่ง มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากมาย เพราะว่ามีถนนทางหลวงแผ่นดิน สาย ๒๐๑ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของภาคอีสาน ผ่านใจกลางอำเภอแก้งคร้อ ปัจจุบัน อำเภอแก้งคร้อได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเส้นทาง ทางเลี่ยงเมือง จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป🔗

๒. ขอให้กรมชลประทานก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำพรม ลำน้ำเชิญ ที่บ้านถนนกลาง ตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น ซึ่งโครงการนี้คณะรัฐมนตรีประชุมสัญจร ที่จังหวัดสุรินทร์เมื่อหลายปีก่อนได้อนุมัติโครงการ เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มี ประโยชน์ กรมชลประทานได้สำรวจออกแบบพร้อมที่จะก่อสร้าง แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุ เข้าในแผนงบประมาณ โครงการนี้ถ้ากระทำสำเร็จจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจาก ๒ จังหวัด คืออำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ และอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น🔗

๓. ขอให้กรมชลประทานได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากลำน้ำชี ที่ตำบลยางหวาย อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ มีท่อส่งน้ำออกจากลำน้ำชีไปขึ้นที่ ตำบลหนองขาม ซึ่งเป็นที่สูงสามารถปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องตำบลยางหวาย ตำบลหนองขาม ตำบลโนนสะอาด และตำบลบ้านโสก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่องที่จะมาสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ส่งเรื่องร้องเรียนมาที่ผมใน ๓ ประเด็นหลักด้วยกัน🔗

๑. ก็คือปัญหาเรื่องของต้นทุนทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นสูงมาก ไม่ว่าจะเป็น ค่าปุ๋ยก็กระสอบละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท ค่ายา ค่าน้ำมัน ต้นทุนทางการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น🔗

ในขณะที่ประเด็นที่ ๒ ราคาข้าวเปลือกตกต่ำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรอบการผลิตที่ผ่านมา ดังนั้นอยากที่จะขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งรัดในเรื่องของการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรโดยเร่งด่วน ถึงแม้ว่าจะมีโครงการประกันรายได้ แต่เงินส่วนต่างจากโครงการ ประกันรายได้นั้นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ชาวนาได้ผลกำไรที่สามารถจะลืมตาอ้าปากได้ แล้วก็ชาวนาพี่น้องเกษตรกรฝากติดตามนโยบายโครงการเงินช่วยเหลือเยียวยาลดภาระ ค่าปลูกให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินครอบครัวละ ๒๐ ไร่ เป็นจำนวน ไม่เกินครัวเรือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้ไม่ทราบว่าสถานะไปถึงขั้นใดแล้ว พี่น้องเกษตรกร รอเงินช่วยเหลือจำนวนนี้อยู่🔗

ประเด็นต่อไปครับ เป็นประเด็นเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบ ที่เกิดจากภัยพิบัติน้ำท่วมที่ถนนทางหลวงชนบทเส้น ๒๐๓๔ ที่อำเภอไชโย เส้นชัยภูมิ- จระเข้ร้อง-ตลาดกรวด ถนนเส้นนี้ถูกเจาะเพื่อที่จะระบายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน ตอนนี้ถนนเสียหายครับ อยากให้รัฐบาลจัดงบประมาณเร่งด่วนฉุกเฉิน เพื่อที่จะไปซ่อมแซมก่อนที่น้ำรอบใหม่จะมา แล้วก็จุดสุดท้ายก็คือคลองส่งน้ำชลประทาน ของคลองชัยนาท-อยุธยา เป็นโครงการส่งน้ำของมหาราช ก็ขอให้ทางโครงการชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปซ่อมแซมคลองส่งน้ำชลประทานที่เสียหายกับพี่น้องเกษตรกร ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐม ท่านประธานคะ ในประเทศที่มีรัฐบาลก็เหมือนกับไม่มีนะคะ ๑ เดือนกว่า ที่ดิฉันลงพื้นที่มากกว่า ๑๐ จังหวัด ดิฉันได้พบเห็นอะไรบ้างคะท่านประธาน ดิฉันเห็น เมืองร้างจากการบริหารงานที่ผิดพลาดเพราะโควิด (COVID) ดิฉันได้เห็นการปิดกิจการ การตกงาน ดิฉันได้เห็นชาวนาที่สิ้นความหวังเพราะว่าราคาปุ๋ยแพงกว่าราคาข้าว ดิฉันได้เห็น พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องเอามือถือไปเข้าโรงรับจำนำ และได้เห็นเด็กนักเรียนที่ไม่มีแท็บเล็ต (Tablet) ใช้ในการเรียนออนไลน์ (Online) ค่ะท่านประธาน ในยุคที่เราเรียกตัวเองว่าเข้าสู่ ยุคปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงระยะที่ ๔ นี้ ดิฉัน พวกเราเจ็บช้ำน้ำใจที่ได้เห็นข่าวการซื้อ ไอโฟน ๑๒ (iPhone12) แจกข้าราชการในทำเนียบรัฐบาล ในยศระดับตั้งแต่อธิบดีขึ้นไป ทั้ง ๆ ที่คนพวกนี้ก็มีเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งพอใช้อยู่แล้วค่ะ การใช้เงินภาษีของพวกเรา อย่างฟุ่มเฟือยไร้จิตสำนึกไม่เข้าท่านี้ มีข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นว่าใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทำงานของเจ้าหน้าที่ ท่านประธานคะ ความเหลื่อมล้ำในวงการราชการดิฉันจะขอพูดแทน พวกเขาค่ะ พนักงานสอบสวนทั่วประเทศเกือบ ๑,๕๐๐ แห่ง โรงพักทั่วประเทศยังไม่มี เครื่องใช้สำนักงานจำเป็น ไม่มีโน้ตบุ๊ก (Notebook) ไม่มีพรินเตอร์ (Printer) และยังต้องซื้อ กระดาษ ซื้อผ้าหมึกสี ผ้าหมึกขาวดำใช้เองนะคะ ต้องไปผ่อนโน้ตบุ๊ก (Notebook) ผ่อน พรินเตอร์ (Printer) เอง อันนี้ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาจำนวนมากมาย และโรงพัก ทั่วประเทศ ๑,๔๐๐ กว่าแห่งนี้ก็ยังไม่มีเครื่องสแกน (Scan) ลายนิ้วมือด้วยค่ะท่านประธาน ในขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ ที่อำเภอที่กรมขนส่งก็มีใช้กันแล้ว ก็ยังใช้แบบผ้าหมึก ต้องเปื้อนหมึกสีดำอยู่แบบที่ดึกดำบรรพ์แล้วก็ล้าสมัยมาก ดิฉันถามไปยังรัฐบาลค่ะว่าท่านจะยังตอกลิ่มตอกย้ำซ้ำความเหลื่อมล้ำไปถึงไหน และยัง เอื้อประโยชน์ให้กับคนใกล้ตัวไปถึงไหนคะ ข้าราชการที่อยู่ชายขอบที่ทำงานรับใช้ใกล้ชิด ประชาชน อย่างเช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยได้รับการแยแสจากท่านนะคะ ขอให้ท่านพิจารณา เรื่องนี้ด้วยว่าจะทำอย่างไรดีกับปัญหานี้ มีโทรศัพท์มือถือเครื่องไหนที่มีประสิทธิภาพเท่ากัน กับไอโฟน ๑๒ (iPhone12) ที่ราคาย่อมเยากว่านี้สามารถใช้ทดแทนกันได้ และดิฉันถามว่า ท่านประธานล่ะคะท่านใช้มือถือรุ่นไหนคะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๓ ประเด็น ที่อยากขอหารือท่านประธาน🔗

ประเด็นแรก คือราคาข้าวตกต่ำ ท่านประธานครับ ผู้ร้องก็คือ ร้อยโท ทนงชิต บุญทน เกษตรกรบ้านโนนตาเถร อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ร้องว่าราคาข้าว ตกต่ำมาก ตกต่ำ ๑ กิโลกรัม ๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท ไม่เท่ากับราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลย ปุ๋ยราคาแพงทำให้เกษตรกรเดือดร้อน อยากฝากไปที่กระทรวงพาณิชย์ว่าทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ข้าวราคาสูงกว่านี้ได้ไหม จะทำอย่างไรขอให้เป็นความสามารถของทางกระทรวงพาณิชย์ ฝากไปที่กระทรวงพาณิชย์ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ วิกฤติของน้ำมันแพง อันนี้คนที่ร้องมาก็คือ นางปราณี พงษ์ศิริวัฒนกุล จากอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น น้ำมันแพงทำให้เกษตรกรเดือดร้อน โดยเฉพาะ น้ำมันดีเซล ท่านประธานครับ เพราะว่าเกษตรกรต้องเอาน้ำมันเหล่านี้มาสูบน้ำทำนา ทำสวน เพื่อปลูกผัก ปลูกพืชต่าง ๆ ไปเลี้ยงชีวิตตัวเอง ปรากฏว่าน้ำมันแพง อยากเรียกร้อง ไปให้รัฐบาลว่าลดภาษีสรรพสามิต ๕.๙๙ บาท ลงสักปีหนึ่งได้ไหม เพื่อฟื้นฟูเกษตรกรเหล่านี้ ฝากไปที่นายกรัฐมนตรีครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่รัฐบาลเรียกร้องให้เขาออกมา ช่วยกันสร้างบ้านแปงเมือง ปรากฏออกมาแล้วรัฐบาลทิ้งเลย อยากเรียกร้องรัฐบาลให้ ๑. ขอคำสั่งให้เขาเสีย คำสั่งที่ฟื้นฟูชีวิตเขา อันที่ ๒ ช่วยลดหนี้ลดสินให้เขา ตามที่รัฐบาล รับปากไว้ คนที่ร้อง ก็คือนายชาลี วงศ์จันทร์ นายสมาน และสหายสว่าง วงศ์กระโซ่ ฝากไปที่ สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงกลาโหมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อจะไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนดังนี้ครับ🔗

๑. การจ่ายเงินค่าชดเชยประกันส่วนต่างราคาข้าวให้พี่น้องเกษตรกรชาวนา ที่อุดรธานีและทั่วประเทศ ขอให้รัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐบาลรีบดำเนินการโดยด่วน ตอนนี้ ก็ล่วงเลยเวลามานานแล้ว พี่น้องชาวนาเดือดร้อนมากครับ🔗

๒. ขอให้กองทัพบก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วยแก้ไขปัญหาให้ พี่น้องเกษตรกร ประชาชน และวัดพระพุทธบาทบัวคำ หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต บ้านโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ที่ขอไฟฟ้าไม่ได้สักที ทั้งที่มีชุมชนคนหนาแน่นในเขต เทศบาล เหตุผลเพราะอยู่ในเขตทหาร ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูแลแก้ไขปัญหานี้ ให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

๓. ผู้ประกอบการร้านค้าได้รับความเดือดร้อนที่อำเภอหนองวัวซอ กุดจับ อุดรธานี และทั่วประเทศร้องเรียนว่ารัฐบาลเก็บภาษีเงินได้ไม่เป็นธรรม มหาโหด จนขาดทุน จนไม่ร่วมโครงการรัฐสวัสดิการคนละครึ่ง เราชนะ เที่ยวด้วยกัน ขอออกจากโครงการเหล่านี้ กันทั้งประเทศ เพราะรับสภาพการขาดทุน ขอให้รัฐบาลรีบดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน🔗

๔. ขอให้รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาไฟฟ้าแสงสว่างไม่เพียงพอ บนถนนมิตรภาพ-ไฮเวย์ (Highway) เอเอช ๑๒ (AH12) สายกรุงเทพฯ-สระบุรี-หนองคาย และปัญหาการก่อสร้างถนนสายนี้ช่วงอำเภอน้ำพอง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ก่อสร้างมาเกือบ ๒ ปียังไม่แล้วเสร็จ ขอให้รัฐบาล รีบดำเนินการโดยด่วน เพราะพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมาไม่สะดวก ได้รับความเดือดร้อน มากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอนำความเดือดร้อนของเกษตรกรหรือชาวนาจังหวัดปราจีนบุรี นำโดยท่านโอภาส ชาญยงค์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ขอนำมาปรึกษาหารือ กับท่านประธานสภาที่เคารพ คงเช่นเดียวกับ ส.ส. หลาย ๆ ท่านวันนี้ เริ่มต้นก็ความเดือดร้อน ของชาวบ้าน หรือประชาชนคนไทยทั้งสิ้น ปัญหามาจากจังหวัดปราจีนบุรีครับ มีเกษตรกร หรือชาวนาที่ทำนาปีอยู่ไม่ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ ราย พื้นที่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ยอดผลผลิตประมาณ ๑๖๗,๐๐๐ ตันต่อปี ข้าวเปลือกราคาตกต่ำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๔ โดยเฉพาะในจังหวัดปราจีนบุรีข้าวหอมมะลิ ๗,๐๐๐-๗,๕๐๐ บาทเท่านั้น เนื่องจาก ปีนี้มีผลผลิตมาก ส่งออกน้อย อีกทั้งประสบภาวะโควิด (COVID) ทำให้การขนส่ง มีความยากลำบาก อีกทั้งข้าวไทยก็ราคาสูงกว่าที่อื่น ถึงแม้ว่านโยบายของภาครัฐจะมีการ ประกันราคารายได้ในปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ แล้ว แต่จริง ๆ แล้วชาวนาเขาต้องการให้มีนโยบาย ควบคู่กันไป คือทำอย่างไรสินค้าการเกษตรจะมีราคาสูงขึ้น ดังนั้นจากข้อเสนอแนะ ของเกษตรกรชาวนาจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อจะให้รัฐนั้นมีตลาดนัดข้าวเปลือกในเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ ถึงมกราคมปีหน้า เพื่อให้ช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวหอมมะลิหรือนาปี ในนั้นมีตลาดค้าข้าวอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม อีกทั้งเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลพื้นที่โรงสี จะได้มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตอย่างดี และโดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อ ข้าวเปลือกในเขตพื้นที่ด้วยราคาเหมาะสมและเป็นธรรม ด้วยการกำกับดูแลของหน่วยงาน ภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการรับซื้อ การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น หรือการหักสิ่งเจอปนต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการค้าข้าว อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมพัฒนาเกษตรกรให้มีความเข้าใจลักษณะการตลาดและความต้องการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ค้าข้าวต่อไป ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยนะครับ ห่วงใยปากท้อง ของประชาชนทุก ๆ คนครับ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ครับ🔗

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ขอบคุณครับท่านประธาน มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับ ท่านประธาน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗

เรื่องแรก เรื่องการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาที่แสนแพง ประชาชน โดยทั่วไปที่ต้องการเสี่ยงโชคในวันนี้เหมือนถูกมัดมือชกครับ จำใจที่จะต้องซื้อสลากกินแบ่ง ที่แพงมาก ๆ นะครับ โดยเฉพาะสลากจัดชุดหรือว่าหวยชุด ยกตัวอย่างชุดละ ๕ ใบ หรือว่า ๕ คู่ ถ้าเป็นสมัยก่อนเต็มที่ก็จะตกชุดละ ๕๕๐-๖๐๐ บาท แต่สมัยนี้นั้นเริ่มต้นก็ ๗๐๐ บาท แล้วครับ ถ้าเป็นเลขเต็งก็จะตกชุดละ ๙๐๐ บาททันที ยิ่งเป็นชุดละ ๑๐ ใบ ที่วันนี้จำหน่าย สูงสุดถึงชุดละ ๓,๐๐๐ บาท จะไปโทษพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยก็ไม่ได้ เพราะว่าพ่อค้าแม่ค้า เหล่านั้นรับมาแพงจริงครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าสงสารมากที่พวกเขาเหล่านั้นจะต้องขาย ในราคาทุนก็ไม่ได้นะครับ เพราะว่าขาดทุนเห็น ๆ จำต้องขายเพื่อให้ได้กำไรบ้าง บางครั้ง ก็ถูกแจ้งจับเพราะว่าขายเกินกว่าราคาที่กำหนด วันนี้กองสลากทำอะไรอยู่ครับ ไม่รู้สึก รู้ร้อนรู้หนาวบ้างเลยหรือ ที่อยู่ ๆ สลากกินแบ่งที่เป็นความหวังของประชาชนโดยทั่วไป และเป็นอาชีพสุจริตของพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่หวังกำไรจากการจำหน่ายเพื่อไว้จุนเจือ ครอบครัวกลับมีราคาแพงขึ้นในทุก ๆ งวดนะครับ ยิ่งมีข่าวว่ามีนายทุนกว้านซื้อสลากกินแบ่ง จากตลาดค้าลอตเตอรี่นะครับ เพื่อเอาไปสแกน (Scan) แล้วจำหน่ายทางออนไลน์ (Online) แล้วเอาตัวจริงนั้นกลับมาปล่อยในตลาดอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ต้นทุนแพงขึ้นยิ่งกว่าเดิมนะครับ วันนี้กองสลากไม่ควรที่จะเป็นหมีนอนกิน ควรที่จะต้องดำเนินการบ้างแล้ว ควรจะต้อง ร่วมมือกับกระทรวงดีอี (DE) ตรวจตราทั้งในระบบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นออนไซต์ (Onsite) หรือว่าออนไลน์ (Online) นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากทางผู้ปกครองและคุณครูหลายโรงเรียนว่า วันนี้แม้ว่าหลายพื้นที่นั้นจะมีการเปิดดำเนินการสอนตามปกติแล้ว ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยนะครับ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การเปิดการสอนนะครับ ประเด็นอยู่ที่ว่าเด็กที่เข้าเรียนตามมาตรการนั้นจำต้องตรวจเอทีเค (ATK) หรือชุดตรวจ การติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ทุก ๆ ๗ วัน รวมถึงครูในโรงเรียนนะครับ ชุดตรวจซึ่งวันนี้ หาได้ง่าย แต่ราคาก็ถือว่ายังค่อนข้างสูงสำหรับคนที่มีฐานะยากจนนะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น ทางผู้ปกครองและทางคุณครูเองจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มต่อเดือน เดือนละประมาณ ๔๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงสำหรับคนที่มีฐานะยากจน ก็ฝากเรื่องนี้กับทาง กระทรวงศึกษาธิการให้เข้าไปดำเนินการแล้วก็รับเรื่องเหล่านี้ไว้เพื่อพิจารณาหาทางออก ออกมาตรการเพื่อเป็นการลดภาระให้แก่ผู้ปกครองรวมถึงคุณครูด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอาดิลันครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือ ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ถึงสำนักนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านนะครับ เมื่อวานเดินทางผ่าน ด่านตรวจระหว่างจังหวัดยะลากับปัตตานี เจอด่านตรวจเจ้าหน้าที่ขอตรวจบัตรประจำตัว ประชาชน และมีข้อมูลปรากฏที่เครื่องโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ว่าตรวจพบในฐานข้อมูล พบจากชื่อบุคคลตามหมายจับก็ตกใจ เพราะว่าเดินทางมาโดยตลอดก็ไม่เคยเจอ ให้ภรรยา มายืนยันก็ใช้เวลาในการยืนยันกับเจ้าหน้าที่ ท้ายสุดเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัว จึงเกิดความสงสัย ว่าข้อมูลที่ปรากฏในฐานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ความจริงเป็นอย่างไร จึงฝากให้กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ เข้มงวดในมาตรฐานของข้อมูล ในการส่งต่อข้อมูลให้กับ ผู้ใต้บังคับบัญชาในการใช้ตามด่านตรวจต่าง ๆ เกิดความเสียหายกับประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ ถึงกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมได้จัดโครงการสัมมนาของคณะกรรมาธิการกับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองสิทธิชุมชนในกระบวนการยุติธรรม จัดให้กับ กลุ่มพี่น้องไทยพุทธใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนกลุ่มย่อยนะครับ ได้ข้อมูล ที่เป็นข้อเรียกร้องด้านจิตใจที่อยากจะให้มีการปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องจัดให้มีครัวพุทธในโรงพยาบาลที่มีครัวฮาลาล เพราะว่า ผู้ป่วยที่คุ้นชินกับอาหารที่ต้องรับประทานเนื้อสุกรแล้วก็ไม่ได้รับประทานอาหาร เหมือนกับ ถูกบังคับให้รับประทานอาหารที่ไม่ใช่อาหารที่คุ้นชิน🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้ห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลจะมีพระพุทธรูปประจำ ทุกห้อง ขอให้จัดวางตำแหน่งที่ไม่ทับซ้อนกับในทิศที่พี่น้องผู้นับถือศาสนาอิสลามผินหน้า ไปละหมาดในเวลาที่ต้องประกอบศาสนกิจครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๔ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรกก็คือเรื่องจากที่สภาพัฒน์ได้มาให้ข้อมูลกรณีว่างงานขณะนี้ ๘.๗ แสน ซึ่งเป็นอัตราที่ว่างงานสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นกระทรวงแรงงาน ต้องรีบดำเนินการวางแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการว่างงานนี้ด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันก็ดี จากการที่จะมีการปรับค่าไฟฟ้าเพิ่มก็ดี ดังนั้นพี่น้องผู้ใช้แรงงานนะครับ บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกก็ต้องเรียน พ่อแม่ก็ต้องเลี้ยงดูซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง และโดยเฉพาะพลังประชารัฐ ได้หาเสียงในการที่จะปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ๔๒๕ บาท รีบดำเนินการให้ด่วนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องของการที่ประกาศเปิดประเทศ ขณะนี้แรงงานข้ามชาติที่จะ เข้ามา ซึ่งกระทรวงแรงงานจะทำเอ็มโอยู (MOU) ก็ดีให้รีบดำเนินการนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญ ขณะนี้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ๒๖,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้พี่น้องแรงงานข้ามชาติ จะเข้ามาถูกต้องนั้นลำบากมากขอให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนี้ด้วย🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องของการประกาศของกระทรวงแรงงานที่ลิดรอนสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะสหภาพแรงงานที่มีการยื่นข้อเรียกร้อง ดังนั้นที่มีการประกาศเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ขอให้ยกเลิกขั้นตอนต่าง ๆ ที่สั่งระงับให้ดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน สัมพันธ์ที่มีอยู่ที่ให้สหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้องและมีการเจรจาต่อรอง🔗

– ๗/๑ มีการพิพาทแรงงานก็ให้เดินตามกระบวนการตามกฎหมาย ไม่ใช่ออกมาประกาศเพื่อลิดรอน มิให้สหภาพนั้นมีสิทธิในการเจรจา นายจ้างเองก็มีสิทธิในการที่จะปิดงาน หรือลูกจ้างเองก็มี สิทธิที่นัดหยุดงานตามกฎหมายที่มีอยู่ก็อยากให้รีบดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ด่วนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องร้องเรียนจาก อบต.ศิลาทิพย์ จากชาวบ้านจำนวนหลายหลังคาเรือน ที่ต้องอาศัยถนน หมู่ที่ ๑๑ สาย กม. ๑๒๕ บ้านศิลาทิพย์ เป็นระยะทาง ๒ กิโลเมตร เป็นทางลูกรังที่ชำรุด ทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็สายหมู่ที่ ๖ บ้านหนองหัววัว ระยะทางอีก ๒ กิโลเมตร ซึ่งเป็น ถนนลูกรัง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอันนี้ยังไม่มีคนรับผิดชอบว่าสายทางนี้ เป็นสายทางของใคร คือ ทาง อบต. ยังว่างเว้นอยู่ในการรับหน้าที่ ซึ่งฝนตกมาแล้วทางแฉะ แล้วก็การสัญจรลำบาก🔗

เรื่องที่ ๒ ฝายบ้านกุดตาเพชร ตำบลคลองหินลาว หมู่ที่ ๙ ตำบลกุดตาเพชร ไม่มีงบประมาณของ อบต. ที่มาช่วยซ่อมแซม เพราะว่าเป็นฝายที่ถูกน้ำท่วมเมื่อครั้งที่แล้ว ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก แล้วก็ทางการสัญจรข้ามฝายก็ขาด แล้วก็อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทางอำเภอเข้าไปช่วยจัดการดูแลหน่อย🔗

เรื่องที่ ๓ อยากจะขอให้การบริหารจัดการน้ำเขื่อนป่าสักได้ชะลอการระบายน้ำ ออกไป เพราะว่าน้ำอยากจะให้เก็บไว้ให้ประชาชนชาวอำเภอท่าหลวง อำเภอชัยบาดาล อำเภอพนัสนิคมไว้ใช้ยามหน้าแล้ง ให้เกษตรกรได้ใช้เพราะว่าเป็นเจ้าของเขื่อน แต่ไม่มี โอกาสได้ใช้น้ำในยามหน้าแล้งเพราะระบายลงมาข้างล่างหมด🔗

เรื่องที่ ๔ ถนนกรมชลประทานบ้านท่ารวก ตำบลหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาล ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งที่แล้วเป็นระยะทางยาวแล้วก็เสียหายมาก อยากให้ กรมชลประทานช่วยจัดการดูแลถนนเส้นนี้ ดูแลให้ประชาชนได้สัญจรได้อย่างสะดวก กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณธนกร ไชยกุล🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ พรรคเพื่อไทย ด้วยกระผมได้ลงพื้นที่ แล้วก็ได้รับหนังสือจากนายสังวาลย์ อุปชัย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ บ้านหนองซ่งแย้ นายบุญสนอง พลมาตย์ นายกเทศมนตรีตำบลคำเตย แจ้งความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ ประชากรประมาณ ๓,๗๐๐ คน เทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา อำเภอกุดชุม ประชากรประมาณ ๘,๐๐๐ คน ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

เนื่องจากฝายกั้นน้ำตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟู ลำห้วยพงโพด ได้รับความเสียหายจากพายุโพดุล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ชำรุดทรุดโทรม ใช้การไม่ได้ ซ่อมแซมไม่ได้ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค ๔ จังหวัดขอนแก่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือส่งมอบ และถ่ายโอนโครงการดังกล่าวมาให้เทศบาลตำบลคำเตย วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เทศบาลตำบลคำเตยได้มีหนังสือตอบไม่ขอรับการส่งมอบและถ่ายโอนโครงการ ผลจาก ความเสียหายของพายุโพดุล พ.ศ. ๒๕๖๒ จนปัจจุบันผ่านมาแล้ว ๓-๔ ปี ประชาชน เดือดร้อนขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งแหล่งน้ำดิบในการทำ น้ำประปาอุปโภคบริโภคของการประปาภูมิภาค กระผมจึงขอฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้โปรด จัดงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ประมาณสัก ๑๐ ล้านบาท จัดสร้างฝายกั้นลำห้วยพงโพด ทดแทนฝายเดิมที่เสียหายจากพายุโพดุล เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน และผมขอยื่นหนังสือนี้ ต่อท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ ต่อไป ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีข้อหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

ในเรื่องที่ ๑ ขอให้ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคที่ดูแลพื้นที่จังหวัดชลบุรีนั้น ได้ช่วยแก้ปัญหาคุณภาพของน้ำประปาให้สะอาดได้มาตรฐาน รวมไปถึงบริหารจัดการ ปริมาณของน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงธุรกิจในพื้นที่ รวมไปถึงเร่งตรวจสอบมาตรฐานของท่อส่งน้ำว่ามีคุณภาพดีหรือไม่อย่างไร เพราะว่ามีการ ซ่อมแซมบ่อยเหลือเกิน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก รวมไปถึงขอให้เร่งในการ ขยายการวางท่อไปยังถึงจุดที่พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับน้ำประปาใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับ การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจครับ ปัญหาน้ำกินน้ำใช้นั้นถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่พี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วนนะครับ เพราะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก หลายพื้นที่ในจังหวัดชลบุรีได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเขตอำเภอพานทอง และอำเภอเมือง ไม่ว่าจะเป็นในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลบ้านสวน บางทราย หนองไม้แดง ดอนหัวฬ่อ คลองตำหรุ นาป่า เสม็ด หนองข้างคอก หรืออาจจะเป็นหนองตำลึง แล้วก็ โคกขี้หนอน บ้านเก่า พานทอง บางนาง พานทอง หนองกักขฬะ แล้วก็หน้าประดู่ พี่น้อง ร้องเรียนผมมาโดยตรงครับในหลายเคส (Case) นะครับว่าเงินที่เขาเสียซื้อน้ำประปานั้น ได้น้ำประปาที่ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง มีสีขุ่น แล้วก็บางทีเหลืองไปจนถึงดำ บางครั้งต้องเสียเงิน ไปซื้อจากต่างที่ในราคาแพง รวมไปถึงต้องใช้เครื่องกรองน้ำ ไส้กรองก็เปลี่ยนบ่อย ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขให้ด้วยครับ🔗

ในเรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ ภาคเอกชนผลักดันนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ (Soft power) ให้สำเร็จอย่างจริงจังนะครับ เพื่อผลักดันวัฒนธรรมของไทยให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศและสร้าง อิทธิพลต่อคนทั่วโลก อย่างเช่น ประเทศเกาหลีใต้ที่ทำสำเร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านดนตรี กีฬา ซีรีส์ (Series) ภาพยนตร์ต่าง ๆ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นผลักดันให้สำเร็จด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวละออง ติยะไพรัช🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง บริเวณที่หน้าโรงพยาบาลอำเภอแม่จัน เป็นบริเวณที่เป็นทางตรง แล้วก็รถส่วนใหญ่มานี่ จะใช้ความเร็วสูง แต่บริเวณนั้นไม่มีแม้กระทั่งทางม้าลาย สะพานลอย หรือไฟสัญญาณจราจร ดิฉันก็ได้หารือท่านประธานไปหลายครั้ง แต่สิ่งที่หารือไม่ได้เป็นผล ไม่ได้มีการสร้าง หรือไม่ได้มีการแก้ปัญหาตามรูปภาพนะคะท่านประธาน มันเป็นความยุ่งยากและลำบากของ พี่น้องประชาชน คนยากจนที่ใช้รถเมล์หรือรถประจำทางที่จะข้ามทางไปโรงพยาบาล ดิฉันก็หารือ หลายครั้งแต่ปัญหาก็คือว่า ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุ ในเรื่องของพื้นที่หรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้นะคะท่านประธาน เทคโนโลยีมีมากมายที่เรา จะนำไปใช้ อาจจะสร้างอุโมงค์เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนข้ามทางเข้าไปโรงพยาบาล ได้ด้วยความปลอดภัย และอีกอย่างหนึ่งก็คือพี่น้องที่รับจ้างมอเตอร์ไซค์สามารถขับผ่านไป ด้วยความปลอดภัยได้ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับคำร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำลัด ตำบล แม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ก็คือว่าตอนนี้เวลาน้ำหลากมาพี่น้องประชาชนมีปัญหา ก็คือ ตลิ่งจะถูกน้ำเซาะพัง แล้วก็พี่น้องประชาชนต้องอพยพพื้นที่ไปอยู่ตามหัวไร่ปลายนา ก็คือเป็นการสร้างความลำบากให้พี่น้องประชาชน ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทานด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธาน ท่าน ส.ส. หลายท่านได้พูดถึงปัญหาเรื่องของราคา ข้าวตกต่ำ ซึ่งวันนี้ดิฉันเองได้ดูข่าว แล้วท่านจุรินทร์ได้มาพูดถึงเรื่องของแก้ไขปัญหา ซึ่งดิฉันขอเสนอวิธีแก้ปัญหาก็คือ การสร้างสมดุลในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร วันนี้ข้าวโพดราคาสูง แต่ข้าวราคาตกต่ำ เราสามารถจะใช้พืชทดแทน ๒ ตัวนี้ในการที่จะ ทำอาหารเพื่อให้กับสัตว์เลี้ยงหรืออะไรได้ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตนิดหนึ่งค่ะ คือท่านรัฐมนตรีบอกว่าประชาชนยังไม่อยากขายข้าวเก็บไว้ วันนี้มันเกิดเรื่องที่น่าเสียใจมากค่ะ ท่านประธาน ฝนตกพี่น้องประชาชนตากข้าวที่อำเภอแม่จัน แล้วข้าววันนี้ถูกน้ำเซาะ เสียหายมาก แล้ววิธีการต่าง ๆ ดิฉันอยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรากำลังอยู่ในช่วงของการมีวิกฤติเศรษฐกิจนะครับ แต่เมื่อผมได้ดูฐานะ การคลังและหารือกับผู้เกี่ยวข้องแล้วนะครับ ผมก็มีความเป็นห่วงว่า การทำงานในด้านนี้ ของเรายังไม่อาจที่จะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้นะครับ ทางด้านของรายได้รัฐบาล ปี ๒๕๖๓ เราเก็บรายได้ได้ต่ำกว่าเป้าหมายเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ปี ๒๕๖๔ ที่เพิ่งจบไปเราเก็บได้ ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน ปีนี้ทางผู้เกี่ยวข้องยังยืนยันว่าเก็บได้ แต่ผมก็เชื่อว่าต้องต่ำกว่าครับ ทางด้านของการขาดดุลใน ๒ ปีนี้เราขาดดุลสูงเป็นประวัติการครับ คือเกินกว่า ๑ ล้านล้านบาท ต่อปี แล้วก็ทำให้หนี้สาธารณะกระโดดขึ้นมา ปีที่ผ่านไปเพิ่งจบไปนะครับ เรามีการก่อหนี้ สูงขึ้นอีก ๑.๕ ล้านล้านบาทนะครับ ทำให้หนี้สาธารณะเราเกือบจะทะลุ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ซึ่งทั้งหมดนี้ก็นำไปสู่ประเด็นที่ผมจะขอยกขึ้นมาก็คือเรื่องของการจัดสรร เงินรายได้และภาษีอากรของเราครับ ทางสำนักงบประมาณยังคงทำงานแบบเดิม ๆ ครับ ยังคงจะจัดสรรงบกับพื้นที่ที่มีศักยภาพเศรษฐกิจสูงก็คือ ทางด้านอีอีซี (EEC) หรือก่อสร้าง ถนนเป็นหลัก ทางด้านของแหล่งน้ำ น้ำประปา น้ำสะอาด หรือการช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องของความทุกข์ยาก เรื่องของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังไม่ได้อยู่ในวิสัยทัศน์ของ ทางหน่วยงานเหล่านี้เลยครับ จึงขออนุญาตใช้โอกาสนี้ไปยังท่านประธานช่วยแจ้งไปทาง สำนักงบว่าในการจัดงบปี ๒๕๖๖ ได้กรุณานำประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยากจน มาดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

ท่านประธานสภาที่เคารพ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ ปัตตานี ผมมีข้อหารือต่อกระทรวงคมนาคม สืบเนื่องจาก แขวงการทางปัตตานีได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ ซึ่งปัจจุบันก็ได้ดำเนินการเป็นตอน ๆ แต่ในช่วง บางตอนได้ดำเนินการไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง นั่นหมายถึงความไม่ครบสมบูรณ์ ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านพงสตาและตรอซัน ในพื้นที่ตำบลยะรัง เนื่องจากว่าพอเวลา ฝนตกหนักน้ำไหลเข้าบ้าน เนื่องจากว่าไม่มีระบบระบายน้ำทั้ง ๒ ข้าง ไม่มีทางเท้า เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องในพื้นที่ตรงนั้น เพราะว่าเป็นเขตชุมชนหนาแน่น มีโรงเรียน มีสุสาน มีมัสยิด สิ่งที่พี่น้องอยากจะขอก็คือ ๑. ต้องจัดให้มีระบบระบายน้ำ ทั้ง ๒ ข้างทางลงสู่คลองสุหงามาตี ๒. ต้องจัดให้มีทางเท้าบริเวณหน้าอาคารบ้านเรือน มัสยิด สุสาน สถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ประการที่ ๓ ก็คือจัดให้มีระบบไฟฟ้าส่องสว่าง และสัญญาณไฟจราจรทางเข้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ บริเวณหน้าอาคารบ้านเรือน มัสยิด สุสาน ทางเข้าโรงเรียนและร้านค้า ชุมชน เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ย่านธุรกิจมีอาคาร บ้านพักอาศัย มีประชากรหนาแน่น นั่นคือสิ่งที่พี่น้องได้สะท้อนออกมา ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วยอำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร หรือที่เรียกว่า คาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทุก ๆ ปีจะเกิดมรสุมฝนตกหนัก น้ำท่วมขังทุกปีครับท่านประธาน ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ท่านเจษฎา จิตรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ท่านไพเจน มากสุวรรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบช่วยเหลือชาวบ้าน เพื่อระบายน้ำได้ระดับหนึ่ง ชาวบ้านในพื้นที่ฝากกระผมกราบขอบพระคุณทุกท่าน ณ ที่นี้ด้วย แต่ยังมีอีกจุดหนึ่งท่านประธานครับ ซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมขังทุกปีต่อเนื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข คือช่วงตำบลชิงโค ตำบลวัดขนุน ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร ซึ่งทั้ง ๓ ตำบลนี้จะมีทาง ระบายน้ำเข้าสู่อ่าวไทย แล้วก็ที่ทะเลสาบสงขลา คือ คลองปลาโอ ซึ่งสามารถระบายน้ำได้ แต่ปัจจุบันนี้มีการขุดไร่นาสวนผสม ทำถนนแล้วก็ไม่ได้ฝังท่อ และยังมีโรงงานอุตสาหกรรม สร้างบ่อบำบัดน้ำเสียขวางทางน้ำหรือไม่นั้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ และชาวบ้านมีความต้องการอยากจะให้กรมชลประทานสำรวจออกแบบขยายขุดคลองปลาโอ ซึ่งในอดีตเคยไหลผ่านอ่าวไทย แต่ปัจจุบันนี้มีการปิดกั้น มีการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ขวางทางน้ำ ก็อยากจะให้ทางกรมชลประทานขยายคลองปลาโอ แล้วก็สร้างประตูระบายน้ำ ออกสู่อ่าวไทย จึงใคร่หารือท่านประธานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งตรวจสอบและช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณ ท่านประธาน สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวสกุณา สาระนันท์🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันจะขอนำเรียนหารือต่อท่านประธานในวันนี้ก็คือ เรื่องการสร้างโอกาส เพื่อให้ จังหวัดสกลนครเป็นเมืองท่องเที่ยวใหม่ ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์การแพร่ระบาด โควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ประเทศของเราต้องประสบปัญหาอื่น ๆ มากมาย โดยเฉพาะ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจทำให้หลายคนต่างมีคำถามใหญ่ ที่ต้องหาคำตอบให้ได้ นั่นก็คือ นับจากนี้เราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของตัวเราและของประเทศได้อย่างไร ดิฉันได้ติดตาม คำตอบนี้จากหลายภาคส่วน พบว่าส่วนใหญ่ก็มีแนวคิดที่สอดคล้องกัน ล่าสุดเป็นแนวคิดจาก ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านได้ให้แนวคิดว่าประเทศไทยจะแข่งขันได้ด้วย ๒ เรื่อง ที่เป็นจุดแข็งของเรา นั่นก็คือเรื่องของการเกษตรและเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวประเทศของเราจะมีลักษณะเป็นการกระจุกตัว ดังนั้นโจทย์ของวันนี้ ก็คือทำอย่างไรเราจะขยายพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวให้มากขึ้นได้ ท่านประธานคะ ดิฉันมั่นใจว่า สกลนครมีศักยภาพที่จะเป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยวในมิติใหม่ กว่า ๒๐ ปีที่สกลนคร ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความเป็นเมือง ๓ ธรรม นั่นคือ ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม เป็น ๓ เรื่องที่เราแน่ใจว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเที่ยวในจังหวัดของเรา ท่านประธาน แต่ที่สกลนครในวันนี้ไม่มีสำนักงานการท่องเที่ยวประจำจังหวัด จึงอาจ เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนโครงการนี้ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พิจารณาให้ตั้ง สำนักงานการท่องเที่ยวประจำจังหวัดสกลนคร เพื่อเอื้อต่อการขับเคลื่อนให้จังหวัดสกลนคร เป็นหมุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ผมขอผ่านไปก่อนนะครับ คุณยศวัฒน์ ยังไม่อยู่ นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือ ด้วยกัน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ถนนลูกรังไม่เคยได้รับการดูแลและแก้ไข เมื่อต้นปี ๒๕๕๗ ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้มูลค่า ๒.๒ ล้านล้านบาท ได้ตกไป ด้วยเหตุผลและวลีเด็ดที่ว่า รถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทย เป็นไปได้ควรให้ถนนลูกรังหมดไปจาก ประเทศก่อน พี่น้องประชาชนคนจังหวัดหนองคายคงจะหมดหวังและสิ้นหวังแล้วค่ะที่จะได้ เห็นรถไฟความเร็วสูง เพราะถนนลูกรังตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษยังไม่เคยได้รับการดูแลและแก้ไข ๑. ถนนเส้นจาก บ้านแบงใหม่ไปยังบ้านโนนมีชัย ตำบลหนองหลวง ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ๒. เส้นจาก อบต.หนองหลวงไปยังบ้านโนนห้วยทราย ตำบลหนองหลวง ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร ๓. จากบ้านนาเพียงใหม่ไปยังบ้านตัวอย่าง ตำบลจุมพล ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตรค่ะ ๔. ทางเข้าวัดสร้างฤาษีบ้านหนองปลาไหลไปยังบ้านนาเพียงน้อย ตำบลจุมพล ระยะทางประมาณ ๙ กิโลเมตร ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง กระทรวงมหาดไทยที่รับผิดชอบถนนภายในหมู่บ้านและเชื่อมระหว่างตำบลให้เข้าไปช่วย ดูแลและแก้ไขอย่างเร่งด่วนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ราคาข้าวตกต่ำ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน คนจังหวัดหนองคายเป็นจำนวนมากว่า รายได้ที่จะต้องนำมาดูแลตัวเองและครอบครัว การขายข้าวเปลือกขายได้เพียงกิโลกรัมละ ๕ บาท แต่ต้นทุนในการทำนานั้นไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย หรือน้ำมันกลับแพงขึ้น ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยว่า หากไม่สามารถแก้ไขปัญหากินอยู่ปากท้อง ของพี่น้องประชาชน อาชีพทำนาเป็นอาชีพที่มากที่สุดในประเทศไทยได้ ดิฉันแนะนำให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อยและเขตบางพลัด จากพรรคพลังประชารัฐครับ ขออนุญาตภาพจากห้องสื่อนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในกรุงเทพมหานครมีเหตุการณ์น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาล้นเอ่อท่วม ๔ เขตกรุงเทพมหานคร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขตบางพลัด เขตสัมพันธวงศ์ เขตยานนาวา และเขตราษฎร์บูรณะ ในภาพก็จะเป็นเขตบางพลัดบริเวณเชิงสะพานกรุงธน ที่เป็นเขตที่ผมเป็นผู้แทนอยู่นะครับ ในภาพก็จะเห็นว่านี่น้ำท่วมสูง ขณะนี้เกือบถึงเอว ช่วงเช้าของวันนั้น พี่น้องประชาชนไม่ได้รับการเตือนจากกรุงเทพมหานครใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้ ไม่สามารถที่จะเก็บข้าวของได้ทันแล้วก็เสียหายเป็นอย่างมาก วันนี้ผมจึงขออนุญาตหารือ ท่านประธานไปยังกรุงเทพมหานครใน ๔ ประเด็นนะครับ ๑. ขอให้กรุงเทพมหานคร เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒. ให้กรุงเทพมหานครเร่งสำรวจและประสานพื้นที่ที่เขาเรียกว่าจุดฟันหลอ คือจุดที่ไม่มี เขื่อนคอนกรีตถาวร ซึ่งยังมีอยู่เป็นจำนวนพอสมควรในเขตกรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างเช่น ในเขตบางพลัดบริเวณใกล้กับวัดวิมุติยาราม เชิงสะพานพระราม ๗ เขตบางพลัดเช่นกัน บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ ๘๒ และแน่นอนที่สุดคือบริเวณเชิงสะพานกรุงธน เขตบางพลัด ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดที่มีปัญหามาก ๓. กรุงเทพมหานครเร่งซ่อมรอยรั่วตามเขื่อนริมแม่น้ำ เจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อยนะครับ เช่น บริเวณเขื่อนวัดภคินีนาถและตลอดแนวเขื่อน คลองบางกอกน้อย และ ๔. ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งก่อสร้างแนวเขื่อนถาวรบริเวณ คลองน้ำตาล ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ เขตบางกอกน้อยให้แล้วเสร็จก่อนหน้าน้ำครั้งหน้า ที่จะมาถึง ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันมีประเด็น ที่จะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ค่ะ เมื่อวันที่ ๒๐ และ ๒๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ดิฉันได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งหมด ๑๒ หมู่บ้าน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ค่ะ บ้านจะจูสี บ้านจะโต๊ะ บ้านโป่งผา ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย บ้านห้วยขาน บ้านหนอง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง บ้านเวียงผาพัฒนา บ้านห้วยน้ำดิบ ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ บ้านห้วยโป่งพัฒนา บ้านห้วยบง บ้านห้วยปูจา บ้านป่าหนา ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ ซึ่งทุกหมู่บ้านอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ ท่านประธานคะ หมู่บ้านเหล่านี้ไม่ได้ไกลจากตัวเมือง เท่าไรนัก แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐ แล้วก็ไม่ได้รับการพัฒนาใด ๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก การศึกษาออนไลน์ (Online) และการศึกษาทางไกลก็แทบจะทำไม่ได้เลย เด็กที่นี่ขาดโอกาสในการศึกษา แล้วก็วันดีคืนดีเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นมาค่ะ การประสานขอความช่วยเหลือก็แทบเป็นไป ไม่ได้ ถนนหนทางก็เป็นเพียงแค่ถนนดินแดงขุดด้วยมือที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างสังคมเมืองกับ สังคมชนบทเท่านั้นนะคะ ทำให้การติดต่อแล้วก็ออกมาพบปะกับโลกภายนอกก็แทบเป็นไปไม่ได้ ท่านประธานคะ รัฐควรจัดให้มีการดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้เขาได้มีโอกาสในสังคมอย่างเท่าเทียม ซึ่งโอกาสนี้ มันเป็นสิทธิที่เขาได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญด้วยนะคะ ดิฉันจึงขอหารือฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการประสานงานแก้ไขปัญหาและขอให้หน่วยงานเข้ามาดำเนินการในการขยาย เขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนที่สุด ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ลงพื้นที่และได้เห็นถึงปัญหาเส้นทางสัญจร ในเขตพื้นที่ ๔ เส้นทางด้วยกันที่อยากให้แขวงทางหลวงได้เข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหา เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เส้นทางที่ ๑ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๐ ตอนหนองสวน-คำสน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นย่านชุมชนมีรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์เข้าออกมาก ไหล่ทางแคบ ประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวก ได้รับการร้องเรียนจากพื้นที่ว่าเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครับ เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางการเกษตรของชุมชน เชื่อมโยงเครือข่ายทางหลวงสายหลัก เส้นทางที่ ๒ ทางหลวงหมายเลข ๔๓๓๘ ตอนวัดไทร-ปากน้ำกระแดะ ด้วยเป็นการปรับปรุง ทางแยกบ้านพ่วงซึ่งเป็นเขตชุมชน ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนน ๒ ช่องจราจรไหล่ทางแคบ มีความอันตรายต่อผู้ใช้ทางและผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น อีกทั้งเป็นเส้นทางการขนส่ง ด้านประมงของผู้เลี้ยงหอยนางรมของอำเภอกาญจนดิษฐ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ปากน้ำกระแดะ ซึ่งมีชื่อเสียงประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เส้นทางที่ ๓ ทางหลวงหมายเลข ๔๑๔๒ ตอนบ้านใน-บ้านโฉ ด้วยเป็นสายทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย อีกทั้ง เป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวท่าเรือไปเกาะสมุย ปัจจุบันเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งเกิดจาก สภาพถนนมีจุดทางแยกเข้าซอยตัวเมืองดอนสักเส้นทางแยกต่างระดับประกอบกับ เดินทางโค้งมีรถรอเลี้ยวเข้าจำนวนมาก เส้นทางที่ ๔ ทางหลวงหมายเลข ๔๑๗๗ ตั้งแต่ สี่แยกพ่วงไปจนถึงสามแยกพอด ระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร ไม่มีไฟส่องสว่างแทบจะตลอด เส้นทาง จึงขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยจัดสรรงบประมาณไปยัง แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ ๒ รีบเข้าไปศึกษาสำรวจดำเนินการและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมนพร เจริญศรี ครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับคำร้องจากประชาชนในเรื่องของการฉีดวัคซีน จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่ พี่น้องประชาชนไปขอรับการฉีดวัคซีนโควิด (COVID) เข็มแรกต่ำที่สุดในประเทศไทย เพียงแค่ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่ได้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายของภูมิคุ้มกันที่จะต้องเพิ่มถึง ๕๐๒,๓๑๒ คน วัคซีนที่คนนครพนมได้รับในการฉีดเข็มแรกคือ วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค (Sinovac) และยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ส่วนวัคซีน เข็ม ๒ พี่น้องประชาชน ได้รับเพียง ๒๒๖,๒๓๐ คน หรือว่า ๓๑.๕๓ เปอร์เซ็นต์ และวัคซีนเข็ม ๓ มีเพียง ๙,๒๑๔ คน เพียงแค่ ๑.๒๘ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันไปถามพี่น้องประชาชนว่า ทำไมถึงไปรับการฉีดวัคซีนน้อย พี่น้องประชาชนบอกดิฉันว่าเขามีความหวาดกลัวผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน แล้วก็ ไม่มั่นใจในคุณภาพของวัคซีนจากที่เริ่มแรกบอกว่า ๖๐ ปีขึ้นไปฉีดแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) หรือต่ำกว่า ๖๐ ปีลงมาฉีดซิโนแวค (Sinovac) จากเข็มแรกที่พี่น้อง ประชาชนได้รับ และเข็ม ๒ นั่นคือความหวาดกลัว และอีกประการหนึ่งจากการฉีดไขว้ ดังกล่าวทำให้ประชาชนไม่มั่นใจ ดิฉันจะขอเสนอในภาครัฐ ท่านควรจะเพิ่มช่องทางการรับรู้ ของพี่น้องประชาชน แล้วก็สร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนให้มากขึ้น นอกจากนั้น ชาวบ้านถามต่อว่าในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายนที่ผ่านมาประเทศสหรัฐอเมริกาได้บริจาควัคซีน ยี่ห้อโมเดอร์นา (Moderna) ๑ ล้านโดส และวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ (Pfizer) นั้น รัฐบาลได้ จัดสรรวัคซีนนี้ไปที่จังหวัดไหนบ้าง โรงพยาบาลไหนบ้างจำนวนเท่าไร รัฐบาลควรจะเปิดเผย ข้อมูลเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ จังหวัดนครพนมของดิฉันถึงแม้เป็นจังหวัดเล็ก ๆ อยู่ห่างไกลจากรัฐบาล ส่วนกลาง แต่หนึ่งชีวิตของคนนครพนมมีความหมาย พี่น้องประชาชนต้องการวัคซีนคุณภาพ ดี ๆ ยี่ห้อไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) หรือซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของชาวอำเภอนาทวี เกี่ยวกับการ เปิดด่านบ้านประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งเปิดมาเกือบ ๑๐ ปี มาแล้วนะครับ ซึ่งทางชาวบ้านอำเภอนาทวีหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปิดด่าน แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับ ผลประโยชน์เลยในส่วนของตรงนี้ เพราะว่าการคมนาคมไม่สะดวกนะครับ ทั้งที่ว่า ด่านประกอบมียุทธศาสตร์ ภูมิศาสตร์เหนือกว่าด่านอื่น ๆ ทั้ง ๙ ด่าน เพราะระยะทาง จากด่านประกอบไปถึงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซียใช้ระยะเวลาสั้นกว่าด่านอื่น ๆ ถึง ๑ ชั่วโมง เพียงแต่เราเปิด ๔ ช่องจราจรจากอำเภอนาทวีผ่านบ้านลำลอง ผ่านบ้านลำไพล ไปบรรจบกับถนน ๔ เลน บ้านดอนยาง จังหวัดปัตตานี ถ้าเราได้ดำเนินการอย่างนั้นแล้ว ระยะทางคนปัตตานี คนยะลา จะมาด่านประกอบจะใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ แต่ถ้าคนยะลา ปัตตานี เดินทางไปด่านเบตงหรือด่านสุไหงโก-ลกต้องใช้ระยะเวลาถึง ๒ ชั่วโมง จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเปิดเส้นทาง ๔ ช่องจราจร ระหว่างนาทวี ไปโคกโพธิ์โดยด่วนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ ศอ.บต. ทำหนังสือถึงกรมธนารักษ์เพื่อยกเว้นค่าเช่าที่ดิน ราชพัสดุในเขตอำเภอนาทวี ซึ่งประชาชนในตลาดนาทวีเช่าที่ดินราชพัสดุเป็นจำนวนมาก เป็นส่วนใหญ่ขอให้งดเว้นเก็บค่าเช่าที่ดิน ๒ ปี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจของชาวนาทวีที่เป็นคนดี ให้ความร่วมมือกับทางการมาโดยตลอดในเรื่องของโควิด (COVID) ในเรื่องปัญหายาเสพติด และในเรื่องของความมั่นคง ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสมคิด เชื้อคง🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ มีเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง เรื่องถนนหนทางซึ่งจำเป็นต้องใช้ ในการสัญจรไปมาและนำพืชผลการเกษตร ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนางสมนึกจากชัยภูมิ ชาวบ้านทุ่งนางาม ตำบลขี้เหล็ก ว่าถนนสายบ้านโนนคำแก้ว ตำบลไพบูลย์ ถึงบ้านนาเจริญ ตำบลโคกสะอาด อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ก็เป็นถนนลูกรังอยู่ สายที่ ๒ ก็คือ สายบ้านห้วยยาง ตำบลโคกสะอาด ไปบ้านหนองดุม ตำบลไพบูลย์ ระยะทาง ก็ไล่ ๆ กัน ประมาณ ๓ กิโลเมตร ก็ยังเป็นถนนลูกรัง ซึ่งเวลาหน้าฝนไปมาหาสู่กันยาก🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือถนนสายบ้านบากแหน่ง ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น ไปบ้าน หนองเต็ง ตำบลเก่าขาม อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทั้ง ๓ สายนี้เกินศักยภาพของ อบต. ที่จะดำเนินการ ฝากไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกรุณาช่วยดูแลและหา งบประมาณไปดูแลช่วยเหลือ🔗

เรื่องที่ ๔ คือได้รับเรื่องร้องทุกข์จากกำนันสามารถ สายแก้ว กำนัน ตำบลกุดเรือ อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ถนนสายบ้านกุดเรือ หมู่ที่ ๑ ไป บ้านทุ่งช้าง ตำบลกุดเรือ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร สายที่ ๒ คือถนนบ้านกุดเรือ หมู่ที่ ๑ ไปบ้านนาเกษม บริเวณลำห้วยพันตูด ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ทั้ง ๒ สาย เหมือนกันครับ หน้าฝนเดินทางยากมากก็เกินศักยภาพของ อบต. ฝากกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา มีเรื่องหารือท่านประธาน เพื่อส่งต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรี สทนช. ครับ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ผมได้รับเรื่องร้องขอจากทางส่วนราชการในจังหวัดนครราชสีมา พี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตำบลพุดซา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยท่านนายกสุชาติ รอดหมื่นไวย และท่านกำนันประเสริฐ เชยพุดซา จากการที่เกิด น้ำท่วมใหญ่ในปี ๒๕๕๓ มีโครงการอยู่โครงการหนึ่งครับ ก็คือโครงการก่อสร้างแก้มลิง โครงการตามพระราชดำริที่ตำบลพุดซา เพื่อเป็นการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ท่วมจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ เล็กน้อยก็คือว่า น้ำที่มาท่วมในจังหวัดนครราชสีมามาจากลำตะคองเป็นส่วนใหญ่ แต่เราได้มีการดำเนินการ ก่อสร้างประตูแบ่งน้ำที่ตำบลโคกกรวดที่บ้านละลมหม้อ เพื่อผันน้ำส่วนหนึ่งไม่ให้เข้าเมือง จึงได้เกิดโครงการบึงพุดซาเกิดขึ้นครับ บึงพุดซาแห่งนี้มีพื้นที่ ๒,๕๐๐ ไร่ มีการดำเนินการ ขุดลอก ๓ ครั้ง ในปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๔ และ ปี ๒๕๖๑ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,๖๑๕ ไร่ ยังเหลือ อีก ๘๘๕ ไร่ ผมจึงอยากจะขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าทางรัฐบาลโดย กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการขุดลอกบึงพุดซาแห่งนี้ ก็จะเป็นการ ป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมา และยังได้ส่งผลประโยชน์ให้กับตำบลข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร นอกจากนั้นบึงพุดซา แห่งนี้ยังเป็นบึงน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างลำตะคองและลำเชิงไกร จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างยั่งยืน และในอนาคตถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะเห็นการออกแบบในบึงพุดซาแห่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะห่างจากตัวเมือง เพียงไม่กี่กิโลเมตรครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวคลองสามวา กรุงเทพมหานคร มีทุกวันครับ คุณป้าสายหยุด เนียมกล่ำ ผู้อยู่อาศัยในถนนหนองระแหงหรือถนนเลียบคลองสี่ และบริเวณถนนไทยรามัญ ช่วงวัดแป้นทอง แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา ร้องขอให้กรุงเทพมหานครช่วย ขยายถนน เนื่องจากมีหมู่บ้านขึ้นเป็นดอกเห็ด ประชาชนเพิ่มขึ้นมากมาย ถนนเล็กและแคบ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอรบกวนท่านผู้อำนวยการเขตคนใหม่ เขตคลองสามวาได้ช่วย เมตตาดำเนินการปะซ่อมบำรุงก่อนจะเป็นพระคุณยิ่ง🔗

เรื่องที่ ๒ ประชาชนที่อาศัยอยู่บนถนนพระยาสุเรนทร์ หรือถนนรามอินทรา ๑๐๙ ตั้งแต่แยกตัดกับถนนคู้บอนไปถึงหน้าวัดพระยาสุเรนทร์ เป็นทางเลน (Lane) สวน ระยะประมาณ ๑ กิโลเมตร ประชาชนก็สัญจรไปมา มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แถมตรงบริเวณใกล้ ซอยพระยาสุเรนทร์ ๔๑ เป็นสะพานข้ามคลอง แต่ว่าไม่มีการ์ด (Guard) กั้นซ้ายขวา รถตกคลองกันเป็นว่าเล่น จึงขอให้ขยายถนนไปจนถึงบริเวณมอเตอร์เวย์ (Motorway) ครับ🔗

เรื่องที่ ๓ นายพงษ์ศักดิ์ ทองดี ประธานชุมชนคลองลำมะเขือขื่น แขวงตะวันออก เขตคลองสามวา สุดขมขื่นใจกรุงเทพมหานครอยู่จริง แต่ร้องขอน้ำประปา มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส.ส. จิรายุประสานงานไปที่ประปานครหลวง ก็บอกว่าพร้อมทำทันที แต่ติดเรื่องการอนุญาตจากสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร จึงอยากให้ท่าน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ช่วยสอบถามในกรณีนาว (Now) หรือว่าทำทันทีครับ🔗

เรื่องสุดท้ายขอให้นายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการใช้เงิน งบประมาณแผ่นดินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ประมูลป้ายทะเบียน สวยมีเงินเข้าไปอยู่ในกองทุนประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตั้งแต่มีรัฐบาลเลือกตั้งมาตั้งแต่ ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันใช้เงินเกินไปปีละประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาทบ้าง ๑,๗๐๐ ล้านบาทบ้าง ซึ่งลักษณะเช่นนี้เขาเรียกว่าใช้เงินเกินตัวหรือไม่ และเป็นการใช้งบผูกพันข้ามปีหรือไม่ ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกรุณาตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้ด้วย ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องศาลาชำรุด ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เขตหนองจอก และลงสำรวจพร้อมกับทีมงาน เรื่องศาลาพักผู้โดยสารที่ชำรุด หลายแห่ง เนื่องจากเขตหนองจอกเป็นพื้นที่ที่กว้าง มีการสัญจรไปมาลำบาก พี่น้องประชาชน ยังมีความจำเป็นจะต้องใช้ศาลาพักผู้โดยสารเพื่อรอรถประจำทาง ขณะนี้ศาลาที่ชำรุด มีอยู่ด้วยกัน ๑๑ แห่ง เส้นทางที่ ๑ ก็คือถนนสังฆสันติสุข ๓ แห่ง ถนนผดุงพันธ์ ๒ แห่ง ถนนยังพัฒนา ๒ แห่ง ถนนมิตรไมตรี ๑ แห่ง ถนนประชาสำราญ ๑ แห่ง ถนนคู้คลองสิบ ๑ แห่ง และถนนคู้คลอง ๙ ๑ แห่ง รวมเป็น ๑๑ แห่งด้วยกันก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุง เพื่อให้ความสะดวกกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้ในพื้นที่เขตหนองจอกมีพื้นที่ที่กว้าง ที่สุดใน ๕๐ เขต แต่ถนนหลายเส้นทางที่ยังมีความลำบากอยู่ ยกตัวอย่างเช่นวันนี้ ๑ เส้นทาง ที่ลำบากมาก ๆ ก็คือถนนเลียบคลองบึงขวาง เป็นระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ที่ยังเป็น ถนนดินและลูกรังอยู่ มีพี่น้องพักอยู่ ๑ ชุมชน เป็นพันคนยังไม่ได้รับการพัฒนา และยัง ไม่ได้รับการปรับปรุงตามภาพที่เห็นอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝากไปยังทางสำนักงานเขตหนองจอกให้ช่วยปรับปรุง ให้พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนในการเดินทาง เด็กนักเรียนไปเรียน พี่น้องเดินทางออกไป ทำงาน แล้วก็การเกษตรในบริเวณนั้น ขอขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยศวัฒน์มาแล้วครับ ท่านสุดท้ายเชิญเลยครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยเมื่อปีที่แล้วในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ กระผม ได้มีการหารือ โดยเฉพาะได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่เช่าอาศัยที่ดินในส่วนของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ปรากฏว่าในช่วงที่มีการร้องเรียนและผมได้หารือประธานสภา ผ่านไปยังการรถไฟว่าค่าเช่าในส่วนของที่การรถไฟนั้นมีราคาสูงมาก แล้วก็คิดว่าปัญหา ดังกล่าวที่ได้หารือไปเมื่อปีที่แล้วจะได้รับการแก้ไขและจบไปแล้ว แต่ยังไม่จบครับ ท่านประธาน เมื่อวานนี้มีพี่น้องประชาชนก็ยังได้โทรศัพท์มาและส่งข้อมูลมาว่าการรถไฟ ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาการร้องเรียนดังกล่าวเลย ก็คือค่าเช่าสูง วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้เช่าที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่มานานหลายสิบปี หลายชั่วอายุคน เป็นมูลค่า ๕๕ บาทต่อตารางเมตร ซึ่งในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของการรถไฟในส่วนของพื้นที่ก็น้อย บางรายไม่ได้ต่อ ยกตัวอย่างก็คือ นายไพศาลซึ่งอยู่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัด กาญจนบุรี ไม่ได้ชำระตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ และมีหนังสือที่เป็นในส่วนของการทวง ตั้งแต่ค่าเช่านั้น เพียง ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่มีค่าต่อสัญญา ๙,๐๐๐ กว่าบาท ค่าธรรมเนียมในการต่อสัญญา ผมเห็นแล้วตกใจ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ ๖๔๙,๗๕๓ บาท ซึ่งวันนี้ เป็นประเด็นปัญหา เดี๋ยวผมจะฝากเอกสารท่านประธานไปถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอแสดงความยินดีกับ เพื่อน ๆ ทุกคนนะครับ ตั้งแต่ท่านแรก ท่านสงวน ถึงท่านสุดท้าย ท่านยศวัฒน์ ทุกคน พยายามรักษาเวลา ทำให้เราใช้เวลาไปประมาณ ๑ ชั่วโมงกับ ๗ นาที ก็ขอชื่นชมทุกคน ที่นำปัญหาชาวบ้านมา ท่านที่ยังค้างอยู่ส่งเอกสารมานะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๓๒ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๘๐ คน จากจำนวนสมาชิก ๔๗๕ คน องค์ประชุมคือ ๒๓๘ คน ก็ครบองค์ประชุม ผมขอ เปิดประชุม ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

ผมขออนุญาตแจ้งเป็นเรื่องเพื่อเราได้เตรียมตัวนะครับว่าได้หารือนอกรอบ ไม่เป็นทางการกับทั้ง ๒ ฝ่ายว่าจะขออนุญาตประชุมวันศุกร์หน้า วันศุกร์ที่ ๓ ธันวาคม จากนั้นวันที่ ๑๐ เป็นวันหยุด ขออีกสักครั้งหนึ่งวันศุกร์ที่ ๑๗ ส่วนศุกร์ปลายปีหลังจากนั้น ก็จะไม่นัด เพราะว่าพวกเราจะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนสิ้นปี ก็ขอรบกวนพวกเราได้มาทำ หน้าที่ เพราะว่าเรื่องที่เราประชุมวันศุกร์คือวันนี้ก็เป็นเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งผมขอเรียนให้พวกเราทราบว่ามีเรื่องค้างอยู่เฉพาะที่ส่งมาแล้วประมาณ ๒๑ เรื่อง รวมทั้ง ที่ยังไม่ได้บรรจุ ๑ เรื่อง เป็น ๒๒ แล้วก็ทยอยเข้ามา ถ้าเราไม่ดำเนินการให้จบ ผลงานที่ท่าน ทำมาด้วยความเหนื่อยยาก ใช้เวลาสภาไปมากมายนะครับ และกรรมาธิการก็ประชุมกัน ใช้เวลามากก็จะไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะฉะนั้นก็ให้ผลงานที่ท่านทำไว้ได้รับการยอมรับ หรือไม่ยอมรับ แล้วก็ส่งไปหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป ก็เรียนเพื่อพวกเราจะได้ร่วมมือกันให้งานเหล่านั้นไม่ตกค้าง ความร่วมมือ อีกอันหนึ่งก็คือขอว่า ในวาระที่กรรมาธิการเสร็จแล้วเป็นเรื่องที่เราได้ถกกันมามากแล้ว เป็นผลงานที่กรรมาธิการจะได้ชี้แจง แล้วเราก็มีสิทธิซักถามได้ แต่อย่าย้อนกลับไปสู่วาระที่ ๑ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อประหยัดเวลา แล้วกรรมาธิการที่รออยู่อีกหลายญัตติก็จะได้เข้ามาให้ผ่านไป โดยลำดับนะครับ ผมขอเรียนเพื่อทราบครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับปรุง การให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมาธิการการปกครองพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการการ ปกครองได้ขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้ คือคุณชนสิษฎ์ ยอดฉิม เลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการได้มีส่วนร่วมเข้ามาชี้แจงในกรณีที่สมาชิกซักถามด้วย ขอเชิญนะครับ และขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกรรมาธิการพร้อม ผมก็จะอนุญาตให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือตัวแทนได้รายงานโดยสรุปอย่าง ผู้บริหารจะได้ไม่ยืดยาวเกินไป หลังจากนั้นก็จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้สอบถาม ซึ่งอย่างที่ ขอร้อง ก็คือต้องคิดเผื่อไว้ด้วยว่าเราบรรจุเรื่องที่กรรมาธิการเสร็จแล้วไว้ ๘ เรื่อง ในวันนี้ มี ๒ เรื่องที่กรรมาธิการขอเลื่อนครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการพร้อมก็เชิญนะครับ🔗

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพยิ่ง ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำหน้าที่และอำนาจตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรแล้วนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการการปกครองได้พิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงการให้การบริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชนจากภาครัฐ และการบริการทางราชการส่วนภูมิภาค ที่ประชุมได้ตั้งอนุกรรมาธิการ การปกครอง คณะที่สอง ซึ่งมีท่านสมคิด เชื้อคง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการเพื่อได้พิจารณาติดตามการศึกษา การให้บริการประชาชน ในด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน ในประเด็นหลัก ๆ ๓ ประเด็น ได้แก่🔗

ประการที่ ๑ การติดตามการศึกษาแนวทางการปรับปรุงการให้บริการ ประชาชน🔗

ประการที่ ๒ การติดตามการศึกษาและการปรับปรุงการให้สิทธิของ ประชาชน จึงขอนำเสนอรายงานการประชุม คณะกรรมาธิการได้ขอให้คุณสมคิด เชื้อคง รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่นำรายละเอียดที่ได้ทำด้วยความเรียบร้อยแล้วเสนอต่อ ที่ประชุมด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสมคิดครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน กิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการปกครอง ขออนุญาตกล่าวรายงานต่อท่านประธานสภา แทนท่านสมคิด เชื้อคง ค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี กรรมาธิการ

ตามที่ท่านไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง ได้กล่าวไปแล้วว่าคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้าน ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาคนั้น ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการปกครอง คณะที่สอง ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาติดตามและศึกษาการให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค รวมทั้ง ได้มอบหมายให้คณะทำงานจัดตั้งทำตัวชี้วัด ในการพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ เพื่อ พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการจัดทำตัวชี้วัดในการพัฒนาประเทศ ดิฉันขอนำเสนอรายงาน การพิจารณา โดยสรุปดังนี้นะคะ🔗

รายงานการพิจารณาการศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงในการบริการ ประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน ปรากฏผลการพิจารณาศึกษา สรุปสาระสำคัญแบ่งเป็นส่วนที่หนึ่ง แนวทางการปรับปรุงบริการภาครัฐให้ทันสมัย ในเรื่อง ของการพัฒนาการ การให้บริการประชาชน เช่น ๑. การพัฒนาบัตรประจำตัวประชาชน ให้สามารถใช้บัตรใบเดียวในการติดต่อขอรับบริการจากภาครัฐ ภาคเอกชน และธนาคารได้ ๒. การใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อสมัครสมาชิกพรรคการเมือง และมีระบบรับรอง ที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมข้อมูลของผู้สมัครสมาชิกพรรค หรือสมัครสมาชิกพรรคการเมืองให้กับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้อย่างทันที ๓. การใช้บัตรประจำตัวประชาชน แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อการประหยัดงบประมาณ การจัดทำบัตร อำนวยความสะดวก ต่อประชาชนและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้มีสิทธิ ๔. การใช้บัตรประจำตัว ประชาชนเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อลดการใช้เอกสารหลักฐาน รวมทั้งการพัฒนาบริการแบบ วัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และมีมาตรฐานแบบเดียวกัน🔗

ในส่วนที่ ๒ แนวทางการปรับปรุงบริการภาครัฐให้ทันสมัยในเรื่องของการพัฒนา ใช้สิทธิของประชาชน เช่น ๑. การพัฒนาในการใช้สิทธิในการเลือกตั้ง และลงประชามติ โดยบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด โปร่งใส และตรวจสอบได้ ๒. การใช้บัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์แทนบัตรเอทีเอ็ม (ATM) สำหรับการใช้สิทธิเบิกจ่ายสวัสดิการด้านสังคมต่าง ๆ🔗

๓. แนวทางการปรับปรุงการบริหารราชการส่วนภูมิภาค เช่น เรื่องเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่และอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ข้อมูลตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาจังหวัด แนวทาง การส่งเสริมการสร้างเมืองอัจฉริยะ สมาร์ตซิตี (Smart City) เป็นต้นค่ะ🔗

ส่วนที่ ๔ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้มีการเสนอหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบของเรื่องต่าง ๆ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร รายงานผลการพิจารณาศึกษาที่ได้ส่งมอบให้กับท่านสมาชิก ทุกท่านไปแล้ว จึงกราบเรียนมา เพื่อที่จะให้สภาและท่านผู้แทนราษฎรโปรดรับทราบ รายงานและพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งหากที่ประชุมมีข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะประการใด ขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณาต่อไปค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ มีท่าน สมาชิกขออภิปราย ผมขออนุญาตอ่านชื่อนะครับ เพื่อท่านจะได้เตรียมตัวครับ มีคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ คุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขอเชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการการปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านผู้ชี้แจงทั้ง ๕ ท่าน ก็คือท่านไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านอารี ไกรนรา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกิตติ์ธัญญา วาจาดี ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการ ท่านวุฒินันท์ บุญชู ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ และท่านชนสิษฎ์ ยอดฉิม ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานทั้งหมด จำนวน ๑๕๖ หน้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ ๔ ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่สำคัญทั้ง ๑๖ หน้า ก่อนอื่นผมเองต้องชื่นชมและเห็นถึงความพยายามของคณะกรรมาธิการการปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้บัตรประจำตัวประชาชน บัตรใบเดียวนั้นสามารถใช้ในกิจการงาน ที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการทุกอย่างได้ แต่ในความเป็นจริงรายงานฉบับนี้มีการพูดถึงอยู่ ๒ ส่วน ด้วยกันท่านประธานครับ🔗

ส่วนที่ ๑ ก็คือการพูดถึงการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้านข้อมูล การทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ แต่ยังมีเนื้อหาอีกส่วนหนึ่ง ที่พูดถึงการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๒ ส่วน ๕ ประการด้วยกันดังต่อไปนี้ครับ🔗

ในประการที่ ๑ ในรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบทสรุป ผู้บริหาร ท่านพูดถึงเรื่องของการจัดทำข้อมูลทะเบียนราษฎร ที่เรียกว่าอัตลักษณ์บุคคล อยู่หลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่เราเรียกกันว่า ไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) รายงานฉบับนี้ที่น่าสนใจก็คือว่าคนที่ทำงานในประเด็นเรื่องการทะเบียนราษฎรอ่านแล้ว จะเข้าใจครับ แต่คนที่ไม่ได้ทำงานในรายงานด้านทะเบียนราษฎรมันมีศัพท์เทคนิคเยอะแยะ ไปหมดที่ยากต่อความเข้าใจนะครับ ผมเองก็โน้ตไว้เยอะแยะไปหมดครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะถาม ก็คือว่า วันนี้เรื่องของไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) นั้นถูกเอาไปเทียบกับการใช้ในด้านของ ความมั่นคง ผมยกตัวอย่างเช่น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผมได้พูดมาโดยตลอดก็คือ เรื่องของการทำเรื่องซิม (Sim) ๒ แชะอัตลักษณ์ และมีการบันทึกข้อมูลหน้าของผู้ใช้ เบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ ไว้ ฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นครับ คือการเข้าถึงข้อมูลรัฐ การที่บัตรใบเดียวนั้น ใช้ได้ทั้งหมด แต่อะไรจะเป็นหลักประกันเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลเหล่านี้ว่าจะไม่ถูก บิดเบือนใช้ไปในเรื่องของความมั่นคง ไปในเรื่องของอาชญากรรม ไปในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน นั่นเป็นสิ่งที่ผมยังอ่านไม่เจอในรายงานฉบับนี้เป็นประการที่ ๑ ครับ🔗

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในรายงานพูดถึงเรื่องของวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) ก็คือบริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จหลายประการด้วยกัน มีการเพิ่ม สิ่งที่น่าสนใจอย่างน้อยที่สุด ๒ อย่างที่ผมได้อ่านเจอก็คือประเด็นเรื่องของประวัติ การรักษาพยาบาลกับประเด็นเรื่องของการศึกษา ความจริงผมยังคลางแคลงนะครับ ประเด็นเรื่องการศึกษานั้นท่านจะรู้ไปเพราะเหตุใด แต่ในเรื่องของประวัติ เรื่องของ การรักษาพยาบาลครับ ผมไม่ติดในประเด็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลคนไข้ ถ้ามาจาก บุคลากรด้านสาธารณสุข ท่านประธานจะทราบดีว่าใน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติมีมาตรา ๗ ที่พูดถึงเรื่องของความลับหรือสิทธิของผู้ป่วย สิ่งที่ผมอ่านไม่เจอในรายงานฉบับนี้ คือยังไม่เห็นข้อความครับว่าระบบจะถูกล็อกโดยอัตโนมัติว่าคนที่เข้าถึงข้อมูลประวัติ การรักษาต้องเป็นผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วยที่มีส่วนในการให้ความยินยอมในการรักษา หรือบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น ผมขออนุญาตขอความชัดเจน เป็นประการที่ ๒ ในรายงานฉบับนี้ครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงในวาระการประชุม ที่ท่านประธานบรรจุวาระอีกเรื่องหนึ่งของรายงานที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนั้น อยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ถ้ามาเปรียบเทียบ ๒ ฉบับได้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ แต่รายงานฉบับนี้เน้นเรื่องของ การทำงานในส่วนภูมิภาค และพูดถึงบทบาท และอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด แน่นอนครับ ในปัจจุบันยังจำเป็นที่ต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ แต่ผมไม่เห็นว่าจะพูดเลยไปถึงเรื่องของ การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากพี่น้องประชาชน ท่านอาจจะมองว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ผมคิดว่าจำเป็นครับที่รายงานต้องปักธงทางความคิด ซึ่งท่านได้มีรายละเอียดอยู่พอสมควรถึงบทบาทของการทำงานส่วนภูมิภาค แต่ไม่ชัด ในประเด็นเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครับ🔗

ในประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ก็คือการจัดทำฐานข้อมูลต่าง ๆ ที่เรียกว่า บิกดาต้า (Big Data) สิ่งที่ผมสนใจก็คือว่า ขณะนี้ทุกหน่วยราชการมีความพยายามจะทำ บิกดาต้า (Big Data) หรือฐานข้อมูลในหน่วยงานของตนเอง แต่ผมไม่เห็นความเชื่อมโยงของ การใช้ข้อมูลเดียวโดยการเก็บแบบเบ็ดเสร็จ ทุกวันนี้ข้าราชการในส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งถูกใช้งานในการลงไปเก็บพื้นที่ต่าง ๆ ลงไปเก็บรายบ้าน ลงไปเก็บรายครอบครัว ลงแล้วลงอีก บางทีทั้งปีไม่ได้ทำอะไร วันนี้ผมก็ได้รับข้อมูลรายงานจากพี่น้องประชาชน จากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ในราชการระดับภูมิภาคว่า มีเรื่อง เหล่านั้นอยู่ครับ แต่สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตก็คือประเด็นที่อยู่ในคล้าย ๆ เป็นรายงานผล การศึกษาของคณะทำงานจัดทำตัวชี้วัดในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นตัวชี้วัดด้านความยากจนในมิติของเด็กที่เรียกว่าเอ็มพีไอ (MPI) ความจริงในนี้ยังมี อีกตัวหนึ่งนะครับ เรียกว่าเอ็มไอซีเอส (MICS) ผมไม่ติดใจในประเด็นเรื่องการเก็บข้อมูล แต่จริง ๆ สิ่งที่หน่วยราชการควรจะต้องชี้แจงกับท่านเพิ่มเติมก็คือว่าเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ มันนำไปสู่การจัดบริการที่ทำให้เด็กเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานต่าง ๆ ตามที่เขาควรจะ ได้รับได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในรายงาน อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องทำทั้งหมด แต่คิดว่า เป็นสิ่งที่น่าเสียดายว่าถ้าได้ถูกเขียนไว้จะเป็นสิ่งที่ดีครับ🔗

ประการสุดท้ายเป็นประการที่ ๕ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่า ๑๕ หน้า ของข้อสังเกตเป็นสิ่งที่ควรอ่านอย่างยิ่งครับ แล้วผมคิดว่าหลังจากวันนี้แล้วในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อสังเกตทั้งหมดนั้นควรถูกส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปผลักดันทั้งหมดต่อไป ก็ต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้มีโอกาสให้ผม ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาสกร เงินเจริญกุล ครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการที่หาหัวข้อดี ๆ แล้วก็มาศึกษาเพื่อปรับปรุง การบริการของภาครัฐ แล้วก็เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมมีหัวข้ออยู่ประมาณสัก ๓ หัวข้อ อยากจะเป็นข้อเสนอแนะความคิดเห็นแชร์กับทางกรรมาธิการว่าเป็นอย่างไรบ้าง🔗

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการใช้งานประโยชน์จากบัตรประจำตัวประชาชนแล้วก็ ข้อมูลทะเบียนราษฎร ทางคณะกรรมาธิการก็มีการศึกษาเรื่องนี้มาเหมือนกันค่อนข้างดีด้วย มีการเสนอเป็นระบบดิจิทัล (Digital) เป็นไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) เรื่องของการพิสูจน์ อัตลักษณ์ตัวตน แต่อยากจะชี้ให้เห็นบางประเด็นอย่างนี้ครับว่า วันนี้บัตรประจำตัวประชาชน เราเป็นสมาร์ตการ์ด (Smart Card) แต่การใช้ประโยชน์มันน้อยมาก โดยเฉพาะภาครัฐ เรามีบัตรประจำตัวประชาชน วันนี้เลิกซีร็อกซ์ (Xerox) ก๊อบปี้ไปแล้ว อันนี้ก็ดีใจกับ พี่น้องประชาชนว่าเราไม่ต้องมานั่งเสียค่าซีร็อกซ์ (Xerox) ส่งเอกสารให้กับราชการ แต่ประเด็นที่น่าระวังก็อย่างนี้ครับ คือวันนี้ภาคเอกชนได้นำข้อมูลจากบัตรประจำตัว ประชาชนไปใช้หลากหลายมาก ซึ่งอาจจะต้องขออนุญาตในการอ่านจากบัตรประจำตัว ประชาชนก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่าในเล่มนี้ผมยังไม่เห็นการบริการภาคอนาคต หรือทางโซเชียล (Social) ซึ่งอนาคตจะปรับปรุงไปเยอะมาก ผมยกตัวอย่างความน่ากลัว แบบนี้ครับท่านประธาน สมมุติวันนี้เราต้องการสมัครชอปปิงออนไลน์ (Shopping online) สัก ๑ ที่ หรือวันนี้เราจะเทรด (Trade) พวกบิตคอยน์ (Bitcoin) ต่าง ๆ ดิจิทัล เคอร์เรนซี (Digital Currencies) ต่าง ๆ นี้ วิธีการสมัครเขาเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน เขาก็ต้องเอา บัตรประจำตัวประชาชนให้เราถ่ายรูป แล้วก็ส่งบัตรประจำตัวประชาชนที่เราถ่ายรูปไปให้เขา แล้วก็ถ่ายหน้าตัวเองส่งไปด้วย อันนี้หมายความว่าอย่างไรครับ ข้อมูลทั้งหมดเราหลุดไป เรียบร้อยแล้ว เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ หน้าตาเรา เรียบร้อยแล้วครับ สมัยก่อนอาจจะให้เรากรอก วันนี้เอกชนไม่เชื่อจนต้องให้เราส่งไปเลยบวกหน้าด้วย ซึ่งอันนี้น่ากลัวมาก มันโยงมาถึงข้อที่ ๒ คือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ผมก็ยังไม่ค่อยเห็น ความชัดเจนในรายงานฉบับนี้เท่าไร แต่เข้าใจว่าท่านพยายายามที่จะเอาบัตรประจำตัว ประชาชนข้อมูลลิงก์ (Link) กับพวกไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) พิสูจน์ตัวตนว่าคือคนที่ไปใช้ ข้อมูลจริง ๆ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเพียงพอหรือเปล่ากับการแค่เอาบัตรประจำตัวประชาชน ลิงก์ (Link) กับไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) เพราะมันมีหลายวิธี ยกตัวอย่าง วันนี้ไปส่งของ ตามพัสดุต่าง ๆ เขาก็จะกลัวว่าเราส่งของผิดกฎหมาย ก็ให้เอาบัตรประจำตัวประชาชนเสียบ ก็เสียบด้วยเจ้าของบัตรนะครับ แต่คนที่เสียบบัตรที่เสียบอาจจะไม่ใช่เจ้าของบัตรก็ได้ เพราะคนที่รับพัสดุต้องการรู้ว่าแค่ใครมาส่ง สมมุติผมไปเก็บบัตรประจำตัวประชาชนใบหนึ่งได้ ก็เสียบได้เหมือนกัน ฉะนั้นก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยว่าเราจะจัดการข้อมูลพวกแบบนี้ อย่างไรบ้าง ลองสังเกตวันนี้คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ระบาดเยอะมาก ข้อมูลมันหลุด ไม่รู้ว่าบัตรประจำตัวประชาชนอันนี้ทำออกมาแล้วสุดท้ายประโยชน์ที่ได้ภาครัฐได้ หรือเอกชนได้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นสาระเพราะสุดท้ายบัตรตัวนี้มันคือบัตรที่เอาไว้สำหรับ ใช้ยืนยันตัวตนเราในการจะทำธุรกรรมอะไรก็แล้วแต่ บางประเทศอาจจะไม่ได้ใช้เลข บัตรประจำตัวประชาชนเป็นตัวอ้างอิงในการทำธุรกรรมทุกอย่าง แต่วันนี้เราใช้เลขบัตร ๑๓ หลักในการยืนยันทุกอย่าง อาจจะต้องมีรหัสอีกสักชุดหนึ่งหรือเปล่า ก็อาจจะต้อง เสนอแนะเหมือนกันว่าการสร้างระบบความปลอดภัยเราจะทำกันอย่างไร แล้วที่สำคัญ ก็คือว่าภาครัฐเห็นมีโพรเจกต์ บิกดาต้า (Project Big Data) โอเพน ดาต้า (Open Data) เต็มไปหมดเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไรมันจะเสร็จ เมื่อไรมันจะลิงก์ (Link) กันได้ ถ้าหาก ไม่ลงมือร่วมกัน โดยเฉพาะฐานข้อมูลของทะเบียนราษฎร ผมว่าจริง ๆ เป็นตัวตั้งต้นหลักควร จะเปิดโอเพน ดาต้า (Open Data) จริง ๆ จัง ๆ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชนจะไปใช้ แต่ก็ต้องดูความปลอดภัย🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมว่าอันนี้สำคัญมาก ที่เราศึกษากันผมเชื่อว่า ทางหน่วยงานภาครัฐก็รู้ หลาย ๆ ท่านก็รู้ ผู้บริหารก็รู้ดีเหมือนกัน เพราะวันนี้ไม่ใช่วันแรก ที่เราคุยกัน แต่ปัญหาคือว่าทำไมมันไม่ถูกปฏิบัติออกมาเป็นรูปธรรมให้ประชาชน หรือหน่วยงานเอกชน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ ก็ต้องดูครับ อาจจะติดข้อกฎหมาย อันนี้ก็ต้องบอกกัน ในรายงานตัวนี้ไม่มีบอกว่าถ้าเราจะปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมหน่วยงาน ภาครัฐติดอะไร งบประมาณบอกครับ กฎหมายบอกครับ หรือไม่มีอำนาจ หรือทำไม่ได้ เทคโนโลยีไม่ทัน อุปกรณ์ไม่พร้อม ก็ต้องบอกว่าอันนี้เป็นวิธีการ อีกอันหนึ่งก็คือระยะเวลา ทำให้มันสำเร็จตามที่เราศึกษาเมื่อไร มิฉะนั้นมันจะเป็นรายงานที่เราทำแล้วส่งไป แล้วมัน ไม่มีฟีดแบ็ก (Feedback) อะไรตอบกลับมา อาจจะตอบกลับมาว่ารอปฏิบัติงานอยู่ หรืออะไร ซึ่งถ้าเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่ง หรือเอาข้อมูลที่เราได้พูดคุยกันวันนี้ส่งประกอบไป ผมว่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ แล้วก็จะเป็นศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายรายงานผลการพิจารณา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งในรายงานฉบับนี้ก็แบ่งด้วยกัน ๓ เรื่องหลัก ๆ ที่มีการศึกษากัน คือเรื่องแรก การปรับปรุงการให้บริการประชาชน เรื่องที่ ๒ การปรับปรุงการใช้สิทธิของประชาชน และเรื่องที่ ๓ การปรับปรุงการบริหารราชการ ส่วนภูมิภาค ผมจะขออภิปรายพูดถึงในส่วนของเรื่องที่ ๑ และเรื่องที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องของ การใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนนะครับ🔗

ในเรื่องแรก การปรับปรุงการให้บริการประชาชน มีการเสนอถึงการรวม บัตรประจำตัวประชาชน โดยมีการยกตัวอย่างของการรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือชาวบ้านรู้จักกันในนามของบัตรคนจนนะครับ ซึ่งผมได้ดูข้อมูลว่าในปี ๒๕๖๒ มีคนถือ บัตรคนจนถึง ๑๔.๕ ล้านใบ ถ้ามีการออกบัตรอันนี้ตีเป็นตัวเลขขั้นต่ำอยู่ที่ ๑๐๐ บาท ต่อ ๑ บัตร ก็ใช้เงินถึง ๑,๔๕๐ ล้านบาท ถ้ามีการควบรวมบัตรตรงนี้ก็จะเป็นการประหยัด งบประมาณได้ตามที่คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษา แต่ผมขอเสริมว่าในส่วนของสิทธิต่าง ๆ ที่หน่วยงานรัฐเองเป็นผู้ออกบัตร ไม่ว่าจะเป็นบัตรประกันสังคม บัตรอื่น ๆ รวมถึงข้อมูล ส่วนบุคคลของคนนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านสุขภาพ ประวัติการรักษาต่าง ๆ ถ้ามารวม อยู่ในบัตรนี้ เมื่อเกิดความจำเป็นในการใช้งานเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ ก็จะเป็น การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกผู้ป่วยหรือคนไข้นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดีครับ🔗

ในส่วนของเรื่องที่ ๒ การปรับปรุงสิทธิของประชาชน มีการเสนอให้มี การพัฒนาระบบเลือกตั้งและลงประชามติโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งผมก็เห็นด้วย เหมือนเดิมครับ ทราบว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เองได้มีการพัฒนาระบบ อีโหวตติง (e-Voting) มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการประยุกต์ใช้งานอย่างจริงจังเลย ก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ดีที่มีคุณภาพที่ทำให้เกิดการโปร่งใสมีประสิทธิภาพในการเลือกตั้ง มากกว่าเดิม ทำไมถึงไม่เร่งดำเนินการครับ🔗

ในส่วนถัดมา ในส่วนที่ ๑ และ ๒ มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพูดถึง ประเด็นเนชันนัล ดิจิทัล ไอดี (National Digital ID) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมชื่นชมว่าเป็นเรื่องที่ควร เกิดขึ้นตั้งนานแล้วครับ มีการเชิญหน่วยงานกรมการปกครอง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในรายงานก็มีการเชิญหน่วยงานเหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับด้านดิจิทัล ไอดี (Digital ID) แต่ผม มีความเห็นว่ามีอีกหน่วยงานหนึ่งของภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนดิจิทัล ไอดี (Digital ID) คือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอ็ตด้า (ETDA) สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานนี้เป็นผู้ที่วางกรอบและกำกับดิจิทัล ไอดี (Digital ID) หรือเรียกได้ว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ของดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ของประเทศไทย ถ้ามีหน่วยงานนี้เข้ามาด้วยก็จะมีความสมบูรณ์ของรายงาน ฉบับนี้มากขึ้นครับ ส่วนที่มีการเสนออีกอันหนึ่งที่ผมอาจจะไม่เห็นด้วยในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการบอกว่าให้กรมการปกครองทำดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ตรงนี้เห็นด้วยครับ แต่ให้เสริม ในส่วนของการมีอีเมล (e-Mail) ของทุก ๆ คนตามเลขบัตรประจำตัวประชาชนครับ คือถ้าเป็น ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีที่แล้วตรงนี้เห็นด้วย เพราะมีความสำคัญ แต่ปัจจุบันนี้เราใช้ งานอีเมล (e-Mail) จากภาคเอกชนอย่างแพร่หลาย แล้วอีเมล (e-Mail) ของเอกชนนั้นก็มี ความปลอดภัยน่าเชื่อถือใช้งานง่ายอยู่แล้วครับ การที่เสริมตรงนี้เข้าไปและมีประชากรไทย ถึง ๗๐ ล้านคนก็อาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณในพื้นที่จัดเก็บ หรือการดูแลรักษา หรือการตอบข้อซักถามหลังการใช้งาน กรณีที่มีปัญหานะครับ เพราะว่าตรงนี้มีเคส (Case) ตัวอย่างคือ ทางหน่วยงานภาครัฐเอง โดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ก็มีการให้บริการ อีเมล (e-Mail) สำหรับภาครัฐในชื่อว่า เมลโกไทย (MailGoThai) นะครับ หรืออีเมล (e-Mail) สำหรับภาครัฐ ตรงนี้ก็มีการใช้งานไม่มากครับ เพราะว่าเขาเองก็อยากใช้งาน อีเมล (e-Mail) จากภาคเอกชนคุ้นชินอยู่แล้ว มันก็เลยไม่เกิดการแพร่หลาย แต่ถ้าสโคป (Scope) ลงมาว่ากรมการปกครองจะทำอีเมล (e-Mail) ให้กับหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ก็อยู่ที่ประมาณสัก ๒-๓ ล้านคน ก็ยังพอเป็นไปได้ แล้วก็จะให้เกิดความน่าเชื่อถือสำหรับ การรับส่งข้อมูลสำหรับหน่วยงานภาครัฐด้วย ที่ผมแจ้งว่าอีเมล (e-Mail) อาจจะไม่จำเป็น เท่าไรในสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ เพราะปัจจุบันเราก็มีการรับส่งข้อมูลกัน ไม่ว่าจะเป็นผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ผ่านไลน์ (Line) วอตส์แอฟ (WhatsApp) ทวิตเตอร์ (Twitter) ตรงนี้ถ้ามีการเพิ่มในส่วนของระบบ ความปลอดภัย โดยอิงกับดิจิทัล ไอดี (Digital ID) เข้ามาแล้ว มันก็เป็นการส่งข้อมูล อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นจะต้องใช้อีเมล (e-Mail) ครับ ตรงนี้ก็เป็นส่วนที่ผมแสดง ความคิดเห็น แล้วก็อยากจะชื่นชมว่าทางหน่วยงานนี้ก็มีการประยุกต์ปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อ อำนวยความสะดวกของประชาชน ถ้ามีการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้งานได้ตามนี้ ผมก็เชื่อว่าคนไทยก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ตามด้วยท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วม อภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้าน ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ของคณะกรรมาธิการการปกครอง ซึ่งมีหลายท่านที่ดำเนินการ ตั้งแต่ประธาน ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านสมคิด เชื้อคง ท่านเอกราช ช่างเหลา ท่านสุรสิทธิ์ และท่านอารี ซึ่งเป็น รองประธาน รวมทั้งกรรมาธิการ ก็ขอบคุณที่ได้มีความพยายามที่จะทำให้เรื่องนี้เกิด ประโยชน์แก่ส่วนราชการ ผมเข้าใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ ข้อเสนอ ทั้งหลายของกรรมาธิการ ซึ่งท่านแบ่งออกเป็นสัก ๓ ส่วนที่ท่านได้นำเสนอ ก็คือการปรับปรุง การให้บริการประชาชน บัตรประจำตัวประชาชนที่จะพัฒนาให้เป็นแบบอเนกประสงค์ รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของการใช้สิทธิของบัตรนะครับ อันนี้ผมเห็นด้วยหลายเรื่องที่ เสนอไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการทำให้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นบัตรที่ใช้ในรูปแบบ ของอเนกประสงค์ต่าง ๆ แต่มีข้อเสนอนิดเดียวเรื่องความปลอดภัยของบัตรประจำตัว ประชาชน ซึ่งก็มีเรื่องที่ไม่ค่อยดีอยู่บ้าง ก็ควรจะหาวิธีแก้ว่าจะป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำ บัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ในทางที่เสื่อมเสียอย่างไรในส่วนนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไป ส่วนหนึ่งแล้ว🔗

ในส่วนที่ผมสนใจก็คือการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ การบริหารราชการส่วนภูมิภาคในรายงานจะพูดถึงเรื่องของผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องของ ส่วนราชการที่กระทรวง ทบวง กรม ได้มีข้าราชการของกระทรวงไปประจำอยู่ที่จังหวัด ส่วนนี้เป็นส่วนประกอบของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค อย่างไรก็ตามการทำงาน ในภูมิภาคก็ยังเชื่อมโยงกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมเรียนท่านประธานว่าข้อเสนอของกรรมาธิการมีทั้งส่วนที่ผมคิดว่าดี และพัฒนาไปได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะให้ข้อสังเกตและข้อเสนอเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น ความจริงการบริหารราชการส่วนภูมิภาคไม่ใช่เราพูดถึงผู้ว่าอย่างเดียว แต่ต้องพูดถึงส่วนราชการที่เป็นองค์ประกอบของการบริหารราชการจังหวัด ผู้ว่าเป็นผู้ว่า ราชการจังหวัด ข้อเสนอของท่านผมก็เห็นด้วยที่ว่าทำอย่างไรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น เป็นผู้ว่าซีอีโอ (CEO) ผู้ว่าซีอีโอ (CEO) ก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอำนาจในการจัดการพัฒนา จังหวัดอย่างมีเอกภาพ ผมย้ำว่านะครับว่าอย่างมีเอกภาพ แล้วใช้แผนพัฒนาจังหวัดเพื่อการ พัฒนาจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์พัฒนาจังหวัดได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการว่าท่านจะทำอย่างไรกับการให้มีผู้ว่าแบบนี้ ซึ่งมีก็หลายประเด็นที่เสนอ ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ผมอยากจะเสนอไว้ในรายงานก็คือว่า จะทำ อย่างไรให้ส่วนราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเอกภาพร่วมกัน นี่เป็นเรื่องยาก แต่ถ้า จะใช้การทำแผนพัฒนาจังหวัดให้จริงจัง เพื่อตอบโจทย์จังหวัด เพื่อตอบโจทย์การพัฒนา คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน อันนี้อาจจะเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาพิจารณา อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งผมเคยเสนอไว้หลายที่ด้วยกัน ก็คือการประเมินผู้ว่าราชการจังหวัด ในรายงานอาจจะ พูดบ้างแต่ไม่ชัดเจนนัก ทุกจังหวัดในประเทศไทย ๗๖ จังหวัด จะต้องทำการประเมิน การปฏิบัติงานของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วบอกพี่น้องประชาชนว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ในจังหวัดของตนเองนั้นเมื่อประเมินแล้วเป็นอย่างไร แล้วสามารถพัฒนาจังหวัดได้มากน้อย แค่ไหน🔗

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ผมอยากจะให้มีการเสนออีกอย่างหนึ่งในจังหวัด ที่มีการพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการเต็มที่ เราจะทำอย่างไรให้ทดลองเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัดบ้าง ในจังหวัดที่มีจีดีพี (GDP) สูง ในจังหวัดที่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และมีความพร้อมของประชาชนก็จะได้ ๒ แบบ แบบผู้ว่าราชการจังหวัดที่ยังใช้รูปแบบเดิม กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ทดลองเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากพี่น้องประชาชน🔗

สุดท้ายผมคิดว่ายังมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของจังหวัด ในนามภูมิภาคกับท้องถิ่น ตรงนี้ท่านต้องทำให้ชัดว่าบทบาทราชการภูมิภาคจะทำอะไรต่อไป ผมคิดว่าการทำงานในส่วนภูมิภาค ในส่วนราชการต่าง ๆ นั้นยังล้วงลูกไปถึงการทำงาน ท้องถิ่น ยังมีความซ้ำซ้อน อันนี้ท่านจะต้องแนะนำอย่างดีว่าจะต้องแก้อย่างไร อันนี้ต้องดู ในรายงานให้ชัดเจน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการทำให้ตอบโจทย์ว่าความสัมพันธ์จะเป็น อย่างไร ผมคิดว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนควรให้ท้องถิ่นดำเนินการ ทั้งหมด แต่ภูมิภาคส่วนราชการจะต้องดำเนินการตามนโยบายที่รับมาจากรัฐบาลกลาง แล้วก็ไปสนับสนุนส่งเสริม นี่คือสิ่งที่จัดความสำคัญ เพราะฉะนั้นผมอยากให้รายงาน แล้วท่านถ้ามีก็ช่วยตอบหน่อยว่าท่านจะจัดความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัด กับท้องถิ่นอย่างไรครับ ก็ขอขอบคุณ แล้วก็ขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ทำงานนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรัณย์ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขออภิปราย รายงาน เรื่อง การปรับปรุงการให้บริการประชาชนในเรื่องของทะเบียนราษฎรและ บัตรประจำตัวประชาชน จริง ๆ ต้องบอกว่าผมดีใจที่มีการทำรายงานฉบับนี้ เพราะว่า บัตรประจำตัวประชาชนเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนมีและทุกคนก็ตั้งคำถาม โดยเฉพาะ อย่างเช่นตัวผมเอง ผมทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกตอนอายุ ๑๕ ตอนนั้นก็เป็น สมาร์ตการ์ด (Smart Card) แล้ว แล้วผมก็อยู่กับบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ที่ไม่ได้ฉลาด สมชื่อสมาร์ตการ์ด (Smart Card) มาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี โดยเราทุกคนไม่ใช่แค่ตัวผมเอง แต่ประชาชนทุกคนก็มีคำถามว่า เราจะทำสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ไปทำไม ถ้าเรายังต้อง ทำสำเนาทุกครั้งที่เราไปติดต่อราชการ เพราะฉะนั้นการที่มีรายงานฉบับนี้ผมเชื่อว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะสามารถตอบประชาชนได้ว่าการใช้สมาร์ตการ์ด (Smart Card) ของประเทศไทยไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว แล้วเมื่อไรที่บัตรจะฉลาดสมชื่อสมาร์ตการ์ด (Smart Card) จริง ๆ ในรายงานมีการพูดถึงการรวบรวมข้อมูล หรือว่าการใช้บัตร เพื่อเป็นบัตรใบเดียว เป็นการรวมข้อมูลของบัตรหลาย ๆ อย่าง ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็สงสัยว่า ทำไมเราต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนกับใบขับขี่ที่ข้อมูลในบัตรแทบจะเหมือนกัน แต่เรา ต้องมีแยกกันคนละใบ ทำไมเราไม่สามารถรวมกันเป็นใบเดียวได้ นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหา ตามมาอย่างที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปว่าจริง ๆ แล้วบัตรประจำตัวประชาชนนั้น สามารถเก็บข้อมูลหรือเป็นตัวเชื่อม หรือตัวส่งผ่านข้อมูลที่ดีกว่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการรักษาพยาบาล ข้อมูลเรื่องสุขภาพ หรือแม้แต่ข้อมูลในการรับสวัสดิการจากทางรัฐบาล ทำไมเราต้องมีบัตรคนจน ทำไมเราต้อง มีบัตรผู้ป่วย ผู้สูงอายุ บัตรคนชรา บัตรผู้พิการต่าง ๆ มากมาย ทั้ง ๆ ที่เราสามารถรวมเป็น บัตรใบเดียวได้เพื่อที่จะทำให้ประชาชนไม่ต้องลำบาก และในอนาคตผมเห็นมีการพูดไปถึงว่า อาจจะไม่ต้องมีบัตรที่เป็นบัตรแข็งแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งก็ดีครับ เป็นการมองไปในอนาคตที่ดี และผมหวังว่าจะเกิดขึ้นจริง แต่คำถามคือตอนนี้มันเป็นถึงไหนแล้ว บัตรเราพร้อม ถึงขนาดไหนแล้วครับ โดยข้อมูลที่ผมพอจะทราบ ตัวบัตรเองไม่ได้มีปัญหา ตัวสเปก (Spec) ของบัตรเองสามารถรองรับสิ่งที่เราต้องการจะทำได้ แล้วปัญหามันเกิดจากอะไร สุดท้าย มันก็ลงมาที่ปัญหาก็คือระบบของทางราชการ ระบบของประเทศไทย หรือต้องเรียกว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital) ของประเทศไทยอาจจะยังไม่พร้อมเอง ที่ถึงแม้เรา จะมีบัตรที่พร้อม แต่ระบบที่อยู่รอบ ๆ นั้นไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้ ไม่สามารถ เป็นระบบได้ เรื่องการทำเอ็นดีไอดี (NDID) หรือเนชันนัล ดิจิทัล ไอดี (National Digital ID) อันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นสิ่งที่มีการพูดกันมาอย่างน้อย ๆ ก็ ๔-๕ ปีแล้ว แล้วผมหวังว่า จะเสร็จเสียที เพื่อที่เราจะได้ใช้ประโยชน์กับมันเสียที เราได้ยินคำนี้มานานมาก🔗

อีกประเด็นหนึ่งก็คือการใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นบัตรเอทีเอ็ม (ATM) หรือถ้าจะมองไปในอนาคตอาจจะเป็นได้มากกว่านั้นครับ อาจจะอี-วอลเล็ต (e-Wallet) คริปโต วอลเล็ต (Crypto Wallet) หรือแม้แต่เป็นกระเป๋า หรือว่าช่องทางเป็นบัญชี เป็นแอดเดรส (Address) อะไรก็ได้ที่ในอนาคตสามารถรองรับระบบที่เราจะนำมาใช้ได้ ซึ่งถ้าทำเป็นคริปโต วอลเล็ต (Crypto Wallet) หรืออี-วอลเล็ต (e-Wallet) จริง ๆ มันก็จะ สามารถสอดคล้องกับธนาคารกลางที่กำลังทำซีบีดีซี (CBDC) หรือหน่วยเงินดิจิทัล (Digital) ของธนาคารกลางของประเทศไทย ซึ่งอันนั้นมันก็จะสามารถเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นได้ และที่สำคัญคือผมอยากให้มีการพูดถึงอีกสักนิดหนึ่งก็คือ มันอาจจะมีกฎหมายบางข้อ ที่เป็นข้อจำกัดที่ว่าถ้าเราจะพัฒนาหรือเราจะเอาข้อมูลมาใส่ในบัตรประจำตัวประชาชน ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราจะรวมบัตรประจำตัวประชาชนกับใบขับขี่มีกฎหมายอะไรที่ทำให้มัน เกิดขึ้นไม่ได้หรือไม่เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ตรงนั้นด้วย การอำนวยความสะดวกครบวงจร เมื่อติดต่อราชการอันนี้ก็คือถ้าเราสามารถรวมทุกอย่างได้ เราก็จะไม่มีปัญหา สมมุตินะครับ ว่าบัตรประจำตัวประชาชนสามารถเก็บข้อมูลได้ว่าคนนี้เป็นเกษตรกร มีข้อมูลทำอะไรบ้าง ทีนี้จะไม่มีปัญหาเหมือนกับรอบที่ผ่าน ๆ มาที่เวลาจะให้ลงทะเบียนว่าขอรับเงินชดเชย เราปลูกข้าวแล้วเสียหายเท่าไรปรากฏว่าต้องไปติดต่อ ๓-๔ หน่วยงาน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า เรามีข้อมูลอยู่ในหน่วยงานไหนบ้าง ซึ่งตอนนี้ทำให้ประชาชนลำบากมาก เดี๋ยวต้องไปประมง เดี๋ยวต้องไปเกษตร เดี๋ยวต้องไปปศุสัตว์ ซึ่งมันสร้างความลำบากมาก โดยเฉพาะอย่างในพื้นที่ ของผมนี้ ๓ หน่วยนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ กัน เพราะฉะนั้นกว่าประชาชนจะไปติดต่อแต่ละที่ ๆ ทั้งเสียเวลา🔗

มีจุดหนึ่งที่ผมอยากจะฝากนะครับ ก็คือรายงานตรงหน้า ๓๖ หน้าที่ ๓๖ เขียนไว้ว่า ตอนนี้มีหน่วยงานของภาครัฐ ๖๐ หน่วยงาน ที่แจ้งว่าไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร สำเนาบัตร หรือสำเนาทะเบียนบัตรแล้ว แต่ว่ามันก็มีการเขียนข้อความหนึ่งไว้ว่า หากมีการ ขออาจจะเป็นเรื่องทางการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมันก็หมายความว่าถึงจะบอกว่า ไม่ใช้แล้วแต่หน่วยงานอาจจะขอได้อยู่ดี ซึ่งผมอยากจะบังคับให้ชัดไปเลยครับ ถ้าระบบ เราทำได้ ถ้าหน่วยราชการมีความพร้อมก็ควรจะบอกไปเลยว่าไม่ต้องใช้ ไม่ต้องขอเด็ดขาด ควรจะเป็นระเบียบไปอย่างนั้นเลย ไม่ใช่เขียนว่าระบบพร้อมแล้วนะ แต่บางที่อาจจะขอ อย่างนี้ถ้าระบบพร้อม แต่ทุกที่ที่ขอประชาชนก็ต้องทำเหมือนเดิมครับ ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วก็ในรายงานยังมีการพูดถึงการเลือกตั้งการเอาระบบบล็อกเชน (Block chain) มาใช้ เพื่อความโปร่งใส แล้วก็สามารถรองรับกับอีโหวตติง (e-Voting) หรือคริปโต โหวตติง (Crypto Voting) คำศัพท์ที่ใช้ในรายงาน ซึ่งผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าตอนนี้ในหลาย ๆ ประเทศนั้นก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้และมีความโปร่งใสมากกว่าการเลือกตั้ง ในระบบที่เรากำลังใช้อยู่ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้ยินเพื่อนหลายท่านพูดถึงก็คือ แล้วเราจะดูแล ความปลอดภัยอย่างไรว่าคนที่เอาบัตรมาเป็นเจ้าของจริง ๆ จริง ๆ ต้องบอกว่าในภาคเอกชน ก็มีการตั้งคำถามเหล่านี้ แล้วสิ่งที่ทำก็คือการใช้ทู ออล ทรี เอฟเอ (Two all Three FA) ก็คือทูแฟกเตอร์ ออเทนทิเคชัน (Two-Factor Authentication) หรือการยืนยันตัวตน อย่างที่ ๒ อย่างที่ ๓ ยกตัวอย่างเช่นในการติดต่อ หรือว่าการทำธุรกรรมอาจจะต้องมีการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เป็นรหัส การส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ไปที่อีเมล (e-Mail) อย่างน้อย ๒ อย่างนี้ก็จะทำให้มัน ปลอดภัยมากขึ้นในการที่ใครจะเอาบัตรประจำตัวประชาชนเราไปสวมสิทธิ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ อาจจะต้องเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่า ถ้าเราทำบัตรให้สามารถทำได้หลาย ๆ อย่างและมีข้อมูล หลาย ๆ อย่างอยู่ในนั้น ความปลอดภัยของผู้เป็นเจ้าของบัตรเราจะรักษาความปลอดภัย ของเขาได้อย่างไร แล้วสุดท้ายครับมันก็คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอยู่ดี อย่างที่เราทราบกัน ถึงบัตรจะพร้อมแต่ถ้าโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมไม่สามารถทำได้ ผมอยากจะเสริมโครงสร้าง พื้นฐานที่อาจจะละเอียดลงไป ก็คือถ้าเรามีบัตรประจำตัวประชาชนที่เก็บข้อมูลได้มากมาย ขนาดนี้แล้ว สมมุติเราทำได้แล้ว เราจะมีสถานที่ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้มากน้อยขนาดไหน ถ้าประชาชนมีบัตรที่ดีแต่ว่าต้องไปใช้ในเมืองตลอด อย่างในเขตพื้นที่ของผมเองที่อยู่พื้นที่ ไกล ๆ พ่อแม่พี่น้องในหมู่บ้านต้องขับรถ ๓๐-๔๐ กิโลเมตร เพื่อมาใช้บัตรผมว่ามันก็ ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้มากนัก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ควรจะ กระจายถึงระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล เพื่อที่จะทำให้ประชาชนสามารถใช้บัตรที่เรากำลัง พยายามทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผมเห็นด้วยกับที่ทำรายงานนะครับ อย่างไรก็ขอบคุณ อีกครั้ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ แล้วตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นะครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างเต็มที่ แล้วก็เป็นข้อมูล ที่มีประโยชน์นะครับ แต่ว่ากระผมมีข้อสังเกตที่อยากจะขออนุญาตฝากไว้ ๔-๕ ประเด็น ด้วยกัน ช่วยฉายขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เรื่องของการมี บัตรประจำตัวประชาชน เรามีกฎหมายตั้งแต่ปี ๒๔๘๖ ว่าให้คนไทยหรือประชาชนคนไทย ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนไว้เพื่อแสดงตน ผมย้ำนะครับไว้เพื่อแสดงตน แล้วก็ในการ ตรากฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปี ๒๕๒๖ ก็ดี ปี ๒๕๔๒ ก็ดี หรือล่าสุดปี ๒๕๕๔ ก็ดี ก็มีประเด็นนี้อยู่ครับว่า เราออกบัตรประจำตัวประชาชนไว้เพื่อแสดงตน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ กลายเป็นว่าเวลานี้ถ้าเกิดเราไปทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐหรือเอกชน เขาจะบังคับให้เราต้องมีการแสดงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ต้องเซ็นชื่อกำกับรับรองสำเนาถูกต้อง ตัวตนของเราไม่มีความหมายครับ สำคัญอยู่ที่ ตัวเอกสารนี้ ถ้าไม่มีพวกเราก็จะถูกไล่กลับไปให้ไปทำมา เสียเงินเสียทอง เสียเวลา เป็นภาระ สิ่งนี้ครับที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็จริง ๆ แล้วทาง ครม. ก็ได้มีมติ ครม. ตั้งแต่ เมื่อปี ๒๕๖๑ ว่าไม่ต้องมีการแสดงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน แต่ก็ไม่สำเร็จครับ ไม่มีใครสนใจกับมติ ครม. นั้น เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เวลาที่เราติดต่อราชการถ้าเราไม่มีสำเนา เจ้าหน้าที่รัฐก็จะไม่ทำอะไรให้ แล้วสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐดูก็คือเอาสำเนาไปเก็บไว้เฉย ๆ โดยที่ตัวตน ของท่านเองก็ไม่ได้ทำอะไรกับเอกสารนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตให้ ท่านประธานได้กรุณาบอกกล่าวไปยังรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการได้ช่วยบรรจุว่า เรื่องนี้อะไรต้องแก้ไขโดยด่วน เพราะว่าการที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเรียกบัตรประจำตัว ประชาชนถ่ายสำเนา นอกเหนือจากการมีภาระค่าใช้จ่ายมันก็มีความเสี่ยงครับ ทุกวันนี้ กลายเป็นว่ามีการเอากระดาษเหล่านี้ไปพับถุงขนมขาย วันดีคืนดีก็อยู่ในถุงขยะ ไม่มีใคร รับผิดชอบต่อเอกสารที่เราเซ็นรับรองไป และบางครั้งก็จะมีการเรียกของกรมสรรพากรว่า ท่านไปทำธุรกิจ ธุรกรรม อะไรหรือเปล่า เพราะว่ามีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ในนั้น อยู่ในสิ่งที่เขาตรวจพบ ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ก็คือว่ามีการนำบัตรของเรา หรือสำเนาบัตรเราไปทำการทุจริตเกิดขึ้นอีก เป็นความเสี่ยงของประชาชนครับ เพราะฉะนั้นมติ ครม. ปี ๒๕๖๑ จึงเป็นสิ่งที่ควรต้องมีการดูแลให้เกิดขึ้น กระผมเอง โดยความสำนึกในเรื่องนี้ก็ได้รวบรวมรายชื่อจากเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อเดือน กันยายนนำเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาให้อำนวยความสะดวกกับประชาชน ไม่ต้องเรียก บัตรประจำตัวประชาชน แต่กระนั้นก็ตามครับ เมื่อผมไปติดต่อส่วนราชการบางแห่ง แม้กระทั่งเมื่อเดือนตุลาคมที่กรมการปกครองก็มีคำสั่งมาอีกว่าไม่ต้องเรียก ปรากฏว่า หน่วยงานของกรมการปกครองเองยังเรียกอยู่ ผมจึงได้นำเสนอกฎหมายอีกฉบับครับ ห้ามไม่ให้มีการเรียกบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้มีความผิด ซึ่งสิ่งนี้อยู่ในการดูแลของ สำนักงานเลขาธิการสภา ก็ขออนุญาตให้ทางสำนักงานได้ช่วยดูแลให้ร่างกฎหมาย ที่ผมนำเสนอได้เข้าสู่การพิจารณาโดยเร็วนะครับ เพื่อจะให้ประชาชนได้รับความสะดวก อย่างแท้จริง เพราะทุกวันนี้เราสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายกับเรื่องนี้มาก ท่านประธานครับ ในการที่เรามีการใช้บัตรมากกว่าตัวตนของเรา ทุกวันนี้กลายเป็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ ก็ทำ บัตรมากมายด้วยกัน อย่าง ณ เวลานี้ผมเองก็มีบัตร ๓ ใบในมือ ใบที่ ๑ เป็นบัตรประจำตัว ประชาชน ใบที่ ๒ เป็นบัตรของรัฐสภา ใบที่ ๓ เป็นบัตรใบขับขี่ ผมก็มีคำถามครับ ทำไม เราต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองทรัพยากรในการพกบัตรใบนี้ตลอดเวลา สิ่งนี้ อยากจะขอให้รัฐบาลได้ช่วยกรุณาแก้ไข ให้รัฐบาลระงับหรือยกเลิกการมีบัตรต่าง ๆ ซึ่งมี ความจำเป็นน้อยลงมากทุกวันนี้ เพราะว่ามีระบบเทคโนโลยีมาช่วยแล้วนะครับ เมื่อมีการมา ติดต่อหน่วยงานราชการใด ๆ หน่วยราชการสามารถที่จะโยงข้อมูลไปยังกรมการปกครอง ตรวจสอบได้ครับว่าตัวตนผู้นั้นจริงหรือเปล่า แล้วข้าราชการที่รับเรื่องก็ควรจะเซ็นกำกับว่า ได้ดูตัวตนแล้ว เป็นวิธีการที่จะลดขั้นตอนเหล่านี้ลง แล้วก็ประหยัดค่าใช้จ่าย แทนที่จะต้องมี การพกบัตรไปมากมาย แล้วต้องการแสดงตัวตนหรือบัตรข้อมูลอะไรก็ไปใส่ในข้อมูลใหญ่ของ กรมการปกครองที่ว่านี้ได้ของสำนักงานทะเบียนราษฎร เพื่อจะให้เราได้มีความสะดวกเกิดขึ้น🔗

ประการต่อไปครับท่านประธาน ผมอยากจะขอตั้งคำถามครับว่าหน่วย ราชการต่าง ๆ ที่ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปเก็บไว้ท่านดูแลอย่างไร ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ท่านมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบ หากเกิดความเสียหายเกิดปัญหา ขึ้นมา ส่วนงานท่านมีกฎเกณฑ์มีกติกาดูแลเรื่องนี้อย่างไร ขอให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณา ตั้งคำถามนี้ด้วยครับ🔗

ประการต่อไป เรื่องของการที่เรามีการออกบัตรประจำตัวประชาชนก็ดี หรือบัตรต่าง ๆ ผมขอทราบครับว่าบัตรแต่ละใบค่าใช้จ่ายตกเท่าไร อย่างของรัฐสภา มีการถ่ายรูปมีอะไรต่ออะไรตกใบละเท่าไร หรือของบัตรประจำตัวประชาชนก็ตาม แล้วก็ เรื่องของดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ที่ท่านกล่าวถึง ผมได้นำเสนอญัตติมาแล้วค้างอยู่ในสภามา ๒ ปีแล้ว เพราะผมเป็นห่วงเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ให้ท่านได้ช่วยกรุณาดูแลนะครับว่าอย่าให้มีการสิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ในการทำบัตร เราใช้เทคโนโลยีในการแสดงตัวตนแล้วก็จะเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นการอำนวย ความสะดวกให้กับประชาชน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจเอก ทวี ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นะครับ เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการการปกครองที่ได้นำเรื่อง ของประชาชนมาศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับปรุงการบริการประชาชนด้านทะเบียน ราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับว่า งานทะเบียนราษฎรมีผู้อภิปรายไปหลายคนแล้วครับ เราเกิดมา ๑๖๓ ปี ในข้อมูลจะมี และประเทศไทยเป็นที่ยอมรับเรื่องงานทะเบียนราษฎร ถ้าในปี ๒๕๓๓ เรารับรางวัล เดอะ คอมพิวเตอร์เวิลด์ สมิตโซเนียน อวอร์ด (The Computerworld Smithsonian Awards) ของโลกนะครับ เพราะว่างานทะเบียนราษฎรเราได้รับการยอมรับ แล้วทางท่านกรรมาธิการได้กรุณาศึกษา ผมเองผมมีประเด็นในเรื่องความคิดและมีข้อห่วงใย วันนี้ทะเบียนราษฎรคน ๖๖ ล้านคน ครัวเรือนทั้งหมดและบัตรประจำตัวประชาชน ผมคิดว่าจะต้องทำความเข้าใจว่าทะเบียน ราษฎรเป็นสมบัติของประชาชน เรามอบให้กรมการปกครอง หรือสำนักงานทะเบียนราษฎร เป็นผู้ดูแล ซึ่งก็น่าน้อยเนื้อต่ำใจแทนสำนักงานทะเบียนราษฎรตอนเกิดกฎหมายใหม่ ๆ เป็นกรม ผมจำได้ว่าในยุค พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ พยายามจะเสนอเข้า ครม. ให้ย้อนกลับ มาเป็นกรมจากสำนักงาน ข้าราชการในสำนักงานทะเบียนราษฎรต้องถูกโยกย้าย เพราะว่า งานทะเบียนราษฎรวันนี้มีความสำคัญมาก เราเชื่อมโยงไม่ใช่แค่ในประเทศไทยไปทั่วไป แต่ ผอ. งานทะเบียนราษฎรมีแค่ซี ๙ (C 9) เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้กำหนดรองอธิบดีให้ไปควบคุม เวลาไปนั่งประชุมที่ไหน คือปริมาณงานมันเยอะมาก กับการที่ในหลังรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ได้เกิดหน่วยงานระดับกรมมากมาย บางหน่วยงานมีคนไม่ถึง ๑๐๐ คนก็เกิด แต่งานที่มีความสำคัญยิ่งและมีความสำคัญกับประชาชนกลับปรากฏว่ายังไม่ได้ดูแล ก็ฝากกระทรวงมหาดไทย ท่านปลัดถ้ารับฟังอยู่ หรือคนฟังอยู่ ก็ให้เป็นกรม ถ้าท่านยังหวงอยู่ ก็ให้อยู่ในส่วนของปลัดเหมือนกรมต่าง ๆ ในกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมค่อนข้างมีความห่วงใย แต่ต้องขอบคุณกรรมาธิการเวลาตั้งข้อสังเกต คือตั้งข้อสังเกต เพื่อให้ไปศึกษาต่อ เราพบว่ามีกลุ่มผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ มีกลุ่มธนาคารพยายามจะผลักดัน เรื่องดิจิทัล ไอดี (Digital ID) แล้วจะมาเก็บค่าธรรมเนียม ๒๐๐ บาท ท่านรู้หรือไม่ว่าในเรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคล พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรเขาบอกแล้วให้กรมการปกครองเป็นผู้พิสูจน์ การยืนยัน การที่ธนาคารจะเขียนอย่างไรก็ตามจะเอาข้อมูลของประชาชนเอาไป แล้วก็ จะไปเอาข้อมูลแล้วก็เก็บเงิน ผมไม่ทราบว่าในรายงานมีองค์กรธนาคารทำหรือไม่ วันนี้เรื่องนี้ มันเป็นสมบัติของประชาชนนะครับ ผมจึงอยากจะฝากไว้ว่างานทะเบียนราษฎรมา ๑๖๐ กว่าปีแล้ว แล้วได้รับรางวัล ในการที่จะไปทำต่อก็ฝากทางกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยต่าง ๆ อย่าเอาสมบัติที่เขาทำมาแล้วก็พัฒนาจนเป็นเลข ๑๓ หลักมา ๓๐ กว่าปี จนได้รับการยอมรับ เอาไปเพื่อหาผลประโยชน์ในแง่มุม อาจจะอ้างว่าให้ทะเบียนราษฎร เป็นผู้พิสูจน์ แต่ว่างานนี้เราเสียภาษีของประชาชนไป🔗

และอีกเรื่องหนึ่งผมอาจจะข้ามไปให้เร็ว ๆ นิดหนึ่ง คือประสิทธิภาพ การบริการขององค์กรปกครองส่วนภูมิภาค ผมต้องขอขอบพระคุณทางกรรมาธิการ ในรายงานเรามีข้อมูลเยอะ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ข้อมูลไม่ใช่ความรู้นะ ความรู้ มันก็คือต้องมาพัฒนา ข้อมูลเหมือนเป็นข้อมูลหนึ่งที่ควรจะมีและมันจำเป็นต้องมี เราพบว่า การปกครองส่วนภูมิภาคที่จากส่วนกลางไปอยู่ในส่วนภูมิภาคหน้า ๕๕ ถึงหน้า ๖๑ ท่านลอง นับดูครับ ส่วนภูมิภาคที่มีหน่วยไปอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ๑๗ ส่วนกลาง ปรากฏว่าส่วนภูมิภาค ที่มีหน่วยงานส่วนกลางไปตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ๒,๑๕๙ หน่วย ส่วนภูมิภาคที่ไปตั้งอยู่ที่ จังหวัด ท่านดูครับ ๒,๑๗๑ หน่วย ส่วนภูมิภาคที่ไปอยู่อำเภอ ๕,๓๑๙ หน่วย เผอิญ กรรมาธิการไม่ได้บวกนะครับ เมื่อสักครู่ผมเอาคอมพิวเตอร์บวก รวมทั้งหมด ๙,๕๔๙ หน่วย ขณะที่เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕ ประเภทเพียง ๗,๘๕๐ หน่วย อันนี้คืออะไร คือเป็นการขยายอำนาจเพื่อไปแย่งงานของคนที่รู้ดีคือท้องถิ่น ผมคิดว่าท่านศาสตราจารย์ โกวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ไม่เสียหาย ท่านได้พูดไว้ กับหลายท่านได้พูดไว้ ท่านณัฐวุฒิได้พูดไว้ คือเราถึงเวลาแล้วเราควรจะ กระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นซึ่งเขารู้ปัญหาความต้องการดี แล้วเรื่องต่าง ๆ ที่เอามาทำ ส่วนภูมิภาคนั้น สิ่งสำคัญก็คือเวลางบประมาณก็ต้องมาอนุมัติที่ส่วนกลาง ท้องถิ่นก็คือ เป็นแค่ได้ดูแล้วต้องมาขอ ดังนั้นผมจึงอยากจะฝากในประเด็นนี้🔗

อีกเรื่องหนึ่งถ้าไม่พูดไม่ได้ ผมได้พูดตอนต้นว่าทะเบียนราษฎรเป็นสมบัติ เราได้ผ่าน พ.ร.บ. คุ้มครองพยาน ซึ่งผมอภิปรายไม่ไว้วางใจไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังฝาก ผมเชื่อว่ากระบวนการทางกฎหมาย วันนี้เรากล้าหาญที่จะให้เอาข้อมูลเข้าไปใส่ในทะเบียน ราษฎรที่เป็นข้อมูลไม่เป็นความจริง ขณะที่ทะเบียนราษฎรได้รับการยอมรับระดับโลก แม้แต่กฎหมายออกท่านกรรมาธิการที่ชี้แจงว่าไม่ได้ใช้ แค่รู้ว่าประเทศไทย รัฐไทย กำลังเอา ของปลอม ของโกหกไปใส่ไว้ในทะเบียนราษฎรก็เป็นเรื่องที่เสียหายมาก ผมจึงอยากว่า ทะเบียนราษฎรเป็นสมบัติของประชาชน แล้วก็อยากจะช่วยกันรักษา แล้วก็ขอบพระคุณ ทางกรรมาธิการ อยากจะให้รายงานนี้ได้มีการขยายต่อไปศึกษาให้รอบคอบเป็นการต่อยอด ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วย พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร โดยมีท่านประธานไพจิต ศรีวรขาน เป็นประธาน แล้วก็ได้ศึกษาเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องการปรับปรุงการบริการ ประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้งการบริหารราชการ ส่วนภูมิภาค ผมจะขออนุญาตพูดประเด็นเดียว เรื่องการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ ก็น่าชื่นชมนะครับว่า ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึงเรื่องการกระจายอำนาจ ไว้ในหลายหน้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น หน้าที่ ๕๐ ก็จะพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจไว้ ในข้อ ๒ หน้าที่ ๖๙ ก็จะพูดถึงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ก็จะพูดถึงเรื่องกระจายอำนาจไว้ เช่นเดียวกัน ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่พร้อม ในจังหวัดที่เหมาะสม สมควรเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน สมควรก็เพราะว่าท่านประธานลองดูเอกสารฉบับหนึ่ง เอกสารฉบับนี้ฝ่ายโสต ช่วยขึ้นเอกสารฉบับเดียวให้ดูด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

วันนี้นายอำเภออำเภอหนึ่ง ได้ทำหนังสือถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอรับการสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ขอแห่งละ ๑,๐๐๐ บาท เพื่อมาช่วยค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภคของอำเภอ มันสมควร หรือครับ ในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจ ผู้ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยซ้ำไป แต่เสียดายครับ ในเอกสารฉบับนี้ได้พูดไว้ในหน้า ๕๐ การกระจายอำนาจ แต่มีคำว่าแต่ไว้ แต่โดยหลักการ น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ในบริบทของการบริหารราชการของไทยเป็นลักษณะของการรวมศูนย์ อำนาจตั้งแต่แรก ก็คือบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ผมไม่เห็นด้วย ในรายละเอียดบรรทัดนี้นะครับ ผมเคยเสนอไว้นะครับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น น่าจะแยกออกไปจากกระทรวงมหาดไทยได้แล้วครับ เพราะอะไร ปรัชญาแนวความคิด มันต่างกัน มหาดไทยรวมศูนย์ แต่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเขากระจายอำนาจ กระจายออกไป เพราะฉะนั้นเราไปตั้งหน่วยงานใหม่ไม่ต้องเป็นกระทรวงก็ได้ เป็นคล้าย ๆ สำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ได้ มันจะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ แล้วก็ ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น อย่างไรก็ดีครับ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาไว้🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นห่วงครับ เป็นห่วงเรื่องบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ผมยกตัวอย่าง ๒ กรณีเท่านั้น กรณีแรก เรื่องน้ำท่วม อย่างครั้งนี้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ของผม อุทกภัย ท่านประธานครับ มีกี่หน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำ ตั้งแต่สำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ สทนช. ๒. จะมีกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ คือ กอนช. ๓. มีกรมชลประทาน ๔. มีผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด ๕. ยังมีสำนักงานชลประทานมี ๑๗ แห่งทั้งประเทศ อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีของผม มีสำนักของกรมชลประทานอยู่ ๓ แห่ง อยู่ในจังหวัดเดียว ตั้งแต่สำนัก ๑๑ สำนัก ๑๒ และสำนัก ๑๓ สำนัก ๑๑ ตั้งอยู่ที่บางบัวทอง ดูแลโครงการ พระยาบันลือ ดูแลโครงการเจ้าเจ็ด เจ้าเจ็ดเป็นทุ่งรับน้ำอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน แล้วยังมีสำนัก ๑๒ อยู่ที่ชัยนาทดูแลทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา ๒ หน่วยงานทำงานไม่ได้ บูรณาการกัน แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำอย่างไร ในแต่ละสำนักก็ยังมีโครงการต่าง ๆ แยกออกไปอีก อย่างสำนัก ๑๑ มีโครงการเจ้าเจ็ดกับโครงการพระยาบันลือ ยังไม่บูรณาการ เข้าด้วยกันเลย ระบายน้ำมาโครงการเจ้าเจ็ดทุ่งรับน้ำลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พระยาบันลือ โครงการเดียวกันนี่ไม่ยอมรับน้ำให้ผ่านไปตามธรรมชาติลงสู่ทะเล มันก็เป็นปัญหาเกิดขึ้น น้ำท่วมมหาศาลมากมาย สร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหาย จนกระทั่งต้องมี การฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ กอนช. มีนโยบายว่าให้ลดน้ำทุ่งเจ้าเจ็ดลง ๕๐ เซนติเมตร กรมชลประทานขนเครื่องไปครั้งเดียว ๒๔ เครื่อง ไปตั้งอยู่ที่ประตูดาบเงินพร้อมที่จะสูบ ลงท่าจีน ในขณะเดียวกันโครงการโพธิ์พระยาอยู่สำนัก ๑๒ ยังท่วมเต็มปริ่มเลย เท่ากับว่า ถ้าสูบฝั่งเจ้าเจ็ด สำนัก ๑๑ ลงไปก็จะสู่สำนัก ๑๒ ไปท่วมทุ่งฝั่งโน้น ถามว่าทำไมไม่บูรณาการ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในกรมชลประทาน เหล่านี้แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดทำอย่างไร ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประสานอย่างไร บทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ฝาก กรรมาธิการด้วยนะครับ ทำให้เกิดความเสียหายมากมายมหาศาลขณะนี้🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมในฐานะที่ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมอยู่ในขณะนี้ ผมต้องตั้งอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาลักลอบ สินค้าเกษตรเข้ามาภายในประเทศ เพื่ออะไรครับ เพื่อรักษาซัปพลาย (Supply) ให้มันอยู่ใน ปริมาณที่สมดุลทำให้ราคาดี แต่ถ้ามีการลักลอบนำสินค้าเข้ามาราคาก็จะตกลง ยกตัวอย่าง ปีนี้ครับ ปีนี้ข้าวโพดไม่ได้นำเข้ามาเลยราคาจึงดี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นะครับ เพราะฉะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดทำอย่างไร มีหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่ากรมศุลกากร ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจดูแลอยู่ วันนี้ยังแก้ไม่ได้เรื่องการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้ามา สิ่งเหล่านี้ก็ฝาก กรรมาธิการครับว่า ๑. กระจายอำนาจสำคัญ ๒. บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำ อย่างไรที่จะประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับประเทศ ในระดับภูมิภาค หรือใน จังหวัดของตัวเอง เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นในจังหวัด อย่างเช่น กรณีน้ำท่วม หรือการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้ามาภายในประเทศ ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านครับ ขอมีส่วนร่วมในการให้ข้อสังเกตในเรื่องรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชนจากรัฐและการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ เมื่อวานคงจำได้นะครับว่า ผมมีกระทู้แยกเฉพาะไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่เรื่องหนึ่งนะครับ เป็นเรื่องที่สภาเราและผมคิดว่ากรรมาธิการก็คงยังไม่เคยอ่านหนังสือ เล่มนี้ เป็นหนังสือที่ออกมาโดยมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เรียกว่า แผนการ ขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ บิ๊กร็อก บีอาร์ (Big Rock : BR) ครับ จำคำนี้ไว้นะครับ บีอาร์ (BR) ในเอกสารนั้นจะมี แผนงานโครงการกิจกรรมแล้วเนื้องาน โดยเฉพาะเข้าไปในแผนด้านการบริหารราชการ แผ่นดินต้องเข้าไปดูครับ เพราะในนั้นจะระบุเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของประเทศไว้ ในเนื้อหาที่ภาครัฐกำลังจะทำ โดยเฉพาะบีอาร์ ๐๒๐๑ (BR 0201) คือปรับเปลี่ยนแปลง การบริหารและการบริการภาครัฐไปสู่ระบบดิจิทัล (Digital) ๑๒๔ โครงการ ท่านเข้าไปดูนะครับ และในนั้นก็จะมีโครงการสำคัญ ๆ ของ ๒ โครงการที่ผมนำเสนอนะครับ เป็นโครงการของ สสช. ที่เรียกว่าบีอาร์ ๐๒๐๑ (BR 0201) เอกซ์ ๐๒ (X02) เป็นโครงการเกี่ยวกับเรื่อง การจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐที่เรียกว่ากัฟเวิร์นเมนต์ ดาต้า แคตตาล็อก (Government Data Catalog) ๖๔ ล้านเศษ ๆ ครับ ส่วนบีอาร์ ๐๒๐๑ เอกซ์ ๐๖ (BR 0201 X06) เป็นเรื่องของโครงการศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ เปิดเผยการใช้ประโยชน์ของข้อมูลที่ เรียกว่าโอเพน ดาต้า (Open Data) ๔๑ ล้านเศษ ๆ ครับ นี่แค่จิ๊บ ๆ ที่รัฐเอาไปทำ แล้วกำลัง จะทำ ฉะนั้นทั้งหมดที่ท่านศึกษาเรื่องบัตรนี่มันจะต้องเข้าไปอยู่ในถังข้อมูลพวกนี้ ถูกจัดการ แล้วเข้าไปอยู่ถังเดียวกัน ผมดีใจครับ ที่บัตรประจำตัวประชาชนเราจะเป็นทั้งบัตรแสดงตน บัตรเบิกเงิน บัตรใช้ค่ารักษาพยาบาล บัตรขึ้นทางด่วน บัตรสวัสดิการ บัตรรับเงิน บัตรค่าเน็ต (Net) บัตรค่าฟรีต่าง ๆ ที่รัฐควรจะทำให้ได้ แม้กระทั่งจะกลายเป็นบัตรวิเศษที่สุดนะครับ แต่ที่สำคัญคือผมจะมีข้อสังเกตอย่างนี้ว่า เมื่อจะทำให้บัตรนี้มันเกิดขึ้นได้ต้องทำอย่างไรครับ ออกกฎหมายครับ สภาแห่งนี้ครับ ต้องแก้กฎหมาย กฎหมายจะต้องเขียนว่ารัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนที่จะให้บริการแก่ประชาชน พึงจะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนและเชื่อมโยง ข้อมูล เพื่อให้บริการอย่างทั่วถึงรวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพด้วยข้อมูลในอัตลักษณ์ของบุคคล อย่างระมัดระวังตามกฎหมายที่กำหนด นี่ครับ ออกกฎหมายนี่แล้วทุกหน่วยงานจะต้องเอา ไปใช้ บัตรใบเดียวจะเกิดขึ้นจริง ๆ ครับ ฝากไว้ด้วยครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตที่ต้อง ออกกฎหมายครับ อันที่ ๒ สำคัญคือเรื่องของการนำบัตรไปใช้ นำบัตรไปใช้นั้น สิ่งสำคัญ คือเจ้าหน้าที่ที่เรามักมีปัญหาขอสำเนาบ่อย ๆ รัฐเองจะต้องซื้ออะไรครับ ซื้อเครื่องมืออ่าน บัตรครับ เครื่องมืออ่านบัตร และในบัตรนั้นจะต้องมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) หรือบาร์โค้ด (Bar Code) ที่สแกน (Scan) ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของภาครัฐจะต้องมีมือถือที่อยู่ในกระเป๋านี่ เพื่อมาอ่านบัตรประจำตัวประชาชนเราว่าใช่ตัวจริง เสียงจริง ชื่อนี้มีประวัติอย่างนี้ ๒ อย่าง คือมีเครื่องอ่านคือรีดเดอร์ (Reader) ในออฟฟิศทุกออฟฟิศ ไม่เชื่อเข้าไปที่แบงก์ก็ได้ครับ เมื่อเช้าผมไปแบงก์มา เข้าไปมันรูดบัตรเอาสำเนาบัตรผมมาให้ผมเซ็นรับรองเลย แสดงว่า เขาปล่อยบัตรแล้ว กรมการปกครองเขาปล่อยมาที่เอกชน แต่ไม่รู้เก็บเงินเท่าไรนะครับ แต่ภาครัฐเองยังไม่เคยทำเรื่องตัวรีด (Read) ตัวอ่านนี่ครับ รีดเดอร์ (Reader) ไม่จำเป็นต้อง มาขอเราแล้ว ต้องติดเครื่องอ่านทุกภาครัฐ นี่คืออันที่ ๒ ครับ ข้อสังเกต และจะต้องทำ แอปพลิเคชัน (Application) ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโหลดแอปพลิเคชัน (Application) ใส่มือถือของตัวเอง เวลาเขาถามว่าคุณชื่ออะไร เอาบัตรมาดูสิ ตำรวจเปิดแอปพลิเคชัน (Application) ฉาย อ๋อ คนนี้ใช่ บัตรลงทะเบียนถูกต้อง ไม่ผิดคน เพราะว่ามันจะมีการ ทำบัตรใหม่ครับท่านประธาน ไปทำบัตรใหม่มันต้องวอยด์ (Void) ข้อมูลบัตรเก่าทิ้ง และบัตรเก่านี่มันใช้ได้ครับ ใช้ผ่านทางได้ครับ แสดงตนได้ครับ ใช้กับ รปภ. ได้ครับ ถ้าไม่เก็บ ไม่ยึด และไม่ทำลายข้อมูลในบัตรเก่านั้น และอนาคตข้างหน้าครับ ในบัตรฝังชิป (Chip) ได้ครับ ฝังชิป (Chip) ได้นะครับ ใช้ในกิจการอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องดาต้า (Data) และการพัฒนาที่ไกลขึ้น สิ่งสำคัญถัดไปครับ เรื่องของบัตรเก่า บัตรเก่าข้างหลังที่ใช้จะมีรหัสเลขข้างหลังบัตร ไม่เชื่อเปิดดูครับ เวลาคนถามมักจะถ่ายบัตร ข้างหลังไปให้ เจ๊งครับ เขาเอาไปทั้งบัตรนะครับ บัตรข้างหลัง ฉะนั้นวิธีการใส่ข้อมูลพวกนี้ ควรจะเป็นข้อมูลที่เป็นข้อมูลลึกลับเข้าไปอีกหน่อย เมื่อการลงทะเบียนแล้วจะต้องมีรหัส เช่น ถามว่าแม่คุณเกิดที่ไหน คุณเจอภรรยาที่ไหน แล้วก็มีดาต้า (Data) ส่งกลับมาหรือมีการ ใช้โอทีพี (OTP) ส่งกลับมา แล้วแถมยังจะต้องตรวจสอบความเป็นมนุษย์อีกว่าไม่ใช่เครื่องมันรัน (Run) ให้ดูรูปดูภาพสัก ๔-๕ รูปว่ารูปแบบนี้คุณตอบถูก เป็นมนุษย์นะครับ เพื่อยืนยันบัตร ในกรณีที่จะต้องใช้บัตรในสิทธิต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่จะต้องมีครับ ฉะนั้นบัตรในอนาคตมันจะต้องเป็น รูปแบบนี้ แล้วบัตรใบเดียวมันจะใช้ทั่วทั้งประเทศแน่นอนครับ ท่านประธานครับ และที่สำคัญ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องร่วมมือกับกรมการปกครอง กรมการปกครองตัวดีที่สุดครับ ถ้าไม่เปิดข้อมูล ปล่อยข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ทุกวันนี้ออกไปทุกหน่วยงานได้แล้ว นั่น คือหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นของการใช้บัตรเดียวทั่วไทยนะครับ และผมเคยใช้ บัตรประจำตัวประชาชนครับท่านครับ ไปรูดเสียค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลของรัฐครับ ท่านประธานครับ นี่คือวิเศษสุดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล ตามด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นะครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออภิปรายรายงานผลการพิจารณาแนวทางการปรับปรุงให้บริการด้าน ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ในส่วนของทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน โดยเฉพาะบัตรประจำตัวประชาชน ผมคิดว่าปัจจุบันนี้เป็นเรื่องของการบริการออนไลน์ (Online) ทั่วประเทศ และหน่วยที่ออนไลน์ (Online) ที่มีความพร้อมมากที่สุด ปัจจุบันนี้ผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความพร้อม เพราะมีงบประมาณและบุคลากรจำนวนมาก หลายแห่งที่อยู่บนอำเภอ ยังใช้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นไปนั่งบริการ ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่นั้น ควรที่จะอยู่ในที่ทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงควรพิจารณาถึงว่าถ้าเป็นไปได้ ก็ใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าไม่ใช่ซ้อนกันเหมือนปัจจุบันนะครับ เพราะว่าท้องถิ่นเองก็มี งบประมาณที่จะต้องใช้อยู่ประจำ อีกส่วนหนึ่งจากที่ดูแล้วการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ผมอยากจะโยงถึงการบริหารราชการส่วนภูมิภาคที่จะเป็นจุดที่จะบริหารเรื่องงบประมาณ เป็นหลักนะครับ จากการบริหารราชการแผ่นดิน เราใช้งบประมาณทั้งประเทศที่สภาผู้แทนราษฎร อนุมัติให้ทั้งประเทศ ประมาณปีละ ๓.๑-๓.๒ ล้านล้านบาท เป็นเงินที่เก็บได้ประมาณ ๒.๔-๒.๕ กู้ประมาณ ๗.๗ ถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ก็หมายความว่าเราเก็บได้ประมาณ ๒.๔-๒.๕ ใช้เป็นรายจ่ายประจำของส่วนราชการภูมิภาค ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้หนี้ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบลงทุนเหลืออยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลองไปคิดดูว่าเป็นเงินอยู่เท่าไร ก็ประมาณแสนกว่า ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลือที่ใช้อยู่ก็คือเงินที่กู้มานะครับ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจัดสรรไป ๒๙ ร่วม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ลองคิดดูว่าในส่วนตรงนี้เมื่องบประมาณบริหารลงในพื้นที่ในรายงานของคณะกรรมาธิการ ได้พูดถึงการบูรณาการงบประมาณในระดับพื้นที่หรือแอเรีย (Area) ของส่วนราชการ ซึ่งผมเอง มองไม่เห็นว่ามีการตั้งงบประมาณในระดับพื้นที่จังหวัด ทั้งส่วนราชการส่วนภูมิภาคเอง ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่ฝากไว้ เมื่อสักครู่นี้ก็มีหลายคนได้พูดถึงว่าราชการส่วนภูมิภาคเอง ที่ฝากไว้ในระดับพื้นที่ประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าแห่งที่เป็นส่วนราชการฟังก์ชัน แต่ในส่วนนั้นเอง ยังมีพื้นที่ที่มีท้องถิ่นอีก ๗,๘๕๐ กว่าแห่ง ซึ่งงบประมาณของท้องถิ่นทั้งประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน ลองไล่ดูตรงนี้นะครับ แต่ส่วน ภูมิภาคเองในแต่ละจังหวัดไม่รู้ว่าเป็นงบอะไรบ้าง บูรณาการกันแบบไหน มีการทำดาต้า (Data) ข้อมูลงบประมาณแบบไหนที่จะมองว่า ในระดับพื้นที่จังหวัดหนึ่งมีการใช้งบประมาณ ในระดับจังหวัดนั้นเท่าไร ในส่วนท้องถิ่นเองผมคิดว่าเขามีการรายงานแน่นอน เพราะว่า แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ อบจ. เทศบาล อบต. จะต้องรายงานการตั้ง งบประมาณของตัวเองไปรวมอยู่ที่จังหวัดนั้นเป็นงบประมาณทั้งจังหวัด แต่ส่วนของภูมิภาคเอง ค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของข้าราชการเป็นรายจ่ายประจำและรายจ่าย เพื่อการลงทุนไม่รู้เท่าไรถ้าเอามารวมกัน นั่นก็คือรายการของการบริหารราชการงบประมาณ ทั้งจังหวัดจึงจะไปแยกได้ว่า การลงทุนหรือการพัฒนาเมื่อตัดรายจ่ายประจำออกไปแล้ว จะเหลือเท่าไร งบประมาณที่ซ้อนกันอยู่ระหว่างท้องถิ่นกับภูมิภาคส่วนราชการที่มารวมกันนี้ เป็นงบประมาณที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ถ้าเป็นงบประมาณที่ซ้ำซ้อนการบริหารด้วยระบบใหม่ ก็คือระบบรัฐบาลดิจิทัล (Digital) กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้า ผมคิดว่ามันวิเคราะห์ได้ง่าย แล้วก็จะดูได้ว่าซ้ำซ้อนกันขนาดไหน การกระจายอำนาจลงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะเป็นคนทำเขาทำอยู่แล้ว ก็คือมีภารกิจอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ของทุกส่วนราชการ ตามกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายกระจายอำนาจ พร้อมทั้งภารกิจที่ ครม. กำหนด ภารกิจ ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด และส่วนราชการกำหนดก็กำลังจะลงไปให้ท้องถิ่นกำลังทำ แต่เรากำลังใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อนกัน ตรงนี้เองถ้าบริหารด้วยระบบดิจิทัล (Digital) แล้วก็ คงจะทำให้รู้ด้วยว่าการทำงบประมาณที่คุ้มค่าและตามได้ของส่วนราชการ ก็คือถ้าท้องถิ่น ในจังหวัดนั้น หรือพื้นที่จังหวัดนั้นมีฐานข้อมูลคือดาต้า (Data) เดียวกันในการบริหาร งบประมาณ มีแพลตฟอร์ม (Platform) ในการที่จะตรวจดูได้ มีแอป (App) ที่จะให้พี่น้อง ประชาชนติดตามได้ก็คงจะรู้ว่างบประมาณนั้นใช้ไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ อย่างไรที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน ไม่เหมือนกับปัจจุบันที่ตั้งแล้วซ้อนกันแล้วตรวจไม่ได้ก็ควรจะพูดถึง การกระจายอำนาจที่ว่าจะเอาฐานท้องถิ่นหรือพื้นที่เป็นตัวตั้ง ผมคิดว่าการรายงานของ คณะกรรมาธิการก็คงจะพูดถึงเรื่องนี้ด้วย ก็อาจจะต้องลดบทบาทของส่วนภูมิภาคลง แล้วไปให้ท้องถิ่นทำ หรือการจะบูรณาการกฎหมายด้านไหนที่สามารถจะเชื่อมกันเพื่อ ประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง อาจจะต้องลดกำลังคนส่วนไหนเพื่อไปรวมกับส่วนพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ อีกส่วนหนึ่งราชการก็ต้องออกแบบให้ระบบราชการเป็นระบบดิจิทัล (Digital) ภาครัฐให้ได้เร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่แทบทุกส่วนแต่ไม่สามารถเชื่อมกันได้ เพราะว่า ไม่มีกฎหมายเชื่อมโยงกัน ยิ่งการบริหารงบประมาณในระดับจังหวัด เราเองมีการตั้ง งบประมาณที่เก็บได้จากสำนักงบที่ตามเก็บได้ แต่การรายงานเรื่องการจ่ายเงินจาก กรมบัญชีกลางซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณไม่ได้มีการพูดถึง ทำให้การใช้งบประมาณของ ภาครัฐไปตั้งกับส่วนราชการแล้วก่อให้เกิดรายได้ต่าง ๆ ไม่ได้รายงานภาครัฐ อันนี้ผมเอง ก็อยากเสนอว่าคณะกรรมาธิการนี้ควรที่จะตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วก็ควรจะไปปรับปรุงครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพ ตามด้วยท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา นะครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมก็จะขออภิปรายในรายงานผลการพิจารณา ศึกษาแนวทางการปรับปรุงให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารงานส่วนภูมิภาค ผมเองก็รู้สึกว่าการบริการของภาครัฐ เราอาจจะด้อยคุณภาพลงไปเล็กน้อยจากในอดีตจากที่ผมเคยใช้บริการมานะครับ ก็ขอขอบคุณที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบ อย่างมาก ผมเองก็คงไม่โต้แย้งอะไรในข้อเสนอแนะ หรือในรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่ได้ทำมา แต่ผมอยากเสนอเพิ่มเติมว่าเราควรจะคิดให้ไกลขึ้นกว่านี้หรือเปล่า อาจจะเป็น อภิปรายบันทึกไว้ แล้วก็แนบท้ายไว้ในรายงานฉบับนี้ด้วย🔗

ประเด็นแรกนะครับท่านประธาน มีหลายท่านที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัล ไอดี (Digital ID) อะไรต่าง ๆ นานา หรือการใช้ชิป สมาร์ตการ์ด (Chip Smart Card) สมาร์ต รีดเดอร์ (Smart Reader) ต่าง ๆ ผมเห็นด้วยหมดละครับ แต่ผมกลับคิดว่าเรามีเลขบัตร ประจำตัว ๑๓ หลัก มานาน เรามีสมาร์ตการ์ด (Smart Card) มานาน แต่เราก็ไม่ได้ใช้ ประโยชน์มัน เราจะคิดมาใช้ประโยชน์ตอนนี้ผมว่าสายไปแล้วครับท่านประธาน โลกปัจจุบัน เราต้องคิดให้ไกลกว่านั้น มันไม่ใช่แค่การที่ประชาชนคนหนึ่งเดินไปที่สำนักงานเขต หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ แล้วไปทำกระบวนการ แล้วมีสมาร์ตการ์ด (Smart Card) แล้วมันจะดีขึ้น ปัจจุบันผมเชื่อว่าเราตัดไปได้เลยครับ เราต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ประชาชน อยู่บ้าน ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้มือถือเพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ ธุรการ ต่าง ๆ ที่เป็นของรัฐครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธาน เราจะช่วยอะไรได้มากเลย ถ้าประชาชนไม่ต้องไปต่อคิวรอสอบใบขับขี่ คิดดูง่าย ๆ ครับ ที่นนทบุรีมีคนไปสอบใบขับขี่ วันละประมาณ ๕๐๐ คน แล้วต้องไป ๒ วัน ผมตีง่าย ๆ ครับท่านประธานว่าประชาชน ๕๐๐ คน ได้แรงงานขั้นต่ำ ๔๐๐ บาท สมมุติ ๑ วันที่เขาเสียไปคือ ๔๐๐ บาท ๕๐๐ คน เท่ากับ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อวัน แล้วอันนี้คือแค่ที่เดียว แล้วที่อื่นในประเทศเราอีก แล้วการไป ติดต่อที่ดิน การไปติดต่อเขต หลาย ๆ คนต้องลางาน โพรดักทิวิตี (Productivity) หรือ ผลิตผลของประเทศเราหายไปเท่าไรกับการที่ต้องไปจดทะเบียน ต้องไปรอคิว ต้องลางาน ไปติดต่อราชการ ผมว่าถ้าหากว่าทุกคนสามารถทำผ่านมือถือทำผ่านดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ในเว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ ได้เอง มันจะง่ายขึ้นเยอะครับ มันจะช่วยให้ประเทศไทยดัน จีดีพี (GDP) ขึ้นไปอีก เพราะเราไม่ต้องเสียเวลา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจ อย่างเช่นบ้านท่านประธานเองจังหวัดนครพนมคือจะไปติดในอำเภอ ถ้ามาจากต่างอำเภอ มันไม่ใช่แค่การลา ๑ วัน มันเป็นค่ารถ ค่าอาหาร หรือบางครั้งต้องนอนค้างเป็นความเสียหาย ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนเกินความจำเป็น รวมถึงว่าถ้าเราตัดการที่จะต้องไปติดต่อ ในสำนักงานต่าง ๆ มาเป็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) เราสามารถลดจำนวนข้าราชการ แล้วเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกมากโข ดังนั้นครับท่านประธาน ต่อไปผมคิดว่าการที่เรา จะมีบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) มีชิป (Chip) ผมว่ามันอาจจะไม่สำคัญอีกต่อไป อนาคตเราอาจจะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นกระดาษเคลือบก็ได้ เพราะมันไม่มี ความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว ต่อไปการยืนยันตัวบุคคลมันก็เป็นไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) หมดแล้ว อย่างมือถือเราใครใช้ไอโฟน (iPhone) ก็ทราบดีนะครับมันเป็นเฟซ เรกคอกนิชัน (Face Recognition) หรือการจดจำใบหน้า หรือว่าในอนาคตอันใกล้ หรือตอนนี้เทคโนโลยี ก็มีแล้ว ถ้าโดนตำรวจจับเราอาจจะใช้เครื่องวัดดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อยืนยันบุคคลได้ ทีนี้ที่ผม อภิปรายไปก็อยากตั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลในส่วนกลางให้ดีที่สุด และความ ปลอดภัยของการจัดเก็บข้อมูลตรงกลาง เพราะว่าต่อไปแล้วมันไม่สำคัญหรอกครับว่า บัตรของคุณจะเป็นรูปแบบไหน หรือว่ามันจะเป็นวัสดุอะไร แต่คือสุดท้ายข้อมูลตรงกลาง ที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ (Server) ตรงกลางที่เป็นคลาวด์ (Cloud) มันดี มันอัปเดต (Update) แค่ไหน อันนี้คือเป็นสิ่งที่โลกอนาคตที่จะมาถึง และผมเชื่อว่าหากทำได้ในอนาคตไม่ใกล้ ไม่ไกล ผมว่าไม่เกิน ๑๐ ปี อย่างไรประเทศไทยต้องทำให้ได้ เพราะเราเคยเป็นที่หนึ่ง เป็นประเทศแรกที่มีบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก แล้วอดีตเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคผม ร่วมพรรคอนาคตใหม่ ท่านสุรชัย ศรีสารคาม ก็เป็นผู้ที่คิดค้นบัตรประจำตัว ๑๓ หลักนี้ด้วย แล้วก็ได้อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการนี้ด้วยก็ได้ทำไว้ แต่ผมก็เกรงว่าถ้าเราไม่คิดไปไกลข้างหน้าอีก แล้วไล่ตามอดีตอยู่เหมือนเดิมอย่างนี้มันก็จะไม่ดีนะครับท่านประธาน อย่างไรขอฝาก คณะกรรมาธิการไว้ แล้วก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้ทำอันนี้มา ก็อยากเพิ่มเติมแค่นี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญดอกเตอร์มหานิยม ตามด้วยท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็ต้องชื่นชมในแนวคิดของกรรมาธิการการปกครอง ก็ตั้งหัวข้อว่า เรื่อง แนวทางการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชนจากภาครัฐ และการบริการส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ ผมดูรายชื่อของ คณะกรรมาธิการทั้งหมดเป็นปู่ของบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ผมไม่อยากให้คิดถึง บัตรประจำตัวประชาชนด้วยซ้ำไป เพราะนี่คือการทะเบียนราษฎร นำโดย ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านสมคิด ท่านเอกราช ท่านสุรสิทธิ์ ท่านอารี ไกรนรา และอีกหลายท่าน เลขาคนสวยจาก เมืองอุบลราชธานี แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นในความคิดผม ท่านตั้งประเด็นไว้ดีผมก็ยอมรับใน ๓ ส่วนใหญ่ ๆ แต่ที่ผมต้องพูดวันนี้เรื่องบัตรประจำตัวประชาชน เรื่องสมาร์ตการ์ด (Smart Card) พูดมาแล้ว ๑๐ ปี ก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าไรนะครับ เรื่อง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน เกิดขึ้น ๕๐-๖๐ ปี เกิดขึ้นก่อนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะมีมา แต่วันนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต้องมาทบทวนบทบาทของบัตรประจำตัวประชาชน ผมไปดูในส่วนที่ท่านตั้งประเด็นไว้เป็นเรื่องดี ส่วนที่ ๑ การติดตามและศึกษาแนวทาง การปรับปรุงการใช้บริการบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนที่ ๒ การติดตามและศึกษา แนวทางการปรับปรุงการใช้สิทธิของประชาชน และส่วนที่ ๓ เอาส่วนใหญ่ ๆ การติดตาม และศึกษาแนวทางการปรับปรุงการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ผมเองก็อยู่ในภาค บัตรประจำตัวประชาชน ที่เราต้องเน้นให้ท่านรู้จัก ให้ท่านต้องทบทวนจริง ๆ เลย ที่ตั้ง ประเด็นมาเป็นเรื่องดี แต่ผมดูแล้วมันเป็นเรื่องของอดีต คือมันไม่ก้าวหน้า ไม่ก้าวหน้าอย่างไร ที่ผมบอกไม่ก้าวหน้าหมายความว่า บัตรประจำตัวประชาชนพูดบอกท่านใช้บัตรเดียวเป็น สมาร์ตการ์ด (Smart Card) ก็พูดมา ๑๐ ปีมันไม่ได้ก้าวกว่านี้เลยครับท่านประธาน ที่สำคัญ มันอยู่ที่ตัวคนปฏิบัติด้วย วันนี้ผมไปโรงพยาบาลยังบอกว่าบัตรหมดอายุอยู่นี่ ผมรับไม่ได้นะ แบบนี้ถ้าใช้บัตรประจำตัวประชาชนก็บัตรประจำตัวประชาชนไปเลย ไม่เห็นต้องเอา บัตรโรงพยาบาลด้วย โน่นนี่นั่น โดยเฉพาะท่านไปอำเภอยังไปถ่ายสแกน (Scan) ไปถ่าย บัตรประจำตัวประชาชนอยู่ มันหมดยุคท่านประธาน ผมเห็นด้วยในการใช้ตัวเลขเพียงตัวเลข บัตรประจำตัวประชาชน ส่วนวิธีการท่านไปคิดเอาเองว่าทำอย่างไรจะไม่ให้ถูกโกง ทำอย่างไร เจ้าของบัตรนั้นคือตัวจริง ต้องไปทบทวนในการใช้กฎหมายในการใช้เครื่องมือ ไม่ใช่ไปคิด ตัวเลข แล้วยังไปแนบบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ มันหมดเวลา นี่คือเป็นประเด็นเรื่อง บัตรประจำตัวประชาชน เป็นเรื่อง พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรซึ่งเกิดขึ้น ๘๐ ปีกว่าปีก่อนผมเกิดอีก ท่านประธานครับ ผมจึงบอกว่าบัตรประจำตัวประชาชนจริง ๆ เราใช้ได้ยังไม่ถึงครึ่งของที่เราคิด ฉะนั้นท่านคิดแบบนี้ผมก็เห็นด้วย แต่ที่ผมต้องบอกว่ามันอยากให้ก้าวหน้ากว่าที่ท่านคิดมานี้ หมายความว่าประเด็นหนึ่งที่ท่านบอกมาในเรื่องประชาชนต้องทำอย่างไรในการบริการ ประชาชนที่ท่านตั้งมา โดยเฉพาะท่านบอกว่าปรับปรุงการให้บริการ มันเป็นคำเก่า ๆ เดิม ๆ ในหัวข้อแบบนี้ สมัยเก่าเขาก็ใช้คำนี้ ข้าราชการประจำเขาคิด แต่นี่ท่านเป็น ส.ส. เป็น ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นกรรมาธิการ ผมอยากให้คิดเกินไปกว่านั้นอีก อย่าแค่คิดว่า บริการประชาชน วันนี้มันไม่บริการ ในรูปแบบยังล้าสมัยอยู่ ผมถึงกราบเรียนว่าให้คิดไกลกว่านั้น โดยเฉพาะอันสุดท้ายของท่านส่วนที่ ๓ การติดตาม และการศึกษาปรับปรุงการบริหารงานส่วนภูมิภาค ส่วนภูมิภาคท่านพูดถึงในประเด็น หมายถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยนะความคิด แบบนี้ แต่ในยุคหนึ่งท่านนายกทักษิณเอาผู้ว่าซีอีโอ (CEO) มาใส่ ผู้ว่าก็กระดี๊กระด๊า ได้งบประมาณบ้างอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่สุดยอดในยุคเมื่อเกือบ ๒๐ ปี แต่ตอนนี้เอาอันนี้ มาใช้ไม่ได้มันโบราณไป ผมจึงเห็นด้วยกับท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผมฝากกรรมาธิการ จะต้องไปคิดแล้วว่าผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาจากการเลือกตั้งเลย ไม่ใช่แค่แต่งตั้งจาก มหาดไทย คือการกระจายอำนาจออกไปสู่ภูมิภาคแบบเต็ม ๆ เลย ผู้ว่าราชการจังหวัด มาจากการเลือกตั้ง แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดนี้จะรู้จักประชาชนมากกว่าทุกวันนี้ ทุกวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังกระดี๊กระด๊ากับกระทรวงมหาดไทย ถ้ารัฐมนตรีไปวิ่งตามตูด แต่ประชาชนไม่เห็นหัวครับวันนี้ ไปดูเลยข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้น วิ่งตามตูดรัฐมนตรี วิ่งตามตูดนายกรัฐมนตรีมันไม่ได้ครับ ผมอยากให้ดูเรื่องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องท้องถิ่น ท่านเอาไว้ทำไมอำนาจในมือ เอาไปให้เขา เพราะคนกลุ่มนี้ท้องถิ่นคือมาจากประชาชน ผมจึงกราบเรียนว่าที่หลายท่านอภิปรายมาเป็นการอภิปรายที่ผมชอบใจในหลายท่าน แต่ที่ผมต้องบอกก็คือผู้ว่าต้องมาจากประชาชน มันถึงเวลาแล้วครับ ประชาชนไม่โง่หรอก ท่านไม่ต้องคิดหรอกจังหวัดนั้นพร้อม ไม่พร้อม ถ้าตั้งให้แล้วพร้อมทั้งหมด จังหวัดไหน เขาก็พร้อม ผมไม่อยากให้คิดว่าประชาชนยังไปไม่ถึงไหน วันนี้เขาไปไกลแล้วครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่นั่งอยู่นี่คือท่านมาจากประชาชนล้วน ๆ ท่านไม่ต้องคิดอย่างอื่นหรอกครับ อย่าคิดว่า ประชาชนไปไม่ทัน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านซูการ์โน ตามด้วยท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นะครับ เชิญครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องแนวทางการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้านการ ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐและบริการของคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง ที่ได้ทำรายงานถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สมบูรณ์แบบ แล้วก็มีรายละเอียดที่ตอบโจทย์ ความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เราต้องเข้าใจนะครับ มันมี บางเรื่องบางประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการยังอาจจะไม่ได้ใส่ลงในรายงานฉบับนี้ ซึ่งผม ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทยมาเพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ🔗

ประเด็นที่ ๑ ผมเห็นด้วยกับการปรับปรุงงานทะเบียนราษฎรตามข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการนั้นว่าวันนี้เราเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนมีความยุ่งยากในการปฏิบัติตัว เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของบัตรประจำตัวประชาชน ผมเข้าใจว่าหลาย ๆ ท่าน อาจจะไม่ได้นำปัญหาที่พื้นที่บางพื้นที่มาศึกษาเพิ่มเติม ผมอยากยกตัวอย่างกรณีในพื้นที่ ที่เป็นการปกครองที่มีกฎหมายพิเศษ อย่างเช่นพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น การรั่วไหลของข้อมูล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักนั้นเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชน ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน หรือการ สแกน (Scan) บัตรประจำตัวประชาชนด้วยโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ซึ่งส่วนหนึ่งก็นำไปปล่อยหรือขายให้กับผู้ที่คิดทุจริตในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ก็เป็น ปัญหาเรื่องไอที (IT) อันหนึ่งที่อยากฝากในประเด็นว่าการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน หรือการสแกน (Scan) บัตรประจำตัวประชาชนโดยโทรศัพท์มือถือของส่วนตัวนั้น คณะกรรมาธิการควรที่จะกำหนดเป็นข้อระเบียบว่า ห้ามหน่วยงานในพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติมาสแกน (Scan) บัตรประจำตัวประชาชนของพี่น้องประชาชน ด้วยโทรศัพท์ของตัวเอง แล้วนำข้อมูลไปขายได้🔗

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่สำคัญอันที่ ๒ ผมเห็นด้วยนะครับว่า วันนี้เราพูดเรื่อง การปรับปรุงแก้ไขงานทะเบียนราษฎรและการทำบัตรประจำตัวประชาชน ให้มีความ กะทัดรัดแล้วก็สะดวกสบายกับพี่น้องประชาชน แต่เสียดายนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดกันว่าเราอาจจะพูดกันในเรื่องของดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ต่าง ๆ มันช้าไป ความจริงแล้ววันนี้เราน่าจะพูดถึงว่าทำอย่างไร เรามีระบบกล้องดัมมี่ (Dummy) กล้องวงจรปิด ทั่วทุกแห่งในพื้นที่ของประเทศไทยเรา แล้วก็ทำให้สามารถที่จะสแกน (Scan) ได้ว่า ใบหน้านั้นของคนนี้คือไอดี (ID) ๑๓ หลัก แล้วอันนี้เป็นการช่วยเหลือในการให้การป้องกัน ด้านความมั่นคงได้อีกด้วย ผมอยากให้ข้อเสนอว่าส่วนนี้ควรจะเพิ่มเติมนะครับ ส่วนสำคัญ ที่ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกว่าวันนี้การเชื่อมโยงระหว่างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค กับท้องถิ่นนั้นที่จริงแล้วถ้าเรามาดูเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็คือเรื่องของ การยังคงอยู่ของข้าราชการหรือหน่วยราชการส่วนภูมิภาค ทั้ง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้พูดถึงว่าเราน่าจะพูดถึงเรื่องของการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น เราควรจะ มีการนำการปกครองรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครไปให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด เพื่อจะได้ชี้วัดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนนั้น เขาจะมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมาก แล้วก็เข้าใจปัญหาและพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เรายังมีหลายส่วนราชการ ยกเว้นกรุงเทพมหานครที่มีผู้ว่าราชการ มาจากการเลือกตั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ว่าราชการก็มาจากการแต่งตั้ง ส่วนใหญ่ก็รับคำสั่งจาก กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ไม่ค่อยยึดโยงกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นปัญหาบางปัญหา จึงเกิดขึ้นในพื้นที่ ผมยกตัวอย่างกรณีของบัตรประจำตัวประชาชน ในสถานการณ์ของการ แพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายใต้ภาคใต้ หรือ ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นก็มีการกำหนดกฎเกณฑ์ว่า ใครที่พกบัตรประจำตัวประชาชนแล้วต้อง พลิกหลังบัตรเพื่อดูตราสติกเกอร์ (Sticker) ถ้าสติกเกอร์ (Sticker) ครบ ๒ อัน ก็สามารถ จะผ่านเข้าในเขตพื้นที่ของตำบลนั้น ๆ หรือพื้นที่ของเทศบาลนั้น ๆ ได้อย่างนี้ผมถือว่า มันอาจจะขัดระเบียบของทะเบียนราษฎรเรื่องของบัตรประจำตัวประชาชนว่า บัตรประจำตัว ประชาชนนั้นคือการระบุตัวตนของประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ใครมีบัตรประจำตัว ประชาชนมีเลข ๑๓ หลักก็สามารถจะเดินทางไปไหนมาไหนในพื้นที่ของทุกภูมิภาคของ ประเทศไทยได้ การที่เอามาตรการ พ.ร.บ. ความมั่นคงมาใช้บังคับ แล้วก็กำหนดความยุ่งยาก เหล่านี้ทำให้พี่น้องประชาชนหลายคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับผลกระทบ แม้กระทั่งการจะทำธุรกรรมต่าง ๆ การใช้บัตรประจำตัวประชาชนถ่ายเอกสารยังไม่เพียงพอ กับการต้องมีสติกเกอร์ (Sticker) มาแปะด้านหลังบัตรประจำตัวประชาชนด้วย อันนี้ผมอยากเป็น ประเด็นหนึ่งที่ให้ทางคณะกรรมาธิการได้กวดขันเพิ่มเติมว่าไม่ควรจะใช้ลักษณะของเฉพาะ พื้นที่มาบังคับใช้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในช่วงนี้หลายคนก็ไม่ค่อย ไว้วางใจในการฉีดวัคซีน ก็มีการบังคับว่าถ้าไม่ฉีดวัคซีนแล้วคุณจะไปไหนมาไหนเข้าใน เขตจังหวัดไม่ได้ อันนี้ผมอยากฝากเป็นประเด็นหนึ่งให้ทางกรรมาธิการได้นำมาแก้ไข🔗

ประเด็นสุดท้ายผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก อยากฝากท่านประธาน คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เราเป็นประธานคณะกรรมาธิการด้วยกัน ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และการ บริหารราชการรูปแบบพิเศษ เราควรจะพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจการปกครอง ส่วนท้องถิ่น เราควรจะพูดถึงเรื่องของการยุบราชการส่วนภูมิภาค อย่าให้เกิดเป็นรัฐซ้อนรัฐ อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ประเทศเพื่อนบ้านเราหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย หรือแม้แต่ประเทศจีน ซึ่งเป็นการปกครองแบบระบบคอมมิวนิสต์ เขาก็มีการกระจายอำนาจ มีการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรง ก็อยากฝากประเด็นนี้ให้ทาง กรรมาธิการได้มาพิจารณาร่วมกัน ๒ คณะกรรมาธิการว่าเราจะดำเนินการส่งเสริมให้มี การกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัดในประเทศไทย ให้ได้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธัญวัจน์ เชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ธัญได้มีโอกาส อ่านรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงให้บริการประชาชนด้าน ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนนะคะ ก็ได้พลิกอ่านดูและธัญก็พบว่า มันมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปค่ะท่านประธาน และเป็นที่น่าเสียดายมาก และธัญก็อยากจะให้ คณะกรรมาธิการบรรจุความคิดเห็นของธัญลงไปด้วยนะคะ เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ค่ะ สิ่งที่ขาดหายไปนั้นคือในเรื่องของประเด็นเพศค่ะท่านประธาน อย่างที่เราทราบกันว่าตอนนี้ บัตรประจำตัวประชาชนไทยใช้คำนำหน้าแสดงเพศกำเนิดด้วย ง่าย ๆ นายก็คือผู้ชาย นางสาวหรือนางก็คือผู้หญิง แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศค่ะ ท่านประธาน เรามีการพูดคุยในเรื่องของคำนำหน้าที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศบางกลุ่ม เขาเรียกตนเองว่านอนไบนารี (Non-binary) หรือกลุ่มคนที่ไม่ต้องการที่จะอยู่ในนิยามของ ผู้ชาย ผู้หญิง เขาเหล่านี้เขาอาจจะไม่ต้องการที่จะมีคำนำหน้าในบัตรประจำตัวประชาชน ของเขา คืออย่างตัวธัญเองนะคะธัญก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่อยากจะมีคำว่านายนำหน้าชื่อ ของธัญ อันนั้นก็คือเป็นสิ่งหนึ่งมันมีข้อเสนอมากมายในกลุ่มบุคคลข้ามเพศ มีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่บางครั้งคำนำหน้านั้นหลายคนมองว่าเป็นการกำหนดบทบาททางเพศ เป็นการ ตีตราจากสังคม ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นมิติในความไม่เท่าเทียม ท่านประธานคะ ธัญอยากจะให้ กฎหมายไทยของเราจากวันนี้รัฐสภาใหม่ของเราจากยุคนี้ พ.ศ. นี้เป็นต้นไปนี้เราอาจจะต้อง มองเพศให้กว้างขวางมากขึ้น เพศไม่ได้มีแค่ชายหญิงค่ะ นั่นคือเพศกำเนิดที่เราเข้าใจกันตาม ระบบกฎหมายไทยซึ่งเป็นระบบ ๒ เพศ แต่ในปัจจุบันนั้นโลกนี้เรามีแนวคิด โซจี้ (SOGIE) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษค่ะท่านประธาน โซจี้ (SOGIE) นั่นหมายถึงอะไร คือเรามองเพศ โดยรวม ๆ เป็นถึง ๔ ลักษณะ นั่นหมายถึงว่าสำนึกทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศที่คน ๆ นั้น สำนึกเป็นเพศอะไร ๒. เพศสภาพ เพศสภาพนั่นคือการแสดงออกทางเพศค่ะท่านประธาน ไม่เหมือนกันนะคะ สำนึกทางเพศ เพศสภาพ รสนิยมทางเพศนั่นก็คือเป็นอีกแบบหนึ่ง ในการที่จะอธิบายเรื่องเพศ แล้วก็เพศกำเนิดอย่างที่เราเข้าใจกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ค่ะ ในต่างประเทศมีการพูดคุยเรื่องนี้กันเป็นอย่างมากนะคะ อย่างล่าสุดประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีไบเดนก็มีการกำหนดเจนเดอร์ เอกซ์ (Gender X) เราอาจจะใช้เป็นเพศอื่น ๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เราอาจจะต้องร่วมกันคิดว่าภาษาไทยเราควรจะใช้คำว่าอะไรกำหนด ลงไปในพาสปอร์ต (Passport) นั่นหมายถึงว่ากลุ่มคนที่ไม่ต้องการที่จะนิยามตัวตนว่า เป็นเพศชายหรือเพศหญิงนั้นเขาก็จะรู้สึกสบายใจกับการที่เขาจะนิยามตัวเองค่ะ ท่านประธาน ธัญเข้าใจว่า ณ วันนี้กฎหมายไทยเป็นระบบ ๒ เพศ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ค่ะ ท่านประธาน จากยุคนี้ พ.ศ. นี้ต่อไป เรามีภาคประชาสังคมที่ในขณะนี้ก็กำลังทำงานเกี่ยวกับ กฎหมายรับรองเพศ รับรองอัตลักษณ์ทางเพศที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต มันไม่ได้สร้าง ความสับสนค่ะท่านประธาน ธัญอยากจะชี้แจงอย่างนี้ว่า ข้อมูลทะเบียนราษฎรนั้นหากเรา มีการเก็บประชากรที่ไม่เหมารวมเพียงแค่ชายหญิง ธัญคิดว่าข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลที่มีค่า มาก ๆ เพราะว่ารัฐสามารถที่จะออกแบบจัดสรรงบประมาณ ออกแบบนโยบายด้านสุขภาพ ท่านประธานทราบไหมคะว่าต่างประเทศนั้นเรามีคลินิกแอลจีบีที (LGBT) หรือกลุ่มผู้มี ความหลากหลายทางเพศ ก็มาจากดาต้า (Data) ข้อมูลทะเบียนราษฎรนี่ละค่ะ ที่เขาเก็บ จัดสรรงบประมาณได้ถูกเพราะอะไร เพราะว่าเขาจะได้ประมาณการถูกว่าเขาจะต้องใช้จ่าย มากเท่าไร อันนี้ก็คือเป็นข้อมูลทะเบียนราษฎรที่จริง ๆ แล้วไม่ได้สร้างความสับสน แต่จะยิ่ง สร้างประโยชน์ให้กับรัฐ ท่านประธานคะ ธัญใช้เวลาไม่มากนะคะ ธัญคิดว่ารายงานฉบับนี้ เบื้องต้นก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่ความหลากหลายที่มีกฎหมายอัตลักษณ์ทางเพศหรือ การรับรองเพศเข้ามาในสภา เบื้องต้นถ้าเราจะโอบรับความหลากหลายแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ให้สิทธิเขาเถอะค่ะ ให้สิทธิประชาชนเลือกที่จะแสดงคำนำหน้าหรือไม่แสดงก็ได้ ธัญคิดว่า นั่นเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น แล้วก็อยากจะฝากท่านคณะกรรมาธิการศึกษาด้วย แล้วไม่ต้อง กังวลนะคะ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเราทุกคนสามารถพิสูจน์ตัวตนได้แม้จะมีข้อโต้แย้ง แต่เราทุกคนสามารถพิสูจน์ตัวตนได้อยู่แล้วจากลายนิ้วมือหรือบัตรประจำตัวประชาชน เพราะฉะนั้นคำนำหน้านั้นจริง ๆ แล้วสำหรับบางคนอาจจะจำเป็นที่เขาอยากจะแสดงออก แต่สำหรับบางคนเขาไม่ต้องการ เพราะฉะนั้นให้ทางเลือกเขาเถอะค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจำนงที่จะอภิปรายก็หมดนะครับ ท่านกรรมาธิการ มีอะไรจะตอบชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม อนุกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ณ สัปปายะ สภาสถาน ผม นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง ขึ้นมาตอบ ตามคำเรียนของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ทุกท่านครับ ผมอยากจะชี้แจงประเด็น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้สนใจ ประเด็นรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการการปกครอง ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมาธิการการปกครองเป็นอย่างมาก ทุกท่านครับ ผมได้จดประเด็น คำถามจากท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วก็เรียงร้อยถ้อยคำเป็นประเด็น หวังว่าคำชี้แจง และหลักการปฏิบัติต่อไปของคณะกรรมาธิการการปกครองจะมีประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร🔗

ผมขอเริ่มต้นจากประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ การใช้บัตรประจำตัว ประชาชนอเนกประสงค์ ในรายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการการปกครองตรวจสอบแล้วว่า มีหน่วยงานที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตน ยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งในการงดรับขอเอกสารจาก ประชาชน ทั้ง ๆ ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบลิงเกจ เซ็นเตอร์ (Linkage Center) ของกรมการปกครองแล้วผมขอนำเนื้อหาที่สำคัญครับท่านประธาน ในหน้าลำดับที่ ๓๖ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ชี้แจงไว้ได้ให้ข้อสังเกตไว้เมื่อสักครู่นี้ อยากให้ท่านดูรายงาน หน้าที่ ๓๖ ครับ ในหน้าที่ ๓๖ เรามีหน่วยงานทั้งหมด ๒๕๑ หน่วยงาน ที่ได้เชื่อมต่อข้อมูล กับระบบเรียลไทม์ (Real-time) ของกรมการปกครองแล้ว แต่ว่ามีเพียง ๖๐ หน่วยงาน เท่านั้นที่ไม่ต้องขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องขอสำเนาทะเบียนบ้านในงานที่ครบ ทุกกระบวนงาน ท่านประธานครับ ๖๐ หน่วยงานจาก ๒๕๑ หน่วยงาน ตรงนี้คิดเลขไว ๆ เป็นเพียงแค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ กล่าวก็คือไม่ถึงครึ่ง กล่าวก็คือยังไม่ถึง ๑ ใน ๔ ประเด็นนี้สำคัญ อย่างไรครับ ผมอยากจะให้ท่านดูรายงานฉบับนี้ตรงนี้สำคัญจริง ๆ ใน ๖๐ หน่วยงานนี้ มีจำนวนกรม ๒๕ กรม มีจำนวนสำนักงาน ๒๑ สำนักงาน มี ๕ แห่ง การประปา ไฟฟ้า ๔ สถาบัน ๒ ธนาคาร และ ๑ กองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ใน ๖๐ หน่วยงานนี้ ไม่ต้องขอรับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องขอรับสำเนาทะเบียนบ้าน แต่ใน ๖๐ หน่วยงานนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ผมขอให้เชิงอรรถตรงนี้ว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ รายงานกับคณะกรรมาธิการการปกครอง เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นจำนวน ๑ ปี กับอีก ๕ เดือน ที่คำสั่งจากคณะ คสช. ที่จะต้องการปฏิรูป แล้วก็ยกระดับคุณภาพประเทศเป็น สังคม ๔.๐ ท่านประธานครับ สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อสังเกตว่าบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักนั้นมีคุณูปการเป็นอย่างมากกับประเทศไทย ประเทศเราใช้เลขบัตรประจำตัว ประชาชน ๑๓ หลักเลข และได้รางวัลในพุทธศักราช ๒๕๓๓ แต่ในวันนี้ผ่านไปกว่า ๓๐ ปี มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความห่วงใยว่าเราควรที่จะมองไปข้างหน้า ในรายงานฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระที่ผมคิดว่าสามารถตอบโจทย์ความห่วงใยตรงนี้ของท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้ ท่านประธานครับ ในรายงานได้เตรียมความพร้อม ในรายงานได้มีการบอกว่าต้องเตรียม ความพร้อมที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการสร้างระบบเพื่อรองรับโลกแห่งอนาคต ผมอยาก เชิญชวนทุกท่านฟังตรงนี้นะครับ ระบบที่ ๑ คือระบบการยืนยันตัวบุคคลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องประชาชนปลอดภัยจากการชอปปิงออนไลน์ (Shopping Online) จากการยืนยันตัวบุคคล จากการถือเอาบัตรประจำตัวประชาชน ของใครก็ได้ไปยืนยันบุคคล ระบบที่ ๒ คือการสร้างเทคโนโลยีเพื่อหนุนนำสนับสนุน คือการ สร้างเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลที่ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในระบบที่ ๓ เพื่อที่จะพัฒนาและเข้าสู่ ยุคต่อสู้กับไคลเมตเชนจ์ (Climate Change) หรือวิกฤติภาวะสิ่งแวดล้อมของโลก ควรจะ สร้างระบบใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือดิจิทัล เปเปอร์ (Digital paper) ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้เราควรมีการนำใช้เทคโนโลยีที่ไม่รวมศูนย์ เราควรจะมีการนำใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน (Block chain) เพื่อดำเนินการ เทคโนโลยีแบบดีเซนทรัลไลซ์ (Decentralize) สามารถที่จะตอบโจทย์ความต้องการในโลกอนาคตของเราได้ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ในอนาคตเราอาจจะต้องใช้การเลือกตั้งของท่านสมาชิกเป็นระบบอีโหวตติง (e-Voting) ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะต้องยืนยันตัวตนของพวกเราในโลกเสมือนจริง หรือที่เรียกว่า เมตาเวิร์ส (Metaverse) ที่กำลังถูกพัฒนาและกำลังจะนำมาใช้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าลักษณะเลข ๑๓ หลักของบัตรประจำตัวประชาชนนั้น โดยท่านขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ นะครับ เราควรที่จะต้องมาไตร่ตรองกันใหม่ว่าเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักนั้นถ้านำไปจัดสร้างจัดสรรเป็นอีเมล (e-Mail) ต้นทุนสักเท่าไร แล้วการที่หน่วยงาน เอกชนที่มีระบบอีเมล (e-Mail) รับรองไปแล้วเราควรเลือกที่จะมองไปในอนาคตมากกว่า🔗

ทุกท่านครับ ในประเด็นต่อมาเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับ ท่านประธานและท่านสมาชิกทุกคน ก็คือการใช้บัตรประจำตัวอเนกประสงค์สมัครเป็น สมาชิกพรรคการเมือง ทุกท่านทราบดีว่า ณ วันนี้ ณ ตอนนี้ จะสมัครสมาชิกพรรคการเมือง ที่ประชาชนชื่นชมอุดมการณ์ ชื่นชอบอุดมการณ์สักพรรคการเมืองหนึ่งไม่ง่าย จะต้อง มีการยืนยันตัวบุคคล จะต้องมีการเอาบัตรที่เรียกว่าบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็น สมาร์ตการ์ด (Smart Card) ไปถ่ายเอกสารสำเนา จะต้องไปค้นหาสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อไปถ่ายสำเนาแล้วเซ็นรับรองสำเนา ตรงนี้ในรายงานฉบับนี้ได้ยืนยันในประเด็นนี้ว่า คุณสมบัติของการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเรามีหลักสัญชาติ เราใช้หลักภูมิลำเนา เราตรวจสอบหลักความสามารถ ซึ่งถ้าเกิดส่วนราชการจะนำเอกสารนั้น ๆ ไปตรวจสอบ ต้องตอบให้ได้ว่าตรวจสอบเรื่องอะไร แล้ววันนี้โดยรัฐบาลก็มีรัฐบาลพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ได้ไปดำเนินการตั้งตู้คีออส (Kiosk) หน่วยงานราชการ หน่วยงานภูมิภาคที่อยู่ใน จังหวัดนั้น จังหวัดนั้นก็สามารถไปขอข้อมูลที่ตู้นี้ได้ทันที🔗

ท่านประธานครับ ในประเด็นต่อไปผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความสนใจในประเด็นนี้จากคำถามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ คือการยุบรวมบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐเข้าสู่บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ อีกไม่กี่วันต่อจากนี้ในต้นปีหน้า ภาครัฐ จะเริ่มทำการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่ ครั้งนี้ผมอยากจะเอาเอกสารรายงาน ฉบับนี้ไปหนุนนำทำให้พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่จะต้องลงทะเบียนครั้งใหม่ ไม่ต้องยุ่งยากอีกต่อไป ครั้งนี้ในรายงานฉบับนี้นั้นสนับสนุนการยุบรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้ากับบัตรประจำตัวประชาชน คณะกรรมาธิการการปกครองมีความเห็นว่าถ้าเราทำได้ จะเป็นการประหยัดงบประมาณของประเทศ ถ้าเราทำได้จะเป็นการสร้างความโปร่งใส ในการดำเนินการของภาครัฐ เพิ่มความสะดวกและลดความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์สมาร์ตการ์ด (Smart Card) แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ🔗

ในประเด็นต่อไปท่านประธานครับ มีความห่วงใยมาก ๆ กับท่านสมาชิก ที่ให้ข้อสังเกตเรื่องของศักยภาพของข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือศักยภาพ ศักยผลของ หน่วยงานท้องถิ่น ในปัจจุบันศูนย์ดำเนินการแบบวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) มีหลากหลายทั่วภูมิภาคทั่วประเทศ แต่เราก็มักจะไม่เห็นว่าคุณภาพหรือการบริการอย่าง อัธยาศัยของข้าราชการหน่วยงานรัฐนั้นมีมาตรฐานเดียวกัน ทุกท่านครับ ตรงนี้รายงานฉบับนี้ เรามีความเห็นคล้องว่าศักยภาพของท้องที่กับศักยภาพของท้องถิ่นนั้นมีความแตกต่าง ถ้าหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีคุณสมบัติมีศักยภาพในการที่ลงไปในพื้นที่แล้วปรับ ในส่วนของสถานที่ ปรับในส่วนของการเตรียมความพร้อมในด้านบริการให้ศูนย์ วัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) นี้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ปรับการบริการ ปรับอัธยาศัยของพนักงานรัฐให้กับพี่น้องประชาชน สำคัญอีกต่อไปครับ ในอีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของกระบวนงาน หลาย ๆ ครั้งที่เราไปติดต่อ ราชการเรานับได้เลยครับว่าเราติดต่อราชการเรื่องใดบ้าง ในส่วนของกระบวนการดำเนินงาน หน่วยงานรัฐ ควรจะต้องมีกระบวนงานที่มีในลักษณะเป็นในทิศทางเดียวกัน ถ้าใช้หลัก อำนาจ ใช้หลักกฎหมายเหมือนกัน ก็ควรจะมีขั้นตอนในการดำเนินการที่ไม่ต่างกัน เพื่อลด ความสับสนของพี่น้องประชาชน เพื่อลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของพี่น้องประชาชน ในรายงานฉบับนี้สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐตั้งวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) ที่มีมาตรฐานเดียวกัน🔗

ประเด็นที่ ๕ ผมขอตอบทั้งหมด คำถามมาหลายประเด็นมาก แต่มีประเด็น หลัก ๑๐ ประเด็น ในส่วนประเด็นของผู้ว่าราชการจังหวัดและการกระจายอำนาจจะอยู่ ประเด็นท้าย ๆ ก่อนจะจบประเด็นตรงนี้ไป ผมขอตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านเป็นห่วงเรื่องงบประมาณจำนวนบัตร ราคาบัตร ขอตอบ ท่านสมาชิกว่าปัจจุบันแล้วบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ประชาชนราคาต่อบัตรต่อชิ้น ๓๗ บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมี ๒ ประเภท บัตรที่ใช้ในเมือง ๑๐๐ บาท บัตรที่ใช้ ในภูมิภาค ๕๐ บาท มีความไม่เท่ากันในเรื่องของส่วนเพิ่มเติมเรื่องของการเดินทางสาธารณะ ทุกท่านจะเห็นว่าถ้าเราสามารถที่จะควบรวมบัตร ๒ ชนิดนี้เข้าสู่บัตรประจำตัวประชาชน ใบเดียวงบประมาณของเราจะถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงสถานการณ์ โควิด (COVID) แบบนี้ ผมขอให้เชิงอรรถอีกนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ผมให้ข้อสังเกตไปแล้วว่า ท่านมีความเป็นห่วงเรื่องของจำนวนบัตร และมีการตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐที่เรียกเอกสาร สำเนาบัตรดูแลเอกสารสำเนาบัตรนั้นอย่างไร รักษาสำเนาบัตรนั้นให้ปลอดภัยได้หรือไม่ ผมขอยกตัวอย่าง สภาผู้แทนราษฎรจากการมีสมาชิกรัฐสภา ๗๕๐ ท่าน จากการที่สมาชิก รัฐสภามีผู้ช่วยสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ๘ ท่าน รวมทั้งหมดทั้งสิ้นถ้ายังขอเอกสารสำเนาบัตร ไม่เดินหน้าในการเก็บสำเนาดิจิทัล (Digital) จะมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคล อย่างน้อย ๖,๗๕๐ บุคคล นี่คือเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติตั้งคำถามว่าท่านดูแล จัดการสืบทานเอกสารเหล่านี้ได้หรือไม่🔗

ผมขอเป็นประเด็นถัดไป ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ที่ท่านสมาชิกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในอนาคตถ้าเราเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ปัจจุบันเรามี การลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง มีการลงคะแนนในการทำประชามติแบบหย่อนบัตรกัน แต่ในอนาคตเราต้องยอมรับว่าโลกสมัยนี้ก้าวไปไว ในรายงานฉบับนี้เราเสนอแนะให้ค่อย ๆ วางแนวทางในการเลือกตั้งโดยการใช้บัตรประจำตัวประชาชน เปลี่ยนจากการหย่อนบัตร ลงคะแนนเป็นการยืนยันตัวบุคคลโดยการใช้บัตรประจำตัวประชาชน คณะกรรมาธิการ เสนอว่าตัวที่เป็นกุญแจ ตัวที่เป็นหัวใจก็คือตัวบทกฎหมาย ผมคิดว่าการที่เราจะพัฒนาระบบอีโหวตติง (e-Voting) ขึ้นมาเราต้องค่อย ๆ เริ่มค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ทดลอง แล้วสืบทานหาข้อผิดพลาดเพื่อปิดช่องโหว่ต่าง ๆ เพื่อปิดการไม่ยอมรับ หรือข้อความไม่โปร่งใสที่ประชาชนอาจจะตั้งคำถามได้🔗

ท่านประธานครับ ผมขอไปประเด็นสุดท้าย เมื่อสักครู่เป็นประเด็นด้าน เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ประเด็นต่อมาก็คือการใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์แทน บัตรเอทีเอ็ม (ATM) มีท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตให้ความเป็นห่วงว่าข้อมูลทะเบียนราษฎร เปรียบเสมือนสมบัติของชาติ แน่นอนที่สุดการปกป้องข้อมูลทางทะเบียนราษฎรเป็นภารกิจ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ และเป็นหน้าที่ของทุกคน เพราะฉะนั้นแล้วการที่หน่วยธนาคาร หรือการที่หน่วยงานสถาบันการเงินจะต้องมาขอข้อมูล หรือว่าซ้ำร้ายกว่านั้นในรายงาน ฉบับนี้มีนะครับ ก็คือเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากพี่น้องประชาชน เราก็ถามเขาว่าเก็บเงิน ๒๐๐ ทุกครั้งหรือไม่ ทางหน่วยธนาคารก็ตอบว่าเก็บเงิน ๒๐๐ ครั้งเดียวแล้วสืบทานต่อ ๆ ไป ที่ธนาคารต้นสังกัด ตรงนี้ผมอยากให้ในอนาคตมีข้อกฎหมายที่ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องมี ภาระต้นทุนตรงนี้กับการธนาคาร🔗

ท่านประธานครับ ในประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหาร ราชการส่วนภูมิภาค คณะกรรมาธิการรายงานชุดนี้มีความเห็นถึงการบริหารงานอำนาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมาธิการพิจารณาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะพิจารณาคุณสมบัติ ทักษะความรู้ความสามารถ และต้องสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ด้วย คณะกรรมาธิการ สนับสนุนการกระจายอำนาจ แล้วในฐานะที่ผมเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ผมเชื่อว่า การทำงานบูรณาการร่วมกันกับคณะกรรมาธิการการปกครองที่ดูแลส่วนภูมิภาคและท้องที่ กับการทำงานร่วมกันกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจจะได้ประสิทธิผล จะได้ ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราจะได้มากำหนดทิศกำหนดทางให้สอดคล้องกัน เรื่องนี้ เรารับไว้เพื่อทำการบูรณาการร่วมกันในชั้นกรรมาธิการต่อไป เป็นประเด็นที่มีประโยชน์มาก🔗

ในเรื่องของอำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่า ควรจะแบ่งบทบาทหน้าที่ต้องไม่ซับซ้อน ตัวที่สำคัญคือตัวกฎหมาย การกระจายอำนาจในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ อบต. เทศบาล อบจ. หน่วยปกครองพิเศษ หรือในระดับจังหวัด ทำให้ประชาชนปกครอง ตนเองได้มากขึ้น เราควรออกแบบแนวคิด ออกแบบกฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบให้มีความ ยืดหยุ่น คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เราเสนอว่าไม่ควรออกแบบกฎระเบียบ หรือกฎหมายที่เป็นรูปแบบลักษณะเหมือนกัน หรือเป็นเทมเพลต (Template) ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรออกแบบกฎหมายที่มีลักษณะที่หละหลวมจนทำให้เกิดปัญหา เรื่องของการตีความ จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องของการไม่รับผิดรับชอบได้🔗

สุดท้ายตัวชี้วัดที่จะมีผลต่อกันที่ท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตเรื่องของที่มาที่ไป ของดาต้า (Data) ที่มาที่ไปของลักษณะข้อมูลที่จะมีประโยชน์ คณะกรรมาธิการพิจารณา ตัวชี้วัดปรากฏว่าควรจะให้มีสิ่งที่เรียกว่าดาต้า ไซแอนซ์ อนาลิสิส (Data science analysis) หรือที่เรียกว่าวิทยาการของข้อมูล อาจจะใหม่สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เรื่องนี้ มีประโยชน์ครับ เพราะว่าดาต้า ไซแอนซ์ อนาลิสิส (Data science analysis) นี้จะทำให้เรา สามารถที่จะใช้ข้อมูลที่ประเทศไทยของเราเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ มาวิเคราะห์แล้วแก้ปัญหาในสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ควรคำนึงถึงการที่มีเรียลไทม์ ดาต้า (Real time data) หรือข้อมูลในแบบทันที ควรคำนึงถึงข้อมูลที่เป็นวิชวล ดาต้า (Visual data) หรือข้อมูลที่เมื่อกดเสิร์ช (Search) ไปแล้วเห็นโดยประจักษ์ทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็น ข้อมูลที่ลิงก์ (Link) ได้โดยตรงจากพี่น้องประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการของส่วนราชการก็คือการจัดทำข้อมูลดิบให้มีคุณภาพ อีกครั้งนะครับ การจัดทำข้อมูลดิบให้มีคุณภาพ ตรงนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเกิดการมีส่วนร่วมกับ พี่น้องประชาชน เมื่อข้อมูลดิบมีคุณภาพหน่วยงานอื่นที่เข้าไปนำข้อมูลมาใช้ก็จะสังเคราะห์ ข้อมูลได้ ก็จะวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗

ท่านประธานครับ สุดท้ายผมขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สนใจในประเด็นเนื้อหาสาระของรายงานของคณะกรรมาธิการนี้ ผม นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานสรุปผลฉบับนี้จะมีคุณประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นข้อมูลเป็นลายแทง แห่งการเชื่อมโลกยุคก่อนไปสู่โลกยุคใหม่ ในอนาคตอันใกล้นี้ท่านประธานสภาและ ท่านสมาชิกผู้ทรงอำนาจทางนิติบัญญัติต้องเป็นผู้ออกแบบพิมพ์เขียว ต้องเป็นผู้รับหน้าที่ สร้างฐานรากที่เรียกว่า นิติดิจิทัล (Digital) บัญญัติเพื่อรองรับการมาของโลกแห่งอนาคต เช่น โลกเสมือนจริง เมตาเวิร์ส (Metaverse) ที่วันนั้นเมื่อสิ่งนั้นมาถึงความอุดมสมบูรณ์ของ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนตั้งแต่วัยเด็ก วัยเยาว์ ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้ทุพพลภาพ ผู้ที่มี ความหลากหลายทางเพศสภาพ และผู้ที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ เขาเหล่านั้นกำลังรอ รับใบเบิกทางจากท่านเพื่อไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี คณะกรรมาธิการการปกครองเพื่อคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังสมาชิกอภิปราย แล้วก็ฟังท่านกรรมาธิการได้ตอบ ผมอยากจะ เรียนถามว่าสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ๖๖ ล้านใบ มีบัตรหายทุกวัน มีการผลิตเพิ่มเติม ตลอดเวลา🔗

คำถามที่ ๑ ท่านจ้างบริษัทอะไรผลิตบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) หรือมี โรงงานผลิตเอง บัตรประจำตัวประชาชนนี้ใบละเท่าไร เพราะว่ามันเป็นผลประโยชน์ของ บุคคลในกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าท่านได้ทำบัตรสมาร์ตการ์ด (Smart Card) มีชิป (Chip) มีอะไรสมบูรณ์แบบหมด แต่ไม่ได้ใช้ ความจริงมันจะต้องร้องเรียนเป็น ๑๐ ปีแล้วที่ท่านทำมา แต่ไม่ได้ใช้ ของไม่ได้ใช้ท่านก็ทำในราคาแพงมาตลอด จ้างบริษัทอะไรครับ ตอบผมนะครับ🔗

๒. ผมไม่ชอบใจบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มันเป็นนโยบายของพรรคการเมือง จะเอามารวมกับบัตรประจำตัวประชาชน ท่านคิดว่าท่านจะเป็นรัฐบาลตลอดไปหรือเปล่าครับ บัตรประจำตัวประชาชนก็คือบัตรประจำตัวประชาชน นโยบายของรัฐก็นโยบายของรัฐ ท่านอยากจะให้ประเทศไทย เป็นคนจนมากขึ้น ๆ หรืออย่างไร อยากเห็นประเทศไทยมีแต่คนจน หรืออย่างไร หมายความว่าอย่างไร บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายความว่าให้กับประชาชน ผู้ยากไร้ ผู้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จากเมื่อก่อนไม่มีคนจนวันนี้มีคนจน ๑๔ ล้านคน ปฏิเสธผมไหม ท่านอย่าได้คิดว่าสิ่งที่ท่านทำมันถูกต้องทั้งหมด สวยหรู ตอบผมว่า ๑. จ้างใครทำอะไรกับ บัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ตการ์ด (Smart Card) ๒. มันเหมาะสมหรือไม่ที่จะมารวม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า มันจำเป็นจะต้องก้าวหน้ามากกว่านี้ ในร้านสะดวกซื้อ ในห้างสรรพสินค้าเขาใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) กันหมดแล้ว มันไม่จำเป็น เขาจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ในการซื้อขาย แลกเปลี่ยนมันสำคัญยิ่งกว่าแสดงตนอีก วันนี้เราต้องไปไกลแล้ว อย่าล้าหลัง อย่าผูกขาดกับ บัตรประจำตัวประชาชนที่ท่านผลิต จ้างบริษัทอะไรผลิต ๒ คำถามครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธาน คณะกรรมาธิการจะตอบได้ไหม ผมว่ามันต้องถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มากกว่านะ กรรมาธิการตอบได้ก็ตอบนะครับ ตอบไม่ได้ก็คงไม่ต้องตอบ เพราะตอบไม่ได้ แต่ถ้าตอบได้เชิญครับ จะชี้แจงไหมครับ ไม่ชี้แจงนะครับ ท่านพิเชษฐ์คงไปทำเป็นกระทู้ถาม ผมเสนอแนะ จะได้คำตอบจากเจ้ากระทรวงนะครับ ท่านสมาชิกครับ การรายงานของคณะกรรมาธิการทั้งผู้อภิปรายและการตอบชี้แจงของ กรรมาธิการก็เสร็จสมบูรณ์นะครับ ต่อไปนี้ผมก็คงจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ รายงานของคณะกรรมาธิการหรือไม่ แต่ท่านสมาชิกครับ จากการที่ได้รับฟังการอภิปรายของ ท่านสมาชิก ซึ่งมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ และไม่มีใครคัดค้าน ดังนั้นผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ ด้วยคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงาน เพื่อให้ สภาพิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วย ผมก็จะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิก เพื่อประกอบ การพิจารณาแล้วนะครับ ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น คือคัดค้านข้อสังเกตตามที่คณะกรรมาธิการเสนอหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณา รายงานของคณะกรรมาธิการการปกครอง เกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชนจากภาครัฐ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔.๒ รายงานผลการพิจารณาศึกษา ญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ซึ่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการ คือคุณกันตวรรณ ตันเถียร ได้มีหนังสือขออนุญาตให้บุคคลภายนอกจาก กรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม เนื่องจาก รายงานมีผลการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นผู้นำเสนอ ข้อมูล ซึ่งผมพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา จึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายชาคริต ภูมิศรีจันทร์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพมหานคร ๒. นางวรางคณา โตรส หัวหน้ากลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ ๓. นางวัชราพร เธียนชัยวัฒนา ผู้อำนวยการ ส่วนโครงการอัตราอากร ๔. นางสาวสุจิตรา ปฏิการสกุล ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานพิกัด อัตราศุลกากร ๕. นายศุภชัย โปฎก ผู้อำนวยการกองบริการงานอนุญาตโรงงาน ๑ ๖. นายณรงค์ บุญยกิจโณทัย ผู้อำนวยการส่วนที่ ๑ กองบริการงานอนุญาตโรงงาน ๑ ท่านกรรมาธิการประจำที่แล้วนะครับ ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอรายงาน ผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ของคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้พิจารณาแล้วเสร็จในภาพรวมดังนี้🔗

ตามที่คราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์พิจารณาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ นั้น คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ โดยปัจจุบันเกษตรกรสามารถขายหนังโค กระบือตกต่ำได้เพียง กิโลกรัมละ ๓ บาทเท่านั้น ซึ่งกล่าวได้ว่าราคาผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำที่สุดในปัจจุบัน โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณาญัตติดังกล่าวอย่างรอบคอบและรอบด้าน จากการประชุม เราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนให้ข้อมูล ผ่านการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการปศุสัตว์ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับ เกียรติจากท่านนริศ ขำนุรักษ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ และท่านอนุชา น้อยวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ คนที่สอง ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติดังกล่าว และท่านได้เป็นรองประธาน คณะอนุกรรมาธิการญัตติครั้งนี้ ในการพิจารณาศึกษาปัญหาและกำหนดแนวทางการแก้ไข พร้อมทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากการรับฟังข้อมูลจากผู้ทรงความรู้ และผู้ที่เกี่ยวข้องจาก หลายแขนงที่เชิญมาให้ข้อมูล อันเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการ เราหวังว่าการศึกษาครั้งนี้ จะนำไปสู่แนวทางเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการการศึกษาญัตติ ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอรายงานฉบับนี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เห็นชอบ และเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการพิจารณาช่วยเหลือตามที่เห็นสมควรต่อไป🔗

ทั้งนี้ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร อนุญาตให้ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ เป็นผู้นำเสนอรายงานของการพิจารณาค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนริศครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายนริศ ขำนุรักษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ประธานที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ญัตติเรื่องราคาหนังโค กระบือตกต่ำ สภาพปัญหา โค กระบือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ ให้แก่ประเทศไทยเป็นจำนวนไม่น้อย เนื่องจากผลผลิตที่ได้จากโค กระบือเป็นที่นิยมของ ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ นอกจากเนื้อแล้วยังมีกระเป๋าหนัง รองเท้าหนัง อุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหารและยา เป็นต้นด้วย โดยมีโรงงานฟอกหนังเป็นอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนหนังจากสินค้าเกษตรแปรรูปเป็นวัตถุดิบ ในการแปรรูป แต่ราคาหนังในปัจจุบันที่เกษตรกรขาย กลับมีราคาที่ตกต่ำรุนแรงที่สุด ดั่งที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้รายงานต่อประธานไปแล้ว โดยคร่าว ๆ จากราคาหนังตัวละประมาณ ๒,๐๐๐ บาท เหลือตัวละไม่ถึง ๑๐๐ บาท ด้วยสภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรซึ่งปล่อยให้หนังเน่าเสียและนำไปฝังดิน หรือบางส่วนนำไปเป็นอาหารในบ่อเลี้ยงปลา ถือเป็นการสูญเสียรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งยากจนอยู่แล้ว จากความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรจึงนำมาสู่การเสนอญัตติ เพื่อแก้ปัญหาโดยท่านอนุชา น้อยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก และท่าน กรุณาได้เป็นรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ผลจากการพิจารณาศึกษา เราพบว่าสาเหตุหลัก ๆ เกิดจากต้นทุนของหนังสัตว์สูง และความนิยมในการใช้หนังสัตว์ ของผู้บริโภคลดน้อยลง ๒. เกิดจากกำหนดโครงสร้างภาษีอากรหนังโค กระบือ ๓. เกิดจาก การให้นำเข้าหนังโค กระบือจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอ เป็นข้อสังเกตไว้คร่าว ๆ ก็คือ ๑. รัฐบาลควรเข้าไปช่วยเหลือราคาในรูปแบบการพยุงราคา ๒. รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังควรทบทวนกำหนดอัตราอากรขาเข้าหนังดิบโค กระบือ ที่เหมาะสม ๓. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนใช้หนังภายในประเทศเป็นหลัก ๔. รัฐบาล ควรส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาแปรรูปหนังดิบโค กระบือ ๖. รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อมควรมีการตรวจสอบโรงงาน โรงฟอกหนัง ที่อาจก่อมลพิษ ทั้งหมดคือข้อสังเกต ทางกรรมาธิการพร้อมที่จะรับข้อสังเกตจากเพื่อนสมาชิก และเราได้ส่งข้อสังเกตและรายงานเพื่อที่ประชุมได้พิจารณา ความละเอียดปรากฏตาม รายงานแล้วครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ยังมีใช่ไหมครับ กรรมาธิการ เชิญครับ🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขต ๓ จังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้เสนอญัตติพิจารณาศึกษาปัญหาราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านคณะที่มาช่วยทำงานนะครับ เป็นราษฎร ๔ ท่าน ชื่อท่าน ปาราเมศ เลิศนิมิตธรรม ท่านวิเชียร ฉายศิริ ท่านสกันเดอคาน ข่านเคน และท่านสมัย เดวาหมัด ทั้ง ๔ ท่านนี้เป็นราษฎรที่เรียกร้องต่อสู้เรื่องราคาหนังโค กระบือตกต่ำนี้มาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี แล้วนะครับ เป็นผู้ที่หวังดีต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง มันเป็นที่น่าเสียดายที่ระยะเวลา ในการพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องนี้สั้นนะครับ ทางคณะอนุกรรมาธิการไม่ได้ต่อระยะเวลา ฉะนั้นเราเลยไม่ได้ศึกษาปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเท่าที่ควร และเรื่องปัญหาแรงงานนะครับ แต่อย่างไรก็ดี ท่านประธานครับ ผมคงไม่ต้องนำหนังโค กระบือมาทิ้งในสภานี้ เหมือน ไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีท่านสมาชิกท่านหนึ่งเอาข้าวเปลือกมาหว่านในสภา ผมคงไม่ต้องนำมา ผมเคารพในระบอบของท่านประธานสภา ในสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเราจะได้นำปัญหาเหล่านี้ ไปสู่ท่านคณะรัฐมนตรีได้ ข้อเรียกร้องที่มีแต่ความหวังดีของกระผม มีความหวังดีในเรื่องใดบ้าง ๑. เรื่องแรกก็คือหวังดีต่อพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในราคาหนังโค กระบือตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพ ราคาจากกิโลกรัมละ ๔๐ บาท เหลือ ๓ บาท ไม่มีสินค้าเกษตรใดในโลก ที่ตกต่ำขนาดนี้ พี่น้องเกษตรกรนำไปทิ้งอย่างสิ่งไร้ค่านะครับ ให้กันฟรี ๆ ไปเลย แต่นำเรียนด้วยความเคารพ สิ่งที่นำไปทิ้งมันคือรายได้ของเกษตรกร เช่น ผู้ประกอบการซื้อ โคตัวหนึ่งราคา ๒๕,๐๐๐ บาท ราคาหนัง ๑,๒๐๐ บาท ก็เป็น ๒๖,๒๐๐ บาท เมื่อราคาหนัง ไม่มีค่าเกษตรกรก็จะได้รับราคาเนื้อโคเพียง ๒๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น ผู้ที่ได้ผลกระทบโดยตรง ก็คือพี่น้องเกษตรกรรากหญ้าทั่วประเทศ ผมหวังดีต่อสภาวะแวดล้อมของชาติ หวังดีต่อ อ่าวไทยครับท่านประธาน แต่ผมคิดว่าการสร้างมลภาวะนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก และวันหน้า จะเป็นวาระแห่งชาติที่เราจะต้องมาบูรณาการอ่าวไทยที่เน่าทั้งอ่าว ผมหวังดีต่อรัฐบาลครับ ทุกวันนี้รัฐบาลอยู่ในภาวะที่ต้องกู้ กู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายเยียวยาสารพัด ผมหวังดีว่า การเรียกร้องเรื่องนี้จะเป็นการเก็บภาษีเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทต่อปี นำมาสู่รายได้ของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ โรงงานฟอกหนังทั้งประเทศไทย ๒๐๐ กว่าโรงงาน เอาเปรียบประเทศชาติ นำหนังสัตว์ทั่วโลกมาฟอกในประเทศไทยโดยที่ไม่ได้มีภาษีนำเข้าแล้วส่งออกไปยังต่างประเทศ มารับจ้างฟอกด้วย โดยที่เจ้าของหนังนำหนังมาจากต่างประเทศเองเลย แล้วก็นำหนังตัวเอง กลับไปโดยที่ทิ้งมลภาวะไว้ในที่อ่าวไทยของเรา โดยไม่มีการบำบัดที่ถูกต้อง ผมขออนุญาต นำรายงานในเล่มนี้ เพื่อนสมาชิกถ้าสนใจท่านเปิดดูได้นะครับ ในภาคผนวก หน้าที่ ๒ หน้าที่ ๓ ท่านจะเห็นเลยว่ามีรายงานจากกรมควบคุมมลพิษ ตอบมายังท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางปัญหาการปศุสัตว์ เขาตอบมาว่าอย่างไรครับ โรงงานฟอกหนังได้บำบัดน้ำไม่ถูกต้อง มีค่ามลภาวะที่มันต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย อีกนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง อันนั้นตรวจไม่ได้เพราะปล่อยท่อลงทะเลไปเลย อันนี้เป็นรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ผมไม่ได้พูดกล่าวหาโดยลอย ๆ พี่น้องสมาชิก ศึกษาได้จากหน้า ๒ หน้า ๓ ครับ ท่านประธานครับ เขามาฟอกในประเทศไทยเพราะอะไร เพราะเราไม่ได้เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม เราไม่ได้ปกป้อง ไม่มีภาษีนำเข้ามา เมื่อก่อนนี้ ๒๐ กว่าปีก่อนโน้นมีการเก็บภาษีนำเข้ากิโลกรัมละ ๔ บาท แต่รัฐบาลในสมัยท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ลดภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม ๐ เปอร์เซ็นต์ นำเข้ามาได้เลย ฉะนั้น ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาถ้าสูญเสียภาษีปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่เป็นเรื่องหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือเขานำหนังทั้งโลกมาปั่นในเมืองไทย ไม่ว่าประเทศไหน ก็นำมาแล้วก็นำกลับไป ผมยกตัวอย่างประเทศเวียดนาม ประเทศนั้นมีค่าจ้างแรงงานไม่สูง ค่าจ้างแรงงานไม่ได้สูงมากมาย แต่เขาไม่ฟอกในประเทศเขาครับ เขานำหนังของเขามา ในประเทศเรา มาฟอกในประเทศไทย แล้วกลับไปทำอุตสาหกรรมในบ้านเขา มันหมายความ ว่าอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ผมนำญัตตินี้มาเสนอ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ เพื่อนสมาชิกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์คราวแรกเลย ผมพูด เรื่องนี้บ่อย ๆ เข้าเขามองผม🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุชา ท่านกรรมาธิการครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ขณะนี้เป็นการนำเสนอ🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ กรรมาธิการ

ผมนำเสนอครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ครับ ท่านฟังประธานก่อน คือเป็นการนำเสนอในข้อสรุปของคณะกรรมาธิการ ฉะนั้นท่านจะต้อง เอาข้อสรุปของคณะกรรมาธิการนำเสนอท่านสมาชิก ส่วนรายละเอียดอยู่ในเอกสารแล้ว เพราะว่าถ้าท่านไปอภิปรายเหมือนตอนที่ท่านยื่นญัตติ เพราะผมจำได้ว่าผมนั่งฟังท่านพูด ตอนท่านอภิปรายญัตติ ท่านก็พูดลงรายละเอียดอย่างนี้ ไม่ต้องลงรายละเอียดนะครับ เอาข้อสรุปของคณะกรรมาธิการเสนอสมาชิกครับ เชิญครับ🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ กรรมาธิการ

กราบขอบคุณครับ ข้อสรุปได้ครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกก็มองผมว่า ผมปกป้องธุรกิจของกลุ่มทุนตัวเอง วันหนึ่ง ท่านรองอธิบดีกรมประมงได้มาที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ท่านมาในเรื่องอื่น ไม่ได้มาในเรื่องราคาหนัง มาในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาพี่น้องชาวประมง ผมเป็นผู้ถามด้วยวาจา เรื่องสถานการณ์อ่าวไทยนะครับ ท่านตอบต่อหน้าพี่น้องกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ทั้งหมดว่า สัตว์น้ำในอ่าวไทยนั้นเสียหายนับไม่ได้แล้ว วันนี้จะบริโภคไม่ได้แล้ว ฉะนั้นเป็น เรื่องที่น่ากังวลครับท่านประธาน ประเทศเราเสียหายอะไรบ้างนะครับ เสียหายต่อระบบ เศรษฐกิจทั้งหมด ระบบเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงปศุสัตว์ หนังสัตว์กิโลกรัมละ ๔๐ บาท เหลือ ๓ บาท เจ้าของหนังนำไปทิ้ง ไม่ได้มีประโยชน์ในการไปขาย ข้อที่ ๒ เสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ที่เสียหายในอ่าวไทยอย่างนับไม่ได้นะครับ ผมมีเพื่อนสมาชิก ที่ผมเคารพรักมากนะครับ ท่านเป็น ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ เขตบางปู ที่โรงงานอยู่ ท่านบอกเลยว่าอนุชาช่วยนำโรงงานฟอกหนังนี่ย้ายไปจากบางปู ช่วยนำไปด้วย เพราะว่า มันไม่มีประโยชน์กับบ้านท่านเลย ท่านชื่อท่านยงยุทธ สุวรรณบุตร นะครับ ข้อที่ ๓ เสียหาย ต่อการจ้างแรงงาน เขาใช้แต่แรงงานต่างด้าว แรงงานซึ่งไม่มีผลประโยชน์กับแรงงานไทย อะไรเลยนะครับ เมื่อมีโรคระบาดท่านก็คงทราบดีว่าเจ้าของโรงงานบางโรงไม่มีบัตรอนุญาต ถูกต้อง นำแรงงานต่างด้าวไปทิ้งอีกจังหวัดหนึ่ง มันไม่มีประโยชน์กับประเทศเรา ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอข้อสรุปว่าทุกวันนี้ประเทศเราประสบปัญหาในการปลูกพืช เชิงเดี่ยว เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ราคาตกต่ำไม่คุ้มทุน สิ่งที่จะเป็นอาชีพ ที่รุ่งเรือง ก็คืออาชีพปศุสัตว์ซึ่งมีความต้องการมหาศาลจากประเทศจีน เวียดนาม แต่เรามา เสียหายเรื่องราคาหนัง เสียหายมาก ฉะนั้นผมก็กราบเรียนว่าในเรื่องนี้ท่านประธานครับ ในข้อสรุปของผม ผมไม่ได้เคยมาตั้งญัตตินี้อย่างเดียว ผมตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีทั้ง ๔ ท่าน รัฐมนตรี ๔ ท่านที่มาตอบผม ท่านแรกก็คือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๒. ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ๓. ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมถามจากข้อสรุป ในหนังสือเล่มนี้ครับ ๔. ผมตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ท่านก็ให้ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ มาตอบแทน ท่านรัฐมนตรีตอบแล้วทุกอย่างก็อยู่เหมือนเดิม ฉะนั้นท่านพี่น้อง ส.ส. ท่านหนึ่งที่เอาข้าวเปลือกมาหว่านในสภาวันนั้นเพราะไม่มีใครมาตอบ ท่านไม่ต้องน้อยใจครับ ของผมมีคนมาตอบแล้วแต่มันก็อยู่ที่เดิม มันไม่ไปไหน ฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมขอเข้าบทสรุปเลยก็คือ เราต้องการเก็บภาษีจำนวนมากมาเพื่อเป็น รายได้ของรัฐในทุกวันนี้ซึ่งขาดดุลการค้าอย่างมหาศาล อย่างน้อยที่สุดกิจการเหล่านี้ก็ไม่เป็น ประโยชน์ต่อบ้านเราแล้วนะครับ ส่วนเรื่องหนังพี่น้องเกษตรกรหมดความหวังในประเทศแล้ว ก็ขอให้เราเรียกเก็บภาษีมาเพื่อชดเชยสิ่งแวดล้อมในวันหน้า ซึ่งเราจะเสียหายหนักกว่านี้มาก กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสมาชิกที่สนใจที่อยากจะร่วมอภิปรายนะครับ ตอนนี้เสนอชื่อมา ๓ ท่าน คือท่านองค์การ ชัยบุตร แล้วก็ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ แล้วก็ท่านคารม พลพรกลาง นะครับ เชิญท่านองค์การครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายองค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดมุกดาหาร สกลนคร นครพนม ภาคอีสานนะครับ ผมได้ดูรายงานของกรรมาธิการ ญัตติเรื่องหนังโค กระบือตกต่ำ ผมดูคร่าว ๆ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการชี้แจงในหนังสือ เล่มที่ผมดูก็ค่อนข้างที่จะละเอียดนะท่านประธาน แต่ผมก็อดน้อยใจไม่ได้ที่ผมอภิปราย ก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมโค กระบือมันเป็นสัตว์เศรษฐกิจ คนก็กินเยอะ หนังคนก็ชอบ รับประทาน ผมเองก็ชอบรับประทานหนัง ผมมากรุงเทพฯ ผมก็เอามาจากบ้านผม ทั้งเนื้อ ทั้งหนังนะครับ มันเป็นเพราะอะไร ถ้าเป็นของเกษตรกร เป็นของประชาชน เป็นของ ชาวบ้านตกต่ำหมด ผมถามหน่อย ๒๐ ปีที่แล้วผมเคยมาเรียกร้องกับประชาชนพี่น้องอีสาน เรื่องราคามัน ราคาอ้อย ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ค่าพรีเมียม (Premium) ตั้งแต่สมัยนั้น ที่ท่านกรรมาธิการพูดมาถูกของท่าน ผมก็ยังจำได้นะครับ และบ้านผมมุกดาหาร สกลนคร นครพนม เป็นพื้นที่ปศุสัตว์ต้น ๆ ของประเทศ มีโพนยางคำ สกลนคร มีสหกรณ์การเกษตร หนองสูงที่มุกดาหาร ส่งไปต่างประเทศด้วยนะครับ อาทิตย์หนึ่งชำแหละ ๒ รอบ ๖๐๐ ตัว นี่ที่มุกดาหาร เฉพาะสหกรณ์การเกษตรหนองสูง ยังไม่รวมโรงเชือดเอกชนทั่วไป แล้วก็ของ โพนยางคำอีก ๒ ที่รวมแล้วประมาณ ๑,๐๐๐ ท่านประธาน หนังเป็นหนังคุณภาพที่ผมพูด ไม่ใช่หนังวัวกีร์ (Gyr) บ้านนอกนะครับ หนังพวกวัวกีร์ (Gyr) บ้านนอกที่เขาฆ่ายามบุญ เวลามีงานบุญเขาจะฆ่า แต่โรงเชือดหนังได้มาตรฐาน หนังมีกระบวนการ เพราะโคพวกนี้ โคปศุสัตว์ เป็นโคเลี้ยงที่ลงทุนรอบละปี ปีละรอบ ไม่ใช่ว่าหนังไม่มีมาตรฐาน เขาตำหนิว่า ประเทศไทยไม่มีหนังที่มาตรฐาน ผมน้อยใจตรงนี้ และพูดต่อไปในโรงงานโรงฟอก โรงฟอก เขาก็บอกว่าได้มาตรฐานอย่างที่กรรมาธิการพูด ทำไมเขาเอามาเพราะว่าโรงฟอกประเทศไทย มันมีมาตรฐาน และมาตรการภาษีท่าน ท่านรู้ทำไมไม่ทำล่ะ ท่านต้องยุตินะครับ ก็รู้ว่า เสียเปรียบมาตั้งนานแล้วไม่ทำล่ะ มันก็เสียเปรียบอยู่ร่ำไป นี่ตรงไปตรงมานะครับ ผมไม่ได้ดู โพยหรอก ฟังแล้วมีความรู้สึกอยากร่วมนะครับ แค่ประเด็นหนังยังไม่สู้เพื่อนบ้านเลย ประเด็นอื่นไม่ได้หรอกครับมันไปไม่ได้ หนังมันเป็นของคนอีสาน ของคนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ด้วย ใคร ๆ ก็กิน ที่บ้านประธานส่งนอกนะ พูดตรง ๆ นะเขายังไม่พอเลยเขาส่งนอก เขาทำหนังเค็มส่งนอก แล้วทางนโยบายส่วนใหญ่ของประเทศบอกว่าหนังตก หนังลงราคา มันขัดกันไปหมดท่านประธาน ท่านประธานก็เป็น ส.ส. มานานแล้ว ตั้งแต่ผมเป็นวัยรุ่น ท่านก็รู้เรื่องดี บ้านท่านประธานเจ้าเล็ก ๆ ส่งออกเดือนหนึ่งเป็นล้าน ๆ ยอดส่งไป ต่างประเทศเขาทำหนัง หนังแห้ง หนังเค็มนี่ละครับ แกงใส่ผักขี้เหล็กบ้านผมนี่แหละ ทำไมเราไม่พัฒนาตรงนี้ด้วย มันใช้บริโภคได้นะครับ แต่ว่ามันอืดท้องนะ คุณต้องเคี้ยวให้ ละเอียดนะเวลาคุณเคี้ยวหนังรับประทาน อย่าเพิ่งไปกลืนนะมันจะติดคอ เขาก็พัฒนา เรื่องอุตสาหกรรมท่านก็รายงานไปแล้วว่าหนังทำอะไรได้บ้าง แต่เรื่องบริโภคคนในประเทศ ถามว่าพอหรือยัง ผมว่ายังไม่พอ ถ้ามีการพัฒนา ถ้ามีการอะไรต่าง ๆ ภาครัฐต้องเข้ามาดูแล ผมเคยย้ำเวลาผมอภิปรายเรื่องเกษตรกรรัฐต้องมาดูแล ก็บอกว่าเกษตรกรคือกระดูกสันหลัง ของชาติ มันหลังแอ่นแล้วครับท่านประธาน มันโดนเหยียบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว โงหัวไม่ขึ้น นี่ละครับท่านประธาน และท่าน กรรมาธิการ ผมอยากฝากไปยังผู้บริหารประเทศ ผู้นำ มันเป็นเรื่องของการทำมาหากิน ของพื้นล่าง ของชาวบ้าน ถ้าเรื่องใดที่พอช่วยเขาได้รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล ถือเป็นหน้าที่ พ่อดูแลลูกไม่ผิด ถือเป็นหน้าที่ การที่สร้างเกษตรกรให้เขามีหลักแหล่ง ให้เขาอยู่ดีกินดี ที่ผมพูดผมก็จบจากพ่อเลี้ยงวัวส่ง นี่ละครับท่านประธาน อย่างไรก็แล้วแต่ หนังทำไมถึง นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะมาตรการภาษีประเด็นเดียว ก็รู้แล้วมาตรการภาษีนำเข้า นำออกไม่มีเลย ไม่ได้เอาสักบาทเลย ไม่ต้องพูด รัฐบาลต้องเป็นตัวนำ ต้องกำหนดสิ คุณทำอะไรอยู่ สั่งทหารไปคุมสิ เรื่องอื่นเห็นสั่งทหารไปเยอะแยะเลย เรื่องนี้สั่งสิ บ้านผม นำเข้ามา ขนออกไป ๆ มันพอท่านประธาน ไม่ต้องเอาหนังต่างประเทศเข้ามาหรอก ประเทศไทยหนังดีที่สุดแล้ว ทำไมปิดบังกัน ทำไมไม่สร้างกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธีรภัทร ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ท่านกันตวรรณ ตันเถียร ในฐานะประธาน ที่ได้นำญัตติของเพื่อน สมาชิก ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของราษฎรนำเข้ามาในคณะกรรมาธิการ แล้วก็ได้ดำเนินการ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการซึ่งมีท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ และท่านเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ซึ่งได้ร่วมกันกับส่วนเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ดำเนินการ แล้วก็นำหนังสือซึ่งเป็น รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ซึ่งรายงานเล่มนี้ ผมก็ดูแล้ว ได้มีโอกาสอ่าน ก็ต้องขอชื่นชม เพราะว่าได้นำหน่วยงานต่าง ๆ บูรณาการเข้ามา นั่งคุย เท่าที่ทราบก็คือประมาณ ๘ ครั้ง แล้วก็ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ แม้เพื่อนสมาชิก ยังบอกว่าอาจจะต้องการเวลามากกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นในขณะนี้เล่มนี้สามารถนำไปให้รัฐบาล เป็นข้อเสนอและปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งนำเสนอหนังสือเล่มนี้ ได้เลย ยกตัวอย่างอย่างเช่น ข้อเสนอที่เป็นปัญหาอย่างเช่น ท่านก็ได้แสดงให้เห็นเลยว่า ปัญหาของที่ผ่านมาก็คือเรื่องการกำหนดราคา ซึ่งมีคุณภาพและราคาที่ตกต่ำต่างกันกับ ภาวะปกติ ซึ่งเคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่ราคาถึง ๔๐-๕๐ บาท และปัจจุบันเหลือ ๒-๓ บาท จนต้องนำไปทิ้ง หรือแม้แต่โครงสร้างภาษีที่มันไม่เอื้ออำนวยถูกไหมครับ ที่ทำให้ ผู้ประกอบการบางส่วนได้รับผลประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันเกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ จากในส่วนนี้ และทำให้เกิดเป็นปัญหาต่อเนื่องตกต่ำ หรือแม้การปล่อยให้มีการลักลอบ นำเข้าหนังสัตว์ที่ไม่มีคุณภาพนำเข้ามา และสุดท้ายกลายเป็นปัญหาสำหรับเกษตรกรคนของ บ้านเราเอง ตรงนี้ซึ่งผมก็เห็นแล้วว่าในส่วนที่กรรมาธิการได้นำเสนอและเชิญส่วนราชการ ต่าง ๆ รวมทั้งภาคเอกชนเข้ามานั่งคุยกัน เพื่อแก้ปัญหา แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเห็นได้ เลยครับ มีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเยอะมาก อย่างเช่น กระทรวงพาณิชย์ที่มีการพูดถึง การควบคุมปริมาณการนำเข้า หรือแม้แต่ข้อแนะนำที่ให้หาตลาดใหม่ หรือส่วนของ กระทรวงการคลังที่ให้มีการทบทวนเรื่องอัตราภาษีอีกครั้ง หรือค่าธรรมเนียมในการนำเข้า อนุญาต หรือกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่หันกลับมาแนะนำใช่ไหมครับ ว่านำส่วนของหนังสัตว์ที่ใช้ภายในประเทศนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ ยกตัวอย่างเช่น รองเท้า ซึ่งสามารถที่จะช่วยเกษตรกรได้มากขึ้น หรือกระทรวงอุตสาหกรรมในส่วนที่จะเข้าไปควบคุม กำหนดคุณภาพและรูปแบบของโรงงาน เพื่อที่จะได้พัฒนา รวมทั้งตัวโรงงานเองได้มีคุณภาพ หรือแม้แต่สุดท้าย อย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งตรงนี้ผมก็เห็นแล้วว่ามันมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ด้วย ซึ่งเป็นต้นเรื่องของงานของเกษตรกรในส่วนของปศุสัตว์ทั้งหมด การยกคุณภาพของโรงงานซักฟอก การควบคุมคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้วัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้หนังเสียหาย ซึ่งตรงนี้ก็จะเห็นได้ว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยอะกระทรวง เกือบ ๗-๘ กระทรวง ถามว่าข้อเสนอแนะของกรรมาธิการนี้ซึ่งมีประโยชน์จะนำไป ดำเนินการได้อย่างไร ผมเรียนว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดครับว่า ได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถาม ไปถึงหน่วยงาน อย่างเช่น ๔ รัฐมนตรีแล้วที่ได้มาตอบ แต่ว่าไม่ได้รับความกระตือรือร้น หรือว่าการแก้ไขเพิ่มเติม ผมจึงขอเรียนยกตัวอย่างเช่น ถัดจากนี้ไปเมื่อรัฐบาลได้รับข้อเสนอ ตรงนี้แล้ว ควรจะนำหน่วยงานทั้งหมดเหล่านี้ให้มีเจ้าภาพบูรณาการทำงานร่วมกัน ผมก็ได้มาดู ได้มีโอกาสดูงานของพวกเราที่ได้ทำในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเสนอให้ฝ่ายบริหาร ยกตัวอย่าง เช่น ท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านก็ได้ เสนอแนวคิดครับว่า สิ่งที่ท่านทำสำเร็จมาแล้วก็คือซาเล้งโมเดล (Model) ซึ่งตัวนี้คือท่านก็ เป็นเจ้าภาพเอง เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมานั่งคุยกัน ทบทวนแก้ปัญหา ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ในที่สุดก็เป็นคำตอบ วันนี้ราคากระดาษซึ่งเคยตกต่ำ วันนี้ก็สามารถ ที่จะมีราคาขึ้น สามารถทำความพึงพอใจให้กับบรรดาคนที่เก็บเศษกระดาษ ซึ่งผมก็เชื่อว่า ถ้าหน่วยงาน ตัวอย่างกระทรวงที่เกิดขึ้นวันนี้ ๗-๘ กระทรวง ถามว่าถ้าไม่มีคนกลางที่มา เกี่ยวข้องไม่มีทางทำได้เลยครับ เราต้องการคอนดักเตอร์ (Conductor) ดี ๆ แต่ละหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพวกนี้เปรียบเสมือนเครื่องดนตรีครับ ไม่รู้ว่ามีกี่ร้อยชนิด แต่ถ้าเกิดว่าคุณไม่มี คอนดักเตอร์ (Conductor) ดี ๆ ในการควบคุมทำงาน เสียงซิมโฟนี (Symphony) ที่ออกมา ไม่มีโอกาสไพเราะ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าได้มีผู้บริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลส่งตัวแทน คนใดคนหนึ่งมาและบูรณาการหน่วยงานพวกนี้ทั้งหมด กระทรวง กรม ผู้ประกอบการ รวมทั้งเกษตรกรมานั่งจับเข่าคุยกัน ผมเชื่อได้ว่าเรื่องนี้สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่องราคาหนัง ตกต่ำ รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถทำได้ เพราะรายงานของพวกเราที่ทำในฉบับนี้ สมบูรณ์ ดำเนินการได้เลย เป็นคู่มือที่ดำเนินการได้เลยทันที สุดท้ายผมก็ต้องขอชื่นชม และขอขอบคุณท่านกันตวรรณ ตันเถียร ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ และท่านเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ที่ในฐานะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนำเรื่องเข้ามาสู่สภา และได้ทำการศึกษาเรื่องนี้นะครับ ผมเชื่อว่าการทำหน้าที่ของพวกท่านทั้ง ๔ คน ทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้อย่างดีที่สุดในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และหวังว่าฝ่ายบริหาร จะได้นำหนังสือและคู่มือเล่มนี้ไปประกอบการพิจารณา และปัญหาก็ได้รับการแก้ไข ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านคารม ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ดต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ผมต้องขออนุญาต ที่จะมีส่วนร่วมด้วย คิดว่าถ้าได้พูดในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ถือว่าได้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรที่ควรจะต้องนำปัญหาของประชาชนมาบอกกล่าวในสภา ซึ่งผมเห็นว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของเกษตรกรเกี่ยวกับโค และกระบือ ขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการว่า ผมนี้ค่อนข้างแปลกใจ เหมือนกันว่า ทำไมราคาหนังสัตว์ต้องต่ำ ท่านประธานและผมก็เป็นคนภาคอีสาน ก็เลี้ยงโค เลี้ยงกระบือ ประเด็นที่จะสอบถามก็มีอยู่สัก ๒-๓ ประเด็น แต่ก่อนที่จะไปสู่คำถาม อยากเรียนว่า ทุกวันนี้เกษตรกรพอราคาพืชผลมันต่ำเขาก็อยากเลี้ยงสัตว์ อย่างบ้านผม ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เลี้ยงโคก็น้อยลง เลี้ยงโคก็ไม่ได้เยอะเหมือนก่อน กระบือ ก็ไม่ได้เยอะเหมือนก่อน แต่ตัวราคาของโคหรือกระบือต่อตัวสูงมาก กระบือบางตัวราคา เป็นล้านก็มี อย่างอำเภอสุวรรณภูมิ ยกตัวอย่างเช่นของอาจารย์คนหนึ่งชื่ออาจารย์เทวา ตัวเป็นล้านเลยครับท่านประธาน แต่ผมสงสัยว่ากระบวนการที่ทำให้เนื้อโค หนังโค หรือกระบือมันตกต่ำ เขาเรียกว่าถ้ามัน ตกต่ำแสดงว่ามันมีเยอะหรือครับ จริง ๆ เท่าที่ดูไปนำเข้าจากต่างประเทศ ผมว่ามันเป็นเรื่อง ที่ว่าเราจะแปรรูปหนังโคหรือกระบือไปเป็นผลิตภัณฑ์ให้คนได้ใช้ ได้ซื้อ ไม่ว่าจะทำรองเท้า ของส่วนราชการ ซึ่งยุคก่อน ๆ เขาจะใช้ ของตำรวจ ของทหาร ผมแปลกใจว่าทำไมราชการ หรือรัฐบาลไม่ได้จริงจังในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้ถือว่าเป็นต้นเรื่องที่ดีมาก แล้วก็หยิบไปใช้ได้เลย แต่ผมก็มีคำถามอยู่ว่าในหน้าที่ ๑๑ ถามไปยังคณะกรรมาธิการว่า ท่านพูดถึงเรื่องของโรงฆ่าสัตว์ที่มีระบบ ท่านบอกว่าโรงฆ่าสัตว์ตอนนี้ของ อปท. มีอยู่ ๕๒๓ แห่ง ของเอกชน ๑,๘๒๐ แห่ง รวมส่วนราชการอื่น ๆ อีก ๒๕ แห่ง อปท. คือ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เขาจะเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ กระบวนการที่จะทำให้ประชาชนเขามี รายได้จากการเลี้ยงสัตว์ แล้วฆ่าสัตว์เสร็จเขามีรายได้จากหนังโค หนังกระบือ อยากจะ เรียนถามไปยังกรรมาธิการเพื่อจะถามว่าทำไมไม่ส่งเสริมให้ อปท. เขามีโรงฆ่าสัตว์ที่เป็น ของเขาให้ถูกสุขลักษณะ อปท. ขณะนี้มีทั้ง ๗,๘๕๐ แห่ง เฉพาะ อบต. ก็ตั้ง ๕,๓๐๐ แห่ง แต่มีโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะ ๕๒๓ แห่ง ทำไมรัฐบาลไม่ส่งเสริม ทำไมผมต้องพูดประเด็นนี้ ท่านประธาน เพราะเหตุว่าเวลาเราซื้อเนื้อโค เนื้อกระบือ โดยเฉพาะคนอีสาน บ้านผม ร้อยเอ็ด หรือบ้านท่านประธานก็ดี ทุกวันนี้ก็จะซื้อจากกลุ่มทุนใหญ่ที่เป็นโรงฆ่าสัตว์ มาตรฐาน พอจะฆ่าสัตว์ตามท้องถิ่นประเพณีเขาที่ทำมาก็ไม่ค่อยมี หนังโคที่มีบางท่าน ที่อภิปรายไปว่าเขาก็เอาไปทำกับข้าวได้ อะไรได้หมดเลยครับ ผมจึงแปลกใจทำไมจึงทำให้ ราคาหนังโคและหนังกระบือต่ำ อันนี้แปลก เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้ามันต่ำ ก็คือมันมีเหลือ เยอะมาก เพราะว่าซัปพลาย (Supply) หรือปริมาณการผลิตมันเยอะมาก จริง ๆ ต้องสูง แสดงว่าท่านต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากฝั่งไหนก็แล้วแต่ ทำไมรัฐบาลไม่ตั้งภาษี ให้สูง ๆ ล่ะครับ ไม่ให้มาแข่งขัน ไม่ให้มาทำลายเกษตรกร อย่างนี้สิครับมันถึงจะเป็นรัฐบาล ที่รักประชาชน เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าโคตัวหนึ่ง กระบือตัวหนึ่งมีราคาสูง เขาเป็นเงินออมนะท่านประธาน ผมก็เลี้ยง บ้านผมก็เลี้ยง เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านตอบ คำถามและอยากจะฝากถึงรัฐบาล โดยให้ดูจากรายงานฉบับนี้ นี่คือคำถามที่ ๑🔗

คำถามที่ ๒ เป็นเรื่องของการรวมตัว ในหน้า ๑๔ ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการครับ การรวมตัวของเกษตรกรเพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจ จัดตั้งโรงฆ่าสัตว์ ขนาดเล็ก ประมาณ ๔-๕ ตัว อันนี้ก็เหมือนประเด็นแรก แต่ประเด็นนี้ทุกวันนี้ที่ทำเป็นเรื่อง สุกรเสียมากกว่า ซึ่งก็ไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้ โค กระบือกลับไม่ทำ อันนี้เป็นคำถามที่ท่าน มีแล้วท่านต้องหาคำตอบให้ได้ เหตุผลที่ผมต้องตั้งข้อสังเกตและบอกว่าจริง ๆ เนื้อหามันมี เรื่องที่ท่านอนุชาพูดในเรื่องน้ำเสีย ผมว่าอันนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องปัญหาที่มันตกต่ำ อันนั้นเรื่อง ผลกระทบจากการนำเข้าหนังสัตว์จากต่างประเทศมาทำแถวสมุทรปราการนี่ละครับ แล้วก็ ทำให้เกิดน้ำเสีย ซึ่งผมก็เคยทำงานแถวนั้น โรงงานหนังสัตว์แถวนั้นทำให้น้ำเสียจริง แต่ปัญหาจริง ๆ ที่ท่านศึกษาเพื่อจะหาคำตอบคือ เพราะเหตุอะไรทำให้หนังโคและกระบือ ตกต่ำ แล้วท่านจะแก้อย่างไร การแก้ที่ถูกจริง ๆ คือว่า เมื่อสนับสนุนให้เขาเลี้ยงโค เลี้ยงกระบือ ราชการก็ต้องเอาหนังโค หนังกระบือไปทำผลิตภัณฑ์ ไปทำโอทอป (OTOP) ไปทำที่แปรรูปให้คนสนใจ ทำไมต่างประเทศทำได้ล่ะครับ สินค้าจากต่างประเทศทำไม ชิ้นเดียวกันถึงสูงได้ มันไม่ใช่เรื่องยาก เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์น่าจะเอา รายงานฉบับนี้ไปทำ และไปตั้งต้นในการที่จะแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเรียนว่านี่คือรายงานที่จะทำให้แขนงหนึ่งของอาชีพ หรือส่วนหนึ่งของอาชีพเกษตรกรคือเลี้ยงสัตว์ดีขึ้น ก็ต้องขอชมเชยครับว่าทำได้ดี แล้วก็อยากจะให้รัฐบาลนำรายงานฉบับนี้ไปหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ กราบขอบคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ ต้องใจเย็น ๆ นิดหนึ่งนะครับ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ด้วยความเคารพท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากรายงานของคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรนี้นะครับ ผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะว่า มันไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์นี้กับประเทศไทยนะครับ เราเคยมีองค์การฟอกหนังใช่ไหมครับ ซึ่งเป็นของรัฐบาล ก็ขาดทุนแล้วก็เจ๊งแล้วก็หยุดไปนะครับ วันนี้ก็ลอยแพให้พวกคนที่โรงงาน ที่ผลิตหนังครบวงจรก็ต่อสู้กันตามลำพัง เรามีโรงฟอกหนังอยู่ ๒๑๐ แห่ง ก็ถือว่าเยอะมาก แล้วก็มีสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนัง ๑๑๓ โรงงาน ผมก็ถือว่าประเทศไทยก็จัดอยู่ใน อันดับโลกเหมือนกันนะครับ ในโลกนี้ผมจะบอกให้ว่าเราขาดเครื่องหนังไม่ได้หรอกครับ รองเท้าผมก็เป็นหนังนะครับ เข็มขัดผมก็เป็นหนัง แต่ถ้าเป็นพลาสติกมันจะถูกใช่ไหมครับ ดังนั้นโลกนี้ขาดหนังไม่ได้ แต่ทำไมราคาหนังตกต่ำในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ เครื่องสำอางหรือว่าผลิตภัณฑ์ประดับกาย กระเป๋าหนังที่แพง ๆ ราคาเป็นล้าน ประเทศไทย ก็สามารถที่จะทำได้ ยี่ห้อต่าง ๆ ไม่ว่า แอร์เมส (Hermes) ไม่ว่ารองเท้าแบลลี (Bally) ที่คู่ เป็นหมื่นสองหมื่นนี่นะครับ เข็มขัดเส้นละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทย ท่านกรรมาธิการครับ เราจำเป็นจะต้องกลับมาให้ความช่วยเหลือและพัฒนาวงการ เครื่องหนังอย่างต่อเนื่อง อย่างไรโลกก็ต้องการครับ ของแท้ของดีต้องเป็นหนังครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเทศเราเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะนะครับ ผมอยากจะให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเรื่องของหนังเข้าสู่ระดับพรีเมียม (Premium) ระดับโลกนะครับ ที่เชียงรายของผมนะครับท่านกรรมาธิการ เอาหนังไปขายนะครับ หนังวัว หนังควาย เพราะว่าทางเหนือก็เอาไปทำหนังปอง หนังปองรู้จักไหมครับ เอากินกับน้ำเงี้ยว เพราะว่าที่เชียงรายนี้ก็ทำเป็นอุตสาหกรรมเป็นแคบหมู เหมือน ๆ แคบหมู แต่เป็นแคบวัว แคบควาย นิคมอุตสาหกรรมฟอกหนังครบวงจรนี้มันน่าจะเกิดขึ้นนะครับ ผมคิดว่าเราน่าจะ หารือกับสมาคมฟอกหนังร้อยกว่าโรงงานนี้ว่า เราน่าจะมีนิคมอุตสาหกรรมการฟอกหนัง ขึ้นมา ผมดูแล้วที่ท่านบอกว่ามันเป็นมลพิษ ถูกต่อต้านนี้นะครับ เรามาทำนิคมเกี่ยวกับหนัง ไม่ว่าหนังวัว หนังควาย หนังจระเข้ หนังตัวเงินตัวทอง หรือว่าวรนุชนี่นะครับ อันนี้ประเทศไทย ก็มีชื่อเสียงหนังนกกระจอกเทศ เหล่านี้อยากจะให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลกเลย ไปหาที่ดี ๆ รักษาสิ่งแวดล้อม ให้ระบบดูแลสิ่งแวดล้อมไอเอสโอ (ISO) ให้มันได้นะครับ แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวของโลกได้เลยนะครับ เป็นศูนย์กลางเครื่องหนังของโลกได้นะครับ ให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมนะครับว่า นิคมอุตสาหกรรมหนังของประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน เป็นเมืองหนัง เสร็จแล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ถ้าเกิดมาเที่ยว ประเทศไทยแล้วก็ไปชอป (Shop) หนังจระเข้ ไปชอป (Shop) หนังวัว หนังควาย หนังยี่ห้อ ดี ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าเราทำได้นะครับ ประเทศฝรั่งเศสนี่นะครับ ทำเครื่องหนัง เพิ่มมูลค่าได้มหาศาลเลย แพงกว่าทองคำอีกนะครับ ฉะนั้นอยากจะให้ทางกรรมาธิการ ลองคิดดูสิว่าหานิคมอุตสาหกรรมที่ดูแลสิ่งแวดล้อม แล้วก็ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จนถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปขั้นสูงสุด อย่างไรโลกก็ขาดหนังไม่ได้นะครับ ผมเสียใจนะครับที่ราคาหนังตกต่ำโดยที่รัฐบาลไม่ได้ดูแล ฉะนั้นอยากจะให้ท่านกรรมาธิการ ที่กุมขมับอยู่นะครับ ผมอยากจะให้กำลังใจท่าน แล้วก็ยินดีร่วมมือเพื่อที่จะผลักดันให้วงการ หนังสัตว์ของประเทศไทย เป็นการเพิ่มมูลค่าสูงสุดเทียบเท่ากับฝรั่งเศส เราทำได้นะครับ ผมขอให้กำลังใจจริง ๆ แล้วก็อยากจะช่วยร่วมผลักดันโรงงานฟอกหนังทั้งหลาย ผลิตภัณฑ์ ทั้งหลาย เพราะว่าในโลกนี้ยังมีอนาคต ตราบใดที่เรายังใส่รองเท้าหนังอยู่ ก็ขอให้กำลังใจนะครับ ยินดีร่วมมือ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ ชี้แจงนะครับไม่ใช่อภิปราย เหมือนญัตติวาระที่ ๑ เชิญครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากรรมาธิการชุดนี้ อนุกรรมาธิการชุดนี้ ใช้เวลาในการศึกษาสั้นมากเพียง ๖๐ วัน ประชุมแค่ ๘ ครั้ง ไม่ได้ขยายระยะเวลา จึงมีข้อสังเกตที่ได้รวบรวมเอาไว้และยังไม่ครบถ้วน ผมคิดว่าการพิจารณาในวันนี้ จึงครบถ้วนจากที่มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอเป็นข้อสังเกต ผมกราบเรียนท่านประธานว่า สำหรับราคาเนื้อของโค กระบือนั้นราคาไม่ตก เพียงแต่ว่าแกว่งตัวบ้างเป็นระยะ ๆ แต่ว่าที่ตกก็คือเฉพาะราคาหนังสัตว์ และที่ตกก็มีหลายสาเหตุ แต่ว่าสาเหตุที่สำคัญที่สุด ที่ทางกรรมาธิการเสนอและบรรจุไว้ในรายงานก็คือ การให้นำเข้าหนังโค กระบือจาก ต่างประเทศโดยไม่มีภาษีเข้ามาในประเทศไทยหลายสิบปีที่ผ่านมา และผมคิดว่าประเด็นนี้ จะเป็นประเด็นที่เมื่อเพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ รัฐบาล ต้องรับไป เพราะนอกจากจะมีรายได้เข้าประเทศจากภาษีแล้ว จะเป็นการยกระดับรายได้ ของพี่น้องเกษตรกรอีกคนละ ถ้าคิดเป็นหนังตัวหนึ่งประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ บาท และถ้าคิดเป็นรายได้ทั้งประเทศต่อ ๑ ปีจะมีการทำหนังจากวัวปีหนึ่งประมาณ ๑ ล้านหนัง ซึ่งประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นรายได้ที่ตกอยู่กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ🔗

สำหรับข้อเสนอของท่านคารม พลพรกลาง เป็นข้อเสนอที่ตรงกันกับ คณะกรรมาธิการก็คืออยากให้โรงฆ่าสัตว์ได้มาตรฐาน เพราะโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน จะมีเครื่องถลกหนัง ไม่ได้ใช้มีด หนังจะออกมาสวย และมีคุณภาพ และได้ราคาดี มีความเห็น ตรงกันกับท่านคารมอยู่ในบันทึกรายงานการประชุมเรียบร้อย อยากให้ อปท. มีโรงฆ่าสัตว์ ที่ได้มาตรฐาน🔗

สำหรับของท่านพิเชษฐ์นั้น ผมกราบเรียนว่าโรงฟอกหนังเขาอยู่กันรวมตัวกัน อยู่แล้วคล้ายนิคม เป็นนิคมกลาย ๆ แต่ว่าเราก็อยากเห็นว่าเส้นทางสุดท้ายจริง ๆ ต้องมีนิคม ที่ไม่ใช่อยู่แบบปัจจุบัน ไปอยู่อีกสักที่หนึ่ง และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของท่านพิเชษฐ์ อันนี้ทางกรรมาธิการก็เห็นด้วย แต่ว่าขณะนี้เราไม่สามารถไปสร้างนิคมที่ใหม่ได้ จึงขอให้ ทางกรรมาธิการ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุม มลพิษได้เข้าไปดู แล้วก็กำจัดสิ่งที่เป็นมลพิษที่ออกมาจากโรงฟอกหนังให้ได้มากที่สุด ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด อย่าให้ประเทศไทยถูกตราหน้าว่าเป็นประเทศรับจ้างฟอกหนัง จากต่างประเทศ เหมือนที่กำลังมีคนกล่าวหาเราอยู่ว่าเรารับจ้างฟอกหนัง เพราะหลาย ประเทศเอาหนังมาฟอกบ้านเรา เสร็จแล้วก็เอากลับไปเลยนะครับ อย่างนี้ก็คือรับจ้างฟอกหนัง ผมจึงไม่อยากให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ผมจึงขออนุญาต เพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับว่าขอได้รับข้อสังเกตจากกรรมาธิการชุดนี้ไป และเราช่วยกัน ติดตามนะครับ สภาแห่งนี้ช่วยกันติดตามว่ารัฐบาลได้ทำตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร กรรมาธิการหวังใจว่าพวกเราจะได้ทำหน้าที่ส่วนนี้ร่วมกันต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงหมดคน อภิปรายนะครับ ท่านสมาชิกครับ จากที่ได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิก ท่านอนุชา มีอะไรชี้แจงครับ เชิญครับ🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานครับ พวกเราได้ประชุมกัน มีวิทยุของ สภาผู้แทนราษฎรถ่ายทอดเสียงไปตลอด ท่านประธาน ผมไม่เคยเชื่อว่าจะมีคนฟังครับ แต่วันหนึ่งมีคนมาตามหาตัวผม เขาได้ยินผมตั้งกระทู้ถามเรื่องญัตติ เรื่องหนังพวกนี้ เขามาตามจนพบผมแล้วเขาก็ขอติดต่อนำเอกสารมาให้ผมเพื่อร้องเรียนปัญหาสิ่งแวดล้อม ในสมุทรปราการ วันที่เขามาพบผมที่สภาแห่งนี้ เขาเอาเอกสารมาลังหนึ่งครับท่านประธาน ใส่กล่องโทรทัศน์มา มันมากมายเหลือเกิน เช่น การปล่อยน้ำเสีย การถมคลองสาธารณะ อะไรสารพัดสารเพเลย นี่คือสิ่งแวดล้อมของเราที่พี่น้องสมุทรปราการเหลือทนแล้ว หาที่พึ่งไม่ได้ ได้ยินเสียงทางวิทยุว่ามี ส.ส. คนหนึ่งมาตั้งกระทู้ถามก็มาขอความช่วยเหลือ ผมก็เลยนำมาที่คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม มาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตตอบท่านคารม พลพรกลาง นะครับ ถามว่า ราคาหนังทำไมตกต่ำ ท่านประธานครับ ท่านคารมที่เคารพ รองเท้าหนังที่ท่านซื้อตลอดเวลา คู่ละ ๑,๐๐๐ บาท เคยลดมาคู่ละ ๑๐๐ บาทไหม มันไม่ได้ตกต่ำหนังก็มีราคาเหมือนเดิม แต่การที่เราไม่มีกำแพงภาษี พวกโรงงานต่าง ๆ เขาขนหนังทั่วโลกมาแล้วเขาก็ถือโอกาส กดราคาหนังไทย มันเป็นเรื่องเศร้าที่เจ้าของหนังคือเกษตรกรรายย่อยเสียงไม่ดังพอ เขาทำอะไรก็ได้ ๔๐ บาท เหลือ ๓ บาทครับท่านประธาน ทั้งโลกนี้ไม่มีหรอกสินค้าเกษตร อะไรตกต่ำขนาดนี้ จนทุกวันนี้แทบจะไม่มีพี่น้องเกษตรกรเอาหนังมาขายครับ เขาทิ้งเลยครับ มันไม่คุ้มค่าขนมา นี่คือผลประโยชน์ของเกษตรกรล้วน ๆ ท่านคารม พลพรกลาง ได้ถามถึง การดูแลการเชือด โรงงานฆ่าสัตว์ ผมนำเรียนด้วยความเคารพว่าผู้ที่เขาชำแหละสัตว์ เขามีความรู้เรื่องการชำแหละอย่างดี หนังเป็นรูไม่ได้ครับ เขาชำแหละมาคนทำเนื้อ ในประเทศไทยเขาเก่งขนาดจนว่าเครื่องก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นข้ออ้างในการ กดราคา หนังไทยมีรูบ้าง เหมือนที่ท่านองค์การเมื่อสักครู่นี้มาพูดในนี้ว่าวัวเมืองไทยเราไป ระดับโลกแล้ว แต่กลุ่มพวกนี้ก็มาพูดว่าหนังโคไม่ได้มาตรฐาน หนังโคของบ้านท่านประธาน เขาก็ให้ ๓ บาทเหมือนกันนะครับท่านประธาน ท่านประธานควรจะให้เหรียญกล้าหาญ ผมด้วยที่มาช่วยปกป้องคนบ้านท่าน ผมเป็นคนจากจังหวัดพิษณุโลก แต่มาพูดเรื่อง สิ่งแวดล้อมในสมุทรปราการนี่มันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วจะมาขอผลักดันภาษีก็เพื่อเกษตรกร ทั้งประเทศ ผมสู้ด้วยลำพังท่านประธาน จนวันนี้ถ้าเป็นมวยผมเหมือนจะพิงเชือกแล้วครับ ท่านประธาน แรงใจไม่ค่อยมี เหมือนท่านพิเชษฐ์บอกผมว่าเอามือกุมหัว ก็มันนานเกินครับ มันต่อสู้มานาน แต่ว่าผมก็ไม่หยุดยั้งผมจะเดินหน้าต่อไปนะครับท่านประธาน มันง่าย ๆ แค่ขึ้นราคา ขึ้นภาษี หรือโดยอำนาจที่ทำได้ทันทีก็ขึ้นค่าธรรมเนียมปศุสัตว์ของกรมปศุสัตว์ โดยท่านประภัตร โพธสุธน ทำได้เลยครับ ขึ้นค่าธรรมเนียมเลย ผมนำเรียนว่าถ้าหากว่า ดำเนินการเก็บภาษีจะมีเงินเข้ามาในประเทศนับหมื่นล้านก็ได้ เพราะทั้งโลกนั้นไม่มีที่ไหนให้ไปฟอกหนังแล้วครับ มีบ้านเรานี่ละ เพราะมันใกล้ทะเลครับ มันบำบัดง่ายนิดเดียวก็คือปล่อยลงทะเลเลยจบ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ถามถึงเรื่องนิคม อุตสาหกรรมหนัง ประเทศจีนทุกวันนี้เขามีเป็นเมืองหนังเลย มีอุตสาหกรรมอย่างที่ท่านคิด แต่บ้านเราไม่มี บ้านเราไม่ได้ทำนะครับ ของเขาทำครบวงจรเลย นั่นเป็นสิ่งที่ดี ถ้าคิดไปถึง เรื่องขนาดนั้น แต่ก็นำเรียนด้วยความเคารพ เบาะหนังรถบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ไปจากหนัง กระบือเมืองไทยครับ แล้วจะบอกว่าหนังเมืองไทยไม่มีคุณภาพ มันไม่จริง มันเป็นข้ออ้าง ในการกดราคาเท่านั้น แล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้หวังอะไรกับราคาหนังในประเทศ ผมหวังว่าจะให้ ขึ้นภาษีเพื่อนำเงินมาชดเชยที่รัฐบาลทุกวันนี้ลำบากอยู่ ท่านประธานครับ โรงงานฟอกหนัง ตั้งได้ที่เดียวในประเทศไทย ที่อื่นไม่มี เขาไม่ให้ตั้งหรอก เพราะมันมีมลภาวะเยอะ วันนี้ ใครจะรู้บ้างว่าโรงงานฟอกหนังใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในประเทศไทยครับ มีอยู่โรงหนึ่ง มีพนักงานเป็นพัน ๆ คน ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วนำหนังจากต่างประเทศทั่วโลกมาปั่น ในเมืองไทยแล้วก็นำกลับไป ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ใยดีหนังในประเทศเราเลย ผมหวังว่าข้อเสนอ ของคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านอนุชาก็คงจะต้องได้อภิปรายเรื่องหนังราคาตกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะยุบสภาถ้าผมดูนี่ ท่านประธานกันตวรรณจะชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตถามก่อน ได้ไหมครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธาน รอนิดหนึ่งนะครับ ท่านคารมมีอะไร🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ผมนิดเดียว ท่านประธานครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ต้องขออภัย ที่เสียมารยาทก่อนที่ท่านประธานจะลุกขึ้น เนื่องจากว่าจริง ๆ เมื่อสักครู่พูดขาดอยู่ ประเด็นเดียวครับท่านประธานสั้น ๆ คือในหน้า ๑๗ จริง ๆ เตรียมไว้จะพูดในช่วงที่ท่าน กรุณาให้เวลา แต่ว่าเพื่อประโยชน์และเติมเต็มก่อนที่ท่านประธานจะตอบด้วย ก็คือว่า ส่วนหนึ่งก็คือตรงกันที่ราคาหนังสัตว์มันตกต่ำเพราะเหตุว่านำเข้าเยอะ ท่านมีในรายงานแล้ว คือในหน้า ๑๗ ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๒ ๑๑ ปี ขาดดุลการค้าเรื่องเกี่ยวกับการซื้อหนัง ๓๗๗,๑๕๓,๔๓๓ บาท แต่ผมอ่านดูแล้วแนวทางในการแก้ไขส่วนหนึ่งคือว่าท่านต้องตั้งเป้า ที่จะลดการขาดดุล บังเอิญแนวทางท่านไม่ได้เขียนไว้ แล้วก็ไม่ได้ตั้งไทม์ไลน์ (Timeline) ไว้ ที่จะลดการนำเข้าเพื่อไม่ให้ขาดดุล ก็เลยจะขอถาม ณ ตรงนี้เพิ่มเติมก่อนที่ท่านประธาน จะได้กรุณาตอบให้สมาชิก แล้วให้ประชาชนทางบ้านได้ทราบ ก็เลยขออนุญาตถาม ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า เสนอวิธีการแก้ไขที่จะลดการขาดดุลในเรื่องนี้ไว้ ในรายงานนี้หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการตอบครับ🔗

นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ดิฉันในฐานะประธานคณะกรรมาธิการก็ขอน้อม รับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากท่านคารม พลพรกลาง นะคะ ดิฉันได้สอบถาม ทางท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ก็ทราบว่าประเด็นของท่านคารม พลพรกลาง ทางคณะกรรมาธิการยังไม่ได้มีข้อเสนอนะคะ เนื่องจากระยะเวลาในการพิจารณาของเราคือ ๖๐ วัน ทั้งนี้ข้อเสนอแนะของท่านคารม พลพรกลาง เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ ทางคณะกรรมาธิการก็จะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ประสานไปยังทางรัฐบาลนะคะ ทั้งนี้ดิฉัน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วก็ ขอขอบคุณข้อสังเกตจากผู้อภิปรายทั้ง ๔ ท่าน การแก้ไขปัญหาราคาหนังโค กระบือตกต่ำ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ หลาย ๆ ท่านพูดตรงกันว่า สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เราต้องทำตั้งแต่ต้นทางของการผลิตหนังด้วยการพัฒนาการเลี้ยงที่มี คุณภาพ มีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพในการดำเนินการ ตลอดจนการบริหารจัดการ ของอุตสาหกรรมฟอกหนังซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลัก สมาชิกหลายท่านได้เห็นด้วยกับ รายงานของคณะกรรมาธิการนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ท่านองค์การ ชัยบุตร จากพรรคก้าวไกล ท่าน ส.ส.ธีรภัทร พริ้งศุลกะ จากสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านคารม พลพรกลาง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และท่านสุดท้ายคือท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ดิฉันและคณะกรรมาธิการขอขอบพระคุณ ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ ดิฉันเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอขอบคุณ ท่าน ส.ส.อนุชา น้อยวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ผู้เสนอญัตติ เรื่อง ราคาหนังโค กระบือตกต่ำ จนทำให้ท่านสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่านได้ตระหนักถึงปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรจากการที่ภาครัฐไม่ได้มีการจัดเก็บภาษี จนเกิดผลกระทบต่อพี่น้อง เกษตรกรของเรา ดิฉันขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่าน ท่านสมาชิก ท่านอนุกรรมาธิการ ทุกท่านที่เข้ามาร่วมพิจารณาที่เป็นประโยชน์ และสามารถทำให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์🔗

สุดท้ายขอขอบคุณท่านนริศ ขำนุรักษ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และท่านเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการในการพิจารณาเรื่องนี้ และสามารถทำให้รายงาน ฉบับนี้เสร็จอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะประเด็นของท่านสมาชิกอีก ๔ ท่าน จะเป็นข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ เราหวังว่ารายงานของคณะกรรมาธิการในการพิจารณาญัตติ เรื่อง ราคาหนังโค กระบือตกต่ำครั้งนี้จะไม่จบเพียงในชั้นรายงานของคณะกรรมาธิการ เราหวังว่าภาครัฐ โดยคณะรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องจะนำรายงานฉบับนี้ไปพิจารณา โดยเฉพาะ ประเด็นในเรื่องของการจัดเก็บภาษีการนำเข้าหนังโค กระบือ และรบกวนท่านสมาชิก ทุกท่านช่วยกันติดตามการทำงานของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ของเราค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ จากที่ได้ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ซึ่งมีความเห็นไปในทิศทาง เดียวกัน คือเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ และไม่มีผู้ใดคัดค้านนะครับ ดังนั้น ผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับรายงานของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ ประกอบด้วยข้อ ๘๘ นะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ ด้วยคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงาน เพื่อให้ สภาพิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมก็จะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏตาม รายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้สมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมนะครับว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่น หรือคัดค้านข้อสังเกตตามที่คณะกรรมาธิการเสนอหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ผมถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ ก็ถือว่าเป็นการจบ การพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์โค กระบือตกต่ำ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔.๓ รายงานผลการพิจารณา ศึกษาเรื่อง ปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการคือท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ได้มีหนังสือขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุม เนื่องจากรายงานมีผลการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้านเป็นผู้นำเสนอข้อมูล ซึ่งผมพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา จึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายสมนึก จงมีวศิน นักวิชาการอิสระ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อนุกรรมาธิการ ๓. นางสาวเสาวรัจ รัตนคำฟู ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ อนุกรรมาธิการ ๔. นางสาวพรพนา ก๊วยเจริญ นักวิชาการอิสระ เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ๕. นายธิวัชร์ ดำแก้ว นักวิชาการอิสระ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ กรรมาธิการเข้าประจำที่แล้วนะครับ ขอเชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ใคร่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อนำเสนอรายงานผลการศึกษาที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว เรื่องการศึกษาปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจาก เศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก🔗

ตามที่ทางคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อคราวท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธาน คณะกรรมาธิการ ได้เสนอให้กรรมาธิการมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเราได้รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์การนำเสนอแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหา รวมทั้ง ผลกระทบที่เกิดขึ้น รวบรวมข้อมูลในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เดินทางลงพื้นที่จริง ร่วมกับคณะกรรมาธิการ เพื่อรวบรวมข้อมูล ทั้งเอกสารของทางราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสังเคราะห์และวิเคราะห์ให้เป็นผล การศึกษาในครั้งนี้🔗

บัดนี้ ผลการศึกษาได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางคณะกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการจึงขอเสนอผลการศึกษาต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเห็นชอบ ส่งต่อให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทราบและควรปฏิบัติในประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ ประเด็นปัญหาที่ดินในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนา พิเศษในภาคตะวันออก และกระบวนการการมีส่วนร่วมในการจัดการทำแผนผังการพัฒนา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก🔗

ประเด็นที่ ๒ ศักยภาพและการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อีอีซี (EEC)🔗

ประเด็นที่ ๓ การถมทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก🔗

ประเด็นที่ ๔ สถานการณ์ปัญหาการจัดการขยะ และกากอุตสาหกรรม🔗

ประเด็นที่ ๕ การพัฒนาเขตพัฒนาเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา🔗

ประเด็นที่ ๖ สำคัญครับท่านประธาน ประเด็นเรื่องสิทธิชุมชนในโครงการ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบิน และได้มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ต่อหน่วยงานและรัฐบาล สำหรับเนื้อหารายละเอียด กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธาน อนุญาตให้ คุณสมนึก จงมีวศิน อาจารย์พรพนา ก๊วยเจริญ รองศาสตราจารย์สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง อาจารย์เสาวรัจ รัตนคำฟู ซึ่งเราได้แบ่งประเด็นในการที่จะเสนอรายละเอียดต่อที่ ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ แยกเป็นราย ๆ ไป ดังนั้น ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานให้ ท่านอนุกรรมาธิการที่ผมกล่าวไปข้างต้นได้เป็นตัวแทนของกรรมาธิการ เสนอรายละเอียด ในเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการที่จะเสนอรายละเอียดก็สรุป ๆ หน่อยนะครับ เพราะว่ารายละเอียด อยู่ในรายงานที่ท่านสมาชิกทุกท่านมีอยู่แล้วนะครับ นอกเหนือจากนั้นก็ขอเชิญครับ🔗

นางสาวพรพนา ก๊วยเจริญ อนุกรรมาธิการ

กราบขอบพระคุณค่ะ เรียนท่านประธานแล้วก็สมาชิกนะคะ ดิฉัน นางสาวพรพนา ก๊วยเจริญ จะนำเสนอ ในประเด็นเรื่องที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แล้วก็ เรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนผังการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวพรพนา ก๊วยเจริญ อนุกรรมาธิการ

ขออนุญาตเริ่มต้นจาก แผนผัง ผังรวมเมืองที่ดินเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งปัจจุบันได้มีการประกาศใช้แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ซึ่งปัจจุบันได้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ว่าอยู่ในกระบวนการ จัดทำผังชุมชน ในผังเมืองของอีอีซี (EEC) ขออนุญาตเรียกย่อ ๆ ได้กำหนดขึ้นเป็น ๑๑ ประเภท โดยมีการจัดทำผังที่ดินที่เป็นประเภทที่ดินที่จัดขึ้นใหม่ เช่น กรณีเรื่องของพื้นที่ อุตสาหกรรม เป็นเขตส่งเสริมพิเศษกับเป็นเขตที่มีการทำให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเป็นปกติ อันนี้เป็นผังที่มีการจัดทำขึ้นใหม่ แล้วก็มีผังที่เรียกว่าที่ดินประเภทชุมชน ก็จะเป็นสีเหลือง ไข่ไก่ที่เห็นในหน้าจอนะคะ ใน ๑๑ ประเภทนี้ก็เป็น ๔ กลุ่มหลัก ก็คือมีทั้งที่เป็นพัฒนาเมือง ชุมชน แล้วก็เป็นพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม แล้วก็พื้นที่เกษตรกรรม แล้วก็พื้นที่ที่มีการ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะได้เห็นภาพ เรื่องของผังเมืองที่จัดทำภายใต้นโยบายของอีอีซี (EEC) จะพบว่าในการจัดทำผังเมืองรวม ของอีอีซี (EEC) มีการจัดทำผังที่มีการเปลี่ยนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน อย่างกรณี พื้นที่ของอุตสาหกรรมก็มีการเพิ่มพื้นที่ขึ้นไปประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งถ้าคิดจาก ปีฐานคือปี ๒๕๖๐ ไปถึงปี ๒๕๘๐ ซึ่งผังเมืองกำหนดไว้ ๒๐ ปีจะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่เป็นสีม่วงเข้ม แล้วก็สีม่วงจุดซึ่งเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมพิเศษแล้วก็ เป็นอุตสาหกรรมปกติ ซึ่งในบางพื้นที่ ตัวอย่างเช่น ที่ตำบลเขาดินที่อำเภอบางปะกง เดิมเป็น พื้นที่สีเขียว แล้วก็ได้มีการเปลี่ยนเป็นพื้นที่ผังเมืองที่เป็นสีม่วง ซึ่งในกระบวนการจัดทำ ผังเมือง เนื่องจากด้วยทางนโยบายของรัฐต้องการที่จะให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จึงมีกระบวนการจัดทำผังเมืองที่เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการว่าได้ขาดตกในเรื่องของ ประเด็นการมีส่วนร่วมที่สำคัญ ซึ่งกระบวนการมีส่วนร่วมนั้นได้ระบุไว้ในกฎหมายผังเมือง ด้วยนะคะ ได้แก่ในมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ แล้วก็มาตรา ๓๑ ซึ่งการที่กระบวนการมีส่วนร่วม ไม่ครบถ้วนตามกระบวนการทางกฎหมายของการจัดทำผังเมืองอีอีซี (EEC) ทำให้ประชาชน ในพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินได้เสียสิทธิ ในการที่จะยื่นคำร้องตามขั้นตอนตามกฎหมาย แล้วก็นอกจากนั้นในกระบวนการรับฟังความ คิดเห็นยังไม่ครอบคลุม แล้วก็มีกระบวนการที่มีเวทีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรับฟังความเห็น ในหลายเวทีด้วยกัน ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการก็มีข้อสังเกตว่ากระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ดิฉันได้พูดไปแล้วในประเด็นที่ ๑ นะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของผลการพิจารณา ก็คือในผังเมืองอีอีซี (EEC) ยังพบว่ามีความไม่เชื่อมโยงกับภูมินิเวศแล้วก็การตั้งถิ่นฐานของชุมชนในท้องถิ่น อย่างที่ดิฉัน ได้กล่าวไปแล้วว่ามีการเปลี่ยนประเภทที่ดินพื้นที่อุตสาหกรรมไปถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ในบางพื้นที่ เช่น บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของ เกษตรกรรม ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่าผังเมืองยังไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของการให้ความสำคัญกับภูมินิเวศ การตั้งถิ่นฐาน ซึ่งเกี่ยวโยงกับเรื่องของเศรษฐกิจของชุมชนในท้องถิ่นอย่างเพียงพอ🔗

ประเด็นที่ ๓ เนื่องจากว่าในผังเมืองได้มีข้อกำหนดไว้ ซึ่งมีข้อสังเกตจาก คณะอนุกรรมาธิการว่ามีลักษณะที่ผ่อนปรน จึงอาจให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งในเรื่องของการใช้ ที่ดินด้วย ก็คือในข้อกำหนดข้อ ๑๙ ซึ่งข้อกำหนดนี้ได้เขียนไว้ว่าโรงงานที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ ให้สามารถขยายพื้นที่การใช้ ประโยชน์ที่ดินในแปลงที่เชื่อมโยงหรือต่อเนื่องกับที่ดินแปลงที่มีการตั้งโรงงาน ซึ่งอันนี้ ทางคณะอนุกรรมาธิการก็ตั้งเป็นข้อสังเกตว่า เนื่องจากว่ามีการเปิดผ่อนปรนให้ประเภท โรงงานมากกว่าประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ มาตั้งในเขตที่เรียกว่า ชบ. หรือชุมชนชนบทได้ อย่างที่ดิฉันได้ชี้ให้เห็นที่ได้ฉายสไลด์ (Slide) ที่เรียกว่าเป็นสีเหลืองอ่อน อันนี้ก็เป็นข้อที่ อาจจะให้เกิดปัญหาเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็ทรัพยากรธรรมชาติได้ อันนี้ ก็เป็นข้อสังเกตประการที่ ๓ ที่เกี่ยวกับเรื่องผังเมือง ฉะนั้นทางคณะอนุกรรมาธิการจึงมี ข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ดังนี้🔗

ประการแรก มีข้อสังเกตว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองควรร่วมกับ สกพอ. ให้พิจารณาทบทวนแผนผังการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ ที่ดิน🔗

ประการที่ ๒ กรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับ สกพอ. ควรจัดให้มีการ รับฟังความเห็นต่อแผนผังการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออกฉบับที่มีผลบังคับใช้นี้🔗

ประการที่ ๓ กรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับ สกพอ. ควรจัดให้มีการ เผยแพร่ข้อมูลการจัดทำแผนผังการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและผลการรับฟังความเห็น🔗

ประการสุดท้าย ประการที่ ๔ สกพอ. ควรพิจารณาดำเนินการจัดทำรายงาน ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) และพิจารณากำหนดหลักการ ชดเชยเยียวยาที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของกองทุนพัฒนา อีอีซี (EEC) ในการ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางลบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก บนหลักการ ความเสมอภาค เท่าเทียม มีส่วนร่วม เป็นไปตามราคาตลาด ขอขอบพระคุณ ขอเรียนเชิญ ทางท่านอนุกรรมาธิการนำเสนอในหัวข้อต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายสมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ผม สมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ หัวข้อที่ผมจะพูดถึงก็คือผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ประเด็นทรัพยากรน้ำ สถานการณ์ความต้องการใช้น้ำในปัจจุบัน อนาคต และศักยภาพ ด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ในภาพแรก จะเป็นภาพเรื่องของการใช้น้ำตามแผนอีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นไปตามผังเมืองรวมอีอีซี (EEC) ที่ทางคุณพรพนาได้พูดเอาไว้ ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๘๐ ซึ่งจะมีการใช้น้ำที่มากที่สุดอยู่ใน จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง ตัวเลขที่สูงที่สุดคือระยอง อยู่ที่ประมาณ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ชลบุรีอยู่ที่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่น้อยที่สุดจะเป็นฉะเชิงเทราที่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ นี่คือระยะ ๒๐ ปี นั่นหมายความว่า น้ำตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๘๐ จะมีการใช้เพิ่มขึ้นจาก ๒,๔๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ไปเป็น ๓,๐๘๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งตรงนี้จะทำให้ปัจจุบันนี้ ในปี ๒๕๖๐ ที่มีการคิดคำนวณน้ำ น้ำในอีอีซี (EEC) ก็มีไม่เพียงพออยู่แล้ว คือจังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ไม่เพียงพออย่างไร สไลด์ (Slide) ตัวนี้จะบอกชัดเจน ว่าน้ำใน อีอีซี (EEC) โดยเฉพาะในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรีสไลด์ (Slide) นี้จะต้องเอาน้ำจาก แหล่งน้ำอื่นมาด้วย เช่น แหล่งน้ำจากจังหวัดจันทบุรี หรือจะต้องมีการสร้างแหล่งน้ำใหม่ใน จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อมาป้อนให้กับโครงการอีอีซี (EEC) ดังนั้นจาก ๒ สไลด์ (Slide) นี้ซึ่งมาจากหลายสไลด์ (Slide) มากมาย อันนี้จะเป็นรายงานจากสำนักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งจ้างบริษัทที่ปรึกษาเก็บข้อมูล ก็ได้ผลการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งมีข้อคิดเห็นต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของทางภาคตะวันออก และอีอีซี (EEC) ไว้ดังนี้🔗

๑. ปัญหาความไม่สมดุลของปริมาณน้ำระหว่างฤดูฝน เนื่องจากฝนตก ก็ตกหนักมากนะครับ แล้วก็ตกชายทะเลไม่ได้ตกที่แหล่งต้นน้ำตามบริเวณอ่างเก็บน้ำหรือ แหล่งน้ำใหม่ ๆ ที่ทางอีอีซี (EEC) เข้าไปสร้างเพิ่มขึ้น ๒. ก็คือมีปัญหาน้ำท่วม ๓. มีปัญหา น้ำแล้ง ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมแล้วก็ ภาคอุตสาหกรรม ตอนนี้มาในช่วง โควิด (COVID) ก็มีผลกระทบต่อภาคอุปโภค บริโภคด้วยนะครับ🔗

ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาคุณภาพน้ำ และการรุกของน้ำเค็มจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า จากความต้องการที่ใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น สมัยก่อนทางด้านของลุ่มน้ำบางปะกงซึ่งเป็นน้ำที่ เอามาใช้ในอีอีซี (EEC) จะผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่สามารถผันได้แล้วเพราะว่าน้ำเค็มรุกตัว แล้วทีนี้น้ำเค็มก็รุกตัวที่แม่น้ำ บางปะกงด้วยนะครับ ก็จะมีผลต่อการพัฒนาโครงการอีอีซี (EEC) ทางด้านศักยภาพด้านน้ำ🔗

แล้วก็สุดท้ายที่เป็นผลการพิจารณาก็คือ ปัญหาการจัดหาแหล่งน้ำ ทั้งใน และนอกพื้นที่อีอีซี (EEC) ที่ผมเล่าให้ฟังคือจังหวัดจันทบุรี เป็นต้น จากความต้องการใช้น้ำที่ เพิ่มขึ้นในพื้นที่อีอีซี (EEC) ทำให้ต้องมีการจัดสร้างแหล่งน้ำนอกพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตอนนี้ ก็มีไปมองที่จังหวัดสระแก้วด้วย แล้วก็ไปมองที่จังหวัดปราจีนบุรีด้วยนะครับ เพื่อผันน้ำมาใช้ ในพื้นที่อีอีซี (EEC) อาจนำไปสู่ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็นำไปสู่แล้วนะครับ ความขัดแย้งในการใช้น้ำ ที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี🔗

สไลด์ (Slide) หน้าถัดไปครับ เป็นข้อสังเกตนะครับต่อกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ สทนช. และหน่วยงานที่ทั้ง ๒ หน่วยงานทำงานร่วมด้วย ซึ่งมีทั้งหมด ๔ ข้อด้วยกันนะครับ🔗

ข้อที่ ๑ การจัดสรรน้ำให้กับภาคเกษตรกรรม ต้องจัดสรรอย่างเป็นธรรม และเพียงพอก่อนผันน้ำไปยังพื้นที่อีอีซี (EEC) กรณีนี้ชัดเจนก็คือ ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี มีการผันน้ำไปที่อีอีซี (EEC) มากกว่าที่เอาไว้ใช้ในพื้นที่ บางปีในพื้นที่มีน้ำใช้ เพียงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนผันไปยังอีอีซี (EEC) คือจังหวัดระยองประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ🔗

๑.๑ กรณีอ่างเก็บน้ำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีความสำคัญ อยู่ทั้งหมด ๔ อ่างเก็บน้ำด้วยกันในจังหวัดจันทบุรี ของอำเภอแก่งหางแมว จะต้องมีการสร้าง ระบบการกระจาย และแบ่งปันน้ำให้กับเกษตรกรอย่างเป็นธรรมก่อนจึงกระจายน้ำสู่พื้นที่ อีอีซี (EEC) ได้🔗

๑.๒ กรณีของอ่างเก็บน้ำที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว เช่น อ่างเก็บน้ำประแกด ตอนนี้เก็บน้ำอยู่ แล้วก็เป็นแหล่งจ่ายน้ำที่สำคัญของจันทบุรีให้กับอีอีซี (EEC) จะต้องมีการ ช่วยเหลือประชาชนให้มีส่วนร่วมในการออกแบบระบบผันน้ำ ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำมายัง พื้นที่เกษตรกรรม กระจายน้ำให้กับเกษตรกรทุกตำบลในพื้นที่🔗

๑.๓ กรณีโครงการที่อยู่ระหว่างการออกแบบการก่อสร้าง ตอนนี้ก็มีโครงการ ล่าสุดก็คือโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ตัวนี้จะต้องมีการเร่งออกแบบระบบการกระจายน้ำให้กับเกษตรกรอย่างเป็นธรรม🔗

๑.๔ คือการวางระบบการกระจายน้ำรองรับความต้องการของน้ำภาค เกษตรกรรมในอนาคตด้วย อาทิเช่น จังหวัดจันทบุรีตอนนี้ก็มีเรื่องของการปลูกทุเรียน เป็นผลไม้ส่งออก แล้วก็มีการปลูกพืชสมุนไพร โดยเฉพาะช่วงโควิด (COVID) ก็เป็นเรื่องของ ฟ้าทะลายโจร แล้วก็สมุนไพรที่เข้ามาเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาฟ้าทะลายโจร เป็นต้น🔗

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ เป็นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพชลประทานในภาค เกษตรกรรม หาวิธีการลดการสูญเสียน้ำจากแหล่งน้ำถึงแปลงเกษตร ซึ่งวิธีการต่อท่อผันน้ำ ไปก็เป็นวิธีหนึ่งในการลดความร้อนที่จะทำให้น้ำระเหยไปนะครับ🔗

ข้อที่ ๓ การบริหารจัดการด้านอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม เช่น การส่งเสริม การใช้น้ำในลักษณะที่ไม่มีการระบายน้ำเสียออก ที่เราเรียกว่า ซีโร ดิสชาร์จ (Zero discharge) คือมีการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ทางด้านของ กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจะต้องบริหารจัดการผ่าน พ.ร.บ. ผ่านประกาศ ผ่านกฎหมาย แล้วก็การรณรงค์ต่าง ๆ ร่วมกับทางภาคเอกชนนะครับ🔗

ข้อสุดท้ายเป็นเรื่องของภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องช่วยกันเพิ่มการมีบ่อสำรอง น้ำของตนเอง โดยการสนับสนุนของกรมชลประทาน แล้วก็สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการ ๓ อาร์ (3R) ได้แก่ รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) หรือ รีไซเคิล (Recycle) ก็คือการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้น้ำลง และใช้น้ำอย่างไรให้มี ประสิทธิภาพที่สุดครับ เพราะตอนนี้น้ำก็มีเพียงพอแล้วครับ สำหรับผมก็มีเท่านี้นะครับ ต่อไปจะเป็นการนำเสนอโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สมปรารถนาครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง อนุกรรมาธิการ

ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ เรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านค่ะ ดิฉัน สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง อนุกรรมาธิการค่ะ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง อนุกรรมาธิการ

ประเด็นที่จะ มานำเสนอในหัวข้อนี้จะเป็นเรื่องของการถมทะเลในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ หนึ่งในองค์ประกอบของเขตอีอีซี (EEC) นี้ ก็จะมีในเรื่องของการถมทะเลตามที่เราเห็นใน ภาพจะมีการถมทะเลอยู่ใน ๒ ลักษณะนะคะ🔗

อันแรกที่เราเห็นในภาพก็จะเป็นเรื่องของท่าเรือแหลมฉบังในเฟส (Phase) ที่ ๓ นะคะ จริง ๆ แล้วท่าเรือแหลมฉบังมีอยู่แล้ว ๒ เฟส (Phase) ก็คือเฟส (Phase) แรก กับเฟส (Phase) ที่ ๒ เนื่องจากว่ามีโครงการอีอีซี (EEC) เราก็ต้องขยายเพิ่มอีกในเฟส (Phase) ที่ ๓ เนื่องจากว่าเฟส (Phase) ที่ ๑ และเฟส (Phase) ที่ ๒ นั้นรองรับได้ไม่เต็มที่ ในแผนผังอันนี้ทางด้านซ้ายมือจะเป็นแผนที่ทางภาครัฐเป็นคนกำหนด ส่วนทางด้านขวามือ จะเป็นของที่ประชาชนอยากจะให้ถมลักษณะแบบนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้ง ๒ อันตอนนี้ก็ยังไม่ได้ เลือกว่าจะเป็นในแนวทางไหนนะคะ โดยน้ำที่ลึกที่สุดที่โครงการนี้จะถมลงไปลึกอยู่ที่ ๑๕ เมตรนะคะ แล้วก็ยื่นยาวออกไป ถ้าหากว่าเราดูจากแผนผังอันเดิม ก็คือจะอยู่ที่ความยาว ประมาณ ๒.๓๑ กิโลเมตร ที่ยื่นยาวออกไปจากชายฝั่งประเด็นมีดังต่อไปนี้นะคะ เนื่องจากว่าเป็นการถมทะเล เพราะฉะนั้นมันมีลักษณะของการที่เราเอาที่ดิน เอาดินหรือว่า ทรายลงไปถมบนพื้นที่ที่มันเวิ้งว้างเป็นทะเลนะคะ ซึ่งทำให้มันเป็นผลต่อกายภาพ การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณนั้นนะคะ จากรายงานทั้งหมดจะพบว่า เรามีการวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณอ่าวบางละมุงถึงอ่าวนาเกลือยังครอบคลุมไม่เพียงพอ นั่นก็คือว่าจริง ๆ แล้วบริเวณนี้มันยาวกว่า ๙ กิโลเมตร แต่ว่าจากการศึกษาของผลกระทบ จากการที่เราจะถมทะเลพบว่าครอบคลุมเพียงไม่ถึง ๒ กิโลเมตรนะคะ ก็พบว่ายังครอบคลุม การเปลี่ยนแปลงธรณีสัณฐานยังไม่เพียงพอ แล้วก็ยังไม่อาจแน่ใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น ณ ตอนนี้นั้นเป็นผลสืบเนื่องจากการถมทะเลในระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ซึ่งจบไปนานแล้ว หรือไม่ เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลต่อไปว่า แล้วการถมทะเลในระยะที่ ๓ ที่กำลัง จะเกิดขึ้นจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณนั้นหรือเปล่านะคะ ประเด็นที่ ๓ ก็คือ การประเมินทางด้านเศรษฐศาสตร์ของผลกระทบในระยะที่ ๓ พบว่าไม่ครอบคลุมที่ดินทำกิน ของประชาชนที่หายไปกว่า ๑,๖๐๐ ไร่ รวมถึงชายหาดที่จะหายไปกว่า ๗๐๐ เมตรนะคะ🔗

อันที่ ๒ มีการถมทะเล ๓,๐๐๐ ไร่ของนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งก็จะมีพื้นที่อัลเทอเนทีฟ (Alternative) ของเขาอยู่ใน ๔ พื้นที่นะคะ สีแดง สีเหลือง สีส้ม แล้วก็สีเทา จะพบว่าก็เป็นการถมลงไปในทะเลอีกเช่นกัน ก็แน่นอนค่ะว่าในเมื่อมีการถมลงไป ในทะเลมันคือการเปลี่ยนแปลงการเดินทางของกระแสน้ำ ตะกอน และคลื่น เพราะฉะนั้น ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง แล้วก็กระบวนการทางสมุทรศาสตร์บริเวณนั้นอย่างมาก ทั้งใน ๔ พื้นที่นี้ โดยพื้นที่ที่เห็นพื้นที่ที่ ๒ ดูจะเป็นพื้นที่ที่กินอาณาบริเวณค่อนข้างเยอะ และพื้นที่ที่ ๔ ที่อยู่ทางด้านหน้าท่าเรือ ซึ่งตรงนั้นก็จะเป็นที่ของการทิ้งตะกอนนะคะ🔗

ผลการพิจารณาในเรื่องของการถมทะเล ๓,๐๐๐ ไร่นี้มีทั้งหมด ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกก็คือว่า ยังไม่มีการศึกษาในเรื่องของเอสอีเอ (SEA) ในพื้นที่ โดยรวมก่อนที่จะตัดสินใจ จริง ๆ ต้องมีการศึกษาเอสอีเอ (SEA) ก่อนหรือเปล่า ก่อนที่จะมี การทำไออีอี (IEE) นะคะ🔗

ประเด็นถัดมาก็คือว่า ต้องให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนด โดยที่บริเวณนี้มีธรรมนูญชุมชนของอ่าวอุดมอยู่ เพราะฉะนั้นมันต้องเกิดจากการคิด แล้วก็ออกแบบร่วมกันนะคะ🔗

ประเด็นถัดมาก็คือ การศึกษานี้จริง ๆ แล้วอย่างที่เราเห็นว่ามีการถมลงไป ในทะเล แต่ว่าจริง ๆ แล้วพื้นที่บนบกยังคงพอเหลือที่จะสามารถพัฒนาได้ เพราะฉะนั้น จริง ๆ ควรจะพยายามเลือกในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่บก เพื่อให้มีการรบกวนกระบวนการ ทางธรรมชาติให้น้อยที่สุดนะคะ🔗

อันนั้นเป็นผลการศึกษา ต่อมาเป็นข้อสังเกตใน ๖ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกก็คือว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทยควรจัดกระบวนการแก้ไข ปัญหาการดำเนินการพัฒนาท่าเรือที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่มีผลกระทบต่อชุมชนซึ่งตอนนี้ก็ยังค้างคา กันอยู่ในเรื่องของผลกระทบที่มีต่อชุมชน🔗

ประเด็นถัดมาก็คือ การท่าเรือแห่งประเทศไทยควรสั่งให้ท่าเรือแหลมฉบัง กลับไปศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วก็สุขภาพอีเอชไอเอ (EHIA) ของท่าเรือ น้ำลึกแหลมฉบังระยะที่ ๓ เพิ่มเติมใน ๓ ประเด็น อันที่ ๑ ก็คือ การพังทลายของชายฝั่ง ในโครงการที่ ๑ และ ๒ ที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้น อยากให้มีการศึกษาเรื่องผลกระทบของท่าเรือ เดิมก่อนนะคะ รวมถึงท่าเรือที่จะเกิดใหม่ที่ว่าจะมีผลกระทบอย่างไร ผลกระทบต่อชายฝั่ง บางละมุงทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วกินระยะทาง ๙ กิโลเมตรกว่า ๆ แต่ว่าจากรายงานนั้น มีการศึกษารายละเอียดเพียง ๑.๗ กิโลเมตรเท่านั้นเองนะคะ แล้วก็มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ ที่หายไปของชายฝั่ง ของประมงถึง ๑,๖๐๐ ไร่🔗

ประเด็นที่ ๓ การท่าเรือควรดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องของการชดเชยด้วย แล้วก็ผลกระทบอย่างเร่งด่วนก็คือ ควรจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แก้ไข ปัญหาเรื่องของค่าชดเชยระยะที่ ๑ ซึ่งยืดเยื้อยาวนานมา ประเด็นที่ ๒ ควรมีมาตรการลด ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างที่ชี้แจงให้ทราบว่า เป็นโครงการใหญ่ มีการ ถมทะเลลงไป เพราะฉะนั้นแน่ใจได้เลยว่าจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นที่บริเวณนั้น ซึ่งเป็นชุมชนประมง เป็นพื้นที่ทำมาหากินของประชาชน🔗

ประเด็นที่ ๔ การนิคมอุตสาหกรรมควรประเมินเอสอีเอ (SEA) ก่อน ก่อนที่ จะตัดสินใจในการที่จะทำไออีอี (IEE)🔗

ประเด็นที่ ๕ การศึกษาเอสอีเอ (SEA) ตามข้อสักครู่ที่พูดมา การนิคม อุตสาหกรรมควรให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เป็นกระบวนการ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หรือว่าเรียกว่าเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายนั้นเอง🔗

และประเด็นสุดท้ายในการศึกษาเอสอีเอ (SEA) ตามข้อที่ ๔ ที่กล่าวไป การนิคมควรพยายามเลือกใช้พื้นที่บนบกที่ยังพอเหลืออยู่ให้ได้มากที่สุดก่อนที่ตัดสินใจลงไป ใช้พื้นที่ที่อยู่ในทะเล ก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ ต่อไปขอเป็นอาจารย์สมนึกต่อเลย ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ อาจารย์สมนึก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ

กราบเรียนประธานครับ ผม สมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ ผมจะมาพูดต่อในหัวข้อผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ด้านสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ขยะ และกากอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมีแผนภาพประกอบ ๓ ภาพ🔗

ภาพแรกที่อยู่บนจอภาพก็จะให้เห็นภาพว่าขยะมูลฝอย ณ ปี ๒๕๕๙ ของ ๓ จังหวัดภาคตะวันออกคือฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองนำไปรีไซเคิล (Recycle) ได้กี่เปอร์เซ็นต์ กำจัดถูกต้องกี่เปอร์เซ็นต์ กำจัดไม่ถูกต้องกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วปริมาณขยะ ที่ไม่มีการเก็บขนกี่เปอร์เซ็นต์ ก็จะเห็นว่าปริมาณปัญหาขยะที่ไม่เก็บขน กำจัดไม่ถูก รีไซเคิล (Recycle) ไม่ได้ พวกนี้มีจำนวนอยู่ค่อนข้างเยอะ🔗

ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไป อันนี้จะเป็นแผนภาพให้เห็นว่า ถ้าอีอีซี (EEC) มีการเติบโตจากปี ๒๕๖๐ ไปปี ๒๕๘๐ สถานการณ์ขยะมูลฝอยจะเป็นอย่างไร ก็จะมี แนวโน้มที่เพิ่มขึ้น อย่างเป็นลักษณะเรียกว่า เพิ่มทะยานขึ้นไปตามเส้นบน ซึ่งแนวโน้มจะเห็น ได้ชัดว่า ถ้าเราไม่มีระบบการจัดการขยะที่ดี ขยะพวกนี้ก็จะเป็นขยะกำจัดไม่ถูกต้อง หรือขยะที่ไม่มีการเก็บขนในอนาคต🔗

ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปครับ ส่วนอันนี้เป็นขยะอีกกลุ่มหนึ่ง ก็คือขยะ กากอุตสาหกรรม ก็คือขยะโรงงานนั่นเอง เป็นขยะที่มีการเก็บตัวเลข ณ ปี ๒๕๕๙ ในจังหวัด ระยอง ชลบุรี แล้วก็ฉะเชิงเทรา ซึ่งก็มีปริมาณอยู่สูงมาก แล้วในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าก็จะเป็น ลักษณะเดียวกับขยะกากอุตสาหกรรม ซึ่งกากอุตสาหกรรมก็แบ่งเป็น ๒ ชนิด ทั้งกาก อุตสาหกรรมอันตราย แล้วก็ไม่อันตราย ทั้ง ๒ ชนิดตอนนี้ก็ยังหาวิธีการกำจัดได้อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน🔗

สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ผลการพิจารณาจะมีทั้งหมดด้วยกัน ๓ ข้อ🔗

ข้อแรกผลกระทบที่มีอยู่เดิม อย่างที่ผมเล่าให้ฟัง ทั้งขยะที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ ขยะชุมชน ขยะกากอุตสาหกรรมอันตรายและไม่อันตราย รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมสะสม ต่าง ๆ ก่อนและหลังการพัฒนาอีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นเรื่องของคุณภาพสิ่งแวดล้อมเกินค่า มาตรฐาน การจัดการของเสียทุกประเภทจากภาคชุมชนและอุตสาหกรรม ขาดการจัดการ ตามหลักวิชาการครับ จะเห็นได้ว่าตัวเลขการกำจัดขยะไม่ถูกต้องตามกราฟที่ผมให้ดู มีค่อนข้างเยอะ ยังไม่มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ คล้ายกับอาจารย์ สมปรารถนาที่พูดถึงเรื่องท่าเรือ เรื่องของการขยายตัวของอุตสาหกรรมก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีการประเมินศักยภาพทางด้านของพื้นที่ แม้กระทั่งจะตั้งชุมชนหรือเมืองใหม่เอง ก็ต้องมีการประเมินเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีการบังคับใช้ออกมาเป็นกฎหมาย เป็นลักษณะอาสาให้ทำหรือไม่ทำ ถัดไป ก็คือไม่มีการศึกษาและกำหนดศักยภาพของการรองรับมลพิษทางอากาศของพื้นที่ เรื่องนี้ ไม่เพียงแต่เฉพาะมีเรื่องของกากอุตสาหกรรม เรื่องขยะมูลฝอยอย่างเดียว แต่สิ่งที่เขาไป กำจัดมีการเผาด้วย แล้วตัวโรงงานเองมีหลายโรงที่จำเป็นจะต้องใช้ระบบความร้อน ก็จะมี กากที่เป็นลักษณะของเสียออกมาเป็นมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เรื่องของสารอันตรายต่าง ๆ ที่ลอยออกจากปล่อง ที่เราเรียกว่า แฟลร์ (Flare) จากโรงงาน ซึ่งตอนนี้ได้มีการศึกษาศักยภาพของทั้ง ๓ จังหวัด อีอีซี (EEC) ว่าสามารถแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ก็คือสามารถรองรับได้ไหม ยกตัวอย่างเช่น บริเวณของแหลมฉบัง ของมาบตาพุด ของนิคมเอกชนต่าง ๆ เป็นต้น🔗

ข้อที่ ๒ ผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนาใหม่ โดยยังขาดการศึกษาเอสอีเอ (SEA) ที่ผมว่านี้นะครับ และการศึกษา และการกำหนดศักยภาพการรองรับมลพิษทาง อากาศของพื้นที่ที่ผมบอกไว้ว่า ตอนนี้มันเกินหรือยังไม่เกินไม่มีใครทราบนะครับ แต่กลับ มีการกำหนดประเภทกิจการเป้าหมายไปแล้วนะครับ ซึ่งปัจจุบันอีอีซี (EEC) กำหนดกิจการ เป้าหมายไปแล้ว ๑๒ ประเภทกิจการนะครับ🔗

และเรื่องสุดท้ายคือการควบคุมตรวจสอบและการฟื้นฟูแก้ไขปัญหา หน่วยงานรัฐ ยังมีเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ ระบบการทำงานและงบประมาณที่ไม่เพียงพอนะครับ ขาดศักยภาพที่จะติดตามตรวจสอบและขาดแคลนกำลังเจ้าหน้าที่ แม้ว่าเราจะมีคำสั่ง คสช. ตั้งอีอีซี (EEC) ขึ้นมานะครับ มีสำนักงานอีอีซี (EEC) มีคณะกรรมการ สกพอ. คือ คณะกรรมการนโยบายอีอีซี (EEC) แต่ในภาคปฏิบัติเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่ทำงานในพื้นที่ก็มี ไม่เพียงพอกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ🔗

ต่อไปเป็นสไลด์ (Slide) ข้อสังเกตนะครับ ข้อสังเกตจะมีทั้งหมด ๖ ข้อ ๒ หน้า🔗

หน้าแรก ข้อที่ ๑ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกหรือ สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการ ขึ้นมา ๑ คณะ เพื่อศึกษาปัญหาขยะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งตรงนี้ถ้าหากทางด้านของตัวอนุนี้ ทาง สกพอ. ไม่สามารถตั้งได้ ก็อาจจะย้อนกลับมาทาง กรรมาธิการที่ทางผมเป็นอนุอยู่นี้นะครับ กรรมาธิการการที่ดินตั้งได้เช่นเดียวกันนะครับ🔗

ข้อที่ ๒ กรมควบคุมมลพิษจะต้องผลักดันให้มีการออกพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ ที่รู้จักกันดีในชื่อของพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ ซึ่งย่อมาจากพอลลูแทนต์ รีลีส แอนด์ ทรานสเฟอร์ รีจิสเตอร์ (Pollutant Release and Transfer Register) ถ้าแปลเป็นไทยก็คือว่า เป็นการสร้างกฎหมายกลาง ในการรายงานในการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรมนะครับ ตั้งแต่ต้นทางในกระบวนการผลิตจนไปถึงกระบวนการปลายทางที่เป็นเอาต์พุต (Output) และเวสต์ (Waste) ก็คือกากของเสียต่าง ๆ🔗

และข้อที่ ๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรพิจารณา ทบทวนประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำหนดกิจการ ที่จะต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ (EHIA) นะครับ ให้รวมโรงไฟฟ้าขยะทุกชนิดทุกขนาด และพิจารณาปรับปรุงกฎหมายการฟื้นฟูเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษในสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่าเมื่อประมาณปี ๒๕๕๘ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการยกเลิกการทำเรื่องอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) กับโรงไฟฟ้า โดยให้มีการทำโค้ด ออฟ แพร็กทิซ (Code of Practice) แทน ซึ่งมันไม่สามารถทัดเทียมได้กับการทำอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) นะครับ ดังนั้น การที่จะตั้งโรงไฟฟ้านี้ กระบวนการในการศึกษาเรื่องอีเอชไอเอ (EHIA) จึงสำคัญที่สุดครับ🔗

ข้อที่ ๔ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กรมโรงงาน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมควบคุมมลพิษ จะต้องร่วมกัน ปรับปรุงและแก้ไขมาตรการกำกับดูแลอุตสาหกรรมรีไซเคิล (Recycle) อย่างเข้มงวด เพราะตอนนี้มีการอ้างคำว่า เซอคูลาร์ อีโคโนมี (Circular Economy) หรือเศรษฐกิจ หมุนเวียน โดยการนำเอาขยะมาแปลงเป็นสินค้า ซึ่งไม่คุ้มต้นทุนครับ เพราะว่าต้นทุน ที่เขาไม่ได้คิดคือต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม สิ่งที่มันเกิดจากกระบวนการในการรีไซเคิล (Recycle) เป็นอันตรายมาก และมีการลักลอบทิ้งทั้งในบริเวณแผ่นดิน มีการเผาลอยไป ในอากาศ และไปทิ้งยังแหล่งน้ำต่าง ๆ นะครับ มีการไปซ่อนตามอ่างเก็บน้ำด้วย ซึ่งอันนี้ ก็จะเป็นพิษภัยต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบนะครับ อันนี้รวมถึงกิจการที่ก่อมลพิษ สูง ๆ อื่น ๆ ด้วยนะครับ และจะต้องร่วมกันสร้างมาตรการที่เข้มแข็งในการปกป้อง สิ่งแวดล้อมจากธุรกิจการค้าของเสียและของเสียอันตรายนะครับ🔗

ข้อที่ ๕ กระทรวงอุตสาหกรรมและกรมศุลกากรควรพิจารณาปรับปรุง พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ของการกำกับดูแลของเสียอันตราย และควรเร่งประกาศรายชื่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ห้ามนำเข้า ในขณะตอนที่เป็นอนุชุดนี้นะครับ ตอนนั้นยังไม่มีประกาศรายการนะครับ ปัจจุบันมีการประกาศเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามนำเข้าประมาณ ๔๗๐ กว่ารายการนะครับ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด และยังมี การปล่อยให้มีการนำเข้าพวกขยะที่เป็นพลาสติกนะครับ โดยใช้วาทกรรมเรื่องของ เศรษฐกิจหมุนเวียนแปลงขยะให้เป็นสินค้า ซึ่งตรงนี้มีปัญหามากนะครับ ฉะนั้นเราไม่ควร จะนำเข้าอีกเลยนะครับ เพราะว่าการนำเข้ามานี้เราพูดถึงขยะในประเทศเรื่องกากต่าง ๆ เราก็ไม่สามารถที่มีศักยภาพในการกำจัด ถ้ามีขยะนำเข้ามาอีกมันจะเป็นความเดือดร้อน อย่างใหญ่หลวงมาก ซึ่งจากตัวเลขที่มีการเก็บในครั้งที่เราทำอนุกรรมาธิการนี้พบว่า สัดส่วน การนำเข้ามานี้สูงขึ้นมามากหลังจากที่จีนปิดประเทศในการนำเข้าขยะจากทั่วโลก คือ ๗,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปนะครับ🔗

ข้อที่ ๖ รัฐบาลควรให้สัตยาบันต่อภาคแก้ไขของอนุสัญญาบาเซล (Basel) ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้เซ็นเฉพาะอนุสัญญาบาเซล (Basel) ยังไม่ได้เซ็นภาคแก้ไขนะครับ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าบาเซล แบน อะเมนด์เมนต์ (Basel Ban Amendment) ในการควบคุม การนำเข้าของเสียและผลิตภัณฑ์ใช้แล้ว ถ้าเราเซ็นตัวนี้หลาย ๆ เรื่องที่เราตกลงในเรื่องของ การค้าทวิภาคีหรือพหุภาคี ก็สามารถที่จะบังคับใช้ไม่ให้เขานำขยะกลายเป็นสินค้าส่งกลับมา ให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะของโลกได้ครับ ของผมก็มีประมาณเท่านี้ครับ ส่วนเรื่อง ต่อไปจะเป็นการนำเสนอโดยอาจารย์เสาวรัจ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอาจารย์เสาวรัจครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวเสาวรัจ รัตนคำฟู อนุกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ในส่วนดิฉันจะขออนุญาตนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เขตพัฒนาเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ จะมีทั้งหมด ๘ ข้อ🔗

ข้อแรก ก็คือการอ้างถึงผลประโยชน์ที่จะตกแก่แรงงานในพื้นที่จากการจ้าง งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการมีการอ้างว่า โครงการนี้ จะทำให้เกิดการจ้างงานถึง ๑๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ซึ่งเราก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วอัตราการ ว่างงานในจังหวัดสงขลาและจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงในภาคใต้ยังอยู่ในระดับต่ำ อยู่ที่ประมาณ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดการสร้างงาน ในพื้นที่เพิ่มขึ้น หรือเป็นการทดแทนงานที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้งานที่เพิ่มขึ้นก็ไม่แน่ใจว่า จะส่งผลประโยชน์ต่อแรงงานในพื้นที่ เนื่องจากว่ามันไม่ได้มีการแสดงถึงข้อมูลความต้องการ ของแรงงานของแต่ละอุตสาหกรรม และที่สำคัญก็คืออุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นอุตสาหกรรมหนัก เช่นการสร้างหัวรถจักรหรือว่าการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนเข้มข้น หรือว่าแคปพิทอลอินเทนซีฟ (Capital- intensive) เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการแรงงานจำนวนมาก🔗

ข้อสังเกตประการที่ ๒ ก็คือการวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนรวม ในรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ พบว่าไม่ได้มีการประเมินมูลค่ารายได้ที่รัฐ จะสูญเสียและค่าเสียโอกาสจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ หรืออาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญก็คือว่า รายงานไม่ได้มีการบ่งบอกถึงเหตุผลหรือหลักฐานสนับสนุนเพียงพอว่า โครงการจะมีส่วนช่วยในการทำให้ช่วยแก้ปัญหายากจน และความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ได้อย่างไร และไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่ทำให้สามารถสรุปได้ว่าโครงการจะมีส่วนพัฒนา สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น🔗

ข้อสังเกตประการที่ ๓ เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และเหตุผลการขอรับการสนับสนุนจากบีโอไอ (BOI) จากการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องต้นทุน การเงินและค่าเสียโอกาสในการลงทุนโครงการ พบว่าในรายงานจริง ๆ แล้วยังไม่สามารถ สรุปได้ว่าโครงการจะไม่สำเร็จหากว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ (BOI) แล้วก็ไม่ได้มี ความแน่ชัดว่าการให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการนี้จะมีความคุ้มค่าต่อส่วนรวม เนื่องจากว่า โครงการไม่ได้ประเมินมูลค่ารายได้ที่รัฐจะสูญเสียไปหากให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการ รวมถึง ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ยกตัวอย่างเช่น การทำให้ เกิดผลกระทบทางลบต่อชาวประมงหรือว่าเกษตร🔗

ข้อสังเกตประการที่ ๔ ในรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ได้ระบุว่า เขตพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และต่อเนื่องกับพื้นที่ ๔ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยังไม่มีเขตพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะสามารถรองรับแรงงานในพื้นที่ ที่มีอยู่จำนวนมาก อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงสงขลามีนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ๒ แห่ง แล้วก็จะมีนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วย คือแห่งที่ ๓ และพบว่าในปัจจุบันก็ยังมี พื้นที่ที่ว่างอยู่นับพันไร่ ประกอบกับการที่พื้นที่นี้มีอัตราการว่างงานที่ต่ำ เพราะฉะนั้น ทำให้เกิดเป็นคำถามสำคัญว่า อะไรคือเหตุผลทางเศรษฐกิจในการรองรับการสร้างเขต อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะใช้แรงงานจำนวนมาก นอกจากนี้หากพิจารณาเรื่องเหตุผล ความมั่นคง ซึ่งจากรายงานได้อ้างบอกว่า จะทำให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีข้อมูลที่มาสนับสนุนชัดเจนว่าการสร้างเขตอุตสาหกรรมนี้จะทำให้เกิด ความมั่นคงขึ้นได้ เนื่องจากว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภาคใต้เกิดจากหลายสาเหตุ ที่นอกเหนือจากเรื่องของเหตุผลทางเศรษฐกิจเท่านั้น🔗

ข้อสังเกตข้อที่ ๕ เป็นเรื่องของการที่โครงการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของ จุดแข็งด้านความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ แต่เมื่อศึกษารายงานแล้วก็พบว่ามันยังมีขาด การเชื่อมโยงข้อมูลจำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง และจำนวนบัณฑิตที่ผลิตได้ในแต่ละปี การที่เอาข้อมูลพวกนี้แล้วมาสรุปบอกว่าเป็นจุดแข็ง ด้านทรัพยากรมนุษย์ มันไม่ได้มีความชัดเจนที่ถูกต้องเพียงพอ เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันต้องมี การศึกษาว่า มันจะมีการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างไร ระหว่างบัณฑิต ที่จบใหม่กับการทำให้เกิดการสร้างงานในพื้นที่🔗

ข้อสังเกตข้อที่ ๖ เกี่ยวกับเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนะคะ ในขณะนั้นเนื่องจากว่ารายงานนี้ศึกษาเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนะคะ ตอนนั้นไม่ได้มีการพูดถึงเรื่อง การศึกษาอีไอเอ (EIA) มีแต่การบอกว่าโครงการจะต้องมีการผ่านกฎเกณฑ์ของกฎหมาย อะไรบ้าง แต่ว่าข้อมูลไม่ได้มีการบอกเลยว่าจะทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับใคร หรือพื้นที่ใดนะคะ ไม่ได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดแก่บุคคลหรืออุตสาหกรรม อย่างชัดเจน เช่น จะทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ หรือระบุว่าพื้นที่ใดที่จะได้ผลกระทบทางลบ ไม่ได้มีการบอกไว้อย่างชัดเจน🔗

ข้อสังเกตข้อที่ ๗ เกี่ยวกับเรื่องของมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อประชาชน มาตรการต่าง ๆ ที่ปรากฏในรายงานไม่ได้เป็นมาตรการเยียวยา แต่ว่าเป็นการพูดถึง มาตรการควบคุมมลพิษตามกฎหมายควบคุมมลพิษทั่ว ๆ ไปนะคะ แล้วผลกระทบ หลายประการที่กล่าวถึงในรายงานนี้ไม่ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบด้านการไหล ของน้ำทะเลจากอุตสาหกรรมท่าเรือ แล้วก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมประมง หรือเปล่า จะเห็นได้ว่าการที่ยังไม่สามารถสรุปผลกระทบที่ชัดเจนออกมาได้ทำให้เขา ไม่สามารถที่จะบอกถึงมาตรการเยียวยาผลกระทบได้ เพราะฉะนั้นการที่จะเดินหน้าโครงการ ต่อไปทำให้ต้องมีการคิดหนักอย่างมาก🔗

ข้อสังเกตประการสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นค่ะ จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา พบว่าข้อคิดเห็นสำคัญที่ประชาชนพูดถึงก็คือ ประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นจะได้ประโยชน์อะไรจากการพัฒนาเขตพัฒนาเฉพาะกิจ อำเภอจะนะนี้ ในทางตรงข้ามชุมชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของประมง เกษตร น้ำในการอุปโภค บริโภค ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ และปัญหาสังคมต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลามีคนที่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม และประมงมากกว่า ๓๐,๐๐๐ คน แต่ยังไม่มีคำตอบที่จะบอกเขาว่าเขาจะได้ผลกระทบ ทางลบแล้วจะชดเชยเขาอย่างไร🔗

ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เป็นคำถามที่สำคัญในการที่จะต้องมีการศึกษา อย่างรอบด้าน และทำให้เกิดการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ผลการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการมีข้อเสนอ คือในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ควรต้องดำเนินการดังนี้ค่ะ ข้อแรก จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ประการที่ ๒ จัดให้มี การศึกษาการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาชายแดนภาคใต้ควรที่จะชะลอการดำเนินการ พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยพิจารณาให้ ศอ.บต. จัดการ การมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่อย่างครบถ้วน และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามา มีส่วนร่วมในการกำหนดกรอบและทิศทางการพัฒนาในพื้นที่ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยการตั้งคณะกรรมการด้านการมีส่วนร่วมที่มีองค์ประกอบจากประชาชนในท้องถิ่น อย่างแท้จริง ในส่วนของรัฐบาลเองนะคะ มีการพิจารณาทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ โดยการที่ควรให้ทำการ ประเมินโครงการที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควรพิจารณาตามความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีหนังสือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๒ ในเรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือองค์กรชุมชนในพื้นที่ และที่สำคัญคือควรพิจารณาการเพิ่มองค์ประกอบในคณะกรรมการ ด้านการมีส่วนร่วมยุทธศาสตร์การพัฒนาในพื้นที่ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาให้มี องค์ประกอบที่เป็นผู้แทนจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง🔗

ในส่วนต่อไปจะเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับเรื่อง ผลกระทบต่อสิทธิชุมชนจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบิน จากภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงแผนที่แนวเส้นทางและสถานีของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบินแบบไร้รอยต่อ ข้อสังเกตและข้อคิดเห็นและคณะกรรมาธิการนะคะ🔗

ในส่วนแรกเป็นเรื่องของการวิเคราะห์และความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ และการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงินนะคะ เราพบว่าข้อสรุปของโครงการที่บอกว่า ระยะเวลาโครงการ ๕๐ ปี มีความเหมาะสมที่สุด ซึ่งมันเป็นผลจากการใช้ข้อมูลของผล การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินของโครงการเฉพาะส่วนรถไฟความเร็วสูง เฉพาะใน กรณีที่ ๑ ซึ่งเป็นกรณีที่เอกชนลงทุนทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงค่าเวนคืนที่ดิน ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าโครงสร้างพื้นฐานของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) และสิทธิการเดินรถ และงานระบบนะคะ ซึ่งจะเป็นกรณีที่เอกชนจะได้รับผลตอบแทนน้อยที่สุด กรณีนี้ ถูกหยิบยกให้มาเป็นข้อสรุปของโครงการว่า ระยะเวลาโครงการ ๕๐ ปีมีความเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าหากว่าเราพิจารณาในทางตรงกันข้าม โดยการใช้ข้อมูลจากรายงานนี้แต่ว่าเป็นผลการ วิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงิน ซึ่งรวมโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการพัฒนา พื้นที่มักกะสัน และที่ดินรอบสถานีศรีราชา ในกรณีที่ ๓ ซึ่งเป็นกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือเป็นกรณีที่เอกชนลงทุนเฉพาะสิทธิ การเดินรถ งานระบบ และพัฒนาเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้จะเป็นกรณีที่ภาคเอกชนจะได้รับ ผลตอบแทนมากที่สุด ซึ่งจะทำให้นำไปสู่ข้อสรุปใหม่ได้ว่า ระยะเวลาโครงการ ๓๕ ปี ก็เพียงพอ ในการที่จะทำให้โครงการมีความคุ้มค่าทางการเงิน🔗

ข้อสังเกตประการที่ ๒ เป็นการขาดการประเมินผลกระทบการเวนคืนที่ดิน หรือการต้องโยกย้ายที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งอยู่กันมาหลายเจเนอเรชัน (Generation) แล้ว และมีการขาดเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน สไลด์ (Slide) นี้เป็นการ นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงิน ซึ่งภาคเอกชนเป็นคน ดำเนินการศึกษา แล้วก็นำการศึกษานี้ส่งต่อรายงานให้กับคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็จะมี เรื่องของแอสซัมป์ชัน (Assumption) ที่ใช้ต่าง ๆ และพวกนี้ก็คือเป็นสิ่งที่เรานำมาศึกษา🔗

สุดท้ายคือเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมี ๓ ประการ🔗

ประการแรกก็คือ การสั่งการให้มีการทบทวน แก้ไขรายงานการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการใหม่ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับต้นทุนและความคุ้มค่า ของโครงการ และผลกระทบทั้งผู้ที่ต้องถูกเวนคืนที่ดิน หรือผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟ แห่งประเทศไทย แล้วจำเป็นต้องถูกโยกย้ายที่อยู่ออกไป🔗

ประการที่ ๒ จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนที่หลากหลาย ให้ครบทุกภาคส่วน รวมไปถึงกลุ่มเสี่ยงที่เปราะบาง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย🔗

ประการสุดท้าย เป็นการสร้างความเข้าใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยมี การชี้แจงข้อมูลรายละเอียดและมาตรการชดเชยช่วยเหลืออย่างชัดเจน ผ่านกระบวนการ มีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ยกตัวอย่างเช่น การจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่วมกัน ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย ภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ทางคณะกรรมาธิการได้รายงานผลการศึกษาครบถ้วนแล้วครับ เชิญท่านสมาชิกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก มีท่านสมาชิกที่จะอภิปรายอยู่กว่า ๑๐ ท่านนะครับ เชิญเริ่มจากท่านพิสิฐ และท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด และให้ ข้อมูลอย่างเป็นประโยชน์ ผมหวังว่าเราจะได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ พิเศษ และในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่อไป ผมมีข้อสังเกตเล็กน้อยที่อยากจะขออนุญาต ที่จะท้วงติงคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขออภัยที่เอ่ยนาม ประเด็นที่ท่านกรรมาธิการ สมนึกได้หยิบยกขึ้นมาในเรื่องของน้ำ ผมเองยังมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ท่านนำเสนอยังแคบเกินไป ท่านมองเฉพาะแต่น้ำผิวดิน แล้วก็สรุปว่าจะต้องมีการผันน้ำ ต้องมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ แล้วก็ขนส่งน้ำจากที่ไกล ๆ มาสู่พื้นที่ในเขตอีอีซี (EEC) ที่ต้องการใช้น้ำ ซึ่งผมไม่ได้ตำหนิท่านนะครับในหลักคิดอันนี้ ผมคิดว่าหลักคิดอันนี้ยังเป็นหลักคิดของระบบ ราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำอยู่ ก็คือมองมิติแค่เรื่องของน้ำผิวดิน จริง ๆ แล้วผมได้กล่าว ในที่ประชุมแห่งนี้มาหลายครั้งครับว่าประเทศไทยของเรามีความโชคดีที่ธรรมชาติได้ให้ไว้ เมื่อวันก่อนผมก็พูดถึงเรื่องของแสงอาทิตย์ที่เรามองข้าม อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของฝน เราได้รับน้ำฝนมาแต่ละปี ๆ เกือบ ๆ ๒,๐๐๐ มิลลิเมตรต่อปี กระจายไปทั่วประเทศ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ำเหล่านี้ระเหยไปในอากาศ ที่เหลือก็อยู่บนพื้นดินแล้วก็กลายเป็นน้ำท่า กับน้ำบาดาล สิ่งที่เราพูดกันนี้ที่ท่านพูดเฉพาะเรื่องของน้ำท่า น้ำบาดาลมันเป็นเพียง ส่วนน้อยของน้ำที่เราได้รับ น้ำจำนวนมหาศาลได้แทรกซึมเข้าไปในแผ่นดินอยู่ในระดับชั้น ต่าง ๆ เป็นน้ำบาดาล แต่นี่น่าเสียดายครับระบบงบประมาณแผ่นดินของเราในเรื่องของการ ลงทุนมัวแต่ไปคิดเรื่องโครงการขนาดใหญ่ สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หรือสร้างเรื่องของ เขื่อนใหญ่ ๆ แต่มองข้ามงานของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ขุดเจาะน้ำบาดาลทั่วประเทศ แต่ละปีได้งบเพียง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้าน เทียบกับงบน้ำปีหนึ่ง ๆ แสนกว่าล้าน และเรื่องของ อีอีซี (EEC) หรือเรื่องที่ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามครับ ที่ท่านสมนึกได้กล่าวก็สะท้อนเรื่องนี้ครับ เขามองเฉพาะน้ำผิวดินว่าน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอ ก็ต้องเอาเงินงบประมาณของเราซึ่งมีจำกัด เมื่อเช้าผมก็อภิปรายไปแล้วนะครับว่างบประมาณวิกฤติ เราพยายามจะเอางบไปก่อสร้างงาน ใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขอให้ท่านได้ดูนะครับ ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ในเขตอีอีซี (EEC) มีแหล่งน้ำ อยู่หลายแหล่งด้วยกัน มีแหล่งน้ำที่สำคัญก็คือที่บางน้ำเปรี้ยว มีน้ำบาดาลอยู่ใต้ดิน ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็มีที่พนัสนิคม ที่ระยอง น้ำเหล่านี้ ๔ แห่งนี้รวมกันกว่า ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถตอบโจทย์ความต้องการน้ำของเราในเขตอีอีซี (EEC) ได้ เป็นอย่างดี เพราะว่าในพื้นที่แถบภาคตะวันออกเราต้องการน้ำปีหนึ่งเพียง ๙,๐๐๐ กว่าล้าน ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง เรามีการใช้น้ำบาดาลจริง ๆ แค่ประมาณ ๑ ใน ๔ ที่เหลือเราไม่ได้ใช้ เราใช้น้ำท่า และการใช้น้ำท่านี้ก็ถือเป็นน้ำที่สกปรกกว่า เพราะว่าไม่ได้มีการกรอง โดยธรรมชาติ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกรอง เสียสารเคมีต่าง ๆ มากมายด้วยกัน เรามี ปริมาณน้ำบาดาลที่ฝังอยู่ในเขตตะวันออก ที่บ้านท่านประธาน ที่ฉะเชิงเทรา ที่ปราจีนบุรี ที่ชลบุรี ที่ระยอง ที่จันทบุรี รวมกันกว่า ๕๓ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เรากลับไม่คิดเรื่องนี้ครับ คิดแต่จะขนน้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งไกล ๆ ถามว่าแล้วการขุดเจาะน้ำบาดาลนี้มีต้นทุน มีค่าใช้จ่ายอะไรไหม แน่นอนก็ต้องมีครับ แต่ทุกวันนี้เรามีพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วย ในการที่จะทำให้การขุดเจาะน้ำบาดาลต้นทุนต่ำลงมาก แล้วการที่มีการใช้น้ำบาดาล เราไม่จำเป็นต้องไปก่อสร้างอะไรใหญ่โต แต่จะเป็นเงินที่กระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ ตามหมู่บ้าน จะได้ใช้น้ำสะอาดเป็นน้ำประปา ตามโรงงานอุตสาหกรรมก็เช่นกัน ขนาดอีสาน เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังประกาศเลยครับว่า สามารถเจาะ น้ำบาดาลได้ในระดับความลึกกว่า ๑ กิโลเมตรขึ้นมาได้ แน่นอนต้องผ่านชั้นต่าง ๆ หลายชั้น ด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมจึงจะขออนุญาตใช้โอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการ ได้ช่วยปรับปรุงข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอีกสักเล็กน้อยครับ อย่ามองแต่เรื่องของน้ำท่า มองเรื่องน้ำบาดาลด้วย เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ประเทศไทยได้มา อย่างเหลือเฟือ แต่เรากลับใช้เงินงบประมาณแผ่นดินไปในสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ แล้วก็ละเลย ในเรื่องของน้ำบาดาลครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ กรรมาธิการ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ อนุกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ อนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ต่อคณะกรรมาธิการนะครับ ในเรื่องของปริมาณน้ำบาดาลที่ได้ถูกนำมาใช้ในเขตอีอีซี (EEC) หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่ามีสัดส่วนการใช้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ น้ำทั้งหมด อันนี้เดี๋ยวท่านอาจารย์สมนึกจะได้กรุณาชี้แจงว่าคณะอนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านกรุณาแนะนำนั้นเป็นการบอกขุมทรัพย์ที่มีปริมาณ สูงที่สุดของน้ำในโลกใบนี้ ก็คือน้ำบาดาล ซึ่งจากที่ทราบว่าทางภาคอีสาน อุตสาหกรรม ในภาคอีสานไม่เคยโวยเลยว่ามีการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากน้ำบาดาลในภาคอีสานจำนวน ๕,๐๐๐ บ่อ ที่อุตสาหกรรมในภาคอีสานทั้งหมด ซึ่งภาคอีสานเป็นภาคที่มีความแห้งแล้งสูง แต่ว่าก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ในอีอีซี (EEC) นั้นก็มีปริมาณการใช้น้ำบาดาล ด้วยเช่นเดียวกัน แต่สัดส่วนเป็นเท่าไรตัวเลขตรงนี้อาจารย์สมนึกได้ศึกษาไว้แล้ว ผมก็ ขอขอบพระคุณท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม แล้วก็กรรมาธิการจะได้รับข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตนี้มาประกอบในรายงานนี้ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ ขอเชิญอาจารย์สมนึกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านณัฐวุฒิครับ ท่านอาจารย์สมนึกผมว่าให้สมาชิกอภิปรายก่อน แล้วท่านจดข้อมูลไว้หมด แล้วเดี๋ยวตอบทีหลัง เพราะไม่แน่อาจจะมีสมาชิกอภิปรายประเด็นคล้ายคลึงกันท่านจะได้ ตอบทีเดียว ไม่อย่างนั้นจะกินเวลาสภามาก เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนในการอภิปรายผลการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกอยู่ทั้งหมด ๓ ประการใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ แต่ก่อนจะเข้าถึงทั้ง ๓ ประการ ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า เรื่องของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ที่เรียกว่าเอสอีแซด (SEZ) หรือในกรณีของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลเองให้ความสำคัญมาโดยตลอดครับ การที่ให้ความสำคัญไม่ได้ หมายถึงว่า เพราะพรรคก้าวไกลเองมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ในภาคตะวันออก ที่มากที่สุด มิใช่เป็นเช่นนั้นครับ แต่เป็นเพราะเราเห็นว่าหัวใจของภาคตะวันออกนั้นมีคุณค่า ทั้งในสถานะของการเป็นปอดให้กับกรุงเทพมหานคร การเป็นผู้คนที่มีวิถีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ ที่มากกว่านั้นก็คือเป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและฐานการพัฒนาฐานรากที่ส่งผลกระทบ ต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนครับ🔗

ประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะนำเรียนก็คือว่าเมื่อพิจารณาจากรายงาน ทั้งหมดแล้วผมพบว่าในรายงานฉบับนี้มีการพูดถึงเรื่องของที่ดิน พูดถึงเรื่องของผังเมือง พูดถึงเรื่องของสภาพแวดล้อมครับ แต่สิ่งที่เรารอคอยก็คือว่าสถานการณ์เมื่อ ๑ ปี ๑๐ เดือน ของรายงานฉบับนี้ที่เข้ามาในสภาแห่งนี้ ผมต้องเรียนท่านประธานกรรมาธิการตรงไปตรงมา นะครับว่า ได้รับทราบมาว่าข้อมูลนั้นเคยมีการสูญหายในที่ประชุมกรรมาธิการมาครั้งหนึ่ง ก็ต้องถามว่าสิ่งที่อยู่ในรายงานวันนี้กับข้อมูลสรุปนั้นเป็นอันเดียวกันใช่หรือไม่ หรือเป็นไฟล์ (File) ที่ได้ข่าวว่าข้อมูลบางส่วนนั้นหายไป นี่ต้องเป็นความชัดเจนที่พวกผมอยากจะได้ยิน เป็นอันดับแรกสุดครับ อีกทั้งในประการที่ ๑ ที่ผมพูดถึงเรื่องที่ดินครับ เมื่อ ๑ ปีที่แล้วกับ วันนี้ไม่เหมือนกันครับ ผมยกตัวอย่างกรณีเดียวก็คือกรณีเรื่องของการพัฒนาในประเด็นเรื่อง การบินครับ เมื่อ ๑ ปี ๑๐ เดือนที่แล้วไม่มีการพูดถึงกรณีปัญหาที่ตำบลชากหมาก ตำบลสำนักท้อนของอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ไม่ได้มีการพูดถึงกรณีที่ดินที่อยู่ในรอยต่อ ระหว่างตำบลบ่อวิน ตำบลเขาคันทรง ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไม่ได้มีการพูดถึง ที่ดินที่มีปัญหาอยู่ในพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว ในเขตจังหวัดชลบุรี ฉะนั้นรายงานที่ยังไม่เต็มรูป ในวันนี้ก็อาจจะต้องมีการตอบเบื้องต้นเหมือนกันครับว่า สิ่งแวดล้อมไม่อาจเกิดขึ้นลอย ๆ ถ้าไม่มีผู้คน แต่วันนี้ปัญหาที่ดิน ซึ่งยังมีข้อพิพาทอยู่ในพื้นที่ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออกนั้น รายงานฉบับนี้ที่ส่งไปยังภาครัฐจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐตระหนัก ทั้งในแง่ของการคุ้มครองที่ดินที่ประชาชนอยู่อาศัย หรือการดูแลเรื่องเอกสารสิทธิ มิให้นายทุนเข้าไปมีส่วนในการครอบครองและยึดที่ดินที่นับวันจะมีมูลค่าสูงขึ้นนี้อย่างไร นั่นเป็นประการที่หนึ่งครับ🔗

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับอีอีซี (EEC) มีการพูดถึงกรณีของการขยายพื้นที่ออกไป เราเรียกพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ปี ๒๕๖๑ ตรงนี้ท่านชี้หลายประเด็นว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ผมอยากเห็นความชัดเจนครับว่า ในเมื่อกรรมาธิการมองว่ากฎหมายอาจจะขัดต่อ ธรรมนูญนั้น ขั้นตอน กระบวนการในการพิสูจน์ และควรจะต้องมีกระบวนการในการยื่น คำร้องที่ต้องสนับสนุนภาคประชาชนหรือหน่วยงานภาครัฐให้ดำเนินการนั้นจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ไม่ได้ถูกเขียนอยู่ในรายงานฉบับนี้ก็คือ กรณีของการที่ขยะพิษ กรณีของมูลฝอยต่าง ๆ กรณีของโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียต่าง ๆ นั้นอาจจะมีการขยายฐานและมีผลกระทบมิใช่แค่พื้นที่ ภาคตะวันออก วันนี้พี่น้องจังหวัดนครนายกกังวลครับ เรื่องของการตั้งโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งได้ข่าวมาว่าอาจจะส่งพลังงานไปยังเขตอีอีซี (EEC) พี่น้องที่ปราจีนบุรีกังวล พี่น้องที่ กบินทร์บุรี พี่น้องที่ตำบลบุพราหมณ์ พี่น้องในพื้นที่ของคลองรั้ง กังวลว่าทำไมขยะที่เกิดขึ้น จากอีอีซี (EEC) ถึงไปถูกกำจัดในพื้นที่ของพวกเขา พี่น้องหลายคนกังวลกรณีที่อาจจะ คล้ายกับเหตุเกิดที่ตำบลดีรัง จังหวัดลพบุรีเมื่อไม่กี่วันนี้ ซึ่งวันนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ฉะนั้น รายงานตัวนี้อาจจะต้องขยายให้เห็นครับว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมลพิษนั้นไม่ได้หมายถึงเหตุจะเกิดแค่ในพื้นที่ ภาคตะวันออกเท่านั้น แล้วระบบของรัฐจะเข้าไปคุ้มครองอย่างไร ผมไม่ได้พูดถึงอุบัติภัย ต่าง ๆ กรณีโรงงานหมิงตี้ที่จังหวัดสมุทรปราการ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่พวกเราเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง และเราไม่เห็นเรื่องของการดูแลความไม่ปลอดภัยจากกรณี ของสารพิษ สารเคมีต่าง ๆ ระยองก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นเป็นข้อที่ ๒ ที่พวกเรากังวลครับ🔗

ข้อ ๓ ข้อดีของรายงานฉบับนี้ ก็คือการลงรายละเอียดลงไปถึงพื้นที่ของเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ผมไม่ทราบว่าท่านประธานรู้จักกรณีของ ดูหลำ กรงนก ข้าวบ้านสวนกง ข้าวดอกรายหรือไม่ครับ วันนี้คุณไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาว แห่งทะเลจะนะมารอทวงคำตอบอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า สิ่งที่รัฐบาลเคยสัญญาไว้ถึงกรณีของ การเข้าไปดูแลคุ้มครองพื้นที่จะนะ ในรูปแบบของการตั้งกรรมการมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้น มีการเซ็นบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู (MOU) ปรากฏว่า ๑ ปีที่ผ่านไปไม่มีความคืบหน้า แต่ประการใด ฉะนั้นสิ่งที่รายงานฉบับนี้กำลังจะบอกอีกอย่างหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของ การมีส่วนร่วมครับ เพราะว่าโมเดล (Model) กรณีของอีอีซี (EEC) กรณีของเอสอีแซด (SEZ) หรือกรณีของจะนะเมื่อมันเดินหน้าแล้วมันถอยลำบาก เมื่อมันเดินหน้าแล้วการมีส่วนร่วม ของประชาชนเป็นอย่างไร เมื่อมันเดินหน้าแล้วการเยียวยา ซึ่งในนี้เขียนไว้เยอะเลยนะครับ ว่าต้องเป็นอย่างไร เมื่อเดินหน้าแล้วต้องทำให้พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่าเขาเองจะต้อง ได้ประโยชน์ ผมไม่มีเวลาที่จะพูดถึงกรณีของการจะตั้งโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่ของจะนะ ซึ่งผมได้รับคำยืนยันจากคนที่ทำงานการไฟฟ้าในระดับประเทศว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้ง ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ครับเป็นเหตุที่ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุน แล้วอยากให้รายงานฉบับนี้ ไปถึงมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ประโยชน์ของใครครับ แต่คือประโยชน์ของวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และประโยชน์ของประเทศชาติที่แท้จริง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเกียรติ กับท่านประเดิมชัยหลังจากท่านเกียรติ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านกรรมาธิการนะครับที่ได้กรุณาทำรายงานมาค่อนข้างมีรายละเอียดมาก แล้วก็หลายเรื่อง ผมก็เห็นด้วยในสิ่งที่ระบุอยู่ในรายงาน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่ควรจะต้องทำ แต่ไม่ได้ทำ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ผมยังมีข้อกังวลนะครับ ผมคิดว่า รายงานฉบับนี้ถ้าจะให้สมบูรณ์จริง ๆ ยังขาดอีก ๒-๓ เรื่องที่สำคัญ ๆ นะครับ🔗

ประการแรกนี้ ผมเข้าใจดีนะครับว่าท่านต้องไปนำแต่ละโครงการมา แล้วมาดู แต่ละโครงการพอทำไปแล้วมันมีผลอย่างไร แล้วก็มีข้อแนะนำอย่างไร แต่ที่ประเทศนี้ ขาดครับ โครงการที่ท่านจับมาวางกันทั้งหมดนี้ มันเหมาะสมหรือเปล่า หรือมันมีทางเลือกอื่น หรือเปล่า จริง ๆ ประเทศเรามีทางเลือกค่อนข้างมากนะครับ หลายโครงการที่ผมเห็นทำเป็น โครงการใหญ่ แม้กระทั่งกรณีของอีอีซี (EEC) ด้วย ในขณะที่ถ้ามองไปในเรื่องของความเชื่อมโยง ของสาธารณูปโภคพื้นฐานและโครงการต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ทั้งหมดนะครับ ผมยังคิดว่า เรามีอีกหลายเรื่องที่เราควรจะทำแต่ยังไม่ได้นึกถึงเลยครับ แล้วการที่เราไปให้ความสำคัญกับ บางโครงการใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นนะครับ โดยที่ไม่ได้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับโครงการเหล่านั้น อันนั้นคือปัญหา ซึ่งผมก็เชื่อว่าทางอนุกรรมาธิการหรือกรรมาธิการเองก็คงจะไม่สามารถ ที่จะลงไปในรายละเอียดได้มากเพียงพอ น่าเสียดายตรงนี้ครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยนะครับ กรณีที่เราวางแผนกันมากว่า ๒๐ ปีแล้วครับ คืออีสต์ เวสต์ คีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (East-West Economic Corridor) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก ตะวันออกเชื่อมโยงกัน ตรงนี้ครับ เป็นเรื่องที่ประเทศไทยซึ่งอยู่ตรงกลางพอดีได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลยนะครับ ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลยครับ แล้วจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ภาคเหนือตอนบน ตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน ตอนล่าง ภาคตะวันตกที่เชื่อมโยงกับประเทศเมียนมาได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลยครับ แต่เราไม่ได้ทำโครงการนี้ครับ ทั้ง ๆ ที่แผนมีไว้ตั้งแต่กว่า ๒๐ ปีแล้วนะครับท่านประธาน อันนี้น่าเสียดาย เราก็เลยเห็นเฉพาะผลที่เกิดขึ้นกับโครงการที่รัฐบาลเลือกไปทำแล้ว แต่อาจจะไม่เหมาะ ตรงนี้นั่นคือปัญหานะครับ ถ้ามีโอกาสในการที่จะไปปรับดู แล้วก็ดู ความเชื่อมโยงกับโครงการคอนเนกทิวิตี (Connectivity) ต่าง ๆ ของประเทศเพื่อนบ้าน และที่อยู่ในไพป์ไลน์ (Pipeline) และที่เขากำลังทำอยู่นี้นะครับ มันจะให้ภาพที่ท่านจะ วิจารณ์ หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงการที่กำลังทำอยู่ได้อีกมากมายทีเดียวนะครับ🔗

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าอาจจะยังไม่ได้วิเคราะห์ลึกในมิติของความสอดคล้อง กับข้อตกลงระหว่างประเทศครับ ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ครับว่าเมื่อผมดูเนื้อหา ของการทำที่เราใช้คำว่าเขตพัฒนาพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะพบชัดเจนเลยนะครับว่า กรอบความคิดและการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ หรืออำนาจที่มีตามกฎหมายพิเศษ ในบางช่วงบางตอนนี้ มันขัดกับข้อกำหนดขององค์การการค้าโลกในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น อยู่ดี ๆ ท่านกลับไปยกเว้นผังเมือง กฎหมายผังเมืองบางเรื่อง อันนี้กระทบครับ อันนี้ ทำไม่ได้ครับ ถ้าท่านเลือกที่จะทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องมีกติกาชัด สิทธิประโยชน์ บางอย่างที่เป็นเงื่อนไขที่ให้ ถ้าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือสเปเชียล อีโคโนมิก โซน (Special Economic Zone) ในกรอบความคิดของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งเราเป็นภาคีอยู่นี้ การให้สิทธิประโยชน์ใด ๆ ท่านเลือกปฏิบัติไม่ได้ครับ เรายังเห็นในบางโครงการที่ระบุอยู่ใน เอกสารฉบับนี้นะครับ ผมก็เห็นว่าท่านไม่ได้ลงลึกนะครับ แต่บางกรณีให้พิเศษเฉพาะต่างด้าว หรือต่างชาติ อันนี้ไม่ได้ครับ ไม่ได้เด็ดขาด การยกเว้นกฎหมายสิ่งแวดล้อมบางกรณี หรือแม้กระทั่งการดำเนินตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ในบางกรณีแต่มิได้มีมาตรการในการไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นที่ดีพอ ก็ไม่ได้นะครับ ตรงนี้เราได้วิเคราะห์ลึกไหมครับว่าแต่ละกรณีมันตรง ไม่ตรง มันสอดคล้องกับ ข้อตกลงระหว่างประเทศหรือไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศเรื่องใดบ้าง ผมเห็น ใช้อำนาจพิเศษเรื่องผังเมือง ผมเห็นการใช้อำนาจพิเศษโดยการยกเว้นบางกรณี รวมทั้ง การเวนคืนด้วย สิ่งเหล่านี้ท่านจะเรียกว่าเป็นสเปเชียล อีโคโนมิก โซน (Special Economic Zone) หรือเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีอำนาจในการไปดำเนินการอย่างนั้นไม่ได้ครับ ถามว่า ถ้ากรณีเช่นนี้แล้วใช้ไปแล้ว ทำไปแล้วจะเกิดอะไรนะครับ ถ้าผมเป็นประเทศคู่แข่งของ ประเทศไทย ผมจะแคมเปน (Campaign) ไม่ให้ซื้อสินค้าจากประเทศไทยที่ผลิตจากโซน (Zone) เหล่านั้นเลยครับ ไม่ให้ซื้อสินค้าที่ผลิตจากโซน (Zone) เหล่านั้น เห็นไหมครับ เพราะมันมีการละเมิด ตรงนี้ครับ มิตินี้ผมยังไม่ได้มีโอกาสอ่านตัวอักษรทั้งหมดตัวต่อตัว แต่ผมเปิดคร่าว ๆ ผมยังไม่เห็น แล้วก็ความเชื่อมโยงกับภูมิภาคผมก็ยังไม่เห็น ซึ่งอันนี้ น่าเสียดายเพราะว่าจริง ๆ จะทำให้มันเกิดประโยชน์ลงทุนขนาดนี้แล้วมาค้นพบทีหลังว่า อ้าวไม่ตรงกับที่เขากำลังสร้างมา มันเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน แล้วจริง ๆ เรามี ทางเลือกเยอะนะครับ ไม่ว่าโครงการอีอีซี (EEC) เรามีทางเลือกค่อนข้างมากเลยครับว่า เราจะทำโครงการประเภทไหนและจะทำให้มันเชื่อมอย่างไร บางกรณีครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่าง การขยายท่าเรือแหลมฉบังด้วยการถมทะเล ท่านประธานทราบไหมครับ ในเอกสารที่อยู่ในเว็บไซต์ (Website) ของทางการเลยนะครับ บอกว่าเราทำตรงนี้ เราจำเป็นต้องขยายเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพื่อขยายกำลังการส่งออกไปยังซีแอลเอ็มวี (CLMV) ลาว เวียดนาม เขมร กัมพูชา ท่านประธานไปดูสิครับ ท่านไล่ได้เลยครับ เวลาเรา ส่งออกไปประเทศเหล่านี้เราส่งออกทางรถครับ แต่ท่านเอาเหตุผลของการขยายการส่งออก มาถมทะเลครับ อย่างนี้ครับประเทศอื่นเขามองออกนะครับท่านประธาน เขามองออก แล้วพอเราทำเรายื้อทำไปตามนี้ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ที่เราประกาศให้โลกรู้ จะเป็นปัญหากับ ประเทศไทยในระยะต่อไป ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าผมอยากเห็นว่าจะอยู่ในรายงานฉบับนี้🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานครับ มาตรการการทำประชาพิจารณ์ ของเราจริง ๆ เราทำประชาพิจารณ์แบบรับฟังแต่บางครั้งไม่ได้ยิน แล้วบางครั้งก็ไม่มี มาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาผลกระทบที่ชาวบ้านพูดเองว่ามันเป็นปัญหานะครับ การทำประชาพิจารณ์เช่นนี้นะครับท่านประธานครับ จะไม่เป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่าง ประเทศ แล้วพอเขาไม่ยอมรับเขาก็บอกอย่ามาซื้อสินค้าที่ผลิตจากเขตเหล่านี้เลย นี่คือ ปัญหาครับ แล้วผมอยากเห็นสิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่ในรายงานฉบับนี้เพื่อให้รัฐบาลไปเร่งแก้ ก่อนที่มันจะสายเกินไปนะครับ เพราะเดินไปตามนี้สายเกินไปแน่นอน แล้วจะกระทบกับ ประเทศไทยแน่นอนก็เลยฝากไว้ครับ น่าจะปรับปรุงรายงานให้มันมีความสมบูรณ์ในมิติ เหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดน ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชมในส่วนของการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ไปศึกษาในเรื่องของรายงานผลกระทบ หรือว่าปัญหาในส่วนของการที่มีโครงการโดยเฉพาะในส่วนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือว่าอีอีซี (EEC) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะได้นำข้อสังเกตในมุมมอง ในฐานะที่ผมเป็นคนที่เกิดในจังหวัดภาคตะวันออก ก็คือในส่วนของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งในรายงานฉบับนี้ได้มีเรื่องของการศึกษาที่เข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรีด้วย แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นขออนุญาตนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในกรณีเรื่องของเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือว่าอีอีซี (EEC) ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับในพื้นที่ ๓ จังหวัด ก็คือในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทราของท่านประธาน ในส่วนของจังหวัดชลบุรี และในส่วนของจังหวัดระยอง ซึ่งจะได้มีการพัฒนาในที่ดิน ในการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ท่านประธานครับ ถ้าเรามองถึงในบริบทปัจจุบันซึ่งผม ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาลงไปในรายละเอียดหรือไม่ ก็คือว่าใน ๓ จังหวัดนี้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นจังหวัดชลบุรีก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเกษตรและการท่องเที่ยว ในส่วนของ จังหวัดระยองก็จะเป็นเรื่องของการเกษตร แล้วก็จะมีอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว🔗

ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี จังหวัดพื้นที่เกี่ยวข้องถึงแม้ว่าจะมาอยู่ในแผนของ ๓ จังหวัดแรก ในส่วนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเกษตร แล้วก็การท่องเที่ยว สิ่งที่ผมคิดว่าในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้พูดถึงข้อมูลที่มีความชัดเจน ที่จะต้องให้ปรากฏในรายงาน แล้วก็ส่งต่อไปยังรัฐบาลให้ได้นำไปพิจารณาก็คือว่าผลกระทบ จากการที่เราส่งเสริมให้มีเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์ในที่ดิน🔗

ในประการที่ ๑ ท่านประธาน จากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การใช้ที่ดิน แน่นอน ว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น มาตรการรองรับในสิ่งที่รัฐบาลจะต้องรองรับต่อการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ผมพยายาม ที่จะได้เปิดดูในสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอมา ผมยังไม่เห็นในความชัดเจนในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ปรากฏในเล่มของรายงานการศึกษา ส่วนใหญ่จะพูดในภาพกว้างที่เกี่ยวข้องกับ โครงการในรายละเอียดที่ปรากฏในแผนรองรับที่รัฐบาลจะนำไปสู่การพัฒนาในเรื่องของการ เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตเพื่อที่จะได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางคณะกรรมาธิการว่ามีในส่วนตรงไหนของรายงานที่ท่านศึกษา ทีนี้ขออนุญาตกลับมาท่านประธานครับ เมื่อสักครู่จากการที่ทางคณะกรรมาธิการได้รายงาน ส่วนใหญ่ก็จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของมาตรการผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในนี้ พูดถึงเรื่องของมาตรการในการจัดทำอีไอเอ (EIA) ว่าเห็นควรที่จะต้องแก้ไข ซึ่งท่านประธาน ทราบดีว่ามาตรการเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเรื่องของอีไอเอ (EIA) ยกตัวอย่างเรื่อง ของการกำจัดขยะ ของเดิมปัจจุบันนี้มีการไปยกเว้นในเรื่องของการจัดทำรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือว่าอีไอเอ (EIA) ซึ่งในรายงานของคณะกรรมาธิการใช้คำว่า ควรพิจารณา ทบทวน ผมว่าไม่ถูกครับ ต้องเสนอไปเลยว่ารัฐบาลเองต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ การจัดทำเรื่องของอีไอเอ (EIA) หรือว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเรื่องของการจัดการขยะ เพราะว่าตอนนี้มันมีการไปออกประกาศยกเว้นการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมาตรการเรื่องของการกำจัดขยะมูลฝอยทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะ ๓ จังหวัดในเขต เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเท่านั้น ตรงนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบสร้างความขัดแย้ง ให้กับพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ รวมทั้งในเรื่องของมาตรการทางผังเมือง ก็มีการยกเว้น ถ้าเป็นเรื่องของการก่อสร้างโรงกำจัดขยะ ก็ไปยกเว้นกฎหมายผังเมืองซึ่งมันไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างมาก แต่สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้จัดทำมาผมคิดว่ายังไม่หนักแน่นพอกับสิ่งที่รัฐบาลจะต้องนำไปพิจารณา มันจะต้อง คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนก่อน🔗

ทีนี้กลับมาในส่วนเรื่องของน้ำ ท่านประธานครับ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ๓ จังหวัดส่วนใหญ่ถ้ามีการเกิดโครงการโดยเฉพาะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขึ้นมา มันจะต้อง อาศัยน้ำเป็นหลักในการที่จะต้องนำมาสู่กระบวนการในเรื่องของการใช้จ่ายในเขตเศรษฐกิจ ตรงนี้ ฉะนั้นแหล่งน้ำใน ๓ จังหวัดที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดฉะเชิงเทราน้ำไม่พอใช้แน่นอน ฉะนั้นก็มีการมุ่งเน้นในการที่จะไปเอาน้ำ จากจังหวัดบริเวณรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดจันทบุรี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดตราด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครนายก เข้ามาใช้ใน ๓ จังหวัดนี้ โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดจันทบุรีในขณะนี้ครับ มีการวางแผนในการที่จะไปเอาน้ำจาก อำเภอแก่งหางแมวมาใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้ก็คือว่า เราต้องการน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีการอนุญาตให้มีการไปสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่ อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ จนกระทั่ง มาเรียกร้องมาประท้วงให้ยกเลิกให้มีการสำรวจแหล่งแร่ทองคำ ฉะนั้นตรงนี้นะครับ ขออนุญาตฝากไปถึงทางกรรมาธิการได้พิจารณาว่า สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้คำนึงถึงประชาชน ที่เขาจะต้องใช้โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำซึ่งเป็นเมืองเกษตรและการท่องเที่ยว ให้เขาได้ใช้น้ำอย่างเต็มที่ก่อน ก่อนที่จะนำไปใช้ในเขตอุตสาหกรรมพิเศษใน ๓ จังหวัด ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ท่านพิจารณ์ ท่านสุรสิทธิ์ ท่านพรเทพ เชิญท่านพิจารณ์ก่อนครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอ ชื่นชมทางคณะกรรมาธิการที่นำโดยท่านอภิชาติ ศิริสุนทร แล้วก็มีเพื่อนสมาชิก แล้วก็นักวิชาการ อาจารย์หลากหลายท่านนะครับที่ได้ร่วมกันทำรายงานชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะนำไปศึกษา พิจารณาไปปรับใช้อย่างให้เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนในพื้นที่ภาคตะวันออกครับ ท่านประธานครับ หนึ่งในโครงการภายใต้อีอีซี (EEC) ที่กรรมาธิการชุดนี้ได้หยิบยกขึ้นมา พิจารณานั้น ก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ซึ่งจากการพิจารณานั้น ผมอยากที่จะนำบางประเด็นสำคัญนะครับหยิบยกขึ้นมาอภิปรายเพื่อที่จะเป็นการสนับสนุน รายงานฉบับนี้ อย่างที่เราทราบครับว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้มีการประมูล แล้วก็ลงนาม ไปแล้วโดยเป็นการประมูลโดยนำเอาโครงการรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาที่ดินในเชิง พาณิชย์นั้นมามัดรวมกัน ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับรูปแบบ การประมูลแบบนี้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดต่อไปว่าเพราะอะไร แต่ประเด็นสิ่งที่เกิดขึ้น จากการประมูลแบบนี้ครับท่านประธาน มันทำให้จากเอกชน ๓๐ รายที่เข้าซื้อซองประมูล กลับเหลือแค่ ๒ กลุ่มใหญ่ เพราะต้องใช้ความชำนาญถึง ๓ ด้านครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น งานโยธา งานเดินรถ และงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมื่อผู้ประมูลน้อยรายลงนะครับ ก็จะมีผลทำให้ผลประโยชน์ที่รัฐพึงจะได้รับนั้นก็จะลดลงไปด้วย ทีนี้ถามว่าผลการศึกษา ของกรรมาธิการมันยืนยันเรื่องนี้อย่างไร เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ ฝ่ายโสตผมได้ ขออนุญาตไว้แล้วนะครับท่านประธานครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

จากการวิเคราะห์ผล การตอบแทนทางการเงินซึ่งรายงานฉบับนี้ได้ระบุเอาไว้ เฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง เท่านั้นนะครับ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ จากตารางที่ ๔๖ นะครับในหน้าที่ ๑๙๑ ของรายงานฉบับนี้ ได้ระบุถึงผลตอบแทนทางการเงินของโครงการรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น โดยไม่รวมถึงการพัฒนาที่ดินหรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ปรากฏอย่างนี้ครับว่า ถ้าระยะเวลาโครงการนั้นยาว ๕๐ ปีจะให้อัตราตอบแทนทางเศรษฐกิจหรืออีไออาร์อาร์ (EIRR) ที่ ๖.๘๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนหรือเขาเรียกว่าบีซี เรโช (B/C Ratio) อยู่ที่ ๑.๐๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความเห็นของกรรมาธิการก็ระบุไว้ชัดเจนนะครับ โครงการนี้น่าจะเหมาะสมที่จะลงทุนเฉพาะรถไฟอย่างเดียว แต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น อย่างที่เราทราบที่ผมเรียนไปแล้วนะครับว่า บางความเห็นเขาก็บอกว่าถ้าเราจะพัฒนารถไฟ มันจำเป็นที่ต้องเอาพื้นที่ที่เขาเรียกว่าทีโอดี (TOD) เข้าไปรวมกันด้วย ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทีโอดี (TOD) นั้นก็คือทรานสิต ออเรียนเทด ดีเวลอปเมนต์ (Transit Oriented Development) หรือแปลเป็นไทยว่า การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ เขาบอกว่าถ้าจะทำ รถไฟความเร็วสูงแล้วพื้นที่รอบสถานีก็ต้องยกให้ผู้พัฒนาโครงการได้ไปพัฒนาด้วย ทีนี้ตาม นิยามเขาก็พูดง่าย ๆ นะครับว่ามันคือแหล่งชอปปิง (Shopping) มันคือร้านค้า ร้านอาหาร ในพื้นที่ระยะทาง ๖๐๐ เมตร โดยใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ ๕-๑๐ นาที อันนี้คือ นิยามของทีโอดี (TOD) แต่ปรากฏว่าพื้นที่ที่เอามาให้เอกชนรายนี้ ขออภัยครับ นำมาประมูลแล้วก็มีเอกชน ชนะไปแล้ว ผมคิดว่ามันเกินขอบเขตของทีโอดี (TOD) ไปเยอะครับท่านประธาน เพราะว่า ลำพังเฉพาะพื้นที่มักกะสันมูลค่าสูงถึง ๒๐,๐๐๐ ล้าน ๑๔๐ ไร่ จากภาพสไลด์ (Slide) หัวถึงท้ายเกือบ ๆ ๒ กิโลเมตรครับท่านประธาน ไม่ใช่ ๖๐๐ เมตร ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การมัดรวมเอาการพัฒนาที่ดินที่มันเหนือนิยามของทีโอดี (TOD) เข้าไปในโครงการรถไฟ ความเร็วสูงนั้นไม่ใช่เพราะอะไรเลยครับ นอกจากเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเอกชนที่จะชนะ การประมูลนั้นจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน พื้นที่ขนาดใหญ่ผืนสุดท้าย ใจกลางกรุงเทพมหานครไปด้วย ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ทำการศึกษา มีรายงานอยู่ใน ผลการศึกษานะครับ ก็ยังมีบอกอีกว่า หากเราพิจารณาผลการตอบแทนทางการเงินโครงการ รถไฟบวกกับทีโอดี (TOD) ผมใส่เครื่องหมายคำถามว่าทีโอดี (TOD) หรือไม่นะครับ ก็จะให้ ผลลัพธ์แบบนี้ว่า จริง ๆ แล้วโครงการนี้สามารถให้ระยะเวลาเพียงแค่ ๓๕ ปีก็พอ เพราะอะไรครับ ที่ ๓๕ ปีนั้นจะให้อีไออาร์ (EIR) ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ บีซี เรโช (B/C Ratio) นั้นอยู่ที่ ๑.๐๕ เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากกว่าเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงอย่างเดียวที่ ๕๐ ปีเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่ครับ รัฐบาลนี้ไม่ได้เปิดประมูลที่ ๓๕ ปี แต่กลับเปิดประมูลที่ ๕๐ ปี ซึ่งผมตั้งประเด็นว่า นี่คือการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่จะมาชนะการประมูลหรือไม่ ท่านประธานครับ ล่าสุดโครงการนี้มันมีเงื่อนงำ แล้วก็มันมีความไม่ชอบมาพากลแล้ว ไม่ถูกต้องอีกเพราะอะไรครับ เพราะว่าค่าสิทธิในการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ที่ตามสัญญาจะต้องชำระภายในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา มูลค่า ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท กลับไม่ได้ชำระ เอกชนก็ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องของว่าจำนวนผู้โดยสารนั้น ลดลงจากสภาพการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งก็นำมาซึ่งการเลื่อนระยะเวลา ในการชำระ แล้วก็จะมีการตั้งคณะกรรมการในการพิจารณา ตรงนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าแล้วไม่ชำระแบบนี้จะเสียค่าปรับหรือเปล่า ประชาชน ชาวบ้านฟังอย่างนี้ต้องโดนค่าปรับ ค่าปรับไม่มีครับท่านประธาน เพราะว่าตอนที่เขา เซ็นสัญญากันเมื่อ ๒๔ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ มีการแก้ไขรายละเอียดในสัญญาให้แตกต่าง จากร่างสัญญาในตอนแรก โดยปรับแก้ค่าปรับมูลค่า ๓ ล้านบาทต่อวัน ถ้าไม่ได้ชำระค่าสิทธิ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ๑๐,๖๗๑ ล้านบาทภายในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ปรับแก้ออกไปแล้วครับ ไม่ต้องชำระวันละ ๓ ล้านบาท นอกจากนั้นนะครับท่านประธาน สิ่งที่เราจะต้องจับตาต่อจากนี้ไปในเมื่อค่าปรับไม่มีแล้ว ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท ก็เลื่อนออกไป แล้วอยู่ในระหว่างการพิจารณาอีก ๒ เดือนต่อจากนี้ สิ่งที่ต้องตามกันดูครับว่าจะมีการแก้ไข มากกว่านี้อีกไหม เป็นต้น เรื่องของระยะเวลาโครงการที่ปัจจุบันนี้ได้ ๕๐ ปีจะขยายยาวขึ้น อีกหรือเปล่า เรื่องของเงื่อนไขในการจ่ายเงินลงทุนร่วมทุนของรัฐบาลที่จะเริ่มจ่ายในปีที่ ๖ หลังจากที่โครงการเริ่มเดินในเชิงพาณิชย์แล้วจะปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายหรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านก็คงจะต้องติดตามว่า จะมีการเอื้อประโยชน์ มากกว่านี้หรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าเฉพาะโครงการนี้แล้วก็จากการที่ดู รายงานของกรรมาธิการชุดนี้มีการพูดถึงผลกระทบ มีการพูดถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมทางรถไฟความเร็วสูงนี้ ผมก็ต้องเรียนว่า เมื่อเราไปดู งบประมาณที่รัฐบาลเตรียมเอาไว้ เราเห็นแต่ค่าเวนคืนที่ดินสำหรับประชาชนที่มีกรรมสิทธิ์ แต่เราไม่เห็นงบประมาณที่เตรียมเอาไว้ที่จะเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ บนที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเลย รัฐบาลนี้ผลักภาระนี้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีงบประมาณเพียงพอหรือครับ ที่จะมาเยียวยา จะมาดูแลพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ นี่แสดงให้เห็นครับว่า รัฐบาลชุดนี้นั้นไม่ได้ดูดำดูแดง ไม่ได้สนใจกับประชาชนที่เดือดร้อน มากเท่ากับเอกชนคู่สัญญาเลย เอกชนคู่สัญญานี้ยังไม่ได้เริ่มรับรู้การขาดทุนนะครับ ท่านประธานครับ เพียงแต่จะต้องชำระค่าสิทธิเดินรถตามสัญญาที่ระบุกันไว้เท่านั้น แต่พอ บอกว่าผู้โดยสารลดลงก็ปรับเลื่อนไปเสียแล้ว ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมและพรรคก้าวไกลนั้นไม่ได้รังเกียจทุนใหญ่ในประเทศนี้ แต่สิ่งที่ผมรังเกียจครับ ท่านประธาน คือผมรังเกียจการเอื้อประโยชน์จนนำมาสู่การแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม ผมรังเกียจการเอื้อประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และที่ผมรังเกียจ ที่สุดครับคือการปล่อยปละละเลย ไม่ดูดำดูแดงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สุรสิทธิ์ครับ🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมเองมีโอกาสได้ดูรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งอาจจะใช้เวลา ไม่มากนัก แต่อย่างน้อยที่สุดนะครับ ได้เห็นการทำงานด้วยความตั้งใจของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นเรื่องของผลการศึกษา ปัญหาที่ดิน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ใน ๒ ส่วนด้วยกันก็คือ ส่วนที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรืออาจจะบอกว่า เป็นในส่วนของเขตเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่ได้ดำเนินการในหลาย ๆ พื้นที่ ในหลายภาคด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลเองได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง หลายปี แล้วก็ในส่วนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือว่าอีอีซี (EEC) ผมเรียนว่า จากการที่ได้โอกาสติดตาม อย่างน้อยที่สุดโครงการทั้งหมดทั้งมวล ก็เป็นโครงการที่เป็นความ ตั้งใจของรัฐบาลที่อยากจะเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มีโอกาสเดินหน้า อยากจะ เห็นในเรื่องของศักยภาพในการแข่งขันของประเทศนั้นสูงขึ้น ผมเชื่อว่าในการสำรวจแนวทาง ในเรื่องของเขตพัฒนาพิเศษ หรือว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองได้ดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในภูมิภาคต่าง ๆ เหนือ อีสาน ใต้ ภาคตะวันตก ก็แล้วแต่ ก็เป็นโครงการหนึ่งที่ผมเชื่อว่า รัฐบาลได้ดำเนินการลงไปสำรวจ แล้วก็ดูความพร้อม แม้ว่าวันนี้ผมเรียนว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยขาดปัจจัยในเรื่องของเรียกว่า ความพร้อมในเรื่องของข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินการ ปัจจัยพื้นฐานอย่างเช่น ถนนหนทางไฟฟ้าระบบน้ำ ระบบต่าง ๆ ที่ใน แต่ละภูมิภาคมีอยู่อาจไม่มีความพร้อม แต่อย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่าในภูมิภาคต่าง ๆ ก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในระดับหนึ่งในการไปแก้ไข แล้วก็ช่วยให้เกิดการพัฒนา มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าความพร้อมที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็คือ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก หรือที่เราเรียกว่าอีอีซี (EEC) ที่ได้มีการดำเนินการต่อเนื่องมา ๒ ปีก็ตาม ในรายงานฉบับนี้ความครอบคลุมในเรื่องของรายงานมีค่อนข้างเยอะมาก ไม่ว่าเป็นปัญหา ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องของน้ำ เรื่องของกากสารพิษ ขยะทั้งหลาย ในเรื่องของ โรงงาน ในเรื่องของการดำเนินงาน ในพื้นที่แล้วก็ในเรื่องของมุมมองทางเศรษฐกิจที่เป็น ตัวเลข ที่ได้มีการวิเคราะห์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราจะไปดูในหน้าที่ ๑๙๐ กว่าก็จะเห็น ในเรื่องของการวิเคราะห์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมที่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการนี้ ที่คิดว่าจะมีโอกาสได้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๙.๘๐ ต่อปี แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนในทางการเงินของประเทศมากกว่า ๖.๐๖ ของประเทศนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นโครงการที่สามารถเดินหน้าได้ แต่อย่างไรก็ตามในทุก ๆ ปัจจัย ในทุก ๆ องค์ประกอบที่คณะกรรมาธิการนี้ได้มีการวิเคราะห์ ผมเรียนว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ ผมเองอยากจะฝากและเป็นข้อมูลข้อสังเกตก็คือว่า ในข้อมูลที่ท่านได้นำมานี้ท่านลงพื้นที่ และดูข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นส่วนที่ประกอบและฟังจากพี่น้องประชาชนด้วย เราจะได้เห็นกรณีที่เป็นปัญหาที่แท้จริง แต่อย่างไรก็ตามอยากจะเรียนข้อสังเกตนิดนะครับว่า ในเรื่องนี้คณะกรรมาธิการได้นำข้อมูลที่ได้รับนี้นำมาเปรียบเทียบกับรายงานของอีอีซี (EEC) ที่ได้ส่งให้กับสภามากน้อยแค่ไหน เพราะผมเชื่อว่าในรายงานที่เกิดขึ้นกับที่ปรากฏของท่าน มันยังมีข้อมูลบางส่วนที่อาจจะไม่สอดคล้องกันนะครับ🔗

ประการที่ ๒ ผมอยากเรียนสักนิดหนึ่งนะครับว่า ในวัตถุประสงค์ของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พูดถึงเพื่อการศึกษาปัญหาทั้งหลาย รวมทั้งแนวทางข้อเสนอแนะ และนำผลมาดำเนินการผ่านกระบวนการทางกรรมาธิการ ก็ยังไม่มีข้อหนึ่งที่ผมเป็นข้อสังเกต ก็คือในรายงานฉบับนี้เป็นรายงานต่อสภา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน แต่ผมไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เสร็จกระบวนการนี้แล้ว เราจะมีแนวทางในการที่จะนำเสนอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลได้มากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะในรายงานฉบับนี้ ผมอยากจะเห็นนะครับว่ามันน่าที่จะมีข้อมูลเป็นภาพรวม เป็นการวิเคราะห์ภาพรวมว่า โครงการทั้งหมด ทั้งในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตพัฒนาพิเศษ เรามีเป้าหมาย ที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้มากน้อยขนาดไหน อุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะในภาพรวม ที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้ก้าวหน้าต่อไป อันนี้ผมยังไม่เห็นนะครับ🔗

ประการต่อมาผมเรียนอีกนิดหนึ่งนะครับว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหา พี่น้องประชาชนในเรื่องของการเวนคืนนี้นะครับ ผมเรียนว่ายังไม่มีข้อมูลในเรื่องของ การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ที่ได้ดำเนินการไปอย่างแท้จริงว่าได้ดำเนินการไป อย่างไรนะครับ ข้อ ๒ ก็คือในเรื่องของน้ำ ผมคิดว่าเป็นปัญหาสำคัญในอนาคตที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ควรจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ซึ่งขณะนี้ผมเรียนว่าในภาคตะวันออก ได้มีการดำเนินการในเรื่องของน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบคลัสเตอร์ (Cluster) ที่เกิดขึ้นนะครับ ตรงนี้คือส่วนหนึ่งที่เป็นข้อมูลที่ท่านได้ให้ข้อมูลมานี้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ พอสมควร🔗

อีกเรื่องก็คือปัญหาของขยะหรือกากสารพิษ มันเป็นเรื่องสำคัญที่ผมคิดว่า จะเกิดปัญหาในอนาคต ดั้งนั้นผมเรียนว่าข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้ในหน้า ๑๔๙ ขึ้นไปนี้มีความ สมบูรณ์ค่อนข้างมากแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะเห็นก็คือเราจะมีวิธีการทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหา ในเรื่องขยะ โดยเฉพาะขยะชุมชน มูลฝอยแล้วแต่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่เกิดปัญหา จากโรงงานทั่วไป ถ้าโรงงานที่เกิดขึ้นจากเขตพัฒนาพิเศษมันจะไม่เกิด เพราะว่าโครงการนี้ เขาเรียกว่าเป็นโครงการโรงงานสะอาด ดังนั้นในข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ค่อนข้างมากและผมเองต้องขอขอบคุณนะครับ แต่ก็อยากจะเห็นรายงานนี้ขับเคลื่อนไปสู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี เขต ๒ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยครับ ขอขอบพระคุณนะครับ ท่านประธานที่ให้โอกาสได้ขึ้นมาพูดถึงรายงานฉบับนี้ แล้วก็ขอบคุณทางสภาที่ได้ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญที่ทำงานอยู่นี่ละครับ ทำให้พวกเราได้มีโอกาสมาพูดถึงที่เป็นปัญหา ของพี่น้องประชาชน อย่าลืมนะครับ สิ่งที่เราพูดถึงนี้รัฐบาลทำไปแล้ว แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องมา เพิ่มเติมกันอีก ทำไมเรื่องเก่าถึงยังเป็นปัญหาใหม่อยู่อีกนะครับ ก็เลยขออนุญาตแลกเปลี่ยน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับท่านรายงานฉบับนี้นะครับ รายงานฉบับนี้เราพูดกันถึงเรื่องพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจากเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษ คำว่า พิเศษ ๆ ให้นี่นะครับมันทำ ให้เราต้องพูดกันเยอะนะครับ เรื่องนี้วัตถุประสงค์ก็คือต้องการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เรื่องเศรษฐกิจพิเศษยกระดับชีวิตคนไทยให้มีความสุขและต้องการดูแลสิ่งแวดล้อม ผมพยายามต้องขออภัยนะครับ วันนี้เราต้องพูดกันละเอียดแต่ละข้อ แต่ผมพยายามไปให้ไว เพราะเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญถ้าพูดไวไปผมกลัวว่าข้อเท็จจริงซึ่งผมเป็นกรรมาธิการ อยู่หลายคณะอาจจะไม่ถูกถ่ายทอดลงไป ท่านยกขึ้นมาในประเด็นที่ ๑ เรื่องของการมี ส่วนร่วมของประชาชนมีกระบวนการไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย จริงครับ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีท่าน ส.ส.ซูการ์โนเป็นประธาน ได้ลงไปดูการทำประชาพิจารณ์ที่จะนะ จังหวัดสงขลา ทำประชาพิจารณ์ต้องแยกกันนะครับ ฝ่ายสนับสนุน ๑ เวทีฝ่ายไม่เห็นด้วยอีก ๑ เวที แยกกันไม่ได้ครับ ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลซึ่งทำงานมีประสบการณ์เยอะ ๆ เอาข้อมูลจริง ๆ ลงไปพื้นที่จริง ๆ ด้วย กระบวนการรับฟังความเห็นการมีส่วนร่วมที่ชัดเจน ปัญหาจะไม่มาก เพราะจากการรับฟัง พบว่าเขาร้องไห้ เขาบอกว่าทำไมต้องมากีดกันที่ว่าไม่ให้เขาไปพูด อันนี้ตามกรรมาธิการ ก็รับฟังมา ผมก็ได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่คงเป็น ศอ.บต. ภาคใต้ว่า ทำไมข้อมูลเราก็มีจริง ๆ ทำไมไม่บอกเขาไปล่ะ แล้วก็เชิญเขามา เพราะทุกคนก็อยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มันจะดีอย่างไรใช่ไหมครับ เขาถามหลายอย่างมากว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจาก เป็นเรื่องใหม่ แหล่งน้ำที่จะปล่อยลงน้ำ กุ้งหอยปูปลาเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง เขาก็ถามนะครับ ผมบอกว่าราชการก็มีข้อมูลนี่ครับ กรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลไปสิครับว่าเวลาทำนิคมอยู่ใกล้ ๆ เราปล่อยน้ำลงไปแล้วผลกระทบมีหรือไม่ บอกเขาไปเลยนะครับ แล้วก็สิ่งที่ดี ๆ จะเกิดอะไร ขึ้นกับเขาบ้าง ผมเชื่อว่าเขาก็อยากจะรู้และอยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยกตัวอย่างเรื่องเดียว เรื่องกระบวนการการมีส่วนร่วมที่ผมเห็นว่ายังทำไม่ถูกต้อง ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมานั่งทำใหม่ ทำไมต้องทำใหม่ครับ แสดงว่าที่ผ่านมาไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ มันจะนำไปสู่เรื่องอื่น ๆ ที่กระบวนการรับฟังความเห็น พี่น้องที่อยู่ใกล้ ๆ อีอีซี (EEC) นี้ ก็ต้องรับฟังเขาด้วยเหมือนกัน🔗

เรื่องที่ ๒ ผลกระทบศักยภาพการแสดงว่าน้ำในเขตพัฒนาที่ดินภาคตะวันออก อันนี้ก็ชัดนะครับ ผมคิดว่าน้ำเท่าไรก็ไม่พอหรอกครับ เมืองไทยเรามีทั้งปัญหาน้ำแล้ง และน้ำท่วม เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความชัดเจนว่าแหล่งน้ำ ผมอยู่กรรมาธิการเรื่องจัดการช้าง ป่า ทราบว่าตอนนี้จะไปกันพื้นที่ในอุทยานออกมาทำแหล่งน้ำ ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าเอาพื้นที่ ตรงนี้ออกมา พื้นที่ช้างป่าก็น้อย วันนี้ช้างป่าออกมาเพ่นพ่าน ๕ จังหวัดในส่วนป่ารอยต่อ ตั้งแต่ชลบุรีจนถึงจันทบุรี อย่างนี้ละครับก็ต้องศึกษาว่าไปเอาที่ตรงนี้ ถึงแม้เป็นอำนาจ รัฐบาลก็ตามเอามาใช้ ผลกระทบป่าตรงนั้นมีอะไรบ้างก็ต้องไปดูแลกัน เช่นสร้างแนวรั้วกัน ช้างไม่ให้ช้างออกมา อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาครับ แล้วเรามีแต่ใช้ครับ ท่านมีแผนในการลด ไหมครับ มีกฎหมายในการควบคุมไหมครับว่าใช้แล้วต้องลดเท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ ลดการใช้น้ำ รีดิวซ์ (Reduce) ลดลงมา รียูส (Reuse) เอามาใช้ใหม่ รีไซเคิล (Recycle) มีไหมครับ ก็ฝากไว้ด้วยนะครับเรื่องน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญในอนาคตของเราครับ🔗

ส่วนเรื่องผลกระทบโครงการชลประทาน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง อันนี้ต้องศึกษานะครับ ท่านต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ๓,๐๐๐ ไร่ ลงทะเลลงไป มันจะมี ผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่ง ผมเองนั่งในกรรมาธิการวิสามัญกัดเซาะชายฝั่ง วันนี้ยังต้อง ใช้เช็ก (Check) ข้อมูลองค์รวมค่อย ๆ ประคองไปเลยครับ ยังไม่มีอะไรชัดเจนนะครับว่า พื้นที่กัดเซาะชายฝั่งมันหายไปได้อย่างไร อาศัยองค์ความรู้จากการลงทุนจากข้าราชการ ทำไปก็ฝากไว้ด้วยนะครับว่าต้องศึกษาอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นพื้นที่ที่จะเพิ่มลงไปในกรณี อาจจะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องอีกประมาณ ๑๐-๒๐ กิโลเมตร ใกล้ ๆ เพราะหาดบ้านเขา จะหายไป ยกตัวอย่างให้ฟังครับ🔗

ส่วนเรื่องของการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจและ การเงิน ผมเชื่อว่ารัฐบาลคงมีความจำเป็นที่อยากจะทำเรื่องการลงทุนตรงนี้มาด้วย วัตถุประสงค์ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องยกระดับชีวิตคนไทยให้มีความสุข และต้อง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทีนี้ตรงนี้เราลงทุนไปเยอะเท่าที่ทราบเป็นล้านกว่าบาท ท่านมีวัตถุประสงค์ที่ต้องพยายาม เลือกคนที่มาลงทุนในนิคมนี้ให้มันสอดคล้อง จริง ๆ แล้ววันนี้บางธุรกิจเขาอาจจะ ไม่จำเป็นต้องอยากอยู่ในนิคมก็ได้นะครับ อาจจะอยู่ข้างนอกก็ได้ แต่วันนี้เรามีผังเมืองครับ ผังเมืองห้ามครับ ผังเมืองปี ๒๕๕๘ ห้ามทำนอกเขตพื้นที่ ต้องทำในพื้นที่สีม่วงเท่านั้น มันก็เลยดันอุตสาหกรรมให้เข้าไปอยู่ตรงนี้กันใหญ่ จริง ๆ แล้วเขาได้บีโอไอ (BOI) เขาก็ชอบ อยู่แล้ว ก็ฝากรัฐบาลด้วยว่าถ้าท่านจะทำต้องเลือกดูนะครับ เพราะว่าประเทศไทยเรา เงินก็ต้องใช้เงินเยอะ พี่น้องประชาชนก็ต้องการเงินในการที่จะไปช่วยเหลือเขา ท่านต้อง เลือกธุรกิจที่มันเกิดตรงประโยชน์ และได้ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ใครมาใครไป พวกกันพวกอย่างไรจับเข้าไป ก็ฝากพิจารณาตรงนี้ด้วยครับ ในเรื่องของเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกครับ อีกอย่างนะครับฝากด้วยในเรื่องของ แรงงานที่บอกว่าเป็นแสน ๆ จริง ๆ แล้วมันใช่หรือเปล่าครับ เพราะว่าในอุตสาหกรรม สมัยใหม่ใช้แรงงานน้อยมากนะครับ จากที่จะนะก็ยังไม่ชัดเจนเลยครับ บอกว่าแสนกว่าคน ใช้ได้เท่าไร และควรจะพิจารณาคนในพื้นที่ในเมื่อตรงนั้นเราใช้พื้นที่ของเขา ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นคนในพื้นที่ได้มีโอกาสทำงานก่อนนะครับ คนต่างชาติก็คงจะพิจารณาให้ น้อยหน่อยก็ฝากเอาไว้นะครับว่า ถ้าโครงการลงทุนในเศรษฐกิจพิเศษนะครับ ผมอยากให้ ซีเอสอาร์ (CSR) ท่านครับ วันนี้เราพูดถึงงบที่ดูแล ต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทั่วประเทศ ชาวบ้านเขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าคำว่าซีเอสอาร์ (CSR) ดูแลชุมชนดูแลอย่างไรครับ ใครเป็นผู้มีอำนาจ แล้วชุมชนเขาจะได้ผลกระทบถ้าเขา อยู่ใกล้ ๆ นิคมหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขาจะได้รับอย่างไร เขาอยากจะรู้ครับ ไม่ใช่บอกว่า ทำให้ศึกษาดีขึ้น สาธารณสุขดีขึ้น มันดีขึ้นอย่างไรครับ ต้องถึงประชาชนนะครับ อาจจะต้อง ฟังประชาพิจารณ์ผ่านท้องถิ่น ก็ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ผลกระทบจากอีอีซี (EEC) หรือว่าที่ดินจากการใช้ประโยชน์ตรงนี้จะเกิดการพัฒนาไม่เกิด สภาพที่มีปัญหานะครับ ก็ฝากนะครับ ท่านอย่าละเลยกับสิ่งที่ละเอียดอ่อน เพราะเราทำกัน มาเยอะแล้วครับ แต่วันนี้เราต้องกลับไปพูดถึงเรื่องเก่า ๆ อยู่ ก็ฝากนะครับถ้าเราลงทุนแล้ว ประเทศและประชาชนได้รับประโยชน์ ผมว่าถูกต้องครับ แต่ถ้ารัฐบาลไม่เข้มงวดไม่ทำอะไร ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่บอก สิ่งต่าง ๆ เราจะเสียเงินเปล่าครับต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มาอภิปรายตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน เริ่มจาก พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านณัฏฐ์ชนน พรรคภูมิใจไทย และ พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญท่านทวีครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้นำเรื่องการพัฒนา เรื่องการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก ประเทศไทยเรามีคำว่าการพัฒนามาโดยตลอด แต่เราก็จะพบว่า การทำลายที่ใหญ่ที่สุดก็คือ การใช้คำว่าการพัฒนามาสู่การทำลาย ผมอาจจะขอแยกเฉพาะ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เนื่องจากเดี๋ยวจะมีสมาชิกของพรรคจะพูดเรื่องจะนะ แยกต่างหาก ท่านประธานที่เคารพครับ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ก่อนที่จะมี กฎหมายขึ้นมาได้มีคำสั่ง คสช. ในยุคที่ยึดอำนาจ แล้วคำสั่ง คสช. ก็มีการประกาศให้ยกเลิก ผังเมือง แล้วก็ได้ประกาศพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ชนบทให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ในการพัฒนาทุกชนิด ผลประโยชน์ก็จะอยู่ที่ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะที่ดิน เราจะเห็น ได้จากที่ดินในเขตพัฒนาอีอีซี (EEC) จะมีบริษัทที่มีส่วนร่วมและบางบริษัทมีรองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานที่ปรึกษา พอลาออกวันสุดท้ายก็มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าซื้อที่ดินมาในราคา เฉลี่ยไร่ละ ๑ ล้านบาท แล้วก็ประกาศว่าตอนนี้ที่ดินไร่ละ ๑๕ ล้านบาท ไม่ใช่ ๑๐๐ ไร่ ไม่ใช่ ๑,๐๐๐ ไร่ บางที ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่ คือการประกาศทีเดียวทำให้มีผลกับที่ดิน มโหฬาร ทีนี้พอเรามาย้อนดูเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมเห็นด้วยกับการพัฒนาแต่การพัฒนา ต้องเพื่อคุณภาพของชีวิต และความอยู่ดีกินดีของประชาชน ไม่ใช่เป็นเขตเศรษฐกิจที่เป็น สิทธินอกอาณาเขตของใครคนใดคนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะฝาก กรรมาธิการ คือจริง ๆ ผมรอจะอภิปรายรายงานของคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ซึ่งเป็นวาระที่เข้ามาพร้อมกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากว่าผมได้ดูรายงานประจำปี ของคณะกรรมการอีอีซี (EEC) กับรายงานฉบับนี้เหมือนเป็นหนังคนละชุด เหมือนคนละโลก เหมือนคนละแผ่นดิน เหมือนคนละประเทศโดยสรุปก็คือรายงานของอีอีซี (EEC) ก็บอกว่า เป็นโครงการที่รัฐจะร่วมกับเอกชนลงทุนทั้งหมด ๖๑๘,๕๙๙ ล้านบาท แต่ถ้าไปดูรายงาน ของคณะกรรมาธิการตัวเลขจะมีคลาดเคลื่อนกัน แล้วก็พบมี ๖ เรื่องใหญ่ ๆ ที่จะเป็นเขต เศรษฐกิจพิเศษ แล้วเดี๋ยวผมจะต้องขอถามกรรมาธิการว่าใน ๖ เรื่องใครได้ประโยชน์อย่างไร เรื่องที่ ๑ ก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน อันนี้มูลค่า ๒๕๗,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องที่ ๒ เป็นโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ๒๐๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาทเศษ เรื่องที่ ๓ โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ ๓ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ ๓ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เรื่องที่ ๕ เป็นเรื่องการลงทุนในโครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภาอันนี้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และยังมีเรื่องที่ ๖ ที่เติมมาก็คือโครงการเขตส่งเสริมและอุตสาหกรรมและนวัตกรรม อันนี้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับผมก็ยังฝากกรรมาธิการ คือตัวเลขของ ท่านกับตัวเลขของอีอีซี (EEC) ที่เข้าวันเดียวกัน มันมีตัวเลขที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามครับ วันนี้เราพูดเรื่องที่ดิน ผมเองปรากฏว่าได้มาดูเรื่องที่ดินท่านจะให้เรื่องที่ดินน้อยไปหน่อย ก็คือเราจะมีที่ส่วนหนึ่งคือรถไฟความเร็วสูง รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่เอาที่ดินที่ในเขตอีอีซี (EEC) ๓ จังหวัด แต่เป็นเอาที่ดินที่แพงที่สุด ผมคิดว่าแพงที่สุดนะเพราะขายสถานทูตอังกฤษ ตรงนี้อาจจะน้อยกว่า แพงกว่าสถานทูตอังกฤษ จำนวน ๑๕๐ ล้านไร่ ที่ดินแปลงนี้ เป็นที่ดินที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานให้กับการรถไฟ พระราชทานในปี ๒๔๔๘ คือ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว เป็นปีเดียวกับที่ท่านต้องการให้เลิกทาส การเลิกคือการให้ คือการให้ ที่ดินมากับการรถไฟ การรถไฟก็คือเพื่อการคมนาคมต้องการที่ให้เป็นสาธารณประโยชน์ของ คนทุกคนโดยเฉพาะคนที่ต้องการที่จะเดินทาง แต่วันนี้ปรากฏว่าในการเซ็นสัญญารถไฟ ความสูง ๓ สนามบินนั้นพบว่าได้ยกที่ดินแปลงนี้ให้เช่า ท่านทราบไหมครับ ให้เช่าในราคา ๕๐ ปี ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การเช่าที่ดินของห้างเซ็นทรัลไม่ถึง ๑๕๐ ไร่เพียง ๔๘ ไร่ เช่า ๒๐ ปี ไม่ ๕๐ ปี ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านแล้ว ถ้าคิดราคาเดียวกัน ถ้าจะเช่าในราคาวันนี้มันน่าจะต้อง ๑๖๔,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือตัวอย่าง แล้วเป็นอย่างไรครับ เช่ายังไม่พอ ยังเอาแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ซึ่งเป็นรถสำหรับคนจน สำหรับ คนชนบทที่จะเดินทางไปไหนมาไหนให้พร้อมเพรียงกันเอาไปประเคน เอาไปให้ด้วย เพื่อจะมาพัฒนา แล้วในที่สุดท่านพิจารณ์ได้อภิปรายไปแล้ว พอถึงวันครบกำหนด ปรากฏว่าบอกมีภัยเรื่องโควิด (COVID) ขอเลื่อน ท่านไปดูสิครับบริษัทที่มาร่วมทุน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ทุกบริษัทรวยหมด มีกำไรหมดจะมีภัยโควิด (COVID) ได้อย่างไร อันนี้เป็นตัวอย่าง เนื่องจากเวลาผมน้อยผมฝากกรรมาธิการครับ คือข้อมูลบางอย่างอาจจะ ยังไม่ครบถ้วน แล้วบางอย่างก็ฝากท่านในคณะกรรมการอีอีซี (EEC) มาชี้แจง เชื่อว่า สัปดาห์หน้าช่วยลุกมาถามว่ามันเป็นคนละเรื่องเดียวกันหรือไม่ พื้นที่เดียวกันหรือไม่ แล้วใคร ได้รับผลประโยชน์ ผมก็อยากจะฝากไว้นะครับ ในเบื้องต้นก็เพื่อให้กำลังใจคณะกรรมาธิการ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครสู้เขาได้ เพราะไม่สามารถมาพูดในสภาได้ ผมขอขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านณัฏฐ์ชนนครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้รายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมขอบคุณมากเมื่อสักครู่นี้ผมติดภารกิจอยู่ครับ ได้ฟังอนุกรรมาธิการ ลุกขึ้นมาชี้แจงครับ นางสาวเสาวรัจ รัตนคำฟู ผมอดไม่ได้ครับท่านประธานต้องลงมา อภิปราย เพราะผมเป็นคนสงขลาครับ เพราะผมเป็นคนอำเภอจะนะ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ วันนี้โครงการเมืองต้นแบบจะนะ โดย ศอ.บต. แปลกหรือไม่ครับท่านประธาน เมืองต้นแบบ เมืองอุตสาหกรรม แต่คนคิดก็คือ ศอ.บต. ผมจะพาท่านไปรู้จักอำเภอจะนะครับ ก่อนที่โครงการเมืองต้นแบบจากเกิดครับท่านประธาน ผมเป็นสมาชิก อบจ. อยู่ที่นั่นครับ คุณแม่ผมคนที่นั่นครับ ปรากฏว่ามีบริษัท ปิโตรเคมีทีพี จุด จุด จุด ไปกว้านซื้อที่ดินครับ ร่วมกับนักการเมืองจังหวัดสงขลาที่เขากล่าวอ้าง ๑๕,๐๐๐ ไร่ในตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ นี่คือปฐมบทของโครงการเมืองต้นแบบ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ ผมก็เลยบอกว่า วันนี้ ศอ.บต. เดินหน้าเมืองต้นแบบ เมืองอุตสาหกรรมเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีคนร้องไห้ครับ มีคนได้ผลประโยชน์ มีคนผลเสียผลประโยชน์ มีชาวบ้านออกมาประท้วง ผมมั่นใจนะครับว่า วันนี้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงไปจะนะบ้านผม หลายรอบครับ ไปเห็นบรรยากาศคนจะนะทำไมออกมาประท้วงครับ เพราะเขาโดนหลอกครับ โดนหลอกมาหลายรอบครับท่านประธาน โดนหลอกจนชินชา ปรากฏว่าโครงการทรานส์ ไทย-มาเลเซีย ตั้งที่ตำบลตลิ่งชัน ก่อนตั้งโครงการบอกว่า เมื่อโครงการตั้งขึ้นประชาชน จะได้งานทำ วันนี้ครับลูกหลานไม่ได้ทำงานครับ ไปเป็นอะไรครับ ไปเป็นยาม ไปเป็นแม่บ้าน หลังจากนั้นโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต โครงการโรงไฟฟ้าจะนะ โรงที่ ๑ โรงที่ ๒ ที่ตำบลป่าชิง เหมือนกันครับโครงการนี้เกิดชาวจะนะจะได้ทำงาน ได้ทำหรือไม่ครับ ได้ครับ ไปเป็นยาม ไปเป็นแม่บ้าน นี่คือบทเรียนของพี่น้องชาวจะนะ ท่านประธานครับ ปรากฏว่า การศึกษาของคณะกรรมาธิการที่บอกไว้ข้อหนึ่งชัดเจนครับข้อนี้ ตัวเลขที่ใช้ในการวิเคราะห์ ไม่มีที่มาชัดเจน เช่นโครงการจะเกิดการจ้างงาน ๑๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง และเกิดประโยชน์ การหมุนเวียนจากการจ้างงานมากกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ โกหกครับ คนจะนะมีประชากร ๑๑๐,๐๐๐ คน คุณไปจ้างเขา ๑๐๐,๐๐๐ คน หมดเลยครับ นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้นเป็นเรื่องโกหก วันนี้ผมสะท้อนในฐานะที่เป็นคนสงขลาครับ วันนี้ถ้า ส.ส. สงขลา ส.ส. พื้นที่ใกล้เคียงไม่ลุกขึ้นมาพูดผมก็จะอายผู้แทน ๕๐๐ เขต ๕๐๐ คน จากที่อื่น ท่านประธานครับ รายงานของกรรมาธิการสิ่งที่ผมเห็นก็คือรายงานข้อเท็จจริง แต่บางสิ่งบางอย่างที่ท่านลงไปเห็น มันเป็นแค่ภาพลวงตา ในพื้นที่ทั้งหมดวันนี้มีการวางแผนสมคบคิด อำเภอนาทวีของผม เป็นต้นน้ำจากเขาน้ำค้างครับ เป็นต้นทุนน้ำในการทำอุตสาหกรรมครั้งนี้ ได้รับผลกระทบ ไหมครับ ได้ มีการกว้านซื้อที่ดินที่ตำบลท่าหมอไทร เพื่อสร้างเหมืองหินจัดการโครงการนี้ โดยบริษัท ทีพี จุด จุด จุด และนักการเมือง มีการกว้านซื้อที่ดินของพี่น้องประชาชนจาก ราคาถูกไปบวกกำไรโดยไม่ได้บอก ชาวบ้านขายไปก็เสียโอกาส วันนี้เมื่อชาวบ้านว่าขายไปแล้ว โครงการจะเกิดช่วยอะไรไม่ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พื้นที่ ๔ อำเภอที่ผมพูดตลอด จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย มันมีความเกี่ยวข้องกับผมครับ เทพาบ้านพ่อ จะนะบ้านแม่ นาทวีบ้านภรรยา สะบ้าย้อยผมเรียนที่นั่น ผมมีความคุ้นเคยที่นี่ โครงการนี้จะสร้าง ผลกระทบกับ ๔ อำเภอชัดเจนครับ วันนี้มีการศึกษาเฉพาะอำเภอจะนะ บริเวณรอบ โครงการ แต่ท่าหมอไทรที่ห่างไปประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ที่คุณจะไปสร้างเหมืองหิน ทำไมไม่ไปศึกษา คุณไปกว้านซื้อ มีการทะเลาะ มีการจ่ายนายหน้า มีปัญหากัน นี่คือ โครงการที่สร้างผลในปัจจุบัน ศอ.บต. คุณมีหน้าที่อะไรครับ ผมมีความสนิทสนมกับ ท่านเลขา แต่วันนี้ไม่ได้อภิปรายเลขา แต่อภิปรายคนคิดโครงการ คนเสนอโครงการให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรี คุณคิดอะไรอยู่ หน้าที่คุณคืออะไร ดูแลความสงบสุขของพี่น้องประชาชน คุณดูแลพร้อมหรือยังที่คุณจะไปทำในเรื่องของอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ สุดท้าย คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เคารพครับ ผมฝากให้ท่าน ไปดูในรายละเอียดที่ผมอภิปราย มันจะเป็นบุญคุณกับคนจะนะบ้านผมกับคนสงขลา อะไรที่เป็นประโยชน์ท่านทำไปครับ ผมสนับสนุน ท่านครับ ข้อที่ ๑ ท่านต้องรู้จักบริษัท ปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ๒. ท่านรู้จักนักการเมืองที่เขากล่าวหาว่า มีผลประโยชน์กับที่ดิน ท่านต้องไปรู้จัก โครงการนี้เกิดขึ้นได้เมื่อผลประโยชน์ลงตัวครับ แต่ชาวบ้านต้องได้ประโยชน์ ท่านไม่สงสารชาวบ้านชาวจะนะบ้างหรือครับ ผมเองพร้อมจะ ติดตามโครงการนี้ตลอดไป ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้มาร่วมอภิปรายในรายงาน การพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจ พิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่เราเรียกว่าอีอีซี (EEC) ของคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎร ก็กราบเรียนนะครับว่า ในรายงานนี้ก็เป็นเอกสาร โดยเฉพาะ ๕ หน้าแรกของบทสรุปก็ได้สรุปเนื้อหาของข้อเท็จจริง ได้อย่างดีครับ แล้วกระผมก็ขอขอบคุณในเนื้อหาที่ผมได้มีความรู้เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ผมอยากจะ มีส่วนร่วมนิดหนึ่งประเด็นของมันก็คือเรื่องของการรายงานที่รัฐบาลในหน้าสุดท้าย ฌ ที่เขียนไว้ของรัฐบาลนั้นมีแค่ ๒ หัวข้อประเด็น ที่พูดถึงเรื่องกรณีปัญหาขยะ ที่จะต้องต่อ สัตยาบัน แก้ไขในอนุสัญญาบาเซล (Basel) ส่วนเรื่องของจะนะนั้นมีผู้ทรงเกียรติพูดไปเยอะ แล้วไม่ลงไปท้ายด้วย อันนี้ก็เป็นแค่นิดเดียวที่ให้รัฐบาลรับทราบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนี่ รัฐบาลควรจะต้องทราบมากกว่านี้อีกเยอะครับ ความจะเจ๊งของเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้น เราเห็นกำเนิดจากการดิสรัปต์ (Disrupt) ของโรคไวรัสที่เข้ามา ทั้งโลกทั้งประเทศแล้วนี่ก็เห็นอยู่แล้วครับ ผมเคยนั่งคณะกรรมการอนุก่อสร้างและที่ดิน ในงบประมาณก็ได้สอบถามเรื่องของการก่อสร้างในพื้นที่อีอีซี (EEC) ก็ยังเป็นแบบระบบ ใช้พวงร้อยในการทำระบบการสร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ในประเด็นของผมนี้ ผมอยากให้เห็นถึงข้อสังเกตที่อยากจะพูดถึง โดยเฉพาะความจำเป็นในเรื่องของอ่างน้ำที่ท่านพูด ในเรื่องของอีอีซี (EEC) โดยเฉพาะในเรื่องโครงข่ายการวิเคราะห์ เรื่องของการสมดุลน้ำนั้น พบว่าการผันน้ำค่าเฉลี่ย ๕๖ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีนั้น ปรากฏว่าในข้อ ๓ ที่กำหนดไว้ บอกว่าแผนความต้องการใช้น้ำและประเมินน้ำต้นทุนที่วิเคราะห์และพยากรณ์ล่วงหน้า ในปี ๒๕๗๐ และปี ๒๕๘๐ นั้นไม่ปรากฏ เขาบอกว่าไม่ปรากฏการวิเคราะห์ที่ทำการ เปลี่ยนแปลงและความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เกี่ยวกับไคลเมต เชนจ์ (Climate Change) และไคลเมต แวริเอชัน (Climate variation) ซึ่งเป็นเพียงการคาดการณ์จากปี น้ำแล้งและปีน้ำมากย้อนหลังเท่านั้นเอง นี่ครับสิ่งที่ผมอยากได้ข้อมูลตรงนี้ ดีจังเลยครับ รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย ใช้เสกเทียนนั่งอ่างน้ำมนต์ เอาน้ำมนต์มาแล้วก็เทียนหยด คาดการณ์เอา ทั้ง ๆ ที่โลกเราไปไกลขนาดไหนแล้วไม่รู้ ดาวเทียมเราก็มีครับ การเชื่อม อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่จะตรวจสอบทั้งพื้นที่ที่เป็นดิน พื้นที่ที่เป็นน้ำและที่ท่านนำเสนอ เรื่องของแผนที่ที่มาเห็นตัดเป็นสัดเป็นส่วนก็เยอะมากมาย ขณะนี้โลกมันไปไกลขนาด วัดผิวดินได้แล้ว วัดปริมาณน้ำได้แล้ว วัดการไหลขึ้นบ่าทำเป็นไมล์สโตน (Milestones) ของช่วงไทม์ไลน์ (Timeline) การเกิดและการแปรปรวนที่จะเกิดขึ้นในวิกฤติต่าง ๆ โลกมันทำนายได้แล้วครับ นี่บอกว่าคาดการณ์อย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่มัน พรีดิกชัน (Prediction) ได้แล้ว และการพรีดิกชัน (Prediction) มันก็เป็นห่วงโซ่อันหนึ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องของไคลเมต เชนจ์ (Climate Change) ซึ่งผมไม่รู้ว่ารัฐบาลจะไปจดสัญญาอีก ๓๐ ปี จะทำให้เป็น ๐ นี่มันจะเป็นไปได้ขนาดนั้นจริงหรือเปล่า ขนาดอีอีซี (EEC) นี่ผมมอง อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ทางด้านดิจิทัล (Digital) ก็ยังไม่ไปถึงไหน รายงาน คราวที่แล้วของ กสทช. บอกว่าผลกระทบจากโคโรนาไวรัส (Coronaviruses) ทำให้ เศรษฐกิจหรือการดำเนินการขับเคลื่อนในอินฟรา (Infra) ของดิจิทัล (Digital) นี่พังไปหมด ทั้งระบบ แล้วนี่ผมพูดถึงน้ำนะครับ ระบบน้ำนี่ไม่จำเป็นจะต้องกายภาพ มีแหล่งน้ำ แล้วก็มี พื้นที่ลุ่มน้ำรองรับตามปริมาณในหลักความจริงก็จริงอยู่ แต่สำคัญ ผมเป็นห่วงแค่ประปา ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ดูแลเรื่องแหล่งน้ำต้นทุนน้ำที่จะทำให้อีอีซี (EEC) รองรับผู้คน รองรับประชาชน เพราะว่าการที่ประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปทำธุรกิจไม่ใช่ทำ ด้วยตนเองเหมือนประปานครหลวง ไปดูน้ำสิครับในชนบท ท่านก็เห็นอยู่แล้วน้ำมันขุ่น ราคาก็แพง บริษัทซัป คอนแทรกต์ (Sub-Contract) ก็ไม่ได้ดูแล ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ทีนี้วิธีการก็คงไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นแน่นอนนะครับ เพราะว่า ขนาดประชาชนนี้ยังไม่สามารถที่จะใช้น้ำสะอาด น้ำบริสุทธิ์ได้ ภาครัฐก็ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะทำให้ แหล่งน้ำหรือลุ่มน้ำนี้ถูกบริหารจัดการ แต่ในนี้เขียนไว้ครับ ในเล่มนี้นะครับ นี่ที่จะเข้า ท่านรู้ หรือไม่เขียนว่าอย่างไรครับ เล่มรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของอีอีซี (EEC) เขาเขียนถึงลุ่มน้ำครับ ทำแผนไว้สวยหรู แผนระยะสั้น ระยะยาว ๒๐ ปีข้างหน้า ในหน้า ๕๕ มีทั้งแผนพัฒนาแหล่งน้ำ ต้นทุน ๓๘ โครงการ แผนพัฒนาจัดการความต้องการใช้น้ำ ๙ โครงการ และมาตรการอื่น ๆ อีกถึงปี ๒๕๘๐ ผมว่างงเหมือนกันครับท่านประธานครับ ก็สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ความมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สิ่งสำคัญคือต้องออกกฎหมายครับ อันนี้ครับเป็นปฐมบท อันหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ครับ มีกรรมาธิการคณะพัฒนาการเมือง กำลังเสนอ กฎหมายนี้เข้าในวาระถัดไป ซึ่งจะเป็นตัวแก้เรื่องกฎหมายในการมีส่วนร่วมให้กับท่านได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนิติพล แล้วก็ท่านยงยุทธ กับท่านกัญจน์พงศ์นะครับ เชิญท่านนิติพลก่อนครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ เกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกนะครับ คือตัวรายงานที่มีคุณภาพฉบับนี้นะครับ ผมถือไปถือมากว่า ๑ ปี ๑๐ เดือนครับ แต่ว่าไม่ได้เป็นเล่มนี้นะครับ เล่มนี้ผมหยิบมาจาก ของที่ทางสภาเตรียมไว้ให้ ด้วยเหตุผลว่า ๑ ปี ๑๐ เดือนที่ลงพื้นที่ทั่วประเทศไทยครับ ถือรายงานเล่มหนา ๆ ฉบับนี้ไปจนเปื่อยหมดแล้วครับ กระดาษมันเปื่อยไปหมดแล้ว ไม่สามารถจะหยิบมาที่นี่ได้จริง ๆ เหตุผลที่ว่ารายงานเล่มนี้ทำเสร็จปุ๊บไม่ได้สะเทือนแค่อีอีซี (EEC) นะครับ แต่มันสะเทือนถึงทั้งประเทศไทย จะพูดด้วยเหตุผลต่อไปอยู่ ๒ ประการ สำคัญนะครับ🔗

เรื่องแรกก็คือเกี่ยวกับเรื่องมลพิษ ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการบริหาร จัดการน้ำ🔗

มลพิษแยกเป็นเรื่องแรกก่อนเลยครับ เรื่องขยะ ไม่ว่าจะใช้ถ้อยคำอะไรก็ตาม ที่จะเป็นเศษกระดาษ เศษขยะ เศษพลาสติก หรืออะไรก็ตามทีนั่นล่ะครับ ท้ายที่สุดแล้ว ก็มีการนำเข้ามาในประเทศไทย ขยะที่นำเข้ามาแบบนี้ ไปใช้ที่อีอีซี (EEC) ไปใช้ในกระบวนการ อะไรต่าง ๆ รีไซเคิล (Recycle) หรือจะใช้ในกระบวนการเกี่ยวกับอีอีซี (EEC) ผลมันคืออะไรครับ ขยะที่นำเข้ามามันไม่ได้สะเทือนแค่อีอีซี (EEC) ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่อีอีซี (EEC) มันสะเทือน ไปถึงพี่น้องซาเล้งที่บ้านผมที่เชียงใหม่ มันสะเทือนไปถึงพี่น้องผมที่ปัตตานี นราธิวาส พี่น้องซาเล้งไม่สามารถเก็บขยะมาขายได้ราคา ที่อีสานก็กระทบจากการนำเข้าขยะ🔗

เรื่องถัดไปน้ำเสีย ท่านกรรมาธิการครับ ช่วยอธิบายแบบลงรายละเอียดหน่อยว่า จริง ๆ แล้วน้ำเสียในอีอีซี (EEC) นี้มันส่งผลกระทบมากน้อยขนาดไหนนะครับ เพราะว่าจากที่ เริ่มต้นเมื่อสักครู่นี้เหมือนยังไม่ได้ลงในรายละเอียดมากสักเท่าไรนะครับผม🔗

ประเด็นถัดไปครับ แน่นอนพอมีปัญหาเรื่องขยะอะไรต่าง ๆ แล้วนะครับ จากในโรงงานอุตสาหกรรม ในอีอีซี (EEC) แล้วกระบวนการจัดการคืออะไรครับ จัดการใน อีอีซี (EEC) เลยหรือเปล่า หรือว่าเอาไปฝังกลบที่บริเวณด้านนอกครับ ในบริเวณต่างพื้นที่ หรือว่าไม่ได้ใช้วิธีฝังกลบ ใช้วิธีเร็วกว่านั้น โยนไฟแช็กลงไปครับ โยนไม้ขีดไฟลงไปเผาเสียเลย เร็วดีนะครับ แล้วแบบนี้มันส่งผลอะไรครับ แน่นอนฝุ่นควันพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ก็เกิดขึ้นอีก และอีกไม่กี่เดือนนี้ล่ะครับพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ก็จะมาหนักขึ้นในประเทศไทย และมาบวก กับการจัดการขยะที่ไม่มีคุณภาพของอีอีซี (EEC) อีกด้วยหรือเปล่านะครับ ขอช่วยอธิบาย ลงในรายละเอียดให้ผมสักหน่อยนะครับ🔗

ประเด็นถัดไปครับ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการน้ำนะครับ มันเป็นการ ตอกย้ำ มันเป็นตอกลิ่มความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเป็นอย่างยิ่งครับ ปัญหาชาวบ้านในบริเวณรอบ ๆ อีอีซี (EEC) ไม่มีน้ำใช้ อ้าวแล้วโครงการในอีอีซี (EEC) ล่ะครับ น้ำไม่เคยขาดเลยครับ เปิดก๊อกไหนน้ำไหลตลอด เปิดก๊อกไหนน้ำไหลตลอด เดินไป บริเวณบ้านชาวบ้านเปิดก๊อกทิ้งไว้เช้ายันเย็นน้ำไม่ไหลสักหยด แล้วทำไมอีอีซี (EEC) น้ำมันมี ตลอดเวลาแบบนี้ล่ะ ไม่แน่ใจว่าบริษัทที่ชื่อ ไม่บอกดีกว่าเดี๋ยวโดนฟ้องนะครับ บริษัทนี้ นำน้ำเข้ามาป้อนให้กับอีอีซี (EEC) ตลอดหรือเปล่า พอมีปัญหาเรื่องน้ำอีอีซี (EEC) ใช่ไหม โครงการโรงงานในอีอีซี (EEC) ไม่มีน้ำใช่ไหม เราไปดึงจากฉะเชิงเทรา อีอีซี (EEC) ไม่มีน้ำ เราไปดึงจากสระแก้ว ไปดึงจากจันทบุรี ไปดึงจากระยอง ไปดึงจากชลบุรี ๕ จังหวัดพอดี อยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดครับ วันนี้แฮชแท็ก (Hashtag) ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ต้องมาแล้ว เพราะมันโยงไปถึงอะไรครับ ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดมันโยงไปถึงปัญหาเรื่องช้างป่า พอน้ำในป่าไม่มีเพราะมันถูกดึงจากในป่า ถูกดึงจากในป่าก็ป้อนเข้าไปในอีอีซี (EEC) ทั้งหมด ช้างที่อยู่ในป่าน้ำไม่มีก็ต้องออกมาข้างนอก ออกมาหาน้ำนั่นละ มันส่งผลอย่างไรครับ จันทบุรีปัญหาเรื่องช้างป่าเยอะแยะมาก แม้กระทั่งฉะเชิงเทราพื้นที่ของท่านประธาน ก็มีปัญหาเรื่องช้างป่าด้วยใช่ไหมครับ ผมก็ไปลงพื้นที่ที่ฉะเชิงเทราบ่อยมาก คราวหลังอาจจะ ขออนุญาตเชิญท่านประธานไปลงพื้นที่ด้วยกันนะครับ แน่นอนครับ เรามีปัญหาเรื่องนี้ เสร็จปุ๊บก็ต่อด้วยเกษตรกรไม่มีน้ำที่จะต้องใช้ในการเพาะปลูกในการบริโภคครับ คนก็ลำบาก สิครับ ชาวบ้านบริเวณรอบ ๆ อีอีซี (EEC) ก็ลำบาก ทีนี้พอชาวบ้านลำบาก คนลำบากแล้ว แมวก็ลำบากครับ ทั่วประเทศไทยช่วงหน้าแล้งเขาแห่นางแมวกันครับ แต่แมวบริเวณรอบ ๆ อีอีซี (EEC) ลำบากทุกวันเพราะชาวบ้านไม่มีน้ำ แห่นางแมวกันรอบเลยครับ อีอีซี (EEC) นี่ไม่รู้มีใครจ่ายโอที (OT) ให้กับแมวแถวบริเวณรอบอีอีซี (EEC) ด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ท่านกรรมาธิการครับ ๑ ปี ๑๐ เดือนที่ผมถือรายงานนี้ผมไม่สามารถจะเปิดเผยที่ไหนได้ เพราะว่าต้องรอให้ได้รายงานกับในสภาก่อน จากนี้ไปช่วยบอกผมหน่อย ช่วยบอกให้พี่น้อง ประชาชนที่รออยู่ข้างนอกให้เขาฟังหน่อยว่า ๑ ปี ๑๐ เดือนในรายงานฉบับนี้ในประเด็นที่ผม ถามไปช่วยลงรายละเอียดหน่อยครับ แล้วผมจะได้เอารายงานเล่มนี้ไปบอกให้กับพี่น้อง ที่เขารอฟังอยู่ได้ว่า ๑ ปี ๑๐ เดือนที่ท่านรอนี่ท่านเสียประโยชน์อะไรไปบ้าง ประเทศไทย เสียประโยชน์อะไรบ้าง ๑ ปี ๑๐ เดือนนี้ที่รัฐบาลตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปช่วยบอก รายละเอียดหน่อยครับ ตอนนี้ผมนึกเร็ว ๆ ผมนึกได้อยู่ ๑ อย่าง เพราะเมื่อสักครู่นี้ทาง ท่านกรรมาธิการได้พูดไปถึง ๑ เรื่อง นั่นก็คือพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นี่ขอลงลึก ในรายละเอียดหน่อยนะครับว่า สิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจไปแล้วว่าที่ปัดตกร่างกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) ของพรรคก้าวไกลที่ปัดตกไปแล้วนี่ประเทศไทยเสียอะไรบ้าง เหตุผลในการปัดตกของรัฐบาลครับ ผมสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ แบบนี้เลย พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) ที่ร่างพรรคก้าวไกลเสนอไปเขาปัดตกไปบอกว่าเป็นร่างการเงิน แล้วเอาพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) ไปฉีก ฉีก ฉีก เอาไปแปะกรมนั้นทีไปแปะกรมนี้ที แปะไปแปะมาขนาดคนแปะยังตาลายครับ เดินสะดุดโพเดียม (Podium) ก็หลายครั้งนะครับ ช่วยลงรายละเอียดด้วย ขอบพระคุณมาก ครับ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ยงยุทธ สุวรรณบุตร ครับ🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานจากคณะกรรมาธิการของอีอีซี (EEC) ผมเองในฐานะคนสมุทรปราการในภาคอุตสาหกรรม ผมสนับสนุนและอยากเห็น การเปลี่ยนแปลงทางการอุตสาหกรรม ทางการลงทุนในระบบที่ทันสมัยของอีอีซี (EEC) ๓ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระยอง ชลบุรี หรือฉะเชิงเทราซึ่งเป็นจังหวัดของท่านประธานเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นท่านประธานอภิชาติ ศิริสุนทร ผมขออนุญาต เอ่ยนาม อยากเห็นท่านสนับสนุนอีอีซี (EEC) แล้วบวกสมุทรปราการเป็น ๓ บวก ๑ ทำไมท่านไม่เอาสมุทรปราการบวกเข้าไปกับอีอีซี (EEC) ทั้ง ๆ ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีศักยภาพพร้อมทุกด้าน ผมเชื่อว่าท่านประธาน หรือคนในประเทศนี้ หรือคนทั่วโลกรู้จักจังหวัดสมุทรปราการดี แต่อยากให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาจังหวัดสมุทรปราการ เอาจังหวัดสมุทรปราการ บวกเข้าไปเป็น ๓ บวก ๑ แล้วบวกด้วย ๒ บวกด้วยจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว ซึ่งมันจะขยายพื้นที่ในการลงทุน แล้วผมก็เชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ของอีอีซี (EEC) ได้วางแผนไว้แล้ว แต่จังหวัดสมุทรปราการมีศักยภาพพร้อมในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งมี พื้นที่ที่อำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจ งานระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานก็พร้อม ท้องถิ่นก็พร้อม มีทั้ง อบจ. ที่เข้มแข็ง วันนี้ท่านประธานครับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการโดยท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนันทิดา แก้วบัวสาย ได้คิดโครงการ ต่อยอดจากท่านชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ต่อยอดระบบรางรถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าจังหวัด สมุทรปราการ สามารถเป็นวันเดย์ ทริป (One Day Trip) ได้ แล้วก็ดึงภาคธุรกิจมาลงทุน ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งศักยภาพของจังหวัดสมุทรปราการพร้อมทุกอย่าง ระบบขนส่ง ติดสนามบินใกล้กรุงเทพมหานคร ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ใกล้ท่าเรือคลองเตย แล้วนักธุรกิจ ที่นั่นก็มีความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจเก่าหรือนักธุรกิจใหม่ ถ้าท่านเอาอีอีซี (EEC) หรือ ขยายของอีอีซี (EEC) ลงสู่จังหวัดสมุทรปราการ ท่านเชื่อไหมครับ การลงทุนที่นั่นจะสูงขึ้น และเม็ดเงินจะเข้าประเทศอีกมหาศาล เพราะคำว่าอีอีซี (EEC) จะเสริมเขี้ยวเล็บนักธุรกิจเก่า ที่เป็นการลงทุนเก่าของจังหวัดสมุทรปราการมีแสงออร่า (Aura) ทันที ทุกอย่างพร้อม การศึกษาพร้อม นักการเมืองท้องถิ่นที่นั่นก็พร้อม งบประมาณก็พร้อม ท่านลงทุนไม่เท่าไรเลย ถ้าไปเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ที่ท่านจะขยาย ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ในสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานอภิชาติ ศิริสุนทร ไปถึงท่านดอกเตอร์คณิศ แสงสุพรรณ ท่านโปรดกรุณาเถอะครับ เพราะนักธุรกิจจังหวัดสมุทรปราการเขาอยากได้ ผังเมืองที่อะไรทำได้ทำไม่ได้ ท่านช่วยผ่อนปรนให้ทุกอย่างเดินได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัด สมุทรปราการ ไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคลื่นกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ตอนนี้ก็กำลังดำเนินการอยู่ ถ้าท่านมาทำทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงทันที แล้วภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรปราการ ที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมก็พร้อม ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมบางปู นิคมอุตสาหกรรม แพรกษา นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ที่นั่นมีพร้อมหมด แล้วเป็นการลงทุนที่นักลงทุน ต่างประเทศยอมรับ ผมนั่งฟังสมาชิกมา ทุกที่มีแต่ปัญหา แต่จังหวัดสมุทรปราการไม่มีปัญหา แต่ท่านกำลังทำสิ่งที่มีปัญหา แต่ท่านกำลังทำสิ่งที่มีปัญหาให้มีปัญหา แต่ท่านไม่ทำในสิ่งที่ ไม่มีปัญหาไม่ให้มีปัญหาล่ะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปถึงท่านอภิชาติอีกครั้งครับ ท่านต้องช่วยสนับสนุนจังหวัดสมุทรปราการให้เดินต่อ แล้วสามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ ในฐานะผมเองก็เป็นภาคธุรกิจ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่าน กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี เชิญครับ🔗

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรค ก้าวไกลครับ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มีการจัดทำรายงานที่ค่อนข้างจะหนา แล้วก็ รายละเอียดเนื้อความค่อนข้างจะเยอะ เป็นรายงานไม่กี่ฉบับที่ผมมีโอกาสได้ศึกษาแล้ว ถ้าท่านใช้สติดี ๆ ท่านจะได้ยินเสียงของพี่น้องประชาชนอยู่ในเล่มนี้ค่อนข้างจะเยอะ ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างจะชื่นชม ในส่วนที่ผมอยากจะมาแสดงความคิดเห็นอภิปรายในส่วนที่ เกี่ยวข้อง เนื่องจากที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของกัดเซาะ ชายฝั่งค่อนข้างมาก เนื่องจากผมเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ ทำให้ ขอบเขตของรายงานเล่มนี้ที่มีหลาย ๆ เรื่อง ด้วยเวลาที่จำกัดผมอาจจะสรุปอยู่เพียงแค่ ๒-๓ ประเด็น ที่มันเกี่ยวข้องกับการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างเช่นเรื่องของการถมทะเล มีให้เห็นอยู่ทั้งหมด ๒ โครงการ โครงการหนึ่งก็เพื่อการ ขยายท่าเรือ อีกโครงการหนึ่งอันนี้ฟังชื่อโครงการแล้วผมตกใจมากเลย ถมทะเล ๓,๐๐๐ ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการปิโตรเคมีคอลขั้นสูงของบริษัท มีระบุชื่อบริษัทด้วยนะครับ เอ็กซอน โมบิล คอร์เปอร์เรชัน ผมทราบครับว่าโครงการตรงนี้อาจจะมีการชะลอโครงการหรือมีการ ยอมอะไรกันไปแล้ว แต่ว่าประเด็นคือจากการศึกษาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งครับท่านประธาน เราดูโครงการที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เป็นหลัก เพราะว่ามีผลการวิจัยออกมาชัดเจนว่า สิ่งปลูกสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์นี่ละครับที่เป็นสาเหตุสำคัญของการกัดเซาะชายฝั่ง คณะกรรมาธิการที่ผมสังกัดอยู่ได้เห็นข้อมูลว่าการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหรือการสร้าง สิ่งปลูกสร้างที่นอกชายฝั่งส่งผลกระทบให้พื้นที่ข้างเคียงเกิดการกัดเซาะ เรื่องนี้ผมเอามาดูกับ โครงการขนาดใหญ่ อย่างเช่นแหลมฉบัง ท่านเห็นชัดเจนครับ ชายหาดที่มันหายไปปริมาณ หลายกิโลเมตร รูปลักษณ์ของชายหาดแปลกพิกลพิการ เรียกว่าเป็นวง ๆ ที่ชายหาดแสงจันทร์ ผมยังอยากจะถามกรรมาธิการชุดนี้ว่าจริง ๆ แล้วการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบเรื่องของการ กัดเซาะชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมด้านทางทะเลมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน และคำนึงถึงอนาคตเอาไว้มากน้อยแค่ไหน เพราะโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้กำแพงกันคลื่น เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรหรือ ๑ กิโลเมตร สามารถทำความเสียหายให้กับชายฝั่งถัดไป หลายร้อยเมตรจนถึงหลายกิโลเมตร แต่ถ้าโครงการที่เป็นท่าเรือยื่นเข้าไปในทะเลอีกกว่าเป็น กิโลเมตร ผมยังนึกไม่ออกเลยครับว่ามันจะกระทบขนาดไหนแล้วที่สำคัญครับมีโครงการ มีความพยายามของภาครัฐที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ท่องเที่ยว สำคัญ อย่างเช่น พัทยา ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่าดำเนินการไปแล้วนะครับ โดยใช้โครงการ เติมทรายที่ชายหาด ไม่ว่าจะเป็นชายหาดจอมเทียนหรือตัวชายหาดพัทยาเอง ซึ่งดำเนินการ แล้วเสร็จไปแล้วที่ชายหาดพัทยา โครงการนี้จะส่งผลกระทบถึงโครงการที่ภาครัฐหน่วยงาน อื่นทำเพื่อแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งไปแล้วหรือไม่ เพราะว่าเงินงบประมาณที่เราลงไป ค่อนข้างจะมากนะครับ ถ้าตัวเลขผมไม่ผิดกิโลเมตรละ ๑๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน สำหรับการเติมทราย แต่ว่าเรากลับมาเรื่องของชายหาดที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการท่องเที่ยว ไม่ทราบว่าถ้าเราสนับสนุนโครงการนี้โดยที่ไม่ได้เอาเงื่อนไขตรงนี้มาคิดให้รอบคอบจะมี ผลกระทบกับโครงการรัฐด้วยกันเองในโครงการอื่น ๆ หรือไม่🔗

ถัดมาครับท่านประธาน คือโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่จะนะนี่ครับ ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ไปไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง เรื่องของการเปิดเวทีรับฟังปัญหาที่จัดโดย ศอ.บต. ก็จะบอกเลยว่ากระบวนการในความคิดเห็นผมคือ กระบวนการมีปัญหา มีการคัดกรอง ผู้เข้าร่วม ตัวผมเองจะไปเข้าร่วมมีการตรวจบัตรไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง มีเจ้าหน้าที่ถือปืนในที่รับฟัง ความคิดเห็น มีรถแรงดันน้ำกั้นพื้นที่เป็นระยะทางเป็นกิโล ๆ มันทำให้พี่น้องประชาชน เขาสะดวกต่อการเข้าไปร่วมเวทีนี้อย่างไร ตกลงแล้วท่านเอาความมั่นคงมาอ้างหรือเปล่า แต่ว่ากันคนที่เห็นต่างออกไปจากโครงการนี้ ถ้าท่านเปิดใจรับฟังชาวบ้าน ชาวบ้านเขาไม่ได้ ต่อต้านการพัฒนาขนาดนั้น แต่เพียงแต่ว่าผลประโยชน์ที่มันจะเกิดขึ้นกับชาวบ้านเอง มันไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมอะไรที่มันชัดเจนว่าชาวบ้านได้อะไร มีแต่ตัวเลขการจ้างงานอย่างที่ เพื่อนสมาชิกเคยบอกไปแล้วว่าที่จะนะ ที่ ๓ จังหวัดมีคนอยู่เท่านั้น แล้วประสบการณ์ การทำงานหรือความรู้ความสามารถพร้อมไหมกับอุตสาหกรรมที่ท่านจะเปิดไว้ ปิโตรเคมี พลังงานสะอาด พลังงานทดแทนเยอะแยะมากมาย มันต้องการวิศวกรไม่ใช่หรือครับ แล้วท่านจะให้ชาวบ้านในที่ตรงนั้นไปทำอะไร ทำไมนิคมอุตสาหกรรมถ้าจะเกิดทำไมไม่เป็น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสีเขียว แปรรูปอาหาร เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารฮาลาล ให้เหมาะสมกับบริบทของคนที่เป็นมุสลิมในพื้นที่ตรงนั้นแล้วส่งขายตะวันออกกลาง ถ้าเป็น อย่างนี้ผมว่าชาวบ้านก็คงไม่ว่าอะไร ชาวบ้านเขาถอดบทเรียนครับ โครงการอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่อย่างที่มาบตาพุด ชาวบ้านแถวนั้นเผชิญกรรมเก่าที่เกิดมาหลายสิบปี แล้วกำลัง จะเจอกรรมใหม่ที่รัฐกำลังจะยัดเยียดให้เขา ทั้งเรื่องมลพิษที่ผ่านมา ขยะเยอะแยะไปหมด มากมายพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) การรองรับในพื้นที่รับมลพิษ นี่เรากำลังอยู่ในสังคมที่คนที่มีอำนาจไม่ได้ฟังเสียงพี่น้อง ประชาชนเลย โครงการจะนะกำลังจะไปเส้นทางนั้น ถ้ามีการยืนยันที่จะทำโครงการ ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกชนทำเองก็ตาม ผมอยากจะบอกตัวคนที่เสนอโครงการอย่าง ศอ.บต. เอง ว่าโครงการจะนะมันไม่ได้เจ๋งอย่างที่ท่านว่า ถ้าท่านไม่ฟังเสียงประชาชนโครงการมันจะเจ๊ง มันจะไม่เจ๋ง เพราะว่าอะไรครับ มันไม่ขาดการยึดโยงกับพี่น้องประชาชนอย่างที่สุด ที่สำคัญ ผมได้รับรายงานจากประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของการติดตามข่าวว่าน้องไครียะห์ ระหมันยะ หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนามของลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ได้มาติดตามทวงถามสัญญาจาก รัฐบาล เพราะในปัจจุบันบริษัทเอกชนที่มีการจ้องจะมาลงทุนในพื้นที่ได้มีการประกาศ ที่จะจัดเวทีศึกษาการทำอีไอเอ (EIA) ในโครงการย่อย ๔ โครงการรวดครับ ในช่วงระหว่าง ต้นเดือนหน้านี้เอง คือวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ในโครงการจะนะเมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ผมจะถามว่าอนาคตใครครับ อนาคต ศอ.บต. หรืออนาคต นายทุน เพราะมันไม่ใช่อนาคตของพี่น้องประชาชนจะนะแน่นอน รวมถึงการเปลี่ยนสี ผังเมืองเป็นสีม่วงเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมและการดำเนินงานอื่น ๆ ของศูนย์อำนวยการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. ท่านประธานครับ ผมฟังรายงานที่ได้มานี้ ผมสะท้อนใจมากว่าภาครัฐไม่มีความจริงใจต่อพี่น้องประชาชนเลย เราจำได้ว่ามีการที่จะส่ง รัฐมนตรีท่านหนึ่งไปหยุดโครงการ ไปเอาใจผู้ชุมนุม แต่ตอนนี้ปรากฏว่ามีการดันที่จะทำ รายงานอีไอเอ (EIA) ๔ โครงการรวด ผมเลยอยากจะมีคำถามถามทางกรรมาธิการว่า ถ้าเป็น อย่างนี้แล้วเราจะมีกระบวนการทางกฎหมายอย่างไรที่จะสามารถช่วยชาวบ้านที่เขาออกมา เรียกร้องอย่างนี้ได้บ้าง เบื้องต้นผมฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ หลังจากนั้นจะให้กรรมาธิการได้ชี้แจงเพิ่มเติมจากคำถามคำอภิปราย ของท่านสมาชิกนะครับ ๔ ท่านเริ่มจากท่านเบญจา แสงจันทร์ ท่านอำนาจ วิลาวัลย์ แล้วก็ท่านสฤษฏ์พงษ์ แล้วก็ท่านซูการ์โนนะครับ เชิญท่านเบญจาครับ🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันจะขอ อภิปรายในส่วนผลของการพิจารณารายงานการศึกษาปัญหาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ เอสอีซี (SEC) โครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ และโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่พิจารณาเสร็จแล้วค่ะ โดยจะพูดถึงผลจากการพิจารณาศึกษาว่าเราได้เห็นอะไร จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้บ้าง เราได้เห็นกลุ่มนายทุนแค่บางกลุ่มค่ะ ท่านประธานที่ได้รับคัดเลือกมาร่วมทุนและได้ประโยชน์จากโครงการนี้ และเราได้เห็น กลุ่มนายทุนที่ได้รับสัมปทานจากการระเบิดภูเขาเพื่อนำมาถมทะเล เราได้เห็นกลุ่มนายทุน แค่บางกลุ่มที่ได้สัมปทานจากการขายน้ำจืดเพื่อการอุปโภคและบริโภค และเราได้เห็น กลุ่มนายทุนที่ได้รับสัมปทานจากการขายกระแสไฟฟ้าและผูกขาดพลังงาน เรายังได้เห็น กลุ่มนายทุนแค่บางกลุ่มได้รับงานรับเหมาจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในเขต เศรษฐกิจพิเศษด้วย เราได้เห็นกลุ่มนายทุนและกลุ่มผู้มีอิทธิพลแค่บางกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ จากการปลดล็อกให้นำเข้าขยะอุตสาหกรรม ลักลอบการทิ้งกากของเสีย ของอันตรายจาก อุตสาหกรรม ท่านประธานคะ เรายังได้เห็นกลุ่มทุนบางกลุ่มไล่บีบ ไล่ยึด กว้านซื้อที่ดินจาก ชาวบ้านในราคาถูก แล้วนำไปขายให้กับนายทุนเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ตักตวงหาผลกำไร บนคราบน้ำตาของประชาชนค่ะ และเรายังได้เห็นกลุ่มทุนบางกลุ่มค่ะที่คว้าสัมปทาน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปครอง ท่านประธานคะ ถ้าพิจารณาจากรายงานแล้วเราจะเห็นแค่กลุ่มทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มผลประโยชน์ แค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ที่ได้ผลประโยชน์จากการใช้ประโยชน์ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ และนี่คือความจริง ความจริงที่ว่าประเทศนี้เครือข่าย นายทุนพวกเขาผูกขาดน้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน พลังงาน และผูกขาดความมั่นคงทางอาหาร ผูกขาด สาธารณูปโภค ผูกขาดทรัพยากรในประเทศนี้ที่มีมูลค่ามหาศาล และพวกเขากำลังเผาผลาญ ทรัพยากร ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วพาประเทศของเราทวนเข็มนาฬิกา ตกกระบวน ประวัติศาสตร์นำพาประเทศไปสู่ความล้มเหลว ล้าหลัง และเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงที่สุด จากการดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจที่ผิดพลาดนี้ ท่านประธานคะ ในรายงานฉบับนี้ นอกจากจะมีข้อเสนอต่อรัฐบาลแล้ว ดิฉันยังมีคำถามที่สำคัญที่จะส่งไปถึงรัฐบาล คำถามที่ว่า คนข้างล่าง คนตัวเล็กตัวน้อย พี่น้องประชาชนได้อะไรจากโครงการอภิมหาโพรเจกต์ (Project) อย่างโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้ นอกจากมีแต่ละเลยเสียงของประชาชน ละเลยเสียงของคนในพื้นที่ ละเลยเสียงของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวประมง แรงงานและเกษตรกร ที่ไม่ใช่เป้าหมายของการพัฒนานี้ ท่านประธานคะ ประชาชนได้อะไรนอกจากวาทกรรม คำพูดวรรคทองแห่งยุคสมัยอย่างคำว่า การพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ท่านประธาน ทราบไหมคะ วาทกรรมขายฝันนี้มีใครบ้างที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง มีพี่น้องประชาชนที่อยู่แนว ริมทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ตั้งแต่กรุงเทพฯ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ไปจนถึง อู่ตะเภา พวกเขาถูกฟ้องขับไล่ ถูกไล่รื้อเพราะนำที่ดินมาให้นายทุนพัฒนา พวกเขาถูกทิ้งไว้ ข้างหลัง ท่านประธานคะ มีชาวประมงมากกว่า ๒,๐๐๐ คนในแหลมฉบัง ชลบุรี ในมาบตาพุด ระยอง ที่อาชีพของพวกเราเขาถูกทำลายให้ล่มสลายจากนโยบายเรื่องการถมทะเลในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ และโมเดล (Model) การทำลายอาชีพแบบนี้ รัฐบาลกำลังจะย้ายมัน ไปไว้ที่นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่านประธานคะ ชาวประมงเหล่านี้พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ยังมีประชาชนรอบแนวเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ถูกเวนคืนพื้นที่ที่ดินหลายแสนคนทั่วประเทศ พวกเขากำลังจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ทำกิน พวกเขาถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ จากผังเมืองที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม จากนโยบายทวงคืนผืนป่า แล้วเอาไปทำเขตเศรษฐกิจ พิเศษให้กับนายทุน แล้วพวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ชาวชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา พวกเขาต้องทนทุกข์อยู่กับผลกระทบของบ่อขยะพิษ ขยะกากอุตสาหกรรม มานานนับปี โดยที่รัฐไม่เคยเหลียวแลพวกเขาเลย ชาวบ้านสำนักท้อน ใกล้ ๆ เมืองมหานคร แห่งการบินในเขตชลบุรี ระยอง รัฐประกาศเป็นเขตหวงห้าม ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ ประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อนเกือบ ๒๐,๐๐๐ คน และพวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่านประธานคะ ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่ถูกสร้างภาพขายฝันว่า เป็นมหานครแห่งอนาคต มีระบบ สาธารณูปโภคที่ทันสมัย ถนนหนทางสะดวกสบาย แต่พื้นที่ที่แสมสาร ชลบุรี สัตหีบ ใจกลาง อีอีซี (EEC) เป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ชาวบ้านต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากกิจการไฟฟ้า สวัสดิการทหารเรือ และคนแสมสารมากกว่า ๗,๐๐๐ คน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มายาวนาน มากกว่า ๑๐๐ ปี พวกเขาถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ที่นี้จึงเป็นเมืองมหานครแห่งอนาคต ที่ไม่มีอนาคตของพี่น้องประชาชนรวมอยู่ด้วย ท่านประธานคะ นี่คือนโยบายที่บอกว่า เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งเป็นเหรียญอีกด้านของการพัฒนาที่รัฐบาล ไม่เคยพูดถึงเลย ท่านประธานคะ จากการศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการเอสอีซี (SEC) โครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ และโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ทำให้เห็นว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแบบที่คุณประยุทธ์กำลังพยายาม ผลักดันอยู่มันไม่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังคงทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ ไว้ข้างหลัง แต่มีคนส่วนน้อยที่เป็นกลุ่มทุนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ โดยไม่ได้กระจาย ความมั่นคง ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้อง ประชาชนเลย ไม่ได้กระจายความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ความมั่นคงทางระบบนิเวศให้กับพวก เขาอย่างเท่าเทียมเสมอภาคและเป็นธรรมเลย🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ที่จะส่งถึง คณะรัฐมนตรีค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นรายงานที่ถูกนำไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ และขออย่าให้รายงานฉบับนี้จบแค่ ที่สภาแห่งนี้ค่ะ หรือรัฐบาลอย่านำไปกองไว้แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่อยากให้รายงานฉบับนี้ ที่เสนอต่อสภาและกรรมาธิการหลายคน สมาชิกหลายท่านได้นำเสนอปัญหาและข้อคิดเห็น ไปแล้ว ดิฉันอยากจะนำเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเหล่านี้เป็นข้อสังเกตที่ส่งไปให้กับ ทางคณะรัฐมนตรีเพื่อรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอเสียงสะท้อนของพวกเขา ให้กับรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีพิจารณา และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาตามข้อสังเกตและข้อเสนอนี้ต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่าน ส.ส.อำนาจ ส.ส. ปราจีนบุรีครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัด ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ผมมีความเป็นห่วงเรื่องน้ำ แม่น้ำบางปะกงหรือแม่น้ำปราจีนบุรีมีความยาว ๒๓๑ กิโลเมตร ไหลจากแควหนุมานกับแควพระปรงมารวมกันไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี ไปอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราแล้วก็ลงสู่ทะเล ในรายงานที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ศึกษามาบอกว่า เมื่อปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๗๐ ปริมาณน้ำจะไม่ขาดแคลนน้ำในการใช้ ในการอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็จะมีเรื่องร้องเรียนในทุก ๆ ปี ในปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งของพี่น้องชาวอำเภอบ้านสร้าง แล้วก็ชาวคลองเขื่อน ชาวบางกระเจ็ด จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอาศัยลุ่มน้ำบางปะกงหรือแม่น้ำปราจีนบุรีเป็นที่ใช้ สำหรับเพาะปลูกแล้วก็เลี้ยงสัตว์น้ำ ในพื้นที่ปราจีนบุรีของผมที่มีพื้นที่เขตติดต่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตรงนี้จะมีปัญหาความเดือดร้อนจากการสูบน้ำของบริษัทน้ำอีสท์ วอเตอร์ ที่ตั้งอยู่ในตำบลคลองเขื่อน ในทุก ๆ ปีจะมีปัญหาที่จะต้องมาร้องเรียนกับสภาแห่งนี้ ในรายงานนี้บอกว่าผู้ที่ดูแลโครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบมีกรมชลประทาน มีกรมทรัพยากร น้ำบาดาลจังหวัดระยอง และบริษัทมหาชน คือบริษัท อีสท์ วอเตอร์ มหาชนเป็นผู้ดูแล แล้วก็มีรายงานยืนยันว่าผลการศึกษาน้ำจะใช้ได้ถึงปี ๒๕๗๐ โดยไม่มีการขาดแคลน อันนี้ ศึกษาจะไม่ขาดแคลน คือไม่ขาดแคลนในภาคอุตสาหกรรมหรือว่าในภาคเกษตรกรรมของ พี่น้องชาวนา พี่น้องที่เลี้ยงบ่อปลาบ่อกุ้ง ท่านได้ศึกษาไหมครับว่าเขามีผลกระทบหรือไม่ หรือว่าศึกษาเฉพาะหน่วยงานอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง หรือจังหวัดชลบุรีเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการทุกท่าน ได้ช่วยดูผลกระทบด้วยว่าที่เกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรม ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่าอุตสาหกรรมจะต้องเดินหน้า แต่ว่าอยากให้ท่านได้ดูแลพี่น้อง ชาวเกษตรกรด้วย ผู้เพาะปลูกข้าว ผู้ที่เลี้ยงบ่อปลา บ่อกุ้งในเขตพื้นที่ของผมมันจะมีปัญหา ในทุก ๆ ปีเลย แล้วก็บริษัท อีสท์ วอเตอร์ที่ตั้งอยู่ในตำบลคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มาตั้งนี้ถ้ามาสูบน้ำในฤดูน้ำหลาก ทางชาวบ้านไม่ปฏิเสธเลยยินยอมให้สูบได้ แต่มีปัญหาตรงที่ว่าในฤดูแล้งช่วงที่พี่น้องทำการเพาะปลูกข้าว เราขอร้องนะครับ ขอร้องท่านว่า ช่วยกรุณาหยุดการสูบน้ำเพื่อไปหล่อเลี้ยงโรงงานอุตสาหกรรม คือเราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร อยู่ได้ด้วยการแบ่งปัน คือในช่วงการทำนามันเป็นฤดูกาลสั้น ๆ แค่ประมาณสัก ๒-๓ เดือน เท่านั้นเองครับ ก็ขอให้ท่านหยุดพักในการสูบน้ำนะครับ ถ้าทางคณะกรรมการได้ช่วย ไปศึกษาด้วย แล้วก็ช่วยคุยกับทางบริษัท อีสท์ วอเตอร์ กรุ๊ป ด้วยว่าเราจะอยู่ได้อย่างไร หากท่านบริหารจัดการดี ๆ ชาวบ้านไม่มีปัญหาอุตสาหกรรมก็เดินไปได้ แต่วันไหนที่ท่าน บริหารจัดการเอาผลกำไรเป็นหลัก เพราะบริษัทมหาชนผมเข้าใจว่าเมื่อท่านจดทะเบียน อยู่ในบริษัทมหาชนแล้วผลกำไรย่อมมาเป็นอันดับหนึ่งของบริษัทมหาชน แต่ว่าอยากให้ท่าน คิดถึงในด้านของคุณธรรม ในด้านของประโยชน์ร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับโรงงานอุตสาหกรรม ทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ด้วยมีความสุข ก็ฝากคณะกรรมาธิการไว้ศึกษา แล้วก็ดูจากที่ท่าน รายงานวันนี้เรื่องน้ำมันไม่ตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะท่านรายงานว่าจะมีน้ำถึง ๗๐๖.๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ในจำนวนที่ท่านได้ขุดเพิ่มเติมหรือสร้างอ่างอะไรต่าง ๆ แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ครับ เพราะทุก ๆ อ่างเก็บน้ำ หรือทุก ๆ เขื่อนมันไม่สามารถเก็บน้ำ ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ มันจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อน ผมให้อย่างมากไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของความจุในทุก ๆ ที่นะครับ ก็ฝากท่านกรรมาธิการได้ช่วยเอาไปวิเคราะห์ แล้วก็เอาไป ศึกษาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสฤษฏ์พงษ์เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ร่วมเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการการที่ดิน และทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการในการศึกษาของอีอีซี (EEC) ประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกได้พูดมาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องน้ำ ปัญหาเรื่องสังคม ปัญหา เรื่องขยะ ผมคงไม่พูดซ้ำนะครับ แต่ผมอยากจะพูดในประเด็นในเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์ ที่ทำลายภาพลักษณ์ในกรณีประเทศไทยเราใช้เงินลงทุน ใช้งบประมาณร่วม ๑.๗ ล้านล้านบาท ในเรื่องของการทุ่มเทเพื่อที่จะให้โครงการอีอีซี (EEC) ใน ๓ จังหวัดจะได้เกิดขึ้น แล้วก็ถือว่า เป็นการใช้กฎหมายพิเศษและในส่วนของอีอีซี (EEC) ประกอบด้วย ๓ จังหวัดหลัก แล้วก็มี จังหวัดบริวารด้วยนะครับ ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จนะครับ เราต้องคิดในเรื่องของ ผลกระทบและเราจะต้องไปเรียนรู้ในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่เรา เริ่มต้นเป็นพื้นฐานก่อนที่จะมาเป็นอีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นกลุ่มผลประโยชน์ใหญ่ เราคาดหวังว่า เราจะดึงนักลงทุนจากชาวต่างชาติให้มาลงทุนเพื่อที่จะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในเรื่องของ ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อที่จะทำให้ประเทศมีรายได้หลัก และเราก็จะเชื่อมต่อเนื่อง ของโครงการรถไฟต่อไปยังไม่พื้นที่อีอีซี (EEC) เราพยายามวางโครงสร้างพื้นฐานให้เกิด ความสมบูรณ์แล้วก็เป็นที่น่าสนใจ แล้วก็จูงใจให้นักลงทุนในระดับนานาชาติเข้ามาลงทุน ประการสำคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องของคณะกรรมการการศึกษาเป็นข้อสังเกตว่า สิ่งที่ผมไปพบไปเจอมา เช่น ในเรื่องของการนิคมแหลมฉบังอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าไม่น่า จะสำเร็จ เพราะว่ามีตัวอาคารร้างมาก เพราะฉะนั้นการที่นักลงทุนขนาดกลางขนาดเล็ก เข้าไปลงทุนที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังก็มีน้อยมาก มิหนำซ้ำที่ไปนั้นค่าเช่าสูงมาก ขนาดไม่กี่ร้อยตารางเมตร เนื้อที่ผมไม่แน่ใจว่าประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ประมาณ สัก ๑ ไร่ ผมคิดว่าค่าเช่าเฉพาะตัวอาคารตกประมาณร่วม ๆ ๖๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งอาคาร ๖๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปเห็นมาแล้ว เป็นตึกร้างจะต้องใช้งบประมาณเข้าไปรีโนเวต (Renovate) ใหม่ น้ำรั่ว ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีพื้นไม่มีระบบไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา สิ่งสำคัญที่สุดนั้นมีกลุ่มผลประโยชน์ ไปกล่าวอ้างว่าได้เช่าอาคารอันนี้ไว้ล่วงหน้า ปกติแล้วการนิคมอุตสาหกรรม และโดยเฉพาะ แหลมฉบังนั้นเขามีการห้ามเช่าช่วง แต่ว่ามีกลุ่มผลประโยชน์อ้างว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ภายใน ก็นำมาให้บุคคลภายนอกเช่าต่อ ในที่สุดก็เป็นการหลอกลวงแล้วก็มีค่าเสียหายเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะสร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในส่วนของอีอีซี (EEC) นั้น ผมคิดว่า จะต้องมีข้อสังเกตในเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์ที่หาผลประโยชน์ สิ่งที่ผมกำลังจะพูด ท่านประธานที่เคารพ ก็คือเราจะต้องวางระบบโครงสร้างการบริหารการจัดการให้มีความ โปร่งใส เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารจัดการที่โปร่งใสให้ภาคธุรกิจ การลงทุนใน อุตสาหกรรมต่างประเทศเขามีความเชื่อถือ เพราะฉะนั้นในพื้นที่ขนาดเล็กเรายังไม่สามารถ กระทำได้ในกรณีการนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เรายังมีกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างและนำ ทรัพย์สินไปให้เช่าช่วง แล้วก็ถูกนักลงทุนจากต่างจังหวัดในประเทศไทยและในต่างประเทศที่ เข้ามาเข้าหุ้นนั้นยังถูกหลอกลวงกันเลย เพราะฉะนั้นประการนี้ผมคิดว่าผู้บริหารในส่วนของ อีอีซี (EEC) นั้น จะต้องวางในระเบียบข้อบังคับ ข้อกฎหมาย การตรวจสอบ และในเรื่องของ การที่จะให้นักลงทุนเข้ามานั้น ผมคิดว่าต้องเอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนมีความสะดวก แต่ในขณะนี้ที่เราเอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนมีความสะดวกก็คือ ในเรื่องของการขึ้นทะเบียน การจดทะเบียน การขออนุญาตในลักษณะเป็นรูปแบบของวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) แต่ในเรื่องของโครงสร้างทางกฎหมาย ในเรื่องของการบริหารบุคคลและผู้บริหารนั้น ผมคิดว่ายังไม่มีความชัดเจนนะครับ และเป็นห่วงที่สุดก็คือในเรื่องของกลุ่มอิทธิพลในระบบ โครงสร้าง กลุ่มอิทธิพลในระบบโครงสร้างพอเกิดขึ้นมานั้นมันก็เกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอิทธิพลมีผลประโยชน์เรื่องน้ำจืด กลุ่มอิทธิพลในเรื่องของการถมทะเล กลุ่มอิทธิพลในเรื่องของการให้เช่า อะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกต เพื่อที่จะให้โครงการอันนี้ดูในเรื่องของการป้องกัน ที่จะไม่ให้กลุ่มผลประโยชน์เข้ามาหาผลประโยชน์ในพื้นที่ที่เราคาดหวังว่าจะนำพา ประเทศชาติไปสู่เป้าหมายได้ในอนาคตนะครับ ก็ต้องเห็นใจ แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งงานนี้เป็นงานใหญ่ และเป็นงานยากด้วย ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน ซูการ์โน เชิญครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ก็ขออนุญาตทำหน้าที่ อีกครั้งหนึ่งในการอภิปราย รายงานผลการศึกษาเรื่องปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ผมก็ได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดปัญหา หลาย ๆ ท่านก็ได้พูดหลายปัญหาแล้ว แต่ในฐานะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็อยากเรียนผ่าน ถึงคณะกรรมาธิการว่า จริง ๆ แล้วปัญหาทั้งหมดตอนแรกก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พูดถึงแล้วนะครับ ว่าเรื่องของผลประโยชน์ของกลุ่มทุนและนักการเมือง อีกส่วนหนึ่งที่เป็น ปัญหาที่เกิดปัญหามากคือ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจของอำเภอจะนะ ก็คือเรื่องขององค์กร ที่ตั้งขึ้นโดยสภาผู้แทนราษฎรของเรา นั่นคือ ศอ.บต. จริง ๆ ศอ.บต. ถูกยุบไปแล้ว และผมก็ เป็นหนึ่งในนั้นที่ร่วมกันสมาชิกสภาแห่งนี้ ได้ร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ขึ้นมา เพื่อให้ ศอ.บต. มาเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ อำเภอของ จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ผมเสียดายเมื่ออ่านรายงานฉบับนี้แล้วก็รู้สึกเศร้าใจแทน พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของพี่น้องในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลานั้น ในสภาพทางสังคมโดยแท้จริง พี่น้องสามารถอยู่ร่วมกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรม ไม่มีที่ไหนที่ จะดูรูปแบบของวิถีชีวิตของสังคมพหุวัฒนธรรมได้ดีเท่าที่จะนะ มีวิถีชีวิตที่หลากหลาย แล้วก็ มีฐานรากที่มั่นคง โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ถ้าท่านกรรมาธิการไปดูนะครับ หลายกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนที่เขาดำเนินชีวิตอยู่ตามวิถีแบบเดิม ๆ ที่ไม่ต้องการความทันสมัยเท่าไร เขาก็อยู่ได้มีรายได้เดือนละเป็นหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน เรื่องของสหกรณ์ ท่านไปดูสหกรณ์ยางที่จะนะมีเงินฝากอยู่ในธนาคารมากมายอันนี้คือ ความเข้มแข็งของชุมชน แต่แล้ว ศอ.บต. ก็กลับมาเอาความคิดที่จะไปทำลายโดยใช้หลักของ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งผมเองก็เป็นคณะกรรมาธิการได้ลงไป ดูในพื้นที่ ได้ไปรับฟังและได้พบกับกลุ่มที่เห็นด้วยและกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ท่านคณะกรรมาธิการ ผมเสียดายว่าการรับรู้ข่าวสาร การทำประชาพิจารณ์นั้น อย่างที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วว่า พี่น้องในอำเภอจะนะซึ่งมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และพหุวัฒนธรรมนั้นพร้อมที่จะทำประชาพิจารณ์ที่ต้องรับฟังความเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย แต่รูปแบบการดำเนินการของ ศอ.บต. ก็ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น วันนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วงและอยาก ฝากให้ทางกรรมาธิการได้คิดก็คือว่า คำมั่นสัญญาที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของรัฐบาล ได้ให้คำมั่น สัญญากับพี่น้องชาวอำเภอจะนะที่มารออยู่หน้าทำเนียบและต้องกลับไปด้วยคำมั่นสัญญา ที่มั่นใจว่ารัฐบาลจะทบทวนโครงการ ๑ ปีกว่าที่หลายท่านบอกว่าความคืบหน้าของโครงการ ก็ยังคิดว่ายังมีการดำเนินการอยู่ ซึ่งผมไม่อยากให้คนในพื้นที่ น้อง ๆ เยาวชนที่ต้องการจะ อนุรักษ์รักษาวิถีชีวิตเดิม ๆ ของชาวอำเภอจะนะ จะนะนั้นต้องรู้สึกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาล หรือสภาผู้แทนเราไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนได้ อยากฝากถึงท่านกรรมาธิการว่า ในข้อศึกษาต่าง ๆ ในข้อสรุปของท่านหลาย ๆ เรื่องผมเห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยข้อเสนอที่เป็นยุทธศาสตร์ที่ท่านได้เสนอให้ในรายงานนี้ก็คือเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วม ในทุกภาคส่วนอย่างครบถ้วน ผมอยากให้เกิดขึ้น เพราะผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็อยากมี เศรษฐกิจหรือการพัฒนาที่เจริญขึ้น แต่อย่าลืมนะครับวิถีชีวิตมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตของคนจะนะ โดนหลอกมาแล้วหลายรอบ อย่างที่เพื่อนสมาชิกที่เป็น นักการเมืองคนในพื้นที่ วันนี้อุตสาหกรรมที่จะนะ คนจะนะได้เป็นยาม ได้เป็นแค่แม่บ้าน และอันนี้ท่านก็บอกว่าจะรับคนเป็นแสนคน จะมีอัตราการจ้างงานถึง ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งอย่าลืมนะครับ ฐานะโดยทั่วไปของคนที่จะนะก็ไม่ใช่คนร่ำรวย เป็นชาวเลที่ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ ฉะนั้นเมื่อคุณไปยื่นผลประโยชน์ที่มากมายเขาก็จะมองเห็นว่าอนาคตของเขา ต้องดีขึ้น แต่สุดท้าย ท่านครับ คนจะนะเคยรับปัญหาผลกระทบจากปัญหามลภาวะเป็นพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก๊สไข่เน่าที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมหลายอย่างในพื้นที่ เขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่หลายปีจนวันนี้ก็ยังไม่สร่างหายไป ก็อยากฝากถึงท่านกรรมาธิการ ว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านจะต้องใส่เพิ่มเติมเข้าไปว่าวิถีเดิม ๆ ของเขาที่ดีก็ควรจะใส่ให้เขาสามารถ ดำรงชีวิตด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง ด้วยวิธีคิดของคนจะนะ ไม่ใช่ด้วยวิธีคิดของคนในองค์กร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. สุดท้ายสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนนั้นมีอยู่ ๓ จุด คือที่อำเภอเบตง ที่อำเภอสุไหงโก-ลก และที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี วันนี้ท่านไปดูครับเป็นอาคารร้างแล้ว ตอนนี้ท่านจะมาขยายให้เกิดอุตสาหกรรม เมืองจะนะอีกที่หนึ่ง ผมเกรงว่าสุดท้ายพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีแต่อาคารร้าง ที่เกิดขึ้นจากโครงการที่ไม่มีความจริงใจจากรัฐบาลด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนที่ กรรมาธิการจะชี้แจงเพิ่มเติม ขออนุญาตให้สมาชิกอีก ๒ ท่านสุดท้ายได้อภิปรายนะครับ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ก่อนนะครับ ตามด้วยท่านจิรัฏฐ์ ท่านวิรัตน์เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงสุดที่ได้กรุณาให้ผมได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในวันนี้ ซึ่งเดิมที ไม่ได้คิดว่าจะแสดงความคิดเห็น ก็ขอบพระคุณแล้วก็ดีใจกับพี่น้องชาว ๓ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทราที่มีโครงการ อภิมหาโครงการอีอีซี (EEC) อยู่ในพื้นที่เป็นโครงการที่ ลงทุน ๖๐๐,๐๐๐ ล้าน มีพื้นที่เกือบแสนไร่ ก็ต้องดีใจเป็นเรื่องธรรมดานะครับ เพราะจะทำ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่นั้น เฉพาะโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน ก็มีโครงการที่มหาศาล และโดยเฉพาะแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) ซึ่งผมเองเคยอภิปราย ในสภานี้แล้ว แอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) การรถไฟแห่งประเทศไทยได้แจ้งว่ามีมูลค่า ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าลงทุนไปทั้งหมด ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมาขายต่อเซ้งกิจการ ให้บริษัทที่รับเหมาช่วงไปใน ๑๐,๖๐๐ ล้านบาท และบันทึกขาดทุนของตัวเองไปถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และสุดท้ายเงินก้อนแรก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะได้รับนั้น สุดท้ายก็ผ่อนจ่าย ตรงนี้ก็เลยจะเกิดคำถามและเกิดผลกระทบว่า ในเมื่อได้เงินช้าจะเกิด ผลกระทบตามรายงานนี้ได้ศึกษาหรือไม่ เพราะว่าแทนที่จะได้เงินไปทำอะไรต่อมิอะไร อย่างรวดเร็วก็ช้าลงไปอีกใช่หรือไม่ครับ ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่รถไฟฟ้าผ่านไปในพื้นที่ เช่นที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบหรือไม่ ราคาที่ดินแพงขึ้น คนที่มีที่ดินก็คงดี ส่วนคนที่จะต้อง พึ่งพาหาที่อยู่อาศัยต่อไปก็คงจะลำบากมากขึ้น ก็เป็นมลพิษทางเศรษฐกิจขึ้นมา ที่ดิน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ราคาก็แพงขึ้น แต่ในการทำอุตสาหกรรมของประเทศไทยจากนี้ไป เหมือนเดิมหรือไม่ เรามีคู่แข่งเวียดนาม เราจะมีอุตสาหกรรมเหมือนเดิมอีกหรือไม่ โครงการ ก็จะเกิดมลพิษทางเศรษฐกิจขึ้นมาอีก รถไฟฟ้าเดิมทีชาวบ้านนั่งดื่ม นั่งทานอาหารดูรถไฟวิ่ง ผ่านฉึกกะฉัก ๆ ไปก็ยังดูดี ก็ชื่นใจมองไปเรื่อย ๆ ดูน่าจะมีความสุข แต่จากนี้ไปเมื่อโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเกิดขึ้น รถไฟฟ้าที่วิ่งก็ฉิว ๆ ไป มลพิษทางเสียง ทางสายตา ทางสมอง ทางหู ก็คงจะไม่มีความสุขเหมือนเดิม ผมเองก็จะไม่รบกวนเวลามาก ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ อันนี้ก็ฝากไว้สั้น ๆ เท่านั้นเอง ขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านจิรัฏฐ์ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าเหมือนกับอนุกรรมาธิการนี่งบน้อยนะครับ ของสภาผู้แทนราษฎรเรานี่งบน้อยจังเลยนะครับ ดูรายงานเห็นแล้วน่าสงสาร เทียบกับของ อีอีซี (EEC) อย่างกับคนละโลกกัน น่าจะคนละประเทศกันครับ แต่ว่าเนื้อหานี่คนละเรื่อง ต้องบอกว่าเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ค่อนข้างจะครบถ้วน แต่ผมเข้าใจว่าด้วยความที่เรา ทำศึกษาในโครงการที่มันใหญ่มาก ๆ ลงทุนระดับล้าน ๆ บาท เพราะฉะนั้นทั้งจำนวนของ อนุกรรมาธิการ ทั้งระยะเวลามันก็คงจะไม่เพียงพอให้ครอบคลุมขนาดนั้น ผมเข้าใจ แต่นี่ ก็ถือว่าครอบคลุมในระดับหนึ่งแล้วครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องบอกว่าพอมาเทียบกับ รายงานของอีอีซี (EEC) เล่มนี้สวยงามมากเลยครับ ต้องบอกว่างบประมาณน่าจะมากนะครับ เพราะว่าปีหนึ่งหลายสิบล้านบาทนะครับกับการพีอาร์ (PR) ประชาสัมพันธ์ แล้วก็เหมือนกับ คณะกรรมการอีอีซี (EEC) น่าจะอยู่ในโลกของเทพนิยาย แล้วก็เจ้าหญิงเจ้าชายเต็มเลย ผมเปิดดูแต่ละหน้า ซึ่งมันคนละเรื่องกับความเป็นจริงเลยครับ ท่านประธานครับ ความคืบหน้าอีอีซี (EEC) เป็นอย่างไรครับตอนนี้ คณะกรรมการอีอีซี (EEC) ได้งบปีนี้ลดจาก ๖๐๐ ล้านบาท เหลือ ๔๔๖ ล้านบาท แต่แผนบูรณาการขอมาทั้งหมด ๒๑,๓๐๐ ล้านบาท ได้รับจัดสรรไปทั้งหมด ๑๒,๒๐๐ ล้านบาท ลดลงไป ๔๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมถามว่าแล้ว ความสำเร็จอยู่ไหนครับ ที่โม้ว่าจะได้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยอดลงทุนในปี ๒๕๖๕ จีดีพี (GDP) เพิ่ม ๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วคืออะไรครับ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเล่มนี้ไม่มีบอก ก็ยังงง ๆ อยู่ ทั้งโควิด (COVID) ทั้งศักยภาพของแรงงานที่ไม่พร้อม แม้กระทั่งไปปูเสื่อรอ ไปปูพรมต้อนรับ เขาจากเครื่องบินให้เขามาลงทุนทำทุกวิถีทางให้เขามา แต่เขาก็ยังไม่มา ไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านประธานครับ ในพื้นที่ต้องบอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ที่คำสั่ง คสช. ออกมาฉบับแรก ที่เกี่ยวกับอีอีซี (EEC) จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครได้รับประโยชน์อะไรเลยครับ ชาวบ้านไม่รู้เลยครับ ประโยชน์คืออะไรที่จะได้ แต่นายทุนได้กันไปมหาศาลแล้วครับ นายทุนบางเจ้าได้งานทำ ไปอีกเป็น ๑๐ ปี หรือบริษัทสัมปทานบางบริษัทมีงานทำไปอีก ๓๐ ปี เมื่อสักครู่ท่านนิติพล ไม่กล้าเอ่ยชื่อ ก็คือบริษัท อีสท์ วอเตอร์ นั่นละครับ การจัดการน้ำที่เงินมหาศาล กำไร มหาศาลจากการแค่ผันน้ำดูแลเรื่องการจัดการเรื่องผันน้ำ โดยที่กรมชลประทานทำเองได้ แต่ไม่ทำ เอาเวลาไปทำอะไรก็ไม่รู้ ท่านประธานครับ เรื่องของน้ำต้องบอกว่าเมื่อก่อนถ้าเรา ยังไม่มีอุตสาหกรรมเราก็ทำเกษตรกันปกติน้ำมันไม่เคยขาดหรอกครับ เพราะฝนมันก็ลงมา พอดีกับเกษตรกรรมที่เราทำอยู่แล้ว มันก็แมตช์ (Match) กันอยู่แล้ว พออุตสาหกรรมเข้ามา ปุ๊บมันก็ขาด ทีนี้มันควรจะเข้ามาตอนไหน มันควรจะเข้ามาตอนที่มีน้ำเหลือเฟือ หรือควรจะ เข้ามาตอนที่น้ำมันพอดีอยู่แล้ว อันนี้เราก็คิดง่าย ๆ ไม่ต้องอะไรมาก ฉะเชิงเทราบ้านผมมี อ่างเก็บน้ำสียัด แต่ชาวบ้านนั่งมองน้ำไหลไปชลบุรีทุกวัน ๆ น้ำตาซึม ที่นาตัวเองไม่มีน้ำ ที่จะปลูก รัฐเคยไหมครับ อีอีซี (EEC) เคยศึกษาเรื่องนี้ไหมครับ เคยมีหลักประกัน ให้เกษตรกรไหมครับว่าจะมีน้ำทำเกษตร เคยไปขอให้นิคมอุตสาหกรรมหยุดผลิตสักครึ่งปี ได้ไหม เหมือนตอนที่ขอให้เขาหยุดทำนาปรัง ไม่เคย นิคมอุตสาหกรรมมีน้ำสำรองไว้เผื่อใช้ มากกว่าปริมาณที่ตัวเองต้องการต่อปีด้วยซ้ำบางที่ มีน้ำสำรองเผื่อไว้ใช้แล้ว โดยที่ประชาชน ยังไม่รู้เลยจะมีน้ำใช้หรือเปล่า ปล่อยให้เรามาทะเลาะกันเอง สทนช. ครับท่านประธาน ตอนนี้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการจัดระดับความสำคัญในการจัดการน้ำ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน การจัดระดับความสำคัญอันดับ ๑ คืออุปโภคบริโภค อันดับที่ ๒ คือรักษาระบบ นิเวศ อันดับที่ ๓ คือบรรเทาสาธารณภัย อันดับที่ ๔ คือจารีตประเพณี อันดับที่ ๕ คมนาคม ยังไม่มีเกษตรเลยนะครับ อันดับที่ ๖ เกษตร และอันดับที่ ๗ อุตสาหกรรม คือเกษตรกรรมอยู่หลังจารีตประเพณีด้วยนะครับ นี่คือ การจัดอันดับความสำคัญน้ำของท่าน ต้องบอกว่าไม่มีความหวังเลยครับ ถามว่าทำอย่างไรครับ เคยไปศึกษาไหมครับ ผมเห็นท่านก็น่าจะมีคอนซัลต์ (Consult) ในมือเยอะนะอีอีซี (EEC) น่าจะมีลูกน้องที่เป็นคอนซัลต์ (Consult) เยอะมาก ทำแต่คอนซัลต์ (Consult) กันว่าเล่นเลย ไม่เห็นไปศึกษาเลยครับว่ามูลค่าที่มันเสียหายไปเท่าไร ความเสียหายทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ แหล่งอาหาร วัฒนธรรมประเพณี แหล่งทำมาหากินอาชีพที่สูญเสียไปเท่าไร มูลค่าเท่าไร จากการเปลี่ยนผังเมืองคราวนี้ ไม่ศึกษา พอไม่ศึกษาก็ไม่มีการเยียวยา ไม่มีการดูแล กองทุนก็ไม่รู้มีมาทำไม ทำเถอะครับ ลงไปทำวิจัยเรื่องนี้เถอะครับ ท่านมีงบประมาณ เหลือเฟือ ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าความต้องการน้ำเกษตรกรรมในพื้นที่อีอีซี (EEC) ต้องการตั้ง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องการที่เป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรมต้องการแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เอง แต่ทำไมน้ำเกษตรกรรมไม่เคยพอใช้ครับ ทำไมน้ำอุตสาหกรรมพอใช้ตลอด ไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้อง ไม่มีสิทธิที่จะเสนอความเห็น ด้วยซ้ำ ตอนนี้ สทนช. บอกมาให้ตั้งองค์กรเกี่ยวกับน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำโน้นนี่นั่น ก็ตั้งมา ให้ทะเลาะกันเองนั่นละ เพราะไม่มีอำนาจอยู่ดี คณะกรรมการลุ่มน้ำก็ไม่มีอำนาจ อำนาจอยู่ที่ สทนช. อย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นความหวังเลยครับ ที่อีอีซี (EEC) จะประสบ ความสำเร็จแล้วก็จะตอบประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ได้จริง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอกับ อนุกรรมาธิการนะครับ ก็คือมุมมองของท่านอนุกรรมาธิการเหมือนจะมองว่าอีอีซี (EEC) มันเกิดขึ้นมาแล้วนี่มันมีปัญหาอะไร และควรจะแก้ไขอย่างไร แต่ว่าผมอยากให้มองย้อนกลับ ไปอีก คือผมยังไม่ถอดใจครับ ผมยังไม่ถอดใจที่จะรื้อมันทั้งโครงการ เสียดายนะครับ ที่ตอนนั้นผมเสนอในที่ประชุมสภานี่ละว่าขอให้มีญัตติให้ตั้งกรรมาธิการไปศึกษาโครงการ ก่อนที่จะประกาศผังเมือง แต่เพื่อนสมาชิกก็ไม่ได้เห็นด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้กลับไปศึกษา เรื่องของอำนาจพิเศษตรงนี้ครับ อำนาจของเผด็จการที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง ด้วยความเห็นของประชาชน ไม่ได้เกิดจากความต้องการของประชาชนเลย ไม่ได้ถามใครเลย ตัวเลขาธิการอะไรก็ไม่ได้มาจากสิ่งที่ประชาชนมีส่วนร่วมเลย เพราะฉะนั้นอยากให้กลับไป ศึกษาตัวอำนาจพิเศษนี้จะทำอย่างไรว่าจะยุติปัญหานี้อย่างไร ทำอย่างไรให้ประชาชน ในพื้นที่ได้ประโยชน์จริง ๆ แล้วกฎหมายที่เอาเปรียบ กฎหมายที่ทำให้นายทุน เหนือกว่าประชาชนในพื้นที่ทำอย่างไร เราจะได้ไม่ต้องเห็นประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ จะได้ไม่ต้องเห็นการถูกเวนคืนที่ที่ไม่เป็นธรรม จะได้ไม่ต้องเห็นการลงทุนโครงการ สร้างพื้นฐานที่มันมาเหมือนจะทำให้เจริญนะครับ แต่ว่าประชาชนถูกเวนคืนนี้เป็นแถบ ชาวบ้านปกติเดินข้ามถนนเลน (Lane) เดียวไปวัด ตอนนี้ต้องข้าม ๔ เลน ไปวัด โดยที่ ไม่มีสะพานลอย ไม่มีทางกลับรถ ไม่มีอะไร ไม่ได้เห็นหัวประชาชนเลย ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ท่านประธานเดี๋ยวผมจะรอตอนคณะกรรมการอีอีซี (EEC) เข้ามารายงานอีกรอบหนึ่งครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ กรรมาธิการได้ชี้แจงครับ🔗

นายสมนึก จงมีวศิน อนุกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผม สมนึก จงมีวศิน ก็จะเป็นตัวแทนของอนุกรรมาธิการนะครับ ตอบคำถามที่เกี่ยวข้องจากท่าน ส.ส. ทั้งหมด ๔ ท่านนะครับ ในเวลาอันรวดเร็วนะครับ🔗

เริ่มจากท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ก่อนนะครับ ที่ถามเกี่ยวกับเรื่องของ น้ำบาดาลนะครับ จริง ๆ แล้วตัวเลขของ สทนช. ๒,๔๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ได้รวมตัวเลข น้ำบาดาลไปเรียบร้อยแล้วจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็ได้เข้ามาชี้แจงกับอนุกรรมาธิการด้วย คือมีน้ำอยู่ประมาณ ๗๙ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คิดไปแล้วนะครับ แล้วต่อมาหลังจากที่ รายงานนี้เสร็จนี่ก็ยังไม่ได้เข้าสภาสักที มีทางด้านของ สทนช. ก็ได้จ้างทางทีมงานนะครับ วิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. แล้วก็ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ สวช. ครับ เพื่อไปวิจัยก็พบว่าตัวเลขที่ สทนช. มีในมือนั้น ผิด การคาดการณ์นั้นผิด ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าในอีอีซี (EEC) ปี ๒๕๖๐ ต้องการน้ำเพียง ๖๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ปรากฏว่าเมื่อศึกษาจริงมีความต้องการ น้ำมากกว่า ๙๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในการอุปโภคบริโภคก็ผิดพลาด เกษตรกรรม ก็เช่นเดียวกันนะครับ🔗

ส่วนในเรื่องของน้ำบาดาลที่บอกว่าเรามีศักยภาพกันนี้ ในตอนต้นทาง ด้านกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเองก็บอกว่ามีปัญหาความแล้งอยู่หลายที่ ซึ่งต้องใช้น้ำบาดาล อยู่แล้วนะครับ มันก็จะไม่เพียงพอ ก็คือในพื้นที่ของแหลมฉบังนะครับ จังหวัดชลบุรี พื้นที่ปลวกแดงระยอง ศรีราชา หนองใหญ่ที่ชลบุรีนะครับ แล้วบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา ซึ่งมียกเว้นบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทราที่เดียวที่ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็นอุตสาหกรรม ที่เหลือนั้น เป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม และอุปโภคบริโภคอยู่ร่วมกัน นี่จึงเป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นนะครับ🔗

ต่อไปขอตอบคำถามของท่านเกียรติ สิทธีอมร ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ในเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศในรายงานของอนุกรรมาธิการอีอีซี (EEC) มีรายละเอียด อยู่ครบนะครับ ทั้งเรื่องข้อตกลง เรื่องบาเซล แบน อะเมนด์เมนต์ (Basel Ban Amendment) นะครับ หรือว่าข้อตกลงเรื่องไม่เอาขยะเข้ามาเป็นสินค้า หลายรายการมันดีกว่าที่ตอนนี้เรา เซ็นสัญญาอยู่ ปัจจุบันเราเซ็นแค่บาเซล อะเมนด์เมนต์ (Basel Amendment) ในนี้เราก็ให้ ข้อเสนอแนะว่าจะต้องเซ็นเป็นบาเซล อะเมนด์เมนต์ (Basel Amendment) นะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือกฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ ก็คือทุกประเทศทั่วโลก ต่อแต่นี้ไปจะต้องมีกฎหมายตัวนี้นะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าอีกทีหนึ่งนะครับ เพื่อตอบคำถาม ส.ส. อีกท่านหนึ่งนะครับ พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ เกี่ยวกับการปลดปล่อยมลพิษนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องท่าเรือแหลมฉบัง ใช่ครับ การส่งออกของท่าเรือจริง ๆ แล้วนี้ก็ยังไม่คุ้มทุน เพราะว่าตอนที่มีการก่อสร้างแหลมฉบังเฟส ๓ (Phase 3) แล้วก็ มีการร้องเรียนมาที่คณะอนุกรรมาธิการนี้ ตอนนั้นแหลมฉบังเฟส ๒ (Phase 2) ส่วนที่ ๒ นี้ ยังไม่ได้รับการพัฒนาเลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็เป็นไปได้ว่าเขาก็มีการพัฒนาที่ช้า แล้วก็เติบโตได้ช้าตามที่ทางท่านเกียรติพูดเอาไว้นะครับ🔗

สุดท้ายเรื่องของท่านเกียรติ อีกเรื่องก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์ที่ดิน เราได้ให้ข้อสังเกตไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีการทบทวนผังเมืองนะครับ ผังเมืองตอนนี้เท่าที่ทราบก็คือภาคประชาชนเขาไม่ได้รอเราแล้ว เขาก็มีการไปฟ้องร้อง ที่ศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ก็ไม่อยากให้มีการขึ้นโรงขึ้นศาล อยากให้มีการ เข้ามาพูดคุยกัน โดยใช้รายงานจากคณะอนุกรรมาธิการนี่ล่ะครับ เป็นรายงานในการพูดคุยกัน เพื่อสู่การลดความขัดแย้งนะครับ🔗

ถัดไปท่านที่ ๓ เป็นท่านนิติพล ผิวเหมาะ นะครับ ถามเกี่ยวกับเรื่องของ น้ำเสียผลกระทบเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้น้ำเสียกระทบทุกสัปดาห์ครับ มีการปล่อยน้ำเสีย ออกมาตลอดเวลา เนื่องจากโรงงานประเภทที่เป็นกิจการที่ผมบอกว่าสร้างปัญหานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ๑๐๑ ๑๐๕ ๑๐๖ นี้ เขาใช้น้ำเสียเยอะมาก แล้วก็ไม่มีการกำจัดที่ถูกวิธี ในพื้นที่ อีอีซี (EEC) ก็มีราคาสูงมากขึ้น ก็เริ่มกระจายตัวไปยังพื้นที่อื่น เช่น พื้นที่ปราจีนบุรี สระแก้ว หรืออาจจะไปสระบุรี ไปราชบุรี หรืออย่างที่พบนะครับ ก็คือที่เพชรบูรณ์เป็นต้นนะครับ ก็มาจากปัญหานี้เหมือนกันนะครับ🔗

ส่วนเรื่องการจัดการน้ำที่ท่านนิติพลถามไว้นะครับ เราก็อธิบายชัดเจนว่า เราไม่ควรจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มอีกนะครับ ควรจะใช้วิธีการประหยัดน้ำ แล้วก็ทุกภาคส่วน ต้องประหยัดน้ำ มีการเสนอตัวเลขที่จะต้องตั้งเปอร์เซ็นต์ไว้ ณ ปัจจุบันนี้มีการตั้งเปอร์เซ็นต์ เอาไว้แล้วว่าการประหยัดน้ำนี้ต้องอยู่ที่ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่น่าจะเพียงพอ เพราะจากการวิจัยล่าสุดนี้พบว่าอาจจะต้องประหยัดน้ำถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์สำหรับ ภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีศักยภาพสูงสุดนะครับ อุปโภคบริโภค ถ้าเป็นห้างสรรพสินค้านี้ ก็จะลดลงมา เกษตรกรรมก็อาจจะลดลงมานิดหน่อยนะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นคำถามสำคัญของท่านนิติพลนะครับ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นะครับ กฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นี้ถูกตีตกไปนะครับ เพราะว่า ถือว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน กฎหมายนี้สำคัญมาก เพราะมันจะบอกเราว่า ฐานข้อมูลนะครับ สารเคมีอะไรบ้างที่มีกักเก็บเอาไว้นะครับ เอาเข้ามา เอามาใช้เหลือเท่าไร ยกตัวอย่างเช่นเคส (Case) ของโรงงานหนึ่งนะครับ ที่จังหวัดแถวกรุงเทพฯ ที่ไฟไหม้ไปนะครับ มีขนาด ๒ ไร่นี้ ปัจจุบันนี้ก็ยังเคลียร์ (Clear) ไม่หมด แล้วก็มีโรงงานลักษณะนี้ในจังหวัดนั้น อีก ๒๐๔ โรงงาน ถ้าเกิดมีการใช้กฎหมายพีอาร์ทีอาร์ (PRTR) นี้ ก็จะสามารถรู้ว่าเขามีการ เก็บอะไรไว้บ้างนะครับ จะเข้าไปดับไฟจะต้องเอาตัวดับไฟแบบไหนนะครับ🔗

แล้วก็ในส่วนของคำถามสุดท้ายนะครับ จากท่านกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ขออภัยนะครับ ผมหายใจไม่ทันนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของเวทีการศึกษาอีไอเอ (EIA) นะครับ ตัวนี้ตามกฎหมายนี้ก็สามารถกระทำได้ แต่ถามว่ามันชอบธรรมไหมนะครับ อันนี้ผมคิดว่า ไม่ชอบธรรม เนื่องจากในรายงานอนุกรรมาธิการก็บอกว่าให้กลับไปศึกษาความเป็นไปได้ ก่อนนะครับ แล้วให้กลับไปทบทวนเรื่องผังเมืองนะครับ ถ้าทบทวนทั้ง ๒ เรื่องนี้เรียบร้อย แล้วนะครับ ก็จะต้องมาทำเรื่องของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือเอสซีเอ (SCA) นะครับ จึงจะไปกำหนดว่าควรจะเอาอะไรไว้ตรงไหน ควรเอาอะไร ไม่เอาอะไรนะครับ จะตั้งพื้นที่ตรงไหน แล้วจึงมาทำเรื่องของรายงานผลทางสิ่งแวดล้อมคือ อีไอเอ (EIA) อีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งภาครัฐนะครับ รวมทั้ง ศอ.บต. ก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของธรรมาภิบาลครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน กรรมาธิการครับ เชิญครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ต่อรายงานฉบับนี้ ในวันนี้ผู้แทนราษฎร หรือเพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายให้ข้อเสนอแนะและข้อสังเกต จำนวน ๑๘ ท่าน ซึ่งถือว่าเพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจต่อรายงานฉบับนี้พอสมควร ดังนั้น ผมก็ต้องกล่าวว่าขอขอบพระคุณท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งให้ข้อสังเกตเรื่องน้ำและการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะเรื่องน้ำบาดาล🔗

ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม จากพรรคก้าวไกล ที่ให้ความสำคัญเรื่องความ สมบูรณ์ของรายงาน ปัญหาพิพาทที่ดินในหลายพื้นที่ของเขตอีอีซี (EEC) ปัญหาขยะพิษ และมลพิษในพื้นที่หลายจังหวัดโดยรอบเขตอีอีซี (EEC) รวมถึงเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ🔗

ต้องขอบคุณท่านเกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะเรื่องการศึกษาผลกระทบทางเลือกของโครงการพัฒนา ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้อง เลือกโครงการนี้ก็ได้นะครับ และโครงการพัฒนาที่น่าสนใจที่เป็นทางเลือกอย่างอื่น รวมถึง มิติความสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม การรับฟังความเห็น ที่เกี่ยวข้องข้อตกลงระหว่างประเทศ🔗

ต้องขอบคุณท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จากพรรคเพื่อไทยที่ได้กรุณา แนะนำให้เพิ่มเรื่องผลกระทบจากการส่งเสริมเขตพัฒนาพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ ประโยชน์ในที่ดินเรื่องมาตรการอีไอเอ (EIA) ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขทั้งประเทศ รวมถึง การยกเว้นกฎหมายผังเมืองและการบริหารจัดการน้ำ การท่องเที่ยว และการเกษตร🔗

ต้องขอบคุณท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ จากพรรคก้าวไกลที่อภิปราย สนับสนุนร่างรายงานในประเด็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบิน รวมถึง อภิปรายเจาะลึกในเรื่องของผลประโยชน์ในโครงการดังกล่าว🔗

ต้องขอบคุณท่านสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ จากพรรคพลังประชารัฐที่ให้ ความสำคัญติดตามและศึกษารายงานของกรรมาธิการฉบับนี้ รวมถึงข้อสังเกตแนะนำ ให้การดำเนินการเปรียบเทียบระหว่างรายงานฉบับนี้กับรายงานของคณะกรรมการอีอีซี (EEC) รวมถึงการศึกษาเพิ่มเติมด้านความสำเร็จของโครงการด้วยการนำเสนอรายงานฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลต่อไป🔗

ต้องขอบคุณท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ที่ให้คำแนะนำ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของรัฐซึ่งถือว่าเป็น สาระสำคัญ และอภิปรายสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เรื่องผลกระทบจากการถมทะเล ความคุ้มค่าทางการเงินของโครงการ และประเด็นเรื่อง แรงงานในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ🔗

ต้องขอบคุณท่านทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ ที่อภิปรายสนับสนุน เรื่องประเด็นปัญหาการแย่งยึดที่ดินจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ และแนะนำเพิ่มเติม ข้อมูลจากการรายงานของคณะกรรมการอีอีซี (EEC)🔗

ขอบคุณท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจะนะ ขอบพระคุณท่านมากครับ และอาจจะต้องขอข้อมูลจาก ท่านเพิ่มเติมสำหรับผลประโยชน์ที่มันทับซ้อนอยู่ในโครงการนี้🔗

ขอบพระคุณท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากพรรคก้าวไกล ที่อภิปรายสนับสนุน ข้อมูลวิเคราะห์ความสมดุลน้ำ แผนการใช้น้ำ ผังการใช้ที่ดินด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหาร จัดการทรัพยากรให้เหมาะสม และเสนอกฎหมายการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนซึ่งถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมาก🔗

ขอบพระคุณท่านยงยุทธ สุวรรณบุตร จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ให้ คำแนะนำเพิ่มจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้วเพิ่มเข้ามาในโครงการ อีอีซี (EEC)🔗

ต้องขอบพระคุณท่านกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี จากพรรคก้าวไกล ที่ได้ อภิปรายสนับสนุนเรื่องการตรวจสอบการถมทะเลและการกัดเซาะชายฝั่ง และการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนในเขตพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งหลาย ๆ ประเด็นถือว่าสำคัญ🔗

ต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส.เบญจา แสงจันทร์ จากพรรคก้าวไกล ที่อภิปราย สนับสนุนตรวจสอบผลกระทบจากโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ เป็นปาก เป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบและส่งเสียงไปยังรัฐบาล เพื่อประกอบ การตัดสินใจว่าจะยุติโครงการหรือจะไปต่ออย่างไร ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ🔗

ต้องขอบพระคุณท่านอำนาจ วิลาวัลย์ จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้อภิปราย แสดงความเป็นห่วงถึงแม่น้ำบางปะกงที่ใช้ไม่เพียงพอในทุก ๆ ปี🔗

ขอบพระคุณท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้อภิปราย ประเด็นกลุ่มผลประโยชน์ที่ทำลายภาพลักษณ์โครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ🔗

ต้องขอบคุณท่านซูการ์โน มะทา จากพรรคประชาชาติ ที่อภิปรายส่งเสียง แทนพี่น้องประชาชนชาวจะนะ ผมก็ขอแสดงความขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนอำเภอจะนะ เช่นเดียวกันครับ🔗

ขอบคุณท่านวิรัตน์ วรศสิริน จากพรรคเสรีรวมไทย ที่ท่านก็นั่งฟังอยู่ตั้งนาน ท่านก็ตัดสินใจมาอภิปรายในเรื่องประเด็นปัญหาผลกระทบจากโครงการรถไฟฟ้า ๓ สนามบิน ต้องขอบคุณท่านด้วยครับ🔗

สุดท้ายต้องขอบคุณท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ จากพรรคก้าวไกลที่อภิปรายการ ทำงานของคณะกรรมการอีอีซี (EEC) และงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในโครงการ รวมถึง เรื่องการใช้น้ำระหว่างภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถือว่า สำคัญระหว่างภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ถ้าไม่มีการบริหารการจัดการน้ำที่ดีก็อาจจะ เกิดความขัดแย้งที่นำไปสู่ความไม่เข้าใจกันในอนาคตได้🔗

ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ต้องถือว่าขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกที่ได้ เติมเต็มในส่วนที่ได้ขาดหายไป รายงานฉบับนี้ผมก็ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการ ผมก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการที่ร่วมแรงร่วมใจและตั้งใจที่จะศึกษาอย่างมุ่งมั่น เพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกจะสนับสนุน รายงานฉบับนี้เพื่อไปถึงมือรัฐบาล ไปถึงมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบการตัดสินใจ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นเพื่อหาแนวทางร่วมกับพี่น้องประชาชน และสุดท้าย รายงานฉบับนี้มีหัวใจหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ โครงการต่าง ๆ ที่เกิดจากแนวคิดที่ออกจากรัฐ ควรที่จะต้องให้พี่น้องประชาชนร่วมตัดสินใจ ควรต้องให้พี่น้องประชาชนร่วมคิดตั้งแต่ เริ่มกระบวนการ เริ่มฝันตั้งแต่เริ่มกระบวนการ ไม่ใช่รัฐบาลฝันเพียงฝ่ายเดียว ฉะนั้น กระบวนการมีส่วนร่วมจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุดสำหรับโครงการที่จะขับเคลื่อนไป นั่นก็หมายถึงว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติ ต่อสิ่งแวดล้อม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่เห็นเป็นอย่างอื่นที่จะคัดค้านรายงานไหมครับ เพราะว่ารายงานมี ข้อสังเกตด้วย ต้องถามท่านสมาชิกนะครับว่าถ้าเห็นด้วยกับข้อสังเกตจะได้ส่งทั้งรายงานฉบับนี้ พร้อมทั้งข้อสังเกตไปให้รัฐบาล เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อสังเกตที่เรา เสนอแนะไปนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับรายงาน แล้วผมจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามท่านสมาชิก ท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ นอกจากเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตคงไม่มี ผู้ใดคัดค้านและเห็นเป็นอย่างอื่นใช่ไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งข้อสังเกตนะครับ ส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อไปตามข้อสังเกตและรายงาน ก็เป็นการจบในวาระกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเรื่องที่ ๓ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๗ นาฬิกา