unknown · · 1480 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๙ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุม ก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้หารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอเชิญท่านแรก นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ🔗

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้นำปัญหาความเดือดร้อนมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายธนาคม สุขประเสริฐ ชาวบ้าน บ้านบูอาไร ตำบลบ้านผือ อำเภอจอมพระ เนื่องจากถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๑๐๖๐๑ บ้านขาม-บูอาไร เชื่อมต่อกับถนนทางหลวงหลัก ๒๓๓๓ เส้นทางจากจอมพระไปอำเภอสนม ช่วงปากทางบ้านบูอาไรจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง สืบเนื่องมาจากพื้นถนนที่ต่ำกว่าถนนหลัก อีกทั้งยังเป็นถนนดินเดิมที่ยังไม่ได้มีการลาดยางประมาณ ๕๕ เมตร ประกอบกับทางหลวง หมายเลข ๒๓๓๓ เป็นช่วงทางเข้าหมู่บ้านบูอาไรจะมีลักษณะเป็นทางโค้งเป็นรูปตัวเอส (S) ถัดจากนั้นก็จะเป็นโรงเรียนที่มีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเช่นกัน เนื่องจากขาดไฟส่องสว่างในยามค่ำคืนตลอดเส้นทางครับ และขาดป้ายสัญลักษณ์จราจร ต่าง ๆ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลเรื่องนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสมควร พิมพ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบอระเพ็ด ตำบลเป็นสุข อำเภอจอมพระ ในเรื่องของคุณภาพน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำ สาธารณประโยชน์หนองบุกปลัด เนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ เป็นแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภค และใช้ในการทำการเกษตรตื้นเขินและมีวัชพืชเป็นจำนวนมาก น้ำไม่สะอาด กลิ่นเหม็น เป็นปัญหาให้พี่น้องชาวบ้านบอระเพ็ดที่เดือดร้อนกว่า ๗๖ หลังคาเรือน ๔๐๐ กว่าคน จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ เป็นการด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนตำบลหลักสาม ตำบลยกกระบัตร ตำบลบางโทรัด และตำบลหนองสองห้อง มาหารือต่อท่านประธานสภา ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นความต้องการ แล้วก็เป็นข้อเสนอของพี่น้อง ประชาชนนะคะ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาแก้ไขปรับปรุงบูรณะทางหลวง หมายเลข ๓๒๗๔ ตอนหลักสาม-บางโทรัด ระยะทาง ๖,๑๗๘ เมตร โดยยกระดับคันทาง ในส่วนที่น้ำล้นขึ้นท่วมผิวทางในช่วงกิโลเมตรที่ ๕+๒๗๒ ถึงกิโลเมตรที่ ๖+๑๗๘ พร้อมทั้ง ปรับระดับผิวทางที่เกิดความเสียหายทรุดตัวเป็นแอ่ง ๆ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๐+๐๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๕+๒๗๒🔗

ข้อ ๒ ขอให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการปรับปรุงผิวแอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic concrete) พร้อมระบบท่อระบายน้ำ ถนนสาย สค. ๓๐๑๐ แยกทางหลวง หมายเลข ๓๗๕ บ้านโคกวัด ตอนสมุทรสาคร บริเวณหมู่ที่ ๑ ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว ช่วงกิโลเมตรที่ ๗+๒๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๙+๐๐๐ ระยะทาง ๑,๘๐๐ เมตร ซึ่งถนนทั้ง ๒ สายนี้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในช่วงฝนตกและน้ำทะเลหนุนประชาชน ก็จะเดือดร้อนมาก จึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมได้โปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไขให้ตามที่ประชาชนร้องขอด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ครับ ก่อนเข้าสู่การหารือ ชาวบ้านได้ฝากกราบขอบพระคุณท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ลงพื้นที่ไปเยี่ยมชาวบ้าน แก้ปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดอำนาจเจริญเมื่อวันเสาร์ที่แล้วครับท่านประธาน🔗

เรื่องหารือเรื่องที่ ๑ ครับท่านประธาน ชาวบ้านได้ทวงถามเรื่องเงินเยียวยา ค่าวัว ควายที่ตายจากโรคระบาดโควิด (COVID) จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลยครับ อยากจะเรียนถามว่าจะได้รับเมื่อไร และอีกเรื่องหนึ่งเรื่องเยียวยาเช่นกันครับ คือหมูที่ตาย ด้วยโรคเหมือนกัน บางบ้านตายยกคอกเลยครับ ชาวบ้านก็มีความลำบากเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะช่วยเหลือ เยียวยาชาวบ้านอย่างไรครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ชาวบ้านอุ่มยาง อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร้องเรียนว่าถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๒๐๔๙ ช่วงกิโลเมตรที่ ๘ ซึ่งเชื่อมระหว่าง อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ กับอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานีมันจะเป็นสี่แยก หน้าโรงเรียนบ้านอุ่มยางเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีผู้เสียชีวิตหลายศพแล้วครับ ทางชาวบ้าน เขาอยากจะให้ทางหลวงชนบทช่วยขยายไหล่ทาง หรือว่าขยายทางให้เป็นสี่ช่องจราจร พร้อมกับติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งการแก้ปัญหาทุกวันนี้ก็จะ เอาถังไปตั้งเพื่อไม่ให้คนข้ามแยกเฉย ๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็อยากจะให้ ทางหลวงชนบทได้แก้ปัญหาในระยะยาวต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนได้รับผลกระทบ ในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) มีทั้งตกงาน มีรายได้ลดลง แล้วก็รวมไปถึงค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ที่ยังคงที่ ถึงแม้ว่ารัฐบาลก็ได้มีออกมาตรการต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือประชาชนอยู่หลาย โครงการด้วยกัน แต่ว่าก็ยังไม่ครอบคลุมในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการที่คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. มีมติให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปรหรือค่าเอฟที (FT) สำหรับ การเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๕ โดยให้เรียกเก็บที่ ๑.๓๙ บาทต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ ๓.๗๘ บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔.๖๓ จากงวดปัจจุบัน ในขณะที่ประชาชนโดนพิษโควิด (COVID) มา ๒ ปี แต่การไฟฟ้ากลับขึ้นค่าไฟครั้งแรกในรอบ ๒ ปี ท่านประธานคะ การขึ้นค่าไฟในช่วง ยากลำบากแบบนี้ ซึ่งการไฟฟ้าเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรมากมายในแต่ละ ปีงบประมาณ ดิฉันเข้าใจว่าการขึ้นค่าไฟมีเหตุผลจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิเช่น อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง การนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศ ในส่วนของพลังงานน้ำ ลดลงตามฤดูกาล แล้วก็การผลิตไฟฟ้าจากถ่านลิกไนต์ลดลงตามแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ส่งผลให้สามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนราคาถูกลดลง หรือราคาก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะราคาน้ำมันขาขึ้นในตลาดโลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกำไรที่มหาศาลในแต่ละปีก็อาจจะลดลงเล็กน้อย ก็อยากจะให้การไฟฟ้า ได้พิจารณาในการปรับค่าไฟแก่ประชาชนอีกรอบหนึ่ง ส่วนอีกประเด็นหนึ่งท่านประธาน เวลาคงหมดแล้ว ดิฉันอาจจะขอหารือเป็นคราวต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานมากนะคะ ที่วันนี้ได้ขอนำเรื่องหารือสู่สภาเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ รักษาเวลา ต่อไปนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรชาวบางแค พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขอหารือที่เป็นปัญหา ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ถึงผมจะเป็นผู้ชายที่ชื่นชอบผู้หญิง มีภรรยาที่รักยิ่งที่กำลังรับฟังอยู่ทางบ้าน ผมอาจจะไม่ได้ เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปทาง ท่านนายกรัฐมนตรี ตลอดจนทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องครับ ลองคิดตามไปพร้อม ๆ กับผมนะครับท่านประธานว่า ความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยทุกวันนี้ เราจะเอา เหตุผลอะไรมาอธิบายจากระบบกฎหมายที่ล้าหลัง ซึ่งรัฐบาลสามารถแก้ไขได้ทันที เพราะเป็นผู้ถือเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องการสมรส เท่าเทียมที่ทุกวันนี้ยังไม่มีความเท่าเทียม เป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่พี่น้อง ประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศเป็นอันดับ ๑ ในเอเชียของกลุ่มผู้มีความหลากหลาย ทางเพศ ท่านประธานครับ ท่านประธานจะรู้สึกอย่างไร ถ้าวันหนึ่งตัวท่านประธาน เป็นคุณดาวหรือคุณเพิ่มทรัพย์ แซ่อึ๊ง ที่คู่รักประสบอุบัติเหตุมีเลือดอุดตันในสมอง แต่ท่านประธานไม่สามารถเซ็นใบยินยอมเพื่อให้แพทย์ผ่าตัดแทนได้ หรือท่านประธาน จะรู้สึกอย่างไร ถ้าท่านประธานเป็นข้าราชการครู เป็นแม่พิมพ์ให้กับอนาคตของชาติ แต่ท่านประธานไม่สามารถใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ เพื่อรักษาคู่รักที่กำลังป่วย เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายได้ ท่านประธานครับ ๒ กรณีตัวอย่างนี้เป็นกรณีตัวอย่าง เพียงหยิบมือเดียวจากหลายล้านตัวอย่างทั้งประเทศ แต่สิทธิในการเซ็นใบยินยอมเพื่อเข้ารับ การรักษา สิทธิในสวัสดิการข้าราชการ สิทธิในการจัดการศพ และสิทธิในการขอสัญชาติไทย ให้กับคู่รักชาวต่างชาติเป็นสิทธิที่ต้องแก้ไข ด้วยการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘ และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ทิ้งร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิตเสีย และเร่งหยิบร่างแก้ไขสมรสเท่าเทียม ที่ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุมสภาเรียบร้อยแล้วขึ้นมาพิจารณาโดยเร็วด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายคารม พลพรกลาง ครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ขอให้ฝ่ายโสตเอาภาพขึ้นเลยนะครับ มีเพียง ๒ ภาพ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ถึงเรื่องความเดือดร้อน ของผู้ใช้ถนนของ อบจ. ร้อยเอ็ด ถนน อบจ. รอ. ๑๐๒๑ จากตัวเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ไปถึงตำบลน้ำคำ ตำบลสุวรรณภูมิก็ของท่านนายกสมศักดิ์ เศรษฐโพธิ์ ระยะทางประมาณ ๑๔ กิโลเมตร มืดมาก ขอภาพหน่อยนะครับ แล้วก็เวลากลางคืนก็ใช้เยอะ เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ก็ขอปรึกษาแล้วก็ขอหาหรือว่าอยากจะให้ อบจ. ทำเรื่องของบประมาณเพิ่มไฟ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนในการใช้ถนนเส้นนี้ เพราะว่ามีประชาชนที่เข้าไปทำงาน ในตัวเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิเยอะมาก นี่เรื่องแรก🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีความเจริญทางถนนหนทาง ทั้งกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง จากการที่ผมได้ออกพื้นที่ในอำเภอสุวรรณภูมิ หลายตำบล ตำบลหัวโทน ตำบลห้วยราช พบว่าระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกาถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกาตอนเช้า และระหว่างเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกาถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ในตอนเย็น ประชาชนเขาเอาโค เอากระบือเข้าไปหากินแล้วเก็บเข้า ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่า ๑. ถนนเจริญและความเร็วของรถยนต์ด้วย จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ที่คุมทั้ง ๒ กรมว่าอยากให้จัดทำป้ายที่บอกเวลาในการที่ประชาชนเอาโค กระบือไปออก หากิน แล้วก็เอาเก็บเข้าบ้าน เพื่อให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางเกิดความระมัดระวัง ซึ่งปัจจุบัน มีเพียงแค่ภาพสัตว์เท่านั้น การเพิ่มงบประมาณตรงนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้ประชาชน ซึ่งเขาเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงโค เขาบรรเทาความเดือดร้อน เวลารถชนได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้นจึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคมของท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้ดูแลเรื่องนี้ ด้วยนะครับ🔗

สุดท้ายก็ขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่จัดสรรเวลาให้ผมได้นำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาหารือในสภา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายองอาจ วงษ์ประยูร ครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานวันนี้เกี่ยวเนื่องกับชลประทาน ทั้ง ๒ เรื่องครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรกผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนของจังหวัดสระบุรี ในหลายอำเภอที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก ผลกระทบสืบเนื่องมาจากตุลาคมที่ผ่านมา เหตุจากน้ำพอเต็มเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ชลประทานได้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนที่จังหวัดสระบุรี แต่การบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ทำให้เกิดผลกระทบคือน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง ตลิ่งพัง บ้านเรือน ริมแม่น้ำพังเสียหายตลอดแนวริมแม่น้ำ เดือดร้อนเป็นวงกว้าง เฉพาะอำเภอเสาไห้ บ้านเรือน ทรัพย์สิน กระชังปลา พังเสียหายกระทบพี่น้องประชาชนจำนวนถึง ๑๑ ตำบล ๙๐ หมู่บ้าน เดือดร้อนกว่า ๒,๐๐๐ ครัวเรือน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยดูแล ๒ ประเด็น คือ ประเด็นที่ ๑ ขอให้บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย เยียวยา ค่าเสียหายจากการกระทำของชลประทานในครั้งนี้โดยเร่งด่วน ประเด็นที่ ๒ ให้ดำเนินการ ตรวจสอบการทำงานของชลประทานเกี่ยวกับเรื่องการระบายน้ำเข้าออกพื้นที่ในจังหวัด สระบุรี ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นมาแทบทุกปี ซ้ำซากต่อเนื่องมาโดยตลอดครับท่านประธาน🔗

สุดท้าย ชาวนาจังหวัดสระบุรีขอปลูกข้าวนาปรังในปีนี้ ไม่ได้รับการปลูกนาปรัง มาหลายปีแล้ว โดยชลประทานก็ไม่มีการสนับสนุนให้ปลูกข้าวนาปรังแต่อย่างใด โดยอ้างว่าน้ำแล้งไม่เพียงพอ ทั้ง ๆ ที่ปีนี้น้ำท่วมสระบุรีเพิ่งผ่านพ้นไป ชลประทานอย่าเพิ่ง ระบายน้ำไปจนหมด ให้ช่วยเก็บกักน้ำให้ชาวนาได้ทำนาปรังในปีนี้ด้วยครับท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน จำนวนมากถึงถนนคันคลองชัยนาท-ป่าสัก ทางหลวงชน สบ. ๔๐๔๗ ระหว่าง กม. ที่ ๑๙-๒๐ จึงได้รับความกรุณาจากนายกฤษณะ วรรณา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลสร่างโศก อำเภอ บ้านหมอ จังหวัดสระบุรี พาลงดูพื้นที่ปัญหาจริงพบว่า บริเวณตรงนี้เป็นโค้งรูปตัวเอส (S) โค้งไม่สโลป (Slope) ตามหลักวิศวกรรม ป้ายสัญญาณไฟไม่ชัดเจน ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ในเวลากลางคืน รถจึงหลุดโค้งลงแอ่งบริเวณนั้นเป็นประจำเดือนละหลาย ๆ ครั้ง เลยไป อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน หลักกิโลเมตรที่ ๒๐ เป็นโค้งเช่นกัน ไฟส่องสว่างมี แต่ติดบ้าง ไม่ติดบ้างมาเป็นเวลานาน พอเข้าเขตหมู่ที่ ๓ ตำบลตลาดน้อย ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๐-๒๑ กลับไม่มีไฟส่องสว่าง แค่ประมาณ ๘๐๐ เมตรเท่านั้นเอง วิ่งต่อไปอีกเรื่อย ๆ มีไฟถนน แต่ไม่ติดจนเข้าเขตตำบลบ้านหมอไฟส่องสว่างจึงใช้ได้ ทำให้ถนนเส้นนี้นอกจากจะเกิด อุบัติเหตุแล้ว ยังมีการปล้นจี้ชิงทรัพย์กันอยู่บ่อยครั้ง และอีกช่วงหนึ่งครับท่านประธาน คือบริเวณแยกเส้น ๔๐๔๗ ตัดกับเส้น ๓๐๓๔ สายบ้านครัว-อ่างทอง เป็นหลุมเป็นบ่อบริเวณ ตรงกลางแยก รถใหญ่วิ่งจำนวนมาก รถเล็กก็ต้องหลบหลุมจนเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ กระผม จึงขอหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการ ให้กรมทางหลวงชนบทได้มาสำรวจพร้อมกับแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนต่อไปครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน กระผมได้รับเรื่องร้องขอจากนายฉลาด วิรากร กรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี เรื่องการขอรับความอนุเคราะห์ จัดสรรงบประมาณโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งจัดสรรงบกลาง ประจำปี ๒๕๖๕ รายการเงินสำรองเพื่อฉุกเฉิน หรือจำเป็น งบประมาณวงเงิน ๕,๕๔๘ ล้านบาท ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศรอความหวังจากกองทุนนี้อยู่นะครับ ขอให้สำนักงบประมาณได้นำกราบเรียน นายกรัฐมนตรีและเสนอพิจารณาต่อไป กระผมขอส่งเอกสารแนบให้กับท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายวัน อยู่บำรุง🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร บางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากคุณสรยุทธ เด่นดำรงกุล ประธาน อสส. เขตหนองแขมว่า ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ตั้งแต่แยกคลองขวางถึงสุดเขต หนองแขมที่คลองศรีสำราญ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ต้องการศาลาที่พักผู้โดยสาร ไว้สำหรับหลบแดดหลบฝน เวลาคอยรถโดยสารตามจุดต่าง ๆ ดังนี้ ๑. หน้าศูนย์บริการ สาธารณสุข ๔๘ ๒. หน้าโรงเรียนประชาบำรุงซึ่งมีจำนวนนักเรียนพันกว่าคน รวมทั้ง ผู้ปกครองที่มารับส่งบุตรหลานเป็นจำนวนมาก ๓. หน้าแฟลต กทม. ๔. หน้าซอยอาสน์ทิพย์ ๕. หน้าหมู่บ้านเอื้ออาทร ๘๑ มีผู้อาศัยอยู่หลายพันคน🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ปรับปรุงทาสีทางม้าลายใหม่ ซึ่งปัจจุบันเก่ามากและขอให้ เพิ่มสัญญาณไฟกระพริบสำหรับคนเดินข้ามถนนที่บริเวณหน้าหมู่บ้านนิสา ซอยเพชรเกษม ๖๙ เขตหนองแขมครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอสัญญาณไฟจราจร ไฟเขียว ไฟแดง ที่บริเวณถนนบางบอน ๕ ซอย ๗ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนี้เป็นสามแยกใหญ่ และเป็นช่วงโค้งของถนนมีรถสัญจร ปริมาณเยอะและซอยนี้ยังเป็นเส้นทางลัดไปยังอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร มีรถบรรทุกขนส่งใช้เส้นทางขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก มีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง จึงอยากได้สัญญาณไฟจราจรเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายพยม พรหมเพชร ครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อย่างสูง และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้นำเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่มาหารือในสภาแห่งนี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไข🔗

เรื่องแรกก็คือ เรื่องน้ำท่วมสงขลา สายกาญจนวนิช ซึ่งกระผมได้หารือ เป็นเบื้องต้นในอาทิตย์ก่อนแล้ว เนื่องว่าช่วงนี้ท่วมฉับพลันเมื่อประมาณวันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ผลสรุปว่าปิดทางครับ แต่ตอนนี้เรียบร้อยแล้วนะครับแต่ต้องแก้ไข ผมได้ให้ เลขานุการไปติดต่อประสานงานแขวงการทาง การประปาท้องถิ่นในพื้นที่ก็มี อบต. ท่าข้าม อบต. ทุ่งใหญ่ และเทศบาลตำบลน้ำน้อย สรุปว่าพรุ่งนี้ประปาจะมาขุดท่อประปาซึ่งทับซ้อน กับทางระบายน้ำของเขตทางหลวง แล้วก็วันพฤหัสบดีนี้แขวงการทางสงขลาที่ ๑ จะขุด ท่อระบายน้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อไม่ให้มันทับซ้อนชนกันนั้นเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น ส่วนต่อไป ประมาณอาทิตย์หน้า กระผมจะหารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพื่อที่จะร่วมกัน บูรณาการในการแก้ปัญหาก็ขอเรียนเพื่อรับทราบในการแก้ปัญหาเบื้องต้น🔗

ประการที่ ๒ เรื่องของศูนย์ออกโฉนดของกรมที่ดิน ซึ่งในเขตพื้นที่ของผม ได้หารือหลายครั้งแล้วว่า เอกสารสิทธิของพี่น้องชาวตำบลทุ่งตำเสา ในหมู่ที่ ๙ บ้านวังพา และใกล้เคียงรวมไปถึงอำเภออื่น ๆ เช่น รัตภูมิ คลองหอยโข่ง มีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ แล้วก็ได้ติดต่อมาหลายเดือนแล้วยังไม่เรียบร้อย แต่บัดนี้ศูนย์ออกโฉนดที่ดินได้มีโครงการ ออกโฉนดในพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่าจะได้แก้ปัญหาพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายเกษม อุประ ครับ🔗

นายเกษม อุประ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องปัญหา ยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ลุกลามใหญ่โตมากในขณะนี้ บ้านกระผมลูกฆ่าพ่อเพราะเสพยา และหลายคนเสพยาจนเกิดเป็นจิตประสาทหลอน ออกมาเดินตามถนนสร้างความหวาดกลัว ให้กับพี่น้องประชาชน จึงฝากท่านรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ ซึ่งระบาดอย่างหนักในพื้นที่ จังหวัดสกลนคร และจังหวัดใกล้เคียงมีทั้งระบบรายวัน ระบบรายสัปดาห์ ทวงกันตีหนึ่ง ตีสอง ข่มขู่ คุกคาม ทำร้าย และไปแจ้งความก็บอกว่าเขาซื้อไว้หมดแล้ว ทั้งตำรวจ ทั้งฝ่ายปกครอง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ยากจน ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับเรื่องการจราจร ในเขตเทศบาลอากาศอำนวยแออัด ผมเคยหารือเรื่องนี้ในสภาแห่งนี้ให้ออกแบบสำรวจ ทำถนนเลี่ยงเมือง แต่ทางสำนักงานเขตทางหลวงที่ ๓ สกลนคร ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ จึงฝากเรียนถึงท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ช่วยทวงถามเรื่องนี้ให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายมณฑล โพธิ์คาย🔗

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้ กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวชุมชนคลองสิงห์โต พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องท่อประปา เรื่องนี้ เคยได้นำมาหารือต่อท่านประธานสภาครั้งหนึ่งแล้ว แต่พี่น้องได้ทวงถามท่อประปาที่ชุมชน คลองสิงห์โต เขตประเวศ แขวงหนองบอนและแขวงดอกไม้นะครับ เดิมเป็นท่อเหล็ก และตอนนี้ได้ใช้งานมานานแล้ว ได้ผุและเป็นสนิม และมีบางจุดน้ำได้รั่วไหลทิ้ง และที่สำคัญ น้ำที่พี่น้องประชาชนนำมาใช้ในการอุปโภคและบริโภคได้มีสนิมปะปนมาด้วย พี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือการประปานครหลวงให้ช่วยมาเปลี่ยนท่อให้ใหม่ หรือมาปรับปรุงให้ดี เพื่อพี่น้อง ประชาชนจะได้ใช้น้ำสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย รัฐบาล ได้เพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ แล้วก็ได้มีเม็ดเงินที่จะมาช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน ๑๕๕,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้มีมติ ครม. ส่วนใหญ่ก็จะช่วยเหลือเรื่องข้าว แล้วก็มีพืช ซึ่งปลูกในภาคใต้เป็นหลักก็คือยางพาราอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านประธานครับ สินค้าเกษตรในภาคเหนือเองวันนี้พี่น้องเขาเดือดร้อนก็คือเรื่องลำไย ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ ที่ให้ดูผมขออนุญาตเอาคลิป (Clip) นี้ให้ดูว่าปีที่ผ่านมาลำไยตกต่ำเนื่องจากโควิด (COVID)🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ขอคลิป (Clip) เรื่องลำไยจะได้เห็นว่า ความเดือดร้อนพี่น้องครับ ข่าวนี้เป็นข่าวโด่งดังเมื่อคราวที่แล้ว ก็คือพี่น้องเกษตรกรกิโลกรัม แค่ ๓-๔ บาท ต้องทุบลำไยทิ้ง ฟาดลำไยทิ้ง เอาลำไยไปเททิ้ง ความเดือดร้อนเหล่านี้ เกษตรกรได้ติดตามรัฐบาลมาโดยตลอด ทาง ส.ส. โดยเฉพาะภาคเหนือผมเองอยู่ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย ๒๙ ท่านก็ได้ติดตามรัฐบาลในเรื่องเงินชดเชยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ วันนี้พี่น้องประชาชนฝากทวงถามมาครับว่า ดูจากข่าวคราวแล้วพืชลำไยนั้น ภาคเหนือจะไม่ได้รับความสนใจ จะไม่ได้รับการชดเชย พี่น้องต้องการเม็ดเงินเหล่านี้ เพื่อช่วงนี้จะได้ไปซื้อปุ๋ยบำรุงสวน ตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ผลผลิตในปีต่อไปได้ดีขึ้น ผมฝากว่าในเขตพื้นที่ผม อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่สวย เวียงป่าเป้า ที่ผมได้ลงพื้นที่ พี่น้องก็ฝากทวงถามครับว่า เมื่อไรลำไย ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่จะได้ เพราะพี่น้อง รอคอยครับ ยิ่งเมื่อวานนี้ได้ทราบข่าว ไม่มีชื่อลำไยอยู่ในพืชที่รัฐบาลจะสนับสนุนด้วย ก็ขอฝากท่านประธานได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง เพื่อส่งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ มีพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ไม่มีเลข ๑๓ หลัก จึงไม่สามารถ ที่จะมีสิทธิบัตรทอง สปสช. ในการรักษาพยาบาลได้จำนวนมาก บางคนก็สูงอายุแล้ว บางคน ก็เป็นวัยกลางคนแล้วนะครับ เมื่อไปอำเภอจะทำบัตรประชาชน ทางฝ่ายทะเบียนอำเภอ ก็ขอสูติบัตรก็ไม่มีนะครับ นำพ่อแม่มาหรือพี่น้องมาเจาะดีเอ็นเอ (DNA) ก็หาไม่ได้นะครับ ทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยเหล่านี้ ขาดสิทธิในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งดำเนินการเพื่อออกเลข ๑๓ หลักให้ ด้วยวิธีการ ที่จะหาทางออกให้เขา ยกตัวอย่างเช่น การทำประชาคม ผู้นำชุมชนต่าง ๆ พี่น้องประชาชน เหล่านี้ก็อยู่กันมาตั้งแต่หลายสิบปีแล้วนะครับ แล้วก็ขอให้ สปสช. หาทางออกในการ แก้ปัญหานี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมได้เร่งปรับปรุงซ่อมแซมถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ช่วงสี่แยกโพธิ์ทอง ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปจนถึงบริเวณ หน้าเทศบาลตำบลทุ่งควายกิน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เนื่องจากถนน แอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic concrete) มีหลายช่วง ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก ทำความเสียหายให้แก่ยานพาหนะ และบางคนก็อุบัติเหตุถึงแก่บาดเจ็บเสียชีวิตก็มีมาแล้วนะครับ ก็ขอให้พี่น้องประชาชน จะได้รับความสะดวกในส่วนนี้ ขอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้ดำเนินการแก้ไขต่อไปคือ🔗

๑. ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ศึกษาหาวิธีและดำเนินการ วางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่พิเศษตามแนวทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๑ จากเขต เทศบาลตำบลแก้งคร้อ โดยฝังท่อลงใต้ดินตามแนวข้างถนน เพื่อระบายน้ำฝนที่ท่วมขัง บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๑ และท่วมชุมชนในเขตเทศบาลตำบลแก้งคร้อ ชุมชนในเขต อบต. หนองไผ่และชุมชนในเขต อบต. ช่องสามหมอ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัด ชัยภูมิ เพื่อระบายน้ำที่ท่วมถนนและชุมชนดังกล่าว ซึ่งเป็นย่านการค้า ย่านความเจริญ ให้น้ำไหลลงสู่ลำห้วยสามหมอ ระยะทางประมาณ ๘๐๐ เมตร ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กรมทางหลวงได้ก่อสร้างถนนเป็นถนน ๔ เลน แล้วยกระดับ สูงขึ้นไปขวางทางน้ำ ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว🔗

๒. ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน ขนาด ๖๐ เตียง ให้แก่โรงพยาบาลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งปัจจุบัน มีความขาดแคลนและจำเป็นรีบด่วนมาก เพราะมีผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ต้องนอนตามระเบียง อย่างน่าเวทนา เคยขอการสนับสนุนไปยังกระทรวงสาธารณสุขในระดับที่สูงติดต่อ กันมาหลายปี คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าไปศึกษาดูงาน พร้อมผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดและระดับเขตบริการสุขภาพ มีความเห็นตรงกันว่า เป็นความจำเป็นรีบด่วน ได้เคยนำเสนอกระทรวงสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว มาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา หวังว่ากระทรวงสาธารณสุขคงจะเห็นใจ พี่น้องชาวอำเภอคอนสวรรค์และจังหวัดชัยภูมิ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนหารือท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาป้องกันปราบปรามให้พี่น้องประชาชน🔗

เรื่องแรก สืบเนื่องจากมีการประกาศในโซเชียล (Social) ต่าง ๆ ในการ ประกาศขายมะพร้าวนำเข้าจากต่างประเทศ คือมะพร้าวลักลอบการนำเข้า เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ป้องกันดูแลปราบปราม ตามเฟซ (Face) ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชายแดนภาคใต้ที่ประกาศขายมะพร้าวนำเข้า จากต่างประเทศจะทำให้มะพร้าวในประเทศราคาตกต่ำลง ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวน มะพร้าวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยด้านความมั่นคงให้ป้องกันและปราบปราม โดยเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากการก่อสร้างถนนสาย ๓๔๙๗ ช้างแรก-บางสะพานน้อย กิโลเมตรที่ ๑๐+๕๙๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๒+๑๕๐ ตัดกับถนน ๓๓๗๔ บางสะพาน-หนองหัดไท ผมอยากให้กรมทางหลวงเข้าไปควบคุมดูแลการก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เพราะถนนเส้นนี้หมดสัญญาในการก่อสร้าง ไปแล้ว และไม่มีการต่อสัญญาทำให้เกิดอุบัติเหตุ และปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา เป็นอย่างมาก ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน🔗

เรื่องสุดท้าย เนื่องจากเกิดน้ำท่วม ทำให้คอสะพานหลาย ๆ แห่งโดนตัดขาด ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประกาศภัยพิบัติ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรหรือชุมชนที่อยู่ตรงนั้นได้ อย่างเช่น ถนนสายทับสะแกไปเหมืองแร่ ระหว่างหมู่ ๓ นาหูกวาง กับหมู่ ๑๐ บ้านเขาล้าน ซึ่งคอสะพานขาด ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นของทางหลวงชนบท ได้โอนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นขอให้รีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือ ๓ เรื่อง ครับ🔗

เรื่องแรก ประชาชนร้องเรียนมาเรื่องปัญหาน้ำเน่าเสียจากคลองแม่นม และคลองแม่กลอง ที่หมู่ ๑ และหมู่ ๓ ตำบลหอมศีล อำเภอบางปะกง ทราบว่าน่าจะมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นอุบัติเหตุที่เกิดซ้ำซากบนถนน ๓๑๒๒ ที่อำเภอบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา บริเวณหน้าวัดสนามจันทร์ ซึ่งเป็นจุดที่ทางลงจากสะพานข้ามแม่น้ำมา ประจวบเหมาะพอดีก็เลยทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากให้มีไฟแดงหรือว่ามาตรการ อะไรเข้าไปจัดการ แล้วก็ดำเนินการอย่างเร่งด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของถนนทางด่วนบูรพาวิถีที่มีทางกลับรถน้อยมาก แต่ว่า บางจุด อย่างเช่น บางพลีแล้วก็บางแก้ว เราเปลี่ยนให้ทางขึ้นทางด่วนเป็นจุดกลับรถได้ ถ้าเราเปลี่ยนจุด ๆ อื่นที่เป็นทางขึ้นทางด่วนให้เป็นกลับรถได้ด้วยมันก็จะประหยัดค่าใช้จ่าย ในการเดินทางของพี่น้องประชาชน แล้วก็ไม่ต้องเจอรถติดในตอนเช้า อีกอย่างหนึ่งก็เป็น การที่ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าโดยที่ไม่ต้องสร้างทางกลับรถเพิ่ม แล้วก็จะช่วยลดเรื่องของ อุบัติเหตุด้วยครับท่านประธาน อย่างไรฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง ๓ เรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายเอกการ ซื่อทรงธรรม ครับ🔗

นายเอกการ ซื่อทรงธรรม แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๒ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากแพทย์ พยาบาล และประชาชน ผู้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลแพร่ ในเรื่องของพื้นที่การจอดรถภายในโรงพยาบาล มีไม่เพียงพอ เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดเกิดความไม่สะดวกทั้งผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และผู้เข้ารับ บริการ ผมได้เข้าหารือกับนายแพทย์ดนัย ภัทรเธียรสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพร่ และนายแพทย์วิชิน โชติปฏิเวชกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพร่ ตำแหน่งในขณะนั้น ทราบว่าได้มีการออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถเป็นที่เรียบร้อย ผมขอฝาก กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงบประมาณ ช่วยพิจารณาถึงปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการจังหวัดแพร่ ตามโครงการของสำนักงานพลังงานจังหวัด ในเรื่องขอรับ การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในเรื่องของโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ของสำนักงานเทศบาลห้วยไหม้ อำเภอสอง และโครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่สายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ในพื้นที่บ้านแม่พร้าว หมู่ที่ ๙ ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ หน่วยงานดังกล่าว ได้ยื่นรายละเอียดโครงการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมอยากฝากให้กองทุนอนุรักษ์ พลังงานช่วยเร่งรัดสนับสนุนงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ด้วย ในส่วนพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดแพร่ที่ยังต้องการโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ผมขอฝากให้สำนักงานพลังงานจังหวัด และกระทรวงพลังงานช่วยกันแก้ปัญหา ความเดือดร้อน และผลักดันโครงการแก่พี่น้องชาวจังหวัดแพร่ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คืออยากจะให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเปิด ตลาดนัดโค กระบือ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ตลาดนัดโค กระบือบ้านห้วยฝ้าย อำเภอตระการพืชผล ตลาดนัดเหล่าเสือโก้ก อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตลาดนัดเป็นตลาดหุ้นคนจนในยามทุกข์ยาก ข้าวยากหมากแพง พี่น้องประชาชนจะนำ โค กระบือของตัวเองมาขายที่ตลาดนัด และจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นการนำเงิน เข้าประเทศได้ปีละหลายพันล้านบาท🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ อยากจะให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเงินกองทุนผู้สูงอายุ โดยให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ได้ยืมเงิน ไปประกอบสัมมาอาชีพรายละไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท คืนภายใน ๓ ปี ไม่มีดอกเบี้ยในช่วง เศรษฐกิจแย่ลูกหลานตกงาน ผมได้รับการประสานงานจากผู้สูงอายุในพื้นที่เขตเลือกตั้ง อำเภอดอนมดแดง อำเภอตาลสุม อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอม่วงสามสิบ ได้ขอยืมเงินจากกองทุน เพื่อจะนำมาซื้อโค กระบือ เพื่อจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ในขณะนี้ได้ยื่นเรื่องไปแล้วนะครับ ก็ฝากให้ผมได้กราบเรียนท่านประธานได้ติดตาม เงินกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อจะมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามลำบากนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ก็คือเรื่องขอบ่อบาดาลพร้อมระบบส่งน้ำ ซึ่งในขณะนี้ จะเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง อยากจะขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เจาะบ่อบาดาลและทำระบบ กระจายน้ำโดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ให้พี่น้องเกษตรกรได้ประกอบสัมมาอาชีพ ในการปลูกผักสวนครัว ปลูกข้าวโพด ปลูกพริก ปลูกแตงในช่วงข้าวยากหมากแพง เพื่อจะให้ครอบครัวมีการดำรงชีพที่ดีขึ้น จึงอยากฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัด นครศรีธรรมราช ก่อนหารือ ๓ เรื่อง ขออนุญาตขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ชาวบ้าน ที่นครศรีธรรมราชฝากขอบคุณว่าน้ำไม่ท่วมในระยะ ๑ เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากนายก ลงไปกำกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมื่อเดือนตุลาคมนะครับ ผมขออนุญาตเข้าเรื่องหารือ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ การทำท่อลอดที่หน้าตลาดนาชุม ตำบลโพธิ์เสด็จ เรื่องที่ ๒ ขอไฟเขียว ไฟแดงที่หมู่ที่ ๑ ตำบลมะม่วงสองต้น เรื่องที่ ๓ เรื่องพระธาตุนครศรีเป็นมรดกโลก🔗

เรื่องแรกนะครับ คือการขอให้แขวงการทาง แล้วก็ชลประทาน เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เทศบาลโพธิ์เสด็จช่วยกันบูรณาการเพื่อทำท่อลอด ในการที่ระบายน้ำ ที่ท่วมในหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลโพธิ์เสด็จ ประชาชนเดือดร้อนกว่าพันครัวเรือน ตลาดนาชุม ซึ่งเป็นตลาดชุมชนที่ใหญ่มาก ๆ เดือดร้อนมาก ๆ เพราะฉะนั้นการทำท่อลอด ที่ชลประทาน ๓ ขวาจะเป็นการระบายน้ำเพื่อไม่ให้ท่วม และป้องกันน้ำท่วมที่มีความรุนแรงได้ การบูรณาการ ๔ หน่วยงานจะต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ การทำไฟแดงที่ถนนเลียบทางรถไฟ ที่ตำบลมะม่วงสองต้น ถนนเลียบทางรถไฟยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร แต่ที่มะม่วงสองต้นการจราจรไม่มีทางรถไฟ รถชนกันบ่อยมาก ทำความสูญเสียและความบาดเจ็บให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้าน ที่ตำบลมะม่วงสองต้น บังหลี พี่บุญธรรม น้องบัวนี่เขาเรียกร้องมาบอกว่า ให้ทางหลวงชนบท จัดการทำไฟแดงให้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ก็คือพระธาตุมรดกโลก จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เสนอ พระธาตุเป็นมรดกโลก บัดนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ส่งเพเพอร์ (Paper) ส่งเอกสาร มาที่กระทรวงวัฒนธรรมแล้ว แล้วก็อยากจะให้ทางนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงวัฒนธรรม กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมศิลปากรรีบอ่าน แล้วก็เอาเรื่องพระธาตุมรดกโลก เข้าสู่คณะกรรมการตามลำดับ และสุดท้ายไปสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อจะไปยังยูเนสโก (UNESCO) ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขอนำปัญหา ข้อร้องเรียนของประชาชนเขตคลองสานมาร้องเรียนต่อท่านประธาน เพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้รับไปแก้ไขนะครับ เมื่อวานครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสไปประชุม กับผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เขต และเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการสร้าง กระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ที่แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน มีชาวบ้านท่านหนึ่งได้บอกว่า กระทรวงมหาดไทยควรบำบัดทุกข์ บำรุงสุขชาวบ้านไม่ใช่หรือ เป็นหน่วยงานรัฐก็ควรปฏิบัติ ให้เป็นตัวอย่างไม่ใช่หรือ นี่คือเสียงจากคนที่อยู่บ้านนะครับ แล้วการถมที่จากเครื่องจักรใหญ่ มีกลิ่นน้ำมันลอยมาทั้งวันนะครับ มีลูกเล็กเด็กแดง บ้านเขาครอบครัวเดียวมี ๑๑ หลังคาเรือน ตรงนั้นก็ได้รับปัญหา การก่อสร้างตอนกลางคืนก็ไม่มีการหยุดพัก มีการก่อสร้างหลังเวลา ๕ โมงเย็น บางวันเป็น ๔ ทุ่มก็มีนะครับ หรือว่าอย่างคุณเอกเจ้าของร้านหมูจุ่ม หน้าวัดเศวตฉัตร ถนนเจริญนคร ก็บ่นว่ารถที่ขนดินมาถมในโครงการนี่แค่ล้างล้อรถขนดิน ก่อนออกมาเขายังทำไม่ได้เลยนะครับ ผมเคยไปประชุมอีไอเอ (EIA) ก็เคยสัญญากับชาวบ้าน อย่างโน้นอย่างนี้ จะเปิดทางชาวบ้านอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พอทำเข้าจริง บริษัทอีกบริษัทหนึ่ง มาบอกผมไม่เคยสัญญาไว้ อันนั้นเป็นบริษัทที่ทำอีไอเอ (EIA) ทำโครงการออกแบบ คนละบริษัทกัน อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหนครับ ถ้าอย่างไรฝากท่านประธานไปถึงเจ้ากระทรวง ไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เจ้าของโครงการว่าช่วยกำชับในการก่อสร้าง คุณมาอยู่ใหม่ ก็ช่วยเป็นผู้ย้ายเข้ามาใหม่ที่ดีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องชาวสวนปาล์มค่ะ ดิฉันรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก ถึงแนวทางนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง คือกระทรวงมีมติการปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซล (Biodiesel) ในน้ำมันดีเซล ให้เหลือเพียงสูตรเดียวคือบี ๗ (B7) ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นการแก้ไข ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้พ่อแม่พี่น้องชาวสวนปาล์มได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ปลูกปาล์มมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด สุราษฎร์ธานีมีการปลูกปาล์มอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วก็ที่ผ่านมาราคาปาล์มก็ตกต่ำ มาโดยตลอดเหลือกิโลกรัมละ ๒ บาทถึง ๒ บาทกว่า เพิ่งจะมาราคาดีขึ้นมาไม่นานมานี้เอง แล้วก็ดิฉันต้องกราบขอขอบพระคุณท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ที่เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันราคาปาล์มจะสูงขึ้น แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ราคาปุ๋ยนี้ก็แพงขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ ดิฉันมีความรู้สึกเห็นใจต่อพ่อแม่พี่น้องที่ใช้รถบรรทุกว่า ราคาน้ำมันแพง แต่กระทรวงพลังงานก็ควรจะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดนะคะ ไม่ใช่ผลักภาระ มายังพ่อแม่พี่น้องชาวสวนปาล์ม ซึ่งดิฉันคิดว่าพ่อแม่พี่น้องชาวสวนปาล์มนี่จะขึ้นมารวมตัวกัน แล้วก็ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวง ดิฉันอยากให้กระทรวงคิดแล้วก็ทบทวนพิจารณาในเรื่องนี้ อีกครั้งหนึ่งด้วยค่ะ🔗

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน อยากฝากเรื่องยางค่ะ ถึงแม้ว่าราคายางจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็อยากให้ราคาดีขึ้นไปอีกกว่าเดิมค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ติดตามข้อหารือลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ๒ ปีกับ ๑ เดือนค่ะท่านประธาน ครั้งนั้น ดิฉันให้ก่อสร้างถนนลูกรังจากหน้าโรงเรียนบ้านคำสะแนน หรือบ้านคำบอน ตำบลบ้านต้าย อำเภอสว่างแดนดิน ถึงหลังโรงเรียนบ้านง่อน ออกสู่ถนน ๔ เลน หมายเลข ๒๒ ที่บ้านง่อน ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ระยะทางประมาณ ๗-๘ กิโลเมตร เจ้ากระทรวงคือกระทรวงมหาดไทย ขอให้ดูแลอย่างเร่งด่วน ดิฉันขอยื่นเอกสารการหารือ ในคราว ๒ ปี ๑ เดือนที่ผ่านมาเพื่อประกอบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ เรื่องฝายชะลอน้ำบ้านนาทอน หมู่ ๑๒ ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ในภาพนี้ที่ดิฉันลงพื้นที่เป็นวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ถึงวันนี้ ๑ ปีกับ ๔ เดือน ดิฉันขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลักดัน โครงการเพื่อให้มีในเล่มขาวคาดแดงในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ สงสารผู้อุทิศที่ดินค่ะ ท่านประธานคะ ผู้อุทิศที่ดินคือ นายณรงค์ แก้วมุงคุณ และนายทองสา แสนโคตร ผู้อุทิศ ที่ดิน ๒ ท่านนี้ ต้องเรียกว่าท่านค่ะ ถึงจะเป็นชาวบ้านธรรมดาจน ๆ คนหนึ่งมีที่ดิน ๒๐ กว่าไร่ แต่ถ้าฝายชะลอน้ำจะใช้ที่ดินถึง ๑๐ กว่าไร่เขาจะเหลือแค่ ๑๐ กว่าไร่แค่นั้น เขาก็ยอมเพื่อที่เพื่อนเกษตรกรในบริเวณนั้นจะได้ใช้น้ำถึง ๓,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานคะ น้ำคือชีวิต น้ำคือพลังชีวิต น้ำคือการขับเคลื่อนของชีวิตเกษตรกร ขอให้เอื้ออาทร ต่อประชาชนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ธนบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมี เรื่องหารือเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่า หมู่บ้านสินทวีวิลล่า บริเวณพระราม ๒ ซอย ๔๓ สะพาน ๑ มีลำกระโดงสาธารณะอันหนึ่งซึ่งมีวัชพืชเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก ไม่มีการลอกหรือว่ากำจัดวัชพืชมาเป็นระยะเวลานานทำให้น้ำเอ่อล้น แล้วก็ท่วมถนน และบริเวณบ้านเรือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นก็ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานเขตจอมทองฝ่ายโยธา แล้วก็ ทางกรุงเทพมหานครช่วยไปดูแลให้ด้วยนะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สัปดาห์ที่แล้วนี้เองได้เกิด เพลิงไหม้บริเวณซอยกำนันแม้น ๓๖ ชุมชนแก้วกลม เนื่องจากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้ บ้านเรือนในชุมชนเสียหายไปจำนวน ๓ หลัง พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องไปเช่าบ้านอยู่ด้านนอกนะครับ เพราะฉะนั้นก็ปรากฏว่าเวลาเกิดเหตุไม่มีประปาหัวแดง ดับไฟ ต้องใช้น้ำในลำกระโดงทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก ถ้าสมมุติมีประปาหัวแดง ก็จะช่วยทำให้เบาบางลง เพราะฉะนั้นก็อยากจะได้ประปาหัวแดง ทางท่านประธานไกร แก้วกลม แจ้งมาว่าอยากจะให้ทางกรุงเทพมหานคร หรือการประปานครหลวงช่วยจัดหัวแดง เข้ามาจำนวน ๓ ตัว ก็ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายนิยม เวชกามา ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย นำความทุกข์ร้อนของพี่น้อง ประชาชนมาฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

อันดับแรกครับ มีจดหมายของนายสำลี ดากาวงศ์ กำนันตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย สกลนคร บอกว่าชาวบ้านตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย สกลนครคือ บ้านตากแดดและบ้านดงขวาง ได้รับความเดือดร้อนจากการจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ในหมู่บ้าน จึงขอขยายเขตไฟฟ้าที่บ้านเรือนออกไป สาเหตุเพราะหม้อแปลงเก่ามันเล็กเกินไป ใช้ไฟไม่พอ คือเครื่องติด ๆ ดับ ๆ ทำให้ไฟฟ้าเสียหาย ซึ่งระยะทางของหมู่บ้านเป็นเขตติดต่อ ระหว่างอำเภอเมือง กับอำเภอเต่างอย ฉบับที่ ๒ จากนายมานะ ดากาวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านนาเลา หมู่ ๖ ตำบลบึงทวาย ก็มีปัญหาเหมือนกัน เนื่องจากชาวบ้านนาเลา บ้านหนองผึ้ง ตำบล บึงทวาย อำเภอเต่างอย สกลนคร มีปัญหาในด้านการใช้ระบบไฟฟ้าไม่เพียงพอ เนื่องจาก มีการขยายบ้านเรือนออกไปอยู่ตามไร่ตามนา ทำให้หม้อแปลงซึ่งเล็กเกินไปวันนี้ไม่เพียงพอ ก็ฝากท่านประธานว่า ระยะทางของหมู่บ้านวันนี้ยังใช้ไม่ได้🔗

อันสุดท้ายครับท่านประธาน ได้รับหนังสือจากนางเขมจิรา ไตรทิพย์ บ้านโคกกลาง หมู่ ๖ ตำบลจันทร์เพ็ญ เต่างอย ขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรบริเวณ ท้ายหมู่บ้านทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านต้องเดือดร้อน🔗

อันสุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานคือนางณัฐธิดา ศรีบุญโฮม บ้านโพนปลาโหล หมู่ ๕ ตำบลเต่างอย ร้องเรียนไม่มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ขาดแคลนมากว่า ๓๐ ปีแล้ว เด็ก คนชรา ลำบากมาก ขอไฟฟ้าไปถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาปอก หมู่ ๕ ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ ๒๐ หลังคา มีวัด ๒ แห่ง สำนักสงฆ์ ๑ แห่ง ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องที่จะกราบเรียน ท่านประธานไปถึง ครม. ครับ โดยท่านนายกประยุทธ์ และโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง เพื่อขอของขวัญปีใหม่ของ ครม. และกระทรวงคมนาคม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีกเพียง ๓๐ กว่าวัน สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชน ชาวอีสานเราตระหนกและหวาดวิตกมากที่สุด ก็คือเรื่องการจราจรติดขัดบนถนนทางหลวง หมายเลข ๒ วันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือหมายเลข ๖ ระยะทาง ๑๙๖ กิโลเมตร เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๘๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท และขณะนี้ ทางรัฐบาลได้ดำเนินการเกือบแล้วเสร็จหมดแล้ว ติดบางช่วงสัญญาเพราะฉะนั้นจากเดิม ที่ทางกระทรวงคมนาคมได้เปิดใช้เส้นทางนี้ในช่วงของวันสงกรานต์ มีสถิติผู้ใช้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงคมนาคมว่า ในปีใหม่ที่จะถึงนี้อยากให้ท่านเปิดใช้เส้นทางพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด จากเดิม ที่เปิดจากปากช่องไปสีคิ้วระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร เราสามารถที่จะดำเนินการเปิดต่อเนื่อง ไปถึงอำเภอขามทะเลสอ ระยะทางเพิ่มขึ้นอีก ๔๐ กิโลเมตร และสุดท้ายของทางก็คือ บนถนนสาย ๒๐๔ ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นระยะทาง ๙๐ กิโลเมตร จะแก้ไขปัญหาการจราจร จากปากช่องไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนสะดวกในการเดินทาง และโดยเฉพาะกรมทางสามารถจะแก้ไขได้ทันก่อน ๓๐ วัน จึงอยากจะกราบเรียน ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลครับ ขอของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องชาวอีสานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายวุฒินันต์ บุญชู ครับ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริษัทหมิงตี้ และมีการระเบิดของสารเคมี จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง จำนวนเงินความเสียหายหลายร้อยล้านบาทครับ และได้มีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ ๓ หน่วยงานครับ หน่วยงานแรกก็คือบริษัทหมิงตี้ ซึ่งเป็นต้นเพลิงและเป็นผู้ประกอบการ หน่วยงานที่ ๒ ก็คือบริษัทประกันภัย ซึ่งมาดูแลลูกค้าของบริษัทเองในพื้นที่ หน่วยงานที่ ๓ ก็คือ ปภ. หรือป้องกันหรือบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดสมุทรปราการ ๒ หน่วยงานแรก ไม่มีปัญหาครับ ได้ดำเนินการเยียวยาชดเชยจ่ายเงินสินไหมให้กับผู้ได้รับผลกระทบ เป็นเนื้องานประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่สิ่งที่ผมจะพูดก็คือหน่วยงานที่ ๓ และเป็นหน่วยงานของรัฐครับ ก็คือ ปภ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานโดยตำแหน่ง เป็นเวลา ๕ เดือนแล้วครับ ปภ. ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จครับ แม้แต่เงินสัก ๑๐๐ บาท ยังไม่ถึงมือประชาชน กระเบื้องเปลี่ยนหลังคาบ้านสักแผ่นยังไม่ได้รับ ยาแดงสักขวด ที่จะทาบาดแผลให้กับประชาชนยังไม่มีครับ ผมฝากท่านประธานไปถึงท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นประธาน ปภ. โดยตำแหน่งครับ เงิน ๒๐ ล้านบาทกรุณานำมาจ่าย เยียวยาให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือในความเดือดร้อนแทน พี่น้องประชาชน รวมถึงผู้นำชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะผู้บริหาร สมาชิก สภาองค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี รวมถึงทั้งประเทศด้วยครับ ท่านประธานครับ ตามประกาศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ในเรื่องการจัดทำ ฌาปนกิจศพตามประเพณีของผู้สูงอายุ ๓,๐๐๐ บาทครับ มีหลายประเด็นที่ผมต้องหารือ ท่านประธานในความเดือดร้อนนี้ครับ🔗

ประเด็นแรก ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้วายชนม์เมื่อยื่นคำร้องต่อกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการขอรับเงินสนับสนุนสงเคราะห์นี้ไป ๒-๓ ปีแล้วครับ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับเงิน ๓,๐๐๐ บาทนี้อยู่หลายครัวเรือน ทั่วประเทศครับท่านประธานครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ครอบครัวของผู้สูงอายุของพี่น้อง ประชาชนคนไทย ยังไม่ทราบถึงสิทธิการรับเงินสงเคราะห์การจัดทำฌาปนกิจศพ ตามประเพณีนี้เป็นส่วนใหญ่ครับท่านประธาน และที่สำคัญเมื่อยื่นคำร้องแล้วต้องยื่นภายใน ๖ เดือนครับท่านประธาน ผมเห็นว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป เราควรยืดระยะเวลาไปถึง ๑ ปี แล้วประชาสัมพันธ์สิทธิเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนทราบทั่วประเทศ ผมจึงใคร่ขอ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์แก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นการด่วน ท่านประธานครับ และความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ มีพี่น้องประชาชนคนไทยกลุ่มเล็ก ๆ โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุที่ยังไม่มีบัตรประชาชนครับ แล้วทำอย่างไร เป็นหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย เมื่อไปสืบญาติแล้ว สืบพยานแล้ว ตนเองและญาติต้องไปตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ท่านประธาน ทราบไหมครับ ค่าใช้จ่ายในการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) รวมค่าเดินทางขั้นต่ำอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐- ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทำให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ แบกรับค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก บางคนยอมไม่มีบัตรประชาชน บางคนไม่ยอมรับ สวัสดิการของรัฐเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้แก้ไขเรื่องนี้เป็นการด่วน เพื่อพิจารณากฎหมายเหล่านี้ให้เกิด ความสำคัญแล้วเท่าเทียมกันกับพี่น้องประชาชนครับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุของพี่น้อง ประชาชนคนไทย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้อง อสม. อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ว่าเมื่อการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อปี ๒๕๖๒ ทุกพรรคการเมืองชูนโยบายเพิ่มค่าตอบแทนให้พี่น้อง อสม. พรรครัฐบาล บางพรรคบอก ๑,๒๐๐ บาทต่อเดือนตลอดชีพ บางพรรคบอก ๒,๕๐๐ บาท บางพรรค ให้ถึง ๕,๐๐๐ บาท แต่พอเป็นรัฐบาล พี่น้อง อสม. บ้านผมฝากถามว่า ที่หาเสียงกันไว้ แล้วได้เป็นรัฐบาลแล้วจ่ายให้เขาได้เมื่อไร เขาขอ ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือนตลอดชีพ โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งไปประกาศว่าจะมีการเพิ่ม ค่าตอบแทนให้พี่น้อง อสม. ๑,๕๐๐ บาทตลอดชีพ แต่พอถัดมา ๒ วัน วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมามีการประชุม ครม. นักข่าวก็ไปถามว่า ท่านครับที่บอกว่าจะขึ้นค่าตอบแทน ให้ อสม. จะขึ้นให้เมื่อไร รัฐมนตรีท่านนั้นตอบว่าอย่างไรท่านประธานครับ บอกว่าการเสนอ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาค่าตอบแทน อสม. ๑,๕๐๐ บาทตลอดชีพนั้น ยังไม่เสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นเรื่องของเงินจึงต้องใช้เวลา นี่แค่ผ่านมา ๒ วันนะครับลืมแล้ว พี่น้อง อสม. ดูแลโควิด (COVID) ก็ อสม. ป้องกันความดัน น้ำตาลในเลือดสูงก็ อสม. ไข้เลือดออก อสม. ก็ดูแล ผู้ป่วยติดเตียงก็ อสม. ไปดูแล รัฐบาลรับปากเขาแล้วให้เขาไม่ได้ เขาฝากบอกว่า คำพูดเป็นนายตัวเองเมื่อพูดแล้ว ดังนั้นเงิน ๑,๕๐๐ บาทตลอดชีพ ต้องให้เขาตามสัญญาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม กรุงศรีวิไล พลังประชารัฐ เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องประกอบการสถานบันเทิงทั้งประเทศครับ อาทิเช่น คลับ (Club) บาร์ (Bar) ผับ (Pub) เครือข่ายนักร้อง นักแสดง นักดนตรี เด็กเสิร์ฟ เนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) เราก็รู้กันดีอยู่แล้ว สถานประกอบการอาชีพที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้เป็นเวลา ๒ ปี ไม่มีรายได้ ภาระที่แบกรับยังคงอยู่ในช่วง คริสต์มาส (Christmas) หรือว่าปีใหม่ของเราปีนี้ ผมอยากจะขอความกรุณาจากท่าน ผู้ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ช่วยคิดจัดการให้น้อง ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่เป็นอาชีพ สายบันเทิงได้มีอาชีพได้เปิดสักชั่วครั้งคราวอย่างไรก็ได้ครับ แล้วก็ระบบการดำเนินการ ควบคุมโรคโควิด (COVID) เขารู้กันดีอยู่แล้ว ต้องเห็นใจครับ ลูกหลานที่ไปโรงเรียน เขาลำบากกันมากนะครับ ผมขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทางพรรคพลังประชารัฐนี่ก็เร่งเต็มที่ที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ความสามัคคีในชาติครับ เราต้องรักกัน รักประเทศชาติของเราครับ แล้วขอร้องว่าปีใหม่ คริสต์มาส (Christmas) สงกรานต์ พี่น้อง จะได้มีความรื่นเริงครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอขอบคุณ แล้วก็ ชื่นชมตั้งแต่ท่านแรกนะครับ คุณคุณากรไปถึงท่านกรุงศรีวิไลที่ทุกคนวันนี้รักษาเวลาได้ดี อันนี้เป็นความสามารถของท่านเองนะครับ เพราะว่าผมทราบดีว่าการบริหารเวลานั้น มันไม่ใช่ของง่ายนักถ้าไม่ชิน แต่ว่าท่านทำได้ดี แล้วก็ใช้เวลาเพียงประมาณ ๑ ชั่วโมงในการ ปรึกษาเรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทุกเรื่องเลยนะครับ ทางสภาก็จะดำเนินการ ส่งเรื่องเหล่านี้ไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไปครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๕ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้มีเพื่อนสมาชิก ของเรามาลงชื่อแล้วทั้งหมด ๒๙๒ คนนะครับ องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ไม่น้อยกว่า ๒๓๘ ท่าน เพราะฉะนั้นเกิน ๒๓๘ ท่านแล้ว ก็ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดประชุมครับ ตามระเบียบวาระในวันนี้🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี เชิญครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ดิฉัน วรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ก่อนจะเข้าวาระการประชุม ดิฉันขอเสนอ ญัตติด้วยวาจาค่ะ โดยอาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ เพื่อขอเลื่อนวาระการประชุม ในวันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ค่ะ ให้สภาผู้แทนราษฎร🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวนะครับ คุณวรรณวรี ได้ครับเดี๋ยวเลื่อนได้ ขอเรื่องที ่ไปตามลำดับวาระเสียก่อนนะครับ ก่อนเข้าเรื่องด่วน ไว้ไปเลื่อนตอนนั้นนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี เชิญครับ ขอเชิญคุณวรรณวรีครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ขอทวนอีกครั้งนะคะ ดิฉันขอเสนอญัตติด้วยวาจาโดยอาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ เพื่อขอเลื่อนวาระการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จและการถวายความปลอดภัย ของสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๓ หลังจากการลงมติญัตติศึกษา การเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร และก่อนเรื่องรับทราบรายงานของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน ขออนุญาตให้เหตุผลประกอบสักเล็กน้อยนะคะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ เมื่อมี ผู้รับรองถูกต้องแล้ว ขอเรียนถามว่าที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องจากกรณีที่มี เพื่อนสมาชิกได้เสนอเปลี่ยนระเบียบวาระสำหรับวันพรุ่งนี้ คือถ้าเราย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้ว ผมว่าเรื่องนี้เราพิจารณากันจบแล้ว ก็คือเลื่อนระเบียบวาระที่ผมได้ยื่นขอเปลี่ยนระเบียบวาระ เป็นการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) แล้วผมก็ได้อภิปรายในสภานี้ชัดเจนว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะนำเรื่องญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอท่านประธานเมื่อสักครู่นี้มาพิจารณาครับ ดังนั้นผมไม่เห็นด้วยครับ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ในสภาแห่งนี้ก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อเสนอของผู้ไม่เห็นด้วย มีผู้รับรองไหมครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองนะครับ ถ้าอย่างนั้นต้องขอมติที่ประชุมนะครับว่า จะเห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ เชิญท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐจังหวัดนครสวรรค์ ผมขอกราบเรียนถามท่านตรงนี้ครับว่า เมื่อมีการลงมติกันในเรื่องของเปลี่ยนระเบียบวาระไปเรียบร้อยแล้ว ยังสามารถที่จะเปลี่ยน ระเบียบกลับมาได้อีกหรือครับ มันเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่าครับ แล้วมันเป็นเรื่องที่ พิจารณากันเสร็จไปแล้วหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ถ้ามันเป็นญัตติเรื่องเดียวกัน คือการยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็ถือเป็นญัตติที่เราได้เสนอไปแล้ว แล้วการเสนอญัตติซ้ำกัน ในสมัยประชุมเดียวกันมันทำได้หรือเปล่า กราบเรียนถามท่านประธานอีกสักครั้งครับ โปรดวินิจฉัยด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ยินดีครับ เดี๋ยวผม ถามเจ้าหน้าที่หน่อยว่า ญัตติครั้งที่แล้วมีมติไว้ว่าอย่างไรครับ ขออนุญาตนะครับเพื่อทุกอย่าง ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามข้อบังคับ ท่านรองเลขาช่วยขอรายงานมติเที่ยวที่แล้วหน่อย ก็ได้สอบถามนะครับ เที่ยวที่แล้วเป็นการเลื่อนระเบียบวาระเกี่ยวกับเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ที่เราพูดถึงกันมา ซึ่งยังไม่ได้ลงมตินะครับ วันนั้น มีการอภิปรายเข้าใจว่าจบไปแล้วแต่ยังไม่มีสรุป ผมจำได้ว่าท่านรองประธานทำหน้าที่อยู่ เพราะฉะนั้นกรณีนั้นเมื่อมีการสรุปแล้วก็ถือว่าจบเรื่องที่เลื่อนไป เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เลื่อน ได้ครับ เลื่อนเรื่องอื่นเข้ามาได้แต่ต้องจบเรื่องนั้นก่อนครับ อันนี้ก็คือแนวปฏิบัติ ท่านวีระกร เข้าใจนะครับ ถ้าอย่างนั้นมีคุยกันไหมครับ ผู้ควบคุมเสียง ๒ ฝ่ายหารือกันไหมว่า ปกติพวกนี้ จะไม่ค่อยมีปัญหา เรามักจะคุยกันก่อนว่าเราจะเลื่อนเรื่องอะไรขึ้นมา สามารถเจรจากันได้ เช่น เรื่องเพื่อทราบมันมีอยู่หลายเรื่อง เราจะให้เรื่องเพื่อทราบได้ผ่านไปสักเรื่อง ๒ เรื่อง ก่อนไหม เพราะว่าหน่วยงานราชการเขาก็มารออยู่หลายครั้งแล้ว🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

ยินดีครับ คุณวิจารณ์ เดี๋ยวผมจะอนุญาต แต่ผมหารือก่อนนะครับ เพราะปกติเราไม่ค่อยปัญหาอย่างนี้ ก็มักจะคุยกันเรียบร้อยเสียก่อน ผมขอเชิญผู้ควบคุมเสียงทั้ง ๒ ฝ่ายหารือกันครับ แล้วได้ข้อยุติอย่างไร ปัญหาพวกนี้ไม่ใช่เคยมีปัญหานะครับ ปกติเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจ ได้ง่าย เชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเปลี่ยน ระเบียบวาระนะครับ คือผมก็เห็นด้วยที่ท่านประธานบอกว่าให้วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่าย ได้พูดคุยกัน ผมในฐานะเป็นตัวแทนของวิป (Whip) พรรคร่วมรัฐบาล ก็ขออนุญาตเสนอ ท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับ ขอให้ท่านประธานกรุณาได้พักการประชุมสัก ๑๕ นาที แล้วผมในฐานะตัวแทนวิป (Whip) พรรคร่วมรัฐบาลก็จะไปคุยกับเพื่อนสมาชิก จะไปดูว่า วันนี้เราจะตกลงกันอย่างไรครับ เพราะว่าถ้าให้เราถกเถียงกันอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมเกรงว่า มันจะกินเวลาไปนานกว่านี้ครับ จึงขออนุญาตเรียนเสนอท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมให้เวลา ๑๐ นาทีครับ เชิญเลยครับ ขอพัก ๑๐ นาที🔗

พักประชุมเวลา ๑๐.๔๑ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๕๐ นาฬิกา🔗

ขอเชิญสมาชิกเข้าประจำที่ ผู้ควบคุมเสียง ๒ ฝ่ายได้ตกลงว่าอย่างไรนะครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะหนึ่งในผู้ควบคุมเสียง ก็ได้หารือ กับทางผู้ควบคุมเสียงทางฟากฝ่ายรัฐบาลนะครับ คิดว่าก็คงจะให้ทางท่านวรรณวรี ตะล่อมสิน ได้อธิบายชี้แจงเหตุผลสัก ๒ นาที ก่อนลงมติครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเรียนถามก่อนว่า ในที่สุดตกลงกันไม่ได้เพื่อลงมติใช่ไหมครับ ถ้าลงมติผมยินดีให้ความเห็นฝ่ายละ ๑ คนครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตกลงท่านนิโรธครับ ผู้ควบคุมเสียงฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรนะครับ ขอเรียนถามว่าในที่สุดตกลงกันว่า อย่างไร แจ้งให้ทราบครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญ ชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อสักครู่นี้ที่ได้ขอเวลาท่านประธานไปนะครับ ผมก็ได้ไปพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกที่ยื่นเสนอเปลี่ยนญัตติ ปรากฏว่าเรื่องนี้ทั้ง ๒ ฝ่าย ยืนกันคนละฝั่งจริง ๆ ครับ คือฝั่งผมก็ไม่เห็นด้วย เพื่อนสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่เห็นด้วยจริง ๆ นะครับ แต่ว่าความประสงค์ของเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็เป็นในอีกทิศทางหนึ่งนะครับ ก็ขอให้ท่านประธานดำเนินการต่อก็แล้วกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อเป็นปัญหา ก็อนุญาตให้แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนพูดฝ่ายละ ๑ ท่านนะครับ ไม่เกิน ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ญัตติด่วนนี้ได้ยื่นโดยพรรคก้าวไกลไปตั้งแต่ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓ ซึ่งปัจจุบันก็ล่วงเลยมากว่า ๑ ปีแล้วค่ะ แล้วญัตตินี้เป็นญัตติ ที่สำคัญอย่างยิ่งค่ะ เพราะมีประชาชนถูกกล่าวหาด้วยมาตรา ๑๑๐ ซึ่งมีโทษร้ายแรง ถึงประหารชีวิต ซึ่งสภาแห่งนี้จำเป็นจะต้องร่วมกันช่วยกันสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อธำรง ความยุติธรรมให้กับประชาชนค่ะ🔗

อีกประการหนึ่งนะคะท่านประธาน คือการถวายความปลอดภัยแด่ สมเด็จพระบรมราชินีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก สมควรที่จะต้องศึกษาและถอดบทเรียน เพื่อปรับปรุงมาตรการการถวายการอารักขาให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้นค่ะ🔗

ประการสุดท้ายคือ ญัตติด่วน ขบวนเสด็จก็เป็นญัตติด่วนในลำดับแรกค่ะ หากสภาผู้แทนราษฎรไม่ยอมพิจารณาเสียทีก็จะทำให้ญัตติด่วนอื่น ๆ เช่น ญัตติ ในการตรวจสอบการสลายการชุมนุม ญัตติในการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่ขัดกับ หลักนิติธรรมกับผู้ต้องขังทางการเมือง ซึ่งก็เป็นญัตติด่วนที่สำคัญเช่นกัน ก็จะไม่ได้รับ การพิจารณาเสียทีค่ะ หากเลื่อนมาพิจารณาก่อนญัตติด่วนขบวนเสด็จก็จะถือเป็นการละเลย ต่อญัตติด่วนขบวนเสด็จซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ดังนั้นจึงให้เหตุผลเพื่อประกอบการพิจารณา ให้กับสภาแห่งนี้เพื่อช่วยกันพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มีสิทธิถ้าจะให้ความเห็น ถ้าไม่ออกความเห็นก็ไม่เป็นไรจะขอมติ เชิญเลยครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จากข้อหารือ ของฝ่ายค้านที่ต้องการจะเปลี่ยนระเบียบวาระ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ก็เหมือนที่ท่านประธานได้พูดไว้ในเบื้องต้นว่าไม่เคยมีมาก่อน แต่ว่าเป็นเรื่องที่ควรจะให้ วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นได้หารือกันนอกห้องประชุมสภา เพราะถ้าเมื่อไรเราหยิบยก ประเด็นของการเปลี่ยนระเบียบวาระที่ท่านประธานได้กำหนดไว้แล้ว เราก็จะต้องใช้เวลา ของแต่ละฝ่ายมาถกเถียงกันอย่างนี้ละครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นแรกผมอยากเรียน ทำความเข้าใจว่าโดยข้อบังคับของการประชุมสภา เราก็ต้องดำเนินการตามระเบียบวาระ นี่เราถือกันเป็นหลักโดยทั่วไป เพราะว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละคนก็จะเตรียมการที่จะอภิปราย ตามระเบียบวาระ เพราะว่าถ้าเปลี่ยนโดยไม่มีการทราบมาก่อน ผู้อภิปรายทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งข้อบังคับให้ฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุนสามารถอภิปรายได้เท่ากันนะครับ🔗

ประการที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อที ่จะให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจว่า ในช่วงหลังเราได้ทำข้อบังคับขึ้นมาเป็นพิเศษ ในยุคสมัยนี้ท่านประธานซึ่งเป็นข้อตกลง ร่วมกันทุกฝ่ายไปทำข้อบังคับร่วมกันว่า เราให้มีคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ที่เราให้มีคณะกรรมการชุดนี้โดยหลักก็คือว่า ถ้าหากมีกรณีดังกล่าวนี้ผมอยากจะเรียน กับเพื่อนฝ่ายค้านด้วยความเคารพครับว่า ถ้าท่านได้หารือก่อนโดยใช้กลไกนี้ในสภาเพื่อให้วิป (Whip) ๒ ฝ่ายได้มาหารือกัน ซึ่งผมคิดว่าเราก็แน่นอนครับถึงแม้จะเป็นเสียงข้างมาก เราก็เคารพเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นกลไกของกรรมการชุดนี้ก็จะมีรองประธานสภา ท่านสุชาติ ตันเจริญ ได้กรุณามานั่งเป็นประธาน บางคราวท่านประธานเองก็กรุณามานั่ง เป็นประธาน อันนี้ไม่ได้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่เพื่อประโยชน์ ของฝ่ายสมาชิกสภาของเราโดยภาพรวมครับ ที่เราไม่อยากเห็นว่าการใช้เวลาในการประชุม ต้องมาเสียเวลา ต้องพักการประชุม หรือต้องนับองค์ประชุมโดยไม่ได้มีเหตุอันสำคัญ มีเหตุในเรื่องของการเปลี่ยนระเบียบวาระ โดยทั่วไปผมก็เคยเป็นวิป (Whip) มาหลายสมัย เราก็จะพูดคุยกันก่อนนอกสภา เพราะฉะนั้นจึงอยากจะกราบเรียนเป็นเรื่องที่ ๒ ว่า ถ้าหากว่าฝ่ายค้านยินดีที่จะยอมรับกลไกที่เรากำหนดไว้ในข้อบังคับแล้วเราก็ไปหารือกัน ในคณะกรรมการชุดนี้ครับ🔗

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเพื่อนสมาชิก ทุกคนก็ให้ความสำคัญกับระเบียบวาระทุกวาระครับ แน่นอนที่สุดการที่จะนำวาระใดเข้ามา ก็เป็นเรื่องที่เราจะได้หารือซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นระเบียบวาระที่เราได้กำหนดไว้ ก็เป็นระเบียบวาระที่ได้มีการเสนอโดยเพื่อนสมาชิกในสภานี้ และขอเลื่อนกันมาเองอยู่แล้ว ผมคิดว่าวันนี้ขอให้ได้ดำเนินการตามระเบียบวาระเถอะ แล้วก็ขอให้ฝ่ายค้านได้หยิบยก ประเด็นนี้มาร่วมปรึกษาหารือกันในกลไกของคณะกรรมการประสานงานสภาครับ ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้พี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังการอภิปรายของสภา ก็จะได้เข้าใจ เหตุผล และเราก็จะได้มีบรรทัดฐานร่วมกันในการที่จะทำงานร่วมกัน ผมจึงขอให้ฝ่ายค้าน ได้รับข้อเสนอที่ผมเสนอด้วยความปรารถนาดีนี้ไปพิจารณากันอีกครั้งหนึ่งครับ ไม่เช่นนั้น พวกเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องยืนตามระเบียบวาระ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเราไม่ให้ ความสำคัญกับระเบียบวาระใดวาระหนึ่งนะครับ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำตามข้อตกลง เพราะว่าแต่ละฝ่ายก็เตรียมตัวในการที่จะอภิปรายตามระเบียบวาระนั้น ๆ มาแล้วในสัปดาห์นี้ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตที่ประชุม ให้โอกาสแสดงความคิดเห็นฝ่ายละ ๑ ท่าน ความจริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนะครับ แต่ว่าเมื่อมันเป็นข้อบังคับก็ต้องขอมติที่ประชุม ขอเชิญสมาชิกเข้ามาเพื่อขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยให้มีการเปลี่ยนระเบียบวาระหรือไม่ ขอเชิญครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญสมาชิกเข้ามาครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ท่านประธานครับ นิโรธ ขออนุญาต กล่าวถ้อยคำ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเชิญท่านนิโรธพูดแล้ว ตอนต้น ไม่แสดงความเห็นเอง🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ผมจะเสนอญัตติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อ ๗๙ ถ้ามีเสียงต่างกันก็ให้ใช้รัฐธรรมนูญ แล้วก็จะขอใช้ข้อ ๘๓ ในวิธีการ ลงคะแนนแบบเปิดเผย ก็จะขอใช้ (๒) ขานชื่อตามระบบ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่มีการลงมติเลยครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ก็เปลี่ยนการลงมติครับ ผมเสนอ ให้มีการลงมติแบบขานชื่อ เพราะจะลงมตินะครับ ผมเสนอญัตติไม่เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ที่เสนอมานะครับ แล้วผมขอเสียงผู้รับรองว่า ถ้าจะมีการลงมตินั้นให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๓ (๒)🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยยังไม่ต้องลงมติ ในครั้งแรกก่อนด้วยวิธีกดบัตรอย่างนั้นใช่ไหมครับ ขอให้เรียกชื่อเลยหรือครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ใช่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมหารือเจ้าหน้าที่ หน่อยนะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ คุณนิโรธเสนอให้มีการลงมติด้วยวิธีการขานชื่อก่อน แต่ว่าได้หารือเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญแล้วครับว่า ก็ต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ให้มีการลงมติด้วยวิธีขานชื่อหรือไม่🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ใช่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกกรุณาเข้ามา แล้วกดบัตรเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ที่ประชุมกรรมาธิการก็ดี หรืออยู่ห้องอาหารก็ดี ขอเข้ามาเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณา กดบัตรเพื่อแสดงตนนะครับ องค์ประชุมของเราขณะนี้คือ ๒๓๘ ท่านนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช ๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๒๔ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก พร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนโดยวิธีกดบัตร ๒๖๗ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน ก็เป็น ๒๖๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

ญัตติที่ท่านนิโรธเสนอ ก็คือให้ลงมติด้วยวิธีการขานชื่อนะครับ ขอถามที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยให้การลงมติ ด้วยวิธีขานชื่อหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกดบัตร เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดบัตร ไม่เห็นด้วย โปรดลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกพร้อมนะครับ พร้อมก็ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน มติที่ประชุม เห็นด้วยให้ลงมติ ด้วยการขานชื่อนะครับ🔗

เจ้าหน้าที่ พร้อมแล้วก็เตรียมเชิญกรรมการ ๖ ท่าน กรรมการที่เสนอชื่อแล้วกรุณาประจำที่นะครับ ขอรายชื่อกรรมการ เพื่อประกาศให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วยครับ ผู้ตรวจนับคะแนน ๑. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๒. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๓. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๔. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ๕. นายทองแดง เบ็ญจะปัก ๖. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ผู้ตรวจนับคะแนนทั้ง ๖ ท่าน โปรดเข้าประจำที่ครับ🔗

(กรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจำที่)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอแนะนำวิธีลงมตินะครับ เนื่องจากมีผู้เสนอขอเลื่อนระเบียบวาระ มีผู้ไม่เห็นด้วย จึงจำเป็นต้องถามมติว่า จะเห็นด้วย ให้มีการเลื่อนมติหรือไม่ ดังนั้นเมื่อเลขาธิการเรียกท่าน ท่านกรุณาออกเสียงว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย เห็นด้วย คือเห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระตามข้อเสนอ ไม่เห็นด้วย คือไม่เห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระตามที่ฝ่ายไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ก็เป็นสิทธิ ของท่าน ขอทำความเข้าใจเรื่องนี้เพื่อไม่ให้สับสน ผู้ใดเห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระกรุณา ออกเสียงว่า เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระกรุณาออกเสียงว่า ไม่เห็นด้วย ไม่ต้องประกาศชื่อนะครับไม่ต้องมีสร้อย เราจะประหยัดเวลาได้มาก พร้อมบอกนะครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนสอบถามท่านประธานนิดเดียวได้หรือไม่ครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อคำถามที่ท่านประธานได้กรุณาถามที่ประชุม เมื่อสักครู่นี้เพื่อความชัดเจน ก็หมายความว่าถ้าท่านใดต้องการที่จะพิจารณาญัตติด่วน เรื่องการศึกษาข้อเท็จจริง ข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางขบวนเสด็จ ให้กด เห็นด้วย ส่วนท่านใดไม่ประสงค์ที่จะให้นำเรื่องนี้เปลี่ยนขึ้นมาพิจารณาต่อจากเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ให้กดไม่เห็นด้วยใช่หรือไม่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกเข้าใจ พร้อมกันแล้วนะครับ เลขาธิการตรวจสอบความพร้อม ผู้ตรวจคะแนนพร้อมนะครับ ท่านสมาชิกครับ เลขาธิการดำเนินการได้ครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑. นายกนก ลิ้มตระกูล🔗

(นายกนก ลิ้มตระกูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗

(นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘. นายกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗

นายกฤติเดช สันติวชิระกุล แพร่

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์🔗

(นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐. นายกฤษณ์ แก้วอยู่🔗

นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เพชรบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗

นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ชลบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี🔗

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร🔗

(นางกันตวรรณ ตันเถียร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย🔗

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘. นายการุณ โหสกุล🔗

(นายการุณ โหสกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์🔗

(นายกิตติ สมทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร🔗

(นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗

(นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗

(นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖. นายกูเฮง ยาวอหะซัน🔗

(นายกูเฮง ยาวอหะซัน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗

(นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘. นายเกษม ศุภรานนท์🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙. นายเกษม อุประ🔗

(นายเกษม อุประ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐. นายเกษมสันต์ มีทิพย์🔗

นายเกษมสันต์ มีทิพย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑. นายเกียรติ สิทธีอมร🔗

(นายเกียรติ สิทธีอมร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร🔗

(นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕. นายโกศล ปัทมะ🔗

(นายโกศล ปัทมะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗. นายขจิตร ชัยนิคม🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

งดออกเสียงครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท🔗

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ชลบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์🔗

นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล🔗

(นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล🔗

(นายคมเดช ไชยศิวามงคล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔. นายคารม พลพรกลาง🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕. นายคำพอง เทพาคำ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗

(นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ🔗

(นายจตุพร เจริญเชื้อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์🔗

(นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๐. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๑. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี🔗

นายจักรกฤษณ์ ทองศรี บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น🔗

(นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗

(นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๗. นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์🔗

นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗

(นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๙. นายจารึก ศรีอ่อน🔗

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๑. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร🔗

นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๒. นายจิรทัศ ไกรเดชา🔗

(นายจิรทัศ ไกรเดชา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๓. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗

(นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗

(นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๕. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์🔗

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๖. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๗. นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗

(นางสาวจิราพร สินธุไพร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๖๙. นายจีรเดช ศรีวิราช🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗

(นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์🔗

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นครปฐม

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย🔗

นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์🔗

(นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๗. นางเจริญ เรี่ยวแรง🔗

นางเจริญ เรี่ยวแรง นนทบุรี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๗๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์🔗

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๐. นายฉลาด ขามช่วง🔗

(นายฉลาด ขามช่วง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๑. นางสาวชนก จันทาทอง🔗

(นางสาวชนก จันทาทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ🔗

นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ปราจีนบุรี

ชยุต ไม่เอาครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว🔗

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๔. นายชวน หลีกภัย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

งดออกเสียงครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์🔗

พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์🔗

(นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๗. นายชัชวาลล์ คงอุดม🔗

นายชัชวาลล์ คงอุดม แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๘. นายสวาป เผ่าประทาน🔗

นายสวาป เผ่าประทาน แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๘๙. นายชัยชนะ เดชเดโช🔗

(นายชัยชนะ เดชเดโช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗

(นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์🔗

นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ฉะเชิงเทรา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗

(นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์🔗

(นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๔. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ🔗

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๙๙. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗

๑๐๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗

นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สุโขทัย

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๑. นายชูศักดิ์ แอกทอง🔗

(นายชูศักดิ์ แอกทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗

นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ชัยภูมิ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๓. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์🔗

(นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๔. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๕. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗

นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สิงห์บุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๗. นายไชยา พรหมา🔗

(นายไชยา พรหมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๘. นายซูการ์โน มะทา🔗

(นายซูการ์โน มะทา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๐. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๑. นายฐานิสร์ เทียนทอง🔗

(นายฐานิสร์ เทียนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๒. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ🔗

นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สมุทรปราการ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค🔗

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๔. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์🔗

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์🔗

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๗. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์🔗

นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ สุรินทร์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๘. นายยุทธนา โพธสุธน🔗

นายยุทธนา โพธสุธน แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๑๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๑. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์🔗

(นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๒. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๓. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗

(นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๔. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๕. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๖. นายดล เหตระกูล🔗

นายดล เหตระกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๗. นายดะนัย มะหิพันธ์🔗

(นายดะนัย มะหิพันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๘. นายดำรงค์ พิเดช🔗

นายดำรงค์ พิเดช แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง🔗

นายเดชอิศม์ ขาวทอง สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๒๕. นางสาวตรีนุช เทียนทอง🔗

(นางสาวตรีนุช เทียนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๑. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล🔗

(นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๒. นายไตรเทพ งามกมล🔗

นายไตรเทพ งามกมล บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม🔗

(นายไตรรงค์ ติธรรม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๕. นางบุญญาพร นาตะธนภัทร🔗

นางบุญญาพร นาตะธนภัทร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๗. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ🔗

นายทวีศักดิ์ ทักษิณ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๙. นายทศพร ทองศิริ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๐. นายทองแดง เบ็ญจะปัก🔗

นายทองแดง เบ็ญจะปัก สมุทรสาคร

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๒. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗

(นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์🔗

(นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ🔗

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ไม่เห็นด้วย ครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์🔗

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๙. นางเทียบจุฑา ขาวขำ🔗

(นางเทียบจุฑา ขาวขำ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๑. นายธนกร ไชยกุล🔗

(นายธนกร ไชยกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๒. นางสาวธนภร โสมทองแดง🔗

(นางสาวธนภร โสมทองแดง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๓. นายธนยศ ทิมสุวรรณ🔗

นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลย

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๔. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์🔗

นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ อุบลราชธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๕. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ🔗

นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ตาก

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๖. นายมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๗. นายธรรมนัส พรหมเผ่า🔗

นายธรรมนัส พรหมเผ่า พะเยา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๕๘. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ🔗

นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๑. นายธารา ปิตุเตชะ🔗

นายธารา ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗

(นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๔. นายธีระ ไตรสรณกุล🔗

(นายธีระ ไตรสรณกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๕. นายธีระ วงศ์สมุทร🔗

นายธีระ วงศ์สมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๗. นายนพ ชีวานันท์🔗

(นายนพ ชีวานันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๘. นายนพคุณ รัฐผไท🔗

(นายนพคุณ รัฐผไท ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๖๙. นายนพดล แก้วสุพัฒน์🔗

(นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๐. นายนพดล มาตรศรี🔗

นายนพดล มาตรศรี แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๑. นายนพพล เหลืองทองนารา🔗

(นายนพพล เหลืองทองนารา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๒. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗

(นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๓. นายนริศ ขำนุรักษ์🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์🔗

นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน🔗

นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๖. นายนัทธี ถิ่นสาคู🔗

นายนัทธี ถิ่นสาคู ภูเก็ต

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร🔗

นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๘. นายนิกร จำนง🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๙. นายนิคม บุญวิเศษ🔗

(นายนิคม บุญวิเศษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ🔗

(นายนิติพล ผิวเหมาะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๑. นายนิพันธ์ ศิริธร🔗

นายนิพันธ์ ศิริธร ตรัง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๒. นายนิยม ช่างพินิจ🔗

(นายนิยม ช่างพินิจ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล🔗

(นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๔. นายนิยม เวชกามา🔗

(นายนิยม เวชกามา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๕. นายนิรมิต สุจารี🔗

(นายนิรมิต สุจารี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๖. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์🔗

(นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๘. นายนิโรธ สุนทรเลขา🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๘๙. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน🔗

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๒. นายบัลลังก์ อรรณนพพร🔗

(นายบัลลังก์ อรรณนพพร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์🔗

(นายบุญแก้ว สมวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๔. นายบุญฐิณ ประทุมลี🔗

(นายบุญฐิณ ประทุมลี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๕. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา🔗

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ🔗

(นางบุญรื่น ศรีธเรศ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๗. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์🔗

(นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๑๙๙. นางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๑. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๒. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์🔗

นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ นครปฐม

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๔. นายประกอบ รัตนพันธ์🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗

(นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ลพบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๗. นายประภัตร โพธสุธน🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๘. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช🔗

(นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๙. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๐. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์🔗

(นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด🔗

นายประสิทธิ์ มะหะหมัด กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗

(นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง🔗

(นายประเสริฐ จันทรวงทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง🔗

(นายประเสริฐ บุญเรือง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๕. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๖. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๗. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย🔗

นายปริญญา ฤทษ์หร่าย กำแพงเพชร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๘. นายปรีดา บุญเพลิง🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๙. นายปัญญา จีนาคำ🔗

นายปัญญา จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๒. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ🔗

(นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๓. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗

(นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๔. นางผ่องศรี แซ่จึง🔗

(นางสาวผ่องศรี แซ่จึง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๕. นายไผ่ ลิกค์🔗

(นายไผ่ ลิกค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๗. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ🔗

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๘. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์🔗

นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๙. นายพยม พรหมเพชร🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๐. นายพรชัย อำนวยทรัพย์🔗

(นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข พิจิตร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗

(นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๓. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร🔗

นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ปทุมธานี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗

(นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๗. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ🔗

(นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๓๙. นายพัฒนา สัพโส🔗

(นายพัฒนา สัพโส ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๐. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์🔗

(นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๔. นายพิเชษฐ สถิรชวาล🔗

นายพิเชษฐ สถิรชวาล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๕. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๖. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๗. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗

นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เพชรบูรณ์

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล🔗

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๙. นายพิษณุ พลธี🔗

นายพิษณุ พลธี ปทุมธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๐. นายพีรเดช คำสมุทร🔗

นายพีรเดช คำสมุทร เชียงราย

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๑. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๒. นายพีระเพชร ศิริกุล🔗

(นายพีระเพชร ศิริกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๔. นายเพชร เอกกำลังกุล🔗

(นายเพชร เอกกำลังกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๕. นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ🔗

(นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๖. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล🔗

(นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๘. นายไพจิต ศรีวรขาน🔗

(นายไพจิต ศรีวรขาน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๐. นายไพโรจน์ โล่สุนทร🔗

(นายไพโรจน์ โล่สุนทร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๑. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๒. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗

(นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๔. นางสาวภริม พูลเจริญ🔗

นางสาวภริม พูลเจริญ สมุทรปราการ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๖. นายภาควัต ศรีสุรพล🔗

(นายภาควัต ศรีสุรพล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๗. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์🔗

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๘. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗

นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ สุราษฎร์ธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๐. นายภิญโญ นิโรจน์🔗

นายภิญโญ นิโรจน์ นครสวรรค์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์🔗

นายภูดิท อินสุวรรณ์ พิจิตร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗

(นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๔. นายมณฑล โพธิ์คาย🔗

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๕. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา🔗

นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ชัยนาท

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๖. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร🔗

(นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์🔗

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๘. นางมนพร เจริญศรี🔗

(นางมนพร เจริญศรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๙. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์🔗

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗

(นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๑. นายมานพ ศรีผึ้ง🔗

นายมานพ ศรีผึ้ง นครสวรรค์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๒. นายมานะ โลหะวณิชย์🔗

(นายมานะ โลหะวณิชย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์🔗

(นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๔. นายมานัส อ่อนอ้าย🔗

นายมานัส อ่อนอ้าย พิษณุโลก

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๕. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์🔗

นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๖. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์🔗

(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ🔗

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๘. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์🔗

พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๙. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๐. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง🔗

นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๒. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗

(นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๖. นายระวี มาศฉมาดล🔗

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗

(นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๘. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์🔗

(นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๙. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๐. นายรังสิมันต์ โรม🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี🔗

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๒. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์🔗

(นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๓. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๔. นายเรวัต วิศรุตเวช🔗

(นายเรวัต วิศรุตเวช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๕. นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗

(นางสาวละออง ติยะไพรัช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๖. นางลินดา เชิดชัย🔗

(นางลินดา เชิดชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๗. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗

(นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๐๙. นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี🔗

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๐. นายวรภพ วิริยะโรจน์🔗

(นายวรภพ วิริยะโรจน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน🔗

นางสาววรรณวิภา ไม้สน แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๓. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗

(นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗

(นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม🔗

๓๑๕. นายวราวุธ ศิลปอาชา🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

นายวัชรพล โตมรศักดิ์🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๗. นายวัชระ ยาวอหะซัน🔗

นายวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๘. นายวัชรา ณ วังขนาย🔗

(นายวัชรา ณ วังขนาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๑๙. นายวัฒนา ช่างเหลา🔗

นายวัฒนา ช่างเหลา ขอนแก่น

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๐. นายวัน อยู่บำรุง🔗

(นายวัน อยู่บำรุง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๑. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์🔗

(นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ไม่อยู่ในห้องประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๒. นายวันชัย ปริญญาศิริ🔗

นายวันชัย ปริญญาศิริ สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๓. นายวันนิวัติ สมบูรณ์🔗

(นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๕. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗

(พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๖. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๗. นายวิเชียร ชวลิต🔗

นายวิเชียร ชวลิต แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครัย🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๒๘. นายวิทยา ทรงคำ🔗

(นายวิทยา ทรงคำ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๐. นายวิรัช พันธุมะผล🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๒. นายวิรัตน์ วรศสิริน🔗

(นายวิรัตน์ วรศสิริน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๓. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วย🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๔. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗

(นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๖. พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี🔗

(พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗

(นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์🔗

นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นครราชสีมา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗

(นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ🔗

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๑. นายมารุต มัสยวาณิช🔗

นายมารุต มัสยวาณิช แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๒. นายวีระกร คำประกอบ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๓. นายวีระชัย วีระเมธีกุล🔗

นายวีระชัย วีระเมธีกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗

(นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์🔗

(นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๖. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร🔗

(นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๗. นายวุฒินันท์ บุญชู🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๔๙. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗

(นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๐. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

งดออกเสียงครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๑. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ🔗

๓๕๒. นายศราวุธ เพชรพนมพร🔗

(นายศราวุธ เพชรพนมพร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๓. นางสาวศรีนวล บุญลือ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

ไม่เห็นด้วยเจ้า🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๔. นายศรีเรศ โกฎิคำลือ🔗

(นายศรีเรศ โกฎิคำลือ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๕. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์🔗

นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๖. นายศักดา คงเพชร🔗

(นายศักดา คงเพชร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๗. นายศักดินัย นุ่มหนู🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๘. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ🔗

(นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๕๙. นายศาสตรา ศรีปาน🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๐. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗

(นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๑. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๒. นายศิริพงษ์ รัสมี🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๓. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๔. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์🔗

(นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๕. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์🔗

นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๖. นายศุภชัย ใจสมุทร🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๗. นายศุภชัย นพขำ🔗

(นายศุภชัย นพขำ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๘. นายศุภชัย โพธิ์สุ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๙. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗

(นางสาวสกุณา สาระนันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๑. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์🔗

(นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๒. นายสงวน พงษ์มณี🔗

(นายสงวน พงษ์มณี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๔. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล🔗

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๕. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๖. นายสมเกียรติ วอนเพียร🔗

นายสมเกียรติ วอนเพียร กาญจนบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๗. นางนันทนา สงฆ์ประชา🔗

นางนันทนา สงฆ์ประชา ชัยนาท

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๘. นายสมคิด เชื้อคง🔗

(นายสมคิด เชื้อคง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์🔗

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สุโขทัย

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๐. นายสมชาติ ประดิษฐพร🔗

นายสมชาติ ประดิษฐพร สุราษฎร์ธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗

(นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์🔗

พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ กาญจนบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์🔗

(นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๔. นายสมบัติ อำนาคะ🔗

นายสมบัติ อำนาคะ สระบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๕. นายสมบูรณ์ ซารัมย์🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๖. นายสมพงษ์ โสภณ🔗

นายสมพงษ์ โสภณ ระยอง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๗. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗

(นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗

(นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๙. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน🔗

(นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๐. นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม🔗

นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม นครราชสีมา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๑. นางสมหญิง บัวบุตร🔗

(นางสมหญิง บัวบุตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๒. นายสมัคร ป้องวงษ์🔗

นายสมัคร ป้องวงษ์ สมุทรสาคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์🔗

(นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๔. นายสรชัด สุจิตต์🔗

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๕. นายสรวุฒิ เนื่องจำนง🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนง ชลบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๖. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม🔗

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๗. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗

(นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย🔗

นายสราวุธ อ่อนละมัย ชุมพร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๓๙๙. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๐. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ🔗

นายสัญญา นิลสุพรรณ นครสวรรค์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๔. นายสันติ กีระนันทน์🔗

นายสันติ กีระนันทน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๘. นายสาคร เกี่ยวข้อง🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๐๙. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๐. นายสาธิต ปิตุเตชะ🔗

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๑. นายสาธิต อุ๋ยตระกูล🔗

นายสาธิต อุ๋ยตระกูล เพชรบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๒. นายสายัณห์ ยุติธรรม🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๔. นายสิงหภณ ดีนาง🔗

(นายสิงหภณ ดีนาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๕. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร🔗

พันโท สินธพ แก้วพิจิตร นครปฐม

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๖. นายสินิตย์ เลิศไกร🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร สุราษฎร์ธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๗. นายสิระ เจนจาคะ🔗

นายสิระ เจนจาคะ กรุงเทพมหานคร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๘. นางสิรินทร นามสูต🔗

(นางสิรินทร รามสูต ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๙. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น🔗

(นายสุชาติ ชมกลิ่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๑. นายสุชาติ ตันเจริญ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๒. นายสุชาติ ภิญโญ🔗

(นายสุชาติ ภิญโญ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๓. นายสุชาติ อุสาหะ🔗

นายสุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๔. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๕. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง🔗

นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ภูเก็ต

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๗. นายสุทิน คลังแสง🔗

(นายสุทิน คลังแสง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๘. นายสุเทพ อู่อ้น🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๙. นายสุพล จุลใส🔗

(นายสุพล จุลใส ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๐. นายสุพล ฟองงาม🔗

(นายสุพล ฟองงาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์🔗

นายสุภดิช อากาศฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗

(นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๕. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗

(นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๖. นายสุรชาติ ศรีบุศกร🔗

นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๗. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๘. นายสุรทิน พิจารณ์🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล🔗

(นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗

(นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๒. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์🔗

นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สระแก้ว

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๓. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล🔗

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล พระนครศรีอยุธยา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์🔗

นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เพชรบูรณ์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๖. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์🔗

นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๘. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗

(นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๙. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๐. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส🔗

(พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๑. นายโสภณ ซารัมย์🔗

นายโสภณ ซารัมย์ บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๒. นายองค์การ ชัยบุตร🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๓. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์🔗

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๔. นายองอาจ วงษ์ประยูร🔗

(นายองอาจ วงษ์ประยูร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๕. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๖. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗

(นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๗. นายอนันต์ ผลอำนวย🔗

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์🔗

(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๕๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร🔗

นายอนาวิล รัตนสถาพร ปทุมธานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๐. นายอนุชา น้อยวงศ์🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๑. นายอนุชา นาคาศัย🔗

นายอนุชา นาคาศัย ชัยนาท

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ🔗

(นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๓. นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗

(นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๔. นายอนุมัติ ซูสารอ🔗

(นายอนุมัติ ซูสารอ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๕. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ🔗

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์🔗

(นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๗. นางอนุรักษ์ บุญศล🔗

(นางอนุรักษ์ บุญศล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๘. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง🔗

(นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๖๙. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ🔗

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๐. นายอภิชัย เตชะอุบล🔗

(นายอภิชัย เตชะอุบล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๑. นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

ไม่เห็นด้วย🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๒. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗

(นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๓. นายอภิชาติ ศิริสุนทร🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

เห็นด้วยค่ะ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๘. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๗๙. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม🔗

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมุทรปราการ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ🔗

นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ กาญจนบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๑. นายอันวาร์ สาและ🔗

(นายอันวาร์ สาและ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๒. นายอับดุลบาซิม อาบู🔗

นายอับดุลบาซิม อาบู ปัตตานี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๓. นายอับดุลอายี สาแม็ง🔗

(นายอับดุลอายี สาแม็ง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๔. นายอัศวิน วิภูศิริ🔗

นายอัศวิน วิภูศิริ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๖. นางอาภรณ์ สาราคำ🔗

(นางอาภรณ์ สาราคำ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๗. นายอารี ไกรนรา🔗

(นายอารี ไกรนรา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๘. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๘๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๐. นายอำไพ กองมณี🔗

(นายอำไพ กองมณี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๑. นายวัฒนา สิทธิวัง🔗

นายวัฒนา สิทธิวัง ลำปาง

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗

(นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๔. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม🔗

นายเอกการ ซื่อทรงธรรม แพร่

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๕. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ🔗

(นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด🔗

(นายเอกธนัช อินทร์รอด ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๗. นายเอกภพ เพียรพิเศษ🔗

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๘. นายเอกราช ช่างเหลา🔗

นายเอกราช ช่างเหลา แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๔๙๙. นายเอี่ยม ทองใจสด🔗

นายเอี่ยม ทองใจสด เพชรบูรณ์

ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗

(นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร ๓๘๑ เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทีละท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นายนิติพล ผิวเหมาะ หมายเลข ๑๘๐ เห็นด้วยครับ🔗

นายไผ่ ลิกค์ กำแพงเพชร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ไผ่ ลิกค์ ๒๒๕ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ตาก

เรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๙๓ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานครับ ผม เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ๓๓ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ศิริวัฒน์ ๓๖๔ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานครับ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๓๑๓ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๐ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๙๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๑๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกยังมี เชิญนะครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้สิทธิ ที่จะออกเสียงบอกว่า ของดออกเสียง ท่านประธานครับ เพราะเหตุผลที่ผมดูแล้วนี่🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธานครับ ที่งดออกเสียง เพราะว่าวิธีการที่ใช้นี่มันเป็นการรบกวนสภาโดยไม่มีความจำเป็นเลย ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมอครับ ไม่ต้องอภิปราย ตอนนี้ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยรวมให้ด้วยนะครับ ยังอยู่ในระหว่างการลงมติครับ เชิญครับ ท่านใดที่ยังค้างอยู่ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๗๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกมีท่านผู้ใด ที่ยังไม่ได้ลงมตินะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณารวบรวม ที่ออกเสียงทางเสียงด้วยนะครับ ขอเวลาให้กรรมการตรวจคะแนนนิดหนึ่งครับ ขอเวลาครับ🔗

(กรรมการตรวจนับคะแนนและเสนอผลคะแนนต่อประธาน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผู้ตรวจ นับคะแนนได้รายงานและลงชื่อมาพร้อม ๖ ท่านแล้วดังนี้ มติเห็นด้วย ๔๕ คะแนน ไม่เห็นด้วย ๒๔๖ คะแนน งดออกเสียง ๖ คะแนน รวมคะแนน ๒๙๗ คะแนน อันนี้ก็เป็น มติที่ประชุม ไม่เห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระนะครับ🔗

ท่านจุลพันธ์มีค้างอยู่ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ในนามของพรรคเพื่อไทยเองต้องเรียนกับท่านประธานว่า เรารู้สึกแปลกใจ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ เพราะเป็นการเสียเวลาสภา โดยไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เป็นเพียงแค่ญัตติในการจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนระเบียบวาระ การประชุม จริง ๆ ใช้แค่การกดบัตรก็น่าจะเรียบร้อย เพื่อบันทึกไว้ครับว่า พวกผม ไม่เห็นด้วยแล้วก็รู้สึกว่าเราไม่ควรใช้เวลาสภาที่มีค่าเช่นนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ขอย้ำพวกเราว่า เราต้องร่วมกันทำงานในระบอบนี้เรามีรัฐบาล มีฝ่ายค้าน เป็นเรื่องปกติระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าสภานั้นเราต่างก็มาจากประชาชนด้วยกัน เราก็ต้องร่วมทำงานเพื่อส่วนรวมนะครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้เสนอ🔗

เนื่องจากมีร่างข้อบังคับอีก ๖ ฉบับ คือ ๑. ฉบับของ นายอนันต์ ผลอำนวย เป็นผู้เสนอ อยู่ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒🔗

๒. ร่างข้อบังคับ นายธีรัจชัย พันธุมาศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ อยู่ในระเบียบ วาระที่ ๕.๑🔗

๓. ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๒🔗

๔. ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับนายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอ อยู่ในระเบียบ วาระ ๕.๑๗🔗

๕. ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้เสนอ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๑๘🔗

๖. ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะ ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ🔗

ทั้งหมดนี้รวม ๗ ฉบับ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันสามารถนำมาพิจารณา พร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) แต่เนื่องจากร่างข้อบังคับดังกล่าวมีหลักการแตกต่างกัน ดังนั้นเห็นควรให้มีการแยกลงมติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการทีละฉบับตามลำดับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔)🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกไม่ขัดข้อง ก็ขออนุญาตเรานำมารวมพิจารณาไปนะครับ แล้วจะเชิญให้ผู้เสนอญัตติได้เสนอหลักการ ทีละท่านนะครับ เริ่มจากฉบับของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขอเชิญเลยครับ🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จากจังหวัด มหาสารคาม กระผมได้รับมอบหมายจากท่าน ส.ส. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พรรคเพื่อไทย และคณะ อันประกอบด้วยท่าน ส.ส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ท่าน ส.ส. เทียบจุฑา ขาวขำ ท่าน ส.ส. สมคิด เชื้อคง ท่าน ส.ส. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ท่าน ส.ส. ประภูศักดิ์ จินตะเวช ท่าน ส.ส. บุญฐิณ ประทุมลี ท่าน ส.ส. วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ท่าน ส.ส. ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ท่าน ส.ส. กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่าน ส.ส. ประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่าน ส.ส. สิรินทร รามสูต ท่าน ส.ส. มนพร เจริญศรี ท่าน ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน ท่าน ส.ส. รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ท่าน ส.ส. เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่าน ส.ส. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่าน ส.ส. วันนิวัติ สมบูรณ์ ท่าน ส.ส. จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ท่าน ส.ส. อาภรณ์ สาราคำ ท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม และกระผม เป็นผู้เสนอ🔗

หลักการและผลเหตุ แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ อันมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้🔗

แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒🔗

(๑) เพิ่มกรณีการเสนอญัตติขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลอันสมควร ที่จะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีทราบ (เพิ่มข้อ ๕๘/๑)🔗

(๒) เพิ่มกรณีวุฒิสภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการออกเสียง ประชามติมาให้สภาดำเนินการพิจารณาลงมติ (เพิ่มข้อ ๕๘/๒)🔗

(๓) เพิ่มกรณีเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบเรื่องที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มี การออกเสียงประชามติแล้ว ให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง ของกฎหมายว่าด้วย การออกเสียงประชามติ (เพิ่มข้อ ๔๘/๓)🔗

กระผมกราบเรียนท่านประธานดังมีเหตุผลต่อไปนี้🔗

เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พุทธศักราช ๒๕๖๔ มาตรา ๙ (๔) กำหนดให้การออกเสียงประชามติในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณา และมีมติเห็นว่า เป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติ และได้แจ้งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการ และในมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง กำหนดให้เมื่อมีกรณีที่จะต้องจัดให้มีการออกเสียง ประชามติตามมาตรา ๙ (๔) ให้ประธานรัฐสภาแจ้งมติเห็นชอบของแต่ละสภา ให้นายกรัฐมนตรีทราบ ในการแจ้งดังกล่าวให้ส่งสาระสำคัญของเรื่องที่จะขอทำประชามติ ในลักษณะที่ประชาชนจะสามารถเข้าใจเนื้อหาอันสำคัญได้โดยสะดวก ให้นายกรัฐมนตรี ทราบด้วย ดังนั้นเพื่อแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาให้รองรับบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถริเริ่มเสนอญัตติ ขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควร ที่จะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งแนวทางการดำเนินการของสภาผู้แทนราษฎร กรณีวุฒิสภาริเริ่มเสนอญัตติ ขอให้วุฒิสภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติ ให้คณะรัฐมนตรี ทราบและเมื่อญัตติดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ จากทั้ง ๒ สภาให้ถือว่า รัฐสภา ให้ความเห็นชอบ เรื่องที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติแล้ว ให้ดำเนินการ ตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง ของกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติต่อไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่า ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมหลักการและเหตุผล ร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ ที่พวกกระผมและคณะได้เสนอนี้ จะคล้าย ๆ กับร่างของท่าน ส.ส. อนันต์ ผลอำนวย ขออนุญาตครับที่เอ่ยนาม คล้าย ๆ กัน ในหลักการ ใน (๔) ดังนั้นกระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก ขอให้ท่านสมาชิกทั้งหลายได้พิจารณารับหลักการ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านไชยวัฒนา🔗

ฉบับที่ ๒ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ ขอเชิญเลยครับ เนื่องจาก ๗ ฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกใช้เวลาตอนนี้ไปทานอาหารหรือประชุมอะไรต่อก็ขอเชิญ ยังไม่มีการ ลงมติ เชิญท่านอนันต์ครับ🔗

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายอนันต์ ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา ขอเสนอญัตติร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก่สภาผู้แทนราษฎร โดยก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบพระคุณท่านประธานสภา และเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้โอกาสผมได้นำเสนอ ญัตตินี้ ต่อร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมหลักการ และเหตุผลประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้🔗

ที่มาขอญัตตินี้เริ่มต้นด้วย สำนักกรรมาธิการ ๓ ได้ส่งเรื่องมาที่ คณะกรรมาธิการกิจการสภาได้ส่งร่างข้อบังคับการแก้ไขการประชุมมา ๓ ฉบับ โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของสภาผู้แทนราษฎร และการส่งจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่างข้อบังคับว่าด้วยการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ของกระทู้ที่เป็นกระทู้แยก กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณา ในแต่ละร่างทั้งหมดจำนวน ๔ ครั้ง แล้วก็ได้เห็นเป็นมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรว่าควรจะนำร่างทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งการออกเสียงประชามติด้วยกลับมารวม แล้วเราได้ให้สำนักการประชุมและสำนักกฎหมาย รวมทั้งนิติกรของกลุ่มงานกิจการสภา ได้ไปรวบรวมทำมาครั้งเดียวให้สมบูรณ์ เมื่อทุกฝ่ายที่ผมได้กล่าวถึงนั้น ได้รวบรวม ร่างข้อบังคับทุกร่าง แล้วก็นำกลับมาเป็นญัตติเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ โดยในปัจจุบันเทคโนโลยีและความก้าวหน้าของโลกมันเปลี่ยนไป เราจะเห็นว่าในองค์กร ต่าง ๆ ทั้งเอกชนและภาครัฐไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี ศาล ก็ได้มีการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ไปแล้วทั้งสิ้น เราไม่เคยมีการคาดคิดมาก่อนครับท่านประธานว่า มันจะเกิด โรคใหม่ที่เป็นโรคประจำถิ่นคือโควิด-๑๙ (COVID-19) ด้วยโรคนี้มันทำให้เกิดความเสียหาย กับทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ภาคธุรกิจ แล้วก็เอกชน นอกจากโรคระบาดที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยแล้ว เราจะเห็นได้ว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมที่แล้ว มีเจ้าหน้าที่ มีสมาชิกหลายท่าน ก็พบกับปัญหานี้ แต่ด้วยความตั้งใจของท่านประธาน และความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ เราก็หาวิธีการป้องกัน หาวิธีการทำให้เกิดการประชุมได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน นอกจากเหตุเหล่านี้แล้ว มันอาจจะมีเหตุทางภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ การประชุมของสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติสามารถดำเนินการประชุมได้ เราก็เห็นตรงกันว่า เราควรจัดให้มีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ และการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น มันก็เป็นเพียงทางเลือกในเมื่อมีความจำเป็น ถ้าในภาวะปกติเราก็ประชุมกันในสภาปกติ อย่างที่ท่านทั้งหลายได้ประชุมกันอยู่ในขณะนี้ แต่ถ้าเมื่อมันมีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัย หรือมีเหตุที่มีความเดือดร้อน เราก็มาจัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ผมคิดว่ามันเป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดอัตราความเสี่ยง ลดในหลายเรื่องที่มันเกิดความจำเป็น และลดความแออัด ในห้องประชุมด้วย บางครั้งในห้องประชุมนี้เราอาจจะต้องจัดที่นั่งในอนาคตข้างหน้า เราก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ระบาดของโรคนี้มันจะไปอย่างไร ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านจะเห็นว่ามันเกิด สายพันธุ์ใหม่ที่เราเรียกกันว่าโอไมครอน (Omicron) ซึ่งมันเกิดขึ้นอีก ดังนั้นการจัดประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์สมาชิกอาจจะมาที่สภา แล้วส่วนหนึ่งเข้าไปนั่งในห้องทำงาน ของตนเอง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีให้พร้อมทั้ง ๕๐๐ ห้องให้สมาชิกได้อยู่กัน แล้วบางส่วน ก็อาจจะมานั่งประชุมในห้องประชุมแห่งนี้ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ข้อกำหนดที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ผมกราบเรียนว่า เนื่องจากเป็นการจัดการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในรูปแบบใหม่ นอกเหนือจากการประชุมรูปแบบปกติ ซึ่งเรากำลังประชุมกันอยู่และกระทู้ถาม ซึ่งตาม ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๕ จึงเห็นสมควรให้กำหนดไว้ในหมวด ๔ การประชุมส่วนที่ ๑ วิธีการประชุมเป็นส่วนที่ ๑/๑ วิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๔ ข้อ ประกอบ ไปด้วยข้อ ๔๓/๑ ข้อ ๔๓/๒ ข้อ ๔๓/๓ และข้อ ๔๓/๔ โดยสภาผู้แทนราษฎรสามารถ จัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้เมื่อมีเหตุจำเป็น หรือเหตุสุดวิสัย เพิ่มข้อ ๔๓/๑ แต่ถ้าหาก เป็นเรื่องสำคัญ เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างข้อบังคับหรือการพิจารณา พระราชกำหนด ๒. การพิจารณาเรื่องที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือข้อบังคับกำหนด หรือที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้กระทำเป็นการลับ จะไม่สามารถพิจารณาได้ทันที จะต้องให้ประธานสภากำหนดให้ใช้ระบบควบคุมการประชุมที่มีความมั่นคง ปลอดภัย เพียงพอ และเป็นกรณีที่ประธานสภาเห็นสมควรเท่านั้น เราก็ไปเพิ่มในข้อ ๔๓/๓ อย่างไร ก็ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ และเงื่อนไขในการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่ประธานสภากำหนด แปลว่าในอนาคตถ้าข้อบังคับนี้ผ่านสภา ท่านประธาน จะต้องไปออกระเบียบ หรือหลักเกณฑ์วิธีการที่สามารถตรวจสอบ หรือยืนยันได้เกี่ยวกับ การเข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบองค์ประชุม รวมทั้งระบบการออกเสียง ลงคะแนนของสมาชิก เราไปเพิ่มในข้อ ๔๓/๔ ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นถัดมา การแก้ไขเงื่อนไขการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของกรรมาธิการ ซึ่งการประชุมผ่านสื่อของกรรมาธิการนั้นเราได้ผ่านข้อบังคับนี้ไปแล้ว โดยเป็นการยกเลิกข้อห้าม ที่เดิมห้ามคณะกรรมาธิการสามัญประชุมพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติและร่างข้อบังคับ ร่างฉบับนี้จึงถือว่าเป็นการปลดล็อก (Lock) ข้อห้าม ข้างต้น โดยให้กรรมาธิการสามารถประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ และร่วมร่างข้อบังคับ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเรื่องที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือข้อบังคับกำหนดที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้กระทำเป็นการลับ ยังเป็นข้อห้าม ของการประชุมกรรมาธิการอยู่ แต่ไม่ได้ห้ามเด็ดขาดที่เป็นความปลอดภัยของการประชุม สภาผู้แทนราษฎรแล้วหากเป็นกรณีที่ประธานคณะกรรมาธิการเห็นว่า เป็นเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นสมควรจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถกระทำได้ เราไปแก้ไข ข้อบังคับข้อ ๙๒/๑ วรรคสี่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น ได้มีการเพิ่มเติม สาระสำคัญเข้าไปตามที่ผมได้เรียนดังกล่าวข้างต้น ผมจะสรุปให้ฟังอีกครั้งว่า เรามีการแก้ไข ประมาณ ๖ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ที่ประชุม โดยแก้ไขเพิ่มเติม ในข้อ ๓🔗

ประเด็นที่ ๒ การแก้ไขเพิ่มเติมให้การนัดประชุม การแจ้งนัดประชุม การเผยแพร่หนังสือนัดประชุม ระเบียบวาระการประชุม และเอกสารที่เกี่ยวข้องสามารถ กระทำได้โดยใช้ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศได้ โดยแก้ไขเพิ่มเติม ในข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ และข้อ ๒๒ ในประเด็นที่ ๒ นี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราสามารถส่งหนังสือเชิญผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ยกเว้น สมาชิกบางท่านที่มี ความประสงค์จะให้ส่งแบบเดิม เราก็จะส่งแบบเดิมให้ เพราะอันนี้มันเป็นการลดภาระ เรื่องของกระดาษ เรื่องของแรงงาน และความรวดเร็วในการประชุม สำหรับสมาชิก ที่ไม่สามารถรับทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ในกรณีที่อยู่พื้นที่ห่างไกล เราก็จะส่งเป็นเอกสาร เหมือนเดิมที่ได้ทำมาโดยตลอดเวลา🔗

ประเด็นที่ ๓ กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยเพิ่มเติมในส่วนที่ ๑/๑ วิธีการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๔๓/๑ ข้อ ๔๓/๒ ข้อ ๔๓/๓ และข้อ ๔๓/๔ ของหมวด ๔ การประชุม🔗

ประเด็นที่ ๔ ในการแก้ไขข้อบังคับนั้น กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถ ริเริ่มเสนอญัตติ ขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติ ให้คณะรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งกรณีที่วุฒิสภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรให้การออกเสียง ประชามติ มาเพื่อให้สภาดำเนินการพิจารณาลงมติ ตลอดจนกรณีเมื่อรัฐสภาให้ ความเห็นชอบเรื่องที่มีเหตุผล สมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติแล้ว โดยเพิ่มข้อ ๔๘/๑ ข้อ ๔๘/๒ และข้อ ๔๘/๓🔗

ประเด็นที่ ๕ การแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของคณะกรรมาธิการ โดยให้สามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างข้อบังคับ โดยแก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๙๒/๑ วรรคสี่🔗

และในประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๖ กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถ พิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้โดยเพิ่มข้อ ๑๖๙/๑ การเสนอ ญัตติร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมครั้งนี้ ผมได้รับเสียงสะท้อนจากท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายท่านว่า มีความกังวลว่าจะไปขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้น ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมอยากรับฟังความคิดเห็นของบรรดาสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่กว้างขวางแล้วก็เต็มที่ เพื่อจะได้หมดความกังวลใจ และในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๑๔๙ ก็ได้เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า ถ้าหากมีข้อสงสัยในเรื่องของการร่างแก้ไขข้อบังคับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑ ใน ๑๐ สามารถส่งให้รัฐธรรมนูญนั้นวินิจฉัยว่า ร่างข้อบังคับที่เรามีการแก้ไขเพิ่มเติม ในวันนี้จะไปขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อเป็นการคลายความกังวลของบรรดาท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ขณะนี้เท่าที่ผมทราบสมาชิกวุฒิสภาก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้ เข้าไปสู่ในวาระที่ ๒ แล้ว เรื่องการแก้ไขข้อบังคับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เข้าใจว่าจะเข้าสู่วาระที่ ๓ ในไม่นานนี้ของวุฒิสภานะครับ🔗

ดังนั้นผมต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านตลอดจนผู้ที่ร่วมเสนอญัตติ ๒๐ ท่านร่วมกับผมในวันนี้ที่ได้ช่วยกันพิจารณาแก้ไข เพิ่มเติมและได้ให้ข้อสังเกตอันเป็นประโยชน์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ได้ให้ข้อมูล ประกอบการพิจารณา ซึ่งด้วยหลักการสำคัญที่ผมได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมจึงขอให้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง และเห็นชอบในหลักการ ของร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้านนิติบัญญัติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนที่อยู่ข้างหลังตลอดไป ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป เป็นฉบับที่ ๓🔗

๕.๑ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (นายธีรัจชัย พันธุมาศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

(ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังต่อไปนี้🔗

๑. แก้ไขขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผย ข้อ ๘๓🔗

๒. แก้ไขขั้นตอนการนับคะแนนใหม่ตามข้อ ๘๕🔗

เหตุผล เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ การขอนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจผูกพัน เมื่อสมาชิกร้องขอให้นับคะแนนใหม่ โดยมีผู้รับรอง ถูกต้อง ประธานสภาจะต้องให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งการนับคะแนนใหม่ตามข้อ ๘๕ กับการออกเสียงลงคะแนนใหม่ตามข้อ ๘๓ มีความแตกต่างกัน กล่าวคือการลงคะแนนใหม่ ต้องเริ่มต้นดำเนินการใหม่ในทุกกระบวนการเสมือนการเลือกตั้งใหม่ สมาชิกผู้มีสิทธิ ออกเสียงทุกคนสามารถใช้สิทธิออกเสียงมาลงคะแนนใหม่ได้ทั้งหมด แม้ว่าการลงคะแนน ครั้งก่อนจะไม่ได้มาลงคะแนนก็ตาม แต่การนับคะแนนใหม่จะต้องนับคะแนน จากผู้ที่ลงคะแนนในครั้งก่อนแล้วเท่านั้น จะให้สมาชิกที่ไม่ได้มาลงคะแนนในมติครั้งก่อน ใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงเพิ่มเติมไม่ได้ ไม่ได้นะครับ ดังนั้นเพื่อให้การออกเสียงลงคะแนน ของสภาผู้แทนราษฎรเกิดความเที่ยงธรรม สะท้อนเจตจำนงของสมาชิกในการลงคะแนน ในครั้งแรก และป้องกันการใช้ช่องทางการเสนอขอให้นับคะแนนใหม่เป็นเครื่องมือ ทางการเมือง จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับนี้ในการแก้ไขข้อบังคับเดิมครับ🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนหลักการ และเหตุผลต่อสภาแห่งนี้ เพื่อให้สภาได้โปรดพิจารณารับหลักการเพื่อมีการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นต่อไปครับ🔗

ขอเรียนเบื้องต้น ในข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร เรามีมาแต่ดั้งเดิม ในส่วนของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้มีการตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นฉบับแรก ได้แก่ ข้อบังคับการประชุม และการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๗๖ ซึ่งระบุว่า กำหนดวิธีการ ลงคะแนนโดยเปิดเผยไว้ ๔ วิธีด้วยกัน คือ ๑. ให้ยกมือขึ้น ๒. ให้ยืนขึ้น ๓. ให้แบ่งเป็นพวก โดยพวกที่เห็นด้วยให้อยู่ทางขวาของประธาน พวกค้านอยู่ทางซ้ายของประธาน ๔. ให้เรียกชื่อสมาชิกลงคะแนนเป็นรายตัว ปฐมบทของข้อบังคับเกี่ยวกับ เรื่องการลงคะแนน การนับคะแนนนี่นะครับ มันอยู่ในข้อบังคับการประชุมสภาฉบับแรก ทั้ง ๔ อย่างนี้รวมถึงเรื่องให้เรียกชื่อสมาชิกลงคะแนนเป็นรายตัวนั้น เป็นวิธีการลงคะแนน ไม่ใช่การลงมติ และไม่ใช่การนับคะแนนใหม่ เป็นเพียงซับเซต (Subset) ของการลงมติ เป็นเพียงซับเซต (Subset) ของการนับคะแนนใหม่ ไม่ใช่การชี้ขาดให้ลงคะแนนใหม่ ทั้งหมดได้ทั้ง ๒ อย่าง ทั้งการลงมติและการขอนับคะแนนใหม่มันมีองค์ประกอบ ที่แตกต่างกัน เดี๋ยวผมจะอธิบายตอนท้ายอีกครั้งหนึ่ง🔗

ถัดมานะครับ ในส่วนของข้อบังคับในการประชุมและการปรึกษาของสมาชิก วุฒิสภา พ.ศ. ๒๔๙๑ องค์ประกอบคล้ายกันในเรื่อง ๔ วิธีการ แต่เพิ่มวิธีการอื่นใดที่ประชุม เห็นควรแก่กรณี ส่วนชูมือขึ้นพ้นศีรษะ ยืนขึ้นจากแบ่งพวกไม่เห็นด้วยอยู่ทางซ้าย พวกเห็นด้วยอยู่ทางขวาของประธาน เรียกชื่อเรียงลำดับตามอักษร ลงคะแนนเป็นรายตัว ก็คือวิธีการลงคะแนนไม่ใช่การลงมตินะครับ วิธีการเป็นซับเซต (Subset) ของการลงมติ เป็นซับเซต (Subset) ของการนับคะแนน แต่เพิ่มข้อความขึ้นมาใหม่ก็คือ ในการนับคะแนน ครั้งใด ๆ ถ้ามีสมาชิกผู้ใดเชื่อว่ามีการนับคะแนนผิดและขอให้นับคะแนนใหม่ โดยสมาชิก รับรองไม่น้อยกว่า ๑๕ คนก็ให้มีการนับคะแนนใหม่ เพิ่มเป็นเงื่อนไขครับต้องนับคะแนนผิด จึงจะขอให้มีการนับคะแนนใหม่ได้🔗

ถัดมาอีกอันหนึ่ง ตัวอย่างสั้น ๆ จะได้เห็นก็คือ ในข้อบังคับของสภาปฏิรูป การปกครองแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๒๐ ก็มีวิธีเหมือนเดิมครับ แต่ตัดเรื่องการนับคะแนนผิดออกไป ในข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๒๐ ก็ตัดออกไปก็แสดงว่า ไม่ต้องมีเงื่อนไขของการนับคะแนนผิด ใครเสนอมีเกิน ๒๐ คน ก็สามารถต้องให้นับคะแนนใหม่ เป็นอำนาจผูกพันตามที่ผมอภิปรายในตอนหลักการและเหตุผลตอนแรก หลังจากนั้น ก็จะยืนตามลักษณะนี้ไม่ค่อยมีการแก้ไขมาเลย จนถึงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ มันเกิดปัญหาอย่างไร และจำเป็นต้องแก้ตามที่ผมเสนออย่างไร ผมจะค่อย ๆ เรียงลำดับให้ท่านประธานฟังกระชับที่สุดนะครับ🔗

ในส่วนข้อบังคับการประชุมสภาปี ๒๕๖๒ ข้อ ๘๕ บัญญัติไว้ว่าอย่างนี้ครับ เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อ ๘๓ (๑) แล้ว ถ้าสมาชิกร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ก็ให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ และให้เปลี่ยนวิธี การลงคะแนนเป็นวิธีการตามข้อ ๘๓ (๒) เว้นแต่คะแนนเสียงต่างกันเกินกว่า ๒๕ คะแนน ให้ขอนับคะแนนเสียงใหม่ไม่ได้ มี ๒ กรณีครับ กรณีหนึ่งคือ ไม่มีบอกว่านับคะแนนผิด หรืออะไรเลยนะครับ ใครเสนอมาก็ต้องรับเป็นอำนาจผูกพันของประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องให้นับ นี่คือข้อบกพร่องครับ มันจะเป็นการที่ใช้ฝ่ายที่เสียงข้างมากใช้เล่นเกม ทางการเมืองขอนับคะแนนใหม่ไม่จบสิ้นถ้าตัวเองเป็นฝ่ายแพ้เสียงในสภา และนี่ถือว่า เป็นหลักที่ชอบธรรมทางการประชุมสภาที่ควรจะศักดิ์สิทธิ์ แพ้เป็นแพ้ ชนะเป็นชนะหรือไม่ หรือจะต้องเป็นเกมการเมืองของฝ่ายเสียงข้างมากจะชนะต่อไปเสมอ นี่คือสิ่งที่พิจารณา อันแรกนะครับ ไม่มีว่าคะแนนผิดใด ๆ เลย ยกก็ได้เล่นเกมก็ได้และประธานต้องทำตาม🔗

ประการที่ ๒ ให้เปลี่ยนวิธีลงคะแนนเป็นวิธีตามข้อ ๘๓ วรรคสอง การเปลี่ยนวิธีไปข้อ ๓๒/๒ ใช้ว่า วิธีลงคะแนนนะครับ ไม่ได้บอกว่าให้ลงมติใหม่นะครับ การนับคะแนนใหม่ ไม่ใช่บอกให้ลงมติใหม่และใช้วิธีลงคะแนนตามมาตรา ๓ แต่เป็นวิธี ลงคะแนนเฉย ๆ การนับคะแนนใหม่ต้องใช้วิธีลงคะแนนแบบนี้ ข้อ ๘๓ ว่าอย่างไรครับ ข้อบังคับการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผยมีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้ ก็คือวิธีการครับ (๒) เรียกชื่อสมาชิกตามหมายเลขประจำตัว ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคนตามวิธีที่ประธาน กำหนดโอเค (OK) ตรงนี้เป็นวิธีการนับคะแนนใหม่ แต่ไม่ใช่ให้ลงมติใหม่นะครับ และมีอำนาจหนึ่งที่เพิ่มมาคืออำนาจดุลยพินิจของประธาน เป็นอำนาจดุลยพินิจว่า จะกำหนดอย่างไร นั่นคือประธานจะให้นับแบบไหน ผมอธิบายเอาทั่วไปก่อนนะครับ การนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เวลามีโต้เถียงว่า คะแนนไม่ถูกต้อง ผิดหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะเอาหีบบัตรอย่างนี้มานับใหม่ ทีละใบ ๆ จำนวนตรงกันไหมว่า คะแนนเสียงที่นับนั้นถูกต้อง เจตนารมณ์หรือตรรกะที่สำคัญ การนับคะแนนใหม่คือ ตรวจสอบคะแนนเสียงที่ลงเดิมนั้นถูกต้อง ตรวจสอบคะแนนเสียง ที่ลงเดิมนั้นถูกต้องนั่นหมายถึงว่า ต้องใช้จำนวนคะแนนเดิม นี่คือการนับคะแนนใหม่ การเลือกตั้งใหม่ ก็เหมือนการลงมติใหม่นะครับ ก็คือการให้สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด มาลงคะแนนใหม่กันเลยครับ วิธีลงคะแนนเหมือนกัน ลงคะแนนเหมือนกันกากันใหม่เข้าไป คนเลือกตั้งเดิม สมมุติว่ามี ๑,๐๐๐ คน แต่ผู้มีสิทธิ ๑,๕๐๐ คน ๑,๕๐๐ คนสามารถมาลงได้ ทั้งหมดเลยนะครับ จะสามารถเปลี่ยนมติได้ ไม่ใช่เป็นการตรวจสอบการนับคะแนนใหม่ ตรวจสอบการลงใหม่ที่ผิดพลาดหรือไม่ นั่นคือการขอมติใหม่นะครับ คนละเรื่องแต่วิธีการ ลงคะแนนเป็นแค่เครื่องมือ กรณีอย่างนี้ผมขออนุญาตพิจารณาขอท่านประธาน นิดหนึ่งครับ การให้อำนาจที่ดุลยพินิจกำหนดไปทิศทางใดก็ได้ จะไปลงคะแนนแบบใช้ องค์ประชุมเกิน หรือว่าองค์ประชุมเดิมเป็นสาระสำคัญของการแพ้ชนะ และสาระสำคัญ ของมติที่ออกมาแล้วว่าจะออกซ้ายออกขวาก็ได้ โดยหลักทั่วไปผมขอพูดเป็นกรณีทั่วไป ในเชิงหลักการ คนที่ทำหน้าที่ประธาน ผมไม่ได้พูดถึงท่านประธานโดยตรง ผมจะพูดถึง หลักการทั่วไป คนที่มาทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น โดยปกติมิได้มีความเป็นกลาง โดยแท้จริง ๆ โดยธรรมชาติ เพราะต้องสังกัดฝ่ายรัฐบาล โดยปกติแล้วถ้าไม่ใช่รัฐบาลนั้น จะโอกาสเป็นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อความไม่เป็นกลางรัฐธรรมนูญจึงกำหนดไว้ ปี ๒๕๖๐ กำหนดไว้ ข้อบังคับที่ ๕ กำหนดไว้จะต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ นั่นคือให้ประกัน ความเป็นกลาง คือจะใช้ดุลยพินิจ หรือเจตนาที่ส่อไปในทางที่จะเอื้อต่อฝ่าย ซึ่งต้องเป็น ข้อสงสัยว่าจะเอื้อต่อฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ เพราะว่าตนนั้นสังกัดอยู่ฝ่ายรัฐบาล อันนี้ผมพูด ในกรณีทั่วไป ผมไม่ได้ยืนยันในส่วนนี้นะครับขอเรียนอย่างนี้ ลงมาอีกก็คือว่าถ้าเรามอง เรื่องเจตนาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ระบุไว้ว่า เจตนาคือประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลทำอะไรก็คือใช้ดุลยพินิจ ดุลยพินิจต้องดูว่าเจตนานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเกิดว่าปล่อย ๒ กรณีอย่างนี้ การนับคะแนนใหม่โดยวิธีลงคะแนนขานชื่อนั้นเป็นไปได้ ทั้งนับคะแนนใหม่และลงมติใหม่ ถ้าเราใช้เป็นนับคะแนนใหม่จะต้องใช้องค์ประชุมเดิม นั่นหมายความว่า ในขณะนี้มีการลงมติไม่เหมือนจากในอดีต เราใช้บัตรกดเข้าไปครับ กดบัตรเสียบบัตรมีขึ้นมาเลย ส.ส. เรียงตามลำดับหมายเลข ท่านใดลงมติเห็นชอบ ไม่เห็นชอบอย่างไร สามารถรื้อเอาใบผลมติมาสอบถามเรียงเป็นรายบุคคลได้โดยใช้ องค์ประชุมเดิม กรณีอย่างนี้เป็นการนับคะแนนใหม่ตามข้อ ๘๓ (๒) ได้อย่างถูกต้อง ไม่ขัดข้อบังคับ ถูกต้องตามตรรกะ และเจตจำนงหมายลงที่จะตรวจสอบคะแนน ที่ผิดพลาดเดิม สิ่งเหล่านี้จะเป็นความชอบธรรม ให้ความเป็นธรรม และไม่มีการจะใช้เกม การเมืองมาเพื่อจะพลิกกลับมติ ซึ่งบางครั้งเป็นมติข้อสำคัญที่จะต้องให้ประชาชน ได้มีการตรวจสอบในหลายเรื่องนี่คือสำคัญ แต่ถ้าเปลี่ยนใหม่ครับ เปลี่ยนว่าตีความ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ เป็นบอกว่า ให้เป็นลงมติใหม่ และสามารถเอาใครก็ได้ เมื่อสักครู่ ผมบอกว่า สมมุติสภามีมาประชุมวันนั้น ๓๖๗ คน ลงมติไปแล้ว สมมุติให้ฝ่ายค้านชนะ ๔ เสียง และประธานบอกว่า เปลี่ยนเป็นวิธีการเรียกชื่อสมาชิกตามหมายเลขสมาชิก แต่องค์ประชุมเปิดกว้างครับ เปิดองค์ประชุมให้มา ๔๐๐-๕๐๐ คน โดยฝ่ายรัฐบาลซึ่งไม่ได้ ลงครั้งที่แล้วมาลงใหม่ได้ กรณีอย่างนี้ผมเรียนดูอย่างไรก็ได้ ไม่ใช่เป็นการนับคะแนนใหม่ แต่เป็นการลงมติใหม่ แล้วฝ่ายรัฐบาลสามารถมาพลิกกับฝ่ายค้านได้ ถ้าเกิดฝ่ายค้านชนะ ในตอนแรก นี่คือข้อบังคับที่มีปัญหาเปิดให้มีการใช้ดุลยพินิจของประธานสภา แล้วเกิด ความได้เสีย และพลิกกลับมติได้ ผมเรียนอย่างนี้เบื้องต้นก่อน เดี๋ยวผมจะดูว่าเหตุใด ตัวกระผมและคณะในขณะนั้นคือ พรรคอนาคตใหม่ได้มีการยื่น ครั้งนี้ผมขอให้ดูประเด็น ปัญหาของการลงมติเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ว่ามีปัญหาอย่างไรเดี๋ยวผม จะอภิปรายต่อ ขอให้ทางฝ่ายเทคนิคได้เปิดคลิป (Clip) ด้วยครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเหตุการณ์การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่การพิจารณาต่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ คือญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติตามมาตรา ๔๔ ซึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ที่ประชุมได้มีการอภิปรายและเลื่อน การพิจารณามาถึงวันที่ ๒๗ และบรรยากาศที่ผมได้กรุณาเปิดเมื่อสักครู่นั้น เป็นบรรยากาศ หลังจากมีการลงมติ ซึ่งการลงมตินั้นก็ลงมติได้ชัดเจนคือ มีผู้ร่วมประชุมจำนวน ๔๖๗ ท่าน มีมติเห็นชอบ ๒๓๔ เสียง ไม่เห็นชอบ ๒๓๐ เสียง งดออกเสียง ๒ เสียง คะแนนเสียง จึงต่างกันอยู่ ๔ เสียงไม่เกิน ๒๕ คะแนน ซึ่งฝ่ายค้านตอนนั้นอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นฝ่ายค้าน ก็ถูกคัดค้านเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเป็นครั้งแรกในสภาผู้แทนราษฎรที่พลิกชนะขึ้นมา และญัตติดังกล่าวเป็นญัตติที่เป็นประโยชน์ เป็นการตรวจสอบประกาศคำสั่งการกระทำ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ การใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งสำคัญน่าจะต้องมีการศึกษา แต่มีข่าวในขณะนั้นว่าทางอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติไม่ประสงค์จะให้ญัตตินี้ผ่านได้ ดังนั้นก็จึงมีการเสนอขึ้นมาตามข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ขอให้นับคะแนนใหม่โดยวิธีการขานชื่อ โดยมีเสียงรับรอง ๒๐ เสียง ซึ่งก็ถูกต้อง ประธาน ขัดไม่ได้เป็นอำนาจผูกพัน ผมได้อภิปรายเมื่อสักครู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือดุลยพินิจตอนท้ายครับ ที่มีการโต้เถียงแบบนั้นก็คือว่า ท่านประธาน มีดุลยพินิจบอกว่า ให้นับคะแนนใหม่แบบลงมติใหม่ครับ ไม่ใช่นับคะแนนใหม่ แบบนับคะแนนใหม่โดยการลงคะแนนแบบนี้ คือมีความเห็นแตกต่างกัน ทางฝ่ายค้านบอกว่า องค์ประชุมต้องใช้องค์ประชุมเดิม อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็อภิปรายเห็นบอกว่า ควรจะใช้ใบลงคะแนนมาในการตรวจสอบ ก็คือใช้องค์ประชุมเดิม ตรงนี้วิธีลงคะแนน เป็นแค่วิธีการนะครับ เอาไปตรวจสอบว่าการนับคะแนนถูกต้องไหม ผมเชื่อว่าแนวความคิด ของอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็น่าจะเป็นตรรกะที่สอดคล้อง กับเหตุผลเพราะไม่ได้เป็นการให้ลงมติใหม่เสียเมื่อไรในส่วนนี้ แต่ท่านประธานมีมติ มีการวินิจฉัยบอกว่าให้ลงคะแนนใหม่แบบลงมติใหม่ ก็คือเปิดโอกาสให้สมาชิกที่ไม่ได้ลงมติ ในครั้งก่อนเข้ามาลงมติได้ ในวันนั้น ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย และมีการประท้วงกันเยอะแยะตามที่เห็นในคลิป (Clip) จนกระทั่งต้องวอล์กเอาต์ (Walkout) เป็นวิธีการเดียวที่แสดงถึงความขัดขืน ไม่ยอมจำนนต่อการถูกบังคับให้ทำ ก็เลยออกไป จนสภานั้นล่มเป็นครั้งแรกกับกรณีนี้ ถัดมาก็คือวันรุ่งขึ้นวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ขึ้นมาเหมือนกัน ยืนยันดุลยพินิจเดิมที่จะให้ มีการนับคะแนนใหม่แบบลงมติใหม่เหมือนกัน คือปล่อยให้สมาชิกที่ไม่ได้มาประชุมเข้ามา ประชุมและโหวตซึ่งก็มีการโต้แย้ง มีการวอล์กเอาต์ (Walkout) ของฝ่ายค้านเช่นเดิม เพราะเห็นว่ากรณีอย่างนี้มันเป็นการลงมติใหม่ จะเปลี่ยนแปลงมติเดิม และเป็นการเล่นเกม ทางการเมืองเพื่อจะเอาชนะของฝ่ายเสียงข้างมาก และไม่ใช่การที่จะตรวจสอบการนับคะแนน ผิดพลาดหรืออะไรก็แล้วแต่ ในส่วนนี้เขาก็เลยวอล์กเอาต์ (Walkout) ครับ หลังจากวอล์กเอาต์ (Walkout) องค์ประชุมไม่ครบ องค์ประชุมล่มอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ ๒ เป็นที่เสื่อมเสีย น่าอับอายต่อประชาชนมากว่า สภาทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เสียหายมากเลยนะครับ บรรยากาศ ก็เห็นในส่วนนี้ ต่อมาได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ วันนั้นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าแทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้เสนอระเบียบวาระเรื่องดังกล่าวขึ้นอีกครั้งหนึ่งซึ่งค้าง วินิจฉัยให้นับคะแนนเสียงใหม่ เป็นเหมือนกับการลงมติใหม่เหมือนเดิม ให้คนที่ไม่ได้ลงครั้งก่อนเข้ามาลงเหมือนเดิมปรากฏว่า ปฏิบัติวินิจฉัยอ้างในที่ประชุมว่า เพื่อปฏิบัติตามวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร และข้อบังคับดังกล่าวต่อไปตามที่ประชุมจึงได้ส่งสัญญาณให้ลงคะแนนปรากฏว่า ครั้งนี้เป็นการที่กลับมติครับ สภาฝ่ายรัฐบาลพลิกกลับมาชนะได้ เพราะว่ามีการเติมคะแนน ขึ้นมา ไม่ได้เอาคะแนนที่ลงคะแนนเดิมนั้นมาอ่านว่าใครลงผิด ลงถูก พลิกชนะไปญัตติด่วน เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ มาตรา ๔๔ ที่อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เสนอมานั้นตกครับ ประชาชน ทั้งประเทศหมดโอกาสที่จะตรวจสอบคำสั่งคณะปฏิวัติที่สร้างความเสียหาย รัฐประหาร อย่างมากมาย หมดสิทธิเลยครับ โอกาสสำคัญที่ตรวจสอบและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ปัจจุบันนี้ก็ยังคงอยู่ตลอด และภาคประชาชนก็ได้รื้อขึ้นมาเพื่อจะขอยกเลิกอยู่ ซึ่งเป็นวาระ ที่จะขัดในวันนี้ ถ้าเป็นไปได้ขอให้ได้เข้า เพราะว่าได้เชิญภาคประชาชนเข้ามาแล้วครับ จะได้มาชี้แจงว่าเป็นอย่างไร ว่าควรจะยกเลิกอันไหนบ้างซึ่งถ้าศึกษาตอนนั้นยกเลิกวันนี้ ผมเชื่อว่ากฎหมายที่มาจากในยุคเผด็จการจะต้องหายไปอีกจำนวนมากจะเข้าสู่ ยุคเสรีประชาธิปไตยเสียที แต่เสียโอกาสไป ท่านประธานที่เคารพครับซึ่งกรณีอย่างนี้ ปัญหาที่สำคัญเราก็เห็นแล้ว ปัญหาของความไม่ชัดเจนของข้อบังคับทำให้ดิ้นได้ ทำให้อำนาจ ดุลยพินิจมีขึ้นของคนที่เป็นประธานสภา ซึ่งโดยสภาพแล้ว ขออนุญาตครับ ไม่ได้พูดถึง ท่านประธานนะครับ พูดถึงหลักทั่วไป มิได้เป็นกลางโดยเฉพาะธรรมชาติเพราะต้องสังกัด ฝ่ายรัฐบาล ทำให้มีข้อสงสัย ถ้ามันเป็นอย่างนี้ให้ดุลยพินิจมากอีกก็จะเกิดข้อครหา มีการโต้แย้งต่อว่าต่อขานท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นท่านใดนะครับ ถ้าดุลยพินิจไม่ถูก ไม่ตรงกับฝ่ายหนึ่งก็จะวิพากษ์วิจารณ์ทำให้ท่านประธานนั้น ขาดความสง่างามซึ่งบางที ท่านอาจจะทำด้วยความสุจริตใจ เข้าใจเชื่ออย่างนั้น อันนั้นผมไม่ได้ว่า แต่ตรงนี้เป็นโอกาส ที่ดีที่เราจะแก้ไข เพื่อลดปัญหาในการตีความ ไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ ประธานไม่ต้อง ถูกแรงเสียดทานอะไรก็แล้วแต่ ให้ทำตามข้อบังคับไปเลย ดังนั้นที่กระผมได้เสนอขึ้นมานี่นะครับ ในการแก้ไขร่างที่ผมกับคณะเสนอขึ้นมานะครับ ก็คือเราต้องการที่จะให้ ๑. การที่ขอนับคะแนนใหม่นั้นจะต้องมีเหตุครับ เหมือนกับ ตอนปี ๒๔๙๑ ครับ ก็บอกว่ามีการนับผิดและขอให้นับคะแนนใหม่ แต่ไปยกเลิก ตอนปี ๒๕๒๐ เราทำอย่างนี้คือ หากมีเหตุเชื่อว่าการนับคะแนนใหม่เป็นโดยไม่ถูกต้อง หรือมิได้เป็นโดยเที่ยงธรรม ส.ส. ขอให้นับคะแนนใหม่ได้โดยมีผู้รับรอง ๒๐ คน ไม่ใช่มาถึงว่า พอขอนับคะแนน รับรอง ๒๐ คนปุ๊บ ประธานต้องให้เป็นอำนาจผูกพัน อันนั้นเป็นการผูกมัด ท่านประธานเกินไป จะต้องมีการไต่สวน ไม่ให้เป็นการเล่นเกมทางการเมือง ตรงนี้ เป็นการปลดภาระประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้องไปแบกรับทำตามที่เขาโหวต แค่ ๒๐ คน แล้วก็ต้องทำตามอย่างนั้น แล้วก็ถูกตำหนิ ถูกต่อว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งผมไม่เห็นพ้องด้วย ที่ประธานทุกท่านจะต้องมาแบกรับตรงนี้ แล้วนี่คือการแก้ไขให้มีเงื่อนไข แล้วเราเคยมีแล้ว ตอนปี ๒๔๙๑ แต่เราไปตัดออกตอนปี ๒๕๒๐ ครับ ถ้ามีตรงนี้ได้ กระบวนการขอให้ นับคะแนนใหม่จะมีเหตุมีผลขึ้น ไม่ใช่จะเล่นเป็นเกมการเมืองอย่างเดียว🔗

ประการที่ ๒ การนับคะแนนเสียงใหม่ เรียกชื่อก็ตามข้อ ๘๓ (๒) เหมือนเดิม ได้ครับ แต่เพิ่มคำว่า เรียกชื่อตามลำดับที่ได้ปรากฏในใบประมวลผลการลงคะแนนครั้งก่อน เรียกชื่อตามลำดับที่ได้ปรากฏในใบประมวลผลการลงคะแนนครั้งก่อน นั่นคือตัวบุคคลคือ องค์ประชุมเดิมครับ ตรวจสอบเลยว่าองค์ประชุมนั้นถูกต้องหรือผิด ไม่ผิด ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง อย่างไร เรียกยืนยันเป็นลงคะแนนไม่ขัดต่อข้อ ๘๓ ถูกต้องเหมือนกันครับ เพราะว่า วิธีลงคะแนนเป็นแค่ซับเซต (Subset) ของการลงมติ วิธีลงคะแนนเป็นแค่ซับเซต (Subset) ของการนับคะแนนใหม่ ไม่ใช่ตัวหลัก แต่การตีความว่าการลงคะแนนเป็นการลงมติใหม่ อันนั้นผมคิดว่าน่าจะคลาดเคลื่อน และอาจจะคลาดเคลื่อนต่อตรรกะในการลงคะแนน ซึ่งผมอาจจะไม่เห็นพ้องด้วย ซึ่งอันนี้ผมไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ผมไม่อยากให้ ประธานสภายุคต่อไปต้องมาแบกรับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้ และนี่คือการทำให้ มันชัดเจนขึ้น และผมเชื่อว่าถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้ปัญหาการที่จะมาใช้การนับคะแนนใหม่ มาเป็นการเล่นเกมทางการเมือง เพื่อฝ่ายที่มีเสียงข้างมากจะชนะเสมอไป และพลิกกลับ ในเรื่องสำคัญ ๆ ที่ประชาชนเสียโอกาสจะไม่เกิดขึ้นอีก ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผม ประทานกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ และเรียนผ่านไปยังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมได้ทราบว่ามติของฝ่ายวิป (Whip) รัฐบาลบอกว่า จะไม่รับร่างผมร่างเดียวใน ๖ ร่างตรงนี้ ผมไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรครับ จะคงความได้เปรียบเลยหรือครับ ๖ ร่างจะรับทั้งหมด แต่ของผมร่างนี้เป็นร่างที่จะทำให้ ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ให้มีการเล่นเกมทางการเมืองในเสียงข้างมาก จะพลิกกลับพลิกคะแนนทุกครั้งเสมอไปอย่างนี้ ถามว่าฝ่ายรัฐบาลจะเอาอย่างนั้นหรือครับ จะเอาคงความได้เปรียบอย่างนี้ ไม่แก้ให้ชัดเจน ให้เป็นธรรมทุกฝ่าย ต่อไปท่านอาจจะเป็น ฝ่ายค้านก็ได้นะครับ ไม่ใช่เป็นรัฐบาลเสมอไป ดังนั้นการที่มติวิป (Whip) บอกว่า ไม่รับ ของผมคณะเดียวนี่ขอโปรดได้ทบทวนด้วยเหตุผล แล้วมาชั่งดูสิ่งนั้นถูกต้องไหม กับความไม่คลุมเครือ แล้วก็สามารถพลิกกลับได้อย่างนี้ กระทั่งความรวนเรและความเสื่อมเสีย ต่อสภาผู้แทนราษฎรท่านควรจะทำอย่างไร ผมจึงเรียนด้วยความเคารพท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภานะครับ ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ได้โปรด รับหลักการในร่างแก้ไขข้อบังคับที่กระผมและคณะได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปพิจารณาในวาระ ๒ ด้วยเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่จะเชิญท่านวิรัช ฉบับต่อไป เนื่องจากพาดพิงมาเล็กน้อยนะครับ ก็เลยเรียนให้ทราบว่าการตัดสินใจ ของประธานในขณะนั้น ทำเหมือนอย่างที่ประธานทุกท่านเคยทำมา อันนี้เป็นความเห็น ถ้าเกิดเรื่องขึ้นอีกในขณะนี้ก็ต้องตัดสินใจอย่างนั้นครับ ไม่ใช่เพราะว่าไม่เป็นกลาง แต่ว่า ผมก็ย้อนกลับไปศึกษาดูแนวปฏิบัติของท่านประธานก่อน ๆ ก็ยึดแนวที่ผมปฏิบัตินี่ล่ะครับ แล้วก็ผมเข้าใจว่าท่านธีรัจชัยก็ติดใจเรื่องนี้ แล้วไปร้องกรรมการ ป.ป.ช. ของสภานะครับ ซึ่งทราบว่าความเห็นของกรรมการเขาเห็นว่า ผมปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องแล้วนะครับ ก็เรียนให้ที่ประชุมและเรียนให้คุณธีรัจชัยว่า ผมเคารพความเห็น แต่ว่าแนวปฏิบัตินั้น ไม่ใช่เพราะว่าอยู่ข้างรัฐบาล แล้วก็ไปเข้าข้างโดยไม่เป็นกลาง ไม่ใช่ครับ ตัดสินใจ ไปตามความเห็นของกฎหมายที่มีความเห็นว่าเราปฏิบัติอย่างนี้มา ก็เรียนให้ทราบ ด้วยความเคารพครับ อันนี้เป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย ซึ่งอาจจะแตกต่างกันครับ🔗

ฉบับต่อไปเป็นของท่านวิรัช พันธุมะผล เป็นฉบับที่ ๔ สำหรับในวาระนี้ครับ ขอเชิญเลยครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ ขอขอบคุณท่านประธานให้โอกาสได้นำร่างข้อบังคับ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กระผมและคณะ ซึ่งประกอบด้วย ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ท่านศักดินัย นุ่มหนู และท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ร่วมกัน เป็นผู้เสนอ โดยมีท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม คนดัง ท่านขวัญเลิศ พานิชมาท ท่านทองแดง เบ็ญจะปัก ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ท่านคำพอง เทพาคำ พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ท่านไกลก้อง ไวทยการ ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ท่านคารม พลพรกลาง พลโท พงศกร รอดชมภู ท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย ท่านกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ และท่านพรรณิการ์ วานิช ได้กรุณา ร่วมเป็นผู้รับรองเพื่อยื่นญัตติแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๐ ทำไมกระผมจึงเสนอแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว ข้อบังคับ ข้อ ๒๐ ได้กำหนดไว้ว่า การสั่งนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือ ผมและคณะขอแก้ไขว่า การประชุมต้องทำเป็นหนังสือ หรือโดยทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะอะไรครับ เพราะว่าการส่งหนังสือ ข้อบังคับเขียนว่า ต้องนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่า ต้อง นี่คือข้อบังคับ เพราะฉะนั้นท่านประธานสภาจะส่ง หนังสือนัดประชุมนี้ต้องทำเป็นหนังสือ เป็นอย่างอื่นนี้ต้องเป็นกรณีอย่างอื่น บังคับเลยครับ และการส่งเป็นหนังสือนี้ กฎหมายข้อบังคับเขียนไว้ว่า ต้องส่งก่อนวันนัดประชุม ต้องส่งให้ถึง ก่อน ๓ วัน ทีนี้การส่งโดยไปรษณีย์นี่เราก็รู้อยู่แล้วว่า ไปรษณีย์ของเรามันไม่ตรงตามเวลา บางครั้งไปส่งแล้วก็ไม่พบ ก็เขียนว่า ให้ไปรับหนังสือที่ไปรษณีย์ บางครั้งฝนตกมันก็เปียกหมด แล้วก็ส่งไม่ตรงเวลา บางครั้งถึงวันประชุมแล้ว เพราะว่าข้อบังคับ ข้อ ๒๐ ใช้รวมถึง การประชุมของคณะกรรมาธิการด้วย เพราะฉะนั้นเป็นภาระอย่างยิ่งการส่งหนังสือเสียเวลา ต้องเสียค่าใช้จ่าย ผมก็เชื่อว่า ท่าน ส.ส. ทุกท่านไม่ได้เอาหนังสือที่ท่านประธานส่งไปให้มาร่วมในวันประชุม ในวันประชุมทางสภาก็ได้กรุณาเอาวาระการประชุมตั้งไว้ให้ดูหมด ทุกคนก็ไม่ได้เอามา ทีนี้ถ้าส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ผมขออนุญาตให้ดูนะครับ ตัวอย่าง ผมเปิดหน้าจอปุ๊บ ผมเปิดตรงข้อความ ข้อความจะมีว่า สภาผู้แทนราษฎร ผมก็กดสภาผู้แทนราษฎร ในที่กดสภาผู้แทนราษฎร เชิญประชุมกรรมาธิการ มันมีออกในตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เลยว่า ท่านประธานเชิญประชุม ท่านส่งปุ๊บมันไปถึงผมทันที เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งต้องส่งก่อน ๓ วัน เป็นประโยชน์อย่างดีครับ แล้วก็ไม่ต้องเสียเงินมาก การประชุมสภา แต่ละครั้ง ๕๐๐ คน ท่านลองคิดดูครับ คนที่ต้องมาพับซอง ๕๐๐ ซอง ต้องไปส่งไปรษณีย์ ๕๐๐ คน ใช้พลังคนเท่าไร เสียเงินเท่าไร แต่ถ้าท่านส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็โชคดีมาก สิ่งที่สนับสนุนให้ว่าทำไมเราถึงส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่าง ร่างพระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้กรุณารับหลักการ ในประเด็นสำคัญของร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็เป็นการแก้ไขการเรียกประชุม การเชิญประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้น นี่คือเหตุผลสนับสนุนว่า ทำไมร่างแก้ไขข้อบังคับของผมเป็นที่เหมาะสม เมื่อผมเสนอ ร่างข้อบังคับต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมก็ได้พยายามติดตามท่านอนันต์ ผลอำนวย ขอเอ่ยชื่อท่านประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ก็บอกท่านว่าท่านช่วยแก้หน่อย เป็นให้ส่งโดยอิเล็กทรอนิกส์ ในที่สุดท่านประธานอนันต์ ผลอำนวย ก็ได้กรุณาเสนอ ร่างข้อบังคับที่เมื่อสักครู่นี้ ท่านได้เสนอต่อสภาก็เป็นไปในหลักการอันเดียวกับที่ผม เคยเสนอก่อน จริง ๆ ผมเสนอก่อน แต่ผมก็ติดตามเพื่อให้มีการแก้ไข ท่านก็ได้กรุณา เสนอรวม ๆ หลายอย่าง ซึ่งเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ของโลก เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ก็เรียนทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ส่งทางไลน์ (Line) เยอะแยะ เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่าการแก้ไขร่างข้อบังคับของผม ซึ่งจริง ๆ อยู่ในแนวเดียวกับของท่านอนันต์ ผลอำนวย เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพวกเรา เพื่อให้การประชุมของเรา เป็นไปตามโลกสมัยใหม่ ไม่ใช่อยู่อย่างเก่าส่งแต่กระดาษ ส่งแต่กระดาษแต่ถ้าท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านใดยังอยากได้หนังสือเชิญประชุมแบบเก่าคือ แบบทำเป็นหนังสือ ก็อาจจะเปิดช่องให้ว่า ถ้าท่านใดอยากได้ก็ให้คอมเมนต์ (Comment) หรือแจ้ง ให้เจ้าหน้าที่ทราบ แล้วก็ส่งเฉพาะรายที่ต้องการ เช่น ๑๐ ราย จริง ๆ แล้วผมว่า คงไม่มีใครอยากได้หรอกครับ ผมอายุ ๘๐ ปีผมยังเปิดมือถืออ่านได้เลยครับ ผมยังใช้ คอมพิวเตอร์ได้ เชื่อว่าพวกเราเป็นผู้ที่สามารถรับรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างดีครับ ขอบคุณทุกท่าน ท่าน ส.ส. โดยเฉพาะท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ก็บอกว่าจะสนับสนุนเต็มที่ ก็เชื่อว่าพวกเราจะสนับสนุนให้ร่างข้อบังคับที่ผมแก้ไขนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ขอขอบคุณ ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นร่างฉบับที่ ๕ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอ เสนอหลักการ และเหตุผลครับ แถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรชาวบางแค กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ช่วยบรรจุวาระการประชุม ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทุกร่างจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านเข้าด้วยกันครับ และผมจะขออนุญาตท่านประธานว่า เนื่องจากผมมีชื่อเป็นผู้เสนอถึง ๒ ร่างด้วยกัน ก็อยากจะใช้สิทธิในการอภิปรายครั้งนี้ครับ เพื่ออภิปรายหลักการและเหตุผลทั้ง ๒ ร่างรวมกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาการประชุมสภา ของเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมได้ศึกษาร่างแก้ไขข้อบังคับ ของเพื่อนสมาชิกทุกท่านเข้าด้วยกันแล้ว ผมเชื่อว่าไม่มีร่างของท่านใดท่านหนึ่งรวมถึง ร่างของกระผมเองด้วยที่มีเนื้อหาสมบูรณ์ครบถ้วนทุก ๆ ด้าน เพราะแต่ละร่างก็มีหลักการ และเหตุผลในการแก้ไขที่แตกต่างกันครับ อาทิ ร่างของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับการเสนอญัตติ เรื่องของการให้รัฐสภา มีมติเสนอให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตาม พ.ร.บ. ประชามติ ที่เพิ่งผ่านรัฐสภาไป หรือร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่มีหลักการละม้ายคล้ายคลึงกับท่านชลน่าน แต่มีหลักการเพิ่มเติมในเรื่องของการจัดประชุม สภาใหญ่ออนไลน์ (Online) ซึ่งการจัดประชุมสภาออนไลน์ (Online) นี้ ตัวกระผมเอง ก็ได้ยื่นร่างแก้ไขข้อบังคับไปเมื่อปีที่แล้วเช่นกันครับท่านประธาน ร่างที่ ๓ ของท่านธีรัจชัย ที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้าผมเมื่อสักครู่ไม่กี่นาทีนี้ ที่เกี่ยวข้อกับการแก้ไขข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ว่าด้วยการแก้ไขหลักการในการขอนับคะแนนใหม่ เพื่อไม่ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นใครในอนาคตครับ ต้องตกที่นั่งลำบากในอนาคต ในการใช้ดุลยพินิจในการ ขอนับคะแนนใหม่ สุดท้ายครับในส่วนของร่างของกระผมเองจริง ๆ มีการยื่นไว้ ๒ ร่างก็คือ ในส่วนของการจัดประชุมใหญ่ออนไลน์ (Online) ที่ผมยื่นไปเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ จะขออภิปรายในลำดับถัดไปนะครับท่านประธาน🔗

แต่ก่อนอื่นผมอยากจะนำเสนอหลักการและเหตุผล ในส่วนของร่างข้อบังคับ ที่ยังไม่มีเพื่อนสมาชิกท่านใดในบรรดาทุกร่างนี้เสนอมา แต่ตัวผมเป็นคนเสนอเองนะครับ ก็คือในส่วนของการจัดระเบียบวาระการประชุมสภาครับ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติก่อนญัตติอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยประชาชนครับท่านประธาน ตามพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่เพิ่งผ่านสภา ไปเช่นเดียวกัน ปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบ ออนไลน์ (Online) ผมจึงเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่คณะวิสามัญยกร่างข้อบังคับครั้งนี้ จะต้องมีการยกร่างให้มีการจัดระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เข้าชื่อ เสนอกฎหมายโดยภาคประชาชนมาก่อนญัตติอื่น ๆ หรือวาระอื่น ๆ ครับท่านประธาน หากผมอ้างอิงจากข้อมูลในเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาไทยครับ ทุกวันนี้เรามี ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยภาคประชาชนมากมาย ที่แม้แต่ตัวผมเองในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรยังไม่เคยได้พิจารณาเลยครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ริเริ่มโดยอาจารย์จอน อึ้งภากรณ์ ร่างพระราชบัญญัติการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่ริเริ่มโดยคุณสุภัทรา นาคะผิว ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ริเริ่มโดยคุณวินัย นาคนิรันดร์ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ริเริ่มโดยคุณกลินทร์ สารสิน ร่างพระราชบัญญัติการประมง ที่ริเริ่มโดยคุณวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ หรือร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม ที่ริเริ่มโดยคุณวชิราภรณ์ ยี่ทอง มีอีกหลายฉบับมาก ๒๐-๓๐ ฉบับที่เสนอ ริเริ่มโดยภาคประชาชน แต่สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรายังไม่เคยตอบสนองต่อเสียง ประชาชนเลย ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานครับ ในหลักการในวาระแรกนี้เพื่อส่งต่อ ไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่าง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีการแก้ไขข้อบังคับ เพื่อแยกวาระในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างที่เสนอ มาจากภาคประชาชนพิจารณาก่อนญัตติอื่น ๆ ครับท่านประธาน แน่นอนที่สุดครับ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านรวมถึงท่านประธานเองอาจจะบอกว่า จริง ๆ ประธานก็มีอำนาจ ในการจัดวาระการประชุมอยู่แล้ว ดั่งเช่นที่เรามีการแยกการประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์ออกจากกัน แต่ผมอยากจะใช้เหตุผลเดียวกันกับที่ท่านธีรัจชัยได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ครับว่า ผมไม่อยากให้ภาระทุกอย่างจะต้องตกไปที่ท่านประธานครับ เกิดวันนี้ไม่ใช่ท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานคนหน้า ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดไม่มีวิสัยทัศน์เหมือนท่าน ไม่แยกวาระการประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ออกจากกันว่า แยกการพิจารณากฎหมาย แยกการพิจารณาญัตติอื่น ๆ ออกจากกัน ก็เป็นไปได้ที่อนาคตเราอาจจะมีสภาพไม่ต่างจากสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ในช่วงต้น ๆ ครับ ที่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเราไม่ได้พิจารณากันเลย เพราะมัวแต่ไปพิจารณา ญัตติอื่น ๆ ก็อยากจะให้การจัดลำดับวาระเหล่านี้ถูกบัญญัติไว้ในข้อบังคับของการประชุม สภาผู้แทนราษฎร อันนั้นคือในส่วนที่ ๑ นะครับท่านประธาน ในร่างที่ผมเสนอมา🔗

ส่วนอีกร่างหนึ่งเกี่ยวข้องกับการประชุมออนไลน์ (Online) ในสภาใหญ่ ซึ่งจริง ๆ ผมต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ตลอดจนท่านอนันต์ ผลอำนวย ที่ยื่นร่างเข้ามา แล้วก็ค่อนข้างครอบคลุม แต่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างในวาระที่ ๒ นั่นก็คือร่างที่ท่านอนันต์ ผลอำนวย ได้เสนอเข้ามา ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ตอนนี้ครับ ยังไม่มีการกล่าวถึงการลงมติ ออนไลน์ (Online) ในที่ประชุมสภาครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ร่างข้อบังคับฉบับที่ ๒ ที่ท่านอนันต์เองก็ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ผ่านการพิจารณาในวาระที่ ๒ ออกมาประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แล้วบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันครับ ที่ให้คณะกรรมาธิการสามารถ จัดประชุมออนไลน์ (Online) ได้นั้น ร่างที่ ๒ มีการบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้สามารถลงมติ ออนไลน์ (Online) ได้ ผ่านการใช้วิธีการขานชื่อตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ (๒) ด้วยระบบเสียง และภาพ แต่ร่างฉบับที่ ๓ ที่พวกเรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ ที่ท่านอนันต์เสนอเข้ามา ยังไม่มีการระบุไว้ชัดเจนว่า การประชุมสภาใหญ่ให้สามารถลงมติออนไลน์ (Online) ได้ด้วย จึงอยากจะฝากท่านประธานครับ และให้ความเห็นผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า จริง ๆ แล้วผมไม่อยากให้ร่างฉบับที่ ๓ นี้ โดยเฉพาะในส่วนของการประชุมออนไลน์ (Online) ถอยหลังไปจากร่างที่ ๒ คือร่างที่ ๒ ลงมติออนไลน์ (Online) ได้ แล้วทำไม ร่างที่ ๓ เราถึงจะไม่ให้ลงมติออนไลน์ (Online) ได้ด้วย ก็อยากจะฝากท่านประธานเป็น ข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการวิสามัญยกร่างครับว่า อยากจะให้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนนี้ด้วยว่า การลงมติออนไลน์ (Online) ก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สรุปว่าท่านณัฐพงษ์ได้นำเสนอหลักการและเหตุผลทั้ง ๒ ฉบับใช่ไหมครับ ทั้ง ๒ ฉบับ ควบคู่กันไปนะครับ ท่านณัฐพงษ์ทั้ง ๒ ฉบับนะครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ใช่ครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปว่า เราจบการเสนอการแถลงหลักการและเหตุผลฉบับที่ ๕ และฉบับที่ ๖ โดยท่าน ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไปแล้วนะครับ🔗

ต่อไปก็เป็นร่างที่ ๗ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ฉบับนี้ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ก็คงจะได้นำเอกสารของข้อบังคับการประชุมฉบับที่ท่านชินวรณ์เสนอแจกจ่ายให้กับ ท่านสมาชิกไปหมดแล้วนะครับ เชิญท่านชินวรณ์นำเสนอหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้กรุณาเอาร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมและคณะ เป็นผู้เสนอ ได้บรรจุในระเบียบวาระ เพื่อที่จะได้พิจารณาร่วมกัน ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าความเป็นมา ผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านอนันต์ ผลอำนวย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แล้วเราก็เห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะได้มีการเสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ใหม่ โดยรวมเอาเรื่องที่เห็นว่า มีความสำคัญที่สมควรจะได้มีการแก้ไขเสนอขึ้นมาให้เป็น ร่างฉบับเดียวกัน โดยมีกระบวนการขั้นตอนก็คือว่า เราได้เชิญส่วนกฎหมาย ส่วนกองการประชุม กองสารสนเทศของสภาผู้แทนราษฎร ได้มาให้ความคิดเห็นว่า เราควรที่จะได้มีการเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับ และประกอบกับรัฐสภาของเราได้ผ่าน ความเห็นชอบเรื่องกฎหมายการจัดทำประชามติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในกฎหมาย ประชามติดังกล่าวก็กำหนดที่จะให้ประชาชนสามารถที่จะเสนอผ่านทางรัฐสภา เพื่อที่จะขอให้ได้จัดทำประชามติ แต่ว่าก็ไม่มีข้อบังคับรองรับในเรื่องนี้ไว้เป็นที่ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นโดยหลักการที่พวกกระผม ซึ่งประกอบด้วย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับรองและสนับสนุนร่างข้อบังคับดังกล่าวนี้ ซึ่งประกอบด้วย ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านพนิต วิกิตเศรษฐ ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านธารา ปิตุเตชะ ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ท่านวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ท่านมนตรี ปาน้อยนนท์ แล้วก็ท่านรังสิมา รอดรัศมี เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ได้เห็นความสำคัญว่า เนื่องจากว่าเหตุการณ์ของโลกนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประชุมนั้น ได้พัฒนาและมีประสิทธิภาพ สูงขึ้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก็ได้ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์กัน เพื่อแก้ไขปัญหาการประชุมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อที่ จะไม่ให้การประชุมนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องมาอยู่รวมกันในสถานการณ์พิเศษ เช่น สถานการณ์โรคระบาดโควิด (COVID) เป็นต้น นอกจากนั้นถ้าหากว่ามีเหตุจำเป็นหรือ เหตุสุดวิสัย ประธานสภาก็สามารถที่จะกำหนดให้มีการประชุมผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ผมก็อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า หลักการที่เราขอแก้ไขก็มีทั้งหมด ๖ ประเด็น🔗

๑. คือขอแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม คำว่า ที่ประชุม ซึ่งให้มีความหมายที่ชัดเจน ที่ครอบคลุม หมายถึงการประชุมที่ผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย🔗

๒. คือแก้ไขเพิ่มเติมการนัดประชุม การแจ้งนัดการประชุม การเผยแพร่ หนังสือนัดประชุม ระเบียบวาระการประชุม และเอกสารที่เกี่ยวข้องสามารถกระทำ โดยทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศได้🔗

๓. กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ เงื่อนไขที่กำหนด และวิธีการการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้🔗

๔. กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถริเริ่มเสนอญัตติขอให้สภามีมติ ส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีทราบ รวมทั้ง กรณีวุฒิสภา มีมติส่งเรื่องที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติมา เพื่อให้สภา ดำเนินการพิจารณาลงมติ ตลอดจนกรณีเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบเรื่องที่มีเหตุผลสมควร จะให้มีการออกเสียงประชามติ🔗

๕. แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ คณะกรรมาธิการ โดยให้สามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างข้อบังคับ🔗

๖. คือกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ครับ🔗

ผมอยากกราบเรียนว่าจริง ๆ การประชุมผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ ก็เกิดขึ้นกับภาคเอกชนมาก่อนแล้ว และรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อที่จะให้ ภาคเอกชน องค์กรมหาชน หรือบริษัทมหาชน สามารถที่จะประชุมผ่านทาง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้อยู่แล้ว ในส่วนของสภาเราก็มีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับ เพี่อให้ มีการประชุมผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การประชุมของสภานั้นสามารถที่จะ สนองตอบต่อสภาวการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่า ไม่ใช่มีเฉพาะประเทศไทย แม้แต่ในประเทศอังกฤษหลังจาก มีมาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) ในปี ๒๕๖๓ เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการ ในการประชุม โดยให้มีการใช้สื่อประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เช่นเดียวกันครับ ในประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๔ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝรั่งเศส ก็ได้ลงมติ เห็นชอบร่างข้อบังคับในการพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวการที่จะให้การบริหารงานของสภา ผู้แทนราษฎรในช่วงเวลาวิกฤติ ได้เพิ่มกระบวนการในการที่จะให้อำนาจสภา ปรับเปลี่ยน รูปแบบการประชุมสภา ซึ่งเขาเรียกว่าใช้ระบบผสมหรือไฮบริด (Hybrid) หรือแม้แต่ประเทศ แคนาดา ก็ได้มีมติชัดเจนเช่นเดียวกันที่ให้เปลี่ยนแปลงระบบการประชุมที่ผ่านทาง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้จึงถือว่าเป็นวันที่ มีความก้าวหน้าของรัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เป็นประธาน รัฐสภาอีกครั้งหนึ่งครับ ที่สำนักกฎหมายก็ดีสำนักการประชุมก็ดี ก็เห็นว่าเราสามารถ ที่จะดำเนินการในการที่จะแก้ไขข้อบังคับเพื่อให้มีการประชุมผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสนองตอบต่อพระราชบัญญัติประชามติ เพื่อให้ดำเนินการในการที่จะให้สภา ผู้แทนราษฎรนั้นมีข้อบังคับที่ชัดเจน ในการที่จะดำเนินการที่เป็นเหตุอันสมควรที่จะให้ ออกเสียงประชามติผ่านทางรัฐสภา ตลอดจนถึงกรณีเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบเรื่องที่ มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการลงเสียงประชามติด้วย มันมีประเด็นข้อกังวลอยู่ท่านประธาน🔗

ประเด็นแรกก็คือ เรื่องความไม่พร้อมของสำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรที่จะต้องสนองตอบต่อสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้เราต้อง ยอมรับความเป็นจริงว่า ข้อกังวลในการที่เราไม่มั่นใจว่าผู้ร่วมประชุมจะสามารถเข้าร่วม ประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ และเราสามารถตรวจสอบได้อย่างไร ผมคิดว่า ความมั่นใจนี้จะหมดไปนะครับ ถ้าเราเคยประชุมทางซูม (Zoom) เราเคยประชุมทาง ลิงก์ (Link) เราเคยประชุมทางคลับเฮาส์ (Clubhouse) ต่าง ๆ ซึ่งผมเองมีโอกาสที่ได้ ร่วมประชุมในลักษณะดังกล่าวนี้ในกรณีต่าง ๆ กับหลายสถาบันไม่ว่าจะเป็นสถาบัน พระปกเกล้าก็ดี หรือแม้แต่กับสื่อมวลชนกลุ่มต่าง ๆ ก็ดีที่เราได้ออกรายการผ่านทาง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากที่เราเกิดโรคระบาดโควิด (COVID) เราก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เราสามารถที่จะกดปุ่มยกมือได้ เราสามารถที่จะสแกน (Scan) ใบหน้า เราสามารถที่จะ นับจำนวนองค์ประชุม แล้วก็ไม่แปลกใจอะไรเลยที่เราสามารถที่จะลงมติการประชุมได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในยุคปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากครับ ท่านประธานครับ ที่สามารถดำเนินการได้ ผมคิดว่าถ้าสภาแห่งนี้เราได้ผ่านความเห็นชอบ ข้อบังคับนี้ ฝ่ายเลขาธิการรัฐสภาก็จะต้องไปเตรียมการจัดตั้งงบประมาณเป็นพิเศษสำหรับ ที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้กับเพื่อนสมาชิกในการประชุมสภา แต่ว่าไม่ได้ หมายความว่าจะประชุมโดยทั่วไปนะครับ ประชุมโดยทั่วไปก็เป็นไปตามปกติ โดยข้อบังคับ ที่ร่างขึ้นมาก็มีความชัดเจนว่า การที่จะประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นก็จะต้องมี วิธีการประชุมที่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในข้อ ๔๗/๑ ว่าในกรณีที่มีเหตุจำเป็น หรือมีเหตุสุดวิสัย อันทำให้ไม่อาจจัดให้มีการประชุมตามปกติประธานสภาจะกำหนดให้จัดการประชุมผ่าน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ แต่ต้องให้ผู้ร่วมประชุมสามารถประชุม ปรึกษาหารือ และแสดงความคิดเห็นระหว่างกันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ อันนี้ก็ชี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การประชุมตามปกตินั้นก็เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามข้อบังคับตามปกติ และแน่นอนที่สุดการประชุมของรัฐสภานั้น เป็นที่สนใจ ของพี่น้องประชาชน การที่มาประชุมกันที่ห้องประชุมรัฐสภาแห่งนี้ก็จะมีความชัดเจน แล้วก็พี่น้องประชาชนสามารถติดตาม โดยเฉพาะของรัฐสภาไทยเราก็มีช่องทางที่จะสื่อไปยัง ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทางทีพีแชนแนล (TPchannel) ช่อง ๑๐ หรือทางทวิตเตอร์ (Twitter) ทางยูทูบ (YouTube) ทางไลน์ (Line) เหล่านี้เป็นต้น ผมคนหนึ่งที่ติดตาม และเป็นรายการที่พกติดอยู่กับโทรศัพท์ที่จะดูติดตามการประชุม และติดตามผลงานของสภา ได้ตลอดเวลา แต่ว่าก็มีความกังวลนิดหนึ่งว่า ท่านประธานสภาจะกำหนดให้มีการประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือบางส่วนก็ได้นั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชั้นกรรมาธิการ เราจะต้องไปดูกันในรายละเอียดต่อไปว่า ท่านประธานจะใช้อำนาจของท่านประธานใน ส่วนใดที่จะไปกำหนดให้สามารถที่จะมีการประชุมในกรณีมีเหตุจำเป็น มีเหตุสุดวิสัย อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะต้องไปทำรายละเอียดกัน และศึกษาว่าเราจะทำอย่างไร🔗

ข้อกังวลข้อที่ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับข้อบังคับนี้ที่ร่างเข้ามาคือว่า มีหลายท่าน ก็เกรงว่าเดิมนั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติเรื่ององค์ประชุมและได้เขียนไว้ ชัดเจนว่า ผู้ที่มาประชุม ซึ่งก็อยากจะกราบเรียนว่า พอเราแก้ข้อบังคับคำว่า ผู้ที่มาประชุม หมายถึงผู้ที่ประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย ผมคิดว่าประเด็นข้อบังคับในส่วนนี้ ก็จะไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมก็ไม่อยากพูดถึงมาก เพราะว่าผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้เราก็จะร่วมรับหลักการ เพราะว่าการที่เรา จะไปตัดสินว่าขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ ก็คือว่าถ้าหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ๑ ใน ๑๐ เห็นว่า การร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมายนั้น ๆ ขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็สามารถ เสนอมายังประธานเพื่อให้ประธานสภาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว หรือคณะรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอทูลเกล้าฯ ก็สามารถที่จะส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่อยู่แล้ว ในส่วนของร่างข้อบังคับ ก็ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๙ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่เป็นร่างข้อบังคับของ สภาผู้แทนราษฎรหรือของรัฐสภา ถ้าสมาชิกนั้น ๆ เห็นว่า ขัดหรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็สามารถที่จะเสนอมายังประธานสภา เพื่อที่จะให้ประธานสภาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อโต้เถียงต่อประเด็นนี้ก็คงไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องมาพูดในชั้นรับหลักการในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้ ความมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ของผมสนับสนุนการคิดที่ทันสมัย ที่จะให้การประชุม สภานั้นโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อที่จะใช้ในเหตุการณ์ที่มีความจำเป็น เหตุสุดวิสัย เกิดภัยพิบัติ เกิดภัยสงคราม หรือแม้แต่เกิดโรคระบาดในยุคปัจจุบันนี้ เพื่อที่จะให้เกิด ประโยชน์สูงสุดในการทำงานร่วมกันในสภาของเรา และแน่นอนที่สุดผมคิดว่านี่คือก้าวสำคัญ อีกก้าวหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ คงจะได้รับหลักการร่วมกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลครบทั้ง ๗ ฉบับแล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิก ที่สนใจที่จะอภิปราย ตอนนี้ก็มีผู้เสนอชื่อมาแล้ว ๑๑ ท่าน ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติของเพื่อนผมที่ได้นำเสนอคือ ท่าน ส.ส. ธีรัจชัย พันธุมาศ ในประเด็นของการนับคะแนนใหม่และเพื่อน ส.ส. อีกท่านหนึ่งคือ ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในประเด็นของการจัดระเบียบวาระประชุม และการประชุมออนไลน์ (Online) ๓ ประเด็นด้วยกันครับท่านประธานที่จะขอสนับสนุน🔗

ผมเริ่มอย่างนี้ครับ เริ่มที่ของท่าน ส.ส. ธีรัจชัยว่าด้วยหลักการ ธีรัจชัย ท่านได้กล่าวไปแล้วในรายละเอียด แต่ผมจะขอในประเด็นของผมนะครับ โดยเฉพาะ เรื่องของการนับคะแนนใหม่จากผู้ที่มาลงคะแนนครั้งก่อนแล้วเท่านั้น ประเด็นสำคัญคือ องค์เอกสิทธิ์ของผู้ที่จะได้รับการลงคะแนนใหม่หรือที่เราเรียกว่า นับคะแนนใหม่นั้น มีเท่านั้นเองท่านประธานครับ เพราะว่าประเด็นของมันก็คงจะอยู่ที่ว่า เจตนารมณ์ ของผู้ที่ขอนับใหม่นั้น เริ่มต้นจากความสับสนวุ่นวายหรือประธานวิป (Whip) อาจจะบอกว่า นับไม่ทัน หรือเพื่อนสมาชิกบอกว่า ผมกดสับสนครับ เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการนับ ข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ก็ได้ หรือเป็นการที่จะมีปรากฏชัดว่า เพื่อนสมาชิกไม่ได้อยู่ ในห้องนี้ แต่มีการนับอย่างนี้เกิดขึ้น นั่นคือเจตนารมณ์ของการที่ขอนับคะแนนใหม่ จากองค์ประชุมเดิมที่มีอยู่เท่านั้น นั่นคือเจตนารมณ์ที่ให้ปรากฏเพื่อจะนับคะแนนใหม่ มันอยู่ในซับเซต (Subset) ของการออกคะแนนเสียงทั้งหมด มันไม่ใช่การมาออกคะแนน เสียงใหม่หรือเลือกตั้งใหม่นะครับ นั่นคือเจตนารมณ์ของผู้ขอในการเสนอญัตติ เพื่อขอนับ ดังนั้นสภาเราต้องกำหนดวิธีการตรงนี้ให้ชัดเจน แล้วสิ่งสำคัญคือเป็นอำนาจ ของท่านประธานครับ ท่านประธานนั่งอยู่ตรงนั้นคงเข้าใจเรื่องของอำนาจ เพราะเพื่อให้เกิด ความเที่ยงธรรมมากที่สุด ท่านประธานครับ แล้วก็จะต้องเป็นเรื่องของการสนองตอบ ของผู้ที่สื่อออกมาเพื่อขอนับใหม่ สนองความต้องการของผู้เสนอ แล้วก็ประเด็นสุดท้ายคือ ท่านจะต้องดำเนินการทันที นั่นคือ ๓ ประเด็นครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าไม่ทำ ๓ ประเด็นนี้มันจะทำให้การเคลื่อนเวลาของช่วงเวลาของการนับใหม่ มันผิดพลาด จากการจัดซับเซต (Subset) แบบเดิม ๆ จารีตเดิม ๆ ที่ท่านใช้นิยามศัพท์ของการ นับคะแนนใหม่คือการลงคะแนนใหม่ ประชาชนสับสนวุ่นวายครับ ท่านประธานครับ อันนี้ผมเห็นด้วยกับท่านธีรัจชัย พันธุมาศ นะครับ🔗

ส่วนเรื่องของการสนับสนุนในญัตติของท่านณัฐพงษ์นั้น เป็นประเด็นเรื่องของ การจัดวาระประชุม สิ่งสำคัญก็คือเราก็ขยับไปเยอะแล้วครับท่านประธานที่ท่านได้กรุณา มีการประชุม ๓ วันนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เราเป็นผู้ตรากฎหมาย ตรากฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ ส่วนระเบียบวาระรับทราบอย่างนี้เป็นเงื่อนไขของกฎหมายที่กำหนดว่า เราต้องมารับทราบเท่านั้นเอง แต่สภาเราต้องมาตรากฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้อง ตรากฎหมาย และสนองตอบ ผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญคือ ความต้องการ ของประชาชน ฉะนั้นมาตรา ๑๓๓ (๓) มันจะต้องมาก่อนรัฐบาล เพราะฉะนั้นการพิจารณา พระราชบัญญัติต่าง ๆ หรือกฎหมายต่าง ๆ ที่ภาคประชาชนนำเสนอสภา เลขาธิการสภา ต้องจัดเรียงกันไป โดยเอาของประชาชนยกขึ้นมาเป็นคนแรกก่อน แล้วถึงค่อยของรัฐบาล แล้วท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่าน นี่คือซับเซต (Subset) ที่ควรจะจัดใหม่ครับ ท่านประธานครับ นั่นคือผมเห็นด้วยกับตัวของท่านณัฐพงษ์🔗

ส่วนเรื่องอันสุดท้ายครับ เรื่องของการออนไลน์ (Online) การประชุม ออนไลน์ (Online) ที่ผ่านมา เราก็ได้ผ่านระยะก้าวกระโดดไป ท่านเคยได้รับฟังผมพูดไปแล้ว เรื่องของโพลิติคอล เมทาเวิร์ส (Political metaverse) เมทาเวิร์ส (Metaverse) นี้ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกี่ยวกับเรื่องของการนำเสนอภาพที่มาจากการใช้วีอาร์ (VR) เออาร์ (AR) มิกซ์ (Mix) เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดโลกเสมือน ผมพูดไว้แล้วว่าเราอาจจะมีสภาที่ใช้วีอาร์ (VR) เราไม่ใช้โลกเสมือน เราทำให้เหมือนจริงเลยครับ เพียงแต่เราใช้เทคโนโลยีที่เรามีอยู่ ขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในนี้นะครับ กล้องวงจรปิดทั้งหมด และระบบการสื่อสารทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อถ่ายทอดลงไปยังพับบลิก (Public) ผู้ที่จะเข้ามานำเสนอ หรือเพื่อนสมาชิกที่อยู่ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ด้วยเหตุ ๓ ประการ ดุลยพินิจของท่าน ใช่ครับเมื่อเห็นมีความจำเป็น ๒. เพื่อความปลอดภัย ๓. เหตุฉุกเฉิน ถึงจะมีการประชุมบนสภาแห่งนี้ได้ สภาใน กรรมาธิการนั้นมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ท่านประธานครับ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงการสร้างเมตทาเวิร์ส (Metaverse) สภาขึ้นมา เพื่อให้มีการจัด การประชุมแบบโพลิติคอล เมทาเวิร์ส (Political metaverse) ขึ้นมาเพื่ออะไร เพื่อให้ การขยายองค์อำนาจของประชาชน อำนาจคืออำนาจที่ประชาชนมี คือในการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตยไปยังทุกสัดส่วนของประเทศในความหลากหลายให้ได้ นี่คือความสำคัญ ที่จะทำให้เกิดและสามารถเกิดความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพไม่มีการติดขัด เพราะเราไม่รู้ จะอยู่กับโควิด (COVID) ไปอีกนานแค่ไหน ตัวใหม่กำลังมา ไม่รู้จะปิดประเทศอีกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมพร้อมครับท่านประธาน สิ่งสำคัญที่น่าเป็นห่วงคือการจัดการ เตรียมอุปกรณ์ความพร้อมทั้งหมดคือกลไกของสภา เตรียมพร้อมอย่างไร มีงบประมาณ ไหมครับ นำเสนองบประมาณพิเศษได้ไหมครับ มาตราที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอ งบประมาณที่ไม่เพียงพอคือ มาตรา ๑๔๑ (๒) ซึ่งรัฐสภามีอำนาจเสนอต่อกรรมาธิการ งบประมาณโดยตรง เคยทำไหมครับ เพื่อใช้งบประมาณพิเศษ เพื่อเร่งให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ความทันสมัยของอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี และปลอดจากการใช้แทรกแซง หรือการแฮ็กเกอร์ (Hacker) ต่าง ๆ ของประชาชนที่เป็นโจรผู้ร้ายเข้ามาทำลายสภาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกร ตามด้วยท่านวาโย อัศวรุ่งเรือง เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชี รายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตที่จะอภิปราย แสดงความเห็นต่อร่างข้อบังคับที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านเสนอเข้ามาต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลายประเด็นที่กระผมให้ความสนใจ🔗

ประเด็นแรก ในร่างข้อเสนอของท่าน ส.ส.อนันต์ ผลอำนวย ซึ่งท่าน เป็นประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วยนะครับ ท่านก็มีความปรารถนาดี ในการที่จะแก้ไขข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรเรา ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง ที่ว่าด้วยเรื่องของข้อบังคับ ข้อ ๓ โดยมีการเสนอแก้ไขคำนิยามของคำว่า ที่ประชุม ให้หมายรวมถึงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเกี่ยวเนื่อง ไปกับเรื่องกระทู้ด้วย กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมอย่างนี้ว่า กระผม เห็นด้วยบางส่วน แต่บางส่วนก็ยังมีประเด็นที่มีความเป็นห่วงอยู่ เจตนาของร่างข้อบังคับ ฉบับนี้ต้องบอกว่า เป็นเจตนาที่ดีประกอบกับที่ผ่านมาประเทศไทยเราก็ผ่านพบกับ สถานการณ์ที่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องโรคระบาด ดังนั้นถ้าเราลองไปศึกษาผมเชื่อว่าทุกวันนี้ รัฐสภาของประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ ก็มีการร่างข้อบังคับเพื่อที่จะให้ข้อบังคับนั้น รองรับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น และแน่นอนครับสถานการณ์แบบนี้ เป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ในอนาคตอาจจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไรก็ได้ แต่อย่างที่กระผม นำเรียนท่านประธานไปครับ ยังมีบางประเด็นที่มีความเป็นห่วงเป็นใยถึงเรื่องของคุณภาพ ของการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์🔗

ประเด็นข้อห่วงใยข้อที่ ๑. ผมก็ตั้งคำถามกับตัวเอง ตั้งคำถามกับเพื่อน สมาชิกว่า ระบบของรัฐสภาเราสามารถที่จะรับรองการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้มากน้อยขนาดไหน คุณภาพจะลดลงมากเพียงใด ถ้าเราไม่ได้มาประชุมเฟซ ทู เฟซ (Face to Face) แบบนี้ ส่วนตัวผมยังไม่เชื่อนะครับว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่เรามีจะสามารถรับรอง การประชุมอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ อุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมหรือไม่ เทคโนโลยีทุกวันนี้น่าเป็นห่วงครับ แน่นอนครับในหลักการและเหตุผล เรามีเทคโนโลยี ทุกวันนี้คุณภาพสูง แต่ถ้าเรามองกลับกันท่านประธานครับ ไม่ใช่ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะสภาแห่งนี้ที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีคุณภาพสูงเหล่านี้ ถ้ามีผู้ประสงค์ร้าย ถ้ามีผู้ที่ต้องการจะป่วนการประชุม ทำให้ผลของการลงมติเปลี่ยนแปลงไปผมเชื่อว่า ผู้ประสงค์ร้าย ผู้ไม่ประสงค์ดีก็สามารถที่จะล็อกอิน (Login) สามารถที่จะแอ็กเซส (Access) เข้ามาร่วมประชุมโดยไม่แสดงตน หรือแสดงตนเป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ได้เหมือนกัน🔗

ประเด็นข้อห่วงใยข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน คือการทำให้การประชุม ผ่านอิเล็กทรอนิกส์สามารถจัดประชุมได้อย่างมีคุณภาพมากน้อยขนาดไหน เราก็ต้องเพิ่ม ในส่วนของอุปกรณ์ให้เพื่อนสมาชิกเหมือนกัน แล้วไหนจะค่าการรักษา การจัดซื้ออุปกรณ์อีก เพราะว่าอุปกรณ์ของแต่ละคนก็มีคุณภาพไม่เท่ากัน นอกจากนั้นถ้าผมประชุมอยู่ที่บ้าน ผมโชคดีหน่อยครับ บ้านผมอยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งถือว่าเป็นคีย์ (Key) หลักเป็นกุญแจสำคัญ อินเทอร์เน็ต (Internet) ก็ยังพอใช้ได้อยู่ แต่หลายท่านต้องลงพื้นที่ไปเยี่ยมชาวบ้าน ไปเยี่ยมพี่น้องที่อาจจะอยู่บนเขาบนดอย สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็ไม่เสถียร แล้วสมาชิกเหล่านี้ก็จะมีปัญหากับการเข้าร่วม ประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในเรื่องนี้ผมสรุปสั้น ๆ ในความคิดผม ผมมองว่า การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นสามารถทำได้ครับ แต่ทำได้เฉพาะบางเรื่อง บางเรื่อง ที่มีการลงมติ อาจจะยังไม่เหมาะ อาจจะต้องรอเวลาไปนานกว่านี้นะครับ เพื่อที่จะหา อุปกรณ์หรือมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด🔗

ประเด็นเรื่องที่ ๒ ในร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย ก็คือเรื่องการนัดประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ที่ท่านกรุณาเสนอมา ผมเห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะในรายละเอียดที่ท่านเสนอมา สิ่งที่เห็นด้วยก็คือว่า ทุกวันนี้ครับท่านประธาน ทุกสัปดาห์ก็จะมีจดหมายใส่ซองสีน้ำตาลส่งไปที่บ้านพวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อครับว่าทุกคนอาจจะไม่สามารถรับได้ หรือว่าอาจจะ ไม่สามารถอ่านได้ ถ้าเราสามารถลดตรงนี้ก็จะช่วยโลกลดการใช้กระดาษได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผม ขอฝากเผื่อจะมีการตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษา ก็คือขอให้สมาชิกได้มีสิทธิเลือกว่า เขาจะรับหรือไม่รับเอกสารนัดประชุมที่เป็นกระดาษครับ เพราะว่าหลายคน หลายท่าน อย่างผมก็ยังชินกับการอ่านเอกสารที่เป็นกระดาษอยู่ เพราะว่าเครื่องแท็บเล็ต (Tablet) หรือว่าเครื่องมือถือบางครั้งมันไม่สะดวก นั่นเป็นประเด็นที่อยากจะฝาก ถึงแม้จะสนับสนุน ร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย ไว้ก็ตามนะครับ🔗

ส่วนอีกร่างหนึ่งต้องขออนุญาตให้ความเห็นนะครับ ร่างของท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น้องรักของผม ผมเข้าใจครับว่าท่าน ส.ส. ณัฐพงษ์ มีเจตนาที่ดีและมีความรู้ ความสามารถ ตั้งใจที่จะทำเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่การเสนอในการจัดการ วาระการประชุม ท่านประธานครับ ผมอาจจะมองอีกมุมหนึ่ง ต้องบอกว่าวาระการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร ควรจะไปในทิศทางเดียวกันกับการทำงานของรัฐบาล และควรจะเป็น อำนาจของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ชวน หลีกภัย ก็ดี ท่านสุชาติก็ดี หรือว่าท่านศุภชัยก็ดี ที่ผ่านมาก่อนที่เราจะวางระบบ วางวาระการประชุมแบบนี้ ท่านประธานทั้ง ๓ ท่านกรุณาครับ ให้ตัวแทนของสมาชิก พรรคการเมืองเข้าไปพูดคุยเพื่อออกแบบวาระการประชุมว่า แบบไหนที่จะมีความเหมาะสม กับการประชุมของเราที่สุด ซึ่งก็ได้แบบที่เราประชุมอยู่ทุกวันนี้ ผมขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน นอกจากนี้ของท่านณัฐวุฒิ อย่างที่ผมเรียนไปว่า ด้วยความตั้งใจ ด้วยความปรารถนาดีผมเชื่ออย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจจะไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่ท่านคาดหวังไว้ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ เพราะว่าผมทำหน้าที่ เป็นเลขาวิป (Whip) รัฐบาลมาระยะเวลานานแล้วครับ ผมทราบดีถึงปัญหา ผมทราบดี ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น กระบวนการต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างนิดเดียวครับ กฎหมายบางฉบับ มันจ่อเข้ามาอยู่ในวาระประชุมของเรานานก็จริงครับ แต่ท่านรู้หรือไม่ครับว่ากฎหมาย ฉบับนั้นที่จ่ออยู่ ถ้าสมมุติสภามีมติรับหลักการในวาระที่ ๑ ผ่านวาระที่ ๒ และผ่านวาระที่ ๓ ไป มันจะมีผลกระทบต่อรัฐบาล มันจะมีผลกระทบต่อกระทรวงที่เขาทำงานกันอยู่ พูดง่าย ๆ คือ มันมีความลักลั่นกัน กฎหมายบางฉบับที่อยู่ในวาระการประชุมทุกวันนี้ท่านประธานครับ ความพยายามในการเสนอดีมากครับ แต่ในความเป็นจริงครับ กระทรวงหรือกรม ที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ เขาแก้ไข เขาทำเรื่องนี้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วถ้าร่างฉบับนั้น ยังผ่านเข้ามาสภาอยู่ งานของกรมก็ต้องกระโดดกลับมาที่เก่าหรือครับ นี่คือปัญหาที่ผม พบเจอในฐานะที่ทำงานอยู่ตรงนี้มา ๒ ปีครึ่ง จึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังทางคณะกรรมาธิการที่น่าจะมีการตั้งขึ้นในวันนี้ ขอให้ช่วยพิจารณาในกรณีนี้ อย่างรอบคอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวาโย ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เอาสไลด์ (Slide) ขึ้นหน่อยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

วันนี้ครับท่านประธาน ในเรื่องของการประชุม ข้อบังคับมีหลายร่างเลย คงไม่สามารถใช้เวลาที่จะลงได้ทุกร่าง ขอเจาะเป็นประเด็นที่สำคัญของท่านสมาชิก เพื่อนสมาชิกท่านธีรัจชัย คือประเด็นเรื่องของ การนับคะแนนใหม่กับลงคะแนนใหม่ ซึ่งทางท่านธีรัจชัยได้เปิดคลิป (Clip) ย้อนความทรงจำ แล้วกันว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ปัญหาก็คือว่าที่มาตอนนั้นพรรคร่วมรัฐบาลลงมติ แพ้ในสภา โดยที่เป็นมติในเรื่องที่มีความสำคัญที่จะตั้งกรรมาธิการ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ เรื่องผลกระทบของ ม. ๔๔ ในรัฐบาล คสช. ตอนนั้นสาเหตุก็คือว่ารัฐบาลเป็นเสียงที่ปริ่มน้ำ แล้วก็ด้วยความเคารพนะครับ ตอนนั้นเพื่อนสมาชิกรัฐบาลหลายท่านก็อาจจะยังไม่ได้ เข้ามาในห้องประชุม อาจจะอยู่ในห้องกรรมาธิการบ้าง อยู่ข้างนอกบ้าง อยู่ห้องรับประทาน อาหารบ้าง ทำให้โหวตแพ้และมีการขอนับคะแนนใหม่🔗

สไลด์ (Slide) ถัดไป ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาจริง ๆ ครับท่านประธาน มีอยู่ทั้งหมด ๕ ประเด็น แต่ผมคงไม่สามารถพูดได้ครบทั้ง ๕ ประเด็นภายใน ๗ นาที ผมจะพูด ๓ ประเด็นแรกนะครับ🔗

เรื่องแรกที่เราต้องพิจารณาครับ สรุปว่านับคะแนนใหม่มันเท่ากับ การลงคะแนนใหม่หรือเปล่า และการลงคะแนนใหม่ หรือว่าการลงคะแนนหลายครั้ง ในมติใดมติหนึ่งสรุปมันทำได้ไหม ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือเปล่า แล้วประเด็นสุดท้าย ที่จะพูดในวันนี้ก็คือว่า สมาชิกรัฐสภามีสิทธิลงคะแนนในมติที่ที่ประชุมลงคะแนนไปเสร็จแล้ว ได้หรือเปล่า ถ้าจะพูดภาษาชาวบ้าน ๆ ก็คือว่า สรุปแล้วสมาชิกลงคะแนนย้อนหลังได้ไหม เดี๋ยวมาว่ากันสไลด์ (Slide) ถัดไป อันแรกครับ การนับคะแนนใหม่เท่ากับการลงคะแนนใหม่ หรือเปล่าคงต้องพิจารณาใน ๒ เชิงครับท่านประธาน อันแรกก็คือพิจารณาในเชิงของ ภาษาศาสตร์กับตรรกศาสตร์ และประเด็นที่ ๒ คือพิจารณาถึงที่มาประวัติศาสตร์ เจตนารมณ์ สไลด์(Slide) ถัดไปครับ ในเมื่อข้อบังคับก็เป็นกฎหมาย และกฎหมายใด ที่มิได้บัญญัติคำเอาไว้เป็นเฉพาะ คือไม่ได้เป็นลีกัลเทอม (Legal term) คงให้ใช้ ตามความหมายทั่วไปอันนี้นักนิติศาสตร์เข้าใจกันดี ความหมายทั่วไป หลายครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ใช้ครับ ก็คือยกมาจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน ฉบับล่าสุด ปัจจุบันก็คือ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผมก็ไปเปิดพจนานุกรมมาครับท่านประธานว่า คำว่า นับ เป็นคำกิริยาครับ หมายถึงการตรวจหรือบอกให้รู้จำนวน คำว่า ลงคะแนน ก็เป็นคำกิริยา คือการแสดงความเห็นโดยลงเป็นคะแนน มีคำนี้เลย คำว่า ลงคะแนน อยู่ในพจนานุกรม แล้วก็คำว่า นับคะแนน คือคำว่า นับคะแนน มันไม่มีนะครับ ก็เลยมีคำว่า คะแนน เป็นคำนามว่าหมายถึงเครื่องหมายหรือหน่วยในการนับ เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นชัดเจนครับท่านประธานว่า นับคะแนนกับลงคะแนนมันคนละ ความหมายกันแน่นอน นับคือการตรวจให้มันรู้จำนวน การบอกจำนวนของคะแนนที่ได้ลงไป ส่วนคำว่า ลงคะแนน คือการแสดงความเห็นเป็นคะแนน เพราะฉะนั้นการนับคะแนน ไม่เท่ากับลงคะแนน เมื่อนับคะแนนไม่เท่ากับลงคะแนน ดังนั้นแล้วคิว (Q) แล้วพี (P) การนับคะแนนใหม่ก็ย่อมไม่เท่ากับการลงคะแนนใหม่🔗

ถัดไปครับ ทีนี้เรามาพิจารณาในของที่มาและเจตนารมณ์ท่านประธานครับ ผมก็ไปย้อนค้นดูบันทึกการประชุม ครั้งแรกท่านประธานครับ ที่มีการนับคะแนนใหม่นี้ เกิดขึ้นเมื่อตอน พ.ศ. ๒๔๙๔ ครับ โดยตอนนั้นมีการวางเงื่อนไขขึ้นมา คือมันเกิดเหตุก่อน ตอนนั้นเป็นการยกมือครับ ยกมือโหวตปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ก็นั่งนับ นับ นับ และท่านสมาชิก ก็เห็นว่า เหมือนกับจะนับคลาดเคลื่อน เลยขอให้มีการนับใหม่ ณ ครั้งนั้นพอมีการนับใหม่ แต่เป็นการยกมือ จึงต้องมีการยกใหม่อีกรอบหนึ่งเพื่อให้นับใหม่ ตอนนั้นเห็นว่า มีการลงคะแนนผิดก็เลยให้นับใหม่นะครับ จะเห็นว่าตอนนั้นมันไม่มีตัวกดครับท่านประธาน ไม่มีบัตรเสียบกดแล้วมีข้อมูลอยู่ เพราะฉะนั้นมันเลยเสมือนหนึ่งว่า มันมีการลงคะแนน อีกครั้งหนึ่งด้วยการยกมือ แต่จริง ๆ มันไม่ใช่การลงคะแนนใหม่ แต่การนับใหม่นั้น จะต้องนับจากมืออีกครั้งหนึ่ง ทีนี้ตอนปี ๒๕๑๓ ได้มีการตัดเงื่อนไขที่ว่า เมื่อมีการนับ คะแนนผิดให้มีการนับคะแนนใหม่ ตัดคำว่า เมื่อมีการนับคะแนนผิด อันนี้ออกไป คือเงื่อนไข ออกไปนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถขอให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ในโอกาส ที่หลากหลายมากขึ้นครับท่านประธาน และสุดท้ายตอนปี ๒๕๔๔ ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม คือช่วงห่างของคะแนนครับท่านประธานว่า ไม่ให้เกิน ๒๕ คะแนน คือถ้าคะแนนมันขาดมาก คือเกิน ๒๕ คะแนน ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องนับคะแนนใหม่ หมายความว่าอะไรครับ ท่านประธาน ถ้าคะแนนมันบี้กัน มันใกล้กันมาก ๆ ไม่เกิน ๒๕ คะแนน เขาให้มีเจตนารมณ์ เพื่อที่จะนับคะแนนใหม่เพราะอะไรครับ ตอนนั้นใช้คำว่า เพื่อรับรองความศักดิ์สิทธิ์ ของฝ่ายที่โหวตชนะว่าเขาชนะจริง ๆ เพราะคะแนนมันไม่ห่างมาก นับใหม่เพื่อรับรอง ความศักดิ์สิทธิ์ครับ ไม่ใช่นับใหม่เพราะว่าแพ้ แล้วขอนับใหม่ ถัดไปครับ ทีนี้ท่านประธาน ทางแก้คืออะไรครับ เอาจริง ๆ ในเมื่อเรารู้แล้วว่านับใหม่นี่กับลงใหม่นี่มันไม่เหมือนกัน แน่นอน มันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ถ้าท่านอยากจะตีความว่า มันเป็นการลงคะแนนใหม่ก็กล้า ๆ ไปเลย แก้ข้อบังคับครับ ไม่ต้องใช้คำว่านับคะแนนใหม่ ใช้คำว่าลงคะแนนใหม่ไปเลยครับ ถัดไปครับ ทีนี้ก็ต้องมาพิจารณาในประเด็นที่ ๒ ใช่ไหมครับท่านประธานว่า แล้วถ้าเรา เขียนว่า ลงคะแนนใหม่ในข้อบังคับนี้ มันขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ผมก็ไปค้นมาท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญมีอยู่ ๒ มาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ มาตรา ๑๒๐ วรรคสาม กับมาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๒๐ วรรคสาม เขาว่าอย่างไร เขาบอกว่าสมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิในการออกเสียง ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ท่านประธานออกเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นคนชี้ขาด ส่วนมาตรา ๑๒๘ บอกว่า สมาชิกก็มีอำนาจในการตราข้อบังคับขึ้นมา เพื่อดำเนินการ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เอาแฟร์ ๆ (Fair Fair) รัฐธรรมนูญ ไม่ได้บัญญัติว่า สมาชิกออกเสียงได้ครั้งเดียว แล้วก็ไม่ได้บัญญัติว่าห้ามลงคะแนนใหม่ครับ ถัดไปครับ ทีนี้ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ขออีกนิดหนึ่ง การลงคะแนนย้อนหลังนี้ ลงได้ไหม ในข้อบังคับแล้วก็ในรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน อย่างที่ได้พูด ในประเด็นก่อนหน้านี้ แต่ปัญหาคือว่าเมื่อท่านประธานได้ประกาศว่า ปิดการลงคะแนน ก็ย่อมที่จะไม่สามารถจะลงคะแนนได้ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธาน ประกาศไปแล้วว่า ปิดการลงคะแนน สมาชิกก็ไม่มีสิทธิที่จะมาลงคะแนนอีก และในขั้นตอน ที่กำลังรวบรวมคะแนน รายงานคะแนนออกมา หรือจะนับคะแนนใหม่นั่นอยู่ในช่วงไหนครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ช่วงการลงคะแนน แต่เป็นช่วงการนับคะแนนมันคนละส่วนคนละเฟส (Phase) คนละขั้นตอนกันเลย ถัดไปครับ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ผมเคยเป็นกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาในรอบนี้ก็คือในรอบที่ผ่านมาของสมัยนี้ แต่ตอนนั้น ตอนที่พิจารณากันนี้เหตุที่มันเกิดขึ้นเป็นกรณีปัญหาครับท่านประธาน มันยังไม่เกิดขึ้น ทีนี้พอมันเกิดขึ้นตอนนั้นมันเข้าสู่วาระ ๒ แล้ว ปัญหาก็คือว่าผมนี้ก็ได้เสนอในที่ประชุมไปว่า ถ้าอย่างนั้นเราสามารถแก้ไขให้มันถูกต้อง หรือว่าชัดเจนไปเลยได้ไหมว่า ท่านจะเอาอย่างไร ท่านจะให้ลงใหม่ไหม ถ้าลงใหม่ผมก็ไปสืบค้นข้อกฎหมายมา ผมก็ไปสืบค้นประวัติศาสตร์ มาว่าจริง ๆ แล้วเจตนารมณ์มันเป็นอย่างไร ที่มาเดิมมันเป็นอย่างไร แต่ถามว่าถ้าท่าน จะลงคะแนนใหม่นี้มันขัดกับรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ก็ต้องบอกครับท่านประธานว่า จริง ๆ มันก็ไม่ขัดครับ เพราะฉะนั้นผมฝากทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี้ว่า ถ้าท่านจะเอาให้สามารถลงคะแนนใหม่ได้จริง ๆ ท่านไม่เอาตามเจตนารมณ์เดิม เพราะเจตนารมณ์มัน ผมเอาที่มามาให้ดูแล้วว่ามันไม่ใช่นะครับ ถ้าท่านจะให้เป็นลงคะแนนใหม่ ท่านก็กล้า ๆ ไปเลยครับ ไม่ต้องเขียนว่า นับคะแนนใหม่ครับ เขียนว่า ลงคะแนนใหม่ ไปเลยครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีการเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร โดยในร่างที่ ๑ จริง ๆ แล้วร่างหลัก ๆ ก็มีอยู่ ๒ ส่วนเท่านั้นเองครับ คือ ๑. ร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย และคณะ ซึ่งเป็นเรื่องของการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ แก้ไขข้อบังคับข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ และข้อ ๒๒🔗

ในข้อ ๒๐ โดยการนัดประชุม กล่าวถึงเรื่องการนัดประชุม ในข้อบังคับเดิม การนัดประชุมก็ต้องส่งเอกสารนะครับ เป็นเรื่องของการส่งเอกสาร แต่ว่าการที่เราได้มี สื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้กันในยุคโลกาภิวัตน์นี่ ผมเห็นด้วยที่จะต้องให้โอกาสการนัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อันนี้ความจริงเราก็ทำกันอยู่แล้วในปัจจุบันนี้ การนัดประชุม กรรมาธิการ การนัดประชุมสภา เราสามารถเปิดจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งอันนี้เห็นด้วย ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ไม่มีข้ออ้างใด ๆ ทั้งสิ้น การเสนอโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องล่วงหน้า ๓ วัน หรือเร็วกว่านั้นนะครับ🔗

ในข้อ ๒๑ การนัดประชุม ระเบียบวาระ และเอกสารที่เกี่ยวข้องนี้สามารถ ส่งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ปัจจุบันเราก็ทำกันอยู่แล้วนะครับ ซึ่งเพียงแต่ว่าเราก็ทำเป็น กระดาษด้วยนะครับ เป็นเอกสารกระดาษด้วย ซึ่งก็เห็นด้วยกับท่านอนันต์และคณะ ในการแก้ไขว่าต่อไปนี้เราจะใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อประหยัดกระดาษ อันนี้ก็เห็นชอบด้วย ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ🔗

ในข้อ ๒๒ หากประธานเห็นควรบรรจุเรื่องใดเพิ่มเติมก็สามารถที่จะแจ้ง ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่น้อยกว่า ๑ วัน อันนี้ก็เห็นด้วย🔗

การแก้ไขในข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ นี้ ผมเห็นด้วยหมดเลย แต่ว่าในส่วนของ การประชุมครับ ซึ่งมีการแก้ไขในข้อบังคับข้อ ๔๓/๑ ข้อ ๔๓/๒ ข้อ ๔๓/๓ อันนี้ก็ต้องเรียน กับท่านว่าก็เห็นด้วย แต่ก็ต้องพึงระมัดระวัง ข้อ ๔๓/๑ หากจำเป็นหรือเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่อาจประชุมตามปกติได้ สามารถประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องให้ผู้ร่วมประชุม สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ที่ทางสภาจะต้องจัด ในส่วนที่ท่านขอแก้ไขมานี้ ท่านอนันต์ยังพูดถึงว่า เป็นบางส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ในห้องประชุม บางส่วนอาจจะอยู่ในห้องส่วนตัวของท่าน ส.ส. เพราะในกรณีที่โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) มันระบาดหนัก ๆ เข้านี้ บางทีการเข้ามาแออัดกันอยู่ในห้องประชุมอาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ เพียงแต่ว่าในมาตรา ๔๓/๓ ท่านก็เขียนไว้อีกว่า ยกเว้นการประชุม เรื่องของพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายต่าง ๆ หรือแม้แต่ การประชุมลับ ห้ามประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อันนี้ก็ได้เขียนไว้ชัดเจน แต่ว่าในมาตรา ๔๓/๒ ผมต้องเรียนว่าการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้สมาชิกแสดงตนเข้าร่วมประชุม โดยวิธีการที่ประธานจะกำหนดนี้ท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๐ เขาเขียนไว้ว่า การประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ ต้องมีสมาชิกมาประชุม รัฐธรรมนูญต้องมีสมาชิก มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก การลงมติถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ ผมอยากจะให้ท่านช่วยพิจารณาคำนี้ด้วยว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีสมาชิก มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คำว่ามาประชุมนี่มันจะประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ลงชื่อ ทางอิเล็กทรอนิกส์กันได้หรือครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ ไม่อย่างนั้นต้องแก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ผมขอฝากไปยังกรรมาธิการที่จะพิจารณาต่อไปด้วย ท่านประธานครับ การมาประชุมนี่ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๕ เขาเขียนไว้ว่า หากไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้น หรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย อันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมอยากจะเรียนท่านว่า ในอดีตที่ผ่านมามันไม่เคยมีนะครับ การที่จะมาลงชื่อเข้าประชุมโดยอิเล็กทรอนิกส์ การมาประชุมโดยอิเล็กทรอนิกส์ คำว่า มาประชุม ถ้าเราพิจารณาถึงประเพณีปฏิบัติ มันผิดนะครับ มันผิดรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่สมัยพ่อผมจนมาสมัยผมนี้ผมก็ยังไม่เคยว่า เราจะมาประชุมกันทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นการแก้ไขมันต้องไปถึงแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยนะผมว่า มิเช่นนั้นอาจจะเสี่ยงนะครับ การคิดใด ๆ หรือการกระทำใด ๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในสภาแห่งนี้ ผมเกรงว่ามันอาจจะส่งผลต่อผู้แทนราษฎรพวกเรา ที่จะพิจารณากัน ถ้าหากเราทำอะไรที่มันขัดรัฐธรรมนูญ ฝากกรรมาธิการด้วยว่า ถ้าจะพิจารณาแล้วพิจารณากันละเอียดถึงตรงนี้ด้วยนะครับ มิเช่นนั้นอาจจะมีการทำผิด รัฐธรรมนูญกัน🔗

ในส่วนร่างของคุณธีรัจชัยและคณะ ผมกราบเรียนว่าท่านได้แก้ไขข้อ ๔ แทนข้อบังคับข้อ ๘๓ และข้อ ๘๕ ซึ่งเป็นเรื่องของการลงคะแนน ข้อ ๘๓ ที่ท่านแก้ไข เดิมทีเขาเขียนไว้ว่า การออกเสียงโดยวิธีเปิดเผยนั้นมี ๓ วิธี ๑. ออกเสียงโดยการลงคะแนน ตามที่ประธานกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือการกดปุ่มลงคะแนน ๒. เรียกชื่อสมาชิก ตามหมายเลขสมาชิก ๓. วิธีการใดที่ประธานจะเห็นชอบ การลงคะแนนตามวิธี ๑ จะใช้ตาม ๒ หรือ ๓ ได้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกเสนอญัตติและที่ประชุมอนุมัติ ท่านประธาน ที่เคารพ เมื่อสักครู่นี้การเปิดคลิป (Clip) ผมเองเห็นใจท่านประธานอย่างมาก และผมคิดว่า ไม่เป็นธรรมกับท่านประธาน โดยเฉพาะท่านประธานชวน หลีกภัย ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านทำข้อบังคับครับ เมื่อมีผู้ที่เสนอญัตติให้มีการลงคะแนน โดยใช้การขานชื่อ ใน (๒) ท่านก็ต้องทำนะครับ เพราะมันเป็นญัตติ และมีการรับรองถูกต้อง เพราะฉะนั้น ผมออกจะเห็นใจแล้วก็เห็นว่า ไม่เป็นธรรมกับท่านประธาน ที่เราจะไปว่าท่านประธานว่า ฝ่าฝืนข้อบังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเป็นนักการเมือง เข้ามาในสภา มันก็มีเรื่องของ การเมือง ฝ่ายค้านก็มีการเล่นการเมือง การนับองค์ประชุม องค์ประชุมเป็นหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎรทุกคน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว จะมาบอกว่า สมาชิกฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่รักษาองค์ประชุม ผมก็อ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตรา ไม่มีละครับคำนี้ มีแต่ว่า ผู้แทนราษฎรทุกคนต้องเป็นองค์ประชุม ไม่ใช่ว่าจะให้แต่ฝ่ายรัฐบาล นั่นก็แปลว่า ฝ่ายค้านก็มีสิทธิที่จะเล่นการเมืองโดยใช้บังคับ และรัฐธรรมนูญในการเล่นการเมือง เช่นเดียวกันครับ ฝ่ายรัฐบาลก็เช่นเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลอย่างไรก็มีเสียงมากกว่าฝ่ายค้าน อันนี้ยอมรับกันละครับ ถ้าไม่มีเสียงมากกว่าจะมาเป็นรัฐบาลไม่ได้ เพราะฉะนั้น การที่ฝ่ายรัฐบาลบางครั้งสมาชิกฝ่ายรัฐบาลอยู่ในห้องกรรมาธิการ นั่งประชุมกันอยู่ข้างบน ท่านก็ทราบ สภาเราไม่ใช่เหมือนเก่านะครับ ถ้าที่เดิมแป๊บเดียวก็ถึง แต่ปัจจุบันนี้ วิ่งเป็นกิโลเมตรนะครับท่านประธาน มันจะมากันไม่ทัน เมื่อไม่ทันมันก็ต้องมีการถ่วงเวลา ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเล่นเกมเหมือนกัน ถ่วงเวลาบ้าง จะเป็นการโอ้เอ้ หารือท่านประธานบ้าง หรือบางครั้งก็ขอให้พักการประชุม แต่ก็แน่นอนครับ บางครั้งต่อให้ทำทั้งหลายแล้ว บางครั้งก็ไม่ทัน จึงทำให้ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องมีหลักเกณฑ์ ในการที่จะต้องขอนับคะแนนใหม่ ความจริงแล้วการลงคะแนนหรือการนับคะแนนที่คุณหมอวาโย ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน เมื่อสักครู่นะครับ ท่านก็พยายามที่จะพูดถึงว่าจริง ๆ ว่ามันหมายถึงการนับคะแนนใหม่ การลงคะแนนใหม่หมายถึงการนับ ท่านไม่ต้องไปคิดอะไรมาก มาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญ เขาเขียนไว้แล้ว ถ้าหากว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติใดตามรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด ให้การกระทำนั้น หรือการวินิจฉัยนั้นเป็นไปตามประเพณีเดิม ประเพณีเดิมเขาทำกันมา อย่างนี้ตลอดครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นจะไปบอกว่า ไม่เป็นธรรม ฝ่ายค้าน ก็ไม่เป็นธรรม ฝ่ายรัฐบาลก็มีเหมือนกันที่ไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเล่น การเมืองอย่างนี้ครับ ก็ต้องใช้วิธีการ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล พวกเราทั้ง ๒ ฝ่ายต้องอยู่ในข้อบังคับเดียวกันฉบับเดียว และอยู่ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปถือว่าฝ่ายรัฐบาลได้เปรียบ เพราะว่านับคะแนนใหม่ หรืออะไรนะครับ มันเป็นเทคนิคครับก็เหมือนกับฝ่ายค้านก็มีเทคนิคของท่าน องค์ประชุม ต้องเป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ฝ่ายค้านไม่เคยกดปุ่มให้เลยครับช่วงหลังนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปได้แล้ว นะครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เพราะฉะนั้นก็ผมว่าเจ๊า ๆ กันไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความเห็นต่อร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับ การจัดระเบียบการประชุม ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบคุณท่านประธานทั้ง ๓ ท่าน ที่ทำหน้าที่มาตลอดระยะเวลา ๒ ปีกว่า ๓ ปีนี้ด้วยความเขาเรียกว่า สำเร็จลุล่วงด้วยดี ยังไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น ก็ขอยกย่องท่าน ขอให้ทำหน้าที่ดี ๆอย่างนี้ต่อไป คือผมคิดว่า เมื่อดีอยู่แล้วอยากจะให้ท่านได้เร่งเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ เวลาร่างพระราชบัญญัติ เข้านี่นะครับก็อยากจะให้ทางท่านประธานได้ทำให้มันเร็วขึ้นด้วยวิธีใดก็ตาม อาจจะเปิดวันที่ จะพิจารณาเพิ่มขึ้น แล้วก็เรื่องของญัตติต่าง ๆ ที่สมาชิกได้เสนอความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน อยากจะให้ท่านประธานได้ให้ความสำคัญทุกญัตตินะครับ ไม่ใช่ว่าอันนี้เป็นญัตติ ของฝ่ายค้าน อันนี้เป็นญัตติของรัฐบาลแล้วก็เลื่อนขึ้นมาทับ ๆ ไปเรื่อย จนญัตติของฝ่ายค้านนั้น ก็ไม่ได้พิจารณาสักทีอย่าให้เลือกปฏิบัติแบบนี้นะครับ ท่านประธานครับ เรื่องของรายงาน รายงานนั้นมีทั้งรายงานของหน่วยงานราชการ แล้วก็รายงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พิจารณาเสร็จแล้วเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่าตรงนี้ต้องมีการบริหารจัดการให้มันเร็วขึ้น และที่สำคัญที่สุดกระทู้มีกระทู้สด กระทู้แห้ง กระทู้ห้อง ผมอยู่มาเกือบ ๓ ปีกระทู้ห้อง ผมยังไม่เคยได้ไปถามในห้องเหมือนเขาเลย เพราะว่าไม่ทันครับท่านประธาน มันต้องจอง ตั้งแต่เปิดสมัยปุ๊บจองเป็นคิวยาวเลย หมดโอกาส ดังนั้นเป็นไปได้ไหมกระทู้ห้องเพิ่มห้อง ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าทีละห้องนะครับ กระทู้ห้องนี่มันเหมือนกับที่ปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร อาจจะเปิดทีละ ๕ ห้อง แทนที่จะเปิดครั้งละห้อง เปิดทีละ ๕ ห้องเลยอาทิตย์หนึ่ง ๓ วัน เปิดทีละ ๕ ห้องเลย สมาชิกก็จะได้เอาปัญหามาถามกระทู้ห้องได้ทั่วถึงครับท่านประธาน ฝากด้วยนะครับ ผมจะได้มีโอกาสได้คุยกับรัฐมนตรีบ้างนะครับ ปัญหาที่บ้านผมก็เยอะ แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับรัฐมนตรีโดยตรง มากระทู้แห้ง กระทู้สดนี่ก็ต้องตาม พรรคการเมืองเขากำหนด🔗

ท่านประธานครับ การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการแจ้งเรื่อง ออกเสียงประชามติตามความจำเป็น ผมคิดว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่าน สมาชิกหลายท่านบอกว่า เพื่อประหยัดใช้โทรศัพท์ก็ได้ที่จะติดต่อสื่อสาร แล้วก็ญัตติต่าง ๆ ส่งในโทรศัพท์ก็ได้ ท่านประธานครับ โทรศัพท์มันมีความจุครับ โทรศัพท์ของ ส.ส. แต่ละคน ติดต่อพี่น้องประชาชนนี่ละครับ มีทั้งไลน์ (Line) ทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) อะไรทั้งหลาย มันเต็มครับท่านประธาน ทีนี้แต่ละวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ท่านส่งเข้ามาในโทรศัพท์นี้ พอพ้นจากตรงนี้เราก็ต้องลบทิ้ง อาทิตย์หน้าท่านก็ส่งมาใหม่อีกแล้วเพราะว่ามันเต็มครับ ท่านประธาน เมื่อก่อนนี้แจกไอแพด (iPad) ใช่ไหมครับ แจกโน้ตบุ๊ก (Notebook) ไอแพด (iPad) ก็ยังเป็นจอใหญ่ ๆ แล้วก็สามารถที่จะเก็บข้อมูลทางสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะไว้ได้ เดี๋ยวนี้ไม่แจกครับท่านประธาน ลองพิจารณาใหม่ เดี๋ยวนี้งบประมาณปีต่อ ๆ ไปก็ดูสิว่า แจกไอแพด (iPad) หรือแจกโน้ตบุ๊ก (Notebook) เพื่อให้ ส.ส. ได้เอามาทำงานในสภา วันนี้เฉพาะโทรศัพท์ของเขานี้มันเต็มไปหมดเลยนะครับ แล้วผมไม่เห็นด้วย เรื่องบางเรื่องที่สำคัญกอง ๆ อยู่นี่ท่านประธาน อันนี้เป็นการศึกษา รายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร นี่นะครับกี่เล่มครับท่านประธาน ๗-๘ เล่ม อันนี้ละครับคือข้อมูลสำหรับ ประเทศไทยที่สภาผู้แทนราษฎรไปทั่วประเทศ ไปสอบถาม ไปทำงาน ได้ข้อมูลมา ๗-๘ เล่มนี้ อันนี้ละครับที่จะเอาไปให้พี่น้องประชาชนได้ดูไว้ในห้องสมุดเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งถ้าไม่ใช่ ผู้แทนราษฎรจะไปหาข้อมูลแบบนี้ไม่ได้นะครับ จะไปให้มหาวิทยาลัยไปสืบเสาะข้อมูล เหล่านี้ก็ยากเพราะขาดความร่วมมือ ดังนั้นอันนี้ก็คือทรัพย์สินของประเทศ จำเป็นจะต้อง มีหลักฐาน จำเป็นต้องมีตัวหนังสือ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นกระเป๋าเลย อันนี้คลองไทย จะต้องเอาขึ้นหิ้งไว้ เพราะว่าถ้าขุดคลองไทยแล้วอันนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ดังนั้นท่านประธาน ผมให้ความสำคัญกับหนังสือ ถึงแม้ว่าท่านจะติดต่อ ส.ส. ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางสื่อออนไลน์ (Online) ผมไม่ว่าครับ แต่จำเป็นจะต้องมีหลักฐาน เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรนี่เป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชน เป็นการพิจารณาเรื่องราวของประเทศจำเป็นจะต้องมีหลักฐานอ้างอิง ท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่าพิจารณาแล้วลบทิ้ง ๆ คนที่บอกว่าผมไม่ได้สนใจเลย ผมใช้โทรศัพท์ เครื่องเดียว ขี้เกียจครับ ไม่สนใจ คนที่คิดแบบว่าผมไม่ต้องอ่าน เดี๋ยวนี้มันล้าสมัยนี่ละครับ สังเกตได้เลยว่าไม่เคยรับรู้เรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะให้ ท่านประธานได้ให้ความสำคัญกับหนังสือ ให้ความสำคัญกับเอกสาร วันนี้ผมต้องใช้สมุดโน้ต (Note) นะครับ สมุดโน้ต (Note) เวลาจะอภิปรายก็ต้องเขียนโน้ต (Note) ประหยัดครับ ประหยัดไปทำไมครับ อันไหนที่มันเพิ่มประสิทธิภาพในการพูด ในการค้นคว้าข้อมูล เอาใส่ไว้สิครับท่านประธาน เล่มแค่นี้ไม่กี่บาท เอาใส่ในทุกลิ้นชักเลยไม่มีครับ ต้องไปขอ ข้างหลัง อยากจะให้เอาไว้ประจำที่ห้องเลย อันนี้นะครับ เสร็จแล้วดินสอ ปากกาสมัยก่อน ใช่ไหมครับ ใครเป็น ส.ส. มานาน ๆ ท่านประธานจำได้ไหม มีกล่องดินสอ กล่องปากกา ยางลบ เอาไว้ให้ ส.ส. ได้ทำงาน วันนี้เก้าอี้ดนตรีครับ ที่นั่งผมไม่มี อยู่ข้างบนโน้น พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อยู่ข้างบนครับและไม่มีใครนั่งสักคนเลยข้างบน ชื่อผมอยู่ข้างบน วันนี้ มันจะต้องมีโต๊ะทำงานที่เป็นเฉพาะให้ ส.ส. เขานั่ง ท่านประธานครับ อย่างไรก็เป็นข้อสังเกต ให้มีชื่อติดแล้วก็มีอุปกรณ์สำหรับใช้ในสำนักงานเอาไว้ให้แต่ละโต๊ะ แต่ละเก้าอี้จะได้ทำงาน🔗

อีกเรื่องสำคัญมาก ผมเจอด้วยตัวเองนะครับ เรื่องคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องที่สำคัญของประเทศมีผลได้ ผลเสียต่อประเทศปรากฏว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประธานไม่เรียกประชุมครับ ประธานไม่เรียกประชุมเฉยเลยครับ เมื่อไม่เรียกประชุม ประเทศชาติเสียหาย ผลประโยชน์ของประเทศเสียหายไม่เรียกประชุมต่ออายุ แล้วก็ไม่เรียก ประชุม เสร็จแล้วสภาปิดครับ ปิดสมัยประชุม ติดต่อใครก็ไม่ได้ มันจำเป็นจะต้องคัดกรอง ขัดเกลาข้อความต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ประธานไม่เรียกครับ ประธานไปกินอะไร มาครับ ไปกินขนม ไปกินลอดช่องที่ไหนไม่รู้ เสร็จแล้วก็เฉย อันนี้คือข้อบกพร่องของ ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ผมขอฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น อย่าลืมข้อนี้ว่าถ้าประธาน ไม่ทำการใด ๆ รองประธานคนที่หนึ่ง หรือสมาชิกทำหนังสือร้องเรียนไปก็ตาม ไม่สามารถ ที่จะเอาผิดกับท่านประธานได้ ไม่สามารถเรียกร้องให้เกิดการประชุมขึ้นมาได้ ท่านประธานครับ อันนี้คือปัญหาที่เจอมากับตัวเอง กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นขอฝากว่า ประเด็นนี้จำเป็นจะต้อง มีการแก้ไขว่าถ้าประธานกรรมาธิการไม่ประชุม หรือมีเหตุที่น่าสงสัยว่าจะไปรับผลประโยชน์ ใด ๆ มาแล้วก็ไม่มาจัดการประชุม อันนี้มันจะต้องมีโทษนะครับ แล้วก็มีแนวทางให้สมาชิก ได้มีทางออกที่จะเรียกประชุมได้ อันนี้คือปัญหาจริง ๆ ที่เจอกับตัวเอง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านนพดลจะอภิปราย ผมขออนุญาตชี้แจงท่านพิเชษฐ์นิดหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับ การเลื่อนระเบียบวาระการประชุม ไม่ใช่ประธานไปขอเลื่อนโดยพลการนะครับ การที่จะมี การเลื่อนแต่ละครั้งนั้นเป็นการเสนอโดยท่านสมาชิก แล้วก็ตัดสินใจโดยสภานั่นก็คือ ที่ประชุมใหญ่ ที่ประชุมใหญ่อนุญาตให้เลื่อนถึงได้เลื่อนนะครับ เรียนท่านพิเชษฐ์ได้เข้าใจ ตรงนี้🔗

และอีกเรื่องหนึ่งครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะตอนนี้เรามีอยู่ห้องเดียว การตั้งห้องกระทู้แยกเฉพาะ เป็นการตั้งโดยรัฐธรรมนูญ โดยข้อบังคับ ถ้าจะเพิ่มห้อง กระทู้แยกเฉพาะเป็น ๔ ห้อง ๕ ห้อง ก็ต้องเพิ่มประธานสภา รองประธานสภาเพิ่มเป็น ๔-๕ คนมันถึงจะดำเนินการได้ เพราะการประชุมในการประชุมแยกเฉพาะนั้นต้องอาศัย องค์ประชุมในห้องประชุมใหญ่นะครับ เปิดประชุมสภาในห้องประชุมใหญ่ห้องประชุม แยกเฉพาะถึงจะเปิดประชุมได้ เพราะฉะนั้นใช้องค์ประชุมเดียวกันแล้วก็ประธานก็ทำหน้าที่ พร้อมกัน ๒ คน อีกท่านหนึ่งก็รอที่จะขึ้นต่อในช่วงผลัดเปลี่ยนเวรกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะไป เปิดเพิ่มคงลำบากคงเป็นไปไม่ได้นะครับ ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นท่านพิเชษฐ์ได้เสนอแนวความคิด ที่ดีมากครับ ขอบคุณนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ขอเป็นว่าท่านประธานก็อาจจะนัดวันอื่นก็ได้ หรือว่าขยายเวลากระทู้ห้อง เพื่อให้สมาชิก ได้มีโอกาสมันมีตั้ง ๕๐๐ คน วันนี้ท่านไปดูว่ามันมีกี่คน คนที่เป็นขาประจำก็เป็นขาประจำ ท่านประธานครับ ถึงไม่มีสิทธิเพราะว่าไปจองก่อน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทุกวันพฤหัสบดี สภาบรรจุกระทู้แยกเฉพาะวันละ ๖ กระทู้ ไม่น้อยนะครับ แต่ว่าที่เป็นขาประจำก็ ถูกของท่าน แต่ว่าก็เป็นสิทธิของ ส.ส. ว่าใครยื่นมาเราก็บรรจุ การบรรจุการนำเข้าสู่ ระเบียบวาระ ก็นำเข้าสู่ระเบียบวาระตามขั้นตอนที่ได้บรรจุเอาไว้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานลองพิจารณาดูครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวจะนำไป ปรึกษาหารือกับท่านประธานอีกทีหนึ่งว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรในวันธรรมดาที่ไม่มีการถาม ตอบกระทู้ เราจะไปเปิดกระทู้ห้องกระทู้แยกเฉพาะได้ไหม เพราะในห้องกระทู้แยกเฉพาะ ก็ต้องอาศัยระเบียบวาระเดียวกันนะครับ ใช้องค์ประชุมเดียวกันในห้องประชุมใหญ่นะครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล ตามด้วยท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขออภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการแจ้งเรื่องการออกเสียง ประชามติ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในญัตติที่ผู้เสนอได้ขอแก้ไข เพราะเราก็มีการประชุมกันมา หลายครั้งหลายหน แล้วก็ในเรื่องของการประชุมนั้นก็ยังมีปัญหาหลายอย่างที่อาจจะ ต้องแก้ไข เพราะว่าการตีความในข้อบังคับการประชุมไม่ค่อยจะชัดเจน จึงมีการตีความกันไป คนละทิศคนละทาง ถ้าร่างใหม่เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการที่จะปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ ในการประชุม ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ ในส่วนของการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการประชุม หรือการติดต่อจำนวนมาก ซึ่งเราเอง ก็ยังไม่ได้มีกติการองรับชัดเจน อาจจะเกิดปัญหาในการที่จะวินิจฉัยแล้วไปตีความว่า ไม่มีกติกา หรือกฎหมายรองรับ ซึ่งก็คงจะต้องแก้ไขให้ชัดเจนในเรื่องของการประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ใช้แทบจะเรื่องปกติหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราก็ได้นำมาใช้หลายประเด็น ไม่ว่าจะเรื่องของ การนับคะแนนโดยการกดบัตร หรือว่าการนับองค์ประชุมไม่เหมือนแต่ก่อน ทีนี้ผมก็อยากจะ ฝากว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการนอกจากในห้องประชุมแล้ว เรายังมีกรรมาธิการสามัญ และวิสามัญ ซึ่งจะต้องมีการประชุมในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมีโรคระบาดโควิด (COVID) เกิดขึ้น ก็ได้มีการนำมาใช้ด้วยระบบการประชุมผ่านสื่อ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่มีการประชุมก็นับว่า ได้ประโยชน์จำนวนมาก เพราะว่าได้รับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือในเรื่องของ กฎหมายต่าง ๆ ระเบียบต่าง ๆ ที่จะต้องแก้ไขความเดือดร้อนให้ทันเหตุการณ์ ซึ่งก็ใช้ ในเรื่องของระบบอ ิเล็กทรอนิกส์ในการประชุม อาจจะมาที่ในห้องประชุม หรืออาจจะอยู่ที่บ้าน ก็มีวิธีการ มีระบบที่จะต้องทำให้ถูกต้อง ซึ่งก็มีหลายอย่างอาจจะต้องเพิ่มเติมในข้อบัญญัติ ข้อบังคับให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อผู้ปฏิบัติจะได้นำไปใช้ในการทำงานของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะไปใช้ในเรื่องของการเบิกจ่าย ในเรื่องของการบันทึกต่าง ๆ ซึ่งผมก็คิดว่าในส่วนนี้ ก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขตามร่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้เสนอมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ คำนิยามว่า ที่ประชุม หมายความว่าอย่างไร อยู่ตรงไหน แล้วมีระบบการใช้อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาใช้แบบอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าทั้งองค์ประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และผู้ที่จะเข้าอยู่ ในห้องประชุมนั้น จะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ก็คงจะต้องให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าคนที่ประชุม แต่มีคนข้างนอกมานั่งเชียร์อยู่รู้เรื่องด้วยก็คงจะไม่ใช่ ก็คงจะเขียนให้ชัดเจน ส่วนการแจ้ง นัดหมายการประชุม ทางด้านการส่งหนังสือ หรือในเรื่องของระเบียบวาระต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ เราใช้ ๒ ทาง อย่างผมเองใช้โทรศัพท์ ๒ เครื่อง ก็เต็มทั้ง ๒ เครื่อง เพราะว่ามีหลายเรื่อง ที่อยู่ในเครื่องโทรศัพท์ ซึ่งหลาย ๆ คนก็ใช้คนละหลาย ๆ ยี่ห้อ หลาย ๆ รุ่นความมาตรฐาน ไม่เท่ากัน ก็อยากจะให้ทางสภาจัดหาในเรื่องของเครื่องมือด้วยระบบที่เป็นตัวแม่จากที่สภาเอง ให้ชัดเจนว่า มีระบบที่จะส่งสัญญาณได้ชัดเจน แล้วก็มีระบบป้องกันการโจมตี หรือแทรกแซง ต่าง ๆ ตัวนี้เข้ามาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะว่าเวลาอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ การประชุม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เราควรจะมีใช้ระบบเครื่องมือที่ทันสมัยและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่คนละอย่าง ๒ อย่าง แล้วเวลาติดต่อก็อาจจะไม่ชัดเจนในส่วนตรงนี้ ก็อยากจะให้ฝากไว้ เป็นเรื่องที่ทางสภาผู้แทนราษฎรเราเองทำเพื่อให้เกิดประโยชน์🔗

อีกส่วนหนึ่งผมอยากจะฝากไว้ว่า เมื่อตั้งกรรมาธิการไปแล้ว ก็ควรจะคำนึงถึง ผู้ที่จะมาเข้าชมด้วยคือ ประชาชนก็ยังคอยดูพวกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราประชุม กันแบบไหนอย่างไร มีสาระอะไรที่เขาสนใจเป็นปัญหาของเขาอย่างไรบ้าง เข้าถึงได้ไหม เพราะบางอย่างเขาก็เข้าดูไม่ได้ เข้าถึงไม่ได้ เพราะว่าวาระจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้เอกสาร ไม่ว่าจะเรื่องของการรายงานต่าง ๆ มีจำนวนมาก แล้วการเก็บข้อมูลเองบางครั้ง มันค้นหายากนะครับ ก็อยากจะให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก็ฝากไว้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของการตั้งกระทู้ อยากจะให้เพิ่มจำนวนวัน เพราะว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ผ่าน ส.ส. มามีจำนวนมาก แต่เราเองมีเวลาแค่อาทิตย์ละวันแล้วก็มีจำนวนจำกัดกระทู้ แต่ความเดือดร้อนมีตลอดจำนวนมาก ก็อยากจะให้เพิ่มตรงนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นะครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานสภาครับ วันนี้ ผมขออภิปรายประกอบการพิจารณารับร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เสนอเพื่อขอแก้ไขร่างข้อบังคับในวันนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า ในส่วนที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอมานั้นก็อาจจะแบ่งเป็น ๓ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่ขอแก้ไข ข้อบังคับที่จะให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่คือส่วนหนึ่ง กับอีกส่วนหนึ่งก็คือการก่อให้จัดระเบียบวาระการประชุม ซึ่งก็เป็นร่างของท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับร่างของที่เกี่ยวกับขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนน และการนับคะแนนใหม่ ของท่านธีรัจชัย พันธุมาศ และคณะ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ในส่วนของที่เกี่ยวข้อง กับการเสนอให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในกรณีนี้ มีเพื่อนสมาชิกเข้ามาหลายร่างที่จะขอแก้ไข ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมอยากให้ ข้อสังเกตเพื่อจะพิจารณาในการรับหลักการดังนี้ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรในบางส่วนที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกที่เสนอ ก็ได้ให้เหตุผลส่วนนี้ว่า ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัยอันที่จะไม่อาจให้มี การประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติได้ อันนี้ก็เห็นว่าในส่วนนี้ผมคิดว่า เหตุการณ์บางอย่าง ที่ก่อให้เกิดไม่สามารถประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ก็อาจจะพิจารณาว่ามีเรื่องใดบ้าง ที่จะดำเนินการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนในการแก้ไขคำว่า ที่ประชุม ผมคิดว่า ในการนัดประชุมก็ดีการจัดส่งหนังสือ หรือการบันทึกประชุม หรือเอกสารต่าง ๆ ที่ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์นั้น ผมคิดว่ามีความจำเป็นในโลกยุคใหม่ อันนี้ก็เห็นด้วยอย่างไรก็ตาม ผมอยากให้พิจารณาสัก ๒-๓ ประเด็น ที่ผมจะเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้น ถ้ามีการรับหลักการในการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์🔗

ในประเด็นที่ ๑ ผมอยากให้ดูเจตนารมณ์ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๐ ที่เขียนไว้ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุม วุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุม อย่างที่เพื่อนสมาชิกเคยพูดไว้ว่า การมาประชุมให้ตีความว่า จะต้องมาประชุมที่สภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่อย่างไร อันนี้ก็เป็นประเด็นโดยเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิจารณาเพื่อจะแก้ไขแล้วก็จะต้องตีความในสิ่งที่พูดถึงการต้องมาประชุม🔗

อีกประเด็นหนึ่ง อยากจะกล่าวให้ท่านประธานได้ทราบว่าในบางเรื่อง เช่น การเขียนไว้ในมาตรา ๑๒๐ วรรคห้า พูดถึงการออกเสียงลงคะแนนเลือก หรือให้ ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดให้กระทำเป็นการลับ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญที่ผมเรียนท่านประธานว่า บางเรื่องทำได้ บางเรื่องไม่ได้ ก็ให้พิจารณาในคำที่เขียนไว้ว่า ให้กระทำเป็นการลับ เว้นแต่ที่มีการบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผมกล่าวถึง ผมไม่แน่ใจว่าบางเรื่องที่ผมเรียนท่านประธานว่า ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ามีเรื่องใดบ้าง ที่จะกระทำอย่างที่ตามเจตนารมณ์ที่อยากจะกระทำว่า เรื่องใดผ่านการประชุมทางสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่อย่างไร เพราะว่าการทำด้วยการลับเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นในบางร่างก็ได้เขียนไว้ ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี การเสนอเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติสำคัญก็ดี ไม่ได้กระทำโดยผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์เสียทุกเรื่องไป🔗

อย่างไรก็ตามในประเด็นสุดท้ายอีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่า แม้ว่าเราจะมีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมอยากให้พิจารณา ในเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ที่จะรองรับมาตรฐานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ควรจะเป็นไป ในแบบเดียวกันหรือมาตรฐานเดียวกัน เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดถึงเครื่องมือหรือสื่อ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรที่จะนำไปใช้ในมาตรฐานเดียวกัน ผมคิดว่าอันนี้จะต้อง ดำเนินการให้รองรับสิ่งที่เราจะต้องแก้ไขข้อบังคับไว้ด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิด ประโยชน์กับสมาชิกให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้นำเรียนท่านประธานในประเด็น ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นถ้ามีการตั้งกรรมาธิการแล้วไปพิจารณา สิ่งเหล่านี้ด้วยอย่างรอบคอบนะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และตามด้วยท่านภาสกร เงินเจริญกุล เชิญครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้สภาเราได้ พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานของเราโดยตรง นั่นคือเรื่องของร่างข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งวันนี้ความจริงนั้นมีหลายร่างแล้วก็หลายเรื่องด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขียน ให้ข้อบังคับของสภานี่ไปรับกับร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ ซึ่งในส่วนนี้ผมเห็นด้วย เนื่องจากว่าในชั้นการลงมติพระราชบัญญัติออกเสียงประชามตินั้น สภาของเราก็ได้ร่วมกัน ผลักดันให้สภาหรือรัฐสภาสามารถที่จะส่งเรื่องที่เห็นว่าสำคัญ และสมควรที่จะต้องมีการ ออกเสียงประชามติไปให้รัฐบาลได้รับการพิจารณาได้ นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่เพื่อน สมาชิกเสนอก็เป็นประเด็นที่มีการอภิปรายกันไป แต่ผมคิดว่าเรื่องใหญ่สุดและเป็น เรื่องใหม่สุดก็คือ เรื่องของการประชุมสภาที่เพื่อนสมาชิกบางท่านเรียกว่า ประชุมสภา ออนไลน์ (Online) บ้าง หรือเรียกว่า การประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์บ้าง ความจริงแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ต้องยอมรับว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณาก็เนื่องจากว่าเรามีการระบาดของไวรัสโควิด (COVID) อย่างที่เรารู้จักกันในภาษา ชาวบ้าน พอมีโควิด (COVID) ระบาดก็ทำให้สภาต้องหยุดไปในขณะนั้น สภาเองก็ไปออก ระเบียบรองรับการประชุมเฉพาะในส่วนของกรรมาธิการ ซึ่งในระเบียบที่ออกนั้นก็ยกเว้น เรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเอาไว้ แต่เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรรมาธิการกิจการสภาก็เห็นว่าในอนาคต ในวันข้างหน้าเมื่อเกิดการระบาดของโควิด (COVID) ขึ้นมาในรูปแบบเช่นนี้ ถ้าในวันข้างหน้า มีการระบาดขึ้นอีก สภาจะดำเนินการหรือจะทำอย่างไร แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ ผมยอมรับว่าในร่างเพื่อนสมาชิกที่เขียนมา รวมถึงในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมว่าก็ยังไม่ถือว่าสมบูรณ์เสียทีเดียว เพียงแต่เราเขียนเปิดประตูเอาไว้ว่า สามารถที่จะไป ประชุมได้ แต่ผมคิดว่าประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณา ซึ่งในกรรมาธิการจะต้องมีการถกถึง อันดับแรกสุดก็คือว่า การประชุมสภาหรือในอนาคตอาจจะไปถึงข้อบังคับการประชุม รัฐสภานั้น มีรัฐธรรมนูญกำกับอยู่ มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอประเด็นที่น่าสนใจยิ่งก็คือ การประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น จะมีโอกาสที่จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ซึ่งท่าน ยกตัวอย่างของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมวุฒิสภา ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา คำสำคัญคือคำว่า มาประชุม ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการถกกัน อย่างค่อนข้างมากในคณะกรรมาธิการว่า การประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น จะถือว่า มาประชุมหรือไม่ ในอดีตนั้นเคยมีประเด็นครับท่านประธาน ที่เข้าใจกันว่าการประชุมสภา ต้องกระทำในอาคารรัฐสภาเท่านั้น มีอยู่ยุคหนึ่งเท่าที่ผมจำได้ก็คือยุคที่มีการจะต้อง แถลงนโยบายของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประทานโทษเอ่ยนามท่านในขณะนั้น มีการปิดล้อมรัฐสภา อาคารรัฐสภาเข้าไม่ได้ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ประชุมไปใช้สถานที่ ประชุมที่ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีเพื่อนสมาชิกในสภาขณะนั้นโต้แย้งว่า เมื่อไม่ประชุมในอาคารรัฐสภา ถือว่าเป็นการประชุมสภาหรือไม่ มีการถกกันในที่สุด ก็ตกผลึกกันว่า การประชุมรัฐสภานั้นควรจะนับที่ตัวบุคคล ก็คือตัวสมาชิกที่มาประชุม เป็นหลัก หมายความว่าเมื่อมีสมาชิกมาประชุมครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับ การประชุมกำหนดไว้ ที่ตรงนั้นก็ถือว่าเป็นการประชุมของสภาเช่นเดียวกันนี่คือแนวปฏิบัติ ที่เคยเกิดขึ้น แต่เงื่อนไขสำคัญที่ผมคิดว่าจะต้องมีการผูกโยงกันต่อไปในการแก้ข้อบังคับ เรื่องการประชุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมเห็นว่ามีความจำเป็น แต่จะต้องไม่ใช่เป็นการประชุม ในกรณีทั่วไปคือกรณีไหนก็ได้ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการประชุมสภาได้แล้วเพื่อน สมาชิกที่มาไม่ได้ สามารถจะขอประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะผมคิดว่าการประชุม ตรงนี้มีความสำคัญเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย แต่เงื่อนไขที่จะต้อง เขียนในข้อบังคับว่า กรณีใดที่ไม่ใช่กรณีทั่วไปที่จะต้องประชุมโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมคิดว่าตรงนี้จำเป็น ร่างเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งเขียนเอาไว้ว่ากรณีเกิดภัยพิบัติ กรณีเกิด โรคระบาดร้ายแรงหรือในอนาคตอาจจะเกิดกรณีทีอยู่ในภาวะสงครามก็เป็นได้ ผมคิดว่า เงื่อนไขนี้ต้องเขียนให้ชัด เพราะฉะนั้นเป็นการกำกับดุลยพินิจประธานว่า ไม่สามารถ นัดประชุมเป็นกรณีทั่วไปได้ แต่ต้องเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่ ๒ ก็คือว่า ถ้าประธานสภาเห็นว่าจำเป็นแล้วจะต้องประชุม ควรจะต้องมีการหารือคณะกรรมการประสานงานร่วมทั้งพรรคฝ่ายค้าน และพรรครัฐบาล ให้เห็นตรงกันจึงจะประชุม แต่เรื่องใหญ่สุดคือวิธีประชุมท่านประธานครับปัจจุบันนี้ ในกรรมาธิการเรามักจะใช้ระบบซูม (Zoom) หรือบางทีก็ใช้ระบบกูเกิล มีตติง (Google meeting) ซึ่งผมยังเห็นว่าระบบเช่นว่านั้น ทำไม่ได้ ถ้าจะทำจริงรัฐสภาจะต้องพัฒนาระบบ การประชุมที่เป็นของรัฐสภาเอง เพราะการยืนยันตัวตนจะเป็นเรื่องใหญ่ความจริง เรามีพระราชบัญญัติลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ปี ๒๕๔๔ กำกับอยู่ในเรื่องของการระบุตัวตน ซึ่งอาจจะอนุโลมปรับใช้กันได้ แต่ระบบของการแสดงตนก็ดี ระบบของการประชุมก็ดี ก็จะเป็นเรื่องที่จะต้องพัฒนาระบบของสภาให้สามารถที่จะดำเนินการจัดการประชุมได้ โดยที่สภาสามารถจะควบคุมการประชุมเช่นที่ว่านั้น ไม่ให้เกิดการแทรกแซง หรือกระทำการ อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายได้ เพราะเรื่องที่ประชุมนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ สำคัญถึงขั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับประเทศชาติก็ว่าได้ นอกจากเงื่อนไขจัดประชุมไม่ใช่ทั่วไปแล้ว วิธีการจัดประชุมซึ่งจะต้องพูดคุยกันผ่าน กรรมการ การจัดวางระบบของตนเองขึ้นมาแล้ว เรื่องซึ่งจะต้องประชุม บางเรื่องจะต้อง ถกกันอีกว่าลงมติได้หรือไม่ ถ้าลงมติจะใช้วิธีการอย่างไร ซึ่งร่างของเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ก็เขียนว่า ใช้วิธีขานชื่อ ซึ่งน่าสนใจ ก็เป็นประเด็นที่จำเป็นที่จะต้องนำไปสู่การถกเถียงกัน ในชั้นกรรมาธิการกันอีกครั้งหนึ่ง ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องของการประชุมรัฐสภาผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์นั้น ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่จะต้องขบคิด พิจารณาด้วยความรอบคอบ และไม่ควรจะเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการประชุมที่ลักลั่น ๒ แบบ คือประชุมในสภาส่วนหนึ่ง และขอเข้าประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ส่วนหนึ่ง ทำเช่นนั้น คงไม่ได้จะต้องผูกเงื่อนไขให้ชัดเจน และไม่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงจะต้องเป็น กรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนโดยสภาอย่างแท้จริง เป็นประเด็นที่ผมจะฝากเอาไว้ สำหรับคณะกรรมาธิการที่จะต้องไปทำแล้วอย่ารีบนะครับ เรื่องนี้จะต้องทำให้เกิด ความรอบคอบอย่างถึงที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาสกร ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม นะครับ เชิญครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม เพราะว่าสมาชิกทุกท่านที่เสนอก็มีความหวังดีที่จะให้สภาเราทันสมัย แก้ไขสิ่งที่ไม่ทันสมัย แก้ไขสิ่งที่อาจจะไม่สะดวกในการประชุมสภา ก็เห็นด้วยในหลาย ๆ ร่าง แล้วก็บางร่างอาจจะ ต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติม หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมก็แล้วแต่ แต่อยากเสนอเป็นข้อคิด แนวคิด ความคิดเห็นอย่างนี้ท่านประธานครับ มีหลายร่างที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับการใช้ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทั้งหลาย อันนี้เรียนตรง ๆ ว่า ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยนะครับ แต่ก็มีข้อแม้อยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น การใช้จดหมายส่ง ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเก็บเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันนี้ลองสังเกตว่า ในสภาเราเอกสารที่เราส่งกัน หรือที่วางกันแบบนี้ก็ไม่ได้วางทุกท่านแล้ว ก็แสดงว่าวางกัน บางจุด แสดงว่าต้องการประหยัดงบประมาณเหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งที่จะประหยัดงบประมาณ ได้เราก็ทำเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครับท่านประธาน เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มันไม่ได้แค่ว่า เราสามารถใช้กันในสภาได้นะครับ ในสภานี่ก็อาจจะทำเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ครับ เอกสารที่เราใช้กันแบบนี้ก็เก็บในห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐสภาให้ประชาชนหรือใคร ที่สนใจเข้ามาใช้ได้ มันอยู่นาน ยาวนานจนเราก็ลืมไป แต่สิ่งที่เราลืมคิดกันไปก็คือว่า เราจะใช้ มือถือของสมาชิกทุกคนไม่ได้เพราะแต่ละคนจอก็ไม่ได้ใหญ่มาก บางคนก็อายุพอสมควร เหมือนกันจะให้มานั่งถ่าง ๆ ให้มันดูใหญ่ผมก็ว่าไม่สะดวก ก็ต้องมีอุปกรณ์พวกนี้อำนวย ความสะดวกให้🔗

อีกอันหนึ่งที่เป็นข้อกังวลสำหรับผมค่อนข้างมากก็คือ การประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ (Online) ที่เขาพูดกัน ลองสังเกตวันนี้กรรมาธิการเราประชุมกัน แล้วถ้าเกิดประชุมใหญ่ของเราในสภาแห่งนี้บอกว่า ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ (Online) แล้วเปิดช่องว่างทิ้งไว้ ผมว่ามันอันตรายมาก อันตรายอย่างไรครับ ผมอยากจะ ชี้ให้เห็นวันนี้ในกรรมาธิการเราประชุมกันก็สัก ๒๐ ๓๐ หรือ ๔๐ ท่านวิธีการก็คือ เราส่ง พวกมีตติง ไอดี (Meeting ID) ไปให้กับผู้ประชุม แล้วก็คัดกรองโดยเจ้าหน้าที่ของ กรรมาธิการ ท่านไหนใช่เราก็อนุญาตให้เข้าไปประชุมได้ หรือบางคณะอาจจะไม่ได้ทำเลย ทุกคนรู้ไอดี (ID) รู้พาสเวิร์ด (Password) เราก็เข้าไปได้เลย ๒๐ กว่าคน เจ้าหน้าที่ก็ค่อยมาดู แล้วก็มานั่งแก้ชื่อกัน ถามว่าถ้าเราประชุมในสภา ๔๐๐-๕๐๐ คน เราจะไหวไหมครับ นี่คือ เจ้าหน้าที่สภาอย่างเดียวนะครับ ในการประชุมจริงมันอาจจะเกิดทั้งประชุมในสภา แล้วก็อยู่ที่บ้านด้วย ไม่ว่ามันจะเป็นเหตุ สุดวิสัยอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ มันก็จะเกิดไฮบริด (Hybrid) แบบนี้ครับ แต่ระบบของเรา ณ วันนี้ไม่รองรับเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าการประชุมออนไลน์ (Online) นี่เราทำไม่ได้ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันทำได้ทุกอย่างที่เราอยากได้หมดครับ ทำได้หมด ยกตัวอย่างเช่น การพิสูจน์ตัวตน ผมเรียนแบบนี้ว่า ถ้าการประชุมในสภาเราบอกว่าให้ประชุมออนไลน์ (Online) ได้ ผมขอเสนอในกรรมาธิการว่า ต้องรอพิจารณาว่าจะให้ใช้โทรศัพท์ที่เรามีอยู่ แล้วก็บางทีมายังไม่ทันก็ล็อกอิน (Login) ผ่านโทรศัพท์แล้วเข้ามาอย่างนี้ อันนี้ไม่ผ่าน ใช้ไม่ได้เลยนะครับ เราต้องแจกอุปกรณ์ อย่างน้อยก็เป็นโน้ตบุ๊ก (Notebook) แล้วล็อก (Lock) ตัวครับ ไม่ใช่โน้ตบุ๊ก (Notebook) ตัวนี้ก็เข้ามาไม่ได้ ทำได้ครับ แล้วเราก็ต้องอยู่ ต่อหน้ากล้องด้วย ต้องเปิดกล้องนะครับ แล้วก็ไม่ใช่หมายความว่า เราจะใช้แค่นี้ได้ เราอาจจะมีวิธีการพิสูจน์ตัวตนทางเทคนิคเขาเรียกว่าเอดี (AD) จริง ๆ มันมีหลายตัว ใครไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลแบบนี้ ได้รหัสมีตติง ไอดี (Meeting ID) ได้โคด (Code) ไปก็เข้า ไม่ได้ เพื่อเป็นความปลอดภัยเชื่อมั่นว่า สิ่งที่จะเข้ามาประชุมในออนไลน์ (Online) คือ ส.ส. หรือสมาชิกจริง เหมือนกันครับไม่ต่างกันว่า เราจะมาประชุมที่สภาแห่งนี้ เราก็ต้องเอาตัวเรา มาเซ็นชื่อถูกไหมครับ แต่ถ้าอยู่ที่บ้านเราจะมั่นใจได้อย่างไร เขาอาจจะให้ใครก็ได้มาแทน ถ้าเกิดเราไม่ล็อก (Lock) บางอย่าง ถ้าจะให้แน่นกว่านี้พอเราล็อกอิน (Login) ผ่านโน้ตบุ๊ก (Notebook) เราให้มันเด้งมาที่มือถือ แล้วก็กดอีกทีหนึ่งเพื่อพิสูจน์ตัวตนก็ทำได้ครับ ท่านประธาน มันทำได้เยอะแยะมากมาย แต่ว่าท่านสมาชิกต้องเข้าใจ เราได้บางอย่าง เราก็ต้องเสียบางอย่างนะครับ การประชุมออนไลน์ (Online) อาจจะสะดวก เพราะว่า เราอาจจะไม่ต้องเดินทาง เพราะว่ามันอาจจะเกิดโควิด (COVID) เกิดการระบาดอะไร แต่สิ่งที่เราสะดวกไม่ต้องเดินทาง แต่มันอาจจะต้องแลกกับความไม่ได้คุ้นเคยในการที่จะเข้า ระบบเพื่อให้แสดงยืนยันตัวตนต่าง ๆ🔗

อีกอย่างหนึ่งต้องแยกกัน การประชุมออนไลน์ (Online) กับการลงมติ วันนี้การลงมติเราลองสังเกตครับเราลงแบบนี้ครับ ระบบเรากับระบบที่อยู่ที่บ้าน หรือจะ ลงมติไม่ได้ซิงค์ (Sync) กันเลย คือไม่ได้เชื่อมต่อกันเลย เราจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะฉะนั้นระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ ณ วันนี้ต้องแก้ก่อนครับ แต่ผมกลัวอย่างเดียวว่าพอเรา สผ ท่านประธานครับ ในรายละเอียดของแต่ละร่างนั้น ผมเองคงมีเวลาไม่มากพอที่จะนำเสนอ ทั้งหมด แต่ผมอยากจะมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอยู่สัก ๒ ร่างด้วยกันครับ🔗

ร่างแรกก็คือ ร่างการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทย ร่างนี้มีความสำคัญครับ ถึงแม้ร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย และท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ก็จะมีรายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำประชามติเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่บอกว่าร่างของคุณหมอชลน่าน มีความสำคัญ เพราะว่าวันนี้เรามีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี ๒๕๖๔ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ในการออกเสียงประชามตินั้นมีอยู่ทั้งหมด ๕ แบบด้วยกันครับ ในแบบที่ ๑ ก็คือเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แบบที่ ๒ ก็คือเพื่อนำไปสู่ การออกกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ที่มีกฎหมายระบุรองรับให้ดำเนินการว่า ต้องทำ การออกเสียงประชามติ แบบที่ ๓ ก็คือกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นเป็นการสมควร แบบที่ ๔ ก็คือกรณีของพี่น้องประชาชนเข้าชื่อกันและมีการส่งให้คณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องมีการ ออกกฎหมายลำดับรองรองรับ แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการออกกฎหมายลำดับรองรองรับ การเข้าชื่อของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด แล้วก็แบบที่ ๕ ก็คือกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาแล้ว เห็นควรส่งให้คณะรัฐมนตรีทำการออกเสียงประชามติ แต่คำนี้ที่เป็นปัญหาที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้พยายามจะแก้ไขในร่างข้อบังคับ เพราะว่าคำว่า รัฐสภา เมื่อเราไปดูในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๖ พูดถึงว่ากรณีรัฐสภาสามารถประชุม ร่วมกันนั้นต้องอยู่ในเงื่อนไขแบบใด ประการใด ซึ่งมีทั้งหมด ๑๖ กรณีด้วยกันครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้รัฐธรรมนูญที่ยังใช้บังคับอยู่ไม่มีข้อความการรองรับประชามติ แน่นอนครับ ถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ในอนาคต ข้อความให้การประชุมร่วมรัฐสภา ถ้ายังมีนะครับ ถ้าเป็นสภาเดี่ยวก็ไม่ต้องระบุว่าต้องทำประชามตินั้น ต้องมีอยู่ในการประชุม ก็เป็นสิ่งที่ดีครับแต่เมื่อข้อบังคับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้ระบุไว้ครับ แต่กฎหมาย ประชามติระบุไว้เช่นนั้น การทำประชามติในวันนี้จึงต้องแยกมีการประชุมระหว่าง สภาผู้แทนราษฎรสภาหนึ่งกับวุฒิสภาสภาหนึ่ง หากทั้งสองสภาเห็นแตกต่างว่าเรื่องใด ไม่ควรทำ ก็ไม่สามารถนำไปสู่การส่งให้ ครม. ได้ ฉะนั้นสิ่งที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอคือการแก้ไขเรื่องนี้ครับ ที่จะนำไปสู่การให้ สภาผู้แทนราษฎร มีเงื่อนไขมีวิธีการ มีกระบวนการมีการส่งการดำเนินการเมื่อมีการลงมติ ของสภาผู้แทนราษฎรไปยังวุฒิสภา และเมื่อวุฒิสภามีการลงความเห็นอย่างไรก็ส่งกลับมาให้ สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการต่อไปซึ่งอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๔๘/๑ ข้อ ๔๘/๒ และข้อ ๔๘/๓ ที่จะมีการแก้ไข อันนี้พรรคก้าวไกลสนับสนุนเต็มที่ครับ🔗

ร่างที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดถึงครับ ก็คือร่างการแก้ไขข้อบังคับการประชุม ของท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ที่มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมในข้อ ๘๓ และข้อ ๘๕ ก็ต้องขอบพระคุณนะครับ ท่านวีระกร คำประกอบ ที่ท่านเอ่ยชื่อผม ความจริงผมไม่ได้ เป็นผู้ยื่นร่างของพรรคก้าวไกลใด ๆ แต่ท่านเอ่ยว่าเรื่องนี้มันเป็นเทคนิคของพรรคการเมือง แล้วมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัตินี่ได้ยินจากเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งว่า สภาแห่งนี้เคยทำ เข้าข่ายอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕ ซึ่งเขาก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณท่านอาจารย์ใหญ่วีระกรที่ให้ข้อคิดเห็นว่านี่เป็นเทคนิค ของฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ใช่ครับ ถ้าท่านอ้างว่านี่คือธรรมเนียมปฏิบัติในรัฐธรรมนูญเราก็ย้อน ไปดูเลย ตั้งแต่ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๗๖ ไม่มีข้อความใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลง หรือการนับคะแนนใหม่แต่เมื่อมาถึงข้อบังคับ การประชุมและการปรึกษาของวุฒิสภา ปี ๒๔๙๑ มีการระบุว่าการนับคะแนนครั้งใด ๆ ถ้าสมาชิกผู้ใดเชื่อว่ามีการนับผิด ย้ำนะครับ มีการนับผิดไม่ได้บอกว่า มาไม่ทันนะครับ นับผิดเท่านั้น และขอให้มีการนับคะแนนใหม่ถึงสามารถดำเนินการได้ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๙๔ วัยก็น่าจะใกล้เคียงกับท่านวีระกร ก็เขียน แบบเดียวกันในข้อ ๘๙ เชื่อว่ามีการนับผิดเท่านั้น ฉะนั้นไล่เลียงประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาเลยครับ การที่มีการระบุว่า มีการนับคะแนนใหม่ ที่มิได้มีข้อความคำว่านับคะแนนผิด เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานเองครับ เกิดในยุคเจเนอเรชัน (Generation) ของผมในปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา แต่นั้นเลยท่านประธานครับ ในเมื่อเรื่องนี้ เรารู้กันแต่ใจว่า ไม่ว่าจะเป็นทางภาษาศาสตร์ที่ท่านคุณหมอวาโย อัศวรุ่งเรือง ท่านพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นทางนิติศาสตร์ที่หลายท่านยืนยันว่า กฎหมายลายลักษณ์อักษร คำสำคัญที่สุด ต้องไม่ถูกให้มีการตีความ วันนี้สภาแห่งนี้ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ต้องขอ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านพูดชัดว่า ท่านตีความไม่เหมือนกับท่านประธานสภาขณะนั้น ในเมื่อเราเห็นว่าเรื่องแบบนี้จะนำไปสู่การตีความ ซึ่งไม่ควรจะเป็นในทางนิติศาสตร์ในทาง วิทยาศาสตร์ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ครับ คนกดลงคะแนนไปแล้ว แล้วจะเอาคนใหม่เข้ามาเติม แล้วบอกว่านี่คือคะแนนใหม่ นี่วิทยาศาสตร์ กลศาสตร์ใด ๆ ครับ ด้วยความเคารพนะครับ ในทางไสยศาสตร์ ท่านอาจจะต้องจุดธูปเรียกเพื่อนสมาชิกที่ยังมาไม่ถึงให้มาลงคะแนนใหม่ หรือส่งโทรจิตไปถึงเพื่อนสมาชิกบอกนี่ถึงเวลาลงคะแนนแล้ว ฉะนั้นมันจะไปต่อไม่ได้ ด้วยประการทั้งปวง ด้วยเหตุดังกล่าวท่านประธานครับสิ่งที่ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ขอแก้ไข ในข้อ ๘๕ จึงบอกว่า หากเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองครับ โอกาสเกิดขึ้นได้ในทุก ๆ ฝ่าย สมาชิก อาจร้องขอได้ด้วยวิธีการเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับหมายเลขประจำตัวที่ปรากฏใน ใบประมวลผล ก็ท่านบอกอย่างไรว่าจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใบประมวลผลมันก็แสดงโชว์ อยู่แล้ว แสดงได้เร็ว ได้ง่ายกว่าเวลาที่เราไปกดนับว่าใครลงคะแนนกันทีละคน แบบนี้ ต่างหากที่ไม่ใช่การประวิง แล้วอ้างว่านี่เป็นเทคนิคในการประวิงเวลาทำให้สภาล่าช้า แบบที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ในเมื่อเราต้องการทำให้ดีที่ฝากให้กับลูกหลานในอนาคต แล้วเรามีโอกาส วันนี้ทำไมเราถึงไม่ควรที่จะรับหลักการของร่างท่านธีรัจชัย ผมไม่ใช่เป็นผู้ตอบคำถามนี้ครับ แต่คงเป็นท่านที่ลงมติไม่รับหลักการร่างของท่านธีรัจชัย ที่ต้องตอบคำถามนี้กับพี่น้อง ประชาชน กับลูกหลานของท่านในอนาคตสำหรับพวกผมพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่า เรารับหลักการร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๗ ร่างครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิเชียร ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์นะครับ🔗

นายวิเชียร ชวลิต แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายวิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตกล่าวถึงร่างข้อบังคับต่าง ๆ ที่สมาชิกได้กรุณานำเสนอต่อสภาแห่งนี้ เพื่อพิจารณา โดยขอเรียนว่าร่างทั้ง ๗ ฉบับที่นำเสนอ และจัดอยู่ในระเบียบวาระนั้นมีอยู่ ๒ กลุ่มที่เรียกว่า มีความแตกต่าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร่างที่อยู่ในขอบเขต หรือเนื้อหาเดียวกับที่ท่านอนันต์ ผลอำนวย ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการสภาได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมจะขออนุญาต เวลาท่านประธาน เพื่อจะนำเรียนต่อที่ประชุมถึงเหตุและผลต่าง ๆ ประกอบ โดยผม ขอเรียนว่าในการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งประกาศใช้ในสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยผมได้ทำหน้าที่เป็นประธานพิจารณายกร่างและพิจารณารายละเอียด จากที่สภาได้อนุมัติหลักการ และมอบหมายให้ไปดำเนินการโดยอยากจะเรียนว่ามีอยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งผมก็มีความสงสัยตั้งแต่ตอนยกร่างก็คือ เรื่องของการขอนับคะแนนใหม่ซึ่งท่านสมาชิก ได้เสนอที่จะแก้ไข และมีท่านสมาชิกได้กรุณาให้ความเห็นที่แตกต่าง ผมอยากจะเรียนว่า ในระหว่างการพิจารณานั้นเราได้มีการหยิบยก และพูดประเด็นนี้ขึ้นมา ซึ่งผมเรียนว่าข้อบังคับการประชุมสภา โดยเฉพาะเรื่องการนับคะแนนใหม่นี้ได้บัญญัติ และอยู่ในข้อบังคับการประชุมสภามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรามีสภาครั้งแรกในประเทศไทยเรา แล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงปี ๒๕๑๓ ข้อบังคับการประชุมสภาก็จะมีเรื่องการนับคะแนนใหม่ ระบุไว้และต่อเนื่องมาจนปี ๒๕๒๒ ซึ่งหลายท่านคงรับทราบดีว่า เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๒๒ ก็มีการเลือกตั้งใหญ่ แล้วก็ถือว่าเป็นการนำสภามาสู่ประชาธิปไตยที่มีสมาชิกและผู้สนใจ อย่างมากก็ยังปรับใช้วิธีการนับคะแนนใหม่แบบเดิมมาใช้อย่างต่อเนื่อง แล้วก็จนปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๖๒ ก็บัญญัติไว้ในลักษณะ เดียวกัน แต่ขอเรียนว่าเดิมทีเดียวนั้นการนับคะแนนใหม่จะระบุในเชิงว่าถ้ามีการนับแล้ว มีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็ให้มีการนับคะแนนใหม่ แต่เมื่อมีการปรับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ เป็นต้นมา ผมอยากจะเรียนว่าผมก็สงสัยว่าในข้อ ๘๕ ขออนุญาตท่านประธานที่จะโควต (Quote) ข้อความในข้อบังคับสักนิดหนึ่งว่า ข้อ ๘๕ เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อ ๘๓ (๑) แล้วถ้าสมาชิกร้องขอให้มีการนับใหม่ โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คนเดิมทีเดียวเขาใช้ มีรัฐมนตรีมาเป็นผู้เสนอด้วย ตอนหลังมานี่เป็นสมาชิกสภาทั้งหมดก็ให้มีการนับคะแนน เสียงใหม่ และให้เปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเป็นวิธีตามข้อ ๘๓ (๒) ผมอยากจะเรียนขยายความ ตรงนี้ว่า การนับคะแนนใหม่สิ้นสุดตรงเมื่อมีการร้องขอเมื่อร้องขอเสร็จแล้วจะทำการเปลี่ยน วิธีการลงคะแนน ไม่ใช่นับคะแนนใหม่ตอนนั้น เพราะว่าหลักการนี้ผมเรียนว่า การนับ คะแนนใหม่นั้นถือว่าเป็นการล้มการลงมติที่เราลงไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ และไม่จำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับว่าการลงคะแนนของเรานั้นเชื่อถือไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีเหตุสงสัยก็จะถือว่ามีการเปลี่ยนวิธีการลงคะแนน เพราะฉะนั้นเมื่อถ้อยคำ ในข้อบังคับระบุว่า มีการเปลี่ยนการลงคะแนนจะไปกำหนดว่า สมาชิกที่อยู่ในห้อง ตอนลงคะแนนนั้นเท่านั้นถึงจะเป็นผู้ลงคะแนนก็จะต้องถูกเลิกไป เพราะว่าเมื่อเปลี่ยน การลงคะแนนใหม่สิทธิในการลงคะแนนก็เริ่มนับ ๑ ใหม่ เพราะฉะนั้นสมาชิกทั้งหมด ก็ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทมนต์ ต้องอะไรที่จะทำให้คนมาร่วมประชุมนะครับ เพราะว่าเป็นไป ตามหลักการว่า เมื่อมีการลงคะแนนครั้งใดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านก็มีสิทธิ มาลงคะแนนตามกระบวนการ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนว่า🔗

ประการที่ ๑ เราใช้ต่อเนื่องกันมาแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอุปสรรคในการ ดำเนินการแต่ประการใด ยกเว้นว่าจะหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านวีระกรก็ได้อธิบายไปแล้วว่า กรรมวิธีทางการเมืองเป็นอะไร อย่างไร ผมจะไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่ว่าในประเด็นของหลักการก็เป็นดังที่ผมเรียนว่าสาเหตุ สำคัญก็คือ เมื่อมีการลงคะแนนแล้วจะไม่มีการลงคะแนนใหม่หรือลงมติใหม่ เพราะฉะนั้น จึงได้กำหนดในหลักการไว้ว่า หากมีข้อสงสัยก็จะเปลี่ยนวิธีการลงคะแนน จึงเป็นที่มา ของการให้สิทธิกับสมาชิกทุกคนซึ่งมีสิทธิในการมาลงคะแนนในครั้งนั้น ๆ ต่อไปนี่คือประเด็น ที่ผมอยากจะเรียนว่า ข้อบังคับเดิมเขียนไว้ครบถ้วนและถูกต้องแล้ว จึงไม่เห็นด้วยกับญัตติ ของการร่างแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว🔗

ผมมีอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียนว่า ในการเสนอร่างข้อบังคับการประชุม สภาโดยประเด็นที่เสนอก็คือ เรื่องการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมเรียนว่าในข้อ ๔๓/๓ ของท่านสมาชิกได้เสนอร่าง ผมมีความเห็นที่แตกต่างก็คือว่า การที่จะมีการประชุม ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ควรจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะใช้ในเหตุพิเศษหรือกรณีพิเศษ ขออนุญาต ท่านประธานขอเพิ่มเวลานิดหนึ่ง เพราะว่าร่างข้อบังคับหลายฉบับที่จะขออนุญาตกล่าว ก็จะขอใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า เมื่อเป็นช่องทางพิเศษนั้น เพราะฉะนั้นควรจะกำหนดไว้จึงไม่เห็นด้วยกับร่างข้อบังคับ ที่เปิดช่องทางไว้ว่า กรณีไหนจะใช้วิธีทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แต่ควรจะกำหนดเป็นข้อห้าม ไว้ว่าสภาแห่งนี้ควรจะพิจารณาการอนุมัติ หรือการบัญญัติกฎหมาย หรือร่างพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ การพิจารณาเรื่องราวที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ควรจะเป็นการประชุมที่มาใช้ห้องประชุม รัฐสภา หรือห้องประชุมสภาแห่งนี้ในการพิจารณา และกำหนดเป็นข้อห้ามว่า ห้ามใช้วิธี ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการพิจารณา หรือการทำหน้าที่ของสภาในเรื่องเหล่านั้น และกำหนดเงื่อนไขว่า ในการประชุมสภาหากจะใช้สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ควรจะใช้ เมื่อมีเหตุพิเศษและเหตุจำเป็น ก็คือโดยใช้เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ เพื่อจะวินิจฉัยว่า สมควรจะใช้หรือไม่ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ในการประชุมสภานั้นเรามีภารกิจหน้าที่ หลายประการ ทั้งเรื่องที่จะต้องรับทราบรายงานต่าง ๆ ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่จะให้ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนหรือสภาแห่งนี้เป็นผู้รับทราบ รายงานเหล่านั้นก็ตามหรือเรื่องของ กระทู้เรื่องของกระบวนการตรวจสอบ การทำงานของฝ่ายบริหารโดยฝ่ายนิติบัญญัติ และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่หลายอย่างก็ควรจะกำหนดว่า เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการบัญญัติกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของสภาจะต้องกำหนด เป็นข้อห้ามไว้ว่า ห้ามใช้สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ในการประชุม หรือกระบวนการพิจารณา ก็มีประเด็นที่อยากจะเรียนนำเสนอ🔗

อีกส่วนหนึ่งขออนุญาตเพิ่มเติมอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในร่างพระราชบัญญัติ ที่มีสมาชิกเสนอ เรื่องของการออกเสียงประชามติที่เกี่ยวข้องการแก้บทบัญญัติหรือ การยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ผมเรียนว่าเนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภาเป็นกฎหมายลูก หรือเป็นบทบัญญัติที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นในส่วนที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด ให้มีบทบัญญัติ หรือเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น การที่เราเขียนข้อบังคับเพื่อไปขยายความให้มี อำนาจตามข้อบังคับเหนือว่าที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ น่าจะเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง จึงเห็นควรว่า การบัญญัติให้มีข้อบังคับเรื่องการออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ น่าจะเป็นการที่เสนอที่เกินขอบเขตอำนาจของข้อบังคับการประชุมสภา จึงไม่เห็นด้วย ในประเด็นเหล่านี้ ต้องขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกันที่เสนอร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะของท่านเพื่อนสมาชิก ท่านวิรัช พันธุมะผล ที่เสนอแก้แล้วก็ในเรื่องของหมวดคำจำกัดความในเรื่องของสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งท่านให้ความหมายว่า เป็นสื่อบันทึกข้อมูลหรือสารสนเทศใด ๆ ที่ใช้วิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์โดยการประยุกต์ใช้วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางอิเล็กตรอนไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึง การประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการ ประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้นที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำขึ้น แล้วก็ ยกตัวอย่างเช่นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็ผมมองไปว่าข้อบังคับ ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นเราควรจะทำให้มีความชัดเจน ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาอันทรงเกียรติ ลงทุนสร้าง ๒๒,๙๘๗ ล้านบาท ผมคิดว่า เราควรจะใช้สภาอันทรงเกียรตินี้ให้มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นการมาประชุมก็ถือว่า เป็นความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็พี่น้องประชาชนทุกครั้งก็ติดตามการดำเนินการของสมาชิก ทั้ง ๒ สภา สังเกตเห็นได้ว่าการใช้สภานั้น ผมคิดว่าในการออกกฎหมายหรือกระบวนการ ต่าง ๆ ผมมองไปในเรื่องของกระบวนการ ขั้นตอนในการปฏิบัติหน้าที่โดยการออกแบบ โดยใช้เครื่องมือของกฎหมาย แล้วก็ข้อบังคับของสภาที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เราต้องการ ที่จะให้การออกกฎหมายนี่ให้มีจำนวนมากขึ้น หมายความว่ากระบวนการการออกกฎหมาย ก็ควรจะทำให้มันสั้นลง ไม่ยืดเยื้อ แล้วก็ให้มีประสิทธิภาพ บางอย่างเรานำเสนอไป ผมยกตัวอย่างท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างกระทู้นี่ครับมีหลายกระทู้ด้วยกัน มีทั้งกระทู้ ทั่วไป มีทั้งกระทู้ถามเฉพาะ มีทั้งกระทู้ตอบในพระราชกิจจานุเบกษา ผมไปดูแล้วก็พยายาม ติดตามดูว่า เพื่อนสมาชิกถามกระทู้ให้ตอบในพระราชกิจจานุเบกษามากน้อยแค่ไหน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า กระทู้ที่ตอบในพระราชกิจจานุเบกษาเป็นกระทู้ที่ไม่ค่อย นิยมถามของเพื่อนสมาชิกเลย อันเนื่องมากจากว่าพอถามเสร็จแล้วไปตอบ ในราชกิจจานุเบกษา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีใครไปอ่าน ไม่มีใครไปสนใจ เพราะฉะนั้น เพื่อนสมาชิกในการถามกระทู้นี้หมายความว่า ๑. ประชาชนได้รับทราบข่าวสารข้อมูล ครบถ้วน นำมาซึ่งในเรื่องของการได้คะแนนเสียง การที่ประชาชนเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรคนนี้ทำหน้าที่ตามที่ฝากปัญหามาโดยการใช้สภา แต่ถ้าหากว่าเรานำเอา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากไปประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาอย่างเดียวมาประกาศ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยนี่ครับ ก็จะทำให้เพื่อนสมาชิกนี่ครับผมว่า หันไปนิยมในเรื่องของ การตั้งกระทู้ถามเพื่อที่จะตอบในราชกิจจานุเบกษาและเผยแพร่ในส่วนของสื่อต่าง ๆ ให้มีความกว้างขวางขึ้น อันนี้สืบเนื่องมีผลทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกช่องทางอันนี้ แล้วก็เป็นการประหยัดเวลาในเรื่องของการตั้งกระทู้ถามทั่วไป ตั้งกระทู้ถามเฉพาะ ซึ่งก็จะต้องรบกวนท่านรองประธานสภาที่จะต้องแยกออกไป เพื่อที่จะไปจัดในห้องเล็ก แล้วก็ทำให้เรื่องค้างการพิจารณามากต่อมาก อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและผมเห็นด้วย กับท่านวิรัช พันธุมะผล ขออนุญาตเอ่ยนาม🔗

ประการต่อมานนั้นของเพื่อนสมาชิกนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ร่างของท่านในข้อ ๓ ที่มีข้อจำกัดความ ที่ประชุม หมายความว่า ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร และให้หมายความรวมถึงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์และห้องกระทู้ถามด้วย ในคำจำกัดความที่ประชุมในข้อ ๓ นี้ ในร่างของท่าน ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อันนี้ท่านประธานผมมีความเป็นห่วงแล้วก็ผมไม่แน่ใจว่าลักษณะ ในเรื่องของการให้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างนี้จะขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๐ หรือไม่ ผมขออนุญาตอ่านในวรรคแรก ในมาตรา ๑๒๐ แห่งรัฐธรรมนูญ การประชุม สภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภา ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาที่จะเป็นองค์ประชุม ผมอ่านแค่ ๒ บรรทัดนะครับ แต่ผมจะมาโฟกัส (Focus) ให้ท่านประธานนิดหนึ่งว่า คำว่า ต้องมีสมาชิกมาประชุม โดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๐ ผมเข้าใจว่า โดยหลัก ๆ แล้วเขาก็ต้องการให้สมาชิกแสดงตัวตนมาด้วยตัวเป็น ๆ นะครับ ที่ห้องประชุม อันทรงเกียรติที่ลงทุนตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ผมคิดว่าผมไม่แน่ใจว่าในส่วนของ การยกร่างใหม่นั้นจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่🔗

ประเด็นสุดท้าย ผมขอยกเป็นตัวอย่างว่า ความเป็นมาตรฐานในส่วนของ การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในวันนี้เราต้องยอมรับในตัวของเราเอง แล้วก็ในองค์กรในภาพรวม ของประเทศด้วย ระดับมาตรฐาน เช่น ในส่วนของเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ ส.ส. ใช้ แล้วก็ที่องค์กรใช้ วันนี้เราจะเห็นว่าเพื่อน ส.ส. เราใช้ทั้งระบบแอนดรอยด์ (Android) เราใช้ทั้งระบบไอโอเอส (IOS) หรือไอโฟน (iPhone) ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทุกท่าน ก็คงรู้ว่าความสามารถในเรื่องของการเข้าถึงสื่อมันแตกต่างกันอย่างไร ผมขอยกตัวอย่าง ในการที่เราใช้ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผมขออนุญาตต่อเวลาอีกสักนิดนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพจะจบแล้วครับ เพื่อที่จะต่อเนื่องแล้วก็ยกตัวอย่างให้เห็นในภาพจริงว่า เพื่อนสมาชิก หลายท่านที่เราประชุมกันในคณะกรรมาธิการแล้วก็ในช่วงโควิด (COVID) เราก็ใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์โดยการประชุมผ่านซูม (Zoom) ท่านประธานก็คงเข้าใจว่า การผ่านซูม (Zoom) จะต้องมีระเบียบข้อบังคับเพื่อที่จะออกข้อบังคับว่า เราจะประชุมอย่างไร เพื่อที่จะให้เป็นความลับ แล้วก็ยินยอมให้บันทึกตลอดการประชุม แล้วก็ไม่มีใครล่วงรู้ แล้วก็รู้ถึงในส่วนของข้อมูลอะไรอย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็นั่งอยู่ในรถ เพื่อนก็นั่งอยู่ เต็มคันรถแล้วจะไม่รู้อย่างไร เรานั่งอยู่ในกิจกรรมที่บ้าน ทุกคนก็ได้ยินก็ได้ฟังกันทั้งหมด ในขณะเดียวกันบางครั้งสื่อก็ขาดหายบ้าง โทรศัพท์เข้าสื่อก็ถูกตัดไปสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของ มาตรฐานในส่วนของการใช้อุปกรณ์ แล้วก็ประกอบด้วยคนที่ใช้สื่อในส่วนของ อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ส่วนที่ ๓ ก็คือในเรื่องของผู้จัดการที่บริหารจัดการสื่อซึ่ง ๓ องค์ประกอบ อันนี้ผมคิดว่า ความพร้อมในส่วนขององค์กร ซึ่งในระดับของสภาของเรานั้นถือว่าเป็นองค์กร ค่อนข้างสมบูรณ์ และค่อนข้างที่จะมีคุณภาพ ยังมีอุปสรรคปัญหาอยู่เลย เพราะฉะนั้น ในการที่จะเสนอร่างแก้ไขในส่วนของข้อบังคับของสภานั้น ผมคิดว่าผมมีความจำเป็นที่จะฝาก คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนั้น ขอให้ท่านได้คิดให้เป็นระบบก็ถึงจุดอ่อนจุดด้อยในส่วนของ สภาพปัญหาที่เราประสบปัญหากันอยู่ในปัจจุบันนะครับก็ต้องกราบขอขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ยังมีท่านผู้ใดอภิปรายอีกไหมครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสอง ผู้เสนอมีสิทธิที่จะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง จะถามว่าเจ้าของผู้เสนอ ทั้ง ๗ ฉบับมีท่านผู้ใดประสงค์ที่จะอภิปรายสรุปไหมครับ ก็ขอให้สรุปสั้น ๆ นะครับ เพราะว่า ได้อภิปรายกันมาค่อนข้างหลากหลายพอสมควร เชิญท่านธีรัจชัยครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายสรุปเรื่องร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กรณีแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผยตามข้อ ๘๓ และแก้ไขขั้นตอนการนับคะแนนใหม่ ตามข้อ ๘๕ ตามที่ผมได้อภิปราย และได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแต่ละท่าน ได้มีการอภิปรายในเรื่องหลักการ ผมเห็นว่า ณ เวลานี้ในร่างข้อบังคับเรื่องการนับ คะแนนใหม่นั้น เรามีความเห็นอยู่เป็น ๒ ทางว่าการนับคะแนนใหม่กับการลงคะแนนใหม่นั้น มีความแตกต่างอย่างไร ที่ผมเรียนในชั้นอภิปรายในครั้งแรก การลงคะแนนใหม่เป็นเพียงวิธีการครับ ซึ่งจะไปใช้ กับอะไรก็ได้ เช่น เอาไปใช้กับนับคะแนนใหม่ โดยวิธีการลงคะแนนใหม่แบบขานชื่อก็เป็น ส่วนหนึ่งของการนับคะแนนใหม่ เอาไปใช้ในการลงมติเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ก็เป็นวิธี การลงคะแนน เช่น การขานชื่อก็เป็นหนึ่งในวิธีการหลายวิธี ในอดีตตอนปี ๒๔๗๖ ข้อบังคับการประชุมในขณะนั้นก็บอกว่า ให้แบ่งซ้ายเป็นเห็นชอบ แบ่งขวาไม่เห็นชอบ ยกมือ หรือกระทำการใด ๆ ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีการ แต่เนื่องจากข้อบังคับข้อ ๘๕ ระบุไว้ให้การที่มี การเสนอขอนับคะแนนใหม่โดยมีผู้รับรอง ๒๐ เสียง แล้วก็ผูกพันประธานต้องให้นับ โดยทันทีเลย โดยไม่มีเหตุว่านับคะแนนผิดหรือมีอะไรก็ได้ มันทำให้เกิดการนับคะแนนใหม่ เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่ เรื่องนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แก้ไขไหมครับ ให้การนับ คะแนนใหม่ เป็นเรื่องของการนับคะแนนผิดจริง ๆ การตรวจสอบจริง ๆ การนับคะแนนใหม่ ตามข้อ ๘๕ รวมข้อ ๘๓ (๒) ที่ให้ดุลยพินิจประธานตัดสิน ซึ่งผมบอกแล้วว่าดุลยพินิจ จะลงคะแนนใหม่ ในเชิงของการเขาเรียกว่า ลงมติใหม่ หรือไปนับคะแนนใหม่ มันไม่เหมือนกันต่างกันที่องค์ประชุมครับ ถ้าใช้องค์ประชุมเดิม คนที่มาโหวตเดิมก็จะเป็น การตรวจสอบการนับคะแนนว่าผิดหรือถูก ก็จะเป็นการนับคะแนนใหม่ว่าผิดถูกตรงนี้ไป แต่ถ้าใช้องค์ประชุมใหม่ เกณฑ์คนมาได้ ให้คนใหม่ที่ไม่เคยลงในครั้งที่แล้วมาโหวตได้ก็คือ ลงมติใหม่ มันเหมือนกับการเลือกตั้ง นับคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้ง ส.ส.เลือกตั้งในกล่อง เขาเรียกว่า การลงคะแนนใหม่ การเลือกตั้งใหม่ก็คือเอาคนทั้งหมดเอาผู้มีสิทธิทั้งหมด กรณีอย่างนี้มันเป็นโอกาสครับ ที่เราจะแก้ไขซึ่งไม่ต้องให้ประธานต้องไปใช้ดุลยพินิจ แล้วประธานก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นกลางหรือไม่เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เราสามารถทำให้ยุติได้ในการแก้ไขครั้งนี้ แล้วร่างนี้เป็นร่างที่จะแก้ไขทั้งหมดโดยกำหนดว่า จะต้องมีเหตุในการที่จะทำให้จะต้องขอ คือเชื่อว่าการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือมิได้เป็นโดยเที่ยงธรรม จึงเป็นเหตุอันหนึ่ง ซึ่งตอนปี ๒๔๙๑ ข้อบังคับการประชุม วุฒิสภาก็เคยระบุไว้ว่า ถ้านับคะแนนผิด มันเหมือนกันเอาสิ่งที่เดิม ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่เคยทำมา แต่ไปถูกเอาออกตอนปี ๒๕๒๐ นะครับ ข้อบังคับปี ๒๕๒๐ ออกไปกลับมา เหมือนเดิมให้มีอยู่กับร่องกับรอยแบบเดิม มีความชัดเจนแบบเดิมและก็บอกว่า การนับ คะแนนเสียงใหม่ ให้เรียกชื่อเรียงตามลำดับที่ปรากฏในใบประมวลผลการลงคะแนนครั้งเก่า นั่นคือระบุในองค์ประชุมของคนที่ลงคะแนนเดิม โดยตรวจสอบได้เพราะเนื่องจากว่าปัจจุบันนั้น ยุคมันเปลี่ยนไปมีใบลงคะแนน ไม่ใช่ยกมือเมื่อก่อน ไม่มีภาพถ่าย มันไม่รู้อะไรขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะได้ข้อแก้ไขบังคับให้มันถูกต้อง ให้มันเป็น ตรรกะที่ควรจะเป็น และไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองผมจึงเรียนต่อท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลกรุณารับร่างนี้ เสนอมา ๖ ร่าง รับทั้ง ๖ ร่าง แล้วให้ไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ผมขอให้ท่านสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน ช่วยกันผ่านรับร่างนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐพงษ์🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนชาวบางแค กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมติดตามฟังการอภิปรายทุกท่าน จริง ๆ นะครับที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างทั้ง ๗ ร่าง เพื่อที่จะนำไปยกร่างต่อในวาระที่ ๒ ผมขออนุญาตเอ่ยนามเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ซึ่งผมจะขอใช้โอกาสสั้น ๆ ตรงนี้ในการชี้แจง นั่นก็คือความเห็น ของท่านอรรถกรถึงข้อห่วงใยเกี่ยวข้องกับความลักลั่น ระหว่างร่างกฎหมายที่ประชาชน เสนอเข้าสู่สภากับร่างที่ทางกระทรวงยกร่างมา ท่านอาจจะกังวลว่าถ้ามีการจัดระเบียบวาระ ตามที่ผมยกร่างเสนอมา ประธานอาจจะไม่มีอำนาจ สภาอาจจะไม่มีอำนาจ ในการวินิจฉัย แก้ไข ถึงความลักลั่นของร่างกฎหมายต่าง ๆ ผมอยากนำเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านดังนี้ครับ จริง ๆ แล้วผมต้องบอกก่อนว่า ร่างที่ผมยกร่างแก้ไขมานี่แก้ไขเพียงแค่ข้อบังคับข้อเดียว นั่นก็คือข้อ ๒๓ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบวาระการประชุม เพื่อให้ทางสภาแยก การพิจารณาร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างของ ส.ส. หรือร่างประชาชนออกมาจากญัตติ อื่น ๆ แต่ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อบังคับข้ออื่น ๆ แต่อย่างใดครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอำนาจของประธานในการวินิจฉัยว่า ญัตติใดจะเป็นเรื่องด่วน ไม่ด่วน หรือเกี่ยวข้องกับข้อบังคับที่ว่า เพื่อนสมาชิกสามารถขอเสนอญัตติด้วยว่าจากในที่ประชุม เพื่อขอสลับวาระการประชุมหรือยกเว้นข้อบังคับต่าง ๆ ข้อบังคับต่าง ๆ เหล่านั้น ยังคงเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมกำลังจะเน้นย้ำให้เพื่อนสมาชิกเห็นว่า ร่างที่ผมเสนอมานี้ ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการจัดการการลักลั่นของกฎหมายแต่อย่างใด สิ่งที่พวกเราเห็น ได้ชัดที่สุดก็คือในเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประชามติ ซึ่งอันนั้นใช้ข้อบังคับ การประชุมร่วมแต่ จริง ๆ แล้วข้อบังคับประชุมร่วมกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีความละม้ายคล้ายคลึงกันในส่วนนี้ ตอนนั้นถ้าทุกท่านจำได้ในวาระที่ ๒ รัฐสภาของเรา มีมติรับร่างตามร่างของผู้แปรญัตติ ซึ่งไม่ตรงกับร่างที่กรรมการยกร่างเสนอมา ทำให้ประธาน กรรมาธิการ ณ ขณะนั้นก็ต้องเสนอญัตติขอเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะต้องการกลับไป ปรับแก้ความลักลั่นของกฎหมายของมาตราที่ตามมาก่อน ลักษณะอย่างนี้ก็เป็นลักษณะ เดียวกันครับที่เราสามารถอาศัยข้อบังคับในข้ออื่น ๆ เพื่อจัดการกับความลักลั่นของกฎหมาย ได้อยู่แล้ว ก็พยายามจะชี้แจงให้เกิดความสบายใจกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับว่าร่างที่ผม เสนอมานั้นไม่มีปัญหาเรื่องของการแก้ไขการลักลั่นของกฎหมายแน่นอน แต่สิ่งที่มัน จะต่างกันครับท่านประธานว่า ทำไมผมถึงต้องเสนอร่างข้อบังคับนี้ขึ้นมา นั่นก็เป็นเพราะว่า เราต้องการวางหลักการพื้นฐานว่า ไม่ว่าจะเป็นประธานท่านใด เกิดประธานในอนาคตไม่ใช่ ท่านชวน หลีกภัย ไม่มีวิสัยทัศน์แบบนั้นที่จะจัดวันประชุมแยกออกมาเป็นวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันพุธเพื่อพิจาณากฎหมาย วันพฤหัสบดี วันศุกร์ เพื่อญัตติอื่น ๆ ประธานคนอื่น ๆ ก็จะต้องดำเนินตามรอยนี้เหมือนกัน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ สามารถพิจารณากฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมจึงเล็งเห็นว่า การบัญญัติไปในข้อบังคับอย่างชัดเจนว่า สภาผู้แทนราษฎรจะต้องแยกญัตติการพิจารณา กฎหมายออกมาก่อนมีความจำเป็นครับท่านประธาน🔗

ในส่วนต่อไปในเรื่องของข้อกังวลเกี่ยวกับข้องกับการประชุมออนไลน์ (Online) ท่านประธานครับ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ความเห็น ข้อกังวลเรื่องการที่จะขัด รัฐธรรมนูญในส่วนของคำว่า มาประชุม คือในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า มาประชุม ในที่นี้หมายถึงว่ามาประชุมที่ใด ดังนั้นเราอาจจะต้องไปดูที่เจตนารมณ์ของผู้ยกร่าง รัฐธรรมนูญขึ้นมาก่อน แต่ผมขอชี้แจงอย่างนี้ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ ฉบับที่ ๒ ตอนที่มีการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับให้สามารถประชุมกรรมาธิการออนไลน์ (Online) ได้นั้นมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาถกเถียง มีกรรมาธิการหลายท่านแสดงความห่วงใย ว่าการประชุมออนไลน์ (Online) นั้น ถึงแม้จะเป็นการประชุมกรรมาธิการก็ตามอาจจะขัด ต่อรัฐธรรมนูญ เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าการประชุมกรรมาธิการนั้นอาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๙๓ ที่มีการระบุไว้ว่า ในส่วนข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการประชุมกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการดำเนินการประชุม การนับองค์ประชุม การลงมติต่าง ๆ หรือองค์ประชุม ต่าง ๆ ให้บังคับในที่ประชุมใหญ่โดยอนุโลม โดยส่วนใหญ่อาศัยโดยอนุโลม เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้ที่เราสามารถประชุมกรรมาธิการนอกสถานที่ได้อยู่แล้ว ไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ ถ้าทุกวันนี้เราทำได้อยู่แล้ว แปลว่าเรากำลังทำขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า มีกรรมาธิการ ให้ความเห็นลักษณะนี้ไว้ในการยกร่างฉบับที่ ๒ แล้วทุกคนจึงให้ความเห็นไปในทิศทาง เดียวกันว่า สามารถจัดการประชุมออนไลน์ (Online) ได้ ตราบใดที่กรรมาธิการสามารถ จัดนอกสถานที่ได้ครับท่านประธาน เพราะเราอาศัยข้อบังคับโดยอนุโลมอยู่แล้ว ดังนั้น สำหรับการประชุมใหญ่ ถ้าเพื่อนสมาชิกยังคงกังวลว่าที่ประชุมใหญ่ดูเป็นอะไรที่สำคัญ หรือศักดิ์สิทธิ์กว่าการประชุมกรรมาธิการ อาจจะมีข้อกังวลมากกว่าว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือเปล่า ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนที่กำลังจะเข้าไปนั่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญนี้ จะรับความเห็นของทุกท่านไปพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามผมอยากจะสรุปสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ถึงแม้ว่าผลของการพิจารณา ในวาระที่ ๒ จะประชุมในสภาใหญ่ออนไลน์ (Online) แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ได้ก็ตาม แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่าเราสามารถจัดประชุมแบบไฮบริด (Hybrid) แบบที่ ประเทศอังกฤษสามารถทำได้ครับ นั่นก็คือในที่ประชุมใหญ่มีสมาชิกมาร่วมประชุมเกิน กึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือหากใครมีความจำเป็นจริง ๆ เกิดอุบัติเหตุ ลาคลอดบุตรเป็นสิทธิ ของผู้หญิง ก็สามารถทำหนังสือมาที่ประธานสภาเพื่อขอเข้าร่วมประชุมออนไลน์ (Online) เป็นรายกรณีไปได้ตามข้อบังคับที่ผมเสนอมา ในร่างข้อบังคับของผมมีการระบุเรื่องพวกนี้ ไว้อย่างชัดเจนหมดแล้ว ก็อยากจะนำเรียนเพื่อให้เกิดความสบายใจกับเพื่อนสมาชิก ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่าน ผู้เสนอร่างประสงค์ที่จะอภิปรายสรุปมีไหมครับ ถ้าไม่มีขออนุญาตดำเนินการต่อเลยนะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากที่ประชุมมีมติให้แยกลงมติรับหลักการร่างข้อบังคับทีละฉบับ ตามลำดับ ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับตามระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๑ เริ่มจากของท่านชลน่าน ศรีแก้ว เป็นลำดับแรก จากนั้นผมจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับอีก ๖ ฉบับตามลำดับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อจะได้ร่วมกันลงมติ เชิญนะครับ ท่านวีระกรใช่ไหมครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ โดยที่ผมเห็นว่าใน ๖ ญัตตินี้ที่ขอแก้ไขข้อบังคับแบ่งได้เป็น ๓ หมวดครับ หมวดที่ ๑ ก็คือการประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านอนันต์ และคณะ เป็นผู้เสนอ และอีก ๔-๕ ท่านก็เสนอเหมือนกัน เรื่องที่ ๒ ก็คือการนับคะแนนใหม่ และในเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการจัดระเบียบวาระของท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเพื่อเป็นการสะดวก ถ้าท่านแบ่งเป็น ๓ ประเภท ญัตติจาก ๖ ก็จะเหลือ ๓ เมื่อในกรณีที่มีมติรับหลักการ ของท่านอนันต์ ผลอำนวย ในเรื่องของการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าสมมุติว่าที่ประชุม เห็นด้วย เราก็มาดูว่าเอาร่างของใครเป็นร่างหลักครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวีระกร ผมได้ทราบว่า ตอนที่ท่านประธานชวนนั่งอยู่ ได้มีมติไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่าเราจะ ลงมติทีละร่างนะครับ ฉะนั้นก็ไม่เสียเวลาครับ ขอแต่ให้ครบองค์ประชุมก่อนแล้วกัน ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่สมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วโปรดกดปุ่ม แสดงตนเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้กดปุ่มแสดงตนเชิญ ถ้าแสดงตนหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิก ขณะนี้มีผู้เข้าประชุมจำนวน ๒๗๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้เสนอ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ เห็นด้วย🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ผม ๔๕๕ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๕๕ เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน ถ้ายังไม่ได้ลงคะแนนก็เชิญนะครับ ถ้าลงคะแนนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๕ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๓๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เป็นอันว่าที่ประชุมรับหลักการ แห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการร่างข้อบังคับตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ ของนายอนันต์ ผลอำนวย หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้กดปุ่มแสดงตน เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช ๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ แสดงตน ถ้าแสดงตนกันหมดแล้วผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๐๐ ท่านบวก ๑ ท่านเป็น ๓๐๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายอนันต์ ผลอำนวย เป็นผู้เสนอ จะรับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ อัครเดช ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ เห็นด้วย เจ้าหน้าที่ช่วยหาบัตรให้ท่านสมาชิก ๔๗๘ ด้วยนะครับ จริง ๆ เรามีบัตร ๒ ใบ ทั้งบัตรจริง บัตรสำรองบางครั้งก็ลืมทั้ง ๒ ใบ ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๐ ท่านบวก ๑ เป็น ๓๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับตามระเบียบวาระที่ ๕.๑ หรือไม่ คือฉบับของท่านธีรัจชัย กับคณะ เป็นผู้เสนอ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ สมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนนะครับ ได้บัตรหรือยัง ๔๗๘ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ยังไม่ได้บัตร แต่เกรงใจท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้อง เกรงใจครับ ถ้ายังไม่ได้บัตรท่านก็ต้อง🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

นายอัครเดชแสดงตนครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ๐๐๗ กรุงศรีวิไล🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรุงศรีวิไล ก็ลืมบัตรอีกใช่ไหม ก็ ๒ ท่านครับแสดงตน ที่ประชุมครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๒๕ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๒๗ ท่าน ถือว่าผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ท่านสมาชิกไม่ต้อง เกรงใจ ถ้าไม่มีบัตรจริง ๆ ท่านก็ใช้ไมโครโฟนให้เป็นประโยชน์ ผมนั่งอยู่บนบัลลังก์คนเดียว ผมก็ง่วงนะครับ ก็ทำให้หายง่วงบ้าง🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านธีรัจชัย พันธุมาศ กับคณะ เป็นผู้เสนอหรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ นายอัครเดช ๔๗๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายอัครเดช ไม่เห็นด้วย ท่านกรุงได้บัตรมาแล้วหรือครับ ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนหมดแล้ว ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๖ ท่าน เห็นด้วย ๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๙ ท่านบวก ๑ เป็น ๒๔๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ ไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับตามระเบียบวาระที่ ๕.๒ ซึ่งท่านวิรัช กับคณะ เป็นผู้เสนอหรือไม่นะครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมบันทึก แล้วครับ ท่านสมาชิกแสดงตนกันหมดแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผล จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๙๑ ท่านบวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๒ ท่านเป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะเป็นผู้เสนอ) หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานครับ อัครเดช ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอัครเดช เห็นด้วย ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนกันทุกท่านแล้วขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๐ ท่านบวก ๑ ท่านก็เป็น ๓๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการ แห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๗ หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ ท่านสมาชิกแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๙๑ ท่านบวก ๑ ท่านเป็น ๒๙๒ ท่านนะครับ เป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอ หรือไม่ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ เห็นด้วย ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๓ ท่านบวก ๑ ท่าน หมายเลข ๔๗๘ เป็น ๓๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมรับหลักการแห่งร่าง ข้อบังคับฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๘ ซึ่งเป็น ของนายณัฐพงษ์หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรแล้วกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ แสดงตน สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนก็เชิญนะครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๓๑๑ ท่าน บวก ๑ ท่านเป็น ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้เสนอหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ๔๗๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ ไม่เห็นด้วยนะครับ ใช้สิทธิลงคะแนนกันทุกท่านแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๔๑ ท่าน บวก ๑ ท่านเป็น ๒๔๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ ของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ แสดงตน ถ้าแสดงตนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๘๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอหรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๘ เห็นด้วย รวมคะแนนทุกท่านแล้ว ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๙ ท่านบวก ๑ ท่านเป็น ๓๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการ แห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้นะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับทั้งหมด ๕ ฉบับนะครับ ขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวนทั้งหมด ๒๐ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุม มีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๒๐ ท่าน ดังนั้นสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรค การเมืองเป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ตามสัดส่วนแล้วก็ขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .… ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิช ๒. นายสิงหภณ ดีนาง ๓. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๔. นายสงวน พงษ์มณี ๕. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๖. นายชุมสาย ศรียาภัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ ท่านที่ ๑ นายอนันต์ ผลอำนวยท่านที่ ๒ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ท่านที่ ๓ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ท่านที่ ๔ นายภาสกร เงินเจริญกุล และท่านที่ ๕ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นายวิรัช พันธุมะผล ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓. นายคารม พลพรกลาง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล ๒ คนครับ ๑. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๒. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านดังนี้ครับ ๑. คุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๒. คุณรังสิมา รอดรัศมี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญเลขาธิการอ่านชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขาดพรรค เสรีรวมไทยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอโทษที ต่อไปตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๐ ท่าน ๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๒. นายสิงหภณ ดีนาง ๓. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๔. นายสงวน พงษ์มณี ๕. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๖. นายชุมสาย ศรียาภัย ๗. นายอนันต์ ผลอำนวย ๘. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๙. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ๑๐. นายภาสกร เงินเจริญกุล ๑๑. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๑๒. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๓. นายศุภชัย ใจสมุทร ๑๔. นายคารม พลพรกลาง ๑๕. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๑๖. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๑๗. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๑๘. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๑๙. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และ ๒๐. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เชิญกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ กรณีมีการรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับมากกว่า ๑ ฉบับ จะใช้ร่างข้อบังคับฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้ใช้ร่างของท่าน ส.ส. อนันต์ ผลอำนวย และคณะ เป็นร่างหลัก ในการพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่ากรรมาธิการวิสามัญ นำเอาร่างของท่านอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอเป็นร่างหลัก🔗

ต่อไปท่านสมาชิกครับ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านอนันต์ ผลอำนวย เป็นผู้เสนอ ได้มีการพิจารณาร่วมกับระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๑ แล้วนะครับ🔗

ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างการพิจารณา🔗

๕.๑ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่าน ธีรัจชัย พันธุมาศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ได้พิจารณาร่วมกับระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑🔗

๕.๒ ได้มีการพิจารณาไปแล้วของท่านวิรัช พันธุมะผล กับคณะ🔗

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๕.๓ ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พลโท วีระ วงศ์สรรค์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๘๐๘ ท่าน เป็นผู้เสนอ ด้วย พลโท วีระ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ สหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๓)🔗

สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟัง และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๗ และข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ ซึ่งรายละเอียดปรากฏในเอกสาร ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ทั้งนี้ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติเป็นผู้เสนอ และชี้แจง ร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ วรรคสอง ผมขอเชิญผู้มีรายชื่อ ดังต่อไปนี้เข้าร่วมแถลง และชี้แจงในที่ประชุมได้แก่ นายณฐกร แก้วดี ที่ปรึกษาของชุมนุม สหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ขอเชิญผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเข้าชื่อเสนอ กฎหมายเข้าประจำที่นะครับ🔗

(ผู้แทนจากชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด เข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ตัวแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้แถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ🔗

นายณฐกร แก้วดี ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายณฐกร แก้วดี ที่ปรึกษา ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ ด้วยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๕ กำหนดให้รัฐพึงส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และสร้าง เสถียรภาพให้แก่ระบบสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า สหกรณ์ไทยนั้นได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ จนถึงปัจจุบันสหกรณ์เราได้พัฒนา มามากกว่า ๑๐๐ ปี แล้วปัจจุบันสหกรณ์ในประเทศไทยมีอยู่ ๘,๐๐๐ กว่าแห่งจากสหกรณ์ ๗ ประเภท ไม่ว่าประเภทการเกษตร นิคม ประมง ออมทรัพย์ ร้านค้า บริการ และเครดิต ยูเนี่ยน ซึ่งมีสมาชิกในประเทศไทยเราก็ประมาณ ๑๒ ล้านคนกว่าเกือบ ๑๓ ล้านคน อันนี้ก็ยังไม่รวมครอบครัว มีทุนดำเนินการถ้าเปรียบในภาพรวมแล้วก็ประมาณ ๓.๓๓ ล้านล้านบาท อันนั้นก็เป็นเศรษฐกิจค่อนข้างจะสูงพอสมควรนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ระบบสหกรณ์เรามีอุดมการณ์ หลักการ แล้วก็วิธีการสหกรณ์ ที่สามารถแก้ไขทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิก โดยการช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน อันนี้ก็สอดคล้องกับหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กระผมในนามของ คณะผู้ริเริ่มภาคประชาชนที่นำเสนอร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ประชาชนที่นำเสนอมาอยู่ประมาณ ๑๒,๔๕๙ คน แล้วผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ในร่างตรงนี้ภาคประชาชนได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๑ สมัยนั้น ก็คงจะเป็น สนช. เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมต้องขอกราบเรียนพระคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสมาชี้แจงวันนี้ ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตนำเสนอ หลักการหลักการ และเหตุผลในการที่ขอแก้ไขวันนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร🔗

หลักการในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีทั้งหมด ๑๖ ข้อ ๒๒ มาตรา ดังต่อไปนี้🔗

๑. แก้ไขเพิ่มเติมคำนิยามคำว่า ชุมนุมสหกรณ์และสมาชิกสมทบ ขอแก้ไข เพิ่มเติมในมาตรา ๔🔗

๒. ขอแก้ไขเพิ่มเติมให้คณะกรรมการพัฒนาการแห่งชาติ แต่งตั้งอนุกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์คณะกรรมการส่งเสริมกำกับ ดูแล การบริหารเงินและลงทุนของสหกรณ์ คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ คณะอนุกรรมการ ส่งเสริมพัฒนาการผลิต การแปรรูปและการตลาดสินค้าสหกรณ์ และคณะอนุกรรมการ พัฒนาบุคลากรสหกรณ์และกำกับโครงสร้าง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม จำนวนของ อนุกรรมการในแต่ละคณะ วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ ในข้อนี้ก็ขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๔🔗

๓. เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการพัฒนาการแห่งชาติ ส่งเสริม สนับสนุน สร้างเสถียรภาพดำรงกองทุน รักษาเสถียรภาพระบบสหกรณ์ และดำรงเงินกองทุนอื่น ๆ ให้แก่ระบบสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ และกำหนดวัตถุประสงค์แหล่งที่มาของกองทุน คณะกรรมการบริหารกองทุน ที่ตั้งสำนักงานกองทุนและการบริหารกองทุน ขอเพิ่ม มาตรา ๑๔/๑🔗

๔. แก้ไขเพิ่มเติมการมอบอำนาจของนายทะเบียนสหกรณ์ อันนี้ก็ขอแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๖ วรรคสอง🔗

๕. ขอแก้ไขเพิ่มเติมการกระทำ หรืองดเว้นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการดำเนินการ อันเป็นเหตุให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์ อันนี้ ก็ขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง🔗

๖. แก้ไขเพิ่มเติมให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการเป็นกรรมการ เพื่อแก้ไข ข้อบกพร่องต่าง ๆ ของสหกรณ์ ก็ขอเพิ่มเติมในมาตรา ๒๒/๑🔗

๗. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินงาน และการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ และเครดิตยูเนี่ยน และอำนาจหน้าที่และการดำเนินงานของอนุกรรมการส่งเสริมกำกับดูแล การบริหารการเงินและการลงทุนสหกรณ์ อันนี้ก็ขอเพิ่มมาตรา ๒๖/๑ และมาตรา ๒๖/๒🔗

๘. เพิ่มส่วนการส่งเสริมสหกรณ์ และบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ ก็เพิ่มในส่วน ๓/๑ การส่งเสริมสหกรณ์ แล้วก็มาตรา ๒๖/๓🔗

๙. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของอนุกรรมการ ส่งเสริมพัฒนาการผลิตภัณฑ์ การแปรรูปและการตลาดสินค้าสหกรณ์ อันนั้นก็ขอเพิ่ม มาตรา ๒๖/๔🔗

๑๐. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของ อนุกรรมการพัฒนาบุคลากรในสหกรณ์ ในข้อนี้ก็ขอเพิ่มมาตรา ๒๖/๕🔗

๑๑. แก้ไขเพิ่มเติมประเภทของสหกรณ์ ลักษณะ วัตถุประสงค์และขอบเขต ของการดำเนินกิจการของสหกรณ์แต่ละประเภท ส่วนนี้ก็ขอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๓ วรรคสอง🔗

๑๒. แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติเกี่ยวกับสมาชิกสมทบ ขอแก้ไขเพิ่มในมาตรา ๔๑ วรรคสอง🔗

๑๓. เพิ่มบทบัญญัติให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการหรือ ผู้จัดการ ต้องรับผิดร่วมกันในการทำความเสียหายให้แก่สหกรณ์ อันนี้ขอเพิ่มมาตรา ๕๑/๑🔗

๑๔. แก้ไขเพิ่มเติมการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ อันนี้ก็อยู่ ในมาตรา ๖๐🔗

๑๕. แก้ไขเพิ่มเติมการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และอำนาจกระทำการของชุมนุมสหกรณ์ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ในข้อนี้ก็ขอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐๑ วรรคสอง แล้วก็เพิ่มมาตรา ๑๐๕/๑ และมาตรา ๑๐๕/๒🔗

๑๖. เพิ่มหมวดการอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงาน อันนี้ก็ขอเพิ่มหมวด ๙/๑ การอุทธรณ์ แล้วก็มาตรา ๑๒๘/๑ และมาตรา ๑๒๘/๓🔗

อันนี้ก็เป็นหลักการ ๑๖ ข้อ ๒๒ มาตรานะครับ ผมขอกราบเรียนเรื่องของ เหตุผล ด้วยที่ว่าพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนี้ก็ได้บังคับใช้มานาน ก็ทำให้ บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เอื้อต่อการส่งเสริม พัฒนาการและคุ้มครองระบบสหกรณ์ที่มีหลักการ และอุดมการณ์ในการช่วยเหลือเกื้อกูล ระหว่างสมาชิกสหกรณ์กับสหกรณ์ด้วยกัน รวมทั้งการช่วยเหลือสังคมประเทศชาติ สมควร ปรับปรุงบทบัญญัติของพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้การพัฒนาคุ้มครองสร้างเสถียรภาพ แก่ระบบสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบริหารจัดการ และควบคุมโดยสมาชิก ตามหลักประชาธิปไตย และมีความเป็นอิสระ โดยนิยามศัพท์คำว่า ชุมนุมสหกรณ์ และสมาชิกสมทบให้ชัดเจน อันนี้ก็ต้องการให้กำหนดนิยามศัพท์ให้ชัดเจน ให้คณะกรรมการ พัฒนาการแห่งชาติส่งเสริม สนับสนุน สร้างเสถียรภาพ ดำรงกองทุนรักษาศักยภาพ ระบบสหกรณ์ และดำรงเงินกองทุนอื่น ๆ ให้แก่ระบบสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะอนุส่งเสริมกำกับดูแลบริหารเงินและการลงทุน สหกรณ์ คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาการผลิต การแปรรูป และการตลาดของสินค้าสหกรณ์ และอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรสหกรณ์ พร้อมทั้งกำหนดองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการ อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการต่าง ๆ กำหนด การกระทำ หรืองดเว้นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ดำเนินการ ของสหกรณ์ อันเป็นเหตุให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก การให้สมาชิกมีส่วนร่วม ในการเป็นคณะกรรมการ ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ การกำหนดประเภท ลักษณะ วัตถุประสงค์ และขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการของสหกรณ์แต่ละประเภท โดยกำหนดเป็นกฎกระทรวง การกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกสมทบ ความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการดำเนินการ กรรมการหรือผู้จัดการ การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี ของสหกรณ์ โดยให้นำเข้ากองทุนรักษาเสถียรภาพระบบสหกรณ์ การจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และกำหนดอำนาจกระทำการของชุมนุมสหกรณ์ ในแต่ละระดับให้สมควรยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอนำเสนอต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างนะครับ พิจารณารับหลักการด้วย ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ🔗

(การประชุมดำเนินการถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติได้เสนอแถลงหลักการและเหตุผลแล้ว เชิญท่านสมาชิกที่มีรายชื่อ มาหลายท่านอภิปรายขอให้รักษาเวลาด้วยครับ ท่านแรกท่าณัฐวุฒิ บัวประทุม แล้วก็ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอ โดยภาคประชาชน ในนามของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ท่านประธาน ครับ ความน่าสนใจของร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ คือการเข้าชื่อของพี่น้องประชาชน ๑๒,๔๕๙ คน ถึงแม้ในท้ายที่สุดเมื่อสภาตรวจรายชื่อต่าง ๆ แล้วจะเหลือรายชื่อที่สามารถเข้าชื่อได้ เพียง ๑๑,๘๐๘ คนเท่านั้น ที่ผมบอกว่าเป็นความน่าสนใจก็ต้องให้กำลังใจครับ และต้อง สนับสนุนเพราะว่านี่เป็นอีก ๑ ครั้งที่พี่น้องประชาชนใช้สิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่ง แต่ละครั้งก็ยังเป็นกฎหมายฉบับเดิมไม่ใช่การเข้าชื่อในทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำได้ง่ายขึ้นใน ปัจจุบัน🔗

สิ่งที่ผมน่าสนใจอีกประการหนึ่งในเรื่องของการเข้าชื่อก็คือว่า เราพบว่า ในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับนี้ มีการพูดถึงการใช้เงินอยู่ในหลาย ๆ มาตราด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะอนุกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ที่เกี่ยวข้องกับชุมนุมสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการสหกรณ์ ต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วสิ่งที่เรากังวลมากที่สุดก็คือ ห่วงการตีความว่าร่างพระราชบัญญัติ แบบนี้จะเข้าข่ายเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับการเงิน แล้วถูกตีตกไปไม่เข้าสู่ กระบวนการพิจารณาของสภา ความจริงผมได้รับคำตอบมาแล้วครับ แต่ผมก็ต้องชื่นชม ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติขณะนั้น ก็คือท่านประธานพรเพชร วิชิตชลชัย ที่ท่านวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่ถือว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเงิน สภาแห่งนี้สามารถพิจารณาได้ ผมอยากฟังจากผู้ชี้แจงอีกสักรอบหนึ่งว่าท่านประธาน พรเพชรให้เหตุผลแบบใด ประการใด ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่ผูกพันนำมาสู่การพิจารณา ร่างกฎหมายต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิก ส.ส. และพี่น้องประชาชนเข้าชื่อเสนอในปัจจุบันนี้ด้วย นั่นเป็นเหตุผลใหญ่ประการที่ ๑ ครับ🔗

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายว่า ด้วยเหตุผลหลายประการที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่อาจถูกบรรจุพร้อมกันในสมัย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในขณะที่มีสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นมีการแก้ไขพระราชบัญญัติ สหกรณ์มีร่างทั้งหมดอยู่ ๓ ร่างด้วยกัน ก็คือ ร่างของ สนช. คือร่างของกระทรวงเกษตร คือร่างของสันติบาลสหกรณ์ทั้ง ๓ ร่างมีการแก้ไข มีการปรับปรุงต่าง ๆ ที่บอกว่าน่าเสียดาย เพราะว่าจริง ๆ ผมอ่านทั้งหมดแล้ว ท่านผู้ชี้แจงอาจจะช่วยเราในการขยายความ ทำความเข้าใจว่า เนื้อหาส่วนใดที่ถูกแก้ไปแล้วบ้าง แล้วเนื้อหาส่วนใดที่ยังไม่ถูกแก้ที่ทำให้ เห็นความสำคัญว่า สภาแห่งนี้จะต้องรับมาเพื่อพิจารณารับหลักการแล้วมีการแก้ไข ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่สิ่งนี้ยังไม่ได้ฟังจากผู้ชี้แจงนั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เรากำลังพูดถึงการเงิน ๓.๓ ล้านล้านบาท ตัวเลข ๓.๓ ล้านล้านบาท นั่นคือเงินที่อยู่ในสหกรณ์ทั้งสิ้น ๗ ประเภทด้วยกัน ซึ่งท่านผู้ชี้แจง ได้กรุณาพูดถึงแล้ว ตัวเลข ๓.๓ ล้านล้านบาทนั้นหมายถึงจำนวนพี่น้องประชาชนมากมาย ที่ได้รับผลกระทบจากสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ หรือการทำกำไรหรือในกรณี ที่มีการขาดทุน และจำเป็นที่ไม่สามารถเดินหน้าในการดำเนินการต่อได้ ผมอยากให้ท่าน ผู้ชี้แจงได้กรุณาชี้ชัด ๆ ว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้นอกเหนือจากการแก้ไข ในเชิงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ชุมนุมสหกรณ์ต่าง ๆ การบริหารจัดการ คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ซึ่งในร่างฉบับนี้มีการเพิ่มอนุกรรมการขึ้นมาอีก ๑ คณะ ก็คือคณะอนุกรรมการด้านอุทธรณ์ หลังจากที่มีคณะอนุกรรมการด้านส่งเสริม คณะอนุกรรมการด้านพัฒนาเทคโนโลยี ด้านการผลิตและด้านพัฒนาบุคลากรอยู่แล้ว แต่ท่านกรุณาชี้ชัด ๆ ว่า พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์ ฉบับนี้ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ🔗

ประการที่ ๔ ท่านประธาน วันนี้ในกรณีของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์นั้น อย่างน้อยที่สุดมีกรมอยู่ ๒ กรมด้วยกันก็คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แน่นอนครับ สิ่งที่เรากังวลก็คือว่ามันทั้ง ๒ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือความกังวลว่าคนที่เป็นสมาชิก สหกรณ์ ซึ่งผมเองก็เป็นอยู่ มีทั้งสหกรณ์ที่สามารถทำกำไรได้รับการปันผล มีทั้งสหกรณ์ที่มี ปัญหา ไม่สามารถนำไปสู่การได้รับการปันผล แล้วถูกฟรีซ (Freeze) ไว้ อย่างเช่น หลาย ๆ ข่าว ที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่อยากฟังจากท่านก็คือว่าเราจะพยายามทำให้ระบบสมดุล ระหว่างการตรวจบัญชีการส่งเสริมสหกรณ์ โดยภาครัฐกับความเป็นอิสระในการบริหาร จัดการ ๒ สหกรณ์นั้นอยู่ตรงใด วันนี้เรามีชุมนุมสหกรณ์ทั้งสิ้นอย่างน้อย ๑,๐๙๓ แห่ง ซึ่งผมคิดว่ากรณีของการมีชุมนุมสหกรณ์ แล้วพูดถึงกองทุนรักษาเสถียรภาพสหกรณ์ ที่ถูกเขียนอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นทั้งคุณและเป็นทั้งโทษ ในการเป็นทั้งคุณนั้นก็คือ การส่งเสริมให้ความเข้มแข็งของชุมนุมสหกรณ์ที่มีอยู่นั้น มีหลักประกันต่าง ๆ ได้ แต่อาจ จะมีโทษหรือแง่มุมในลักษณะที่บอกว่า การตั้งกองทุนดังกล่าวนั้น อาจจะเป็นความซ้ำซ้อน อาจจะนำไปสู่การไปที่ไม่โปร่งใส ในเรื่องของการบริหารต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ความสำคัญที่สุด ของสหกรณ์ก็คือ เรื่องของระบบการบริหารจัดการ หรือเรื่องของระบบการปันผล ปันส่วน ต่าง ๆ ซึ่งถูกเขียนอยู่ในเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยเหตุผลและคำถามทั้งหมด ทั้งมวล ๔ ประการ พร้อมกับข้อสังเกตที่ผมได้นำเสนอกับท่านประธานครับ ไม่ว่าอย่างไร ก็แล้วแต่ถึงแม้การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์หลักประกัน เรื่องความปลอดภัยในการบริหารจัดการ ตลอดจนผลกำไรที่สมาชิกจะได้รับทั้งหมด แต่การแก้ไข ในเชิงรายละเอียด ในเชิงการบริหารจัดการ ในเชิงการดูแลระบบ ระเบียบ ต่าง ๆ ของ คณะกรรมการทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ตลอดจนการกำหนดอำนาจ ชุมนุมสหกรณ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่ดี ฉะนั้นในนามของพรรคก้าวไกล เราเห็นว่า ควรที่จะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ซึ่งเสนอโดยชุมนุม สหกรณ์แห่งประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การพิจารณาในฐานะกฎหมายของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านจิรายุเชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ท่านประธานครับ สหกรณ์ฉบับนี้ท่านผู้เข้าชื่อเสนอมา ขอขอบพระคุณท่านมากครับ ที่สนใจใส่ใจกับการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประสบปัญหาด้วยตนเองในฐานะที่นั่งเป็นประธาน คณะกรรมาธิการ ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวข้องกับการบริหารสหกรณ์หลากหลายจุด โดยเฉพาะเรื่องของกรณีบ้านมั่นคง ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ในกรุงเทพมหานครเขาจะย้ายบ้านริมคลอง คลองลาดพร้าว คลองบางบัว อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ซึ่งขณะนี้ก็ย้ายไปได้บ้างบางส่วน ก็ขอขอบคุณกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ว่ายังมีรายละเอียดบางอย่างที่จะต้องฝากทางผู้ยกร่างมา แล้วก็ในชั้นกรรมาธิการครับว่า จะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเวลาที่จะขอรับเงินงบประมาณในหน่วยงานใด ๆ ก็แล้วแต่ จะต้องถูก บังคับให้ไปจัดตั้งสหกรณ์บ้าง ผ่านทางตัวแทนของสหกรณ์บ้าง แต่สหกรณ์บางคนที่เป็น กรรมการก็ขี้โกงเหลือเกินท่านประธานครับปรากฏว่า ไปเอาพรรคพวกญาติสนิทมิตรสหาย มาจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ก็มากหลายอยู่ และสุดท้ายก็รับเงินจากส่วนราชการ ปรากฏว่า พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้ความอะไรเลย เงินก็ไปตกอยู่กับคณะกรรมการสหกรณ์ ผมยกตัวอย่างเช่น ในกรุงเทพมหานครเพื่อจะขอรับเงินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือว่าองค์การมหาชนภายใต้กระทรวงพัฒนาสังคม ผู้แทน ของกระทรวง ผู้แทนของหน่วยงานนี้ พัฒนาองค์กรชุมชนก็ปวดหัวครับ เพราะว่ากฎหมาย สหกรณ์นั้นล้วงไปถึงลึกได้ยากลำบากเหลือเกิน ผมจึงอยากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยัง ท่านผู้เข้าชื่อ แล้วก็กรรมาธิการที่จะพัฒนาในวาระที่ ๒ ชั้นหลังจากรับหลังการหรือไม่แล้ว ก็คือร่างที่ท่านยกร่างมานี้หลายมาตราก็น่าสนใจ แต่ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ก็ถามไปแล้วครับ แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรนอกจากตัวแทนสหกรณ์ ซึ่งไปรวบรัดตัดตอนก็หลายที่ แถวชุมชนบางบัว แถวหลักสี่ แถวคลองสามวาบ้านผม ก็มีปัญหาในลักษณะเดียวกันครับ สหกรณ์บางคนไปเป็นประธาน พอมีปัญหาเรื่องรับเงินไปแล้วมีร้องทุจริตก็ไปเปลี่ยนชื่อ ออกลูก เอาเมีย เอาญาติคนใกล้ชิดเข้าไปบางแห่ง ท่านประธานครับ เปลี่ยนถึง ๓ ชื่อ แต่ไม่มีหน่วยงานไหนไปจับได้เลยว่าคนนี้มันเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ๓ ชื่อก็ยังให้เงินเขาไปอีก สุดท้ายก็ลำบาก โดยเฉพาะกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ต้องไป แจ้งความตำรวจ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ไหน ๆ เข้ามาสภาแล้ว ผมอยากจะทักท้วง ท่านไว้ว่า พูดแต่การแก้ไขแต่โทษทางอาญาไม่ปรากฏ โทษทางปกครองไม่เห็น โทษของการ ปรับเป็นวินัยยิ่งไม่เจอ โทษอุปกรณ์ตามองค์การสหกรณ์ก็ไม่เห็นว่าจะมีโทษจำ โทษปรับ แบบไหนอย่างไร กรุณาเพิ่มเข้าไปด้วย ไม่ใช่เขียนกฎหมายแล้วเราก็ไม่ค่อยมีบทลงโทษ อันนี้ผมไม่เห็นในร่างฉบับนี้นะครับ ถ้าเป็นไปได้ช่วยกันมาเพิ่มเติมด้วย🔗

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ กรณีที่แก้ไขที่ท่านเสนอมา ในมาตรา ๘ น่าสนใจครับ แก้ไขเพิ่มเติมให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการเป็น คณะกรรมการในการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของสหกรณ์ แต่อย่าลืมนะครับ อัฐยายซื้อขนมยาย ผัวเมียเขานอนคุยกัน ประธานสหกรณ์เขานอนคุยกับรองประธานสหกรณ์ ชาวบ้านที่อยู่ ในหมู่บ้านชุมชนเขาไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็มาแปะอยู่หน้าหมู่บ้านท่านประธาน แล้วก็บอกว่าต้องทำ อย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ มันตรวจกันเองหรือครับ มันต้องให้หน่วยงานราชการเข้าไป ตรวจสอบอย่างเข้มข้น แล้วก็ทำให้ผลมันออกมาอย่างเป็นรูปธรรมครับ อันนี้ผมฝากไว้ กรรมาธิการที่จะเข้าไปพิจารณา🔗

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๔ ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า กรุณาแยกประเภท สหกรณ์เดี๋ยวนี้มันหลากหลายครับ มันมีตั้งแต่คนไม่กี่สิบคน ไม่กี่ร้อยคน ไปจนถึงคนพันคนหมื่นคนแสนคน ความผิดสำเร็จในคนระดับแสนคน คนละ ๑,๐๐๐ บาท ก็หลายสิบล้านหลายร้อยล้านนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาแยกประเภทให้ชัดเจนครับ แบ่งไปหน่อยครับ ก ไก่ คนหมื่นคน ข ไข่ คน ๕,๐๐๐ ๑,๐๐๐ เขียนเข้าไปให้ชัดครับ โทษมันจะได้หนัก ต่างกรรมต่างวาระต่างกระทง ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๖ ที่มีผู้ยกร่างมาผมเห็นด้วยที่เขียนว่า กำหนดให้คณะกรรมการของสหกรณ์ และผู้จัดการ ต้องรับผิดชอบร่วมกันในความเสียหายต่อสหกรณ์ ในมาตรา ๑๖ ถามจริงทำได้หรือครับ รับผิดชอบร่วมกันพอเงินโอนเข้าบัญชีสหกรณ์อำนาจหน้าที่เซ็น ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการ สหกรณ์เปิดก้นแล๊บท่านประธาน ไม่เคยมีใครอยู่ให้ตามหนี้หรอก ผมจึงถามว่า หลักการเวลา ไปกู้แบงก์ (Bank) ที่ดิน ๑๐๐ บาทเขาให้กู้ ๖๐ บาท สหกรณ์นี้มีการเขียนกฎกติกาแบบนี้ไหม ว่าหลักทรัพย์อะไรในชุมชนก็ดี เช่น ผืนแผ่นดินที่เป็นส่วนกลางนั้นเป็นหลักทรัพย์ได้ไหม ตัวบุคคลที่เป็นกรรมการสหกรณ์ความผิดรับผิดชอบเท่าไร เหมือนจดทะเบียนเป็นบริษัท นิติบุคคล คุณจดทะเบียนล้านบาท คุณจะมาขอเกินกว่าล้านบาทฟ้องกันเกินล้านบาทก็ไม่ได้ อย่างนี้กรุณาเขียนเข้าไปด้วยผู้ยกร่าง นอกจากนี้ท่านประธานครับ การที่ผู้จัดการต้องรับผิด ร่วมกันในความเสียหายต่อสหกรณ์ ผมถามจริงเถอะครับ มันมีกี่แห่ง อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่ต้น ท่านประธานครับ ส่วนใหญ่พอชักดาบกันเป็นที่เรียบร้อยก็หายจ้อยครับ ตามที่ไหนได้ละครับ ทุกวันนี้ท่านประธานลองไปสอบถามดู กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีคดีที่ฟ้องให้กับพนักงาน สอบสวนประจำโรงพักตำรวจคดีลักวิ่งชิงปล้นก็เยอะพอแล้ว ต้องไปติดตามคดีฉ้อโกง ซึ่งเข้าข่ายการฟอกเงินกับสหกรณ์ไม่รู้กี่สิบสหกรณ์ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เข้ามา เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ขอได้โปรดพิจารณาในเงื่อนไขที่ผมได้นำเสนอว่า เมื่อท่านเขียนกฎหมายบังคับใช้ คนดีก็ชอบแก้ไขคนอะไรก็ไม่รู้ชอบแก้ตัว มันทำแบบนั้นได้หรือครับมันต้องมีการบังคับ ด้วยโทษครับ โทษอาญา โทษปกครอง โทษปรับเป็นวินัย โทษอุปกรณ์ซึ่งวงการสหกรณ์ เขาเข้าใจดีในระบบเช่นนี้ เพราะฉะนั้นฝากเรียนท่านผู้เข้าชื่อท่านมีเจตนาที่ดีในการที่จะแก้ไข ไม่ให้คนที่ถูกเก็บเงินจากสหกรณ์เป็นลูกบ้านที่เขาต้องเอาเงินเข้าสหกรณ์ สหกรณ์วันดีคืนดี เหมือนแชร์แม่ชม้อย อยู่ดี ๆ ก็ล้มครืนตามใครก็ไม่ได้กรมบัญชีสหกรณ์ก็ชดเชยหนี้ไม่ได้ ธนาคารฝากเงินเขายังรับประกันนะครับ แต่ถ้าเกิดใครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ ก็จะเป็นปัญหาจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ยกร่าง ขอเป็นข้อสังเกตไว้ผมอาจจะไม่มี โอกาสได้เข้าไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการ แต่เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากมาครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านนะครับ มีท่านรองศาสตราจารย์รงค์ ท่านประเสริฐพงษ์ และท่านมานพ เชิญท่านอาจารย์รงค์ครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณมาก ๆ ที่ผู้ยกร่างได้ยกร่าง พระราชบัญญัติซึ่งมีคุณค่าและมีบทบาทอย่างยิ่ง ก็คือ พ.ร.บ. สหกรณ์ ผมเป็นคนที่มี ประสบการณ์ตรงจากสหกรณ์ ๔๐ ปีเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดนครศรีธรรมราช ๔๐ ปีเติบโตมามีสร้างบ้านสร้างเรือนได้เรียนหนังสือ ได้มีครอบครัวที่ดีก็สหกรณ์นะครับ และก็เข้าใจว่าการพัฒนาสหกรณ์ก็พัฒนาที่ตัวสหกรณ์ คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือเมมเบอร์ (Member) หรือสมาชิกสหกรณ์ไม่ใช่พูดถึงโครงสร้างระดับบนประเด็นที่ผู้ยกร่างวันนี้ ได้ยกร่างเข้ามาก ผมมีการตั้งข้อสังเกตอยู่ ๒ ประการเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต🔗

เรื่องแรกเลยผู้ยกร่าง ยกร่างเพื่อที่จะให้คณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ ตั้งอนุกรรมการย่อย ๆ จากเดิมมี ๓ อนุก็คือ อนุพัฒนาบุคลากร อนุเรื่องการลงทุน และเรื่องอื่นๆ แต่คณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติที่ยกร่างใหม่แตกมาเป็น ๕ อนุ อนุกรรมการในแต่ละอนุกรรมการก็มีบทบาทมีฟังก์ชัน (Function) ของมันแยกย่อยออกไป ผมคิดอย่างนี้ท่านประธานครับ ในการบริหารจัดการยุคใหม่ การบริหารจัดการแบบนี้ถ้าเรา ตั้งอนุ ๑ อนุ ๒ อนุ ๓ อนุ ๔ อนุ ๕ อนุแต่ละอนุไปทำงานเหมือนกับทำงานเฉพาะเจาะจง ลงไป แต่การบริหารสหกรณ์การบริหารของคณะกรรมการสหกรณ์แห่งชาติไม่ใช่บริหาร ตัวสหกรณ์ไม่ใช่บริหารตัวเมมเบอร์ (Member) ของสมาชิกว่าจะระดมทุนอย่างไร บริหาร เรื่องหนี้สินอย่างไรให้สมาชิกได้ปฏิบัติมีวินัยอย่างไรในฐานะสมาชิก เพราะฉะนั้นไม่มี ความจำเป็นใด ๆ เลย ที่จะต้องไปเพิ่มอนุขึ้นมาเป็นอีก ๕ อนุทั้งที่ ๓ อนุเดิมก็สามารถ ที่จะบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีตัวบ่งชี้ใด ๆ ที่จะชี้ให้เห็นว่า การบริหารของสหกรณ์ในประเทศไทยในระยะ ๑๐ ปีที่ผ่านมาตามข้อมูล ที่อยู่ข้างท้ายก็ไม่ได้ชี้อะไรมากมายนักว่าสหกรณ์ต่างๆ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครศรีธรรมราชที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ เขาล้มเหลวหรือเขาขี้เหร่ แต่จริง ๆ แล้วเขาก็บริหารมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ในการอำนวยอวยพร ให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ผมสังกัด สามารถเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายของสหกรณ์ เพราะฉะนั้นผมจึงมีความรู้สึกว่าการมาคิดถึงโครงสร้างการบริหาร โครงสร้างใหญ่ คือพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติและแบ่งออกเป็นอนุ ๆ อันนั้นมันเหมือนกับไปทำ ให้องค์กรในระดับชาติเทอะทะ หลักการบริหารยุคใหม่ต้องทำให้ข้างล่างหน่วยปฏิบัติ สหกรณ์แต่ละสหกรณ์เขาเอ็มพาวเวอร์ (Empower) เขา ให้เขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรจะไปเพิ่มภารกิจ ไม่ควรจะไปเพิ่มความเทอะทะในองค์กรระดับชาติที่มันไม่ได้ มีผลได้ผลเสียต่อประชาชน หรือมีผลได้ผลเสียต่อสมาชิกสหกรณ์แต่ละประเภท นั่นเป็น ประการที่ ๑ นะครับ🔗

ประการที่ ๒ มีการพูดถึงการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์อยู่ในร่างของมาตรา ๑๘ ถ้าในพระราชบัญญัติเดิมก็คือ ๑๐๑ มาตรา ๑๘ การตั้งชุมนุมสหกรณ์ในพระราชบัญญัติเดิม ที่ใช้อยู่มีการเขียนนิยามไว้ชัดเจน ร่างใหม่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากของเดิมที่ใช้อยู่ แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าเวลาพูดถึงการตั้งชุมนุม คือการจัดตั้ง จัดตั้งแบบไหนในร่างเดิม ตามมาตรา ๑๑๐ คือการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ก็คือมี ๒ เลเยอร์ (Layer) อันที่ ๑ ระดับ ภูมิภาค อันที่ ๒ คือระดับประเทศ พอแล้วครับในการบริหารยุคใหม่ เขามีการบริหารเขาทำ แอ็ดฮอก (Ad hoc) หรือแบบชั่วคราวรวมกลุ่มกันสักปึ๊บและทำงาน ๆ พอทำงานเสร็จบรรลุ เป้าหมายเสร็จเลิก แต่อันนี้ พ.ร.บ. ที่ร่างกันมานี้พยายามที่จะทำให้การบริหารมันเป็น เพอร์มาเนนต์ (Permanent) หรือมั่นคงถาวร และกลายมาเป็นองค์กรที่ใหญ่เทอะทะ เป็นที่รวมกลุ่มขอโทษครับท่านประธานถ้าหยาบผมขอถอนครับ คือ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ของแต่ละหน่วยงาน เช่น สหภาพ สันนิบาต เช่นอะไรก็แล้วแต่ระดับชาติ ซึ่งเป็นการ รวมกลุ่มขององค์กรระดับล่าง และเป็นรวมกลุ่มระดับสูง ระดับสูงแบบนี้เป็นที่อยู่ของ ผู้หลักผู้ใหญ่ มาเฟีย หรือ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ขอโทษนะครับถ้าเป็นเรื่องหยาบ แต่เพื่ออธิบายให้เห็นภาพลักษณ์ ผมคิดว่าตรงนี้มันเป็นการเพิ่มเพอร์มาเนนท์ (Permanent) เพิ่มความเป็นมาเฟีย หรือไม่มีประสิทธิภาพต่อการบริหารขององค์กรระดับล่าง การบริหาร จัดการยุคใหม่ จึงเพิ่มแนวราบไม่เพิ่มแนวดิ่ง เขาต้องเอ็มพาวเวอร์ (Empower) สหกรณ์ แต่ละประเภทให้ทำงานให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ระดับจังหวัด จึงเป็นเหมือนเงื่อนไขอีกอันหนึ่งที่กำลังจะไปเพิ่มองค์กรใหญ่ ที่นครศรีธรรมราชก็จะมีชุมนุม สหกรณ์ที่นครศรีธรรมราชอีกอันหนึ่งมาควบคุมสหกรณ์สองแถว มาควบคุมสหกรณ์ ออมทรัพย์ครู มาควบคุมอะไรก็แล้ว ถ้าหากเขารวมกลุ่มกันจัดตั้งนั่นเป็นประการที่ ๒🔗

ประการที่ ๒ เหตุผลในการจัดตั้งชุมนุม เดิมทีมาตรา ๑๐๑ บอกว่า เป็นการอำนวยประโยชน์แก่บรรดาสมาชิกสหกรณ์ในระดับภูมิภาคและประเทศ แต่ในมาตราที่ยกร่างคือมาตรา ๑๘ บอกว่าหากประสงค์ที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายประกอบ ธุรกิจการผลิต การค้า การเกษตร การอุตสาหกรรมหรือบริการอย่างเดียวกัน หรือคีย์เวิร์ด (Keyword) นะครับท่านประธาน การเชื่อมโยงเครือข่าย เอาเรื่องการเชื่อมโยงเครือข่าย มาใช้ในพระราชบัญญัติ ผมคิดว่าคอนเซปต์ (Concept) นี้หรือมโนทัศน์นี้มันยังไม่นิ่ง มันเป็นวาไรตี้ คอนเซปต์ (Variety Concept) หรือว่าเป็นการให้ความหมายอย่างหลากหลาย ซึ่งใครให้ความหมายก็ได้ การบริหารจัดการแบบเครือข่ายอันนี้เป็นการบริหาร เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะเอาชุมนุมสหกรณ์ระดับจังหวัดขึ้นมา และบอกว่าเชื่อมโยงเครือข่ายกันทำอย่างใด อย่างหนึ่ง ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องเขียนอย่างนี้ เพราะการเชื่อมโยงเครือข่ายสามารถทำได้ ในเชิงการบริหารไม่ต้องเอามาใส่ในพระราชบัญญัติเป็นพฤติกรรมการบริหาร เป็นอาการ ของการบริหารที่ผู้บริหารแต่ละสหกรณ์ สัก ๗-๘ สหกรณ์มาทำเป็นชุมนุมระดับจังหวัด ไม่ต้องเอาเครือข่ายเข้ามา เพราะเครือข่ายเป็นอำนาจในการบริหารปกติที่ใครขึ้นมา เป็นประธานสหกรณ์หรือกรรมการสหกรณ์ที่จะทำได้ ทั้งหมดทั้งสิ้นทั้งปวงที่ผมนำเสนอ ผมจะมาสรุปว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดูเหมือนจะมีคุณค่า แต่มันไม่เติมเต็ม เรื่องกระบวนการบริหาร การบริหารสหกรณ์มันจะต้องทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู นครศรีธรรมราชที่ผมยกตัวอย่างให้เขาเข้มแข็ง แต่ไม่ใช่ไปเติมองค์กรระดับสูงกว่า ให้เชื่อมโยงกันให้จัดตั้งเป็นองค์กร เป็นคอร์พอเรทิซึม (Corporatism) หมายถึงว่าเพิ่มองค์กร ที่มีความเข้มข้นเข้มแข็งให้มีความถาวร แต่ผมยังยึดว่าถ้าจะให้มีประสิทธิภาพต้องเป็น องค์การแบบแอดฮ็อก (Ad hoc) หรือชั่วคราวรวมกลุ่มกันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แก้ปัญหาเรื่องข้าว แก้ปัญหาเรื่องมังคุด แก้ปัญหาเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เสร็จแล้วก็เลิกกันไปไม่ต้องมาเขียน กฎหมาย นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ทางการบริหารครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ฝากเรื่องนี้ไว้เพื่อที่จะได้คิดกันต่อในขั้นอื่น ๆ นะครับ ขอขอบคุณท่านประธานหรือผู้ยกร่าง ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับประชาชน ถ้าหากจะตกไป หรือเป็นอะไรอย่างไรก็คิดเสียว่านี่คือเสียงสะท้อนจากประชาชนที่เข้ามาสู่สภา แล้วสภาเรา จะมีความเห็นอย่างไรก็ต้องเห็นชอบกัน อย่าไปด้อยค่า สมมุติว่าวันนี้ถ้าผมไม่เห็นด้วยอย่างนี้ อย่าไปด้อยค่ากัน ผมคิดว่าสิ่งนี้จะมีคุณค่าต่อระบอบประชาธิปไตย ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ สหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วันนี้ผมยินดีและขอแสดงความชื่นชมสำหรับผู้ยกร่างกฎหมาย ฉบับนี้มีข้อน่าสังเกตที่อยากจะอภิปรายทิ้งไว้ในสภาแห่งนี้ รวมทั้งถ้ามีกรรมาธิการในอนาคต จะได้รับความคิดเห็นของผู้อภิปรายวันนี้ไปด้วยนะครับ อย่างแรกผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ภาคประชาชนน่าจะเป็นใหญ่มากในการนำเสนอ แต่ก็มีเทคนิคพอสมควรท่านประธาน ใส่ พลโท ขึ้นมา หมายความว่า ถ้ามียศบวกกับภาคประชาชนเข้าสภาได้ง่ายหน่อยว่า อย่างนั้นเถอะครับ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับร่างของภาคประชาชนในฉบับต่อไป เราไปหา พลเอก พลโท มาร่วมด้วยก็น่าจะเข้าสภาได้ง่าย ท่านประธาน ชุมนุมสหกรณ์ที่จังหวัดกระบี่ มีปัญหาถึงขนาดล้มเลิกเกี่ยวกับชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมันที่จังหวัดกระบี่ เดิมเป็นความ เข้มแข็งของพี่น้องประชาชนที่รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เรื่องปาล์มน้ำมันเพื่อรับซื้อปาล์ม ทะลายคานกับภาคเอกชน โดยมีมาตรฐานของการรับซื้อปาล์มน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่าราคา จะต้องดีกว่าเพื่อให้สมาชิกได้ไปขาย จูงใจให้สมาชิกได้ไปขาย แต่ปรากฏว่าล่มครับ ท่านประธาน พอล่มเกิดอะไรขึ้นครับ ก็มีการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง มีการรายงาน มีการส่ง ข้อร้องเรียนมาที่กรรมาธิการวิสามัญปาล์มน้ำมัน ซึ่งศึกษาเรื่องนี้อยู่ ผมก็เป็นรอง กรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้อยู่ ทำให้ทราบข้อเท็จจริงครับท่านประธานว่า ระบบ ความล้มเหลวของการเป็นชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ส่วนหนึ่ง เกิดจากข้าราชการในจังหวัดครับ ผมยืนยันเลยว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นจากสหกรณ์จังหวัด คือเป็นข้าราชการส่วนภูมิภาคที่เข้าไปอยู่ในแต่ละจังหวัดนั้น เช่น จังหวัดกระบี่ที่กระผมอยู่ เป็นต้น เกิดอะไรขึ้นท่านทราบหรือไม่ครับ มีการซื้อขายปาล์มน้ำมันล่วงหน้าเป็นหนี้ ถึง ๘๐๐-๑,๐๐๐ ล้านบาท ปล่อยให้เป็นหนี้ ๓-๔ ปี แล้วเกิดการล่มสลายเกิดขึ้นสมาชิก แตกสลายกันไปหมด พนักงานแต่ละโรงงานต้องตกงาน ใช้เวลาหลาย ๆ เดือนจนกระทั่ง มีการกอบกู้กันขึ้นมา ล่าสุดก็ทราบว่าชุมนุมสหกรณ์ โดยเฉพาะที่อำเภอคลองท่อม มีบริษัทเอกชน โดยสมาชิกสหกรณ์ชาวจังหวัดกระบี่เดิม ๆ ไปตั้งบริษัทและช่วยกันกอบกู้ ขึ้นมา และนี่คือข้อเท็จจริงที่จะมาพิสูจน์ว่าระบบการบริหารราชการปัจจุบัน ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ถ้าในสมัยก่อนการบริหารราชการถ้าเกิดการล่มของสหกรณ์หรือมีความ ผิดพลาดของข้าราชการส่วนภูมิในท้องถิ่น มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดมานั่งเป็นประธานในฐานะนายก อบจ. กระบี่ สหกรณ์จังหวัดก็ต้องมา นั่งด้วย ถ้าสหกรณ์ล้ม สมาชิกร้องผ่านสมาชิกสภาจังหวัดผ่านขึ้นมาแน่นอน คำตอบจะต้อง ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงจะต้องได้ มีการตรวจสอบจากภาคประชาชน แต่รูปแบบของการบริหาร จัดการ ณ วันนี้กฎหมายที่ไปลิดรอนที่ไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีการเชื่อมระหว่างข้าราชการภูมิภาค โดยเฉพาะยกตัวอย่างเคส (Case) ตัวนี้เป็นตัวอย่าง ที่ชัดเจนมากที่สุดครับ สหกรณ์จังหวัดไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องมาตรวจสอบกัน ที่ส่วนกลาง และมีความล่าช้า ผลเสียหายเกิดจากชุมนุมสหกรณ์ เกิดจากสมาชิกที่เขาต้อง ไม่ได้รับรู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ระบบการถ่วงดุลที่ดี ระบบการตรวจสอบที่ดีจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์สำคัญมากครับ ในชั้นกรรมาธิการผมก็แนะนำไปบอกว่า ถ้าเป็นไปได้ช่วยทบทวนบทบาท ช่วยทบทวน เป็นกรณีศึกษาวิจัยว่าการตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยเฉพาะตัวข้าราชการภูมิภาคที่เป็นสหกรณ์ จังหวัดที่อยู่ในแต่ละจังหวัดนั่นละครับ จะต้องมีบทบาท และจะต้องเชื่อมกับภาคประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้งด้วย มิฉะนั้นก็ล้มเหลวแบบที่จังหวัดกระบี่ที่ผ่านมา ตัวร่างหลายมาตรา ท่านประธานครับ อำนาจของคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติกำหนด ท่านร่างมาแบบนี้ ค่อนข้างกว้างทีเดียว ผมก็อยากจะมีคำถามว่าในอนาคตการกำหนดอำนาจมากมายขนาดนี้ ท่านสามารถบอกว่าเป็นปลายเปิดแบบนี้จะมีผลดี หรือผลเสียมากน้อยแค่ไหน หลายมาตรา เช่น ข้อความที่บอกว่าดำเนินการอื่นตามที่ปรากฏในกฎกระทรวง เรื่องแบบนี้เคยมีกรณี ตัวอย่างว่า กฎกระทรวงที่ออกมาบางครั้งก็เป็นอำนาจของรัฐบาลกลางที่ไปครอบงำ แล้วก็ไม่ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ เพื่อนสมาชิก อภิปรายเรื่องของบทลงโทษ ผมคิดว่าเรื่องของบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะสหกรณ์ จังหวัดที่มีหน้าที่ตรวจบัญชี มีหน้าที่ในการดูแล ไม่ใช่เฉพาะอ้างตัวว่าเป็นพี่เลี้ยงอย่างเดียว ท่านต้องมีหน้าที่ถ่วงดุล มีหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ตรงนั้นด้วย ผมคิดว่าบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ล่าสุดท่านประธานทราบไหมครับ ลาออกจากราชการมีการสืบค้นข้อมูลกันว่าถึงขนาดรับเงิน รับทองกับคนโกงสหกรณ์เดินทางไปต่างประเทศฟรี ๆ กันด้วย ปรากฏว่าคนไปใหม่ก็ไม่กล้า ที่จะไปแก้ไขปัญหา เรื่องนี้คงต้องฝากเป็นประเด็น เป็นกรณีตัวอย่างด้วยครับ🔗

ปัญหาอีกอันหนึ่งครับ ชุมนุมสหกรณ์หลายที่หรือสหกรณ์หลายที่มีปัญหา การครอบครองที่ดิน เมื่อเวลามีการเปลี่ยนไม้เปลี่ยนมือทรัพย์สินควรจะต้องมีการสำรวจ ทรัพย์สินที่สหกรณ์แต่ละที่มีสิทธิครอบครองได้อย่างถูกต้องแล้วหรือไม่อย่างไร ผมคิดว่า การนำเสนอร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ที่ภาคประชาชนเสนอมาต่อสภาแห่งนี้ ผมยินดี รับหลักการเพื่อให้มีการพิจารณาในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมมีความประสงค์ที่จะอภิปรายร่างแก้ไข พ.ร.บ. สหกรณ์ที่ภาคประชาชน ได้นำเสนอ อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่ามีความสำคัญก็คือคำว่า สหกรณ์ ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าเมื่อหลายฝ่ายเห็นว่ามีอุปสรรคหรือมีข้อจำกัดก็ใช้โอกาสนี้ ในการปรับปรุงแก้ไขครับท่านประธาน เราไม่เคยเห็นกฎหมายที่พี่น้องประชาชนลงรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญเข้าสภาแล้วผ่านแบบง่าย ๆ ผมอยากจะเห็นพื้นที่ของการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน ในการเสนอกฎหมายจากพี่น้องประชาชนลักษณะแบบนี้เยอะ ๆ เพราะว่าระบบประชาธิปไตยไม่ใช่เฉพาะเรื่องหน้าที่ของรัฐสภาที่เป็น ส.ส. เพียงอย่างเดียว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้คือประเด็นที่สำคัญทีนี้โดยส่วนตัวผม ผมมีความสนใจเรื่องสหกรณ์อยู่แล้วครับท่านประธานคือ พื้นที่ของสหกรณ์มันเป็นพื้นที่ ของผู้ด้อยโอกาส พื้นที่ของคนที่จะต้องเข้าถึงการเงินก็ดีการช่วยเหลือแบ่งปันก็ดี สำคัญที่สุด ผมเข้าใจว่าอยากจะทบทวนเรื่องอุดมการณ์และแนวคิดเรื่องสหกรณ์นะครับ แนวคิด และอุดมการณ์สหกรณ์หลัก ๆ ก็คือว่าการช่วยกันในทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็น มิติทางทะเล ทางบก ทางน้ำ แล้วแต่ภูมิสังคม ภูมิประเทศของแต่ละประเทศ อันนี้คือ การช่วยเหลือกัน มิติที่ ๒ คือเรื่องของทำอย่างไรจะทำให้เกิดสันติสุขที่เกิดขึ้นในบริบท ของสังคมนั้น ๆ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนหรือกลุ่มสมาชิก ของตัวเองมีคุณภาพชีวิตที่ดี ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาเรื่องของระบบสหกรณ์ได้สร้าง ประเทศหลายประเทศ ผมคิดว่าประเทศอิสราเอลได้พัฒนาประเทศโดยระบบสหกรณ์ ที่เราเรียกในอดีตว่าระบบคิบบุตซ์ หรือว่าโมสาฟ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ผมคิดว่าตัวอย่าง สหกรณ์ที่ยังยืนอยู่แล้วก็ทำหน้าที่ในการสร้างประเทศและสร้างคุณภาพชีวิตอย่างอิสราเอล ผมคิดว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก แต่ทำไมระบบสหกรณ์ในประเทศไทยนี่ทำไมถึงมีปัญหา ผมคิดว่าอันนี้คือประเด็นที่ผมพูด ในสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ ทำไมสหกรณ์ในประเทศไทย เราจะได้ยินข่าวว่า มีการคอร์รัปชัน มีการแทรกแซง กรรมการไม่ได้ทำหน้าที่ สมาชิกไม่มีส่วนร่วม ผมถามว่า การตั้งสหกรณ์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ ทำไมหลายพื้นที่มีปัญหา ต่างกับระบบ จริง ๆ มันก็คือสหกรณ์นั่นละครับ แต่ชาวบ้าน ใช้คำว่า กลุ่มออมทรัพย์อย่างนี้ครับ กลุ่มสัจจะอย่างนี้ครับ เราเห็นกระบวนการเติบโต จากฐานโดยแนวคิดว่า ด้วยเรื่องของการช่วยเหลือแบ่งปันกันในเรื่องสังคมและเศรษฐกิจ ที่มาจากฐานจริง ๆ นี่เราเห็นว่ามันโตขึ้น ๆ ทำไมสหกรณ์ที่มีกฎหมายกำกับทำไมมีปัญหา มากขึ้น ๆ อันนี้คือประเด็นข้อสังเกตของผม ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ว่าหลายฝ่าย ที่ได้พูดว่าจะมีการแก้ไขตรงนี้มันเป็นการแก้ไขในเชิงระบบบริหาร มันไม่ได้ไปแก้ไข ในเรื่องของระบบวิธีคิด ไม่ได้แก้ไขปัญหาเรื่องของโครงสร้างว่าจะกระจายหรือจะทำให้ สหกรณ์มีเสรีภาพและมีอิสรภาพในการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิดสหกรณ์ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นรัฐสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องรับหลักการของภาคประชาชน เพราะว่าเรารู้ว่าระบบสหกรณ์ที่มันมีอยู่นี้มันมีปัญหา แล้วเราต้องใช้โอกาสนี้ในการแก้ไข ปัญหาแต่ละจุด ๆ ที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป หรือผู้รู้ท่านอื่น ๆ ที่อยู่นอกสภา ผู้รู้ท่านอื่น ๆ ที่มีแนวรูปแบบคล้าย ๆ สหกรณ์ แต่ไม่ใช่สหกรณ์ ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายของสหกรณ์ แต่ว่าประสิทธิภาพและคุณภาพระบบองค์กรนี่โตขึ้น ๆ ทุกวัน ผมคิดว่าบทเรียนต่าง ๆ จากความสำเร็จที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบสหกรณ์ แต่มีลักษณะคล้ายสหกรณ์ ซึ่งได้เอาแนวคิด จริง ๆ ของสหกรณ์เรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจสังคม ภายใต้สันติสุข และการแบ่งปันช่วยเหลือกันนี่ครับ โดยสรุปผมคิดว่า คำว่า สหกรณ์เป็นโอกาสในการที่จะ ทำให้ฐานรากจริง ๆ นี่มีความเติบโต ถ้าหากใช้แนวคิดและอุดมการณ์จริง ๆ ๒. ก็คือว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่พี่น้องประชาชนได้นำเสนอสภาควรจะรับสุดท้ายก็คือว่า เมื่อเราเห็นปัญหาแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงแก้ไขให้มันเป็นไปตาม ความหมายและอุดมการณ์ของสหกรณ์จริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ท่านพรชัย ตระกูลวรานนท์ ท่านศักดินัย นุ่มหนู และท่านวีระกร คำประกอบ เชิญท่านพรชัยครับ🔗

นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พรชัย ตระกูลวรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะที่ยกร่างแล้วก็เสนอ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นการเสนอจากภาคประชาชนเข้ามา ผมกราบเรียน ท่านประธานสภาว่า ข้อเท็จจริงที่รับรู้กันเป็นช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ก็คือ ทุกภาคส่วนก็คงจะเห็นในทำนองคล้ายคลึงกันว่าสหกรณ์และระบบการบริหารที่ผ่าน ๆ มา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนซึ่งเกี่ยวกับออมทรัพย์ก็ดี หรือในส่วนซึ่งเป็นสหกรณ์ที่ส่งเสริมการผลิต ก็ดีค่อนข้างจะมีปัญหา ผมเองเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าท่านคณะผู้เสนอร่างก็คงมองจากมุม ของท่านว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะว่าตัวกฎหมายไม่ทันสมัย แล้วก็ไม่ได้เปิดช่อง เพียงพอที่จะทำให้ตัวกิจการของสหกรณ์ในประเทศไทย มีความสามารถหรือศักยภาพ ที่จะพัฒนาไปได้ตามยุคตามสมัย แล้วก็สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ดี ผมมีข้อสังเกตว่า ในหลายมาตราที่ได้มีการยกร่างขึ้นมาเพื่อขอแก้ไขนั้นว่า ที่จริงหากมอง เข้าไปแล้วนี่เป็นคล้ายกับการพยายามจะเพิ่มองคาพยพ แล้วก็ผ่อนคลายกฎระเบียบอะไร บางอย่าง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ ไม่ได้เป็นการที่จะปรับตัวโครงสร้างจริง ๆ หรือแก้ปัญหาที่เป็นแก่นกลางที่สำคัญ ที่จริงหลายมาตรานี่เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปราย ไปบ้างแล้ว ผมคงขออนุญาตไม่ลงไปในรายละเอียดในชั้นรับหลักการ แต่เรียนเป็นเฉพาะว่ากรณีที่จะขอ แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องชุมนุมสหกรณ์ก็ดี ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านอาจารย์รงค์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามได้ พูดอยู่แล้วนะครับว่า มันจะมีประเด็นเรื่องความคลุมเครือ ผมยังมีความเห็นเพิ่มเติมมากขึ้น กว่านั้นว่ากรณีของชุมนุมสหกรณ์ ถ้าหากไม่มีนิยามที่ชัดเจนมันจะมีปัญหาตามมา เรื่องของ ความเป็น หรือไม่ความเป็นนิติบุคคล แล้วก็ความรับผิด อันเนื่องมาจากกิจการ ซึ่งตัวชุมนุม จะดำเนินการต่อ ๆ ไปในภายหลัง ซึ่งก็จะยิ่งทำให้ปัญหาที่เราเคยเห็น ๆ กันอยู่แล้วที่เพื่อน สมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึงอยู่แล้ว ยิ่งมีประเด็นเพิ่มมากขึ้นอีก🔗

ประการถัดมาที่ผมคิดว่าอาจจะน่าห่วง แล้วก็จะต้องดูให้ดี ก็คือเรื่องกรณี สมาชิกสมทบ เพราะหลักการเดิมของเรานี่เวลาที่เราพูดถึงสหกรณ์นี่เราหมายถึง การรวมตัวกันของคนที่มีอาชีพ มีวัตถุประสงค์ มีปัญหา เป็นกลุ่มก้อนคล้ายคลึงกัน แล้วก็ มีความรับผิดชอบอย่างน้อยก็บรรลุนิติภาวะ เป็นเจ้าของเรือกสวนไร่นา หรือกิจกรรม ทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งอย่างใดที่มีปัญหาคล้าย ๆ กันมารวมกลุ่มกัน การเปิดให้สมาชิก สมทบได้ ถ้ามองในแง่ภาพรวมก็ยังนึกไม่ออกว่า มันจะช่วยทำให้ตัวสหกรณ์มีความเข้มแข็ง เพิ่มเติมมากขึ้นได้อย่างไร อนึ่งเท่าที่ผมตรวจสอบจากเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ก็พบว่า จริง ๆ ประเด็นที่คณะผู้ยกร่างขอเสนอแก้ไขนี้ได้นำเสนอมานี่อาจจะสามารถแก้ไขปัญหา ได้ด้วยวิธีอื่น ดังเช่นในการแก้ไขกฎหมายสหกรณ์ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ได้ดำเนินการ ไปแล้วอย่างน้อยก็ ๔-๕ จุดด้วยกัน ก็เลยแปลกใจว่าหรือเป็นเพราะข้อเสนอร่างอันนี้ เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการแก้ไข ผมจึงมีความเห็นอยากจะเสนอว่าถ้าอย่างนั้นผู้ยกร่างอาจจะต้อง ไปลองดูเปรียบเทียบกับฉบับที่แก้ไขของปี ๒๕๖๒ หลายเรื่องนี่อาจจะไม่จำเป็นจะต้องเสนอ ขอแก้แล้ว เพราะได้มีการแก้ไปในการปรับปรุงกฎหมายในคราวนั้นผมไม่ขัดข้อง ถ้าหากว่า สภาจะรับหลักการ แต่เรื่องหลายเรื่องที่เสนอมา ผมเกรงว่าอาจจะมีปัญหา แล้วก็ไม่ได้แก้ที่ ตัวโครงสร้างของปัญหาอย่างแท้จริงดั่งที่ควรจะเป็น กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านศักดินัยครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต ที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องของสหกรณ์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วเราก็พูดกันมายาวนานว่า สหกรณ์นั้นมีความสำคัญต่อภาคเกษตร ภาคประชาชน ของพี่น้องชาวไทยอย่างยิ่งเหลือเกินนะครับ เวลาเราพูดถึงความสำคัญเรื่องนี้เรากลับคิดว่า สหกรณ์เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วจนถึงบัดนี้ ถึงที่สุดแล้วรัฐเราให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ อย่างจริงจังแค่ไหน ผมคิดว่าในร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ พลโท วีระ และภาคประชาชน จำนวนหมื่นกว่ารายชื่อที่เสนอเข้ามานั้น อันนี้ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุนสำหรับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าด้วยความที่เคยเป็นกรรมการสหกรณ์อยู่ในชุมนุม สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน แล้วก็มีความใกล้ชิดกับสหกรณ์การเกษตร ใกล้ชิดกับคณะกรรมการ สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดตราดมากพอสมควรแล้วก็ได้เห็นปัญหา ผมไม่ได้ติดใจเกี่ยวกับ ในเรื่องของมาตราใด ๆ นะครับ เพราะว่าแค่เพียงอยากเห็นว่าโดยมาตราต่าง ๆ ที่ออกมานั้น เราจะเห็น ๒ คำใหญ่ ๆ ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องก็คือคำว่า กำกับดูแลและส่งเสริม เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราอยากเห็นในเรื่องของความสำคัญ ณ วันนี้ก็คือเรื่องของการส่งเสริมที่จะให้สหกรณ์นั้น เข้มแข็งหรือไม่ เวลาเราบอกว่าร้อยกว่าปีแล้วสหกรณ์ไม่เห็นมีความเข้มแข็งเลย เพราะฉะนั้นคำถามที่ต้องถามกลับไปว่า ภาครัฐได้ดูแลส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของภาค ประชาชนได้หรือไม่ นำไปสู่ของการที่จะให้มีเวทีของการร่วมคิด ร่วมผลิต ร่วมขายให้เขา ได้เกิดเวทีอย่างนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้พี่น้องสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ แล้วไปเป็นสมาชิกสหกรณ์ไปเรื่องของการที่จะขอสินเชื่อ แล้วก็เป็นหนี้สหกรณ์ เป็นหนี้ สถาบันการเงิน เป็นหนี้ท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ นี้มากมายนะครับ สิ่งที่เราอยากเห็นก็คือว่า สหกรณ์นั้นต้องช่วยที่เขามีอำนาจมีศักยภาพในการที่จะฟื้น และมีอำนาจของการต่อรองได้ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการแปรรูปและส่งออกที่จังหวัดตราด จำกัด เป็นสหกรณ์ที่นำผลผลิต มาสู่การแปรรูป เพราะว่าในอนาคตข้างหน้านั้นผลไม้ที่ออกมากเกินล้นตลาด อุตสาหกรรม การแปรรูปมีความสำคัญ ผมได้มีการพูดคุยกับท่านประธานสหกรณ์ ท่านวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ ซึ่งเป็นประธานสหกรณ์ เป็นประธานสมาคมชาวสวน แล้วก็เป็นประธานหอการค้าที่จังหวัด ตราดด้วย ก็พูดคุยกันตรงนี้มาเยอะท่านก็หนักใจว่าในฐานะที่บริหารสหกรณ์รัฐไม่ได้ ส่งเสริมให้การเตรียมตัวสำหรับอุตสาหกรรมห้องเย็นที่จะต้องรองรับภาคเกษตรที่มีอยู่ ในอนาคตว่า หากมันล้นเกินตลาดออกไปแล้วจริง ๆ มันจะไปได้อย่างไร ก็อยากเห็น พ.ร.บ. ที่จะต้องมาส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของภาคประชาชนนี้ให้ได้ เราพูดถึงปัญหาของ สหกรณ์ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการมีส่วนร่วมก็ดี ปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหา การขาดความเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์ หรือปัญหาด้านการผลิตที่จะมีการรวมกลุ่มกัน ในการที่จะใช้เทคโนโลยีร่วมกัน การวางแผนเรื่องการใช้ปุ๋ยหรือการใช้สารเคมีเพื่อที่จะลด ต้นทุน ปัญหาเรื่องของการแปรรูป บางทีถ้ารัฐไม่ได้ส่งเสริมให้สหกรณ์การแปรรูปวันนี้ เขาจะอยู่ไม่ได้ แต่มันจะมีความสำคัญในอนาคตมาก เพราะฉะนั้นผมมองว่าภาครัฐเอง ต้องให้ความสำคัญในการที่จะมองในอนาคต ไม่ใช่วันนี้ทุเรียนเราขายได้ และในวันที่มันขาย ไม่ได้ สหกรณ์การแปรรูปเหล่านี้วันนี้ถ้าเกิดเขาอยู่ไม่ได้ วันหน้าจะมีอะไรรองรับกับภาค ประชาชน นี่ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่เราพูดถึงเหล่านี้ ผมยังคิดว่า พ.ร.บ. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เรากำลังพูดถึงกัน มันจะนำไปสู่การแก้ไข ปัญหาที่ว่านี้ได้หรือไม่ ปัญหาที่ว่าก็เกิดมายาวนาน กี่ปี ๑๐ ปีที่แล้ว ๓๐ ปีที่แล้ว หรือในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเรายังพูดถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เราถึงอยากเห็นว่าเครื่องมือที่จะเป็น เครื่องมือทางกฎหมายก็ดีที่จะทำให้ภาคประชาชนนั้น สามารถที่จะมีอำนาจของการต่อรอง สร้างความเข้มแข็งได้ เพราะฉะนั้นสหกรณ์นั้นจึงไม่ใช่เป็นแหล่งที่จะให้แค่สินเชื่อ แล้วพี่น้อง ภาคประชาชนนั้นไม่มีพลัง ไม่ได้มีศักยภาพก็เป็นหนี้สถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง เท่านั้นเอง วันนี้จึงอยากเห็นว่าทุกภาคส่วนโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐเองต้องให้ ความสำคัญกับระบบสหกรณ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่จะหาแค่สินเชื่อ แต่ต้อง สร้างเวทีของการร่วมคิด คิดให้ภาคประชาชนเขาอยากร่วมคิดอยู่แล้ว แต่รัฐจะให้พื้นที่ กับเขาหรือไม่นะครับ ร่วมคิด ร่วมผลิต แล้วก็ร่วมจำหน่าย ผมว่าเรื่องนี้เป็นศักยภาพ ของภาคประชาชนสามารถที่จะทำให้มีอำนาจต่อการต่อรอง มีอำนาจทางการตลาดได้ เพราะฉะนั้นถ้าภาคประชาชนไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง แล้วภาครัฐเองยังมี ยุทธศาสตร์ที่ไม่ชัดเจนต่อระบบสหกรณ์ที่ไม่มองในส่วนของภาคประชาชนของพี่น้อง ประชาชนที่จะต่อรองกับกลุ่มทุนหรือกลุ่มผู้มีอำนาจได้ ก็หวังว่าเราจะได้มีการพูดคุย ถกเถียงกันเพื่อจะให้ระบบสหกรณ์ของไทยนั้น ได้พัฒนาไปได้มากกว่านี้และตอบโจทย์ ให้กับภาคเกษตรของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวีระกรเชิญครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จังหวัด นครสวรรค์ ท่านประธานครับ ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาสหกรณ์ อย่างน้อยคือ ๒ สหกรณ์ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญดูแลปาล์มน้ำมัน ได้ไปแก้ไขปัญหาให้กับชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมันกระบี่ หรือจะเป็นชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ หรือแม้แต่ที่ท่านประธานก็คงจะได้ยินอย่างชัดเจนว่า สหกรณ์ออมทรัพย์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ที่เล่นอะไรก็ไม่รู้เอาเงินของสหกรณ์ไปบริจาค ให้วัดธรรมกายเป็นพันล้านเฉพาะอาคารลูกโลกเอง ผมเองเป็นประธานกรรมาธิการฟอกเงิน ที่สภาเพิ่งแต่งตั้งไป เราพบว่าเอาเงินมาบริจาคสร้างลูกโลกอาคารลูกโลก ๕๐๐ ล้านบาท สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ท่านประธานลองนึกดูว่าเอาเงินมาจากไหน แล้วสมาชิก รู้เรื่องไหมเอาเงินมาบริจาคทีเป็นพันล้าน สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ที่ผมใกล้ชิดดูแล เช่น ชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมันกระบี่ ทำไมถึงเจ๊ง ทำไมถึงเกิดปัญหามากมายจนกระทั่ง ถ้ากรรมาธิการไม่ลงไปช่วยแก้ไขก็ไม่เกิดครับ สาเหตุจริง ๆ ท่านกลับไม่เอามาแก้ไข ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ในการแก้ไข อะไรที่มันควรจะทำกลับไม่ทำ แต่สิ่งที่ท่านทำผมมอง ไม่รู้นะผมพยายามมองในแง่ร้ายมากกว่าแง่บวก เพราะสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเป็นอะไรที่เราฝัน เรื่องของสหกรณ์อย่างหนึ่งท่านประธานครับ ต้องร่วมกันทำ ร่วมกันซื้อ ร่วมกันขาย ช่วยกัน แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้นครับ โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร ผู้คนเอาเงินมาฝากก็ดีนะครับ อะไรก็ดี โดยดูจากผลประโยชน์ ดูจากเปอร์เซ็นต์ที่เขาให้ครับ ดอกเบี้ยที่ให้กี่เปอร์เซ็นต์ เอาดอกเบี้ยสูง ๆ มาล่อกัน เริ่มจากมาตรา ๓ ผมก็เห็นชัดเจนว่า พระราชบัญญัติที่เข้ามา แก้ไขโดยภาคประชาชนถึงแม้ว่าอาจจะมีความตั้งใจที่ดีหรือไม่ดีไม่ทราบนะ แต่ผมมอง อย่างนี้ท่านประธาน อยู่ ๆ ให้มีสมาชิกสมทบ ไม่บรรลุนิติภาวะก็เอามาเป็นสมาชิกสมทบได้ อันนี้มันส่อเจตนานะท่านประธาน ต่อให้กระทั่งประชาชนผู้มีวุฒิภาวะ บรรลุนิติภาวะแล้วก็ ยังเป็นเหยื่อของผู้จัดการ เหยื่อของกรรมการที่เข้าไปมีอำนาจในสหกรณ์นั้น ๆ หลอกให้เอา เงินมาฝากกันโดยการเสนอดอกเบี้ยเยอะ ๆ อย่างเครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นเป็นตัวอย่าง เสนอดอกเบี้ยสูง ๆ เพื่อให้สมาชิกเอาเงินมาฝาก นี่ตั้งสมาชิกภาคสมทบแล้วครับ ก็หวัง จะระดมเงินฝากไม่ใช่อะไรครับ การระดมเงินฝากจะว่าดีก็ดี แต่ถ้าผู้จัดการที่ผมเห็นมานี่ ๒-๓ สหกรณ์ที่เราพูดถึงก็คือ ทั้งกรรมการและผู้จัดการ จำเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องเป็นคนดี ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ปัจจุบันที่เกิดขึ้นที่เราได้ติดตามกันดูนะครับ เป็นสมัยแรกท่านประธานครับ เป็นปีแรกหรือเป็นสมัยแรกก็มีความตั้งใจดีครับ ผู้จัดการก็ดี กรรมการก็ดีไฟแรงครับ เข้ามาตั้งใจจะมาแก้ไขปัญหาอยากจะทำให้สหกรณ์เจริญรุ่งเรือง พอเป็นเริ่มสมัยที่ ๒ เริ่มมองช่องทางเห็นช่องทางแล้ว เนื่องจากว่าการออมทรัพย์ก็ดี เงินต่าง ๆ ก็ดีมันไม่ได้คุม โดยกระทรวงการคลัง ไม่ได้เอาระเบียบปฏิบัติของธนาคารต่าง ๆ มาจับเงินเป็นพันล้าน เป็นร้อยล้านครับแต่ละสหกรณ์ รับฝากเงินของสมาชิกเป็นร้อยเป็นพันล้าน แต่แทนที่จะเอา กระทรวงการคลังมาคุม โดยใช้ระเบียบหรือว่าข้อปฏิบัติของธนาคารต่าง ๆ ที่จะสามารถ ควบคุมให้มันดูแล้วไม่โกงกัน แต่ก็ปรากฏว่าสหกรณ์ต่าง ๆ เปิดช่องครับ ของธนาคารต่าง ๆ ที่จะสามารถควบคุมให้มันดูแล้วไม่โกงกัน แต่ก็ปรากฏว่าสหกรณ์ต่าง ๆ เปิดช่องครับ เพราะว่าคุมโดยท่านสหกรณ์จังหวัดและผู้ตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งไม่ได้มีอำนาจ อะไรมากมายครับ นอกจากให้ข้อเสนอแนะ เพราะฉะนั้นผู้จัดการก็ดี กรรมการก็ดี เมื่อเข้าไปอยู่นาน ๆ รากงอกครับ มีความรู้สึกว่าทรัพย์สินของสหกรณ์นี้คือทรัพย์สิน ของเรา คือทรัพย์สินในกระเป๋าเราเองจะใช้อะไรก็ได้ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนก็คือ สหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น มนุษย์ธรรมดาจะเป็นไปได้ไหมครับ เอาเงินไปบริจาคทีหนึ่ง เป็นพันล้านนี่ท่านประธานครับเป็นไปได้ไหมครับ เงินของใครไม่ใช่เงินของผู้จัดการนะ ไม่ใช่เงินของกรรมการนะครับ เป็นเงินของสมาชิก เพราะฉะนั้นแทนที่ท่านจะเข้ามาแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ แทนที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา ทำอย่างไร จะไม่ให้ผู้จัดการก็ดี กรรมการก็ดีรากงอกเป็นกันสมัยเดียวพอ ยกเว้นถ้าเป็นสมัยที่ ๒ ต้องมีสมาชิกที่มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งยกมือให้นะครับ จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด จะต้องมาประชุมครึ่งหนึ่ง แล้วจำนวนครึ่งหนึ่งของครึ่งนี้ยกมือให้เป็นผู้จัดการต่อหรือให้เป็น กรรมการต่อมันถึงจะได้ นี่ไม่ใช่หรอกครับ งุบงิบกันครับท่านประธานว่ากันเองอะไรกันเอง บางคนเป็นผู้จัดการ ๒๐ ปีนะครับท่านประธาน ๒๐ กว่าปีเอาจนเงินหมดเลยครับสมาชิก เงินหมดเลยวันนี้ ผมสงสารพี่น้องที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรโกรกพระมากครับ โกรกพระบ้านผมหมดแล้วนะครับ ทุนหายกำไรหดหมดเลยครับ ว่ากันจนหมดเลยครับ เป็นผู้จัดการกัน ๒๐ ปีท่านประธานครับ เริ่มจากสมาชิกสมทบพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ ต้องการให้มีสมาชิกภาคสมทบเพื่ออะไร ผมถามว่าเพื่ออะไร เพื่อจะระดมเงินฝากใช่ไหม คุณก็จะเอาดอกเบี้ยสูง ๆ ไปล่อเหมือนเครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นใช่ไหม อยากจะให้เขาเอาเงิน มาฝากเยอะ ๆ จะได้เอาเงินไปทำโน่นทำนี่ เล่นแร่แปรธาตุกัน หรือการตั้งคณะกรรมการ ภาคต่าง ๆ อนุกรรมการเพื่อพิจารณาต่าง ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ คณะอนุกรรมการส่งเสริมกำกับ ดูแลบริหารการเงินการลงทุนของสหกรณ์ ท่านประธานลองนึกดูว่า ถ้าหากว่าคณะกรรมการ ชุดนี้มีพวกโกงเข้าไปพูดง่าย ๆ แล้วกัน ที่จะเข้าไปเป็นคณะอนุกรรมการชุดนี้อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า ในฐานะเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐก็บอกได้เลยว่า พรรคผมไม่รับนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นภาคประชาชนยื่นมาตั้งแต่สมัย สนช. ปี ๒๕๖๑ ก็ตาม แต่ว่าด้วยหลักการต่าง ๆ แล้วไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ในวันนี้เลยครับ ตรงกันข้ามกลับเปิดช่องเพิ่มเติมที่จะให้มีการระดมเงินฝาก ระดมเงินต่าง ๆ เพราะรู้ว่า สหกรณ์จุดอ่อนก็คือการกำกับดูแลโดยภาครัฐก็ดีไม่เข้มงวด ไม่ได้อยู่ในกฎหมายของ กระทรวงการคลัง แต่ใช้กระทรวงเกษตรมาคุมท่านประธานครับ กฎหมายหละหลวมมาก ถ้าผู้จัดการและกรรมการตั้งใจโกงอย่างไรก็โกงได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านองค์การ ชัยบุตร ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม และท่านนิยม เวชกามา เชิญท่านองค์การก่อนครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายองค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากภาค อีสานนะครับ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่พี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันเสนอญัตติ ถ้าบอกตามตรงก็เป็นประวัติศาสตร์ของกระบวนการสหกรณ์ครับ ท่านประธาน ที่พี่น้องในกระบวนการสหกรณ์เองได้ยื่นต่อสภาแล้วสภารับอภิปรายก็ต้อง ให้เกียรติชาวบ้าน ให้เกียรติกระบวนการสหกรณ์ ไม่มีครั้งใดในประวัติศาสตร์ที่กฎหมายสหกรณ์โดยประชาชนเองเข้าชื่อแล้วสภารับ แต่ก่อน ไม่มีครับ ผมเคยเรียกร้องในหลาย ๆ รัฐบาลกับพี่น้องประชาชน แต่กระบวนการสหกรณ์ ประเทศไทยมันมี ๗ ประเภทท่านประธาน โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร มีทั้งสหกรณ์ใหญ่ สหกรณ์เล็ก เขาเรียกว่าสหกรณ์ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก เกือบ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ สหกรณ์ครับ ท่านประธานที่มีกำไรก็ดีไป ที่ล้มลุกคลุกคลานอีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งตั้ง มาแล้วก็ล้มหายตายจากไป อย่างเช่น สหกรณ์ขนาดเล็กที่พี่น้องรวมตัวกัน ท่านประธาน พี่น้องรวมตัวกันก่อตั้งสหกรณ์เรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้ตั้งสหกรณ์ให้ อันนี้เขาอยากมี ของตนเอง เขาอยากมีนิติบุคคลของตนเองนะครับ เขาตั้งมาไม่เกิน ๓ ปีรัฐก็ไม่ได้ดูแลเลย เนื่องจากเกษตรกรกลุ่มนี้เป็นเกษตรกรที่ไม่มีแหล่งเงินทุนเข้าไม่ถึง ธ.ก.ส. ก็กู้ไม่ได้ แบงก์รัฐ ก็กู้ไม่ได้ พาณิชย์ยิ่งแล้วใหญ่เลย เพราะว่าที่เขาไม่มีเอกสารสิทธิ เขาก็หาทางออกของเขา มีอะไรที่จะเข้ามาถึงแหล่งเงินก็ตั้งสหกรณ์นะครับ อย่างที่ผมเรียนตั้งแต่ต้น แต่รัฐบาล ไม่ดูแล ถามว่าแหล่งที่มาของเงินทุนเอามาจากไหน ก็เอามาจากกระเป๋าแห้ง ๆ นี่ละครับ คนละร้อย สองร้อยสูงสุดไม่เกินพันก็อยากเรียกร้องไปถึงรัฐบาลว่า ถ้าอยากช่วยระบบ สหกรณ์ให้เข้มแข็งรัฐต้องออกมาครึ่งหนึ่ง อย่างสหกรณ์ผมมีเงิน ๑ ล้านบาท รัฐต้องให้ เพิ่มมา ๒ ล้านบาท มันถึงจะไปทำนิติกรรมกับคนภายนอกได้ ถ้าอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ ซื้อปุ๋ยก็ไม่ได้ถึง ๒ รถด้วย แล้วเอามาจำหน่าย ก็เอากำไรเยอะไม่ได้อีก กระสอบหนึ่ง ไม่เกิน ๑๐ บาท ก็ต้องผ่านกรรมการสหกรณ์จะให้ขายเท่าไร จะลงหุ้นเท่าไร เกินก็ไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดเพราะว่าลงท้ายด้วย จำกัดนี่ละมันมีปัญหา อีกอย่างหนึ่งสหกรณ์ ก็มีปัญหาเรื่องหยุมหยิมระเบียบมากมายเงินขาดสตางค์เดียวก็ต้องหามา เงินสดไม่มีก็ต้องถือ ทุกวัน ต้องให้มีตรวจสอบได้ ฉะนั้นแล้วการที่กระบวนการมาขอแก้ไขเพิ่มเติมผมเห็นด้วย หลาย ๆ ข้อผมเห็นด้วยมันเป็นการแก้ที่โครงสร้าง ถ้าโครงสร้างดีกระบวนการข้างล่างก็ไปได้ ผมคิดอย่างนี้ท่านประธาน ผมดูแล้วแก้โครงสร้างแก้กระบวนการทั้งหมดเลย แต่ถ้า กระบวนการใหญ่ไปได้ข้างล่างไม่มีปัญหาก็ไปได้หมด เพราะว่าข้างบนมันเปิดแล้ว ทีมีปัญหา ข้างบนมันติดนะครับ ยังไม่พูดถึงว่ากรรมการจะดี ไม่ดี อันนั้นไม่พูดถึง มันอยู่ที่การตรวจสอบ ที่กระบวนการที่จิตสำนึก ที่ศรัทธามากกว่านะครับ แต่ผมไม่เห็นด้วยอันหนึ่งเห็นแย้ง ในข้อ ๑๓ มาตรา ๕๑/๑ การให้สหกรณ์หรือกรรมการหรือประธานสหกรณ์หรือผู้จัดการ เมื่อทำผิดแล้วเกิดความเสียหายต่อสหกรณ์ต้องให้เขารับผมไม่เห็นด้วยนะ เพราะการที่ สหกรณ์จะไปทำอะไรต่าง ๆ กับบุคคลภายนอกมันต้องผ่านที่ประชุมใหญ่ จะไปทำโดยลำพัง ไม่ได้โดยเฉพาะจะไปกู้เงิน หรือจะไปอะไรนิติสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก ต้องมติที่ประชุมใหญ่ ให้ทำดำเนินการได้นะครับ ถ้ามันเสียหายมาได้กำไรน้อย ถ้าชาวบ้านไม่ส่งไม่อะไรไม่อยากให้ ลงที่ประธานหรือกรรมการหรือผู้จัดการอย่างเดียว แน่นอนละผู้จัดการอาจจะมีเอกสารสิทธิ อาจจะมีอะไรมาค้ำในการทำงานไม่ว่ากัน แต่กรรมการเบี้ยเลี้ยงก็น้อย ค่าตอบแทนก็ไม่มี ยังมาให้เขารับอีกผมไม่เห็นด้วย ตรงนี้น่าจะหาทางออกให้เขาด้วยนะครับ ถ้าหากผมมีโอกาส ได้เป็นกรรมาธิการ ผมก็อยากจะพูดเรื่องนี้นะครับ อยากจะส่งสารด้วยความปรารถนาดี ในฐานะผู้แทนราษฎรไปบอกพี่น้องว่า ท่านเสนอมาเราเห็นชอบนะครับพรรคก้าวไกลก็คงรับ หลักการครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของสหกรณ์เป็นเรื่องที่กระผมเองให้ความสำคัญ เพราะถือว่า เป็นเรื่องที่ดี มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นระบบที่ยังมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต การเงิน หรือการทำงานใด ๆ ก็ตาม เพราะฉะนั้นระบบ สหกรณ์ที่ดีนั้น มันจะทำให้สังคมมีความเจริญงอกงาม แล้วก็เศรษฐกิจก็จะมีความมั่นคง กระผมเองเคยเรียนหนังสือที่ฮอลแลนด์ ก็ได้เห็นระบบสหกรณ์ที่นั่น ระบบสหกรณ์ ออมทรัพย์ เขาเติบโตถึงขนาดเป็นแบงก์มีชื่อว่า ลาโมแบงก์ ทุกวันนี้ยังเคยมาตั้งสาขา ที่เมืองไทย แล้วก็เป็นแบงก์อันดับต้น ๆ ของโลกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องสหกรณ์ ถ้าทำดี ๆ เป็นสิ่งที่ดี เป็นการตัดพ่อค้าคนกลางทำให้สมาชิกได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นผมจึงขอขอบคุณทางผู้ร่างที่ได้กรุณานำเสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายนี้ ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ผมสนใจที่สุดก็คือ เรื่องของการเงินครับ แต่ว่าเนื่องจากสหกรณ์มีทั้งด้านการผลิตและการเงิน แต่ว่าเท่าที่ผมดูระบบในประเทศไทย ของเรายังมีปัญหาค่อนข้างจะมากว่า มีความไม่ชัดเจนในส่วนนี้คือเอามาปนกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเงิน เท่าที่ผมดูตัวเลข ก็มีความสับสนพอสมควรว่า ตารางที่ท่านทำมามันเท่าไรกันแน่ อย่างกรณีของการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ที่บอกว่า มีเงินฝากอยู่ ๗๔,๐๐๐ ล้าน แล้วก็เอาเงินให้กู้ ๑.๑๓ ล้านล้านบาท ๒ เรื่องนี้มันเป็นคนละเรื่อง กัน มันเป็นส่วนคนละข้างของงบดุล แต่ปรากฏว่าในตารางเดียวกันนี้ท่านเอามาบวกกัน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบวกกับ ๑.๑ ล้านล้าน เป็น ๑.๘ ล้านล้าน ที่เป็นตัวรวม ผมก็สงสัยว่า นักบัญชี ท่านคิดอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านได้ช่วยให้ความกระจ่างด้วยในการที่เอารายการ ทั้ง ๒ มารวมกัน อย่างไรก็ตามครับ ตัวเลขจำนวนเป็นหลักแสนล้านหรือล้านล้าน บ่งถึงความสำคัญของระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ในระบบการเงินของบ้านเรา ซึ่งอย่างที่ท่าน สมาชิกก่อนหน้า ท่านได้กล่าวไป เล่าถึงปัญหาต่าง ๆ ซึ่งกระผมไม่กล่าวซ้ำแต่ว่าสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าคาใจพวกเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราอยากเห็นความเข้มแข็งของระบบนี้ เพราะว่า ระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ท่านต้องแข่งขันกับผู้จัดการกองทุนที่ไปจัดการกองทุนของ กบข. ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือของธนาคารเพราะอยู่ในตลาดเดียวกัน ความเท่าเทียม ความเข้มข้นในการแข่งขัน ย่อมจะต้องมี มิฉะนั้นแล้วก็จะเสียเปรียบหากกฎหมายที่ท่านเสนอ มา มีการตอกย้ำในเรื่องของธรรมาภิบาลในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็ง ในเรื่องของการ บริหารความเสี่ยง ผมก็จะดีใจที่ท่านจะดูแลในเรื่องนี้ เพราะว่าเท่าที่ดูในหน้าสุดท้าย ของเอกสารที่สภาทำมา ระบบสหกรณ์บ้านเรายังมีปัญหาต่าง ๆ หลายด้าน เช่น เรื่องของ ความไม่โปร่งใส ต่าง ๆ เช่น เรื่องการทุจริตถึงร้อยละ ๑๐ ของสหกรณ์ที่มีอยู่ หรือปัญหา บัญชีถึงร้อยละ ๓๔ ขององค์กรที่มีอยู่หรือการเงิน ก็มีถึงร้อยละ ๑๐ และยังมีเรื่องพฤติกรรม ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย ถึงร้อยละ ๓๗ เพราะฉะนั้นมันเป็นโจทย์ใหญ่ครับ ที่เราต้อง หาทางที่จะช่วยเหลือ ผมจึงอยากให้ท่านได้ดูแลในเรื่องของการจัดระบบโครงการองค์กร สหกรณ์ เช่น ให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่องค์กรที่ทันสมัย ได้มีการจัดทำขึ้นมา หรือในเรื่องของการมีการจัดตั้งองค์กรตรวจสอบ คณะกรรมการ ตรวจสอบภายใน นอกเหนือจากเรื่องของการมี ออดิเตอร์ (Auditor) หรือผู้ตรวจสอบ ภายนอกอันนี้จะมีประโยชน์มาก ในการที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์ ออมทรัพย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสังกัดหน่วยงาน ผมอยากเห็นท่านกล้าหาญ ที่จะย้ายเรื่องของการเงินนี้นะครับ จากกระทรวงเกษตร ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องของเกษตร เรื่องการผลิต มากระทรวงการคลัง เพราะหลายประเทศในโลก อย่างเช่น มาเลเซียก็ทำเช่นนี้มาแล้ว เพราะว่าเรื่องของการเงินนั้น มันมีกลไก มันมีความลึกล้ำมากเกินกว่าผู้ที่ดูแลเรื่องเกษตรจะรับผิดชอบดูแลได้นะครับ ปรากฏว่าเท่าที่ผมตรวจสอบในร่างที่ท่านทำมานี้ ท่านมีหลักการเยอะแยะเลยครับ ล็อกสเปก (Lock spec) ไว้หมด ทำให้การแก้ไขได้ลำบากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมี การล็อก (Lock) ว่าจะต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมการตั้งหลายชุด อย่างน้อยเรื่องของการเงิน เรื่องของการผลิต เรื่องของการใช้เทคโนโลยีแล้วก็เรื่องของบุคลากร และที่ผมไม่ค่อยชอบเลย ก็คือเรื่องที่ท่านล็อกสเปก (Lock spec) ให้ประธานอนุเหล่านี้เป็นรองปลัดกระทรวงเกษตร เท่านั้น แล้วก็คณะอนุที่จะมาเป็นนี้ท่านก็ล็อกสเปก (Lock spec) ให้เป็นข้าราชการ ๑ ใน ๓ แล้วก็เป็นบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงเพียง ๑ ใน ๓ อันนี้คือตัวอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่า กฎหมายซึ่งออกในปี ๒๕๔๒ ที่สมควรแก้ไข ท่านยังกลับทำให้มันมีการไม่ยืดหยุ่น มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านยังมีการตั้งนายทะเบียน ให้นายทะเบียนที่จะให้มีการตั้ง คนที่จะมาดูแลเวลามีความบกพร่องเกิดขึ้น มีความเสียหายเกิดขึ้น ท่านยังล็อกสเปก (Lock spec) ว่าจะต้องมีกว่าครึ่งหนึ่งที่มาจากคนข้างใน ในเมื่อผู้บริหารหรือพนักงานเขาทำ ความเสียหายแล้วนี้ทำไมจะต้องเอาเขามาเป็นคนแก้ไขข้อบกพร่องถึงครึ่งหนึ่ง และสุดท้าย ประเด็นที่ผมก็เป็นห่วงว่า ท่านยังล็อกสเปก (Lock spec) ว่าจะต้องมีการเก็บเงินค่าต๋ง จากสหกรณ์เข้าไปในกองทุนรักษาเสถียรภาพนะครับ ผมก็เป็นห่วงว่าทำไมต้องไปเก็บเงิน จากชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ เป็นภาระต่อท่านเหล่านั้นเพราะฉะนั้น ผมก็เลยคิดว่า กฎหมายฉบับนี้อยากจะให้กระทรวงเกษตรร่วมกับกระทรวงการคลัง กลับไปร่างใหม่ เพื่อจะได้นำเสนอต่อสภาและพวกเราจะได้ช่วยกันดูแลให้ระบบสหกรณ์ มีความเข้มแข็งมากขึ้น ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนิยมครับ เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ซึ่งผมถือว่าเป็นฉบับของประชาชน แม้ท่านจะขึ้นชื่อด้วยพลโทอะไรก็แล้วแต่ นั่นเป็น เทคนิคของผู้ที่ลงชื่อ เพราะว่ายุคนั้นท่านยื่นหนังสือไปในยุค คสช. ยุคทหารที่มีอำนาจ ผมเข้าใจได้ แต่ที่ผมต้องพูด คนลงชื่อขนาด ๑๑,๘๐๐ คน ผมถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ใช่ เรื่องธรรมดาหมายความว่าอย่างไร เพราะตอนลงชื่อตอนนั้นผมเข้าใจได้ ท่านประธานว่า เป็นการเข้าชื่อแบบมาลงชื่อแบบต่อแถวกันเลย แต่ถ้าปล่อยให้ลงชื่อลงทะเบียนแบบระบบ ออนไลน์ (Online) ผมยืนยันว่าเอาเป็นแสนก็ได้ ประเทศไทยขณะนี้ใครไม่ใช้บริการสหกรณ์ ไม่มีละครับ ผมมีบ้านมีเรือนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าสหกรณ์จากสหกรณ์ครู จากสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์มาสร้างบ้านผม ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการแก้ไขซึ่งมาจากประชาชน ผมพรรคเพื่อไทยสนับสนุนอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า ผมสงสารพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านประธาน ไปไม่ถึงดวงดาวครับ เพราะฝ่ายค้าน ให้การสนับสนุนอย่างเดียวไปไม่ได้ รัฐบาลยุคนี้ใจแคบ ถ้ามาจากประชาชนตกกระป๋อง ตายหมด ส.ส. เสนอไปกี่ฉบับ ๒ ปีกว่านี้ไม่เคยมีกฎหมายของ ส.ส. และกฎหมายประชาชน ผ่านสภาแห่งนี้แม้แต่ฉบับเดียวท่านประธาน ผมจึงเป็นห่วงเป็นใยว่าไปไม่ถึงดวงดาว ท่านประธานครับ ผมขอบอกขออภิปรายว่า กฎหมายฉบับนี้ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นกฎหมายที่ทำขึ้นด้วยจิตวิญญาณของคนอยู่กับสหกรณ์ ผมก็อ่านในหลักการดูแล้ว จิตวิญญาณอาจจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นเครื่อง ยืนยันว่า ผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้แต่งตั้งอนุตั้งหลายอนุก็เพื่อแก้ปัญหาการโกง การทุจริต ในสหกรณ์ เรื่องแบบนี้คงปฏิเสธไม่ได้ หลายสหกรณ์มีปัญหา เพราะระบบของสหกรณ์ มันไม่ดี เพราะการตรวจสอบอยู่ในระบบแย่มาก ผมถึงบอกว่าถ้ามีการแก้ไขระบบมันต้องดี ผมยังยืนยันว่าในโลกนี้ไม่เฉพาะประเทศไทย ระบบสหกรณ์ดีที่สุด อย่างน้อยคนยากคนจน เข้าถึง สหกรณ์เกษตรอย่างทุกวันนี้ ธ.ก.ส. ทำมา ชาวไร่ชาวนาก็ต้องกู้ยืมเงินระบบสหกรณ์ นี่ละครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าการกำกับดูแลไม่เหมาะสมเท่าที่ควรที่ผมพูดอย่างนี้ ๒ หน่วยงานที่กำกับดูแลสหกรณ์คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์กับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งมีในทุกจังหวัด แต่ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้เข้าไปดูสหกรณ์ต่าง ๆ ขนาดไหน อันนี้เป็น เครื่องยืนยันว่าท่านไปดูน้อยมาก เผลอ ๆ เกิดระบบอุปถัมภ์อีก สหกรณ์พาไปดูงาน ต่างประเทศเอาท่านไปด้วย แล้วแบบนี้มันจะตรวจสอบกันได้อย่างไร บ้านผมสหกรณ์ครู เงินเสียหาย ๔๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้คืนสักบาทท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ศาลตัดสินลงโทษ ผู้บริหารของสหกรณ์ติดคุกติดตะรางไป ไล่ออก ปลดออก แต่นั่นระบบผมยังว่าเอื้อแก่ การโกงการทุจริตเพราะคนอยู่กับเงิน มันทนการยั่วยวนไม่ได้ ผมเห็นในมาตราที่ท่าน เขียนไว้ มาตราท่านแก้เป็นมาตรา ๑๔/๑ ผมก็เห็นด้วยนะครับ ให้คณะกรรมการพัฒนา สหกรณ์แห่งชาติส่งเสริมสนับสนุนสร้างเสถียรภาพ นี่มันก็เป็นประเด็นท่านแก้ไขได้ ท่านเริ่ม ดำเนินการแก้ไขแล้ว ส่วนท่านหลายท่าน ท่านผู้อภิปรายท่านบอกว่าระบบสหกรณ์ยูเนี่ยน ของคลองจั่นของอะไร อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง มันไม่ได้เลวร้ายทุกสหกรณ์ หลายสหกรณ์ ก็อยู่ในโลกนี้ได้โดยมีสมาชิกได้รับผลจากสหกรณ์นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ท่านก็พยายามแก้ไขแล้ว ในมาตรา ๒๒/๑ ที่ท่านแก้ไว้นี้ผมเห็นด้วยเลย เห็นบอกว่า ในกรณีที่นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งตามมาตรา ๒๒ (๓) ให้นายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้ ผู้ตรวจการสหกรณ์หรือพนักงาน และมีสมาชิกนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งขององค์คณะ ที่นายทะเบียนมอบหมายดำเนินการแทนคณะกรรมการ คือในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ พยายามแก้ไขโครงสร้าง แต่ผมจึงเป็นห่วงว่าไปไม่ถึงดวงดาวท่านประธาน ตกเสียก่อน นี่ละคือปัญหา และที่สำคัญที่ผมดูแล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้พยายามแก้ไข ก็ไปดู ในมาตรา ๕๑/๑ การดำเนินการของคณะกรรมการสหกรณ์ กรรมการหรือผู้จัดการต้อง รับผิดชอบร่วมกันในความเสียหายต่อสหกรณ์ในกรณีต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ หมายถึงว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ก็ดี กรรมการและกรรมการต้องรับผิดชอบ นี่คือประเด็น ผมชอบใจในการแก้กฎหมายฉบับนี้ท่านประธาน เพราะลักษณะของสหกรณ์เจ้าหน้าที่เล็ก ๆ โกงเงินเป็นสิบล้านแสดงว่าใช้ไม่ได้เลยครับ เจ้าหน้าที่การเงินเล็ก ๆ ๑๐ ปีถึงรู้ว่าเงินมัน หายไป อันนี้คือเป็นระบบที่มันไม่ดี ถ้ามีการแก้ไขแบบนี้แสดงว่าเราเริ่มโครงสร้างที่ดี ระบบ สหกรณ์สุดยอดครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมีสมาชิกอีกประมาณ ๑๐ กว่าท่านที่จะอภิปราย ท่านสมาชิกที่จะอภิปรายประสงค์ จะอภิปรายต้องมาเข้าชื่อตอนนี้แล้วนะครับ ถ้าไม่เข้าชื่อผมจะปิดการรับชื่อที่จะอภิปราย ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านอัครเดช และท่านอุบลศักดิ์ และท่านสรวุฒิ เชิญท่านอัครเดชครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมได้ดูข้อเสนอของทางภาค ประชาชนที่เสนอร่างพระราชบัญญัติของสหกรณ์ ก็มีข้อสังเกตไม่เยอะเนื่องจากผมเอง ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้ ๑.๙ ล้านล้านบาท และได้มีโอกาสได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มสหกรณ์ที่ได้รับงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องจักรกล เพื่อการเกษตร สหกรณ์นั้นถือว่าเป็นนิติบุคคลไม่ได้เป็นหน่วยงานในกำกับของทางรัฐบาล เพราะฉะนั้นเวลามีการจัดซื้อจัดจ้างก็จะไม่ได้เข้าไปสู่เรื่องของการพิจารณา หรือใช้กฎหมาย พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง ไม่เหมือนกับหน่วยงานภาครัฐ ไม่เหมือนรัฐวิสาหกิจไม่เหมือนกับ กองทุนต่าง ๆ เพราะถือว่าสหกรณ์นั้นอย่างที่ได้เรียนท่านประธานคือ เป็นนิติบุคคล ฉะนั้นเวลามีการจัดซื้อจัดจ้าง จึงเป็นช่องว่าในการที่จะเกิดการทุจริตได้ง่าย ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการได้มาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับสหกรณ์ออมทรัพย์ในการใช้ งบประมาณ ซึ่งที่ผ่านมามีเงินงบประมาณก้อนหนึ่งที่เป็นเงินกู้ตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากวิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้นำไปให้กับทางสหกรณ์ได้จัดซื้อเครื่องจักรกล ทางการเกษตร แต่เมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็ได้มีการร้องเรียนเรื่องของการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการล็อกสเปก (Lock Spec) ในการที่จะกีดกัน ผู้ประกอบการในการเสนอราคา ซึ่งทางกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์ที่เป็นคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น สตง. เข้ามาให้ข้อมูล ก็ให้ข้อมูลที่ค่อนข้างตรงกัน เพราะว่า สหกรณ์นั้นถึงแม้ว่าจะใช้งบประมาณของทางราชการในการที่ไปจัดซื้อจัดจ้าง แต่ก็ไม่สามารถ ที่จะดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ อันนี้เป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย ที่ผมคิดว่าทางเราเองในฐานะสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ได้จัดตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ถ้าในกรณีมีเงินงบประมาณ ถึงแม้ว่าสหกรณ์จะไม่เข้าข่ายที่จะต้องใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างก็ควรที่จะต้องมีกฎหมายใดพิเศษขึ้นมาหรือไม่ หรือว่าเราจะแก้ไข พ.ร.บ. เรื่องของสหกรณ์ในการที่จะดำเนินการให้กิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ของสหกรณ์นั้นไปสู่เรื่องของการตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง ฉะนั้นผมเองจึงได้ตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะว่าไม่ว่าจะหน่วยงานก็แล้วแต่ เวลามีการจัดซื้อจัดจ้างถ้าใช้เงิน งบประมาณของทางราชการ ก็คงจะต้องตรวจสอบได้ เพราะว่าเรียก ป.ป.ช. มา ทาง ป.ป.ช. ก็บอกว่าตามอำนาจแล้ว สหกรณ์ไม่ใช่อยู่ในหน่วยงานในกำกับของรัฐ ก็ไม่สามารถที่จะเป็น อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ได้ ป.ป.ท. ก็ไม่ใช่ แล้วก็ไล่ในส่วนของ สตง. ที่เอาไปตรวจสอบ แต่ว่ากฎหมายของ สตง. นั้นก็ไม่ได้เข้มข้นเหมือนกับกฎหมายของ ป.ป.ช. อันนี้คือข้อสังเกต ที่ผมอยากจะตั้งไว้ เนื่องจากมีกฎหมายเรื่องของการปรับปรุง พ.ร.บ. สหกรณ์เข้ามาจึงได้ ขออนุญาตอธิบายเพื่อบันทึกไว้ในที่ประชุม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ผมยืนอภิปรายไม่ได้ เกิดอุบัติเหตุกระดูกข้อเท้าหัก หมอทำการผ่าตัดเข้าเฝือก ขออนุญาตนั่งอภิปรายครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการเสนอร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งร่วมกันเข้าชื่อเสนอตาม มาตรา ๑๓๓ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ท่านประธานครับ สภาได้บรรจุวาระนี้เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา เพื่อรับหลักการในวาระ ๑ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมขออนุญาตในนามของพรรคเพื่อไทย ที่ประชุมพรรคมีมติให้เห็นชอบรับหลักการ เพราะถือว่าพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ได้มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาขององค์กรของท่าน ท่านประธานครับ สหกรณ์มีมาแล้ว ๑๐๓ ปี ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพผู้อภิปรายทั้งหลาย ท่านทราบหรือไม่ครับว่า วันนี้สหกรณ์ทั้งประเทศมีอยู่ ๗,๙๗๖ สหกรณ์ แต่บางสหกรณ์อาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่อย่าเหมาว่าสหกรณ์ทั้งประเทศมันล้มเหลว ท่านไม่เคยหยิบยกสิ่งที่ดีมานำเสนอ แต่สหกรณ์บางสหกรณ์มีจุดอ่อน จุดแข็งท่านก็เอามาติติง ผมเห็นด้วย แต่มีทางแก้ไข ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นสหกรณ์ได้มีการพัฒนา สหกรณ์มีอยู่ ๗ ประเภท ดังนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ มีการแก้ไขพระราชบัญญัติมาหลายฉบับ สหกรณ์มีทั้งหมด สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มีสมาชิกทั้งประเทศ ๑๑,๔๓๓,๔๔๐ คน ท่านประธานครับ วันนี้ปรัชญาของสหกรณ์คือรวมกันผลิต รวมกันซื้อ รวมกันขาย ดังนั้นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนเกษตรกรได้รวมตัวกันเพื่อธุรกิจ รวมตัวกันเพื่อการต่อรอง รวมกันผลิต รวมกันซื้อกันขาย ดังนั้นท่านประธานระบบสหกรณ์ทั่วโลก ถือว่าเป็นสหกรณ์ที่เป็นที่พึ่ง ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เมื่อหน่วยงานของรัฐไม่ได้บริการหรือไม่ได้ให้ความเป็นธรรม ในการประกอบอาชีพของเขา ผมยกตัวอย่างเช่น ประเทศเดนมาร์ก สหกรณ์เขามีธนาคาร ของตัวเอง รัฐบาลเดนมาร์กต้องมากู้เงินสหกรณ์เพื่อไปบริหารประเทศ ท่านประธานสหกรณ์ ประเทศเยอรมัน รัฐบาลมีนโยบายเรื่องอะไรก็ต้องมาปรึกษาขอความเห็นจากสหกรณ์ก่อน ท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติผมอยากให้ความเป็นธรรมกับระบบสหกรณ์ แน่นอน บางสหกรณ์อาจจะมีบุคลากร หรือบุคคลบางคนที่คิดทุจริตประพฤติมิชอบอาจจะมีบ้าง แต่เอาส่วนดีของระบบ ๑๑ ล้านครัวเรือนมาพูดบ้างครับ ดังนั้นผมไม่อยากเห็นฝ่ายรัฐบาล จะต้องมีมติล่วงหน้าว่าไม่เห็นชอบ ไม่รับหลักการ ท่านเป็นคนของประชาชน ท่านเป็นคน ของสหกรณ์ทั้งประเทศ ท่านไม่ดูแลเขา ไม่ช่วยแก้ไข ไม่ช่วยแนะนำ และใครจะช่วยแนะนำ ประชาชน ๑๑ ล้านคน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่บอกว่ามาตรา ๔๑ (๒) นั้น เขาเรียกว่า บุคคลธรรมดา ที่ยังไม่ได้เป็นนิติบุคคล หรือบรรลุนิติภาวะ เด็กเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในสถานที่ศึกษา ซึ่งท่านทราบไหมครับว่าพระเทพฯ ท่านไปผลักดัน สนับสนุนให้นักเรียนทั่วประเทศเตรียมตัวจัดตั้งระบบสหกรณ์ และในโรงเรียนเกือบทุก โรงเรียนก็มีสหกรณ์ของเขาเอง ฝึกการออม ฝึกการซื้อขาย ฝึกการดูแลนักเรียนด้วยกันเอง นั่นเป็นรากฐานเบื้องต้นที่สหกรณ์ได้นำเสนอประเด็นตรงนี้มานั้นผมเห็นด้วย เขาเรียกว่า สมทบ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่านประธานครับ คำว่า สมทบ นั้นเมื่อเขาออมเงิน กันเองแต่เขาไม่มีอะไรรองรับ เขาเรียกว่าสมาชิกสมทบครับท่านประธาน ดังนั้นผมอยากเห็น ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านหันกลับมามองว่า วันนี้ควรจะให้โอกาสให้กับสมาชิก ของสหกรณ์ ๑๑ ล้านครัวเรือนนั้นได้มีการแก้ตัวให้มีการผลิตสินค้ารวมกันผลิต รวมซื้อขาย เพื่ออำนาจต่อรองกับองค์กรอื่น ท่านสมาชิกได้อภิปรายกันไปมากมาย ผมจึงอยากจะชวน สมาชิกฝ่ายรัฐบาลช่วยผลักดันรับหลักการแล้วไปถึงวาระ ๒ นั้นท่านจะแก้ไขมาตราใด มาตราไหนที่จะเพิ่มเติมมันก็สามารถทำได้ เขาเรียกติงแล้วก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่ติงแล้ว ฟาดทิ้ง เขาคือประชาชน ๑๑ ล้านครัวเรือน ดังนั้นผมในนามของพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุน รับหลักการ ส่วนการที่จะไปแก้ไขข้อบกพร่องประการใดเพิ่มเติม หรือตัดทอนก็ไปว่ากัน ในชั้นวาระที่ ๒ ดังนั้นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และวิงวอนมวลสมาชิก ให้ช่วยกันรับหลักการก่อน ขอบคุณท่านวีระกร ส.ส. นครสวรรค์ ที่กรุณาท้วงติง ๒ สหกรณ์ เผอิญที่นครสวรรค์ ๑ สหกรณ์ พยุหะคีรีมันอยู่ที่บุคคลไม่ใช่อยู่ที่องค์กร ผมถึงกราบเรียนว่า อยากเห็นองค์กรซึ่งเขาไม่รู้เรื่องด้วย เราก็ให้เลือกคนที่ดีมีความรู้เสียสละเข้ามาทำหน้าที่ บริหารตรงนี้ ขอวิงวอนเพื่อนสมาชิกอย่าเพิ่งปฏิเสธ ขอเสียงสนับสนุนเพื่อพี่น้องชาวสหกรณ์ ๑๑ ล้านครัวเรือน ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอให้กำลังใจกับผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ สหกรณ์แก้ไขขึ้นมา เนื่องจากว่าระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่าระบบเศรษฐกิจฐานคุณธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมและชุมชนคิดว่าต้องมีเป็นทางเลือก หรือเป็นทางเลือกหลักของชุมชน คือระบบสหกรณ์เป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนตัว ผมเองอยากจะเติมเต็มในร่างกฎหมายที่นำมาเสนอ เนื่องจากว่าอยากจะให้พี่น้อง ท่านสมาชิกได้รับทราบว่าเรายังมีสหกรณ์ที่ถือว่าเป็นอัตลักษณ์ หรือเป็นเชิงพื้นที่ เขาเรียกว่า มีสหกรณ์ของสหกรณ์อิสลามที่อยากขอพูดถึง สหกรณ์อิสลามปัจจุบันมี ๓๐ สหกรณ์ มีสมาชิกเป็นบุคคลประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ในพระราชบัญญัติที่ส่งขึ้นมา ผมเห็นว่ามีความจำเป็นอยากจะขอกล่าวสั้น ๆ ก็คือ ในมาตรา ๔ หรือไปแก้มาตรา ๑๔ ที่ระบุว่าให้มีอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ร่วมกันดูแล สหกรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ วัตถุประสงค์สหกรณ์ และคณะอนุกรรมการ ที่เสนอเป็นตัวแทนสหกรณ์อยากจะให้ในชั้นวาระ ๒ ถ้าเกิดมีการรับ และผมก็อยากจะ วิงวอนท่านสมาชิกครับ อันนี้เป็นกฎหมายของประชาชนจริง ๆ ที่เขาเขียนมา ถ้าท่านมา ประกาศว่าจะไม่รับ ผมคิดว่าท่านใจแคบ อาจจะไม่รอบด้าน คือผมคิดว่าอยากจะฝากว่า ถ้ามีอนุก็อยากให้มีตัวแทนสหกรณ์อิสลามได้เข้ามา เพราะสิ่งหนึ่งคือเขาจะเป็นสหกรณ์ ที่ปลอดดอกเบี้ย การหากินกับดอกเบี้ยนี่ถือว่าเป็นการกระทำบาปชนิดหนึ่ง🔗

ประการที่ ๒ ในมาตรา ๑๐ ที่มีอนุกรรมการส่งเสริมกำกับดูแลการบริหาร การเงินและกองทุนสหกรณ์ อันนี้ผมคิดว่าที่เขียนไว้ ๗ ประการ อันนี้มีประโยชน์ถ้าไปทำจริง อีกมาตราหนึ่งที่อยากจะเรียน ก็คือมาตรา ๑๔ คือไปแก้มาตรา ๓๓ ที่เสนอให้ยกเลิก มาตราที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดประเภทสหกรณ์ วันนี้เรากำหนดประเภทสหกรณ์ไว้ ๘ ประเภท ซึ่งพอมีการกำหนดแล้ว ในประเภทที่ ๘ หรือสหกรณ์ประเภทอื่น ๆ ถ้ามีผู้จะไปขอก็ไม่ให้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าการกำหนดวัตถุประสงค์ของสหกรณ์นี่ต้องให้ สอดคล้องกับการดำเนินการ แล้วจริง ๆ ถ้าเป็นตามกฎกระทรวงอยากให้ตัดออกไป ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของสหกรณ์ คือตามกฎกระทรวงเรานี่มันอาจจะไม่เป็น มาตรฐานสากล🔗

ประการสุดท้ายครับ ผมอยากฝากคือในมาตรา ๑๕ เรื่องสมาชิกสมทบ คือไปแก้มาตรา ๔๑ เห็นว่าการกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกนี่สมทบให้ชัดเจน แล้วสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการจริง และสามารถแข่งขันตลาดการเงิน รวมทั้ง สามารถสร้างยุวสหกรณ์ที่สืบสานและต่อยอดการดำเนินการของสหกรณ์ในอนาคต อันนี้ เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ อยากจะให้นำไปประกอบ และท้ายที่สุดครับ วันนี้มันเป็น กฎหมายของประชาชน ต้องขอบคุณวิป (Whip) ทั้งรัฐบาล และวิป (Whip) ของฝ่ายค้าน ที่หยิบกฎหมายของประชาชนเข้ามาพูดในสภา แม้ว่ากฎหมายนี้อาจจะดูว่าเขียนไม่สมบูรณ์ เหมือนกฤษฎีกาเขียน แต่กฤษฎีกานั้นเป็นการประดิษฐ์ถ้อยคำที่เกิดในโลกจินตนาการ เป็นส่วนใหญ่ อันนี้เป็นโลกของความเป็นจริงและเป็นความเป็นจริงของสังคม ผมจึงอยากจะขอ ให้เพื่อนสมาชิกถ้าได้รับหลักการวาระ ๑ ไว้ ส่วนวาระ ๒ จะไปแก้อย่างไรก็ไปแก้อีกอย่างหนึ่ง ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัยครับ เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข พิจิตร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจิตร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ผมในฐานะ ส.ส. ในกระบวนการสหกรณ์ ขออนุญาตท่านประธานได้เรียน ชี้แจงและนำเสนอบางส่วนในเรื่องของการขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. …. จึงทำให้กระบวนการการสหกรณ์นั้นรู้สึกยินดี ที่มี พ.ร.บ. สหกรณ์เข้ามา แต่ว่า พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้ที่ท่าน พลโท วีระ ได้ลงชื่อลงนามตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ หรือปี ๒๕๖๒ ซึ่งยังไม่ได้ เข้าสภา แล้วเอามาเข้าสภาในครั้งนี้ ก็มีความรู้สึกว่าปี ๒๕๖๒ พ.ร.บ. สหกรณ์ ก็ได้แก้ไปแล้ว และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาและนำมาใช้แล้ว ก็เพียงแค่ ๒ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้ ผมเองในฐานะคนที่อยู่ในกระบวนการสหกรณ์มา ๓๕ ปี จึงเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้ร่างมาหลวม ๆ เพื่อที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แก้ไข ตามวาระ ๒ วาระ ๓ อะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นไว้ อันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจ ถ้าหากว่าผ่านสภาไปได้ ก็จะต้องเข้าไปดูแลกันว่าจะขอแก้มาตราใดบ้าง เพราะฉะนั้นเมื่อสักครู่นี้เองผมได้ยกสายโทรศัพท์คุยกับท่าน พลโท วีระ ว่า เอ๊ะ ท่านอาจารย์ท่านลงชื่อลงนามมา เพื่อขอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่ออะไร ท่าน พลโท วีระ ก็บอกว่า ไม่มีอะไรถ้าจะผ่าน ไม่ผ่านก็แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไร เนื่องจากว่าสาระสำคัญมันไม่มีแล้ว เพราะส่วนใหญ่ที่ไปแก้ไข พ.ร.บ. สหกรณ์นั้นไปแก้ไขในปี ๒๕๖๒ ทั้งหมดแล้ว เพราะฉะนั้นในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. พรรคพลังประชารัฐก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องของการแก้ไข พ.ร.บ. ซึ่งมันแค่ปีสองปีเอง ถ้าจะแก้ไข พ.ร.บ. สหกรณ์ท่านต้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำโดยกรมส่งเสริม สหกรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือว่านายทะเบียนสหกรณ์รับรู้รับทราบช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไข ก็จะมี ๓ ฝ่ายด้วยกัน ก็มีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะกรรมการสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ สหกรณ์มาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ ร่วมกันกันไขว่า พ.ร.บ. สหกรณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ ปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๖๒ จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อใดบ้าง ที่มีความต้องการที่มันล้าสมัยและเอามา ขมวดเข้าด้วยกันว่าการแก้ไข พ.ร.บ. สหกรณ์นั้นจะเอามาตราใดที่สามารถจะดำเนินธุรกิจ ของสหกรณ์ เนื่องจากว่าสหกรณ์เป็นนิติบุคคลไม่ใช่ราชการ สหกรณ์ทั้งหมด ๗ ประเภท ด้วยกันท่านนำมาเสนอวันนี้แค่ ๒ ประเภท คือสหกรณ์ออมทรัพย์กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ผมขอเอ่ยถึงท่านวีระกร คำประกอบ เมื่อสักครู่นี้ว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นที่มีปัญหา เนื่องจากว่าเรื่องของเงินฝากสหกรณ์แต่ละสหกรณ์ในประเทศไทย ออมทรัพย์ทั้งหมดเลย เอาไปฝากที่สหกรณ์คลองจั่น สหกรณ์ละ ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท เอาไปฝากไว้ที่สหกรณ์คลองจั่น ท่านคิดดูนะครับ สหกรณ์คลองจั่นเกิดได้ไม่ถึง ๑๐ กว่าปี แล้วนำเงินไปบริจาควัดเอาเงินตรงไหนไป ก็เงินจากสหกรณ์ที่เอาไปฝากสหกรณ์คลองจั่นนี่ละ แล้วอยู่ ๆ สหกรณ์ทั้งหลายที่นำเงินไปฝากที่สหกรณ์คลองจั่นก็มาเรียกร้องจากรัฐบาล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ว่าให้รัฐช่วยสนับสนุนดูแลหน่อยอยากจะได้เงินฝากคืน เห็นไหมครับ สร้างความเดือดร้อน สหกรณ์ไม่ได้อยู่ที่องค์กร อยู่ที่บุคคลนะครับ อยู่ที่คนจะทำให้สหกรณ์ ดีหรือไม่ดี เพราะสหกรณ์นี้เป็นนิติบุคคลที่สุดยอด เมื่อปี ๒๕๔๐ ต้มยำกุ้งเห็นไหม ล้มกัน ระเนระนาดไฟแนนซ์ (Finance) สหกรณ์อยู่ได้ไม่เห็นมีปัญหาเลย เพราะว่าสมาชิก ทั่วประเทศของสหกรณ์แต่ละประเภทเป็นเจ้าของสหกรณ์ ถือหุ้นเป็นเจ้าของสหกรณ์ไว้ ก็จึงทำให้สหกรณ์นั้นอยู่รอด สหกรณ์ทุกประเภทอยู่ได้เพราะสมาชิกสหกรณ์ แต่คณะกรรมการบางสหกรณ์ที่มีการทุจริตกันเกิดขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการ อยู่ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ บางสหกรณ์ก็ทั้ง ๓ ฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งฝ่ายส่งเสริมสหกรณ์โดยเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะกรรมการและฝ่ายจัดการของสหกรณ์เองทำการทุจริต เพราะฉะนั้นกระบวนการ สหกรณ์ ถ้าจะแก้ร่างพระราชบัญญัติของสหกรณ์ต้องร่วมมือกันหลาย ๆ ฝ่ายไม่ใช่เอาเฉพาะ สหกรณ์ออมทรัพย์กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมาแก้ไขปัญหา ดูแต่ละข้อแล้วมันจะแอบแฝงไว้ ทางนัยว่ามีการที่จะร่วมมือกันสร้างผลประโยชน์อะไรต่อองค์กรหรือเปล่า อย่างเช่น สมาชิก สมทบโรงเรียนเขามีสหกรณ์โรงเรียนอยู่แล้ว อันนั้นไม่ใช่ไม่ถูกต้องตามเป็นนิติบุคคล เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับเรื่องของสมาชิกสมทบที่เป็นเยาวชน เพราะเยาวชนอาจจะ มีรายได้น้อยหรือจะเดือดร้อนผู้ปกครองที่จะเอาชื่อของเยาวชนมาเป็นสมาชิกสมทบ ยกตัวอย่าง ชุมนุมสหกรณ์ไปแก้ไขชื่อชุมนุมสหกรณ์ได้อย่างไร คำว่า ชุมนุมสหกรณ์ มันเป็นองค์กรใหญ่ของสหกรณ์แต่ละประเภทนั้น ๆ ด้วยซ้ำไป ท่านจะแก้เป็นชื่ออะไร ท่านก็ยังไม่บอกมาว่าจะแก้เป็นชื่ออะไร ก็จึงทำให้พวกสมาชิกหรือ ส.ส. ในพรรคพลังประชารัฐ สงสัยว่า เอ๊ะ เขายื่นเสนอมาแก้ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์อีกครั้งหนึ่งเพื่ออะไร ผมเห็นว่า อันนี้ผมในนามของสมาชิกพรรคพลังสหกรณ์หรือ ส.ส. ในนามพรรคพลังสหกรณ์ ก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติของสหกรณ์ฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ต่อไปท่านศรีนวลครับ แล้วก็ท่านอภิชาตินะครับ หลังจากท่านศรีนวล🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยเจ้า พอดีได้เห็นร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะเจ้า กับประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๘๐๘ คน เป็นผู้เสนอร่าง แท้จริงมาดูแล้วนะเจ้า ทีแรกว่าจะมามีการอภิปราย แต่มาอ่านที่ข้อ ๔ นะเจ้า อ่านข้อ ๔ นี้ที่ว่าให้คณะกรรมการ พัฒนาสหกรณ์แห่งชาติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะอนุกรรมการส่งเสริม กำกับดูแลการบริหารเงินและการลงทุนของสหกรณ์ คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาผลิตการแปรรูป และการตลาดของสินค้าสหกรณ์ และคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรของสหกรณ์ อันนี้ก็เลยรำลึกถึงและคิดถึงนะเจ้า คนที่อยู่ข้างหลัง ก็คือประชาชนในเขต ๘ ของข้าเจ้า ที่ผ่านมา มีปัญหาความเดือดร้อนเป็นสมาชิกของสหกรณ์ สหกรณ์เขต ๘ ของข้าเจ้าบ่ได้ ยกตัวอย่างที่ไหน ยกตัวอย่างเห็นอย่างชัดเจน สหกรณ์สันป่าตอง สหกรณ์จอมทองนะเจ้า สมาชิกมีตั้งหมื่นกว่าสองหมื่นกว่าก็ยังมีปัญหาความเดือดร้อน นึกว่าหรือคิดว่าตั้งสหกรณ์ เป็นชุมชนแล้วจะมีกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วก็ลงไปคอยกำกับดูแล ก่อนที่สมาชิกของ สหกรณ์นั้นจะลงทุนนะเจ้า ก็จะต้องไปกู้ยืมเงินที่สหกรณ์มาลงทุน เมื่อได้ทุนมาแล้วบ่ว่าปุ๋ย ยาทุกอย่างนะเจ้า จะเป็นการลงทุนที่ราคาแพงมาก สุดท้ายมานะเจ้า ยกตัวอย่างเหมือนกับ ที่อำเภอแม่วางนะเจ้า มีคำขวัญอยู่ว่า แดนหอมหัวใหญ่ พฤกษาลือไกล ท่องไพรแม่วิน งามถิ่นแม่วาง ตอนนี้นะเจ้าหอมหัวใหญ่หลังจากได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์แล้วได้ลงทุน ปลูกหอมหัวใหญ่ เมล็ดหอมหัวใหญ่ราคาที่แพงที่สุด สหกรณ์ได้นำเมล็ดไปลงฮื้อกับสมาชิก แล้วกลุ่มสมาชิกสหกรณ์นี้ก็ปลูกหอมหัวใหญ่ ต้นน้ำ กลางน้ำ สหกรณ์ทุ่มเทฮื้ออย่างเต็มที่ ตอนปลายน้ำหอมหัวใหญ่ออกมานะเจ้า ต้นทุนราคา ๖ บาท ผลปรากฏว่าหอมหัวใหญ่ได้ ขายกิโลกรัมละประมาณ ๓.๕๐ บาท ๔.๕๐ บาทนะเจ้า ขาดทุนตั้งแต่ยังบ่ได้ถอนหอมหัวใหญ่ ตั้งเจ้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาได้ ๒ ปีกว่า ณ วันนี้นะเจ้า แก้ไขยังบ่ได้สักอย่าง นอนตอนกลางคืนน่าสงสารที่สุดก็คือ ประชาชนตาแดง ๆ แล้วก็คอยเป็นเบี้ยล่างของนายทุน กลุ่มใหญ่ ตอนที่จะไม่แก้กฎหมายตัวนี้ถ้าแก้เรื่องปากเรื่องท้องประชาชนแล้วจะนำ ชีวิตประชาชนได้ฮื้ออยู่ดีกินดี บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดีอย่างต่อเนื่อง เจ้าก็เห็นตวย แต่ถ้าแก้กฎหมายทุกตัวแล้ว แก้เพื่อผลประโยชน์ของนายทุน ข้าเจ้าคนหนึ่งจะบ่เห็นชอบ ตวยนะเจ้า ก็อยากจะขอฝากทุกท่านทุกคนว่า การที่เฮาจะแก้กฎหมายแต่ละตั๋วนั้น ก็ขอฮื้อรำลึกและนึกถึงประชาชนตาดำ ๆ ที่อยู่ข้างหลังของเฮานะเจ้า ทุกวันนี้ข้าวเปลือก ผลผลิตทุกอย่างที่ทำการเกษตร ข้าเจ้าเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหา ราคาพืชผลทางด้านการเกษตร ทุกวันนี้มีปัญหาพี่น้องประชาชนร้องเรียนมาโดยตลอด บ่ได้รับการแก้ไขแม้แต่อย่างเดียวนะเจ้า ข้าวเปลือก ปุ๋ยราคากระสอบหนึ่งเป็นพันบาท และยากระปุกหนึ่ง ๖๐๐-๗๐๐ บาท ต้นทุนสูงมาก ผลสุดท้ายมาเวลาเก็บเกี่ยวข้าว ข้าวเหนียวปัจจุบันนี้เหลือแค่กิโลกรัมละ ๓-๔ บาทนะเจ้า ก็อยากจะเรียนฝากสหกรณ์ การเกษตรหรือกรมส่งเสริม ในเมื่อท่านเป็นต้นทุนและฮื้อประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิก และเงินที่ท่านเก็บมาเป็นสมาชิกนั้น รวมกลุ่มกันตั๊กนัก และผลผลิตราคาตกต่ำท่านจะได้ว่า บ่เอาเงินที่ระดมทุนกันไปช่วยกลุ่มเกษตรกรฮื้อได้ลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้นเมื่อเป็นสมาชิกแล้ว ต้องการความช่วยเหลือ สหกรณ์บ่เกยช่วยเหลือหยังเลยนะเจ้า แล้วก็ยังมีดอกเบี้ยที่สูงสุด ยกตัวอย่างสหกรณ์จอมทอง เขต ๘ ที่ข้าเจ้าได้รับผิดชอบนี้ ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือประชาชน บริหารจัดการ โดนฟ้องล้มละลายจากสหกรณ์ตวยเกือบโดนยุบไป ข้าเจ้าก็ต้องเข้ามาช่วย ตอนนี้ก็ได้พยุงชาวบ้านและสหกรณ์นี้ก็ยังอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ก็อยากจะเรียนฝากไปทุกฝ่าย เพื่อทุกคนมีหน้าที่บริหารจัดการดูแลประชาชน เป็นสมาชิกสหกรณ์แล้วขอฮื้อดูแลต้นน้ำ ปลายน้ำ และกลางน้ำ บ่ดีไปเทตอนที่ปลายน้ำนะเจ้า ก็ขอฝากประธานไปยังผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ตวยนะเจ้า ขอกราบขอบพระคุณนะเจ้า สวัสดีเจ้า🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน มีท่านอภิชาติ พรรคก้าวไกล ท่านชูวิทย์ พรรคเพื่อไทย และท่านสฤษฏ์พงษ์ พรรคภูมิใจไทย ท่านอภิชาติเชิญครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตท่านประธานได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยพี่น้องประชาชน พลตำรวจโท วีระ วงศ์สรรค์ และ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๑,๘๐๘ ท่าน ผมถือว่าท่านเหล่านี้เป็นต้นแห่งความคิดที่ จะทำให้สหกรณ์ได้เกิดการพัฒนา เพื่อให้พี่น้องชาวสหกรณ์ทั้งหลายทั่วประเทศได้ฉุกคิดว่า สหกรณ์คือทางออกของพี่น้องประชาชน และอันไหนที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสหกรณ์ พี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นมาเพื่อแก้ไข รัฐบาลต้องจริงใจนะครับ พี่น้องเพื่อนสมาชิกทุกท่าน อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นจากประชาชน ต้องรับครับ ต้องรับในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ขัดข้องอะไรในเนื้อหาฉบับที่พี่น้องประชาชนได้เสนอมา โดยเฉพาะเรื่องสมาชิก สมทบ เรื่องผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะสามารถที่จะเข้าเป็นสมาชิกสมทบได้ก็เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าอย่างน้อยเรื่องระบบสหกรณ์คือวิถีแห่งความเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องฝึกกัน ฝึกการออมฝึกการใช้การพึ่งตัวเอง ฝึกการทำงานในระบบสหกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาตัวเอง แต่ว่าในสิ่งที่ท่านภาคประชาชนเสนอมาผมขออยากเพิ่มเติมว่า ในเมื่อระบบสหกรณ์เป็น ทิศทางที่ดีในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน แต่สหกรณ์ในอดีตที่ผ่านมาทำไมล้มเหลว ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตสัก ๒-๓ ประการเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนหรือเพื่อนสมาชิก ได้ทบทวน ถ้าเราดูความหมายของคำว่า สหกรณ์ มันก็เขียนไว้ชัด คือองค์กรของบรรดา บุคคลซึ่งรวมกลุ่มกันโดยสมัครใจ ในการดำเนินการวิสาหกิจที่พวกเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน และควบคุมตามหลักประชาธิปไตย อันนี้สำคัญครับ เพื่อตอบสนองความต้องการ และความหวังร่วมกันทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ถ้าเราย้อนดูหลักอุดมการณ์จริง ๆ ของสหกรณ์เป็นหลักการที่ดีมากนะครับ สหกรณ์ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความมีคุณค่า ของการช่วยเหลือตัวเอง ความรับผิดชอบต่อตนเอง ความเป็นประชาธิปไตยความเสมอภาค ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ ดังนั้นหมู่มวลสมาชิกทั้งหลายก็ต้องยึดหลักนี้ นี่คือคุณค่าสำคัญของระบบสหกรณ์ แต่ปัญหาก็คือสหกรณ์ไทยไม่เติบโตครับ เพราะมันมี ปัญหาอยู่ ๒-๓ ประการ🔗

ประการแรกก็คือ นโยบายของรัฐและกฎหมายนะครับ ด้านนโยบายของรัฐ รัฐพยายามที่จะใช้สหกรณ์เป็นเครื่องมือในการที่จะเอานโยบายของตัวเองไปสอดไปเสียบ ไปดำเนินการ ไม่ได้ปล่อยให้เขามีความเป็นอิสระในการออกนโยบายเหล่านั้น เช่น เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาอาทิตย์ที่แล้ว ผมลงไปจังหวัดพิษณุโลกผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากคุณโชคดีสายนำพามีลาภ ประธานสหกรณ์นิคมวังทอง เขาอยากจะใช้สหกรณ์ เป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเขา แต่รัฐไม่เอาด้วยครับ รัฐกลับโยนไปให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐก็คือ ใช้รูปแบบ คทช. ซึ่งเขามองว่า อันนั้นเป็นนโยบายที่ถูกยัดเยียด ดังนั้นเมื่อมีสหกรณ์แล้วทำไมไม่ใช้เครื่องมือนี้ในการแก้ไข ปัญหาของพวกเขา นี่ผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนมา ผมเห็นด้วยกับพวกเขาเลยครับ สหกรณ์ ต้องเป็นเครื่องมือของพี่น้องประชาชนไม่ใช่เป็นเครื่องมือของรัฐ เพื่อรวมศูนย์อำนาจต่าง ๆ ในการที่จะยัดนโยบายต่าง ๆ ซึ่งเขาไม่มีส่วนร่วมเข้าไปนะครับ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้สหกรณ์ ไม่เติบโต เรื่องด้านกฎหมายก็เช่นเดียวกันมีปัญหาเรื่องกฎหมายหยุมหยิมเยอะแยะไปหมด ซึ่งข้าราชการที่ดูแลสหกรณ์ใช้กฎหมายเป็นหลักในการควบคุมสหกรณ์ อันนี้ถ้าอยากให้ สหกรณ์เติบโตต้องตัดห่วงโซ่ตรงนี้ออกไป เช่นเดียวกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนใหญ่ จะเน้นกฎหมายเป็นหลัก อันนี้ก็ทำไม่ได้ อันโน้นก็ทำไม่ได้อยู่นะครับ ทั้ง ๆ ที่มันไม่สอดคล้อง กับการแก้ไขปัญหา อันนี้ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นรัฐเจ้าหน้าที่ของรัฐควรส่งเสริมไม่ควรใช้กฎหมาย ไปกำกับหรือไปควบคุมเขา ดังนั้นพวกนี้ต้องปลดล็อกระเบียบอะไรที่ไปใช้โดยไม่สอดคล้อง กับการแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ควรที่จะต้องมีการทบทวน วันนี้จะต้องมีการแก้ไขในอนาคต🔗

ประการต่อมา เรื่องปัญหากำกับควบคุมและการตรวจสอบสหกรณ์ ซึ่งผมพูด ไปแล้วว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐมักจะใช้กฎหมาย สหกรณ์ไม่ใช่สหกรณ์ของประชาชน สหกรณ์ กลับกลายเป็นสหกรณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้กฎหมายควบคุมหยุมหยิมทุกอย่างนี่ละครับ คืออุปสรรค ๒-๓ ประการนี้เป็นอุปสรรคในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสหกรณ์ ที่ทำให้เขาพึ่งตัวเอง ใช้สหกรณ์เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของเขาเองไม่ได้ ก็สรุปง่าย ๆ สหกรณ์กลายเป็นของรัฐไปแล้วไม่ใช่ของประชาชน ดังนั้นควรที่จะต้องไป ขีดเขียนแก้กฎหมายใหม่ให้มีอิสระใช้หลักกระจายอำนาจ ใช้หลักความเป็นประชาธิปไตย ถ้าเราแก้ไข ๒-๓ ประเด็นนี้ได้ ผมเชื่อว่าสหกรณ์จะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน สหกรณ์ เป็นหลักยึดแห่งความเป็นประชาธิปไตยและความเท่าเทียม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชูวิทย์ เชิญครับ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ ต่อเนื่องจากพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มาจากพี่น้องประชาชน สหกรณ์ มีหลายรูปแบบและสหกรณ์ตั้งมาเป็นร้อยปีครับ การรวมกลุ่มของพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่ดีมาก ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามในวิถีชาวบ้าน คนเก่ง ๆ ก็ได้มาช่วยเหลือคนที่ไม่เก่ง คนที่มีความรู้ มีความสามารถ รวบรวมสมาชิก แล้วก็ช่วยผู้ที่อยากรู้ ทำให้เขาได้รวมกัน และประกอบสัมมาอาชีพซึ่งดำเนินการมาเป็นร้อยปีมี ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง สหกรณ์ดีมีมากครับ แต่สหกรณ์ที่มีจุดอ่อน จุดด้อยก็ต้องแก้ไขพัฒนาให้มันดีขึ้น กระผมขอให้กำลังใจพี่น้อง ประชาชนที่ได้รวบรวมเสนอร่างสหกรณ์ การรวมกลุ่มรวมกันผลิต รวมกันซื้อ รวมกันขาย เป็นสิ่งที่ดีครับ เช่น วันนี้อยากเสนอว่าการรวมกลุ่มผลิตเรารวมกลุ่มเป็นสหกรณ์มีรถไปไถนา มีโดรน (Drone) ไปพ่นปุ๋ย มีรถไปเกี่ยวข้าว มีรถไปอัดฟาง ดำเนินการเสร็จรวบรวมผลผลิต เรารวบรวมผลผลิตเสร็จ เราก็ต่อรองการขายว่าในขณะนี้ข้าวกิโลกรัมละ ๖ บาทพวกผม ไม่ขายเพราะข้าวพวกผมเป็นข้าวปลอดสารพิษ ผมจะรวมกันขายทั้งหมู่บ้านมีทั้งหมดร้อยตัน ขอ ๗ บาทได้ไหม ก็สามารถให้พี่น้องรวมกันซื้อรวมกันขาย รวมกันซื้อวันนี้ปุ๋ยกระสอบละพัน เราบอกว่าพวกผมจะซื้อทั้งหมู่บ้านขอ ๙๐๐ ได้ไหม เมื่อเรารวมกันซื้อ รวมกันขาย เราสามารถต่อรองพ่อค้าได้นะครับ สหกรณ์ก็มีประโยชน์ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ผมได้ติดตามการทุจริตของสหกรณ์ขอยกตัวอย่าง ๑ สหกรณ์ว่า สหกรณ์อำเภอ ดอนมดแดงจังหวัดอุบลราชธานี มีการตั้งสหกรณ์ มีการดำเนินการสหกรณ์มาต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันมีการเปลี่ยนกรรมการสหกรณ์ มีการนำเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ มาดำเนินการใหม่เป็นการหลอกลวงสมาชิกว่า ใครฝากเงินมาก ใครฝากถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท จะได้มอเตอร์ไซค์ ๑ คัน มีลุงคนหนึ่งมีสตางค์ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็เอาไปเปิดบัญชี ๓ บัญชี บัญชีลูก ๒ คน บัญชีพ่อคนหนึ่ง ๓ คนก็ได้มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ๓ คัน ในขณะที่ ฝากเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ไม่สามารถที่จะเบิกเงินตัวเองได้คืนครับ เพราะเจ้าหน้าที่เบิกเงินสมาชิกโดยเซ็นลายเซ็นปลอมครับ เซ็นลายเซ็นปลอมให้กับสมาชิกว่า ได้เบิกเงินไปแล้ว สมาชิกทุก ๆ คนไม่สามารถที่จะเบิกเงินได้ วันนี้มีความเสียหายเกิดขึ้น ประมาณ ๕ ล้านบาทนะครับ ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรก็ได้หาทนายรวบรวม หลักฐานในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในขณะนี้ก็พอขับเคลื่อนได้ พอมีเงินสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนให้นำเงินมาฝาก แล้วค่อย ๆ ผ่อนสำหรับสมาชิกที่นำเงิน ไปฝากขอความร่วมมือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และในขณะนี้ก็รวบรวม หลักฐานเพื่อจะฟ้องเจ้าหน้าที่ที่โกงเงินพี่น้องประชาชน จึงอยากจะฝากว่าสหกรณ์ดีมีมาก แต่สหกรณ์ไม่ดีเราก็ต้องดำเนินการ วันนี้ขอให้กำลังใจผู้ที่ได้รวบรวมเสนอ พ.ร.บ. สหกรณ์ มานะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสฤษฎ์พงษ์ครับ🔗

นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในเรื่องของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งของ พลโท วีระ วงศ์สรรค์ และก็พี่น้องประชาชนที่ร่วมเข้าชื่อกัน ๑๑,๘๐๘ คน ด้วยกัน ก็ขอชื่นชมนะครับ ขออนุญาตเข้าประเด็นว่าในเรื่องของสหกรณ์ซึ่งมีมา ๑๐๓ ปี ปรากฏว่าเราแก้พระราชบัญญัติเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ ณ วันนี้ ๒๕๖๔ ก็หมายความว่า ๒๔ ปี แล้วที่เราใช้มา เพราะฉะนั้นย้อนหลังไป ๒๔ ปี ความเปลี่ยนแปลงในระบบการเงิน ในระบบโครงสร้างทางสังคม และในส่วนของภาคเกษตร และส่วนราชการในรูปแบบของสหกรณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ในส่วนตัวผมเห็นด้วยในเรื่องของการทบทวนกฎหมายพระราชบัญญัติ ซึ่งมีความล้าสมัย เกิน ๒๐ ปีถือว่าควรที่จะต้องมาทบทวน ในขณะเดียวกันที่เราดูสมาชิกของสหกรณ์ ร่วมสิบกว่าล้านคน ในจำนวน ๗,๙๗๖ แห่ง ท่านประธานครับ ๗,๙๗๖ แห่ง ถ้าเราไปศึกษา กันจริง ๆ ผมคิดว่าสหกรณ์ที่มีชีวิตน่าจะครึ่งต่อครึ่ง เพราะฉะนั้น ๓,๐๐๐ กว่าสหกรณ์ เป็นสหกรณ์ที่จบชีวิตไปแล้ว คำว่า จบชีวิต ท่านประธานครับ ก็ต้องหมายความว่า จดทะเบียนชำระบัญชียกเลิกไปแล้ว แต่มีหลายสหกรณ์ที่ปิดไปแล้ว แล้วก็ยังมีปัญหา ซึ่งมีผลกระทบต่อสมาชิก โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึงในเรื่องของชุมนุมสหกรณ์ ปาล์มน้ำมันที่จังหวัดกระบี่ อำเภออ่าวลึกนั้น ผมก็ไม่ขออนุญาตพูดซ้ำซึ่งขออนุญาต เอ่ยนามว่า ท่านประเสริฐพงษ์ ท่านวีระกร คำประกอบ เราได้ลงไปดูพื้นที่แล้วก็แก้ปัญหา ในสหกรณ์ปาล์มน้ำมัน ซึ่งรวมตัวกันที่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้บอกว่า สหกรณ์ตั้งแต่ ๕ สหกรณ์ขึ้นไปรวมตัวกันจึงเป็นชุมนุมสหกรณ์ เพราะฉะนั้นในส่วนของเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีปัญหามากในส่วนของสหกรณ์ ในภาคการเกษตร อันสืบเนื่องมาจากว่าผู้บริหารของเกษตรนั้นก็มาจากฐานรากของเกษตรกร อาจจะขาดองค์ความรู้ในเรื่องของรูปแบบสหกรณ์ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดี แต่ถ้าเราเปรียบเทียบ สหกรณ์ในส่วนระบบราชการเราจะเห็นว่า รูปแบบของสหกรณ์ในระบบราชการจะมีปัญหา น้อยกว่า เช่น สหกรณ์ของศาลของตุลาการ สหกรณ์ของข้าราชการในกระทรวง ทบวง กรม มีเงินฝากเยอะมากทีเดียว แต่ถ้าเรามาดูของสหกรณ์ข้าราชการครูก็ถือว่ามีองค์ความรู้ อยู่พอสมควร จัดให้มีการชุมนุมแต่ละปี ผมเห็นแล้วสมาชิกมามากทีเดียว โดยเฉพาะ ที่จังหวัดกระบี่ มีค่าเบี้ยในเรื่องของการมาประชุมด้วยนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการเข้าถึง ในส่วนของตัวสมาชิก แต่พอเรามาดูในเรื่องของสหกรณ์การเกษตรส่วนใหญ่จะมีปัญหา แม้กระทั่งในส่วนของสหกรณ์ยางพาราก็มีปัญหาเช่นกัน มีการปล่อยเงินกู้ ไปกู้ในระบบอื่น ๆ มาแล้วก็ทำให้มีปัญหาในเรื่องของระบบบัญชี ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่าในส่วนของร่าง พระราชบัญญัติในประเด็นที่เราจะแก้ก็คงน่าจะนำปัญหาที่มีอยู่มาแก้กฎหมาย ในขณะเดียวกันต้องหาวิธีป้องกันในสถานการณ์ การพัฒนาในระบบการบริหารการจัดการ ในปัจจุบันไปวางแผนในการที่จะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า หรือในอนาคต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องของคณะกรรมการที่จริงแล้วของสหกรณ์ เล็ก ๆ อาจจะไม่มีปัญหาแต่พอมาเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นมาก็มีผลประโยชน์เยอะมาก เพราะฉะนั้นการยกร่างการแก้ไขพระราชบัญญัติของสหกรณ์นั้น ถ้าหากว่าเป็นการแก้ไข กฎหมายเพื่อที่จะให้ภาคประชาชนในตัวสมาชิกเข้าถึง และมีบทบาทในตัวของผู้บริหาร ของสหกรณ์ และก็มีมาตรฐานมีความปลอดภัยเป็นโครงสร้างที่ทุจริตได้ยาก หรือเป็น โครงสร้างที่มีหลักประกัน ถ้าหากในกรณีมีปัญหาแล้วสมาชิกก็อาจจะมีการคุ้มครอง และในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในส่วนของภาครัฐก็ดีนั้นคงจะต้องมาช่วยกันดูแล ซึ่งยกร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับนี้ ซึ่งมาจากพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิใช้เสียง ในการเลือกตั้งหมื่นกว่าคนนั้น ผมคิดว่าบางเรื่องยังมีข้อบกพร่องอยู่ในหลายประการ ผมดูผ่าน ๆ ไปก็ยังมีจุดอ่อนอีกหลายประการ ซึ่งตรงนี้ถ้าเกิดว่ามีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาก็คงจะต้องฝากอนุคณะกรรมาธิการได้ดูในเรื่องของโครงสร้างให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นรูปของนิติบุคคลแล้วนั้น ในเรื่องของการเข้ามาบริหารการจัดการผมมองเห็นจุดอ่อน หลายประการ มีอยู่ ๑ ประการที่ผมมองเห็น เช่น ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรเกี่ยวกับ ปาล์มน้ำมัน เข้ามา ๒ ปี เข้ามาถึงก็ฝึกงาน พอเริ่มจะเป็นก็ครบวาระแล้วครับ พอครบวาระ จุดอ่อนในเรื่องของการเข้ามาดำเนินการนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องของมาเรียนรู้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการบริหารการจัดการค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยากที่จะให้เกิดคุณภาพของผู้บริหาร ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องไปดูในเรื่องของวาระการดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมด้วย เพราะฉะนั้นสุดท้าย ก็คงไม่รบกวนเวลา เนื่องจากว่าเวลาหมดพอดีก็ขอฝากเพื่อนสมาชิก ถ้าในกรณีมีการตั้ง อนุกรรมการศึกษาขึ้นมา ก็ขอฝากในเรื่องของการดูแลของภาคประชาชนในการเข้าถึง ในรูปแบบของสหกรณ์ และยั่งยืนยันว่าในรูปแบบระบบของสหกรณ์นั้นเป็นระบบที่ดี ผมอยากเห็นรูปแบบของสหกรณ์ในประเทศไทย มีความมั่นคงเทียบเท่ากับระบบธนาคาร พาณิชย์ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาต ให้ท่านจุลพันธ์เป็นท่านสุดท้าย และก็จะปิดอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๗๔ เพื่อที่จะให้ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติได้มีโอกาสสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ เชิญท่านจุลพันธ์ สั้น ๆ สรุปครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ผมต้องเรียนต่อท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ซึ่งมีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๘๐๐ คนเศษ เป็นผู้เสนอ ต้องเรียนด้วยความเคารพครับ พระราชบัญญัตินี้ เข้ามาใช้เวลาในการเดินทางจากการเริ่มร่าง จนกระทั่งมาถึงสู่การบรรจุสู่สภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งเรามาอภิปรายกันในวันนี้ใช้เวลานานมากหลายปี เป็นความพยายามที่เหนื่อยยาก ของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ผมเองต้องเรียนด้วยความเคารพครับว่า ถึงแม้ว่าร่างจะเข้ามา ใช้เวลานาน แต่ในช่วงระหว่างการเดินทางของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขในตัวร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์เองในหลายมาตรา บางมาตราซึ่งข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ มีการแก้ไขแล้ว มีการแก้ไขเป็นไปตามนั้นแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังตกหล่น การรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งประชาชนเป็นผู้เสนอจะเกิดประโยชน์ และเป็นไปตาม เจตนารมณ์ของผู้ร่าง ซึ่งก็คือกลุ่มที่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในระบบสหกรณ์เป็นสิบ ๆ ล้านคน สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคหลายคนได้พยายามอภิปราย เพราะพวกผม รู้มาก่อนแล้วว่าสุดท้ายร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้ อาจจะไม่ถึงฝั่งฝันในการที่จะได้รับ การผ่านจากสภาในวันนี้ เป็นที่น่าเสียดาย แต่ผมอยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านผู้ชี้แจง ฝากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกจากฟากฝั่งของรัฐบาลด้วยกฎหมาย ของประชาชนหลายฉบับที่เข้ามา รวมถึง พ.ร.บ. ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ ต่อสภา ในสมัยของพวกเราไม่เคยมีฉบับไหนผ่านการพิจารณาเลย หลายฉบับถูกล้ม ด้วยเสียงข้างมากเป็นที่น่าเสียดาย วันนี้อยากจะให้ลองพิจารณาดูร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะเป็นเสียงของประชาชน ในขณะเดียวกันถ้าสุดท้ายแล้วพวกผมไม่สามารถ โน้มน้าวให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับหลักการได้ ผมต้องเรียนผ่านท่านประธานไปว่า ใครก็ตามที่ล้มกฎหมายซึ่งประชาชนพยายามที่จะเสนออย่างยากเย็น ท่านช่วยกรุณา นำเอาหลักแนวคิดและปัญหาของเขาไปพิจารณาต่อ ในขณะที่ท่านเป็นรัฐบาลท่านมีกำลัง มีอำนาจ มีข้าราชการ มีมือไม้ ท่านนำเอาข้อเสนอของเขาไปพิจารณาว่าสุดท้ายแล้ว ท่านจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับเขาได้อย่างไร ด้วยการใช้อำนาจรัฐของท่านนั่นละ แต่ในขณะเดียวกันต้องฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทยเองเป็นหนึ่งในนั้นนะครับ ผมเสนอ ต่อท่านประธานผ่านไปยังผู้แจ้งผู้นำเสนอกฎหมาย พวกผมยินดีต้อนรับท่านครับ ถ้าเกิดว่า วันนี้ท่านไม่ผ่านสภา ท่านมาพูดคุยกับพวกผมครับ เราจะมาลองวิธีการกลไกของ สภาผู้แทนราษฎรผ่านทางฟากฝั่งของฝ่ายค้านนี่ละครับ ในการที่จะเดินเรื่องการแก้ไข กฎหมาย พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ครับ ก็เป็นความหวังเล็ก ๆ ที่หวังว่า จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการยุติการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ นะครับ ก่อนจะลงมติก็ให้ท่านผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติ ผู้แทนเสนอได้อภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ🔗

นายณฐกร แก้วดี ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน วันนี้ผมได้มีโอกาสได้มาฟังความคิดเห็นของท่านที่ได้พูดถึงเรื่องของร่างสหกรณ์ ในภาคของประชาชน มีหลายประเด็นที่ผมใคร่จะชี้แจงเพิ่มเติม แต่ก็อยากจะสั้น ๆ ครับ เพราะว่าหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว ท่านก็เข้าใจในระบบสหกรณ์ดี บางท่านก็อาจจะ ไม่ได้อยู่ในระบบสหกรณ์ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า สหกรณ์ท่านก็ได้ทราบแล้วว่า ร้อยกว่าปีครับ ถามว่าระบบมันดีไหม ช่วยประชาชนได้ไหม ก็คงตอบได้ว่าระบบสหกรณ์นั้น เป็นระบบรากหญ้า เป็นระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยนะครับ มีอยู่ ๓ ส่วนครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ระบบผู้บริหารสหกรณ์แล้วก็ผู้กำกับสหกรณ์ ตรงนี้สำคัญครับ จะปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบสหกรณ์นั้นเป็นระบบที่เลวร้าย ไม่ใช่ เพราะอยู่มาร้อยกว่าปีแล้ว ก่อตั้งปลายรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕ อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ ระบบต้องดีแน่นอน แต่ระบบ ก็อาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง เพราะว่าสถานการณ์เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปครับท่าน มันเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นการแก้ไขของภาคประชาชนก็มองจุดอ่อนว่าควรจะแก้ไขระบบ อย่างไร ให้ระบบสหกรณ์นั้นมั่นคงแล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ประมาณ ๑๒ ล้านสมาชิกนะครับ แต่ถ้าเราบวกถึงครอบครัวไปด้วยคูณ ๓ ประชาชนเกือบครึ่ง ประเทศ ที่มีความเป็นอยู่โดยใช้ระบบของสหกรณ์ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ว่า ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อสังเกตไว้แล้วก็ถาม ตั้งคำถาม ไว้ว่าสิ่งที่ผู้ร่างภาคประชาชน ๑. มีความมุ่งหวังว่าถ้าแก้ไขแล้วประชาชนจะอยู่ดีกินดีขึ้น เพราะระบบสหกรณ์จะไปช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่วนหนึ่งนั้นในปี ๒๕๖๒ ก็ได้หยิบยกบางส่วนเข้าไปใช้แล้ว เข้าไปกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. สหกรณ์ ปี ๒๕๖๒ แล้ว แต่มันยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรครับ มันก็ยังมีประเด็นอยู่ ผมก็กราบวิงวอนนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ อะไรที่สามารถช่วยประชาชนได้ ก็อยากจะฝากให้ท่านพิจารณาประเด็นปัญหาที่ท่านอภิปรายกัน ผมจะเอาประเด็นหลัก ๆ แล้วกัน ในเรื่องของการตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ตั้งมาคณะอนุต่าง ๆ ตั้งมาเพื่อวางหลักเกณฑ์หลักการจากผู้ที่เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๒ นั้นได้ตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาการบุคลากร เรื่องของคณะอนุกรรมการ การลงทุน อันนี้ตั้งแล้ว ตั้งไว้ทำไมครับ เรื่องของลงทุนสร้างระบบของวิธีการลงทุน ของสหกรณ์ ปัจจุบันนี้กฎกระทรวงออกมาว่าสหกรณ์ขนาดเล็กต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ล้าน ขนาดใหญ่ ๕,๐๐๐ ล้านขึ้นไป ของเดิมนั้นสามารถที่จะลงทุนอะไรได้เหมือนกันเลย ปัจจุบันนี้ คณะกรรมการการลงทุนนี้ก็กำลังพิจารณาว่าขนาดใหญ่จะลงทุนได้ขนาดไหน จะลงทุน ได้มากไหม ในขณะที่เงินในระบบสหกรณ์ล้น อันนี้ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการ เทคโนโลยี ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติถ้าไปทางเกาหลี เคยไปดู ระบบสหกรณ์ที่เกาหลีจะมองเลยว่า ระบบเกาหลีเทคโนโลยีมีระบบเดียวที่สามารถช่วยเหลือ สหกรณ์ทั่วประเทศได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายใช้ระบบเดียว มีความสะดวกสบายในการติดต่อ ประสานงานซื้อขายอะไรก็แล้วแต่ อันนี้ก็คือเจตนารมณ์ของคณะผู้ร่าง เรื่องของอนุ เรื่องการผลิต การแปรรูปต่าง ๆ ก็เพื่อช่วยออกระบบ ช่วยพี่น้องชาวเกษตรว่าจะทำอย่างไร ที่จะช่วยพี่น้องชาวเกษตรได้ อันนี้คือเจตนารมณ์ของคณะผู้ร่าง🔗

ในเรื่องสมาชิกสมทบที่หลายท่านไม่เห็นด้วยกับเรื่องของที่เป็นนิสิต นักศึกษา นักเรียน เจตนารมณ์ของผู้ร่างก็คือว่า ปัจจุบันต้องยอมรับในโรงเรียนต่าง ๆ ได้ปลูกฝังให้กับ เยาวชนในเรื่องของวินัยการออม ส่วนหนึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เป็นสายครูก็อยากจะปลูกฝัง เหมือนกันที่อยากปลูกฝังเรื่องวินัยการออมให้กับนักเรียน โดยการกำหนดถ้าสมมุติว่า ผ่านสภาก็จะมีกำหนดว่า ออมอย่างเดียวถ้ากู้ก็กู้ได้ไม่เกินค่าหุ้นมีอยู่ ซึ่งมันก็เล็กน้อย อันนี้ก็เป็นเจตนารมณ์ ไม่ได้เจตนารมณ์ที่ว่าจะระดมทุนแล้วไปทำอะไรในเชิงติดลบ อันนี้ก็ชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ🔗

ในส่วนเรื่องอื่น ๆ ผมก็เห็นว่าหลายท่านก็อภิปราย ผมวันนี้รู้สึกดีใจ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ เข้าใจระบบสหกรณ์ส่วนใหญ่ที่ท่านมาพูด แต่ว่าส่วนหนึ่งผมต้องกล่าวปิดท้ายอย่างนี้ว่า สหกรณ์ทั้งระบบมีประมาณ ๘,๐๐๐ แห่ง มีที่ดำเนินกิจการที่นอกกรอบวัตถุประสงค์ไม่กี่แห่งครับ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วนิดเดียว ผมว่ามันเรื่องปกติ ถ้าเราบอกว่าสถาบันการเงินในประเทศมีไหมครับ ที่มีหนี้สูญมันก็มี เพราะว่าระบบการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นสหกรณ์ที่ให้สิทธิประโยชน์กับสมาชิกมีมาก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป สามารถที่จะช่วยสมาชิกให้อยู่ดีกินดี ส่วนที่สหกรณ์ที่มีการทุจริตอะไรต่าง ๆ ก็ต้องสร้างระบบควบคุม ซึ่งผู้ริเริ่มร่างกฎหมาย ฉบับนี้ก็ได้มองเห็นว่า มันมีช่องโหว่ตรงไหนที่จะพยายามที่จะอุดช่องโหว่ให้ระบบสหกรณ์ มีรอยรั่วน้อยที่สุด อันนี้ก็เป็นเจตนารมณ์ของผู้ร่างทั้งหมด สุดท้ายนี้ผมต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่ให้โอกาสภาคประชาชนเข้ามาชี้แจง แล้วผมก็คาดหวังว่าร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์ ฉบับประชาชนจะได้รับการพิจารณา ถึงแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ ถึงแม้จะมีช่องโหว่แต่ผมเชื่อ ผมกับประชาชนเชื่อว่า พ.ร.บ. ที่จะแก้ไขนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกที่เป็นรากหญ้า ของประเทศชาติ จะช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความมั่นคงในคุณภาพชีวิต ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาอีกครั้ง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขั้นตอน ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการลงมติว่าจะรับหลักการในวาระที่ ๑ ของร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ หรือไม่นะครับ ขออนุญาตเอาไปลงมติในคราวต่อไป วันนี้ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา